Page 1


        

 

 

คำนิยม 36 ปี งำนเยำวชนคำทอลิกไทย โดย ภรำดำ ทินรัตน์ คมกฤส ย้อนวันวำน กับอดีตผู้ประสำนงำนเยำวชน “กรรณิกำร์ อนุรำ” ฅ.ฅน ชวนคิด ถำมตอบปัญหำชีวิตกับลุงริศ แม่พระกับกระบองเพชร เสียงหนึ่งจำกยอดดอย: คำถำมที่ต้องกำรคำตอบ Talk a lot : ลุงเปี๊ยกเลี้ยงแกะ เด็กหญิงแมลงปอ ตอน “เข็มทิศชีวิต” IT Friend and Geek: Ep.22 “เมื่อ Social Network อำจทำให้งำนของมิจฉำชีพง่ำยขึ้น!!” พระวำจำ เจน 4: จงรักศัตรู ปัน ปัน By นู๋นุ้ย: อบรมเตรียมเยำวชนไทย เข้ำร่วมงำนเยำวชนโลก (Rio 2013) พิธีเฉลิมฉลองปีแห่งควำมเชื่อ ระดับชำติ ข่ำวจำกองค์กรสมำชิก : สัปดำห์เพื่อโลกที่เป็นหนึ่ง สื่อ—สิ่งพิมพ์ เพื่อกำรอภิบำลเยำวชน

CONTACT US :

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตชนฆราวาส แผนกเยาวชน 122/11 ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี 14 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120 โทร 02-681-3900 ต่อ 1504-1505 E-mail: cyctforever@gmail.com / youth@cbct.net Website : http://youth.cbct.net

2

3 4 7 8 10 12 14 15 18 20 21 25 28 30


“จงติดตามเรามาเถิด” ขอร่วมแสดงความยินดีโอกาสครบ 36 ปี งานเยาวชนคาทอลิกไทย ขอร่วมแสดงความยินดีกับบรรดาเยาวชนคาทอลิก ที่ตลอด 36 ปีที่ผ่าน มาได้ช่วยกันพิสูจน์ตนเองว่า เรามีเอกลักษณ์ในการ “ร่วมแรง แข็งขัน ช่วยกันพัฒนา และใฝ่หาสันติ” สาหรับชีวิตตนเอง ครอบครัว และ สังคมโดยรวม ขอแสดงความยินดีกับบรรดาจิตตาภิบาลและผู้ร่วมงานทุกท่านที่ได้ร่วม เดินทางกับเยาวชน ซึ่งเป็นเสมือน “ทางผ่าน” จากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ อายุ 3 รอบสาหรับเรามนุษย์แสดงถึงช่วงวัยฉกรรจ์ วัยแห่งพลังสร้างสรรค์ อายุ 3 รอบของงานเยาวชนคาทอลิกไทย คงไม่เป็นเพียงตัวเลข 36 ปีแห่งความเพียร แต่เป็นระยะ เวลาแห่งการสั่งสมประสบการณ์เพื่อเยาวชนไทยทั่วทุกภาค ทุกสังฆมณฑล ทุกวัดและทุกครอบครัว โลกของเยาวชนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลกทุกยุคสมัย แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือเป็น “วัยผ่าน” ดังนั้น เยาวชนคาทอลิกจะไม่หยุดอยู่กับที่ แต่จะต้องเดินหน้าแสวงหา คุณค่าตนเองและ ความหมายชีวิตไปพร้อมกับเพื่อนเยาวชนและทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ที่ร่วมเดินทางชีวิตกับเรา สาหรับเราเยาวชนคาทอลิก ความเป็นเยาวชนต้องต่างจากเยาวชนทั่วไป เพราะในวัยนี้ เราก็เป็นธรรมทูตของพระเยซูคริสต์ได้เช่นกับคาทอลิกผู้ใหญ่ เราเยาวชนคาทอลิกเป็นธรรมทูต ก่อนอื่น กับเพื่อนเยาวชนด้วยกัน กับพี่ๆ น้องๆ และแม้แต่กับ ผู้ใหญ่ เพื่อทุกคนที่โคจรเข้ามาสัมผัสชีวิตเราจะได้พบข่าวดีแห่งความรักของพระเจ้าอย่างเป็นรูปธรรม โอกาสนี้ จึงวอนขอองค์พระเยซูคริสต์ ผู้ยังทรงพระชนม์อยู่ท่ามกลางเรา มองเยาวชนของพระองค์ วันนี้ “ด้วยพระทัยเอ็นดู” และท้าทายบรรดาเยาวชนอีกครั้ง ดังเช่นที่พระองค์เคยตรัสเชิญเศรษฐีหนุ่ม “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายทุกสิ่งที่มี... และท่านจะมีขุมทรัพย์ในสวรรค์ แล้วจงติดตามเรามาเถิด” (มาร์โก 10: 21.22) เยาวชนธรรมทูตวันนี้ คือผู้ตอบรับคาเชิญของพระอาจารย์ โดยติดตามพระองค์ ด้วยความมีน้าใจดี ขอพระเจ้าอานวยพร

(ภราดาทินรัตน์ คมกฤส) อดีตเลขาธิการสภาเยาวชนคาทอลิกฯ

3


36 ปี ที่ดูเหมือนยาวไกล...ทิ้งร่องรอย ของประสบการณ์ที่มีคุณค่าไว้มากมาย จุลสารเพื่อ(น) เยาว์ฉบับนี้ จึงอยากจะ กลับไปทักทาย พูดคุย กับ“พี่แมว” อดีตผู้ประสานงาน เยาวชน สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี ที่เป็นอีกคนหนึ่งที่เคย ล่มหัวจมท้ายมาด้วยกันกับเรา...เรามาเริ่มต้นด้วยการทักทาย กันก่อนนะคะ... สวัสดีค่ะ....ขอช่วยแนะนำตัวเองให้น้อง ๆ เยำวชนรู้จัก สักนิดค่ะ สวัสดีค่ะ ชื่อ นางสาว กรรณิการ์ อนุรา (แมว) อดีตผูป้ ระสานงาน เยาวชนสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานีคะ่ จำกทีท่ รำบมำ เคยทำงำนเป็นผูป้ ระสำนงำนเยำวชน ในสังฆมณฑลสุรำษฎร์ธำนี จึงอยำกให้พูดถึงงำนอภิบำลเยำวชนที่เคยทำมำว่ำมีแรงจูงใจในกำรทำงำนอย่ำงไร และมีควำมคำดหวังอย่ำงไรบ้ำงคะกับงำนเยำวชน หรือกับน้อง ๆ เยำวชนที่เรำ ทำงำนอยู่ด้วยอ่ะค่ะ ทางานเป็นผูป้ ระสานงานเยาวชนสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ปี 2003 ค่ะ ในเขตสังฆมณฑลสุราษฎร์ฯนี้เนือ่ งจากเป็นสังฆมณฑลที่ค่อนข้างยาว (ด้ามขวาน) ทาให้ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน และการทีเ่ ยาวชนระดับสังฆมณทลจะมา รวมตัวกันทากิจกรรมบ่อยๆ นั้น เป็นไปได้ค่อนข้างลาบาก ฝ่ายงานอภิบาล เยาวชนจึงจัดค่ายเยาวชนระดับสังฆมณฑลปีละ 1 ครั้ง เมื่อจบจาก ค่ายเยาวชนระดับสังฆมณฑลแล้ว ทางทีมงานเยาวชนก็จะติดตามผลไปตาม เขตต่างๆ ซึ่งแบ่งออก เป็น 4 เขต คือ ตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง และเขตอันดามัน ส่วนงานที่ได้ทานั้น ในช่วงแรกๆ ร่วมงานกับจิตตาภิบาล ในสมัยนัน้ ก็จะเป็น ซิสเตอร์สุภาวดี แข็งกิจ มีกิจกรรมหลายอย่าง

4


ที่ซิสเตอร์ทุ่มเทให้กับงานเยาวชน จึงทาให้มีโอกาส ได้สัมผัส และ เรียนรู้เกี่ยวกับงานเยาวชนหลาย อย่าง ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมเสริมสร้างความร่วมมือ ต่างๆ จากเยาวชน กิจกรรมการเยี่ยมเยียนเยาวชน ตามเขตวัดต่างๆ กิจกรรมการอบรมเยาวชนในเขตวัด ต่างๆของสังฆมณฑล แรงจูงใจในการทางาน คงมาจากการได้ ร่วมกิจกรรมเยาวชนในเขตวัดค่ะ เป็นสัตบุรุษ วัดแม่พระองค์อปุ ถัมภ์ (พนม) เมื่อตอนเด็กๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรม เห็นรุ่นพี่ ๆ นากิจกรรม รู้สึก ชอบและประทับใจ อีกทั้งซิสเตอร์สุภาวดี แข็ง กิจ ก็เป็นแรงจูงใจสาคัญเช่นเดียวกัน ความคาดหวัง ในสังคมปัจจุบนั อยากให้ เยาวชนคาทอลิกใช้พลังของเขาไปในทางสร้างสรรค์ อยากเห็นเยาวชนรวมตัวกัน ช่วยสังคม ในด้านต่างๆ มีภาวะการเป็นผู้นาโดยเฉพาะ เป็นต้นแบบทีด่ ีสาหรับเด็กๆ ในเขตวัด โดย การเข้าร่วมพิธีกรรมอย่างสม่าเสมอ ช่วยเหลือ พิธีกรรมของวัด หรือกิจกรรมของเขตวัดตาม ความสามารถของตน เพราะเด็กๆในเขตวัดเขา จะมองแบบอย่างของรุ่นพี่ และเป็นแรงจูงใจ

