__MAIN_TEXT__

Page 1

FOOD FRAUD, FOOD SAFETY:

Terms and Definition and Method of Analysis CELL INJURY

PM 2.5

Risks and Health Effects NUTRICOSMETICS

Popularity across the Globe


OHAUS INDOCHINA LIMITED

284, 1C Fl., A4 Building, Soi Soonvijai 4, Rama 9 Road, Bangkapi, Huay Kwang, Bangkok 10320 Thailand wutti.techakasembundit@ohaus.com, Natchuda.boonbunlu@ohaus.com Jan-Feb www.ohaus.com

3


4

www.innolabmagazine.com


Jan-Feb

5


Editor’s Note

Safe Food เราอาศัยอยูใ่ นโลกไร้พรมแดน และเราก็ซอ ื้ ผลิตภัณฑ์อาหารทีผ ่ ลิตในทีไ่ กลจากบ้านทีบ ่ รรจุอยูใ่ นบรรจุภณ ั ฑ์ขนาดใหญ่ ผลิตครัง ้ ละจำ�นวน มาก เพื่อให้เตรียมอาหารนั้นง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ร้านอาหาร ปัจจัยในการผลิตและขนส่งนี้ ทำ�ให้เชื้อก่อโรคเติบโตได้ ซึ่งส่งผลให้ มาตรฐานต่างๆ จึงเข้ามามีบทบาทในการปกป้องผู้บริโภค และลดผลกระทบเชิงลบด้านเศรษฐกิจและสังคมลงนั่นเอง ในมุมของผูผ ้ ลิตก็ตอ ้ งมีจริยธรรมและมีความเชีย ่ วชาญในการผลิต เพราะอาหารจะปลอดภัยหากไม่มก ี ารปนเปือ ้ น ปลอมปน และปลอมแปลง We live in a non-border world and most of us purchase and consume foods produced far away from home that are often packaged in bulk to simplify food preparation at home and in restaurants. This encourages opportunity for pathogens and makes food-related standards that protect consumers and reduce the negative social and economic impact. Ethics and professional of manufacturers are necessary because food can be safe without contamination, adulteration and fraud.

อาภาพรรณ ชัฏไพศาล บรรณาธิการ Apapan Chatpaisarn Editor

PUBLISHER บริษัท มีเดีย แมทเทอร์ จำ�กัด (สำ�นักงานใหญ่) 43/308 หมู่ 1 ถนนจอมทอง แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150 MEDIA MATTER Company Limited (Head Office) 43/308 Moo 1, Jomthong Road, Jomthong, Bangkok 10150 Thailand TaxID 0105552007301 T +66 875171651 F +66 2045 5458 innolab@media-matter.com http://www.media-matter.com http://www.facebook.com/innolabmagazine

ADVISORY BOARD

ปราโมทย์ ธรรมรัตน์ PRAMOTE TAMMARATE ifrpmt@yahoo.com สมคิด รื่นภาควุฒิ SOMKID RUENPARKWOOT somkid-doa@hotmail.com

TEAMWORK

Managing Director ศุภวัชร์ สุขมาก SUPAWAT SUKMARK ss@media-matter.com Editor-in-Chief กรุณา จีนถนอม KARUNA CHINTHANOM kc@media-matter.com Editor อาภาพรรณ ชัฏไพศาล APAPAN CHATPAISARN editor@media-matter.com Senior Journalist สิทธิพร ชมภูรัตน์ SITTHIPORN CHOMPURAT journalist@media-matter.com Proof Reader เบญจมาศ ศรีสุข BENJAMAS SRISUK innolab@media-matter.com Graphic Designer วนัสนันท์ จีนถนอม WANASANAN CHINTHANOM agency@media-matter.com Media & Event Producer อลิษา เกิดทองดี ALISA KERDTHONGDEE innolab@media-matter.com Member Relation Executive in Vietnam ทู โด THU DO innolab.vn@media-matter.com

The publisher endeavors to collect and include complete, correct and current information in INNOLAB but does not warrant that any or all such information is complete, correct or current. The publisher does not assume, and hereby disclaims, and liability to any person or entity for any loss or damage caused by errors or omissions of any kind, whether resulting from negligence, accident or any other cause. INNOLAB does not verify any claims or other information appearing in any of the advertisements contained in the magazine, and cannot take any responsibility for any losses or other damages incurred by readers in reliance on such content. 6

www.innolabmagazine.com


Jan-Feb

7


Table of Content

#11.62 :: Jan-Feb 2019 12

Nutricosmetics Popularity across the Globe

Food Fraud, Food Safety: Terms and Definition

24

Personalized Nutrition Improves Individual Health

Fine Particulate Matters Risks and Health Effects

28

Fragrance on the Move

33

Automatic Analysis of Waxy Substances in Cosmetics Formulation

30

The impact of Paratuberculosis or Johne’s Disease on Milk Production

40

36

Cell Injury and Methods of Analysis

Frozen & Processed Chicken Industry

52

20

16

54

ADVERTISERS IBC 4-5 51 27 IFC

ASEANbeauty 2019

COSME TOKYO 2019 - Conducted in a Great Success!

64 23 35

10 58 63

FEATURES NEWS EVENT CALENDAR

3 9 7 65 BC

8

www.innolabmagazine.com

analytica Vietnam Analytik Jena ASEANbeauty Food Pack CPhI South East Asia Hong Kong International Medical and Healthcare Fair IKAú Work ASIA Mettler-Toledo (Thailand) Ohaus Indochina PCHi Propak ASIA Sino Pack Thermo Fisher Scientific


Jan-Feb

9


Feature

QUERCEFIT

pH Sensor

Epi Ingredients h.villemin@presspective-by-harmony.com

Mettler Toledo (Thailand) Limited Yodsaya.yimmee@mt.com

Quercefit จากอินดีนา เป็นเคอร์เซทิน (quercetin) ในระบบตัวพาไฟโทโซมเกรด สำ�หรับอาหารสามารถเสริมการดูดซึมทาง ชีวภาพของสาร เช่น ฟลาโวนอยด์ ได้ดี ขึ้นหลังจากการนำ�เสนอข้อมูลการทำ�งาน ประสิทธิผล และความปลอดภัย สำ�หรับการ ใช้งานในผลิตภัณฑ์กลุม ่ โภชนาการการกีฬา มีการศึกษาที่ยืนยันว่า Quercefit มีความ ทนทาน (tolerability) สูง ในบุคคลที่ได้รับ สารต้านเกล็ดเลือด สารต้านการจับตัวกัน ของเลือด หรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน เคอร์เซ ทินในระบบตัวพามีชีวประสิทธิผลที่สูงกว่า เคอร์เซทิน 20 เท่า มีประสิทธิภาพมากกว่า ในปริมาณการใช้เท่ากัน และสามารถใช้ใน ปริมาณต่ำ�กว่า

การวัดค่า pH ทีแ่ ม่นยำ�เริม ่ จากเซ็นเซอร์วด ั ค่า pH ทีเ่ หมาะสม เราผสมผสานวัสดุคณ ุ ภาพ สูงและเทคโนโลยีเพื่อรับรองประสิทธิภาพ ง่ายต่อการใช้งาน และความทนทานสำ�หรับ เซ็นเซอร์ทุกตัวที่เราผลิต กลุ่มผลิตภัณฑ์ เซ็นเซอร์วด ั ค่า pH ทีอ ่ เนกประสงค์ของเรามี เซ็นเซอร์ทห ี่ ลากหลายรองรับทุกการใช้งาน การจัดการเซ็นเซอร์แบบอัจฉริยะ ISM® เทคโนโลยีนจี้ ะช่วยให้เครือ ่ งมือสามารถตรวจ จับเซ็นเซอร์ที่เชื่อมโยงกัน และใช้ข้อมูลการ สอบเทียบล่าสุดที่จัดเก็บไว้ในเซ็นเซอร์ การวัดค่า pH ต้องรวดเร็ว แม่นยำ� และ มีความสามารถในการทำ�ซ้ำ� แก้วเมมเบรน ของเซ็นเซอร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับ แต่ละการใช้งาน ฝาเปียกที่มาพร้อมกันช่วยรับรองว่า เซ็นเซอร์วัดค่า pH จะเปียกอยู่เสมอและ พร้อมใช้งานทุกเมื่อ โดยรวมแล้ว เซ็นเซอร์ ของเรามีจุดเชื่อมต่อรูปแบบต่างๆ เพื่อ รับรองประสิทธิภาพโดยไม่ค�ำ นึงถึงประเภท ของตัวอย่าง

Quercefit, the Indena’s Phytosome formulation of quercetin, the food grade delivery system able to synergize the biological absorption of certain compounds, such as flavonoids. After demonstrating its activity, efficacy and safety profile in the field of sports nutrition, a study confirms the high tolerability of Quercefit in individuals assuming antiplatelet agents, anticoagulants or living with diabetes. The standardized quercetin is up to 20-fold more bioavailable than normal quercetin; more effective at equivalent dosage, and can be used at lower dose.

10

www.innolabmagazine.com

Accurate pH measurements begin with the right pH sensor. We combine highquality materials and technologies to ensure performance, ease-of-use and durability in every sensor we produce. Our versatile pH sensor portfolio ensures a perfectly suited sensor for every application. Our Intelligent Sensor Management (ISM®) is a sophisticated safety concept that leaves nothing to chance. With this technology, the instrument will automatically detect the connected sensor and will use the most up-to-date calibration data stored on the sensor. pH measurements must be fast, accurate and reproducible. The membrane glass of our sensors is optimized for each application. The included wetting cap ensures your pH sensor is kept hydrated and is ready-to-use at any time. Finally, our sensors offer different styles of junctions to ensure performance regardless of the sample type.


IKA ROTAVISC

OHUAS Mini Stirrer

Thermo Fisher Scientific jade.aw@thermofisher.com

IKA Works (Asia) Sdn Bhd sales.lab@ika.my

OHAUS Indochina Ltd. Wutti.Techakasembundit@ohaus.com

พบกับนวัตกรรมทีจ่ ะนำ�ไปสูก ่ ารสร้างผลผลิต - เครื่องเฮดสเปซ ออโตแซมเปลอร์ (เครื่อง

เครือ ่ งวัดความหนืดของของเหลวซีรส ี ใ์ หม่ ROTAVISC สามารถเลือกใช้แอปพลิเคชันการวัดความ หนืดของของเหลวได้ทก ุ รูปแบบตัง ้ แต่การใช้ งานในห้องปฏิบต ั ก ิ ารไปจนถึงงานควบคุม คุณภาพ เครือ ่ งสีร่ น ุ่ ในซีรส ี น ์ ส ี้ ามารถวัดค่า ความหนืดแตกต่างกันสี่ช่วง เครื่อง ROTAVISC มอบผลการวัดที่ รวดเร็วและถูกต้องโดยไม่มผ ี ลจากตัวอย่าง หรือความหนืดที่ต้องการ ระดับความถูก ต้องในการวัดของเครือ ่ งวัดความหนืดแบบ หมุน ROTAVISC อยู่ที่ +/- 1% ทั้งการวัด ความหนืดของของเหลวแบบนิวโทเนียนและ นอน-นิวโทเนียน โดยมีค่าความสามารถใน การทำ�ซ้ำ� +/- 0.2 %

เครื่องกวนสารละลาย Mini Stirrer ของ โอเฮ้าส์

TRIPLUS™ 500 GC HEADSPACE AUTOSAMPLER

ดูดจ่ายตัวอย่างอัตโนมัติ) รุ่น TriPlus™ สำ � หรับแก๊สโครมาโทกราฟีจากเทอร์โม ไซเอนทิฟิค มอบกระบวนการทำ�งานอัน ทนทานด้วยคุณภาพการออกแบบ และมอบ สมรรถนะการใช้งานอันยอดเยี่ยมและการ ปฏิบต ั ง ิ านทีเ่ ชือ ่ ถือได้เป็นพิเศษ ส่วนประกอบ แบบโมดูลช่วยให้การปฏิบต ั ง ิ านประจำ�วันใน ห้องปฏิบัติการประสบความสำ�เร็จในการ สร้างผลผลิตที่พวกเขาต้องการ – ทั้งใน วันนี้และอนาคต Discover how innovation leads to productivity. The Thermo Scientific™ TriPlus™ 500 Gas Chromatography Headspace Autosampler offers the most robust workflow through a high quality design, and delivers superior performance and exceptionally reliable operations. Its modularity gives today’s routine laboratories the productivity they need to succeed— both today and in the future.

เครือ ่ งกวนสารละลายขนาดกะทัดรัดของ โอเฮ้าส์ รองรับปริมาตรสูงสุดที่ 1 ลิตร ที่ ความเร็วรอบในการกวนตัง ้ แต่ 100-1,200 rpm พืน ้ ผิวเป็นเซรามิกสีขาว ขนาด 4x4 นิว้ ทนการกัดกร่อนของสารเคมีและทำ�ความ สะอาดง่าย ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา Maximum Volume 1 liter, Speed Range 100-1,200 rpm, Ceramic top plate with chemical resistance and easy to clean. Made in USA.

The new ROTAVISC series determines the viscosity of liquids in all areas of application ranging from the laboratory to quality control. The four devices measure in different viscosity ranges. Regardless of a simple or demanding viscosity measurement. The ROTAVISC delivers rapid and accurate results. The level of measurement accuracy of the ROTAVISC rotational viscometer for both Newtonian and non-Newtonian fluids is +/- 1 % of the measuring range. The reproducibility is +/- 0.2 %.

Jan-Feb

11


REGULATIONS

Food Fraud, Food Safety: Terms and Definition

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

ภาพที่ 1: การดัดแปรอาหารโดยเจตนาและไม่เจตนา (อาหารปลอม การป้องกันอาหาร ความ ปลอดภัยอาหาร และคุณภาพของอาหาร) ที่ต้องระบุในระบบการควบคุมอาหาร Figure 1: Intentional and unintentional modifications of food (food fraud, defense, safety, and quality) that need to be addressed in a food control system Source: Yao-wen Huang

ความปลอดภัยอาหาร คุณภาพอาหาร และการป้องกันอาหาร (Food safety, food quality, and food defense) แต่ละเทอมมีนิยามที่แตกต่างกันแม้จะมีลักษณะที่ทับซ้อนกันอยู่ก็ตาม ทั้งสามเทอมจะขึ้นอยู่กับความผิดที่เกิดขึ้นโดย เจตนาทีม ่ โี อกาสเป็นอันตรายหรือส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การประเมินความเสีย ่ งด้านความปลอดภัย ของอาหาร การป้องกันอาหาร และอาหารปลอม (food fraud) ต้องพิจารณาเกณฑ์ที่แตกต่างกันเพื่อหาระดับความ เสีย ่ งของเกณฑ์แต่ละข้อ หลังจากนัน ้ จะมีการปรับใช้มาตรการเพือ ่ ยับยัง ้ ความเสีย ่ ง เทอมดังต่อไปนี้ เป็นเทอมทีม ่ ค ี วาม สำ�คัญเมื่อกล่าวถึงความปลอดภัยอาหารในแง่มุมนี้

อาหารปลอมปน (adulterated food): สารพิษหรือสารทีท่ �ำ ให้เกิดการเสือ่ มเสียซึง่ อาจทำ�ให้เกิดการเจ็บป่วย แต่ในกรณีไม่ ได้เจตนาเติมลงไปในอาหารจะไม่จัดเป็น อาหารปลอมปนหากปริมาณสารนัน้ ไม่มาก พอที่จะทำ�ให้เกิดการเจ็บป่วย การปนเปือ้ นในอาหารและการปลอมปน อาหาร (food contamination and adulteration): การปนเปื้อนเกิดจาก กิจกรรมที่ไม่มีเจตนาและไม่สามารถหลีก เลี่ยงได้ในทางเทคนิค การปลอมปนคือ เจตนาที่แทนที่ส่วนผสมที่มาจากแรงจูงใจ เฉพาะ เช่น ผลตอบแทนในเชิงเศรษฐกิจ หรืออุดมการณ์ อาหารใช้แบรนด์ผิด (misbranded food): อาหารใดๆ ที่ติดฉลากผิดหรือ 12

www.innolabmagazine.com

ทำ�ให้เข้าใจผิด นำ�ไปเสนอขายในชื่ออื่น การเลียนแบบอาหารอื่น โดยภาชนะบรรจุ ทำ�ให้เข้าใจอาหารที่อยู่ภายในผิด อาชญากรรมทางอาหาร (food crime): เกิดขึน้ เมือ่ อาหารถูกดัดแปรโดยเจตนาเพือ่ ให้เกิดอันตรายต่อบุคคลหรือมีจดุ ประสงค์ใน ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ ทีเ่ กิดขึน้ ทัง้ สองกรณีอาจทำ�ให้เกิดปัญหาด้าน ความปลอดภัยอาหารหรือคุณภาพอาหาร การป้องกันอาหาร (food protection): เป็นแนวทางโดยรวมทีป่ ระกอบด้วยการยับยัง้ การขัดขวาง และการตอบโต้ (prevention, intervention, and response) ต่อเหตุ ที่เกิดขึ้นในคุณภาพอาหาร อาหารปลอม และการป้องกันอาหาร

องค์ประกอบของการป้องกันอาหาร

ความปลอดภัยของอาหาร (food safety): การปนเปื้อนในอาหารโดยไม่ เจตนาทำ�ให้เกิดความเจ็บป่วยซึง่ ครอบคลุม การป้องกันอุปทานอาหารจากการปนเปือ้ น โดยไม่เจตนา ความปลอดภัยอาหารเน้นไป ทีก่ ารปนเปือ้ นโดยไม่เจตนาจากส่วนผสมที่ ทราบชนิด จุลินทรีย์ การจั ด การที่ ไ ม่ ถู ก ต้ อ ง หรื อ กระบวนการ

คุณภาพของอาหาร (food quality): คุณภาพของอาหารเน้นไปทีก่ ารเน่าเสียหรือ เสือ่ มเสียของอาหารโดยไม่เจตนาทีส่ ง่ ผลเฉพาะ ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ เช่น ผลิตภัณฑ์ ทีไ่ ม่สามารถจำ�หน่ายได้หรือผลิตภัณฑ์ทมี่ ี


ระดับคุณภาพต่ำ�ลง เนื่องจากคุณลักษณะ เฉพาะของผลิตภัณฑ์มคี วามเบีย่ งเบนจาก มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ใช้อ้างอิง รวมถึง คุณลักษณะทางกายภาพหรือเคมีไม่เป็นไป ตามที่ต้องการ หากประเด็นคุณภาพของ อาหารทำ�ให้ผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัยแม้ว่า จะเกิดจากโดยไม่เจตนาก็ตาม ผลกระทบ ทีเ่ กิดขึน้ จะเป็นประเด็นด้านความปลอดภัย ของอาหารแทน การป้องกันอาหาร (food defense): การปลอมปนอาหารโดยเจตนาทีม่ าจากแรง จูงใจด้านอุดมการณ์ท�ำ ให้เกิดการเจ็บป่วย จากอาหาร เมื่อสารปลอมปนมีโอกาสทำ� อันตรายและแยกโดยการพิจารณาสาเหตุ การป้องกันอาหารเป็นเทอมทีร่ วบรวมตัง้ แต่ การยับยั้งและการกู้คืนสภาพจากการปน เปื้อนโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว หรือการปลอมแปลงอาหารโดยมีแรงจูงใจ จากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและอันตราย ต่อสาธารณสุข การดัดแปรทีเ่ กิดจากแรงจูงใจทาง เศรษฐกิจ (EMA)

การดัดแปรที่เกิดจากแรงจูงใจทาง เศรษฐกิจ (EMA) มีนิยามหมายถึงการ จำ�หน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่เป็นไปตาม มาตรฐานเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) นิยาม EMA ว่า “...สารปลอม เจตนาใช้แทนทีห่ รือเติมลงไปในผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน หรือช่วยลดต้นทุนในการผลิต EMA รวมถึง การเจือจางผลิตภัณฑ์ดว้ ยการเพิม่ ปริมาณ ของสารทีม่ อี ยูแ่ ล้ว ซึง่ การเจือจางนัน้ ทำ�ให้ เกิดความเสีย่ งทีท่ ราบอยูแ่ ล้วหรืออาจทำ�ให้ เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ รวมทั้งการเติม หรือแทนทีส่ ารทีม่ อี ยูเ่ พือ่ ปกปิดการเจือจาง” เทอม

ส่วนการติดแบรนด์ไม่ถกู ต้องด้วยแรงจูงใจ ทางเศรษฐกิจที่นยิ ามตามกฎหมายอาหาร ยา และเครื่องสำ�อาง (FD&C Act) จะ เป็นไปตามนิยามเฉพาะของเทอม “การใช้ แบรนด์ผิด” แต่ไม่ใช่การปลอมปน อาหารปลอม

อาหารปลอมเป็นเทอมที่เรียกรวมการ แทนที่ การเติม การปลอมแปลง หรือการ สำ�แดงอาหาร ส่วนผสมอาหาร หรือบรรจุ ภัณฑ์อาหารอย่างไม่ถกู ต้องโดยไตร่ตรองไว้ แล้วและมีเจตนา อาหารปลอมเป็นเทอมที่ ครอบคลุมกว้างกว่า EMA ตามนิยามของ FDA หรือแนวคิดว่าการทำ�อาหารปลอม (food counterfeiting) อาหารปลอมอาจ ไม่รวมถึง “การปลอมปน” และ “การใช้ แบรนด์ผิด” ตามที่นิยามใน FD&C Act เมื่อมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำ� เช่น การหลีกเลี่ยงภาษีและการลักลอบขนย้าย แรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่ทำ�ให้เกิดอาหาร ปลอมมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจาก ประเด็นความปลอดภัยของอาหาร การ ป้องกันอาหาร และคุณภาพของอาหาร สาเหตุของประเด็นเหล่านีค้ อื อาหารปลอม แต่หากภัยคุกคามทางสาธารณสุขมีส่วน เกี่ยวข้อง ผลกระทบคือผลิตภัณฑ์ที่มีการ ปลอมปนและเหตุการณ์ดา้ นความปลอดภัย ของอาหาร ทั้งหมดนี้จะอยู่ในกรอบของ การป้องกันอาหารทีค่ รอบคลุมตัง้ แต่อาหาร ปลอม คุณภาพของอาหาร ความปลอดภัย ของอาหาร และการป้องกันอาหาร ประเภทของอาหารปลอม

จากการศึกษาที่มีอยู่ สามารถจำ�แนก ผลิตภัณฑ์ปลอมและการทำ�อาหารปลอม ได้เจ็ดประเภท อาหารปลอม ได้แก่ การ ปลอมปน การปลอมแปลง การผลิตเกิน การขโมย การเบี่ยงเบน การจำ�ลอง และ นิยาม

การทำ�ปลอม ตารางต่อไปนี้แสดงนิยาม และตัวอย่างของอาหารปลอมแต่ละประเภท ความเสี่ ย งทางสาธารณสุ ข ที่ เกี่ยวข้องกับอาหารปลอม

ความเสี่ยงทางสาธารณสุขแบ่งเป็น สามประเภท ได้แก่ โดยตรง โดยอ้อม และ ทางเทคนิค ความเสี่ยงโดยตรงของอาหาร ปลอมเกิดขึน้ เมือ่ มีความเสีย่ งอย่างฉับพลัน หรือรวดเร็วของผู้บริโภค เช่น การมีสาร ปนเปือ้ นทีเ่ ป็นพิษเฉียบพลันหรือเป็นพิษถึง ชีวิต ความเสี่ยงโดยอ้อมของอาหารปลอม เกิดขึ้นเมื่อผู้บริโภคจะตกอยู่ในความเสี่ยง ระดับสูงเมือ่ สัมผัสเป็นระยะเวลานาน เช่น การสะสมของสารปนเปื้อนที่เป็นพิษเรื้อรัง ด้วยการกินในปริมาณต่ำ� ความเสี่ยงทาง เทคนิคของอาหารปลอมเกิดจากสิง่ ทีไ่ ม่ใช่ สารหรือวัสดุ เช่น เจตนาสำ�แดงเอกสาร ปลอมที่แสดงส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หรือข้อมูลประเทศที่ผลิต มาตรการตอบโต้อาหารปลอมที่ มีประสิทธิภาพ

ประการแรก การรับรูถ้ งึ ความแตกต่าง และสิ่งที่เหมือนกันระหว่างอาหารปลอม และกฎระเบียบอาหารอื่นๆ เป็นสิ่งสำ�คัญ อาหารปลอมเป็นอาชญากรรมทีม่ แี รงจูงใจ ทางเศรษฐกิจซึ่งสามารถทำ�ให้เกิดความ เสี่ยงทางสาธารณสุข สิ่งสำ�คัญต่อจากนั้น ได้แก่ความเข้าใจการยับยัง้ ความเสีย่ งของ อาหารปลอมทีต่ อ้ งใช้แนวคิดจาก สห สาขาวิชา สาขาวิชาทีส่ �ำ คัญนอกเหนือจาก วิทยาศาสตร์ทางอาหาร ได้แก่ อาชญ วิทยา การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการ บรรจุภณ ั ฑ์ แต่ละสาขาวิชาต่างมอบความ เข้าใจเชิงลึกเพือ่ เรียนรูธ้ รรมชาติของอาหาร ปลอมและมีสว่ นในแนวทางการแก้ไขเชิงรุก เพื่อลดอาหารปลอม  ตัวอย่าง

การปลอมปน

ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สุดท้ายเป็นของปลอม

การเติมเมลามีนลงในนม

การปลอมแปลง

ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่ถูกต้องใช้ในการปลอมแปลง

ข้อมูลวันหมดอายุ การติดฉลากทับ เป็นต้น

การผลิตเกิน

ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องถูกผลิตมากกว่าที่ตกลง

การรายงานการผลิตที่น้อยกว่าความเป็นจริง

การขโมย

ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องถูกขโมยและจ่ายออกอย่างไม่ถูกต้อง

ผลิตภัณฑ์ที่ถูกขโมยถูกนำ�ออกจำ�หน่ายร่วมกับ ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง

การเบี่ยงเบน

การจำ�หน่ายหรือแจกจ่ายผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง

อาหารบรรเทาทุกข์ถูกนำ�ไปวางตลาดที่ไม่ต้องการ ความช่วยเหลือ

การจำ�ลอง

ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้องออกแบบให้คล้ายกันแต่ไม่เหมือนกับ ผลิตภัณฑ์อาหารที่คล้ายกันไม่ได้ผลิตด้วยการประกัน ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้อง คุณภาพที่เท่าเทียมกัน

การทำ�ปลอม

การฝ่าฝืนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งสามารถรวมถึง ผลิตภัณฑ์ที่ทำ�ซ้ำ�อาหารที่ได้รับความนิยมแต่ไม่ได้ ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่ทำ�ปลอมให้เหมือนกับต้นแบบ ผลิตด้วยการประกันคุณภาพที่เท่าเทียมกัน ทั้งหมด

Jan-Feb

13


Food safety, food quality, and food defense have their own distinct definitions; however these incidences have overlapping nature. It depends on whether the intentional criminal activity has the potential to cause harm or impact on product quality. Food safety, food defense, and food fraud risk assessments need to consider different criteria in order to determine degree of risk for each criterion. Further measures are needed to be implemented to mitigate that risk. These followings are some important terms when talking about this area of food safety.

Adulterated Food: Any poisonous or deleterious substance which may render it injurious to health; but in case the substance is not an added substance such food shall not be considered adulterated under this clause if the quantity of such substance in such food does not ordinarily render it injurious to health. Food contamination and adulteration: Contamination is unintentional activity and being technically unavoidable in food product. Adulteration is intentional replacement of an ingredient that is specifically motivated, for example economic or ideological gain. Misbranded Food: Any food that is falsely or misleadingly labeled, offered for sale under another name, is an imitation of another food, where a container is misleading as to the contents. Food crime: It occurs when food is intentionally modified in order to bring harm to individuals or for purposes of economic gain and both situations may lead to issues of food safety or food quality. Food Protection: It is an overall concept that includes prevention, intervention, and response for incidents in food quality, food safety, food fraud, and food defense. Elements of Food Protection

Food Safety: unintentional contamination of food that makes the food injurious to health, it is to protect the food supply from 14

www.innolabmagazine.com

unintentional contamination. Food safety focuses on the unintentional contamination of food by known ingredients, organisms, mishandling, or processing. Food Quality: Food quality focuses on the unintentional spoilage or deterioration of food that only results in economic loss, such as an unsalable or downgraded product. This could be due to specific product characteristics deviating from industry reference standards, including expected physical or chemical attributes. If a food quality incident leads to a product that is harmful, then, although the cause is unintentional, the effect makes it a food safety incident. Food Defense - Ideologically motivated intentional adulteration that makes the food injurious to health. Where the adulterant has the potential to cause harm, considering the cause of the incident, food defense is a collective term that encompasses preventing and recovering from an intentional and deliberate contamination or tampering of food, motivated by either economic gain or public health harm. Economically Motivated Adulteration (EMA)

Economically Motivated Adulteration (EMA) is defined as the sale of food products that are not up to recognized standards in order to generate financial gain. FDA defined EMA as: “… the fraudulent,

intentional substitution or addition of a substance in a product for the purpose of increasing the apparent value of the product or reducing the cost of its production. EMA includes dilution of products with increased quantities of an already present substance to the extent that such dilution poses a known or possible health risk to consumers, as well as the addition or substitution of substances in order to mask dilution.” The corollary concept of economically motivated misbranding defined in Food, Drug, and Cosmetic Act (FD&C Act) is when an act specifically meets definition of “misbranding” and not adulteration. Food Fraud

Food fraud is a collective term used to encompass the deliberate and intentional substitution, addition, tampering, or misrepresentation of food, food ingredients, or food packaging; or false or misleading statements made about a product, for economic gain. Food fraud is a broader term than either the EMA defined by the FDA or the more specific general concept of food counterfeiting. Food fraud may not include “adulteration” or “misbranding,” as defined in the FD&C Act, when it involves acts such as tax-avoidance and smuggling. The economic motivation behind food fraud is distinctly different from those for food safety, food defense, and food quality. The


cause of an event might be food fraud, but if a public health threat becomes involved, the effect is an adulterated product and a food safety incident. All of this is under the umbrella of food protection, which encompasses food fraud, food quality, food safety, and food defense. Types of Food Fraud

Existing research on product fraud and counterfeiting have defined seven distinct types of food fraud. These fraudulent incidents include: adulteration, tampering, over-run, theft, diversion, simulation, and counterfeiting. Below is a table that contains the definitions and examples of each food fraud type.

Term

Public Health Risks Associated with Food Fraud

Three types of public health risks can result from food fraud: Direct, Indirect, and Technical. Direct food fraud risk occurs when there is an immediate or imminent risk to the consumer, such as the inclusion of an acutely toxic or lethal contaminant. Indirect food fraud risk occurs when the consumer is put at risk through long-term exposure, such as the build up in the body of a chronically toxic contaminant through the ingestion of low doses. Indirect risk also includes the omission of beneficial ingredients, such as preservatives or vitamins. Technical food fraud risk is nonmaterial in nature. For example, food documentation fraud occurs when product content or countryof-origin information is deliberately misrepresented. Definition

Efficient Food Fraud Countermeasures

First, recognizing the differences and similarities between food fraud and the other food disciplines is important. Food fraud is an economically motivated crime that can have public health risks. Next, it is important to understand that mitigating the risks of food fraud requires a multi-disciplinary approach. Some of the useful disciplines, beyond food science, include criminology, supply chain management, and packaging. Each of these disciplines provides insights for understanding the nature of food fraud and contributes proactive solutions to reduce food fraud. 

Example

Adulteration

A component of the finished product is fraudulent

Melamine added to milk

Tampering

Legitimate product and packaging are used in a fraudulent way

Changed expiry information, product uplabeling, etc.

Over-run

Legitimate product is made in excess of production agreements

Under-reporting of production

Theft

Legitimate product is stolen and passed off as legitimately procured

Stolen products are co-mingled with legitimate products.

Diversion

The sale or distribution of legitimate products outside of intended markets

Relief food redirected to markets where aid is not required

Simulation

Illegitimate product is designed to look like but not exactly copy the legitimate product

Knock-offs of popular foods not produced with same food safety assurances

Counterfeiting Intellectual Property Rights infringement, which could include all aspects of the fraudulent product and packaging being fully replicated

Copies of popular foods not produced with same food safety assurances

Article info  John Spink and Douglas Moyer. 2019. Backgrounder: Defining the Public Health Threat of Food Fraud. National Center for Food Protection and Defense. Anti-Counterfeiting and Product Protection Program (A-CAPPP). Michigan State University. 30 April 2011. Website: foodfraud.msu.edu  Yao-wen Huang. Food Safety, Food Defense, and Food Fraud. National Taiwan Ocean University. Retrieved on 7 March 2019. Website: www.fs.ntou.edu.tw Jan-Feb

15


RESEARCH AND DEVELOPMENT

Nutricosmetics Popularity across the Globe

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

โภชนสำ�อาง หรือ นิวทริคอสเมติก เป็นแนวคิดความงามจากภายในที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคทั่วโลก นิว ทริคอสเมติกคือความงามที่เริ่มต้นจากผิวหนังรวมถึงความเข้าใจในความเกี่ยวพันของโภชนาการ ได้แก่ สารต้าน อนุมูลอิสระต่างๆ วิตามินที่ส่งผลต่อผิวหนัง และสารอาหารบางชนิดที่มอบการป้องกันสิ่งที่ท�ำ ให้เกิดความเครียด (stressor) จากสิ่งแวดล้อม ได้แก่ แสงอาทิตย์ มลพิษ และความเครียด ผลประโยชน์ของผิวที่สว่างใส การรักษาริ้ว รอยเหี่ยวย่น การเพิ่มปริมาณคอลลาเจน และความชุ่มชื้นที่มาจากแนวคิดใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่ครีมและซีรัมสำ�หรับใช้ เฉพาะจุดแต่รวมถึงการใช้สารเสริมอาหารอีกด้วย แรงผลักดันปฐมภูมิ

แรงดึงดูดของนิวทริคอสเมติกเกิดกับ ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ ผลิตภัณฑ์ผบู้ ริโภคจากธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มธรรมชาติสร้างแรงดึงดูด ทำ�ให้ผู้ บริโภคเกิดความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ทผี่ า่ น กระบวนการน้อยกว่าหรือมีสารสังเคราะห์ น้อยกว่า ตลาดในช่วงเริ่มต้นจะขับเคลือ่ น โดยผูบ้ ริโภคทีเ่ ป็นหญิงอายุมากกว่า 35 ปี ผูบ้ ริโภคหญิงทีม่ อี ายุนอ้ ยลงและชายทีเ่ พิม่ จำ�นวนมากขึ้นเป็นตัวกระตุ้นการปฏิวัติ ผลิตภัณฑ์ในกลุม่ นื้ ความเข้าใจทีล่ กึ ซึง้ ขึน้ เกีย่ วกับบทบาทของโภชนาการทีม่ ตี อ่ ผิวหนัง ทำ�ให้ผู้บริโภคจำ�นวนมากกำ�ลังค้นหาส่วน ผสมดูแลผิวระดับพรีเมียมที่สนับสนุนด้วย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ 16

www.innolabmagazine.com

ใช้ได้ผลจริง?

