Page 1

໚¹¤ÇÒÁÀÙÁÔã¨ÃдѺâÅ¡¡Ñº Suzuki GSX- R1000 ¨ŒÒÇáË‹§Ê¹ÒÁᢋ§

NEW CREW FORM REDBULL SUBARU FULL RACE PAI WITH VESPA


Talk

Motorsport magazine Team นับเป็นโอกาสดีๆ อีกครั้งของวงการมอเตอร์สปอร์ตใน ประเทศไทย ทีม่ โี อกาสได้ยลโฉมรถแข่งจากรายการแข่งขันระดับโลก อย่าง FIA World Touring Car Championship และรถที่ผมพูดถึงก็ คือ Chevrolet Cruze ที่อยู่บนปกของ MOTORSPORT เดือนนี้ครับ ส่วนใครเป็นผู้คุมบังเหียนหรือว่าก�ำลังของมันจะขนาดไหนติดตาม ต่อได้ในเล่มครับ Bangkok International Motor show 2011 งานใหญ่ ประจ�ำปีของคนรักรถ ซึ่งในปีนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงาน จากเดิมมาอยู่ที่ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี งานนี้ถึงแม้ สถานที่จะเปลี่ยนไปแต่ความยิ่งใหญ่ยังคงเหมือนเดิมติดตามได้ใน Review สัมภาษณ์พิเศษ ของ ”บิ๊กเต้” คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน Bangkok International Motor show 2011 ครั้งที่ 32 ครับ ทิง้ ท้ายกันซักนิดส�ำหรับใครทีส่ นใจนิตยสารของเราก็สามารถ สมัครสมาชิกได้ครับ และเข้ามาพูดคุยกันใน www.facebook.com/ motorsportmaglive ได้ ค รั บ ขอบคุ ณ ทุ ก ๆ ท่ า นที่ ติ ด ตาม MOTORSPORT Free Magazine wครับผม

ขอให้มีความสุขทุกท่านครับ

ชูเกียรติ ชุติพิมลกุล บรรณาธิการบริหาร

E-mail : playboy88@motorsportsmag.net

ชูเกียรติ ชุติพิมลกุล : บรรณาธิการบริหาร/เจ้าของ/ผู้พิมพ์/ผู้โฆษณา Chookiat Chutipimonkul : Editor-in-Chief/Owner สราวุธ จีนไชยะ : บรรณาธิการ Sarawut Chinchaiya : Editor จิราภรณ์ พาลี : รองบรรณาธิการ Jiraporn Palee : Deputy Editor ศิปิวรรธ ปานกลาง : นักเขียน/นักทดสอบ Sipiwat panklang : Writer/Tester ชูเกียรติ แซ่ตั้ง : นักเขียน/ช่างภาพ Chukiad Zaa-tang : Writer/Photographer เอกรัตน์ เชิญรุ่งเรืองหิรัญ : ผู้จัดการฝ่ายผลิต Aekarat Chearnrungruanghirun : Production Manager เปรมวดี มัสและ : ฝ่ายศิลป์ Premwadee masalae : Graphic Designer นที มณฑาถวิล : ช่างภาพ Natee Montathawin : Photographer พัทธ์ธิดา เอี่ยมแสน : ฝ่ายบัญชี/การเงิน Pattida Eaimsan : Accounting/Finance สุวลีย์ วิมลกาญจนา : ฝ่ายโฆษณา Suwalee Wimolkanjana : Senior Advertising Executive โญธากา คันธาวัฒน์ : ฝ่ายโฆษณา Yothaka Kantawat : Senior Advertising Executive ดลณัฐ อยู่กลิ่น : ฝ่ายโฆษณา Donlanut Yuklin : Senior Advertising Executive บริษัท ดี เอเวอรี่ติง จ�ำกัด 96/4 ม.3 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 โทร. 02 982 9006 แฟ็กซ์. 02 982 9840 อีเมล : motorsportsmag@gmail.com D EVERYTHING CO.,LTD. 96/4 Moo.3 Khlogkluea Pakkret Nonthaburi 11120 Tel. 02 982 9006 Fax. 02 982 9840 e-mail : motorsportsmag@gmail.com พิมพ์ที่ บริษัท ปริ้นท์โอโซน จ�ำกัด 333/30-31 หมู่ 9 ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี (340) ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110 โทร. 02 925 6699 แฟ็กซ์ 02 925 6707 Printinเ

Print Ozone Co.,Ltd. 333/30-31 M00.9 Talingchan-Suphanburi (340) Rd., Laharn Bangbuathong Nonthaburi 11110 Tel.02 925 6699 Fax.02 925 6706


Interview

Show Room

CONTENTS Intrend New Product Cover Story

Cover Story

CONTENTS

008 010 012

- WTCC Chevrolet Cruze : FIA World Touring Car Championship

Marketing News Memory - The first car in Thailand

On Stage

016 018 020

- SINGHA Champion’s Day 3 - TOYOTA OFF ROAD TRAINING 2010 ครั้งที่ 5

022

- IMPREZA RACE MONSTER by A-MOTORSPORT

Special Scoop - PETRONAS SUVIUM TEAM

Society Rising Star - Start form beginner...

Next Race

026

So hot World Wide On The Way How to Test & Talk

- HONDA CR-V 2.4 EL 2WD

030 032

Sound Stage Racing School Report

033

040 048 050 054 056

38 62

060 064 066

- Simply Me, Simply My MARCH Contest

- it’s coming... “friendship drag”

Show Room

Review

- TOYOTA PRIUS...no one els “Perfect of Hybrid” 34 - สัมภาษณ์พิเศษคุณ จาตุรนต์ โกมลมิศร์ 72

Interview

Scoop

036

- SUZUKI GSX-R 1000 Version 2011

Special Test - Test Vespa Gts 250 ie

Rest time

- เดชะพล โตยิ่งเจริญ (ปอนด์) POND Injection

070

074

076

Test & Talk

On Stage

Special Test

So hot Scoop

Where to Find Motorsport Free Magazine ตามหาความมันส์อ่านฟรีได้ที่ สนามแข่ ง ขั น : สนามพี ร ะอิ น เตอร์ เ นชั่ น แนล เซอร์ กิ ต (พั ท ยา), สนามแก่ ง กระจาน

เซอร์ กิ ต , สนาม Bangkok Racing Circuit, สนามบางกอก แดร็ ก อเวนิ ว , สนามเทพนคร, สนามไทยแลนด์เซอร์กิต (นครชัยศรี), สนาม Motor Sports Land (แดนเนรมิ ต ) -- HKS Thailand, ศู น ย์ บ ริ ก าร A.C.T, B-Quick, ร้านตกแต่งรถยนต์ Car Care และ อีกหลายสถานที่ที่ร่วมรายการ

โชว์ รู ม รถยนต์ : HONDA, TOYOTA, MAZDA, MITSUBISHI, iSUZU, NISSAN, PROTON, CHEVROLET และโชว์รูมรถยนต์ชั้นน�ำ ร้านค้าและบริการ : Cafe Amazon, Gloria Jean,s CoFFees, My Cafe, Starbucks Coffee จุดแจก Motorsport Free Magazine : Super car Thailand 2010, Pro Racing Series, Toyota Motorsport Fest, Honda Racing Fest, M-Max Drift Compettion, Goodyear Drift Series


Flip Video

NoteSlate ขอเอากล้องวิดีโอขนาดพกพาที่ฮิตที่สุดในพื้นพิภพอย่าง Flip มาแนะน�ำ เพราะจะ บอกว่า พี่ท่านผลิตลายกล้องออกมาเยอะมาก เชิญศิลปินชื่อดังหลายท่านมาช่วย กันสร้างสรรค์ผลงานบนตัวกล้องจนต้องมองเหลียวหลัง สวยงามแค่ไหน ให้รูปเล่า เรื่องด้วยตัวเองจะดีกว่า...สุขสันต์วันแห่งความรักย้อนหลังครับ www.theflip.com

เมือ่ มีคอมพิวเตอร์มอื ถือรูปแบบต่างๆ ออกมาจนเราคิดว่าจินตนาการคงหยุด สักพัก แต่มันไม่เป็นแบบนั้น เพราะความล�้ำหน้าระลอกใหม่เพิ่งซัดเข้ามาด้วย “กระดาษอิเล็กทรอนิกส์” อุปกรณ์แบบแท็บเล็ตที่ท่านสามารถขีดเขียนอะไร ก็ได้เป็นเวลา 180 ชั่วโมง มีหลายสีให้เลือก พร้อมฟัง MP3 ได้ด้วย! ดูไป ดูมาคล้ายกระดานชนวน ส่วนคุณสมบัติอื่นนั้นยังไม่เป็นที่เปิดเผย เพราะกว่า จะลงสนามให้แอปเปิ้ลได้หนาวสะท้านก็ต้องรอไปถึงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้... ป่านนั้นเราคงได้ยินอะไรประมาณ iPaper หรือ iPort ไล่หลังมาแน่ๆ www.noteslate.com

Louis Vuitton

Leica X1 BMW

หลังจากเริ่มปล่อยนาฬิกาด�ำน�้ำรุ่นออกมาตั้งแต่ปี 2005 ล่าสุด ยี่ห้อแฟชั่นชั้น สูงอย่าง LV ก็มรี นุ่ ใหม่ออกมาให้คนรักความหรูหราได้ใส่นาฬิกาลงน�้ำกันตามใจ เตะตามาก่อนกับสีสนั โดดเด่นและรูปลักษณ์เรียบหรูดดู ี หน้าปัดเป็นทองโรสโกลด์ 18 กะรัต เส้นผ่าศูนย์กลาง 44 มม. พร้อมผสมแซฟไฟร์คริสตัลและอีกมากมาย สายรัดเป็นยางปั๊มชื่อยี่ห้อชัดเจน ด�ำน�้ำลึกได้ 300 ม. ล�้ำค่าที่สุดในมหาสมุทร เผลอๆ จะสวยกว่าปะการังที่อุตส่าห์ด�ำลงไปดูซะอีก www.timezone.com

อีกหนึ่งการร่วมงานข้ามสายพันธุ์ของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่จาก 2 ตลาด เมื่อกล้อง ถ่ายรูป Leica อยากยกระดับสินค้าของตัวเองให้หรูหราอย่างรถยนต์ เลยไปดึงเพื่อน ร่วมชาติเยอรมันอย่าง BMW มาตกแต่งกล้องรุ่น X1 พะสัญลักษณ์ให้แฟนคลับได้ ซื้อหา สมรรถภาพของกล้องรุ่นนี้ก็หายห่วงด้วยเลนส์ Emarit 24mm f2.8 ASPH ความคมชัด 12 ล้านพิกเซล และระบบเซ็นเซอร์ภาพ CMOS นุ่มเรียบเนียนเหมือน ขับ BMW แน่นอน แต่ทั้งโลกนี้มีแค่ 600 ตัวเท่านั้นนะท่าน www.leicarumors.com

Tambour Diving II Watch

จะมี น วั ต กรรมใหม่ ชิ้ น ไหนถู ก ใจคนรั ก รถไปมากกว่ า นี้ เมื่ อ Ferrari ปล่อยรถรุ่นใหม่ออกมาในชื่อ Ferrari FF ที่ย่อมาจาก Ferrari Four อันหมายถึง 4 ที่นั่งและขับเคลื่อน 4 ล้อ (4-wheel drive...ไม่ได้แปลว่า F**kin’ Fast หรือ “เร็วแสรด” อย่างที่หลายคนตั้งให้) เพราะรุ่นนี้เป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นแรก ของ Ferrari ทั้งยังเป็นรถ Shooting-Break รุ่นแรกของค่าย นี้ด้วย แต่ไม่ได้มีไว้ขับไปรับลูกหรือจ่ายตลาดแน่นอน เพราะเร่ง ความเร็วได้ถึง 208 ไมล์/ชั่วโมง ด้วยเครื่องยนต์ 651 แรงม้า เตรียมปรากฏตัวเป็นๆ ให้เห็นในงาน Geneva Motor Show ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เดือนมีนาคมนี้ www.ferrari.com

Limited Edition Camera

Ferrari FF


ตัวล็อกเข็มขัดนิรภัย SEAT BELT STOPPER

ที่ใส่ของม่านบังแดด

ตะขอแขวนอเนกประสงค์

ตะขอแขวนกระเป๋าหลังเบาะ

พวงกุญแจ พร้อมไฟฉาย LED

ไฟส่องสว่าง 8 LED พร้อมสวิตช์ ON-OFF เสียบที่จุดบุหรี่

ตะขอแขวนอเนกประสงค์

นาฬิกาดิจิตอล สามารถวัดอุณหภูมิ ภายนอกได้ และเช็คกำ�ลังไฟได้

หลอดไฟ LED แบบ 20 ดวง และ 27 ดวง จาก VALENTI JAPAN สำ�หรับรถยนต์ รุ่นใหม่ ทั้งไฟเลี้ยว และไฟหรี่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AUTOBACS ทั้ง 3 สาขา สาขาสาทร โทร. 02 676 4370-2 สาขาพัฒนาการ โทร. 02 722 3513-5 และสาขาแจ้งวัฒนะ โทร. 02 984 3050-2

HKS F-CON ID กล่ อ งควบคุ ม เครื่ อ งยนต์ ดี เ ซล COMMONRAIL สามารถปรับจูนได้ตามต้องการ เพิ่ม อัตราเร่งและแรงบิด กล่องพ่วง HKS F-CON D สามารถ เพิ่มแรงม้าได้ถึง 25-40 แรงม้า ติดตั้งง่าย มีสวิตช์ ปิด-เปิด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ HKS THAILAND โทร. 02 743 0770-4

ยางเรเดียล GOODRIDE SA05 HIGH PERFORMANCE SPORT TYRE ดอกยางแบบสมมาตร ท�ำให้ยางสามารถมีแรงฉุดและรักษาความสมดุล ในขณะใช้ความเร็วสูง ด้วยความยอดเยีย่ มในการรักษาระดับการทรงตัว สามารถ มัน่ ใจในความแข็งแรงของโครงสร้างบริเวณไหล่ยางทีอ่ อกแบบเพือ่ ตอบสนองการ ขับขี่ทุกสภาวะ เหมาะสมกับรถยนต์นั่งทั่วไป จนถึงรถสปอร์ตรุ่นต่าง ๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท สแตมฟอร์ด ไทร์ส ดิสทริบิวเตอร์ จำ�กัด โทร. 02 678 2355


ผ้าเบรก COMPACT NANO INFINITY BRAKE เป็ น เทคโนโลยี ใ หม่ ล ่ า สุ ด ส�ำหรั บ ผ้าเบรกที่มีความยืดหยุ่นและตอบ สนองทีด่ ใี นทุกสภาวะการขับขี่ มีคา่ ท�ำให้หยุดรถได้ดี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เอเซียคอมแพ็ค จ�ำกัด โทร. 02 235 8311-2, 02 235 8314

ABT power upgrade หรือ ABT Tuning คือการปรับแต่งและเพิ่ม สมรรถนะแรงบิดและแรงม้าของเครื่องยนต์ให้มีสมรรถนะสูงสุด รถที่ ต้องการปรับแต่ง ต้องเป็นรถยนต์รุ่นมาตรฐาน และมีซอฟต์แวร์ใหม่ที่ทาง สถาบันของ ABT รองรับเท่านั้น เนื่องจากการปรับแต่งดังกล่าว เป็นการ ปรับแต่งแรงม้า และแรงบิดด้วย Program tuning ของ ABT ด�ำเนิน การโดยช่างผู้เชีย่ วชาญที่ผ่านการฝึกอบรมจาก ABT มาโดยตรง ใช้เวลา ประมาณ 4-6 ชม. ส�ำหรับอัพแรงม้าให้กับรถยนต์โฟล์คสวาเกน และ ออดี้, VW Golf 6 GTi Standard 2.0 TSI 210 แรงม้า โดย ABT Power ปรับแต่งแรงม้าตั้งแต่ 260 ถึง 300 แรงม้า, VW Scirocco 2.0 TSI 200 แรงม้า ปรับแต่งเพิ่ม 240 แรงม้า หรือรุ่น 210 แรงม้า ปรับแต่งเพิ่มเป็น 260 แรงม้า นอกจากนี้ยังมีรถรุ่นอื่น ๆ อีกหลายรุ่น อาทิ Audi TT 2.0 TFSI รุ่น 200 แรงม้า ABT Power upgrade 240 แรงม้า, Audi R8 V10, Audi Q5, Audi A5 2.0 TDI

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เอบีที สปอร์ตไลน์ (ประเทศไทย) จำ�กัด โทร. 02 943 7111 หรือ ABT Technical 086 787 0367, 084 044 3335 หรือ www.abt-thailand.com, e-mail : info@abt-thailand.com

บริษทั โกรว์ ริช เอ็นเทอร์ไพรซ์ จ�ำกัด ผูน้ �ำเข้าและจัดจ�ำหน่ายเครือ่ งเล่นดีวดี แี บรนด์ Leona ได้ส่ง GPS Navigator แบรนด์ TELEsystem รุ่น 8612 หน้าจอ ขนาด 5 นิ้ว CPU SiRF Atlas-IV 500MHz window ce 6.0 ใช้โปรแกรม แผนทีน่ �ำทาง iGO Primo ลิขสิทธิแ์ ท้ เวอร์ชนั่ ใหม่ลา่ สุด มาพร้อมคียบ์ อร์ดอัจฉริยะ เพื่อการค้นหาสถานที่ได้สะดวกและรวดเร็ว แสดงผลได้ทั้ง 2 มิติและ 3 มิติ สีสัน สวยงาม ดูเข้าใจและใช้งานง่าย มีเสียงน�ำทางถึง 17 ภาษา รวมจุดสนใจ (POI) เอาไว้มากกว่า 600,000 จุดทั่วประเทศ นอกจากนี้ก็ยังมีแอพพลิเคชั่นเพื่อความ บันเทิงมาในตัวด้วย พร้อมอัพเดทแผนที่ฟรี 2 ปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท โกรว์ ริช เอ็นเทอร์ไพรซ์ จำ�กัด www.leonathai.com โทร. 02 945 4507-12


Chevrolet Cruze :

FIA World Touring Car Championship “การแข่งขันอยูใ่ นสายเลือดของเรา” เป็นหนึง่ ในแนวคิดหลักที่ บริษทั เจนเนอรัล มอเตอร์ส

(ประเทศไทย) จ�ำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด มุ่งมั่นสร้างสรรค์ยานยนต์ที่มีคุณภาพ ระดับโลก และเป็นทีม่ าของการพัฒนารถแข่ง Chevrolet Cruze เข้าร่วมการแข่งขันรายการยิง่ ใหญ่ระดับโลกกับศึก FIA World Touring Car Championship มาอย่างต่อเนื่อง จนในปี 2010 ที่ผ่านมา Chevrolet Cruze ก็สามารถ พานักแข่งมากประสบการณ์อย่าง อิวาน มุลเลอร์ ขึ้นครองต�ำแหน่งแชมป์โลกได้ส�ำเร็จ


ล่าสุดเมื่อ 21-22 กุมภาพันธ์ 2011 ที่ผ่านมา บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และบริษัท เชฟโลเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ก็ได้น�ำรถแข่ง Chevrolet Cruze พร้อมกับแชมป์โลกจากรายการ FIA World Touring Car Championship อิวาน มุลเลอร์ เข้ามาเยือนประเทศไทย พร้อมกับจัดงานให้กับ สือ่ มวลชนในแขนงต่างๆ ได้สมั ผัสกับสมรรถนะของรถแข่ง Chevrolet Cruze อย่าง เต็มที่ พร้อมกับได้มโี อกาสกระทบไหล่แชมป์โลกอย่างใกล้ชดิ กับประสบการณ์ในรูปแบบ Hot Lap ที่นักข่าวทุกคนจะได้เก็บเกี่ยวความรู้สึกจากการนั่งรถแข่งกับแชมป์โลก ณ สนามแข่ง พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (พัทยา) นอกจากนั้น นักข่าวทุกคนยัง ได้สัมผัสสมรรถนะของ Chevrolet Cruze แบบเต็มที่กับการแข่งขัน Mini Gymkhana ในกิจกรรม WTCC Chevrolet Cruze Media Challenge 2011 ส�ำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ทาง บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ก็จัดขึ้นมาเพื่อตอกย�้ำชัยชนะครั้ง ยิ่งใหญ่ของ Chevrolet Cruze และเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับศักยภาพของรถยนต์ ภายใต้แบรนด์ Chevrolet ในโมเดลต่างๆ ทีล่ งสนามฟาดฟันกับคูแ่ ข่งมาอย่างต่อเนือ่ ง “การแข่งขันอยูใ่ นสายเลือดของเรา” ค�ำกล่าวอันหนักแน่นทีถ่ กู ประทับอยูใ่ นจิตวิญญาณ ของทีมพัฒนารถเชฟโรเลต นับแต่ “หลุยส์ เชฟโรเลต” ผู้ก่อตั้งต�ำนานโบไท เริ่มต้น สร้างยานยนต์ส�ำหรับการแข่งขันตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นับจากนั้น เชฟโรเลตก็ โลดแล่นอยู่ในโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ไม่เพียงกวาดชัยชนะ มานับไม่ถ้วนเท่านั้น หากยังสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่อีกมากมาย นัน่ จึงเป็นทีม่ าของการตัดสินใจเข้าร่วมหนึง่ ในรายการแข่งรถทีย่ งิ่ ใหญ่ทสี่ ดุ ในโลก อย่าง


FIA World Touring Car Championship (WTCC) เพือ่ ให้สาธารณชน ผูแ้ ทนจ�ำหน่าย และพนักงาน เกิดความ เชื่ อ มั่ น และแสดงให้ เ ห็ น ถึ ง คุ ณ ภาพอั น ยอดเยี่ ย มของ Chevrolet โครงการพัฒนารถแข่ง WTCC ของ Chevrolet นั้ น เหมื อ นเริ่ ม ต้ น จากศู น ย์ เพราะไม่ เ คยร่ ว มแข่ ง ขั น รายการทัวริ่งคาร์มาก่อน ขณะที่ Chevrolet Optra ที่ ถูกเลือกให้ลงสูส่ นามแข่งในเวลานัน้ ก็ไม่ได้ถกู ออกแบบมา ให้เป็นรถแข่ง แต่เมื่อทีมแข่งของเชฟโรเลตได้ร่วมงานกับ ทีมผู้พัฒนารถแข่งจากอังกฤษอย่าง เรย์ มัลล็อก (RML) ก็ทำ� ให้รถแข่ง Chevrolet Optra WTCC ลงสูส่ นามแข่งได้ อย่ า งรวดเร็ ว ในฤดู ก าล 2005 เบี ย ดกั บ คู ่ แ ข่ ง ที่ มี ประสบการณ์เหนือกว่าในเวลานั้นได้อย่างสูสี กระทั่งใน เดือนพฤษภาคม 2006 Chevrolet สามารถคว้าแชมป์ สนามแรกได้ส�ำเร็จและตามมาอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะใน ปี 2007 ที่คว้าแชมป์ได้ถึง 7 สนาม ซึ่งมากที่สุดในการ แข่งขัน WTCC ของปีนั้น และ Chevrolet Optra ก็ ลงสนามแข่งขัน WTCC ทั่วโลกยาวนานถึง 4 ปีเต็ม

สามารถกวาดชัยชนะได้ถงึ 14 สนาม กับสถิติ 38 โพเดียม พร้อมกันนั้นยังคว้าต�ำแหน่งผู้น�ำในการออกสตาร์ทได้ถึง 8 ครั้ง และท�ำความเร็วต่อรอบได้ดีที่สุดถึง 9 ครั้ง และเมื่อ ก้าวเข้าสู่ปี 2009 Chevrolet ก็ได้เปิดตัวรถแข่งคันใหม่ กับ Chevrolet Cruze WTCC ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับ Cruze ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานปารีส มอเตอร์โชว์เมื่อปี 2008 ซึ่งรถแข่ง Chevrolet Cruze นี้ทีมงานวิศวกร ที่ท�ำการพัฒนารถแข่งของ Chevrolet กล่าวว่า “บุคลิก ของ Cruze นั้น เป็นการผสมผสานรถใช้งาน กับ รถแข่ง เข้ามาอยู่ในรถคันเดียวกัน และขณะเดียวกันการพัฒนารถ แข่งของ Chevrolet ยังท�ำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการ พัฒนารถ Chevrolet Cruze และรถรุ่นอื่นๆ ของ Chevrolet ต่อไปด้วย” ล่าสุดในปี 2010 ทีผ่ า่ นมา ถือเป็นปีทองของทีมแข่ง Chevrolet อย่างแท้จริง เมื่อ Chevrolet Cruze WTCC ที่ขับโดยยอดนักขับชาวฝรั่งเศส อิวาน มุลเลอร์ ที่ ส ามารถคว้ า ดั บ เบิ ล แชมป์ (ทั้ ง ประเภทนั ก ขั บ และ ทีมผู้สร้าง) มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ เหนือทีมคู่แข่งส�ำคัญ

อย่าง BMW และ SEAT ซึ่งความส�ำเร็จดังกล่าวนั้นก็เกิด ขึน้ มาจากความทุม่ เทท�ำงานอย่างหนักของผูม้ สี ว่ นเกีย่ วข้อง ทุกๆ ส่วนตลอดทั้ง 6 ปีที่ผ่านมา เพราะ Chevrolet เข้า ร่วมการแข่งขัน WTCC โดยเริ่มต้นจากกระดาษเปล่าเมื่อ ปี 2005 โดยในจุดเริม่ ต้นนัน้ Chevrolet เชือ่ มัน่ มาตลอด ว่าจะเป็นแชมป์โลกในเวลาเพียงไม่กี่ปี และ Chevrolet ก็ ท�ำได้ส�ำเร็จในที่สุด และกับการแข่งขันในฤดูกาลแข่งขัน 2011 ทีก่ ำ� ลังจะเปิดฉากขึน้ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ทาง Chevrolet ก็เปิดเผยว่า Chevrolet Cruze WTCC มีความพร้อมเต็ม 100% ทีจ่ ะลงท�ำการแข่งขัน และมีความ พร้อมมากๆ กับการป้องกันแชมป์ ซึง่ Chevrolet Cruze ในปี 2011 นี้ก็มาพร้อมกับลวยลายใหม่ และยังคงลง แข่งขันโดยสุดยอดนักแข่งคนเดิมยกทีม ทัง้ อิวาน มุลเลอร์ ที่จะขับรถหมายเลข 1 ที่มีไว้สำ� หรับแชมป์เก่าโดยเฉพาะ ส่วน ร็อบ ฮัฟฟ์ นักแข่งชาวอังกฤษ จะขับรถหมายเลข 2 และ อแลง เมนู นักแข่งชาวสวิสฯ จะใช้หมายเลข 8 ที่ เป็นเลขน�ำโชคของ “หลุยส์ เชฟโรเลต” ผู้ก่อเกิดต�ำนาน Chevrolet ชาวอเมริกันที่เกิดในสวิสฯ


