Page 1

เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

อุทศ ิ ให ้ครูอาจารย์และเพือ ่ นร่วมรุน ่ แดงด�ำ ๙๙ ผู ้ล่วงลับ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เพื่อนแดงด�ำ ๙๙ เล่ าสู่กันฟั ง 2

ชีวิตหลังเกษียณ ......................... ประสบการณ์ ชีวติ ของ

ศิษย์ เก่ าเพาะช่ าง รุ่ นปี การศึกษา ๒๔๙๙ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

........................................................

เพื่อนแดงด�ำ ๙๙

เล่ า สู่ กัน ฟั ง 2

ชีวติ หลังเกษียณ ที่ปรึกษา ก�ำธร อินทรพิชยั ประสาน จรังรัตน์ นิวิต หะนนท์ บรรณาธิการ มงคล แก้ วพวงงาม จ�ำนวนพิมพ์ 100 เล่ ม เมษายน 2560

2

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

ค�ำน�ำ

กราบเรี ยน ท่ านอาจารย์ และ เพื่อนแดงด�ำ ๙๙ ที่รักทุกท่ านครั บ

ก่ อนอื่นผมขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ ปราณีและ อาจารย์ เลิศพงศ์ ทีก่ รุ ณามอบข้ อเขียน ผมถือเป็ นศิริมงคล อย่ างยิง่ ต่ อหนังสือนี้ จุดประสงค์ ในการจัดท�ำหนังสือเพื่อ 1) เป็ นการต่ อยอด จาก "เล่ าสู่กันฟั ง" เล่ มแรกที่ได้ รวบรวมไว้ เมื่อปี 2546 2) เป็ นอนุสรณ์ ของพวกเราชาวเพื่อนแดงด�ำ ๙๙ ฝากไว้ ให้ ลูกหลานรวมทัง้ รุ่ นหลังได้ อ่าน น�ำสิ่งดีไปใช้ ให้ เกิดประโยชน์ ต่ อตนเองและครอบครั ว 3) เพื่อความผูกพันและมิตรภาพที่ ยั่งยืนของเพื่อนร่ วมรุ่ นแดงด�ำ ๙๙ ที่มีมานานกว่ า 60 ปี ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ (ทนรบเร้ าไม่ ได้ ) ส่ งเรื่ องมาให้ ขออภัยทีต่ ้ องตัด แต่ ง เติม เสริม เพื่อให้ เป็ นไปตามจุดประสงค์ ดังกล่ าว เนื่องในวาระปี ใหม่ (ไทย) ขอกราบอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทัง้ หลาย ตลอดจนพลานุภาพแห่ งองค์ พระวิศณุกรรมจงได้ โปรด ดลบันดาลให้ ท่านอาจารย์ และเพื่อน ๆ จงมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ปลอดโรค ปลอดภัย และโชคดีครั บ

มงคล แก้ วพวงงาม เมษายน 2560

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

สารบัญ อ.ปราณี 9 ศพงศ์ 11 อ.เลิ แก้ วละออ ชีวพัฒนพันธุ์ กฤษฎี 14 76 ประภาศรี ์ ปั ญญฤทธิ

เขียนจ�ำนงค์

ก�ำธร 25 ผอ.ขนิษฐ์ 28

83 ประสาน จรั งรั ตน์ 85 ผนินทร์

จารุ ณี 38 ชุมพร 40

วัฒนกามินทร์

ญศิริ 93 เพ็ คงเจริญ 98 นอภ.มนู

สุขโพธิ์

บูรณสมภพ

อินทรพิชัย พัฒนแก้ ว

สิงหะเนติ

แสงเงิน

มหัทธนวัฒน์

พ.ต.ท.ธนาคม 42 104 ผศ.มงคล ทินกร แก้ วพวงงาม ธวัชชัย 49 118 รอง รอดเรื องเดช ทองดาดาษ นันทา 52 123 รั ชนี

นิวติ 53 124 ลัดดาวัลย์ หะนนท์ ศิริพานิช ประเจิดศรี 63 131 วิเชียร - วรณี นุตจรั ส เอี่ยมนาคะ-ตาละลักษมณ์ ประนอม 65 140 ผศ.วัชรินทร์

สุวรรณ์ ประสิทธิ์

จันทรา

ประพิศ 74 154 รศ.ดร.วิชัย วงษ์ ใหญ๋

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณตุณฑกิจ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

สารบัญ วิเชียร 156 194 สุมาลัย อินทรกระทึก วงษ์ ตรี ศรี ผอ.วีระ 163 213 ผศ.สุวรรณ มีมาก

โสฬศ

ศิริพรรณ 165 216 ผศ.สุวมิ ล ทาระพันธ์ บัวหภักดี ศิริพรรณ 167 217 สุรียา โพธิสุข สุขสโมสร สงบ 170 219 เสมอใจ

ลาดประเสริฐ

จันทร์ เพ็ญ

ผศ.สนอง 171 221 เสน่ ห์ โกศัย แก้ วเก้ า สนอง โสภณ 224 บุญถนอม 174 พานิชผล (พระครู มงคลกาญจนวิจติ ร) อักษร สรวยทอง 176 225 บุณยวุฒกุล เกตุจำ� นงค์ เอือ้ งพนา 226 สมพล 178 กิตติขจร สุปัญญา เรื่ องสัน้ พล.ร.ต.สมัคร 179 228 โดย ประสาน จรังรัตน์ หนูไพโรจน์ ่ องสัน้ สัมฤทธื์ 184 252 เรื โดย สนอง โกศัย เมฆพะโยม ว่ าที่ ร.ต.สุชาติ 190 262 ท้ ายเล่ ม แย้ มนิยม

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

ขอฝั นใฝ่ ในฝั นอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศกึ ทุกเมื่อ ไม่ หวั่นไหว ขอทนทุกข์ รุ กโรมโหมกายใจ ขอฝ่ าฟั น ผองภัย ด้ วยใจทะนง

จะแน่ วแน่ แก้ ไข ในสิ่งผิด จะรั กชาติ จนชีวติ เป็ นผุยผง จะยอมตาย หมายให้ เกียรติดำ� รง

จะปิ ดทอง หลังองค์ พระปฏิมา ไม่ ท้อถอย คอยสร้ าง สิ่งที่ควร ไม่ เรรวน พะว้ าพะวัง คิดกังขา ไม่ เคืองแค้ น น้ อยใจ ในโชคชะตา ไม่ เสียดาย ชีวา ถ้ าสิน้ ไป นี่คือ ปณิธาน ที่หาญมุ่ง หมายผดุง ยุตธิ รรม์ อันสดใส ถึงทนทุกข์ ทรมาน นานเท่ าใด ยังมั่นใจ รั กชาติ องอาจครั น โลกมนุษย์ ย่ อมจะดี กว่ านีแ้ น่ เพราะมีผ้ ู ไม่ ยอมแพ้ แม้ ถูกหยัน คงยืนหยัด สู้ไป ใฝ่ ประจัญ ยอมอาสัญ ก็เพราะปอง เทิดผองไทย ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

ฝากความปรารถนาดีมายังศิษย์ แดงด�ำ ๙๙ ทุกคน จาก

อาจารย์ ปราณี แก้ วละออ หลังปลดเกษียณ จะท�ำอะไร? จะท�ำอะไร?...คิดๆๆ.. ทุกๆ คนที่รับราชการ เมื่อถึงวาระครบเกษียณ คงจะดีใจที่ได้ พกั ผ่ อน ด้ วย ความรู้ สึกส่ วนตัวแล้ ว ดีใจมากๆ ที่มีโอกาสได้ พกั ผ่ อนทัง้ ร่ างกายและจิตใจ เพราะ ตัวเราเอง คิดว่ าได้ ผจญกับการท�ำงานในหน้ าที่การสอน และกิจกรรมต่ างๆ ของ โรงเรี ยนมามากพอสมควร ด้ วยใจรั กในหน้ าที่และต้ องช่ วยกิจกรรมของโรงเรี ยนใน ทุกๆ ด้ าน แม้ จะเป็ นผู้หญิง แต่ ไม่ เคยย่ อท้ อ พอครบวาระ 60 ปี ดีใจที่ไม่ ต้องกังวล ว่ าวันนี ้ จะต้ องผจญเหตุการณ์ อะไรบ้ างในวันหนึ่งๆ เกษียณแล้ วก็ต้องร่ วมท�ำงานสมาคมอยู่ระยะหนึ่ง และท่ องเพี่ยวต่ าง ประเทศและในประเทศ ที่เรายังไม่ ได้ ไป บังเอิญมีเพื่อนรุ่ นเดียวกัน (เพาะช่ างด้ วย กัน) โสดเหมือนกัน ชอบเที่ยว ก็ได้ เป็ น Room Mate แต่ เดี๋ยวนีเ้ ขาเสียชีวติ ไปแล้ ว ตัวเองก็เที่ยวในเมืองไทยกับเดินสายบุญ ตระเวณท�ำบุญ ทางภาคอีสาน ภาคเหนือ ที่มีเกจิอาจารย์ ดงั ๆ ไปมาแทบทุกจังหวัด ประเทศไทยมีท่ สี วยงามอีกมากมายหลาย แห่ ง ขณะนีอ้ ายุกม็ ากแล้ ว เกษียณมา 23 ปี ป่ วยเป็ นระยะๆ ผ่ าตัดใหญ่ 3 ครั ง้ เข้ าเฝื อกขา - ดึงขา - โรคซึมเศร้ า รวมเวลาที่ป่วยและรั กษาตัว 7 ปี เสียดายเวลา ท่ องเที่ยวและกิจกรรมที่ทำ� อยู่ ศิษย์ รักทุกๆ คน ต่ างก็มีครอบครั ว มีทายาทที่ต้องเอาใจใส่ ดแู ล รั กษา ท�ำนุ บ�ำรุ งรั กษา ปูทางให้ เขาได้ ประสบความส�ำเร็จ สัมฤทธิ์ผลในบัน้ ปลาย เพื่อความ มั่นคงของครอบครั ว ดังเช่ นพ่ อ-แม่ ของเราได้ ดแู ลส่ งเสียจนมาเป็ นเราที่ผงาดใน สังคมทุกวันนี ้ ครู เองไม่ มีครอบครั ว ไม่ มีลูกที่จะมาดูแลเราในอนาคต มีแต่ หลานๆ ดูแลให้ ความรั ก ส่ งเสียการเรี ยนและการงานที่เหมาะสม ครอบครั วที่มีลูกหลาย คนจะล�ำบากในขัน้ ต้ น สบายในภายหลัง จะอบอุ่นในบัน้ ปลาย จะดีบ้างเสียบ้ างก็ เป็ นของธรรมดา นิว้ ยังไม่ เท่ ากัน สถาบันครอบครั วเป็ นเรื่ องใหญ่ ถ้ ามีน้อยคนยิ่ง ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐

คนเดียวมันเสี่ยงมากๆ ถ้ าดีกม็ ีความสุข จะทุกข์ ๆๆเมื่อเสียไป พ่ อ-แม่ เป็ นบุคคล ส�ำคัญ ต้ องเคารพ-รั ก-ดูแล-เอาใจใส่ ในความเป็ นอยู่ อย่ าปล่ อยให้ เดียวดาย จงท�ำ เป็ นนิสัย จะได้ เป็ นแบบอย่ างให้ ลูกหลาน ท�ำตนให้ เป็ นปูชนียบุคคลที่น่านับถือ ให้ ความเมตตา-ความอบอุ่น ให้ คำ� ปรึกษาแนะน�ำทุกๆ ด้ านตามแต่ จะช่ วยได้ อย่ าท�ำตน เป็ นคนแก่ ท่ ไี ร้ ประโยชน์ และตัวเองก็ต้องระวังสุขภาพ คนแก่ มักจะมีโรคแทรกแซง ถ้ าร่ างกายแข็งแรง ปราศจากโรคก็โชคดี ควรดูแลตนเอง บ�ำรุ งร่ างกาย ออกก�ำลัง แล้ วแต่ สะดวก ถนัด ต้ องให้ โอกาส มิใช่ เกิดโรคแล้ วค่ อยรั กษา มันยากที่จะแก้ ไข คนสูงอายุส่วนมากจะมีความคิดน้ อยใจ ถ้ าลูกหลานไม่ มาไต่ ถามพูดคุยจะเกิดความ ว้ าเหว่ แต่ ถ้าเรามีความคิดไม่ เข้ าข้ างตัวเองหรื อเอาใจตนเองเป็ นที่ตงั ้ ก็จงพยายาม เป็ นกันเองไม่ ว่าจะเป็ นลูก-หลาน-บ้ านใกล้ เรื อนเคียง จะท�ำให้ คลายความเหงา ความเครี ยดไปได้ ถ้ าเราเกิดความเหงาก็ชวนญาติพ่ นี ้ อง เพื่อนๆ คนที่เราพูดคุย แล้ วสบายใจมาสังสรรค์ เป็ นระยะ เปลี่ยนบ้ าน - สถานที่ จะท�ำให้ เรากระปรี ก้ ระเปร่ า เพราะครู ได้ ทดลองกับตนเองมาแล้ ว ครู ยนิ ดีถ้ามีโอกาสร่ วมด้ วย ถ้ าแข็งแรง และ สังขารยังอ�ำนวยอยู่ ศิษย์ รักทุกคน ในขณะนีเ้ วลาของเราก็เหลือน้ อยนิด ใกล้ ชดิ กับสวรรค์ วิมาน หรื อ ? ? ? แล้ วแต่ ละคนที่ได้ กระท�ำมา คิดดีให้ มีประโยชน์

จงคิดดี ท�ำดี การที่เราคิดให้ มีแต่ ความสุข เกิดความทุกข์ ท่คี ดิ จะเอา ขอให้ ศษิ ย์ รักทุกคนจงประสพแต่ ความสุข ปราศจากทุกข์ ปราศจากโรคภัย ตลอดกาล โชคดีทกุ คน รั กและคิดถึงศิษย์ ทุกคน ปราณี แก้ วละออ 1 ธ.ค. 2559

(ครู ไม่ ร้ ู ว่าจะเขียนอะไร คิดอะไร ได้ กเ็ ขียนไปเรื่ อยๆ ลายมือก็ ไม่ ได้ เรื่ อง หากอ่ านไม่ ออกก็ พยายามหน่ อยนะ)

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๑

ค�ำปรารภจากอาจารย์

เลิศพงศ์ ชีวพัฒนพันธุ์

สวัสดี พวกเราชาวแดง-ด�ำ รุ่น ๙๙ ทุกคน ก่อนอื่นครูขอขอบใจ "มงคล" ที่โทรฯไปหา และบอกเรื่องที่จะ พิมพ์หนังสือเล่มนี้ขึ้น ชื่อและเรื่องเหมือนเล่มที่เคยพิมพ์และให้พวกเรา ได้อ่านกันแล้ว ครูก็ได้รับเล่มหนึ่งเช่นเดียวกัน เป็นหนังสือรุ่นที่ทุกคนได้ มีโอกาสได้หยิบขึ้นมาอ่าน ได้เห็นหน้าเพื่อนยามเหงา หรือคิดถึงกันได้ทุก เวลา การที่พวกเราเห็นด้วย พร้อมใจส่งเรื่องให้เพื่อจัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่นี้ครู เข้าใจว่า คงเกิดจากความคิดที่ว่า เล่มก่อนพิมพ์ขึ้นนานแล้ว ตั้งแต่ปี 2546 ทิ้งระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปี มาถึงวันนี้ทุกคนหรือแต่ละคนคงมีเรื่องราว ของชีวิตเกิดขึ้นคนละหลายๆ เรื่อง เพื่อนๆต่างอยากรู้เรื่องของเพื่อนๆ (โดยที่ไม่รู้..ว่า..บางเรื่อง เพื่อนก็ไม่อยากให้เพื่อนรู้?) หนังสือเล่มใหม่นี้ จึง เป็นการเพิ่มเรื่องของเพื่อนให้เพื่อนได้รู้ได้อ่าน การจัดพิมพ์หนังสือเล่มใหม่ขึ้นจึงเป็นประโยชน์ของรุ่นอย่างยิ่ง เรื่องส่วนตัวครูเอง ที่จริงครูกับพวกเราเข้าโรงเรียนเพาะช่างพร้อมกัน ปี เดียวกัน คือปีการศึกษา 2499 แต่ครูมารายงานตัวช้าไป 10 กว่าวัน โรงเรียน เปิดภาคแรกวันที่ 17 พฤษภาคม ครูมารายงานตัววันที่ 28 พฤษภาคม 2499 เพราะไม่รู้ ครูเรียนจบโรงเรียนฝึกหัดครูอาชีวศึกษา แล้วกลับไป บ้านจังหวัดพัทลุง จนเพื่อนคนหนึ่งโทรเลขไปบอกว่าให้กลับมารายงานตัว กระทรวงฯ มีค�ำสั่งบรรจุที่โรงเรียนเพาะช่าง ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒

ครูเข้าเป็นครูที่เพาะช่าง ได้เห็นโรงเรียน บริเวณโรงเรียน อาคารเรียนเหมือนพวกเราเห็น อาคารถาวรมี 3 หลัง หลังกลางเป็น อาคารทรงไทยสมัยใหม่ เป็นอาคาร 2 ชั้น เน้นความเป็นสง่า น่าเกรง ขามด้วย เสาทรงกลมสูงชลูด บริเวณหน้าอาคารผ่านบันได เดินเข้าตัว อาคาร แต่อาคารหลังนี้ยังสร้างไม่เสร็จ มุขด้านซ้ายขวายังไม่มี การ ก่อสร้างค้างคาอยู่นี้เพราะขาดงบประมาณแต่ละปีได้บ้างเว้นบ้าง จึง ท�ำให้การก่อสร้างไม่ต่อเนื่อง ตอนที่พวกเราและครูเข้ามาโรงเรียนเพาะช่าง ผู้เป็นอาจารย์ ใหญ่คือ ท่านอาจารย์จิตร บัวบุศย์ (ศ.ประกิต บัวบุศย์) ท่านอาจารย์ จิตรฯ เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอาจารย์กิจจ�ำนง วัฒนจินดา อาจารย์ ใหญ่คนก่อน ให้ท่านวางแผนผังบริเวณ และออกแบบตัวอาคาร ทั้งหมดของโรงเรียนเพาะช่าง ตั้งแต่ พ.ศ. 2489 คือหลังจากโรงเรียน เพาะช่างย้ายกลับจากวัดนางนองวรวิหาร ถนนวุฒากาศ ซึ่งโรงเรียน ได้ย้ายหนีลูกระเบิดไปอยู่ที่วัดนางนอง ตั้งแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ปีนี้เป็นปีที่ทางโรงเรียนได้รับงบประมาณสร้างอาคารเพิ่มเติม ตรงปีก หรือมุขทั้งสองข้าง ท่านอาจารย์จิตรได้ด�ำเนินการเขียนแบบเพื่อให้ ช่างน�ำไปเป็นแบบเพื่อก่อสร้างต่อไป

ในส่วนของครู นับว่าโชคดีที่ได้มาเป็นครูที่นี่ ตรงกับเวลาที่ ท่านอาจารย์จิตรเป็นผู้บริหาร ครูได้ท�ำหน้าที่ในงานต่างๆ ตามที่ท่าน มอบหมาย ท่านจัดโต๊ะเขียนแบบให้ครูใช้ส�ำหรับ ดร๊าฟ - ลอกแบบ หรือก๊อปปี้แบบอาคาร หรือรายละเอียดส่วนต่างๆ ของอาคารที่ก�ำลัง ก่อสร้าง หรือก�ำลังต่อเติม รวมทั้งงานก่อสร้างอาคารศิลปประยุกต์ที่

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓

สร้างในที่เป็นอาคารที่พวกเราเรียนวิชาหัตถกรรม ภายหลังถูกรื้อสร้าง อาคารศิลปประยุกต์ เป็นอาคารหลังสุดท้ายที่ท่านอาจารย์จิตร ด�ำรง ต�ำแหน่งก่อนท่านหมดวาระ

อาคารศิลปประยุกต์ถูกรื้อแล้วสร้างอาคารจุฑาธุชในปัจจุบัน นี้ เอาเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน พูดไปยิ่งยาว สุดท้ายนี้ ขอแสดงความรักความ ปรารถนาดีมายังพวกเราชาวเพาะช่าง 2499 ทุกคน ขอให้โชคดี

"ครู" หรือเพื่อนของพวกเรา อ.เลิศพงศ์ (เลื่อน) ชีวพัฒนพันธุ์ 69 ซอยบางระมาด 11 แยก 1 ซ้ายมือ เขตตลิ่งชัน กทม 10170 โทรฯ มือถือ 089-129-9045

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เล่ าสู่กันฟั ง 2 ด้ วยลายมือ

กฤษฎี ปั ญญฤทธื์

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

๑๔


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๗

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๒

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕

เล่าสู่กันฟัง 2

“ชีวิตหลังเกษียณ”

ั ก�ำธร อินทรพิชย เกษียณ แปลตามพจนานุกรม คือ ปลดจากงานเมื่ออายุ ครบ 60 ปี แต่ส�ำหรับตัวเองแล้ว ค�ำว่า เกษียณ ลืมไปเลยเพราะเคย ปฏิบัติภารกิจประจ�ำวันก่อนเกษียณอย่างไร หลังเกษียณก็ด�ำเนิน ต่อไปเหมือนเดิม ไม่น้อยไปกว่าเดิมเลย บางเวลาอาจมากกว่า เดิมอีก แต่สิ่งหนึ่งที่ที่บอกกับตัวเองอยู่เสมอ เรื่องของ “เวลา” ทุกอย่างต้องท�ำออกมาให้ส�ำเร็จในเวลาเร็วที่สุดและตรงตามเป้า หมายที่ได้ก�ำหนดไว้ ในหลายๆ ครั้งต้องพบกับปัญหา อุปสรรค หลายอย่าง ต้องแก้ไขให้ทันกับเวลา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย แต่ก็สามารถผ่านมาได้ทุกครั้ง ในอาชีพท�ำเครื่องประดับอัญมณี มีลูกค้าทั้งคนไทยและ ต่างประเทศ (ฝรั่งเศส เยอรมัน อเมริกา แคนนาดา ญี่ปุ่น) ชอบ มาสั่งท�ำ ออกแบบเครื่องประดับแบบที่ตัวเองชอบ และต้องการ ให้งานเสร็จเร็วๆ ซึ่งในการท�ำเครื่องประดับให้ออกมาได้สวยงาม ตรงตามใจที่ลูกค้าต้องการ มีชั้นตอนที่ละเอียด ยิ่งขั้นตอนการท�ำ ที่ต้องอาศัยงานด้านฝีมือ ช่างต้องเก่งและมีประสบการณ์ความ ช�ำนาญมาก (ส่วนมากมักจะเป็นผู้สูงอายุเหมือนเราๆ) หลายครั้ง ถ้าช่างไม่อยู่ในห้วงอารมณ์อยากท�ำงาน เค้าก็จะไม่ท�ำเพราะถ้า ฝืนท�ำไปงานออกมาไม่สวย (เหมือนกับศิลปินผู้สร้างงานศิลปะ ถ้า ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะท�ำงานแล้วผลงานที่ออกมาบนแผ่นกระดาษ หรือผืนผ้าใบก็ไม่สวย) มันเป็นอะไรที่ท้าทาย ให้เราคิด ท�ำ และแก้ ปัญหาให้ทุกอย่างออกมา ดี สวยถูกใจลูกค้าในเวลาที่ก�ำหนดให้ได้ ชี วิ ต หทลัยาลั ง เ กยษี ย ณ ในปี พ.ศ. 2549 ตัวเองได้ไปท�ำธุระในมหาวิ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๖

รามค�ำแหง เห็นทางมหาวิทยาลัยฯ เปิดการเรียนสาขาการ แพทย์แผนไทย ท�ำให้เกิดความสนใจและอยากศึกษา สาเหตุ จะเพราะตัวเราเองตอนสมัยเด็กที่บ้านขายยาส�ำเร็จรูป จึง มีความชอบและสนใจเป็นทุนเดิม และคิดว่าถ้าเรามีความรู้ การแพทย์แผนไทยในเชิงกว้างและถูกต้อง เราน่าจะน�ำไปใช้ ประโยชน์ อย่างน้อยก็ดูแลคนรอบๆ ตัวเราได้ และคงได้ท�ำ อะไรตอบแทนคืนสังคมได้บ้าง จึงตัดสินในไปสมัครลงเรียน อยากจะบอกเพื่อนๆ ว่า การเรียนปริญญาตรี สาขา แพทย์แผนไทย ครั้งนี้เหมือนบททดสอบชีวิตที่ส�ำคัญครั้งหนึ่ง ในชีวิตก็ว่าได้ ต้องเข้าเรียนสัปดาห์ละ 5 วัน เรียน 17.00 21.00 น. ทุกวันต้องตื่นขึ้นมาแต่เช้ามืด อ่าน เขียน ท่องต�ำรา ต้องออกไปฝึกงานจริง ได้มีเพื่อนใหม่ทุกเพศ ทุกวัย แก่กว่าเรา ก็มี เริ่มต้นเรียนกัน 100 กว่าคน เรียนไปสัก 1 ปีเหลืออยู่ 50 คน เป้าหมายของทุกคนต้องการเป็นหมอทางการแพทย์แผนไทย การเรียนทุกวิชายากมากไม่เคยคิดว่า การแพทย์แผนไทยเนื้อหา จะเยอะและยากมากขนาดนี้ เรียนอยู่ 4 ปี จบ ได้ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาแพทย์แผนไทย ด้วยความที่หลงเสน่ห์แพทย์แผนไทยและต�ำรับยาแผน ไทย อยากมีความรู้ในเชิงลึกและต้องการที่น�ำความรู้ มาช่วย เหลือผู้ป่วยและคนรอบๆ ตัวเรา จึงได้ศึกษาต่อปริญญาโท ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะแพทย์ศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ สุขภาพ การเรียนปริญญาโทไม่ใช่ง่ายๆ เลย เราสนใจพืชวงศ์ ขิง ต้องท�ำวิจัยตามหลักสูตรของคณะฯ พืชวงศ์นี้พบทางภาค เหนือที่ ดอยอินทนนท์ แม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใน ประเทศเพื่อนบ้านที่จะพบพืชวงศ์นี้คือ ประเทศ ลาว พม่า เขมร เวียดนามและจีน จะพบว่าพืชวงศ์นี้มักขึ้นในป่าบนภูเขาสูงกว่า ระดับน�้ำทะเล 1,500 - 2,000 เมตรสาเหตุที่ท�ำให้สนใจพืชชนิดนี้ ก็เพราะ มีอยู่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสไปเดินป่าไป พบกับชาวเขาเผ่า ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๗

จักม่า ได้เล่าให้ฟังว่าเวลาพวกเขาแขนหัก พวกชาวเขาจะน�ำพืชชนิด นี้มาต�ำพอกแขนที่หักท�ำให้หายเป็นปกติได้ และที่อีกครั้งได้เห็นคน มีอาการบ้านหมุน พวกชาวเขาได้เอาพืชชนิดนี้มา ต�ำ พอกหัว ให้นอนสักพักอาการบ้านหมุนก็หาย จึง มีความสนใจและคิดว่าถ้าเราน�ำพืชวงศ์นี้มาท�ำวิจัย ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ น่าจะผลิตยาออก มารักษาผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวได้เยอะ และน่าจะ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้ ก็ คงจะดี แต่ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด เราต้องเดินทางไปหาต้นไม้ชนิด นี้ ในการเดินทางแต่ละครั้งต้องเตรียมทีมที่เดินทางไปด้วย มีทั้งท่าน ผู้รู้ด้านต้นไม้วงศ์นี้โดยตรง ช่างถ่ายรูป ช่างวาดรูป ผู้ช่วย คนน�ำทาง สาเหตุที่ต้องไปกันหลายคน เพราะการจะได้ ข้อมูลของต้นไม้จะต้องท�ำตามหลักสูตรที่ทางมหาวิทยาลัยฯ ก�ำหนดต้องเดินทางไปหลายรอบมาก เพราะเราต้องติดตาม ต้นไม้ชนิดนี้ ทุกๆ ปีในช่วงฤดูฝน สุดท้ายก็ผ่านมาได้ ส�ำเร็จ การศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (วท.ม) สาขา วิทยาศาสตร์สุขภาพ สิ่งที่ตั้งใจ จะน�ำความรู้ที่ได้มา น�ำมาเป็นอีกทางเลือก หนึ่งส�ำหรับผู้ป่วย อาจจะช่วยได้มากหรือน้อยก็ไม่เป็นไร ขอ เริ่มจากคนใกล้ตัวไปเรื่อยๆ หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการให้ เข้า ดูแลสุขภาพในช่วงเริ่มต้นหรือที่เรียกว่า ดูแลสุขภาพในชั้นปฐมภูมิ ก่อนที่จะส่งต่อถึงโรงพยาบาล สุดท้าย สิ่งที่เราคิดเสมอตลอดเวลา ว่าเวลาของเราเหลือน้อย ลงไปทุกวัน อะไรที่เราจะสามารถท�ำให้กับคนรอบตัว ญาติ เพื่อน สังคม เราจะท�ำโดยความเต็มใจ ด้วยความรู้ ความสามารถ ที่เรามีอยู่ อย่างไม่ ลังเล เร็วที่สุด และต่อเนื่อง และคิดถึงเสมอ

ก�ำธร อินทรพิชัย 31 ตุลาคม 2559 ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เล่าสู่กันฟัง 2

๒๘

ชีวิตหลังเกษียณ

ขนิษฐ์ พัฒนแก้ว มงคล น้องรัก

พี่ไม่มีอะไรจะเขียนนอกจากความประทับใจ ความทรงจ�ำ ความห่วงใยใน กลุ่มเพื่อนแดงด�ำ ๙๙ เอกสารที่แนบมานี้พี่ตัดเก็บไว้เพื่อเป็นข้อยึดเหนี่ยว เตือนใจ จึงอยากน�ำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ รวมทั้งข้อเขียนจากเพ็ญรัตน์ พุ่มแก้ว เพื่อนผู้จาก ไปด้วย จากพี่

ขนิษฐ์ พัฒน์แก้ว

ด้วยรักและผูกพัน

เขียนจากใจในนามความรู้สึก จากส่วนลึกถึงพวกพ้องเพื่อนน้องพี่ ยี่สิบห้ามกราแสนยินดี เป็นวันที่รุ่นเก้าเก้าเราพบกัน กระซิบผ่านละอองไอฝ่าใยหมอก แทรกลมหนาวฝากบอกว่ารักมั่น เราสายเลือดแดงด�ำไม่ลืมกัน สายสัมพันธ์ฝังใจไม่เคยลืม เสียงพูดคุยหัวร่ออยอกล้อกัน ถักทอฝันเต็มหัวใจให้เป็นปลื้ม เสียงเพลงซึ้งจากเล็กแจ๋วจ�ำไม่ลืม ยังด�่ำดื่มประทับใจไปทั้งปี กลับมาเจอกันทุกปีอย่างนี้นะ ทิ้งภาระมาพบกันวันสุขศรี มาทักทายอุ่นไอรักพักชีวี มีรอยยิ้มมิตรไมตรีเต็มหัวใจ อยากเอ่ยชื่อเพื่อนรักทุกทุกคน แต่สับสนเพื่อนมากล�้ำเกินจ�ำได้ เราสัญญาจะรักกันตลอดไป ถึงห่างตัวหัวใจใกล้ชิดกัน ก่อนตะวันบอกลาฟ้าวันนี้ เน้นนานปียิ่งรักสมัครมั่น ฝากรอยยิ้มพิมพ์ใจให้แก่กัน เป็นแรงใจเติมไฟฝันมั่นศรัทธา เพื่อนอย่าลืมสัญญาใจบอกไว้ก่อน ขออวยพรให้สมปรารถนา ให้มั่งมีศรีสุขทุกเวลา พบกันใหม่ปีหน้า...สวัสดี จากใจ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

เพ็ญรัตน์ พุ่มแก้ว


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๙

ปรัชญาผู้สูงวัย : แง่คิดการด�ำเนิ๒๖๔ นชีวิตผู้สูงวัยให้มีความสุข

เจ้าฝูชู นักเขียนอักษรพู่กันชื่อดั๒๖๕ ง ได้บันทึกถึงความรู้สึกที่มีต่อชีวิต เมื่อ ๒๖๖ ผ่านเข้าใกล้วัย 70 ซึ่งมีสาระน่าศึกษาดังนี้ “พออายุใกล้ 70 ข้าพเจ้าเรียนรู๒๖๗ ้สิ่ง 7 สิ่งในชีวิต" ๒๖๘ 1. ต้องอยู่ให้รอด-ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วตก อยู่อีก 1 วัน เหลือน้อยลง 1 วัน สุขอีก 1 วัน ก�ำไร 1 วัน 2. ต้องอยู่ให้มีความสุข ต�ำแหน่งสูง มิสู้มีรายได้สูง รายได้สูง มิสู้อายุยืน อายุยืน มิสู้มีความสุข ขอให้มีความสุข เพราะความสุขคือเงินสด นอกนั้นแค่กระดาษเช็ค 3. ต้องเป็นของเราเอง-หมายถึงไม่ใช่เป็นของคนอื่นหรือยืมของคนอื่นมา ใช้ ต�ำแหน่งเป็นของชั่วคราว เกียรติยศเดี๋ยวก็ผ่านไป สุขภาพเท่านั้นที่เป็นของเรา 4. ไม่เหมือนกัน-ย่อมไม่เหมือนกัน ความรักที่พ่อแม่ให้กับลูกไม่มีขีดจ�ำกัด แต่ความรักของลูกต่อพ่อแม่มีขีดจ�ำกัด ลูกๆ ป่วย พ่อแม่กลุ้มใจ พ่อแม่ป่วย แค่ลูก ๆ มาเยี่ยมมาถามไถ่ ก็พอใจแล้ว ลูกๆ ใช้เงินพ่อแม่ สมเหตุสมผล พ่อแม่จะใช้เงินลูก ๆ ต้องมีเหตุผล บ้านพ่อแม่ก็คือบ้านลูก ๆ บ้านลูก ๆ ไม่ใช่บ้านของพ่อกับแม่ ไม่เหมือนกันก็คือไม่เหมือนกัน พ่อแม่ที่เข้าใจจะถือเอาความกตัญญูกตเวทีของลูก ๆ เป็นจิตอาสาและความสุข ไม่หวังการตอบแทน หากหวังการตอบแทน นั่นคือหา ทุกข์ใส่ตัว 5. อย่าคาดหวังใคร-ยามป่วย อย่าคาดหวังใคร แม้แต่ลูก ๆ “ไม่มีลูกกตัญญูหน้าเตียงคนป่วย เรื้อรังหรอก” ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๐ คาดหวังคู่ชีวิตหรือ เขาเองก็เอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ที่คาดหวังได้ คือเงินอย่างเดียว ใช้เงินรักษาตัว 6. ระลึกแต่ความหลัง อาจจ�ำเป็นเพราะจ�ำเรื่องราวได้น้อยลง ลืมมากขึ้น ฉะนั้นสุขภาพคือทรัพย์ จ�ำไว้ แข็งแรงเข้าไว้ จะได้เตะปี๊บดัง มีเงิน เก็บเข้าไว้ หาความสุขเสมอ 7. อย่ากลัวความตาย เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนเท่าเทียมกัน ต้องมีความ พร้อมด้านจิตใจ พอยมบาลมาเรียก ก็พร้อมที่จะไปได้เลย ต้องไม่มีการอาลัยอาวรณ์ ครบ 7 ข้อ “ยามล�ำบาก มากอุปสรรค ต้องตั้งหลักให้มั่นคง ยามได้ดี มี ยศสูงส่ง ต้องรูปลง ปลดปล่อยวาง” ฉะนั้น อย่าท้อ เวลาผ่านไป เงื่อนไขเปลี่ยน สถานการณ์ก็มักผันแปร อาจดีขึ้นก็ได้ เราไม่จ�ำเป็นต้องรวยเพราะมีเงินมาก แต่เรา อาจรวยความสุขได้เพราะการให้

วิถีชีวิต วัย 80 ปี มีความสุขได้อย่างไร?

การที่คนเรามีชีวิตยืนยาวมาถึง 80 ปี อย่างมีสุขภาพดีนั้น ถือว่าได้ก�ำไรจาก การเกิด การด�ำรงชีวิตมามากพอแล้ว เป็นการก้าวเข้าสู่วัยชราอย่างสมบูรณ์ คนวัยนี้ จึงควรใช้วิถีชีวิตแค่เพียงพอดี อย่าใช้ชีวิตเกินพอดี

สภาวะการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยชรา

1.ผิวหนังเหี่ยวย่น 2.ผมหงอก ผมร่วง 3.ตามัว 4.หูตึง(ซึ่งจะพบได้ในคนอายุ 75 ปีขึ้นไป) 5.ข้อเสื่อม กระดูกพรุน 6.หกล้มง่าย การทรงตัวไม่ดี 7.ระบบไหลเวียน โลหิตลดลง 8.ภูมิคุ้มกันลดลง ติดเชื้อง่าย 9.การหายใจน้อยลง 10.เสียงเหมือนคนแก่ (สั่น/เครือ) 11.ความจ�ำเสื่อมและ SEX เสื่อม 12.สมอง ความสามารถในการท�ำงาน ลดลง อาจมีภาวะซึมเศร้า

คนวัย 80 ปี มีภาวะเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง

1.โรคทางสมอง เช่น โรคจิต โรคอัมพาต 2.โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด 3.โรคปอด เช่น ปอดบวม วัณโรคปอด ถุงลม ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๑

โป่งพอง 4.โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ 5.โรคหู ตา คอ จมูก 6.โรคไต โรคต่อม ลูกหมาก 7.โรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับ มะเร็งล�ำไส้ใหญ่ ฯลฯ 8.อุบัติเหตุ หกล้ม กระดูกหัก 9.โรคติดต่อ โรคติดเชื้อ 10.โรคผิวหนัง(ผิวหนังจะ บาง) 11.โรคนอนกรน

อยากมีความสุขกายสบายใจต้องท�ำอย่างไร

1.ท�ำกิจกรรมร่วมกับคนมีอายุต่าง ๆ กัน (ต่างวัย) 2.ดูแลรักษาสุขภาพ (การกิน การอยู่ การขับถ่าย การออกก�ำลังกาย) 3.สวดมนต์ ท�ำสมาธิ (ช่วยให้จิต สงบ ลดความเครียด การท�ำงานของเซลล์ต่าง ๆ สงบ) 4.ท�ำงานอดิเรกท�ำให้สมกับ วัย 5.พบเพื่อน สังสรรค์ ฟังเพลง 6.ช่วยเหลือผู้อื่น รักผู้อื่น รักสัตว์ 7.ไม่กลัวตาย ยอมรับการกลับคืนสู่ธรรมชาติ

ข้อแนะน�ำในการรักษาสุขภาพด้วยตนเอง

1.ดื่มน�้ำให้พอดี 2.ออกก�ำลังกายสม�่ำเสมอโดยใช้เครื่องมือให้น้อยที่สุด (การออกก�ำลังกายส�ำหรับวัยนี้ควรเป็นชี่กงและไทเก็ก) และควรได้รับแสงแดด บ้าง 3.รับประทานอาหารให้เพียงพอและเหมาะสม ควรรับประทานผักและผลไม้ 30-40% ของอาหารประจ�ำวันเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ 4.ควบคุมน�้ำหนักให้ เหมาะสม 5.ควรนอนพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 6-7 ชั่วโมง 6.ฉีดวัคซีนป้องกันโรค 7.งดการสูบบุหรี่และงดดื่มสุรา 8.ควรตรวจสุขภาพประจ�ำปีและตรวจพิเศษต่าง ๆ

มาดูแลสมอง เพื่อป้องกันสมองเสื่อมกันเถอะ

ภาวะสมองเสื่อมพบมากในคนสูงอายุ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนสูงอายุ ทุกคนต้องมีภาวะสมองเสื่อม การดูแลสุขภาพทั้งกายและใจอย่างถูกวิธี จะเป็น หนทางที่ช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของการเกิดภาวะสมองเสื่อม การออกก�ำลังกายสมองก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรง ของการเกิดภาวะสมองเสื่อม ดังนั้นเรามาดูแลสุขภาพสมองอย่างถูกวิธีกันเถอะ เคล็ดลับพื้นฐาน ได้แก่ การรักษาร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะรักษาให้ ระบบไหลเวียนเลือดให้ท�ำงานได้ดี ได้แก่ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๒

ข้อ 1 ได้แก่ เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ได้แก่ อาหารต่อไปนี้ - อาหารไขมันต�่ำ ได้แก่ ข้าว ปลา ผัก ผลไม้ ที่มีสีเข้ม และปรุงอาหาร ด้วยวิธีนึ่ง ย่าง แทนการผัดและทอด - อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี ซี เช่น ผักสด ผลไม้สด จมูกข้าวสาลี ถั่ว (รับประทานแต่พอเหมาะ) - อาหารที่มีสารช่วยการท�ำงานของสมอง เช่น ปลาช่อน ปลานวลจันทร์ ปลาซาบะ ปลาแซลมอน ข้าวกล้อง ข้าวโพด ผักใบเขียว ถั่วเหลือง ไข่ดาว เต้าหู้ ข้อ 2 ได้แก่ การออกก�ำลังกาย และควบคุมน�้ำหนักตัวให้เหมาะสม -ควรออกก�ำลังกายชนิดแอโรบิก คือ ให้มีการเคลื่อนไหวของร่างกายติดต่อกัน อย่างน้อย 30 นาที อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น การเดิน การวิ่ง การว่ายน�้ำ การเต้นแอโรบิก การเล่นห่วงฮูลาฮูป ไท้เก๊ก โยคะ เป็นต้น เคล็ดลับขั้นกลาง ได้แก่ การดูแลพัฒนาสมอง ประกอบด้วย ข้อ 1 การท�ำจิตใจให้เบิกบาน มีหลายวิธี เช่น - ออกไปพบปะสังสรรค์เป็นประจ�ำกับ เพื่อน ญาติ หรือท�ำงานเป็นอาสา สมัคร - หางานท�ำในยามว่าง เช่น เขียนจดหมาย ซ่อมแซมของใช้ บันทึกเรื่อง ต่าง ๆ ข้อ 2 หลีกเลี่ยงสิ่งที่ท�ำให้เสียสุขภาพ เช่น - หลีกเลี่ยงน�้ำตาล หรืออาหารที่มีรสหวานจัดโดยทั่วไป น�้ำตาลไม่ควร เกินวันละ 6 ช้อนชา - ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ไม่ใช้สารเสพติด - หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บของศีรษะ - หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลต่อสมอง เช่น ยากล่อมประสาท ยานอนหลับ เคล็ดลับขั้นสูง ได้แก่ การฝึกเพื่อให้จ�ำได้ และลดสนิมในสมอง มาเริ่มกันที่ เคล็ดลับช่วยจ�ำ 1.จดบันทึกกิจกรรมที่จะท�ำในแต่ละวัน 2.พูดออกมาดัง ๆ ว่ามีกิจกรรม อะไรที่จะท�ำในแต่ละวัน 3.ติดสิ่งที่จะท�ำในที่ที่มองเห็นง่าย เช่น ตู้เย็น ประตูบ้าน 4.เก็บสิ่งของต่าง ๆ ให้เป็นที่ 5.อย่าท�ำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน 6.มีสติอเสมอ ขณะท�ำกิจกรรมแต่ละอย่าง ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๓ เคล็ดลับขั้นสูง กับ การฝึกคิดเลข การฝึกคิดเลข กับโจทย์เลขบวกลบที่ไม่ยาก ควรท�ำเป็นประจ�ำทุกวัน

รถไฟชีวิต

มีบทความเปรียบชีวิตเราเหมือนรถไฟที่แล่นไปจากที่หนึ่งสู่อีกที่หนึ่ง ให้แง่คิดและเห็นภาพได้ชัดและอีกเรื่อง การสร้างสุขภาพดีตามเข็มนาฬิกาชี้วัด ช่วยให้เข้าใจและจดจ�ำได้ง่าย น่าสนใจซึ่งน�ำมาฝากทุกท่านผู้อ่านลองพิจารณาดู ค่ะ ...บรรณาธิการ ชีวิตเหมือนกับการเดินทางโดยสารรถไฟ มีสถานีต่าง ๆ มีการเปลี่ยน เส้นทาง มีกระทั่งอุบัติเหตุ เราขึ้นขบวนรถไฟคันนี้ตอนเราถือก�ำเนิด พ่อ แม่ คือคนที่ตีตั๋วให้เรา เราเชื่อว่าท่านจะเดินทางด้วยรถขบวนนี้ กับเราตลอด ไป แต่แล้ว ที่สถานีใด สถานีหนึ่ง ท่านทั้งสองก็ต้องลงรถจากไป ปล่อยเรา ไว้เพียงล�ำพังกับการเดินทางนี้ วันเวลาผ่านไป จะมีผู้โดยสารอื่น ๆ ขึ้นรถ มา เรื่อย ๆ หลายคนจะเป็นคนที่เรารัก และผูกพัน เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เป็นลูก หลาน หรือกระทั่งเป็นที่รัก แห่งชีวิตของเรา หลายคนลงรถไปกลางทาง ทิ้งไว้ แค่ความทรงจ�ำความอ้างว้างและคิดถึงอันถาวรในชีวิตเรา หลายคนจากไปอย่าง ที่เราไม่ทันสังเกตด้วยซ�้ำ เขาลุกจากที่นั่งและลงรถไฟจากไปแล้ว ! การเดินทาง โดยรถไฟขบวนนี้จึงเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ ความโศกเศร้า ความมหัศจรรย์ ความสมหวัง ค�ำสวัสดี ค�ำอ�ำลา และค�ำอวยพรให้โชคดี การเดินทางที่ดีที่สุด คือ การได้ช่วยเหลือ ได้รัก ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน ผู้โดยสารทุกคน จง แน่ใจว่าเราได้ให้สิ่งที่ดีที่สุด เพื่อให้การเดินทางของพวกเขา มีความราบรื่นและ สะดวกสบาย ความน่าพิศวงของการเดินทางอันวิเศษยอดเยี่ยมนี้คือ ตัวเราเอง ก็ไม่รู้ล่วงหน้า ว่าเราจะต้องลงจากรถไฟที่สถานีไหน ฉะนั้น เราต้องมีชีวิตให้ แจ๋วที่สุด ปรับปรุงตัวเอง รู้จักลืม รู้จักอภัย ให้สิ่งดีที่สุด ที่เรามีแก่คนรอบ ข้าง ส�ำคัญเหลือเกินที่เราควรท�ำอย่างนี้ เพราะเมื่อถึงเวลาที่เราต้องลุกจากที่นั่ง เพื่อลงจากรถไฟไป เราจะทิ้งความทรงจ�ำ ที่สวยงามไว้แก่ผู้คน ที่ต้องเดินทาง โดยสาร รถไฟขบวนชีวิตนี้ต่อไป ขอบคุณมาก ๆ ที่มาเป็นผู้โดยสารคนหนึ่ง ใน ขบวนรถไฟชีวิตของกันและกัน ขอให้ผู้ร่วมทางทุกท่านพบพานแต่ความรื่นรมย์ ในการเดินทางบนขบวนรถไฟสายชีวิต ที่ครั้งหนึ่ง ช่วงเวลาหนึ่ง ณ สถานีใด

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๔

สถานีหนึ่ง เรามีโอกาสได้เดินทางร่วมกัน

ตัวชี้วัดกายสุขด้วยตนเองคือนครสุขภาพ

สรุป

น - น�้ำหนักสุขภาพ (ดัชนีมวลกาย = ส่วนสูงเป็นเซนติเมตร/400) ค - ความดันสุขภาพ (135/85) ร - รอบเอวสุขภาพ (1/2 ของความสูง)

-

รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ท�ำอะไรให้ได้ด้วยตัวเอง คิดดีมีความสุข ไม่อยู่ในความสุขสบายเกินพอดี ไม่มีทรัพย์ภายนอกเกินพอดี ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่ หรือได้รับการยกย่องเกินพอดี รักตัวเอง รักคนรอบข้าง รักเพื่อนมนุษย์ และเมตตาสัตว์

ขอให้ท่านที่เข้าสู่วัยชราหมั่นดูแลสุขภาพของท่านเองทั้งสุขภาพกายและ สุขภาพใจ วิถีชีวิตในวัย 80 ปี จะมีความสุข อย่าได้รอช้าหรือผัดวันประกันพรุ่ง ให้ ปฏิบัติตามค�ำสอนของท่านหลวงปู่สิมพุทธจาโร ที่ว่า สิ่งที่น่าเสียดายในโลกนี้ จะมีอะไรน่าเสียดาย เท่ากับปล่อยเวลา ผ่านเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ แม้ว่าจะเพียงแค่นาทีเดียว บทความนี้สรุปจากค�ำบรรยายของท่าน ศ.นพ.ไพรัช ดีสุจริต ภาควิชา เวชศาสตร์ป้องกันและสังคมโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ ผศ.นพ.สมเกียรติ แสง วัฒนาโรจน์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๕

แกว่งแขนลดพุง

แถมยังรักษาโรคได้เพียบ

1. ยืนตรงตัว เข่าไม่งอ แยกเท้าสองข้างออกจากกัน โดยมีระยะประมาณ ความกว้างหัวไหล่ 2. ปล่อยมือทั้งสองข้างลงตามธรรมชาติ อย่าเกร็ง ให้นิ้วมือชิดกัน หัน อุ้งมือไปข้างหลัง 3. หดท้องน้อยเข้า เอวตรง เหยียดหลัง ผ่อนคลาย กระดูกล�ำคอ ศีรษะ และปากผ่อนคลายตามธรรมชาติ 4. จิกลายนิ้วเท้ายึดเกาะพื้นส้นเท้าออกแรงเหยียบลงบนพื้นให้แน่น 5. ควรงอบั้นท้ายขึ้นเล็กน้อย ระว่างบริหารต้องหดก้น หรือขมิบทวาร หนัก 6. ตามองตรงไปจุดใดจุดหนึ่งท�ำสมาธิให้รู้สึกที่เท้า 7. แกว่งแขนไปข้างหน้าเบาหน่อย ท�ำมุม 30 องศากับล�ำตัวหายใจเข้า แล้วแกว่งไปข้างหลังให้แรง ท�ำมุม 60 องศากับล�ำตัว แล้วปล่อยให้เหวี่ยงกลับมา หายใจออกขณะแกว่งไปข้างหลัง 8. ควรท�ำต่อเนื่องอย่างน้อยครั้งละ 10 นาที และใน 1 วัน ควรท�ำรวม กันให้ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที ท�ำเช่นนี้สัปดาห์ละ 5 ครั้ง หากท�ำติดต่อกัน อย่างน้อย 1 เดือนครึ่ง ก็น่าจะเห็นผลลัพธ์ตามต้องการแล้ว

ประโยชน์ของการแกว่งแขน

ลดการสะสมของไขมัน ลดความดันโลหิตสูง ช่วยลดความเครียด ช่วยให้ ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ลดอาการปวดบ่า คอ ไหล่ จากการท�ำงาน แก้โรค ออฟฟิศซินโดรม ลดน�้ำตาลในเลือด ลดโอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยชะลอการเสื่อมของเข่า

น�้ำสลัดเพื่อสุขภาพ

ผั ก สดและธั ญ พื ช เป็ น อาหารที่ มุ คุ ณ ประโยชน์ ต ่ อ ร่ า งกายทั้ ง ช่ ว ยบ� ำ รุ ง สุขภาพ ผิวพรรณ ให้แข็งแรง สดชื่น และยังมีสารอนุมูลต้านอิสระช่วยป้องกัน ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๖ โรคมะเร็ง ภาวะสมองเสื่อมได้ดี น�้ำสลัดดี ๆ อร่อย ๆ จะช่วยให้เราทานผักสดได้ อย่างเอร็ดอร่อย ไม่เชื่อลองท�ำดูค่ะ

น�้ำสลัดงา

ส่วนผสม 1.น�้ำมันร�ำข้าว 4 ช้อนโต๊ะ 2.น�้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ 3.กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ 4.ขิงสับ 1 ช้อนโต๊ะ 5.น�้ำมันงา 1 ช้อนชา 6.งาขาวคั่ว 1 ช้อนชา 7.งา ด�ำคั่ว 1 ช้อนชา 8.ซีอิ๊วญี่ปุ่น 9.พริกไทยด�ำ วิธีท�ำ 1. น�ำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้าด้วยตะกร้อมือ 2. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วญี่ปุ่นและพริกไทยด�ำตามใจชอบ แนะน�ำ รับประทานกับ ผักสดพร้อมเต้าหู้นึ่ง

น�้ำสลัดฮันนี่โยเกิร์ต

ส่วนผสม 1.โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 8 ช้อนโต๊ะ 2.น�้ำมันร�ำข้าว 4 ช้อนโต๊ะ 3.น�้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ 4.น�้ำส้มสายชูหมัก 2 ช้อนโต๊ะ 6.เกลือ 7.พริกไทยด�ำ วิธีท�ำ 1.น�ำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้าด้วยกัน ตีด้วยตะกร้อมือ 2.ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทยด�ำตามชอบ แนะน�ำ รับประทานกับผลไม้และผักสด

น�้ำสลัดเลมอน

ส่วนผสม 1.น�้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ 2.น�้ำผึ้ง 2 1/2 ช้อนโต๊ะ 3.น�ำมันร�ำข้าว 1 ช้อน โต๊ะ 4.ขิงสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ 5.หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ 6.เกลือ 7.พริกไทยด�ำ วิธีท�ำ 1.น�ำส่วนผสมทั้งหมดผสมเข้าด้วยกัน ตีด้วยตะกร้อมือ 2.ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทยด�ำตามชอบ แนะน�ำ รับประทานกับผลไม้และกุ้งลวก ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๗

น�้ำสลัดเบซิลเดรสซิ่ง

ส่วนผสม 1.น�ำมันร�ำข้าว 3 ช้อนโต๊ะ 2.น�้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนโต๊ะ 3.น�้ำต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ 4.ใบโหระพาซอย 1 ช้อนโต๊ะ 5.หอมแดงสับ 1 ช้อนชา 6.กระเทียม สับ 1/2 ช้อนชา 7.เกลือ 1/2 ช้อนชา 8.น�้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา 9.พริกไทยด�ำ 1/2ช้อนชา วิธีท�ำ 1. ผสมน�้ำมันร�ำข้าวคิงกับน�้ำส้มสายชูหมัก และน�้ำปรุงรสด้วยเกลือ น�้ำตาล ทราย และพริกไทยด�ำ 2. ใส่ใบโหระพาหอมแดง กระเทียม คนให้เข้ากัน แนะน�ำ รับประทานกับ ผักสดพร้อมเนื้อปลาทูน่าในน�้ำแร่

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๘

น่านเต๊อะ

จารุณี สิงหะเนติ

ชวนเพื่อนแดงด�ำ๙๙ เที่ยวเมืองน่าน เราชื่อ จารุณี จงภู่ เป็นคนกรุงเทพมหานคร เมื่อก่อนนั้นอยู่ที่ซอย สดพิณสรรค์ ถนนราชวิถึ แขวง/เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เมื่อจบชั้นมัธยมแล้ว เข้าเรียนที่โรงเรียนเพาะช่าง เมื่อปี พ.ศ.2499 และจบจากโรงเรียนเพาะช่างเมื่อปี 2504 เช่นเดียวกับเพื่อนๆแดงด�ำ ๙๙ ทุกคน และได้เข้าท�ำงานอยู่ที่ศูนย์เยาวชน กรุงเทพมหานคร มีเพื่อนเราท�ำงานอยู่ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครหลายคน ต�ำแหน่งสุดท้าย ท�ำหน้าที่หัวหน้าศูนย์เยาวชน บางเขน กรุงเทพมหานคร และได้ ลาออกจากราชการก่อนครบอายุ 60 ปี คือลาออกเมื่ออายุ 58 ปี ในระยะที่เข้าท�ำงานที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ในช่วงระยะเวลา หนึ่ง เราได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เกือบได้ไปเป็นสาวญี่ปุ่นแล้วนะเนี่ย หลังจาก นั้นเราได้แต่งงานกับคุณวิศิษฐ์ สิงหะเนติ เลยได้เปลี่ยนนามสกุล จาก "จงภู่" เป็น "สิงหะเนติ" ลืมบอกไปว่า เราชื่อเล่นว่า "จ๋า" เมื่อแต่งงานแล้วมีลูก 2 คน ลูกผู้ชาย เป็นคนโต ไม่มีหลานให้ย่าอุ้มเล่นลูกชายไปท�ำงานอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ลูก คนที่สองเป็นผู้หญิง มีหลานให้ยายอุ่มเล่น สามคน หลังจากคุณวิศิษฐ์ สิงหะเนติ ได้เสียชีวิตไปแล้ว และจ๋าได้ลาออก จากราชการแล้ว ก็ได้ไปอยู่กับลูกชายที่อเมริกาบ้าง สองสามเดือนก็กลับ กรุงเทพมหานคร และเมื่อคิดถึงคุณแม่ซึ่งไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ก็ไปหาคุณแม่ อยู่กับคุณแม่ระยะหนึ่งก็กลับไปอยู่กับลูกสาวที่จังหวัดน่าน ซึ่งลูกสาวไปตั้งร้าน อาหารอยู่ที่ตัวเมืองจังหวัดน่าน ชื่อ"ร้านอาหารปุ้ม 3" เมื่อมาอยู่จังหวัดน่านแล้ว ก็เป็นยายคอยดูแลหลาน พาหลานไปโรงเรียน และไปรับกลับบ้านเป็นประจ�ำ ตลอดมา จนหลานๆ โต ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๓๙

ปัจจุบันนี้งานประจ�ำคือ ท�ำหน้าที่รับจ่ายเงิน ทอนเงินให้ลูกค้าที่มา ทานอาหารที่ร้านปุ้ม 3 ซึ่งเป็นร้านอาหารตามใจลูกค้าที่มารับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ขึ้นชื่อคือ แกงมัสมั่น ร้านปุ้ม 3 เปิดร้านตั้งแต่ 5 โมงเย็น และปิดร้านตอน 5 ทุ่มทุกวัน เป็นประจ�ำตลอดมา และได้พักผ่อนหลังเที่ยงคืน ไปแล้ว ช่วงกลางวันจ๋าก็ออกไปชมตลาดผ้า ชมวิวเมืองน่านในที่ต่างๆ และ ไปไหว้พระตามวัดต่าง ๆ ทั่วจังหวัดน่าน เมืองน่านมีที่เที่ยวมากมายหลาย แห่ง หน้าหนาวนี้มากระซิบรักกับคนรักที่เมืองน่านกันนะ มาแล้วก็มาแวะที่ ร้านปุ้ม 3 ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ ทุกคนจ้า ทุกๆ สามเดือนเราต้องเข้าไปกรุงเทพมหานคร เพื่อไปพบหมอที่ โรงพยาบาลวชิระพยาบาล รักษาโรคอยู่หลายโรค เพราะพวกเราทุกคนมีโรค ประจ�ำตัวกันอยู่ทุกคน หรือว่าใครไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่เป็นโรคอะไรเลย ช่วยแจ้ง ให้เพื่อนๆทราบบ้างนะ มีเคล็ดลับอะไรในการดูแลสุขภาพ เพื่อนๆ ทุกคนจะ ได้นัดพบเจอกันทุกๆ ปี มาเที่ยวเมืองน่าน น่านเป็นเมืองสงบ น่าอยู่ น่าเที่ยว ไม่เดือดร้อน อะไรเราจะไปไหนก็ขับรถไปเอง เพราะไม่มีผู้ที่จะบริการให้เราแล้ว เพราะคน ที่เคยบริการเรา เขาได้จากเราไปอยู่สรวงสวรรค์แล้ว ถ้าเพื่อนๆ มาเที่ยวเมืองน่าน เชิญมาแวะที่ร้านอาหรปุ้ม 3 เลขที่ 87/2 ถนน อนันตวรฤทธิเดช ต�ำบลในเวียง อ�ำเภอเมือง จังหวัดน่าน 55000 โทร 089-759-2266 จ๋ายินดีต้อนรับเพื่อนๆ ทุกคนตลอดเวลา นะจ๊ะ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เล่าสู่กันฟัง 2

๔๐

ชุมพร วัฒนกามินทร์

ชุมพร วัฒนกามินทร์ ขอรายงานตัวครับ

เราเกษียณในปี 2542 ในต�ำแหน่งสุดท้ายคือ ผู้ช่วยผู้อ�ำนวยการโรงเรียนเบ็ญจะมะ มหาราช หลังเกษียณก็คิดว่าตัวเองมีก�ำลังวังชา อยากจะท�ำงานที่ชอบ และเคยท�ำมาก่อน จึงตัดสินใจ ท�ำนาที่ได้รับเป็นมรดก 2 แปลง 15 ไร่ และ 7 ไร่ ท�ำแบบตามหลักวิชา ใช้ปุ๋ย Em ข้าวงาม ดีใจ เก็บในฉางหรือที่อีสานเรียกว่า"เล้าข้าว" กินไม่กี่คนกินก็ไม่หมด พอเหลือมากปลายปีเอาไปขาย เมื่อ ข้าวใหม่มาราคามันก็ตก ท�ำเองอยู่ 3 ปี ต่อมาเปลี่ยนให้คนเช่า เราเอาข้าวมาก็กินไม่หมดอีก สุดท้าย ขณะนี้ เราเอาแต่เงินค่าเช่าอย่างเดียว นาน ๆ ทีก็ไปดูแปลงนา และไปชมข้าวเท่านั้นเอง ส่วนงาน อื่น ๆ ก็ยังท�ำต่อไป เช่น เป็นกรรมการมูลนิธิและสมาคม ชมรม โดยเฉพาะชมรมผู้สูงอายุ ซึ่งท�ำมา ตั้งแต่ปีที่เกษียณ เพราะคิดว่าเราเป็นผู้สูงอายุ ขอท�ำงานกับผู้สูงอายุจะได้คุยกันรู้เรื่อง ขณะนี้ก็เป็น กรรมการสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยประจ�ำจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมทั้งเป็นสมาชิก ชมรมอยู่ 8 ชมรม มีโอกาสได้พบปะเพื่อนฝูงอาชีพต่าง ๆ แต่ละชมรมก็จัดท่องเที่ยว ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สนุกดี มีประสบการณ์ คิดว่าอายุ 80 กว่าก็ยังไปได้สบาย ลูกเรา 3 คน คนโตและคน สุดท้ายแต่งงานแล้ว เหลือคนกลาง นี่จะ 40 แล้ว (ผู้หญิง) เรามีหลาน 1 คน ช่วงปิดเทอมก็ไปเยี่ยม ปู่-ย่า เขาอยู่ที่กรุงเทพฯ ใน 1 ปีก็ยกทีมไปเยี่ยมพ่อ-แม่ ช่วงเดือนเมษายน เราก็พาลูก-หลานไปเยี่ยม แม่เรา ซึ่งอายุ 100 กว่าปี อยู่กับน้องชายที่บ้านเกิดเรา บ้านน�้ำค�ำแดง ต�ำบลเตย อ�ำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลฯ ทุกวันนี้ว่าง ๆ ก็อ่านหนังสือทุกชนิด โดยเฉพาะธรรมะ สะสมค�ำสอน คติพจน์ดี ๆ เมื่อ อ่านจบ อบายมุขทุกชนิดเลิกหมด อาหารการกินไม่ตามใจปาก ตรวจสุขภาพ พบหมอตามนัด

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๔๑

ออกก�ำลังกายและท�ำสวนครัว ไม้ประดับ พักผ่อน นอน 3 ทุ่ม ตื่นตี 4 เป็นประธานชมรมรักและ ผูกพัน ตั้งแต่ปี 42 ถึงปัจจุบัน แม่บ้านเราก็เป็นประธานชมรมผู้สูงอายุสถานีกาชาดที่ 7 อุบลฯ ก็ เลยต้องรับผิดชอบ เพราะมีสมาชิกมาก มีการประชุมท�ำกิจกรรมตลอดปี ซึ่งก็ดีไปอย่าง สมองจะได้ ไม่ฝ่อ อายุปูนนี้แล้วนะ เห็นเพื่อนจากไปก็ใจหายเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเกิดกับตายมาด้วยกัน แต่ ความผูกพันท�ำให้หวนคิดถึงกันนะ ขอคุยกับเพื่อนเท่านี้ก่อน ถ้าไปอุบลฯ อย่าลืมโทรฯ บอก มีคนเดียวที่ไปถึงบ้านเราคือ สนอง โกศัย ต้องขอบคุณ อย่างมาก ขอให้เราได้มีโอกาสต้อนรับเพื่อนบ้าง โทรฯเบอร์บ้าน 045-312501 มือถือ 084-0357198 คิดถีงเพื่อนอยู่เสมอ

ชุมพร วัฒนกามินทร์

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๔๒

เล่ าสู่กันฟั ง 2

ชีวติ หลังเกษียณ ของ

พ.ต.ท.ธนาคม ทินกร วันนี ้ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ผม พ.ต.ท. ธนาคม ทินกร มารายงานตัวต่ อ ผศ.มงคล แล้ วครั บ ผมได้ รับโทรศัพท์ จากท่ าน ผศ.มงคลตัง้ แต่ วันที่ 21 ธันวาคม 2559 โทรมา ทวงเรื่ องเล่ าฯ ชีวติ หลังเกษียณ ซึ่งอาจารย์ มงคลเคยขอให้ ผมเขียนเล่ า เรื่ องราวชีวติ หลังจากได้ เกษียณจากราชการ ผมรั บปากกับมงคลไว้ ว่าจะ เขียนส่ งมาให้ และก็เริ่มเขียน เขียนไปเขียนมา มานั่งอ่ านๆ ดูไปดูมามัน ไม่ ค่อยเข้ าท่ า หมดกระดาษฉีกขนาด A4 ไปครึ่งเล่ ม คิดว่ าคงไม่ ได้ เรื่ อง แล้ ว และตัง้ ใจว่ าให้ อาจารย์ มงคลลืมๆ จะได้ ไม่ ต้องส่ งเรื่ องแต่ พอมาถีง วันนี ้ เพื่อน Line มาอีก ผมรู้ สึกละอายใจเป็ นอย่ างยิ่ง ก็เลยจ�ำใจเขียน ก็ไม่ ร้ ู จะเอา อะไรมาเขียน มันสับสนในสมองว่ าจะเขียนอะไรดี นึกไปนึกมา เออ! เขียนเรื่ องเพื่อนๆ เราดีกว่ า เขียนรวมกันไปทัง้ เพื่อนหญิง และเพื่อนชาย แบบนีเ้ รี ยกว่ า ส�ำรวม เหมือนตอนสมัยที่เราเรี ยนด้ วยกัน เราก็พดู คุย สนิทสนม ด้ วยความคิดถึง มาทราบว่ าบางคนก็จากไปแล้ ว จะตะโกนหาดังเพียงใด ก็ ไม่ มีวันได้ พบ ยิ่งทวีความคิดถึงเป็ นล้ นพ้ นมากยิ่งขึน้ ส่ วนคนที่พบกัน แม้ จะเลือนๆ ไปบ้ าง แต่ แววตาที่สบกัน พร้ อมกับรอยยิม้ น้ อยๆ ก็พาให้ ปลืม้ ใจมาก เหมือนกับ ปลุกความแต่ หนหลัง วิ่งเข้ าสู่ความทรงจ�ำ เท่ านีก้ เ็ พียงพอแล้ ว ว่ านี่แหละคือเพื่อนที่ เรี ยนในสถาบันเดียวกันมา ผมมีความภาคภูมใิ จอย่ างมาก ที่พวกเราได้ เข้ ามาเรี ยนในสถาบันนีเ้ ป็ นรุ่ น แรก ทัง้ ผลัดเช้ าและบ่ าย รู้ จกั รั กใคร่ กันเป็ นอย่ างดี เป็ นการรวมตัวกันได้ อย่ างแนบ แน่ น ก็ต้องขอชมเชยท่ านประธานของเรา คือ คุณก�ำธร อินทรพิชัย และผู้ประสาน งานคือ คือคุณวิเชียร และภรรยาเขา คือ คุณวรณี เอี่ยมนาคะ ที่เอาใจใส่ ทกุ เรื่ องไม่ ว่า ใครเป็ นใครตาย ใครแต่ งงาน บวช เพื่อนจะส่ งข่ าวให้ เพื่อนๆ ทราบทุกครั ง้ โดยเฉพาะ ประธานเราคุณก�ำธร เป็ นผู้มีจติ ใจกว้ างขวาง มีความเอือ้ เฟื ้ อเผื่อแผ่ มีจติ ใจเป็ นกุศล อยู่เสมอ ไม่ ว่าเพื่อนคนไหน จะมีงานการอะไร ถ้ าเพื่ อนว่ าง ไม่ มีภารกิจไปต่ างประเทศ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๔๓

ก�ำธรก็จะไปทุกงาน โดยเฉพาะในเดือนมกราคมของทุกๆ ปี ก�ำธรจะเชิญพวกเราใน รุ่ นทุกคน ไปพบปะสังสรรค์ กันเป็ นประจ�ำเสมอมา อันนีจ้ งึ ท�ำให้ พวกเรา รุ่ นเราทัง้ เช้ า บ่ าย มีความสนิทสนมแนบแน่ นกันมาตราบทุกวันนี ้ จนเป็ นที่กล่ าวขวัญของบรรดา ท่ านอาจารย์ ของเรา และรุ่ นน้ องๆ ต่ อมาว่ า รุ่ นพี่แดงด�ำรุ่ น 99 นีก้ ลมเกลียวกันมาก เอ้ า! อาจารย์ มงคล ขอให้ เขียนเล่ าเรื่ องการใช้ ชีวติ หลังเกษียณ ผมก็เอาเรื่ อง อะไรมาเขียนก็ไม่ ร้ ู นี่แหละหนาเขาว่ า "คนแก่ " เอาละ! ก็เข้ าเรื่ องกันเสียที ตอนที่ผมเกษียณอายุราชการ ที่จริงยังไม่ ถงึ ก�ำหนดที่จะเกษียณดี แต่ ผมชิงลาออกก่ อน ส่ วนสาเหตุท่ ตี ้ องลาออกก่ อนนัน้ ผมเคย เกริ่นไว้ ในเรื่ องเล่ าฉบับที่แล้ ว จะไม่ ต้องพูดอีก หลังจากออกมาอยู่บ้านที่ราชบุรี ผมมี ความสุขทัง้ ด้ านร่ างกายและจิตใจมาก รู้ สึกว่ าทุกสิ่งทุกอย่ างมันโล่ งไปหมด หลังจาก เราต้ องผจญอยู่ในสภาพที่ถูกบีบคัน้ ทางด้ านจิตใจ และเราไม่ ต้องมารั บผิดชอบต่ อ ผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็ นผู้ใต้ บงั คับบัญชาของเรา มันไม่ ใช่ เฉพาะแต่ ตวั เขาเท่ านัน้ ยังรวมไป ถึงภรรยาและลูกๆ เขาด้ วย เราเป็ นผู้บงั คับบัญชาจะต้ องดูแลทัง้ หมด บางท่ านอาจ สงสัยว่ าท�ำไมจะต้ องดูแลกันขนาดนัน้ เชียวหรื อ? แฟลตต�ำรวจเรา เป็ นแฟลตบ้ านพัก รวม มีผ้ ูบงั คับบัญชา และผู้ใต้ บงั คับบัญชา ถ้ าเราไม่ ดแู ลเข้ มงวดมันก็จะเละ มีการ เล่ นการพนัน ตัง้ ตัวเป็ นเจ้ ามือหวยเถื่อน หรื อวิ่งหวยเถื่อน ยาเสพติด มันสารพัดเรื่ อง พอมีเสียงแว่ วเข้ าหูผ้ ูบงั คับบัญชา อะไรจะเกิดขึน้ พ่ อเจ้ าประคุณเอ๋ ย ผู้บงั คับบัญชา มันสับคุณเละตุ้มเป๊ะในที่ประชุมประจ�ำเดือนเลย มันเป็ นการประจานคุณชัดๆ มิใช่ มีแต่ เรื่ องเลวร้ าย มันก็มีเรื่ องดีๆ ที่น่าภาคภูมใิ จตามที่พรหมลิขติ ไว้ ในชีวติ ผม ผมมี โอกาสได้ รับใช้ เบือ้ งยุคลบาทจะนับว่ าใกล้ ชดิ หรื อไม่ ใกล้ ชิดก็ได้ ตัง้ แต่ สมเด็จย่ า จน กระทัง้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

ครอบครั ว "ทินกร"

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๔๔

เหรี ยญ มวก. ร 10 /

เหรี ยญ สว. /

เหรี ยญ ภปร. /

พระปิ ดตา /

เหรี ยญหลวงพ่ อคูณ

ปี 2513 ผมได้ รับพระราชทานเหรี ยญครบ 3 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้ า อยู่หวั ฯ สลักพระนามาภิไธย สว.จากสมเด็จย่ าฯ ณ วังสระปทุม ปี 2530 ได้ รับพระราชทานเหรี ยญพระนามาภิไธยย่ อ ภปร. พระบาทสมเด็จ พระเจ้ าอยู่หวั ฯ พระชนมายุครบ 60 พรรษา ปี 2537 ได้ เข้ าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชทรงประดับยศให้ ท่ พ ี ระต�ำหนัก วัดบวรนิเวศ และพระราชทานพระปิ ดตาให้ 1 องค์ ปี 2540 ได้ รับพระราชทานพระหยดน�ำ้ จากสมเด็จพระเจ้ าอยู่หวั ฯ รั ชกาล ที่ 10 ขณะที่ยังทรงเป็ นสมเด็จพระบรมโอสาธิราช ปี 2541 สมเด็จพระนางเจ้ าฯพระบรมราชินีนาถ พระราชทานเหรี ยญ-หลวงพ่ อคูณเลี่ยมทอง และได้ รับพระ ราชทานพระนางพญากวนอิมจากสมเด็จพระสังฆราช ฯ ที่ พระต�ำหนักสมเด็จฯ ที่ดอยปุย เชียงใหม่ คราวตามเสด็จ อารั กขาสมเด็จพระนางเจ้ าฯ ณ พระต�ำหนักภูพงิ ค์ ราชนิเวศ และได้ รับพระราชทานเหรี ยญสมเด็จพระนเรศวร, สมเด็จ ถวายอารักขาที่ตำ� หนักภูพงิ ค์ พระศรี สุริโยทัยคราวตามเสด็จฯ อารั กขา ณ พระต�ำหนักทักษิณราชนิเวศ นราธิวาส ต่ อมาผมก็เขียนใบลาออกจากราชการเมื่อ 21 พฤษภาคม 2542 ซึ่งยังไม่ ครบก�ำหนดชีวติ เกษียณราชการ เพราะผมจะครบก�ำหนดชีวติ ราชการเดือนตุลาคม 2543 ผมเกิดเดือน ตุลาคม 2482 จึงได้ แถม 1 ปี เอาละ เกษียณกันจริงๆ แล้ ว จะ ต้ องพูดถึงชีวติ หลังเกษียณซะที เพราะที่เขียนมายืดยาวนัน้ มันยังไม่ เกษียณ เกษียณแล้ วกลับไปอยู่บ้านที่ราชบุรี ลูกน้ องก็แห่ ตามมาส่ งถึงบ้ าน มากินนอนกันที่บ้านกลุ่มใหญ่ ว่ ากันเต็มพิกัดอิสระ เพราะเราไม่ ได้ เป็ นข้ าราชการแล้ ว ต่ อ ไปคิดว่ าถ้ าว่ างก็จะไปเที่ยวกันละ ต่ อมารั ฐบาลติดตัง้ กองทุนหมู่บ้าน ให้ ประชาชน ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๔๕

ในแต่ ละหมู่บ้าน ประชุมกันเพื่อเลือกเฟ้นผู้ท่ จี ะท�ำหน้ าที่ประธานกรรมการกองทุน หมู่บ้าน เอาละซี จะพักผ่ อนสบายๆ ไม่ อยากท�ำอะไร มาเจองานรั บผิดชอบต่ อสังคม ในหมู่บ้านเข้ าให้ อีก จะปฏิเสธก็กลัวข้ อครหาว่ าเราไม่ ช่วยชาวบ้ าน ก็จำ� ใจต้ องรั บ มันเป็ นเรื่ องยุ่ง ๆ พอสมควรเลย เพราะแต่ ละคนไม่ เคยมีประสบการณ์ กันมาก่ อน ต้ องมาแต่ งตัง้ กรรมการและคณะท�ำงาน เมื่อแต่ งตัง้ เสร็จ ประธานต้ องร่ างระเบียบ ปฏิบตั งิ านของกองทุนหมู่บ้าน เสนอไป ที่กองทุนหมู่บ้านประจ�ำอ�ำเภอ พิจารณา ว่ าจะใช้ ได้ หรื อจะต้ องแก้ ไขอะไรบ้ าง ทาง ฝ่ ายรั ฐบาลก็เร่ งให้ เร็วๆ เพราะจะโอน เงินให้ หมู่บ้านไว ๆ เมื่อระเบียบการเสร็จ บรรดาลูกน้ องพากันไปส่ งเมื่อคราวลาออก ก็ แ จ้ ง ประชาชนในอ� ำ เภอมาสมั ค รเป็ น สมาชิก เมื่อได้ สมาชิกแล้ วแจ้ งอ�ำเภอ ทางฝ่ ายรั ฐบาลเห็นว่ าทุกอย่ างเรี ยบร้ อย ก็ โอนเงินลงกองทุนละสองล้ านบ้ าน เมื่อโอนเงินเข้ ากองทุนแล้ ว ทางประธานกองทุน ก็แจ้ งให้ สมาชิกมากู้เงินไปใช้ กันรายละสองหมื่นบาท เมื่อสมาชิกกู้เงินไปครบ 1 ปี ต้ องน�ำเงินต้ นมาคืนกองทุนพร้ อมดอกเบีย้ ร้ อยละห้ าสิบสตางค์ แล้ วประธานมีหน้ า ที่คอยรวบรวมเงินพร้ อมดอกเบีย้ ทัง้ หมด ที่รับส่ งคืนจากสมาชิกน�ำฝากธนาคาร ออมสิน และน�ำสัญญากู้เงินของสมาชิกที่ขอกู้ใหม่ ส่งธนาคารออมสินพร้ อมสมุดของ ธนาคาร ทางธนาคารจะโอนเงินเข้ าบัญชีเงินฝากของสมาชิกต่ อไป ผมทนรั บหน้ าที่ ประธานกองทุนนีอ้ ยู่ 5 ปี เมื่อมารั บหน้ าที่ประธานได้ ประมาณปี กว่ าๆ ผมได้ ลาออก จากประธาน บรรดาสมาชิกกองทุนทราบเรื่ องว่ าผมขอลาออก เขาก็รวมตัวกันโดย ตัง้ สุภาพสตรี สูงอายุผ้ ูหนึ่งเป็ นหัวขบวนน�ำช่ อดอกไม้ บุกบ้ านผมมาขอร้ องไม่ ให้ ผมลา ออก เพราะถ้ าผมลาออกแล้ วจะหาผู้ทำ� หน้ าที่แทนล�ำบากมาก เพราะชาวบ้ านมีอาชีพ ท�ำการเกษตรเป็ นส่ วนใหญ่ มีการศึกษาน้ อย พวกก�ำนัน ผู้ใหญ่ บ้านก็ไม่ ยอมรั บกัน และพวกนีค้ วามรู้ กเ็ หมือนๆ กัน ชาวบ้ านในพืน้ ที่เช่ นกัน ผมทนทุกข์ ทรมานอยู่ห้าปี คิดจะปลีกตัวออกจากประธานกองทุนได้ อย่ างไร เพราะผมเบื่อกับคนพวกนี ้ สาเหตุ เพราะว่ าสมาชิกผู้ก้ ู กู้เงินไปแล้ ว ถึงก�ำหนดใช้ เงินคืนพวกนีจ้ ะหลบหน้ าตามตัวไม่ พบ โทรศัพท์ กป็ ิ ดเครื่ อง หรื อไม่ กเ็ ดินทางไปต่ างพืน้ ที่ ต้ องตามกันจ้ าละหวั่นทัง้ ขู่ทงั ้ ปลอบ สารพัด ประธานมีหน้ าที่รวบรวมเงินทัง้ สิน้ ท�ำบัญชีงบดุลส่ งกองทุนอ�ำเภอ ท�ำบัญชี ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๔๖ ผู้ก้ ูส่งธนาคารพร้ อมเงินต้ นและดอกเบีย้ เมื่อธนาคารตรวจสอบเรี ยบร้ อยก็อนุมัตใิ ห้ ผู้ก้ ูก้ ูต่อไป ผู้อยากกู้กต็ ้ องการเงินเร็วๆ มันเป็ นปั ญหามากส�ำหรั บประธาน และจะท�ำ อย่ างไรผมจึงจะพ้ นภาระประธานกองทุน บังเอิญในหมู่บ้านมีบุคคล ๆ หนึ่ง เขามีนิ สับชอบอาสา อยากจะเป็ นผู้โดดเด่ นในสังคม เขาจะท�ำความรู้ จกั กับบุคคลไปทั่ว ไม่ ว่ าจะเป็ นนักการเมืองระดับชาติหรื อระดับท้ องถิ่น ผมคิดว่ าลองทาบทามคนๆนีด้ ู น่ า จะเข้ าท่ า ผมทาบทามทีแรกเขาไม่ กล้ า เขากลัวว่ าเขาจะท�ำไม่ ได้ บังเอิญผู้ใหญ่ บ้าน ในหมู่บ้านผม จะครบวาระพอดีและบุคคลผู้นี ้ เขามีโปรแกรมที่จะสมัครแข่ งขันเป็ น ผู้ใหญ่ บ้านด้ วย ก็เข้ าล๊ อกผม เลยไซโคว่ าเป็ นประธานกองทุนนีจ้ ะท�ำให้ ได้ คะแนน เสียงมาฟรี ๆ จากสมาชิกกองทุนที่เป็ นประธานอยู่นี ้ โดยไปหาคะแนนเพิ่มอีกนิด หน่ อยก็จะชนะเลือกตัง้ แล้ ว เขาเห็นดีตอบตกลงผมดีใจมาก คราวนีเ้ สร็จโก๋ แน่ ผมรี บ ท�ำเรื่ องขอลาออกจากประธานต่ อนายอ�ำเภอ และเสนอชื่อบุคคลผู้นีพ้ ร้ อมค�ำยินยอม อ�ำเภออนุมัติ ผมส่ งมอบบัญชีต่างๆ ตรวจสอบเป็ นที่เรี ยบร้ อย ถูกต้ อง เสร็จสิน้ ภาระ ของผมเสียที โล่ งอก พอเลือกตัง้ ผู้ใหญ่ บ้านเข้ าจริง ๆ บุคคลผู้นีไ้ ม่ ได้ เพราะคู่แข่ งเขา ใช้ เงินซือ้ เสียงเลยสอบตก อดเป็ นผู้ใหญ่ บ้าน ตอนเกษียณทีแรกก็กะว่ าจะไปเที่ยวกัน ท�ำไปท�ำมามันก็ไม่ เป็ นไปตามที่ เราได้ ตงั ้ ใจเพราะบ้ านผมอยู่กันสองคน ผมไม่ มีลูก จะไปไหนแต่ ละครั ง้ ต้ องหาพวก น้ องๆ ที่เขาว่ างมาเฝ้าบ้ านให้ จะไปไหนครั ง้ ละหลายๆ วันก็ไม่ ได้ เพราะแต่ ละคน ก็มีภารกิจท�ำมาหากิน เกรงใจเขา แต่ ต่อมาระยะหลัง เขาส่ งลูกๆ มาอยู่เพื่อเรี ยน ต่ อในจังหวัด พอมีหลานๆ มาอยู่ด้วยเราก็ไปเที่ยวได้ ทีมที่เราไปเที่ยวด้ วยกันก็มี ผู้สูงอายุทงั ้ สิน้ มีเพื่อนของเพื่อนภรรยาผม ซึ่งเขาก็เป็ นรุ่ นพี่ แล้ วเขาก็มีเพื่อนรุ่ น พี่อีกทีหนึ่ง ซึ่งเขาเรี ยนที่โรงเรี ยนศึกษานารี ด้วยกัน และก็กลุ่มนีม้ ีภรรยาของอดีต ผู้บญ ั ชาการทหารเรื อสัตหีบรวมอยู่ด้วย เพราะท่ านก็อยู่บ้านกันสองคนตายาย ลูก ท่ านก็โตและก็มีหน้ าที่การงานกันหมดแล้ ว ท่ านทัง้ สองไม่ มีอะไรที่ต้องห่ วง แต่ ท่ ี น่ าเป็ นห่ วงคือ พี่ผ้ ูหญิงภรรยาของท่ านผู้บญ ั ชาการ เคยป่ วยเป็ นมะเร็งล�ำไส้ และ ตัดล�ำไส้ ไปมากพอสมควร มีปัญหาเรื่ องการที่จะเข้ าห้ องน�ำ้ บ่ อย พี่ผ้ ูชายจะต้ อง ดูแลใกล้ ชดิ ดังนัน้ เมื่อจะไปเที่ยวไหนกันก็ต้องพบท่ านทัง้ คู่ ในทีมนักเที่ยว ทีมนี ้ มีชายเพียงสองคนเท่ านัน้ พี่ผ้ ูชายชื่อพล.ร.ท.พิจติ หรื อวิจติ รผมจ�ำไม่ ได้ แต่ ต่อไป นีผ้ มจะใช้ คำ� ว่ าพี่จติ รก็แล้ วกัน และในทีมนี ้ ผมและภรรยาผมมีอายุน้อยที่สุดใน ทีม เราไปเที่ยวด้ วยกันหลายๆ จังหวัดในประเทศ ไม่ ว่าเหนือ-อีสาน และใต้ ลาว ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๔๗

สิบสองปั นนา และลังกาวี การไปเที่ยวของพวกเราซึ่งเป็ นการไปกลุ่มเล็กๆ นัน้ โดย มากเราไม่ มีกำ� หนดการเป็ นโปรแกรมตายตัว และจะไม่ มีการจองที่พกั ไว้ ล่วงหน้ า เที่ยวกัน ชิวๆ สบายๆ ค�่ำไหนค่ อยหาที่พกั กัน มีอยู่ครั ง้ หนึ่งเรากลับจากเกาะลังกา วี ขากลับก็แวะที่โน่ น นั่นนี่ กันจนค�่ำ หาข้ าวกิน เสร็จแล้ วคิดว่ าหาที่พกั คงไม่ มีปัญหา พอเอาเข้ า จริงๆ แวะหาโรงแรมที่พกั พี่จติ รกับผมวิ่งแยกกัน หาโรงแรม พี่จติ รวิ่งไปโรงแรมนี ้ ผมไปโรงแรม โน้ น ไม่ มีว่าง ต้ องวิ่งรถข้ ามจังหวัด กว่ าจะหา ที่พกั ได้ กป็ าเข้ าไปเที่ยงคืน มันก็เป็ นความสนุก ไปอีกแบบหนึ่ง ตอนที่พวกเราไปเที่ยวกันนัน้ ที่ล๊อบบีโ้ รงแรมสิบสองปั นนา ภรรยาของพี่จติ ร ก็สุขภาพไม่ แข็งแรง ส่ วนพี่จติ รตอนนัน้ อายุใกล้ 80 แล้ ว แต่ ท่าน แข็งแรง ต่ อมาผมได้ ทราบข่ าวว่ าพี่จติ รเป็ นเป็ นโรคอัลไซเมอร์ อย่ างหนัก และพี่ผ้ ูหญิง ในทีมของเราก็เสียชีวติ ไปอีกคน ขณะที่พวกเราในทีมเที่ยวอายุกม็ ากขึน้ ร่ างกาย ชักจะไม่ ส้ ูจงึ ค่ อยสลายไป ในช่ วงนีไ้ ม่ มีการนัดหมายที่จะไปเที่ยวไหนกันอีกเลย เมื่อ ไม่ ได้ เที่ยวก็หนั หน้ าเข้ าวัดท�ำบุญ บังเอิญเจ้ าอาวาสวัดไผ่ ล้อมที่อยู่ตดิ กับบ้ านผมได้ มรณะลง ชาวบ้ านได้ ไปนิมนต์ พระรู ปหนึ่ง ซึ่งเคยบวชที่วัดนีแ้ ละเป็ นศิษย์ ของเจ้ า อาวาสองค์ ท่ มี รณภาพมาเป็ นเจ้ าอาวาสแทน ครั ง้ แรกท่ านไม่ รับ เพราะท่ านไม่ อยาก รั บภาระ และท่ านเป็ นพระที่ปฏิบตั ิ ชอบธุดงค์ เมื่อท่ านบวชได้ สองพรรษาท่ านก็ออก ธุดงค์ ไปเรื่ อยๆ จนถึงจังหวัดอุบล และไปพ�ำนักอยู่ท่ วี ัดเขื่อน อ�ำเภอพิบลู มังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เป็ นพระป่ าสายหลวงพ่ อชา ท่ านจ�ำพรรษาอยู่วัดเขื่อนสิบกว่ าปี เมื่อเจ้ าอาวาสวัดไผ่ ล้อมอาพาธ ท่ านก็กลับมาดูแลอาจารย์ ท่าน จนอาจารย์ มรณภาพ และฌาปนกิจเจ้ าอาวาสองค์ เก่ าเสร็จท่ านจะเดินทางกลับไปอุบลฯ ชาวบ้ านผู้เฒ่ าผู้ แก่ รวมกันอ้ อนวอนให้ ท่านรั บเป็ นเจ้ าอาวาส เมื่อทนอ้ อนวอนไม่ ได้ ท่ านจึงจ�ำต้ องรั บ เมื่อท่ านรั บแล้ วก็ถงึ คราวแต่ งตัง้ กรรมการวัดชุดใหม่ อยู่ๆ ก็มีคำ� สั่งแต่ งตัง้ มรรคทายก วัดไผ่ ล้อมใส่ กรอบเรี ยบร้ อย โดยให้ อดีตผู้ใหญ่ บ้านซึ่งเป็ นกรรมการวัดชุดเก่ าน�ำมา มอบให้ ผม ซึ่งลงนามแต่ งตัง้ โดยเจ้ าอาวาสองค์ ใหม่ ผมเลยจ�ำเป็ นต้ องรั บไว้ จะปฏิเสธ ก็ไม่ ได้ เพราะท่ านเจ้ าอาวาสท่ านไปปรึกษากับผู้หลักผู้ใหญ่ ในหมู่บ้านแล้ ว และผู้ใหญ่ ในหมู่บ้านเสนอแต่ งตัง้ ให้ ผมเป็ น ก็ต้องเป็ นภาระจ�ำยอมอีกครั ง้ หลังจากเป็ นประธาน กรรมการกองทุนหมู่บ้าน เมื่อคุณก�ำธร ประธานแดงด�ำ๙๙ นัดเลีย้ งวันเกิดที่ราชนาวี ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๔๘

แดงด�ำ๙๙ นัดเลีย้ งวันเกิดที่ราชนาวีสโมสรครั ง้ หลังสุด ผมได้ แจ้ งให้ คุณ ก�ำธรทราบว่ าผมอยากจะชวนเพื่อนๆ ให้ สร้ างกุศลไปทอดกฐินที่วัดไผ่ ล้อม กันสักครั ง้ คุณก�ำธรเมื่อทราบจุดประสงค์ จึงประกาศในขณะที่พวกเรา กินเลีย้ งในวันนัน้ เลย โดยรั บเป็ นประธานในการจัดทอดกฐินในปี นัน้ ที่วัด ไผ่ ล้อม โดยได้ คุณสัมฤทธิ์ ถมสุวรรณ (เพะโยม) คุณวิเชียร-วรณี เอี่ยมนาคะ คุณ ลัดดาวัลย์ ศิริพานิช และเพื่อนอีกหลายๆ คน ช่ วยกันประชาสัมพันธ์ บอกบุญ เพื่อนรุ่ นเราให้ ไปร่ วมกันทอดกฐิน ในปี นัน้ รวบรวมเงินทอดกฐินในนาม เพื่อนแดงด�ำ๙๙ ได้ ถงึ ล้ านกว่ าบาท นับว่ ามากพอสมควร ขออนุโมทนาใน ส่ วนกุศลที่พวกเรา เพื่อนๆ ทุกๆ คน ที่ได้ ร่วมกุศลท�ำบุญทอกกฐินในครั ง้ นัน้ จงมีแต่ ความสุขความเจริญ โดยเฉพาะคุณก�ำธร อินทรพิชัย ประธานรุ่ นของ พวกเรา

เอ้ า! จบแล้ วครั บ พ.ต.ท.ธนาคม ทินกร

เมื่อคราวไปเที่ยว สปป ลาว ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๔๙

เล่ าสู่กันฟั ง2

หมู

ธวัชชัย

รอดเรื องเดช วันเดือนปี เกิด

23 มีนาคม 2481

การท�ำงาน

- จบมัธยมศึกษาปี ที่ 2 จากโรงเรี ยนสวนกุหลาบวิทยาลัย - เข้ าศึกษาที่โรงเรี ยนเพาะช่ าง เมื่อปี 2499 - จบการศึกษาประโยคครู มัธยมการช่ าง (ป.ม.ช.) - ได้ รับโล่ เชิดชูเกียรติ ศิษย์ เก่ าเพาะช่ างดีเด่ น ปี 2558

ประสบการณ์ การท�ำงาน

- เป็ นครู โรงเรี ยนอ�ำนวยศิลป์พระนคร - เป็ นครู โรงเรี ยนศรี สำ� โรงชนูปถัมภ์ อ�ำเภอศรี สำ� โรง จังหวัดสุโขทัย - โอนมารั บราชการที่สำ� นักพระราชวัง ประจ�ำที่วังสวนจิตรลดา - ปฏิบตั หิ น้ าที่บนั ทึกพระราชด�ำรั สและพระบรมราโชวาทที่ทรงพระราชทาน ในวโรกาสต่ างๆ - ปฏิบตั หิ น้ าที่ช่วยถ่ ายภาพยนตร์ ส่วนพระองค์ เวลาเสด็จฯ แปรพระ ราชฐานเยี่ยม-ราษฎรตามสถานที่ต่างๆ - เป็ นกรรมการตรวจรั บการเปลี่ยนเครื่ องทรงพระแก้ วมรกต - เป็ นเจ้ าหน้ าที่พมิ พ์ ประกาศนียบัตรประกอบพระสมเด็จหลวงพ่ อจิตรลดา - เป็ นหัวหน้ าฝ่ ายบูรณะราชภัณฑ์ กองศิลปกรรม ส�ำนักพระราชวัง - เป็ นกรรมตรวจรั บการซ่ อมแซมอาคารและพระต�ำหนักเก่ าต่ างๆ ใน พระบรม-มหาราชวัง เช่ น พระต�ำหนักสมเด็จพระพันวัสสอัยยิกาเจ้ า เรื อนเจ้ าจอม ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๕๐ เอี่ยม เอิบ อาบ เอือ้ น (เรื อนก๊ กออ) ต�ำหนักพระองค์ เจ้ าวรลักษณาวดี (คลังผ้ าเหลือง) ฯลฯ - เป็ นกรรมการการซ่ อมแซมบานประตูหน้ าต่ างประดับมุก ที่พระอุโบสถวัดพระศรี รัตนศาสดาราม - เป็ นกรรมการซ่ อมอนุรักษ์ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระที่น่ ังอัมรินทรวินิจฉัย - เป็ นกรรมการซ่ อมอนุรักษ์ ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระที่น่ ังดุสิตมหาปราสาท - ได้ รับพระราชทานเหรี ยญรั ตราภรณ์ ชัน้ 5 ซึ่งเป็ นเหรี ยญประจ�ำพระองค์ จากพระหัตถ์ - ได้ รับพระราชทานเครื่ องราชอิสริยาภรณ์ ชัน้ สายสะพายประถมาภรณ์ มงกุฎไทย (ป.ม.) เป็ นกรณีพเิ ศษ เนื่องในโอกาสพระราช พิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หัว ครบ 7 รอบ - มีความสามารถพิเศษในการแสดงกายกรรม เคย แสดงถวายทอดพระเนตรมาแล้ ว 2 ครั ง้

ชีวติ รอบครั ว

สมรสกับนางต้ องใจ รอดเรื องเดช (สกุลเดิม "สุจริตวงศานนท์ ") โดยได้ รับพระราชทานน�ำ้ สังข์ สมรส พระราชทานจาก พระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู่ หั ว และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ มีธิดา 1 คน ชื่อนางจันทิกา นนทรั กษ์ จบการศึกษาระดับปริญญาโท จากมหา วิทยาลัย ธุรกิจบัณฑิตย์ ปั จจุบนั ท�ำงานอยู่ท่ กี องพระราชพิธี ครอบครั วธวัชชัย-ต้ องใจ รอดเรื องเดช ส�ำนักพระราชวัง ได้ รับสมรสพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรั ตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับนายปิ ยะ นนทรั กษ์ จบการศึกษาระดับปริญญาโทจาก มหาวิทยาลัยหอการค้ าไทย ปั จจุบนั ท�ำงานอยู่ท่ ี หอการค้ าไทย มีหลานสาว 2 คน ชื่อ ด.ญ.ปุณฑรี ก์ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๕๑

ปั จจุบนั

- ช่ วยราชการอยู่ท่ สี ำ� นักพระราชวัง เป็ นที่ปรึกษาฝ่ ายบูรณะราชภัณฑ์ กอง ศิลปกรรม - เข้ าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานพระราชพิธีต่างๆ ตามหมายก�ำหนดการ ที่แจ้ งให้ ทราบ

ที่ทำ� งาน

ฝ่ ายบูรณะราชภัณฑ์ กองศิลปกรรม น�ำนักพระราชวัง โทร.02-2226443 ที่บ้าน

100/838 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ถนนบางไผ่ -หนองเพรางาย ต�ำบลบางรั กพัฒนา อ�ำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โทร. 02-5973604, 081-6164601

