Page 1


หลาย ๆ ครั้ง ที่เราทุกข์ เพราะชีวิตของเราเต็มไปด้วยความอยาก และพยายามตอบสนองมัน ทั้ง ๆ ที่จริง สิ่งจาเป็นสาหรับการมีชีวิตอยู่ ก็มีอยู่ไม่กี่อย่างเอง และในชีวิตเราก็มีสิ่งเหล่านัน้ ครบหมดแล้ว แต่ยงั ไม่พอ “ใจที่พอเพียง” และชนะความอยากได้ ย่อมสัมผัสถึงการมีเพิ่มอยู่เสมอ แต่ใจที่ไม่พอ และตอบสนองความอยาก ย่อมรู้สึกว่าตัวเรายังขาดอยู่ตลอดเวลา... หลาย ๆ ครั้ง วิธีเพื่อตอบสนองความอยาก ก็นามาซึ่งความทุกข์ทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น หรือเมื่อไม่สามารถตอบสนองความอยากให้เป็นจริง ก็ทุกข์อีก เยาวชนที่รัก ความจาเป็นในชีวิตมีอะไรที่เรายังขาดอีกไหม แต่สิ่งที่อยากได้อย่ากมี คงมีอีกมากมาย

แล้วความอยากไหนที่จาเป็นในชีวิตที่ต้องมี จงใช้ความมุ่งมั่นพยายามเต็มความสามารถ แต่ส่วนความอยากไหนเป็นแค่ความอยาก ก็ตัดๆ มันออกไปบ้าง คิดได้ มองเห็น ชีวติ คงมีความสุขได้งา่ ยขึ้นเนอะ

3


ถึง คริสทีรัก

4

ตะเอง อุอิ เป็นไงมั่ง ไม่ต้อง ตกใจนะที่เค้าเขียนจดหมายถึงเธอ ก็เบื่อใช้ไลน์และเฟสอ่ะ อยากใช้วิธีแบบ โบราณๆ บ้าง ให้รู้สึกโรแมนติกกว่า ให้รู้สกึ มุง้ มิ้ง งุ้งงิง้ กว่า (เขิลอ่ะ) เอ้อตะเอง เค้าเพิ่งกลับ จากค่ายนักศึกษาบ้านเซเวียร์มา สนุกม๊วกกกเบย ได้ข้อคิดดีๆ ตั้งเยอะ จะเล่าให้เธอฟังแล้วกันนะ แต่ว่า อย่านอยด์นะ ถ้าเรื่องที่จะเล่าอาจจะมีสาระ นิดหน่อย ก็เรื่องนึงที่ประทับใจมากที่สุดคือ เวลา พ่อที่ดูแลงานนศ.(จาไม่ได้อ่ะชื่อไร ตัวดาๆ หล่อๆ) บอกว่า เรา นักศึกษาซึ่งเป็นเยาวชนคาทอลิก สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ เพราะเรามี ความสามารถเยอะ มีความรู้และความคิด สร้างสรรค์ มีพลังและความกล้าหาญ ครัง้ แรก เค้าก็สงสัยนะ จริงหรอเราสามารถเปลี่ยนโลกได้ คิดไปคิดมา แล้วก็นึกถึงเยาวชนหลายคนที่ สามารถเปลี่ยนโลกได้ เช่น รัชนก อินทนนท์ เขามี อิทธิพลในชีวิตคนไทยหลายคนในด้านกีฬา แล้ว มาร์ค ซัคเคอร์เบิรค์ ผู้ก่อตั้งเฟส เขามีความรู้และ ความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถเปลี่ยนโลกเราแคบ ลง แล้วเค้าก็นกึ ถึงพระเยซู (โฮลี่นิดหน่อยนะ) ซึ่ง สมัยนั้นยังเป็นเยาวชนอยู่ แต่โดยความดี พลัง


และความกล้าหาญของพระองค์ สามารถเปลี่ยนความคิด ความเชื่อ และจิตใจของคนจานวนมากจนถึง ปัจจุบัน เอ้อ จริงนะเธอ เราเยาวชนมีทุกอย่างที่จะเปลี่ยนโลกได้ ตอนนี้ เค้าก็เปลี่ยนความคิดแหละ เมื่อก่อนเค้าคิดว่า เราเยาวชนคาทอลิกเป็นอนาคตของพระศาสนจักรและสังคม ตอนนีเ้ ค้าคิดว่า เราไม่ใช่ แค่อนาคต แต่ว่า เราคือ ปัจจุบันของพระศาสนจักรและสังคมของเรา มันอยู่ในมือของเรา ถ้าเราอยากมี บทบาทและเปลี่ยนโลกของเราให้ดขี ึน้ ตอนนีแ้ หละเวลาที่เหมาะสมที่สุด เธอเคยได้ยินมัย้ มีคนบอกว่า เมื่อเรายังเป็นเยาวชนอยู่ เรามีพลังและเวลา แต่ว่า ไม่มีตังค์ เมื่อเราโตขึน้ และมีครอบครัวแล้ว เรามีพลัง และตังค์ แต่ว่า ไม่มีเวลา แล้วเมื่อเราแก่แล้ว เรามีเวลาและตังค์ แต่ว่า ไม่มพี ลัง งั้นเรานีแ้ หละที่สามารถ ดูแลและเปลี่ยนพระศาสนจักรและสังคมได้ เพราะว่า เรามีพลังและเวลา เรามีความรู้และความคิด สร้างสรรค์ เราก็มคี วามดีและความกล้าหาญ ก็จริงเราก็ยังต้องคิดถึงหลายเรื่อง เรื่องเรียน เรื่องเพื่อน และแฟน เรื่องงาน แต่ว่า เราก็มคี วามรับผิดชอบต่อพระศาสนจักรและสังคมของเราเช่นเดียวกันนะ เธอรูม้ ยั้ ตอนนีเ้ ค้าก็คิดถึงการเรียนของเค้า ก็จริงเค้าได้เกรียตินิยม แต่ว่า เค้ารูส้ กึ ไม่พออ่ะ ถ้า การเรียนนั้นไม่มปี ระโยชน์ต่อผู้อื่น เค้าก็คิดถึงเธอเสมอนะ อยากอยู่กับเธอตลอดเวลา (เขิลอีกแหละ) แต่ ว่า ในฐานะเป็นเยาวชนคาทอลิกอ่ะ เราอยู่เฉยๆ ไม่ได้อ่ะ เราควรจะคิดถึงพระศาสนจักรบ้าง มีบทบาท และรับใช้พระศาสนจักรบ้าง ซึ่งเป็นการรับใช้พระ เค้าก็รู้ เดี๋ยวเรียนจบแล้ว หางานก็ยาก ทางานกับเพื่อน ใหม่ๆ ก็ไม่ง่าย แต่ว่า เราก็เป็นส่วนนึงของสังคมนะ เราทางานไม่ใช่แค่หาตังค์เพื่อเราอย่างเดียว เราก็ควร จะออกจากตัวเราเอง และทางานเพื่อผู้อื่น ซึ่งเป็นการทางานเพื่อพระเช่นเดียวกัน เธอเหนื่อยมัย้ อ่ะ อ่านจดหมายของเค้า อย่าเพิ่งหลับนะ เค้าก็แค่อยากบอกเธอว่า เราเยาวชนมี พระพรต่างๆ จากพระอ่ะ ไมเราไม่ใช้พระพรเหล่านั้นเพื่อเปลี่ยนชีวิตของตนเอง ครอบครัวของเรา สังคม และพระศาสนจักรของเราให้ดขี ึน้ อ่ะ พระก็อยากให้เราเป็นเกลือและแสงให้โลกไม่ใช่หรอ งั้นเราก็ควรจะ นาความเชื่อของเราได้เป็นรูปธรรมดิ ในชีวิตประจาวันของเรา ในสังคมและพระศาสนจักรของเรา เพราะ พระศาสนจักรและสังคมของเราก็มปี ัญหาเยอะแยะ เราก็มบี ทบาทในการแก้ปัญหาเหล่านั้นได้นะ ถ้ายังไม่ สามารถทาสิ่งที่ใหญ่ๆ ทาสิ่งที่เล็กๆ ง่ายๆ ก็ได้อ่ะ เค้านึกถึงเวลาเล่นเฟสรึไลน์อ่ะ เค้าจะพยายามไม่ใช่แค่ ลงรูปเที่ยว เม้นสเตตัสของเพื่อน เค้าจะลงไรสักอย่างที่มีสาระบ้าง เกี่ยวกับปัญหาสังคม ปัญหา สิ่งแวดล้อม ปัญหาศีลธรรมจริยธรรม เช่น รณรงค์คัดค้านเขื่อนแม่โขง สนับสนุน Pro life movement ฯลฯ ดีมยั้ เธอ เธอลองคิดดิ ถ้าพระเยซูมีชวี ิตยาวกว่านัน้ รึว่ายังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ พระองค์จะทาไรบ้าง พระองค์จะสามารถเปลี่ยนโลกของเราเยอะขนาดไหน ตอนนี้แหละ เวลาของเรา หน้าที่ของเราที่จะเป็น “พระเยซู” ใหม่ๆ ที่จะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น โดยความดีและความสามารถของเรา โดยความรู้และความคิด สร้างสรรค์ของเรา โดยพลังและเวลาของเรา สุดท้ายจาไว้นะเธอ พระศาสนจักรและสังคมต้องการเรา เราเป็น future และ present ของพระศาสนจักรและสังคมของเรา จบแหละ อย่าเพิ่งเบื่อนะ เดี่ยววันหลังเค้าจะเขียนถึงเธอใหม่ ดูแลตัวเองดีๆ นะที่รัก คิดถึงเสมอ รักนะ จุบุ จุบุ

จาก...เจส

5


ถึงเพือ่ นเยาวชน ^^ สวัสดีค่ะน้องๆ เยาวชน จริงๆ แล้ว เราก็ยังเป็นเยาวชน ยังเป็นเด็กอยู่เหมือนกันนะคะ เรารู้ว่าการเป็นเด็กมันสนุกแค่ไหน ได้ทาอะไรต่ออะไรมากมายที่อยากทา เพลิดเพลินใจ ทาในสิ่งที่ตนเองมีความสุข ถามว่าทาแล้วได้อะไร หลายๆ คนคงตอบว่า สนุกสนาน สบายใจ และส่วนที่สาคัญที่คิดว่าทุกคนจะได้รับคือการเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านั้น เวลาทาภารกิจต่างๆ ของเยาวชน สาหรับแจนแล้ว ก็ทาตามความพอใจเหมือนกันนะ อาจจะดูไม่ดี แต่ยังไงๆ แจนก็ยังเอาความสุขเป็นพื้นฐานตั้งต้นในการทาอย่างเดิม 5555 แล้วเวลาเราไม่มีความสุขหล่ะ แจนจะไม่ทา อย่างนั้นหรอ? คาตอบตื้นๆ ที่พอจะตอบได้ทันทีเลยคือ ใช่ ... แต่เพื่อนๆ เคยมั้ย ที่ยังคงทาอะไรต่อไป ทั้งๆ รู้สึกไม่พอใจ เบื่อ เหนื่อย หรือราคาญ ... สาหรับแจน แจนเคย...

