Issuu on Google+

โพยวิชาอาคีรัต ตัจวีดอย่างง่าย


บทเกริ่นที่อยากให้ ทุกคนอ่ าน…คนนอกวงการ โลกใบกลมๆใบนี ้ มีอะไรน่าสนใจอีกมาก แม้ จะอายุมากแล้ ว แต่มนั ก็ไม่ได้ บกพร่อง ในหน้ าที่ของการเป็ นโลกต่อผู้สร้ าง บนโลกกลมๆ มีเรื่ องราวต่างๆ มากมาย ตังแต่ ้ อดีต บ้ าง ว่าเคยมีไดโนเสาร์ อยูบ่ นโลกใบนี ้ บ้ างว่าเคยมีมนุษย์ตา่ งดาวมาอยู่ สารพัดจะคาดเดา แต่ สิง่ หนึง่ ที่อยูค่ กู่ บั โลกมาตลอดคือการเปลีย่ นแปลง นับตังแต่ ้ ครัง้ แรกที่ทา่ นนบีอดัม (อะลัยฮิ สลาม) ได้ ถกู ส่งมายังโลกเพื่อเป็ นต้ นกาเนิดของมนุษย์ ก็เกิดเรื่ องราวมากมายหลายอย่าง มีทงเรื ั ้ ่ องดีและเรื่ องไม่ดี มีทงการสร้ ั้ างสรรค์และการทาลาย ตราบนานจนกระทัง่ ศาสนทูต ท่านสุดท้ าย นบีมฮู มั หมัด(ขอความสันติจงมีแด่ทา่ น) ที่เป็ นบุคคลที่พระองค์ผ้ ทู รงเอกะได้ สง่ มาเป็ นผู้นาทางท่านสุดท้ ายของมวลมนุษยชาติ ผู้เป็ นแบบอย่างการเป็ นมนุษย์ที่สมบูรณ์ แบบในทุกๆด้ าน ผู้ซงึ่ ถูกบันทึกไว้ ซงึ่ อัตชีวประวัติมากที่สดุ ในโลก จนกระทัง่ อิสลามแผ่ขยาย ไปทัว่ โลก จนบัดนี ้ หน้ าที่บนหน้ าแผ่นดินตกทอดมาสูอ่ มุ มะห์ หลายยุคหลายสมัยต่างก็มีบท ทดสอบมากมายที่มาเป็ นข้ อพิสจู น์ของคาว่า ตักวา ในแต่ละครัง้ มีเรื่ องราว มีการสูญเสีย มีการถูกครอบงาจากศัตรู หลายครัง้ ได้ รับชัยชนะ และหลายครัง้ ก็ถกู ปราบ บนเส้ นทาง แห่งสวงสวรรค์ของพระองค์นนมี ั ้ ขวากหนามมากมาย แต่ปลายทางนันกลั ้ บเป็ นหนทางที่ หอมหวานเกินกว่าจะคาดคิด เมื่อยุคหนึง่ เดินมาถึง ยุคที่ถกู เรี ยกว่า อิสลามานุวฒ ั น์ ( ISLAMIZATION) เกิดการ ตื่นตัวของบรรดาผู้ร้ ู นักต่อสู้เพื่ออิสลาม เสียงประกาศการญิฮาดเข้ มข้ นขึ ้น ท่ามกลาง สถานการณ์โลกที่ดตู งึ เครี ยด แต่อิสลามกลับผงาดอย่างเข้ มแข็ง เรื่ องราวต่างๆที่ดเู หมือน จะทาให้ อิสลามเลวร้ ายลงอย่างเหตุการณ์ 911 กลับทาให้ มีผ้ เู ข้ ารับอิสลามเพิ่มขึ ้นอย่างไม่ คาดฝั น หรื อเหตุการณ์เมื่อครัง้ หนึง่ ที่เพิ่งผ่านมาไม่นานมานี ้ เมื่อเศรษฐกิจโลกทรุดลงจน มนุษย์ไม่กล้ าที่จะวางทุกความหวังในชีวิตไว้ กบั ทรัพย์สนิ เงินทอง ทาให้ เริ่ มตามหาสัจธรรม และค้ นพบว่าอิสลามคือศาสนาอันแท้ จริ ง และอีกหลายเหตุการณ์ที่ทาให้ มีผ้ สู นใจสงสัยเข้ า มาศึกษาและเข้ ารับอิสลามเป็ นจานวนมากเป็ นประวัติการณ์ในยุโรปและอเมริ กา นัก ประกาศฟื น้ ฟูอิสลามแนวหน้ าหลายคนได้ ปลุกจิตสานึกของการเป็ นอุมมะห์อิสลามให้ ตื่นตัว งานดะวะห์เผยแพร่เป็ นไปอย่างแพร่หลายและเป็ นรูปธรรม โบสถ์หลายแห่งถูกเปลีย่ นเป็ น มัสยิด มีการเรี ยกร้ องให้ อนุญาตให้ คลุมฮิญาบในหลายๆประเทศ เกิดการต่อต้ านจากศัตรู อิสลามที่รุนแรง เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ ไม่วา่ จะเป็ นพี่น้องที่ถกู อธรรมในแต่ละเขต ประเทศ ทังปาเลสไตน์ ้ แคชเมียร์ หรื อที่อื่นๆ ทาให้ เลือดของมุสลิมที่มีอยูใ่ นตัวทุกคนลุกฮือ และแสดงพลังได้ อย่างน่าเกรงขาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ดหู มิ่นท่านนบี การทาลายกุรอาน หรื อเหตุการณ์ใดๆก็ตาม มุสลิมส่วนใหญ่ตา่ งแสดงความไม่พอใจ เกิดอารมณ์ของความรู้สกึ โกรธเกลียดผู้กระทาและพร้ อมที่จะประกาศเป็ นศัตรูอย่างไม่ยี่หระ และอีกหลายเหตุการณ์ แม้ กระทัง่ ล่าสุด ข่าวใหญ่ที่ทาให้ อเมริ กาหัวเสียคือ ข่าวที่พื ้นที่บริ เวณเทือกเขาคอเคซัสที่


จะมีการประกาศใช้ ระบบคอลีฟะห์ปกครอง นัน่ คือเครื่ องหมายของอิสลาม ที่จะกลับมาเป็ น ผู้นาโลกอีกครัง้ เมื่อลองมองมุสลิมในประเทศ อัลฮัมดุลลิ ลาฮ์ การตื่นตัวก็เกิดขึ ้นไม่น้อย หลาย บุคคล หลายญามาอะห์ หลายงาน หลายค่าย ปลุกจิตสานึกและร่วมกันสร้ างสังคม อิสลาม กระชับอีมา่ นและฮิญาบกันอย่างแข็งขัน เริ่ มหันกลับไปสูพ่ ระมหาคัมภีร์อนั บริ สทุ ธิ์อย่างอัลกุรอาน นาอัลฮาดิษแนวทางสาคัญของท่านนบีมาอยูใ่ นชีวิตประจาวัน การศึกษาประวัติศาสตร์ การดารงชีวิตของบรรดาซอฮาบะห์เข้ มข้ นขึ ้น หนุม่ สาวมุสลิมเข้ ามี บทบาทในงานดะวะห์รวมทังร่้ วมขัดเกลาตนเองไปพร้ อมๆกับการนาซีฮะห์ตกั เตือนพี่น้อง ความภูมิใจในความเป็ นอิสลามเบ่งบานขึ ้น มีการต่อสู้เรี ยกร้ องความยุติธรรมในการปฏิบตั ิ ตามหลักศาสนา การกล้ าที่จะปฎิเสธกิจกรรมที่ต้องห้ ามในมหาวิทยาลัย ไปจนกระทัง่ ลาออกจากมหาวิทยาลัยเมื่อชัง่ แล้ วไม่ให้ คณ ุ ค่าต่อโลกอาคีเราะห์เท่าที่ควรอีก การตอบ คาถามต่างศาสนิกที่เป็ นไปอย่างจริ งจัง แม้ จะขลุกขลักบ้ างในบางสถานการณ์ มีตา่ งศา สนิกเข้ ารับอิสลามในมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ ้น อิสลามที่เป็ นทังวิ ้ ถีชีวิตได้ ปรากฏในชีวิตของพี่ น้ องๆ หลายๆคน การฟั งบรรยายที่ปกติจะมีแต่คนมีอายุเท่านันที ้ ่ฟัง บัดนี ้ กลับกลายเป็ น ไฟล์เสียงบรรยายในเอ็มพีสามของหนุม่ สาว โลกอินเทอร์ เน็ตที่ง่วนอยูก่ บั งานดะวะห์และ หาความรู้ทงศาสนาและดุ ั้ นยา ส่งอีเมล์ขา่ วคราวรวมทังบทความที ้ ่ตกั เตือนกัน ห่างไกล จากสิง่ ที่จะก่อให้ เกิดฟิ ตนะห์รวมทังสิ ้ ง่ ที่มีความล่อแหลมว่าพระองค์อลั ลอฮ์จะไม่ทรงพอใจ การก้ าวไปของอิสลามานุวฒ ั น์ในไทยยังคงดาเนินไปท่ามกลางการเปลีย่ นแปลงกระแสโลก ที่ยงั ไม่นิ่ง เชื่อว่าเรื่ องราวที่ได้ เล่ากล่าวมาข้ างต้ น เป็ นเรื่ องราวที่พี่น้องท่านผู้อา่ นทราบกันดี อยูแ่ ล้ ว อาจจะทราบดีกว่าเราที่อาจจะเก็บรายละเอียดมาไม่หมด แต่สงิ่ ที่อยากจะสะกิดให้ หันกลับไปดูบางสิง่ ที่อยูใ่ นความรับผิดชอบต่อพี่น้อง เพราะมันไม่ง่ายขนาดที่ทกุ อย่างกาลัง สวยงามเบ่งบานแล้ วเราปิ ดหูปิดตากับบางเรื่ องที่อาจจะไม่ขอใส่ใจจะเป็ นการดีกว่า คุณ อย่าหลับตา หากเราจะชี ้ไปทางรถจักรยานยนต์ที่มีมสุ ลีมะห์นงั่ ซ้ อนท้ ายมุสลีมีนอยูโ่ ดยไม่ ถูกต้ องในนิยามที่เรี ยกกันว่าแฟน และอย่าปิ ดหูหาก เราจะให้ เล่าคุณฟั งว่า ยังมีผ้ คู นอีก มากมายที่แสวงหาดุนยาโดยเขาไม่ได้ รับรู้และเข้ าถึงสิง่ ดีๆที่เราได้ พบเจอ และอย่าปิ ดใจ หากผู้เราจะบอกให้ ทราบว่ายังมีพี่น้องอีกมากมายที่ยงั หลงไหลในสิง่ บันเทิงเริ งใจที่ถกู ห้ าม ไว้ อย่างชัดเจน แล้ วเรื่ องราวข้ างต้ นสองย่อหน้ าที่ เราได้ เกริ่ นไป ก็หมุนวนและเป็ นที่ทราบที่ รู้กนั ของบุคคลที่ถกู เรี ยกว่า “คนในวงการ” วงการอะไร อันนี ้คงต้ องนิยามกันเอง เราขอนิยามว่าเป็ นกลุม่ คนที่มีแนวความคิดมี อุดมการณ์ที่จะเรี ยนรู้ และศึกษา พัฒนาปรับปรุงตนเอง เพื่อการก้ าวสู้ความพอพระทัยของ เอกองค์อลั ลอฮ์(ซุบฮานาฮูวาตาอาลา) แน่นอน กลุม่ คนนี ้เรี ยกได้ วา่ อยูใ่ นบ้ านที่ปลอดภัย ขันหนึ ้ ง่ ในขณะที่บคุ คลนอกบ้ าน ยังคงถูกมรสุมของดุนยาและวัฒนธรรมตะวันตกเล่นงาน อย่างเมามัน โดยที่พวกเขาไม่ร้ ูตวั


คนนอกวงการ เปรี ยบเสมือนคนที่หลับอยูใ่ นความฝั น ถูกครอบงาอยูใ่ นการ ล่อลวงของดุนยาอันเจ้ าเล่ห์และชัยตอนผู้ถกู สาปแช่ง ยังคงหลับใหลและยังไม่ได้ สมั ผัส อิสลามอันแท้ จริ ง หลายคนมีความรู้ทางศาสนา หลายคนเป็ นคนมีจิตใจที่ดี หากแต่เล่ห์ร้าย ของชัยตอนทาให้ เขาเหล่านันลุ ้ ม่ หลงอยูใ่ นความผิด และหมุนวนอยูใ่ นวัฎจักรของดุนยา สังคมและวัฒนธรรม กลายเป็ นตัวกาหนดวิถีชีวิต ตะวันตกเข้ ามาครอบงาแล้ วฝั งความคิด เพ้ อฝั นลงไป���ย่างแนบเนียน การถูกปลุกให้ ตื่นจึงเป็ นสิง่ ที่จาเป็ นต่อพี่น้องของเราเหล่านี ้ คนในวงการหลายคน พยายามสุดฝี มือเพื่อการดึงคนนอกวงการให้ เข้ ามา สัมผัสและเอิบอิ่มกับอิสลามที่แท้ จริ ง ในขณะที่คนในวงการอีกหลายคน ลืมหน้ าที่นี ้ไป อาจจะเพราะด้ วยเหตุผลส่วนตัวอื่นๆ หรื ออาจจะเลือกไม่ใส่ใจดีกว่า คงเป็ นเรื่ องที่จะต้ อง คาถามตัวเอง หน้ าที่ตอ่ พี่น้อง เพียงพอหรื อยัง มีพี่น้องหลายท่านยังไม่ร้ ูจกั วงฮัลเกาะห์ มีพี่น้องหลายท่านอยากจะเข้ ามา ถาม มาพูดคุยกับคนในวงการ แต่แล้ วก็เกิดเส้ นๆบางที่บดบังการเชื่อมต่อกันของคนในวง และคนนอกวง หรื อแม้ แต่เรื่ องของญามาอะห์ที่ต้องตักเตือนกันเพื่อพัฒนาตนสูก่ ารเป็ น เมล็ดพันธ์ เพื่อให้ ถกู พัดปลิวไปสร้ างความอุดมสมบูรณ์ของอิสลามในที่อื่นๆ เธออยูก่ ลุม่ นัน้ ฉันอยูก่ ลุม่ นี ้ เธอคนนันไม่ ้ มกี ลุม่ เราขอไม่คยุ กับเธอได้ มยั ้ เธอคนนันรู ้ ้ กนั อยูเ่ ป็ นคนยังไง เข้ าไปตักเตือนก็เสียเวลา คนๆนันหรอ ้ ไม่มีทางจะฟั งเรื่ อง ศาสนา วันก่อนยังไปเที่ยวกับแฟนอยูเ่ ลย เธอคนนันแต่ ้ งตัวไม่เรี ยบร้ อย ไม่ขอคุยด้ วยดีกว่า นายคนนัน้ ฉันไม่เคยเห็นเข้ ามาละหมาดวันศุกร์ ซกั ครัง้ จะให้ ชวนไปฟั งบรรยายหรอ ได้ โดน มันด่ากลับมาแน่ หากนี่เป็ นหนึง่ ในคาพูดความคิดหรื อความรู้สกึ ของเรา ขอให้ ดอุ าอฺให้ หา่ งไกล ความคิดเหล่านี ้ มันเป็ นสิง่ สกปรกที่เหมือนน ้าคราที่ปนเปื อ้ นงานดะวะห์ของเรา ครัง้ นึง ตัวเรา (ผู้เขียน)เองเคยเป็ นคนนอกวงการชนิดที่ไม่มีจดุ หมายปลายทาง ในชีวิต แต่เหมือนตอนนันหลั ้ บฝั นไป อัลฮัมดุลลิ ลาฮ์ มีพี่น้องหลายท่านช่วยปลุกให้ เราตื่น มาสูโ่ ลกแห่งความจริ ง โลกแห่งการแสวงหาเสบียง โลกที่ชีวิตมีแนวทางที่ถกู ต้ องและมี จุดประสงค์ในแต่ละห้ วงลมหายใจ รวมทังถู ้ กชักชวนให้ ก้าวเดินไปพร้ อมๆกัน เมื่อกลับมา ตอนนี ้ เชื่อว่าผู้อา่ นหลายท่านก็เป็ นผู้ถกู ปลุกแล้ ว จะเป็ นไปได้ ไหมหากเราจะปลุกคนอื่น บ้ าง ช่วยเหลือกัน อาจจะเป็ นเรื่ องยากในตอนแรกๆ อาจจะกลัวว่าพี่น้องท่านนันหาว่ ้ าเคร่ง หาว่าแปลก แต่เชื่อสิ การงานของอัลลอฮ์นนั ้ พระองค์จะทรงให้ ความช่วยเหลือแน่นอน (อินชาอัลลอฮ์) หากครัง้ นี ้ โลกใบนี ้จะมีการเปลีย่ นแปลงอีกครัง้ ก็อยากให้ เป็ นไปอย่างพร้ อม เพรี ยงกัน พี่น้องมุสลิมทุกคนบนโลกใบนี ้ ขอดุอาอฺอย่าให้ เป็ นดัง่ เช่นฟองคลืน่ เลย

อัลมีม--ด้วยรักและสลามอย่างสุ ดซึ้ ง...