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เล่าสู่กันฟัง2

๕๒

นันทา สุขโพธิ์ สวัสดีเพื่อนแดง-ด�ำ เก้าเก้าที่รักทุกคน การเษียณคือการวางมือจากงานประจ�ำที่ได้กระท�ำมาจนครบ 60 ปี เราเกษียณ 30 กันยายน 2542 ได้ทบไปอีก 1 ปี เนื่องจากเกิดเดือน ตุลาคม พอในเช้า วันที่ 1 ตุลาคม เราก็ตื่นขึ้นมาอย่างมีความสุข เพราะว่า เราไม่ต้องรีบร้อนและตั้งหลีกจัดการชีวิตและจิตใจของเราเอง อย่าท�ำให้ หงอยเหงาและว้าเหว่ ตัวเราเองในแต่ละวัน ก๊จัดตารางส่วนตัวไว้และท�ำตาม เข้านอน ตอน 4 ทุ่ม เช้าตื่นตี 4 อาบน�้ำแต่งตัวเพื่อความสดชื่น ไหว้พระ สวดมนต์ เตรียมหุงข้าว ท�ำกับข้าวใส่บาตร เสร็จตีห้าครึ่ง เดินออกก�ำลังกายเบาๆ นั่งพัก พอสว่าง กาแฟ อาหารเช้า อาหารจากเหลือใส่บาตร กลางวัน ท�ำงานบ้านเบาๆ เล็กน้อย ไม่หนักแรง ออกไปเดินเที่ยวตามห้างบ้าง ไป วัดบ้าง ตอนเย็นๆ 16.00 น. รับประทานอาหารเย็น ปฏิบัติเป็นประจ�ำ นอกจากนี้ เรายังได้ร่วมเป็นสมาชิกชมรมข้าราชการอาวุโส กรม สามัญศึกษา (สพฐ) เป็นคณะกรรมการจัดกิจกรรมให้สมาชิกซึ่งมีอยู่ทั่ว ประเทศ ไปไหว้พระท�ำบุญ รวมทั้งกิจกรรม รวมทั้งกิจกรรมทัศนศึกษา ตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อให้สมาชิกได้สัมผัสสถานที่แปลกๆ ใหม่ๆ ได้พบพูดคุยกันฉันพี่น้อง ได้เพื่อนใหม่ มีความสุขสนุกสนาน เพลิดเพลิน เพื่อสุขภาพจิต สุขภาพกาย และเป็นการออกก�ำลังกายไป ด้วย เราจึงไม่รู้จักค�ำว่า "เครียดและเหงา" ปีนี้ 79 แล้ว เราถือว่าโชคดี มากๆ ที่ยังไม่มียารับประทานทั้งก่อนอาหารและหลังอาหารเลย แต่ก็ไม่ ประมาท ตรวจสุขภาพทุก 6 เดือน ปลอดโปร่งดีมาก สวัสดีและคิดถึงเพื่อนทุกคน

นันทา สุขโพธิ์ 225 ซอยสุขุมวิท 62 (ตรงข้าม ร.ร.พระโขนงพิทยาลัย) ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพ 10260 โทร. บ้าน 02-311-3975 มือถือ 081-632-2862 Line : 099-320-8717 ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๕๓

เล่าสู่กันฟัง

ชี วิ ต คื อ ก า ร เ ดิ นท า ง

นิวิต หะนนท์ เรามีอายุกันมาถึงปูนนี้ น่าจะเห็นได้ว่า “ชีวิตเป็นการเดินทาง”

จริงๆ การเดินทางของบางคนอาจสั้นเพราะลาจากพรรคพวก กันไปหลายสิบปีแล้ว บางคนมาได้ถึงครึ่งทางคือ เพิ่งจากกันไป หลัดๆ นี้เอง เราๆที่อยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ถือว่ามาได้ไกลพอสมควร แต่จะไกลต่อไปมากน้อยแค่ไหนนั้นแล้วแต่ องค์ประกอบร่วม หลายอย่าง ความเห็นของเรานะ คิดว่ามี ๑.สุขภาพกาย ๒.สุขภาพจิต, และ ๓.สุขภาพวิถีชีวิต : way of life ผสมผสานกัน ด้วยความเชื่อเช่นนี้, หลังเกษียณฯแล้วในปี พ.ศ.๒๕๔๒, ใน ต�ำแหน่งหลังสุด คือ อาจารย์ ๓ ระดับ ๘ ศิลปศึกษา รร.วรนารี เฉลิม, สงขลา เราจึงลงมือเขียนรูปทั้งสีน�้ำและสีอครีลิค (นึกข�ำ ขึ้นมาได้ว่าแรกสีนี้มาถึงเมืองไทยใหม่ๆออกเสียงเรียกกันว่า “สี อะครายลิค :acrylic”.....ก็ไม่ว่ากัน พอๆกับที่สมัยเรียนเพาะช่าง เรียนเรื่อง Seven Painters กัน จิตรกรหนึ่งในเจ็ดคนนั้นคือ Jan van Eyck เราก็ออกเสียงกันว่า “แจน แวน อีค” ตามที่คิดว่า มันควรจะเป็น,เพราะเรายึดการออกเสียงตามส�ำเนียงอังกฤษเป็น หลัก ลูกศิษย์เราคนหนึ่งแต่งงาน กับชาวดัชท์,เขาบอกว่าเสียงที่ ถูกต้องตามส�ำเนียงดัชท์คือ “ยัน ฟัน ไอค์”) ที่ลงมือเขียนรูป ทันทีเพราะว่า “อั้น” มานาน ช่วงท�ำงานสอนศิษย์, เห็นท้องฟ้า ครึ้มฝนทีไร, เราคันไม้คันมืออยากเขียนสีน�้ำขึ้นมาทีนั้น แต่ ก็เขียนไม่ได้,เพราะช่วงเวลาว่างไม่ยาวพอให้ท�ำงานต่อเนื่องได้ สะดวก เกษียณฯแล้วไม่มีภาระงานประจ�ำ,จึงท�ำตามใจรักได้ เสียที รวมกลุ่ม “บ้าเขียนรูป” กันได้ ๕ คน,เป็นครูศิลปะเก่าสอง คน, สถาปนิกสองคน, และช่างถ่ายรูปหนึ่งคน นัดกันวันเสาร์อาทิตย์,ตระเวนไปตามท้องทุ่ง, ภูเขา, ย่านชานเมือง, ท่าเรือ,

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๕๔

ท้องนาฯ เขียนตรงสถานที่จริงจะเป็นสีน�้ำเสียส่วนใหญ่ ส่วนหนึ่ง ถ่ายรูป และสเก็ตช์ study สิ่งละอันพันละน้อย ไว้เป็นข้อมูลมา เขียนสีอครีลิคที่บ้าน สามปีผ่านไป รวมกลุ่มกับอาจารย์ศิลปะด้วย กัน แสดงงาน ณ หอศิลป์ในเมืองหาดใหญ่ ช่างบังเอิญอะไรเช่น นั้น รวมกันได้เจ็ดคนพอดิพอดีเป็น Seven Painters ตอนแก่ จริงๆ แล้วที่เกษียณฯ มีเราคนเดียว นอกนั้นเป็นอาจารย์สอน ม.สงขลา นครินทร์ปัตตานีสองคน อาจารย์สอนม.ราชภัฏสงขลาสองคน สอ นม.ทักษิณหนึ่งคน และสอนรร.หาดใหญ่วิทยาลัยอีกหนึ่งคน ใน งานนี้เราขายรูปสีน�้ำขนาดใหญ่ ๕๐ x ๘๐ ซ.ม. ชื่อ “เสน่ห์อันดามัน : Glistening Andaman” ไปได้หนึ่งรูปในราคา ๑๐,๐๐๐ บาท เขียนรูปสบายๆ อยู่ได้ราวห้าหกปี รวมกลุ่มจัดนิทรรศการศิลปะ ก็ หลายครั้ง ฝีมือจากน�้ำพักน�้ำแรงและความรู้ที่ได้จากเพาะช่าง มี คนพอใจอยู่บ้างพอสมควร จึงขายรูปไป ได้ร่วม ๒๐ กว่ารูป ที่พออ้างอิงเป็นหลัก ได้คือรูป ”โบสถ์ที่เพชรบุรี” สีอครีลิค, ชาวมาเลเซียซื้อไปขึ้นบ้านใหม่ เป็น รูปแรกที่ขายได้ “เรือประมงสงขลา” เสน่ห์อันดามัน สีอครีลิค, หอศิลป์จามจุรีของจุฬาฯ ซื้อ ไว้ อีกสองรูปเป็น ทิวทัศน์เช่นกัน สีอครีลิคหนึ่งรูปและสีน�้ำหนึ่ง รูป ลูกศิษย์ที่มีแฟนเป็นชาวดัชท์ซื้อกลับไปประเทศ ล่วงมาถึง วันนี้ซึ่งมีอายุร่วมเจ็ดสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ เราก็หวนกลับมาเขียนรูป อีกครั้งหนึ่ง, ในลักษณะ “กลอนพาไป” เนื่องจากเมื่อปี ๒๕๕๘ ประมาณเดือนสิงหาคมไปสมัครเรียน “หลักสูตรครูสมาธิ” ของ สถาบันพลังจิตตานุภาพของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวิริยังค์ แห่ง วัฒธรรมมงคล, กรุงเทพมหานคร (ซ.๑๐๑สุขุมวิท) ที่สาขา ๕ วัด ดอนรัก,เมืองสงขลา พรรคพวกร่วมรุ่นรู้ว่าเราเคยเป็นครูศิลปะ ก็อยากให้สอนเขา รวมกลุ่มกันได้ เจ็ดแปดคนก็สอนกันมาได้ร่วม ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๕๕

สองเดือนกว่าแล้ว,ในวันอาทิตย์ครั้งละสามชั่วโมง “นักเรียน” มีทั้งอาจารย์ที่ “เออร์ลี่” แล้ว และยังท�ำงานอยู่, ข้าราชการ มหาวิทยาลัย, แม่บ้าน, ข้าราชการประจ�ำวัยท�ำงานและก�ำลัง จะทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ รับเด็กๆ ด้วยเพราะเราบอกพ่อ แม่เขาว่า งานศิลปะเป็นเรื่องสไตล์ใครสไตล์มัน เราสอนหลัก วิชาให้ เขาก็เดินของเขาไปได้เอง ลูกศิษย์เรียนเขียนภาพ หลังห้าปีที่หยุดเขียนรูปก็ลงมือแปลหนังสือหนังสือที่ว่านี้คือ หนังสือศิลปะที่เราสั่งซื้อมาจากอังกฤษบ้าง อเมริกาบ้าง (ขอแคต ตาล็อกเขาไปก่อน) หลายคนอาจแปลกใจว่า “นายกล้าหาญชาญชัย ยังไงที่ไปแปลหนังสือ?” เฉลยในที่นี้ว่า เรากับภาษาอังกฤษถูกใจกัน มาแต่ไหนแต่ไร แต่สมัยเรียนมัธยมโน่น, ทั้งภาษาไทยด้วย (จาก ผลงานเขียนในหนังสือ “เพาะช่าง ๑๐๐ ปี” รู้สึกพวกเราทั้งรุ่นน้องรุ่น พี่หลายคนแต่ง โคลง. ฉันท์, กาพย์, กลอน, กันดีเป็นว่าเล่น คิดว่า เพราะจิตรกรรม, ประติมากรรม, วรรณกรรม, นาฏกรรม, และคีต กรรม คือวิจิตรศิลป์ห้าอย่างนั้นมีแก่นสารสาระเหมือนกัน ที่เกี่ยวข้อง กับความละเอียดอ่อน, ความงาม, ความไพเราะ ฯ ซึ่งพวกเราจะมี sense อยู่แล้วโดยธรรมชาติ จึงอาจข้ามห้วยไปเล่นเรื่องใดก็ได้ อีก ประการหนึ่ง, ซึ่งส�ำคัญมากเช่นกันคือสมัยเป็นครูใหม่ๆ เราไม่มีวุฒิ ครูเพราะเราจบวิจิตรศิลป์ เมื่อท�ำงานเราจึงสมัครสอบชุดครู พ.ป., พ.ม. ได้หมด แล้วจึงสมัครเรียนต่อภาคค�่ำระดับปริญญาตรี กศ.บ. ที่ม.ศรีนครินทรวิโรฒ, สงขลา ในปี ๒๕๑๓ โดยเลือกวิชาเอกภาษา อังกฤษและโทภาษาไทย ตั้งแต่เกษียณฯ เราก็แปลมาเรื่อยๆ หมด เล่มหนึ่งขึ้นเล่มสอง, หมดเล่มสองขึ้นเล่มสาม จริงๆ แล้วสมัยยัง ท�ำงานอยู่เราก็แปล พิมพ์จ�ำหน่ายทั่วประเทศมาแล้ว ๑๐ กว่าเล่ม, ใครๆ รู้จักมากที่สุดคือ การเขียนสีน�้ำ (ของจอห์นไพค์) จนสิบเจ็ดปี ให้หลังนี่, เรามีงานที่แปลเสร็จพร้อมพิมพ์ได้ ๘ เล่ม และยังมีเรื่อง ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๕๖

นั้นบ้างเรื่องนี้บ้างที่เริ่มต้นไว้แต่ยังไม่เสร็จอีกสี่ห้าเรื่อง ณ วันนี้ ที่ ก�ำลังเขียนเล่าอยู่นี่, เรื่องที่พิมพ์เสร็จวางจ�ำหน่ายทั่วประเทศแล้วคือ การวาดภาพฉบับสมบูรณ์ : The Complete Book of Drawing ใครๆ พวกศิลปะด้วยกันที่เห็นแล้วซื้อไปแล้วต่างออกปากชมกันเป็นเสียง เดียวว่า “พิมพ์ดีมาก รูปเล่มสวย เนื้อหาสาระน่าอ่าน, มีคุณภาพสูง” จัดพิมพ์โดยส�ำนักพิมพ์ Triple Education : www.tripleed.com ซึ่งรับงานพิมพ์ทุกชนิด (คลิกเข้าไปดูตัวอย่าง ได้) ที่เล่ามาแล้วทั้งหมดนี้ เราคิดว่าอยู่ในหัวข้อ ๓. คือ สุขภาพวิถีชีวิต ตรงไปตรงมาที่สุดคือ วันๆ คุณท�ำอะไร บ้าง แต่ละปีจะมีศิษย์เก่า (สาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลาย, เพราะเราสอนโรงเรียนสตรีฯ) นัดกันมาเลี้ยงรุ่น, แล้ว เชิญคุณครูเก่าแก่ไปร่วมด้วย เสร็จสรรพก็ขอให้คุณครู อวยพรอะไรท�ำนองนั้น เราจะเตือนพวกเขาเสมอว่า เกษียณฯ แล้ว หรือ “เออร์ลี่” แล้วอย่าอยู่เฉยๆ สิ่งที่ ควรท�ำคือ ออกก�ำลังกายและหาอะไรท�ำ อะไรที่ิอยากท�ำให้หาท�ำนั่น คือ สิ่งที่ถูกกับจริตของตน ท�ำแล้วเพลิดเพลินสบายใจ ไม่ใช่งานที่ ต้องเป็นภาระมากมาย ส่วนออกก�ำลังกายนั้นเปรียบให้พวกเขาฟัง ว่า เหมือนนักมวยต่อสู้กันบนสังเวียน คนทีเอาแต่ตั้งรับ : passive ปล่อยให้อีกฝ่ายออกหมัดชกซ้ายป่ายขวาไม่หยุด : active ในที่สุด ก็จะต้องโดนน็อค ไม่ด้วยหมัดที่หนึ่งก็หมัดที่สิบ, ต้องพลาดเข้าสัก หมัดจนได้ บอกเขาว่าในเรื่องสุขภาพกายเราต้องคิดเชิงรุก ไม่ใช่ เอาแต่ตั้งรับ วันๆ นั่งๆ นอนๆ กล้ามเนื้อไม่ได้ท�ำงาน ข้อต่อไม่ได้ ท�ำงาน โลหิตหมุนเวียนทั่วร่างกายน้อย สมองไม่ได้คิดอะไรจึงแก่ เร็ว, ไร้เรี่ยวแรง เฉื่อยชาแล้วในที่สุดวันหนึ่งโรคร้ายก็จะน็อคเราได้ ใครไม่รู้พูดค�ำคมตลกๆ ไว้ว่า รุ่นพวกเรานี่แขกที่จะมาเยี่ยมเยียน บ่อยคือคุณ “เบาหวานและคณะ” พี่แกไม่ได้มาคนเดียวยังใจดีพา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๕๗

เพื่อนฝูงมาเยี่ยมด้วย ! ประสบการณ์ของเรา เอง การออกก�ำลังกายควรจะได้ทั้งสองเรื่อง คือ หนึ่งปอด และหัวใจได้ท�ำงานมากขึ้น : aerobics สองอย่างนี้แข็งแรงขึ้นได้ จากการ เดิน, การวิ่ง, ขี่จักรยาน ฯลฯ เป็นการออก ก�ำลังต่อเนื่องยาว นาน ๒๐-๓๐ นาทีขึ้นไป สองแบบ “แอนะโรบิค” คือ ออกก�ำลังท�ำแล้วหยุดหยุดแล้วท�ำ เพื่อ ท�ำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายแข็งแรง,ชัดที่สุดคือ “ฟิตเนส” ซึ่งเดี๋ยว นี้มีทั่วไปตามสถานที่สาธารณะ เพียงให้เราไปเล่นเท่านั้น เช้าตรู่ เราขับรถไปส่งผบ.ทบ. (ผู้บังคับบัญชาที่บ้าน,แฮ่ะๆ, ไม่ได้กลัวแต่ เกรงใจ !) ที่สนามกีฬาจังหวัดเพื่อร�ำมวยจีน แล้วตัวเองต่อไปเดิน ขึ้น “เขาน้อย” ซึ่งเป็นเขาลาดเนินเตี้ยๆ ใกล้แหลมสมิหลาราวครึ่ง ชั่วโมง ช่วยกระตุ้นหัวใจให้เหนื่อยเร็วกว่าเดินพื้นราบนิดหน่อย ท�ำประจ�ำหัวใจจะได้แข็งแรงขึ้นตามประสบการณ์การออกก�ำลังว่า “ทีละเล็กละน้อย : gradually ระยะยาวหลายเดือนหลายปีกจ็ ะสะสม มากขึน้ เอง ขับรถ ต่อไปเล่น “ฟิตเนส” ที่ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรี วิชัย, อยู่กลางแจ้งใต้ร่มไม้ เราขอรับรองว่ามือไม้แขนแมนอกไหล่ ฯลฯ จะปึ๋งปั๋งขึ้นตามวันเดือนปีน้องๆ ของลูกหลานเชียว (ยกเว้น รอยเหี่ยวย่นหลังมือ) หลายคนอาจค้านในใจว่าแนะน�ำอะไรไม่รู้, อายุป่านนี้แล้ว ! อย่าดูถูกตัวเอง, ร่างกายมนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต ต้องเคลื่อนไหวและวิวัฒน์ได้อยู่เสมอ ชาร์ลส์ ดาร์วิน เจ้าของ ทฤษฎีวิวัฒนาการ : Survival of the Fittest ยังยืนยันไว้ว่า “อะไร” ที่ใช้บ่อย, สิ่งนั้นจะเจริญขึ้นสุภาพบุรุษหลายท่านอาจค้านอยู่ในใจ ว่าไม่จริงว่ะ! แม้แต่ด้านสมอง, เดี๋ยวนี้ก็มีทฤษฎีใหม่ที่คุณหมอบ อกว่า สมองคนชราก็ยังแตก กิ่งก้านสาขาได้ตลอดหากคุณยัง ขวนขวายเรียนรู้ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๕๘

ส่วนด้านสุขภาพจิต อย่างที่บอกไว้แต่ตอนต้นนอกจากอย่างอื่นแล้ว เราไปเรียน “การท�ำสมาธิ” กับสถาบันพลังจิตตานุภาพ, เสาร์-อาทิตย์ เป็นเวลาหกเดือน ก็ได้วิธีท�ำใจให้สงบเบาสบายในชีวิตประจ�ำวัน ท�ำครั้งละห้านาที,สิบนาที,แต่ไม่ควรเกินครึ่งชั่วโมง (อาจารย์มั่น ภูริ ทัตโต ซึ่งเป็นต้นก�ำเนิดของสายนี้ ท่านแนะน�ำไว้อย่างนั้น, ส�ำหรับผู้ ฝึกใหม่) ท่านอาจารย์วิริยังค์เล่าให้ฟังว่ามีฝรั่งแคนาดาคนหนึ่งเรียน จบ หลักสูตร รับประกาศนียบัตรแล้ว วันหนึ่งน�ำใบประกาศนียบัตรมา คืน, บอกว่าท�ำสมาธิแล้วไม่เห็นได้อะไร ! หลังจากนั้น วันหนึ่งมีคน ขับรถปาดหน้าเขาในถนน, เฉียดจะชนกัน เขาโกรธจัดเดินถือปืนลง ไปตั้งใจจะยิงอีกฝ่าย แต่มีสติระลึกได้ว่ายิงเขาตายแล้วตัวเองก็ติดคุก, ได้อะไรขึ้นมาจึงกลับมาขอใบประกาศนียบัตรคืนไป ท่านสอนว่าการ ท�ำสมาธิเป็นการสะสมพลังจิตนานไปๆ พลังจิตของเราจะมากขึ้นๆ ตามวันเดือนปี มีพลังแห่งความนึกคิดที่รอบคอบ, มีเหตุผลมากขึ้น, เมตตากรุณามากขึ้น ให้อภัยต่อผู้อื่นได้ง่ายขึ้น พลังจิตนั้นท่านบอก ว่า เพียงเริ่มค�ำบริกรรม “พุท-โธ” ค�ำแรกมันก็เกิดขึ้นแล้ว เหมือนน�้ำ หยดลงถัง “ติ๋ง” เดียวแต่หยดไม่หยุดในที่สุดพักใหญ่น�้ำก็เต็มถัง, กลาย เป็นสองถังสามถัง, ตุ่มใหญ่, ไปตามวันเวลา แม้เราจะยังไม่สงบนิ่งถึง ขั้นเกิดความสงบ, เบาสบาย, สุขยิ่งกว่าความสุขใดๆในทางโลกก็เถอะ หนึ่งในอานิสงส์ของการท�ำสมาธิสิบสองข้อคือ “ปิดอบาย” คือปิดทาง ไปนรก เมื่อเราไปเยี่ยมใครๆ ที่โรงพยาบาล จะเห็นภาพคนบาดเจ็บ คนป่วยด้วยโรคสารพัดร้อยแปด มีสายโน่นสายนี่ระโยงระยาง นอน พะงาบๆ อยู่ก็มี นึกดูว่าถ้าเป็นเราไปอยู่ในสภาพอย่างที่ว่านี้ พูดไม่ ออกบอกไม่ได้ (ความเป็นไปได้มีอยู่เสมอ ) สิ่งที่ยังเดินอยู่ในร่างกาย นี้คือความคิดความรู้สึก คนไม่เคยฝึกจิตจะอลหม่านว้าวุ่นสักแค่ไหน หากสิ้นใจลงตอนนั้น,การเดินทางไกลไปสู่ปรโลกจะเป็นไปตามบุญ ตามกรรมหรือน�ำไปสู่อบายภูมิคือนรกได้ แต่คนฝึกจิตมาแล้วเพียง ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๕๙

ภาวนา “พุท-โธ” ไว้จิตเบาสบายสงบเย็น สุคติก็เป็นอันหวังได้ เสมือน ยึ ด แสงเที ย นส่ อ งทางไว้ ไ ม่ ส ะเปะสะปะอยู ่ ใ นความมื ด เสี ย ที เ ดี ย ว สถาบันพลังจิตตานุภาพใน กทม. มีร่วมสิบสาขา มีหลักสูตรชิมลาง หนึ่งวันทุกวันอาทิตย์ที่ ๓ ของเดือนด้วย ดร.สาทิส อินทรก�ำแหง ผู้ ให้ก�ำเนิด “ชีวจิต” ให้หลักส�ำหรับประเมินสุขภาพตัวเองทั้งกายและ จิตไว้ จ�ำเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆว่า FASJAMM : ฟาสแจม ขยาย ความได้ดังนี้ F = fatigue:ฟา-ติก ความเหนื่อยอ่อน ไม่มีเรี่ยวมีแรง,ท�ำอะไร เหนื่อยง่าย โผเผ แสดงว่าสุขภาพไม่ดีแต่ถ้าเรารู้สึกกระฉับกระเฉงอยู่ เรื่อย ท�ำโน่นท�ำนี่ คุณยังสุขภาพดีอยู่ A = appetite : แอ๊ปปิไต๊ท์ ทานอาหารอร่อย กินอะไรก็อร่อยไป หมดแสดงว่าคุณสุขภาพดี แต่หากเบื่ออาหาร, ทานอะไรไม่เป็นรส ! เป็นชาติ, ส่อว่าคุณมี something wrong แล้ว S = sleep : สลีพ การนอนหลับ หลับง่าย, หลับยาก หรือหลับ ทีเดียวยาวไปจนถึงรุ่งเช้า J = joy : จอย สนุกสนาน, ร่าเริง,มีอารมณ์ขัน หรือหน้าบอกบุญ ! ไม่รับ, พรุ่งนี้โลกจะแตกยังงั้น A = alert : อ-เลิร์ท เป็นคนตื่นตัว, กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ, ทันข่าว, คุยอะไรกับชาวบ้านเขาได้หมด M = memory: เม้ม-โมรี่ ความจ�ำดี, จ�ำสิ่งส�ำคัญๆ ได้ หลงลืมเล็กๆ น้อยๆ เรื่องสัพเพเหระ, นั้นถือว่าปกติ M = morality: โม-แร้ลลิตี้ มีคุณธรรม, เมตตากรุณา, รู้ผิดชอบชั่วดี, เสียสละแบ่งปัน, ไว้ใจได้ วัยปลายชีวิตอย่างพวกเรานี้, ที่ต้องตระหนักอยู่เสมอ คือจะตายวัน ตายพรุ่งไม่รู้แต่ต้องตายแน่ๆ เคยมีพระภิกษุชรารูปหนึ่งท่านพูดไว้น่า คิดว่า หากคนเราในโลกนี้เกิด, แก่, เจ็บ แล้วไม่ตายจะเป็นเรื่องน่า สมเพชเวทนาสักเพียงไร ความตายจึงเท่ากับมาตัดความสมเพช ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๐

เวทนานั้นให้สิ้นไปเสีย ท่านอาจารย์พุทธทาสแห่งสวนโมกขพลา ราม, ท่านเคยเตือนเรื่อง “ตายก่อนตาย” คือให้มองความตายว่าเป็น เรื่องธรรมดา, เราจะคุ้นเคยกับความตายมากขึ้น ความตายไม่ใช่คน แปลกหน้า แต่เป็นทางผ่านที่เราจะต้อง เดินไป พระพุทธองค์ ตรัสสอน “อภิณหปัจจเวกขณ์” คือสิ่งที่เราควรพิจารณาเนืองๆ ไว้ มี ๕ ข้อดังนี้ ๑. เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ ๒. เรามีความเจ็บป่วยเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บป่วยไปได้ ๓. เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้ ๔. เราจักต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น ๕. เรามีกรรมเป็นของของตนเราท�ำกรรมใดไว้, ดีก็ตามชั่วก็ตาม เราจักต้องรับผลของกรรมนั้น บางคนอาจจะหมั่นไส้, พูดอะไรก็ไม่รู้, เรื่องดีๆ สนุกสนานไม่มีแล้ว หรือถึงได้มาพูดเรื่องตาย ถามว่าในที่สุดแล้วเราหนีได้ไหม ? ในเมื่อ เราจะต้องเจอะเจอแน่นอน, เราต้องกล้าสู้, เผชิญหน้ากับมัน ชีวิต เป็นการเดินทางอย่างที่ว่าไว้และเป็นการเดินทางไกลข้ามภพข้าม ชาติ ตราบใดที่เรายังไม่หมดกิเลสตราบนั้น เรายังต้องเวียนว่ายตาย เกิดอยู่ร�่ำไปที่เรียกว่า “วัฏสงสาร” (วัฎฎะคือวงกลม,สงสาร-การ ท่องเที่ยวไป คือ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย-เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ฯลฯ ) เราจะ ตัดวงจรนี้ได้ก็ต่อเมื่อเราหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์เท่านั้น ซึ่งเป็น เรื่องยากเย็นแสนเข็ญส�ำหรับคนส่วนใหญ่ ที่เราพอท�ำได้ไม่เหลือ บ่ากว่าแรงคือสร้างกรรมดี ภาษาพระท่านว่าเป็น “กัลยาณปุถุชน” คนมีกิเลสนี่แหละแต่จัดอยู่ในประเภทดี, พอพูดกันรู้เรื่อง, แล้วใจ เราจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เห็นแก่ตัวน้อยลง, เสียสละมากขึ้น เส้นทาง ชีวิตก็จะสูงขึ้นๆ ภาษาท่านอาจารย์พุทธทาสท่านเรียกว่า “ลาด ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๑

เอียงไปสู่นิพพาน” คือกิเลสเบาบางลงเรื่อยๆ จนถึงความสิ้นทุกข์ ในที่สุด ค�ำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง มรรค ๘ นั้น ท่านสรุปลงให้เป็น ภาคปฏิบัติเพื่อจ�ำง่ายคือ ทาน-ศีล – ภาวนา ที่เราชาวบ้านพูดกัน ว่าท�ำแล้ว “ได้บุญ” และท่านผู้รู้ก็ให้อรรถาธิบายต่อไปว่าทั้งสาม ขั้นตอนนี้ “ได้บุญ” ไม่เท่ากัน ทาน, นั้นได้บุญระดับหนึ่ง ศีล, ได้บุญระดับสอง และภาวนา, ได้บุญระดับสามคือได้บุญสูงสุด เพราะภาวนา (ท�ำให้เจริญ) อันแยกเป็น “สมาธิภาวนา”คือท�ำจิตให้ สงบ, และ ”วิปัสสนาภาวนา” คือน�ำจิตที่สงบนั้นมาพิจารณาให้เห็น ไตรลักษณ์ เป็นการท�ำความดีให้แก่ตนเองถึงระดับจิตวิญญาณ เปลี่ยนแปลงตัวเองจาก “ปุถุชน –คนมีกิเลสหนา” ให้เป็น “อริยชนคนประเสริฐ” ได้ วิปัสสนาภาวนามีแต่ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น เขียนยาวมาจนถึงตรงนี้, ด้วยเจตนาดีอยากให้เพื่อนๆ หันมาสนใจ “สมาธิภาวนา” กันมากขึ้น ตามก�ำลังความสามารถ อย่าให้เสียที ที่เราเกิดในประเทศไทย และได้พบพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า ตรัสเปรียบเทียบไว้ว่าการเกิดมาเป็นคนนี้แสนยาก เหมือนเต่า ตาบอดอยู่ก้นทะเลลึก, แล้วลอยขึ้นมาเหนือผืนน�้ำ ให้โผล่ได้ตรง ช่องกลางห่วงยางที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ความยาก อย่างที่สองคือเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ได้พบ “พระพุทธศาสนา” นี่ ก็ถือว่า “มีบุญหรือโชคดี” ขั้นที่สอง เดี๋ยวนี้ฝรั่งมังค่าหันมาสนใจ พุทธศาสนากันมากขึ้นๆ และเขาก็เรียนรู้จริงจัง, ปฏิบัติจริง พุทธ ศาสนาเป็นศาสนาแห่งเหตุผลและการพึ่งตนเองค�ำสอนในพระพุทธ ศาสนาท้าให้พิสูจน์ ท่านจึงเรียกว่า “ปัจจัตตัง” คือรู้ได้เฉพาะตน เราอ่านเรื่องของไอน์สไตน์ในหนังสือ “ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้า เห็น” ของทันตแพทย์สม สุจีรา ไอน์สไตน์, ซึ่งนับถือกันว่าเป็นนัก วิทยาศาสตร์เอกของโลก และเป็นอัจฉริยะบุคคลแห่งศตวรรษคน

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๒

ไปสู่นิพพาน” คือกิเลสเบาบางลงเรื่อยๆ จนถึงความ สิ้นทุกข์ในที่สุด ค�ำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง มรรค ๘ นั้น ท่าน สรุปลงให้เป็นภาคปฏิบัติเพื่อจ�ำง่าย คือ ทาน-ศีล – ภาวนา ที่เราชาวบ้านพูดกันว่าท�ำแล้ว “ได้บุญ” และท่านผู้รู้ก็ให้อรรถาธิบายต่อไปว่าทั้งสามขั้นตอนนี้ “ได้บุญ” ไม่เท่ากัน ทาน, นั้นได้บุญระดับหนึ่ง ศีล, ได้บุญระดับสอง และภาวนา, ได้ บุญระดับสามคือ ได้บุญสูงสุด เพราะภาวนา (ท�ำให้เจริญ) อันแยก เป็น “สมาธิภาวนา”คือท�ำจิตให้สงบ, และ ”วิปัสสนาภาวนา” คือน�ำจิต ที่สงบนั้นมาพิจารณาให้เห็นไตรลักษณ์ เป็นการท�ำความดีให้แก่ ตนเองถึงระดับจิตวิญญาณ เปลี่ยนแปลงตัวเองจาก “ปุถุชน –คนมี กิเลสหนา” ให้เป็น “อริยชน-คนประเสริฐ” ได้ วิปัสสนาภาวนามีแต่ ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น นิวิต หะนนท์ ,มือถือ ๐๘๕-๐๗๗-๐๒๓๗ บ้าน ๐๗๔-๓๒๔๒๕๓ Email : newithanon@gmail.com

ครอบครัว "หะนนท์" พ่อนิวิต แม่สมพิน ใหม่, เหมียว, แมน (แมนน้องสุดท้อง แต่ตัวโตกว่าใคร) ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๓

เล่าสู่กันฟัง 2

ประเจิดศรี นุตจรัส

มงคล เพื่อนรัก ก่อนอื่นเราต้อวขอโทษ ที่ส่งเรื่อง" เล่าสู่กันฟังหลัง เกษียณ"มาให้เธอล่าช้าม๊ากมาก ชีวิตหลังเกษียณของเรา จากวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี แผนกเครื่องเคลือบ ดินเผา ซึ่งเราเป็นผู้จัดตั้งแผนกนี้ขึ้นมาในคณะศิลปกรรม และให้สอดคล้องกับ จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีโรงโอ่ง และแผนกเครื่องเคลือบดินเผาอยู่หลายโรง ซึ่งนักศึกษา ส�ำเร็จไปแล้วมีงานท�ำไม่ตกงาน ขณะนี้ยังท�ำงานอยู่ตามโรงโอ่งหลายคน เราเกษียณเมื่องปี 2541 และยังต้องสอนต่ออีก 2 ปี เพราะไม่มีอาจารย์ที่ สอนวิชานี้มาแทน เมื่อครบ 2 ปี เราก็กลับมาอยู่บ้านที่กรุงเทพมหานครบ้าง และ ไปอยู่ศรีราชาบ้านน้องสาวบ้าง เพราะเราต้องไปหาหมอตามนัด เพื่อตรวจสุขภาพ เสมอๆ เมื่อเกษียณอายุใหม่ๆ เราคิดจะท�ำโรงงานเครื่องเคลือบดินเผาที่ศรีราชา แต่มาคิดดูอีกที ท�ำคนเดียวไม่สนุก ไม่สะดวกอายุก็มากขึ้น ตัวคนเดียวไม่มีลูก ไม่มี ครอบครัว จะท�ำไปท�ำไม เดือนหนึ่งๆ เงินบ�ำนาญก็พอใช้แล้ว อยากไปเที่ยวไหนๆ เมืองนอก เมืองไทย ก็ไปได้ทั้งนั้น ตอนนี้ก็ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เสมอๆ ใช้ชีวิตอย่าง พอเพียงและเพียงพอ ใช้จ่ายแบบประหยัด อดออม จึงไม่เดีอดร้อน ส่วนมากจะใช้ จ่ายในการท�ำบุญ เราจะใส่บาตรทุกเช้า ไม่ว่าจะอยู่กรุงเทพหรือศรีราชา และแจก เงินหลานทานขนมบ้างตามสมควร เราไม่มีโรคประจ�ำตัว ไปหาหมอตามนัด ตรวจสุขภาพ 2 เดือนครั้ง เพราะ อายุมากแล้ว ทานยาป้องกันไว้ โรคคนแก่ไงเพื่อน ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๔

ถ่ ายกับเพื่อนแดงด�ำ๙๙วันท�ำบุญที่วัดชยะสงคราม มี เพ็ญศิริ,เสมอใจ และศิริพรรณ(อิด๊ )

ส่วนมากคนแก่จะเป็นโรคหัวใจกัน จึงฝากข้อคิดให้เพื่อนคิดกันเล่น ๆ

ใช้ชีวิตอย่างไร ให้หัวใจแข็งแรง

1. กินผักสดและผลไม้เป็นประจ�ำ 2. ปิดการติดต่อสื่อสาร ให้พออยู่ได้จะได้ไม่เครียด 3. พักสายตาสักนิดยามบ่าย 4. ลด ละ เลิก สูบบุหรี่และของมึนเมา 5. หัวเราะวันละนิดจิตแจ่มใส 6. อย่ามีชีวิตอยู่กับความเครียด ปล่อยวางบ้าง 7. สุขภาพดีไม่มีขายนะจ๊ะ ทั้งหมดนี้เพื่อนคงรู้จักกันหมดแล้วนะ คิดเสียว่าเราเป็นห่วงก็แล้วกันนะ สุดท้ายขอให้เพื่อนทุกคนจงมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขตลอดปี 2560 นะจ๊ะ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

ประเจิดศรี นุตจรัส


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๕

เล่าสู่กันฟัง 2

ชีวิตก่อนและหลังเกษียณ

ประนอม สุวรรณ์ประสิทธิ์ ·Õáá¡Ð¨Ðãªé¤ÓÇèÒ “¼Á” à»ç¹ÊÃþ¹ÒÁ áµè¤Ô´´ÙáÅéÇ ÃÙéÊÖ¡ÇèÒÁѹËèÒ§àËÔ¹ «Öè§ã¹¤ÇÒÁà»ç¹¨ÃÔ§¡çËèÒ§àËÔ¹ÁÒ¡ à¡×ͺˡÊÔº»Õ·Õè¾Ç¡àÃÒä´é¨Ò¡¡Ñ¹ áµè¶éҹѺ¨Ò¡ ¾.È. 2499 àÁ×èÍà¢éÒàÃÕ¹à¾ÒЪèÒ§»Õ·Õè 1 ¡ç 60 »Õ äÍéËÂÒ! (¢ÍÍØ·Ò¹à»ç¹ ÀÒÉÒ¨Õ¹) à¡Ô¹¤ÃÖè§ÈµÇÃÃÉ·Õà´ÕÂÇ ä»Íèҹ˹ѧÊ×Í “àÅèÒÊÙè¡Ñ¹¿Ñ§” ·Õèà¾×è͹æ à¢Õ¹ ´ÙàËÁ×͹ ÇèÒä´éãªé¤ÓÇèÒ “àÃÒ” à»ç¹¤Óá·¹ª×è͡ѹ·Ñ駹Ñé¹ ´Ñ§¹Ñé¹ ¼Á àÍêÂ! ¢ÍÍÀÑ àÃÒ¡ç¨Ðãªé¤ÓÇèÒ “àÃÒ” ´éÇÂàËÁ×͹¡Ñ¹ àÃÒà»ç¹¤¹»Ñ¡Éìãµéâ´Â¡Óà¹Ô´ ³ ÍÓàÀÍ⤡⾸Ôì ¨Ñ§ËÇÑ´»ÑµµÒ¹Õ áµè¨¹¡ÃзÑ觺Ѵ¹Õé¡çÂѧʧÊÑÂäÁèËÒ ÇèÒ·ÓäÁ ÀÒ¤Í×è¹à¢ÒäÁèãªé¤ÓÇèÒ “»Ñ¡Éì” àªè¹ »Ñ¡Éìà˹×Í »Ñ¡ÉìÍÕÊÒ¹Ï à»ç¹µé¹ à»ç¹¤ÇÒÁÊѵÂì äÁèà¤Â¤Ô´àÅÂÇèÒ¨Ðä´éÁÒàÃÕ¹·Õè ¡ÃØ§à·¾Ï ÃÙéÊÖ¡ÇèÒÁѹä¡Åà¡Ô¹¨Ðä¢Çè¤ÇéÒ ËÃ×ÍáÁéáµèã½è½Ñ¹ à¾ÃÒÐÍÐäÃ? à¾ÃÒе͹·ÕèàÃÕ¹ÍÂÙèªÑé¹ÁѸÂÁ àÃÒàÃÕ¹ ˹ѧÊ×ÍäÁèà¡è§áµèªÍºÇÒ´ÃÙ» áͺà¢Õ¹ÃÙ»ã¹àÇÅÒàÃÕ¹ ÍÂÙèàÊÁÍ ã¹·ÕèÊØ´¨Ðà»ç¹´éÇÂÍÐäáçàËÅ×Íà´Ò áµè¤§äÁèãªè´Ç§ ´éÇÂàÃÒäÁèàª×èÍàÃ×èͧ⪤ªÐµÒ à¾×è͹·ÕèàÃÕ¹ªÑé¹ÁѸÂÁÍÂÙè´éÇ¡ѹ ªÇ¹ãËéÁÒàÃÕ¹·Õè à¾ÒЪèÒ§àÃÒ¡çÊͧ¨ÔµÊͧ㨠´éÇ°ҹзҧºéÒ¹äÁè¤èÍ´չѡ ʧÊÒÃáÁè·Õè¨ÐµéͧËÒà§Ô¹Êè§àÊÕ áµèÂѧ´Õ·ÕèàÃÒà»ç¹ÅÙ¡â·¹ àÁ×èÍä»»ÃÖ¡ÉÒáÁè áÁè¡çºÍ¡ÇèÒµÒÁ㨠àÃÒ¨Ö§ä´éÁÒàÃÕ¹ à¾ÒЪèÒ§´éÇ»ÃСÒÃЩйÕé ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๖ ÁÒ¡ÃØ§à·¾Ï ¤ÃÑé§áá àÃҾѡÍÂÙè·ÕèºéÒ¹Åا¢Í§à¾×è͹ ÍÂÙè·ÕèÈÒÅÒá´§ àÂ×éͧ¡Ñº âç¾ÂÒºÒŨØÌÒÏ ã¹àÇÅÒ¹Ñé¹ âçáÃÁ ´ØÊÔµ¸Ò¹ÕÂѧäÁèÁÕ áÅÐáÅéÇàÃҡѺà¾×è͹¡çä»Êͺà¢éÒà¾ÒЪèÒ§ä´é ËÅѧ¨Ò¡ ¹Ñé¹äÁè¹Ò¹ à¡Ô´ÁջѭËÒàÅ硹éÍ àÃÒ¨Ö§ä´éÃÐàËàÃèÃè͹ÍÍ¡¨Ò¡ ºéÒ¹Åا¢Í§à¾×è͹ ä»ÍÂÙè·Õèâ¹è¹ºéÒ§ ·Õè¹ÕèºéÒ§ËÅÒÂáËè§ ÁÕ¤ÇÒÁ·Ø¡¢ì ÍÂèÒ§áʹÊÒËÑÊ ÃéͧäËé ¤Ô´¶Ö§áÁèäÁèàÇé¹áµèÅФ׹ ã¹·ÕèÊØ´àÃÒ¡ç任ѡËÅÑ¡ä´é·ÕèË;ѡ㹫ÍÂÊÒÃÀÕ ÍÂÙèµÃ§¡Ñ¹¢éÒÁ¡ÑºÇѴ͹§¤ÒÃÒÁ á¶ÇǧàÇÕ¹àÅç¡ ¤ÇÒÁÃÙéÊÖ¡´Õ¢Öé¹ ¡ÇèÒà´ÔÁ áµè¤ÇÒÁ¤Ô´¶Ö§ºéÒ¹ ¤Ô´¶Ö§áÁè ÂѧäÁèàºÒºÒ§Å§ ´éǤÇÒÁ¤Ô´¶Ö§áÁèÁÒ¡ ÍÂÙèæ ¡ç¹Ö¡ÍÂÒ¡à¢Õ¹ â¤Å§¢Öé¹ÁÒ ·Ñé§æ ·ÕèäÁèà¤Âà¢Õ¹ÁÒ¡è͹ ·Õ¹Õé¨Ð·ÓÂÑ§ä§´Õ àÍ¡â· ÊÑÁ¼ÑÊÁѹÍÂÙè µÃ§ä˹¡ç¨ÓäÁèä´é ºÑ§àÍÔ­¨Óä´éÇèÒ ÁѹÁÕÍÂÙèâ¤Å§Ë¹Öè§ã¹ÇÃó¤´Õ àÃ×èͧ “ÅÔÅÔµ¾ÃÐÅÍ” ·ÕèÁÕàÍ¡â·¶Ù¡µéͧ ¤×Í àÊÕ§Å×ÍàÊÕ§àÅèÒÍéÒ§ Íѹ㴠¾ÕèàÍ àÊÕ§ÂèÍÁÂÍÂÈã¤Ã ·ÑèÇËÅéÒ Êͧà¢×;ÕèËÅѺãËÅ Å×Áµ×è¹ ÄÒ¾Õè Êͧ¾Õè¤Ô´àͧÍéÒ ÍÂèÒä´é ¶ÒÁà¼×Í ËÅѧ¨Ò¡¹Ñé¹àÃÒ¡çà¾ÕÂÃáµè§ÍÂÙè¹Ò¹ÁÒ¡ àÃÕ¡ÇèÒ “Ë×´¢Ö鹤͔ ·Õà´ÕÂÇ áÅéÇ¡çä´é¼ÅÍÍ¡ÁÒ ÍèÒ¹áÅéÇÍÂèÒËÑÇàÃÒйРâÍé͹ҨªÒµÔ¡è͹¹Õé ¤§à¤Â ·ÓÊѵÇì¾ÃÒ¡¡Ñ¹àÅ ªÒµÔ¹Õé ÍÂÙèËèÒ§áÁèÍ¡àÍë à»ÅèÒà»ÅÕèÂÇ ÍÂÒ¡ÍÂÙèàËÁ×͹¡è͹¡Õé àÁ×èͤÃÑé§ ÂѧàÂÒÇì à¢Õ¹ÁÒ¹Ò¹¾ÍÊÁ¤Çà ¨¹à¡×ͺÅ×ÁºÍ¡ ª×èÍàÊÕ§àÃÕ§ ¹ÒÁ«ÐáÅéÇ àÃÒª×èÍ »ÃйÍÁ ÊØÇÃóì»ÃÐÊÔ·¸Ôì ÊèǹÇѹ à´×͹ »Õà¡Ô´ ¶éÒã¤ÃÍÂÒ¡ÃÙéãËé件ÒÁ »ÃÐÀÒÈÃÕ à¢Õ¹¨Ó¹§¤ì(ÃØè§á¨é§) àÃÒ¡çà¾Ôè§ÁÒÃÙéàÍÒµèÍàÁ×èÍä´éÍèÒ¹ “à¾×è͹ᴧ´Óà¡éÒà¡éÒ àÅèÒÊÙè¡Ñ¹¿Ñ§”¹Õèàͧ ÇèÒàÃҡѺ»ÃÐÀÒÈÃÕà»ç¹ “Ê˪ҵԔ ¡Ñ¹ ¤×Íà¡Ô´ Çѹ à´×͹ »Õà´ÕÂǡѹ àÇé¹àÇÅÒµ¡¿Ò¡ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๗ àÁ×èͨºªÑé¹»Õ·Õè 3 á¼¹¡½Ö¡ËÑ´¤ÃÙ àÃÒ¡çä»àÃÕ¹µèÍ·Õè ÈÔŻҡà 份֡Á×ÍÍÂÙè·Õè¹Ñè¹ËÅÒÂÇѹ ¾Ç¡·Õèä»´éÇ¡ѹ¡çÁÕ ¹àÃÈ Ç§ÉìÊÇÃäì, ¨Ñ¡Ã ÈÔÃÔ¾Ò¹Ôª, âÍʶ à¡ÉâÊÀÒ áÅкحญÊè§ ·Í§àµçÁ µÍ¹·ÕèÍÂÙèà¾ÒЪèÒ§ àÃÒà»ç¹¤¹àÃÕºÃéÍ àËÅéÒäÁè¡Ô¹ ºØËÃÕèäÁèÊÙº ¾Ù´¹éÍ Íѹ·Õè¨ÃÔ§¡çÍÂÒ¡¾Ù´ÁÒ¡¡ÇèÒ¹Ñé¹ áµèäÁè¡ÅéÒ ´éÇ¡ÅÑÇÇèÒàÊÕ§¨Ðà˹èÍÍÍ¡ ”·Í§á´§” ´Ñ§¹Ñé¹àÇÅÒÊèǹÁÒ¡ àÃÒ¨Ö§¢ÅØ¡ÍÂÙè¡Ñº¾Ç¡à´ç¡ãµé àªè¹ ÂÍÁ(¹ÔÇÔµ) »Ñ­­ญญา Â׹§ ¾ÔÁÅ ä´éáËŧãµé¡Ñ¹ “ÃèͨÑè§ËÙé” ¾ÍÁÒÍÂÙèÈÔŻҡà ¡çÃÔËÑ´¡Ô¹àËÅéÒ ÊÙººØËÃÕè (Êѹ´Ò¹´Ôº àÃÔèÁ©ÒÂáʧ) áµèÂѧ´ÕÍÂÙè¹Ô´¹Ö§·ÕèäÁèµÔ´ºØËÃÕè µÔ´áµèàËÅéҺǡ àºÕÂÃìºéÒ§ºÒ§¤ÃÒÇ »Ñ¨¨ØºÑ¹´×èÁá¤èàºÕÂÃì ´éÇÂÊдǡ´Õ äÁèµéͧÁÕ¹éÓá¢ç§ â«´ÒãËéÂØè§ÂÒ¡ â´Â੾ÒÐàºÕÂÃì¡ÃлëͧÂÔè§ÊдǡÊØ´æ ¨Ðà»Ô´´×èÁ·Õèä˹ àÁ×èÍäËÃèä´é·Ñ駹Ñé¹ “äÎà¶ç¤” Áѹ¡ç´ÕÍÂèÒ§§Õé àÃÒàÃÕ¹¤³Ð¨ÔµÃ¡ÃÃÁ-»ÃеÔÁÒ¡ÃÃÁ ¨ºá¤è»Õ 3 ¨ºáÅéÇ¡çá¡ÃèÇÍÂÙè á¶Çæ ÈÔŻҡùÑè¹áËÅÐ à¾ÃÒÐÂѧÁÕà¾×è͹½Ù§ÍÂÙè àÂç¹æ ¡ç´ÃÔꧡѹµÒÁ¸ÃÃÁà¹ÕÂÁ á¡ÃèÇä»á¡ÃèÇÁÒÍÂÙèäÁè¹Ò¹¡çä´é§Ò¹·Ó à»ç¹ÅÙ¡¨éÒ§ ªÑèǤÃÒǵÓá˹觹ѡÍ͡Ẻ¼ÅÔµÀѳ±ì ³ ¡ÃÁÊè§àÊÃÔÁÍصÊÒË¡ÃÃÁ ¡ÃзÃǧÍصÊÒË¡ÃÃÁ ·Ó§Ò¹ÍÂÙè»ÃÐÁÒ³ 3-4 »Õ ¡çä´éÃѺ¡ÒúÃèØà»ç¹¢éÒÃÒª¡Òà ÍÕ¡ 2-3 »ÕµèÍÁÒä´é·Ø¹ä»»ÃÐà·ÈÍÔµÒÅÕ ÁÑÁÁÒàÁÕèÂ! (¢Í͹ح ญÒµÍØ·Ò¹à»ç¹ÀÒÉÒÍÔµÒàÅÕè¹) ¾Ù´¡ç¾Ù´à¶ÍÐ µÒÁ¤ÇÒÁà»ç¹¨ÃÔ§áÅéÇ ÁѹäÁè¹èÒä´éä»àÅ à¾ÃÒÐÀÒÉÒÍѧ¡ÄɢͧàÃÒ¹Ñé¹ ¾Ù´ÍÂèÒ§ÊØÀÒ¾¡çÇèÒ “ÊعѢ äÁèÃѺ»Ãзҹ” ·Õèä´éä»à¾ÃÒÐËÑÇ˹éÒ§Ò¹à¢ÒÇÔè§àµé¹ãËé ¤×ÍàÃÒä´éä»â´Â äÁèµéͧÊͺÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉ ËÃ×ÍáÁéáµèÀÒÉÒä·Â ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๘

ã¹·ÕèÊØ´¡çä´é仡ѹ 2 ¤¹ ¡Ñºà¾×è͹㹷Õè·Ó§Ò¹à´ÕÂǡѹ ¹Ñé¹áËÅÐ áÅéÇÁѹ¡çà»ç¹àÇÃà»ç¹¡ÃÃÁÍÐäáçäÁèÃÙé (ÇèÐ) à¾ÃÒÐ äÍéà¾×è͹·Õèä»´éÇ¡ѹ¹Ñé¹ ÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉÁѹáÂèÂÔ觡ÇèÒàÃÒàÊÕÂÍÕ¡ ¡çàÃÕ¡ÇèÒ仡ѹẺ “àµÕéÂÍØéÁ¤èÍÁ” ÅСѹ ÍéÍ! Å×ÁºÍ¡ä» ÇèÒ·Õè仹ÕèàÃÒä»àÃÕ¹à¡ÕèÂǡѺà¤Ã×èͧ»Ñé¹ ´Ô¹à¼Ò ËÃ×Í·ÕèªÍº¾Ù´¡Ñ¹à»ç¹ÀÒÉÒ½ÃÑè§ÇèÒ "à«ÃÒÁÔ¤" ·ÕèàÁ×ͧ ¿ÅÍàÃ鹫ì à»ç¹¡ÒâÖé¹àÃ×ͺԹ¤ÃÑé§áá㹪ÕÇÔµ ·Ñ駵×è¹àµé¹·Ñ駡ÅÑÇ ¡ÅÑÇàÃ×ͺԹµ¡ÇèÐ áÎèÐæ àÃ×ͺԹºÔ¹ÅÑ´¿éÒ¨Ò¡¡Ãا෾϶֧¡ÃاâÃÁ ãªéàÇÅÒ¡ÇèÒ ÊÔºªÑèÇâÁ§ ÍÂÙè·ÕèâÃÁä´é 3-4 Çѹ áÅéÇä»àÁ×ͧ »ÙàèéÒ à¾ÃÒÐʶҹ ·ÙµÍÕµÒÅÕè·ÕèàÁ×ͧä·Â à¢Ò¡Ó˹´ãËéàÃÒä»àÃÕ¹ÀÒÉÒÍÔµÒàÅÕè¹ ·Õè¹Ñè¹»ÃÐÁÒ³ 3 à´×͹ àÃÕ¹ÍÂÙè 3 à´×͹¡çá·ºäÁèä´éÍÐäÃàÅ ÍÂèÒ§à¡è§¡çá¤è “Êà¹é¡æ ¿Ôéªæ” àÃ×èͧ¤ÇÒÁ·Ø¡¢ìäÁèµéͧ¾Ù´¶Ö§ ¾Ù´ä´é¤Óà´ÕÂÇÇèÒ “ÊÒËÑÊ” "Íѹ·Ø¡¢ìâÈ¡âäÀÑÂã¹Á¹ØÉÂì äÁèÃÙéÊØ´ÊÔé¹Å§·ÕèµÃ§ä˹ à»ç¹¡§¡ÃÃÁ¡Óà¡ÇÕ¹àÇÕ¹ÃÐäÇ ¨§ËÑ¡ã¨àÊÕÂà¶Ô´à¨éÒàÂÒÇÁÒÅÂì" ¨Ò¡à»ÃÙ¨éÒ仿ÅÍàÃ鹫ìËÃ×Í¿ÕàÃç¹à«ë ä»àªèÒËéͧ¾Ñ¡ÍÂÙè ÍÂÙèä»ÍÂÙèÁÒ¡çÁÕàÃ×èͧàËÅ×Íàª×èÍà¡Ô´¢Öé¹ ¤×Íä»à¨Í¼ÙéË­ญิ§ä·Â¤¹Ë¹Öè§ ÂѧÊÒÇ Ë¹éÒµÒ¾Íä»âºÊ¶ìä´é ÃÙéÊÖ¡´Õã¨ÊØ´æ ÍÂèÒ§¹éÍ¡çä´é¾Ù´ä·Â ¡Ñº¤¹ä·Âà¾ÔèÁ¢Öé¹ÍÕ¡¤¹Ë¹Öè§ ËÅè͹ª×èÍ "µéÍÂ" ·Ó§Ò¹ÍÂÙè·ÕèÃéÒ¹¤¹¨Õ¹ ÍÂÙèÁÒÇѹ˹֧ µéÍ¡çàÍÒà¤Ã×èͧ “¡Ô¹á¼è¹àÊÕ§” ÁÒãËé ¾ÃéÍÁ¡Ñºá¼è¹àÊÕ§˹Öè§á¼è¹ àÊé¹¼èÒÊÙ¹Âì¡ÅÒ§ÊÑ¡¤×ºàË繨Ðä´é ÁÕà¾Å§ÍÂÙè 2 à¾Å§ ´éÒ¹ÅÐà¾Å§ àÃҿѧáÅéǪͺÍÂÙèà¾Å§Ë¹Ö觪×èÍ “¾ÃÐà¨éÒ¤×ͤÇÒÁÃÑ¡” (á»Åà»ç¹ä·ÂáÅéÇ) ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๖๙

àÇÅÒ¨ÐàÅ蹡çàÍÒá¼è¹Êʹŧ价Õèªèͧ áÅéÇà¤Ã×èͧÁѹ¡ç ¨Ð¡Ô¹á¼è¹àÊÕ§à¢éÒ仨¹ËÁ´ ËÅѧ¨Ò¡¹Ñé¹à¾Å§¡ç¨Ð´Ñ§¢Öé¹ àÃҿѧ«éÓáÅéÇ«éÓàÅèÒ¨¹Ãéͧä´é Êèǹà¹×éÍËҢͧà¾Å§¡ç ¾Íà¢éÒã¨ä´éºéÒ§ ËÅѧ¨Ò¡·Õè¾ÂÒÂÒÁÍÂèҧ˹ѡ㹡ÒÃá»Å â´Â à»Ô´ ”´Ô¡” ÍÔµÒàÅÕè¹-Íѧ¡ÄÉ µèͨҡ¹Ñ鹡çà»Ô´ ”´Ô¡” Íѧ¡ÄÉ-ä·Â ÁÑÁÁèÒàÁÕèÂ! ¡Ù¨ÐºéÒµÒ áÅÐáÅéÇ¡ç¶Ö§àÇÅÒ·Õè¨Ðµéͧä»àÃÕ¹ "à«ÃÒÁÔ¤ ËÃ×ÍàªÃÒ ÁÔ¡éÒ" µÒÁ·Õèä´éÃѺ·Ø¹ÁÒ âçàÃÕ¹ÍÂÙè¹Í¡àÁ×ͧ¿ÅÍàÃ鹫ìä»ä¡Å ⢠µéͧ¹Ñè§Ã¶àÁÅìä» ¿ÅÍàÃ鹫ì à»ç¹àÁ×ͧ·ÕèÊǧÒÁÁÒ¡ µÑé§ÍÂÙèã¹Ëغà¢Ò ÁÕâºÊ¶ìãหญ่àÃÕ¡ÇèÒ "´ÙâÍâÁè" µÑé§ÍÂÙè¡ÅÒ§àÁ×ͧ ¶éÒËÒ¡¢Öé¹ä»ÁͧŧÁÒ¨Ò¡ »ÔÍêÒ««ÒàÅè ÁÔ à¤ÅÒ¹à¨âÅè (¨ÑµØÃÑÊäÁà¤ÔÅÍÑÅà¨âÅè) «Ö觵Ñé§ÍÂÙ躹à¢Ò ¨ÐàËç¹âºÊ¶ì´ÙâÍâÁèãË­ ญ่คѺàÁ×ͧ ÊÇÂÁÒ¡ ʶҹ·Õè¾ÅÒ´äÁèä´é áÅÐäÁè¤ÇþÅÒ´¤×Í Galleria dell’ Accademia (¡ÒÅàÅàÃÕ à´Å ÅѤ¤Òà´àÁÕÂ) â´Â੾Òоǡ·Õèà¤Â àÃÕ¹ÇÒ´à¢Õ¹ÁÒ à¾ÃÒзÕè¹ÕèÁÕÃÙ»ÊÅÑ¡ËÔ¹Íè͹à´ÇÔÊ ¢Í§ äÁà¤ÔÅ á͹à¨âÅè àËç¹áÅéÇÍÖé§ ¾Ù´ä´é¤Óà´ÕÂÇÇèÒÊÇÂÁÒ¡æ ʶҹ·ÕèÍÕ¡áËè§Ë¹Ö觷ÕèäÁè¤ÇþÅÒ´àªè¹à´ÕÂǡѹ ¤×Í Galleria degli Uffizi àÃÕ¡§èÒÂæ ÇèÒ á¡ÅàÅÍÃÃÕè ÍØê¿¿Ô«Ô ¡çáÅéǡѹ ·Õè¹ÕèÁÕÀÒ¾à¢Õ¹ÁÒ¡ÁÒ ÍÂèÒ§àªè¹ ¢Í§àÅÕÂǹÒâ´é ´Ò ÇÔ¹ªÔ ÃÒ¿ÒàÍÅ ÏÅÏ áµè·ÕèÊÓ¤Ñญ ­ ÊÓËÃѺàÃÒ ¤×ÍÀÒ¾à¢Õ¹¢Í§ ºê͵µÔàªÅÅÕè (Botticelli) «Öè§ÁÕÍÂÙèËÅÒÂÀÒ¾ áµè·ÕèÊÇ·ÕèÊØ´¤×ÍÀÒ¾ª×èÍ Primavera(¾ÃÕÁÒàÇÃèÒ) ËÃ×Í Ä´ÙãºäÁé¼ÅÔ â¤µÃÊÇÂà»ç¹ºéÒàÅ áÅÐã¹ËéͧáÊ´§ÀÒ¾·Ñé§ËÁ´¹Õé ÁÕÀÒ¾¹ÕéÀÒ¾à´ÕÂÇ ·ÕèÁÕÁéÒ¹Ñè§ µÑé§ÍÂÙèµÃ§´éҹ˹éҢͧÀÒ¾ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๐

àÃÕ¹ä»àÃÕ¹ÁÒ¡ç¶Ö§àÇÅÒ»Ô´à·ÍÁ ·Ò§âçàÃÕ¹¨Ð¾Ò ¹Ñ¡àÃÕ¹价ÑȹÈÖ¡ÉÒ·Õè¡Ãا»ÒÃÕÊ »ÃÐà·È½ÃÑè§àÈÊ ÍÒ¨ÒÃÂì·èÒ¹ ˹Ö觶ÒÁàÃÒÇèÒ¨Ðä»´éÇÂÁÑé àÃҵͺâ´ÂäÁèµéͧ¤Ô´ÇèÒ ä»¤ÃѺ ¾Ø·â¸è! ¹Ñºà»ç¹âÍ¡Òʷͧ·Õà´ÕÂÇ ¨ÐãËéä»àͧ¹Ñé¹ÍÂèÒ ËÇѧ ¤¹à«èÍæ«èÒæ ÍÂèÒ§àÃÒ ÍÂèÒÇèÒáµèªÒµÔ¹Õé µèÍãËéªÒµÔ˹éÒ µÍ¹ ºèÒÂæ ¡çäÁèÁÕ·Ò§ ¤³Ð¢Í§àÃÒÁÕ»ÃÐÁÒ³ 30 ¡ÇèÒ¤¹ à´Ô¹·Ò§â´ÂÃ¶ä¿ ä»¾Ñ¡ÍÂÙè½ÃÑè§àÈÊ»ÃÐÁÒ³ 7 Çѹ ä´éä»´Ù¾Ô¾Ô¸Àѳ±ì ÅÙ¿Çì (Louvre) ãË­ญ่ÁÒ¡ ÁÕ§Ò¹ÈÔÅ»áÊ´§ÁÒ¡ÁÒ áµè·ÕèÊӤѭญä´éä»´ÙÀÒ¾ "âÁ¹ÒÅÔÊéÒ" Íѹ¡ÃЩè͹âÅ¡¢Í§ àÅâ͹ÒÃìâ´é ´Ò ÇÔ¹ªÔ ÃÙ»ÊÅÑ¡ËÔ¹Íè͹ ÇÕ¹ÑÊ ¢Í§¡ÃÕ¡§Ò¹Âؤ ÍÔÁà¾ÃéʪÑè¹¹ÔÊÁì¢Í§ áǹâ¡êÐ â¡á¡ç§ ÃÙéÊâÊé âÁà¹è à««Ò¹ ÏÅÏ áÅéÇÂѧÁÕÈÔÅ»ÊÁÑÂãËÁèÍÂèÒ§¢Í§ »Õ¡ÑÊâÊé ÁÒµÔÊ ¾ÍŤÅÕ ÏÅÏ ¹Í¡¨Ò¡¹ÕéÂѧä´é仢Öé¹ËÍäÍà¿Å áÅÐä»´Ù¾ÃÐÃÒªÇѧ áÇÃì«ÒÂÊì ÍÕ¡´éÇ ¡ÅѺ¨Ò¡½ÃÑè§àÈÊ¡çÁÒÍÂÙè·Õè¿ÅÍàÃ鹫ìàËÁ×͹à´ÔÁ âçàÃÕ¹à»Ô´¡çä»àÃÕ¹ àªéÒä»àÂ繡ÅѺ ÇèÒ¨ÐäÁè¾Ù´¶Ö§¡çÍ´äÁèä´é àÃÒÍÂÙèÁÒä´é»รÐÁÒ³»ÕàÈÉ ¡çä´éÃÙé¨Ñ¡¡Ñº¼ÙéË­ญิ§ÍÔµÒàÅÕ蹤¹Ë¹Öè§ ª×èÍ "ÇÔµµÍàÃÕÂ" äÁè¶Ö§¡ÑºÊÇ áµèäÁè¢ÕéàËÃè ËÅè͹ªèÇÂàÃÒàÃ×èͧÀÒÉÒä´éÁÒ¡ àÃÒä´éä»à·ÕèÂÇ ´Ù˹ѧ ¿Ñ§à¾Å§ áÅÐà¤Âä»´ÙÍØ»ÃÒ¡Ã (Opera) ´éÇ¡ѹ¤ÃÑé§Ë¹Öè§ ÃØéÊÖ¡ÇèÒÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢¢Öé¹ÁÒ¡

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๑

ËÅè͹à¤Â¾ÒàÃÒä»àÂÕèÂÁºéÒ¹·ÕèàÁ×ͧ âºâŹ­èÒ ä´éá¹Ð¹ÓãËéÃÙé¨Ñ¡¡ÑºáÁè áÅоÕèÊÒÇ´éÇ ã¹ÃÐËÇèÒ§·ÕèÍÂÙè¿ÅÍàÃ鹫ì àÃÒä´éä»´ÙËÍà͹àÁ×ͧ»ÔÊéÒ áÅÐÂѧä´éä»à·ÕèÂÇàÁ×ͧÍ×è¹æ ´éÇ àªè¹ ÍÑÊÊÊÔ «Íàùâµé à¹à»ÔéÅ »ÍÁà»ÍÕ àǹԫ áÅÐÍÕ¡ÊÕè«éÒËéÒàÁ×ͧ 仡Ѻ¤¹ä·ÂºéÒ§ µèÒ§ªÒµÔºéÒ§ «Ö觡çµèÒ§¡ÃÃÁµèÒ§ÇÒÃСѹ ¹Í¡¨Ò¡¹ÕéàÃÒÂѧä´éä»âÃÁ ÍÕ¡ 2-3 ¤ÃÑé§ ä»ËÒà¾×è͹·Õè à¤ÂàÃÕ¹ÈÔŻҡÃÁÒ´éÇ¡ѹ «Öè§ä´éÁÒàÃÕ¹ÈÔÅ»ÍÂÙè·Õè¹Ñè¹ ä´é¾Ù´ ä·Â¡Ñ¹ÍÂèҧʹءʹҹ ÂÔè§ä´é´×èÁÇÕâ¹è (äǹì) ·Ñ駢ÒÇ·Ñé§á´§´éÇ áÅéÇ ¤ÇÒÁ·Ø¡¢ì·Õèà¤Âä´éÃѺÁÒáµè˹ËÅѧ »ÅÒʹҡÒÃä» ËÁ´ÊÔé¹ ä»âÃÁ·Ñ駷աçµéͧ仴٠â¤ÅéÍÊàÊÕéÂÁ ¹éÓ¾Øà·ÃÇÕè ÏÅÏ áµè·Õè¢Ò´äÁèä´é¤×͹¤ÃÇҵԡѹ ä»´Ù ÁËÒÇÔËÒÃà«é¹µì»ÕàµÍÃì ÍѹâÍÌÒà áÅзÕèÊӤѭญ¢éÒ§ã¹ÇÔËÒà ÂѧÁÕ§Ò¹¢Í§ äÁà¤ÔèÅ á͹à¨âÅè ·ÕèÂÔè§ãËญ­èÍÂÙè 2 ªÔé¹ ¤×ÍÃÙ»ÊÅÑ¡ËÔ¹Íè͹ ·Õèª×èÍ »Ôà͵êÐ ¡ÑºÀÒ¾ à¿ÃéÊâ¡é (·Õèà¢Õ¹ º¹»Ù¹à»Õ¡) ã¹ËéͧÊÇ´Á¹µì «ÔÊ·Õ¹ à»ç¹ÀÒ¾¾ÃÐà¨éÒ ÊÃéÒ§âÅ¡ ÊÃéÒ§Á¹ØÉÂì ¤¹áá¤×Í ÍÒ´ÑÁ áÅÐÏÅÏ

ÇèҡѹÇèÒâ´Á¢Í§ÁËÒÇÔËÒÃà«é¹µì»ÕàµÍÃì äÁà¤ÔÅ á͹à¨âÅ ¡è çà»ç¹¤¹Í͡Ẻ âÍé! ÁÑÁÁèÒàÁÕèÂ! à»ç¹¤¹ËÃ×Íà·¾¡Ñ¹á¹è àÃÒÇèÒ à·¾¡çÊÙéäÁèä´é ã¹·ÕèÊØ´¡ç¶Ö§àÇÅÒ¡ÅѺàÁ×ͧä·Â àÃÒÍÂÙèÍÔµÒÅÕèä´é 2 »Õ à¾ÃÒÐà¢ÒãËé·Ø¹ÁÒá¤è¹Ñé¹ ÁÒ¶Ö§µÍ¹¹ÕéªÑ¡äÁèÍÂÒ¡¡ÅѺ áÎèÐæ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๒

àÃҨеéͧ仢Öé¹àÃ×ͺԹ·ÕèâÃÁ ÇÔµµÍàÃÕ ΌàÃÒ àÍêÂ! à¾×è͹ÊÒǨÐä»Êè§ àÃҺ͡ÇèÒäÁèµéͧËÃÍ¡ ÃÐÂзҧÁѹä¡Å à´ÕëÂÇ¢Ò¡ÅѺ¨ÐÅÓºÒ¡ áµèËÅè͹äÁèÂÍÁ àÍéÒ! 仡çä» àÃÒ¤Ô´ÇèÒËÅè͹¤§ÃÑ¡àÃÒ ÊèǹàÃÒ¹Ñé¹ÃÑ¡ËÅè͹ “âÍéÇèÒ͹Ԩ¨Ò¤ÇÒÁÃÑ¡ ¾Ö觻ÃШѡÉì´Ñè§ÊÒ¹éÓäËÅ µÑé§áµè¨ÐàªÕèÂÇà»ç¹à¡ÅÕÂÇä» ·Õèä˹àŨÐäËŤ׹ÁÒ” äÁèÁÕ¤ÇÒÁËÁÒÂÍÐäÃËÃÍ¡ àÃÒà¢Õ¹ä»ÍÂèÒ§¹Ñé¹àͧ àËç¹ÇèÒ¡Å͹à¾ÃÒÐ´Õ ËÅѧ¨Ò¡àÃÒ¡ÅѺ¨Ò¡¿ÅÍàÃé¹µìÁÒÂѧ¡ÃØ§à·¾Ï áÅéÇ ÇÔµµÍàÃÕ¡ѺàÃÒÂѧà¢Õ¹¨´ËÁÒ¶֧¡Ñ¹ÍÂÙèËÅÒÂ»Õ áÅéÇ¡ç¤èÍÂæ àÅÔ¡ÃÒ¡Ñ¹ä» ã¹¨´ËÁÒ©ºÑºË¹Öè§ ÇÔµµÍàÃÕÂà¢Õ¹ºÍ¡ÇèÒ ¨ÐÁÒËÒ àÃÒ·Õè¡ÃØ§à·¾Ï ¢×¹ÁÒ¨ÃÔ§¡ç©ÔºËÒÂÇÒ»èǧá¹è à¾ÃÒÐàÃÒÁÕàÁÕ áÅéÇ áµè´Ñ¹ä»ºÍ¡ÇèÒÂѧäÁèÁÕ ÂÍÁÃѺÍÂèÒ§äÁèÍÒÂÇèÒàÃÒ “µÑÇà§Ô¹ µÑǷͧ” ·ÕèÊØ´ ¡ÅѺÁÒÍÂÙè¡ÃØ§à·¾Ï ä´éäÁè¹Ò¹ à¾×è͹·ÕèàÃÕ¹ÈÔŻҡà ´éÇ¡ѹ¡çÁÒà¤ÕèÂÇà¢çญ ­ ãËéàÃÒà¢Õ¹àÃ×èͧà¡ÕèÂǡѺ¿ÅÍàÃ鹫ì ä»Å§ ã¹Ë¹Ñ§Ê×ÍÇÔ·ÂÒÊÒ÷ÕèÁѹ·Ó§Ò¹ÍÂÙè¡Ñº Ê.ÊÔÇÃÑ¡Éì äÍéàÃÒ¡çÍÖ´ÍÑ´ã¨à»ç¹ÍѹÁÒ¡ à¾ÃÒÐäÁèà¤Âà¢Õ¹˹ѧÊ×Í à»ç¹àÃ×èͧà»ç¹ÃÒÇÁÒ¡è͹ ã¹·ÕèÊØ´¡ç·¹¡ÒÃúàÃéÒäÁèäËÇ ¡çàÅ à¢Õ¹áÁèÁä» »ÃÒ¡¯ÇèÒºÃóҸԡÒà ¤×Í Ê.ÈÔÇÃÑ¡Éì ä´éàÍÒàÃ×èͧ¢Í§ àÃÒŧ ÁÕ¡ÒÃá¡éä¢àÅ硹éÍ ŧä´éÍÂÙè 2 µÍ¹¡çÂØµÔ à¹×èͧ¨Ò¡ Ê.ÈÔÇÃÑ¡ÉìÅÒÍÍ¡ ËÅѧ¨Ò¡¹Ñé¹àÃÒ¡çÅͧËÑ´à¢Õ¹àÃ×èͧÊÑé¹ Êè§ä»Å§Ë¹Ñ§Ê×Í ÊµÃÕÊÒà »ÃÒ¡¯ÇèÒä´éŧ µèÍÁÒä´éà¢Õ¹àÃ×èͧÊÑé¹ä»Å§Ë¹Ñ§Ê×Í "ªÒÇ¡Ãا" ãªé¹ÒÁ »Ò¡¡ÒÇèÒ “¾Ô¹·ØìÍÔ ÁØÊÔ¡·¹µì” àÃ×èͧ ¤¹ä¢éãºàËÅ×ͧ àÃ×èͧ¹Õé´Ñ§¾Í ÊÁ¤Çà ¢¹Ò´ “ç¤ì ǧ¤ìÊÇÃäì ÂѧºÍ¡ÇèÒ ¡ÙÅÐàÊÕÂǪԺËÒÂ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๓

¹Í¡¨Ò¡à¢Õ¹ä»Å§ã¹Ë¹Ñ§Ê×ÍʵÃÕÊÒÃáÅéÇ àÃÒÂѧà¢Õ¹ Êè§ä»Å§ã¹Ë¹Ñ§Ê×Í "ÅŹÒ" ÍÕ¡´éÇ áµèäÁèºè͹ѡ à¾ÃÒÐàÃÒà¢Õ¹ äÁèà¡è§ Êèǹ˹ѧÊ×Í ªÒÇ¡Ãا ËÅѧ¨Ò¡à»ÅÕè¹ º.¡.¨Ò¡»ÃÐÁÙÅ Íس˸ٻ à»ç¹·èÒ¹Í×è¹ à¢Ò¡çäÁèàÍÒàÃ×èͧ¢Í§àÃÒŧÍÕ¡àÅ 㹷ÕèÊØ´¹Ñ¡à¢Õ¹Á×ÍÊÁѤÃàÅè¹ÍÂèÒ§àÃÒ¡çàÅÔ¡à¢Õ¹ àÁ×èÍ Ë¹Ñ§Ê×ÍʵÃÕÊÒà áÅÐ ÅŹҵéͧÅéÁàÅÔ¡ä» áÎèÐ æ 6 »Õ¡è͹¨Ðà¡ÉÕ³ àÃÒä´éÂéÒÂä»·Ó§Ò¹·Õè ÈÙ¹ÂìÏà¤Ã×èͧ à¤Å×ͺ´Ô¹à¼Ò ¨Ñ§ËÇÑ´ÅÓ»Ò§ «Öè§ÍÂÙèã¹à¤Ã×ͧ͢¡ÃÁÊè§àÊÃÔÁÍصÊÒË¡ÃÃÁ ËÅѧà¡ÉÕ³ àÃÒ¡ÅѺä»ÍÂÙèºéÒ¹à´ÔÁ¡ÑºàÁÕ¤¹»Ñ¨¨ØºÑ¹ ·Õè Í.⤡⾸Ôì ¨.»ÑµµÒ¹Õ ÇèÒ§¡ç¶Ò¡Ë­ญ้Ò »ÅÙ¡µé¹äÁé仵ÒÁ »ÃÐÊÒ Ê.Ç. ªèǧàÂç¹æ ¡çä»ÍÍ¡¡ÓÅѧ¡Ò´éÇ¡ÒÃàÅè¹áº´ÁÔ¹µÑ¹ äÁè¡ç»Ñè¹Ã¶¨Ñ¡ÃÂÒ¹á¶Áá¡Çè§á¢¹µÒÁẺ©ºÑº¢Í§ÇÑ´àÊéÒËÅÔ¹ ÍÂèÒ§¹éÍ 500 ¤ÃÑé§ ºÒ§¤ÃÑé§ÍÒ¨¶Ö§ 1,000 ¤ÃÑé§ ËÅѧ¨Ò¡¾Ñ¡ãËéËÒÂà˹×èÍ áÅÐà˧×èÍáËé§ áÅéǨ֧´×èÁàºÕÂÃìàÂç¹æ à¾×èͤÇÒÁÊØ¢áÅÐÊØ¢ÀÒ¾ ·éÒ·ÕèÊØ´àÃÒ¡ç¢Í¨ºáµèà¾Õ§à·èÒ¹Õé ÊÇÑÊ´Õ ».Å.Å×ÁºÍ¡ËÁÒÂàÅ¢â·ÃÈѾ·ì ¨ÐãËé件ÒÁ »ÃÐÀÒÈÃÕÍÕ¡¡çà¡Ã§ã¨à´ÕëÂǨÐËÒÇèÒ àÍÒà»ÃÕºà¾ÈáÁè ºéÒ¹ 073-432004 Á×Ͷ×Í 063-0893854

»ÃйÍÁ ÊØÇÃóì»ÃÐÊÔ·¸Ôì

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เล่าสู่กันฟัง 2

ประพิศ ตุณฑกิจ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๔


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๕

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๖

เล่าสู่กันฟัง 2

ประภาศรี เขียนจ�ำนงค์ ÊÇÑʴաѺà¾×è͹ ¾.ª. 99 ·ÕèÃÑ¡·Ø¡¤¹

วิเชียร-วรณี

¢Íá¹Ð¹ÓµÑÇ¡è͹¤èÐ àÃÒ (Íéǹ) »ÃÐÀÒÈÃÕ à¢Õ¹¨Ó¹§¤ì ªª.2 ¢Í¢ÂÒ¤ÇÒÁÇèÒ ªª. ¤×Í “¼ÙéàªÕèÂǪҭญªÕÇÔµ” ã¹Ë¹Ñ§Ê×Í ¤Ê. ¤Ê.©ºÑº·Õè 959 »ÃШÓÇѹ·Õè 10-20-¡.Â. 2559 ºÍ¡äÇéÇèÒ ªª.1 ¤×Í ¤¹ÊÙ§ÍÒÂØ 60-69 »Õ ªª.2 ¤×Í ¤¹·ÕèÁÕÍÒÂØ 70-79 »Õ ªª.3 ¤×ͤ¹âª¤´Õ·ÕèÁÕÍÒÂØ 80 ¢Öé¹ä» ÍÒ¨¶Ö§ Infinity à¾×è͹æ àÃÒ ¤§¨Ð¡éÒÇ件֧ ªª.3 ¡Ñ¹á¹è¹Í¹ ¾Ö§¨ÓäÇéÇèÒ “¶éÒàÃÒàª×èÍ àÃÒÁÑè¹ã¨ àÃÒÈÃÑ·¸Òã¹ÊÔè§ã´ ¡ç¨§ÂÖ´ÁÑè¹ÈÃÑ·¸Òã¹ÊÔ觹Ñé¹ áÅÐ㹪ÕÇÔµ áÅÐàÇÅÒ·ÕèàËÅ×ÍÍÂÙè àÃҨѡµéͧäÁèµÓ˹ԵÔàµÕ¹ ËÃ×ͺè¹ÇèÒã¤ÃÍÕ¡áÅéÇ” ¤¹´Õ¨ÐãËé “¤ÇÒÁÊØ¢” ¡ÑºàÃÒ ¤¹àÅǨÐãËé “»ÃÐʺ¡ÒÃ³ì” ¡ÑºàÃÒ ¤¹·ÕèáÂèæ áÅÐàÅÇÃéÒ (Worst) ·ÕèÊØ´¨ÐãËé “º·àÃÕ¹” ¡ÑºàÃÒ áÅФ¹·Õèáʹ´Õ¨ÐãËé “¤ÇÒÁ·Ã§¨Ó” ¡ÑºàÃÒ ¢Í¡µÑÇÍÂèÒ§ ¤¹´Õ ãËé “¤ÇÒÁÊØ¢” ¡ÑºàÃÒã¹ËÁÙèà¾×è͹ «Öè§àÃÒ¹ÔÂÁ¡Âèͧã¹ã¨ÍÂÙèàÊÁÍ áµèäÁèÁÕâÍ¡ÒÊä´é¾Ù´¤×Í 1. ¤Ø³ÇÃ³Õ µÒÅÐÅÑ¡ÉÁ³ì - ¤Ø³ÇÔàªÕÂà àÍÕèÂÁ¹Ò¤Ð áÅÐ ¤Ø³¹Ñ¹·Ò Êآ⾸Ôì ä´éµÔ´µèÍ»ÃÐÊÒ¹§Ò¹¡Ñ¹ à¾×èÍãËéà¾×è͹æ ä´é ¾º¡Ñ¹ 2. ¤Ø³¡Ó¸Ã ÍÔ¹·Ã¾ÔªÑ ÁÕàÁµµÒàÅÕé§ÍÒËÒà ¾Òà¾×è͹ä»à·ÕèÂÇ ä»·ÓºØญ ­ µÅÍ´¨¹ºÃÔ¡ÒÃÍ×è¹æÍÕ¡ÁÒ¡ à¾×èÍãËéà¾×è͹ ä´é¾º»Ð¡Ñ¹ÁÒ¡ÂÔ觢Öé¹

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

ก�ำธร


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๗

นันทา

มงคล

กฤษฎี

ประพิศ

3. ¤Ø³Á§¤Å á¡éǾǧ§ÒÁ ä´é¨Ñ´·Ó˹ѧÊ×ͤÙèÁ×Í ÃÙ»àÅèÁ ÊǧÒÁÁÕ»ÃÐ⪹ì ãËéà¾×è͹Ê×èÍÊÒö֧¡Ñ¹ä´éÊдǡ 4. ¤Ø³¡ÄÉ®Õ »Ñญ ­­ ญฤ·¸Ôì ä´é¨Ñ´·ÓºØ­ã¹Çѹ¤ÅéÒÂÇѹà¡Ô´ (4 ¾.Â.)¢Í§·Ø¡»Õ à¾×èÍãËéà¾×è͹ä´é¾º¡Ñ¹ ·ÓºØ­ÃèÇÁ¡Ñ¹à¾×èÍÍØ·ÔÈÊèǹ¡ØÈÅãËé¡Ñºà¾×è͹æ áÅÐÍÒ¨ÒÃÂì¼Ùé¨Ò¡ä» ·ÕèÇÑ´ª¹Ðʧ¤ÃÒÁ áÅÐÂѧÁÕ˹ѧÊ×Í´Õæ ÁÕ»ÃÐ⪹ì ãËéà¾×è͹æ ä´éÍèÒ¹ÍÕ¡´éÇ 5. ¤Ø³»ÃоÔÈ µØ³±¡Ô¨ ä´é¡ÃسҨѴ§Ò¹ÊѧÊÃäìÂèÍÂæ ©ÅͧÇѹ ¤ÅéÒÂÇѹà¡Ô´ãËéà¾×è͹ä´é¾º»Ð¤Ø¡ѹ ¿Ñ§à¾Å§ Ãéͧà¾Å§ ÃѺ»ÃзҹÍÒËÒà »ÃÐÁÒ³»ÕÅÐ 3 ¤ÃÑé§ ·Õè´ÔâÍÅÊÂÒÁ µÅÍ´¨¹ »ÃÐÊÒ¹§Ò¹¡Ñº¤Ø³ÇóÕ-ÇÔàªÕÂà ä»àÂÕèÂÁà¾×è͹·Õèà¨çº»èÇ ¢ÍãËé·èÒ¹·Ñé§ËÅÒ·ÕèãËé¤ÇÒÁÊØ¢ ¡ÑºàÃÒ·Õè¡ÅèÒǶ֧ÁÒáÅéÇ ÃÇÁ·Ñ駷èÒ¹Í×è¹ ·ÕèãËé¤ÇÒÁªèÇÂàËÅ×Íà¡×éÍ¡ÙÅ «Öè§àÃÒÍÒ¨ËŧÅ×Á仺éÒ§ ¡ç¢ÍÍÀÑ ¢Íä´éÁÕÊØ¢ÀÒ¾·Õè´Õ »ÃÐʺáµè¤ÇÒÁÊØ¢ ¤ÇÒÁà¨ÃÔ­ญÃØè§àÃ×ͧ ÂÔè§æ ¢Öé¹ä» ÊÒ¸Ø ÊÒ¸Ø ÊÒ¸Ø Í´ÕµàÃ×èͧªÕÇÔµ «Öè§à»ç¹¤ÇÒÁ·Ã§¨Ó·Õè´Õ¢Í§àÃÒ ¤×Í àÃÒà»ç¹ ÅÙ¡¤¹âµ¢Í§¾èÍáÁè ÁÕ¹éͧ 6 ¤¹ à»ç¹Ë­ญิ§ 4 ¤¹ ªÒ 2 ¤¹ äÁèÁญ Õ­ ÒµÔ ¾èÍ·Ó§Ò¹¤¹à´ÕÂÇ ·Ñé§ÀÒ¤¡ÅÒ§Çѹ, ¡ÅÒ§¤×¹ àÃÒÀÙÁÔ㨷ÕèÊØ´·Õèä´éà»ç¹ ÅÙ¡¾èÍ à¾ÃÒоèÍÊÑè§Ê͹ͺÃÁá·¹áÁè´éÇ áÅÐÊӤѭญ·ÕèÊØ´ ¤×Í »¯ÔºÑµÔµ¹ãËéà»ç¹µÑÇÍÂèÒ§¶Ö§¤ÇÒÁ¡µÑญญู ­­ µèͺԴÒÁÒÃ´Ò áÅÐʶҺѹ ªÒµÔ ÈÒÊ¹Ò ¾ÃÐÁËÒ¡ÉѵÃÔÂì, ¤ÇÒÁÁÕÃÐàºÕºÇÔ¹ÑÂ, «×èÍÊѵÂì, ¢Âѹ, Í´·¹, »ÃÐËÂÑ´ ÏÅÏ áÅÐÀÙÁÔ㨵èÍÁÒ ¤×Í ¾èͽҡãËéàÃÒä´éàÃÕ¹ ã¹âçàÃÕ¹ÊÒ»ѭ­ญญÒ (Á.1-Á.6) ¤ÃÙ ÍÒ¨ÒÃÂì ͺÃÁ·Ñ駤ÇÒÁÃÙé, ¤Ø³¸ÃÃÁ´ÕÁÒ¡ äÁè¡ÅéÒàÃÕ¹µèÍ Á.7, 8 ¡ÅÑÇÇèÒÊµÔ »Ñ­­ญญÒ¨Ðä»äÁè¶Ö§ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๘

ä»ÊÁѤÃÊͺà¢éÒ¾ÂÒºÒÅ ¡çäÁèÁÕ·Õèä˹ÃѺ ºÍ¡ÇèÒÍÒÂعéÍÂä» à¢ÒÃѺÍÒÂØ 17 ¡Ñ¹·Ø¡·Õè µÍ¹àÃÕ¹ÁѸÂÁ ¾ÍÁÕ½ÕÁ×Í·Ò§ÇÔªÒÇÒ´à¢Õ¹ ÍÂÙèºéÒ§ ¡çàÅÂä»Êͺà¢éÒàÃÕ¹·ÕèâçàÃÕ¹à¾ÒЪèÒ§ ⪤´ÕÊͺà¢éÒàÃÕ¹ ä´é ¶éÒàÃÒäÁèä´éàÃÕ¹·Õè¹Õè àÃÒ¤§àÊÕ´ÒÂáÂè à¾ÃÒÐàÃÒ¤§äÁèä´éàÃÕ¹ ÇÔªÒ·ÕèàÃÒÃÑ¡ äÁèä´é¾ºà¾×è͹·Õè´Õæ àÃÒÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ÍÂÙè¡Ñºà¾×èÍ¹æ ·Õè¨Ãԧ㨠áÅзÕèÊӤѭญÁÒ¡àÃÒä´é¤é¹¾ºÇèÒ ÈÔÅ»ะà»ç¹ÊÔ觨Óà»ç¹áÅÐÊӤѭญµèÍ ªÕÇÔµÁ¹ØÉÂì ·Ñé§ÊèǹµÑÇáÅÐÊèǹÃÇÁ µÅÍ´¨¹ÊÔè§áÇ´ÅéÍÁ·Ø¡ÍÂèÒ§ ÈÔÅ»ะÊ͹ãËéàÃÒ Áͧ·Ø¡ÊÔè§ã¹á§è¢Í§¤ÇÒÁ´Õ§ÒÁ áÅÐÁͧÅÖ¡æ Å§ä» áÅéÇ·ÓãËé¨Ôµã¨àÃÒ´Õ§ÒÁáÁéã¹ÊÔ觷ÕèÀÒ¹͡ÍÒ¨ÁͧäÁèàËç¹ÇèÒ§ÒÁ¡çµÒÁ àÃÕ¹¨ºà¾ÒЪèÒ§ »Õ 3 (».».ª.) àÃÒ¡çÊͺºÃèØà»ç¹¤ÃÙ·Õè ¡ÃзÃǧÈÖ¡ÉÒ¸Ô¡Òà ä´éä»Ê͹ÈÔÅ»·ÕèâçàÃÕ¹ÇÑ´»ÃдÙè㹷çธÃÃÁ Ê͹ÃͺàªéÒ à§Ô¹à´×͹ªÑ鹨ѵÇÒ 620 ºÒ· àÁ×èÍ 1 ¡.¤. 2502 ¾ÃéÍÁ¡Ñ¹¹Ñ鹡çÊͺàÃÕ¹µèÍ »Õ 4-5 ».Á.ª. (»Ñé¹) àÃÕ¹ÃͺºèÒ µèÍÁÒ¡çÊͺà¢éÒ àÃÕ¹ÀÒ¤¤èÓ·ÕèÇÔ·ÂÒÅÑÂÇÔªÒ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ»ÃÐÊÒ¹ÁԵà àÍ¡ÀÙÁÔÈÒʵÃì (àÁ×èÍ¡è͹ÇÔªÒàÍ¡ÈÔÅ»ÂѧäÁèÁÕ) ¨º»ÃÔ­­ญญÒµÃÕ ¡È.º. ¾.È. 2509 ¨Ò¡âçàÃÕ¹ÇÑ´»ÃдÙèÏ¡çÂéÒÂä»Ê͹ÈÔÅ»·ÕèâçàÃÕ¹ÇÑ´ Á¡Ø®¡ÉѵÃÔÂì ¨Ò¡¹Ñ鹡çÂéÒÂä»Ê͹Êѧ¤Á·ÕèâçàÃÕ¹ʵÃÕÇÑ´ Ãะ¦Ñ§ áÅéÇ¡çÂéÒÂä»ä»ÍÂÙè âçàÃÕ¹Ãѵ¹â¡ÊÔ¹·ÃìÊÁâÀª ºÒ§¢Ø¹à·Õ¹ µèͨҡ¹Ñ鹤ÃÙÊ͹Êѧ¤Á ·ÕèâçàÃÕ¹ÇÑ´ÍÔ¹·ÒÃÒÁ¢ÍÊѺà»ÅÕè¹µÑÇ ÍÂÒ¡ÂéÒÂä»Ê͹·ÕèâçàÃÕ¹Ãѵ¹â¡ÊÔ¹·ÃìÏ à¾ÃÒÐã¡ÅéºéÒ¹à¢Ò àÃÒ¡çä´éÂéÒÂä»Ê͹·ÕèâçàÃÕ¹ÇÑ´ ÍÔ¹·ÒÃÒÁ (»Õ 2525) 2 âçàÃÕ¹ ·ÕèÍÂÙè¹Ò¹»Õ¤×Í âçàÃÕ¹áá (ÇÑ´»ÃдÙè 㹷ç¸ÃÃÁ) äÁèÂҡ㹡ÒÃÊ͹ µÑé§ã¨Ê͹ÁÒ¡ÍÂÒ¡ãËéà´ç¡ä´éàÃÕ¹ µèÍ´éÒ¹ÈÔÅ»µÒÁ·Õèà¢ÒªÍº áÅÐÊè§àÊÃÔÁãËéà¢Òä´éáÊ´§¤ÇÒÁÊÒÁÒö Êè§ä»»ÃСǴ á¢è§¢Ñ¹ 㹧ҹÈÔÅ»Ëѵ¶¡ÃÃÁ·Ø¡»Õ áµèâçàÃÕ¹ÊØ´·éÒÂÇÑ´ÍÔ¹·ÒÃÒÁ Âҡ㹡ÒÃÊ͹ µéͧ»ÃѺ»ÃاµÑÇàͧËÅÒÂÍÂèÒ§ à¾ÃÒÐÊÁѹÑé¹äÁèÁÕ¡ÒÃàÃÕ¹ÇÔªÒàÍ¡¾Ãоط¸ ÈÒÊ¹Ò àÃÒµéͧÊ͹ÇÔªÒ¾Ãоط¸ÈÒÊ¹Ò Á.»ÅÒ (Á.4,5,6) ¡çËÒ¤ÇÒÁÃÙéàÍÒàͧ ¨Ò¡¡ÒÃÍèÒ¹ ˹ѧÊ×͸ÃÃÁÐ, ÊÁѤÃÃѺ¡ÒÃͺÃÁ, ʹ·¹Ò¸ÃÃÁ ¢Í¤ÇÒÁàÁµµÒ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๗๙

ªèÇÂàËÅ×ͨҡ·èÒ¹à¨éÒÍÒÇÒÊ·Ñé§ 2 ÇÑ´ ÁÕÇÑ´ÍÔ¹·ÒÃÒÁáÅÐÇÑ´¨Ñ¹·ÒÃÒÁ ãËé·èÒ¹ªèÇÂÊ͹ â´Â੾ÒÐàÃ×èͧ¡Òû¯ÔºÑµÔÊÁ¶¡ÃÃÁ°Ò¹áÅÐ ÇÔ»ÑÊʹҡÃÃÁ°Ò¹ Âҡ㹡ÒÃÊ͹ÇÔªÒ·Õè¹Ñ¡àÃÕ¹äÁèÍÂÒ¡àÃÕ¹ áµè ¡çä´éÇÔªÒàÍ¡·ÕèÊÓ¤Ñญ ­ ¤×ÍÈÔÅ»ÁÒªèÇ ´éÒ¹¸ÃÃÁйÕé¡çãËéà´ç¡ä´éáÊ´§ ¤ÇÒÁÊÒÁÒö àªè¹ á¢è§¢Ñ¹µÍº»Ñ­ญËÒ¸ÃÃÁ, á¢è§¢Ñ¹ÊÇ´Á¹µìËÁÙè, ºÃÃÂÒ¸ÃÃÁÐ ¨Ñ´â¤Ã§¡ÒÃÊÙèÍÒÃÒÁ¾Ò¹Ñ¡àÃÕ¹à¢éÒ¤èÒ ͺÃÁ¸ÃÃÁÐ ¡ç¤Ô´ÇèÒàÃÒ·Ó§Ò¹àµçÁ¤ÇÒÁÊÒÁÒö àÃ×èͧ¤Ãͺ¤ÃÑÇ ´Ñ§·ÕèºÍ¡à¾×è͹ÇèÒ àÃÒà»ç¹ÅÙ¡¤¹âµ áÅÐäÁèÁÕ­ ญÒµÔ ©¹Ñé¹µÑé§áµèàÃÕ¹, ·Ó§Ò¹, ÁÕ¤Ãͺ¤ÃÑÇ àÃÒ¡ç´ÙážèÍ áÁè áÅйéÍ§æ µÅÍ´ÁÒ ¾èÍä´éÍØ·ÔȴǧµÒ, ÃèÒ§¡ÒÂãËé¡Ñº ÊÀÒ¡ÒªÒ´ «Öè§ä´é·ÓãËéáÁè´éÇ àÁ×è;èÍ»èÇ´éÇÂâä¾Ò¤Ô¹Êѹ (àÃÔèÁ»èÇÂËÅѧà¡ÉÕ³ÍÒÂØ ÍÒÂØ 61 »Õ) ªèÇÂàËÅ×͵ÑÇàͧäÁèä´éàÅ àÃÒ¡çà»ç¹ËÅѡ㹡ÒþҾèÍä»ËÒËÁÍ ªèÇÂáÁè ´ÙáÅÃÑ¡ÉÒ¾èÍ ¾è͹͹»èÇÂà»ç¹àÇÅÒ 12 »ÕàµçÁ àÊÕµ͹ÍÒÂØ 73 »Õ ¾èÍàÊÕÂáÅéÇàÃÒ¡çãËé¹éͧæ ä´éÍØ·ÔÈÃèÒ§¡ÒÂ, ´Ç§µÒ´éÇ ¡è͹¾èÍàÊÕ 5 »Õ ¹éͧªÒ ¤¹ÊØ´·éͧ ¡çàÊÕªÕÇÔµ´éÇÂÍغѵÔà赯 àÃÒà»ç¹¾ÕèãË­ญ่ ¨Ñ´¡ÒÃȾ¹éͧ äÁèãËé¾èÍÃÙé ¹éͧÊÒÇ 2 ¤¹ á¡ä»ÁÕ¤Ãͺ¤ÃÑǵèÒ§ËÒ¡ àÃÒ¡ç´ÙáÅáÁè ¨¹áÁè»èÇÂáÅÐàÊÕªÕÇÔµ »Ñ¨¨ØºÑ¹¡çÃѺÀÒÃЪèÇÂàËÅ×Í´ÙáÅ ¹éͧÊÒÇ 2 ¤¹ ¹éͧªÒÂÍÕ¡ 1 ¤¹ ÍÒÂØ 74, 69 áÅÐ 60 ÁÕâä»ÃШӵÑÇ «Öè§ËÒËÁÍÃÑ¡ÉÒ¡çäÁèËÒ¤×Í âä¾Ò¤Ô¹ÊѹáÅÐâä·Ò§¨ÔµàǪ ¡Ô¨ÇѵûÃШÓÇѹ»ÃШÓÇѹ¢Í§àÃÒ¡çäÁèÁÕÍÐäÃÁÒ¡ Å×ÁµÒ µ×è¹àªéÒ¢Öé¹ÁÒ¡çäËÇé¾ÃÐ ¢Íº¾ÃФس·Õè·èÒ¹ãËéÁÕªÕÇÔµÍÂÙè ¢Íº¾ÃФس áÅÐá¼èàÁµµÒãËé¾èÍáÁè ¼ÙéÁÕ¾ÃФس·Ø¡·èÒ¹·ÕèÅèǧÅѺä»áÅéÇ ¢ÍãËé¾ÃÐÈÃÕÃѵ¹µÃÑ ÊÔè§ÈÑ¡´ÔìÊÔ·¸Ôë·Ñé§ËÅÒ¤ØéÁ¤Ãͧ ã¹ËÅǧ, ¾ÃÐÃÒªÔ¹Õ, ¾ÃкÃÁǧÈÒ¹ØǧÈì ·Ã§¾ÃÐà¨ÃÔ­ญ ãÊèºÒµÃàªéÒ ÊÑ»´ÒËìÅФÃÑé§ ÊÇ´Á¹µì ¹Ñè§ÊÁÒ¸Ô ã¹áµèÅÐÇѹ¶éÒÁÕâÍ¡ÒÊ·Ó´Õ ÍÐäáçä´é äÁèÇèÒ·Ò§¡Ò ÇÒ¨Ò ã¨ ¡ç·Ó·Ñ¹·Õ à¾ÃÒÐÃÐÅÖ¡àÊÁÍÇèÒ......

