Page 1

ฉบับ

ปฐมฤกษ์

อมตะรัก ฉบับที่ 1 ปีที่ 1

วิถีใหม่

เสน่ห์หา

นิตยสารส่งเสริมความอยากเที่ยว ณ เมืองแพร่

เมืองเก่า มีนาคม 2557

FREE COPY แ จ ก ฟ รี


ที่ปรึกษา สุภร พรินทรากุล บรรณาธิการ จักรัตน์ ครุธทิน กองบรรณาธิการ ฉัตรชัย รัตนวงศ์

กองบรรณาธิการ ปาณิศา อายะนันท์

CONTENTS นิยมชมกิจกรรมสร้างสรรค์ นิยมชมบ้านสวย นิยมชมอาหารอร่อย นิยมชมตำ�นาน นิยมชมโลกเสมือน นิยมชมรถสวย นิยมชมแหล่งท่องเที่ยว นิยมชมกีฬา

9 14 18 22 30 32 36 41

พิสูจน์อักษร อภิสิทธิ์ พลนิรันดร์ ศิลปกรรม สิทธิศักดิ์ แก้วเจริญรุ่งเรือง

ถ่ายภาพ ดิจิโต้สตูดิโอ

การตลาด ภัทรภร ภู่พัฒนา

กฎหมาย ภิญโญ วงศ์อรินทร์

จั ดทำ �โดย บริษัท ซะริ่ด จีเนียส จำ�กัด ที่ิอยู่ เลขที่ 11 / 1 ถ.คำ�ลือ ต.ในเวียง อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ 54000 โทร 0 8 7 - 5 7 5 2 - 7 9 1 สนใจติดต่อลงโฆษณาได้ที่ sarid.genius@gmail.com Facebook.com/SARID.PHRAE

EDITOR TALK การจะปลูกต้นไม้ใหญ่ ที่มีกิ่งก้านสาขากว้างใหญ่ มีลำ�ต้นกำ�ยำ�แข็งแรงมั่นคง อาจต้องเริ่มจากการเพาะชำ�เมล็ดพันธุ์อนุบาลต้นกล้า ชั้นดีอย่างทนุถนอม จนกว่าจะกลายเป็นต้นอ่อน อันพร้อมจะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรงในอนาคต คงไม่ต่างกับการเริ่มต้นจุดเล็กๆของนิตยสารฟรีก็อปปี้เล่มเล็กๆเล่มนี้ นิตยสารที่ใช้ฝีมือและมันสมองของคนเมืองแพร่ล้วนๆ ร่วมคิด สร้างสรรค์ ถ่ายทอด ผลิต เพื่อถ่ายทอดมุมมอง แง่มุมแนวคิด กลวิธี และ สิ่งดีๆต่างๆในเมืองเล็กอย่างเมืองแพร่ ให้ผู้คนในเมืองแพร่และ ผู้คนทั่วไป ให้ได้สัมผัสถึงวิถี ตัวตน ชีวิต สถานที่และเรื่องราว ของผู้คนในเมืองแพร่ ที่มีอยู่มากมาย นี่อาจจะไม่ใช่ย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นย่างก้าวของกลุ่มคนเล็กๆ ที่มีหัวใจอันกว้างใหญ่ ที่พร้อมจะสร้างสรรค์ สิ่งดีๆให้เมืองแพร่อัน เป็นที่รักของเรา ไปซะริ่ดเที่ยวเมืองแพร่กันเถอะ บรรณาธิการ จักรัตน์ ครุธทิน ข้อความเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ นิตยสารซะริ่ดนิยม ขอสงวนสิทธิ์ตามกฏหมาย การนำ�บทความหรือภาพในนิตยสารซะริ่ดนิยมใดๆไปตีพิมพ์ อ้างอิง หรือใช้ประโยชน์อื่นใดในการเผยแพร่ ต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากนิตยสารซะริ่ดนิยม เท่านั้น

4

SARID NIYOM


บรรณาธิการ

กวาจะเปน “ บานซะริ่ด ” บานซะริด บานไมชั้นเดียวทรงปนหยาสไตลคลาสสิค ตั้งอยูริมถนนคําลือ สรางเมื่อประมาณป พ.ศ. 2493-2494มีอายุราวๆ 60 กวาป ยุคแรกเปนบานพักอาศัย ตอมาเปดเปนรานทําผมสตรี และรานขายของชําตามลําดับ จนไดปดรกรางมาหลายป บานเคยถูกนําทวมใหญ ใน ป พ.ศ.2538 ทําใหบานทรุดตัว และเอียงสไลด แตโครงสรางทั่วไปยังคงแข็งแรง ชาวซะริ่ดไดเล็งเห็นถึงความสวยงามคลาสสิคแบบบานๆ ของบานหลังนี้จึงไดปรับปรุงและรักษาสภาพเดิมๆของบานไวใหมากที่สุด

SARID NIYOM

5


SARID อ่านว่า

ซะริ่ด

” ซะริ่ด “ เป็นภาษาเหนือ เป็นการใช้คำ�แทนการแสดงถึงอากัปกิริยาอาการชนิดหนึ่ง แปลว่า พร้อมจะทำ� และอยากจะแสดงความสามารถหรืออยากจะโชว์

เมื่อ “ SARID ” เป็นอังกฤษ

บ้านซะริ่ด

คำ�ว่า SARID ไม่ได้เขียนขึน้ มาเพราะเปลีย่ นจากภาษาไทยมาเป็นภาษาอังกฤษ เพียง อย่างเดียว ตัวอักษรภาษาอังกฤษแต่ละตัว ยังแฝงไปด้วยความหมายทีแ่ สดงถึงสิง่ ทีบ่ า้ น ซะริดของเราได้ท�ำ อยู่ บ้านซะริดของเราเป็น StudioArt&Design ทีร่ วมเอาศิลปะทุกด้าน ไว้ในบ้าน ซะริ่ดกับ คำ�ว่า SARID นี่เอง

ได้กอ่ ตัง้ ขึน้ มาเมือ่ ช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 โดยกลุ่มบ้านศิลป์ (หน้าสนามกีฬ า อบจ.แพร่) ได้ร่วมกันเปิดบ้านซะริ่ด ให้เป็น สตูดิโองานออกแบบ รับทำ�งานออกแบบสื่อ ทุกประเภท และทำ�สินค้าของที่ระลึก ที่เป็น เอกลักษณ์เฉพาะของซะริด อาทิ พวงกุญแจ ของแต่งบ้าน ของทำ�มือเสือ้ ยืด และทีส่ ร้างชือ่ ให้ซะริ่ดเป็นอย่างมากก็คือ โปสการ์ดลายเส้น ขาวดำ� แหล่งท่องเที่ยวที่ต่างๆ ของเมืองแพร่

S = Soil&Ceramic A = Art&Antique I = Interior design D = Design

R = Retro&Reproduct

นี่แหละครับความหมายของเรา SARID ทุกตัวอักษร อาจจะไม่ได้มีความหมาย แต่ เราสามารถสร้างความหมายให้กับทุกตัวอักษรได้ครับ 6

SARID NIYOM


บ้านซะริ่ดของเรายังได้แบ่งพื้นที่เป็น บาร์ขายเครื่อมดื่มกาแฟและชา ที่มีชื่อว่า ซะริ่ดดริปบาร์ กาแฟซึ่งผ่านกระบวนการ กรรมวิธีการชงแบบ Pour over หรือ Warm drip ที่เป็นที่นิยมในร้านกาแฟ ในประเทศญี่ปุ่น สำ�หรับคอกาแฟตัวจริง สนใจแวะมาชิม นั่งชิลล์กับบรรยากาศ สบายๆ และดืม่ กาแฟทัง้ เมล็ดกาแฟแหล่ง ไทย หรือแหล่งนอก ซึง่ ผ่านการคัว่ โดยโรง คั่วระดับประเทศ กับกาแฟที่ยังคงความ เป็นเบอรี่ รสชาติชุ่มฉ่ำ� หอมละมุน และ รสชาติของความขมกำ�ลังพอเหมาะที่แผ่ ซ่านหอมฟุ้งไปทั่วทั้งปาก ได้ที่บ้านซะริด

ของที่ระลึกที่เป็น เอกลักษณ์เฉพาะของ ซะริ่ดที่สร้างชื่อ เป็นอย่างมากก็คือ โปสการ์ดลายเส้นขาว ดำ� แหล่งท่องเที่ยวที่ ต่างๆ ของเมืองแพร่

บ้านใกล้เรือนเคียง “ ซะริ่ด ” เราคือ “ซะริ่ดจีเนียส” ถนนคำ�ลือ ถือว่าเป็นถนนสายศิลปะวัฒนธรรมเก่าแก่ ของเมืองแพร่สายหนึ่งเพราะว่ามีบ้านเก่าและอาคารเก่าๆ ตัง้ อยูห่ ลายหลัง อาทิรา้ นเกยหันซึง่ เป็นอาคารโรงเรียนเก่า แทรกตัวเป็นร้านเล็กๆที่ตกแต่งร้านด้วยของสะสมของ โบราณต่างๆมากมาย ได้บรรยากาศร้านเก่าย้อนยุคได้ดี ติดๆกันนั้นยังมีแกลเลอรี่หนังสือ จากนักเดินทางนักคิด นักกวีบาทเดียว มิสเตอร์ชอง ราย็อง ถัดไปอีกสักยีส่ บิ เมตร จะพบกับร้านณ เออ บ้านเก่าขายต้นไม้จิ๋ว และเครื่องดื่ม ต่างๆหลากหลาย สำ�หรับคอแนวอินดี้ ที่ชอบความแปลก ใหม่และอีกร้าน ที่ตั้งมาหลายปี ที่มีชื่อเสียงด้านขนมเค้ก และกาแฟอร่อยร้านเฌอบาร์ ที่ใครๆก็รู้จัก

บ้านซะริ่ด ”บ้านเล็ก แต่ใจไม่เล็ก” เวลาผ่านมาสองปีกว่า บ้านซะริ่ดของเรา ได้เริม่ ขยายงานในด้านต่างๆทัง้ สือ่ สิง่ พิมพ์ สื่อภาพเคลื่อนไหว และการจัดงานอีเว้นต์ ต่างๆ ด้วยการจดทะเบียนในรูปแบบบริษทั จำ�กัด เพื่อความคล่องตัวในการขยายการ ทำ�งานและสร้างความมั่นคงต่อทีมงานใน อนาคต สามารถติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจ “ ไปซะริดกันดีกว่า ” FACEBOOK : SARID.PHRAE

SARID NIYOM

7


ซะริดนิยมชมกิจกรรมสร้างสรรค์

ตางเก่าเล่าศิลป์ครั้งที่ 4 มีนาคมหรรษา ได้เวลามา “ ม่วน “ ม่วนอก ม่วนใจ๋ ฮับฤดูฮ้อน ตี่เมืองแป้กั๋นเต๊อะ ดนตรีสด ,หนัง กางแปง, ศิลปะก๋างแจ้ง เอาม่วน.. กับงานถนนแห่งศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย “ตางเก่าเล่าศิลป์ ครั้งที่ 4 Khamlue road of arts 4 st“ วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2557 ตั้งแต่สามโมง-สามทุ่ม ณ ถนนคำ�ลือ ตำ�บลในเวียง อำ�เภอเมือง จังหวัดแพร่ มาเติมเต็มกับความม่วนบนถนนแห่งนี้ แล้วเจอกัน...

เปลี่ยนกำ�แพงเรือนจำ�ให้กลายเป็นกำ�แพงศิลป์ แจ้งข่าวสารเรื่อง งานโครงการ “ เปลี่ยนกำ�แพงเรือนจำ�ให้กลายเป็นกำ�แพงศิลป์ “ เป็น โครงการที่ร่วมมือกันจาก 4 ภาคส่วน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำ�นักงานแพร่ เรือนจำ� จังหวัดแพร่ กลุ่มคนสร้างศิลป์เมืองแพร่ บ้านศิลป์ ( หน้าสนามกีฬา อบจ. แพร่ ) ได้ร่วมมือกัน จัดโครงการวาดภาพบนกำ�แพงเรือนจำ�จังหวัดแพร่ 7 ช่อง ในแนวคิด 7 ช่อง 7 ภาพ 7 แนวคิดอำ�เภอต่างๆ ใน จ.แพร่ สื่อถึงสัญลักษณ์เป็นภาพการ์ตูนหรือ ภาพวาดศิลปะร่วมสมัย  เชิญชวนเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป หรือ ผู้ที่มีความสนใจในศิลปะ ในเมืองแพร่ หรือจังหวัดใกล้เคียง ที่มีฝีมือด้านศิลปะ หรือ มีความสนใจในงานศิลปะ ที่อยาก มีส่วนร่วมและได้แสดงฝีมือทางการวาดภาพลงสี ได้แสดงออกต่อสาธารณชน เพื่อเสริมสร้าง ทักษะทางศิลปะและเผยแพร่งานศิลปะให้เข้าสู่ชุมชน เข้าสู่เมือง เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี

ต่อวงการศิลปะของเมืองแพร่ สร้างเสริมภาพลักษณ์ทดี่ ตี อ่ เรือน จำ�จังหวัดแพร่ เป็นการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม เชิงศิลปะ และภาพลักษณ์อันดีของเมืองแพร่ต่อไป โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการวาดภาพ จะได้การดูแลในอาหาร และน้ำ�ดื่มฟรีตลอดงานเสร็จสิ้น และจะได้รับเกียรติบัตร จาก เรือนจำ�จังหวัดแพร่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำ�นักงาน แพร่, กลุ่มคนสร้างศิลป์เมืองแพร่ หลังจากเสร็จสิ้นโครงการฯ  * ไม่มีค่าตอบแทน เป็นงานจิตอาสาครับ การวาดภาพกำ�แพง จะเริ่มวาดตั้งแต่วันที่ 21-25 เมษายน 2557  กำ�หนดการและเวลาโดยประมาณ  ช่วงเช้า 8.30 น. - 11.30 น. กลางวัน 11.30 น. - 15.00 น. หยุดพัก ช่วงเย็น 15.00 น.- 18.00 น. ( *จะมีการถ่ายภาพนิง่ และถ่ายหนังสัน้ ของกิจกรรมนีเ้ ก็บไว้ เพือ่ นำ�มาเผยแพร่ตอ่ ไปด้วย ) ผูท้ สี่ นใจ สามารถลงชือ่ เพิม่ เติมได้ที่ 087-1773-310 กลุมคนสร้างศิลป์เมืองแพร่ ( หมดเขตการลงชื่อ วันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2557 )  มาร่วมกันสร้างสรรค์ สร้างศิลป์ และสร้างความสวยงาม ให้เมืองแพร่ของเรา ( อุปกรณ์การวาดทางคณะผู้จัดโครงการ อาทิ สีพลาสติก ,แปรงวาดภาพ, ลูกกลิ้ง ,นั่งร้าน มีเตรียม ให้พร้อมหมด ) *โครงการดังกล่าว ได้รับการอนุมัติโครงการเรียบร้อยแล้ว จากเรือนจำ�จังหวัดแพร่

SARID NIYOM

9


ถนนคำ�ลือ ถนนแห่งตำ�นาน ถนนแห่งศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย.....