ผลที่ได้จากนิวทริคอสเมติกจะมีความ สัมพันธ์ตามระยะเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทาย ทีส่ ดุ สำ�หรับผูบ้ ริโภค ผลทีส่ งั เกตได้จากการ ใช้นิวทริคอสเมติกช้ากว่า โดยผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารนิวทริคอสเมติกอาจต้องใช้เวลา 30-60 วัน ถึงจะสังเกตเห็นผลทีด่ ตี อ่ ผิว เช่น สำ�หรับการรักษาสิว ริว้ รอยเหีย่ วย่น ความ ชุม่ ชืน้ และโทนสีผวิ ในขณะทีผ่ ลิตภัณฑ์ใช้ เฉพาะทีส่ ามารถแสดงผลประโยชน์ทสี่ งั เกต ได้ภายในวันเดียว ทำ�ให้ผบู้ ริโภคคิดว่าผลิต ภัณฑ์นวิ ทริคอสเมติกไม่มผี ล แต่ผลิตภัณฑ์ ส่งผลจริงในองค์รวมแต่ช้ากว่า

ความนิยมของนิวทริคอสเมติก

ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมีการเติบโตอย่าง รวดเร็วในตลาดผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ส่วนใหญ่และตลาดเภสัชภัณฑ์ทซี่ อื้ ได้ทวั่ ไป (over-the-counter, OTC) ผลิตภัณฑ์ OTC มากมายวางตำ�แหน่งของตนเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพื่อการป้องกัน มีการนำ� เสนอผลิตภัณฑ์นวิ ทริคอสเมติกทีอ่ อกแบบ เพือ่ มอบประโยชน์ดา้ นความงามและการแก่ ชราอย่างมีสุขภาพดี โดยเน้นไปที่ผิวหนัง เส้นผม และเล็บ ยูโรมอนิเตอร์รายงานว่า ในปี 2558 ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ (ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหาร และโทนิก/เครื่องดื่ม) มียอด ขายทั่วโลกถึง 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประชากรอายุนอ้ ยมีแนวโน้มทีจ่ ะทดลอง ผลิตภัณฑ์ใหม่ จึงเป็นสัญญาณที่ดีของ ตลาดนิวทริคอสเมติก


เทรนด์ผลิตภัณฑ์และการวิจัย

ทุกวันนี้ ผู้บริโภคซึ่งรวมถึงผู้ชายและ ผู้ที่มีช่วงอายุ 20 และ 30 ปี ใช้วิธีการ เชิงป้องกันสำ�หรับความงาม สารสกัดจาก ธรรมชาติจากผลไม้และผัก โดยใช้เทคโนโลยี ทีล่ �้ำ หน้าทัง้ การกำ�หนดมาตรฐานและการส่ง ผ่าน (standardization and delivery) ช่วยพาตลาดผลิตภัณฑ์นวิ ทริคอสเมติกให้ล�้ำ หน้าไปด้วย ผูผ้ ลิตส่วนผสมต้องเผชิญความ ท้าทาย ได้แก่ การนำ�เสนอประสิทธิผลด้วย การศึกษาทางคลินกิ ทีอ่ อกแบบอย่างเหมาะ สม และจากนั้น นำ�ข้อมูลเหล่านี้นำ�เสนอ ให้เป็นมิตรกับผู้บริโภค การวิจัยแสดงให้ เห็นว่า นอกจากสารออกฤทธิ์ที่ทำ�ให้เกิด ผลดีแล้ว ผลลัพธ์ทไี่ ด้ตอ้ งการการเสริมฤทธิ์ (synergy) และสารที่เหมาะสม ตัวอย่าง ต่อไปนีเ้ ป็นส่วนผสมทีไ่ ด้รบั ความนิยมของ ผู้ผลิตและผู้บริโภค สารต้านอนุมลู อิสระ - ผลของการต้าน อนุมูลอิสระบนผิวหนังเป็นสิ่งที่ไม่สามารถ ปฏิเสธได้ ทำ�ให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น การ แพ้แสงแดด มะเร็ง และการอักเสบ สาร ต้านอนุมลู อิสระมีความสัมพันธ์เป็นอย่างยิง่ กับตลาดนิวทริคอสเมติก เนือ่ งจากบทบาท ในการยับยั้งสัญญาณแห่งวัย ประสิทธิผล ของสารต้านอนุมลู อิสระได้รบั การสนับสนุน จากการทดสอบทางคลินิกมากมาย สารสกัดจากมะเขือเทศ - สารสกัด จากมะเขือเทศทั้งผลถูกกำ�หนดมาตรฐาน เป็นสารต่างๆ เช่น แคโรทีนอยด์ ไลโค ปีน ไฟโทอีน และไฟโทฟลูอีน ผลิตภัณฑ์ นี้ช่วยป้องกันผิวไม่ให้ดีเอ็นเอเสียหายจาก การสัมผัสแสงแดด ช่วยรักษาความสามารถ ในการป้องกันความแก่ชราเนื่องจากแสง อาทิตย์ เพิ่มความนุ่มลื่น ความหนาแน่น และความหนาของผิว และช่วยป้องกัน ความเสียหายเนื่องจากแสงแดด เมทิลซัลโฟนิลมีเทน (MSM) – MSM เป็นส่วนผสมชั้นนำ�ด้านการสนับสนุนการ ทำ�งานของข้อต่อและเนือ้ เยือ่ เกีย่ วพัน ช่วย สนับสนุนให้ข้อต่อมีสุขภาพดีด้วยการช่วย ลดการอักเสบและความเครียดออกซิเดทีฟที่ เนือ้ เยือ่ เกีย่ วพัน ป้องกันความเสียหายทีจ่ ะ ตามมา ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้ MSM ส่งผลช่วยลดสัญญาณแห่งวัย เพิ่ม ความชุ่มชื้นของผิวและช่วยปรับโทนสีผิว และลดการเกิดโรคทีม่ อี าการอักเสบทีผ่ วิ หนัง พิคโนจีนอล – เป็นสารสกัดจากเปลือก สนฝรั่งเศสที่กำ�หนดเป็นมาตรฐาน มีการ ใช้อย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์สำ�หรับกิน เพื่อสนับสนุนเพื่อการดูแลผิว การศึกษาที่

มีการตีพมิ พ์มากมายสนับสนุนผลทีไ่ ด้จาก การใช้พิคโนจีนอล คุณสมบัติพื้นฐานของ พิคโนจีนอลสีข่ อ้ ได้แก่ เป็นสารต้านอนุมลู อิสระ ต้านการอักเสบธรรมชาติ จับคอล ลาเจนและอีลาสตินในผิวหนังแบบเลือก และเพิ่มการสร้างกรดไฮยารูโรนิกขึ้นใหม่ และสนับสนุนการสร้างไนตริกออกไซด์ที่ ชัน้ เยือ่ บุโพรงซึง่ ช่วยในการหมุนเวียนระดับ เซลล์ของผิวหนัง ฟอสฟาทิดิลเซอรีน (PS) - เป็นสาร อาหารธรรมชาติที่พบที่เยื่อหุ้มเซลล์ ช่วย เสริมความแข็งแรงให้กับการป้องกันความ เสียหายจากแสงตามธรรมชาติ การกิน PS เสริมอาหารจากการตรวจสอบจากการศึกษา หลายชิน้ พบว่าช่วยซ่อมแซมและคืนสภาพ ส่วนที่ได้รับผลกระทบจากแสงแดด ทำ�ให้ ผิวหนังทีแ่ ก่ชรามีสขุ ภาพดีและดูออ่ นเยาว์ คอลลาเจน – คอลลาเจนเป็นหน่วย โครงสร้างของผิวหนังทีม่ สี ขุ ภาพดี ผูท้ เี่ ป็น มังสวิรตั ิ (วีแกน) มีทางเลือกในการสนับสนุน การสร้างคอลลาเจน ผลิตภัณฑ์จะมีส่วน ผสมของสารอาหารร่วม (co-nutrient) เช่น กรดอะมิโน ซิลิกา และวิตามินซี เพื่อ สนับสนุนโพร-คอลลาเจน สารตัง้ ต้นของการ ผลิตคอลลาเจน หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เมือ่ ไม่นานมานี้ยืนยันว่าประสิทธิผลสูงสุด เมื่อได้รับคอลลาเจนทางการกิน โพรไบโอติก – โพรไบโอติกทำ�หน้าที่ มากกว่าการสนับสนุนสุขภาพของระบบ ย่อยอาหารและการทำ�หน้าทีข่ องภูมคิ มุ้ กัน โพรไบโอติกช่วยป้องกันและทำ�หน้าทีร่ กั ษา สภาวะที่เกิดกับผิวหนัง เช่น อาการแพ้ การสัมผัสรังสียูวี และการติดเชื้อ โพรไบ โอติกทำ�ให้ฟงั ก์ชนั ของผิวหนังกลับคืน เพิม่ คุณภาพของผิวหนัง และลดอาการผิวหนัง อักเสบและสภาวะแพ้ของผิวหนังได้ทันที นอกจากนั้น ยังพบว่าโพรไบโอติกช่วยลด โอกาสในการเกิดอาการผิวหนังอักเสบเหตุ ภูมิแพ้ (eczema) ในเด็ก หากแม่ได้รับ อาหารเสริมโพรไบโอติกระหว่างตั้งครรภ์ กรดไขมันโอเมกา-3 – โอเมกา-3 มี ความสำ�คัญต่ออาการอักเสบและการตอบ สนองของภูมคิ มุ้ กันและช่วยป้องกันผิวหนัง จากแสงแดด และป้องกันการมะเร็งใน ผิวหนังที่ไม่ใช่ประเภทเมลาโนมา (nonmelanoma skin cancer) การศึกษาการ ใช้โอเมกา-3 กับตัวอย่างทีม่ อี าการผิวหนัง อักเสบ เช่น โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) และ โรคผื่นภูมิแพ้ การกินโอเมกา-3 ช่วยเพิ่ม การปกป้องเซลล์ผวิ หนังจากรังสียวู ี เมือ่ ใช้ ร่วมกับสารกันแดดแบบทา นอกจากความ

สามารถในการต้านการอักเสบ โอเมกา-3 ช่วยป้องกันโรคมะเร็งผิวหนังด้วยการควบคุม ภูมคิ มุ้ กัน (immunomodulation) ทำ�ให้ ผลิตภัณฑ์นิวทริคอสเมติกมีผลประโยชน์ มากกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์แบบทาเฉพาะที่ อย่างเดียว ไบโอตินและเคราติน - เป็นสารอาหารที่ ต้องการน้อย (essential micronutrient) ทีจ่ �ำ เป็นต่อการทำ�งาน การเติบโต และการ พัฒนาของเซลล์ ไบโอตินช่วยให้ร่างกาย สร้างเคราตินและมีความสำ�คัญต่อสุขภาพ ของผิวโดยรวม การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ มีอาการทางผิวหนังต่างๆ เช่น ผูท้ มี่ อี าการ โรคผืน่ ภูมแิ พ้ และผมร่วง มีอาการขาดเครา ติน ทำ�ให้โอตินมีส่วนสำ�คัญในผลิตภัณฑ์ ที่มอบความงามจากภายใน สถานการณ์ตลาด

บริษทั มาร์เก็ต รีเสิรช์ ฟิวเจอร์ ทำ�นาย ว่าตลาดนิวทริคอสเมติกทัว่ โลกจะเติบโตอย่าง มีนยั สำ�คัญในช่วงปี 2561-2566 เนือ่ งจาก เกิดความต้องการอาหารและเครื่องดื่มที่ สนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีซึ่ง ทำ�ให้ผวิ มีสขุ ภาพดีขนึ้ เมือ่ พิจารณาเทรนด์ ความนิยมของเครื่องสำ�อางที่มีสารอาหาร อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ความงามกำ�ลัง วางแผนสร้างตำ�รับผลิตภัณฑ์ทมี่ สี ว่ นผสม ทีเ่ ป็นทีร่ จู้ กั ทีม่ เี พียงไม่กชี่ นิดเพือ่ ตอบสนอง ความต้องการผลิตภัณฑ์คลีนเลเบล ตลาดนิวทริคอสเมติกของโลกแบ่งเป็น ภูมภิ าคอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียแปซิฟกิ และภูมิภาคอื่นๆ ของโลก เอเชียแปซิฟิก มีส่วนแบ่งการตลาดนิวทริคอสเมติกมาก ที่สุด ตามมาด้วยยุโรป และคาดว่าเอเชีย แปซิฟิกจะเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตมาก ที่สุด เนื่องจากความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สารอาหารที่มีคุณสมบัติแบบเครื่องสำ�อาง นอกจากนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้หลัง หักค่าใช้จ่ายของประเทศกำ�ลังพัฒนาใน ภูมิภาคนี้และความสนใจผลิตภัณฑ์เสริม อาหารที่ช่วยเพิ่มความงามเป็นแรงผลัก ดันความต้องการผลิตภัณฑ์นิวทริคอสเม ติก ในภูมภิ าคอเมริกาเหนือมีสว่ นแบ่งการ ตลาดนิวทริคอสเมติกพอสมควรเนื่องจาก พฤติกรรมการกินที่ไม่ดีและกำ�ลังซื้อเพื่อ บริโภคที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค ส่วนประเทศ ต่างๆ เช่น บราซิล เกาหลีใต้ ไต้หวัน คาด ว่าโอกาสสำ�หรับผูผ้ ลิตรายใหม่ในตลาดนิว ทริคอสเมติกจะมีการเติบโตอย่างมีนยั สำ�คัญ ในช่วงเวลาดังกล่าว  Jan-Feb

17


Nutricosmetics, a concept of beauty from within, is becoming increasingly popular for consumers around the world. The concept of nutricosmetics is that beauty starts beneath the surface and understanding of the relevance of balanced nutrition including various antioxidants, skin-active vitamins, and some nutrients that offer protection of environmental stressors including sunlight, pollution, and stress. The benefits of glowing skin, wrinkle repair, boosting collagen, and hydration come from this new concept, not only in topical creams and serums, but also incorporated into supplements. Primary Drivers

The appeal of nutricosmetics resides in consumers’ pursuit of wellness. Consumer products that are naturally sourced or naturally positioned increasingly appeal to consumers’ desire to use products that are less processed or synthetic. The market is primarily driven by women over age 35, yet younger women and more men are now spurring an evolution of the category. There is a deeper understanding of the role nutrition plays in our skin. More consumers are seeking products with premium ingredients backed by scientific evidence to care for their skin. Truly Affected?

Effects of nutricosmetics are about the time courses for benefits that is generally the most challenging for consumers. Nutricosmetics are generally much slower to exert noticeable effects. A nutricosmetic supplement might take 30-60 days to show a benefit on a consumer’s skin, such as for acne, wrinkles, moisture, and skin tone, while a topical product could be capable of showing noticeable benefits within a day. This leads many consumers to think that the product is not working, when it is actually working in a complementary, but slower, fashion. Popularity of Nutricosmetics

Natural products are rapidly growing in most consumer products 18

www.innolabmagazine.com

markets, and the over-the-counter (OTC) market. Many OTC products are positioned as preventive products to be used. Designed to deliver beauty and healthy aging benefits with particular emphasis on skin, hair and nails, nutricosmetic sales (beauty supplements and tonics/ beverages) reached 3.3 billion USD in global sales in 2015, according to Euromonitor International. The younger generation are more inclined to try new things, which is a good sign for the nutricosmetic market. Product and Research Trends

Today’s consumers also include men, and those in their 20s and 30s who are taking a more proactive approach to beauty. Natural extracts of whole fruits and vegetables, with advanced technologies on both standardization and delivery, will help to advance the nutricosmetics market. The challenge ingredient manufacturers faced is demonstrating efficacy in properly designed clinical studies and then conveying this information in a consumer friendly manner. Researches show that there is not only one active molecule that drives the positive affect, it is a collective effort that requires synergy and the right potency. Here are some examples of popular ingredients among manufacturers and consumers; Antioxidants - the effect of oxidation on the skin is indisputable, resulting in a variety of issues such

as photosensitivity, cancer, and inflammation. Antioxidants are highly relevant to the nutricosmetics market, due to their role in halting visible signs of aging. Their efficacy is supported by a growing number of clinical trials. Tomato extracts - the wholetomato extract is standardized with the carotenoids, lycopene, phytoene and phytofluene. The product protects the skin from DNA damage due to sun exposure; helps maintain the skin’s ability to protect against photoaging; increases skin smoothness, density and thickness; and helps prevent damage caused by sunlight. Methylsulfonylmethane (MSM) - MSM has been regarded as a premier ingredient for supporting joint and connective tissue. It supports healthy joints by reducing inflammation and oxidative stress within the connective tissue, protecting it from further damage. Studies have shown promising results MSM’s ability to lessen the signs of aging, improve skin hydration and tone, and reduce inflammatory skin ailments. Pycnogenol - a standardized natural extract from French maritime pine bark, is widely used in oral applications for various skin care indications and supported by numerous published studies. Pycnogenol has four basic properties; potent antioxidant, natural anti-inflammatory, selectively binding to collagen and


elastin in the skin and increases regeneration of hyaluronic acid, and it aids in the production of endothelial nitric oxide, which helps with skin’s micro-circulation. Phosphatidylserine (PS) - a natural nutrient found in the body’s cell membranes, was shown to reinforce the body’s natural defenses against photo-damage. Intake of PS supplements has been proven in multiple studies to repair and restore many of the effects of sun exposure, helping to keep aging skin healthy and youthful looking. Collagen – collagen is a building block of healthy skin. Individuals living a vegan lifestyle now have a choice for supporting collagen production. The product combines collagen co-nutrients including amino acids, silica and vitamin C to support pro-collagen, the precursor to collagen production. Recent scientific evidence confirms that the highest efficacy can be achieved when collagen is ingested orally. Probiotics - probiotics do more than enhance digestive health and support immune function. They have been found to protect and serve as treatment for skin conditions such as allergies, UV exposure, and infections. They restore skin function, improve skin quality, and reduce the instance of dermatitis and other allergic skin conditions. They have also been found to improve or reduce the likelihood of eczema in children if the mother supplemented with

probiotics while pregnant. Omega-3 fatty acids - omega-3s are important for inflammatory and immune responses and may also help protect the skin from the sun, and protect against non-melanoma skin cancers. Studies show its use for inflammatory skin conditions such as psoriasis and dermatitis. Oral use may enhance protection of skin cells from UV radiation when used in combination with a topical sunscreen. In addition to its antiinflammatory properties, omega-3s work to protect against skin cancer through immunomodulation, making its addition in a nutricosmetic far more beneficial than topical application alone. Biotin and Keratin - as an essential micronutrient for cellular function, growth, and development, biotin helps the body create keratin, and is important for overall skin health. Studies have shown that many suffering from certain skin conditions such as dermatitis and hair loss have some level of keratin deficiency, making it an important contribution to a beauty from within product. Market Scenario

Market Research Future predicts that the global nutricosmetics market is expected to grow significantly between 2018 and 2023, due to the rising demand for health and wellness foods and beverages that help in promoting healthier skin. Looking at the growing trend of

nutritional cosmetics, the beauty product industry is planning to formulate products with few and recognizable ingredients to meet the demand for clean label products. The global nutricosmetics market is segmented into North America, Europe, Asia-Pacific, and Rest of the World. Asia-Pacific holds the largest market share in the global nutricosmetics market followed by Europe. Asia-Pacific is expected to be the fastest growing region, owing to the rising awareness about nutritional products induced with cosmetic features. Moreover, increasing per capita disposable income in the developing countries of this region and their inclination towards supplements to enhance their beauty are driving the demand for nutricosmetics in this region. North America is contributing a decent revenue share to the nutricosmetics market due to the poor dietary habits and enhanced spending power of the consumers in this region. Countries such as Brazil, South Korea, and Taiwan are expected to create significant growth opportunities for new players in the nutricosmetics market during the forecast period. 

Article info  Danielle Rose. 2018. Nutricosmetics: Opportunities to Meet Modern Health Needs. Feature. Nutraceutical World. 6 Jan 2018. Rodman Media.  Market Research Future. 2019. Global Nutricosmetics Market Research Report Information. WantStats Research And Media.  Naira Aslanian. 2018. The Ever-growing Pursuit of Wellness Drives Both Nutricosmetics and Natural OTCs. 25 May 2018. Kline & Company.  Sean Moloughney, 2016. Nutricosmetics: Beauty Starts Beneath The Surface. Feature. Nutraceutical World. 6 Jan 2016. Rodman Media. Jan-Feb

19


REGULATIONS

Fine Particulate Mat ters Risks and Health Effects

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

PM ย่อมาจาก Particulate Matter (อาจเรียกว่า particle pollution) หมายถึง ของผสมที่ประกอบด้วยอนุภาค ของแข็งและหยดของเหลวขนาดเล็กมากในอากาศ อนุภาคบางชนิด เช่น ฝุน ่ สิง ่ สกปรก หรือควัน มีขนาดใหญ่พอหรือ มีสีเข้มพอจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ส่วนอนุภาคอื่นๆ อาจมีขนาดเล็กมากจนต้องตรวจจับโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ อิเล็กตรอน อนุภาคเหล่านี้มีขนาดและรูปร่างหลากหลายและมีองค์ประกอบทางเคมีหลายร้อยชนิด

อนุภาคขนาดเล็กดังกล่าวมีองค์ประกอบ ที่มีนัยสำ�คัญคือ PM10 : เป็นอนุภาคที่มนุษย์สามารถ หายใจเข้าไปได้ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 10 ไมโครเมตร และเล็กกว่า PM2.5 : อนุภาคขนาดเล็กมากทีม่ นุษย์ สามารถหายใจเข้าไปได้ เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 2.5 ไมโครเมตร หรือเล็กกว่า หรือมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ที่มีเส้น ผ่านศูนย์กลางประมาณ 70 ไมโครเมตร ถึง 30 เท่า แหล่งกำ�เนิดอนุภาคขนาดเล็ก

อนุภาคขนาดเล็กบางชนิดปลดปล่อย จากแหล่งกำ�เนิดโดยตรง เช่น พืน้ ทีก่ อ่ สร้าง ถนนไม่ลาดยาง ทุ่งโล่ง ปล่องควัน หรือ ไฟ อนุภาคส่วนใหญ่ทเี่ กิดขึน้ ในบรรยากาศ มาจากปฏิกริ ยิ าทีซ่ บั ซ้อนของสารเคมี เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนได ออกไซด์ ซึง่ เป็นมลพิษทีป่ ลดปล่อยจากโรง ไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม และยานยนต์ 20

www.innolabmagazine.com

แหล่งกำ�เนิดจากอุตสาหกรรม PM10 และ PM2.5 เกิดจากกระบวนการ ต่างๆ ในอุตสาหกรรมตั้งแต่การจัดการ กับวัสดุปริมาณมาก การสันดาป และ กระบวนการผลิตแร่ อุตสาหกรรมที่ใช้ กระบวนการเหล่านี้รวมถึงการใช้อิฐ โรง กลั่น การใช้ปูนซีเมนต์ การผลิตเหล็กและ เหล็กกล้า การระเบิดหิน และโรงไฟฟ้าที่ ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

แหล่งกำ�เนิดจากการขนส่ง ยานพาหนะสร้างอนุภาคขนาดเล็กทั้ง การปลดปล่อยโดยตรงจากการเผาไหม้เชือ้ เพลิง (โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล) หรือ เกิดจากการสึกหรอของยาง หรือกระแส อากาศแบบป่วนปัน่ บนถนน อนุภาคขนาด เล็กอาจเกิดจากการกระทำ�ของลมต่อวัสดุ ที่เป็นฝุ่นผงที่ขนส่งบนยานพาหนะอีกด้วย

แหล่งกำ�เนิดจากการกระจาย อนุภาคขนาดเล็กปลดปล่อยจากแหล่ง กำ�เนิดจากการกระจายมากมาย เช่น การ ตัดหญ้า เตาฟืน ไฟ และฝุ่นที่เกิดจากลม แม้ว่าอนุภาคที่เกิดขึ้นจะหยาบกว่าก็ตาม

อนุภาคขนาดเล็กไม่ได้เกิดจากผลิตภัณฑ์ ใดๆ โดยเจตนาแต่เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ของผลิตภัณฑ์ เช่น ทัลคัม (ทัลซี) หรือ ผลิตภัณฑ์ฝุ่นผงอื่นๆ

แหล่งธรรมชาติ แหล่งธรรมชาติ เช่น ไฟป่า พายุฝุ่น ละอองเรณู และละอองน้ำ�ทะเล

ผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค

ผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจาก อนุภาคขนาดเล็ก

อนุ ภ าคขนาดเล็ ก ที่ ม นุ ษ ย์ ส ามารถ หายใจเข้าไปได้และทำ�ให้เกิดผลเสียร้าย แรงต่อสุขภาพ อนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้น ผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร


ภาพที่ 1: ขนาดเชิงเปรียบเทียบของอนุภาค ขนาดเล็ก Figure 1: Size comparisons for PM particles Source: www.epa.gov

สามารถผ่านเข้าสูป่ อดและบางส่วนจะเข้าสู่ กระแสเลือด PM2.5 ทำ�ให้เกิดความเสี่ยง ด้านสุขภาพมากทีส่ ดุ อนุภาคขนาดเล็กส่ง ผลกระทบทัง้ เฉียบพลันและเรือ้ รังต่อระบบ ทางเดินหายใจและระบบหลอดเลือดหัวใจ เป็นสาเหตุของผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ และเศรษฐกิจมากมายในแต่ละปี การศึกษาเชิงสุขภาพได้แสดงความ สัมพันธ์อย่างมีนยั สำ�คัญระหว่างการสัมผัส อนุภาคขนาดเล็กและความเสีย่ งด้านสุขภาพ ซึ่งรวมถึงการตายก่อนวัยอันควรด้วย ผล กระทบต่อสุขภาพอาจรวมถึงผลกระทบ ต่อระบบหลอดเลือดหัวใจ เช่น ภาวะ หัวใจเต้นผิดจังหวะและภาวะกล้ามเนื้อ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และผลกระทบ ต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหืดระยะ เฉียบพลันและอาการหลอดลมอักเสบ การ สัมผัสอนุภาคขนาดเล็กสามารถทำ�ให้การ รักษาตัวในโรงพยาบาล การรักษาในห้อง ฉุกเฉิน การขาดเรียนหรือขาดงาน บ่อย ครั้งขึ้น และกิจกรรมระหว่างวันถูกจำ�กัด โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยของปอด หรือหัวใจ ผู้สูงอายุ และเด็กๆ ขนาดของอนุภาคเกี่ยวข้องโดยตรงกับ โอกาสในการเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพ อนุภาคขนาดเล็กมากอย่าง PM2.5 ทำ�ให้ เกิดความเสีย่ งด้านสุขภาพมากทีส่ ดุ อนุภาค ทีม่ ขี นาดใหญ่กว่า (PM10-2.5) จะน่าเป็น ห่วงน้อยกว่า แม้ว่าอนุภาคกลุ่มนี้สามารถ ทำ�ให้ตา จมูก และคอเกิดการระคายเคือง ได้ก็ตาม

เฟิง และคณะ (2016) เสนอว่าผลกระ ทบของ PM2.5 ต่อสุขภาพน่าเป็นห่วงมาก ขึน้ ทัว่ โลกโดยเฉพาะในประเทศกำ�ลังพัฒนา การศึกษาเชิงระบาดวิทยาและพิษวิทยาแสดง ให้เห็นว่า นอกจาก PM2.5 จะทำ�ให้เกิด ความผิดปกติและ/หรือความบกพร่องของ หัวใจและหลอดเลือดแล้ว ยังมีสว่ นเกีย่ วข้อง กับผลกระทบทีไ่ ม่พงึ ประสงค์ตอ่ สุขภาพอีก มากมาย เช่น ทำ�ให้โรคเบาหวานเริ่มเกิด และกำ�เริบ และทำ�ให้เกิดผลกระทบทีไ่ ม่พงึ ประสงค์ตอ่ การคลอด การค้นพบก่อนหน้า นีแ้ สดงให้เห็นว่า PM2.5 อาจเป็นอันตราย ต่อสุขภาพแม้จะมีการสัมผัสในระดับต่ำ� มาก กลไกพื้นฐานของการเกิดผลกระทบ ที่ไม่พึงประสงค์ของ PM2.5 ได้แก่ การ เหนี่ยวนำ�ให้เกิดความเครียดออกซิเดชัน ภายในเซลล์ ความเป็นสารก่อกลายพันธุ์/ ความเป็นพิษต่อพันธุกรรม และการตอบ สนองด้วยอาการอักเสบ การต่อสู้กับมลภาวะทางอากาศ: บทเรียนจากจีน

ประเทศจีน (โดยเฉพาะเมืองใหญ่) เคยต่อสูก้ บั มลภาวะทางอากาศทีร่ นุ แรงแต่ กลับใช้เวลาเพียงสี่ปีในการเอาชนะ เมือง ต่างๆ ลดความเข้มข้นของอนุภาคขนาด เล็กได้ถึง 32% โดยเฉลี่ย จีนได้ประกาศ ใช้แผนคุณภาพอากาศแห่งชาติเพื่อต่อสู้ กับมลภาวะ ซึง่ กำ�หนดให้เขตเมืองทัง้ หมด ลดความเข้มข้นของอนุภาคขนาดเล็กให้ได้ อย่างน้อย 10% หรือมากกว่านั้นในบาง เมือง สำ�หรับกรุงปักกิ่ง แผนกำ�หนดให้

ลดมลพิษลง 25% เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ จีนได้ ระงับการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ในภูมภิ าคทีม่ มี ลภาวะสูงซึง่ รวมถึงเขตกรุง ปักกิ่ง ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีอยู่กำ�หนด ให้ลดการปลดปล่อยมลพิษสูอ่ ากาศ หากไม่ ปฏิบตั ติ ามก็จะเปลีย่ นเชือ้ เพลิงจากถ่านหิน เป็นแก๊สธรรมชาติ จำ�กัดจำ�นวนรถยนต์บน ถนนในเมืองขนาดใหญ่ รวมถึงกรุงปักกิ่ง เมืองเซี่ยงไฮ้ และเมืองกวางโจว ลดกำ�ลัง การผลิตเหล็กและเหล็กกล้าและปิดเหมือง ถ่านหิน มาตรการบางอย่างนั้นไม่ใช่เพียง เป็นมาตรการที่รุนแรงแต่ไปถึงระดับเกิน ปกติ เช่น แผนการต่อสู้มลพิษรวมถึงการ ห้ามใช้เตาถ่านหินเพื่อทำ�ความร้อนในฤดู หนาวในครัวเรือนและธุรกิจจำ�นวนมาก ถึงแม้จะไม่มีอุปกรณ์ทดแทนครบทุกแห่ง ก็ตาม แม้ว่าภูมิภาคส่วนใหญ่จะทำ�ได้ดี กว่าเป้าหมาย กลุ่มเมืองที่มีประชากรมาก ทีส่ ดุ นัน้ ลดมลพิษได้มากทีส่ ดุ กรุงปักกิง่ ลด ความเข้มข้นของอนุภาคขนาดเล็กได้ 35% เมืองฉือเจียจวง เมืองหลวงของมณฑล เหอเป่ยลดความเข้มข้นได้ 39% และเมือง เป่าติ้งซึ่งเป็นเมืองที่มีมลพิษสูงที่สุดของ จีน ลดความเข้มข้นของอนุภาคขนาดเล็ก ลงได้ 38% เนื่องจากมลพิษที่ลดลง การศึกษาพบ ว่าประชากรประมาณ 20 ล้านคน ทีอ่ าศัย ในกรุงปักกิ่งมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้น 3.3 ปี ประชากรเมืองฉือเจียจวงอายุเฉลี่ยสูงขึ้น 5.3 ปี และประชากรเมืองเป่าติ้งอายุเฉลี่ย สูงขึ้น 4.5 ปี  Jan-Feb

21


PM stands for particulate matter (also called particle pollution), the term for a mixture of solid particles and liquid droplets found in the air. Some particles, such as dust, dirt, soot, or smoke, are large or dark enough to be seen with the naked eye. Others are so small they can only be detected using an electron microscope. These particles come in many sizes and shapes and can be made up of hundreds of different chemicals.

Particle pollution includes significant compositions: PM10 : inhalable particles, with diameters that are generally 10 µm and smaller; and PM2.5 : fine inhalable particles, with diameters that are generally 2.5 µm and smaller. The average human hair is about 70 micrometers in diameter, making it 30 times larger than the largest fine particle. Sources of Emission

Some PMs are emitted directly from a source, such as construction sites, unpaved roads, fields, smokestacks or fires. Most particles form in the atmosphere as a result of complex reactions of chemicals such as sulfur dioxide and nitrogen oxides, which are pollutants emitted from power plants, industries and automobiles. Industry sources

PM10 and PM2.5 are produced from a wide range of industrial processes through bulk material handling, combustion and minerals processing. The industries using these processes include brickworks, refineries, cement works, iron and steel making, quarrying, and fossil fuel power plants. Diffuse sources Particulates are released from a wide range of diffuse sources. Examples include lawn mowing, wood stoves, fires, and wind generated dust, though this tends to be coarser.