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๘๐

àÇÅÒàËÅ×͹éÍÂáÅéÇ §Ò¹Í×è¹æ àªè¹ §Ò¹ºéÒ¹¡ç·ÓµÒÁ¡ÓÅѧ à˹×èÍ ¡ç¾Ñ¡ ÇèÒ§æ ¡çÍèҹ˹ѧÊ×Í ´Ù·ÕÇÕ ÏÅÏ µÍ¹àÂ繡çÊÇ´Á¹µì, ·ÓÊÁÒ¸Ô ´Ù¢èÒÇáÅÐÅФúҧàÃ×èͧ·ÕèªÍº ¡è͹¹Í¹ËÅѺ¡çÊÇ´Á¹µìÊÑé¹æ ÍÕ¡¤ÃÑé§ àËÁ×͹µÍ¹µ×蹹͹àªéÒ ÃÐÅÖ¡¶Ö§¡è͹ËÅѺ ¤×Í ¾ÃØ觹ÕéÍÒ¨äÁèä´éµ×è¹ áÅÐ(¹Í¹)ÊÁÒ¸Ô ÀÒÇ¹Ò ¾Ø·â¸ ¨¹ËÅѺ ¤µÔ»ÃШÓ㨢ͧàÃÒµÅÍ´ÁÒ ¤×Í “¤Ô´ ¾Ù´ ·ÓãËé´Õ·ÕèÊØ´ 㹻Ѩ¨ØºÑ¹¢³Ð” (¤Ô´´Õ ÇÒ¨Ò´Õ ¡ÒáÃÐ·Ó´Õ ¡ÃÃÁ´ÕÂèÍÁµÒÁÁÒ) áÅÐ ”àÇÅÒªÕÇÔµàËÅ×͹éÍÂŧ·Ø¡Çѹ ¨§àÅ×Í¡àÍÒ ÊÃéÒ§¤ÇÒÁ´Õ ¨ÐÁÕ ÊØ¢ÀÒ¾´Õ ÊÃéÒ§¤ÇÒÁªÑèÇ ¨ÐÁÕ·Ø¡¢ìÀÒÂ˹éÒ” ¢éÍà¢Õ¹¢Í§àÃÒÍÒ¨¨ÐÂÒÇä»Êѡ˹èÍ à¾×è͹æ ÍèÒ¹ ¢éÒÁ仡çä´é áµèอÂ่ ÒÅ×ÁÍèÒ¹¹Ô·Ò¹ áÅТéͤԴ¢Í§·èÒ¹ ¤Ö¡Ä·¸Ôì »ÃÒâÁª µÍ¹·éÒÂàÃ×èͧ¹Ð¤Ð ËÇѧÇèÒ¤§¨Ðà»ç¹»ÃÐ⪹ì¡Ñº à¾×è͹ºéÒ§äÁèÁÒ¡¡ç¹éÍÂ

ÃÑ¡áÅФԴ¶Ö§à¾×è͹àÊÁÍ (Íéǹ) »ÃÐÀÒÈÃÕ à¢Õ¹¨Ó¹§¤ì

¹Ô·Ò¹ àÃ×èͧàÅèҢͧªÒÇÂÔÇ

ã¹Í´ÕµÁÕ¾ÃÐÃÒªÒ¼ÙéÂÔè§ãË­è¢Í§ÍҳҨѡÃáËè§Ë¹Öè§ ¾ÃйÒÁÇèÒ â«âÅÁ͹ ãËéà¨éÒàÁ×ͧ·Ø¡àÁ×ͧ ¹Ó¢Í§ÇÔàÈÉãËéÍÂèÒ§ ˹Öè§ ÊÔ觢ͧ¹Ñé¹µéͧÁդسÊÁºÑµÔÊÒÁÒöà»ÅÕè¹ÍÒÃÁ³ì¢Í§¾ÃÐÃÒªÒ ä´é ËÒ¡¡ÓÅѧÁÕ·Ø¡¢ì¡ç¨ÐËÒ¨ҡ·Ø¡¢ì ËÒ¡ÁÕÊØ¢¡ç¨Ð»ÅèÍÂÇÒ§¤ÇÒÁÊØ¢ä´é ¤Ãº¡Ó˹´äÁèÁÕã¤ÃÊÒÁÒö·ÓµÒÁ·Õè¾ÃÐÃÒªÒµéͧ¡ÒÃä´é ÁÕáµèà¨éÒàÁ×ͧàÅç¡æ àÁ×ͧ˹Ö觺͡¾ÃÐÃÒªÒÇèÒ ÁÕáËǹÇÔàÈÉ «Öè§ ÁդسÊÁºÑµÔÍÂèÒ§·Õè¾ÃÐÃÒªÒµéͧ¡ÒÃÁÒ¶ÇÒ ¾ÃÐÃÒªÒʧÊÑÂÇèÒ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๘๑

áËǹ·Í§¸ÃÃÁ´ÒÇÔàÈÉä´éÍÂèÒ§äà ¾ÃÐÃÒªÒ ¹Óä»ãªé¡ç¾ºÇèÒ áËǹǧ¹ÕéÊÒÁÒöà»ÅÕè¹ÍÒÃÁ³ì¢Í§¾ÃÐͧ¤ì ä´é¨ÃÔ§æ äÁèÇèÒ¾ÃÐͧ¤ì·Ø¡¢ìËÃ×ÍÊØ¢ÍÂÙè¡çµÒÁ à¾ÃÒÐáËǹǧ¹Õé ÁÕ¢éͤÇÒÁÊÑé¹æ ÊÅÑ¡äÇéÇèÒ “This too shall pass” (áÅéÇÊÔ觹Ñ鹨Р¼èÒ¹¾é¹ä»)

¡®¡ÒÃãªéªÕÇÔµã¹ÇÑ·ͧÍÂèÒ§ÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ (Á.Ã.Ç.¤Ö¡Ä·¸Ôì »ÃÒâÁª)

1. ÍÒÈÑÂÍÂÙè㹺éÒ¹¢Í§µÑÇàͧÍÂèÒ§à»ç¹ÊèǹµÑÇáÅÐà»ç¹ ÍÔÊÃÐ 2. ¶×ͤÃͧà§Ô¹½Ò¡¸¹Ò¤ÒÃáÅзÃѾÂìäÇé¡ÑºµÑÇàͧ 3. ÍÂèÒ令ҴËÇѧÇèÒÅÙ¡àµéҨдÙáŵ͹á¡è 4. ËÒà¾×è͹à¾ÔèÁ ¤º·Ø¡ÇÑ 5. ÍÂèÒà»ÃÕºµÑÇàͧ¡Ñº¤¹Í×è¹ 6. ÍÂèÒä»ÇØè¹ÇÒ¡ѺªÕÇÔµ¢Í§ÅÙ¡ 7. ÍÂèÒàÍÒ¤ÇÒÁªÃÒÁÒà»ç¹¢éÍÍéÒ§ à¾×èÍàÃÕ¡Ãéͧ¤ÇÒÁà¤Òþ¹Ñº¶×Í áÅФÇÒÁʹ㨠8. ãËé¿Ñ§àÊÕ§¼ÙéÍ×è¹ áµèãËéÇÔà¤ÃÒÐËìáÅл®ÔºÑµÔµÒÁ·Õè¤Ô´ ÍÂèÒ§ÍÔÊÃÐ 9. ãËéÊÇ´Á¹µì áµèÍÂèÒÃéͧ¢Í¨Ò¡¾ÃÐ 10. ¢éÍÊØ´·éÒ ÍÂèÒà¾Ô觵ÒÂ

“Secret of old age” “¤ÇÒÁÅѺáËè§ÇѪÃÒ” 30 ¢éÍ ÊÓËÃѺ¼Ùéà¢éÒÊÙèÇѪÃÒ (Á.Ã.Ç.¤Ö¡Ä·¸Ôì »ÃÒâÁª)

1. ÍÂèÒ¡ÅÑǤÇÒÁá¡è 2. ÍÂèÒàÊÕÂ㨷Õèá¡è 3. ÃÕºËÒ¤ÇÒÁÊØ¢àÁ×èÍÁÕ¤ÇÒÁÊÒÁÒö 4. ÍÂèÒÃÍËÒ¤ÇÒÁÊØ¢¡è͹¨ÐàÊÕ´ÒÂÀÒÂËÅѧ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๘๒

6. ËÒàÇÅÒà¨Íà¾×è͹à¡èÒ 7. ÊѧÊÃäì¡Ñºà¢Òà¾ÃÒÐàÇÅÒàËÅ×͹éÍ 8. à§Ô¹·Õèà¡çºäÇé㹸¹Ò¤Òà µÒÂáÅéÇàÍÒä»äÁèä´é 9. ãªéà§Ô¹ËÒ¤ÇÒÁÊØ¢ àÁ×èÍÂѧäÁèªÕÇÔµ 10. ÍÂÒ¡¡Ô¹ÍÐä÷ÕèªÍº¡ç¡Ô¹ 11. ËÅÕ¡àÅÕè§ÍÒËÒ÷ÕèäÁè´ÕµèÍÊØ¢ÀÒ¾ 12. ¡Ô¹ÍÒËÒ÷Õè´ÕµèÍÊØ¢ÀÒ¾ 13. ¡ÒÃà¨çº»èÇÂà»ç¹àÃ×èͧ¸ÃÃÁ´Ò 14. ÍÂèÒÇÔµ¡ ¡ÅÑǡѺ¤ÇÒÁà¨çº»èÇ 15. ·Ø¡¤¹µéͧ¼èÒ¹ ¡ÒÃà¡Ô´ á¡è à¨çº µÒÂà»ç¹¸ÃÃÁ´Ò 16. ¶éÒÇÔµ¡àÃ×èͧá¡è à¨çº µÒ áÅéÇÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ ¡çãËéÇÔµ¡ä»à¶Ô´ 17. ÃÕº¨Ñ´¡ÒûÑË­ ÒàÊÕ¡è͹µÒ 18. »ÅèÍÂãËéËÁÍ´ÙáÅÊØ¢ÀÒ¾ ¾ÃÐà¨éÒ´ÙáŪÕÇÔµ áÅе¹àͧ´ÙáÅÍÒÃÁ³ì 19. ÍÂèҡѧÇšѺÅÙ¡ËÅÒ¹ ¾Ç¡à¢Òªèǵ¹àͧä´é 20. ʹ㨴ÙáÅÊØ¢ÀÒ¾µÑÇàͧãËéÁÒ¡¢Öé¹ 21. ʹ㨴ÙáŤÙèªÕÇÔµ·ÕèªÃÒ´éÇ¡ѹãËéÁÒ¡¢Öé¹ 22. à¡çºà§Ô¹à¡ÉÕ³äÇé¡ÑºµÑÇàͧ 23. ¾ºà¾×è͹à¡èÒãËéºèÍÂÁÒ¡¢Öé¹ à¾ÃÒÐàÇÅÒàËÅ×͹éÍ 24. ÂÔéÁãËéµ¹àͧáÅФ¹Í×è¹·Ø¡Çѹ 25. ·ÓªÕÇÔµãËéÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ 26. ¶éÒÍÂÒ¡ÃéͧäËé ¡çÃéͧãËé´Ñ§æ ä»àÅ 27. ¤ÇÒÁËÇѧÊÔé¹ÊØ´ ¶éÒËÂØ´¤ÇÒÁàª×èÍ 28. ¤ÇÒÁÃÑ¡¨ÐÊÔé¹ÊØ´ ¶éÒËÂØ´ãÊè㨠29. ªÕÇÔµ¨ÐÊÔé¹ÊØ´ ¶éÒËÂØ´ÂÔéÁ 30. ÁÔµÃÀÒ¾¨ÐÊÔé¹ÊØ´ ¶éÒËÂØ´áºè§»Ñ¹ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เล่าสู่กันฟัง 2

๘๓

คืนสู่สามัญ

ประสาน จรังรัตน์ ¾ÃØ觹Õé¨Ð¶Ö§Çѹà¡ÉÕ³áÅéÇ ÍéÍ! ¢ÍÍÀѤÃѺ ¤§µéͧà¢Õ¹ Çѹ¾ÃØ觹Õéà¾ÃÒÐà»ç¹àÃ×èͧ·Õè¨Ðà¡Ô´¢Öé¹ËÅѧà¡ÉÕ³ Çѹ¹Õé¼Áà¡ÉÕ³ÍÒÂØÃÒª¡ÒÃáÅéÇ ªÕÇÔµ¤×¹ÊÙèÊÒÁÑ­ญ §Ò¹ËÅǧ¤§¢Ò´¨Ò¡¡Ñ¹ §Ò¹ÃÒÉ®Ãìà·èÒ¹Ñé¹·ÕèÁÒÃͧÃѺ ¨Ò¡à§Ô¹à´×͹ à»ÅÕè¹ÁÒà»ç¹à§Ô¹ºÓ¹Òญ­«Öè§Âѧ¤§¼Ù¡¾Ñ¹¡Ñ¹ÍÂÙè àÁ×èÍ ¤Ù³ ËÒà ź ź àËÅ×Íà¾Õ§¤ÃÖè§à´ÕÂÇ ã¹¢³Ð·ÕèÂѧ¡Ô¹¢éÒÇàµçÁªÒÁàËÁ×͹à´ÔÁ ·ÓãËéªÕÇÔµÅÓºÒ¡ µéͧÃÐÇѧà¾ÃÒеéͧãªéªÕÇÔµà¾Õ§¤ÃÖè§à´ÕÂÇ㹪èǧ¡ÅÒ§Çѹ Êèǹ¡ÅÒ§¤×¹¤§µéͧ¹Í¹ ËÒÂ㨹Ôè§æ äÁ赡ÍÂÙใ่ ¹¤ÇÒÁ»ÃÐÁÒ· à¾ÃÒÐàÃÒà»ç¹à¾Õ§¼ÙéÁÕÃÒÂä´é¹éÍ Êèǹ¡Òçҹ»ÃШӺéÒ¹àÃ×͹¹Ñé¹ ·Óà»ç¹»¡µÔ µÒÁ·ÕèáÁè à¤ÂÊ͹ÁÒ ÍÍ¡¡ÓÅѧ¡ÒºéÒ§ ä»âç¾ÂÒºÒźéÒ§à¾×èÍÊè§àÊÃÔÁ ÍҪվᾷÂìáÅоÂÒºÒÅàÅè¹ËØ鹡Ѻ¹Ñ¡»Ñ蹨ѡÃÂาน ค¹¨¹ºéÒ§ à´×͹ÅЧǴÊͧ§Ç´ ¹Ò¹ÁÒáÅéÇ»èÒ¹¹Õé ÂѧäÁèä´éÃѺà§Ô¹»Ñ¹¼ÅàÅ ¹Í¡¨Ò¡¹Ñ鹡çÍèҹ˹ѧÊ×Í·Ø¡»Ãะ àÀ· ·ÕèÍèÒ¹ÍÍ¡ ¤×Í á¤èÀÒÉÒä·ÂÍÂèÒ§à´ÕÂÇ ¡ÒÃÍèҹ˹ѧÊ×͹Ñé¹ ¤§ª´àªÂàÁ×èͤÃÑé§Âѧà´ç¡ÍÂÙè à¾ÃÒÐáÁè ¤Í´ØËéÒÁÍèÒ¹¹Ç¹ÔÂÒ àÃ×èͧÍèÒ¹àÅè¹æ µÒÁÇÔ¶ÕÊÁѹÑé¹ àÁ×è;ٴ¶Ö§àÃ×èͧ˹ѧÊ×Í ¡çà¡Ô´¡Ñ§¢Ò¢Öé¹ÁÒ ¨ÃÔ§ÃÖ! ÁÕ¤¹ä·Â Íèҹ˹ѧÊ×Í â´Âà©ÅÕè »ÕÅÐá¤èà¨ç´ºÑ¹·Ñ´ ¡çàÅÂà¾ÔèÁʶԵԴ٠à¾ÃÒÐ ¡·Á.ÁÕâ¤Ã§¡Òà “àÁ×ͧ˹ѧÊ×ÍâÅ¡” àÃÔèÁ 21 àÁÉÒ¹ 2556 ¶Ö§ 21 àÁÉÒ¹ 2557 à»ç¹àÇÅÒ 1 »Õ¾Í´Õ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๘๔ ¼ÁàÃÔèÁÍèÒ¹·Ø¡Çѹ ÁÒ¡ºéÒ§¹éͺéÒ§ ¹Ç¹ÔÂÒÂä·Â ¹Ç¹ÔÂÒ á»Å¨Ò¡ µèÒ§»ÃÐà·È ÍèÒ¹ÁÒä´éá¤è 8 à´×͹¡ÇèÒ à¡Ô´ÁÕ¡Ô¨¸ØÃÐÁÒ¡ÁÒ ä»àÂÕèÂÁญÒµÔ ä»§Ò¹ºØ­ญ 仧ҹȾ µÔ´µè͡ѹ¤ÃÑé§ÅÐËÅÒÂÇѹ ¨Ö§¶×Íà»ç¹Ê¶ÔµÔäÁèä´é ÃÇÁáÅéÇÍèÒ¹ÁÒà¾Õ§ 34 àÅèÁ ¨Ó¹Ç¹ 10,894 ˹éÒ ¨Ò¡¹Ñé¹ÂѧÍèÒ¹ÍÕ¡ËÅÒÂàÅèÁ ¨¹ËÁ´â¤Ã§¡Òà ÁÔä´éºÑ¹·Ö¡äÇéÍÕ¡àÅ Åͧ½Ö¡ËÑ´à¢Õ¹´Ù ¾Íä´é¤ÅÒ¤ÇÒÁ ”Áѹ” Á×ÍŧºéÒ§àÁ×èÍà¾×è͹ ¢ÍÃéͧ¡çàµçÁ㨠à¾ÃÒÐà»ç¹à¾Õ§á¤èÊÁѤÃàÅè¹ äÁè¡ÅéÒËÂÔ觨Óä´éÇèÒà¤Â½Ò¡àÃ×èÍ §äÇé 2 àÃ×èͧ à»ç¹¼Å§Ò¹ËÅѧà¡ÉÕ³àËÁ×͹¡Ñ¹ ¤§äÁè¢ÕéàËÃè ¶éҨйÓ仨Ѵ¾ÔÁ¾ì à¾×èÍ¹æ ¨Ðä´éÍèÒ¹ ´Õ¡ÇèÒÍÂÙèà»ÅèÒ

ÊÓËÃѺàÃ×èͧÃÒǢͧ¤Ãͺ¤ÃÑǹÑé¹áÁèºéÒ¹ÅÒÍÍ¡¨Ò¡ ¢้ÒÃÒª¡Òà ¡çÁÒà»ç¹ªÒǺéÒ¹¸ÃÃÁ´Ò ·Ó§Ò¹ºéÒ¹ Ëا¢éÒÇ»Ô駻ÅÒ ·ÓäÃè·ÓÊǹàÅ×è͹ÅÍ ÊèǹÅÙ¡¡ç·ÓÁÒËÒ¡Ô¹àÅÕ駪ÕÇÔµµÒÁÇÔÊÑ»ضت¹ »ÃÐÊÒ¹ ¨ÃѧÃѵ¹ì

Õตลาดหุ้น

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เล่าสู่กันฟัง 2 ลูกผู้ชายเลือดแดงด�ำ ชื่อ

เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๘๕

ผนินทร์ แสงเงิน

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 เพื่อนแดงด�ำ ๙๙ ไปร่ วมท�ำบุญอุทศิ ส่ วน กุศลให้ ครู อาจารย์ และเพื่อนแดงด�ำผู้ล่วงลับ ณ วัดชนะสงคราม บางล�ำภู ในวันนัน้ ผศ.มงคล แก้ วพวงงาม ท่ านบอกให้ เล่ าเรื่ อง หลังเกษียณอายุแล้ ว แต่ ละคนไปท�ำ อะไร ไปไหนบ้ าง เล่ าไปให้ เพื่อน ๆ ฟั ง ผมนึกไม่ ออกว่ าจะเขียนยังไงดี เพราะวัน ๆ หลังพ่ ออยู่หวั ของปวงชนชาว ไทย พระองค์ เสด็จสู่สวรรค์ คาลัย ผมเฝ้าดูเรื่ องราวพระองค์ ท่านหน้ าจอทีวีทกุ วัน พอ ถึงวันที่ 24 พ.ย. 2559 ก็นึกได้ ว่า ท่ านมงคล ก�ำหนดให้ เขียนส่ งภายในเดือนนี ้ หลัง ทานข้ าวเช้ าเสร็จผมก็จบั ปากกาเขียนเลย พอดีมีบนั ทึกเหตุการณ์ ชีวติ ไว้ นึกเขียน ตอนใดที่มีเหตูการณ์ พเิ ศษก็เล่ าเพิ่มเติมบ้ างเล็กน้ อย จ�ำเดิมภูมลิ ำ� เนาเกิดบ้ านป่ าพะยอมน้ อย (อ�ำเภอป่ าพะยอม อ.ควนขนุน จังหวัดพัทลุง) แต่ ตอนเริ่มท�ำงานลงกรอกประวัตจิ ำ� บ้ านเลขที่เดิม ของปู่ ย้ อย ย่ าปราง เกือ้ นุ่น สถานที่เกิดไม่ ได้ จึงเอาบ้ านพ่ อซึ่งเป็ นชาวทุ่งส่ ง จ.นครศรี ธรรมราชลงแทน ผมเลยกลายเป็ นคนสองจังหวัด พอเขามีงานชาวใต้ เลยไม่ กล้ าไป เพราะลงภูมลิ ำ� เนา ไม่ ถูก ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๘๖

ตอนอยู่ ม.4 ที่โรงเรี ยนสุวรรณสาร ทุ่งส่ ง ตอนนัน้ อยู่กับ พระครู อุดม ศีลา จารย์ เจ้ าอาวาสวัดโคกสะท้ อน เจ้ าคณะอ�ำเภอทุ่งส่ ง ผมเป็ นไข้ มาลาเรี ยหนักมาก เริ่มเรี ยนหนังสือไม่ ร้ ู เรื่ อง พระครู อุดมศีลาจารย์ ท่านเรี ยกไปไต้ พ่ อท่ านคล้ ายวาจา สิทธิ์ พระครู พศิ ษิ ฐ์ อรรถการ อวยพรให้ เป็ นกรณีพเิ ศษ ไม่ เช่ นนัน้ ผมต้ องกลายเป็ น คนปั ญญาอ่ อนแน่ ๆ หลังจากรั บพรพ่ อท่ านคล้ าย วันที่ 23 พ.ค. 2497 เป็ นปี มะเมีย จ.ศ. 1316 ร.ศ.173 (ร.9) เดินทางเข้ ากรุ งเทพ ฯ เข้ าเรี ยน ม.5 ร.ร.วัจนศึกษา อ.บางขุนเทียน ธนบุรี พ.ศ.2498 เรี ยน ม.6 ที่ ร.ร.วัดสุทธิวราราม ผมอยู่ห้อง ม.6 ก. รุ่ น เดียวกับ ดร.ไพบูลย์ ลิมปพะยอม. พลเรื อเอก สุขชาติ เลิศล�ำ้ พลเอก อ�ำนวย สวนสมจิตร ฯลฯ ผมเองเรี ยนคณิตศาสตร์ ไม่ ร้ ู เรื่ องเลย ได้ แต่ วชิ า อ่ านพอเอาตัวรอดได้ คิดเลขไมค่ อยได้ เพราะสมองถูกท�ำลายตอนเป็ นโรค มาลาเรี ย จบ ป.ม.ช. เพาะช่ าง (เขียน) ท�ำงานครั ง้ แรกครู ร.ร.อินทรศึกษา (ราษฎร์ ) เป็ นครู ร.ร.รั ฐบาล ครั ง้ แรก ไปรายงานตัว 12 มิ.ย. 2504 ณ ร.ร.สตรี มหาพฤฒาราม (กรุ งเทพ) ตอนท�ำงานที่ ร.ร.สตรี มหาพฤฒาราม นิรัตศัย ณ ตะกั่ง ทุ่ง ไปเยี่ยม ผมบอกนิรัตศัยว่ า ผมท�ำงานที่น่ ีได้ เจ้ านายดี ท่ านกรุ ณาให้ โต๊ ะท�ำงาน อยู่ร่วมห้ องกับคณะของท่ าน มีเพื่อนเราแดงด�ำ 99 เป็ นครู พเิ ศษอยู่ด้วยคือ สุภาพ เมตตาจิตร เจ้ านายท่ านนีค้ ือ คุณหญิงบุญเจือ ไชยภัฏ ท่ านเป็ นนักบริหารที่เก่ งมาก รองจากท่ าน คือ อ.จ.สนองนาถ จารุ ดลิ ก แต่ เป็ นที่น่าเสียดายตอนหลังปี 2505 ผม ท�ำงานรู้ สึกอึดอัด เพราะมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึน้ คือวันหนึ่งหลังจากเซ็นชื่อแล้ วคุณหญิงบุญเจือ ซึ่งเป็ นอาจารย์ ใหญ่ สมัย นัน้ ถามขึน้ ว่ า ผนินทร์ ว่างไหม ตามไปดูครู ผ้ ูหญิงพานักเรี ยน ม.1 ไปว่ ายน�ำ้ ที่สระ บ้ านใหญ่ ใกล้ สถานีหวั ล�ำโพง เพราะไม่ มีผ้ ูชายไปด้ วย พอผมโผล่ ไปที่ประตูบ้านครู ผ้ ู

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๘๗

หญิงและนักเรี ยน ให้ เข้ าไปเร็ว ๆ เพราะมีนักเรี ยนตกน�ำ้ อยู่ก้นสระ ผมกระโดดลงไป ทันที งมดันตัวนักเรี ยนชูขนึ ้ เหนือน�ำ้ ทัง้ ครู และนักเรี ยนช่ วยกันพยาบาล วันนัน้ ถ้ าผม ไปไม่ ทนั นักเรี ยนคนนัน้ ตายแน่ นอน เธอชื่อ เตีย้ วสู่ อยู่ ม.1 สตรี มหาพฤฒาราม (2505) ในช่ วงนีค้ ำ� สั่งกรมสามัญศึกษา ให้ ผ้ ูท่ สี อบเข้ ารั บราชการโรงเรี ยนรั ฐบาล ย้ ายไปบรรจุเป็ นสามัญ ยังส่ วนภูมภิ าค เพราะไม่ มีอัตราบรรจุในส่ วนกลาง อ.ส�ำเนียง ตีระวาณิช หัวหน้ ากองโรงเรี ยนรั ฐบาลสมัยนัน้ เรี ยกประชุมที่ ร.ร.สตรี วทิ ยา ท่ าน บอกว่ าไปจังหวัดใดก็ได้ ให้ เลือกกรอกคนละ 5 จังหวัด ส�ำหรั บผู้เรี ยน ก.ศบ. ภาคค�่ำ อยู่ ทางกองโรงเรี ยนรั ฐบาล จะติดต่ อสภาวิทยาลัยให้ ไม่ ให้ นับเทอมเรี ยน ระหว่ าง ที่ไปอยู่ต่างจังหวัด พอดีตอนนัน้ เราสอบ กศ.บ. ภาคค�่ำได้ วิชาเอกประวัตศิ าสตร์ ได้ เรี ยนมา 2 ภาคเรี ยนแล้ ว เราเป็ นคนซื่อเลยไม่ ไปติดต่ อกับทางสภาวิทยาลัย เมื่อย้ าย เข้ ามาภายหลังทางสภาวิทยาลัยบอกว่ า นักศึกษาต้ องเรี ยนติดต่ อเนื่องไปตัง้ แต่ ลง ทะเบียนเรี ยน เราเลยเรี ยนที่น่ ีไม่ จบ เพราะหมดสภาพก่ อน ค�ำสั่ง กรมสามัญออกมา ปรากฏว่ าเราได้ ไปเป็ นครู โรงเรี ยนเมืองปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตอนนัน้ เราพยายามวิ่งเข้ าหาผู้ใหญ่ เพื่อให้ ได้ อยู่ส่วนกลางเพื่อที่จะได้ เรี ยน กศ.บ. ที่ประสานมิตร แม้ แต่ รัฐมนตรี เราก็เสี่ยงไปพบ ม.ล. ปิ่ น มาลากุล

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๘๘ โรงเรี ยนเปิ ดพฤษภาคม 2506 ขณะเราเซ็นชื่อลงเวลาท�ำงาน ท่ านผู้หญิง บุญเจือ ไชยภัฏ ถามขึน้ ว่ าผณินทร์ ไปหารั ฐมนตรี มาหรื อ เพราะเรื่ องนีท้ ำ� ให้ ท่านรู้ สึก ไม่ ดกี ับเรา แต่ ท่านก็เมตตาเลีย้ งส่ งเรา วันจากโรงเรี ยนสตรี มหาพฤฒาราม บันทึก 10 เมษายน 2506 ไปพบรั ฐมนตรี กระทรวงศึกษาที่บ้าน (สุขุมวิท) 15 พฤษภาคม 2506 ไปพบ พ.อ.ปิ ยะ สุวรรณพิมพ์ (ผู้บญ ั ชาการ ร.ร.เตรี ยมทหาร) เรื่ องขอสมัครเข้ าเป็ นครู สอนวิชา Sketching 19 พฤษภาคม 2506 ไปประดับยศ เป็ นว่ าที่ ร.ต. ที่กรมการรั กษาดินแดน 9 มิถุนายน 2506 ไปบ้ านพลเอกถนอม กิตติขจร ซ.ระนอง นายทหารคน สนิท พลเอกถนอมขณะนัน้ คือ น.อ.สุภา คชเสนี พาขึน้ รถไปบ้ านรั ฐมนตรี ป่ ิ น อีก เลยไปกันใหญ่ รุ่ งเช้ า 10 มิถุนายน 2506 ท่ านเรี ยกไปพบที่กระทรวง ท่ าน บอกว่ าเราเอาทหารไปขู่ท่าน ท่ านให้ เขียนหนังสือไว้ เพราะค�ำสั่งออกแล้ ว สั่ง ให้ เราไปเป็ นครู เมืองปราณบุรี ที่ปราณบุรี เราเช่ าบ้ านป่ าไม้ อำ� เภอในตลาดปราณ พร้ อมผ่ อนรถจักรยาน เพราะ โรงเรี ยนอยู่ห่างจากตลาดหลังสถานีรถไฟปราณบุรี ประมาณ 2 ก.ม.เศษ วันแรกเรา ไปถึง ร.ร.ปราณบุรี รู้ สึกใจหาย เศร้ า ๆ พิกล เพราะเคยอยู่โรงเรี ยนใหญ่ ที่น่ ีเป็ น ร.ร. เล็ก ๆ 2 ชัน้ สร้ างกลางไร่ สับปะรด มี ม.1 - ม.4 มีนักเรี ยน 107 คน ครู 7 คน ไปช่ วยสอนที่อ่ ืนอีก 2 เลยเหลือ 5 คน มี อ.จรั ส หนูทอง เป็ นครู ใหญ่ ภารโรง 1 คน มีไก่ 3-4 ตัว ส้ วมก็ไม่ มี มีกระดานด�ำ โต๊ ะครู 3 ห้ อง ๆ ละ 1 ตัว แต่ ววิ สวยมีภเู ขา สามร้ อยยอดเป็ นฉากให้ เห็นไกล ๆ เกือบ 8 โมงแล้ วเรายังไม่ เห็นนักเรี ยนมาเรี ยนสัก คน ไปถาม(จรั ล)ภารโรง เขาบอกว่ าไกล้ เวลาจะมีนักเรี ยนมา เพราะส่ วนใหญ่ น.ร. ใช้ จักรยานมาโรงเรี ยน

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๘๙ อ.จรั ส หนูทอง ครู ใหญ่ ให้ เราสอนวิชาสังคมควบคู่กับวิชาศิลปะ ม.1 - ม. 3 ปลายเทอม 2 อ.จรั ส หนูทอง เดินทางเข้ า กทม. ให้ เรารั กษาการณ์ ครู ใหญ่ ร.ร.เมืองปราณ 1 สัปดาห์ ช่ วงนีเ้ ราสั่งให้ นักเรี ยนจัดตารางสอนแค่ บ่ายโมง 13.00 น. หลังจากนัน้ ให้ น�ำ จอบ มีดพร้ าช่ วยพัฒนา ท�ำทางจักรยาน สนาม ร.ร. ยังเสียวอยู่ไม่ หาย เพราะถ้ า เกิดเด็กทะเลาะกันตอนนัน้ อาจเอาอาวุธท�ำร้ ายกันได้ เตรี ยมสอบปลายภาค วันหนึ่งขณะเราถีบจักรยานเพื่อไปทานข้ าวในตลาด ปราณ ระหว่ างทางได้ ยนิ นักเรี ยนตะโกนให้ หยุด เพราะนักเรี ยนต่ อยกัน เราหยุด จักรยานมองไปเห็น นายเชษฐา กิจชะระโยธิน กับนายกวี ทรศัพท์ ก�ำลังต่ อยกัน เรา ตะโกนให้ หยุด บอกว่ าเรื่ องอะไรกัน วันจันทร์ จะสอบปลายภาคแล้ ว ให้ เลิกกัน พอเรา ถีบจักรยานไปอีกหน่ อย นักเรี ยนเรี ยกให้ หยุดเพราะ 2 คนต่ อนกัน เราห้ ามถึงครั ง้ ที่ 3 ตอนนัน้ บ่ ายเกือบ 2 โมงเย็นแล้ ว เราข้ าวก็ยังไม่ ได้ กนิ เพราะมัวจัดท�ำข้ อสอบกันอยู่ เลยบอกนักเรี ยนทัง้ 2 ว่ าถ้ าอยากต่ อยกันก็ได้ แต่ มีเงื่อนไข คือ 1. ระหว่ างชกกันบอกให้ หยุดต้ องหยุด 2. เมื่อเลิกกันแล้ วจับมือดีกัน เรื่ องต่ าง ๆ ต้ องยุติ นักเรี ยนทัง้ 2 รั บค�ำ ตอนกลางคืนที่วัดปราณบุรีมีงานวัด เรากับครู สนอง คงเจริญ ครู พละไป เที่ยวงานวัด เราดีใจบอกครู สนองว่ า ดูนายกวีกับนายเชษฐาดีกันแล้ วกินก๋ วยเตี๋ยวอยู่ ด้ วยกัน เมื่อตอนบ่ ายยังต่ อยกันอยู่หงึ เรื่ องแฟน (น.ส.ลัดดา ห้ วงน�้ำ) นักเรี ยนชัน้ ม.3 ห้ องเดียวกัน เธอเป็ นนักเรี ยนหน้ าตาดี เช้ าวันจันทร์ วันสอบปลายภาค ปี การศึกษา 2506 ทางโรงเรี ยนเมือง ปราณบุรี เราก�ำลังยุ่งอยู่กับการจัดข้ อสอบกับคณะครู 2-3 คน ได้ ยนิ นักเรี ยนตะโกน ว่ าเด็กต่ อยกัน เราโผล่ ไปดู เห็นนายเชษฐากับนายกวีต่อยกัน ที่เสือ้ นักเรี ยนของ นายเชษฐาเปื ้ อนไปด้ วยเลือดแดงฉาน เรามองไปข้ างล่ าง เห็น อ.จรั ส หนูทอง ยืน ดู เราตะโกนลงไปว่ า พี่หรั ด เด็กต่ อยกันท�ำไมไม่ ห้าม พี่จรั สท่ านเดินไปทางด้ านหลัง โรงเรี ยน (อ.จรั ส หนูทอง ท่ านอยู่ระหว่ างเดินทางไปเป็ นศึกษาธิการอ�ำเภอกระทู้ จ.ภูเก็ต แต่ มีน�้ำใจมาช่ วยคุมสอบ เพราะครู น้อย เลยไม่ อยากไปยุ่งเกี่ยวกับนักเรี ยน 2 คนนั้น) เราเลยลงไปห้ าม นายกวีขว้ างสนับมือเข้ าไปในพงหญ้ า เราดูนายเชษฐาปาก ล่ างฉีก ฟั นหักกี่ซ่ ีเราไม่ ทราบ เพราะเลือดเต็มปาก เราเรี ยกนายทวีป นักเรี ยน ม.3 ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๐

การต่ อยของนั กเรี ยนทัง้ คู่ ทางผู้ ปกครองนายเชษฐาอยู่ในตลาดปราณบุ รี ประกาศว่ าจะฟ้องร้ องเอาเราออกจากครู ให้ ได้ ตอนนัน้ ค�ำสั่งกรมสามัญศึกษา ส่ ง ไปให้ เรานับราชการย้ อนหลังระหว่ างอยู่สตรี มหาพฤฒาราม 2 ปี 2504-2505 ให้ เป็ น สามัญ เรากลุ้มใจมาก พอเป็ นสามัญได้ มีคนจะไล่ ออกราชการเสียแล้ ว เพราะเรื่ อง เด็กต่ อยไม่ รักษาค�ำพูด วันหนึ่ง นายไพโรจน์ ภู่รัตนะ ศึกษาธิการอ�ำเภอ ให้ เราไปเขียนแผนที่อำ� เภอ ปราณบุรีบนแผ่ นไม้ อัดขนาดใหญ่ ที่ใต้ ถุนที่ทำ� การอ�ำเภอปราณบุรีในวันอาทิตย์ ขณะนัน้ นายมงคล สุดลาภา นายอ�ำเภอปราณบุรีท่านไปท�ำงานที่อำ� เภอ ขากลับส ตาทรถอยู่นานเครื่ องไม่ ตดิ เลยเรี ยกเราให้ ช่วยดู เราตอนนัน้ เหมือนคนใจลอยกลุ้ม เรื่ องเด็กต่ อยกัน ลุกไปเปิ ดกระโปรงหน้ ารถ เราตกใจซ�ำ้ ไปอีก เพราะหน้ ารถไม่ มี เครื่ องยนต์ อยู่ครู่ หนึ่งเสียงนายอ�ำเภอ ครู ! เครื่ องยนต์ อยู่ด้านหลัง เอ้ า ผมลืมไปครั บ ที่จริงเราไม่ ร้ ู ตอนนัน้ ว่ ารถโฟล์ คหลังเต่ าเครื่ องมันอยู่ด้านหลัง พอเปิ ดกระโปรงรถ เรา ยกมือไหว้ ส่ งิ ศักดิ์สิทธ์ ขอให้ เราแก้ รถให้ เครื่ องติด เราเอามือขยับตามขัว้ สายไฟ พอ นายอ�ำเภอสตาร์ ทรถเครื่ องติดพร้ อมกับพูดว่ า ครู เก่ งเหมือนกัน เออ! เรื่ องเด็กต่ อย กันพรุ่ งนี ้ (วันจันทร์ ) หลังเลิกเรี ยนแล้ วครู ไปพบผมที่บ้านพักตอนบ่ าย 4 โมงเย็น หลังเลิกเรี ยนเราถีบจักรยานไปบ้ านนายอ�ำเภอปราณบุรี มงคล สุดลาภา ชั่วครู่ ผ้ ูปกครองนายเชษฐา กิจจะระโยธิน ขับมอเตอร์ ไซค์ ไป ถึง นายอ�ำเภอเรี ยกนั่งที่โต๊ ะกลม บอกให้ เราเล่ าเรื่ องเด็กต่ อย เราล�ำดับ เหตุการณ์ แต่ เริ่มต้ นจนจบ นายอ�ำเภอ มงคล สุดลาภา ท่ านเอามือทุบ ลงกลางโต๊ ะ พร้ อมพูดว่ า เรื่ องนีผ้ มขอให้ ยุตเิ พียงแค่ นี ้ ค�ำสั่งนายอ�ำเภอ คือประกาสิทธิ์ เราโล่ งอก พอปี การศึกษา 2507 เราก็มาด�ำรงต�ำแหน่ ง ครู โรงเรี ยนสตรี ศรี สุริโยทัย จนเกษียณอายุราชการ หลังเกษียณ งานเข้ า เลีย้ งหลานต่ อหลานตาผู้ชาย 2 จนถึงขณะนีเ้ รี ยน ป.4/2 โรงเรี ยนเทพกรศึกษาทัง้ คู่ เนื่องจากเล่ าเหตุการณ์ ย้อนหลังไปมาก เลยสรุ ปหลังเกษียณแค่ บางช่ วงของ ชีวติ ปี 2545 น�ำพระพุทธรู ปไปถวายวัดเขาอ้ อ จ.พัทลุง ปี 2546 น�ำพระพุทธรู ปไปถวายที่วัดพระธาตุโป่ งนก อ.มะขามเตีย้ จ.กาญจนบุรี ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๑

ปี 2547 น�ำพระพุทธรู ปไปถวายที่วัดป่ าพะยอม อ.ป่ าพะยอม จ.พัทลุง ปี 2548 ไปร่ วมทอดผ้ าป่ ากับโรงพยาบาป่ าพะยอม อ.ป่ าพยอม 5,000 บาท เอาเลขที่อนุโมบัตร 375 ถูกได้ เงินคืนมา 50,000 (ห้ าหมื่นบาท) ปี 2549 ลูกสาวคนเล็กคลอดลูกที่ศริ ิราช ปี 2550 ไปงานพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ต.ขุนพันธ์ ฯ ที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.นครศรี -ธรรมราช ปี 2551 ไปงานวันเกิดเพาะช่ าง ผบ.สธ.98 (ม. 6 ก. รุ่ นปี 2498 วัดสุทธิวราราม) ปกติ 2 เดือนพบกันครั ง้ หนึ่ง ที่ห้องอาหารศูนย์ สิริกติ ติ์ 29 พ.ย. งานสู้เหย้ า ศท.ขึน้ เวที ขับหนังตะลุง ปี 2552 ไปประจวบคีรีขันธ์ พบผู้ว่าราชการจังหวัด นายปานชัย บวรรั ตน ปราย (อดีต น.ร. โรงเรี ยนเมืองปราณบุรี) ต่ อบทแทรก 25-27 ธ.ค. งานมงคลสมรส ลูกชาย ธีระสิทธิ์ แสงเงิน ต.ห้ างฉัตร ล�ำปาง ปี 2553 ไปงานศพ สมคิด ถาวรานุกูลพันธุ์ เพื่อนแดงด�ำ ๙๙ ที่ทะเลน้ อย จ.พัทลุง ปี 2554 ไปบึงฉวากกับหลาน ธีรสิทธิ์ ลูกชายขับรถไป 23 ม.ค. พบแดงด�ำ ๙๙ ที่ท่าช้ าง ล่ องเจ้ าพระยา ปี 2555 คุณอุดมพร พึง่ บุญ ณ อยุธยา เพื่อนแดงด�ำ ๙๙ มาเยี่ยมที่บ้าน 28-30 ก.ย. ไปทุ่งส่ ง พัทลุง ลูกสาวคนโตขับรถไป 8-9 ธ.ค. ไปหาดปึ กเตียน ลูกคนโตขับรถไป ปี 2556 20 ม.ค. พบแดงด�ำ ๙๙ ที่ร้านอาหารท่ าช้ าง 29 ก.ย. ไปไหว้ หลวงพ่ อ วัดบ้ านแหลม ลูกสาวคนโตขับรถไป ปี 2557 ไประยอง ลูกสาวคนโตขับรถไป 21 ก.ค. ไปงานพระราชทานเพลิงศพ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๒

พ.อ.ก�ำธร กลิ่นสุวรรณ แดงด�ำ ๙๙ เมรุ วัดบางขุนเทียนกลาง เขตจอมทอง กทม. ปี 2558 ฟ้าผ่ าลงที่บ้าน ห่ างจากตัวแค่ 2 วาเศษ เป็ นเวลาบ่ ายโมงกว่ า ของวัน ที่ 27 มี.ค. ดีให้ หลานออกไปซือ้ ไอศครี มเสียก่ อน ไม่ งนั ้ โดนอัดตาย ลงเหมือนกระสุน ปื นใหญ่ รอดเพราะพระคุ้มครองแท้ ๆ 9-16 พ.ค. ไประยอง พักที่บที โฮเตลเลยไป เกาะเสม็ด ลุกคนโตขับรถไปกับลูกคนเล็กเด่ น คนละคัน 18 ก.ค. ไปงานศพ อ.สมคิด สุภาพ (วัดธรรมคุณ) 19 - 21 ก.ย. ไปงานศพพี่เขย ที่บ้านที่วังทุ่งส่ ง จ.นครศรี ธรรมราช มีวันนีก้ ม็ ีวันหน้ า มีชาติกม็ ีชาติหน้ า แต่ ชาตินีด้ ใี จมากที่ได้ ร่วมรุ่ นแดงด�ำ๙๙ ชาตินีเ้ ราเป็ นคนปล่ อยวาง เราถือคติ หนทางที่แน่ นอนที่ให้ คนอื่นมีความสุข ตัวเอง ต้ องรั บทุกข์ ในโลกนี้ไม่ มีอะไรดีไปกว่ าคน ในคนไม่ มีอะไรดีไปกว่ าจิต จิตกับใจไม่ เหมือน กัน ส�ำหรั บใจเราเป็ นคนใจร้ อนมาก เพราะถูกบีบบังคับเราเลยไม่ ค่อยกลัวเกรงใคร โดยเฉพาะพวกอันธพาล ถ้ าเราอยู่ทางใต้ คงอายุสั้น เผลอนิดเดียวอายุถงึ 80 แล้ ว ตอนนี้เราท�ำส�ำเร็จเรื่ องระงับความโกรธ ได้ จากการเลี้ยงหลาน สามารถท�ำความโกรธ ให้ เป็ นรอยขีดบนน�้ำได้ คือโกรธปั๊ บหายปุ๊บ ถ้ ารอยขีดบนทราย หรื อรอยขีดบนดิน หลายวันกว่ าหายโกรธ ถ้ าเป็ นรอยขีดบนหินไปกันใหญ่ ชาติหน้ าก็ไม่ หายก็ไปนรก เราภูมใิ จท�ำความโกรธเป็ นรอยขีดบนน�้ำได้ ละสังขารแล้ ว เราไม่ อบายภูมแิ น่ นอน

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๓

เล่ าสู่กันฟั ง 2

ชีวติ หลังเกษียณ

เพ็ญศิริ คงเจริญ Ë

ÂÔº»Ò¡¡Ò¢Öé¹ÁÒ¨Ðà¢Õ¹¹Ñº¤ÃÑé§äÁè¶éǹ¡çµéͧÇÒ§ »Ò¡¡Òŧ à¾ÃÒÐäÁèÃÙé¨Ðà¢Õ¹ÍÐäà ¤Ô´äÁèÍÍ¡¨ÃÔ§æ äÁèÁÕÍÐäà ·Õè¹èÒµ×è¹àµé¹ áÅлÃзѺã¨àËÁ×͹ "àÅèÒÊÙè¡Ñ¹¿Ñ§ (1)" ã¹ÃÑéÇá´§-´Ó «Öè§Âѧà»ç¹ÇÑÂÃØè¹ ÁÕàÃ×èͧ ÃÒÇÁÒ¡ÁÒ ·ÕèʹءáÅе×è¹àµé¹ ÁÔÍÒ¨¨ÐÅ×Áä´é à¾×è͹æ àÁ×èÍ·Ó§Ò¹ÍÒÂؤú 60 »ÕáÅéǵéͧ¾Ñ¡¨Ò¡ ¡Ò÷ӧҹ ¡ÅÒÂà»ç¹¼ÙéÊÙ§ÍÒÂØ (à¡ÉÕ³) ¨Ð´éǤÇÒÁ ÃÙéÊÖ¡´Õã¨ËÃ×͵ç¡Ñ¹¢éÒÁ¡çµÒÁ áµèÊÓËÃѺàÃÒ ä´éµé´ÊÔ¹ã¨à´ç´à´ÕèÂÇà¡ÉÕ³µÑÇàͧ àÁ×èÍÍÒÂØ 58 »Õ (2538) à¾ÃÒÐà˹ÕèÍÂáÅФÇÒÁʺÒÂ㨷Õè¨Ð¢Í ´ÙáÅáÁè·ÕèªÃÒÀÒ¾ÁÒ¡ (92 »Õ) áµè¡è͹·Õè¨Ðà¡ÉÕ³ ä´é»ÃÖ¡ÉÒ¾ÕèæáÅÐÊÒÁÕ ÇèÒ ¶éҨТÍÍÍ¡¨Ò¡ÃÒª¡Òà ¡è͹à¡ÉÕ³ ¨ÐÁÕ»Ñญ­ËÒÁÑé ¾Õèæ ÍÖé§äÁè¾Ù´ÍÐäÃà¾ÃÒР͸ԺÒÂà˵ؼÅãËé¿Ñ§ ÊèǹÊÒÁÕ µÍº·Ñ¹·Õ “äÁèÁջѭËÒ ÍÐäà àËç¹ã¨áÅÐà¢éÒ㨔 àÁ×èÍ·Ø¡½èÒÂ͹حญÒµ¡çʺÒÂ㨠áµèã¹ÊèǹÅÖ¡áÅéÇÍÂÒ¡·ÓÍÒ¨ÒÃÂì 3 ãËéàÊÃç¨ à¾ÃÒРͺÃÁä´éà»ç¹ËÑÇ˹éÒ¡ÅØèÁ ä´éÇҧἹáÅФ§ÊÓàÃç¨ ä´éµÒÁ·Õè½Ñ¹äÇé Çѹ˹Ö觵ç¡ÑºÇѹÍÒ·ÔµÂìáÁèËÅѺáÅÐàËç¹ÇèÒáÁèËÅѺ ËÂÔº»Ò¡¡Ò¨ÐŧÁ×Íà¢Õ¹ÍÂÙè¹Í¡Ëéͧ·ÕèáÁèËÅѺ ä´éÂÔ¹àÊÕ§´Ñ§â¤ÃÁ´Ñ§ÁÒ¡ÇÔè§ä»´ÙáÁèÅéÁ¶Ù¡à¡éÒÍÕéËÑ¡ àÃÒâ¹»Ò¡¡Ò ˹ѧÊ×Í ¡ÃдÒÉ ·Ôé§àÅ ¤Ô´ÇèÒäÁèàÍÒ! äÁèàÍÒ! äÁèÍÂÒ¡ä´éÍÒ¨ÒÃÂì3 äÁèµéͧ¡ÒÃáÅéÇ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๔

àÃÒ¼Ô´·Õè´ÙáÅáÁèäÁè´Õ áÅÐ⪤´Õ·ÕèáÁèäÁèà»ç¹ÍÐäÃÁÒ¡´ÙáÅáÁèµéͧ´ÙáÅã¡Åé ªÔ´ ä»ä˹·ÓÍÐäõéͧ¨Ù§áÁèä»´éÇ ¶éÒàËç¹áÁèËÅѺ áÅéÇä»·ÓÍÐäà ÍÂèÒ§Í×è¹ áÁè¨ÐµéͧÅØ¡¢Öé¹àͧáÅÐ Ë¡ÅéÁºèÍ·ÕèÊØ´ ©Ð¹Ñé¹àÁ×èÍ àÇÅÒàÃÒÍÍ¡ä»Ê͹˹ѧÊ×Í µéͧ¨éÒ§¾ÂÒºÒÅ ´ÙáÅáÁèàªéÒ-àÂç¹ ¡ÅÒ§¤×¹àÃҹ͹¡ÑºáÁè ÊèǹÊÒÁÕ ·Ó§Ò¹µèÒ§¨Ñ§ËÇÑ´ (¨Ñ¹·Ãì-ÈØ¡Ãì) ÅÙ¡æ ·Ó§Ò¹áÅÐàÃÕ¹ÁËÒ’ÅÑ·Õè ¡·Á. ¡ÅÒ§¤×¹áÁèäÁè¹Í¹ ªÍº¤é¹¢Í§-¹Ñºà§Ô¹-´ÙÊÁØ´ºÑ­ญªÕ àÃÒËÅѺ (5·ØèÁáÅéÇ) ¶Ù¡»ÅØ¡ãËéµ×è¹áÅжÒÁÇèÒ “ÊÁØ´ºÑ­ญªÕ¢Í§áÁèÁÕ 3 àÅèÁ ËÒÂä»ä˹ 1 àÅèÁ” àÃҺ͡áÁèÇèÒ “¤ÃºáÅéÇ 2 àÅèÁ äÁèËÒ ¹ÐáÁè” áÁèäÁèÂÍÁ¨ÐàÍÒÍÕ¡ 1 àÅèÁãËéä´é áÅÐÂѧºè¹µèÍ ¡ÃÐà»ëҵѧ¤ì¢Í§áÁè¡çËÒÂ, à§Ô¹ 5,000 ºÒ· ÇÒ§äÇé˹éÒâµêÐËÁÙèºÙªÒ¡çËÒ àÍÒÅЫÕ! àÃÒµéͧËÒäÁèä´é¹Í¹ ˹ѡæ à¢éÒáÁ褧à˹×èÍ áÁèºÍ¡ÇèÒ “áÁèÂѧäÁèä´é¡Ô¹¢éÒÇàÂç¹àÅ” àËÃÍ! áÁè¨Ð·Ò¹ÍÐäÃÅèÐ “¢éÒǵéÁ” ÍéÒÇ ¡çµéͧ·Ó¢éÒǵéÁãËéáÁè·Ò¹µÍ¹à·Õ觤׹ ¶ÒÁáÁèÇèÒ ·Ò¹¢éÒÇáÅéÇ áÁè¨Ð¹Í¹ËÃ×ÍÂѧ “¨Ð¹Í¹·ÓäÁ àªéÒáÅéÇ” ͸ԺÒµÑ駹ҹ áÁè¶Ö§à¢éÒ㨠ªèǧ¹ÕéáÁè¤Ô´ÇèÒ¡ÅÒ§Çѹ¤×Í¡ÅÒ§¤×¹ ¡ÅÒ§¤×¹¤×Í¡ÅÒ§Çѹ ¶ÒÁ¾ÂÒ ºÒÅä´é¤ÇÒÁÇèÒáÁè¹Í¹¡ÅÒ§Çѹ´ÕÁÒ¡ àÁ×èÍáÁèÅéÁµÑǹ͹ ä´éÊÑ¡¾Ñ¡ ÅØ¡¢Öé¹ÁÒË Ò¢Í§·ÕèáÁèÇèÒËÒÂ仨¹ÊÇèÒ§áÅкè¹ÇèÒ ¢âÁÂÁѹÁÒ¢âÁÂÅÐÁÑé§ ¡çàź͡áÁèÇèÒ ¾ÃØ觹Õé¨Ð仺͡µÓÃǨãËé¹Ð ÊÇèÒ§áÅéÇäÁèä´é¹Í¹àÃÒµéͧàµÃÕÂÁµÑÇä»·Ó§Ò¹ áÁèÁÕÍÒ¡Òà ÍÂèÒ§¹Õéá·º·Ø¡¤×¹ àÅèÒãËéËÁͿѧ¤Ø³ËÁÍãËéÂҹ͹ËÅѺ áÁèªèǧáá¡çËÅѺ´Õ ¾Í¹Ò¹æ ´×éÍÂÒ¡ÅѺÁÒÁÒà»ç¹ÍÕ¡ ·Ø¡¤×¹áÁè ¨ÐàÃÕ¡ËÒÊÁØ´ºÑ­ญªÕàÅèÁ·Õè 3 ¾ÕèªÒµéͧà»Ô´ºÑญ ­ ªÕ ãËéãËÁèÍÕ¡àÅèÁ áµèáÁèºÍ¡àÅèÁ¹ÕéäÁè㪠è¾ÕèªÒÂãËéà§Ô¹áÁèÍÕ¡ 5,000 ºÒ· ·ÕèºÍ¡ÇèÒËÒ áÁèÃѺäÇéáµèàÍÒä»áͺ ¾ÍµÍ¹¡ÅÒ§¤×¹¡ç¤é¹ËÒ äÁèµéͧ¹Í¹¡Ñ¹ÅÐ ·ÓàÍÒàÃÒàºÅÍä»ÍÕ¡¤¹ ¤ÇÒÁ¨ÓáÂèÁÒ¡æ (àÃÒ¹Ð) ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๕

ÇѹÈØ¡Ãì¤èÓæ ÊÒÁÕ¡ÅѺ áÁèÃÒ§ҹÊÒÁÕÇèÒ ÍÂèÒ§äÃÃÙéÁÑéÂ? “¤Ø³æ ¼ÙéหญÔ§¤¹¹ÕéäÁè´Õ¹Ð ªÍºáÂè§ÊÒÁÕ” ¤Ø³¹Ñ¹µì¢ÓÊØ´æ ºÍ¡ÇèÒ “ÅÙ¡áÁè¹Ð ª×èÍáÍê´” “âÍéÂ! ÅÙ¡©Ñ¹äÁèà»ç¹ÍÂèÒ§¹Õé” ¾ÍÃØè§àªéÒÊÒÁ×à´Ô¹¨Ù§Á×ÍàÃÒä»ËÒáÁè ºÍ¡ÇèÒ “áÍê´ÅÙ¡áÁèáÁè¨Óä´éäËÁê” áÁèÊÑè¹Ë¹éÒ àÃÒ¹éÓµÒ¤ÅÍ ÁÔ¹èÒáÁèäÁèàÃÕ¡àÃÒàÅ ÅÙ¡-ËÅÒ¹ à¢éÒËÒáÁè èä´éáµèÁͧ áÅÐÂÔéÁ äÁèàÃÕ¡ª×èÍ áµè¤Ø³¾èͨÓä´é¹Ð ¢³Ð·Õè¾Ù´ Áͧ价Õè»Ãе٠´Õ㨠¹Ñ觾Ѻà¾Õº àÃÕºÃéÍ ¾ÃéÍÁ¡Ñº¾Ù´ÇèÒ “¹Ñè¹·èÒ¹à¨éҤسÁÒ àªÔ­ญ¹Ñ觤èД àÃÒ¢¹ÅØ¡àÅ äÁèãªè¤ÃÑé§à´ÕÂǹРºèÍÂÁÒ¡ ¨Ò¡¡Ò÷Õè¹Í¹¡ÑºáÁè㹪èǧ¡ÅÒ§¤×¹ ·ÓãËéä» ·Ó§Ò¹ÊÒ·ءÇѹ à«ç¹ª×èÍãµéàÊé¹á´§à»ç¹»ÃÐ¨Ó ¼Í.äÁèàÍÒ¼Ô´ à¾ÃÒÐÃÙé »Ñ­ญËҢͧàÃÒ áÅÐàÃÒàͧ¡ç¾Â ÒÂÒÁ·Õè¨Ðä»·Ó§Ò¹ãËé·Ñ¹àÇÅÒ·Õè¡Ó˹´ ÁÕ¡Ô¨¡ÃÃÁÅÙ¡àÊ×Í ¤ÃÙµéͧ¹Í¹à½éÒ ¹Ñ¡àÃÕ¹ áµèàÃÒ äÁèµéͧ·ÓãËéàÃÒà¡Ã§ã¨ ¼Í. áÅÐà¾×è͹¤ÃÙ ¤Ô´ÁÒ¡äÁèʺÒÂ㨠àÁ×èÍÁջѭญËÒàªè¹¹ÕéàÃÒµéͧàÅ×Í¡ ©Ð¹Ñé¹àÃÒ ¢ÍàÅ×Í¡áÁè ÍÕ¡ 2 »ÕàÃÒãËéáÁèäÁèä´éËÃ×Í? áÁèà˹×èÍ¡ѺàÃÒÁÒÁÒ¡áÅéÇ ¢Í´ÙáÅáÁèãËéàµçÁ·Õè ¾ÍªèǧàÁÉÒ»Õ ‘38 ÍÂÙèàÇà Â×è¹ãºÅÒÍÍ¡·Ñ¹·Õâ´Â äÁèºÍ¡ã¤Ãã¹âçàÃÕ¹ÃÙé ¢¹¢Í§ÍÍ¡¨Ò¡ Ã.Ã. Çѹ¹Ñé¹àÅ âÍâÎ! ʺÒÂã¨ÊØ´æ àËÁ×͹¡ÀÙà¢ÒÍÍ¡¨Ò¡Í¡ äÁèµéͧÃѺ¼Ô´ªÍºÍÐäÃÍÕ¡áÅéÇ ËÑÇ⢹˹ѡ¨ÃÔ§æ ËÅѧ¨Ò¡¹Ñé¹ä´é¨éÒ§à´ç¡ÈÙ¹ÂìÏ ´ÙáÅáÁèáÅЪèÇÂáºè§àºÒ ÀÒÃТͧàÃÒºéÒ§ ¨¹áÁè¨Ò¡ä» ÍÒÂØ 92 »Õ àÃÒÍÒÂØ 65 »Õ àÁ×èÍáÁè¨Ò¡ä» àÃÒÍÍ¡à·ÕèÂǡѺÅÙ¡ ä»»ÃÐà·È·ÕèªÍº äÁèªÍºäÁèä» ·ÕèªÍºä»ËÅÒ¤ÃÑé§àªè¹ญ­Õè»Øè¹ à¡ÒËÅÕ ¹ÔÇ«ÕᏴì ÍÍÊàµÃàÅÕ ´Ùäº ÃÑÊà«Õ ºÒ§·Õä» แต่äÁèà·ÕèÂǹТ͹Ñè§à¤Ã×èͧ仡Թ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๖ ÍÒËÒÃá»Å¡æ º¹à¤Ã×èͧà·èÒè¹Ñ鹡çÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢áÅéÇ ÅÙ¡ºÔ¹ 2-3 Çѹ àÃÒµÒÁä»´éÇÂà¾×èÍ¡Ô¹ÍÒËÒú¹à¤Ã×èͧ Ha Ha µÍ¹¹ÕéËÁ´ ÊÀÒ¾áÅéÇ äÁèäËǨéÒ àÃ×èͧ¤Ãͺ¤ÃÑÇäÁèÍÂÒ¡¡ÅèÒǶ֧ àÃÒÍÒÀѾàÃ×èͧ¹ÕéÁÒ¡ ÊÒÁÕ·Ó§Ò¹·Õè´Ô¹ µéͧÂéÒÂÍÍ¡µèÒ§¨Ñ§ËÇÑ´ ÍÒ·ÔµÂì¡ÅѺ·Õ äÁè¤èÍÂä´éÍÂÙè´éÇ¡ѹ áµè⪤´Õ·Õèà¢ÒäÁèà¤ÂÊÃéÒ§»Ñ­ญËÒãËéàÃÒàÅ àÃÒà¡ÉÕ³ 3 »ÕáÅéÇáµèà¢Òà¾Ô觻Ŵ à¢Ò˹ØèÁ¡ÇèÒàÃÒ à¾ÃÒÐà¢Òà»ç¹¹Ñ¡¿ØµºÍÅàÂÒǪ¹ ¤§à¢éÒ㨹ÐÇèÒ·ÓäÁà¢Ò¶Ö§ ÍÒÂعéÍÂŧ áÅÐà»ç¹¹Ñ¡¿ØµºÍÅ·ÕÁªÒµÔ ·ÕèÂé͹¡ÅѺÁÒàÃ×èͧ¹Õéà¾ÃÒÐàÃÒ ÍÒÂØ 60 »ÕáÅéÇ áµèÊÒÁÕÂѧ·Ó§Ò¹ ¨Ñ§ËÇÑ´·ÕèÂéÒÂä»ä¡Å·ÕèÊØ´¤×Í Ê¡Å¹¤Ã ¶Ö§¡ÃйÑ鹡çÂѧ¡ÅѺºéÒ¹·Ø¡ÍÒ·ÔµÂì à¾×èͷӡѺ¢éÒÇ ãËéàÃÒ-áÁèáÅÐ ÅÙ¡æ·Ò¹ à¾ÃÒÐàÃҷӡѺ¢éÒÇäÁèà»ç¹ Çѹ¸ÃÃÁ´Ò àÃÒ·Ò¹¢éÒÇ »Ôè¹âµ àÊÒÃì-ÍÒ·ÔµÂìÊÒÁÕ·ÓãËéà»ç¹»ÃÐ¨Ó ¨Ñ§ËÇÑ´·ÕèÊÒÁջŴ à¡ÉÕ³¤×Í ÃÒªºØÃÕ Í.ºéÒ¹â»è§ ä´éÁÕàÇÅÒÍÂÙè¡Ñº¤Ãͺ¤ÃÑÇá¤è 2 »Õ ÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢á¤è¹Õé¨ÃÔ§æ ¡ç¨Ò¡ä» ªèǧàÇÅÒ·ÕèÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ áÅФÇÒÁͺÍØè¹ã¹¤Ãͺ¤ÃÑÇ àÁ×èÍÊÒÁÕ¨Ò¡ä» àÃÒÁÕËÅÒ¹ÁÒá·¹ àÅÕé§ËÅÒ¹¤¹à´ÕÂÇ ¤¹·Õèà¤ÂªèÇÂàÅÕé§(ÊÒÁÕ) ·Ó¡Ñº¢éÒÇ(ÊÒÁÕ) ô¹éÓµé¹äÁé µÑ´Ë­ญ้Ò (ÊÒÁÕ) ¾Òà·ÕèÂÇ ¾Ò¡Ô¹(ÊÒÁÕ) เมื่อäÁèÁÕ Áѹ·Ø¡¢ì¢¹Ò´ä˹ ¡çÂÖ´ËÅÑ¡ ·ÕèÇèÒ “ªÕÇÔµ¤×Í¡ÒõèÍÊÙé” Áѹà˹×èÍ à˹ÕèÍÂÁÒ¡ ËÁ´¡ÓÅѧ㨠µÑǤ¹à´ÕÂÇ ¾èÍ-áÁè-¾Õè-¹éͧ-ÊÒÁÕ ¨Ò¡ä»ËÁ´áÅéÇ µéͧÃéͧà¾Å§ "ªÐµÒªÕÇÔµ" »Åͺ㨵éͧ¾Öè§à¾Å§ à¾×èͨÐä´éäÁè«ÖÁàÈÃéÒ ãªéà¾Å§ ºÓºÑ´ã¨µÑÇàͧÍÂÙè¹Ò¹ àÁ×èÍÊÒÁÕ¨Ò¡ä» 3-4 »Õ äÁèÍÂÒ¡ÍÍ¡¨Ò¡ºéÒ¹ä»ä˹ äÁè¡ÅéÒ¹Ñè§Ã¶Â¹µì¶Ö§áÁéÅÙ¡¢Ñº¡çäÁèäÇ้ 㨠à¾ÃÒФ¹·ÕèàÃÒäÇéã¨äÁèÍÂÙè âä¨ÔµàÃÔèÁÁÒ à¾×è͹ªÇ¹à¢éÒ»¯ÔºÑµÔ¸ÃÃÁ à»ÅÕ蹨ҡ¿Ñ§à¾Å§ à»ç¹ÊÇ´Á¹µì ·ÓÊÁÒ¸Ô ÃÑ¡ÉÒÈÕÅãËéºÃÔÊØ·¸Ôì ·ÓÍÒËÒà ¶ÇÒ¾ÃÐ ÍÂÙèºéÒ¹¶éÒÁÕàÇÅÒÊÇ´Á¹µì

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๗ ·ÓÇѵÃàªéÒ-àÂç¹ ä»¾ºËÁ͵ÒÁ¹Ñ´ ÁÕËÁÍµÒ ËÁÍËÑÇ㨠¡ÒÂÀÒ¾ áÅзӿѹ ä´é¾ºà¾×è͹ºéÒ§ µÒÁâÍ¡ÒÊÍӹǠà¾ÃÒÐÍÒÂØÁÒ¡áÅéÇ Êѧ¢ÒÃÂèÍÁÃèǧâà仵ÒÁ¡ÒÅàÇÅÒ ¤Ô´¶Õ§à¾×èÍ¹æ µÅÍ´àÇÅÒ à´Ô¹äÁèà¡è§ µéͧ·Ó ¡ÒÂÀÒ¾ ¤ÇÒÁÊآ㹪èǧ¹Õé ¤×Í¡Ò÷ÓÍÒËÒà (à»Ô´ YouTube) ãËé ËÅÒ¹æ ·Ò¹ áÅÐÇèÒ§æ à¢éÒ»¯ÔºÑµÔ¸ÃÃÁ ã¡ÅéªÔ´ÅÙ¡æ-ËÅÒ¹æ ÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢·ÕèÊØ´ ¢ÍãËéà¾×è͹æ·Ø¡¤¹ÁÕÊØ¢ÀÒ¾á¢ç§áç¹Ð äÃé·Ø¡¢ì ¤Ô´¶Ö§àÊÁÍ

à¾ç­ญÈÔÃÔ ¤§à¨ÃÔ­ญ 8 / µ.¤. / 59

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๘

เล่ าสู่กันฟั ง 2

ชีวติ หลังเกษียณของ นายอ�ำเภอมนู

มหัทธนวัฒน์

สวัสดี เพื่อนแดงด�ำ๙๙ ทีร่ ั ก

วันนีเ้ ราจะมาเขียน เล่ าสู่กันฟั ง 2 ภายใต้ หวั ข้ อ "ชีวติ หลังเกษียณ" ซึ่งชีวติ หลังเกษียณของเพื่อนๆ แต่ ละคนนัน้ ก็คงจะไม่ พ้นเรื่ องงานต่ าง ๆ ที่เราประมวลได้ ดังนี ้ - เลี้ยงหลานๆ, เหลน - ท�ำธุระกิจส่ วนตัว, เข้ าวัดฟั งธรรม, เป็ นผู้รับเหมา - ท�ำนา ท�ำสวน ท�ำไร่ - สะสมของเก่ า เช่ น พระเครื่ อง แผ่ นเสียง - บางคนปล่ อยเงินกู้ เล่ นหุ้น เล่ นหวย - เลี้ยงปลา บางคนชอบตกปลา - เล่ นกีฬาตามถนัด, ร้ องเพลงคาราโอเกะ - เป็ นกรรมการมูลนิธิ, สมาคมต่ างๆ - เป็ นโปรโมเตอร์ มวย ครอบครั ว "มหัทธนวัฒน์ " - เป็ นเบาหวาน, ความดัน, หัวใจ ฯลฯ ซึ่งก็คงจะเป็ นไปในแนวทางที่ยกตัวอย่ างมาให้ ดนู ี ้

ส�ำหรับตัวเราชีวติ หลังเกษียณ คงไม่ สนุกหรือเร้ าใจเท่ าใดนัก จะขอเล่ า เบือ้ งหลังชีวติ ในวัยท�ำงาน ซึ่งมีรสชาติ สนุกสนานให้ เพื่อนๆ ได้ รับรู้ กันพอสมควรนะ ครั บ เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรี ยนเพาะช่ างในปี พ.ศ. 2503 ผมได้ เป็ นครู สอน ศิลปะในโรงเรี ยนเอกชน โดยไม่ ได้ ไปสอบรั บราชการที่ไหนเลย กลัวตกงานเลยรี บ คว้ าไว้ ก่อน ใชีชีวติ เป็ นครู อยู่ 6 ปี รวม 3 โรงเรี ยน ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๙๙ พอปี พ.ศ.2509 ก็มาสอบได้ รับการบรรจุและแต่ งตัง้ ในต�ำแหน่ งช่ างศิลป์ ตรี วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็ นคนแรกที่กรม การปกครองได้ กำ� หนดต�ำแหน่ งนีข้ นึ ้ ซึ่งในขณะนัน้ สหรั ฐอเมริกามีบทบาทส�ำคัญ มากต่ อประเทศไทย อเมริกาได้ ทำ� สงครามกับเวียตนาม ใช้ สนามบินอู่ตะเภาเป็ น ฐานทัพ ในการล�ำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ ไปโจมตีเวียตนาม อเมริกาได้ สนับสนุนประเทศไทย ผ่ านทางรั ฐบาล โดยส�ำนักข่ าวสาร อเมริกัน (USIS) เป็ นผู้ประสานงาน สนับสนุนงบประมาณ พัสดุ อุปกรณ์ ใน ด้ านการฝึ กอบรมประชาชน เพื่อปูพนื ้ ฐานให้ กับประชาชน ตามโครงการพัฒนา พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย (พพป.) หน้ าทีข่ องเรา คือผลิตสื่อการเรี ยนการสอน ในด้ านโสตทัศนูปกรณ์ ให้ กับ คณะวิทยาการ ทีจ่ ะออกไปปฎิบัตงิ านภาคสนาม เช่ น จัดท�ำชาร์ ท สไลด์ ถ่ ายรู ป บันทึกเทป ฉายภาพยนตร์ เป็ นต้ น การจัดทีมภาคสนาม ประกอบด้ วย วิทยากร 1 คน ช่ างศิลป์ 1 คน พนักงาน ขับรถ 1 คน เจ้ าหน้ าที่ปกครอง 1 คน เจ้ าหน้ าที่การเงิน 1 คน รวม 5 คน เป็ น 1 ทีม ได้ แยกย้ ายกันไปปฎิบตั หิ น้ าที่ ในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ภายใต้ หวั ข้ อ โครงการพัฒนาพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย (พพป.) ผู้เข้ าอบรมได้ แก่ สมาชิกสภาต�ำบล (ปั จจุบันเปลี่ยนฐานะเป็ น อบต.) สถานที่อบรมใช้ วัดหรื อโรงเรี ยน เป็ นสถานที่อบรม รุ่ นละ 7 วัน กินนอนอยู่ด้วยกัน ในสถานที่ฝึกอบรม กลางคืนเราก็ทำ� หน้ าทีฉ่ ายหนัง ให้ กับชาวบ้ านได้ ชม เป็ นหนังที่ USIS จัด ให้ ส่ วนมากเป็ นหนังสารคดี ข่ าว การ์ ตนู มีหนังไทยเป็ นบางครั้ ง เมื่อเดินเครื่ อง ฉายหนังอัตโนมัติ ก็มาหลบอยู่ห่างๆ กลัวฝ่ ายตรงข้ ามจะโยนระเบิดเข้ ามา บางจุด มีการตัดเชือกทีข่ งึ จอหนัง ล้ มจอไม่ ให้ ฉายก็มี กลางวันถือพู่กัน พอตอนกลางคืน นอนกอดปื น ชีวติ หนอชีวติ เอาละเราใช้ ชีวติ ในต�ำแหน่ งช่ างศิลป์ตรี วิทยาลัยการปกครองตัง้ แต่ พ.ศ. 2509-2515 ในปี 2510 เพื่อนเราคนหนึ่งพร้ อมด้ วยรุ่ นน้ องอีก 3 คน ก็สอบเข้ ามาอยู่ กับเราที่แผนกเดียวกัน เพื่อนคนนัน้ คือ คุณอาภรณ์ ธรรมทัต (คุณติว๋ ) นั่นเอง หน้ าที่หลักของเราคือ อยู่ในทีมวิทยากร ท�ำหน้ าที่อบรมข้ าราชการกรม การปกครอง กระทวงมหาดไทย ทุกระดับชัน้ ตัง้ แต่ ผ้ ูว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่า ราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอ�ำเภอ ปลัดอ�ำเภอ ก�ำนัน ผู้ใหญ่ บ้าน นายกชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๐

เทศมนตรี เทศบาลทุกแห่ ง สภาต�ำบล และสุขาภิบาล และยังมีหวั หน้ าส่ วนราชการ ของทุกกระทรวง ทบวงกรม ในส่ วนภูมภิ าค ท�ำให้ ร้ ู จกั ผู้คนทุกระดับ มากมายตัง้ แต่ เหนือจรดใต้ ในปี 2515 เราเข้ าสอบได้ รับการบรรจุและแต่ งตัง้ ให้ เป็ นปลัดอ�ำเภอโท (ฝ่ าย ป้องกัน)ในอ�ำเภอหนึ่งทางภาคอีสาน ถนนหนทางเมื่อ 45 ปี ก่ อน เดินทางล�ำบากมาก เป็ นถนนลูกรั ง มาประชุมจังหวัดทีเดินทางหลายชั่วโมง หัวแดงเหมือนฝรั่ งเพราะโดน ฝุ่ นนั่นเอง เรื่ องราวเกล็ดเล็กเกล็ดน้ อย เกิดขึน้ ทีอ่ ำ� เภอแห่ งนี้ ทีน่ ี่มีปลัดอ�ำเภออยู่ 5 คน และคนไม่ ได้ เอาครอบครั วมาอยู่ด้วย เพราะสถานการณไม่ เอื้ออ�ำนวย มีการแตกแยก ทางความคิดค่ อนข้ างจะรุ นแรง ในตอนเย็นปลัดอ�ำเภอทุกคนจะมารวมตัวกันที่บ้านพักนายอ�ำเภอ เพื่อท�ำ อาหารกินกัน ปลัดคนหนึ่งมีฝีมือในการท�ำอาหารมาก ชื่อปลัด "ว" พวกเราเลยยกให้ เป็ นหัวหน้ ากุ๊ก คอยหาวัตถุดบิ และเป็ นลูกมือให้ ปลัด "ว" เมื่อกินข้ าวเสร็จเรี ยบร้ อย แล้ ว ก็แยกย้ ายกันกลับที่พกั อยู่มาวันหนึ่งมีคณะลิเกมาจากจังหวัดพิจติ ร มาเปิ ดการแสดงทีว่ ัดใกล้ ๆ กับ ทีว่ ่ าการอ�ำเภอ พวกเราไม่ ให้ ความสนใจอะไร แต่ แปลกใจว่ าท�ำไมพอตกค�ำ่ เสียงกลอง ลิเกตีโหมโรง ชาวบ้ านต่ างอุ้มลูกจูงหลาน หิว้ เสื่อกันเดินผ่ านหน้ าบ้ านนายอ�ำเภอเป็ น กลุ่มๆ เพื่อไปดูลิเกกัน เสียงลือเสียงเล่ าอ้ างว่ า นางเอกลิเกสวยมาก ร้ องก็เพราะ ร�ำก็ สวย ค�่ำคืนหนึ่งสารวัตรใหญ่ สถานีตำ� รวจ (ต�ำแหน่ งปั จจุบันเรี ยกผู้กำ� กับ) ได้ มา เยี่ยมนายอ�ำเภอที่บ้าน ก็เลยทานข้ าวด้ วยกัน มีเกษตรอ�ำเภอ ปศุสัตว์ อำ� เภอ และ ป่ าไม้ อำ� เภอรวมอยู่ด้วย เมื่ออิ่มแล้ วก็น่ ังคุยกัน ขณะนัน้ เสียงกลองลิเกโหมโรงดังขึน้ สักพักก็จะมีกลุ่มชาวบ้ านเดินผ่ านไปดูลิเกกันไม่ ขาดสาย สร้ างความแปลกใจให้ กับ คณะของเราเป็ นอันมาก มีเสียงดังในกลุ่มของเรา "ปลัด "ว" คุณไปถามชาวบ้ านดูซวิ ่ า คืนนีล้ ิเกแสดงเรื่ องอะไร" สักพักปลัด "ว" ก็มารายงานว่ า "คืนนีเ้ ขาแสดงเรื่ อง จันทโครพครั บ" "เราควรจะไปดูนะว่ าเป็ นอย่ างไร" เสียงดังมาจากเกษตรอ�ำเภอ พวกเราก็ OK เป็ นการไปดูแลให้ ความปลอดภัยกับประชาชนไปในตัวด้ วย ทัง้ คณะก็เดินไปยังโรงลิเกที่วัด เมื่อไปถึงก็เข้ าไปหลังโรงลิเกเลย พบคณะลิเก ก�ำลังชีแต่ ุ คนตะลึง ก้ าวขาไม่ วิ ตงหตัลัวอยู ง เ ก่ สายตาก็ ษี ย ณ เหลือบไปพบสาวน้ อยนางหนึ่ง ท�ำให้ ทก


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๑

ออก สาวน้ อยคนนัน้ นัยตากลมโต ริมฝี ปากจิม้ ลิม้ ผิวขาว ผมยาว นี่หรื อนางเอกลิเก ที่ชาวบ้ านพากันหลงไหล พอพวกลิเกเห็นคณะนายอ�ำเภอก็ดใี จ พากันเข้ ามาทักทาย ผู้เล่ นคนหนึ่งได้ จงู มือนางเอกลิเกมาท�ำความเคารพคณะของเรา พร้ อมกับแนะน�ำ ตนเองว่ า เป็ นน้ าชายของนางเอก ตนแสดงเป็ นตัวโกง ฝากฝั งหลานสาวด้ วยชื่อ "น้ องหญิง" อายุ 18 ปี น้ องหญิงได้ กราบทุกคน แต่ ละคนรั บไหว้ ด้วยหัวใจพองโต หลังจากแนะน�ำตัวแล้ ว ก็ขอตัวไปแต่ งกาย มีแม่ ค้าน�ำขนมหลายอย่ างมาขาย ปลัด "ว" ซึง่ เป็ นตัวตั้งตัวตีกเ็ สนอว่ า พวก เราควรจะเหมาขนมไปเลี้ยงพวกลิเก ผลัดเปลี่ยนกันไป ทีป่ ระชุมตกลง คืนแรกนาย อ�ำเภอเป็ นเจ้ าภาพ คืนต่ อไปเป็ นของสารวัตรใหญ่ และคณะของเราตามล�ำดับอาวุโส คืนต่ อมาพอตกค�่ำได้ ยนิ เสียงกลองโหมโรง ก็ร้ ู สึกกระวนกระวายเหมือนถูก มนต์ สะกด จนทนไม่ ได้ ต้ องไปดูลืเกเหมือนชาวบ้ านทุกคืน นี่คือค�ำตอบ ตอนสายวันรุ่ งขึน้ น้ องหญิงก็ไปเยี่ยมพวกเราบนที่ว่าการอ�ำเภอพร้ อมด้ วย นางรอง พวกปลัดทัง้ หลายก็กุลีกุจอแย่ งกันต้ อนรั บอุตลุต น้ องหญิงสวยมาก มาในชุด กางเกงยีน เสือ้ ยืด รวบผมไว้ ข้างหลัง ผูกริบบิน้ สีแดง ดูน่ารั กมาก หน้ าที่ว่าการอ�ำเภอ มีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง ทุกคนก็ผลัดกันเป็ นเจ้ าภาพเลีย้ งอาหารน้ องหญิงกับเพื่อน สาวทุกวัน เป็ นอยู่ร่วมเดือน อ�ำเภอมีโครงการจัดหน่ วยบริการอ�ำเภอเคลื่อนทีเ่ ดือนละ 1 ครั้ ง ในวัน หยุดราชการ คือ ยกเอางานทุกแผนกไปบริการประชาชนนอกสถานที่ ในพื้นทีต่ ำ� บล หมู่บ้านทีอ่ ยู่ห่างไกล เช่ น - ท�ำบัตรประชาชน แจ้ งย้ ายเข้ า ย้ ายออก ท�ำหมันวัว ควาย ฉีดวัคซีน - โรงพยาบาลก็ตรวจรั กษา แจกยา - เกษตรอ�ำเภอก็แจกเมล็ดพันธุ์ผัก ให้ คำ� แนะน�ำ ยังมีหน่ วยงานอื่นอีกมากมายที่กล่ าวไม่ หมด ตอนเย็นก็กนิ ข้ าวแลง(มื้อเย็น)กับชาวบ้ าน ออกเยี่ยมตามบ้ าน พักค้ างคืนที่ วัด หรื อโรงเรี ยนที่จดั หน่ วยบริการ เช้ าวันอาทิตย์ กบ็ ริการต่ อในส่ วนทีย่ ังคั่งค้ าง พอสายก็เดินทางกลับโดยทาง เรื อเช่ นเดิม ใช้ เวลา 2 ช.ม.ก็ถงึ ทีว่ ่ าการอ�ำเภอ แต่ ต้องผ่ านวัดทีค่ ณะลิเกแสดงอยู่ พวก เราขอขึน้ ทีท่ ่ าหน้ าวัด เพื่อไปดูซวิ ่ า พวกลิเกท�ำอะไรกันอยู่ เมื่อขึน้ ไปบนศาลา อ้ อมไปเข้ าหลังโรงลิเกเช่ นเคย สิ่งที่ปรากฏ พวกลิเกยัง ไม่ ต่ นื นอน พากันนอนระเกะระกะ มีม้ ุงโปร่ งขาวกางอยู่มุมห้ อง ทุชีกวิคนเพ่ ต ห ลังงสายตา เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๒ ไปยังมุ้งนีเ้ ป็ นตาเดียว สิ่งที่ปรากฏในสายตา เป็ นภาพไอ้ ตวั โกงซึ่งอ้ างว่ าเป็ นน้ าชาย น้ องหญิง มันนอนหลับทัง้ คู่ มือมันโอบกอดน้ องหญิงแถมขามันยังก่ ายไปบนตัว น้ องหญิงอีก ทุกคนตะลึง มันอ้ างว่ าเป็ นน้ าหลานกัน ที่แท้ มันเป็ นผัวเมียกัน ทุกคน ค่ อยๆ ถอยอย่ างระมัดระวัง เผอิญปลัด "ว" ถอยไปเตะเอากกระโถนกลิง้ ไปดังโครม พวกลิเกที่หลับอยู่กต็ ่ นื ขึน้ มา รวมทัง้ น้ องหญิงด้ วย ทุกคนนิ่ง เงียบพูดไม่ ออก เย็นวันรุ่ งขึน้ ที่บ้านพักนายอ�ำเภอ ทุกคนไปกินข้ าวตามปกติ ไม่ มีใครพูดถึง ลิเกอีกเลย แต่ แปลกใจว่ าท�ำไมคืนนีไ้ ม่ ได้ ยนิ เสียงกลองโหมโรงเช่ นทุกคืน เมื่อความ เงียบมาเยือน ปลัด "ว" ก็ทนไม่ ได้ เดินไปถามแม่ ค้าที่ทำ� ขนมไปขายโรงลิเก ซึ่งอยู่ เยือ้ งๆ กับบ้ านนายอ�ำเภอ ว่ าวันนีไ้ ม่ ทำ� ขนมไปขายหรื อ ก็ได้ รับค�ำตอบว่ า พวกลิเก รี บเก็บข้ าวของย้ ายไปต่ างอ�ำเภอโดยไม่ ทราบสาเหตุ แต่ คณะของเรารู้ แล้ วว่ าสาเหตุ เพราะอะไร นี่แหละเขาว่ า "โสม น้ า หน้ า" (ส�ำเนียง ลูล่ ู-ลาล่ า ตลกหญิง แปลว่ าสมน�ำ้ หน้ า) เกล็ดชีวติ เล็กๆ น้ อยๆ ในอดีตก็จบไปแล้ ว

วันแต่ งงานลูกสาวคนโต เป็ นวิทยากรลูกเสือชาวบ้ าน ซ้ าย เป็ นประธานแสดงละครใบ้ บน ประกอบการบรรยายเรื่ องการคุมก�ำเนิด บนขวา การแสดงโขนสด ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๓ ปั จจุบนั ใช้ ชีวติ อย่ างเรียบง่ าย แต่ ไม่ ประหยัด กิจวัตรประจ�ำวันไปร่ วมกิจกรรมผู้ สูงอายุดนิ แดง กทม. ซึ่งมีกจิ กรรมหลากหลาย - วันจันทร์ , วันพฤหัส มีการสอนลีลาศ - วันอังคาร มีการฝึ กซ้ อมดนตรี ไทย - วันพุธ. วันศุกร์ มีการร้ องเพลงสากล มีครู มาบรรเลงอีเล็กโทน ส�ำหรั บเราไปเล่ นเปตองทุกวัน ๆ ละ 2 ชั่วโมง ตอนเย็นกินข้ าวเสร็จ ดูข่าวทุกช่ อง พอ 4 ทุ่มดูหนังจากโน๊ ตบุ๊ค หนังแอกชั่น ซีร่ ี เกาหลี หนังอีโรติก อยากรู้ เรื่ องอะไรให้ ถามคุณมงคล แก้ วพวงงาม พอเที่ยงคืนเข้ า นอน

อนาคต

- มองโลกในแง่ ด,ี อยากไปไหนไป. อยากซือ้ อะไรซือ้ - สิ่งที่ผ่านไปอย่ าเก็บมาคิดให้ เปลืองสมอง, อย่ าเก็บตัว - ดูรายการคุณพระช่ วย, จ�ำอวดหน้ าม่ าน, ตลกคาเฟ่ - ถ้ าท�ำได้ อย่ างนี ้ ไม่ จำ� เป็ นต้ องร้ อยไหม, ฉีดโบท๊ อก, ท�ำสปา ผิวพรรณ ใบหน้ าของเพื่อนจะสวยงามเต่ งตึง เชื่อเรา แม้ แต่ หูยังตึงเลย

ท้ ายนี ้ รักและคิดถึงเพื่อนทุกคน ขอให้ เพื่อนๆ มีร่างกายแข็ง แรงไม่ มี โรคภัย

เบียดเบียน

มนู มหัทธนวัฒน์

ภาพสมัยเป็ นนักเรี ยนเพาะช่ างกับภาพสมัยเป็ นนายอ�ำเภอ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๔

เล่ าสู่กันฟั ง 2

ชีวติ หลังเกษียณ

มงคล แก้ วพวงงาม สวัสดีครับ เพื่อนแดงด�ำ ๙๙ ทีร่ ัก

เรื่ องทีผ่ ม เอ๊ ย เราจะเล่ าต่ อไปนี้คือเรื่ องจริง... ไม่ ได้ โม้

เกริ่น

เราเป็ นคนที่ชอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาตัง้ แต่ สมัยเด็ก ๆ แล้ ว สาเหตุมาจากสมัยนัน้ ตอนอายุประมาณ 5 ขวบ หลวงลุงพามาเป็ นลูกศิษย์ วัดแถว จักรวรรดิ์คือวัดสามปลืม้ (วัดจักรวรรดิร์ าชาวาส) จ�ำได้ ว่า เคยไปเบียดเสียดชมบารมี ในหลวงรั ชกาลที่ 8 เสด็จประพาสส�ำเพ็ง คนที่อยู่หลังๆ มองไม่ เห็นองค์ ในหลวง เขาจะเอากระบอกสี่เหลี่ยมทรงสูงท่ วมหัวคนที่อยู่ข้างหน้ า ข้ างในมีกระจกอยู่ข้างบน แล้ วสะท้ อนมายังกระจกข้ างล่ าง แล้ วส่ องที่กระจกจะท�ำให้ มองเห็นผู้ท่ อี ยู่ข้างหน้ าได้ ชัดเจน (มารู้ ตอนหลังเขาเรี ยกว่ าเปอรี สโคป Periscope) เหมือนกล้ องที่ลูกเรื อด�ำน�ำ้ ใช้ ส่ องมองสิ่งที่อยู่เหนือน�ำ้ พอกลับมาวัดก็ลองคิดท�ำบ้ างแต่ กไ็ ม่ สำ� เร็จ อยู่วัดสามปลืม้ 2 ปี ก็กลับบ้ านนอก เพราะอายุถงึ เกณฑ์ ท่ ตี ้ องเข้ าโรงเรี ยนแล้ ว ระหว่ างเรี ยนประถม ช่ วงนัน้ สนใจด้ านกีฬามาก มีรายการถ่ ายทอดวิทยุมวยชิงแชมป์เปี ้ ยนโลก ระหว่ าง จ�ำเริญ ทรงกิตรั ตน์ กับ จิมมี่ คารู เธอร์ จากออสเตรเลีย วิทยุกระจาย เสียงสมัยนัน้ ใช้ ถ่านไฟฉายเป็ นลังๆ รวมแล้ วเกือบ 50 ก้ อน และบ้ านผู้ท่ ี มีฐานะเท่ านัน้ จึงจะมีฟัง บ้ านเรายังไม่ มีปัญญาซือ้ เราจึงต้ องไปนั่งฟั งการ ถ่ ายทอดเสียงที่บ้านทนายความท่ านหนึ่ง ซึ่งภรรยาของท่ านเป็ นเพื่อนของ แม่ เรา ต่ อมาหากมีการถ่ ายทอดเสียงมวยหรื อกีฬาอื่น ก็ต้องไปฟั งที่บ้าน หล้ งนัน้ ทุกครั ง้ ระหว่ างที่ฟังก็ได้ แต่ คดิ ว่ าหากโตขึน้ เมื่อเรามีเงินคงซือ้ ไว้ ฟัง เองแน่ นอน ดังนัน้ เมื่อเราหาเงินได้ เองครั ง้ แรกจากการรั บจ้ างเขียนใบประกาศนียบัตร ให้ ชาวนาที่กระทรวงเกษตรฯ เมื่อครั ง้ เราเรี ยนเพาะช่ างปี 2 เราจึงซือ้ วิทยุทรานซีสเตอร์ เครื่ องแรกในชีวติ เห่ อมากไปไหนมาไหนถือวิทยุตดิ ตัวตลอดเวลา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๕

ระหว่ างท�ำงานเป็ นครู สอนอยู่วค.โคราช ได้ รับมอบหมายให้ ทำ� หนังสือคู่มือ นักศึกษาและวารสารประจ�ำวิทยาลัย ท�ำให้ มีโอกาสได้ เข้ าโรงพิมพ์ หลายแห่ ง แต่ ละ แห่ งมีเครื่ องพิมพ์ ต้นฉบับ มีเครื่ องพิมพ์ สีทนั สมัย สิ่งที่เราสนใจมากก็คือเครื่ องพิมพ์ ต้ นฉบับหรื อเครื่ องคอมพิวเตอร์ ได้ ไปตีสนิทกับพนักงาน พิมพ์ เพื่อขอค�ำแนะน�ำ จนสามารถพิมพ์ ได้ บ้าง จึงตัดสินใจ กู้เงินสหกรณ์ ฯซือ้ เครื่ องคอมพิวเตอร์ มาหัดพิมพ์ หากติดขัด ก็ถามไปที่โรงพิมพ์ บ้าง ซือ้ หนังสือมาอ่ านมาศึกษาเองบ้ าง จนคิดว่ า ตัวเองท�ำได้ แล้ ว จึงรั บพิมพ์ งานทั่วไป อาจารย์ ใน วิทยาลัยมาใช้ บริการให้ พมิ พ์ งานวิชาการ จนได้ ตำ� แหน่ ง ทางวิชาการไปหลายคน เราเองอาศัยที่เรี ยนด้ านศิลปะมาจึง น�ำมาพัฒนางานสิ่งพิมพ์ ให้ ดดู นี ่ าสนใจน่ าอ่ านมากขึน้ โรงเรี ยนมัธยมหลายแห่ งก็มา ขอใช้ บริการด้ านต้ นฉบับหนังสือคู่มือโรงเรี ยนบ้ าง วารสารของโรงเรี ยนบ้ าง ตอนหลัง เราได้ ย้ายเข้ ามาสอนในกทม.ก็ยังตามมาขอใช้ บริการอีกระยะหนึ่ง ช่ วงที่ย้ายมาสอน ในกทม.ได้ พบเทคโนโลยีท่ ที นั สมัยมากขึน้ จึงตัดสินใจซือ้ เครื่ องคอมพิวเตอร์ แบบพก พา (Notebook) ท�ำให้ สะดวกสบายยิ่งขึน้ ว่ างจากสอนก็ทำ� งาน ท�ำต้ นฉบับหนังสือ และ ท�ำผลงานขอต�ำแหน่ งทางวิชาการให้ ตวั เองบ้ าง จนได้ ตำ� แหน่ งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในปี 2540 ผู้บริหารให้ ความชื่นชมและไว้ วางใจในการงาน มีโอกาสได้ ทำ� หนังสือทีร่ ะลึก ทูลเกล้ าฯถวายพระเทพรั ตนเทพสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อคราวเสด็จฯเปิ ดงาน ส้ มต�ำบันลือโลก ทีส่ ถาบันราชภัฏจันทรเกษม เมื่อปี 2535