แจนเลยลอง “ใช้เวลาอยูก่ บั ตัวเองเพือ่ ทบทวน” ว่า เพราะอะไร เราถึงยังทาอยู่? 6


คาตอบกลับกลายเป็นคาว่า "ความสุข" อยู่ดี ... เริ่มงงแล้วหล่ะค่ะว่า สรุปแล้ว สุข หรือ ไม่สุข กันแน่!! ~~ 555555555555555—แจนเลยพาตัวเองให้คิดต่อไปว่า ความสุขทีเ่ ป็นคาตอบของเรานั้นหน่ะ คืออะไร?

...สาหรับแจน ความสุขของแจน คือการได้ "ให้" อะไรกับคนอืน่ ๆ นิยามสาคัญสาหรับตัวเองคานี้ ยังอยู่กับแจนเสมอ โดยเฉพาะในเวลาที่ท้อ เวลาที่เบื่อ แจนจะพยายามระลึกถึงนิยามของแจนคานี้เสมอๆ และมันก็ชว่ ยจุดไฟใหม่ เผาความดื้อรั้น ที่เกาะกินใจให้หมดไป หลายๆ คนคงจะเป็นเหมือนกัน คือ ทาในสิง่ ที่ตนมีความสุข ถ้าไม่มีความสุขก็จะไม่อยากทา แจนเลยอยากจะชวนให้หานิยามจริงๆ ของคาว่าความสุขสาหรับเพื่อนๆ ว่ามาจากอะไร กับคาถามที่ว่า "ความสุขของเราคืออะไร?" เมื่อเราได้คาตอบแล้ว ขอให้เรายึดมั่น ตั้งมัน่ กับสิ่งนั้นให้ดีท่สี ุด เพราะมันจะเป็นแรงผลักดันให้กับเรา ในการทางานเพื่อพระ และเพื่อสังคมเสมอๆ ด้วยรักในทุกคน แจน

7


กรุงปารีสเป็นเมืองสาคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ไม่ใช่สาคัญสาหรับประเทศฝรั่งเศสเท่านัน้ หากแต่เป็นเมืองสาคัญสาหรับยุโรป โดย เฉพาะทางด้านการศึกษา ณ เมืองแห่งนีเ้ อง มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงชื่อว่า มหาวิทยาลัย ปารีส ก่อตั้งขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 12 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่และ เป็นที่รู้จักว่า เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของยุโรป แน่นอนว่า คนที่มีชื่อเสียงเคยเรียนกันที่นี่อยูห่ ลายคน แต่คงไม่มใี ครคาดคิดว่า ในต้นศตวรรษที่ 16 จะมี นักศึกษาร่วมห้องสามคนที่จะกลายมาเป็นเพื่อนที่สนิทกัน และทั้งสามต่อมาจะได้รับการสถาปนา เป็นนักบุญโดยพระศาสนจักรกันทุกคน นั่นคือ อิกญาซีโอแห่งโลโยลา ฟรังซิส เซเวียร์ และปีแอร์ ฟาแวร์ ในปี ค.ศ. 1525 มีชายหนุม่ สองคนได้ยา้ ยมาเรียนที่กรุงปารีส และได้กลายเป็นเพื่อนร่วมห้อง กัน ณ เซนต์บาร์บารา ถึงแม้วา่ เขาทั้งสองอายุกันเท่ากันในขณะนั้น แต่ฐานะทางบ้าน นิสัยใจคอ รวมถึงเป้าหมายในชีวิตของคนทั้งสองช่างแตกต่างกันอย่างสิน้ เชิง ชายหนุม่ ทั้งสองคนนัน้ เป็นที่รู้จัก ในชื่อว่า ฟรังซิส เซเวียร์ แห่งเนวารา และ ปีแอร์ ฟาแวร์ แห่งซาวอย

8


ฟรังซิส เซเวียร์ เกิดในตระกูลขุนนาง แห่งปราสาทเซเวียร์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1506 เมืองของท่านอยูไ่ ม่ไกลจากพัมโพลนา แคว้นบัสก์ (ติดชายแดนระหว่างฝรั่งเศสและสเปน) บิดาของ ท่านชื่อว่า “ดอน จอห์น เดอ จัสโซ” ผู้เป็นหัวหน้าที่ปรึกษาระดับสูงของกษัตริย์จอห์นที่ 3 แห่ง นาเวรา ตัง้ แต่วัยเด็ก ฟรังซิสเริ่มเรียนภาษาละติน และได้รับการปลูกฝังความเชื่อทางศาสนาจาก ครอบครัวของท่าน ฟรังซิสเป็นเด็กหนุม่ ที่สนุกสนาน เชื่อมั่นในตัวเอง และมีความเฉลียวฉลาดอย่าง เห็นได้ชัด ในขณะที่พ่นี อ้ งของท่านคนอื่นๆเลือกที่จะรับราชการเป็นทหาร ท่านกลับจะเลือกเดินตาม ความฝันของท่านเอง โดยการไปศึกษาต่อที่กรุงปารีส ในระยะเวลาเพียงสองปี ท่านเรียนจบคณะ ปรัชญาและกลายเป็นอาจารย์สอนที่วิทยาลัยโบเวส์ (Beauvais College) แต่ยังคงพานักอยู่ที่เซนต์ บาร์บาราร่วมกับเพื่อนร่วมห้องอีกคนหนึ่งชื่อว่า ปีแอร์ ฟาแวร์ ปีแอร์ ฟาแวร์ เกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 1506 ณ เลอ วียาร์ด ราชอาณาจักรชาวอย (ปัจจุบันกลายเป็นแคว้นหนึ่งในฝรั่งเศส) ฟาแวร์เป็นบุตรคนโตในบรรดาพี่น้องสามคน ท่านได้รับศีล ล้างบาป ณ วัดเซนต์ชอง เดอ ซิสต์ ฟาแวร์ ในหมู่บ้านเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเชื่อ และความศรัทธา แม้วา่ ครอบครัวของเขาจะไม่ได้ร่ารวยอะไรนัก แต่วถิ ีชีวิตแบบธรรมชาติและ ความศรัทธาที่มใี นวิถีชีวิตของผูค้ นในเมืองเขา ได้สร้างอุปนิสัยใจคอของฟาแวร์ ให้กลายเป็นคนที่ รักธรรมชาติ เอื้ออาทร และศรัทธาต่อความเชื่อแบบคาทอลิกอย่างลึกซึง้ แต่ที่สาคัญอื่นใดท่านเป็น คนที่เรียนดี

9


ด้วยความทีฐ่ านะทางบ้านของท่านค่อนข้างยากจน พ่อแม่ฟาแวร์หวังว่า ลูกชายคนโตนี้ จะกลายเป็นผู้นา ทีห่ มู่บา้ นของพวกเขา แต่ฟาแวร์ปรารถนาที่จะเรียนหนังสือมากกว่า สุดท้ายพ่อแม่ของฟาแวร์ยินยอมให้เขาเรียนหนังสือ เริ่มจากการเรียนที่เมืองโทรน (Trônes) ซึ่งห่างจากบ้านของเขาไปประมาณ 6 ไมล์ หลังจากนั้น ฟาแวร์ย้ายมาเรียนต่อที่เมือง ลา ร็อค (La Roche) โดยอาศัยอยู่กับปีแอร์ วียาร์ด ผู้ซึ่งในบางครั้งได้สอนภาษาละตินและกรีก ให้กับฟาแวร์ ท่านเรียนอยู่ท่นี นั่ จนกระทั่งอายุ 19 ปี ในที่สดุ ท่านจึงตัดสินใจที่จะเรียนต่อใน ระดับมหาวิทยาลัยในกรุงปารีส

ทั้งฟรังซิส เซเวียร์และฟาแวร์ กลายเป็นเพื่อนร่วมห้อง ณ เซนต์บาร์บารา แม้วา่ จะมาจาก คนละที่และมีฐานะทางครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ในความแตกต่างนัน้ เอง ทั้งสองคนต่างมีความ เหมือน ตรงที่ยังอยู่ในวัยหนุม่ ซึ่งกาลังแสวงหาความฝันของพวกเขา และเราไม่ตอ้ งสงสัยถึงความ เฉลียวฉลาดในการด้านศึกษาของทั้งสองคนเลย ฟรังซิสได้กลายเป็นอาจารย์สอนในขณะที่อายุยัง น้อยและเพิ่งเรียนจบ ในขณะที่ฟาแวร์ได้รับความเชื่อใจจากอาจารย์ของตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะ ท่านได้รับการขอร้องให้ช่วยสอนหนังสือให้นักศึกษาใหม่บางคน และแม้แต่อาจารย์ของท่าน ชื่อ อาจารย์ยวง เพนญา ซึ่งสอนปรัชญากรีก ยังเคยขอคาแนะนาจากฟาแวร์ในหลายครั้ง ถ้าพบความ ยุง่ ยากในการตีความหนังสืออริสโตเติล เพราะฟาแวร์รู้ภาษากรีกเป็นอย่างดี

10


แต่ทว่ายิ่งวันเวลาผ่านไปนานเท่าใด ทั้งฟรังซิสและฟาแวร์ ต่างก็มีปัญหาหนักใจของแต่ ละคนขึน้ มา สาหรับฟาแวร์เอง ยิ่งท่านได้เรียนและใกล้จะจบการศึกษา ท่านยิ่งมีความวิตก กังวลถึงอนาคตตนเองมากขึ้นเท่านั้น ท่านไม่แน่ใจว่า ความพยายามและแรงกายแรงใจที่ได้ ทุ่มเทไปกับการเรียนนั้น มีไปเพื่ออะไร สิ่งที่ท่านสงสัยมากที่สุดก็คือ “ท่านจะทาอะไรใน อนาคตกันแน่” บางครั้งท่านก็คิดอยากจะเป็นพระสงฆ์ บางครั้งก็อยากจะเป็นอาจารย์ สอนหนังสือ บางครั้งก็อยากจะรับราชการ ฯลฯ ตรงกันข้ามกับฟาแวร์ เพือ่ นร่วมห้องของเขา ฟรังซิส เซเวียร์ไม่เพียงแต่เห็นชัดถึงสิง่ ที่ ท่านอยากทาเท่านั้น แต่ทา่ นยังมีความทะเยอทะยาน และคิดแต่เพียงว่า “สิง่ ที่ท่านได้ทา นั้น จะสร้างชื่อเสียงและมอบความสาเร็จอะไรให้แก่ท่านบ้าง” ในภายหลัง ฟรังซิสคง ได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของครอบครัวที่เริ่มแย่ลง แต่ทา่ นไม่ได้ใส่ใจกับสิ่ง เหล่านัน้ แย่ลงไปกว่านัน้ ท่านเริ่มใช้ชีวติ ที่เรื่อยเปือ่ ยและไปเที่ยวข้างนอกบ่อยขึน้ ท่ามกลางความสับสนและคาถามที่เกิดขึน้ ในใจ ทัง้ ในฟาแวร์และฟรังซิส เซเวียร์ นั้นเอง ทั้งสองคงได้ยินถึงการมาเยือนของชายคนหนึง่ ที่จะกลายมาเป็นเพื่อนร่วมห้องคนที่สามของ พวกเขา ทั้งสองคนคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ของชายผู้นี้ซึ่งไม่ธรรมดา ชายผู้นี้เองเป็นที่รจู้ กั ว่า มาจากตระกูล สูงศักดิ์และละทิง้ ทุกสิ่งทุกอย่างไป ตอนนีเ้ ขากาลังจะมาเรียนต่อที่ปารีส แต่ ทั้งตัวฟาแวร์และ ฟรังซิสคงจะคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่า เพื่อนใหม่ของเขานีน้ ี่เองที่จะ เปลี่ยนแปลงชีวติ ของพวกเขาทั้งสองคนตลอดไป (ติดตามเรื่อง อิกญาซีโอ ฟรังซิส เซเวียร์ และฟาแวร์ ตอนที่ 2 ชื่อตอนว่า การมาเยือน ของผู้จาริกแห่งโลโยลา ได้ในจุลสารเพื่อ(น) เยาว์ ได้ในฉบับถัดไปครับ)