“ ตางเก่าเล่าศิลป์ KHAMLUE ROAD OF ARTS ” สืบเนื่องมาจากแนวทางการพัฒนาถนนคนเดินของชุมชนพระนอน จนมาเปิดมาเป็นกาดกองเก่าและกาดพระนอน ซึ่งจัดขึ้นในทุกวันเสาร์ ของสัปดาห์ และได้ มี แ นวคิ ด ที่ จ ะพั ฒ นาเชื่ อ มต่ อให้ เ ป็ น ถนนสายศิ ล ปะและ วัฒนธรรมของเมืองแพร่ บนเส้นทางของถนนคำ�ลือ จึงได้มีการเสนอ แนวคิดในการจัดตั้งโครงการ ตางเก่าเล่าศิลป์ “Khamlue road of arts” ขึ้น เพื่อร้อยเรียงเชื่อมต่อแนวคิดของถนนสายวัฒนธรรม โดยโค รงการฯนี้ได้แนวคิดการจัดตั้งโครงการ จากบ้านซะริ่ด (ซึ่งประกอบด้วย นักคิด, นักสร้างงานศิลปะ, นักออกแบบงานสื่อโฆษณาและสิ่งพิมพ์, นัก จัดอีเว้นท์, นักสร้างภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ), บ้านศิลป์ (หน้าสนามกีฬา อบจ.แพร่) เป็นผู้ร่วมริเริ่มโครงการขึ้นและได้นำ�เสนอโครงการร่วมกับ พันธมิตรละแวกใกล้กันได้แก่ แกลเลอรี่ชุมชน & กวีบาทเดียว (มิสเตอร์ ชอง ราย็อง นักวิชาการอิสระ & นักกวี), บ้านวงศ์บรุ ี (พิพธิ ภัณฑ์พนื้ บ้าน & ร้านอาหาร), ร้าน ณ เออ (ร้านจำ�หน่ายของที่ระลึก & นักออกแบบ) 10

SARID NIYOM


ได้ร่วมกันสร้างเจตนารมณ์และ รวบรวมแนวคิด เพื่อสร้างสรรค์ให้ ผู้ใช้พื้นที่ริมถนนคำ�ลือ

Fb : khamlue Road of Arts

ร้านเฌอบาร์ (ร้านจำ�หน่ายอาหารว่างและเครือ่ งดืม่ ), ร้านเกยหัน (ร้านสะสมของเก่า & จำ�หน่ายเครื่อง ดื่ม) และ ชุมชนพงษ์สุนันท์ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา ล้วนแล้วแต่เป็นผูใ้ ช้พนื้ ทีร่ ว่ มกันบนถนนคำ�ลือแทบทัง้ สิน้ จึงได้รว่ มกันสร้างเจตนารมณ์และรวบรวมแนวคิด เพื่อสร้างสรรค์ให้ผู้ใช้พื้นที่ริมถนนคำ�ลือ ได้เกิดการ ร่วมมือร่วมใจสร้างสรรค์และบูรณาการความเป็น ปัจเจกของตนเอง สู่การพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อ การพัฒนาชุมชนเมืองต่อไป ทั้งในชุมชนพงษ์สุนันท์ และจากทีต่ า่ งๆในจังหวัดแพร่ และเป็นการเปิดพืน้ ที่ ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้ใช้พื้นที่สร้างสรรค์ความ สามารถ ตามแนวทางตามความถนัดของตนเอง โดย ให้มสี ว่ นร่วมกับชุมชนบนถนนคำ�ลือ เพือ่ ร่วมกันสร้าง ถนนสายแห่งศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของเมืองแพร่

จากชุมชนดั้งเดิม และเผยแพร่ความรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดแพร่ตอ่ ไป ซึง่ ได้เริม่ จัดงานถนนแห่งศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย ตางเก่าเล่าศิลป์ ครั้งที่ 1 ขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งมีนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแพร่ นายโชคชัย พนมขวัญ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งภาพรวม ของการจัดงาน ได้รับเสียงตอบรับอันดี จากผู้คนที่มาร่วม งานอย่างล้นหลาม ส่วนการจัดงานถนนแห่งศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย ตางเก่าเล่าศิลป์ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2556 ซึ่งตรงกับการจัดงานนิทรรศการ” ร้อยภาพเล่าเรื่อง เมืองแพร่” ซึ่งจัดขึ้นณ.บ้านวงศ์บุรี ทำ�ให้ผู้คนมาเที่ยวชม งานมากมายล้นหลาม ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้คน อีกเช่นกัน และรวมถึงการจัดงานถนนแห่งศิลปะและวัฒนธรรม ร่วมสมัย “ฮัก” ตางเก่าเล่าศิลป์ครัง้ ที่ 3 ซึง่ ได้จดั ขึน้ วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งแม้ครั้งนี้ผู้คนจะมาร่วมงานกัน น้อยนิด ไม่เท่าสองครัง้ แรก แต่ถา้ มองในแง่ความสำ�เร็จและ ผลตอบรับอย่างเป็นรูปธรรม ถือว่าเป็นผลทีน่ า่ พอใจทีเดียว และการจัดงานถนนแห่งศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย “ม่วน” ตางเก่าเล่าศิลป์ ครั้งที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2557 ซึง่ ในครัง้ นีจ้ ะมีการจัดกิจกรรมอันหลาก หลายมากมาย รวมถึงการเปิดตัว นิตยสารส่งเสริมความ อยากเที่ยวเมืองแพร่ นิตยสารฟรีก็อปปี้ “ ซะริ่ดนิยม ” ซึ่งการจัดงานในแต่ละครั้ง มีกำ�หนดการจะจัดในทุก เสาร์สุดท้ายของในแต่ละเดือน เชิญชวนคนแพร่และนัก ท่องเทีย่ วจากทัว่ ประเทศ มาเทีย่ วชมและมาสัมผัสถนนแห่ง ตำ�นานศิลปะและวัฒนธรรมเมืองแพร่ ที่นี่ที่เดียว ถนนคำ�ลือ ณ เมืองแพร่

SARID NIYOM

11


นิยมชมกิจกรรมสร้างสรรค่ / เรื่องเล่าจาก... กาดกองเก่า เรื่อง ชินวร ชมภูพันธ์ ภาพ ชินวร ชมภูพันธ์

เรื่องเล่าจาก...กาดกองเก่า

ยามเย็นวันเสาร์ แดดร่มลมตก เราพากันเดินเล่น เดินเล่นไปกับตลาดเล็กๆบนถนนสาย เล็กๆกับชุมชนเล็กๆของเมืองแพร่ ชุมชนพระนอน กับกาดชื่อเก่า แต่สรรค์สร้างให้ ผู้คนรุ่นใหม่มาเยือน...... แอ่วกาดกองเก่า ปี ๒๕๕๓ หรือกว่า ๔ ปีมาแล้ว กับการ เริ่มต้นจุดเล็กๆจุดหนึ่ง ในชุมชนเก่าของเมือง แพร่ โดยชุ ม ชนพระนอนได้ ร่ ว มกั บ ชาวบ้ า น ใกล้เคียง และได้รับการสนับสนุนจากโครงการ “แพร่ เมืองแห่งความสุข” จึงได้ร่วมกันคิดและ สร้างกิจกรรม “ แอ่วกาดกองเก่า ” ขึ้น โดยมี เครือข่ายต่างๆ เช่น สถาบันปุม๋ ผญ๋า พิพธิ ภัณฑ์ เสรีไทยแพร่ กลุ่มเกษตรยั่งยืน ชมรมอนุรักษ์ สถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองแพร่ และข่ายลูก หลานเมืองแพร่ มาเข้าร่วมกิจกรรม โดยภายใน งาน มีการนำ�นิทรรศการภาพเก่าของเมืองแพร่ และนิทรรศการการอนุรกั ษ์เฮือนเก่า มาจัดแสดง ด้วย นอกจากนี้ยังนำ�ภาพยนต์เก่าๆที่หาดูได้ ยากมาฉายอีกด้วย โดยหวังให้กาด เป็นพืน้ ทีพ่ กั ผ่อนและพบปะพูดคุยของผู้คน โดยอิงจากวิถี ชีวติ อันดัง้ เดิม ซึง่ เมือ่ ถึงหน้าฤดูกาลทำ�บุญ ชาว บ้านที่อาศัยในละแวกใกล้เคียง จะหยุดงานมา ร่วมทำ�บุญกัน ซึ่งเป็นรากฐานให้ผู้คนในชุมชน 12

SARID NIYOM

ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและทรรศนะหลากหลาย ลูก หลานจะได้พบปะผูห้ ลักผูใ้ หญ่ในชุมชน และมีความ กลมเกลียวสามัคคีกันมากขึ้น เนื่องจากอาชีพที่ทำ�ส่วนมากในชุมชนนี้ จะ เป็นอาชีพที่ทำ�ในครัวเรือนกันเอง เช่น ค้าขาย, ทำ� นา, ทำ�สวน, ปลูกผัก, ช่างไม้, ช่างฝีมือทำ�สลุง ซึ่ง เป็นอาชีพอิสระที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างใคร และสังคมใน ยุคนั้น ยังไม่มีความซับซ้อนใดๆมากนัก ซึ่งอาชีพ ดังกล่าว ทำ�ให้เกิดการเรียนรูแ้ ละถ่ายทอดวัฒนธรรม ต่างๆผ่านการได้เห็นและการลงมือทำ� ทำ�ให้เกิด การสืบทอดวิถีชีวิตแบบพื้นถิ่นมาได้จวบจนปัจจุบัน ที่ผู้คนได้มีโอกาสเรียนสูงขึ้น ประกอบอาชีพหลาก หลาย และเริ่มทีจ่ ะออกไปทำ�งานนอกบ้าน คนหนุม่ สาว ต้องไปหางานทำ�ต่างถิ่น กลับบ้านมาก็แค่ช่วง เทศกาลปีละไม่กี่วัน เมื่อแต่งงานก็จะพาครอบครัว ออกจากถิ่นที่อยู่เดิม นานวันเข้า ก็จะชักชวนพ่อแม่ ไปอยู่ด้วยกันในเมืองใหญ่หรือแหล่งงาน จากการที่ข่ายลูกหลานเมืองแพร่ และชมรม

อนุรักษ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองแพร่ ได้ร่วมกันกับ หน่วยงานต่างๆ เช่น เทศบาลเมืองแพร่, สำ�นักงาน วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ และองค์กรภายนอกจังหวัด แพร่ อันได้แก่ ศูนย์ภูมิภาคโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(spafa), มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา,บางกอกฟอรัม่ ,มูลนิธญ ิ ปี่ นุ่ (japan foundation) ได้พยายามสร้างจิตสำ�นึกและ กระตุน้ ให้ชมุ ชนในตัวเมืองเก่าของเมืองแพร่ เห็นคุณค่า ในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรมที่ มีชีวิต รวมถึง สถาปัตยกรรมต่างๆท้องถิ่นในของ เมืองแพร่ จึงทำ�ให้มองเห็นปัญหาหนึ่งที่สำ�คัญใน ยุคปัจจุบัน นั่นคือ การที่ผู้คนละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ออกไปอยูใ่ นเมืองใหญ่ๆ ทำ�ให้เมืองขาดกำ�ลังพลเมือง ของคนวัยหนุ่มสาวและวัยทำ�งาน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ สำ�คัญ ที่สามารถจะสืบทอดวิถีชีวิต ประเพณี อาชีพ หัตถกรรม และเรื่องราวต่างๆในชุมชนได้ ซึ่งเป็น อัตลักษณ์เฉพาะในแต่ละถิ่น และเมื่อไม่มีผู้คนอาศัย อยู่ ก็เกิดการรื้อขายเรือนไม้สัก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และ มีคุณค่าที่แสดงถึงภูมิปัญญาของคนเมืองแพร่ จึงได้ ชักชวนผู้คน ในละแวกตัวเมืองเก่าแพร่มาแลกเปลี่ยน ความคิ ด ปรึ ก ษาหารื อ เพื่ อ เสาะหาแนวทางที่ จ ะ ทำ�ให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพมีพนื้ ทีส่ าธารณะได้ สื่อสารความคิด เรื่องราวที่มีคุณค่าเหล่านั้น แอ่วกาดกองเก่า จึงไม่ใช่แค่ตลาดนัดทีม่ แี ต่การ ขายของ ขายอาหาร แต่เป็นพืน้ ทีก่ จิ กรรม ทีค่ นทุกเพศ


ทุกวัย จะได้มาอยู่ร่วมกัน แม้จะเพียงช่วง เวลาไม่นาน แต่ก็นับได้ว่า เป็นการเริ่มต้นที่อาจจะ แตกต่างจากตลาดนัดในพื้นที่อื่นๆ ในเมืองแพร่ที่ มีอยู่มากมาย โดยคณะทำ�งานกาดกองเก่า จึงพยายามสร้าง รูปแบบการจัดงาน ให้มีความชัดเจน เพื่อสื่อสาร กับชุมชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากที่อื่นๆ โดยมี การศึกษารูปแบบ จากสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ต่างๆของประเทศ เช่น ตลาดสามชุก กาดกองต้า แต่ก็ยังอิงกับความเป็นเมืองแพร่ โดยแนวคิดนี้ เดิม จะจัดเพียงเดือนละครั้งและหมุนเวียนไปตามชุมชน ต่างๆในเขตกำ�แพงเมืองแพร่ ที่เป็นชุมชนเก่า ที่มี ผู้สูงอายุอยู่ค่อนข้างมาก เพื่อให้ท่านเหล่านั้น ได้มี โอกาสมาพบเจอกันด้วย แต่เนือ่ งจากการจัดงานต้อง ใช้ก�ำ ลังคน และความคุน้ เคยกันในละแวกบ้าน ท้าย ที่สุดทางคณะทำ�งานจึงได้จัดขึ้นบริเวณ ถนนคำ�ลือ ตั้งแต่สี่แยกพระนอนเหนือถึงสี่แยกพระนอนใต้ โดย เริ่มจัดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๓ และในปลายเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ได้นำ� กิจกรรมร่วมจัดงานฤดูหนาวปลอดเหล้าทีห่ น้าคุม้ เจ้า หลวงเมืองแพร่อกี ด้วย หลังจากนัน้ มา ก็จดั มาเรือ่ ยๆ เดือนละครั้ง ทางคณะทำ�งานได้วางแผนจัดไว้เพียง ๖ – ๗ ครั้งเพื่อเป็นแนวทางการศึกษา (บางเดือน มีพ่อค้า แม่ค้า มาน้อย จนน่าใจหาย) แต่ก็มีเสียง เรียกร้องให้จัดต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดือนตุลาคม

๒๕๕๔ จึงมีการปรับรูปแบบการจัด ให้มีขึ้นในทุก วันเสาร์และขยายพื้นที่ต่อเนื่องไป จากสี่แยกพระ นอนใต้จนถึงประตูมานเป็นกาดพระนอน ตลอดการทำ�งานทีผ่ า่ นมา หลังจากทีไ่ ม่มงี บ ประมาณมาสนับสนุน คณะทำ�งานพยายามใช้วิธี รับบริจาค เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆเนื่องจาก ไม่ได้มีการเก็บค่าเช่าที่แต่ประการใด ผู้คนบ้าน ใกล้เรือนเคียง จะได้มีแหล่งค้าขายเพิ่มเติมเป็น รายได้เสริม ส่ ว นค่ า สาธารณู ป โภคต่ า งๆอาทิ เ ช่ น ค่ า ไฟฟ้า ค่าจัดการเดินสายไฟฟ้าแสงสว่าง การเก็บ ขยะหลังการจัดงาน นักดนตรี ซึง่ ทีก่ ล่าวมาเหล่านี้ จำ�เป็นต้อง มีคา่ บริหารจัดการ รวมทัง้ การสร้างกิจ กรรมอื่นๆเพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งสิ่ง เหล่านี้ ต้องใช้ผทู้ มี่ คี วามคิดสร้างสรรค์และมีความ เชี่ยวชาญเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น มีเสียงเพลงจาก นักดนตรี เพื่อสร้างบรรยากาศให้น่าสนใจ โดยจะ เลือกเพลงเก่าๆ เพลงพื้นเมือง เพลงคำ�เมือง หรือ เพลงที่แต่งขึ้นให้เข้ากับบรรยากาศของกิจกรรม

