Issuu on Google+

              http://www.demo-crazy.com

VOLUME

DemoCrazy

20 ..-.. 2553

%&'( )*+,- - .

+ * )*%%. ,/  ,'%-*01!,

INSIDE

.PAGE 6.

3G - 2  .PAGE 8.

inCampus

!  $ # !!$   % "  .PAGE 14. .PAGE 12.


.2. DemoCrazy

Volume 20 | August-September 2010

         ! "#    196-0-71142-0

  ,   #  

DemoCrazy

EDITORIAL .

-  ." .0.2551

 34 DemoCrazy  

2     34 "2      2            !"      #     #   $   %   &'  (   )*+  $   #     $  & #+,+  0-         #   & &&- & 089-420-0117 Webmaster      Facebook Administrator   &'  (

E #<- *6 !  -A C # <! 9    C F E <+ + 9 CG(D 9-C#-9%(<  -  6 :FG)%HC    * ()#% G#99#9 -9 ),9 =  < *9 *G 9 -  B!.!.-B!..  ?-9  ! 6 - 9    &  - H*  G  <,+  +  9 &<  =  )+9-  AC)G*6 +JH*F9 < A* -#,9A*#F =+ K!  ) C(9#?-+ B A! +-9<G #,99)+ 9  !  ##,9 ? *9( #9 BG)+!=  *9(-A  !  A* !&) !B, ((D - H*? 79 B,++- ? ) ! ) A< ,% & > )# #(D &&;H*-- + A O, 0   % : 9 !#   ( # *( !A* * 26 -  2553 ) H! & <G(D C? *=,- ## *+  C BG(&+! 2 # P4  9%B - H*? 79 B,++-  9  #)+9 )  !<C!+ )#   G%   - H* ((D B,+)  BG%!=& 9(! ! * )GF 9& (!%+ # 9 C(*( !>  C9C, & + #9 <(*-(< G&* +(< * ?-+6 ?#<  # A*% +!9 ,+F  9 %B %+ G<  9 QP 34RS #)  ! !#   C6  B%  #! +#*+#C6 ?-+* ?%+ (9  )+,+ ? **=,++  # ! #,9 #)+9 6 ? #! &<) %+ (?   -(< %( !&A*<) %HC ( C    9%B<% >G) %+ (9 B)  ( !=,6 *#,9 C   + +!9      9  B #)# *<?-+,  # - *#? BG# - ##+&,)!% 9 O=+ 9?-+%+ G)9 !)++? 9-! 9+  # +? 9-?P 6 G <? !9 O-G - + +9 H9 <(D B,++- H9 )  P -HF -#)6 - ?-:9# G& - 9<-< C%+- &B(D B,+(QR (S # # 9 + # CF* - + 9?-+ G(D  B9 %C  C )+!!%6 F %+*B,+HGA ? - ##%& - # A)9 + #     (QR (S !+ A 96 "6  9-G ?  & # -A9   (QR (S ( !>? &%HC ( C !B,+9 ) - #9- #  #(D 9 9?  -A- )!) *9 C# !#  ),-A   9  *9)+   ! 9&,) ##9 JJ <=9 #,( #9 #C#+9? C* $% )-9 C=+ ) %+ (-9<G !  =H(<-   9 !  G6  )  9  G9)+ 6 & !)*C%+9 -  -  A*)+# A*=A? <!   #  < ? ** )+<6 (+9 &A*(< #  %%(<  +(< )##,9?   % !   - (     <-  C 6 -!BG(D  % ##9 #  & < +9 <9< *? +-+! )#!B G 9 <)*- (D (TF <&  ! # &,) #)+##< B,+*? +-+! )#!BA 2   T 2  -  ! U  P! 3 .# "  F  +G? +  A !H* B =H + 9 <)+%+ -+ ! ( A!F !9 # 

E " DemoCrazy 6  %* 90/43 -,9!+ #,9: ;#< ) =  ) %& %   &> 10900 2 DemoCrazy E0 # 02-277-6413 E 02-691-4609     E. 081-813-7877   democrazy@live.com ,(9<%+%# ?   ) ;* 9 %@?   6 (? +&A*B#&9 ! -A- 9# ?)+  6 (? + ())* % AC- ?-+ )  99 # #?-+ 6 (? +&A* + -A- B(< #  )#9)+! :  (D  #$$ !  

ON THE WEB: www.demo-crazy.com


DemoCrazy .3.

Volume 20 | August-September 2010

              ! " #

   $ % "&""'" #   #  ( ) *)("

  " #

 ("  ,(' : . (/)  ,  & &  #

   " !  1

       

  ! "  #$%    & &" $'       () *+ #  ,-%  & $#. + *   +  )

   + '/ '/% "  "+  & 01  # 2($ 3 '#(4(#5 . ,- 

&  $# &   '# 6)7 '/  &     . $   )$# #   +  9$ "  *# )$*#5 $#. %" '/6   "# (# 2"# '  ## #% 5# &3 '/) &%& # "%:'(# 9,& $ '/")# 2'   6

6 /"#3 

6(*+# .   %# ' 7 # 6 555 '#)

*+#( $<#+  =#   & /" ": %&#  "$ >?%"$ @ %>A-  / %<     6 % & ' & / ( # &    " ##' # #&# +# % #

& 6 ) "($ 4#'%$  +! &6 ($"& '/% ($ B  "($ 4# # )

55( ( "  & '/) #$# 2$  3 ()# 2$/> / 5# &3 # # 5#   "  &6 *$  '/ E %5F '/% %,5 *$    '/  '   )  . #  &  '# F%" &6  0E G  ")/

     &6

    +  6      > 5  /# * 5&  >

"($ 4##

&6 )'% '/)# # +

'/%*#%/ +    .

B (#" +/5 # # # .

B &6 )*#%#

% 7#! " &% '/%##  #14 % * "  +  #  )     .   +  #  /%& '/%H    /#  ($      & 6 #    #  +    '/%

#&  #: & # 5+ + (#$#   !/#? ^ ^) '#()*+#  $ &6 ). + &  %" . #  #'  5& K&$#

   # ($5 <'/# # / '#%, 5   &    >?%&'

"*$ #. &>  6# /

"/  .  "&4 * * <5  $# '              !"# !$%& ' (%)$   '  20  2553 ./  & &0 /) 1&%2 ($ 0 '   %  1  $ '    % &% &  '   34# $

( 5% 4465 )"502$ 

DemoCrazy % Like   '   (2 )& '  http://www.facebook.com/democrazymagazine


.4. DemoCrazy

Volume 20 | August-September 2010

Human Interest

   

!  10 ... ! "#$ 3 &"

'()*

+ , +"" -.  / &0)1* . 2"&3/,4# )5.!6!"

1**+/*/   (Airport Link) B ) C.2." 1D /1.!6 23 &.$..!6    

       !" #$ 

  %&# ' " #$ ()*  +&+$,+$ +

-$,+$. $/

 (  0!

1 +$+ 23  0+&, 45 !!$,%+& )6 (City Line) $,+(3  ,@$,+$ABC !( /' 15 ) $ $, 4( /' (Express Line) $,+$!! $ -) 100  %@ M !

- 150  0 + M 2554 ,%+& )6 ! 15-45   (  $,+) 5  ), 4( /'! + + 150  /(+. 0   & . $$$ABC  !"++(/  , /+  !  6     , 44P  + + $ (  "        (  )   ))Q  A$A$  6 )0  ((3 ,@ $A  BC  0 ) B 28 +  ,@  !@  0   %@  $,+ $ABC   B0& M (0&) Q!. $ + *  )) !  )  ) 0&)$A  + $+00,@  +$,  )$   )$,  . %+ $+ !) !!  ) !++ ) & + !!$  T() !0 (+ + $+,@, 44P  Q   

- Q  +  $+ U 2V   "

!&QW 3 Q$,++   )

, 3 )Q$)0 *   (,  

T($,+(3  , 44P++ $ +) )  06.00-24.00 . $!) +Q Q)! &! $, 4( /' 150   !$$      $   )) ( A ( ! +, 44P (+ ! 3 $ & 

- , 44P++ $

 !&  5 [! 2542 (  10 M+ )) , 44P

  3 \! 2547 (  6 M)  !Q, 44PQ$)0A ( ! ) (&+ +!,@ 12 $ , 44P++ $$$AQA$Q  A0 -  

        (^'C! 2554 )    + , 44P  $$+    %  - 3 Q 4.+ + "  

    \! 2557 ), 44P$$+  0 %-)0 +")$ QB+&   # /  C  () $ * 12 &" 12 &  . !  .) )5 /C " 1B F .# ..

G*!*H! $

!.$ )

(.!&6 3 & .I.!6/ 1

 )" + * F$*!6 )5*!*!

F J / .!6  C# 1D   $C)/  $56 2#" 1*$56  .!6B" 1  ( *3K$  C-B "BJD $B"" F*1/-L  !,'6 T 0 !.$ $ ! !++ Curve 8520  ) 8,900  $A Bold 9700 ) 15,900  ,0 6 ,4+ 4  $" ) !+%&

!

) )! ) 9,900 ) 17,900 )"

A++ !)!  %Q+&

- (+. Q  $!$"  +!  + !+ . " $ ( 66 ) & Q %@ ! ( !,   $+ ! Q .)+ !" !++A3! T( A Curve 8520 ) (+ ! 7,900-8,100  & + 

- Q$64Q@&! ,@  0 

- + (++ +A Curve 9300 (3G) )A Torch 9800 Q + $+$+ M+& D0BJD()!*1 ... ($ &B  3 F (C...


Volume 20 | August-September 2010

DemoCrazy .5.

‘นกแอร’ลายนาเกลียด? “Look, it’s a bird, it’s a plane...no, it’s a plird, Or maybe a Blane. We get the whole bird/plane reference, but this one doesn’t quite seem to work.” 7 Worst Airplane Paint Jobs In The World by Doug Lansky http://huff.to/cYyJBP (ฮัฟฟงตัน โพสต รายงานโดยอางไททานิค อวอรดส ระบุนกแอร ติดอันดับสายการบินที่มีลายเพนทบนเครื่องนาเกลียดที่สุด)

พาราไดซ พารค

หางนองใหมยานชานเมือง เปดตัวแบบอลังการงานสราง สําหรับเสรีเซ็นเตอรในชื่อ ใหม “พาราไดซ พารค” ศูนยการคายานถนนศรีนครินทร ซึ่งเปน การร ว มทุ น ระหว า งสยามพิ ว รรธน เจ า ของสยามเซ็ น เตอร แ ละ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมกับมาบุญครองเซ็นเตอร ทุมทุน 3,200 ลาน บาท เนรมิตหางเกาบนพื้นที่ 30,000 ตร.ม.ใหดูไฮโซขึ้นถนัดตา เดิมทีเดียวเสรีเซ็นเตอร เปดตัวครั้งแรกในตนป 2537 ภายใต การรวมลงทุนระหวางกลุมบริษัทพรีเมียร รวมกับสุวิทย และเสรี โอสถา นุเคราะห ดวยงบลงทุนกวา 6,000 ลานบาท โดยมีหางไดมารุจากญี่ปุน และแพรงตองสจากฝรั่งเศส กอนหนาที่คูแขงอยาง “ซีคอนสแควร” จะ เปดไมนานนัก แตตองเจ็บตัวหลังวิกฤตเศรษฐกิจป 2540 กระทั่งปรับ พื้นที่ใหมโดยมีเพียงเสรีมารเก็ตและศูนยไอทีเปนแมเหล็กของหาง แม จะไมหวือหวาแตม็มีลกู คาประจําเสมอตนเสมอปลาย สยามพิวรรธนรวมกับเอ็มบีเค เขาซื้อกิจการเสรีเซ็นเตอรมูลคา 975 ลานบาทเมื่อเดือนกันยายน 2551 กอนที่จะเขาปรับปรุงพื้นที่โดยใช เวลาเกือบหนึ่งป โดยไมละทิ้งตลาดสดเสรี ศูนยไอที และโรงเรียนสอน ทักษะเด็ก ซึ่งเปนจุดขายเดิม รวมทั้งโฮมโปรที่เปดมากอนหนานี้ รูป แบบของพาราไดซ พารค เปน ศู น ยก ารคา ที่ไ มมี ดีพาร ต เมนตสโตร แตจะมีรานคาแตละหมวดรวมกันกวา 700 รานคา รวมทั้ง วิลลามารเก็ต ราน LOFT และ Sports World สวนการตกแตงที่เนนโทน สีเขียวธรรมชาติ ไดรับแรงบันดาลใจจากความงดงามของสวนหลวง ร.9 ซึ่งเปนจุดศูนยกลางของชุมชนแหงนี้ตกแต���งทั้งภายในและภายนอก คนที่ไปเดินมาเลาใหฟงวา ที่นั่นดูหรูหรากวาเดิมหนอย การ ตกแตงรานดูดีขึ้นกวาเดิม มีรานขายของแพงๆ เยอะขึ้น ชั้นลางมีของ กินเยอะขึ้นมากพอสมควร แตก็มีเสียงบนอีกดานหนึ่งก็คือ ที่จอดรถเริ่ม หายาก และของขายที่นี่แพงกวาหางที่อยูในละแวกเดียวกัน ไมนับรวม ถนนเสนศรีนครินทรที่ติดขัดทั้งวัน แตสําหรับหางที่อยูในละแวกใกลเคียงดูเหมือนวาตางก็ปรับตัว เพื่อรับกับหางนองใหมกอนหนานี้ ไมวาจะเปนซีคอนสแควร ที่ทุมทุน กวา 300 ลานบาทตกแตงใหมเพื่อเจาะตลาดจากพาราไดซ พารคเพิ่ม มากขึ้น รวมทั้งเซ็นทรัล พลาซา บางนาก็ปรับโฉมตามไปดวยเชนกัน ใครที่ จ ะหาที่ นั่ ง เล น ตากแอร เ ย็ น ๆ พาราไดซ พาร ค ดู เหมื อ นจะเป น ตั ว เลื อ กที่ กํ า ลั ง มาแรง แม แ หล ง ช็ อ ปป ง ใจกลาง กรุงเทพฯ เฉกเชนสยามและราชประสงคยังคงสลดหดหูดวยซาก อาคารที่ถูกเผา แตยานศรีนครินทรยังคงคึกคักและมีสีสัน รอรับ นักช็อปเขามาจับจาย ดวยบรรยากาศและความรูสึกใหมเชนกัน.

@patee122 : นกแอร คือ ไทยทํา ไทยใช ไทย เจริญ แบบของแท คนอื่นดาอยาไดแคร เพราะ เขาทําไมได เอาแตวิจารณ ไปสนทําไม พาที สารสิน ประธานเจาหนาที่บริหาร สายการบินนกแอร http://twitter.com/Patee122/status/20952306775

คุมน้ําดื่ม ‘7 บาท’ เหลว!

นึกวาจะเสียเงินซื้อน้ําเปลานอยลง... หลังจากกอนหนานี้มีเสียงบนกันหนาหู ถึงราคาขายน้ําดื่ม บรรจุข วดใส (ขวดเพ็ท ) ที่แพงหูฉี่ บางแหงราคาสูงถึง 15 บาท กรมการคาภายใน กระทรวงพาณิชย จึงประกาศลงดาบราคาขาย ปลีกน้ําดื่ม ขนาดบรรจุ 500 ซีซี ขวดละ 6 บาท ขนาด 600 ซี ซี ขวดละ7บาท และขนาด1500 ซีซี ขวดละ 14 บาท โดยเตรียมที่จะ สงเจาหนาที่สายตรวจ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลตรวจสอบ หากฝาฝนเตรียมที่จะใชมาตรการกฎหมายจัดการอยาง เด็ดขาด มีโทษจําคุกไมเกิน 7 ป ปรับไมเกิน 140,000 บาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ แมจะมีเสียงตอบรับจาก ศูนยอาหารหางคาปลีก ยอม ลดราคาเหลือ 7 บาท แตก็มี เสียงโวยวาย อางวาไมรูเรื่อง เกี่ยวกับการออกราคาแนะนํา จึงเลื่อนออกไป นอกจากนี้ยัง ยกเวน แกรา นฟาสฟูดที่ อา ง วาตนสูง ใหมาเปนการจัดหา จุดบริการน้ําดื่มฟรีแทน ทาดีแตทีเหลวแทๆ...


.6. DemoCrazy

Volume 20 | August-September 2010

เรื่องจากปก

นิรโทษกรรม ‘เหลือง-แดง’ หมากเกม‘เนวิน’ ลางมลทิน-เช็คบิล ความพยายามครั้งลาสุดของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนํา พรรคภู มิ ใ จไทย ในการเสนอนิ ร โทษกรรม โดยเชื่ อ ว า จะเป น หนทางนํ า ไปสู ก ารปรองดอง ด ว ยการประสานงานกั บ คณะ กรรมการประสานงานพรรครวมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ผลักดันราง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ยังคางอยูในสภา และใชชองทาง ลารายชื่อประชาชน 5 หมื่นรายชื่อเสนอเพื่อเสนอเขาสูสภาดวย เนวิ น กล า วว า การสร า งความปรองดองจะต อ งผลั ก ดั น กฎหมายนิรโทษกรรม โดยพรรคภูมิใจไทยจะเสนอตอวิปรัฐบาลเพื่อ ขอความชั ด เจน แต จ ะต อ งเลื่ อ นระเบี ย บวาระกฎหมายดั ง กล า วที่ พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอไปแลวหรือไมอยางไรก็แลวสภา "เราจะเดินหนารณรงคเพื่อขอรายชื่อกับคนที่เห็นดวยกับ การนิรโทษกรรมจากทั่วประเทศที่ตองการใหยุติความขัดแยงภายใน ชาติ โดยการรวบรวมของสมาชิกพรรค ผูสมัคร ส.ส.พรรค อยางนอย 5 หมื่นชื่อ เพราะในเมื่อเสียงในสภาที่เรามีอยูใชไมได จําเปนที่เรา ตองรองขอเสียงจากประชาชน" เนวินอางวา การนิรโทษกรรมครั้งนี้ไมเกี่ยวกับบานเลขที่ 111 และบานเลขที่ 109 เพราะประเด็นของตน คือการนิรโทษกรรม ใหผูที่ไมไดกระทําความผิดตามกฎหมาย ไมวาจะเปนกรณีเสื้อเหลือง หรื อ เสื้ อ แดง ควรจะได รั บ การเยี ย วยา ไม ว า เป น ข า ราชการหรื อ ประชาชน ไมวาราชประสงคหรือสุวรรณภูมิที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการ มาชุมนุมและการทําหนาที่ สวนเรื่องจาบจวงสถาบันตองดําเนินการ อยูแลว จะนิรโทษกรรมไมได "ถาบอกไมเอาอยางนี้ก็ใหบอกดวยวาจะใหทําอยางไร ถา บอกวาจะเกิดเหตุการณรายแรง อาจจะเปนเยี่ยงอยางคนอื่นตอไป เพราะคิดวาตอไปจะมีนิรโทษกรรม อีกคําถามคือชวง 66/23 ทําไม พวกพั ฒ นาชาติ ไ ทยไม ก ลั บ เข า ป า ไปจั บ ป น อี ก แนวคิ ด เรื่ อ งการ เปลี่ยนการปกครองครั้งนั้นรุนแรงกวาครั้งนี้อีก ดังนั้นตองมองในดาน บวก" นายเนวินพยายามอธิบาย การออกมาเคลื่ อนไหวผลั กดันกฎหมายนิ รโทษกรรมของ “เนวิน” และพรรคภูมิใจไทย ถือเปนกลยุทธลาสุดในการสรางความ โดดเด น เพื่ อ หวั ง ผลทางการเมื อ ง หลั ง จากก อ นหน า นี้ เ นวิ น ปลุ ก กระแสเสื้อน้ําเงินดวยแคมเปญ “ปกปองสถาบัน สงบ สันติ สามัคคี” ดวยการใชชองทางของกระทรวงมหาดไทย นําโดยแกนนําพรรคอยาง “ชวรัตน ชาญวีรกูล” และปลัดกระทรวงอยาง “มานิต วัฒนเสน” ซึ่ง เปนคนของเนวินควบคุมกลไกอยู ไมวาจะเปนอาสาสมั ครปกปอง สถาบัน การจัดงานเฉลิมพระเกียรติที่มีเนวินเปนประธานจัดงาน

แคมเปญปกป อ งสถาบั น ของเนวิ น ก อ ให เ กิ ด การแยกสี ตามมาอี ก ขั้ ว หนึ่ ง โดยเป น การดึ ง มวลชนที่ ไ ม เ ห็ น ด ว ยกั บ การ เคลื่อนไหวของกลุมพันธมิตรฯ และกลุมคนเสื้อแดงมารวมตัวกัน ถึงกระนั้นดวยความที่การเคลื่อนไหวเปนไปอยางไรทิศทาง ไมมีพื้นที่รองรับ มีการพึ่งพาอาศัยในเชิงอํานาจมากกวาความสมัคร ใจ รวมทั้งถูกมองวาไมมีอุดมการณและเปนการฉวยโอกาสหวังผล ทางการเมือง ทําใหในชวงที่ผานมาไมพบวามีมวลชนเปนหลักเปน ฐาน หรือมีแนวรวมเหมือนกลุมพันธมิตรฯ และกลุมคนเสื้อแดง กฎหมายนิรโทษกรรมจึงเปนไมตายลาสุดของเนวินที่เสนอ ออกมา โดยมุงหวังที่จะใหผูที่เคยเขารวมชุมนุมกับกลุมพันธมิตรฯ และกลุมคนเสื้อแดงที่มีอารมณออนไหวตอกระแสสังคมออกมาเปน แนวรวม หรืออยางนอยที่สุดก็สลัดความเปนเสื้อสีใหกลุมพันธมิตรฯ และกลุมคนเสื้อแดงมีมวลชนนอยลง เพื่อสะดวกในการตอรอง หรือ กําจัดไมใหมีที่ยืนทางการเมือง

คิกออฟขึ้นปาย-ระดม ส.ส.-อปท.ลารายชื่อ

แมนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่อยูรวมเคียงเปน รัฐบาลจะแสดงความไมเห็นดวย โดยเห็นวามีหลายกลุมในสังคมที่เขา ไมยอมรับ มันก็จะกลายเปนปมความขัดแยง และไมนาเปนประเด็นที่ จะตองหยิบยกขึ้นมาในขณะนี้ แตก็ยังเปดกวางใหพรรครวมรัฐบาลที่ เห็นดวยสามารถไปแสดงความคิดเห็นหรือใหขอมูลประชาชนได ขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม ก็มีเสียงสนับสนุนทั้งจากที่ประชุมวิปรัฐบาล เปดโอกาสใหพรรคภูมิใจ ไทยเสนอร า งใหม ต ามแนวทางที่ พ รรคต อ งการ รวมทั้ ง พรรคร ว ม รัฐบาลอยางพรรคชาติไทยพัฒนา มีความเห็นสนับสนุนหลักการราง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมตามที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ เห็นดวยกับแนวทาง ความปรองดองโดยใชกลไกของระบบรัฐสภาเปนกลไกขับเคลื่อน ซึ่ง ปลอยใหเปนเอกสิทธิ์ของ ส.ส.แตละคนนําเสนอสูประชาชนในพื้นที่ หากเห็นดวยก็ใหนํารางดังกลาวใหประชาชนลงชื่อสนับสนุน สําหรับกลยุทธการลารายชื่อประชาชน ที่ประชุมพรรคภูมิใจ ไทย ไดกําชับสมาชิกพรรคและ ส.ส.และรวบรวมรายชื่อประชาชนใน การสนับสนุนราง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมใ���ไดมากที่สุด โดยตั้งเปาไว 1 แสนคนเปนอยางต่ํา และหากสามารถรวบรวมรายชื่อไดเร็วที่สุด ก็จะ นํ า ร า งดั ง กล า วของประชาชนเป น ผู เ สนอยื่ น ต อ นายชั ย ชิ ด ชอบ ประธานสภาผูแทนราษฎร (บิดานายเนวิน) ใหทันสมัยประชุมสภานิติ บัญญัตินี้ ซึ่งจะมีการปดสมัยประชุมในวันที่ 28 พ.ย. 2553


Volume 20 | August-September 2010

สอดคล องกับ สุร พงษ โตวิจัก ษณชัยกุ ล ส.ส.เชี ยงใหม พรรคเพื่อไทยไดรับแจงจากประชาชนในพื้นที่วา กระทรวงมหาดไทย ไดสั่งการไปยังนายอําเภอตางๆ เพื่อสั่งใหกํานัน-ผูใหญบาน นําใบ เซ็นไปใหประชาชนในพื้นที่เซ็น วิธีการเชนนี้ประชาชนไมเขาใจ และ ที่ไมไดใหความรูรายละเอียดในเนื้อหาของรางกฎหมาย เหมือนบีบ บังคับใหประชาชนเซ็นชื่อ ดังนั้นขอฝากเตือนไปยังผูมีอํานาจใน กระทรวงมหาดไทยวาพฤติกรรมดังกลาวเหมาะสมหรือไม