11


“ค่ายอาสาบ้านเซเวียร์ เป็นค่ายอาสาค่ายแรก ที่ได้ไปในชีวติ โดยในปีนนั้ ใช้ช่อื ว่า “ค่ายปันรัก ปันน้าใจ” เราได้ไปสร้างแท็งก์น้าให้ชาวบ้านที่หมูบ่ ้านห้วยโกป๊ะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน หากย้อนกลับไปตัง้ แต่วันแรกของค่ายนัน้ เราคิดอยู่ในใจตลอดเวลาว่า ทาไมเราถึงกล้าที่จะ มาค่ายนี?้ เพราะทั้งชีวิตเป็นคนที่กลัวการอยู่ร่วมกับผู้อื่น พูดคุยก็ไม่เก่ง ... แต่เพราะมีพท่ี ี่รู้จัก มาร่วมค่ายด้วย จึงกล้ามา พอเข้ามาในเซเวียร์ ความรู้สกึ ตอนนัน้ คือ ทาอะไรไม่ถกู ไม่กล้าพูดคุย แต่พ่ๆี เพื่อนๆ ทุกคนก็แสดงความเป็นกันเองกับเรา ทั้งๆ ที่เจอกันครั้งแรกและกาลังยุง่ กับการ เตรียมงาน เป็นสิ่งที่ประทับใจมากๆ การเดินทางด้วยรถไฟเป็นอีกสิ่งทีป่ ระทับใจ เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตทีไ่ ด้นั่งรถไฟ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ทรหดมาก แต่ไม่รู้สกึ เบื่อหรือ เหนื่อยเลย ในระหว่างเดินทาง ก็ได้เห็นสิ่ง ใหม่ๆ มากมาย ทั้งวิถีชีวิตของคนที่ทามาหากินบนรถไฟ รวมถึงความเป็นไปของเพื่อนร่วมค่าย ได้ เห็นว่าพวกเราเรียนรู้กันและกันผ่านการพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ทาให้รู้จักกันมากขึ้น นอกจากนัน้ ยังเห็นว่า เสียงเพลงเป็นสิ่งสาคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราสนิทและ รู้จักกันมากขึ้นเช่นกัน อีกอย่างที่ประทับใจมากๆ บนรถไฟก็คือ ช่วงที่รถไฟถอยหลังเข้าสถานี เพื่อ เปลี่ยนหัว แล้วก็ช่วงเช้าที่รถไฟวิ่งบนเขา มันเป็นความรู้สกึ ที่แปลกใหม่ดี

12


ในช่วงที่อาศัยอยู่ในหมูบ่ ้าน เป็นช่วงเวลา ที่อยากจดจาที่สุด เพราะได้สมั ผัสสิ่งที่ไม่เคย สัมผัสมาก่อน ได้เรียนรู้ส่งิ ต่างๆ มากมาย เป็น ช่วงเวลาที่ไม่เคยมีความรู้สกึ ทุกข์ใจ หรืออยาก กลับบ้านเลย เราได้ลาบากด้วยกัน สนุก ด้วยกัน ได้เห็นถึงมิตรภาพ ความไม่เห็นแก่ตัว ของเพื่อนร่วมค่าย สาหรับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของชาวบ้าน พวกเขาได้ให้ขอ้ คิดมากมายแก่ เรา และยังทาให้เรามีมุมมองชีวิตใหม่ๆ ว่า แม้เราจะคิดว่า พวกเขาขาด ไม่พร้อม เหมือนเรา แต่เขาก็มีความสุขในวิถที างของ เขา เราอย่าไปเปลี่ยนแปลงเขาเลย ให้ เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า แต่บางที เราก็คดิ ว่า ธรรมชาติก็ใจร้ายนะ ไม่ยุติธรรมสาหรับ พวกเขาเลย ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย สภาพ เส้นทางการเดินทางลาบาก ต้องแบกหามคน ป่วยลงดอย เพื่อไปรับการรักษาในเมือง มันทา ให้เรารูส้ ึกว่า หมอเป็นบุคคลที่จาเป็นมากๆ สาหรับพวกเขา อยากให้มหี มอชาวบ้านก็ได้ สักคนหนึ่งก็ยังดี และจากการพูดคุยกับเด็กๆ ในหมู่บ้านยังทาให้เราได้รู้ว่า พวกเขาชอบไป โรงเรียน และพ่อๆ แม่ๆ ก็อยากให้ลูกๆ ได้เรียน ใกล้บ้าน เพราะพวกเขาคิดถึงลูกและเป็นห่วง ลูกมาก เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทาให้นากลับไปคิด

การที่ได้มาค่ายนี้ ต้องขอบคุณพระ อย่างมาก พระองค์ ทรงทางานในทุกๆ คน ช่วยให้เราทุกคนได้มาเจอกัน ได้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ ที่น่ารักมากมาย ทุกคนมีความน่ารักใน แบบของตัวเอง มิตรภาพ ความสนุกสนาน เฮฮา เสียงหัวเราะ การหยอกล้อ เสียงร้อง เพลง เสียงดนตรี ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ประทับใจ มากๆ มันทาให้เราไม่อยากหายไป และ ตัดสินใจที่จะทาค่ายต่อ สุดท้ายแล้ว ค่าย อาสาบ้านเซเวียร์ได้ให้อะไรหลายๆ อย่าง แก่ เรา เราเป็นผู้รับอย่างเต็มๆ มันได้เปลี่ยน ความคิด ความรู้สกึ ของเราไปอย่างมากเลย ทีเดียว รู้สึกรักในชีวิตที่พระประทานให้ อยาก ใช้ชวี ิตให้มคี ุณค่า รู้สกึ ประทับใจมากๆ รัก มากๆ ไม่อยากลืมช่วงเวลาเหล่านี้เลย

น.ส.แพร สอนไข่

ขอเชิญชวนมาร่วมสัมผัสวันเวลาดีๆ ร่วมกัน สาหรับในปีการศึกษานี้ ค่าย นิสิตนักศึกษาอาสาพัฒนา บ้านเซเวียร์ จะจัดขึ้นใน วันที่ 4-18 มิถุนายน 2558 ถ้าใครสนใจ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.carefor.org/workcamp หรือทักทายมาได้ที่ Facebook: ค่ายอาสาฯ บ้านเซเวียร์ นะคะ

13


14


15


สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ในจุลสารเดือนมีนาคม นู๋นุ้ย ขอแบ่งปันประสบการณ์ การเข้าเงียบแบบเทเซ่ ในระดับอนุ ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ 1 ระหว่างวันที่ 3 – 7 มีนาคม 2015 ณ พนมเปญ ประเทศกัมพูชา ค่ะ โดยมีผแู้ ทน เยาวชนไทยเข้าร่วม 22 ท่าน และมีเพื่อน ๆ เยาวชนอีก 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเมียนม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เข้าร่วมรวมทั้งหมดแล้ว 120 คนค่ะ ในจุลสารฉบับนี้ นอก จากนู๋นุ้ยจะแบ่งปันประสบการณ์ความประทับใจแล้ว ยังมี เพื่อน ๆ เยาวชนอีกบางส่วน ที่เข้าร่วมงานนี้ ร่วมแบ่งปัน ประสบการณ์อีกด้วยค่ะ... การไปร่วมเข้าเงียบเทเซ่ครั้งนี้ ส่วนตัวนุ้ยเองแล้วนัน้ รู้สึกกังวลใจหลายเรื่อง เพราะมีงาน 3 งาน ในเวลาเดียวกัน งานแรกคือ การตอบรับเป็นผู้แทนฆราวาสหญิง เข้าร่วม BILA on Laity ซึ่งครั้งแรกจะจัดที่ประเทศบังคลาเทศ ในช่วงต้น เดือนกุมภาพันธ์ และเนื่องจากมีการประท้วง และอาจจะไม่ ปลอดภัย ทาง FABC จึงเลื่อนวันเวลา และสถานที่ มาจัดที่ ประเทศไทย ในช่วงต้นเดือนมีนาคม งานที่สองคือ การสัมมนา บุคลากร สภาพระสังฆราช ซึง่ มีเพื่อนร่วมงานหลายคน มาพูดคุยส่วนตัว อยากให้ไปด้วยกัน เพื่อช่วยสร้าง สีสันให้กับงาน และงานสุดท้ายคือ การเข้าเงียบ แบบเทเซ่นี้

16

ที่สุดแล้ว บทเพลงเทเซ่เพลงหนึ่งก็ดังก้องในใจ จงอย่ากังวลใจ จงอย่าได้กลัวเลย ผู้วางใจพระเจ้า ไม่ขาดสิ่งใดใด จงอย่ากังวลใจ จงอย่าได้กลัวเลย เพียงพระเจ้า เพียงพอ


จงอย่ากังวลใจ เพียงพระเจ้า เพียงพอ เมื่อคานี้ก้องดังในส่วนลึกของหัวใจ การเข้าเงียบ แบบเทเซ่ครั้งนี้ จึงร่วมอย่างมีเป้าหมายและความตั้งใจ เปี่ยมล้น ในช่วงปฐมนิเทศ บราเดอร์อันเดรอัส ซึ่งเป็น ภราดาจากหมู่คณะเทเซ่ เป็นผูน้ าการเข้าเงียบ บราเดอร์ ได้ท้าทายพวกเราว่า เราแต่ละคนเดินทางมาไกล และ การเดินทางก็ต้องจัดเตรียมกระเป๋า สัมภาระให้เพียงพอ สาหรับ 5 วันนี้ ทัง้ เครื่องใช้ส่วนตัว ขนมและสารพัด และสาหรับหัวใจของเราล่ะ เราได้เตรียมกระเป๋าเดินทาง ฝ่ายจิตใจพร้อมหรือไม่??? เราเตรียมหูฟังมาไหม หูฟังที่วัยรุ่นกาลังฮิต เพื่อ มาฟังชีวิตของเรา ฟังเสียงของพระเจ้าที่จะตรัสกับเราใน ความเงียบ เสียงของพระเจ้าอ่อนหวานและเบามาก เรา ต้องตั้งใจฟังและเงียบจริง ๆ ถึงจะได้ยนิ เสียงของ พระองค์ ปล่อยวางทุกอย่างไว้และเปิดใจต้อนรับเสียง ของพระเจ้า เราเตรียมแว่นตามาไหม แว่นตาที่จะมองความ แตกต่างของชีวิต การเปลี่ยนไปของชีวิตเรา และมอง ความสวยงามของเพื่อนและมิตรภาพ ความสวยงามด้าน วัฒนธรรม เราเตรียมครีมอาบน้า ครีมบ้ารุงร่างกายมาไหม เพื่อที่จะบารุงชีวิตของเรา นี่คอื ช่วยเวลาที่เราจะกลับมา ดูแลชีวิตของเรา หยุดพักจากคนที่เราต้องดูแล พักจาก สิ่งวุ่นวาย