นั่นคือวงดนตรีกาสะลอง ที่เป็นลูกหลานคนแพร่ แต่งเพลงเล่าเรือ่ งเมืองแพร่เกิดขึน้ ในกิจกรรม และ ที่สำ�คัญ ได้ก่อให้เกิดแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจ ใน ด้านการท่องเที่ยวแก่เมืองแพร่ แต่กระนัน้ การทีต่ อ้ งปิดถนน เพือ่ จัดกิจกรรม แอ่วกาดกองเก่า ก็อาจจะก่อให้เกิดความเดือดร้อน แก่ผู้ใช้ถนน รวมถึงการที่มีพ่อค้า แม่ค้า และนัก ท่องเที่ยว ที่นำ�รถยนต์และรถจักรยานยนต์มาจอด ในบริเวณใกล้เคียง ทำ�ให้เกิดความไม่สะดวกต่อผู้ ที่อยู่อาศัยนั้นๆ อีกทั้งยังมี กลิ่น ควัน จากการ ปิ้งย่าง ทอด เศษอาหาร ขยะจากขวดและแก้ว น้ำ�พลาสติค ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ต้องช่วย กันแก้ไขกันต่อไป ซึง่ ทางคณะผูจ้ ดั ไม่ได้นงิ่ นอนใจ และได้วางแผนวิธีแก้ไขให้เป็นระบบ ระเบียบ เพื่อ บรรเทาปัญหาต่างๆที่เกิดผลกระทบ รวมทั้งการ อำ�นวยความสะดวกแก่ผู้ค้าด้วย หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่า “แอ่วกาดกองเก่า” จะเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เป็น ประโยชน์ เป็นตัวอย่างการจัดทำ�โครงการที่จัดขึ้น โดยภาคประชาชน เพื่อตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ ดัง ข้างต้น แม้ไม่มากแต่ก็นับได้ว่าได้เริ่มแล้ว

• ขอเจิญพ่อ แม่ พี่ น้อง ทีส่ นใจนำ�ของมาขาย แต่งกายพืน้ เมือง เอาสาดมาปูนง่ั เอาแคร่มาวางก็ได้ ขอฮือ้ เป๋นสินค้าพืน้ เมือง อาหารพืน้ เมือง ผลิตภัณฑ์ตา่ งๆในชุมชนบ้านเฮา หรือของทีร่ ะลึกมาขายทุกวันเสาร์ ตัง้ แต่ บ่ายสามโมงถึงสองทุม่ เกิง่ ตัง้ แต่สแ่ี ยกพระนอนเหนือ (บ้านวงศ์บรุ )ี จนถึงสีแ่ ยกพระนอนใต้ • fackbook : แอ่วกาดกองเก่า ถนนคำ�ลือ เมืองแป้ โทรศัพท์มือถือ 081-3475-342 SARID NIYOM

13


ซะริดนิยมบ้านสวย / บ้านวงศ์บุรี ภาพ สิทธิศักดิ์ แก้วเจริญรุ่งเรือง

บ้านเรือนหอแห่งรัก บ้านไม้สักสีชมพู อันลือเลื่องของเมืองแพร่...ที่ชื่อ บ้านวงศ์บุรี เป็นบ้านไม้สักหลังขนาดใหญ่ 2 ชั้น รูปทรงไทยผสมยุโรป ตกแต่งลวดลาย แบบเรือนขนมปังขิง* ซึง่ ได้รบั อิทธิพลจากสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกสี ซึง่ แพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4

14

SARID NIYOM


บ้านวงศ์บุรีหรือคุ้มวงศ์บุรี เป็น อาคารเรือนปั้นหยาสองชั้นแบบยุโรป ประยุกต์ สไตล์ชิโนโปรตรีส บ้านวงค์บุรีเป็นบ้านของเจ้านายเมืองแพร่ ในอดีต สร้างในปี พ.ศ.2440 (ช่วงสมัยรัชกาล ที่ 5) โดยเจ้าแม่บัวถา มหายศปัญญา ชายา คนแรกของเจ้าพิริยเทพวงศ์ (เจ้าหลวงเมืองแพร่ องค์สุดท้าย) และเป็นพี่สาวของพระยาบุรีรัตน์ ซึ่งในกาลต่อมาบ้านวงศ์บุรีตกทอดมาอยู่ในการ ดูแลของ เจ้าพรหม (หลวงพงษ์พิบูลย์) และเจ้า สุนันตา วงศ์บุรี ธิดาเจ้าพระยาบุรีรัตน์ ซึ่งใน ปัจจุบันบ้านวงศ์บุรีมีคุณสหยศ วงศ์บุรี ทายาท รุ่นที่ 5 เป็นผู้สืบทอดดูแล บ้านวงศ์บรุ สี ร้างโดยช่างชาวจีนจากมณฑล กวางตุ้ง โดยมีช่างชาวไทยเป็นผู้ช่วย ใช้เวลา ก่อสร้างนาน 3 ปี ตั วบ้ านมี ฐานเป็ น อิ ฐและ ซีเมนต์สูงจากพื้น 1 เมตร หลังคาสูงทรงปั้น หยา** 2 ชั้น มีช่องระบายลมระหว่างชั้นทั้งสอง

ทีช่ ว่ ยในการถ่ายเทอากาศ โดยตัวบ้านหันหน้าเข้า ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของ ผู้สร้างที่บ้านจะรับลมเย็นพัดผ่านในฤดูร้อน จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือลวดลายไม้แกะ สลักเป็นการประดับตกแต่งลวดลายฉลุที่สวยงาม เหมือนขนมปังขิง ซึ่งมีลักษณะหงิกงอคล้ายขิง ลวดลายฉลุปรากฏบนหน้าจั่ว ชายคา ระเบียง ช่องลม ชายน้ำ� หน้าต่าง และประตู ซึ่งต่อมาได้ มีการซ่อมแซม บำ�รุงรักษา แต่ยงั คงรักษาลวดลาย ฉลุแกะสลักดั้งเดิมไว้ ส่วนที่สำ�คัญที่ไม่อาจมองข้ามคือ ประตูรั้ว ด้านหน้าเป็นประตูปูนปั้นรูปแพะซึ่งเป็นตัวแทน ของหลวงพงษ์พิบูลย์และแม่เจ้าสุนันทาซึ่งเกิดใน ปีมะแม หรือปีแพะ ภายในตัวบ้านจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ใน

อดีตของบรรพบุรุษในแต่ละยุคสมัยอาทิ เตียง นอน ตู้ โต๊ะเครื่องแป้ง เครื่องเงินต่าง ๆ ถ้วย ชาม คนโท กำ�ปัน่ เหล็ก แหย่งช้าง อาวุธโบราณ พระพุทธรูปบูชาสมัยเชียงแสนและสุโขทัย นอกจากนี้ยังมีเอกสารสำ�คัญหาดูยาก เช่น สัญญาบัตรทีไ่ ด้รบั โปรดเกล้าฯจากรัชกาล ที่ 5 เอกสารซื้ อ ขายทาสอายุ ก ว่ า 100 ปี จำ�นวน 49 ฉบับ เอกสารการของสัมปทาน ป่าไม้ ตั๋วรูปพรรณช้างโค ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี ภาพถ่ายของเจ้าของบ้านในอดีตจนถึงปัจจุบัน บ้านวงศ์บุรีได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น ปี 2536 ของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรม ราชู ป ถั ม ภ์ เคยถู ก ใช้ เ ป็ น สถานที่ ถ่ า ยทำ � ภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง และลงตีพิมพ์ ในหนังสือต่างๆ ก่อนที่จะเริ่มมีการเปิดบ้าน SARID NIYOM

15


16

SARID NIYOM


เครื่องใช้ของบ้าน ล้วนตบแต่งได้ สวยงามอย่างเป็น ระเบียบเรียบร้อย โยคงไว้ให้ใกล้เคียง กับในอดีตให้มาก ที่สุด

วงศ์บุรีให้ประชาชน และผู้ที่สนใจได้เข้าเยี่ยมชม บ้านในเวลาต่อมา แต่สิ่งที่ทำ�ให้บ้านวงศ์บุรีเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ การทีอ่ นุสาร อสท. ได้น�ำ ภาพบ้านวงศ์บรุ ขี นึ้ ปกในฉบับ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2535 โดยภายหลังจากนั้นก็ม ผูต้ ดิ ต่อเข้าเยีย่ มชมอยูต่ ลอด ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2540 ท่านเจ้าของบ้านจึงตกลงใจเปิดบ้านวงศ์บรุ ใี ห้นกั ท่องเทีย่ ว สามารถเข้าชมได้อย่างเป็นทางการ นอกจากการเปิดบ้านให้เข้าชมบ้านวงศ์บุรี ยังมี กิจกรรมเสริมต่างๆ อาทิการรับจัดขันโตกอาหารพื้น เมือง สำ�หรับชาวไทยและต่างประเทศที่มาเยือนเป็น คณะซึ่งต้องติดต่อล่วงหน้า และยังรวมถึงร้านวงศ์บุรี โฮมเตอรองท์ ซึ่งจำ�หน่ายข้าวซอยและก๋วยเตี๋ยวต้มยำ� สูตรโบราณ

ปัจจุบันบ้านวงศ์บุรีมี คุณสหยศ วงศ์บุรี ทายาทรุ่นที่ 5 เป็นผู้สืบทอดดูแลอยู่ บ้าน วงศ์บุรี ตั้งอยู่ ณ บ้านเลขที่ 50 ถนนคำ� ลืออำ�เภอเมืองจังหวัดแพร่

เกร็ดที่น่าสนใจของบ้านวงศ์บุรี วัดพงษ์สุนันท์ เป็นวัดประจำ�ตระกูล ซึ่งชื่อของวัดมาจากชื่อเจ้าหลวงพงษ์พิบูลกับ เจ้าแม่สุนันตารวมกันกลายเป็นชื่อ วัดพงษ์สุนันท์ * สมุดเยี่ยมชมของบ้าน จะถูกใช้ประมาณ 5 เล่มต่อปี * มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมประมาณ 5,000 คนต่อปี

* มีละครโทรทัศน์มาถ่ายที่นี่จำ�นวน 5 เรื่อง เรื่องที่โด่งดัง มากที่สุดคือ” รอยไหม” ออกอากาศในปีพ.ศ. 2555 * กองภาพยนตร์เคยมาถ่ายทำ�ที่นี่ 1 เรื่องๆ “ หยุดโลก เพื่อเธอ” ในปีพ.ศ. 2526

บ้ า นวงศ์ บุ รี ตั้ ง อยู่ เ ลขที่ 50 ถนนคำ � ลื อ (ถนนเส้ น หลั ง จวนผู้ ว่ า ราชการจั ง หวั ด แพร่ ใ กล้ สี่ แ ยกพระนอนเหนื อ ติ ด กั บ วั ด พงษ์ สุ นั น ท์ ) ตำ � บล ในเวียง อำ�เภอเมือง จังหวัดแพร่ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่เวลา 8.30 น.-17.00 น. ค่าเข้าชมบุคคลทั่วไป 30 บาท เด็ก10 บาท นักเรียนนักศึกษาตามจิตศรัทธา SARID NIYOM

17


ซะริดนิยมชมอาหารอร่อย / แกงฮังเลสูตรในตำ�นาน เรื่อง ภัทรภร ภู่พัฒนา / ภาพ สิทธิศักดิ์ แก้วเจริญรุ่งเรือง

แกงฮังเล สูตรบ้านวงศ์บุรี

ถ้าพูดถึงฮังเล หลายคนคงนึกภาพถึงอาหารประเภทแกงที่ทำ�จากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อหมู มี ส่วนผสมกับเครื่องปรุงรสสีน้ำ�ตาลอมเหลืองที่เรียกว่า “เครื่องแกงฮังเล และเครื่องเทศต่างๆ ” มีสีสันน่ารับประทาน มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวออกเค็มนิดๆ

แม่ครัวรัวฮังเล

18

SARID NIYOM

ทีม่ าของ แกงฮังเลหรือ แกงฮินเล มีตน้ กำ�เนิดจากประเทศ พม่าหรือเมียนมาร์ โดยคำ�ว่า “ฮิน” ในภาษาพม่า หมายถึง แกง และ “เล” ในภาษาพม่า หมายถึง เนื้อสัตว์ แกงฮังเลมี อยู่ ๒ ชนิด คือ แกงฮังเลม่าน และแกงฮังเลเชียงแสน เชื่อกันว่าแกงฮังเลเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากพม่าใน สมัยอดีตนั่นเอง แกงฮังเลจัดว่าเป็นอาหารยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของชาวเหนือ ถือว่าเป็นอาหารมงคลชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังมี ต้นทุนในการผลิตค่อนข้างสูง ชาวบ้านจึงนิยมนำ�ไปถวายพระ เนือ่ งในโอกาสวันสำ�คัญ ๆ ทางพุทธศาสนาตัง้ แต่ครัง้ อดีตจนถึง ยุคปัจจุบัน ปัจจุบันแกงฮังเลก็ยังถือว่าเป็นอาหารที่ได้รับความ นิยมพอสมควร ยังสามารถหารับประทานได้ทั่วไป

แกงฮังเลสูตรบ้านวงศ์บุรี

เป็นเมนูสตู รพิเศษ ทีไ่ ด้รบั การถ่ายทอดมา จากคุณยายอีกที และเป็นเมนูที่อร่อยชนิดที่ หลายๆคนรับประทานแล้วต้องติดใจ แกงฮังเล สูตรทีบ่ า้ นวงศ์บรุ ี จะมีความพิเศษแตกต่างจาก ที่อื่นนั่นคือ จะใส่น้ำ�ให้น้อยที่สุด จะเคี้ยวเอา น้ำ�จากหมูเพื่อรสชาติที่เข้มข้น ทั้งยังพิถีพิถัน ใส่ใจกับเครื่องปรุงและกระบวนการปรุงมาก เป็นพิเศษ ทำ�ให้เแกงฮังเลบ้านวงศ์บุรีของเรา จึงมีความพิเศษจากแกงฮังเลทัว่ ๆ ไป เคล็ดลับ แต่ไม่ลับโดยแม่ครัวแห่งวงศ์บุรี โฮมเตอรองค์ คุณฉัตรฉวี ทายาทรุ่นปัจจุบันนั่นเอง


1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เครื่องปรุงแกงฮังเล

1. 2. 3. 4. 5.