22

www.innolabmagazine.com

Natural sources Natural sources include bushfires, dust storms, pollens and sea spray. Transport sources Vehicles will generate particulates either from direct emissions from the burning of fuels (especially diesel powered vehicles) or from wear of tyres or vehicle-generated air turbulence on roadways. Particles may also be generated from the action of wind on the dusty material that the vehicle may be carrying. Consumer products

Particulates are not generally included intentionally in any product but may be present as part of the product, for example as part of talc or other powder products. Health Effects of PM

PM can be inhaled and cause serious health problems. Some particles less than 10 µm in diameter can get deep into lungs and some may even get into bloodstream. PM2.5 poses the greatest risk to health. PM causes acute and chronic effects to the respiratory and cardiovascular systems. It causes a variety of human health and economic impacts each year. Health studies have shown a significant association between exposure to particle pollution and health risks, including premature death. Health effects may include cardiovascular effects such as cardiac arrhythmias and heart attacks, and respiratory effects such as asthma attacks and bronchitis. Exposure to

PM can result in increased hospital admissions, emergency room visits, absences from school or work, and restricted activity days, especially for those with pre-existing heart or lung disease, older people, and children. The size of particles is directly linked to their potential for causing health problems. Fine particles (PM2.5) pose the greatest health risk. Coarse particles (PM10-2.5) are of less concern, although they can irritate a person’s eyes, nose, and throat. Feng et al. (2016) suggested that the impacts of ambient PM2.5 on public health have become great concerns worldwide, especially in the developing countries. Epidemiological and toxicological studies have shown that PM2.5 does not only induce cardiopulmonary disorders and/or impairments, but also contributes to a variety of other adverse health effects, such as driving the initiation and progression of diabetes mellitus and eliciting adverse birth outcomes. Recent findings have demonstrated that PM2.5 may still pose a hazard to public health even at very low levels of exposure. The proposed underlying mechanisms whereby PM2.5 causes adverse effects to public health include inducing intracellular oxidative stress, mutagenicity/genotoxicity and inflammatory responses. Combating Air Pollution: Lesson from China

China (some metropolises in particular) had struggled with


extreme air pollution. It took only four years to win the war. Cities have cut concentrations of fine particulates in the air by 32% on average. To combat against the pollution, the country released a national air quality action plan that required all urban areas to reduce concentrations of fine particulate matter pollution by at least 10%, more in some cities. The Beijing area was required to reduce pollution by 25%. To reach these targets, China prohibited new coal-fired power plants in the country’s most polluted regions, including the Beijing area.

Existing plants were told to reduce their emissions. If they did not, the coal was replaced with natural gas. Large cities, including Beijing, Shanghai and Guangzhou, restricted the number of cars on the road. The country also reduced its ironand steel-making capacity and shut down coal mines. Some of the actions went from aggressive to extraordinary. For example, the battle plan includes removing the coal boilers many homes and businesses used for winter heating — even though replacements were not yet available everywhere. Although most regions

outpaced their targets, the most populated cities had some of the greatest declines. Beijing’s readings on concentrations of fine particulates declined by 35%; Hebei Province’s capital city, Shijiazhuang, cut its concentration by 39%; and Baoding, called China’s most polluted city in 2015, reduced its concentration by 38%. Due to decreased pollution, studies found that roughly 20 million residents in Beijing would live an estimated 3.3 years longer, while those in Shijiazhuang would add 5.3 years, and those in Baoding 4.5 years. 

Article info  Michael Greenstone. 2018. Four Years after Declaring War on Pollution, China is Winning. The Upshot. The New York Times; 12 March 2018. Website: www.nytimes.com/2018/03/12/upshot/china-pollution-environment-longer-lives.html  Shaolong Feng et al. 2.016. Review: The Health Effects of Ambient PM2.5 and Potential Mechanisms. Ecotoxicology and Environmental Safety. 2016; 128: 67–74. doi: 10.1016/j.ecoenv.2016.01.030  US EPA. Particulate Matter (PM) Basics. Particulate Matter (PM) Basics. United States Environmental Protection agency. Retrieved on 1 Feb 2019. Website: www.epa.gov/pm-pollution/particulate-matter-pm-basics

NEW!

IKA PETTE fix and vario

/// Simple liquid handling for fixed and variable volumes

An ergonomic feel combined with uncompromising precise performance: the IKA single fix and vario pipettes can be used for many applications in the modern laboratory.

To take advantage of these great offers, visit our website at www.ika.com

IKA PETTE fix /// Fixed volume pipette

IKA PETTE vario /// Variable volume pipette

$ 139.00

$ 209.00

$ 129.00

$ 179.00

7 % OFF 14 % OFF

IKA Works (Asia) Sdn Bhd Lot PT6445, Jalan Industri 3/4, Rawang Integrated Industrial Park 48000 Rawang, Selangor, Malaysia Phone: +60 3 6099-5666, Fax: +60 3 6092-0193, eMail: sales.lab-ana@ika.my

Jan-Feb

@IKAworldwide www.ika.com

23


RESEARCH & DEVELOPMENT

PERSONALIZED NUTRITION IMPROVES INDIVIDUAL HEALTH

Author info สุกฤษฏ์ เติมสายทอง Sukrit Termsaithong Inviting Writer, INNOLAB magazine torosk122@gmail.com, innolab@media-matter.com ปัจจุบน ั หลายประเทศทัว ่ โลกต่างก็เผชิญอยูก ่ บ ั ปัญหาโรคอ้วน ซึง ่ อาจเป็นสาเหตุของโรคทีไ่ ม่ตด ิ ต่อ (NCDs) อืน ่ ๆ ตาม มา โดยในปี 2559 พบว่า ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เป็นโรคอ้วนถึง 650 ล้านคนทั่วโลก หรือคิดเป็น 13% ของประชากรผู้ใหญ่ทั้งหมด ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 40 ปีก่อนเกือบ 3 เท่า ในประเทศไทยเองก็กำ�ลังเจอกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยกว่า 16 ล้านคนมีภาวะน้ำ�หนักเกิน สาเหตุที่ ทำ�ให้ผป ู้ ว ่ ยโรคอ้วนเพิม ่ จำ�นวนขึน ้ มากนัน ้ มาจากการทีค ่ นเราขยับตัวน้อยลงเนือ ่ งจากมีเทคโนโลยีมาช่วยทุน ่ แรง และ อีกสาเหตุหนึ่งคงหนีไม่พ้นเรื่องอาหารการกินที่นับวันร่างกายจะได้รับปริมาณแคลอรีและไขมันสูงขึ้น การปรับแต่งโภชนาการให้เข้ากับ แต่ละคน

แนวทางหนึ่งที่จะช่วยเลี่ยงปัญหาโรค อ้วนได้กค็ อื การกินอาหารตามข้อแนะนำ�การ บริโภค อาทิ การจำ�กัดปริมาณไขมันและ น้ำ�ตาล เพิ่มการบริโภคผักผลไม้ อย่างไร ก็ดี นี่เป็นเพียงคำ�แนะนำ�เบื้องต้นของผู้ บริโภคโดยรวมเท่านัน้ ซึง่ อาจจะให้ผลดีกบั บางคนและอาจจะไม่เห็นผลเลยในบางคน นัน่ เป็นเพราะร่างกายแต่ละคนจะตอบสนอง กับสารอาหารชนิดเดียวกันได้แตกต่างกัน การกำ�หนดอาหารจึงต้องออกแบบให้ เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เนือ่ งจากอาหาร เพื่อสุขภาพนั้นแตกต่างกันไปตามสภาวะ ร่างกาย โดยทัว่ ไปนักโภชนาการมักจะกำ�หนด อาหารจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การออก กำ�ลังกาย น้ำ�หนัก หรือค่า BMI เท่านั้น แต่ปจั จุบนั มีงานวิจยั จำ�นวนมากพิสจู น์แล้ว 24

www.innolabmagazine.com

ว่ายังมีปจั จัยอืน่ ทีเ่ จาะลึกเฉพาะรายบุคคล มากขึน้ ซึง่ จะเป็นตัวกำ�หนดการตอบสนอง ของร่างกายต่ออาหารต่างๆ ทีบ่ ริโภคเข้าไป ไม่วา่ จะเป็นสัดส่วนของจุลนิ ทรียป์ ระจำ�ถิน่ ในลำ�ไส้ หรือการแสดงออกของยีน โภชนาการเฉพาะบุคคลจึงพัฒนาขึน้ มา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อร่างกายสูงสุด ในแต่ละบุคคล โดยนำ�ข้อมูลจากสัดส่วน จุลนิ ทรียใ์ นลำ�ไส้หรือยีนของแต่ละคนเข้ามา เป็นพืน้ ฐานในการออกแบบแผนโภชนาการ เพือ่ ป้องกันและลดความเสีย่ งของโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ แต่ละคนก็จะมีแบบแผนการกินที่เหมาะ สมเฉพาะกับสุขภาพของตนเอง โดยต้อง คำ�นึงถึงความต้องการทางด้านร่างกาย อารมณ์ และความเจ็บป่วย ของคนคน นั้นควบคู่ไปด้วย

โภชนพันธุศาสตร์เพื่อสุขภาพ

ยีนถือเป็นตัวบ่งชีจ้ �ำ เพาะบุคคล อาหาร แต่ละชนิดส่งผลกับยีนได้ตา่ งกัน และยีนก็มี ส่วนในการควบคุมการตอบสนองต่ออาหาร ชนิดนั้นๆ ได้แตกต่างกันด้วย ยกตัวอย่าง ง่ายๆ เช่น หากมียีนที่ทำ�ให้ร่างกายย่อย คาเฟอีนช้าก็จะส่งผลให้ใจสั่นได้หลังจาก ที่ได้ดื่มกาแฟไปแค่จิบเดียว หรือยีนที่ส่ง ผลให้เกิดอาการแพ้แลคโตส (lactose intolerance) เป็นต้น ตัง้ แต่มกี ารถอดรหัสจีโนมมนุษย์ส�ำ เร็จ เมือ่ ปี 2543 โอกาสของการแพทย์สว่ นบุคคล ก็เปิดกว้างขึน้ ซึง่ รวมไปถึงโภชนาการส่วน บุคคลด้วย และทำ�ให้เกิดโภชนาการแขนง ใหม่ตามมาเรียกว่า โภชนพันธุศาสตร์ (nutrigenomics) ที่ศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างอาหารทีก่ นิ กับการแสดงออกของยีน มีบทความตีพมิ พ์จ�ำ นวน 39 บทความทีช่ ชี้ ดั


ว่าการบริโภคไขมัน คาร์โบไฮเดรต และการ ได้รบั พลังงานรวมนัน้ มีปจั จัยเกีย่ วข้องกับยีน ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่จะทำ�การศึกษาในยีน FTO บนโครโมโซมคู่ที่ 16 (ยีนที่เกี่ยวข้อง กับความอ้วน) และยีน MC4R (ยีนที่ทำ� หน้าที่ควบคุมปริมาณการกินอาหาร) ซึ่ง ทั้ง 2 ยีนต่างก็ส่งผลต่อการได้รับปริมาณ พลังงานในร่างกาย การทดสอบยีนมีประโยชน์อย่างมากใน การวางแผนโภชนาการเฉพาะบุคคลเพื่อ ควบคุมน้ำ�หนักหรือป้องกันโรคต่างๆ ที่มี โอกาสเกิดสูงในร่างกายของคนนั้นๆ การ ทดสอบยีนสามารถหาสภาวะร่างกายใน ขณะนั้นได้ว่าต้องการสารอาหารอะไรเพื่อ ให้มีสุขภาพแข็งแรง โดยไม่จำ�เป็นต้อง บำ�รุงร่างกายโดยรวมทัง้ หมดแต่เน้นเฉพาะ จุดแทน เช่น หากพบว่าร่างกายมีวิตามิน B12 ไม่เพียงพอ ก็สามารถปรับแผนการ กินหรือกินอาหารเสริมเพิ่มเติมได้ ยีนใน ร่างกายยังสามารถบอกได้ว่าเรามีโอกาส มีคอเลสเตอรอลสูงหรือไม่ และนำ�ไปสู่ การปรับอาหารเพื่อป้องกันโรคที่อาจตาม มา เช่น การลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง หรือลดอาหารที่มีน้ำ�ตาลสูง เป็นต้น มีงานวิจัยศึกษายีนที่ส่งผลต่อการเผา ผลาญ แล้วกำ�หนดโภชนาการเฉพาะบุคคล ให้เหมาะสมตามแต่ละคน โดยกลุ่มคนที่ มีการเผาผลาญไขมันต่ำ�ก็จะให้อาหารที่มี ปริมาณไขมันไม่มาก แต่ให้ได้รับปริมาณ แคลอรีเท่ากับคนอื่น ผลปรากฏว่า คน ที่กินอาหารตามโภชนาการเฉพาะบุคคล นั้นสามารถลดน้ำ�หนักลงได้มากกว่ากลุ่ม ควบคุมถึง 33% เมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี โภชนาการเฉพาะบุคคลยังต้องคำ�นึง

ถึงรสชาติด้วย เพราะนอกจากจะช่วยให้ สารอาหารให้ประโยชน์สูงสุดกับสุขภาพ แล้ว ยังให้พวกเขาสามารถยอมกินตาม แผนได้ง่ายขึ้น แต่ละคนก็จะชอบรสชาติ ที่แตกต่างกัน และส่วนหนึ่งก็เป็นผลมา จากยีน จากการวิจัย พบว่า มียีนถึง 17 ตัวที่ส่งผลถึงความชอบอาหารชนิดต่างๆ เช่น เบคอน กาแฟ ช็อคโกแลต บลูชีส ไอศกรีม ตับ เนย น้ำ�ส้ม โยเกิร์ต ไวน์ และเห็ด เป็นต้น นอกจากนี้ การวิเคราะห์ ยีนยังสามารถบอกได้ถงึ ว่าทำ�ไมไม่ชอบรส ขม สาเหตุเป็นเพราะว่าร่างกายอาจมียนี ที่ ไวต่อรสขมมากเกินไป ซึง่ เราก็สามารถหา อาหารชนิดอื่นที่ให้คุณค่าทางอาหารใกล้ เคียงกันมาทดแทนได้ ระดับการรับรู้ความเค็มก็เกี่ยวข้องกับ ยีนเช่นกัน ปริมาณความเค็มทีแ่ ต่ละคนกิน จึงแตกต่างกันไปด้วย หากกินมากก็จะเพิม่ ความเสีย่ งต่อโรคความดันสูงและโรคหลอด เลือดและหัวใจ ยีนยังมีต่อการรับรสหวาน และอูมามิอกี ด้วย เมือ่ เข้าใจความสัมพันธ์ ดังกล่าวแล้ว ก็จะสามารถพัฒนาอาหาร เพื่อมาแทนที่รสชาติเหล่านี้ได้ อนาคตเริ่มขึ้นแล้ว

แม้ดูจะเป็นเรื่องที่ยังไม่อาจเกิดขึ้นใน เร็ววันนี้ แต่ปจั จุบนั ก็มกี ารนำ�ข้อมูลเฉพาะ เหล่านี้มาใช้กันแล้ว มีหลายบริษัทที่ให้ บริการโภชนาการเฉพาะบุคคลโดยอาศัย ข้อมูลจากการเก็บตัวอย่างเลือดและน้�ำ ลาย Pathway Genomics เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่นำ�ข้อมูล DNA มาวิเคราะห์ โดยให้ผู้ใช้ บริการส่งตัวอย่างจากการเก็บตัวอย่างด้วย การใช้ส�ำ ลีถบู ริเวณแก้ม แล้วส่งมาให้บริษทั

วิเคราะห์ ภายใน 2 สัปดาห์ ลูกค้าก็จะได้ รับรายงานที่บอกถึงอาหารและผลกระทบ จากยีน ซึ่งสามารถนำ�ผลที่ได้นี้ไปปรึกษา กับนักโภชนาการเพื่อกำ�หนดโภชนาการ เฉพาะบุคคลขึ้นมาได้ แม้แต่เนสท์เล่เองก็เริม่ ทดสอบโปรแกรม โภชนาการเฉพาะบุคคลขึ้นในญี่ปุ่น มีชื่อ ว่า “Wellness Ambassador” โดยเก็บ รวบรวมข้อมูลด้วยการทดสอบ DNA และ การวิเคราะห์มื้ออาหาร จากนั้นใช้ปัญญา ประดิษฐ์แปรผล เพื่อหาผลิตภัณฑ์อาหาร และอาหารเสริมทีเ่ หมาะสมกับแต่ละคน ผู้ เข้าร่วมโปรแกรมยังมีโอกาสได้รบั ผลิตภัณฑ์ ของเนสท์เล่ทพี่ ฒ ั นาขึน้ มาตามข้อมูลสุขภาพ ของแต่ละบุคคล เช่น สมูธตี้จากเคล และ ชาเขียวเสริมวิตามิน เป็นต้น ซึ่งโปรแกรม ที่เข้าถึงโภชนาการเฉพาะบุคคลลักษณะนี้ จะช่วยสร้างความภักดีตอ่ แบรนด์และสร้าง ลูกค้าในระยะยาวได้ด้วย ปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากอาหาร นั้นกลายเป็นปัญหาใหญ่ซึ่งต้องได้รับการ แก้ไขและเอาใจใส่ แนวทางการกินอาหาร แต่เดิมนั้นอาจจะไม่เพียงพอ เมื่อผู้บริโภค ต้องการความจำ�เพาะบุคคลมากขึ้นและ ให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่าเดิม ดังนั้น การ วางแผนการกินตามโภชนาการเฉพาะบุคคล จากข้ อ มู ล จำ� เพาะบุ ค คลอย่ า งสั ด ส่ ว น แบคทีเรียในลำ�ไส้หรือข้อมูล DNA นั้น จะกลายเป็นก้าวถัดไปของการดูแลสุขภาพ และเปิดโอกาสในการก้าวไปสูต่ ลาดการดูแล สุขภาพจากอาหารที่มีมูลค่ากว่า 702 พัน ล้านดอลล่าร์ 

In 2016, 650 million people aged over 18 years were considered obese. This figure grew nearly three times over the last 40 years, accounting for 13% of the total population and solidifying itself as a global health problem. Thailand is also being affected by the obesity problem with 16 million people currently considered overweight. The fundamental causes of the increase in obese patients are less physical activity due to technology and diet, which is more prone to higher caloric and saturated fat intake. Personalized Nutrition to Match Individual Requirements

Dietary guidelines suggest people follow an eating pattern to prevent obesity, including eating less fats and sugars and more fruits and vegetables. However, these guidelines

are centralized for a large group of people and may only be suitable for some but not everyone. This is because individuals interact with certain nutrition in different ways. Healthy food can mean something different to each individual, so eating

patterns must be designed to fit individual needs and physical states. Dietitians often give nutrition advice based on lifestyle, exercise, weight or BMI. However, there is a growing amount of research that suggest more in-depth factors influence Jan-Feb

25


body response to certain dietary intake, including gut microbiota and gene expression. Personalized nutrition has been developed to maximize benefits for individual body types by collecting specific data regarding gut microbiota or a person’s genetic profile. This fundamental information can help tailor dietary plans with the specific purpose of preventing and avoiding various diseases, such as obesity, diabetes and cardiovascular disease. Each person has his or her own eating pattern based on their specific health, which means that delivering dietary recommendations must meet the physical, emotional and clinical needs that individual. Nutrigenomics Promotes Health

Genetics determines an individual’s unique physical characteristics and the food we eat can affect the behavior of our genes, as well as how we respond to certain foods in different ways that others. For example, someone with a gene associated with the slow metabolism of caffeine may feel jittery after just one coffee, while someone else may be prone to lactose intolerance due to an inherited genetic fault. Since 2000, the mapping of the human genome has widened the opportunity for individualized medicine, including personalized nutrition and studying the relationship between dietary intake and gene expression, or ‘nutrigenomics’. There have been 39 articles studying the effect of genetic factors on total energy, carbohydrate and fat consumption, with most of this research being conducted on the fat mass and obesity (FTO) associated genes located on chromosome 16, as well as the melanocortin 4 receptor gene (MC4R). Studies indicate there is a relationship between these two genes and total energy intake. Genetic testing provides essential information for personalized nutrition plans in order to control weight 26

www.innolabmagazine.com

or prevent predisposed diseases. It can identify a person’s current body state and certain nutritional requirements needed to stay healthy. This means a person could target certain areas of deficiency rather than focusing on overall health. For example, if your body lacks vitamin B12, you can adjust your diet accordingly or consider using a supplement to meet nutritional needs. Your genetics can also indicate whether you are at risk for high cholesterol, and help you to adjust your eating habits by eliminating saturated fats or sugary foods. Research studying the effect of genetics on metabolism by modifying diet based on an individual’s genetic profile found that when a group with less efficient lipid metabolism was given a low-lipid diet but similar overall caloric intake as other groups, that those who followed the gene-based diet lost 33% more weight than the control group after two years. Personalized nutrition must consider taste preference along with nutritional needs, not only to increase the effectiveness of nutritional interventions but also voluntarily compliance with the plan. Taste preference is different in people and genetics plays a role in this too. An Italian study uncovered 17 independent genes associated with a preference for certain foods, including bacon, coffee, chocolate, blue cheese, ice cream, liver, butter, orange juice, yogurt, wine, mushrooms and more. Examining genetic profiles can also help determine if a person carries a variance that makes them more sensitive to certain flavors in order to help develop more satisfactory dietary advice and food substitutions that have equal nutritional value. Similar to one’s preference for bitter flavors, salt perception is linked to genetic variation and leads to individual differences in salt intake which represents an important risk factor for hypertension and

cardiovascular diseases. Genetics also determines our perception of sweet and umami flavors. With more understanding of this relationship, we can develop foods to substitute these tastes to avoid overconsumption. The Future is Beginning

While nutrigenomics seems a long way from being commercially viable, many companies are already using DNA-information from simple blood and saliva tests to develop personalized nutrition. Pathway Genomics, for example, analyzes a customers’ DNA profile by having them send DNA samples from a cheek swab. After a few weeks, they will receive the results of their genetic influence on diet. They can bring this report to a health care provider or dietitian to create their own personalized nutrition recommendations. Nestlé, a leading global leading nutrition, health and wellness company, has been piloting a personalized nutrition program in Japan called ‘Wellness Ambassador’ by collecting consumer information from DNA testing and meal analysis. Artificial intelligence then optimizes products based on an individual’s health and wellness data, such as recommending a kale smoothie or nutritional green tea products. These personalized nutritional approach programs can create brand loyalty and long-term subscribers. Diet-related disorders are a huge problem and must be taken seriously. Current ‘one-size-fits-all’ dietary recommendations may no longer be effective. With more demand for customization and improved health benefits, personalized nutrition based on in-depth personal information, like gut microbiota or DNA, will be the next step in wellness and healthcare and a key to expanding in the $702 million market of healthy eating, nutrition & weight loss. 


Jan-Feb

27


RESEARCH & DEVELOPMENT

Fragrance on the move

Author info พอลลีน มาร์ติน Pauline Martin Global Communications & Events Manager, Givaudan France SAS pauline.martin.pm1@givaudan.com จิวาดอง แอคทีฟ บิวตี้ แนะนำ� “Fragrance on the move” ประสบการณ์สัมผัสใหม่ที่สร้างความสุขทางอารมณ์ LATAM เปิดตัวในงานอิน-คอสเมติกส์ การรวมตัวของน้ำ�หอมชั้นเลิศและเครื่องสำ�อางที่สร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้ ลูกค้าทบทวนการบำ�รุงความงามในแต่ละวัน

จิวาดอง แอคทีฟ บิวตี้ ได้สร้างสรรค์ “Fragrance on the move” แนวคิด นวัตกรรมทีป่ ระกอบด้วยสีผ่ ลิตภัณฑ์ซงึ่ ผสม ผสานเครื่องสำ�อางและน้ำ�หอมชั้นเลิศเข้า ไว้ดว้ ยกัน เพือ่ เพิม่ ความงามและสร้างแรง บันดาลใจ ความสุขใจ และความอัศจรรย์ใจ Fragrance on the move นำ�กระแส ความงามรูปแบบใหม่ ด้วยการนำ�นวัตกรรม ทีไ่ ม่เคยมีมาก่อนและทัศนะแห่งการปฏิวตั ิ มาสู่อุตสาหกรรมความงาม เนือ่ งจากลูกค้าเริม่ ต้องการมากกว่าการ ดูแลผิวแบบปกติ จิวาดอง แอคทีฟ บิวตี้ จึงได้พฒ ั นาสีผ่ ลิตภัณฑ์ใหม่เพือ่ แต่ละส่วน ของร่างกาย ประกอบด้วยน้�ำ หอมมากกว่า 10% สร้างสรรค์โดยผู้ผลิตน้ำ�หอมชั้นเลิศ ของเราในปารีส ผสมผสานกับผลิตภัณฑ์ บำ�รุงผิวเพื่อยกระดับการปรนนิบัติผิวใน แต่ละวันของลูกค้า Attraction: โลชั่นสำ�หรับลำ�คอและ เนินอก เผยอำ�นาจเย้ายวนใจรูปแบบใหม่ 28

www.innolabmagazine.com

โดดเด่นด้วย Megassane® ที่ช่วย ไฮไลต์สีผิว และ Neurophroline® ที่ ช่วยลดความเครียดของผิว ผลิตภัณฑ์ Attraction ช่วยปกป้องลำ�คอและเนินอก ไปพร้อมกับการเผยออร่าและความกระจ่าง ใส ดึงดูดใจคุณด้วยกลิน่ หอม ความเร่าร้อน และกลิ่นแมกไม้! Perfection: น้�ำ มันทาตัวป้องกันแสงแดด ด้วย SPF 20 เพื่อฟื้นคืนความงามของผิว โดดเด่นด้วยน้�ำ มันจากผลของต้นกระทิง ซึง่ เป็นน้�ำ มันอันล้�ำ ค่า ผสานกับ Questice® Liquid ที่ช่วยคงความเย็นให้กับผิว และ Uniprotect® PT-3 ที่ช่วยปกป้องผิวจาก รังสียูวี ผลิตภัณฑ์ Perfection จึงช่วย ปกป้ อ งและซ่ อ มแซมผิ ว จากสิ่ ง รุ ก ราน ภายนอก ด้วยกลิ่นของผลไม้บวกกับท้อง ทะเลจะทำ�ให้คุณฝันถึงหน้าร้อน Affirmation: สเปรย์บำ�รุงผม เสริม ความงามของเส้นผมพร้อมมอบกลิ่นหอม ของดอกไม้ ผลไม้ และแมกไม้! โดดเด่น

ด้วย ResistHyal® ที่ช่วยเสริมความงาม ของเส้นผมเจ็ดประการในหนึง่ เดียว ผสาน กับ Kendi Oil น้ำ�มันมหัศจรรย์ และ Glossyliance™ ส่วนผสมทีท่ �ำ ให้เส้นผม เงางาม ผลิตภัณฑ์ Affirmation นำ�ความ นุ่มลื่น ชุ่มชื้น และมีน้ำ�หนักมาสู่เส้นผม พร้อมประกายที่เงางาม Sensation: กลิน่ หอมบางสำ�หรับเรียว ขา ขับเคลื่อนความสดชื่น โดดเด่นด้วย Evercool® skin ที่มี เทคโนโลยีคงความเย็นทีล่ �้ำ หน้า ผลิตภัณฑ์ Sensation มอบพลังความสดชื่นยาวนาน ไม่เหมือนใคร พร้อมกลิน่ อโรมา ธรรมชาติ และผลไม้ ทีช่ ว่ ยให้ผใู้ ช้รสู้ กึ กระปรีก้ ระเปร่า ชุ่มชื่น เปี่ยมเสน่ห์ แคโรไลน์ เรแวร์เต ผู้จัดการโครงการ คิดค้นสูตร กล่าวว่า “เรามีความยินดีทจี่ ะเผย เครือ่ งหอมประทินผิวกลุม่ ใหม่ทมี่ ปี ระโยชน์ ต่อผิว เนื้อสัมผัสอันพิเศษเหล่านี้เกิดจาก ทีมคิดค้นสูตรเครื่องสำ�อางและน้ำ�หอม


ของจิวาดองที่ต้องการมอบประสบการณ์ อันน่าจดจำ�” เพือ่ ให้แน่ใจว่านวัตกรรมนีเ้ หมาะสมกับ ตลาด ชุด Fragrance on the move ได้ถูกนำ�ไปทดสอบกับผู้บริโภคกว่า 1,600 คน ใน 7 ประเทศ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผู้ บริโภคทุกคนแสดงออกว่าสนใจอย่างมาก และให้คะแนน Fragrance on the move สูงมาก

67%* ของผู้บริโภคชอบแนวความ คิด โดยราว 90% เป็นผูบ้ ริโภคชาวบราซิล  ชาวบราซิลแสดงให้เห็นถึงความ หลงใหลในน้ำ�หอม โดย 75%* ต้องการ ให้เพิ่มปริมาณน้ำ�หอมในผลิตภัณฑ์เครื่อง สำ�อางของพวกเขา  62% ของผูบ ้ ริโภคทัว่ โลกต่างปรารถนา ที่จะซื้อ และ 66% คิดว่านี่คือนวัตกรรมที่ แบรนด์ควรนำ�ออกสู่ตลาด 

Fragrance on the move เอาชนะ ใจลูกค้า ช่วยเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน ความหอมของลูกค้าและรับรองถึงความ งามไปพร้อมกัน! Fragrance on the move ได้ถูก นำ�ไปเสนอในงานอิน-คอสเมติกส์ ละติน อเมริกา ทีเ่ มืองเซาเปาโลด้วย สำ�หรับข้อมูล เพิ่มเติม โปรดไปที่ www.givaudan. com/activebeauty 

Givaudan Active Beauty introduces “Fragrance on the move” a new sensory experience elating the senses. Launched at in-cosmetics LATAM, this inspiring fusion of fine fragrances and cosmetics enables consumers to rethink their daily beauty routine.

Givaudan Active Beauty has created “Fragrance on the move”, an innovative concept including four products merging cosmetics and fine fragrances to enhance beauty and to provide inspiration, delight and astonishment. Fragrance on the move leads the way for new beauty trends by bringing unprecedented innovation and revolutionary perspectives to the beauty industry. As consumers begin to demand more than a regular skin routine, Givaudan Active Beauty developed four new products dedicated to one specific part of the body, combining more than 10% of fragrance, crafted by our fine fragrances perfumers in Paris, and skincare to enhance the daily beauty routine of customers. Attraction: A neck and décolleté lotion to unveil new seduction supremacy Featuring Megassane®, a skin tone highlighter and Neurophroline®, an overall skin stress control, Attraction protects the neck and décolleté while brightening the aura. The musky, spicy and woody olfactive notes will seduce you! Perfection: A dry body oil SPF 20 to revive body’s beauty Featuring Nyamplung oil, a precious oil, Questice® Liquid, a long lasting body cooler and Uniprotect® PT-3, a powerful skin protector against UV, Perfection protects and repairs the skin from

all external aggressions. Fruity top notes enhanced with several marine notes will leave you dreaming about summer. Affirmation: A hair elixir to beautify the hair and leave a precious mark with its floral, fruity and woody olfactive notes! Featuring ResistHyal®, a 7-in-1 hair beauty enhancer, Kendi Oil, a miraculous oil and Glossyliance™, a hair shine ingredient, Affirmation brings softness, hydration and volume to hair with a glossy effect. Sensation: A light legs mist to let the freshness transport oneself Featuring Evercool® skin, an advanced cooling technology, Sensation has a unique long-lasting freshness power including aromatic, green and fruity olfactive notes that let consumers’ feel invigorated and hydrated… glamorously. Caroline Reverte, Formulation Project Manager, said: “We’re delighted to reveal this range of new perfumed gestures with skincare benefits. These sophisticated textures are the accomplishment of a passionate collaboration between Givaudan’s fragrances and cosmetic formulation teams with the purpose to offer a memorable sensory experience.” To validate the market suitability of this innovation, the Fragrance on the move box has been tested on a panel of over 1,600 consumers in 7 countries. The results

are irrevocable: Fragrance on the move has been highly rated by all consumers who have expressed very high enthusiasm.  67%* of all consumers like the concept with up to 90% of Brazilian consumers.  Brazilians demonstrate a real passion for perfume as 75%* of them want a higher dosage of fragrance in their cosmetic products.  62% of consumers worldwide are willing to purchase the box, and for 66% of them, this is an innovation that brands should bring to the market. Customers will be conquered by Fragrance on the move allowing them to renew their consumers’ fragrance experience and affirm their beauty! This concept is revealed at in-cosmetics Latin America in Sao Paulo. For more information about Givaudan Active Beauty, For more information on ragrance on the move, please visit www.givaudan. com/activebeauty. 