Yvan Muller

ส�ำหรับ อิวาน มุลเลอร์ เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตครั้งแรกตอนอายุ 19 ปี เริ่มจากการเป็นนักแข่งรถฟอร์มูล่า เรย์โนลต์ และเฟรนช์ ฟอร์มูล่า 3 ในประเทศฝรั่งเศส ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นนักแข่งรถฟอร์มูล่า 2 ร่วมแข่งขัน รายการ FIA F3000 มุลเลอร์ สั่งสมประสบการณ์การถึง 6 ปีเต็มก่อนที่จะ ลุยกับรถแข่งที่พัฒนามาจากโปรดักชั่นคาร์อย่างรถแข่งรายการ ทัวริ่งคาร์ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของความส�ำเร็จในอาชีพนักแข่งและคว้า แชมป์รายการ เฟรนช์ ซูเปอร์ ทัวริ่ง คาร์ แชมเปี้ยนชิพ ในปี 1995 ซึ่งเป็น รายการแข่งรถทัวริง่ ทีใ่ หญ่ทสี่ ดุ ในฝรัง่ เศส พร้อมกับตระเวนแข่งรถในอีกหลาย รายการทั่วยุโรป ทั้งในเยอรมนี อิตาลี และรายการส�ำคัญอย่างยูโรเปียน ทัวริ่ง คาร์ แชมเปี้ยนชิพ โดยในปี 2003 มุลเลอร์ ผงาดคว้าแชมป์หนึ่งใน รายการแข่งขันที่ส�ำคัญที่สุด อย่างบริทิช ทัวริ่ง คาร์ แชมเปี้ยนชิพ (BTCC) ด้วยรถวอกซ์ฮอลล์ หนึ่งในแบรนด์รถยนต์ในเครือเจนเนอรัล มอเตอร์ส นอกจากนั้น มุลเลอร์ ยังแสวงหาความท้าทายด้วยการร่วมแข่งรถ รายการที่วัดความทรหดอดทนของทั้งคนทั้งรถ อย่างรายการ ออสเตรเลียน วี8 ซูเปอร์คาร์ อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงจากการคว้าแชมป์การแข่งรถบนพื้น น�้ำแข็ง ในรายการอันโดรส โทรฟี่ อันโด่งดังของเมืองน�้ำหอม นอกจากนี้ยัง เคยร่วมแข่งขันแรลลี่ทางไกลสุดหฤโหด อย่าง ปารีส-ดาการ์ อีกด้วย และ จุดสูงสุดของนักขับชาวฝรั่งเศส คือ การคว้าแชมป์หนึ่งในการแข่งขันมอเตอร์ สปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เวิลด์ ทัวริ่ง คาร์ แชมเปี้ยนชิพ (WTCC) เมื่อ ปี 2008 ก่อนทีจ่ ะตอกย�ำ้ ความส�ำเร็จ ทะยานสูแ่ ชมป์อกี ครัง้ กับรถ Chevrolet Cruze ที่คว้าแชมป์ WTCC ในปี 2010 พร้อมกับพาทีมแข่ง Chevrolet คว้าแชมป์ประเภททีมผู้สร้างอีกด้วย แม้จะเพิ่งเข้ามาร่วมทีม Chevrolet ได้ เพียงปีเดียวก็ตาม


Isuzu Marketing

Brains Challenge

บริ ษั ท ตรี เ พชรอี ซู ซุ เ ซลส์ จ� ำ กั ด จั ด การประกวดแผนกลยุ ท ธ์ ทางการตลาดของนักศึกษามหาวิทยาลัยส�ำหรับรถปิกอัพอีซูซุ เพื่อคน รุ่นใหม่ ในรอบชิงชนะเลิศ โดยคัดเลือก 12 ทีมสุดท้ายที่มีไอเดียเด็ด โดนใจ มาน�ำเสนอแผนกลยุทธ์ตอ่ หน้าคณะกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ เพือ่ หาทีมสุดยอดไอเดียการตลาด โดยทีมซียู ซัคเซส (CUccess) จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คว้าแชมป์ รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท พร้อมทัศนศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นแบบยกทีม

จากที่อีซูซุได้จัดโครงการ “Isuzu Marketing Brains Challenge” การประกวดแผนกลยุ ท ธ์ ทางการตลาด ของนักศึกษามหาวิทยาลัยส�ำหรับรถปิกอัพ อี ซู ซุ เ พื่ อ คนรุ ่ น ใหม่ ขึ้ น เป็ น ปี แ รกนั้ น อี ซู ซุ ไ ด้ เ ริ่ ม ต้ น ประชาสัมพันธ์โครงการด้วยการเดินสายไปยังมหาวิทยาลัย ต่างๆ ได้มที มี นิสติ นักศึกษาให้ความสนใจร่วมส่งแผนกลยุทธ์ การตลาดเพือ่ เข้าร่วมประกวดมากกว่า 200 ทีม และคัดเลือก จนเหลือ 12 ทีมสุดท้าย ที่ต้องเข้าน�ำเสนอแผนกลยุทธ์ต่อ หน้าคณะกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ ซึง่ ก่อนจะมาเป็นแผนกลยุทธ์ ทางการตลาดนั้น แต่ละทีมได้มีการเตรียมพร้อมกันเป็น อย่างดี ทั้งศึกษาจากแหล่งข้อมูล รวมถึงส�ำรวจตลาด และ การศึกษาพฤติกรรมของกลุม่ เป้าหมาย แล้วจึงมาถึงขัน้ ตอน การวิเคราะห์เพื่อให้ได้แผนกลยุทธ์ที่โดนใจคนรุ่นใหม่ ในวันน�ำเสนอแผนงาน แต่ละทีมได้เตรียมพร้อมกัน เป็นอย่างดี ตั้งแต่วิธีการน�ำเสนอ เครื่องแต่งกาย เพื่อให้เป็น

คอนเซ็ปต์เดียวกันกับแผนงานทีเ่ ข้ากับโจทย์การประกวด และ โชว์ไอเดียเด่นของแผนกลยุทธ์การตลาดส�ำหรับคนรุ่นใหม่ ซึง่ ทีม “ซียู ซัคเซส” (Cuccess) ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คือ น.ส.นันทิกา แสนสุขส�ำราญ, นายชั ย ยะวั ฒ น์ พึ ง จิ ต ติ ส านติ์ , น.ส.รวี พ ร วิ ม ลทรง, นายวิทวัส วงศ์สุวรรณ และ น.ส.พัชริดา วิจิตรศรีวัฒน์ ซึ่ง ได้น�ำเสนอการสื่อสารแผนการตลาดส�ำหรับรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์” ในแนวคิด Day & Night ที่ผู้ใช้ สามารถใช้รถอีซูซุไปได้ทุกที่ทั้งกลางวันและกลางคืน โดย น้องๆ สามารถแสดงไหวพริบฝ่าวงล้อมค�ำถามสุดหินของ คณะกรรมการอย่างไม่มสี ะดุด ในทีส่ ดุ จึงชนะใจกรรมการคว้า รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 100,000 บาท โล่และ ประกาศนียบัตร พร้อมการทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อม เงินสนับสนุนส�ำหรับสถานศึกษา 30,000 บาท


“เดอะปั้น” คว้า Hall of Fame งาน “SINGHA Champion’s Day” ครั้งที่ 3 สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จัดงาน “Singha Champion’s Day” ณ ร้านบารายบาร์ (Baraibar) มีการเปิดตัวทีมแข่ง SINGHA HONDA TOTAL Team Thailand พร้อมทั้งมอบรางวัล Hall of Fame ให้กับบุคคลผู้คร�่ำหวอดและมี บทบาทส�ำคัญในแวดวงมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานหลายสิบปี โดยในปีนี้ผู้ที่ได้รับ คัดเลือกได้แก่ คุณพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นั่นเอง

HONDA กับโครงการ “ปลูกต้นราชพฤกษ์ ลด ภาวะโลกร้อน”

ฮอนด้า, ช่อง 7 สี และคณะผู้จัดการแข่งขันกอล์ฟ Honda LPGA THAILAND 2010 สานต่อโครงการ “ปลูกต้นราชพฤกษ์ ลดภาวะโลกร้อน” ที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ ปี 2550 งบประมาณในการปลู ก ต้ น ราชพฤกษ์ ร าว 1,300,000 บาท เริม่ ปลูกแห่งแรกที่ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา ภูมิพลมหาราชา จ.ชลบุรี

“ยนตรกิจเกีย” ประชุมผู้แทนจ�ำหน่ายทั่วประเทศ

เมื่อเร็วๆ นี้ คุณสรวิศย์ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น จ�ำกัด และ บริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ จ�ำกัด เป็นประธานในงานประชุมผู้แทนจ�ำหน่ายรถยนต์เกีย ประจ�ำปี 2011 ณ. โรงแรมรีโน โฮเต็ล เพือ่ ก�ำหนดทิศทางและแนวนโยบายในการด�ำเนินธุรกิจส�ำหรับผูแ้ ทนจ�ำหน่ายรถยนต์ เกีย ประจ�ำปี 2011

AUTOBACS BIG SALE

ออโต้เเบค มอบโชคเพือ่ เป็นการคืนก�ำไรให้ กับลูกค้าที่มาใช้บริการหรือซื้อผลิตภัณฑ์ ของทางร้านโดยล่าสุดมีการจับรางวั ลที่ สาขาสาทรและประกาศรายชือ่ ของผูท้ ี่ได้รบั รางวัลทัง้ หมดผ่านทาง www.autobacs. co.th รางวัลที่ 1 Sony Bravia LED TV 40” รุ่น KDL-40EX700 พร้อมชุด Home Theater มูลค่า 57,600 บาท ได้แก่ คุณศิริจิตต์ กาญจนบัตร

ผู้บริหารนิสสันเข้าพบ รมต. อุตฯ

มร.ฮิโรโตะ ไซกาวา รองประธานบริหารและประธานกรรมการบริหาร ภูมิภาคเอเชีย พร้อมกับ มร.โทรุ ฮาเซกาวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะเข้าเยีย่ มคาราวะ คุณชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีวา่ การ กระทรวงอุตสาหกรรม ที่รัฐสภา เนื่องในโอการตรวจเยี่ยมการด�ำเนิน งานของนิสสันในประเทศไทย เมื่อเดือนที่ผ่านมา

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สนับสนุนเด็กไทยร่างกายแข็งแรง นิสสัน เทียน่า คว้ารางวัลจาก JD Power

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ประกาศความส�ำเร็จของรถยนต์นิสสัน เทียน่า ที่ล่าสุดได้ รับรางวัลด้านความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพรถใหม่ หรือ IQS award 2010 ในรถยนต์ ขนาดกลางระดับพรีเมียม จาก JD Power นับเป็นรางวัลล่าสุดและล�ำดับที่ 52 ที่นิสสันเทียน่าได้รับ จากทั่วโลก

มร.โนบุยกู ิ มูราฮาชิ กรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ บริษทั มิตซูบชิ ิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จ�ำกัด มอบเครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา เพื่อเป็นของ ขวัญวันเด็ก ให้แก่ผู้แทนครูและนักเรียน โรงเรียนในพื้นที่จังหวัด ปทุมธานี จ�ำนวน 20 แห่ง ตามนโยบายให้การสนับสนุนแก่เยาวชน ผู้เป็นอนาคตของชาติให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง


โตโยต้า จัดกิจกรรม “โตโยต้า พาน้องดูหนัง ครั้งที่ 5”

โครงการ “Toyota Movie for Kids” เป็นความร่วมมือระหว่างโตโยต้ากับ เมเจอร์ ซีนเี พล็กซ์ จัดกิจกรรมเพือ่ สังคม เปิดโอกาสให้เด็กๆ และเยาวชนได้เรียนรู้ โลกทัศน์ใหม่ กับภาพยนตร์ 3 มิตซิ งึ่ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการศึกษา ความคิด และพัฒนาการด้านอารมณ์

โครงการ “ลมหายใจไร้มลทิน ส่งเสริมจิตกรน้อย”

คุณชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อ�ำนวยการโครงการ กล่าวว่า ในปีที่ 5 ความส�ำเร็จ ของโครงการ คือเยาวชนเข้าใจความหมายของค�ำว่า “ความซื่อสัตย์สุจริต” มากขึ้น โดยปี 2553 ได้จัดการประกวดหัวข้อ “ความรัก ความสามัคคี ความดี และความงาม” พร้อมกับเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับอนุบาลได้แต่งเติมร่วม ประกวดครั้งนี้ด้วย

บริดจสโตนสนับสนุนกอล์ฟเดอะ รอยัล โทรฟี

เดอะ รอยัล โทรฟี กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ครั้งที่ห้า ณ. สนามแบล็ค เมาท์เทน กอล์ฟ คลับ หัวหิน ประเทศไทยเป็นการแข่งขันกอล์ฟแมตช์เพลย์ประเภททีมระหว่างทวีปอันทรงเกียรติ และ ปีนี้เป็นปีที่สองติดต่อกันที่ทางบริดจสโตนให้การสนับสนุน ซึ่งภายในงานมีบูธเพื่อแนะน�ำยาง ecopia ep100a ยางนวัตกรรมใหม่ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

5 องค์กร ชวนคนไทยใส่ใจภาวะโลกร้อน

สถาบั น สิ่ ง แวดล้ อ มไทย คณะกรรมการนั ก ธุ ร กิ จ เพื่ อ สิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จ�ำกัด กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิง่ แวดล้อมจัดสัมมนาวิชาการ กระตุ้นเตือนคนไทยใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น เนื่องด้วย ผลพวงจากภาวะโลกร้ อ นอาจก่ อ ให้ เ กิ ด ผลกระทบต่ อ สุขภาพ

P&P MINI MOTORSHOW IN GARDEN

บริษัท พีแอนด์พี ซุปเปอร์วีลส์ เป็นผู้ออกแบบ น�ำเข้า และจัดจ�ำหน่าย ล้อแม็กซ์รถยนต์ ชั้นน�ำของเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ Valenza, Loof, Force, TZ Racing ฯลฯ เข้า ร่วมงานแสดงสินค้า “MBK Mini Motor Show in Garden” ณ ศูนย์การค้า มาบุญครองเซ็นเตอร์ โดยได้รับความสนใจอย่างดียิ่งจากลูกค้าที่เข้าชมงาน

ขายแล้ว New Lexus CT200h (Full Hybride Technology)

Lexus เปิดตัวพร้อมจ�ำหน่าย ยนตกรรมไฮบริดระดับหรู CT200h ด้วยรูปโฉมแบบ แฮทช์แบค พร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแบบไฮบริดเต็มรูปแบบเพื่อการตอบสนอง ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ราคา จ�ำหน่ายในรุน่ พรีเมียมพร้อมระบบน�ำทางอัจฉริยะและมูนรูฟ 2,690,000 บาท


The first car in Thailand

“รถยนต์” ปัจจุบนั นีน้ บั ว่าเป็นปัจจัยหลักในการด�ำเนินชีวติ ของคนทุกคนทีใ่ ช้เป็นพาหนะในการเดินทาง

ซึง่ รถยนต์นนั้ นับเป็นเทคโนโลยีของศตวรรษที่ 20 ทีเ่ ข้ามาถึงประเทศไทยเป็นครัง้ แรกเมือ่ ไหร่นนั้ ไม่มใี ครรูแ้ น่ชดั แต่หลักฐานต่างๆ ท�ำให้เข้าใจได้ว่า คนที่สั่งรถยนต์เข้ามาในประเทศไทยเป็นคันแรกนั้นเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งรถที่ สั่งเข้ามานั้นไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเป็นเป็นยี่ห้อใด แต่ก็มีรายละเอียดบางประการอธิบายไว้

กรมพระยาดำ�รงราชานุภาพ

เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

รายละเอียดดังกล่าวนั้นพบจากในสาสน์ของสมเด็จฯ อันเป็นลายพระหัตถ์โต้ตอบของพระบรมศานุวงศ์ 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวดั ติวงศ์ กับ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ โดยลายพระหัตถ์เมื่อปี พ.ศ. 2458 สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวดั ติวงศ์ กราบทูลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพว่า “รถยนต์คันแรกใน ประเทศไทยรูปร่างคล้ายรถบดถนน ล้อยางตัน มีหลังคาเป็น ปะร�ำ มีที่นั่งสองแถว ใช้น�้ำมันปิโตรเลียม ไฟหน้าลักษณะ คล้ายเตาฟู่ เช่นเดียวกับรถยุคแรกๆ ส่วนใหญ่เครื่องยนต์มี ก�ำลังเพียงพอส�ำหรับวิง่ บนทีร่ าบ แต่ไม่เพียงพอทีจ่ ะขึน้ สะพาน ได้ ข้อด้อยดังกล่าวจึงจึงท�ำให้การใช้งานมีขีดจ�ำกัด เนื่องจาก บางกอกสมัยนัน้ ใช้การขนส่งทางเรือเป็นหลัก สะพานข้ามคลอง จึงต้องยกสูงเพือ่ ให้เรือลอดได้ แต่กลับเป็นปัญหาส�ำคัญในการ ใช้รถยนต์ หรือยวดยานที่มีล้อ” และหลังจากที่ชาวต่างชาติคนนั้นน�ำรถยนต์เข้ามาใน

จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี

พระเจ้าลูกยาเธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

เมืองไทยได้ไม่นานก็ขายต่อให้แก่ จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) ซึ่งสมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นคน ไทยคนแรกที่ก่อก�ำเนิดยุครถยนต์ในประเทศไทย เจ้าพระยาสุ ร ศั ก ดิ์ ม นตรี เ ป็ น คนหั ว สมั ย ใหม่ นิ ย มชมชอบในเรื่ อ ง เครื่องยนต์กลไก ทั้งใฝ่รู้ในสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ และพอใจที่จะ เป็นเจ้าของเครือ่ งยนต์กลไกแปลกใหม่ในทันทีทมี่ กี ารจ�ำหน่าย และในลายพระหัตถ์ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเล่าว่า ในตอนแรกทีซ่ อื้ รถคันดังกล่าวมาเจ้าพระยาสุรศักดิ-์ มนตรีไม่สามารถขับได้ เพราะเกียร์แข็ง เข้ายาก ต้องให้น้อง ชายคือ พระยาอนุทูตวาที (เข็ม แสงชูโต) แก้ไขให้ พระยาอนุทูตวาที มีอายุอยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2413-2482 และมีหัว ในเรื่องเครื่องยนต์กลไก และเป็นคนไทยคนแรกที่สามารถพัน ทุน่ มอเตอร์ได้ เป็นคนไทยคนแรกทีไ่ ปรับจ้างท�ำงานในประเทศ อั ง กฤษ จึ ง เป็ น คนไทยคนแรกที่ ส ามารถขั บ รถยนต์ ใ น ประเทศไทยด้วย พระยาอนุทูตวาที สามารถเรียนรู้การขับรถยนต์คันดัง

พระยาอนุทูตวาที (เข็ม แสงชูโต)

กล่าวได้อย่างรวดเร็ว และยังได้ถ่ายทอดให้กับผู้อื่นอีกด้วย รถยนต์ของเจ้าพระยาสรุศกั ดิม์ นตรี วิง่ ใช้งานตามถนนในเมือง บางกอกอยู ่ น านหลายปี ต่ อ มาในปี พ.ศ. 2471 กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ ทรงจัดพิพิธภัณฑสถานส�ำหรับ พระนครขึ้น และทรงขอให้น�ำรถยนต์คันดังกล่าวมาตั้งแสดง ด้วย จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิม์ นตรี ก็ยอมอนุญาตด้วยความ เต็มใจ โดยกราบทูลว่า “พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ทรงน�ำรถไปซ่อมที่กองลหุโทษ” กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพทรงทราบต่อมาภายหลังว่าพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ได้สิ้นพระชนม์เสียก่อนที่จะซ่อมเสร็จ และรถก็ถกู ทอดทิง้ ไว้โดยไม่มใี ครดูแล จนเมือ่ ได้เสด็จไปทีก่ อง ลหุโทษ และถามหารถคันดังกล่าว พนักงานก็ท�ำท่าพิศวง และ ยิ้มอย่างสลดใจ แล้วน�ำเสด็จไปยังมุมห้อง ณ ที่นั้น คือกอง โลหะที่หลงเหลือจากน�้ำมือพ่อค้าเศษเหล็ก และนั่นคือจุดจบ ของรถยนต์คันแรกในประเทศไทย...ยังไม่จบ ครั้งต่อไปยังมี เรื่องราวที่น่าสนใจ อย่าลืมติดตาม


ฮอนด้าแนะน�ำฮอนด้า ซิตี้ รุ่นพิเศษ “Society”

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จ�ำกัด แนะน�ำรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ รุ่น “Society” เพื่อตอบสนองผู้ต้องการรถยนต์สไตล์สปอร์ต รูปทรงโฉบเฉี่ยว สะดุดตา ที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตประจ�ำวัน ฮอนด้า ซิตี้ รุ่น “Society” โดดเด่นด้วยสีขาวใหม่ บริลเลียนท์ ไวท์ เพิร์ล ให้ความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ชุดเซ็นเซอร์ท้าย 4 จุด เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นขณะถอยหลัง นอกจากนี้ยังมีแผงคอนโซล LED เพิ่มความ สวยงามให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์ใหม่และตราสัญลักษณ์ “Society” ส�ำหรับภายในห้องโดยสารของฮอนด้า ซิตี้ “Society” ยังให้ความสะดวก สบายด้วยเบาะนั่งคนขับที่สามารถปรับความสูงได้ ช่องเก็บของใต้เบาะด้านหลัง ระบบ เครื่องเสียง Advanced Audio ทีเชื่อมต่อกับ iPod ได้ สายเชื่อมต่อ USB ระบบ เบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบช่วยเบรก (BA) และยังสามารถใช้น�้ำมันเชื้อเพลิง E20 ฮอนด้า ซิตี้ “Society” มีจ�ำหน่าย 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น V AT (SRS) ราคา 661,800 บาท และรุ่น V AT ราคา 636,800 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจอง ได้ที่ผู้จ�ำหน่ายฮอนด้าทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


IMPREZA

RACE MONSTER

by A-MOTORSPORT หากพูดถึงรถยนต์ SUBARU แน่นอน...ทุกคนต้องคิดถึงเสียงค�ำรามของเครื่องยนต์สไตล์ BOXER ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และนึกถึงช่วงล่างหนึบๆ ตามสไตล์สายพันธุ์สปอร์ตซีดาน และนั่นก็เป็น พื้นฐานที่ดีของการต่อยอดเพื่อแปลงสภาพให้กลายมาเป็นรถแข่ง ไม่ว่าจะเป็นรถแข่งสไตล์โหดใน แบบรถแข่งแรลลี่ หรือแนวแดร็ก เรซซิ่ง ที่โด่งดัง อีกทั้งแนวดริฟท์สไตล์ญี่ปุ่น หรือแม้แต่แปลง ร่างเป็นรถแข่งทางเรียบก็ทำ� ได้ดไี ม่แพ้แบบอืน่ ๆ อย่างเช่นรถแข่งจาก A-MOTORSPORT คันนีท้ ผ ี่ า่ น สังเวียนทางเรียบมาอย่างโชคโชนภายใต้การควบคุมพวงมาลัยของ “โอ๊ต A-MOTOR” กับการ แข่งขันในรุ่น SUPER CAR รถแข่งรุ่นใหญ่สุดของประเทศไทยในยุคปัจจุบัน...


Body Work

เริ่มต้นกันที่เรื่องของ “ตัวถัง” ส�ำหรับตัวถังนั้นในรถแข่งแน่นอนต้องแข็งแรงและเบา เพราะเน้นในเรื่องความปลอดภัยตามกติกา ตัวถังของรถแข่งคันนี้จึงท�ำการรีดน�ำ้ หนักส่วน เกินออกและ Spot ตัวถังใหม่ทั้งคันเพื่อเพิ่มความแข็งแรง จากนั้นก็ท�ำการเพิ่มเรื่องความ สวยงามและความดุดันด้วยการใส่ชุดโป่ง Wide Body จาก ARP ตามด้วยชุด Aero part ที่มาทั้งกันชน หน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างของของ Zero Sport จากนั้นก็เพิ่มเติม ความดุดนั และสร้างแรงกดท้ายด้วยหางหลังแบบ GT Wing ส่วนภายในนัน้ นอกจากท�ำการ รีดน�้ำหนักออกแล้วก็ท�ำการเพิ่มความปลอดภัยตามกติกาการแข่งขันด้วยการขึ้นชุดโรลบาร์ แบบ 6 จุด พร้อมเส้นคาดข้างช่วยป้องกันการประเด็นออกนอกรถ นอกจากนั้นก็ติดตั้งชุด ถังน�้ำมัน Safety, เบาะ Full Bucket Seat, Safety Belt และชุดถังดับเพลิงอัตโนมัติ และอื่นๆ อีกชุดใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ท�ำเพื่อความปลอดภัยในเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน

Engine

ส�ำหรับ IMPREZA นี้ เครื่องยนต์เดิมภายใต้รหัส EJ20 นั้นก็มีความโดดเด่นมากเพียงพออยู่แล้ว เพราะเป็น เครื่องยนต์ BOXER ที่มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต�่ำ และมีระบบวาล์ว แปรผัน AVCS ที่มาพร้อมความแรงระดับ 280 แรงม้า, แรงบิดสูงสุด 43.0 กก./ม. โดยเครี่องยนต์สแตนดาร์ดนั้น มีก�ำลังอัดอยู่ที่ 8.0/1 แต่กับรถคันนี้มีการเปลี่ยนแปลงใน ส่วนของเครื่องยนต์ที่มีการโมดิฟายเพิ่มแรงม้า-แรงบิดด้วย ชุดไส้ในของ COSWORTH ทีม่ ากับลูกสูบขนาด 92.0 มม. ก้านสูบแบบ H-Beam และเพลาข้อเหวี่ยงที่ผลิตขึ้นมาแบบ พิเศษ นอกจากนั้นก็ท�ำการเปลี่ยน Crank น�้ำมันเครื่องให้

มีความจุมากขึ้น โดย Crank ที่ใช้นั้นเป็นของ Roger Clark ท่อนบนไม่แพ้กัน ทั้งชุดวาล์วและแคมชาฟท์ 272 องศา ลิฟท์ 10.8 มม. เป็นของ COSWORTH ทั้งชุด ส่วนในเรื่องระบบอัดอากาศนั้น เทอร์โบที่ใช้เป็นของ APS รุ่น SR70 ติดตั้งอยู่กับเฮดเดอร์ของ Roger Clark คุม บูสต์ด้วยเวสเกตของ TIAL ระบายแรงดันไอดีทิ้งด้วยโบล์ว ออฟ วาล์ว ของ APS ระบายความร้อนให้อากาศก่อนส่ง ผ่านลิ้นปีกผีเสื้อขนาด 70 มม. สู่ท่อร่วมไอดีด้วยอินเตอร์คูล เลอร์ของ PROCESS WEST ในระบบเชื้อเพลิงก็ท�ำการ

เปลีย่ นหัวฉีดเป็นหัวฉีดทีม่ ปี ระสิทธิภาพในการจ่ายน�้ำมันเชือ้ เพลิงมากขึ้น เป็นขนาด 1,100 ซีซี. อัดน�้ำมันส่งเข้าสู่ระบบ ด้วยปั้มน�้ำมันเชื้อเพลิงของ WALBRO ปรับแรงดันน�้ำมัน เชือ้ เพลิงด้วยเร็กกูเลเตอร์ของ HKS ระบบจุดระเบิดก็ท�ำการ อัพเกรดใหม่ด้วยชุดหัวเทียนของ NGK เบอร์ 10 ที่ทนแรง ระเบิดและก�ำลังอัดได้สงู ขึน้ นอกจากนัน้ ก็ทำ� การเปลีย่ นคอล์ย จุดระเบิดเป็นของ OKADA และควบคุมการท�ำงานของ เครื่องยนต์ด้วยกล่อง ECU ของ STi ที่จูนเพิ่มด้วยกล่อง ECU TEK