“ปลดปลอยมวลชน-ล็อกแกนนํา” เงื่อนไขตอรอง

สาระสํ า คั ญ ของ ร า งพระราชบั ญ ญั ติ นิ ร โทษกรรมผู ทํ า ความผิดชุมนุมทางการเมือง ระหวางวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 พ.ศ. ... เริ่ ม จาก มาตรา 3 ที่ ร ะบุ ว า บรรดาการกระทํ า ทั้ ง หลาย ทั้ ง สิ้ น ของบุ ค คลใดๆ ซึ่ ง เกิ ด ขึ้ น ในหรื อ เกี่ ย วเนื่ อ งกั บ การชุ ม นุ ม ประท ว ง เรี ย กร อ งทางการเมื อ งของประชาชน ระหว า งวั น ที่ 19 กั น ยายน 2549 ถึ ง วั น ที่ 31 พฤษภาคม 2553 และได ก ระทํ า ใน ระหวางวันที่ 19 กันยายน 2549 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ไมวา จะไดกระทําในกรุงเทพมหานคร หรือในตางจังหวัดทั่วราชอาณาจักร และไมวาจะไดกระทําในฐานะเปนตัวการ ผูสนับสนุน ผูใชใหกระทํา หรือ ผูถู ก ใช หากการกระทํ า นั้ น ผิด กฎหมาย ก็ใ หผู ก ระทํา พน จาก ความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง มาตรา 4 ระบุวา บรรดาการกระทําของเจาพนักงานหรือ ผูชวยเจาพนักงาน ซึ่งกระทําการเกี่ยวกับหรือกระทําตอบุคคลที่รวม ชุมนุม และไดกระทําขึ้นภายในระยะเวลาที่กําหนดไวตามมาตรา 3 ไมวาจะไดกระทําในฐานะผูออกคําสั่ง หรือผูปฏิบัติตามคําสั่ง หากการ กระทํานั้นผิดกฎหมาย ก็ใหผูกระทําพนจากความผิดและความรับผิด ในทางอาญาและทางแพง รวมทั้งความผิดทางวินัยโดยสิ้นเชิง อยางไรก็ตาม เปนที่นาสังเกตวารางกฎหมายดังกลาวได เขียนล็อกเอาผิดตัวบุคคลโดยไมใหมีการนิรโทษกรรม ใน มาตรา 5 ระบุวา พระราชบัญญัตินี้ไมมีผลนิรโทษกรรม แกผูเปนตัวการมาตรา 83 ผูใชใหกระทําตามมาตรา 84 ผูโฆษณา ประกาศแก บุ ค คลทั่ ว ไปให ก ระทํ า ตามมาตรา 85 แห ง ประมวล กฎหมายอาญา ในการกระทําอันเปนความผิดในลักษณะดังตอไปนี้ (1) ในลั ก ษณะ 1 ความผิ ด เกี่ ย วกั บ ความมั่ น คงแห ง ราชอาณาจักร หมวด 1 ความผิดตอองคพระมหากษัตริย พระราชินี รั ช ทายาท และผู สํ า เร็ จ ราชการแทนพระองค ตามมาตรา 107 ถึ ง มาตรา 112 แหงประมวลกฎหมายอาญา (2) ในลักษณะ 1/1 ความผิด เกี่ ย วกั บ การก อ การรา ย ตามมาตรา 135/1 ถึ งมาตรา 135/4 แห ง ประมวลกฎหมายอาญา (3) ในลักษณะ 6 ความผิดเกี่ยวกับการกอใหเกิดภยันตราย ตอ ประชาชนตามมาตรา 217 ถึง 219 มาตรา 221 ถึง มาตรา 224 มาตรา 226 มาตรา 229 ถึงมาตรา 232 มาตรา 234 มาตรา 235 และ มาตรา 238 แหงประมวลกฎหมายอาญา (4) ในลักษณะ 10 ความผิด เกี่ยวกับชีวิตและรางกาย หมวด 1 ความผิดตอชีวิต ตามมาตรา 288 ถึ ง มาตรา 290 หมวด 2 ความผิ ด ต อ ร า งกาย ตามมาตรา 295 ถึ ง มาตรา 298 แหงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7 โดยผลของการนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ให ศ าลปล อ ยตั ว จํ า เลยทั้ ง หมดซึ่ ง ถู ก ฟ อ ง หรื อ คุ ม ขั ง อยู และให พนักงานสอบสวนยุติการสอบสวนผูตองหาทั้งหมดซึ่งถูกกลาวหา มาตรา 8 การนิ ร โทษกรรมตามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ ไม กอใหเกิดสิทธิแกผูไดรับนิรโทษกรรมในอันที่จะฟองรองเรียกสิทธิหรือ ประโยชนใดๆ ทั้งสิ้น โดยสรุป ก็คือ ผูชุมนุม ทั้งในฐานะตัวการ ผูสนับสนุน และ เจาหนาที่หากทําผิด ก็ใหพนผิดโดยสิ้นเชิง แตมาตรา 5 เปนเงื่อนไข

DemoCrazy .7. สําคัญที่คาดวาจะถูกนํามาใชตอรองทางการเมืองกับแกนนําพันธมิตรเสื้อแดง เนื่องจากทั้งสองฝายถูกตํารวจตั้งขอหา “กอการราย” ทั้งคู รวมทั้งเฉพาะตัว สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนําพันธมิตรฯ คนสําคัญก็ถูก ตํารวจดําเนินคดีในขอหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรณีเผยแพรคํา ปราศรัยของ ดา ตอรปโด บนเวทีพันธมิตรฯ เปนชนักติดหลังอีกดวย จึงเปนที่เขาใจไดดีวา เนวินพยายามตัดกําลังมวลชนของ เสื้อสีนั้นๆ ทิ้งไป แตจะไลเช็คบิลหรือตอรองทางการเมืองเพื่อใหพรรค ภูมิใจไทยหลุดพนจาก กางขวางคอ กับบรรดาแกนนําของเสื้อแตละสี แทน เฉพาะกลุมพันธมิตรฯ ยังถูกตํารวจเสื้อน้ําเงินคนใกลชิดของ เนวินอยาง พ.ต.ท.สมยศ พุมพันธุมวง ตามไลบี้เอาเรื่องเอาราวใน คดีความไมเวนวัน โดยเฉพาะลาสุดกับหมายจับ 79 พันธมิตรฯ

ลางมลทิน “ระบอบเนวิน”-ปลอยผี “พัชรวาท”

ยิ่งไปกวานั้น ตองจับตาถึง มาตรา 4 เพราะจะสงผลดีตอ เจาหนาที่รักษาความสงบเรียบรอย โดยเฉพาะผูบังคับบัญชาตํารวจทหารที่มีสวนเกี่ยวของกับเหตุการณชุม นุม ไดแ ก พล.อ.อนุพ งษ เผาจินดา ที่จะอําลาเกาอี้ ผบ.ทบ. หมดอํานาจลงไปในอีกไมกี่วันนี้ ก็ เปนผูถูกฟองจากกลุมคนเสื้อแดง กรณีเหตุการณพฤษภาคม 2553 รวมทั้ง นายสมชาย วงศสวัสดิ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พล.ต.อ.พั ชรวาท วงษ สุว รรณ อดีต ผบ.ตร. น อ งชายแทๆ ของ พล.อ.ประวิ ต ร วงษ สุ ว รรณ รมว.กลาโหม และ พล.ต.ท.สุ ช าติ เหมือนแกว ที่ถูกชี้มูลความผิดในการสั่งการใหเจาหนาที่ตํารวจยิง แกสน้ําตาสลายการชุมนุมของม็อบพันธมิตรฯ ที่หนารัฐสภา เมื่อ 7 ตุลาคม 2551 โดยเฉพาะ พล.ต.อ.พัชรวาท ถูกลงโทษใหออกจาก ราชการกอนหนานี้ ก็จะไมตองถูกลงโทษ อยางไรก็ตาม ตั้งแตวิกฤตการณทางการเมืองในยุครัฐบาล ทั ก ษิ ณ ชิ น วั ต ร เป น ต น มาถึ ง ป จ จุ บั น จะเห็ น ได ว า เนวิ น มี ส ว น เกี่ ย วข อ งกั บ ความขั ด แย ง ในฐานะผู ส นั บ สนุ น มาโดยตลอด ตั้ ง แต เหตุการณคาราวานคนจนปดลอม นสพ.คมชัดลึก, การสรางสื่อเทียม ที่ชื่อเดอะรีพอตเตอร และ นสพ.ประชาทรรศน โจมตีพันธมิตรฯ หรือ แม ก ระทั่ ง การประชุ ม อาเซี ย น ที่ โ รงแรมรอยั ล คลี ฟ บี ช รี ส อร ท พัทยา เมื่อป 2552 ก็อยูเบื้องหลังและสั่งการเสื้อน้ําเงินไลตีกลุมคน เสื้อแดง จนเหตุการณบานปลายกลายเปนเมษาเลือดในที่สุด

นิรโทษฯ สรางตราบาป-ละเลยความยุติธรรม

นาสังเกตวา หากผลของราง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสัมฤทธิ์ผล จริง นอกจากจะสงผลตอมวลชน ที่แมวาจะยังมีมวลชนสวนหนึ่งที่ไม เอาเนวิน เพราะยังมีคนที่รูเชนเห็นชาติ และรังเกียจพฤติกรรมเนวิน แล ว ผลกระทบที่ ต ามมาอย า งหลี ก เลี่ ย งไม ไ ด ก็ คื อ กระบวนการ ยุติธรรมที่กําลังจะพิสูจนความจริงวาใครถูก-ใครผิดจะหยุดชะงักทันที และมวลชนเหลานี้จะกลายเปนตราบาปแกสังคมไปชั่วชีวิต อยาลืมวา ตอนจบของเหตุการณทั้งการชุมนุมหนาสนามบิน สุวรรณภูมิของกลุมพันธมิตรฯ กําลังพิสูจนวา “ใครสั่งปดสนามบิน” เพราะขอเท็จจริงอีกดาน คนสั่งปดสนามบินตัวจริงคือ ผอ.สนามบินที่ ชื่อ เสรีรัตน ประสุตานนท รวมทั้งเหตุการณพฤษภาคม 2553 กลุม คนเสื้อแดงยังคาใจกับการเสียชีวิต 91 ศพ ที่กําลังเรียกรองจากรัฐ อยางนอ���การสูคดีรอศาลตัดสินก็เปนการสรางบรรทัดฐานอยางหนึ่ง เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย การนิรโทษกรรมไมใชทางออกที่ดีนักของบานเมือง เพราะ อาจกลายเปนการสรางธรรมเนียมปฏิบัติที่เปนดาบสองคม ดานหนึ่ง ฝายเสนออาจกลายเปนสรางภาพลักษณวีรบุรุษหวังผลทางการเมือง สวนคนที่มีอํานาจทางการเมืองไมจําเปนตองยึดกฎหมายบานเมือง เพราะหากทําผิดแลว ก็สามารถเคลื่อนไหวขอนิรโทษกรรมได เปนทางออกที่จะทําใหถูกวนเปนทางตันอีกครั้ง!!!


.8. DemoCrazy

Volume 20 | August-September 2010

วิพากษ 3G วรภัทร วีรพัฒนคุปต

3G - 2 แพรง ระหวาง ความกาวหนา ทางการสื่อสาร กับ เจตนารมณการตอสู ภาคประชาชน คําสั่งศาลปกครองใหระงับการประมูลคลื่นความถี่เพื่อ ประกอบกิจการโทรศัพทเคลื่อนที่ IMT ยาน 2.1 GHz หรือ 3G ที่ ฟาดลงมาประดุจสายฟาแลบคอนขางสรางความตกใจไมนอยแก ใครหลายคนที่เฝารอความหวังที่ประเทศไทยจะไดใช 3G หลาย คนก็รูสึกผิดหวังกับคําสั่งศาลปกครองนี้ ผมเองก็เปนคนหนึ่งที่อยากจะเห็นประเทศไทยไดมี 3G ใช ก็รูสึกผิดหวังเล็กๆ เหมือนกัน และยังรูสึกหวงใยถึงเรื่องศักยภาพการ แขงขันทางเศรษฐกิจประเทศที่จะตองชะงักไปอีก เพราะบานเราเพิ่ง จะตื่นตัวเรื่อง 3G กันในวันที่สุดทายเราตองเลือกที่จะใหมี 3.9 G แลว (แตทุกวันนี้ที่ยังพูดวา 3G เพราะมันติดปาก พูดคลองปากกวา 3.9 G แตมันก็คือความหมายเดียวกัน) ผมยืนยันวา การมีเทคโนโลยีโทรศัพทมือถือที่เอื้อตอการใช อินเตอรเน็ตไรสายความเร็วสูง เทคโนโลยีที่เอื้อตอการสงถายขอมูล มัลติมีเดียขนาดใหญดวยความเร็วสูง เทคโนโลยีที่ทําใหโทรศัพทมือ ถือสามารถสื่อสารกับอุปกรณอิเล็กทรอนิกสอื่นๆ ในชีวิตประจําวันได ไมใชสิ่งเกินความจําเปนหรือฟุมเฟอยในยุคนี้ แมวันนี้อาจจะยังมีใคร มองวามันเปนเชนนั้นก็ตาม เอางายๆ สุด ครั้งหนึ่งสังคมไทยเคยมองการใชอินเตอรเน็ต อีเมล โทรศัพทมือถือ เปนสิ่งฟุงเฟอ เปนเรื่องวัฒนธรรมบริโภคนิยม แตในวัน นี้ แมแ ตในกลุมของสมัชชาคนจน บรรดาหัวหนาในพื้น ที่ พอครัวใหญทั้งหลายก็ลวนตองมีและรูจักใชสิ่งเหลานี้กันทั้งนั้น อยาง นอยที่สุดทุกคนก็ตองมีโทรศัพทมือถือเปนเหมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 กัน ทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่ อ ในยุ ค ป จ จุ บั น ที่ ค วามชั่ ว ร า ยของกลุ ม ทุ น สามานย นักการเมืองชั่วๆ ในไทย (รวมทั้งคนกดรีโมทที่เรรอนไปทั่ว โลก) รวมทั้ ง กลุ ม อํ า นาจนิ ย มในหลายซี ก โลก ได มี วิ วั ฒ นาการที่ ซับซอนขึ้นมาก การมีเทคโนโลยีการสื่อสารประสิทธิภาพสูงยอมเปน ประโยชน แ ก ก ารต อ สู กั บ ความชั่ ว ร า ยทั้ ง หลาย เพราะประชาชน จําเปนตองเขาถึงขอมูลที่รวดเร็วถูกตอง แมนยํา ตรวจสอบวิพากษได และเขาถึงความสามารถในการสรางความเปนชุมชน เครือขายไดโดย หลุดพนกรอบทางกายภาพหรือพรมแดน แตกระนั้น ขณะที่เรากําลังพูดถึงความจําเปนของเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ขณะเดียวกัน เมื่อพูดถึงกระบวนการไดมา ซึ่งสิ่งนี้ ก็เปนเรื่องที่คอนขางสําคัญมาก แมผมจะมีนิสัยคอนขางเปน พวกสัมฤทธิผลนิยม (Pragmatism) แตกับเรื่องที่เปนผลประโยชน ของประชาชนมู ล ค า มหาศาลแบบนี้ การคิ ด ถึ ง แต เ พี ย งสิ่ ง ที่ ไ ด ใ น ปลายทาง โดยไมสนใจจุดเริ่มตนและระหวางทาง มันก็อันตรายอยู

จะเห็นไดวา เหตุผลที่สนับสนุนการคัดคานการประมูล 3 จี ที่นาสนใจ นอกเหนือประเด็นเรื่องของหลักเกณฑที่จะทําใหรัฐสูญเสีย รายไดมูลคาหลายลานจากการใหผูใหบริการ 2 จี สามารถโอนถาย ลู ก ค า ในระบบเดิ ม ไปในระบบใหม ไ ด ทั น ที ที่ ไ ด รั บ ใบอนุ ญ าต 3 จี ประเด็นเรื่องกระบวนการจัดประมูลที่ใชงบแบบโคตรตําน้ําพริกละลาย แมน้ําที่เอวาซอน รีสอรต หัวหิน ประเด็นเรื่องความไมเปนธรรมที่จะ เกิดขึ้นกับผูใชบริการ 2 จี จากหลักเกณฑที่หาม 2 จี โรมมิ่งกับ 3 จี ซึ่ ง เท า กั บ ว า ผู ใ ช มื อ ถื อ 2 จี จะถู ก บี บ ให ต อ งเปลี่ ย นไปใช มื อ ถื อ ที่ รองรับ 3 จี ทันที เพราะผูใหบริการที่ไดรับใบอนุญาต 3 จี จะตองคืน คลื่นความถี่ 2 จี ภายใน 45 วันหลังไดรับอนุญาตแลว รัฐเองก็สูญเสีย รายไดดวย อีกเหตุผลสนับสนุนหนึ่ง ซึ่งเปนเหตุผลที่อยูในคําพิพากษา ของศาลปกครองครั้งนี้ดวย คือ เรื่องอํานาจของคณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห ง ชาติ (กทช.) ที่ ศ าลปกครองพิ จ ารณาเห็ น ว า รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ไมไดใหอํานาจ กทช. ในการทําเรื่องนี้ เพราะอํานาจดังกลาวตองเปนของ “คณะกรรมการ จัดสรรคลื่นความถี่และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน และโทรคมนาคมแหงชาติ (กสทช.)” ซึ่งกําลังจะเกิดขึ้นตามราง พ . ร . บ . อ ง ค ก า ร จั ด ส ร ร ค ลื่ น ค ว า ม ถี่ แ ล ะ ก า ร กํ า กั บ กิ จ ก า ร วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน กิจการโทรคมนาคมแหงชาติ ที่ ไดผานการพิจารณาของสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภา รวมทั้งผาน การแก ไ ขในชั้ น คณะกรรมาธิ ก ารร ว มกั น และกํ า ลั ง จะกลั บ สู ก าร พิจ ารณาของสภาผู แ ทนราษฎรอี ก ครั้ ง การให กทช. ทํา เรื่ อ งการ ประมูลนี้ โดยที่ไมไดมีอํานาจตามกฎหมายลูก (ราง พ.ร.บ.ดังกลาวที่ ยั ง ไม สํ า เร็ จ ออกมาเป น กฎหมาย) รวมทั้ ง ยั ง ขั ด กั บ หลั ก การใน กฎหมายแม คือรัฐธรรมนูญ 2550 ยอมจะกระเทือนตอการทําหนาที่ ของ กสทช. ในอนาคตอยางแนนอน ความสําคัญของเรื่องดังกลาวที่ทําใหผมใหความสนใจเปน พิเศษ นอกเหนือจากความกังวลเรื่องรายละเอียดการปฏิบัติหนาที่ ของ กสทช.ในอนาคต รวมถึงเรื่องของกระบวนการนิติรัฐแลว ผมให ความสําคัญกับประเด็นนี้ในฐานะที่ผมไดเคยรวมกับเครือขายภาค ประชาชนดา นสื่อ เครือขา ยผูบริโภค และเครือขายภาคประชาชน ตางๆ ในการยับยั้งราง พ.ร.บ.องคกร กสทช. ฉบับรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช พรอมทั้งพยายามผลักดันขอเสนอของภาคประชาชนเขาไป ในการร า ง พ.ร.บ.ดั ง กล า วขึ้ น ใหม ตั้ ง แต ช ว งป 2551 (คณะ กรรมาธิ ก ารร า ง พ.ร.บ.แต ง ตั้ ง ในป 2552) ซึ่ ง ขณะนั้ น ผมเป น เลขาธิการศูนยประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ YPD. ซึ่ง


Volume 20 | August-September 2010

นับเปนองคกรดานสิทธิมนุษยชนที่รวมในการเรียกรองผลักดัน ขอเสนอภาคประชาชน (แตในชวงหลังยอมรับวาขาดตอนไป เนื่ อ งด ว ยความสนใจไปอยู ที่ ก ารติ ด ตามสถานการณ สิ ท ธิ มนุษยชนและการเรียกรองสันติวิธีระหวางวิกฤตการเมืองในป นั้น) ความสําคัญของการตอสูเรื่องนี้อยูตรงที่ กสทช. ที่ ภาคประชาชนกําลังพยายามทําใหเกิดขึ้น ถือไดวาเปนมรดก ประชาธิปไตยที่มาจากเจตนารมณการตอสูของภาคประชาชน ภายหลังเหตุการณพฤษภาทมิฬ 2535 ในสภาวะการตอสูของ ประชาชนครั้งนั้น นอกจากการเผชิญหนากับกระบอกปนแลว สื่อสารมวลชนทั้งวิทยุ โทรทัศนทุกชองในยุคนั้นทําหนาที่อยาง เอี ย งกระเท เ ร ใ นการปกป ด บิ ด เบื อ นข อ เท็ จ จริ ง สร า ง ความชอบธรรมให ท หารในการเขน ฆ า ประชาชน เนื่อ งจาก ตั้งแตยุคเผด็จการสมบูรณในอดีตกอนหนานั้นอีกนานมาแลว คลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน โทรคมนาคมถูก จัด สรรให อ ยู ใ นความควบคุ ��� ของฝ า ยความมั่ น คง และเป น เชนนี้มาโดยตลอดถึงปจจุบัน ภายหลังเหตุการณดังกลาวขบวนการภาคประชาชน ไดมีการขบคิดสรุปบทเรียนรวมกันจนเล็งเห็นวา การยกระดับ ประชาธิ ป ไตยของประชาชนจํ า เป น ต อ งยกระดั บ สิ ท ธิ ข อง ประชาชนในการเขาถึง มีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรการ สื่อสารและโทรคมนาคมอยางทั่วถึงและเปนธรรม จึงมุงหวังให มีการเรียกคืนคลื่นความถี่ทั้งวิทยุโทรทัศน วิทยุกระจายเสียงที่ ถูก ผู ก ขาดโดยฝ า ยความมั่ น คง คลื่น ความถี่โ ทรคมนาคมที่ ผู ก ขาดโดยรั ฐ และกลุ ม ทุ น ขนาดใหญ ทั้ ง หมด เพื่ อ ให มี ก าร จัดสรรใหมอยางทั่วถึงและเปนธรรม โดยองคกรที่เปนอิสระ และภาคประชาชนมีสวนรวมเขามาทําหนาที่จัดสรร สิ่ ง เหล า นี้ ไ ด เ ริ่ ม เกิ ด เป น รู ป ธรรมในรั ฐ ธรรมนู ญ แห ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ ครั้ ง หนึ่ ง เคยได ชื่ อ ว า เป น ประชาธิ ป ไตยที่ สุ ด ก อ นที่ จ ะถู ก นั ก การเมื อ งบิ ด เบื อ นเจตนารมณ ใ นการใช จนกลายเป น รัฐธรรมนูญที่ชั่วรายที่สุดฉบับหนึ่งในประวัติศาสตรชาติไทย ซึ่งหนึ่งในเรื่องนาเศราในรอบ 10 ปของการใชรัฐธรรมนูญฉบับ นั้ น ก็ คื อ การที่ ไ ม ส ามารถจั ด ตั้ ง กสทช. (ในยุ ค นั้ น เรี ย กว า กสช.) ขึ้นมาไดเลย การเรียกคืนคลื่นความถี่ก ลับมาจัดสรร ใหม จึ ง ไม เ คยเกิ ด ขึ้ น จนกระทั่ ง พ.ร.บ.องค ก รจั ด สรรคลื่ น ความถี่และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน พ.ศ.2543 ก็เปนอันสิ้นสุดลงพรอมรัฐธรรมนูญ 2540 ในคืน วันที่ 19 กันยายน 2549 แมวันนี้ ผมจะยังไมรูวา พ.ร.บ.องคกร กสทช.ในรอบ นี้ อ อกมาจากสภาจะเป น เช น ที่ ห วั ง ไว ต อนแรกแค ไ หน คณะกรรมการ กสทช.จะหนาตาเปนอยางไร แตอยางนอยที่สุด เมื่อองคกรนี้กําลังจะเกิดขึ้นแลว ผมก็หวังจะไดเห็นองคกรนี้ได ทํา หนา ที่ที่ค วรจะไดทํา เพื่อสืบ ทอดเจตนารมณของวีร ชน ตั้งแตยุค “ม็อบมือถือ” (ฉายาที่เรียกกันเนื่องจากมวลชนในครั้ง นั้นมีชนชั้นกลางรวมดวยเปนจํานวนมาก ตางจากอดีตที่การ เคลื่อนไหวมวลชนเปนเรื่องของนักศึกษา กรรมกร ชาวนา มี การใชโทรศัพทมือถือติดตอสื่อสารกัน ซึ่งยุคนั้นมือถือเปนสิ่งที่ มีใชเฉพาะระดับชนชั้นกลาง) ที่ไดตอสูมาตลอดจนถึงยุคนี้ที่ พวกผมกลุมคนรุนใหมที่สนใจการเมืองใช BB (BlackBerry) สื่อสารสังสรรควิวาทะทางความคิดกัน ถาพวกเราไมตระหนักรวมกันในการรักษา “มรดก ประชาธิปไตย” ของคนเดือนพฤษภาแลวไซร เราจะเลือก “มรดกบาป” จากยุคเผด็จการทหารหรืออยางไร?