สาหรับพวกเขาในอนาคตด้วย อีกอย่างนึงโดย ส่วนตัวมีความเชื่อว่า เยาวชนที่เติบโตขึน้ ใน สภาพแวดล้อมที่ดี ศรัทธา ช่วยกันสร้าง บรรยากาศที่ดี มาร่วมพิธีกรรมอย่างสม่าเสมอ เยาวชนนั้นจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ไม่ละทิง้ พระ อีกทั้งยังเป็นตัวอย่าง และสามารถสอนบุตร หลานของตนได้อย่างดีอีกด้วย งำนในปัจจุบันที่รบั ผิดชอบตอนนี้ค่ะ และยังได้ มีโอกำสทำงำนกับเยำวชนอีกบ้ำงไหมคะ ปัจจุบันเป็นเลขานุการอาสนวิหารราฟา เอลค่ะ และมีโอกาสได้ทางานเยาวชนในเขต อาสนวิหารอยู่ค่ะ มีควำมคิดเห็นต่อเรื่อง“เยำวชนกับควำมเชื่อใน ยุคปัจจุบัน” อย่ำงไรบ้ำงคะ เยาวชนกับความเชื่อในปัจจุบนั ต้อง ยอมรับอย่างหนึ่งว่า สังคมเปลีย่ นไป สภาพ ปัจจุบันมีอะไรหลายอย่างที่เบี่ยงเบนความสนใจ ของบรรดาเยาวชนเช่น สื่อต่างๆ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ ซึ่งพวกเขาจะใช้เวลาอยู่กบั สิ่งเหล่านีม้ าก

5


ขึ้น อีกทั้งพ่อแม่เองก็ไม่มีเวลา ที่สอนลูก ไม่มีเวลาที่จะสวด ภาวนาพร้อมกัน ไม่มเี วลาที่จะ มาร่วมพิธีกรรมโดยเฉพาะ อย่างยิ่งมิสซาวันอาทิตย์ ไม่มีเวลาที่จะปลูกฝังความ เชื่อให้กับลูก ยิ่งเป็น สังคมเมืองที่มีการแข่งขันสูงด้วย แล้ว สิ่งเหล่านีแ้ ทบไม่มีเลย เพราะเด็กๆจะ ต้องไปเรียนพิเศษในวันอาทิตย์บา้ ง หรือพ่อแม่ต้องทางาน ในวันอาทิตย์บา้ ง จึงทาให้เด็กๆ และเยาวชนขาดโอกาสที่จะได้ร่วม พิธีกรรมอย่างสม่าเสมอ จึงเป็นเหตุให้เยาวชนหลายคนห่างหายจากบรรยากาศคริสตชน ยิ่งพูดถึงความเชื่อแล้วก็คงห่างไกลไปกันใหญ่ คิดว่า ครอบครัวเป็นส่วนที่สาคัญที่จะเสริมสร้าง พื้นฐานของความเชื่อ เยาวชนที่มาจากครอบครัวที่ศรัทธา มาร่วมพิธีกรรมอย่างสม่าเสมอ เยาวชนทีม่ า จากครอบครัวนั้น จะมีความเชื่อทีเ่ ข้มแข็ง แม้ว่าจะไปเรียนต่างจังหวัด ก็จะพยายามหาวัดที่อยู่ใกล้ทสี่ ุด เพื่อร่วมมิสซาวันอาทิตย์ และสามารถเป็นพยานถึงความเชื่อได้อย่างดี อยำกให้ฝำกข้อคิด / แบ่งปันกำลังใจให้พี่ ๆ น้อง ๆ และเพื่อน ๆ เยำวชนค่ะ ขอเป็นกาลังใจให้กับทุกๆคนนะคะ ทั้งจิตตาภิบาล ผู้ประสานงาน และน้องๆ เยาวชนทุกคน ขอให้ทุกคนสู้ๆ และทางานของพระกันต่อไปเพื่อวันนี้ และพรุ่งนี้ งานเยาวชนจะได้สาเร็จไปตามพระ ประสงค์ค่ะ “ขอบคุณพีแ่ มว มำก ๆ สำหรับกำรแบ่งปันประสบกำรณ์ กำลังใจและ ข้อคิดดีดีทไี่ ด้ให้กบั เรำในครั้งนี้นะคะ”

6


เวลา...เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ย้อนมองกลับไปดูสิ่งที่ผา่ นไปกับกาลเวลาแล้ว หลาย ๆ ครั้งก็ต้องตกใจ (เพราะ) เมื่อตอนเป็นเด็ก เวลาเหมือนจะเดินช้า เพราะเราอยากโตเป็นผู้ใหญ่ อยากทาโน่น ทานีไ่ ด้ในอนาคต ที่ยังมาไม่ถึง ปัจจุบันมองย้อนกลับไป กลับรู้สกึ ว่าเวลาผ่านไปเร็ว เพราะหลายสิง่ หลายอย่างที่เราอยากทาเมื่อตอนเป็นเด็กได้ผ่านไปแล้ว และย้อนกลับไปทาอีกไม่ได้ และเมื่อมองไปข้างหน้า เวลาก็เหลือน้อยลงไปทุกที ทั้ง ๆ ที่เวลาก็คงเดินไปตามจังหวะของมันเท่าเดิม จึงไม่แปลกที่ผู้ใหญ่หลาย ๆ คน อยากย้อนกลับไปเป็นเด็ก อยากกลับไปทาโน่น ทานี่ แก้ไขสิ่งนั้นสิ่งนั้นแต่ก็เป็นไปไม่ได้ จนหลาย ๆ ครั้ง จึงรู้สึกเสียดายกับสิ่งที่ผ่านไป

เยาวชนที่รัก ปัจจุบนั เราดาเนินชีวิตอย่างไร เต็มทีก่ ับสิ่งดี ๆ และเป็นประโยชน์แท้จริงกับชีวิตเราแค่ไหน เราได้ดาเนินชีวิตตามบทบาทหน้าที่ของเราอย่างไร ลูกของพ่อแม่ หลานของปูย่ ่า ตายาย ศิษย์ของครู นักเรียน นักศึกษา เป็นปัจจุบนั และอนาคตของสังคม ลองหาเวลาถามตัวเองดูสักหน่อยในหนึ่งวัน

เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เราจะได้ไม่ต้องมานั่ง 7


ถาม / ตอบ ปัญหาชีวิตกับ...ลุงริศ

โดย...นริศ มณีขาว

“เราเป็นแม่และเป็นครู เมือ่ เห็นลูก เห็นนักเรียน หรือเห็นเยาวชนทาความดี อยากชมแต่ไม่กล้า เพราะกลัวจะทาให้เขาเหลิง จะทาอย่างไรดีคะ?”

เราอาจเปลี่ยนจากชมเป็นการขอบคุณแทนการชมได้ครับ...ผมสังเกต ว่าเวลาที่เราได้ยินคนอื่นชมเรา หรือเราชมคนอื่น มักมีคาทานองนี้ว่า “ดีมาก” “เก่งจังเลย” “เยี่ยม” “สุดยอดไปเลย” “ประสบความสาเร็จมากเลย” คนที่ได้ รับคาชมแบบนีไ้ ม่ว่าจะเป็นเราหรือคนอื่นก็จะตอบกลับมาว่า “ไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้น หรอกครับ” “ก็มีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง” “ล้มเหลวมาก็เยอะครับ” ดูเหมือนว่าคาชมทาให้ เกิดความอึดอัดใจ ลาบากใจ การพูดถ่อมตัวก็ตามมา แล้วก็เกิดความกระอัก กระอ่วนใจกันทั้งสองฝ่าย และอาจตามมาด้วยการเปลี่ยนเรื่องพูดในที่สุด

ที่เป็นเช่นนั้น อาจเป็นเพราะผู้ได้รับคาชมนัน้ สัมผัสถึงการถูกตัดสิน ด้วย แม้จะเป็นคาทางบวกและผู้กล่าวคาชมจะไม่มเี จตนาจะตัดสินก็ตาม... คล้าย กับเราถูกตัดสินว่า เราเป็นคนดี เป็นคนใช้ได้ เป็นคนน่ารัก ทาให้เรารู้สกึ อึดอัด เกี่ยวกับ ภาวะ ดีหรือไม่ดี ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ น่ารักหรือไม่น่ารัก จึงตอบรับ ด้วยไม่สบายใจนัก

8


....... ผมคงดีใจ อบอุ่นใจที่ได้รับรูว้ ่า ผมมีส่วนเกื้อกูล ชีวติ ของคนๆหนึ่ง โดยที่ผมไม่ จาเป็นต้องเป็น สุดยอดวิทยากร .......