Transmission

& Suspension

มาสู่ “ระบบส่งก�ำลัง” ทีท่ ำ� หน้าทีถ่ า่ ยทอดก�ำลังงานจาก เครื่องยนต์ไปสู่ล้อขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ ส�ำหรับรถคันนี้เริ่มต้น ทีช่ ดุ คลัตช์ทที่ ำ� การเปลีย่ นแปลงใหม่ทงั้ หมด ชุดคลัตช์ทใี่ ช้เป็น ของ TILTON ที่มีความสามารถในการส่งถ่ายก�ำลังงานได้ สูงสุด จากนั้นก็ส่งก�ำลังงานต่อให้เกียร์ Sequential แบบ 6 สปีด ส่วนชุดลิมเิ ต็ดสลิปทีใ่ ช้นนั้ เป็นของ CARBONETIC และส่งก�ำลังผ่านเพลาขับของ DRIVER SHAFT ออกไปสู่ ล้อของ ADVAN RS ขนาด 18 นิ้ว หน้ากว้าง 9.5 นิ้ว พร้อมกับยางสลิคทั้ง 4 ล้อ “ระบบรองรับน�้ำหนัก” หรือว่าช่วงล่าง เป็นอีกระบบที่ IMPREZA ไม่เคยอายใคร โดยช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ แม็คเฟอร์สนั สตรัท ด้านหลังแบบอิสระ DUAL LINKS โดย

มีแขนยึดตัวล่างแบบอะลูมิเนียมลดน�้ำหนัก ซึ่งคันนี้ยังคงใช้ พืน้ ฐานเดิม แต่ท�ำการอัพเกรดเพิม่ ด้วยชุดบูชยูรเี ทนทีช่ ว่ ยเพิม่ ความเฉียบคมในเลาเลีย้ ว ด้วยชุดบูชยูรเี ทนของ White Line ทัง้ คัน นอกจากนัน้ ก็ทำ� การเปลีย่ นโช้คอัพทัง้ คันเป็นของ AST COMPETTITION ที่มาพร้อมกับสปริงส�ำหรับการแข่งขัน โดยเฉพาะ นอกจากนั้นก็ยังมีการใส่ชุดค�้ำตัวถังป้องกันการให้ ตัวของตัวถังในเวลาเลี้ยว โดยชุดค�้ำทั้งคันเป็นของ White Line เช่นเดียวกัน และก่อนจากกันไปในฉบับนี้ก็ต้องขอ ขอบคุ ณ “โอ๊ ต A-MOTOR” และที ม งานจาก A-MOTORSPORT เรียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ทุกๆ ท่าน ที่ให้ความร่วมมือกับทางทีมงานเป็นอย่างดี... ขอบคุณมากครับ


PETRONAS SUVIUM TEAM Profile ชื่อ : พิภพ พลเสน ตำ�แหน่ง : ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจผลิตภัณฑ์น้ำ�มันหล่อลื่น บริษัท ปิโตรนาส ลูบริแคนท์ส (ประเทศไทย) จำ�กัด ส�ำหรับการให้การสนับสนุนทีมแข่ง ปิโตรนาสซูเวี่ยม เป็น อีกกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตที่ทางเราได้สนับสนุน ทางปิโตรนาส มีการสนับสนุนกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตทั้งในระดับโลก ระดับ เอเซี ย และระดั บ ท้ อ งถิ่ น ทั้ ง นี้ เ พื่ อ ต้ อ งการแสดงให้ เ ห็ น ถึ ง ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของน�้ำมันหล่อลื่นปิโตรนาส ว่ามีประสิทธิภาพสูงสามารถผ่านงานหนักในกิจกรรมมอเตอร์ สปอร์ตได้ เพราะเครือ่ งยนต์ทใี่ ช้ในการแข่งขันนัน้ จะถูกใช้งานหนัก กว่าการใช้งานปกติทั่วๆ ไป การที่ผลิตภัณฑ์ของปิโตรนาส สามารถผ่านการทดสอบการแข่งขันดังกล่าว จึงเป็นบทพิสูจน์ว่า ผลิตภัณฑ์นำ�้ มันหล่อลืน่ ปิโตรนาสมีคณ ุ ภาพสูง เหมาะสมกับการ

ใช้งานไม่ว่าในสนามแข่ง หรือการใช้งานทั่วไป ผลงานในปีทผี่ า่ นมานัน้ ทีมแข่ง ปิโตรนาสซูเวีย่ ม ได้ครอง แชมป์ ป ระเทศไทย ซึ่ ง ถื อ เป็ น ความส� ำ เร็ จ ที่ ยิ่ ง ใหญ่ ข องเรา ความส�ำเร็จดังกล่าวประกอบไปด้วยผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เช่น คุณชัยรัตน์ และ คุณสมชาย ซึ่งเป็นคนขับและผู้ช่วย พี่ยุทธ์ และ พี่ทิพย์ ที่เป็นผู้จัดการทีมและผู้บริหารทีม ทีมช่าง รวมทั้งกอง เชียร์ ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณทางทุกภาคส่วนที่กล่าวมา ที่น�ำ ความส�ำเร็จให้กับทีมเรา และหวังว่าเราจะท�ำได้ดีเช่นเคยในครั้ง ต่อๆ ไป


การแข่งขันรถยนต์ OFF ROAD เป็นกีฬามอเตอร์ สปอร์ตอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องนับ จากอดีตจนถึงปัจจุบนั ทีย่ งั คงเป็นเกมส์การแข่งขันทีเ่ ข้มข้น และได้ถูกยกระดับ และเพิ่มมาตรฐานในการแข่งขันจนกลาย มาเป็นการแข่งขันในระดับชิงแชมป์ประเทศไทยทีม่ กี ารแข่งขัน แบบต่อเนื่อง และมีการถ่ายทอดสดทางฟรีทีวีถึง 5 สนาม ต่อปี และในปีล่าสุดที่ผ่านมานั้นการแข่งขันก็ยังคงเข้มข้น ตลอดฤดูกาลแข่งขัน และมีผทู้ สี่ นใสจเข้าร่วมกิจกรรมอย่าง ต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ก็เข้ามามีส่วนร่วม ในการแข่งขันในรูปแบบของผู้ให้การสนับสนุนที่มีส่วนช่วย ผลักดันกีฬามอเตอร์สปอร์ตในแขนงนี้ให้ก้าวหน้าต่อไป เรื่อยๆ นั่นก็รวมไปถึง บริษัทน�้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท ปิโตรนาส ลูบริแคนท์ส (ประเทศไทย) จ�ำกัด ทีเ่ ล็งเห็นความ ส�ำคัญของกีฬามอเตอร์สปอร์ต และยื่นมือเข้ามาให้การ สนับสนุนทีมที่เข้าร่วมท�ำการแข่งขันในนามทีม ปิโตรนาส ซู เวี่ยม ที่มีส่วนผลักดันจนทีมประสบความส�ำเร็จอย่างต่อ เนื่อง และสามารถคว้าต�ำแหน่งแชมป์ประเทศไทยมาครอง ได้ส�ำเร็จในปีที่ผ่านมา…และครั้งนี้เราก็ได้มีโอกาสในการเจาะ ลึกทีมแข่ง ปิโตรนาส ซูเวีย่ ม ในส่วนต่างๆ จนได้ทราบทีม่ า ของความส�ำเร็จดังกล่าว และยังมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ บริหารของทาง บริษทั ปิโตรนาส ลูบริแคนท์ส (ประเทศไทย) จ�ำกัด ถึงการให้การสนับสนุนทีม ปิโตรนาส ซูเวีย่ ม ตลอด ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา... PANTONE 3268

Profile ชื่อ : ยุทธ กล้าหาญ Team Manager Class : Open A

“ยุทธ กล้าหาญ” นักแข่งในรุ่น Open A เป็น นักแข่งรถยนต์ OFF ROAD มากประสบการณ์ทเี่ ป็นแกน น�ำในการท�ำทีม ปิโตรนาส ซูเวี่ยม โดย ยุทธ กล้าหาญ รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม คอยดูแลประสานงานในส่วน ต่างๆ รวมถึงการดึงตัวแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุด “ชัยรัส ค�ำพึง่ ” เข้ามาเป็นตัวช่วยเสริมทีมในปี 2010 ทีผ่ า่ นมา ใน รุ่น Open A และผันตัวเองมาท�ำหน้าที่ผู้จัดการทีมอย่าง เต็มตัว ซึ่งเขาก็สามารถพาทีมไปสู่เป้าหมายได้ส�ำเร็จ ด้วย การครอบครองต�ำแหน่งแชมป์ประเทศไทยในรุน่ Open A ที่เป็นรุ่นใหญ่สุดของการแข่งขันในศึก OFF ROAD TROPHY 2010 ที่ผ่านมา

PANTONE PROCESS BLACK


Profile

ชื่อ : ชัยรัส คำ�พึ่ง Crew Class : Open A

“ชัยรัส ค�ำพึง่ ” ดีกรีลา่ สุดกับต�ำแหน่งแชมป์ประเทศไทยในรุน่ ใหญ่สดุ ของการแข่งขันกับรถการ์ตนู คูใ่ จ ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการแข่งขันด้วยตนเองมาอย่างโชกโชน จนในปีล่าสุดได้มีโอกาสเข้าไปช่วย เหลือรุ่นพี่ในวงการ “ยุทธ กล้าหาญ” ร่วมลงแข่งในนามทีม ปิโตรนาส ซูเวี่ยม และก็สามารถฟาดฟัน กับคูแ่ ข่งจนถึงสนามสุดท้ายทีต่ อ้ งทุม่ เทกันแบบสุดตัว เพราะก่อนหน้าสนามสุดท้ายในสนามที่ 4 นั้นเขา มีคะแนนน�ำเพียง 8 คะแนน ท�ำให้ตอ้ งมาตัดเชือกกันในสนามสุดท้าย และเขาก็ทำ� ได้สามารถคว้าต�ำแหน่ง แชมป์ประเทศไทยมาครอบครองได้สำ� เร็จพร้อมกับเนฯคูใ่ จ และเขาก็ได้กล่าวว่า “มันคุม้ ค่ากับการรอคอย และก็คุ้มค่ากับการที่ฟาดฟันมานานหลายปีที่ลงแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเอง และปี 2010 ที่ผ่าน มานี้ก็ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ที่มีส่วนช่วยให้ได้ก้าวขึ้นไปสู่ความส�ำเร็จ นอกจากนั้นก็ยังมีทีมงาน, เพื่อนร่วมทีม ที่รวมไปถึงทีมช่าง และที่ขาดไม่ได้ก็คือครอบครัวที่คอยสนับสนุนและให้ก�ำลังใจมาตลอด จนในที่สุดก็ประสบความส�ำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้ และในปี 2011 นี้ก็จะยังคงท�ำการแข่งขันต่อไป และ ก็ยังหวังอยู่ว่าสปอนเซอร์จะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แบบที่เคยท�ำมาตลอด”


Profile

ชื่อ : สมชาย ดีเจริญ Co-Driver Class : Open A “สมชาย ดีเจริญ” เป็นอีกคนที่รถแข่ง OFF ROAD จะขาดไม่ได้ เพราะการหน้าที่ของเขา คนนี้มีความส�ำคัญไม่แพ้คนที่เป็นคนขับ เพราะต้องท�ำหน้าที่ในการดูไลน์ และต้องคอยช่วย นักแข่งปฏิบัติหน้าที่หลายๆ อย่าง และ Co-Driver นี้ก็ต้องมีความพร้อมตลอดเวลาหากมี เหตุฉกุ เฉินเกิดขึน้ ในช่วงแข่งขัน เพราะ Co-Driver ต้องเป็นคนทีล่ งไปช่วยกอบกูส้ ถานการณ์ เช่นการลงไปติดตัง้ อุปกรณ์ชว่ ยเหลือต่างๆ เช่นในเวลาทีร่ ถติด หรือแม้แต่ตอนเข้าเส้นชัยก็ตอ้ ง เป็นคนวิ่งลงไปกดหยุดเวลาในการแข่งขัน ถ้า Co-Driver ไม่มีความช�ำนาญ หรือมี ประสบการณ์น้อย การที่จะคว้าชัยชนะมาอยู่ในมือนั้นก็จะท�ำได้ไม่ง่ าย และปีที่ผ่านมา “สมชาย ดีเจริญ” ก็สามารถท�ำหน้าที่ได้อย่างดี และสามารถควงแขน “ชัยรัส ค�ำพึ่ง” รวบ ต�ำแหน่งแชมป์ประเทศไทยประจ�ำปี 2010 มาครอบครองได้ส�ำเร็จ

Team Service

“ทีมเซอร์วิส” เป็นอีกส่วนที่มีความส�ำคัญต่อการ แข่งขันรถยนต์ทุกประเภท และในการแข่งขันรถยนต์ OFF ROAD นี้ก็ไม่แตกต่างกัน มีความส�ำคัญไม่แพ้ การแข่งรถประเภทอื่น แถมยังต้องเป็นทีมงานที่มีความ พร้อมสูง เพราะการแข่งขันรถยนต์ OFF ROAD นั้น เป็นเกมที่โหดและดุเดือด การเซอร์วิสนั้นก็ต้องอาศัย ประสบการณ์และความช�ำนาญเป็นหลัก นอกจากนั้น แล้วการท�ำงานของทีมเซอร์วิสนั้นก็ต้องอยู่บนพื้นฐาน ของความเข้าใจกัน และมันก็จะส่งผลให้รถแข่งนั้น สามารถสร้างผลงานได้ดีอย่างที่ทุกคนตั้งเป้ากันเอาไว้ ก้าวไปสูย่ อดโพเดียมได้อย่างสง่างาม เพราะการแข่งขัน รถยนต์ทุกประเภทนั้น “ผู้ที่พร้อมที่สุด คือ ผู้ชนะ”

PETRONAS Motorsport Profile นอกเหนือจากสนับสนุน ปิโตรนาส ซูเวีย่ มในประเทศไทยแล้ว ปิโตรนาสยังเป็นผูส้ นับสนุนกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตหลากหลายประเภท ปัจจุบนั ปิโตรนาสเป็น Technology Partner กับทีมฟอร์มูล่า-วัน Mercedes GP PETRONAS F-1 Team ซึ่งเป็นอีกบทพิสูจน์ที่ท�ำให้มั่นใจว่า "น�้ำมันหล่อลื่นปิโตรนาส เป็นสุดยอดเทคโนโลยีหล่อลื่น" ที่สามารถ ผ่านการใช้งานหฤโหด ทั้งการแข่งขันรถฟอร์มูล่า- วัน และ ออฟโรด


Boss...แข้งเปียก

เปิดตัว “คูส่ งั หาร”Singha-Total ฉบับที่แล้วทั้งคู่มาในเงาด�ำมืด ฉบับนี้ถึงเวลาเผย โฉมหน้านักแข่ง “ตัวใหม่” ล่าสุดที่เข้าสู่สังกัดของ Singha อย่างเต็มตัวกับ แจ็ค เลมวาร์ด และ “แบงค์” กั น ตศั ก ดิ์ กุ ศิ ริ ที่ ไ ด้ ถู ก เปิ ด ตั ว ไปใน Singha Champion Day ครั้งที่ 3 และปีนี้ทั้งคู่ก็จะถูกส่ง ลงแข่งภายใต้ทีมใหญ่ และพร้อมไล่ล่ากับ 2 รายการ ใหญ่ ทั้ง Honda Racing Fest’ 2011 และ PRO.RACING SERIES THAILAND CHAMPIONSHIP คู่กับ 3 นักแข่งจอมเก๋าของ Singha นั่นก็คือ “จ�้ำ” กรัณฑ์, “แบงค์” พัฒวิช และ “จิน” จรินทร์ ธรรมวัฒนะ หวังส่งทีม SinghaTotal รวบแชมป์ทั้ง 2 รายการใหญ่...คู่แข่งก็เตรียม รับมือกับทัพนักแข่งจาก Singha-Total ได้เลยครับ

ขาใหญ่รวบ Hall of frame ภาพนี้จากงาน Singha Champion Day อีกเช่น เดียวกัน รูปนี้ก็คงต้องร่วมแสดงความยินดีกับรุ่นใหญ่ อย่าง “เสี่ยปั้น” พฤทธิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ที่ได้ รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ Hall of frame ซึ่งถือว่าเป็น รางวัลที่เหมาะสมที่สุด เพราะ “เสี่ยปั้น” เจ้าของสนาม Motorsports Land นั้นคร�่ำหวอดอยู่ในวงการมา อย่างยาวนาน และเคยจัดงานแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ในยุคต้นๆ ท�ำให้ทกุ วันนีก้ ารแข่งขันรถยนต์ทางเรียบใน บ้านเราได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง...ยินดีด้วยครับ...

ไม่มีอายส�ำหรับ “ทอม” นิรุตย์ สุจริต พิธีกรขาประจ�ำของ Singha และ GPI เพราะจากภาพที่เห็น “ทอม” เป็นคน เปิดเผย รู้ว่า “ใคร” คือคนที่ ทอม ควร ให้ความเคารพ จากภาพก็ชดั เจนนะครับ... เป็นภาพที่ต�ำตาต�ำใจ คนทั่วๆ ไปอย่าง มาก...แต่ อ ย่ า คิ ด มากครั บ ที่ เ ห็ น นั้ น “ทอม” ท�ำไปเพื่อความบันเทิง และเรียก เสียงปรบมือของคนในงานครับ...จริงๆ แล้วถึง “ทอม” จะไม่ทำ� อะไรแบบนี้ “ทอม” ก็ยังคงเป็นพิธีกรมือหนึ่งของ Singha และ GPI อยู่แล้ว

นักแข่งไทยกระทบไหล่แชมป์โลก นี่ก็เป็นภาพบรรยากาศจากงานที่ Chevrolet จัดขึ้นที่สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (พัทยา) เช่นเดียวกัน คนซ้ายมือใน รูปนั่นก็คือ Yvan Muller แชมป์โลกจากรายการ FIA WTCC ปีล่าสุดที่ผ่านมา ส่วนคนขวานั้นก็คือ “แบงค์” กันตศักดิ์ กุศิริ นักแข่งดาวรุ่งของไทยที่ก�ำลังมาแรงในยุคนี้ ซึ่งงานนี้ “แบงค์” กันตศักดิ์ ก็ไม่พลาดท่ะเอาหมวกที่ได้มาไปขอลายเซ็นต์ของแชมป์ โลกประทับไว้บนหมวก และก็ไม่พลาดที่จะขอกระทบไหล่แบบ ใกล้ชิด...ดีนะที่ “เจ้าแบงค์” ของเราไม่ขอดวลฝีมือ...

“ก้อง” รับเอง... จากงาน Singha Champion Day อีกเช่นเดียวกัน นี่เป็น ภาพการมอบแจ็กเก็ตให้กับนักแข่งในสังกัดของ Singha Racing School ทีผ่ า่ นการคัดเลือกเข้ามาซึง่ มีทงั้ หมด 4 คน ได้แก่ เอก Pro-Spec บารมี อัมพรตระกูล, ใหม่ P&C Garage ชัยวัฒก์ ปันทยางกูร, เกี๊ยก ระพี พวงสุพาง และ เพียว หงส์ปาน แต่ภายในงานนี้ ใหม่ P&C Garage ติด ภาระกิจส�ำคัญ ไม่สามารถมาร่วมงานได้จงึ ได้สง่ ชาวแกงค์อย่าง นาย “ก้อง” ขึ้นไปรับมอบเสื้อคลุมเกียรติยศแทน...

Singha มอบก�ำลังใจ ที่เห็นเป็นภาพของ “ฟีม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักแข่ง Moto2 ขวัญใจชาวไทย ที่ควงคู่มากับ Big Boss ของ AP HONDA ที่ไปไหนก็ต้องไปแบบแพ็คคู่ ซึ่งถ้า ใครไม่รคู้ คิดว่าเป็นคูพ่ อ่ -ลูก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ส�ำหรับ งานนี้ทาง Singha ก็ขอมีส่วนร่วมในการส่ง “ฟีม” ให้ ถึงฝั่ง หลังจากที่ “ฟีม” ได้เสียคุณพ่อไปได้ไม่นาน และ ก็ตอ้ งมาร่วมลุน้ ให้ “ฟีม” หายจากอาการบาดเจ็บได้ทนั เวลาก่อนการแข่งขันในสนามแรกที่ก�ำลังจะมาถึงนี้นะ ครับ... และอาการล่าสุดที่เห็นสุขภาพของ “ฟีม” นั้นก็ ดีวัน ดีคืน ไม่น่าจะมีปัญหากับการแข่งขันในสนามแรก


New Crew by RedBull

ต�ำแหน่ง “แชมป์” ที่เฝ้ารอ หลายๆ คนในวงการ OFF ROAD คง คุ ้ น หน้ า คุ ้ น ตา กั น เป็ น อย่ า งดี กั บ แชมป์ ประเทศไทยคนล่าสุดกับ “ชัยรัส ค�ำพึ่ง” นักแข่ง OFF ROAD ทีแ่ ข่งมาอย่างยาวนาน แ ล ะ ก็ ฝ ั น ว ่ า ซั ก วั น จ ะ ไ ด ้ เ ป ็ น แ ช ม ป ์ ประเทศไทย…และวันนีเ้ ขาก็ทำ� ส�ำเร็จ สามารถ คว้ า ถ้ ว ยแชมป์ ป ระเทศไทยในการแข่ ง ขั น รถยนต์ OFF ROAD มาครองได้ส�ำเร็จ ทั้งๆ ที่ในปีที่ผ่านมานั้นเขาจะเป็นแค่ตัวแถม ในทีม แต่ก็สามารถท�ำผลงานให้สปอนเซอร์ ได้ ยิ้ ม จนแก้ ม ปริ ปี นี้ ก็ น ่ า จะมี ค นเข้ า มาสนับสนุนอย่างจริงๆ จังๆ กับเขาซักที เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น ควักกระเป๋า ตัวเองมาโดยตลอด...สู้ๆ ครับ

“ปอนด์ Injection” เดชะพล โตยิง่ เจริญ นั ก ดริ ฟ ท์ ไ ร้ สั ง กั ด ที่ ส ร้ า งชื่ อ ในวงการ ดริฟท์มาอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเอง และ เมื่อปลายปี 2010 ที่ผ่านมาเขาก็ได้มีพ่อ บุญทุม่ มาอุม้ ไปร่วมทีม และได้ยา้ ยเข้าไป เป็ น นั ก แข่ ง คนใหม่ ล ่ า สุ ด ของค่ า ยวั ว กระทิง RedBull ที่น�ำขบวนโดยนัก ดริฟท์ระดับประเทศอย่าง “กีกี้” ศักดิ์ นานา และในปี 2011 นี้ “ปอนด์ Injection” ก็ประกาศว่าพร้อมสู้ศึกเต็ม ที่ เพราะต้องรีบสร้างผลงานตามรุ่นพี่ให้ ทัน เนื่องจากปัจจุบันนี้เขาอยู่ในสถานะ ของ “กระทิงตัวสุดท้อง” จะท�ำอะไรก็ตอ้ ง รีบท�ำ เพราะไม่อย่างนั้นจะท�ำให้กระทิงผู้ พี่ผิดหวัง...

เบื้องหลังแชมป์ OFF ROAD หลายคนคงสงสัยว่าเขาคนนี้คือใคร??? คนเขียนเองก็ไม่รู้ครับว่าเขาคนนี้ชื่ออะไร แต่ ที่ รู ้ ๆ คื อ เขาคนนี้ คื อ ผู ้ ที่ อ ยู ่ เ บื้ อ ง หลั ง ความส� ำ เร็ จ ของ “ชั ย รั ส ค� ำ พึ่ ง ” แชมป์ OFF ROAD คนล่าสุด เพราะ เขาคนนีค้ อื คนทีท่ ำ� ให้แชมป์เกิดขึน้ มา และ คอยสนับสนุนลูกชายอยูต่ ลอดเวลา แม้วา่ จะต้องเปิดโรงงานผลิตน�้ำแข็งทัง้ วันทัง้ คืน เพื่อให้ลูกได้แข่งตามฝัน เขาก็ไม่บ่น แถม ยังคอยตามให้ก�ำลังใจกับทุกสนามที่ไป แข่งขัน…แหม่...น่าจะได้คุณพ่อดีเด่นนะ ครับ...

Boss GPI...ลองของ ที่เห็นคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีทั้ง 3 คน ไม่ว่าจะเป็น PK, น้าทีป แล้วก็คนกลางกับ คุณเอก อโณทัย เอี่ยมล�ำเนา ทายาท “กรังด์ปรีซ์ กรุ๊ป” เพราะทั้ง 3 คนนั้นอยู่ในวงการ มอเตอร์สปอร์ตมาอย่างยาวนาน และล่าสุด คุณเอก อโณทัย ก็ได้ไปร่วมงานที่ Chevrolet จัดขึน้ และเมือ่ มีโอกาส คุณเอก อโณทัย ก็จงึ ขอลองของกับแชมป์โลก รายการเวิรล์ ทัวร์รงิ่ คาร์ ปีล่าสุด อิวาน มุลเลอร์ และเมื่อลงมาก็ถึงขั้นเหงื่อแตก แต่ไม่ใช่เพราะความเสียวนะ ครับ เป็นเพราะอากาศในวันนัน้ ร้อนมากๆ แถมยังต้องไปใส่ชดุ แข่งอีก เห็นแล้วน่าอึดอัดแทน แต่ก็คุ้มค่า เพราะแชมป์โลกนั้นขับได้สมศักดิ์ศรีจริงๆ

อโณทัย อินเทรนด์ Yvan Muller มางานนี้ท่าทางจะ ไม่ได้เหนือ่ ยแค่ขบั รถเท่านัน้ ...เพราะ มางานนีเ้ ห็นแล้วท่าทาง Muller จะ เมื่อยมือด้วยเพราะผู้คนที่อยู่ในงาน แทบทั้งสนามต่างก็ทยอยกันมาขอ ลายเซ็น ไม่เว้นแม้แต่ทายาท GPI อย่าง คุณอโณทัย เอี่ยมล�ำเนา ก็ ยังส่งผูจ้ ดั การแผนกมอเตอร์สปอร์ต หิ้ ว ถุ ง ใส่ ร ถโมเดล Chevrolet Cruze มาให้กับ Yvan Muller เซ็นต์ให้ แต่ตอนเซ็นต์นี่ Yvan Muller ก็ต้องหาพื้นที่กันอยู่พัก ใหญ่ … ไม่ รู ้ ว ่ า จะเซ็ น ต์ ต รงไหนดี สุดท้ายก็ไปจบอยู่บนฝากระโปรง หน้ารถ...

Media Challenge 21-22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริษัท เจนเนอร์รัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จ�ำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด ได้จัดงาน WTCC Chevrolet Cruze ขึ้นที่สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (พัทยา) เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสสมรรถนะของ Chevrolet Cruze แบบเต็มๆ และ ได้จัดการแข่งขัน Chevrolet Cruze Media Challenge ขึ้น โดยให้ สื่อมวลชนที่ไปร่วมงานท�ำการแข่งขันกันในสไตล์ Gymkhana และผู้ที่เห็นอยู่ บนโพเดียมรับรางวัลนัน้ ก็คอื สือ่ มวลชนทีไ่ ด้ตำ� แหน่ง 1-3 และก็ได้รบั ถ้วยรางวัล ที่ระลึกจากมือของแชมป์โลกไปนอนกอดกัน…ใครเป็นใครก็ดูกันเอาครับ แต่ที่ แน่ๆ ฝีเท้าของทั้ง 3 คนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ.


