Page 1


อากาศร้อน ๆ แบบนี้ หลาย ๆ ครั้งก็ทาให้ใจคนร้อนตามไปด้วย ดูข่าวทางทีวีและหน้าหนังสือพิมพ์ ทาให้เห็นว่า คนสมัยนี้ ทะเลาะกัน ฆ่ากัน ง่ายจริง ๆ แล้วยิ่งบางคนได้น้าเปลี่ยนนิสัยเข้าไป ก็ยิ่งร้อนเร็วและร้อนแรง จนบางครั้งทาอะไรไป เพียงด้วยอารมณ์ ที่...ใจ...ไม่สามารถควบคุมได้ในขณะนั้น ผลที่ตามมา ก็เลวร้ายกว่า...ที่จะคิดได้...ก่อนทา เยาวชนที่รัก เมื่อมองสังคมรอบข้าง ไม่ว่าจะรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร สิ่งที่สาคัญ คือการย้อนมามองดูตัวเอง ดูที่ใจของเราเอง เพื่อเราจะสามารถกาหนดหัวใจของเรา ไม่ให้มันเพียงทาตามใจ แต่...อยู่ในการควบคุม รู้จักมอง รู้จักคิด ถึงผลได้ผลเสีย ก่อนทีจ่ ะลงมือกระทา เพราะอากาศร้อนไม่ได้หมายความว่า ใจเราต้องร้อนตามไปด้วย เพื่อให้การดาเนินชีวิตของเรา...ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มิใช่ต้องชะงักเพียงเพราะการตัดสินใจผิดพลาด จากอารมณ์ที่ไร้การควบคุมของ...หัวใจ 2


ประวัติศาสตร์อันยาวนานของงานอภิบาลเด็กและเยาวชนในประเทศไทย เป็น สิ่งที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ และความเหนื่อยยากของผู้อภิบาล ผู้รว่ มงาน คนแล้วคนเล่า คิดถึงวันเวลาที่เลยผ่าน 36 ปี ภาพของสภาเยาวชนคาทอลิกแห่ง ประเทศไทย คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อเยาวชน จนกระทั่งกลายมาเป็นคณะกรรมการคาทอลิก เพื่อคริสตชนฆราวาส แผนกเยาวชน ผมถามตนเองว่าในฐานะที่เคยทางานอยู่ที่นี่ และคอยช่วยเหลือ อยู่บ้างมาเป็นเวลา 12 -13 ปี “ชื่อนัน้ สาคัญไฉน” ผมเฝ้ามองดูการทางานของผู้ที่ผ่านไปผ่านมา บน หนทางสายนี้ ผมมีความเชื่อและมั่นในใจว่าทุกคนพยายามทาหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ และมีพระพร ของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยมตลอดทางที่ผ่านมา พระองค์ได้ประทานพระพรให้กับ ผู้อภิบาลทุกคนตามวิธีการตามความสามารถของพวกท่าน เมื่อพิจารณางานอภิบาลเด็กและเยาวชนในสภาพระสังฆราช ผมอดไม่ได้ ที่จะคิดถึงอุปมาเรื่องผู้หว่านในพระวรสาร 3 เรื่องที่มีความสอดคล้องกัน “ผู้หว่านได้หว่านเมล็ดพืชตกลงในดินชนิดต่างๆ บนทางเดิน บนดินปนหิน ในกอหนาม และบนพื้นดินดีเกิดผลต่างกัน”(มก.4:1-8) “ผู้หว่านที่หว่านแล้วรอคอย การเติบโตของเมล็ดพืช....ประหลาดใจเมื่อเห็นมันงอกขึ้น....และราพึงว่าพื้นดินมีพลัง” (มก.4:26-29) “ผู้หว่านเมื่อหว่านแล้ว.....มีศัตรูมาหว่านข้าวละมานทับลงไป”(มธ.13:24-30) อุปมาทั้ง 3 เรื่องนี้น่าจะเป็นข้อคิดและกาลังใจสาหรับผู้ที่จะมาทางานอภิบาลเด็กและเยาวชน ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคตมากทีเดียว ผู้อภิบาลและผู้ทางานกับเด็กและ เยาวชนทั้งหลาย ต้องยอมรับความจริงและตระหนักอยู่เสมอว่า “เมล็ดพืชหรือ ความดีที่ท่านหว่านมิได้ตกบนพื้นดินดีทั้งหมด และตกที่ไหนเราก็ไม่ทราบ” ด้วยเหตุนี้ผู้อภิบาลที่ดีจะต้องเป็นผู้ให้โอกาส รู้จักรอคอย ต้องหว่าน เสมออย่าหยุดและห้ามท้อแท้ใจ และต้องวางใจในพลังแห่งการประทับ อยู่ของพระเจ้า เหมือนกับผู้หว่านคนนั้นที่มั่นใจว่าพื้นดินมีพลังทาให้เมล็ดพืชงอกขึ้น จากประสบการณ์อันยาวนานบนหนทางสายนี้ ต้องทาให้เรา ตระหนักและแน่ใจว่าสิ่งที่เราหว่านหรือมอบให้เด็กๆและเยาวชนเป็นสิ่งที่ดีงาม ที่จะช่วยให้เด็กๆและเยาวชนเติบโตขึน้ เป็นคนมีคุณภาพของสังคม ผู้ที่อยู่ทางานและอยู่ในวงการคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าในปัจจุบันนี้ “เด็กๆและเยาวชนตกอยู่ในสภาวะเช่นไรเลวร้ายแค่ไหน” ผู้อภิบาลจึงต้อง ไม่ทางานแบบหลับหูหลับตา ทาพอผ่านๆแต่ต้องไว และทันต่อสถานการณ์ ความเป็นไปของสังคม ต้องคอยระมัดระวัง คอยช่วยเหลือเด็กๆและเยาวชนให้พ้น จากข้าวละมานหรือพิษร้ายของค่านิยมผิดๆ ที่มีคนบางกลุ่มบางพวกพ่นใส่เด็กๆ และ เยาวชน เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ในที่สุดการทางานทุกชนิด ผู้ทางานจะต้องเห็นผลงอกเงยขึ้นบ้าง เราต้องขอบพระคุณพระเจ้าและ ...พระเจ้าสถิตกับท่าน... สานึกเสมอว่าเราเป็นคนใช้ที่ไร้ประโยชน์ เราได้ทาตามหน้าที่เท่านั้น คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์ ความสุภาพเช่นนี้แหละเป็นที่มาของพระหรรษทานในการทางาน ขอเป็น กาลังใจให้ผู้ทางานทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคตตลอดไป...