DemoCrazy .9.

มองตางมุมแบบชาวบาน

“อยากใช3Gเร็วๆ”

ผมไดยินเรื่องราวเกี่ยวกับโทรศัพทมือถือ 3G ตั้งแตมือถือ บานเรายังเปนจอขาวดํา ชวงนั้นเปนเพียงขาวกรอบเล็กๆ ในหนา หนังสือพิมพธุรกิจ ตอมามีคายมือถือพากันทดลองใหบริการ 3G ซึ่งคาดหวังวาเราอาจจะไดใชบนคลื่นความถี่ที่ดีกวาในอนาคต ความเคลื่อนไหวการประมูล 3G ยานความถี่ 2.1 GHz. ของ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ (กทช.) ที่จะมีการประมูล ใบอนุญาตใบแรกในวันที่ 20 กันยายนนี้ มีคายมือถือรายใหญ 3 คายยื่น ซองประมูลผานบริษัทลูก ผมรูสึกตื่นเตนที่จะไดลุนวาเครือขายไหนจะ ไดไป พรอมคาดหวังวาเราอาจจะไดเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น แตแลวความฝนที่จะไดเห็นเทคโนโลยีนําสมัยก็เปนอันตองจบ ลง เมื่อศาลปกครองกลางมีคําสั่งคุมครองชั่วคราวใหระงับการประมูลไว กอน จนกวาจัดตั้ง กสทช.แลวเสร็จ ยอมรับวาตั้งแตแรกที่ทราบขาว แม จะนอมรับคําตัดสินของศาล แตอีกใจหนึ่งผมรูสึกโกธร กสท. หรือ CAT Telecom ในฐานะผูฟองคดีไมตางจากอีกหลายคน เพราะเห็นวาที่ กสท. ยื่นฟองลมประมูล เปนการถวงความเจริญ ขัดแขงขัดขาไมอยากให เอกชนที่เคยเปนทาสสัมปทานไดดิบไดดี หวงแตผลประโยชนของตัวเอง ถึงกับมีคนเปลี่ยนชื่อองคกร กสท. เปน “กองสกัด เทคโนโลยีแหงประเทศไทย” หรือ “Cancel All Technology of Thailand” กันใหเปนที่ขบขันคลายความผิดหวังไปบาง ผมเสนอกับเพื่อนที่คุยกันบน โลกออนไลนไปวานาจะตั้งกลุมใน เฟซบุคเพื่อหาแนวรวม นํามาซึ่งกลุม เฟซบุคที่ชื่อ “มั่นใจ คนไทยเกินลาน คน ตองการใช 3G”นอกจากเพียง ไมกี่วันจะมีคนเขามากด Like กวา 3,500 คนแลว ยังมีผูใหญยื่นความ ชวยเหลือในการรณรงคหลากหลาย รูปแบบ เชน การลารายชื่อขอให รัฐบาลแสดงเจตจํานงทางการเมือง สนับสนุนการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมเพื่อประชาชน กรณีการประมูลสามจี อานรายชื่อผูสนับสนุนแลว ความเห็นสวนใหญระบุเปนเสียง เดียวกันวา อยากใหโทรศัพทมือถือเครือขาย 3G เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให เทคโนโลยีในบานเมืองมีความกาวหนา เห็นวายังลาหลังประเทศเพื่อน บานมาก และอยากใหผูใหญในบานเมืองเห็นแกผลประโยชนสวนรวม อาจมีคนที่ไมเห็นดวยกับ 3G คิดในทางตรงกันขาม ดูถูกพวก เราวาไมรกู ฎหมายบาง โดยเฉพาะหยิบประเด็น กทช.ไมมีอํานาจ ไมนับ หาวาเราบาเหอเทคโนโลยีจะเปนจะตายบาง 3G มาไมมาไมเห็น เดือดรอนเทากับคนพวกนี้บาง ผมก็เหน็บแนมไปบางวา ถาอยางนั้น ชวงที่มือถือเขามาใหมๆ ไมทนใชเพจเจอรหรือโทรเลขตั้งแตแรกเลยละ ผมคงขี้เกียจจะมาสนใจวาอะไรถูกอะไรผิดในทางกฎหมาย เพราะฝายที่อางวายึดผลประโยชนของประเทศชาติ ตางก็มีผลประโยชน สวนตนแอบแฝงทั้งนั้น โดยเฉพาะผลประโยชนของธุรกิจการเมือง บาง ทีก็อาศัยชองโหวของกฎหมายปกปองตนเอง และเตะตัดขาคนอื่น ภาพ การเมืองไมโปรงใสทําลายความเจริญของประเทศมานักตอนัก จะผิดหวังกับผมก็เชิญครับ ผมผิดหวังที่บานเมืองถอยหลัง ลงคลองมามากแลว ไดแตคิดวาเมื่อไหรเทคโนโลยีจะกาวหนาเสีย ที โดยไมตองมีอิทธิพลการเมืองใหอารมณเสียเชนทุกครั้งไป

• กิตตินันท นาคทอง (Twitter@Kittinunn) •


.10. DemoCrazy

สํานักขาวหัวเกรียน ‘ฮุนเซน’ถีบหัวสง!

จุดโคม

วันอาทิตยสีแดง-เดียร ขัตติยา

ทักษิณเปนไดแคคนชั่วคราว

คนตายขายคนเปน

และแลว ความสัมพันธระหวาง “ฮุน-ษิณ” ที่เปรียบได กั บ เพลงที่ ร อ งขึ้ น ต น ว า “ชาติ ก อ นเราเคยร ว มเคี ย ง...เด็ ด ดอกไมรวมตน” ก็ถึงคราวปดฉากลง เมื่อแถลงการณของรัฐบาลกัมพูชาระบุวา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หนีคดีลาออกจากตําแหนงที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ของรัฐบาลกัมพูชาแลว โดยใหเหตุผลวาเนื่องจากปญหายุงยาก สวนตัว ทําใหไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดอยางเต็มที่ ก อ นหน า นี้ ห ากใครจํ า กั น ได ป ที่ แ ล ว รั ฐ บาลพนมเปญ แตงตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เปนที่ปรึกษาเศรษฐกิจทั้งของรัฐบาลและ ของ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อเดือน พ.ย.2552 ทําเอากระตุนความตึงเครียดระหวางไทยกับกัมพูชาถึงขั้น ใชมาตรการตอบโตทางการทูตระหวางกัน ในขณะที่ทั้งสองประเทศ กําลังมีขอพิพาทเกี่ยวกับพรมแดนรอบปราสาทพระวิหารซึ่งไดรับ การขึ้นทะเบียนเปนมรดกโลกโดยกัมพูชาแตเพียงฝายเดียว ที่ ผ า นมา กั ม พู ช าแสดงท า ที แ ข็ ง กร า ว และพร อ มจะ ยกระดับขอพิพาทเรื่องเขตแดนดานปราสาทพระวิหารขึ้นสูเวทีโลก โดยเฉพาะสมเด็ จ ฯ ฮุ น เซน ที่ มั ก จะมี เ รื่ อ งกั บ รั ฐ บาลไทย โดยเฉพาะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อย า งไรก็ ต าม ปริ ศ นาที่ เ กิ ด ขึ้ น จากการลาออกจากที่ ปรึกษาเศรษฐกิจของทักษิณ เปนที่ลือกันวาเพราะมหาอํานาจแหง เอเชีย ที่ออกมากดดันกัมพูชา โดยเฉพาะเปนหนึ่งเสียงที่เห็นควร วาควรเลื่อนการพิจารณาพัฒนาพื้นที่ปราสาทพระวิหารออกไป อีกประการหนึ่ง ก็ลือกันไปอีกวา เพราะทักษิณมีปญหา เรื่องสวนตัวจนไมสามารถปฏิบัติภารกิจในตําแหนงไดอยางเต็มที่ และการที่กลุมเสื้อแดงพายแพซ้ําซากก็ทําเอาฮุน เซนหนุนไมลง นาคิดวาบรรดาเสื้อแดงฮารดคอรที่หลบหนีเขาเขมร อยาง อริสมันต พงษเรืองรอง, สุภรณ อัตถาวงศ, อดิศร เพียง เกษ, พายัพ ปนเกตุ ฯลฯ จะอยูกันไดนานแคไหน… ธาตุแท “ฮุน เซน” ไมมีคําวามิตรแทและศัตรูที่ถาวร...

หลังเหตุการณเสื้อแดงเผาเมืองผานไป วาทกรรม “ที่นี่มี คนตาย” “เราเห็นคนตายที่นี่” (ราวกับหนังเดอะซิกซเซนส) ถูก ขยายผลอีกครั้งโดยฝมือของ “บ.ก.ลายจุด-สมบัติ บุญงามอนงค” สมบัติจัดตั้งเครือขายที่ชื่อวา “วันอาทิตยสีแดง” โดยเริ่มตน จากการผูกผาแดงบริเวณสี่แยกราชประสงค จัดอีเวนทรณรงคตั้งแต กรุงเทพฯ ยันเชียงใหม และเตรียมที่จะรําลึกเหตุการณรัฐประหาร 19 กันยาฯ ดวยการผูกผาแดงแสนชิ้นที่ราชประสงค วั น อาทิ ต ย สี แ ดงทุ ก สั ป ดาห บ.ก.ลายจุ ด พยายามช ว งชิ ง พื้นที่สื่อเพื่อใหขาวเสื้อแดงไดปรากฏในทางสาธารณะ ถึงแมจะอางวา เคลื่อนไหวสันติวิธี แตในเฟซบุค คําพูดที่เขาเผยแพรออกไปลวนพยุง ความเคี ย ดแค น ของเครื อ ข า ยไม ใ ห ห ายไป เหมื อ นรอให ค นใน เครือขายทําใหเกิดเหตุการณอะไรสักอยาง แลวฉวยโอกาสตีประเด็น นอกจากนี้ นาสงสัยกับแนวคิด บ.ก.ลายจุด ที่ชี้แนะวาให ทบทวนการตอสูรอบ 3 ยึดสันติ ประหยัด แตสงผลกระทบสูง เพราะ แววๆ มาวาที่ลมเหลวสองครั้ง นายใหญคงจายน้ําเลี้ยงไดยากขึ้น บ.ก.ลายจุดพูด "เราเห็นคนตายที่นี่" แตไมไดพูดวา "เรา แคอยากหากินกับคนตาย" แคนั้นเอง อีกคนหนึ่งที่หากินกับบิดาอยาง “นองเดียร-ขัตติยา สวัสดิ ผล” ที่เห็นไปรองเยวๆ หนาเวทีพันธมิตรฯ สวนทางกับบิดาที่บาคลั่ง เสื้อแดงมานมนาน หลังจากที่บิดาถูกสไนเปอรสองกระหมอม เธอก็ ออกมาประกาศวา “เดียรไมใชพันธมิตร” แสดงตัววาเปนคนเสื้อแดง เหตุผลก็ไมมีอะไรมาก นอกจากเหตุผลแบบลูกออนคนเสื้อ แดง กะอีแคเชิญชวนใหมวลชนเสื้อแดงสมัครสมาชิก “พรรคขัตติยะ ธรรม” ที่บิดาเปนผูกอตั้ง และพรอมที่จะใหการสนับสนุนพรรคเพื่อ ไทย ไมวาจะอยูฝายรัฐบาลหรือฝายคานก็ตาม นองเดียรคงไมรูหรอกวา ระเบิด M79 ที่ตกใสคนตายแทบ ทุกวัน คนที่เคยชุมนุมพันธมิตรฯ ยอมรูดีวาบิดาทําอะไรลงไป เขาใจนะวาการยายขางเปนวิธีเยียวยาจิตใจ แตการย้ํา คิดย้ําทําจะกลายเปนภาพหลอนถึงศพบิดาอยางนาเวทนายิ่งนัก


DemoCrazy .11.

จุดโคมกลางใจคน จนปญญากระจางใจ จุดโคมจนหมดไหม เพื่อคนไทยไรอวิชชา คํานูณ สิทธิสมาน • http://www.facebook.com/kamnoon

‘หอย’ปะทะ‘บิ๊กปอก’ ‘คุณปลื้ม’เลิกโสด บอลไทยไปมวยโลก(อีกที) วิวาหนองเลือด7ตุลาฯ

ความขัดแยงระหวางสโมสรฟุตบอลในไทยพรีเมียรลีก ยังคงเปนที่วิพากษวิจารณอยางหนาหู อาจจะดวยความหมั่นไส สโมสร หมั่นไสนักเตะ กองเชียร หรือแมแตประธานสโมสรก็มี ที่ ฮื อ ฮามากที่ สุ ด คงจะเป น คู กั ด ตลอดกาล “เมื อ งทองฯ ยูไนเต็ด” กับ “การทาเรือไทย เอฟ.ซี.” ที่มีเรื่องกันตั้งแตฟุตบอล คิงสคัพ กลายเปนขาวหนาหนึ่งในชวงนั้น กระทั่งในไทยพรีเมียรลีก ฤดูกาลนี้ ก็เพิ่งจะมีเรื่องกันที่ยามาฮา สเตเดี้ยม เมื่อไมนานมานี้ แมแฟนบอลการทาเรือฯ กับเมืองทองฯ จะเริ่มปรับความ เขาใจกันไดในระดับหนึ่ง แตยังมีแฟนบอลของสโมสรบางคนที่มักจะ ไมสนใจเสียงสะทอนจากใครแมแตพวกเดียวกันเอง โดยเฉพาะเรื่องที่ นั่งทีมเยือน ยังคงเปนปญหาที่สโมสรจะตองสะสางกันเอาเอง นอกจากนี้ สโมสรเมืองทองฯ ยังไดกิตติศัพทที่นาหมั่นไส หลายเรื่อง โดยเฉพาะประธานสโมสรเปนเจาของสื่อกีฬาแบบผูกขาด ซึ่งที่ผานมาถูกใชเปนกระบอกเสียงเชียรพวกเดียวกันจนนาเกลียด ที่นาสนใจยิ่งกวานั้น คูกัดคูใหมที่แจงเกิดบนสนามฟุตบอล เมื่อการแขงขันฟุตบอลไทยคม เอฟ.เอ.คัพเมื่อวันกอน “กองทัพบก” เจาบานตอนรับการมาเยือนของ “บุรีรัมย พีอีเอ” ซึ่งใครๆ ก็รูวา ประธานสโมสรคือ “เนวิน ชิดชอบ” งานนี้ขนแฟนบอลกวา 2,000 คน ปรากฏวาในชวงครึ่งหลัง มีการชกตอยกันเปนระยะๆ ตอหนาเนวิน ทั้งสองทีมคุมอารมณไมอยู ตางฝายตางโดนใบแดง แมที่สุดเมื่อตอเวลากองทัพบกจะชนะ 1-0 แตทีมกองทัพบก ก็เหลือเพียงแค 8 คน ดวยอารมณบันดาลโทสะนักเตะทหารบกตบ หนากรรมการไวเปนของฝากหลังจบเกม วากันวาที่ตบหนาเพราะแคนที่นักเตะถูกไลออก 2 คน และ กรรมการเปาแบบเกรงใจ "ขาใหญ" ที่นั่งอยูขางสนาม ถึงกระนั้น บอรดทีมปราสาทสายฟาก็สั่งลงโทษ 3 นักเตะที่มีสวนเกี่ยวของกับ เกมเถื่อน โดยตัดเบี้ยเลี้ยงและแบนลงเตะสองนัด บุรีรัมย พีอีเอ จะพบกับเจาบานกองทัพบกอีกครั้งในศึก ไทยพรีเมียรลีก 9 ตุลาคมนี้ หนวยเก็บศพทราบแลวเปลี่ยน...

พิธีก รขาวผูชิง ชังอํามาตย “คุณปลื้ม -ม.ล.ณัฏ ฐกรณ เทวกุล” เปนขาวฮอต ประกาศเตรียมลั่นระฆังวิวาหกับ "แจคกี้ณัฐรดา อภิธนานนท" นักแสดงสาวลูกครึ่งแบบสายฟาแลบ ทั้งคูมีกําหนดจัดงานแบบค็อกเทล วันที่ 7 ตุลาคม 2553 ที่หองสกุณตลา บอลรูม โรงแรมเพนนินซูลา มี "หมอมอุย-ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล" และ "ธนาวดี อภิธนานนท" เปนประธาน หลั ง ออกมาประกาศวิ ว าห ไ ม ทั น ไร ก็ มี ข า วกระหึ่ ม ว า "แจคกี้" เคยผานการแตงงานมาแลว แถมยังมีเรือพวงมาดวยอีก หนึ่งขบวน งานนี้ฝายเจาสาวถึงกับออกมาแกขาวเปนพัลวันวาไม เคยแตงงานและมีลูกมากอน สวนคนที่ถูกพาดพิงอยาง "เจี๊ยบ พิสุทธิ์ ทรัพยวิจิตร" ที่ เพิ่งแตงงานกับสาวนอกวงการไปเมื่อปลายปที่ผานมา เมื่อทราบ ขาวนี้ ก็ถึงกับหัวเราะ แตก็ไมไดชี้แจงขาวลือ กอนจะบอกวาตอนนี้ กําลังแตงเพลงใหประเทศชาติอยู ถามไปยังหนุมโจกับดิ๊บ บอยสเกาท ซึ่งเปนรุนนองของ เจี๊ยบ-พิสุทธิ์ ทั้งสองคนก็พูดตรงกันวา ไมเคยรูจักแจคกี้ และไมเคย เห็นเจี๊ยบคบกับแจคกี้ อีกทั้งแฟนคนเกาของเจี๊ยบก็ไมใชแจคกี้ เคย เห็นแต แนน-ชัญญากานต คุมดี ภรรยาของหนุมเจี๊ยบเทานั้น ที่ น า คิ ด ไปอี ก ไม รู ว า คุ ณ ปลื้ ม จงใจจะแต ง งานในวั น ที่ พันธมิตรฯ ถูกลอมปราบเมื่อสองปกอนหรือไม แตคําพูดราวกับผี เจาะปากบนวิทยุคลื่น 97.0 กลาวถึงการเสียชีวิตของ “นองโบวอังคณา ระดับปญญาวุฌิ” วา “พอนองโบวไมควรโทษตํารวจ แตควรโทษตัวเองมากกวาที่พานองเคาไปตาย” ยังคงจําไดดี ทุกวันนี้ นิสัยคุณปลื้มไมมีเปลี่ยน เขายังคงโจมตีรัฐบาล พันธมิตรฯ ทหาร รวมทั้งกุเรื่อง “อํานาจพิเศษ” ที่รูวาจาบจวงใคร ผานกระบอกเสียงของทักษิณอยาง “วอยซ ทีวี” กรอกหูเสื้อแดงทุก วัน กระทั่งวิทยุชุมชนถายทอดเสียงตอเพื่อปลุกระดมอีกดวย ไมรูจะอวยพรใหคูนี���ยังไง เอาเปนวาขอใหลูกออกมา หนาตาเหมือนแม และอยามีนิสัยเหมือนพอก็แลวกัน


.12. DemoCrazy

Volume 20 | August-September 2010

แลววันพรุงนี้...จะดีกวาเดิม

แบงค งามอรุณโชติ • นิสิตปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย • http://bankngam.wordpress.com

การเปลี่ยนการเมืองไทยไปสู “การเมืองโดยธรรม หรือ ธรรมาธิปไตย” แบบไมแดกดวน เวลาเรากลาวถึงความขัดแยงกันในทางการเมือง หนึ่ง ในหลายๆ เรื่องที่เปนขออภิปรายกันอยางเขมขนนั่นก็คือ วันนี้ เรายั ง ศรั ท ธา ประชาธิ ปไตยในแบบเลือกตั้ง ซึ่ง เคารพการใช วิจารณญาณของเสียงขางมากกันอยูอีกหรือไม หรือ เราจะเลือก หนทางของการยึด เอาบุ ค คลที่ ไ ดรั บ การยอมรับวา มีคุณ ธรรม โดยไมสนใจเสียงสวนมาก สวนตัวแลวผมประกาศจุดยืนชัดเจนวา เรายังคงตองยึดมั่น ที่จะธํารงกรอบประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง โดยเคารพเสียงสวนใหญ ไว โดยมีเปาหมายอยูที่การสรางสังคมการเมืองแบบธรรมาธิปไตย!!! ประเด็นอยูตรงนี้ครับ เราตองไมสับสนระหวางเปาหมาย กับ กรอบกติกา การเห็นวากรอบกติกาเปนอุปสรรคตอเปาหมายเลยไป รื้อสราง ถอดทิ้ง โดยไมมี “กรอบใหม” ซึ่งไดรับการยอมรับจากประชา สังคมอยางรอบดานแลวมารองรับ หากเราสุกเอาเผากินถึงเพียงนั้น ความวุนวายของบานเมือง ก็จะบังเกิด และสิ่งที่คาดการณไมไดก็จะตามมาครับ ทีนี้ คําถามที่จะ ถู ก ถามอย า งแน น อนว า ถ า เช น นั้ น เราจะยอมให ค นชั่ ว ครองเมื อ ง เหมือนที่เปนมากระนั้นหรือ ถาไมแลวเราจะทําอยางไร ผมคิดวา การแกไขปญหาเรื่องการเมืองโดยไมไปทําลาย กรอบกติกานั้นสามารถทําได ขอเพียงเราเขาใจหลักการสําคัญ ซักสองสามขอดังนี้ครับ หลั ก การข อ ที่ ห นึ่ ง เราต อ งเข า ใจว า การแก ไ ขป ญ หา ทางการเมืองอาจไมตองใชเครื่องมือทางการเมือง หรือ แกไขผาน ตลาดการเมื อ งเท า นั้ น จุ ด ตั้ งต น ของการแกไ ขป ญ หาอาจเกิ ด จาก ตลาดอื่นๆ อาทิ ตลาดเศรษฐกิจ ตัวอยางที่ชัดที่สุดในกรณีนี้ เชน เราพบวาที่คนจํานวนมาก จับใจนโยบายประชานิยม ก็เพราะเปนนโยบายที่ยกระดับคุณภาพ ชีวิตพวกเขาไดดีกวานโยบายการคลังแบบเครงครัด (Neo-classical fiscal policy) ซึ่งทํามากอนหนารัฐบาลชวน หลีกภัย คณะที่ 2 โดย ตลอด หรือกรณีสมาชิกกลุมการเมืองบนทองถนนจํานวนไมนอยที่รับ ค า จ า ง (หรื อ จะบอกว า เป น ค า รถ ค า เสี ย โอกาสก็ ต าม) มาชุ ม นุ ม ประท ว ง ก็ เ พราะเขาไม อ าจมี ส ว นร ว มทางการเมื อ งได หากไม มี คาชดเชยการหยุดงาน (เนื่องจากจนมาก) คนเหลานี้ยํ้านะครับวาไมไดโง และความคับของใจของพวก เขาในหลายๆ กรณีก็เปนเรื่องจริง ซึ่งจะเอาเรื่องรับเงินมาเปนเหตุ หั ก ล า งข อ เท็ จ จริ ง ทั้ ง สองประการนี้ ก็ ดู จ ะไม ยุ ติ ธ รรมเสี ย เท า ไหร เพราะถาเรามีความคับของใจทางการเมือง เหมือนที่พวกเขามีแตจน เราคงมาม็อบแบบฟรีๆ ไมไดเหมือนกัน หากเราสามารถที่จะยกระดับ รายรับของคนสวนใหญใหเพิ่มสูงขึ้นได ก็จะทําใหอิทธิพลของประชา นิยม และปญหาการซื้อเสียงจัดตั้งม็อบลดลง เมื่อคนโดยสวนใหญมีคุณภาพชีวิตที่ดี ขึ้น สามารถที่จ ะมี สวนรวมทางการเมืองไดโดยปราศจากอิทธิพลของ “เงิน” คนเหลานี้ก็ สามารถที่จ ะให น้ํ า หนัก หรือความสํา คัญ กับประเด็น ที่ถูก ยกระดับ