Jan-Feb

29


ANALYSIS

The impact of Paratuberculosis or Johne’s disease on milk production

Author info อภิเชษฐ เงินยวง Apichet Ngenyoung Master Degree Student, Faculty of Science, King Mongkut’s University of Technology Thonburi jamesapichet@gmail.com, innolab@media-matter.com ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ก็ไม่อยากเกิดการเจ็บป่วยกันทั้งนั้น แต่ความเจ็บป่วยบางครั้งก็เหนือการควบคุม อย่างเช่นโรค พาราทูเบอร์คูโลซีส (Paratuberculosis, John’s diseases) เป็นภัยร้ายที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ในโค กระบือ ส่งผลทํา ให้สัตว์ป่วยท้องเสียเรื้อรัง และรุนแรงจนถึงขั้นโคขาดน้ำ�และตายลงในที่สุด ซึ่งการที่โคเป็นโรคพาราทูเบอร์คูโลซีส มี ผลทําให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมาก โรคพาราทูเบอร์คูโลซีส คืออะไร

โรคพาราทูเบอร์คูโลซีสมีสาเหตุมา จากการติ ด เชื้ อ Mycobacterium paratuberculosis เป็นแบคทีเรียแกรมบวก เป็นโรคติดต่อเรื้อรังที่พบในสัตว์เคี้ยวเอื้อง จำ�พวก โค กระบือ แพะ แกะ เป็นต้น โดยทัว่ ไปสาเหตุของการติดเชือ้ มาจากการ กินอาหารทีป่ นเปือ้ นเชือ้ การปนเปือ้ นของ เชื้อกับสิ่งที่ปูรอง เนื่องจากเชื้อสามารถมี ชีวิตอยู่ในดินได้ และยังสามารถส่งผ่าน ทางอุจจาระ หรือเกิดจากการกินนมของลูก โคที่มีอายุต่ำ�กว่า 6 เดือนจากเต้านมของ แม่โคทีม่ เี ชือ้ ปนเปือ้ น เป็นต้น เชือ้ สามารถ เจริญเติบโตและฟักตัวอยู่ได้นาน 2-5 ปี หรือมากกว่านี้ โดยไม่แสดงอาการใดๆ ซึ่งลักษณะอาการที่แสดงออก จะเกิดการ แสดงอาการในช่วงอายุของโค 3-6 ปี ส่ง ผลให้โคทีต่ ดิ เชือ้ ท้องเสียเรือ้ รัง น้�ำ หนักลด ลง โคเกิดอาการขาดน้�ำ และตายลงในทีส่ ดุ 30

www.innolabmagazine.com

และนอกจากนี้ การติดเชือ้ ดังกล่าวยังส่งผล ให้โคเนือ้ มีอตั ราการเจริญเติบโตช้ามากขึน้ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตน้�ำ นมลดลง และยังทำ�ให้อตั ราการผสมพันธุข์ องโคต่�ำ ลง อีกด้วย และถึงแม้ว่าโรคนี้จะมีรายงานใน ต่างประเทศมานานแล้ว แต่ในประเทศไทย เพิ่งจะมีรายงานเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยนายสัตวแพทย์ประชุม อินทรโชติ ซึ่ง รายงานโรคนี้ในโคพันธุ์อเมริกันปราห์อายุ 2 ปี ซึ่งเป็นสายพันธุ์โคนำ�เข้าจากต่าง ประเทศ และการรายงานการตรวจพบโรค พาราทูเบอร์คโู ลซีสในโคนมนำ�เข้าจากต่าง ประเทศที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยวิธีการ ตรวจสอบด้วยซีรัมวิทยา ซึ่งการตรวจพบ ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเกษตรกรเจ้าของ โคเป็นอย่างมาก ทั้งยังสร้างความเสียหาย ทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก

จะทำ�การตรวจสอบได้อย่างไรว่า โคที่เลี้ยงอยู่เกิดการติดเชื้อ

โคที่ ติ ด เชื้ อ Mycobacterium paratuberculosis เป็นการติดเชือ้ ทีย่ ากต่อ การตรวจสอบและทราบได้วา่ โคทีเ่ ลีย้ งอยูน่ นั้ เกิดการติดเชือ้ แต่วธิ กี ารง่ายๆ ทีส่ ามารถ สังเกตได้จากอาการป่วยทีม่ ลี กั ษณะบ่งชี้ เช่น วัวป่วยเรื้อรังและมีขนาดตัวผอมลงเรื่อยๆ ถ่ายเป็นน้ำ�เหลวสีขุ่นขาวอยู่เป็นเวลานาน ใช้การรักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะอาการ ป่วยของโคไม่ดขี นึ้ และไม่พบว่ามีอาการป่วย ของโรคอื่นๆ เป็นต้น หรือใช้วิธีที่มีความ แม่นยำ�สูง ตัวอย่างเช่นการตรวจทางซีรัม วิทยา การพิสูจน์โรคโดยการเพาะหาเชื้อ Mycobacterium paratuberculosis จากลำ�ไส้และต่อมน้ำ�เหลืองในห้องปฏิบัติ การ เป็นต้น เพื่อทําการคัดแยกสัตว์ป่วย และสัตว์ที่ไม่ป่วยออกจากฝูงได้อย่างถูก ต้องและรวดเร็ว ส่วนสัตว์ที่แสดงอาการ


ของโรคแล้วก็จะต้องทําการวินิจฉัยยืนยัน การเป็นโรค และแยกออกจากฝูงทันทีหรือ ทำ�การกำ�จัดในทันที ถ้าโคที่เลี้ยงติดเชื้อควรรักษาได้ อย่างไร

ปัจจุบนั ยังไม่มีวิธกี ารรักษาโคที่ตดิ เชือ้ พาราทูเบอร์คูโลซีสให้หายขาดจากโรคได้ แต่จะมีการใช้ยาปฏิชวี นะบางตัวทีม่ ผี ลต่อ การรักษาตามอาการได้ในระยะหนึง่ เท่านัน้ เราจะมีวธ ิ ก ี ารป้องกันและควบคุม โรคได้อย่างไร

เนื่องจากโคที่ป่วยเป็นโรคพาราทูเบอร์ คูโลซีส เป็นโรคทีย่ ากต่อการตรวจสอบ และ เชือ้ Mycobacterium paratuberculosis เป็นเชื้อที่ทนทานและอยู่ในสภาวะต่างๆ ได้ดี จึงทำ�ให้โรคพาราทูเบอร์คูโลซีส เป็น

อีกโรคหนึ่งที่นับว่าเป็นปัญหาสำ�คัญที่ยาก ต่อการควบคุมและการป้องกันการเกิดโรค แต่เกษตรกรหรือเจ้าของโคควรมีหลักการ ควบคุมป้องกันและควรปฏิบัติตามอย่าง เคร่งครัดเพือ่ ลดโอกาสการติดเชือ้ อย่างง่าย คือ ถ้าเกษตรกรหรือเจ้าของโคพบว่าโคทีต่ วั เองเลี้ยงนั้น เกิดมีอาการป่วย หรือสงสัย ว่าเป็นอาการข้างต้นของโรคพาราทูเบอร์ คูโลซีส ควรทำ�การแยกโคที่ป่วยออกจาก ฝูงทันทีเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ และส่ง ตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารเพือ่ เป็นการยืนยัน โรค ซึ่งถ้าผลการตรวจสอบพบว่าเกิดการ ติดเชือ้ เกษตรกรหรือเจ้าของโคควรทำ�การ กำ�จัดในทันที เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อสู่ โคตัวอืน่ ๆ และทำ�ความสะอาดโรงเรือนใน บริเวณทีพ่ บโคติดเชือ้ เนือ่ งจากอุจจาระเป็น สาเหตุหนึง่ ของการแพร่กระจายเชือ้ โรคได้ ซึง่ อุจจาระดังกล่าวอาจจะส่งผลให้เกิดการ

ปนเปือ้ นเชือ้ กับสิง่ ของต่างๆ โรงเรือน หรือ แม้แต่ในน้ำ� อาหาร และยังเป็นอันตราย ต่อลูกโคที่อายุน้อย ซึ่งมีโอกาสการติด เชือ้ ได้งา่ ยอีกด้วย ซึง่ การตรวจติดตามโรค พาราทูเบอร์คโู ลซีส ควรทำ�อย่างต่อเนือ่ งใน ทุกๆ 6 เดือน หรือถ้าหากตรวจพบการติด เชือ้ Mycobacterium paratuberculosis ในโคทุกตัวในฟาร์มเลีย้ งก็ควรกำ�จัดวัวทัง้ หมด ออกไปและทดแทนใหม่ด้วยโคที่ปลอดโรค เพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มความเชื่อมั่น ให้กับผู้บริโภคได้ 

Whether people or animals, we do not want to get sick. But illness is sometimes over control such as Paratuberculosis or John’s diseases is a silent calamity in buffalo and cattle, resulting in chronic diarrhea, so violent until the cow dehydration, eventually die and resulted in huge economic losses. What is the Paratuberculosis?.

Paratuberculosis is caused by infection with Mycobacterium paratuberculosis as Gram-positive bacteria. In general, chronic infection in ruminants such as cattle, goats, sheep and so on can infect comes

from eating contaminated food, corral mat which the bacteria can live in the soil, can also pass through the stool and due to the feeding of cows under the age of 6 months from the breast of contaminated cows. The disease

can grow and incubate for 2-5 years or more by never show any symptoms. However, the symptoms will appearance at the age of 3-6 years, the cows infected with diarrhea, chronic fat loss, eventually cows dehydration and eventually Jan-Feb

31


die. In addition, the infection also results in a slower growth rate of beef cattle. Effect on the efficiency of the production of milk also reduces the sexual rate of cattle. Although this disease has been reported abroad for a long time but in Thailand, the first official report by the Prachoom Intarachote veterinary surgeon who reported the disease in 2-year-old American Brahman cattle imported from abroad. Paratuberculosis in dairy cattle imported from Surat Thani province by means of serological screening. The detection of this has had a great impact on cattle farmers. It also has a huge economic impact. How to detect infected cattle?

Difficultly to detect that the cattle are infected. The simple way that can be observed from the symptomatic disease, such as chronic cough and chronic thrombocytopenia, is

a white liquid for a long time. The use of antibiotic therapy does not improve the symptoms of cirrhosis, and there is no evidence of any other disease or use high-precision methods such as serology, Disease diagnosis by culture Mycobacterium paratuberculosis from the colon and lymph nodes in the laboratory and so on, to accurately and quickly remove diseased animals and animals from the herd. Animals that show signs of disease, then it must be diagnosed with disease and immediately separate from the crowd or immediately dispose of. How to treated infected cattle?

Currently there is no way to cure the disease that may occur. However, some antibiotics may be effective only in the treatment of symptoms.

How do we prevent and control the disease?

Because the disease is difficult to detect and Mycobacterium paratuberculosis is very durable and can survive in various condition which make disease is a major problem that difficult to control and prevent disease. Farmers or cattle owners should have strict control and should follow strictly to reduce the chance of infection. It is easy if farmers or cattle owners find that their own cattle are sick or suspected to be the above symptoms of Paratuberculosis. It should be done immediately to reduce the chance of infection and send to the laboratory to confirm the disease. If the results of the investigation indicate infection, the farmer or cattle owner should immediately remove it. To reduce the chance of transmission to other cattle and clean the house in the area where the cow is infected because of fecal contamination is one of the causes. 

Article info  บุญมี สัญญสุจจารี การเลี้ยงวัวนม : โรค JOHEN’S DISEASE  โศภิษฐ์ ธัญลักษณากุล และ ธนวรรษ เทียนสิน. (2542). รายงานโรคพาราทูเบอร์คูโลซีสในโคนมนำ�เข้าจากต่างประเทศ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพฯ: ทบวงมหาวิทยาลัย.  โศภิษฐ์ ธัญลักษณากุล,ธนวรรษ เทียนสิน (1997). โรคพาราทูเบอร์คูโลซีสในโคนมนำ�เข้าจากต่างประเทศที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี: รายงานสัตว์ป่วย Vol.7,No.2 pp47-54  Dr. Pattaraporn Tatsapong บทที่ 14 โรคและควบคุมโรคในสัตว์เคี้ยวเอื้อง Diseases and Diseases Control in Ruminants pp.350-351  Food and Aqriculture Orgariization of the Urxted Nations. 1983. Manual for ammal heaith auxrlhary personel. pp.B7-BB  PJ Back ,N Lopez-Villalobos, Effect of Johne’s disease on milk production and estimation of genetic parameters forincidence of Johne’s disease in New Zealand dairy cattle.,pp 1-13  EKB Richardson, SJ More (2009), Direct and indirect effects of Johne’s disease on farm and animal productivity in an Irish dairy herd, Ir Vet J. 2009; 62(8) pp. 526–532. 32

www.innolabmagazine.com


TECHNOLOGY

Automatic Analysis of Waxy Substances in Cosmetics Formulation

Author info ฐิตาภรณ์ เต็มธาราพิทักษ์ Thitaporn Temtarapitak MarCom Assistant, Mettler-Toledo (Thailand) Thitaporn.Temtarapitak@mt.com

สารที่เป็นไข รวมถึงกรดไขมันและสารมันวาว เป็นสารที่มักมีการนำ�มาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและเครื่องสำ�อาง บริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนไว้วางใจในเทคโนโลยีของ METTLER TOLEDO เพื่อทดสอบจุดหลอมเหลวของไขมันของ วัตถุดิบที่ใช้สำ�หรับผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายที่มีคุณภาพสูง

การวิเคราะห์สารที่เป็นไขโดยอัตโนมัติ ในการผสมสูตรเครือ่ งสำ�อางผลิตภัณฑ์ดแู ล ร่างกายและเครือ่ งสำ�อางมีการผสมสูตรใน หลายขัน้ ตอนซึง่ มีสว่ นผสมต่างๆ มากมาย บ่อยครัง้ มีการใช้สารทีเ่ ป็นไขและสารผสมที่ ใช้เพือ่ การส่องประกาย พืน้ ผิวหรือกลิน่ หอม สำ�หรับโลชัน และสารทำ�ความสะอาด สาร ทีเ่ ป็นไขซึง่ ประกอบด้วยกรดไขมันและเอส เทอร์เหมาะสำ�หรับใช้ในอุณหภูมติ �่ำ สามารถ ใช้รว่ มกับสารทีห่ ลากหลายโดยทีค่ ณ ุ สมบัติ ไม่เปลีย่ นไป และสามารถทำ�ให้กระบวนการ ผลิตผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายง่ายขึ้น บริษทั เครือ่ งสำ�อางและยาในประเทศจีน ทีม่ คี วามเชีย่ วชาญด้านการดูแลสุขภาพของ ผู้บริโภค ผลิตแบรนด์ขายตรงและสินค้า ทางการแพทย์แผนโบราณของจีนบริษัท ต่างๆ เชื่อมั่นในการทดสอบที่หลากหลาย รวมถึงเทคนิคจุดหลอมเหลวของไขมัน เพือ่ รับรองคุณภาพของส่วนผสมทีบ่ ริษทั ใช้ ซึง่

รวมถึงกรดไขมัน สารมันวาวและสารทีเ่ ป็น ไขอืน่ ๆ โดยทัว่ ไปจะมีการวัดจุดหลอมเหลว ของไขมันด้วยตนเองซึง่ ต้องมีการตัง้ ค่าและ การทำ�ความสะอาดทีใ่ ช้เวลานาน กล่าวคือ ต้องใส่ตวั อย่างลงในหลอดแคปิลลารีซงึ่ จะมี การจุม่ ลงในอ่างน้�ำ เพือ่ ให้ความร้อนทีอ่ ตั รา ที่เฉพาะเจาะจง แต่การตรวจวัดด้วยตนเอง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการตรวจวัดตัวอย่างใสหรือไม่มีสี ขึน้ อยูก่ บั ผลการทำ�งานของเจ้าหน้าทีป่ ฏิบตั ิ งาน เนื่องจากดวงตาของมนุษย์อาจตรวจ จับจังหวะทีถ่ กู ต้องแม่นยำ�ในการหลอมเหลว ของไขมันอย่างถูกต้องได้ยาก สำ�หรับบริษทั ที่จัดการกับตัวอย่างหลายชุดต่อสัปดาห์ ความสามารถในการทำ�ซ้ำ� ความถูกต้อง และประสิทธิภาพของการตรวจวัดเป็นเรือ่ ง สำ�คัญสูงสุด การตรวจวัดด้วยตนเองยังต้อง ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงต่อตัวอย่าง โดยต้อง มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานควบคุมดูแล

บริษัทได้ปรึกษา METTLER TOLEDO เพือ่ หาโซลูชนั อัตโนมัติ โดยทัว่ ไปการตรวจ จับจุดหลอมเหลวของไขมันโดยอัตโนมัตขิ อง เครือ่ งตรวจจับจุดหลอมเหลว Excellence MP80 มีความสามารถในการทำ�ซ้�ำ เพิม่ ขึน้ ±0.2°C (ตารางที่ 1) และลดผลกระทบ จากการทำ�งานของเจ้าหน้าทีป่ ฏิบตั งิ านทีม่ ี ต่อผลลัพธ์ ยิง่ ไปกว่านัน้ ยังสามารถดำ�เนิน การตรวจวัดได้พร้อมกันสองหลอดและเพิม่ ประสิทธิภาพการตรวจวัดเพือ่ ใช้เวลาทัง้ หมด 10-15 นาที ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาและ เพิ่มค่าของ Throughput นอกเหนือไปจากความสามารถในการ ทำ�ซ้ำ�ของการตรวจวัด พนักงานบริษัทยัง ประทับใจกับการใช้งานง่ายของ MP80 กล่าวคือ พนักงานสามารถเริ่มอ่านค่าได้ ด้วยการคลิกที่ปุ่ม ดูวิดีโอการตรวจวัด ครั้งก่อนหน้าซ้ำ�ในกรณีที่ผลลัพธ์ไม่เป็น Jan-Feb

33


ไปตามที่คาดการณ์ ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง และพิมพ์หรือส่งออกข้อมูลโดยอัตโนมัติ หลังจากการทดลองแต่ละครั้ง การเตรียม และการทำ�ความสะอาดตัวอย่างง่ายขึน้ (ดู

ภาพประกอบด้านบน) กล่าวคือสามารถนำ� ตัวอย่างและหลอดแคปิลลารีออกจากเครือ่ ง มือไปทิ้งได้ง่าย และเริ่มการทดลองครั้ง ใหม่ได้ทันที คำ�แนะนำ�เพียงข้อเดียวของ

พนักงาน คือการเพิ่มจำ�นวนหลอดแคปิล ลารีเพือ่ ให้ด�ำ เนินการตรวจวัดตัวอย่างพร้อม กันได้เป็นจำ�นวนมากขึ้น 

Wax-like substances, including fatty acids and pearling agents, are frequently used in personal-care and cosmetic products. A China-based company relies on METTLER TOLEDO technology to test the slip melting point of their raw materials – for a high-quality final product.

Personal-care and cosmetic products are formulated in a multistep process involving many different ingredients. Frequently included are waxy substances and mixtures used to provide shine, texture or fragrance to lotions and cleansing agents. Composed of fatty acids and esters, these waxes are suitable for use at lower temperatures, are compatible with various substances without altering their properties, and can simplify the manufacturing process of final products. Specializing in consumer healthcare, a cosmetics and pharmaceuticals company in China produces over-the-counter brands and traditional Chinese medicinal goods. To ensure the quality of the ingredients they use, which include fatty acids, pearling agents and other waxes, they rely on a variety of assays, including the slip melting point technique. Typically, the slip melting point is measured manually, requiring intensive setup and cleanup: The sample is inserted into a capillary tube, which is then immersed in a water bath for heating at a specific rate. But manual measurements, especially of a clear or colorless sample, are subject to operator influence, as the human eye 34

www.innolabmagazine.com

may have difficulty in accurately detecting the precise timing of slip melting. For the company, which processes multiple sample batches per week, measurement repeatability, accuracy and efficiency are of utmost importance. Yet their manual measurements require up to an hour per sample, with operator supervision. The company turned to METTLER TOLEDO for an automated solution. With its automatic detection of the

slip melting point, the Melting Point Excellence MP80 typically increases repeatability to ±0.2°C (Table 1) and has reduced operator influence on results. Furthermore, measurements can be performed simultaneously in duplicate and optimized to take 10-15 minutes in total, saving time and increasing throughput. Beyond its high measurement repeatability, employees at the company were impressed with the MP80’s ease of use: They could


start readings with a click of the button, replay videos of previous measurements in the rare case of unexpected results, and print or export data automatically after each experiment. Sample preparation and cleanup were also simplified (see illustration above): Sample and glass capillaries could easily be removed from the instrument and disposed, and a new experiment started immediately. Their only suggestion? To add more capillaries so they could perform even more simultaneous measurements! 

เครื่องมือและโซลูชันสำ�หรับการควบคุมคุณภาพ ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต Material Receiving

เครื่องชั่งคุณภาพสูงระดับ ไมโครกรัม  เครื่องชั่งเชิงวิเคราะห์  เครื่องวัดความชื้น  ตุ้มน้ำ�หนักมาตรฐาน 

Quality Control and Product Development

Warehousing

เครื่องวัดค่าพีเอช  เครื่องไทเทรตอัตโนมัติ  เครื่องวัดค่าดัชนีหักเห  เครื่องวัดค่าความหนาแน่น 

บริษัท เมทเล่อร์-โทเลโด (ประเทศไทย) จำ�กัด สำ�นักงานกรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2723 0300 แฟกซ์ 0 2719 6479 METTLER-TOLEDO LIne Official: @MTTH

Production / Quality Control in Production

Thermal Analysis  AutoChem 

สาขาระยอง โทรศัพท์ 0 3860 9561-2 แฟกซ์ 0 3860 7738 อีเมล MT-TH.CustomerSupport@mt.com

Packaging

Logistics and Shipping

ปิเปตต์แบบช่องเดียว และ หลายช่องดูด-จ่ายสาร  ปิเปตต์อิเล็กทรอนิกส์  ทิป 

สาขาขอนแก่น โทรศัพท์ 0 4322 7230 แฟกซ์ 0 4322 7321 Jan-Feb 35 www.mt.com


INDUSTRY MOVEMENT

FROZEN & PROCESSED CHICKEN INDUSTRY

Author info เชฐชุดา เชื้อสุวรรณ Chetchuda Chuasuwan Krungsri Research, Bank of Ayudhya Public Company Limited chetchuda.chuasuwan@krungsri.com อุตสาหกรรมไก่แช่แข็งและแปรรูปของไทยในปี 2561-2563 มีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นตาม ตลาดส่งออกทีค ่ าดว่าจะเติบโตขึน ้ โดยมีอานิสงส์จาก 1) ประเทศคูค ่ า้ ทยอยยกเลิกมาตรการระงับนำ�เข้าไก่แช่แข็งจาก ไทยอย่างต่อเนื่อง 2) การขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง และ 3) พบการแพร่ ระบาดของโรคไข้หวัดนกในหลายประเทศจึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกไก่แช่แข็งและแปรรูปเพิ่มขึ้น

ผลผลิตไก่เนื้อของโลกมีปริมาณปีละ 85-90 ล้านตัน ประเทศผู้ผลิตหลัก คือ สหรัฐฯ บราซิล และจีน สัดส่วนการผลิต รวมกันประมาณ 50% ของผลผลิตทั่วโลก ผลผลิตไก่เนือ้ ในแต่ละประเทศทัว่ โลกส่วน ใหญ่ใช้บริโภคในประเทศ การค้าไก่เนือ้ ใน โลกจึงมีสดั ส่วนเพียง 10-15% ของผลผลิต ไก่เนื้อทั้งหมด โดยผลิตภัณฑ์ไก่ที่มีการ ค้าขายในตลาดโลกแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1) ไก่แช่แข็ง ในลักษณะไก่สดทั้งตัว ไก่ชำ�แหละ และไก่สดหมักเกลือ และ 2) ไก่แปรรูป หรือไก่ปรุงสุก/ปรุงรสก่อนนำ�ไป แช่เยือกแข็งเป็นอาหารสำ�เร็จรูปแช่แข็งทีม่ ี มูลค่าเพิม่ สูงขึน้ โดยผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปที่ สำ�คัญ ได้แก่ ไก่ชุบแป้งทอด ไก่หมักซอส นักเก็ตไก่ สเต็กไก่ เป็นต้น การค้าผลิตภัณฑ์ไก่ในตลาดโลกอยู่ ในรูปของไก่แช่แข็ง คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 88% ในเชิงปริมาณ และ 75% ในเชิง 36

www.innolabmagazine.com

มูลค่า ประเทศผู้ส่งออกหลัก คือ บราซิล ซึ่ ง ส่ ง ออกไก่ ชำ� แหละแช่ แ ข็ ง สั ด ส่ ว น 31.7% ของปริมาณการส่งออกไก่แช่แข็ง ในตลาดโลก รองลงมาคือ สหรัฐฯ และ เนเธอร์แลนด์ ซึง่ เน้นส่งออกไก่ทงั้ ตัวแช่แข็ง (เป็นผลิตภัณฑ์ไก่ทนี่ ยิ มบริโภคในประเทศ ตะวันตก) มีสัดส่วน 13.8% และ 10.5% ตามลำ�ดับ ขณะทีไ่ ทยมีสว่ นแบ่งในตลาดโลก เพียง 1.7% โดยไทยเน้นส่งออกไก่ช�ำ แหละ แช่แข็งเช่นเดียวกับบราซิล ส่วนการค้าไก่ แปรรูปซึง่ เป็นผลิตภัณฑ์มลู ค่าเพิม่ ในตลาด โลก มีสัดส่วนส่งออก 12% ในเชิงปริมาณ และ 25% ในเชิงมูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ ในตลาดโลก มีประเทศผู้ส่งออกหลัก คือ ไทย มีสัดส่วน 27.8% ของปริมาณการส่ง ออกไก่แปรรูปทัง้ หมดในตลาดโลก รองลงมา ได้แก่ จีน บราซิล เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ มีสัดส่วน 12.2%,9.6%, 8.7% และ 6.3% ตามลำ�ดับ

ประเทศผู้ นำ � เข้ า ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ไ ก่ ข อง โลกค่อนข้างกระจายตัว แต่ละประเทศมี ส่วนแบ่งการนำ�เข้าในเชิงปริมาณไม่มาก นัก โดยประเทศผู้นำ�เข้าที่สำ�คัญ (ข้อมูล จาก Trademap ในปี 2560) คือ ญี่ปุ่น (ภาพที่ 1) สำ�หรับประเทศไทย เป็นผู้ผลิตไก่เนื้อ อันดับ 10 ของโลก มีผลผลิตประมาณปี ละ 2.0-2.1 ล้านตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน ประมาณ 2% ของผลผลิตไก่เนื้อทั่วโลก ขณะที่การบริโภคเนื้อไก่ของไทยมีปริมาณ เฉลี่ยเพียงปีละ 1.2-1.3 ล้านตัน หรือ ประมาณ 60% ของผลผลิตไก่เนื้อทั้งหมด ของไทย ส่วนใหญ่เป็นการบริโภคในรูปเนือ้ ไก่สดชำ�แหละ ขณะทีผ่ ลผลิตไก่เนือ้ ส่วนเกิน ประมาณ 40% ของผลผลิตรวมในประเทศ จะถูกนำ�ไปเป็นวัตถุดบิ ในอุตสาหกรรมไก่แช่ แข็งและแปรรูปซึง่ มีตลาดหลักเป็นตลาดส่ง ออก และบริโภคในประเทศบางส่วนโดยมี ช่องทางจำ�หน่ายผ่านร้านค้าปลีกสมัยใหม่


การส่งออกไก่ของไทย

สำ�หรับการส่งออกไก่แช่แข็งของไทยกลับ มาส่งออกได้อกี ครัง้ หลังไทยเผชิญปัญหาการ ระบาดของโรคไข้หวัดนกในไทยคลีค่ ลาย และ ฟาร์มไก่เนือ้ ของไทยมีการพัฒนาเป็นระบบ ปิด (EVAP: Evaporative Air Cooling System) โดยเฉพาะในฟาร์มของบริษทั ราย ใหญ่และฟาร์มทีเ่ ป็น Contract farming ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม ไก่แช่แข็งและไก่แปรรูป ทำ�ให้ผู้บริโภคใน ตลาดโลกมีความเชือ่ มัน่ ในการบริโภคไก่แช่ แข็งของไทยเพิ่มขึ้นเป็นลำ�ดับ ในปี 2560 โครงสร้างการส่งออก ผลิตภัณฑ์ไก่ของไทยแบ่งเป็นไก่แปรรูปและ ไก่แช่แข็ง คิดเป็นสัดส่วน 70:30 ตลาด ส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่สำ�คัญของไทยอันดับ หนึ่ง คือ ญี่ปุ่น เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยทั้งในการส่งออกไก่แช่แข็งและ ไก่แปรรูป สัดส่วน 63% และ 56% ใน เชิงมูลค่า ตามลำ�ดับ รองลงมาคือ EU ส่วนใหญ่ไทยส่งออกไก่แปรรูป (EU เป็น ตลาดส่งออกไปแปรรูปที่สำ�คัญของไทย มี สัดส่วน 32% ของการส่งออกไก่แปรรูปของ ไทย) ส่วนตลาดส่งออกอืน่ ๆ ประกอบด้วย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ลาว มาเลเซีย เป็นต้น โดยประเทศคูแ่ ข่งหลักในตลาดส่งออกไก่แช่ แข็งและแปรรูปของไทยคือบราซิล ทีข่ ยาย การส่งออกมายังเอเชียเพิ่มขึ้น (ภาพที่ 3) แนวโน้มอุตสาหกรรม

คาดว่าภาวะอุตสาหกรรมไก่แช่แข็งและ แปรรูปของไทยในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า จะขยายตัวดีต่อเนื่องตามความต้องการ บริโภคทีข่ ยายตัว คาดว่าตลาดในประเทศ จะขยายตัวใกล้เคียงกับปีก่อนเฉลี่ย 2-3% ต่อปี โดยความต้องการบริโภคของภาค ครัวเรือนจะขยายตัว 1-2% ต่อปี และ การบริโภคในธุรกิจฟาสต์ฟู้ดจะขยายตัว 3-4% ต่อปี ตามความนิยมของผู้บริโภค และแผนการลงทุนขยายสาขาร้านอาหาร ฟาสต์ฟู้ดประเภทไก่ ขณะที่คาดว่าการส่ง ออกจะขยายตัวต่อเนือ่ ง แต่การเปรียบเทียบ กับฐานสูงในปี 2560 (การกลับมานำ�เข้า หลังประเทศคูค่ า้ หลัก อาทิ ญีป่ นุ่ สหภาพ ยุโรป เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ยกเลิกมาตรการ ระงับนำ�เข้าไก่แช่แข็งจากไทย) อาจทำ�ให้ การส่งออกในช่วงปี 2561-2563 ขยาย ตัวในอัตราชะลอลง เฉลี่ยที่ 5-8% ต่อปี

ภาพที่ 1: ปริมาณการผลิตและการบริโภคเนื้อไก่ทั้งโลก (2560) Fig 1: World Broiler Meat Production and Consumption (2017) Source: U.S. Department of Agriculture (USDA)

ปัจจัยหนุนการขยายตัวมาจาก  ความต้ อ งการบริ โ ภคเนื้ อไก่ ใ น ตลาดโลกที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย ปีละ 1.5-2% (ข้อมูลจาก OECD-FAO Agricultural Outlook 2017-2026) ซึ่ง เป็นอัตราการเติบโตทีส่ งู กว่าความต้องการ บริโภคเนื้อสัตว์ประเภทอื่น  ยังมีการระบาดของโรคไข้หวัดนกต่อ เนือ่ งในหลายประเทศ ขณะทีไ่ ม่พบการกลับ มาระบาดในไทย เนื่องจากผลผลิตไก่ของ ไทยสัดส่วนถึง 90% มาจากฟาร์มของผู้ ประกอบการรายใหญ่ซงึ่ มีระบบป้องกันการ แพร่ระบาดของโรคที่ดี และกระบวนการ แปรรูปไก่ของไทยได้มาตรฐานเป็นทีย่ อมรับ ของนานาชาติ จึงเป็นโอกาสในการขยาย การส่งออกของไทย ทัง้ นี้ จากรายงานของ กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (United States Department of Agriculture: USDA) ปัจจุบันยังพบการระบาดของโรคไข้หวัด นกในหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาค เอเชียและยุโรป ซึ่งประเทศเหล่านี้เป็น ประเทศผู้นำ�เข้าไก่สุทธิ ทำ�ให้มีแนวโน้ม ต้องนำ�เข้าเพิ่มขึ้น  การเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ ของ ไทย อาทิ ตะวันออกกลาง แอฟริกา รวม ทั้งจีนที่คาดว่าจะกลับมานำ�เข้าไก่แช่แข็ง จากไทยมากขึน้ หลังผลิตภัณฑ์ไก่ของไทย ทยอยได้รบั การรับรองจากสำ�นักงานการขึน้ ทะเบียนหรือรับรองแห่งสาธารณรัฐประชาชน จีน (Certification and Accreditation Administration of the People’s Republic of China: CNCA) ซึง่ ปัจจุบนั มีการรับรองแล้ว 7 โรงงาน (ข้อมูล ณ มีนาคม 2561)  การส่ ง ออกไก่ แ ปรรู ป ไปญี่ ปุ่ น มี แนวโน้มเพิ่มขึ้นมากจากกระแสรักสุขภาพ ประกอบกับมีการขยายการลงทุนโรงงาน แปรรูปไก่เนื้อของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นใน

ไทยเพือ่ ผลิตเนือ้ ไก่แปรรูปป้อนให้กบั ธุรกิจ อาหารในญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ผูป้ ระกอบการอาจมีความ เสี่ยงจากต้นทุนการผลิต (ราคาไก่เนื้อ) ที่ เพิม่ ขึน้ ตามราคาวัตถุดบิ อาหารสัตว์ทงั้ กาก ถั่วเหลืองและข้าวโพด ประกอบกับมีการ ต่อรองราคาของประเทศคู่ค้าเพิ่มมากขึ้น เนือ่ งจากการแข่งขันในตลาดโลกรุนแรงหลัง หลายประเทศมีผลผลิตไก่เนือ้ เพิม่ ขึน้ และ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไก่เพื่อส่งออก อาทิ บราซิล จีน ยูเครน เวียดนาม แนวโน้มเช่น นี้อาจมีผลให้อัตรากำ�ไรของอุตสาหกรรม ชะลอลงบ้าง แต่จะยังอยู่ในเกณฑ์ดี ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า ไทยอาจเสีย เปรียบในการแข่งขันส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ เนือ่ งจากต้นทุนแรงงานและปัจจัยการผลิต ต่างๆ เพิม่ สูงขึน้ ขณะทีบ่ ราซิลมีตน้ ทุนการ ผลิตถูกกว่าไทยค่อนข้างมาก ทัง้ จากขนาด การผลิตทีใ่ หญ่กว่า และระบบการผลิตสมัย ใหม่ (ไม่เน้นใช้แรงงานคน) ต้นทุนต่อหน่วย จึงต่ำ�กว่าไทย นอกจากนี้ อุตสาหกรรมไก่ เนื้อของไทยยังมีความเสี่ยงจากการพึ่งพา การนำ�เข้าพันธุ์ไก่จากต่างประเทศ (ส่วน ใหญ่นำ�เข้าจากยุโรปและสหรัฐฯ) ดังนั้น หากเกิดโรคระบาดในแหล่งผลิตพันธุ์ไก่ เป็นระยะเวลานานอาจมีผลให้ไทยประสบ ปัญหาในการขยายการผลิตไก่เนื้อในบาง ช่วงเวลา 

Jan-Feb

37


Between 2018 and 2020, the Thai frozen and processed chicken sector is expected to grow on rising demand from international markets. Exports will benefit from (i) the ongoing relaxation of restrictions from trading partners on the import of Thai frozen chicken, (ii) the opening of new markets in Asia and the Middle East, and (iii) the spread of bird flu in flocks in other countries, which will present an opportunity for Thailand to increase its exports of frozen and processed chicken.