ความทรงจาดีๆ ไม่ได้มีไว้เก็บคนเดียว… “เมือ่ ประมาณ 30 ปีก่อน สมัยทีส่ ถานีรถไฟยะลายังเป็นเรือนไม้ อยู่ คนทีม่ อี ายุรนุ่ ผมหรือมากกว่า คงจาได้ว่า ตอนบ่ายๆเมือ่ รถไฟ ขบวนบ่ายจวนจะถึงสถานียะลา จะมีผเู้ ฒ่าคนหนึ่งขณะนัน้ อายุแก คงจะ 60 ปีขน้ึ ไปแล้ว แบกปีปบรรจุน้าดื่ม มีขนั เล็กๆใบหนึ่ง และ ปากร้องว่า “เศาะดาเกาะฮฺๆ” ไปเรือ่ ยๆ แล้วจะมีคนทีก่ ระหายน้า ไปรับน้าดื่มจากแก เมือ่ รถไฟมาถึงแกจะเดินไปแจกน้านัน้ แก่คนที่ อยูบ่ นรถอีก ใครให้เงินแกไม่รบั เพราะทีแ่ กทาไปนัน้ ก็เพื่อ “เศาะดา เกาะฮฺๆ” ทาทานเพียงเท่านัน้ ขณะนัน้ ผมยังเด็กๆอยู่ ทุกครัง้ ทีต่ ามผูใ้ หญ่ไปยะลา จะเห็นผูเ้ ฒ่าผู้ นัน้ แจกน้าดื่ม หลายๆคนชมต่อหน้าผมถึงความใจดีของผูเ้ ฒ่าท่าน นัน้ แต่กม็ บี างคนทีก่ ล่าวหาว่า ผูเ้ ฒ่าผูน้ นั ้ ”บ้า”…ทีแ่ จกน้าฟรีๆให้ คนอื่นได้ด่มื ” ยายของผมเคยพูดว่า “เขาคงได้ผลบุญเยอะ… เดิ นแจกน้าโดยไม่อายใคร” ต่อๆมา ผมไม่เคยเห็นผูเ้ ฒ่าท่านนัน้ อีกเลย คงจากไปตามกฏกาหนดของอัลลอฮฺและไม่มใี ครสืบทอดงาน นัน้ อีกเลย จนถึงวันนี้” อ.อับดุลลอฮฺ ลออแมน เขียนไว้เมือ่ 30 กว่าปีมาแล้วในวารสารอัลญีฮาด


>> destinationana

ไกล...แสนไกล นักเดินทางหลายคนจึงท้อ ร้องไห้ และหมดความพยายาม บางคนถึงกับเปลี่ยนเส้นทาง... แต่นกั เดินทางตัวจริ งนั้น เขายังต่อสู ้ในหนทางนี้เสมอ แม้จะไกลแสนไกล ...แม้จะมองไม่เห็น แต่ดว้ ยปลายทางนั้น...มีความหวานชื่น และความอิ่มเอมรออยู่ และด้วยสัญญาที่ถูกรับรองไว้น้ นั ชัดเจนยิง่ นัก!! ฉันเองกาลังหมดแรง…หยุดอยูต่ รงนี้ ฝุ่ นที่ฟุ้งตลบอยูข่ า้ งหน้า ยังคงอบอวน... บ่งบอกว่านักเดินทางกลุ่มใหญ่เพิง่ เคลื่อนขบวน ผ่านไปไม่นานนัก อย่าทิ้งฉันไว้เพียงลาพังตรงนี้เลย... ได้โปรดช่วยเหลือ...ฉันหวังจะร่ วมเดินทาง ไปกับพวกท่านเสมอ… หมู่ชนคนแปลกหน้า..ผูเ้ ป็ นที่รัก...

Far....so far away. some traveller have been dejected, cried and finally gave up. some insolubility change his way. but a real traveller always keep try out in this way. Eventhough it seem so far....and can not see by eyes. they believe in destination , happiness have been prepare to reward them. and a confirm promise is so clearly. I feel exhausted and have stop here for a rest. dust spreading in the air for a while. telling that a procession of travelers recently move here. Do not leave me alone.... please give me a hand... I hope to go along with you. Ghorobah ...beloved strangers of Allah.


>> บ.ก.ขอลุยตอบเอง ไม่พดู พร่ าทาอนาชีดครับ คาถามแรกเลย… จากคุณกิมจิ อยากรู้จกั ฮัจยีฮารู นผูก้ ่อตัง้ โรงเรี ยนธรรม เห็นว่ามี คนพูดถึงเยอะดี อยากรู้ๆ สมิอฺนา : อืม ..จะให้ สาวลึกลงในก็คงไม่ร้ ู มากนักแต่ก็พอจะเล่าให้ ฟังได้ นิดหน่อย จาก ที่เคยเป็ นบูเดาะยีรง(เด็กธรรม)มาก่อน มูเดยี รง(ชื่อที่ศานุศิษย์เรี ยกๆกัน)เป็ นโต๊ ะครูคน แรกๆในภาคใต้ ก็วา่ ได้ ที่ได้ ริเริ่ มก่อตังโรงเรี ้ ยน แนวสุนนะฮฺ(ถ้ าไม่นบั ครูอิสมาอีล อะฮฺมดั พัทลุง ที่ก่อตังโรงเรี ้ ยนศาสนุปถัมป์ที่อาเภอ ปากพยูน พัทลุง และโรงเรี ยนพัฒนา การศึกษา ที่บ้านโฮ๊ ะ หาดใหญ่มาก่อน ซึง่ เป็ นโรงเรี ยนสุนนะฮฺแรกๆเหมือนกัน) และ เป็ นโต๊ ะครูคนแรกๆที่ริเริ่ มส่งเสริ มให้ เด็กๆ แต่งกายให้ ถกู หลักการศาสนาเพราะ สมัยก่อนโดยเฉพาะผู้หญิงจะปล่อยผมโตๆ ฟูๆไว้ บนหัว แล้ วเอาผ้ ามาแปะบนหัวแล้ ว ปล่อยหางลงมานิดส์นงึ (ปั จบุ นั ยังมีอีก ที่ มาเลเซียก็เยอะ เรี ยกได้ วา่ เป็ น Living fossil หรื อซากฟอสซิลที่ยงั มีชีวิตอยูท่ งที ั ้ ่นา่ จะสูญ พันธ์ไปนานแล้ ว) กลับมาเข้ าเรื่ อง โรงเรี ยน ธรรมวิทยานัน้ แรกๆเป็ นแค่ปอเนาะแห่งหนึง่ มีกระท่อมเป็ นหย่อมๆบนที่ดินวะกัฟของท่าน

พ่อมุเดยีรง แต่ตอ่ มาด้ วยมันสมองที่เฉียบ แหลมของท่าน จึงได้ พยายามปฏิรูปให้ เป็ น โรงเรี ยนเอกชนสอนศาสนาที่ใหญ่ โตเป็ น อันดับสองรองจากโรงเรี ยนคณะราษฏร ยะลา เพราะเท่าที่จาได้ นนั ้ ตอนที่เรา เรี ยนนัน้ ธรรมมีนกั เรี ยน เบ็ดเสร็ จรวมอาจารย์ แล้ ว ปาเข้ าไปเกือบเจ็ดพัน คน เข้ าแถวตอนเช้ าทีหนึง่ อลังการมากๆ ตอนคุณแม่เรายังสาว(สวย) ท่านเล่าให้ ฟังว่า สมัยแม่เรี ยน มูเด(ครูใหญ่)ยังหนุม่ ๆเป็ นคนที่ ใจดีมากๆท่านชอบขี่รถเวสป้า เที่ยวเวียน เกือบทุกที่ในโรงเรี ยน แล้ วจะหยุดจอดอาสา พาเด็กๆไปส่งที่อาคารเรี ยน(เพราะพื ้นที่ โรงเรี ยนที่กว้ างนันเอง) ้ อุปนิสยั ใจคอแบบนี ้แหละทาให้ เด็กๆรัก แกมากๆ แต่ถึงเวลาเด็กทาผิดขึ ้นมาแกก็ร้อน ตับร้ อนพุงเหมือนกันคับ แม่เล่าให้ ฟังว่ามีครัง้ หนึง่ เด็กนักเรี ยนชายได้ จดั งานเมาลิดขึ ้นเอง ในห้ องเรี ยน อ่านเบอร์ ซนั ญีกนั ให้ แซ่ด แกได้ รู้ปัป้ จึงรี บไปหาทันที ในมือควงไม้ กวาดเสร็ จ สรรพ ถึงปุ้ปก็ไม่พดู พร่ าทาเพลง แกบรรจง ขว้ างไม้ กวดใส่เด็กเหล่านัน้ แล้ วไล่ให้ ออกไป ทาที่อื่น โทษฐานจัดงานบิดอะฮฺกนั ซึง่ ๆหน้ า ซะแบบนี ้ แกทนไม่ได้ จริ งๆ วันที่แกถึงอะญัลของอัลลอฮฺมีคนมา ละหมาดญะนาซะฮฺให้ เยอะจนมัสยิดกลาง ยะลาไม่จ(ุ ล้ นออกม���ด้ านนอก) บ่งบอกได้ ถึง ผลงานของผู้ที่ทงชี ั ้ วิตเสียสละเพื่ออิสลาม และเพื่อลูกหลานมุสลิมมลายูอย่างเราๆ

6


ทุกวันนี ้ แม้ วา่ โรงเรี ยนธรรมวิทยานัน้ จะ ในส่วนแบบที่สองนัน้ ที่ดงั ๆก็คือ ตัฟซิรอัลคัช ชาฟ แต่งโดยท่านอบูลกอซิม มะฮฺมดู อิบนุ เปลีย่ นไปมาก แต่ก็ยงั สอนให้ เด็กเป็ นคนดี อุมรั อัลซามัคซารี โดยตัฟซิรเล่มนี ้จะออก เอางานเอาศาสนาเหมือนเดิม แม้ ที่ผา่ นมา จะมีฟิตนะฮฺเกิดขึ ้นมากก็ตาม วัลลอฮุอะลัม แนวคิดด้ านมุอฺตาซีละฮฺซะมากกว่า ซึง่ มักจะ ------------------------------------------------------ ให้ ความสาคัญกับการวิเคราะห์ความหมาย จากเด็กห้ องละหมาด หอ1 ของคาศัพท์และให้ ความสาคัญสายรายงาน แนะนาตัฟซิ รดีๆ จะอ่านด้วย ช่วยแนะนาให้ น้ อยมาก แต่กระนัน้ สามเล่มนี ้ ก็ไม่มีแปล หน่อยสิ ^^ เป็ นภาษาไทยนะ แต่มกั จะใช้ ในแวดวงของ สมิอนฺ า : มีพี่น้องเคยเล่า นักวิชาการมากกว่าสาหรับประชาชนทัว่ ๆไป. ให้ ฟังว่า ตัฟซิร อัล -กุรอาน ส่วนตัฟซิรร่วมสมัย ที่เราๆรู้จกั กันทัว่ โลกก็คือ นี ้น่ะ เค้ าจะแบ่งออกได้ สาม มีอยูส่ องสามเล่มคือตัฟซิรอัลมะนารของท่าน ประเภท คือ 1-ตัฟซิรบิรริ มุฮมั มัด รอชีด ริ ฎอ อุลามาอฺซุนนะฮฺอียิปต์ ที่ วายะฮฺ (ตัฟซิรตามอิสนัดเอามาจากท่านนบี โต๊ ะครูสนุ นะฮฺแรกๆในเมืองไทยรู้จกั ดี ต่อมา และศอฮาบัต) 2-ตัฟซิรบิรเราะยู(คือเขียน คือ ตัฟซิรฟี ซิลาลิลกุรอาน ของ ซัยยิด กุฏบฺุ ด้ วยความคิดและเหตุผล) แล้ วก็ 3-บิลอิชา อุลามาอฺนกั สู้ ของขบวนการฟื น้ ฟูอิสลาม เราะฮฺ (คืออาศัยการบ่งชี ้จากสัญญาณต่างๆ อิควานอัลมุสลิมนู ในอียิปต์ ท่านเขียนเล่มนี ้ ซึง่ จะพูดออกในแนวลึกลับ น่าค้ นหา) ในคุก 15 ปี เขียนเสร็ จก็โดนคาสัง่ ประหาร ว่ากันว่าที่เก่าแก่ที่สดุ คือ ตัฟซีรของท่านอิบ มาชาอัลลอฮฺ…นี่ละชีวิตของคนที่อลั ลอฮฺรัก นุญารี ร อัต -เฏาะบารี ย์ ตัฟซิรนี ้เป็ นในแบบที่ จะถูกทดสอบอย่างหนักทีเดียว เล่มนี ้ท่าน หนึง่ แต่ยงั มีเรื่ องราวของอิสรอเอลลิยาต(เรื่ อง เขียนโดยแทรกแนวคิดการญีฮาดไว้ มากมาย เล่าของพวกยิว) มาใช้ เป็ นหลักฐานอยู่ อีก ซึง่ เป็ นไปตามสถานการณ์โลกของมุสลิมสมัย เล่มที่เก่าแก่ไม่แพ้ กนั คือ ตัฟซิรอิบนุกะซีร ซึง่ นัน(สมั ้ ยนี ้ก็ต้องสู้นะ) จะเน้ นความถูกต้ องของสายรายงาน ปฏิเสธ และสุดท้ ายนะ คือ ตัฟซิรตัฟฮีมลุ กุรอาน ของ อิทธิพลจากภายนอกทังหมด ้ เพื่อนที่เรี ยน ท่านเมาดูดีนนเอง ั ้ เล่มนี ้ดีมากเล่มหนึง่ นะคับ กุรอานเฉพาะเลยที่มาเลเซียคนหนึง่ เล่าให้ เป็ นตัฟซิรที่ครัง้ หนึง่ มีคนกล่าวหาว่าเป็ นมุอฺ ฟั งว่า ตัฟซิรนี ้นะ เค้ าตัฟซิรกรุอานด้ วย ตะวิละฮฺ เนื่องมาจากเนื ้อหาที่ทนั สมัยและ กุรอานเลย บ่งบอกว่าสุดยอดจริ ง (ก็ ละเอียดนันเอง ้ เล่มนี ้มีอยูท่ ี่ชมรมมุสลิม และ เหมือนกับดิคชัน่ นารี อังกฤษแปลอังกฤษ ที่หอ1 ด้ วยนะ เด็กหอหนึง่ รับทราบด่วน^^ อ่านง่ายไมล่ะ) 7


จากแตออเย็น ท่านเมาดูดีเคยบอกว่า “ผูท้ ีต่ ่อสูเ้ รี ยกร้องให้ ผูอ้ ืน่ ทาดีปฏิ บตั ิ ตามอัลลอฮฺ(ซ.บ.) แต่ตวั เอง กลับไม่ปฏิ บตั ิ เปรี ยบเสมื อนผูท้ ีต่ ่อสูเ้ รี ยกร้อง ให้คนอืน่ เลิ กดืม่ เหล้าแต่ว่าในบ้านของตัวเอง มี ขวดเหล้าเต็มไปหมด” ความว่าอย่างไรครับ สมิอฺนา : อ.มุฮมั มัด คอลัมส์ตอบปั ญหา ศาสนาใน นสพ.ทางนา ตอบไว้ วา่ คนรู้แล้ ว ไม่ ปฏิบัติย่อมได้ รับโทษแน่ นอน และคน ไม่ ร้ ูก็มีบาปเหมือนกัน อัลลอฮฺจะเอาโทษ เพราะไม่ เรียน คนที่จะใช้ ให้ คนอื่นทาความ ดีได้ นนต้ ั ้ องเป็ นคนมีความรู้เพราะความดีมี รูปแบบและคาสัง่ จากอัลลอฮฺ คนทีอ่ า่ นอัล กุรอานที่จะใช้ สติปัญญาใคร่ครวญนัน้ ก็ต้อง มีความรู้ คนที่แนะนาให้ คนอื่นเข้ าสวรรค์แ ต่ ตัวเองจมปลักอยูใ่ นนรกนัน้ ย่อมจะไม่ไช่คน ฉลาดและคงเป็ นเพียงเทียนที่เผาไหม้ ไส้ ของ ตัวเองในขณะที่ให้ แสงสว่างแก่ผ้ อู ื่น มีตวั อย่างอีกเช่นในอายัตที่44 ซูเราะฮฺบากอ เราะฮฺ ซึง่ ถูกประทานมาเกี่ยวกับพวกนักการ ศาสนายิวที่บอกให้ พวกยิวอื่นศรัทธาต่อนบี มุฮมั มัด(ซ.ล.)แต่ตนเองไม่ยอมศรัทธา พวก เขาอ่านคัมภีร์เตารอต รู้ถึงคุณลักษณะท่าน นบี แต่ก็หาได้ ศรัทธาไม่? เอาง่ายๆเลยว่า... คนเลิกเหล้ าเข้ าสุเหร่าทาความดีได้ เข้ าสวรรค์ คนที่ไม่เลิกจนตายแล้ ว นบีบอกว่า ไม่มี โอกาสได้ เข้ าสวรรค์ เห็นไหมจะยังไงก็ตามถ้า เตาบัตอัลลอฮฺก็อภัยให้อยูแ่ ล้ว

8

จากคุณป้าดาวนาแม็ก เด๋วนีเ้ รื ่องแฟนมาแรง ฃ่วยนาซิ ฮตั ดีๆให้มสุ ลิ มะฮฺ ดอกไม้แห่งอิ สลามหน่อยจ๊ ะ สมิอฺนา : ให้ นาซีฮตั เองคงไม่กินใจพอ เอา จากหนังสือเล่มหนึง่ มาดีกว่า “มันต่ างกันนะ ระหว่ างผู้หญิงที่ร้ ูๆกันอยู่ ว่ าเคยคบหากับใครมากหน้ าหลายตา กับ ผู้หญิงที่ระมัดระวังแม้ แต่ บทสนทนากับ เพศตรงข้ าม ผู้หญิงที่เดินไปตรงไหน ผู้ชายก็มองน่ ะหาไม่ ยากเลยนะ แต่ ผู้หญิงที่เดินไปตรงไหนแล้ วผู้ชายก็ต้อง ให้ เกียรติสิท่ หี ายากเหลือเกิน” และคานาซีฮตั จากพี่นอ้ งคนหนึ่ง “คนทีผ่ ่านการเป็ นแฟนมาก่ อน หรือจีบก่ อน แต่ งนั้น เมือ่ มาแต่ งงานกัน มันก็เหมือนกับ การได้ ของขวัญและ เปิ ดของขวัญทีร่ ู้ อยู่แล้ ว ว่ าในกล่ องมีอะไรอยู่ ไม่ มตี นื่ เต้ น และความดี ใจให้ เหลือหรอก” อืม...พอจะโดนใจคุณป้ าบ้างนะ สังคมมุสลิม ม.อ.เราตอนนี้ถึงดูแปลกๆไป ต่างคนก็มีฟง มี แฟน มีกกั๊ มีกิ๊ก กันหมด ฝากทุกคนช่วยดูแล ด้วยนะคับ หน้ากระดาษหมดแร่ ะ ไปก่อนนะ วัสลาม... เจอกันใหม่นะ มีไรจะส่งหรื อจะพูดคุยกันก็ ที่นี่คบั >>> smiana_hub@hotmail.com -----------------------------------------------------ของฝาก} โปรเจค AYAH ADAY เราจะส่ งหนึ่งอายัตและตัฟซิรถึง ท่ านทุกวัน พร้ อมศัพท์ องั กฤษเพือ่ การเรียนรู้ แล้ วทุก วันของท่ านก็จะได้ ใกล้ชิดกับอัลกุรอาน สนใจส่ งเมล์ มาได้นะ ที่ ayah.aday@gmail.com


