Page 1


         

ค.ฅน ชวนคิด : เริ่มที่ตัวเรา วันนี้ ที่นี่ ตรงนี้: คุณพ่อพรชัย แก้วแหวน วันนี้ ที่นี่ ตรงนี้: นายวรปรัชญ์ ครองหิรัญ (เบียร์) เก็บเบี้ยริมทาง: วันหนึ่ง เมื่อได้เข้าไปในที่ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เข้าไป พระวาจาทรงชีวิต : เป็นบุญของผู้สร้างสันติ ปัน ปัน By นู๋นุ้ย : Asian Youth Wake up! ประมวลภาพค่ายเยาวชน 4 อีสาน ครั้งที่ 8 ประมวลภาพค่ายเธอวันนี้ ค่ายเยาวชนสังฆมณฑลราชบุรี ข่าวจากองค์กรสมาชิก แผนกเยาวชน สังฆมณฑลเชียงใหม่ The 6th Asian Youth Day

3 4 6 8 11 12 16 18 20 24

CONTACT US : คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาส แผนกเยาวชน 122/11 ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี 14 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120 โทร 02-681-3900 ต่อ 1504-1505 E-mail: cyctforever@gmail.com / youth@cbct.net

2


สังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยปัญหา การเอารัดเอาเปรียบ ขาดความยุติธรรม ทาให้สังคมขาดความสุขที่แท้จริง อันเนื่องมาจากความอยากได้ อยากมีที่มากเกินไปของคนเรา จนกลายเป็นความเห็นแก่ตัว

เยาวชนทีร่ กั เราคือผู้ที่จะเติบโต ก้าวไปข้างหน้า การเจริญชีวิตของเราในทุก ๆ วัน คือความพยายามพัฒนาชีวิต เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในคุณค่าที่ดี ทั้งต่อตัวเอง และสังคม แต่หลาย ๆ ครั้งอุปสรรคของความก้าวหน้าในคุณค่าที่ดนี ั้น คือตัวเราเอง ทั้งๆ ที่เราน่ารักได้ แต่เราก็ไม่ทาตัวให้น่ารัก ทั้ง ๆ ที่เราช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่เราก็ไม่ทา ทั้ง ๆ ที่เราเป็นลูกที่ดี เพื่อนที่ดี ศิษย์ที่ดี และอื่น ๆ ที่ดีได้ แต่เราก็ยังไม่เป็น... อยู่ที่เรา ว่าจะเอาแต่ใจ หรือสุภาพ พอที่จะมองหัวใจของคนอื่น เห็นถึงความต้องการของพวกเขา เพื่อลดความเห็นแก่ตัว และเพิ่มความน่ารักขึ้นในตัวของเรา และความสุขที่แท้จริง... คงมีเพิ่มมากขึ้นในสังคม 3


จิตตาธิการเยาวชน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เส้นทางชีวิตกับงานเยาวชนในชีวิตสงฆ์คนหนึ่ง “ขโมยย่อมมาเพื่อขโมย ฆ่าและทาลาย เรามาเพื่อให้แกะมีชวิ ิตและมีชวี ิตอย่างสมบูรณ์ เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี ผู้เลี้ยงแกะย่อมสละชีวติ เพื่อแกะของตน” (ยน 10:10-11) แต่เดิมเมื่อเริ่มต้นชีวติ ตน เมื่อเริ่มสน...งานเยาวชน จำได้ว่ำ... เมื่อตอนเป็นสำมเณรเล็ก เห็นเพื่อนๆในบ้ำนเณร ด้วยกันได้รับสิทธิไปร่วมรับกำรอบรมเป็นผู้นำสันทำกำร มัน ดูเท่ห์จนเกิดบำปอิจฉำอยำกไปบ้ำง คืออย่ำงน้อยได้ออกนอก บ้ำนเณร ได้สนุก ได้พบเพื่อนใหม่ๆเป็นต้น เพื่อนสำว ต่ำงเพศ...แม้จะเป็นแรงจูงใจเริ่มต้นไม่ดีไม่ถูกต้องนัก แต่เรำๆเยำวชนแต่ละคนไม่เคยอยู่ในอำรมณ์อย่ำงนีใ้ น จุดเริ่มต้นหรือ...