Worldwide, approximately 8590 million tonnes of chicken is produced annually, with the main suppliers (the United States, Brazil and China) accounting for around half of this output. However, domestic markets consume the overwhelming majority of global production, leaving only 10-15% to be traded in export markets. These exports fall into two main classes: (i) frozen chicken, which includes whole, boned and prepared, and salted chicken; and (ii) processed chicken, which has been cooked or flavored in some way before being chilled or frozen. Products in this second group have greater added value and examples include items such as chicken that has been coated and fried, marinated, or prepared as chicken nuggets or chicken steaks. International trade in chicken meat is largely of chilled and frozen goods, which account for 88% of

all exported chicken products by weight and 75% by value. The biggest exporter of frozen chicken is Brazil, which exports boned and prepared broilers, accounting for 31.7% of supply to the world market and is followed in importance by the United States and the Netherlands, which tend to focus more on the export of whole frozen items (in western countries, whole chickens tend to be preferred over those which have been boned or prepared). These two countries contribute 13.8% and 10.5% of world exports, respectively. Thailand, which like Brazil exports boned and prepared broilers, is responsible for just 1.7% of global frozen chicken exports. With regard to the market for higher value processed chicken products, these contribute a 12% share of world exports in terms of weight and 25% in terms of value. Here, Thailand is the market leader, providing 27.8% of all global exports of processed

chicken by weight. Thailand is followed by China, Brazil, Germany, and the Netherlands, which have a market share of 12.2%, 9.6%, 8.7% and 6.3%, respectively. As regards imports, no country dominates and even the largest importers contribute only a relatively small share to overall imports. Information from Trademap for 2017 thus shows that Japan was the biggest importer (by weight), taking 7.1% of global chicken imports (figure 1) Overall, Thailand sits in 10th place in the rankings of global broiler producers, outputting 2.0-2.1 million tonnes annually, which represents 2% of world output. The domestic market consumes 1.2-1.3 million tonnes of this (around 60% of the total), the majority of which is in the form of raw fresh chicken meat. The remaining 40% of Thai output is used as inputs to frozen and processed chicken industries, the lion’s share is exported and some of the output of these businesses is distributed via modern trade outlets in domestic market. Thai Export

ภาพที่ 2: ปริมาณและมูลค่าการส่งออกไก่ Figure 2: World Chicken Exports (by product) Source: Trademap (as of 2016) 38

www.innolabmagazine.com

The situation for exports of frozen chicken from Thailand returned to a more positive state following the abating of the bird flu outbreak. In addition, the development of evaporative air cooling systems (EVAPs)4/on Thai chicken farms, especially on the farms of the major players and on contract farms which form part of the Thai frozen and processed chicken supply chain, helped to steadily rebuild consumer confidence in Thai products in export markets. In 2017, exports of chicken from


Thailand were split approximately 70:30 between processed and frozen chicken. Japan is the most important export market for both groups; measured by value, Japanese consumers purchase 63% and 56% of all Thai exports of frozen and processed chicken, respectively. Japan is followed in importance by the European Union, which takes mostly processed chicken (the EU buys 32% of all Thai exported processed broilers). Other significant export markets include Singapore, South Korea, Laos PDR and Malaysia. As for competitors in world markets, the main threat comes from Brazil, which is currently expanding into Asianmarkets (figure 3). Outlook

Looking out over the next three years, the sector is expected to continue enjoying favorable business conditions, and steadily rising demand will feed ongoing growth for players in the frozen and processed chicken sector. The domestic market is forecast to grow at 2-3% per year, a rate close to that recorded for last year, with demand for household consumption anticipated to expand by 1-2% annually and that for use by fast-food restaurants expected to rise at the higher rate of 3-4% per year on rising consumer demand and consequent plans to expand the number of chicken-based fastfood outlets. Exports will also likely continue to grow but the high level of annual expansion recorded in 2017, as exports rebounded in the major markets of Japan, the European Union, South Korea, and Singapore on the relaxing of the ban on imports of Thai frozen chicken, will mean that by comparison, annual growth in 2018-2020 will be at alower rate. This is therefore expected to run to a yearly average of 5-8%. This outlook is based on the following factors.

ภาพที่ 3: การส่งออกไก่แยกตามประเภท (2560) Figure 3: Thai Chicken Export Market by Type (2017) Source : Trademap, Ministry of Commerce (MOC) and compiled by Krungsri Research

The forecast is that chicken meat consumption on world markets will grow by 1.5-2% per year, exceed demand for other meats. (source: OECD-FAO Agricultural Outlook 2017-2026).  Outbreaks of bird flu continue to be reported in many countries but the serious incidences have not yet returned to Thailand as 90% of Thai chicken output is contributed by large operators whose farms are provided EVAP system and standardized procedure of chicken processing. This is therefore an opportunity for Thai exporters. Thus, the United States Department of Agriculture (USDA) states that at present bird flu is widespread in many countries in Asia and Europe which are net importers of chicken. So, this will tend to increase exports to these markets.  Exports should increase from Thailand to new markets in the Middle East, Africa and China. In the case of the latter, imports of Thai frozen chicken are forecast to grow following (as of March 2018) the certification of seven Thai chicken processing facilities by the Certification and Accreditation Administration of the People’s Republic of China (CNCA).  Exports of processed chicken to Japan are also likely to expand further on growing health concerns, and Japanese food companies are in addition investing in sites within Thailand for processing chicken to be used as inputs to the food sector in 

Japan. Despite this positive outlook, though, players in the sector face the possibility of rising production costs (principally of broiler), which may rise on higher prices for animal feed, both for soybean meal and for corn. Competition is also increasing from suppliers in Brazil, China, Ukraine and Vietnam, which are developing chicken products for export markets. The effect of this will then be to increase the market strength of importers when it comes to negotiating prices and, although they should remain at respectable levels, profits may be put under pressure because of these developments. Over the next 5-10 years, Thailand may lose the competitive advantages that it currently enjoys in export markets if, as is likely, the costs of labor and other factors of production rise. Meanwhile, because production there operates on a larger scale and is more advanced and less laborintensive, marginal production costs in Brazil are significantly lower than they are in Thailand. Beyond this, the Thai chicken industry is also overly reliant on the supply of chicken breeds from outside the country (the majority in fact come from Europe and the United States). Because of this, in the event of an extended outbreak of bird flu in a country that supplies breeds to Thailand, the country might have difficulties in expanding production.  Jan-Feb

39


ANALYSIS

Cell Injury and Methods of Analysis

Author info วัลลภ เมฆทับ Wallop Mektub, Business Manager Thailand - Microbiology Division Thermo Fisher Scientific (Thailand) Co., Ltd. wallop.mektub@thermofisher.com การอยู่รอดของแบคทีเรียถูกกำ�หนดโดยความสมดุลระหว่างความเครียด (stress) ที่แบคทีเรียได้รับจากสภาพ แวดล้อมภายใน (เรียกว่า intrinsic) และได้รับจากสภาพแวดล้อมภายนอก (เรียกว่า extrinsic) ความเครียดเหล่า นี้แบ่งเป็นหลายประเภท ได้แก่ ทางเคมี (เช่น กรด สารกันเสีย สารทำ�ความสะอาด) กายภาพ (เช่น อุณหภูมิ แรงดัน ออสโมติก การฉายรังสี) หรือโภชนาการ (เช่น การขาดแคลนอาหาร) และสามารถเกิดขึ้นในช่วง (stage) ใดๆ อย่าง ต่อเนื่องตั้งแต่ฟาร์มไปจนถึงโต๊ะอาหาร

หลังจากสัมผัสความเครียดอย่างใด อย่างหนึ่งหรือหลายชนิด ส่วนหนึ่งของ ประชากรแบคทีเรียจะบาดเจ็บมากน้อย ต่างกันตามระดับของความเครียด และ ขึน้ กับประเภทของความเครียด ระยะเวลา ในการสัมผัสความเครียด และสถานะทาง สรีรวิทยาของเซลล์แต่ละเซลล์ (ภาพที่ 1) หลังเซลล์สัมผัสความเครียด (ภายในและ ภายนอก) เซลล์จะเกิดการบาดเจ็บได้สอง ประเภท (1) การบาดเจ็บในระดับเมตาบอ ลิก คือเกิดความเสียหายของส่วนประกอบ ต่างๆ ภายในเซลล์ เช่น กรดดีออกซีไร โบนิวคลีอิก (ดีเอ็นเอ) กรดไรโบนิวคลีอิก (อาร์เอ็นเอ) และเอนไซม์ที่มีความสำ�คัญ และ (2) การบาดเจ็บในระดับโครงสร้าง คือเกิดความเสียหายของผนังเซลล์และเยือ่ หุม้ เซลล์ ไม่วา่ จะเป็นการบาดเจ็บประเภท ใด การตรวจวิเคราะห์เซลล์ที่บาดเจ็บแต่ 40

www.innolabmagazine.com

ยังมีชีวิตอยู่ (sublethally injured cells) ซึง่ รวมถึงเซลล์แบคทีเรียทีท่ �ำ ให้เกิดโรคนัน้ เป็นความท้าทาย เนือ่ งจากเซลล์เหล่านีจ้ ะ ไม่เติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อเพิ่มปริมาณ (enrichment media) และอาหารเลี้ยง เชือ้ บนจานเพาะเชือ้ (plating media) ที่ มีสารคัดเลือก (selective agent) เซลล์ที่บาดเจ็บอาจปรับตัวเองให้เข้า กับสิ่งแวดล้อมใหม่ คืนสภาพการทำ�งาน ของเซลล์และความสามารถในการก่อโรค (pathogenicity) ด้วยการซ่อมแซมเซลล์ที่ เสียหาย แล้วอยูใ่ นสถานะมีชวี ติ แต่ไม่สามารถ เพาะเชือ้ ได้ (viable-but-nonculturable, VBNC) ซึ่งจะเป็นเซลล์ที่มีกิจกรรมเมตา บอลิซึมน้อยมากและไม่สามารถแบ่งตัว ได้ หรืออยู่ในสภาพบาดเจ็บแล้วตายไป การสัมผัสความเครียดปริมาณน้อย เซลล์ ส่วนใหญ่จะปรับตัวเข้ากับสิง่ แวดล้อมใหม่

และกลับมาเติบโตได้อกี ครัง้ อย่างไรก็ตาม การสัมผัสกับความเครียดเป็นระยะเวลา นานจะทำ�ให้ช่วงระยะพัก (lag phase) ของแบคทีเรียนานขึน้ และเกิดขึน้ พร้อมกับ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ชัว่ คราวซึง่ อาจทำ�ให้ทนทานต่อความเครียด ได้มากขึ้น สภาวะนี้เรียกว่า “การปรับตัว ชัว่ คราว” (transient adaptation) เมือ่ ได้ รับความเครียดระดับปานกลาง กลุม่ เซลล์ จะประกอบด้วยเซลล์ปกติ เซลล์ตาย และ เซลล์ที่บาดเจ็บในระดับต่างๆ โดยทั่วไป การได้รับความเครียดรุนแรงจะฆ่าเซลล์ ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เซลล์ที่รอดชีวิต รวมถึงเชื้อก่อโรคในอาหาร อาจจะยังคง มีชีวิตอยู่ได้เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ของ ยีนเพื่อปรับตัวให้อยู่รอดได้


ประเภทของความเครียด

ความเครียดทางเคมี ความเครียดทางเคมีมาจากการสัมผัส กรดและเบส สารกันเสียในอาหาร และสาร ฆ่าเชือ้ ชนิดต่างๆ ภาวะช็อกจากกรด (acid shock) อย่างรุนแรงและความเครียดทำ�ให้ เซลล์อยู่ในสภาวะบาดเจ็บที่พีเอชต่ำ� เมื่อ ไฮโดรเจนไอออน (H+) เคลื่อนผ่านเยื่อหุ้ม เซลล์หรือเมือ่ กรดอินทรียแ์ พร่ผา่ นเยือ่ หุม้ เซลล์ แล้วทำ�ให้คา่ พีเอชภายในเซลล์ลดลงจนทำ�ให้ เซลล์แตก นอกจากนีก้ ระบวนการหมักทีใ่ ช้ ในการผลิตชีสและผลิตภัณฑ์เนือ้ สัตว์ชนิด ต่างๆ สามารถทำ�ให้เกิดความเครียดจาก กรดได้ และการสัมผัสสารชำ�ระล้างที่เป็น ด่าง และสารเคมี เช่น โซดาไฟ (NaOH) และสารประกอบควอเทอร์นารีแอมโมเนียที่ ใช้ท�ำ ความสะอาดและฆ่าเชือ้ พืน้ ผิวสัมผัส อาหารและสิง่ ทีไ่ ม่ใช่อาหาร สามารถเหนีย่ ว นำ�ให้เซลล์บาดเจ็บได้เช่นกัน เซลล์เหล่านี้ จะตรวจวิเคราะห์ได้ยากเมือ่ ใช้วธิ มี าตรฐาน คือ การเลี้ยงเชื้อบนจานเพาะเชื้อโดยใช้ อาหารเลี้ยงเชื้อเพิ่มปริมาณ ความเครียดทางกายภาพ ความเครียดทางกายภาพเป็นผลมา จากการสัมผัสอุณหภูมิสูงและต่ำ� การ ทำ�ให้แห้ง การเปลี่ยนแปลงแรงดันออส โมติก กระบวนการฆ่าเชื้อด้วยแรงดันสูง และการฉายรังสี การช็อกจากความเย็น จะส่งผลถึงการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ที่จะหยุดชะงัก ความสามารถในการกลับ มาเจริญเติบโตอีกครั้ง หลังจากช่วงปรับ ตัว และการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการ สังเคราะห์โปรตีน ความไวต่ออุณหภูมิต่ำ� ของจุลินทรีย์มีความหลากหลายและขึ้น กับอัตราการลดลงของอุณหภูมิ ความหนา แน่นของประชากร และอัตราการเติบโตของ

จุลนิ ทรียน์ นั้ ๆ การช็อกจากความร้อนสามารถ ทำ�ให้จลุ นิ ทรียม์ คี วามต้านทานอุณหภูมไิ ด้ดี ขึน้ เมือ่ จุลนิ ทรียส์ มั ผัสกับอุณหภูมทิ สี่ งู กว่า ช่วงอุณหภูมิที่มันสามารถเติบโตได้ปกติ เช่น ระหว่างการฆ่าเชื้อผลิตภัณฑ์ไก่แบบ พาสเจอไรซ์ที่อุณหภูมิต่ำ� การทำ�ให้เนื้อ สุกแบบช้า หรือกระบวนการปรุงแบบซูวี (sous-vide) นอกจากนีค้ า่ วอเตอร์แอคทิวิ ตีของอาหารทีล่ ดลงจากการเติมสารต่างๆ ที่สามารถจับน้ำ�ลงในอาหาร เช่น น้ำ�ตาล เกลือแกง (NaCl) และฟอสเฟต สามารถ ทำ�ให้เกิดความเครียดจากออสโมติก ซึง่ จะ พบระหว่างการแช่เยือกแข็ง การทำ�แห้ง และ การระเหยน้ำ�ออกจากอาหารอย่างรวดเร็ว ความเครียดทางสารอาหาร ความเครียดทางสารอาหารสามารถ เกิดขึน้ ได้ตามธรรมชาติและในสถานทีผ่ ลิต อาหาร เมื่อระดับของสารอาหารมีปริมาณ ต่�ำ จนไม่สามารถสนับสนุนกิจกรรมเมตาบอ ลิซมึ ของเซลล์หรือการเติบโตของจุลนิ ทรีย์ ได้ มีรายงานว่าพบความเครียดจากการ ขาดสารอาหารของจุลินทรีย์ในซากสัตว์ อาหาร บนพืน้ ผิวอุปกรณ์ ผนัง และพืน้ โดย จุลนิ ทรียท์ อี่ ยูใ่ นสภาพแวดล้อมทีข่ าดแคลน อาหารมักผ่านขั้นตอนการปรับเปลี่ยนผิว เซลล์เพื่อให้สามารถใช้แหล่งพลังงานที่มี อยู่ การเปลี่ยนแปลงรูปร่างเซลล์ระหว่าง การขาดสารอาหารจะเกีย่ วข้องกับสัณฐาน วิทยาของเซลล์และองค์ประกอบของผนัง เซลล์/เยื่อหุ้มเซลล์ รวมถึงเพิ่มการเกาะ ติดของแบคทีเรียและน่าจะเกี่ยวข้องกับ การสร้างไบโอฟิล์มของจุลินทรีย์

การซ่อมแซมเซลล์และการป้องกัน ข้าม

การผลิ ตโปรตี น ที่ เ หนี่ ย วนำ � ด้ ว ย ความเครียด (stress-induced protein) มีบทบาทสำ�คัญอย่างยิง่ ในการปรับตัวของ จุลนิ ทรีย์ เพือ่ ให้สามารถเจริญเติบโตได้ใน สภาวะที่จำ�กัดต่อการมีชีวิตรอด และการ คืนสภาพจากความเสียหายที่เหนี่ยวนำ� ด้วยความเครียดทั้งจากการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิ พีเอช ออสโมลาริตี และสารอาหาร โปรตีนทีเ่ หนีย่ วนำ�ด้วยความเครียดบางชนิด มีหน้าทีท่ ชี่ ดั เจนในการจัดการความเครียด อย่างจำ�เพาะ ในขณะที่โปรตีนที่เหนี่ยว นำ�ด้วยความเครียดชนิดอื่นๆ ถูกผลิตขึ้น ภายใต้สภาวะที่มีความเครียดหลากหลาย ชนิด โปรตีนจากการช็อกด้วยความร้อน (heat-shock protein) หลายชนิดถูก ผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่ออุณหภูมิท่ีสูงขึ้น ซึ่งโปรตีนเหล่านี้บางชนิดถูกผลิตขึ้นหลัง จากจุลนิ ทรียส์ มั ผัสกับความเครียดชนิดอืน่ ๆ ที่ไม่ใช่ความเครียดเนื่องจากอุณหภูมิ เช่น การขาดอาหาร และการสัมผัสเอทานอล และตัวทำ�ละลายอินทรีย์อื่นๆ สารออกซิ ไดส์ และเกลือที่มีความเข้มข้นสูง ปรากฏการณ์ทคี่ วามเครียดชนิดหนึง่ ช่วย ป้องกันความเครียดชนิดเดียวกันในระดับสูง กว่า (โดยเฉพาะความร้อน) หรือป้องกัน ความเครียดที่ต่างชนิดกันมีการบันทึกไว้ มากมาย และเรียกว่า “การป้องกันข้าม” (cross protection) หรือ “ความต้านทาน เนือ่ งจากความเครียด” (stress hardening) เชื้อก่อโรคในอาหารที่สำ�คัญบางชนิด เช่น Escherichia coli O157:H7, Salmonella และ Listeria monocytoogenes แสดง ให้เห็นว่ามีความทนทานต่อความร้อนมาก ขึน้ เมือ่ ช็อกด้วยความร้อนจากอาหารเลีย้ ง เชือ้ ในห้องปฏิบตั กิ าร อาหารชนิดต่างๆ ทีม่ ี

% of Healthy cells

100

50

0

Increasing stress

ภาพที่ 1: ผลกระทบของความเครียดที่เพิ่มขึ้นต่อการมีชีวิตรอดของแบคทีเรีย VBNC = เซลล์มีชีวิตแต่ไม่สามารถเพาะได้ ที่มา เวสช์และไรเซอร์ Jan-Feb

41


สารอาหารจำ�กัดและค่าพีเอชทีเ่ ปลีย่ นแปลง อย่างรวดเร็ว บางครัง้ ทำ�ให้จลุ นิ ทรียม์ คี วาม ต้านทานความร้อนเพิม่ ขึน้ การป้องกันข้าม ทีเ่ พิม่ ขึน้ หลังการสัมผัสความเครียดใดๆ จะ มีความแตกต่างตามชนิด/สายพันธุจ์ �ำ เพาะ ของแบคทีเรีย และระดับและธรรมชาติของ ความเครียด ความรุนแรงในการก่อโรค

ยี น ก่ อโรคชนิ ด ต่ า งๆ สามารถถู ก เหนี่ยวนำ�เพื่อตอบสนองต่อความเครียด ต่างๆ เนื่องจากแบคทีเรียย้ายจากดิน น้ำ� สภาพแวดล้อมในกระบวนการผลิตอาหาร หรือจากอาหาร สู่โฮสต์ที่เป็นมนุษย์ที่มี ความเครียดทีจ่ �ำ เพาะกับโฮสต์ทเี่ หมือนกับ ความเครียดในสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ความเป็นกรด และออกซิเจนที่พร้อมใช้ การพัฒนาความ ทนทานต่อกรดจากการสัมผัสอาหารทีม่ คี า่ พีเอชต่ำ� (เช่น ไซเดอร์แอปเปิ้ล ชีส) หรือ กรดในกระเพาะอาหาร สามารถเพิม่ การอยู่ รอดซึง่ เป็นปัจจัยหลักในการทำ�ให้มกี ารติด เชื้อต่ำ� (low infective dose) เกิดขึ้น ในการแพร่ระบาดทีเ่ กิดจากอาหารมากมาย สภาพแวดล้อมทีเ่ กิดความเครียดจากสภาพ ขาดออกซิเจนในลำ�ไส้เล็กสามารถเพิม่ ความ รุนแรงในการก่อโรค (virulence) ของเชือ้

ก่อโรค ดังนั้น วิธีการทดสอบมาตรฐานที่ ไม่สามารถตรวจวิเคราะห์เซลล์บาดเจ็บใน ตัวอย่างอาหารและตัวอย่างจากสิง่ แวดล้อม จึงทวีความน่าเป็นห่วงในการสาธารณสุข การคืนสภาพและการตรวจวิเคราะห์ แบคทีเรียทีบ ่ าดเจ็บแต่ยง ั มีชว ี ต ิ อยู่

วิธีมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไปมีสองวิธี ได้แก่ การเพิม่ จำ�นวนและการเพาะเชือ้ บน จานเพาะเชือ้ โดยตรง เพือ่ ตรวจวิเคราะห์วา่ มี/ไม่มีจุลินทรีย์ และจำ�นวนของจุลินทรีย์ เป้าหมาย ตามลำ�ดับ ทั้งสองวิธีจะขึ้นกับ การใช้สารคัดเลือก (selective agent) ต่างๆ เช่น สารปฏิชีวนะ กรด สี และสาร ลดแรงตึงผิว เพือ่ กดการแข่งขันของเชือ้ ทีม่ ี อยู่ตามธรรมชาติ (background flora) ในสภาวะนี้ เซลล์ทไี่ ม่บาดเจ็บในสภาพ ปกติเท่านั้นที่จะเติบโต ในกรณีที่ไม่มีสาร คัดเลือกเหล่านี้ เซลล์ทบี่ าดเจ็บจะซ่อมแซม เซลล์และกลับมีหน้าที่ดังเดิม ดังนั้นเซลล์ ที่คืนสภาพและซ่อมแซมเซลล์สมบูรณ์จะ สามารถเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ตามปกติ เนื่องจากเซลล์ของเชื้อก่อโรคในอาหาร สามารถฟื้นคืนความรุนแรงในการก่อโรค หลังการซ่อมแซมเซลล์ จึงต้องมีขั้นตอน เพิ่มเติมเพื่อตรวจวิเคราะห์อาหาร (เช่น อาหารที่เป็นกรด อาหารหมักดอง อาหาร

ความชื้นต่ำ� และอาหารผ่านกระบวนการ) ทีม่ โี อกาสทีเ่ ซลล์จะสัมผัสความเครียดหรือ มีเซลล์บาดเจ็บ หรือเมือ่ เก็บตัวอย่างจากสิง่ แวดล้อมในกระบวนการผลิตอาหารด้วยการ ป้ายหรือซับพืน้ ผิว (swab or sponge) ที่ จุลนิ ทรียอ์ าจบาดเจ็บจากความแห้งหรือการ สัมผัสสารทำ�ความสะอาดหรือสารฆ่าเชื้อ การฟืน้ คืนของเซลล์บาดเจ็บในห้องปฏิบตั ิ การจะใช้อาหารเลี้ยงเชื้อเหลว (broth) และอาหารเลี้ยงเชื้อแข็ง (agar) แบบไม่ คัดเลือก (non-selective) อย่างไรก็ตาม อาหารเลี้ยงเชื้อเหล่านี้จะช่วยให้จุลินทรีย์ เป้าหมายและไม่ใช่เป้าหมายที่ไม่บาดเจ็บ ในตัวอย่างเติบโตด้วย และจะไม่สามารถ จำ�แนกจุลินทรีย์เป้าหมายจากเชื้อที่มีอยู่ ตามธรรมชาติ เมื่อการซ่อมแซมสมบูรณ์ เซลล์ที่คืนสภาพจะสามารถเลี้ยงให้ฟื้นคืน โดยใช้อาหารเลี้ยงเพื่อคัดเลือก/จำ�แนก (selective/differentiate) แบบเหลวและ แบบแข็ง โดยนิยามแล้ว เซลล์ที่บาดเจ็บ สามารถเติบโตได้เฉพาะในอาหารแบบไม่คดั เลือกหรืออาหารสำ�หรับเพาะเชือ้ ในจานเลีย้ ง เชื้อเท่านั้น เมื่อเซลล์คืนสภาพแล้ว เซลล์ ทีม่ สี ขุ ภาพดีจะเติบโตได้ในอาหารเลีย้ งเชือ้ ทั้งมีหรือไม่มีสารคัดเลือก ดังนั้น สัดส่วน ของเซลล์ที่บาดเจ็บในประชากรสามารถ คำ�นวณได้ ดังนี้:

Bacterial Population Log CFU/mL

%การบาดเจ็บ = (ประชากรในอาหารแบบไม่คัดเลือก – ประชากรในอาหารเพื่อการคัดเลือก) x 100 ประชากรในอาหารเพื่อการคัดเลือก

Minutes of Heating (Injury)

Repair (hr)

Continuted Incubation (hr)

ภาพที่ 2: ผลกระทบต่อการบาดเจ็บต่อการคืนสภาพและการเติบโตของแบคทีเรียในอาหารเลี้ยงเชื้อแบบไม่คัดเลือกและอาหารเลี้่ยงเชื้อเพื่อการคัดเลือก หลังจากการซ่อมแซมเซลล์ CFU = จำ�นวนโคโลนีที่สร้างขึ้น (colony forming unit) ที่มา เวสช์และไรเซอร์

42

www.innolabmagazine.com


เมือ่ ประเมินการอยูร่ อดในอาหารทีผ่ า่ น กระบวนการทีใ่ ช้ความร้อนหรือกระบวนการ ที่ไม่ใช้ความร้อน ในการเพาะเชื้อในห้อง ปฏิบตั กิ าร หากพบจุลนิ ทรียบ์ าดเจ็บ 90% หรือมากกว่าหลังจากสัมผัสความเครียดถือ เป็นค่าวิกฤต วิธีการเพิ่มปริมาณเชื้อจุลินทรีย์

อาหารเลี้ยงเชื้อเหลวเพิ่มจำ�นวนแบบ ไม่คัดเลือกได้พัฒนาขึ้นมาหลายชนิดช่วย ให้เซลล์แบคทีเรียซ่อมแซมตัวเองก่อนการ ใช้อาหารเลีย้ งเชือ้ เพิม่ จำ�นวนและ/หรือการ เลี้ยงเชื้อบนจานเพาะเชื้อเพื่อคัดเลือก ซึ่ง สามารถเลือกใช้อาหารเลีย้ งเชือ้ เพือ่ กำ�หนด จุลนิ ทรียเ์ ป้าหมายทีจ่ ะให้ฟนื้ คืนและตัวอย่าง ที่กำ�ลังจะวิเคราะห์ ตัวอย่างอาหารเลี้ยง เชือ้ ทีร่ ะบุไว้ในคูม่ อื การวิเคราะห์แบคทีเรีย ที่ตีพิมพ์โดยองค์การอาหารและยาแห่ง สหรัฐอเมริกา (US FDA) ในการฟื้นคืน เซลล์เชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคจากอาหารที่บาด เจ็บ รวมถึงอาหารเหลวเบรน-ฮาร์ตอินฟิวชัน สำ�หรับเชือ้ E. coli สายพันธุก์ อ่ โรค อาหาร เหลวแลคโทส อาหารเหลวนมผงขาดมันเนย เพื่อเพิ่มปริมาณเปปโตนวอเตอร์บัฟเฟอร์ หรืออาหารเหลวเพิม่ ปริมาณอเนกประสงค์ สำ�หรับเชือ้ Salmonella การเลือกใช้จะขึน้ กับผลิตภัณฑ์อาหาร และอัลคาไลน์เปปโทน วอเตอร์สำ�หรับเชื้อ Vibrio spp. อุณหภูมิ และระยะเวลาในการบ่มเพื่อให้เซลล์บาด เจ็บซ่อมแซมจะขึน้ กับเชือ้ ก่อโรคเป้าหมาย ประเภทของความเครียดทีค่ าด และวิธกี าร ทีใ่ ช้ บ่มที่ 25-37 องศาเซลเซียส นาน 3-5 ชั่วโมง โดยทั่วไปจะเป็นอุณหภูมิที่เหมาะ สำ�หรับการคืนสภาพของเซลล์เชื้อก่อโรค ที่ชอบอุณหภูมิปานกลาง (mesophilic) (ภาพที่ 2) ขัน้ ตอนการตรวจวิเคราะห์และ การฟืน้ คืนสภาพรวมถึงการการเพาะเชือ้ บน จานเพาะเชื้อหรือการเพิ่มจำ�นวนเพื่อการ คัดเลือกทุตยิ ภูมิ (secondary selective enrichment) อย่างไรก็ตาม สำ�หรับเชื้อ L. monocytogenes จะต้องบ่มตัวอย่าง ก่อนการเพิ่มปริมาณ (pre-enrichment) โดยใช้อาหารเลีย้ งเชือ้ แบบเหลวเพิม่ ปริมาณ ทีม่ สี ารคัดเลือก อะคริเฟลวินไฮโดรคลอไรด์ กรดนาลิดิซิก และไซโคลเฮกซิไมด์ ซึ่งจะ เติมลงไปเมื่อบ่มเชื้อที่ 30 องศาเซลเซียส นาน 4 ชั่วโมง อีกทางเลือกหนึ่ง แคงและ ซิรากูซา เจือจางตัวอย่างอาหาร 2 เท่า

ในเปปโทนวอเตอร์บัฟเฟอร์ และตามด้วย การเติมอาหารเหลวเพื่อการคัดเลือกเข้ม ข้นสองเท่า (double strength) เมื่อบ่ม ครบ 3 ชัว่ โมง เพือ่ คืนสภาพเซลล์แบคทีเรีย กลุ่มโคลิฟอร์มที่บาดเจ็บ วิธีนี้จะใช้ได้กับ จุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ช่วงการเพิ่มจำ�นวนแบบไม่คัดเลือก การ บ่มต้องใช้ระยะเวลาน้อยที่สุด หากจะนับ จำ�นวนของจุลินทรีย์เป้าหมายโดยใช้การ เพาะเชื้อบนจานเลี้ยงเชื้อเพื่อการคัดเลือก ชนิดหรือใช้วิธีหาจำ�นวนเชื้อที่น่าจะเป็น ทีส่ ดุ (most probable number, MPN) เนื่องจากผลการวิเคราะห์สุดท้ายมีโอกาส ประมาณค่าเริ่มต้นสูงเกินไป ระหว่างการฟืน้ คืนในอาหารเลีย้ งเชือ้ แบบ ไม่คดั เลือก ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ทสี่ ร้าง โดยจุลนิ ทรียท์ ใี่ ช้ออกซิเจนชนิดอืน่ มีความ เป็นพิษสูงมากต่อเซลล์ทบี่ าดเจ็บ เนือ่ งจาก กิจกรรมของเอนไซม์คาทาเลสและซูเปอร์ ออกไซด์ดสิ มิวเทสลดลง จึงสามารถเติมคา ทาเลส ไพรูเวต กรด 3,3’-ไทโอไดโพรพิโอนิก หรือออไรเรส (เมืองแมนสฟิลด์ รัฐโอไฮโอ; ทำ�ให้บริสทุ ธิเ์ พือ่ จำ�หน่ายด้วยวิธกี รองด้วย เมมเบรนจากเชื้อ E. coli) เพื่อทำ�ลาย ความเป็นพิษของไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ การเติมทวีน 80 (ลิพิดและสารลดแรง ตึงผิวชนิดหนึ่ง) และแมกนีเซียมคลอไรด์ สามารถช่วยการซ่อมแซมเซลล์เมมเบรน และไรโบโซม ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด เชื้อก่อ โรคในอาหาร เช่น Salmonella, Listeria, Campylobactor, E. coli และ Vibrio สามารถเข้าสู่สถานะ VBNC เซลล์ที่คืน สภาพได้ยากลำ�บาก ขนาดเชิงสัณฐานวิทยา ที่เล็กกว่า จำ�นวนเซลล์ที่มีเมตาบอลิซึมมี จำ�นวนน้อยกว่า ทำ�ให้เซลล์ยงั คงอยูใ่ นสภาพ นี้เป็นระยะเวลานาน อย่างไรก็ตาม ภาย ใต้สภาวะที่เหมาะสม เซลล์ที่สภาพเกือบ ไม่มีความเคลื่อนไหว (semi-dormant) จะกลับมาทำ�หน้าที่ได้เต็มที่และมีความ สามารถในการก่อโรค (pathogenicity) เช่นเดิมได้ ดังนั้น การตรวจวิเคราะห์จึง มีความสำ�คัญอย่างยิ่ง วิธีการเพาะเชื้อในจานเพาะเชื้อ