ผงแกงฮังเลหรือผงกระหรี่ ซีอิêวดำา 1 ช้อนโตะ ซีอิêวขาว 1 ช้อนโตะ 1 ช้อนโตะ ผงขมิ้น กระเทียมดอง/น้ำากระเทียม 1/4 ถ้วย

6. เนื้อหมูสันนอก / หมูสามชั้น 1/2 กิโลกรัม 7. น้ำาตาลป‚บ 1 ช้อนชา ดอง 1/4 ช้อนโตะ 8. หอมแดงปลอกเปลือก 9. น้ำามะขามเป‚ยก 1/4 ช้อนโตะ 10. น้ำาพริกแกงฮังเล

วิธีทำาแกงฮังเล

สูตรอาหารแกงฮังเล

ระยะเวลาการปรุงประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที สำาหรับการ รับประทาน 3-4 คน

1. หั่นหมูสันนอก และสามชั้น 2x2 นิ้ว เคล้าด้วยซีอิêวดำา,ซีอิêวขาว, น้ำาตาลป‚บ, ผงแกงฮังเล, น้ำาพริกแกงฮังเล 2. เคล้าหมักขมิ้น ไว้ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ส่วน ผสมเข้าเนื้อ 3. ใส่หมูที่หมักไว้ในหม้อ ใช้ไฟอ่อนๆ ผัด ให้ส่วนผสมพอเข้าเนื้อ ปดฝาตั้งไฟเคี่ยวไป เรื่อยๆ ให้หมูคายน้ำาออกมาถ้า สูตรของเรา คือจะไม่ใส่น้ำามากเพราะจะได้น้ำาจากการ หมักหมูทำาให้มีรสชาติเข้มข้น 4. ใส่ส่วนผสมที่เหลือ หอมแดงกระเทียมดอง ปรุงรสด้วยน้ำามะขามเป‚ยก ชิมให้ได้ 3 รส เปรี้ยว เค็ม เผ็ด ถ้าอ่อนเค็มให้เติมเกลือได้ 5. รอจนหมูเป„›อย 6.ตักใส่ภาชนะพร้อมรับประทาน SARID NIYOM

19


ซะริดนิยมชมอาหารอร่อย / เฌอบาร์

JE BAR เฌอบาร์ เครปเค้ก

เครปเค้ก ที่ว่ากันว่าอร่อยลิ้น ติดอันดับต้นๆ ของเมืองแพร่ ที่นี่….เครปเค้กร้านเฌอบาร์ ถนนคำ�ลือ…

20

SARID NIYOM

เมือ่ พูดถึงเบเกอรีใ่ นยุคปัจจุบนั แล้ว หาก ถามเหล่าเค้กมาเนียถ้ผงึ เค้กทีเ่ ป็นสุดยอดเบอร์ หนึ่งในดวงใจที่จะนึกถึงเป็นอันดับแรก เมื่อ ก้าวเท้าเข้าสู่ร้านเบเกอรี่/กาแฟ แทบทุกคน จะยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องเครปเค้กซิ คะ/ครับ “เครปเค้ก” เค้กพันชั้นที่หลายๆ คนคุ้นตาและมักจะพบเห็นได้บ่อยๆ ในร้าน เค้กแทบทุกร้าน เพราะความพิเศษของแผ่น เครปที่เรียงตัวกันเป็นชั้นๆกันอย่างสวยงาม ร่วม 20 ชั้น ผสมผสานกับครีมรสหวานหอม ที่ คั่ น กลาง พร้ อ มทั้ ง ความชุ่ ม ฉ่ำ � จากซอส สตรอเบอรี่ ที่ราดท่วมทะลักล้นไปบนชิ้นเค้ก ทำ�ให้เครปเค้กเข้าไปครองหัวใจของแทบทุกคน ทุกเพศทุกวัยได้อย่างไม่ยาก เครป เป็นขนมที่เรียบง่ายประกอบไป ด้วยแป้งสาลี ไข่ น้�ำ ตาล นม เนย นำ�มาผสมกัน แล้ ว เทลงในกระทะ ก็ ไ ด้ แ ป้ ง แผ่ น กลม สี เหลืองทอง สามารถใส่ไส้เป็นของคาวและ หวานได้ตามชอบ ด้วยเหตุทมี่ ลี กั ษณะทรงกลม สีเหลืองทองคล้ายดวงอาทิตย์นเ่ี อง ในสมัยก่อน เครปจึงเป็นขนมทีใ่ ช้เสีย่ งทายของสังคมในยุค เกษตรกรรม เชือ่ กันว่าถ้าไม่ท�ำ เครปในวัน ลา

ฌองเดอเลอร์ (La Chandeleur) แล้วล่ะก็ ต้นกล้าของข้าวสาลีก็จะเป็นโรคและเหี่ยว เฉาตายไปในที่สุด เครปเค้ ก ในเมื อ งแพร่ มี ก ารทำ � จำ�หน่ายกันหลายร้าน แต่ร้านที่อร่อยติด อันดับต้นชุมชนในเมืองต้องทีน่ ่ี ร้าน เฌอบาร์ สู ต รเครปเค้ ก ของคุ ณ หนุ่ ม เจ้ า ของร้ า น กระซิบบอกว่าเป็นสูตรพิเศษโดยตรงจาก ประเทศไต้หวัน แต่ด้วยความที่สูตรเดิม มีความเหนียวเกินไป ทำ�ให้ไม่ค่อยถูกปาก ถูกใจคนไทยเรานัก ทางร้านจึงได้มีการ ปรับปรุงสูตรให้มีความนุ่มมากขึ้นกว่าเดิม แต่โดยยังคงรักษาความเป็นเครปสูตรไต้หวัน เอาไว้ ผสมผสานกับซอสเบอรี่ที่เป็นสูตร เฉพาะของทางร้าน โดยประกอบไปด้วยเหล่า เบอรี่ทั้งหลาย เช่น สตรอเบอรี่ ราสเบอรี่ แบล็คเบอรี่ แครนเบอรี่ เมือ่ มารวมกันกลับ กลมกลืนแต่ก็แฝงไปด้วยรสชาติที่ซ่อนอยู่ อย่างหลากหลายรสชาติ ด้วยความเปรี้ยว นิดๆ หวานหน่อยๆ และหอมละมุนไปด้วย กลิ่นเบอรี่ชนิดต่างๆจนเป็นเอกลักษณ์ของ ซอสสูตรพิเศษชนิดนี้ ที่ไม่เหมือนใคร


CRAPE CAKE : INGREDIANS

ส่วนผสม

• ไข่ • นมสด • น้าำ มันสลัด • น้าำ ตาลทราย • แป้งสาลี • วานิลลา

7 500 30 30 300 3

ฟอง ÁÅ. ÁÅ. ¡ÃÑÁ ¡ÃÑÁ ¡ÃÑÁ

วิธีทำา

1. นำาไข่กับน้ำาตาลมาผสม คนให้เข้ากัน 2. เติมนมสดครึ่งนึง ลงในส่วน ผสมแรกแล้วนำามากรอง 3. เติมแป้งเค้ก และนมส่วนที่ เหลือลงไปในขั้นตอนที่ 2 4. เติมน้าำ มันสลัดลงไปในขัน้ ตอน สุดท้าย แล้วนำาไปพักข้ามคืน 5. นำามาทอดเป็นแผ่น แล้วพักไว้ ให้เย็น 6. นำามาประกอบเป็นชิ้นๆ สลับ กับครีม เสร็จแล้วตัดเป็นชิ้น พร้อมเสิร์ฟ

Ìҹà¬ÍºÒÏ อยู่ถนนหลังคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ใกล้กับวัดพงษ์สุนันท์ เลขที่ 44 ถ.คำาลือ อ.เมือง แพร่ 54000 โทรศัพท์ 086-922-389 Facebook.com/JeBarPastry

CAKE HISTORY ขนมเค้ก มีรากศัพท์มาจากภาษาของชาวไวกิ้ง (Old Norse word) มาจากคำาว่า “kaka” ประวัตเิ ริม่ จากป‚ ค.ศ. 1843 นักเคมีชาวอังกÄษชือ่ อัลเฟรดเบิรด์ (Alfred Bird 1811-1878) ได้คน้ พบ “ผงฟู” (baking powder) ขึน้ ทำาให้เขาสามารถ ทำาขนมปังชนิดที่ไม่มียีสต์ได้เป็นครั้งแรก ทั้งนี้เนื่องมาจาก ภรรยาของเขา (Elizabeth) เป็นโรคภูมแิ พ้อาหารทีม่ สี ว่ นผสม ของไข่และยีสต์ สำาหรับประวัติขนมเค้กในประเทศไทยนั้น ย้อนกลับไป เมื่อป‚ พ.ศ.2480 ขนมเค้กยังไม่เป็นที่ร้จู ักแก่คนทั่วไปมากนัก จะมีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้รับอารยธรรมตะวันตกหรือ ใกล้ชิดกับชาวต่างประเทศที่เข้ามาทำาธุรกิจ โดยร้านเบเกอรี่ ในกรุ ง เทพÏมี อ ยู่ ไ ม่ ม ากนั ก ร้ า นที่ เ ป็ น ที่ รู้ จั ก ย่ า นถนน เจริญกรุงคือ ร้านมอนโลเฮียงเบเกอรี่ ซึ่งต่อมาในป‚ พ.ศ. 2490 หลังจากสงครามโลกครัง้ ทีส่ องสิน้ สุดลง ประเทศไทยมี การติดต่อค้าขายทำาธุรกิจกับต่างประเทศ และการท่องเที่ยว มีการขยายตัวมากขึน้ ทำาให้มคี วามต้องการบริโภค ขนมเค้ ก ขนมปั ง เพสตรี้ เพื่ อ บริ ก าร แก่ลกู ค้าหรือนักท่องเทีย่ วต่างประเทศมีมาก ขึน้ ด้วยเหตุนธ้ี รุ กิจเบเกอรี่ หรือขนมเค้ก ขนมปัง ขนมคุกกี้ จึงขยายตัวและเป็นที่ รู้จัก และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นับตัง้ แต่นน้ั เป็นต้นมา

SARID NIYOM

21


มุมมองแหงรักจากตํานานลิลิตพระลอ สูความรักวัยรุนยุคปจจุบัน à´×͹¡ØÁÀҾѹ¸·Õ輋ҹÁÒ à´×͹·ÕèÊͧ¢Í§»‚·Õè ¶Ù¡¡ÃÐáÊÇѲ¹¸ÃÃÁµÐÇѹµ¡ÁÒ»¡¤ÅØÁ ¨¹¶Ù¡ÍØ»âÅ¡ãˌ໚¹à´×͹áË‹§¤ÇÒÁÃÑ¡â´Â»ÃÔÂÒ áÅдŒÇ ¤íÒÇ‹Ò “¤ÇÒÁÃÑ¡” ¡çªÇ¹ãËŒËŧãËÅãËŒ¤Œ¹ËÒ¤ÇÒÁ ËÁÒ¢ͧ¤íÒ¹Õé ¤ÇÒÁÃÑ¡¤§à¡Ô´ÁҾÌÍÁ¡ÑºÁ¹ØɏàÃÒ ¹ÕèáËÅÐ à¾ÃÒФÇÒÁÃѡ໚¹Ë¹Öè§ã¹¤ÇÒÁµŒÍ§¡Òþ×é¹ °Ò¹¢Í§Á¹Øɏ áÅÐàÁ×èÍÁͧŒ͹件֧¡ÒáŋÒÇ¢Ò¹ µíÒ¹Ò¹ÃÑ¡ÍÁµÐ “ÅÔÅÔµ¾ÃÐÅÍ” ·Õè໚¹·ÕèÅ×ÍàÅ×èͧ¢Í§ àÁ×ͧá¾Ã‹ ËÅÒ¤¹ÍÒ¨¨Ð¾Íä´ŒÃÙŒ¨Ñ¡âÈ¡¹Ò¯¡ÃÃÁ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ¢Í§Ë¹Ö觪ÒÂÊͧËÞÔ§·Õ赌ͧÁÒ¨ºÊÔ鹪վ à¾ÃÒФÇÒÁÃÑ¡ ᵋ¡ç¹ŒÍ¤¹¹Ñ¡ ·Õè¨Ð»ÃÐ¨Ñ¡ÉÇ‹Ò àÃ×èͧÃÒǤÇÒÁÃÑ¡·Õèà¡Ô´¢Öé¹ã¹ “ÅÔÅÔµ¾ÃÐÅÍ”¹Ñé¹ ÁÕ ¤ÇÒÁµ‹Ò§·Õè¼Ô´á¼¡áµ¡µ‹Ò§¡ÑºÂؤÊÁѹÑé¹ «Ö觶×Íä´Œ Ç‹Ò໚¹µíÒ¹Ò¹ÃÑ¡·ÕèÁÕ¡ÒÃÊǹ¡ÃÐáÊÇѲ¹¸ÃÃÁ¨ÒÃÕµ »ÃÐླÕâºÃÒ³¡ÒÅ¡‹Í¹ äÁ‹Ç‹Ò¨Ð໚¹àÃ×èͧÃÒÇ “¼ÑÇ à´ÕÂÇàÁÕÂà´ÕÂÇ” “¼Ô´ÅÙ¡¼Ô´àÁÕ” “ÃÑ¡¹ÇÅʧǹµÑÇ” ÇÃó¡ÃÃÁâÈ¡¹Ò¯¡ÃÃÁáË‹§¤ÇÒÁÃÑ¡¹Õé 㪋ÁͧÁØÁ ͧâÅ¡ÊÇÂâÃáÁ¹µÔ¡Í‹ҧà´ÕÂÇäÁ‹ ͧ¤»ÃСͺ㹠µíÒ¹Ò¹¤ÇÒÁÃÑ¡ÅÔÅÔµ¾ÃÐÅ͹Ñé¹ ¶ŒÒ䴌͋ҹáŌǾԹԨ Ç‹ÒàÃ×Íè §ÃÒǷѧé ËÁ´·Ñ§é ÁÇÅ à¡Ô´¢Ö¹é ¨Ò¡áç¾ÔÈÇÒʢͧ

22 24

SARID NIYOM

ÍÒÃÁ³·Ò§à¾È¢Í§¾ÃÐà¾×è͹¾ÃÐᾧ ·ÕèÁÕÎÍÏâÁ¹à¾È ËÞÔ§ (Estrogen) àÁ×Íè ä´ŒÂ¹Ô àÃ×Íè §àÅ‹Ò¡Å‹ÒÇ¢Ò¹ÃÙ»â©Á¾ÃÐ ÅÍ ºÇ¡´ŒÇ¨Թµ¹Ò¡ÒâͧÇÑÂÊÒÇ ·Õ¤è Ô´¶Ö§ªÒÂã¹½˜¹ ¶Ö§ ¢¹Ò´¾ÃèíÒྌÍäÁ‹¡Ô¹äÁ‹¹Í¹ ¨¹à´×ʹÌ͹¶Ö§¾ÕèàÅÕ駹ҧÃ×è¹ ¹Ò§âà¼ÙŒÁÕ¨Ôµã¨ÀÑ¡´ÕáÅÐÃÑ¡»ÃÒö¹Ò´Õµ‹Í¼ÙŒà»š¹¹Ò ¨Ö§ ·íÒ·Ø¡ÇÔ¶Õ·Ò§ãËŒ¹Ò¢ͧµ¹ÊÁËÇѧ “äÁ‹ä´Œ´ŒÇÂàŋˏ¡çàÍÒ ´ŒÇ¡ŠäÁ‹ä´Œ´ŒÇÂÁ¹µ¡çàÍÒ´ŒÇ¤ҶҔ àÁ×è;ÃÐÅ͵ŒÍ§ Á¹µ»Ù†à¨ŒÒÊÁÔ§¾ÃÒ ¶Ö§¢¹Ò´·Øù·ØÃÒ¤ÅØŒÁ¤ÅÑ觷¹äÁ‹ äËÇ ¶Ö§¢¹Ò´µŒÍ§ÅÒÊÑè§àÊÕÂáÁ‹áÅÐàÁÕÂàËÁ×͹¨ÐÃÙŒªÐµÒ µÑÇàͧNjҨÐäÁ‹ä´Œ¡ÅѺÁÒ ¨Ö§à´Ô¹·Ò§à¾×èÍÁÒµÒÁËÒÊͧ ¹Ò§¾Õ蹌ͧ¾ÃŒÍÁ´ŒÇ¹ÒÂᡌǹÒ¢ÇÑÞ¾ÕèàÅÕé§ ¾ÃÐÅÍàͧ ¡çËÇÑè¹ã¨¶Ö§¢¹Ò´àÊÕ觷ҡÅÒ§áÁ‹¹éíÒ¡ÒËŧ ÃÙŒ·Ñé§ÃٌNjҼŠàÊÕÂè §·Ò¹ѹé ÍÒ¨¨Ð·íÒãËŒäÁ‹ÁªÕ ÇÕ µÔ ÃÍ´¡ÅѺÁÒ áµ‹¡áç ¾Œ·Ò§ ¢Í§Á¹µàʹ‹Ë¢Í§¾‹Í»Ù†à¨ŒÒÊÁÔ§¾ÃÒ ¾‹Í»Ù†à¨ŒÒÊÁÔ§¾ÃÒ ¡çËÒä´Œ»ÃÒ¹Õá¡‹¾ÃÐÅÍäÁ‹ ÂѧàÊ¡ä¡‹á¡ŒÇÁÒÅ‹ÍãËŒ¾ÃÐÅÍ à´Ô¹µÒÁ ࢌҵÒÁá¼¹·ÕèÊͧ¹Ò§¾ÕèàÅÕé§ÇÒ§äÇŒ·Ø¡»ÃСÒà àÁ×è;ÃÐÅÍä´Œà¨Í¾ÃÐà¾×è͹¾ÃÐᾧáÅÐÁ¹µÃÒª¹Ô´ã´¡ç äÁ‹µŒÍ§ãªŒáÅŒÇ µŒÍ§à¢ŒÒ㨴ŒÇÂÇ‹Ò ¾ÃÐÅÍ໚¹ªÒÂ˹؋ÁÇÑ ©¡Ãè ÁÕÎÍÏâÁ¹à¾ÈªÒÂ(testosterone) ÁÕ¡Òõ×è¹µÑÇ áÅÐÍÒÃÁ³·Ò§à¾È ¨Ð¶Ù¡¡Ãе،¹ä´ŒäÇ·ÕèÊØ´¨Ò¡·Ò§µÒ