ประชาสัมพันธ์

ผมพบว่า เรามีทางเลือกอื่นๆอีกมากมายที่จะช่วยให้ตวั เราเองและคนอืน่ มีโอกาสได้สัมผัสกับความสุขใจ ความปลาบ ปลื้มของการให้และรับความในใจของกันและกัน... การขอบคุณ หรือชื่นชมแทนคาชมนั้นเปรียบเสมือนการมอบของขวัญให้กัน และกัน... เมื่อเรากล่าวคาขอบคุณหรือชื่นชมกับใครสักคนหนึ่งโดยบอก เขาว่าคาพูดหรือการกระทาของเขามีคุณค่าหรือมีความหมายสาหรับ เรามากเพียงใด... เราคงจะจินตนาการได้วา่ เขาจะมีความสุขและ ปลาบปลื้มใจสักเพียงใดที่ได้รบั รู้เช่นนัน้ ใช่ครับ...ทีไ่ ด้รับรู้ว่า คาพูดหรือการกระทาใดของเขาที่มีคณ ุ ค่าและมีวามหมายกับ เรา... เช่น “ขอบใจลูกมากนะที่ทาการบ้านเสร็จแล้วค่อยดูทีวี ช่วยให้แม่ มีสมาธิตรวจการบ้านนักเรียนแม่ แม่สบายใจมากเลยลูก” “ครูขอบใจ นักเรียนมากที่ช่วยครูสอนการบ้านเพื่อนๆ ครูประทับใจที่เห็นพวกเรา ช่วยเหลือกันมากเลยจ้ะ” เมื่อใครคนหนึ่งบอกกับผมว่า เขามีความสุขที่ได้เรียนรู้จาก ผม...เขารูส้ ึกขอบคุณเพราะเขาได้รับข้อคิดที่นาไปใช้ในชีวิตของเขาได้... ผมคงดีใจ อบอุน่ ใจที่ได้รับรู้ว่า ผมมีส่วนเกือ้ กูลชีวิตของคนๆหนึ่ง โดยที่ ผมไม่จาเป็นต้องเป็นสุดยอดวิทยากรแต่อย่างใด... ข้อเสนอ : ท่านอาจแสดงความชื่นชม/ขอบคุณคนรอบข้างที่ ท่านรู้สกึ ชื่นชมหรืออยากขอบคุณเขาอย่างจริงใจสัก 1-3 คน 1) เชิญชมเว็บไซต์บ้านใส่ใจ www.carefor.org เพื่อชีวิต ความรัก มิตรภาพ กาลังใจ สื่อสารอย่างสันติ ปันน้าใจ ถามตอบปัญหาชีวิต บ้านใส่ใจบนเฟซบุ้ค www.facebook.com/carefor.org 2) ขอเชิญท่านที่สนใจเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการสื่อสารอย่างสันติ ติดต่อและสมัครได้ที่ศูนย์นักบวชหญิง สามพราน โทร 02-429-0367 โดยท่านสามารถเข้าเรียนรู้ได้ 2 คอร์ส คือ 1) สื่อสารเพื่อสร้างสันติ ขั้นที่ 2 วันที่ 22-25 กรกฎาคม 2556 และ 2) การเป็นคน กลางเพื่อสร้างสันติ แก้ไขความขัดแย้ง

9


ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือน Church of Visitation หรือเรียกว่าวัดแม่พระเสด็จเยี่ยมนางเอลิซาเบ็ธ ที่อิสราเอล หน้า วัดจะมีภาพโมซาอิกใหญ่ ๆ อยูภ่ าพหนึ่งเป็นภาพแม่พระนั่งบนหลัง ลา มีทูตสวรรค์ติดตามอย่างใกล้ชิด กาลังเดินทางจากเมืองนาซา เร็ทมาเอ็นคาริม ซึ่งฉากนี้ในพระคัมภีร์ก็ยังมีบันทึกไว้ ภาพนี้ใหญ่ มากเพราะอยู่หน้าวัด ถัดจากนั้นอีกเพียงสองวัน ก็เดินเข้าไปในร้าน หนังสือแห่งหนึ่ง แล้วก็พบหนังสือที่มีภาพ ๆ เดียวกับที่เราเห็นที่ Church of Visitation แต่เป็นหนังสือเขียนไว้ว่า The Madonna of Prickly pear cactus แปลได้ความว่าแม่พระแห่ง ? แห่งผลไม้อะไร กัน กระบองเพชร ? ลูกแพรมีหนาม? ….งงค่ะ ถึงกับงงว่า เรา พลาดประวัติศาสตร์อะไรหรือเปล่า ทาไมเราไม่เคยได้ยินชื่อนี้มา ก่อน เราเคยได้ยิน แม่พระแห่งฟาติมา แม่พระมหาทุกข์ แม่พระนิจ จานุเคราะห์ แล้วแม่พระแห่งลูกแพรมีหนามกระบองเพชรนี่มาจาก ไหนกัน ?!?

10

หลังจากซื้อหนังสือเสร็จ ก็ไปเดินเที่ยวตลาดเล็ก ๆ ที่ไม่ไกล จากบริเวณนั้น ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ไปดูผ้า ดูขนม ผลไม้ คนขาย ผลไม้ไว้หนวดเครารุงรัง ร่างอ้วน เสียงดังน่ากลัว พยายามขาย ผลไม้ชนิดหนึ่งรูปร่างประหลาด เขาเรียกมันว่า” ซาเบรส” (Sabres) ในตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ (เพราะกลัวคนขาย) แต่คนขายคงคิดว่า ถ้าพูดว่าซาเบรสเราอาจจะไม่รู้จัก เลยตะโกนชื่อภาษาอังกฤษควบ มาด้วยว่า “ Prickly Pare” เท่านั้นเอง เราหยิบหนังสือในถุงชี้ให้ เค้าดู Prickly Pare เดียวกับชื่อหนังสือนี้เลยไหม คนขายยิ้มกว้าง ฟันสีทองซี่หนึ่งของเขาเปล่งประกาย Yes!! Yes!! Yes!! พลางชี้ให้ ดูในภาพว่านอกจากมีลา มีทูตสวรรค์แล้ว ต้นไม้ที่ขึ้นหรอมแหรมอยู่ ในภาพปกที่เป็นภาพเดียวกับที่วัดแม่พระเสด็จเยี่ยมนางเอลิซาเบธ นั้น ก็คือต้นกระบองเพชรชนิดนี้นั่นเอง เพียงเท่านี้ก็มีแรงผลักพอ ให้เราต้องควักกระเป๋าซื้อมาทานได้อย่างไม่ยากเย็น จะเรียกว่าเป็น ผลไม้แห่งความสงสัยก็ไม่ผิดนัก


ผลไม้ที่ว่านี้ เป็นผลของต้นกระบองเพชรสายพันธุ์ หนึ่งที่เรียกว่าพันธุ์ Prickly Pare คือจะเป็นต้น กระบองเพชรที่มีลักษณะใบแบน ๆ ใหญ่ ๆ และมีหนาม แหลมคล้ายขนาดเท่าไม้จิ้มฟัน กระจุกอยู่บนใบเป็นหย่อม ๆ เต็มไปหมด แต่ผลของมันนั้นหน้าตาคล้ายลูกแพร แต่มี ตะปุ่มตะป่าจากหนามรอบ ๆ เต็มไปหมด เวลาเก็บมาต้อง เอาหนามออกให้หมด รสชาติข้างในหวานกรอบอร่อยชื่นใจ ยิ่งหากได้แช่เย็นด้วยแล้ว อร่อยล้าอย่าบอกใคร ผู้เขียนจึง ไปถามเพื่อนชาวยิวให้ช่วยอธิบายความกระจ่างนี้ จึงได้ ความว่าผลของต้นกระบองเพชรนี้ชาวยิวเรียกว่า “ซาเบรส” เป็นผลไม้ที่เป็นตัวแทนของชาวยิวเลยทีเดียว เพราะในสมัย นั้นยังไม่มีศาสนาคริสต์ ต้นกระบองเพชรแบบนี้มีเยอะมาก ในดินแดนแถบนั้น ปลูกก็ง่าย ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว เป็นไป ได้ว่านอกจากต้นอินทผลัมแล้ว ต้นกระบองเพชรก็ขึ้นอยู่ ทั่วไปเป็นเรื่องปกติ ที่สาคัญบางคนก็เรียกชาวอิสราเอลว่า เป็นซาเบรส เนื่องจากภายนอกดูน่ากลัว ดูอันตราย เพราะ มีหนามแต่ข้างในนั้นหวาน คือเป็นคนจิตใจดี อีกไม่กี่วัน ได้มีโอกาสกลับเข้าไปในวัดแห่งนี้อีกรอบ คราวนี้เราเดินดูรายละเอียดภาพต่าง ๆ อย่างตั้งใจ ตั้งแต่ ภาพหน้าวัด และข้างในวัด คราวนี้แทบจะเดินพร้อมรอยยิ้ม ไปตลอดการชมภาพแต่ละภาพ เพราะหากสังเกตให้ดี จะมี ต้นกระบองเพชรอยู่ในหลาย ๆ ภาพ โดยเฉพาะภาพในวัด ด้านตะวันออก จะมีภาพแม่พระยืนอยู่ท่ามกลางต้น

