Page 1

NANO-DRUG DELIVERY

System

LAB REACTOR:

An Ideal Solution for Research Laboratories

vs ISO 17025: Benefits to Business ISO 31000

Taiwan HEALTHCARE Expo and Hospital Visit Personalized PROBIOTICS


Nov-Dec

3


Editor’s Note

Affordability and Accessibility จากรายงานของ EvaluatePharma® ในปี 2561 กล่าวว่า จากนีถ ้ ง ึ ปี 2567 อุตสาหกรรมยากำ�ลังจะเผชิญกับยอดขายทีพ ่ ง ุ่ ขึน ้ หนีความ ซบเซาจากวิกฤตการณ์ทางการเงิน ไปสู่การขยายตัวมากกว่าร้อยละ 6 การขยายตัวนี้ได้แรงขับจากการคาดการณ์ยอดขายยาที่ผลิตขึ้น เพื่อรักษาโรคที่พบยาก หรือยากำ�พร้า (orphan drug) ที่อาจจะสูงถึง 262 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 ซึ่งเท่ากับร้อยละ 20 ของยอด ขายยาตามใบสั่งยา นอกจากนี้ การเปิดตัววิธีการรักษาแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรักษายีน หรือการรักษาระดับเซลล์ รวมทั้งการเข้าถึงยา ได้ง่ายขึ้นทั่วโลก ก็ล้วนแต่มีส่วนให้ตลาดยาเติบโตขึ้น ยอดขายยารวมในปี 2567 น่าจะสูงถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ความสำ�เร็จของอุตสาหกรรมยาไม่นา่ จะขึ้นอยู่กบ ั ตัวเลขเหล่านีเ้ ท่านัน ้ แต่นา่ จะขึน ้ อยูก ่ ับว่าประชาชนสามารถเข้าถึงยาได้หรือไม่ ซือ ้ หาได้ หรือไม่ นั่นคือผู้ผลิตต้องพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และราคาไม่แพงนั่นเอง According to EvaluatePharma’s World Preview 2018, we are looking at an industry set to experience sales accelerating from the sluggish levels following the financial crisis, to annual compound growth of over 6% between now and 2024. Much of the expansion of the market will be driven by continuing unmet need in a number of disorders, as demonstrated by sales forecasts for the orphan drug market reaching $262bn in 2024, accounting for 20% of the total prescription drug market. The launch of novel therapies, including gene and cell therapies, as well as increased access to medicines globally should also help fuel progress in the market. Total prescription sales are expected to be $1.2 trillion in 2024. Those figure couldn’t guarantee the successfulness of pharmaceutical industry but affordability and accessibility of the patients are the keys. That means the manufacturers have to develop cost-effective, safe and high efficacy drug.

อาภาพรรณ ชัฏไพศาล บรรณาธิการ Apapan Chatpaisarn Editor

PUBLISHER บริษัท มีเดีย แมทเทอร์ จำ�กัด (สำ�นักงานใหญ่) 43/308 หมู่ 1 ถนนจอมทอง แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150 MEDIA MATTER Company Limited (Head Office) 43/308 Moo 1, Jomthong Road, Jomthong, Bangkok 10150 Thailand TaxID 0105552007301 T +66 875171651 F +66 2045 5358 innolab@media-matter.com http://www.innolabmagazine.com http://www.facebook.com/innolabmagazine

ADVISORY BOARD

ปราโมทย์ ธรรมรัตน์ PRAMOTE TAMMARATE ifrpmt@yahoo.com สมคิด รื่นภาควุฒิ SOMKID RUENPARKWOOT somkid-doa@hotmail.com

TEAMWORK

Managing Director ศุภวัชร์ สุขมาก SUPAWAT SUKMARK ss@media-matter.com Editor-in-Chief กรุณา จีนถนอม KARUNA CHINTHANOM kc@media-matter.com Editor อาภาพรรณ ชัฏไพศาล APAPAN CHATPAISARN editor@media-matter.com Senior Journalist สิทธิพร ชมภูรัตน์ SITTHIPORN CHOMPURAT journalist@media-matter.com Proof Reader เบญจมาศ ศรีสุข BENJAMAS SRISUK innolab@media-matter.com Graphic Designer วนัสนันท์ จีนถนอม WANASANAN CHINTHANOM agency@media-matter.com Media & Event Producer อลิษา เกิดทองดี ALISA KERDTHONGDEE innolab@media-matter.com Member Relation Executive in Vietnam ทู โด THU DO innolab.vn@media-matter.com

The publisher endeavors to collect and include complete, correct and current information in INNOLAB but does not warrant that any or all such information is complete, correct or current. The publisher does not assume, and hereby disclaims, and liability to any person or entity for any loss or damage caused by errors or omissions of any kind, whether resulting from negligence, accident or any other cause. INNOLAB does not verify any claims or other information appearing in any of the advertisements contained in the magazine, and cannot take any responsibility for any losses or other damages incurred by readers in reliance on such content. 4

www.innolabmagazine.com


WE SET SCIENCE IN MOTION TO CREATE A BETTER WORLD WE SET SCIENCE IN MOTION TO CREATE A BETTER WORLD

SG.VWR.COM

Nov-Dec

5


Table of Content

#10.61 :: Nov-Dec 2018 10

Laboratory Reactor: An Ideal Solution for Research Laboratories!

Nano-Drug Delivery System

22

ISO 31000 vs ISO 17025: Benefits to Business

26

SI Units: Redefined

Personalized Probiotics

34

THAI PHARMACEUTICAL INDUSTRY OUTLOOK 2018-20

16

13

31

Ensuring Water System Sanitization with Reliable Ozone Measurement

38

Trend + Technology+ Innovation= Business Opportunity

Keep Abreast on Cosmetic Industry in China with PCHi

44

42

50

ADVERTISERS IBC 5 3 63 65

in-cosmetics Asia: the driving force of innovation in the Asia Pacific beauty industry

8 FEATURES 58 NEWS 61 EVENT CALENDAR

Taiwan Healthcare+ expo

IFC 7 11 33 29 41 62 64 BC

6

www.innolabmagazine.com

analytica Vietnam Avantor AsiFood Clinical Diagnostic Cosme Tokyo CPhI South East Asia Food Pack IKAú Work ASIA Mettler-Toledo (Thailand) Ohaus Indochina PCHi Propak ASIA Sino Pack Thermo Fisher Scientific


Nov-Dec

7


FEATURE

VEGETAN® EVOLVE

LipoFullerene

TENDOFORTE®

Givaudan France SAS pauline.martin.pm1@givaudan.com

Vitamin C60 BioResearch Corporation info@vc60.com

GELITA AG info@gelita.com

Vegetan® Evolve มีอรี ท ิ รูโลสเป็นส่วนประกอบ หลัก อีรท ิ รูโลสมีคณ ุ สมบัตเิ ดียวกับดีเอชเอ ซึง ่ เป็นสารอ้างอิงของผลิตภัณฑ์ทท ี่ �ำ ให้ผวิ มีสน ี �้ำ ตาล (self-tanning) สารนีจ ้ ะกระตุน ้ ให้ เกิดปฏิกริ ย ิ าเมลลาร์ดและทำ�ให้เกิดการสร้าง เม็ดสีเมลานอยดิน (melanoidins) ซึ่งเป็น สารประกอบสีน้ำ�ตาล เม็ดสีจะเชื่อมต่อกับ โปรตีนทีเ่ ป็นส่วนประกอบของผิวหนัง ทำ�ให้ เกิดสีน้ำ�ตาลได้นานหลายชั่วโมง เนื่องจาก Vegetan® Evolve มีปฏิกริ ย ิ ากับผิวหนังที่ ควบคุมได้มากกว่า จึงเหมาะสมอย่างยิง ่ ใน การใช้รว่ มกับดีเอชเอ เป็นการผสมผสานที่ ให้ผลลัพธ์อย่างทีผ ่ บ ู้ ริโภคต้องการ นัน ่ คือ ให้สย ี าวนาน เป็นธรรมชาติ ลักษณะเหมือนสี น้�ำ ตาลจากการอาบแดด และอ่อนโยนต่อผิว

LipoFullerene เป็นส่วนผสมฟุลเลอรีน สำ � หรั บ เครื่ อ งสำ � อางที่ ล ะลายในน้ำ � มั น เปิดตัวในปี 2542 ใช้เป็นส่วนผสมชะลอวัย อย่างแพร่หลายในญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ LipoFullerene เป็นส่วนผสมเครือ ่ งสำ�อาง ทีป ่ ระกอบด้วยฟุลเลอรีนและสควาเลนทีผ ่ ลิต จากมะกอก ลักษณะเป็นของเหลวสีน�้ำ ตาล แดง มีกลิ่นเฉพาะตัว LipoFullerene ผ่าน การทดสอบทางคลินก ิ ด้านประสิทธิภาพการ ต้านรอยเหี่ยวย่นและต้านสิว มีคุณสมบัติ ได้แก่ มีความสามารถในการเป็นสารต้าน อนุ มู ล อิ ส ระที่ แ รงได้ อ ย่ า งยาวนาน (ดี กว่าวิตามินซี 172 เท่า) มีส่วนผสมของ สควาเลนจากมะกอก และเหมาะสมที่สุด สำ�หรับเครื่องสำ�อางที่มีไขมันสูง โดยมี ความคงตัวเมื่อสัมผัสรังสียูวี

TENDOFORTE® เป็นแบรนด์คอลลาเจน เปปไทด์ล่าสุดจากเจลิตา เป็นคอลลาเจน เปปไทด์ที่จำ�เพาะและเหมาะสมที่สุดในการ สร้างความแข็งแรงให้กับเอ็นกระดูกและ เอ็นกล้ามเนื้อ ด้วยกลไกการทำ�งานเฉพาะ ตัว ส่วนผสมฉลากคลีนนี้จึงเหมาะสมเป็น พิ เ ศษสำ � หรั บ ตลาดโภชนาการและกี ฬ า ที่กำ�ลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เจลิตาจะนำ� เสนอการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดของ FORTIBONE® ซึ่งเน้นศักยภาพของส่วน ผสมในการเพิ่มมวลกระดูกได้อย่างมีนัย สำ�คัญ และสุดท้าย ผู้ผลิตแคปซูลเจลาติน แบบนิม ่ จะได้พบกับแคปซูลทีค ่ วบคุมการปลด ปล่อยสารในรูปแบบต่างๆ อย่างครบถ้วน เป็นครั้งแรก รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม ระบบควบคุมการนำ�ส่งสาร GELITA EC ที่ มีสมรรถนะการนำ�ส่งสารในทางเดินอาหาร

Vegetan® Evolve is based on erythrulose, which possesses the same properties as DHA, the reference molecule for self-tanning. It triggers the Maillard reaction and leads to the production of brown compounds, the melanoidins. These pigments, linked to the proteins of the skin, provide a tanning effect within hours, built to last. Thanks to a more controlled reaction with the skin, Vegetan® Evolve is ideal in association with DHA. It is an ally of choice to obtain the results consumers are looking for: long-lastingness, natural aspect, sun-kissed appearance and skin gentleness.