17


ถ้าพระเจ้ามองมาทีช่ ีวิตของเรา มองมาที่ตัวเรา เธอว่าพระ เจ้าจะมีความสุขและภาคภูมิใจในเธอ ซึ่งเป็นลูกสุดที่รักของ พระองค์ไหม? และถ้าไม่ละ่ เราจะทาอย่างไร จะมีวิธีการอย่างไร ให้พระเจ้าสามารถมองเราอย่างมีความสุขและภาคภูมิใจ นี่คือสิ่งที่ ท้าทายเราในการเข้าเงียบตลอด 5 วันนี้ เพื่อฟังเสียงของพระเจ้า และหันกลับมามองชีวิต ดูแลชีวิตฝ่ายจิตของเรา ค้นหาวิธีการที่จะ ทาให้พระเจ้ามองเราอย่างมีความสุข... นี่เป็นเพียงการปฐมนิเทศ เป็นการเตรียมจิตใจ เป็น จุดเริ่มต้นก่อนการเข้าเงียบที่เปีย่ มด้วยความมุ่งมัน่ และตั้งใจ ตั้งใจ ที่จะเงียบเพื่อหันกลับมาทบทวนชีวิตตนเอง หันกลับมาอาบน้า สระผม แต่งตัวให้กับชีวิตใหม่ ให้สดใสสมกับเป็นสิ่งสร้างและ ภาพลักษณ์เป็นลูกสุดที่รักของพระเจ้า เป็นคนมีใจเมตตา เช่นเดียวกับชาวสะมาเรียผู้ใจดี ช่วยเหลือเพื่อนพี่น้องโดยไม่ ต้องการผลตอบแทน เพราะพระเจ้าทรงรักเรา เมตตาต่อเราและ ไม่เคยเอาผิดกับเราเลย เช่นเดียวกับที่พระองค์ก็ไม่ทรงเอาผิดโทษ ต่อหญิงผิดประเวณี ที่บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีจะเอาหิน ทุ่มนาง ข้อความสุดท้ายที่พระเยซูเจ้าทรงตรัสคือ “เราก็ไม่ลงโทษ ท่านด้วย ไปเถิด และตังแต่นไป ี อย่าท้าบาปอีก” (ยน.8 : 11) พระเมตตาของพระเจ้านัน้ ยิ่งใหญ่นัก แบบอย่างของพระองค์ใน ความถ่อมตนตั้งแต่เกิดในถ้าเลี้ยงสัตว์ การเจริญวัยที่เรียบง่าย “ลูกช่างไม้” และก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงล้าง เท้าให้สานุศิษย์ ซึ่งเป็นแบบอย่างการถ่อมตนอย่างถึงที่สุด และ สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน แบบอย่างความถ่อมตนนี้ ก็เพื่อสอนเรา มนุษย์ให้เจริญชีวิตอย่างสุภาพ ถ่อมตน เรียบง่าย ยอมเพราะรัก... เพื่อที่เราจะได้เป็นพยานชีวิตที่เข้มแข็ง เป็นเกลือที่มีรสชาติ “เป็น เกลือดองแผ่นดิน และเป็นแสงสว่างส่องโลก” นาพระวาจาทรง ชีวิตของพระเจ้าไปประกาศสู่เพือ่ นพี่น้อง พระวาจาที่จะนาความ สว่างไปสู่ชีวิตนิรันดร...

18


ในโอกาสนี้ ผู้แทนเยาวชนไทยบางท่าน ขอแบ่งปันประสบการณ์ สิ่งที่ได้เรียนรู้ ความ ประทับใจ และการนาไปปรับใช้ ถ่ายทอดแก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน เพื่อให้เห็นถึงความรักของพระเจ้า ที่เกิดผล เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อสาหรับผู้วางใจในพระองค์ นางสาวอนุสรา กีศรี (เฟริ์น) เยาวชนจาก สังฆมณฑลนครสวรรค์ ในการเข้าเงียบเทเซ่ครั้งนี้ แน่นอน สิ่งที่ได้รับ อันดับ แรกคือพระพร และพระหรรษทานจากพระเจ้า ได้ มีโอกาสที่จะได้มอบความสุข ความรัก และ กาลังใจให้กับคนรอบข้าง แม้จะไม่เคยรู้จักกันมา ก่อนก็ตาม ทุกคนที่มาร่วมเข้าเงียบ พวกเราต่างก็ ใช้ภาษาที่ต่างกัน แต่เราสามารถที่จะสร้างสรรค์สิ่ง ดีๆร่วมกันได้ โดยที่ภาษาไม่ใช่อปุ สรรคเลยสักนิด ได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพ ความช่วยเหลือ เรียนรู้ถึง ความรักที่พระเจ้ามอบให้เราผ่านทางเพื่อนมนุษย์ ผ่านทางคาพูด การกระทา รอยยิม้ อ้อมกอด ทา ให้ฉันได้รู้ว่า พระเจ้าสร้างทุกคน ให้มาเป็นส่วน เติมเต็มซึ่งกันและกัน ฉันประทับใจการเข้าค่าย ครั้งนี้มาก เพราะทาให้รู้สึกได้ใกล้ชิดพระเจ้า ได้ ไตร่ตรองชีวิตมากขึ้น และยังได้มีโอกาสพบเจอ เพื่อนใหม่อีกด้วย สาหรับการนาไปปรับใช้ เมื่อมีการจัดค่าย ผู้นาของสังฆมณฑล ก็จะให้การภาวนาเทเซ่เป็นอีก รูปแบบหนึ่งในการภาวนา สร้างความสัมพันธ์กับ พระเจ้า และจะเป็นผู้นาที่ดีในการทากิจกรรม ต่างๆ เพราะฉันได้รับประสบการณ์ที่ดีมาจากค่าย ครั้งนี้ ฉันก็จะนามาใช้ และถ่ายทอดให้กับผู้อื่น ต่อไป เมื่อมีโอกาส

19


นางสาวแก้วกัลยา เอมพันธ์ (แก้ว) เยาวชนวัดมารีย์สวรรค์ ดอนเมือง อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ ในชีวิตประจาวันที่เร่งรีบทาให้แก้วหลงลืมและพลาดโอกาสดีๆ ที่จะ ได้พูดคุยกับพระเจ้า แต่การมาเข้าเงียบครั้งนีไ้ ด้ทาให้แก้วได้อยู่กับ ความเงียบมากขึ้นและได้อาศัยช่วงเวลาดีๆ นี้ ในการฟังเสียงของพระ นอกจากนี้การทา bible reflection ยังทาให้แก้วได้มองชีวิตของ ตัวเองผ่านทางพระวาจาอันทรงชีวิต และเรายังได้แบ่งปันสิ่งที่เราได้รบั ให้กับเพื่อนๆ ในกลุ่ม อีกทั้งพระยังคงจัดสรรให้เราได้ฟังและเรียนรู้ชีวิต ของเพื่อนๆ ไปพร้อมๆ กัน สุดท้าย สิ่งที่แก้วประทับใจที่สุด คือ การภาวนาแบบเทเซ่ที่มีใน ทุกๆวัน เช้า เที่ยง และเย็น อันจะเป็นการภาวนาแแบบที่เรียบง่ายแต่ ศักดิ์สิทธิ์มาก สิ่งที่จะน้าไปปรับใช่ในงานเยาวชน คือ การเชิญชวนให้เยาวชนให้ หันมาสวดภาวนากันมากขึ้น โดยจะจัดให้มีการภาวนาแบบเทเซ่ในวัด เขตและสังฆมณฑล

20


นายยอห์น อิทธิ ทรงเสียงชัย (อิทท์) เยาวชนวัดอัครเทวดาราฟาแอล (ปากน้า) อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ตั้งแต่นาทีแรกที่รู้ว่า ตัวเองได้ไปเข้าเงียบเทเซ่ที่ ประเทศกัมพูชา ก็รสู้ ึกตื่นเต้นไม่นอ้ ย เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ เดินทางไปร่วมงานเยาวชนจากต่างแดนเป็นครั้งแรก ภาพแรก เลยที่แล่นเข้ามาเมื่อไปถึงคือ เราจะคุยกันรู้เรื่องไหมนะ? เพราะ ส่วนตัวเป็นคนพูดภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงเลย แต่พออยู่ไปได้วันสองวันพระจิตก็เริ่มทางานอย่าหนักในตัว ของผมเอง ในการเข้าเงียบครั้งนี้ทกุ คนจะต้องแบ่งปันพะวาจากันภายในกลุ่ม (ซึ่งทุกคนก็ควรจะต้องแบ่งปัน กัน) ปัญหาในตอนนั้นคือ......... ทายังไงดีๆๆ เมื่อทุกคนมองมาที่เราก็แอบตลกตัวเองอยู่ไม่น้อยเลย เพราะ พูดอะไรไปบ้างก็จาไม่ได้ แต่ทุกคนก็พยายามจะเข้าใจในเรื่องที่เรากาลังจะบอกเขา นี่คือประสบการณ์ที่ตัว ผมเองคงจะจดจาไปอีกนาน ในการเข้าเงียบครั้งนี้ผมประทับใจที่สุดก็คงต้องยกให้เป็นเรื่องของบทเพลง ภาวนาเทเซ่ ที่ทุกชาติร่วมกันเปล่งเสียงออกมาเป็นชาติของตัวเอง ถึงแม้จะฟังไม่ออก แต่มันไพเราะมาก จริงๆครับ ทาให้ผมนึกถึงพระวาจาตอนหนึ่งที่ พระจิตเจ้าประทับที่สาวกทุกคน แล้วทุกคนก็พูดเป็นภาษา เดียวกัน ทุกวันนี้ผมยังคงจดจาเสียงเพลงนั้นได้ไม่ลืม ขอบคุณสาหรับช่วงเวลาดีดีที่พระเป็นเจ้าได้ประทาน มาให้กับผม เพราะผมเชื่อว่า “นีไ่ ม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ทว่าเป็นแผนการของชายคนหนึ่งซึ่งทรงจัดวางไว้ ให้กับผม” (Cr.เซอร์แอนโทเนีย) ขอบคุณปะสบการณ์ล้าค่าที่ไม่มสี ิ่งใดมาแลกได้ และผมจะนาเรื่องราวดีดี แบบนี้ส่งต่อให้น้องๆเยาวชนในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯสืบต่อไป. สิ่งที่จะนาไปปรับใช้ในงานเยาวชน คือ ในกิจกรรมของเยาวชนอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เราเน้น ย้าในเรื่องของการภาวนาในทุกๆโครงการ ซึ่งนั่นเป็นจิตตารมย์ของจิตตาธิการของเรา(คพ.พรชัย แก้วแหวน) ทาให้ผมตระหนักอยู่เสมอว่าการภาวนาจะทาให้เราเข้าถึงพระเป็นเจ้าได้ไม่มากก็น้อย และเป็นกาส่งเสริม การภาวนาเพื่อเสริมสร้างกาลังฝ่ายจิตวิญาณให้กับเยาวชนอีกด้วย ทั้งนี้ในปีนี้ทางอัครสังฆมณฑลของเราได้ จัดให้มีโครงการภาวนาเทเซ่ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้จักกับการภาวนาในแบบเทเซ่ และส่งเสริมการภาวนา ให้กับน้องๆอีกด้วย ผมก็จะนาประสบการณ์นี้มาแบ่งปันให้กับน้องๆ และ ส่งเสริมให้เยาวชนมีจติ ใจรักการ ภาวนามากขึ้นในทุกๆ วัน ของชีวิตครับ

