Page 1


3


เมื่อก่อนเคยคิดว่า ตัวเองโชคดีมากทีเ่ กิดมาใน ครอบครัวที่อบอุ่น พ่อ-แม่-ลูกรักและใส่ใจกัน พ่อ-แม่ ปลูกฝังให้รัก เชื่อ และศรัทธาในพระ บรรยากาศที่วัดก็ช่วย ให้เราตื่นตัวและมีความสุข อยากไปวัด อยากไปทากิจกรรม ได้พบเพื่อนและคุณพ่อเจ้าวัดก็ใจดี๊ดี เมื่อมีโอกาสได้เข้าร่วมงานมารีอาโปลี 2-3 วัน ซึ่งเป็นงานทีม่ ีคนมากมายมาอยู่ด้วยกัน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ชี สงฆ์ แต่ทุกคนยิม้ แย้ม ดูเป็นมิตร ที่นี่เองที่ตัวเองได้ตระหนักว่า พระวรสารที่เราเคยเรียนมาไม่ใช่ เรื่องที่เก็บไว้บนหิง้ แต่เป็นชีวติ ประจาวันของเราได้ด้วย เมื่องานจะจบรูส้ ึกเสียดายว่า เราต้องกลับเข้าสู่ ชีวติ ปกติ แต่สงิ่ หนึง่ ที่จาได้แม่นคือ คนหนึง่ บอกว่า “ถ้าอยากจะเห็นบรรยากาศแบบนีอ้ ีกต่อไป ก็จง เป็นคนแรกที่เริ่มสร้างบรรยากาศนี้ก่อน ไม่ต้องคอยคนอื่นให้เริ่ม และเริ่มจากที่บ้านของตน” คาตอบของตัวเองคือ เริ่มกับน้องๆ ที่บ้านนี่แหละ เมื่อก่อนเคยเป็นพี่คนโตที่คอยแต่จะให้นอ้ งๆ ทา ในสิ่งที่ตัวเองเห็นว่าดี แต่...ตั้งใจเปลี่ยนแปลงทัศนคติของตัวเอง พยายามรักน้องๆ ในแบบที่เขา ต้องการให้เรารัก ความรักแบบนีท้ าให้ไม่ปิดตัวเองอยู่แค่กลุ่มเพื่อนๆของเรา แต่ขยายออกไปสู่ทุกคน นี่หละจุดเริ่มต้นการผจญภัย จากเมื่อก่อนทีม่ ีเพื่อนดี ๆ กลุ่มเล็กๆ ก็น่าจะพอ แต่เมื่อได้มีโอกาสเห็นเพื่อนๆ เยาวชนของกลุม่ ที่มาร่วมงานมหกรรม ระดับนานาชาติจากทั่วโลก ยิ่งเห็นพลังของเยาวชน ความกระตือรือร้น ความสนุก ความสุขสดชื่นที่ได้ทาอะไร ที่ไม่เคยทาเพื่อคนอื่น

4


ครั้งหนึ่ง เราเยาวชน 2 คนเดินทางไปพบปะกับเพื่อนเยาวชนอีกจังหวัดหนึ่งซึ่งใช้เวลาเดินทาง หลายชั่วโมง บนรถทัวร์พนักงานเริ่มเสิร์ฟน้า อาหาร เปิดเพลง และจบด้วยเปิดดีวีดีตลก ที่ครั้งนั้นมัน ค่อนข้างไม่สร้างสรรค์เอาเสียเลย เรา 2 คนมองหน้ากันประมาณว่า “เอาไงดี” เราสังเกตว่าไม่ใช่ทุกคน ที่พอใจกับดีวีดีตลกชุดนัน้ เพื่อนมองหน้าเหมือนจะบอกว่า “เธอไปสิ” ตัวเองจึงตัดสินใจรวบรวมความ กล้าเดินไปบอกคนขับบอกว่า “ขอช่วยเปลี่ยนดีวีดีหน่อยค่ะเพราะมันไม่ดี” ดูราวกับจะถูกแกล้งเมื่อ คนขับถามกลับด้วยเสียงอันดังว่า “จะลงไหน” คาตอบ “ยังไม่ลงค่ะ และบอกซ้าอีกครั้งอย่างมั่นใจว่า ขอช่วยเปลี่ยนดีวีดีหน่อยค่ะเพราะมันไม่ดี” คนขับตอบว่า “อ้าวเหรอ ไม่ดีก็เปลี่ยนสิ” ตอนนั้นรู้สึกร้อน ผ่าวที่ใบหน้า แต่ต้องยืดตัวตรงและเดินกลับมาที่นั่งฝ่าดงสายตาที่มที ั้งแอบอมยิ้มจากเหตุการณ์ที่เพิ่ง เกิดขึ้น บางคนพยักหน้ายิม้ ให้ราวกับจะบอกว่า “เฮ้อ ปิดซะได้ก็ดี” บางคนมองแบบงงๆ จากเหตุการณ์ นั้นกลายมาเป็นความมั่นใจให้ตัวเองว่า “ในเมื่อจะทาความดีเพื่อส่วนรวมแล้วจะกลัวและช้าอยู่ใย” คิดดูดีๆ ถ้าเราจะทาเป็นเฉยหรือ ทาเป็นนอนหลับก็ได้ แต่ด้วยเสียงข้างมโนธรรมข้างในและความมั่นใจ จากเพื่อนที่ร่วมเดินทางด้วยกัน จึงเกิดประสบการณ์นไี้ ด้ เหตุการณ์เช่นนีก้ ็เกิดได้กับเยาวชนในปัจจุบัน อาจจะเป็นด้วยสิ่งท้าทายแบบใหม่ พยายามให้ เสียงของมโนธรรมในใจเราดังอยู่เสมอ และเมื่อครั้งหนึ่งเราทาได้ ครั้งต่อไปเราก็จะได้ยนิ เร็วขึน้ และชัด ขึน้ และยังเป็นแรงดึงดูดให้เพื่อนๆทาได้ด้วย ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าสถานการณ์เช่นนีจ้ งมั่นในใจเสมอว่า “พระเจ้าไม่ได้ขออะไรจากเราเกินความสามารถของเราเลย” พระองค์วัดใจเราด้วยประโยคที่ว่า “เราอยู่ท่ปี ระตู แล้วเคาะ ผู้ที่ได้ยินและเปิด เราจะมาหาเขา...” อย่าให้มโนธรรมของเรามืดบอดไป ด้วยการขาดความใส่ใจที่จะฟังเสียงพระองค์ เมื่อพระองค์เคาะที่ประตูใจของเรา จงเปิดใจต้อนรับ พระองค์เข้ามามีส่วนในชีวิตประจาวันของเรา เราต้องเป็นเสียงมโนธรรมในสังคมที่เราอยู่ และพลัง ความรัก ความสร้างสรรค์แบบเยาวชนของเรา จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้สงั คมเราน่าอยู่