8

www.innolabmagazine.com

LipoFullerene is the oil-soluble fullerene ingredient for cosmetic use, launched in 2009. It is widely used as antiaging ingredient in Japan and other countries. LipoFullerene is the cosmetic ingredient composed of fullerene and squalane made from olive. The appearance is reddish brown liquid with slightly peculiar odor. LipoFullerene has undergone the clinical tests on anti-wrinkle, and anti-acnes efficacies. Characteristics are; strong and longlasting anti-oxidant activity (172 times more than vitamin C), composed with olive squalane, and most suitable for oil-rich cosmetics. Fullerene is stable against UV ray.

TENDOFORTE® - GELITA’s latest collagen peptide brand – offers specific and optimized collagen peptides proven to strengthen tendons and ligaments. With its unique mode of action, this clean label ingredient is especially suitable for the booming sports nutrition market. GELITA will also present the latest scientific research on FORTIBONE®, which underlines the ingredient’s potential to significantly increase bone mineral density. Finally, manufacturers of soft gelatine capsules will be able to see first-hand the complete spectrum of capsule fill release profiles – including the latest addition to GELITA’s delivery system portfolio: GELITA EC for enteric gelatine capsule performance.


XPR204S: New Precision Balances

UTTD Power Control Disperser

OHAUS Centrifuge FrontierTM 5707

Mettler Toledo (Thailand) Limited Yodsaya.yimmee@mt.com

IKA Works (Asia) Sdn Bhd sales.lab@ika.my

OHAUS Indochina Ltd. Wutti.Techakasembundit@ohaus.com

XPR เครือ ่ งชัง ่ รุน ่ ใหม่ทม ่ี ค ี วามแม่นยำ� สามารถ

เครื่องปั่นผสมสาร UTTD power control ใหม่จากไอกะ เครื่องใช้ชื่อนี้เนื่องจากมี มอเตอร์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เครื่องปั่นผสม สารรับประกันผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการกวน การปั่นผสม การบด และการทำ�ให้สารเป็น เนื้อเดียวกัน และออกแบบมาโดยเฉพาะ สำ�หรับตัวอย่างติดเชือ ้ มีพษ ิ หรือมีกลิน ่ แรง อุปกรณ์ใหม่นส ี้ ามารถใช้กบ ั หลอดปัน ่ ผสม ขนาด 300 มิลลิลต ิ ร ขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ สามารถบดและละลายเม็ดสารและเม็ดแบบ ดราจี (dragées) หลอดปั่นผสมสามารถ ติดตัง ้ ใบกวนผสมและเปิดกว้างสำ�หรับการ ใช้งานในแอปพลิเคชันใหม่ เครือ ่ งได้รบ ั การ ออกแบบเป็นพิเศษเพือ ่ ใช้ละลายตัวอย่างใน ตัวทำ�ละลายต่างๆ

เครื่องปั่นเหวี่ยง FrontierTM 5707 ของ โอเฮ้าส์ เครื่องปั่นเหวี่ยงขนาดกะทัดรัด รุ่น FC5707 สำ�หรับใช้ในการเรียนการสอนใน โรงเรียน รวมทัง ้ ห้องปฏิบต ั ก ิ ารทีต ่ อ ้ งการ ปั่นแยกตัวอย่างแบบง่าย โดยมีรอบการ ปั่นสูงถึง 6,800 รอบต่อนาที กับหัวปั่น ขนาด 8 x 15 ml ทีใ่ ห้มาพร้อมกับตัวเครือ ่ ง สามารถปั่นได้ต่อเนื่องถึง 99 ชั่วโมง ผลิต จากประเทศเยอรมนี

รวมเข้ากับขัน ้ ตอนการทำ�งานของคุณได้อย่าง ราบรืน ่ เพือ ่ ให้ผลลัพธ์ทรี่ วดเร็วและถูกต้อง เครือ ่ ง ชัง ่ XPR มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสสีขนาด 7 นิว้ มีสมุดบันทึกข้อมูลในตัว คลังข้อมูลวิธก ี าร USB และอินเตอร์เฟสแบบอีเทอร์เน็ต รวมถึงฟังก์ชัน GWP™ เครือ ่ งชัง ่ XPR ช่วยเพิม ่ ประสิทธิภาพให้ กระบวนการต่างๆ และสนับสนุนการปฏิบต ั ต ิ าม มาตรฐานทีเ่ ข้มงวดทีส ่ ด ุ เพือ ่ ความถูกต้องของ ข้อมูล การเชื่อมต่อ และการปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ เครื่องชั่ง XPR ทนต่อแรงกระแทก จากอุบัติเหตุ สารเคมีที่รุนแรง ฝุ่นละออง และ สิง ่ สกปรก การป้องกันการชัง ่ น้�ำ หนักเกินในตัว ช่วยปกป้องเซลล์ชง ั่ น้�ำ หนักให้พน ้ จากการชัง ่ น้�ำ หนักเกินโดยไม่ได้ตง ั้ ใจ ฝาครอบจะทำ�งานร่วมกับ ตัวเรือนโลหะแบบเต็มตัว ช่วยป้องกันฝุน ่ ละออง ของเหลวหรือสารเคมีทรี่ น ุ แรงหกใส่ ด้วยพืน ้ ผิว ที่เรียบและขอบโค้งมนจึงทำ�ให้ทำ�ความสะอาด เครื่องชั่งทั้งเครื่องได้ง่าย New XPR Precision Balances can be seamlessly integrated into your workflows to deliver fast and accurate results. Along with a 7” color touchscreen, XPR balances feature a built-in results notepad, methods library, USB and Ethernet interfaces, and GWP® functions. XPR balances streamline processes and support the most stringent standards for data integrity, connectivity and regulatory compliance. XPR balances are designed to withstand accidental overload, harsh chemicals, dust and dirt. The integrated overload protection safeguards the weighing cell against accidental overload. Protection covers combined with a full metal housing protect against dust, splashing liquids and harsh chemicals. Smooth surfaces and rounded edges make the whole balance easy to clean.

The new IKA UTTD power control disperser gets its name from an even more powerful motor. The disperser assures the best stirring, dispersing, grinding and homogenization results and has been devised in particular for the safe processing of infectious, toxic or odor-intensive samples. This new devise can be used with the new 300mL Dissolver tube. Scientists can now perform Crushing and dissolution of tablets and dragées. This tube is equipped with a dissolver blade and opens up new application fields. It was especially designed for dissolving samples in different solvents.

Compact Centrifuge model FC5707 are suitable for Academia and general laboratory who have basic sample separation job. It has max speed up to 6,800 rpm included with angle rotor size 8x15ml with standard rotor. Operating time is up to 99 hrs. This product is made in Germany.

Nov-Dec

9


RESEARCH AND DEVELOPMENT

Nano-Drug Delivery System

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

การนำ�ส่งยา หมายถึง วิธีการ การสร้างตำ�รับ เทคโนโลยี และระบบสำ�หรับการนำ�ส่งสารเภสัชภัณฑ์เข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้ได้รับผลการรักษาที่ต้องการอย่างปลอดภัย เทคโนโลยีการนำ�ส่งยาจะปรับเปลี่ยนลักษณะการปลดปล่อย การ ดูดซึม การกระจาย และการกำ�จัด เพื่อผลในการเพิ่มประสิทธิผลและความปลอดภัย รวมทั้งความสะดวกของผู้ป่วย และการปฏิบัติตามข้อกำ�หนด การปลดปล่อยยาจะมาจากกลไกการแพร่ การสลายตัว การพองตัว และการจับตัวยา

วิศวกรรมชีวการแพทย์มบี ทบาทในการ ทำ�ความเข้าใจอุปสรรคทางสรีรศาสตร์ของ การนำ�ส่งยา เช่น การนำ�ส่งยาในระบบ หมุนเวียนเลือดและยาจะเคลื่อนสู่เซลล์ และเนื้อเยื่อ การให้ยาเฉพาะที่แทนการให้ สู่ร่างกายทั้งหมด (systemic) เป็นวิธีการ ทั่วไปในลดผลข้างเคียงและพิษของยา ใน ขณะที่ลดผลกระทบของการรักษา เส้นทางการนำ�ส่งยา