21


นางสาวสิณาภรณ์ จิตต์อุทัศน์ (เก๋) เยาวชนวัดอาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก สังฆมณฑล ราชบุรี การร่วมเข้าเงียบในการภาวนาเทเซ่ของดิฉันครั้งนี้เป็นครั้งแรก ปกติจะ ภาวนาเทเซ่ตามโอกาสเท่านั้น เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เพราะฉันรู้สกึ สงบที่ ใจ การร้องเพลงซ้าไปซ้ามาทาให้นกึ ถึงความหมายของเพลง ซึ่งก็หมายถึงฉัน ได้ราพึง และคิดถึงประสบการณ์ความรักของฉันกับพระเจ้าตลอดเวลาของ การภาวนาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจากหลายชาติ เพราะฉะนั้นจึงมีความแตกต่าง ทางด้านภาษา แต่ไม่เป็นปัญหาต่อการภาวนาเพราะเทเซ่เป็นการภาวนาแบบ ถึงใจ คือใจเราชิดสนิทกับพระจริงๆ รวมทั้งมีโอกาสไปสัมผัสชีวิตกับพี่น้องใน หลายที่ ดิฉันไปที่ MC Brother (Missionary of Charity Brother) เป็นบ้าน สาหรับพักฟื้น และดูแลผู้ป่วยชายที่ยากไร้ เราสวดภาวนา ให้กาลังใจพวกเขา มีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ และป้อนข้าวเด็กๆ ฉันได้เข้าใจโลกมากขึ้น และมีแรง บันดาลใจที่จะได้ ที่จะทาดีตอ่ ทุกคนเหมือนกับบรรดาบราเดอร์ ในการเข้าเงียบเทเซ่ครั้งนี้มีเยาวชนมาร่วมจากหลายประเทศทั้งกัมพูชา เวียดนาม เมียนมาร์ ลาวและประเทศไทย เราได้แบ่งปั่นความเชือ่ ต่อกันใน การแบ่งปันกลุ่มย่อยทาให้มีแง่คิดดีๆและมีมุมมองที่จะไปปรับใช้ในชีวิตและที่สาคัญคือข้อคิดการเข้าเงียบครั้ง นี้ที่ว่า “ท่านทั้งหลายจงเป็นเกลือดองแผ่นดินและเป็นแสงสว่างส่องโลก” ทาให้ฉันเข้าใจความหมายของการ รักษาความดี และส่งต่อความสว่างในจิตใจให้คนอื่นๆ นี้คือพลังของเยาวชนที่ตอ้ งเข้มแข็งที่จิตใจเพื่อจะได้ ทางานของพระได้อย่างดี

22

นางสาวปาริฉัตร ธิติธรรม (เป้) ผู้ประสานงานเยาวชน สังฆมณฑลราชบุรี สิ่งที่ฉันได้เรียนรูจ้ ากการไปเข้าร่วมครั้งนี้ คือ การได้ ไตร่ตรองและศึกษาพระคัมภีร์ การได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง อยู่ กับพระ ได้ใกล้ชิดสนิทกับพระมากขึ้น การได้แลกเปลี่ยน ประสบการณ์กับเพื่อน ๆ ต่างชาติ สาหรับความประทับใจ คือ การตอนรับของเจ้าภาพ ประทับใจเพื่อน ๆ ถึงแม้เราจะพูด กันคนละภาษาเราก็สรรเสริญพระเจ้าด้วยกันได้ เป้จะนารูปแบบการไตร่ตรองและภาวนาเทเซ่มาปรับ ใช้ในค่ายเยาวชน เพื่อที่เยาวชนจะได้มีประสบการณ์ทดี่ ี ใน การใกล้ชิดกับพระมากขึ้น และเยาวชนจะได้รู้จักการภาวนา ในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย


มาเซอร์แอนโทเนีย กาญจนัมพร คณะภคินีเซนต์ปอลเดอชาร์ตร บรรดานานาชาติทั้งหลาย เชิญมาสรรเสริญพระเจ้า บรรดานานาชาติทั้งหลาย เชิญมาสรรเสริญพระองค์ บทเพลงที่พวกเราร้องซ้าไปซ้ามา เหมือนเป็นการย้าเตือนให้ มาเซอร์ได้สัมผัสลึกลงไปถึงการทรงนาพาให้ “เรา” “แต่ละคน” จากที่ต่างๆ ได้มาอยู่รวมกัน และ “ไม่มีอะไรบังเอิญ” ที่ตลอดห้า วันในกัมพูชา เราจะอยู่ร่วมกันได้ แม้จะพูดกันคนภาษาและไม่เคย รู้จักกันมาก่อน แต่เราใช้ภาษาของความรักเป็นเครื่องมือทาให้เรา เข้าใจกัน และนั่นคงเป็นเหตุผลทีท่ าให้เราได้มาอยูร่ ่วมกัน ณ ที่แห่ง นี้ สัมผัสแรกที่ได้รับ คือ “รอยยิม้ ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ ความสัมพันธ์ที่ดีงามและมิตรภาพ สถานที่ที่สวยงาม รวมไปถึง บรรยากาศแห่งการภาวนาที่ทุกคนร่วมใจกันสร้าง ภายใต้บทเพลง ที่ดึงดูดให้เข้าใกล้พระเจ้าด้วยความรักและศรัทธา ที่พาเราให้ยก จิตใจขึ้นหาพระเจ้าด้วยการเปล่งเสียงขับร้องอย่างไม่หยุดหย่อน เป็นเสน่ห์ของเทเซ่อย่างแท้จริง เราแต่ละชาติร้องในภาษาของ ตนเอง ด้วยบทเพลงและท่วงทานองเดียวกัน ในความแตกต่าง เรา เป็นหนึ่งเดียวกัน ภายใต้พระพรแห่งการทรงนาของพระเจ้า เราทากิจกรรม ร่วมกัน เราแบ่งปันพระพรแก่กันและกัน เรานาสิ่งที่บราเดอร์กีแลน และบราเดอร์อาดีอัส ให้เราไตร่ตรองถึงชีวิตแห่งการศิษย์ของพระ เยซูเจ้าในปัจจุบัน “จงเป็นเกลือและแสงสว่าง” ณ ศูนย์แห่งนี้ เรา เริ่มเป็นทั้งเกลือและแสงสว่างให้แก่กันและกัน เราออกไปสัมผัส ชีวิตของพี่น้องชาวกัมพูชาที่ด้อยโอกาสในด้านต่างๆ เพื่อเรียนรู้ว่า ความรักคืออะไรและจะเป็นความรักนั้นได้อย่างไร และอะไรคือ แรงบันดาลใจให้บรรดามิชชันนารีจากที่ต่างๆ มาทาพันธกิจแห่งรัก ที่นี่ ... ในที่สุดเราแต่ละคนต่างต้องกลับไปที่ที่ของตน ไปเป็นเกลือ และแสงสว่างที่เต็มไปด้วยความรัก ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ห้าวัน แต่ ก็เป็นห้าวันแห่งพระพรที่คมุ้ ค่าและมีค่ายิ่ง ที่พระเจ้ามอบให้เรา และที่เราได้มอบให้แก่กันและกัน

23


ทุกช่วงเวลาของการภาวนาเต็มไปด้วยคุณค่าและพลังของความรัก ที่พวกเรามอบถวายแด่พระเจ้า และส่งต่อไปยังผู้ทเี่ ราคิดถึงในคาภาวนา ณ ที่นี่ เรารวมความแตกต่างให้เป็นหนึ่งเดียว เป็นพิเศษในค่าคืนแห่งการภาวนา ที่บรรดา มิชชันนารีต่างก็เดินทางรวมกันเพือ่ สวดภาวนาร่วมกับพี่น้องคริสตชนชาวกัมพูชาเพื่อวอนขอกระแสเรียก ประสบการณ์ความรักไม่หยุดอยู่แค่การภาวนาเท่านั้น การได้ไปสัมผัสชีวิตพี่น้องชาวกัมพูชาที่ตก ทุกข์ได้ยาก ด้วยการเดินทางที่ค่อนข้างลาบากจากถนนหนทาง เรานั่งรถ ต๊ก..ต๊ก (ตุ๊กตุ๊ก บ้านเรา) ใช้ เวลาสักพักใหญ่กว่าจะไปถึง มาเซอร์ได้ไปสัมผัสกับชีวิตชาวสลัม ที่มีสภาพชีวิตความเป็นอยูอ่ ย่าง ยากลาบากมาก ไม่มีงานทา อาหารประจาวันคือ “หอยสามรส” ทีเ่ ขาเก็บมาจากแม่น้า นามาผึ่งแดดทั้ง เปลือก และคลุกเคล้าด้วยพริกเกลือและผงชูรส ที่นี่ซิสเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ จากคณะ Daughter of Charity ทางานด้วยความรักตามจิตตารมณ์ของคณะ ด้วยรอยยิ้มและอุทิศตน ...... แม้จะเหน็ดเหนื่อย อากาศค่อนข้างร้อน ฝุ่นเยอะตลอดทาง ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ยังความประทับใจ การเข้าร่วมภาวนาเทเซ่ครั้งนี้ เรามีผู้นาที่ดมี ากๆ นั่นคือ บราเดอร์กสิ แลง และบราเดอร์อันเดรอัส เรามีนักดนตรีคือพี่น้องชาวเวียดนาม และพี่ตุ้ม ผู้นาคณะชาวไทยของเรา ที่ช่วยให้การภาวนา ราบรื่นมีความไพเราะ พร้อมเพรียง ทุกคนร่วมใจภาวนาด้วยเสียงขับร้องอย่างสิ้นสุดจิตใจอย่างแท้จริง ในที่สุด เวลาแห่งการจากลาก็มาถึง เราต่างก็รู้ดีวา่ เป็นการจากลาเพื่อเริ่มสิ่งใหม่ๆ เราต่างก็กลับมา บ้านเกิดเมืองนอนของตน ไฟที่ถูกจุดยังคงลุกในหัวใจ เพื่อนาไปส่องสว่างให้แก่เพื่อนพี่น้อง “จงเป็นแสง สว่าง”...ประสบการณ์และจุดประกายความคิดจากการไตร่ตรอง แบ่งปัน มาเซอร์ได้รับการเพิ่มพูนชีวิต ฝ่ายจิต ปลุกเร้าความเชื่อให้มั่นคงยิ่งขึ้น แม้ว่ารูปแบบการภาวนาจะยังเหมือนเดิม แต่ที่แตกต่างออกไป ทุกครั้งคือประสบการณ์ความรักกับพระเจ้า “จงเป็นเกลือที่ยังรสเค็ม” ขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนทาให้กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้น มาเซอร์ได้ข้อคิดและแนวทางหลายอย่างที่จะ นาไปปรับใช้ โดยเริ่มจากตัวเอง และนาประสบการณ์ไปแบ่งปันกับเพื่อนพี่น้องรวมทั้งบรรดาเยาวชน พระเป็นเจ้าทรงหว่านเมล็ดพันธุด์ ลี งในตัวเราแต่ละคน กิจกรรมครัง้ นี้เสมือนเป็นการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย รด น้า เพื่อให้เมล็ดพันธุ์นั้นเติบโต และเมื่อเกิดผลแล้ว เราจะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ของเกลือและแสงสว่าง เมล็ดพันธุ์แห่งการดาเนินชีวิตเป็นศิษย์ของพระคริสตเจ้า ในการประกาศข่าวดีและขณะเดียวกัน ชีวิตของ เราก็เป็นข่าวดีให้แก่ผู้อื่นด้วย ร้องสรรเสริญ ร้องสรรเสริญ ร้องสรรเสริญสิ้นสุดดวงใจเรา แด่พระเจ้า ร้องสรรเสริญ ร้องสรรเสริญ ร้องสรรเสริญสิ้นสุดดวงใจเรา