เหนือเรื่อง “ปากทอง” ไดในที่สุด [แนะนําใหใครที่ยังไมแมนเรื่อง ลํ า ดั บ ชั้ น ความต อ งการของคน ไปอ า นงานเกี่ ย วกั บ Maslow Hierarchy ซึ่งหากคนยังตอบสนองปจจัยสี่ใหแกตัวเองไมไดเพียงพอ การจะไปแสวงหาความพึงพอใจในระดับสูงขึ้นไป เชน เรื่องศีลธรรม จรรยา ความดีงาม ยอมเปนเรื่องยาก และสมเหตุสมผลที่จะปฏิเสธ ความตองการเหลานั้น] อยางไรก็ตามแต เราตองเขาใจดวยวา การแกไขปญหาตาม แนวทางที่ใ ชเครื่องมือขามตลาดกัน (Implementation across markets) นี้จะตองใชเวลาที่ยาวนานระดับหนึ่ง จะมาเรงรัดเอาวันนี้ พรุงนี้ (เหมือนการปฏิวัติ) ไมได จากที่เรากลาวมา แคระยะเวลาที่จะ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมใหมีความสามารถเชิงเศรษฐกิจ ที่สูงเพียงพอจะมีสวนรวมทางการเมืองไดโดยไมถูกอิทธิพลของเงิน ครอบงํานั้นก็อาจตองกินระยะเวลายาวนานระดับหนึ่ง หลักการขอที่สอง ที่เราตองทองใหขึ้นใจคือ ตองมีความ อดทนตอการเปลี่ยนแปลงใหได หากเราสามารถที่จะอดทนไดมากพอ คุณภาพของตลาดการเมืองที่ดีขึ้น คนมีสวนรวมทางการเมืองไดมาก ขึ้น ก็จะผลักดันให 1) กลไกการถวงดุลรัฐจากภาคประชาชนเขมแข็งขึ้น 2) มีตัวแทนคุณภาพจากประชาชนเขามาทํางานการเมือง มากขึ้น และ 3) เกินโยบายที่ดีขึ้น ซึ่งสามประการขางตนจะสงผลกลับมาที่ตลาดเศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น และจะสงผลวกกลับไปทําใหตลาดการเมืองดีขึ้น เชนนี้วนกลายเปน วัฏจักรพลังบวก (Positive power cycle) นําพา ประเทศไทยไปขางหนาไดอยางราบรื่น ประเด็นที่อาจถูกกังขาตอวา ในชวงเวลาแรก กอนที่ฟาก การเมืองจะดี ฟากเศรษฐกิจจะดีไดอยางไร ผมมีประเด็นที่จะตอบ คําถามนี้อยูหลายประการดวยกันครับ 1.) ไมวาจะเริ่มปฏิรูปการเมืองจากฝงไหนก็มีปญหา แตโดย เปรีย บเที ย บแลว เอากลไกทางเศรษฐกิจ ไปกดดัน ให นัก การเมื อ ง เปลี่ยนแปลง ยิ่ง ง า ยกวา ไปขอร องใหนัก การเมือ งกดดัน กั น เองให


Volume 20 | August-September 2010

ภาพแสดงการหมุนวนของวัฏจักรพลังทางบวกในการเปลี่ยนแปลงตลาดการเมืองผานชองทางทางเศรษฐกิจ

DemoCrazy .13. เปลี่ยนแปลง จริงไหม? 2) หากแบบจํ า ลองการกระจาย อํ า นาจเริ่ม ไดรับ การปฏิบัติจ ริงจัง มากขึ้ น การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรจะ ไมไดอยูในมือรัฐบาลกลางอีกตอไป แตมา อยู ที่ ท อ งถิ่ น ซึ่ ง ทํ า ให เ ราสามารถเข า แทรกแซง จั ด ตั้ ง หรื อ สนั บ สนุ น ให เ กิ ด ชุมชนตนแบบของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทางเศรษฐกิจไดงายขึ้น ดั ง นั้ น เรื่ อ งนี้ ไ ม ซั บ ซ อ นแต ก็ ไ ม งายครับ เพียงทวา อยางที่ผมบอกไปตั้งแต ตน เราตอ งการ “ความเข า ใจ” และ “อดทน” มากกวาที่เรามีในปจจุบันครับ ธรรมาธิปไตยที่คนไทย “สวนใหญ” จะหัน มาให ค วามสนใจกั บ ประเด็ น ที่ เ ป น เรื่ อ ง ศีลธรรมเหนือปากทองคงมาถึงในซักวัน แตอยาไปบังคับใหคนที่กําลังจะ อดตายต อ งมากิ น ศี ล ธรรม เดี๋ ย วนี้ ภายในวันนี้เลยครับ (ทั้งๆ ที่ไมรูวาผูนํา ซึ่งเราเชื่อวามีศีลธรรมนั้น มีมันอยูจริงรึ เปลา) ผมวามันจะบาปกรรมเอานา :P

CYBER WATCHDOG จัดเสวนาเยาวชนพบคนเดือนตุลา เว็บไซตเพื่อเยาวชนไทยสรางสรรค รวมกับมูลนิธิซีเมนตไทย ไดจัดกิจกรรม เสวนาในหัวขอ “บทบาททางการเมืองของ หนุมสาวตุลาอดีต และวันนี้” โดยมีวิทยากร ไดแก อ.อานันท หาญพาณิชยพันธ และคุณ ทองแถม นาถจํานง อดีตคนเดือนตุลา ณ รานอาหารอิเมีย ถนนเศรษฐศิริ สามเสน สําหรับกิจกรรมเสวนาในครั้งตอไป ติดตามรายละเอียดและเขารวมกิจกรรมไดที่ www.cyber-watchdog.com


.16. DemoCrazy

DemoCrazy

Volume 10

in Campus จัพาวเวอร บตา‘สมคิ ด ’อธิ ก ารบดี มธ. ‘สุรพล’หยั่งเสียงชนะขาด-รอสภามหาวิทยาลัยชี้ขาด เ ข า ถึ ง ม ห า ’ ลั ย เ ข า ใ จ บ า น เ มื อ ง

ธรรมศาสตร • ผลการลงคะแนนสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร (มธ.) คนใหม แทน ศ.ดร.สุ ร พล นิ ติ ไ กรพจน อธิ ก ารบดี ค นป จ จุ ���ั น ที่ ค รบวาระออกมาแล ว คงไม เ กิ น ความ คาดหมายนักหากชื่อของ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย รองอธิการบดี ฝายการคลัง ชนะเสียงจากประชาคมธรรมศาสตรแบบขาดลอย ในครั้งนี้ผูประกาศตัวชิงตําแหนงอยางเปนทางการ 3 ราย ไดแก ศ.ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย, รศ.ม.ร.ว. พงษสวัสดิ์ สวัสดิวัตน คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรม และ รศ.ดร.กําชัย จงจักรพันธ อดีตรอง อธิการบดี ผูทาชิง 2 สมัย โดยกอนการเสนอชื่อทั้งสามคนตางติดโปร เตอรประกาศตัวขอเสียงสนับสนุนทั่วบอรดประกาศของมหาวิทยาลัย ในการหยั่งเสียง ของทั้ง 43 หนวย มีดังนี้ ศ.ดร.สมคิด ชนะ 30 หนวย รศ.ดร.กําชัย ชนะ 13 หนวยและ รศ.ม.ร.ว.พงษสวัสดิ์ ชนะ 1 หน ว ย โดยในจํ า นวนดั ง กล า ว ทั้ ง 3 รายได ค ะแนนเท า กั น จาก สมาคมธรรมศาสตร จํ า แนกเป น ศ.ดร.สมคิ ด ได ค ะแนนจากสาย เจาหนาที่และอาจารย 1,724 คะแนน สายนักศึกษา 1,237 คะแนน รศ.ดร.กํ า ชั ย ได ค ะแนนจากสายเจ า หน า ที่ แ ละอาจารย 854 สาย นั ก ศึ ก ษา 468 คน และ รศ.ม.ร.ว.พงษ ส วั ส ดิ์ ได ค ะแนนจากสาย เจาหนาที่และอาจารย 352 คะแนน และสายนักศึกษา 706 คะแนน แมวาการไดรับคะแนนสูงสุด จะแสดงใหเห็นถึงการยอมรับ ของประชาคมธรรมศาสตร แตไมใชสิ่งยืนยันวาจะไดรับการพิจารณา วาเปนผูที่เหมาะสมกับตําแหนงนั้น เพราะตามระเบียบมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตรที่มี จะเปนผูตัดสินชี้ขาด ว า ใครจะเป น ผู ที่ เ หมาะสมกั บ ตํ า แหน ง ผู บ ริ ห ารจากรายชื่ อ ที่ คณะกรรมการสรรหาเสนอขึ้นไป อยางไรก็ตาม ก็เปนที่โจษจันวา ศ.ดร.สมคิด หรือที่เรียกกัน วา “อาจารยตู” นั้นเปนเพื่อนซี้ ศ.ดร.สุรพล หรือที่เรียกวา “อาจารย คุง” ซึ่งจบนิติศาสตรรุน 21 เหมือนกัน และที่ผานมาพบวาคนที่มีสาย สัมพันธกับอาจารยคุงนั้นไดดิบไดดี โดยเฉพาะหลังจาก ศ.ดร.สมคิด

หมดวาระคณบดีคณะนิติศาสตร คนที่กาวขึ้นมาแทนก็คือ รศ.ดร.สุร ศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล ซึ่งเปนคนของอาจารยคุงนั่นเอง คาดการณกัน ไปตา งๆ นานาวา การสรรหาอธิการบดีค น ใหมในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการสงทอดอํานาจทางการเมืองภายใน มหาวิ ท ยาลั ย ธรรมศาสตร เมื่ อ บุ ค คลหนึ่ ง หมดอํ า นาจ ก็ จ ะเกิ ด กระบวนการสงไมตอไปเรื่อยๆ ไมนับรวมภาพลักษณที่ถูกวิจารณจาก อาจารยและนักศึกษาหัวกาวหนาในรั้วเหลืองแดงบางคนที่มองวา ทั้ง อาจารยคุงและอาจารยตูเคยเปนมือกฎหมายในชวงหลังรัฐประหาร ศ.ดร.สมคิดมีตําแหนงเปนเลขานุการของสภารางรัฐธรรมนูญ 2550 นอกจากนี้ ในดินแดนแหงเสรีภาพแหงนี้ก็ใชวาจะเปดกวาง ใหประชาคมธรรมศาสตรเสมอไป ยอนกลับไปปที่แลว รศ.ดร.กําชัย เคยเปนคูชิงตําแหนงคณบดี และอธิการบดีกับอาจารยคุงมาแลว แต แพทางมาโดยตลอด แมในการสรรหาอธิการบดีเมื่อป 2551 ครั้งนั้น รศ.ดร.กําชัยไดรับการเสนอชื่อถึง 3,016 เสียงมากกวา ศ.ดร.สุรพล ไดรับการเสนอชื่อทั้งสายอาจารย บุคลากร และนักศึกษา 2,502 เสียง มากกวาถึงหารอยกวาคะแนนก็ตาม ถาจะสรุปวา ศ.ดร. สมคิด ไดเปนอธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร ก็ออกจะเร็วไปหนอย เมื่อเทียบกับกระบวนการสรรหาที่ จะตองมีการแสดงวิสัยทัศนใหประชาคมธรรมศาสตร โดยเฉพาะสภา มหาวิท ยาลั ย ได รับ รู ซึ่ง จะพิ จ ารณาและชี้ ข าดว า ใครเหมาะสมกั บ ตําแหนงอธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรคนตอไป ถ า จะรอให ก ระบวนการสรรหาสิ้ น สุ ด และสภา มหาวิทยาลัยมีมติเสียกอน ก็คงไมสายที่จะกลาวแสดงความยินดี กับอธิการบดีคนใหมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย หรือที่ลูกศิษยเรียกกันติดปาก วา “อาจารยตู” เกิดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2502 ปจจุบันอายุ 51 ป เปนคนกรุงเทพฯ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สอบ เข า คณะนิ ติ ศ าสตร ธรรมศาสตร รุ น 21 จบเนติ บั ณ ฑิ ต ไทย ป 2527 จากนั้นไปเรียนตอที่มหาวิทยาลัยปารีส 2 ประเทศฝรั่งเศส จนจบปริญญาเอกกฎหมายมหาชน เคยเปน ผู ชว ยรองอธิก ารบดีม หาวิ ท ยาลัย ธรรมศาสตร เป น กรรมการสภามหาวิ ท ยาลั ย ธรรมศาสตร กรรมการสถาบั น พระปกเกลา กรรมการวินิจฉัยรองทุกขสํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎี ก า กรรมการกระจายอํ า นาจให แ ก อ งค ก รปกครองส ว น ทองถิ่น นอกจากนี้ยังไดรับโปรดเกลาฯ แตงตั้งใหเปนสมาชิกสภา รางรัฐธรรมนูญ ทั้งป 2540 และป 2550 ตําแหนงสุดทายกอนที่จะลงทาชิงตําแหนงอธิการบดี คนใหมคือ รองอธิการบดี ฝายการคลัง หลังจากที่หมดวาระ คณบดีคณะนิติศาสตรไปกอนหนานี้


พระวิหาร UPDATE

ด ว ยเลื อ ดและน้ า ํ ตา สักวันหนึงเราจะตองเอาเขาพระวิหารคืนมาใหจงได ดินแดนไทยทับซอนพระวิหาร คําสั่งศาลพิพากษาสอบสับสน ทางขึ้นเขตของไทยใหวกวน แตตัวตนปราสาทสิทธิ์กัมพูชา สุดเขตไทยขามเขาศรีสะเกษ กั้นประเทศเขตแดนดินถิ่นปญหา คดีโลกไทยขัดแยงกัมพูชา ขวานทองขาไมยอมใหใครครอบครอง จากโบราณนานปที่สะสาง ตางฝายตางตั้งตนเปนเจาของ ตางอางสิทธิ์เรียกรองไมเปนรอง อุทธรณฟองมรดกโลกโชคของใคร แมตองแลกดวยเลือดและน้ําตา เอาคืนมาพระวิหารใหจงได คําจอมพลเคยกลาวประกาศไว ลูกหลานไทยทวงไทยอยายินยอม • กาสะลอง / 19 สิงหาคม 2553 •


ปมพิพาทพระวิหาร 10 ป 7 รัฐบาล

14 มิถุนายน 2543 สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ม.ร.ว.สุขุม พันธุ บริพัตร รมช.ตางประเทศ ลงนามบันทึกความเขาใจวาดวยการ สํารวจและจัดทําหลักเขตแดนระหวางไทย-กัมพูชา ป 2543 โดยเปน การยอมรับแผนที่มาตราสวน 1 ตอ 2 แสน ซึ่งจัดทําโดยฝรั่งเศสแต ฝายเดียว 18 มิถุนายน 2544 สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไดมี การลงนามแถลงการณร ว มกั บนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัม พู ช า ขณะเดียวกัน นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว.ตางประเทศ ก็ไดเปนผู ลงนามบันทึกความเขาใจรับรองแถลงการณรวมดวย 25 มี น าคม 2547 ปลายรั ฐ บาล พ.ต.ท.ทั ก ษิ ณ ชิ น วั ต ร คณะที่ 1 นายสุร เกียรติ์ เสถียรไทย รมว.ตางประเทศ จัดใหมีก าร ประชุมรวมเพื่อพัฒนาปราสาทพระวิหารขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยมีนายสก อัน รองนายกฯ และ รมต.ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปน ประธานรวม ภายหลังการประชุม นายสุรเกียรติ์สรุปวา จะมีโครงการ ที่ตั้งอยูบนความรวมมือและอยูบนพื้นฐานของผลประโยชนรวมกันใน การอนุรักษปราสาทพระวิหารใหเปนมรดกโลกของมนุษยชาติรวมกับ องคการยูเนสโก 15 ตุลาคม 2549 สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท ได เดินทางไปเยือนกัมพูชาอยางเปนทางการ พล.อ.สุรยุทธ แจงวา ไดมี การเจรจาการปกปนเขตแดนระหวางไทย ลาว และกัมพูชา รวมกัน พัฒนาพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมมรกตเพื่อเปดชองทางบริเวณชองตา เฒา เขาพระวิหาร โดยไทยพรอมจะรวมพัฒนาเขาพระวิหารกับกัมพูชา และ ยินดีที่กัมพูชาขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเปนมรดกโลก 20 มิถุนายน 2550 นายฮอรนัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและ รั ฐ มนตรี ต า งประเทศกั ม พู ช ามาเยื อ นไทย ได ห ารื อ กั บ รั ฐ มนตรี ต า งประเทศของไทย เรื่ อ งการจดทะเบี ย นปราสาทพระวิ ห ารเป น มรดกโลกอีกครั้ง แตยังไมไดขอยุติ ระหวางนั้นมีคําทัก ทวงจากที่ประชุมสภากลาโหม ระบุวา กัมพูชาสรางหลักฐานเท็จหวังฮุบเขาพระวิหาร 3-4 มี น าคม 2551 สมั ย รั ฐ บาลนายสมั ค ร สุ น ทรเวช ไป เยือน���ัมพูชาอยางเปนทางการ ยืนยันไมคัดคานกัมพูชาขึ้นทะเบียน ตัวปราสาทพระวิหารเปนมรดกโลก และจะยอมเลื่อนจุดหลักเขตแดน หลบไป 3-4 กม. 21-22 พฤษภาคม 2551 นายนพดล ป ท มะ รมว. ตางประเทศ ไปประชุมรวมกับยูเนสโกที่ฝรั่งเศส โดยกัมพูชาเสนอ แผนที่ ใ หม แสดงขอบเขตตั ว ปราสาทพระวิ ห ารให ฝ า ยไทยและ ยูเนสโกพิจารณาภายในวันที่ 6 มิถุนายน 2551 จากนั้ นนายนพดล ระบุวา จะนําเสนอแผนที่ดังกลาวใหที่ ประชุมสภาความมั่นคงแหงชาติ (สมช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ระหวางนั้นถูกกองกําลังบูรพาแยงวาแผนที่ใหมเสี่ยงที่ไทย จะเสี ย ดิ น แดน แต น ายนพดลยื น ยั น ว า แผนที่ ใ หม อ ยู ใ นขอบเขต กัมพูชา หางจากตัวปราสาทประมาณ 30 เมตร 18 มิ ถุ น ายน 2551 คณะรั ฐ มนตรี น ายสมั ค ร สุ น ทรเวช เห็นชอบแถลงการณรวมไทย-กัมพูชา ตามที่นายนพดลเสนอ 29 มิถุนายน 2551 ศาลปกครอง มีคําสั่งคุมครองชั่วคราว หามมิใหนํามติคณะรัฐมนตรี ที่เห็นชอบใหนายนพดล ปทมะ รมว. ตางประเทศ ไปลงนามในแถลงการณรวมไทย กัมพูชา เพื่อใหกัมพูชา ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปนมรดกโลก ไปใชอางอิงจนกวาศาล จะมีคําพิพากษาเปนอยางอื่น

.B.

ระหว า งการชุ ม นุ ม ของพั น ธมิ ต รประชาชนเพื่ อ ประชาธิปไตยเมื่อป 2551 มีการประณามนายนพดล ปทมะ รมว.ตางประเทศ สังเกตจากสติ๊กเกอรแปะกับรองเทา ตอมาศาลปกครองสูงสุดตัดสินวาเปนหนังสือสัญญาที่อาจมี บทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ ทั้งยังมีผลกระทบตอความ มั่ น คงทางสั ง คมอย า งกว า งขวาง จึ ง ต อ งได รั บ ความเห็ น ชอบจาก รัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ ป 2550 มาตรา 190 กําหนดไว สิงหาคม 2551 นายเตช บุนนาค เปน รมว.ตางประเทศคน ใหม แทนนายนพดลที่ลาออกจากตําแหนงเพราะถูกกดดัน และไดไป รับประทานอาหาร กับนายฮอรนัมฮงที่กัมพูชา ตอมานายเตชไดมี หนั งสื อ ถึง นายฮอร นัม ฮง ระบุ วา ไทยไม ถือ วา คํ า แถลงการณร ว ม ระหวางไทยกับกัมพูชา ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2551 เปนสนธิสัญญา ตามกฎหมายระหวางประเทศและเปนเอกสารที่สิ้นผลแลว 1 กันยายน 2551 นายฮอรนัมฮงมีหนังสือถึงนายเตช ความ ตอนหนึ่งระบุวา ไมยอมรับการสิ้นผลของแถลงการณฉบับดังกลาว นําไปสูการขึ้นทะเบียนมรดกโลกสําเร็จในการประชุมคณะกรรมการ มรดกโลก ครั้งที่ 32 ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา 13 ตุลาคม 2551 สมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศสวัสดิ์ มอบ ใหนายสมพงษ อมรวิวัฒน รมว.ตางประเทศ ไปประชุมรวมกับนาย ฮุนเซน แตไมมีความคืบหนา 3 เมษายน 2552 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิด เหตุทหารไทยปะทะทหารกัมพูชา ฝายกัมพูชาเสียชีวิต 3 นาย ตอมากัมพูชาเรียกคาเสียหาย 75 ลานบาท ในการประชุม คณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 33 ที่ประเทศสเปน รัฐบาลอภิสิทธิ์ มอบหมายให น ายสุ วิ ท ย คุ ณ กิ ต ติ รมว.ทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ สิ่งแวดลอม เดินทางไปคัดคานแผนบริหารจัดการรอบปราสาทพระ วิหาร แตที่ประชุมใหกัมพูชาจัดทําแผนมาเสนอใหม


บทสรุปดีเบตรัฐ-ภาคี

• นายกฯ คงเอ็มโอยู 2543 ยืนยันไมไดยอมรับแผนที่ 1:2 แสน • ภาคีคาใจปลอยเขมรล้ําอธิปไตย เสียพื้นที่รอบปราสาท 50 ไร รายการพิ เ ศษเพื่ อชี้ แจงกรณีเ ขาพระวิห ารและเขต แดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีการถายทอดสดทางชอง 11 เมื่อเวลา ประมาณ 10.20 น. วันที่ 8 ส.ค. 2553 ที่ผานมา โดยฝ า ยรั ฐ บาลประกอบด ว ย นายอภิ สิ ท ธิ์ เวชชาชี ว ะ นายกรัฐมนตรี นายสุวิทย คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่ ง แวดล อ ม นายชวนนท อิ น ทรโกมาลย สุ ต เลขานุ ก าร รมว. ตางประเทศ และ นายศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธิปตย สวนภาคประชาชน ประกอบดวย นายปานเทพ พัวพงษ พัน ธ โฆษกพั น ธมิ ต รประชาชนเพื่ อ ประชาธิ ป ไตย นายสมปอง สุจ ริตกุล อดี ตทนายความคดีปราสาทพระวิหาร นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการดานประวัติศาสตรและนายวีระ สมความคิด ตอไปนี้จะเปนเนื้อหาการแลกเปลี่ยนของทั้งสองฝายโดย สรุ ป ขอหยิ บ ยกมาจาก นสพ.กรุ ง เทพธุ ร กิ จ ฉบั บ วั น ที่ 9 ส.ค. 2553 ซึ่งเห็นวากระชับที่สุด แตสามารถดูเนื้อหาคําตอคําไดจาก เว็บไซตศูนยสื่อทํ าเนียบ http://media.thaigov.go.th/pageconfig/ viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&directory=1779&c ontents=47579 หรือลิงคชั่วคราว http://bit.ly/bUpIb2 การชี้แจงเริ่มยอนความเปนมาของปญหา เริ่มจากคดี ปราสาทพระวิหาร ที่กัมพูชานําขึ้นฟองศาลโลกในป 2502 ซึ่งศาล โลกตัดสินในป 2505 เพียงวา ปราสาทพระวิหารอยูบนอธิปไตย ของกัมพูชา แตไมไดกลาวถึงแผนที่ 1 ตอ 2 แสน ที่ฝายกัมพูชา แนบท า ยคํ า ฟ อ งเป น ภาคผนวกที่ 1 ซึ่ ง นายสมปองย้ํ า ว า ผู พิพากษาเสียงขางนอย ไดมีคําพิพากษาวาแผนที่ดังกลาวใชไมได เพราะขั ด หลั ก สั น ป น น้ํ า ไม เ ป น ไปตามอนุ สั ญ ญา 1904 และ สนธิสัญญา 1907 ซึ่งหากคําพิพากษาหลักไมไดพูดถึง ก็ถือวาคํา พิพากษาเสียงขางนอยเปนคําพิพากษา หลังจากนั้นพูดถึง การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปน มรดกโลกของกั ม พู ช า ซึ่ ง ฝ า ยรั ฐ บาลโดยนายสุ วิ ท ย อ า งว า ได พยายามคัดคานเรื่องนี้มาตลอด โดยเฉพาะในประเด็นแผนการจัดการ

.C.