การเพาะเชื้อบนจานเพาะเชื้อมักใช้ วิเคราะห์จ�ำ นวนประชากรแบคทีเรีย โดยใช้ วิธเี พาะเชือ้ ทีผ่ วิ อาหารเลีย้ งเชือ้ (surface plating) การเทจาน (pour plating) การ

กรอง (ดูทบี่ ท “การนับจำ�นวนเชือ้ ทีใ่ ช้อากาศ ที่ชอบอุณหภูมิปานกลาง” “mesophilic aerobic plate count”) หรือวิธี MPN (ดูที่บท “วิธีการเพาะเชื้อจุลินทรีย์เพื่อ นับจำ�นวน” “culture methods for enumeration of microorganisms”) ซึง่ ชนิดของจุลนิ ทรียท์ เี่ พาะจะกำ�หนดจาก การเลือกอาหารเลี้ยงเชื้อ อย่างไรก็ตาม ตามนิยาม เซลล์ที่บาดเจ็บจะไม่เติบโตบน อาหารเลีย้ งเชือ้ เพือ่ การคัดเลือก (selective medium) ดังนั้น เมื่อสงสัยว่าอาจมีทั้ง เซลล์ปกติและเซลล์ที่บาดเจ็บ จะใช้ทั้ง อาหารเลีย้ งเชือ้ เพือ่ การคัดเลือกและแบบไม่ คัดเลือกพร้อมกัน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักใน ชื่อเทคนิคการเทวุ้นทับ (agar overlay) โดยมีการใช้เทคนิคการเทวุ้นทับทั้งหมดสี่ วิธี ได้แก่ วิธีเทวุ้นทับ (pour-overlay plating) วิธเี ทวุน้ ทับผิว (surface-overlay plating) วิธเี ทวุน้ ทับแบบบาง (thin-layer agar) วิธีเทวุ้นทับแบบบางหลายส่วน (multi-compartment thin layer agar) อีกทางเลือกหนึ่ง วิธีการกรองหลายวิธีได้ รับการพัฒนาโดยใช้เมมเบรนมาตรฐาน ขนาด 0.45 ไมโครเมตร หรือตัวกรองไฮ โดรโฟบิกกริดเมมเบรน (hydrophobic grid membrane filter) ซึ่งจุลินทรีย์เป้า หมายจะถูกถ่ายจากอาหารเลีย้ งเชือ้ แบบไม่ คัดเลือกสูอ่ าหารเลีย้ งเชือ้ เพือ่ การคัดเลือก หลังจากการบ่มเป็นระยะเวลาสัน้ ๆ วิธกี าร ทำ�ให้ฟนื้ คืนและการคืนสภาพเหล่านีจ้ ะสรุป ได้ตามทีผ่ อู้ า่ นได้อา้ งถึงบทความปริทรรศน์ ของ วู และตามบท “การนับจำ�นวนเชื้อที่ ใช้อากาศทีช่ อบอุณหภูมปิ านกลาง” สำ�หรับ รายละเอียดเฉพาะของการเตรียมตัวอย่าง สำ�หรับการเทลงจานเลีย้ งเชือ้ การเกลีย่ เชือ้ (spread) หรือการเพาะเชื้อบนผิวอาหาร เลี้่ยงเชื้อ การกรองผ่านเมมเบรน และวิธี กรองผ่านไฮโดรโฟบิกกริดเมมเบรน วิธีเทวุ้นทับ (pour-overlay plating method) ในวิธีการนี้ ตัวอย่างที่เจือจางอย่าง เหมาะสมจะถูกเทลงในจานเลีย้ งเชือ้ ตามที่ อธิบายในบท “การนับจำ�นวนเชือ้ ทีใ่ ช้อากาศ ทีช่ อบอุณหภูมปิ านกลาง” โดยใช้วนุ้ แบบไม่ คัดเลือก 5 ชนิด (ทริพทิเคสซอยอะการ์, เบรน-ฮาร์ตอินฟิวชันอะการ์, นิวเทรียนต์ อะการ์) ที่อาจเลือกเติมสารเติมแต่ง เช่น Jan-Feb

43


คาทาเลส ไพรูเวต หรือสารเติมแต่งอื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการซ่อมแซมเซลล์ เมื่อ อาหารแข็งตัว บ่มที่ 25-37 องศาเซลเซียส นาน 3-5 ชั่วโมง เททับจานเลี้ยงเชื้อด้วย อาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อการคัดเลือกที่เหมาะ สมกับจุลินทรีย์เป้าหมาย (เช่น โมดิฟาย ออกฟอร์ดอะการ์ สำ�หรับเชือ้ Listeria ไว โอเลตเรดไบล์อะการ์ สำ�หรับเชือ้ โคลิฟอร์ม) และจากนั้น ให้บ่มเชื้อ (ที่ 35-37 องศา เซลเซียส นาน 24 ชั่วโมง) เพื่อคืนสภาพ จุลินทรีย์ที่สงสัย วิธีการนี้มอบปริมาณเชื้อ ทีม่ คี วามถูกต้องค่อนข้างดี เนือ่ งจากเซลล์ ทัง้ หมดจะถูกจับไม่ให้เคลือ่ นทีใ่ นอาหารเลีย้ ง เชือ้ ระหว่างการซ่อมแซมและการคืนสภาพ อย่างไรก็ตาม โคโลนีทฝี่ งั ตัวในอาหารเลีย้ ง เชือ้ อาจจะถ่ายออกมาได้ยากเพือ่ การจำ�แนก ชนิดในขั้นตอนต่อไป วิธเี ทวุน้ ทับผิว (surface-overlay plating method) ขัน้ ตอนแรกของวิธกี ารเทวุน้ ทับผิว (รูจ้ กั กันในชือ่ วิธกี ารฟืน้ คืนแบบเททับ (overlay resucination) อีกด้วย) มีความแตกต่าง จากวิธีการเทวุ้นทับหรือการเกลี่ยเชื้อ โดย มีพื้นผิวของตัวอย่างที่เจือจางอย่างเหมาะ สม หรือเกลี่ยบนจานเพาะเชื้อที่มีอาหาร เลี้ยงเชื้อแบบไม่คัดเลือก (เช่น ทริปทิเคส ซอยอะการ์ เบรนฮาร์ตอินฟิวชันอะการ์ นิวเทรียนต์อะการ์ อาจเติมคาทาเลส ไพรู เวต หรือสารเติมแต่งอื่นๆ เพื่อช่วยในการ ซ่อมแซมเซลล์) หลังจากบ่มที่ 25-37 องศา เซลเซียส นาน 3-5 ชั่วโมงเพื่อให้เซลล์คืน สภาพ เทอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อการคัดเลือก 10-12 มิลลิลติ ร ทับลงไป ให้เหมาะสมกับ จุลนิ ทรียเ์ ป้าหมาย จากนัน้ นำ�ไปบ่มต่อตาม ที่ได้อธิบายในวิธีการเทวุ้นทับก่อนหน้านี้ ข้อได้เปรียบของวิธีนี้ที่เหนือกว่าวิธีการเท วุ้นทับ ได้แก่ (1) จานเลี้ยงเชื้อที่เทอาหาร เลีย้ งเชือ้ ไว้แล้ว นำ�มาใช้ในขัน้ ตอนแรกเพือ่ ให้ง่ายขึ้น และ (2) เซลล์คืนสภาพได้มาก ขึ้นเนื่องจากเซลล์ที่อาจบาดเจ็บถูกเทลง เพาะเชื้อบนจานโดยตรง แทนที่จะสัมผัส กับวุ้นที่ร้อนระหว่างการเทจาน

44

www.innolabmagazine.com

วิธีเทวุ้นทับแบบบาง (thin-layer agar method) วิธกี ารเทวุน้ ทับแบบบางมีขนั้ ตอนเรียบ ง่ายเพียงขัน้ ตอนเดียว ใช้การแพร่ของสาร คัดเลือกจากอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อคัดเลือก ที่อยู่ด้านล่างสู่อาหารเลี้ยงเชื้อแบบไม่คัด เลือกด้านบนในเวลา 3-6 ชั่วโมง ทำ�ให้ วิธีการนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในขั้นตอน นี้ ให้เทอาหารเลีย้ งเชื้อสำ�หรับเทจานแบบ ไม่คัดเลือก 7 มิลลิลิตร ลงในจานที่เท อาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อการคัดเลือกปริมาตร 14 มิลลิลิตรไว้แล้ว เมื่อเกลี่ยจานหรือเท อาหารบนผิวอาหารเลี้ยงเชื้อทันทีหลังการ เตรียม ด้านบนของอาหารเลีย้ งเชือ้ แบบไม่ คัดเลือกจะมอบสภาพแวดล้อมทีส่ นับสนุน การคืนสภาพของเซลล์บาดเจ็บ หากการ บ่มดำ�เนินต่อไป เซลล์ที่คืนสภาพจะมี อันตรกิริยากับอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อการคัด เลือกและสารที่มีความเข้มข้นแตกต่างกัน จะเคลือ่ นตัวจากล่างขึน้ บนเพือ่ สร้างโคโลนี ที่มีลักษณะทางสัณฐานวิทยาและการทำ� ปฏิกิริยาการเกิดสีของจุลินทรีย์เป้าหมาย ที่ต้องสงสัย ดังนั้น อัตราส่วนของอาหาร เลี้ยงเชื้อเพื่อการคัดเลือก (ประมาณ 2:1) เป็นสิ่งสำ�คัญในการคืนสภาพจุลินทรีย์เป้า หมายให้ได้มากที่สุดและมีจุลินทรีย์ตาม ธรรมชาติอื่นๆ น้อยที่สุด ตรงข้ามกับวิธีการเทวุ้นทับและวิธีการ เทวุ้นทับผิว วิธีเทวุ้นทับแบบบางจะขจัด ความเสี่ยงของการบาดเจ็บของเซลล์จาก การสัมผัสกับวุ้นเหลวและเชื้อสร้างโคโลนี ใต้วนุ้ ซึง่ สามารถแยกเพือ่ ทำ�การจำ�แนกต่อ ไป วิธกี ารนีผ้ า่ นการทดสอบแล้วว่าประสบ ความสำ�เร็จในการคืนสภาพเชื้อก่อโรคใน อาหารที่บาดเจ็บจากความร้อน กรด และ อุณหภูมิต่ำ� รวมถึง E. coli O1057:H7, L. monocytogenes, S. typhimurium, Staphylococcus aureus, Vibrio parahaemolyticus และ Yersinia enterocolitica วิธีเทวุ้นทับแบบบางหลายส่วน (multicompartment thin layer agar) วิธีเทวุ้นทับแบบบางหลายส่วนเป็นวิธี ทีป่ รับปรุงจากวิธเี ทวุน้ ทับแบบบางซึง่ ใช้วธิ ี การแบ่งจานเลี้ยงเชื้อ (petri plate) ออก เป็นสอง สาม หรือสี่ส่วน แต่ละส่วนจะมี อาหารเลีย้ งเชือ้ เพือ่ การคัดเลือกทีแ่ ตกต่าง กัน แล้วเททับด้วยอาหารเลี้ยงเชื้อแบบไม่

คัดเลือกเพือ่ คืนสภาพและแยกเชือ้ จุลนิ ทรีย์ ต่างชนิดกัน ( เช่น Listeria, Salmonella, E. coli, และ Yersinia) วิธีการนี้จะมอบ ประสิทธิภาพของการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ แรงงาน และเวลา แต่การตรวจวิเคราะห์และ การระบุจ�ำ นวนจุลนิ ทรียท์ มี่ ปี ริมาณน้อยให้ มีความแม่นยำ�อาจจะมีปญ ั หา เพราะพืน้ ที่ ผิวสำ�หรับจุลินทรีย์แต่ละชนิดมีน้อยกว่า วิธกี รองผ่านเมมเบรน (membrane filter method) วิธีกรองผ่านเมมเบรนบางวิธีไ ด้รับ การพัฒนา โดยใช้วิธีดั้งเดิมที่รายงานโดย กอฟฟ์ และคณะ ตัวอย่างอาหารทีเ่ จือจาง อย่างเหมาะสมถูกกรองผ่านเมมเบรนปลอด เชื้อขนาด 47 มิลลิเมตร (ขนาดรู 0.45 ไมโครเมตร) ตามที่อธิบายในบท “การนับ จำ�นวนเชื้อที่ใช้อากาศที่ชอบอุณหภูมิปาน กลาง” นำ�เมมเบรนไปบ่มในอาหารเลี้ยง เชื้อแบบไม่คัดเลือกนาน 3-6 ชั่วโมง และ จากนัน้ ย้ายไปบ่มในอาหารเลีย้ งเชือ้ เพือ่ การ คัดเลือกอีก 18 ชั่วโมง วิธีการนี้จะเหมาะ สมที่สุดสำ�หรับเชื้อจุลินทรีย์เป้าหมายที่ สงสัยทีม่ ปี ริมาณน้อย แต่เศษอาหารขนาด เล็ก (particulate) อาจอุดตันเมมเบรน และทำ�ให้กรองได้ยาก แอนเดอร์สัน และ เบียร์ด-ปาร์กเกอร์ เสนอวิธีกรองโดยใช้ เมมเบรนอีกทางเลือกหนึ่ง โดยใช้วิธีเกลี่ย ตัวอย่างทีเ่ ป็นเนือ้ เดียวกันและเจือจางอย่าง เหมาะสมแล้วบนเมมเบรนโดยตรง แล้วนำ� ไปบ่มบนอาหารเลี้ยงเชื้อเพื่อการคัดเลือก จากนัน้ นำ�ไปบ่มบนอาหารเลีย้ งเชือ้ แบบไม่ คัดเลือก หลายปีหลังจากนั้น แบลกเบิร์น และแมคคาร์ที ได้ใช้วิธีเดียวกันนี้ โดย ใช้อาหารเลี้ยงเชื้อทริปทิเคสซอยอะการ์ และซอร์บิทอลแมคคอนคีย์อะการ์เพื่อคืน สภาพเซลล์ E. coli O157:H7 ที่บาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม สารกันเสียหรือสารคัดเลือก ทีอ่ ยูใ่ นเศษอาหารขนาดเล็กอาจส่งผลกระ ทบในทางลบต่ออัตราการซ่อมแซมเซลล์บน ตัวกรองเมมเบรน วิธีกรองผ่านไฮโดรโฟบิกกริดเมมเบรน (hydrophobic grid-membrane filter method) การกรองผ่านเมมเบรนไฮโดรโฟบิกได้ถกู ดัดแปลงเพือ่ ใช้คนื สภาพจุลนิ ทรียท์ บี่ าดเจ็บ ในขัน้ ตอนนี้ ตัวอย่างอาหารทีเ่ จือจางอย่าง เหมาะสมจะถูกกรองผ่านตัวกรองขั้นต้น


(prefilter) ปลอดเชื้อ เพื่อขจัดเศษอาหาร ขนาดเล็ก แล้วนำ�ไปกรองผ่านตัวกรองเมมเบรน ที่แบ่งพื้นที่ให้จุลินทรีย์เติบโตเป็น 1,600 ส่วน ซึ่งจะป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ขยายตัว เป็นวงกว้าง จากนัน้ สามารถถ่ายเมมเบรน ลงในอาหารเลีย้ งเชือ้ เพือ่ การคัดเลือก แล้ว ถ่ายไปที่อาหารเลี้ยงเชื้อแบบไม่คัดเลือก หรือถ่ายไปจานที่เทวุ้นทับแบบบางเพื่อให้ จุลนิ ทรียเ์ ป้า่ หมายทีส่ งสัยซ่อมแซมและคืน สภาพ วิธกี ารนีจ้ ะแตกต่างจากวิธกี ารเพาะ เชื้อบนจานอื่นๆ เนื่องจากวิธีกรองด้วย ไฮโดรโฟบิกกริดเมมเบรนให้ผลการวิเคราะห์ เป็นค่า MPN แทนที่จำ�นวนโคโลนีบนจาน เลีย้่ งเชือ้ เนือ่ งจากจุลนิ ทรียห์ ลายชนิดอาจ เติบโตในพืน้ ที่ (compartment) เดียวกัน หลังการกรอง

ข้อจำ�กัดและบทสรุป

สถานะทางกายภาพของประชากร จุลินทรีย์ใดๆ จะเปลี่ยนแปลงหลังจาก การสัมผัสความเครียดทางเคมี กายภาพ หรือทางสารอาหาร โดยอาจมีประชากร ที่ถูกทำ�ลาย บาดเจ็บในระดับต่างๆ ใน สัดส่วนต่างๆ ความต้านทานที่เพิ่มขึ้น ของเชื้อก่อโรคในอาหารต่อความเครียดที่ ได้รับหลังจากนั้น เรียกว่า “การป้องกัน ข้าม” (cross protection) เป็นภัยคุกคาม สำ�คัญต่อสาธารณสุข เนื่องจากจุลินทรีย์ เหล่านีส้ ามารถซ่อมแซมและกลับมามีความ รุนแรงในการก่อโรคได้เช่นเดิม การใช้วธิ กี าร เพาะเชื้อเพื่อการคัดเลือกร่วมกับการเพาะ เชื้อแบบไม่คัดเลือกสามารถใช้ในการฟื้น คืนและคืนสภาพของแบคทีเรียที่บาดเจ็บ ขึ้นกับจุลินทรีย์จำ�เพาะที่สงสัย โดยความ สามารถในการคัดเลือก (selectivity) ของ อาหารเลี้ยงเชื้อจะแปรผกผันกับอัตราการ

ซ่อมแซม วิธกี ารเพาะเชือ้ บนจานเพาะเชือ้ โดยตรงเพือ่ การฟืน้ คืนจุลนิ ทรียเ์ ชิงปริมาณ ที่ใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่ การเทวุ้นทับ (pour-overlay plating) และวิธีเทวุ้น ทับผิว (surface-overlay plating) และ การเทวุ้นทับแบบบาง (thin-layer agar) และวิธเี ทวุน้ ทับแบบบางหลายส่วน (multicompartment thin layer agar) วิธี ทางเลือกด้วยการใช้เมมเบรน ได้แก่ การ กรองโดยใช้เมมเบรน (หรือการเพาะเชือ้ จาก ตัวกรองเมมเบรนบนจานเพาะเชือ้ โดยตรง) และการกรองโดยใช้ไฮโดรโฟบิกกริดเมมเบรน เนื่องจากแบคทีเรียที่บาดเจ็บมีโอกาสมี ชีวิตในอาหารและอยู่ในสิ่งแวดล้อมของ กระบวนการผลิตอาหาร การตรวจวิเคราะห์ แบคทีเรียเหล่านีเ้ ป็นส่วนหนึง่ ของคุณภาพ และความปลอดภัยของอาหารที่มีความ สำ�คัญอย่างยิ่ง 

Bacterial survival is dictated by the balance of stresses to which an organism is exposed in the internal (i.e., intrinsic) environment and surrounding (i.e., extrinsic) environment. These stresses have been categorized as chemical (e.g., acids, preservatives, sanitizers), physical (e.g., temperature, osmostic pressure, irradiation) or nutritional (e.g., starvation), and can occur at any stage within the farm-tofork continuum.

After exposure to one or more stresses, a portion of the bacterial population will become injured to varying degrees, based the type of stress, length of exposure, and physiological state of each cell

in the population (figure 1). Two types of injury are recognized after exposure to intrinsic and extrinsic stress: (1) metabolic injury, characterized by damage to various cellular components such

as deoxyribonucleic acid (DNA), ribonucleic acid (RNA), and key enzymes; and (2) structural injury, characterized by damage to the cell wall and membrane. Regardless of the type of injury, detection of Jan-Feb

45


sublethally injured bacteria, including foodborne pathogens, remains challenging since, by definition, such cells do not grow in presence of the various selective agents in most enrichment and plating media. Sublethally injured cells may adapt to their new surroundings, regain full cell function and pathogenicity by repairing the previous cellular damage, enter a viable-but-nonculturable (VNC) state that is characterized by very low metabolic activity and an inability to divide, or succumb to the injury and die. After minor stress, most cells will adapt to the new environment and resume growing. However, prolonged exposure will results in a longer lag phase and will be accompanied by a series of temporary physiological changes that may lead to increased stress tolerance-a condition called “transient adaptation” When moderately stressed, the culture will include healthy cells, dead cells, and cells exhibiting various degrees of injury. Exposure to a lethal stress will typically kill most of the population; however, some survivors, including foodborne pathogens, may persist because of adaptive gene mutations. TYPE OF STRESS

Chemical Chemical stress results from exposure to acids and bases and

a wide range of food preservatives and chemical sanitizers. Acute acid shock and stress leading to sublethal injury can occur at a low pH when hydrogen (H+) ions cross the bacterial cell membrane and lower the internal pH of the cell on dissociation. The fermentation processes used to manufacture various cheese and meat products can also lead to acid stress. Exposure to alkaline detergents and chemicals such as caustic soda (NaOH) and quaternary ammonium compounds commonly used to clean and sanitize food – and nonfood-contact surfaces can also induce sublethal injury with such cells becoming difficult to detect when using standard enrichment and plating protocols. Physical Physical stress can result from exposure to high and low temperatures, drying, changes in osmotic pressure, high pressure processing, and radiation, among other stressors. With regard to temperature, three stages of cold shock-which involve the initial cessation of growth, resumption of growth after an adaptive period, and changes in protein synthesis – have been recognized. Low temperature sensitivity varies widely among organisms and is based on the cooling rate, population

density, and growth range. Heat shock leading to enhanced thermal resistance can occur when organism are exposed to temperatures above their normal growth range such as during low-temperature pasteurization of eggs, slow cooking of meats or sours-vide processing. Decreasing the water activity of a food through adding various waterbinding agents such as sugars, salt (NaCl), and phosphates can lead to osmotic stress, which is also seen during freezing, drying, and rapid rehydration of foods. Nutritional Nutritional stress can occur in the natural environment and in food processing facilities when nutrient levels become too low to support metabolic activity or microbial growth. Starvation stress has been reported on animal carcasses, in food, on equipment surfaces, on walls, and on floors. Microorganisms in nutritionally deficient environments typically undergo a series of cell surface modifications to use alternative energy sources. Transformations during starvation, particularly those related to cellular morphology and cell wall/ cell membrane composition, also enhance bacterial adherence and may contribute to biofilm formation.

% of Healthy cells

100

50

0

Increasing stress

Figure 1: The impact of increasing stress on bacteria viability. VNBC = viable-but-non-culturable. Courtesy of Wesche and Ryser. 46

www.innolabmagazine.com


CELLULAR REPAIR AND CROSS PROTECTION

Production of various stressinduced proteins has a critical role in adaptation to growth or survival limiting conditions and recovery from stress-induced damage due to changes in temperature, pH, osmolarity, and nutrient availability, among other stress-induced proteins are produced under multiple-stress conditions. A range of heat-shock proteins are typically produced in response to moderate increases in temperature with some of these same proteins also produced after exposure to various types of nonthermal stress such as starvation and exposure to ethanol and other organic solvents, oxidative agents, and high salt concentrations. The phenomenon whereby one type of stress is protective against higher levels of the same stress (especially for heat) or a different stress is widely documented and is referred to as “cross-protection” or “stress hardening” Some important foodborne pathogens such as Escherichia coli O157:H7, Salmonella and Listeria monocytogenes exhibit increased thermotolerance when heat-shocked in laboratory media; various foods that have undergone nutrient deprivation and abrupt changes in pH also sometimes have enhanced thermal resistance. The extent of cross-protection after any given stress response will vary based on the specific bacterial species/ strain and the magnitude and nature of the stress.

VIRULENCE

A wide range of virulence genes can be induced in response to different stresses as pathogens move from soil, water, food processing environments or food into human hosts with these host-related stresses similar to stresses in the external environment such as changes in temperature, acidity, and oxygen availability. Development of acid tolerance from exposure to low pH foods (e.g., apple cider, cheese) or stomach acid, which can enhance survival, is a major contributing factor to the low infective doses occurring in many foodborne outbreaks. The stressful anaerobic environment of the small intestine can also enhance the virulence of pathogens. Therefore, the inability of many standard testing protocols to account for such sublethally injured cells in food and environmental samples raises important public health concerns. RECOVERY AND DETECTION OF SUBLETHALLY INJURED BACTERIA

The two universally accepted standard methods for recovering foodborne pathogens – enrichment and direct plating are used to determine the presence/ absence and the number, respectively, of the target organism. Both methods generally rely on the use of various selective agents such as antibiotics, acids, dyes, and surface-active agents to suppress competing background microflora. Under such conditions, only healthy uninjured cells are likely

to grow. In the absence of these inhibitors, injured cells can undergo cellular repair and regain their lost cell functions so that these resuscitated and now fully repaired cells are able to grow and divide normally. Because sublethally injured foodborne pathogens can regain their virulence after repair, additional steps must be performed when examining foods (e.g., acidic, fermented, low moisture or processed foods) that are likely to contain stressed or injured cells, or when taking environmental swab and sponge samples from food processing environments where organisms may have become sublethally injured from desiccation or exposure to cleaning and sanitizing agents. Resuscitation of sublethally injured cells in the laboratory is based on the use of various nonselective broth and agar media. However, these media will promote the growth of uninjured target and nontarget cells in the sample and are typically unable to differentiate the target organism from the background microflora. After the repair is complete, the resuscitated healthy cells can be recovered by using various selective/ differential broth-based and agar-based media. By definition, sublethally injured cells can only be grown using nonselective enrichment or plating media; whereas after resuscitation, healthy cells will grow in the presence or the absence of selective agents. Hence, the percentage of injured cells in a population can be calculated as follows:

% injury = Population on nonselective media - Population on selective media x 100 Population on nonselective media

Jan-Feb

47


Achieving 90% or greater injury after exposing a bacterial population to a given stress in the laboratory is critical when assessing survival in foods that are subjected to thermal and nonthermal processing. ENRICHMENT METHODS

end result likely to overestimate the initial population. During resuscitation in nonselective media, hydrogen peroxide produced by other respiring microorganisms is highly toxic to sublethally injured cells because of decreased catalase and superoxide dismutase activity. Catalase, pyruvate, 3,3’ -thiodipropionic acid, or Oxyrase (Mansfield, OH; a commercial preparation of partially purified membrane fragments from E. coli) can consequently be added to neutralize the toxicity of hydrogen peroxide. The addition of Tween 80 (a lipid and surfactant) and magnesium chloride can enhance cell membrane and ribosome repair. Regardless of the approach, many foodborne pathogens such as Salmonella, Listeria, Campylobacter, E. coli, and Vibrio can enter the VBNC State. These difficult to resuscitate, morphologically smaller, less metabolically active cells are able to persist long-term in this state. However, under the right conditions, these formerly semidormant cells will repair, become fully functional, and regain their pathogenicity; therefore, detecting them is of major importance.

Bacterial Population Log CFU/mL

Various nonselective broth media have been developed to facilitate the repair of injured bacteria before selective enrichment and/ or selective plating with the choice of the medium dictated by the organism being targeted for recovery and the sample being analyzed. Some examples of media described in the U.S. Food and Drug Administration’s (FDA’s) Bacteriological Analytical Manual for the resuscitation of injured foodborne pathogens include brain-heart infusion broth for pathogenic strains of E. coli, lactose broth, reconstituted nonfat dry milk, nutrient broth, buffered peptone water, or Universal preenrichment broth for Salmonella, depending on the food product and expected type of injury and alkaline peptone water for Vibrio spp. The temperature and length of incubation for the repair of injured cells in influenced by the target

pathogen, the expected type of stress, and the method used with 3-5 hr of incubation at 25°C to 37°C generally considered optimal for the resuscitation of mesophilic foodborne pathogens (figure 2). Most detection and recovery protocols include a separate secondary selective enrichment or plating step; however, for L. monocytogenes, a sample is pre-enriched in buffered Listeria enrichment broth containing the Listeria selective agents acriflavine HCI, nalidixic acid, and cycloheximide, which are added after 4 hr of initial incubation at 30°C. Alternatively, Kang and Siragusa diluted food samples 2-fold in buffered peptone water, and followed this by adding a doublestrength selective broth 3 hr later for the resuscitation of sublethally injured coliform bacteria with this same approach likely amenable for other organisms. However, since injured cells will repair and uninjured cells will grow during this period of nonselective enrichment, the length of incubation must be kept to a minimum if the number of target organisms is to be determined by subsequent plating or most probable number (MPN) methods with the

Minutes of Heating (Injury)

Repair (hr)

Continuted Incubation (hr)

Figure 2: Impact of sublethal injury on the resuscitation and growth of bacteria on nonselective and selective media after repair. CFU = colony-forming unit. Courtesy of Wesche and Ryser. 48

www.innolabmagazine.com


PLATING METHODS

Bacterial populations are typically determined by surface plating, pour plating, filtration (see the chapter “Mesophilic Aerobic Plate Count”) or an MPN method (see the chapter “Culture Methods for Enumeration of Microorganisms”) with the types of organisms recovered determined by the growth media selected. However, by definition, sublethally injured cells will not grow on selective media. Therefore, when the presence of healthy and sublethally injured cells is suspected, a combination of selective and nonselective plating media are typically used in what is now broadly known as the agar overlay technique are recognized, which are the pour agar overlay plating method, thin layer agar method, and multi-compartmented thin layer agar method. As an alternative, several filtration-based methods also have been developed in which a standard 0.45 µm membrane or hydrophobic grid membrane filter with the target organism is transferred from a nonselective medium to a selective medium after a short incubation period. These methods for resuscitation and recovery of sublethally injured cells are summarized below with readers referred to a recent review article by Wu and to the chapter “Mesophilic Aerobic Plate Count” for specific details regarding sample preparation for pour plating, spread or surface plating, membrane filtration, and the hydrophobic grid-membrane filter method. Pour-Overlay Plating Method In this method, an appropriately diluted sample is pour plated, as described in the chapter “Mesophilic

Aerobic Plate Count” using 5 mL of a nonselective agar medium (e.g., trypyticase soy agar, brain-heart infusion agar, nutrient agar) with the optional addition of catalase pyruvate, or other additives to enhance the rate of repair. After solidification of the medium followed by 3-5 hr of incubation at 25°C-37°C, the plate is overlayed with 10-12 mL of a selective medium appropriate for the target organism (e.g., modified Oxford agar for Listeria, violet red bile agar for coliforms), and then incubated accordingly (typically at 35°C-37°C for 24 hr) to recover the organism in question. This method provides fairly accurate counts since all cells are immobilized in the medium during repair and resuscitation. However, these embedded colonies may be difficult to pick for further characterization. Surface-Overlay Plating Method The first step of the surfaceoverlay plating method (also known as the overlay resuscitation method) is identical to that for surface plating or spread plating with an appropriately diluted sample surface, or spread plated using prepoured plates containing appropriately 12 mL of a nonselective agar medium (e.g., trypyticase soy agar, brain heart infusion agar, nutrient agar with optional addition of catalase, pyruvate, or other additives to promote repair). After 3-5 hr for resuscitation at 25°C-37°C, the plate is overlayed 10-12 mL of the selective medium that is appropriate for the target organism and then reincubated, as described for the aforementioned pour-overlay plating method. Two advantages of this method over the pour-

overlay plating method are (1) the prepoured plates used in the first step simplify the procedure and (2) there is greater recovery since potentially injured cells are plated directly rather than being exposed to warm agar during pour-plating. Thin Agar Layer Method The thin agar layer method is a simple one-step procedure based on diffusion of selective agents from an underlying selective medium into the upper nonselective medium over a period of 3-6 hr with this protocol having now become the method of choice. In this procedure, 7 mL of a selective plating medium is overlayed on a prepoured plate containing 14 mL of the desired selective medium. When spread-plated or surface-plated immediately after preparation, the top nonselective layer provides a favorable environment for the resuscitation of injured cells. As incubation continues, the now resuscitated cells will interact with the selective and differential agents migrating from the bottom to the top layer to produce typical colony morphologies and color reactions for the target organism in question. Hence, the ratio of selective to nonselective media (approximately 2:1) is critical in maximizing the recovery of the target organism and minimizing the background microflora. In contrast to the pour-overlay and surfaceoverlay plating methods, the thin agar layer method eliminates the risk of further injury from exposure to molten agar and allows colonies to develop on the agar surface that can be easily picked for further characterization. This method has proven successful for the recovery of many heat-, acid-, and cold-injured Jan-Feb

49


foodborne pathogens including E. coli O157:H7, L. monocytogenes, S. typhimurium, Staphylococcus aureus, Vibrio parahaemolyticus, and Yersinia enterocolitica. Multicompartment Thin Agar Layer Method The multicompartment thin agar layer method is a modification of the thin agar layer method, which used a two-, three- or fourcompartmented Petri plate with each compartment containing a different selective medium, overlayed with the same nonselective medium to simultaneously resuscitate and recover different organisms (e.g., Listeria, Salmonella, E. coli, Yersinia). While more efficient in media, labor, and time, detecting and accurately quantifying low numbers of target organisms can be problematic because of the smaller surface area available for each organism. Membrane Filter Method Several membrane filter methods have also been developed. Using the original procedure reported by Goff et al., an appropriately diluted food sample is filtered through a sterile 47-mm diameter membrane (pore size 0f 0.45 µm), as described in the chapter “Mesophilic Aerobic Plate Count” with the membrane first incubated on a nonselective medium for 3-6 hr, and then moved to a selective medium for an additional 18 hr of incubation. This method is best suited to resuscitate low numbers of the target organism in question, but food particulates may clog

the membrane and make filtration difficult. Anderson and Baird-Parker introduced an alternative membrane filter-plating method that involved spread-plating a homogenized and appropriately diluted sample directly on the membrane, followed by similar incubation on a selective medium; this was then followed by a nonselective medium. Many years later, Blackburn and McCarthy6 used this same method with trypticase soy agar and sorbitol MacConKey agar to recover sublethally cells of E. coli O157:H7. However, any preservatives of inhibitors present in the food particulates may negatively impact the rate of repair on the filter membrane. Hydrophobic Grid-Membrane Filter Methods A hydrophobic membrane filtration has also been adapted for the recovery of sublethally injured microorganisms. In this procedure, an appropriately diluted food sample is first passed through a sterile prefilter to remove larger food particulates and then through a membrane filter with a hydrophobic grid containing 1600 individual growth compartments that prevent organisms from spreading. This membrane can then be transferred to a selective medium, followed by a nonselective medium, or transferred to a thin agar layer plate for the repair and recovery of the target organism in question. Unlike the other plating procedures, the hydrophobic grid-membrane filter method yields an MPN rather than a direct plate count since multiple

organisms may reside in the same growth compartment after filtration. LIMITATIONS AND CONCLUSIONS

The physiological state of any microbial population will change after exposure to a chemical, physical, or nutritional stress with different portions being killed, injured to various degrees, or unaffected. Increased resistance of sublethally injured foodborne pathogens to subsequent stress – a phenomenon called “cross-protection” – poses a major threat to public health since many such organisms can undergo repair and regain their virulence. Various combinations of selective and nonselective plating media can be used to resuscitate and recover sublethally injured bacteria, depending on the specific target organism in question, with the selectivity of the medium inversely related to the rate of repair. Currently recognized direct plating methods for quantitative recovery of sublethally injured bacteria include pour-overlay and surfaceoverlay plating and the thin layer agar and multicompartmented thin layer agar methods. Two alternative membrane-based approaches include membrane filtration (or direct membrane plating) and hydrophobic grid membrane filtration. Because of the likelihood for subthally injured bacteria to survive in foods and persist in food processing environments, detecting them has important ramifications for food quality and safety. 