Start form beginner… “ก้าวเข้าสู่วงการด้วยการเรียนกับ Singha Racing School” นั่นคือค�ำยืนยัน ถึงความเจ๋งของนักแข่งดาวเด่นของเราในครัง้ นีก้ บั “เบียร์” ธนากร บุตรตะวงศ์ นักแข่งอายุน้อยระดับมัธยม แต่มีฝีมือระดับแนวหน้าในวงการ One Make Race เพราะเขาคนนี้คือคู่ปรับของ “เพียวๆ” เพียว หงษ์ปาน ที่ตามล้างตาม เช็ดกันทุกสนาม

“เบียร์”

ธนากร บุตรตะวงศ์ หรือที่ทุกคนคุ้นเคยกันในชื่อ “เบียร์” ธนโชติ คาร์ เซ็นเตอร์ เขาคนนี้ เริ่มก้าวเข้าสู่วงการด้วยการเรียนรู้กับ “Singha Racing School” ในคอร์ส “Safety Drive Level” ที่น�ำขบวนถ่ายทอดวิชาโดย อ.เบิร์ด อลงกรณ์ ยั่งยืน หลังจากนั้นก็ติดใจและแอบไปซุ่มซ้อมอยู่ เรื่อยๆ จนมาถึงช่วงต้นปี 2009 เมื่อ “เบียร์” ได้ข่าวของโครงการ Jazz One Make Race โครงการ ที่ 2 ออกมา เขาจึงไปคุยกับทางบ้านและก็ “กล่อม” จนทางบ้านใจอ่อน และวันแรกที่ได้รับรถมาอย่างเป็น ทางการก็ลงซ้อมทันที เขาก็บอกว่า “ขับ Jazz ครั้งแรก…รู้สึกตื่นเต้นมาก” และซ้อมไปเรื่อยๆ จนมี 2 พี่น้อง “แบงค์-บูม กุศิริ” ที่มีวัยใกล้เคียงกันยื่นมือเข้ามาช่วย โดยสอนเทคนิคการขับในสนามบ้านเกิด ท�ำให้ “เบียร์” เกิดความมั่นใจมากขึ้น พอมาถึงวันแข่งจริง เรซแรกของชีวิตก็เริ่มขึ้น แม้ว่า “เบียร์” จะ บอกว่าประหม่ามาก แต่เขาก็ผ่านมันไปได้อย่างสวยงาม พอเข้าสู่เรซที่ 2 ของชีวิต เขาได้สตาร์ทที่ 2 และ ก็สามารถจบการแข่งขันได้ในอันดับที่ 4 และความรู้สึกของเขาก็เปลี่ยน เพราะเขาสามารถคว้าถ้วยใบแรก ในชีวิตมาครองได้ส�ำเร็จ และเมื่อทางบ้านเห็นว่า “เบียร์” มาถูกทาง ที่บ้านจึงลงทุนควักกระเป๋าเพิ่ม จับ Vios One Make Race มาให้เขาแข่งอีกคันในรายการ Toyota Motorsport 2009 แต่การแข่งขันก็ผ่านไปแล้ว 1 สนาม “เบียร์” ได้ลงแข่งในสนามที่ 2 และโดนชนหนัก (ครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน) แต่เขาก็ไม่ถอดใจ…แข่งต่อ และพอมาสนามที่ 2 ของงาน Honda Racing Fest 2009 ก็ (คว�่ำ) อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่หยุด “สู้” ต่อ จนในสนามต่อๆ มาเมื่อเริ่มรู้จักรถมากขึ้น, รู้ลิมิตของรถ ก็ทำ� ผลงานได้ดีขึ้น จนสามารถคว้าแชมป์ใน รายการ Toyota Motorsport 2009 ในสนามที่ 4 มาครองได้ส�ำเร็จ…ซึ่งเป็นความส�ำเร็จที่เขาภาคภูมิใจ มากที่สุด เพราะการแข่งขันตลอดปี 2009 นั้น ไม่มีสปอนเซอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง “ครอบครัวล้วนๆ” มาถึงปี 2010 ช่วงเริ่มต้นนั้นก็ยังแข่งโดยใช้ทุน “พ่อ-แม่” เหมือนเดิม และลงแข่งขันถึง 3 รายการ คือ Toyota Motorsport, Honda Racing Fest’ และ Pro Racing Series และก็เปิดฉากได้ดี กับงาน Honda Racing Fest’ ได้อันดับที่ 4 และ 5 ทุกสนามตลอดปี ส่วนในรายการ Toyota Motorsport ก็เปิดฉากได้ดีเช่นเดียวกัน เริ่มสนามแรก ก็จบที่ 1 ต่อด้วยสนาม 2 ก็ที่ 1 พอมาถึงสนาม 3 ก็เริ่มมีสปอนเซอร์เข้ามาช่วยสนับสนุน นั่นก็คือ Amco แต่โชคกลับไม่เข้าข้าง แม้จะจบที่ 1 ในสนามที่ 3 แต่โดนปรับเลยตกมาอยู่ในอันดับ 4 และท�ำให้ต้อมาลุ้นแชมป์ประจ�ำปีกับ “เพียว” ถึงสนามที่ 4 ที่ลุ้นสุดๆ เพราะน�ำมาเป็นอันดับที่ 1 มาจนถึง 2 รอบสุดท้าย ดันไปติดรถน็อครอบ จนท�ำให้เกียร์ 3 พัง ส่งผลให้ “เพียว” แซงขึน้ ไปได้ในรอบสุดท้าย และต้องมาวัดดวงกันสนามสุดท้ายทีบ่ างแสน และก็ท�ำได้ดที สี่ ดุ กับอันดับ ที่ 2 ในตารางคะแนนสะสมประจ�ำปี ส่วนรายการ Pro Racing Series ที่ไม่คิดมาก แต่ก็ท�ำผลงานได้ดี เพราะสามารถคว้าอันดับที่ 3 ในตารางคะแนนสะสมประจ�ำปีมาครองได้สำ� เร็จ และในปีนกี้ ต็ อ้ งมาตามดูกนั ว่า “เบียร์” ธนากร บุตรตะวงศ์ นั้นจะมีสปอนเซอร์เจ้าไหนเข้ามาอุ้ม…ส่วนตัวเขาเองนั้นก็บอกว่าพร้อมเต็ม 100% และถ้าได้การสนับสนุนจากสปอนเซอร์ก็จะพร้อมมากขึ้นไปอีก…สปอนเซอร์เจ้าไหนที่กำ� ลังเล็งหา นักแข่งอยู่ก็ลองพิจารณาดูครับ “นักแข่งอนาคตไกล” และครั้งนี้เขาก็ฝากมาขอบคุณ อาจารย์เบิร์ด (อลงกรณ์) ที่ช่วยเหลือมาตลอดพร้อมกับทีมช่างจาก Tuned by Lim, วุฒิบางบอน 3 และที่ส�ำคัญที่สุด ก็เป็นทาง “คุณพ่อ-คุณแม่” และครอบครัวที่คอยให้ก�ำลังใจและสนับสนุนกันอย่างเต็มที่

CREW PROFILE ชื่อ : ชื่อเล่น : รถแข่ง : เกรด :

ธนากร บุตรตะวงศ์ เบียร์ Honda New Jazz, Toyota Vios C


it’s coming… “friendship drag”

พลิ ก วงประวั ติ ศ าสตร์ ว งการ “แดร็ ก เรซซิ่ ง ” ประเทศไทยอีกครั้งกับการรวมตัวกันของกลุ่มนักแข่งระดับ หั ว แถวของประเทศไทย ที่เบื่อหน่ายการจัดงานแข่งที่ เรื่อยเปื่อย รอคน รอรถ แล้วก็จบเกือบสว่าง...ล่าสุด กลุ่ม นักแข่งดังกล่าวได้รวมตัวกันออกมาการันตีว่าจะช่วยกัน เปลี่ยนพฤติกรรมการแข่งขันของชาวแดร็กให้เป็นแบบ แข่งเร็ว จบเร็ว ไม่รอรถ ไม่รอคน ถึงเวลาแข่ง เป็นแข่ง ซึง่ การรวมตัวกันครัง้ นีก้ น็ ำ� ขบวนโดย “อ๋อ 77” ลูกค้าหลัก ของอู่ราม 77 ที่ผันตัวจากนักแข่งมาเป็นผู้จัด พร้อมด้วย “เสี่ยตา” เจ้าของอู่ราม 77 ที่หวังว่างานนี้จะช่วยท�ำให้ วงการ “แดร็ก เรซซิ่ง” กระเตื้องขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมี เพื่ อ นซี้ อี ก หลายคนเข้ า ร่ ว มอุ ด มการณ์ ไม่ ว ่ า จะเป็ น

“ช่างญา” ปัญญา อร่ามรัศมี จาก Ya Service, สยาม บุญช่วย จาก Siam Prototype, Yo Y Fly แล้วก็ยัง มีผู้จัดการสนามอย่างคุณชนินทร์ ธรรมาธิคม ที่คอยช่วย ผลักดัน ส�ำหรับงาน friendship drag จะถูกจัดขึ้นทุกๆ วันเสาร์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ณ สนาม Bangkok Drag Avenue (สนามคลอง 5) โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2554 ซึ่งเป็นการแข่งขันในสนาม แรก โดยในกลางวันนั้นจะเป็นการเฟ้นหารถยนต์นิสสันที่ เร็วที่สุดในประเทศไทย และช่วงเย็นก็จะต่อด้วยงานหลักที่ เริ่มต้นด้วยการซ้อม แล้วก็ต่อด้วยการควอลิฟาย และการ แข่งขัน บรรยากาศภายในงานนั้นก็จะมีการด�ำเนินเกมการ

แข่งขันให้เร็วขึ้นกว่าปกติที่ผ่านๆ มา โดยเกมจะเข้นข้น ตั้งแต่ในช่วง “3 ทุ่ม” ไปถึงช่วงประมาณ “ตีหนึ่ง” ที่เป็น ก�ำหนดเวลาของการยุตติการแข่งขันในทุกๆ รุน่ ก็ตอ้ งคอย ติดตามให้ก�ำลังใจกันนะครับกับความตั้งใจดีๆ ของคนใน วงการ “แดร็ก เรซซิ่ง” ที่ต้องการจะเข้ามามีส่วนช่วยใน การกระตุ้นวงการให้เดินหน้าไปในทิศ ทางที่ดีขึ้นกว่าที่ ผ่านๆ มา และถ้ามันดีขึ้น จ�ำนวนรถแดร็กในบ้านเราก็จะ มีมากขึ้น เศรษฐกิจต่างๆ ในวงการก็จะเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยดีรวมไปถึงการสร้างรายได้ให้กับผู้คนในท้องถิ่น ถ้า สนามคึกคักรายได้ของทุกๆ คนก็จะเพิ่มขึ้น...ช่วยกัน ติดตามครับ...เพื่อให้งาน friendship drag ออกมาใน รูปแบบที่กลุ่มผู้จัดตั้งเป้าหมายเอาไว้...


TOYOTA PRIUS... no one els “Perfect of Hybrid”

หลังจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จ�ำกัด เปิดตัว Toyota Prius Hybrid Generation 3 ออกมาสู่ สายตาคนไทยภายใต้รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยว และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและราคาที่น่าสนใจได้ไม่นาน เราต่าง ก็ได้เห็น Toyota Prius ออกมาวิ่งบนท้องถนนอย่างมากมาย นั่นหมายความว่า Toyota Prius นั้นเป็นรถ ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ด้วยตัวเองแบบที่แทบจะไม่ต้องรอการพิสูจน์หรือการการันตีใดๆ เลย...นั่นคือภาพที่ เราต่างเห็นคล้ายๆ กันในความเป็นจริง

และถึงแม้ว่า Toyota Prius จะเป็นรถที่สามารถท�ำ ตลาดได้ดว้ ยตัวมันเองก็ตาม แต่ทาง บริษทั โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จ�ำกัด ก็ต้องตอกย�้ำความส�ำเร็จด้วยการพา สื่อมวลชนในแขนงต่างๆ ไปท�ำการพิสูจน์สมรรถนะที่แท้จริง ของ Toyota Prius Hybrid พันธุ์แท้ที่เริ่มทริปแรกกันมา ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2010 ที่ผ่านมา และมาจบที่ทริปสุดท้ายใน วันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ 2554 บนเส้นทาง “กรุงเทพ-หัวหิน” ที่มีสภาพการจราจรครบทุกสภาพการณ์ (รวมถึงมีด่านตรวจ จับความเร็ว) ท�ำให้ทุกคนได้สัมผัสสมรรถนะของ Toyota Prius ได้แบบเต็มอิ่ม จุใจ ส�ำหรับเจ้า Toyota Prius นี้ จากตอนเปิดตัวในครั้ง แรกและด้วยประสบการณ์ที่เคยสัมผัส Hybrid รุ่นพี่อย่าง Camry มันก็ท�ำให้เกิดข้อโต้แย้งในหัวถึงการการันตีในความ ประหยัด แต่เมือ่ มาทบทวนตามสภาพความเป็นจริงที่ Camry เป็นรถส�ำหรับผู้บริหาร และเป็นแบบ Prinium Sedan จึง ท�ำให้ข้อข้องใจลดลงไปบ้าง แต่ก็ยงั สงสัยอยู่ว่ามันจะจริงเหรอ ที่ใช้น�้ำมันเพียงแค่ลิตรเดียวก็สามารถวิ่งได้ถึง 22 กม. และ เมื่อมีโอกาสได้พิสูจน์จึงขับในโหมดปกติของคนใช้รถโดย

ทั่วๆ ไป เดินทางต่างจังหวัดด้วยความเร็วระดับ 120-140 กม./ชม. ตามสภาพการจราจร แถมด้วยการหาความเร็ว Top Speed ที่ไปจมไมล์อยู่ที่ 189 กม./ชม. เพราะเวลานั้นใน หัวก็ยังแอบคิดอยู่ว่า ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่เอามาเคลมนั้น มันต้องขับกันแบบ “ล็อคขา” และต้องขับโดยผู้ช�ำนาญมันถึง จะได้ตัวเลขสวยๆ ออกมา แต่เมื่อเราจบสิ้นการทดสอบที่ปั้ม หลังจากพาเจ้า Toyota Prius เดินทางมาด้วยระยะทาง 351.4 กม. เราก็พบกับความแปลกใจเมื่อหัวจ่ายน�้ ำมัน แก็สโซฮอล์ 95 ตัดอยู่ที่ปริมาณน�้ำมัน 18.91 ลิตร คิดเลข ออกมาในใจคร่าวๆ ได้ประมาณ 18 กม./ลิตร แต่ถ้าคิดกัน แบบละเอียดมันจะได้อยู่ที่ 18.58 กม./ลิตร ท�ำให้คิดต่อไปว่า ถ้าไม่ทะลึ่งไปกดหาความเร็ว สูงสุดอัต ราสิ้นเปลืองที่เคลม ออกมาจากโรงงานนั้นมันไม่ได้โอเวอร์เกินจริง เมื่อประมวล ผลในสภาพความเป็นจริงกับเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน ถ้ามีเงิน 1 ล้านบาท กับ การซื้อรถคันแรกในชีวิต Toyota Prius คือ “ค�ำตอบ” แบบที่ไม่ต้องคิดมาก... หลายๆ คนอาจจะมองว่ามันโอเวอร์...แค่เรื่องอัตราสิ้น เปลืองอย่างเดียวจะเอามาฟันธงได้อย่างไร???... ถูกต้องครับ...

ฟันธงไม่ได้ หากคิดแค่เรือ่ งอัตราสิน้ เปลืองเพียงเรือ่ งเดียว การ เลือกซื้อรถที่มีคุณภาพมันต้องประกอบด้วยหลายๆ อย่าง ทั้ง ในเรือ่ งพละก�ำลัง, ช่วงล่าง, ภาพลักษณ์ และความสะดวกสบาย แน่นอนครับคนเราจ่ายเงินหลักล้านมันก็ต้องการความสะดวก สบายเป็นธรรมดา ซึ่งในข้อนี้ขอบอกว่า Prius ไม่ขาด แม้จะ ไม่มีสวิตช์พับกระจกด้วยไฟฟ้า แต่ Prius ทั่วโลกก็ไม่มี, ไม่มี โหมด Shift-Lock ที่ชุดเกียร์ ทั่วโลกก็ไม่มีเหมือนเรา ที่จะ ท�ำให้เราล�ำบากอยูน่ ดิ หน่อยก็ตอนวนหาทีจ่ อดตามห้าง เพราะ ถ้าจอดซ้อนคันในบ้านเราแล้วเข็นไม่ได้ รับรอง “โดน” แน่ๆ แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะรถ Hybrid ในบ้านเราทุกวัน นี้เหมือนรถที่มีสิทธิพิเศษ ตามลานจอดรถในห้างดังๆ ใหญ่ๆ ต่างๆ เริ่มมีที่จอดรถส�ำหรับ Hybrid โดยเฉพาะ ลดความ กังวลไปได้บางส่วน ก็ถือว่ารับได้ ต่อมาก็เป็นเรื่องของเครื่องยนต์และมอเตอร์ขับเคลื่อน ส�ำหรับ Prius นี้ต้องยอมรับในการผสมผสานเทคโนโลยีที่ ลงตัว หลังจากที่ Camry จะตัดไปใช้กำ� ลังจากเครือ่ งยนต์เมือ่ ความเร็วเกิน 30 กม./ชม. ส�ำหรับ Prius ไม่เป็น หากเหยียบ คันเร่งแบบสมูทๆ เรื่อยๆ ไม่รีบ ความเร็วที่สามารถอ่านได้


โตโยต้าไม่มองข้ามเช่นเดียวกับเรา...ส�ำหรับ Prius นี้ ต้อง ยอมรับว่าเป็นรถที่สมบูรณ์แบบ แตะเบรกครั้งแรกถึงกับตกใจ “มันให้มาเกินตัว...รึเปล่า” แตะเบาๆ แบบที่เคยใช้กับรถปกติ ทัว่ ไปก็เล่นเอาเกือบหัวทิม่ ...แต่เมือ่ ย้อนไปคิดก็ไม่แปลก เพราะ ใน Prius นี้มีการเบรกที่มอเตอร์ขับเคลื่อนช่วยด้วย แต่ก็ใช้ เวลาในการท�ำความคุ้นเคยไม่นาน ไม่เกิน 5 นาทีก็ใช้เบรกได้ อย่างมั่นใจเต็ม 100% หายห่วงเรื่อง “ชีวิต” ไปแล้วหนึ่ง ประเด็น ต่อไป “ช่วงล่าง” การขับทดสอบนั้นเมื่อพ้นช่วงวุ่นวาย ในเมือง เจอถนนโล่งก็เริ่มอัดเพื่อทดสอบสมรรถนะช่วงล่าง เมื่อได้สัมผัสก็ท�ำให้นึกถึงอารมณ์ในการทดสอบรถ Big Sedan ของค่ายหนึ่งที่ “ช่วงล่าง” ขึ้นชื่อกับการเข้าโค้งด้วย ความเร็วสูงที่ไร้ความหวาดเสียว...Prius ท�ำได้เช่นเดียวกัน การม้วนวนบนสะพานทีอ่ ยูต่ ามแยกต่างๆ จากทีเ่ คยได้ยนิ เสียง ยางไถลเหมือน “ตูดจะออก-หน้าจะไถ” ก็แทบจะไม่มี...ขาไป ยังไม่เท่าไหร่ ซ�้ำอีกครั้งขากลับของการทดสอบ คราวนี้ซัดเต็ม ขับแบบเค้นสมรรถนะ (ก่อนเติมน�ำ้ มัน) ความเร็วเฉลีย่ ในระยะ ก่อนที่มันจะตัดไปใช้น�้ำมันมากกว่า 50 กม./ชม. (ในกรณีที่ แบตเตอรี่ เ กิ น 50%) แต่ ถ ้ า มี เ หยี ย บคั น เร่ ง แบบกระตุ ก การเปลี่ยนโหมดพลังงานมันจะอยู่ที่ 40 กม./ชม. ส่วนเรื่อง พละก�ำลังการขับเคลื่อนนั้นก็หายห่วง เพราะ Prius มีการ ผสมผสานเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Atkinson Cycle 4 สูบ 1,800 ซีซี. กับระบบเกียร์ Hybrid Synergy Drive System และระบบอิเล็กทรอนิกส์ทใี่ ช้ควบคุม Regenerative Braking System ได้อย่างลงตัวทั้ง 3 โหมดขับเคลื่อน ซึ่ง ภายในโหมดขับเคลื่อนนั้นก็ประกอบไปด้วย Power Mode, Eco Mode และ EV-Drive ทีเ่ ป็นโหมดขับเคลือ่ นความเร็ว ต�่ำด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ เอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ซึ่งการ ท�ำงานที่ผสานกันทั้ง 3 ส่วนนี้ท�ำให้การตอบสนองของ Prius ไม่ด้อย หากใช้เป็น ซึ่งเรื่องนั้นก็ไม้ต้องเป็นห่วง เพราะในคู่มือ ก็มีระบุเอาไว้ถึงวิธีการใช้งาน เมื่อท่านซื้อรถแล้วขี้เกียจอ่าน คู่มือก็จะมีพนักงานของโตโยต้าคอยให้ค�ำแนะน�ำเกี่ยวกับการ ใช้งานโดยละเอียด สุดท้ายก็เป็นในเรื่องของ “ช่วงล่างและเบรก” ที่เกี่ยว เนื่องถึงความปลอดภัยของ “ชีวิต” ซึ่งเป็นประเด็นส�ำคัญที่

ทางกว่า 50 กม. อยู่ที่ 160-180 กม./ชม. และเมื่อเจอโค้ง ก็งดั ความรูท้ ไี่ ด้รำ�่ เรียนมาในแบบเรซซิง่ ออกมาใช้ เข้าโค้งด้วย ความเร็วสูงเพื่อจับอาการช่วงล่าง จ�ำได้ว่าความเร็วกลางโค้ง อยูท่ ปี่ ระมาณ 175 กม./ชม. อาการของตัวรถ “ไร้ความน่ากลัว” ไปได้นงิ่ ๆ ป้อนคันเร่งเติมได้อกี และก็คดิ จะท�ำ แต่พอออกจาก โค้งมาก็ต้องเบรกกะทันหันไปหนึ่งดอกเพื่อลดความเร็วเพราะ คันน�ำหน้าที่มาด้วยกันชะลอ และเมื่อมองข้ามช็อตไปก็ไม่ทัน ซะแล้ว มีด่านตั้งขวางหน้าเต็มถนน สุดท้ายโดนปรับตาม กฎหมายกับความเร็ว 154 กม./ชม. และเมื่อโดนปรับเสร็จ เราก็มกี ารแจกข้อมูลให้กบั ทางหลวงถึงเรือ่ งความเร็วสูงสุดทีไ่ ด้ ท�ำมา เล่นเอาพี่ตรวจทางหลวงของเราตกใจ เพราะไม่คิดว่า Prius จะท�ำได้...และเมื่อสัมผัสสมรรถนะกันทุกด้านแล้ว จึง ตอกย�้ำถึงความโดดเด่นของ Prius ที่เหนือชั้นในทุกๆ ด้าน และก็กล้าพูดได้เต็มปากว่า Prius เป็นรถที่สมควรได้รับการ พิจารณาจริงๆ


เดชะพล โตยิ่งเจริญ (ปอนด์) “การแข่งขันรถดริฟท์เป็นการเอนเตอร์เทน คนดู นอกจากก�ำลังของรถแล้ว ต้องหมั่น ฝึกซ้อมให้ได้ทุกไลน์ ต้องอ่านให้ขาด”


นักแข่งรถยนต์ประเภทดริฟท์ สังกัดทีม เรดบูล ดริฟท์ ทีม ไทยแลนด์ หลายคนรู้จักเขาในนามของปอนด์ อินเจ็กชัน่ ซึง่ เป็นชือ่ เล่นบวกกับชือ่ อูซ่ งึ่ เป็นงานหลักของเขา กับวงการมอเตอร์สปอร์ตล่าสุดปอนด์ย้ายมาอยู่กับเรดบูล ดริฟท์ ทีม ไทยแลนด์ อย่างเต็มตัว ซึ่งจะลงท�ำการแข่งใน นามทีมนี้สนามแรกช่วงเดือน 4 ของปีนี้ ปอนด์ยอ้ นให้ฟงั ตัง้ แต่ยงั เด็กว่าเขานัน้ เป็นสายเลือด ของนักแข่งเซอร์กติ ยุคแรกๆ ของเมืองไทยทีท่ ำ� การแข่งขัน ตามสนาม คุณพ่อของเขาจับฝึกขับรถแข่งตัง้ แต่ยงั เด็กช่วง ประถม เล่นโกคาร์ทบ้าง มอเตอร์ไซค์บ้าง รวมถึงเซอร์กิต รายการเล็กๆ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการคลุกคลีกับ วงการมอเตอร์สปอร์ต จนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี ปอนด์เดินทางไปยัง ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเรียนต่อ และที่นี่เขาได้รับความรู้และ ประสบการณ์มากมายทั้งในเรื่องของการเรียนทางด้าน เครือ่ งกล และการเล่นการขับรถดริฟท์ อย่างทีเ่ ราเคยได้รบั รูก้ นั มาว่าทีญ ่ ปี่ นุ่ วงการดริฟท์ ค่อนข้างมีสสี นั และเป็นทีน่ ยิ ม อย่ า งแพร่ ห ลาย จากทั้ ง ความได้ เ ปรี ย บในเรื่ อ งของ ประสบการณ์ เทคนิค และรถยนต์ที่ใช้ในการขับขี่ ที่โน่น มีรถให้เล่นมากมายแถมราคาไม่แพงเทียบกับเงินไทยอยูใ่ น ระดับหลักหมืน่ แต่จะเสียภาษีแพงขึน้ เมือ่ อายุรถเพิม่ มากขึน้ เพื่อนชาวญี่ปุ่นของเขาพาเขาไปลองขับลองเล่นรถ ตั้งแต่พื้นฐานการหมุนรถแบบโดนัท หมุนแบบเลข 8

ส�ำหรับสถานทีท่ เี่ ขาไปเล่นรถซึง่ เขาบอกว่ามันคือการฝึกหัดและ ฝึกซ้อมนั้นคือลานจอดรถซึ่งเป็นจุดจอดรถชมวิวบนยอดเขา อาคากิ ในเมืองกุมมะ ช่วงตอนกลางวัน (หลายคนต้องนึกถึง เขาอากินะอย่างแน่นอน เขาบอกว่าใกล้ๆ กัน) ที่ลานจอดรถ นั้นจะมีคนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนกันมาท�ำการซ้อมเล่นเป็น ประจ�ำในช่วงกลางคืน นอกจากการหมุนรถซ้อมบนลานแล้วยังมีการวิ่งดริฟท์ เข้าไลน์ วิ่งไปตามถนนลงเขาวิ่งต่อกัน 20 กว่าคันโดยจะเริ่ม ต้นด้วยคันที่คนขับมีฝีมือ มีความช�ำนาญ คันต่อๆ มา คือมี ฝีมือไล่เรียงลงมาซึ่งเขาเคยเริ่มต้นที่คันสุดท้าย การขับแบบนี้ จะได้การเรียนรู้การอ่านไลน์เข้าไลน์ของคันหน้าว่าเขาบังคับ ควบคุมรถให้เข้าไลน์อย่างไรเป็นการเรียนรูฝ้ กึ ซ้อม และถ้าหาก คันหลังต้องการที่จะแซงซึ่งคันหน้าจะให้สัญญาณกันทั้งนี้เพื่อ ความปลอดภัย นอกจากการซ้ อ มบนถนนที่ ญี่ ปุ ่ น ซึ่ ง เขาบอกว่ า มั น เป็นการซ้อมทีไ่ ม่ถกู กฎหมายเท่าไหร่ แต่สถานทีน่ นั้ อยูห่ า่ งไกล ผู้คนแล้ว โอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมการแข่งขันรถยนต์ ดริฟท์ ดี-วัน ซึ่งที่นั่นจะได้พบกับนักแข่งและผู้ที่เล่นรถซึ่งมี ฝีมอื มากๆ และการแลกเปลีย่ นให้เขาได้ลองขับรถของเราแล้ว มันไปได้แรงและสมูทกว่าท�ำให้มกี ารพัฒนาต่อไป ไม่เช่นนัน้ เรา จะคิดว่าเรานั้นขับเก่งแล้วแต่อาจจะมีคนเก่งกว่าเราได้ นั่นคือ สิง่ ทีแ่ น่นอน และเมือ่ เรียนจบปอนด์เดินทางกลับมาในเมืองไทย ด้วยงานประจ�ำทีเ่ ขาท�ำในส่วนของอูอ่ นิ เจ็กชัน่ บวกกับความรัก

ในกีฬามอเตอร์สปอร์ตประกอบกับได้รับการสนับสนุนจาก สปอนเซอร์ พร้อมด้วยการส่งเสริมจาก “พี่เคน คาร์เปอร์ ฟอร์มานซ์” ท�ำให้ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งลงอยู่หลาย รายการ อย่างเช่น ดริฟท์ คอมเพ็ทติชั่น และนั่นท�ำให้ชื่อ ของปอนด์ เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น การแข่งขันรถยนต์ประเภทดริฟท์มกี ารควอลิฟาย ใน รอบนี้ทุกคนจะต้องพยายามขับอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้เวลาดี ที่สุด และคนที่ท�ำเวลาในรอบควอลิฟายดีที่สุดจะมีการพบ กับคนที่ควอลิฟายท้ายสุด ซึ่งนอกจากจะเป็นโอกาสให้ แก้ตวั แล้วยังเป็นการเรียนรูไ้ ลน์ของคูแ่ ข่ง ซึง่ คนดูได้รบั การ เอนเตอร์เทนจากเสียงจากควันยางรถเป็นการเอนเตอร์เทน คนดูไปด้วยในตัว เมื่อย้ายมาอยู่ในทีม เรดบูล ดริฟท์ ทีม ไทยแลนด์ สิง่ ทีค่ าดหวังไว้ในการแข่งขันคือต�ำแหน่งของผูช้ นะ แต่ดว้ ย ปัจจัยของรถ คน และสนามการแข่งขัน ซึ่งสองอย่างแรก พอก�ำหนดได้แต่สนามอยูท่ กี่ รรมการจะเป็นคนวางไลน์ทงั้ นี้ ต้องอยู่ที่การฝึกซ้อมและสไตล์การขับซึ่งสไตล์ของปอนด์ เน้นการขับแบบสมูทมากกว่าในการเข้าไลน์ ส�ำหรับแฟนๆ ผู้ที่รอคอยการเปิดสนามดริฟท์แรก อย่างให้ช่วยกันติดตามผลงานของเขาและเรียนรู้การขับขี่ ของนักแข่งและไลน์สนามแต่ละรายการเพื่อให้ดูได้อย่าง สนุกสนานขอเชิญทุกคนมาร่วมเชียร์กันเยอะๆ...