4


เมื่อโตขึน้ เติบใหญ่ แนวทางชัดเจนใจ ในการเป็นผูน้ า เมื่อโตขึน้ เริ่มนำเกมกิจกรรมได้ดีขนึ้ เด็กๆวิ่งมำหำ เกิดกำรยอมรับ ชีวติ ดูหมือนชัดเจน "ฉันทำได้ ฉันดี ฉันเจ๋งเก่งอะ" แนวทำงที่วำ่ ชัดเจน กลำยเป็นเป๋ เป็นห่ำงใกลจำกควำมตั้งใจดีในตอนแรก แทนที่จะใช้ทักษะ กำรเป็นผู้นำเกมสันทนำกำรเพื่อดึงเด็กๆเยำวชนมำหำ และพำไป ถึงพระเยซูเจ้ำ เรำกลับปำดหน้ำพระองค์แย้งควำมดีควำมเด่น เข้ำตัวเอง... ไม่แน่ลูกๆอำจจะได้พบประสบกำรณ์ชีวติ ผู้นำเช่นนีเ้ ช่นกัน “ขโมยย่อมมาเพื่อขโมย ฆ่าและ ทาลาย เรามาเพื่อให้แกะมีชิวิตและมีชีวิตอย่าง สมบูรณ์ เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี ผู้เลี้ยงแกะ ย่อมสละชีวิตเพือ่ แกะของตน” (ยน 10:10-11) ชีวิตที่ผิดบ้างถูกบ้างล้มลุกคลุกคลานเป็นบทเรียน ประสามนุษย์ เติบโตผ่านพ้นสู่จุดหมายสูงสุด เพือ่ พระนามพระองค์ มำถึงวันนี.้ .. บทเรียนต่ำงๆ ในชีวติ ทั้งกับงำนที่รับผิดชอบบ้ำง จำกกำร รับแบ่งปันจำกผูร้ ู้ จำกบรรดำเยำวชน ช่วยหล่อหลอมควำมเข้ำใจในกำรทำงำน อภิบำลเยำวชน ว่ำเรำกำลังร่วมเดินทำง ไปกับพวกเขำเพื่อช่วยให้เขำ เดินทำงไปหำ พระเยซูเจ้ำ เรำเป็นเพียงคนเลีย้ ง ดูแลแกะ ของพระองค์ พระองค์ฝำกไว้ให้เรำช่วยดูแล และทั้งหมดนีเ้ ป็นประวัติชีวติ พอสังเขปในชีวติ ที่เกี่ยวข้องกับ งำนด้ำนเยำวชนที่พระมอบให้ช่วยพระองค์ดูแล อีกทั้งเป็นพลังเป็นพระพรของพระที่ช่วยพยุงให้มีกำลังใจ ร่วมเดินทำงไปกับลูกๆเยำวชน...ลูกๆ ของพระบิดำเจ้ำ.

5


สวัสดีครับพี่น้องเยาวชนทุกๆคน การเริ่มต้นทางานเยาวชนของผมนั้น คงเหมือนหรือคล้ายกับใครๆอีกหลายคน แต่ผลที่ได้รบั จากการทางานเยาวชนนั้น คงแตกต่างออกไป ส่วนตัวผมเอง ผมได้ไปในที่ๆไม่เคยได้ไป ได้สัมผัสชีวิตในแบบที่แตกต่างๆ ได้ทาความรู้จกั กับเพื่อนๆ อีกเป็นจานวนมาก ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจ ที่สาคัญที่ทาให้ผมยังสนุกสนาน และอยากแบ่งปันพระพรของการเป็นเยาวชนนี้ ให้กับคนอีกหลายๆคน บางคนอาจจะเหนื่อยหรือท้อแท้เพราะงาน เยาวชนบางครั้ง ไม่ได้เงิน ต้องเสียสละเวลาส่วนตัว บางคนทางาน ที่ไม่เอื้อต่อการทางานเยาวชน ผมก็เป็นคนหนึ่ง ที่เคยมีความรู้สึกแบบนั้น แต่ทุกครั้งที่กลับ มามองดูหนังสือ ภาพ รูปถ่าย หรือ ข้อความ ต่างๆ ที่เราเขียนให้แก่กันและกัน มันทาให้ ผมลืมอุปสรรคและความลาบากต่างๆ และพร้อมที่จะเดินทางร่วมไปกับพี่น้อง เยาวชน คนอื่นๆเสมอไป ขอเป็นอีก หนึ่งกาลังใจ และเป็นเพื่อนร่วมทางกับ ทุกๆคน ที่รักในการดูแลเยาวชน นะครับ แล้วพระพรแห่งวัยเยาว์ จะตอบแทนแก่ทุกๆท่าน อย่างเต็มเปี่ยม

Always with you(th) 6

นายวรปรัชญ์ ครองหิรัญ (เบียร์) ประธานคณะกรรมการเยาวชนอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ


7


เก็บเบี้ยริมทางฉบับนี้ อยากจะขอแบ่งปันประสบการณ์และคุณค่า ที่น้องแจน -- จริยา สุวรรณทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีไ่ ด้มีโอกาสไปเยีย่ มผูต้ ้องขังชาวต่างชาติใน ประเทศไทย ในโครงการสงเคราะห์ผตู้ ้องขังที่มูลนิธิคณะสงฆ์พระเยซู เจ้าดูแลอยู่ค่ะ บันทึกต่อไปนีค้ ือสิ่งที่แจนได้ไตร่ตรองและกรั่นกรองร้อย เรียงมาแบ่งปันให้กับทุกคนค่ะ วันหนึ่ง เมื่อได้ไปในที่ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เข้าไป “เรือนจา” สถานที่คุมขังนักโทษผู้กระทาความผิดต่อผู้อื่นหรือต่อ สังคม สถานที่ที่เราคิดว่ามีแต่คนไม่ดี ในวันที่ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับ ผู้ต้องขังต่างชาติ ซึ่งมูลนิธิเยสุอิตดูแลอยู่ เมื่อได้เข้าไปในเรือนจา ในบริเวณซึ่งเขาจัดไว้สาหรับการยื่นเรื่อง เพื่อขอเข้าพบญาติ แม้ว่าเราจะไปถึงก่อนเวลาอนุญาตเข้าเยี่ยมแล้ว ก็ ยังมีญาติคนอื่น ที่มานั่งรออยู่ รอเวลาและเตรียมตัวที่จะเข้าไปเจอญาติ ของตนแล้ ว และสิ่งที่เห็ นคือ ญาติซึ่งเป็นผู้ หญิงส่วนใหญ่ จะแต่งตั ว แต่งหน้ามากันอย่างสวยงามเลยทีเดียว