5


การจาริกด้วยการเดินเท้านัน้ เป็นธรรมเนียม ที่เห็นได้ทั่วไปในยุโรป โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งใน สมัยนัน้ ยังไม่มีการเดินทางโดยยานพาหนะที่ทันสมัยดังเช่น ปัจจุบัน เป้าหมายของการเดินเท้านัน้ อาจจะเพื่อการ เดินทาง หรือการแสวงบุญของชาวคริสต์ในสถานที่ศักดิ์สทิ ธ์ ต่างๆ แต่ทว่ายังมีอกี จุดมุง่ หมายที่แตกต่างออกไปอีกคือ การเดินเท้าเพื่อหาเงินทุนการศึกษา สาหรับนักเรียนต่างชาติ ที่มีฐานะยากจน ดังนัน้ ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน จึงเป็น ช่วงเวลาที่นักศึกษาบางคนเดินทางไปยังเมืองอื่น ๆ เพื่อ พบปะกับคนร่ารวย และพร้อมสนับสนุนการศึกษาของพวก เขา นี่ไม่ตา่ งอะไรกับชายวัยกลางคนที่ชื่อ “อิกญาซีโอ” ชาวสเปน จากตระกูลขุนนางแห่งโลโยลา ผู้ซึ่งได้ละทิ้งทุกสิ่ง ทุกอย่างและตัดสินใจมาเป็นนักจาริก ด้วยความที่อยาก เรียนต่อ ณ มหาวิทยาลัยปารีส และรู้ว่าจะไม่มใี ครสนับสนุน ท่านเลย ท่านจึงตัดสินใจเดินจาริกด้วยเท้าไปยังเมืองฟราน เดอร์ ตามคาแนะนาของนักพรตชาวสเปนคนหนึ่ง เพื่อพบ กับพ่อค้าชาวสเปนร่ารวยและผู้บริจาคอื่นๆ ในที่สุด อิกญาซี โอก็ได้รับเงินจานวนที่พอสาหรับค่าใช้จ่ายในการเรียน และ เหลือสาหรับแบ่งปันให้กับเพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ อีกด้วย

6

***** ความศรัทธาอย่างเดียว คงไม่พอที่จะช่วยเหลือผู้อื่น หากแต่ต้องมีความรู้ และการศึกษาที่ดี ซึ่งจะทาให้การช่วยเหลือนั้น เกิดผลดีมากยิ่งขึ้น

*****


อย่างไรก็ดี ก่อนที่อิกญาซีโอจะ ไปถึงกรุงปารีส ในปี ค.ศ. 1528 ข่าว เกี่ยวกับท่านได้เป็นที่โจษจันในหมู่อาจารย์ และนิสิตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ หรือ ปรัชญา ในมหาวิทยาลัยปารีสแล้ว รวมถึงฟรังซิส เซเวียร์ และปีแอร์ ฟาแวร์ ด้วยเช่นกัน นักศึกษาเหล่านีค้ งไม่คาดคิด ว่า อิกญาซีโอ ต่อมาได้สมัครเข้าคณะ และมหาวิทยาลัยเดียวกับพวกเขาเอง ความมีชื่อเสียงของอิกญาซีโอ เกิดจากชีวติ ที่ไม่ธรรมดาของท่านนั่นเอง เนื่องจาก อิกญาซีโอเกิดมาในตระกูลขุนนางอันมัง่ มีในสเปน เมือ่ ปี ค.ศ. 1497 ณ แคว้นบาสก์ โดยเป็น บุตรชายคนเล็กจากพี่นอ้ งสิบสามคน บิดามารดาของท่านเสียชีวติ ในขณะที่อิกญาซีโอยัง เล็กอยู่มาก เมื่อถึงวัยหนุม่ อิกญาซีโอตัดสินใจรับราชการเป็นทหารรับใช้กษัตริย์แห่งสเปน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1521 ขณะประจาการ ณ เมืองพาโพลนา ท่านก็ถูกสะเก็ดระเบิดจาก กองทัพทหารฝรั่งเศสจนขาด้านขวาของท่านบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นเี้ องที่ได้สร้างการ เปลี่ยนแปลงชีวติ ของท่านอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากว่าความทะเยอทะยานและความ เหลวแหลกในชีวิตของท่านตั้งแต่สมัยยังหนุ่มนั้น เริ่มถูกแทนที่ด้วยแบบอย่างของวิถี ชีวิตบรรดาผู้ศักดิ์สทิ ธ์ ซึ่งท่านเรียนรูจ้ ากการอ่านหนังสือสองเล่มระหว่างการพักฟื้นจาก อาการบาดเจ็บ ณ ปราสาทโลโยลา นั่นคือ หนังสือเกี่ยวกับชีวประวัติพระเยซู และ หนังสือ เกี่ยวกับชีวประวัติของบรรดานักบุญ ประสบการณ์ครั้งนีท้ าให้ทา่ นตัดสินใจที่จะละทิง้ ทุกสิ่งเพื่อรับใช้กษัตริย์ท่ยี ิ่งใหญ่กว่า คือ การรับใช้พระเจ้า ท่านจึงเริ่มออกเดินทางเฉกเช่นนักจาริกโดยเดินทางด้วยเท้า ขอทาน เพื่อประทังชีวติ และจบด้วยการแสวงบุญที่กรุงเยรูซาเล็ม ผ่านเมืองต่างๆที่ทา่ นได้ไปมาแล้ว นั้น ท่านค่อยๆเรียนรูแ้ ละเห็นความรักของพระเจ้าในชีวติ ของท่าน ท่านจึงพร้อมละทิง้ อดีต โดยเฉพาะความสงสัยในบาปที่ติดข้างในใจของท่านมานาน