หลังเกษียณตอนต้ น (2544-2552) เราเกษียณอายุเมื่อปี 2543 ที่สถาบันราชภัฏจันทรเกษม

หลังเกษียณได้ รับ เชิญจากภาควิชาเทคโนโลยี ให้ ช่วยสอนวิชาคอมพิวเตอร์ กราฟิ กอยู่สองภาคเรี ยน จึงคิดจะเปิ ดสอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ กราฟิ ก ให้ เด็กมัธยมปลายที่สนใจสอบเข้ า เรี ยนต่ อระดับอุดมศึกษา โปรแกรมนิเทศศาสตร์ จึงซือ้ คอมพิวเตอร์ ตงั ้ โต๊ ะมือสอง ชนิด PC และ Mc Intoch ชนิดละ 3 เครื่ อง หาท�ำเลใกล้ โรงเรี ยน ในที่สุดก็ได้ ร้านหนึ่ง แถวถนนสุคนธสวัสดิ์ ใกล้ โรงเรี ยนสตรี วทิ ยา2 และใกล้ บ้านลูกชายอีกด้ วย จึงตกลง เช่ าร้ านนัน้ พร้ อมทัง้ ไปเหมาหนังสือจากร้ านหนังสือเช่ าที่เลิกกิจการมาเสริม ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๖

อีก มีหนังสือนวนิยายไทย จีน ก�ำลังภายในประมาณหมื่นเล่ ม ระยะสองปี แรกกิจการ ไปได้ ดพ ี อสมควรมีเด็กมาเรี ยนหลายคน หลานๆ ก็มาเรี ยนด้ วย เรี ยนจบก็ไปเปิ ดร้ าน ท�ำนามบัตรบ้ าง ปั กจักร์ คอมพิวเตอร์ บ้าง สกรี นเสือ้ นักกีฬาบ้ าง ปั จจุบนั กิจการเจริญ ก้ าวหน้ าเปิ ดเป็ นโรงงานที่ต่างจังหวัด เราเองเช้ าเย็นก็ยังท�ำหน้ าที่ "ปู่ " คือรั บส่ งหลานไปโรงเรี ยนอีกงานหนึ่ง ระหว่ างทีเ่ ปิ ดสอนคอมพิวเตอร์ กราฟิ ก ให้ เช่ าหนังสือ ตัวเองก็รับท�ำนามบัตร ท�ำต้ นฉบับหนังสือ แผ่ นพับ เมนูอาหาร วารสารจากสถานศึกษาทีย่ ังชื่นชอบอยู่อีกหลาย แห่ ง มีเรื่ องตืน่ เต้ นเร้ าใจคือ มีลูกค้ าหน้ าใหม่ มาขอให้ ทำ� นามบัตร พอท�ำให้ เสร็จแล้ วก็ แสดงตัวเป็ นเจ้ าหน้ าทีม่ าจากกรมทรั พย์ สินทางปั ญญา เชิญตัวไปสถานีตำ� รวจลาดพร้ าว แจ้ งข้ อหาว่ าเราใช้ ตัวอักษรทีเ่ ขาคิดประดิษฐ์ ขนึ้ (จดลิขสิทธิ์แล้ ว) มาพิมพ์ นามบัตร จะ ต้ องเสียค่ าปรั บเป็ นเงินสองแสนบาท เราเองก็งง เพราะตัวอักษรแบบนี้เห็นใช้ อยู่ท่วั ไป นึกไม่ ถงึ ว่ าเมื่อเราน�ำมาใช้ จะผิดต้ องเสียค่ าปรั บเป็ นแสน เดือดร้ อนถึงลูกๆ ต้ องมา เจรจากับเจ้ าหน้ าที่ เราเองก็เขียนจดหมายถึงเจ้ าของลิขสิทธิ์อีกแรงหนึ่ง บอกว่ าเราเป็ น ครู เกษียณ มาเปิ ดสอนและรั บท�ำเป็ นงานอดิเรกเท่ านั้น ไม่ มีเจตนาทีจ่ ะล่ วงละเมิดแต่ อย่ างใด ในทีส่ ุดเจ้ าของลิขสิทธิ์คงเห็นใจถอนฟ้อง ถอนแจ้ งความ เราก็เลยโชคดีไม่ เสีย เงินเลย ขอบคุณเจ้ าของลิขสิทธิ์ตัวอักษรแบบ PSL ไว้ ณ ทีน่ ี้ อีกเรื่ องหนึ่งระหว่ างทีเ่ ปิ ดร้ านหนังสือเช่ า และสอนคอมพิวเตอร์ กราฟิ กอยู่นั้น เราท�ำคนเดียวไม่ มีลูกจ้ าง ลูกมือ เพราะคิดว่ าคนเดียวคงเอาอยู่ เพราะร้ านคูหาเดียวตั้ง โต๊ ะรั บงานอยู่หน้ าร้ านตรงประตูทางออก(คล้ ายร้ านเซเว่ นอีเลฟเว่ น) ใครเข้ าออกต้ อง ผ่ าน มีเด็กนักเรี ยน 2-3 คน คงมีบ้านอยู่แถวนั้น มานั่งอ่ านหนังสือทีร่ ้ านหลังเลิกเรี ยนทุก วัน เราเองก็ไม่ เคยกวดขัน เห็นว่ าเป็ นเด็กรั กเรี ยนก็ให้ นั่งอ่ านกับพื้นสบาย ก่ อนจะออกจากร้ านก็ไม่ เคยขอค้ นกระเป๋า มานั่งอ่ านอยู่นานเป็ นเดือนๆ ต่ อมาสังเกตุ ว่ าหนังสือประเภทนิทาน การ์ ตนู ในชั้นวางมีรอยแหว่ งรอยว่ าง วันหนึ่งจึงขอค้ นกระเป๋า ก่ อนออกจากร้ าน พบว่ าในกระเป๋าเด็กมีหนังสืออยู่หลายเล่ ม ต้ องเชิญผู้ปกครองมาพบ แล้ วแจ้ งให้ ทราบว่ าเด็กขโมยหนังสือจะส่ งให้ ตำ� รวจ ผู้ปกครองยกมือไหว้ ขออย่ าเอา ความเลย จะอบรมสั่งสอนไม่ ให้ ทำ� อีก พร้ อมทั้งตบตีลูกต่ อหน้ าเรา เราใจอ่ อนไม่ เอา ความ หลังจากนั้นเด็กเหล่ านั้นไม่ เข้ าร้ านอีกเลย นอกจากเปิ ดร้ านเช่ าหนังสือและรั บงานพิมพ์ แล้ ว เรายังรั บท�ำตรายางอีกด้ วย วันหนึ่งที่ลูกค้ าเป็ นชาวอาหรั บมาว่ าจ้ างให้ ทำ� ตรายางเป็ นรู ปครุ ฑ ลักษณะคล้ ายตรา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๗

ประทับซองจดหมายราชการ เราก็ทำ� ให้ ไป หลายวันต่ อมาหนังสือพิมพ์ พาดหัวข่ าว "จับนักปลอมแปลงพาสปอร์ ตรายใหญ่ แถวบางกะปิ " เราเสียววูบ คิดในใจว่ าคงเป็ น คนที่มาให้ เราท�ำตรายางรู ปครุ ฑให้ แน่ นอน นี่หากเกิดเขาสืบหาตัวคนท�ำตรายาง เรา คงโดนแน่ ๆ บังเอิญเรื่ องเงียบหายไป จึงโล่ งอก ช่ วงโรงเรี ยนปิ ดภาคเรี ยน ไม่ มีภาระต้ องไปรั บส่ งหลานไปโรงเรี ยน เรา ถือโอกาสบินเดี่ยวไปดูการแสดงเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฮาร์ ดแวร์ ซอล์ ฟแวร์ แถว ฮ่ องกงบ้ าง สิงคโปร์ บ้าง ไปเช้ ากลับเย็นก็มี บางครั ง้ ไปพักบ้ านเพื่อนที่สิงคโปร์ เป็ นอาทิตย์ (อยากบอกเพื่อนแดงด�ำ ๙๙ ว่ า เราเสึยค่ าเครื่ องบินการบินไทย 25 เปอร์ เซนต์ เท่ านั้น เพราะลูกชายเป็ นกัปตันการบินไทย ซึง่ ครอบครั วพ่ อแม่ ได้ รับ สวัสดิการพิเศษ) ค่ าเครื่ องไป-กลับฮ่ องกง สิงค์ ไปร์ บาหลี ตอนนัน้ ประมาณสอง พันกว่ าบาท ก็เลยไปกันเป็ นว่ าเล่ น นอกจากนัน้ ก็ได้ ไปนิวซีแลนด์ จีน เกาหลี (จีน ไปหลายครั้ งเพราะคุณอัจฉรา(แม่ ของลูกชอบ เช่ น คุนหมิง เซี่ยงไฮ้ ปั กกิง่ ซีอาน กวางโจว และซัวเถา)

ได้ สมความใฝ่ ฝั น

สมัยเรี ยนเพาะช่ างประทับใจอาจารย์ จติ ร (ศ.ประกิต บัวบุศย์ ) สอนวิชาประวัตศิ าสตร์ ศลิ ป์ ท่ านเล่ าถึงความยิ่งใหญ่ ของลูว์ฟ พิพธิ ภัณฑ์ ท่ รี วบรวมผลงานศิลปะของศิลปิ นผู้ย่ งิ ใหญ่ ของโลกเอาไว้ จึง ตัง้ ใจไว้ ว่าชีวติ นีจ้ ะต้ องหาโอกาสไปฝรั่ งเศส เพื่อชมภาพ โมนาลิซ่า และภาพอื่นที่มีช่ ือเสียง รวมทัง้ ประติมากรรม วีนัส ที่พพ ิ ธิ ภัณฑ์ ลูว์ฟให้ ได้ (หาซื้อภาพโมนาลิซ่ามาติดไว้ ทีบ่ ้ านพัก นั่งมองเธออยู่ทกุ วัน) ได้ เล่ าถึงความใฝ่ ฝั นนีใ้ ห้ ลูกๆ ฟั งเมื่อ คราวที่ลูกๆ พาครอบครั วมาทานข้ าวร่ วมกันในงานวันแม่ ถึงขนาด บอกลูกๆ ว่ า หากชีวติ นีพ้ ่ อต้ องจากโลกไปก่ อน ก็ขอให้ ลูกคนใคคนหนึ่ง เอาเถ้ าธุลีไปโรยที่แม่ น�ำ้ แซนน์ ให้ ด้วยก็แล้ วกัน ท�ำเดือดร้ อนกันไปหมด ไม่ นานนักลูกสะไภ้ คนเล็กใจถึง ให้ เงินมาแสนนึงบอกให้ พ่อไป ฝรั่ งเศส ตามที่ฝันไว้ ลูกชายคนกลางซึ่งท�ำงานด้ านการท่ องเที่ยวก็จดั การเรื่ องวีซ่าให้ ลูกชาย คนโตหาตารางบิน ในที่สุด มิถุนายนปี 2553 ก็สมความตัง้ ใจ ได้ ไปเดินชมงานศิลปะใน พิพธิ ภัณฑ์ ลูว์ฟ 2 วัน ไม่ ร้ ู สึกเบื่อเลย ดูไปก็คดิ ถึงเพื่อนแดงด�ำ๙๙ หากได้ มาด้ วยกัน ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๘

่ วกเราเสียค่ าใช้ จ่าย คงสนุกมากๆ (ภาวนาว่ า ขอให้ ท่านประธานก�ำธร จัดน�ำชมโดยทีพ เองคงดีไม่ น้อย) เดินออกจากลูว์ฟมาเจอสวนสาธารณะที่สะอาดกว้ างใหญ่ มองเห็นหอ ไอเฟิ ลอยู่ไม่ ไกล ถนนคนเดินในสวนก็กว้ างเป็ นดินเหนียวปนทรายอัดแน่ น ริม ถนนมีนักดนตรี วนิพกมาเล่ นเปิ ดหมวกขอเงินอยู่เป็ นระยะ คนสูงอายุรวมกลุ่มกัน เล่ นกีฬาเปตองอยู่บนถนนหลายกลุ่ม เราเข้ าไปยืนดูเพราะอยากรู้ ว่าชาติต้นแบบ กีฬาเปตองจะเล่ นเก่ งสักแค่ ไหน พบว่ า ก็งนั ้ ๆ แหละ บางคนก็ไม่ ได้ เรื่ องเหมือน กัน มิน่าล่ ะเปตองที่ได้ แชมป์โลกปั จจุบนั ไม่ ใช่ ฝรั่ งเศสแล้ ว แต่ เป็ น ลาวบ้ าง เขมร บ้ าง ไทยบ้ าง มาคิดร�ำพึงในใจว่ า คนที่จะเก่ งในเรื่ องใดๆ นัน้ ต้ องตัง้ ใจฝึ กฝนและ เอาจริงเอาจังก็จะสามารถเก่ งได้ เช่ นเดียวกันมวยไทยอีกหน่ อยแชมป์อาจไม่ ใช่ คน ไทยแล้ วก็ได้

น�ำ้ ท่ วมใหญ่ 2554

มาอยู่บ้านที่ลำ� ลูกกาได้ ไม่ นาน เกิดอุกทกภัยครั ง้ ใหญ่ (2554) น�ำ้ ท่ วมสูงท่ วม หัว ดีท่ อี อกจากบ้ านมาก่ อนหนึ่งวัน (24 ตุลาคม 2554) เพราะได้ ข่าวแว่ วๆ มาว่ าน�ำ้ มาแน่ ๆ ตอนนีถ้ งึ ดอนเมืองแล้ ว จึงขนของส�ำคัญเช่ นเครื่ องไฟฟ้า ทีวี พัดลม เครื่ อง คอมฯ ขึน้ ชัน้ สอง แล้ วออกจากบ้ านล�ำลูกกาบ่ ายโมง นึกได้ ว่าไปหาที่พกั แถวชลบุรี อ่ างศิลาดีกว่ าเพราะคุ้นเคย อีกอย่ างสมัยเรี ยนเพาะช่ างเคยมาเขียนภาพทะเลจนเกิด มีความหลังฝั งใจที่น่ ี แต่ พอมาถึงอ่ างศิลาทุกอย่ างเปลี่ยนแปลงไป ความเจริญมีมาก ขึ น้ แถวหน้ าวั ด อ่ าง ศิ ล ามี บ้ านจั ด สรรค์ เกิดขึน้ มากมาย วัด อ่ างศิ ล าก่ อนนี ้เ คย มี บ้ า น พั ก รั บ ร อ ง แ ล ะ เ ร า เ อ ง ก็ เ ค ย พ า ค ร อ บ ครั วลูกๆ มาพัก ก็เปลี่ยนเป็ น สถานปฏิบตั ธิ รรม มีญาติธรรมมาพักกันเต็ม สรุ ปเลยหาที่พกั ไม่ ได้ ใกล้ ค่ำ� เต็มที นึกถึงหลวงพ่ อพุทธโสธร ยกมือไหว้ อธิษฐานว่ าขอที่พกั ให้ ลูกได้ พกั พิง ด้ วยเถิด ว่ าแล้ วก็บ่ งึ ไปแปดริว้ ฉะเชิงเทรา ถึงแปดริว้ มืดพอดี แวะเข้ าศูนย์ ปฏิบตั กิ ารวิชาชีพการท่ องเที่ยวและการโรงแรม สถาบันราชภัฏฉะเชิงเทราขอ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๐๙ ที่พกั มีว่างอยู่ห้องหนึ่งพอดี เลยได้ พกั ที่น่ ี (อยากจะบอกเพื่อนแดงด�ำ๙๙ทีไ่ ป ่ ักของศูนย์ ฯวิชาชีพการท่ องเทีย่ วสรภ. ดูซิ ท่ องเทีย่ วต่ างจังหวัด ลองไปใช้ บริการทีพ ครั บ โรงแรมสามดาวยังไงยังงั้นเลย ส�ำคัญทีร่ าคาถูกกว่ ามากทีเดียว) รุ่ งขึน้ ก็ได้ ทราบข่ าวว่ าน�ำ้ ท่ วมเข้ าหมู่บ้านแล้ วสูงเกือบสองเมตร เลยคุยกัน สองปู่ ย่ า (ไม่ ใช่ ตายายเพราะไม่ มีลูกสาว) ว่ าป่ านนีท้ ่ บี ้ านล�ำลูกกา ของที่ไม่ ได้ ขนขึน้ ชัน้ สองมีชุดรั บแขก ตู้เย็น หนังสือต�ำรา และของอื่นๆ คงจมอยู่ใด้ น�ำ้ แล้ ว และมันก็ เป็ นเช่ นนัน้ จริงๆ พักอยู่ท่ ี สรภ.ฉะเชิงเทรา เกือบสองเดือน ระหว่ างนัน้ ไม่ มีอะไรท�ำก็ออก เที่ยวไปยังแหล่ งท่ องเที่ยวแถวแปดริว้ ปราจีน ชลบุรี กบินทร์ บุรี เกือบทุกแห่ งส่ วน ใหญ่ จะเป็ นตลาดน�ำ้ สวนนก สวนปาล์ ม บ่ อปลา และวัดต่ างๆ ซี่งแต่ ละแห่ งจะมีส่ งิ ก่ อสร้ างแปลกๆ และใหญ่ โต วันไหนไม่ ได้ เที่ยวก็จะเข้ าไปร่ วมชมรมเปตองผู้สูงอายุ ฉะเชิงเทรา เล่ นเปตองสังสรรค์ กันสนุกสนาน บางวันคิดถึงบ้ านล�ำลูกกาก็กลับมาแต่ เข้ าบ้ านไม่ ได้ ต้ องจอดรถปากทาง นั่งเรื อพายเข้ าซอยซึ่งตอนนีก้ ลายสภาพเป็ นคลอง เห็นสภาพบ้ านแล้ วน�ำ้ ตาซึม เกิดมากว่ าหกสิบปี เพิ่งเจอน�ำ้ ท่ วมหนักก็คราวนี ้ น�ำ้ ท่ วม สองเดือนกลับมาดูสองครั ง้ ก็เหมือนเดิม หน้ าบ้ านนอกรั ว้ มีข้าวของเช่ น ที่นอน หมอน ถังขยะ เก้ าอีน้ วมของบ้ านอื่นๆ ลอยฟ่ องเต็มไปหมด น�ำ้ ท่ วมขังส่ งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง มองบ้ านข้ างเคียงก็อยู่ในสภาพเดียวกัน คราบน�ำ้ แห้ งกรั งเห็นเป็ นขัน้ ๆ ตามวันเวลาที่ เริ่มแห้ ง จนใกล้ สนิ ้ เดือนธันวาคม 2554 จึงได้ กลับมาสังคายนา ขนของที่โดนน�ำ้ ท่ วม ออกทิง้ ลูกๆ มาช่ วยปรั บปรุ ง หาของใหม่ มาแทนของเก่ าซึ่งใช้ ไม่ ได้ แล้ ว เช่ น เตา ตู้ เย็น ตู้กับข้ าว เตาแก๊ ส ประตูบ้าน ทาสีบ้าน เล่ นเอาเหนื่อยไปทัง้ คอบครั ว หมดไป หลายเงิน ทางการเยียวยาได้ มาสองหมื่นสี่ เฮ้ อ!

เจ็บไข้ ได้ ป่วย

สองเดื อ นที่ พั ก อยู่ ศู น ย์ ฝึ กประสบการณ์ การวิ ช าชี พ การท่ องเที่ยว สถาบันราชภัฏฉะเชิงเทรานัน้ มีอาหารเช้ า ให้ รับ-ประทานทุกวัน มีอาหารไทย ฝรั่ ง ให้ เลือกเหมือน กับโรงแรมมาตรฐานทั่วไป ตอนอยู่บ้านเราเคยกินข้ าวแกงแบบไทยๆ เช่ น น�ำ้ พริกปลาร้ า ปลาทู แกงส้ ม แกงจืด ไข่ เจียว ฯ พอมาอยู่ท่ นี ่ ีกอ็ ร่ อยกับอาหาร ฝรั่ ง โดยเฉพาะเบคอน ไส้ กรอก แฮม กาแฟ กินได้ ทกุ วันๆ มารู้ ตอนหลังว่ าสิ่งที่เรา สวาปามเข้ าไปในตอนนัน้ ไม่ ดเี ลย ส่ วนที่กรอบ ไหม้ เกรี ยม ที่เราว่ าอร่ อยนัน้ เป็ นสาร ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๑๐ มัน ปาท่ องโก๋ ทอดมัน ของรมควันไม่ ควรกิน อันตรายมาก ตัวอย่ างเช่ น คนสูบบุหรี่ สูดควันเข้ าปอด มักจะเป็ นมะเร็งปอดทุกราย เออ จริงแฮะ) หลังจากกลับมาอยู่บ้าน ปรั บปรุ งบ้ านให้ เข้ าสภาพเดิมแล้ วประมาณ สามเดือน เราเกิดอาการปวดท้ อง บ่ อยๆ สังเกตุการขับถ่ ายไม่ ปกติ ของ เสียที่ออกมาไม่ เป็ นก้ อนสีเหลือง กลับเป็ นสีดำ� ขาดๆ วิ่นๆ ก็ร้ ู สึกเอะใจ ไปตรวจ หมอให้ ส่องกล้ อง เอกเรย์ คอมพิวเตอร์ ก็พบสิ่งที่คาดไม่ ถงึ เกิดขึน้ ที่ลำ� ไส้ ใหญ่ ต้ องเข้ าผ่ าตัดด่ วน 19 มิถุนายน 2556 (วันเดียวกับวันทีไ่ ปฝรั่ งเศส) หมอล�ำไส้ ช่ ือดัง ชื่อจีระวัฒน์ พัฒนะอรุ ณ รพ.กรุ งเทพคริสเตียน จัดการตัดล�ำไส้ ออกเกือบ 1 ฟุต พร้ อมบอกว่ า เป็ นระยะ 2 หากมาช้ ากว่ านีค้ ง ไม่ ทนั การ อยู่ รพ.(เอกชน)สามวัน ค่ าใช้ จ่ายเป็ นเงินหกหลักเบิก ไม่ ได้ เลยแม้ บาทเดียว (ดีนะทีล่ ูกๆ ช่ วยรั บภาระแทน ไม่ เช่ นนั้น คงเป็ นลูกหนี้ธนาคารหัวโต) รี บย้ ายมาเป็ นคนไข้ ของ รพ.จุฬาลงกรณ์ เพราะเบิกค่ า ยา ค่ าเอ็กเรย์ ได้ บ้างจึงค่ อยยังชั่วหน่ อย ทุกวันนีต้ ้ องไปพบหมอตามนัดทุกสามเดือน จากบทเรี ยนแสนแพงนี ้ จึงอยากฝากให้ ข้อคิดกับเพื่อนๆ หรื อลูกหลานที่ได้ อ่ านข้ อเขียนนีว้ ่ า 1. "อย่ าตามใจปาก จะล�ำบากภายหลัง" 2. "อย่ ากินของปิ ้ งย่ างหรื อของมีรอยไหม้ เกรี ยม กินผักผลไม้ ดกี ว่ า" 3. "ควันธูปควันบุหรี่ เป็ นอันตรายมาก อย่ าเข้ าใกล้ กระถางธูปและคนสูบบุหรี่ "

ทัวร์ ไหว้ พระ ๙ วัด หลั งจากได้ เดินทางไปท่ องเที่ยวต่ างประเทศหลายแห่ งแล้ ว

รู้ สึกว่ าในเมืองไทยเราก็มีหลายแห่ งที่ยังไม่ เคยไป พอดี ขสมก. จัด รายการทัวร์ ไหว้ พระ ๙ วัด คือพาผู้ศรั ทธาไปไหว้ พระ ๙ วัด ตามจังหวัด ต่ างๆ ที่ไม่ ไกลกรุ งเทพฯ เกินไป สามารถไปเช้ ากลับเย็นได้ ทุกเสาร์ อาทิตย์ ราคาไม่ แพง รถออกจากท่ ารถของ ขสมก เช่ น อู่บางเขน อู่ แสมด�ำ อู่มีนบุรี อู่บางนา อู่วัดไร่ ขงิ อู่สาธุประดิษฐ์ มีผ้ ูสูงอายุบ้าง วัย กลางคนบ้ าง หนุ่มสาวบ้ างนิยมไปกันเป็ นหมู่คณะ สถานที่ไปส่ วนใหญ่ จะเป็ นวัด ตลาดน�ำ้ สถานที่ท่องเที่ยวตามจังหวัดต่ างๆ ทัง้ ในกรุ งเทพฯ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๑๑

และปริมณฑล บางวันก็ไปไกลถึงพิจติ ร พิษณุโลก ลพบุรี สระบุรี ระยอง จันทบุรี หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ (เราเคยไปพิษณุโลก นัดกับ สุชาติ แย้ มนิยม ทีว่ ัดหลวงพ่ อพุทธชินราช สุชาติเลยพาไปเลี้ยงก๋ วยเตีย๋ ว ห้ อยขา ร้ านดังเมืองพิ-โลก อร่ อยๆ มาก ขอบคุณนะเพื่อน) ทัวร์ ไหว้ พระของ ขสมก มีมานานร่ วมสิบปี แล้ ว ปั จจุบนั ก็ยัง ได้ รับความนิยมอยู่ เราสองคนตายาย เอ๊ ย! ปู่ ย่ า ไปไหว้ พระเกินกว่ า 108 วัดแล้ ว บางวัดก็ไป 2-3 ครั ง้ ก็มีเพราะน่ าชมน่ าศรั ทธา (อยากเชิญ ชวนเพื่อนแดงด�ำ๙๙ ลองไปเทีย่ วไปชมสักครั้ งแล้ วจะติดใจเหมือน เรา) วัดแต่ ละแห่ งสร้ างโบสถ์ แปลกๆ สร้ างด้ วยขวด สร้ างด้ วยดิน สร้ างด้ วยดินเผา สร้ างด้ วยสเตนเลส สร้ างด้ วยกระจก ฯลฯ รู ปทรง แตกต่ างกันไปเพื่อเรี ยกความสนใจจากนักท่ องเที่ยว บางแห่ งสร้ าง สิ่งเคารพบูชาขนาดสูงใหญ่ แล้ วบอกว่ าใหญ่ ท่ สี ุดในโลก มีความ ศักดิ์สิทธิ์อย่ างนัน้ อย่ างนี ้ บางวัดจัดอาหารเลีย้ งผู้มาเยี่ยมเยือนอีก ด้ วย ท�ำให้ ลูกทัวร์ ขสมก อิ่มท้ องพร้ อมกับอิ่มบุญไปด้ วย ดีจริงๆ (ผู้ทไี่ ปก็เอารถส่ วนตัวไปจอดไว้ ทสี่ ถานีรถ ขสมก ขึน้ รถเมล์ ปรั บ อากาศสบาย ไม่ ต้องขับรถไปเองให้ เมื่อย นอกจากจะเมื่อยแล้ ว ก็ ไม่ แน่ ใจว่ าจะมีโอกาสได้ กราบนมัสการหลวงพ่ อตามทีห่ วังหรื อเปล่ า แต่ ถ้ามากับรถ ขสมก รั บรองได้ กราบหลวงพ่ อแน่ ๆ เพราะหลวงพ่ อรั บกิจนิมนต์ จาก ขสมก ล่ วงหน้ า รอรั บญาติโยมทีม่ าเป็ นคณะอยู่ทว่ี ัดแล้ ว)

ทุกวันนีท้ ำ� อะไรบ้ าง

ด้ วยตระหนักว่ าหากไม่ ทำ� อะไร อยู่เฉยๆ นั่งๆ นอนๆ ไม่ นานคงเป็ นง่ อย สมองฝ่ อ หลงๆลืมๆ เหมือนคนแก่ ท่ ไี ร้ สมรรถภาพ เป็ นที่น่ารั งเกียจของลูกหลานและคนใกล้ ตวั จึงต้ องหาอะไรท�ำ ท�ำ อะไรบ้ างวันๆ เอ้ า! จะเล่ าสู่ฟัง ตื่นเช้ าตีห้าครึ่งบ้ าง หกโมงบ้ าง เข้ าห้ องน�ำ้ ขับถ่ าย แล้ ว ปั่ นจักรยานเข้ าสนามกอล์ ฟใกล้ บ้าน รอบสนาม 2 รอบประมาณ 6 กม. แล้ วปั่ นออกไปปากทางถนนใหญ่ หาซือ้ กับข้ าวส�ำเร็จรู ปจาก บรรดาแม่ ค้าที่มาปลูกเพิงเป็ นแถวยาว ขายกับข้ าวราคาถูก ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๑๒

ถุงละ 20 บาท แรงงานก่ อสร้ างมาจอดรถซือ้ เป็ นเสบียงมากมาย มี อาหารหลายอย่ าง ทัง้ อาหารเหนือ ใต้ อีสาน อิสลาม รสชาติแบบ บ้ านๆ ใช้ ได้ เราซือ้ กลับบ้ าน 3-4 ถุง กินเช้ าเย็น (ซึง่ ก็ดไี ม่ ต้องเสีย เวลาท�ำกับข้ าว) ถึงบ้ านนั่งพัก ดื่มโอวัลติน เปิ ดไลน์ ส่งความคิดถึง เพื่อนๆ กลุ่มบ้ าง ส่ วนตัวบ้ างประมาณร้ อยกว่ าคน แล้ วอาบน�ำ้ ทาน ข้ าวเช้ า สักครู่ กเ็ ปิ ดเครื่ องคอมพิวเตอร์ ดูข่าวจากยูทปุ บ้ าง กูเกิลบ้ าง ซีเอ็นเอ็นบ้ าง พบอะไรดีๆ น่ าสนใจก็เอาออกมาแชร์ ให้ เพื่อนในกลุ่ม ไลน์ เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ได้ ดตู ่ อๆ กันไป บางวันก็เปิ ดโปรแกรมโฟโต้ ช็อป (Photoshop) อิลลาสเตรเตอร์ (Illustrator) อินดีไซน์ (In Design) ออกแบบเล่ นๆ กันลืม ถึงบ่ ายสองก็งบี พักผ่ อนประมาณชั่วโมง พอบ่ ายสี่โมงครึ่งไปสนามเปตอง หน้ าหมู่บ้าน สังสรรค์ เล่ นเปตองกับเพื่อนบ้ านประมาณซั่วโมงครึ่งกลับบ้ าน อาบน�ำ้ ทานข้ าว ดูข่าวทีวี ดูหนังดึช่องโมโน สามทุ่มเข้ านอน วันเสาร์ -อาทิตย์ จะออกไปหาของกินอร่ อยๆ ตามที่อ่านพบในหนังสือพิมพ์ หรื อพบในอินเตอร์ เนค ไปเดินห้ างที่จดั แสดงสินค้ า ไปเมืองทองธานีเดินชมสินค้ า โอทอป ไปดูต้นไม้ ใบหญ้ าตามแหล่ งขายส่ ง เช่ น สวนจตุจกั ร บางบัวทอง คลอง15 เป็ นต้ น ตลาดนัดแถวบ้ านก็ชอบไปเดินดูพชื ผักผลไม้ ของชาวบ้ านที่เก็บมาขาย บางทีกเ็ ลยไปถึงแปดริว้ พบเพื่อนเก่ าเล่ นเปตอง เหมือนเมื่อครั ง้ หนีน�ำ้ ท่ วมมาพักที่น่ ี เมื่อปี 2554 ทีไ่ ปโน่ นไปนี่ ท�ำนั่นท�ำนี่ จุดประสงค์ ส�ำคัญอีกอย่ างก็เพื่อ ให้ ลืมความเจ็บ ไข้ ได้ ป่วยของตนทีม่ ีอยู่นั่นเองแหละ นอกจากเราจะชอบเล่ นกีฬาแล้ ว ดูหนังก็ชอบ สมัยเด็กเคยแอบหนีแม่ ไป ดูหนังจนคนเก็บตั๋วหนังจ�ำได้ (เคยเล่ าให้ ฟังในเล่ ม 1 แล้ ว) ขึน้ ชัน้ มัธยมเลยสมัคร เขียนป้ายโรงหนังได้ ดหู นังฟรี จนเรี ยนจบ เข้ ากรุ งเทพฯ เรี ยนเพาะช่ าง เดี๋ยวนีก้ ย็ ัง ชอบดูหนังแต่ นานๆ ครั ง้ ดูเฉพาะเรื่ องเกี่ยวกับประวัตศิ าสตร์ วิทยาศาสตร์ สืบสวน ลึกลับเท่ านัน้ ส่ วนการร้ องเพลงคาราโอเกะก็ร้องบ้ าง สมัยสอนอยู่ ราชภัฏจันทรเกษม เคยร้ องคู่กับคุณโฉมฉาย อรุ ณฉาน วีระ บ�ำรุ งศรี และนักร้ องดังๆ หลายคน เคยฟั งเพื่อนแดงด�ำ๙๙ ร้ องเพลงพบว่ า ร้ องดีขัน้ เทพหลายคน เช่ น แจ๋ ว-ลัดดาวัลย์ อิด๊ -ศิริพรรณ, เปี๊ ยก-ประพิศ, รั ชนี, สมัคร, สมชาย หอมจิตร และรอง ทองดาดาษ อีก ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๑๓

คนที่เชื่อว่ าร้ องเพลงได้ ดเี หมือนกัน (เพราะเคยฟั งสมัยเมื่อครั้ งแรี ยนเพาะช่ าง) แต่ ช่วง พบปะสังสรรค์ เพื่อนไม่ ยอมร้ องให้ ฟังเลยคือ ประสาน จรั งรั ตน์

คารวะครู อาจารย์ และ สดุดเี พื่อนแดงด�ำ๙๙ เราเคารพและระลึกถึงอาจารย์ เพาะช่ างที่ให้ ความรู้ แก่ เรา

ทุกท่ าน หลายท่ านได้ จากพวกเราไปแล้ ว หลายท่ านยังมาร่ วมงาน สังสรรค์ กับพวกเราทุกปี เช่ น ผอ.ส�ำเริง พันธ์ ุสนิท อ.สาคร ขยันเขียน อ.เลิศพงศ์ (เลื่อน) ชีวพัฒนพันธุ์ อ.ปราณี แก้ วละออ ขอกราบ ขอบพระคุณอย่ างสูงครั บ เพื่อนแดงด�ำ๙๙ ทีเ่ ราซาบซึง่ ขอสดุดใี นน�้ำใจอันดีงาม ทีเ่ พื่อนมีให้ เพื่อนตลอดมาคือ ก�ำธร อินทรพิชัย คงไม่ ต้องกล่ าวอะไรมาก งานสังสรรค์ เพื่อนแดงด�ำ๙๙ ทุกปี ที่เคยมีมากว่ า 20 ปี ก�ำธรเป็ นสปอนด์ เซอร์ ตลอด เล่ าสู่กันฟั งเล่ ม1 ก�ำธร สนับสนุนค่ าใช้ จ่ายส่ วนหนึ่งจ�ำนวนไม่ น้อย, เล่ าสู่กันฟั งเล่ ม2 เพื่อนก็ยังจะช่ วย สนับสนุนอีก เรารู้ สึกเกรงใจและซาบซึง้ จึงไม่ ขอรั บการช่ วยเหลือใดๆ จากเพื่อนอีก ขอบคุณๆๆ วิเชียร-วรณี เอี่ยมนาคะ คู่สร้ างคู่สมคู่นี ้ หากได้ ทราบข่ าวว่ า เพื่อนแดงด�ำ๙๙ มีทกุ ข์ อะไรที่ไหน คู่นีต้ ้ องเป็ นธุระเข้ าช่ วยเหลือกระจายข่ าวทันที ยิ่งหากมีงานส�ำคัญ เช่ น งานศพพ่ อแม่ เพื่อน จะใกล้ ไกลแค่ ไหน เพื่อนจะไปร่ วมงานทันที น�ำ้ ใจงามจริงๆ ขอชื่นชม วิเชียร อินทรกระทึก แม้ เพื่อนคนนีจ้ ะไปเรี ยนศิลปากรตัง้ แต่ เรี ยนจบ เพาะช่ าง ปี 2 แต่ เพื่อนก็ยังระลึกถึงเพื่อนๆ แดงด�ำ มาร่ วมสังสรรค์ กันทุกปี เลย... เยี่ยมจริงๆ ตอนมาเพื่อนก็ไม่ ได้ มาคนเดียวนะ.. พกเมีย (อ.พยอม) มาด้ วยยยยยย วิชัย วงษ์ ใหญ่ (รศ.ดร.) เพื่อนคนนีเ้ ป็ นคน รั กเรี ยนมาตัง้ แต่ สมัยเรี ยนด้ วยกันไม่ ว่าวิชาใด เพื่อนจะนั่งเรี ยนหน้ าชัน้ สายตาจดจ่ อที่กระดาน ด�ำ หูฟังอาจารย์ ผ้ ูสอน มือจับปากกาจดๆๆ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๑๔

บันทึกในสมุดตลอด ดังนัน้ จึงไม่ แปลกใจที่เพื่อนประสบความส�ำเร็จทางการศึกษา และมีน�ำ้ ใจให้ คำ� ปรึกษาแนะน�ำแก่ เพื่อนที่ไปหาความรู้ เพิ่มเติม เสมอ...ขอบคุณนะ เพื่อน สนอง บุญถนอม เพื่อนผู้มีบุคลิกเป็ นผู้น�ำมาตัง้ แต่ สมัยเรี ยนเพาะช่ าง เพื่อนเป็ นหัวหน้ าคณะละครวิทยุ "มิตรสนอง" ที่โด่ งดังสมัยนัน้ เพื่อนได้ สละกิเลสหัน หน้ าเข้ าสู่ร่มกาสาวพัตร สามารถโน้ มน้ าวจิตใจญาติโยมให้ ทำ� บุญสร้ างวัดเล็กๆ จน บัดนีใ้ หญ่ โตเป็ นแหล่ งท่ องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาแห่ งที่ 9 ของจังหวัดกาญจบุรี ปั จจุบนั ได้ รับสมณสักดิ์ เป็ น พระครู มงคลกาญจนวิจติ ร สมศักดิ์ ป้อมสูง เพื่อนอีกคนที่สละเพศเป็ นบรรพชิต จ�ำพรรษาอยู่วัดเขา สมโภชน์ ลพบุรี ท่ านยังผูกพันอยู่กับเพื่อนแดงด�ำ๙๙ เสมอ หากทราบข่ าวว่ ามีการ พบปะกัน ท่ านจะมาแทบทุกครั ง้ ขอกราบนมัสการชื่นชม พล.ร.ต.สมัคร หนูไพโจน์ , น.อ.(พิเศษ)ทองสุก ถาวรสันต์ , พ.อ.(พิเศษ)เล็ก อัมพรเพชร, พ.อ.กมล จีระเศรษฐ์ , พ.อ.ไพโรจน์ สกุลดิษฐ์ , พ.อ.ก�ำธร กลิ่นสุวรรณ (ถึงแก่ กรรม) พ.ต.อ.วิรัช กันทรั พย์ , พ.ต.ท.ธนาคม ทินกร, เพื่อนที่กล่ าวนาม เป็ น ทหาร-ต�ำรวจ รั บใช้ ชาติจนประสบความส�ำเร็จทุกคน เราภูมใิ จมาก ประสาน จรั งรั ตน์ , สนอง โกศัย, นิวติ หะนนท์ , ประนอม สุวรรณ์ ประสิทธิ์ วัชรินทร์ จันทรา, ผณินทร์ แสงเงิน, มนู มหัทธนวัฒน์ เพื่อนที่เราคิดว่ ามีทกั ษะในการ เขียนเรื่ องสัน้ เขียนบทความ เที่ยบได้ กับนักเขียนมืออาชีพเลยทีเดียวแหละ

รวมกับเพื่อนแดงด�ำ๙๙ ไปกราบ อวยพรวันเกิด อ.ปราณีท่ บี ้ าน ปทุมธานี ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๑๕

ประพิศ ตุณฑกิจ น้ องสาวคนเล็ก(เพราะอายุน้อยกว่ าเพื่อน) สมัยโน้ นไม่ ค่อย พูดจากับใคร ตัง้ หน้ าเรี ยน เอาจริงเอาจังกับการท�ำงาน ผลงานก็ไม่ เป็ นรองใคร มา สมัยนีน้ ้ องก็มีน�ำ้ ใจงาม มาร่ วมสังสรรค์ กับเพื่อนแดงด�ำ๙๙ แทบทุกครั ง้ ใครเจ็บไข้ ได้ ป่วยก็ไปเยี่ยม เพื่อนบางคน เช่ น นิลเอกป่ วยประพิศได้ ไปเยี่ยมถึง 5 ครั้ ง เป็ นต้ น ปั จจุบนั ประพิศเป็ นหัวแรงจัดงานวันเกิดให้ เพื่อนๆ ทุกสามเดือน... ขอชื่นชมครั บ สุรียา สุขสโมสร, นันทา สุขโพธิ๋, สงบ ลาดประเสริฐ, ศิริพรรณ (ทั้งสอง อิด๊ กับกี่) รั ชนี บูรณสมภพและสามี(คุณอนันต์ ), ธวัชชัย รอดเรื องเดชและภรรยา (คุณต้ องตา) ประภาศรี เขียนจ�ำนงค์ , เสมอใจ จันทร์ เพ็ญ, สุเจตน์ เชี่ยวชาญปราบ, ลัดดาวัลย์ ศิริพานิช, สัมฤทธื์ เมฆพะโยม, เพ็ญศิริ คงเจริญ, กฤษฎี ปั ญญฤทธิ็ อักษร บุณยะวุฒกุล เพื่อนที่กล่ าวนามมานี ้ มักจะพบกันแทบทุกงานสังสรรค์ ท่ จี ดั ขึน้ ไม่ ว่างานจะจัดที่ใด ประทับใจจริงๆ เพื่อนอีกคนที่ขออนุญาตกล่ าวถึงคือ อัจฉรา ภัทรวิทย์ เพื่อนร่ วมชัน้ เรี ยนที่ปรั บเปลี่ยน มาเป็ นเพื่อนร่ วมชีวติ (ครบรอบ 50 ปี เมื่อ 4 มีนาคม 2559) ไม่ ค่อยได้ ออกไปพบปะเพื่อนแดงด�ำ๙๙ เพราะ เป็ นแม่ บ้านคอยสั่ งสอนอบรมลู กหลานให้ ขยันรั กเรี ยน เป็ นคนดี ท�ำบุญไหว้ พระ สนับสนุนให้ เราเข้ าร่ วมกิจกรรม กับเพื่อนๆ ทุกครั ง้ ตลอดมา ได้ ฝากความปรารถนาดีและ คิดถึงมายังเพื่อนแดงด�ำ๙๙ ทุกคนนะครั บ คงหมดเรื่ องเล่ าแค่ นี้แหละ เพราะหากเล่ ามากไป เดีย๋ วเพื่อนจะเกิดอาการ วิงเวียน ขอบคุณทีท่ นอ่ าน พบกันใหม่ อีกสิบปี ข้ างหน้ า (ถ้ ายังอยู่) รั กและระลึกถึงเพื่อนเสมอ

กราบอวยพรวันเกิด อ.ปราณี ที่บ้านปทุมธานี

แถวยืนจากซ้ าย ครอบครั ว"ตวง" ไม่ มีลูก ครอบครั ว"ต่ อ"มีลูกชาย2คน, ครอบครั ว"ต้ อง" ลูกชาย1ลูกสาว1(AFSอยู่ฝรั่ งเศส)

มงคล แก้ วพวงงาม 99/256 ม.ศุภาลัยธานี ซ. 17 ต.ลาดสวาย อ.ล�ำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150 โทร.02-0514528, 081-427-0749 ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


ค�ำคมของ สู่ กั น ฟั ง 2 สองผู้ย่ งิ ใหญ่เ ล่ า ๑๑๖ แห่ งวงการไอที สตีฟ จ็อบส์ VS บิลล์ เกตส์ สตีฟ จ็อบส์ อ�ำลาโลกใบนี ้ไปใน เดือนตุลาคม ปี 2011 แต่สงิ่ ที่เขาทิ ้งเอาไว้ ให้ ไม่เพียงแค่ Apple เท่านัน้ แต่รวมถึงทุก คนในโลกล้ วนชื่นชมยกย่อง และนี่คืออีก 9 สุนทรพจน์ จากชายผู้ก่อตัง้ Apple ที่จะผลัก แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้ กบั คุณ The only way to do great work is to love what you do,

หนทางเดียวที่คณ ุ จะสร้ างผลงานที่ ยิ่งใหญ่ขึ ้นมาได้ นนต้ ั ้ องมาจากความรักในสิง่ ที่คณ ุ ก�ำลังท�ำอยู่

Don’t let the noise of others’ opinions drown out your own inner voice.

อย่าปล่อยให้ เสียงนกเสียงกามา บัน่ ทอนความเชื่อมัน่ จากเสียงภายในจิตใจ ของคุณเอง

I’m as proud of many of the things we haven’t done as the things we have done. Innovation is saying no to a thousand things

ผมเองยังคงภูมิใจในหลายสิง่ หลาย อย่างที่ Apple ไม่ได้ ท�ำออกมา นัน่ ก็เพราะ ว่า ทุกๆนวัตกรรมที่เกิดขึ ้นล้ วนมีต้นก�ำเนิดมา จากสิง่ ที่เราปฏิเสธไม่ท�ำมันนับพันอย่าง

We don’t get a chance to do that many things, and everyone should be really excellent. Because this is our life. Life is brief, and then you die, you know? And we’ve all chosen to do this with our lives. So it better be damn good. It

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

กฎ

แห่ งความส�ำเร็จของ “Bill Gate” -. จงปรั บชีวติ ของคุณ คุณต้ อง ยอมรั บว่ าชีวติ นัน้ ไม่ ยุตธิ รรม ไม่ มีใคร เกิดมาสมบูรณ์ แบบหรื อโชคดี, คุณต้ อง เรี ยนรู้ ในการปรั บตัวเข้ ากับชีวติ ของคุณ แล้ วจงเปลี่ยนแปลงมัน ท�ำอย่ างไรการ ด�ำรงชีวติ ของคุณจะด�ำเนินไปด้ วยวิถที าง ของคุณ คุณต้ องจัดการและลงมือท�ำด้ วย ชีวติ ของคุณเอง -. น�ำชีวติ ไปสู่ความส�ำเร็จ โลก ้ ใบนีไม่ แคร์ ว่าคุณเป็ นใคร คุณต้ องท�ำ เพื่อความส�ำเร็จเพียงแต่ คุณสามารถยืน หยัดในชีวติ ด้ วยล�ำแข้ งของคุณ ความ ส�ำเร็จคือสภาวะชีวติ ทีส่ ูงสุด มันสามารถ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และทัศนคติ และ แม้ กระทั่งการยกย่ องตนเอง ถ้ าคุณคิดว่ า ความส�ำเร็จไม่ ใช่ เป็ นคุณ แล้ วก็ถอื ว่ าเป็ น ความคิดทีน่ ่ าละอายสิ้นดี -. ไม่ มีความเจ็บปวด ไม่ มีผล ส�ำเร็จ ความส�ำเร็จไม่ เคยได้ มาโดย อัตโนมัติ คุณจ�ำเป็ นต้ องลงแรงหากเป็ น ความปรารถนาของคุณ นีค้ ือหลักการพืน้ ฐานในชีวติ ของคุณ คุณไม่ ได้ เป็ นผู้บริหาร ระดับสูงของบริษัทหากคุณไม่ สามารถ ท�ำงานนัน้ ได้ คุณไม่ สามารถหาเงินได้ ถงึ 100,000 เหรี ยญสหรั ฐต่ อเดือนหากคุณไม่ ใช้ ความพยายามหามา ดังนัน้ หยุด


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เพราะนี่คือชีวิต ชีวิตของมนุษย์เรามันแสน ๑๑๗ หยุดการบ่ นคนอื่น และเปลี่ยนแปลง สัน้ เราไม่สามารถท�ำทุกอย่างได้ เราไม่มี ทัศนคติถงึ วิธีทคี ุณมองสิ่งต่ าง ๆ ทางรู้วา่ เนาจะตายลงเมื่อไหร่ ทุกสิง่ ที่เกิด - เรื่ องราวทุกอย่ าง ไม่ วา ขึ ้นล้ วนมาจากการตัดสินใจลงมือท�ำด้ วย เรื่ องธุรกิจเล็กหรื อใหญ่ พวกเขา ตัวเราเอง และนัน่ คือความเยี่ยมยอดของ สามารถท�ำเงินได้ ธุรกิจเล็กเติบโต ชีวิต นัน่ คือสิง่ ที่เราควรรู้คณ ุ ค่าของมัน เป็ นธุรกิจใหญ่ ดังนั้นจากการก้ าวไป Quality is much better than quantity. One ทีละเล็กละน้ อยทุก ๆวัน คุณก็สามา home run is much better than two doubles. รถบรรลผลส�ำเร็จทีย่ งิ่ ใหญ่ สักวันหนึ่ง คุณภาพนันส� ้ ำคัญกว่าปริ มาณ -. เรี ยนรู้ ข้อผิดพลาด เป็ น อย่างในเกมเบสบอลการได้ โฮมรันครัง้ เดียว สิ่งที่บลิ เกตส์ แนะน�ำ เราจ�ำเป็ น นันยั ้ งดีกว่าการที่คณ ุ ท�ำให้ ผ้ เู ล่นฝ่ ายตรง ต้ องเรี ยนรู้ จากข้ อผิดพลาด ทุกคน ข้ ามออกจากเกมได้ ถงึ สองครัง้ มีโอกาสผิดพลาด ไม่ มีใครสมบูรณ์ Creativity is just connecting things. When แบบในโลกนี ้ หากคุณเคยผิดพลาด you ask creative people how they did แล้ วเรี ยนรู้ จากมัน และไม่ ทำ� ผิด something, they feel a little guilty because พลาดซ�ำ้ อีกครั ง้ เพียงเท่ านีค้ ุณก็ they didn’t really do it, they just saw something. It seemed obvious to them after สามารถปรั บปรุ งตนเองไปสู่ความ a while. ส�ำเร็จที่สูงกว่ า ความคิดสร้ างสรรค์นนเป็ ั ้ นเรื่ อง -. ลงมือท�ำด้ วยตนเอง ใน เกี่ยวกับการรู้จกั เชื่อมโยงสิง่ ต่างๆเข้ าด้ วย โลกนี้คุณมีสิ่งทีต่ ้ องท�ำด้ วยตัวของ กัน ถ้ าคุณไปถามเหล่านักคิดนักประดิษฐ์ คุณเอง หยุดพึง่ พาคนอื่น หากคุณยัง ว่าพวกเขาสร้ างสิง่ ต่างๆได้ อย่างไรกัน รู้ พึง่ พาคนอื่น คุณจะไม่ สามารถเรี ยน ไหมว่าพวกเขาจะรู้สกึ ผิดอยูล่ กึ ๆในใจ เพ รู้ ถงึ กระบวนการ ยิง่ คุณพึง่ คนอื่น ราะจริ งๆแล้ วพวกเขาไม่ได้ ตงใจจะท� ั้ ำมัน เท่ าใด คุณก็จะสูญเสียความเป็ นตัว แต่พวกเขาแค่เห็นอะไรบางอย่าง ที่ร้ ูสกึ ของคุณเอง และเมื่อคุณจะปกป้อง แปลกแตกต่างไปจากที่เคยเห็น การพึง่ พาคนอื่น ความส�ำเร็จก็เป็ น It’s better to be a pirate than to join the navy ของคุณ ไม่ ใช่ ของผู้อื่น บางครัง้ การอยูน่ อกกรอบแบบ -. คุณมีโอกาสครั ง้ เดียว สิ่ง โจรสลัดก็ยงั ดีกว่าการต้ องอยูใ่ นกฏระเบียบ ต่ าง ๆ ส่ วนมากในชีวติ ของเราเกิด แบบทหารเรื อ ขึน้ เพียงครั ง้ เดียว ดังนัน้ คุณต้ องใช้ Your work is going to fill a large part of your โอกาส และซาบซึง้ กับมันบางครั ง้ life, and the only way to be truly satisfied is to do what you believe is great work.

Steve Jobs CEO Apple

Bill Gate CEO Microsoft ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๑๘

เล่าสู่กันฟัง 2

ชีวิตหลังเกษียณ

รอง ทองดาดาษ แดง-ด�ำ ฉันคิดถึงเธอเสมอ และตั้งใจจะเขียนบันทึกเกี่ยวกับชีวิต หลังเกษียณของฉันให้เธออ่านมานานแล้ว แต่เพราะฉัน เอาแต่จินตนาการอะไรต่อมิอะไรมากเกินไป บางครั้งก็หวน คิดถึงอดีตที่มีทั้งสมหวัง ผิดหวัง ขมขื่น หอมหวาน สุข ทุกข์ คลุกเคล้ากันไป ละครชีวิตของฉัน มันได้ปิดฉากลงแล้ว วันนี้โอกาสดีมาก ฉันจึงตัดสินใจเขียนถึงเธอ รู้ไหม? บางวัน ฉันเฝ้ามองท้องฟ้า ตั้งแต่พระอาทิคย์ขึ้น เช้า สาย แล้วก็บ่าย ค�่ำ คืนวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนเวลาส�ำหรับ ชีวิตของฉันนั้นบ่ายคล้อยมากแล้ว ไม่มีอะไรที่น่ารื่นรมย์ จะมีก็แต่แสงสาดส่องท้องฟ้ายามสายันต์เท่านั้นที่ชวนมอง เพราะวันนี้ อายุของฉัน เลขเจ็ดน�ำหน้าก�ำลังจะหมดไป เลข แปดก�ำลังจะมาแทนที่ นี่คือ ผู้สูงวัยมิใช่หรือ แต่ก็ยังดีนะ ที่ วันนี้ยังมีชีวิต ยังมีลมหายใจ ยังพอรับรู้ พรุ่งนี้อาจจะไม่มี ก็ได้ ส่วนคนที่สิ้นไปแล้ว ไม่มีวันนี้และพรุ่งนี้ แดง-ด�ำ ฉันหันกลับมาทบทวน เกี่ยวกับชีวิตของคนเรา จากที่เคย ได้ยินจนคุ้นหูอยู่เสมอว่า "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป" หรืออีก ส�ำนวนหนึ่ง "เกิด แก่ เจ็บ แล้วก็ตาย" ไม่มีอะไรนอกจากนี้ ฉันมักจะถามตนเอง ชีวิตคนเราก็เพียงเท่านี้เองหรือ แล้วอะไร คือ ความหมายของชีวิต ส�ำหรับฉัน ชีวิตคือ สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดของโลก ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๑๙

---

เหล่าวิหคนกกา ฝูงปลาน้อยใหญ่ สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดอกไม้ใบหญ้า ชูช่อไสว ที่มีความรู้สึกรับรู้ได้ เย็น-ร้อน อ่อน-แข็ง ตึง-ไหว นี่แหละ คือ ชีวิต

---

ชีวิต คิอ การเดินทางไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลังหรืออยู่กับที่ ชีวิตคือการต่อสู้ตลอดกาลของ กลุ่มชน เชื้อชาติ ชนชาติ และศาสนา ชีวิตคือสิ่งบอบบาง แฝงเร้นในจิตใจ ความ อิจฉา ริษยา ความเร่าร้อน อารมณ์ ความหวาดกลัว ความ พึงพอใจ และความกระวนกระวาย ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ยังมีอีกมากมาย ล้วนแต่เป็นชีวิตโดยทั่วไป เรามักจะเตรียม ตนเองให้เข้าใจเพียงมุมเล็กๆ ของชีวิตเท่านั้น

แดง-ด�ำ ฉันคิดว่า แต่ละคนย่อมมีมุมมองของชีวิตเป็นของตนเอง ฉันก็มีมุมมองเล็กๆ ของชีวิตเช่นกัน ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ จะใช้ปัญญา และเวลาให้เกิดประโยชน์ เกิดคุณค่าอย่าง สูงสุด เมื่อชีวิตสิ้นไปแล้ว ลูกหลานจะได้คิดถึง และภูมิใจ ในสิ่งที่ฉันได้ศึกษา ค้นคว้า น�ำมาบันทึกไว้ อาทิ

- ค�ำปู่ "หนูเอย สูเจ้า จงเอากระดาษห่อเก็บไว้ วันหนึ่ง ข้างหน้า เวลามาถึง เจ้าจะรู้ เจ้าจะเห็นจริง ค�ำปู่ได้พูด" อย่างไรก็ตาม บางครั้งเหมือนกัน ฉันฟังไม่ได้ศัพท์จับเอา มากระเดียด เช่น เรื่องชีวิตของมนุษยชาติ ฉันเห็นว่า คง ไม่มีปํญหาใด ๆ ในโลกที่มีความส�ำคัญยิ่งไปกว่า ปัญหา ชีวิตของมวลมนุษย์เรา

กับประสาน จรังรัตน์ เพื่อนแดงด�ำ๙๙ นักปรัชญาเมธี และเจ้าลัทธิศาสนาทั้งหลาย ได้พยายาม ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒๐

ค้นคว้า เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์อย่างเอาเป็นเอาตาย แม้จะใช้ เวลา ศึกษา ค้นคว้า ทั้งชีวิต และศึกษาต่อ ๆ กันมาก็ตาม ก็ไม่อาจจะรู้ได้แจ่มแจ้ง ยังมีความคิดเห็นแตกต่างกัน จึง สามารถแบ่งได้ 3 ทาง คือ ทางที่ 1 เห็นว่า ชีวิตนี้เป็นความทุกข์ ความล�ำบาก ทางที่ 2 เห็นว่า ชีวิตนี้ เป็นความสุข ความสงบ ทางที่ 3 เห็นว่า ชีวิตนี้ ไม่มีความหมายอะไร

เรื่องของชีวิต นับเป็นเรื่องส�ำคัญ ยากที่จะ ก�ำหนดลงไปว่าทางใด หรือลักษณะใดเป็นทางของชีวิต ที่ดี สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเลือกหลัก ทางที่ 1 คือ ในชีวิตนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นความทุกข์ ดังพุทธ พจน์

" ชาติปิ ทุกขา ชราปิ ทุกขา มรณัมปิ ทุกขัง เพื่อนร่วมห้องที่พบกันประจ�ำ จากซ้าย ความเกิดเป็นทุกข์ ความเติบโต แก่เฒ่าลงไป ก็ มงคล-สุชาติ-ประพิศ-รอง เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์"

---

มีผู้ทูลถามพระพุทธเจ้า ว่า "จิตนี้สะดุ้งอยู่เป็นนิตย์ ใจนี้ หวาดเสียวอยู่เป็นนิตย์ ทั้งใน กิจที่ยังไม่เกิด และในกิจที่เกิดแล้ว ถ้าความไม่ต้องสะดุ้งมี อยู่ ขอพระองค์จงตรัสบอกสิ่งนั้นเถิด" พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า "เว้น ปัญญา ความเพียร การส�ำรวมอินทรีย์ และความ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒๑

ปล่อยวางโดยประการทั้งปวง เรา(ตถาคต)มองไม่เห็น ความ สวัสดีของสัตว์ทั้งหลายเลย" (พระไตรปิฎก เล่ม 15 ข้อ 265)

ปัญญา คือ ความฉลาด ความรอบรู้ รู้เหตุรู้ผล รู้ผิดชอบชั่วดี รู้จักบาปบุญคุณโทษ รู้จักประมาณตน รู้จักกาละเทศะ รู้จัก ปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ ฯลฯ ตัวอย่างเกี่ยวกับสติ ปัญญา มีมากมายในทางพุทธศาสนา ในที่นี้ขอน�ำเอาเรื่องเบาๆ พอ ให้เห็นถึงผู้มีปัญญา มีเรื่องเล่าว่า...

...มีศาสตราจารย์คนหนึ่ง มีความรู้ความสามารถมาก เป็นที่ ยกย่องของลูกศิษย์ลูกหาและคนทั่วไป ที่บ้านแกเลี้ยงแมวไว้ 2 ตัว ตัวหนึ่งใหญ่ ตัวหนึ่งเล็ก มันคอยเข้าๆ ออกๆ ห้อง ท�ำงานของแกเป็นประจ�ำ แกต้องคอยเปิด-ปิดประตูให้แมว 2 ตัว เข้า-ออก จึงเกิดความร�ำคาญและเสียสมาธิในการท�ำงาน วันหนึ่งแกก็เกิดความคิด จึงเรียกคนรับใช้มาพบ นี่เธอช่วยเจาะ ฝาผนังห้องสัก 2 ช่อง ช่องใหญ่ส�ำหรับแมวตัวใหญ่ลอดได้ ช่องเล็กส�ำหรับแมวตัวเล็กลอดเข้าออกได้พอดี เมื่อคนรับใช้ งานเข้าอย่างนั้น ก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเสนอเจ้านายว่า "ท่านครับ ผมคิดว่าไม่ต้องเจาะถึง 2 ช่องหรอกครับ เจาะช่องเดียวก็พอ เจาะให้ตัวใหญ่ลอดได้ ตัวเล็กก็จะลอดตามไปได้" ศาสตราจารย์ ถึงกับอึ้ง คงคิดว่า คนรับใช้คิดได้ยังไง แสดงถึงสติปัญญานั้น ส�ำคัญมาก "มีสติไว้แก้ปัญหา มีปัญญาไว้ตัดสินใจ"

แดง-ด�ำ เธอคงพอจะรู้แล้วว่า ฉันท�ำอะไรบ้างหลังเกษียณ เมื่อก่อน เวลาเป็นนายเรา ตอนนี้เราเป็นนายของเวลา ดังค�ำว่า "ชีวิต ที่ดีคือ ต้องมีเวลา" ฉันอยากจะท�ำอะไรก็ท�ำ บางอย่างก็หา สาระอะไรไม่ได้ บางทีก็มีสาระมากมายเหมือนกัน อย่างไร ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒๒

ก็ตามฉันมีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก เกี่ยวกับชีวิตหลังเกษียณ หวังว่าคงได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ให้ระลึกอยู่เสมอว่า ---อย่าเอาแรงกดดันมาเป็นแรงขับเคลื่อน ใช้ร่างกายจนเกิน ก�ำลัง สุขภาพที่ดี คือต้นทุนทางร่างกาย ถ้าไม่แข็งแรงจะใช้ชีวิตอย่าง มีความสุขได้อย่างไร ---อย่าเห็นชื่อเสียง ลาภยศ สรรเสริญ เป็นสิ่งส�ำคัญที่สุดใน ชีวิตสิ่งเหล่านั้นเปรียบเหมือนหมอกควัน สุดท้ายก็ มลายสูญ ---อย่าคิดว่าการทักทายของใครๆ เป็นสิ่ง น่าร�ำคาญ คนที่ส่งข้อความให้เราเสมอ เพราะเรา ยังอยู่ในใจของเขา ---อย่าคิดว่าหมอจะช่วยชีวิตเราได้ หมอที่ ดีคือ ตัวเรา เราดูแลชีวิตดีกว่าให้ใครมาช่วยดูแล ---อย่ามองข้ามคนที่มี บุญสัมพันธ์ เมื่อให้ ร่วมกับเพื่อนแดงด�ำ๙๙ สิ่งของกับใครแล้ว ไม่ต้องรอให้เขาตอบแทนบุญ เยี่ยมอ.ปราณีที่ รพ. คุณ ---จงระลึกอยู่เสมอว่า สิ่งที่เราแสวงหา คือทรัพย์สินเงินทอง คิดว่ามีค่ามากที่สุด สิ่งเหล่านั้นส่งได้แค่โรงพยาบาล ส่วนสามี ภรรยา ลูกหลาน ญาติมิตร พี่น้อง ส่งได้แค่เชิงตะกอน ---สุดท้ายทุกคนหนีไม่พ้น อนิจจัง เมื่อมีชีวิตให้หมั่น คิดดี พูดดี ท�ำดี นี่คือ คุณค่าแห่งชีวิต

ด้วยรักและคิดถึง รอง ทองดาดาษ

ปล.ขอขอบคุณ ผศ.มงคล แก้วพวงงาม และผู้เกี่ยวข้องทุกคน ที่จัดท�ำหนังสือเล่มนี้ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒๓

เล่าสู่กันฟัง 2

ชีวิตหลังเกษียณ

รัชนี บูรณสมภพ หลังเกษียณราชการมีงานท�ำ กิจกรรมผู้สูงอายุแสนสุขใส นั่งสวดมนต์สังสรรค์ร้องร�ำไป วันหยุดลูกลูกมีน�้ำใจพาไปเลี้ยง สุขภาพแคล่วคล่องยังว่องไว คาราโอเก๊ะยังได้ไปใช้เสียง เปลี่ยนอากาศถิ่นใกล้ไกลใจพร้อมเพรียง คนข้างเคียงและลูกสุขส�ำราญ

คิดถึงเพื่อนทุกๆคน รัชนี บูรณสมภพ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

ความสุขหลังเกษียณ ที่อยาก (บอก) เล่า

๑๒๔

ลัดดาวัลย์ ศิริพานิช (แม่หนูแจ๋ว) ข

อบคุณเพื่อนๆ เพาะช่างรุ่น ๒๔๙๙ โดยเฉพาะ ผศ.มงคล แก้วพวงงามที่กระตุ้นต่อมขยันให้พวกเราได้แสดงความรู้ที่อยากเล่าถึง ภาระหลังเกษียณ ซึ่งพวกเราแต่ละคนก็มีกิจกรรมที่เลือกแล้ว จะมีก�ำลัง มีความสุขที่ได้อยู่กับ “เวลา” หลังเกษียณ จะมากจะน้อยแค่ไหน ส�ำหรับ เรานั้น ภูมิใจกับชีวิตการรับราชการครู และศึกษานิเทศก์ที่ได้ทุ่มเท ท�ำงานจนครบวาระเกษียณอายุราชการ ๖๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อถึงเวลาอยู่กับบ้าน ก็ไม่รู้จะพูดคุยปรึกษาหารือ ไปท�ำบุญ ไป ทัศนศึกษากับใคร เพราะคนใกล้ตัวที่รักที่สุดนั้นเขาก็ชิงเดินทางไป อยู่ภพอื่น ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ แล้ว ส่วนลูกๆ ก็มีภาระหน้าที่ที่พวกเขา ต้องรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัวของตนเอง ในความรู้สึกของเรานั้น รู้สึกเหงา จึงใช้เวลาที่เคย “ท�ำงาน” มาท�ำประโยชน์ เพราะในชีวิตมนุษย์ต้องการที่พึ่งทางใจ ตามความเชื่อทางศาสนา จึงทุ่มเทสติก�ำลัง ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่ผ่านมามาท�ำงานด้านอาสาสมัครหลายองค์กร ได้แก่ สมาชิกชมรมผู้สูงอายุวชิรพยาบาล ได้ออกก�ำลังกาย สังสรรค์สังคมในหมู่ผู้ สูงวัย สมาชิกอาสากาชาด ซึ่งปณิธานของอาสากาชาด คือ เรา จะตั้งมั่นช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเมตตา กรุณา และด้วยความเสีย สละ เพื่อความสันติสุขของมนุษยชาติ” ได้ท�ำงานดูแลช่วยเหลือผู้ ป่วยห้องตา (จักษุ) จัดระเบียบให้คนไข้เข้าพบจักษุแพทย์ ณ โรง พยาบาลพระมงกุฏเกล้าฯ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒๕

สงเคราะห์ (ปัจจุบันคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์) เป็นงานที่สร้างกุศลบารมี คุ้มบ้านคุ้มเมืองที่ต้องรับผิด ชอบงานหลากหลาย จึงต้องมีอาสาสมัครมาช่วยงาน อาสาสมัคร เหล่านั้นจะต้องเป็นผู้ที่มี สังคหวัตถุ ๔ ในการท�ำงานได้แก่ ทาน ปิย วาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจซึ่งกัน และกัน ท�ำงานด้วยใจที่มี ศรัทธามุ่งมั่นเป็นเครื่องเสียสละทั้งเวลา ก�ำลังกาย ก�ำลังใจ ก�ำลังทรัพย์ และจริงใจต่องานที่กระท�ำ จากเมื่อครั้งเป็นชมรมอาสาสมัครประชาสงเคราะห์ จนจัด ตั้งจดทะเบียนเป็นสมาคมอาสาสมัครประชาสงเคราะห์ และได้รับมติ ให้เป็นเลขานุการสมาคมอาสาสมัครปะชาสงเคราะห์ ๒ สมัย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๓-๒๕๔๗ กิจกรรมของงานสังคมสงเคราะห์นั้น มีมากมายท้าทายให้ เกิดความคิดหลากหลาย กิจกรรมพัฒนาองค์กร (Walk Rally) เป็น กิจกรรมหนึ่งที่น่าจะจัดให้เกิดขึ้น เพราะจะท�ำให้เกิดความสัมพันธ์ อันดีกับองค์กร จึงจัดประชุมเสนอโครงการ โดยดึงสมาชิกจากองค์กร ต่างๆ ให้มาร่วมกิจกรรมด้วย ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (ถ�้ำธารลอดน้อย ถ�้ำธารลอดใหญ่) โดย เชิญวิทยากรจากหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา ขณะนั้น พร้อมทั้งจัดสิ่งของจ�ำเป็นไปเยี่ยมเยือนชาวกระเหรี่ยงโบราณที่ศูนย์ ดังกล่าวอีกด้วย จากการที่ได้รับการฝึกอบรมศิลปะป้องกัน ตัวมา จึงจัดอบรมศิลปะป้องกันตัวแก่สตรี ให้ แก่สมาชิกและบุตรหลานวัยรุ่น (สตรี) ๒ ครั้ง ใน ระยะเวลา ๒ ปี โดยวิทยากรจากส�ำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร การออกหน่ ว ยเยี่ ย มเยื อ นงานสงเคราะห์ ต่างๆ มีผู้ประสบภัยพิบัติ เช่น ดินถล่ม น�้ำท่วม ด้วย ความร่ ว มมื อ ร่ ว มใจของสมาชิ ก ที่ ไ ด้ ช ่ ว ยจั ด หาทุ น

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒๖

บริจาค ร่วมรับบริจาค และรับการบริจาค มอบสิ่งของให้ผู้ประสบภัย เป็น วิทยากรสอนอาชีพ ท�ำขนม ตัดผม ซอยผม นอกจากนั้น ได้จัดบุคลากร ออกปฏิบัติงาน ณ สถานสงเคราะห์คนพิการทางสมองและปัญญา บ้าน ราชาวดีหญิงปากเกร็ด นนทบุรี โดยแบ่งกลุ่มสอนงานศิลปะ วาดภาพ ปั้น รูป ท�ำอาหารอย่างง่ายๆ ติดกระดุมเสื้อได้ ช่วยเหลือตนเองได้ ซอยและ ตัดผมให้เด็กและเจ้าหน้าที่ สัปดาห์ละ ๑ วัน จากการที่ทุ่มเทท�ำงานในหน้าที่ เลขานุการอาสาสมัครประชา สงเคราะห์ จึงได้รับเข็มเชิดชูเกียรติอาสาสมัครประชาสงเคราะห์ดีเด่น ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ และเข็มเชิดชูเกียรติดีเด่นพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๖ จากกรมพัฒนา สังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้ สโมสรลูกเสือนาวีเป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ได้เข้ามาเป็น สมาชิกตั้งแต่ พลเรือตรีสมัคร หนูไพโรจน์ เป็นอุปนายก ปัจจุบันท่านเป็น นายกสโมสรลูกเสือนาวี ก็คือ เพื่อนร่วมรุ่นของเรานั่นเอง เป็นจิตอาสามาหลายองค์กร ตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ มูลนิธิราช ประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นมูลนิธิที่อยากเข้ามาท�ำงาน จึง สมัครเข้ารับการอบรมเป็นสมาชิก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่ง ณ ที่นี้ นอกจาก ช่วยบรรจุถุงยังชีพที่ส�ำนักงานแล้ว มีโอกาสได้เป็นวิทยากรร่วมในการออก ไปเยี่ยมเยือนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ที่จังหวัดสุรินทร์ครั้งหนึ่ง และ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จังหวัดแพร่ อีกครั้งหนึ่งและไปสอนการเขียน ผ้าบาติก โดยมีเพื่อนสนิทผู้ช�ำนาญการ คุณสมฤทธิ์ ถมสุวรรณ ไปเป็น วิทยากรด้วย มีโอกาสได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดช รัชกาลที่ ๙ ในฐานะผู้ติดตามพี่สาว (คุณชม้อย สกุลพันธุ์) ถวายเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยเสด็จพระราชกุศล ปลื้มปิติมาก จึงใคร่ขออัญเชิญ พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงพระราชทานแก่คณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชา นุเคราะห์ฯ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม คณะบุคคลผู้โดยเสด็จ พระราชกุศล อาสาสมัคร และนักเรียนทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ ณ หอประชุมอเนกประสงค์ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์ เมื่อ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒๗ จิตอาสาอีกองค์กรหนึ่งที่ได้ทุ่มเทเวลาให้คือ งานของกรมประชา วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ความว่า “ในด้านการศึกษา ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ก็ได้ท�ำตั้งแต่ ต้น คือตั้งแต่ภัยธรรมชาติได้เกิดขึ้น ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ มาแล้วนั้น ได้มูลนิธิฯ ได้สร้างโรงเรียนและเป็นนโยบายของมูลนิธิฯ ที่จะช่วยผู้ที่ไม่สามารถ เรียน หมายความว่า เด็กๆที่ไม่มี เสียพ่อแม่ ผู้อุปการะไป มีโอกาสที่จะ เรียน ก็ต้องมีโรงเรียน และนอกจากมีโรงเรียน มีผู้ที่จะอุปการะ อย่างที่ ว่า เป็นนักเรียน เป็นลูกของมูลนิธิฯ อันนี้เพราะว่าจะเป็นนโยบาย ผู้ที่หัน ไปทางไหนก็ไม่ทราบว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ว่ามูลนิธิฯ ก็อุ้มชู จึงมี โรงเรียน และสร้างโรงเรียนมาเรื่อยๆ... แต่ก่อนนี้ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ท�ำไมต้องมีมูลนิธิฯ การศึกษาฯ มารวมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ก็ความจริงก็นับว่าสอดคล้องกัน เพราะว่าคนที่ท�ำงานทั้ง ๒ มูลนิธิ ก็คนพวกเดียวกัน ดังนั้นก็ให้ช่วยกัน ท�ำงาน เพื่อที่จะให้ที่เรียกว่า “อุดมการณ์” ของการนักการศึกษา และ นักการอุปการะสังคมสงเคราะห์รวมกันต่อไป รวมกันเพื่อที่จะสร้างคนที่ แข็งแกร่ง สังคมที่มีความสุข สังคมที่ก้าวหน้า ทั้งนี้ขอขอบใจท่านทั้งหลายอีกที ที่ได้บริจาคทั้งทรัพย์ ทั้งแรง ทั้งสิ่งของ ขอให้ท่านทั้งหลายได้มีความสุข ความก้าวหน้า ความปลอดภัย เพื่อที่จะให้รักษาความมั่นคงของประเทศต่อไป ก็ ขอขอบใจท่านทั้งหลายทุกคน” (บางตอนจาก : “พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว พิมพ์ที่ ฝ่ายการพิมพ์ศูนย์ผลิตเอกสารและเผยแพร่ ส�ำนักการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ ถนน วิภาวดีรังสิต กทม. ๑๐๔๐๐) อีกองค์กรหนึ่งที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกชมรมมุ่งมั่นท�ำงานด้วย ก�ำลังกาย ก�ำลังใจ และก�ำลังความคิด ให้งานบรรลุเป้าหมายเพื่อให้เกิด ประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป คือ มูลนิธิโลกสีฟ้า เป็นการ รวมตัวของผู้สูงอายุที่รักการในการขับร้องเพลง โดยมี คุณพวงทอง พัฒน ศิษฏางกูร เป็นนักร้องน�ำหญิง คุณทันพงษ์ พัฒนศิษฏางกูร (สามี) เป็นผู้ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒๘ เชื้อสายจีน) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรักและเทิดทูนในสถาบันพระมหา กษัตริย์เป็นอย่างมาก เพลงที่ประพันธ์ส่วนใหญ่ เนื้อร้อง ท�ำนอง น�ำมา เรียบเรียงเสียงประสาน อันเป็นที่มาของการชมรมโลกสีฟ้า และจัดตั้ง เป็นมูลนิธิฯ ในเวลาต่อมา โดยคุณพวงทอง พัฒนศิษฏางกูร เป็นประธาน มูลนิธิโลกสีฟ้า พลตรีหญิงอุษณีย์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา เป็นเลขานุการ คณะนักร้องประสานเสียง นักร้องมีหลากหลายอาชีพ ได้แก่ ครู อาจารย์ แพทย์ พยาบาล ทนายความ นักธุรกิจ คหบดีวัยตั้งแต่ ๔๘-๘๕ ปี สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจมากที่สุด คือการได้เสนอโครงการน�ำ บทเพลงอันทรงคุณค่าจากการประพันธ์ ค�ำร้อง ท�ำนอง ของ คุณทันพงษ์ มามอบให้มูลนิธิหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่ ๙ โดยได้รับการสนับสนุนให้ด�ำเนินการจากประธานมูลนิธิโลกสีฟ้า จึงได้ด�ำเนินการประสานงานกับมูลนิธิหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ โดยมี อาจารย์จรรมนง แสงวิเชียร รองประธาน กรรมการมูลนิธิฯ คุณพูลผล อรุณรักถาวร กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิฯ เห็นชอบร่วมจัดแสดงคอนเสิร์ต ชื่อว่า “โครงการคอนเสิร์ต เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ “ใต้ฟ้าพระบารมี...ไทยวันนี้ จึงสุขร่มเย็น” จัดโดย มูลนิธิโลก สีฟ้า ร่วมกับ มูลนิธิหอสมุด ดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ วันเสาร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ โดยมีวัตถุประสงค์ในการด�ำเนินโครงการ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเป็นราชสดุดี ในวโรกาสอันเป็นมหา มงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๗๐ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจะทรงเจริญ พระชนมมายุครบ ๘๔ พรรษา ๗ รอบนักษัตร ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ โดยจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกซึ่งความจงรัก ภักดี ความกตัญญูกตเวทิตา ที่ทรงบ�ำเพ็ญพระราชกรณียกิจ พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยทุกด้านอย่างหาที่สุดมิได้ ให้มีความสุข ร่มเย็นภายใต้ร่มพระบารมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๒๙ และอนุรักษ์สืบสาน ส่งเสริมมรดกศิลปวัฒนธรรม และการดนตรีเสมอ มา รวมทั้งเพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจน เพื่ออนุรักษ์เผยแพร่ผลงานเพลงของมูลนิธิโลกสีฟ้าให้เป็นที่รู้จักแก่ อนุชนรุ่นหลัง รวมทั้งเพื่ออนุรักษ์สืบสาน และเผยแพร่มรดกทางศิลป วัฒนธรรมด้านการดนตรีแก่สาธารณชนให้ด�ำรงคู่สถาบันชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์อย่างยั่งยืนสืบไป รูปแบบกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนั้น เป็นฟรีคอนเสิร์ตที่ ถ่ายทอดทางเฉลิมกรุงทีวี บรรเลงโดยวงดนตรีส�ำนักการสังคีต กรมศิลปากร งบประมาณได้จากการสนับสนุนจากภาคเอกชน และประชาคม รวมทั้งมีเพื่อนเรา คุณสมฤทธิ์ ถมสุวรรณ และคุณว รณี เอี่ยมนาคะ ได้มอบทุนสนับสนุนเพื่อจัดงานให้คนละ ๑๐,๐๐๐ บาท (ทางมูลนิธิหอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้มอบโล่เกียรติยศเป็นรูปแซกโซโฟนให้) การท�ำงานครั้งนี้ นับว่าสร้างทั้งความสุขใจและภูมิใจมาก ที่มีโอกาสได้น�ำผลงานของ คุณทันพงษ์ พัฒนศิษฐางกูร ผู้ประพันธ์ ค�ำร้อง ท�ำนอง ผู้ซึ่งรจนาด้วยหัวใจที่มีความจงรักภักดีในองค์พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ พระบรมวงศานุวงศ์เป็นที่ยิ่ง รวมทั้งเพลง ๗๙ เพลง ที่เกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา และสิ่ง แวดล้อม เพื่อมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน ขอบคุณคณะท�ำงาน คณะนักร้องประสาน เสียงทุกท่าน อาจารย์มานิต ธุวะเศรษฐกุล ฝึก ประสานและออกเสียง ผู้อ�ำนวยเพลง (รับราชการ เป็นคีตศิลปินแห่งส�ำนักการสังคีต กรมศิลปากร) การเป็นจิตอาสาต้องมีความเพียร ความมุ่งมั่น ท�ำงานเพื่อให้ เกิดผล บางครั้งก็มีความล้าไปบ้างตามวัยที่มากขึ้น ผู้ให้ก�ำลังใจที่มีอยู่ก็ คือ ลูกๆ จะพาไปปฏิบัติธรรม ท่องเที่ยวทางธรรมชาติบ้างในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศบ้าง ปัจจุบันได้ใช้เวลาที่นอกเหนือไปจากการท�ำงานทางโลก คือ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๐

จิตอาสาของมูลนิธิโลกสีฟ้า ไปท�ำงานทางธรรม คือการไปปฏิบัติธรรม ที่วัดป่าคลอง ๑๑ ระยะเวลา ๑ ปี ๑๓ ครั้งๆ ละ ๒-๓ วัน และตั้งใจว่าจะ ไปเป็นประจ�ำอย่างสม�่ำเสมอต่อไป เรื่องราวหลังเกษียณที่น�ำมาบอก เล่าให้ฟังนี้ เป็นสิ่งที่ปฏิบัติ อย่างมีความสุขตลอดมาด้วยความตั้งใจ และตั้งใจว่าจะท�ำต่อไปจนถึง ที่สุด เพราะ...ส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปร มินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ อันเป็นอเนกคุณูปการอย่างหา ที่สุดมิได้ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๑

เล่าสู่กันฟัง2

วรณี วิเชียร

ตาละลักษมณ์ เอี่ยมนาคะ

ต่อ

ไปนี้ นายวิเชียร นางวรณี จะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ เกษียณอายุราชการมา ตั้งแต่เดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ สองเรา นาย วิเชียร เอี่ยมนาคะ นางวรณี ตาละลักษมณ์ ทางการเขาสั่งมาว่า ให้เราได้ พักผ่อน ไม่ต้องตะลอนตะลอนไปท�ำงาน ให้อยู่กับบ้านเลี้ยงลูกหลาน ตอนเช้าไปส่งหลานเข้าโรงเรียน ตอนเย็นไปรับหลานกลับจากโรงเรียน นี้แหละงานประจ�ำในระยะแรก ของการเกษียณอายุราชการ เมื่อ หลานคนที่หนึ่งจบการเรียนอนุบาลสาม ก็ไปสอบเข้าโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) เมื่อสอบ เข้าเรียนได้ พ่อแม่ก็พาลูกไปส่งโรงเรียนสาธิตประสานมิตร เมื่อหลาน คนที่สอง และหลานคนที่สามจบอนุบาลแล้ว พาไปสอบเข้าเรียนที่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ก็สามารถสอบเข้าได้ทั้งหมด พ่อแม่ก็รับภาระไปส่งเข้าโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยประสานมิตร ตายายก็หมดภาระในการเลี้ยงดูส่งหลานไป ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๒

โรงเรียนและรับกลับบ้าน แต่ในระหว่างที่เลี้ยงดูหลานหลานอยู่นั้น เมื่อ เพื่อนเพื่อนแดงด�ำเก้าเก้านัดพบปะสังสรรค์ที่ไหนไหน เราสองคนก็หอบ หลานหลานไปร่วมงานพบปะสังสรรค์ในงานนั้นนั้นทุกงานตลอดมา เพื่อ เป็นการประสานงานสร้างความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อนเพื่อนแดงด�ำเก้าเก้า อย่างสม�่ำเสมอตลอดมา นับเป็นเวลาสี่สิบกว่าปีมาแล้ว ตอนนี้ก็ได้เพื่อน เพื่อนแดงด�ำเก้าเก้าหลายท่านช่วยกันติดต่อประชาสัมพันธ์ถึงเพื่อน เพื่อน เพราะเมื่อก่อนนั้นการส่งข่าวการติดต่อส่งข่าวถึงเพื่อนเพื่อนนั้น ติดต่อโดยการส่งจดหมายไปถึงเพื่อนเพื่อนแต่ละครั้งประมาณ 100 - 200 ฉบับ ปัจจุบันวิทยาการก้าวหน้า การติดต่อมีทั้งโทรศัพท์และทางไลน์ทาง อินเตอร์เน็ต ก็ขอให้เพื่อนเพื่อนอย่าลืมออกมาพบปะเพื่อนเพื่อนกันนะ เพื่อนนะ เพื่อนเพื่อนแดงด�ำเก้าเก้าทุกท่าน ก็เข้าสู่ผู้สูงวัยกันแล้ว ทั้ง เพื่อนหญิงเพื่อนชาย ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านแดดผ่านฝน ผ่านน�้ำ (น�้ำ ท่วม) และผ่านพายุ (ลมจากธรรมชาติและจากลมปากจากนอกบ้านใน บ้าน) ตลอดจนถึงการได้ต่อสู้พยันต์อันตรายทั้งหลายทั้งปวงกันมาแล้ว อย่างโชกโชน บางท่านไม่ถูกอารมณ์กับเพื่อนเพื่อนญาติพี่น้องกันมาบ้าง ตามโอกาสของผู้สูงวัยที่ได้ประสบพบผ่าน กันมาแล้วทั้งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ขอ ให้ผ่อนคลาย เพื่อน เพื่อนแดงด�ำเก้าเก้า ทุกท่านรวมถึงเราทั้งสอง ก็ต้องเปรียบเสมือนต้นไม้ ใหญ่ที่ปลูกยืนต้นมานานแล้ว บางต้นก็ปลูกอยู่ริม ตลิ่ง บางต้นก็ปลูกอยู่กลางไร่ กลางสวนกลางนา หรือปลูกอยู่บนยอดเขา ตลอด จนกลางมหาสมุทรก็ต้องถูกฝนถูกลมพายุถูกแดด แผดเผา ถูกน�้ำกัดเซาะริมตลิ่งตลอดจนถูกคนตัด ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๓

เพื่อนหลายหลายท่านลูกหลานต้องไปท�ำมาหากินไม่มีเวลามาช่วยดูแล สิ่ง เหล่านี้เป็นสัจจะธรรม ในขณะที่เพื่อนเพื่อนยังแข็งแรง พึ่งพาตนเองได้โปรด ได้มาพบปะสังสรรค์เพื่อนเพื่อน มาพูดมาคุยระลึกถึงความหลังที่ผ่านมา มาระบายความรู้ความสามารถที่ได้ประสบการณ์ผ่านพบมาในการด�ำรงชีวิต หลังเกษียณที่ท�ำให้มีความสุขสนุกสนานตลอดกาลเวลาที่ผ่าน มา ประสบการณ์ทั้งหลายของเพื่อนแต่ละท่านก็คงแตกต่าง กันไปตามกาลเวลานานาประการ ก็น�ำมาพูดคุยเล่าสู่กันฟังใน เวลาพบปะสังสรรค์กันบ้างนะเพื่อนนะ เมื่อเวลาผ่านไปเพื่อนเพื่อนแดงด�ำเก้าเก้าของเราก็จากไป ทีละคน ล้มหายไปลับไม่กลับคืน มาส่งข่าวให้พวกเราทราบ เพราะต่างก็เดิน ทางไปสู่สวรรค์กันแล้วถึงแปดสิบสองคน เพื่อนเพื่อนที่ยังอยู่ก็ได้แต่แสดง ความอาลัยเสียใจต่อเพื่อนเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนท่านนั้นนั้นด้วย ความอาลัยรักเพื่อนด้วยใจจริง หลังจากเราทั้งสองหมดภาระที่ตายายปู่ย่าในการดูแลเลี้ยงดูรับส่ง หลานไปโรงเรียนแล้ว ก็เป็นผู้ดูแลบ้านเฝ้าบ้าน แล้วเราทั้งสองก็ไปสมัคร เป็นอาสาสมัครชมรมผู้สูงอายุบ้านบางแค และอาสาสมัครชมรมผู้สูงอายุอีก หลายชมรม และได้ตั้งชมรมผู้สูงอายุสินทวีสวนธน ๒ ขึ้นในหมู่บ้านสินทวี สวนธน ๒ ท�ำหน้าที่เข้าไปดูแลผู้สูงวัยและให้ค�ำแนะน�ำ ต่างต่างตามที่ได้รับการอบรมมา และอ�ำนวยความสะดวก ในด้านต่างต่างตามโอกาสที่จะอ�ำนวย ชักชวนเพื่อนบ้าน ในชมรมผู้สูงอายุไปออกก�ำลังกาย ร้องร�ำท�ำเพลง ร�ำวง เต้นร�ำ และร่วมท�ำกิจกรรมตามประเพณี วัฒนธรรมไทย ในโอกาสต่างต่างเช่น วันสงกรานต์ วันตรุษไทย วันสารทไทย วันขึ้นปีใหม่ (ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่) วันพ่อ วันแม่ และจัดท�ำบุญเลี้ยงพระฉลองวัน เกิดให้สมาชิกในชมรมที่เกิดในเดือนที่จัดในโอกาสนั้นนั้น พร้อมทั้งชักชวน ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๔

สมาชิกในชมรมผู้สูงอายุสินทวีสวนธน ๒ ท�ำบุญตักบาตรในตอนเช้า ทุกวัน และชักชวนไปท�ำบุญที่วัดในโอกาสวันพระตามวัดต่างต่างตาม แต่โอกาสที่อ�ำนวย พร้อมทั้งร่วมงานตามประเพณีของชาวจีน เช่น ตรุษจีน สารทจีน และโอกาสอื่นๆ ตามประเพณีวัฒนธรรมของไทย ในโอกาสที่เกิดโรคระบาดก็ประสานศูนย์สาธารณสุข ๕๙ มา ฉีดยาฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดต่างต่างตามฤดูกาลที่เกิดขึ้น ตลอด จนแนะน�ำให้ไปฉีดยาป้องกันโรคต่างต่างที่ศูนย์สาธารณสุข และ ชักชวนกันช่วยรณรงค์ป้องกันก�ำจัดลูกน�้ำยุงลายในหมู่บ้านสินทวี สวนธน ๒ และอื่นอื่นตามที่ศูนย์สาธารณะสุขแนะน�ำมา สมาชิกใน ชมรมหมู่บ้านสินทวีสวนธน ๒ ต่างก็ได้รับความพึ่งพอใจมีความสุข กายสุ ข ใจตามอั ต ราภาพของบรรดาสมาชิ ก ในชมรมตลอดจนได้ ชักชวนสมาชิกในชมรมไปร่วมงานในการประชุมสภาผู้สูงอายุตาม ที่ทางราชการจัดขึ้น เพื่อให้ได้รับความรู้ในด้านต่างต่าง เพื่อน�ำมาใช้ ในชีวิตประจ�ำวันในโอกาสต่างต่างต่อไป ในช่วงหลังเกษียณอายุจากราชการ ก็ไปร่วมท�ำบุญ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ตามวัดต่างต่างในต่างจังหวัด ร่วม กับชมรมข้าราชการอาวุโสกรมสามัญศึกษาเป็นประจ�ำ ตลอดมา และได้ไปทัศนศึกษาตามกระบวนการของลูก เสือในโอกาสต่างๆ และได้มีโอกาสไปร่วมชุมนุมลูกเสือโลก ณ ประเทศอังกฤษ ปารีส และไปทัศนศึกษา ณ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ถึงวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ตลอดจน ได้ข้ามไปฝั่งลาว ฝั่งพม่า ฝั่งเขมร ตามโอกาสที่ไปท�ำบุญ แล้วได้ไป ทัศนศึกษาต่อยังประเทศนั้นนั้น ในโอกาสที่วัยล่วงโรยมาจนวัยใกล้แปดสิบแล้ว เราทั้งสอง ท�ำร่างกายให้สดชื่นมั่นคงแข็งแรง ท�ำให้ร่างกายของเราได้รับความ สบายกายสบายใจ สร้างบุญสร้างกุศล เพื่อให้เป็นภารวัตรปัจจัย เป็น ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๕

บุญเป็นกุศลในอนาคตกาล ก็ได้กราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก และอ�ำนาจบารมีพระบรมครูพระ วิษณุกรรม ได้โปรดดลบันดาลให้ประสบแด่ความสุขกายสุขใจ ร่างกาย แข็งแรง ปราศจากโรคภัยนานาประการ ก็ขอให้อายุมั่นขวัญยืน กอปร ด้วยจตุรพิธพรชัย คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฎิพานธนสารสมบัติทุก ประการ ด้วยการออกก�ำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงตลอดกาล ในช่วงเกษียณ เราทั้งสองก็ได้บ�ำรุงรักษาคอยดูแลคุณแม่ผู้สูง วัยอยู่ตลอดเวลา ท่านมีความประสงค์อะไรเช่นคุณแม่จะไปท�ำบุญทอด กฐินทอดผ้าป่าตามวัดต่างต่างทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจัดหวัด ก็น�ำพาท่านไป คุณแม่มีความสุขมากมาก อยู่ในช่วงหนึ่งที่เกิดน�้ำท่วม ใน กทม. ๒๕๕๔ ได้พาคุณแม่ไปพักผ่อนที่จังหวัดกาญจนบุรีอยู่เป็น เดือน คุณแม่มีความสุขมากมาก ในระยะนี้เราทั้งสองได้ไปเป็นดารานัก แสดงหลายอย่างเช่น โขน ร�ำวงมาตรฐาน ร�ำกลองยาว ร�ำบายศรี ฯลฯ ก็เพลิดเพลินจ�ำเริญใจตามประสาผู้สูงวัย นอกจากเรา จะเพลิดเพลินแล้วเราก็ต้องท�ำให้ผู้อื่นได้รับความสุข สนุกสนานไปด้วย เช่นเราไปแสดงให้ผู้สูงอายุที่บ้าน บางแค ๑ และ บ้านบางแค ๒ มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระภคินีเธอ กรม หลวงสงขลานครินทร์ และมูลนิธิหมู่บ้านเด็กจังหวัด กาญจนบุรี มูลนิธิเด็กที่ต�ำบลสามพราน และแสดงวันพ่อวันเฉลิม พระชนมพรรษา ๕ ธันวามหาราชที่เขตจอมทอง กรุงเทพฯ และแสดง งานสมเด็จย่าที่อุทยานสวนสมเด็จย่าและงานวัดในงานบุญต่างๆ และ เพื่อนผู้สูงอายุถึงแก่กรรม เราก็จะไปแสดงตามโอกาสและวิธีการของ มหรสพนั้นนั้น เช่น แสดงโขนกัน เพื่อนที่แสดงร่วมวงเฮฮา สนุกสนาน ส�ำราญบานใจกับเรา ก็คือ คุณประพิศ ตุณฑกิจ และคุณรัชนี บูรณ สมภพ (คุณรัชนี เป็นนางสีดา คุณประพิศ ตุณฑกิจ (เปี๊ยก) เป็นกวาง ทอง วรณี-วิเชียร เป็นยักษ์-ลิง ครูเขาว่าเราไม่สวย อ้วนเกินไป แต่ก็ร�ำ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๖

ฟ้อนคู่กับเปี๊ยก (ประพิศ) บางทีเปี๊ยกก็คู่กับรัชนีโดยสนุกทั้งงานราชงาน หลวงไม่เคยขาด เวลาใครมีงานอะไร หรือเจ็บป่วย-ตาย เราสองคนจะ ร่อนจดหมายหรือโทร ถึงเพื่อนๆเพื่อร่วมกันไปงาน เพื่อน และอาจารย์ ตั้งแต่วันวารเมื่อจบการศึกษา จากโรงเรียนเพาะช่างเมื่อ พ.ศ. 2502 เรื่อยมาจน บัดนี้ จนเพื่อนๆเหม็นหน้าเรา ก็เลยเปลี่ยนให้ เปี๊ยก เขาส่งข่าวบ้าง เผื่อเพื่อนๆจะสนใจ เฮละโลมาพบปะ สังสรรค์กันได้เยอะๆจ้ะ ด้วยความรักและเป็นห่วงเพื่อนด้วยเวลาเราเหลือ น้อยลงแล้ว รีบออกมาเจอกันหนา เดี๋ยวจะไม่เห็นหน้ากันนะ เพื่อนๆคู่ ไหนที่ยังมีอะไรติดขัดคับข้องใจ ยังโกรธกันอยู่ ก็ขอให้อโหสิและดีๆๆ กันนะจ๊ะ จะได้มีความสุข เพื่อนก็จะไม่ต้องหนักอกหนักใจเพราะยังโกรธ เพื่อนอยู่ อย่าลืมนะจ๊ะ ปล่อยวาง จิตจะว่าง สบาย สว่าง สงบ เย็นจ๊ะ รัก คิดถึงและเป็นห่วงเพื่อนทุกคนจ้า ขอให้เพื่อน มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน ๑๒๐ ปีนะเพื่อนรัก ในชีวิตของเราทั้งสองที่เกิดมาตั้งแต่ พ.ศ.2482 ไม่ต้องการความ หรูหรา แต่มีความสุขตลอดเวลาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็เพียงพอแล้ว เราทั้ง สองท�ำงานทุกอย่างไม่ว่าจะท�ำอะไรเราท�ำด้วยศรัทธา ท�ำให้สมาชิกทุก คนเกิดความไว้วางใจท�ำให้เกิดความหวังเกิดความมั่นใจและเกิดความ รักสมัครสมานสามัคคีในหมู่เพื่อนพ้องน้องพี่และเพื่อนร่วมงานตลอดมา เมื่อเราทั้งสองเกษียณอายุราชการในวัย 60 ปี เมื่อ พ.ศ. 2542 มาแล้วนั้น เราขอตั้งความหวังเอาว่าขอให้เราทั้งสองอยู่รับใช้เพื่อนพ้องน้องพี่จนถึง พ.ศ.2582 อย่างมีความสุขมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน เรียกว่าเพื่อนเพื่อนมีความ คิดถึงก็พอแล้ว เงินทองเรามีเพียงพอกินพอใช้เราก็พอใจแล้ว ก็ได้ตั้งใจ เอาว่าจะดูแลร่างกายให้มีสุขภาพดี บ�ำรุงร่างกายให้แข็งแรง สุขภาพใจดี สุขภาพจิตดี เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเรานอกจากร่างกาย เมื่อ ไม่มีลมหายใจแล้วอะไรอะไรต่อมิอะไรก็ไม่มีอะไรเหลือแม้แต่ร่างกายก็ขอ ให้เพื่อนเพื่อนปรับอารมณ์กับความคิดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๗

อย่างเหมาะสม เราก็จะใช้ชีวิตประจ�ำวันได้อย่างมีความสุข สถานการณ์ ต่างๆจะท�ำให้เกิดความคิด เกิดอารมณ์ต่างๆความคิดก็คือ การนึกคิด ถึงเรื่องต่างๆของตัวเราเองของครอบครัวของเพื่อนฝูงก็จะแสดงอารมณ์ ต่างๆออกมา เช่นอารมณ์โกรธ อารมณ์เกลียด อารมณ์ตกใจ อารมณ์ ดีใจ การตื่นเต้น การเสียใจ และเกิดอาการเศร้าใจ ร่างกายของเราก็ จะปรับเปลี่ยนร่างกายไปตามอารมณ์ตามกาลเวลา และสุดท้ายก็ปรับ เปลี่ยนอารมณ์ไปตามสังขารตามอาการของผู้สูงวัยหลงบ้างลืมบ้างเป็น ของธรรมดา เพียงแด่ขอให้ตั้งมั่นมีสติ เพราะเมื่อมีสติปัญญาก็เกิด เท่า นี้ก็เพียงพอแล้ว สิ่งที่เราทั้งสองภาคภูมิใจมากที่สุด คือเราทั้งสองได้ศึกษา วิชาศิลปะจากโรงเรียนเพาะช่างตั้งแต่จบจากโรงเรียนเพาะ ช่างเมื่อ พ.ศ. 2504 แล้วท�ำงานรับราชการครูกรมสามัญ ศึกษา และเราทั้งสองก็ได้แต่งงานเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2510 จนถึงปัจจุบันนี้ก็เป็นเวลา 49 ปีแล้ว เมื่อครบรอบ การแต่งงานในโอกาส 50 ปี เราทั้งจะจัดฉลองพร้อมวัน วาเลนไทน์ แล้วแต่โอกาสจะอ�ำนวย ตามที่ได้เคยเล่าให้ เพื่อนเพื่อนฟังแล้วในหนังสือเพื่อนแดงด�ำเก้าเก้าเล่าสู่กัน ฟังมาแล้ว และเราทั้งสองได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญา ตรี (ศษ.บ.) ศิลปกรรมบัณฑิตที่วิทยาลัยเทคโนโลยี และอาชีวะศึกษา (วิทยาเขตเพาะช่าง) และได้เปลี่ยนเป็น สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นวิทยาลัย เพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เราทั้ง สองจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเมื่อ พ.ศ. 2521 และเป็นสิ่ง ที่เราทั้งสองรวมทั้งเพื่อนเพาะช่างที่จบระดับการศึกษาปริญญา ตรีทุกคนในระยะเวลานั้น เพราะได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชทานปริญญา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๘

บัตรแก่นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลโดยพระองค์เอง บรรดา นักศึกษาและคณาจารย์ต่างปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณในครั้ง นั้นหาที่สุดมิได้ตราบเท่าทุกวันนี้ เพราะได้รับพระบรมราโชวาท ที่พระองค์ได้ประทานให้สร้างสรรค์ในทางที่ดีด้วยการลงมือท�ำ และเราจะท�ำความดี บ�ำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นและช่วยเหลือ สังคมตามโอกาส พร้อมทั้งจะปฏิบัติตนให้ดีที่สุดตามพระราช ด�ำรัสไว้ว่า ให้รู้รักสามัคคี รักกันและแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือกัน สวัสดีจ้ะ รักคิดถึงเพื่อนเพื่อนทุกคนและอยากเห็นหน้า เพื่อนเพื่อนทุกคน อย่าหนีไปไหนก่อนนะ ท้ายนี้ ขออัญเชิญพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระปรมินท รมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแก่บัณฑิตวิทยาลัยเทคโนโลยีและ อาชีวศึกษา ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 “... ข้าพเจ้าใคร่จะท�ำความเข้าใจกับทุกคนว่า ประโยชน์หรือการ สร้างสรรค์ในทางที่ดีนั้น จะเกิดขึ้นได้ด้วยการลงมือท�ำ หมายความว่า จะต้องน�ำความรู้ความสามารถที่มีอยู่นั้นมาใช้งาน ลงมือเมื่อไรเพียงไร ประโยชน์ก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น เพียงนั้น ...”