การให้ยาสามารถทำ�ได้หลายทาง เช่น การกลืน การสูดดม การดูดซึมผ่านผิวหนัง หรือการฉีดเข้าเส้นเลือด การปรับปรุงวิธี การนำ�ส่งยาในปัจจุบนั หรือการออกแบบวิธี การใหม่ในการนำ�ส่งยาเป็นการเพิม่ แนวทาง การให้ยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน วิธีการใช้เข็ม ขนาดไมโคร (microneedle arrays) เป็นหนึ่งในวิธีการใหม่ในการนำ�ส่งยาผ่าน ผิวหนัง ความพยายามพัฒนาวิธีการนำ�ส่ง ยาในปัจจุบนั รวมถึงการพัฒนาการนำ�ส่งยา 10

www.innolabmagazine.com

ไปที่เป้าหมาย ซึ่งยาจะทำ�งานในร่างกาย เฉพาะเป้าหมายเท่านั้น (เช่น เนื้อเยื่อ มะเร็ง) ตำ�รับยาทีช่ ว่ ยทำ�ให้การปลดปล่อย ตัวยาคงที่ ยาจะถูกปลดปล่อยในช่วงเวลา หนึง่ ซึง่ ควบคุมมาตัง้ แต่การพัฒนาตำ�รับยา ตัวนำ�ส่งยา

การนำ�ส่งยาไปที่เนื้อเยื่อจำ�เพาะที่เป็น เป้าหมายใช้สารทีม่ บี ทบาทสำ�คัญในการนำ� ส่งยาและประสิทธิภาพของตัวยา ระบบ สารอินทรีย์เหล่านี้มีความหลากหลายมาก เช่น ไลโพโซม ไมเซล เวซิเคิล โพลีเมอร์ใย ประสาท อนุภาคนาโน คริสตัลเหลว ไมโคร สเฟียร์ การฝังอุปกรณ์ในร่างกาย เป็นต้น บทบาทของนาโนเทคโนโลยี

คาดกันว่านาโนเทคโนโลยีจะส่งผล กระทบในระดับปฏิวัติการแพทย์ อนุภาค นาโนมีบทบาทหลักในการแพทย์โดยเฉพาะ การวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็ง โรค

หลอดเลือดหัวใจ และโรคติดเชือ้ สำ�หรับการ ประยุกต์ใช้อนุภาคนาโนในงานเภสัชกรรม ต่อจากนี้ สิง่ สำ�คัญคือระบบจะต้องมีความ เสถียร สามารถปรับเปลีย่ นฟังก์ชนั ได้ เข้า กันได้กับร่างกาย และทำ�งานที่เป้าหมาย ในร่างกาย ปกติยาจะทำ�งานโดยส่งผล กระทบต่อร่างกายทั้งหมดก่อนที่จะเข้าสู่ จุดที่มีการติดเชื้อ การใช้นาโนเทคโนโลยี จะช่วยกำ�หนดเป้าหมายให้ยาออกฤทธิ์ อย่างแม่นยำ� ทำ�ให้ยามีประสิทธิภาพและ ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ระบบการนำ�ส่งยาในอุดมคติจะประกอบ ด้วยองค์ประกอบสำ�คัญสองประการ ได้แก่ ความสามารถในการกำ�หนดเป้าหมายและ การควบคุมการปลดปล่อยยา การกำ�หนดเป้า หมายจะทำ�ให้มนั่ ใจว่ายาจะมีประสิทธิภาพ สูงและลดการเกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะ การใช้ยาทำ�ลายเซลล์มะเร็งซึง่ ยานีส้ ามารถ ทำ�ลายเซลล์ปกติทไ่ี ด้รบั ยาด้วย การลดหรือ หลีกเลี่ยงผลข้างเคียงสามารถทำ�ได้ด้วย


การควบคุมการปลดปล่อย (controlled release) ระบบอนุภาคที่มีขนาดระดับ นาโนช่วยลดอาการระคายเคืองของจุดทีใ่ ห้ ยาเข้าสู่ร่างกาย ความพยายามครั้งแรกๆ ในการรักษา คือ การให้ยาโดยตรงที่กลุ่ม เซลล์ด้วยสารกัมมันตรังสีที่ติดแอนติบอดี ที่จำ�เพาะกับตัวบ่งชี้ (marker) ที่อยู่บน ผิวของเซลล์มะเร็ง

โอกาสในอนาคตของระบบตัวพา นาโน

แม้ว่าจะมีความรู้ความเข้าใจมากมาย เกี่ยวกับโอกาสในอนาคตของการแพทย์ นาโน (nanomedicine) และระบบนำ�ส่ง ยานาโน (nano-drug delivery system) ผลกระทบทีแ่ ท้จริงต่อระบบการดูแลสุขภาพ หรือแม้กระทัง่ การรักษา/วินจิ ฉัยโรคมะเร็ง ยังคงจำ�กัดอยู่มาก ส่วนประกอบขององค์ ความรูน้ มี้ กี ารวิจยั อย่างแท้จริงมาเพียงสอง ทศวรรษและยังไม่มที ราบส่วนประกอบสำ�คัญ

อีกมากมาย หนึง่ ในการวิจยั หลักในอนาคต ได้แก่ ตัวบ่งชีพ้ นื้ ฐานของเนือ้ เยือ่ ทีเ่ กิดโรค ซึ่งนั่นคือ ตัวบ่งชี้ชีวภาพ (biological marker) พื้นฐานสำ�คัญที่ช่วยกำ�หนดเป้า หมายสัมบูรณ์โดยไม่ไปรบกวนกระบวนการ ระดับเซลล์ตามปกติ เป้าหมายสูงสุดของ แอปพลิเคชันการแพทย์นาโนจะก้าวหน้า ด้วยการเพิม่ พูนความรูด้ า้ นโรคระดับเซลล์ หรือการจำ�แนกตัวบ่งชี้ที่เทียบเคียงกันได้ ระหว่างวัสดุนาโนที่มีขนาดเล็กกว่าเซลล์ เพื่อเปิดโอกาสให้ใช้การวินิจฉัย/การรักษา แบบใหม่ 

Drug delivery refers to approaches, formulations, technologies, and systems for transporting a pharmaceutical compound in the body as needed to safely achieve its desired therapeutic effect. Drug delivery technologies modify drug release profile, absorption, distribution and elimination for the benefit of improving product efficacy and safety, as well as patient convenience and compliance. Drug release is from: diffusion, degradation, swelling, and affinity-based mechanisms.

Biomedical engineers have contributed to understanding of physiological barriers to efficient drug delivery, such as transport in the circulatory system and drug movement through cells and tissues.

Administering drugs locally rather than systemically is a common way to decrease side effects and drug toxicity while maximizing a treatment’s impact.

Routes of Delivery

Medications can be taken in a variety of ways; by swallowing, by inhalation, by absorption through the skin, or by intravenous

VACSTAR control - New Speed Controlled Vacuum System /// Fully automatic, quiet operation, chemicals resistant diaphragm pump NEW!

The VACSTAR dry 4-chamber membrane vacuum pump has an excellent suction performance, with its 22 l/min at a minimum of 2 mbar. The intergrated vacuum controller with removable Wi-Co offers a suitable mode for the desired process in both cases: from automatic to manual operation, right through to pumping or an evacuation and cleaning function.

VACSTAR control Ident.-No. 20019065

2

USD 2,899.00 IKA Works (Asia) Sdn Bhd Lot PT6445, Jalan Industri 3/4, Rawang Integrated Industrial Park 48000 Rawang, Selangor, Malaysia Phone: +60 3 6099-5666, Fax: +60 3 6092-0193 eMail: sales.lab-ana@ika.my, Web: www.ika.com Subject to technical changes and alteration of prices. 20181214_IWK_Vacstar_Half-Page_Ad_EN_USD.indd 1

@IKAworldwide www.ika.com Nov-Dec

11

12/14/18 2:13 PM


injection. Improving current delivery methods or designing new ones can enhance the use of existing medications. Microneedle arrays are one example of a new method to deliver medications through the skin. Current efforts in the area of drug delivery include the development of targeted delivery in which the drug is only active in the target area of the body (for example, in cancerous tissues), sustained release formulations in which the drug is released over a period of time in a controlled manner from a formulation Drug Delivery Carriers

To deliver the medicine to their specific target tissues, the substances that play crucial role in vital delivery and effectiveness of drugs are used. A large variety of organic systems like liposomes, micelles, vesicles, nerve fiber polymers, nanoparticles, liquid crystals, microspheres, Implants etc. are used. Role Of Nanotechnology

Nanotechnology is expected to have a revolutionary impact on medicine. Nanoparticles can play a major role in medicine and especially in diagnosis and therapy

of cancer, cardiovascular diseases and infectious diseases. To further the application of nanoparticles in pharmacy, it is important that the systems are stable, capable of being functionalized, biocompatible and directed to specific target sites in the body after systemic administration. Normally, drugs work through the entire body before they reach the disease affected area. Using nanotechnology, the drug can be targeted to a precise location which would make the drug much more effective and reduce the chances of possible side-effects. An ideal drug-delivery system possesses two elements: the ability to target and to control the drug release. Targeting will ensure high efficiency of the drug and reduce the side effects, especially when dealing with drugs that are presumed to kill cancer cells but can also kill healthy cells when delivered to them. The reduction or prevention of side effects can also be achieved by controlled release. The nanoscale size of these particulate systems also minimizes the irritant reactions at the injection site. Early attempts to direct treatment to a specific set of cells involved attaching radioactive

substances to antibodies specific to markers displayed on the surface of cancer cells. Future Prospect of Nano-delivery Systems

Despite the overwhelming understanding of the future prospect of nanomedicine and nano-drug delivery system, its real impact in healthcare system, even in cancer therapy/diagnosis, remains to be very limited. This attributes to the field being a new area of science with only two decades of real research on the subject and many key fundamental attributes still being unknown. The fundamental markers of diseased tissues including key biological markers that allow absolute targeting without altering the normal cellular process is one main future area of research. Ultimately, the application of nanomedicine will advance with increasing knowledge of diseases at molecular level or that mirrors a nanomaterial-subcellular size comparable marker identification to open up avenues for new diagnosis/therapy. 