7


แม้ว่าอิกญาซีโอตัง้ ใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้วก็ตาม แต่ความตั้งใจใหม่นนั้ อาจจะยังไม่ พอ ท่านถูกจับขังคุกหลายหน และพระศาสนจักรก็เพ่งเล็งท่านเป็นพิเศษ เนื่องจากท่านสอน คาสอนให้เด็กเล็ก ทั้งๆ ที่ยงั ไม่ได้เรียนเทวศาสตร์มาก่อน จนในทีส่ ุด ท่านจึงเข้าใจว่า ความ ศรัทธาอย่างเดียวคงไม่พอที่จะช่วยเหลือผู้อื่น หากแต่ต้องมีความรู้และการศึกษาที่ดี ซึ่งจะทาให้การช่วยเหลือนัน้ เกิดผลดีมากยิ่งขึ้น ท่านจึงตัดสินใจที่เรียนต่อด้านเทว ศาสตร์ ณ กรุงปารีส และสาเหตุที่ไปทีน่ ั่น เพราะว่าท่านพูดภาษาฝรัง่ เศสแทบไม่ได้เลย จึง ทาให้ท่านจะได้ไม่ต้องพะวงอยู่กับการช่วยเหลือหรือสอนคนอื่น ๆ แต่จะได้โฟกัสกับการ เรียนอย่างเต็มที่ก่อน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยปารีสมีชาวสเปนและโปรตุเกสอยู่จานวนมาก อิกญาซีโอหวังไว้วา่ ท่านอาจจะเอาชนะใจนักศึกษาต่างๆเหล่านี้ ในปี ค.ศ. 1528 อิกญาซีโอ มาถึงฝรั่งเศสและสมัคร เข้าเรียน ณ มหาวิยาลัยปารีส การมา เรียนที่นี่ทาให้ทา่ นต้องเช่าห้องนอน ร่วมกับนักศึกษาคนอื่นๆ ซึ่งท่านก็ได้ พักอยู่ห้องเดียวกับชายหนุ่มสองคน ซึ่งมีอายุนอ้ ยกว่าท่านสิบกว่าปี คือ ฟรังซิส เซเวียร์ และปีแอร์ ฟาแวร์ ช่วงแรกๆ ของการเรียนนั้น อาจารย์ยวง เพนญาได้ขอความ ช่วยเหลือจากฟาแวร์ เพื่อเอา คาบรรยายของผู้สอนมาทบทวนให้อิกญาซีโออีกครั้งหนึ่งในตอนเย็นของแต่ละวัน นอกจากนี้ ฟาแวร์ยงั ช่วยอธิบายปรัชญา โดยเฉพาะปรัชญาของอลิสโตเติล นักปรัชญาชาว กรีก ซึ่งเป็นวิชาที่สาคัญที่สุดวิชาหนึ่งของการเรียนปรัชญา แม้ว่าฟาแวร์และอิกญาซีโอจะมี อายุที่แตกต่างกันมาก แต่ฟาแวร์ยังคงรูส้ ึกประทับใจในความศักดิส์ ิทธ์และชีวติ ภายในที่ ลึกซึ้งของอิกญาซีโอ การได้เปิดใจพูพคุยกับอิกญาซีโอถึงความทุกข์ใจและความสงสัยต่างๆ ในชีวติ ทาให้ฟาแวร์คอ่ ยๆ รูส้ ึกสงบ และเริ่มมีความหวังมากขึ้นกับอนาคตของตัวเอง ทีละ เล็กทีละน้อย ทั้งสองค่อยๆกลายเป็นเพื่อนสนิท