การกินเนือ้ พีน่ ้ องของท่ านทีต่ ายไปแล้ ว { ‫ُة‬

‫ } ا ِغ‬. ‫ل ْي َب‬

พี่นอ้ งครับวันหนึ่งๆ เราได้พดู คุยมากมายหลายเรื่ องจริ ง ๆ ยิง่ เจอคนที่ใจตรงกันอรรถรสในการสนทนาก็ยงิ่ ทวีคูณมาก ยิง่ ขึ้น ยิง่ เจอวงสนทนาที่ถูกใจก็ทาให้เรามันกับการพูดมาก ขึ้นไปอีก แต่จะมีสกั กี่คนที่ได้กลับมาคิดไตร่ ตรองว่าวันนี้ เราได้พดู คุยถึงเรื่ องอะไรไปบ้าง การพูดนั้นสาคัญไฉนหรอ? ถ้าการพูดเป็ นเรื่ องที่มี สาระก็ดีไปครับ แต่ถา้ มันเป็ นเรื่ องที่ ไร้สาระล่ะ แล้วหากเรื่ องนั้นเป็ นเรื่ องของคนอื่นอีก ล่ะ มันเป็ นการนินทาเขาหรื อไม่? ‚การนินทา‛ นั้นหมายถึง การกล่าวถึงสิ่ งต่างๆ เกี่ยวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ตวั เขาเอง ก็ไม่ใคร่ จะรับรู ้แม้วา่ สิ่ งนั้นจะเป็ นความจริ งก็ตาม อัลลอฮฺ(ซ.บ.)ได้กล่าวว่า “และจงอย่ าสอดแนม อย่ านินทา ให้ ร้ายคนในหมู่พวกเจ้ า พวกเจ้ านั้นชอบทีจ่ ะกินเนื้อพี่ น้ องของเจ้ าทีต่ ายไปแล้ วกระนั้นหรือ? พวกเจ้ าย่ อมเกลียดมันและจงยาเกรงต่ ออัลลอฮฺ เถิด แท้ จริงอัลลอฮฺนั้นเป็ นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลหุจํฺ รอต 49:12) ‚และเจ้ าอย่ าปฏิบัตติ ามผู้ทเี่ ป็ นนักสาบานทีต่ า่ ช้ า ผู้นินทาตระเวนใส่ ร้ายผู้อนื่ ‛ (อัลกอลัม 68.10 - 11) “ความหายนะจงประสบแด่ ทุกผู้นินทา และผู้ใส่ ร้ายผู้อื่น” (อัลฮุมะซะฮ์ 104.1) และในอัลหะดิษ... ท่านอิบนุ อุมรั ฺ เล่าว่า ท่านนบีเล่าว่า ‚อัลลอฮฺทรงสร้ างเลือด ทรัพย์ สินและเกียรติอนั ยิง่ ใหญ่ ให้ แก่ เจ้ า ซึ่งเป็ นสิ่งหวงห้ ามในหมู่พวกเจา‛(ศอเฮี้ยห์ อัลบุคอรี ) ท่านอบู มูซา อัลอัชชารี เล่าว่า ‚มีหมู่คนบางพวกได้ ถามท่ านรอซู ลว่ า ‚ศาสนาอิสลาม ของผู้ใดทีด่ ที สี่ ุ ด (หรือ ผู้ใดคือมุสลิมทีด่ ที สี่ ุ ด) ท่ านรอซู ลได้ ตอบว่ า ‚ผู้ทหี่ ลีกห่ างจาก การทาร้ ายมุสลิมด้ วยลิน้ และมือทั้งสองของเขา‛ (ศอเฮี้ยห์ อัล บุคอรี ) ท่ านนบีมูฮัมมัด ได้ เดินผ่านหลุมฝังศพ 2 หลุม ท่ านได้ กล่ าวขึน้ มาว่ า ‚บุคคลทั้งสองนี้ (ทีอ่ ยู่ในหลุมฝังศพ) กาลังได้ รับการทรมานอยู่ และสาเหตุทที่ าให้ พวกเขาถูกทรมานนี้

9


มิได้ เกิดจากเรื่องราวทีใ่ หญ่ โต หรือยากลาเค็ญแต่ อย่ างใด – หนึ่งในสองท่ านนีเ้ ป็ นผู้ทไี่ ม่ เข้ มงวดเกีย่ วกับความสะอาด และเขามักจะทาให้ ตวั เองมีรอยเปื้ อนเวลาทีเ่ ขาปลดทุกข์ (ปัสสาวะ) ส่ วนอีกคนหนึ่งนั้นชอบทีจ่ ะปล่ อยข่ าวโคมลอย (โกหก) (อันเป็ นสาเหตุให้ หมู่คนเกิดความบาดหมางใจ เป็ นศัตรู ต่อกัน)‛ (ศอเฮี้ยห์ อัลบุคอรี 8:78 และมุสลิม) ท่านอนัส อิบนุ มาลิก เล่าว่า ท่ านนบีมูฮัมมัดกล่ าวว่ า ‚ขณะทีฉ่ ันได้ ถูกนาขึน้ ไปยังสวน สวรรค์ ฉันได้ ผ่านผู้คนทีม่ เี ล็บเป็ นเหล็กทองแดง กาลังขีดข่ วนใบหน้ าและหน้ าอกของ ตัวเอง ฉันจึงถามขึน้ มาว่ า ‚ผู้คนเหล่ านั้นคือใครหรือ ญิบรีล‛? ญิบรีล ตอบว่ า ‚พวกเขาคือ ผู้ทเี่ คยนินทาและละเมิดเกียรติของผู้อนื่ ‛ (สุนนั อบูดาวุด ฮะดีษเลขที่ 4860 และ “ศอเฮี้ยห์ อัลญามียฺ 2/926”) พี่นอ้ งครับในเมื่อเราทราบถึงความน่ากลัวของผลที่ผทู ้ ี่ทาการนินทาจะได้รับ เรามาลอง พินิจพิจารณาตนเองดูวา่ ที่ผา่ นมา หรื อวันนี้ เราได้พลั้งพลาดทาการนินทาโดยไม่ได้ต้ งั ใจ หรื อตั้งใจบ้างหรื อเปล่า เราลองมาดูวา่ การนินทานั้นมีสาเหตุมาจากอะไร การนินทานั้นมีกี่ ประเภท แล้วการพูดอย่างไรถึงเรี ยกว่าการนินทา แล้วมีวธิ ีที่ทาให้เราห่างจากการที่เป็ นผู ้ นินทาหรื อเปล่า? สาเหตุของการนินทา ปั จจัยหลักที่เป็ นเหตุของการทาสิ่ งที่ไม่ดีท้ งั หลายนั้นก็คือปั จจัยของผูท้ ี่ก่อความเสี ยให้แก่ ผูอ้ ื่น นัฟซูไงครับพี่นอ้ ง อย่างที่พี่นอ้ งทราบกันดีวา่ มนุษย์ทุกคนย่อมมีดา้ นไม่ดีของตัวเองทั้ง ความรัก ชอบ โกรธ หลง แล้วถ้ามันไปบวกกับการกระซิบกระซาบจากชัยฏอนแล้วละก็ พี่ น้องเอ๋ ยการงานนั้นเราไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้เลยล่ะครับ แล้วเมื่อมองไปยังผลของ การงานนั้นแล้วล่ะก็ มันช่างแสนเจ็บปวดเหลือเกินถ้าสิ่ งนั้นเกิดขึ้นกับตัวเราและคนที่เรารัก ประเภทของการนินทา ขึ้นอยูก่ บั ปั จยั ต่างๆของผูท้ ี่จะทาการนินทาและผูท้ ี่ถูกนินทา ทั้งสถานะภาพ สถานการณ์ สถานที่ คุณลักษณะนิสยั ที่เป็ นเรื่ องทางโลก รวมถึงคุณลักษณะทางด้านจริ ยธรรมของผูท้ ี่ถูก นินทา และก็ข้ ึนกับความสามารถ(นัฟซู)ของผูท้ ี่ทาการนินทาว่าจะสามารถหาเรื่ องราวมาเล่า (สอดรู ้สอดเห็น)ให้ฟังมากแค่ไหนถึงแม้มนั จะเป็ นเรื่ องเล็กของคนๆหนึ่ง เขา(ผูน้ ินทา)ก็

10


สามารถที่จะทาให้มนั เป็ นเรื่ องใหญ่ได้ เช่น เรื่ องชาติตระกูล ฐานะทางสังคม นิสยั ส่วนตัว ของคนคนหนึ่ง การเรี ยนการทางาน การกิน การพูดในที่มีคนมากมาย แม้แต่การนอน ฯลฯ อย่ างไรถึงเรียกว่ านินทา โดยการรายงานของท่านอบู ฮูร็อยเราะฮฺ ท่ านนบีมูฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ กล่ าวว่ า ‚ท่ านทราบหรือไม่ ว่า อะไรคือการนินทา?‛ พวกเขา (ศอฮาบะฮฺ) กล่ าวว่ า ‚อัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ รู้ ดที สี่ ุ ด‛ ท่ านนบีจงึ กล่ าวต่ อไปว่ า ‚การนินทา นั้นหมายถึง การพูดเกีย่ วกับพีน่ ้ องของท่ าน ด้ วยวิธีการทีพ่ นี่ ้ องของท่ านไม่ ชอบมัน‛ จากนั้นท่ านนบีถูกถามต่ อไปว่ า ‚แล้ วท่ านมี ความคิดเห็นอย่ างไร หากความผิดทีเ่ ราได้ กล่ าวถึงพีน่ ้ องของเราเป็ นเรื่องจริง?‛ ท่ านน บีจงึ กล่ าวว่ า ‚หากแม้ สิ่งทีท่ ่ านได้ กล่ าวเกีย่ วกับพีน่ ้ องของท่ านเป็ นเรื่องจริง แท้ จริง แล้ ว ท่ านได้ กระทาการนินทาต่ อเขา และหากว่ าความผิดทีก่ ล่ าวนั้นมิได้ เป็ นเรื่องจริง แท้ จริงแล้ วมันคือ การใส่ ร้าย‛ (ศอเฮี้ยห์มุสลิม) แล้ วผู้ทถี่ ูกนินทาจะได้ อะไรจากการถูกนินทา จากการเล่าของท่าน อบู ฮุร็อยเราะฮฺ ท่ านนบีมูฮัมมัด กล่ าวว่ า ‚ท่ านทราบหรือไม่ ว่ าใครคือ ‚บุคคลล้ มละลาย‛? พวกเขา (บรรดาศอฮาบะฮฺ) ตอบกลับไปว่ า ‚บุคคล ล้ มละลายในหมู่พวกเราคือผู้ทไี่ ม่ มแี ม้ แต่ ‚ดิรฮัม‛ หรือทรัพย์ สินใดๆ ติดตัว‛ ท่ านนบี จึงกล่ าวว่ า ‚บุคคลล้ มละลายในประชาชาติของฉันคือผู้ทจี่ ะปรากฏตัวในวันแห่ งการ ตัดสิน(กิยามะห์ ) พร้ อมด้ วยการละหมาดทั้งหลาย การถือศีลอด และการจ่ ายซะกาต หากแต่ ว่า (เขาจะพบว่ าเขาได้ กลายเป็ น ‚บุคคลล้ มละลาย‛ ในวันนั้น เนื่องจากเขาได้ เผาผลาญคุณงามความดีท้งั หลายจนมอดแล้ ว) ตั้งแต่ เขาได้ เริ่มทาการด่ าทอ หมิน่ ประมาทผู้อนื่ อีกทั้งกล่ าวร้ ายและผลาญทรัพย์ สินผู้อนื่ ไปโดยมิชอบ พร้ อมกับการหลัง่ เลือดของผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นความดีต่างๆ ของเขาจะถูกมอบให้ แก่ บัญชีของผู้ (ทีท่ นทุกข์ ทรมานด้ วยมือและลิน้ ของเขา) และหากว่ าความดีของเขามีไม่ มากพอ (ตา่ กว่ าทีค่ าดไว้ ) เช่ นนั้นแล้ วบาปต่ างๆ ของผู้ (ทีถ่ ูกเขากล่ าวร้ าย) จะถูกโอนไปยังบัญชีของเขา และเขา จะถูกโยนลงไปในไฟนรก‛ (ศอเฮี้ยห์ มุสลิม 6251)

11


สรุปคือ ผูท้ ี่ถูกนินทาอัลลอฮฺจะโอนผลบุญความดีของผูท้ ี่ทาการนินทาเขาให้แก่ผทู ้ ี่ถูก นินทา แต่ถา้ คนที่ทาการนินทาเขาไร้แล้วซึ่งผลบุญความดีอลั ลอฮฺก็จะนาบาปของผูท้ ี่ ถูกนินทานั้นโอนไปให้แก่ผทู ้ ี่นินทาเขาจนหมด รู ้อย่างนี้แล้วเรามาทาตัวให้ถูกนินทาดีกว่าไหม? เพื่อที่บาปของเราจะได้หมดสักทีแล้ว ท่านก็จะได้เข้าสวรรค์ใช่ไหมครับ ถ้าท่านผูอ้ ่านคิดว่าทาอย่างนั้นแล้วบาปของท่านจะ หมด แสดงว่าท่านยังไม่ได้รักพี่นอ้ งของท่าน ถือว่าเป็ นการเห็นแก่ตวั ที่สุด จากการเล่าของท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺวา่ ท่ านศาสนทูตมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะ ลัยฮิวะศัลลัม ได้ กล่ าวว่ า ‚ขอสาบานกับผู้ทชี่ ีวติ ฉันอยู่ในพระหัตถ์ ของพระองค์ ว่า พวกท่ านจะไม่ ได้ เข้ าสวรรค์ จนกว่ าพวกท่ านจะศรัทธา และพวกท่ านจะไม่ ศรัทธา จนกว่ าท่ านจะรักซึ่งกันและกัน ฉันควรจะบอกแก่ พวกท่ านหรือไม่ ถึงสิ่งทีห่ ากพวก ท่ านกระทาแล้ ว พวกท่ านจะมีความรักซึ่งกันและกัน? จงกล่ าว ‚สลาม‛ ในหมู่พวก ท่ านเถิด‛ (มุสลิม) การรักษาเยียวยาหรือวิธีทจี่ ะทาให้ เราออกห่ างจากการเป็ นผู้นินทา และ กล่ าวร้ าย วิธีใดก็ไม่ได้ผลดีเท่ากับการราลึกถึงอัลลอฮ และหมัน่ ขอดุอาให้พน้ จากสิ่ งชัว่ ร้ายใน ตัวเอง (นัฟซู) และการกระซิกระซาบของบรรดาชัยฏอนมารร้าย หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ จะทาให้เกิดการนินทา เช่น หลีกเลี่ยงจากวงที่มีการสนทนาที่ไร้สาระ มองในสิ่ งที่เป็ น สิ่ งดีๆของพี่นอ้ งมุสลิม หากพี่นอ้ งของท่านทาผิดท่านก็ควรที่จะติดต่อกับเขาเป็ นการ ส่วนตัวเพื่อที่จะได้บอกให้รู้ถึงการกระทาที่ไม่ดีหรื อไม่เป็ นที่ยอมรับ อดทนต่อความ อยากของตนเอง(นัฟซู) เป็ นต้น การนินทาทีไ่ ด้ รับการอนุมตั ิ อย่างที่กล่าวมาล่ะครับการนินทานั้นขึ้นอยูก่ บั สถานภาพ สถานการณ์ และก็ข้ ึนอยูก่ บั เหตุผลที่ทาการนินทา การนินทาที่ได้รับการอนุมตั ิน้ นั ก็มีน่ะครับ เช่น กรณี ที่ผนู ้ ินทา นั้นถูกกดขี่เพื่อที่���ขาจะได้แจ้งแก่ผนู ้ าเพื่อให้ได้รับความยุติธรรม หาทางช่วยเหลือเพื่อ แก้ไขสิ่ งที่ไม่ดีให้กลับกลายเป็ นสิ่ งดี การพูดถึง “ฉายา” โดยมีจุดประสงค์เพื่อการระบุ เจาะจงบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่หา้ มเรี ยกฉายาของเขาเพื่อทาให้เราหัวเราะและทาให้เขา อับอาย เป็ นต้น

12


‚พวกท่ าน จงระวัง การนินทาเพราะการนินทานั้น ร้ ายแรงยิง่ กว่า การทาผิดประเวณีซะอีก‛ กรณี ที่บุรุษนั้นทาผิดประเวณี หรื อดื่มของที่ฮะรอม แต่หากเขาได้ทาการขออภัยโทษ ต่ออัลลอฮฺตะอาลา (เตาบะฮฺ) อัลลอฮฺจะทรงให้อภัยเขา แต่สาหรับ ‚ผู้ทที่ าการนินทา นั้นจะไม่ ได้ รับการอภัยจากอัลลอฮฺ จนกว่ าเขาจะได้ รับการให้ อภัยจากผู้ทเี่ ขานินทา‛ (อัซ ซียตู ิ ใน อัล-ญามิอซั ซาฆีร 1/174, อิบนุ อบู อัดดุนยา และอบู อัชชัยคฺ , ผมก็ขอตักเตือนตนเองและพี่นอ้ งมุสลิมที่รักผ่านบทความนี้ เนื่องจากมันเป็ นเรื่ องที่ใกล้ ตัวมากเลยครับ ดังนั้นก่อนที่ท่านจะพูดอะไรออกไปท่านควรที่จะคิด ไตร่ ตรองซัก นิดนึงครับว่า สิ่ งที่เราจะพูดออกไปนั้นมันเป็ นสิ่ งที่มีสาระหรื อเปล่า เพราะการที่เราจะ ได้รับกาไรหรื อขาดทุนจากโลกนี้ก็ข้ ึนอยูก่ บั ก้อนเนื้อเล็กๆก้อนหนึ่งที่สามารถหมุนได้ 360 องศา ที่อยูใ่ นปากของเรา หากก้อนเนื้อนั้นได้กระดิกในทางที่ดีเราก็จะได้ประโยชน์ จากมัน แล้วถ้าหากว่ามันดันปลิ้นในทางที่ไม่ดีท่านก็คงต้องรับผลตอบแทนในสิ่ งที่มนั ได้แสดงออกมาทางคาพูด สุดท้ายก็ขอช่วยกันดุอาต่ออัลลอฮให้ตวั เราและพี่นอ้ งห่าง ไกลจากการเป็ นผูน้ ินทาและผูใ้ ส่ร้ายป้ ายสี เพื่อที่เราทั้งหมดจะได้พานักในที่อนั สถาพร และพบกับความสุขชัว่ นิรันดิ์ในบั้นปลายของชีวติ อินชาอัลลอฮฺ. ………………………………………………………………………………………………. อ้ างอิง จากหนังสื อ อัลฆีบะฮฺ การนินทา : หนทางสู่ไฟนรก ผูเ้ ขียน วาฮีด วับดุสสลาม บาลี แปลไทย บินติ อัล อิสลาม เรี ยบเรี ยง อับดุลอะซีซ (นภ) โสภณวสุ