8


จากนั้น เราก็ได้เข้าไปในสถานทีท่ ี่จะได้พบหน้าและพูดคุยกับผู้ต้องขัง ในการพูดคุยนั้น จะพูดคุย กันผ่านทางโทรศัพท์และจะได้เห็นหน้ากัน แบบที่อยู่ห่างกันประมาณคนหนึ่งคนกางแขนออก โดยมีกรง ขวางกั้นอยู่ ในตอนนั้น สังเกตเห็นญาติและผูต้ ้องขังหลายๆ คน จะยืนให้ตัวของตัวเองได้อยู่ใกล้ได้อยู่ชดิ กับกรงมากที่สุด ทั้งๆ ที่มีเก้าอี้ให้นั่ง แต่เขาทั้งสองก็ยังคงยืนคุยกัน เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความ รัก ความคิดถึง ความเป็นห่วงและความปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดกันเป็นอันมาก และแล้ว เวลาของเราในการพูดคุยกับผูต้ ้องขังก็มาถึง ความตืน่ เต้นและความกลัวก็เริม่ เข้ามา ครอบคลุมจิตใจมากขึ้น แต่เมื่อผูต้ อ้ งขังเดินออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สิ่งเหล่านั้นก็ค่อยๆ สงบนิ่งลง จน หายไปทั้งหมด เราได้พูดคุยกับผู้ตอ้ งขังหลายๆ คน บางคนก็พูดน้อย เรียบร้อย บางคนก็พูดเก่ง ชวนเรา คุย บางคนก็เล่าชีวิตของตัวเองก่อนเข้ามาอยู่ในเรือนจา เราได้ถามผู้ต้องขังว่าอยู่ข้างในนั้น ทาอะไรบ้าง พวกเขาเป็นผู้ต้องขังชาวต่างชาติ ไม่ต้องทางาน ถ้าอยากเรียน ข้างในนั้น ก็มีสอนทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หรือถ้าอยากจะเล่นกีฬา ก็เล่นได้ ตื่นมาตอนเช้า จะกินข้าวกี่โมงก็ได้ถ้าข้าวยังไม่ หมดหรือยังไม่ถูกเก็บไปก่อน ข้าวเที่ยงก็เช่นเดียวกัน รวมทั้ง ถ้าไม่ชอบอาหารในเรือนจา ก็สามารถ ทาอาหารกินเองได้ด้วย ตอนที่คุยกัน เป็นช่วงเวลาประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง ได้ถามเขาว่า พอกลับเข้าไป แล้ว จะไปทาอะไรบ้าง เขาบอกคงต้องอาบน้า เตรียมขึ้นบนตึกนอน ก็เลยถามต่อว่า ขึ้นไปแล้ว ไปทา อะไรกันบ้าง เขาบอกว่าบางคนก็ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ หรือนอน ทาให้เกิดความรู้สึกว่า นีห่ รือคือ สถานที่ที่เรียกว่าเรือนจา ที่เอาไว้ขังคนที่ทาความผิด ทาไมช่างสบายเช่นนี้!! เลยบอกเขาไปว่า “อยู่ข้างใน นั้น สบายเนอะ” ประโยคที่ได้รบั กลับมาคือ “สบายกาย แต่ไม่สบายใจ” การคุมขังหรือการจากัดสิทธิ เสรีภาพในเรือนจานั้น มีจริงๆ นั่นคือ ที่ว่าเขาต้องอาบน้าในเวลาประมาณบ่ายสามโมง เพราะพวกเขาทุก คนต้องขึ้นไปอยู่บนตึกนอนภายในเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง แล้วกว่าจะได้ลงมาอีกครั้งหนึ่งก็คือ หกโมง เช้าของวันถัดไป ในความเป็นไปทางกายภาพ ช่างสบายเหลือเกิน แต่ในทางจิตใจ ช่างอึดอัด ทรมาน เหลือทน ในเวลาแบบนี้ ทาให้เขาได้คิดถึงหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย ทั้งคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว คิดถึงสิ่งที่ได้ทา และคิดไปถึงอนาคตของตัวพวกเขาเองด้วย