8


แต่หากว่าสิ่งนีค้ งยากยิ่งสาหรับฟรังซิส เซเวียร์ ตัง้ แต่แรกแล้วที่ ฟรังซิส ไม่ได้รู้สกึ ประทับใจกับการมาเยือนของเพื่อนใหม่แห่งโลโยลาคนนี้ เท่าใดนัก ฟรังซิสเป็นชายหนุ่มอายุนอ้ ยผู้มีความทะเยอทะยานสูง ใช้ชวี ติ อย่างหรูหรา และเริ่มมีชวี ติ ที่เลวแหลกมากขึ้นในช่วงหลังๆ สิ่งนีแ้ ตกต่าง อย่างสิ้นเชิงกับอิกญาซีโอ ชายวัยกลางคนผู้ศรัทธาในพระเจ้า ใช้ชวี ติ อย่างสมถะ และเข้าใจบทเรียนได้ช้ามาก เมื่อเทียบกับนักศึกษาคนอื่นๆ อิกญาซีโอตระหนักถึงเรื่องนี้ดี และรู้ว่าท่านคงจะเอาชนะใจฟรังซิส เซเวียร์ ได้ยาก อย่างไรก็ดี คงไม่ใช่เพียงฟรังซิสเท่านัน้ ที่ไม่ประทับใจอิกญาซีโอ หากแต่ยังมีกลุ่มอาจารย์บางคนของมหาวิทยาลัยปารีส เริ่มที่ไม่พอใจ อิกญาซีโอ เนื่องจากมีการร่วมกลุ่มของนักศึกษาหลายคนโดยเฉพาะชาว สเปน ซึ่งนาโดยอิกญาซีโอ ทุกวันอาทิตย์ ณ อารามคาร์ทเู ซียน เพื่อ สนทนาธรรม และแก้บาปรับศีล ปัญหาคือช่วงเวลาดังกล่าว ตรงกับ วิชาการโต้วาทีของมหาวิทยาลัยนั่นเอง จึงทาให้คนที่มาร่วมวิชานีค้ ่อย ๆ ลดน้อยลง ถึงแม้วา่ อิกญาซีโอจะได้รับการตักเตือนหลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็น ผล อาจารย์เพนญา จึงแจ้งเรื่องนี้ให้อธิการบดีของมหาวิทยาลัยชื่อกูเวียให้ ทราบ กูเวียจึงตัดสินใจที่จะให้มีการลงโทษหนักที่เรียกว่า การลงโทษ “แบบห้องโถง” นั่นคือ ผู้ถกู ลงโทษจะถูกเปลื้องผ้าถึงช่วงเอวในห้องประชุม ใหญ่ต่อหน้านักศึกษาทุกคน แล้วให้อาจารย์หลายคนด้วยกันเฆี่ยนตีในห้อง โถงนั้น อิกญาซีโอรู้สกึ เสียใจกับความกดดันเหล่านี้ พร้อมกับถามตัวท่าน เองว่า “ทาไมการทาสิง่ ทีด่ ีและแสดงความเชื่อทางศาสนา จึงได้รับ การต่อต้านจากหลายคนมากถึงเพียงนี้” และ “ท่านจะสามารถ เอาชนะใจเหล่าอาจารย์และเพื่อนๆ คนอื่นได้อย่างไร” แม้จะพบกับ ความยากลาบากและการต่อต้านอันนามาซึ่งความทุกข์ใจอย่างมาก แต่ อิกญาซีโอก็ไม่ได้ยอมแพ้ตอ่ อุปสรรคต่างๆเหล่านี้ ด้วยความอดทนและ อาศัยการสวดภาวนา ท่านเริ่มที่จะมองเห็นหนทางเพื่อแก้ไขและผ่าน ปัญหาที่หนักหน่วงเหล่านีไ้ ปให้ได้ (ติดตามเรื่อง อิกญาซีโอ ฟรังซิส เซเวียร์ และฟาแวร์ ตอนที่ 3 ชื่อตอนว่า การกลับใจของชายหนุม่ แห่งนาเวรา ได้ในจุลสารเพื่อ(น)เยาว์ ได้ในฉบับถัดไปครับ) 9


10


“น้้ำตำลไปค่ำยบ้ำนเซเวียร์ครั้งนี้เป็นค่ำยที่ 3 เกือบจะไม่ได้ ไปเพรำะที่จริงติดงำนที่มหำวิทยำลัย แต่ก่อนไปค่ำยไม่กี่วัน งำนถูกยกเลิก ดีใจมำกรีบบอกคณะกรรมกำรเลย คนรอบตัวถำม ว่ำเป็นค่ำยเกี่ยวกับอะไรไปแล้วได้อะไรก็ตอบได้แค่ว่ำ “ไปเจอ เพื่อนๆ เฉยๆ” เพรำะเรื่องรำวเนื้อหำมันไม่ส้ำคัญเท่ำ ควำมสัมพันธ์ ประสบกำรณ์ มิตรภำพต่ำงๆ ที่จะได้กลับมำ ก่อนไปไม่ได้คำดหวังอะไรกับค่ำยเลยว่ำจะได้อะไร ไม่ได้หวัง ว่ำจะต้องได้อะไรกลับมำ ไม่สนใจว่ำหัวข้อของค่ำยนั้นๆ คืออะไร รู้แค่ว่ำถ้ำเป็นค่ำยของบ้ำนเซเวียร์ยังไงก็น่ำสนใจ มันตื่นเต้นดีนะ ที่ต้องคอยติดตำมว่ำกล้วยกับพี่บิวจะคิดกิจกรรมอะไรมำให้ท้ำ ต้องมำท้ำควำมรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งที่ห้องเรียนไม่ได้ สอนและไม่มีสอน.......หลังจำกกลับมำรู้สึกดีใจที่ตัดสินใจไป เพรำะได้อะไรหลำยๆ อย่ำง ทั้งก้ำลังใจ ข้อคิดจำก เพื่อนๆ ที่แบ่งปันกันในกำรสร้ำงแรงบันดำลใจ ได้รู้ว่ำ จริงๆ แล้วแรงบันดำลใจมันมำจำกควำมคิดในตัวของ เรำเอง มิตรภำพที่ได้รับ เพื่อนใหม่ๆ ทั้งพี่และน้องที่ ได้มำรู้จักกัน เป็นสิ่งที่ไม่สำมำรถหำจำกที่อื่นได้ถ้ำ ไม่ได้มำ (ฮ่ำๆ) และเพรำะจริงๆ แล้วเป็นคนที่ให้ ควำมส้ำคัญกับ “ควำมสัมพันธ์” จึงท้ำให้เหมือนได้ เจอกับสิ่งที่ตำมหำมำนำน ^^ น้ำตำล บัวนัดดำ สุชำตะ ่ ได้ใหม ” ง า ท ิม นใด ็บเบยี้ ร นักศึกษาค ่ ก เ “ งๆ บกับ ใหม แล้วพ นา้ นะคะ น้อ รณ์ที่แปลก ียด บกา าสห ละเอ ในโอก ยากมีประส ติดตามราย อ t ถ ที่สนใจ เรา สามาร org/studen lic พวก for. tho ร่วมกับ ี่ www.care ge: The Ca ค่ะ a ได้ท ook P f Thailand b e c a ี่ F ko หรือท t Networ n e Stud 11