Article info Alissa M. Wesche and Elliot T. Ryser. 2014. 7. Cell Injury and Methods of Analysis. In Compendium of Methods for the Microbiological Examination of Foods. Published online: 29 May 2014. American Public Health Association. 50

www.innolabmagazine.com


Jan-Feb

51


ATTRACTIONS

ASEANbeauty 2019

Author info ธริษตร์ มานะกุล Tharit Manakul, Asst. Marketing Manager UBM Asia (Thailand) Co., Ltd. Tharit.M@ubm.com

ASEANbeauty 2019 งานจัดแสดงสินค้าความงามและสุขภาพเพือ ่ ธุรกิจสำ�หรับทัง ้ ภูมภ ิ าคอาเซียน ทีร่ วบรวมทัง ้ อุตสาหกรรม มาไว้ภายใต้หลังคาเดียว ทีน ่ ท ี่ า่ นจะได้พบธุรกิจความงามแบบครบวงจร ตัง ้ แต่สารตัง ้ ต้น ส่วนประกอบจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ สำ�เร็จรูป ไปจนถึงโรงงานรับผลิต OEM/ODM นอกจากการจัดแสดงสินค้าความงามทีน ่ า่ สนใจแล้ว งาน ASEANbeauty 2019 ยังถือได้วา่ เป็นงานทีร่ วบรวมมืออาชีพด้านความงามเข้าไว้ดว ้ ยกันมากทีส ่ ด ุ ในภูมภ ิ าค มาร่วมอัพเดตเทรนด์ความงาม นวัตกรรม ล่าสุด พบคู่ค้าใหม่ พูดคุยเรื่องธุรกิจ สนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ ตลอด 3 วันของงาน

ASEANbeauty 2019 ถือเป็นผลผลิต ของความสำ�เร็จอย่างต่อเนื่องของงาน ASEANbeauty โดยครั้งนี้นับเป็นปีที่ 5 ของงาน บ่งบอกได้ถงึ ความมัน่ ใจของผูค้ น ในอุตสาหกรรมทีม่ ตี อ่ งาน ASEANbeauty 2019 ได้เป็นอย่างดี ทั้งจากผู้ออกงาน (Exhibitor) และผู้เยี่ยมชมงาน (Visitor) โดยมีการประเมินไว้วา่ งาน ASEANbeauty 2019 จะได้ตอ้ นรับผูเ้ ยีย่ มชมงาน (Visitor) ผู้ซื้อคุณภาพ (Buyer) กว่า 12,000 ราย จาก 60 ประเทศทั่วโลก (Distributors, retailers, Industry influencers and beauty experts) และเป็นเวทีสำ�คัญให้ กับผูอ้ อกงาน (Exhibitor) กว่า 350 บริษทั จาก 20 ประเทศ ในการขยายตลาดใน ไทยและอาเซียน โอกาสทางธุ ร กิ จ ไม่ รู้ จ บ ในงาน ASEANbeauty 2019 เราไม่เพียงนำ� 52

www.innolabmagazine.com

เสนอสินค้าและบริการด้านความงามใหม่ ล่าสุดเท่านั้น เราคือเวทีสำ�คัญสำ�หรับทั้ง อุตสาหกรรมในภูมภิ าค ทีพ่ ร้อมรองรับทุก โจทย์ธรุ กิจของท่าน ไม่ว่าจะเป็น Hosted buyer program, Online Business matching program ที่จะเชื่อมต่อท่าน กับคู่ค้าที่ท่านต้องการ ให้ท่านได้มั่นใจใน ทุกความสำ�เร็จ อี ก หนึ่ ง ความโดดเด่ น ของงาน ASEANbeauty 2019 คือกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ท่านจะได้พบกับกิจกรรมทาง ธุรกิจมากมาย ตลอดสามวันของงาน อาทิ สัมมนาความรู้ด้านความงามและเทรนด์ การตลาด เวทีแสดงสินค้าจากผู้ออกงาน คุณภาพ และบิวตี้เวิร์คช็อป สนใจร่วมลงทะเบียนเยีย่ มชมงานล่วงหน้า และจองพืน้ ทีอ่ อกงาน ได้ที่ https://www. aseanbeautyshow.com/en-us/ 


ASEANbeauty 2019 is the health and beauty trade show for businesses in the whole ASEAN region, bringing in products and innovations from the entire industry under one roof. The show is a one-stop-service event where you can find a wide range of products, from initial substances and natural ingredients, to finished products and OEM/ODM. Besides interesting product showcases, ASEANbeauty 2019 brings together a number of beauty professionals in the region, keeping you updated with the latest beauty trends and innovations. It also serves as a platform where you can meet new trade partners, share business insights and enjoy interesting activities for 3 days.

ASEANbeauty 2019 is proof of the continuing success of this trade show series. This year’s event is the 5th edition, which truly represents how much industry professionals, exhibitors and visitors trust ASEANbeauty 2019. The event expects to welcome over 12,000 visitors, quality buyers, distributors, retailers, industry influencers and beauty experts from 60 countries across the globe. It is also an important platform for over 350 exhibitors from 20 countries to expand their business reach in both Thailand and Southeast Asia.

Explore endless opportunities at ASEANbeauty 2019. We not only offer the latest beauty products and services but also serve as a crucial platform for the entire beauty industry in the region. We provide everything you may need, including a Hosted Buyer Programme and an Online Business Matching Programme, which connects you with prospective buyers. These are just some highlights that can help you guarantee business success. Another not-to-be-missed highlight at ASEANbeauty 2019 is a series of business activities held for over 3

days, including a seminar on the latest beauty updates and market trends, product demonstrations from quality exhibitors and beauty workshops. Register and reserve a booth at https://www.aseanbeautyshow. com/en-us/. 

Jan-Feb

53


CATCH UP

COSME TOKYO 2019 - Conducted in a Great Success!

Author info ไอโกะ มัตซิยามา Aiko Matsuyama, International PR - COSME TOKYO Show Management Reed Exhibitions Japan Ltd. matsuyamaa@reedexpo.co.jp

COSME TOKYO 2019 งานแสดงสินค้าเครื่องสำ�อางที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเครื่องสำ�อางนานาชาติ ครั้ง ที่ 7 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2562 ณ มาคุฮาริ เมสเซ ประเทศญี่ปุ่น ต้อนรับผู้จัดแสดงสินค้า 762 ราย จาก 30 ประเทศ/ภูมิภาค และผู้เข้าชมงานคับคุณภาพ 25,627 คน งานนี้ปิดฉากลงด้วยความสำ�เร็จอันยิ่งใหญ่ ส่งผลให้ งานในปี 2562 ทุบสถิติทั้งในส่วนของจำ�นวนผู้จัดแสดงสินค้าและผู้เข้าชมงาน อาจกล่าวได้ว่างาน COSME TOKYO กลายเป็น งานแสดงสินค้าที่มีความสำ�คัญอย่างมากในอุตสาหกรรมเครื่องสำ�อางของโลก

งานทั้งสามวันเน้นทุกอย่างที่เกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำ�อาง เช่น ผลิตภัณฑ์ ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์ดแู ลเส้นผมและร่างกาย ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ/ออร์แกนิก เครือ่ ง สำ�อาง น้ำ�หอม ผลิตภัณฑ์สำ�หรับผู้ชาย เป็นต้น ในแต่ละปี ขนาดและความหลาก หลายของงาน COSME TOKYO สามารถ ดึงดูดผูเ้ ข้าชมงานจำ�นวนมากจากทัว่ โลก ใน ปีนี้ ทั้ง 23,000 แบรนด์ รวมถึงแบรนด์ซึ่ง ยังใหม่ตอ่ ตลาดเอเชียต่างมาจัดแสดงสินค้า ห้องโถงนิทรรศการคราคร่�ำ ไปด้วยการเจรจา ธุรกิจอันน่าตืน่ เต้นระหว่างผูจ้ ดั แสดงสินค้า และผูซ้ อื้ /ผูน้ �ำ เข้า ซึง่ ต่างกระตือรือร้นทีจ่ ะ เติมไลน์ผลิตภัณฑ์ของตนเองด้วยเครื่อง สำ�อางใหม่ๆ จากต่างประเทศ เค้าโครงของนิทรรศการ

ชื่อนิทรรศการ: COSME TOKYO 2019 งานแสดงสินค้าเครื่องสำ�อางนานาชาติ 54

www.innolabmagazine.com

ครั้งที่ 7 วันที:่ 30 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2562 สถานที่: มาคุฮาริ เมสเซ ประเทศญี่ปุ่น จัดโดย: รี้ด เอ็กซ์ฮิบิชั่นส์ เจแปน งานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นพร้อมกัน: COSME Tech 2019 งานแสดงสินค้าด้าน การพัฒนาเครื่องสำ�อางนานาชาติ ครั้งที่ 9 INNER BEAUTY TOKYO 2019 งาน แสดงสินค้าด้านอาหารเพื่อสุขภาพและ ความงาม ครั้งที่ 2 สิ่งที่มีในงาน: การประชุมสัมมนา จัดแสดง: ผลิตภัณฑ์เครือ่ งสำ�อางและเครือ่ ง อาบน้ำ�ทุกประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแล ผิว เครื่องสำ�อางประเภทสีสัน ผลิตภัณฑ์ จากธรรมชาติ/ออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์ดูแล ร่างกายและเส้นผม น้�ำ หอม ผลิตภัณฑ์ดแู ล เล็บ ผลิตภัณฑ์สำ�หรับผู้ชาย ฯลฯ ผูเ้ ข้าชมงาน: ผูซ้ อื้ /ผูน้ �ำ เข้าคนสำ�คัญ ส่วน ใหญ่จากประเทศญีป่ นุ่ และประเทศอืน่ ๆ ใน

เอเชีย ผู้นำ�เข้า ผู้จัดจำ�หน่าย ตัวแทน ผู้ ซือ้ จากร้านค้าปลีกต่างๆ (ห้างสรรพสินค้า ไลฟ์สไตล์ช้อป ร้านออนไลน์ ซีเล็คช้อป ร้านขายยา แมสรีเทลเลอร์ ร้านค้าปลีกที่ ขายของเฉพาะอย่าง ฯลฯ) ร้านเสริมสวย สปา โรงแรม คลินิก ปี 2562 สร้างจุดยืนที่แข็งแกร่ง ในอุ ต สาหกรรมเครื่ อ งสำ � อาง ของเอเชีย

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในปีนี้คือกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ท่ีมีเอกลักษณ์และความหลาก หลายซึ่งนำ�มาจัดแสดงเป็นจำ�นวนมาก งานนี้เริ่มขึ้นเมื่อแปดปีที่แล้ว ทั้งจำ�นวน ของผู้จัดแสดงสินค้าและผู้เข้าชมงานจาก นานาชาติต่างเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากบริษัทที่มีชื่อเสียงของโลก อย่าง L’ERBOLARIO (อิตาลี) KRYOLAN (เยอรมนี) WON MEDICO (เกาหลี)


A&C INTERTRADE (ไทย) ซึ่งมาจัด แสดงสินค้าหลายครั้งแล้ว บริษัทรายใหม่ อย่าง MEDER BEAUTY INTERNATIONAL (สหราชอาณาจักร) MEDITERRANEAN COSMETICS (กรีซ) ต่างสามารถดึงดูด ความสนใจจากผู้เข้าชมงานชาวญี่ปุ่นได้ เป็นอย่างดี ผู้นำ�เข้า/ผู้ซื้อต่างตื่นเต้นและ เพลิดเพลินในการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ที่ พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ เกาหลี จีน ไต้หวัน เรายังเปิด พาวิเลียนใหม่คือแคนาดา อเมริกาเหนือ และรัสเซีย ป้ายชือ่ ของประเทศต่างๆ เรียง รายตลอดทางเดิน และแต่ละพาวิเลียนโดด เด่นเป็นพิเศษในห้องโถงนิทรรศการ งาน COSME TOKYO เป็นที่ยอมรับในฐานะ ศูนย์กลางการค้าเครื่องสำ�อางในอาเซียน ที่ซึ่งผู้จัดแสดงสินค้าจากทั่วโลกได้พบกับ ผู้เข้าชมงานจากญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ จากทั่วเอเชีย จุดเด่นของงาน

ผลิตภัณฑ์ดูแลผู้สูงอายุมากประโยชน์ ที่ดึงดูดใจทุกคน เพือ่ สะท้อนเทรนด์ตลาด พืน้ ทีจ่ ดั แสดง สินค้าของงาน COSME TOKYO 2019 เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ดแู ลผูส้ งู อายุใหม่ๆ ที่ มีประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ จากเทคโนโลยีทลี่ �้ำ หน้าอย่างสเต็มเซลล์ของ มนุษย์ การใช้วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ ผลด้าน การทำ�ให้ผิวขาว การใช้ความชำ�นาญของ ท้องถิน่ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจาก ผู้เข้าชมงาน อาจกล่าวได้ว่างานนี้ไม่เพียง

เป็นงานทีม่ แี หล่งวัตถุดบิ ทีด่ ที สี่ ดุ เท่านัน้ แต่ ยังเป็นสถานที่ในการติดตามเทรนด์ล่าสุด อันยอดเยี่ยม สินค้าคับคุณภาพในแบรนด์ญป ี่ น ุ่ ซึ่งคุณจะได้เห็นในงานนี้เท่านั้น

ในฐานะงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุด ของญีป่ นุ่ ซึง่ เชีย่ วชาญในเรือ่ งเครือ่ งสำ�อาง งานนี้ได้รวบรวมบริษัทจากทั่วญี่ปุ่นและ เครื่องสำ�อางที่ผลิตเป็นพิเศษในญี่ปุ่น ซึ่ง ผสมผสานความดั้งเดิมกับนวัตกรรมเข้า ไว้ด้วยกัน ในโชว์นี้ มาสก์จากธรรมชาติ แบบสามมิตสิ �ำ หรับใบหน้าทีม่ เี รือ่ งราวจาก YUZU โทนเนอร์เพือ่ ผิวกระจ่างใสทีป่ ระกอบ ด้วยน้ำ�รำ�ข้าวที่อ่อนโยนจาก Kyoto ฯลฯ สร้างความประหลาดใจให้แก่ผนู้ �ำ เข้าและผู้ ซือ้ จากนานาชาติ พวกเขาต่างสนุกกับการ เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ญปี่ นุ่ ทีม่ าจัดแสดงซึง่ ไม่สามารถพบได้จากงานแสดงสินค้าอืน่ ๆ บริการจับคู่ธุรกิจซึ่งดำ�เนินการ โดยฝ่ายบริหารจัดการของงาน

เพื่อให้งานมีความครบเครื่อง ฝ่าย บริหารจัดการของงานนำ�เสนอบริการช่วย เหลือด้านการจับคู่ธุรกิจสองประเภทแก่ผู้ จัดแสดงสินค้า คือ “จับคูห่ นึง่ ต่อหนึง่ กับผู้ แทนจำ�หน่ายของญี่ปุ่น” และ “จัดประชุม กับผูซ้ อื้ ชัน้ ดีจากอาเซียน” โดย วัตสัน (ร้าน จำ�หน่ายสินค้าเพือ่ สุขภาพและความงามที่ ใหญ่ที่สุดในเอเชีย) SaSa International (กลุม่ ค้าปลีกเครือ่ งสำ�อางชัน้ นำ�ของเอเชีย) ได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ บางประเภท จากบริการเหล่านี้ ทำ�ให้มี

การจัดประชุมทางธุรกิจในปี 2562 ไปแล้ว ทั้งหมด 1,155 การประชุม INNER BEAUTY TOKYO/ COSME Tech

จากงานที่จัดขึ้นพร้อมกันสองงาน คือ INNER BEAUTY TOKYO ครัง้ ที่ 2 ซึง่ เน้น ด้านความงามและอาหารเพือ่ สุขภาพ และ COSME Tech ครั้งที่ 9 ซึ่งครอบคลุม โซลูชันการพัฒนาเครื่องสำ�อางทั้งหมด อย่างเช่น ส่วนผสม การรับจ้างผลิต บรรจุ ภัณฑ์ งานในปี 2562 ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ ด้านอุตสาหกรรมความงามได้ครอบคลุม ยิ่งขึ้น ผู้เข้าชมงานจำ�นวนมากตระเวนทั่ว พืน้ ทีจ่ ดั แสดงสินค้าเพือ่ ทีจ่ ะทราบว่าความ งามแบบเอเชียคืออะไร และตามติดเทรนด์ ของอุตสาหกรรมความงามของเอเชียทัง้ หมด

ความคาดหวังสำ�หรับงานครั้ง ต่อไป - เข้าร่วมในฐานะผูจ ้ ด ั แสดง สินค้า!

งานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องสำ�อางได้ จัดขึ้นมาแปดปีแล้วในชื่องาน “COSME TOKYO” ระหว่างนั้น ผู้เข้าชมงานจำ�นวน มากได้ร้องขอให้ฝ่ายบริหารจัดการดำ�เนิน การจัดงาน COSME TOKYO ในเมืองโอ ซาก้า ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวัน ตกของญี่ปุ่น งานต่อไปในเมืองโตเกียว วันที่ 20-22 มกราคม 2563 ณ มาคุฮาริ เมสเซ ประเทศ ญี่ปุ่น จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความเป็น สากลมากขึน้ รวบรวมผูจ้ ดั แสดงสินค้า 900* ราย จาก 35* ประเทศ/ภูมิภาค ส่วนงาน ทีเ่ มืองโอซาก้า วันที่ 9-11 กันยายน 2563 ณ อินเท็กซ์ โอซาก้า เป็นงานใหม่ และ คาดว่าจะสามารถรวบรวมผูจ้ ดั แสดงสินค้า 240* ราย และผู้เข้าชมงาน 12,000* คน (*ตัวเลขคาดการณ์ ซึ่งรวมกับงานที่จัด ขึ้นพร้อมกัน) เมื่อพิจารณาถึงความสำ�เร็จที่ยิ่งใหญ่ ในปีนี้ ส่วนจัดแสดงสินค้าในปี 2563 ทั้ง ที่โตเกียวและโอซาก้าจะคับคั่งไปด้วยการ พบปะและพูดคุยทางธุรกิจทีม่ ปี ระสิทธิภาพ อย่างไม่ต้องสงสัย สำ�หรับข้อมูลเพิม่ เติม โปรดติดต่อ ฝ่าย บริหารจัดการของงาน COSME TOKYO รี้ด เอ็กซ์ฮิบิชั่นส์ เจแปน อีเมล cosmetokyo@reedexpo.co.jp หรือ www. cosmetokyo.jp/en-gb.html  Jan-Feb

55


Japan’s largest cosmetics trade show, COSME TOKYO 2019 - 7th Int’l Cosmetics Trade Fair- opened on Jan. 30 – Feb. 1, 2019 in Makuhari Messe, Japan. Welcoming 762 exhibitors from 30 countries/ regions and 25,627 quality visitors, the show concluded in a huge success. Given that the 2019 edition broke the record again both in the number of exhibitors and visitors, it can be said that COSME TOKYO has become a very important exhibition in the global cosmetics industry.

The three-day show features everything about cosmetics products like skin care, hair & body care, natural/organic product, makeup, fragrance, men’s care, etc. Every year COSME TOKYO attracts enormous visitors’ attention nationwide for its scale and diversity. This year, 23,000 brands, including the latest ones that are entirely new on the Asian market, were newly showcased. The exhibition halls were filled with exciting business talks between exhibitors and importers/buyers, who were genuinely excited to enhance their lineups with new overseas cosmetics.

products & toiletries such as - Skin Care - Colour Cosmetics - Natural/ Organic Products - Hair & Body Care - Fragrance - Nail Care - Men’s Care etc. Visitors Key buyers/importers: mainly from Japan & other Asian countries - Importers, distributers, agents - Buyers from various retailers (Department Stores, Lifestyle Shops, Online Shops, Select Shops, Pharmacies, Mass Retailers, Specialty Shops, etc.) - Salons, Spas, Hotels, Clinics

Exhibition Outline

The most impressive scene of this year was the enormous range of unique & diversified exhibit products. Having started eight years ago, both the number of international exhibitors and visitors are increasing year by year. Besides world’s famous companies, for instance, L’ERBOLARIO (Italy), KRYOLAN (Germany), WON MEDICO (Korea), A&C INTERTRADE (Thailand) which had exhibited in several times, new exhibiting companies like MEDER BEAUTY INTERNATIONAL

Exhibition Title: COSME TOKYO 2019 - 7th Int’l Cosmetics Trade Fair DatesJanuary 30 – February 1, 2019 Venue: Makuhari Messe, Japan Organised by: Reed Exhibitions Japan, Ltd. Concurrent Show: COSME Tech 2019 - 9th International Cosmetics Development Expo and INNER BEAUTY TOKYO 2019 – 2nd Beauty & Health Foods Expo Co-held Event: Conference Exhibits: All kinds of cosmetics

56

www.innolabmagazine.com

2019 Edition, Build up a Strong Position in Asian Cosmetics Industry

(UK), MEDITERRANEAN COSMETICS (Greece) attracted significant attention from many Japan’s visitors. Importers/Buyers were excited and enjoying to compare the products which they have never seen before. In addition to Italy, France, Germany, Poland, Korea, China, Taiwan, we launched new national pavilions of Canada, North America, and Russia. The corridors were lined with the names of many countries listed on the signboards, and each pavilion stood out remarkably in the exhibition halls. COSME TOKYO has become recognized as the hub of Asian cosmetics trade, where worldwide exhibitors meet visitors from Japan and all across Asia. Show Highlights

Highly Functional Aging-Care Products that Fascinate Everyone Reflecting the market trend, the show floor of COSME TOKYO 2019 was filled with newly showcased highly functional Aging-care products. Especially exhibit products based on cutting-edge technologies, such as human stem cell, bioscience used, skin brightening effects, local specialties used gained much


attention from visitors. One can say that it is not only the best sourcing show but also a great place to grasp the latest trends. Quality Made in Japan Brands which you can see only at this show

As Japan’s largest show specialized in cosmetics, the show gathered companies from all over Japan and exclusive Made-in-Japan cosmetics with the perfect match of tradition and innovation. At this show, the Natural 3D Face Mask with a scene of YUZU, a brightening toner containing mild rice bran water from Kyoto, etc., surprised the international importers and buyers. They enjoyed comparing many Japanese exhibit products that could not be found in other shows. Business Matching Services Organized by the Show Management

To make the show even more fruitful, the Show Management offered the exhibitors two types of business matching support services: “One to One Matching with Japanese

Distributors” and “Meeting Arranged with Asian Premium Buyers”. From the meetings, Watson (Asia’s largest health & beauty care shop), SaSa International (Asia’s leading cosmetics retailing group) had on-site meetings to order some products. Through these services, a total of 1155 business meetings were arranged in 2019. INNER BEAUTY TOKYO/ COSME Tech

By having two co-held shows, 2nd INNER BEAUTY TOKYO, focused on beauty & health foods, and 9th COSME Tech, covering all cosmetics development solutions like ingredients, OEM, packaging, the 2019 edition attracted a much wider range of professionals in the beauty industry. To find out what Asian beauty is, many visitors came and went between exhibition halls, and grasp the trends of the entire Asian beauty industry. The expectation for Next Shows - Join as Exhibitor!

Japan’s largest exhibition specialized in cosmetics has been held for eight years as “COSME

TOKYO”. During the years, many visitors have requested Show Management to launch COSME TOKYO in OSAKA, the largest city in Western Japan. The next show in TOKYO (20th – 22nd January 2020 at Makuhari Messe, JAPAN) will be scaled up and become even more international, gathering 900* exhibitors from 35* countries/regions. OSAKA show (9th – 11th September 2020 at INTEX Osaka) is newly launched, and it is supposed to gather 240* exhibitors and 12,000* visitors. (*expected, including co-held shows) Considering the massive success of this year, both TOKYO and OSAKA of 2020 exhibition halls will be, undoubtedly, filled with even more productive business meetings and discussion. For more information, please contact COSME TOKYO Show Management, Reed Exhibitions Japan Ltd. at cosme-tokyo@reedexpo.co.jp or visit their website, https://www. cosmetokyo.jp/en-gb.html. 

Jan-Feb

57


NEWS

ดูปองท์ นิวทริชน ั แอนด์ เฮลธ์ และ ลอนซ่า สเปเชียลตี้ อินกรีเดียนท์ ประกาศข้อตกลงร่วมเกี่ยวกับโอ ลิโกแซคคาไรด์ในน้�ำ นมของมนุษย์

CARE4U™ 2’-FL เป็นโอลิโกแซ็ค คาไรด์ในน้ำ�นมของมนุษย์ที่มีคุณภาพสูง คิดค้นขึน้ เพือ่ ตอบสนองความต้องการด้าน ผลิตภัณฑ์โภชนาการสำ�หรับทารกของโลก ที่เพิ่มสูงขึ้น ดูปองท์ นิวทริชัน แอนด์ เฮลธ์ และ ลอนซ่า สเปเชียลตี้ อินกรีเดียนท์ ประกาศ ข้อตกลงว่าลอนซ่าซึ่งเป็นบริษัทผู้นำ�ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพและส่วนผสมชนิดพิเศษ จะผลิตและส่งมอบ CARE4U™ 2’-FL ซึง่ เป็นโอลิโกแซคคาไรด์ในน้�ำ นมของมนุษย์ (HMOs) ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ดา้ นการ ผลิตนีช้ ว่ ยเสริมความมัน่ ใจในตลาดเกีย่ วกับ การจัดหาและคุณภาพระดับพรีเมียมของ ส่วนผสมชนิดพิเศษนี้ ดูปองท์ นิวทริชัน แอนด์ เฮลธ์ คือผูน้ �ำ ของโลกด้านเทคโนโลยี จุลนิ ทรีย์ สุขภาพและโภชนาการ ทัง้ นี้ การ พัฒนา HMOs เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ การลงทุนด้านไมโครไบโอมสำ�หรับดูปองท์ และส่วนกลาง ซึ่งช่วยพัฒนาวิธีการผลิต แบบเพิ่มและลดความสามารถได้ “จากการทำ�งานเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ ลอนซ่า ดูปองท์จะสามารถยกระดับธุรกิจ และมอบ HMOs คุณภาพสูงแก่ลูกค้า และผู้มุ่งหวัง ความร่วมมือกับลอนซ่าจะ มีบทบาทสำ�คัญกับกลยุทธ์การเติบโตทาง ธุรกิจของดูปองท์ ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์ คุณภาพสูงด้านสุขภาพและความแข็งแรง ให้แก่ผู้บริโภค” จอห์น เรีย หัวหน้าฝ่าย ธุรกิจโลก วัฒนธรรม โพรไบโอติกส์ การ ปกป้องอาหาร โอลิโกแซคคาไรด์ในน้ำ�นม ของมนุษย์และใยอาหาร ของดูปองท์ นิว 58

www.innolabmagazine.com

ทริชัน แอนด์ เฮลธ์ กล่าว ลอนซ่าคือผู้นำ�ในการมอบโซลูชันแบบ ผสมผสานแก่อตุ สาหกรรมการดูแลสุขภาพ เภสัชกรรม โภชนาการ และการดูแลส่วน บุคคลของผู้บริโภคทั่วโลก พร้อมผลงานที่ ครอบคลุมด้านส่วนผสมทางโภชนาการจด ทะเบียน สูตรนวัตกรรมและเทคโนโลยีการส่ง รวมถึงแพลตฟอร์มทีแ่ ข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี ชีวภาพ ลอนซ่าได้ท�ำ การผลิตสินค้าคุณภาพ สูงตัง้ แต่ปี 2530 และปัจจุบนั มีสถานทีผ่ ลิต หลักๆ อยู่ 50 แห่งทั่วโลก “เมื่อจับมือกับ ดูปองท์ ลอนซ่าจะประยุกต์ความเชีย่ วชาญ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชวี ภาพชัน้ นำ�ของตนเองเพือ่ ใช้งานในส่วนของสุขภาพ และโภชนาการสำ�หรับผูบ้ ริโภค เพือ่ พัฒนา และผลิต CARE4U™ 2’-FL ซึง่ เป็นโอลิโก แซคคาไรด์ในน้�ำ นมของมนุษย์ทมี่ คี ณ ุ ภาพ ยอดเยี่ยม Erasmo Schutzer ประธาน แผนกสุขภาพผู้บริโภคของลอนซ่ากล่าว โอลิโกแซคคาไรด์ในน้ำ�นมของมนุษย์ (HMOs) พบตามธรรมชาติในน้ำ�นมของ มนุษย์ สามารถส่งเสริมการพัฒนาการ ย่อยอาหาร ภูมิคุ้มกัน และปัญญาของ ทารก ด้วยการเปลี่ยนแปลงไมโครไบโอ ต้าในลำ�ไส้ สูตรสำ�หรับทารกพยายามที่ จะเลียนแบบองค์ประกอบทางโภชนาการ ของน้�ำ นมแม่ให้ใกล้เคียงทีส่ ดุ เท่าทีจ่ ะเป็น ไปได้ และจากการศึกษาทางคลินิกเผยว่า CARE4U™ 2’-FL สามารถเลียนแบบผล ด้านการส่งเสริมสุขภาพบางประการของ HMOs ซึ่ง CARE4U™ 2’-FL ผลิตโดย การหมักจุลินทรีย์ และผลิตภัณฑ์สุดท้าย ประกอบด้วย 2’ ฟูโคซิลแลคโตสมากก ว่า 98 เปอร์เซ็นต์ มีโอลิโกแซคคาไรด์ใน น้ำ�นมมนุษย์มากกว่า 130 ชนิด ทำ�ให้ CARE4U™ 2’-FL เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ โอลิโกแซคคาไรด์ในน้ำ�นมมนุษย์ที่บริสุทธิ์ ที่สุดในตลาดปัจจุบัน คุณสมบัติแบบผงที่ เหนือกว่า (ความบริสุทธิ์และความหนา แน่นสูง) ของ CARE4U™ 2’-FL ทำ�ให้ ใช้งานในสูตรของทารกและผลิตภัณฑ์เสริม อาหารได้ง่าย จากประชากรโลกทีเ่ พิม่ ขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง ดูเหมือนว่าความต้องการผลิตภัณฑ์โภชนาการ สำ�หรับทารกเพิ่มและเติบโตสูงขึ้น ซึ่งรวม ถึง HMOs ในสูตรสำ�หรับทารก จากข้อ ตกลงที่ทำ�กับลอนซ่านี้ ดูปองท์ นิวทริชัน แอนด์ เฮลธ์ จะได้รับโซ่อุปทานคุณภาพ

สูงจำ�นวนมากที่เชื่อถือได้ เพื่อให้สามารถ มอบ 2-ฟูโคซิลแลคโตส (2’-FL) โอลิโกแซค คาไรด์ในน้�ำ นมมนุษย์ทมี่ ปี ระโยชน์ส�ำ หรับ ตลาดโลกที่มีการเติบโต DUPONT NUTRITION & HEALTH AND LONZA SPECIALTY INGREDIENTS ANNOUNCE JOINT AGREEMENT IN HUMAN MILK OLIGOSACCHARIDES

High Quality Human Milk Oligosaccharide, CARE4U™ 2’-FL to respond to the Rising Global Demand for Infant Nutrition Products. DuPont Nutrition & Health and Lonza Specialty Ingredients announce an agreement under which the leading biotechnology and specialty ingredient company Lonza will manufacture and supply CARE4U™ 2’-FL – a human milk oligosaccharide (HMOs). This strategic manufacturing collaboration reinforces market confidence in the supply and premium quality of this specialty ingredient. DuPont Nutrition Health is a world leader in microbial technology, health and nutrition, and the development of HMOs is part of a larger microbiome investment strategy for DuPont and central to this is developing scalable production methods. “By engaging strategically with Lonza, DuPont will be able to accelerate commercialization and offer high-quality HMOs to customers and prospects. The collaboration with Lonza will play a key role in DuPont’s business growth strategy by focusing on providing high-quality consumer health and wellness products,” said John Rea, Global Business Unit Leader, Cultures, Probiotics, Food Protection, HMO & Fibers, DuPont Nutrition & Health. Lonza is a leading integrated solutions provider to the global


consumer health care, pharmaceutical, nutrition, and personal care industries with a comprehensive portfolio of proprietary nutritional ingredients, innovative formulation and delivery technologies and a strong platform in biotechnology. Lonza has been manufacturing high-quality products since 1897 and now has 50 major manufacturing sites that span the globe. “Partnering with DuPont, Lonza will apply its leading science and biotechnology expertise in consumer health and nutrition applications to develop and manufacture superior quality human milk oligosaccharide CARE4U™ 2’-FL,” said Erasmo Schutzer, President of Lonza’s Consumer Health Division. Naturally present in human milk, human milk oligosaccharides (HMOs) have been shown to support digestive, immune and cognitive development in infants by modifying the gut microbiota. Infant formula attempts to mimic the nutritional composition of breast milk as closely as possible, and clinical studies have shown that CARE4U™ 2’-FL can mimic some of the health-promoting effects of HMOs. CARE4U™ 2’-FL is produced by microbial fermentation and the final product contains more than 98 percent 2’-fucosyllactose, the most abundant of the more than 130 oligosaccharides in human milk. This makes CARE4U™ 2’-FL one of the purest human milk oligosaccharide products on the market today. Superior powder properties (high purity and density) of CARE4U™ 2’-FL make it easy to use in infant formula and dietary supplements. With ever increasing world population there is likely to be an increased and growing demand for infant nutrition products including