3


ถาม / ตอบ ปัญหาชีวิตกับ...ลุงริศ

โดย...นริศ มณีขาว

ประชาสัมพันธ์ 

ขอเชิญชวนนักศึกษาคาทอลิก ทุกสถาบันทั่วประเทศไทย ร่วมค่าย “ฉันคือใคร? (Who am I?) ” ท่ามกลางบรรยากาศมิตรภาพอัน อบอุ่น ในวันที่ 22-26 พ.ค. 2556 ณ ศูนย์เยาวชนดอนบอสโก หัวหิน จ.ประจวบคีรขี ันธ์ ติดตามรายละเอียดและสมัครได้ที่ www.carefor.org/student

เชิญชมเว็บไซต์บ้านใส่ใจ www.carefor.org เพื่อชีวิต ความรัก มิตรภาพ กาลังใจ สื่อสารอย่างสันติ ปันน้าใจ ถามตอบปัญหาชีวิต บ้านใส่ใจบนเฟซบุ้ค www.facebook.com/carefor.org

ขอเชิญท่านที่สนใจเรียนรู้และฝึกฝน ทักษะการสื่อสารอย่างสันติ ติดต่อ และสมัครได้ที่ศูนย์นักบวชหญิง สามพราน โทร 02-429-0367 โดย ท่านสามารถเข้าเรียนรู้ได้ 2 คอร์ส คือ 1) สื่อสารเพื่อสร้างสันติขั้นที่ 2 วันที่ 22-25 กรกฎาคม 2556 และ 2) การเป็นคนกลางเพื่อสร้างสันติ แก้ไขความขัดแย้งขั้นต้น วันที่ 19-22 สิงหาคม 2556

4

บอกเลิกก่อน แต่ลืมเขาไม่ได้ มีคนเข้ามา แต่ไม่คดิ จะรักใคร เจ็บปวดเนอะ ทั้งที่รักกันแต่เข้ากันไม่ได้ เราเป็นฝ่ายบอกเลิกก่อน แต่เขาเป็นฝ่ายหมดรักเราก่อน เราลืมไม่ได้ทุกเวลามีแต่คิดถึงเขา ทั้งที่ไม่อยากคิด มีคนเข้ามาแต่ไม่คิดจะรักใคร แต่สาหรับเขากลับมีคนใหม่ ในเวลาแค่ไม่ถึงเดือนที่เลิกกัน มันลืมกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรอ หรือว่าไม่เคยรักกันบ้างเลย ทาอย่างไรดี...

“ญา”


“น้องญา” ครับ น้องคงเจ็บปวด ผิดหวัง เสียใจมากกับการสูญเสียคนรัก ความรัก ความผูกพันยังคงมีอยู่ ยากที่จะลืมได้ ในเวลานี้ น้องคงอยากเข้าใจว่าอะไรทาให้คนรักไปมีคนใหม่ และอยากเข้าใจว่าเพราะอะไรน้องจึงไม่สามารถลืมคนรักได้ ณ จุดนี้ จิตใจอันเจ็บปวดของน้องคงโหยหาความรักและการเยียวยา ใครจะช่วยเติมเต็มความรักและเยียวยาจิตใจที่บอบช้านี้ได้... สาหรับพี่ พี่คิดว่าสิ่งที่จะช่วยน้องได้คือ แสดงความเสียใจให้เต็มที่ครับ เสียใจกับความรักที่หายไป... และโอบอุ้มจิตใจที่บอบช้าของน้องไว้ ดูแลเอาใจใส่จิตใจ สุขภาพร่างกาย เหมือนดูแลเด็กน้อยคนหนึ่งที่บอบช้า ถ้าไม่ไหวและต้องการความช่วยเหลือ... น้องขอได้จากคนใกล้ชิดในครอบครัว จากพ่อ แม่ พี่ น้อง ... จากเพื่อน ... จากครู ... จากคนทีน่ ้องไว้วางใจ ... ดูแลตัวเองให้มากๆ ... และภาวนาขอพระเจ้า ขอพระเยซูเจ้า ขอแม่พระช่วยดูแล เยียวยารักษาจิตใจที่บอบช้า...ของน้อง... พี่เชื่อว่า อีกไม่นาน จิตใจของน้องจะคลายจากความทุกข์ คลายจากความเจ็บปวด กลับมามีพลัง มีกาลังใจได้อีกครั้ง.... ขออยู่เคียงข้างในและเป็นกาลังใจให้นะครับ พี่ นริศ มณีขาว