13


_____

กองบรรณาธิการ ภูมิใจเสนอ…

บุรุษผู้ถูกท่ านนบี(ซ.ล.) เมินเฉย รายงานโดยท่านอิมามอะห์มดั บุคอรีย์และมุสลิม ท่านอัซซุฮฺรีย์ กล่าวไว้ วา่ “กะอับ อิบนุ มาลิกได้ กล่าวขณะที่เขาไม่สามารถเข้ าร่วมทาสงครามพร้ อมท่านรอซูลลุลลอ ฮฺ(ขอความสันติจงมีแด่ทา่ น) ที่สมรภูมิตะบูคว่า ฉันไม่เคยพลาดการเข้ าร่วมสงครามพร้ อมท่านรอ ซูลลุลลอฮฺเลยนอกจากสงครามที่ตะบูคเท่านัน้ ข่าวการไม่เข้ าร่วมสงครามตะบูคทังๆที ้ ่ฉันเองเป้ นคนที่ร่ารวยพร้ อมและเข้ มแข็ง” เหตุการณ์มอี ยูว่ า่ เท่าทีผ่ า่ นมาในการทาสงครามแต่ละครัง้ น้ อยนักที่ทา่ นรอซูลลุลลอฮฺจะ บอกให้ ร้ ูถึงสมรภูมิที่จะออกไปรบ แต่สมรภูมิตะบูคซึง่ เป็ นสมรภูมิที่ร้อนระอุและต้ องเดินทางไกล ข้ ามน ้าข้ ามเขา และต้ องประทะกับข้ าศึกที่มีจานวนมหาศาล ท่านรอซูลลุลลอฮฺจงึ แจ้ งให้ บรรดาศอ ฮาบะฮฺทราบถึงภารกิจที่พวกเขาต้ องปฏิบตั ิ ศัตรูที่ต้องเผชิญให้ บรรดาศอฮาบะฮฺทราบเพื่อ เตรียมพร้ อม และบรรดามุสลิมก็เข้ าร่วมในการเดินทางพร้ อมท่านรอซูลลุลลอฮฺในครัง้ นี ้อย่าง มากมาย จนไม่สามารถที่จะบรรทึกชื่อพวกเขาทังหมดได้ ้ กะอับ(ขอความโปรดปรานของอัลลอฮฺจง มีแด่เขา)เล่าไว้ วา่ … “น้ อยคนนักที่จะหลีกเลี่ยงหรือหลบหนีไม่เข้ าร่วม นอกเสียจากว่าจะมีใครบางคนที่คิดจะ หลบหนีได้ เพราะคิดว่าคนจานวนมาก ไม่มีใครรู้ จนกว่าจะมีอลั วะฮฺยปู ระทานลงมา ด้ วยสมรภูมิที่ ไกลและยากลาบากรอซูลลุลลอฮฺจงึ เลือกทาสงครามในฤดูที่ใบไม้ ผลิดอกออกผล และมี กิ่งก้ านสาขาแผ่เป็ นร่มเงาที่สามารถใช้ เป็ นที่พกั พิงแก่กองกาลังได้ และฉันเอง(กะอับ)ก็คิดอยูว่ า่ จะ ร่วมเดินทางไปกับท่านรอซูลลุลลอฮฺด้วย จึงกลับไปเพื่อเตรียมพร้ อม แต่ฉันก็ยงั ผัดผ่อนอยูจ่ นกระ ทังกองก ้ าลังออกเดินทางล่วงหน้ าไป และฉันเองคิดว่าจะต้ องตามไปให้ ทนั ในภายหลัง แต่แล้ วฉันก็

14


ไม่สามารถทาได้ จนกองกาลังล่วงหน้ าไปไกลจนฉันไม่สามารถร่วมเดินทางไปกับพวกเขาได้ ฉันจึง กลับบ้ านมา และเมื่อฉันออกไปในเมืองหลังจากที่ทา่ นรอซูลลุลลอฮฺ ได้ เดินทัพออกไปแล้ ว ก็พบว่า ฉันไม่พบใครเลยที่ไม่ร่วมเดินทางไปกับท่านรอซูลลุลลอฮฺ จะมีบ้างก็เพียงไม่กี่คนซึง่ ก้ เป็ นพวกกลับ กลอกที่ซอ่ นความเป็ นมุนาฟิ กอยูใ่ นใจ หรือบางคนที่ไม่อาจร่วมเดินทางไปด้ วยเพราะไม่สบาย” ปรากฏว่าการเดินทางไปทาสงครามที่ตะบูคในครัง้ นี ้ท่านรอซูลลุลลอฮฺ (ขอความสันติสขุ จงมีแด่ทา่ น)ไม่ได้ เอ่ยถึงฉันเลยจนกระทังถึ ้ งสมรภูมิตะบูค ท่านนัง่ อยูก่ บั บรรดาศอฮาบะฮฺและ กล่าวถามหาฉันว่า “กะอับ อิบนุมาลิกเขาทาอะไรของเขาอยู่ ไฉนจึงไม่ร่วมทางมากับพวกเราด้ วย ?” ชายเผ่า ซาลามะฮ์คนหนึ่งกล่าวว่า “โอ้ ท่านรอซูลลุ ลอฮฺ เขาคงเสพสุขอยูก่ บั บ้ าน จึงระอาที่จะออกมากับพวกเรา” ท่านมูอาซ อิบนุ ยะบัน กล่าวย้ อนขึ ้นมาว่า “ป่ วยการที่จะพูด ขอยืนยันต่ออัลลอฮฺ โอ้ ทา่ นรอซูลลุลอฮฺ เท่าที่ร้ ูมาเขาเป็ นคนดี ” ท่านรอซู ลุลลอฮฺก็นิ่งเสียไม่กล่าวว่ากระไร ครัน้ เมือ่ เสร็จสิ ้นการสงคราม กะอับ อิบนุ มาลิก กล่าวว่า “พอฉันทราบข่าวว่าท่านรอซู ลุลลอฮฺ(ขอความสันติสขุ จงมีแด่ทา่ น)กาลังมุง่ หน้ ากลับมาหลังเสร็จสิ ้นสงคราม บรรดาญาติๆของ ฉันได้ มาหาฉันพร้ อมกับแนะนาทางออกเพื่ออ้ างเป็ นเหตุผลที่ไม่ร่วมเดินทางไปในครัง้ นี ้ ฉันเองก็ ถามตัวเองอยูเ่ สมอว่าฉันจะหาทางแก้ ตวั ให้ กบั ตัวเองได้ อย่างไร ฉันพยายามปรึกษาขอความ คิดเห็นจากบรรดาญาติๆหลายคน จนกระทัง่ มีข่าวมาว่าท่านรอซูลลุ ลอฮฺได้ เดินทางกลับมาถึงแล้ ว สิ่งไม่ดีตา่ งๆที่ฉันกาลังวางแผนเพื่อเอาตัวรอดก็หายไปจากใจของฉันทังหมด ้ (ไม่คิดจะโกหกอีก เลย) หลังจากที่ฉันประจักษ์ แด่ตวั เองแล้ วว่าสิ่งเหล่านี ้ไร้ ประโยชน์ ฉันจะพูดความจริงทังหมด ้ จนกระทัง่ ท่านรอซูลลุ ลอฮฺกลับมาถึง โดยที่ทา่ นหยุดการเดินทางของท่านที่มสั ยิดพร้ อมกับ ละหมาดสองรอกาอัต จากนันก็ ้ มานัง่ ร่วมกับซอฮาบะฮฺ เมื่อเห็นดังนันบรรดาผู ้ ้ ที่ไม่ได้ ร่วมเดินทาง ต่างกรูกนั เข้ าไปหาด้ วยเหตุผลเพื่อขอโทษขอโพย โดยพวกเขามีประมาณแปดสิบกว่าคน และท่าน รอซูลลุ ลอฮฺ ก็ยอมรับในเหตุผลของพวกเขาและขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺให้ พวกเขา โดยปล่อยให้ ความจริงที่อยูภ่ ายในใจ ของพวกเขาให้ อลั ลอฮฺเป็ นผู้ตดั สิน เมื่อนั (กะอับ)ไปถึง ฉันก็ได้ ให้ สลามต่อท่าน ท่านก็ยิ ้มรับโดย แฝงไว้ ด้วยความไม่พอใจ พลางกล่าวกับฉันว่า “เข้ ามาสิ” ฉันเองก็เข้ าไปหาโดยไปนัง่ อยูต่ อ่ หน้ าท่าน และท่านก็ถามฉันว่า “อะไรหรือที่ทาให้ ทา่ นไม่ร่วม เดินทางไปกับเรา ?” ฉันก็ตอบว่า “โอ้ ทา่ นรอซูลลุ ลอฮฺ หากฉันอยูต่ อ่ หน้ าคนอื่นที่ไม่ไช่ศาสนฑูตของอัลลอฮฺ ฉันคงจะโกหกและ หาทางแก้ ตวั เอาตัวรอดให้ กบั ตัวเองได้ เพราะใครก็ร้ ูวา่ ฉันเป็ นนักพุด แต่ฉันขอยืนยันต่ออัลลอฮฺ หากฉันพูดเท็จในวันนี ้ และท่านยอมเชื่อ สักวันหนึ่งอัลลอฮฺจะให้ ความจริงปรากฏขึ ้นท่านก็จะต้ อง

15


รู้อยูด่ ี ว่าที่ฉันพุดไปนันไม่ ้ เป็ นความจริงและท่านก็จะดกรธฉันในภายหลัง ฉันจึงขอรับโทษ จากอัลลอฮฺ ฉันขอพูดความจริงว่าฉันไม่ได้ เป็ นอะไร ” ท่านรอซูลลุ ลอฮฺได้ ฟังดังนัน้ ก็กล่าว���่า “นัน่ แหละความจริง จงลุกขึ ้นรับโทษจากอัลลอฮฺเถิด” ฉันก็ลกุ ขึ ้นมีกลุม่ ผู้ชายหลายคนจากบนีซาลามะฮฺตามฉันมาและพุดกับฉันว่า ขอยืนยัน ต่ออัลลอฮฺเราไม่เคยเห็นท่านทาบาปเช่นนี ้มาก่อน ท่านไม่สามารถที่จะนาเหตุผลมาอ้ างต่อท่านรอซู ลุลลอฮฺดงั ที่คนอื่นๆกระทาได้ แท้ จริงแล้ วบาปของท่านเพียงแค่ทา่ นรอซูลลุ ลอฮฺขออภัยโทษให้ ก็ เพียงพอแล้ ว พวกเขามาต่อว่าฉันหลายอย่างจนฉันเองเกือบจะกลับไปหาท่านรอซูลลุ ลอฮฺและโกหก กับท่านใหม่ แต่แล้ วฉันก็พดู กับพวกเขาว่ามีใครที่ประสบเหมือนที่ฉันประสบอยูส่ กั คนไหม พวกเขา มีคือ ท่านมารอเราะฮฺ อิบนุ อัรรอบิอฺ และฮิลาล อิบนุอมุ ยั ยะฮฺ อัลวากิฟี และพวกเขาก็ได้ กล่าวถึง คนดีทงสองคนที ั้ ่เคยร่วมสมรภูมิบะดัร จนกระทังฉั ้ นนึกขึ ้นได้ เขากล่าวว่า ท่านนบี(ขอความสันติสขุ จงมีแด่ทา่ น) ได้ ห้ามผู้คนพูดคุยกับพวกเราทังสามคน ้ (ที่ไม่ได้ ร่วมเดินทางไปร่วมสงคราม) ให้ ผ้ คู นอย่าได้ คบค้ าสมาคมกับพวกเรา จนฉันรู้สกึ ว่าแผ่นดินที่ ฉันกาลังอยูใ่ นปั จจุบนั ไม่ใช่แผ่นดินที่ฉันเคยอาศัยมาก่อน เหตุการณ์นี ้อยูก่ บั ฉันเป็ นเวลาห้ าสิบคืน ส่วนเพื่อนอีกสองคนของฉันต่างหมดกาลังใจหลบอยูก่ บั บ้ านไม่ออกไปไหน ส่วนฉันเองยังออกไปมา หาสูเ่ พื่อนๆตามปกติ ฉันออกไปละหมาดพร้ อมกับบรรดามุสลิม ออกไปในตลาดตามปกติแต่ไม่มี ใครพูดกับฉันเลย ฉันไปหาท่านรอซูลลุ ลอฮฺ ฉันได้ ให้ สลามแก่ทา่ นขณะที่ทา่ นนัง่ ละหมาดอยู่ ฉันพูด กับตัวเองว่าท่านขยับริมฝี ปากตอบรับสลามของฉันหรือไม่ จากนันฉั ้ นก็นงั่ ลงและละหมาดอยูใ่ กล้ กับท่าน และแอบชาเลืองดูทา่ น ในบางครัง้ ว่าท่านมองมายังฉันบ้ างหรือเปล่า เมื่อฉันละหมาดเสร็จฉันก็หนั ไปยังท่านแต่ทา่ น กลับเมินหน้ าหนีไปจากฉัน เหตุการณ์เป็ นอยูอ่ ย่างนี ้โดยที่ทกุ คนเมินหน้ าไม่ยอมคบค้ าสมาคมกับ ฉันเลย ฉันต้ องเดินข้ ามกาแพงของอบีกอตาดะฮฺซงึ่ เขาคือลูกพี่ลกุ น้ องของฉันและเป็ นคนที่ฉันรัก มากที่สดุ ฉันได้ ให้ สลามแก่เขาแต่ปรากฏว่าไม่มีใครตอบรับสลามต่อฉันเลย ฉันจึงพูดกับเขาว่า “ท่านรู้หรือไม่วา่ ฉันรักอัลลอฮฺและศาสนฑูตของพระองค์ ฉันพยายามสาบานต่ออัลลอฮฺตอ่ หน้ าพวกเขาครัง้ แล้ วครัง้ เล่าเพื่อให้ พวกเขาเชื่อ แต่พวกเขากลับนิ่งเงียบ และในที่สดุ ฉันก็กล่าวกับ ตัวเองว่า อัลลอฮฺและศาสนฑูตของพระองค์คงทราบดี ฉันถึงกับร้ องไห้ จนน ้าตาคลอเบ้ าตา และข้ าม กาแพงหลบไป” วันหนึ่งขณะที่ฉันกาลังเดินอยูใ่ นตลาดมีชาวซีเรียคนหนึ่งมาถามหาฉันต่อผู้คนว่าคนไหนคือ กะอับ บิน มาลิก ผู้คนในตลาดก็แนะนาให้ เขา และเขาก็เข้ ามาพร้ อมกับจดหมายฉบับหนึ่งเมื่อฉัน เปิ ดอ่านฉันก็พบข้ อความว่า “อัลลอฮฺไม่ได้ ทาให้ ทา่ นคับแค้ นที่อยูถ่ ึงขนาดนี ้ จงมาหาเราเถิดแล้ วเราจะช่วยเหลือท่าน”เมื่อ ฉันอ่านจบฉันก็พดู กับตัวเองว่า “นี่ก็บททดสอบเหมือนกัน”

16


และฉันก็ขยี ้จดหมายฉบับนี ้และโยนเข้ าเตาเผาขนมปั งไปเสีย ฉันอยูอ่ ย่างนี ้จนถึงวันที่สี่สิบ ก็มีตวั แทนของท่านรอซูลลุ ลอฮฺนาคาสัง่ มาหาฉัน และกล่าวว่า “ท่านรอซูลลุ ลอฮฺ(ขอความสันติสขุ จงมีแด่ทา่ น)ได้ สงั่ ให้ ทา่ นแยกกันอยูก่ บั ภรรยาของท่าน” ฉันจึงถามเขาว่า “จะให้ ฉันหย่าจากเขากระนันหรื ้ อ หรือจะให้ ฉันปฏิบตั ิอย่างไร ?” เขาตอบว่า “ไม่ใช่หย่าหรอก เพียงแยกกันอยูเ่ ท่านัน” ้ และเพื่อนของฉันอีกสองคนก็ได้ รับคาสัง่ ในแบบเดียวกัน ต่อมาภรรยาของท่าน ฮิลาล ก็มาหา ท่านรอซูลลุ ลอฮฺและเรียนกับท่านว่า “โอ้ ท่านรอซูลลุ ลอฮฺ แท้ จริงแล้ วฮิลาลเป็ นคนแก่ที่หลงๆลืมๆไม่มีใครคอยช่วยเหลือ จะได้ ไหม ที่ฉันจะคอยรับใช้ เขา ? ” ท่านตอบว่า “ไม่ได้ ท่านอย่าได้ ใกล้ ชิดเขา” หล่อนตอบว่า “ ขอยืนยันต่ออัลลอฮฺเขาไม่ได้ ทาอะไรเลย เขาเอาแต่ร้องไห้ ตงแต่ ั ้ วนั ที่ทา่ นมีคาสัง่ มาจนถึงทุก วันนี ้ ญาติของฉันคนหนึ่งกล่าวกับฉันว่า หากท่านขออนุญาตจากท่านรอซูลลุ ลอฮฺ ท่านคงจะ อนุญาต เพราะท่านได้ อนุญาตภรรยาของฮิลาลให้ ปรนนิบตั ิฮิลาลได้” ฉันก็ตอบว่า “ฉันจะไม่ขออนุญาตท่านหรอกเพราะไม่ร้ ูวา่ ท่านจะตอบว่าอย่างไร หากฉันขออนุญาตท่าน เพราะฉันยังหนุ่มและแข็งแรงอยูไ่ ม่เหมือนฮิลาล” สิบวันต่อมาก็เป็ นว่าครบกาหนดการลงโทษพวกเราเป็ นเวลาห้ าสิบวัน จากการห้ ามไม่ให้ ผ้ คู น ติดต่อกับเรา ขณะที่ฉันนัง่ อยูบ่ นบ้ านโดยพยายามนึกถึงตัวเองว่าบัดนี ้ฉันคับแคบไปหมดทังจิ ้ ตใจ และแผ่นดินที่อยู่ ฉันก็ได้ ยินเสียงตะโกนจากยอดเขาด้ วยเสียงอันดังว่า “โอ้ กะอับ บิน มาลิก ข่าวดีมาแล้ ว” ฉันถึงกับก้ มกราบเพราะรู้วา่ สิ ้นสุดการลงโทษแก่ฉนั แล้ วท่านรอซูลลุ ลอฮฺได้ อนุยาติให้ ฉนั ได้ รับ การอภัยโทษจากอัลลอฮฺแล้ ว ในเวลาละหมาดศุบหฺ หลังจากนันผู ้ ้ คนต่างมุง่ หน้ ามายังฉันเพื่อแสดง ความยินดีในสิ่งที่ฉันได้ รับก่อนจากเพื่อนของฉันอีกสองคนบางคนควบม้ ามาหาแต่เสียงจากบน ภูเขากลับเร็วกว่า เมื่อเจ้ าของเสียงที่ประกาศเดินทางมาเพื่อแสดงความยินดี ฉันก็ถอดเสื ้อสองตัว สวมใส่ให้ กบั เขา ทังที ้ ่ในวันนันฉั ้ นไม่มีเสื ้อผ้ าเลยนอกจากเสื ้อตัวนัน้ ฉันถึงขนาดต้ องยืมเสื ้อจากคนอื่นเพื่อใส่ไปหาท่านรอซูลลุ ลอฮฺ ในขณะทีฉ่ นั พยายามมุง่ ไปหา ท่านรอซูลลุ ลอฮฺ ผู้คนกลับมุง่ มาหาฉันเพื่อแสดงความดีใจในการรับเตาบะฮฺของฉัน จนกระทัง่ ฉันได้ พบท่านรอซูลลุ ลอฮฺซงึ่ นัง่ อยูใ่ นมัสยิดพร้ อมกับศอฮาบะฮฺหลายคน เมื่อฉันย่างก้ าว ไปท่านฏอลฮะฮฺก็ลกุ ขึ ้นมาต้ อนรับฉันและแสดงความดีใจต่อฉัน ซึง่ ไม่มีผ้ ใู ดลุกขึ ้นมาเลยนอกจาก ท่าน ท่านกล่าวว่า