Article info Divya Duggal. 2011. Role Of Nanotechnology In New Drug Delivery Systems. Int. J. Drug Dev. & Res. Oct-Dec 2011; 3(4): 4-8. Jayanta Kumar Patra et al. 2018. Nano Based Drug Delivery Systems: Recent Developments and Future Prospects. J. Nanobiotech. 2018; 16:71 doi.org/10.1186/s12951-018-0392-8  National Institute of Biomedical Imaging and Bioengineering. 2016. Drug Delivery Systems: Getting Drugs to Their Targets in a Controlled Manner. U.S. Department of Health & Human Services. October 2016. Website: www.nibib.nih.gov  Polymer Solutions News Team. 2016. What is a Drug Delivery System?. Polymer Solutions Incorporated (PSI). 27 October 2016. Website: www.polymersolutions.com/blog/what-is-a-drug-delivery-system/  S. Suhasini and Ch Ramesh Babu. 2016. New Trends: Drug Delivery Systems. Research & Reviews: J. Pharm & Nanotech. 2016; 4: 131-139.  The 20th International Conference and Exhibition on Pharmaceutics & Novel Drug Delivery Systems. 18-19 March 2019 Edinburgh, Scotland.  

12

www.innolabmagazine.com


TECHNOLOGY

Laboratory Reactor: An Ideal Solution for Research Laboratories!

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

ลูกค้า

กลุ่มบริษัทที่มีธุรกิจต่างๆ มากมาย มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ในกลุ่มสินค้าที่ มีอัตราการบริโภคสูง (FMCG) โรงแรม กระดาษแข็งและบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจเกษตร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ไอทีซเี ป็นหนึง่ ในบริษทั เอกชนชัน้ นำ�ของ อินเดียที่มีมูลค่าตามราคาตลาดมากกว่า 33,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีเงิน ทุนหมุนเวียน 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ดีที่สุดของโลกในการ จัดอันดับ Asia’s “Fab 50” และเป็น บริษัทที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดของโลกโดย นิตยสารฟอร์บส Business World จัดให้ เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการยอมรับมาก ที่สุดในอินเดีย ธุรกิจใหม่ของบริษัทมีส่วน แบ่งในตลาดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้แก่ อาหารและของหวานในบรรจุภณ ั ฑ์ เสือ้ ผ้า แบรนด์เนม ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและ อุปกรณ์เครื่องเขียน ไอทีซใี ช้เครือ่ งปฏิกรณ์ส�ำ หรับห้องปฏิบตั ิ การจากไอกะในงานวิจยั และพัฒนาเครือ่ ง สำ�อางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายมาหกปี ไอทีซใี ห้ความเชือ่ มัน่ อย่างยิง่ ในผลิตภัณฑ์ ต่างๆ ของเรา ในกระบวนการหาวิธีการที่

เหมาะสมทีส่ ดุ การผสม และการทำ�ให้เป็น เนื้อเดียวกันในการผลิตระดับห้องปฏิบัติ การ เครื่องปฏิกรณ์สำ�หรับห้องปฏิบัติการ ของเราถูกนำ�ไปใช้ในการผลิตโลชั่น ครีม สารลดแรงตึงผิว ซีรัม และผลิตภัณฑ์ใน รูปแบบกึ่งเหลว ความท้าทาย

ในกระบวนการผสมและการทำ�ให้เป็น เนื้อเดียวกัน การควบคุมพารามิเตอร์ เช่น อุณหภูมภิ ายใต้สภาวะสุญญากาศ เป็นหนึง่ ในความท้าทายทีไ่ อทีซตี อ้ งเผชิญ นอกจาก นั้น การค้นพบอุปกรณ์ที่เหมาะสมที่มา พร้อมคุณสมบัตทิ งั้ หมดทีต่ อ้ งการในเครือ่ ง เดียวเป็นงานทีท่ า้ ทายด้วยเช่นกัน เช่น การ ผสม การทำ�ให้เป็นเนื้อเดียวกัน และการ ปัน่ ผสม เป็นเหตุผลทีเ่ ครือ่ งปฏิกรณ์ส�ำ หรับ ห้องปฏิบัติการของเราคือคำ�ตอบ วิศวกร จากไอกะได้เสนอความยืดหยุน่ และฟังก์ชนั การใช้งานของเครื่องปฏิกรณ์สำ�หรับห้อง ปฏิบัติการ (LR 2.ST Package 3) ช่วย ให้ไอทีซีปรับตั้งให้ตรงกับความต้องการ ของพวกเขาและวิเคราะห์แอปพลิเคชันใน ระดับห้องปฏิบัติการ โซลูชนั : คุณภาพสูงกว่าพร้อมลดระยะ

เวลาหยุดงานและเวลาในการตอบสนอง! เครื่องปฏิกรณ์สำ�หรับห้องปฏิบัติการ จากไอกะมีการปรับปรุงคุณภาพของวัสดุ อย่างมากมาย ช่วยลดการหยุดทำ�งานและ ระยะเวลาในการตอบสนองของผลิตภัณฑ์ สุดท้าย ด้วยเทคโนโลยีล�้ำ หน้าจากเยอรมนี เครือ่ งปฏิกรณ์ส�ำ หรับห้องปฏิบตั กิ ารได้รบั การพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดใน งานวิจยั และพัฒนาผลิตภัณฑ์ดแู ลร่างกาย ต่างๆ ของพวกเขา เครื่องปฏิกรณ์ที่มี คุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ล้ำ�หน้า เป็น อุปกรณ์หลักในกระบวนการของตัวอย่าง ตลอดรอบการผลิต เครือ่ งปฏิกรณ์สามารถ จัดการปริมาตรในแบทช์ได้ตั้งแต่ 500 ถึง 2,000 มิลลิลิตร (800 มิลลิลิตร เมื่อใช้ เครื่องปั่นผสมรุ่น T 25 digital) อุณหภูมิ การทำ�งาน 25 องศาเซลเซียส นอกจาก นัน้ เครือ่ งสามารถอัพเกรดได้ดว้ ยอุปกรณ์ เพิม่ เติมทีห่ ลากหลาย ออกแบบเฉพาะเพือ่ ใช้สัมผัสกับปฏิกิริยาเคมี ทางเลือกเหล่า นี้ช่วยเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้าย ได้อย่างมาก ผลประโยชน์ของลูกค้า: อายุการใช้งาน ที่ยาวนาน คุณภาพ และความทนทาน! ดร. มาเฮช เบอร์ ช หั ว หน้ า นั ก Nov-Dec

13


วิทยาศาสตร์ (วิจัยและพัฒนา) จากไอทีซี กล่าวว่า เครือ่ งปฏิกรณ์ชวี ภาพสำ�หรับห้อง ปฏิบัติการของไอกะมีความเหมาะสมและ เชื่อถือได้ที่สุดสำ�หรับห้องปฏิบัติการ ช่วย ในการพัฒนากระบวนการจากแนวความ คิดไปสู่การผลิตเต็มที่ในอนาคต และการ วางตลาดผลิตภัณฑ์ของเรา เป็นสิ่งสำ�คัญ อย่างมากสำ�หรับเราในการออกแบบและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยรูปแบบในเชิง

การไหลต่างๆ” ดร. เบอร์ช กล่าวว่า “เราใช้เครื่อง ปฏิกรณ์ชีวภาพจากไอกะมานานกว่าหกปี และไม่พบปัญหาใดเลย” คำ�กล่าวนีเ้ ป็นการ ยืนยันถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ เครือ่ งของเราในระหว่างการขยายขนาดการ ผลิตจากระดับห้องปฏิบตั กิ ารไปสูก่ ารผลิต จริง ขณะนี้ ไอทีซีกำ�ลังใช้เครื่องปฏิกรณ์ ชีวภาพในการทดสอบผลิตตัวอย่างสบู่

และเครื่องสำ�อางในแผนกผลิตภัณฑ์ดูแล ร่างกาย เรามีความร่วมมืออย่างใกล้ชิด กับไอทีซใี นกระบวนการผสมและการทำ�ให้ เป็นเนือ้ เดียวกัน เครือ่ งปฏิกรณ์ชวี ภาพจาก ไอกะกำ�ลังช่วยให้ไอทีซีประหยัดเวลาและ ทรัพยากร ในขณะที่มอบความยืดหยุ่นที่ ดีกว่าระหว่างกระบวนการผลิต 

ข้อได้เปรียบโดยสรุป  ระบบได้รวมคุณสมบัติที่ต้องการในการผลิตเครื่องสำ�อาง เช่น การกวน/การผสมและการปั่นผสม/การทำ�ให้เป็นเนื้อเดียวกัน การวัดอุณหภูมิและการควบคุมระดับสุญญากาศไปพร้อมกับการวัดค่าพีเอช การทำ�ความร้อนและการลดอุณหภูมิโดยใช้ถังปฏิกรณ์ที่มีผนังสองชั้น  ผลิตภัณฑ์จากการเพิ่มขนาดการผลิต ตั้งแต่การทดลองผลิตไปถึงการผลิตจริงโดยใช้แอปพลิเคชันเดียวกัน  วัสดุสำ�หรับการปิดผนึก (FFPM) ต้านทานตัวทำ�ละลายและอุณหภูมิในการใช้งานได้ถึง 230 องศาเซลเซียส  การผสมของแข็ง เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต ทัลคัมและไทเทเนียมออกไซด์ในโพลีเมอร์เหลว  บันทึกและควบคุมโดยใช้ซอฟต์แวร์ Labworldsoft®  มีระบบการปิดการทำ�งานอัตโนมัติ  มีความคงตัวและความสามารถในการผลิต  ลดการหยุดผลิตและเวลาที่ใช้ The Advantages at a Glance  The system combines features typically required for the cosmetic production such as: Stirring / mixing and dispersing / homogenization Temperature measurement and vacuum control along with pH measurement Heating and cooling through double walled reactor vessel  Scale-up products available from pilot to production for the same application  Sealing materials (FFPM) resist solvents and temperatures for applications up to 230°C  Mixing of solids such as calcium carbonate, talc and titanium oxide into liquid polymers  Documentation and control through labworldsoft® software  Integrated safety shutdown  Better stability and productivity  Reduced breakdown and response time

14

www.innolabmagazine.com


The Customer

A multi-business conglomerate has a diversified presence in FMCG (Fast Moving Consumer Goods), Hotels, Paperboards and Packaging, AgriBusiness and Information Technology. ITC is one of India’s foremost private sector companies with a market capitalization of over 33 billion USD and a turnover of 7 billion USD. ITC is rated as one of the world’s best company by Asia’s “Fab 50” and the world’s most reputable company by Forbes magazine. It is also among India’s most respected companies by Business World. It is rapidly gaining market share even in its’ nascent businesses of packaged foods & confectionery, branded apparel, personal care and stationery. ITC has been using our very own IKA laboratory reactors for research and development in the production of cosmetics and personal care for six years. ITC has placed immense faith in our product line for optimizing, mixing and homogenization on a laboratory scale. Our laboratory reactors are used in the manufacture of lotions, creams, surfactants, serums and semi-solid formats.