5


gassanee@yahoo.com

เกศณี ไทยสนธิ

ทำอย่ำงไรถึงจะมีควำมสุขในชีวติ ? ใครคนหนึ่งถำมขึน้ ในขณะที่ฉันกำลัง งุน่ ง่ำนกับกำรหัดอบบรำวนี่ จริงอยู่ ที่สว่ นผสมอันมำกมำยทำให้หลำยคนเบื่อหน่ำย กับกำรทำบรำวนี่ แต่ไบรอัน เทรซี่นักพูดสร้ำงแรงบันดำลใจคนดังเคยบอกไว้ว่ำ เรำ ต้องหำทำงเลือกให้กับชีวติ อยู่เสมอ พูดง่ำย ๆ คืออย่ำให้ชีวติ ไปถึงทำงตันเป็นอัน ขำด ใช่แล้ว! ทำงเลือกสำหรับคนอยำกทำขนม ที่อำรมณ์ไม่ยอมซื้อบรำวนี่ สำเร็จรูปเป็นอันขำดแต่อยำกทำเองก็คือ…ไปซือ้ ส่วนผสมบรำวนี่สำเร็จรูปมำนั่นเอง เพียงแค่แกะออกมำจำกถุง ผสมน้ำนิดหน่อย แล้วก็เข้ำเตำอบได้เลย รสชำติออกมำ ก็บรำวนี่ชัด ๆ ทั้งอร่อยและสนุกนี่เป็นตัวอย่ำงเล็ก ๆ ของกำรสร้ำงทำงเลือกให้ชีวิต ของตัวเอง อีกตัวอย่ำงหนึ่งที่ฉันชอบมำก ๆ จนต้องขอนำมำแบ่งปันก็คือ จดหมำย ลำออกของมิสเตอร์คริส โฮล์ม เรื่องของเรื่องคือ คุณคริส โฮล์มเป็นพนักงำนของ บริษัทแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ แต่วันหนึ่งก็พบว่ำชีวิตกำรทำงำนออฟฟิศแบบเข้ำ งำนเก้ำโมงเช้ำเลิกห้ำโมงเย็นนั้น ช่ำงน่ำเบื่อเหลือทน คุณคริสคนนีม้ ีทักษะที่ล้ำเลิศ อยู่อย่ำงหนึ่งคือเขำชอบทำขนมเค้ก และทำได้อร่อยมำก ๆ อีกด้วย จึงเริ่มทำเค้ก ควบคู่ไปกับกำรทำงำนประจำ แต่ดูเหมือนว่ำเมื่อได้ทำสิ่งที่รัก เขำรู้สึกว่ำทำมันได้ดี และมีควำมสุขมำก เค้กของมิสเตอร์คริสนั้นขึน้ ชื่อว่ำอร่อยจนเพื่อน ๆ พนักงำนและ เพื่อนบ้ำนออกปำกชมกันไม่หยุด วันดีคืนดีที่บริษัทของเขำก็ได้รับเค้กชอคโกแล ตก้อนใหญ่เบ่อเริ่มเทิ่มก้อนหนึ่งจำกมิสเตอร์คริส เมื่อเจ้ำนำยของเขำเปิดออกมำดู เจ้ำเค้ำก้อนใหญ่ก้อนนั้น ปรำกฏว่ำมันคือจดหมำยลำออก ที่มสิ เตอร์คริสบรรจงใช้ อุปกรณ์แต่งหน้ำเค้ก เขียนเป็นจดหมำยได้ใจควำมประมำณว่ำ

6


วันที่ 15/4/2013 ถึง: ฝ่ายการจัดการ วันนี้เป็นวันเกิดที่ผมอายุครบ 31 ปีและไม่นานมานี้เองผมเพิง่ จะได้เป็นคุณพ่อมือใหม่อีกด้วย ผมเพิ่งจะตระหนักว่าชีวิตนั้นมีคา่ และมีความสาคัญมากซึ่งผมก็อยากจะใช้เวลาในชีวิตของผมทาสิ่งที่ทา ให้ผมและคนอื่น ๆ มีความสุข ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงใคร่ขอถือจดหมายนี้เป็นจดหมายลาออก เพื่อผมจะได้อุทิศเวลาอีก ทั้งพลังทั้งหมดของผมให้กับครอบครัวและธุรกิจเค้กของผม ซึ่งกาลังเติบโตไปด้วยดีในช่วงสองสามปีที่ ผ่านมา ผมขออวยพรให้องค์กรและเพื่อนร่วมงานของผมเจริญก้าวหน้า และขอแอบบอกว่าหากพวกคุณ ชอบเค้กของผมก็สามารถสั่งเพิ่มได้ที่ www.mrcake.co.uk นะครับ ด้วยความจริงใจครับ คริส โฮล์ม (มิสเตอร์เค้ก)

แหม…ช่ำงคิดจริง ๆ นี่แหละคือควำมกล้ำและกำรสร้ำงทำงเลือกให้กับชีวติ คุณเองก็ทำได้เช่นกัน ขอพระเจ้ำอวยพรค่ะ 7


เด็กหญิงแมลงปอ  

...ด.ญ แมลงปอ...