17


“กะอับ จะไม่มีวนั ลืมเหตุการณ์นี ้เด็ดขาด” กะอับกล่าวว่า ฉันเข้ าไปให้ สลามท่านรอซูลลุ ลอฮฺ(ขอความสันติสขุ จงมีแด่ทา่ น) ใน ขณะที่ทา่ นกล่าวด้ วยใบหน้ าที่สดใสและดีใจว่า “ฉันขอบอกข่าวให้ กบั ท่านถึงวันที่ดีที่สดุ สาหรับท่านตังแต่ ้ ทา่ นถูกคลอดออกมาจาก ท้ องบิดาของท่านมา” ฉันเรียนถามท่านว่า “จากท่านหรือท่านรอซูลลุ ลอฮฺ ?” ท่านตอบว่า “เปล่าเลยจากอัลลอฮฺตา่ งหาก” และท่านรอซูลลุ ลอฮฺ(ขอความสันติสขุ จงมีแด่ทา่ น)เมื่อท่านมีความสุขใบหน้ าของท่าน ก็จะยิ ้มแย้ มแจ่มใสดัง่ พระจันทร์ เต็มดวง ซึง่ เราทราบกันดี เมื่อฉันได้ นงั่ ลงต่อหน้ าของท่าน ก็พดู ว่า “โอ้ ท่านรอซูลลุ ลอฮฺ จากการที่อลั ลอฮฺได้ ให้ อภัยต่อฉันในครัง้ นี ้จะได้ ไหมหากฉันจะเอา ทรัพย์สินของฉันทังหมดบริ ้ จาคในทางของอัลลอฮฺและศาสนฑูตของพระองค์ ?” ท่านตอบว่า “ควรจะเก็บบางส่วนไว้ กบั ท่านบ้ างจะดีกว่า” ฉันเลยตอบว่า “ฉันเก็บธนูที่ฉันเคยใช้ ในสมรภูมิคอยบัรไว้ ” และก็พดู ต่อไปว่า “อัลลอฮฺให้ ฉันปลอดภัยด้ วยการรับการขออภัยโทษจากฉัน ฉะนัน้ ฉันน่าจะบริจาค ทรัพย์สินที่ฉันมีอยูท่ งหมดในหนทางแห่ ั้ งอัลลอฮฺ” เป็ นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ขอยืนยันด้ วยอัลลอฮฺฉันไม่เคยรู้เห็นมาก่อนเลยว่าอัลลอ ฮฺทรงทาการทดสอบมุสลิมคนใด เพราะความมีสจั จะในคาพูดของเขา ตังแต่ ้ วนั ที่ฉันได้ พดุ ความ จริงต่อท่านรอซูลลุ ลอฮฺ(ขอความสันติจงมีแด่ทา่ น) มันเป็ นการทดสอบที่ดีที่สดุ ที่อลั ลอฮฺทรงทาการ ทดสอบต���อตัวฉัน ขอยืนยันฉันไม่เคยพูดโกหกต่อท่านรอซูลลุ ลอฮฺเลยตังแต่ ้ นนมาถึ ั ้ งวันนี ้ และฉัน หวังด้ วยว่าอัลลอฮฺทรงปกป้องฉันมิให้ ทาในสิ่งที่ไม่ดีอีกตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ …จบ.

หมายเหตุ : ตั้งใจจะให้คอลัมน์น้ ีเป็ นเรื่ องราวของบรรดาผูท้ ี่อยูใ่ ต้ร่มเงากุรอาน นั้นคือผูท้ ี่ชีวิตเค้า ทุ่มเทเพื่อศาสนาที่ยงิ่ ใหญ่น้ ี ประวัติศาสตร์ ของพวกเขา จะทาให้หวั ใจของเราพองโตและพร้อมที่ จะก้าวลงสนามแห่ งการฟื้ นฟูอิสลามที่กลิ่นอายของมันไม่เคยจางหายไปเลย ไม่วา่ จะยุคใดๆ

18


ตอน …ความเป็ นพี่นอ้ ง… เล่าโดย คู่ชกหญิงป้ า ก่อนหน้านี้ ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับความเป็ นพี่นอ้ ง มันยังโหรงเหรงเบา บาง อาจจะดูคุกรุ่ นรุ นแรงอย่างไม่ละเอียดในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ปาเลสไตน์ มีคาถาม จากผูค้ นที่พยายามปลุกระดมมากมายว่า มุสลิมที่ปาเลสไตน์ไม่ใช่พี่นอ้ งคุณหรื อ ไง ทาไมล่ะ คุณไม่รู้สึกเจ็บปวดบ้างหรอ เราก็จะพลอยเจ็บปวด ไปตามคาพูด หรื อ หลังจากดูวดิ ีโอ หรื ออะไรก็ตามที่กระตุน้ อารมณ์น้ นั ถามว่า เราเข้าใจคาว่าพี่นอ้ งในสาย เชือกมากแค่ไหน คาตอบคือ น้อยมาก กว่าจะได้รับรู ้ตอ้ งรอให้ถูกเข่นฆ่าเลือดสาดซะ ก่อน บางทีกลับมาทบทวน ที่เรารู ้สึกเจ็บช้ า ในส่วนที่พี่นอ้ งปาเลสไตน์ถูกทารุ ณ เป็ น ความเจ็บช้ า เพราะความเป็ นพี่นอ้ ง หรื อสัญชาตญานความเห็นใจแก่เพื่อนมนุษย์ที่มีอยู่ แล้วในจิตสานึกทุกคน หากเป็ นอย่างหลังแล้ว คงไม่มีความบารอกัตใดๆ ในการรู ้สึก เจ็บปวดแค่น้ นั จึงต้องเริ่ มตามหาคาตอบของบางคาถามที่คา้ งคา เมื่อวันหนึ่ง คงไม่ได้เป็ นมาจากอื่นใดนอกจากความเมตตาของเอกองค์ อัลลอฮ์(ซ.บ.) ที่ได้มีโอกาสไปเยือน ไปพบเจอ กับคาตอบหลายๆ คาตอบที่คา้ งคาแบบที่ เรี ยกได้วา่ ไม่มีอยูใ่ นแพลนซะหน่อย ได้มีโอกาสไปพักบ้าน “พีน่ ้ อง‛ แห่งหนึ่ง เป็ นญา มาอะห์เล็กๆ ที่เคยได้ไปร่ วมทาค่ายด้วยกันมา อยูไ่ ม่นานมาก แต่สิ่งที่ได้ มีอะไรมากกว่า ที่คาดไว้ ในค่าย ได้มี“พีส่ าว‛ คนหนึ่ง เปล่งคาพูดสอนน้องค่าย ว่า “ความเป็ นพี่นอ้ ง ไม่ใช่เรื่ องง่าย เอาง่ายๆ เพื่อนคนใกล้ๆ เรารัก เราห่วงเค้าแค่ไหน ไม่ตอ้ งพูดถึง ปาเลสไตน์หรอก เอาคนใกล้ตวั เราให้ความเป็ นพี่นอ้ งหรื อยัง ” ตอนนั้นก็อ้ ึงกิมกี่ ไป และเริ่ มรู ้สึกถึงรายละเอียดของความเป็ นพี่นอ้ ง ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด

20


ได้ไปพักที่ “บ้านใหญ่ ”นั้น ก็ได้สมั ผัสกับความเป็ นพี่นอ้ ง ที่ไม่ใช่แค่คาพูด พี่ฉนั น้องฉัน หากแต่เป็ นการกระทา ความห่วงใย ความช่วยเหลือที่บริ สุทธิ์ ไม่ใช่ แนวจิจ๊ะน่ะ อาจจะไม่ได้นุ่มนวลโอ๋ อะไรกันมาก ก็เป็ นอย่างที่ทุกคนเป็ น แต่บท ช่วยเหลือนี่ พบเจอได้ยากมากในสังคมปั จจุบนั ช่วยเหลือชนิดที่วา่ ไม่ได้คิดว่า ตนจะ ลาบากหรื อเปล่า หากแต่หากทาให้พี่นอ้ งสบายขึ้น ก็ยอมที่จะทาโดยไม่เกี่ยงงอน หรื อ โอ้เอ้ซกั นิด วันหนึ่ง ได้ไปพักที่หออื่นคนเดียว ซึ่งเป็ นหอใกล้ๆกับบ้านใหญ่ ตอนนั้น ยังไม่ได้สนิทกับพี่ๆ บ้านใหญ่ เลยเลือกจะอยูค่ นเดียวดีกว่า นัง่ เขียนรายงานไปพลาง เล่นเอ็มไปพลาง ฝนตกหนักมาก ราวๆห้าทุ่มแล้ว ก็คุยเอ็มกับพี่สาวบ้านใหญ่คนหนึ่ง ก็ ออกแนวบ่นๆไปว่า ปวดท้องจัง แต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไรมาก เพราะไม่ได้ปวดมาก ซัก พัก พี่เค้าก็หายไปจากหน้าเอ็ม เราก็ เอ๊ะ ไปไหนก็ไม่ได้สนใจ ฝนยังคงตกหนักเป็ น ระยะๆ ซักพัก มีสายเข้า เอื้อมมือรับโทรศัพท์ แล้วก็มีเสี ยงพี่จากบ้านใหญ่โทร .มา “ ลง มาข้างล่างเร็ ว รออยูน่ ะ “ เราก็ เอ๊ะ มาทาไมป่ านนี้ ก็เลยลงไปชั้นล่างไปเปิ ดประตูหน้า หอ เห็นพี่บา้ นใหญ่สองคนตัวเปี ยก ยกถุงยาแก้ปวดท้องกะน้ าดื่มข้ามประตูร้ ัว มา ให้ เราถึงกับอึ้ง แล้วความรู ้สึกก็คือ เอ้ย อะไรจะขนาดนั้น แล้วเค้าก็กลุ ีกจุ อหนีกลับบ้าน กันไป เลยโทร.ไปถามพี่คนที่คุยเอ็มว่า…ทาไมต้องทาแบบนี้ดว้ ย ฝนก็ตกหนัก เวลาก็ดึก แล้ว แล้วทาไมชอบทาให้ลาบาก ทาไมต้องทาให้เราเป็ นภาระของพี่ๆ ทาไมพี่ๆต้องม า ลาบากเพราะเราด้วย เราก็ปล่อย คาถามที่ไม่เข้าใจว่าทาไม ต้องช่วยกันขนาดนี้ แล้วคาตอบของพี่เค้าคือ “ คา ว่ าพีน่ ้ อง มีคาว่ าลาบากด้ วยหรอ มีคาว่ าภาระด้ วยหรอ ” ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอ ประโยคนี้ แล้วคืนนั้น ก็ได้อิ่มซึมซับ ”น้ าใจ” จากพี่ๆบ้านใหญ่ไปมากเลยทีเดียว มีอีก หลายสิ บเหตุการณ์ ที่แสดงถึงความช่วยเหลือ อยากช่วยเหลือ อยากแบ่งเบา ระหว่าง ในญะมะอะฮฺ และกับคนนอกที่มาเยีย่ มเยียนบ้านใหญ่แห่งนี้ และอีกหลายเรื่ องที่ทาเรา อึ้งและอึ้ง การตักเตือนอย่างจริ งใจ ความรู ้สึกเป็ นเดือดเป็ นร้อนในความทุกข์ของพี่นอ้ ง คนอื่นๆ ตลอดเวลาที่ได้สมั ผัส แค่ได้อยูใ่ นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็ทาให้ได้รู้สึกถึง ความเป็ น“น้ องสาว‛ ที่อบอุ่นด้วยฟิ ตเราะฮฺของอิสลาม ดังนั้น จึงไม่แปลกเลย ที่มี

21


เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์หลายๆ อย่างที่แสดงถึงการให้ความเป็ นพี่นอ้ งอย่างแท้จริ ง กับผูร้ ่ วมชาฮาดะ ฮฺ เดียวกัน และมีกรุ อานและ หะดิษในหลายๆจุด ที่ย้าชัดในเรื่ องนี้ ท่านนบี –ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม- ได้กล่าวว่า : “มุสลิม” เป็ นพี่น้องของมุสลิม ห้ าม อธรรมต่ อเขา อย่ าทอดทิ ง้ ละเลยเขา และใครที่ ช่วยปลดเปลือ้ งภาระของพี่น้องของเขา อัลลอฮฺ กจ็ ะทรงปลดเปลือ้ งภาระให้ แก่ เขาผู้นั้นด้ วย และใครที่ ปล่ อยให้ พี่น้องมุสลิมอยู่ ในความทุกข์ ยาก อัลลอฮฺ กจ็ ะทรงปล่ อยเขาในความลาบากจากความยากลาบากอัน มากมายในวันกิยามะฮฺ และใครที่ รักษาความลับ/ความอับอายของพี่น้องมุสลิม อัลลอฮฺ ก็ จะทรงรั กษา(ปกปิ ด)ความลับ/ความอับอายของเขาในวันกิยามะฮฺ ด้วย [บันทึกโดย อัลบุ คอรี ] ในภาวะที่อิสลามกาลังถูกศัตรู จอ้ งจะทาลายเราอยูใ่ นทุกทิศ สิ่ งสาคัญที่จะต้อง มีและจะต้องรักษาไว้ คือ “ความเป็ นพีน่ ้ องในสายเชือกของอิสลาม” ลองถามตัวเองดูวา่ วันนี้ ได้ให้ความเป็ นพี่นอ้ งกับใครไปบ้างหรือยัง? .

อีมาน = กระดุมเม็ดแรก : คนมุสลิมนัน้ ต้องใช้อสิ ลามในการดาเนิน ชีวติ อิสลามไช่แค่ว่าไม่กนิ หมู ไม่ใส่ขาสัน้ แต่ ว่ามันคือทุกสิง่ คือการ แปรงฟนั คือการเก็บขยะ คือการยิม้ คือการอิบาดัต คือการญิฮาด ฯลฯ อีกทัง้ มุสลิมทีด่ ี ยังต้องมีอมี านทีแ่ กร่ง อีมานอ่อนเมือ่ ไร คนเราก็ มักจะโลเล ผิดนู่นผิดนี้ ผิดไปหมด(รึจะเถียง) ทาอะไรก็ไม่ดสี กั อย่าง เพราะใจทีอ่ ่อนแอ่ยอ่ มเคลื่อนตามทุกสิง่ ไป แม้จะลงไปในรูแย้ ฉันก็จะ ลงด้วยคน อีมานจึงเปรียบดังกระดุ ่ มเม็ดแรกของเสือ้ หากคุณใส่ผดิ รู เม็ดต่อไปก็อย่าคิดว่าจะถูกรู ดังนัน้ เมือ่ เราดูแลรักษาอีมานของเราให้ ดีๆ เชื่อเถอะทุกการงานของเราจะผ่านพ้นไปด้วยดีดว้ ยการช่วยเหลือ จากอัลลอฮฺ(ซ.บ.)พระเจ้าของเรา… “ดังนัน้ พวกเจ้าจงระลึกถึงข้าเถิ ด ข้าก็จะระลึกถึงพวกเจ้า …” 2:152


>> ปั ทมา อ้างอิงข้อมูลจากบทสัมภาษณ์นกั ศึกษา นสพ.ทางนา 15 มีนา-14 เมษา 2531 มีบางคนเคยบอกไว้วา่ อาณาจักรอิสลามล่มสลายไปเมื่อปี 1924 และวันนี้ ปี 2009… 100 ปี ยังไม่ถึงเลย ...แต่มุสลิมเรา ไม่รู้จกั วิถีชีวติ แบบอิสลามเสี ยแล้ว พ.ศ.2530 - 2532 มุสลิมะฮฺวทิ ยาลัยครู ยะลา กลุ่มหนึ่ง ลุกขึ้นสูเ้ พื่อทวงสิ ทธิ ที่พระเจ้าผูย้ งิ่ ใหญ่ให้พวกเธอมา แต่ผคู ้ น���ม้แต่มุสลิมเอง กลับหันหลังให้ สิ่ งนี้ที่พวกเธอเรี ยกว่า “ฮิญาบ” อาจารย์โรงเรี ยนประถมแห่งหนึ่งสมัยนั้น กล่าวหาเด็กผูห้ ญิงคนหนึ่งอายุ 12 ขวบ ด.ญ.ระรินทรา แวนาไล คือหนึ่งใน 80 คนที่ไม่ยอมถอดผ้าคลุมอันสง่างามนั้น ทั้งที่อีก 79 คนที่เหลือนั้น ยอมสยบต่ออานาจครู ผนู ้ ้ นั แล้ว เด็กผูห้ ญิง ถูกเรี ยกโดยครู ใจบาปคนนั้นว่า “ไอ้นกฮูก” ไอ้นกฮูก ไอ้นกฮูก ไอ้นกฮูก … (สัตว์เดรัจฉาน ? .. ..) แทงใจดา ทาร้ายจิตใจเด็กผูห้ ญิงตัวน้อยๆ น้องสาวของพวกเรา เสี ยเหลือเกิน หากวันนั้น เธอยอมแพ้ เราอาจไม่ได้รับรู ้วรี กรรมของเธอ ที่วทิ ยาลัยครู ยะลา ฟาตีมะฮฺ แก้ วดารงชัย เด็กสาวรุ่ นพี่กว่า อายุ 20 ปี จากสายบุรี เคยพูดว่า…