24


นางสาววัลภา ธารน้าเดชา (แป้) ผู้ฝึกหัดคณะรักกางเขน แห่งจันทบุรี จากประสบการณ์ที่ฉันได้ไปเข้าเงียบสวดเทเซ่ในครั้งนี้ ทาให้ฉันได้ไป สัมผัสเห็นสภาพแลดล้อมความเป็นอยู่ของคนในประเทศกัมพูชา ทาให้ฉันได้ รู้จักการภาวนาในอีกรูปแบบหนึ่ง และเข้าใจการภาวนาเทเซ่มากขึ้น เป็น ภาวนาที่ร้องเพลงซ้าไปซ้ามา มีช่วงเวลาฟังบทสดุดีฟังพระวาจา และอยู่กับ ความเงียบมีการภาวนาเพื่อมวลชน ได้ฟังการแบ่งปันของบราเดอร์แล้ว ได้ ราพึงไตร่ตรองและแบ่งปันในกลุ่มย่อยเป็นพลังและส่งเสริมเพิ่มความเชื่อให้แก่ กันและกัน ทาให้ฉันได้รู้จักเพื่อนต่างชาติทั้งห้าประเทศ เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา และไทย ได้ร้อง เพลงเทเซ่บางเพลงที่ไม่เคยร้องและไม่เคยได้ยิน ได้ไปดูงานอภิบาลของ JMM (กองขยะ) เป็นหมู่บ้านที่ชาว ญี่ปุ่นได้เข้ามาช่วยเหลือ ให้การศึกษากับเด็กๆ ให้อาชีพกับพ่อแม่เด็กๆ กาลังสร้างบ้านใหม่ ให้เป็นบ้าน เล็กๆ เหมือนกันทั้งหมู่บ้าน เห็นถึงความยากลาบากของเขาต้องอาศัยอยู่ในบ้านสี่เหลี่ยมเล็กๆ เป็นสังกะสี ใต้ถุงบ้านมีน้าเน่า ทาให้ฉันเห็นความรักของพระที่มตี ่อฉัน เคยคิดว่าตนเองยากจนแต่พอเห็นพวกเขารู้สึก ขอบคุณพระและอยากสวดภาวนาให้พวกเขาและอยากช่วยเหลือคนอยากจน ประทับใจบราเดอร์ทั้งสองที่นาการเข้าเงียบได้อย่างดีแบ่งปันได้ดีและลึกซึ้ง ชอบบรรยากาศการ สวดภาวนาเทเซ่ ถ้าไม่มียุง ก็จะดีกว่านี้ ประทับใจตารางเวลาที่จัดให้ตลอดทั้งสัปดาห์ ประทับใจบรรยากาศ การอยู่ร่วมกันแม้จะต่างชาติ ต่างวัฒนธรรมทุกคนอยู่ด้วยกันเหมือนพี่น้องกัน ประทับใจเพื่อนๆ พี่ ในกลุ่มที่ ให้กาลังใจในการพูดภาษาอังกฤษ สิ่งที่จะน้าไปปรับใช้ในงานเยาวชน คือ จะนาการสวดภาวนาเทเซ่มาใช้ในการสวดภาวนา และ สอนร้องเพลงเทเซ่ให้กับคนที่สนใจการภาวนาแบบเทเซ่ และเมื่อมีค่ายเยาวชนหรือค่ายอื่นๆ จะเสนอให้มี เวลาในการสวดภาวนาเทเซ่ร่วมกัน

25


นางสาวสายชล ลีมงคลเลิศ (ต้าร์) ผู้ฝึกหัดคณะรักกางเขน แห่งจันทบุรี ประสบการณ์ที่ฉันได้รับจากการเข้าร่วมการเข้าเงียบแบบเทเซ่ครั้งนี้ ทาให้ฉันเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คือ รู้จักวิธีการเข้าเงียบแบบเทเซ่ เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้สัมผัส รู้สึกเป็นการภาวนาที่เรียบง่าย มีเวลาเงียบอยู่กับพระ มีพระวาจาให้ ได้ราพึงไตร่ตรอง มีกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่ร่วมกันขับร้องเพลงเทเซ่สรรเสริญพระ เจ้าในบรรยากาศที่สงบ ซึ่งนาสู่การสัมผัสถึงการประทับอยูข่ องพระเจ้า และ สัมผัสถึงการแสดงออกของพลังแห่งความเชื่อความศรัทธา ความเป็นหนึ่ง เดียวกันของคริสตชนทุกคนทีเ่ ข้าร่วม ได้รู้จักเพือ่ นต่างชาติ ทุกคนมาด้วย จุดประสงค์เดียวกันคือ การได้มามีประสบการณ์กับพระมากขึ้น และการได้ แบ่งปันประสบการณ์ความเชื่อแก่กนั และกัน ซึ่งเป็นแรงผลักหรือพลังที่ช่วยให้ความเชื่อ ความวางใจและความ รักในพระเจ้าเพิ่มมากขึ้น ได้เรียนรู้พระประสงค์ของพระเป็นเจ้าผ่านทางพระวาจา และการให้ขอ้ คิดจากผู้นา การเข้าเงียบเทเซ่ ซึ่งทาให้เกิดมุมมองใหม่ๆในการดาเนินชีวิตที่สัมพันธ์กับพระเจ้าและเพือ่ นมนุษย์ ได้พูด ภาษาอังกฤษกับเพือ่ นต่างชาติครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้น และไม่ค่อยมั่นใจเมื่อจะไปทักทายพวกเขา มีความรู้สึก อ่อนแอภาษาอังกฤษมาก แต่ ก็พยายามที่จะหาเพือ่ นคุยที่เขาน่าจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันจะพูด คุยกันรู้เรื่องเรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ยิ้มอย่างเดียว เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจซึ่งช่วยให้อยากฝึกฝนตนเองในด้านภาษามากขึน้ ได้มองเห็นถึงความสาคัญและความจาเป็นของภาษาที่ตอ้ งใช้สื่อสารกับผู้อื่น ถ้าจะทางานรับใช้พระ ภาษาก็ จาเป็นมากเช่นกัน อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ฉันรู้สึกประทับใจมากๆ คือ การได้ออกเยี่ยมคนยากจนในสลัม เป็นครั้ง แรกที่ได้เห็นและได้สัมผัสกับเด็กๆ ได้เข้าไปในหมู่บ้านที่เป็นสลัม ได้เห็นวิถีชีวิตและอาชีพของพวกเขา พวกเขา ขายหอยที่เก็บจากแม่นาซึ ้ ่งนามาตากแดดแล้วคลุกปรุงรส และหอยนี้ก็เป็นขนมหลักสาหรับเด็กๆ บางบ้านทา เฟอร์นิเจอร์ สภาพบ้านของพวกเขาเป็นบ้านสังกะสีสร้างเป็นห้องแถวสี่เหลี่ยมเล็กๆ บ้านพวกเขาอยู่ติดแม่น้าสี ดาที่เน่าเหม็นเต็มไปด้วยขยะ บางบ้านอยู่ขา้ งถนนไม่มีสังกะสีปิดกัน้ แต่เขาใช้ผ้าห่มเพียงสี่ผืนกางเป็นห้อง สี่เหลี่ยมเล็กๆพวกเขาไม่มแี ม้กระทัง่ มุ้ง จากประสบการณ์นี้ทาให้ฉันที่เคยคิดว่าครอบครัวของฉันลาบากยากจน นั้น เมื่อได้เห็นที่แห่งนี้ ซึ่งมีความยากจนลาบากที่มากกว่าหลายเท่าของครอบครัวตนเอง ทาให้ฉันรูส้ ึกว่าฉัน ได้รับพระพรจากพระมากเพียงพอที่จะสามารถช่วยเหลือคนที่ยากจนอีกมากมายได้ สิ่งที่จะน้าไปปรับใช้ในงานเยาวชนคือ นาการ สวดภาวนาแบบเทเซ่ไปใช้ในการสวดภาวนาเป็นกลุ่ม บท เพลงเทเซ่มีเนื้อร้องที่มีความหมายถึงพระเจ้าโดยตรง ทุก ครั้งที่ขับร้องก็เหมือนเป็นการพูดย้าหลายๆครั้งให้รู้ตัว ว่า พระเจ้าประทับอยู่กับเรา แบ่งปัน/บริจากสิ่งที่ตนมีให้กับ คนยากจน อาจจะเป็นสิ่งของ รอยยิ้ม กาลังใจ ทุกสิ่งที่ ตนเองสามารถช่วยได้

26


นางสาวรชยา ครุฑวิเศษ (ฝ้าย) ผู้ฝึกหัดคณะรักกางเขน แห่งจันทบุรี ประสบการณ์ของฉัน คือ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะฉันอยาก ไปประเทศกัมพูชามานานแล้ว เมื่อไปถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก เพื่อนชาวกัมพูชาและได้เจอเพื่อนจากอีกสามประเทศ บางครั้งอาจจะ สื่อสารกันรู้เรื่องบ้างไม่รเู้ รื่องบ้าง แต่ก็เข้าใจ สนุกดี ไม่รสู้ ึกเกร็งและ อยากที่จะเข้าหาคนอื่นเสมอ ฉันประทับใจในพิธีกรรมที่ใช้วัฒนธรรมของ ตนเข้ามาแทรก ชอบการภาวนาแบบเทเซ่ มีบทเพลง มีพระวาจา มี เวลาเงียบ มีเวลาไตร่ตรองและแบ่งปัน แม้มีอุปสรรคเรื่องร่างกายบ้าง ยุงเยอะบ้าง แต่ก็รู้สึกดี ฉันได้ไปดูงานอภิบาลที่ MC sister เป็นศูนย์ที่ ซิสเตอร์คณะคุณแม่เทเรซาดูแล มีเด็กกาพร้า เด็กที่พ่อแม่ไม่มเี วลาเลี้ยง ดูหรือเสียชีวิต ผู้ป่วยHIV ผู้พิการทางสมองและร่างกาย และผู้ป่วย มะเร็ง ฉันประทับใจซิสเตอร์ทดี่ ูแลพวกเขา แม้ว่าซิสเตอร์จะทางานใน ความเงียบ แต่เวลาที่กลุ่มร้องเพลงซิสเตอร์ก็ปรบมือ ร่าเริงเหมือนกัน ฉันได้ป้อนข้าวผู้ป่วย เล่นกับเด็กๆ พูดคุยให้กาลังใจและภาวนาให้ ฉันมี ความสุขมากทีไ่ ด้ให้ความรักแกพวกเขา เมื่อกลับมามีรายงานทีละกลุ่ม ฉันประทับใจที่ทุกคนให้ความสนใจผู้รายงาน ให้ความร่วมมือ ชื่นชมกัน และกัน แตกต่างกับที่ไทย ที่ไม่ค่อยจะมีบรรยากาศแบบนี้ จาก ประสบการณ์ต่างๆนี้ ทาให้ฉันรูส้ ึกว่าชีวิตของฉันมีความหมายมากขึ้นทั้ง การให้ความรัก ความสนิทสัมพันธ์กับพระ มิตรภาพ และอืน่ ๆอีก มากมาย ขอขอบพระคุณพระเจ้าสาหรับโอกาสดีๆ นี้

