Page 1

19 과 : 날씨 이야기하기 (Talking about weather) การบอกสภาพอากาศ [Today's Dialogue] ============================================== 유코 : 날씨가 너무 덥네요. 케빈 : 오후에 비가 오면 좀 시원해질 거예요. 유코 : 오후에 비가 온대요? 우산도 없는데... 케빈 : 걱정하지 마세요. 비가 오면 제가 빌려 드릴게요. ============================================= Yuko : The weather is too hot.

อากาศร้อนมากเลยนะคะ

ถ้าตอนบ่ายฝนตก อากาศก็คงจะเย็นขึ้นนะครับ Yuko : Is it going to rain this afternoon? I don't have an umbrella. ตอนบ่ายฝนจะตกหรอคะ ร่มก็ไม่มีด้วยค่ะ Kevin : Don't worry. I will lend you one if it rains. ไม่ต้องกังวลครับ ถ้าฝนตก เดี๋ยวผมให้ยืมครับ Kevin : When it rains in the afternoon, it will get cooler.

============================================== [today's vocabulary] 〈Vocabulary 1〉

◆ 날씨 (weather) อากาศ 오늘 날씨가 어떻습니까? (What is the weather like today?)

วันนี้อากาศเป็นอย่างไรบ้างครับ/คะ ?

อากาศดีไหมครับ/คะ ? 나쁩니까? (Is the weather bad?) อากาศไม่ดีหรอครับ/คะ ?

날씨가 좋습니까? (Is the weather good?) 날씨가

อากาศดีครับ/ค่ะ 나쁩니다. (Weather is bad.) อากาศไม่ดีครับ/ค่ะ

날씨가 좋습니다. (Weather is good.) 날씨가

〈Vocabulary 2〉

◆ 덥습니다 (hot) ร้อน

หน้าร้อนอากาศร้อนครับ/ค่ะ 어떻습니까? (What about in winter?) หน้าหนาวอากาศเป็นอย่างไรบ้างครับ/คะ ?

여름에 덥습니다. (It is hot in summer) 겨울에는

คาตรงข้ามของคาว่า ร้อน ‘덥습니다’ ‘춥습니다’. (It is cold in winter.) คือ ‘춥습니다’ (หนาว) ความหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว

‘덥습니다’의 반대말입니다. (It is the antonym for hot.) → 겨울에는

〈Vocabulary 3〉

◆ 춥습니다 (cold) หนาว

1


〈Vocabulary 4〉

◆ 비가 옵니다. (It is raining) ฝนตก Q : 지금 비가 옵니까? (Is it raining now?)

ตอนนี้ฝนตกหรอครับ/คะ ?

A : 네, 지금 비가 옵니다. (Yes, it is raining now.)

ใช่ ตอนนี้ฝนกาลังตกครับ/ค่ะ

한국은 여름에 비가 많이 옵니다. It rains a lot in summer of Korea.ประเทศเกาหลี ช่วงหน้าร้อนฝนตกหนักมาก

ฤดูหนาวเป็นอย่างไรบ้างครับ/คะ ? 옵니다. (It snows in winter) ฤดูหนาวหิมะตกครับ/ค่ะ

겨울은 어떻습니까? (What about in winter?) 겨울에 눈이

〈Vocabulary 5〉

◆ 오후 (afternoon) ตอนบ่าย 오전 (the forenoon, the morning)

ตอนเช้า

ex) 아침부터 낮 12 시까지 오전입니다. (From morning to noon is morning)

ตั้งแต่ตอนเช้า จนถึงตอนกลางวันเวลา 12.00 น. เป็นตอนช่วงเช้า 낮 12 시부터 오후입니다. (Start from noon is afternoon.)

ตอนกลางวันตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไปคือช่วงบ่าย ในตอนเช้า (in the afternoon) ในตอนบ่าย

오전에 (in the morning) 오후에

ทาอะไรในตอนเช้าครับ/คะ ? 합니까? (What do you do in the afternoon?) ทาอะไรในตอนบ่ายครับ/คะ ?

오전에 무엇을 합니까? (What do you do in the morning?) 오후에 무엇을

〈Vocabulary 6〉

◆ 시원합니다 (It is cool) เย็น เย็นสบาย Q : 덥습니까? (Are you hot?)

ร้อนไหมครับ/คะ ?

A1 : 아니오, 시원합니다. (No, I'm cool.)

ไม่ เย็นสบายครับ/ค่ะ

A2 : 너무 시원합니다. 춥습니다. (I'm too cool.

I am cold.)

เย็นสบายมากครับ/ค่ะ รู้สึกหนาวเลยครับ/ค่ะ

〈Vocabulary 7〉

◆ 우산 (umbrella) ร่ ม

ถ้า (เมื่อ) ฝนตกก็จาเป็นต้องมีร่มครับ/ค่ะ 씁니다. (I hold an umbrella when it rains.) ถ้า (เมื่อ) ฝนตกก็ใช้ร่มครับ/ค่ะ

비가 오면 우산이 필요합니다. (You need an umbrella when it rains) 비가 오면 우산을

2


비가 오지 않습니다. 여름에 해가 있습니다. 무엇이 필요합니까? What if it doesn't rain and there's a sun in summer? What do you need?

ถ้าฝนไม่ตก และมีแดดในช่วงฤดูร้อน อะไรคือคือสิ่งที่คุณต้องการ (จาเป็น) ? 양산이 필요합니다. (You need a sunshade.)

จาเป็นต้องมีครีมกันแดด

〈Vocabulary 8〉

◆ 빌려드립니다 (to lend) ให้ยืม 빌려드립니다. / 빌려줍니다. ‘빌려줍니다’ is for friends. ใช้กับเพื่อน ‘빌려드립니다’ is an honorific form for people that are in higher positions than you.