HMOs for infant formula. Through the agreement with Lonza, DuPont Nutrition & Health will obtain a significant volume and high quality, reliable supply chain to be able to provide functional human milk oligosaccharide 2-fucosyllactose (2’-FL) for these growing global markets. News info Encore Marketing Communications - Feb 28, 2019

บูหเ์ ล่อร์แต่งตัง ้ Mark Macus เป็น ผูอ ้ �ำ นวยการสายการเงินคนใหม่ มี ผลวันที่ 1 กันยายน 2562

Andreas Herzog (อายุ 61 ปี) ดำ�รง ตำ�แหน่งผูอ้ �ำ นวยการสายการเงินเป็นเวลา 17 ปี โดยจะเกษียณอายุในวันที่ 1 กันยายน 2562 นี้ ผู้ที่มารับตำ�แหน่งต่อจากเขาคือ Mark Macus (อายุ 47 ปี) ซึ่งทำ�งาน กับบูห์เล่อร์มาห้าปี และดำ�รงตำ�แหน่งผู้ อำ�นวยการสายการเงินของ Vitra Group เมื่อไม่นานมานี้ Andreas Herzog สร้างผลงานสำ�คัญ เพือ่ สร้างความเป็นมืออาชีพและโลกาภิวตั น์ ให้แก่องค์กรทางการเงินของบูหเ์ ล่อร์ “การ ถอนตัวจากตำ�แหน่งผู้อำ�นวยการสายการ เงินของบูห์เล่อร์หลังจากดำ�รงตำ�แหน่งมา 17 ปีเป็นเรือ่ งทีท่ �ำ ใจได้ยากสำ�หรับผม บูห์ เล่อร์เป็นองค์กรทีไ่ ม่เหมือนใคร เป็นทีซ่ งึ่ จิต วิญญาณของครอบครัวยังคงอยู่ แต่บริษัท จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร ซึ่ง กระทบต่อหน้าทีข่ องผมเช่นกัน” Andreas Herzog กล่าว ในอนาคต Herzog วางแผน ทีจ่ ะอุทศิ เวลาและพละกำ�ลังไปกับการเป็น

คณะกรรมการสัง่ การและสนับสนุนบูหเ์ ล่อร์ ในการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่และพันธ สัญญาด้านสตาร์ทอัพ “เราต้องขอบคุณ Andy สำ�หรับพันธสัญญาที่กระตือรือร้น และไม่ย่อท้อ บูห์เล่อร์เป็นหนี้เขาในความ สำ�เร็จนี้” Calvin Grieder ประธานคณะ กรรมการบริษัทกล่าว Mark Macus จะดำ�รงตำ�แหน่งผู้ อำ�นวยการสายการเงินของบูห์เล่อร์ โดยมี ผลวันที่ 1 กันยายน 2562 Mark Macus อายุ 47 ปี สมรสแล้วและมีลูก 3 คน จบ ปริญญาเอก (Dr. oec HSG) จากมหา วิทยาลัยซังคท์กลั เลิน และเป็นผูส้ อบบัญชี รับอนุญาต หลังจบการศึกษาจากโรงเรียน ธุรกิจวอร์ตนั และมหาวิทยาลัยซังคท์กลั เลิน เขาทำ�งานทีเ่ คพีเอ็มจีเป็นเวลาหกปี ทำ�งาน ด้านควบคุมบังคับบัญชาบริษทั ธุรกิจทีโ่ ฮลซิม กรุ๊ปเป็นเวลาสามปี และเป็นหัวหน้าฝ่าย ควบคุมบังคับบัญชาบริษทั ธุรกิจของบูหเ์ ล่อร์ เป็นเวลาห้าปี เขาดำ�รงตำ�แหน่งผู้อำ�นวย การสายการเงินของ Vitra Group ใน เมืองเบียร์สเฟ็ลเด็น ประเทศสวิตเซอร์ แลนด์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 “Mark Macus เป็นผู้รับช่วงต่อที่ดีเยี่ยมสำ�หรับ เรา” Stefan Scheiber ประธานบริหาร ของบูห์เล่อร์กล่าว “เขามีประสบการณ์ มากมาย รูถ้ งึ ความท้าทายของอุตสาหกรรม สินค้าทุน และคุ้นเคยกับบูห์เล่อร์ เรายินดี มากทีไ่ ด้ Mark Macus มาดำ�รงตำ�แหน่ง นี้ และตั้งตารอที่จะต้อนรับเขากลับมา” Scheiber กล่าว BÜHLER APPOINTS MARK MACUS AS NEW CFOEFFECTIVE SEPTEMBER 1, 2019

Andreas Herzog (61), who has held the CFO position for 17 years, will retire for age reasons effective September 1, 2019. His successor is Mark Macus (47), who was employed at Bühler before for five years and who currently serves as CFO of the Vitra Group. Andreas Herzog has made a substantial contribution to professionalizing and globalizing the financial organization of Bühler. “Withdrawing from the CFO Jan-Feb

59


position of Bühler after 17 years is an emotional moment for me. Bühler is a unique organization, in which the family spirit is still alive. But the company must renew itself permanently, and this also impacts my own function,” says Andreas Herzog. In the future, Herzog plans to devote his time and energy to various board mandates and to supporting Bühler in its efforts to develop new business models and its commitment to start-ups. “We thank Andy cordially for his untiring and passionate commitment, to which Bühler owes much of its success,” says Chairman of the Board Calvin Grieder. Mark Macus will take charge of the CFO function of Bühler effective September 1, 2019. Aged 47, married and a father of three, Mark Macus holds a PhD degree (Dr. oec HSG) from the University of St. Gallen and is a certified auditor. Following his education at the University of St. Gallen and the Wharton School, he worked for six years at KPMG, was employed for three years in corporate controlling of the Holcim Group, and headed the corporate controlling unit of Bühler for five years. He has been the CFO of the Vitra Group in Birsfelden, Switzerland, since April 2018. “Mark Macus is the ideal successor for us,” says Bühler CEO Stefan Scheiber. “He possesses vast experience, knows the challenges of the capital goods industry, and is thoroughly familiar with Bühler. We are glad to have found Mark Macus for this task and look forward to welcoming him back,” says Scheiber. Bühler - February 6, 2019

60

www.innolabmagazine.com

ฮิเดโอะ ชิราคาวะ ได้รับการแต่ง ตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการภาค พื้นเอเชียตะวันออกคนใหม่ของ กรุนด์ฟอส

กรุนด์ฟอส ผูผ้ ลิตปัม๊ น้�ำ ชัน้ นำ�ได้ประกาศ แต่งตั้ง ฮิเดโอะ ชิราคาวะ เป็นกรรมการ ผู้จัดการภาคพื้น (AMD) ของกรุนด์ฟอส เอเชียตะวันออก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 บทบาทใหม่ของชิราคาวะคือการดูแล อำ�นวยการธุรกิจของบริษทั ในญีป่ นุ่ เกาหลีใต้ และไต้หวัน รวมถึงบุกเบิกโอกาสสำ�หรับ การพัฒนาและขยายธุรกิจของกรุนด์ฟอส ในเอเชียตะวันออก ชิราคาวะมีประสบการณ์มากกว่า 30 ปีด้านการขาย การตลาด และการพัฒนา ธุรกิจ เขาเคยดำ�รงตำ�แหน่งระดับสูงใน องค์กรชั้นนำ�หลายแห่งของญี่ปุ่น เขาเข้า ร่วมงานกับกรุนด์ฟอสในตำ�แหน่งผูอ้ �ำ นวย การฝ่ายขายเมือ่ ปี 2555 และดำ�รงตำ�แหน่ง ผูจ้ ดั การทัว่ ไปของกรุนด์ฟอส ปัม๊ เคเค เจ แปน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2556 ชิราคา วะจะยังคงดำ�รงตำ�แหน่งผูจ้ ดั การทัว่ ไปของ กรุนด์ฟอส ปั๊ม เคเค เจแปน ควบคู่ไปกับ ตำ�แหน่งใหม่ในฐานะกรรมการผูจ้ ดั การภาค พื้นเอเชียตะวันออก ชิราคาวะให้ความเห็นว่า “ผมมีความยินดี เป็นอย่างยิง่ ในการเข้ารับตำ�แหน่งกรรมการ ผูจ้ ดั การภาคพืน้ เอเชียตะวันออก และหวัง ว่าจะสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดใน ภูมิภาคนี้ให้แก่บริษัท เรามีประวัติที่แข็งแกร่งด้านการมอบ โซลูชนั เกีย่ วกับน้�ำ และน้�ำ เสียทีม่ นี วัตกรรม และดีเลิศแก่ลูกค้าของเรา และเราตั้งใจที่ จะยกระดับสิ่งนี้เพื่อคว้าโอกาสที่มีอยู่อีก มากมายทั่วญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน”

คิม เจนเซ่น กรรมการผู้จัดการของ กรุนด์ฟอสเอเชียแปซิฟิกกล่าวเสริมว่า “ชิราคาวะรู้ลึกเกี่ยวกับกรุนด์ฟอส บวกกับมีประสบการณ์อย่างกว้างขวาง ในตลาดเอเชียตะวันออกแบบทีไ่ ม่เป็นสอง รองใคร เขาจะมีบทบาทสำ�คัญในการสร้าง ความเข้มแข็งให้กับการทำ�งานของเราใน ภูมิภาค เราตัง้ ตารอชิราคาวะในบทบาทใหม่ของ เขา ซึ่งเขาจะมาสานต่อความตั้งใจในการ สร้างยอดขายและฐานลูกค้าในตลาดดัง กล่าวให้เติบโต ควบคู่กับการพัฒนาการ ทำ�งานทีม่ ศี กั ยภาพและประสบความสำ�เร็จ ในพื้นที่ดังกล่าว” ก่ อ นที่ จ ะมาร่ ว มงานกั บ กรุ น ด์ ฟ อส ชิราคาวะดำ�รงตำ�แหน่งด้านบริหารงานขาย มามากมาย ซึง่ รวมถึงรองประธานฝ่ายขาย และต่อไปทีฝ่ า่ ยกลยุทธ์การตลาดของบริษทั ฮิลติ ประเทศญีป่ นุ่ และผูจ้ ดั การฝ่ายพัฒนา ธุรกิจและผูจ้ ดั การฝ่ายการตลาดของบริษทั แบลค แอนด์ เด็กค์เคอร์ ประเทศญี่ปุ่น ชิราคาวะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านศิลปศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโตไก จังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น และจบ การศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา HIDEO SHIRAKAWA APPOINTED AS NEW AREA MANAGING DIRECTOR OF EAST ASIA FOR GRUNDFOS

Leading pump manufacturer Grundfos has announced the appointment of Hideo Shirakawa to the role of Area Managing Director (AMD) of Grundfos East Asia with effect from January 1st, 2019.  In his new role, Shirakawa will be responsible for leading the company’s business across Japan, South Korea and Taiwan, and spearheading opportunities for Grundfos’ development and expansion in East Asia. Shirakawa brings with him more than 30 years of experience in sales, marketing and business development,


having held senior roles in a number of top organisations in Japan. He joined Grundfos in 2012 as a Sales Director and has been serving as the General Manager of Grundfos Pumps KK Japan since July 2013. Shirakawa will continue to serve in his role as General Manager of Grundfos Pumps KK Japan alongside his new role as AMD of East Asia. Shirakawa commented, “I am very pleased to be taking on the role of Area Managing Director of East Asia and look forward to driving exponential growth for the company in this region.  We have a solid track record of providing innovative and excellent water and wastewater solutions to our clients, and we intend to leverage this to capture the many more opportunities across Japan, South Korea and Taiwan.” Kim Jensen, Regional Managing Director of Grundfos Asia Pacific region, added: “Shirakawa ’s deep knowledge of Grundfos coupled with his extensive experience working in the East Asia market is second to none, and he will play a pivotal role in strengthening our work in the region. We look forward to having Shirakawa onboard in his new role, where he will continue to focus on growing our sales and customer base for these markets, along with developing our talent and succession pipelines in the area.” Prior to joining Grundfos, Shirakawa held a number of executive sales positions, including Vice President for Sales and later Strategic Marketing at Hilti, Japan, as well as Business Development Manager and Commercial Manager at Black and Decker, Japan. Shirakawa  holds a Bachelor

of Arts  from Tokai University, Kanagawa, Japan, and a Master of Business Administration from Boston University, Massachusetts, USA. News info Baldwin Boyle Shand - January 2, 2019

ซินเนอร์ยี่ ฟเลเวอร์ส ขยายศูนย์กลาง การผลิตในไทย เพือ ่ เติมเต็มความ ต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

ซินเนอร์ยี่ ฟเลเวอร์ส บริษัทด้านกลิ่น รสชั้นนำ�ระดับโลก ภายใต้กลุ่มคาร์เบอรี ได้ขยายขนาดการดำ�เนินงานในไทยเป็น สองเท่า เพื่อตอบสนองความต้องการด้าน โซลูชนั กลิน่ รสนวัตกรรมทีเ่ พิม่ ขึน้ ในเอเชีย แปซิฟิก การขยายขนาดที่สมุทรปราการ เมือ่ ไม่นานมานีท้ �ำ ให้มพี นื้ ทีเ่ พิม่ ขึน้ 2,500 ตารางเมตร โดยเป็นส่วนการผลิต 1,500 เมตร และเป็นห้องปฏิบัติการด้านการรับ ความรู้สึกห้าแห่งใหม่ พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นจะ สามารถรองรับผูป้ ฏิบตั งิ านได้มากกว่าสอง เท่าของปัจจุบัน โดยจะมีการลงทุนด้าน ทรัพยากรมนุษย์ของทุกแผนก และจะมี การลงทุนอุปกรณ์วิเคราะห์ GC/MS ใน ปี 2562 เพือ่ เสริมขีดความสามารถในพืน้ ที่ บริษทั แม่ของซินเนอร์ยบี่ กุ ตลาดเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2551 และลงทุน เพิ่มเติมในปี 2556 โดยเปิดโรงงานผลิต ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้านยอด ขายก็เติบโตขึน้ อย่างรวดเร็ว ทำ�ให้สามารถ มอบบริการแก่ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ได้มากขึ้น รวมถึงนิวซีแลนด์ ปากีสถาน เมียนมาร์ และอินเดีย โรงงานในไทยทำ�หน้าที่ผลิตของหวาน และรสชาติ รวมถึงเครือ่ งปรุงรสแบบเหลว และแบบผง กลุม่ ผลิตภัณฑ์รสชาติของนม

และสารสกัดจากยีสต์นมจากโรงงานผลิต Dairy Taste ของซินเนอร์ยี่ในไอร์แลนด์ ก็ถกู เก็บและจำ�หน่ายจากประเทศไทย ซิน เนอร์ยี่ได้รับมรดกด้านนมที่ไม่เหมือนใคร จากบริษทั แม่คอื คาร์เบอรี ซึง่ เป็นทีม่ าของ กลุม่ ผลิตภัณฑ์ชสี เนย และรสชาตินมทีแ่ ท้ จริงซึง่ ได้รบั ความนิยม โดยมอบรสชาติและ ความนวลอย่างเต็มทีใ่ ห้แก่ผลิตภัณฑ์ตา่ งๆ ลูกค้าในประเทศไทยและทั่วภูมิภาค สามารถได้ประโยชน์จากผลงานเฉพาะ สำ�หรับอาเซียนและการสนับสนุนด้านการ ใช้งานในผลิตภัณฑ์ทุกประเภท ทั้งเครื่อง ดื่ม เบเกอรี ขนม กับแกล้ม และนม เจฟ อัลเลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเนอร์ยี่ ฟเลเวอร์ส (ประเทศไทย) จำ�กัด ให้ความเห็นว่า “ลูกค้าให้ความไว้วางใจแก่ เราในเรือ่ งความสามารถทางเทคนิค ความ รับผิดชอบ และความเชีย่ วชาญเรือ่ งนม ซึง่ ทัง้ หมดนีช้ ว่ ยให้มนั่ ใจว่าเรามีความโดดเด่น ในตลาดอาหารและเครือ่ งดืม่ ของภูมภิ าคที่ มีการเปลีย่ นแปลงตลอดเวลาและน่าตืน่ เต้น การคงอยูข่ องเราทัว่ โลกและความสามารถ ของเรานัน้ ประเมินค่าไม่ได้และช่วยผลักดัน ให้เราประสบความสำ�เร็จต่อไป “ตัวอย่างของนวัตกรรมรสชาติอันน่า ตื่นเต้นที่ดึงดูดความสนใจจากภูมิภาค คือรสชาตินมฮอกไกโดของเรา ด้วยการ วิเคราะห์นมฮอกไกโดแท้โดยใช้แก๊สโครมาโท กราฟี เราพัฒนารสชาติเลียนแบบทีโ่ รงงาน ในสหราชอาณาจักร จากนัน้ เราสามารถใช้ ความเชีย่ วชาญด้านนมของเราในไอร์แลนด์ เพือ่ พัฒนารสชาตินมทีส่ ร้างการรับรูส้ มั ผัส ในปากและความนวลในการใช้งานกับ ผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น บิสกิต ชีส และเบเกอรี ปัจจุบนั เราจำ�หน่ายผลิตภัณฑ์ นีไ้ ปทัว่ เอเชียเพือ่ สรรสร้างผลิตภัณฑ์ตา่ งๆ ที่เป็นที่นิยม” สตีฟ มอร์แกน ประธานบริหารของซิน เนอร์ยยี่ โุ รปและเอเชียให้ความเห็นว่า “ตัง้ แต่ ปี 2556 เราได้จัดตั้งธุรกิจที่แข็งแกร่งและ ยัง่ ยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยทีมผู้ เชีย่ วชาญในทุกสาขาทีเ่ ปีย่ มด้วยพรสวรรค์ ความต้องการโซลูชนั ด้านรสชาติทมี่ คี ณ ุ ภาพ ของเรารุ่งเรืองไปทั่วภูมิภาค ต้องขอบคุณ ความเก่งกาจของพวกเขา ความสามารถ ของซินเนอร์ยี่ในการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อ ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นเป็นสิ่งที่ สะท้อนถึงการทำ�งานอย่างหนักนี้ ด้วยยอด Jan-Feb

61


การส่งออกซึ่งนับเป็น 60% ของที่นี่ การ ขยายขนาดเพือ่ รองรับฐานลูกค้าทีก่ ว้างขึน้ ในภูมิภาคนี้จะกลายเป็นสิ่งสำ�คัญในการ บรรลุแผนการเติบโตของเรา” ซินเนอร์ยี่ ฟเลเวอร์ส ประเทศไทย มี ตัวแทนจำ�หน่ายทัว่ ภูมภิ าค และมีพนั ธมิตร อยู่ในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และปากีสถาน ซินเนอร์ยี่ ฟเลเวอร์ส เป็นนวัตกรชั้น นำ�ระดับโลกด้านรสชาติ สารสกัด และ สารต่ า งๆ มี ป ระสบการณ์ ค รอบคลุ ม อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ดำ�เนิน การพัฒนาโซลูชนั ด้านรสชาติคณ ุ ภาพสูงที่ มีนวัตกรรม ซึ่งช่วยให้ลูกค้าก้าวล้ำ�คู่แข่ง ไม่ว่าผู้ผลิตจะมองหารสชาติที่ใช้ปกปิด สิ่งไม่พึงประสงค์ในผลิตภัณฑ์โภชนาการ หรือโซลูชนั รสชาติทชี่ ว่ ยลดน้�ำ ตาลหรือเนย โดยทีร่ สชาติไม่เปลีย่ นไปก็ตาม ซินเนอร์ยม่ี ี ความเชีย่ วชาญทีไ่ ด้รบั การพิสจู น์แล้ว รวม ถึงความรูด้ า้ นการใช้งาน วิทยาศาสตร์การ รับรู้ และความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ SYNERGY FLAVOURS EXPANDS THAI MANUFACTURING HUB TO FULFIL INCREASING DEMAND

Leading international flavour company, Synergy Flavours, a division of Carbery Group, has doubled the size of its Thai operation to meet growing demand for its innovative flavour solutions in AsiaPacific. Recent expansion at the site in Samutprakarn, has included an additional 2500 m2 of space, including 1,500 m2 dedicated to manufacturing, plus the creation of five new sensory labs. The additional space will accommodate more than double the current workforce, with investment in human resources across all departments being made over the coming months and years. Further investment in GC/MS analytical equipment will be made in 2019, enhancing local capability. Entering the South East Asian market in 2008, Synergy’s parent company made further investments 62

www.innolabmagazine.com

in 2013, opening the manufacturing facility in Bangkok. Since then, sales have increased dramatically, with the operation now servicing a growing number of countries beyond South East Asia, including New Zealand, Pakistan, Myanmar and India. The Thai facility produces sweet and savoury flavours, as well as seasonings in liquid and powder formats. The dairy flavour and lactic yeast extract range from Synergy’s Dairy Taste production facility in Ireland is also warehoused and distributed from Thailand. Through its parent company, Carbery, Synergy has a unique dairy heritage that has inspired an authentic and popular range of cheese, butter and milk flavours, which deliver a fuller and creamier taste to a variety of end products. Customers in Thailand and across the region can benefit from specialist Asian creation and applications support across categories including beverage, bakery, confectionery, savoury, and dairy. Geoff Allen, Managing Director, Synergy Flavours (Thailand) Ltd., commented: “Customers rely on us for our technical capabilities, responsiveness and dairy expertise, which all help to ensure we stand out in the dynamic and exciting food and beverage markets of the region. Our global footprint and capabilities are also invaluable and help fuel our continued success. “An example of an exciting flavour innovation that has captured the attention of the region is our Hokkaido-type milk flavour.  By analysing real Hokkaido milk using gas chromatography, we developed a flavour mimicking the profile at our UK facility. We were then able to use our dairy expertise in Ireland

to develop a milk flavour that also builds in mouthfeel and creaminess in a variety of applications such as biscuits, cheese and bakery applications. We now sell this product right across Asia to create many on-trend products.” Steve Morgan, CEO of Synergy Europe & Asia, comments. “Since 2013, we have established a strong and sustainable local business in South East Asia, with a talented team of experts in every discipline. Demand for our quality flavouring solutions across the whole region is booming thanks to their versatility across applications. Synergy’s ability to invest further to meet growing demand reflects this hard work. With export accounting for 60% of sales from the site, our ability to scale-up and serve a broader customer base in the region is going to be key to achieving our growth plans.” Synergy Flavours Thailand has commercial representation elsewhere across the region, with partners in Indonesia, Malaysia, The Philippines, Taiwan, China, Japan, Australia, New Zealand and Pakistan. Synergy Flavours is a leading global innovator in flavourings, extracts and essences and has extensive experience across the food and beverage industry, developing high quality, innovative taste solutions which help customers to stay one step ahead of the competition. Whether manufacturers seek flavour profiles to mask off-notes in nutritional products, or flavour solutions that enable sugar or butter reduction without compromising taste, Synergy has the proven expertise, application knowledge, sensory science and passion to help. News info The Scott Partnership Ltd - February 26, 2019


EVENT CALENDAR Date

Event

Venue

Website

February 13-16

Food Pack and Thailand Industrial Fair The International Food Processing & Packaging Exhibition

Bitec, Thailand

February 26-28

PCHi

Guanzhou Poly World Trade www.pchi-china.com/en Center, China

The Personal Care and Homecare Ingredients

www.foodpackthailand.com

(PCHi) trade show is China's #1 Sourcing Platform for the Global Personal Care Industry

March 4-6

Sino-Pack and PACKINNO

Packaging Products Fair in China for material, machinery and product

March 12-14 CPhI South East Asia The region's leading pharma solutions event

April 3-5

analytica Vietnam The largest and only trade fair in the analysis, laboratory technology and biotechnology sector in

Area A, China Import & Export Fair Complex, Guangzhou, China

www.chinasinopack.com

www.cphi.com/sea Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC), Thailand

SECC: Saigon Exhibition and Convention Center, Ho Chi Minh, Vietnam

www.analyticavietnam.com

Bitec, Thailand

www.aseanbeautyshow.com/

Vietnam

May 2-4

ASEANbeauty

en-us

The premier international beauty trade show for Southeast Asia

May 14-16 June 12-15

Hong Kong International Medical and Healthcare Fair

Hong Kong Convention and

hkmedicalfair.hktdc.com/

Exhibition Centre

Medical/Fair

Propak Asia

Bitec, Thailand

www.propakasia.com

SNIEC, Shanghai, China

www.cphi.com/china/visit/

The International Processing and Packaging Technology Event for Asia

June 18-20

P-MEC China and LABworld China

labworld

A leader in the Asian laboratory instrument exhibitions

July 10-12 September 11-13

MDA

Impact Exhibition Center, Bangkok

medicaldevicesasean.com

Medical Devices ASEAN 2019

Food Ingredient ASIA

Bitec, Thailand

www.figlobal.com/asia-thailand

Impact, Muangthong Thani, Nonthaburi

www.beyondbeautyasean.com

Bitec, Thailand

www.thailandlab.com

Bitec, Thailand

asia.in-cosmetics.com

Bitec, Thailand

www.asiacoldchainshow.com

The number one exhibition for Southeast Asia's food and beverage industry

September 19-21

Beyond Beauty ASEAN The gateway to Southeast Asian beauty and cosmetics markets

September 25-27

Thailand Lab International The international trade exhibition and conference on analytical laboratory equipment & technology, biotechnology & life sciences and chemicals & safety

November 5-7

in-cosmetics ASIA The leading event in Asia Pacific for personal care ingredients

November 13-15

Asia Cold Chain Show The international Exhibition & Conference for cold storage infrastructure, refrigeration, reefer transport, temperature controlling, IT solutions and data storage solution industry

Jan-Feb

63


C

M

Y

CM

MY

CY

CMY

K

64

www.innolabmagazine.com


Jan-Feb

65


SUBSCRIPTION FORM Fill out your detail or attach your business card

Subscription Date .................................................................................. Where did you find us? ................................................................................ Your name

.................................................................................. Your job title

...........................................................................................

Your e-mail

.................................................................................. Your mobile number .......................................................................................

Company name

.................................................................................................................................................................................................................

Company address .................................................................................................................................................................................................................

.................................................................................. Country .........................................

Zip code ........................................

Website

.................................................................................. Tel no. ...........................................

Fax no. ..........................................

□ Same as above □ Other, please specify ................................................................................................................................... Name and address on receipt

..........................................................................................................................................................................

Your industry (please select your interest by inputting ü)

□ Food/Beverage □ Environment

□ Supplements/Nutraceuticals □ Cosmetics □ Pharmaceuticals/Medicals □ Energy □ Other, please specify ................................................................................

Your business (please select your interest by inputting ü)

□ Manufacturer □ Academics

□ Distributor □ Government body

□ Certification body □ Consultancy

□ Laboratory service □ Other, please specify ..............................................

Your job function (please select your interest by inputting ü)

□ Management □ Purchasing □ Sales/Marketing □ QC/QA □ QMR/Document Control □ R&D □ Chemist □ Microbiologist □ Production □ Consultant □ Other, please specify .............................................................................................. Your interest (please select your interest by inputting ü)

□ Ingredients □ Techniques □ Lab Facilities □ Industry/Market trend

□ Additives □ Chemicals □ Reagents □ Methods □ Instruments □ Equipment □ Tools □ Softwares □ Lab Design □ Laws/Regulations □ Standards □ Interview □ Other, please specify ..............................................................................................

Your engagement (please rank the score 1-5, 5 = most engaged)

_ Enhancing work capability _ Seeking products & services _ Finding out industry movement _ Joining INNOLAB’s activities, seminar and conferences _ Other, please specify ......................................................................................... Your preferred communication channel (please rank the score 1-5, 5 = most convenient)

_ E-mail _ Post mail _ Fax _ Facebook, www.facebook.com/innolabmagazine _ Other, please specify .............................................................................................. Your interest seminar topic ................................................................................................................................................................................................ Your suggestion ................................................................................................................................................................................................................. Your subscription Domestic reader

□ 1-year 900 THB Oversea reader □ 1-year 90 USD □ 2-year 1500 THB □ 2-year 170 USD

The remit payment to MEDIA MATTER Co., Ltd., savings account number 1082280729, Siam Commercial Bank Pcl. The swift code is SICOTHBK. Please send the pay-in slip via fax number +66 2878 1026 or innolab@media-matter.com

WWW.INNOLABMAGAZINE.COM บริ ษ ั ท มี เ ดี ย แมทเทอร์ จำ � กั ด 43/308 หมู ่ 1 ถนนจอมทอง แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุ ง เทพฯ 10150 MEDIA MATTER Co., Ltd. 43/308 Moo 1, Jomthong Road, Jomthong, Bangkok 10150 Thailand TaxID 0105552007301 Tel +662 878 1025

International Call +66 945530616

Fax +662 878 1026

innolab@media-matter.com


Connecting Global Competence

F3

GL

U2

TU

RE4

NE3 TW

O4

03

AL2

B2

The unique industry gathering in Vietnam The world’s largest network of trade fairs for laboratory technology, instrumental analysis and biotechnology features the complete range of products and services for all of your laboratory needs—in industry and research. The scientific highlight is the analytica conference, where the international elite discusses analysis trends in chemistry and the life sciences.

RK

Back again in Ho Chi Minh City

April 3–5, 2019 SECC – Saigon Exhibition and Convention Center 6th International Trade Fair for Laboratory Technology, Analysis, Biotechnology and Diagnostics www.analyticavietnam.com

Jan-Feb

67


food safety COMPLETE SOLUTIONS. COMPLETE CONFIDENCE. Find the solutions you need for each step of your microbiological food safety testing workflow.

MEDIA PREPARATION & SAMPLE ENRICHMENT Dehydrated Culture Media

Dry-Bags™ Enrichment Media

Available in a choice of pack sizes to suit your needs

Reduce time & labor when preparing media in-house

Prepared Media Available as prepared bottles, tubes & bags in volumes to suit your workflow

Maximize efficiency & reduce your QC burden with a choice of dehydrated or ready-to-use media & automated enrichment solutions.

SAMPLE PREPARATION & DETECTION For Reliable, Cost-effective Pathogen & Routine Organism Testing Use: Culture Media Quality assured, FDA & ISO compliant in dehydrated or prepared formats CAN BE USED WITH

Dynabeads™ & BeadRetriever™ System Best suited for testing beef & other products for E.coli O157:H7 & other STEC OR WITH

Pathatrix™ Auto System

Media Dispensing & Sample Blending Fast, accurate dispensing Powerful, reliable blending of of media with Diluflux™ samples with Homogenizer Automated Gravimetric Dilutor Laboratory Blender

Analyze even the most challenging samples with proven solutions fit for any & all food testing workflow preferences.

For Rapid, Quantifiable Pathogen Testing Of Complex Matrices Use: MicroSEQ™ Pathogen Detection System Batch process up to 96 samples WITH

PrepSEQ™ Rapid Spin Sample Preparation Kit Ideal for <50 samples per day OR WITH

Maximize throughput, ideal for >50 samples per day OR WITH

Pathatrix Auto System Reduce false positives & indeterminate results when testing challenging samples with low positivity rates

CONFIRMATION & IDENTIFICATION A range of options including O.B.I.S.™ Identification System, RapID™ Systems & MicroBact™ range or individual biochemical reagents

SureTect™ Real-Time System Small footprint, low noise instrument with simple, rapid direct lysis sample preparation process. Fit for continuous processing of 1-120 samples.

PrepSEQ™ Nucleic Acid Extraction Kit & MagMAX™ Express-96 Processor

Best for testing challenging samples with low positivity rates

Biochemical Identification

For Quick, Simple Pathogen Testing Use:

TaqMan™ custom assays,

CeeramTools™ virus kits, Imegen™ meat speciation & GMO tests can be run on the same open platform, Applied Biosystems™ 7500 Fast Real-Time PCR instrument

Differentiate and confirm micro-organisms with a range of products using biochemical, immunological or molecular characteristics. Immunological Identification

Molecular Identification

Quality Control Organisms

Latex tests and agglutinating sera for clearing or confirming presumptive positives with identification possible to genus, species or serotype level

TaqMan and RapidFinder™ Real-Time PCR assays for identification beyond genus and species level, e.g. specific Salmonella serovars and STEC O-groups

For ensuring consistency in media preparation & in test performance

For a more complete workflow, visit thermoscientific.com/foodmicrosolutions © 2015 Thermo Fisher Scientific Inc. All rights reserved. All trademarks are property of Thermo Fisher Scientific Inc. and its subsidiaries, unless otherwise specified. Taqman is a registered trademark of Roche Molecular Systems Inc., used under permission and license.

Contact information: Contact Information: Thermo Fisher Scientific (Thailand) Co.,Ltd. 993-048 microbiology@thermofisher.com USAAneckvanich +1 800 255 6730 158/6 Bldg. 6th Fl., Room B, D., Soi Sukhumvit LT2200A 55, Sukhumvit Road, North Klongton, Wattana, Bangkok 10110 International +44 (0) 1256 841144 October potchara.sungtong@thermofisher.com Tel +662015 2 714 7835-6 Fax +66 2 714 7837

Profile for INNOLAB

INNOLAB magazine #11.62  

INNOLAB magazine #11.62  

Advertisement