กระบองเพชรเลยทีเดียว นั่นคือ ที่มาของภาพต่าง ๆ ที่เรียกว่าเป็น Madonna of Prickly Pare และก็เป็น บทเรียนเล็ก ๆ ที่ย้ากับเราว่า บางคนหน้าตาดีแต่ จิตใจเขาอาจจะไม่ดีก็ได้ แต่บางคนที่ท่าทางดูดุดันน่า กลัว แต่ใครจะรู้ว่าภายในใจของเขานั้นมันแสนดีและ หวานหอมขนาดไหน …อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใครให้เร็ว เกินไป ขอบคุณวันดี ๆ กับแม่พระและผล กระบองเพชรในวันนั้นที่ทาให้มีบทความในวันนี้…

11


เมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว มีเด็กน้อยตัวเล็กๆคนหนึ่ง เกิดความสงสัยกับตนเองว่า ทาไม วัยรุ่นในหมู่บ้านจึงเข้าสู่เมืองกันเยอะนัก บางคนไปเรียนก็จริง แล้วคนที่ไม่เรียนล่ะ เอ! พวก เขาไปทาอะไรกันนะ พวกเขาแสวงหาอะไร? เพราะอะไร??? นั่นคือคาถามที่เกิดขึ้นกับเด็กคน นั้น ความสงสัยนั้นทาให้เธอตัดสินใจเข้าสู่เมือง เพื่อหาประสบการณ์ชีวิตและเพื่อค้นหาคาตอบ นั้น นั่นคือครั้งแรกของชีวิตที่เธอได้รู้จักกับคาว่า “เมืองใหญ่” เพราะสิ่งที่เธอเห็นมันต่างจาก บ้านของเธอมาก เพราะที่บ้านเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ความทันสมัยและเทคโนโลยีต่างๆยังเข้าไม่ถึง เท่าไรนัก ความเป็นอยู่ก็ลาบาก แต่ที่แห่งนี้ มีความสะดวกสบาย มีความโอ่อ่าฟู่ฟ่า หรูหรา มี เทคโนโลยีที่ทันสมัย มีสิ่งแปลกใหม่มากมายที่ไม่เคยพบเห็น ถนน ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า แฟชั่น ฯลฯ มีสิ่งต่างๆ ให้เลือกมากมาย (ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่เธอเกือบหลงอยู่ในวังวนของมัน ด้วยเช่นกัน) นี่คือสิ่งที่เธอต้องค้นหาสาหรับชีวิต แรกๆ ดูท่าจะลาบากสาหรับตัวเธอ เพราะ เธอต้องเริ่มทุกอย่างใหม่หมด ไม่ว่าสถานที่ ผู้คน ประสบการณ์ต่างๆ และรวมถึงคาพูดที่ว่า “เด็กดอย” ซึ่งเธอรู้สึกไม่ชอบใจนัก

12


เมื่อเวลาผ่านไป แม้เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่การฝึกฝน การเรียนรู้ ประสบการณ์ต่าง ๆ รวมถึงสิ่งที่อยู่รอบข้าง เธอได้พบกับคาตอบ (แม้บางคาตอบอาจไม่ตรง กับคาถามก็เหอะ) ที่ทาให้เรียนรู้ว่า 1. เส้นทางที่คนส่วนใหญ่เลือกนั้นล้วนต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถบังคับใจกันได้ เช่นเดียวกับพี่น้องในชนบทของตน น้อยคนนักที่รักและชื่มชมหรือภูมิใจในความเป็นชน เผ่าของตน เพราะหลงอยู่กับสิ่งภายนอกที่ความทันสมัยหรือเทคโนโลยีที่สื่อต่างๆหยิบ ยื่นให้ น้อยคนนักที่จะกลับมาพัฒนาหรือนาสิ่งดีๆมาสู่ชุมชนของตน (อย่างน้อยก็ยังดี ใจที่คนเรียนจบปริญญาบางคนกลับมาทางานในผืนดินของตน โดยไม่รังเกียจใดๆ) 2. แม้ว่าชีวิตจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็น เลือกที่จะทาอะไรก็ได้ ขอเพียงสิ่งนั้น เป็นสิ่งดีและถูกต้อง และแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กดอยแต่เธอก็ไม่ทาความเดือดร้อนให้ใคร 3. การใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่าและอย่างระมัดระวังคือการไม่หลงกับกระแสบางอย่างมาก จนเกินไป เพราะกระแสมีไว้ให้ทวน ก็เหมือนกับคลื่นหรือลม หากเราตามมันบ่อยเข้า เป็นเราเองที่จะตาย 4. และสิ่งสาคัญที่ขาดไม่ได้ในชีวิตคือ ศาสนา เพราะความเชื่อเป็นพลังให้เรามีจุดยืนที่ มั่นคง แม้สั่นคลอนแต่ก็ยังลุกขึ้นไหว รวมถึงศีลธรรม คุณธรรมต่างๆ ก็ช่วย ให้จิตใจเราเข้มแข็งขึน้ ไม่แพ้การประจญใดๆ เหนือสิ่งอื่นใด ปราศจากพระเจ้า เราไม่สามารถทาอะไรได้เลย

13


ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเหลือเกิน จนมีความรู้สึกอยากได้เรือ สักล้าหนึ่ง นั่งมองน้้าฝน นึกถึงครั้งที่ขี่จักรยานแวะไปเยี่ยมลุงเปี๊ยก คนเลี้ยงแกะ แบบ (แบบไม่มีเหตุผล ว่าเลี้ยงไปท้าไม เพื่ออะไร คนแก่เงินเหลือ) ผมได้ขี่ จักรยานแวะไปพูดคุยเล่นทักทายประสาลูกหลาน ได้ทกั ทายไปสองค้า ลุงเปี๊ยกรีบ พูดอวดทันที ถึงเรื่องต้นไม้ที่ยายเคยฝากมาปลูก หลังจากชมต้นไม้เสร็จฝนก็ตกลงมา เราต้องมาหลบมองดูแกะที่แกเลี้ยง เลยถามไปว่า เอะท้าไมในซอย มีหลายบ้านที่ เลี้ยงแกะล่ะลุง ลุงไปแนะน้าอะไรให้เค้าเหรอถึงมีคนเลีย้ งตาม ทั้ง ๆ ที่ซื้อมาเลี้ยง เพื่ออะไรก็ไม่รู้ แต่มีพื้นที่ว่าง อยากให้มีอะไรเดิน และไม่อยากตัดหญ้า ลุงหัวเราะ เพราะลุงไปโม้ ว่าเลี้ยงไว้แล้วดี มีคนแวะมาถามไถ่บ่อย มาคอยถามเหมือนแกนัน่ แหละว่าเลี้ยงไปท้าไม คนในซอยเห็นว่าที่บ้านมีคนขับรถมาจอดหน้าบ้าน มาแวะดู เลยคิดว่า เลี้ยงแล้วจะรวย ๆ เสียงหัวเราะสองคน ดังกว่าเสียงน้้าฝนที่ตกใส่หลังคา สังกะสีอีก ลุงบอกว่า คนเราอยากมีอะไรเหมือนคนอืน่ โดยคิดไปเอง ไม่มี การหาข้อมูลหรือปรึกษาผูร้ จู้ ริง แล้วท้าไมลุงไม่ไปบอกเค้าล่ะครับ “ปล่อยเถอะนี่ แหละ ความเป็นมนุษย์ขเี้ หม็น”

14


เด็กหญิงแมลงปอ  

Season #1 ตอน ...

”เข็มทิศชีวิต” นี่คือเรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึง่ ที่เกิด เติบโต และใช้ชีวิตวัยเด็กในหมู่บ้านคาทอลิก ริมคลองเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับแม่นา้ เจ้าพระยา “แม่น้าสายหลัก....สายเลือดประเทศไทย” เปิดเทอมวันแรกของปีการศึกษาใหม่ เด็กหญิงแมลงปอขึ้นชั้นเรียนใหม่ ป.4 ค ได้พบเพื่อนเก่าที่ เคยอยู่ห้องเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว และก็ได้พบเพื่อนต่างห้องที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนห้องเดียวกันไปแล้ว ‘ทุกคนดูตื่นเต้นกับห้องเรียนใหม่ ในอาคารหลังเก่าทีส่ ร้างมานาน ดูจากตัวตึกแล้วแข็งแรงน่าเกรงขาม มาก มองดูเสาแต่ละต้น ก็ใหญ่โต สงสัยต้องใช้คนอย่างน้อยๆ สี่คนโอบจึงจะรอบแน่เลยทีเดียว’ แมลงปอ ราพึงราพันในใจขณะที่มองไปรอบห้องเรียนดูเพื่อนๆ และอาคารห้องเรียนห้องใหม่ซึ่ง เป็นอาคารหลังเก่าของโรงเรียนด้วยความตื่นเต้น ทุกอย่างดูเร้าใจ ชวนให้ติดตาม ความคิดหนึ่งแวบขึ้นในสมองของแมลงปอ คาที่คุณครูอนุบาลท่านหนึ่ง เคยกล่าวไว้ขณะที่ แมลงปอเรียนชั้นอนุบาล 2 ‘พอพวกหนูโตขึ้น พวกหนูก็จะลืมคุณครูอนุบาล คนที่สอนหนูให้อ่านออกและสอนหนูให้เขียนได้... หนูว่าครูอนุบาลมักจะถูกลืมเสมอ ไม่เชื่อเรามาดูกัน’ ทั้งแมลงปอและเพื่อนๆ ทุกคนในห้องตะโกนเสียงดัง พร้อมกันว่า‘ไม่จริงค่ะ ไม่จริง พวกหนูรักคุณครู และจะไม่มีวันลืมคุณครูเลยค่ะ’