12


13


สวัสดีค่ะสมาชิกจุลสาร เพื่อ(น)เยาว์ทุกท่าน ใน “เดือนเมษายน” ปีนน้ี บั ว่าเป็นเดือนทีพ่ เิ ศษสุดๆ เพราะมี 3 การเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ เพื่อนๆ ลองติดตามดูนะคะว่ามีงานไรกันบ้าง... การเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่สุด ๆ ของเราคาทอลิกคือ การเฉลิมฉลองพระธรรมล้าลึกของพระคริสต เจ้า ในสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ตรีวารปัสกา และสมโภชปัสกา โดยเริ่มตังแต่วันอาทิตย์ใบลาน ที่ระลึกถึงพระ เยซูเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม เพื่อพระธรรมล้าลึกแห่งปัสกาจะได้ส้าเร็จไป... เมื่อพูดถึงใบลาน เพื่อน ๆ เยาวชนส่วนใหญ่น่าจะมีเคยมีประสบการณ์การทาใบลาน ถ้าแบบลายง่าย ๆ คือพับไปพับมา ตอนนีก้ ็เริ่มมี การพัฒนาให้สวยงามมากขึ้น ทาเป็นแบบกางเขนบ้าง ที่โดดเด่นในตอนนี้น่าจะเป็นแบบรวงข้าว และมีขาย ด้วยนะคะราคาประมาณ 10 บาท เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกเตือนใจถึงพระธรรมล้าลึกนี้... วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ ช่วงเช้ามีการเสกน้ามันสาหรับเจิมคนไข้ น้ามันสาหรับผู้เตรียมเป็นคริสตชนและ น้ามันคริสมา โดยพระสังฆราชถวายมิสซาพร้อมกับพระสงฆ์ทุกคน เพื่อแสดงถึงความสนิทสัมพันธ์และ เอกภาพของคณะสงฆ์ด้วย วันพฤหัสศักดิส์ ิทธิ์ช่วงเย็นเป็นการระลึกถึงการเลีย้ งอาหารค่ามื้อสุดท้ายของ พระเยซูเจ้า ในวันนั้นพระเยซูเจ้าทรงมอบแบบอย่างแห่งความสุภาพ รักและรับใช้ โดยการล้างเท้าบรรดา ศิษย์ และยิ่งเห็นใน YouTube มีการถ่ายทอดภาพที่สมเด็จ พระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงทาพิธีล้างเท้าให้กับผู้แทน คริสตชน และพระองค์ทรงเลือกคริสตชนที่ต่าต้อย ที่สุดคือ ผู้ที่กระทาผิดติดคุก ผู้ที่สังคมไม่ให้ อภัย แต่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่ง การคืนดี เป็นภาพเหตุการณ์ที่ซาบซึ้ง และนู๋นุ้ยเองยังจดจาได้จนถึงตอนนี้ค่ะ...

14


วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันระลึกถึงพระทรมานของพระ คริสตเจ้า เราก็สามารถร่วมในมหาทรมานของพระองค์ได้ โดยการพลีกรรมมากขึ้น อดเนื้อ อดอาหาร สวดภาวนา เดิน รูป 14 ภาค มีการตั้งศีลมหาสนิทตลอดทั้งวัน ทุกวัด ทั่วโลก เพื่อน ๆ ได้มโี อกาสไปเฝ้าศีล ได้มีส่วนร่วมในมหาทรมาน ของพระเยซูเจ้าบ้างหรือเปล่าคะ...

วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวันทีเ่ รารอคอยอยู่ที่พระ คูหาของพระเยซูเจ้า รอคอยการกลับคืนพระชนม์ชีพ ของพระองค์ ด้วยสัญลักษณ์ของแสงสว่าง เทียนที่จุดมี ความหมายถึงการรอคอย เพื่อน ๆ จาพระวรสารได้ไหม คะ... ตอนที่คนใช้จุดตะเกียงคอยนายกลับมา เมื่อนายก ลับมาจะได้พบเขาตืน่ คอยอยู่ แล้วจะได้จัดให้เขานั่งกิน เลี้ยงกับนาย และอีกหนึ่งความสาคัญคือ ภาควจน พิธีกรรม ที่ทบทวนเราให้เห็นถึงความรักของพระเจ้า ตั้งแต่สร้างโลก สร้างเรามนุษย์ และช่วยเหลือประชากร ของพระองค์ด้วยความรัก ตั้งแต่ปฐมกาล ในพันธสัญญา เดิม จนถึงพระสัญญาใหม่ และพิธีรื้อฟื้นคาสัญญาแห่ง ศีลล้างบาป ยืนยันความเชื่อในพระเจ้าหนึ่งเดียว วันอาทิตย์ สมโภชปัสกา ไข่ปสั กา เป็นสัญลักษณ์ ของการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า เปลือกไข่เปรียบ เหมือนหลุมฝังศพซึ่งไม่สามารถขังพระเยซูเจ้ามิให้ กลับคืนพระชนมชีพได้ ส่วนลูกไก่ที่กระเทาะเปลือกไข่ ออกมาจากเนื้อไข่ที่ไร้ชีวิต ก็เปรียบเหมือนธรรมล้าลึก แห่งการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพของพระคริสตเจ้า และการที่เอาไข่ปสั กาแต้มสีสันสวยงาม ก็เปรียบ เหมือนโลกที่ประกอบด้วย กลุม่ ชาติพนั ธุ์ตา่ งๆ ที่ต่าง เผ่าพันธุ์ตา่ งเชื้อชาติ ทาการเฉลิมฉลองปัสกาของพระ เยซูคริสตเจ้า