หลังจากที่ขาฯ ตายไป จะเปนสิบป.....รอย ปหรือพันป.... ก็ตาม คนที่อยูเบื้องหลัง อาจรําลึกถึงเรื่องราวระหวางขาฯ

¾ÃÐÅÍàͧ¡ç㪋NjҨÐäÁ‹»ÃÐÊÕ»ÃÐÊÒàÃ×èͧº·ÃѡࢌҴŒÒÂࢌÒà¢çÁ ¡çäÁ‹µÍŒ §ËÒµÑǪ‹ÇÂã´æáÅж֧µÍ¹¹Õºé ·ÍÑȨÃÏÃÇ‹ ÁÃÑ¡¢Í§¾ÃÐ Å;ÃÐà¾×Íè ¹¾ÃÐᾧ¡çàÃÔÁè ¢Ö¹é ÇѹàÇÅÒ¤ÃÖ§è à´×͹¼‹Ò¹ä» àÁ×Íè ÊÁ ÍÒÃÁ³ÃÑ¡¢Í§ªÒÂ˹؋ÁÊͧËÞÔ§ÊÒÇáÅŒÇ áµ‹¤ÇÒÁÃÑ¡äÁ‹ä´Œ¢Öé¹ ÍÂÙ‹¡Ñº¤¹·Ñé§ÊÒÁäÁ‹ ÂѧÁÕͧ¤»ÃСͺ¢Í§¤ÇÒÁÃÑ¡¢Í§¤¹·Ñé§ ÊÒÁ ·Õ赌ͧáÇ´ÅŒÍÁä»´ŒÇ¤Ãͺ¤ÃÑÇ,¾‹ÍáÁ‹,ÞÒµÔ¾Õ蹌ͧ ·ÕèÁÒ à¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§ÃÇÁ件֧ͤµÔ¢Í§¤¹àËÅ‹Ò¹Õ鴌Ǡ´ŒÇÂͤµÔáÅÐáç ᤌ¹¢Í§¼ÙŒà»š¹Â‹Ò¢Í§¾ÃÐà¾×è͹¾ÃÐᾧ ·ÕèÁÕµ‹ÍºÃþºØÃØɢͧ ¾ÃÐÅÍ ·íÒãËŒà¡Ô´¡ÒÃᡌᤌ¹´ŒÇ¡ÒÃàÍÒªÕÇÔµ¾ÃÐÅÍ àÁ×èÍÁÕ¡ÒÃËÁÒÂàÍÒªÕÇÔµ¤¹ÃÑ¡¢Í§µ¹ ·Ñé§Êͧ¹Ò§¾Õ蹌ͧ ¡ç¾ÃŒÍÁ㨠·Õè¨Ð»¡»‡Í§ºØ¤¤ÅÍѹ໚¹·ÕèÃÑ¡´ŒÇ¡ÒÃÂÍÁÊÅÐ ªÕ¾µÒµÒÁ¾ÃÐÅÍ áµ‹ÁÕÊÔè§Ë¹Ö觷Õè¾ÃÐà¾×è͹¾ÃÐᾧ䴌ºÑ¹·Ö¡ ¡‹Í¹ÊÔ鹪վ ä´Œ¡Å‹ÒÇäÇŒÇ‹Ò “ ËÅѧ¨Ò¡·Õ袌ÒÏ µÒÂä» ¨Ð໚¹ ÊÔº»‚.....Ìͻ‚ËÃ×;ѹ»‚.... ¡çµÒÁ ¤¹·ÕèÍÂÙ‹àº×éͧËÅѧÍÒ¨ÃíÒÅÖ¡ ¶Ö§àÃ×èͧÃÒÇÃÐËÇ‹Ò§¢ŒÒÏ Êͧ¾Õ蹌ͧ ¡Ñº·ŒÒÇà¸Í´Ø¨¹ÔÂÒ½˜¹Íѹ àÅ×͹ÅÒ§ ¨Ò¡»Ò¡Ë¹Ö§è ...ä»ÊÙÍ‹ ¡Õ »Ò¡Ë¹Ö§è ...·ŒÒÂÊØ´àÃ×Íè §ÃÒǢͧ ¢ŒÒÏ ¡ç¨ÐÁÕ¤Ò‹ ໚¹à¾Õ§¹ÔÂÒ ·Õäè ÃŒ¤ÇÒÁËÁÒÂà¾Õ§à¾×Íè àÅ‹ÒÊÙ¡‹ ¹Ñ ¿˜§Í‹ҧʹءʹҹ... ᵋ..¤§¨ÐÁÕÊÑ¡Çѹ˹Öè§ ¤§¨ÐÁÕ¤¹ÁÒ¾º ºÑ¹·Ö¡àÅ‹Á¹Õé à¢Ò¨Ðä´ŒÃÙŒ¤ÇÒÁ¨ÃÔ§ÃÐËÇ‹Ò§ à¾×èÍ¹á¡ŒÇ ¢ŒÒÏ áÅÐ ·ŒÒÇà¸Í ¼ÙŒ·Ã§¹ÒÁÇ‹Ò “ ÅÍ´ÔÅ¡ÃÒª ” ¡‹Í¹¨ÐÁÕ¼ÙŒ¾ººÑ¹·Ö¡ ª×èÍàÊÕ§¢Í§¢ŒÒÏ ÍÒ¨ËÁͧÁÑÇ ¢ŒÒÏ ÍÒ¨¨Ð¶Ù¡»ÃгÒÁ äÁ‹ãËŒ àÍÒàÂÕÂè §Í‹ҧ㹰ҹÐËÞԧ⩴਌ÒÁÒÃÂÒ ·Õàè ÍÒª¹Ð㨪Ò´ŒÇ Á¹µÃÒ ! ¢ŒÒ¨ÐäÁ‹á¡ŒµÑÇ´ŒÇ»ÃСÒÃ㴷ѧé ÊÔé¹ áµ‹¢ÍÇ͹·‹ÒãËŒ Í‹Ò¹ºÑ¹·Ö¡¹Õ騹¨º ¤ÃÒǹÕé·‹Ò¹ÍÒ¨¨ÐãËŒÍÀÑ¢ŒÒÏ ä´ŒÊÑ¡¹ŒÍ ¹Ô´¡çÂѧ´Õ....ºÒ§¤ÃÒ....·‹Ò¹ÍÒ¨àËç¹ã¨¢ŒÒÏä´ŒºŒÒ§Ç‹Ò ¤ÇÒÁÃÑ¡ ¢Í§¢ŒÒÏ Êͧ¾Õ蹌ͧµ‹Ò§ËÒ¡ ·Õè໚¹¤ÇÒÁÃÑ¡·Õ赌ͧÁ¹µÃÒ ÁÔ㪋 ·ŒÒÇà¸Íᵋà¾Õ§¼ÙŒà´ÕÂÇ “ âÈ¡¹Ò¯¡ÃÃÁ¤ÇÒÁÃÑ¡·Õèà¡Ô´¨Ò¡áçÃÑ¡¢Í§ÊͧËÞÔ§ ¼ÙŒ ÍÂÒ¡ÊÁËÇѧã¹áç»ÃÒö¹Òµ‹ÍªÒÂà¾Õ§˹Öè§à´ÕÂÇ áµ‹¤ÇÒÁ ÃÑ ¡ ¢Í§Êͧ¹Ò§¾Õè ¹Œ Í § ËÒä´Œ ´í Ò à¹Ô ¹ä»´Œ Ç Â¡ÒáÃзí Ò ¢Í§ Êͧ¾Õ蹌ͧàͧäÁ‹ ÂѧÁÕáçÃÑ¡¨Ò¡Êͧ¹Ò§¾ÕèàÅÕé§ ·Õè¾Ö§àËç¹¹Ò ¹ŒÍ¢ͧµ¹ÊÁËÇѧã¹ÃÑ¡ ¡çËÒä´ŒªªÕé Í‹ §·Ò§·Õ¶è ¡Ù µŒÍ§ãËŒäÁ‹ ·Ñ§é ¹Õé ´ŒÇ¤ÇÒÁÃÑ¡¢Í§Êͧ¹Ò§¾Õàè ÅÕÂé § ·Õäè Á‹ÍÂÒ¡àËç¹¹Ò¹ŒÍ¢ͧµ¹

µŒÍ§µ¡ÍÂÙã‹ ¹¤ÇÒÁ·Ø¡¢áË‹§ÃÑ¡ àÁ×Íè à·Õºà¤Õ§áçÃÑ¡áç»ÃÒö¹Ò¢Í§Êͧ¹Ò§¾Õ¹è ÍŒ § ¡Ñº¤ÇÒÁÃÑ¡¢Í§ÇÑÂÃع‹ ã¹ÂؤÊÁѹÕé ÍÒ¨äÁ‹µÒ‹ §¡Ñ¹¹Ñ¡·Õè “¤ÇÒÁÃÑ¡¢Í§ÇÑÂÃع‹ ໚¹¤ÇÒÁ ÃÑ¡·Õ赌ͧÁ¹µÃÒ” ઋ¹¡Ñ¹ ÇÑÂÃØ‹¹¤Ô´Ç‹ÒÃÙŒ¨Ñ¡¤íÒÇ‹Ò “ÃÑ¡” ...ÇÑÂÃØ‹¹ÃÙŒ¨Ñ¡á¹‹¨ÃÔ§ËÃ×Í “¤ÇÒÁÃÑ¡” ¤×ͤÇÒÁÃÙŒÊÖ¡ ª×蹪ÁÂÔ¹´Õ¨¹ºÑ§à¡Ô´¤ÇÒÁ»ÃÒö¹Ò¢Öé¹ «Öè§áº‹§à»š¹»ÃÒö¹Ò·Õè¨ÐãËŒËÃ×Í»ÃÒö¹Ò ·Õè¨ÐÃѺ ¾Ù´§‹ÒÂæ ¤×ÍÍÂÒ¡ãËŒËÃ×ÍÍÂÒ¡àÍÒ ¶ŒÒª×蹪ÁáŌǻÃÒö¹Ò·Õè¨ÐãËŒ¡ç໚¹ÃÑ¡ á·Œ ËÃ×Í “ ¤ÇÒÁàÁµµÒ ” ઋ¹ ÃÑ¡ ¼Ù¡¾Ñ¹ »Ãͧ´Í§ ˋǧã ¤Ô´¶Ö§ àËç¹ã¨ ࢌÒ㨠ÊÒÁѤ¤Õ àÍ×éÍÍÒ·Ã àÊÕÂÊÅÐ áÅÐãËŒÍÀÑ ᵋ¶ŒÒËÒ¡ª×蹪ÁáÅŒÇÍÂҡ໚¹½†ÒÂÃѺ¡ç໚¹ ÃÑ¡à·ÕÂÁ ËÃ×Í “ ¤ÇÒÁàʹ‹ËÒ ” ઋ¹ µÔ´µÒ µÃ֧㨠ª×蹪ͺ Ëŧàʹ‹Ë ËŧãËÅ à¤ÅÔºà¤ÅÔéÁ âËÂËÒ à»š¹¤ÇÒÁÃÑ¡·Õèà¡Ô´¢Öé¹ã¹ÇÑÂ˹؋ÁÊÒÇ áÅФÇÒÁÃÑ¡ã¹ÇÑÂÃØ‹¹ ÁÑ¡ ¨ÐÁÕÍÒÃÁ³·Ò§à¾ÈࢌÒÁÒà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§ à¾ÃÒÐàÁ×èͶ١¡Ãе،¹¨Ò¡ÎÍÏâÁ¹à¾ÈáÅÐàÁ×èÍ ÊÀÒ¾áÇ´ÅŒÍÁ·ÕèàÍ×éÍ໚¹ã¨ ãËŒ·Ø¡Í‹ҧ´íÒà¹Ô¹ä»µÒÁÊÑÞªÒµÞÒ³·Ò§à¾È ¹Ñ蹤×Í ¡ÒÃÁÕà¾ÈÊÑÁ¾Ñ¹¸ àÁ×èÍäÁ‹àµÃÕÂÁ¾ÃŒÍÁ¡Ñº¡ÒÃÃѺÁ×͡ѺÊÔ觷ÕèµÒÁÁÒ »˜ÞËÒ¨Ò¡¤ÇÒÁ ÃÙàŒ ·‹ÒäÁ‹¶§Ö ¡ÒóÍÒ¨à¡Ô´¢Ö¹é ໚¹»˜ÞËÒÀÒÂËÅѧ ઋ¹ ¡ÒÃµÑ§é ¤ÃÃÀäÁ‹¾ÃŒÍÁ,âäµÔ´µ‹Í ·Ò§à¾ÈÊÑÁ¾Ñ¹¸,»˜ÞËÒ¤ÇÒÁÃعáç,¡Ò÷íÒá·Œ§áÅл˜ÞËÒµ‹Ò§æµÒÁÁÒ “ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ” ·Õàè ¡Ô´¢Ö¹é ¡ÑºÇÑÂÃع‹ ໚¹ “ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ” ·Õ·è ç¾Åѧ ¶ŒÒÇÑÂÃع‹ ÃÙ¨Œ ¡Ñ ·Õ¨è Ð àÃÕ¹ÃÙŒ “ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ” 㹤ÇÒÁËÅÒ¡ËÅÒÂÁÔµÔ µŒÍ§àÃÕ¹ÃÙŒáÅÐÃÙŒ¶Ö§â·É¢Í§¾Åѧ¤ÇÒÁ ÃÑ¡ ã¹ÁÔµÔ·ÕèÁÕÍÒÃÁ³¤ÇÒÁÃÙŒÊÖ¡,ÍÒÃÁ³·Ò§à¾ÈࢌÒÁÒà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§ ෋ҷѹ¡ÑºÍÒÃÁ³ ¹Ñé¹æ ÃÙŒ¨Ñ¡¡ÒèѴ¡ÒáѺÍÒÃÁ³ ·Õè¨Ð¹íÒ¾Òä»ÊÙ‹»˜ÞËÒ àÃÕ¹ÃÙŒ¡Ñº¡ÒÃàµÃÕÂÁ¾ÃŒÍÁ ¨Ñ´¡Òà àÁ×èÍÃЧѺÍÒÃÁ³·Ò§à¾ÈäÁ‹·Ñ¹ áÅÐàÃÕ¹ÃÙŒ¡ÑºÁÔµÔ¤ÇÒÁÃÑ¡·ÕèÊǧÒÁ ã¹àÃ×èͧ ¤ÇÒÁˋǧã àËç¹ã¨ àÁµµÒ ÃÙ¨Œ ¡Ñ ãËŒ»Å‹ÍÂÇÒ§ãËŒÍÀÑ àÃÕ¹ÃÙ¤Œ ÇÒÁÃÑ¡ã¹ÁÔµ·Ô µÕè ÍŒ § ËÇÁ ¡Ñ¹¿˜¹½†ÒÍØ»ÊÃä¡ŒÒÇ¢ŒÒÁ¼‹Ò¹¤ÇÒÁ·Ø¡¢ ¡ŒÒÇ¢ŒÒÁ¼‹Ò¹»˜ÞËÒ µŒÍ§àÃÕ¹ÃÙÇŒ Ò‹ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ÁÔ㪋໚¹àÃ×Íè §¤ÇÒÁÊÑÁ¾Ñ¹¸ÃÐËÇ‹Ò§¤¹Êͧ¤¹ ÂѧÁÕͧ¤»ÃСͺÍ×¹è æࢌÒÁÒà¡ÕÂè Ç¢ŒÍ§ ¤íÒ¡Å‹ÒÇ·ÕèÇ‹Ò “ ¤ÇÒÁÃÑ¡àÍÒª¹Ð·Ø¡ÊÔè§ ” ¹Ñé¹à»š¹¤ÇÒÁ¨ÃÔ§àÊÁÍ á¤‹à»´ã¨ àÃÕ¹ÃÙŒ¨Ñ¡ ¤íÒÇ‹Ò “ ÃÑ¡ ” ÃÑ¡ä´Œ Ãѡ໚¹ ÃÑ¡»ÅÍ´ÀÑ ÁÑè¹ã¨ã¹¤ÇÒÁÃÑ¡ ÊØ¢Êѹµ àÁ×èÍÃÑ¡¹Ñé¹à»š¹ÊØ¢