The Challenge

During the process of mixing and homogenization, controlling parameters such as temperature under vacuum conditions was one of the challenges faced by ITC. In addition, discovering the right equipment with all the necessary features available in a single unit, such as those for mixing, homogenizing and dispersing, was a daunting task as well. This is where our laboratory reactors came to the rescue; IKA engineers demonstrated the versatility and functionality of the laboratory reactor (LR 2.ST Package 3) which helped ITC to customize their needs and analyze their applications on a laboratory scale. The Solution: Better quality with reduced breakdown and response time! IKA laboratory reactors greatly improved the quality of the material, which has drastically reduced the breakdown and response time of the final product. With its’ stateof-the-art German Technology, this lab reactor has proved to be an ideal device in their research and development efforts for various personal care products. The reactor,

with all its’ advance features and efficiency, is the mainstay during the processing of samples throughout the production cycle. The reactor can handle batch volume of samples starting from 500 mL up to 2,000 mL (800 mL when using the disperser T 25 digital) with a working temperature of 230°C. In addition, the unit is easily upgradable due to a wide range of accessories that are specifically designed for use in chemical reactions. It is these options which ultimately enhance the quality of the final product. Customer Benefits: Longevity, quality and durability! Dr. Mahesh Burshe, Lead Scientist (R&D) from ITC has quoted that, “IKA laboratory reactors are the most suitable and reliable laboratory device that assists us in developing the thought process for the future full-scale and commercialization of our products. It is of great importance to us to design and develop new products across different rheological spectrums.” Dr. Burshe states, “We have been using IKA laboratory reactors for more than six years now and have not faced any problems thus far”. This statement proves the efficacy and efficiency of our instrument during the transition from laboratory to production scale. ITC is currently using four laboratory reactors in the testing and production of soap and cosmetics samples for their personal care division. We are collaborating extensively with ITC in this area of mixing and homogenizing. IKA laboratory reactors are helping ITC save time and resources while providing greater flexibility during the production process. 

Nov-Dec

15


REGULATIONS

ISO 31000 vs ISO 17025: Benefits to Business

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ในการทำ�ธุรกิจ และในโลกที่ต้องประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลในอัตราที่สูงขึ้น เรื่อยๆ การจำ�แนกและยับยั้งความเสี่ยงเป็นความท้าทายของทุกบริษัท จึงไม่ต้องสงสัยว่า สัญญาและข้อตกลงการ ประกันความเสี่ยงมากมายจะต้องการหลักฐานอย่างแน่นหนาว่ามีวิธีการจัดการความเสี่ยงที่ดี

ระบบคุณภาพ ISO 31000 มอบกรอบ วิธกี ารจัดการความเสีย่ งทีส่ นับสนุนกิจกรรม ทั้งหมดรวมถึงการตัดสินใจขององค์กรใน ทุกระดับ กรอบวิธีการ ISO 31000 และ กระบวนการควรนำ�ไปใช้เป็นส่วนหนึ่ง ของระบบการจัดการเพื่อทำ�ให้มั่นใจว่า มีการควบคุมการจัดการที่สม่ำ�เสมอและ มีประสิทธิภาพทั้งองค์กร ประกอบด้วย กลยุทธ์และการวางแผน ความยืดหยุน่ ของ องค์กร เทคโนโลยีสารสนเทศ บรรษัทภิบาล ทรัพยากรบุคคล การปฏิบตั ติ ามข้อกำ�หนด คุณภาพ สุขภาพและความปลอดภัย ความ ต่อเนื่องของธุรกิจ การจัดการภาวะวิกฤต และความปลอดภัย ผลประโยชน์ต่อธุรกิจ

ระบบคุณภาพ ISO 31000 ช่วยให้ องค์กรพัฒนากลยุทธ์การจัดการความเสีย่ ง ช่วยให้จ�ำ แนกและยับยัง้ ความเสีย่ งได้อย่าง มีประสิทธิภาพ แล้วขยายความเป็นไปได้ 16

www.innolabmagazine.com

ของการบรรลุวตั ถุประสงค์และเป็นการเพิม่ การป้องกันสินทรัพย์ของบริษัท โดยมีเป้า หมายที่เหนือกว่าคือการพัฒนาวัฒนธรรม การจัดการความเสีย่ ง พนักงานและผูม้ สี ว่ น ได้เสียจะตระหนักถึงความสำ�คัญของความ เสีย่ งทีม่ กี ารติดตามและการจัดการ การใช้ ระบบคุณภาพ ISO 31000 ช่วยองค์กรให้ สามารถมองเห็นทั้งโอกาสในทางบวกและ ผลเสียที่ตามมาจากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้การตัดสินใจมีข้อมูลมากขึ้น นัน่ หมายถึงประสิทธิภาพมากขึน้ ด้วย การ จัดสรรทรัพยากรสามารถเป็นองค์ประกอบ ให้เกิดการปรับปรุงพัฒนาการกำ�กับดูแล องค์กร และเหนือสิ่งอื่นใดคือการปรับปรุง สมรรถนะ ทำ�ไมจึงมีการแก้ไขปรับปรุง?

ระบบคุณภาพ ISO ทั้งหมดจะมีการ ทบทวนทุก 5 ปี และมีการปรับปรุงแก้ไข ถ้าจำ�เป็น ช่วยทำ�ให้มนั่ ใจว่าระบบคุณภาพ

เหล่านัน้ ยังคงมีความหมายและเป็นเครือ่ ง มือที่มีประโยชน์ในตลาด ระบบคุณภาพ ISO 31000 ฉบับปรับปรุงตีพิมพ์ในปี 2561 โดยคำ�นึงถึงวิวัฒนาการของตลาด และความท้าทายใหม่ที่ธุรกิจและองค์กร ต้องเผชิญนับตั้งแต่มีการตีพิมพ์ฉบับแรก ในปี 2552 ระบบคุณภาพ ISO 31000: 2018 มอบแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน ขึ้น สั้นและกระชับยิ่งขึ้น ช่วยให้องค์กร ใช้หลักการจัดการความเสี่ยงเพื่อปรับปรุง พัฒนาการวางแผนและการตัดสินใจให้ดี ขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือระบบเศรษฐกิจที่ทวี ความซับซ้อนและปัจจัยความเสีย่ งทีเ่ กิดขึน้ เช่น สกุลเงินดิจิตอล สามารถแสดงความ เสีย่ งต่างๆ และความเสีย่ งประเภทใหม่ให้ แก่องค์กรในระดับนานาชาติ ความแตกต่างที่สำ�คัญคืออะไร?

ระบบคุณภาพ ISO 31000: 2018 มอบแนวทางการปฏิบตั เิ ชิงกลยุทธ์มากกว่า


ISO 31000: 2009 และกำ�หนดให้เน้นไป ที่บทบาทของฝ่ายบริหารระดับสูงและการ ผสานการจัดการความเสี่ยงเข้ากับองค์กร รวมไปถึงคำ�แนะนำ�ให้มปี ระกาศหรือนโยบาย ที่ยืนยันคำ�มั่นด้านการจัดการความเสี่ยง การกำ�หนดอำ�นาจ หน้าที่ และความรับ ผิดในระดับทีเ่ หมาะสมในองค์กร และทำ�ให้ มัน่ ใจว่ามีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะ สมเพื่อจัดการความเสี่ยง มาตรฐานที่มีการปรับปรุงใหม่นี้จะ แนะนำ�ให้การจัดการความเสีย่ งเป็นส่วนหนึง่ ของโครงสร้าง กระบวนการ วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และกิจกรรมขององค์กร โดยเน้น หนักมากขึ้นด้านการสร้างคุณค่าซึ่งเป็น ตัวผลักดันหลักของการจัดการความเสี่ยง และประกอบด้วยหลักการอืน่ ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง เช่น การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การผนวก รวมผู้มีส่วนได้เสีย การปรับใช้ให้จำ�เพาะ กับองค์กร และการพิจารณาปัจจัยทาง วัฒนธรรมและบุคคล เนื้อหาถูกปรับให้ มีความกระชับเพื่อสะท้อนให้เห็นรูปแบบ ระบบเปิด ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนระหว่างข้อ เสนอแนะกับสภาพแวดล้อมภายในเพื่อให้ สามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการ และบริบททีก่ ว้างขึน้ วัตถุประสงค์หลักคือ การทำ�ให้สิ่งต่างๆ ชัดเจนขึ้นและง่ายขึ้น การใช้ภาษาง่ายๆ เป็นคำ�นิยามหลักการ ของการจัดการความเสี่ยงทำ�ให้ผู้อ่านเห็น ภาพรวมได้ง่ายขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลง หลักๆ จากฉบับเดิมมีดังต่อไปนี้  ทบทวนหลักการของการจัดการความ เสีย่ งซึง่ เป็นเกณฑ์หลักของความสำ�เร็จของ ระบบคุณภาพ  เน้นไปที่ภาวะการนำ�ของผู้บริหาร สูงสุดซึ่งเป็นผู้ทำ�ให้มั่นใจว่าการจัดการ ความเสี่ยงจะถูกนำ�ไปเป็นส่วนหนึ่งของ กิจกรรมขององค์กร การเริ่มต้นด้วยการ กำ�กับดูแลองค์กร  เน้นความสำ�คัญมากขึน ้ กับความเสีย่ ง ลักษณะทีเ่ กิดขึน้ ซ้�ำ การสร้างประสบการณ์ ความรู้ และการวิเคราะห์ใหม่สำ�หรับการ ปรับปรุงองค์ประกอบของกระบวนการ การ ปฏิบัติ และการควบคุมแต่ละขั้นตอนของ กระบวนการ  การกระชับเนื้อหาโดยเน้นไปที่การ รักษารูปแบบระบบเปิด ซึง่ มีการแลกเปลีย่ น ระหว่างข้อเสนอแนะกับสภาพแวดล้อม ภายในเพือ่ ให้สามารถปรับให้เหมาะสมกับ