15


อีกหนึ่งการฉลองที่คนไทยทัง้ ประเทศรอคอยคือ วันที่ 13 เมษายน วันมหาสงกรานต์ วัน ปี ใ หม่ ของประเทศไทยและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศลาว กัมพูชา เมียนม่า เขามีตานานด้วยนะคะเล่าว่า... นี่เป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์โคจรผ่านจากราศีมีนเข้าสู่ราศี เมษ โลกโคจรเป็นมุมฉากกับดวงอาทิตย์ จึงมีกลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันพอดีค่ะ สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมี การเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ ค่ ะ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คาว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปี วันสงกรานต์เป็น วันทาบุ ญ ใหญ่ประจาปี มี 3 วันด้วยกัน คือ วันที่ 13 เมษายน วันมหาสงกรานต์ หรือวันส่งท้ายปีเก่า วันที่ 14 เมษายน วันกลางหรือวันเนา วันที่ 15 เมษายน วันขึนปีใหม่ หรือวันเถลิงศก น้า แทนความสดชืน่ ชุ่มฉ่า ของฤดูร้อน ในอดีตช่วงเวลา ที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ จะใช้นารดให้ ้ แก่กันเพื่อความ ชุ่มชืน่ และขอพรจาก บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย รวมทัง้ แสดง ความกตั ญ ญู กตเวทิตา ต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วด้วยการ ทาบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ ร่วมกันทาบุญให้ ท าน การก่อพระ เจดีย์ทราย เป็นการทานุบารุงพระพุ ท ธศาสนา และเล่นสาดน้าเพื่อความสนุกสนานรื่นเริงร่วมกัน สงกรานต์จงึ เป็นวันแห่งความเอื้ออาทร ความรัก ความผูกพัน ที่มีต่อกันทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสนา แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มทีจ่ ะเปลี่ยนทัศนคติ คน ที่เข้ามาทางานในเมืองใหญ่ๆ และจะถือเอาวันสงกรานต์เป็นวัน “กลับบ้าน” ไปหาครอบครัว นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งต่อคนไทย และต่อ นักท่องเที่ยวต่างประเทศจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่า เป็น ‘Water Festival’ เป็นภาพของ การใช้น้าเพื่อแสดงความหมายเพียง ประเพณีการเล่นเท่านั้นค่ะ...

16


และท้ายสุด สุดท้ายของความยิ่งใหญ่ใน เดือนเมษายน คือ การประชุมสมัชชาใหญ่ของ พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย ค.ศ.2015 ภายใต้หัวข้อ “ศิษย์พระคริสต์เจริญชีวิต ประกาศ ข่าวดีใหม่” จะมีขึ้นในวันที่ 20 – 24 เมษายน 2015 ณ บ้านผู้หว่าน สามพราน โดยมีองค์ประชุม รวม 202 ท่าน ประกอบด้วยพระคาร์ดินัล บรรดา พระสังฆราชประมุขสังฆมณฑล พระสังฆราชกิตติ คุณ รวม 15 ท่าน อุปสังฆราช ผู้แทนอัครธิการ สถาบันนักพรตและชีวิตธรรมทูต อธิการบดีของมหาวิทยาลัยคาทอลิก คณบดีคณะเทววิทยา และอธิการสามเณราลัยใหญ่รวม 19 ท่าน ผู้แทนสภาสงฆ์และสภาอภิบาลรวม 93 ท่าน ผู้แทนพระสงฆ์และคริสตชนรวม 75 ท่าน อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เพื่อน ๆ อยากทราบไหมคะว่า การประชุมสมัชชาใหญ่นี้ เขามี ความเป็นมาอย่างไรบ้าง นู๋นุ้ยขอเล่าแบบย่อ ๆ นะคะเพราะมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 350 ปีแน่ะ... ในอดีตปี ค.ศ.1662 มีความสาคัญสาหรับพระศาสนจักรคาทอลิกในแผ่นดินสยาม โดย คณะธรรมทูตมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (MEP) ชุดแรก ได้เดินทางมาถึงสยาม และ ต่อมาในปีค.ศ.1664 มีการประชุมสมัชชากรุงศรีอยุธยาครั้งแรก (Synod of Siam) ดังนั้นพระศาสนจักรคาทอลิกไทย เห็นสมควรระลึกประวัติศาสตร์สาคัญนี้ โดย กาหนดให้ช่วง ค.ศ.2014 – 2015 เป็น “ปีศักดิ์สิทธิ์” (ระหว่างวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม ค.ศ.2014 – วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม ค.ศ.2015) และเริ่มกระบวนการฟื้นฟูชีวิตความเชือ่ ของบรรดาคริสตชนอย่างจริงจัง ตั้งแต่วันพุธที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.2012 ซึ่งจะสิ้นสุดด้วย การจัดประชุมสมัชชาใหญ่ (Plenary Council) ในปี ค.ศ.2015 ค่ะ การประชุมสมัชชาใหญ่ปี ค.ศ.2015 นี้ กระทาขึ้นในโอกาสครบรอบ 350 ปี แห่ง “การประชุมสมัชชาซีน๊อดแห่งพระศาสนจักรในอาณาจักรสยาม” เมื่อปีค.ศ.1664 และ โอกาสครบ 50 ปีการสถาปนาพระฐานานุกรมของ 8 สังฆมณฑลไทยเมื่อ ค.ศ.1965