เป็นรูปยกย่องและให้เกียรติ ใช้กับผู้อาวุโสหรือคนที่อายุสูงกว่า ※ 빌려드릴까요? is the way to question other people. Q : 빌려드릴까요?

เป็นวิธีที่เราจะใช้ถามบุคคลอื่น

ยืมไหมครับ/คะ ?

A : 빌려주세요. (Lend me please.)

ขอยืมหน่อยนะครับ/นะคะ

[Today's grammar]

◎ exclamation อุทาน : '-네요' …จัง , …จังเลย , …จังเลยนะ ,…นะ 1) When you are wondered or surprised, Koreans say like these,

เมื่อเราสงสัยหรือรู้สึกประหลาดใจ คนเกาหลีมักจะพูดเหมือนดังต่อไปนี้ '아름답습니다 → 아름답네요.(It's beautiful).' Add 네요 to the verb stems.

สวยจังเลย

ใส่ 네요 ตามหลังคากริยา

ร้อนจัง (It's cold) หนาวจัง (It's good) ดีจัง

ex) 덥습니다 → 덥네요 (It's hot) 춥습니다 → 춥네요 좋습니다 → 좋네요

อร่อยจัง 맛없습니다 → 맛없네요 (It's not delicious) ไม่อร่อยเลยนะ 예쁩니다 → 예쁘네요 (It's pretty) น่ารักจัง , สวยจัง 맛있습니다 → 맛있네요 (It's delicious)

Add '네요' whether it has '받침(final consonants)' or not. สามารถ ใส่ '네요' หลังคากริยาที่มีตัวสะกดหรือไม่มีตัวสะกดก็ได้ 한국말을 잘합니다. → 한국말을 잘하네요. (I speak Korean well.) 2) There is a synonym for ‘네요’, which is ‘군요’.

พูดเกาหลีเก่งจังเลยนะครับ/นะคะ

มีคาที่มีความหมายเหมือนกันกับ ‘네요’ คือ คาว่า ‘군요’

3


ex) 예쁘네요=예쁘군요 (It's pretty) 좋네요= 좋군요 (It's good)

สวยจัง

ดีจัง

맛있네요=맛있군요 (It's delicious) 덥네요=덥군요 (It's hot)

อร่อยจัง

ร้อนจัง

'네요' could be replaced by '군요' when stative verbs are used. However, when action verbs are used, '는군요' is used to replace 네요. 네요 'จะถูกแทนที่ด้วย' 군요 'เมื่อใช้คากริยา stative (กริยาที่แสดงสภาวะไม่ได้แสดงการเคลื่อนไหว)

อย่างไรก็ตามเมื่อใช้คากริยาการกระทา '는군요' สามารถถใช้เพื่อแทนที่ 네요ได้ ex) 갑니다 → 가네요 → 가는군요 한국말을 잘합니다. → 한국말을 잘하네요 → 한국말을 잘하는군요. 좋습니다 → 좋네요 → 좋군요 예쁩니다 → 예쁘네요 → 예쁘군요 맛있습니다 →맛있네요 → 맛있군요 한국말을 잘합니다 → 한국말을 잘하네요 → 한국말을 잘하는군요. 운동을 좋아합니다 → 운동을 좋아하네요 → 운동을 좋아하는군요

◎ the connecting word เชื่อมคา : '-으면' ‘으면’ indicates assumption/prediction.การสันนิษฐานหรือการคาดคะเน ① Verbs without 받침, are followed by '면'.

คากริยาที่ไม่มีตัวสะกดจะตามด้วย '면'

ถ้าฝนตก 우산을 빌려드릴게요. ถ้าฝนตกจะให้ยืมร่มนะ 시원합니다. ถ้าฝนตกอากาศเย็นสบาย

ex) 비가 옵니다. → 비가 오면 (If it rains) 비가 오면 비가 오면

그 사람이 갑니다. → 그 사람이 가면(if that person goes) 그 사람이 가면 저도 갈게요.

ถ้าคนนั้นไป

ถ้าคนนั้นไป ฉันก็ไปนะ

그 사람이 가면 저는 회사에 있을게요. (If that person goes, I will stay at the office.)

② Verbs with 받침, are followed by '으면'.

ถ้าคนนั้นไป ฉันจะอยู่บริษัทนะ

คากริยาที่มีตัวสะกดจะตามด้วย '으면'

ex) 시간이 있습니다. → 시간이 있으면 (If I have time)

ถ้ามีเวลา

시간이 있으면 책을 읽습니다.(If I have time, I read a book.)

ถ้ามีเวลาจะอ่านหนังสือครับ/ค่ะ

ex) 친구를 만나면 뭘 합니까? (What do you do if you meet a friend?)

ถ้าเจอเพื่อนจะทาอะไรครับ/คะ ?

친구를 만나면 술을 마십니까? (Do you go drinking if you meet a friend?)

คะ

4

ถ้าเจอเพื่อนจะดื่มเหล้าไหมครับ/


ถ้าเป็นฤดูหนาวจะทาอะไรครับ/คะ ? 탑니다. (I go skiing when winter comes.) ถ้าเป็นฤดูหนาวจะเล่นสกีครับ/ค่ะ

ex) 겨울이 되면 무엇을 합니까? (What do you do if winter comes?) 겨울이 되면 스키를

ex) 여름이 되면 여행을 갑니다. (I go travelling when summer comes.)

ถ้าเป็นฤดูร้อนจะไปเที่ยวครับ/ค่ะ

친구를 만나면 술을 마시고 이야기를 합니다. (If I meet a friend, I drink and talk.) ถ้าเจอเพื่อน จะดื่มเหล้าและพูดคุยกันครับ/ค่ะ

5

1-2 LESSON 19  
1-2 LESSON 19  
Advertisement