คนเราฝันแบบซา้ ๆ ได้ดว้ ยหรือ? ฝันติดๆ กันต่อเนือ่ งหลายวัน เอ...ท้าไมถึงเป็นแบบนีนะ?

Season #1 ตอน “ฝันซ้ำๆ...” นีค่ ือเรือ่ งราวของเด็กหญิงคนหนึง่ ทีเ่ กิด เติบโต และใช้ชีวิตวัยเด็กในหมูบ่ า้ นคาทอลิก ริม คลองเล็กๆ ทีเ่ ชือ่ มต่อกับแม่นา้ เจ้าพระยา “แม่นา้ สายหลัก....สายเลือดประเทศไทย”

คนเราฝันแบบซ้าๆ ได้ด้วยหรือ? ฝันติดๆ กันต่อเนื่องหลายวัน เอ...ท้าไมถึงเป็นแบบนีนะ? รูปปั้นพระเยซูเจ้าก้าลังรักษาชายตาบอด เป็นรูปปั้นที่ใครๆ ก็บอกว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆ หนูไม่รู้ ว่าศักดิ์สิทธิ์ยังไง? วันหนึ่งหนูถามคุณป้า (ภรรยาของคุณลุง พี่ชายแท้ๆ ของคุณพ่อ) ขณะที่ นั่งเล่นกับน้องแอนลูกสาวคนเล็กของคุณป้าที่บ้าน “คุณป้าขา รูปปั้นนันศักดิ์สิทธิ์จริงๆ หรือคะ?” “ลูกปั้นอะไรเหรอแมลงปอ” คุณป้าเอ่ยถาม “ก็รูปปั้นพระเยซูเจ้ารักษาคนตาบอดที่หน้าวัดของเราไงคะ” แมลงปออธิบาย “อ๋อ จ้า ศักดิ์สิทธิ์มาก” ป้าตอบแมลงปอ ขณะก้าลังเช็ดใบพลูและเตรียมเครื่องเคียง อื่นๆ เพื่อท้าหมากส้าหรับเคียว

8


แมลงปอหยุดเล่นสักครู่หนึ่งเอียงคอถามคุณป้า ว่าศักดิ์สิทธิ์ยังไง แต่ไม่ทันได้ถาม คุณป้าก็ชิงตอบก่อน “คนที่เขาอยากมีลูก เขาไปขอ ต่อหน้าพระรูป ไม่นานเขาก็ได้ตามที่ขอ” “โห ขนาดนันเลยหรือคะ” แมลงปอ อ้าปากหวอด้วยความประหลาดใจ “เออ ขนาดนันเลยล่ะ เอ็งไม่เชื่อรึ” คุณป้าตอบพร้อมท้าทายว่า “ถ้าเอ็งเชื่อ ก็ขอสิ พระเจ้าจะประทานให้ตามสิ่งที่เอ็งขอ เชื่อไหมล่ะ หือ?” เชื่อมัยน้า แมลงปอถามตัวเอง เชื่อเหรอ... ว่าแต่ถ้าจะไปขอ จะขออะไรดีล่ะ ไม่รู้จริงๆ ว่าจะขออะไร? ทุกอย่างตอนนีก็ดีอยู่แล้วนี่นา แมลงปอคิดไป เล่นไป จนได้เวลากลับบ้าน ไปคัดลายมือทังคัดไทยและคัดอังกฤษตามที่คุณแม่ได้ก้าชับไว้ ก่อนเข้านอนค่้าวันเดียวกันนันเอง คุณแม่เรียกสมาชิกครอบครัวมาสวดภาวนาค่้า ร่วมกัน คุณแม่ชอบเพลง “บ้านเรา” เป็นที่สุด เพราะทุกครังที่สวดสายประค้าเสร็จคุณแม่ จะร้องเพลงนีเสมอ หลายวันผ่านไป แมลงปอนั่งครุ่นคิดกับตัวเอง คนเราก็ฝันกันเสมอ แต่ที่ฝันซ้าๆ นี่ มันคืออะไรน้า ... ฝันแบบนีติดๆ กันมาสามคืนแล้ว เอ...ท้าไมน้า แล้วแมลงปอเริ่ม ทบทวนความฝันนัน (ในความฝัน...) บริเวณพระรูปพระเยซูเจ้ารักษาคนตาบอด หน้าโบสถ์ มีถนนของหมู่บ้านตัดผ่าน และเพื่อไม่ให้ รถแล่นผ่านด้านหน้าของพระรูป ทางวัดจึงนาท่อเหล็กที่หนักและแข็งแรงมากั้นไว้ สูงพอให้เด็ก 10 ขวบอย่างแมลงปอโหนเล่นได้ ซึ่งในความฝันนั้นแมลงปอกาลังโหนเล่นที่กั้นนั้นอย่างสาราญใจ เล่นไป ก็มองพระรูปพระเยซูเจ้าไป ... ในขณะที่กาลังโหนเล่นอยู่นั้น มีนายทหาร 6 นาย แต่งตัวแปลกๆ แบบไม่เคยเห็นมาก่อน ดู แล้วไม่ใช่ทหารไทย เป็นทหารต่างชาติ พวกเขาสวมหมวกสูง สวมเครื่องแบบสีขาว รองเท้าบูทสูงสี ดา พวกเขากาลังเดินพาเรดแถวตอนสองแถวโดยคนข้างหลังด้านขวาเป็นคนเป่าขลุ่ย เดินตรงมายัง แมลงปอ พอมาถึงทุกคนก็หยุดเดิน แล้วนายทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้แมลงปอพร้อมกับบอกว่า “หนู คนที่อยู่ข้างในนั้นเขากาลังรอหนูอยู่” นายทหารคนนั้นบอกแมลงปอ พร้อมกับชี้ไปยังโบสถ์ แมลงปอรู้สึกแปลกใจเป็นกาลัง ‘เอ...ใครนะที่กาลังรอเราอยู’่ สายตาละจากนายทหาร แล้วมองไป ตามมือที่ชี้ แมลงปอหันกลับมามองที่นายทหารคนนั้นอีกครั้งเพื่อจะถาม แต่ไม่ทันได้ถามนายทหาร เหล่านั้นก็หันหลังเดินพาเรดกลับไปอีกด้านหนึ่งของโบสถ์ แมลงปอได้แต่ทาตาปริบๆ มองตามหลังนายทหารเหล่านั้นไป