15


แล้วแมลงปอก็ตระหนักได้นับตั้งแต่วินาทีนั้นว่า คุณครูอนุบาล คือคุณครูคนทีส่ าคัญที่สุดเพราะเป็น คนที่ทาให้แมลงปออ่านออกเขียนได้มาจนถึงปัจจุบันนี้ กริ๊งๆๆๆๆๆ เสียงกริ่งโรงเรียนดังขึน้ เพื่อเริ่มวิชาใหม่ เช้านี้หลังวิชาคาสอน แมลงปอเรียนวิชาเลขคณิต ภาษาอังกฤษ 1 และ ภาษาสังคมศึกษา ในวิชาสังคม แมลงปอรูส้ ึกประหลาดใจยิ่งนัก และเป็นสิ่งที่ทาให้แมลงปอต้องนาไปครุ่นคิดตลอดเวลา คุณครูถามนักเรียนทุกคนว่า โตขึน้ อยากเป็นอะไร และทาไม จึงอยากเป็น เพื่อนๆ ของแมลงปอส่วนใหญ่ก็ตอบว่า อยากเป็นหมอ เป็นพยาบาลเพราะจะได้มีเงินเยอะๆ และ สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ เป็นเจ้าของกิจการเพราะคุณพ่อคุณแม่ได้ทาไว้ให้แล้ว แมลงปอนั่งอยู่ท้ายๆ ของห้องจึงมีเวลาคิดนานกว่าเพื่อน ถึงกระนั้นก็ไม่วายตื่นเต้น ‘ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว ใกล้ถึงเราแล้ว’ แมลงปอลุ้นในใจด้วยความตื่นเต้น “ถึงตาหนูแล้วค่ะ” คุณครูเรียกช่วยให้แมลงปอฟื้นคืนสติ แมลงปอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เงยหน้าขึ้นแล้วตอบว่า “หนูอยากเป็นครูคะ่ ” แมลงปอได้ยินเสียงเพื่อนๆ หัวเราะ เพราะอาชีพครูเป็นอาชีพที่ต่าต้อย คนที่เรียนได้ค่อยเก่งมักจะเลือกเรียนวิชาครู แถมเงินเดือนก็น้อย แมลงปอตอบเสียงยิ่งดังขึ้นเพื่อกลบเสียงหัวเราะของเพื่อน “เพราะครูเป็นแม่พิมพ์ของชาติ เป็นคนที่จะหล่อหลอมคนให้เป็นคน เหมือนอย่างคุณครูสมศรี คุณครูอนุบาลของหนู ที่ทาให้หนูอ่านออกและเขียนได้ค่ะ” แล้วคุณครูได้สรุปสิ่งที่พวกเราทุกคนตอบว่า “รู้ไหมทาไมครูจึงถามพวกหนู” “ไม่ทราบค่ะ” นักเรียนทั้งห้องตอบพร้อมเพรียงกัน “ไม่ว่าวันนี้หนูอยากเป็นอะไร โตขึ้นจะเป็นได้ดังฝันนี้หรือไม่ มีสองสิ่งที่หนูต้องจาไว้ให้มั่น สิ่งแรกคือ ทุกอาชีพเราต้องช่วยเหลือผู้อื่น ต้องช่วยส่งเสริมความเจริญของประเทศชาติ และประการที่สองคือ ความใฝ่ฝันเหล่านี้จะเป็นจริงได้ คนเราต้องตั้งเป้าหมาย คนเราต้องตังเข็มทิศของตนเอง เพื่อจะได้ รู้ว่าชีวิตของเรานั้นจะเดินทางไปทางทิศใด คนเราต้องมีเข็มทิศชีวิตนะคะนักเรียน เพราะฉะนั้นใครที่ ยังไม่ตั้งเข็มทิศของตนเองควรตั้งได้แล้วค่ะ เพื่อหนูๆ จะได้มุ่งมั่นฟันฝ่า ด้วยความวิริยะอุตสาหะ และ

16


เพียรพยายาม เพื่อไขว่คว้าเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นให้จงได้” เสียงกริ่งดังขึ้นเตือนหมดชั่วโมง พร้อมกับหัวหน้าชั้นนานักเรียนขอบคุณคุณครู “นักเรียน กราบ”หัวหน้าห้อง “ขอบคุณค่ะคุณครู” นักเรียนทุกคน แมลงปอครุ่นคิดอย่างหนักกับสิ่งทีค่ ุณครูเรณู คุณครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษา ได้เปิดปฐมบทของการเรียน วิชาสังคมด้วยการให้นักเรียนตั้งเข็มทิศชีวิต ‘เราตอบว่าอยากเป็นครู เอ...ต้องทาอะไรบ้างนะเพื่อจะได้เป็นครูสมความตั้งใจ’ แมลงปอครุ่นคิดสิ่งนั้นตลอดบ่าย และในเย็นวันนั้นหลังสวดค่าของครอบครัวแล้ว แมลงปอถามคุณพ่อว่า “คุณพ่อคะ เข็มทิศชีวิตคืออะไรคะ เราต้องมีเข็มทิศชีวิตด้วยหรือคะ” “อืม...เข็มทิศชีวิต เป็นสิ่งที่สาคัญมากนะลูก เพราะจะช่วยให้เราเดินทางชีวิตได้ถูกทิศทาง ว่าจะ ไปทางซ้าย ทางขวา ขึ้นเหนือหรือล่องใต้ ว่าแต่วันนี้ลูกสาวพ่อถามคาถามสาคัญทีเดียวนะ” คุณพ่อตอบแมลงปอด้วยความรักเอ็นดู และจึงถามต่อไปว่า “แล้วลูกสาวพ่อตั้งเข็มทิศชีวิตของตัวเองหรือยัง” “ต้องตั้งจริงๆ หรือคะ ยังไม่ได้ทาเลยค่ะ”แมลงปอออดอ้อน “งั้นโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรล่ะ” คุณพ่อขยายความคิด “หนูอยากเป็นคุณครูเหมือนคุณแม่ค่ะ” แมลงปอตอบด้วยความมั่นใจ “อะ...เป็นคุณครู? เงินเดือนน้อยนะ?” คุณพ่อกล่าวสาทับ “เงินเดือนน้อยก็ไม่เป็นไรค่ะ ได้เป็นแม่พิมพ์ของชาติเหมือนคุณแม่ ได้ช่วยคนให้อ่านออกเขียน ได้ ได้ทาให้คนมีการศึกษา จะได้พ้นจากความทุกข์ ความยากจน มีความรู้ที่จะช่วยเหลือตนเอง และยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ดว้ ยค่ะ” คุณพ่อคุณแม่ของแมลงปอ หัวเราะชอบใจคาตอบด้วยวาจาฉะฉานของลูกสาว คุณพ่อถึงกับยีศีรษะของแมลงปอด้วยความเอ็นดู ส่วนในใจของแมลงปอนั้นบอกกับตัวเองว่า ‘ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเอาจริงเอาจัง ตังมั่น ตังเข็มทิศของตนเอง และจะก้าวไปสู่จุดหมายนันให้จงได้’ โปรดติดตามเรื่องราวของเด็กหญิงแมลงปอในตอนต่อไปนะคะ สาหรับตอนนี้ สวัสดี บ๊ะบายค่ะ

17


สวัสดีครับ.....เพื่อนๆ ผู้อ่านทุกท่าน "สตีฟ โจ๋" คนเดิมมาแล้ว ครับ มาพร้อมกับหัวข้อที่ใกล้ตวั ทุกๆคนในทุกวันนี้อย่างไม่ตอ้ งสงสัย ซึ่ง แทบปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แทบทุกคนที่รู้จักจะเป็นสมาชิก Social Network หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างน้อย 1 อย่าง เช่น Facebook, Twitter, Instragram, Google+ หรือ Line แต่หากไม่ระวังกันดีดี อาจเผลอให้ขอ้ มูล ที่มีประโยชน์แก่มจิ ฉาชีพ กลายเป็นช่วยให้พวกเขาทางานไม่ดงี ่ายขึน้ มา ตามดูตัวอย่างในกรณีของ Facebook กันครับ เป็นที่รู้กันดีวา่ "การขโมยตัวตน" เป็นการกระทาที่บุคคลใดบุคคล หนึ่ง ได้ใช้หรือใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อเป็น ประโยชน์แก่สว่ นตัว เช่น ข้อมูลวันเดือนปีเกิด รูปภาพส่วนตัว เบอร์ โทรศัพท์ ข้อมูลที่อยูท่ ั้งสถานที่บ้าน และอีเมล หรืออื่น ๆ เพื่อแอบอ้าง ทาการฉ้อโกง หรือกระทาใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย ทว่าในยุคแห่งความ เจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี บวกกับความฉลาดล้าลึกของมนุษย์บาง กลุ่มที่ยากจะหยั่งถึง การขโมยตัวตน และข้อมูลต่าง ๆ ของผู้คนใน เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook กลับมีความซับซ้อนและแยบยล มากยิ่งขึ้นถึงขนาด แฟรงก์ อาบาเนล (Frank Abagnale) อดีตนักต้มตุน๋