9


มีผู้ต้องขังเล่าว่า เขาติดคุกในคดียาเสพติด เขาเดินอยู่กับเพื่อน แล้วจู่ๆ ก็มีตารวจบุกมาจับเขากับ เพื่อน เพื่อนของเขาวิ่งหนีสุดชีวิตและได้ปล่อยเขาไว้ให้ถูกจับกุมไป ทั้งๆ ที่เป็นเพื่อนของเขา ที่เป็นคนค้า ยา เขาไม่ได้ค้าและไม่มสี ่วนรู้เห็นเลย และมีอีกเรื่องหนึ่งคือ เพื่อนเขาบอกว่าไว้ใจเขามาก และขอให้เขา ช่วยไปรับเงินจานวน 2 ล้านบาทมาให้ ด้วยความรักเพื่อน เขาก็ไปโดยไม่รู้ว่าเป็นเงินสาหรับสิ่งใด และ ทั้งๆ ที่สถานที่ส่งยาเสพติดก็อยู่คนละที่กับสถานทีร่ ับเงิน เขาก็ยังถูกจับและต้องมาติดคุกอยู่จนถึงตอนนี้ จากทั้งสองเรื่องนี้ ก็มีคาพูดต่อท้ายหลังจากการเล่าเรื่องดังกล่าวของผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นคาพูดที่น่าแปลกใจ นั่นคือ “แต่เราก็ไม่โทษเค้าเนอะ” การที่คนคนนึงต้องมาติดคุก ต้องเสียเวลาในชีวิต ต้องสูญเสียอนาคต อันสดใส ต้องเสียอิสรภาพ บางคนถึงกับต้องเสียครอบครัว เสียคนที่รัก เพราะต้องมาติดคุกแบบนี้ แต่ การให้อภัยแก่เพื่อนมนุษย์กเ็ กิดขึน้ เป็นไปได้อย่างไรในโลกปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น เป็นไปได้อย่างไรกับคน ที่เราคิดว่าเลวมากๆ แต่มันก็เป็นไปแล้ว ทาให้ได้มองย้อนถึงตัวเอง แม้ขนาดเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ บาง ทีก็แค่ต้องการจะเอาชนะกันด้วยซ้าไป เรายังให้อภัยกันไม่ได้ สิ่งที่เราทานั้น มันถูกต้องและดีที่สุดแล้ว หรือ? คุยไปคุยมา บางทีก็ไม่มีเรื่องคุย เราเลยถามเขาว่า ถ้าออกจากเรือนจาแล้ว คิดว่าจะไปทาอะไร บางคนบอกว่าจะกลับบ้านไปตั้งหลักก่อน บางคนบอกว่าไม่อยากกลับเพราะเสียใจที่ภรรยาทิ้งไปมีสามี ใหม่ ถ้ากลับไปอาจต้องกลับมาทีน่ ี่อีกรอบในคดีทาร้ายร่างกาย บางคนบอกว่าจะกลับบ้าน ไปปลูกพืช สวนไร่นา เอาแค่พอเลี้ยงตัวเองเลีย้ งครอบครัวได้ บางคนบอกจะทาธุรกิจน้ามัน ตอนนี้กาลังหาข้อมูลและ หาหุ้นส่วนลงทุนในกิจการนี้อยู่ จากที่ได้รับฟังมาทั้งหมด ไม่มีใครเลยที่ตอบว่า ไม่รู้ว่าจะไปไหน ไม่รู้ว่า จะทาอะไร ทุกคนล้วนมีเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม บางคนชัดเจนน้อย บางคนชัดเจนมาก อย่างไรก็ ตาม ทุกคนล้วนมีความฝันและความหวังอย่างยิ่ง สิ่งนี้ ทาให้ฉุกคิดขึ้นในใจของตัวเองว่า คนเราควร อยู่อย่างมีความหวัง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง และสาหรับพระเจ้า ทุกสิ่งเป็นไปได้ จากการไปเยี่ยมผู้ต้องขังในครั้งนี้ มุมมองต่อผู้ต้องขังก็เปลี่ยนไป เมื่อได้เข้าไปสูจ่ ิตใจของเขาผ่าน การพูดคุย ตอนนี้เรามองว่าพวกเขา เปรียบกับครูที่ได้สอน ได้เตือนสติ ปลุกให้เราได้คิด และทาให้สิ่ง เหล่านั้นดารงอยู่กับเราตลอดไป การเป็นผู้ให้ในครั้งนี้ ทาให้เราได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้มาก ให้เถอะ แล้วจะได้

10


เป็นบุญของผู้สร้างสันติ พ่อของผมเสียชีวิตเนื่องจากภัยสงคราม ตั้งแต่ผม ยังเด็ก ผมรู้สึกว่า ต้องรับผิดชอบครอบครัว ต้องดูแล แม่และน้องสาวอีก 2 คน

ช่วงวันหยุด ผมต้องทางานหนักเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ในครอบครัว ผมต้องทางานวันละ 10 ชั่วโมงทุกวัน และ ได้รับค่าจ้างน้อยมาก บางครั้ง ได้รับค่าจ้างต่ากว่าที่ตกลง กันไว้ ซึ่งผมอยากจะต่อว่านายจ้างแรง ๆ ว่า ทาผิดสัญญา ว่าจ้าง แต่ผมคิดได้ว่า ผมมีความตั้งใจที่จะดาเนินชีวิต เพื่อสร้างโลกทีเ่ ป็นหนึ่งเดียว และได้เลือก “ศิลปะแห่ง ความรัก” เป็นเหมือนกฏเกณฑ์ในการดาเนินชีวติ ของผม