9


‘ช่วงนีเราฝันแปลกจัง’ แมลงปอ ร้าพึงร้าพันกับตัวเอง เป็นฝันที่ แมลงปอสามารถจดจ้ารายละเอียดได้ อย่างดี แต่สิ่งที่ท้าให้แมลงปอต้อง มานั่งครุ่นคิดอยู่ตอนนี คือตลอดสาม คืนที่ผ่านมาแมลงปอฝันแบบเดียวกัน ซ้าๆ ‘อะไร ท้าไม เพื่ออะไร?’ เป็น ค้าถามที่วนเวียนในสมองของ แมลงปอตลอดเวลาที่ว่าง ‘แมลงปอทบทวนความฝันนันอีก และถามตัวเองว่าใครเหรอที่รอเราอยู่ ในโบสถ์ แล้วท้าไมในฝันเราไม่เดิน เข้าไปหาล่ะ?’ แมลงปอบอกกับตัวเอง หลายเดือนผ่านไปแมลงปอเริ่มลืม เรื่องการฝันซ้านีแล้ว จนกระทั่ง แมลงปอไปร่วมมิสซาค่้ากับคุณแม่ เมื่อออกจากโบสถ์ แมลงปอเห็น สัตบุรุษจ้านวนมากถวายพวงมาลัย และช่อดอกไม้ที่พระรูปพระเยซูเจ้า รักษาคนตาบอด “คุณแม่ขา เราไปสวดที่พระรูป กันนะคะ” แมลงปอดึงมือคุณแม่ไป พูดไป “แน่นอนจ้า คุณลูก เราไปสวด ด้วย กันค่ะ” คุณแม่ตอบ แมลงปอด้วยความรัก และเอ็นดู

10

ภายในใจ และในความคิดของแมลงปอ นัน แท้จริงแล้วแมลงปออยากได้ค้าตอบหลาย อย่างเพียงแค่ยังไม่ค่อยแน่ใจตัวเอง ดังนัน จึงสวดภาวนาขอพระเยซูเจ้า (ค้าภาวนาของหนู) ‘หนูไม่รู้จะขอสิ่งใด แต่พระองค์ทรงทราบว่า สิ่งใดดีส้าหรับหนู โปรดประทานสิ่งนันให้ด้วยค่ะ อ้อ เกือบลืม หนูเคยฝัน แปลกๆ ซ้าๆ กัน หนูไม่รู้ท้าไม โปรดช่วยให้หนูเข้าใจด้วยค่ะ อาแมน” แล้วคุณแม่กับคุณลูก ก็สวดบทข้าแต่พระ บิดา วันทามารีอา และสิริพึงมี พร้อมกัน ก่อนกลับเข้าบ้าน ขนมไทยใส่ถาดเจ้า ประจ้าของป้าเหลียวก้าลังบริการลูกค้าที่รุมซือ อยู่ ขนมไทยใส่ถาดของป้าเหลียวอร่อยที่หนึ่ง เลยค่ะ แค่หลังมิสซาขนมของป้าเหลียวก็ขาย เกือบหมดเกลียง วันนีคุณแม่อนุญาตให้ทานได้สองชิน หนู เลยสั่งวุ้นไข่ และข้าวเหนียวหน้ากระทิถั่วด้า เมนูสุดโปรดของเด็กหญิงแมลงปอ ส่วนของ คุณพ่อก็มีขนมด้วงและถั่วแปป คุณแม่ชอบทาน ข้าวเหนียวสังขยา และฝอยทอง ทุกอย่างห่อ ใส่ใบตอง ห่อเป็นรูปสามเหลี่ยมกลัดเก็บด้วย ไม้ไผ่ซี่เล็กๆ เรียบง่าย น่ารับประทานเป็นสุด ค่ะ