ไมสมบูรณ แผนที่ที่กัมพูชาเสนอมายังไมชัดเจน จึงยังไมถือวาเราเสีย ดิน แดนรอบปราสาทพระวิห าร ด า นนายอภิ สิทธิ์ กลา ววา การขึ้ น ทะเบียนมรดกโลกไมเกี่ยวกับเขตแดน และเปนไปไมไดที่นายสุวิทย จะไปเซ็นยกดินแดนใหใคร ต น ตอของป ญ หานี้ เ กิ ด เมื่ อ ป 2505 เมื่ อ กั ม พู ช าได นํ า ข อ พิพาทขึ้นสูศาลโลก และมีคําพิพากษาวาตัวปราสาทพระวิหารเปน ของกัม พูช า รัฐบาลในขณะนั้น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัช ต เคารพคํ า ตัดสินใจ แตพื้นที่โดยรอบเรายังไมยอมรับ ตอมาในรัฐบาลนายสมัคร สุ น ทรเวช โดยนายนพดล ป ท มะ รั ฐ มนตรี ว า การกระทรวง ตางประเทศ ไดไปออกแถลงการณรวมกับกัมพูชาในป 2551 จึงทําให เปดปญหาเสมือนวาไทยไปยอมรับกับขอเสนอของกัมพูชา รัฐบาลนี้ พยายามตามแก ไ ขในสิ่ ง ที่ รั ฐ บาลชุ ด ในอดี ต ได ก ระทํ า ผิ ด ไปแล ว ยืนยันวา 4.6 ตารางกิโลเมตร ไมใชพื้นที่ทับซอน อีกทั้ง ตองทักทวง บทบาทของยู เ นสโก ต อ งส ง เสริ ม สั น ติ ภ าพ ไม ใ ช ก อ ให เ กิ ด ภาวะ สงคราม "ปญหาเริ่มปพ.ศ. 2505 มีการตอสูทางคดี ซึ่งไทยถือวา เขต แดนกําหนดโดยสนธิสัญญาซึ่งยึดสันปนน้ํา ตอนนั้นฝายไทยมั่นใจวา ปราสาทเปนของไทย สวนกัมพูชา ตอสูโดยอางอิงแผนที่ที่เรียกกันวา แผนที่ 1 : 200,000 ที่ทําโดยฝรั่งเศส ซึ่งไทยโตแยงวา รุกล้ําเขามาใน ดินแดนไทย และไมใชเปนไปตามที่คณะกรรมการรวมปกปนเขตแดน ตามสนธิสัญญากําหนด ตอนนั้นศาลโลกวินิจฉัยวา 1.ศาลไมไดตัดสิน กาวลวงวา เขตแดนไทยกัมพูชาอยูตรงไหน 2.ศาลไมไดรับรองแผนที่ ของกัมพูชา แตอางวา ไทยไมไดโตแยงคัดคาน และไดตัดสินวา ตัว ปราสาทอยูเปนของกัมพูชา ตอนนั้นรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต เคารพมติศาลโลก และออกมติ ครม.เปนแนวปฏิบัติเรื่องปราสาท แต พื้นที่รอบๆ ปราสาทไมไดยอมรับ และขอสงวนสิทธิ์ตอคําพิพากษา ตนเคยอภิ ป รายในสภาแบบนี้ และตอนนี้ ก็ ยืน ยั น เหมือ นเดิ ม และ นายกษิต ภิรมย รมว.ตางประเทศ ก็พยายามคนหาหลักฐานเพิ่มเติม ตลอด" นายกฯ กลาว นายปานเทพและนายเทพมนตรี ตั้งขอสังเกตวา มติ ครม. ป พ.ศ. 2505 ไดกั้นรั้วทิศเหนือและตะวันตกของปราสาท โดยรั้วนั้น ไมใชเสนเขตแดน ซึ่งตอมาในยุคปจจุบัน แผนที่ตรงนี้คือแผนที่ แอล 7017 ที่ฝายไทยยึด แตในสมัยรัฐบาลที่แลวที่นายนพดล ปทมะ เปน รมว.ตางประเทศ ป 2551 มติกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 32 ที่ควิเบก แคนาดา ใหขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปนมรดกโลก ทําใหไทย เสียพื้นที่โดยรอบปราสาทไปแลวในเบื้องตน 50 ไร นายสุวิ ทย ยอมรั บวา กอนรัฐบาลนี้เ ขา มาบริห ารประเทศ ปราสาทพระวิหารถูกขึ้นทะเบียนไปแลว ตั้งแตสมัยนายนพดล หลัง การออกแถลงการณ รว ม และถู ก นํา ไปใช อา งอิ ง แตเ ราได ทั ก ท ว ง มาแลว 2 ครั้ง เพราะตัวปราสาทตองชัดเจน มติยูเนสโก ไมใชทําให ไทยตองเสียอธิปไตย การเสียดินแดนเมื่อถูกครอบครอง ดังนั้น การ คัดคานจึงถือเปนการสงวนสิทธิ์ ซึ่งการประชุมครั้งหลังสุดที่บราซิล ไทยประสบความยากลําบาก ไมมีขอมูลเพราะยังไมไดรับเอกสารจน มาถึ ง วิ น าที สุ ด ท า ย ได เ ห็ น เอกสารที่ กั ม พู ช ายื่ น เข า ไปจึ ง คั ด ค า น เพราะจุดยืนของไทยตองแยกจากมติของคณะกรรมการมรดกโลก นายปานเทพ ได นํ า แผนที่ ซึ่ ง แสดงให เ ห็ น ว า ตามคํ า พิพากษาศาลโลก กัมพูชามีสนธิเหนือตัวปราสาทพระวิหารเทานั้น แตตองยอมรับปญหาขอพิพาทนี้เปนเรื่องการเมืองระหวางประเทศ เพราะกัมพูชาเคยเปนเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ซึ่งปญหามรดกโลก สันปน น้ํา เอ็มโอยู ป 2543 ลวนเปนเรื่องเกี่ยวโยงกัน และปญหาการรุกล้ํา อธิ ป ไตยของฝ า ยกั ม พู ช า ซึ่ ง เป น ที่ วิ ต กของทุ ก ฝ า ย จะเป น ไปได หรือไมที่ตองยกเลิกเอ็มโอยู ป 2543 โดยใหยึดสนธิสัญญาเพียงอยาง เดียว นายกรัฐมนตรี ยังกลาวตอวา หากรัฐบาลยกเลิกเอ็มยูโอ ไม แนใจวารัฐบาลชุดตอไปจะไปตกลงกัมพูชา โดยไมมีเงื่อนไขก็ยิ่งงาย


กันไปใหญ ตนขอยืนยันวาเอ็มโอยู ป 2543 ไมไดยอมรับเรื่องแผนที่ และเหตุ ที่ ไ ม ย กเลิ ก เพราะต อ งการใช ป ระโยชน ต รงนี้ ใ นการดู แ ล สถานการณของประเทศ แตในอนาคตไมตองหวง รัฐบาลไทยจะทํา เพื่อรักษาอธิปไตย "วิธีการจะใชการทูตผสมผสานกับการทหาร ไดใหนายกษิต ภิรมย รัฐมนตรีวาการกระทรวงการตางประเทศคุยกับรัฐมนตรีวาการ กระทรวงกลาโหม และกองทัพ เพื่อดูวาจะใชแนวทางอยางไรตอไป ซึ่ ง ไม ค วรนํ า มาพู ด ในที่ นี้ หรื อ หากจะต อ งมี ก ารใช กํ า ลั ง ก็ จ ะเป น ทางเลือกสุดทาย" นายอภิสิทธิ์ กลาวพรอมยืนยันวา เอ็มโอยู ป 2543 เปนตัวล็อกไววาทั้งสองฝายจะไมเขาไปทําอะไรในพื้นที่ คือเหตุผลวา ทําไม เอ็มโอยู ป 2543 จึงควรจะยังอยู นอกจากนี้ นายเทพมนตรี ได นํ า เอกสารกระทรวง ตางประเทศ วันที่ 20 มิถุนายน 2551 สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทร เวช ลงนามโดยอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ที่ชี้แจงถึงราช เลขาธิการมาแสดง โดยระบุวา ในเอกสารฉบับนี้มีแผนผังและมีคํา ชี้แจงวา ไมสามารถเอาพื้นที่รอบปราสาทดังกลาวคืนมาไดแลว จุดนี้ ทํากัมพูชาเขาใจวา ไทยยอมรับแลว นายสุวิทย ชี้แจงวา ตอนนั้น ฝายไทยทําเรื่องคั ดคา นไวที่ ควิ เ บก ว า การขึ้ น ทะเบี ย นไม ช อบ เพราะการเสนอไม ส มบู ร ณ เนื่องจากไมมีขอบเขต คราวนี้ครั้งที่ 34 ที่บราซิลฝายไทยก็ทําเรื่อง คัดคาน เพราะความไมชัดเจนเรื่องเขตแดน โดยยกกรณีเยรูซาเล็มที่ ขึ้นทะเบียนทั้งที่ขอบเขตไมชัดจึงมีปญหา ซึ่งการที่กรรมการมรดก โลกใหกัมพูชาเสนอรายละเอียดของขอบเขตแผนที่ใหชัดเจนอีกครั้ง นี่แสดงวา แผนที่ยังไมชัด แลวดันทุรังขึ้นทะเบียนไป ดังนั้น 50 ไร รอบปราสาท คือฝายไทยสงหนังสือทักทวงวาไมไดยอมรับ นายสุวิทย กลาววา ที่มีการกลาวหาวา รัฐบาลไมสนใจ และ มาทําตอนไฟลน รัฐบาลไมใชไฟลนกนแลวทํา แตเตรียมตัวคัดคานมา ตั้งนานแลวตั้งแตสมัยป 2551 ตอเนื่องมาถึงป 2552 ที่สเปน มาถึงที่ บราซิ ล ตนเอาแผนที่ เ อาภาพที่ มี ก ารวางกํ า ลั ง ของกั ม พู ช าไปให ยูเนสโก ดูวา มีการรุกล้ํา มีปญหา แลวกรรมการมรดกโลกจะเพิ่ ม ปญหาอีกหรือ มาถึงบราซิลก็ไมไดหยุด ไดทําหนังสือตามอีกวา ขอ เอกสารทั้งหมด ตามไปประชุมกับยูเนสโก จนมีรูปกับผูอํานวยการ ยู เ นสโกหลายสิ บ รู ป แล ว และรณรงค ใ ห มี ตั ว แทนไทย เข า ไปเป น กรรมการมรดกโลก เพื่อใหพูดในที่ประชุมได ก็เขาไปไดทําจนวินาที สุดทาย กรรมการสงวาระมา ไมมีเอกสารประกอบ ก็ทําหนังสือสงวน สิทธิ์ ย้ํากับผูอํานวยการยูเนสโก หลายรอบวา ตองทําใหเขตแดนชัด กอน สุดทายกรรมการมรดกโลกจึงเลื่อนไปอีก 1 ป "ขอยืนยั นวา มติ 5 ขอที่ เซ็น ที่บราซิล เปน รา งขอมติข อง ประธานคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งไมมีขอผูกพัน โดยทั้ง 5 ขอนั้น มติเดิมที่เคยตกลงไวที่เมืองควิเบก แคนาดา ไมใชมติใหม แตมีขอ หนึ่งเปนมติใหเลื่อนการประชุมออกไปเปนปหนา ซึ่งดูแลววาไมใหมี ข อ ผู ก พั น ให กั ม พู ช านํ า ไปขึ้ น ศาลโลกวั น ข า งหน า จึ ง ถื อ ว า เป น ผลประโยชนของฝายไทย ถาไปลงมติตามขอเสนอ 7 ขอของกัมพูชา ตางหาก จึงจะเปนการยอมรับวาที่ประชุมเห็นชอบตามกัมพูชา และ ทําให การขึ้นทะเบียนมีความสมบูรณ " นายสุวิทย ยืนยัน นายอภิสิทธิ์ ย้ําวา “เอกสารและมติตางๆ ตองแยก โดย แยกจุดยืนประเทศไทย กับ มติกรรมการบริหารมรดกโลก คราว นี้เราทําหนังสือถึงกรรมการทักทวงวา รับอะไรไมไดบาง ที่มัน ยากคือตองชั่งใจวา หากไมเอา 5 ขอนี้แลวกัมพูชายก 7 ขอเดิม ของเขาขึ้นมา หากเราแพแลวจะทําอยางไร จึงตองชั่งใจวา ถา ประนีประนอมแลวไมเสียมันจะดีไหม พอผลออกมาแบบนี้ จึงย้ํา ใหเขาใจวา ตอนนี้กัมพูชา กรรมการมรดกโลก หรือ ยูเนสโก จะ ทําอะไรในพื้นที่ติดตัวปราสาทไมได หากไมไดรับอนุญาตจาก รัฐบาลไทย เพราะ 5 ขอดังกลาว เปนรางที่ยังไมพิจารณาจนกวา จะถึงการประชุมครั้งหนา”

.D.

‘ฟฟทีนมูฟ’เว็บดังเขมร ทํา‘ฮุนเซน’ควันออกหู!! เป น ที่ ฮื อ ฮาในกั ม พู ช า เมื่ อ ภาพโปสเตอร ตั ด ต อ เลียนแบบภาพยนตรดัง “กวนมึนโฮ” ภายใตชื่อ “กวนมึงไง” ซึ่ ง เป น ภาพของศรี ษ ะ สมเด็ จ ฯ ฮุ น เซน นายกรั ฐ มนตรี กัมพูชาถูกถีบดวยสนเทา และดานหลังเปนภาพของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” แกนนําพันธมิตรฯ ที่เคลื่อนไหวเขาพระวิหาร โปสเตอรดังกลาวถูกสงตอผานเครือขายอินเตอรเน็ต กระทั่งสมเด็จฯ ฮุน เซน นําภาพโปสเตอรดังกลาวขึ้นแสดงใน ระหวางปาฐกถา ซึ่งมีทาทีโกธรแคนตอการเคลื่อนไหวของกลุม พันธมิตรฯ นําโดยนายสนธิ ที่ไดทําพิธีสาบแชงเขา และลบหลู โดยการโพสตภาพของเขาซึ่งมีใครบางคนกําลังถีบหัว ภายหลังชาวเขมรผูสนับสนุนสมเด็จฯ ฮุน เซน พากัน ออกมาปกปองเสียยกใหญ โดยเฉพาะสมุนอยางเชน “ซก อาน” รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาโจมตีนายสนธิวาเปนคนปา เถื่อนแหงศตวรรษ รวมทั้งปลุกระดมลูกเสือกัมพูชาทั่วประเทศ ออกแถลงการณสอนคนไทยและถลมนายสนธิกันเปนเจาเขา หารู ไ ม ว า นอกจากบทบาทของนายสนธิ ที่ ก ล า วถึ ง สมเด็จฯ ฮุน เซน ในรายการเมืองไทยรายสัปดาหแลว บรรดา โปสเตอรตางๆ อาจจะเรียกไดวาผูสนับสนุนกลุมเล็กๆ ทํากันเอง โดยใชเพียงแคโปรแกรมตัดตอภาพโฟโตช็อปเทานั้น เว็บไซตฟฟทีนมูฟ (http://www.15thmove.net) เปน หนึ่ ง ในไม กี่ เ ว็ บ ไซต ที่ อ อกมารณรงค คั ด ค า นการขึ้ น ทะเบี ย น ปราสาทพระวิหารเปนมรดกโลก นอกจากเว็บอยางเปนทางการ ของภาคีฯ (http://www.praviharn.net) กอนหนานี้เคยเปดตัวครั้ง แรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2552 แตไดเวนวรรคอยูพักหนึ่ง กระทั่งมี ความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมในเดือนสิงหาคม 2553 จึงกลับมาอีก ครั้ ง ในรู ป แบบที่ อ า นง า ยขึ้ น กว า เดิ ม สอดแทรกด ว ยปกิ ณ กะ นอกจากการเคลื่อนไหวคัดคานการเสียดินแดน ผู ที่ อ ยู เ บื้ อ งหลั ง เว็ บ ไซต แ ห ง นี้ ไ ด แ ก “หน อ ย ศิ รั ส วัชระสุขจิตร” นักจัดรายการทางวิทยุผูจัดการ 97.75 MHz. รวม ดวยสองหนุมที่ใชนามแฝง “มะเน” ในบล็อก Boring Days และ “นิ ม ” เพื่ อ นร ว มก ว น ทั้ ง สามอยู เ บื้ อ งหลั ง การเคลื่ อ นไหวใน รูปแบบของการจัดเสวนาเกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหารมาแลว พวกเขายืนยันวา เว็บไซตนี้จะสรางความเขาใจและ เคลื่ อ นไหวร ว มเพื่ อ ยุ ติ ก ารเสี ย ดิ น แดนครั้ ง ที่ 15 ด ว ย ยุทธศาสตรในการเคลื่อนไหว คือ “กวน ตีง”


DemoCrazy .19.

Volume 20 | August-September 2010

ทัศนะ

กฤติน ดิ่งแกว • นักศึกษาคณะนิติศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

จับซีดีเถื่อน เมื่อตัวอักษรไมใชทั้งหมดของกฎหมาย

การศึกษาวิชากฎหมายมาตลอดสามปกวาๆ มีสิ่ง หนึ่ ง ที่ อ าจารย ทุ ก ท า นเน น ย้ํ า เพื่ อ ให ก ารใช แ ละการ ตีความกฎหมายเปนไปอยางบริสุทธิ์ยุติธรรม นั่ น คื อ การคํ า นึ ง ถึ ง “เจตนารมณ ข องกฎหมาย” หรื อ “สิ่ ง ที่ ก ฎหมายประสงค จ ะคุ ม ครอง” หรื อ “วัตถุประสงคของกฎหมาย” หรือ “คุณธรรมทางกฎหมาย” ไมวาจะเรียกชื่อใด ตางก็มีความหมายที่เขาใจไดตรงกันวานั่น คือสิ่งที่อยูเบื้องหลังกฎหมายที่เปนลายลักษณอักษรนั่นเอง เพราะไมมีกฎหมายฉบับใดรางขึ้นดวยความรูสึกวา “นึกจะรางก็ราง” แตทั้งหมดลวนมีมูลเหตุจูงใจ ซึ่งอาจมาจาก พฤติการณของสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงอยูตลอด หรือเพื่อ ปองปดปญหาตางๆที่เกิดขึ้นในสังคม ณ ขณะเวลาหนึ่ง หรือ อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ความคิดนี้ถูกถายทอดลงในงานเขียนของผมที่ลงใน Democrazy หลายเรื่อง ดวยหวังวาจะเปนเสียงเล็กๆ ตอผูใช กฎหมายทุกฝาย ใหคํานึงถึงเรื่องนี้บางไมมากก็นอย... กรณีศึกษาที่ผมจะนําเสนอในบทความนี้จะสะทอนถึง ความสํ า คั ญ ในการใช ก ฎหมายโดยไม ลื ม เจตนารมณ ข อง กฎหมาย เปนขาวครึกโครมใหสังคมไทยไดสนใจกันไมนอย สําหรับกรณีการจับกุมพนักงานเก็บขยะที่นําแผนวีซีดีมาขาย โดยสรุปกรณีดังกลาว ตํารวจจับกุมนายสุรัตน มณี นพรัตนสุดา พนักงานเก็บขยะเขตสะพานสูง ขอหาประกอบ กิจ การให เช า แลกเปลี่ยน หรือจํา หนายวี ดิทัศนโ ดยทําเปน ธุรกิจหรือไดรับประโยชนตอบแทน โดยไมไดรับอนุญาต ตาม มาตรา 54 พระราชบัญญัติภาพยนตรและวีดิทัศน พ.ศ.2551 ศาลพิเคราะหพยานหลักฐาน เห็นวาจําเลยกระทําผิด จริ ง พิ พ ากษาให ป รั บ เป น เงิ น 200,100 บาท แต เ นื่ อ งจาก

จํ า เลยรั บ สารภาพ จึ ง ลดโทษให ห นึ่ ง ในสาม คงเหลื อ ค า ปรั บ 133,400 บาท หากไมมีเงินคาปรับใหกักขังแทนคาปรับไดไมเกิน 1 ป ไมวา จะเพราะวาจําเลยอางวาไมรูกฎหมาย หรือเพราะวาจําเลยมีฐานะยากจน ทํา ใหสังคมใหความสนใจกับเรื่องนี้พรอมๆ กับตั้งคําถามวากฎหมายฉบับนี้เปน ธรรมหรือไม? ทั้ ง นี้ เ มื่ อ พิ จ ารณาบทบั ญ ญั ติ ข องมาตรา 54 วรรคหนึ่ ง พระราช บัญญัติภาพยนตรและวีดิทัศน พ.ศ. 2551 ซึ่งบัญญัติวา “หามผูใดประกอบ กิจการใหเชา แลกเปลี่ยน หรือจําหนายวีดิทัศนโดยทําเปนธุรกิจหรือไดรับ ประโยชนตอบแทน เวนแตไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน” จะพบวากฎหมายกําหนดใหการใหเชา แลกเปลี่ยน หรือจําหนาย ที่ ถึงขนาดทําเปนการประกอบการธุรกิจ หรือไมเปนธุรกิจแตไดรับประโยชน ตอบแทน เหลานี้ตองไดรับอนุญาตจากนายทะเบียนเสียกอน และบทบัญญัติ อื่นๆ ในพระราชบัญญัตินี้ก็วางขอกําหนดถึงบรรดาผูประกอบการที่มีลักษณะ เดียวกัน แสดงใหเห็นวากฎหมายฉบับนี้มีสาระสําคัญในการควบคุมธุรกรรม เชิงพาณิชย (Commercial Transaction) และเมื่อพิจารณาอัตราคาธรรมเนียมขอใบอนุญาตประกอบกิจการ เชนวานี้ ก็มีอัตราคอนขางสูง ไดแก กิจการโรงภาพยนตร (25,000 บาท) กิจการใหเชา แลกเปลี่ยน จําหนายภาพยนตร (5,000 บาท) กิจการรานวีดิ ทั ศ น (เช น ร า นเกมส ร า นคาราโอเกะ) (5,000 บาท) กิ จ การให เ ช า แลกเปลี่ยน จําหนายวีดิทัศน (5,000 บาท) ดวยประเภทของรานที่กฎหมาย กําหนดไวอยางกวางๆ แตมุงเนนการประกอบธุรกิจแสวงหากําไรเปนหลัก รวมทั้งอัตราคาธรรมเนียมคอนขางสูง เช น นี้ เ มื่ อ เจ า หน า ที่ จ ะดํ า เนิ น การทางกฎหมาย ก็ จํ า ต อ ง วินิจฉัยกอนวาการที่จําเลยเก็บแผนซีดีเกามาวางขายบนบาทวิถี โดย มิไดมีลักษณะของการรับภาพยนตรหรือวีดิทัศนมาจากผูผลิตมาขายตอ จะเขาขายผูประกอบการจําหนายซึ่ง ”ทําเปนธุรกิจ” หรือ ”ไดรับ ประโยชนตอบแทน” หรือไม