¢ŒÍÁÙÅ»ÃСͺ¡ÒÃà¢Õ¹ ÇÔ¡Ô¾Ôà´Õ ÊÒÃҹءÃÁàÊÃÕ ÅÔÅÔµ¾ÃÐÅÍ º·¤ÇÒÁ “ ¤ÇÒÁÃÑ¡ÇÑÂãÊ ÁÕà«ç¡«àÁ×èͶ֧ÇÑÂÍѹ¤Çà ” â´Â ¹¾.ÊØ¡ÁÅ ÇÔÀÒÇվšØÅ ¹ÔµÃÊÒÃËÁͪÒǺŒÒ¹àÅ‹Á·Õè310 à´×͹¡ØÁÀҾѹ¸ 2005 SARID NIYOM

23


26

SARID NIYOM


ชื่อ นางสาว ไอริณ พลาณิชย ชื่อเลน อาย เกิด 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 อายุ 18 ป นําหนัก 45 กิโลกรัม สูง 159 เซนติเมตร ที่อยู 2/1 ถ.คําลือ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร การศึกษา มัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนนารีรัตนจังหวัดแพร ทัศนคติเกี่ยวกับเมืองแพร เมืองแพรเปนเมืองที่คอนขางเงียบคะ ไมมีอะไรหวือหวา เรียบงาย แตนาอยู เพราะผูคนอัธยาศัยดี มนุษยสัมพันธดีไมมี ความรุนแรง ทัศนคติเกี่ยวกับความรัก วัยรุนสมัยนี้กลาแสดงออกมากขึ้น ไม ปดบังเรื่องของความรักในวัยเรียน แสดง ออกใหผูใหญเปดใจรับไดนาจะเปนสิ่งที่ดี ถารูจักรักในทางที่ถูกทําใหเกิดความไวใจ ซึ่งกันและกัน

ชุด sack ลายสกอตฟา 1,200.-

เสื้อมัดยอมคอเตา 950.กระโปรงริ้วฟา 950.ชุด ผูสนับสนุน จากรานผาธรรมชาติ ทุงโฮง

SARID NIYOM

27


ชุด sack ปกเชิ้ต 1,400.-

ชื่อ นางสาว ศมณพร สุทธภักติ ชื่อเลน คุกกี้ เกิด 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 อายุ 16 ป นําหนัก 44 กิโลกรัม สูง 159 เซนติเมตร ที่อยู 301 ถ.เจริญเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร การศึกษา มัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียน นารีรัตนจังหวัดแพร ทัศนคติเกี่ยวกับเมืองแพร เมืองแพรเปนเมืองเล็กๆคะ เปนเมืองที่ มีการใชชีวิตที่เรียบงาย ยังมีการดําเนิน ชีวิตแบบเดิมๆใหเห็นอยู สําหรับคนที่ชอบ เมืองเล็กๆเงียบๆนาจะชอบเมืองแพรนะคะ ทัศนคติเกี่ยวกับความรัก สําหรับกี้ ความรักในวัยรุนเปนเรื่อง ปกติที่เราโตขึ้นเปนหนุมสาว เราจะสนใจ เพศตรงขามมากขึ้น มีความชอบพอกัน นั้นเปนเรืองธรรมชาติ แตถาเราจะเกิด ความรักในวัยนี้ เราไมควรเอาความรักไป ใชในแบบผิดๆ เราตองรูจักกาลเทศะ และ ควรอยู ในกรอบ จะทําใหเราไมออกนอก ลูนอกทาง

28

SARID NIYOM

ผาพันคอ 2 ผืน ผืนละ 350 ชุด ผูสนับสนุน จากรานผาธรรมชาติ ทุงโฮง


ชื่อ นาย วิริยะ เวียงคํามา ชื่อเลน แบล็ค เกิด 10 กุมภาพันธ พ.ศ. 2539 อายุ 18 ป นําหนัก 59 กิโลกรัม สูง 167เซนติเมตร ที่อยู 149 บานกอเปา หมู 4ต.ทุงโฮง อ. เมือง แพร จ. แพร การศึกษา วิทยาลัยเทคนิคแพร ระดับชั้น ปวส. ปที่ 1 สาขาวิชาชางกอสราง ทัศนคติเกี่ยวกับเมืองแพร เมืองแพรเปนบานเกิดของผม เมืองแพรเปน เมืองเล็กๆ ที่ไมวุนวาย อยูสบาย ไปไหนมาไหน ก็สะดวก ไมตองดิ้นรน เรียบงาย สบาย ๆ คน แพรเปนกันเองมีความจริงใจ และชุมชนที่ผมอยู ก็เปนชุมชนที่มีเอกลักษณของตัวเอง คือบานทุง โฮง มีสัญลักษณคือเสื้อ หมอฮอม และภาษา พูดของชาวไทยพวน มีวิถีชีวิตที่เรียบงายและมี ความสนุกสนาน ในงานประเพณีมีความผูกพัน กันในชุมชน ทัศนคติเกีย่ วกับความรัก ความรักเปนเรื่องสวยงามหรือความสุข และ ความสุขของผมก็คือ ความรูสึกดีที่ไดอยูกับคนที่ เรารักใและมีความเขาใจกันและกัน มอบสิ่งดีๆ ให แกกัน แตเมื่อผิดหวังพลาดหวัง ก็รูสึกไมสนุกไมมี ความสุขไมอยากเจอ เชนเวลาแอบรัก หรือ อกหัก เพราะความรักไมไดขึ้นอยูกับคนคนเดียว ตองอยู ที่อีกฝายดวย ผมยังตองเรียนรู เรื่อง ความรัก อีกเยอะ เรียนรูที่จะรักใหเปน และทําใหคนที่เรารักมี ความสุขครับ เสื้อเชิ้ตสก็อตฟา 950.เสื้อคลุมยูกเตา 1,200 ชุด ผูสนับสนุน จากรานผา ธรรมชาติ ทุงโฮง

SARID NIYOM

29


ซะริดนิยมชมโลกเสมือน

ÊѴʋǹ : 36-26-34 ÊÙ§ 171 »˜¨¨ØºÑ¹ : ¡íÒÅѧÈÖ¡ÉÒ»ÃÔÞÞÒâ·

ÃÑ°ÈÒʵÏ Á.ÃÒÁ ÍÒªÕ¾ : ¸ØáԨʋǹµÑÇà¡ÕèÂǡѺ ¤ÃÕÁáÅÐÍÒËÒÃàÊÃÔÁáºÃ¹´¢Í§ µÑÇàͧ ໚¹¤¹ Í.Êͧ µ.ËŒÇÂÁŒÒ ¨.á¾Ã‹

»ÃÐÇѵԡÒûÃСǴ • Miss Teen Thailand 2007 (ࢌÒÃͺ20¤¹ÀÒ¤à˹×Í) • Miss Thailand universe 2008 ( 44 ¤¹ÊØ´·ŒÒ ) • Miss tourism queen Thailand 2009 ( 12 ¤¹ÊØ´·ŒÒ ) • ໚¹µÑÇá·¹»ÃÐà·Èä·Â »ÃСǴ Miss Frinendship international »‚ 2010 • ࢌÒÃͺ 15 ¤¹ÊØ´·ŒÒ • ÃѺÃÒ§ÇÑÅ Miss Popularity ÅѡɳйÔÊÑ ËÒàÃÔ§ ʹءʹҹ

นน.ส.อพราวนภั งปลายฝน ส เลิศอัมรานนท

໚¹µÑǢͧµÑÇàͧ

áçºÑ¹´ÒÅã¨ã¹¡ÒûÃСǴäÁ‹Á¤Õ Ћ 555 ÁÕ¤¹¨Ñ´¡ÒáѺªÕÇµÔ ã¹¡ÒÃŧ»ÃСǴãËŒ·§Ñé ËÁ´ ¤‹Ð ᵋ¡ÒûÃСǴ·Õèʹء·ÕèÊØ´ ¡ç¤×Í¡ÒÃ䴌໚¹µÑÇá·¹»ÃÐà·Èä·Âä»»ÃСǴ·Õ軘¡¡Ôè§ »ÃÐà·È¨Õ¹¤‹Ð ÁռٌࢌÒËÇÁ»ÃСǴ·Ñé§ËÁ´ 60 »ÃÐà·È µ‹Ò§¤¹µ‹Ò§ÀÒÉÒ µ‹Ò§ÇѲ¹¸ÃÃÁ ä´ŒàÃÕ¹ÃÙŒÍÐäÃËÅÒÂæÍ‹ҧ´ŒÇµÑÇàͧ ãËŒÍÂÙ‹ÃÍ´¡Ñº¤¹·Õè¾Ù´µ‹Ò§ÀÒÉҡѺàÃÒáÅÐàÃÒµŒÍ§ 㪌ªÕÇÔµÍÂÙ‹µ‹Ò§ºŒÒ¹µ‹Ò§àÁ×ͧà¾Õ§ÅíҾѧ ᵋÁѹʹء¡çµÃ§·ÕèàÃÒ¾Ù´ÍÐäÃáŌǤ¹Í×è¹äÁ‹à¢ŒÒ㨠¹ÕèáËÅФ‹Ð ÍÔÍÔ àÃÒÊÒÁÒö䴌ÃѺÃÙŒ¹ÔÊÑÂ㨤ͧ͢ᵋÅФ¹ÁÕ´ÕÁÕዻл¹¡Ñ¹ä» 1 à´×͹ ¢Í§¡ÒûÃСǴÁѹÊشʏ椋Ð

1. ·Ò¹ÍÒËÒÃàÊÃÔÁ 2. ÍÍ¡¡íÒÅѧ¡Ò¡‹Í¹ÍÒº¹éíÒ 3. ·Ò¹¼ÅäÁŒàÂÍÐæ 4. ´×èÁ¹éíÒãËŒà¾Õ§¾Íã¹áµ‹Å‹Ð Çѹ 5. ÍÒº¹éíÒáË + ¹éíÒ¹Á 6. ¢Ñ´¼ÔÇ´ŒÇÂÊÁعä¾Ã

¹ÔÂÁªÁÊÒǧÒÁàÁ×ͧá¾Ã‹ 30

SARID NIYOM

ÇÔ¸Õ´ÙáÅËҧ¡ÒÂ


SARID NIYOM

31


ซะริดนิยมชมรถงามเมืองแพร่ / รถหนึ่งเดียวที่ยังคงเหลืออยู่...รถคอกหมู เรื่อง สายลมสะดุจ ภาพ สิทธิศักดิ์ แก้วเจริญรุ่งเรือง

“โคตรอินดี้ รถคอกหมู” คุณลุง เรวัต ทิพย์เนตร อายุ 61ปี คนบ้านวังหลวง ต.วังหลวง อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ เจ้าของรถคันนี้มีอาชีพ ขับรถรับจ้างมานานกว่า 20 ปี บอกเล่าให้ฟังว่า ขับรถรับส่งผู้โดยสารจากในเวียง ( อ.เมือง ) - บ้านวังหลวง ( อ.หนองม่วงไข่ ) โดยจะไปจอดรับส่งของและผู้โดยสารที่ท่าจอดรถรับส่งที่ตลาดชมภูมิ่ง ซึ่งเป็นแหล่งชุมนุม รถโดยสารหลายสายใน จ.แพร่ 32

SARID NIYOM


รถโดยสารที่ เป็นเอกลักษณ์ สุดของจังหวัด แพร่ขนานแท้ และดั้งเดิมที่ยัง คงเหลืออยู่คัน สุดท้าย

รู้ไหมว่า...รถโดยสารประจำ�ทางในจ.แพร่ของเราที่โคตรจะอิน ดี้และสุดแสนคลาสสิค และมีความสวยงามมาก รวมถึง สามารถจะ สร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวได้ แถมยังมีเอกลักษณ์พอๆ กับรถถีบ สามล้อของจังหวัดแพร่ รถที่หลายๆคนอาจจะมองข้ามไปนั้น ทั้งที่ตัว รถผสมผสานระหว่างไม้และเหล็กปนกันอย่างลงตัวนั่นคือ รถคอกหมู ปัจจุบนั หลงเหลืออยูเ่ พียงเส้นทางเดียวคือเส้นทางระหว่าง อ.เมือง แพร่ - บ้านวังหลวง อ.หนองม่วงไข่ ซึ่งน่าจะเป็นรถโดยสารที่เป็น เอกลักษณ์สุดของจังหวัดแพร่ขนานแท้ และดั้งเดิมที่ยังคงเหลืออยู่คัน สุดท้าย ณ เวลานี้แล้ว ! !

รุ่นของรถ

รถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า เครื่องยนต์ 3,000 cc เครื่องแรงระดับ ปานกลาง ตัวถังเป็นเหล็ก แต่โครงหลังคาเป็นไม้สักประกอบผสมกัน

ประวัติรถ

ซื้อต่อมาจากเพื่อนหมู่บ้านใกล้ๆ ที่ซื้อต่อเขาก็เพราะว่าเขาเลิก อาชีพขับรถรับส่งผู้โดยสาร ก็เลยติดต่อซื้อมาขับเอง

แรงบันดาลใจ

เมื่อก่อนค่อนข้างมีผู้ใช้บริการรถโดยสารเยอะ เมื่อก่อนลุงก็มีรถ สองแถวเล็กอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถรับผู้โดยสารได้มากพอ คุณลุงจึง SARID NIYOM

33


อยากให้มีคน อนุรักษ์รถ โดยสารคันนี้เอาไว้ เพราะในเมืองแพร่ รถโดยสารแบบนี้ น่าจะถือว่าเป็นคัน สุดท้ายแล้ว

34

SARID NIYOM

ตัดสินใจซื้อคันนี้มาเพราะว่ารถมีขนาดใหÞ่ สามารถบรรทุกผู้โดยสาร ได้มาก ผู้โดยสารส่วนใหÞ่มักจะเป็นผู้สูงอายุการนั่งโดยสารก็นั่งได้สบาย ไม่ ทำาให้เวียนหัวเพราะมีอากาÈถ่ายเทสะดวกและมีลมพัดเย็นสบาย

¤ÇÒÁ»ÃзѺã¨

สÀาพรถค่อนข้างใช้งานได้ดี มีพนื้ ทีก่ ว้างขวาง สามารถรับผูโ้ ดยสารและ บรรทุกสิ่งของได้มาก

͹Ҥµ¢ŒÒ§Ë¹ŒÒ

เนื่ อ งจากในปั จ จุ บั น มี ผู้ โ ดยสารน้ อ ยลง ในอนาคตข้ า งหน้ า อาจจะ จำาเป็นต้องขายรถคันนี้ เพื่อซื้อรถเล็กมาขับแทน เนื่องจากเปลืองน้ำามันและ รายได้เริ่มลดลง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ก็ยังจะขับรถไปจนกว่าร่างกาย ¨Ðไม่ไหว

¤ÇÒÁã¹ã¨

อยากให้มคี นอนุรกั ษ์รถโดยสารคันนีเ้ อาไว้ เพราะในเมืองแพร่ รถโดยสาร แบบนี้น่าจะถือว่าเป็นคันสุดท้ายแล้ว ลุงอยากให้คนรุ่นหลังได้เห็น และได้ลอง สัมผัส เพราะว่าเป็นรถที่ดูสวยและมีเอกลักษณ์เ©พาะตัว