ความคิดของแมลงปอ อยากได้ค้าตอบหลาย ใจตัวเอง ดังนัน า

ห้ด้วยค่ะ น

ด้วยค่ะ

ก็สวดบทข้าแต่พระ ริพึงมี พร้อมกัน ขนมไทยใส่ถาดเจ้า บริการลูกค้าที่รุมซือ ป้าเหลียวอร่อยที่หนึ่ง มของป้าเหลียวก็ขาย

ทานได้สองชิน หนู นียวหน้ากระทิถั่วด้า มลงปอ ส่วนของ แปป คุณแม่ชอบทาน อยทอง ทุกอย่างห่อ มเหลี่ยมกลัดเก็บด้วย น่ารับประทานเป็นสุด

ความฝันซ้าๆ นันได้เกิดขึนอีก ในเวลาหลายเดือนต่อมา และมี รายละเอียดเพิ่มเติมคือ แมลงปอเดินเข้า ไปที่โบสถ์ เข้าทางประตูด้านซ้าย เพราะเปิดเพียงประตูเดียว ภายในโบสถ์ เต็มไปด้วยสิ่งสวยงามมากมาย ไม่ว่าจะ เป็นรูปปั้นต่างๆ พระแท่นบูชา ตู้ศีล มหาสนิท กระจกสีต่างๆ แต่ไม่มีสิ่งใด ที่โดดเด่นและดึงดูดแมลงปอ ให้เดินเข้า ไปใกล้เลย นอกจากรูปปั้นของผู้หญิง คนนี ท่านสวมใส่ชุดกระโปรงยาวสี น้าตาล มีผ้าคลุมศีรษะสีด้า สวมผ้า คลุมสีครีมทับชุดสีน้าตาลอีกชันหนึ่ง ใน มือถือไม้กางเขน และดอกกุหลาบ แมลงปอไม่รู้จักว่าท่านเป็นใคร แล้ว ท้าไมถึงรอแมลงปออยู่ แมลงปอได้แต่ เก็บง้าความฝัน และความคิดเหล่านีไว้ เพียงล้าพัง ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง กลัว จะโดนล้อว่าเพ้อเจ้อ ดังนันทุกวันอาทิตย์ เวลาไปโบสถ์แมลงปอจะมาที่รูปปั้นนีและ ถามท่านว่า ‘ท่านรอหนูท้าไมคะ’ แต่ แมลงปอไม่เคยได้รับค้าตอบนันเลยใน ช่วงเวลานัน ..... คงเป็นเพราะมีอีก หลายอย่างที่แมลงปอให้ความสนใจและ อยากเรียนรู้ จึงไม่ได้ขอพระเยซูเจ้าให้ ความกระจ่างอีก....

โปรดติดตาม เรือ่ งราวของ เด็กหญิงแมลงปอ ในตอนต่อไปนะคะ ส้าหรับตอนนี สวัสดี บ๊ะบายค่ะ

11


เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง (คัดลอกทั้งหมดจาก http://www.sanook.com/)

กลายเป็นที่ฮือฮาในโซเชี่ยลมีเดียในชั่วข้ามคืน เมื่อรายการทีวี "นาทีฉุกเฉิน" ที่ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 5 ได้เสนอเรื่องราวที่ชวนตกตะลึงเกี่ยวกับภัยร้ายสังคมใหม่ทมี่ า พร้อมกับความมั่นใจในเทคโนโลยีมากเกินไป และมันอาจจะทาให้เราไม่คิดว่านาทีนั้นเราจะตกเป็น เหยื่อการโจรกรรมทรัพย์สินหรือโจรขโมยรถยนต์ได้ "Remote Jamming" ศัพท์เทคนิคที่ดูไฮโซฟังยากๆ อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องราวที่ใหม่ในสังคมวันนี้ ที่เริ่มตระหนักมากขึ้นในสังคมชั่วข้ามคืน จากการนาเสนอของรายการทีวีดังกล่าว ทั้งที่จริงแล้วมัน ไม่ใช่เรื่องใหม่สาหรับวงการยานยนต์ หากแต่เมื่อเทคโนโลยีจาเพาะถูกคนผู้ไม่ประสงค์ดีนาไปใช้ก็ เลยกลายเป็นดาบสองคมที่ชวนให้ต้องระแวดระวังกัน การทางานของ Remote jamming หรือ จะพูด ให้เข้าใจง่ายก็ คือ การสกัดกั้นสัญญาณวิทยุที่ ส่งออกมาจากรีโมทไม่ให้ไปถึงตัวรับสัญญาณของ มันที่อยูใ่ นรถ โดยการสกัดกัน้ นั้นจาเป็นต้องใช้ ขั้นตอนที่ซับซ้อนทางกระบวนการเทคนิค ซึ่ง จาเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ชิ้นส่วนไม่กี่ชิ้น ราคาไม่กี่ ร้อยจากร้านอมร (บ้านหม้อ) แต่ ที่แน่ๆ คือ คนที่ จะทาได้ ต้องมีความรู้ทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและ คลื่นความถี่ โดยตรวจจับดักสัญญาณคลื่นความถี่ และพร้อมกันนั้น อาจจะต้องเฝ้าสังเกตพฤติกรรม ของผู้ที่ใช้สัญญาณเอย่างใกล้ชิด นั่นหมายถึงพวก เขาต้องอยู่ในระยะที่ใกล้ๆ นั่นเองและในปัจจุบัน การดักสัญญาณจะมี 2 รูปแบบทีส่ าคัญ ได้แก่