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๓๙

กิจกรรมหลังเกษียณของ คู่สร้างคู่สม/คู่รักพันปี

วรณี-วิเชียร

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๐

เล่ า สู ่ กั น ฟั ง

ผศ.วั ช ริ น ทร์ จั น ทรา 31 ตุลาคม 2559 ได้รับโทรศัพท์ จากมงคลเพื่อนรัก ทักทายมาตามสาย เราก็จ�ำเสียง ไม่ได้ว่าเป็นใคร พอคุยไปสักครู่ก็จ�ำได้ว่าเสียงนี้ไม่ใช่ใครอื่น พระเอกละครวิทยุสมัยเรียนอยู่ปี 3 นั่นเอง จึงถามสาระทุกข์สุขดิบกันพอสมควร มงคลถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนนะ ก็อยู่ที่บ้านนี่เอง บ้านไหนล่ะ แหมเห็นว่าเรามีหลายบ้านไปได้ มีเพื่อนฝูงไปถามหาที่วิทยาลัย ผู้ ที่โดนถาม ก็บอกว่าคนนี้หาตัวยาก ก็จะให้หาง่ายๆ ได้ยังไง ส�ำนักเราอยู่อาคาร ศิลปะ นักศึกษาต้องไปเรียนที่นั่น หมดเวลาสอนก็โคจรไปที่อื่น ตอนนี้ยังเขียนได้หรือเปล่า เฮ้ยเลิกเขียนไปเกือบยี่สิบปีแล้ว ทั้งสีน�้ำสีน�้ำมันแข็งเป็นหินไปหมดแล้ว เหลือ แต่พู่กันเสียบไว้ในแก้วหลอมตั้งไว้เฉยๆ ไม่ได้เอามาปัดฝุ่นเลย เฮ้ยไม่ได้เขียนรูป เขียนหนังสือน่ะ นี่คงนึกว่าเราเป็นอัมพาตไปแล้วล่ะซี่ แต่ที่จริงก็เกือบไปเหมือนกัน นี่แค่เป็นอัมพฤก เท่านั้น เพราะหลังจากรัฐบาลเห็นว่าเราจะหมดสมรรถภาพการท�ำงานแล้ว เขาก็ปลดออกมาให้รับ เงินเดือนเฉยๆ ไม่ต้องท�ำงานเหมือนพวกเราทุกคนนั่นแหละ เหลือแต่วิ่งมาราธอนไม่ยอมเลิก พอ อายุ 65 วันพุธ ไปซ้อมวิ่งที่สถาบัน เพื่อไปวิ่งที่เพชรบุรีวันอาทิตย์ซ้อม 20 ก.ม. เพื่อไปวิ่ง 25 ก.ม. แต่การที่จะถึงคราวมีอันเป็นไป ดันไม่ได้เอาน�้ำไปดื่ม ที่สถาบันน�้ำก็หมดถัง ตอนเดินกลับ บ้าน ก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมา หน้ามืดจะเป็นลม ต้องลงนั่งหน้าธนาคารกรุงเทพ หายใจยาวๆ ผายปอด พอค่อยยังชั่วก็เดินต่อ เกิดปวดหัวข้างขวาข้างเดียว คิดว่าไมเกรนเล่นงานเข้าแล้ว ถึงบ้านก็ดูดนม จากกล่องแกล้มด้วยขนมครก เป็นอาหารเช้า ขนมปังไส้ หรือซาลาเปาก็พอแล้ว เวลาไปอาบน�้ำนี่ ซิพอราดน�้ำสระผม ร่างกายซีกซ้ายไม่รู้สึกว่าน�้ำเย็นรู้สึกเพียงซีกขวาเท่านั้นว่าน�้ำเย็น รีบไปหาหมอ คลินิกข้างบ้านเลย หมอเจาะเลือดไปหลอดนึง บอกว่าเลือดข้นหนืดมาก ต้องส่งเลือดไปเข้าห้องแล็ ปราชบุรีพรุ่งนี้จึงจะรู้ผล หมอให้น�้ำเกลือหนึ่งถุง หมอให้น�้ำเกลือหนึ่งถุง ตอนเที่ยงนี่ซิกลืนอะไรไม่ ได้แล้ว ดื่มน�้ำก็ไหลลงหลอดลมส�ำลักตัวตั้งไปเลย กลืนอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น�้ำ ผลเลือดมาทราบ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๑

เอาตอนเย็น ก็รีบเอาผลเลือดไป ร.พ.ราชบุรี รับน�้ำเกลือต่อ เอ็กซเรย์ก็ไม่รู้ผล เพราะตอนนั้น ร.พ.ราชบุรียังไม่ทันสมัย เครื่องเอ็กซเรย์ เอ็ม อาร์ ไอ ยังไม่มี ต้องไปศูนย์เอ็กซเรย์ที่นครปฐม นอนรับน�้ำเกลือเฉยๆหนึ่งอัน หมอทั้งโรงพยาบาลไม่เคยพบแบบนี้ว่าเป็นอะไรถึงกลืนอะไรไม่ได้ ประชุมกันทั้งแผนกก็หาสาเหตุอะไรไม่ได้ ต้องส่งไปนครปฐมไปเองไม่มีรถบริการ ต้องรอวันรุ่งขึ้น ให้ลูกสาวขับรถไป ครั้นไปถึงแล้วต้องคอยคิวจนเกือบเที่ยงจึงถึงคิวเข้าเครื่องไปแค่สิบนาทีเจ้าหน้าที่ แจ้งว่าเครื่องขัดข้อง พรุ่งนี้ค่อมมาใหม่ ลูกสาวบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ว่าง เลยทาบทามให้ทางศูนย์เอา รถไปรับ ทางศูนย์ดีเหลือหลาย ตกลงไปรับที่ ร.พ.ราชบุรี เข้าเอ็ม อาร์ ไอร์ ทั้งตัวเป็นเวลา ครึ่งชั่วโมง ผลปรากฏว่าเส้นเลือดฝอยสมองซีกขวาแตก ท�ำให้คอเป็นอัมพาต ต้องหยอด น�้ำ ยา อาหารทางหลอด เสียบจมูกลงไปถึงกระเพาะอาหาร ร่างกายซีกซ้ายชา ก�ำก้อนน�้ำแข็งไม่รู้สึกเย็น จับแก้วน�้ำร้อนไม่รู้สึกร้อน ต้องนอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงสามเดือน หมอบอกว่าถ้าถึงสี่เดือนยังกลืน ไม่ได้ต้องเจาะคอให้อาหารทางคอ เราคิดว่าถ้าเจาะคอกูตายแน่ๆ หลังจากนอนอยู่กับเตียงสามเดือน ก็ท�ำกายวิภาคบ�ำบัด เกาะราวเดินยักแย้ยักยันอยู่ อย่างนั้น เพราะเข่ามันอ่อนแรง ไอศกรีมมาขายหน้าบ้านก็ลองซื้อมาชิม ปรากฏว่าไอศกรีมกลืน ลงคอได้ดีใจมากเลย ก็ดึงเอาสายยางออกจากจมูกเลย ค่อยๆ กลืนอาหารเหลวที่ภรรยาท�ำให้ทาง ปากได้นิดหน่อยก็ยังดี พยายามตั้งใจกลืนไม่ให้อาหารหลงเข้าหลอดลม ต้องทานอาหารเหลวมา ตลอด ปัจจุบันขนาดข้าวสวยยังติดคอเลย ร่างกายซีกซ้ายยังชาอยู่เลย ต้องออกก�ำลังด้วยจักรยาน เลยต้องออกก�ำลังกายด้วยจักรยาน เดินได้เท่ากับตัวสล๊อดเดินแค่ร้อยเมตรก็เหนื่อยแล้ว แต่ก็ยัง ขับรถแถวบ้านนอกได้นะจะบอกให้ ผ่านมาสิบห้าปี อาการยังไม่ปกติเหมือนเดิม คอยังไม่หาย ยังเจ็บคอ มีเสลดมาก ทานเผ็ดไม่ได้เลย ทานอาหารถึงคอจะไอ น�้ำมูกออก จึงไม่อาจไป ทานกับใคร ๆ ได้ ทานได้กับลูกเมียเท่านั้น ลูกเป็นคนเช็คในอินเตอร์เน็ต ว่า อาหารที่ไหนอร่อย ๆ มีบรรยากาศสุนทรีก็ตามไปชิมทุกที่ ตามที่หลวงพ่อท่าน บอกไว้ว่าถ้าอยากจะอยู่ในโลกนี้นาน ๆ ต้องทานอาหารดีดี สูดอากาศบริสุทธิ์ ออกก�ำลังกายเป็นประจ�ำ ให้มีอารมณ์สุนทรีย์ ตื่นมาดื่มน�้ำแก้วใหญ่ ๆ ข้อ ส�ำคัญต้องถ่ายออกเป็นประจ�ำ พระท่านยังเสวนาต่อไปอีกว่า คนเรานั้นถ้าอะไรมาอย่างหนึ่งแล้ว อย่างอื่น ๆ จะตามมาเอง ถ้าได้ในสิ่งดี ๆ มา อย่างอื่นที่ดี ๆ ก็จะตามมา ถ้าได้ สิ่งไม่ดีสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ดีก็จะตามมา สัจจะนี้เราได้พบมาแล้ว ตอนนี้ได้อัมพฤกมา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๒

ชีวิต ตอนนี้ก็ปลงแล้ว มีทรัพย์สมบัติอะไรก็ยกให้ลูกหลานไป ทรัพย์สมบัติเก็บไว้ ท�ำไมมากมาย ตายห่าก็ทิ้งหมด หาความสุขที่เราต้องการ แค่เงินบ�ำนาญก็กินอยู่ พอแล้ว เจ็บไข้ได้ป่วยก็รักษาฟรี ตายไปรับบาลยังมีเงินให้ลูกเมียอีก ชีวิตเราจะ ได้ไปที่สุคติไม่ต้องมาเป็นปู่โสมเฝ้าสมบัติไม่ได้ไปผุดไปเกิด จริง ๆ นะจะบอกให้ มงคลกระซิบมาว่า ให้ช่วยเขียนเรื่องราวชีวิตหลังเกษียน แลกเปลี่ยน กันให้เพื่อนฝูงเราทราบมั่ง เราจะตามไปเอาเองก่อนปีใหม่ก็แล้วกัน อย่างนั้นก็ตกลง เพราะตอนนี้เราก็อยู่ในยุคพระศรีอาริยะเมตตรัยอยู่แล้วนี่ ยุคพระอาริยะเมตตรัยเป็นอย่างไรหรือ ก็คือว่าคนเราในยุคนี้ไม่ตองท�ำอะไรแล้ว อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากรู้อะไรในโลกนี้ก็รู้ หมด ตั้งแต่โลกต่างดาว หลาย ๆ จักรวาลถึงโลกมนุษย์ทั้งบนอากาศ พื้นดิน ไต้ดิน ในทะเล ไต้ มหาสมุทร ตั้งแต่เกิดโลกยุคไดโนเสาร์ มนุษย์ชาวป่าล่าหัวมนุษย์ จนกระทั่งแดนศิวิไลจาก T.V. ช่อง 26 และ 99 ในอินเตอร์เนท อยากรู้อะไรก็รู้หมด จะอยู่ส่วนใดของโลก ก็เหมือนอยู่บ้าน เดียวกัน เห็นกันหมด ณ บัดนี้เราอยู่ในยุคนั้นแล้ว คนอื่นจะถึงหรือยังไม่รู้ คือว่าวันหนึ่ง ๆ ไม่ต้องท�ำอะไร ตี สามก็ตื่นมาสวดมนต์ ถึงตีห้าแต่งตัวชุดจักรยานไปถีบออกก�ำลังกายได้เพื่อนใหม่ ๆ มากมายทุกรุ่น อายุ ทั้งเพื่อนเดินวิ่งและชาวบ้านที่ออกมาท�ำงานตอนเช้า พอแปดโมงกว่า ๆ ก็มุ่งหน้ากลับบ้าน ถ้า ไปไกลก็เอาอาหารใส่ถุงไปด้วย มาถึงบ้านก็มีอาหารเตรียมไว้บนโต๊ะทุกมื้อ ทานแล้วก็ทิ้งไว้อย่างนั้น มีคนเก็บไปท�ำความสะอาดเอง ส่วนเครื่องแต่งตัวนะหรือ ตั้งแต่เท้าถึงศรีษะภรรยาเป็นผู้จัดหามาให้ทั้งหมด จะออกจาก บ้านแต่งชุดใหนก็จัดเตรียมให้เพื่อไม่ให้แต่งชุดซ�้ำ เสื้อผ้าจึงมีมากจนไม่มีที่เก็บ ต้องออกมานอกตู้ จะเดินทางไปใหนกี่วัน ๆ ก็จัดเตรียมลงกระเป๋าให้พร้อม โดยที่เราไม่ต้องใช้เสร็จแล้วก็โยนลงตะกร้า เท่านั้นเอง อาทิตย์หนึ่งต้องไปทานอาหารเย็นกันนอกบ้านครั้งหนึ่ง ลูกสาวเป็นคนเปิดอินเตอร์เนท หา ร้านที่อร่อย ๆ โดยเลือกสถานที่และบรรยากาศที่สบายๆ เช่น สวนน�้ำ สวนไม้ ริมน�้ำ บนโรงแรมริม น�้ำ บนอากาศเช่นตึกใบหยกชั้น 83, 84 ชั้น 85 เป็นที่ชมวิวหมุนได้รอบตัวมีกล้องส่องทางไกลเห็น ทั่วทั้ง ก.ท.ม. กินอาหารล่องเจ้าพระยาก็ไม่เลว ริมเจ้าพระยาก็มีอยู่หลายแห่ง ที่ท่าเตียนก็มีอยู่หลาย ร้าน ท่าพระอาทิตย์ พระรามแปด พระรามเจ็ด พระรามห้า นนทบุรี ปากเกล็ด ปาร์คนายเลิศ ฟ้าเคียงดิน ถนนอักษะ ฯลฯ เอาพอเป็นสังเขปก็แล้วกัน ก็ท่านอะไรไม่ค่อยลงคอนี่นะ จึงต้องหา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๓

อาหาร อร่อย ๆ ทานเป็นการชดเชย ไม่งั้นผอมแย่ ในการสัมมนาอาจารย์ทุกห้าปีเพื่อให้ครอบครัวอาจารย์ไปเที่ยวตากอากาศด้วย ถ้าไม่ใช้ โรงแรมห้าดาวก็ไม่สมศักดิ์ศรี เพราะสถาบันรวย ต้องหาเรื่องใช้เงินเพื่อให้ครอบครัวอาจารย์ได้ไป ตากอากาศในตัว ครั้งหนึ่งได้มีหัวข้อให้อาจารย์ทุกคนอภิปรายถึงโครงการของตนเองว่าเมื่อเกษียณ ราชการแล้ว ใครมีโครงการอะไรไว้ก็ว่ามา ถึงคราวของเราที่จะออกไปพูดให้ที่ประชุมทราบพอกันที ท�ำงานสร้างตัวมาสามสิบกว่าปีนี่ ก็พอแล้วหยุดกันทีชีวิตการท�ำงาน ให้ลูกเต้าท�ำต่อไป เราก็จะท่องเที่ยวหาที่พักที่กินที่ถูกใจ ออก ก�ำลังกายวิ่งมาราธอนจนวิ่งไม่ไหวก็มาใช้เครื่องผ่อนแรง คือ จักรยาน ฟิตเนท พักผ่อนให้เพียงพอ ตื่นมาดื่มน�้ำหนึ่งถึงสองแก้ว ออกก�ำลังกาย รับอากาศบริสุทธิ์ตอนเช้า อาหารที่ดีที่สุด อารมณ์ สุนทรีย์ อุจจาระประจ�ำ ไม่เข้าสถานที่อโคจร สร้างสวนสวรรค์ สวดมนต์วิปัสนากรรมฐานรักษา ศีลห้า จากโลกนี้ไปอย่างสงบเท่านี้พอแล้ว การสร้างตัวของเราเองนั้น คิดว่าเรามีโอกาสน้อยมากเพราะเริ่มต้นตั้งแต่ศูนย์ พ่อแม่ ไม่มีสมบัติไว้ให้ นอกจากที่ดินในเมืองสามไร่จะเปลี่ยนเป็นเงินก็เกรงใจพ่อแม่ที่ตั้งให้พี่น้องมาอยู่ ใกล้ ๆ กัน ดังนั้นก็ให้ลืมไปเลย อยากได้อะไรก็ต้องหาด้วยล�ำแข้งของตนเอง รายได้หลักก็คือ มนุษย์เงินเดือน เคยได้รับฟังปรัชญาชีวิตไว้ว่า มีเงินให้เล่นหุ้น มีทุนให้เล่นที่ ถ้าบ่อมีจี๊อย่างเราเรานี่ก็ เล่นลอตเตอรี่รัฐบาล ถ้าดวงดีมีโชคก็สามารถร�่ำรวยได้ทันใจ แต่เราไม่มีดวงนี่นะจึงไม่มีทางร�่ำรวย ด้วยลอตเตอรี่รัฐบาล ก็ต้องท�ำใจก้มหน้าท�ำมาหากินกันต่อไป เราคนไทยใจศาสนาพุทธจะเต็มคนได้ก็ต้องบวชตามประเพณีในพุทธศาสนา ส�ำหรับ เมื่อได้เล่าเรียนจนส�ำเร็จชั้นสูงสุดมีหน้าที่การงานมั่นคงดีแล้ว อายุก็ปาเข้าไปสามสิบแล้ว จึงเข้าไป กราบพ่อแม่ว่าจะขอลาบวชปีนี้ พ่อแม่ดีใจสุดๆ จัดการบวชให้อย่างเต็มที่ ครบพิธีการใหญ่โตเท่า ที่ท่านจะท�ำได้ ได้บวชครบพรรษารับกฐินแล้วจึงลาสิกขาบท พระผู้ใหญ่กรุณาให้ความรู้ว่า เวลาที่ ลาสิกขาบทควรให้พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงท�ำการสึกให้ เพราะชีวิตช่วงต่อไปจะเป็นอย่างไร ก็อยู่ ค�ำตั้งอธิษฐานว่าจะให้ชีวิตภายหน้าเป็นอย่างไร ก็อธิษฐานเอาตอนที่จีวรพระจะหลุดออกจากร่างกาย ข้าพเจ้าได้ตั้งจิตอธิษฐานดังนี้ 1. ขอให้เข้าท�ำงานในกรมฝึกหัดครูได้ 2. ขอให้ชีวิตมีความสุขสบาย มีกินมีใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ คลาดแคล้วต่ออันตรายต่าง ๆ อย่าได้มาแผ้วพาลแม้แต่น้อย ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๔

3. ต้องการสิ่งใดก็ขอให้ได้สมความปรารถนา ค�ำอธิษฐานข้อแรกส�ำเร็จทันที เมื่อกรมการฝึกหัดครู เปิดสอบบรรจุครูในปี 2511 ได้ รับการบรรจุไปวิทยาลัยครูสงขลา เราไม่อยากไปอยู่แดนใต้เลย ทางกรมการฝึกหัดก็บอกว่าไปเถอะ อยู่ที่นั่นสักสองสามปี จะย้ายไปอยู่ที่ไหนก็บอก อยู่สงขลาได้ปีเดียว วิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงขยาย กิจการรับนักเรียนครูเพิ่มอีกหลายห้องทั้งชายหญิง เดิมทีมีนักเรียนแค่ปีละห้อง ห้าปีก็ห้าห้องเท่านั้น มีอาจารย์ศิลปะคนเดียว จึงได้มาอยู่จอมบึงนี่แหละจนปลดเกษียณอายุราชการ ค�ำอธิษฐานข้อสองให้คลาดแคล้วต่อภัยอันตราย ได้คลาดแคล้วมาหลายครั้งด้วยกัน แต่ละ ครั้งแทบเอาชีวิตไม่รอด อย่าบรรยายเลยเรื่องมันยาว ส่วนที่ให้อยู่เย็นเป็นสุข มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ การเงินไม่ขาดมือ หนี้สินไม่รู้จัก ค�ำอธิษฐานข้อสามนี่ยาวหน่อย เมื่อมาอยู่จอมบึงแล้วสิบกว่าปี ครูอาจารย์ก็อยากมีรายได้ นอกเหนือจากเงินเดือน ตอนนั้นที่ดินยังถูกอยู่ไร่ละสี่ห้าพันบาท แต่ไร่ที่นี่เป็นไร่ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น แปลง ละ 20 ไร่ขึ้นไป ถึงถูกก็ไม่มีปัญญาไปซื้อหรอก เงินเดือนอาจารย์แค่เดือนละพันกว่าบาท ก็ต้อง สะสมกันไว้ แล้วขอแบ่งซื้อแปลงละห้าหกไร่ก็เกินก�ำลังที่จะท�ำแล้ว เราก็ไปซื้อไว้หกไร่ ปลูกไม้ยืนต้น มีต้นสน มะม่วงหิมพานต์ มะขามหวาน หวังจะแข่งกับเพชรบูรณ์ ตอนเย็น ๆ ก็เข้าไปดูแลไร่จนค�่ำ มืดจึงกลับ แค่นี้ก็ท�ำไม่ไหวแล้ว ต้นหญ้านี่มันโตไวเหลือเกิน ต้องเอาเงินเดือนไปจ้างเขาถางหญ้า อีก ปีที่สามพอต้นสนโต มะม่วงหิมพานต์โตเก็บเมล็ดได้แล้วก็ค่อยยังชั่วหน่อย เก็บเมล็ดมากระเทา ะเปลือกขายบรรดาอาจารย์และร้านค้าท้องถิ่นพอมีรายได้มาบ้าง จนผู้ที่ซื้อไปกินบ่นว่าเขาอ้วนเพราะ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ของเรา เอ้าโดนเข้าไปอีก ส่วนมะขามไม่ทันคนชิมเห็นเป็นของใหม่ใครก็อยากกิน ปรากฏว่าทุกฝักมีรอยเล็บขูดหมด เราก็ปลอบใจว่า ต้นเล็ก ๆ แกอยากกินก็กินไปก่อน ไว้ต้นใหญ่ ๆ มีเยอะ ๆ แล้วค่อยเอาก็ได้ แต่ พอต้นใหญ่ขึ้นมาไอ้ที่เคยหวานสนิทนั้นก็กลายเป็นหวานอมเปรี้ยวไปและมะขามสุกไม่พร้อมกันเสีย เวลาไปเก็บเลยปล่อยทิ้ง พอต้นใหญ่ก็มีชาวบ้านมาช่วยตัดไปท�ำถ่านเสียอีก ชาวบ้านแถวนั้นก็อย่างนี้ แหละ ตอนต้นเล็ก ๆ ก็ขุดยกต้นไป พอใหญ่ขึ้นมาก็ตัดไปเผาถ่าน ไม้เล็กไม้น้อยท�ำฟืนตะเกียบขาย โรงตุ่ม ก็น่าเห็นใจเขานิ เขาไม่มีรายได้อะไรนี่ นอกอาชีพถางหญ้า ตัดฟืนตะเกียบ เผาถ่าน ก็มี อาชีพอีกอย่าง ไร่มันของใครก็ช่าง ฉันเข้าไปขุดเอาหัวมันในไร่ ต้นละหัวสองหัว ให้มันยืนต้นอย่าง นั้นแหละจะท�ำไม ถึงคราวที่จะต้องเสียที่ดินแปลงนี้ไปโดยเหตุที่มีนายทุนได้มาซื้อที่แปลงติดถนนใหญ่จอมบึง -หนองกวาง เพื่อสร้างบ้านจัดสรร เราก็เล็งไว้แล้วว่าที่ดินของเราติดบ้านจัดสรร เราก็สร้างบ้านของเรา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๕

ได้ อยู่ในที่เจริญ ที่ไหนได้เขามาทาบทามซื้อที่เรา ด้วยโดยให้ราคาแพงกว่าแปลงอื่น ๆ เราก็ไม่ยอม ขาย เขาก็เลยซื้อที่ล้อมกรอบเรา ก็รู้อยู่ว่าเขาต้องเอาที่เราแน่ ๆ เวลาเขาปรับที่ ก็บุกรุกเข้ามาทั้งสามด้านอย่างหน้าตาเฉย เลยจ�ำเป็นต้องขายให้เขาไปในราคาไร่ ละแสน ที่คนอื่นเขาให้แปดหมื่น แต่เวรกรรมนั้นมีจริง ๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะบ้านจัดสรรที่เขา ด�ำเนินการอยู่นั้นไม่ส�ำเร็จตามเป้า มีคนเข้าไปจองไว้ไม่กี่หลัง คนที่จองไว้เห็น ว่าถ้ามาอยู่ก็อ้างว้างไม่ปลอดภัยก็เลยไม่เอาขอคืน แต่เงินที่จองไว้เขาก็ไม่คืนให้ นายทุนคนนั้นเป็นอะไรไปรู้มั้ย เดี๋ยวนี้แกเป็นอัมพาต หลังจากเราไม่นาน แต่เราทุเลาลงแล้ว เข้า ร.พ. รักษาหมอเดียวกัน แกก็ต่อว่าหมอว่าทีอาจารย์ วัชรินทร์ท�ำไมรักษาอาการดีขึ้นล่ะ หมอก็บอกว่ามันคนละคนกันน่ะ อ.จ.วัชรินทร์ แกออกก�ำลัง กายอยู่เป็นประจ�ำอาการจึงฟื้นขึ้นเร็วกว่าคนอื่น ๆ เดี๋ยวนี้นายทุนคนนั้นเป็นอัมพาต ไปไหนไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นแทนการเดินอยู่แต่ในบ้านนั่นแหละ ลูก ๆ ก็มีแต่ผู้ชายท�ำกิจการแทน ร้านค้าอุปกณ์ ก่อสร้างก็ทรุดโทรม มีร้านอื่นขึ้นมาแข่งได้รับความนิยมมากกว่า เจริญเอา ๆ แกไปบุกรุกที่ของคน มีเงินเข้าโดนฟ้องร้องแพ้คดีความ เฮ้อ! เวรกรรมมันตามทันจริง ๆ นะคนเรา เดี๋ยวนี้เวรกรรมมัน ติดจรวดแล้ว ชีวิตคนเราหมั่นท�ำความดีไว้ดีกว่า เป็นคนธรรมะ ธรรมโม น่ะดีสุด ค�ำอธิษฐานข้อสาม มาปรากฏเอา หลังจากที่มาอยู่จอมบึงประมาณยี่สิบปี ขณะที่ท�ำสวน สน สวนมะขามหวานอยู่นั้น นายทุนคิดว่าเรามีเงินจึงมาติดต่อขายที่ดิน 20 ไร่ ไกล้ ๆ กับที่ เราท�ำไร่อยู่ ติดถนนใหญ่จอมบึง-หนองกวาง ถนนลาดยางมีไฟฟ้าแรงสูงผ่านอยู่ด้านหน้าก่อนถึง บ้านจัดสรร แต่ตอนนี้บ้านจัดสรรยังไม่เกิด เป็นที่ว่างเปล่าที่ไม่สวย สูง ๆ ต�่ำ ๆ เจ้าของเคยขุดลูกรังขาย ติด ๆ กันนั้นยังเป็นบ่อลูกรังอยู่เลย ที่ 20 ไร่เขา เสนอขายสี่หมื่น เราเห็นว่าราคาถูกดี อยากได้ทิ้ง ไว้อย่างนั้นแหละ แต่ตอนนั้น เราไม่มีเงินเลย ท�ำไร่แค่นี้ก็จนจนกรอบอยู่แล้ว เวลาล่วงมาสองปียังขายไม่ได้ โชคเข้าข้างเราเพราะรัฐบาลมีนโยบายคืนเงินสะสมที่หักไว้ตั้งแต่เริ่มรับราชการ ก็ได้เงินมาจ�ำนวนหนึ่ง แต่ไม่พอกับราคาที่ดินจึงขอกู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครู มาสมทบ รวมแล้วเกินพอกับราคาที่ดิน จึงได้ที่แปลงนี้มา เมื่อเกิดบ้านจัดสรร ที่ดินแปลงนี้ก็อยู่ก่อนที่จะถึงบ้านจัดสรร ได้มีความคิดว่า มาสร้างบ้านอยู่ที่นี่ดีกว่าเพราะต่อไปก็มีเพื่อนบ้านมากหลาย จึงได้สั่งไม้ ท่อนมาแปรรูป แต่ถ้าท�ำคนเดียวพอมีเรื่องมาแล้วจะรับไม่ไหวจึงชวนเพื่อนอาจารย์อีกสองคนมา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๖

ร่วมด้วย ให้ช่างแปรรูปแยกออกเป็นสามกองแล้วแต่ใครจะไม้แปรรูปอย่างไร ช่างแปรรูปขนไปไว้ใน บ้านพักเรียบร้อยทุกวัน เอาเข้ามาแปรรูปในวิทยาลัยน่ะแหละปลอดภัยดี เราให้แปรรูปเป็นเครื่องบน พร้อมกับเสาที่จะต่อกับตอหม้อปูนสิบสองต้น ให้ช่างมาบากเสาพร้อมที่จะต่อกับตอหม้อในบ้านพัก ถ้า ขนไปก็ต่อกับตอหม้อได้เลย เพราะที่นั่นเอาไม้ไปกองไว้โดยไม่มีคนเฝ้าเป็นไม่ได้ จะมีคนขนต่อไปให้ เรียบร้อย นอกจากอิฐโชว์ที่จะมาก่อเป็นฝาผนังกองไว้ได้ สร้างเสร็จเป็นห้องนอนสามห้อง ห้องโถงห้องน�้ำ เสร็จแล้วไม่ได้ไปอยู่หรอก เป็นที่เก็บ เครื่องมือท�ำไร่ และพักผ่อนในวันหยุด ล้อมรั้วไม่รวก โดยตัดต้นสนมาท�ำเสารั้วเพราะที่นี่มืองัดแงะ มีมาก ขนาดล๊อคกุญแจรั้ว ล๊อคกุญแจบ้านอย่างแข็งแรง ยังโดนทุบกระจกหน้าต่างขนเอาเครื่องมือ ท�ำไร่ไปหมด เลยไม่เก็บอะไรไว้ในนั้นอีก สุดท้ายงัดเข้าไปแล้วไม่ได้อะไรไปก็เลยเผาเสียเลย กว่าจะ รู้ว่าบ้านโดนเผาก็ตกเย็นรุ่งขึ้น ออกไปดูเห็นแต่ฝาทั้งสี่ด้านที่เป็นอิฐโชว์ เครื่องบน ประตูหน้าต่าง อย่างดีเป็นเถ้าถ่านไปหมด ก็ท�ำใจขอให้คนท�ำจ�ำเริญ ๆ เถิด สาธุ! มีนายหน้าเข้ามาติดต่อขอซื้อที่สองเจ้าด้วยกัน เจ้าหนึ่งต่อสองล้าน อีก เจ้าหนึ่งต่อสองล้านห้า เรายืนกรานว่าถ้าไม่ได้สามล้านอย่างไร ๆ ก็ไม่ตกลง ช่วง นั้นทางสถาบันส่งไปสัมมนาปูนปั้นที่เพชรบุรี ไปพักโรงแรมรีเจ้นชะอ�ำหนึ่งสัปดาห์ พบกับ ผ.ศ.สุวรรณ โสรฬ เพื่อนรัก ได้พักห้องเดียวกัน เสร็จสัมมนาสุวรรณได้ มาพักที่จอมบึง รุ่งขึ้นจึงชวนไปดูบ้านที่ถูกไฟไหม้ แล้วออกมาทานอาหารที่ร้านริม ถนนใหญ่ สุวรรณได้แนะน�ำว่า ถ้าขายที่ได้ให้แบ่งเงินออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่ง ฝากประจ�ำไว้ อีกส่วนก็ใช้ตามใจชอบ เออดี อั๊วจะรับฟัง แต่แกท�ำไมไม่มีเมียเสียที ล่ะ แก่แล้วจะลูกไม่ทันใช้นะโว้ย จะมีได้อย่างไรล่ะบ้านอั๊วถูกไฟไหม้ เหลือแต่ตัวมีแต่เงินเดือนกินเก็บเมื่อไรจะพอจัดงานล่ะ ก็ช่วยกันเก็บสองคน แล้วกูมาสมทบไม่ต้องไปเสียดมเสียดายอะไรหรอก แต่งแล้วหนี้สินก็ หมดเอง แต่แกเอาใจผู้หญิงไม่เป็นคงอยู่แก่ตายไปเปล่าๆ แต่อั๊วชอบคนสวยว่ะ เมียอั๊วอ่อนกว่ากัน สิบสามปี อั๊วทุ่มเต็มตัวเลยเป็นหนี้เป็นสินเท่าไรช่างมัน ต่อไปก็หมดไปเอง บรรดานายหน้า เห็นมาด ผ.ศ.สุวรรณเข้าคิดว่าเป็นเสี่ยใหญ่ อุตส่าห์เผาบ้านเพื่อตัดราคา ก็แล้วขืนรอช้าคงจะอดแน่ รีบเอาเงินมาวางมัดจ�ำสองหมื่นบาท จะพานายทุนมาซื้อในเดือนนี้ สิ้น เดือนนายทุนก็ยังไม่มา เขาก็เอาเงินมาวางอีกสองหมื่นขอเวลาอีกหนึ่งเดือนเขาไปเร่งรัดนายทุน จน กระทั่งนายทุนโอนเงินมาเข้าบัญชีที่ธนาคารกรุงเทพ เราก็ไปถอนออกมาสี่แสนให้นายหน้าไปแสนเก้า เสียภาษีเหมาไปหนึ่งแสน ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๗

เมื่อมีเงินก็คิดเล่นหุ้น ตอนนั้นหุ้นก�ำลังดังตูมตาม คิดว่าหุ้นคงดีกว่าดอกธนาคาร เลย ชิมลางเอาเงินออกมาลงหุ้นห้าหมื่น คิดว่าครบห้าปีได้เงินเพิ่มอีกสักหมื่นก็ยังดี แต่ที่ไหนได้หุ้นตก เอาตกเอา พอครบก�ำหนดได้เงินคืนมาแค่สามหมื่น เข็ดไปเลยไม่ขอเล่นอีกแล้ว เมื่อมีเงินความคิดก็แล่น เอาเงินไปปรับที่ของภรรยาที่อยู่กลางทุ่ง ขุดเป็นสระน�้ำหนึ่งไร่ เอาขึ้นมาถมที่ห้าไร่ให้สูงขึ้น สร้างเล้าไก่เนื้อสองเล้า เลี้ยงไก่ได้งวดละหมื่นตัว จ้างคนเลี้ยงโดย รายได้แบ่งครึ่งกัน โดยให้ภรรยาดูแลผลประโยชน์ เลี้ยงไก่มาสิบกว่าปีจนกระทั่งไข้หวัดนกระบาด ที่กาญจนบุรีจึงเลิกเลี้ยงเป็นรายแรกของจอมบึง เอาที่ดินนั้นท�ำสวนยูคาลิปตัส ห้าปีตัดได้ ครั้งต่อ ไปจะได้เพิ่มอีกสามสี่เท่า เลยไม่ต้องไปดูแลเลย ที่ไร่ก็สร้างบ้านไว้พักผ่อนหลังนึง เหลือเวลาอีกสองปีก็เกษียณอายุราชการ ได้ปรึกษากันระหว่างลูก พ่อ แม่ ว่าเราจะอยู่ ที่ไหนดี เราก็เสนอไปว่าที่ชัยนาทมีที่ดินที่พ่อให้ไว้สามไร่อยู่ในเมือง สร้างบ้านร้านค้าท�ำมาหากินกัน อยู่ใกล้ ๆ พี่น้อง ลูกหลานที่พ่อแม่แบ่งไว้ให้คนละสามไร่ อยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน ไม่มีใครยอมตกลง ด้วย เพราะงานการก็รวมอยู่ที่ กทม. แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้งานอะไรกัน อยู่ที่ไหน ก็ให้ไปหาช่วยกันว่า จะพอใจที่ใดที่ปลอดภัยไปมาสะดวก ปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย เพราะจอมบึงนี่ขโมยมันชุมยิ่งกว่ายุง ขนาดอยู่ในตลาดเจ้าของนอนอยู่ชั้นบนโจรมันยังเข้าไปเอาทรัพย์สมบัติด้านล่างเสียเรียบ ในที่สุดก็ตกลงเอาทาวเฮ้าสามชั้นของมลวิจิตรที่ก�ำลังสร้างอยู่ ใกล้ที่ท�ำการไปรษณีย์ ธนาคาร ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย ที่ส�ำคัญลูกเขาเป็นนายต�ำรวจ พอที่จะรับประกันความ ปลอดภัยได้ เมื่อซื้อไว้แล้วก็ตกแต่งเป็นห้องมิดชิด ใส่ประตูหน้าต่างเหล็ก ล๊อคกุญแจได้ทุกห้อง ด้านหน้าติดประตูกระจก ติดแอร์ ติดมุ้งลวดที่ประตูหน้าต่าง เรียกว่าปลอดภัยและสุขสบาย เพื่อน เราก็มีวรณี ประเจิดศรี วิเชียร ได้เคยไปเยี่ยมมาแล้ว ที่ท�ำแข็งแรงก็เพราะระเบียงชั้นสองชั้นสาม ก้าวข้ามผ่านทุกห้องตลอดแนว ชั้นดาดฟ้าก็ข้ามได้ตลอด ชั้นสองด้านหลังเป็นลานติดต่อกันตลอด ขนาดตากเสิอผ้าไว้ต้องคอยเฝ้าไม่ให้คลาดสายตา ตึกทั้งแถวมีเจ็ดห้องขายได้สองห้องเท่านั้น ห้อง ติดเราซ้ายขวาจึงเป็นห้องให้เช่า ท�ำโต๊ะสนุกเกอร์ และมีคนมาเช่าท�ำโรงนวด มีพม่าและชาวเขามา เป็นหมอนวด ปรากฎว่าชั้นสองชั้นสามโดนทะลวงมุ้งลวดล้วงมือเข้าไปกวาดสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะกระจุย กระจายไปหมด เฮ้อ! ต้องท�ำใจเราอยากมาอยู่ที่ กทม. ท�ำไมล่ะ เมื่อลูกสาวคนโตเรียนส�ำเร็จปริญญาก็เข้ามาท�ำงานโรงแรม อยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ตามสายที่เรียนมา มาอยู่กับลูกสาวคนเล็กที่เช่าอพาตเม้นท์หน้า ร.พ.เจ้าพระยา ลูกสาวคนเล็กยัง เรียนอยู่ที่สวนสุนันทา ต่อมาได้งานแผนกขายเครื่องส�ำอาง"เอวอน" การงานเข้าเป้าได้เลื่อนเป็น หัวหน้าเขต ต�ำแหน่งนี้ได้รถใช้ ใช้ไปห้าปีบริษัทก็ปลดระวาง ขายให้คนใช้ครึ่งราคา ลูกสาวเป็นคน ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๘

ใช้เงินเก่ง ตั้งใจว่าจะเก็บเงินไว้ซื้อก็เก็บไม่ได้ ก็เดือดร้อนมาถึงเราซิต้องหาเงินมาซื้อ ส่วนตัวเขาก็ได้ รถใหม่จากบริษัทใช้ต่อไปอีกห้าปี แกก็ไม่มีเงินเก็บที่จะซื้อมาอีก อ้าว! เดือดร้อนมาถึงเราอีก เพราะรถ ห้าปีราคานี้หาที่ไหนได้ เอามาขายต่อก็ได้ก�ำไรเหนาะๆ ผลงานของลูกสาวเข้าเป้าจึงได้รับคัดเลือกไปดูงานออสเตรเลีย ที่นี่เองลูกสาวดันไปเข้าตา ของหนุ่มออสซี่ ลูกสาวบอกว่าได้ตามไปดูถึงบ้าน เขามีบ้านอยู่ในเมืองอยู่คนเดียวการงานมั่นคงเป็น ที่เชื่อถือได้ ลูกสาวก็ต่อรองว่าถ้ารักจริงให้มาขอแต่งงานตามประเพณีที่เมืองไทย ฝรั่งผู้นั้นก็ตกลง ชวนเพื่อนฝูง ญาติโกโหติกาขบวนใหญ่มาเมืองไทย ฝรั่งชอบมากที่ได้แต่งชุดไทย ชุดไทยไปเอา ที่ไหนหรือ ก็ร้านเสื้อผาให้เช่าไงล่ะ ลูกสาวพาพวกฝรั่งให้ไปเลือกเช่าตามใจชอบทั้งหญิงชายแต่งชุด ไทยกันหมด ดูแล้วก็แปลกดีเป็นที่ถูกใจของเขาอย่างมาก เมื่อแต่งแล้วก็ต้องไปอยู่ที่ออสเตรเลีย ครบ ห้าปีก็ได้สิทธิเป็นคนออสเตรเลีย บัดนี้เป็นประชาชนออสเตรเลียแล้ว จะไปกลับออสเตรเลีย-ไทยไม่ต้องขอวีซ่า เราได้ไปเที่ยวเมืองนอกก็ด้วยอานิสงของลูกสาวคนนี้ ไปปีละครั้ง วีซ่าอยู่ได้สามเดือน ลูกสาวคนเล็กเป็นผู้ด�ำเนินการขอวีซ่าให้ จองการดินทาง ทางเที่ยวบินทั้งไป-กลับ เดินทางด้วยกัน สามคน ส�ำหรับลูกสาวไปอยู่ได้แค่เดือนเดียวบ้าง หนึ่งสัปดาห์บ้าง แค่ไปส่ง ตอนกลับก็บินไปรับ บอกว่ากลับเองได้ไม่ต้องไปรับหรอก แต่เขาอยากไปเที่ยวด้วยโดยนัดเจอกันที่ซีดนี่บ้าง บีสเบนบ้าง โดยเราจะไปอยู่ล่วงหน้าวันนึงโดยเช่าโรงแรมส�ำหรับครอบครัวไว้ มีห้องนอนสองห้อง ห้องโถงพัก ผ่อน ห้องครัว โรงแรมออสซี่ไม่เหมือนในไทย ในไทยมีอาหารเช้าไว้ให้ชาวต่างชาติจึงชอบมา เรา อยากทราบว่า ร.ร. ห้าดาวเป็นอย่างไร จึงลองไปสัมผัสดูบ้างที่ ร.ร. อะมารี หัวหิน เลือกห้องครอบครัวที่เห็นทะเลตลอดเวลา ตอนเย็นจองโต๊ะอาหารที่ติดริมทะเลให้ ได้บรรยากาศทะเล อาหารเช้ามีสารพัดอย่าง เลือกทานอาหารดีมีราคาแพงทานได้ ถึงสิบโมง อิ่มคุ้มไปถึงกลางวัน ชาวออสซี่จึงบอกว่าเมืองไทยอาหารดี แต่ที่ออสซี่ ต้องท�ำทานเองโดยที่เขามีครัว และอุปกรณ์ไว้ให้พร้อม พร้อมด้วย ชา กาแฟ ฟรี ส่วนในเมืองไทยเขาวัดจ�ำนวนดาวกันที่อาหารเช้า เฟอร์นิเจอร์และจ�ำนวนน�้ำดื่ม ถ้าห้าดาวจะได้น�้ำดื่มคนละสองขวด รายการอาหารเช้ามีมากหลายเลือกรับประทาน ตามใจชอบ มีสระน�้ำสองสระ มีอุปกรณ์ ฟิทเนส ไว้ห้องใหญ่โตอุปกรณ์สองชัดครบทุกชนิด มี จักรยานให้ใช้ แต่ต้องเสียค่าเช่าวันละ 100 บาท โรงแรมสี่ดาว พักกี่คนก็ตามจะให้น�้ำสี่ขวด สระน�้ำหนึ่งสระ ห้องฟิตเนท อุปกรณ์ชุดเดียว ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๔๙

รายการอาหารเช้ามีน้อยกว่าห้าดาว เฟอร์นิเจอร์ดูแล้วมี ราคาด้อยกว่าห้าดาว โรงแรมสามดาว มีอุปกรณ์ท�ำครัวให้พร้อม ไม่มีอาหารเช้า น�้ำดื่มสามขวด สระน�้ำหนึ่งสระ ไม่มี ห้องฟิทเนท มีผ้าขนหนูไว้ให้ ถ้าเป็นรีสอรทจะมีน�้ำเย็น ใส่ถังคูลเลอร์ ชา-กาแฟเป็นส่วนรวม ใครจะดื่มก็ชงเอา เอง บางแห่งมีเจ้าหน้าที่คอยชงให้ การท�ำห้องพักก็แล้วแต่ ความคิดของเจ้าของและเงินทุน อาจสร้างเป็นบ้านหลังเล็กๆอย่างบังกโล เป็นห้องแถว ทางเข้า เล็กๆ หรือจะท�ำเป็นดอกเห็ด ตอไม้ ตัวการ์ตูน ฯลฯ บางแห่งเอาตู้คอนเทนเนอร์มาเป็นห้องพัก ปลูกรั้วต้นไม้ปิดบังไว้ระหว่างตู้ แบบอย่างเหล่านี้เราเรียกว่าโรงแรมจิ้งหรีด อย่างที่ตลาดโรงเกลือ ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ เมื่อสองคนพี่น้องท�ำงานทั้งสองคน อพาตเม้นก็คับแคบเกินไปจึงย้ายขึ้นคอนโด อยู่ ไม่กี่ปีก็มีปัญหา ห้องน�้ำตันเวลาฝนตกมากๆน�้ำไหลเข้าห้อง จึงย้ายไปเช่าทางเข้าอยู่ในราคาเดือน ละ 7,000 ปีน�้ำท่วมก็ปลอบใจกันว่าที่นี่น�้ำท่วมมาไม่ถึงเพราะที่สูงทางรถไฟกั้นระหว่างบางคลองกับ ก.ท.ม. ที่ไหนได้น�้ำเข้ามาทางโรงพยาบาลยันฮี ตอนเช้าถีบรถไปส�ำรวจ ถนนจรัญน�้ำขึ้นมาเลย เข่าไปแล้วจึงรีบกลีบมาขนเสื้อผ้าทีวี และของเล็กๆขึ้นชั้นบน ของใหญ่ไม่มีก�ำลังขนปล่อยมันน�้ำ เข้ามาตามคลอง ตอนเย็นน�้ำเข้ามาถึงวัดแปลงแล้วให้ลูกสาวขับรถคันเล็กไว้ที่บริษัท คนไม่มีที่ไป ก็พยายามยกรถให้สูงขึ้น คิดว่าให้พ้นจากน�้ำ รุ่งขึ้นตอนเช้า น�้ำในซอย 75 ขึ้นมาครึ่งแข้งแล้ว จึงรีบปิดบ้านตัดไฟ ขับรถออกไปจอมบึงขึ้นช้ารถออกไม่ได้ก็จบเห่กัน นี่มีที่หนีนะเนี่ย สงสารคนที่ ไม่มีที่หนีต้องติดเกาะ อดอยากไม่มีอาหารกิน อยู่จอมบึงสองอาทิตย์ ทาง ก.ท.ม. เพื่อนบ้านโทรไปบอกว่าน�้ำลงแล้ว เหลือแค่ตาตุ่ม จึงกลับมาท�ำความสะอาดบ้านเพราะถ้าแห้งจริง ๆ จะล้างยาก ปรากฏว่าของที่อยู่ชั้นล่างเสียหายหมด เหลือเพียงถ้วยจานที่ล้างท�ำความสะอาดได้ นอก นั้นก็ขนออกไปกองทิ้งหน้าบ้าน อันไหนพอซ่อมได้ก็มีคนมาเก็บเอาไป นอกนั้นเทศบาลก็มาช่วย ขนเอาไปทิ้ง รถจักรยานสามคันแช่น�่ำครึ่งคันสนิมกินเขรอะ โชคดีที่บ้านที่อยู่สูงขึ้นไปท่วมแค่ตาตุ่ม เขาปรับปรุงไว้อย่างดีก่อนน�้ำท่วม เขาบอกขายเรา ก็ตกลงซื้อทันที จัดการล้างดินโคลนออก แล้วก็ขนของเข้าไปอยู่ได้เลย หลังจากลูกสาวคนโตไปอยู่ออสเตรเลียแล้ว ลูกสาวคนเล็กอยู่คนเดียวไม่ได้ เราสองคนตา ยาย ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนลูกก่อนที่น�้ำท่วมสองปี หนึ่งเดือนไปเยี่ยมบ้านจอมบึงครั้งหนึ่ง รถจอดไว้ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕๐

เฉย ๆ นี่เปลืองแบตเตอรี่มาก ไม่ถึงสองปีก็ต้องเปลี่ยนใหม่ เอาจักรยานเสือภูเขามาจากจอมบึงคันหนึ่ง ซื้อให้ภรรยาอีกคันหนึ่ง ตีห้าก็ออกจากบ้าน หลีก เลี่ยงรถถนนใหญ่ ถีบลัดเลาะในสวนเมืองนนท์ ไปวิ่งสนามเฉลิมพระเกียรติ ท่าน�้ำนนบุรีวิ่งแล้วถีบ จักรยานต่อ เข้าบางใหญ่ลัดเลาะเข้าสวนบางกรวยกลับถึงบ้านก่อนเก้าโมง วันเสาร์ อาทิตย์ ก็เข้ากลุ่มไปทางไกลเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ เช่น เกาะเกล็ด บางไทร ตลาดน�้ำตลิ่งชัน วัดตะเคียน วัดมะยม ดอนหวาย นครชัยศรี ฯลฯ ท�ำให้ได้เพื่อนฝูงรู้จักกันและสถานที่ ได้กว้างขวาง พอภรรยาอายุเกินหกสิบถีบจักรยานไม่ไหวแล้ว เหลือวิ่งอย่างเดียวรอบ ๆหมู่บ้าน เราเลย ถีบคนเดียวได้เส้นทางใหม่ ปลอดภัยจากรถถนนใหญ่ เมื่อทางการสร้างทางขนานทางรถไฟไปตลิ่งชัน พุทธมลทลสายหนึ่งถึงเพชรเกษม ไป-กลับ ได้หกสิบ ก.ม. แล้วแต่ความขยันว่าจะถีบใกล้ไกลแค่ไหน พอทางด่วนวงแหวนรอบนอก สร้างคร่อมทางรถไฟเสร็จ ท�ำให้รถวิ่งทางขนานรถไฟหนา แน่นขึ้น จ�ำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่ฝึกซ้อมออกก�ำลังกายใหม่ ที่บางกรวยหลังน�้ำท่วมสวนล่มจม ก็เกิด บ้านจัดสรรขึ้นเป็นดอกเห็ด ก็ได้ถนนรอบหมู่บ้าน สวนศรีโรจน์ ศรีบัณฑิต ศรีวิโรจน์ สมชาย ฯลฯ ถนนรอบ ๆ หมู่บ้าน รวมติดต่อกันเป็นถนนคอนกรีตรอบละ 3 ก.ม. ก็ได้เพื่อนใหม่ เดิน-วิ่ง ถีบจักรยาน ท�ำให้มีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีก กาแลกซี่ลูกสาวคนโตอยากเลี้ยงสุนัข เราก็ค้านว่าการเลี้ยงสุนัขนั้นเป็นภาระมากนะ หนูจะเลี้ยงตัวเล็ก ๆ น่ะ แล้วแกก็ไปซื้อลูกสุนัขพันธุ์มินิเจอร์ ไปเลือกเอาจากฟาร์มว่าเป็นพันธ์เล็กจริง ๆ ต่อมาก็ไปเอาพันธุ์พุดเดิ้ลทอยมาอีกตัวหนึ่ง แกฝึกสุนัขของแกให้ขับถ่ายในห้องน�้ำได้ส�ำเร็จ ต่อมา เมื่อลูกไปอยู่ออสเตรเลียแล้ว ก็เป็นภาระของภรรยา จะไปไหนก็ต้องเอาสุนัขคู่นี้ไปด้วย ภรรยาเราก็ พลอยรักสุนัขคู่นี้ไปด้วย จะไปจอมบึงหรือมากรุงเทพก็ต้องพาไปด้วย ต่อมาก็เป็นภาระหนักล่ะซิ จะไปเที่ยวไหนก็ต้องพาไปด้วยจะไปพัก โรงแรมดี ๆ ก็ไม่ได้ ต้องไปพักโรงแรมชั้นสามที่เขารับสุนัขรับด้วยได้ หรือ รีสอร์ท โรงแรมจิ้งหรีดนั่นแหละ วันหยุดยาวชวนกันไปเที่ยวเหนือทั้งครอบครัว ห้าคน สุนัขอีกสองตัว พักเชียงใหม่สามคืน ขึ้นดอยอินทนนท์ ปางช้าง นั่งช้างข้ามเขาไปแดนกะเหรี่ยง คอยาว วัดสวนดอก วัดพระสิงห์ คืนแรกทานอาหารที่บ้านเฮา พร้อมการแสดง ของชาวเหนือ ทานแบบขันโตก คืนสองทานที่เรือนสุนทรี มีดนตรีพื้นเมือง กล่อม เฮ้อ! การเที่ยวเล่าพอสังเขปก็พอ มันเรื่องยาว ขึ้นไปเชียงราย พักรีสอร์ทจิ้งหรีด แอร์รั่วน�้ำหยดเสียหลังหนึ่ง ชมวัดร่องขุ่นของ อ.เฉลิมชัย ขึ้นไปสามเหลี่ยมทองค�ำ เข้าแม่สาย ข้ามแดนไปทานข้าวเมืองเมียนมามื้อเที่ยง กลับมานอนรีสอร์ท ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕๑

เชียงใหม่ อยู่ที่ถนนคนเดิน เลยเดินกันเสียเหนื่อย ทานอาการเช้าแล้วกลับมาพักที่บ้านชัยนาท หลังจากแม่เทวดาสองตัวได้ขึ้นสวรรค์ไปแล้ว พุดเดิ้ลทอย อายุ 15 ปี มินิเจอร์อายุ 16 เอา ไปท�ำฌาปนกิจที่วัดไก่เตี้ย ตัวละ 4,000 บาท ก็ได้เดินทางไปเที่ยวภูเก็ตโดยแอร์บัสนกแอร์ ได้พัก โรงแรมสี่ดาว ติดหาดป่าตอง ได้ท่องเที่ยวชมการแสดงทุกอย่าง จนทั่วเกาะภูเก็ต หาดป่าตองได้ไป เที่ยวมาสามครั้งแล้ว ครั้งแรกยังเป็นหาดบริสุทธิ์ ไม่มีร้านค้า ปราศจากโรงแรม ครั้งที่สองหาครก ไปด้วยร้านค้า เก้าอี้ ร่มกันแดด ครั้งที่สามนี่ชายหาดโดนเก็บหมดสะอาดตาดี แต่ร้านค้าโรงแรม ยังมีเหมือนเดิม ต่างจากพัทยาชายหาดเคยรกอย่างไรก็ยังคงรกอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครกล้าบังอาจไป จัดระเบียบหาดเหมือนที่อื่น ก็ดีเหมือนกันสามารถเปรียบเทียบอิทธิพลได้อย่างชัดเจนว่าไผเป็นไผ ฮ่ะฮ่ะ หลังจากไม่มีสุนัขนี่ดีเหลือ จะแปรพระราชฐานไปพัทยา ชะอ�ำ หัวหินก็พักโรงแรมห้า ดาวได้ สบายมาก ไม่ดีอย่างเดียวที่ไม่ค่อยมีคนไทย มีแต่ชาวต่างชาติเต็มไปหมด แต่ ปัจจุบันนี้ โรงแรมประสบความวิกฤต เพราะมีชาวต่างชาติมาพักบางตาลงไปมาก ไม่ คึกคักเหมือนแต่ก่อน ฝรั่งงดทัวร์ประเทศไทยไปมาก ก็อาศัยทัวร์จีน เกาหลี เป็นหลัก พัทยาจึงคึกคักไปด้วยชาวจีน เกาหลี พวกนี้ไม่ดูก�ำลังของตัวเอง ตักอาหารมาไว้ที่โต๊ะ ของตน แล้วทานไม่หมด เหลือไว้เต็มโต๊ะดูแล้วน่าอนาจใจ ก็น่าเห็นใจอยู่หรอก เพราะ เขาไม่เคยพบอาหารที่อุดมสมบูรณ์อย่างนี้ในประเทศของตนเอง ที่วัดร่องขุ่น อ.เฉลิม ชัยถึงประกาศไม่ให้ทัวร์จีนเข้า เพราะใช้ห้องน�้ำไม่เป็น ขับถ่ายใน บริเวณวัดให้เลอะเทอะไปหมด ดูคลิปจะได้เห็นชัด ๆ ว่าขนาดนั่ง เก้าอี้ที่มีไว้ให้นั่งพักผ่อนบริเวณวัด ยังอุตส่าห์ถ่ายอุจจาระได้ เอาอะไรกับเขาล่ะ เป็นผู้หญิงด้วย เขามีความสามารถมาก การเดินทางไปออสเตรเลีย สองปีไปครั้ง โดยเก็บเงินไว้เดือนละห้าพัน บาท สองปีก็พอค่าเครื่องสองคนตายาย เจ็ดหมื่นบาท แลกเงินออสซี่ไปใช้ส่วนตัว อันตัวเราหมื่นบาทก็พอส่วนภรรยาใช้มากหน่อยสองหมื่น ไปถึงออสซี่ก็ไม่มีเรื่อง ใช้ เพราะกินอยู่เดินทางท่องเที่ยวอยู่กับเจ้าของประเทศทั้งหมด อยู่สามเดือนยังมี เงินเหลือเป็นร้อยเหรียญ ก็ยกให้ภรรยาแล้วแต่จะซื้ออะไรกลับไทย ชาวออสซี่นิยมไปตั้งแคมปี รถทุกคันจะติดเครื่องพ่วงไปไหนก็ เอาสัมภาระใส่รถพ่วงไป ถ้าเป็นคนรวยก็เป็นรถบ้าน เหมือนบ้านเท่ากับตู้ คอนเทนเนอร์เป็นทั้งครัวที่นอน คนธรรมดาก็พ่วงอุปกรณ์เสบียง ถ้าเป็นในป่าก็มี หลุมใช้ฟืนท�ำ B.B.Q มีห้องน�้ำให้ ทุกหมู่บ้านจะมีสวนสาธารณะไว้บริการ ถ้า ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕๒

เป็นชายทะเลมีเตาไฟฟ้าไว้บริการ มีอยู่ครั้งหนึ่งไปตั้งแคมป์ชายทะเลเจ็ดวัน คืนที่จะกลับอยู่แล้ว ฝนตกหนัก เราอยู่ในเต้นท์มันก็คุ้มฝนดีอยู่ เช้ามืดออกมาฉี่ ปรากฎว่าส่วนที่เป็นระเบียงไว้สัมภาระ หลังคารั่วเท้าสัมผัสน�้ำเปิดไฟดูน�้ำขังนองเลย ต้องวิดออกเป็นการใหญ่ เมื่อท�ำอาหารเช้าเสร็จแล้วก็ เก็บเต้นท์เดินทางกลับ ทานอาหารเที่ยงกลางทาง อาหารฝรั่งทานกันง่าย แค่แฮมก้อนเดียวก็อิ่มแล้ว เครื่องดื่มบริการฟรีเลือกดื่มตามใจชอบ อีกครั้งหนึ่งไปแค้มป์กันที่สวนน�้ำ เพื่อเค๊าท์ดาวส์ปีใหม่กันที่นั่น เมื่อเลือกสถานที่ได้แล้ว ก็จัดการกางเต๊นท์กันสองหลัง เต้นท์ท�ำครัวรับประทานอาหาร อากาศสงบนิ่ง แต่ขอบฟ้าด้านทิศไต้ ท้องฟ้าแดงฉานเลยทีเดียว ลักษณะนี้แสดงว่าเกิดพายุ เราก็คิด ว่าคงไม่ผ่านมาทางนี้หรอก ก็นั่งดื่มไวน์ กับแกล้มอย่างใจเย็น คน อื่น ๆ ก็รับประทานอาหาร ประเดี๋ยวเดียวลมก็กรรโชคมาแรงขึ้น ๆ ตามล�ำดับ เราก็ช่วยกันยึดเต๊นท์แต่ไม่ไหว ตามมาด้วยฝนกระหน�่ำ เปียกปอนไปหมด บางเต๊นท์โดนกิ่งไม้หักทับบาดเจ็บ ภรรยากับลูกไม่ยอมพักที่นี่แล้วไปพักโรงแรมในเมืองดีกว่า ประเดี๋ยวพายุกระหน�่ำมาอีกจะ เดือดร้อนกันใหญ่ พากันขึ้นรถขับเข้าเมือง ทิ้งเต๊นท์ไว้เบื้องหลัง ติดต่อโรงแรมแต่ก็ไม่มีโรงแรมไหน ว่างเลย ในที่สุดก็ได้โรงแรมจิ้งหรีดสองห้อง เอาละวะแค่พักคืนเดียว ตอนเช้าสาย ๆ ก็เดินทางกลับไป ที่เต๊นท์ เห็นสภาพของเต๊นท์แล้วดูไม่จืดเลย ข้าวของเครื่องใช้กระจุยกระจายไปหมด ถ้าเป็นเมืองไทย ละก็ คงไม่มีอะไรเหลือไว้ให้ดูต่างหน้า ที่นี่ไม่มีใครยุ่งของใคร เขามีวัฒนธรรมดีมาก ปีต่อมาไปออสซี่ก่อนคริสมาสหนึ่งวัน ทางออสซี่เขารวมญาติกันวันนี้ โดยที่แต่ละครอบครัว น�ำอาหารไปคนละอย่างสองอย่าง รวมกันที่บ้านใดบ้านหนึ่ง ทานกันทั้งวันไกล้ค�่ำก็แยกย้ายกันกลับ เขาทานเรียบร้อยดีมาก เดินออกจากเก้าอี้ตอนไปตักอาหารเท่านั้น ใช้จานคนละจานเท่านั้น นั่งเก้าอี้ ของใครของมันหันหน้าคุยกันอย่างเดียว ปีนี้ไปตั้งแคมป์เคาท์ดาวน์กันที่ปาร์คใกล้น�้ำตก น�้ำตกต้อง เดินเข้าไปอีกไกล ก็เล่นน�้ำแค่น�้ำไหล ภรรยาโดนแมลงป่องน�้ำต่อยเข้าที่เท้าเข็ดไปเลยไม่ลงน�้ำอีก ต่อไป มีสัตว์ป่าเข้ามาเยี่ยมแคมป์หลายชนิดมีทั้งจิงโจ้ ตะกวด กลางคืนตัวโปสซั่มเข้ามาค้นอุปกรณ์ ท�ำครัวกุกกัก ๆ ออกไปดูเขาก็ไม่หนีคล�ำตัวเล่นได้ จึงขอถ่ายรูปไว้เป็นประจักพยาน ครั้งที่สามไปเดือนพฤษภาคม ที่ออสซี่เป็นฤดูหนาว หนาวมากต้องสวมเสื้อกันหนาวตลอด เวลา คราวนี้ไม่มีใครยอมไปแคมปิ้งกันแล้ว ไปพักผ่อนที่ชายทะเล ฤดูนี้ปลาวาฬหนีหนาวเข้ามา อาศัยอ่าวต่าง ๆ ท�ำให้มีกิจกรรมนั่งเรือออกไปชมวาฬ วาฬนี้ก็ดีเหลือเกิน พอเรือออกไปเขาก็ขึ้นมา เล่นใกล้ ๆ เรือ คนบนเรือโบกมือเฮฮาให้วาฬ เขาก็วนอยู่รอบ ๆ เรือนั่นแหละ จนกระทั่งมีเรือล�ำใหม่ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕๓

มาเขาจึงผละไปหาเรือล�ำใหม่ ในเรือบริการอาหารกลางวัน อาหารว่างอย่างสมบูรณ์ เอาแลนครุยเซอร์ลงเรือขนานยนต์ไปเกาะพาสเซอร์ บนเกาะเป็นทางป่าทุระกัน ดานมาก ชมอุทยานไม้ยักษ์ ต้นไม้ใหญ่ ๆ มาก และทานอาหารเที่ยงกันที่ริมทะเลสาบ อาหารที่เตรียมไปเอง ถนนใช้หาดทรายตอนน�้ำลงจึงใช้ได้ พบปูไข่ตัวใหญ่ก�ำลังเดินลง ทะเล เราจึงจับไปเป็นอาหารเย็นซะเลย จับหอยตลับริมชายหาด ตอนน�้ำลงจะมีทราย ปูดขึ้นมาใช้ช้อนแกงตักลงไปเอาตัวหอย ฝรั่งมันไม่กินหอยตลับได้แต่จับเอาไปเกี่ยว เบ็ด เราเลยกินหอยจนเบื่อ เสบียงที่เตรียมไปกินก็ไม่ได้ใช้ กินหอย ปู ปลาที่จับเอาเอง มีร้านจ�ำหน่ายเครื่องปรุงที่รีสอร์ท ถ้าเห็นฝรั่งมันตกปลาตรงไหนก็ไปตกตรงนั้น ถ้าตก ที่อื่นจะไม่ได้ปลาเลย วันแรกตกเบ็ดไม่ได้ปลาซักตัว ฝรั่งมันสงสารเรา เลยแบ่งให้ 4-5 ตัว พอกิน 5 คน วันรุ่งขึ้นออกไปตกเบ็ดตั้งแต่ตีห้า ได้ปลามาแปดตัวพร้อมกับหอยอีกหนึ่งกระป๋อง เดิน ทางท่องเที่ยวไปตามชายหาดด้านทิศตะวันออก เห็นเรือล�ำใหญ่ลิบๆอยู่เกือบสุดสายตา เข้าไปถึงกลาย เป็นเรือผุ ๆ มันเป็นเรือรบตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง โดนโจมตีบาดเจ็บวิ่งเข้ามาเกยหาด มีชื่อว่าเชอรี่ แอดเวนเจ้อ ตอนนี้เหลือแต่โครงเรือผุ ๆ อุปกรณ์ต่าง ๆ เขาถอดเอาไปหมด ใบพัดเรือเอาไปตั้งโชว์ ไว้หน้าที่ท�ำการรัฐบาล ลองไปยืนเทียบดูมันสูงสุดมือเอื้อม อยู่เกาะนี่กินแต่ หอย ปู ปลา จนเหม็นเบื่อ ต้องเอาเนื้อหมู แกะ ไก่ ออกมาท�ำกินบ้าง เอาละ เรื่องเที่ยวพอไว้แค่นี้แหละ มีอีกยาวเรียกว่าเมืองบีสเบน โคนโค๊ต ซีสนี่ย์ ผ่านมา หมดแล้ว จนนึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนอีก ไปซ�้ำ ๆ มันก็เบื่อ ไปตลาดของเก่าพบหนังสือศิลปะราคาถูก เล่มละห้าเหรียญเทียบเงินไทยก็ร้อยยี่สิบห้าบาทหยิบใส่ลังจนยกแทบไม่ไหว กว่าจะถึงรถต้องพักเหนื่อยหลายครั้ง จนภรรยาโกรธว่าไม่ต้องขนไปให้หมด หรอกแต่เราบอกว่าอย่างไร ๆ ก็ต้องขนไปให้หมด เฮ้อ! อันว่าชีวิตเรานั้นก็ใช้มาคุ้มเกินคุ้มแล้วเห็นทีจะต้องหาย ไปจากโลกนี้เสียที 30 เม.ย. อายุเจ็ดรอบพอแล้ว เวลา 24.00 น. แต่งชุด พระราชทานสีขาวนั่งสงบ อยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชา สวดมนต์สองชั่วโมง นั่งสงบ วิปัสสนากรรมฐาน จิตสงบจึงเอนตัวลงนอนหลับไป ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยชั่ว กาลนานไปงานเรานะ ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรไม่ว่ากันบ้านเราไปง่าย เอาห้าง ตั้งฮั่วเส็งแป้นแลนด์มาร์ค ขอใฟ้เพื่อนทุกคนจงโชคดี วัชรินทร์ จัยทรา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

Slow Live ชีวิตที่เนิบช้า

๑๕๔

รศ ดร.วิชัย วงษ์ใหญ่

¤ÇÒÁÊآ㹡ÒÃãªéªÕÇÔµÇÑÂà¡ÉÕ³

ÍÂÙè·Õè¡ÒúÃÔËÒÃ

¨Ñ´¡ÒêÕÇÔµ·ÕèÊÁ´ØÅ ÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢·Ø¡ªèǧÇÑ ÀÒÃÐ˹éÒ·Õè¡Òçҹ ªèǧàÇÅÒ¹ÕéÊÒÁÒöàÅ×Í¡·Ó ã¹ÊÔ觷Õèà»ç¹»ÃÐ⪹ìµèÍÊèǹÃÇÁ áÅеéͧäÁè·ÓãËéµÑÇàͧ à¤ÃÕ´ äÁèÇèÒ¨Ðà»ç¹ÀÒÃЧҹÊ͹ ·Õè»ÃÖ¡ÉÒ ¡ÃÃÁ¡Òà ¼Ùé·Ã§¤Ø³ÇزÔÇÔªÒ¡ÒâͧÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑ áÅСÃÃÁ¡ÒÃÍ×è¹æ ¡Ò÷ӧҹâ´ÂãËéàÇÅÒà¾×èͧҹ à¾×èͤÃͺ¤ÃÑÇ àÁ×èÍ¡éÒÇà·éÒÍÍ¡¨Ò¡·Õè·Ó§Ò¹¡çÇÒ§àÃ×èͧ§Ò¹·Ñé§ËÁ´äÇé·Õè·Ó§Ò¹ àÁ×èÍà¢éÒºéÒ¹¡çà»ç¹àÇÅҢͧ¤Ãͺ¤ÃÑÇ ¡Òþٴ¤Ø ¡ÒÃÊÃéÒ§ ÊÑÁ¾Ñ¹¸ÀÒ¾ ¡ÒôÙáÅàÍÒã¨ãÊè ¡ÒÃãËé¡ÓÅѧ㨠ÁÕàÇÅÒÊÓËÃѺ ¾Ñ¡¼è͹ ·èͧà·ÕèÂÇã¹»ÃÐà·ÈáÅеèÒ§»ÃÐà·ÈÁÒ¡¢Öé¹ ¡ÇèÒ µÍ¹·ÕèÂѧäÁèà¡ÉÕ³ ¡ÒôÓà¹Ô¹ªÕÇԵẺ¤èÍÂà»ç¹¤èÍÂä»ÍÂèÒ§ÁÕÍÔÊÃÐ ªÐÅ͵ÑÇàͧäÁèãËéäËÅÍÂèÒ§äÃé·ÔÈ·Ò§ 仵ÒÁ¡ÃÐáÊÊѧ¤Á ·Ó·Ø¡ÍÂèÒ§´éǤÇÒÁªéÒŧà»ç¹¡ÒÃÊÃéÒ§¾ÅѧÊÁ´ØŢͧªèǧ àÇÅÒ·ÕèàËÅ×ͧ͢ªÕÇÔµ à¾×èÍãËéʵԫÖÁ«ÒºªÕÇÔµ·ÕèÁÕ¤ÇÒÁËÁÒ ÁÒ¡¢Öé¹ ÍÂÙè¡Ñº»Ñ¨¨ØºÑ¹ ¹Óµ¹àͧÍÍ¡¨Ò¡âÅ¡ Social media ÊÑ¡¾Ñ¡ à¾×èÍʹ㨤¹Ãͺ¢éÒ§ãËéÁÒ¡¢Öé¹ ãÊèã¨ã¹¸ÃÃÁªÒµÔ ÊÔè§áÇ´ÅéÍÁ ªÓÃШԵã¨ãËé»ÃÒȨҡ¡ÔàÅÊ ä´éá¡è âÅÀÐ â·ÊÐ âÁËÐ áÅйÔÇóì 5 àÁ×èÍʵԼ١¡Ñºã¨ãËéà¨ÃÔ­ÊÁÒ¸Ô ·ÓÊµÔ ãËéÁÒ¡¢Öé¹ ã¨à»ç¹ÊÁÒ¸Ô ÊÔ觷ÕèµÒÁÁÒ¤×Í »ÑญญÒ ­­ ÇÑ 70 »Õ¢Öé¹ä» ¡ÒÃà»ç¹¼ÙéÊÙ§ÍÒÂØ·ÕèÁÕ¾Åѧ Aging will áµè¤ÇÒÁàÊ×èÍÁ¢Í§ÃèÒ§¡Ò¨еÒÁÁÒ à»ç¹â¹è¹à»ç¹¹Õè ·Ñ駷Õè¤Í ´ÙáÅÊØ¢ÀÒ¾ÍÂèÒ§ÊÁèÓàÊÁÍ àÃÔèÁ¹Óá¼¹¡ÒôÓà¹Ô¹ªÕÇÔµ·Õè·Ó ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕๕

รศ.ดร.าิชัย วงษ์ใหญ่และ รศ.ดร.ปิยะวดี ท่องเที่ยวต่างประเทศและเยี่ยมเยือน สถาบันที่เคยศึกษา

äÇéã¹ÇÑÂà¡ÉÕ³ÁÒ·º·Ç¹ ºÒ§ÍÂèÒ§ÊÒÁÒö´Óà¹Ô¹¡ÒÃä´é¡ç àÃÔèÁ·Ñ¹·Õ à¾×èÍäÁèãËéà»ç¹ÀÒÃСѺ¤Ãͺ¤ÃÑÇáÅкؤ¤ÅÍ×è¹ ¹Ó à¤Ã×èͧÃÒªÍÔÊÃÔÂÒÀóì·Õèä´éÃѺ¾ÃÐÃÒª·Ò¹ÁÒ·Ñé§ËÁ´ äÁèÇèÒ ¨Ðà»ç¹àËÃÕ­¨Ñ¡Ã¾ÃôÔÁÒÅÒ ÊÒÂÊоÒ·Ñé§ 3 ÊÒ ¹Ó令׹¡Í§¡ÒÃà¨éÒ˹éÒ·Õè¢Í§ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑ ·Ó¾Ô¹Ñ¡ÃÃÁªÕÇÔµ Living will ËÃ×Í˹ѧÊ×Í»¯Ôàʸ¡ÒÃÃÑ¡ÉÒ áÊ´§¤ÇÒÁµéͧ¡Òà ¼Ùé»èÇ ä»ÂѧᾷÂì ¾ÂÒºÒÅ áÅкؤÅÒ¡ÃãËé¡ÒôÙáÅÃÑ¡ÉÒÇèÒ ÁÕ¤ÇÒÁ»ÃÒö¹Ò¨Ð¨Ò¡ä»ÍÂèҧʧº àÁ×èÍà»ç¹¼Ùé»èÇÂÃÐÂÐ ÊØ´·éÒ áÅеéͧà¨ÒÐ¤Í à¾×èÍãÊè·èͪèÇÂËÒÂã¨ËÃ×ÍäÁèµéͧ¡Òà ¶Ù¡»ÑêÁËÑÇ㨠áµèµéͧ¡ÒÃàÊÕªÕÇÔµÍÂèҧʧº à¾ÃÒÐÃèÒ§¡Ò ¤×Í¸ÒµØ 4 ¤×Í ´Ô¹ ¹éÓ ÅÁ ä¿ áÅÐä´é·Ó¡ÒúÃÔ¨Ò¤ÃèÒ§¡Ò ãËé¡Ñºâç¾ÂÒºÒÅàÃÕºÃéÍÂáÅéÇ ÊÃþÊÔè§ã¹âÅ¡áÅШѡÃÇÒÅ ÂèÍÁà¡Ô´¢Öé¹ à»ç¹ä» áÅдѺŧ´éÇÂà˵ØáÅлѨ¨ÑµÒÁËÅÑ¡ ÍÔ·Ñ»»Ñ¨ÂµÒ ÊÃþÊÔè§Åéǹà¡Ô´´Ñº à¾ÃÒÐàª×èÍÁâ§ÍÒÈÑ¡ѹ àÁ×èÍÊÃþÊÔè§á»Ãà»ÅÕè¹仨ҡÊÀÒ¾à´ÔÁÂèÍÁÁռšÃзºµèͪÕÇÔµ àÃÒ¨Ö§µéͧ´ÓçªÕÇÔµÍÂèÒ§à¢éÒ㨸ÃÃÁªÒµÔ áÅÐàÍ×éÍÍҷõèÍ ÊÃþÊÔè§ ¾ÃéÍÁ·Õè¨Ð¡ÅѺ¤×¹ÊÙèÊÀÒ¾à´ÔÁ ¤×Í ´Ô¹ ¹éÓ ÅÁ ä¿ ÇԪѠǧÉìãË­ญ่ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕๖

เล่าสู่กันฟัง

ประสบการณ์ชีวิตหลังเกษียณ ของ

ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ฝรั่งเศส

วิเชียร อินทรกระทึก

ธรรมมงคล - มงคลธรรม

ถึงวัย 80 ปี มีโอกาส อวดรู้ อวดฉลาด เรื่องค�ำสอน แนวสัจธรรม เป็นค�ำกลอน ก็ขอวอน เพื่อนเรา จงเข้าใจ จิตสะอาด จิตสว่าง จิตสงบ ก็จะพบ สันติสุข ไม่สงสัย รู้จักพอ รู้จักให้ สบายใจ รู้อภัย ยกโทษ ไม่โกรธกัน รักกัน ไว้เถิด เกิดความสุข จะละลาย คลายทุกข์ เกษมสันต์ จงคิดดี ท�ำดี ทุกวี่วัน ค�ำพูดนั้น ต้องดี มีคุณจริง ธรรมะดี ธรรมดา ธรรมชาติ ทุกคนมี โอกาส จะเข้าถึง นรก สวรรค์ ชั้นดาวดึงษ์ ขอให้พึง รับรู้ อยู่ที่ใจ นิพพานอยู่ ใกล้ตัว ทั่วทุกแห่ง ไม่ต้องแข่ง ท�ำบุญ ทุนจะหาย ไม่ต้องคอย ชาติหน้า เวลาตาย อยู่สบาย กินสบาย ก็พอเพียง ต้องมีศีล สมาธิ สตินั้น วิปัสสนา ของส�ำคัญ ไม่หลีกเลี่ยง เกิดวิชชา เกิดปัญญา ไม่เอนเอียง เกิดความเที่ยง สัจธรรม น�ำจิตใจ รู้ทุกข์ สมุทัย นิโรจน์มรรค ก็จักแก้ทุกข์ ทุกสิ่งได้ หมดทุกข์ สันติสุข ก็เกิดไว คิดสิ่งใด ก็จะสม อารมณ์เทอญ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕๗

ประสบการณ์/วิชาชีพ

- รับราชการครูสอนวิชาศิลปะ ตั้งแต่ พ.ศ.2505-2540 - ต�ำแหน่งสุดท้าย อาจารย์ 3 ระดับ 8 - ผู้ก่อตั้งคณะศิลปหัตถกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี เมื่อปี พ.ศ.2519 เขียนหนังสือเรื่องประติมากรรม SCULPTURE เมื่อ พ.ศ.2539 จัดพิมพ์และจ�ำหน่าย โดยส�ำนักพิมพ์อักษราพิพัฒน์ - ผู้ก่อตั้งบริษัท ดีไวนครินทร์ จ�ำกัด ตั้งแต่ พ.ศ.2515 รับงานออกแบบเขียนแบบ และก่อสร้างงานทางสถาปัตยกรรมทั่วไป - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะมนุษยศาสตร์ ภาควิชาศิลปกรรม มหาวิทยาลัย ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา - อกค.เฉพาะกิจ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาศิลปกรรม กรมอาชีวศึกษา กระทรวง ศึกษาธิการ ผู้ประเมินอาจารย์ 3 ระดับ 8 - ได้รับเชิญจากคณะกรรมาธิการกิจการรัฐสภา ไปศึกษาและดูงานด้านศิลป วัฒนธรรม ในสหรัฐอเมริกา - ได้รับเชิญจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ ไปศึกษาและดูงานกิจการสหกรณ์ และศิลปวัฒนธรรม ในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ผมชอบใจชื่อ “โรงเรียนเพาะช่าง” มาก แปลกเก๋จริง ๆ โรงเรียนอื่น ๆ เช่น ช่างก่อสร้าง ช่างกล ก็ดีล้วนแต่ระบุเจาะจงถึงอาชีพที่จะต้องไปท�ำเมื่อเรียน จบแล้ว แต่เพาะช่างนี้ท�ำได้หมด ส่งมาเถอะท�ำได้หมด จนผมมีค�ำพูดติดปากว่า “ผมท�ำได้” ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิครับ นายกสมาคมศิษย์เก่าของเราคนปัจจุบัน คุณปราจิน เอี่ยมล�ำเนา เป็นเจ้าของบริษัทในเครือกรังค์ปรีซ์ คุณก�ำธร อินทรพิชัย ท�ำจิวเวลรี่ส่งออก คุณก่อเกียรติ แย้มมีศรี ผลิตและจ�ำหน่ายวัสดุก่อสร้าง คุณสุเทพ วงศ์ก�ำแหง ร้องเพลงและเล่นการเมือง ฯลฯ คนเหล่านี้มีน�้ำใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความ รักและความศรัทธาให้สถาบัน เสียสละ มีน�้ำใจ รักพวกพ้องน้องพี่ โดยไม่หวังผล ตอบแทนใดๆ ขอสรรเสริญด้วยความจริงใจครับ แต่เราจะไม่แปลกใจเลยที่ผู้คิด ค�ำว่า ”โรงเรียนเพาะช่าง” นี้คือ สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า กษัตริย์ผู้เป็น ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕๘

“ขอให้โรงเรียนเพาะช่างของไทย ซึ่งได้เริ่มท�ำการปลูกเพาะช่างขึ้นแล้วนี้ งอกงามและ แตกกิ่งก้านสาขา ผลิดอกออกผล น�ำความเจริญให้แก่ชาติบ้านเมืองของเราตลอดไป ในบัดนี้และเมื่อหน้าเถิด” ชื่อ ”โรงเรียนเพาะช่าง” นี้เป็นอมตะ อยู่มาได้ครบร้อยปีแล้ว และจะคงอยู่ต่อไปอีกเป็นร้อยเป็นพันปี ขออย่าได้เปลี่ยนชื่อเลยพ่อคุณแม่คุณ ขอ เก็บไว้เป็นต�ำนานเถอะ และขอเสนอแนะให้ผู้บริหารชุดปัจจุบัน จัดท�ำแผ่นป้ายถาวร เป็นข้อความในพระราชด�ำรัสนี้ ติดตั้งให้เด่นชัดและสง่างามด้วย จะเป็นเกียรติและ ศักดิ์ศรีของสถาบัน และเป็นที่รับรู้รับทราบด้วยความยินดีทั้งคณะครูอาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และผู้เข้าเยี่ยมชมทุกท่านตลอดไป ตัดสินใจ ผมถือว่าตัวเองโชคดี มากที่เลือกเรียนที่เพาะช่าง เพราะในปี พ.ศ. 2499 นั้น ผมสอบติดที่ช่างศิลป์ รุ่นเดียว กับท่านชวน หลีกภัยเสียด้วย มันฝังใจมาแต่เล็กแต่น้อยแล้วว่า อยากเป็นคนเก่งคน ดี ต้องเรียนเพาะช่าง และเพาะช่างเท่านั้นที่จะท�ำให้ตัวเองเป็นคนเด่นคนดังได้ เมื่อ ได้เรียนสมใจแล้ว จะหนีไปไหนกันเล่า คิดได้ดังนั้นแล้วก็ตัดสินใจลงทะเบียนเรียน แผนกฝึกหัดครูรอบเช้าทันที แค่อยู่ปี 1 ก็งานเข้า มีญาติที่ผมอาศัยอยู่ด้วยถามว่า เขียนรูปเหมือนได้ไหม "ได้สิครับ" ผมอยากอวดฝีมือเต็มที่อยู่แล้ว ก็เลยได้เขียนภาพ เหมือนด้วยสีฝุ่นจีนเป็นรูปแรกทั้งที่ไม่เคยท�ำมาก่อนเลย ส�ำเร็จครับเหมือนด้วย สวย มีชีวิตชีวา ไม่แข็งทื่อแบบที่ช่างจีนเขียนทั่วไป ก็เลยพัฒนาเป็นเขียนด้วยสีชอล์ก และ สีน�้ำมันในภายหลัง ท�ำให้ผมรู้สึกมีความสุขมากขึ้นเพราะมีรายได้พอใช้จ่ายระหว่าง เรียน พอขึ้นชั้นปีที่ 2 พี่สาวผู้มีอุปการคุณที่ดอนหวาย มีร้านตัดเย็บเสื้อผ้าและรับ สอน อยากได้หุ่นโชว์เสื้อผ้า ถามว่าจะปั้นให้หน่อยได้ไหม ผมก็ต้องบอกว่า "ได้สิครับ" ทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่รู้ว่าเขาท�ำกันอย่างไร สมัยนั้นหุ่นโชว์มีอยู่แห่งเดียวที่ไทยไพรัชบางล�ำภู ผมก็เข้าไปที่ร้านขายหุ่นเพื่อขอดูในฐานะนักเรียนเพาะช่าง ซึ่งเข้าไหนเข้าได้อยู่แล้ว เจ้าของร้านก็ใจดีพาไปดูถึงโรงงานผลิตแถวบางยี่ขัน ท�ำให้รู้ขั้นตอนขบวนการผลิต อย่างละเอียด ผมเริ่มปั้นหุ่นหญิงสาวเต็มตัวท่ายืนแบบโชว์ โดยมีเพื่อน ๆ เป็นนางแบบ ให้ เมื่อปั้นหุ่นเสร็จแล้วก็ถึงขั้นตอนท�ำแม่พิมพ์ เป็นงานยากที่สุดเพราะไม่เคยท�ำมา ก่อน และหุ่นโชว์นั้นจะต้องหล่อเป็นท่อน ๆ ถอดประกอบได้ เช่น ส่วนหัว ส่วนล�ำตัว ส่วนแขนทั้ง 2 ข้าง ส่วนขาทั้ง 2 ท่อนเมื่อประกอบแล้วต้องยืนทรงตัวอยู่ได้ไม่ล้ม หน้า และมือต้องจัดลีลาได้ แล้วต้องพ่นสีหุ่นให้เหมือนคนจริง พ่นสีและเขียนคิ้ว ตา ปาก และผมให้เป็นธรรมชาติ วัสดุที่ใช้คือปูนพลาสเตอร์ที่ใช้ในการหล่อทั่วไป ทั้งหมดนี้ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๕๙

ส�ำเร็จได้ด้วยฝีมือเด็กเพาะช่างระดับ ปวช.ปี 2 เท่านั้นเอง ผมมีความเชื่อมั่นในฝีมือ และความรู้ที่ได้จากเพาะช่างมาก จึงกล้าตอบทุกคนที่ถามว่า “ผมท�ำได้ครับ” ปลาย ปีพ.ศ.2500 เมื่อผมจบปวช.ปี 2 แล้วก็มีโอกาสไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากร คณะ จิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ซึ่ง อาจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้คัดเลือกด้วย ตนเอง มีผู้สอบผ่านเพียง 15 คน เป็นเด็กเพาะช่างถึง 3 คนคือ 1) นายถวัลย์ ดัชนี จบชั้น ปวช.ปี 3 2) นายวันชัย ทะมิชาติ จบชั้น ปวช.ปี 2 3) นายวิเชียร อินทรกระทึก จบชั้น ปวช.ปี 2 ครั้งแรกผมตัดสินใจไม่ไปเรียนเพราะ 1) เสี่ยงเกินไป ถ้าเรียนไม่จบอนุปริญญา ก็จะไม่ได้วุฒิอะไรเลย 2) ไม่มีเงินลงทะเบียนเพราะฐานะไม่เอื้ออ�ำนวย 3) ผมมีเพื่อนดีๆมากมาย และมีครูอาจารย์ที่เป็นกันเอง พูดคุยกันรู้เรื่อง คิด ดูสิครับผมเรียนเพาะช่างมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน 200-300 คน แต่ไปที่ศิลปากรมีเพื่อน 14 คน 4) อยู่เพาะช่างมีเวลาหาเงิน เพราะช่วงบ่าย ๆ จะว่างทุกวัน ส่วนศิลปากร เข้มข้นมาก เรียนตั้งแต่ 2 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น หมดแรงที่จะท�ำงานพิเศษได้ แต่กรรมเวรมีจริงท�ำให้ผมต้องจากเพาะช่างทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาอันควร เพราะ 1) เพื่อนดี ๆ มากมายจากเพาะช่างนั่นแหละด่ากันระงม หาว่าผมโง่และบ้า มีโอกาสขนาดนี้แล้วไม่เอา 2) เพื่อรุ่นพี่ที่ชื่อคุณชิ้น เนาว์เย็นผล พนักงานขับรถเมล์สายบางแค - พาหุรัด ท่านไปบวชอยู่วัดดอนหวาย 1 พรรษา ผมไปเยี่ยมท่านก็ถามถึงเรื่องเรียน ก็เล่าให้ ฟังว่าไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ไม่เรียนเพราะไม่มีเงิน ท่านถามว่ามันต่างกัน อย่างไร ก็บอกท่านว่าที่เรียนอยู่มันเป็นโรงเรียน แต่ที่ใหม่มันเป็นมหาวิทยาลัย ท่าน ก็เข้าใจ จึงน�ำสร้อยทองค�ำหนัก 3 บาทมามอบให้ แล้วบอกให้ไปขายเอาเงิน ตอน นั้นทองค�ำบาทละ 400 บาท ก็เลยมีเงินไปลงทะเบียนเรียน นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผมยังไม่ได้ชดใช้หนี้ท่านเลย 56 ปีแล้ว ชาติหน้าผมคงต้องใช้หนี้ทบต้นทบดอกบาน ตะไทแน่ ๆ ผมกับคุณวันชัยเรียนจบอนุปริญญา 3 ปี ส่วนคุณถวัลย์เรียนจบปริญญา 5 ปี มีผมเป็นข้าราชการครูกรมอาชีวะเพียงคนเดียว สมัยนั้น พ.ศ. 2505 เพาะช่างของ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖๐

เรายังสังกัดกรมอาชีวะอยู่ด้วยกัน ผมสอนวิชาออกแบบเขียนแบบลวดลายประดิษฐ์ ให้แก่นักเรียนการช่างสตรีธนบุรีอยู่ประมาณ 14 ปี ประมาณ พ.ศ. 2519 เพาะช่าง ก็ยกระดับฐานะขึ้นเรื่อย ๆ ท่านเฉลิม นาคีรักษ์ ซึ่งด�ำรงแหน่งผู้อ�ำนวยการในสมัย นั้น ต้องการยกระดับเพาะช่างให้เป็นมหาวิทยาลัยเต็มตัว โดยยกเลิกการสอนระดับ ปวช. มีสอนแค่ระดับอุดมศึกษาเท่านั้น ท่านจึงไปหาผมที่โรงเรียน ซึ่งขณะนั้นเป็น วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรีแล้ว ท่านก็บอกวัตถุประสงค์ให้ฟัง แต่ท่านผู้อ�ำนวยการ สมัย ปัญญาสุขท่านเกรงจะเกิดปัญหาการปกครอง เพราะคุ้นเคยแต่ผู้หญิง ไม่เคย มีลูกศิษฐ์ผู้ชายมาก่อน ข้อนี้ผมขอรับผิดชอบเอง แต่ติดขัดที่เรามีข้อจ�ำกัดในเรื่อง อาคารเรียน ครูและอุปกรณ์การศึกษา เรื่องอาคารเรียนนั้นพอจัดการแก้ไขได้ เพราะ มีห้องว่างอยู่ ห้องปฏิบัติการที่สกปรกเลอะเทอะก็สร้างอาคารชั่วคราวได้ ส่วนเรื่อง ครูท่านอาจารย์เฉลิมก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงจะส่งนักศึกษาฝึกสอนมาช่วยเต็มที่ ส่วนเครื่องมือและอุปกรณ์นั้นโรงเรียนต้องจัดซื้อจัดจ้างเอง แต่แหล่งที่ผลิตก็คือที่ เพาะช่าง และผู้ที่เคยผลิตส่งที่เพาะช่างอยู่แล้ว ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ มีไว้ให้ เราแก้ ไม่ได้มีไว้ให้เรากลุ้ม ทุกสิ่งทุกอย่างลงตัว ผมดีใจมากที่ได้เป็นผู้ท�ำหน้าที่ เพาะช่างเอง ท�ำหน้าที่ทุกอย่าง สอนทุกวิชา ยกเว้นวิชาสามัญ ปกครองดูแลสั่งสอน อบรมได้รู้ว่าเราเป็นช่าง และเป็นลูก ๆ ของพระวิษณุกรรม ต้องสร้างสรรค์แต่สิ่ง ที่สวยงามและมีประโยชน์ เครื่องมือเครื่องใช้ของช่างนั้นอ่อนโยน ไม่แข็งกระด้าง เหมือนช่างไม้ ช่างกล คนที่มีจิตใจอ่อนโยนละเอียดอ่อนเท่านั้น จึงจะเป็นนักศิลปะที่ ดีได้ นอกจากนั้นแล้ว ท่านอาจารย์เฉลิมยังเอาใจใส่ดูแลเสมือนว่าเด็กเหล่านั้นเป็น ลูกของท่านเอง หมั่นเยี่ยมเยือนให้ก�ำลังใจ ละเป็นเจ้าพิธีครอบครูช่างศิลป์ให้กับ ลูกศิษย์อยู่เสมอ ท่านอาจารย์รู้ว่าผมส�ำเร็จแค่อนุปริญญาเท่านั้น ท่านจึงชักชวนให้ ผมเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่เพาะช่างอีกด้วย ผมได้ปฏิเสธไป เพราะศิลปากร สมัยนั้นส่วนใหญ่ร้อยละ 90 จบอนุปริญญา จึงไม่เห็นความส�ำคัญของการเรียนต่อ แต่ท่านอาจารย์เฉลิมก็กรุณาต่อผมมาก บอกว่าเอาเถอะ อย่างนั้นครูจะเว้นที่เรียนไว้ ให้เธอ พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปเรียนแล้วกัน ในที่สุดผมก็ตัดสินใจไปเรียนโดยไม่ต้องสอบ ไม่ได้ขออนุญาตโรงเรียน เพราะต้องท�ำหน้าที่หัวหน้าคณะสอนตามปกติ จัดการทุก อย่างชนิดไม่บกพร่อง แต่ผมถูกแป้กเงินเดือน 2 ปี เพราะถือว่าไปเรียนประเภท ข ทั้งที่ผมไปท�ำงานและเซ็นชื่อไปกลับทุกวัน เพราะผมไม่ได้ลาไปเรียน เมื่อเรียนจบ แล้วชีทางโรงเรี วิ ต ห ลั ง เยกนขึ ษี ย้นณ 2 ชั้น 2 ปีซ้อนเพื่อชดเชย แต่ผมไม่ดีใจเลย เพราะเสียดายที่


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖๑

เราทุ่มเทท�ำงานหนักมาตลอดระยะเวลาที่ก�ำลังเรียน ท่านผอ.เฉลิมครับ อานิสงค์ของ การที่ท่านบังคับให้ผมได้ศึกษาต่อนั้น ท�ำให้ผมได้รับตอบแทนอย่างคุ้มค่า เช่นเมื่อผม เกษียณอายุราชการแล้ว ทางกรมอาชีวศึกษาได้เชิญผมไปเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อประเมินผลงานอาจารย์ 2 สาขาศิลปกรรม ขึ้นเป็นอาจารย์ 3 ระดับ 8 ซึ่งผมถือว่า ได้มีส่วนสนับสนุนศิษย์เก่าทุกคนที่ผ่านการประเมินจากผม มหาวิทยาลัยราชภัฏ บ้านสมเด็จเจ้าพระยาได้เชิญให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะมนุษยศาสตร์ภาค วิชาศิลปกรรม เป็นผู้สอนวิชาการเขียนภาพทิวทัศน์และการออกแบบ เป็นผู้ออกแบบ และตกแต่งลานสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จเจ้าพระยา และเป็นผู้ร่วมปรับปรุงหลักสุต

ผลงานด้านสถาปัตยกรรม

รสู่ความเป็นเลิศทางศิลปกรรมของคณะอีกด้วย นอกจากงานด้านวิชาการแล้ว ผมได้ รับออกแบบ-เขียนแบบด้านสถาปัตยกรรมหลากหลายชนิด และรับเหมาก่อสร้างอยู่ จนถึงปัจจุบันนี้ มีงานท�ำต่อเนื่องไม่ขาดตอนเลยครับ นอกจากท่าน ผอ.เฉลิมแล้ว ผม กล้ากล่าวด้วยความสัตย์จริงว่า อาจารย์ทุกท่าน ทั้งที่สอนผมก็ดี ไม่ได้สอนก็ดี เป็น ผู้ที่ท�ำหน้าที่ครูอาจารย์ได้อย่างสมบูรณ์ มีความรู้ ความสามารถ และมีความเมตตา กรุณาต่อลูกศิษย์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งยังท�ำหน้าที่ปกป้อง เทิดทูนสถาบัน สมกับการเป็นปูชนียบุคคลอย่างแท้จริง ขอให้ทุกท่านจงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ และธนสารสมบัติ เทอญ.