นิยมชมรถงามเมืองแพร่


SARID NIYOM

35


ซะริดนิยมชมแหล่งท่องเที่ยว / นาคูหา เรื่อง จ๊ะโล๊ะ ภาพ สิทธิศักดิ์ แก้วเจริญรุ่งเรือง

นาคูหา

เทียมฟ้า เทียมเมฆ โอโซนชั้นเลิศระดับโลก และเตาพื้นบ้านสู่ระดับเอเชีย ที่นี่ทีเดียวครบ

ราว 20 กิโลเมตรจากตัวเมืองแพร่ ไปทางด้ า นทิ ศ ตะวั น ออกจากตั ว เมื อ ง ผ่านบ้านทุ่งโฮ้ง บ้านถิ่น บ้านสวนเขื่อน บ้านแม่แคม จนถึงหมู่บ้านกลาง หุบเขาเขียวขจี อากาศอันแสนบริสุทธิ์ที่ ชื่อ บ้านนาคูหา ชุมชนบ้านนาคูหามีต้นกำ�เนิดเกิด จากการที่ชาวบ้านในหมู่บ้านบริเวณใกล้ เคียงเช่น บ้านถิน่ บ้านสวนเขือ่ น บ้านแม่ แคม ได้อพยพมาตั้งรกรากจับจองพื้นที่

36

SARID NIYOM

เพื่อทำ�เกษตรกรรม เพาะปลูกแบบต่างๆ เแต่ด้วยสภาพบริเวณนี้ ภูมิประเทศเป็นทิว เขาสลับซับซ้อนการเพาะปลูกระหว่างที่ว่าง ของหุบเขา จึงทำ�ให้มองเห็นเป็นเช่นเดียวกับ ห้อง หรือ คูหา ต่างๆ กันไป และกลายมา เป็นที่มาของชื่อชุมชนบ้านนาคูหา นั่นเอง จากการบอกเล่าของลุงเริญหนึ่งในผู้ เริ่มต้นตั้งรกรากทีบ่ า้ นนาคูหายุคแรกๆ เดิม ตัวคุณลุงเองนั้นเป็นคนจากที่อื่น แต่ได้มา แต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นชาวบ้านนาคูหา


เมื่อย้ายมาตั้งหลักปักฐาน ที่บ้านนาคูหานี้แล้ว น้องเขยได้ยกที่ดินส่วนหนึ่งให้ทำ�ไร่ทำ�สวน เพาะปลูก พืชผล ซึ่งภายหลังต่อมาได้แบ่งพื้นที่เพื่อขุดบ่อเลี้ยง ปลาตามคำ�แนะนำ�ของทางราชการ แต่ก็ไม่ประสบ ผลสำ�เร็จนัก เนื่องจากปลาที่เลี้ยงไม่ตายก็สูญหายไป อย่างไร้ร่องรอย แต่กระนั้นผลจากการลงแรงครั้งนี้ก็ มิได้สูญเปล่า เพราะบ่อปลาในภายหลังได้มากลาย เป็นบ่อฟาร์มเตาเลี้ยง อันเป็นผลจากการเอาใจใส่เฝ้า สังเกตกระบวนการตามธรรมชาติ ของคุณลุงนั่นเอง ผลผลิตเตาในช่วงแรกเริ่มนั้น สร้างมูลค่าได้ เพียงเล็กน้อย สามารถขายได้เพียงวันละไม่กี่บาท เท่านั้น จนทำ�ให้รู้สึกท้อใจจนอยากจะเลิกทำ� แต่ เพราะกำ�ลังใจจากกัลยาณมิตรช่วยแนะนำ�ให้รักษา บ่อเตาเอาไว้ และพยายามเน้นย้ำ�ให้คงคุณภาพความ สะอาดให้สม่ำ�เสมอ จนกระทั่งผ่านมาสักระยะหนึ่งที่ สื่อเริ่มเข้ามาทำ�รายการ ถ่ายทำ�และนำ�เรื่องราวของ บ้านนาคูหาและเตาของที่นี้ไปเผยแพร่ ผลที่ตามมาจึง ทำ�ให้มีการรู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ทำ�ให้มีผู้คน จากทั่วทุกสารทิศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติขึ้นมา เที่ยวชมมากมาย ปัจจุบันนี้ผลจากการเผยแพร่บ้านนาคูหาและ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่น่าสนใจออกไป ทำ�ให้มี

ผลผลิตเตาในช่วง แรกเริ่มนั้น ขายได้ วันละไม่กี่บาทเท่านั้น จนทำ�ให้รู้สึกท้อใจ จนอยากจะเลิกทำ�

นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยหลั่งไหลกันขึ้นมาเที่ยวมากขึ้น จนมีสถานที่บางส่วนได้ รับผลกระทบต่อธรรมชาติ อาทิเช่น น้ำ�ตกปางแก้ว ซึ่งเดิมทีได้ชื่อมานั้น มาจากการที่ หินบริเวณน้ำ�ตกมีแร่ธาตุบางอย่าง ซึ่งจะสะท้อนกับแสงทำ�ให้เห็น เป็นภาพที่สวยงาม ระยิบระยับไปทัว่ บริเวณ แต่กม็ นี กั ท่องเทีย่ ววัยรุน่ จำ�นวนมากได้ขนึ้ มาดืม่ สุราและทิง้ เศษ ขยะพลาสติก ซ้�ำ ร้ายยังทิง้ ขวดแก้วแตกเกลีอ่ นไปทัว่ บริเวณ ทำ�ให้น�้ำ ตกทีส่ วยงาม กลาย สภาพไปเป็นน้ำ�ตกที่เต็มไปด้วยเศษขวดแก้วแทน เหตุการณ์เช่นนี้ ก็ถือเป็นผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมจากการท่องเที่ยวที่เป็นดาบสองคมด้วยเช่นกัน อีกทั้งการเดินทางมาของ นักท่องเที่ยวก็ทำ�ให้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นของขยะรูปแบบต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อเรื่องคุณภาพ ชีวิตและความสะอาดต่อชุมชน ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการเลี้ยงฟาร์มเตา คุณลุงจึงอยาก จะฝากประเด็นนีไ้ ว้วา่ นักท่องเทีย่ วหากเดินทางขึน้ มาทีน่ ี่ ควรมีจติ สำ�นึกทีด่ แี ละเคารพต่อ สิ่งแวดล้อมและชุมชนที่นี่ด้วย โดยเฉพาะให้ช่วยกันเน้นเรื่องความสะอาดมากเป็นพิเศษ เพราะจะสร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของชุมชน และจะกลายเป็นปัญหาที่เรื้อรัง ในอนาคตได้ เพียงแค่เศษขยะชิน้ เล็กๆใน สายตาเรา แต่เมือ่ รวมกับจำ�นวนนักท่องเทีย่ ว ที่มากมายมหาศาล ก็ก่อให้เกิดปริมาณขยะที่มากมายเกินคณานับได้ SARID NIYOM

37


เกร็ดเรื่องเล่านิทานเตา

เรื่องนี้ได้รับการบอก เล่าสืบๆต่อกันไป จึงกลายเป็นความ เชื่อว่า ‘ไม่ควรกินเตา ในวันพระ’

38

SARID NIYOM

มี ค รอบครั ว หนึ่ ง ตั้ ง ใจจะทำ � อาหารเที่ ย ง รับประทานกันทั้งครอบครัว แม่บ้านก็เป็นคนออก ความคิดว่าอยากจะทำ�ตำ�เตาเป็นอาหารเที่ยง เมื่อ ตัดสินใจได้ดังนั้นแม่บ้านจึงออกคำ�สั่งให้พ่อบ้านไป เก็บเตาเพื่อจะนำ�มาประกอบอาหาร พ่อบ้านเดิน ทางไปบริเวณสระน้ำ�ใกล้กับทุ่งนาเพื่อที่จะเก็บเตา พลันสายตาออvเหลือบไปพบกับบางสิ่งสีดำ�คล้าย ศีรษะคนพุ่งขึ้นมาจากในน้ำ�และมีเส้นผมสีดำ�สยาย เป็ น ที่ น่ า สะพรึ ง กลั ว อย่ า งยิ่ ง พ่ อ บ้ า นตกใจกลั ว สุดขีดรีบวิง่ กลับบ้านอย่างไม่เหลียวหลัง เมือ่ พ่อบ้าน วิ่งกลับมาถึงบ้านจึงรีบเล่าให้ทุกคนฟังว่าตนพึ่งเจอ

ผีมาหลอกแม้กระทั่งกลางวันแสกๆ และวันหลังจะ ไม่ยอมไปเก็บเตาในวันพระอีกแล้ว ต่อมาเมื่อเรื่องนี้ ได้รับการบอกเล่าสืบๆ ต่อกันไป จึงกลายเป็นความ เชื่อว่า ”ไม่ควรกินเตาในวันพระ” ลุงเจริญได้ให้ทรรศนะถึงเรือ่ งนีว้ า่ เกิดจากการ ที่เตาที่ขึ้นในธรรมชาติ เจริญเติบโตทับถมกันเป็นชั้น หนา แต่เตาในธรรมชาติไม่มคี นมาเก็บไปรับประทาน เมื่อนานวันเข้า ผลจากการทับถมกันเป็นเวลานาน ชั้นล่างสุดก็จะเน่า เมื่อประกอบกับเวลากลางวัน อากาศร้อนจัด ส่วนทีเ่ น่าก็จะเกิดก๊าซและดันตัวลอย ขึ้นสู่ผิวน้�ำ ทำ�ให้มองเห็นเป็นภาพคล้ายศีรษะคนพุ่ง ขึ้นมาจากน้ำ� และกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิดๆ กันไป


นิยมชมตำ�นานเมืองแพร่ เรื่อง สล่าหน่อย ภาพ สล่าหน่อย

เวียงหินส้ม เวียงแห่งตำ�นาน

“ เสียงล๊อ เสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย เสียงย่อมยอยศ ใครทื่อหล้า... ”

นี่คือบทความที่ยกมาจากลิลิตพระลออันเลื่องชื่อ เมืองสรองหรือเมืองสอง หรือ เวียงหินส้มโบราณ ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในเขต อำ�เภอสอง จังหวัดแพร่ มีแม่น้ำ�สำ�คัญนอก เหนือจากแม่นำ�้ยม คือ แม่น้ำ� “ กาหลง ” ซึ่งก็คือสาขาของแม่น้ำ�ยมนี่เอง

นักโบราณคดีที่ เข้ามาศึกษาชุมชน โบราณนี้สรุปว่า อายุของเมืองอยู่ ในสมัย อาณาจักร ล้านนาและสุโขทัย

เวียงหินส้ม ตัง้ อยูท่ บี่ า้ นต้นผึง้ ตำ�บลบ้านกลาง ในเขตอำ�เภอสอง ตัวเมืองตัง้ อยูบ่ นเนินสูงประมาณ 5 เมตร ครอบคลุมพืน้ ที่ 102 ไร่ เนือ่ งจากถูกชาวบ้าน ถางทำ�สวนทำ�ไร่ แนวกำ�แพงเมืองบางส่วน จึงถูก ทำ�ลายไปอย่างหน้าเสียดาย จากการสำ�รวจขุดค้น ทางโบราณคดี พบซากเจดีย์เก่า 1 องค์ สร้างด้วย ศิลาแลง มีสีของตัวเจดีย์ออกน้ำ�ตาลส้ม จึงมีชื่อที่ ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “พระธาตุหนิ ส้ม” มาจนถึง ปัจจุบัน และเป็นที่มาของชื่อเวียงหินส้มนั่นเอง ในส่วนกำ�แพงมีคันดินถึง 3 ชั้นรอบตัวเมือง ระหว่างชุมชนโบราณในเมืองแพร่ มีทเี่ มืองสองเป็น เมืองเก่า ทีไ่ ม่พบหลักฐานทีร่ ะบุวา่ สร้างขึน้ ในสมัย ใดใครเป็นผู้สร้าง เพียงแต่พบเศษภาชนะดินเผา ทัง้ ชนิดเคลือบ ชนิดแกร่ง กล้องยาสูบดินเผา เครือ่ ง ใช้ในทางเกษตร ภายในบริเวณกว้าง และเคยมีการ ค้นพบพระพุทธรูปหินทรายศิลปะพะเยา ปัจจุบนั ได้

สูญหายไปแล้ว นักโบราณคดีที่เข้ามาศึกษา ชุมชนโบราณนี้สรุปว่า อายุของเมืองอยู่ใน สมัย อาณาจักรล้านนาและสุโขทัย ลงมา ราวๆ พุทธศตวรรษที่ 19-23 อยู่ในยุคของ พระเจ้าติโลกราช ซึง่ ครองอาณาจักรล้านนาอยู่ อำ � เภอสองอยู่ ห่ า งจากตั ว เมื อ งแพร่ ประมาณ 50 กว่ากิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง หมายเลข 101 ประมาณ 24 กิโลเมตรแยก ซ้ายเข้าสูท่ างหลวงหมายเลข 103 อีกราว 18 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่อำ�เภอสอง ใช้ เส้นทางหลวงหมายเลข 1154 กม.ที่ 54 ข้อมูลที่น่าสนใจของอำ�เภอสอง ที่หลาย คนอาจจะยังไม่ทราบนั่นคือ พ.ศ. 2449 ทางราชการได้เปลีย่ นชือ่ จาก อำ�เภอยมเหนือ เป็นอำ�เภอสอง ตามความ นิยมของชาวบ้านใกล้ไกล พ.ศ. 2470 ทางราชการได้เปลีย่ นชือ่ จาก อำ�เภอสอง เป็นอำ�เภอบ้านกลาง แต่ไม่มใี คร เรียกและไม่เป็นที่รู้จัก พ.ศ. 2480 ทางราชการจึงได้เปลี่ยนชื่อ กลับไปใช้ชื่อตามเมืองโบราณ คือ เมืองสอง ดังนัน้ จึงเปลีย่ นจากอำ�เภอบ้านกลางเป็น อำ�เภอสอง มาจนถึงปัจจุบัน