27


นางสาวพลอยไพลิน ขุนอาจ (พลอย) ผู้ฝึกหัดคณะรักกางเขน แห่งจันทบุรี ตั้งแต่วันแรกที่ไปก็พบการขึ้นรถตูท้ ี่ต้องขึ้นทางด้านขวา ส่วนคนขับรถ อยู่ทางด้านซ้ายมือ และเลนส์ถนนที่ใช้ในการเดินทางอยู่ตรงข้ามกับเมืองไทย ห้ามขับเกิน 100 รู้สึกแปลกใจทีค่ ่าอาหารในแต่ละวันต่อ 1 คน ใช้แค่ 90 บาท รู้สึกประทับใจในการภาวนาเทเซ่ที่ภาวนาแบบเรียบง่าย และนั่งเสื่อที่ปูพื้นปูน ธรรมดา ร้องเพลงเทเซ่สรรเสริญพระเจ้า พร้อมกับมีพระวาจาของพระเจ้าเข้า มาแทรกเป็นภาษาในประเทศของตนครบทุกภาษา ตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมง วันละ 3 ครั้ง รูส้ ึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกคนภาวนาด้วยความตั้งใจและความรักต่อพระเจ้า สัมผัส ได้ถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางพวกเรา และ ได้มโี อกาสไปเยี่ยมเยียนเด็กที่พิการทางสมอง ร่างกายและผู้ป่วยทีไ่ ม่มีแรง ที่มีคณะมิชชันนารี MC Brother เป็นผู้ดูแล ทาให้รู้สึกว่าพระเจ้าไม่เคย ทอดทิ้งลูกของพระองค์เลย เห็นถึงความเสียสละ ความทุ่มเท และความรักของบราเดอร์ที่มีต่อผูป้ ่วย เมื่ออยู่กับเพื่อนๆต่างชาติ รู้สึกประทับใจในมิตรภาพที่เขามีให้กับฉัน เมื่อพูดคุยกันไม่เข้าใจ เขาก็จะ พยายามฟังและเป็นกาลังใจให้กับฉันในการพูดภาษาอังกฤษและคอยสอนเมื่อฉันพูดผิด รูส้ ึกประทับใจใน รอยยิ้มของบรรดาเยาวชนทุกๆคน ทาให้ ฉันรูส้ ึกได้รับพลังในการอยู่ร่วมกัน รูส้ ึกดีใจที่ได้มีโอกาสไป สัมผัสกับประสบการณ์ในครั้งนี้ สิ่งที่จะน้าไปปรับใช้ในงานเยาวชนคือ จะนาวิธีการภาวนาแบบเทเซ่ไปใช้ในค่ายคาสอนหรือ ค่ายอื่นๆ ตามโอกาส

28


นางสาวสุทิศา อิ่มสุวรรณ (อิงฟ้า) ผู้ฝึกหัดคณะรักกางเขน แห่งจันทบุรี ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เห็นเพื่อนๆ จาก 5 ประเทศมาพบกันแต่ ลึกๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองกังวลมากกับการพูดภาษาอังกฤษ คิดในใจว่าอืมฉันจะ คุยกับเพื่อนต่างชาติรเู้ รื่องไหมเนี่ย? แต่ก็ไม่ได้เครียดอะไรมาก เต็มที่กับการ สวดภาวนาก่อน วันแรกก็ทักทายเพื่อนคาศัพท์ที่ง่ายๆ ทาให้รู้จกั ชื่อกันไว้ ก่อน การภาวนาเทเซ่ก็รสู้ ึกเป็นการภาวนาสรรเสริญพระในอีกรูปแบบหนึ่ง ก็ รู้สึกชอบการร้องเพลง ประทับใจบราเดอร์ทั้งสอง(ผู้นาการภาวนาเทเซ่) ท่าน ใช้ภาษาที่พูดสื่อสารกับพวกเราได้อย่างเรียบง่ายได้กินใจ เข้าถึงพระ ให้ ข้อคิดและวิธีการภาวนาทีล่ ึกซึ้ง และก็มีคณ ุ พ่อ ซิสเตอร์ที่คอยแปลเป็น ภาษาไทยให้ฟัง การได้นั่งไตร่ตรองสวดภาวนาก็เป็นการพูดกับพระอย่าง ซื่อๆ ถึงแม้ว่าจะรูส้ ึกปวดหลังและยุงกัด แต่ก็ได้ฝึกความอดทนและได้พลีกรรมจริงๆ สาหรับการแบ่งปันใน กลุ่มย่อยก็รู้สึกว่าเพื่อนๆ เป็นแรงบันดาลใจที่จะกล้าพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น ถึงแม้จะพูดแบบตรงตัวบ้าง แต่ทุกคนก็สนใจที่จะฟังและให้กาลังใจ และก็รสู้ ึกเต็มที่กับการแสดงละครในเนื้อหาของพระวาจาเกีย่ วกับ การรักษ์โลก อนุรักษ์สิ่งสร้างของพระเจ้า สาหรับการไปดูงานอภิบาลก็รสู้ ึกประทับใจมิชชันนารี บุคคลที่ได้ อุทิศตนเองทางาน ช่วยเหลือ ให้โอกาสแก่ บรรดาเด็กๆ เยาวชน ที่ติดเชื้อ HIV. ให้พวกเขาได้มีชีวิตในสังคม ที่ยอมรับพวกเขา และสิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการมาเข้าเงียบเทเซ่ในครั้งนี้ก็คือ มิตรภาพของเพื่อนๆทั้ง 5 ประเทศ ต่างที่ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม แต่ก็มาอยูร่ ่วมกันได้แต่ทสี่ าคัญก็คือเราเป็นพี่น้องกันเพราะเราเป็น ลูกของพระเจ้าองค์เดียวกัน สิ่งที่จะน้าไปปรับใช้ในงานเยาวชนคือ การนาวิธีการสวดภาวนาแบบเทเซ่ ไปใช้ในการสอนคา สอนเด็กๆ ในค่ายกระแสเรียก

29


นางสาวอารียา พุ่มเจริญ (แคร์) ผู้ฝึกหัดคณะรักกางเขน แห่งจันทบุรี จากการที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมการเข้าเงียบเทเซ่ในครั้งนี้ฉันได้สมั ผัส ประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในการสวดภาวนาเท เซ่อย่างเต็มรูปแบบ ในการเข้าเงียบนี้ ในด้านการภาวนา ฉันประทับใจการ ร้องเพลงที่ซ้าไปมา และแต่ละคนก็ร้องเป็นภาษาของตัวเอง ต่างเนื้อร้อง ต่างภาษาแต่ทานองเดียวกันดึงดูดให้ฉันสงบและเข้าถึงการภาวนาได้อย่างดี เหมือนกับว่าเรามาจากคนละที่กัน แต่ผ่านทางบทเพลงรวมทุกคนเป็นหนึ่ง เดียวกัน เมื่อเห็นทุกคนตั้งใจร้องเพลง เงียบเพื่อไตร่ตรองภาวนา ทาให้ฉันมองเห็นเยาวชนในอีกมุมหนึ่งที่ รวมตัวกันเพื่อสวดภาวนา เรียนรู้ว่าบรรดาเยาวชนลึกๆแล้วพวกเค้าทุกคนมีความต้องการที่จะอยู่เงียบๆที่ จะภาวนา สาหรับการได้อยูร่ ว่ มกับเพื่อนต่างชาติฉันประทับใจเมื่อเห็นทุกคนร่าเริงและพยายามที่จะทา ความรู้จักกันแม้เรามาจากคนละประเทศ ต่างภาษาต่างวัฒนธรรม แต่เมื่อถึงเวลาแบ่งปันในกลุ่มทุกคน กล้าที่จะเปิดตัวเองแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตกันอย่างเปิดเผยและจากการแบ่งปันนี้ฉันเห็นประสบการณ์ ความเชื่อมากมายที่พระรักแต่ละคนในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ประทับใจเพื่อนๆที่พยายามพูดคุย สื่อสารกับฉันเพราะตัวฉันเองเป็นคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง และการทีไ่ ด้ออกไปสัมผัสประสบการณ์ฉัน ได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ศูนย์โรคมะเร็ง ผ่านทางศูนย์นี้บรรดาผู้ป่วยที่ยากจนมีที่อาศัย สาหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง ระยะสุดท้ายพวกเขาได้มีโอกาสเตรียมตัวตายอย่างดี รูส้ ึกประทับใจคุณหมอชาวต่างชาติประจาศูนย์ที่อุทิศ ตนเพื่อศูนย์นี้ทาให้เกิดคาถามขึ้นกับตัวเองว่า “ตัวฉันกล้าที่จะอุทิศตนแบบนี่ไหม?” ฉันเห็นความรักของ พระที่รักพวกเขาทุกคนที่พระดูแลและเตรียมใจพวกเขาผ่านทางศูนย์ ผ่านทางผู้ที่ดูแลทุกๆ คน รูส้ ึกดีใจ แทนบรรดาผู้ป่วยเหล่านั้น สิ่งที่จะน้าไปปรับใช้ในงานเยาวชนคือ การรวมตัวกันเพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้การภาวนาใน รูปแบบต่างให้พวกเขาได้มีโอกาสที่จะสัมผัสกับพระ เรียนรู้ที่จะเงียบและมีประสบการณ์กับพระมาก

30


31


Posted on June 4, 2014 in DIY, Featured, Ideas Can Do by Living Oops! , 1,708 views http://www.livingoops.com/featured/diy-colorful-marker-wall-clock

วัสดุ-อุปกรณ์ 1. ปากกาเมจิกสีที่หมึกหมดแล้ว (ย้าว่าหมึกหมดแล้วนะคะ ไม่หมดอย่าน้ามาใช้นะคะ มันเปลืองค่า ^^) จ้านวน 12 ด้ามด้วยกัน (ถ้ามีหลายสีสนั จะสวยมากค่ะ) 2. ฝาพลาสติกปิดขวดโหลดพลาสติก (ตัวฝาต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าตัวเครื่องนาฬิกานะคะ) 3. คีม 4. สว่านเจาะรู 5. สายวัดตัว 6. ตัวเครื่องนาฬิกาส้าหรับประดิษฐ์ 7. ดินสอ