SINGHA Champion’s Day 3 เปิดตัว SINGHA-HONDA-TOTAL Team Thailand, ปั้น Motorsport Land ชู Hall of Fame

หลังจากที่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จ�ำกัด ได้มีส่วน ร่ ว มผลั ก ดั น กี ฬ ามอเตอร์สปอร์ตให้เดินหน้ามาอย่าง ต่อเนื่อง ทั้งต่างประเทศและในประเทศ จนล่าสุดหลังจาก ปิดฤดูกาลแข่งขันในปี 2010 บรรดานักแข่งและทีมงาน ภายใต้โลโก้ สิงห์ มอเตอร์สปอร์ต ถึงเวลาหายเหนื่อย เมื่อเจ้าภาพ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ได้ตอบแทนความทุ่มเท ของนักแข่งและทีมงาน ด้วยการจัดงานเลีย้ งใหญ่ “SINGHA Champion’s Day” ขึ้นมาเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งในปีแรกนั้นไปจัด กันที่ BAR ROCK ปีที่ 2 ก็ย้ายมาแถวเรียบทางด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์ และปีนี้ก็ยังปักหลักกันที่ย่าน เรียบทางด่วนกับร้าน Barai Bar ซึ่งงานนี้ก็ถือได้ว่าเป็น

งานเลีย้ งเพือ่ พบประสังสรรค์ของบุคคลในแวดวงมอเตอร์ สปอร์ต และสื่อมวลชนสายยานยนต์ที่เหน็ดเหนื่อยกันมา ตลอดทั้งปีในการร่วมกันผลักดันวงการ ส�ำหรับบรรยากาศงานในครั้งนี้ ทั้งบรรดานักแข่งและ แขกผู้มีเกียรติ พร้อมกับสื่อมวลชน ต่างทยอยเดินทางมาร่วม งานอย่ า งต่ อ เนื่ อ ง จนในที่ สุ ด ก็ แ น่ น ขนั ด ตั้ ง แต่ ช ่ ว งเย็ น ซึง่ ไฮไลต์ของการจัดงานในครัง้ นีก้ ค็ อื การจัดงานแถลงข่าวเปิด ตัวทีม SINGHA-HONDA-TOTAL Team Thailand ถือเป็นการเปิดตัวโฉมหน้านักแข่งของทีมตลอดปี 2011 ที่มี นักแข่งอัจฉริยะอีก 2 คนมาเสริมทัพ คือ แจ็ค เลมวาร์ด กับ “แบงค์” กันตักดิ์ กุศิริ พร้อมกันนั้นก็มีการสรุปผลงานการ

แข่งขันในปีทผี่ า่ นมา รวมทัง้ เผยถึงเป้าหมายของทีมในปีนี้ และ เป็นการแถลงการณ์การยุติการแข่งขันภายในประเทศ ยกเว้น รายการ Endurance ของยอดนักแข่งสายเลือด “ภิรมย์ภกั ดี” โดย “ต๊อด” ปิติ เผยว่า หลังจากนี้การแข่งขันรายการหลักๆ นั้นเป็นหน้าที่ของนักแข่งในทีม ส่วนตัวเขาเองนั้นจะเป็นผู้อยู่ เบือ้ งหลัง ส่วนการแข่งขันนัน้ ก็จะลงแข่งเฉพาะรายการพิเศษๆ เช่นรายการ Endurance ทีแ่ ข่งเพียงปีละ 3 สนาม นอกจากนัน้ ก็จะออกไปแข่งในรายการต่างๆ ทีจ่ ดั ขึน้ ตามต่างประเทศ เช่น Endurance ทีป่ ระเทศมาเลเซีย และงาน Macau Grand Prix


และนอกจากนั้นแล้วภายในงานยังมีการแนะน�ำผลงาน ของโรงเรียน SINGHA RACING SCHOOL โรงเรียน สอนขับรถแข่งแห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทยทีไ่ ด้รบั การ รับรองจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย (รยสท.) ทีไ่ ด้สานฝันต่อเนือ่ งให้กบั นักเรียนของ SINGHA RACING SCHOOL ที่ผ่านการเรียนการสอนในคอร์ส Rising Star และ Advance กับโครงการคัดเลือกนักแข่งเข้าไปขับรถของ SINGHA RACING SCHOOL ลงท�ำการแข่งขันใน รายการ Endurance และรายการ PRO.RACING SERIES THAILAND CHAMPIONSHIP 2011 ทีก่ ำ� ลัง จะมีขึ้นในปีนี้ และนักแข่งทั้ง 4 คน เอก Pro-Spec, ใหม่ P&C, เกี๊ยก ระพี พวงสุพาง และ เพียว หงษ์ปาน ที่ได้

สานฝันต่อนั้นก็ได้ถูกเปิดตัวภายในงานครั้งนี้ และหลังจากนั้น “ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการกลุ่มการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จ�ำกัด และผู้อ�ำนวยการโรงเรียน SINGHA RACING SCHOOL ยังได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ ทีม ผู้ จั ดการแข่ ง ขัน , นั กแข่ ง , ที ม งาน และมอบรางวั ล Hall of Fame ให้กับบุคคลผู้คร�่ำหวอดและมีบทบาทส�ำคัญ ในแวดวงมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานต่อเนื่องหลายสิบปี ซึ่ง รางวัล Hall of Fame นี้ก็ได้ตกไปอยู่ในมือของคนที่คู่ควร อย่าง “เสี่ยปั้น” พฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ บอสใหญ่ของ AIM Racing Project และสนามโก-คาร์ท Motorsport Land ซึ่งภายในงานนี้ “ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี ได้กล่าวสรุป ถึงการจัดงานว่า “สิงห์ คอร์เปอเรชั่น คลุกคลีอยู่กับวงการ

มอเตอร์สปอร์ตมายาวนานหลายสิบปี เราให้การสนับสนุน กิจกรรม และการแข่งขันต่างๆ มากมายทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ ซึง่ ทีผ่ า่ นมาทัง้ ทีมผูจ้ ดั และนักแข่งทีเ่ ราให้การ สนับสนุนก็ท�ำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม สามารถคว้าชัยชนะ และ สร้ า งชื่ อ เสี ย งในการแข่ ง ขั น หลายรายการ การจั ด งาน “SINGHA Champion’s Day” ขึ้นมาในครั้งนี้ก็ให้ถือว่า เป็นงานเลีย้ งใหญ่ประจ�ำปีของทุกคนในแวดวงมอเตอร์สปอร์ต ทีจ่ ะมีโอกาสได้พบปะสังสรรค์พดู คุยกัน และถือเป็นการประกาศ จุดยืนทีช่ ดั เจนร่วมกันอีกครัง้ ในการมุง่ มัน่ พัฒนาวงการมอเตอร์ สปอร์ตไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากลต่อไป”


Fuk


Model : Knokwan Sriwanitch Photographer : Playboy88 Assistant Photographer : Z.Golf Make Up & Hair Stylist : P’Issara Stylist : Jutatit P. Special Thank


“FORD”

ประเดิมชัย “WRC 2011” “มิกโก เฮอร์โวเนน นักแข่งชาวฟินแลนด์ จากทีม ฟอร์ด อาบูดาบี ขยับ ขึน้ เป็นจ่าฝูงรายการ WRC ในศึกแรลลี่ สวีเดน หลังจบเกมในวันที่ 2 ขณะที่ แมดส์ ออสท์เบิร์ก ผู้น�ำวันแรกร่วงไปอยู่ในอับดับ 2 ด้าน ส่วนคู่หูจาก ซีตรองฟอร์มดีขึ้น เซบาสเตียน โอกิเยร์ อันดับ 5 ส่วน เซบาสเตียน โล้บ แชมป์โลก 7 สมัย ตีตื้นเป็นอันดับ 6”

การแข่งขันรายการ World Rally Championship 2011 เปิดฉากการแข่งขันกันในสนามแรกที่ประเทศสวีเดน ภายใต้ศึก แรลลี่ สวีเดน 2011 งานนี้ก็ดูเหมือนจะยังคงอยู่ ในความได้เปรียบของทัพนักขับจาก ฟอร์ด โดย มิกโก เฮอร์โวเนน ยอดนักขับฟินแลนด์ จาก ฟอร์ด อาบูดาบี เวิลด์ แรลลี่ ทีม นั้นจบวันแรกด้วยอันดับ 2 และสามารถขยับขึ้น มาเป็นผูน้ ำ� ได้สำ� เร็จ หลังเสร็จสิน้ การแข่งขันวันที่ 2 ด้วยเวลา รวม 2:34:56.1 ชม. โดยสามารถท�ำเวลาแซง แมดส์ ออสท์เบิร์ก จาก เอ็ม-สปอร์ต สต็อบอาร์ต ฟอร์ด แรลลี่ ทีม ถึง 7.4 วินาที ขณะทีอ่ นั ดับ 3 ยังคงเป็นของ เพ็ตเตอร์ โซลเบิรก์ ในรถแข่งซีตรอง ดีเอส3 ตามหลังผูน้ ำ� 8.9 วินาที ส่วนอันดับ 4 ได้แก่ ยารี-มัตติ ลัตวาลา นักขับฟินน์อีกคน ที่ตามหลังผู้น�ำ 10.9 วินาที ด้านคู่หูเลือดน�้ำหอมจาก ซีตรอง โททาล ท�ำ ผลงานได้ดีขึ้นในวันที่ 2 โดย เซบาสเตียน ดอกิเยร์ ขยับขึ้น มารัง้ อันดับ 5 ตามหลังผูน้ ำ� 15.8 วินาที ขณะที่ เซบาสเตียน โล้บ แชมป์โลกคนล่าสุดนั้นพลาดท่าในวันแรก แต่ก็ท�ำผลงานได้ ดีขึ้นกระเตื้องขึ้นมาอยู่ในอันดับ 6 หลังจบการแข่งขันเลก 2 ตามหลังผู้น�ำ 1:42.1 นาที ส่วนในวันสุดท้ายจะเป็นการดวล ความเร็วท่ามกลางหิมะในค�่ำคืนของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ ขับเคี่ยวกันแบบสุดมัน แต่ “มิกโก เฮอร์โวเนน” ก็ยังรักษา ต�ำแหน่งผู้น�ำเอาไว้ได้...ส่วนแชมป์โลกคนล่าสุดท�ำได้ดที ี่สุดแค่ อันดับที่ 6 แฟนพันธุ์แท้ WRC ก็รอลุ้นกันในสนามต่อไป... Pos Driver 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10.

M. HIRVONEN M. OSTBERG J. LATVALA S. OGIER P. SOLBERG S. LOEB P. ANDERSSON K. RAIKKONEN M. WILSON K. AL QASSIMI

Total 25 18 16 15 10 10 6 4 2 1

                   

                   

                   

                   

                   

                   

                   

                   

                   

                   

                   

                   

25 18 16 15 10 10 6 4 2 1


Pai-อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ไปเที่ยวกันไหม จะปายให้รีบไป

การเดินทาง 18 ชม. ด้วยรถสกูตเตอร์ “เวสป้า” จากกรุงเทพฯ ถึงอ�ำเภอปาย ถึงจะเมือ่ ยก้นแต่เมือ่ เป้าหมายทีว่ างไว้ส�ำเร็จเดินทาง ถึงด้วยความปลอดภัย ความรู้สึกอยากท�ำความรู้จักกับอ�ำเภอที่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมีการพูดถึงอย่างมากในช่วง 4-5 ปีที่ ผ่านมาจึงเริ่มต้นขึ้น

ในยุคสมัยที่การเดินทางเป็นไปด้วยความสะดวก สบายซึง่ ปัจจัยอยูท่ วี่ า่ เราต้องการไปถึงจุดหมายด้วยพาหนะ เพื่อให้เห็นถึงสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งที่อยู่รอบข้างอย่างใกล้ชิด การเดิ น ทางสู ่ อ� ำ เภอปาย ซึ่ ง ตั้ ง อยู ่ ใ นเขตพื้ น ที่ จั ง หวั ด แม่ฮ่องสอนติดกับจังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้นเป้าหมายแรกที่ เราตัง้ ธงเอาไว้คอื หัวเมืองใหญ่นครพิงค์เชียงใหม่ การเริม่ ต้น เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ด้วยรถสกูตเตอร์เวสป้าในช่วง รุง่ เช้า ไปตามเส้นทางทางหลวงสายเอเชีย ผ่านจังหวัดต่างๆ ในช่วงภาคกลางทั้งปทุมธานี อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ ในช่วงนี้เป็นช่วงที่เริ่มต้นของการคาบ เกีย่ วกันระหว่างหน้าหนาวและหน้าร้อนแต่พนื้ ทีโ่ ดยมากกลับ พบเห็นความแห้งแล้งอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะไม่กี่เดือนก่อน หน้านี้น�้ำมากมายยังท่วมพื้นที่การเกษตรเหล่านั้นอยู่เลย

จากภาคกลางเราเดินทางขึน้ ถึงช่วงหัวเมืองภาคเหนือ ซึ่ ง ภู มิ ป ระเทศเริ่ ม เปลี่ ย นไปกั บ การไต่ ขึ้ น ทางชั น ยาวๆ นอกจากอากาศจะเริม่ มีความเย็นมาปะทะถึงจะเป็นช่วงเวลา บ่าย บวกกับทิวทัศน์ทเี่ ห็นอยูส่ องข้างทางนัน้ ดูสบายตาจาก ที่เคยต้องอยู่แต่ในเมือง เห็นอะไรสวยบ้างไม่สวยบ้าง ซึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นเปลือกที่หนาฉาบไว้ นั่นคือสิ่งที่ศิลปินเขา บอก แต่เราไม่ถงึ ขนาดนัน้ แค่มนั มีความสวยคนละแบบ พวก ภูเขาต้นไม้มันดูสบายตาเวลาขี่รถไปมองสองข้างทางท�ำให้ ไม่เบือ่ และลดการเกร็งของกระบอกตาไปได้เยอะ เมือ่ ใกล้ถงึ เชียงใหม่ที่ต้องผ่านล�ำปาง ล�ำพูน ผ่านด่านขุนตาลช่วงนี้ เส้นทางโค้งยาวๆ ในช่วงความคิดที่ว่าง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ แปลกดี ที่ตอนเราขี่รถไปจิตใจมันเหมือนมีสมาธิ ไม่มีอะไร ต้องคิดรู้สึกว่างสบายใจ อาจเพราะเราไม่รีบเร่งในการ

เดินทางด้วยเป็นประเด็นหลัก ความคิดวูบหนึ่งขึ้นมาในช่วง ยุคสมัยโบราณที่เขาเดินทางมาสู้รบกันสงสัยว่าความมุ่งมั่น เขาต้องมีมากมายแน่ๆ เพราะระยะทางที่แสนไกลและการ เดินทางต้องไม่สบายแบบที่เราขี่พาหนะมาแบบนี้แน่ๆ เมื่อถึงเชียงใหม่ในระหว่างที่หยุดพักรถคิดว่าเมือง เชียงใหม่นี้ เจริญมากทัง้ ถนนรถยนต์มากมายแต่ยงั คงมีการ รักษาวัฒนธรรมเอาไว้ในหลายจุดซึ่งมีเสน่ห์มากเพราะ แท้จริงแล้วเราผู้ที่ก�ำลังจะเดินทางผ่านไปอ�ำเภอปาย อยาก ท�ำความรู้จักว่าเหตุใดผู้คนจึงแห่เดินทางกันไปที่นั่น ได้ข่าว ว่าช่วงปีใหม่ผคู้ นคึกคักแบบรถติดเลย ตรงนีข้ อเลยข้ามช็อต ไปที่ขากลับเมื่อเรารู้ความจริงซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องตามหลัก การเสียทัง้ หมด แต่เราเห็นว่าเมืองเชียงใหม่นนั้ ตัง้ อยูบ่ นทีส่ งู ส่วนปายนั้นอยู่ในช่วงหุบเขาทั้งสองแห่งถูกแบ่งกั้นไว้ด้วย


เทือกเขาซึ่งที่เราจะต้องผ่านไปทางอ�ำเภอแม่ริม อ�ำเภอ แม่แตง ตามทางหลวงหมายเลข 1095 ตอนที่เราเดินทาง ไปเป็นช่วงเวลากลางคืนเสียด้วยเมื่อจอดท�ำธุระที่ข้างทาง มองไปที่พี่วู๊ดดี้ช่างภาพสังเกตเห็นควันออกมาจากปากของ พี่เขา “โอ๊วววว” ช่วงเดือนกุมภาพันธ์แล้วตีนดอยยัง ขนาดนี้เราจึงต้องรีบหาเสื้อผ้ามาเพิ่มในการที่กันหนาว ซึ่ง เราไต่เขาเลาะโค้งไปสักระยะหนึง่ จึงแวะพักจิบกาแฟ ซึง่ มีสงิ่ ที่ท�ำให้เราหวั่นใจไม่น้อยจากค�ำพูดของพี่ที่ร้านกาแฟ “เป็น ทางโค้งขึน้ และลงเขาไปแบบนีอ้ กี สัก 60-70 กม. เห็นจะได้ กว่าจะถึงปายอ่ะนะ” แต่ดว้ ยความตัง้ ใจการเดินทางนัน้ ลุลว่ ง ไปได้ด้วยดี ในช่วงที่ใกล้ถึงตอนที่เราอยู่บนช่วงยอดเขาสูง จะสามารถมองเห็นตัวเมืองปายซึ่งตั้งอยู่ด้านล่างไฟสว่าง กระจายเต็มพื้นที่ไปหมด และเมื่อลงเขาเข้าสู่ตัวอ�ำเภอปาย ความเจริญของเมืองท่องเที่ยวมีให้เห็นอยู่เต็มไปหมด ถ้าเอาแบบรวบรัดตัดตอนว่าปายนัน้ มีเสน่หท์ ตี่ รงไหน

หลายคนที่ไปจะต้องบอกตรงกันในเรื่องของบรรยากาศและ อัธยาศัยของผู้คนในเมือง เพราะมันเป็นการผสมผสาน ระหว่างความเจริญกับวัฒนธรรมดัง้ เดิมอย่างหลีกเลีย่ งไม่ได้ เช่นเดียวกับน�้ำที่เพิ่งท่วมไปแต่ตอนนี้กลับแล้งแล้ว การ ควบคุมให้วัฒนธรรมเดิมยังคงอยู่ 100 % ย่อมเป็นไปได้ ยากแต่ยังคงมีอยู่ทุกอย่างในเรื่องของการอ� ำนวยความ สะดวกอย่างที่พักซึ่งมีหลายราคาว่ากันตั้งแต่หลักร้อยขึ้นไป เซเว่นอีเลฟเว่น สถานบันเทิง กับฝัง่ ของแหล่งท่องเทีย่ วตาม ธรรมชาติ สถานที่เก่าแก่ประวัติศาสตร์ต่างๆ เหล่านี้แทรก ตัวอยู่ในจุดของตัวเอง ตามที่เพื่อนชาวล�ำปางผู้ดูแลรีสอร์ทเล่าให้เราฟังนั้น บอกว่า ปายถ้าจะบอกว่าช่วงไหนเป็นช่วงไฮซีซนั่ คงบอกยาก เพราะคนไทยจะไปมากในช่วงหน้าหนาวส่วนฝรั่งจะมามาก ในช่วงหน้าร้อน ซึ่งสิ่งที่ท�ำให้คนไทยชอบคือกลิ่นไอและ บรรยากาศทีม่ นั ตรงกันข้ามกับชาวต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น

การเดินทางไปเที่ยวเกาะเสม็ดแล้วเข้าเที่ยวยังสถานบันเทิง คนไทยต้องการอากาศเย็นเพราะส่วนมากประเทศไทยจะร้อน และร้อนมาก ที่ปายตอบสนองได้เพราะอยู่ย่านภาคเหนือ โอบล้อมด้วยขุนเขาอากาศดีแต่มีพร้อมเรื่องความสะดวก สบายและสถานบันเทิง ส่วนฝรัง่ เรียกว่ามาเทีย่ วจริงลักษณะ จะคล้ายๆ กับวังเวียงทีป่ ระเทศลาวทีใ่ ห้สงิ่ นัน้ กับพวกเขาได้ เพื่อนเราเล่าว่าช่วงที่ฝรั่งมาเยอะตีสามตีสี่ยังเดินกันวุ่นวาย เสียงเพลงดังกระหึม่ เกือบเช้า แต่สงิ่ ทีไ่ ม่วา่ นักท่องเทีย่ วไทย หรือเทศต้องการได้คือความมีไมตรีอัธยาศัยอย่างที่ว่า ซึ่ง ชาวบ้านที่นั่นเขามีอยู่เป็นมาตรฐาน ส� ำ หรั บ ผู ้ ที่ ต ้ อ งการไปเที่ ย วปายแบบเปลี่ ย น บรรยากาศนัน้ ไม่วา่ จะในฤดูไหนสามารถเดินทางไปได้ทงั้ นัน้ อย่างในช่วงที่เราเดินทางไปผู้คนไม่มากเท่าไหร่แต่มีให้เห็น อยู่ตลอดทั้งเดินทางมาและเดินทางไป สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมที่ น่าสนับสนุนหลายอย่างทั้งวัดวาอารามอย่างวัดพระธาตุ


แม่เย็นที่มีพระจ�ำพรรษาอยู่เพียงองค์เดียวแต่สามารถสร้าง และพัฒนาให้เจริญได้ในปัจจุบันผ่านไปขึ้นไปแวะท�ำบุญได้ เพราะข้างบนสามารถชมวิวเมืองปายได้ทวั่ ทัง้ เมืองเป็นอีกมุม หนึง่ ทีน่ า่ ไป ในส่วนของแหล่งท่องเทีย่ วอย่างน�ำ้ ตกต่างๆ ซึง่ มีน้อยอยู่ตลอดปีจะมากบ้างน้อยบ้างตามฤดูกาล ตามถนน ที่ใช้สัญจรไปมาจะพบเห็นทางน�้ำไหลที่เกิดจากการสร้าง ฝายแม้วเอาไว้ใช้ในการเกษตรทั่วไป พืชผลทางการเกษตรที่ก�ำลังเป็นสิ่งที่ท�ำรายได้ให้กับ เกษตรกรที่นั่นคือกระเทียม เรียกว่าในยุคนี้เป็นยุคทองของ ชาวอ�ำเภอปายทีแ่ หล่งท่องเทีย่ วต่างๆ ก�ำลังเป็นกระแสและ ทรัพยากรในธรรมชาติยังมีความสมบูรณ์ตามที่ควรจะเป็น แต่ไม่ใช่ว่าภายในเมืองจะไม่มีแหล่งน่าสนใจนอกจากความ

หลากหลายของประชากรทีป่ ายนีม้ สี เุ หร่าพีน่ อ้ งชาวมุสลิมมา ตัง้ ถิน่ ฐานอยูซ่ งึ่ ทีห่ น้าสุเหร่ามีขายอาหารอิสลามอย่างโจ๊กไก่ และขนมปังซึ่งนั่งสังเกตดูชาวต่างชาติจะซื้อรับประทานมาก และง่ายกว่าอาหารอย่างอื่น ในพื้นที่นี้ตอนเย็นไปจนถึง ช่วงค�ำ่ มันคือถนนคนเดินทีม่ ขี องมาขายมากมายซึง่ จะมีการ ปิดถนนให้เฉพาะรถเล็กอย่างมอเตอร์ไซค์เข้าได้ แต่โดยมาก ผูค้ นจะนิยมเดินเสียเป็นส่วนมาก ของทีข่ ายโดยมากจะเป็น พวกของกินของฝากซึ่งเป็นที่มีสีสันที่สุดแล้วในช่วงเวลานั้น งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราซึ่งบรรยากาศสบายๆ ใน อุณหภูมิระดับ 4 องศาของคืนสุดท้ายท�ำให้การนอนหลับ เป็นไปด้วยความยาวนานช่วงขึ้นเขากลางวันบนเส้นทาง 1095 สูเ่ ชียงใหม่ทา่ มกลางความเงียบและอากาศเย็นลมพัด

โชยยามสาย นกเหยี่ยวบินวนจากหุบเขาด้านล่างส่งเสียง ร้องเหมือนอวยพรให้เรากลับบ้านด้วยความปลอดภัย ซึง่ สิง่ ที่เป็นเหมือนสัจธรรมอย่างหนึ่งที่เราได้จากการเดินทาง ครั้งนี้นอกจากได้ไปปายอ� ำเภอหนึ่งในแม่ฮ่องสอนแล้ว ธรรมชาติสอนให้เรารู้ว่าไม่มีสิ่งไหนยิ่งใหญ่เกินธรรมชาติ เพราะแม้มนุษย์จะยิ่งใหญ่เพียงไหนแต่บางคนยังไม่เข้าใจ หลักการแห่งความเสมอภาคยังเอาเปรียบ แบ่งแยก กีดกัน ทั้งที่ยืนอยู่บนผืนดินเดียวกัน ต่างจากต้นข้าวในท้องนา เดียวกันทีส่ เี ขียวสม�ำ่ เสมอและเติบโตเท่าเทียมกัน...ไปเทีย่ ว กันเถอะไปพบเจอบางอย่างที่เราอาจไม่เคยพบมาก่อน แล้ว พบกันในทริปหน้า


Sitting

a driving safety. ในยุคปัจจุบันนี้ยังมีคนอีกจ�ำนวนไม่น้อยที่มองข้ามปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดจากการนั่ง ขับรถในท่านั่งที่ไม่ถูกวิธี และมีคนอีกเป็นจ�ำนวนมากที่ไม่เคยรู้ว่าท่านั่งที่ถูกต้องนั้นเป็น อย่างไร และที่ส�ำคัญในโรงเรียนสอนขับรถยนต์ที่เปิดกันอยู่เกลื่อนกลาดส�ำหรับนักขับ มือใหม่กไ็ ม่เคยทีจ่ ะสอนวิธกี ารนัง่ ขับรถยนต์ทถี่ กู ต้องให้กบั ผูท้ ไี่ ปเรียน อย่างมากก็แนะน�ำ ว่า “แค่นั่งในท่าที่สบายตามสรีระของคนขับ” เท่านั้น และนั่นก็เป็นบ่อเกิดของผลเสีย มากมายที่จะตามมาภายหลัง ทั้งในเรื่องของสุขภาพ และความปลอดภัยในชีวิต...