.20. DemoCrazy มิใ ช เ พี ย งแต เ ห็ น ว า มี ก ารขายแผ น วีดิทัศนและไมไดรับใบอนุญาต ก็ดําเนินการ จับกุมไปเลย อันจะทําใหเปนการดําเนินการที่ มิชอบดวยกฎหมาย และวาโดยหลักนิติศาสตรแลว ก็เปน การมองขาม “ตรรกะวิทยาทางกฎหมาย” ที่ จะรักษาความยุติธรรมในสังคมอยางชนิดที่วา “ไมเห็นหัวกันเลย” นอกจากนี้ยังมีอีกขอสังเกตคือ เมื่อ พิจารณาเหตุผลในการตรากฎหมาย จะพบวา กฎหมายนั้ น มุ งหมายในการสง เสริ ม กิจ การ ภาพยนตร ดังนั้นมาตรการที่ออกมาโดยอาศัย กฎหมายนี้ ส ว นหนึ่ ง ก็ เ พื่ อ แก ป ญ หาการ ละเมิดลิขสิทธิ์ในวงกวาง (และเมื่อพิจารณา ชวงเวลาที่รางกฎหมาย คือ พ.ศ.2550 เปน ช ว งที่ มี ก ารละเมิ ด ลิ ข สิ ท ธิ์ ภ าพยนตร อ ย า ง มาก) ดังนั้นหากมองภาพรวมของกฎหมายทั้ง ฉบับ โทษทางอาญาที่ระบุไวในกฎหมายฉบับ นี้จึงเปนโทษที่คอนขางสูง เพราะประสงคจะ ลงโทษผูประกอบการโดยตรง (อาทิ โทษของ มาตรา 45 วรรคหนึ่ ง คื อ ต อ งระวางโทษ ปรับตั้งแตหนึ่งแสนบาทถึงหาแสนบาท และ ปรั บ อี ก ไม เ กิ น วั น ละหนึ่ ง หมื่ น บาทตลอด ระยะเวลาที่ฝาฝนอยู) อยางไรก็ดี การกําหนดโทษในอัตรา สูงเชนนี้ ปกติก็เพื่อใหมีการกระทําความผิด ฐานนั้ น ๆ น อ ยลง หรื อ อี ก นั ย หนึ่ ง เป น การ ป อ งกั น เชิ ง รุ ก ไม ใ ห มี ก ารกระทํ า ความผิ ด เชนนี้อีก กรณีนี้อาจเปนกรณีตัวอยางของการ บั ง คั บ ใ ช ก ฎ ห ม า ย อ ย า ง จ ริ ง จั ง ใ ห ผูประกอบการรายอื่นๆ ปฏิบัติตามกฎหมาย แ ต จ ะ เ ป น ก า ร ดี ก ว า นี้ ห า ก ไ ด ศึ ก ษ า เจตนารมณของกฎหมาย หรือสิ่งที่กฎหมาย ประสงค จ ะคุ ม ครองสํ า หรั บ กรณี ดั ง กล า ว เพื่อใหการบังคับใชกฎหมายทําไดอยางตรง จุด และแกป ญ หาตามที่ ก ฎหมายมุ ง หวั ง ได อยางมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในทางปฏิบัติ หากมีการ ตักเตือนหรือชี้แจงใหผูประกอบการที่เขาขาย กระทํ า ความผิ ด ได ท ราบก อ น ว า จะต อ ง ดําเนินการอยางไรจึงจะถูกกฎหมาย ก็จะทํา ใหผูประกอบการรายอื่นๆ ไมสามารถยกเอา ความไมรูกฎหมาย (ซึ่งปกติก็ไมอาจอางได อยูแลว) มาเปนขอแกตัวใหพนจากความผิด ทางอาญา ดังเชนจําเลยในคดีนี้ยกขึ้นอางตอ ศาลมาแลว ล า สุด คดี นี้จํ า เลยได ยื่ น อุ ท ธรณ ตองรอดูวาผลคําพิพากษาจะเปลี่ยนไปหรือไม ระหวางรอก็ไดแตหวังว���าสํานึกใน ก า ร ใ ช ดุ ล พิ นิ จ แ ล ะ ต ร ร ก วิ ท ย า ท า ง กฎหมายของผูรักษากฎหมายจะไดรับการ พัฒนามากขึ้นกวานี้ หาไมแลวปญหาเรื่อง ความยุติธรรมก็จะเปนปญหาอมตะนิรันดร ของชาติตอไป

Volume 20 | August-September 2010

โลกทัศนแบบวรภัทร

วรภัทร วีรพัฒนคุปต • อดีตเลขาธิการสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

‘จิตอาสา’ กับการ ปฏิรูปประเทศไทย

เมื่ อ วั น ก อ น ผมได รั บ เชิ ญ เข า ร ว มเวที ป ระชุ ม รั บ ฟ ง ความคิ ด เห็ น ใน หั ว ข อ “จิ ต อาสากั บ การปฏิ รู ป ประเทศ ไทย” ซึ่งจัดโดยสํานักงานรวมเดินหนา ปฏิ รู ป ประเทศไทย ซึ่ ง ตั้ ง ขึ้ น มาเพื่ อ สนับสนุนภารกิจการรับฟงความคิดเห็น ประชาชนจั ด ทํ า ข อ เสนอการปฏิ รู ป ประเทศไทย การประชุมครั้งนี้เปนการประชุม แบบ Focus Group วงเล็ก คุยกับกลุมคนที่ มีบทบาทในงานอาสาสมั ค รรูป แบบตางๆ ทั้งอาสาสมัค รในรู ป แบบการจัดตั้งโดยรัฐ จิตอาสาในระดั บกลุม องคกรประชาสัง คม (รวมทั้งกลุมองคกรเยาวชน) ประเด็นในการพูดคุยหลักๆ ก็เปน เรื่ อ งของแนวทางในการส ง เสริ ม จิ ต อาสา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยไดรับการยกระดับเปนวาระ แหงชาติในยุครัฐบาลขิงแก และครั้งนี้การ สรางจิตอาสาก็กลายเปนหนึ่งในแนวทางที่ ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการกระบวนการ ปฏิรูปประเทศไทย ก็มีการพูดคุยกันตั้งแต เ รื่ อ ง ง า น อ า ส า ส มั ค ร ที่ ภ า ค รั ฐ จั ด ตั้ ง อยางเช น อาสาสมัค รสาธารณสุข ลูกเสือ ชาวบาน งานอาสาสมัครขององคกรพัฒนา เอกชน กิ จ กรรมจิ ต อาสาของเยาวชน นักศึกษา จนถึงเรื่องจิตอาสาเฉพาะกิจใน ยามวิกฤตอยางเครือขายตางๆ ที่ถือกําเนิด มาจากเฟซบุค ก า ร พู ด คุ ย ค รั้ ง นี้ ก็ มี ก า ร เ ป ด ประเด็ น ขึ้ น มาถกเถี ย งอย า งหลากหลาย มาก แม ว า จะเป น การคุ ย กลุ ม เล็ ก แค ไ ม

เกิ น 20 คน ที่ เ ป น แกนนํ า ในกลุ ม สายจิ ต อาสาดานตางๆ แตประเด็นหนึ่งที่ผมคิดวา นาสนใจและเปนโจทยที่ชวนคิดอยางมาก คือเรื่องการยกระดับคนทํากิจกรรมจิตอาสา เขาสูการแตะประเด็นเชิงโครงสรางสังคม ความนา สนใจอยู ต รงที่ วา จริง ๆ แล ว ในบ า นเราคนที่ มี จิ ต อาสาอาจไม ไ ด นอยอยางที่คิด แมแตในมหาวิทยาลัยของ ผมเอง ที่ ค รั้ ง หนึ่ ง ผมเคยคิ ด ว า นั ก ศึ ก ษา สวนมากตายไปจากกิจกรรมเพื่อสังคมแลว แต ค วามจริ ง แล ว มั น ไม ใ ช นั ก ศึ ก ษา ธรรมศาสตรแทบทุกคน แมไมใชระดับนัก กิจกรรมที่ทํากิจกรรมเปนชีวิตจิตใจ แตครั้ง หนึ่ ง ในชี วิ ต นั ก ศึ ก ษา พวกเขาก็ ต อ งเคย ออกคายหรือทํากิจกรรมอาสาอะไรสักอยาง อยางนอยสัก 1 ครั้ง บางคนก็เปนพวกนัก กิจกรรมซอนรูป ที่ไมมีบทบาทโดดเดนใน มหาวิทยาลัย แตกลับไปมีบทบาทโดดเดน ในแวดวงเอ็นจีโอนอกรั้วมหาวิทยาลัย บางทีปญหามันอาจอยูที่เรื่องของ รูปแบบกิจกรรมที่มีอยู รวมถึงรูปแบบความ เปนองคกรที่อาจไมตอบโจทยคนในวงกวาง ทั้งเรื่องของการเขาถึง ความรูสึกวานาเขา มามีสวนรวม หรือบางคนก็อาจไมชอบการ อยูใตอาณัติสังกัด ประทับตราองคกรใดๆ นั่นก็คงเปนเรื่องรายละเอียดของการพัฒนา กิจกรรมที่คงตองมาพูดคุยกันในเชิงลึกอีก เยอะ แตเรื่องที่ผมรูสึกวาเปนเรื่องชวน คิ ด คื อ เราจะทํ า อย า งไรให ง านจิ ต อาสา สามารถนําไปสูการยกระดับประชาชนเปน


Volume 20 | August-September 2010

พลเมือง (Citizen) ที่ตื่นตัวในการมีสวนรวม สรางความเปนธรรมทางสังคม จะเปนไปไดหรือไม ที่กิจกรรมจิต อาสาอยางพวกการออกคายสรางในชนบท การทํ า กิ จ กรรมสอนหนั ง สื อ เด็ ก ในสลั ม ไปปลูกปาชายเลน ที่สวนมากมักจะมีคนมา เข า ร ว มด ว ยความรู สึ ก ทํ า นองสงสาร อยากทําความดี ใหไปสูการตื่นรูที่จะคนหา ความเป น จริ ง ของสั ง คม มองเห็ น ไปถึ ง ความไม เ ป น ธรรมเชิ ง โครงสร า งทาง เศรษฐกิจ สังคม การออกคายทําใหคนมองเห็นวา ความยากจน ด อ ยโอกาสที่ พ วกเขากํา ลั ง เขาไปสัมผัสดวยความมีจิตอาสานั้น แทจริง เป น สิ่ ง ที่ มี ร ากฐานมาจากป ญ หาสิ ท ธิ มนุ ษ ยชน หรื อ การทํ า กิ จ กรรมอนุ รั ก ษ สิ่ ง แวดล อ ม จะทํ า ให ผู เ ข า ร ว มกิ จ กรรม ตระหนักไปถึงการพัฒ นาอยางสามานยที่ เอาเปรียบทรัพยากรของมนุษยโลกเพื่อคน เพียงกลุมหนึ่งที่มีอํานาจ ในทางหนึ่ง เรื่อ งเหลา นี้อาจเปน โจทย ข องคนทํ า งานภาคสั ง คมในระดั บ ที่ เป น แกนนํ า กลุ ม องค ก ร หรื อ เป น ผู ท่ี มี ความคิดกาวหนาแลวอาจตองคิดหาทางทํา การบานกันตอไปในการยกระดับความคิด ของมวลชนระดับผูรวมกิจกรรมจิตอาสาให ไปสูจุดความคิดที่กาวหนาขึ้นอีกขั้นได แตอีกทางหนึ่ง อาจเปนสิ่งที่รัฐเอง ต อ งทบทวนว า จะทํ า อย า งไรให เ รื่ อ งจิ ต อาสาที่ เ รามั ก ใช กั น พร่ํ า เพรื่ อ เป น สิ่ ง ที่ มี คุ ณ ค า มากกว า แค ก ารทํ า กิ จ กรรมซ้ํ า ๆ ซากๆ เพื่อใหไดชื่อวา ไดออกแรง บริจาค ความดี จะเปนไปไดหรือไม ที่จะทําใหคน ที่มีจิตอาสา สัมผัสปญหาประเด็นทางสังคม ตางๆ สามารถยกระดับจากผูที่สนใจเรื่อง สังคมเปนงานอดิเรกสูการเปนพลเมืองที่จะ ขั บ เคลื่ อ นสั ง คมอย า งต อ เนื่ อ ง และเป น Think Tank ของสังคมได ผมเห็นภาพที่ “นที สรวารี”นายก สมาคมสรางสรรคกิจกรรมอิสรชน “สมบัติ บุญงามอนงค” ประธานมูลนิธิกระจกเงา ออกมาแหกปากโวยวายจนโดนจับ ข อหา ก อ กวนความสงบ ละเมิ ด พ.ร.ก.บริ ห าร ราชการแผนดินในสถานการณฉุกเฉิน ใจหนึ่งผมก็อยากบอกกับสองคน นี้วา “กูสมเพชพวกมึงวะ” แตอีกใจผมก็คิด สงสารสองคนนี้ ใ นฐานะของคนที่ ทํ า งาน ภาคสังคมกับผูดอยโอกาสมายาวนาน เชื่อ ว า คงสั่ ง สมความเก็ บ กบกดจากสั ง คมที่ ลมเหลวมาไมนอย ผมจึ ง คิ ด ว า บางที ถ า หากเรา สามารถปฏิรูปกระบวนการการมีสวนรวม ของประชาชนในเชิงนโยบายสาธารณะใหมี

DemoCrazy .21.

DOG TOON

ประสิทธิภาพจริงได โดยมีเครือขายของผูมี จิ ต อาสาเป น ผู มี บ ทบาทสํ า คั ญ ในการให กํ าเนิ ด และแก ไ ขกฎหมายต างๆ เพื่ อ การ ยกระดับประชาชนไดเพื่อนําไปสูการทําให ประชาชนมี ส ว นร ว มปฏิ รู ป ประเทศไทย อยางเปนรูปธรรม ทําไดจริง สองคนนี้ก็คง ทําอะไรที่ดีไดอีกหลายอยาง มากกวาการ มาตะโกนแหกปากโชวความนาสมเพชอยู ขางถนนจนโดนจับแบบนี้ นอกจากนี้ ก ารพู ด เรื่ อ งจิ ต อาสา อาจเปนเรื่องที่เราตองทําใหนิยามของคําวา จิตอาสา มีความหมายที่กวางกวาการทํา กิจกรรมทํานองปลูกปา สรางหองสมุด สอน หนังสือเด็ก ไปสูการทําสิ่งที่เปนการมีสวน รวมตอตานความอยุติธรรมตางๆ ในสังคม เพื่ อ ปกป อ งผลประโยชน ข องส ว นรวมได เชนการยกระดับกระบวนการตรวจสอบการ

ใชอํานาจรัฐและถอดถอนผู ดํารงตําแหนง ทางการเมืองใหสามารถทําไดจริง (10 ปที่ ผานมานับแตรัฐธรรมนูญ 2540 กระบวน การนี้ ยั ง ไม เ คยถู ก ใช ไ ด จ ริ ง เลย) การยก ระดับใหประชาชนทุกคนสามารถมีจิตอาสา ที่จะมีสวนรวมเปนโจทกในคดีที่เปนความ เสียหายตอสาธารณะได ผมเชื่อวาถาทําสิ่งเหลานี้ได เรา จะยกระดับประชาชนเปนพลเมืองไดงาย ขึ้ น ก า ร ที่ ป ร ะ ช า ช น ย ก ร ะ ดั บ เ ป น พลเมืองถือเปนการคิดกาวหนายกระดับ ไปจากขั้นที่เรียกวาจิตอาสา เขาจะรูสึก ว า ก า ร ทํ า อ ะ ไ ร เ พื่ อ สั ง ค ม รั ก ษ า ผลประโยชน ข องสาธารณะคื อ ความ รับผิดชอบของพวกเขาที่จําเปนตองทํา ในฐานะเจาของประเทศ


.22. DemoCrazy

ทัศนะ

ชเนษฎ ศรีสุโข • นักศึกษาแพทยชั้นปที่ 6 โรงพยาบาลราชวิถี

พ.ร.บ.คุมครอง ผูเสียหาย ทางการแพทย

กับมุมมอง ทางจิตวิทยา ขาวคราวที่มาแรงในสังคมไทยหลายเดือนมานี้ เกี่ยวกับ พ.ร.บ. คุมครองผูเสียหายทางการแพทย คนสวนใหญที่ติดตามขาวสาร แตยังไมไดอานรายละเอียด คงเห็นพองตองกันวา พรบ.นี้ มีเจตนาดี หลักการสําคัญเพื่อเยียวยา ผู เ สี ย หายจากบริ ก ารทางสาธารณสุ ข เป น สั ง คมเอื้ อ อาทรต อ กั น ชวยเหลือกัน หลายคนคงเห็ น แพทย โดยเฉพาะแพทยสภาที่ อ อกมา คัดคาน เปนตัวรายของเรื่องนี้ไป สวนตัวผมเอง มีความเคารพอาจารยในแพทยสภาหลาย ทาน และก็ไมศรัทธาอาจารยบางทานเชนกัน แตประเด็นของเรื่องนี้ อยูที่ “ประโยชนของประชาชน” ดังนั้นตองอธิบายวา ที่แพทยหลายสวนไมยอมรับ พรบ.นี้ แตงชุดดํา ออกมาคัดคานกันนั้น คงไมใชแคเรื่องผลประโยชนตนเอง เพียงสวนเดียว แพทยที่หวังประโยชนของประชาชนเปนที่ตั้ง (ตาม พระราชดํารัสสมเด็จพระราชบิดา) ยังมีอยูมาก แต ที่ ต อ งคั ด ค า น พ.ร.บ. ก็ ด ว ยเรื่ อ งรายละเอี ย ดข อ กฎหมายที่มีความขัดแยง-ทับซอนกับกฎหมายที่เปนประโยชน อยูแลว, เปดชองใหผูเขามาหาผลประโยชน ตลอดจนแทนที่จะ ช ว ยเยี ย วยาผู ป ว ย อาจสร า งความร า วฉานมากขึ้ น ชดเชยไม ครอบคลุม ไมโปรงใส เปนตน ประเทศไทยเรายากจน นักการเมืองคิดวาตนเองฉลาด ก็มัก ใชนโยบายประชานิยม สมัยสามสิบบาทพาราทุกโรค(ไมแนใจวาชื่อนี้ หรื อ ไม แต เ ห็ น นั ก วิ ช าการตั้ ง ชื่ อ ให ) ระบบประกั น สุ ข ภาพ ทํ า ให โรงพยาบาลรัฐบาลรั บภาระงานหนัก ขาดทุนงบประมาณประจํา ป แพทย ใ นโรงพยาบาลรั ฐ เหนื่ อ ยมากขึ้ น คุ ณ ภาพการรั ก ษาลดลง นักการเมืองสมัยนั้นก็ยังไดคะแนนนิยม และเบื้องหลังก็ไปกวานซื้อ หุนโรงพยาบาลเอกชนจํานวนมาก รองรับผูปวยที่ไมสะดวกเขารักษา ในโรงพยาบาลรัฐ สรุปนักการเมืองสมัยนั้นก็ยังรับทั้งขึ้นทั้งลอง นักการเมืองเชนนี้ มีทุกยุคสมัย หลอกใชคนดี มีอุดมการณ เพื่อประชาชน สมัยระบบประกันสุขภาพ อ.นพ.สงวน นิตยารัมภพงศ ก็เปนอาจารยแพทยอุดมการณที่ถูกหลอกใชเพื่อเรียกคะแนนนิยมให นักการเมือง ปจจุบันทานเสียชีวิตไปแลว ประชาชนหลายสวนกลับไม ทราบวาเจตนาดีเพื่อประชาชนริเริ่มมาจากทาน แมกระนั้น เจตนาอัน ดี กับระบบที่ไมพรอม ทําใหเกิดปญหาความสัมพันธระหวางแพทย กับผูปวยมากยิ่งขึ้น ปญหาเชิงโครงสรางและระบบจนถึงทุกวันนี้ยังไม จบสิ้นดี

Volume 20 | August-September 2010

ในเรื่อง พรบ. ลาสุด ผมก็ยังเห็น NGOและนักเคลื่อนไหว เรื่องนี้หลายคน ที่มีเจตนาดี และยอมจับมือกับฝายการเมือง และฝาย อื่ น ๆ ด ว ยหลั ก การอั น ดี เ ยี ย วยาผู เ สี ย หายจริ ง ๆ พวกท า นได ทํ า คุณูปการตอแวดวงสาธารณสุขไทยไมนอย เพียงแตตองใชเวลา ไม เรงรีบ (ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย แมเปนประเทศรวย คุณภาพชีวิต ประชากรดี ยั ง ตอ งใช เ วลา 10-20ป กว า จะค อ ยๆเปลี่ย นได ) การ พู ด คุ ย เรื่ อ งรายละเอี ย ดที่ ฝ ง แพทย จํ า นวนมากท ว งติ ง น า จะเกิ ด ประโยชน แพทยซึ่งเปนผูปฏิบัติงานจะไดสบายใจ ประชาชนเปนสุข นอกจากนี้เรื่อง พรบ.นี้ เมื่อทํา ระยะยาวใหป ระชาชนทุ ก ภาคสวนมีสวนรวม เปนประเด็นกระตุนใหสังคม “ตื่นตัว” พูดคุยกัน มากขึ้น การถกเถียงสาระสําคัญในวงกวาง สรางปญญาใหแกสังคม มากขึ้น... เมื่อเขียนถึงเรื่อง พรบ.แลว จะเขียนเรื่อง เกี่ยวกับมุมมอง ทางจิตวิทยา เรื่องความสัมพันธแพทยกับผูปวย บาง เคยอธิบายในบทความเกาๆ เรื่อง กระบวนการแสดงออก เพื่อตอบสนองตอความทุกข เรียกวา Grief reactionประกอบไปดวย Denial การปฏิเสธความจริงเมื่อแรกเริ่ม Anger ความโกรธ โทษผูอื่น (หรือตนเอง)วาเปนตนเหตุ Bargaining เริ่มมีการตอรองยอมรับสภาพ ความเปนจริง Depression มีความเศราโศกเสียใจเกิดขึ้น และ Acceptance คือการยอมรับในที่สุด เวลาที่กรณีผูปวยไดรับผลการรักษาไมเปนตามที่ควร หรือ ถึ ง แก ชี วิ ต อั น เป น ข า วฟ อ งร อ งทะเลาะกั น มากนั้ น น า จะยกบาง ตัวอยางของ มุมมองสุดขั้วทั้งสองฝายขัดแยงไดดังนี้ ความเห็น ในแตละขั้น ของ Grief Reaction

ฝายผูปวย

ฝายแพทย

Denial

ไมควรถึงแกชีวิต ควรเปน โรคที่รักษาไดผลดีกวานี้

หมอทําดีที่สุดแลว

Anger

เปนเพราะหมอฝมือไมดี

คนไขไมเขาใจหลักวิชาการ

Bargaining

หมอจะชดเชยอะไรได หรือไม

แคนี้ก็ทํางานหนักจะแยอยู แลว อยามายุง

Depression

ฉันจมกับความทุกข ไมมีหมอดีดีแลว

เบื่อคนชอบฟอง ตอไปจะไม มีใครอยากเปนหมอแลว ลาออกๆ

Acceptance

ตายแลวก็ชาง (แตขอลางแคน)

ตายแลวจะเอาอะไรอีก (ไมใชความรับผิดชอบ ของแพทยแลว)

ในตารางนี้ยังไมรวมมือที่สาม-สี่-หาที่อาจเปนปจจัยเรียกรอง Tertiary gain (กําไรระดับสามทางจิตวิทยา) คือเรียกรองนอกเหนือ จากพนทุกข พนโรค (primary gain) ไดรับการเห็นใจทางสังคม (secondary gain) แลว ยังตองการประโยชนอื่นอีกดวย เชน “เงิน” ปญหาจะไมเกิดขึ้นหาก เดินทางสายกลาง เอาใจเขาใส ใจเรา และการพูดคุยสื่อสารที่เหมาะสม พึ ง พิ จ ารณาดู ต ารางนี้ กั น และคิ ด แก ไ ข ปรั บ ทั ศ นคติ เริ่มจากที่ตนเองกอน จะเกิดผลดีแกทุกฝายครับ


Volume 20 | August-September 2010

DemoCrazy .23.