18


ในช่วงยุค'60 ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกคนหนึ่ง (ผู้เป็นแรงบันดาลใจ ให้กับหนังสือและภาพยนต์ชื่อ Catch Me If You Can) ยังออกมา เตือน และชี้ให้เห็นอันตรายของการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบน หน้าเฟซบุก๊ เลยว่า ข้อมูลต่างๆ ที่ใครหลายคนโพสต์บน Facebook เปรียบเสมือนกับคาเชื้อเชิญให้นักต้มตุน๋ อย่างเขาเปิด ประตูบ้าน และขโมยตัวตนไปใช้ได้ตามใจชอบ ทั้งยังบอกอีกว่า เล่ห์กลเพทุบายต่าง ๆ ที่เขา เคยใช้เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้วในสมัยที่ยังเป็น วัยรุ่น Facebook ช่วยให้สามารถทาได้ง่ายกว่าเดิมถึง 4,000 เท่า "ถ้าคุณเปิดเผย ข้อมูล วันเกิดและสถานที่เกิดของคุณให้แก่ผมทางหน้าเพจ Facebook ผมเชื่อมั่นถึง 98% ว่าผมจะขโมย ตัวตนของคุณไป" นี่คือคาพูดของแฟรงค์ อาบาเนล วัย 64 ปี อดีตนักต้มตุน๋ ก้องโลกที่ปัจจุบัน กลับใจมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยของสานักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ดังนัน้ ถ้าไม่อยากให้ผู้อื่นนาข้อมูลไปใช้ในทางไม่ดี ผู้ใช้เองต้องเลือกที่จะเปิดเผยและไม่ เปิดเผยข้อมูลของตนเองต่อสาธารณะ และที่คาดว่าการตัง้ ค่าในระบบ "Privacy Setting" ใน Facebook เป็นวิธีที่ช่วยปกป้องข้อมูลในออนไลน์ แต่ควรเปลี่ยนวิธีคดิ ใหม่วา่ ข้อมูลที่โพสต์ และ บอกความเป็นตัวเรามากเท่าไร ยิ่งเผยตัวตนของเราออกสูส่ าธารณะมากขึน้ เท่านัน้ ซึ่งดูเหมือน ไม่ส่งผลกระทบอะไร แต่อาจทาให้บุคคลบางกลุม่ นาข้อมูลดังกล่าวไปจัดประเภทและทานาย พฤติกรรมในวิธีที่เกินเลยและอ่อนไหวกว่าที่เราคาดคิดก็เป็นได้ ทั้งหมดนี้ เป็นการนาเสนอเพื่อชี้ให้เห็นถึงภัยที่ จะตามมาจากการให้ขอ้ มูลและแชร์ขอ้ มูลต่างๆ บนเฟซ บุ๊ก ซึ่งสามารถเกิดขึน้ ได้กับทุกคน และไม่สามารถโทษ ใครได้ นอกจากตัวผู้ใช้เองที่ขาดสานึกและสติในการ ป้องกันความปลอดภัย ทางที่ดี ก่อนตั้งสเตตัส กดไลค์ กดแชร์ หรือ คอมเมนต์ใด ๆ พึงระลึกไว้เสมอว่า มีคน แอบซุ่มโป่งมองคุณอยู่ ซึ่งไม่ใช่แค่คนกลุม่ เดียว ทว่า ยัง มีคนอีกจานวนมหาศาล ที่จะรู้จกั คุณผ่านทางสังคม ออนไลน์ตัวนี้ และหนึ่งในคนจานวนมหาศาลนั้น อาจ เป็นผู้ไม่หวังดีกับคุณก็เป็นได้ ลาไปก่อนครับ..."สตีฟ โจ๋" แหล่งที่มาของข้อมูล : http://www.manager.co.th/

19


20


สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เรามีการอบรมเตรียม

ผู้แทนเยาวชนไทย เพื่อเข้าร่วมงานวันเยาวชนโลก เป็นการเตรียมความพร้อมของ ผู้เข้าร่วมทั้งฝ่ายกายและจิตใจ ในด้านของ ฝ่ายกาย นัน้ เป็นการเตรียมตัวเดินทาง ทุกคนที่จะ เดินทางเข้าประเทศบราซิล จะต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลือง อย่างน้อย 10 วันก่อนการ เดินทาง วัคซีนไข้เหลือง (Yellow fever vaccine) จัดเป็นวัคซีนที่จาเป็นต้องได้รับก่อนการ เดินทางไปประเทศบราซิล เนื่องจากเป็นกฎสาธารณสุขระหว่างประเทศ โรคนี้จดั เป็นโรค ในกลุ่มไข้เลือดออกชนิดหนึ่ง ซึ่งมียุงเป็นพาหะนาโรค คล้ายๆกับโรคไข้เลือดออก แต่โรค ไข้เหลือง เกิดจากเชื้อ yellow fever virus นอกจากนั้นแล้ว เราได้เรียนรู้เรื่องสภาพภูมอิ ากาศซึ่งอุณภูมริ ะหว่าง 10–25 องศา และ บางวันอาจจะมีถึง 4 ฤดูด้วยกัน การกิน การอยู่ การเดินทางจาริก และการร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ ท้าทายผู้เดินทางให้เตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคืนตื่นเฝ้า พร้อมกับพระสันตะปาปาฯ ที่เราจะต้องเดินเท้ามากกว่า 13 กม. เราได้เรียนรู้ถึง สภาพทางสังคมของเมืองเซาเปาโล และเมืองริโอ เด จาเนโร ที่มีผู้ยากไร้ เด็กเร่ร่อน คนยากจน และปัญหาสังคม มากมาย ที่พระศาสนจักรเข้าไปช่วยเหลือและทางานอภิบาล กับพวกเขาเหล่านัน้ การเตรียมความพร้อมในด้านฝ่ายจิตใจสาคัญเป็นทีส่ ดุ เราเริ่มต้นด้วยการให้ผู้เข้าร่วมได้ไตร่ตรองและแบ่งปันถึงวัตถุประสงค์ และข้อตัง้ ใจที่เขาจะเดินทางจาริกไปร่วมงานเยาวชนโลกครั้งนี้ งานเยาวชนโลกได้เริ่มต้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และขณะนี้กาลังเดินทาง จาริกไปพร้อมกับกางเขนและรูปแม่พระ และที่สุดเยาวชนทั่วโลก จะเดินทางไปเฉลิมฉลองด้วยกันที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ในระหว่างวันที่ 23 – 28 กรกฎาคม