24


“(หลังคุลมฮิ ญาบแล้ ว)ความรู้ สึกที่ ตัวเองเป็ นคนกลับกลอก พออยู่ที่บ้านคลุม พอมา

สถาบัน โชว์ สัดส่ วนนั้น หายไปสิ ้น เพราะตอนนีเ้ ราจะไม่ ขอแต่ งกายชุดนักศึกษาอีก ต่ อไป เราจะใส่ ชุดฮิ ญาบเท่ านั้นไปเรี ยนที่ วิทยาลัยครู ถึงแม้ จะเกิดอะไรตามมาก็ตาม” ถึงแม้จะเกิดอะไรตามมาก็ตาม… เธอพร้อมกับเพื่อนๆอีกไม่กี่คนยืนหยัดความเชื่ออันยิง่ ใหญ่น้ ี ท่ามกลางแววตาอามหิ ต จากเหล่าอาจารย์และกระทรวงศึกษาธิการสมัยนั้น “ทางวิทยาลัยเขาว่ าเราได้ วน ั ละ 100 บาทกับการแต่ งกายชุดนี ้ บ้ างก็ว่าพวกเรานีจ้ ะไป เรี ยนไคโร มีทุนให้ เรี ยบร้ อยแล้ ว เราก็เฉย เพราะเขาไม่ ยอมเข้ าใจ บ้ างครั้ งเราก็อธิ บาย ให้ เขา เขาก็ตวาดมา บ้ างก็ว่าเราอยากเป็ นวีรสตรี อยากเก่ ง อยากจะให้ คนรู้ ว่าตัวเองมี ความสามารถ พวกหนูแต่ งกายเช่ นนี ้ พวกหนูไม่ เคยคิดจะประกาศให้ ใครรู้ พวกหนูมี ความสามารถเพราะอันที่ จริ งจะทาก็ทาด้ วยหลักการศาสนา แกก็เอามือทุบโต๊ ะแล้ วก็ตะโกนว่ า หยุดนะ เริ่ มเอาอารมณ์ เข้ ามาพูดแล้ วก็บอกว่ า หยุดนะ ฉั นไม่ ได้ พูดกับเธอ ฉั นพูดกับคนฉลาด ซึ่ งวันนั้นก็ร้ ู สึกสะเทื อนใจมาก” เขาว่าดอกไม้แห่งอิสลามเป็ นคนโง่อย่างนั้นหรื อ พวกเธอแขวนชีวติ อยูบ่ นเส้นด้ายของการโดนไล่ออก แต่หากนั้นไม่ไช่ความกลัวของ พวกเธอ พวกเขารู ้ดีวา่ มาลาอีกะฮฺกาลังกางปี กโอบล้อมคุม้ ครองอยู่ สิ่ งใดๆในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่ตอ้ งกลัวเกรง อัลลอฮฺทรงอยูก่ บั เรา “ดังนั้นพวกเจ้ าจงระลึกถึงข้ าเถิด ข้ าก็จะระลึกถึงพวกเจ้ า และจงขอบคุณข้ าเถิด และจง อย่ าเนรคุณต่ อข้ าเลย” อัลบากอเราะฮฺ : 152 พวกเขาเลือกที่ จะระลึกถึงพระเจ้ า ขอบคุณพระองค์ และทิ ง้ การเนรคุณไป “เราก็บอกแม่ ว่า แม่ นะ สมมุติลกู ถูกโดนไล่ ออกครั้ งนีน ้ ะแม่ แม่ ไม่ ต้องเสี ยใจหรอก แต่ แม่ คิดดูถ้าลูกแต่ งกายเช่ นนั้นตามที่ เขาสั่งให้ แต่ ง ถ้ าลูกตามเขาแล้ วจบปริ ญญาตรี แม่ แน่ ใจหรื อ ว่ าอัลลอฮฺ จะประทานริ ซกีให้ กับลูก ในเมื่อหนทางของอัลลอฮฺ ลูกเองก็ยงั ไม่ ช่ วยเหลือในหนทางของพระองค์ แม่ กบ็ อกว่ า ก็ถ้าลูกทาใจได้ ถึงขนาดนั้น ก็ตกลง แม่ ไม่ ว่าอะไรทั้งนั้น การกระทาทีท่ าอยู่ มันไม่ ได้ เป็ นเรื่องของประเพณี แต่ มันเป็ นหลักการบัญญัติของ ศาสนาอิสลาม”

25


ไอ้นกฮูกบ้างละ ถุงครอบสี ดาบ้างละ คือคาพูดที่ออกจากปากของคนที่ถูกเรี ยกว่าครู แม้จะสะเทือนใจสักปานใด แต่ดวงใจของผูศ้ รัทธานั้น ต้องแข้มแข็งเสมอ แม้ในสายตาครู ดอกไม้แห่งอิสลามจะเป็ นแค่ดงหญ้าริ มทาง แต่มนั ก็ไม่เคยจะล้มลง ยังคงปลิวสไหว ยืนหยัดอย่างมัน่ คง แม้ลมจะพัดแรงสักปานใดก็ตาม จะมีก็แต่ลมเหม็นจากปากครู ปลอมเหล่านั้นต่างหาก ซึ่งที่สุดแล้วจะยอมแพ้ต่อการ ยืนหยัดนั้น และจะจากไปในที่สุด โดนไล่ออกวันนี้ ไม่อายเท่าโดนตะเพิดไล่จากผูอ้ ภิบาลในวันกียามัต “เจ้ าจงออกไป เจ้ าคนเนรคุณ ไปที่ ๆเจ้ าควรอยู่ ที่ ในนั้นมนุษย์ และก้ อนหิ นเป็ น เชื อ้ เพลิง” “ครั้ นมีหนังสื ออนุญาติให้ แต่ งกาย…คาพูดของอาจารย์ ที่ใส่ ในข้ อความนั้น เป็ น การดูถกู ด้ วย เช่ นแทนที่ จะยกเว้ นใบหน้ า ก็เขียน “โผล่ หน้ า” คือใช้ คาพูดที่ เป็ น อคติ” ใจคนมันชัง่ ดา มืดมิดอะไรเยีย่ งนี้ แต่ดวงใจของผูศ้ รัทธานั้นเล่า งดงามเสมอมา “มีอาจารย์ ไปที่ บ้าน ไปยุพ่อแม่ เที่ ยวพูดเรื่ องปั ญหาแบ่ งแยกดินแดนให้ ทางบ้ าน กลัวบ้ าง แต่ ความตั้งใจ คิดว่ าถ้ าเรื่ องนีไ้ ม่ สาเร็ จก็จะออก ออกไปสอนกุรอานให้ เด็กๆ” “มุสลิมเราละเลยกันมามากแล้ วกับการแต่ งตัวเช่ นนี ้ เพราะบางคนคิดว่ าเป็ นการ แต่ งตัวตามประเพณี แต่ อันที่ จริ งมันเป็ นสัจธรรมอย่ างที่ อยู่ในอัลกุรอาน ในซูเราะฮฺ อันนูร อายะฮฺ ที่ 31” ด้ วยสานึกของดอกไม้ แห่ งอิสลามไม่ กี่คน นามาสู่กระแสธารการรณรงค์ (ใส่ ฮิญาบ) ทั่วประเทศไทย… วันนีป้ ี พ.ศ.2552 ผ่ านมา 20 กว่ าปี เท่ านั้น เหลือบมองดอกไม้ แห่ งอิสลามข้ างๆท่ านดูหน่ อยไหม เธอยังคงเป็ นดอกไม้ อันงดงาม อยู่อีกหรื อเปล่ า ? .

26


ฝากให้ คิด: เรื่ องหนึ่งที่ฉันไม่ เคยเข้ าใจ

ปัจจุบนั ที่มีมากจนจะมากที่สุดในโลก อยูแ่ ล้ว แต่กลับเป็ นเราอีกนี้แหละที่ถูก ฟุรซาน เรี ยบเรี ยง รังแก ข่มเหง ขับไล่ถึงแม้วา่ ที่ ตรงนั้น ฉันมาจากไหน มาทาไม และ จะเป็ นบ้านของพวกเราเองก็ตามที่ ? จะไปไหน มนุษย์ทุกคนจะต้องถาม คาถามที่ได้ถามมาข้างต้นผม ตัวเองด้วยคาถามเหล่านี้ ซึ่ งจาเป็ นที่เรา เชื่อว่าทุกคนก็มีคาตอบอยูแ่ ล้ว และทุก ต้องให้คาตอบมันอย่างจิงจังซักที ความไม่รู้ในเรื่ องอื่นๆถึงแม้มี คนก็มนั่ ใจด้วยใช่ไหมว่าคาตอบที่อยู่ ในใจของเรานั้นเป็ นคาตอบที่ดีและ ผลที่ไม่ดีหรื อเลวร้ายสักเพียงใดก็ยงั พอที่จะให้อภัยหรื อแก้ไข ปรับปรุ งกัน ถูกต้องด้วย แต่เราก็ไม่อาจที่จะสรุ ปได้ เช่นกันว่าคาตอบที่คุณให้มานั้นมันจะ ได้ แต่ถา้ เป็ นความอวิชาในเรื่ อง ความลับของการบังเกิดตัวเอง ในเรื่ อง ทาให้อิสลามกลับมายิง่ ใหญ่อีกครั้ง จุดมุ่งหมายของชีวติ และภารกิจของตน ถึงแม้วา่ คาตอบนั้นจะมาจากมุสลิม ในฐานะที่เป็ นมนุษย์บนโลกนี้ เป็ นสิ่ ง หรื อไม่ใช่มุสลิม มันก็หมายความว่า เป็ นคาตอบของคนทั้งโลก เราคงจะได้ ที่ไม่อาจจะให้อภัยได้ เห็นคนที่ละหมาดแต่หลังจากที่ มันจะเป็ นสิ่ งที่น่าละอายอย่าง ละหมาดเสร็ จแล้วเขาก็กลับไปทาสิ่ งที่ ที่สุดที่จะกล่าวถึงมนุษย์ ผูท้ ี่อลั ลอฮฺ ได้ประทานสติปัญญา ความคิด ไม่ดีไปฟังเพลงบ้าง โทรศัพท์ไปหา แฟนบ้าง แชทกับคนนั้นที คนนี้ที ปั จจัยหลายสิ่ งหล าย อย่างที่เรา เองก็ไม่เคยคาดคิดมา ก่อน ไม่ เคยรู้ดว้ ย ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไม่รู้สึก เสี ยดาย ไร้สาระไปในแต่ละวัน และที่ ซ้ า ด้วยกั บความโปรดปรานของ พระองค์เท่านั้นที่เราดารงอยูไ่ ด้ แต่เรา ร้ายแรงกว่านี้ก็มีมากให้เห็นถมไป ทาไมล่ะ ทั้งๆที่กรุ อานก็บอก ก็กลับทรยศต่อพระองค์ดว้ ยกับการที่ ไว้วา่ การละหมาดนั้นสามารถ ยับยั้ง เราละเลยภารกิจหลักของตัวเอง เป็ น เรื่ องที่น่าสลดใจอย่างยิง่ ที่มุสลิมเราใน ความชัว่ ร้ายต่างๆได้นนั่ ก็แสดงว่าการ

27


ละหมาดนั้นไม่ได้มีผลอะไรต่อการ ดาเนินชีวติ และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ ความคิดเราเลยมันก็ไม่ต่างอะไรเลยกับ ที่เรารู ้คาตอบของคาถามข้างต้น แต่เรา ไม่ได้ปฏิบตั ิตามที่คาตอบเหล่านั้น ต้องการให้เป็ น ดังนั้นเราอาจจะสรุ ปได้วา่ สิ่ งที่ เป็ นปัญหาหลักสาหรับมุสลิมใน ปั จจุบนั นัน่ คือ การปฏิบตั ิตามคาตอบ ข้างต้น ถ���าคาตอบของเราข้างต้น คือ เรา มาจากอัลลอฮฺ มาอิบาดัต และเป็ น ตัวแทนของพระองค์ บนหน้ าแผ่ นดิน และสิ่ งที่เราจะกลับไปนั้นคือ บ้ านเดิม ของเราก็คือสวนสวรรค์ ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทาให้อิสลามกลับมายิง่ ใหญ่อีก ครั้ง (อินชาอัลลอฮฺ) เรามาพูดถึงการปฎิบตั ิตาม คาตอบเหล่านั้นบ้าง มีมุสลิมมากมา ย ปฏิบตั ิคลาดเคลื่อนหรื อเข้าใจผิดไปเลย ก็วา่ ได้ ในโลกนี้ที่มีความเข้าใจ เกี่ยวกับการปฏิบตั ิคลาดเคลื่อนหรื อ เข้าใจผิดไปเลย หลักปฏิบตั ิหรื อการ อีบาดัตนั้นมันไม่ใช่การอยูใ่ นมัสยิด ละหมาดถือศีลอดทาฮัจญ์เท่านั้น

เข้าใจว่าผูอ้ ่านก็คงจะรู ้วา่ การ อิบาดัตไม่ใช่แค่น้ นั อัลฮัมดุลิลลาห์ที่ เรารู ้ แต่ก็ยงั มีมุสลิมเราอีกเยอะที่ยงั ไม่รู้ ปั ญหาก็คือ เราจะทาอย่างไรให้คนที่ยงั ไม่รู้ได้รู้เหมือนกับเรา ช่วยกันน่ะคับ อีกอย่างคือความหมายของ ศาสนานั้น สาหรับศาสนาของเรา (อิสลาม)นั้นแตกต่างจากศาสนาอื่น เพราะนิยามศาสนาของเรานั้น หมายถึง ระบอบการดาเนินชีวติ เอาตั้งแต่ตื่น นอนถึงเข้านอนเลย แต่ถา้ เป็ นของ ศาสนาอื่นจะเป็ นสิ่ งปฏิบตั ิคลาดเคลื่อน หรื อเข้าใจผิดไปเลยก็วา่ ได้ เป็ นแค่ ที่ยดึ เหนี่ยวจิตใจ หรื อ เป็ นสิ่ งที่ทาให้จิตใจสงบเพียงชัว่ ครู่ หรื อเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ไดเท่านั้น ส่ วนการดาเนินชีวติ นั้น จะเป็ นอย่างไร นั้นค่อยว่ากันอีกที เป็ นสิ่ งที่เราควร นาไปบอกกล่าวต่อเพื่อน ไม่วา่ จะเป็ น มุสลิ มเอง หรื อต่างศาสนิก แต่ก็มี มุสลิมบางคนเหมือนกันที่ไม่กล้าบอก ว่าตัวเองเป็ นมุสลิม (ขออัลลอฮฺทรง ประทานฮีดายะด้วยเถิด) อุลามาอฺได้ให้ ความหมายของคาว่าอีบาดัต ไว้วา่ … 28 ครอบคลุมมาก


นัน่ คือ การสยบต่ อความสู งส่ ง และเดชานุภาพของคนหนึ่ง คนต่ ออีก ผู้ หนึ่ง ทั้งได้ มอบความเคยชิน และ อิสรภาพของตนเอง ละทิง้ ความขัดแย้ง และความพยสต่ อพระองค์ ยิง่ ไปกว่า นั้นเขากลับปฏิบัติตามการชี้นาและคา บัญชาของพระองค์ ทกุ ประการ เราในฐานะที่เป็ นบ่าวของ พระองค์ ภาระหน้าที่ของเราคือ การ ซื่ อสัตย์และปฏิบตั ิตามคาสั่งของ พระองค์ทุกประการ ไม่เพียงแค่น้ นั แต่ เราต้องถ่อมตน มอบตน เชื่อในอานาจ และยอมรับในความยิง่ ใหญ่แห่ง บรรดาศักดิ์ของพระองค์ จิตใจของบ่าว จะต้องเต็มไปด้วยความรู้สีกสานึกใน บุญคุณและเป็ นหนี้บุญคุณต่อความ เมตตาของพระองค์ เราต้องยกย่องและ เทอดเกียรติและบูชาความยิง่ ใหญ่ ของ พระองค์อย่างจริ งจัง

เราจะกระทาทุกอย่างอันแสดงถึง ความรู้สึกสานึกในบุญคุณและปฏิบตั ิ ตามพระเจ้าของเราทั้งหมด สิ่ งที่มีความจาเป็ นที่สุด ณ ตอนนี้ ก็คือ การทาความเข้าใจกับ ความหมายของอีบาดัต และหลังจากที่ เข้าใจแล้ว ก็เป็ นสิ่ งที่มีความสาคัญไม่ แพ้กนั ก็คือ การปฏิบตั ิตามในสิ่ งที่ เข้าใจ และยืนหยัดบนเส้นทางนี้และ เผยแผ่ความเข้าใจนี้ต่อไปจน กว่า เราจะ กลับไปหาพระองค์ดว้ ยความหวังว่าจะ เป็ นผูห้ นึ่งที่พระองค์เพียงพอใจ และ ทรงประทานความเมตตาด้วยกับการที่ พระองค์ทรงมอบสวนสวรรค์ให้เรา เป็ นที่พานักไปตลอดกาล … (อ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสื อ อีบาดัตใน อิสลาม – เชคยูซุฟ อัลก็อรฏอวีย)์ .