17


การเฉลิมฉลอง “ปีศักดิ์สิทธิ์ นี้มีเป้าหมายหลักคือ “เพื่อให้คริสตชนมีวุฒิภาวะทาง ความเชื่อ พร้อมที่จะประกาศข่าวดีใหม่” ที่ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมและ พัฒนาชุมชนศิษย์พระคริสต์ การพัฒนาคุณค่าและชีวิตจิตแบบไทย ผลของโลกาภิวัตน์ที่มี ผลกระทบต่อความเชื่อ ชีวิต และพันธกิจของพระศาสนจักร และกระทบระบบคุณค่าทาง จริยธรรม ศีลธรรม กระทบสังคม ความดีส่วนรวม และการอยู่ร่วมกับผู้มีความเชื่ออื่น ใน บริบทประชาคมอาเซียน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการปรับโครงสร้างของพระศาสนจักรในประเทศ ไทย พร้อมเพื่อการอภิบาลและกล้าหาญที่จะออกไปประกาศข่าวดีใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ วัตถุประสงค์ เพื่อขอบพระคุณและเฉลิมฉลองพระพรแห่งความเชื่อในประเทศไทยตลอด 350 ปี ด้วยการหยั่งลึกความสัมพันธ์กับองค์พระคริสตเจ้า และเพื่อนพี่น้องร่วมพระศานจักรใน โอกาสปีศักดิ์สิทธิ์ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูชุมชนศิษย์พระคริสต์ทั่วพระศาสนจักรในประเทศไทย ให้บรรดาศิษย์ มีความเชื่อที่มีชีวิตชีวา และพร้อมที่จะประกาศข่าวดีใหม่ เพื่อสร้างความพร้อมให้บรรดาคริสตชนสามารถเผชิญกับการท้าทายต่าง ๆ สืบเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและวัฒนธรรมร่วมสมัย ด้วยการเจริญชีวิตเป็นประจักษ์พยานข่าวดีของพระคริสตเจ้า เพื่อทบทวนกระบวนการอภิบาลในมิติต่าง ๆ ของบริบทสังคมปัจจุบัน ทั้งในระดับชุมชนวัด ระดับสังฆมณฑลและในระดับประเทศ โดยอาศัยการทรงนาของพระจิตเจ้า จึงขอคาภาวนาเป็นพิเศษ จากเพื่อน ๆ เยาวชน และพี่น้องคริสตชน ทุกท่านเพื่อให้พันธกิจหลักที่สาคัญของ พระศาสนจักรไทยนี้ ได้เกิดผลอย่างมี ประสิทธิภาพในสังคมไทยตลอดไป

18


19


20


21


22


ภาพข่าวจาก แผนกเยาวชน อัครสังฆมณทลกรุงเทพฯ ค่ายปัสกา 13 –15 มีนาคม 2015 วันที่ 13-15 มีนาคม 2015 แผนกเยาวชน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ นาโดยคุณพ่อพรชัย แก้วแหวน ผู้จัดการแผนก จัดค่ายปัสกา ปี2015 โดยมีหัวข้อ “ผูม้ ีใจบริสทุ ธ์ ย่อมเป็นสุขเพราะเขาจะได้ เห็นพระเจ้า” (มธ 5:8) ณ บ้านสวนยอแซฟ พร้อมร่วมงานฉลองสมณศกัดิ์พระคาร์ดินัล เกรียงศักดิ์ ที่ โรงเรียนนักบุญยอแซฟ มีเยาวชนเข้าร่วมค่ายปัสกาครัง้ นี้จานวน 164 คน วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม เริ่มต้นลงทะเบียร 08.00 ที่บ้านสวนยอแซฟ จากนั้นเป็นการรวมพลเพือ่ เตรียมความพร้อม ต่อด้วยกิจกรรมสันทนาการ จากนั้นเวลา 10.30น. คุณพ่อวีรยุทธ เกียรติสกุลชัย อบรม ช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมสันทนาการต่อและกิจกรรมฐาน จากนั้นเวลา 15.30 เป็นกิจกรรมตาม มรรคาแห่งรักโดยคุณพ่อพรชัย แก้วแหวน เป็นการเดินรูป 14 ภาค ช่วงเย็น เป็นเวลาสวดสายประคาใน สุสานศาสติคาม หลังรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว 19.00 กิจกรรมฐานศรัทธา และสวดภาวนาเทเซ่ วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม เริ่มภาวนาเช้า (BIBLIO DRAMA) เวลา 06.30 น. และร่วมพิธีบูชา ขอบพระคุณฉลองสมณศักดิ์พระคาร์ดินัล ช่วงบ่าย เป็นกิจกรรมสันทนาการ.กิจกรรมใบลาน กิจกรรม ฐาน พร้อมทั้งซ้อมการแสดงงานราตรีสัมพันธ์ หลังรับประทานอาหารค่าแล้ว เป็น Pascal Asean Night ภาวนาค่าและ พักผ่อน วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม ภาวนาเช้า (BIBLIO DRAMA) สันทนาการ แบ่งกลุ่มสรุปประเมินผล เวลา10.30น.พิธีบูชาขอบพระคุณปิดค่ายปัสกา โดยคุณพ่อเชษฐา ไชยเดช จากนั้นเป็นกิจกรรมหา ไข่ปัสกา และรับประทานอาหารพร้อมเฉลยบัดดี้

23


สัมมนาเยาวชนวัดนักบุญเปโตร 16-18 มีนาคม 2015 คุณพ่ออดิศักดิ์ สมแสงสรวจเจ้าอาวาสวัด และคุณพ่อวรพจน์ วิสิฐนนทัชัย จิตตาธิการ พา พวกเราเยาวชนวัดนักบุญเปโตร ไปสัมมนาและพักผ่อนร่วมกัน ที่อาเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 16 - 18 มีนาคม 2558 ที่ผา่ นมา โดยกิจกรรมพิเศษที่สาคัญ คือ โอกาสที่พวกเราได้ไปแบ่งปันความสุข สร้างรอยยิม้ เสียง หัวเราะ นากิจกรรมและมอบขนมให้กับน้องๆ ชาวมอญ ทีโ่ รงเรียนไม้ไผ่ (Bamboo School) ขอขอบคุณคุณพ่อเจ้าวัดที่ให้โอกาสดีๆแบบนีก้ ับพวกเรา ขอบคุณคุณพ่อที่ขับรถพาพวกเราไป และอยูก่ ับพวกเราตลอดค่ายนี้ ... ขอบคุณคุณพ่อวรพจน์ จิตตาธิการ ทีเ่ ป็นแรงสนับสนุนพวกเราด้วย ... ขอบคุณคุณพ่ออนุสรณ์ ที่ขับรถไปเยีย่ มพวกเราถึงถิ่น และรูปภาพสวยงามสาหรับพวกเราทุกคน ที่สุด ขอบคุณพระทีใ่ ห้พวกเราได้ไตร่ตรอง ใช้ชีวิตอยูร่ ่วมกันอย่างมีความสุข // ขอบคุณพวกเราทุกคนที่จะ พยายามทากิจการทุกอย่างต่อไปเพือ่ วัดของเรา