ความต้องการและบริบทที่กว้างขึ้น การจัดการความเสีย ่ งระบบคุณภาพ ISO/IEC 17025

มาตรฐานมีการเพิ่มเติมข้อกำ�หนดที่ ครอบคลุมความเสีย่ งและโอกาสทีเ่ กีย่ วข้อง กับกิจกรรมในห้องปฏิบตั กิ าร ระบบคุณภาพ ISO/IEC 17025: 2017 ฉบับปรับปรุงใหม่ ล่าสุดได้ก�ำ หนดรายการทีม่ นี ยั สำ�คัญในการ ทำ�งานของห้องปฏิบตั กิ าร กิจกรรมเหล่านี้ ประกอบด้วยการผสานกระบวนการจัดการ ความเสีย่ งเข้ากับกระบวนการตัดสินใจของ องค์กร ระบบการควบคุมและประกันคุณภาพ ได้รบั การออกแบบเพือ่ เป็นเครือ่ งมือในการ จัดการการทำ�งานวิชาชีพ ระบบเหล่านีม้ อบ เครื่องมือในการทดสอบกิจกรรมประจำ�ที่ อาจจะส่งผลกระทบกระบวนการทำ�งานทาง วิชาชีพ และกลืนเข้ากับระบบการจัดการ ความเสี่ยงในกระบวนการตัดสินใจ มาตรฐานต้องการอะไรบ้าง (ที่ เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง)?

8.5 การปฏิบตั เิ พือ่ ระบุความเสีย่ งและโอกาส 8.5.1 ห้องปฏิบตั กิ ารต้องพิจารณาความ เสีย่ งและโอกาสทีเ่ กีย่ วข้องกับกิจกรรมของ ห้องปฏิบัติการ a. มอบการรับประกันว่าระบบการ จัดการช่วยให้ได้รับผลลัพธ์ตามต้องการ b. ขยายโอกาสในการบรรลุเป้า หมายและวัตถุประสงค์ของห้องปฏิบตั กิ าร c. ป้องกันหรือลดผลกระทบไม่พึง ประสงค์และความล้มเหลวทีม่ โี อกาสเกิดขึน้ ในกิจกรรมของห้องปฏิบัติการ d. มีการปรับปรุง 8.5.2 ห้องปฏิบตั กิ ารจะต้องวางแผน ดังนี้ a. กิจกรรมระบุความเสี่ยงและ โอกาสเกิดความเสี่ยง b. วิธีการ - ผสานและปรับใช้การปฏิบัติสู่ ระบบการบริหารของห้องปฏิบัติการ - ยกระดับประสิทธิภาพของการ ปฏิบัติ หมายเหตุ: แม้ว่าเอกสารนี้จะระบุ แผนการปฏิบัติขององค์กรเพื่อระบุความ เสี่ยง แต่ไม่มีข้อกำ�หนดให้มีวิธีการอย่าง เป็นทางการในการจัดการความเสี่ยงหรือ การบันทึกกระบวนการจัดการความเสี่ยง

ห้ อ งปฏิ บั ติ ก ารสามารถตั ด สิ นใจว่ า จะ พัฒนาวิธีจัดการความเสี่ยงให้ครอบคลุม มากกว่าที่ระบุในระบบคุณภาพ เช่น การ ใช้คำ�แนะนำ�หรือมาตรฐานอื่นๆ 8.5.3 การปฏิบัติเพื่อระบุความเสี่ยง และโอกาสเกิดความเสี่ยงต้องเป็นสัดส่วน กับผลกระทบทีม่ โี อกาสเกิดขึน้ ต่อความน่า เชือ่ ถือของผลการทดสอบของห้องปฏิบตั กิ าร หมายเหตุ 1: ทางเลือกในการระบุ ความเสี่ยงสามารถรวมถึงการจำ�แนกและ การหลีกเลีย่ งภัยคุกคาม การใช้ความเสีย่ ง เพือ่ ติดตามความเป็นไปได้ การขจัดแหล่ง ความเสีย่ ง การเปลีย่ นความเป็นไปได้หรือ ผลที่ตามมา การแบ่งความเสี่ยง หรือการ กักความเสี่ยงด้วยการตัดสินใจที่มีข้อมูล หมายเหตุ 2: โอกาสในการขยายขอบข่าย ของกิจกรรมของห้องปฏิบัติการ การระบุ ลูกค้าใหม่ การใช้เทคโนโลยีใหม่และโอกาส อื่นๆ ในการระบุความต้องการของลูกค้า - การระบุทงั้ ความเสีย่ งและโอกาสเกิด ความเสีย่ งเป็นการวางรากฐานของการเพิม่ ประสิทธิภาพของระบบการจัดการ การได้ รับผลลัพธ์ที่มีการพัฒนา และการป้องกัน ผลกระทบด้านลบ - ห้องปฏิบตั กิ ารรับผิดชอบการตัดสินใจ กำ�หนดความเสีย่ งและโอกาสเกิดความเสีย่ ง ทีต่ อ้ งระบุ ไม่มขี อ้ กำ�หนดให้มกี ระบวนการ อย่างเป็นทางการในการจัดการความเสีย่ ง หรือการบันทึกขัน้ ตอนการจัดการความเสีย่ ง 7.10 การปฏิบตั งิ านทีไ่ ม่เป็นตามข้อกำ�หนด 7.10.1 ห้องปฏิบัติการต้องมีข้ันตอน ที่ต้องนำ�ไปปรับใช้เมื่อมีกิจกรรมของห้อง ปฏิบัติการหรือผลของการปฏิบัติงานที่ไม่ เป็นไปตามขั้นตอนของห้องปฏิบัติการเอง หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลงกับลูกค้า (เช่น สภาวะของอุปกรณ์หรือสิง่ แวดล้อมทีไ่ ม่อยู่ ในขีดจำ�กัดที่กำ�หนด ผลของการตรวจ ติดตามที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำ�หนด) ขั้นตอนจะต้องทำ�ให้มั่นใจดังต่อไปนี้ a. ความรับผิดชอบและอำ�นาจหน้าที่ ในการจัดการการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไป ตามที่กำ�หนด b. การปฏิบตั ิ (รวมถึงการหยุดหรือการ ปฏิบัติการซ้ำ�และการระงับรายงาน หาก จำ�เป็น) ขึ้นกับระดับความเสี่ยงที่กำ�หนด โดยห้องปฏิบัติการ c. การประเมินความมีนัยสำ�คัญของ Nov-Dec

17


การปฏิบัติที่ไม่เป็นตามที่กำ�หนด รวมทั้ง การวิเคราะห์ผลกระทบของผลลัพธ์กอ่ นหน้า d. การตัดสินใจให้ยอมรับงานทีไ่ ม่เป็น ไปตามที่กำ�หนด e. เมื่อจำ�เป็น ลูกค้าจะได้รับการแจ้ง เตือนและมีการเรียกคืนผลการปฏิบัติงาน f. ระบุความรับผิดชอบในการให้อ�ำ นาจ ในการให้เริ่มปฏิบัติงานใหม่ 8.6 การปรับปรุง 8.6.1 ห้องปฏิบัติการต้องระบุและ เลือกโอกาสในการปรับปรุงและปรับใช้การ ปฏิบัติที่จำ�เป็น หมายเหตุ: โอกาสในการปรับปรุง สามารถระบุผ่านการทบทวนขั้นตอนการ ปฏิบัติ การใช้นโยบาย วัตถุประสงค์โดย รวม ผลการตรวจประเมิน การทบทวน การบริหาร คำ�แนะนำ�จากบุคลากร การ ประเมินความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และผลการทดสอบความชำ�นาญ 8.6.2 ห้องปฏิบตั กิ ารต้องได้รบั ข้อเสนอ แนะจากลูกค้าทัง้ ในทางบวกและลบ ข้อเสนอ แนะต้องมีการวิเคราะห์และใช้เพือ่ ปรับปรุง ระบบการบริหาร กิจกรรมของห้องปฏิบัติ การและการบริการลูกค้า หมายเหตุ: ตัวอย่างประเภทของข้อ เสนอแนะได้แก่การสำ�รวจความพึงพอใจ ของลูกค้า บันทึกการสื่อสารและรายงาน การทบทวนร่วมกับลูกค้า 8.7 การแก้ไข 8.7.1 เมื่อเกิดสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อ กำ�หนด ห้องปฏิบตั กิ ารต้องดำ�เนินการดังนี้ a. ตอบสนองต่อสิง่ ทีไ่ ม่เป็นไปตาม ข้อกำ�หนดอย่างเหมาะสม - ดำ�เนินการควบคุมและแก้ไข - ระบุผลที่ตามมา (สิ่งที่มีนัย สำ�คัญ) b. ประเมินมีความต้องการกำ�จัด สาเหตุของการไม่เป็นไปตามข้อกำ�หนดเพือ่ ไม่ให้เกิดซ้ำ�หรือการเกิดขึ้นที่จุดอื่น - การทบทวนและวิเคราะห์สงิ่ ที่ ไม่เป็นไปตามข้อกำ�หนด - การกำ�หนดสาเหตุของการไม่ เป็นไปตามข้อกำ�หนด - การกำ�หนดหากมีสิ่งที่ไม่เป็น ไปตามข้อกำ�หนดในลักษณะเดียวกันเกิด ขึ้น หรือมีโอกาสเกิดขึ้น 18