“เราจะไม่พบว่ามีมุอฺมินคนใดที่ไม่ตาหนิตวั เอง เขามักจะถามตัวเองอยูเ่ สมอว่า ฉันต้องการอะไรจากคาพูดของฉัน ? ฉันต้องการอะไรจากการกินการดื่มของ ฉัน? ส่ วนคนชัว่ ผูฝ้ ่ าฝื นนั้น เขาจะดาเนินชีวติ ไปโดยที่เขาไม่เคยตาหนิหรื อตั้ง คาถามใดๆกับตัวเองเลย” ท่ านหะสัน อัลบัศรีย์

29


SABILYSABILYSA BILY ‫ه اتَّبَ َعىِي‬ ِ َّ‫س ِبيلِي أَ ْد ُعو إِلَى الل‬ َ ‫ُل‬ َ ‫ٌ ِذ ِي‬ ْ ‫ق‬ ِ ‫ً َعلَى بَصِي َر ٍة أَوَ ْا َو َم‬ َ ْ ْ َّ ‫ِيه‬ ‫ك‬ ‫ر‬ ‫ش‬ ‫م‬ ‫ل‬ ‫ا‬ ‫ِه‬ ‫م‬ ‫ا‬ ‫و‬ ‫أ‬ ‫ا‬ ‫م‬ ‫و‬ ً ‫ل‬ ‫ال‬ ‫ح‬ ‫ب‬ ‫س‬ ‫و‬ َ‫ان‬ ِ َ َ ِ ْ ُ َ َ َ َ ْ ُ َ

“จงกล่าวเถิด(มุฮมั หมัด) นี่คือแนวทางของฉั น ฉันเรี ยกร้องไปสู่อลั ลอฮฺ อย่าง ประจักษ์แจ้ง ทั้งตัวฉันและผูป้ ฏิบตั ิตามฉัน และมหาบริ สุทธิ์แห่งอัลลอฮฺ ฉัน ไม่ได้อยูใ่ นหมู่ผตู ้ ้ งั ภาคี” (ยูซุฟ : 108) คงเป็ นเพราะอายะห์น้ ีกระมัง ที่ปลุกให้คนหนุ่มกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมารวมตัว กัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานบนสายอาชีพของพวกเขา จนเป็ นที่มาขอ ง“ระบบ ปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ” ที่มีเป้ าหมายเจาะจงสาหรับกลุ่มผูใ้ ช้มุสลิม แล้ วพวกเขา ก็ประกาศชัด ให้โลกได้ประจักษ์วา่ นี่คือ “แนวทางของฉัน” .. Sabily Sabily (ซะบีลีย)์ คือ ชื่อของระบบปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ที่เดิมเรี ยกมันว่า Ubutu Muslim Edition คอมพิวเตอร์ทุกเครื่ องจาเป็ นต้องมี ระบบปฏิบตั ิการ (Operating System หรื อที่เรี ยกสั้นๆว่า OS) จึงจะใช้งานได้ Mircrosoft Windows เป็ น OS ตัวหนึ่งที่เราๆน่าจะรู ้จกั กันดี แต่ในโลกนี้ ไม่ได้มีแค่ Widows เท่านั้นที่เป็ น ระบบปฏิบตั ิการสาหรับคอมพิวเตอร์ คาว่า “อุบุนตู” เป็ นภาษา “ซูลู” ภาษาทาง แถบแอฟริ กาใต้ แปลว่า “มนุษยชาติ” เป็ นฟรี แวร์ที่ใครก็สามารถใช้ และพัฒนา ต่อได้อย่างอิสระ โดยไม่มีลิขสิ ทธิ์ใดๆ Sabily ถูกต่อยอดจาก Ubuntu อีกทีหนึ่งโดยกลุ่มอาสาสมัครจากทัว่ โลก (ฝรั่งเศษ,ตูนิเซีย,อิยปิ ต์,อินโดนิเซีย,และอื่นๆ) OS ตัวนี้เหมาะสมสาหรับผูใ้ ช้ มุสลิม โปรแกรมต่างๆที่จาเป็ นสาหรับงานประจา ได้ถูกรวมเอาไว้แล้วใน เจ้า OS ตัวนี้ บวกกับ โปรแกรมเสริ มสาหรับมุสลิมโดยเฉพาะ เช่น เครื่ องมือศึกษาอัลกุ รอ่าน ป๊ อปอัพอาซาน ปฏิทินฮิจเราะฮฺ และอื่นๆ สามารถทดลองติดตั้งมันเป็ น เสมือนโปรแกรมตัวหนึ่งบน ระบบปฏิบตั ิการ Widows ก็ได้ Sabily จึงน่าจะเป็ นอีกเครื่ องมือหนึ่งที่ดี สาหรับมุสลิมทุกคน เพื่อประกาศ ให้โลกได้รับรู ้ สาหรับอีกหนึ่งองศาชีวติ ของเรา บนโลกแห่งเทคโนโลยีน้ ี ว่านี่คือ “แนวทางของฉัน”... มาทาความรู ้จกั เและดาวน์โหลด Sabily OS ได้ที www.sabily.org

SABILY SABILY SABILY SABILY SABILY


บทสรุปการเดินทาง จาก ม.อ. สู่ มช.

>> หลานจุฬา การเดินทาง ไกล เกือบสองพันกิโลเมตร ผ่านเรื่ องราวต่างๆสองข้างทางนั้น มันเป็ น ประ สบการณ์ ที่ถา้ ยังคงอยูท่ ี่เดิมก็คงจะไม่เจออะไรใหม่ ในมุมใหม่ที่ต่างกันไป เข้าใจ ประชาชาติอิสลามมากขึ้นในด้านความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ประเพณี สี ผิว ภาษาที่ต่างกัน พวกเขาเหล่านั้นเป็ นพี่นอ้ งของเรา รอที่พวกเราที่ยงั ไม่เคย ให้ไปทาความรู ้จกั เชื่อม ความสัมพันธ์กนั โอ้ มนุษยชาติทั้งหลาย แท้ จริ งเราได้ สร้ างพวกเจ้ าจากเพศชาย และเพศหญิง และเรา ได้ ให้ พวกเจ้ าแยกเป็ นเผ่ า และตระกูลเพื่อจะได้ ร้ ู จักกัน แท้ จริ งผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้ า ณ ที่ อัลลอฮฺ นั้น คือผู้ที่มีความยาเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้ า แท้ จริ งอัลลอฮนั้นเป็ นผู้ทรงรอบรู้ อย่ าง ละเอียดถี่ถ้วน (อัลฮุจรอต: 13) การเดินทางในครั้งนี้ ผมเองคงไม่เล่า อะไรมากนักว่าผมไปทาอะไรมาบ้าง ถ้าจะเล่า หมดเกรงว่าโควต้าหน้ากระดาษจะไม่พอเอา ในการเดินทางสาคัญอย่างยิง่ ว่า เราต้องการอะไร จากการเดินทางในครั้งนี้ เรามีจุดหมายเพื่ออะไร เราควรตรวจสอบเจตนาของเรา สิ่ งที่ได้มนั จะ มีคุณค่าถ้าเรามีจุดหมายเพื่อสิ่ งที่ดี สาหรับการเดินทางในครั้งนี้ ก็ตอ้ งการพัฒนาตนเอง เพราะ มันจะช่วยให้ความคิดเรากว้างขึ้น ไปพบเจอในสิ่ งต่างๆ ซึ่งแต่ละสิ่ งมัน จะตอกย้าถึงความ ยิง่ ใหญ่ของอัลลอฮฺ ทรงสร้างทุกสิ่ งในชั้นฟ้ าและชั้นแผ่นดิน ให้ระหว่างมันดาเนินไปตามวิถี ที่อลั ลอฮฺได้กาหน���ไว้ แท้ จริ งในการสร้ างบรรดาชั้นฟ้ าและแผ่ นดิน และสับเปลี่ยนกลางคืนและกลางวัน และ เรื อที่ วิ่งอยู่ในทะเล พร้ อมด้ วยสิ่ งที่ อานวยประโยชน์ แก่ มนุษย์ และนา้ ที่ อัลลอฮ์ ได้ ทรงให้ หลัง่ ลงมาจากฟากฟ้ า แล้ วทรงให้ แผ่ นดินมีชีวิตชี วาขึน้ ด้ วยนา้ นั้นหลังจากที่ มนั ตายไปแล้ ว และได้ ทรงให้ สัตว์ แต่ ละชนิด แพร่ สะพัดไปในแผ่ นดิน และในการให้ ลมเปลี่ยนทิ ศทาง และให้ เมฆซึ่ ง ถูกกาหนดให้ บริ การ(แก่ โลก) ผันแปรไประหว่ างฟากฟ้ าและแผ่ นดินนั้น แน่ นอนล้ วนเป็ น สัญญาณนานาประการแก่ กลุ่มชนที่ ใช้ ปัญญา (อัลบาก่ อเราะห์ : 164)

31


ผมยังได้เข้าใจถึงความหลากหลายของพี่นอ้ งมุสลิมเรา เพราะที่เชียงใหม่ มีมุสลิมหลาย เชื่อชาติ ไม่วา่ จะเป็ น ไทย อาหรับ จีน มาลายู อินเดีย ปากีสถาน พม่า ชาวเขา แล้วก็ฝรั่งด้วย ผมคงไม่ตอ้ งบอกว่าที่น้ ีเรื่ องประเด็นคิลาฟว่ามัน มีมากแค่ไหน แต่เขาก็อยูร่ ่ วมกันได้ ละหมาด มัสยิดที่เดียวกันได้ ใครเรี ยนมายังไง หรื อจะมัซฮับไหน ๆก็วา่ กันไป บางทีคุตบะห์แต่ละศุกร์ อาจไม่ซ้ าภาษากันเลยในบางมัสยิด แต่ที่ผมสังเกตดู มุสลิมที่น้ ี เป็ นเจ้าของกิจการใหญ่ๆในตัว เมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะพี่นอ้ งมุสลิมเชื้อสายจีน และปากี ผมว่ามุสลิมเราไม่วา่ จะเชื้อชาติใด ถ้าไม่ยดึ ติดกับชาติพนั ธ์ของตัวเอง แค่น้ ีก็ดูดีท้ งั ในสายตาของผูท้ ี่สร้างเราและมนุษย์อื่นๆรอบ ข้างเรา แต่ปัจจุบนั เรากลับไม่นากรอบอิสลามใน การดาเนินชีวติ เอาอะไรก็ที่มนั เท็จมาบอกว่า มันจริ ง แล้วยังทากันอยู่ นอกจากสังคมมุสลิมที่เชียงใหม่ที่ผมได้ไปสัมผัส ผมก็ได้เยีย่ มชมรมมุสลิมที่ มช. ที่น้ ี มุสลิมก็ไม่ค่อยเยอะอย่างที่ ม.อ.หาดใหญ่ของเรา แต่ที่น้ ีเขาสนิทกันมาก ถ้าถามว่าปั ญหาใน ชมรมมีไหม มันก็มีต่างกันไปที่ก็เจอบทสอบต่างๆกันไป แต่วา่ จุดหมายไม่วา่ จะเจอแบบไหน เราต้องผ่านไปให้ได้นะครับ สาหรับช่วงที่ผมไป เป็ นช่วงปลายฝนต้นหนาว ตัวเมืองยังร้อนมีฝนบ้าง แต่บนดอย เริ่ ม หนาวแล้ว เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มันเป็ นสัญญาหนึ่งว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว วันเวลาผ่านไปเรื่ อยๆ พี่นอ้ งที่รักของผม เราเก็บเกี่ยวเสบียงไปมากแค่ไหนกัน วันนี้ เรายังวัยหนุ่มสาว ยังมีแรง ทาไมไม่ตกั ตวงช่วงเวลานี้ให้มากที่สุด การตายที่จะพบกับทุกคน มันไม่รอหรอกว่าแก่ก่อนค่อยมาหาเรา เรายังยิม้ เรายังหัวเราะ เราสนุกกัน แต่พี่นอ้ งอีกมาก ของเรา เขาเศร้า เขาลาบาก เรายังนาความแตกต่างเล็กน้อยมาขัดแย้งกัน แต่พี่นอ้ งเราที่อื่นแค่ เขาจะยืนยัดอิสลามก็ยากแล้ว ความประสบผลจะพบแก่ผทู ้ ี่คิดไตร่ ตรอง วันนี้ถา้ เรายังไม่รู้วา่ เรามาทาอะไร เพื่ออะไร ก็ให้ศึกษาความรู ้ รู ้แล้วก็ทาอย่างไร ที่บ่งบอกว่าคุณเป็ นศรัทธา และพวกเจ้ าจงอย่ าท้ อแท้ และจงอย่ าเสี ยใจ และพวกเจ้ านั้นคือผู้ที่สูงส่ งยิ่ง หากพวก เจ้ าเป็ นผู้ศรั ทธา (อาลาอิมรอน : 139)

32


Books_recommended >> YOUNG อยู่ เส้ นทางแห่งสัจธรรมไม่เคยเปลี่ยนแปลงตังแต่ ้ อดีตจนถึงปั จจุบนั อิสลามยังคงสมบูรณ์และสวยงามเสมอ หลายคนเคยค้ นพบแต่ก็ผ่านไป แต่ หลายคนก็เพียรแสวงหาจนพบหนทางแห่งสัจธรรมที่แท้ จริง มุสลิมอย่างเรา ๆ ปลื ้มใจและดีใจทุกครัง้ ที่ได้ ข่าวว่ามีพี่น้องร่วมสายเชือกเพิ่มขึ ้น หากอดีต เขา คือเพื่อนต่างศาสนิกที่แสนดี คือคนธรรมดาคนหนึ่ง เราเองก็อดที่จะชื่นชมใน ความเด็ดเดียวและหาญกล้ าในการก้ าวเข้ ามารับอิสลามเสียมิได้ แต่ที่น่าฉงน สนเท่ห์ยิ่งกว่านัน้ คือการได้ ร้ ูวา่ นักบวชชันแนวหน้ ้ าและผู้คงแก่เรียนในศาสนา เดิมของเขา ค้ นพบสัจธรรมของพระผู้อภิบาลของสากลโลก และเขาเหล่านัน้ ยังนาสัจธรรมเผยแผ่แก่เพื่อนร่วมโลกอีกด้ วย ติดตามตลอดเส้ นทางของการ แสวงหาสัจธรรมของนักบวชคริสต์ ในหนังสือ นักบวชคริสต์ รับอิสลาม ผลงานลาดับที่สองของสานักพิมพ์น้องใหม่>> สานักพิมพ์วริษ โดย วาริษาฮ์ อัมรีล www.newmuslimthailand.com ไก่ กับ ไข่ อะไรเกิดก่อนกัน? คาถามที่ใครหลายคนคงเคยถูกถามแต่ก็มิยกั จะ หาจุดจบของคาตอบได้ สกั กะทีบางครัง้ เราก็งว่ นอยูก่ บั คาถามและคาตอบที่ไม่ ก่อให้ เกิดประโยชน์กบั ชีวิตมากเท่าใดนัก จนหลายครัง้ ก็ลืมหาคาตอบให้ กบั ปั ญหาใกล้ ตวั โดยเฉพาะสุภาพสตรี (มุสลิมะห์ที่รัก) สารพันปั ญหาที่เราอาจ ละเลย หรือ มองข้ าม หรือ อาจจะไม่เคยรู้มาก่อนด้ วยซ ้าไป เช่น ข้ อแตกต่าง ของเลือดประจาเดือน(เหฎ)กับเลือดเสีย(อิสติหาเฎาะ) มีประจาเดือนเกิน กว่า15 วัน อย่างนี ้ยังจัดว่าเป็ นประจาเดือนอีกรึป่าว? รู้หรือไม่วา่ ไม่อนุมตั ิให้ ภรรยาเปลี่ยนมาใช้ นามสกุลสามี ? น่าสนใจอย่างนี ้ อย่าลืมรีบไปหาคาตอบ ในหนังสือ ปั ญหาหญิงหญิง ภาค 1 และ 2 โดยกลุม่ บานาตุลฮูดา เพราะ บางปั ญหานัน…อาจส่ ้ งผลต่อการปฏิบตั ิอิบาดัต เมื่อการทางานดะวะห์ ไม่ ใช่ เรื่ องที่ใช้ สัญชาตญาณเป็ นเข็มทิศ แต่ ความรู้ และ ความเข้ าใจที่ถูกต้ องต่ างหากที่สาคัญและจาเป็ นอย่างยิ่งสาหรับพี่น้องที่เป็ นนัก ดาอีย์ทงหลาย ั้ กี่มากน้ อยแล้ วที่ผ้ ลู งสนามดะวะห์ขาดความรู้ กระบวนทัศน์ และ การจัดลาดับความสาคัญที่ถกู ต้ อง จนส่งผลให้ งานดะวะห์ต้องถึงทางตันและจบลง ด้ วยความล้ มเหลว ชัยคฺ ยูสฟุ อัล-ก็อรฎอวีย์ หนึ่งในอุลามาอฺ(นักปราชญ์ )ของ ขบวนการอัล-อิควานุล มุสลิมนู ได้ นาเสนอแนวคิดเพื่อปลุกเร้ าจิตสานึกของมุสลิม ว่าควรทางานในขบวนการเคลื่อนไหวเพื่ออิสลามอย่างถูกต้ องและเหมาะสมได้ อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปั จจุบนั ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทัง้ เทคโนโลยีและวิถีชีวิต ภายใต้ ชื่อหนังสือ ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามกับการท้ า ทายของยุคสมัย แปลและเรียบเรียง โดย มุฮมั หมัด ศิรอญุดดีน ป.ล. อยากได้ แต่หาอ่านมิได้ ติดต่อ wichakarn_msspsu@hotmail.com <…เพราะเราอยากให้คุณอ่าน…>


ฮุดฮุดคาบข่ าว >> นกน้อยฮุดฮุด อัสลามมูอาลัยกุมจ๊ะ ท่านผูอ้ ่าน ฮุดฮุดมาแล้ว ห่ างหายไปน๊านนาน วันนี้ ฮุดฮุดไม่ทาให้ผิดหวัง คาบข่าว ซะปากห้อยเลย ขอเวลาแป๊ บให้ฮุดฮุดพักเหนื่อยก่อน แฮก! แฮก! เอาเลย!