บท (ความ) โดย กา

อคติ ของ พระเจา ในบรรดางานเขียนที่คุณรูจัก งานเขียนเรื่องไหน หรือ หนังสือเลมใดที่ทําใหคุณรูสึกถึง “อคติ” บาง? หรือวาผมควรจะ เปลี่ยนคําถามใหมเปน งานเขียนหรือหนังสือเลมใดบางที่เขียน ขึ้นโดยปราศจาก “อคติ”? ตามความเขาใจของหลายคน (หรืออยางนอย “ผม” และคน อีก 2-3 คน ที่ไมขอเอยนาม-ฮา) คําจํากัดความอยางงายดายที่สุด ของ “อคติ” ก็คือ “ความลําเอียง” หรือก็คือ การชื่นชมหรือยอมรับสิ่ง ใดสิ่ ง หนึ่ง มากกว า อี ก สิ่ง หนึ่ ง (ต อ งขอโทษด ว ยที่ ใ ช ภ าษา บ า นๆ แบบนี้ ผมไมไดเปดพจนานุกรมดูความหมายของ “อคติ” แตก็คิดเอา เองวา นาจะแปลไดใกลเคียงบาง) ถา “อคติ” = ความลําเอียง, ชอบสิ่งหนึ่งมากกวาอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งอาจสงผลใหเกิดการกระทําเพื่อทําใหสิ่งที่ตนเองไมชอบดูดอยคา เกิ น จริ ง แล ว ผมว า งานเขี ย นหลายชิ้ น ที่ ผ มได เ สพ แม แ ต ตํ า รา วิชาการที่โดงดังหลายเลม ก็ลวนแตเปน “ผลิตผลของอคติ” ดวยกัน ทั้งสิ้น ยกตัวอยางงายๆ กับหนังสือที่เกี่ยวกับระบบทุน นิยม หรือ หนังสือที่เกี่ยวกับคอมมิวนิสต แสดงวาผูเขียนของแตละเลม ‘ชอบ’ หรือ ‘ยอมรับ’ หรือ “เห็นขอดี” ของสิ่งที่พวกเขาเขียนถึงมากกวาสิ่งที่ ใชหรือไม? แนนอนวาไมใชหนังสือทุกเลมที่สรุปไดดังนี้ หนังสือบาง เลมก็โจมตีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไมวาจะเปนอุดมการณ, การกระทํา, บุคคล, หนังสือเลมอื่น ฯลฯ แตนั่นก็หมายความวา ผูเขียนหนังสือเลมนั้นมี อคติใชหรือไม? ถาผมจะเหมาเอาวา “อคติ” ในหนังสือ คือ “ความเห็น สวนตัว” ของผูเขียนที่เรา (ในฐานะผูอาน) สามารถเลือกที่จะเชื่อตาม ผูเขียนหรือไมก็ได จะเปนความคิดที่ผิดหรือไม? ตอใหในหนังสือ เล ม นั้ น จะบอกทั้ ง ด า นลบและด า นบวกของเรื่ อ งที่ ผู เ ขี ย นเขี ย นถึ ง หากเราอานดูทั้งเลม ผมเชื���อวาเราก็ยังจะสามารถพบอคติในหนังสือ เลมนั้นไดอยูดี...ถาไมอาจรูสึกไดชัดเจน ก็แสดงวามันอาจจะซอนอยู “ระหวางบรรทัด” ก็เปนได และเมื่อเรารับรูถึง “อคติ” ของผูเขียนในงานเขียนที่เราอาน แลว สิ่งที่พวกเราผูอานมักจะคิดไดโดยอัตโนมัติก็คือ เห็นดวย หรือไม เห็นดวยกับ “อคติ” นั้น นั่นก็คือ เราไดสราง ”ทางเลือก” หรือ “อคติ” ของตั ว เองขึ้ น มาแล ว เราอาจเห็ น ด ว ยบางส ว นหรื อ ไม เ ห็ น ด ว ย บางสวน หรือเห็นดวย / ไมเห็นดวยทั้งหมด หรือแมแตเราจะบอกวา เราเฉยๆ กับหนังสือ หรืองานเขียน หรือเหตุการณ หรืออะไรก็ตาม

นั่นก็แสดงวา เราเลือกที่จะ “เฉยๆ” กับสิ่งนั้น...ซึ่งลึกๆ ลงไปแลวเรา อาจพบวาเรามี “ตัวเลือก” อื่นอันเปนผลจากการที่เรา “เฉยๆ” กับสิ่งที่ อยูตรงหนา ซอนอยูในความคิดก็ได ตามความเขาใจของผม “อคติ” มาพรอมกับ “ทางเลือก (ใน ความคิด)” และ “ความชอบ” ดังนั้น การที่ใครคนใดคนหนึ่งบอกวา ตัวเองเปนกลาง ระหวางสองหรือสาม, สี่ฝายนั้น แสดงวา เขาไมมี อคติใชหรือไม? หรือการที่เขาไมอาจเลือกระหวางฝายใดฝายหนึ่งได ก็ถือเปน “อคติ” ของเขาเชนกัน (เพราะไมวาฝายไหนก็ไมอาจทําให เขาชอบได เพราะลึกๆ แลว เขามีทางเลือกที่ชอบมากกวาอยูในใจ?) แตถึงอยางนั้น ก็แสดงวาเขาเลือกที่จะเปนกลาง...ไมตองพูดถึงวา เขาคิดหรือกระทําอยางที่เขา “เลือก” จริงหรือเปลา!? เขียนอยางงงๆ มาจนถึงบรรทัดนี้ ทําใหผมนึกถึงประโยค หนึ่ ง ในหนั ง สื อ “ความไม ห ลากหลาย ของความหลากหลาย ทาง วัฒนธรรม” ที่เขียนโดย อ.ธเนศ วงศยานนาวา* แหงคณะรัฐศาสตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร ที่วา “...พระเจาจึงเลือกขางเสมอ...” ถ า เชื่ อ ในประโยคของ อ.ธเนศ ที่ เ ข า ใจได (เช น กั น ) ว า “แมแตพระเจายังเลือกขาง” ผมวาเราก็ไมจําเปนตองมาถามหาความ เปนกลาง ปราศจากอคติ จากมนุษยธรรมดาสามัญ (สามัญนะครับ ไมใช สามานย!) อยางเปลาประโยชน แตที่มีประโยชนแนนอนคือ การถามหาความเปนกลางจาก “ศาล” ที่อคติของผูเกี่ยวของทุกคน ควรไดรับการ ‘sealed’ กดทับไวในซอกลึกสุดของหัวใจ อยาปลอยให อคติออกมาเดินเลนระหวางทํางาน! เพราะงานของ “ศาล” คือ แสวงหาความยุติธรรมและตัดสินตามหลักฐาน ไมใ ชความคิดหรือ ความเชื่อสวนตัว ศาลตองกาวใหพน “อารมณของพระผูเปนเจา ” ตองทําในสิ่งที่แมแตพระเจายังทําไมได...ฟงดูทาทายไหมครับ? (ฮา) สุดทายแลว ผมคิดปลงไดวา เราผูกพันกับ “อคติ” มาตั้งแต เกิด และตลอดชีวิตของเรา เราตองเลือกหลายสิ่งหลายอยางใหตัวเอง และมีอีกหลายสิ่งหลายอยางเชนกันที่ “คนอื่น” เปนผูเลือกใหเรา จงคุนเคยกับอคติ! (ฮา)...เพราะแมแต “สถานภาพ” ที่เรา เกิดมา ก็อาจเปนผลมาจากอคติของพระเจาที่เลือกขางเสมอคน นั้นก็เปนได. * ธเนศ วงศยานนาวา. “ความไมหลากหลายของความหลากหลายทาง วัฒนธรรม”. สํานักพิมพสมมติ. (2552) น. 30


.24. DemoCrazy

Volume 20 | August-September 2010

มองมุมหมอ

ชเนษฎ ศรีสุโข • นักศึกษาแพทยชั้นปที่ 6 โรงพยาบาลราชวิถี

(1)

เขาบอกวาคนเกิดวันพุธตอนกลางคืน เปนคนดวงแรง... ผมเกิดวันพุธ เวลา 20.37 น. ผาคลอด... ลูกคนแรกของ แพทย ป ระจํ า บ า นสู ติ น รี เ วชป 2 มี ภ าวะด อ ยพั ฒ นาในครรภ (Intrauterine growth retardation) เกิดมาหัวโต ตัวเล็ก ตัวเหลืองเขา ตูอบ ตอนนั้น คุณพอแพทยประจําบานศัลยศาสตรนอยใจเพื่อนมากที่ ไมยอมแลกเวรใหมาดูหนาลูกตอนคลอด ในชี วิ ต ผม มี เ รื่ อ งเสี่ ย งเป น เสี่ ย งตาย หรื อ เกื อ บตายอยู พอประมาณ ทั้งเรื่องเจ็บปวยหลายครั้งหรือโดนผาตัด ขมขูหรือโดน ทําราย เขาไปพัวพันกับสถานการณหลายอยางที่พอเลาแลวคนอาจ ไม เ ชื่ อ หาว า บ า (อาจารย แ พทย ท า นหนึ่ ง ที่ โ ชคดี ว า ท า นไม ใ ช จิตแพทย เคยถามผมวามีอาการหูแววประสาทหลอนหรือไม ผมก็คง ยืนยันวาปกติดี มีแตเคยเปนโรคหูดับบางเทานั้น) เหตุการณหลาย อย า งโดยเฉพาะอย า งยิ่ ง ที่ เ กี่ ย วกั บ สิ่ ง สํ า คั ญ ๆ เกี่ ย วกั บ ผู ใ หญ ใ น ประเทศ มักจะถูกเชื่อไดยากเสมอ อยางไรก็ตาม ผมไมเชื่อเรื่องดวงแรงสักเทาไร และภูมิใจที่ ผานมาไดทําหลายอยางเพื่อประโยชนคนอื่น แมจะเสี่ยงบางก็ตาม บางครั้งไปขัดประโยชน จนตองรบกวนผูใหญดีดีมาเคลียรให กอน เกือบถูกไลออก เปนตน

(2)

เหตุการณที่พบอีกครั้งหนึ่งนี้ เปนตัวอยางกรณีผูปวยที่หา โอกาสพบไดยาก ผมเปนคนที่เวลาอยูเวรแลวชอบมีงานเขา... กลาวคือผูปวย

เกิดแตจม

มากันจํานวนมากครับ เมื่ อ หลายสั ป ดาห ก อ น ได อ ยู เ วรนรี เ วช ห อ งฉุ ก เฉิ น 24 ชั่วโมง รับ consult ผูปวยนรีเวช 9 ราย ความหลากหลาย มี ตั้ ง แต ท อ งนอกมดลู ก บริ เ วณแถวป ก มดลูกแตก เลือดออกในทอง ผูปวยช็อก ชีพจรเบา ความดันโลหิต ตกต่ํา สงตัวมาผาตัดดวน ขอเขาไปชวยผาตัดมือสี่ เปดทองเขาไป เลือดทวม 3 ลิตร พี่แพทยประจําบานคนผาตัดฝมือเยี่ยมชวยชีวิต ผูปวยสําเร็จ... ไดชว ยพี่ขู ด มดลู ก ฉุก เฉิน ผู ปว ยอีก รายที่ม าดว ยเรื่อ งเด็ ก เสียชีวิต ในครรภ และแทง ไมสมบูร ณ (หลุ ด ออกมาไมค รบ) และที่ เหลือสวนใหญเกี่ยวกับเรื่องแทงทั้งสิ้น ความตกใจเกิดขึ้นเมื่อ เชาวันนั้น กอนจะลงเวร (7:30น) ซึ่ง ปกติเปนเวลาที่ไมนาจะมีผูปวย หรือพยาบาลมักไมตาม พี่พยาบาล หองฉุกเฉินไดโทรตามตัวผมขณะราวนคนไขบนวอรดอยู ในฐานะ นักศึกษาแพทยป6 ซึ่งเปนผูนอยสุดก็ตองมาดูผูปวยกอนใครเพื่อน พบผู ป ว ยหญิ ง ไทย อายุ 26ป อาชี พ ขายของ บอกมี ส ามี (33ป ) จดทะเบี ย นสมรส ขายของด ว ยกั น ผู ป ว ยรู ป ร า งผอม ทํ า หนาตานิ่งๆ มีลูกแลวสองคน คนเล็ก4ขวบ เคยแทงหนึ่งครั้ง ครั้งนี้มา ดวยอาการปวดทอง เลือดออกทางชองคลอด ใหประวัติประจําเดือน ขาดไปเปนป ตรวจปสสาวะพบวาตั้งครรภ ถามวาเคยตรวจเองกอน หนานี้หรือไม ผูปวยบอกไมเคย ถามวาลูกดิ้นหรือเปลา บอกวาดิ้นมา ไดเดือนสองเดือนแลว(แสดงวาเด็กนาจะโตแลวเหมือนกัน 5-6เดือน) อยากไดลูกไหม บอกวาอยากไดลูก แตไมมีประวัติฝากครรภ(ฝาก ครรภ คือเมื่อตั้งครรภ สตรีมีครรภไปพบแพทย เพื่อการติดตามทั้งแม และเด็ ก ดู แ ลให ก ารตั้ ง ครรภ เ ป น ไปอย า งราบรื่ น ตลอดจนถึ ง การ


DemoCrazy .25.

Volume 20 | August-September 2010

คลอด) ซึ่งนาแปลกใจ สมัยตั้งครรภลูกสองคนกอนก็เขาฝากครรภ ผูปวยมาถึง ผมเดินมาซักประวัติไดสักพัก เห็นปวดทองมาก เลยพาไปหองตรวจภายใน โทรตามพี่แพทยประจําบาน ระหวางรอ นั้น กําลังใหเธอขึ้นเตียงตรวจ ยังไมไดคลําทอง แตดูหนาทองไมใหญ นัก เธอบอกเธอปวดปสสาวะมาก ผมแนะนําวาอยาเพิ่งไปไหน ถาจะ มีอะไรออกมาก็ใหออกบนเตียงตรวจก็ได เธอไมยอม เธอบนเซาซี้สี่ หาครั้ง รั้งไมไหวจึงปลอยใหเธอไปหองน้ํา ในใจผมก็กลัวเชนกัน เลย บอกผูปวยวาหากมีอะไรหลุดออกมาอยาเพิ่งกดลงชักโครก รอหมอไป ดูกอน ยืนรอหน า หองน้ํ า ไดยินเสียงชักโครก เลยตะโกนถามวา มี อะไรออกมาแลวอยาเพิ่งกด ผูปวยก็เงียบไป เผอิญพี่แพทยประจําบานมาพอดี เลยเดินไปรายงานประวัติ คราวๆ บอกวาผูปวยไปเขาหองน้ํา แตกลัวแทงในหองน้ํา เลยพากัน กับพี่แพทยประจําบานไปยืนรอหนาหองน้ํา ตะโกนบอก พูดคุยกับ ผูปวย เธอไมตอบ เงียบ ผมเริ่มคุยกับพี่แพทยประจําบานวาคนไข เดี๋ยวนี้ไมคอยเชื่อหมอ เวลามีอะไรหลุดชอบกดชักโครกทิ้ง ทั้งที่เอา มาจะเปนประโยชนตอการวินิจฉัยไดมากกวา สักพัก เหตุการณไ มค าดฝน ก็มาถึง เสียงชักโครกตูม ตูม โครก โครก อยูหลายครั้ง พรอมน้ําราดชักโครกตลอดเวลา จนน้ําไหล ตามพื้ น ออกมานอกห อ งน้ํ า พร อ มเลื อ ดสี แ ดงนองพื้ น ผมแปลกใจ ตะโกนหามกันใหญพรอมเคาะประตู และแล ว ... เธอก็ อ อกมา เลื อ ดเป อ นเต็ ม ผ า ถุ ง ขาวๆ เลือดออกจากชองคลอดไมหยุด ดวยความเนียน เธอบอกวามีอะไร หลุดออกมาไมรู ผมและพี่แพทยประจําบานเดินเขาไปใหหองน้ํา สิ่งที่เห็นซึ่ง ไมเคยคิดกอนวาจะไดเห็น คือเด็กนอยตัวเปนๆหัวทิ่มกนโผล พรอม รกครบ ทุกอยางจมน้ําอยู ที่ตกใจมากเพราะไมคิดวาเด็กนอยจะตัว ใหญแลว รีบเอาเด็กขึ้นมา แมทําเปนไมรเู รื่อง บอกถึงวาเปนอุจจาระ

(3)

เธอผูเปนแม ยังถามวา “ลูกหนูเปนอยางไรบาง” เด็กเกิดใหมหนัก 1500 กรัม พรอมรกครบ นอนเขียวทั้งตัว ไมหายใจ หัวใจไมเตน มีกลามเนื้อกระตุกบางนานๆครั้ง เปนภาพนา เวทนายิ่งนัก ประเมินอายุครรภ 7-8เดือนไดแลว ถาไมเพราะถูกกด น้ํา ก็คงยังสามารถชวยชีวิตได ในกรณีเด็ก 7-8 เดือน เชนนี้ ไมเรียก แทงละครับ เรียกลูกตาย พี่วินิจฉัย Neonatal death สาเหตุการตาย จมน้ําเวลาประมาณ 5 นาที... ผูปวยยังรองขอไมใหบอกแฟน... คิดในแงดี จะเปนไปไดไหมวาลูกออกจากชองคลอดแลวแม ไมรู เขาใจวาเปนอุจจาระ เผลอกดน้ําจนเมื่อกดไมลงแลวจึงใหหมอ เขาไปดู? เปนไปไดไหมวาจริงๆ แลวแมตองการบุตรตามที่อาง ไมได ไปเหนี่ยวนําหรือไปทําแทงใดใดมากอน เปนไปไดไหมวาแมสภาพจิตใจไมปกติ เลยกอการเชนนี้ ผมคงไดแตนั่งคิดอยูในใจ แมผานประสบการณเฉียดตายมา มาก แตครั้งนี้ทําเอาผวา สลด ไมคิดเลยผูปวย-คุณแมจะทําไดลง...

(4)

โดยปกติ เมื่อเกิดเหตุการณกระทบกระเทือนจิตใจ คนเรา มักปฏิเสธความจริงกอน (Denial) บางทีอาจโยนความผิดใหสิ่งรอบ กาย Extrojection [เคยเขียนแลวเรื่อง Grief reaction www.democrazy.com ฉบับพิเศษ(12)] คนเจ็บปวยอาจโทษเวรกรรม คนประสบอุบัติเหตุมักโทษ คูกรณี นักฟุตบอลแพโทษกรรมการ โทษผูเลนดวยกัน แตสําหรับผม คงตองยอนมองความผิดตนเองในครั้งนี้ ทบทวนวาผมไมควรปลอยเธอไปหองน้ําเลย...

แคอยากเลาใหฟง

ธนิก วิไลลักษณ • นักศึกษาคณะรัฐศาสตร ภาควิชาความสัมพันธระหวางประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร

ความเปนไทยกับเผด็จการ ตั้ง แต เ ด็ก ผมมัก จะไดยิน การสอนสั่ง และสั่ง สอนใน เรื่ อ งการประพฤติ ป ฏิ บั ติ ต นในสั ง คมไทย ทั้ ง จากที่ บ า น โรงเรียนหรือที่ไหนก็ตาม ที่ผมสังเกตเห็นอยูประการหนึ่งคือ เรื่องอาวุโส เด็ ก ทั้ ง หลายหรื อ ผู น อ ยทั้ ง หลายต อ งคล อ ยตามผู ใ หญ ทั้งหลายอยางเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โตถียงไมได เพราะเปนการผิดตอ ระเบียบแบบแผนของสังคมไทย เรื่องนี้ผมมองวามันเปนแนวคิด ระเบียบ แบบแผนในสังคมไทยที่ขัดตอหลักการประชาธิปไตย เมนู ที่แสดงใหเห็นชัดคือ ผูใหญเปนฝายถูกตลอด ถามีปญหาก็กลับไป ดูขอความกอนหนานี้ จนมันกลายเปนสวนหนึ่งของสังคมไทย เ ห ตุ ก า ร ณ แ บ บ นี้ ก็ ยั ง เ กิ ด ใ น สั ง ค ม ไ ท ย ใ น ยุ ค ที่ ประชาธิปไตยผลิบาน เหตุการณในรอบไมกี่วันที่ผานมา ก็มีขาว เกี่ยวกับหนังสือของ สกอ.ที่สงไปยังมหาวิทยาลัยตางๆ เพื่อใหดูแล การดําเนิน กิจกรรม ของนิสิต นัก ศึกษา เชนการแสดงละครเวที และลาสุดคือเหตุการณที่คณะรัฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จากเหตุการณทั้งสองไดแสดงใหเห็นถึงแนวคิดในสังคมไทย เหตุการณแรก ถาตั้งคําถามเลนๆ วาถามีนิสิตนักศึกษา ทํ า กิ จ กรรมละครเวที แ ละละครไปมี ค วามเกี่ ย วพั น ธ กั บ ประเด็ น ทางการเมือง ตราบใดที่อยูในกรอบของกฎหมาย ก็ไม ควรที่ผูมี อํานาจจะไปควบคุมเพราะเปนเรื่องที่ผิดกฎหมายและแสดงใหเห็น ถึงแนวคิดที่ขัดแยงกับประชาธิปไตย เหตุ ก ารณ ต อ มา คื อ การรวมตั ว ของกลุ ม คนที่ ต อ งการ แสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกตางตอนายกรัฐมนตรี ทานผู มีอํานาจทั้งหลายก็ไ มควรไปดึงปายหรือไปทําลาย ขัดขวางการ ดําเนินการของนักศึกษากลุมดังกลาว และยิ่งบางคนออกมาพูดวา เปนเรื่องไรสาระ ก็ไปกันใหญยิ่งไปทําใหเกิดเรื่องไปอีก การแสดงข อ คิ ด เห็ น ทางการเมื อ ง เป น เรื่ อ งที่ ส ามารถ กระทําไดเพราะคนเราไมจําเปนจะตองคิด เขียน หรือาน เหมือนกัน ทั้ง หมด การแสดงความเห็ น ที่ ตา งกั น นั้ น เป น เรื่อ งปกติ ใ นสัง คม ประชาธิปไตย ถาหากในบานเมืองเรายังไมยอมปรับเปลี่ยน เรื่อง การยอมรับความตางทางความคิด ก็ไมตองไปพูดถึงความเจริญ ของบ า นเมื อ ง และยิ่ ง ผู ใ หญ ผู มี อํ า นาจในบ า นเมื อ งยั ง มอง ประชาชนเปนเด็ก เปนคนที่ต่ํากวา ไมเทาเทียมกัน ซึ่งก็แสดงถึง ความเป น เผด็ จ การอย า งชั ด แจ ง และยั ง เป น การแสดงให เ ห็ น ถึ ง ความลาหลังประการหนึ่งของสังคมไทย ดั ง นั้ น ถ า หากให ผ มเลื อ ก ผมก็ จ ะเลื อ กการเป น พลเมื อ งที่ ดี ใ นระบอบประชาธิ ป ไตยแทนการเป น คนดี ต าม แบบฉบั บ ของสั ง คมไทย อิ อิ อิ เพราะผมไม อ ยากเดิ น ตาม ผูใหญแบบ......