SARID NIYOM

39


ชื่อภาพ : PUBLIC LOVE ภาพโดย : คอนกอม

ชื่อภาพ : ฮอร (ทะ) โมน ภาพโดย : เอกชาดา 40

SARID NIYOM


ซะริดนิยมชมกีฬาเมืองแพร เรื่องและภาพ นายจองเกือก

กลับมาเปดฉากฟาดแขงกันเปนที่เรียบรอย กับฟุตบอลเอไอเอสลีก ภูมิภาคดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ ในฤดูกาล 2014-2015 ซึ่งปนี้เหลือทีมสงแขงขันจํานวน 14 ทีม โดยที่ีพยัคฆลานนา เชียงใหม เอฟซี และทีมขุนพลนเรศวร พิษณุโลกTSY เอฟซี ไดเลื่อนชั้นขึ้นไปโบยบิน อยูในลีกดิวิชั่น1 อีกครั้ง พรอมทั้งเปดโอกาสใหทีมนักสูทีมอื่นๆ ในโซนภาคเหนือ ไดตอสูแยงชิงปายปนขึ้นไปในลีกดิวิชั่น 1 กันบาง â´Â·ÕÁµÑÇàµç§·Õ¶è ¡Ù ¤Ò´¡ÒóÇÒ‹ ¨Ðª‹Ç§ªÔ§¾×¹é ·ÕÃè ͺ áªÁໂœ ¹ÅÕ¡ã¹»‚¹Õé ¨Ò¡¡ÙÃÙÊíҹѡµ‹Ò§æ ¡çÁÕÍÒ·Ô àª‹¹ ·ÕÁÍÔ¹·ÃՏáË‹§¢Ø¹à¢Ò ¾ÐàÂÒ àÍ¿«Õ, ·ÕÁ¤ŒÒ§¤ÒÇä¿ ÊØ⢷Ñ àÍ¿«Õ, ·ÕÁÊÔ§âµá´§ ¹¤ÃÊÇÃä àÍ¿«Õ, ·ÕÁ ¾ÞÒªÒÅÐÇѹ ¾Ô¨ÔµÃ àÍ¿«Õ ÃÇÁ·Ñ駷ÕÁÁŒÒ¤Ð¹Í§ ÈÖ¡áË‹§ÅØ‹ÁáÁ‹¹éíÒÂÁ¢Í§àÃÒ ·ÕÁ¿ØµºÍÅÊâÁÊÃá¾Ã‹ ÂÙä¹àµç´´ŒÇ «Öè§ã¹Ä´Ù¡ÒŹÕé ¡Ø¹«×ÍãËÞ‹ Âѧ¤§à»š¹ “⤌ªÁÒϤ” ÊÃÈÑ¡´Ôì áõÊ͹ ⤌ªË¹ØÁ‹ ä¿áç¨Ò¡¨Ñ§ËÇÑ´¾Ô¨µÔ à áÅРʵÒ¿â¤ŒªªØ´à´ÔÁ ÃÇÁ¶Ö§·ÕÁ§Ò¹½†ÒºÃÔËÒà ¹íÒâ´Â ¼ÙŒ¨Ñ´¡Ò÷ÕÁ “áÁ‹àÅÕé§䡋” ÈØÀÇÑŏ ÈØÀÈÔÃÔ, “â¡»‚œ” ¾§ÉÈÃÔ Ô ÈØÀÈÔÃÔ »ÃиҹÊâÁÊÃ, ÃÇÁ¶Ö§»Ãиҹ·Õ»è ÃÖ¡ÉÒ ¡ÔµÁÔ ÈÑ¡´Ôì “áÁ‹àÅÕÂé §µÔ¡ê ” Ê.Ê.ÈÔÃÇÔ Ãó »ÃÒȨҡÈѵÃÙ «Ö§è »‚¹ÁÕé ¡Õ Ò÷ØÁ‹ §º»ÃÐÁҳ㹡Ò÷íÒ·ÕÁ à¾×Íè ໇ÒËÁÒ ·ÕÊè ¡Ù‹ ÒÃ໚¹·ÕÁ ·Õäè ´ŒªÍ×è Ç‹ÒÅعŒ ä´Œä»àÅ‹¹ã¹Ãͺà¾ÅÍÍ¿ áªÁ»Šà»‚œÂ¹ÅÕ¤à¾×èÍàÅ×è͹ªÑé¹ÊÙ‹´ÔÇÔªÑè¹ 1 àÁ×Íè àÇÅÒ¼‹Ò¹ ࢌÒÊÙÄ‹ ´Ù¡ÒÅãËÁ‹ ‹ÍÁÁÕ¡ÒÃà»ÅÕÂè ¹á»Å§ ãËÁ‹à¡Ô´¢Ö¹é àÊÁÍ äÁ‹àÇŒ¹áÁŒáµ‹ã¹Ê‹Ç¹¢Í§µÃÒÊÑÞÅѡɳ »ÃШíÒÊâÁÊÃá¾Ã‹ ÂÙä¹àµç´·Õèà»ÅÕè¹໚¹ÁŒÒÊÕ¢ÒÇ

¡¢ÒÊͧ¢ŒÒ§ áÅÐã¹Ê‹Ç¹¢Í§ªØ´àËŒҷÕèÁÕ¡Òà »ÃѺà»ÅÕÂè ¹ãËÁ‹µÒÁ¤ÇÒÁàËÁÒÐÊÁ ¨Ò¡ªØ´àËÂŒÒ ã¹Ä´Ù¡ÒÅ¡‹Í¹·Õè์¹ÊÕà¢ÕÂÇ-àËÅ×ͧ-á´§ ᨋÁà¨Ô´ à´‹¹ªÑ´ »‚¹Õé¾ÅÔ¡â©ÁÁÒ໚¹à´ÍÐäÇ·ºÅÙʏʵÃÔ» ÅÒ¿‡Ò-¢ÒÇ ÊÕÊѹÊǧÒÁ ʋǹªØ´àÂ×͹¨Ò¡ÊÕ¿‡Ò ¢ÒÇã¹Ä´Ù¡ÒÅ¡‹Í¹ ¶Ù¡á·¹·Õ贌ǤًÊÕàËÅ×ͧ-´íÒ Íѹⴴഋ¹áÅдشѹ᷹ ʋǹ¼Å§Ò¹¢Í§·ÕÁµÑé§áµ‹¹Ñ´à»´Ê¹ÒÁ 4 ¹Ñ´ Å‹ÒÊØ´ à¡çºáµŒÁä´Œà¾Õ§ᤋ 4 ¤Ðṹ෋ҹÑé¹ ¡Ñº Ê¶ÔµÔ ª¹Ð 1 àÊÁÍ 1 ᾌ 2 ¡Ñº¼Å¡ÒÃᢋ§¢Ñ¹ ·Õ輋ҹÁҴѧ¹Õé àÊÁÍ 0 - 0 ÊØ⢷Ñ àÍ¿«Õ (àËÂŒÒ) ª¹Ð 2 - 1 µÒ¡ àÍ¿«Õ (àÂ×͹) ᾌ 0 - 1 àªÕ§ÃÒ «ÔµÕé (àËÂŒÒ) ᾌ 0 - 1 ¾Ô¨ÔµÃ àÍ¿«Õ (àÂ×͹) ÍÂÙÍ‹ ¹Ñ ´Ñº·Õè 10 ¨Ò¡ 14 ·ÕÁ ¢Í§µÒÃÒ§¤Ðá¹¹ ¡ÅÒÂ໚¹·ÕÁ¡ÅØ‹Á⫹·ŒÒµÒÃÒ§ä»áºº§§æ â´Â·Õ¹è ´Ñ µ‹Íä»ã¹Çѹ·Õè 23 ÁÕ¹Ò¤Á 2557 àµÃÕÂÁ ¨Ðແ ´ ºŒ Ò ¹¾º¡Ñ º ·Õ Á ÊÔ §âµá´§áË‹ § »Ò¡¹éí Òâ¾

¹¤ÃÊÇÃä àÍ¿«Õ áÅе‹Í´ŒÇ¡ÒÃÍÍ¡ä»àÂ×͹·ÕÁ ÍÔ¹·ÃÕÂáË‹§¢Ø¹à¢Ò¾ÐàÂÒ àÍ¿«Õ «Ö觷Ñé§Êͧ·ÕÁ໚¹·ÕÁ ãËÞ‹àÊÕ´ŒÇ àÃÕÂ¡ä´ŒÇ‹Ò µÑé§áµ‹¹Ñ´à»´Ê¹ÒÁ໚¹µŒ¹ÁÒ ·ÕÁá¾Ã‹ ÂÙä¹àµç´ ÁÕâ»Ãá¡ÃÁ¾º¡Ñº·Ø¡·ÕÁã¹â«¹´ŒÒ¹º¹¢Í§ µÒÃҧ᷺·Ñé§ÊÔé¹ «Öè§ËÒ¡¼‹Ò¹¾Œ¹¤ÃÖ觷ҧ¢Í§àŤ ááä»ä´Œ â´Â·ÕèÊÒÁÒöËÂشʶԵÔäÇŒ·ÕèᾌÊͧ¹Ñ´áÅÐ ·ÕèàËÅ×Íà¡çº¼ÅàÊÁÍáÅмŪ¹Ðä´Œ àÁ×èͶ֧¤ÃÖè§àÅ¤Ë Åѧ·Õµè ÍŒ §à¨Í¡Ñº·ÕÁã¹â«¹µÒÃҧŋҧ á¾Ã‹¡Íç Ò¨¨Ð¡ÅѺ ÁÒÁÕÅØŒ¹ä´Œ·Õà´ÕÂÇ! *(Çѹ·Õè˹ѧÊ×ÍáÅк·¤ÇÒÁ¹Õé¡íÒÅѧÍÂÙ‹ã¹Á×ͼٌ͋ҹ ÍÒ¨·ÃÒº¼Å¡ÒÃᢋ§-¢Ñ¹ã¹¹Ñ´¾º¡Ñº·ÕÁ¹¤ÃÊÇÃä àÍ¿«ÕáÅÐ ¾ÐàÂÒ àÍ¿«Õ ä»áÅŒÇ) ʧ¤ÃÒÁÂѧ¾Öè§àÃÔèÁ Í‹ҾÖ觹ѺȾ·ËÒÃä»ä ¶Ö§áÁŒ ¼Å§Ò¹¢Í§·ÕÁá¾Ã‹ ÂÙä¹àµç´¨ÐäÁ‹à»ÃÕÂé §»ÃŒÒ§áÅÐËÇ×ÍËÇÒ ¨¹ä´Œ´Ñè§ã¨á¿¹ºÍŠᵋ¢Ö鹪×èÍÇ‹Ò¹Õè¤×ÍÊâÁÊÿصºÍŠ˹֧è à´ÕÂǢͧàÁ×ͧá¾Ã‹ àÃÒ¤¹àÁ×ͧá¾Ã‹ ¨§ÁÒª‹Ç¡ѹʋ§ áç㨠ªÁáÅÐàªÕÂÏʹѺʹع·ÕÁÊâÁÊÃá¾Ã‹ ÂÙä¹àµç´ ãËŒ¡ŒÒÇÊÙ‹½˜¹ à¾×èÍÅØŒ¹ãËŒä»ÊÙ‹´ÔÇÔªÑè¹ 1 ´ŒÇ¡ѹ¤ÃѺ SARID NIYOM

41


ISSUE

1

¢ŒÍÁÙżٌÊÁѤÃÊÁÒªÔ¡ ÊÁÒªÔ¡ãËÁ‹ ÊÁÒªÔ¡à¡‹Ò ª×èÍ............................................¹ÒÁÊ¡ØÅ........................................................................ à¾È ªÒ ËÞÔ§ ÍÒÂØ............ÍÕàÁŏ........................................................... â·ÃÈѾ·ºŒÒ¹...............................â·ÃÈѾ·Á×Ͷ×Í............................................................ ÍÒªÕ¾ ¹Ñ¡àÃÕ¹ ¹ÔÊÔµ/¹Ñ¡ÈÖ¡ÉÒ ¹Ñ¡Í͡Ẻ/¤ÃÕàÍ·Õ¿ ÍÒªÕ¾ÍÔÊÃÐ ¢ŒÒÃÒª¡ÒÃ/ÃÑ°ÇÔÊË¡Ô¨ ¤ÃÙ /ÍÒ¨ÒÏ ¾¹Ñ¡§Ò¹ºÃÔÉÑ· ¼ÙŒ»ÃСͺ¡Òà Í×è¹æ â»Ã´ÃкØ.............................................................................................................. ÊÒ¢Ò/ÍØÊÒË¡ÃÃÁ·Õèà¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§¡ÑºÍÒªÕ¾¢Í§·‹Ò¹ â¦É³Ò ʶһ˜µÂ¡ÃÃÁ ·‹Í§à·ÕèÂÇ/âçáÃÁ/ÊÒ¡ÒúԹ Ëѵ¶¡ÃÃÁ/§Ò¹½‚Á×Í ÍÒËÒà ¤ŒÒ»ÅÕ¡/¤ŒÒÊ‹§ ῪÑè¹ ÈÔŻСÒÃáÊ´§ ÇÃó¡ÃÃÁ/¡ÒþÔÁ¾/Ê×èÍÊÔ觾ÔÁ¾ ¡ÒÃà§Ô¹/¸¹Ò¤Òà ¡ÒÃᾷ â·Ã¤Á¹Ò¤Á ´¹µÃÕ ÀҾ¹µÃ ¾Ô¾Ô¸Àѳ±/ˌͧáÊ´§§Ò¹ ·ÑȹÈÔÅ»Š/¡Òö‹ÒÂÀÒ¾ ¡ÒÃÍ͡Ẻ â·Ã·Ñȹ/ÇÔ·ÂØ¡ÃШÒÂàÊÕ§ «Í¿µáÇÏ/á͹ÔàÁªÑè¹/ÇÔ´ÕâÍà¡Áʏ Í×è¹æ â»Ã´Ãк؅………………………………..………………………….………...………...... ·ÕèÍÂً㹡ÒèѴʋ§ ËÁÙ‹ºŒÒ¹/ ºÃÔÉÑ·……………………………˹‹Ç§ҹ/á¼¹¡ ……………………..........……. àÅ¢·Õè…………..«ÍÂ……..………..¶¹¹¹…………..…………..…………..……...…….......… µíÒºÅ/á¢Ç§………………..….ÍíÒàÀÍ/ࢵ………………………¨Ñ§ËÇÑ´………....………....... ÃËÑÊä»ÃɳՏ…………………………………………………………………………...………...... ·ÕèÍÂً㹡ÒÃÍÍ¡ãºàÊÃç¨ àËÁ×͹·ÕèÍÂً㹡ÒèѴʋ§ ËÁÙ‹ºŒÒ¹/ ºÃÔÉÑ·……………………………˹‹Ç§ҹ/á¼¹¡ ………………......……....……. àÅ¢·Õè…………..«ÍÂ……..………..¶¹¹¹…………..…………..…………..……........……..… µíÒºÅ/á¢Ç§………………..….ÍíÒàÀÍ/ࢵ………………………¨Ñ§ËÇÑ´……………......….... ÃËÑÊä»ÃɳՏ………………………………………………………………………...…......……… µŒÍ§¡ÒÃÊÁѤÊÁÒªÔ¡¹ÔµÂÊÒà «ÐÃÔ´¹ÔÂÁ¨íҹǹ 12 àÅ‹Á àÃÔèÁµÑé§áµ‹©ºÑºà´×͹......................................................................................................... â´ÂÂÔ¹´ÕàÊÕ¤‹Ò㪌¨‹ÒÂ㹡ÒèѴʋ§à»š¹à§Ô¹¨íҹǹ 180 ºÒ· ÇÔ¸Õ¡ÒêíÒÃÐà§Ô¹ ÃÐÂÐàÇÅÒ 1 »‚ ¨íҹǹ 12 àÅ‹Á â͹à§Ô¹à¢ŒÒºÑÞªÕ ¸¹Ò¤ÒáÊÔ¡Ãä·Â ¨íÒ¡Ñ´(ÁËÒª¹) ÊÒ¢Òá¾Ã‹ ª×èͺÑÞªÕ ºÃÔÉÑ· «ÐÃÔè´¨Õà¹ÕÂÊ ¨íÒ¡Ñ´ »ÃÐàÀ·ÍÍÁ·ÃѾ ºÑÞªÕàÅ¢·Õè 1 0 5 - 2 - 9 5 0 4 5 - 3 ¡ÃسÒÊ‹§ãºÊÁѤþÌÍÁËÅÑ¡°Ò¹¡ÒÃâ͹à§Ô¹ÁÒ·Õè sarid.genius@gmail.com ËÃ×ÍÊ‹§ä»ÃɳՏ ÁÒ·ÕèºÃÔÉÑ·«ÐÃÔè´¨Õà¹ÕÂÊ àÅ¢·Õè 11/1 ¶.¤íÒÅ×Í µ.ã¹àÇÕ§ Í.àÁ×ͧ ¨.á¾Ã‹ 54000 Êͺ¶ÒÁ¢ŒÍÁÙÅà¾ÔèÁàµÔÁ ä´Œ·Õè 08-7361-9321 ÊíÒËÃѺ਌Ò˹ŒÒ·Õè ÊíÒËÃѺ਌Ò˹ŒÒ·Õè¡ÒÃà§Ô¹ 1.àÅ¢·ÕèÊÁÒªÔ¡…………………………1.਌Ò˹ŒÒ·Õè¡ÒÃà§Ô¹……………………..……......….... 2.Çѹ·Õè…………………………………...2.Çѹ·Õè…………………………………........………….. 3.àÃÔèÁµÑé§áµ‹©ºÑºà´×͹…………………3.Çѹ·Õèâ͹à§Ô¹………………………...…......………….

42

SARID NIYOM


AD ททท

SARID NIYOM

43


ZARID NIYOM  

SARID NIYOM