www.innolabmagazine.com

c. ปรับใช้การปฏิบัติที่จำ�เป็น d. ทบทวนประสิทธิภาพของการ แก้ไขใดๆ ที่ใช้ e. ปรับปรุงการกำ�หนดความเสี่ยง และโอกาสเกิดความเสีย่ งระหว่างการวางแผน หากจำ�เป็น f. ทำ�การเปลี่ยนแปลงระบบการ บริหาร หากจำ�เป็น หลักการของการแก้ไขยังคงเป็นมาตรฐาน เดิม อย่างไรก็ตาม ข้อกำ�หนดตามระบบ คุณภาพ ISO/IEC 17025: 2005 ถูกทำ�ให้ เรียบง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงหลักคือจะ ต้องระบุผลกระทบของสิ่งที่ไม่เป็นไปตาม ข้อกำ�หนดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง และโอกาสเกิดความเสี่ยง 8.9 การทบทวนการบริหาร 8.9.1 การบริหารห้องปฏิบัติการต้อง ทบทวนระบบการบริหารทีใ่ ช้ในช่วงเวลาตาม แผน เพือ่ ทำ�ให้มนั่ ใจว่ายังคงมีความเหมาะ สม เพียงพอ และมีประสิทธิภาพอย่างต่อ เนื่อง รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ที่ ประกาศที่เกี่ยวข้องตามเอกสาร 8.9.2 ข้อมูลของการทบทวนการ บริหารต้องมีการบันทึกและต้องมีข้อมูลท่ี เกี่ยวข้องต่อไปนี้ a. การเปลี่ยนแปลงและปัจจัย ภายนอกที่เกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการ b. การบรรลุวัตถุประสงค์ c. ความเหมาะสมของนโยบาย และขั้นตอน d. สถานะของการปฏิบัติจากการ ทบทวนการบริหารครั้งก่อนหน้า e. ผลที่ได้จากการตรวจประเมิน ภายในที่ผ่านมา f. การแก้ไข g. การประเมินของหน่วยงานภายนอก h. การเปลี่ยนแปลงปริมาณและ ประเภทของงานหรือความหลากหลายของ กิจกรรมของห้องปฏิบัติการ i. ข้อเสนอแนะของลูกค้าและบุคลากร j. ข้อร้องเรียน k. ประสิทธิภาพของการปรับปรุง การปรับใช้ใดๆ l. ความเพียงพอของทรัพยากร m. ผลของการระบุความเสี่ยง n. ผลทีไ่ ด้จากการรับประกันความ เชื่อถือได้ของผลลัพธ์

o. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น กิจกรรมการตรวจติดตามและการฝึกอบรม ข้อกำ�หนดการทบทวนการบริหารจำ�เป็น ต้องเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เนือ้ หาในการ ทบทวนถูกขยายให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะใน ข้อ a) b) d) k) และ m) 7.8.6 การประกาศการเป็นไปตามข้อ กำ�หนด 7.8.6.1 เมือ่ กำ�หนดให้มกี ารประกาศ ความเป็นไปตามข้อกำ�หนดเฉพาะหรือ มาตรฐาน ห้องปฏิบตั กิ ารต้องบันทึกกฎของ การตัดสินใจที่ใช้ โดยพิจารณาระดับของ ความเสี่ยง (เช่น การยอมรับที่ผิดพลาด หรือการปฏิเสธที่ผิดพลาด และสมมติฐาน ทางสถิต)ิ ทีเ่ กีย่ วข้องกับกฎการตัดสินใจที่ ใช้และการใช้กฎการตัดสินใจ หมายเหตุ: เมือ่ กฎการตัดสินใจกำ�หนด โดยลูกค้า กฎหมาย หรือมาตรฐานอ้างอิง ร่วม ไม่จ�ำ เป็นต้องพิจารณาระดับของความ เสี่ยงอีก 


Risk is a necessary part of doing business, and in a world where enormous amounts of data are being processed at increasingly rapid rates, identifying and mitigating risks is a challenge for any company. It is no wonder then that many contracts and insurance agreements require solid evidence of good risk management practice.

ISO 31000 provides a risk management framework that supports all activities, including decision making across all levels of the organization. The ISO 31000 framework and its processes should be integrated with management systems to ensure consistency and the effectiveness of management control across all areas of the organization. This would include strategy and planning, organizational resilience, IT, corporate governance, HR, compliance, quality, health and safety, business continuity, crisis management and security. Benefits for Business

ISO 31000 helps organizations develop a risk management strategy to effectively identify and mitigate risks, thereby enhancing the likelihood of achieving their objectives and increasing the protection of their assets. Its overarching goal is to develop a risk management culture where employees and stakeholders are aware of the importance of monitoring and managing risk. Implementing ISO 31000 also helps organizations see both the positive opportunities and negative consequences associated with risk, and allows for more informed, and thus more effective, decision making, namely in the allocation of resources. It can be an active component in improving an organization’s governance and, ultimately, its performance. Why was it Revised?

All ISO standards are reviewed

every five years and then revised if needed. This helps ensure they remain relevant, useful tools for the marketplace. A revised version of ISO 31000 was published in 2018 to take into account the evolution of the market and new challenges faced by business and organizations since the standard was first released in 2009. ISO 31000:2018 delivers a clearer, shorter and more concise guide that will help organizations use risk management principles to improve planning and make better decisions. One example of this is the increased complexity of economic systems and emerging risk factors such as digital currency, both of which can present new and different types of risks to an organization on an international scale. What are the Main Differences?

ISO 31000:2018 provides more strategic guidance than ISO 31000:2009 and places more emphasis on both the involvement of senior management and the integration of risk management into the organization. This includes the recommendation to develop a statement or policy that confirms a commitment to risk management, assigning authority, responsibility and accountability at the appropriate levels within the organization and ensuring that the necessary resources are allocated to managing risk. The revised standard now also recommends that risk management be part of the organization’s structure, processes, objectives,

strategy and activities. It places a greater focus on creating value as the key driver of risk management and features other related principles such as continual improvement, the inclusion of stakeholders, being customized to the organization and consideration of human and cultural factors. The content has been streamlined to reflect an open systems model that regularly exchanges feedback with its external environment in order to fit a wider range of needs and contexts. The key objective is to make things clearer and easier, using plain language to define the fundamentals of risk management in a way that the reader will find easier to comprehend. Following are the main changes since the previous edition:  Review of the principles of risk management, which are the key criteria for its success  Focus on leadership by top management who should ensure that risk management is integrated into all organizational activities, starting with the governance of the organization  Greater emphasis on the iterative nature of risk management, drawing on new experiences, knowledge and analysis for the revision of process elements, actions and controls at each stage of the process  Streamlining of the content with greater focus on sustaining an open systems model that regularly exchanges feedback with its external environment to fit multiple needs and contexts Nov-Dec

19


Risk Management According to ISO/IEC 17025

The new clause added to the standard, is covering risks and opportunities associated with the laboratory activities. The updated version of the standard ISO/IEC 17025: 2017 lists significant areas of laboratory work. These activities include the integration of risk management processes into the organization’s decision-making processes Controls and quality assurance systems are designed to provide tools for managing various professional works. These systems provide tools for the regular examination of the activities that may affect the professional work processes, and the assimilation of the risk management system in the decision-making process. What does the Standard require (related to risk)?