ส�ำหรับการปรับท่านั่งให้ถูกต้องในการขับรถนั้นก็มี ตัวแปรหลักๆ อยู่ไม่กี่อย่าง แต่อย่างที่รู้กัน “คนขับรถ ทุกคนต้องการความรูส้ กึ สบายในเวลาขับรถ” ท�ำให้หลายๆ คนชอบเอนพนักพิงเบาะจนเกือบนอนเพื่อความสบาย แต่ มันก็จะท�ำให้ช่วงแขนตึง และจะส่งผลต่อไปถึงเรื่องการ ควบคุมพวงมาลัยทีจ่ ะท�ำได้ไม่เต็ม 100% นอกจากนัน้ การ เอนพนักพิงมากเกินไปจะท�ำให้เกิดอาการปวดบริเวณเอว เพราะน�้ำหนักส่วนใหญ่จะถูกส่งลงไปกดบริเวณเอวเกือบ ทั้งหมด ส�ำหรับการปรับเบาะให้อยู่ในท่านั่งที่ถูกต้องนั้นมี ขั้นตอนอยู่ 3 ขั้นตอนคือ 1.ระยะ ส�ำหรับเรื่องระยะความห่างนี้นับได้ว่าเป็น เรื่องพื้นฐาน แต่ก็มีผลเป็นอย่างมาก ส�ำหรับวิธีการปรับให้ อยูใ่ นต�ำแหน่งทีเ่ หมาะสมนัน้ ก็ไม่ยาก ไม่วา่ จะเป็นในรถยนต์ ปกติ หรือว่ารถแข่งก็ลว้ นใช้หลักการเดียวกัน และมันก็ไม่มี ระยะที่ก�ำหนดไว้แน่นอน เพราะมันขึ้นอยู่กับสรีระของคน แต่ละคน วิธีการปรับก็ง่ายๆ เลื่อนเบาะถอยหลังให้สุดจาก นั้นก็ขึ้นไปนั่งบนเบาะให้บริเวณ “ก้นกบ” ชิดกับพื้นเบาะ ด้านหลังและฐานของพนักพิงหลังมากมากที่สุด จากนั้นใช้

เท้าขวาเหยียบลงบนแป้นเบรก แล้วก็ท�ำการเลื่อนเบาะไป ด้านหน้าเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเข่าลอยขึ้นจากเบาะเล็กน้อย จากนั้นให้ลงเหยียบเบรกด้วยแรง 100% แล้วใต้ท้องขายัง ลอยเหนือเบาะเล็กน้อยแสดงว่าต�ำแหน่งอยูใ่ นระยะทีถ่ กู ต้อง และเหมาะสมส�ำหรับคุณ 2.การปรับพนักพิง หัวข้อนี้เป็นอีกตัวแปรที่ไม่ควร มองข้าม เพราะมันมีผลในเรื่องของความสะดวกสบายและ สุขภาพ ขั้นตอนการปรับก็ไม่ยาก ขั้นแรก ปรับพนักพิงให้ ตั้งเกือบท�ำมุม 90 องศากับพื้นเบาะ หลังจากนั้นเอาข้อมือ ซ้ายวางคว�่ำลงบนพวงมาลัยในต�ำแหน่ง 12 นาฬิกา จาก นั้นใช้มือขวาปรับพนักพิงให้พอดี โดยสังเกตจากความงอ ของแขนที่จะต้องไม่ตึงจนเกินไปแขนจะต้องงอเล็กน้อย เพราะถ้าแขนตึงจะส่งผลไปถึงการบังคับทิศทางของรถ เพราะจะไม่สามารถใช้แรงได้เต็มที่ ส่วนเรื่องการปรับ พนักพิงในรถแข่งนั้นตัดทิ้งไปได้เลย เพราะเบาะมาตรฐาน ในรถแข่งทุกคันที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจะเป็นเบาะ แบบ Full Bucket Seat ทีไ่ ม่สามารถปรับเอนพนักพิงได้ แต่เบาะประเภทนีห้ ากติดตัง้ เบาะในองศาทีถ่ กู ต้อง ความเอน

ของพนักพิงจะมีความพอดีอยู่แล้ว 3.หัวหมอน อีกส่วนที่อาจจะชิ้นเล็ก แต่ความส�ำคัญ ของมันนั้นยิ่งใหญ่ เพราะมันเกี่ยวข้องในเรื่องของความ ปลอดภั ย โดยหน้ า ที่ ข องหั ว หมอนตามหลั ก การแล้ ว มันมีหน้าที่ช่วยลดแรงกระแทก และลดอาการบาดเจ็บที่จะ เกิดกับช่วงคอ ที่ถือเป็นช่วงที่มีความละเอียดอ่อนที่สุด ต�ำแหน่งที่หัวหมอนควรอยู่คือบริเวณกลางหลังศีรษะพอดี เพราะมันจะช่วยลดแรงกระแทกยามเกิดอุบตั เิ หตุได้ ส�ำหรับ ในรถแข่งนั้นช่วงของหัวหมอนนี้เหมือนจะไม่มี แต่จริงๆ มันมี แต่มกี ารหล่อออกมาเป็นชิน้ เดียว และมีการเอียงองศา รองรับมาแล้วเรียบร้อย ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นการปรับท่านั่งที่ถูกต้อง ส�ำหรับการขับรถ ทีม่ หี ลักปฏิบตั ทิ ไี่ ม่ยากเย็นอะไรมาก และ มันก็จะช่วยส่งผลดีไปหลายๆ ด้าน และที่ผ่านๆ มา หลายคนอาจจะมองข้าม ปรับพฤติกรรมกันใหม่นะครับ ท่านัง่ ทีถ่ กู ต้องจะช่วยให้รา่ งกายตอบสนองได้ดที สี่ ดุ และจะ ช่วยส่งผลไปถึงเรือ่ งของสุขภาพของทุกๆ คนอีกด้วย


HONDA

CR-V 2.4 EL 2WD

สปอร์ตเอนกประสงค์ที่มีการท�ำตลาดมาอย่างยาวนาน จุดเด่นอยู่ที่รูปโฉม สมรรถนะเครื่องยนต์ การยึดเกาะของช่วงล่างที่น่าสนใจ ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ปัจจุบันเน้นการใส่อ็อพชั่นอย่างจอพร้อมระบบ น�ำทางด้วยดาวเทียมและการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารผ่านระบบบลูทูธ

Design & Interior สมัยก่อนเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรถ้าไม่เคยไป เราย่อมทีจ่ ะไม่รู้ แต่ในยุคปัจจุบนั เราพอทีจ่ ะคาดเดาหนทาง ข้างหน้าได้ด้วยเทคโนโลยีที่มีมาให้อย่างระบบน�ำทางด้วย ดาวเทียม (อะไรของเอ็งเนี่ยอยู่ดีๆ โผล่มาด้วยเรื่องนี้) จริงๆ คืออยากน�ำไปสู่เรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงและ ความเป็นไปของการใช้งานรถในยุคปัจจุบันที่ระบบ จีพีเอส ได้รับความนิยมอย่างมากเรียกว่าสามารถเป็นจุดประเด็น หลักในการไมเนอร์เชนจ์รุ่นรถยนต์ในช่วงปีได้เลย กลับมายลโฉมฮอนด้า ซีอาร์-วี กันที่ภายนอกที่มี การออกแบบตามหลักการของสมัยนิยมแต่ดว้ ยพืน้ ฐานการ ออกแบบทีค่ า่ ยทีเ่ ล่นกับความฝันอย่างฮอนด้าจะน�ำหน้าค่าย รถร่วมชาติอยูก่ า้ วถึงครึง่ ก้าว ในปีเดียวกันจะเห็นว่ามีความ ล�้ำกว่าอยู่นิดๆ อย่างชุดไฟหน้ามักถูกออกแบบให้เป็นจุดที่ ดึงดูดโดดเด่น ซีอาร์-วี ใช้ไฟหน้าแบบ HID โคมแบบ

โปรเจ็กเตอร์ ในรุน่ 2.4 EL มีระบบเปิด-ปิดและปรับระดับ อัตโนมัติมาให้อยู่ที่ก้านใต้พวงมาลัยด้านขวาแล้วแต่ว่าเรา จะตั้งโหมดไหนในการใช้งาน ล�ำแสงสูงในระดับที่เรียกว่า ออกแบบมาพอดี กั บ ด้ า นท้ า ยของรถยนต์ นั่ ง คั น อื่ น ที่ มาตรฐานทัว่ ไปความชัดเจนกว้างไกลเห็นด้านซ้ายเพือ่ ความ ปลอดภัยตามสากล ตรงกลางกระจังหน้าเด่นด้วยการชุบโครเมียมที่เข้า กับขอบด้านล่างของกระจังหน้าทีอ่ อกแบบมาเป็นสองชัน้ ช่อง ด้านล่างนี้แตกต่างจากรุ่นก่อนออกแบบให้มีขนาดใหญ่ใส่ ลายไขว้วัสดุสีด�ำ ตรงกลางหน้ารถสัญลักษณ์ฮอนด้าชุบ โครเมียม ลูกเล่นตลอดทัง้ คันโดยเฉพาะทีด่ า้ นหน้าจะไปจบ ที่การปาดเว้าและเล่นเส้นเล่นสายแบบที่ให้ความโฉบเฉี่ยว ในยามแสงเย็นตกกระทบจะเห็นเส้นลายเหล่านั้นชัดเจน ในชุดกันชนหน้ามีชดุ ไฟตัดหมอกซึง่ รูปร่างรียาวรอบ

ข้างปาดพื้นที่เว้าลึกลงไปดูทันสมัยขึ้น ด้านล่างของกันชน เดินเส้นหนายาวเลาะตลอดด้านหน้าของรถซึ่งมีการใส่ราย ละเอียดอย่างกันกระแทกใต้เครื่องที่เป็นลอนแข็งแกร่งอย่าง ด้านข้างตัวรถ ซึ่งขนานไปกับเส้นด้านข้างตัวรถเฉียบคมซึ่ง ออกแบบรับกับส่วนของกระจกข้างทีม่ เี ส้นสันคมและพับเก็บ ได้พร้อมไฟเลี้ยวในตัว ที่เปิดประตูชุบโครเมียมทั้งด้านหน้า และด้านหลังอยู่ในต�ำแหน่งด้านบนเส้นข้างรถ ซึ่งจะยาวไป จรดด้านท้ายต่อกับไฟท้ายรูปทรงกรวยตามความสูงของรถ แนวตั้ง ระดับของชุดไฟเลี้ยวที่อยู่ในแนวของแถบโครเมียม ทีบ่ านประตูดา้ นหลัง เป็นระดับกึง่ กลางทีร่ วมของหลายอย่าง ของจุดติดป้ายทะเบียนใกล้กันที่เปิดประตูและด้านข้างตัว หนังสือชื่อรุ่น ซีอาร์-วี ความสะดุดตาของชายขอบด้านล่างที่ออกแบบให้มี พื้ น ที่ สู ง ต�่ ำ เป็ น ระดั บ รอบรถสามด้ า นด้ า นข้ า งและหลั ง


Honda CR-V 2.4 EL 2WD

Displacement Horse Power Torque Maximum Speed 0-100 km/h. 0-402 m. 0-1,000 m. Fuel

เป็นกลิ่นไอของรถลุยที่หลงเหลือและใส่ไว้ในรุ่นนี้ ที่ผันตัว เป็นรถเมืองเต็มที่กับระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าและการใส่ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิว้ มาให้รวมถึงชุดยางอะไหล่ ด้วย ภายในเน้นความสะดุดตาห้องโดยสารมีพื้นที่ใช้งาน ทีไ่ ด้เปรียบรถซีดาน สีโดยรวมของภายในจะมีดว้ ยกันสองสี พืน้ ฐานคือสีเบจหรือสีด�ำ วัสดุหมุ้ เบาะเป็นแบบผสมผสานใช้ หนังแท้และวัสดุสังเคราะห์เบาะนั่งออกแบบมาสะท้านความ สปอร์ตโอบกระชับกับสัมผัสแรก ปรับตั้งได้ 8 ทิศทางด้วย ไฟฟ้าพิเศษกว่าที่ฝั่งคนขับปรับดันหลังเพื่อรองรับสรีระลด การเมื่อยล้าในเวลาขับนานๆ ส่วนเบาะด้านหลังปรับเลื่อน ขึ้นลงได้แบบ 60:40 และพนักพิงพับแยกได้ด้วย พร้อมกัน นี้ยังใส่ใจรายละเอียดอีกนิดกับที่พักแขนที่พับเก็บขึ้นลงได้ บริเวณคอนโซลกลางด้านบนสีเข้มด�ำลดการสะท้อน ขึน้ กระจกหน้ายามขับขี่ เข้ากับชุดวัสดุหมุ้ พวงมาลัย 4 ก้าน แบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมปุ่มสั่งการระบบควบคุมความเร็ว อัตโนมัติ (Cruise Control System) ในรุ่น 2.0 พวงมาลัยจะเป็นแบบไฟฟ้า EPS ส่วน 2.4 จะเป็น แร็คแอนด์พีเนียนพร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่านแรง สามารถที่จะ ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง นอกจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการวางล�ำโพง 4 ตัว พร้อมทวิตเตอร์ไว้ตามส่วนของคอนโซลประตูข้างทั้ง หน้าและหลังการจัดวางช่องแอร์ซึ่งดูไม่แตกต่างจะไปสะดุด ตากั บ ปุ ่ ม หยุ ด การท� ำ งานของระบบช่ ว ยการทรงตั ว

2,354 cc. 170 hp.@ 5,800 rpm 220 Nm.@ 4,200 rpm 180 km/h. 10.56 sec. @ 172.87 m. 17.86 sec. @ 130.35 km./h. 32.27 sec. @ 166.42 km./h. E10 , E20 , Gassoline 91

VSA OFF และที่เปิดฝาถังน�้ำมันที่หาง่ายราวกับรู้ว่าต้อง ใช้บ่อยนั่นเอง ในส่วนของเครือ่ งเสียงวิทยุ ซีดี เอ็มพี3 แบบ 1 แผ่น ที่ จ ะไปรวมอยู ่ ใ นชุ ด ใหญ่ กั บ จอของเครื่ อ งน� ำ ทางด้ ว ย ดาวเทียมซึ่งอยู่ด้านบนของปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ ดิจติ อลอัตโนมัตแิ ยกซ้ายขวาแต่วา่ ในรุน่ 2.0 ชุดเครือ่ งเสียง จะดีกว่าในชุดฟร้อนท์ที่จะเล่นซีดีเอ็มพี 3 ได้ 6 แผ่นและ ล่างสุดกับพื้นที่ของคันเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 5 สปีด ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Grade Logic Control พร้อมระบบ D3 โหมดมาให้ใช้งานด้วย สามารถที่จะ ชิฟล็อคเลื่อนคันเกียร์มาในต�ำแหน่ง N ได้ในยามที่ต้องการ ด้วยการเสียบลูกกุญแจลงไปในช่องด้านข้าง ในส่วนของไฟอ่านแผนที่ที่ด้านหน้าแยกซ้ายขวาที่ใส่ แว่นกันแดดกับมาตรวัดเรืองแสงการแสดงผลของระดับ น�้ ำ มั น เชื้ อ เพลิ ง และและระดั บ อุ ณ หภู มิ น�้ ำ หล่ อ เย็ น แบบ ดิจิตอล มีการแสดงผลของอัตราสิ้นเปลืองในขณะนั้นและ เฉลีย่ ทีแ่ ผงหน้าปัดด้วย ทีส่ ำ� คัญเอกลักษณ์รปู รถเส้นแสงเพือ่ เตือนการเปิดประตูยงั คงมี ในส่วนของเสาหน้าด้านผูข้ บั ขีจ่ ะ ติดตั้งไว้ด้วยระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์บลูทูธแบบ Bilt-in มา ให้และในรถเอนกประสงค์ที่ได้เปรียบจากห้องเก็บสัมภาระ ด้านท้ายทีน่ อกจากจะมีการออกแบบให้สามารถถอดพืน้ รอง ออกได้และยังสามารถพับเบาะในลักษณะต่างๆ ดังที่กล่าว มาเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานด้วย


Engine & Transmission ฮอนด้าซีอาร์-วี ใช้เครื่องยนต์อยู่ด้วยกัน 2 บล็อก 2 ขนาดความจุสำ� หรับในรุน่ 2.0 นัน้ จะเป็นเครือ่ งยนต์แบบ แคมป์ ช าร์ ฟ ขั บ เพลาราวลิ้ น ติ ดตั้ ง บนฝาสู บ เดี่ย ว ส่ ว น เครื่องยนต์บล็อก 2.4 จะเป็นเครื่องยนต์แบบ 4 สูบความ จุจริงอยู่ที่ 2,354 ซีซี. แบบเพลาราวลิ้นคู่ติดตั้งบนฝาสูบ DOHC 16 วาล์ว 4 วาล์ว/สูบ พร้อมระบบ i-VTEC ระบบฉี ด เชื้ อ เพลิ ง แบบหั ว ฉี ด มั ล ติ พ อยท์ ความกว้ า ง กระบอกสูบxช่วงชัก 87.0x99.0 มม. อัตราส่วนก�ำลังอัด 9.3:1 ให้ก�ำลังสูงสุด 170 แรงม้าที่ 5,800 รอบ/นาที ให้ แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตรที่ 4,200 รอบ/นาที ระบบ ขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อและ 4 ล้อ ใช้อัตราทดเกียร์เดียวกัน แต่ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ต่างกันที่เกียร์ 2, 3และ 5 การ ใช้งานระบบเกียร์อัตโนมัติใช้งานง่ายมีโอเวอร์ไดรฟ์ ออฟ

ด้านล่างขวามาให้ด้วย เมื่อดูจากสเป็กและการใช้งานจริงแล้วเครื่องยนต์ บล็อก 2.4 นัน้ การออกตัวจะท�ำได้เหมาะสมกว่าแต่ดว้ ยก�ำลัง บิดทีม่ าใชช่วงรอบสูงซึง่ หมิน่ เหม๋กบั การท�ำให้เครือ่ งยนต์รดี ก�ำลังโดยไม่ได้ตงั้ ใจ การส่งต่อก�ำลังแต่ละเกียร์ทำ� ได้ราบลืน่ เกียร์มีการเปลี่ยนต�ำแหน่งที่ค่อนข้างฉลาดแต่ยังคงต้องหา อัตราทดที่เหมาะสมมากกว่านี้ในช่วงเกียร์ 2 และ 3 ถ้า ต้องการอัตราสิ้นเปลืองตัวเลขที่ดีขึ้นกับการใช้งานในเมือง ส�ำหรับความเร็วที่ท�ำได้สูงสุด 180 กม./ชม. เรื่อง ของเสียงยังเป็นประเด็นให้ความส�ำคัญเสียงเครื่องยนต์ที่ เล็ดลอดเข้าห้องโดยสารอยูใ่ นระดับทีน่ า่ ชืน่ ชมแต่เสียงลมยัง มีบ้างในระดับความเร็วเกิน 130 กม./ชม. ขึ้นไป และยิ่ง ถ้าเจอกระแสปั่นป่วนแล้วตรงนั้นจะมีผล ส�ำหรับเรื่องที่น่า

ประทับใจคือช่วงความเร็วสูงทีเ่ มือ่ เครือ่ งยนต์ได้มกี ารท�ำงาน ส่งถ่ายแรงบิดในรอบสูงและระบบวีแทคเริ่มท�ำงานการไหล ของความเร็วจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่รองรับอย่าง ช่วงล่างซึ่งเซ็ตมาแข็งหนึบแน่นอน ช่วงล่างด้านหน้าอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อม เหล็กกันโคลง ด้านหลังอิสระดับเบิล้ วิชโบน มีระบบควบคุม การทรงตัว VSA มาให้ซงึ่ ไม่ควรปิดระบบในการใช้งานหาก ไม่จำ� เป็น ในส่วนของระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบดิสก์เบรก มีช่องพร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลังดิสก์เบรกแบ บดรัมอินดิสก์ มีการตอบสนองทีต่ อ้ งตัง้ ใจในการเบรกหน่อย ในการใช้งานแต่เชื่อใจได้


Performance & Economy สมรรถนะอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งถึงระดับความเร็ว 100 กม./ชม. ใช้เวลา 10.56 วินาที และใช้เวลา 48.08 วินาที ในการไต่ถึงระดับความเร็ว 180 กม./ชม. นับว่า เป็ น รถที่ มี ก ารเร่ ง ความเร็ ว ที่ พ อตั ว ไม่ น ้ อ ยในย่ า นรถ เอนกประสงค์เครือ่ งเบนซิน ในระยะทางควอเตอร์ไมล์ใช้เวลา วิ่ง 17.86 วินาทีที่ความเร็ว 130.35 กม./ชม. ส�ำหรับ ระยะทาง 1,000 ม. ใช้เวลา 32.27 วินาที ที่ความเร็ว

166.42 กม./ชม. กับอัตราเร่งแซงจากระดับความเร็ว 60 กม./ชม. จนถึงระดับความเร็ว 120 กม./ชม. ใช้เวลา 9.83 วินาที ระดับความเร็ว 140 กม./ชม. ใช้เวลา 15.73 วินาที ระดับ ความเร็ว 160 กม./ชม. ใช้เวลา 23.86 วินาที ในส่วนของอัตราการสิน้ เปลืองน�ำ้ มันเชือ้ เพลิงการใช้ งานทัว่ ไปในเมืองจากมาตรวัดดิจติ อลทีห่ น้าจอแสดงตัวเลข

อยู่ในช่วงไม่เกิน 10 กม./ชม. อัตราการสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ ในระดับนัน้ เช่นเดียวกัน ส่วนอัตราสิน้ เปลืองเชือ้ เพลิงในการ เดินทางนอกเมืองตัวเลขวิ่งอยู่แถวๆ 11-12 กม./ชม. ซึ่ง ถ้ า ใครเท้ า นิ่ ง ใช้ ค วามเร็ ว ได้ ค งที่ ตั ว เลขอาจไปหยุ ด ที่ 12 กม./ชม. ปลายๆ ซึ่งนั่นถือว่าโอเคแล้ว ตรงนี้

สวยงามท�ำให้ถูกใจ เหล่าสาวไฮโซหรือผู้ที่ต้องการรถยนต์ ไปใช้งานขนคนในครอบครัวหรือบรรทุกสิง่ ของทีไ่ ม่ตอ้ งการ ตากแดดตากลม กริยาการแสดงออกของเครื่องยนต์ไม่ กระโชกโฮกฮากแต่มสี มรรถนะในย่านความเร็วสูงให้ใช้เมือ่ ต้องการ การยึดเกาะถนนของช่วงล่างเป็นจุดเด่นที่ไม่ อาจมองข้าม ระบบออพชั่นจีพีเอส บลูทูธที่มีให้นับว่าทัน สมัยในช่วงเวลานี้

แต่ถ้าจะให้บอกว่ามันน่าสนใจตรงไหนคงหนีไม่พ้น การออกแบบรูปโฉมภายนอกที่ผสมความโฉบเฉี่ยวและ หรูหราได้ลงตัวบวกกับการเดินแบรนด์มาในจุดที่บนตลอด ฮอนด้าซีอาร์ราคาเริ่มต้น 1,130,000-1,513,000 บาท ขอขอบคุณ บริษทั ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) จ�ำกัด www.honda.co.th

Test Team Voice รถยนต์ในกลุ่มสปอร์ตเอนกประสงค์ทั้งแท้และเทียม ที่ท�ำตลาดอยู่มีที่โดดเด่นอยู่ 2-3 ค่าย ซีอาร์-วี เป็นเบอร์ ต้นๆ ในจ�ำนวน 3 ค่ายนั้นในยุคแรกๆ ที่ราคาเชื้อเพลิง ยังไม่หนาเท่าทุกวันนี้ ซีอาร์-วี เป็นตัวเลือกรถยนต์คันแรก ของหลายคน และรถยนต์ประเภทนี้ทุกค่ายชั้นน�ำจะมีราคา ค่าตัวเกิน 1 ล้านบาททัง้ สิน้ ความคาดหวังของแต่ละคนนัน้ ไม่เท่ากันท�ำให้แต่ละรุ่นมีเส้นทางของตัวเอง ซีอาร์-วี นอกจากจะมีรูปโฉมที่โฉบเฉี่ยว ซ่อมความบึกไว้ในความ


FRONT ALPINE TUNER PERSONAL ALPINE

คอลัมน์เครื่องเสียงคราวนี้เราจะพาไปรู้จักกับรถของพี่วุธ CAMRY THAILAND ที่ เลือกใส่ชุดเครื่องเสียงของ ALPINE ตัวปรับแต่งเสียงของ ALPINE ซุ้มเสียงที่ได้ ออกมานั้นไพเราะและฟังแล้วรื่นหูมากๆ สเต็ปเครื่องเสียงเป็นไงไปชมเลย

FRONT ALPINE

PERSONAL ALPINE POWER JL SUB JL จุดเด่นของรถคันนี้อีกอันก็คือชุดเครื่องเสียงที่ติดตั้ง และจัดระบบเข้าไปชุดใหญ่ เริม่ ตัง้ แต่ตวั ก�ำเนิดเสียงหรือเรียก ง่ายๆ ว่า FRONT ซึ่งใช้ของ ALPINE รุ่น 502 เป็น แบบ 2 din ทีต่ ดิ กล้องถอยหลังในตัว นอกจากนัน้ FRONT ตัวนี้ ยังสามารถดูหนังฟังเพลงเล่น DVD VCD ได้ด้วย หลังจากที่สัญญาณเสียงออกจาก FRONT แล้วสัญญาณ เสียงจะวิ่งไปที่ตัว PERSONAL ของ ALPINE รุ่น H-701 ตัวนี้จะมีหน้าที่ปรับแต่งสัญญาณเสียงให้มีความชัด และเสียงที่ใสขึ้นยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่ปรับสัญญาณเสียงให้ ออกมาตามที่ ต ้ อ งการแล้ ว สั ญ ญาณเสี ย งจะวิ่ ง ต่ อ ไปที่ POWER รถคันนี้เลือกใช้ POWER AMP ทั้งหมด 4 ตัว ต่อเป็นระบบไตรแอมป์

POWER AMP ตัวแรกเป็นของ JL AUDIO รุ่น 450/4 ตัวนี้จะเอาพลังเสียงออกไปขับระบบเสียงกลางและ เสียงแหลม ของ DYNUDIO ล�ำโพงเสียงกลางขนาด 6 นิว้ จ�ำนวน 2 ดอก ส่วนเสียงแหลมก็ 2 ดอกเช่นกัน ล�ำโพง ชุดนี้ติดเอาไว้ที่ชุดประตูหน้าซ้ายและขวา POWER AMP ตัวที่ 2 เป็นของ JL AUDIO รุ่น 450/4 เช่นกันแต่ล�ำโพงตัวนี้จะเอาพลังเสียงออกไปขับ ล�ำโพงเสียงกลางขนาด 6 นิ้ว และแหลมของ DYNUDIO อย่างละ 2 ดอก ซึง่ ชุดเครือ่ งเสียงชุดนีต้ ดิ เอาไว้ทแี่ ผง REAR DEX ซึ่งตีแผงออกมาได้อย่างลงตัว POWER AMP 2 ตัวสุดท้ายเป็นของ JL AUDIO เช่นกันแต่ POWER 2 ตัวนีจ้ ะเอาพลังเสียงออกไปขับ SUB ขนาด 10 นิ้ว จ�ำนวน 2 ดอก แต่จะแยกเป็น POWER