24


ภาพข่าวจาก ศุนย์ประสานงานเยาวชน สังฆมณทลเชียงใหม่ ค่ายคาสอน “สู่ปศี ักดิ์สทิ ธิ์ 2015” ศูนย์คาสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ร่วมกับแผนกเยาวชน จัดค่ายคาสอน “สู่ปีศักดิ์สิทธิ์ 2015” ภายใต้สโลแกนที่ว่า “ผูใ้ ดมีใจเมตตา ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับพระเมตตา” (มธ 5:7) ในปีนีท้ าง ศูนย์คาสอนรับผิดชอบจัด 2 ค่าย คือ ค่ายที่วัดนักบุญเปาโล อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 7-16 เมษายน 2015 และค่ายทีว่ ัดพระวิสุทธิวงศ์ บ้านห้วยบง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 8-16 เมษายน 2015 โดยมีคณะกรรมการจัดค่ายแบ่งออกเป็น 2 ชุด ประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่และ นักศึกษาของศูนย์คาสอนแม่รมิ บราเดอร์และสามเณรเล็กคณะซาเลเซียน คณะผู้รับใช้ฯ คณะเบธาราม ครูคาสอนในพื้นที่ เยาวชนของเขตวัดแม่สะเรียงและห้วยบง ร่วมเป็นคณะกรรมการจัดค่าย มีสมาชิก ค่ายทีแ่ ม่สะเรียงจานวน จานวน 214 คน และทีว่ ัดห้วยบงจานวน 209 คน ในค่ายมีกิจกรรมต่างๆ มากมายซึ่งช่วยให้นักเรียนได้รจู้ กั และรักพระเยซูเจ้ามากขึน้ อีกทัง้ ได้ฝึกดาเนินชีวิตคริสตชนที่เข้มข้นด้วย ในระหว่างการจัดค่ายคือวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2015 สมาชิกชาวค่ายคาสอนทีแ่ ม่สะเรียงได้ ต้อนรับพระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ซ่งึ มาเยีย่ มและเป็นประธานในพิธีรับศีลมหาสนิท ครัง้ แรกของเด็กในค่ายจานวน 56 คน และรับศีลกาลังจานวน 24 คน และในวันที่ 13 เมษายน 2015 พระคุณเจ้าได้ไปเยีย่ มค่ายคาสอนที่วัดห้วยบง และเป็นประธานในพิธีรับศีลมหาสนิทครั้งแรกของเด็กใน ค่ายจานวน 28 คน และรับศีลกาลังจานวน 9 คน จบค่ายนีท้ ุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มาเรียน คาสอนในครัง้ นี้ได้ประสบการณ์มากมาย และทาให้รักพระเป็นเจ้ามากยิ่งขึ้น อนึ่ง สถิติการจัดค่ายคาสอนของสังฆมณฑลเชียงใหม่ในภาคฤดูร้อนทุกปี มีจานวนประมาณ 70 ค่าย มีเด็กและเยาวชนมาร่วมค่ายคาสอนประมาณ 7,000 คน

25


ค่ายเยาวชนคาทอลิกเขตขุนแม่ลา ค่ายเยาวชนคาทอลิกเขตขุนแม่ลา ระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน 2015 ณ วัดนักบุญเปโตร ขุนลา ในหัวข้อ “ผูใ้ ดมีใจเมตตาย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับพระเมตตา” มธ 5:7

26


ค่ายเยาวชนคาทอลิกเขตห้วยตอง สะเมิง และบ้านดินขาว คุณพ่อโชคดี ดารงอนุรักษ์ คุณพ่อทินกร ดารงอุษาศีล คุณพ่ออาทิตย์ เกษตรสุขใจ คุณพ่อณัฐพงศ์ แดงสวาท และคุณพ่อไชยยศ เจริญกุล บรรดามาเซอร์จากโรงเรียนเซนต์โยเซฟบ้าน ดินขาว 5 ท่าน ซิสเตอร์แม่ปอน 1 ท่านบรรดาครูคาสอน บราเดอร์ พีเ่ ลีย้ งและเจ้าหน้าที่ผปู้ ระสานงาน เยาวชนคาทอลิกสังฆมณฑลเชียงใหม่ได้รว่ มกันจัดค่ายเยาวชนคาทอลิกเขตห้วยตอง สะเมิง และ บ้านดินขาววันที่ 16-19 เมษายน พ.ศ. 2558 / 2015 ณ ห้วยหอย ในหัวข้อ “เยาวชนคาทอลิก สานใจ สู่วิถชี ีวิตชุมชนวัด” ขึน้ เพื่อให้เยาวชนได้มารู้จักตนเอง รู้จักผู้อื่นและรู้จักพระเยซูเจ้ามากขึน้ มี เยาวชนมาร่วมค่ายประมาณ 200 คนจากทัง้ สามเขตและมีกิจกรรมภาพรวมในวันต่างๆดังนี้ วันที่ 16 เยาวชนได้เดินทางมาถึงเพือ่ ลงทะเบียน ไปตามบ้าน รับประทานอาหารด้วยกัน และเปิดค่ายเยาชนด้วย มิสซาขอบพระคุณ หลังจากนั้นได้มีการกล่าวต้อนรับและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการมาร่วมค่ายในครัง้ จากนั้นได้มีกิจกรรมสันทนาการเพื่อเป็นการละลายพฤติกรรม และเปิดหัวใจเยาวชนในการรับสิ่งใหม่ๆ

27


ประชาสัมพันธ์ ค่าย “Youth Save the Earth”

28


ประชาสัมพันธ์ ค่าย “สานฝัน ปันน้าใจ”

29


30


31


Newsletter 121 apr 2015  

ภายในเล่ม ประกอบด้วย ค.ฅน ชวนคิด - Hero วันนี้ ที่นี่ ตรงนี้ - จากใจของจิตตาภิบาล และผู้ประสานงานเยาวชนองค์กรโฟโคลาเร เพื่อนในพระเจ้า - อ...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you