อยู่ในสันติสุขของพระองค์ !! จากขอ้คิดของ เคียร่า ลูบิค แก้ไขโดยศูนย์กลาวงเจน 3

พระวาจา ทรงชีวิต

“..เราจึงขอร้องแทนพระคริสตเจ้าว่า จงยอมคืนดีกับพระเจ้าเถิด” (2 โครินธ์ 5,20)

พระเจ้า ทรงให้หน้าที่เรา ในการนาผูอ้ ื่นมาคืนดีกับ พระองค์ ให้คริสตชนแต่ละ คนรับผิดชอบในการเป็น พยานว่า พระเจ้าทรงรัก มนุษย์อย่างไร ความรัก

ไม่เก็บ ซ่อนไว้ ในตัวเรา เมื่อเราเปิดใจมองเห็นความดีและคณค่าของคนอื่น ให้เราระบายสีรูปกุญแจนี้

ผมพยายามไม่ตัดสินเขา และให้เวลากับเขา ในวันต่อมา ผมได้ทวงค่าจ้าง ที่สุด นายจ้างก็เข้าใจว่า เขาได้ทาผิด สัญญา เขาขอโทษผม ทาให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีตอ่ กัน มากยิ่งขึน้ ชายคนหนึ่งที่ผมทางานด้วยไม่พูดกับผมอยูห่ ลายวัน และมีความคิดต่อต้านผม ผมบอกกับตัวเองว่า “เป็นคน แรกที่จะรัก” และผมได้ซื้อไอศกรีมให้เขา เขาแปลกใจมาก ถามผมว่า ทาไมผมถึง ทาอย่างนี้ ผมตอบเขาว่า “เพราะผมรัก สันติ” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาเป็น เพื่อนที่ดีของผม และเราร่วมดาเนินชีวิต ที่มีเป้าหมายเดียวกัน จากสองประสบการณ์นี้ ถึงแม้จะเป็น ง กลา กิจการแห่งความรักเล็กน้อย แต่ได้ ก อ ันอ เปลี่ยนความสัมพันธ์ สร้าง ตะว ก า จ สันติสุข ซึ่งเราปรารถนาที่จะ เรื่อง ดาเนินชีวิตด้วยกันเช่นนี้

“...ในนามของพระคริสต์” หมายถึง “แทนที่ของพระองค์” คือ เจริญชีวิตกับพระองค์ และ อย่างพระองค์ เราจงรักกัน เหมือนที่พระองค์ทรงรักเรา ไม่ ปิดตัวเอง หรือมีอคติ แต่เปิดตัว เองและรู่คุณค่าความดีของคน รอบข้าง พร้อมทีจ่ ะมอบชีวิต ให้แก่กนั และกัน

ถ้า หากทุกอย่างที่เราทาทุก คาพูด ท่าทีทุกอย่างด้วยความ รักเราจะเหมือนองค์พระเยซู เราจะเป็นผู้นาความยินดี ความหวัง ความปรองดอง สันติ เพื่อโลกจะคืนดีกับพระ เจ้า ที่ซึ่งมนุษยชาติรอคอย

การเจริญชีวิตตามพระวาจานี้ หมายถึง เราพยายามนาผู้อื่นให้ชิด สนิทเป็นหนึ่งเดียวกับพระ เป็น ผู้สร้างสันติสุข

11


สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะ ถึงนี้ จะมีงานวันเยาวชนเอเชีย ครั้งที่ 6 จัดขึ้นทีส่ ังฆมณฑล เตจอน ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 10 – 17 สิงหาคม 2014 ในหัวข้อ “เยาวชนเอเชีย! จงตื่นเถิด! ความ

รุ่งโรจน์ของบรรดามรณสักขีกาลังทอแสงมายังเธอ” “Asian Youth! Wake up! The glory of the martyrs shines on you! ภายใต้พระวรสาร “เราเชือ่ ว่า ถ้าเราตายพร้อมกับพระคริสต์เจ้าแล้ว เราก็จะมี ชีวิตพร้อมกับพระองค์ด้วย” (รม 6: 8) เกาหลีใต้ เป็นดินแดนแห่งมรณสักขี เป็น “รหัสธรรม จากดินสู่ฟ้า” ในอดีตคริสตชนจานวนมากยินดีมอบชีวติ เพื่อ ยืนยันความเชื่อของตนต่อพระเจ้า เขายอมถูกทรมานอย่าง แสนสาหัส ถูกจาคุก และถูกฝังไว้ใต้ดิน บัดนี้ความรุ่งโรจน์ ของบรรดามรณสักขีเหล่านี้ ได้ทอแสงจากสวรรค์มายังเรา เยาวชนเอเชีย ที่กาลังจะก้าวตามรอยเท้าของผู้แพร่ธรรม ตามรอยเท้าของบรรดามรณสักขี