1 ตัว ต่อ SUB ขนาด 10 นิ้ว 1 ดอก ตีตู้เป็นตู้สูตรของ ทางร้าน LOVE SOUND เอาไว้ในฝากรโปรงท้ายรถ ที่ ตัว POWER AMP นี้จะมี ตัว CAPA ติดเพิ่มเข้าไป 2 ลูก จะติดเอาไว้ที่ POWER ลูกละตัวเอาไว้เก็บประจุไฟฟ้า ยามที่ไฟตกจะได้มีไฟส�ำรองเอาไว้ใช้ นอกจากนี้บรรดาจอทีวีต่างๆ รถคันนี้เท่าที่ผมนับได้ มีอยู่ประมาณ 43 จอ แบ่งออกเป็นจอหมอนอิง 2 ตัว ที่ เหลื อ เป็ น จอเล็ ก ๆ ที่ ติ ด เอาไว้ ที่ เ สา A ฝาท้ า ย ใน ฝากระโปรงหลัง แผง REAR DEX มันเป็นงานโชว์จอของ ทางฝั่งญี่ปุ่นใช่ว่าคนญี่ปุ่นจะท�ำได้อย่าเดียวคนไทยก็ท�ำได้ ครับ รถคันนีส้ วยงามมากเลยทีเดียว กับสเต็ปเครือ่ งเสียงชุด ใหญ่ สติ๊กเกอร์สีทองทั้งคันและชุดพาร์ทใหม่ทั้งชุด หล่อเลย ล่ะซิครับ


TOYOTA OFF ROAD TRAINING 2010

: DRIVE THRU & SAVE THE NATURE WITH HILUX VIGO 2010 ครั้งที่ 5 ถูกเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จ�ำกัด เปิดกว้างให้กับผู้ใช้รถ TOYOTA HILUX VIGO 4X4 และ TOYOTA FORTUNER ได้มีโอกาสให้สามารถใช้รถได้อย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะในเส้นทางแบบออฟโรด ส�ำหรับครั้งที่ 5 นี้ จัดขึ้น ที่ภาคอีสาน จ.ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์ ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา ด้วยจ�ำนวนสมาชิกที่ร่วมเดินทางจากทั่วทุก ภูมิภาคทั้งหมด 20 คัน

เรียนรู้ภาคเบื้องต้นเกี่ยวกับรถออฟโรด หรือรถขับเคลือ่ นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุม้ ค่าเงินทุกบาท เทรนนิ่งแล้ว ในช่วงเย็นกลับมาพักแรมที่โรงแรมเพชรรัตน์ การ์เด้น ซึ่งตั้งอยู่กลางตัวเมืองร้อยเอ็ด เพื่อเข้าพักและร่วม ทุกสตางค์ และได้รับความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย และการขับในอุปสรรคจ�ำลองต่างๆ

เช้าของวันที่ 22 มกราคม 2554 สมาชิกทั้งหมดที่ เดินทางมาจากสถานทีต่ า่ งๆ เดินทางมารวมตัวกันที่ บริษทั โตโยต้าร้อยเอ็ด ผู้จ�ำหน่ายโตโยต้า จ�ำกัด ของ มังกรยนต์ ตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้าร้อยเอ็ด ผู้แทน จ�ำหน่ายโตโยต้า จ�ำกัด และนายกองค์การบริหารส่วน จังหวัดร้อยเอ็ด ซึง่ จัดเตรียมสถานทีแ่ ละอ�ำนวยความสะดวก ให้พร้อมเพรียง พร้อมกับน�ำสมาชิกผู้ที่ใช้รถ TOYOTA HILUX VIGO 4WD ซึ่งเป็นลูกค้าของโตโยต้าร้อยเอ็ด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโตโยต้าร้อยเอ็ด เข้ามาร่วมอบรมและ เรียนรู้การขับขี่รถออฟโรด รวมทั้งการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ ต่างๆ อย่างถูกวิธี ตัง้ แต่การเรียนรูเ้ กีย่ วกับระบบเกียร์ตา่ งๆ โดยเฉพาะ เกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4LOW ตลอดจนเรียนรู้เกี่ยว กับการขับในอุปสรรคต่างๆ ซึ่งจะน�ำไปสู่การใช้รถออฟโรด

จากนั้นในช่วงบ่ายก็เป็นการฝึกหัดขับจริงในสนาม ทดสอบ ที่จ�ำลองอุปสรรคต่างๆ เอาไว้อย่างครบถ้วน เพื่อ ให้ผทู้ เี่ ข้าอบรมได้ทราบถึงสมรรถนะทีแ่ ท้จริงของ TOYOTA HILUX VIGO ตั้งแต่ WALKING SPEED ที่เน้น แรงบิดของเครื่องยนต์เป็นหลัก และ ENGINE BRAK ก่อนทีจ่ ะขับเข้าสูอ่ ปุ สรรคต่างๆ ทีถ่ กู จ�ำลองมาจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเนินชัน หลุมสลับ เนินเอียง ร่องตัววี เป็นต้น โดยมีอาจารย์เป็นผู้ขับขี่ให้ความรู้กับสมาชิกที่นั่งไปด้วยใน รอบแรก ส่วนรอบที่สองเป็นผู้เข้าอบรมเป็นผู้ขับขี่เอง โดย มีอาจารย์นงั่ คูค่ อยแนะน�ำและให้ความรูไ้ ปด้วยตลอดเส้นทาง ส่วนในรอบทีส่ าม เป็นการทดสอบความรูค้ วามสามารถของ ผู้เข้าอบรมโดยตรง เนื่องจากแต่ละคนต้องขับขี่กันเอง โดย วิทยากรจะสังเกตการณ์อยูข่ า้ งสนาม เพือ่ ให้คะแนนแต่ละคน จบจากกิจกรรมภาคการเรียนภาคปฏิบัติในสนาม

งานเลี้ยงสังสรรค์ และมอบของรางวัลต่างๆ จากผู้ให้การ สนับสนุน

ขับจริง ในเส้นทางดึกด�ำบรรพ์ที่ภูสิงห์ จ.กาฬสินธุ์

ในช่วงเช้าของวันที่อาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2554 ขบวนทัง้ หมดก็เดินทางออกจากทีพ่ กั โดยได้รบั ความเอือ้ เฟือ้ จากเจ้าหน้าทีต่ �ำรวจภูธรร้อยเอ็ดและสมาชิกชมรมกาฬสินธุ์ ออฟโรดน� ำ ขบวน มุ ่ ง หน้ า สู ่ เ ส้ น ทางจั ง หวั ด กาฬสิ น ธุ ์ จุดหมายของการเดินทางครัง้ นีอ้ ยูท่ พี่ ทุ ธสถานภูสงิ ห์ ในเขต อ�ำเภอสหัสขันธุ์ ซึ่งตั้งอยู่ติดพิพิธภัณฑ์สิรินธร ซึ่งถือว่าเป็น พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ขบวนทั้งหมดเดินทางมาถึงภูสิงห์เอาเมื่อช่วงสายๆ ก่อนที่จะแวะพักขบวนและนมัสการพระพรหมภูมิปาโล ซึ่ง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาภูสิงห์เพื่อ


ความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว ก่อนจะเคลื่อน ขบวนออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อเข้าสู่เส้นทางธรรมชาติแบบ ออฟโรดของภูสิงห์ ถือเป็นการขับจริงในอุปสรรคธรรมชาติ หลังจากได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีมาจากเมื่อวาน ส� ำ หรั บ เส้ น ทางออฟโรดของภู สิ ง ห์ เ ป็ น เส้ น ทาง ออฟโรดระยะทางสั้นๆ ประมาณ 4 กม. เส้นทางนี้จะผ่าน แปลงปลูกป่าขององค์การบริหารส่วนต�ำบลภูสิงห์ และ สามารถมองเห็นทิวทัศน์อนั สวยงามของเขือ่ นล�ำปาวได้ตลอด สภาพเส้ น ทางนี้ เ ป็ น ทางออฟโรดที่ เ ต็ ม ไปด้ ว ยโขดหิ น น้อยใหญ่และร่องน�ำ้ มากมาย ทีน่ กั ปัน่ จักรยานเสือภูเขาจาก ที่ต่างๆ มักเดินทางมาใช้บริการกันอยู่เป็นประจ�ำ ความ พิเศษของเส้นทางนี้ คือ สามารถเดินทางได้ทงั้ การขับลงหรือ ย้อนศรขึ้นมาก็ได้ ในการขับลงนี้เหมาะส�ำหรับนักขับมือ ใหม่ๆ ที่ฝึกการใช้รอบเครื่องยนต์และเกียร์ให้สัมพันธ์กัน ตลอดจนการดูไลน์และวางต�ำแหน่งล้อทีถ่ กู ต้อง ถือว่าไม่ยาก เกินไปนัก ผิดการการขับย้อนศรขึน้ มาทีต่ อ้ งใช้ทกั ษะมากกว่า ปกติ อย่างไรก็ตามในจุดที่เป็นอุปสรรคจะมีวิทยากรและ ทีมงานคอยบอกไลน์และทักษะ เป็นการเติมความรูแ้ ละสร้าง ความอุ่นใจให้กับสมาชิกทุกคัน

จวบจนเที่ยงวันขบวนทั้งหมดก็เดินทางลงมายังจุด สะพานแห่งนีท้ อดยาวข้ามเขือ่ นล�ำปาวจาก อ.สหัสขันธุ์ ไปยัง ทานอาหารกลางวันที่โรงเรียนโนนตาขาว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ อ.หนองกุงศรี จากนั้นจึงย้อนกลับมายังสถานที่ปลูกป่าและมอบใบ ด้านล่างของภูสิงห์นั่นเอง อนุรักษ์ธรรมชาติจริง ปลูกป่าในพื้นที่ ประกาศนียบัตรให้กบั ผูเ้ ข้าร่วมอบรมทุกคัน ก่อนจะแยกย้าย กันกลับสู่ภูมิล�ำเนาโดยสวัสดิภาพ ถือเป็นการจบที่ทริปการ องค์การบริหารส่วนต�ำบลภูสิงห์ ในการเดินทางแต่ละครั้ง นอกจากจะเป็นการเรียนรู้ เดินทางเยือนภาคอีสานอย่างสมบูรณ์แบบ ส� ำ หรั บ การเดิ น ทางสู ่ โ ลกของการเรี ย นรู ้ และ การขับรถออฟโรดอย่างถูกวิธีทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติใน สนามเทรนนิ่งและเส้นทางธรรมชาติแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทาง ธรรมชาติ ในการขับขีร่ ถออฟโรดอย่างถูกวิธขี อง TOYOTA โตโยต้าและนิตยสารออฟโรด รวมทั้งสมาชิกที่ร่วมเดินทาง OFF ROAD TRAINING 2010 : DRIVE THRU & ให้ความส�ำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ อนุรักษ์ธรรมชาติด้วยการ SAVE THE NATURE WITH HILUX VIGO ประจ�ำปี 2010 ของผู้ที่ใช้รถ TOYOTA HILUX VIGO หรือ ร่วมกันปลูกป่าเป็นการคืนความสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ ส�ำหรับการเดินทางในทริปนีก้ เ็ ช่นกัน สมาชิกทัง้ หมด FORTUNER เหลืออีกเพียงทริปเดียวสุดท้ายที่ภาคใต้ ต่างร่วมกันปลูกต้นไม้ที่บริเวณด้านหน้าของทางขึ้นสู่ภูสิงห์ จ.ชุมพร-ระนอง สนใจผู้ที่สนใจอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ โดยความเอื้อเฟื้อจากองค์การบริหารส่วนต�ำบลภูสิงห์ แต่ การเดินทางค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ต้องรอ TOYOTA ก่อนทีส่ มาชิกจะร่วมกันปลูกป่า ทางชมรมกาฬสินธุอ์ อฟโรด OFF ROAD TRAINING 2010 : DRIVE THRU & ที่เดินทางมาดูแลขบวนของเรา ก็พาสมาชิกทั้งหมดเดินทาง SAVE THE NATURE WITH HILUX VIGO ประจ�ำปี ไปเที่ยวชมสะพานข้ามแม่น�้ำที่ยาวที่สุดของเมืองไทย ที่ 2011 ต่อไป มีชื่อว่า “เทพสุดา” ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากภูสิงห์ไม่มากนัก โดย


Safety Drive Level : Beginner for drive Part II

ครั้งที่แล้วเราทิ้งท้ายกันไว้ที่ว่าในครั้งต่อไปเราจะเริ่มเข้าสู่ หัวข้อการเรียนภาคปฏิบัติ การเรียนรู้ในภาคปฏิบัติที่ผู้เข้ารับอบรมกับโรงเรียนต่างๆ • ท่านั่งขับ ที่เปิดสอนจะได้สัมผัสกับประสบการณ์จริง และก็จะมาดู • การจับพวงมาลัยบังคับเลี้ยว กันว่าในการเรียนภาคปฏิบัตินั้น เขาเรียนอะไรกันบ้าง และ • การใช้สายตา เรียนกันอย่างไร...ตามที่สัญญากันไว้ครับ... • การใช้ก�ำลังเครื่องยนต์และระบบห้ามล้อ ส� ำ หรั บ การเรี ย นการสอนในภาคปฏิ บั ติ ข องคอร์ ส • การตรวจสอบยานยนต์ Safety Drive Level นั้นผู้สอนเน้นให้นักเรียนทุกคนที่ไป • การตรวจสอบระบบห้ามล้อ เรียนได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในเวลาใช้ • การวางแผนเส้นทาง รถใช้ถนน ซึ่งเทคนิคต่างๆ ที่สอนนั้นก็จะช่วยให้ผู้ใช้รถ• การเลือกช่องทางจราจร ใช้ถนนได้รับความปลอดภัยสูงสุดในขณะที่เกิดเหตุฉุกเฉิน • การเลือกดูผิวถนน ขึ้นมา ซึ่งการเรียนการสอนนั้นก็จะเน้นกันตั้งแต่พื้นฐานต่างๆ • การดูป้ายบอกทาง ในการขับรถ ตั้งแต่ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง, การจับพวงมาลัยที่ • ข้อควรระวังการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา การกลับรถ ถูกต้อง, การใช้สายตาที่เรียกกันว่า Eye Technic และอื่นๆ ที่สามารถแยกออกได้เป็นหัวข้อย่อยๆ ถึง 11 หัวข้อ ดังนี้

ส�ำหรับการเรียนการสอนทั้ง 11 หัวข้อนั้น นักเรียน ทุกคนจะได้เรียนกันในสนามแข่งที่ถูกเซ็ตอัพสถานีจ�ำลอง สถานการณ์ตา่ งๆ ขึน้ มา โดยทีน่ กั เรียนจะต้องผ่านสถานีตา่ งๆ นัน้ ไปให้ได้ และเมือ่ ผ่านมาได้ทกุ คนก็จะได้รบั รูถ้ งึ การแก้อาการ ของรถ, การบังคับและควบคุมรถแบบปลอดภัยและอื่นๆ อีก มากมาย ตามจุดประสงค์ที่ทางโรงเรียนที่เปิดสอนนั้นตั้งเป้า เอาไว้ และเมือ่ ถูกคนผ่านการเรียนแล้วก็จะมีการประเมินผลใน หัวข้อต่างๆ ที่ได้เรียนมาตลอดทั้งคอร์ส และทุกคนก็สามารถ มั่นใจได้ว่า เมื่อผ่านการเรียนการสอนต่างๆ มาแล้ว ทุกคน จะมี “ทักษะ” ในการใช้รถ-ใช้ถนนเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน


Simply Me,

Simply My MARCH Contest

เท่กับมาร์ช แต่งง่าย ๆ สไตล์คุณเอง... กิจกรรมประกวด “มาร์ช” ครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งแรกในเมืองไทย

กิจกรรมการประกวดตกแต่ง NISSAN MARCH ที่เริ่มขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในเมืองไทย กับการประกวดแบบ All Thailand 4 ภาคทั่วไทย ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้รับผลตอบรับ อย่างล้นหลามส�ำหรับคนที่รักการตกแต่ง NISSAN MARCH ทั่วประเทศไทย ส่งรถเข้าประกวดกันอย่างคึกคัก ต่างก็ Create กันสุดฤทธิ์ เป็นการเพิ่มสีสันให้กับรถน่ารักๆ ดูดีขึ้นมาอย่างมาก ทั้งนี้เกณฑ์การคัดเลือกก็จะแบ่งแยกออก เป็นสองรุ่น คือ Creative เน้นการตกแต่งด้วยลายสติกเกอร์ สีสัน โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ตัวรถ เน้นที่ “แนวคิด” เป็นหลัก ส่วนรุ่น Cool จะเน้นการตกแต่ง โมดิฟาย ปรับเปลี่ยนที่ตัวรถอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งสวยงาม และสมรรถนะ โดยจะคัดเลือกรถที่ผ่านเข้ารอบของแต่ละภาคเข้ามา “ชิงชนะเลิศ” ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ อารีน่า เท็น ทองหล่อ ซอย 10 กรุงเทพมหานคร ก็จะได้รู้ว่าใครคือสุดยอดในการตกแต่ง NISSAN MARCH ในคอนเซ็ปต์ Simply Me, Simply My MARCH Contest เท่กับมาร์ช แต่งง่าย ๆ สไตล์คุณเอง”


Final Day

ในเช้าตรู่ของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 ทีมงาน จัดการประกวดก็มาประจ�ำ ณ อารีน่า เท็น กันตั้งแต่ก่อน พระอาทิตย์จะเข้าเวร เพื่อจัดเตรียม NISSAN MARCH ที่เข้ารอบ ถูกล�ำเลียงกันมาอย่างดีจากจังหวัดต่าง ๆ ดูแล้ว รู้สึกว่ามีความยิ่งใหญ่ ที่เห็นรถสิบกว่าคันเรียงรายเข้าจอด ในลานประกวด ช่วงสายๆ NISSAN MARCH ก็ทยอย เข้ามากันอย่างคึกคัก ทั้งรุ่น Creative และ Cool รวม รถประกวดทั้งงานแล้วกว่า 60 คัน ยังไม่รวมรถจาก MARCH CLUB อีกกว่า 30 คัน ท�ำให้งานดูยิ่งใหญ่ อลังการมากๆ และรู้สึกว่า NISSAN MARCH มีเสน่ห์

ต่อคนทัว่ ไป จากการทีม่ นั เป็น ECO CAR รุน่ แรกในเมือง ไทย รวมถึงความน่ารักและสมรรถนะที่ดี จึงไม่แปลกใจ NISSAN MARCH จะได้รับความนิยมมากขนาดนี้... ส�ำหรับกิจกรรมในช่วงเช้าก็มีการแสดงบนเวที เช่น Percussion Show เน้นการเคาะจังหวะสนุกๆ และเล่น เกมกับดารา “อ้น ศรีพรรณ” ที่มาสร้างความเฮฮากับ ผู้ร่วมงาน ช่วงบ่ายก็จะเริ่มการประกวดคัดเลือกรถจาก กรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้ารอบชิงชนะเลิศ การตัดสิน ตัดสินโดยคณะกรรมการที่มีความเชี่ยวชาญในการตกแต่ง รถยนต์เป็นคณะกรรมการหลัก จ�ำนวน 3 ท่าน ได้แก่ “คุณจตุพล พุทธวิบูลย์” ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายผลิตภัณฑ์

บริ ษั ท นิ ส สั น มอเตอร์ (ประเทศไทย) จ� ำ กั ด , “คุณพีระพงศ์ เอี่ยมล�ำเนา” รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จ�ำกัด, “คุณอภิรักษ์ สุ ท ธิ ชั ย รั ต นา” บรรณาธิ ก ารบริ ห าร นิ ต ยสาร XO AUTOSPORT รวมถึงคณะกรรมการรับเชิญของภาคกลาง ได้แก่ “คุณทัศนัย ไรวา” บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร OPTION THAILAND, “อ.ชวลิต นาคพะวัน” ศิลปินชือ่ ดัง, “คุณบีม ศรัณยู” ดารานักแสดง จะร่วมกันตัดสินว่า NISSAN MARCH คันไหนจะได้เข้ารอบ ทั้งนี้เจ้าของรถ จะต้อง Present ถึง Concept ที่แต่งขึ้นมา จะเป็นส่วน ในการพิจารณาให้คะแนนด้วย...


แม้อากาศจะร้อน แต่เจ้าของรถทุกท่าน รวมถึงคณะกรรมการ ก็ไม่ย่อท้อ ต่างก็คอยลุ้นอย่างใกล้ชิด หลังจากชาว NISSAN MARCH ได้เพลิดเพลิน อิม่ อร่อยกับอาหารกลางวัน ทีจ่ ดั กันมาอย่าง เต็มอิ่ม ในช่วงบ่าย แดดเริ่มร่ม ลมเริ่มมา ก็เข้าสู่ “รอบชิงชนะเลิศ” ที่จะน�ำรถจากทุกภาคมารวมกันในอารีน่า เท็น เพื่อรอลุ้นว่าใครจะ เป็นผู้ชนะ ในการประกวด “NISSAN MARCH ในคอนเซ็ปต์ Simply Me, Simply My MARCH Contest เท่กับมาร์ช แต่ง ง่าย ๆ สไตล์คุณเอง” ทั้งรุ่น Creative และรุ่น Cool ต่างก็แต่ง แข่งขัน ประชันสุดฤทธิ์ ไม่มีใครยอมใคร ใส่ไอเดียกันเต็มที่ ไม่ว่าจะ เป็นลายสติกเกอร์สุดสวย จนไปถึงการแต่งแบบเปลี่ยนลุคไปทั้งคัน เรียกว่ากรรมการยังตัดสินกันยาก เพราะแต่งมาสวย ๆ กันทุกคัน... ในช่วงเย็นย�่ำ อากาศสบาย ๆ ก็ถึงสิ่งที่ทุกคนรอคอย ก็คือ การประกาศผลผู้ชนะการประกวด “Simply Me, Simply My MARCH Contest เท่กับมาร์ช แต่งง่าย ๆ สไตล์คุณเอง” พร้อม รองชนะเลิศอีก 4 อันดับ ทั้งในรุ่น Creative และ Cool ซึ่งการ แสดงมินิคอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดัง ได้แก่ แสตมป์, ตู่ ภพธร, ลิป ตา, เดอะ บีกินส์ ที่สร้างความเพลิดเพลินตลอดงาน ก็ขอแสดงความ ยินดีกับผู้ที่เข้ารอบทุกคน ทั้งในส่วนของตัวแทนจากภูมิภาคต่าง ๆ และกรุงเทพฯ ปริมณฑล ขอขอบคุณผู้ที่มาร่วมประกวด และมาเยี่ยม ชมงานทุกท่าน ส�ำหรับรายชื่อผู้ชนะ และรองชนะเลิศทั้ง 4 อันดับ มี รายนามดังนี้...

1. 2. 3. 4. 5. 1. 2. 3. 4. 5.

รุ่น MARCH Cool คุณไอรินทร์ พงษ์สินันท์ รถหมายเลข 10 คุณภัคณัฐ กิตติวรกุลพงศ์ รถหมายเลข 12 คุณอุดมศักดิ์ ชื่นครุฑ รถหมายเลข 14 คุณอุรุพงศ์ คงอารยะเวชกุล รถหมายเลข 5 คุณวิชาวีร์ ชูประเสริฐ รถหมายเลข 11 รุ่น MARCH Creative คุณสนทยา ธนนิธาพร รถหมายเลข 13 คุณกมลภินันท์ เลี้ยงรัตนากร รถหมายเลข 10 คุณชุติกาญจน์ ใบยา รถหมายเลข 4 คุณศิริรัตน์ เพชรนิล รถหมายเลข 11 คุณปภัสรา เตชะไพบูลย์ รถหมายเลข 14

จากภาคกลาง จากภาคกลาง จากภาคกลาง จากเชียงใหม่ จากภาคกลาง

และ กทม. และ กทม. และ กทม.

จากภาคกลาง จากภาคกลาง จากเชียงใหม่ จากภาคกลาง จากภาคกลาง

และ กทม. และ กทม.

และ กทม.

และ กทม. และ กทม.


121 ËÁ‹Ù 5 ¶.àÈÃÉ°¡¨Ô µ.¤ÅͧÁÐà´Í‹× Í.¡ÃзÁ‹Øẹ ¨.ÊÁ·ØÃÊҤà 74110 â·Ã : 034-848-833, 083-317-1414


ซูซูกิ พร้อมแล้วที่จะน�ำเสนอมอเตอร์ไซค์ บิ๊กไบค์

รุ่นใหม่ที่ถือเป็นความภูมิใจระดับโลกกับ Suzuki GSXR1000 จ้าวแห่งสนามแข่ง ทีว่ นั นีไ้ ด้ถกู พัฒนาให้สามารถ ใช้งานได้บนท้องถนน เพื่อตอบสนองผู้ที่ชื่นชอบความ แรงในแบบรถสปอร์ต !!!