ร่วมสังสรรค์กับเพื่อน แดงด�ำ๙๙ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖๒

ร้อยปีดีดัก เพาะช่างที่รักได้ถือก�ำเนิดเกิดมา

เพาะเอ๋ยเพาะช่าง งามสะพรั่งร้อยปีไม่มีเฉา ผิดแผกแตกต่างจากพวกเรา ร้อยปีไม่มีเงาให้เห็นเลย ศิลปะนั้นอยู่ยืนยง แต่ชีวิตไม่มั่นคงนะเพื่อนเอ๋ย อย่าประมาทขาดศิลปะละเลย อย่าเพิกเฉยศิลปวัฒนธรรม จะกลายเป็นคนอนาอารยะ ไม่มีองค์ศิลปะช่วยอุปถัมภ์ จะท�ำผิดคิดร้ายต่อศีลธรรม จะก่อกรรมต่อธรรมของสัมมา เรามีองค์เทพศักดิ์สิทธิ์วิษณุ ช่วยให้บรรลุสิ่งสรรหา จะสรรสร้างงานช่างต่างๆนานา ต้องบูชาขอพรจากพระองค์ จะสัมฤทธิ์ผลิตประโยชน์โภชน์ผล บันดาลดลให้สมปรารถนา เราต้องเป็นคนดีมีวิชา มีสัมมา วายามะ พยายาม เราโชคดีมีองค์กษัตริย์สร้าง โรงเรียนเพาะช่าง แห่งสยาม ทรงประทานไว้ให้เป็นมงคลนาม จนงอกงามไม่น้อยกว่าร้อยปี โรงเรียนของเรามีเสาหลัก เสาทั้งหกปกปักแห่งศักดิ์ศรี อยู่ตึกกลางวางท่าสง่าดี หกเสามีความหมายขยายความ มีระเบียบเรียบร้อยตามระบบ อาวุโสเราเคารพไม่เหยียดหยาม ปลูกความรักสามัคคีดีงาม พยายามรักษาหน้าที่ตน เรามีประเพณีที่ดีเลิศ เรามีจิตใจประเสริฐไม่สับสน มีเสาหลักทั้งหกปกป้องตน จึงเป็นคนสมบูรณ์จ�ำรูญใจ ถึงโลกสมัยใหม่ไร้พรมแดน ไม่มีสิ่งทดแทนเพาะช่างได้ เพาะช่างคงอยู่คู่เมืองไทย ตลอดไปตลอดกาลนานเทอญ.

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เล่าสู่กันฟัง 2

๑๖๓

วีระ มีมาก

ว่าที่ ร.ต.วีระ มีมาก ผอ.เชี่ยวชาญ ระดับ 9 ÇÕÃì ÊØÀÒ¾ºØÃØÉáË觷ÕèÃÒºÊÙ§ ÍÕÊÒ¹µÍ¹ÅèÒ§ à¡Ô´ ³ Í.ªØÁ¾ÅºØÃÕ ¨.ÊØÃÔ¹·Ãì 17 ¸Ñ¹ÇÒ¤Á 2481 »Ñ¨¨ØºÑ¹ÍÂÙèºéÒ¹àÅ¢·Õè 41 µ.·Øè§â¾¸×ì Í.àÁ×ͧ ¨.ÊØÃÔ¹·Ãì â·ÃÈѾ·ì 044-513613, Á×Ͷ×Í 081-3901034 ÊÁÃÊáÅéÇ Áպصà 2 ¤¹ ชื่อ ก่อศักดิ์ และ นที

¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ

ËÅѧ¨ºªÑé¹ Á.6 ¨Ò¡¨Ñ§ËÇÑ´ÊØÃÔ¹·Ãì ä´éà¢éÒÁÒÈÖ¡ÉÒµèÍ·Õè Ã.Ã.à¾ÒЪèÒ§ (ÃͺºèÒÂ) ¨ºà¾ÒЪèÒ§ »Õ 5 ».Á.ª. ¨ÔµÃ¡ÃÃÁ áÅéÇä»ÊÁѤÃà»ç¹¤ÃÙ Ã.Ã.ÃÒÉ®Ãì 2 »Õ »Õ ¾.È.2506 ä´éà¢éÒÃѺÃÒª¡ÒÃà»ç¹¤ÃÙ Ã.Ã.»Ò¡¹éÓÇÔ·ÂÒ¤Á ࢵµÅÔ觪ѹ ¡·Á. (¡ÃÁÊÒÁÑ­ญÈÖ¡ÉÒ à»Ô´Ê͹ Á.1-6) à¢éÒ«Í ¨ÃѭʹԷǧÈì 35 ÃÐÂзҧ 6 ¡Á. ËÃ×ͫ;³Ôª¡Òø¹ºØÃÕ ¨ÃѭʹԷǧÈì 13 ÃÐÂзҧ»ÃÐÁÒ³ 6 ¡Á.àªè¹¡Ñ¹ »Ñ¨¨ØºÑ¹ä´éà»ÅÕ蹪×èÍâçàÃÕ¹ à»ç¹âçàÃÕ¹ÍغÅÃѵ¹ìÃÒª¡ÑÅÂÒÃÒªÇÔ·ÂÒÅÑ - »Õà´ÕÂǡѹ¹Õé ä´éÊͺà¢éÒÈÖ¡ÉÒµèÍÀÒ¤¤èÓÇÔ·ÂÒÅÑ ÇÔªÒ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ»ÃÐÊÒ¹ÁԵà àÍ¡Êѧ¤ÁÈÖ¡ÉÒ ÃѺ»ÃÔญญÒ ¾ÃéÍÁ¡Ñº ¼È.Á§¤ÅáÅÐà¾×è͹æ ÍÕ¡ËÅÒ¤¹àªè¹ ¼È.ÇѪÃÔ¹·Ãì ¨Ñ¹·ÃÒ ¾Å.Ã.µ.ÊÁѤà ˹Ùä¾âè¹ì Ï - ËÅѧ¨º¡ÒÃÈÖ¡ÉÒä´éµÑé§ã¨·Ó§Ò¹ÍÂèÒ§ÁØè§ÁÑè¹áÅÐ ¾Ñ²¹Ò µèÍÁÒ¡ÃÁÊÒÁÑ­ญä´é¡ÅØèÁâçàÃÕ¹¾Ô¨ÒóҤѴàÅ×Í¡ ¼ÙéªèǼÙéÍӹǡÒà à¾×èÍà¢éÒÃѺ¡ÒÃͺÃÁ àµÃÕÂÁà»ç¹¼ÙéºÃÔËÒà ÃдѺÊÙ§ 㹡ÅØèÁÁÕËÅÒÂâçàÃÕ¹ áµèÅÐâçàÃÕ¹ÁÕ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖๔ ผÁ⪤´Õä´éÃѺ¤Ñ´àÅ×èÍ¡ áÅФѴàÅ×Í¡àÍÒà¾Õ§ 1 ¤¹à·èÒ¹Ñé¹ à¢éÒÃѺ¡ÒÃͺÃÁ·ÕèâçàÃÕ¹ À.».Ã. ÃÒªÇÔ·ÂÒÅÑ à»ç¹àÇÅÒ 1 à´×͹ ËÅѧ¨Ò¡ÍºÃÁ ¡ÃÁϨÐãËéä»à»ç¹¼ÙéºÃÔËÒõèÒ§¨Ñ§ËÇÑ´ ¼ÁàÅ ÊÅÐÊÔ·¸Ôì - ã¹»Õ¾.È.2533 ¡ÃÁÏ ä´éÁÕ¤ÓÊÑè§ÂéÒ¨ҡâçàÃÕ¹ »Ò¡¹éÓÇÔ·ÂÒ¤Áä»´ÓçµÓáË¹è§ ¼ª.¼Í.âçàÃÕ¹ ÊØÇÃó¾ÅѺ¾ÅÒ¾Ô·ÂÒ¤Á (ÇÑ´»ÃÒÊÒ·) ࢵµÅÔ觪ѹ - ã¹»Õ ¾.È.2535 ¡ÃÁÊÒÁÑญ ­ ÈÖ¡ÉÒä´éÁÕ¤ÓÊÑè§ÂéÒ ¨Ò¡ âçàÃÕ¹ÊØÇÃó¾ÅѺ¾ÅÒ¾Ô·ÂÒ¤Á ãËéä»´ÓçµÓáË¹è§ ¼Í. âçàÃÕ¹àÁ×ͧÅÕ§ÇÔ·ÂÒ Í.¨ÍÁ¾ÃÐ ¨.ÊØÃÔ¹·Ãì ËèÒ§¨Ò¡µÑǨѧËÇÑ´ »ÃÐÁÒ³ 28 ¡Á. ã¹»Õ ¾.È.2539 ¡ÃÁÊÒÁÑญÈÖ¡ÉÒä´éÁÕ¤ÓÊÑè§ÂéÒ¨Òก âçàÃÕ¹àÁ×ͧÅÕ§ÇÔ·ÂÒä»´ÓçµÓáË¹è§ ¼ÙéÍӹǡÒÃâçàÃÕ¹ÈÃÕä¼·ÊÁѹµì Í.àÁ×ͧ ¨.ÊØÃÔ¹·Ãì «Öè§à»ç¹ÊҢҢͧâÃàÃÕ¹»ÃШӨѧËÇÑ´ÊØÃÔ¹·Ãì (âçàÃÕ¹ÊÔÃÔ¹¸Ã - ã¹»Õ¾.È.2541 (µé¹»Õ) ä´éÊ觼ŧҹÃдѺ 9 áÅСÃÁä´é͹ØÁÑµÔ ¼Å§Ò¹ÃдѺ 9 »ÃÐÁÒ³¡ÅÒ§»Õ 2541 »Ñ¨¨ØºÑ¹à»ÅÕè¹à»ç¹ ¼Í.àªÕèÂǪÒญ ÃÐËÇèÒ§ÃѺÃÒª¡ÒÃä´éÍÍ¡ µÃǨâçàÃÕ¹ áÅÐÍèÒ¹¼Å§Ò¹ ÃдѺ 8 (ครูªÓ¹Ò­ญ¡ÒþÔàÈÉ) à»ç¹àÇÅÒ»ÃÐÁÒ³ 2 »Õ ¨Ö§¢ÍàÇÅÒพั¡¼è͹ - »Õ ¾.È. 2542 à¡ÉÕ³ÍÒÂØÃÒª¡Òà - ËÅѧà¡ÉÕ³ ä´é¾Ñ¡¼è͹ÍÂÙè¡ÑººéÒ¹ »ÅÙ¡µé¹äÁé ô¹éÓµé¹äÁé ÏÅÏ ÍÍ¡¡ÓÅѧ¡Ò ÃèÇÁ¡Ô¨¡ÃÃÁ¡Ñº·Ò§âçàÃÕ¹áÅЪØÁª¹ µÅÍ´ÁÒ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

¤Ô´¶Ö§à¾×è͹æ àÊÁͤÃѺ ÇÕÃÐ ÁÕÁÒ¡


เล่าสู่กันฟัง 2

เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖๕

ศิริพรรณ ทาระพันธ์ ÊÇÑÊ´Õà¾×è͹æ á´§´Ó·Ø¡æ ¤¹ ªÕÇÔµËÅѧà¡ÉÕ³¡çäÁèÁÕÍÐäÃÁÒ¡ à·èҡѺ¡ÒÃãªéªÕÇÔµÍÔÊÃÐ äÁèµéͧÇÔµ¡àÃ×èͧ¡Òçҹ ˹éÒ·ÕèÃѺ¼Ô´ªÍº ã¹Ç§¡Ò÷ӧҹÍÕ¡µèÍä» ·ÓãËéàÃÒÁÕàÇÅÒà»ç¹¢Í§µÑÇàͧ äÁèµéͧ¤Ô´ÇèÒÇѹ¹Õé¨Ðà»ç¹ÍÂèÒ§äà ˹éÒ·Õè µÓáË¹è§ µèÒ§æ à»ç¹¡ÒÃÊÁÁصԢÖé¹ÁÒà·èÒ¹Ñé¹àͧ à»ç¹ÅФêÕÇÔµ·Õè áÊ´§¡Ñ¹ ¨¹¡ÃзÑ觶֧ÇÒÃÐà¡ÉÕ³à»ç¹àÇÅÒÍѹÂÒǹҹà»ç¹ÅФêÕÇÔµ ·Õèáµè¹ÕéµèÍä» ¡çÁÕªÕÇÔµ·Õèá·é¨ÃÔ§ à¾×èÍ¡ÒõèÍÊÙé¡Ñº¤ÇÒÁà»ç¹¨ÃÔ§¢Í§ ªÕÇÔµµèÍä» ã¹ªÕÇÔµ»Ñ¨¨ØºÑ¹ÁÕÍÐäÃÁÒ¡ àÃÒÍÂÙè¡ÑºÅÙ¡æ ËÅÒ¹æ ´Óà¹Ô¹ªÕÇÔµ µÒÁ·ÕèàÃÒ¤Ô´ÇèÒ ã¹¤Ãͺ¤ÃÑǢͧáµèÅФ¹ ¡çµéͧÃѺ ¼Ô´ªÍº¡Ñ¹àͧ àÃÒ à»ç¹áÁè¡çãËé¤ÇÒÁ¤Ô´àËç¹áÅÐà»ç¹¡ÓÅѧ㨠«Ö觡ѹáÅСѹà·èÒ·Õè¨Ð·Óä´é Êèǹ㹪ÕÇÔµÊèǹµÑÇ¢³Ð¹Õé¡çÂѧ´Õ㨷ÕèÂѧÁÕà¾×è͹½Ù§ÍÂÙè¡Ñ¹¾ÃéÍÁ ºéÒ§äÁè¾ÃéÍÁºéÒ§ áµè¡Òþº»Ðà¾×è͹à»ç¹¡ÒÃãËé¡ÓÅѧ㨡ѹ´ÕดʹԷ ¡Ñ¹á¹è¹á¿é¹ ÂÔ觡Çèҵ͹à»ç¹¹Ñ¡àÃÕ¹àÊÕÂÍÕ¡

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖๖

à¾ÃÒЩйÑé¹ à¾×è͹·ÕèÂѧ¾Í仾º¡Ñ¹ä´é ¡çÍÂèÒ·Ôé§âÍ¡ÒÊ ¾º»Ð à¨ÍÐà¨Í¡Ñ¹ ãËéÃÐÇѧàÃ×èͧÊØ¢ÀÒ¾ ÍÂèÒãËéËèÒ§¡Ñ¹ à¾×èÍ¹æ ¡çÂѧãËé¤ÇÒÁà»ç¹¡Ñ¹àͧàÊÁÍ ¨¹¡ÇèÒ¨Ðä»äÁèäËǹРÃÑ¡à¾×è͹ÁÒ¡æ ÊØ´·éÒ äÁèÁÕÍÐäèФØÂÁÒ¡¹Í¡¨Ò¡¢ÍãËéà¾×è͹ ÁÕÊØ¢ÀÒ¾·Õè´Õ áÅÐÂѧä»à·ÕèÂÇ´éÇ¡ѹµÒÁâÍ¡ÒÊ (ÍÂèÒ´èǹ ˹Õ仡è͹¹Ð) ¢ÍãËéà¾×èÍ¹æ ·Ø¡¤¹ ¾º»ÐÊѧÊÃäì¡Ñ¹·Ø¡¤ÃÑé§ ·ÕèàÃҹѴ¹Ð Ê ÇÑ Ê ´Õ ¨éÒ ÈÔÃÔ¾Ãó ·ÒÃоѹ¸ì

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖๗

เล่าสู่กันฟัง2

ศิริพรรณ โพธิสุข ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒ เป็น วันสุดท้ายที่ท�ำหน้าที่ครู ภูมิใจ และดีใจที่ได้อยู่จนถึงวันเกษียณ อายุราชการ ไม่ต้องอาลัย อาวรณ์ถึงอดีต เพราะทุก อย่ า งได้ ถึ ง วาระสุ ด ท้ า ย ของชี วิ ต ข้ า ราชการแล้ ว เมื่อถึง ๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ก็อยู่บ้านไม่ไปไหนตลอดวัน เพื่อ ฉลองวันว่างงาน ก ่ อ น เ ก ษี ย ณ ไ ด ้ มี ก า ร วางแผนตัวเอง อยากออกไปอยู่ ต่างจังหวัด เพราะเห็นว่าชีวิต ในกทม. ตั้งแต่เข้ามาเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ตั้งแต่ปี ๒๔๙๕ จนเรียนส�ำเร็จจากโรงเรียนเพาะ ช่าง และเริ่มท�ำงาน มีเวลาใช้ชีวิต อยู่กรุงเทพมหานคร เป็นเวลา ๔๗ ปี ซึ่งเป็นเวลายาวนานพอ สมควร จนกระทั่ง ๒ พ.ย. ๒๕๔๒ จึงได้ย้ายไปอยู่ที่อ�ำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

ได้ใช้ชีวิตใหม่ในต่าง จังหวัด ก็ดีไปอีกแบบ หนึ่ง ไม่ต้องรีบร้อน รถไม่ติด ไปไหนได้ตรงเวลา รวม ทั้ ง ภู มิ ป ระเทศและภู มิ อ ากาศ ยอดเยี่ยม แต่ก็รู้สึกไกลเพื่อน เมื่อมีกิจกรรมต่างๆ พบปะ สังสรรค์ งานศพคุณพ่อ-คุณแม่ เพื่อน งานศพเพื่อน งานแต่งงาน ลูกเพื่อนงานท�ำบุญ วันเกิด ฯลฯ เพื่อนก็มีอยู่หลายกลุ่ม เพื่อน นักเรียนมัธยมศึกษา เพื่อนเรียนเพาะช่าง เพื่อนบ้าน เพื่อนครู ส่วนมากนิสัยตัวเอง ก็ไม่อยาก ขาดงาน ใดๆ จึงต้องเข้ามาพักใน กทม. บางเดือนไม่ได้กลับต่างจังหวัด เลย การได้พบเพื่อนแต่ละครั้ง แต่ละกลุ่มมีความสุขมาก ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖๘

ทุ ก วั น นี้ ก็ มี ค วามสุ ข ดี เพราะได้ศึกษาเกี่ยวกับธรรมะ ได้รู้จักการปล่อยวาง การเสีย สละ โดยเฉพาะเรื่องการปล่อย วาง จะวางได้เกือบทุกเรื่อง และจะไม่สนใจเรื่องที่ห่างจาก ตัวเราเลย ท�ำให้สบายใจดี ชีวิตทุกวันนี้ ก็มีกิน เที่ยว ร้อง เพลง อยากไปไหนไป ไม่มีข้อ จ�ำกัด แต่ที่ส�ำคัญและขาดไม่ได้ ก็มีเพื่อนหลายๆ กลุ่มนี่แหละ สลับสับเปลี่ยนกัน จึงท�ำให้มี เวลาพักผ่อนบ้าง ได้ระลึกและ กล่าวเตือนเพื่อนๆ ว่า จะท�ำ อะไรก็รีบกันหน่อย เรามีเวลา เหลื อ น้ อ ยกว่ า ชี วิ ต เราที่ ผ ่ า น มา เมื่อเปรียบเทียบกับอายุที่ อยู่มานานพอสมควร ท�ำให้คิด ปลงต่อสังขาร ที่พร้อมจะละ สังขารเหมือนพระ ขอคัดลอกข้อความดีๆ มาฝากเพื่อน เก็บไว้ใน “เล่าสู่ กันฟัง2” เพื่อเตือนสติ ไม่ต้อง ไปค้นหาอ่านเอง บางครั้งอ่าน แล้วอาจลืม ค้นหาอีกไม่ได้ ไม่ ต ห ลัเป็ ง เนกไร ษี ย ณ ว่างอ่ชีาวินไม่ เขียนคัดลอก

มาด้วยใจเพื่อนถึงเพื่อน "สิ่งดีๆ ๑๐ ให้ ไม่ต้องให้ตังค์” ๑. ให้ ร อยยิ้ ม ๒. ให้ ค วามรั ก ๓.ให้ ค วามเมตตา ๔. ให้ อ ภั ย ๕. ให้ ก� ำ ลั ง ใจ ๖. ให้ ค� ำ แนะน� ำ ๗. ให้ โ อกาส ๘. ให้ ค วามไว้ ว างใจ ๙.ให้ ค� ำ พู ด ที่ ไ พเราะ ๑ ๐ . ใ ห ้ ค ว า ม ส� ำ คั ญ ยิ่ ง ให้ ยิ่ ง ได้ ) คัดลอกจากผู้แปลจ�ำเฟส บุ๊คภาษาจีน ๑.น�้ ำ คื อ สิ่ ง ส� ำ คั ญ อั น ดั บ แรกที่ให้เรามีอายุยืน ๒.การนอนเป็นยาบ�ำรุง ที่ดีที่สุด ๓. การเดินเป็นการออก ก�ำลังกายที่ดีที่สุด ๔.การร้องเพลงคือ ความ ส�ำราญที่มีความสุขมากที่สุดและ เป็นยาอายุวัฒนะที่ดีที่สุด โลกใบนี้มียาอายุวัฒนะที่ ดีที่สุด ๔ อย่าง คือ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๖๙

น�้ำ การนอน การเดิน และการร้องเพลง คัดลอกมาฝากเพื่อน “ปาฏิหาริย์แห่งการให้” โดย หลวงปู่ชา ๑. ให้เวลา แก่คนที่คุณรัก ๒. ให้ความรัก แก่คนในรอบครัว ๓. ให้ความกตัญญู แก่บุพการี ๔. ให้ความรับผิดชอบ แก่การท�ำงาน ๕. ให้อภัย แก่คนที่หลงผิด ๖. ให้ความรู้ แก่คนที่ยังเขลา ๗. ให้ทาน แก่คนที่ยังขัดสน ๘. ให้อนาคตที่ดี แก่คนรุ่นหลัง ๙. ให้มิตรภาพ แก่คนทั้งโลก ๑๐.ให้ความทุ่มเท แก่งานที่ท�ำ ๑๑.ให้ความจริงใจ แก่สัมพันธภาพ ๑๒.ให้ให้ความซื่อสัตย์ แก่การท�ำงาน ๑๓.ให้ความเสียสละ แก่ประเทศชาติ ๑๔.ให้ความยินดี แก่ผู้ประสบความส�ำเร็จ ๑๕.ให้ความปล่อยวาง แก่สิ่งสุดวิสัย ๑๖.ให้ความเป็นธรรม แก่ผู้ถูกรังแก ๑๗.ให้มรรคา แก่ผู้หลงทาง ๑๘.ให้ที่พึ่งทางใจ แก่ผู้สับสน ๑๙.ให้อิสรภาพ แก่ผู้ถูกกิเลสครอบง�ำ ๒๐.ให้โอกาส แก่ตนเองได้ลิ้มรสพระธรรม เกรงว่าเพื่อนจะเบื่อการอ่าน ขอจบเพียงเท่านี้ คิดถึงเพื่อนทุกคน ศิริพรรณ โพธิสุข ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๗๐

เล่าสู่กันฟัง 2

ชีวิตหลังเกษียณ

สงบ ลาดประเสริฐ หลังเกษียณแล้ว มีเวลาได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ พากันไปเที่ยว ไปท�ำบุญ ไปเยี่ยมอาจารย์ และเยี่ยมเพื่อนต่างจังหวัดตามแต่โอกาส จะอ�ำนวย รู้สึกอบอุ่นที่มีแต่เพื่อนๆ ที่แสนดี ปัจจุบันนี้ร่างกายของเราเริ่มอ่อนแอลง แต่ยังพึ่งพาตัวเองได้ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน มีความสงบเหมือนชื่อเรา อยู่บ้านใช้ชีวิตเรียบง่าย

อยู่อย่างพออยู่พอใช้ สุขตามที่มี พอดีตามที่ได้ พอใจไม่เกินตัว เอื้อเฟื้อแบ่งปันสร้างสุขส่วนรวม ตามแนวพระราชด�ำริเรื่องเศรษฐกิจ พอเพียงจากพ่อหลวงอันเป็นที่รักยิ่ง อย่างหา ที่สุดมิได้ ของปวงชนชาวไทย

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

รักและคิดถึงเพื่อนเสมอ สงบ ลาดประเสริฐ โทรฯที่บ้าน 02-5265809 มือถือ 081-6655690 บ้านเลขที่ 68 หมู่ 2 หมู่บ้านศรีพรสวรรค์ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๗๑

เล่าสู่กันฟัง 2

แค่พอใช้

ผศ.สนอง โกศัย ÁÕ⨷ÂìãËéàÅèÒàÃ×èͧªÕÇÔµËÅѧà¡ÉÕ³ à»ç¹àÃ×èͧÃÒǢͧµÑÇàͧ¤Ãͺ¤ÃÑÇ ¡ÒÃà´Ô¹·Ò§ áÅТéͤԴ ãËéá¡èÅÙ¡æ ËÅÒ¹æ ¤ÃѺ ¡çà»ç¹àÃ×èͧàÅèÒÊÙè¡Ñ¹¿Ñ§ÃÐËÇèÒ§à¾×è͹ æ ã¹ÇѪÃÒ ¼ÁàÁ×èÍÍÂÙèã¹ÇѹÕéáÅéÇ Åͧ»ÃÐàÁÔ¹ªÕÇÔµµÑÇàͧÇèÒ ªÕÇÔµ·Õè¼èÒ¹ÁÒãËé¤Ðá¹¹µÑÇàͧà·èÒäà àÍÒá¤è¾Íãªéà·èÒ¹Ñé¹áËÅÐ ¤×ÍäÁèâ´è§´Ñ§ äÁèâ´´à´è¹áÅÐäÁ赡ÍѺ ÍÒÈÑÂá¹Ç·Ò§ã¹¡Òà ´Óà¹Ô¹ªÕÇÔµµÒÁá¹Ç·Ò§¾Ø·¸ÈÒÊ¹Ò ÍÂÙèÍÂèÒ§§èÒÂæ ÊÒ¡ÅÒ§ µ¹à»ç¹·Õè¾Öè§áË觵¹ ¡ÃÃÁ¤×Í¡ÒáÃÐ·Ó ·Ó´Õä´é´Õ ·ÓªÑèÇä´éªÑèÇ ·ÓµÑÇẺªÒǺéÒ¹ªÒÇàÁ×ͧ·ÑÇè ä» äÁèÇàÔ ÈÉ ËÃ×ÍàÅÔÈËÃÙ¡ÇèÒã¤Ãæ à¾ÃÒÐà»ç¹¤¹¸ÃÃÁ´Ò ʵԻѭ­ญญÒ¡ç¸ÃÃÁ´Ò¨Ö§àÃÕ¹äÁèà¡è§ ¡ÅÒ§æ à¼ÅÍæ ÂѧÍè͹´éÇ«éÓä» àªè¹ ÀÒÉÒä·Â ÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉ µ¡à»ç¹»ÃÐ¨Ó à¾ÃÒÐà¢Õ¹˹ѧÊ×ÍäÁè¶Ù¡ äÁèÊÇ äÁèÃÙéàÃ×èͧ àÃÕ¹ÁÒä´éàÃ×èÍÂæ µÍ¹àÃÕ¹à¾ÒЪèÒ§½ÕÁ×ÍäÁèà´è¹àÅ ·Ñ駧ҹ»Ñé¹ §Ò¹à¢Õ¹ ÍÒ¨ÒÃÂìäÁèà¤ÂªÁ §Ò¹äÁèä´é¹ÓÁÒÍÍ¡áÊ´§ ´ÕÇèÒ¹Ò ”ªÍº” ÁÒÇҧἹªÕÇÔµãËéÇèÒ ¨ÐàÃÕ¹µèÍ ».Á.ª.¡Ñ¹ÍÂèÒ§äà (àÃ×èͧ¹Õéà¤ÂàÅèÒãËé¿Ñ§áÅéÇ) ¾ÍÁÒ·Ó§Ò¹¡çäÁèà´è¹ ·ÓÁÒµÅÍ´ ªÕÇÔµÃÒª¡ÒÃä´é 2 ¢Ñé¹ á¤è 3 ¤ÃÑé§ ¼ÁÍèÒ¹»ÃÐÇѵԪÕÇÔµ¢Í§¤¹Í×è¹ÁÒ àÂÍоÍÊÁ¤Çà ÁÕáµèàÅÔÈæ â´Â੾ÒзËÒà ¹Ñ¡¡ÒÃàÁ×ͧ ¾èͤéÒ áÁéáµè¤ÃÙ»ÃЪҺÒÅÊÁѹÕé¡çÍÂÙè㹪Ñé¹ÊÒÂÊоÒ¡ѹ ·Ñ駹Ñé¹ à¾Å§áʧàÃ×ͧæ ÍÒÈÑÂËÅǧµÒẺÊÁÑ¡è͹äÁèÁÕáÅéÇ ÁÕáµèºéÒ¹ËÃ٠öãËÁè à§Ô¹à´×Í¹á¾§æ ¹èÒÂÔ¹´Õ´éÇ ¾Íà¡ÉÕ³¤èÍÂÂѧªÑèÇ ÁÕ¹éÍ¡Թ¹éÍ»ÅÙ¡¼Ñ¡»ÅÙ¡ Ëญ้Ò¡Ô¹µÒÁ»ÃÐÊÒäÁèä´éâ·ÉÇèÒµÑÇàͧËÃÍ¡ Áѹà»ç¹àªè¹¹Ñé¹ ¨ÃÔ§æ ÊÁÑÂÂѧ·Ó§Ò¹ÍÂÙèà¤Â¾Ò¹Ñ¡ÈÖ¡ÉÒàÅè¹ÅÔà¡ËÒà§Ô¹ªèÇ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๗๒ âçàÃÕ¹ã¹ÍÓàÀ͵èÒ§æ àÅè¹ÍÂÙè9»Õà¢Õ¹º·àͧ ¨éÒ§»Õ¾è Ò·Âì©Ò¡à¤Ã×Íè §áµè§¡ÒÂÍÒËÒáÒáԹ ¹Ñ¡ÈÖ¡ÉÒÍÒ¨ÒÃÂìã¹ÀÒ¤ÇÔªÒªèÇ¡ѹ à¤Â¾Ò¹Ñ¡ÈÖ¡ÉÒ»Ñé¹¾ÃÐ »Ñé¹ÂèÒâÁ »Ñé¹»ÃеÔÁÒ¡Ãà Áµ¡áµè§ÅÒ¹¸ÃÃÁã¹ÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑ à¤Â¾Ò¹Ñ¡ÈÖ¡ÉÒàÅè¹´¹µÃÕǧÇѲ¹¸ÃÃÁÍÕÊÒ¹ÍÍ¡ áÊ´§µÒÁÍÓàÀ͵èÒ§æ µÒÁâ¤Ã§¡ÒÃÇѲ¹¸ÃÃÁÊÑ­ญ¨Ã 24 ¤ÃÑé§ à¤Âà¢Õ¹àÃ×èͧãËéÇÔ·ÂØ ¡ÃШÒÂàÊÕ§áË觻ÃÐà·Èä·Â ã¹ÊÒä´Õ 5 ¹Ò·Õ 2-3 àÃ×èͧ à¾ÃÒÐÍÂÒ¡¨ÐÃÙéÇèÒµÑÇàͧà¢Õ¹ ˹ѧÊ×ÍãË餹¿Ñ§ÃÙéàÃ×èͧäËÁ µèͨҡ¹Ñ鹡çÅͧÁÒà¢Õ¹ŧªÒÇ¡ÃاºéÒ§ ÇÔ·ÂÒÊÒúéÒ§ ¹Ô´Ë¹èÍ áÅÐ˹ѧÊ×Í "¢Í§´Õâ¤ÃÒª” 2-3 àÅèÁ Êèǹº·¤ÇÒÁ¡ç»ÃлÃÒ µÍ¹¹ÕéÂѧ à¢Õ¹¨´ËÁÒ¢èÒǢͧªÁÃÁ¼Ùéà¡ÉÕ³ÍÒÂØÃÒª¡ÒÃÁËÒÇÔ·ÂÒÅÑÂÃÒªÀѯ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ ·Ø¡à´×͹µÑé§áµè»Õ 2553 ¨¹¡ÃзÑ觻Ѩ¨ØºÑ¹ à»ç¹àÃ×èͧÊѾà¾àËÃÐ ÍÂÒ¡à¢Õ¹ÍÐäáçà¢Õ¹ ·Ó¹Í§àÅèÒãËé¿§Ñ à·èҹѹé àͧà¤Âä»Ê͹Áʸ.à»ç¹µÔÇàµÍÃìà¡×ͺ20»Õ·Õâè ¤ÃÒªªÑÂÀÙÁԢ͹á¡è¹ ÁËÒÊÒäÒÁ ÃéÍÂàÍç´ Ë¹Í§ºÑÇÅÓÀÙ ¼¨­ญÁÒàÂÍÐ ·Ñ駤¹àÃÕ¹¤¹à´Ô¹·Ò§ ·Õè¾Ñ¡¹éÓ·èÇÁ à¤Â件ÇÒ¤ÇÒÁÃÙéá¡è¾ÃÐʧ¦ì ·ÕèÁËÒ¨ØÌÒŧ¡Ã³ìÃÒªÇÔ·ÂÒÅÑÂÍÂÙèËÅÒÂ»Õ ¼ÁÇèÒ à˹×èÍ¡ÇèÒÊ͹à´ç¡¸ÃÃÁ´ÒµÍ¹¹ÕéàÅ ¢Í¾Ñ¡¡è͹ à´ç¡ÃÒªÀÑ®¡çäÁèä´éä»Ê͹áÅéÇ µÑé§áµè»Õ 2556 ·Õèä»Ê͹µÑé§áµèà¡ÉÕ³à»ç¹µé¹ÁÒÊ͹à¾ÃÒÐà¢Ò¢Ò´¤¹Ê͹ ÍÒ¨ÒÃÂìä» ÈÖ¡ÉÒµèÍ àÅÂä»Ê͹¡çà·èÒ¹Ñé¹àͧ ºÒ§¤ÃÑé§Âѧ¶ÒÁµÑÇàͧÇèÒ àÃ×èͧ·ÕèàÃÒÊ͹æ ÍÂÙè¹Õè ·Ñ¹ÊÁÑÂäËÁ à¾ÃÒÐâÅ¡àÃÒ¡éÒÇ仢éҧ˹éÒàÃçÇÁÒ¡ àªè¹ ÊÁÑ¡è͹ àÃÒÊ͹»ÃеÔÁÒ¡ÃÃÁ¡çÊ͹ãËéÃÙé¨Ñ¡¸ÃÃÁªÒµÔ¢Í§´Ô¹ ¡ÒÃãªé ¡ÒÃÃÑ¡ÉÒ à¤Ã×èͧÁ×Íà¤Ã×èͧãªéÃٻẺ ÀÒ¾¹Ù¹µèÓ ¹Ù¹ÊÙ§ Å͵ÑÇ à»ç¹ÍÂèÒ§äà ¾ÍàÃÕ¹ªÑé¹ÊÙ§¢Ö鹤èÍ·ӧҹ ÊÃéÒ§ÊÃรค์ ä´é´ÙÍÒ¨ÒÃÂìÊÁÑÂãËÁ診¡ÒÃÈÖ¡ÉҨҡʶҺѹÁÕª×èÍ à¢ÒÊ͹â´ÂãËéà´ç¡ ·Ó§Ò¹à¹é¹ÊÃéÒ§ÊÃÃ¤ì ¾ÍàÍÒ§Ò¹ÁÒÊ觤Ãٷغ´Ô¹µèÍ˹éÒà´ç¡áÅéÇãËéä»·Ó§Ò¹ ãËÁè ´ÙáÅéÇ¡ç ÍëÍ! ÊÁÑÂãËÁè à»ç¹ÍÂèÒ§¹Õéàͧ ¤×Íà´ç¡ÁÕ·Ò§àÅ×Í¡·Õè¨ÐÈÖ¡ÉÒËÅÒÂÇÔ¸Õ Íèҹ˹ѧÊ×Í ´Ù¨Ò¡à¹çµ 仴٢ͧ¨ÃÔ§ µéͧ¤é¹¤ÇéÒàͧ ¤ÃÙà»ç¹¼ÙéµÑ´ÊÔ¹ÇèÒ´ÕËÃ×ÍäÁè´Õ ãªéä´éËÃ×ÍäÁèä´é äÁèãªèÊ͹ẺãËéà´Ô¹µÒÁËÅѧ¼ÙéãË­ญ่ËÁÒ¨Ö§¨ÐäÁè¡Ñ´áººÊÁÑ¡è͹ µÍ¹¹Õé¢ÍàÅèÒàÃ×èͧµÅ¡àÃ×èͧ˹Öè§ ÊÁÑÂÁÒÊ͹ÇÔ·ÂÒÅѤÃÙãËÁèæ ÁÒà»ç¹ ÅÙ¡¹éͧ ¼È.Á§¤Å µÍ¹¹Ñ鹹ѡÈÖ¡ÉÒÍÂÙèã¹Ë;ѡ·Ñé§Ë­ญิ§áÅЪÒÂËÅÒÂË;ѡ ¼Á¡çÍÂÙèË;ѡ¡Ñºà´ç¡´éÇ ºÑ§àÍÔญ ­ ÁÕà´ç¡¼ÙéË­ญื§¤¹Ë¹Ö觼١¤ÍµÒÂã¹Ëéͧ¹éÓË;ѡ˭ญิ§ µÒÂËÅÒÂÇѹ áÅéǨ֧¾ºÈ¾ÇèÒ¼Ù¡¤ÍµÒÂã¹Ëéͧ¹éÓ à´ç¡Ë;ѡ˭ญิ§ ¡ÅÑÇ¡ÑนÁÒ¡¶Ö§¢¹Ò´ µéͧ·ØºËéͧ¹éÓ·Ô駷Ñé§ËÅѧ áÅéÇàÍÒàÈÉÍÔ° ÁÒ¶Á¶¹¹·Õèà»ç¹ËÅØÁà»ç¹ºèÍ àÍÒ»Ø駡Õë ¨ÍºàÊÕÂÁ à¤Ã×èͧÁ×͵èÒ§æ ä»à¡çºäÇé·Õèãµé¶Ø¹Ë;ѡ˭ԧ à´ç¡¡ÅÑǡѹÁÒ¡ ¨¹µéͧÂéÒÂàÍÒä»à¡çº·ÕèÍ×è¹ àÃ×èͧ¢Í§àÃ×èͧ¡ç¤×ÍÇèÒ Çѹ˹Ö觼Á仹͹àÇÃÍÂÙ褹à´ÕÂÇ·ÕèÍÒ¤ÒÃÊӹѡ§Ò¹ÍÒ¨ÒÃÂì ÍÒ¨ÒÃÂìÁ§¤Å·èÒ¹ÁÕ Ã¶à¡ë§¢ÑºáÅéÇ ä»¸ØÃÐã¹àÁ×ͧÁÒ àÇÅÒ»ÃÐÁÒ³ 3 ·ØèÁ áÇÐÁÒ·Ñ¡·Ò¼Á ¡ÃÐà«éÒ¼ÁÇèÒÃÐÇѧ¼Õà´ç¡ÁÒËҹР¼Á¡çàÅÂËÂÍ¡¡ÅѺ ä»ÇèÒ “¢ÑºÃ¶´Õæ ¹Ð¼èÒ¹·Õèà¢ÒàÍÒàÈÉ ÍÔ°ÁÒ·Ô駴éÇ” áÅéÇ ÍÒ¨ÒÃÂìÁ§¤Å¡ç¢ÑºÃ¶¡ÅÑºä» ÊÑ¡¾Ñ¡ÁÕàÊÕ§â·ÃÈѾ·ìàÃÕ¡ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๗๓ (µÍ¹ ¹Ñé¹ÁÕáµèâ·ÃÈѾ·ìÀÒÂã¹ à»ç¹â·ÃÈѾ·ìµÒÁÊÒÂ) “ʹͧÁÒªèÇ à¢ç¹Ã¶Ë¹èÍ” ¼Á¶ÒÁä»ÇèÒ ÍÂÙè·Õèä˹ ÁÕàÊÕ§µÍº ÁÒÇèÒ“ ÍÂÙè ·Õè¡Í§ÍÔ°·Õèà¢ÒàÍÒÁÒ·Ôé§ ¹Ñé¹áËÅД ÍÖëÂÂ! áÁè¹áÅéÇ ÍÔÍÔ ¢ÍàÅèÒµè͹Рà»ç¹ÍѹÇèÒ ¢ÍàÅÔ¡Ê͹´Õ¡ÇèÒ ÂÔ觶ÇÒ ¤ÇÒÁÃÙé¾ÃÐʧ¦ìÂÔè§à˹×èÍ à¾ÃÒÐà»ç¹¾ÃÐʧ¦ìäÁèãªèà´ç¡ ÍÂÒ¡ÁÒ¡çÁÒ äÁèÁÒ¡çä´é àÁ×èÍ»Õ 2556 ä»Ê͹·ÕèÃÒªÀÑ®Ï à»ç¹»Õ ÊØ´·éÒ·Õè¢ÍÍÓÅÒªÕÇÔµ¤ÃÙ Ê͹ÀÙÁԻѭ­ญญÒ ÈÔÅ»Ðä·Â ¡ç͸ԺÒ ãËéà´ç¡¿Ñ§ÇèÒ ÊÕá´§ ÊÕ¹éÓà§Ô¹ä´éÁÒÍÂèÒ§äà Ê͹àÃ×èͧ à¤Ã×èͧ»Ñé¹´Ô¹à¼Ò ¡Ò÷ͼéÒ §Ò¹¨ÔµÃ¡ÃÃÁ »ÃеÔÁÒ¡ÃÃÁ à´ç¡¡ç¶ÒÁÇèÒ¤ÃÙÃÙéä´éÍÂèÒ§äà ÊÁѹÕéà¢ÒäÁè·Ó¡Ñ¹áÅéÇ äÁèãªé¡Ñ¹áÅéÇ àÊÕÂàÇÅÒ ä»«×éÍàÍÒ´Õ¡ÇèÒ ÁÕ¢Ò·ءÍÂèÒ§ áÅéÇ¡çâ´¹à´ç¡ËÅ͡仫×éÍÁÒÊè§ ãËé·Ó¡ç仨éÒ§¤¹Í×è¹·Ó ÍÐäÃËÅÒÂÍÂèÒ§ÁѹäÁè àËÁ×͹à´ÔÁ ÊÁÑÂàÃÕ¹à¾ÒЪèÒ§ ¤ÃÙãËé½Ö¡·Ñ¡ÉÐ µÍ¹àªéÒ 3 ªÑèÇâÁ§»Ñé¹µÅÍ´àÇÅÒ ºèÒÂàÃÕ¹·ÄÉ®Õ ·ÓÍÂèÒ§¹Ñé¹à»ç¹àÇÅÒ 5 »Õ Âѧà»ç¹á¤è¤ÇÒÁÃÙé¾×é¹°Ò¹àÍาÁÒ½Ö¡ ÁÒËÒ¤ÇÒÁÃÙéà¾ÔèÁàµÔÁ·ÕËÅѧ µÍ¹ÁÒ·Ó§Ò¹áÅéÇ ½ÕÁ×ÍÂѧäÁè´Õà·èÒäÃÊÁѹÕéäÁè¤èͽ֡ ·Ñ¡ÉÐ áÅéǨÐàÍÒ½ÕÁ×Í·Õèä˹ ªÕÇÔµ·Õè¼èÒ¹ÁÒá¤è¾Íãªéà·èÒ¹Ñé¹àͧ ¡ç¤§àÍÒÁÒà»ç¹µÑÇÍÂèÒ§ÍÐäÃäÁèä´é à¾ÃÒÐÃٻẺªÕÇÔµ¢Í§áµèÅФ¹ äÁèàËÁ×͹¡Ñ¹ ÁÕÁÒ¡ÁÒ ¨ÐãË餹˹Ö觷ӵÒÁẺ ¢Í§ÍÕ¡¤¹Ë¹Öè§äÁèä´é äÁèàËÁ×͹¡Ñ¹ à»ç¹¢Í§áµèÅФ¹ áµè¾ÍàÊÕªÕÇÔµä»áÅéÇ ¤¹¡çÅ×Á ´Ñ§·Õè¾ÃÐä¾ÈÒÅ ÇÔÊÒâÅ ¡ÅèÒÇäÇéã¹Ë¹Ñ§Ê×Í “ÃÐÅÖ¡¶Ö§¤ÇÒÁµÒÂʺÒ¹ѡ” ã¹Ë¹éÒ 31 ÇèÒ “àÁ×èͤÇÒÁµÒÂÁÒ¶Ö§ ª×èÍàÊÕ§à¡ÕÂõÔÂÈÍÓ¹Ò¨ áÅкÃÔÉÑ·ºÃÔÇÒà ·Ñé§ËÅÒ ¨ÐËÅØ´¨Ò¡Á×ÍàÃÒä»ÍÂèÒ§ÊÔé¹àªÔ§ äÁèÇèÒ¨ÐÁÒ¡ÁÒÂãË­ญ่âµà¾Õ§㴠¡çàÍ ไ»äÁèä´é ·ÕèÊÓ¤Ñญ ­ ¡ç¤×Í ÍÂèÒËÇѧÇèÒ¼Ù餹¨ÐÂѧá«è«ÃéͧÊÃÃàÊÃÔ­ญàÃÒ ËÅѧ¨Ò¡ÊÔé¹ÅÁáÅéÇ à¾ÃÒÐáÁéáµèª×èͧ͢àÃÒ ÊÑ¡Çѹ˹Ö觡çµéͧ¶Ù¡Å×ÁäÃ餹¨´¨Ó” ¤§äÁèÁÕã¤ÃÊÃéҧ͹ØÊÒÇÃÕÂìãËé ¨ÃÔ§äËÁ? ÊØ´·éÒ¢ͽҡà¾×è͹ÍèÒ¹àÃ×èͧ·Õèà¢Õ¹ÁÒáÅéÇ 2-3 àÃ×èͧ¡çáÅéǡѹ¾Íá¤è¹Õé¹Ð ÊÇÑÊ´Õ¤ÃѺ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ ʹͧ â¡ÈÑÂ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๗๔

ชีวติ อาตมาหลังกษียณ

พระครู มงคลกาญจนวิจติ ร

(หลวงพ่ อศิลปจิตร นาครั ชตะอมร)

อาตมาเคยตัง้ ปณิธานว่ า บัน้ ปลายชีวติ ราชการ จะไม่ ยอมให้ ราชการเกษียณ

ตน เมื่อเหลือเวลาอีก 4-5 ปี จะเกษียณตัวเอง เข้ ารั บใช้ ถวายชีวติ ในพระพุทธศาสนา เพราะได้ พจิ ารณาเห็นว่ า ศาสนาพุทธเปราะบางมาก มีผ้ ูทำ� ลายพระพุทธศาสนาไม่ ได้ หยุด โดยเฉพาะคนในพุทธศาสนาเองก็ทำ� ตัวนอกรี ต เสมือนบุคคลไม่ มีศาสนา เมื่อ กาลเวลาแห่ งปณิธานมาถึง จึงได้ ลาออกจากราชการ ต�ำแหน่ งสุดท้ าย คืออาจารย์ 2 หัวหน้ าแผนกวิจติ รศิลป์ วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี แล้ วบวชเป็ นพระภิกษุ ณ วัดมหาธาตุ วรวิหาร ราชบุรี ได้ ศกึ ษาทัง้ ปริยัติ ปฏิบตั ิ และปฏิเวศ เมื่อครบ 5 พรรษา พ้ นจากนวก แล้ ว อธษฐานเดินธุดงควัตรไปเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็ นการฝึ ก กาย วาจา ใจ ให้ อดทน ทนอด ละ ลด เลิกสิ่งยึดเหนี่ยวทัง้ หลาย ปรากฏว่ าได้ พบกับบุคคลผู้หนึ่งกล่ าว วจาจาบจ้ วงว่ า คนไทยนีโ้ ง่ นะ เชื่อแขกเพียงคนเดียว ให้ หลงเชื่ออย่ างโงหัวไม่ ขนึ ้ นี่คือ แรงบันดาลใจให้ เกิดความอยากที่จะตรวจสอบว่ าความพูดค�ำกล่ าวเป็ นความจริ งหรื อ ไม่ อย่ างไร จึงตัดสินใจจาริกธุดงค์ ไปยังประเทศอินเดียและเนปาล เราจึงได้ พบความ จริงว่ า แม้ อนิ เดียจะเกิดปฏิวัตริ ั ฐประหารหลายครั ง้ เป็ นเมืองขึน้ ของอังกฤษ 200 กว่ าปี ปูชนียสถานพุทธศาสนาทุกแห่ งยังปรากฏให้ เห็นอยู่ ตามค�ำสอนในต�ำราเรี ยนพระพุทธ ศาสนาอยู่ทกุ วันนี ้ นัน้ ก็แสดงว่ าคนที่พดู จาจาบจ้ วงพระพุทธศาสนาไม่ ประสงค์ ดตี ่ อ พุทธศาสนาแน่ นอน ครั น้ เมื่ออาตมามีโอกาสได้ สร้ างวัดพระธาตุโป่ งนก และระหว่ างจาริกธุดงค์ อยู่ 7 ปี ได้ อัญเชิญพระบรมสารี ริกธาตุจากเมืองสารนารถ ประเทศเนปาล มาประดิษฐาน ณ พระมหาสถุปเจดีย์ จุฬามณีศรี มหาธาตุ ขณะเดียวกัน ก็ได้ อัญเชิญรากต้ นโพธิ์ จากพุทธคยามาเพาะและปลูกไว้ ท่ วี ัดพระธาตุโป่ งนก บ้ านโป่ งนก ต�ำบลด่ านมะขาม เตีย้ จังหวัดกาญจนบุรี ต่ อมาปี 2546 อาตมาได้ รับพระเมตตาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงประทานพระบรมสารี ริกธาตุถงึ 2 ครั ง้ 12 พระองค์ และจากหลวงพ่ อฝ้าย พระปั จจันตเขตแห่ งวัดพระธาตุดอยตุงอีก 6 ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๗๕

พระองค์ มาประดิษฐานไว้ อย่ างถาวรในพระธาตุมหาจุฬามณีศรี มหาธาตุ ปี พ.ศ.2556 อาตมาได้ รับประทานให้ วัดพระธาตุโป่ งนก ได้ เป็ นสถานที่ ก่ อสร้ างอุโบสถดิน จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เป็ นอุโบสถดินหลังที่ 9 ในรั ชการที่ 9 ในรั ชกาลที่ 9 เป็ น 1 ใน 4 ภาคของ ประเทศ เป็ นตัวแทนของภาคกลาง และ 1 เดียวในจังหวัดกาญจนบุรี ปั จจุบนั วัดพระธาตุโป่ งนก ได้ รับยกย่ องจากกรมการท่ องเที่ยวให้ เป็ นวัด ท่ องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาแห่ งที่ 9 ของจังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 2 มีนาคมของทุกปี ทางวัดจัดให้ มีการจัดงานประจ�ำปี ประเพณีขน้ึ เขาสักการะพระบรมสารี ริกธาตุ พระพุทธรู ปศักดิส์ ิทธิ์ หลายพระองค์ ได้ แก่ หลวง พ่ อพระพุทธมหามิง่ มงคลหยกขาว พระพุทธชินราช หลวงพ่ อทันใจ หลวงพ่ อพุทธ ประทานพร และหลวงพ่ ออัญญมณีรัตนมหาเศรษฐี แม่ กวนอิม พ่ อฤาษีนารอา ปู่ ฤาษี ทุกพระองค์ รวมถึงแม่ ตะเคียนทอง ตะเคียนเงิน ทีค่ ้ นพบ ณ บริเวณวัดนี่เอง

พระครู มงคลกาญจนวิจติ ร (หลวงพ่ อศิลปจิตร นาครั ชตะอมร)

หลวงพ่ อฯเมื่อปี 2500 ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เล่ าสู่กันฟั ง

๑๗๖

สรวยทอง เกตุจำ� นงค์ เราชื่อ สรวยทอง สกุลเดิม ช่ างเหล็ก เกิดวันที่ 25 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2481 สัญชาติ ไทย ศาสนา พุทธ อายุ 78 ปี ที่อยู่เลขที่ 62 ม.2 ต.วิศษิ ฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ รหัสไปรษณีย์ 38000 บัตรประชาชน เลขที่ 3430301040886 โทรศัพท์ มือถือ 081-0477318

การศึกษา โรงเรียนเพาะช่ าง วุฒิ ป.ม.ช.

และหลักสูตรครุ ศาสตร์ บณ ั ฑิตปริญญาตรี อาชีพเดิม ปี พ.ศ. 2503 -2541 ครูผ้ ูสอน ระดับชัน้ มัธยมศึกษา ม.1 – ม.6 * โรงเรี ยนสาระวิทยากองทัพบกอุปถัมภ์ กรุ งเทพฯ * โรงเรี ยนชุมพลโพนพิสัย จ.หนองคาย * โรงเรี ยนบึงกาฬ จ.หนองคาย ในขณะนัน้ * โรงเรี ยนชุมพลโพนพิสัย จ.หนองคาย * โรงเรี ยนปทุมเทพวิทยาคาร จ.หนองคาย อาชีพปั จจุบนั ประธานสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่ งประเทศไทยฯ ประจ�ำจังหวัดบึงกาฬ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๗๗

คู่สมรส นายวิเชียร เกตุจำ� นงค์ (ถึงแก่ กรรม) เมื่อ พ.ศ. 2543 บุตร จ�ำนวนบุตร 3 คน ชาย 2 คน หญิง 1 คน

ลูกคนที่ ๑ ชื่อ นายเจตน์ เกตุจำ� นงค์ อายุ 45 ปี เกิดวันที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2514 จบการศึกษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยแม่ โจ้ อาชีพ ค้ าขาย ต�ำแหน่ ง กรรมการผู้จดั การ ประธานหอการค้ าจังหวัดบึงกาฬ สถานที่ทำ� งาน โรงงานไม้ เกตุจำ� นงค์ เลขที่ 62 ม. 2 ต.วิศษิ ฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ 38000 โทร. 090 – 3526795

ลูกคนที่ ๒ ชื่อ นายสันต์ เกตุจำ� นงค์ อายุ 43 ปี เกิดวันที่ 27 เดือน กันยายน พ.ศ. 2515 จบการศึกษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยกรุ งเทพ อาชีพ ลูกจ้ างบริษัท ต�ำแหน่ ง โปรแกรมเมอร์ สถานที่ทำ� งาน บริษัทเรี ยลมูฟจ�ำกัด เลขที่ 18 อาคารทรู ทาวเวอร์ ถ.รั ชดาภิเษก ต.ห้ วยขวาง เขตห้ วยขวาง กรุ งเทพฯ 10310

ลูกคนที่ ๓ ชื่อ น.ส. ตรี ยนุช เกตุจำ� นงค์ อายุ 41 ปี เกิดวันที่ 29 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2518 จบการศึกษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามค�ำแหง

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

หมดวาระการท�ำงาน ของ

๑๗๘

สมพล สุปัญญา

หันหน้ าเข้ าวัด เย็นกลับบ้ าน หลวงพ่ อบอกว่ าดี ช่ วยสร้ างสรรค์ วัด เป็ นวัด พัฒนาตัวอย่ าง เลื่อนต�ำแหน่ งเป็ นมัคทายก และวาทยากรวัด จบเพาะช่ าง 26 มีนาคม 2502 ท�ำงานที่อำ� เภอ ครู สอนหนังสือจนปลดระวาง ก็อยู่กับวัด เคยบอลลูนเส้ นเลือดหัวใจมาแล้ ว สุขภาพตามมีตามเกิด พ.ศ. 2559 มกราคม มีเพื่อนมาเทีย่ วภูเรื อ ไปเชียงคาน มาแวะเยี่ยมทีบ่ ้ าน ภูเวียงคนแรก ขับรถมาเองแล้ วกลับเอง ชื่อ กฤษฎี ปั ญญฤทธิ์ รวมแล้ วเป็ นเวลา 57 ปี แห่ งความหลัง เพื่อนมาพักรี สอร์ ท มีกจิ กรรมทีร่ ่ วมกันท�ำ คือ บังสุกุลให้ คณะครู อาจารย์ เพาะช่ าง และเพื่อนนักเรี ยนเพาะช่ างรุ่ น 2499 ทีล่ ่ วงลับไปแล้ ว ท่ านเจ้ าอาวาสท่ านซักถามกฤษฎีอยู่ 1 ชั่วโมง เหตุท่ ไี ปท�ำบุญที่วัดนี ้ มาจาก กรุ งเทพฯ กฤษฎีบอกจะมาใหม่ จะพาเพื่อนวัยดึกมาท�ำบุญที่วัดหลวงพ่ ออีก จะน�ำ ของดีมีคุณประโยชน์ มาถวายท่ าน ท่ านบอกว่ าดีอย่ าลืมเด้ อ! เมื่อไรเพื่อนจะมาเยี่ยมเรา เรามีรีสอรื ทให้ พกั สักคืนสองคืนนะ ถ้ ามาหลาย คนก็จะเปิ ดให้ หลายหลัง จะบอกให้ มงคลทราบแล้ วเปลี่ยน ที่น่ ีมี ไดโนเสาร์ ของแท้ ดงั ้ เดิมนะ..จะบอกให้ คิดถึงคนบ้ านนอก อย่ าลืมมาหาบ้ างเด้ อ... เพื่อน สมพล สุปัญญา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

8 ธันวาคม 2559 2 หมู่ 3 ถนนศรี ภเู วียง ต.ภูเวียง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่ น 40150 โทร 043-291-231 มือถือ 085-755-9227


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๗๙

เล่ าสู่กันฟั ง2

ชีวติ หลังเกษียณ

พลเรื อตรี สมัคร หนูไพโรจน์ เพื่อนๆ แดงด�ำ รุ่ น ๙๙ ทีร่ ั กทุกท่ าน เราขอเล่ าย้ อนหลังซักนิด เราสมัครเข้ าเรียนเพาะช่ างพร้ อมๆ

กับเพื่อน เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๙ เราเรี ยนเพาะช่ างปี ๑ เรี ยนรวมทุกวิชา เพื่อเลือกเรี ยนสาขาวิชา เมื่อขึน้ ชัน้ ปี ที่ ๒ (รุ่ นของเราเป็ นรุ่ นแรกทีม่ ีนักเรี ยนภาคเช้ า–บ่ าย จ�ำนวนหลายร้ อย คน) สมัยเรี ยนนัน้ มีเพื่อนสนิทหลายคน ที่สำ� คัญเวลาท�ำงานที่อาจารย์ มอบหมาย เสร็จแล้ ว มักชอบใช้ ชีวติ นอกรั ว้ โรงเรี ยน อาศัยความส�ำราญนอกสถานที่ (ออก นอกโรงเรี ยนและกลับมาเรี ยนในภาคบ่ าย) โดยเฉพาะเราเป็ นคนชอบเล่ นดนตรี กับ เพื่อนๆ เช่ น โอสถ เกษโสภา, ส�ำเภา จันทรา, อุเทน ยมาภัย, สุภาพ เมตตา จิตต์ , บ�ำเพ็ญ พลาขันธ์ และอีกหลายคน ต่ อมาวันหนึ่งเป็ นวันศุกร์ เรากลับไป เข้ าเรี ยนมีเพื่อนที่เรี ยนเล่ าให้ ฟังว่ า อาจารย์ ไพบูลย์ ตั้งตระกูล วิจารณ์ และชื่นชม ผลงานปั ้นของเราว่ าได้ รูปทรงดี เก็บรายละเอียดดีถูกต้ อง Anatomy เราพึ่งกลับ มาจากนอกโรงเรี ยน ตรงนีเ้ องท�ำให้ เราส�ำนึกได้ ว่าเราท�ำดีได้ แล้ วจะหนีโรงเรี ยน ท�ำไม? เราเลิกพฤติกรรมที่ไม่ ดที งั ้ หมดแต่ เลิกไม่ ได้ อย่ างเดียวคือ การเล่ นดนตรี กับ เพื่อน ที่เขียนเล่ ามาทัง้ หมดนี ้ เพื่อให้ เพื่อนได้ ร้ ู ว่า เราเคยละทิง้ การเรี ยนมาก่ อน (ท�ำผลงานเสร็ จแล้ วจะไปนอกโรงเรี ยนจากการชื่นชมของอาจารย์ ผ้ ูสอนในครั้ งนี้ เราเลิกพฤติกรรมโดยทั้งหมด) เป็ นอันว่ าเราเรี ยนจบปี ๓ ได้ วุฒิ ป.ป.ช. (ประโยคประถมการช่ าง) จะต้ อง สอบเข้ าเรี ยนต่ อปี ๔ - ๕ เพื่อให้ ได้ ป.ม.ช. แต่ ในช่ วงปิ ดเทอมเพื่อรอสอบเข้ าเรี ยน ต่ อเพิม่ เติมในสถาบันนี้ บังเอิญเราไปเล่ นดนตรี กับเพื่อน (ส�ำเภา จันทรา กับ หมูธวัชชัย รอดเรื องเดช) พร้ อมกับการแสดงของ “นครไทยกายกรรม” รอนแรมอยู่ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๐

ในมาเลเซีย และภาคใต้ ของประเทศไทยเกือบทุกจังหวัดเป็ นเวลา ๑ ปี กลับมาไม่ ทนั ต้ องสมัครสอบใหม่ สอบได้ แต่ ไม่ ได้ เรี ยน แม่ กลัวจะเสียคนบังคับให้ ไปอยู่กับพี่ชาย ซึ่งเป็ นทหารอากาศอยู่สัตหีบ และพี่สะใภ้ เป็ นครู ท่ โี รงเรี ยนสัตหีบของกองทัพเรื อ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓ (เรี ยนจบ พ.ศ. ๒๕๐๒) ชีวติ ที่เริ่มต้ นใหม่ นีเ้ อง เราจ�ำเป็ นต้ องเป็ นครู ทัง้ ๆที่ใจไม่ อยากเป็ น และไม่ อยากอยู่บ้านนอก แต่ เพียงเดือนเดียวได้ ค้นพบตัวเองว่ า สามารถท�ำงานได้ ปรั บตัว เองให้ อยู่ชนบทได้ และสามารถสมัครสอบได้ หลักสูตรประติมากรรม ปั ้น แกะสลัก และจบ ป.ม.ช. (ประโยคมัธยมช่ าง) ภายใน ๒ ปี และสมัครเข้ าเรี ยนระดับปริญญาตรี ที่วทิ ยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน (ภาคค�ำ่ ) และสอบได้ วุฒิ กศ.บ. (การศึกษาบัณฑิต) ในเวลา ๓ ปี หลังจากจบปริญญาตรี ท่ วี ทิ ยาลัยวิชาการศึกษาบางแสนแล้ ว เราได้ มีโอกาส เข้ ารั บราชการเป็ นทหารเรื อ บรรจุยศเป็ น “เรื อตรี ” เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑ และแต่ งงาน กับ คุณธิดา จันทรางศุ ซึ่งจบปริญญาตรี จากวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร ไปท�ำงานที่โรงเรี ยนสัตหีบ ๒ ปี จึงได้ แต่ งงานเป็ นครอบครั วเดียวกัน ปั จจุบนั มีลูก ชายหนึง ลูกสาวสอง ยังไม่ มีหลาน คือ 1) ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ หนูไพโรจน์ หัวหน้ าภาควิชา วิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย สมรส กับ ดร.นุดี หนูไพโรจน์ อาจารย์ ประจ�ำวิทยาลัยนิเทศศาสตร์ (นานาชาติ) มหาวิทยาลัย รั งสิต 2) น.ส.ศุทธินี หนูไพโรจน์ พนักงานวิเคราะห์ และวางแผน ระดับ 10 บริษัท ปตท จ�ำกัด (มหาชน) 3) น.ส.พีรญา หนูไพโรจน์ บริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์ บี จ�ำกัด (มหาชน) ฝ่ ายขายต่ างประเทศ สมรสกับ นายทรงเดช สุวรรณนาคะ บริษัท Sanmina - SCI System (Thailand) Ltd.

ครอบครั ว"หนูไพโรจน์ " ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๑

ชีวติ หลังเกษียณ เรายังคงท�ำงานมาโดยตลอด แต่ เป็ นงานเพื่อสังคม เช่ น ปี พ.ศ.๒๕๔๕ เราและผู้ใหญ่ ในวงการทหาร นักธุรกิจภาคเอกชน และข้ าราชการ ประมาณ ๘๐ คน ก่ อตั้งสโมสรลูกเสือนาวี ซึ่งสมาชิกประกอบด้ วย นักธุรกิจภาค เอกชน และข้ าราชการที่สนใจ มีการจัดการฝึ กอบรมหลักสูตรของวิชาลูกเสือสมุทร ขัน้ ความรู้ ท่ วั ไป ขัน้ ความรู้ เบือ้ งต้ น และขัน้ ความรู้ ระดับผู้น�ำขัน้ ความรู้ ชัน้ สูง ตาม หลักการของคณะลูกเสือแห่ งชาติ ปั จจุบนั มีสมาชิก ประมาณ ๒,๖๐๐ คน และการฝึ ก สมาชิกดังกล่ าวหลักการสนับสนุนภารกิจของลูกเสือในโรงเรี ยน สนับสนุนงานการ กุศลของทัง้ ภาครั ฐ และภาคเอกชนโดยเฉพาะสโมสรฯ มีภารกิจของกองทัพเรื อ (โดยเฉพาะน�้ำท่ วมภาคใต้ ปีนี้ สโมสรลูกเสือนาวีได้ บริจาคเงิน อุปกรณ์ สิ่งของให้ แก่ ผู้ประสบอุทกภัยหลายรายการ) ผ่ านฐานทัพเรื อกรุ งเทพ หลังเกษียณอายุราชการแล้ ว ปั จจุบนั ยังท�ำงานปกติใช้ ชีวติ ปกติ ขับรถ ไป– กลับ กรุ งเทพฯ-สัตหีบ ทุกครั ง้ และได้ มาซือ้ บ้ านหลีงหนึ่งไว้ ท่ กี รุ งเทพอยู่กับลูกๆ จากการสรุ ป มานี ม้ ี ง านอี ก หลายด้ า นที่ยั ง ไม่ ไ ด้ ร วบรวมเขี ย นให้ เ พื่ อ นๆ ทราบ งานที่ได้ ทำ� หลังเกษียณ สรุ ปได้ ดงั นี ้ ๑) ไปท�ำงานได้ การอนุรักษ์ พลังงานและสิ่งแวดล้ อม ที่สถาบันสิ่งแวดล้ อม ๒) นายกสมาคมศิษย์ เก่ าภาควิชาบริหารการศึกษา / นายกสโมสรไลออน สัตหีบ ชลบุรี ๓) ที่ปรึกษาสมาคมครุ ศาสตร์ สัมพันธ์ ๔) ที่ปรึกษากรรมการมูลนิธิลูกเสือชาวบ้ านกระทรวงมหาดไทย ๕) ยังมีงานกุศลอื่นๆ ให้ เพื่อนทราบ รางวัลชีวติ ทีส่ ร้ างความภาคภูมใิ จ ได้ รับล่ าสุด คือ เครื่ องราชอิสริยาภรณ์ มหาปฐมาภรณ์ ช้ างเผือก เป็ นสายสะพายชั้นสูงสุดเส้ นที่ ๔ ซึง่ เป็ นผลงานทีไ่ ด้ รับหลัง เกษียณอายุราชการเลื่อนชั้นจากสายสะพายสายที่ ๒ เพิม่ สายสะพายสายที่ ๓ และ สายที่ ๔ ชั้นสูงสุด และทีส่ �ำคัญอย่ างยิง่ ได้ รับโปรดเกล้ าฯ พระราชทานได้ รับเครื่ อง ราชอิสริยาภรณ์ รามกีรติ อันเป็ นสิริยง่ิ ชั้นพิเศษของสภาลูกเสือไทย ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๒

จากชีวติ ที่เริ่มต้ นเป็ นข้ าราชการทหารเรื อ บรรจุเป็ นครู แผนกศึกษา สังกัด ฐานทัพเรื อสัตหีบ จนได้ รับพระราชทานยศเป็ น “เรื อโท” เราจึงมีโอกาสสอบเข้ า เรี ยนระดับปริญญาโท ที่ภาควิชาบริหารการศึกษา คณะครุ ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จนจบหลักสูตรได้ รับวุฒกิ ารศึกษา ครุ ศาสตร์ มหาบัณฑิต (ค.ม.บริหาร การศึกษา) ตลอดเวลาที่รับราชการทหารเรื อ อยากจะเล่ าให้ เพื่อนๆฟั งว่ า ได้ รับความ รู้ มากมายในด้ านการศึกษาหาความรู้ เพิ่มเติมจากหลักสูตรต่ างๆ ในกองทัพเรื อ โดย เฉพาะเมื่อยศ “นาวาเอก” ได้ มีโอกาสเข้ ารั บการศึกษาขัน้ สุดท้ ายของกองทัพเรื อ คือ หลักสูตร วิทยาลัยการทัพเรื อ รุ่ นที่ ๒๕ ซึ่งเป็ นหลักสูตรขัน้ สูงสุดของกองทัพเรื อได้ รั บพระราชทานยศตามล�ำดับตัง้ แต่ ชัน้ ยศ “เรื อตรี ” จนถึง “พลเรื อตรี ” จนเกษียณอายุ ราชการ ตลอดเวลาที่เรารั บราชการเป็ นทหารเรื อ เราส�ำนึกเสมอว่ า เราโชคดีท่ มี ี โอกาสได้ รับความกรุ ณาจากผู้บงั คับบัญชา และได้ รับการบรรจุในต�ำแหน่ งหน้ าที่ หลายต�ำแหน่ ง จนประสบความส�ำเร็จในชีวติ การปฏิบตั งิ านทุกด้ าน ตัง้ แต่ เป็ นครู น้อย จนถึงเป็ นอาจารย์ ใหญ่ ได้ รับต�ำแหน่ งสุดท้ ายก่ อนเป็ นชัน้ ยศ “นายพล” เป็ น “รอง เจ้ ากรมสารบรรณทหารเรื อ” และได้ รับพระราชทานยศ ชัน้ นายพลเรื อในต�ำแหน่ ง ผู้ ช�ำนาญการกองทัพเรื อ ผู้ทรงคุณวุฒกิ องทัพเรื อ จนเกษียณราชการปี ๒๕๔๒ ในชีวติ ราชการ ได้ ทำ� ผลงานและคุณประโยชน์ ให้ กับกองทัพเรื อมากมายหลายด้ าน ถือว่ า ประสบความส�ำเร็จในชีวติ ราชการ ที่น�ำความภาคภูมใิ จ คือ การได้ รับโล่ ห์ดเี ด่ นจาก การปฏิบัตงิ านทุกสถาบัน และหน่ วยงานอื่น รวม ๖ ครั้ ง และครั้ งสุดท้ าย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้ รับโล่ ห์ยกย่ องจากสมาคมศิษย์ เก่ าเพาะช่ าง รั บโล่ ศษิ ย์ เก่ าเพาะช่ างดีเด่ น

ต้ อนรั บคณะลูกเสือเอเซียแปซิฟิก 48 ชาติ มาประชุมที่ประเทศไทย ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๓

ปั จจุบนั ด�ำรงต�ำแหน่ ง นายกสโมสรลูกเสือนาวี และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของสภาลูกเสือไทย ด้ วยความตั้งใจของชีวติ ตนเองจะท�ำหนังสือชีวติ สุดท้ ายไว้ ล่วงหน้ า ซึง่ มี รายละเอียดบอกประวัตชิ ีวติ หลังเกษียณ และอาจจะมีโอกาสส่ งมาให้ เพื่อนได้ อ่าน ถึงความคาดไม่ ถงึ ว่ า ตัวเราสามารถเจริญก้ าวหน้ ามาถึงจุดนี้ได้ อย่ างไร........รออ่ าน นะเพื่อน ท้ ายนีเ้ ราขอขอบคุณ มงคล แก้ วพวงงาม เพื่อนรั กที่ตดิ ต่ อประสานและมีความ คิดริเริ่มให้ เพื่อน ทุกคนรวบรวมประวัตชิ ีวติ หลังเกษียณอายุราชการ น�ำมาสนทนา เล่ าสู่กันฟั ง เสียดายเพื่อนเราหลายคนเสียชีวติ ไปก่ อนวัยอันควร ซึ่งน่ าจะมีอายุ ยืนยาวกว่ านี ้ ทุกคนอยู่ในกฎแห่ งกรรม ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ ได้ เรื่ องเล่ าสู่กันฟั งที่มงคล ต้ องการให้ เขียนเล่ าความหลังให้ เพื่อนเราได้ รับรู้ นับว่ ามีคุณค่ าเป็ นอย่ างมาก พวก เราจะได้ รับรู้ ความเคลื่อนไหวของเพื่อน ๆ

มอบของที่ระลึกให้ ประธานองค์ การลูกเสือโลก เมื่องานชุมนุมลูกเสือโลก ครั ง้ ที่23 ประเทศญี่ปุ่น

ร่ วมพิธืวางพวงมาลาสักการะ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ศึกษาดูงานหลุมระเบิดปรมาณู ที่เมืองนางาซากิ ญี่ปุ่น ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


ชีวติ ...หลังเกษียณ

สัมฤทธิ์ เมฆพะโยม ถมสุวรรณ

เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๔

ชีวติ ของการรับราชการเป็ นชีวติ ที่มีเกียรติสูงสุดของ วงศ์ ตระกูล ที่ทำ� งานอยู่จนครบอายุเกษียณ 60 ปี แต่ เรามีความ ตัง้ ใจและให้ ค�ำมั่นต่ อตัวเราเองว่ าเราจะอยู่ในอาชีพรั บราชการ แค่ 55 ปี เท่ านัน้ หลังจากนัน้ ถ้ าเรายังแข็งแรงอยู่ เราก็จะใช้ ชีวติ ที่เหลืออยู่กับการท�ำงานที่เราอยากท�ำ ตามที่เราตัง้ ใจไว้ เราจึงลา ออกจากงานก่ อนเกษียณ เราไม่ ได้ “เออร์ ลี่รีไทร์ " มา หลังจากทีเ่ ราลาออกมา รู้ สึกว่ าชีวติ เรามันขาดอะไรไปอย่ างหนึ่ง แต่ เรา ท�ำใจได้ เราดูแลบ้ าน รอจนกว่ าลูกสาวคนโตจะคลอดหลาน อยู่บ้านประมาณ 1 เดือน ลูกสาวคนที่ 2 ไปเปิ ดร้ านอาหารกลางคืนทีล่ าดพร้ าวซอย 101 ให้ เรา ไปจัดการดูแลร้ านช่ วงตอนเย็นและสั่งของเข้ าร้ าน เพราะเขาไปท�ำงานกันหมด เราจึงคลายความเหงาลงไปบ้ าง ช่ วงกลางคืนถ้ าคนเยอะมาก เราก็เข้ าครั วปรุ ง อาหารบ้ างเป็ นบางอย่ าง พอเปิ ดร้ านอาหารอยู่ได้ ประมาณ 8-9 เดือน เริ่มขาดทุน ทุกเดือน ค่ าเช่ าร้ านก็แพง คนช่ วยก็ไว้ ใจไม่ ได้ ก็เลยต้ องเลิกกิจการ พอดีลูกสาว คลอดหลานชาย เราก็เลยต้ องเลี้ยงดูหลานจนหลานเข้ าโรงเรี ยน ช่ วยเหลือตัวเอง ได้ เรามานั่งคิดนอนคิดว่ าเราจะท�ำอะไรดี เราจะไม่ ยอมปล่ อยเวลาว่ างให้ ผ่านไป โดยไม่ ทำ� อะไรเลย... เรามีนิสัยที่ตดิ จากแม่ ของเรามา คือเราชอบท�ำอาหารและขนมที่ทำ� ทาน เองเสมอ ช่ วงที่เรายังสอนหนังสืออยู่ เราเป็ นหัวหน้ าหมวด คุมหมวดคหกรรม เวลามีแขกมาเยือนที่โรงเรี ยน ท่ านผู้ใหญ่ จะต้ องสั่งการลงมา เราก็ส่ ังต่ อไปที่ลูก น้ องของเรา เขาก็จะจัดท�ำอาหารต่ างๆ นานา เราก็จะไปช่ วย เราก็เลยได้ เรี ยนรู้ วิธีการปรุ งอาหารต่ างๆ และน�ำมาปรั บปรุ งและหัดท�ำให้ ลูกๆ เราทานเป็ นประจ�ำ จนท�ำให้ ลูกๆ และเพื่อนครู ตดิ รสชาติอาหารของเรา สั่งให้ เราท�ำในงานเลีย้ ง ต่ างๆ เช่ น ขึน้ บ้ านใหม่ งานวันเกิด และงานเลีย้ งของบริษัทที่ลูกท�ำงานอยู่ เราถูกเพื่อนๆ ของลูกถามว่ าแม่ จบคหกรรมที่วทิ ยาลัยไหน เราก็เลยบอกลูก ว่ าแม่ จบจากวิทยาลัยของรั ว้ สถาบันแบบจ�ำมานัน้ เองที่เขาเรี ยกกันว่ า "ครู พกั ลักจ�ำ" นั่นแหละ เคยได้ ยนิ ไหมเพื่อน... ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๕ ...และเหตุเกิดขึน้ จากเพื่อนครู ท่ โี รงเรี ยนคนหนึ่ง เพื่อนคนนีเ้ ป็ นคนดี และดีต่อเรา มากในทุกๆ ด้ าน ช่ วยเหลือเรามาตลอด เมื่อเรามีความทุกข์ หรื อเรื่ องเดือดร้ อนต่ างๆ เขาเอ่ ยปากขอร้ องเราให้ ช่วยท�ำอาหารไปเลีย้ งแขกที่มาในงานของเขา เราเป็ นคนที่ ไม่ ลืมคุณคน เราก็ต้องตอบแทนด้ วยแรงกายและใจ อาหารที่ส่ ังให้ ทำ� ในวันนัน้ คือ 1. ขนมจีนน�ำ้ พริก 2. น�ำ้ ปลาหวานมะม่ วง 3. ปูหลน (หลนปูเค็ม) 4. หมูสะเต๊ ะ 5. พะแนงกระดูกหมูอ่อน พอถึงเวลาเลีย้ งพระ และเสร็จจากเลีย้ งพระ แขกที่ เชิญมามากมาย รวมทัง้ แขกผู้ใหญ่ ต่างๆ และในวันนัน้ มี แขกคนส�ำคัญ คือ หม่ อมราชวงศ์ ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ รวมอยู่ ด้ วย หม่ อมถนัดศรี ติดรสชาติอาหารของเรา...ติบ้าง...แต่ จะ ชมเป็ นส่ วนใหญ่ หลังจากนัน้ หม่ อมถนัดศรี กจ็ ะมาสั่งและ มาเอาอาหารของเราไปทาน ท่ านจะพูดว่ าไปบ้ านป้าฤทธิ์ ไป เอาน�ำ้ ปลาหวานมะม่ วงมาทานกัน ท่ านมาประมาณ 1-2 ครั ง้ อาหารที่หม่ อมถนัดศรี ชอบมาก คือ ปูหลน เราก็เลยได้ หน้ าไปเลย อดนึกชมตัวเองไม่ ได้ ว่าเรามีความเพียร และพยายาม แก้ ไขปรั บปรุ งตัวเอง เพื่อชดเชยของบางอย่ างที่เราเรี ยนมา แต่ เราท�ำ ไม่ ได้ เพราะมันไม่ เหมาะกับนิสัยของเรา และเราก็ได้ รับการตอบแทนที่ค้ ุมค่ าในชีวติ คือใบรั บรองฉบับหนึ่งว่ า ...มีฝีมือ เหมาะสมกับที่เป็ นร้ าน “เชลล์ ชวนชิม” เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2551 จากหม่ อมราชวงศ์ ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ... แต่ ในใบรั บรองอาหาร ขาดไป 1 อย่ าง คือ พะแนงกระดูกหมูอ่อน คนเขียนเขาบอกว่ ามันมากไปไม่ มีท่ จี ะลง ในใบรั บรอง เมื่อเรารู้ ข่าวเรารู้ สึกดีใจที่ไม่ เสียชาติเกิดที่ได้ ทำ� ความดีตอบแทนสังคม เล็กๆจากปากต่ อปาก ท�ำให้ อาหารของเราเป็ นที่ร้ ู จกั ของคนโดยทั่วไป โดยเฉพาะการ ลงตีพมิ พ์ แนะน�ำอาหารของเราในหนังสือพิมพ์ มติชนรายสัปดาห์ .. หลังจากการลงข่ าวในหนังสือพิมพ์ มติชน เรารั บโทรศัพท์ ไม่ ไหว มีแต่ คนตาม หาร้ านของเราว่ าร้ านอยู่ท่ ไี หน มีบางคนเสนอให้ ท่ ดี นิ ท�ำร้ านอาหารบ้ าง บางคนก็จะ ให้ เช่ าร้ านบาง เราก็ปฏิเสธไปว่ าเราไม่ ทำ� เพราะอายุมากแล้ ว ที่ทำ� ไปเพราะเราอยาก สนุกกับงาน อยากได้ รับค�ำติชมจากผลงานของเรา ถึงแม้ ว่าท�ำแล้ วจะไม่ ได้ รับผล ตอบแทนก็ตาม ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๖

เมื่อเรามีเวลาว่ าง...ไม่ มีงานที่เราถนัดท�ำ เรารู้ สึกและบอกกับตัวเองว่ า การ ได้ รับใบรั บรองจาก “เชลล์ ชวนชิม” มาจะปล่ อยให้ มันศูนย์ เปล่ าไปหรื อ เลยมาคิดหา ทางเลือกบางอย่ างที่ไม่ ต้องใช้ แรงงานมาก และเหมาะกับตัวเรา เราก็เลยเลือกท�ำ น�ำ้ ปลาหวานมะม่ วง 1 อย่ าง ทดลองท�ำไปเรื่ อยๆ เสียบ้ าง ดีบ้าง ท�ำแล้ วก็แจกจ่ ายไป เราก็ปรั บปรุ งไปเรื่ อยๆ จนได้ รับค�ำชมว่ า “อร่ อยใช้ ได้ ติดปากคนชิมและคนกิน” เราก็ เลยได้ สูตรที่ลงตัวท�ำไปปรั บปรุ งไป แต่ ทงั ้ หมดก็ขนึ ้ อยู่กับอุปกรณ์ และวัตถุดบิ ด้ วย ถ้ า ได้ อุปกรณ์ และวัตถุดบิ ที่ดี ท�ำออกมาก็จะอร่ อยและมีคุณภาพ ท�ำไปเรื่ อยๆ เขาสั่งท�ำ บ้ าง ขายอยู่ท่ บี ้ านพอ ไม่ ต้องเอาบ�ำนาญมาใช้ เก็บฝากไว้ เผื่อเราจ�ำเป็ นที่จะต้ องการ ใช้ ในอนาคต มีนายทุนมาติดต่ อเรา จะท�ำขาย พร้ อมกับน�ำ้ พริกต่ างๆ เพื่อขายและส่ งออก ลูกๆ ห้ ามเราไว้ บอกว่ าแม่ จะเหนื่อยมากนะ และแม่ กอ็ ายุมากแล้ วด้ วย แม่ คดิ ท�ำ อะไรไม่ ทนั เขาหรอก แค่ อยู่บ้านท�ำตามสั่งแม่ กท็ ำ� ไม่ ไหวแล้ ว ท�ำอยู่กับบ้ านลูกๆ เลิก งานมาก็มาช่ วยกันท�ำบ้ าง แม่ จะได้ พกั ผ่ อน เราทบทวนหาเหตุผลตามกฎที่เราเขียนไว้ ในแบบฉบับของพวกเราว่ า เมื่อเราเกษียณหรื อออกจากการท�ำงาน ต้ อง “ห้ ามลงทุน, ห้ ามให้ คนยืมเงิน, ท�ำบุญ, และท่ องเที่ยวไปตามที่เราต้ องการ” เราคิดได้ เราเลยล้ ม เลิกความคิดที่จะร่ วมลงทุนท�ำกิจการร่ วมกับคนอื่น ตอนนีเ้ รามีงานท�ำ 2 อย่ างคือ ท�ำ น�ำ้ ปลาหวานมะม่ วง และท�ำป้ายของส�ำนักงาน บริษัทต่ างๆ ที่ส่ ังท�ำ รายได้ กแ็ จกจ่ าย คนช่ วยท�ำ งานนีเ้ ราท�ำต่ อจากแฟนเราที่เสียไปแล้ ว ...เราก็ไม่ ร้ ู เหมือนกันว่ าจะหยุดการท�ำเมื่อไหร่

ทางด้ านสังคม เราก็ไม่ ได้ ทำ� อะไรมากนัก เพราะเราสุขภาพไม่ ดี ไปไหน

มาไหนไม่ สะดวกต้ องพึ่งพาคนใกล้ ชิด เช่ น เวลามีงาน เขาบอกมา เราก็ฝากของไป เราได้ ไปออกร้ านน�ำ้ ปลาหวานมะม่ วงมาบ้ าง เช่ น งานหลวงตามหาบัว วัดไผ่ ล้อม, ดินแดนของพญานาค วัดป่ าคลอง 11 จังหวัดปทุมธานี, งานแสดงสินค้ า OTOP ที่ ฟิ วเจอร์ พาร์ ค รั งสิต และถ้ าลัดดาวัลย์ (แจ๋ ว) เขาจะท�ำงานเกี่ยวกับสังคมเราก็จะไป กับเขาเสมอ เพราะถ้ าแจ๋ วขับรถไปเราก็ไปกับแจ๋ วเกือบทุกรายการ ไปเป็ นวิทยากร ที่โรงเรี ยนประชาราษฎร์ สงเคราะห์ โรงเรี ยนที่ 25 ของในหลวง ที่จงั หวัดแพร่ ไปเป็ น ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๗

วิทยากรโรงเรี ยนมหรรณพาราม ไปช่ วยสอนด้ วย และครั ง้ สุดท้ ายเราไปสอน ที่กระทรวงคมนาคมเป็ นวิทยากรและสอนท�ำการมัดย้ อมผ้ า ไปบุรีรัมย์ ไป สุรินทร์ เราจ�ำไม่ ได้ ว่าไปโรงเรี ยนอะไรบ้ าง แจ๋ วพาเราไปทัง้ นัน้ เรามีหน้ า ที่ทำ� การสอนโดยไม่ คดิ ค่ าตอบแทน การที่เราท�ำผ้ าบาติก และมีช่ ือเสียงโด่ งดังไปทั่วในเขตตลิ่งชันนัน้ เพราะเรามีแรงบันดาลใจจากครู ฝ่ายวิชาทัง้ หลาย ว่ าการสอนศิลปะ เป็ นการ สอนที่สบาย ไม่ มีงานอะไรเลย เราก็เลยคิดที่จะหาวิธีการไม่ ให้ ใครมาดูถูกครู สอนศิลปะ เราเรี ยนรู้ จากการเป็ นครู พกั ลักจ�ำ เที่ยวแสวงหาไปเรื่ อยๆ พอ เหมาะพอดีกับที่เราเรี ยนทฤษฎีสีมา ผลงานเลยออกมาดี เราเรี ยนรู้ ด้วยตัว เองมาตลอด เราไปแสดงผลงานในที่ต่างๆ เราสามารถลบค�ำดูถูกจากอาจารย์ ฝ่าย วิชาการได้ เราจึงเป็ นที่ยอมรั บของครู ในโรงเรี ยน เราเอาความรู้ นีไ้ ปเป็ นวิทยาทาน สอนแก่ คนที่อยากเรี ยนรู้ และน�ำไปประกอบอาชีพได้ ใครขอร้ องเรามา เราและลัดดา วัลย์ กจ็ ะไปสอนให้ เราจึงหาเวลาว่ างไม่ ค่อยได้ เพื่อนๆ ที่เคยเรี ยนมาด้ วยกัน ตัง้ แต่ ประถม มัธยม และเพาะช่ าง เขานัดพบกัน เราได้ ข่าวก็ดใี จที่พวกเรารั กกันเหนียว แน่ นไม่ เสื่อมคลาย เพื่อนๆ ก็ยังเหมือนเดิมจิตใจยังมั่นคง แม้ ร่างกายจะเปลี่ยนแปลง ไปตามอายุ เราก็ยังจ�ำเพื่อนตอนเรี ยนด้ วยกันได้ เราจึงมีความสุขสนุกสนานไปจนลืม นึกถึงร่ างกายที่ไม่ แข็งแรง พอกลับมาบ้ านต้ องหายาแก้ ปวด ลูกก็มานวดให้ เรา ...ไม่ บอกลูกหรอก...ว่ าเราไปท�ำอะไรมาบ้ าง ร่ างกายทีเ่ ปลี่ยนแปลงไป จิตใจของเรายังมั่นคง ต่ อ พ่ อ แม่ ญาติ พี่น้อง และ เพื่อนๆ เพื่อนร่ วมโลก เรามีความเมตตาสงสาร และยินดีจะช่ วยเหลือ เมื่อเรามีกำ� ลังที่ จะช่ วยได้

ทางศาสนา

เราไม่ ได้ ไปท�ำบุญที่วัดเหมือนกับคนอื่นเขา เพราะมีเหตุจำ� เป็ น เรา เหมือนชีวติ วัว ต้ องเคีย้ วเอือ้ ง เฝ้าบ้ าน ดูแลการงานต่ าง ๆ จึงท�ำบ้ านให้ เป็ นวัด โดยฟั งธรรมะ ดูโทรทัศน์ และฟั งวิทยุ สวดมนต์ และท�ำใจให้ สบาย ปล่ อยวางให้ ชีวติ มันสงบนิ่ง ท�ำบุญใส่ บาตรทุกวัน เราใส่ บาตรมาตัง้ แต่ จำ� ความได้ เพราะมีหน้ าที่รับผิด ชอบเรื่ องการใส่ บาตร มันเลยเกิดความเคยชิน เกิดจิตส�ำนึกฝั งแน่ นอยู่ตลอดมา ก่ อน

ใส่ บาตรก็กล่ าวค�ำอธิษฐาน สิ่งที่จะลืมไม่ ได้ คือ ให้ บดิ ามารดาปู่ ย่ าตายาย ครู บา ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๘

อาจารย์ และเพื่อนๆ มิตรสหาย ไม่ ร้ ู ว่าได้ รับชองชองเราหรื อไม่ ไม่ มีใครมาบอก สักคน หายเงียบกันไปหมด ใครบอกให้ ทำ� บุญเราก็ทำ� ไป เช่ นไปออกโรงทานที่ วัดหลวงตาบัว(ฝากของไป) วัดไผ่ ล้อม ราชบุรี วัดป่ าคลอง 11 และก็ได้ ทอดฝ้าป่ า ที่วัดป่ าคลอง 11 (ไปกับแจ๋ ว) ปทุมธานี และไปออกร้ านที่ฟิวเจอร์ ปาร์ ครั งสิต เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 เราจะจ�ำจนวันตาย เพราะเราได้ ไปกราบ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หวั ฯ ในหลวงรั ชการที่ 9 มาแล้ ว เราไป ด้ วยความตั้งใจมั่นคงต่ อองค์ พระมหากษัตริย์ ทีเ่ ราอยู่ใต้ พระบาทของพระองค์ เรากินดีอยู่ดี ลูกหลานสุขสบายเพราะเราได้ รับส่ วนบุญของพระองค์ ท่าน เราเป็ น ข้ าราชการได้ รับบ�ำนาญของพระองค์ ท่าน ค�ำปฏิญาณจะมีจริงหรื อไม่ เราไม่ ร้ ู แต่ เราจะขออธิษฐานกับตนเองว่ า เรา เกิดในประเทศไทย และจะขอเป็ นข้ าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หวั ฯ รั ชกาลที่ 9 ทุกชาติไป เราไม่ ถนัดไม่ อยากเขียนเรื่ องของตัวเองเลย เพราะเราโกหกไม่ ได้ สมัย ที่เราเรี ยนอยู่โรงเรี ยนมัธยมแม่ เราไม่ เคยเสียเงินค่ าหนังสือวารสารของโรงเรี ยน เลย เราก็ไม่ เคยขอ เพราะมันสิน้ เปลือง เราเลยคิดหาหนทางช่ วยเหลือตัวเอง ด้ วย การเขียนนิยายเรื่ องสัน้ ลงในหนังสือวารสารของโรงเรี ยน เรื่ อง จริงบ้ าง โกหกบ้ าง เรื่ องเพื่อนๆ ที่ปล่ อยไก่ บ้าง จดจ�ำและเขียน เรื่ องตัวเองบ้ าง โดยใช้ นามปากกาว่ า "ฤทธิ์ เมฆพะโยม" หนังสือ จะออกเป็ นรายเทอม พอหนังสือออก เพื่อนๆ อ่ านแล้ ว บางคน ก็ชม ส่ วนใหญ่ จะด่ าเรามากกว่ า เรามีความสุขมากตลอดระยะ เวลาที่ผ่านมาที่ได้ อยู่กับเพื่อนๆ ทุกๆ ที่ ที่เราได้ ร่วมเรี ยนด้ วย กันมา เราคิดว่ าชีวติ นีส้ ัน้ นัก เวลาช่ างผ่ านไปเร็วมาก เราเหลือ เวลาอีกไม่ มาก อย่ าปล่ อยเวลาให้ ผ่านเลยไปโดยไม่ คดิ ท�ำอะไร อย่ างน้ อยก็หวั เราะ ร่ าเริง แจ่ มใส สนุกสนาน กับเสียงเพลงที่ เพื่อนร้ องให้ เราฟั งเพราะบ้ าง ไม่ เพราะบ้ าง ก็ทนฟั งไปนะ...นะ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๘๙

เพื่อนรั ก

ฟี งเพลงนีแ้ ล้ วคิดถึงเรานะ เพื่อนรั ก เก็บตะวัน ทีเ่ คยส่ องฟ้า เก็บเอามา ใส่ ไว้ ในใจ เก็บพลัง เก็บแรงแห่ งแสง ยิง่ ใหญ่ รวมกันไว้ ให้ เป็ น 1 เดียว เก็บเอากาล เวลาผ่ านเลย สิ่งทีเ่ คย ผิดหวังช่ างมัน 1 ตัวตน 1 คนชีวติ แสนสั้น เจ็บแค่ นั้น ก็คงไม่ ตาย ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้ม เมฆหม่ น พายุฝน อยู่บนฟากฟ้า คงไม่ นานตะวัน สาดแสงแรงกล้ า ส่ งให้ ฟ้า งดงาม หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า จะมัวมา สิ้นหวังท�ำไม เมื่อยังมีพรุ่ งนี้ ให้ เดินเริ่มใหม่ มั่นคงไว้ ดังเช่ นตะวัน ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้ม เมฆหม่ น พายุฝน อยู่บนฟากฟ้า คงไม่ นานตะวัน สาดแสงแรงกล้ า ส่ งให้ ฟ้า งดงาม หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า จะมัวมา สิ้นหวังท�ำไม เมื่อยังมีพรุ่ งนี้ ให้ เดินเริ่มใหม่ มั่นคงไว้ ดังเช่ นตะวัน

สัมฤทธิ์ เมฆพะโยม (ถมสุวรรณ)

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๐

เล่ าสู่กันฟั ง2

ชีวติ หลังเกษียณอายุุราชการ

สุชาติ แย ้มนืยม สวัสดีครั บ เพื่อนๆแดงด�ำ99 ทีร่ ั กทุกท่ าน

ผมเริ่มรับราชการเมื่อ 15 มิถุนายน 2504 ที่โรงเรียนพิษณุโลก

พิทยาคม อ.เมือง จ.พิษณุโลก เกษียณอายุเมื่อ 1ตุลาคม 2543 นับอายุราชการ+ วันทวีคูณระหว่ างประกาศกฎอัยการศึก..นับ ได้ รวม 44 ปี . ต�ำแหน่ งสุดท้ ายก่ อนเกษียณคือ หัวหน้ าส�ำนักงาน วิชาการ. เมื่อเกษียณบางคนบอกว่ า ชีวติ จะเหงา..มีเพื่อนครู ผ้ ูหญิงคน หนึ่งมาชวนให้ ไปช่ วยสอนที่โรงเรี ยนพระ เณร ที่วัดใหญ่ ผม บอกเพื่อนว่ า พอแล้ ว..ขออยู่อย่ างเป็ นนายของตัวเอง อยาก.. กิน..กิน อยากเที่ยว..เที่ยว..ท�ำอะไรก็ได้ ท่ ไี ม่ ทำ� ให้ ผ้ ูอ่ ืนเดือด ร้ อน..ขออยู่อย่ างสบายๆ.... การไปเที่ยว..โชคดีท่ ผี มมีน้องชายและพี่ชายท�ำงานอยู่ท่ ี New York และ Chicago ได้ ชวนให้ ผมไปเที่ยว..ผมก็ตอบตกลง จะไป ขอด�ำเนินการเรื่ องเอกสารใหัเรี ยบร้ อยก่ อน โดยมีน้องชาย 2 คนที่ทำ� งานอยู่ใน กทม.ช่ วยแนะน�ำด�ำเนินการให้ จนส�ำเร็จเรี ยบร้ อย พร้ อมที่จะบินไปได้ การเดินทางไปครั ง้ นีผ้ มไปคนเดียว และเป็ นช่ วงโรงเรี ยนปิ ดเทอม ขอ Visa ไว้ 20 วัน. ผมเริ่มเดินทางไป New York วันที่ 11 ตุลาคม 2540 น้ องชายมารั บ ที่สนามบิน Jfk. ตื่นเต้ นมากในระหว่ างการเดินทาง..! อยู่เที่ยวจนครบ ก�ำหนดที่ของ Visa ไว้ และเดินทางกลับคนเดียว วันที่ 1 พฤศจิกายน 2540 โรงเรี ยนเปิ ดเทอมพอดี..! ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๑

ครั ง้ ที่ 2 หลังจากเกษียณแล้ ว เดินทางไป Chicago ตัง้ แต่ วันที่ 12 พฤษภาคม 2544 คราวนีม้ ีญาติท่ จี ะไปเรี ยนต่ อ ปริญญาโท 2 คน การเดินทางไปครั ง้ นี ้ ถ้ าผมไม่ มีคนไปด้ วยคงไปไม่ ถงึ แน่ ..! เรื่ องภาษา ก็งๆ ู ปลาๆ.. เครื่ องแวะพักที่ Los Angeles (เป็ นเวลากลางคืน) ขณะ ที่ลงพักรอขึน้ เครื่ อง ต้ องคอยดูจอที่แสดงเวลาของเครื่ องบินซึ่งมี เยอะแยะไปหมด มีการเปลี่ยน Terminal ด้ วย และต้ องรี บเดินจาก Terminal ที่เรารออยู่ ไปอีก Terminal หนึ่งที่อยู่ไกลมากพอสมควร.. เครื่ องไปลงจอดที่สนามบิน O'Hare Chicago มีพ่ ชี ายและพี่สะไภ้ มา รอรั บ..! ผมมีเวลาอยู่ Chicago 6 เดือน (Visa ออกให้ 10 ปี ) กินๆ ๆๆ...เที่ยวๆๆๆๆๆๆ....พี่ชายและพี่สะไภ้ เกษียณแล้ ว (ที่น่ ีเกษียณ อายุ 65 ปี ) จึงพากันไปเที่ยวได้ ... ผมเดินทางกลับเมืองไทย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2544/ปี 2001 ปี ที่ตกึ แฝด World trade Center ถูกถล่ ม(11 กันยายน 2544) วันที่ตกึ ถล่ ม ตอนเช้ าผมนั่งดู TV อยู่ท่ บี ้ าน ตอนแรกนึกว่ าเป็ น ภาพยนตร์ ..! ตึก World Trade Center ผมเคยขึน้ ไปชมวิวบนชัน้ ที่ 94 เมื่อสิงหาคม 2544 ก่ อนที่ตกึ ถูกถล่ ม..! เดือนเดียว.. .