12


ในสังคมโลกปัจจุบนั การเบียดเบียน การเป็นพยานแห่งความ เชื่อไม่ได้แลกด้วยชีวิตอีกต่อไปแล้ว แต่เยาวชนกลับถูกเบียดเบียน ถูก ท้าทายความเชื่อ ผ่านทางการดาเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่าง รวดเร็ว ของวิวัฒนาการและนวตกรรมต่าง ๆ... จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ เยาวชนเอเชีย จะตื่นตัว ตืน่ ขึ้นจากสิ่งท้าทาย เพื่อทบทวนและระลึก ถึงรากแห่งความเชื่อคาทอลิกของตนเอง เร่งค้นหาและค้นพบราก ความเชื่อที่หายไป และกล้าเดินทางความเชื่อด้วยการเป็นประจักษ์ พยานชีวิตในยุคปัจจุบนั พร้อมกับพระเยซูเจ้าและมรณสักขี ผ่าน ทางการอบรมทีป่ รารถนาจะหยัง่ ลึกและเคาะหัวใจแห่งความเชือ่ ที่ปิด อยู่ เพื่อจะได้ลุกร้อนและพร้อมประกาศถึงข่าวดีของพระเจ้าแก่พี่น้อง ทั่วโลก เพื่อเตรียมผู้แทนเยาวชนไทยทัง้ 42 ท่านให้พร้อมที่จะเข้า ร่วมงานวันเยาวชนเอเชีย ครั้งที่ 6 ทางแผนกเยาวชนฯ จึงจัดให้มีการ อบรมเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง เมื่อวันที่ 22 – 25 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์เยาวชนดอนบอสโก เขาตะเกียบ เพื่อ เสริมสร้างมิตรภาพอันดี และจิตวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่ง เดียวกัน ในความแตกต่างของสมาชิกในกลุ่มของเรา การเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อในพระศาสนจักรเกาหลีที่ มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากที่อื่น ๆ อย่างมาก กล่าวคือ ก่อนที่ มิชชันนารีจะเข้ามาเผยแผ่ข่าวดีของพระคริสตเจ้านั้น บรรดาเยาวชน เกาหลีได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระคริสต์ด้วยตัวเขาเองแล้ว และพวกเขาได้ อธิษฐานภาวนาด้วยกัน ผู้นาทางการเมืองไม่อาจยอมรับได้วา่ พระเจ้า ทรงอยู่เหนือพระราชา และไม่เข้าใจคาว่า “เสมอภาค” ในคาสอนของ คาทอลิก และแล้วการเบียดเบียนพระศาสนจักรคาทอลิกจึงเริ่มขึ้น ในปี 1801 ผู้นาคริสตชนกว่า 100 คนที่ถูกประหารชีวิต แต่น่า ประหลาดใจอย่างยิ่งคือ จานวนผู้ที่เชื่อในพระคริสต์กลับเพิ่มมากขึ้น

13


นอกจากศึกษาอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความเชื่อในพระศาสนจักรเกาหลีแล้ว เรายังเรียนรู้จัก วัฒนธรรมที่เรียบง่ายแต่งดงามของชาวเกาหลีอีกด้วย ภาษาเกาหลีที่แสนยาก แต่ก็มีคนพิสจู น์ให้ เราเห็นว่า หากเรามีใจรักที่จะเรียนรู้ก็ไม่มีอะไรที่ยากเกินไป

ในการอบรมเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางเข้าร่วมงานวันเยาวชนเอเชียครั้งนี้ สิง่ สาคัญ ที่เราควรเรียนรู้คือ การเรียนรู้จักความเชื่อของตนเอง คุณพ่อปราโมทย์ นิลเพ็ชร มานาให้พวกเรา หยั่งรากลึกในความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับพระเจ้าและบรรดามรณสักขี ผ่านการทบทวนและ ระลึกถึงรากแห่งความเชื่อคาทอลิก ค้นหาและค้นพบรากความเชื่อที่หายไป ที่กาลังถูกกลืนใน ปัจจุบนั และการเดินทางความเชื่อของพระศาสนจักร ผ่านทางการเขียนภาพสัญลักษณ์ถึงความ เชื่อของเราแต่ละคน ในโอกาสนี้อยากจะขอแบ่งปัน ภาพสัญลักษณ์ของน้องเยาวชนคนหนึ่ง “น้องนุ๊กบอกว่าความเชื่อของเขาเหมือนกับนาฬิกาข้อมือ ที่อยู่ติดข้อมือน้องเสมอ ตื่นมาก็ต้องใส่ นาฬิกาข้อมือแล้ว และกว่าจะถอดออกก็คือก่อนนอน แต่จะให้ความสาคัญก็ตอนที่ต้องการจะดู เวลาเท่านัน้ ” ดังนั้นคุณพ่อปราโมทย์ จึงท้าทายว่า “ความเชื่อระหว่างเรากับพระเจ้ายังสาคัญกับ เราอยู่ไหม” ความเชื่อของเรามาจากไหน ใครเป็นผู้ถ่ายทอดให้กับเรา ใครคือแบบอย่างความเชื่อ ของเรา และเราปฏิบัติอย่างไร ในการแสดงออกถึงความรักและความเชื่อนั้น ๆ