21


นอกจากนั้นเราได้เรียนรู้ถึงความคาดหวังของพระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่ 2 ที่ทรง กาหนดวันเยาวชนโลกขึ้น เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ.1984 เพื่อเชิญชวนเยาวชนจากทัว่ โลกให้มี โอกาสมาพบปะกับพระองค์ และทรงมอบกางเขนไม้ศักดิ์สทิ ธิ์พร้อมกับรูปแม่พระ ให้เดินทาง จาริกไปพร้อมกับเยาวชนด้วย งานวันเยาวชนโลก จะจัดขึ้น 3 ปีครั้ง โดยสลับกับงานเยาวชน ในสังฆมณฑลและประเทศของตนเอง งานเยาวชนระดับเอเชีย และงานวันเยาวชนโลก ทั้งนีก้ ็เพื่อ เตรียมเยาวชนทั่วโลกให้ร่วมเดินทางไปพร้อม ๆ กันและที่สุดเดินทางไปร่วมเฉลิมฉลองพร้อมกับ พระสันตะปาปา ในจุดที่เรานัดพบกัน จากนั้นพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ที่ 16 ก็ทรงสาน ต่องานนี้ และที่สุดงานวันเยาวชนโลกครั้งที่ 28 นี้ พระสันตะปาปาฟรังซิส ก็ทรงสัญญาทีจ่ ะ เดินทางมาพบกับเยาวชน โดยกล่าวว่า “เรารอที่จะพบกับพวกเธอเยาวชนในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่เมืองรีโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล อย่างมีความสุข ขอให้พวกลูกเยาวชนเตรีมตัวกันมาอย่าง ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านฝ่ายจิต (ทางจิตวิญญาณ) การมาชุมนุมกันครั้งนีจ้ ะเป็นสัญลักษณ์ ของความเชื่อ ความศรัทธา เยาวชนต้องประกาศให้ทั่วโลกรู้ว่า การติดตามพระคริสตเจ้าเป็น สิ่งดี การไปหาพระเจ้าเป็นสิ่งดี คาสอนของพระคริสตเจ้าก็เป็นสิ่งดี การออกจากตัวเองการ เสียสละเป็นสิ่งดี และออกไปหาคนยากไร้คนชายขอบของโลก และคนที่อยูน่ อกชายขอบด้วยเพื่อ นาพระเยซูเจ้าไปให้เขา “ 3 คา” ที่พ่อปรารถนาจะฝากไว้กับพวกลูกเยาวชน คือ ความชืน่ ชม ยินดี ไม้กางเขน และเยาวชน” จากนั้นก็ศกึ ษาข้อมูลเกี่ยวกับงานวันเยาวชนโลก ครัง้ ที่ 28 Rio 2013 เราศึกษา ความหมายของสัญลักษณ์งานเยาวชนโลกครั้งนี้ ในภาพนี้ได้แสดงถึงอ้อมแขนของพระเยซูเจ้าที่ ทรงกางออกเพื่อต้อนรับและรอคอยเยาวชนจากทั่วโลก เพื่อเดินทางไปหาพระองค์ที่ประเทศ บราซิล แขนที่กางออกไปจนสุดกรอบของหัวใจทัง้ สองด้านนี้ เปรียบเสมือนความรักที่เปี่ยมล้น ของพระเยซูเจ้า ที่ทรงรักเยาวชนอย่างหาที่สุดมิได้ และทรงปรารถนาให้เยาวชนมอบความรักนี้ แก่ทุกคนรอบข้างด้วย และยังเปรียบเสมือนการส่งเยาวชนออกไปเป็นธรรมทูตแถวหน้าในการ ประกาศความรักของพระองค์ดจุ เดียวกับอัครสาวกผู้ยิ่งใหญ่ของโลกใหม่ สีเขียวรูปด้านบนของ พระเยซูเจ้า ซึ่งมีภาพคล้ายหัวใจส่วนบน และคล้ายกับ ภูเขาขนมปังสัญลักษณ์ของประเทศบราซิล มีกางเขน ด้านในซึ่งเปรียบเสมือนประเทศบราซิลเป็นดินแดนแห่ง กางเขนศักดิ์สทิ ธิ์ สีฟ้าคล้ายหัวใจส่วนล่าง เปรียบเสมือน ดินแดนแห่งน่านน้าอเมซอลทะเลสุดขอบโลก ที่พร้อมใจกัน เปิดประตูบ้านต้อนรับเยาวชนจากทั่วโลก และสีต่าง ๆ ทัง้ หมดนี้ ก็เป็นสีเดียวกับธงชาติของประเทศบราซิลด้วย 22


บทเพลง Esperanca do Amanhecer (Hope of the dawn) เป็นบทเพลงที่จะใช้ในงาน เยาวชนโลก ซึ่งมีทั้งภาษาโปรตุเกส และภาษาอังกฤษ บทภาวนาสาหรับงานเยาวชนโลก ที่เชิญชวนให้เยาวชนภาวนาร่วมกันทุกวัน เพื่อให้ เยาวชนจะได้รับประสบการณ์แห่งความเชื่อและนากลับไปแบ่งปันแก่เพื่อน ๆ ที่อยูท่ ั่วทุกมุมโลก ด้วยความหวังและการอุทิศตน กลายเป็นอัครสาวกผู้ยิ่งใหญ่ของโลกใหม่ “จงช่วยกันสร้าง โลกให้ดีกว่าปัจจุบันด้วยความกระตือรือร้น” พวกเราศึกษาสาส์นพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ที่ 16 ที่ทรงเขียนถึงเยาวชนก่อนที่ พระองค์จะทรงลาจากตาแหน่ง พระองค์ทรงท้าทายเยาวชนให้เป็นธรรมทูตแถวหน้า ภายใต้พระ วาจา “จงไปสัง่ สอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา” (เทียบ มธ. 28: 19) การทาให้ผคู้ น รู้จักพระคริสตเจ้าเป็นของขวัญล้าค่ามากที่สุดที่พวกเราเยาวชนสามารถจะนาไปมอบให้กับผู้อนื่ พระองค์ทรงท้าทายเยาวชนด้วยการเรียกร้องเร่งด่วน ด้วยการมอบตนเองให้เป็นของขวัญด้วยใจ กว้าง ด้วยการประกาศพระวรสาร นาข่าวดีแห่งความรักของพระเจ้าที่แสดงออกในองค์พระ คริสตเจ้าไปสู่ผู้อื่นด้วยความกะตือรือร้น กลายเป็นอัครสาวกผู้ยิ่งใหญ่ของโลกใหม่ “จงช่วยกัน สร้างโลกให้ดีกว่าปัจจุบันด้วยความกระตือรือร้น” รักคือสิ่งเดียวที่จะทาให้หัวใจมนุษย์เต็ม เปี่ยมและทาให้มนุษย์หันหน้ามาเป็นพี่น้องกัน พระเจ้าเป็นองค์แห่งความรัก เมื่อเราลืมพระองค์ เราก็สิ้นความหวังและทาให้เราไม่สามารถรักผู้อื่นได้ เราศึกษาถึงนักบุญและผู้เสนอวิงวอน แบบอย่างของเยาวชนในโลกปัจจุบัน ที่อยูใ่ นวัย เดียวกับเยาวชน แต่ท่านกลับเลือกเดินในหนทางเดียวกับพระคริสตเจ้า เป็นพยานด้วยชีวิตแห่ง ความรักต่อผู้อื่น เราซึ่งเป็นเยาวชน เราก็สามารถที่จะเป็นนักบุญได้เช่นกัน เพียงแต่เรากล้าที่จะ เปลี่ยนแปลงชีวิตหรือไม่ กล้าที่จะเป็นธรรมทูตแถวหน้าหรือไม่ ในการเรียนคาสอนกับ พระสังฆราชสังวาลย์ ศุระศรางค์ ท่านท้าทายเยาวชน “เรามีวธิ ีการใดที่จะช่วยเพื่อนหรือบุคคล รอบข้างเรา ให้เขากล้าที่จะกลับมาเป็นคนดี กลับมาเข้าวัด สวดสายประคา กลับมาตั้งใจเรียน กลับมาจากสิ่งเสพติด กลับมาจากสิ่งที่กาลังให้เยาวชนหลงเดินทางไปในหนทางที่ไม่ดี เรากล้า หรือไม่ และจะมีวิธีการอย่างไร?????”

23


การเดินทางเข้าร่วมงานวันเยาวชนโลกครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อการท่องเที่ยว การถ่ายภาพสวย ๆ หรือการซือ้ ของที่ระลึก แต่เราเดินทางจาริกไป พร้อมกับเยาวชนทั่วโลก ด้วยข้อตัง้ ใจ... ที่จะให้ความร่วมมือกับทุกกิจกรรม เปิดใจ เปิดตา เปิดหู แบ่งปัน รับการแบ่งปัน ร่วมชีวิต เดินทาง ร่วมทุกข์ร่วมสุข เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ใช้ความเป็นไทย เผยแพร่และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความเชื่อกับเพื่อนเยาวชน ๆ จะเป็นพยาน ยืนยันถึงความเชื่อ ประกาศความรักของพระองค์ ให้ทุกคนรับรูแ้ ละเชิญชวนทุกคนให้มารู้จักพระองค์ และทีส่ ุดเพื่อการไปร่วมบรรยากาศแห่งความเชื่อ ของการเป็นคริสตชนอย่างยิง่ ใหญ่ นี่คอื ข้อตั้งใจดีของผู้เข้าร่วมทุกท่าน จากประเทศไทย...

24


ในเดือนกรกฎาคม 2013 ทางสภาพระสังฆราช คาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้ประกาศให้มี

พิธีเฉลิมฉลองปีแห่งความเชื่อระดับชาติ ทางแผนกเยาวชน คณะกรรมการคาทอลิก เพื่อคริสตชนฆราวาสขอเชิญชวนนักเรียนคาทอลิก และเพื่อนๆ เยาวชน เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองปีแห่งความเชื่อ ในหัวข้อ คาทอลิกไทยรวมใจในปีความเชื่อ เพื่อฟื้นฟูการประกาศข่าวดี ขึ้นใหม่ ระหว่างวันศุกร์ที่ 19 – วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ.2013 ณ บริเวณโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ.2013 ช่วงเช้า การชุมนุมของนักเรียนคาทอลิก ในหัวข้อ “ความเชื่อกับเยาวชนคนรุ่นใหม่” 08.00 – 10.30 น. กิจกรรมรวม ณ หอประชุมบุญราศี สมเด็จพระสันตะปาปาฯ การแสดง หัวข้อ “ความเชื่อ – การประกาศข่าวดี” พระสังฆราชพบนักเรียนคาทอลิก กิจกรรมประกอบจังหวะเพลง “ปีแห่งความเชื่อ” Bible Contest 10.30 – 12.00 น. พิธีบูชาขอบพระคุณ โดยพระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ บรรดาพระสังฆราชและพระสงฆ์ ร่วมกับบรรดานักเรียนและเยาวชน 12.00 น. อาหารกลางวัน ณ โรงอาหารโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ แผนกชาย

25


13.00 – 14.30 น. กิจกรรมฐาน ฐานกิจกรรม เยาวชน เฉลิมฉลอง 36 ปี งานเยาวชนคาทอลิกไทย ฐานกิจกรรม กระแสเรียก (จากคณะนักบวชต่าง ๆ) ฐานกิจกรรม เกี่ยวกับพระคัมภีร์ ฐานกิจกรรม หลักธรรมคาสอน 14.30 - 15.00 น. วจนพิธีกรรมปิดกิจกรรม ปีแห่งความเชื่อสาหรับนักเรียนคาทอลิก ช่วงเย็น