รั กษ์ สุขภาพ

ผมเล่ นแบดมินตัน้ มาตัง้ แต่ ยังไม่ เกษียณ หลังเกษียณแล้ วก็ยังเล่ น ต่ อมาอีกหลายปี หลังจากเลิกเล่ นแบดฯ ก็หนั มาออกก�ำลังกายโดย การเดิน..(เดินเร็ว ไม่ ใช่ เดินเล่ น) คือประมาณตี 4 ครึ่ง เดินในหมู่บ้าน ประมาณ 1 ชั่วโมง เกือบทุกวัน วันไหนฝนตก ก็จะเดินบนเครื่ องเดิน สายพานในบ้ าน.. การเดินเร็วก็เลยติดเป็ นนิสัย..จนบางครั ง้ ที่มา กทม. กับคุณโสภณ ..คุณโสภณบอกว่ า เฮ้ ยชาติรอด้ วย อัว้ เดินไม่ ทนั ว่ ะ.! ผมมีโรคประจ�ำ ตัว.คือเป็ นโรคใจง่ าย..! เฮ้ ย..ไม่ ใช่ .!.เป็ นโรคสามัญประจ�ำบ้ าน..งงงง..ละซี่.. อ๋ อ..! เริ่น ต้ นก็เป็ นโรคหัวใจ..ตามมาในภายหลังอีกคือความดันและเบาหวานตามล�ำดับ.. การ รั กษาคือพบหมอตามนัด.!.รั บยามากิน ไม่ มีการผ่ าตัดใดๆทัง้ สิน้ ( ออกก�ำลังกาย เลือก อาหารทีิ ่ กิน ไม่ ตามใจปาก) ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๒

กิจกรรม.. สันทนาการ

มีกจิ กรรมที่ต้องไปร่ วมมากมาย.. เช่ น ศิษย์ เก่ าเพาะช่ าง จ.พิษณุโลก ได้ จดั ตัง้ "ชมรมศิษย์ เก่ าเพาะช่ าง พิดโลก" สมาชิก ในชมรมมีทงั ้ รุ่ นพี่ รุ่ นพวกเรา รุ่ นน้ องๆและรุ่ นลูกศิษย์ ท่ เี ราเคย สอน.อีกหลายคน. มีประชุมกัน 2เดือน/ครั ง้ พบปะสังสรรค์ .กิน.. เที่ยว..จัดประกวดวาดภาพของนักเรี ยน..จัดกิจกรรมงานวันเด็ก.. เป็ นเจ้ าภาพสวดอภิธรรมศพสมาชิกหรื อบิดา,มารดาของสมาชิก 1 คืน ฯลฯ ครู อาจารย์ โรงเรี ยนพิษณุโลกพิทยาคมทีเ่ กษียณอายุราชการ แล้ ว กลุ่มหนึ่งได้ ก่อตั้ง "ชมรมครู อาวุโสพิษณุโลกพิทยาคม" เมื่อ ไม่ ก่ีปีมานี้ ผมได้ รับเลือกให้ เป็ นรองประธานคนที1่ (รองประธาน มี 2 คน ชาย1 หญิง1) นัดชุมนุม 2เดือน/ครั้ ง มีกจิ กรรมเช่ น สังสรรค์ ,กิน..เที่ยว,งานบุญ,เยี่ยมสมาชิกที่เจ็บป่ วย,.เป็ นเจ้ าภาพ สวดอภิธรรมศพสมาชิก หรื อบิดา-มารดา 1คืน,และอื่นๆอีก.. ชมรมนัเรี ยนเก่ าโรงเรี ยนพิษณุโลกพิทยาคม มีหลายรุ่ นนับ ตัง้ แต่ ปีที่ผมมาสอน(พ.ศ.2504) บางรุ่ นจัดกิจกรรมชุมนุมปี ละครั ง้ บางรุ่ นจัด 2เดือน/ครั ง้ บางรุ่ นเดือนละครั ง้ แต่ ละรุ่ นที่จดั ก็จะ เชิญครู ท่ เี คยสอนไปร่ วมงานด้ วย..บางครั ง้ 2รุ่ นจัดวัน เวลาตรงกัน ครู บางคนเลือกไปร่ วมงานรุ่ นเดียวบางคนพยายามไปร่ วมงานให้ ได้ ทงั ้ สองรุ่ น.. อยู่พดิ 'โลก มีเรื่ องให้ ออกจากบ้ านไปร่ วมกิจกรรมต่ างๆ มากมาย..! ผมยังขับรถไปไหนมาไหนได้ อยู่..! สุดท้ ายต้ องขอขอบคุณ..คุณมงคลเพื่อนรั ก ที่เมื่อก่ อนนีไ้ ด้ ชักชวนให้ ผมเล่ น Computer ลูกสาวเปิ ดร้ านจ�ำหน่ าย Computer อยู่แล้ ว ผมไม่ มีความรู้ เรื่ อง Com.มากนัก พิมพ์ ได้ งๆ ู ปลาๆ สมัย ท�ำงานบนห้ องวิชาการ จะพิมพ์ อะไรก็ให้ เจ้ าหน้ าที่ช่วยพิมพ์ ให้ . ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๓

เมื่อได้ Com.จากลูกสาวมา1เครื่ อง(Notebook) เมื่อใช้ เป็ นแล้ ว..ได้ ส่งEmail กับคุณมงคล,คุณนิวติ ,คุณมนู,คุณประสาน,ท่ านประธานชมรมแดงด�ำ99, คุณ เพ็ญศิริ,คุณศิริพรรณ และคุณสุมาลัย..ส่ ง E-mail กันอยู่ระยะหนึ่งก็เลิกลากัน ไป..และต่ อมาคุณมงคลได้ ชักชวนให้ เล่ น Line อีก.. เพื่อให้ เป็ นคนที่ทนั สมัย ขึน้ มาหน่ อย..! ผมเปลี่ยนมือถือมาแล้ ว3ครั ง้ ) เพื่อความสะดวกสบาย..!.ในการ รั บ-ส่ ง Line กับเพื่อนๆ และกับกลุ่มต่ างๆ..! เอกสารฉบับนีผ้ มส่ งให้ คุณมงคล ทางE-mail.... OK พอแค่ นีน้ ะครั บ.. สวัสดีครั บ..!

นึกถึงเพื่อนๆเสมอ ว่ าที่ร.ต.สุชาติ แย้ มนิยม พิด'โลก 30 พฤศจิกายน 2559

เราจะพยายามมาพบเพื่อนๆ ทุกครั ง้ ที่มีการนัดพบปะสังสรรค์ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เล่ าสู่กันฟั ง 2 ชีวติ หลังเกษียณ

เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๔

สุมาลัย วงษ์ ตรี ศรี

เรา

เนื่องจากว่ า เราไม่ มีข้อมูลเดิมจาก เล่ ม 1 จึงขอแนะน�ำตัวเองและครอบครั ว ดังนี ้

สุมาลัย วงษ์ ตรี ศรี (ภูโอบ) อดีต เป็ นผู้ช่วยผู้อำ� นวยการ รร.บ้ านกุดดินจี่ ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวล�ำภู เกษียนที่น่ ี ในต�ำแหน่ ง นี ้ เมื่อปี พ.ศ.2542

สามี นายสมพร วงษ์ ตรีศรี อดีตอาจารย์ ใหญ่ ระดับ 8 โรงเรียนบ้ านนาหนอง ทุ่มโนนสูงวิทยา ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวล�ำภู

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๕

บุตร เราไม่ มีลูกชาย มีลูกสาว 3 คน ดังนี ้

คนที่ 1. นางกิตติญาณี ภูบงั ไม้ (เกิด 2505) การศึกษา ปริญญาตรี (คบ.) จากวิทยาลัยครู อุดรธานี ในสมัยนัน้ มีบุตรชาย 2 คน คนโต เป็ นทนายความ ที่ กทม. คนเล็ก ท�ำงานการไฟฟ้า ส่ วนภูมภิ าคที่จงั หวัดบึงกาฬ (ยังไม่ แต่ งานทัง้ 2 คน) คนที่ 2. ดร.มัณฑนา นวลสิงห์ (เกิด 2506) การศึกษา ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร มีลูกสาว 1 คน (จบ ป.โท) ปั จจุบนั เป็ นครู รร.เทศบาลต�ำบลกุดดินจี่ แต่ งงานแล้ ว มีบุตร 2 คน น้ องโปรแกรม(หญิง)อายุ 3 ขวบกว่ า ก�ำลังเรี ยนอนุบาล 1 น้ องคอนเนค(ชาย) อายุขวบกว่ า (ดร.มัณฑนา เสียชีวติ แล้ วเมื่อ ปี 2557)

คนที่ 3. นางกนกกาญจน์ วงษ์ ตรี ศรี (เกิด 2509) รั บราชการเจ้ าหน้ าที่ชำ� นาญการ (หน้ าบัลลังก์ ) ที่ศาลแขวง อุดรธานี มีลูกสาว 1 คน ก�ำลังเรี ยน ปวส.ปี สุดท้ าย

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๖

ภูมลิ ำ� เนาเดิม บ้ านโคกสี ต.อุ่มเม่ า อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ปั จจุบนั 38 หมู่ท่ ี 11 ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวล�ำภู เรา เรี ยนภาคเช้ า จบแค่ ปี 3 แผนกวิจติ รศิลป์ ออกมาสอบบรรจุเป็ น ครู ที่ จ.อุดรธานี บรรจุเมื่อ 1 กันยายน 2502 เกษียณอายุราชการเมื่อ 30 กันยายน 2542

ชีวติ หลังเกษียณ

1.เนื่องจากเราเป็ นคนรั กต้ นไม้ จงึ ได้ เพาะช�ำ กล้ าไม้ ต้ นไม้ ขาย ตัง้ แต่ ยัง ไม่ เกษียณ จึงได้ ทำ� ต่ อเนื่องมาเรื่ อยๆ จนถึงอายุ 70 ปี 2. เราได้ รับการถ่ ายทอดความรู้ จากแม่ ในด้ านการดัดผม และตัดเย็บ เสือ้ ผ้ า โดยซึมซับมาตัง้ แต่ เด็กๆ เพราะแม่ มีอาชีพทางนี ้ ก็เลย รั บตัดเย็บ เสือ้ ผ้ า ได้ รับความนิยมมาก พออายุ 64 ปี ก็หยุด เพราะว่ ารู้ สึกเหนื่อย งานมาก อายุกม็ ากขึน้ ท�ำเพียงเรื่ องต้ นไม้ อย่ างเดียว จนอายุ 70 ก็หยุด เช่ นกัน

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๗

3. ท�ำสวนเกษตรแบบพอเพียง เรามีท่ อี ยู่ 5 ไร่ ชุดบ่ อเลีย้ งปลา 2 บ่ อ ขนาด 20x30 เมตร ทัง้ 2 บ่ อ ท�ำมาตัง้ แต่ ยังไม่ เกษียณ โดยท�ำกินไม่ ใช่ ทำ� ขาย เอาไว้ เลีย้ งสังสรรค์ กันกับ ญาติ เพื่อนๆ ลูกหลาน ช่ วงเทศกาลปี ใหม่ สงกรานต์ และงานบุญต่ างๆ แต่ ละบ่ อเอาปลาลงหลายๆชนิดอย่ างละ 300 ตัว เพื่อไม่ ให้ แน่ นบ่ อ ริมบ่ อ ก็ปลูกลิน้ จี่ ล�ำไย มะม่ วง อย่ างละ 10 กว่ าต้ น เวลาได้ ผลผลิต ก็ไม่ เคยขาย เลย แจกจ่ ายเพื่อนบ้ านกิน กระท้ อนปุยฝ้ายอีก 1 ต้ น นอกจากนัน้ ปลูกผัก พืน้ บ้ านตามริมก�ำแพง เช่ น ผักติว้ ผักเม็ก ผักหวานป่ า สะเดาซาอุ เพลีย้ ฟาน ชะม่ วง เพกาเตีย้ แค สะเดาขม มะรุ ม อย่ างละ5-6 ต้ นบ้ าง 9-10 ต้ น แจกจ่ ายชาวบ้ าน เช่ นกัน บ่ อปลาแรก เลีย้ งปลานิล สวาย กะโห้ นวลจันทร์ ปลาดุกอุย และริมบ่ อ จะเลีย้ งปลาหมอใส่ กระซัง 300 ตัว ตักกิน ถ้ าหมดแล้ วเอาลงใหม่ เรื่ อยๆ และอีกกระซังจะเลีย้ งกบอีก 600 ตัว จับกิน ถ้ าหมดแล้ วเอาลงใหม่ ไป เรื่ อยๆ อยู่อย่ างนี ้ บ่ อทีส่ อง เลีย้ งปลาจะละเม็ดน�ำ้ จืด ปลาตะเพียน ปลากราย และปลาบึก (เอาลงแค่ 5-6 ตัว รอบปี หรื อ 2 ปี ถึงจับ) หมดแล้ ว เอาลงใหม่ เช่ น เดียวกันทัง้ สองบ่ อ จะมีก้ ุงฝอย หอยขมกินเช่ นกัน ผักฤดูหนาว เราท�ำแปลงผักถาวร ด้ วยอิฐบล็อก ริมบ่ อปลา จ�ำนวน 17 แปลง หน้ าหนาว จะปลูกกระหล�่ำปลี กะหล�่ำดอก ขาวปลี เขียวปลี คะน้ า ผักกาด กระจ้ อน (ผักกาดดอก) ฯลฯ เต็มทุกแปลง กินไม่ ทนั ก็แจกเพื่อน บ้ าน อีกเช่ นกัน ผักสวนครั ว รั้ วกินได้ เช่ น ข่ า ตะใคร้ กระเพรา แมงลัก โหระพา ผักชีฝรั่ ง (หอมเป) ผักแพรว ชะพลู สระแหน่ ต้น-เครื อ ต�ำลึง ผักบุ้ง มะระขีน้ ก ถั่วพู แตงไทย ผักบุ้งขาว-แดง พริก มะเขือแว้ ง มะเขือพวง มากมายตลอดปี

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๘

นอกจากนี ้ ยังมี กอไผ่ เลีย้ งอีก 2 กอ กินไม่ ทนั ก็ปล่ อยให้ เป็ นล�ำต้ นต่ อไป ทัง้ แกง ซุบ หน่ อไม้ และต้ มจิม้ น�ำ้ พริก จิม้ ปลาป่ น แทบไม่ ได้ ซือ้ กับข้ าว นอกจาก อยากกินของตลาด เปลี่ยนรสชาติเท่ านัน้ พืชที่เป็ นยาหรื อสมุนไพร มี.. มะนาว มี 3 รุ่ น 3 พันธุ์ รุ่ นแรก 20 กว่ าต้ น(แป้น)ได้ ผลผลิตแล้ ว รุ่ นสอง 4 ต้ น (พันธุ์สโรชา) ลูกโตให้ น�ำ้ ดี ราคาแพงกว่ าทุกพันธุ์ (ต้ นละ 400 บาท (กิ่งช�ำ) ) รุ่ นสาม 40 ต้ น(แป้นพิจติ ร) รุ่ นนีก้ ำ� ลังงาม เพิ่งปลูกปี 2559 นี ้ มะขามป้อม มี 6 ต้ น พันธ์ อนิ เดีย ลูกโต 5 ต้ น พันธุ์พนื ้ บ้ าน 1 ต้ น สมอ มี 3 ต้ น (พันธุ์พนื ้ บ้ าน) ท�ำฟาร์ มไก่ ดำ� ไก่ บ้าน และเป็ ด

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๑๙๙

1.ไก่ ดำ� ขณะนีป้ ระมาณกว่ า 520 ตัว 2.ไก่ บ้าน ประมาณ 100 กว่ าตัว 3.เป็ ดเทศ ประมาณ 150 ตัว 4. เป็ ดพันธุ์ไข่ ประมาณ 150 ตัว ขณะนีก้ ำ� ลังโล๊ ะเป็ ดพันธุ์ไข่ โดยท�ำเป็ นอาหารบ้ าง เอาไป วัดให้ คนงานที่มาตัดหญ้ าให้ วัดกินบ้ าง ใกล้ จะหมดแล้ ว เพราะสิน้ เปลืองหัวอาหารมากเกินไป

ด้ านธรรมะ

หลังจากเลิกรั บจ้ างตัดเย็บเสือ้ ผ้ าและเลิกท�ำต้ นไม้ ขายแล้ ว เราอายุ 70 พอดี เราก็หนั หน้ าเข้ าวัดและปฏิบตั ธิ รรม อย่ างจริงจัง คิดว่ า อายุมากแล้ ว 70 ปี แล้ ว ควรจะลด ละ เลิก จากกิเลสทัง้ หลาย ทัง้ ปวง จึงจัดการโอนที่ทงั ้ หลายทัง้ ปวงให้ ลูกด�ำเนินการสานต่ อซะ ที อย่ างลงตัว ทัง้ 3 คน ที่อยู่อาศัย รวมสวน 5 ไร่ ท่ สี วนหน้ า ธ.ก.ส. อีก 4 ไร่ แบ่ งอย่ างลงตัว ที่บ้านอยู่อุดร 76 ตารางวา โอนให้ คนเล็ก เรี ยบร้ อย ซือ้ ที่นาอยู่สกลให้ คนกลางอีก 1 แปลง ช่ วยซือ้ รถให้ ทุกคน ๆละ 2-3 คัน ให้ ครบลูกหลาน ตกลง “เรา” ไม่ มีสมบัตอิ ะไร เลย รู้ สึกสบายใจ ให้ เขาดูแล และบริหารเอง เราเป็ นเพียงผู้ช่ ืนชม ส่ งเสริม และช่ วยพัฒนาด้ านความสะดวกก็พอ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๐

การปฏิบตั ติ น ด้ านธรรมะ

- ท�ำบุญใส่ บาตรหน้ าบ้ านทุกวัน - จัดปิ่ นโตไปวัด เพื่อถวายภัตตาหารเช้ าทุกวัน จัดท�ำอาหารเพลทุกวัน ร่ วมกับแม่ วัดอื่นๆเพื่อถวายเพล พระจะได้ ฉันอาหาร ที่ร้อนและสุกใหม่ ๆ - ดูแลรั กษาความสะอาดโรงอาหาร พร้ อมทัง้ ถ้ วย จาน ชาม หม้ อฯลฯ ให้ สะอาด เป็ นระเบียบ - จัดท�ำขนมอิ่มบุญ (ขนมนางเล็ก) ขาย เพื่อหารายได้ ให้ วัด เป็ นค่ าน�ำ้ ค่ าไฟ และอื่นๆ ร่ วมกับแม่ วัดคนอื่นๆ นับตัง้ แต่ ปั้น ตากแดด เก็บ ทอด แพ็คใส่ ถุง และขาย จนจบกระบวนการ - ช่ วยดูแลความสะอาดของศาลา โบสถ์ บริเวณวัดให้ สะอาดทุกวัน ร่ วมกับ สมาชิกชมรมผู้สูงอายุของวัด และกรรมการวัด - ช่ วยดูแลวัสดุอุปกรณ์ ของวัดไม่ ให้ สูญหาย ร่ วมกับสมาชิกชมรมฯ - ร่ วมปฏิบตั ธิ รรม (จ�ำศีล) ในวันพระ ตลอดพรรษา

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๑

- ร่ วมบวชชีพราหมณ์ ในวันส�ำคัญทางพระพุทธศาสนา และทางวัด ก�ำหนด โดยสวดตลอดคืน จนสว่ าง - ร่ วมบริจาคท�ำบุญ ที่ทางวัดมีงานบุญ รวมทัง้ ก่ อสร้ างต่ างๆ ทุกครั ง้ มากมาย สุดจะบรรยาย สรุ ปว่ า ทัง้ ทาน ศีล ภาวนา ท�ำอย่ างจริงจัง จนกระทั่งถึงปี 2559 นี ้ จึงขอพักผ่ อนท�ำงานเล็กๆน้ อยๆอยู่บ้าน ด้ านสังคม เป็ นประธานชมรมผู้สูงอายุวัดสว่ างวนาราม -น�ำสมาชิกไปจัดนิทรรศการผลงาน ที่ณัฐพงศ์ แกรนด์ หนองบัวล�ำภู เช่ น ผ้ าหมี่ งานจักสาน หมอล�ำ ขนมอิ่มบุญ ฯลฯ -น�ำสมาชิก อบรม ดูงาน ที่พฒ ั นาสังคมและมนุษย์ ของจังหวัด จัดขึน้ ที่เทศบาลของอ�ำเภอต่ างๆ และน�ำความรู้ ประสบการณ์ มาใช้ ในวัด สังคม และหมู่บ้าน -จัดท�ำหนังสือเล่ มเล็ก แผ่ นพับ ประชาสัมพันธ์ งาน และ สรุ ปงาน ให้ สมาชิกและสังคมได้ ทราบ

โล่ และเกียรติบตั ร ที่ได้ รับ

1. 12 สิงหา 2552 ได้ รับเกียรติบตั ร “บุคคลที่ให้ ความร่ วมมือ ในการด�ำเนินการสาธารณะประโยชน์ ” จาก นายประเสริฐ สังฆชาย นายกเทศมนตรี เทศบาลต�ำบลกุดดินจี่ 2. 13 เมษายน 2555 ได้ รับเกียรติบตั ร “บุคคลตัวอย่ าง แห่ ง ท้ องถิ่น” จาก นายมงคล สุมาลี ประธานสาขาสมาคม สภาผู้สูงอายุ แห่ งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรี นครินทรา บรมราชชนนี ประจ�ำจังหวัดหนองบัวล�ำภู

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๒

3. 12 สิงหาคม 2557 ได้ รับโล่ “แม่ ดเี ด่ น” ปะจ�ำปี 2557 ในการ จัดงานเฉลิมพระชนม์ พรรษา 12 สิงหา มหาราชินี เฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้ าสิริกติ ์ ิ พระบรมราชินีนาถ จาก.. นางสาว สมพร แซ่ เตีย นายกเทศมนตรี เทศบาลต�ำบลกุดดินจี่ สมัยต่ อมา

4. 6 พฤศจิกายน 2557 ได้ รับเกียรติบตั ร “ชนะเลิศการประกวด นางนพมาศ” ประเภทผู้สูงอายุ 70 ปี ขึน้ ไป เนื่องในงานประเพณี ลอยกระทงจาก...นางสาวสมพร แซ่ เตีย นายกเทศมนตรี เทศบาลต�ำบล กุดดินจี่ ซึ่งผู้ใหญ่ บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านส่ งเข้ าประกวด หมู่บ้าน ละ 1 คน ในเขตเทศบาล ต.กุดดินจี่ 8 หมู่บ้าน 5. 12 สิงหาคม 2559 ได้ รับเกียรติบตั ร “แม่ ผ้ ูทรงคุณค่ า” เนื่อง ในงานวันแม่ แห่ งชาติ ประจ�ำปี 2559 จาก..นายไพบูลย์ ภูบงั ไม้ ผู้อำ� นวย การโรงเรี ยนบ้ านกุดดินจี่

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๓

- ร่ วมงานศพสามีแอ๊ ด เพ็ญศิริ คงเจริญ ที่วัดชลประทาน กทม. โดยได้ รับข่ าวจากวรณี-วิเชียร ท�ำให้ เราได้ พบกับ ก�ำธร อินทร์ พชิ ัย โดย การแนะน�ำจากวรณี และก�ำธร ก็นัดเลีย้ งต้ อนรั บเราที่ภตั ตาคาร “กมลา” สุขุมวิทย์ มีเพื่อนไปร่ วมหลายคนที่จำ� ได้ มี วรณี-วิเชียร นันทา ประพิศ เอือ้ งพนา อุดมพร เสมอใจ นอกนัน้ จ�ำไม่ ได้ เพื่อนเหล่ านี ้ มีน�ำ้ ใจ ให้ ของ ที่ระลึกเราด้ วย มีกระเป๋าเครื่ องส�ำอาง กระเป๋าออมสินเล็กๆ สบู่น�ำ้ หอม ฯลฯก็ขอขอบคุณน�ำ้ ใจเพื่อนๆด้ วย จ�ำได้ นะว่ าใครให้ อะไร นี่แหละเป็ น แรงบันดาลใจให้ เรา อยากมาเจอเพื่อนๆ แม้ จะอยู่ไกลและมาล�ำบาก ก็ตาม - เลีย้ งรุ่ น ที่ร้านพริกหอม สุขุมวิทย์ ครั ง้ นี ้ เรามีหมอนขิด และ ผ้ าขาวม้ า มาฝากเพื่อนๆ และอาจารย์ ด้วย ท�ำหนังสือเล่ มเล็กมาฝาก ด้ วย - เลีย้ งรุ่ น ที่วังน้ อย อยุธยา - ท�ำบุญร่ วมกับกฤษฎี และเพื่อนๆที่วัดชนะสงคราม - ร่ วมงานราตรี เพราะช่ าง 101 ปี ที่สโมสรทหารอากาศ ด้ านไอที เรา..ได้ ร้ ู จกั Line และ Face Book จากลูกสาวคนกลาง ที่เป็ นครู ที่ จบปริญญาเอก ตัง้ แต่ ปี 2555 แต่ ยัง ไม่ กว้ าง เพิ่งมากว้ างในปี 2556 เป็ นต้ นมา ปั จจุบนั มีเพื่อนพอสมควร - Line เดี่ยว 78 คน (กลุ่ม) 4 กลุ่ม - Face Book 476 คน ส่ วนใหญ่ จะเป็ นลูกศิษย์ ทัง้ ในบ้ าน ต่ าง จังหวัด และต่ างประเทศหลายคน ลูกหลาน ญาติๆ เพื่อนบ้ าน เพื่อนต่ อ เพื่อนก็มีบ้าง

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๔

ปกติ การโพสต์ ใน Line จะพยายามรั กษาความสัมพันธ์ ฉันท์ มติ รภาพไว้ ให้ สม�่ำเสมอ เรื่ อง การโพสต์ ใน Face Book ส่ วนใหญ่ จะแต่ งค�ำกลอน และ พ่ วงแนวคิด ประจ�ำวันลงไป เพื่อเป็ นคติ เตือนใจ และสร้ างแนวคิด ให้ สมาชิก

การบริจาค

หลังเกษียณอายุราชการ มีการบริจาคท�ำบุญมากมาย นับไม่ ถ้วน แต่ ท่ จี ำ� ได้ มีดงั นี ้ 1. เป็ นเจ้ าภาพมุงศาลารั บแขก ของวัดสว่ างวนาราม จ�ำนวน 23,000 บาท 2. เป็ นเจ้ าภาพ สร้ างพระประจ�ำวันเกิด (วันพฤหัสบดี) ปางสมาธิ แก่ วัดสว่ างวนาราม จ�ำนวน 7,500 บาท (เราเกิดวันพฤหัสบดี) 3. เป็ นเจ้ าภาพสร้ างที่พกั ผ่ อนหน้ าโรงครั ววัดสว่ างวนาราม ก่ อปูน ถืออิฐ ปูกระเบือ้ ง จ�ำนวน 21,659 บาท 4. เป็ นเจ้ าภาพถวายฆ้ องใหญ่ เส้ นผ่ าศูนย์ กลาง 120 ซม. จ�ำนวน 3,500 บาท แก่ วัดสว่ างวนาราม 5. เป็ นเจ้ าภาพซือ้ ตู้ใส่ ถ้วยชาม 3 หลัง รวมเป็ นเงิน 9,350 บาท 6. เป็ นเจ้ าภาพซ่ อมแซมห้ องน�ำ้ ของโรงครั ววัดสว่ างวนาราม 2 ห้ อง ร่ วมกับแม่ สมจิตร ผาพันธ์ รวมเป็ นเงิน 15,500 บาท 7. ร่ วมบริจาคเสาเข็ม เพื่อสร้ างเจดีย์กลางน�ำ้ ของวัดสว่ างวนาราม จ�ำนวน 15,000 บาท 8. ร่ วมบริจาคสร้ างห้ องน�ำ้ รวมของวัดสว่ างวนาราม 2,000 บาท

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๕

9. ร่ วมบริจาคสร้ างรู ปเหมือนหลวงพ่ อมหาบุญถึง หลวงพ่ อโต หลวง ปู่ ทวด แก่ วัดสว่ างวนาราม 2,000 บาท 10. ร่ วมบริจาคเป็ นต้ นเงินผ้ าป่ าไปทอดที่โรงเรี ยนยากจนในจังหวัด เชียงราย 5,000 บาท 11. ร่ วมบริจาคเทพืน้ คอนกรี ต หน้ าศาลาการเปรี ยญวัดสว่ างวนาราม 3 ครั ง้ รวม 4,000 บาท 12. ร่ วมบริจาคสร้ างรู ปหล่ อหลวงพ่ อถึง พร้ อมศาลามุงครอบ จ�ำนวน 2,000 บาท 13. ร่ วมบริจาคสร้ างพระพุทธรู ป(หลวงพ่ อขาว ปางประทานพร ที่ต้น โพธิ์ วัดสว่ างวนาราม) 1,000 บาท และที่มุงอีก 1,000 บาท 14. ร่ วมบริจาคพัดลมใส่ ศาลา ชัน้ บน-ล่ าง 2 ตัว จ�ำนวน 2,400 บาท 15. เป็ นเจ้ าภาพซือ้ ต้ นไม้ มาประดับสวนหย่ อมรอบๆหลวงพ่ อถึง รวม 6,550 บาท 16. เป็ นเจ้ าภาพซือ้ ต้ นแผ่ บารมีพร้ อมกระถางต้ นละ 500 บาท จ�ำนวน 4 ต้ น รวม 2,000 บาท และไม้ ประดับศาลารั บแขกอีกจ�ำนวน 3,000 บาท 17. ซือ้ ชุดอาสนะสงฆ์ ถวายวัด จ�ำนวน 10 ตัว ตัวละ 1,500 บาท รวม 15,000 บาท 18. เป็ นเจ้ าภาพบริจาคพัดลมขนาด 16 นิว้ มอบในงานทอดเทียนสืบ ฮอยตา วาฮอยปู่ ของวัด สว่ างวนาราม เพื่อท�ำเป็ นสอยดาว ในงาน ทุกปี รวม 5 ตัว 19. บริจาค ซือ้ ตู้พดั ยศ ถวายเจ้ าอาวาสวัดสว่ างวนาราม ที่ท่านสอบ เปรี ยญธรรม ประโยค 3 ได้ (ได้ เป็ น “มหา”) จ�ำนวน 5,000 บาท 20. ซือ้ ผ้ าถุงมัดหมี่ แจกแม่ วัด เป็ นของขวัญจากแม่ ครู แก่ คนที่ช่วย งานวัดดี จ�ำนวน 30 ผืนๆละ 250 บาท เป็ นเงิน 7,500 บาท 21. ซือ้ ผู้ขนหนูเล็กสีขาว มอบเป็ นของขวัญวันแม่ แก่ พ่อขาว-แม่ ขาว วัดสว่ างวนาราม จ�ำนวน 100 ผืนๆละ 27 บาท รวม 2,700 บาท ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๖

21. ซือ้ ผู้ขนหนูเล็กสีขาว มอบเป็ นของขวัญวันแม่ แก่ พ่อขาว-แม่ ขาว วัดสว่ างวนาราม จ�ำนวน 100 ผืนๆละ 27 บาท รวม 2,700 บาท 22. ถวายทุนการศึกษาเจ้ าอาวาสขณะที่เรี ยนปริญญาโท เพื่อเป็ นขวัญ และก�ำลังใจในฐานะเคยเป็ น ลูกศิษย์ และเคยเป็ นครู ประจ�ำชัน้ ของท่ านตอน อยู่ ม.3 ปี ละ 5,000 บาท 3 ปี รวม 15,000 บาท 23. ถวายพระภิกษุสามเณรในวัดสว่ างวนารามในเทศกาลเข้ าพรรษา ปี ละ 3,000 บาท (สู่ขวัญพระ) ตลอดระยะเวลาที่เข้ าวัดทุกปี 24. ร่ วมบริจาคเข้ าวัด เวลามีงานประจ�ำปี งานบวชเณรภาคฤดูร้อน การอบรมพระ นวกะ (พระบวชใหม่ ) ของอ�ำเภอ ปี ละหลายร้ อยรู ป การประชุม สงค์ ระดับจังหวัด อ�ำเภอ ต�ำบล การบายศรี พระภิกษุสามเณร ในวันออก พรรษาทุกปี การบริจาคเข้ าโรงครั ว นับครั ง้ ไม่ ถ้วน แต่ ละครั ง้ 3,000 บาท 2,000 บาท 1,000 บาท อย่ างน้ อยที่สุด 500 บาท เป็ นประจ�ำทุกปี เป็ นเวลาหลายปี ไม่ ได้ บนั ทึกไว้ เพราะเป็ นการท�ำบุญ รวมทัง้ สิน้ ประมาณไม่ ได้ (หลายแสนบาท) 25. บริจาคสร้ างป้อมต�ำรวจกุดดินจี่ 2,000 บาท 26. บริจาคซือ้ โต๊ ะม้ าหินอ่ อน ชุดยาว แก่ ป้อมต�ำรวจกุดดินจี่ 3,500 บาท 27. บริจาคสร้ างรั่ วโรงเรี ยนบ้ านโนนม่ วง 3,000 บาท 28. บริจาคสร้ างรั ว้ โรงเรี ยนบ้ านโป่ งแคศรี ถาวร 1,000 บาท

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๗

ด้ านสุขภาพ ปกติ ด้ านสรี ระเรา เป็ นคนตัวเล็กมาแต่ กำ� เนิด และเป็ นลูกคนโต ใน 9 คน พ่ อเราเสียตัง้ แต่ เราอยู่ ป.3 เสียได้ 5 ปี แม่ แต่ งงานใหม่ ตอนเราอยู่ ม.4 เดิม มี 5 คน ได้ ใหม่ อีก 4 คน รวมเป็ น 9 คน เราจึงรั บภาระหนักกว่ าเพื่อน เพราะต้ อง ช่ วยแม่ ทำ� งาน เราเป็ นลูกชาวนา ต้ องตักน�ำ้ หาบน�ำ้ ต�ำข้ าว ไปท�ำนาเช้ า-เย็น และ ตลอดเวลาปิ ดเทอม ยิ่งตัวเล็กอยู่ ก็ย่ งิ ท�ำให้ ตวั เล็กลงๆ เพราะงานทับ เลีย้ งน้ องๆ 8 คน ช่ วยแม่ เพราะพ่ อใหม่ กเ็ ป็ นจารย์ สึกจากพระมาขอแม่ แต่ งงาน (เห็นแม่ หม้ าย ลูก 5 ก็ชอบมาก) ท�ำอะไร ก็ไม่ เป็ นเพราะบวชตัง้ แต่ เป็ นเณรจนเป็ นพระ และพออายุ ได้ 30 กว่ าๆ ก็มาขอแม่ แต่ งงาน และงานที่เราท�ำเป็ นงานผู้หญิง เขาก็ไม่ ช่วย เราเลย รั บภาระหนักมาก น้ องๆก็มีแต่ ผ้ ูชาย มีแต่ เกี่ยงงอนกัน ตีกันตามประสาวัยรุ่ น เรา รั บภาระหนักมากคนเดียว พออายุแก่ เข้ าๆ กระดูกสันหลังเรามันก็คดมาเรื่ อยๆไม่ ร้ ู ตัว และตัวเตีย้ ลงๆไม่ ร้ ู ตวั เช่ นกัน เรื่ องสุขภาพของเรา จึงมีปัญหาเรื่ องนีเ้ ท่ านัน้ ส่ วน ระบบการท�ำงานของร่ างกายด้ านใน ไม่ ค่อยมีปัญหา เราจึงไม่ มีโรคประจ�ำตัว ไม่ มี ความดัน ไม่ มีเบาหวาน ไม่ มีอาการวิงเวียน มืดหน้ า ปรากฏให้ เห็น เมื่อปี 2539 เราผ่ านการคัดเลือกครู สุขภาพดีระดับจังหวัด ไประดับประเทศ ทีก่ รม พลศึกษา จังหวัดละ 1 คน (ชาย1 หญิง1) ใน 76 คน 76 จังหวัดสมัยนั้น ตรวจละเอียด ตั้ง 5 วัน กว่ าจะเสร็จ เขาคัดไว้ 5 คน เราติด 1 ใน 5 (ได้ ที่ 2) ได้ “โล่ ” ครู สุขภาพดี รั บที่ หอประชุมคุรุสภาในวันครู ปี 2539 (คัดเลือกปลายปี 2538) เราก็ออกก�ำลังกายอย่ างสม�่ำเสมอโดยการบริ หารบนที่นอนตอนตื่นใหม่ ๆทุกเช้ า ตัง้ แต่ อายุ 40 กว่ า โดยการยกเท้ า สลัดแขน-ขา ซ้ ายขวา ครั ง้ ละ 40-50 ครั ง้ มาเรื่ อยๆ นอกจากนัน้ ก็ออกก�ำลังกายโดยการท�ำงาน โดย

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๘

ท�ำสวน ปลูกผัก ดายหญ้ า กวาดใบไม้ จนกระทั่งทุกวันนีก้ ท็ ำ� เหมือนยังหนุ่ม อยู่ ท�ำให้ ร่างกายอยู่ตวั จึงไม่ ร้ ู สึกเหนื่อย เมื่อปี 2558 ไปตรวจสุขภาพ ผลออกมาปกติทกุ อย่ าง บอกตรงๆว่ าเรา ไม่ ได้ กนิ ยามากว่ า 30 ปี แล้ ว ทุกวันนี้ ก็กนิ น�้ำใบย่ านาง เพื่อปรั บสภาพความ สมดุลของร่ างกายตามทีอ่ ่ านพบใน Face Book และ Line และกินว่ านหางจระเข้ สลับกันบ้ าง เพื่อปรั บอาการของกรดในกระเพาะ เราไปถอนฟั น หมอเอายาแก้ ปวด พาราเซตามอนให้ เราก็ไม่ กนิ โยนทิง้ ไปทุกครั้ ง ถ้ าเจ็บปวดร่ างกายหลังการท�ำงาน เราใช้ วธิ ี “ประคบ” ตรงที่ปวด แล้ ว ก็อยู่ได้ อย่ างนีไ้ ปเรื่ อยๆ เราได้ “โล่ ” ครู สุขภาพดี แต่ เราก็มไิ ด้ ประมาทว่ ามี สุขภาพดี พยายาม รั กษาสุขภาพ เอาใจใส่ เป็ นพิเศษจริงๆ สาธุๆๆก็ขอภาวนา ให้ ดตี ลอดไป ให้ แข็งแรงๆ มีอายุยืนยาวนาน ตราบนานเท่ านาน ได้ เห็น เพื่อนๆ ไปนานๆ แต่ กเ็ สียดายที่เราอยู่ไกลเพื่อนมาก ไป-มา ล�ำบาก ไม่ มีใคร พามา ถ้ าเช่ นนัน้ ถ้ าเช่ นนัน้ เราจะมาร่ วมกิจกรรมทุกครั ง้ เลย เพราะรั กเพื่อน และคิดถึงเพื่อนจริงๆ เราใช้ ชีวติ อยู่อย่ างอิสระ สบายๆ ในบ้ านทีม่ ีพ้ืนที่ 5 ไร่ ตามหลัก ่ ่ อหลวงพูดไว้ แทบทุกอย่ าง แค่ นี้พอแล้ ว เศรษฐกิจแบบพอเพียง เหมือนทีพ ส�ำหรั บชีวติ สิ้นเดือนมา มีกรมบัญชีกลางดูแลเดือนละ 30,000 กว่ าบาท พอได้ ช่ วยดูแลลูกๆหลานๆอยู่อย่ างสบายๆ ไม่ มีหนี้สหกรณ์ กส็ ุขแล้ ว ชีวติ ครู อยู่ไป เรื่ อยๆ เพื่อรอวันก็ว่าได้ ถึงวันไหนก็วันนั้น ก็เท่ านั้นเอง ลูกหลานก็พ้นอกทุก คนแล้ ว สบายๆ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๐๙

ตัวอย่ างค�ำกลอน ที่แต่ งลงใน Face Book ชีวติ เรา เอามา ส่ วนผลบุญ ที่เราท�ำ ได้ มากน้ อย อยู่ท่ เี รา จะสุขใจ อยู่ท่ จี ติ โอ้ ชีวติ คิดไป เดี๋ยวเดือดร้ อน เดี๋ยวโชคดี ควรท�ำดี มีไว้ อันลาภยศ หาบเอาไป บุญหนักหนา ได้ เกิดมา ประเสริฐสุด หาใดเทียบ ควรรู้ จกั สู้ชีวติ หากเกียจคร้ าน เหมือนชีพวาย เกิดมาแล้ ว ไม่ แคล้ วทุกข์ ใจเรานัน้ สรรค์ สร้ างสุข แต่ บางที ทุกข์ มาปน ขอให้ มี แต่ วันสุข เกิดเป็ นคน ต้ องท�ำตน สมสง่ า ราศีสวย เป็ นคนดี มีน�ำ้ ใจ ใช้ ศีลธรรม น�ำทาง

เป็ นต้ นทุน เป็ นก�ำไร เอาใจใส่ เราคิดเอง ไม่ แน่ นอน มีทกุ รส ให้ ปรากฏ ไม่ ได้ แน่ เป็ นมนุษย์ มาเปรี ยบปาน คิดท�ำงาน ตายทัง้ เป็ น สุขปนกัน ทุกนาที ทนท�ำดี ทุกวันเทอญ ให้ มีค่า ด้ วยคุณธรรม ใสเลิศล�ำ้ สร้ างชีวติ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑๐

บนหนทาง อย่ ามัวเพลิน ต้ องใคร่ ครวญ รอคอยฟ้า การเดินทาง แม้ ลำ� บาก จิตมุ่งมั่น ให้ ได้ เห็น เกิดเป็ นคน เมื่อลมยัง ไม่ แน่ นัก สุขอุรา เกิดเป็ นคน ไม่ จบสิน้ เราท�ำไป จงพิชิต สุขหรื อทุกข์ ถูกหรื อผิด ดีหรื อชั่ว มีหรื อจน เพชรเม็ดสวย คนงามได้ สุขสงบ ตลอดไป

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

ที่ยาวไกล เดินสนุก พินิจ จะมาช่ วย สร้ างสานฝั น ยากแค้ น ฟั นฝ่ า ซึ่งทางฝั น ทนท�ำกิน ประทังไป สักวันสวย พาฝั น ดิน้ รน บินไป ใจสั่งมา คิดท�ำไป เรารู้ เรารู้ เรารู้ เรารู้ จะงามเหมาะ เพราะศีลธรรม พบสว่ าง ใจสุขสันต์

ให้ เราเดิน ทุกข์ ถามหา พิจารณา เห็นป่ วยการ นัน้ แสนยาก สุดแสนเข็ญ คราจ�ำเป็ น สุขสันต์ เทอญ อย่ าสิน้ หวัง ให้ มีค่า รวยขึน้ มา นัน้ เป็ นจริง ทนท�ำกิน ตามใจคิด ฟ้าลิขติ ใจมีลม อยู่ท่ จี ติ อยู่ท่ ผี ล อยู่ท่ ตี น อยู่ท่ ใี จ เพราะเจียรนัย น�ำทางให้ ที่กลางใจ ทุกวันคืน


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑๑

ดูเพชรดี ดูผ้าดี ดอกไม้ ดี คนดีนัน้ สติเหมือน ปั ญญาเป็ น เราควรมี เพื่อจะได้ ในเกลือนี ้ ในน�ำ้ ตาล คนท�ำชั่ว คนท�ำดี อันความดี แต่ ความจริง ทัง้ “ดี” “จริง” ให้ สรรค์ สร้ าง หากจะหา ที่หายาก โลภโกรธหลง หากอยู่ไป จงอดทน และติดดิน ใจเข้ มแข็ง ดูอ่อนโยน

ที่เหลี่ยมวาว ดูท่ ลี าย ดูท่ สี ี ดูผลงาน ดวงตา แสงสว่ าง ทัง้ สองอย่ าง พ้ นทุกข์ ภยั ย่ อมไม่ มี คงไม่ เค็ม ไม่ มีวัน ย่ อมได้ ดี นีช้ นะ ยิ่งชนะ สองสิ่งนี ้ ทางสงบ คนเก่ ง คือคนดี เข้ าครอบง�ำ ขัดเกลาไป ให้ หนักแน่ น ดั่งต้ นหญ้ า ดั่งเหล็กกล้ า ใจเย็น

พราวแพรวสี ความหมายนัน้ มีแพรวพรรณ การกระท�ำ พาให้ เห็น ส่ องทางให้ ทางน�ำใจ ใจสุขสันต์ รสที่หวาน หวานเต็มที่ อันได้ ดี มีฟ้าคุ้ม ทุกทุกสิ่ง ไปทุกอย่ าง ชีแ้ นวทาง พบสุขสันต์ นัน้ มีมาก นีล้ ำ� บาก ท�ำดียาก ในสงสาร ดั่งแท่ นหิน ให้ น่าดู พาใจสู้ เช่ นดั่งน�ำ้ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑๒

อันคุณงาม ไม่ มีใด ผู้ดำ� เนิน จะเป็ นผู้

ความดี เกินไปกว่ า เดินตาม รุ่ งเรื องค่ า

ที่ย่ งิ ใหญ่ กตัญญู งามเฟื่ องฟู มหาศาล

ยังมีมากมาย จะแต่ งลงทุกวัน แค่ นีก้ ่ อนนะคะ เหลือไว้ ให้ ผ้ ูอ่ ืนบ้ าง โอกาส นีข้ ออวยพรให้ เพื่อนๆ ทุกคนจงมีสุขภาพที่แข็งแรง อยู่ในโลกใบนีต้ ่ อไปตราบนาน เท่ านานให้ ถงึ 100 ปี ในสภาพที่แข็งแรงๆ ช่ วยตัวเองได้ ไม่ เป็ นภาระลูกหลาน ทุกๆคนนะจ๊ ะ

โชคดี จ้ า ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑๓

เล่ าสู่กันฟั ง 2

"ยามเมื่อลมพัดหวน"

สุวรรณ โสฬศ เราอ�ำลาจากงานในหน้ าที่อาจารย์ ตำ� แหน่ ง ผศ.ของสถาบันราชภัฏเพชร บุรีวทิ ยาลงกรณ์ ใกล้ จะครบ 20 ปี แล้ ว เผลอไปเดี๋ยวเดียว ไม่ น่าเชื่อ เราเกษียณมา นานขนาดนัน้ เชียวหรื อ ? ตอนเกษียณมาใหม่ ๆ ใจมันเต้ นเร่ าๆ พิกล บังคับมันไม่ ค่อยจะอยู่ รู้ สึก ตัวเบาและหนักสลับกันไป ก็ของมันเคย ตื่นแต่ เช้ าเดินทางไปท�ำหน้ าที่กลับต้ อง มาหยุด เอ! มันแปลกพิลึกในใจอยู่นาน กว่ าจะก�ำหนดใจได้ เมื่อกลั่นกรองแล้ ว ก็ เหลือเพียงความอาลัย และความคิดถึงในครั ง้ กระนัน้ - ความที่เป็ นครู มาก่ อน ท�ำให้ นึกถึงเด็กๆ ในละแวกบ้ าน จึงชักชวนและ ขออนุญาตผ่ านผู้ปกครอง พาเด็กๆ มา 4-5 คน เพื่อเรี ยนหนังสือในวันว่ าง นาน มาก็มีจำ� นวนมากขึน้ เรื่ อยๆ ขยายวงไปในย่ านนัน้ นอกจากนีย้ ังให้ คำ� ปรึกษาและ แนะแนวส�ำหรั บเด็กโต ที่จะได้ ศกึ ษาต่ อในระดับที่สูงขึน้ - สังสรรค์ กันระหว่ างเพื่อนบ้ านในบางมือ้ บางคราว เพื่อสร้ างความสามัคคี - ออกก�ำลังกายด้ วยการเดินเร็ว หรื อวิ่งเหยาะๆ เป็ นประจ�ำเพื่อสุขภาพที่ดี - ถีบจักรยานท่ องไปในที่ต่างๆ เสมอ เคยประสบอุบตั เิ หตุอยู่ครั ง้ หนึ่ง ไป พบหมอ หมอบอกว่ าเป็ นคนร่ างกายแข็งแรงดี คงไม่ เป็ นอะไรมาก แต่ ความจริง เดินตะแคงไปเป็ นแรมเดือน และขนะนีก้ ย็ ังปั่ นอยู่เป็ นประจ�ำ - ฯลฯ เขาว่ ากันว่ า คนแก่ มักจะเล่ าเรื่ องความหลังอยู่เป็ นประจ�ำ เรายอมรั บอย่ าง ไม่ อายใครหรอก เพื่อให้ สัมพันธ์ กับชื่อเรื อง "ยามเมื่อลมพัดหวน" ก็อยากให้ ลมพัด หวนให้ เลยลึกลงไปกว่ านัน้ เมื่อความทรงจ�ำมันผุดขึน้ มา อดที่จะคิดถึงถิ่นก�ำเนิด และชีวติ ในช่ วงนัน้ ไม่ ได้ ช่ วยอ่ านเป็ นเพื่อนเราไปด้ วยนะ และอย่ าลืมคิดถึงบ้ าน เกิดของเพื่อนด้ วย ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑๔

เราเกิดที่ วังขนาย ท่ าม่ วง กาญจนบุรี "วังขนาย" ชื่อที่แสนซึง้ ในใจของเรา ความหวานของวังขนายจับใจเราตลอดมาเมื่อยามคิดถึง เพราะที่น่ ันมีโรงงานน�ำ้ ตาล ผลิตภัณฑ์ น�ำ้ ตาลจากอ้ อยมานานนักหนาจนถึงปั จจุบนั ในอดีตนัน้ ครอบครั วเราท�ำ ขนมขายเป็ นอาชีพ เป็ นขนมแบบพืน้ บ้ าน ขนมรสไทยๆ ซึ่งมีน�ำ้ ตาลเป็ นส่ วนผสมอยู่ ทุกชนิด อาทิเช่ น ขนมถ้ วยฟู ขนมชักหน้ า ขนมชัน้ ขนมบ้ าบิ่น ขนมเปี ยกปูนและอีก หลายชนิด หมุนเวียนสลับกันไป เมื่อครอบครั วเราท�ำขนมขาย เราก็ต้องขายขนม เพื่อจุนเจือครอบครั ว เรา เริ่มขายขนมเมื่อเรี ยนชัน้ มัธยมปี ที่ 4 ขายอยู่หน้ าโรงหนังทุกวัน กลับจากโรงเรี ยนก็ รี บท�ำการบ้ าน เมื่อแดดรอนแสงลงก็กนิ ข้ าวเย็น รอเวลาตะวันจมดวงลับเหลี่ยมเขา เมื่อไร (ประมาณ 18.30 น.) ก็เริ่มน�ำขนมไปขาย กลับบ้ านเกือบเที่ยงคืนทุกคืน วันไหน ขนมขายไม่ หมด ก็จะเอาส่ วนที่เหลือไปอุ่น และวันรุ่ งขึน้ ก็จะน�ำขนมส่ วนนัน้ ไปแลก ฟื น เพื่อน�ำมาก่ อไฟนึ่งขนมหมุนเวียนกันไปเป็ นนิจ บางวันมีรถขายยา มาปลูกความนิยม ประกาศจะมีหนังมาฉายกลางแปลงให้ ดูฟรี แต่ อยู่นอกตัวเมืองออกไป ก็จำ� เป็ นต้ องท�ำขนมเพิ่มขึน้ เพราะจะมีคนต่ างถิ่นพา กันมาดูมากมาย ฉนัน้ พอกลับจากโรงเรี ยน ก็ต้องรี บเอาโต๊ ะส�ำหรั บวางขนมขายไป ตัง้ จองที่ไว้ ก่อน โดยหาที่ทำ� เลดีๆ ในแต่ ละพืน้ ที่ตามความคาดหวังว่ าต้ องขายดีแน่ ๆ แล้ วกลับมาบ้ านน�ำขนมหาบตามไปภายหลัง การหาท�ำเลการค้ านัน้ เป็ นศาสตร์ แบบ หนึ่ง ซึ่งยังไม่ เปิ ดเผยในที่นี ้ ถ้ าเป็ นหน้ าฝนก็จะสนุกหน่ อย เพราะฝนจะตกจนเปี ยกชุ่มไปหมด ขนมก็เปี ยก คนซือ้ ก็เปี ยก พ่ อค้ า แม่ ค้าก็เปี ยก เมื่อไม่ มีคนมาซือ้ ขนม เพราะกลับบ้ านกันหมด ขนมก็เหลือมากมาย พ่ อค้ า แม่ ค้าก็น่ ังเหลียว มองกันไป มองกันมา แต่ กย็ ังมีรอยยิม้ บนความขาดทุนนัน้ แล้ วก็พา กันกลับบ้ าน อุ่นขนมกันบูด และอุ่นกายคนขายด้ วยผ้ าห่ มที่น่ ุมหนา เพื่อไม่ ให้ ปวดหัวตัวร้ อน เป็ นไข้ พรุ่ งนีจ้ ะได้ ทำ� มาค้ าขายต่ อไป บางครั ง้ ไปขายของต่ างอ�ำเภอ ต้ องไปรถโดยสารซึ่งมีท่ วี างสัมภาระอยู่บน หลังคารถ ผู้น�ำของขึน้ ไว้ ต้องเสียค่ าระวางด้ วย เจ้ าของรถบางคนใจดี เมื่อเห็นเป็ นเด็ก ก็สงสารไม่ เก็บค่ าโดยสารและค่ าระวางของ สัมภาระที่น�ำไป มีโต๊ ะ เก้ าอีแ้ ละหาบขนม พอตัง้ ร้ านเสร็จก็เริ่มขาย มีตะเกียงน�ำ้ มันก๊ าดสูงประมาณ 1 ฟุต จุดให้ แสงสว่ างพอ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑๕

สมควร ถ้ ามีแสงสว่ างมากไป จะท�ำให้ หนังที่ฉายอยู่บน จอมัวมองไม่ เห็น ภาพไม่ ชัด บางครั ง้ ผู้พากย์ หนังจะ ประกาศให้ ช่วยพรางแสงไฟด้ วย บางรายถ้ าชักช้ าเกิน ไปอาจถูกผู้ดหู นังมาดับไฟเอง ก็มืดสนิทกันไปเลย ขากลับบ้ านก็ไปขึน้ รถที่รออยู่ เอาสัมภาระ ต่ างๆ ที่พอวางซ้ อนกันได้ แอบไว้ ทางด้ านท้ ายรถ ไม่ เปลืองเนือ้ ที่ เพราะขนมขายหมดแล้ ว เราขึน้ มานอนรอในรถ เอาแรงไว้ ก่อนจนกว่ า รถจะออก พรุ่ งนีจ้ ะได้ ต่ นื แต่ เช้ าไปโรงเรี ยน ขณะนอนรอบนรถที่จอดอยู่ ยุงชุมมาก ถ้ ารถออกวิ่งบนถนนที่ขรุ ขระแบบบ้ านนอกบ้ านนา แน่ ละ! ขณะวิ่งต้ องสั่นสะเทือน กระโดกกระเดก ซึ่งก็เป็ นผลดี เพราะการเคลื่อนไหว ยุงจะกัดก็ไม่ ถนัด ดีกว่ ารถจอด นิ่งๆ ถ้ ารถวิ่งเร็วขึน้ ลมพัดจัด เสียงตบยุงก็เบาบางลง มีอยู่ครั ง้ หนึ่งไปขายขนมงานฝั งลูกนิมติ ที่วัดนอกตัวเมือง ทางวัดให้ ตงั ้ ร้ าน ขายของเป็ นแถวเรี ยงสองข้ างทาง จากด้ านล่ างขึน้ ไปด้ านบน ซึ่งเป็ นเนินสูงขึน้ ไป เรื่ อยๆ ร้ านก็ต้องเอาก้ อนหินหนุนขาโต๊ ะไว้ พืน้ ดินบริเวณนัน้ ก็ไม่ เรี ยบเหมือนในตัว เมือง น่ าสนุกเวลาคนเข้ ามาซือ้ บางครั ง้ ที่เดินพลาดเตะขาโต๊ ะ ท�ำให้ โต๊ ะเอียงกระเท่ เร่ ขนมถ้ วยฟูล่ ืนไถลลงกระจายเต็มพืน้ กระเด็นกระดอนวิ่งแข่ งกันดูไม่ ผิดจากนักกรี ฑา ทะยานออกจากจุดสตาร์ ท เมื่อสิน้ เสียงปื นบอกสัญญาณ จะว่ าโลกกลมหรื อโลกแบนก็ช่าง ชะตาเท่ านัน้ ที่น�ำพาเราพบกับคุณครู ท่ สี อน เรามาตัง้ แต่ เด็ก เมื่อไม่ นานมานี ้ ท่ านบอกว่ า ท่ านภูมใิ จในตัวเรา ว่ าเป็ นคนดี คนขยัน ตัง้ แต่ ยังเด็ก ท่ านเล่ าเรื่ องราวของเราให้ ศษิ ย์ ร่ ุ นหลังฟั ง และควรเอาเป็ นแบบอย่ าง เรา แอบดีใจอยู่เงียบๆ เพียงคนเดียว เพราะคงไม่ มีใครรู้ จกั เราแล้ ว เพื่อนล่ ะ! ดีใจกับเรา ด้ วยมัย้ ไม่ เป็ นไรหรอก ไม่ ต้องออกความเห็นก็ได้ เพียงแต่ ผ่านไปทาง "วังขนาย" อย่ า ลืมบอกใครสักคนว่ า เพื่อนมีเพื่อนเกิดที่น่ ีอยู่คนหนึ่ง เขายังคิดถึง "วังขนาย" อยู่เสมอ เราก็ช่ ืนใจแล้ ว...

สุวรรณ โสฬศ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑๖

เล่ าสู่กันฟั ง 2

ชีวติ หลังเกษียณ

สุวมิ ล บัวหภักดี

ยินดีอย่ างยิ่งที่เพื่อนๆ จะส่ งความคิดถึงด้ วยการพิมพ์ เป็ นสารสัมพันธ์ เพื่อ

เล่ าถึงชีวติ ความเป็ นอยู่หลังเกษียณอายุราชการ โดยปกติทกุ วันจะอยู่บ้านเลีย้ งหลาน ปลูกต้ นไม้ ดูแลบ้ าน พอเกษียณราชการ ปี ถัดมาได้ เป็ นอาสาสมัครมูลนิธิสายใจไทยในพระ ราชูปถัมภ์ ของสมเด็จพระเทพรั ตนราชสุดาฯ บรมราชกุมารี ปฏิบตั งิ านนีอ้ ยู่ 6 ปี จึงได้ ลาออกมาดูแลหลาน 2 คน ในขณะเดียวกันได้ ไปท่ องเที่ยวในประเทศไทยเรา เกือบ ครบทุกจังหวัด นอกจากนีย้ ังไปท่ องเที่ยวต่ างประเทศ มี สหรั ฐอเมริกา จีน ฮ่ องกง ญี่ปุ่น เนปาล สิงคโปร์ มาเลเซีย พม่ า ลาว เขมา ได้ ประสบการณ์ จากประเทศเหล่ านี ้ เป็ นการเปิ ดหูเปิ ดตา เป็ นก�ำไรของชีวคิ เนื่องในระยะนีค้ นไทยเราทุกคนอยู่ในช่ วงสูญเสียที่ย่ งิ ใหญ่ ในชีวติ จึงขอเชิญ ชวนเพื่อนร่ วมรุ่ นทุกคน น้ อมร�ำลึกถึงพระมหากรุ ณาธิคุณและถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพ ิ ลอดุลยเดช และน้ อมเกล้ าฯ ส่ งเสด็จสู่สวรรคาลัย ขอให้ เพื่อนๆ ทุกคน ประสบความสุข ความส�ำราญ และใช้ ชีวติ อย่ างพอเพียง ตามพระราชด�ำริห์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้ าอยู่หวั รั ชกาลที่ ๙ สุวมิ ล บัวหภักดี

อาจารย์ บุญส่ ง อิ่มแก้ ว รดน�ำ้ อวยพรวันเกษียณ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑๗

เล่าสู่กันฟัง 2

แสวงบุญ แสวงสุข

สุรียา สุขสโมสร

สุรียา กับเอื้องพนา

¨Ò¡¤Ó¹ÔÂÒÁ¢Í§àÃÒ·Õèà¢Õ¹äÇé·éÒÂàÃ×èͧ ˹ѧÊ×Í àÅèÒÊÙè¡Ñ¹¿Ñ§àÅèÁ·Õè1 àÃÒÂѧ¨Óä´éʹԷã¨ÇèÒ “·Õè¼èÒ¹ÁÒ¾Í ¡Ñº¤ÇÒÁµéͧ¡ÒÃáÅéÇ ¹Í¹¡Ô¹ºÓ¹Ò­ญ ¤ÍÂÇѹµÒÂÍÂèÒ§à´ÕÂÇ” áÅÐ “µèÍä»ÍÂÒ¡·ÓÍÐäáç·Óà¶Ô´ ¶éÒ¤Ô´ÇèÒ´Õ ªÕÇÔµ¨Ðä´éÁÕ ¤ÇÒÁÊØ¢” »Õ 2542 àÃÒ·Ó§Ò¹ÁÒ 40 »Õ ¤Ãºà¡ÉÕ³¾Í´Õ àÃ×èͧÃÒÇ ¢Í§ªÕÇÔµ·Õèà»ç¹Ë¹éÒ·ÕèÃÒª¡ÒþѡäÇéá¤è¹Ñé¹ áµè¤ÇÒÁ˹ËÅѧ ÂѧµÑ´äÁè¢Ò´ à¾ÃÒзÕèâçàÃÕ¹àÃÒÁÕà¾×è͹ ÁÕÅÙ¡ÈÔÉÂì ¤¹Ãͺ¢éÒ§ ªÇ¹ãËé¤Ô´¶Ö§ÍÂÙèà»ç¹»ÃÐ¨Ó àªè¹Ê¶Ò¹ÈÖ¡ÉÒáµèà´ÔÁÁÒ - âçàÃÕ¹ÇÑ´ÍÑ»ÊÃÊÇÃÃ¤ì ·Õè¹Õèà¾×èÍ¹æ ¨ÐÃÙé¨Ñ¡¤¹ª×èÍ ÊØÃÕÂÒ ¡ÃÍÔèÁ á·¹¤¹ª×èÍ ÍÑÁ¾Ã ¡ÃÍÔèÁ ¤¹à´ÔÁ - âçàÃÕ¹ÇѲ¹ÐÈÖ¡ÉÒ ¾ºà¾×è͹·ÕèÃÑ¡¡Ñ¹ÁÒ¨¹ºÑ´¹Õé ÈÔÃÔ¾Ãó, ·ÑȹÕÂì, »ÃоÔÈ - âçàÃÕ¹à¾ÒЪèÒ§ ÃÙé¨Ñ¡à¾×è͹¹ÑºÃéÍ ¨ÓäÁèËÇÒ´äËÇ ¨Ò¡Í´Õµ¨¹¡ÅÒÂÁÒà»ç¹»Ñ¨¨ØºÑ¹ «Öè§Âѧ¤§¤ºËҡѹÍÂÙè áÅÐÂÔ¹´Õ ä»ÃèÇÁ§Ò¹·Ø¡·Õè ÊÓËÃѺâçàÃÕ¹¾ÃÐ⢹§¾Ô·ÂÒÅÑ ʶҹ·Õ·Ó§Ò¹¨¹¶Ö§Çѹà¡ÉÕ³ ÂѧÁÕ¨Ôµ¼Ù¡¾Ñ¹ á¹èÅÐ!¨¹ÇѹµÒ ÁÕ§Ò¹ºØ­ญ §Ò¹ºÇª §Ò¹áµè§ §Ò¹ÊѧÊÃÃ¤ì §Ò¹¬Ò»¹¡Ô¨ ¶éÒ·ÃÒº ¢èÒÇ¡ç¾ÃéÍÁ·Õè¨Ðä»ÃèÇÁ§Ò¹àÊÁÍ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๑๘

สุรียา พร้อมกับเพื่อนแดงด�ำ ๙๙ ที่เกิดเดือนเดียวกัน จากซ้าย ศิริพรรณ(อิ๊ด) ศิิริพรรณ(กี่) ประภาศรี(อ้วน)เพ็ญศิริ(แอ๊ด)

Êèǹ·ÕèÍÂÙèÍÒÈѹÑé¹ ÂéÒÂǹàÇÕ¹ä»ÁÒ ÃÐËÇèÒ§»Ò¡¹éÓÊÁطûÃÒ¡Òà ¡Ñº»Ò¡¹éÓÀÒÉÕà¨ÃÔ­ญ ¨¹·éÒ·ÕèÊØ´ÁÒÍÂÙèá¶Ç¾ÃÐ⢹§ àÃ×èͧ¡Ò÷Ӻحญ·Ó¡ØÈÅ à¤ÂÃǺÃÇÁà§Ô¹ä»ÊÃéÒ§âçàÃÕ¹ »ÃЪҺÒźҧºèÍ ÊÃéÒ§¡ÓᾧÇÑ´ÃСҴ ·Õèä»à»ç¹»ÃШӤ×ͷӺحญ ÍѰԺؾ¡ÒÃÕ·ÕèÇÑ´»Ò¡¹éÓÀÒÉÕà¨ÃÔ­·Ø¡»Õ ÂÔ觷ÓãËé¹Ö¡¶Ö§ÊÁÑÂàÁ×èÍÂѧàÅç¡ ÍÒÂØ»ÃÐÁÒ³ 7 ¢Çº à¤Â仹Ñè§ÇÔ»ÑÊ¹Ò ËÅǧ¾èͺ͡ÇèÒ "àËÁ×͹à»ç¹ÅÙ¡ ¨Ñ¡Ã¾ÃôÔì ¶éÒÍÂÒ¡ä´éÍÐäÃãËé¹Ö¡àÍÒ¡ç¨Ðä´é" àÃÒ¨Ö§¹Ö¡¶Ö§¡ÒÃÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ ¨Ö§ÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢µÅÍ´ÁÒáÅеÅÍ´ä» à·Í­ญ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

ÊØÃÕÂÒ ÊØ¢ÊâÁÊÃ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เล่าสู่กันฟัง 2 มาช้า แต่..มาถึงแล้ว

๒๑๙

เสมอใจ จันทร์เพ็ญ ¢ÍÍÒÃÑÁÀº·¡è͹¹Ð ´Õ㨨ѧàÅ·Õèä´éÁÕàÃ×èͧ½Ò¡äÇé ã¹Ë¹Ñ§Ê×ÍàÅèÁ¹Õé áÁé¨Ðà»ç¹àÅèÁ·Õè 2 ¡çµÒÁ ÂÒÁà˧ÒÂÒÁ¤Ô´¶Ö§ à¾×è͹¨Ðä´é¹Ó¢Öé¹ÁÒÍèÒ¹ ¤ÅÒÂà˧Òä´éá¹èæ ã¨ËÒÂÁÒ¹Ò¹ ÃÍÇèÒ¨ÐÁÕâÍ¡ÒÊä´éàËç¹ÍÕ¡ÊÑ¡àÅèÁäËÁ¹Ð ¤ÇÒÁ¨ÃÔ§¡ç»ÃÒ¡® ¢Öé¹áÅéÇ àÃÒ... àÊÁÍ㨠¨Ñ¹·Ãìà¾ç­ญ à¡Ô´Çѹ·Õè 4 ÁԶعÒ¹ 2482 ÍÂÙèºéÒ¹àÅ¢·Õè 273/28 ¶¹¹»ÃЪҪ×è¹ á¢Ç§ÅÒ´ÂÒÇ à¢µ¨µØ¨Ñ¡Ãì ¡ÃØ§à·¾Ï 10900 ªÕÇÔµ¤Ãͺ¤ÃÑÇ »Õ 2503 ÊÁÃʡѺ Ã.Í.Íѧ¡ØÈ ¸ªÒÅØÀÑ® Ã.¹. ÁպصôéÇ¡ѹ 2 ¤¹ ¤¹âµª×èÍ Á¹Ñʾ§¤ì à¡Ô´ 18 àÁÉÒ¹ 2505 ¤¹àÅ硪×èÍ ¨ÒµØùµì à¡Ô´ 28 Á¡ÃÒ¤Á 2510 àº×éͧµé¹ä´éÈÖ¡ÉÒÍÂÙè·Õè Ã.Ã. “ૹµì¨ÍËì¹” ·Ñé§Êͧ¤¹ »Õ 2548 ÊÒÁÕ¶Ö§á¡è¡ÃÃÁ (ÂÈ ¾ÅàÃ×͵ÃÕ áËè§ÃÒª¹ÒÇÕ) ªÕÇÔµ¡Ò÷ӧҹ - ¡ÒÃä¿¿éÒÊèǹÀÙÁÔÀÒ¤ - ºÃÔÉÑ· «Ñ¹â µÓá˹觼Ùé¨Ñ´¡Òà áÅзÕèÊØ´¡çÅÒÍÍ¡ à˵طÕèÅÒà¾ÃÒÐà´Ô¹·Ò§ä»µèÒ§»ÃÐà·ÈºèÍ à¡Ã§ã¨à¨éҢͧºÃÔÉÑ·

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๒๐

ÁÕ º Ò§ªè Ç §ºÒ§µÍ¹¢Í§ªÕ Ç Ô µ ·Õè¨Óà»ç¹µéͧà´Ô¹·Ò§ä»µèÒ§»ÃÐà·ÈàÊÁÍ à¾ÃÒÐÅÙ¡ªÒ¤¹âµ ä»·Ó§Ò¹áÅÐ ÁÕºéÒ¹¾Ñ¡ÍÂÙè·Õè¹Ñè¹ »ÃÐà·Èà´¹ÁÒÃì¡·ÓãËéàÃÒä´éä» »ÃÐà·È 㹡ÅØèÁÊ᡹´Ôà¹àÇÕ¨¹¤Ãº ¤×Í à´¹ÁÒÃì¡ ÊÇÕà´¹ ¹ÍÃàÇÂì ÊÇÔÊ ¿Ô¹áŹ´ì àÂÍÃÁ¹Õ áÅлÃÐàÈᶺÂØâûÍÕ¡ËÅÒ»ÃÐà·È ÃÇÁáÅéÇà´Ô¹·Ò§ ·Ñé§ËÁ´ 44 ¤ÃÑé§ ÊèǹÅÙ¡ÍÕ¡¤¹à»ç¹¹Ñ¡¨Ñ´ÃÒ¡Òà ÇÔ·ÂØáÅÐà»ç¹ÍÒ¨ÒÃÂìÊ͹ÇÔªÒ¡ÒèѴÃÒ¡Òà ãËéá¡è¹Ñ¡ÈÖ¡ÉÒ ¹Ôà·ÈÈÒʵÃìËÅÒÂʶҺѹ·Ñ駡Ãا෾ÏáÅеèÒ§¨Ñ§ËÇÑ´ ÅÙ¡·Ñé§Êͧ ¨Ð¢Âѹ·Ó ¸ØáԨ¡Òçҹ äÁèÊÃéÒ§»Ñ­ญËÒ·ÓãËéàÃÒ ÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ áÁé¨ÐÍÂÙèã¹ÇÑÂà¡ÉÕ³ ÃÙéÇèÒµÑÇàͧà¢Õ¹äÁèà¡è§áÅÐäÁèʹء¶éÒàÅèÒÊÙè¡Ñ¹¿Ñ§´éÇ »Ò¡à»ÅèÒ ¤§¨ÐàÂÕèÂÁ¡ÇèÒ¹Õé à¾ÃÒÐÁÕÁØÁÅÖ¡ÅѺ¾Í¨Ðà»Ô´à¼Âä´é ¢ÍàÇÅÒ份֡«éÍÁ ¡ÒÃà¢Õ¹¡è͹ àÍÒäÇéàÅèÁµèÍ仨Ðà¢Õ¹ãËéÁѹ Ë´µÔë§ æ àÅ àÊÁÍ㨠¨Ñ¹·Ãìà¾ç­ญ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

ºéÒ¹ 02-585719 Á×Ͷ×Í 063-8649693


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

เล่ าสู่กันฟั ง2

๒๒๑

ชีวติ หลังเกษียณ

เสน่ ห์ แก้ วเก้ า รั บราชการมาได้ สามสิบหกปี รวมทัง้ ที่ทวีคูณเพิ่มพูนเฉย ได้ อีกสี่ปีอัยการศึกก็เสบย รวมไปเลยได้ เวลาสี่สิบปี วันที่สามสิบกันยา ฯ พาเศร้ าโศก ให้ วโิ ยคแสนอาดูรไม่ สุขี ทางโรงเรี ยนจัดเลีย้ งส่ งกินอิ่มพี ข้ าวของมีท่ มี อบไว้ ให้ อาทร ทุกสิ่งอย่ างล้ วนมีค่าส�ำหรั บเรา จะขอเก็บเอาไว้ เป็ นอนุสรณ์ ที่ให้ เรามิหลงลืมพึงสังวร ว่ าครั ง้ หนึ่งได้ มาสอนอยู่ท่ นี ี ้ เกษียณแล้ วกลับมาอยู่ท่ บี ้ าน สุขส�ำราญตามสภาพมิต้องชี ้ พออยู่ได้ ไม่ ลำ� บากแถมสุขดี ท�ำหน้ าที่ช่วยสังคมที่พอใจ เป็ นประธานการงานมูลนิธิ พิพธิ พัฒนาภรณ์ ยังพอไหว นับเป็ นงานการกุศลดังตัง้ ใจ เพื่อมิให้ ต้องตายเปล่ าน่ าเศร้ าจริง อีกทัง้ เป็ นที่ปรึกษาสมาคม ผู้ปกครองคนนิยมทั่วทุกสิ่ง นักเรี ยนและครู เบญจะ ฯ ไม่ ท้วงติง ได้ เจริญมากอย่ างยิ่งตลอดมา เป็ นกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน เพราะอยู่นานบางกะจะด้ านศึกษา จึงได้ รับการมอบหมายใช้ เวลา เป็ นประโยชน์ งานนานาต่ อโรงเรี ยน เป็ นที่ปรึกษาองค์ กรเอกชน เพื่อดัน้ ด้ นช่ วยสังคมหลังเกษียณ มีกรรมการบริหารคอยหมุนเวียน ตามก�ำหนดจดทะเบียนสิบเก้ าคน เป็ น ก.ก.ต.เขตที่หนึ่งพึงตระหนัก หน้ าที่หลักจัดเลือกตัง้ มิสับสน เพื่อให้ ได้ คนที่ดจี ากหมู่ชน ท�ำหน้ าที่แทนปวงชนในสภา อีกทัง้ ยังเป็ นกรรมการวัด ได้ ช่วยจัดท�ำการงานด้ านศาสนา วัดเขาน้ อยบ้ านท่ าเฉลบมีหน้ าตา เพื่อกุศลบุญพาเกิดแก่ เรา บางครั ง้ ยังได้ น�ำท�ำพิธี ข้ องเกี่ยวกับศาสนานีใ้ ห้ แก่ เขา ทัง้ งานบุญขึน้ บ้ านใหม่ กต็ ้ องเรา เว้ นงานเขลาอกุศลมิใส่ ใจ กิจวัตรประจ�ำวันของเรานัน้ มิไหวหวั่นยังคงที่จะท�ำได้ แต่ เช้ ามืดน�ำจักรยานไป ตระเวนได้ ออกก�ำลังหลายกิโล ฯ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๒๒

กลับถึงบ้ านยังมีงานต้ องให้ ทำ� ไม่ ต้องมีคนชีน้ �ำท�ำเองโก้ ตัดหญ้ าแต่ งต้ นไม้ ใบโตโต กว่ าจะเสร็จก็หวิ โซเกือบเที่ยงวัน แล้ วกินข้ าวอาบน�ำ้ หลับสักงีบ ไม่ เร่ งรี บแต่ งตัวพิถพ ี ถิ นั ขับรถเก๋ งคันเก่ งสีแดงพลัน แล่ นเข้ าสโมสรกันทันเวลา หยิบไม้ ควิ ออกมาดวลเล่ นบิลเลียด ความละเอียดเก็บคะแนนนักหนา คู่ต่อสู้ต้องยอมแพ้ และขอลา ท�ำให้ หาคู่ต่อกรยากจริงจริง เรื่ องการพนันขันต่ อไม่ ขอเล่ น มิได้ อุปนิสัยมิใช่ หยิ่ง ใครมาท้ าให้ เราเล่ นใช่ อ้างอิง ท�ำให้ เกิดศัตรู จริงการพนัน บางคนหาว่ าเราใจไม่ ส้ ู ก็ไม่ ร้ ู จะเล่ นไปท�ำไมนั่น ซึง้ ล้ วนแต่ อบายมุขทุกสิ่งอัน มาสู้กันด้ วยความดีคนชมเชย กลับถึงบ้ านประมาณบ้ ายสามสี่โมง ไม่ อยู่โยงสโมสรขอเฉลย จะใช่ บ้านของเราเองก็เปล่ าเลย กลับมาบ้ านได้ ชดเลยท�ำการงาน จะตัดหญ้ าแต่ งต้ นไม้ แล้ วแต่ เรา ไม่ รบกวนใครใครเขาให้ สงสาร ท�ำก็ได้ ไม่ ทำ� ก็ได้ มไิ หว้ วาน เมื่อถึงกาลห้ าโมงครึ่งข่ าวทีวี เกิดเป็ นคนอย่ าท�ำตนให้ ขวางโลก ท�ำซึมเศร้ าโศกเสียศักดิ์ศรี ควรแต่ จะมุ่งมั่นท�ำความดี อย่ าให้ เสียชาติเกิดซีพวกเรา การท�ำดีแล้ วได้ ดมี ีท่ ไี หน เป็ นค�ำกล่ าวของพวกไพร่ อย่ าฟั งเขา ท�ำไปเถิดเกิดผลดีมีแก่ เรา เหล่ าชนเขาจะกล่ าวขานเป็ นมงคล หมั่นรั กษาศีลห้ าไว้ ให้ ม่ ันคง จะด�ำรงคงอยู่ได้ ไม่ ขัดสน ประกอบสัมมาอาชีพไว้ เลีย้ งตน ไม่ อับจนขุ่นข้ นแค้ นอย่ าฮึดฮัด ข้ อที่หนึ่งพระพึงว่ าปาณาติบาต ให้ ละเว้ นอย่ างเด็ดขาดการฆ่ าสัตว์ ชีวติ เขาชีวติ เรามิต้องพลัด ทุกอย่ างจัดเว้ นได้ บาปจะเบา ข้ อที่สองอทินนาทานาเว ฯ อย่ าหันเหหยิบฉวยของของเขา เอามาไว้ เป็ นสมบัตขิ องตัวเรา พรุ พุทธเจ้ าท่ านทรงบัญญัตไิ ว้ ข้ อที่สามนามกาเมสุมจิ ฉา ฯ ห้ ามนักหนาลูกเมียเขาจงอย่ าได้ คิดเป็ นชู้ม่ ุงสู่ชายนั่นแล้ วไซร้ จักจงได้ ตกกระทะทองแดง ข้ อที่ส่ ีคำ� มุสาวาทาเว ฯ เที่ยวโกหกท�ำรวนเรชอบเสแสร้ ง พูดโป้ปดมดเท็จท�ำเคลือบแคลง ได้ มีโทษส�ำแดงไว้ ในคัมภีร์ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๒๓

ข้ อที่ห้าสุราเมรยมัชะ ฯ ทางค�ำพระท่ านห้ ามดื่มของเมานี ้ เพราะมีโทษอยู่มากมายได้ ทนั ที ทางที่ดคี วรหลีกเว้ นเป็ นบุญตัว เป็ นบ่ อเกิดแห่ งโรคก็มากมาย ไม่ ว่าหญิงหรื อชายลูกเมียผัว พอดื่มเมาได้ ท่ ไี ม่ มีกลัว เป็ นเหตุให้ น�ำพาตัวสู่โลกันต์ แต่ ยังมีคำ� กล่ าวของทุรชน ท�ำให้ คนเกิดสับสนชอบเหหัน ดื่มเป็ นระยะระยะได้ กเ็ หมือนกัน ขอทุกท่ านจงพึงได้ ไว้ สังวร ขอทุกท่ านไหว้ วานประพฤติหนา ศีลทัง้ ห้ าพุทธองค์ ทรงสั่งสอน ถ้ าละเว้ นได้ ทงั ้ หมดไม่ อาทร ไม่ เดือดร้ อนทัง้ ครอบครั วและสังคม ช่ วยท�ำบุญสุนทานกันบ้ างเถิด อย่ าให้ เกิดซึ่งกิเลสที่หมักหมม ควรนึกหมั่นกระท�ำดีในอารมณ์ คนจะชมกันถ้ วนหน้ าทัง้ แผ่ นดิน พวกที่ชอบเสเพลเสพเมถุน ชนทัง้ สิน้ จะสาปแช่ งอเวจี เรื่ องการบุญคิดมิได้ ใฝ่ ถวิล ชนทัง้ สิน้ จะสาปแช่ งอเวจี หมั่นสวดมนต์ ไหว้ พระละความชั่ว อย่ าหลงมัวมั่วอบายสิ่งบัดสี ทัง้ บุญทานจงหมั่นท�ำนั่นแหละดี จะโชคดีอีกราศีจะจับตัว ทัง้ ความโกรธที่โลดแล่ นในอารมณ์ อย่ าสะสมไว้ เลยล้ วนความชั่ว จะท�ำให้ จติ ใจเราเกิดหมองมัว จงเกรงกลัวทิง้ ให้ หมดโปรดจดจ�ำ อีกทัง้ การว่ างงานเป็ นมารด้ วย มันจะช่ วยให้ จติ ใจใฝ่ ถล�ำ จงหยิบฉวยเหล่ าสิ่งของขึน้ มาท�ำ ความระย�ำทางจิตจะหมดไป ควรสวดมนต์ ไหว้ พระสมาธิ อโหสิกันไว้ เถิดอย่ าหลงใหล อันสิ่งดีน่ ีความชั่วรู้ แก่ ใจ ว่ าแต่ ใครจะได้ เห็นเป็ นนิจจัง ท�ำจิตตนให้ ว่างสร้ างธรรมะ เลิกลดละแล้ ววางกายให้ ขงึ ขัง รั กษาตนไว้ ให้ ดมี ีพลัง เพื่อความหวังได้ พบสุขในบัน้ ปลาย จะขอหยุดไว้ เพียงนีท้ ่ ลี ิขติ จ�ำสักนิดสิ่งที่เขียนมิเสียหาย ช่ วยด�ำรงวงตระกูลมิให้ ตาย ได้ เจริญเพื่อสืบสายตลอดกาล อันตัวเรานัน้ จะม้ วยมรณา กาลข้ างหน้ าไม่ ได้ ห่วงซึ่งสังขาร การเกิดแก่ เจ็บตายมิลนลาน เพียงลูกหลานท�ำดีเถิดประเสริฐเอย. เสน่ ห์ แก้ วเก้ า ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เล่าสู่กันฟัง 2

เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

โสภณ พานิชผล

๒๒๔

สวัสดีเพื่อนแดงด�ำรุ่น 99 ทุกๆ คน หวังว่าคง จ�ำกันได้ดี "หรืออาจจะลืมเลือนกันไปจนเกือบจ�ำกันไม่ ได้แล้ว" (เพราะแก่) แต่ นายโสภณ พานิชผล จ�ำเพื่อนๆ ได้ดีทุกคน แม้จะเรียนแค่ ป.ป.ช. แล้วออกไปเป็นครูก่อนเพื่อนๆ หลายคน สาเหตุคือ ตอนจบปี 3 ก�ำลังเที่ยวสนุกก่อนจะกลับมาเรียน ต่อปี 4-5 ท่านอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเดิม ทราบว่าเราเป็นนักเรียน ทุนของจังหวัด และขณะนั้นมีครูศิลป์คนเดียว ขอให้ช่วยกลับไป สอน 1-2 ปีก่อน พอมีครูเพิ่มค่อยกลับไปเรียนต่อภายหลัง พอครบ 2 ปี มีครูศิลป์เพิ่มจะให้กลับมาเรียนต่อ เราดันติดราชการ "มีลูก เสียก่อน" และไม่ได้มาเรียนต่อ บังเอิญตอนนั้น ปี 2500 ไฟไหม้ตลาดพิษณุโลก ร้านค้าใน ตลาดต้องท�ำป้ายร้านกันใหม่หมด โสภณเลยต้องใช้ฝีมือช่างแค่ ป.ป.ช.รับท�ำป้ายทั่วเมือง รับทรัพย์เพลิดเพลิน เลยได้แต่สอบเลื่อน ระดับ ตรี โท เอก จนสุดท้ายได้ชั้นพิเศษก่อนเกษียณ แต่ไม่เคยลืม เพื่อนๆเลย และจะพยายามมาร่วมงานรุ่นกับเพื่อนๆ ทั้งงานก�ำธร และงานบุญกับกฤษฎี ที่วัดชนะสงคราม จนกว่าจะมาไม่ไหว รักเพื่อนเสมอ

โสภณ พานิชผล

"ภาคผนวก" งานศิลป์อื่นๆ ป้ายร้าน งานสกรีนเสื้อ งานปกวิทยานิพนธ์ ไม่คนจ้างท�ำแล้ว ยังเหลือ "พวงกุญแจพิเศษ" ที่เคยแจกเพื่อนๆ จะ ยังท�ำไป จนกว่าตามองไม่เห็น จึงจะเลิกท�ำ สวัสดี

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๒๕

เล่าสู่กันฟัง 2 ชีวิตหลังเกษียณ

อักษร บุณยะวุฒกุล อักษร บุณ ยะวุฒกุล

ชีวิตหลังเกษียณของเรามีความสุขมาก หลังจากใช้ีชีวิตอยู่ในกรอบ มา ยาวนานถึง 60 ปี เรารู้สึกสบายดี ไม่ต้องไปท�ำงาน มีบ้านอยู่ มีข้าวกิน มีเงินใช้ ลูกหลานเรียนส�ำเร็จท�ำงานมีหลักฐานกันทุกคน อยากไปไหนก็ได้ ไป ตั้งแต่อายุ 60 ปีจนถึงปัจจุบัน ระยะหลังๆ นี้ไปไหนได้ไม่บ่อย นัก เพราะสังขารลดน้อยถอยลงบ้าง แต่ใจเรายังสู้นะ ยังคิดถึงเพื่อน เพาะช่างอยู่ตลอด เมื่อมีการนัดเจอะเจอกันทุกครั้ง เราดีใจมากที่ จะได้พบเพื่อนๆ รู้สึกว่าท�ำให้เราเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นอีก เราใช้ ชีวิตสบายๆ ไม่เครียด ไม่เหงา ไปห้องสมุด ออกก�ำลังกายโดยการ ท�ำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เพราะอยากมีชีวิตยืนยาว และอยากเจอเพื่อ นบ่อยๆ ทุกวันเสาร์เราไปเป็นจิตอาสา สอนเด็กด้อยโอกาส เด็กก�ำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง ที่วัดคาทอลิค รู้สึกสนุกดี และเราก็ชอบด้วย ปีใหม่เราไปเยี่ยมเด็ก ไปแจกของเด็กครอบครัวชาวเขา ที่ อ�ำเภอคลองลาน จังหวัดก�ำแพงเพชร ไปสัมผัสอากาศ ความเป็นอยู่ ตลอดจน ปัญหาต่างๆ การใช้ชีวิตของชาวเขา ตลอดจนประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของเขา สนุกสนานมาก ท�ำให้ชีวิตมีความสุข ตั้งใจไว้ว่าปีหน้าจะไปอีก เพื่อนรักทุกท่าน ขอให้เราได้เจอะเจอกันทุกครั้งที่มีการท�ำบุญเลี้ยงพระ นัดทานอาหารเลี้ยงวันเกิดของพวกเราชาวแดงด�ำ ๙๙ และขอให้เราได้พบปะ สังสรรค์ กันทุกครั้ง ตลอดไปนานๆ และทุกๆ ปีนะจ๊ะ

รักและคิดถึงเพื่อนเสมอ อักษร บุณยะวุฒกุล 10 มกราคม 2560 ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๒๖

เล่าสู่กันฟัง 2 ชีวิตหลังเกษียณ

เอื้องพนา กิตติขจร (จิบ สุวรรณกูฎ)

สวัสดี เพื่อนๆแดงด�ำ ๙๙ ทุกคนที่เพื่อนยังจ�ำจิบได้ จิบไม่ได้มาร่วมสนุกกับเพื่อนๆ นานพอสมควร ก็ไม่มีอะไร เพราะจิบใช้ชีวิต อยู่อย่างพอเพียง เรียบง่าย ตามอัตภาพชองคนที่มีเงินทอง แบบเบี้ยน้อย หอยน้อย และใช้คติประจ�ำใจมาตลอด คือ การท�ำดี แม้ไม่มีใครเห็น แต่ก็ เป็นคุณธรรม ล�้ำสรรเสริญสักวันหนึ่ง คนคงเห็น คงไม่เนิ่นเกินค่ากว่าไม่ ท�ำ คตินี้เป็นความจรืง เพราะอยู่มาไม่นานก็มีญาติผู้ใหญ่ที่เราเคยไปอาศัย ท่านอยู่ คือ คุณหญิงระวิ กิตติขจร เป็นภรรยาของ พลต�ำรวจตรี สง่า กิตติ ขจร ซึ่งพลต�ำรวจตรีสง่า เป็นน้องชายคนเดียวของ จอมพลถนอม กิตติขจร อยู่ๆ ไม่นาน คุณหญิงระวิ กิตติขจร ได้โทรศัพท์มาถามว่าจะมาขออยู่กับจิบ ได้ไหม? เราดีใจมากนึกไม่ถึงว่าผู้ที่เคยยิ่งใหญ่ระดับประเทศจะมาอยู่กับเรา ที่ตัวเล็กๆ อยู่อย่างพอเพียง ท่านไม่ท�ำให้เราล�ำบาก เพราะท่านให้งบมา ปลูกบ้านเล็กๆ ให้ท่านพออยู่ได้ เราจึงจัดการให้ หลังจากนั้นไม่นานท่านก็ จากไปด้วยโรคมะเร็งภายในบ้าน อยู่ต่อมาไม่นานเราคิดสร้างอพาร์ทเม้นท์ ต่ออีกเป็นสามชั้น ชีวิตก็มีความสุขสมบูรณ์ พุนสุขดี หลังจากเกษียณแล้ว ถ้าเพื่อนๆ ไม่รังเกียจ อยากจะมานั่งดูรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่วิ่งผ่านไป-มา ก็ เชิญได้ค่ะ เพราะระดับรถไฟฟ้ากับตึกอพาร์ทเม้นท์สูงพอๆกัน เป็นความสุข บั้นปลายชีวิตอย่างมาก จึงขอขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่เสียสละอ่านและฟัง เรื่องราวเล็กๆ น้อย ๆ จากจิบไว้เป็นอนุสรณ์ด้วยค่ะ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๒๗

ถ้าจะเขียนต่อมันก็ต้องยาวมาก เพราะมีกิจกรรมเยอะมาก ขณะเขียนก็ ไม่สบายอยู่แล้ว ขอขอบคุณผู้ที่จะไปเล่าต่อให้เพื่อนๆ ฟังค่ะ ขอโทษด้วยที่ส่งเรื่องมาช้า เพราะตอนที่เขียนเล่าเรื่องก�ำลังไม่สบาย แขนซ้ายบวมต้องไปฉีดยา ผิดพลาดอะไรขออภัยด้วย เอื้องพนา กิตติขจร (จิบ สุวรรณกูฎ) 99/5 ซอยกรุงเทพ-นนท์ 10 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๒๘

โรงเรียนเพาะช่าง เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๙ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๒๙

รอยรักในม่านหมอก

สานันท์

เช้าตรู่ของวันนี้ วันในช่วงปลายของเดือนมกราคม ผมได้รับ การเชิญชวนจากอดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง ให้มาพบกันที่นี่ ที่ ท่าเรือราชนาวีสโมสร เพื่อลงเรือลอยล�ำทวนกระแสน�้ำเจ้าพระยามุ่งไป ทางเหนือ ผมพอใจที่จะมาแต่เช้าก่อนเวลานัด เพื่อซึมซับบรรยากาศ ริมน�้ำให้ฉ�่ำชื่นใจ หลังจากที่ปลีกตัวเองให้ห่างหายความใกล้ชิดไปนาน อย่างตั้งใจ แม้จะอยู่ไม่ไกลกันนัก ละอองหมอกเหนือล�ำน�้ำยังโรยตัวอย่างเบาบาง ขณะที่นก นางนวล 3-4 ตัว บินแฉลบถลาเล่นลมอยู่ไปมา เจ้านกคงจะหลงฝูงมา ไกลจากปากอ่าว และบินหายลับไป เมื่อหมอกลงหนาขึ้น ยิ่งสายก็ยิ่ง มาก มองอะไรไม่เห็นในระยะห่างประมาณ 2-3 เมตร ผมยังนั่งอยู่ที่เดิม แม้ความคิดจะล่องลอยไปในวันคืนเก่าๆ ที่หมอกลงหนาทึบเช่นนี้ แน่ ละ! ต้องต่างสถานที่กัน นึกถึงขึ้นมาครั้งใด ภาพของเธอจะชิงลอยเด่น ขึ้นมาเหนือผู้ใดทั้งปวง แม้เวลาจะผ่านมานับสิบๆ ปีแล้วก็ตาม ถ้าครั้ง นั้นไม่มีคุณเพียงดาว ศึกษาการ นักศึกษาจากวิทยาลัยครูผู้น่ารัก สวย ดวงตาคมเข้ม จมูกเป็นสันรับกับเรียวปากที่อิ่มเอม เรือนผมด�ำขลับ วัน นี้วันที่ผมแสนคิดถึงอยู่ตลอดเวลาคงไม่มีเช่นกัน เราพบกันที่โรงเรียนพญาไท ในฐานะผู้ฝึกสอนด้วยกัน วันแรก เป็นวันรายงานตัวและปฐมนิเทศ สับสนพอสมควรในการแบ่งชั้น แบ่ง วิชา ตลอดจนการแนะน�ำครูพี่เลี้ยง วันนั้นผมกลับบ้านด้วยความสุขใจ อย่างประหลาด แทรกอยู่ในความหวั่นวิตกบ้าง แม้จะได้เตรียมการ สอนและอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ ฝึกสอน เอาละ! จะเป็นอย่างไรก็ช่าง ผ่านวันแรกไปแล้ว วันต่อไปได้รับ การแก้ไข ก็คงจะดีขึ้นไปเอง ผมมั่นใจเสมอกับอีกสิ่งหนึ่งที่เรียกว่ารัก ก็