คลอดมาได้ซกั กะทีกบั ซามิอฺนาฯ เล่มสี่ กับผลงานของนักเขียนหน้าใหม่ ที่ดา หน้ามาลองงานหิ นๆ ในเล่มนี้ บ.ก.ของเราก็อุตส่ าห์ปลุกปั้ นขึ้นมา (แม้วา่ จะ ปลุกยากก็ตาม ห้าห้า ) ผลงานจะป็ นอย่างไร ก็ติดตามในเล่มนี้ละกันเน้อ ..............เทอม 1 ที่ผา่ นมา เหล่าสมาชิก ซามิอฺนา ผ่านอะไรมากมาย กิจกรรม เดือด การเรี ยนเด็ด อิบาดัตดับ อ๊ะ !!ล้อเล่น ..............อย่างแรกที่ตอ้ งประชา สัมพัน์วา่ ปี นี้ เด็กม.อ.คณะทรัพย์ได้เข้ารับอิสลามในช่วงเดือนเมษาที่ผา่ นมา เอ้า !! ตักบีร !!!!..........ก่อนอื่นสาหรับกิจกรรมแรกที่ฮุดฮุดจะมาเล่า ก็เป็ น กิจกรรมของฝ่ ายวิชาการเน้อ กับงานบรรยายธรรมในครั้งที่ผา่ นมา จัดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีพระเอกประจาหอ 1 เป็ นโต้โผใหญ่ในการจัดงานในครั้งนี้ โดยจัด งานครั้งที่ 1 ในหัวข้อ “จากนร. สู่ นศ. สถานะใหม่ หัวใจดวงเดิม ” มาเรี ยกให้ นักศึกษารู้จกั การใช้ชีวติ แบบอิสลาม ในกระแสญะฮิลิยะห์ โดย อ.มันศูร คงคาลิหมีน แต่ฮุดฮุดยังข้องใจไม่หายเลยว่า “ดอรอเซะ ” คือ ใคร??????..................และครั้งที่ 2 ซึ่ งเป็ นการจัดงานบรรยายธรรมครั้งอุ่น เครื่ องสู่ รอมฎอน โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี เ���ี ยกกันได้วา่ ชาวประชามากัน มืดฟ้ ามัวดินกันเลยทีเดียว ฮุดฮุดยังต้องแอบไปเกาะบนหลังคา เพราะคนแน่น มาก หาที่ลงไม่ได้ เรี ยกได้วา่ งานนี้สุดยอดจริ งๆ ได้ท้ งั ข้อมูลดีๆ และไขข้อ ข้องใจมากมาย ความรู ้เพียบ แต่ฮุดฮุดว่าอ่ะนะ ถ้ารู ้แล้วไม่ทานี่แย่นา้ ...................ช่วงปลายชะอฺ บานแวะไปกินโรตีที่เกาะหมีมา ก็เลยได้ข่าวว่า สอ มท.ร่ วมกับฟิ ตยะตุลฮักและชมรมมุสลิม จัดค่ายพาน้องเดินครั้งที่ 3 (แต่เป็ นครั้ง แรกของภาคใต้) รวบรวมน้องๆมากหน้าจากหลายสถาบัน ในภาคใต้ มาแนะ

34


แนวการใช้ชีวติ ในรั้วมหาลัยแบบแนวๆ(อิสลาม) เรี ยกกันได้วา่ กรุ่ นไปด้วย บรรยากาศความเป็ นพี่นอ้ ง แอบมีเสี ยงบ่นเล็กๆว่าเวลาสั้นไป............บินสู งขึ้น ไปหน่อย ถัดไปไม่เท่าไหร่ เวลาเดียวกันกับค่ายพาน้องเดิน ณ โดมทอง มัสยิด กลางสงขลา ก็มีการรวบรวมชะบ๊าบ(คนหนุ่มสาว)กันมากมายในงาน “แต่งงาน ง่าย ซี นายาก ” ของสปสช.กับมูลนิธิพฒั นาการศึกษาและสังคม จัดอบรมและ กล่าวถึงความสาคัญของการนิกะหฺ และอันตรายจากการเข้าใกล้ซีนา มีแก๊งค์ จากห้องคอมมอนแอบเม๊นท์วา่ คนที่ไปงานเนี่ย เสี่ ยงที่จะซี นามากๆ ก็เลยรี บไป งานกัน(ประชด) ถามคนที่ไปเขาก็วา่ ดี แต่ เอ !!! ฮุดฮุดว่าน่าจะชวนคนแถวใต้ ตึกวจก.ไปด้วยก็ดีนะ ฮุดฮุดบินผ่านทีไร นัง่ กันเป็ นคู่ๆทุกทีเรย ไม่แคร์ สื่อแบบ นี้ ฮุดฮุดเซ็ง ขณะเดียวกันเหล่าดอกไม้แห่งอิสลามก็ไม่ยอมน้อยหน้า ฮุดฮุดบิน เฉี ยวผ่านลานนกเอี้ยง พลันได้เห็นการรวมตัวของมุสลิมะฮฺ พบปะกัน เสริ มสร้างอีมานให้แก่กนั และกันในงาน Love U 4 ALLAH เห็นยังงี้แล้วฮุด ฮุดล่ะชื่นใจจริ งๆ .................ถึงช่วงรอมฎอน เหล่ามุสลิมก็ดูมีชีวติ ชีวา ศัตรู ที่ เป็ นเพื่อนสนิทก็โดนล่ามโซ่ ทาอิบาดะฮฺสะดวก ไม่มีคนกวน ขนาดต้นเดือนยัง คึกคัก แล้วจะสามะหาอะไรกับปลายเดือนล่ะ ที่ต่างคนต่างเร่ งทาความดี อัลฮัม ดุลิลลาฮฺ ชื่นมื่นเสี ยจริ ง................พูดถึงรอมฎอน ก็นึกถึงศีลอด นึกถึงศีลอด ก็ นึกถึงอาหารละศีลอด ทางชมรมก็มีการจัดเลี้ยงละศีลอดตั้ง สองครั้ง และ แน่นอนที่ชาวประชาก็มากันอย่างอุ่นหนาฝาคัง่ อ้อ ! ฝากถึงพี่นอ้ งที่อยูห่ อในที่ ทาอาหารทานเอง ก็อย่าทาความเดือดร้อนแก่แม่บา้ นเน้อ สงสารแก เพราะจริ งๆ แล้ว อิสลามสอนให้เราเป็ นตัวแทนบนหน้าแผ่นดิน อีกอย่าง ก็จะเป็ นการดะอฺ วะฮฺจริ ยธรรมแบบอิสลามด้วย...........และบ้านใกล้เรื อนเคียงของเรา ญวค. ก็มี การจัดเอี๊ยะติกาฟด้วย ทันทีที่ผบู ้ ริ หารได้พดู ถึงโปรแกรมที่จะจัดในช่วงเอี๊ยะติ กาฟ ทาเอาขาประจาห้องละหมาด ขนลุกกันเกรี ยว เพราะถือว่าเป็ น Ideal I’tiqaf มากๆ มีการกิยาม ฮะละเกาะฮฺ ตัฟสี ร และอีกมากมาย ได้ท้ งั ความรู ้และผลบุญ ...........และสาหรับพวกเฒ่าชะแรแก่ชราที่ถ่อสังขารไปถึงญวค.ไม่ได้ ก็แอบไป


เอี๊ยะติกาฟที่มสั ยิดมัดยาเมาะห์(ยาเมาะ เยอะจริ งๆ) แต่ระมัดระวังด้วยนะ ขนาด ในมัสยิดช่วงรอมฎอนก็ยงั มีมารศาสนา ที่คอยฉกทรัพย์สินของผูท้ ี่ไปแสวงบุญ ด้วย มันน่า.........จริ งๆ แต่เอาเหอะ อัลลอฮฺทดสอบ.................... อิดิลฟิ ตรี ก็กลับ บ้านกันดีกว่า สุ ขบรมสุ ขได้พบปะเยีย่ มเยียนพี่นอ้ ง ขอลหุ แก่โทษต่างๆ แต่ !!!!!! หลังจากอิดิ้ลฟิ ตรี 7 วัน ยังมีอิดิ้ลซิ ตตาด้วยเหรอ อันนี้ อิสลามไม่มีนะจ๊ะ ..............และแล้ววันตัดสิ นของเทอม 1 ก็มาถึง กับการสอบไฟนอล ช่วงนั้นก็มี คนมาห้องละหมาดเพียบ ก็ทาให้ฮุดฮุดนึกได้วา่ เวลาที่เรามีปัญหาเรามัก เข้าอัลลอฮ แต่เวลามีความสุ ขเรามักหลงระเริ ง............มาจะกล่าวบทไป หลังจากสอบไฟนอลแล้ว ก็มีค่ายใหญ่อีกครั้งหนึ่งกับค่ายจูงมือน้องสู่ ร้ ัว มหาวิทยาลัย เป็ นค่ายพหุ วฒั นธรรม จากหกจังหวัดภาคใต้ คือ นรา ยะลา ตานี สตูล สงขลา พัทลุง สองศาสนา มาใช้ชีวติ ร่ วมกัน ฮุดฮุดก็วา่ ค่ายนี้เป็ นค่ายที่ดี มากนะ แต่ก็ขอติบางเรื่ อง เช่น เวลาละหมาด พี่ไปละหมาดน้อยมากๆเมื่อเทียบ กับจานวนพี่ โดยเฉพาะปี แก่ๆ ที่ควรเป็ นแบบอย่างให้กบั น้องๆ มาหน่อยหน่า ละหมาดญะมะอะฮฺไม่ตกนรกซักหน่อย.........................และช่วงปลายค่ายจูงมือ ก็มีค่ายสัมมนาแกนนานักศึกษาเพื่อสันติภาพ จัดขึ้นที่จงั หวัดตรัง ก็เห็นแกนนา มุสลิมที่ต่างๆมารวมกันเพื่ออิสลาม ฮุดฮุดล่ะชื่นใจจริ งๆ แต่แหม!!! ไม่อยากเผา ใครจริ งๆเลย ว่าที่ไปค่ายเพราะมีเสื้ อฟรี หนังสื อฟรี กระเป๋ าฟรี ไม่บอกด้วยว่า อยูก่ ายภาพบาบัดปี สอง ชื่อเหมือนนบีท่านสุ ดท้าย ก็บอกแล้วไงว่าไม่บอก เป็ น ใคร.......... อัลฮัมดูลิลลาฮกับเทอม 1 ที่ผา่ นมาช่างดุเด็ดเผ็ดมันเสี ยนี้กระไร ฮุด ฮุดก็อยากให้เราทุกคนลองย้อนมองดูตวั เองว่าทาอะไรไปบ้าง ตอนที่เรายังมี เวลาสาเหนียกตัวเองนะ ก็ปชส.ว่าหากใครสนใจที่จะมาเป็ นคอมมิวนิสต์ เอ๊ย ! คอลัมนิสต์ อยากลองส่ งบทความมา ก็ส่งมาได้ที่ smiana_hub@hotmail.com หรื อติดต่อที่สานักงานซามิอฺนาได้ ห้องละหมาดหอ 1 หรื อที่กองบังคับการซา มิอฺนา ที่หอ้ งคอมมอนได้นะ วันนี้ฮุดฮุดก็ตอ้ งบินไปแล้วนะ ค่อยเจอกันอีกทีใน เล่ม 5 อินชาอัลลอฮฺ อัสลามมูอาลัยกุมครับ.


>> Mujaddid เมื่อสวรรค์ บนโลกนี้ คือความรัก ใครจึงมัก ร้องเรี ยก ต่างเพรี ยกหา แต่วา่ รัก แบบไหน มีราคา ดูมีค่า ณ พระองค์ ผูอ้ ภิบาล

ยามเมื่อท้อ อีหม่านอ่อน นึกถึงใคร ไหนล่ะไหน ร่ างเดียวกัน พร่ าหนักหนา อุคุวะฮฺ กลับไม่เคย หยิบยืน่ มา อัลลอฮฺจ๋า ขอร้องเรี ยน ต่อพระองค์

ก่อนจะรัก แรกเริ่ ม ต้องรู ้จกั แล้วสักพัก ความเข้าใจ เป็ นตัวสาน เมื่อรักใคร บอกไป ให้รับรู ้ ความช่วยเหลือ หยิบยืน่ ส่งถึงกัน คุมให้อยู่ ในครรลอง ศาสนา บังเกิดพลัน อุคุวะฮฺ แห่งอิสลาม เรารักกัน เพื่อองค์ ผูเ้ มตตา เจอมาหลาย นักต่อนัก เรารักกัน มีเป้ าหมาย รักมีค่า ที่ได้เจอ

ปากก็พลัน ตะโกน ต่างส่งเสี ยง อิสลาม เด่นชัด เรื่ อง ‘ความรัก’ หรื อ‘พีน่ ้ อง’ เป็ นเพียง เสี ยงสาเนียง อุคุวะฮฺ เน้นหนัก อยูเ่ สมอ แต่ไม่เคย ได้ยนื เคียง ร่ วมฝ่ าฟัน ดูแลกัน ปกป้ องกัน หมัน่ นะเออ อินชาอัลลอฮฺ แล้วเจอกัน ชั้นฟิ รดาวส์

Save ISLAM with be good muslim


“ลุงแช่ม” แช่ม พรหมยงค์ มีเรื่ องจะเล่าถึงคนๆหนึ่ง เขาเป็ นจุฬาราชมนตรี สุนนี่แรกๆ แช่ ม พรหมยงค์ (ซาซุดดีน มุสตอฟา) รู ้ไหมคนๆนี้ เป็ นเพื่อนสนิท ท่านปรี ดี พนมยงค์ และเป็ นหนึ่งใน คณะราษฏ์ปฏิวตั ิการปกครองไทยปี 2475 โดยในปี 2469 ท่านเรี ยนที่ไคโร เป็ นศิษย์ของ เชคฏอนฏอวีย ์ นักตัฟซิรชื่อดังสมัยนั้น(ไม่ไช่ฏอนฏอวียป์ ั จจุบนั ) ก่อนหน้าปี 2475 นาย บรรจง ศรี จรู ญ เพื่อนนร.อาหรับด้วยกันไปเรี ยนต่อที่ฝรั่งเศส และได้บอกท่านปรี ดีไว้วา่ ที่อียปิ ต์นู่นแน่ะ มีคนๆหนึ่งมีอุดมการณ์แก่กล้า เกลียดพวกชาตินิยม เพื่อนๆเรี ยกว่า ซา แต่คณะราษฏ์คงไม่สนั ทัดนัก จึงลงชื่อไปว่า แช่ ม ปี 2475 ลุงแช่มกลับมาไทย ขายกาแฟ อยูท่ ี่ปากลัด จ.สมุทปราการ เพื่อรอการปฏิวตั ิในกรุ งเทพฯ หลังจากวันนั้น ก็ได้เป็ นนายก ระทรวงการโฆษณา (กรมประชาสัมพันธ์ปัจจุบนั ) และในปี 2488 ยังเป็ นจุฬาราชมนตรี เพื่อดูแลมุสลิมภาคใต้เป็ นการเฉพาะ แต่แล้ว เมื่อปี 2490 รัฐบาลที่ท่านปรี ดีอยูเ่ บื้องหลังก็ ถูกปฏิวตั ิ ทาให้ตอ้ งหลบหนีออกนอกประเทศไปรวมทั้งท่านด้วย ตาแหน่งจุฬาจึงหมด ไป ครั้งหนึ่ง อ.ประโยชน์ ค้าสุวรรณ เล่าให้ฟังว่า ท่านไปงานเลี้ยงท่านปรี ดี จากนั้นได้ ซองมาซองหนึ่งเปิ ดดูถึงรู ้วา่ เป็ นเงินสองแสนบาท ท่านจึงบอกว่า ไป...ไปซื ้อของกัน ว่า แล้วแกก็ไปคืนซองนั้นให้ปรี ดี จึงได้ถามไปว่า ไหนว่ าจะไปซื ้อของ ไม่ เห็นมีของไรเลย ท่านบอกว่า “เราได้ ออกไปซื ้อแล้ ว ไปซื ้อเกียรติยศและศักดิ์ศรี ของความเป็ นมุสลิมไง..” บุคคอรี บินรามัญ หลานชาย เคยเล่าให้ฟังว่า “คุณลุงเคยสั่งเสี ยไว้ ว่า เวลาตายไม่ ต้ องแจกตังค์ ใครจะมาหรื อไม่ มาละหมาดไม่ สาคัญ ละหมาดเสร็ จเอาไปฝั งเลย ไม่ ต้อง อ่ านตะละเก็น เพราะตอนเรามีชีวิตอยู่ เรามีความรู้ เราไปสอนเขา เขายังไม่ เชื่ อ ไม่ เชื่ อไม่ ยอมรั บฟั ง ไม่ ยอมปฏิ บัติ เพราะฉะนั้นเวลาเราตายเขาจะมาสอนเราได้ ยงั ไง” ลุงแช่ม ถึงอะญัลของอัลลอฮฺ วันที่ 24 กรกฏาคม 2532 ด้วยอายุ 88 ปี ลุงแช่มจาก ไปแล้ว แกจะรู ้ไหมว่า มุสลิมไทยปั จจุบนั นี้อยูก่ นั ยังไง น่าคิดกับแง่คิดที่ลุงฝากไว้ “ตอนเรามีชีวติ อยู่ เรามีความรู้เราไปสอนเขา เขายังไม่ เชื่อ ไม่ เชื่อไม่ ยอมรับฟัง ไม่ ยอม ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นเวลาเราตายเขาจะมาสอนเราได้ ยงั ไง” นัน่ สิ ...จะสอนได้ยงั ไงกัน?


Credit : เหนือสิง่ อื่นใด ต้ องขอชุโกรต่ออัลลอฮฺ สาหรับความโปรดปรานครัง้ นี ้ ขอบคุณลุงๆบ้ านอัรกอม ที่เอื ้อเฟื อ้ สถานที่หลับนอน และอาหารทุกๆถาดตัง้ แต่ไข่เจียว บูดู ยัน ต้ มยา ไก่ทอด ขอบคุณคุตบะฮฺชมรม ที่ทาให้ ยามเราท้ อกลับหึกเหิมได้ อย่างจับ ใจ ขอบคุณพี่น้องนักเขียนทุกท่าน โดยเฉพาะนักออกแบบรองปกหลัง ที่ใช้ เวลาเกือบทัง้ ซัมเมอร์ เพื่องานชิ ้นนี ้ ขอบคุณพี่น้องบ้ านโฮ๊ ะที่นา่ รัก(สาหรับเพิงพัก โฮมสเตย์ และ กับข้ าวปลาทูทอด บูดู สตอ ปลาแห้ ง ซึง่ หาไม่ได้ ที่โรงช้ าง) ขอบคุณเพื่อนๆห้ องละหมาด ห้ องคอมมอน และอีกหลายๆคนที่ไม่ได้ เอ่ยชื่อ (อย่าเสียใจนะเออ) …แล้ วพบกันอีกครัง้ เล่ม 5 (กับคนบังคับการคนใหม่ๆ) หากอัลลอฮฺประสงค์จ๊ะ …ลาก่อน



smiana vol.4