.26. DemoCrazy

SSS

Volume 20 | August-September 2010

SONG SOCIAL SPIRIT

โดย ก-ฤ-ช

แด...‘เธอ’ ผูมีหัวใจอันยิ่งใหญ

ฝมือของผูหญิงคนนี้จังเลย เพลง ‘แม’ ของโลโซ คือเพลงที่ผมฟง อยูบอยครั้งเวลาที่ผมรูสึกออนแอ คํารองซื่อๆ ทํานองและเมโลดี้ เศรา ๆ ของเพลงชวนใหผมคิดถึงและอยากกลับบานเปนที่สุด เมื่อไมนานมานี้ ผมมีโอกาสไดฟงอีกหนึ่งบทเพลงที่พูดถึง แม ผมฟงตั้งแตตนจนจบ และดวยเสียงอันเปนเอกลักษณ ผมจึง รูทันที่วาเปนเพลงของวงแคลช และมาทราบทีหลังวาเพลงนั้นคือ เพลง ‘กราบดิน’ ซึ่งอยูในอัลบั้มชุดที่เกาของวงแคลชที่มีชื่อวา NINE MISS U 2 และทราบขาววาอัลบั้มนี้จะเปนอัลบั้มสุดทายใน นามวงแคลชอีกดวย เพลงนี้เปนเพลงที่แตงคํารองและทํานองโดย ‘ฟองเบียร’ (ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม) ผูเคยฝากลายมือในการเขียนเพลง ไวมากมาย ซึ่งลวนแตเปนเพลงดังทั้งนั้น และได พล วงแคลช (คช ภัค ผลธนโชติ) เปนผูเรียบเรียงเสียงประสาน เพลงนี้เขียนจากชีวิตจริงของ แบงค วงแคลช ที่ไดสูญเสีย คุณแมของเขาไปอยางไมมีวันกลับ ซึ่งแบงคเองก็ถายทอดอารมณ ของเพลงไดอยางจับใจ ผมฟงเพลงนี้อยูหลายครั้งและนึกถึงตัวเอง วาผมโชคดีกวาหลายคนที่ไมมีแมอยูขาง ๆ แลว ในเมื่อผมยังมีแม อยูขาง ๆ ผมควรใชทุก ๆ วันทําสิ่งดี ๆ เพื่อตอบแทนความรักอัน ยิ่ ง ใหญ ที่ ผ มได รั บ เสมอมา ไม มี ใ ครล ว งได ว า รู ว า พรุ ง นี้ จ ะเป น อยางไร แตอยางนอยวันนี้ก็ยังคงเหลือพื้นที่ใหเราทุกคนไดดูแ ล หัวใจที่ยิ่งใหญดวงนี้จริงไหมครับ แด...หัวใจอันยิ่งใหญ แด...‘แม’ ทุกคนบนโลกใบนี้ครับ

เพลง กราบดิน ศิลปน CLASH คํารอง / ทํานอง ฟองเบียร เรียบเรียง Pon ฉบั บ นี้ ผ มขออนุ ญ าตเขี ย นถึ ง ผู ห ญิ ง ธรรมดาแต มี หัวใจที่ยิ่งใหญ ผูเปนเจาของความรักอันบริสุทธิ์ และผูใหโดย ไมหวังสิ่งตอบแทน ครับผมกําลังพูดถึงผูหญิงที่เราเรียกวา ‘แม’ ถึงแมวาชวงเวลาแหงวันแมในปนี้จะพนไปแลวก็ตาม ผมเชื่อวาสมัยที่ผูอานหลายทานยังเล็กก็คงจะเคยเขียน เรียงความเรื่อง ‘แมของฉัน’ และนํามาอานใหเพื่อนฟงหนาชั้น คุณ ยังจํามันไดไหมครับวาเขียนอะไรไปบาง ผมเองจําไมไดหรอกครับ เพราะเขียนไปเพราะตองเขียน แตผมเชื่อวา ‘แม’ ในความคิดแบบ เด็ก ๆ คงไมใชนางฟาประจําบานเปนแน ในชวงวัยรุนของหลายคน แมอาจเปนคนสุดทายที่เรานึก ถึงเวลาที่เรามีความสุขที่สุด แมอาจเปนคนที่เรารําคาญทุกครั้งที่ โทร.หาเรา แมอาจเปนผูหญิงที่ดุที่สุดในโลกเวลาลงโทษเรา แมอาจ เปนผูหญิงที่ขี้บนที่สุดเพราะบนไดทุกที่ทุกเวลา แมอาจเปนคนที่ เราอายทุกครั้งที่เดินดวยกัน แมอาจเปนผูหญิงที่ไมเขาใจวัยรุนเอา เสียเลย ผมก็เปนหนึ่งคนที่เคยคิดอยางนั้น แตสําหรับผมในวันนี้ และเวลานี้ แมคือผูหญิงที่มองเห็นเราเสมอในยามที่ทุกคนบนโลก ใบนี้มองขามเรา ตั้งแตเล็กจนโตทุกทานก็คงเคยไดยินไดฟงบทเพลงที่พูด ถึงแมนับครั้งไมถวน เชน เพลง ‘คาน้ํานม’ ‘ใครหนอ’ ‘อิ่มอุน’ ‘แม’ ฯลฯ แต ก อ นผมไม ค อ ยซาบซึ้ ง กั บ บทเพลงเหล า นี้ สั ก เท า ไร จนกระทั่ ง ผมต อ งจากครอบครั ว ไปเรี ย นต อ มั น เป น ความรู สึ ก สวนตัวที่อธิบายลําบากครับ รูแตวาผมคิดถึงเสียงบนและอาหาร

ตั้งแตวันที่แมจากไปหัวใจไมเคยลืมเลือน คําสอนที่แมเตือนยังกองอยูในใจ ลูกเอยจงเปนเด็กดีหมั่นเรียนใหมีวิชา เจาจะไดเติบโตขึ้นมาชีวิตเจาดีเจางาม ลูกรูแมอยูบนฟาแลวคอยมองลงมาใชไหม ลูกรับสัมผัสอุนไอของแมอยู ลูกซื้อมาลัยวันนี้ไมมีใครใหกราบก็รู เพราะแมอยู อยูเปนดาวบนฟาไกล จะขอกราบดินสงรักขึ้นไปสูดาว สงขาวใหรูลูกเปนอยางไร ลูกคนเดิมคนนี้เปนคนดีอยางที่แมตั้งใจ แมจงหลับสบายอยูเคียงขางจันทร ไมไดเคยนอยเนื้อต่ําใจที่ฉันไมมีแมกอด แมอยูในนี้ในใจตลอดฉันรูสึกเรื่อยมา หากวามีพรอยูจริงสิ่งที่ฉันตองการไดมา เกิดอีกทีกี่ปขางหนาขอใหเปนลูกแม ลูกรูแมอยูบนฟาแลวคอยมองลงมาใชไหม ลูกรับสัมผัสอุนไอของแมอยู ลูกซื้อมาลัยวันนี้ไมมีใครใหกราบก็รู เพราะแมอยู อยูเปนดาวบนฟาไกล จะขอกราบดินสงรักขึ้นไปสูดาว สงขาวใหรูลูกเปนอยางไร ลูกคนเดิมคนนี้เปนคนดีอยางที่แมตั้งใจ แมจงหลับสบายอยูเคียงขางจันทร


DemoCrazy .27.

Volume 20 | August-September 2010

ถลกหนัง

โดย นักเขียน(ไมได)รับเชิญ ‘ปอออ’

Midnight in the Garden of Good and Evil

‘ลับ ลวง พราง’ กลางดึก

ภาพยนตรเรื่อง Midnight in the garden of good and evil โดย Clint Eastwood ถูกสรางขึ้นจากบทประพันธที่มี ชื่อเดียวกันนี้ของ John Berendt สํ า หรั บ ตั ว ภาพยนตร จ ะว า ไปแล ว ก็ ค าบเกี่ ย วกั บ เรื่ อ ง ฆาตกรรม สืบสวนสอบสวน และเรื่องของสังคม ภาพยนตรความ ยาว 155 นาทีนี้ดําเนินไปดวยเหตุการณที่เกิดขึ้นกับตัวละครตางๆ โดยนักขาว จอหน เคลโซ (จอหน คูแซค) เดินทางจากนิวยอรคไป ทําขาวงานเลี้ยงวันเกิดของ จิม วิลเลี่ยมส (เควิน สเปซี่ย) ผูมั่งมี แหงมืองซาวันนา แตแลวก็เกิดเรื่องไมคาดฝนขึ้น ในคืนงานเลี้ยงของจิม ชายหนุม บิลลี่ คารล แฮนสัน (จูด ลอว) เสียชีวิตเพราะถูกยิงดวยอาวุธปน เหตุการณทั้งหมดเกิดขึ้น ในคืนเดียวกันที่บานของจิม จากสิ่งที่พบ สันนิษฐานวาสาเหตุการ ตายคือการฆาตกรรม แตแลวใครกันเปนผูลงมือฆา? หรือวาหนุม บิลลี่จะฆาตัวตาย? ทั้งหมดเปนอุบัติเหตุหรือการจงใจ? นักขาวจอหนก็ถูกเหตุการณปริศนานี้ดึงดูดเขาไปพัวพัน ตอคดีและการหาความจริง เนื้อหาของภาพยนตรจึงดําเนินไปดวย เรื่ อ งราวจากหลายปาก หลายมุ ม มองของคนแปลกประหลาด ทั้งหลาย ที่รวมตัวกันเฉพาะกาลเพื่อ “คุณธรรม” สวนตัว หรือคํา วา “ยุตธิ รรม” ในสวนรวม. ภาพยนตรเรื่องนี้ประสบความสําเร็จจากการสื่อสารที่แยบ ยลของภาพยนตรสูผูชม โดยเมื่อเริ่มดูในชวงแรก เราจะยังไมเขาใจ อะไรมากนัก เพราะขอมูลตางๆ ที่เราไดรับจากเรื่องคอนขางมีนอย อีกทั้งยังคลุมเครือเสียจนทําใหสงสัยและไมเขาใจ แต เ มื่ อ ภาพยนตร ดํ า เนิ น ไป ข อ สงสั ย ทั้ ง หลายนั้ น ก็ จ ะ คอยๆ ถูกเติมเต็มผานการสื่อสารในหลายรูปแบบ ทั้งทางตรงที่รับรู ได ผ า นคํ า พู ด หรื อ การกระทํ า ของตั ว ละคร และทางอ อ มคื อ ความรูสึกที่รับรูไดเองจากสามัญสํานึก ซึ่ ง ในส ว นนี้ ผู ช มอาจมี อ ารมณ ร ว มไปกั บ ตั ว ละคร หรื อ ตี ค วามแตกต า งกั น ไปก็ ไ ด ขึ้ น อยู ค วามคิ ด ของแต ล ะคน นั่ น คื อ ในขณะที่ตัวละครทั้งหลายแสดงบทบาทเพื่อเลาเรื่องในสวนของ ตนเองแลว ตัวผูชมจะอยูในฐานะที่มองเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน เรื่อง และจากตําแหนงนั้นก็จะสามารถเชื่อมโยงเอาเหตุการณตางๆ เข า ไว ด ว ยกั น โดยอั ต โนมั ติ แล ว เกิ ด ความรู สึ ก ต อ เหตุ ก ารณ ทั้งหลายตางไปจากความรูสึกของตัวละครแตละตัวที่แสดงออกมา.

สิ่งที่ผูชมรูสึกขึ้นมาไดเองนั้นแหละ คือ เนื้อหาในอีกแงมุม หนึ่งที่ตัวละครไมสามารถสื่อสารออกมาไดโดยตรง ดังนั้นเนื้อหาที่ สมบูรณนั้นจะเกิดไดก็ตอเมื่อผูชมไดรับสารจากภาพยนตรและเกิด การตอบโตดวยความรูสึก ความคิด ซึ่งสะสมมาจากประสบการณ สวนตัว โดยที่ผลนั้นไมจําเปนตองถูกตองตามเจตนาของผูสรางบท ภาพยนตรเสมอไป สิ่ ง ที่ ทํ า ให ภ าพยนตร เ รื่ อ งนี้ น า สนใจ และทํ า ให ผู ดู เ กิ ด จินตนาการไดหลากหลายนั้นก็มาจากตัวละครตางๆ ซึ่งมีปูมหลัง หรือที่มาตางกัน แต เมื่อตองมีการสืบสาวราวเรื่อง ความคิดเห็น หรือเรื่องราวตางๆ จากปากของพวกเขาก็พิลึกพิลั่นตามไปดวย ทํา ใหความสัมพันธเหลานั้นแปลกประหลาดดูนาสนใจมากกวาปกติ แตบทบาทของตัวละครเหลานั้นมีสวนสําคัญที่ชวยผอน คลายอารมณไดดีคือ การสอดแทรกเรื่องขบขันแบบรายๆ ไวกับ บุ ค คลิ ก ของตั ว ละครบางส ว น อี ก ทั้ ง การเล า เรื่ อ งนั้ น ก็ ตั้ ง อยู บ น พื้นฐานของสองสิ่งคือ การเปดเผย และ การปดบัง หรือบางก็ ชัดเจน บางก็ คลุมเครือ เปนการหยอกลอไป กับ ความจริง และ คําลวง กลาวคือทั้งบทบาทของตัวละคร และ เนื้อหาที่ถูกถายทอดผานกลวิธีที่แยบยลโดยทิ้งใหเปนปริศนาในใจ นี้เปนเสนหสําคัญที่ชวนใหเรื่องราวนาสนใจจนถึงที่สุด สิ่งที่เราทั้งหลายไดรับจากภาพยนตรเรื่อง Midnight in the garden of good and evil นั้นคือ เรื่องราวการตัดสินคุณคา ของความจริ ง และความยุ ติ ธ รรม โดยเรื่ อ งราวที่ ซ อ นเร น อย า ง สลับซับซอนนี้ไปกระตุนความคลางเเคลงใจใหเกิดขึ้นกับความคิด ของเราวา สิ่งที่เปน “ความจริง” นั้นเปนสิ่งที่ถูกตองและสมควร เปดเผยเสมอหรือไม? และเมื่ อ ความจริ ง ที่ จํ า เป น ต อ งถู ก เป ด เผยอยู ภ ายใต เงื่อนไขการดํารงชีวิตของใครหลายๆ คน ผลกระทบที่เกิดขึ้นยอม มากกวาทางกายแนนอน ในขณะเดียวกันก็เปนกระจกสะทอนสังคม มนุษยโลกในตอนนี้ไดเชนเดียวกันวา เรากําลังเผชิญกับ “ความ จริง” หรือ “ความยุติธรรม” ที่เกิดข���้นจากการตัดสินของผูอื่นทั้งสิ้น และผลของการตัดสินดังกลาวก็อาจไมยุติธรรมเสมอไป จนทําให ใครหลายคนเปนทุกขจากการตัดสินคุณคาฝายเดียวแบบนั้น. เพราะเหตุนี้ เราจึงควรมีความสุขอยูดวยการใชชีวิตที่ รูจักความจริงของตนเอง และรับรูวาสิ่งที่ซับซอนเหลานี้แฝงอยู ในสวนตางๆ ของสังคมและเปนผลหนึ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ของมนุษย....ก็เทานั้น...


.28. DemoCrazy

Volume 20 | August-September 2010

Backoffice : ระบบหลังบาน...ระบบชีวิต เรื่อง : กิตตินันท นาคทอง • ภาพประกอบ : http://twitter.com/poptrait

ปญญาชนกรอบเชา รากหญากรอบบาย นับตั้งแตที่ผมเปนมนุษยเงินเดือนในชายคาบานพระ อาทิตยแหงนี้ หากวันใดไมตดิ ภารกิจแตเชา บอสของผมก็จะสั่ง ใหลงไปอานหนังสือพิมพที่หองสมุด แลวสงประเด็นมาใหทุกวัน ซึ่งถือเปนวิธีการฝกอยางหนึง่ ของนักขาวมือใหม หองสมุดที่วานี้ เปนหองสมุดของบริษัทฯ บริเวณชั้นลาง ซึ่ง จะมีหนังสือพิมพเกือบทุกฉบับที่วางแผงตามทองตลาด มาสงใหเปน ประจําทุกวัน เจาหนาที่ก็จะเอาหนังสือพิมพใสเขาไปที่ไม แลวแขวน ไวที่ชั้นวางหนังสือพิมพ รอใหคนที่แวะเขามาไดหยิบมาอานที่โตะ ในปจจุบันหนังสือพิมพหลายฉบับตางก็เอาขาวรายวันขึ้น เว็บไซตไปแลว แมความสําคัญของหนังสือพิมพในยุคนี้จะดูลดนอย ถอยลงก็ตาม แตอรรถรสในการเสพขาวก็ยอมแตกตางกันอยูดี เพราะ หนังสือพิมพยังมีศิลปะบางอยางที่เว็บขาวออนไลนมองไมเห็น ไมวาจะเปนภาพประกอบขาว สีสันการจัดวางเลยเอาท สีที่ นํามาใช แบบอักษร (Font) ที่บงบอกถึงรสนิยมของผูอานฉบับนั้นๆ ไปจนกระทั่งโฆษณาในหนังสือพิมพ ที่องคกรใหญๆ ในฐานะ สปอนเซอรที่ซื้อโฆษณาไดสรางสรรคออกมาสวยงาม นอกจากขอ เปรียบเทียบในดานอรรถรสระหวางอานหนังสือจากกระดาษ กับอาน จากหนาจอคอมพิวเตอรที่ใหอารมณตางกัน อยางไรก็ตาม ในเมื่อสื่อใหมอยางเชนอินเตอรเน็ต โทรศัพทมือถือ และทีวีผานดาวเทียมเขามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งใน ดานความเร็วและลึก ทําใหสื่อกระแสหลักทั้งฟรีทีวีและหนังสือพิมพ ถูกลดทอนความสําคัญในสายตาผูบริโภคลงไป แตถึงกระนั้นหนังสือพิมพยังเปนสินคาที่ตอบสนองตอผูที่มี กําลังซื้อ และเจาของหนังสือพิมพมีการปรับตัวใหเขากับการผลิตสื่อ อยางบูรณาการที่หลากหลาย รวมทั้งเนื้อหาที่ตอบสนองผูอานรุนใหม ทําใหสื่อหนังสือพิมพในวันนี้ยังคงดํารงอยูได แมจะมีโอกาสเติบโตทั้ง ยอดขายและความนิยมในกลุมอายุของผูอานนอยลงก็ตาม มีผูใหญทานหนึ่งกลาวเอาไววา เดี๋ยวนี้ไมมีอะไรอานใน หนังสือพิมพกรอบเชา เพราะเปนเรื่องที่เรารูและอานมาหมดแลว และ หนังสือพิมพไทยที่แขงกันที่ปริมาณหนานั้น เราอานจริงๆ ไมกี่หนา ซึ่งก็ตองยอมรับวา โดยผิวเผินมีความรูสึกเดียวกัน แตถึงกระนั้นยังมี นัยยะของขาว หรือที่ภาษาขาวเรียกกันวา “ฮินท” (hint) แอบแฝง เพื่อนรุนพี่ที่ทํางานเลาใหผมฟงวา ที่ทํางานเกาของเขา เวลาคนเขาอานหนังสือพิมพ นอกจากดูพาดหัวหนาหนึ่งที่แตละ ฉบับจะเลนขาวอะไรแลว หนาในก็จะอานอยู 3 อยาง ไดแก บท บรรณาธิการ บทความวิเคราะหหนา 3 และขาวสังคมหนา 4 ทีแรกผมก็ไมเขาใจวาทําไมตองอานหนา 4 เพราะมีแต บรรดาไฮโซลูกทานหลานเธอ หรือเศรษฐีเจาของธุรกิจเขามาแสดง ความยินดี หรือทํากิจกรรมแลวถายรูปลงหนังสือพิมพเปนที่ระลึก แต มาวันหนึ่งก็ถึงบางออ เมื่อมีภาพขาวสังคมอยูชิ้นหนึ่ง สามีเจาของ ธุรกิจพันลานจัดงานวันเกิดใหภรรยา ปรากฏวามีบุคคลในแวดวงทาง สังคม โดยเฉพาะนักธุรกิจ นายตํารวจ-ทหาร ขาราชการระดับสูง และ

นักการเมืองเขามาเกี่ยวของ ซึ่งมันสามารถบงบอกถึงนัยยะของ ความสัมพันธเปนกลุมเปนกอนทั้งในทางการเมืองและธุรกิจได วันหนึ่งกอนทีผ่ มจะเขางาน ถือโอกาสแวะซื้อกาแฟที่ รานสะดวกซื้อมาดื่ม ระหวางรอแคชเชียรคิดเงิน สายตาจองมอง ไปยังหนังสือพิมพหัวสีฉบับหนึ่ง ที่มียอดขายอันดับรองลงมาจาก ยักษหัวเขียว ปรากฏวากรอบบายวันนั้น ซึ่งลงวันที่ลวงหนา ใช ภาษาพาดหัวไดรนุ แรงมาก และยังเปดชองเสมือนเปนการปลุก ระดมเอาใจกลุมพลังทางการเมืองบางกลุม แตเมื่อมาถึงออฟฟศ แลวไปอานหนังสือพิมพหัวสีหัวนี้ที่ หองสมุด ปรากฏวากลับพาดหัวไดเบากวาที่วางขายในรานสะดวกซื้อ มาก หนําซ้ําเนื้อหาหนังสือพิมพที่นํามาขึ้นเว็บไซต หนังสือพิมพฉบับ นี้ก็มีเนื้อหาเหมือนหนังสือพิมพกรอบเชาในหองสมุดเสียอีก ไมนับ รวมหนังสือพิมพการเมืองในเครือเดียวกันที่ผมเห็นวาพาดหัวแรงกวา กรอบเชาในหองสมุด พอๆ กับหัวสีในเครือเดียวกันอีกดวย ปจจุบัน การจัดจําหนายหนังสือพิมพหัวสีในกรุงเทพฯ จะ แบงออกเปนสองกรอบ คือกรอบเชาและกรอบบาย ซึ่งกรอบเชาจะ แบงใหสายสงประมาณตีสาม และจําหนายตั้งแตตีสี่เปนตนไป จนกวา หนังสือพิมพจะหมด สวนกรอบบายจะถูกนํามาสงในตอนสาย ประมาณ 8-9 โมงเชา กอนจะวางแผงตามรานสะดวกซื้อ หรือราน หนังสือในหางสรรพสินคา สังเกตไดงายตรงที่แตละฉบับจะลงวันที่ ของวันพรุงนี้ไวลวงหนา ซึ่งจะชวยใหขายไดนานขึ้นจนถึงวันใหม เปนที่นาสังเกตวา คนที่ซื้อหนังสือพิมพกรอบบาย สวนใหญ จะเปนคนธรรมดาหาเชากินค่ํา โดยเฉพาะชนชั้นรากหญาจําพวก โชเฟอรรถแท็กซี่ พอคาแมขาย ผูใชแรงงานที่ทํางานในกรุงเทพฯ หรือชาวบานที่ตองการหนังสือพิมพเพื่ออานฆาเวลา ซึ่งแตละฉบับไม ตางกันตรงที่มีทั้งขาวประจําวัน บทวิเคราะห คอลัมนิสตที่เขียนแบบ ใสสีตีไขที่คนอานแลวมัน ขาวกีฬา บันเทิง ดูดวง และพระเครื่อง เพราะฉะนั้น วิธีการพาดหัวของหนังสือพิมพฉบับกรอบบาย ถือเปนอีกกลยุทธหนึ่งของคายสื่อยุคนี้ นัยยะหนึ่งตองการสื่อสารไป ยังกลุมเปาหมายที่ซื้อหนังสือพิมพจริงๆ อีกนัยยะหนึ่งก็เพื่อเซ็นเซอร ตัวเองและตองการปลอยของ กรณีที่หนังสือพิมพกรอบเชาสวนใหญ ลวนถูกเผยแพรผานโทรทัศน โดยเฉพาะรายการคุยขาวยามเชา ซึ่ง หากฉบับใดพาดหัวแรงก็จะถูกเพงเล็งและมองวาไมมีความเปนกลาง มาถึงบางออแลว ไดแตคิดไปวาคนทําหนังสือพิมพยุคนี้ สนใจแตจะขายขาวเรียกกระแส มากกวาการทําหนาที่รับใช ผูอานอยางซื่อสัตย ตรงไปตรงมา บางทีนักหนังสือพิมพยุคนี้ก็ ฉลาดพอที่จะแกลงโงเพื่อหากินกับผูอานที่ไมรูเทาทัน เปน พฤติกรรมหลอกลวงและเยยหยันสวนทางตอจริยธรรม ซึ่งใน ทายที่สุดก็ไมมีองคกรสื่อไหนกลาเขามาจัดการ ดวยเหตุผลที่วา แมลงวันยอมไมตอมแมลงวันดวยกัน ก็คนกันเองทัง้ นั้น.


DemoCrazy .29.

Volume 20 | August-September 2010

DemoCrazy H0   A

U?VDQ KP N 

DQ!

  !"#$% %&'(&)* "+,"*-&.&/  01$2/1-*%3 - 4 (-+5*67%"%*3 4" ) -)  18&*$'3&5 Microsoft Word 2003 0%0D)&"%&5 Photoshop -+# 2"3"41 G"H418 4"%GI43&5 In Design $ 0*  18GI4G#%3  ** 1# 1 144N -* -O*56' 4G4 #P )3 (1I"%0GI4G#1I "4 4%( 8Q"41* 20 -G4$3)  0013410-&.-6R &SQ)+% D32"53&U T -7+3)3 0 G1D4 /" 1D34 "(R"  11"0*3 4-641#I-1  -64 -6- *3 4$'3-64-+# "13410N64 56N6*1--0V# $5*6- 

-

?

   Do-i-ha (       ~)

     02-691-4609  democrazy@live.com /  0 Facebook Page 60  . ..

http://www.facebook.com/democrazymagazine

M@DQ  A HPHD -6 democrazy@live.com G1 02-691-4609

0BF RP I A0NWAB  A MH /D0X ?   EPHP

www.demo-crazy.com

 BB     ?@A ABCDEF @ A GA /HDHD  IJKAEL0 MDNOBB AB/HDAJ  GG  /HDA0 DBB  N GDHB D P  AQD  @BBIA 0/ Q /HD D D 0J@ E6   / QE@/ QPR D A00DMA PN6 J / / BCS        !   " #  $   #%&'()    '   .    .   ! "#  $#% #! & !'#("' & )*% ## &  +  ',&   -#% )#! ! &.%& /( $0  1&  2 -' " ',  &3'

4)  -&   &#!!- - & $  &#!!(# 50, #(" ) 1(#65 #375&)&   #!' %)/#!!  ! /&  + -/ 07#!! )%'#') ( " BB $#%#3+(#- # (# ".    5 %' (')   #" ! -  !-( #'&5 . ,93   5 )#- #5-# !/)3& / & ,93') & ( ") BB '#3)!". 0) :". % % Unlimited )#9!#'#')".% (- & $ ))   "  )  ( ) BB  # -    )   (  ' &     ". "  3 # ( D3% % BB /(3)& #!  ". 0#  5 % ) "6 & %-/".& #'##(/ ( %  ".   $ ".     F  ".  # /( ".   %  $ ! (3 6%! 9!% %-  !&)#  )9!#!!(# 50, & %')  F  #" . '&5#  5  9&03'# )./ #G '# $ ".%') %*$!+   +) , -  +$ . !+ ) /  * % 3.9 G !+- "4  " +"+


.30. DemoCrazy

 

Volume 20 | August-September 2010

 : 

   - 

    


Volume 20 | August-September 2010

DemoCrazy .31.

        ! " #!  $ % # #!&'  (    (  ()*' ! #! 26 ( % 2553 #!/ 


              http://www.demo-crazy.com

VOLUME

DemoCrazy

20 ..-.. 2553

!& $' ( 

  ! ) .PAGE 30.

   !

 "# $ %

  

REUTERS PICTURE via DAYLIFE.COM

!  !*


DemoCrazy • Volume 20