Suzuki GSX-R1000 Version 2011 นั้นมาพร้อม กับเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยระบบ อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส์ ที่ ล�้ ำ สมั ย พร้ อ มด้ ว ยโครงสร้ า งแซสซี ส ์ ที่ แข็งแกร่งแต่มีน�้ำหนักเบา พร้อมการออกแบบรูปทรงตามหลัก อากาศพลศาสตร์ชั้นสูงช่วยให้การขับเคลื่อนเป็นไปด้วยความ ไหลลื่น ผสานกับขุมก�ำลังขนาด 999 ซีซี. 4 สูบ DOHC 4 วาล์ว รอบจัดตอบสนองทุกอัตราเร่งได้เต็มพิกัดและลดมลพิษ ได้ เ ป็ น เยี่ ย ม เมื่ อ รวมกั บ เทคโนโลยี ลู ก สู บ และเพลา ข้อเหวี่ยงแบบ Forged Aluminum-Alloy และก้านสูบที่ ผลิตจาก Chrome-Molybdenum Steel ที่มีความ แข็งแรงและทนทานกว่าวัสดุทั่วไป ท�ำให้ Suzuki GSX-R 1000 เป็นที่สุดแห่งนวัตกรรมยานยนต์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ Suzuki GSX R-1000 Version 2011 ราคา จ�ำหน่ายอยู่ที่ 799,000 บาท (ราคารวม VAT ) www. thaisuzuki.co.th


SUZUKI GSX-R 1000 Version 2011


จาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล

ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ใกล้เข้ามาแล้วกับงานมหกรรมแสดงนวัตกรรมยานยนต์ที่ด�ำเนินต่อเนื่องมา อย่างยาวนานกว่า 30 ปี “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2011” ซึ่งเป็น ครั้งที่ 32 ของการจัดงาน ก�ำหนดการจะมีขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 25 มีนาคม– 5 เมษายน 2554 โดยในปีนี้มีคอนเซ็ปต์งานว่า “เปิดโลกยนตกรรมสู่อนาคต” และ เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องเตรียมพร้อมกับการเข้าชมงานหลายคนอาจจะอยากทราบถึง เหตุผลในการที่งานย้ายสถานที่จัดมายังอิมแพ็ค เมืองทองธานี และผู้ที่จะมาเล่าให้เรา ฟังในครั้งนี้กับการสัมภาษณ์พิเศษคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษทั กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชัน่ แนล ผูจ้ ดั งานบางกอก อินเตอร์เนชัน่ แนล มอเตอร์โชว์ ส�ำหรับการย้ายสถานที่จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จาก ไบแทค บางนา มายังอิมแพ็ค เมืองทองธานีนั้น เป็นด้วยสาเหตุเกี่ยวเนื่องมาจากการ เจริญเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในอนาคตที่จะเจริญเติบโตขึ้น อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของพื้นที่การจัดงานที่ไบเทค บางนานั้น ทางผู้จัดมองว่าอาจจะ ถูกจ�ำกัดอยู่ทางผูจ้ ัดงานจึงต้องมีการขยับเพื่อเตรียมพร้อมรับกับการขยายตัวทีจ่ ะเพิ่ม ขึ้นตรงนั้นอย่างแน่นอน เมื่ อ มี เ หตุ ผ ลตรงนั้ น แล้ ว การที่ ท างผู ้ จั ด ได้ มี ก ารใช้ พื้ น ที่ ข องทางอิ ม แพ็ ค เมืองทองธานีจัดงานบางกอกยูส คาร์ มาก่อนหน้านี้ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีเหมือนกับ การท�ำความรู้จักและเข้าใจในส่วนของเจ้าของพื้นที่เพราะการจัดการเรื่องพื้นที่กฎ ระเบียบทุกสิง่ อย่าง จะไม่แตกต่างกับทางทีเ่ ดิมเท่าไหร่จงึ ท�ำให้มคี วามมัน่ ใจในการย้าย งานมาจัดทีน่ ี่ ว่าจะมีรปู แบบการจัดงานพร้อมกิจกรรมทีค่ รบถ้วนชัดเจนทัง้ ในส่วนของ รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ซึ่งที่นี่ยังมีพื้นที่ให้ท�ำอะไรเพิ่มเติมได้อีกเยอะในอนาคต อย่างที่ทุกคนพอจะทราบว่างานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ นั้น จะมีนวัตกรรมยานยนต์ที่ทันสมัยจากค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่จะน�ำเข้ามาเปิดให้ชมกัน หลากหลายภายในงาน ตรงนี้ผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์และสิ่งที่เป็นความรู้ความน่าสนใจจึง ไม่ควรทีจ่ ะพลาดในการเข้าชมงานครัง้ นี้ และทางผูจ้ ดั งานโดยคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ฝากถึงผู้ที่เข้าชมงานมาว่าในเรื่องของการเดินทางมานั้น ควรมีการวางแผนในการ เดินทางและใช้พาหนะให้คุ้มค่าเพื่อช่วยลดเวลาในการหาที่จอดรถ ท�ำให้มีเวลาในการ เข้าชมงานเพิ่มขึ้น อีกทั้งช่วยลดการใช้พลังงานลงไปได้ แล้วพบกันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี.....


พี่ๆ รู้จัก เวสป้าป่ะ...? สกูตเตอร์ทใี่ ห้ความหลากหลายในการใช้งาน เป็นความ พอดีของการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยในส่วนของ เครื่องยนต์แบบหัวฉีด ความจุ 244 ซีซี. พร้อมระบบ ระบายความร้ อ นด้ ว ยน�้ ำ ระบบส่ ง ก� ำ ลั ง ที่ เ ป็ น แบบ สายพาน CVT ขนานแท้ และที่ส�ำคัญมันยังรูปโฉมแบบ เวสป้าดั้งเดิมแต่มิติที่ใหญ่ขึ้นตามพละก�ำลังที่มีมา

Design ค�ำว่าแนวมันมีขอบเขตทีห่ ลากหลายในส่วนของวัยรุน่ ที่ เขาใช้กัน ซึ่งในสมัยก่อนมันจะเป็นความชอบความคลั่งไคล้ใน เรื่องราวหรือกิจกรรมต่างๆ แบบที่ยุคสมัยเป็น ในช่วงปี ค.ศ. 1946 เป็นช่วงยุคสงครามโลกที่ส่วนหนึ่งยุติลงและบางส่วน ครุกรุ่นก่อตัวรอวันปะทุ ในประเทศอิตาลีโรงงานผลิตชิ้นส่วน ยุทโธปกรณ์ทตี่ อ้ งตัดสินใจว่าจะท�ำอย่างไรกับแผ่นเหล็กทีร่ ดี ขึน้ รูปเอาไว้เป็นจ�ำนวนมาก ซึง่ ประจวบเหมาะกับความต้องการรถ จักรยานยนต์ที่ใช้งานง่ายมีค่าใช้จ่ายในการบ�ำรุงรักษาน้อย สกูตเตอร์เวสป้าได้ถูกเริ่มผลิตและออกแบบมาจากที่นั่นด้วย เทคโนโลยีของโรงงาน PIAGGIO เวสป้ามีแนวคิดดั้งเดิมในการผสมผสานความทันสมัย ให้เข้ากับการใช้งานสไตล์โมเดิร์นนั่นคือค�ำจ�ำกัดความของมัน ในยุคแรกเริม่ และชัดเจนมากขึน้ ในช่วงของการปฏิวตั สิ งั คมโดย วัยรุ่นในอเมริกาและอังกฤษ พวกเสรีชน, ม้อด มีการน�ำ เวสป้ามาตกแต่งด้วยชุดไฟและกระจกจ�ำนวนมากซึ่งยังคงมี กลิ่นไอนั้นในรุ่นปัจจุบัน จีทีเอส 250 ยังคงออกแบบรูปร่างในลักษณะเดียวกับ

ยุคเดิมของเวสป้ากับการใช้ตัวถังแบบชิ้นเดียวซึ่งนั่นเป็นหลัก การแต่ดว้ ยเทคโนโลยีมีการผสมผสานชิน้ ส่วนบางจุดเป็นวัสดุ พลาสติกใน 1 คันมีแปดชิ้นซึ่งจะกระจายอยู่ในแต่ละจุดเช่น บังโคลนหน้า กะโหลก สันเฟรมหน้า และบังโคลนหลังแต่ชิ้น หลักๆ ยังคงเป็นเหล็กอยู่ ซึง่ ลักษณะของโครงรถทีเ่ ป็นลักษณะ ของตัวต่อคือเอวคอดตูดแหลม ที่บังโคลนหน้าซึ่งมีขนาดครอบคลุมในส่วนของล้อพอ เหมาะมีแถบโลหะโครเมียมพาดยาวตามแนวตัวรถ มีแถบเล็กๆ ป้ายสีฟ้าตัดน�้ำเงินตรา PIAGGIO ติดอยู่ ส่วนของด้านหลัง จะเว้าเข้ารูปกับส่วนที่ออกแบบเป็นช่องดักลมเข้าปะทะระบาย ความร้อนที่หม้อน�้ำรังผึ้ง ขึ้นไปด้านบนที่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ด้านหน้ารถมีการฝังไฟเลี้ยวและไฟหรี่เอาไว้สามจุด สองข้าง และตรงกลางเล็กๆ ซึ่งมีชุดกรอบแถบโครเมียมล้อมเอาไว้ ฝั่ง หนึ่งมีอักษรโลหะ Vespa โดดเด่นติดอยู่ซึ่งคลาสสิคพอดีไม่ เยอะไปขึ้นไปอีกกับชุดไฟหน้าที่ติดทันทีอัตโนมัติที่บิดสวิตช์ กุญแจในต�ำแหน่ง ON สามรถปรับสูงต�่ำได้ด้วยการกดสวิตช์ ทีแ่ ฮนด์บงั คับรถ ในส่วนของแฮนด์ทจี่ บั กระชับไม่สปอร์ตแต่ใช้ งานได้ ดี ป ลายแฮนด์ วั ส ดุ โ ลหะชุ บ โครเมี ย มรั บ กั บ กระจก

ทรงม้อดก้านยาวทรงกรมซึ่งใช้งานได้เหมาะสมกับทัศนวิสัย ด้านหลังแต่จำ� กัดในบางจุด ทีส่ ำ� คัญตัดแสงสะท้อนในตัว ก้าน เบรกหน้าด้านขวาด้านซ้ายเบรกหลังแบบดิสก์เบรกมีการท�ำงาน ที่เหมาะสมด้วยการใช้ท่อน�้ำมันเบรกเป็นท่อโลหะ หน้าปัดเรือนไมล์มีไฟบอกสถานะ CODE ของกุญแจ แบบ Immobilizer เตือนต่างๆ ไฟเลี้ยว ไฟสูงระบบน�้ำมัน หล่อลืน่ ไฟเตือนระบบเครือ่ งยนต์ไฟเตือนระดับน�ำ้ มันเชือ้ เพลิง ซึง่ จะติดเมือ่ ระดับเชือ้ เพลิงลดต�ำ่ พร้อมเข็มบอกระดับน�ำ้ มันและ อุณหภูมิเครื่องยนต์ที่น�้ำหล่อเย็น ที่ส�ำคัญคือมีนาฬิกาไว้ให้ดู เวลาด้วย จากด้านบนลงมาเป็นช่วงด้านข้างตัวรถมีชอ่ งระบาย ลมร้อนที่ออกมาจากหม้อน�้ำซึ่งท�ำเป็นครีบบังคับทิศทางเอาไว้ ตรงกลางมีช่องเก็บของที่เปิดออกด้วยการกดแป้นกุญแจลงไป ใกล้ๆ กันกับห่วงทีใ่ ช้งานได้เอนกประสงค์สองข้างเป็นพลาสติก ด้านสีด�ำ ต�่ำลงมาเป็นกระโดงกลางของโครงรถซึ่งแบ่งพื้นที่วาง เท้าเอาไว้สองข้างมีกันลื่นเป็นเส้นติดยางมาให้ ในจุดนี้จะมอง เป็นการใส่รายละเอียดขอบอะลูมิเนียมเอาไว้โดยรอบตลอด โครงรถ ใกล้ที่วางเท้าของผู้ขับขี่เป็นที่ซ่อนที่พักเท้าของผู้ซ้อน


ท้ายท�ำด้วยอะลูมเิ นียมเน้นน�ำ้ หนักเบาทนทาน ตรงจุดนีเ้ ป็นต้น ไปจะเป็นส่วนของพืน้ ทีต่ วั ต่อจะกว้างบานออกเพือ่ เป็นทีอ่ ยูข่ อง เครื่องยนต์ซึ่งอยู่ด้านท้าย ซึ่งปิดเอาไว้ด้วยเบาะนั่งชิ้นเดียว ขนาดใหญ่หมุ้ ด้วยหนังแท้เปิดด้วยระบบไฟฟ้าสวิตช์ปมุ่ กดทีด่ า้ น หน้า ใต้เบาะเป็นช่องเก็บของขนาดใหญ่พลาสติกชิ้นเดียวขึ้น รูปถอดออกได้ ด้านท้ายลาดเรียวลงไปเป็นที่ติดตั้งชุดไฟท้าย ไฟเบรกตรงกลางสองข้างไฟหรี่ไฟเลี้ยวทรงสี่เหลี่ยม พื้นที่ชาย ล่างแบ่งขอบล่างด้วยการออกแบบเส้นสายพร้อมตัวอักษร Gts 250 ชื่อรุ่นติดอยู่ ชุดตัวรถยาวเป็นบังโคลนหลังพร้อมที่ยึด สกรูติดป้ายทะเบียน จากกล่ อ งเก็ บ ของใต้ เ บาะซึ่ ง เมื่ อ ถอดออกจะเห็ น เครื่ อ งยนต์ ที่ ด ้ า นบนจะมี ช ่ อ งเติ ม เชื้ อ เพลิ ง ฝาเป็ น เกลี ย ว พลาสติกแนะน�ำกับเชือ้ เพลิงเบนซินออกแบบมาให้มกี ารระบาย น�้ำมันออกได้ถ้ าเติมเชื้อเพลิงในระดับที่สูงหรือใกล้เต็มถัง

มาก ๆ อุปกรณ์มาตรฐานใกล้ๆ กันกับชั้นบรรทุกของพับเก็บ รับน�้ำหนักได้ 6 กก. ย้อนไปที่เครื่องยนต์ที่มองเห็นภายนอก ตัวรถฝัง่ ซ้ายจะเป็นชุดตัวเรือนระบบส่งก�ำลังคลัตช์แห้งปรับแรง เหวี่ยงอัตโนมัติมีตัวอักษร Vespa ปั๊มลึกติดอยู่ ด้านขวาจะ มองเห็นท่อไอเสียที่มีหม้อพักและระบบฟอกไอเสียในตัวติดไว้ ด้วยแถบโครเมียมขนาดใหญ่ ซึ่งถ้าต้องการเห็นระบบกัน สะเทือนต้องมองจากด้านบน ทีใ่ ช้เป็นแบบโช้คอัพคูท่ ำ� งานสอง ทางปรับระดับได้ที่ด้านหลัง ด้านหน้าเป็นแบบซิงเกิ้ล-อาร์ม โช้คอัพไฮโดรลิกส์คู่ พร้อมสปริงแกนรวม การใช้งานสกูตเตอร์เวสป้า จีทีเอส 250 เมื่อเสียบ กุญแจเปิดสวิตช์ ON ไฟหน้าจะติดทันที พร้อมกับระบบปั๊ม เชือ้ เพลิงจะท�ำงานซึง่ สามารถตัดวงจรไฟได้ดว้ ยปุม่ ทีแ่ ฮนด์ดา้ น ขวา มอเตอร์สตาร์ทเสียงนุ่มต้องบีบเบรกเพื่อท�ำการสตาร์ท เครื่องยนต์ซึ่งในรุ่นนี้ขาตั้งไม่มีระบบตัดสตาร์ทแต่มีสปริงดีด

Engine&Transmission

การตอบสนองได้ทันทีเบรกหลังลูกสูบเดี่ยวท�ำให้ไม่เกิดอาการ ล็อคเมือ่ ต้องเบรกแรงๆ แต่ในจุดของของเบรกหน้าหยุดรถและ การตอบสนองของคันเร่งกับการบังคับควบคุมในการใช้ ใช้ควบคุมรถได้อย่างเหมาะสม ส�ำหรับการขับขีห่ ากต้องการให้ งานในช่วงเวลารถติดหรือเคลือ่ นตัวได้ช้า มีการถ่ายทอดก�ำลัง รถหยุดได้ทันท่วงทีโดยที่ใช้ระยะทางสั้นที่สุดควรคืนคันเร่งให้ แรงบิดได้อย่างเหมาะสม คันเร่งน�้ำหนักก�ำลังดีจะต้องใช้ขาลง สุดและใช้เบรกหลังและหน้าพร้อมกัน ช่วยในการทรงตัวน้อยครั้งมากด้วยการทรงตัวที่น่าประทับใจ ในจังหวะที่ต้องการออกตัวส่งไปในจังหวะทันทีทันใดรับรู้ได้ถึง Tested Voice ความโดดเด่นจากสายเลือดเวสป้าที่ถอดเค้าโครงมาไว้ ความเหลือเฟือของเครื่องยนต์ที่ท�ำงานทันทีที่ต้องการ ระบบ ส่งก�ำลังมีการปรับอัตราทดทีเ่ หมาะสมขนาดและน�ำ้ หนักของรถ ในเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างรุ่น จีทีเอส 250 นับว่าเป็น ไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการขับขี่ในเมืองแต่อย่างใด ส่วน สกูตเตอร์ที่มีความหมายโดยเฉพาะคนที่ใช้งานเวสป้ามาก่อน ของการใช้งานนอกเมืองการท�ำความเร็วในระดับต่อเนื่อง จะต้องถูกใจด้วยกลิน่ ไอความโมเดิรน์ ของการออกแบบทีย่ งั คง ความเร็วใช้งาน 100 กม./ชม. ขึ้นไปตัวรถมีเสถียรภาพจาก อยู่ เมื่อรวมกับประสิทธิภาพที่มีอยู่ในตัวรถซึ่งแสดงออกได้ น�้ำหนักโดยรวม ต้องท�ำความคุ้นเคยกับการตอบสนองของ ทันใจและการทรงตัวที่โดดเด่นท�ำให้ผู้ที่ได้ทดลองขับจะเกิด ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแขนเดียวบ้างหากต้องพบเจอกับ ความติดใจอยูไ่ ม่ยาก ตรงนีอ้ ยูท่ คี่ วามต้องการของผูใ้ ช้งานแล้ว สภาพพืน้ จราจรทีต่ า่ งระดับและขรุขระ ต้องปล่อยให้ชนิ้ ส่วนท�ำ ว่าจะเลือกหรือต้องการรถประเภทใดไปใช้งาน ในฝั่งโลกตะวันตกที่ซึ่งเวสป้ากลายเป็นต�ำนานของ หน้าทีข่ องมันไปเพียงประคองให้อยูใ่ นแนวแกนรถทรงตัวอยูไ่ ด้ สกูตเตอร์สองล้อมีค�ำกล่าวว่า เวสป้าคือรถที่ควรจะมีไว้ใช้ อย่างมั่นคงแล้ว ส�ำหรับเบรกต้องบอกว่าเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจด้วยการ สักคัน.... ออกแบบให้ใช้ทอ่ โลหะในจุดทีถ่ ่ายทอดแรงดันท�ำให้การเบรกมี ขอขอบคุ ณ : Vespiario T.02 714 7742 www.vespa.com

เครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ สูบเดียว ซิงเกิลโอเวอร์ เฮดแคมป์ชาร์ฟ 4 วาล์ว 244 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยน�้ำ พร้ อ มพั ด ลมไฟฟ้ า ระบบจ่ า ยเชื้ อ เพลิ ง เป็ น แบบหั ว ฉี ด อิเล็กทรอนิกส์ Alfa/N Type Lambda พร้อมระบบ Closed Loop Control และอุปกรณ์ฟอกไอเสียสามทาง ระบบหล่อลื่นแบบอ่างเปียก กระบอกสูบxช่วงชัก 72x60 มม. ให้ก�ำลังสูงสุด 22 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที ให้แรงบิด สูงสุด 20.1 นิวตัว-เมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที ส่งก�ำลังผ่าน คลัตช์แรงเหวี่ยงปรับอัตราทดอัตโนมัติ ให้ความสะดวกสบาย ในการขับขีใ่ ช้งานแบบสกูตเตอร์ การตอบสนองท�ำได้เหมาะสม ช่วงระยะ 0-100 กม./ชม. ท�ำได้ในเวลา 15 วินาที ความเร็ว สูงสุดอยู่ในระดับ 120 ขึ้นไปซึ่งคาดว่าสามารถท�ำได้เพิ่มเติม เพราะมีตวั เลขมาให้ถงึ 160 กม./ชม. อาจขึน้ อยูก่ บั ระดับของ ค่าออกเทนน�้ำมันและการตั้งจ�ำกัดความเร็วรอบของรถมาด้วย

Performance & Ride & Brake

เก็บเวลาจะใช้ขาตั้งข้างต้องระมัดระวังและกางให้สุดเพื่อให้รถ ตั้งตัวอยู่ได้ ในส่วนของการขับขีล่ กั ษณะทีถ่ กู ออกแบบให้มที า่ นัง่ ขับ ที่ตัวตรงหลังตรงการใช้งานจึงเหมาะสมกับการใช้งานทั่วไปใน เมืองซึง่ ถ้าเมือ่ ต้องใช้ในการเดินทางไกลหรือทีม่ ลี มปะทะจะต้อง ก้มตัวช่วยสักหน่อยเพื่อลดแรงต้านทานเสียงเครื่องยนต์เดิน เงียบจะมีบ้างกับชุดคลัตช์แรงเหวี่ยงที่จะมีเสียงบ้างในช่วงรอบ เดินเบาแต่เมือ่ รถเริม่ เคลือ่ นตัวการส่งก�ำลังจะเป็นไปด้วยความ ราบลื่นต่อเนื่อง อุณหภูมิของเครื่องยนต์ถูกตั้งเอาไว้ในระดับ กลางของระดับหน้าปัดชุดบอกอุณหภูมิในการใช้งานทั่วไปถ้า รถเคลือ่ นตัวได้ตอ่ เนือ่ งและการใช้คนั เร่งทีเ่ หมาะสมอุณหภูมจิ ะ เป็นไปอย่างพอดีแต่หากรถติดเข็มบอกอุณหภูมจิ ะขยับตัวสูงขึน้ เกินกึ่งกลางแต่ด้วยการติดตั้งระบบพัดลมไฟฟ้ามาให้ท�ำงาน อัตโนมัติเพื่อช่วยระบายความร้อนได้อย่างเหมาะสม


Wine I Love You

Wine I Love You เป็นแหล่งแฮงเอ๊าท์ส�ำหรับผู้นิยมไวน์ได้มาพบปะสังสรรค์กัน ร้านตั้งอยู่โครงการ คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ ส่วนชื่อร้านนั้นมีที่มา คือหนึ่งในผู้บริหารชอบเพลง Why Do I Love You So ของจอห์นนี่ย์ ทิลล็อทสัน ก็เลยได้วิธีเล่นค�ำออกมาเป็น Wine I love You ซึ่งน่ารักดี และได้ผล ทางการตลาด เพราะติดปากทุกคนอย่างรวดเร็ว

ทีนี้ก็มาถึงอาหารจานเน้นที่ทางร้านภูมิใจน�ำเสนอ แบบมื้อใหญ่ เริ่มจาก Chicken Quesadillas แผ่นแป้ง เอลซาโร่ ห่อไส้ไก่ผัดหอมใหญ่ ข้าวโพดอ่อน มะเขือเทศ พริกเบลล์เปปเปอร์กับซอสแม็กซิกัน จานนี้ให้เลือกทานกับ ไวน์ขาว, Foie Gras with Carmalized ตับห่านจาก ฝรัง่ เศสย่างด้วยกระทะ แล้วใส่ซอสคาราเมล เสิรฟ์ กับกล้วย หอมย่างและเบคอนย่าง จานนี้เหมาะกับไวน์แดง, Shrimp Cake Ball หรือทอดมันกุ้ง ที่นี่มีสูตรพิเศษทอดไม่อม น�้ำมันเลย น�้ำจิ้มบ๊วยก็ท�ำเองสูตรของ Wine I love you เท่านั้น จานนี้ต้องทานกับไวน์ขาว, Lamp Salad เนื้อ แกะหมักย่างให้สกุ ปานกลางเพือ่ ความนุม่ ก�ำลังดี ราดน�ำ้ สลัด อิตาเลี่ยนเพสโต้ซอส ทานกับผักสดไฮโดรโพนิคส์ราดน�้ำ สลัดบาซัลมิคสองชนิด จานนี้ถึงจะเป็นเนื้อแต่ทางร้าน แนะน�ำให้ทานกับไวน์ขาว อีกจานที่อยากแนะน�ำส�ำหรับผู้ที่ไม่ต้องการทานเนื้อ หนักๆ ให้เลือกปลา Spicy Salman Slices เนื้อปลา แซลมอนสไลด์บางๆ ราดด้วยน�้ำจิ้มซีฟู้ดแบบไทยๆ แต่

ปรับปรุงรสให้เป็นกลางๆ ไว้ ไม่เผ็ดจัด เพื่อให้เพื่อนฝรั่ง ของเราทานได้ด้วย แน่นอนว่าจานนี้ต้องคู่กับไวน์ขาว ทีนี้ก็ มาจานหนักกันละ เลือกดูวา่ ชอบแบบไหน เริม่ ทีจ่ านแรกคือ Burger I Love You with Swiss Cheese เนื้อวัว น�ำเข้าจากออสเตรเลีย หมักแล้วย่าง โปะด้วยเชดด้าชีส เสิร์ฟกับผักและมันฝรั่ง ทานกับไวน์แดง และส�ำหรับคนที่ ชอบรสชาติแบบตะวันออก Pasta Chu Che Seafood ใช่แล้ว-มันคือพาสต้าผัดฉู่ฉี่ซีฟู้ดนั่นเอง พาสต้าเส้นด�ำน�ำ เข้าจากอิตาลี หอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์ และอีกสารพัด ซีฟู้ดตัวโตๆ ผัดกับซอสผัดฉ่าแบบไทยๆ ทานกับไวน์ขาว เหมาะเหม็ง…รับรอง, Giant Spare Ribs ซีโ่ ครงหมูหมัก แบบ Wine I Love You แล้วอบกับซอสบาร์บีคิว ทาน ไปจิบไวน์แดงตามไป จานสุดท้าย Lamp I Love You ซีโ่ ครงแกะจากออสเตรเลีย หมักแล้วย่าง ราดด้วยซอสมิน้ ต์ จานนี้ต้องไวน์แดงเท่านั้น ทีนี้มาดูไวน์ที่ทางร้านแนะน�ำกันสัก 4 รายการ ขวด แรก Prosecco ไวน์ขาวจากองุน่ อิตาลี เป็นสปาร์คลิงไวน์

จุดเด่นคือมีฟองตามธรรมชาติ ไม่อัดแก๊ส ดื่มแล้วท�ำให้ สดชื่น รส ‘ดราย’ คือไม่หวาน ขวดนี้ราคา 950 บาท, Pencarrow ไวน์ขาวจากองุ่นพันธุ์ Sauvignon Blanc จากนิวซีแลนด์ ให้กลิ่นรสผลไม้เมืองร้อน อมหวานเปรี้ยว ไร้ฟอง ราคา 1,750 บาท, Angus de bull ไวน์แดง จากองุน่ พันธุ์ Cabernet Sauvignon รสฟูลล์บอดีย้ ์ คือ แอลกอฮอล์เข้มข้น กลิ่นแรง ราคา 1,500 บาท, Feudi ไวน์แดงจากองุน่ พันธุ์ Negro Amaro ขวดนีก้ ร็ สชาติแบบ ฟูลล์บอดี้ย์เช่นกัน ราคา 1,950 บาท, ราคาอาหารเริ่มจาก 150 ไปถึง 700 บาท ส่วนไวน์ และค็อคเทลก็มีให้เลือกอย่างจุใจหลายราคา เริ่มตั้งแต่ 120-5,000 บาท -- Wine I love you อาคาร E โครงการคริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ ถ.เลียบทางด่วน เอกมัยรามอินทรา เปิด 16.00–01.00 น. ทุกวัน โทร. 02 102 2166 www.wineiloveyou.com


ร่วมสนับสนุน นิตยสารดีๆของคนรัก Motorsport.

ต้องการสมัครสมาชิก

ฟรี!

สมาชิก 1 ปี ค่าจัดส่ง 12 ฉบับเพียง 550 พร้อมรับของที่ระลึก

ชื่อ...................................................นามสกุล............................................................... สถานที่จัดส่ง เลขที่................................อาคาร/หมู่บ้าน.......................................ซอย................................................. ถนน.................................................แขวง/ต�ำบล..........................................เขต/อ�ำเภอ......................................... จังหวัด..............................................รหัสไปรษณีย์..........................................โทรศัพท์............................................ โทรศัพท์มือถือ.....................................อีเมล........................................................................................................

ต้องการช�ำระโดย โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ในนาม บริษัท ดี เอเวอรี่ติง จ�ำกัด ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เลขที่บัญชี 575-2-05692-9 โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ในนาม บริษัท ดี เอเวอรี่ติง จ�ำกัด ธนาคารกรุงเทพ สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เลขที่บัญชี 008-7-07391-2 โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ในนาม บริษัท ดี เอเวอรี่ติง จ�ำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เลขที่บัญชี 402-2-63438-4 กรอกรายละเอียดแล้วส่งมาที่ บริษัท ดี เอเวอรี่ติง จ�ำกัด (แผนกสมาชิก) เลขที่ 96/4 หมู่ 3 ต�ำบลคลองเกลือ อ�ำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 โทร.02 982 9006 แฟ็กซ์.02 982 9840


Motorsport Magazine Issue23 : Full Edition  

Motorsport Magazine Free Magazine Issue 23

Advertisement
Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you