วิธที า้ STEP 1 น้าปากกาเมจิกสีที่หมึกหมดแล้ว มาถอดด้ามตัวปากกาออกก่อนค่ะ โดยใช้คีม หนีบเอาตัวปลายปากกาเมจิกออกให้เรียบร้อย จากนันก็หาตัวสว่านเจาะรูที่มีขนาดเส้น ผ่านศูนย์กลางเท่ากับตัวเส้นผ่านศูนย์กลางของด้ามปากกาเมจิกมาเตรียมไว้ STEP 2 น้าสายวัดตัวมาวัดรอบฝาพลาสติกที่ปิดขวดโหลว่ามีความยาวเท่าไหร่ จากนันใช้ ดินสอแบ่งให้มีระยะห่างเท่ากันทังหมด 12 ช่องด้วยกัน จากนันน้าสว่านมาเจาะรูลงไปตรง รอบฝาพลาสติกตามช่องที่เราแบ่งไว้ 12 ช่องตามที่เราท้าเครื่องหมายเอาไว้ค่ะ และเจาะ สว่านเพิ่มอีกช่องด้านบนฝาพลาสติกบริเวณตรงกลาง จุดศูนย์กลางของฝา STEP 3 ใส่ตัวเครื่องนาฬิกาลงไปด้านหลัง หมุนปิดให้เรียบร้อย สุดท้ายน้าเอาปากกาเม จิกสีทังหมด 12 แท่งมาเสียบไล่ไปตามรูที่เราเจาะเอาไว้ ไล่สลับสีเมจิกตามที่ต้องการ เมื่อ ใส่ถ่านลงในเครื่องนาฬิกา ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย นาฬิกาเก๋ๆ ที่ท้าได้เองจากปากกาเม จิกสีสันสดใส เป็นอย่างไรบ้างคะไอเดียนี เก๋ไก๋และสวยไม่น้อยเลยนะ ต้นทุนไม่แพง แต่ได้กลับมา เป็นนาฬิกาอาร์ตๆ สวยงามตกแต่งบ้านอีกด้วย ส่วนส้าหรับใครที่มีปากกาสี แต่ด้ามปากกาไม่ สวยเหมือนใหม่ อาจจะถลอกกันไปบ้าง หรือ มีสีซ้ากันไม่สามารถเรียงสลับสวยงาม ก็สามารถ หาพวก Washi Tape หรือ เทปตกแต่งสีสนั สวยงาม ลายน่ารัก มาแปะ ทับก่อนจะท้าเป็นนาฬิกากันก็ได้นะคะ

32


33


ร่วมจัด"ปัจฉิม" ปอหก มงฟอร์ต จิตตาภิบาลเยาวชนและทีมงานแผนกเยาวชน และศูนย์คาสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ ร่วม เป็นวิทยากรอบรมโอกาสปัจฉิมนิเทศนักเรียนชัน้ ป.6 รุ่น D.Harmony จานวน 419 คน ณ โรงเรียน มงฟอร์ต ในหัวข้อ "คุณธรรม จริยธรรม กับสถานการณ์ สังคมปัจจุบัน" เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2015

34


จัดกิจกรรมให้กับนักเรียนคาทอลิก โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่และนักศึกษาชั้นปี 1 ของศูนย์คาสอนสังฆมณฑล เชียงใหม่จัดกิจกรรมให้กับนักเรียนคาทอลิก ที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ นอกเหนือจาก กิจกรรมสันทนาการ การซ้อมเพลง การสอนตอบรับมิสซาแล้ว นักเรียนทุกคนได้ร่วมมิสซาและรับ เถ้าเข้าเทศกาลมหาพรตด้วย เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2015 นักเรียนให้ความสนใจและร่วมกิจกรรม ต่าง ๆ อย่างดี

35


มหกรรมกีฬาปัสกาคัพครัง้ ที่ 9 เจ้าหน้าแผนกเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่ร่วมกับ คุณพ่อชาญชัย ศรีสุทธิจรรยา จิตตาธิการ เยาวชนและคณะกรรมเยาวชนเขตหนึ่งเชียงใหม่ร่วมกันจัด มหกรรมกีฬาปัสกาคัพครั้งที่ 9 ปี 2015 ณ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยแผนกประถม เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 โดยใช้ช่อื ว่า "จงทาจิตใจ ให้เข้มแข็งเถิด (ยก.5:8) ซึ่งปีนต้ี า่ งจากทุกปีที่ผ่าน ตรงที่ มีการสวดภาวนาแบบบลีบีโอดรามา กีฬา หลักและกีฬาพื้นบ้านมหาสนุกและเพราะปีนี้ ทางผู้จัดต้องการเน้นให้เยาวชนทุกคนมีส่วนร่วมและได้ เล่นกันอย่างทั่วถึง รวมทั้งมีการเก็บค่าลงทะเบียนคนละ 20 บาท และตัง้ กล่องทาบุญเพื่อให้เยาวชน ได้มีสว่ นร่วมในการเตรียมใจช่วงเทศกาลมหาพรต ทุนที่ได้จากการลงทะเบียนจะเก็บไว้ใช้สาหรับ กีฬาปัสกาคัพครั้งต่อไปส่วน เงินทาบุญทางเจ้าหน้าที่จะส่งให้มสิ ซังเพื่อในเงินไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ ต่อไป กีฬาปัสกาคัพครัง้ นี้ได้สาเร็จไปด้วยดีตามน้าพระทัยของพระเจ้าและทุกคนมีความสุขกันทั่ว หน้า และเราจะมาพบกันอีกในปีหน้า ปี 2015

36


จัดปัจฉิมรุ่น "ทศนวรัตน์" ร.ร.เจ้าฟ้าฯ ทีมงานแผนกเยาวชนเชียงใหม่จดั ปัจฉิมนิเทศให้กับนักเรียนชั้น ม.3 รุ่นที่ 19 (รุ่นทศนวรัตน์) ของ โรงเรียนเจ้าฟ้าอุบลรัตน์ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จานวน 83 คน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2015 นักเรียน ทุกคนน่ารักมาก ร่วมกิจกรรมอย่างดีเยี่ยม

37


Welcome Brother Andreas (Taize') to Chiangmai คุณพ่อเอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร จิตตาภิบาลเยาวชนและสมาชิกศูนย์คาสอนแม่ริม ต้อนรับบ ราเดอร์ Andreas จากหมู่คณะเทเซ่ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมาเยี่ยมสังฆมณฑลเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2015 และจะมานาการภาวนาให้กับเยาวชนในเขตเชียงใหม่ เพื่อเตรียมใจสาหรับการ เป็นเจ้าภาพการชุมนุมเยาวชนระดับชาติซึ่งเชียงใหม่จะเป็นเจ้าภาพจัดในเดือนตุลาคมนี้ บราเดอร์ได้ ให้ขอ้ คิดกับครูคาสอนว่า "ขอบใจสาหรับการร้องเพลงต้อนรับ เป็นครั้งแรกที่บราเดอร์มาเชียงใหม่ ตัวบราเดอร์เองประจาอยู่ที่เทเซ่ ประเทศฝรั่งเศส ที่นั่น มีบรรดาบราเดอร์ที่อยู่ร่วมกัน มาจาก 30 ประเทศทั่วโลก มีความแตกต่างในวัฒนธรรม ความคิด ฯลฯ แต่เราเป็นหนึ่งในพระคริสตเจ้า ความ เชื่อและการภาวนาทาให้เกิดสันติในความแตกต่างกันได้ และพวกเราที่เทเซ่ ต้องการเป็นพยานยืนยัน และเป็นผู้นาความยินดีไปสูผ่ ู้อื่น บราเดอร์ได้เดินทางไปเยี่ยมเยาวชนในเขตเอเซีย เพื่อยืนยันถึงการ สร้างสันติ โดยมีพระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลาง และนี่ก้เป็นหน้าที่ของครูคาสอนเช่นกันที่ต้องเป็นผู้นา ความยินดีในพระเยซุเจ้าไปสูผ่ ู้อนื่ บราเดอร์หวังว่า พวกเราจะเป็นครูคาสอนที่ดี เพราะนี่คือกระแส เรียกซึ่งเป็นของขวัญของพระเจ้า ให้กับพวกเธอ อีก 2-3 ปีข้างหน้า บราเดอร์จะกลับมาที่นี่ใหม่เพื่อ ดูวา่ พวกเธอยังเป็นครูคาสอนที่ดีอยูร่ ึป่าว..."

38


แผนกเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่จดั สวดภาวนาเทเซ่ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2015 แผนกเยาวชนสังฆมณฑลเชียงใหม่ จัดสวดภาวนาเทเซ่ ณ ลาน อนุบาล โรงเรียนพระหฤทัยเชียงใหม่ โดยบราเดอร์ Andreas Krautsieder จากเทเซ่ ประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้นาการภาวนาและได้รับเกียรติจากพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์ บรรดาคุณพ่อ ซิสเตอร์ บรา เดอร์ เยาวชนคาทอลิกในเขตเชียงใหม่และและผู้นาอนุชนจากคริสตจักรภาคที่ 1 รวมจานวน 250 คน ร่วมภาวนาด้วยกัน ก่อนที่จะมีการเริ่มสวดเทเซ่ด้วยกัน คุณพ่อเอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร จิตตาภิบาลเยาวชนสังฆ มณฑลเชียงใหม่ ได้กล่าวทักทายเยาวชนและผู้ที่มาร่วมสวดเทเซ่ โดยชีแ้ จงวัตถุประสงฆ์ของการ มาร่วมสวดเทเซ่ด้วยกันในครั้งนี้ ซึ่งมีดว้ ยกัน 3 ประการดังนี้ 1. เป็นโอกาสดีที่บราเดอร์ Andreas Krautsieder จากเทเซ่มาเยี่ยมสังฆมณฑลเชียงใหม่ ซึ่งไม่บ่อย นักที่บราเดอร์ท่านจะมีโอกาสมา จึงถือโอกาสนีใ้ ห้บราเดอร์มานาสวดให้กับเรา 2. เพื่อเป็นไปตามคาเชือ้ เชิญของพระสันตะปาปาที่พระองค์ท่านได้เชิญชวนให้คริสตชนทั่วโลก สวด ให้กับพระองค์ในโอกาสฉลองสมณสมัยครบสองปี พระองค์ได้เชิญชวนให้คริสตชนพลีกรรมและ สวดภาวนา 24 ชั่วโมงเพื่อคริสตชนที่ถูกเบียดเบียนในประเทศซีเรีย 3. เป็นการเตรียมใจเยาวชนเข้าสูก่ ารเป็นเจ้าภาพจัดงานชุมนุมผู้นาเยาวชนระดับชาติในปี 2015 นี้

39


Newsletter 120 mar 2015  

ภายในเล่ม ประกอบด้วย ค.ฅน ชวนคิด - ใจที่พอเพียง วันี้ ที่นี่ ตรงนี้ - จากใจของจิตตาภิบาล และผุ้ประสานงานเยาวชนศูนย์นิสิตฯ เพื่อนในพระเจ้...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you