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๐

ส่วนมากมักจะคิดเข้าข้างตัวเองเสียมากกว่า หลับเถิด! พรุ่งนี้ต้อง ตื่นแต่เช้ารีบไปพบเห็นหน้าเธอ เพื่อเป็นก�ำลังใจที่แอบแฝงก่อนเข้า สอน ผมคงมีความมั่นใจมากขึ้นไปอีก บนถนนพญาไทเช้าวันนี้ อุณหภูมิคงจะลดลงเพราะอากาศ เริ่มเย็น ละอองหมอกสีเทาเข้มลอยอ้อยอิ่งเหนือพื้นถนนดูจะแผ่ กว้างออกไป ต้นไม้ 2 ข้างทางและบ้านเรือนดูเลือนรางลงไปทุกที รถ วิ่งไปมาเปิดไฟสีเหลืองตัดหมอก บีบแตรขอทางดังไปทั่ว อลวนไม่ ทราบว่าเสียงมาจากทางซ้ายหรือขวากันแน่ แต่เสียงหนึ่งซึ่งใสและ กระจ่างปนหวานชวนฟังทั้งที่ไม่คุ้นหูนัก “สวัสดีค่ะ พี่ศิริน รอน้องด้วย น้องเพียงดาวไงคะ แหม! พี่เดิน เร็วจังเลย” เธอพูดเร็วหลายข้อความติดต่อกัน แต่ฟังรื่นหูและไพเราะ จับใจนัก ผมหยุดเดินตั้งแต่ได้ยินค�ำแรก ก่อนที่เธอจะใกล้เข้ามา ฝ่าม่านละอองหมอก จนมายืนอยู่ตรงหน้าผม ห่างเพียงแค่แขนยื่น ไปจับต้องได้ ถ้าแผ่นดินที่เราทั้งสองยืนอยู่ใกล้ชิดกันนี้ เป็นแผ่นดิน รัก ผมว่าอณูแห่งความรักคงจะแผ่ไพศาลขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมดีใจ อย่างที่สุด แม้จะเป็นเพียงความคิดของผมข้างเดียว ผมไม่อายหรอก เพราะความจริงจากใจผมมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ดีใจกับผมด้วยนะ ใครก็ได้ที่เข้าข้างผมเป็นข้างเดียวกัน แต่ถ้าความมืดมนอนธการ เป็น ฝ้าหมอกที่บดบังความรักนี้จนมืดมิดหรือผมคิดมากไปเอง ผิดหวัง ก็ อย่าสงสารผมเลย ผมพร้อมที่จะไปให้ไกลแสนไกล จนขอบฟ้าบัง “พี่ศิรินคะ ขอดาวเดินไปด้วยกับพี่นะ” “ครับ” ผมตอบอย่างเต็มเสียง จะทะมัดทะแมงหรือพร่าสั่นก็ไม่ ทราบได้ เพียงแต่รู้ตัวเองว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า และผมตอบ เธอสั้นเกินไป เพราะพูดไม่ออก จะโทษอะไรก็ไม่สมเหตุสมผล เอา เพียงว่าโทษเนคไทก็แล้วกันที่รัดคอจนแน่นไม่ถนัดดูเกะกะไปหมด เพราะเพิ่งเคยผูกเป็นครั้งแรกที่ได้ออกฝึกสอน ซึ่งเป็นกฎของสถาบัน เราเองที่ต้องการความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพียงแค่ผ้าผูกคอชิ้น

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๑

เดียวเท่านั้นเอง ผมจัดให้มันเข้าที่อีกเล็กน้อย พอสบายหายใจคล่อง ขึ้น ในขณะที่เธอเหลือบมองผม และกล่าวขึ้นว่า “ร�ำคาญหรือคะ?” “ครับ ร�ำคาญ ไม่ใช่ดาวนะ เนคไทต่างหาก” เราเดินคู่เคียงกันไปอย่างระมัดระวัง อาจจะชนอะไรเข้าสัก อย่างถ้าเดินเร็วเกินไป จะเป็นเสาไฟฟ้าหรือคนเดินสวนทางมา ผม ชะลอการเดินให้ช้าลงอีก จะได้เดินคู่กับเธอนานๆ ขณะนี้เวลาเพียง 6.30 น. เท่านั้น เหลืออีกตั้งนานกว่าโรงเรียนจะเข้า “ดีใจจังเลย ดาวได้สอนกลุ่มเดียวกับพี่ศิรินชั้น ป. 2 ถ้าดาวมี ปัญหาอะไร ดาวจะปรึกษาพี่ศิรินนะ และพี่ศิรินต้องช่วยดาวด้วย” เธอยิ้มหวานเมื่อจบค�ำพูดนั้น “ยินดีครับ ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง ตรงกับใจที่ผมคิดไว้ พอดี เมื่อตอนหัวค�่ำวานนี้ผมสวดมนต์ไหว้พระขอพรพระบันดาลให้ ดาวสนิทสนมกับผม รักผมยิ่งว่าใคร” ผมตีขลุมเข้าแทรกอย่างรวดเร็วในขณะที่เธอท�ำเป็นเหมือน ไม่ได้ยิน แต่สักพักเธอก็เรียบเรียงค�ำพูดออกมาอย่างชาญฉลาดว่า “ส่วนอื่นดาวก็เต็มใจ รู้จักกันไปนานๆ เราก็สนิทสนมกันอยู่ แล้วถ้าจริงใจต่อกัน แต่ส่วนสุดท้าย ดาวขอศึกษาไปก่อน ถ้าถึงเวลา ดาวจะตอบพี่ศิรินเองค่ะ” เธอยิ้มหวานส่งมาอีกระลอก เป็นธรรมดาอยู่เองเมื่อถูกชะตากัน สิ่งที่ตามมาภายหลัง จะดูง่ายขึ้น ถ้าเราเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย มีเรื่องที่สุมอยู่ในอก ตัดสินใจยกออกไปเสียบ้าง สารภาพกันอย่างตรงๆ บางครั้งจะมีแต่ ผลดีสะท้อนกลับมา ดีกว่ามีผู้ใดมาแซงตัดหน้าไป จะเสียใจภายหลัง และในหัวอกนั้น จะมีแต่กลัดหนองเท่านั้น เราเดินผ่านสถานีต�ำรวจมาชั่วครู่ แสดงว่าใกล้จะถึงทางเข้า โรงเรียนแล้ว หมอกยังไม่จางลงแต่อย่างใด ผมชวนเธอคุยต่อ “ดาว น้องเชื่อไหมว่า ในสายหมอกที่หนาทึบนั้น ถ้าเราเดิน ผ่านเข้าไปอยู่ภายในแล้วยืนนิ่งอยู่สักพักจะมีเสียงดังแผ่วเบาคล้าย

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๒

ใครกระซิบกันอยู่ จับใจความไม่ได้ ลองดูซิ จะจริงหรือไม่?” “ไม่เอาหรอกพี่ ดาวกลัว เดินเข้าไปพร้อมกันสิพี่ ถ้าปล่อยให้ ดาวเดินเข้าไปคนเดียว เดี๋ยวดาวถูกจับกลืนหายไป พี่อย่ามาร้องไห้นะ บอกไว้เสียก่อน” “แต่ที่จริงแล้วเวลาเริ่มสาย เสียงเริ่มอึกทึกมากขึ้นคงจะฟัง ล�ำบาก ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน อาจจะเป็นพรุ่งนี้ มะรืนนี้ เดือนหน้า หรือ ปีหน้าก็ได้ พี่จะเข้าไปพร้อมกับดาวในใจกลางกลุ่มหมอกที่หนาทึบนั้น เราคงได้ยินเสียงอะไรสักอย่างเป็นแน่ สัญญานะว่าจะเข้าไปด้วยกัน ห้ามลืมเป็นอันขาด” “ค่ะ ดาวให้สัญญา ดาวจะรอพี่เพียงคนเดียว” “จริงๆ นะ” “เฉพาะเรื่องที่เราจะเข้าไปฟังเสียงกระซิบเท่านั้น เรื่องอื่นยัง หรอกนะคะ รอไปก่อน” เมื่อตะวันเริ่มสาดแสงไล่ไอหมอกให้จางลงทีละน้อยทีละน้อย ขณะที่เราเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียน ผ่านสระน�้ำริมทางมีบัวประดับนานา พันธุ์ที่ปลูกไว้เริ่มคลี่ดอกบานตามกลุ่มตามกอ เช่น สีแดง สีขาว สี เหลือง และสีม่วง เมื่อลมพัดมาอ่อนๆ โชยเอากลิ่นบัวบานลอยมาฝาก เราด้วย “ดาว หอมเหลือเกินนะ กลิ่นดอกบัว” “ค่ะ กลิ่นเมื่อแรกบานจะหอมจัดกว่า และค่อยๆ หอมจางลง เมื่อใกล้เที่ยงจวนจะบ่ายคล้อย จะหุบกลีบดอกเริ่มเก็บกลิ่นไว้เพื่อจะ บานอีกครั้งในวันรุ่ง” “อืม! ความรู้ดีน่าทึ่งจังเลย” “ก็เป็นคนปทุมธานีนี่คะ ดาวขอแยกจากพี่ศิรินนะคะ เพื่อนๆ ยืนรอดาวอยู่ ไว้พบกัน” เธอหันมายิ้มกับผมก่อนจาก ยิ้มที่ท�ำให้ผมเป็นสุขใจ พร้อมกับ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอย่างทะนง นับแต่วันนั้นมา ผมก็ไปรับไปส่งเธอเสมอ มีหลายคราวเหมือน ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๓

กันที่เรามีชั่วโมงท้ายของวันว่างตรงกัน เราจะไปขออนุญาตจากครูพี่ เลี้ยงเพื่อกลับก่อนเวลา และไปขึ้นรถต้นคิวที่สนามหลวง ไม่ผิดอะไร กับการไปตั้งหลัก ดังค�ำล้อเลียนที่ได้ยินเสมอ เราทั้งสองก็เป็นคน ต่างจังหวัดจริงๆ ไปตั้งหลักซะบ้าง จะได้สมกับค�ำเปรียบเปรย ใคร ถามจะได้ตอบได้ตามความเป็นจริงว่าเคยไปตั้งหลักมาแล้ว แต่เราก็ เป็นสุขใจ เพราะได้นั่งแนบชิดกันจากต้นทางถึงปลายทาง “พี่ศิรินคะ ก�ำลังคิดอะไรอยู่เดินเงียบเชียว” เธอเอ่ยปาก ท�ำลายความเงียบขึ้น ในขณะที่เดินพ้นจากประตูโรงเรียนมา “พี่ก�ำลังคิดว่า วันนี้จะไปขึ้นรถที่สนามหลวงดีหรือไม่” “ไปสิพี่! เราไปตั้งหลักกันยังไงล่ะคะ” “ตกลง” และเราก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน ผมรู้สึกข�ำในเรื่องที่แกล้งท�ำ เหมือนได้ประชดค�ำพูดที่ชอบเสียดสีกัน และค�ำพูดนั้นได้ย้อนกลับมากระทบเราสองคนจนได้ในครั้งหนึ่ง “วันนั้น” ผมเริ่มชวนคุย “ดาวยังจ�ำได้หรือเปล่า? ใครคน หนึ่งไปตั้งหลักที่สนามหลวง แล้วย้อนกลับมาที่บางล�ำพู เพื่อซื้อวัสดุ อุปกรณ์ไว้จัดท�ำสื่อการสอน” “จ�ำได้สิคะ ไม่ใช่ใครคนหนึ่งแน่ๆ เป็นใคร 2 คนเสียมากกว่า ก็วันนั้นดาวลืมสนิทว่าจะต้องซื้อของ ดาวกับพี่ เน้นหนักๆ เลย ดาว กับพี่นั่งรถเลยบางล�ำพูไปจนถึงต้นคิวรถที่สนามหลวง แล้วนึกขึ้นได้ จึงต้องนั่งรถมาลงที่บางล�ำพูอีก เออ! เรียกว่าไปตั้งหลักก็คงไม่ผิดนะ” เธอช้อนตาขึ้นมองผมคล้ายกับว่าได้ก�ำชัยชนะไว้แล้ว “บอกสิใช่มั้ย พี่ศิริน” “ใช่ครับ! ตอนนี้แค่เพียงใคร 2 คนเท่านั้น แต่ต่อไปภายหน้า คงจะมีเด็กๆ มาเพิ่มอีกอย่างน้อยก็ครึ่งโหล พอเลี้ยงไหวมั้ย” คราวนี้เธอไม่พูดหรอกครับ ยกเพียงมือมาทาบบนแขนผม แล้วหยิกเอา หยิกเอา ในขณะที่เรานั่งเคียงกันบนรถโดยสาร ผมต้อง ทนและร้อง โอย! แค่เพียงเบาๆ แล้วต่อด้วยเพลงของชรินทร์ นันท นาคร พอได้ยินดังนี้

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๔

พี่ขอจูบคืน” ใบหน้าของน้องสาวที่แดงอยู่แล้วกลับแดงยิ่งขึ้น และท�ำนอง เดียวกัน แขนของผมมีรอยจ�้ำสีเขียวเพิ่มขึ้นอีกรอย นานวันตามเวลาที่ผันผ่าน ผมไปบ้านของดาวกับเพื่อนของ เธอ 2-3 คน เพื่อไปช่วยกันท�ำสื่อการสอนนักเรียน เพราะเป็นสิ่ง จ�ำเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ให้นักเรียนเข้าใจง่ายขึ้น ผู้สอนเองก็พลอย สะดวกในการอธิบาย ณ ที่นั้นศาลาริมฝั่งเจ้าพระยา ซึ่งห่างจากหน้าบ้าน บ้านเพียง เดือนประมาณคร่าวๆ เพียง 20-30 เมตร เธอให้ผมรออยู่ที่นี่ หลังจาก ไปรับผมมาจากท่ารถด้วยจักรยานเพราะพ่อของเธอไม่อยู่ ไปดูแล สวนในช่วงเช้าซึ่งห่างจากบ้านไม่ไกลนักพร้อมกับหลาน 2 คน เธอ จะต้องไปเตรียมอาหารไว้ให้พ่อก่อน ส่วนเพื่อนๆ จะตามมาภายหลัง เพราะพวกเขาเคยมากัน 2-3 ครั้งแล้ว สายลมแห่งรุ่งอรุณยังพัดมาอย่างสม�่ำเสมอ ในบางครั้งเย็น จนรู้สึกหนาว กลิ่นดอกชมนาดจากต้นใกล้ศาลานั้นโชยกลิ่นหอม ท�ำให้สดชื่นอยู่ตลอดเวลา คลอกับเสียงนกตัวเล็กๆ ซึ่งร้องอยู่ตาม สุมทุมพุ่มพฤกษ์ น�้ำในสายเจ้าพระยายังเปี่ยมฝั่ง ลมหนุนน�ำเร่งให้ ระลอกคลื่นที่พลิ้วตามกันลงไปทางทิศใต้เร็วขึ้น ฝูงปลาสร้อยว่าย ทวนกระแสน�้ำขึ้นไปทางเหนือ โดยว่ายเลาะตะเข็บชายน�้ำที่ตื้นลด เลี้ยวไปตามแอ่งและรากไม้ ที่ยื่นพ้นจากชายตลิ่งทอดลงมาจนชุ่ม น�้ำ บ้างก็เถลไถลวนเวียนหาอาหารจนห่างจากฝูง แต่แล้วก็ต้องรีบเร่ง ตามไปให้ทัน กิ่งมะกอกน�้ำต้นที่ขึ้นอยู่ริมฝั่งไหวยวบเมื่อกระรอก 2 ตัวกระโจนไล่กันพลันให้ลูกมะกอกที่แก่จัดเริ่มสุก 3-4 ลูก หล่นลงน�้ำ เสียงดังจ๋อมๆ กลางฝูงปลาสร้อยซึ่งผละแตกซ่านจากฝูง และรวมตัว กันอีกครั้งเมื่อความเงียบคืนกลับมา พอแสงของตะวันเริ่มจับขอบฟ้า สีส้มอมชมพู แม้ดวงตะวัน ยังจมอยู่หลังพุ่มไม้เหนือตลิ่ง แต่ท้องฟ้านั้นสว่างแล้ว เมื่อพระสงฆ์ ที่ออกบิณฑบาตเพิ่งจะเดินลับไปตามทางชิดรั้วหน้าบ้าน คงเป็นเส้น ทางที่เดินลัดเลาะประจ�ำของชาวบ้านแถบนี้ ส่วนทางด้านหลังบ้าน

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๕

นั้นห่างออกไปมีถนนลูกรังตัดใหม่ เพื่อการสัญจรที่สะดวกกว่า แต่ เพื่อนๆ อีก 3 คนของเธอยังไม่มา จ�ำได้ว่ามีชื่อ นภาพรกับพรรณี ซึ่ง เป็นชาวอีสาน และจิงจ้อ ซึ่งเป็นชื่อเล่นๆ ชื่อจริงไม่ทราบว่าชื่ออะไร เห็นเรียกกันแทบทุกคน ผมก็เรียกเช่นนั้น รู้แต่ว่าค�ำนี้เป็นชื่อเรียก ต้นไม้ชนิดหนึ่งเป็นเถา มีดอกสีขาวและสีเหลือง แต่ช่างเถอะ คน ส�ำคัญก�ำลังลงบันไดจากชานบ้านมุ่งตรงมาแล้ว “พี่ศิริน นั่งอยู่คนเดียวเหงาไหมคะ?” เธอพูดด้วยสีหน้าแสดงความเป็นห่วงและนั่งลงใกล้ๆ กัน “ไม่เป็นไรครับ เพลินดี นั่งดูสายน�้ำที่ไหลผ่านไป ผ่านไป คิด ดู ถ้าจะนับเนื่องกันจริงๆ ก็คงเป็นหลายร้อยหลายพันปีเชียวนะ ว่ากัน ว่าสายน�้ำนี้จะเก็บเรื่องราวต่างๆ ของสองฝั่งที่ไหลผ่านไว้มากมายเห ลือคณานับ และยังไม่เคยเอ่ยเล่าให้ใครฟังเลย ไม่แน่นะ ดาวเป็นคน ริมฝั่งน�้ำ อาจจะได้ยินได้ฟังมาบ้างก็ได้ อย่าโกหกพี่ บอกมาตามตรง นะ” “อืม! พี่ไม่ต้องมาขู่ดาวหรอก ถ้าแม่น�้ำพูดได้ก็คงดีนะ ดาว คิดอย่างไรก็จะฝากไปบอกพี่ นัดไปเที่ยวที่ไหน? ไปพบใคร? หรือแม้ กระทั่งฝากแม่น�้ำกระซิบบอกพี่ว่า คิดถึงพี่ โดยให้พี่ไปคอยที่ท่าน�้ำใด ท่าน�้ำหนึ่งทุกๆ วัน โอย! น่ากลัวจังเลย ต่อนี้ไปอยู่คนเดียวคงไม่กล้า ลงมาท่าน�้ำแล้ว ถ้าสายน�้ำเกิดพูดได้ขึ้นมาล่ะก็...” “อ้อ! ดาวก็มีเรื่องเล่าให้พี่ฟังเรื่องหนึ่งเหมือนกัน เขากล่าว กันว่า เวลาน�้ำเต็มฝั่ง เมื่อเราพูดคุยกัน เสียงมันจะก้องไปทั่วล�ำน�้ำ มี ความลับสิ่งใดต้องไปคุยกันให้ห่างจากฝั่ง มิฉะนั้นจะรู้กันไปทั่วเพราะ เสียงมันสะท้อน ยิ่งเวลาเงียบๆ ยามค�่ำคืนยิ่งได้ยินชัดเจน คือว่าน�้ำถึง ไหน เสียงก็ถึงที่นั่น พี่เชื่อมั้ย?” ยังไม่ทันที่ผมจะตอบค�ำถาม เสียงใสๆ ของสามสาวก็ดังแว่ว มาจากถนนหลังบ้าน ดาวหันมาบอกผมและเดินมุ่งหน้าไปทางนั้น สัก ครู่เดียวทั้งหมดก็เดินผ่านบ้านตรงมาที่ศาลาท่าน�้ำ “สวัสดีค่ะ พี่ศิริน” เธอทั้ง 3 กระพุ่มมือไหว้ผมอย่างนอบน้อม

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๖

“สวัสดีครับ” ผมกล่าวตอบพร้อมทั้งหยอกเย้าว่า “มาสายกว่า ผมตั้งนาน” “ใครจะเหมือนพี่ศิรินล่ะคะ คงจะมาตั้งแต่ดาวประกายพรึก ยังไม่ลับขอบฟ้ากระมัง หรือไม่ก็คงจะค้างที่นี่ใช่หรือเปล่า? เอ! นอนที่ ศาลาท่าน�้ำนี้ ท�ำไมไม่มีร่องรอยยุงกัดตามหน้า ตามแขนสักนิด หรือมี ใครคนหนึ่งพัดวีให้ตลอดคืนก็ไม่รู้” สาวจิงจ้อตอบกลับมาจนผมรับลูกไม่ทัน มัวแต่อ�้ำอึ้งอยู่ อีก สองสาวก็เริ่มแซวโดยมุ่งไปที่น้องเพียงดาว “เออ! ไอ้ดาว เจ้าไม่สบายหรือเปล่า? เห็นหน้าตาซีดเซียว เหมือนกับคนอดหลับอดนอน แขนทั้งสองข้างดูไม่มีแรงหยิบจับอะไรไม่ ค่อยไหว นั่งพัดให้พี่เขาหรือเปล่า?” “โธ่เอ๊ย! ถ้าพี่เขามานอนที่ศาลาท่าน�้ำนี้ละก็ไม่โดนยุงกัดหรอก เพราะลมค�่ำ ลมดึก พัดอยู่ตลอดเวลา ยุงที่ไหนจะต้านกระแสลมไหว พี่ เขาแค่เอาเต็นท์มากางนอนเท่านั้นเอง” “ดาว ที่ฟังดูก็แปลกอยู่นะ ครั้งแรกพี่ดีใจมีคนแก้ต่างให้ แต่ ลงท้ายกลับไปเข้าข้างเพื่อนซะแล้ว” “ฮึ! ถ้าไม่เข้าข้างเพื่อนสิ กลับไปเรียนที่วิทยาลัย รับรองจะรุม กันแกล้งให้น่าดูเชียว" จิงจ้อต่อปากต่อค�ำมาอีก ส่วนเพื่อนสาวได้ แต่พยักหน้าเห็นด้วย “เอาละ พอกันทีนะคะ เรือขายกาแฟมาแล้ว ป้าผินพายเรือมา โน่นยังไง เลือกสั่งเอาตามใจชอบ มีขนมไทยมาขายด้วย เช่น ข้าวเหนียว หน้าต่างๆ ตะโก้ ขนมเปียกปูน ทานกับกาแฟหรือชาก็ได้ เป็นอาหารเช้า มื้อนี้แล้วกัน ส่วนกลางวันคงจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือหรือเย็นตาโฟของอีก เจ้านึงก็อร่อยดี มานั่งทานกันที่ศาลาท่าเรือนี้เหมือนกัน” เพียงดาวร่ายย้าวยาว แต่ไม่ลืมกวักมือตะโกนเรียกป้าผินให้ แวะเข้ามา เสร็จจากอาหารมื้อเช้าแล้ว พวกเราต้องรีบกลับไปที่บ้านเพื่อ ท�ำงาน เพราะเวลาสายพอสมควร งานก็มีให้ท�ำมากเหมือนกัน ต้องเร่ง ให้เสร็จทันวิชาที่จะสอนในสัปดาห์ต่อไป เช่น บัตรค�ำ ทั้งตัวอักษรและ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๗

ตัวเลข ภาพประกอบเรื่อง ป้ายต่างๆ “ป่านนี้พ่อคงจะกลับมาจากสวนแล้ว” เพียงดาวเอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะที่เดินผ่านรั้วบ้านเข้ามา ผมอดสงสัยไม่ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นป้ายที่ประตูรั้วว่า บ้าน เพียงเดือน จึงถือโอกาสนี้ถามเธอ และได้รับทราบมาว่าชื่อเพียงเดือนก็ คือชื่อแม่ของเธอนั่นเอง เหตุที่ตั้งชื่อบ้านก็เพราะว่า “พ่อได้สัญญากับแม่ไว้เมื่อสร้างบ้านเสร็จจะใช้ชื่อนี้ แต่แม่ ก็อยู่กับเราได้ไม่กี่ปีก็สิ้นบุญจากไป ทิ้งพ่อและลูกคนเดียวให้อยู่ตาม ล�ำพัง ท�ำให้พ่อรักลูกสาวคนนี้ขึ้นอีกมากมาย หวงและเป็นห่วงไปแทบ ทุกเรื่อง เช่นกันดาวก็เป็นห่วงพ่อ ไปไหนก็ต้องรีบกลับ กลัวพ่อจะเหงา ภายหลังไปรับหลานข้างแม่มาอยู่ด้วยเพื่อคลายเหงา และจะได้เรียน หนังสือโรงเรียนไม่ไกลจากบ้านนัก แล้วก็ช่วยเฝ้าบ้านบ้างเป็นบางครั้ง บางคราว” เพียงดาวจบค�ำพูดสุดท้าย เมื่อถึงบันไดหน้าบ้านและก้าวขึ้น น�ำหน้าผม ในขณะเดียวกันหันกลับมาพร้อมยื่นมือท�ำเหมือนจะรับผม พอผมยื่นมือจะสัมผัสกลับชักมือหนีเสียอีก พอเรา 2 คนก้าวพ้นถึงชาน หน้าบ้าน พ่อของเพียงดาวยืนรออยู่ก่อนแล้ว ผมได้รับการแนะน�ำให้ รู้จัก จริงดังที่เพียงดาวเคยเล่าให้ผมฟังว่าพ่อของเธอมองดูยังหนุ่มกว่า อายุมาก ผมจึงสมัครใจเรียกว่า คุณอาจะเหมาะสมที่สุด ได้สนทนากัน ไม่นาน คุณพ่อก็บอกทุกคนว่า “ขอไปท�ำงานที่สวนต่อ กว่าจะกลับคงตอนเย็น” และไม่ลืมฝาก ค�ำพูดไว้ว่า “ยินดีต้อนรับทุกคนที่จะมาบ้านนี้อีก” เราเริ่มงานกันที่ชานบ้าน มีที่นั่งและโต๊ะพร้อมอยู่ใต้ร่มเงาของ ต้นปีบ หรือที่ชาวเหนืออย่างน้องจิงจ้อเรียกว่า กาสะลอง นั่นเอง บน ชานบ้านจึงแต่งแต้มด้วยดอกสีขาว มีกลิ่นกรุ่นหอมจับใจนัก แม้จะปลิด ขั้วลงสู่พื้น กลิ่นก็ยังไม่คลายหอม เราร่วมกันท�ำงานไป คุยกันไป งานรุด หน้าไปพร้อมๆ กับเวลา แม้จะปลีกตัวไปทานอาหารกลางวันชั่วครู่ยาม แล้วกลับมาท�ำต่อ เวลายังไม่พ้น 4 โมงเย็น งานก็เสร็จเรียบร้อย และยัง รวมถึงวิชาที่จะสอนในสัปดาห์ต่อไปอีกด้วย

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๘

“เมื่องานล่วงหน้าลุล่วงไปแล้ว ผมขอถือโอกาสชวนทุกคนไปเดิน เที่ยวตลาดนัดสนามหลวงกันในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์หน้า นอกจากเดิน เที่ยวแล้ว ยังหาซื้อหนังสือหรือของเก่าๆ ที่หลงมาเป็นของแถมได้อีก ถ้า ไปวันเสาร์ ของที่มาขายก็จะเป็นของใหม่หรือของที่พบหามาใหม่ถ้าไปวัน อาทิตย์ ของที่ดีก็อาจจะถูกซื้อไปแล้ว ถ้ายังมีอยู่ ราคาก็คงถูกลง เพราะ พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากขนกลับบ้าน” พูดชักชวนไปแล้วผู้หญิงคงไม่เหมือนผู้ชาย เพราะไม่ขยันเดิน ผม ได้แต่คิดแต่มิได้พูดออกไป กลับเป็นพูดย�้ำให้ทุกคนสบายใจ “ตามความสมัครใจนะครับ เพราะบางคนอาจมีธุระ ไว้ไปโอกาส หน้าก็ได้ แต่ขอให้ดาวไปกับพี่นะ ไปเป็นเพื่อนพี่ ตกลงนะครับ” วันนี้เรา 4 คน อยู่รบกวนเจ้าของบ้านมานานแล้ว จึงขอลากลับ แล้วพบกันพรุ่งนี้ ก่อนเคารพธงชาติหน้าโรงเรียนพญาไท ห่างจากวันนั้นมาแค่สัปดาห์เดียว ผมได้มาที่นี่ ที่ตลาดนัดสนาม หลวง ผมมีความสุขและสบายใจอย่างที่สุด ที่ได้เดินคลอกันไปกับดาวคน ที่ผมรัก คนที่ผมคิดถึง แม้จากกันแค่วันเดียว โกหกใครคงไม่มีใครเชื่อว่า ไม่คิดถึง ไม่แต่เท่านั้น ความเป็นห่วงยังตามมากระทบใจอีก ก็สนามหลวง กว้างใหญ่ออกเพียงนั้น เธอจะเดินไหวหรือ กว่าจะครบรอบ “เชื่อดาวเถิดนะพี่ศิริน ดาวเดินได้แน่” เธอจะตอบค�ำนี้ทุกครั้งที่ เป็นห่วงเธอ “แน้! ก็พี่หาเรื่องมาชวนคุย เพลินจนลืมคิดถึงความเหนื่อยนี่นา มี อย่างที่ไหน รู้อยู่แล้วว่าคนแน่น ยังจูงดาวฝ่าเข้าไปกลางผู้คนที่เดินสวนมา และให้บังเอิญแทรกกลางระหว่างหนุ่มสาวคงจะเป็นคนรักกันต้องปล่อย มือจากกัน แล้วพี่ยังท�ำตกใจว่าท�ำให้เขาต้องพลัดพรากจากคู่ พร้อมยก ตัวอย่างประกอบด้วยโคลงนิราศนรินทร์ ที่ว่า รอยบุญเราร่วมพ้อง พบกัน บาปแบ่งสองท�ำทัน เท่าสร้าง เพรงพรากสัตว์จ�ำผัน พลัดคู่ เขาฤา บุญร่วมบาปจ�ำร้าง นุชร้างเรียมไกล ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๓๙

ท�ำให้เราสองคนต้องย้อนกลับไปดู เห็นเขาจับมือเดินเคียงคู่กันก็โล่ง ใจ ระยะทางไปกลับเพิ่มไปอีก 40 เมตร จะเดินไม่ไหวก็คงระยะทาง ตรงที่เพิ่มขึ้นนี่ละ พี่ไม่ต้องมองหน้าดาว ค�ำโคลงที่พี่กล่าวนี้ของนาย นรินทรธิเบศร์ ดาวก็จ�ำได้เหมือนกัน” เราจูงมือกันไปเพราะกลัวจะหลงจากกัน ผมซื้อหนังสือทาง ด้านศิลป์ของต่างประเทศกลางเก่ากลางใหม่ได้ 2 เล่ม ราคาไม่แพง นัก ส่วนดาวอยากได้ขวดเจียระไนใบหนึ่งที่ร้านใกล้ๆ กัน เป็นขวดสี ชาเข้ม เท่าที่สังเกตและกะขนาดดู รูปทรงกระบอกสูง 6 นิ้ว ก้นขวด กว้าง 2 นิ้วครึ่ง ปากขวดกว้าง 1 นิ้วโดยประมาณ เป็นแก้วค่อนข้าง หนาแต่ใส ไม่มีจุกขวด ถามราคาได้ความว่า 80 บาทขาดตัวลดไม่ได้ แต่ในที่สุดยอมให้ในราคา 60 บาท ซึ่งไม่แพงเพราะซื้อข้าวแกงได้ แค่ 30 จานเท่านั้น กินไม่นานก็หมดไป แต่เป็นขวดเก็บไว้ได้อีกนาน และเป็นขวดที่สวยมาก เมื่อกระทบแสงไฟ เหลี่ยมต่างๆ จะสะท้อน กันไปมาราวกับเพชรน�้ำหนึ่ง “ขอบคุณพี่มาก ดาวได้ขวดนี้มา ความเมื่อยล้าหายไปยังกับ ปลิดทิ้ง ดาวจะเก็บไว้ให้ดีที่สุด” “ดีแล้ว แต่ยังไม่จบสิ้นหรอกนะ เราจะต้องตามหาจุกขวดอีก นานเท่านาน คงจะเจอเข้าสักวัน ทั้งที่นี่และตามตลาดนัดทั่วๆ ไปที่มี การขายของเก่า ไปไหนคงจะต้องมองหาทุกที่ทุกแห่ง หรือไม่แน่นะ เราอาจจะต้องเดินทางไปหาที่ต่างประเทศก็อาจจะเป็นได้ เพราะว่า ขวดนี้ท�ำจากประเทศเชโกสโลวาเกีย ดาวคว�่ำขวดดูสิ จะเห็นสถานที่ ผลิตชัดเจน” “แหม! เพิ่งเห็นเดี๋ยวนี้เอง ของนอกซะด้วย ดาวตาถึงมั้ยเนี่ย พี่” “ตาถึงเอามากๆ ทีเดียว ถ้าคนขายเขาไม่ลดราคา พี่ก็ต้อง เอาเท่าที่ราคาเขาบอกเพราะดาวชอบ อีกอย่างหนึ่งเป็นของนอก จริงๆ” ผมจบค�ำพูดที่เกิดจากใจจริงไว้แค่นั้น ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๐

“เอ! พี่ว่าเรามาเขียนนิยายสักเรื่องดีมั้ย เรื่องการตามหาจุกขวด เริ่มต้นเรื่องเมื่อเราได้ขวดมาแล้ว ก็ตามหาจุกขวดกันเรื่อยไป มีการ ผจญภัย บทรัก บทโศก พลัดพรากจากกัน และในที่สุดก็มาพบกัน ได้ แต่งงานกันสุขสมอุรา แต่จุกขวดก็ยังไม่ได้คืน จนวันดีคืนดี เรานั่งคู่กัน มองพระจันทร์เต็มดวงอยู่ที่ชานหน้าบ้าน เห็นเงาด�ำลอยเด่นจากดวง จันทร์ พุ่งลงมาหาเราพร้อมยื่นมือลงมา หยิบดอกกุหลาบทั้งก�ำที่เราใส่ ไว้ในขวดแทนแจกันตั้งอยู่บนโต๊ะ ออกแล้วเอาจุกขวดปิดคืนที่ พร้อม กล่าวว่า ‘ข้าเป็นยักษ์ออกจากขวดนี้ไปนานแล้ว หลงลืมถือจุกขวด ติดมือไปด้วย บัดนี้ข้าได้เอามาคืนผู้ที่เป็นเจ้าของคนใหม่แล้ว’ เรื่องก็จบ ลงแค่นี้” “ดาวว่าเรื่องเข้าท่ามั้ย” “ก็ดีนะพี่ ถ้าเขียนเมื่อไหร่ ให้ดาวเป็นนางเอกนะคะ” “เป็นแน่นอนอยู่แล้ว ตอนพลัดพรากจากกัน มีผู้ร้ายจับไป พี่ ต้องเขียนให้ผู้ร้ายแขนกุดทั้ง 2 ข้าง และจมูกบี้ป้องกันไว้ก่อน” เป็นอันว่า วันนี้เราเดินเที่ยวตลาดนัดสนามหลวงเพียงครึ่ง เดียว โดยเดินผ่ากลางสนามตรงมาแวะทานอาหารกลางวัน แล้วข้าม ถนนตามทางม้าลาย ซึ่งตรงกับคิวรถสาย 64 พอดี เมื่อขึ้นรถต้นคิวได้นั่ง ยาวถึงปทุมธานี โดยคิดไว้ว่าคงจะมาเที่ยวตามหาจุกขวดที่นี่อีกหลายๆ ครั้งเป็นแน่ โครงการฝึกสอนของแต่ละวิทยาลัยก็คงคล้ายกัน ใช้เวลา ด�ำเนินการทั้งหมด 3 เดือนเป็นอันจบสิ้น แล้วกลับไปศึกษาต่อที่ วิทยาลัยอีกไม่กี่วิชา ก็ถึงเวลาสอบเพื่อจบการศึกษา ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่โรงเรียนพญาไท ผมสนิทกับเพียงดาวมากจนเพื่อนๆ ทั้งสอง ฝ่ายต่างแสดงความยินดี และอวยพรให้เราสมปรารถนาอยู่บ่อยๆ จน ท�ำให้ผมมั่นใจขึ้นมากกว่าเดิม ในที่สุดเราทั้งหมดก็จบการศึกษา และจากกันไปกลับภูมิล�ำเนา เดิม มีน้อยคนนักที่จะอยู่ในกรุง เพื่อศึกษาต่อหรือหางานท�ำ ผมกับ เพียงดาวได้พูดกันถึงเรื่องนี้ และสรุปลงว่าท�ำงานหาเงินเสียก่อน แล้ว ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๑

ค่อยลาเรียนต่อภายหลัง ผมและเพียงดาวเราโชคดีทั้ง 2 คน งานที่สมัครสอบไว้ สอบ ได้แล้วเข้าท�ำงานตามประสงค์ เพียงดาวนั้นบรรจุเป็นครูอยู่โรงเรียน ในสังกัดกรมสามัญ ไม่ไกลจากบ้านมากนัก ส่วนผมนั้นสอบเข้าท�ำงาน ได้ที่กรมอนามัย อยู่แถวเทเวศร์ เราทั้งสองยังคบหากันเรื่อยมากตามวัน เวลา และโอกาสอ�ำนวย จนกระทั้งวันหนึ่ง เราคุยกันที่ท่าน�้ำหน้าบ้านเห็นเรือบรรทุก ทราย ที่ถูกลากด้วยเรือโยง แม้จะเห็นจนชินตาอยู่ทุกวัน เป็นเรือบรรทุก ของหนักขนาดใหญ่ต่อด้วยเหล็กมีที่พักเป็นบ้านขนาดเล็กอยู่ทางด้าน ท้ายเรือจูงด้วยเรือโยงพ่วงเที่ยวละ 4 ล�ำ ขาล่องบรรทุกทรายมาเต็มล�ำ กราบเรือเพียบน�้ำ วันนี้นึกอยากลองใช้ชีวิตบนเรือทรายสักพัก แม้สัก 2-3 ชั่วโมงก็ยังดี เราตกลงใจกันทั้งสองคน ดาวรับอาสาติดต่อให้เพราะ มีเพื่อนครู มีญาติรับบรรทุกทรายอยู่แถวนั้น ใกล้กับวัดเจดีย์ทอง ห่าง จากตัวจังหวัดไปทางทิศเหนือประมาณ 8 กิโลเมตร เรือโยงทุกล�ำจะแวะ พักเครื่องยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมง เราจะต้องไปลงเรือที่นั่น ตอนเช้าตรู่ วันที่นัดหมาย ผมนั่งรถรับจ้างไปรับดาวซึ่งออกมาคอย และถึงที่จอดพัก เรือทันตามเวลาที่ก�ำหนด เพื่อนของดาวผู้มีน�้ำใจอารีมายืนคอยรับ และ พาเราลงเรือเล็กพายมายังเรือใหญ่อีกทอดหนึ่ง ซึ่งเป็นล�ำสุดท้าย และ คงเข้าพักอยู่ในบ้านเล็กด้านท้ายของเรือด้วย ผมก้าวขึ้นบนแคมเรือซึ่ง เพียบน�้ำ มีไฟฉายส่องจากบนเรือ ลงมาให้ความสะดวก “ระวังลื่นนะครับ” เจ้าของเรือเอ่ยปากด้วยความเป็นห่วง “ขอบคุณครับ” ผมตอบรับความหวังดี ขณะที่เอื้อมมือลงไปให้ดาวจับ เพื่อเป็น หลักยึด “พี่ศิรินจับไว้ให้มั่นนะ ถ้าดาวตกลงไปในน�้ำจะแย่ ดาวว่ายน�้ำ เป็นนิดหน่อยตั้งแต่เล็กๆ พอโตขึ้นไม่ได้ว่ายมานานแล้ว" เราทั้งสองไม่ลืมที่จะขอบคุณ เพื่อนผู้อารีนั้น ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๒ ส่วนพี่บุญเจ้าของเรือนั้นหายไปทางหัวเรือ และวกกลับมาอีกครั้ง บอกว่า “บางทีเราจะต้องออกเรือช้าลง เพราะหมอกลงจัดขึ้น ให้เรา อยู่แต่ในบ้าน ถ้าเดินไปเดินมาอาจจะลื่นพลัดตกลงในน�้ำได้ ระวังด้วย นะครับ ผมอยู่ทางหัวเรือคงไม่ได้ยินเสียง” “ขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะ” เราประสานเสียงตอบในจังหวะ เดียวกัน เคยนึกฝันมาก่อนหรือไม่? ดาวขณะนี้เป็นจริงแล้ว เราได้มา นั่งอยู่บนเรือที่ล่องลอยอยู่บนสายน�้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางทะเลหมอก ที่มีไอเย็นมากระทบกาย ท�ำให้รู้สึกหนาวเป็นช่วงๆ “ได้ยินเสียงอะไรมั้ย ดาว” “เสียงอะไรพี่” ไม่เพียงแค่ปากถาม ดาวขยับเบียดเข้ามาจนชิดตัวผม “ก็เสียงแผ่วๆ ที่พี่เคยเล่าให้ฟังจ�ำได้หรือเปล่า?” “วันนี้ได้ยินเหรอพี่ ดาวชักจะกลัวขึ้นมาแล้วจริงๆ” “ตั้งใจฟังซิ! เรามาอยู่ท่ามกลางสายหมอกแล้วนะ มากับพี่ เพียงสองคนเท่านั้นตามสัญญา” “ค่ะ ดาวก�ำลังฟังอยู่” “พี่รักดาวมาก มากที่สุด” “ดาวก็รักพี่มากเช่นกัน” “เอียงแก้มมาซิ พี่จะหอมให้ชื่นใจ ให้สมกับที่รอคอยมานาน แสนนาน บางทีความหอมจะเพิ่มความรักให้รักจนล้นพ้น” “ก็เอียงแก้มคอยอยู่นี่ไง พี่ก้มลงมาเพียงนิดก็แนบกับแก้ม แล้ว แต่อย่าให้แก้มบุ๋ม 2 ข้างไม่เท่ากันนะ พี่นะ” “กลิ่นแก้มสาวนั้น เมื่อมีความรักเต็มเปี่ยมจากหัวใจ ช่างหอม สุดซึ้งหาใดปาน และคงจะติดตรึงไปจนวันตาย ถ้าสาวคนนั้น เป็นคน เดียวกันกับดาว” ผมจบค�ำพูด ขณะที่ม่านหมอกจางลง แต่แก้มของดาวยังแดง เรื่อด้วยความอาย

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๓ มันเป็นความจริงใจต่อกัน ฟ้าดินไม่เห็นคงไม่ยอมเป็นพยาน สายน�้ำก็ไม่เห็น จะป่าวร้องบอกใครก็ไม่ได้มีสายหมอกเท่านั้น ที่โปรย ละอองปกคลุมเราไว้ เห็นและยินดีกับเรา แต่ไม่มีเสียงจะบอกกับใคร ได้ แม้แต่เพียงเสียงกระซิบ ฉะนั้นเราทั้งสองนี่แหละ ที่ใจต่อใจจะเป็น พยานต่อกัน เรือบนฟ้ารูปจันทร์เลี้ยว ลอยอยู่บนทะเลฟ้าสีคราม คงจะโล้ เรือกลับไม่ทันแล้ว หันไปดูหมู่เพื่อนดาริกา ก็หายจากฟ้าไปทีละดวง สองดวง มองมาทั้งสองชายฝั่ง ตามบ้านเรือนที่อาศัยแสงตะเกียงเตรียม หุงข้าวใส่บาตร เห็นวอมแวมตามระลอกของสายน�้ำ เริ่มทยอยดับไป ไก่กระชั้นเสียงเบาบางลง ตะวันเริ่มสาดสีทองจับท้องฟ้า สะท้อนลงบน คลื่นของธารน�้ำนามเจ้าพระยา เป็นสีทองดุจเดียวกัน ประหนึ่งเรือที่เรา ทั้งสองนั่งยังโล้อยู่ในสายธารทอง ช่างงามเหลือเกิน จนอดที่จะชี้ให้คน สวยในอ้อมแขนชมไปพร้อมกันไม่ได้ “เรือแล่นถึงสะพานปทุมธานีแล้ว อีกไม่นานก็จะผ่านบ้าน แก้วตาดวงใจของใครกันนะ” “ก็ของพี่ศิรินน่ะสิ!” เราหัวเราะขึ้นพร้อมกันอย่างมีความสุข “ดาวออกไปยืนข้างนอกดีกว่า นั่งในบ้านเล็กๆ มานานแล้ว คง เมื่อยเอาการอยู่ มาชมวิวได้รอบด้านเลยนะ แดดยังอ่อนๆ ถ้าแดดจัด กว่านี้จึงเข้าไปนั่งข้างใน” “หา! ก็พี่บุญเขาบอกให้ระวังจะพลัดตก” “ก็ตอนนี้หมอกจางไปหมดแล้ว เห็นที่เห็นทางสบายมาก” “ไม่รู้นะ ถ้าออกไปยืน ต้องให้เรือเลยบ้านไปก่อน” “ออกมาได้แล้ว” “พี่รับดาวด้วย ขอกอดพี่ให้แน่นหน่อย กลัวตกน�้ำ แต่เอ๊ะ! ลูก ศิษย์ลูกหาจะเห็นรึเปล่า โน่น! ใครโบกมือมาทางเราแล้ว อ้าว! ยกกล้อง ขึ้นถ่ายภาพด้วย ดาวก้มหน้าหลบหลังพี่ดีกว่า เอ! แล้วจะกอดพี่ยังไง โอย! เดี๋ยวตกน�้ำจนได้” “ไม่มีใครสนใจเราหรอก คงเป็นนักท่องเที่ยวเสียมากกว่า เห็น

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๔ มั้ยนั่งเรือสวนทางมาแต่เช้า คงไปถึงอยุธยานั่นแหละ เออ! เอาอย่างนี้มั้ย ดาว ถ้าเราร่วมชีวิตกันแล้ว เราไปนั่งเรืออย่างวันนี้ เริ่มมาจากต้นทางที่เริ่ม ดูดทรายเลย จะเป็นที่อ่างทองหรืออยุธยาก็ได้ เราเดินทางไปถึงประมาณ 4 โมงเย็น ไปคอยเขาที่โน่น และนั่งเรือมาตอนใกล้ดึกพร้อมพวกชาวเรือ เรา จะได้นอนดูดาวใต้เงาจันทร์ คงซึ้งน่าดูนะ ยิ่งมาถึงลานเทที่กว้างจนเหลือ คะเน คงจะเห็นดวงดาวเต็มโค้งฟ้า และสะท้อนลงพื้นน�้ำที่แผ่กว้างไพศาล คงระยิบระยับพราวตาไปหมด ยิ่งคิดว่ามีเราเพียงแค่สองคนเท่านั้น คงจะมี ความสุขที่ไม่อยากจะบอกใครเลย” เมื่อแดดเริ่มแรงขึ้น เราก็นั่งพักอยู่ในร่มหลังคาบ้านหลังเล็กท้าย เรือนั่นเอง สองฝั่งล�ำน�้ำช่วงนั้นบ้านเรือนหนาแน่นมากขึ้น มองเลยไปทาง ด้านหลังบ้าน มีสวนผลไม้ยังเขียวขจีเป็นพืดเต็มไปหมด ยิ่งใกล้กรุงเทพฯ ยิ่งมีตึกรามบ้านช่อง ห้องแถวผุดขึ้นใหม่ๆ คงอีกไม่นานนัก สวนผลไม้ ต่างๆ ก็คงจะหมดไป เมื่อความเจริญทางด้านวัตถุเข้ามาแทนที่ เรือจอดสนิทแล้วที่ท่าทรายวัดราชาธิวาสฯ ผมและดาวเดินตาม หาพี่บุญจนพบ ถามถึงค่าตอบแทน พี่บุญปฏิเสธและยังชวนให้เรามาเที่ยว กันอีก เราทั้งสองขอบคุณในน�้ำใจอันแสนดีที่มักมีเสมอของชาวเรือ เราถือ โอกาสทานอาหารเช้า ก๋วยเตี๋ยวเรือที่วัดราชาฯ นี่เอง และไม่ลืมสั่งเป็นถุง จ�ำนวนที่คิดว่าพอส�ำหรับครอบครัวพี่บุญ พ่อ แม่ ลูก 2 คน น�ำไปให้ก่อน จะล�่ำลากันอีกครั้ง ผมไปส่งดาวที่บ้านและขอปลีกตัวกลับก่อน เพราะมีงาน ส่วนตัวคั่งค้างอยู่ “วันอาทิตย์หน้าพบกันนะที่รัก” “ค่ะ ดาวคงคิดถึงพี่ศิริน” “พี่ก็คิดถึงดาว” วันอาทิตย์ถูกเร่งให้เร็วขึ้นด้วยการท�ำงานให้เพลิน ดีใจจนแทบ เนื้อเต้นเมื่อถึงวันนี้ ใช่แล้ว เป็นวันอาทิตย์ ผมไปหาดาวด้วยใจที่เต็มตื้น จะมีอะไรอีกล่ะ จะดีใจเท่าเรารักคนที่รักเรา โชคชะตาคงไม่มีอะไรที่จะ ผันแปรออกไปอีกแล้ว การบ่มเพาะความรัก แม้จะใช้เวลาเร็วหรือเนิ่นนาน ไปบ้าง ผลลัพธ์ที่ออกมาช่างตรงใจเสียจริง แม้ความหวังบางครั้ง แค่เพียง จุดเล็กๆ เท่าปลายดินสอ แต่ธนูแห่งรักนั้นพุ่งตรงจุดนั้นพอดี

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๕ เพียงดาวลงจากบ้านมาพบผม ขณะที่เธอกระพุ่มมือสวัสดีเหมือนเช่น เคย แต่คราวนี้เบือนหน้าไปเสียอีกทาง และเมื่อหันกลับมา น�้ำตาที่คิด ว่ากลั้นไว้ได้แล้วกลับพลันไหลพรั่งพรูลงมาอีก จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่า มีอะไรกันนักหนา หรือใครข่มเหงใจกัน และเมื่อดาวพอสงบใจได้แล้ว เธอกล่าวว่า “พี่คะ วันนี้พ่อไม่อยู่ เราไปคุยกันที่ท่าน�้ำดีกว่า” ผมเดินตามเธอไป พร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เพื่อซับน�้ำตา “ดาวไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี งงต่อเหตุการณ์ไปหมด เมื่อสัก 3 วันผ่านมานี้ พ่อถามดาวตรงๆ ขณะนั่งคุยกันที่ชานหน้าบ้านว่า” ‘มีคนรักแล้วหรือ?’ “ซึ่งดาวก็ตอบไปตามความเป็นจริง” ‘คุณศิรินใช่ไหม?’ “ดาวก็ว่าใช่ เรารักกันมาก พ่อพูดต่อว่า” ‘ความจริงแล้ว พ่อรักและห่วงลูกมาก เพราะเรามีกันแค่ 2 คน พ่อลูกเท่านั้น พ่อไม่อยากให้ลูกไปอยู่ไกลจากพ่อ เพราะคิดถึง อยากให้ อยู่ในกลุ่มแถวๆ บ้านเรานี่ล่ะ เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรยังพึ่งพากันได้ เพราะ เป็นเสมือนญาติกันทั้งต�ำบล อีกอย่างพ่อมีที่ดินอยู่ลูกก็รู้ แม้ไม่มาก นักประมาณ 5 ไร่ ถ้าอยู่ใกล้กันจะช่วยดูแลกันได้ เพื่อนลูกเป็นคนต่าง จังหวัด ไม่ช้าไม่นานถ้าได้แต่งงานกัน เขาคงพาลูกกลับต่างจังหวัดบ้าน เขา และอีกอย่างหนึ่งเขาเป็นข้าราชการ อาจถูกย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ได้ พ่อกับลูกคงห่างกันยิ่งขึ้น ไปคิดดูให้ดี บอกเขาลืมกันเสียได้ไหม? พ่อ อยากให้เลิกติดต่อกัน’ พ่อพูดจบก็นั่งนิ่งเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “ดาวจึงถามพ่อว่า” “เราคบกันตั้งนานแล้วพ่อคิดอย่างไร ถึงมาเริ่มเอา ตอนนี้” ‘พ่อของเจ้านิคมซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อ มาพบพ่อแล้วต่อว่า’ ‘ไหน จะให้ลูกเราเป็นดองกัน เมื่อวานเห็นสองหนุ่มสาวลงเรือบรรทุกทราย ไปด้วยกัน ท่าทางสนิทกันมากคงเป็นคู่รักกัน ท�ำอย่างนี้ไม่ถูกต้องนะ ช่วยห้ามปรามด้วย’ ‘พ่อยอมรับว่าตอนนั้นพูดกันเล่นๆ สมัยเมื่อดาวยัง อายุ 3-4 ขวบเท่านั้น แต่มันมาคิดจริงจังเอาตอนนี้ พ่อก็ไม่ได้รับปากมัน เพียงแต่บอกมันว่า ต้องแล้วแต่ลูกสาว มันกลับพูดว่าเร็วๆ นี้จะมาขอ’

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๖

“ดาวรักพี่ศิรินมาก จะไม่มีวันเปลี่ยนไปและจะไม่รักใครอีก ยอมตายเสีย ดีกว่า เพียงแค่นี้จะคิดว่าเป็นความผิดของพี่ได้หรือ ที่ไม่มีสิทธิ์เลือกที่ เกิดได้ ไม่ว่าที่ไหน ต่อไปนี้ดาวจะไม่มองใครเลย ไม่ว่าคนแถวนี้หรือแถว ไหน ถ้าขาดพี่ศิริน ดาวก็จะอยู่คนเดียว และดาวก็คิดว่าพี่ศิรินคงไม่ยอม เหมือนกัน” ผมรับฟังเรื่องราวทั้งหมด แล้วอดสะท้อนใจไม่ได้ ท�ำไมถึงเป็น เช่นนี้ ความหม่นหมองเข้าครองหัวใจผมจนสั่นสะท้าน นัยน์ตาพร่าเลือน สุดเสียใจถ้าต้องเสียดาวไป แต่พยายามกล�้ำกลืนไว้แล้วปลอบดาวว่า “พลังรักของเราทั้งสองซึ่งผนึกแน่นต่อกันอย่างบริสุทธิ์ใจ คงมี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดที่ทรงอานุภาพมาช่วยเราไว้ทัน” ผมให้ความเห็นต่อ “ในขณะที่เรายังคิดอะไรไม่ออก ให้ดาวบอกพ่อให้ประวิงเวลา ไว้ก่อน ให้ดาวเรียนต่อจนจบแล้วค่อยคิดถึงเรื่องนี้” “ไม่ยอมหรอก ดาวไม่ชอบเขาสักนิด ตัดขาดกันไปเลย ไม่อยาก ให้มีสัญญามาผูกมัดอีก” ดาวพูดโผงผางขึ้นมาอย่างจริงใจ เราทั้งสองกุมมือกันไว้ตลอด คล้ายมัดใจสองดวงนี้ให้เป็นดวง เดียวกัน เวลาคล้อยผ่านไปจนใกล้เที่ยงวัน พ่อของดาวคงถึงเวลากลับ จากสวนแล้ว ผมคงต้องลาดาวกลับ เพราะไม่อยากอยู่พบพ่อให้สะเทือน ใจต่อ ผมบอกดาวว่า ผมต้องไปจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเข้าอบรมเป็นเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันจันทร์หน้าเป็นต้นไป บังเอิญจริงๆ ที่ผมต้องห่างจาก ดาวไปในขณะที่ก�ำลังทุกข์ระทม “ดาว พี่ไปอบรมครั้งนี้ พี่คงคิดถึงดาวทุกลมหายใจ อย่าลืมพี่ คอยพี่นะ” “ดาวก็จะคิดถึงพี่ทุกวันคืน จะฝากใจแนบกับตัวพี่ตลอดเวลา พี่ กลับจากอบรม โรงเรียนที่ดาวสอนอยู่คงเปิดเทอมพอดี” “วันอาทิตย์หน้าพี่ยังอยู่กรุงเทพฯ ครึ่งวัน รถออกตอนบ่าย มี เวลาพี่จะมาหาดาวอีกครั้ง วันนี้ลาก่อนสุดที่รัก แล้วพบกัน” “ลาก่อนพี่ศิรินสุดที่รัก หาเวลามาพบดาวนะ” วันอาทิตย์ต่อมาผมไปพบดาวตั้งแต่เช้าอย่างเคย มิได้คาดคิดมา

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๗ ก่อน พบพ่อของดาวมาคอยอยู่ที่ป้ายรถ แล้วชวนผมไปคุยกันที่ศาลา ท่าน�้ำ ห่างจากป้ายรถไม่มากนัก คุณอาเปิดประเด็นขึ้นก่อนทันที “คุณรักลูกสาวผมหรือ?” “ครับ! คุณอา” “เลิกคิดเสียได้ไหม?” “เราสองคนรักกันนะครับ” “ผมไม่รับรู้ แต่ลูกสาวผมมีคนจะมาขอในวันสองวันนี้ ผมไม่ อยากให้คุณมาเป็นตัวอุปสรรค คุณรักลูกสาวผมจริง ผมก็ขอให้คุณ เสียสละ เพื่อความสุขสบายของเธอในภายภาคหน้า คนอย่างคุณผม ไม่อยากดูถูกคุณหรอก เป็นข้าราชการมาแค่ 2-3 ปีเท่านั้น เงินเดือน น้อย คงให้ความสุขลูกสาวผมไม่ได้หรอก ถ้าอยู่กันเป็นครอบครัวขึ้น มาคงอดมื้อกินมื้อ กลับไปเสียเถิด ถ้าไปบ้านผม ผมจะแจ้งต�ำรวจจับ โทษฐานบุกรุก คุณอาจจะถูกออกจากราชการก็ได้” “คุณอาครับ ผมขอไปพบดาวอีกสักครั้งได้ไหมครับ?” “ไม่ได้! ถ้าไปพบกันก็เป็นปัญหาให้ยืดเยื้อไปอีก กลับไปเสีย เถิด บ้านผมไม่ต้อนรับคุณ” ผมยกมือไหว้เคารพคุณอาในฐานะที่เป็นพ่อของดาว คนที่ ผมรักเท่าตัวผมเอง ถ้าเป็นคนอื่นผมคงจากมาอย่างรวดเร็ว คนที่ดูถูก และหลู่เกียรติเช่นนี้ผมทนไม่ได้แน่ ผมไม่ได้ไปที่นั่นอีกเลยจนบัดนี้ เธอคงสุขสบายไปแล้ว ตามที่พ่อของเธอหวัง ส่วนผมนั้นหัวใจขึ้น สนิมจนเคาะไม่ออก “คุณศิรินคะ คุณศิรินมานั่งหลบมุมอยู่ตรงนี้นี่เอง ไปลง ทะเบียนแล้วหรือยัง เขาต้องการทราบจ�ำนวนคนเพื่อจะได้สั่งอาหาร กลางวัน ต้องสั่งไปล่วงหน้า เดี๋ยวอดไม่รู้นะ” อาจารย์ขนิษฐ์ส่งเสียงมาแจ้วๆ ผมตื่นจากความหลังจังหวะพอดีทันเวลาได้ยินเสียงอาจารย์ เรียกหา “ขอบคุณครับอาจารย์”

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๘ ผมได้มารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่ศาลาหกเหลี่ยมภายใน บริเวณราชนาวีสโมสร ไต่ถามสุขทุกข์กันตามประสา พอได้เวลาพวก เราก็ต่างกุลีกุจอลงเรือล�ำใหญ่สีตะกั่ว ขนาดความเร็ว 12 นอต เดิน ทางสู่เกาะเกร็ดและชมทัศนียภาพสองฝั่งเจ้าพระยา ระหว่างทางได้ รับกระเป๋าขนาดพอเหมาะและผลไม้อีกหลายชนิด รวมทั้งน�้ำดื่มเย็น ฉ�่ำชื่นใจจากหัวหน้าคณะ แล่นมาได้ 1 ชั่วโมง เราก็แวะวัดเฉลิมพระ เกียรติวรวิหาร เพื่อกราบพระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา ขอพรอัน เป็นมงคล และชมความงามบริเวณอารามหลวง หลังจากนั้นก็เดิน ทางต่อ แวะทานอาหารกลางวัน แล้วมุ่งหน้าสู่เกาะเกร็ด มีเวลาให้ 1 ชั่วโมง เพื่อเดินชมและซื้อของฝาก พวกเราทยอยกั น ลงจากเรื อ และเดิ น วกวนไปทั่ ว บริ เ วณ ตลาดนัด ไปเป็นกลุ่ม 3 คนบ้าง 4 คนบ้างตามอัธยาศัย ส่วนผมเอง นั้นไปกับเพื่อนเพียง 2 คน และพลัดจากกันจนได้ ผมเดินเลียบมา ตามชายฝั่ง รู้สึกเมื่อยขาจึงมองหาศาลาริมน�้ำ ซึ่งมีหลายหลังเพื่อนั่ง พัก ในที่สุดผมก็มุ่งตรงไปยังศาลาหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เห็นมีคนนั่ง อยู่เพียงคนเดียว เหมือนกับมีสิ่งดลใจ ผมตรงไปยิ่งเข้าใกล้ยิ่งคลับ คล้ายคลับคลาว่าเคยรู้จัก ใช่แล้ว! คุณอา พ่อของน้องดาวคนที่ผมรัก และคิดถึงตลอดมานั่นเอง “คุณอาครับ! ผมศิริน เพื่อนคุณเพียงดาวครับ” ผมกระพุ่มมือ ไหว้อย่างนอบน้อม “วันนี้โชคดีจังเลยได้พบคุณอา นานตั้ง 40 ปีกว่าแล้ว คุณอา ยังหนุ่มอยู่คล้ายหยุดอายุไว้แค่นั้น” คุณอาตอบค�ำถามผมเพียงสั้นๆ “อามารอพบคุณ” พร้อม ยกมือรับไหว้ผมเท่านั้น ผมจึงถามต่อด้วยค�ำถามที่ผมควรจะพูดก่อน ค�ำใดๆ “น้องเพียงดาวสบายดีนะครับ” คุณอาขยับตัวคล้ายนั่งไม่ถนัด กล่าวขึ้นด้วยน�้ำเสียงที่แผ่ว เบา แต่ฟังชัดเจน “ลูกของอาไปสบายนานแล้ว”

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๔๙

ผมฟังดูรู้สึกฉงนใจในค�ำตอบนั้น แต่ไม่กล้าซักต่อ ได้แต่เส แสร้งถามเรื่องอื่นอีก “คุณอาทราบได้อย่างไรละครับ ที่ทราบว่าผมมาที่นี่” “ก็สายน�้ำนั่นแหละเป็นผู้บอก เพราะน�้ำต้องกายคุณและหยาด ลงในน�้ำอีกครั้ง สัญญาณนั้นก็รู้ถึงอา” ผมได้ฟังยิ่งสงสัยจะไปกันใหญ่ จึงตัดบทไม่รบกวนไปมากกว่า นั้น อ้อ! ขอเพียงอีกค�ำถามเดียวเท่านั้น ผมคิดในใจ “คุณอาสบายดีหรือครับ” “ไม่สบายเลย ต้องเป็นห่วงและทรมานใจอยู่ตลอดเวลาว่าจะ พบคุณเมื่อไหร่? ดาวเขาขอร้องให้อาส่งสิ่งนี้ให้คุณให้ได้ ไม่ว่าจะนาน เท่าใด” คุณอาหยุดพูด พร้อมหยิบของสิ่งหนึ่งจากถุงกระดาษที่คร�่ำ คร่าส่งให้ผม มันเป็นขวดใบหนึ่ง ใบที่เราผูกพันกันมาระหว่างผมกับ ดาว ผมรับมาถือไว้ในมือ ขวดนั้นเย็นเฉียบจนผมสะดุ้ง คุณอามีทีท่าร้อนรนและกล่าวว่า “อาขออโหสิกรรมที่เคยได้ล่วงเกินคุณด้วยวาจาและจิตใจใน ครั้งก่อนกระโน้น โปรดอภัยและอโหสิกรรมให้อาด้วย” “ครับ ผมอโหสิกรรมให้คุณอาทั้งหมด” ผมหยิบขวดมาพิจารณาอีกครั้ง มีคราบฝุ่นเกาะหนาทั่วไป ข้างในขวดมีกระดาษอยู่ มันอาจจะเป็นจดหมายก็ได้ ส่วนที่ปากขวด นั้นมีจุกท�ำด้วยไม้และผนึกทับด้วยครั่ง คงจะรีบร้อนท�ำ ครั่งที่ลนไฟ นั้นไหลเลอะปากขวดลงไปถึงรอยเจียระไน 2-3 แห่ง ผมเงยหน้าขึ้นอีก ครั้งหนึ่ง คุณอาจากไปแล้ว ไปอย่างไร้วี่แววโดยผมไม่รู้ตัว ไวเหลือเกิน หรือ... ผมขนลุกซู่ไม่อยากคิดว่าเป็นอะไรเช่นนั้น หยิบขวดใส่กระเป๋า ใบที่ได้รับแจกมา รีบกลับลงเรือ เพราะใกล้เวลาเดินทางกลับ เมื่อลงมาอยู่ในเรือ เดินวนไปวนมา 2 รอบ หาที่นั่งเดิมไม่พบ รู้สึกมึนงงอย่างเลื่อนลอย และแม้ในช่วงระหว่างทาง เพื่อนเชิญให้ไป ยืนพูดแสดงความคิดเห็นหรือเล่าเรื่องข�ำขัน กลับท�ำไม่ถูกสักอย่าง พูด อะไรไปบ้าง คิดว่าไม่เข้าท่าและพูดไม่รู้เรื่อง เหมือนอยู่ในภวังค์

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๐

ในที่สุดก็มานั่งสงบจิตสงบใจสักพัก ค่อยเรียบเรียงเรื่องราวปะติดปะต่อกัน เออ! ใจคอค่อยดีขึ้น แต่ยังมีเรื่องที่คาใจอีกเรื่องหนึ่งคือคุณอาพูดคล้ายเป็น ปัญหาว่า “น�้ำต้องกายคุณและหยาดลงในน�้ำอีกครั้ง เป็นการส่งสัญญาณถึง อา” อ้อ! นึกออกแล้ว ตอนเดินทางเที่ยวไปเมื่อออกจากวัดเฉลิมพระ เกียรติไปสักพัก ผมเดินไปทางท้ายเรือ ขณะที่มีนักเล่นเจ็ทสกี 3 คน ก�ำลัง ขับฉวัดเฉวียนไปมา คนหนึ่งขับพุ่งตรงมาทางเรือที่เรานั่ง เมื่อใกล้เข้ามารีบ หักเลี้ยวโค้งกลับล�ำโดยเร็ว น�้ำกระจายกระเด็นโดนแขนผมพอดี และหยด ลงสู่แม่น�้ำ เพราะเหตุนี้เองที่คุณอากล่าวถึง แล้วมารอพบผม แต่เอ๊ะ! ผมขึ้นจากเรือที่ท่าราชนาวีสโมสรอย่างลุกลี้ลุกลน กล่าวลาพวกเพื่อนไม่กี่ คน รีบกลับบ้านทันที เพราะสิ่งอันเป็นปริศนาที่รอคอยผมอยู่ในกระเป๋าที่ หิ้วติดมือมาตลอด ขวดสีชาเข้มใบนั้นบางทีจะบอกอะไรผมได้หลายอย่าง แม้จะเปิดขวดยากสักหน่อย แต่มันก็ส�ำเร็จจนได้ ผมใช้ปากคีบคีบกระดาษ ที่ม้วนอยู่ในขวดขึ้นมา มันเป็นกระดาษจากสมุดธรรมดาสีขาว แต่มองดู หมองเพราะความเก่า และมีคราบน�้ำด่างเป็นดวงอยู่หลายแห่ง ส่วนตัว หนังสือเขียนด้วยหมึกสีด�ำ ยังเห็นชัดเจนอยู่ สีชาเข้มของขวดคงจะพราง แสงไว้ได้มากทีเดียว บ้านเพียงเดือน พี่ศิรินสุดที่รัก ดาวร้องไห้มาหลายวันแล้ว แม้กระทั่งวันนี้ ตอนที่เขียนจดหมายอยู่ นี้ น�้ำตาคงจะหยดลงบนกระดาษหลายแห่ง ดาวขอเริ่มเรื่องเลยนะ หลังจาก ที่พี่จากไปได้สัปดาห์กว่า พ่อไอ้นิคมส่งคนมาสู่ขอดาว ดาวปฏิเสธอย่างไม่ ไยดี เพราะดาวไม่ได้ชอบ ไม่ได้รักมัน พ่อดาวก็พูดไม่ออก เพราะบอกแล้วว่า แล้วแต่ลูกสาว ท�ำให้เขาอับอายกลับไป เวลาห่างไปแค่ 2 วัน ไอ้นิคมกลับมา ขืนใจดาวตอนพ่อไปสวน ดาวไม่เล่าถึงรายละเอียดความบัดสีนั้นหรอก มัน แสลงใจพี่แน่ๆ ดาวบอกพ่อ พ่อไปพบมันทั้งที่ดาวห้ามแล้ว มันพูดเยาะเย้ย ว่า จ�ำผิดหรือเปล่า มันโทษว่าเป็นพี่ ดาวไม่ทราบว่าจะปรึกษาใคร? ดาวบอก ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๑

พ่อว่าคิดถึงพี่ ถ้าพี่อยู่คงปรึกษาได้ พ่อกลับบอกว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ แล้ว พ่อเพิ่งไล่พี่ไป ห้ามมาบ้าน และห้ามติดต่อดาว ดาวขอโทษพี่ที่ พ่อท�ำเช่นนั้น ดาวเขียนอะไรไม่ออกอีกแล้ว ตัดสินใจเด็ดขาดจะฝาก ชีวิตไว้ในสายน�้ำ สายน�้ำที่เราสองคนเคยมีความสุข ที่อยู่แนบชิดเคียง กายบนเรือทรายวันนั้น พระจันทร์จะลับฟ้าแล้ว ดาวขอลาพี่ ลาพี่ที่ แสนดี ถ้าดวงวิญญาณมีจริง ดาวจะเติมความรักไว้ให้จนเต็มดวง และ โอบล้อมด้วยวงแหวนแห่งความคิดถึง ไม่ว่าจะล่องลอยไปในภพไหน ดาวจะเก็บไว้ให้พี่เพียงคนเดียว ลาก่อน ลาชั่วนิรันดร์ เพียงดาว และนาทีนี้ ผมนายศิริน ไม่อาจจะปกปิดใครๆ ได้ น�้ำตา เอ่อท้นท่วมท�ำนบตาแล้วหยดลงบนกระดาษจดหมายฉบับนี้ ซ้อน ร้อยหยาดน�้ำตาของคนที่เคยรัก ความสงสารนั้นสุดประมาณ ส�ำหรับ ความรัก ความคิดถึงนั้นยังเปี่ยมล้นดวงใจจนวันนี้ 25 พฤษภาคม 2554

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๒

ความฝันที่หายไป ส่วนใหญ่คนแก่มักจะเล่าเรื่องความหลังอย่างมีความสุข ไม่

ชอบพูดถึงอนาคตเพราะพูดแล้วก็ห่อเหี่ยว หลายคนกลัวความตาย ใครพูดเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ดูเหมือนว่า ตัวเองก็เป็นเหมือนกัน ใคร ว่าอะไรดีก็หามากิน ใครว่าหมอนวดที่ไหนดีก็ไปนวด ใครว่าหมอฝัง เข็มที่ไหนดีก็ไปฝังเข็ม บางคนอัดเสียงตัวเองเอาไว้กลัวว่าใครจะ อ่านประวัติตัวเองไม่ดีไม่ถูก ตอนอยู่บนเมรุ บางคนก็ท�ำหนังสือไว้ก่อน(ขอโทษนะครับ)กลัวว่าคนจะไม่รู้ ดีเท่าตัวเอง บางคนกลัวว่าชาติหน้าจะไม่อยู่ดีมีสุข ก็ไปปฏิบัติธรรม เอาไว้ก่อน(สาธุ) ก็แล้วแต่จะคิดจะท�ำไป ฉันเองก็ได้แต่ฟัง ได้แต่ดู(เฟส ไลน์)บางทีก็เหริญ คือ เอ้อๆ อ้าๆกับค�ำพูด กับภาพที่คนส่งมาให้ดู ไปโน่น ไปนี่ ท�ำกิจกรรมนั่น นี่ แต่งตัวชุดโน้นชุดนี้ ไปงานแต่งงาน ไปงานศพ ไปงานบวช งาน ขึ้นบ้านใหม่ ท่องเที่ยวไปกับโลกกว้างฯ ก็ดีนะเทคโนโลยีท�ำให้โลก แคบ พบปะกันได้แม้อยู่คนละซีกโลก บางคนบอกว่าดูแล้วท�ำให้ จิตตก ท�ำให้เกิดทุกข์ มีโลภะ โทสะ โมหะ ความสุขใดจะเสมอเท่า ความสงบไม่มี แล้วปฏิเสธเทคโนโลยี มองคนสมัยนี้อย่างสมเพช น่าเกลียดน่าชัง เพราะเขาเหล่านั้นไม่ได้สนใจใครเลย ก้มหน้าก้มตา ดูแต่มือถือ จิ้มไปจิ้มมา จะเดินจะกิน จะนั่งจะนอน แม้แต่ในงานสังคมก็ท�ำ โอ แม่ เจ้า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ไม่จ�ำกัดจริงๆ บางคนใช้สื่อในทาง ผิดๆ เช่นหลอกลวง โกหก ท�ำมิจฉาชีพต่างๆ เปรียบเปรย ด่าทอ จนท�ำให้เกิดการทะเลาะวิวาท เข้าใจผิดและแตกความสามัคคี แต่ ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๓

ในทางสร้างสรรค์ก็มีอเนกอนันต์แทบไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถท�ำได้ เช่น ในทางธุรกิจ การเงิน การค้า การลงทุน การแพทย์ การเกษตรฯ ฉันเห็น เขาท�ำการค้าที่ตลาดประตูน�้ำ โดยเช่าที่แค่๔ตารางเมตรบนชั้น ๖ เขาขาย ของออนไลน์ ใช้โทรศัพท์ส่งไลนไปยังลูกค้า พอลูกค้าสั่งก็จ้างคนไปเอา ตามร้านค้าชั้นล่างตามที่ตนไปถ่ายรูปส่งไปให้ลูกค้าดู ค่าจ้างแค่ชุดละ ๒๐ บาท เอามาบรรจุกล่อง ตามชื่อผู้สั่งส่งทางไปรษณีย์ วันหนึ่งๆได้เงินหลาย พันบาท แม่ค้าท�ำขนม พ่อค้าขายอาหารต่างประเทศเรียนตามแบบยูทูป โดยไม่ต้องไปเรียนที่ไหน ขายจนร�่ำรวย กูเกิ้ลมีทุกอย่าง ถ้าเราประสงค์จะเรียนรู้หรือหาช่องทางท�ำมา หากิน อยากเรียนรู้เรื่องใด ก็สามารถหาได้ แก้ปัญหาให้เราได้ มีการใช้ งานหลายแง่มุม อยากดูหนัง ฟังเพลง ดูละคร กีฬา เกมส์ ทั้งเก่าใหม่ ย้อน หลัง ดูที่ไหนก็ได้ ทั้งห้องนอนห้องน�้ำก็ได้ มันมหัศจรรย์จริงๆ ฉันว่าคนแก่จะไม่เหงาเลย ถ้าแสวงหา และ ไม่สายเกินไปที่จะเรียนรู้ มีนักล่ารางวัลเป็นนักร้องลูกทุ่งคนหนึ่ง บอกว่า ไม่ได้ไปเรียน การร้องเพลงจากที่ไหน เมื่อก่อนไม่ได้สนใจเพลงลูกทุ่งเลย บังเอิญเพื่อน ชวนไปดูหนังเรื่องเกี่ยวกับประวัติของ “ พุ่มพวง ดวงจันทร์” ราชินีลูกทุ่ง มี ความประทับใจว่า แม้จะเป็นคนบ้านนอก ยากจน อ่านหนังสือไม่ออก แต่ ก็ฝึกฝนตนเองจนเป็นนักร้องแนวหน้า เธอจึงกลับมาเปิดอินเตอร์เน็ตหา วิธีการร้อง แล้ว ฝึกฝนจนได้รับรางวัลจากการประกวดมากมาย ฉันนั่งดูเขาเล่าแล้วน�้ำตาไหลพราก สงสารตัวเองที่อยากจะเป็น นักร้องสมัยที่ยังเป็นหนุ่มน้อย สมัยนั้นมันไม่มีเครื่องมือสื่อสารอย่าง นี้ แม้แต่วิทยุยังไม่มีเลย อาศัยเพื่อนจดเอามาจากบ้านเอามาร้องกันยาม ว่าง เพื่อนฉันอีกคนหนึ่งก่อนเกษียณ เป็นนายอ�ำเภอแก้งคล้อบ้านอยู่แถว ตลาดพลู เรียน ปม.ช ห้องเดียวกัน ชอบร้องเพลงเหมือนกัน ชวนฉันให้ไป ประกวดร้องเพลงงานวัดแถวตลาดพลู จัดแจงไปสมัครให้เสร็จ คืนนั้น ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๔

นอนที่บ้านเพื่อนนั่นแหละ ใจสั่นเหมือนกันเพราะไม่เคยขึ้นเวที ซ้อมร้องแล้วร้องอีก เดินไปเดินมา เมื่อไรจะถึงคิวตัวเองเสียที คนแล้วคนเล่า จนเริ่มมี ลมพัดอ่อนๆเข้ามา แหละแล้ว วินาทีที่มีเสียงเรียกชื่อฉัน ท้องฟ้าเริ่มปั่นป่วน ในทันทีทันใดนั้นเอง ฝนก็เทลงมาอย่างรวดเร็ว แถมมีเสียงฟ้าผ่าดัง กึกก้องด้วย เปรี้ยงๆๆๆๆผู้คนวิ่งหนีไปคนละทิศละทางเพื่อนคว้า มือฉันกระโดดหนีสายฟ้า แบบไม่คิดชีวิต อนิจจา...... ชีวิตการเป็นนักร้องก็ดับวูบลงทันที ม่ายงั้น ป่าน นี้ไผเป็นไผ ใครจะรู้ สนอง โกศัย ผู้เขียน ๑๐ มิย ๒๕๕๙

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๕

เป๊ะเลย ฉันนั่งอยู่เบาะหลังในรถเก๋งคันใหม่ของเพื่อนในบ่ายวันศุกร์ กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาเราพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง หลายเรื่อง เรื่องที่คุยกันของเราวันนั้นไม่ต้องทายหรอกคือธรรมชาติคนแก่ มักชอบ กินของขม ชมสาวๆและเล่าความหลังกัน มันมีความสุขดีนะ เพราะเรื่อง ราวในอดีตที่ผ่านมา มันจารึกไว้อยู่ในหัวใจ โดยเฉพาะเรื่องราวสมัยเป็นเด็ก มันเป็นช่วงระยะที่ดูดซับเอา วัฒนธรรมของชีวิตไว้อย่างเหนียวแน่น จนไม่สามารถแกะเอาออกจาก ความทรงจ�ำทั้งหมดที่มีอยู่ตลอดชีวิตไปได้เลย ฉันนั่งฟังเขาเล่าอย่างสงบ ในใจอิ่มเอมและเป็นปลื้มกับชีวิตที่ ผ่านไปของผู้เฒ่าที่อยู่ด้านหน้า กว่าจะมาเป็นคนแก่ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมา หลายอย่าง หลายรูปแบบใช้เวลา ใช้ความอดทน ความพยายาม เขาถึงว่า กันว่า ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ฉันชอบเรื่องราวชีวิตจริง ดังนั้นฉันจึงฟัง จึงอ่าน จึงเขียนเรื่อง อย่างนี้ ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เล่าว่า ท่านไม่ได้ส่งลูกของท่านไป เมือง นอกตั้งแต่เด็กๆ เพราะว่า เด็กจะได้ซึมซับวัฒนธรรมไทยไว้ในตัว คือเป็น ไทยทั้งกายทั้งใจ ท่านไม่กลัวว่า ลูกจะพูดฝรั่งส�ำเนียงไทยเหมือนคนอื่น ที่ต้องการให้ลูกพูดเหมือนฝรั่ง ซึ่งผลตามมาก็ได้เหมือนที่คิดคือลูกคิด แบบฝรั่ง ท�ำแบบฝรั่ง ซ�้ำร้ายได้แต่แบบอย่างที่ไม่ดีมา พระธรรมปิฏก (ประยุทธ) เขียนในหนังสือมงคลสารว่า “ความจริงการเอาอย่างกัน ถ้า เป็นการเอาอย่างที่ดี ก็ดีมีประโยชน์ โดยเฉพาะการเอาอย่างลักษณะนิสัย

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๖

การเคร่งครัดต่อระเบียบวินัยของคนญี่ปุ่น ความขยันขันแข็ง ของคนจีน เป็นต้น เป็นสิ่งที่ควรเอาอย่าง แต่ถ้าเรายังเอาอย่างฝรั่งทุก อย่างไป โดยไม่ค�ำนึงถึงชาติภูมิของตนเองแล้ว สักวันหนึ่งประเทศไทย ก็คงจะมีแต่ชื่อ จะไม่มีศิลปวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่เลย” ฉันแอบชอบอาจารย์ท่านหนึ่งที่เขียนเล่าในเฟสว่า ปลาค้าว ที่ขัยนาทอร่อย น้องชายเห็นพี่ชอบ พอรู้ข่าวว่าพี่จะมาเยี่ยมจึงไปซื้อ ปลาค้าวมาให้ ฉันว่ามันเป็นความรักผูกพันระหว่างพี่น้อง อีกเรื่องหนึ่งอาจารย์เล่าว่า มีความคิดในสมัยเด็กว่า แม่รัก น้องชายมากกว่าเพราะตัวเองเป็นผู้หญิง มาซาบซึ้งว่าแม่รักก็ตอนที่ เจ็บป่วยจากการคลอดลูก พอฟื้นขึ้นมาเห็นแม่นั่งเฝ้าอยู่เพียงล�ำพัง จึงรู้ว่าแม่รักและห่วงใยตนเองเพียงใด ฉันว่ามันเป็นข้อเขียนที่กินใจ ที่เข้าใจในพระคุณของแม่ว่า แม่ให้ความรักต่อลูกทุกคน ไม่ว่าลูกจะ เป็นอย่างไร อาจารย์ เกษียณท่านหนึ่งเป็นศึกษานิเทศก์ที่เกษียณอายุ ราชการแล้วมาเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ท่านเอาเปลือกไข่มาเขียน ลายไทยสวยมาก นอกจากนั้นยังเอาตอไม้ ฝักคูน เศษวัสดุ มาเขียนลายไทยเพื่อเพิ่มมูลค่า ท่านไม่ได้ขายแต่ เอามาเป็นของที่ระลึก ท่านเล่าเรื่องในอดีตให้ฉันฟังว่าเรียนจบชั้นมัธยมแล้วไม่รู้ว่า ตัวเองจะไปเรียนต่ออะไร จนครูที่สอนศิลปะบอกว่า ชอบศิลปะให้ไป เรียนที่เพาะช่าง ไปลอบเข้าก็ไม่ได้ จึงไปเรียนกวดวิชาวาดเขียนอยู่ สองปีไปลอบเข้าก็ไม่ได้อีก ดีแต่ว่าครูสอนกวดวิชาให้ไปลองสอบวาด เขียนตรีปีแรกและวาดเขียนโทปีต่อมา จึงเอาวุฒิไปสอบบรรจุ เลยได้ เป็นครู ต่อมาเมื่อสอบวาดเขียนเอกได้จึงไปสอบเรียนใหม่ ถึงเข้าได้ ชีวิตล�ำบาก ต้องต่อสู้ดิ้นรน กว่าจะได้เรียนปริญญาตรีที่ประสานมิตร และปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาเป็นศึกษานิเทศก์ มีเรื่อง ราวมากมาย ถ้าเล่าก็เป็นเหมือนนิยาย ที่ตื่นเต้น สนุกสนาน เศร้าผิด หวัง สมหวัง สารพัด ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๗

ฉันชอบหนังสือ “ บ้านเล็กในป่าใหญ่” ของแอนเดอรสัน และ เรื่อง “ลูกอีสาน” ของ ค�ำพูน บุญทวี เพราะเป็นเรื่องเล่าให้เห็น ภาพของคนในยุคนั้น เป็นยุคบุกเบิก ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคนานา ประการ ฉันว่ามันเป็นประวัติศาสตร์มากกว่าเป็นนิยาย ผู้ประพันธ์ เขียนเล่าได้อย่างสนุก ไม่น่าเบื่อ ได้สาระ มีเรื่องที่น่าประทับใจ หลายตอน ฉันไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ แต่ก็มีหัวใจที่อยากจะเล่า พยายาม เขียนเล่าตามที่พบเห็นมา ไม่กลัวว่าใครจะติติงอย่างไร แต่ก็อยาก จะรู้(ผลการประเมิน)นะว่า เป็นอย่างไร จึงเอ่ยปากถามคนในรถ “อ่านเรื่องที่ผมเขียนหรือเปล่า “ ฉันถาม “อ่าน” เสียงคนในรถตอบ “ลุงว่าเป็นอย่างไร จะได้ปรับปรุง “ ถามผู้เฒ่า “สนอง คือใคร “ ผู้เฒ่าสรุป อิอิ (อายเขาไหมเล่า อยู่ดี ไม่ว่าดี) เป๊ะเลย สนอง โกศัย ผู้เขียน ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๘

ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ เดือนเมษาเป็นเดือนขึ้นปีใหม่ไทย เราจึงเริ่มท�ำแต่สิ่งดีๆ เช่นท�ำบุญใส่บาตร รดน�้ำด�ำหัว ขอพรผู้ใหญ่ตลอดจนท�ำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม๒๕๕๙ ฉันได้ไปท�ำบุญครบ ๑๐๐ วันให้พี่ สาวที่วัดอุตรดิตถ์ธรรมมาราม อ�ำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นวัด ป่าจึงดูเรียบง่าย สะอาด สงบ มีความประทับใจกับวัดและหลวงพ่อ กานต์ วรธรรมโม เจ้าอาวาส ที่ด�ำเนินวิถีพุทธตามแนวทางพุทธศาสนา จึงเอาบุญเชิงประจักษ์มาเล่าให้ฟัง ทางวัดได้แยกส่วนที่ถวายอาหารกับสถานที่ปฏิบัติธรรมออก จากกัน ดังนั้นเมื่อเอาอาหารไปจัดถวายแล้วก็มาที่ศาลาปฏิบัติธรรมซึ่ง จัดไว้เป็นสัดส่วน มีพระพุทธรูป เป็นประธาน มีอาสนะสงฆ์ และจัด ที่ไว้ส�ำหรับผู้ที่มาร่วมท�ำบุญ เรียงเป็นแถวเป็นแนว พร้อมกับบทสวด มนต์แปล มีเบาะรองนั่งปูบนพรมด้วย ฉันเข้าไปนั่งอย่างสงบพร้อมกับญาติธรรมทั้งหลาย ท�ำสมาธิ ส�ำรวมกายใจ จึงไม่รู้ว่ามีคนมานั่งเต็มแล้ว พอเผยอตามองไปทางด้าน หน้าก็เห็นพระคุณเจ้านั่งเต็มอาสนะ ฉันรู้สึกเย็นไปทั้งตัวที่ไม่เคยได้รับ การสัมผัสเช่นนี้มาก่อน คือเงียบเสียจนระทั่งเสียงก้าวเดินก็ไม่ได้ยิน การสวดมนต์ก็เป็นไปอย่างพร้อมเพียง พิธีการเรียบง่ายครบ ถ้วน วันนั้นได้ฟังธรรมะจากหลวงพ่อเรื่องการปฏิบัติตนตามแบบพุทธ ศาสนา คือการน�ำเอาหลักธรรมมาใช้ในชีวิตประจ�ำวัน เพื่อความสุข ความเจริญโดยเน้นการท�ำสมาธิ การปฏิบัติธรรม การท�ำจิตใจให้สงบ การรักษาศีล และการท�ำความดีทั้งปวง

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๕๙

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ฉันก็ยังพูดถึงความซาบซึ้งใจกับวัดนี้อยู่ จนน้องๆ หลานๆ ชมว่าฉันคงท�ำบุญมาหลายภพหลายชาติแล้ว จึง สัมผัสรับรู้ได้กับรสพระธรรม ถ้าได้มาปฏิบัติต่อคงจะบรรลุแน่ๆเลย ฉันเลยไขปริศนาในใจให้ฟัง เชื่อไหมว่า ฉันเป็นคนกลัวพระ ที่สุดเลย พูดแล้วก็เหมือนคน มีบาปเยอะ เพราะเห็นพฤติกรรมที่กระ ท�ำผ่านๆมา แม้กระทั่งแม่ชีก็เกิดความกลัว พอพูดจบเท่านั้นแหละ ทั้งน้องทั้งหลานระดมใส่ฉันอย่างไม่ยั้ง เลย แบบว่า “ชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์ เป็นเรื่องของท่าน ใครท�ำกรรมอะไร ไว้ ก็จะได้รับกรรมนั้นเองแหละ” ฉันฟังแล้วยังซักต่อเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างเรื่องการวิปัสสนา กรรมฐาน เห็นโน่นเห็นนี่ จริงหรือเปล่า ฉันเลยได้รับความรู้มากมาย ในใจก็ดีใจนะที่มีคนสืบทอดพระพุทธศาสนามากขึ้น เราศึกษาน้อยก็รู้น้อย ใครที่ศึกษามากก็รู้มาก ใครปฏิบัติ ก็ได้กับตัวเอง อกาลิโกไม่จ�ำกัดเวลา ฉันกลับมาที่โคราชยังมีสะพานบุญทอดมาให้อีก คือได้รับซีดี หลวงพ่อปราโมทย์จากผู้หวังนิพพาน ท่านอธิบายดีมาก ท่านแนะน�ำ ธรรมมะหลายอย่างให้พิจารณาเช่น อะไรที่มีสาระหรือไม่มีสาระ สาระอะไรที่มีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ประโยชน์อะไรที่เกี่ยวกับ ตัวเราหรือไม่เกี่ยวกับตัวเราแล้วให้มีสติ รู้จ�ำ ไม่ลืม ขันฑ์ (รูป เวทนา สัญญาสังขาร วิญญาณ) เป็นผู้แสดง จิตเป็นผู้ดู ต้องเป็นกลาง ตั้ง มั่น มีสมาธิ รู้รูป รู้นาม ทุกข์ สุข บังคับไม่ได้ สั่งไม่ได้ ไม่จีรัง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไปตามสภาวธรรม ฉันเปิดซ�้ำๆหลายครั้ง ฟังแล้วตัว ฉันเองยังอีกน้านนาน นานมากๆ อย่างไรก็ตาม ก็ยังแสวงหาความรู้

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๖๐

๑. ส�ำนึกบุญคุณ ๒. เลือกเพื่อนอย่างชาญฉลาด ๓. ฝึกฝน ความเห็นอกเห็นใจ ๔. หมั่นเรียนรู้ ๕. หัดเป็นนักแก้ปัญหา ๖. ท�ำ ในสิ่งที่ชอบ ๗. อยู่กับปัจจุบัน ๘. ฝึกการให้อภัย ๙. กล่าวค�ำ ขอบคุณเสมอ ๑๐. สร้างความสัมพันธ์ลึกล�้ำ ๑๑. รักษาค�ำพูด ๑๒. ท�ำสมาธิ ๑๓. ตั้งมั่นในสิ่งที่ท�ำ ๑๔. มองโลกในแง่ดี ๑๕. รักอย่าง ไม่มีเงื่อนไข ๑๖. ไม่ยอมแพ้ ๑๗. ท�ำสิ่งที่ดีที่สุดแล้วอย่ายึดติด ๑๘. ดูแลตัวเอง ๑๙. คืนให้สังคม ๒๐. หัวเราะบ่อยๆ อ้าวพวกเรา หัวเราะพร้อมกัน ฮ่าๆๆๆๆ ฮิๆๆๆๆๆ...ฮิ้วววว ๒๕๕๙

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

สนอง โกศัย ผู้เขียน ๑๙ เมย.


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๖๑

ต้นจันทน์กะพ้อ ที่บ้านอาจารย์ปราณี

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๖๒

ท้ ายเล่ ม เพื่อนรั ก

ผมตัง้ ปณิธานไว้ ว่าเมื่ออายุใกล้ 80 ผมจะท�ำอะไรสักอย่ าง ฝาก ไว้ ให้ เพื่อนๆ เป็ นที่ระลึกก่ อนที่เราจะจากกันอย่ างถาวร คิดได้ ว่าสิ่งที่ควร ท�ำและน่ าจะยังประโยชน์ ต่อรุ่ นหลังคือ "หนังสือ" หนังสือดีจะอยู่ค่ ูโลก ไปอีกนาน (จนกว่ าจะโดนไฟไหม้ หรื อมอด มด แมลงกัดแทะ) ผมเลือกท�ำหนังสือ "เพื่อนแดงด�ำ ๙๙ เล่ าสู่กันฟั ง 2 ชีวติ หลังเกษียณ" เล่ มนี ้ โดยขอความอนุเคราะห์ จากเพื่อนที่ยังจับปากกา เขียนได้ สมองยังสั่งงานได้ มีเพื่อน (ทีย่ ังเหลืออยู่) เกือบ 50 ชีวติ ส่ ง เรื่ องมาให้ (ขอขอบคุณอีกครั้ ง) แต่ ละเรื่ องแฝงไว้ ด้วยเนือ้ หาสาระที่มี คุณค่ า มีประโยชน์ เป็ นข้ อคิด เตือนใจให้ ผ้ ูอ่านน�ำไปประยุกต์ ใช้ ในชีวติ ประจ�ำวันได้ เป็ นอย่ างดี ผมดีใจและภูมใิ จมากที่หนังสือส�ำเร็จลงด้ วยดี ได้ สัญญากับ เพื่อนว่ าจะมอบให้ ในวันปี ไหม่ (มกราคม) บังเอิญต้ องรอข้ อเขียนจาก เพื่อนอีกหลายคนที่รับปากไว้ และบอกให้ รอ เลยต้ องมามอบให้ เพื่อน ในวันปี ใหม่ ไทย (เมษายน) คงไม่ ว่ากันนะครั บ หากหนังสือนีม้ ดึ อี ยู่บ้างผมขอมอบความดีนัน้ บูชาพระคุณ ครู อาจารย์ ท่ ปี ระสาทวิชาความรู้ และส่ งผลให้ ดวงวิญญาณเพื่อนเพาะช่ าง ร่ วมรุ่ น 2499 ผู้ล่วงลับทุกคน สู่สรวงสวรรค์ ด้วยเถิด สาธุ สาธุ

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

มงคล แก้ วพวงงาม 12 เมษายน 2560


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

๒๖๓

ท้ ายเล่ ม 2

ผมขอขอบคุณเพื่อนแดงด�ำ๙๙ ที่มีช่ ือต่ อไปนี ้ คุณก�ำธร อินทรพิชัย คุณสัมฤทธิ์ ถมสุวรรณ คุณลัดดาวัลย์ ศิริพานิช พล.ร.ต.สมัคร หนูไพโรจน์ คุณสุมาลัย วงษ์ ตรี ศรี คุณนิวติ หะนนท์ คุณประภาศรี เขียนจ�ำนงค์ คุณประพิศ ตุณฑกิจ คุณประนอม สุวรรณ์ ประสิทธิ์ คุณรอง ทองดาดาษ คุณสนอง โกศัย คุณวีระ มีมาก คุณสุชาติ แย้ มนิยม คุณเพ็ญศิริ คงเจริญ คุณศิริพรรณ โพธิสุข คุณศิริพรรณ ทาระพันธ์ คุณสงบ ลาดประเสริฐ คุณนันทา สุขโพธิ์ ที่ได้ มอบเงินช่ วยค่ าส่ งพัสดุ(EMS) หนังสือ "เล่ าสู่กันฟั ง 2 ชีวติ หลังเกษียณ" ให้ แก่ เพื่อนที่เขียนเรื่ องส่ งทุกคน และเพื่อนที่ ไม่ ได้ เขียนเรื่ องส่ งอีก ประมาณ 5-10 คน (ที่เห็นสมควรและขอมา) รวมทัง้ สิน้ ไม่ เกิน 60 คน เป็ นเงินรวม 13,500 บาท เพื่อนๆ ครั บ เงินที่เพื่อนมอบให้ มานีม้ ากเกินค่ าส่ ง มีเหลือ ผมขอแบ่ งท�ำบุญ 3 ส่ วน ดังนี ้ 1. ได้ ถวายวัดพระธาตุโป่ งนกแล้ ว 2,000 บาท 2. ได้ ถวายวัดชนะสงครามแล้ ว 2,500 บาท 3. จะถวายส�ำนักสงฆ์ ท่ หี ลวงพี่สมศักดิ์ ป้อมสูง จ�ำพรรษาอยู่ 2,000 บาท เพื่อนจงร่ วมอนุโมทนา และด้ วยกุศลผลบุญนี ้ จงโปรดดล บันดาลให้ ดวงวิญญาณของครู อาจารย์ และเพื่อนผู้ล่วงลับ จงสู่สุคติ ยังทิพย์ วมิ าน ณ สรวงสวรรค์ ด้วยเถิด สาธุ มงคล แก้ วพวงงาม

27 เมษายน 2560

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ


เ ล่ า สู่ กั น ฟั ง 2

ชี วิ ต ห ลั ง เ ก ษี ย ณ

ชีวิตหลังเกษียณ2560 2  
ชีวิตหลังเกษียณ2560 2  
Advertisement