12


1. สกัดสัญญาณ การสกัด สัญญาณไม่ให้ส่งไปที่รถ เป็นวิธีการ ที่ทาให้ แม้คุณจะกดรีโมทไปแล้ว และคิดว่า รถตอบรับคาสั่งให้ล็อก ประตูทุกบานกับระบบเซ็นทรัลล็อก เหมือนที่เคยทา แต่อันที่จริง มัน ไม่ได้ล็อกเพราะสัญญาณที่ส่งออกไปถูกสกัดกั้นและโจรร้ายก็สามารถที่จะเข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ของคุณ คล้ายที่ในรายการนาทีฉุกเฉินนาเสนอให้เราได้เห็นภาพกันไปแล้ว 2. สกัดและคัดลอกปลอมแปลงสัญญาณ การสกัดแบบที่สองนี้สูงกว่าขั้นแรกแต่ไม่ใช่ว่า เป็นไปไม่ได้ และมันอันตราย และพบมากในต่างประเทศ สิ่งที่แตกต่างคือทุกอย่างที่คุณใช้จะมีความ ปกติทั่วไป รถของคุณจะตอบรับปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สิ่งที่คนมักจะลืม คือสัญญาณที่ ส่งออกไปสามารถดักจับได้ด้วยเครื่องมือพิเศษ มันไม่ได้มีระบบป้องกันความปลอดภัยของตัวสัญญาณ ทาให้สามารถดักจับคลื่นความถี่ได้ถ้าสามารถถอดรหัสสัญญาณคืน่ ความถี่วิทยุได้และก็สามารถ คัดลอกไปใช้ได้เช่นกัน ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงภาพยนตร์ในเรื่อง Gone in sixty second ที่มีฉาก คนปิดรั้วบ้านด้วย รีโมทจากในรถ แล้วสามารถดักจับคลื่นได้ เพียงอยู่ในห่างราวๆ 20-30 เมตร เท่านั้น และเพียงแค่รู้ ค่าที่ถูกต้องก็สามารถปลอมสัญญาณเดียวกันส่งไปยังรถของคุณให้ต้อนรับพวกเขาได้เช่นกัน สิ่งที่เราพูดเกี่ยวกับ Remote Jamming ฟังแล้วดูน่ากลัวมาก และบ้านเรายังอาจจะเป็นเรื่อง ที่ใหม่มาก แต่ในต่างประเทศ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ใหม่อะไรนักและวันนี้เราป้องกันภัยร้ายนี้ก่อนสายเกินแก้ ตามคาแนะนาง่ายๆ 1. ระวังตัวในลานจอดรถ ลานจอดรถคือเป้าหมายที สาคัญของโจรประเภทนี้ พวกเขาชอบเสามากพวกมัน สามารถทาให้สามารถแอบซ่อนได้ในระยะที่พวกเขา สามารถสกัดสัญญาณ ดังนั้นคุณต้องเริ่มจากการระวังตัว ในลานจอดรถให้ดี พยายามมองตามเสาเนืองๆ หลังจากที่ กดรีโมท 2. จอดในทีพ่ ลุกพล่าน ที่พลุกพล่านหรือมีคนผ่านบ่อย จะเป็นที่ปลอดภัยต่อภยันตรายทุกประเภท ฮวงจุ้ยดีที่สุด ในสามโลกของการจอดรถเลยก็วา่ ได้ ที่จริงแล้ว นั่นเพราะ คนร้ายประเภทนี้จะมาจัดการรถคุณหลังจากที่คุณไปแล้ว ซึ่งถ้ารถจอดในที่พลุกพล่าน สาหรับโจรแล้ว มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงลงมือ

13


3. สังเกตคนมีพริ ุธ บางทีการสังเกตช่วยคุณได้มาก คนบางคนอาจจะอยู่ในที่ซึ่งไม่จาเป็น อย่างที่เราบอกว่า Remote jamming ต้องอยู่ในระยะใกล้พอที่จะดักสัญญาณได้ ซึ่งหมายถึงเขา ต้องอยู่แถวๆนั้นอย่างแน่นอน ลองสังเกตคนที่ถืออุปกรณ์บางอย่างบ้าง อาจจะมีเสาวิทยุ บ้างอาจจะ คล้ายๆ เครื่องปาล์ม แล้วป้วนเปี่ยนไปมา หรือลองใช้ความรู้สึกดูว่ามีคนจับจ้องเราทากิจกรรมหรือไม่ ถ้าใช่อย่าวางใจโดยเด็ดขาด แจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยตรวจสอบดูหน่อยก็ดี 4. เช็คซ้า หลายคนวางใจเทคโนโลยีมากเกินไปจนลืมคิดถึงภัยที่ตามมา ความจริง การ ป้องกันที่ดีเริ่มที่เราเองด้วยการเช็ครถซ้าว่าล็อกหรือไม่ ประการใด จะช่วยป้องกันได้มากที่สุด ในกรณี นี้ รวมถึงอาจจะเดินกลับมาที่รถบ้างถ้ามีโอกาส หรือร้ายสุดในกรณีที่เราพบว่ารีโมทไม่ทางาน ซึ่ง อาจจะเพราะโดนโจรร้ายหรือ แบตเตอร์รี่อ่อน ให้คุณใช้วิธีเบสิคที่สุด คือการล็อกด้วยกุญแจ จะ สามารถป้องกันได้ เพราะโดยส่วนใหญ่ระบบเซ็นทรัลล็อกทางานแยกส่วนกับระบบรีโมทสั่งการ 5. ของมีค่าโปรดอย่างวางไว้ในห้องโดยสาร หลักการของการทางานโจรรีโมทนี้ ส่วนใหญ่ พวกเขาต้องการของมีค่ามากกว่าที่จะขโมยรถ ซึ่งส่วนใหญ่ตามความเข้าใจของทุกคน มักจะชอบทิ้ง ของไว้ในรถเสมอ ดังนั้นแม้บางทีเราอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกล่อลูกชนโจรนั้นมีเยอะกว่าที่คิด จนแม้จะ ทาตามที่เราพูดก็อาจจะพลาดพลัง้ แต่ที่สาคัญที่สุดคือคุณไม่ทิ้งอะไรไว้ให้พวกเขาสามารถเก็บเป็นของ ที่ระลึกกลับบ้าน นั่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในการป้องกันตัวเอง ถ้าสังเกตให้ดี เราจะพบว่า Remote Jamming ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ นอกจากการใช้ความรู้ทาง เทคนิคเข้ามาผสานในการโจรกรรม ซึ่งด้วยเทคโนโลยีที่เราวางใจทาให้มันดูน่าตกใจเมื่อพบว่ารีโมทที่ วางใจไม่สามารถวางใจได้ แต่สิ่งที่เราสามารถวางใจได้มากที่สุดคือตัวเราเอง ที่ต้องรอบคอบก่อนที่ เราจะมั่นใจและเดินจากรถสุดที่รักไป ...สวัสดี /19/04/13/ ดาบแห่งนักบุญเปาโล

14


15


สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเดือนเมษายนที่ผ่านมา เดือนที่ พระอาทิตย์ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด แถมบางพื้นที่ไฟฟ้าไม่เพียงพอดับบ้างเป็นบางเวลา ร้อนกันจนพูดไม่ออก ร้อนกันจนแทบจะทนไม่ไหว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เราคุ้นเคย และเราก็ผ่านมันมาได้ด้วยการปรับตัว ปรับสภาพชีวิต หาสิ่งที่มาช่วยบรรเทาให้คลายร้อนบ้าง ดื่มน้้าเย็น ๆ ท้าให้สดชื่นขึ้นบ้าง ปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้ดีขึ้นบ้าง บ่นบ้าง ยอมรับมันบ้าง และสาอะไรกับชีวิตของเราที่มักจะมีเรื่องร้อน ๆ ผ่านเข้า มาในชีวิตเสมอ เพียงแค่เราปรับ ทุกอย่างก็ จะเปลี่ยนไป....

16


เพื่อให้การท้างานอภิบาลเด็กและเยาวชน เป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักรสากล เราจึงใช้ โอกาสสัมมนาจิตตาภิบาลเยาวชนนี้ ศึกษาและ เรี ย นรู้ ง านอภิ บ าลด้ า นสั ง คมของสั ง ฆมณฑล สุราษฎร์ธานี อีกทั้งเพื่อเรียนรู้และเข้าใจกระบวน การสัมผัสชีวิต ด้วยการไปอยู่ร่วมชีวิตกับพี่น้อง คริสตชนและพี่น้องต่างความเชื่อ และเพื่อสร้าง เสริมมิตรภาพอันดีระหว่างผู้ท้างานเยาวชนให้ เกิ ด ความเป็ น น้้ า หนึ่ ง ใจเดี ย วกั น และสร้ า ง เครื อ ข่ า ยประสานความร่ ว มมื อ ในการท้ า งาน เยาวชนร่วมกัน ค้าภาวนาของท่าน จึงเป็นอีกหนึ่งพลัง ชีวิตที่ผลักดันให้งานอภิบาลเด็กและเยาวชนจะได้ บรรลุวัตถุประสงค์ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ ลูกหลานเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นอนาคตที่ดี ของพระศาสนจักรและของชาติต่อไป

17


18


19


Youth Newsletter 102  

จุลสารเพื่อ (น) เยาว์ ฉบับที่ 102 เดือนเมษายน 2013

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you