การชุมนุมเยาวชน ณ บ้านสวนยอแซฟ อ.สามพราน จ.นครปฐม 16.00 น. ลงทะเบียน - เข้าที่พัก ณ บ้านสวนยอแซฟ สามพราน (ไม่เสียค่าลงทะเบียน) 17.00 น. ชุมนุมเยาวชน หัวข้อ “ความเชื่อกับเยาวชนคนรุ่นใหม่” 18.30 น. อาหารเย็น 19.30 – 21.00 น. พิธีตื่นเฝ้าภาวนา เพื่อการฟื้นฟูความเชื่อ ต่อหน้าพระธาตุ/ศีลอภัยบาป พระธาตุบุญราศี สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 พระธาตุบุญราศีทั้ง 7 แห่งสองคอน พระธาตุบุญราศี คุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบารุง โดยพระสังฆราชวีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธาน ณ หอประชุมเซนต์ไมเกิ้ล (กลุ่ ม เยาวชน กลุ่ ม ครอบครั ว พร้ อมกั บ บรรดาสั ตบุ รุษ ใกล้ เ คี ย ง บ้ า น นักบวช บ้านเณรต่าง ๆ และบ้านอบรมฯ รวมทั้งสัตบุรุษที่สามารถมาร่วม ได้ จะมีการถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เนต เพื่อพี่น้องที่อยู่ทางบ้านสามารถ ชมและร่วมใจภาวนากันอย่างพร้อมเพรียงด้วย) 21.30 น. เยาวชนพักที่บ้านสวนยอแซฟ สามพราน วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ.2013 07.00 น. อาหารเช้า 08.00 น. * ชมวีดีทัศน์ “ความเชื่อ – การประกาศข่าวดี” * พิธีศีลอภัยบาป 09.00 น. ขบวน “ธรรมยาตรา” พระอัครสังฆราชเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นประธาน

26


แห่พระธาตุบุญราศี สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 พระธาตุบุญราศีทั้ง 7 แห่งสองคอน พระธาตุบุญราศี คุณพ่อนิโคลาส บุญเกิด กฤษบารุง (ขอความร่วมมือจากทุกสังฆมณฑล – องค์กร กรุณาใส่เสื้อปีแห่งความเชื่อ ของสังฆมณฑล หรือเสื้อทีมที่เหมือนกัน และนาธงสัญลักษณ์ เพื่อร่วมขบวน ธรรมยาตราด้วย) (ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ควรเตรียมหมวกหรือร่ม ด้วย) 10.00 น.

12.30 น.

พิธีบูชาขอบพระคุณ พระอัครสังฆราช จาเนียร สันติสุขนิรันดร์ เป็นประธาน พิธีบวชสังฆานุกร แต่งตั้งผู้ช่วยพิธีกรรม และผู้อ่านพระคัมภีร์ อาหารกลางวัน - เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

การเฉลิมฉลองปีแห่งความเชื่อ ในวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2013 เปิด ต้อนรับสาหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกท่าน หากเพื่อน ๆ เยาวชนสนใจเข้า ร่วมงานชุมนุมเด็กและเยาวชน โปรดติดต่อ ศูนย์ประสานงานเยาวชน ในสังฆมณฑล หรือองค์กรที่ท่านสังกัด หรือสามารถติดต่อโดยตรง ได้ที่ แผนกเยาวชนฯ 081-812-1916 เพื่อสารองที่พักและอาหาร (ฟรี) ภายใน วันที่ 20 มิถุนายน นี้ นะคะ สาหรับงานในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคมนั้น เพื่อน ๆ เยาวชนและพี่น้อง สัตบุรุษทุกท่านสามารถเข้าร่วมงานได้โดยพร้อมเพรียง โดยไม่ต้องแจ้งให้ ทางแผนกเยาวชนฯ ทราบค่ะ และเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวกันในขบวนธรรม ยาตรา ทางเจ้าภาพจึงขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่าน ใส่เสื้อปีแห่งความเชื่อของ สังฆมณฑล หรือเสื้อทีม เสื้อสีที่เหมือนกัน และนาธงสัญลักษณ์ของสังฆ มณฑลหรือองค์กร กลุ่มที่ท่านสังกัดอยู่ เพื่อร่วมขบวนธรรมยาตราด้วยนะ คะ ที่สุดขอคาภาวนาเป็นพิเศษสาหรับพิธีเฉลิมฉลองปีแห่งความเชื่อที่ จะมีถึงนี้ เรานั่งอาบแดดเฉย ๆ เรายังดาเลย และสาอะไรกับคาภาวนา วิงวอนขอพระเจ้าทรงโปรดอวยพระพร ให้พันธกิจนี้ผ่านไปด้วยดี ตามน้า พระทัยของพระองค์...

27


www.focolare.org

"มาสร้างสะพาน" หัวข้อเจนเฟสท์ 2012 งานชุมนุมเยาวชนจากทั่วโลกที่ กรุงบูดาเปสท์ ประเทศฮังการี เมื่อเดือนกันยายน เป็นแรงกระตุ้นให้ เยาวชนทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยได้ออกมา "เป็นสะพาน" เชื่อมทุกคนเข้าหากัน ดังนั้น กิจกรรม "สัปดาห์เพื่อโลกที่เป็นหนึ่ง" ในปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นในอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคมที่ ผ่านมานี้ ตลอดสัปดาห์มีลูกคลื่นของกิจกรรมตามที่ต่างๆในทั่วโลก เพื่อส่งเสริม สนับสนุน สันติภาพให้เกิดขึ้นในที่ที่ตนเองอยู่ โดยการเริ่มจากตัวเองและมุ่งสู่ผู้คนในสังคมรอบข้าง ในระหว่างงานเจนเฟสท์ เยาวชนได้นาเสนอ "โครงการโลกที่เป็นหนึ่งเดียวกัน" United World Project ซึ่งแบ่งเป็น 3 โครงการย่อย ได้แก่ 1) United World Watch จับตามองโลกที่เป็นหนึ่งเดียวกัน สนับสนุนและ ส่งเสริม การศึกษา งานวิจัย ความร่วมมือในการทาให้แนวคิดเรื่องความเป็นพี่น้องสากลได้ เป็นที่รู้จักแพร่หลาย 2) United World Workshop ปฏิบัติการโลกที่เป็นหนึ่งเดียวกัน รวบรวม ลายเซ็น นาเสนอต่อองค์การสหประชาชาติ เพื่อเสนอโครงการ “สัปดาห์เพื่อโลกที่เป็นหนึ่ง” ให้เป็นวาระสากลของกิจกรรมนานาชาติ 3) United World Network เครือข่ายโลกที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ร่วมลงนาม ที่จะ ผูกมัดตนเองในการดาเนินชีวิต ‘กฎทอง’ คือปฏิบัติต่อผู้อื่นในสิ่งที่เราต้องการให้เขาปฏิบัติ ต่อเรา ไม่ปฏิบัติต่อผู้อื่นในสิ่งที่เราไม่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา เพื่อที่จะสามารถขยาย เครือข่ายไปทั่วโลกด้วยการตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องเริ่มจากตัวของแต่ละคนก่อน

28


29


30


31


พระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ที่ 16 กล่าวกับเยาวชนว่า “เรายินดี ที่จะคุยกับพวกเธออีกครัง้ หนึง่ ความทรงจาแห่งการพบกันของเราทีม่ าดริดเมือ่ เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011 ยังคงอยูใ่ นจิตใจของเรา ซึง่ เป็นเวลาแห่งพระ หรรษทานพิเศษ ทีพ่ ระเจ้าทรงประทานพระพรมายังเยาวชนทีพ่ ากันมาจากทัว่ โลก เราโมทนาคุณพระเจ้าสาหรับผลดีงามทุกชนิดทีเ่ หตุการณ์ดงั กล่าวนามาให้ เป็นผลดีทแี่ น่นอนว่า จะเพิม่ พูนมากยิง่ ขึน้ สาหรับเยาวชนและชุมชนของพวก เขาในอนาคต บัดนีเ้ รากาลังรอเวลาทีเ่ ราจะได้พบกันใหม่ทรี่ โี อ เดอ จาเนโร (Reo de Janeiro) ในค.ศ.2013 เราขอต้อนรับทุกคน”

งานวันเยาวชนโลก ครัง้ ที่ 28 (RIO 2013) วันที่ 23-31 กรกฎาคม 2013 ณ เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล “เพราะฉะนัน้ ท่านทัง้ หลายจงไปสัง่ สอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา” (มธ.28,19) "Go and make disciples of all nations" (Mt 28, 19)

Newsletter104 june 2013  

Youth Newsletter จุลสารเพื่อ(น) เยาว์ ฉบับที่ 104 เดือนมิถุนายน 2013 ฉบับนี้ ประกอบด้วย... คำนิยม 36 ปี งานเยาวชนคาทอลิกไทย โดย ภราดา ทินรัต...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you