14


การที่เราตัดสินใจเพื่อเดินทางเข้าร่วมงานเยาวชนเอเชียครั้งนี้ ก็เพื่อเปิดหัวใจ ตื่นขึ้น เติบโต และเสริมสร้างความเชื่อที่มั่นคงให้เข้มแข็งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อยืนยันและแบ่งปันความเชื่อ ในพระเยซูเจ้า ผ่านทางการดาเนินชีวิตประจาวัน กล้าเป็นประจักษ์พยานชีวิตอย่างกล้าหาญ เช่นเดียวกับบรรดามรณสักขี และเพื่อเตรียมเราทุกคนให้เข้าร่วมงานวันเยาวชนเอเชียครั้งที่ 6 อย่างมีความหมาย

ในฉบับหน้านูน๋ ุ้ย จะแบ่งปันให้ฟังเพิ่มเติมอีกนะคะว่า ในงานวันเยาวชนเอเชียนั้น เรา เยาวชนไทยไม่ได้ไปรับเพียงอย่างเดียว มีอีกหลายอย่างที่เรานาไปให้ นาไปแบ่งปันกับเพื่อน ๆ เยาวชนทั่วเอเชีย ผ่านทางบทบาทหน้าที่ที่เราได้รบั มอบหมายค่ะ... ขอคาภาวนาเป็นพิเศษให้กับการเดินทางแห่งความเชื่อของพวกเราผู้แทนเยาวชนไทยด้วย นะคะ....

“Asian Youth! Wake up! The glory of the martyrs shines on you!

15


ประมวลภาพค่ายเยาวชน 4 อีสาน ครั้งที่ 8 “แสงแห่งความหวัง พลังของเยาวชน” “ผู้มีใจยากจน ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา” (อ้าง มธ.5:3)

ณ โรงเรียนบ้านโป่งเป้า อาเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที 24 – 28 มีนาคม 2014

16


17


ประมวลภาพ “ค่ายเธอวันนี”้ ค่ายเยาวชนสังฆมณฑลราชบุรี ณ เขาตะเกียบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที 25-27 เมษายน 2014

18


19


...ข่าวเยาวชน “สังฆมณฑลเชียงใหม่” สังฆมณฑลเชียงใหม่ จัดสัมมนาอบรมเตรียมค่ายคาสอนและอบรมผูน้ าเกมส์สนั ทนาการ เมื่อวัน พฤหัสบดีและศุกร์ ที่ 20-21มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา แผนกคาสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ โดยคุณพ่อ เอกสิทธิ์ ทัฬหะกุลธร ได้จัดอบรมสัมมนาเตรียมค่ายคาสอนขึ้น เป็นปีที่ 3 ณ ศูนย์สังฆมณฑลเชียงใหม่ โดยจุดประสงค์ของการสัมมนา จะเน้นในเรื่องของ การใช้สื่อในการช่วยสอนคาสอนเด็กและคาสอนผู้ใหญ่ และการจัดค่ายอย่างมีระบบแบบ แผนตามนโยบายของสังฆมณฑล หลังจากนั้นต่อด้วยทางแผนกเยาวชนก็จัดอบรมผู้นาเกมส์สันทนาการเพื่อให้ผู้นา เยาวชนที่สนใจได้นาไปใช้ในการนากิจรรมสันทนาการจัดค่ายคาสอนภาคฤดูร้อนด้วย มี พระสงฆ์ นัก บวชชายหญิง บราเดอร์ ครูคาสอน ผู้นาสวดและผู้น าเยาวชนจากที่ต่าง ๆ รวมกันประมาณ 120 คน เข้าร่วมการอบรมสัมมนาครั้งนี้

20


ค่ายคาสอนเขตวัดห้วยบง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม-11 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่แผนกเยาวชนสังฆ มณฑลเชียงใหม่ ได้ร่วมกับศูนย์คาสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ นาโดยคุณพ่อเอกสทธิ์ ทัฬหะ กุลธร ผู้อานวยการศูนย์คาสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่ ได้จัดค่ายคาสอนภาคฤดูร้อน ณ เขต วัดห้วยบง อ. ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ด้วยใช้ชื่อค่ายว่า “ค่ายเพื่อนแท้ผู้แพร่ธรรม” มีเด็ก ค่ายอายุเฉลี่ยตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก รวมผู้จัดค่ายและผู้ร่วมค่าย ประมาณ 250 คน ระหว่างค่ายได้มีการสอนคาสอน ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่ม เด็กอนุบาล กลุ่มศีลรื้อฟื้น กลุ่มศีลกาลัง กลุ่มเตรียมรับศีลมหาสนิท ฯลฯ และ มีกิจกรรมอีก มากมายที่สร้างความสนุกให้กับทุกๆคนในค่ายครั้งนี้ และสร้างความสัมพันธ์ฉนั พี่น้องและ มิตรภาพต่อเราทุกคน

21


ค่ายเยาวชนเขตป่าตึง ณ หมูบ่ ้านป่าตึง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5-10 เมษายน 57 ที่ผ่านมา แผนกเยาวชนคาทอลิกสังฆมณฑลเชียงใหม่ ร่วมกับคุณพ่อชาคริต แซ่ท้าว บรรดาซิสเตอร์และทีมงานเขตวัดป่าตึง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้จัดค่ายเยาวชนเขตป่าตึงซึ่งมีเยาวชนมาร่วมกว่า 60 คนโดยใช้พระคัมภีร์ตอน "แม้ทรง

ร่ารวย พระองค์ก็ยังทรงยอมกลายเป็นคนยากจน เพราะเห็นแก่ท่าน เพื่อท่านจะได้ร่ารวย เพราะความยากจนของพระองค์" (2 โครินธ์ 8:9) และมีเนื้อหาการอบรมดังนี้ การใช้ชีวิตใน เมือง การใช้ชีวิตคู่ การแบ่งปันชีวิตคู่ การแบ่งปันชีวิตจากเยาวชนสู่การเป็นครู การทบทวน พื้นฐานคาสอน การเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียน สิ่งที่พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ฝากไว้กับ เยาวชนในเยาวชนโลกปี 2013 คุณธรรมคู่เยาวชนและการภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อให้ เยาวชนได้ร้จู ักตนเอง เพื่อนๆ คนรอบข้างการเปิดใจและได้ร้จู ักคาสอนและพระเยซูเจ้ามาก ยิ่งๆขึ้น

22


ค่ายคาสอนเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12-20 เมษายน 57 ที่ผ่านมาแผนกเยาวชนคาทอลิกสังฆมณฑลเชียงใหม่ ได้ร่วมจัดค่ายคาสอนที่เชียงดาวนาโดยคุณพ่อณรงค์ชัย หมั่นศึกษา คณะมาเซอร์ และครู คาสอนเพื่อเตรียมรับศีลกาลัง ศีลมหาสนิท และเพื่อทบทวนพื้นฐานศีลต่างๆ ที่เคยเรียน มามีนักเรียนมาร่วมค่ายกว่า 60 คนและเพื่อเป็นการกระตุ้นให้น้องมีความตั้งใจมากยิ่งๆ ขึ้นจึงจัดให้น้องๆ ได้ฝึกท่องบทสวดพื้นฐานต่างๆ เนื่องจากว่าน้องบางคนอ่านไม่ได้เขียน ไม่ออกและยังท่องได้เฉพาะภาษาถิ่นของตนเองอยู่ และถึงแม้ว่าจะเป็นเทศกาลสงกรานต์ แต่น้องๆ ทุกคนก็ต้องเรียนคาสอนเพื่อพัฒนาความรู้ของตนเองและรู้จักการอดทน การ เสียสละและเลือกสิ่งที่สาคัญกว่า... ค่ายเยาวชนเขตแม่แตงและเขตห้วยตอง ณ หมู่บา้ นป่าข้าวหลาม แม่แตง จ.เชียงใหม่ เม วันที่ 21-24 เมษายน 2014 ที่ผ่านมาคุณพ่อชาญชัย เต็มอรุณรุง้ (SCJ)เจ้าอาวาส ศูนย์คาทอลิกบ้านพรมารีย์ แม่แตง, คุณพ่อไชยยศ เจริญกุล (SCJ) เจ้าอาวาสวัดนักบุญ เปาโล ห้วยตอง, คุณพ่อโชคดี ดารงอนุรกั ษ์(SCJ)ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนักบุญเปาโล ห้วย ตอง, บราเดอร์ ซิสเตอร์ ครูคาสอน ผู้นาหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานเยาวชน คาทอลิกสังฆมณฑลเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจัดการชุมนุมเยาวชนขึ้นระหว่างสองเขตได้แก่เขต ห้วยตองและเขตแม่แตงที่หมู่บ้านป่าข้าวหลาม แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่มเี ยาวชนมาร่วม งานกว่า 200 คนโดยมีวตั ถุประสงค์เพื่อเรียนรู้จักกันซึ่งกันและกันคือการได้รู้จักตนเอง การเรียนรู้จักเพื่อนๆและได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระเยซูเจ้าและคาสอนมากยิ่งๆขึ้นเป็นต้นการ เรียนรู้สิทธิของตนเอง การเรียกร้องสิทธิของตนเอง การเรียนรู้เกี่ยวกับกระแสเรียกของ เราแต่ละคน การเรียนรู้เกี่ยวกับคุณค่าและการรักษาผืนป่าและต้นไม้ การเรียนรู้เกี่ยวกับ การเตรียมตัว และการเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดีในอนาคตและการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ สอบถามเกี่ยวกับปัญหาต่างๆจากบรรดาคุณพ่อ ซิสเตอร์และครูคาสอน เพื่อจะเป็น แนวทางในการปฏิบตั ิร่วมกันอย่างถูกต้อง

23


Newsletter112 apr may 2014  
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you