8.5 Actions to address risks and opportunities 8.5.1 The laboratory shall consider the risks and opportunities associated with the laboratory activities in order to: a. give assurance that the management system achieves its intended results; b. enhance opportunities to achieve the purpose and objectives of the laboratory; c. prevent, or reduce, undesired impacts and potential failures in the laboratory activities; d. achieve improvement. 8.5.2 The laboratory shall plan: a. actions to address these risks and opportunities; b. how to: - integrate and implement the actions into its management 20

www.innolabmagazine.com

system;

- evaluate the effectiveness of these actions. Note: Although this document specifies that the organization plan actions to address risks, there is no requirement for formal methods for risk management or a documented risk management process. Laboratories can decide whether or not to develop a more extensive risk management methodology than is required by this document, e.g. through the application of other guidance or standards. 8.5.3 Actions taken to address risks and opportunities shall be proportional to the potential impact on the validity of laboratory results. Note 1: Options to address risks can include identifying and avoiding threats, taking risk in order to pursue an opportunity, eliminating the risk source, changing the likelihood or consequences, sharing the risk, or retaining risk by informed decision. Note 2: Opportunities can lead to expanding the scope of the laboratory activities, addressing new customers, using new technology and other possibilities to address customer needs - Addressing both risks and opportunities establishes a basis for increasing the effectiveness of the management system, achieving improved results and preventing negative effects. - The laboratory is responsible for deciding which risks and opportunities need to be addressed. There is no requirement for a formal process or documented procedure for risk management. 7.10 Nonconforming work 7.10.1 The laboratory shall have a procedure that shall be implemented

when any aspect of its laboratory activities or results of this work do not conform to its own procedures or the agreed requirements of the customer (e.g. equipment or environmental conditions are out of specified limits, results of monitoring fail to meet specified criteria). The procedure shall ensure that: a. the responsibilities and authorities for the management of nonconforming work are defined; b. actions (including halting or repeating of work and withholding of reports, as necessary) are based upon the risk levels established by the laboratory; c. an evaluation is made of the significance of the nonconforming work, including an impact analysis on previous results; d. a decision is taken on the acceptability of the nonconforming work; e. where necessary, the customer is notified and work is recalled; f. the responsibility for authorizing the resumption of work is defined. 8.6 Improvement 8.6.1 The laboratory shall identify and select opportunities for improvement and implement any necessary actions. Note: Opportunities for improvement can be identified through the review of the operational procedures, the use of the policies, overall objectives, audit results, corrective actions, management review, suggestions from personnel, risk assessment, analysis of data, and proficiency testing results. 8.6.2 The laboratory shall seek feedback, both positive and negative, from its customers. The


feedback shall be analyzed and used to improve the management system, laboratory activities and customer service. Note: Examples of the types of feedback include customer satisfaction surveys, communication records and review of reports with customers.

The principle of corrective action remain the same the standard, however, the prescriptive nature of the requirements in ISO/IEC 17025: 2005 have been simplified. A key change is that the impact of any nonconformity in relation to risks and opportunities must be determined.

8.7 Corrective action 8.7.1 When nonconformity occurs, the laboratory shall: a. react to the nonconformity and, as applicable — take action to control and correct it; — address the consequences (Significances); b. evaluate the need for action to eliminate the cause(s) of the nonconformity, in order that it does not recur or occur elsewhere, - reviewing and analysing the nonconformity; - determining the causes of the nonconformity; - determining if similar nonconformities exist, or could potentially occur; c. implement any action needed; d. review the effectiveness of any corrective action taken; e. update risks and opportunities determined during planning, if necessary; f. make changes to the management system, if necessary;

8.9 Management review 8.9.1 The laboratory management shall review its management system at planned intervals, in order to ensure its continuing suitability, adequacy and effectiveness, including the stated policies and objectives related to the fulfillment of document. 8.9.2 The inputs to management review shall be recorded and shall include information related to the following: a. changes in internal and external issues that are relevant to the laboratory; b. fulfillment of objectives; c. suitability of policies and procedures; d. status of actions from previous management reviews; e. outcome of recent internal audits; f. corrective actions; g. assessments by external bodies; h. changes in the volume and type of the work or in the range of laboratory activities;

i. customer and personnel feedback; j. complaints; k. effectiveness of any implemented improvements; l. adequacy of resources; m. results of risk identification; n. outcomes of the assurance of the validity of results; o. other relevant factors, such as monitoring activities and training. The management review requirements are essentially the same, however, the elements to review have been expanded, notably points a), b), d), k) and m). 7.8.6 Reporting statement of conformity 7.8.6.1 When a statement of conformity to a specification or standard is provided, the laboratory shall document the decision rule employed, taking into account the level of risk (such as false accept and false reject and statistical assumptions) associated with the decision rule employed and apply the decision rule. Note: Where the decision rule is prescribed by the customer, regulations or normative documents, a further consideration of the level of risk is not necessary. 

Article info  Etty Feller. 2018. Risk Management According to ISO/IEC 17025. ISRAC-Israel Laboratory Accreditation Authority. The 21st Annual Meeting of the Israel Analytical Chemistry Society. January 23-24, 2018  ISO. 2018. ISO 31000, Risk management. February 2018.  ISO. 2018. ISO 31000:2018 Risk management - Guideline  ISO. 2017. ISO 17025:2017 General requirement for the competence of testing and calibration laboratories  Pensri Rodma. 2018. Risk management and Opportunity (ISO/IEC 17025: 2017). Presentation.  Sandrine Tranchard. 2018. The new ISO 31000 keeps risk management simple. All about ISO; News. 15 February 2018. Website: www.iso.org/news/ref2263.html Nov-Dec

21


RESEARCH & DEVELOPMENT

Personalized Probiotics

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

โพรไบโอติกเป็นแบคทีเรียและยีสต์มช ี ว ี ต ิ ทีส ่ นับสนุนให้มส ี ข ุ ภาพทีด ่ ี มีความเชือ ่ ว่าโพรไบโอติกช่วยคืนความสมดุลตาม ธรรมชาติของแบคทีเรียในกระเพาะอาหารและลำ�ไส้ทถ ี่ ก ู ทำ�ลายจากอาการเจ็บป่วยและการรักษาโรค การให้ผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารที่มีแบคทีเรียโพรไบโอติกที่มีชีวิต การรักษาโดยใช้โพรไบโอติก ทำ�ให้ตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การ คาดการณ์ลา่ สุดเสนอว่าผูใ้ หญ่ในสหรัฐอเมริกา 3.9 ล้านคน กินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทีม ่ ส ี ารอาหารพรีไบโอติกหรือ จุลินทรีย์โพรไบโอติก ในขณะที่สถานพยาบาล 60% สั่งอาหารเสริมโพรไบโอติกให้ผู้ป่วยของตน ทำ�ให้โพรไบโอติกเป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการบริโภคมากที่สุด เหตุผลที่ผู้ที่มีสุขภาพดีกินโพรไบโอติก ได้แก่ การลดอาการเจ็บป่วย ของลำ�ไส้ (GI) เป็น “การเสริม” ระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคติดเชื้อ ป้องกันโรคทางคาร์ดิโอเมตาบอลิก

อย่างไรก็ตาม พรีไบโอติกต้องการการ รับรองเพิม่ เติมทีม่ าจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เกี่ยวกับผลกระทบต่อมนุษย์ เช่นเดียวกัน กับประสิทธิผลในการรักษาโรคติดเชือ้ หรือ สภาวะเจ็บป่วยยังเป็นข้อถกเถียงอยู่มาก เช่น กลุ่มอาการคาร์ดิโอเมตาบอลิกหรือ โรคลำ�ไส้อักเสบ และการศึกษาบางชิ้นได้ รายงานพยาธิสภาพหรือการตายทีเ่ กีย่ วข้อง กับโพรไบโอติก ที่สำ�คัญ ผลกระทบไม่พึง ประสงค์ทเี่ กีย่ วข้องกับการบริโภคโพรไบโอติก อาจไม่มรี ายงานผลการทดลองในระดับคลินกิ หน่วยงานทางการแพทย์ต่างประเทศ เช่น หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่ง สหภาพยุโรป (EFSA) หรือองค์การอาหาร และยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) จึง ปฏิเสธการรับรองตำ�รับโพรไบโอติกในฐานะ 22

www.innolabmagazine.com

การใช้รักษาโรคและมักจัดให้อยู่ในกลุ่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยการพิจารณา เน้นไปที่ความปลอดภัย การมีชีวิตอยู่ของ จุลนิ ทรียโ์ พรไบโอติกเมือ่ ผ่านลำ�ไส้และมีผล ต่อรสชาติของอาหารน้อย แทนที่จะแสดง หลักฐานผลการเสริมสร้างสุขภาพทีเ่ ป็นรูป ธรรมและสามารถทำ�ซ้ำ�ได้ ตลาดโพรไบโอติก

ตลาดโพรไบโอติกทัว่ โลกมีมลู ค่า 46,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2560 ตลาด ขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์อันแข็งแกร่งของ ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกที่เน้นสุขภาพจาก กลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะผู้บริโภคที่มีอายุ น้อย โพรไบโอติกเป็นส่วนหนึ่งในอาหาร และเครือ่ งดืม่ ฟังก์ชนั นอลและเป็นทีร่ จู้ กั ใน

ด้านการช่วยปรับปรุงการทำ�งานของลำ�ไส้ พร้อมมอบผลประโยชน์อนื่ ๆ เช่น ช่วยเพิม่ ภูมิคุ้มกัน เป็นต้น โพรไบโอติกเป็นแรงผลักดันที่สำ�คัญ อย่ า งมากในการเติ บโตของผลิ ต ภั ณ ฑ์ เสริมอาหารที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพของ ระบบย่อยอาหารของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม อายุ แสดงให้เห็นความสำ�คัญและความ ตระหนักของผู้คนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริม อาหาร โพรไบโอติกได้กา้ วสูพ่ นื้ ทีน่ อกเหนือ จากสุขภาพระบบย่อยอาหารเข้าสูป่ ระโยชน์ ต่อภูมิคุ้มกัน สุขภาพผู้หญิง สุขภาพช่อง ปาก สุขภาพผิวหนัง การควบคุมน้ำ�หนัก และโรคเบาหวาน ความทนทานในการเล่น กีฬา และการเชือ่ มโยงระหว่างทางลำ�ไส้และ สมอง (gut-muscle axis) และสุขภาพ


หลอดเลือดหัวใจ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มฟังก์ชันนอล มีสัดส่วนรายได้สูงที่สุด (83.2%) ใน ปี 2560 เนื่องจากมีแอปพลิเคชันต่างๆ มากมายในอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนัน้ โพรไบโอติกยังใช้เป็นส่วนผสมสารอาหาร ของสัตว์ปีก หมู สัตว์น้ำ� และปศุสัตว์อีก ด้วย การใช้ในสัตว์มีจุดประสงค์เพื่อลด ความเสีย่ งของโรคและให้ผลประโยชน์ดา้ น สุขภาพ เช่น สุขภาพลำ�ไส้ เป็นต้น กลุ่ม อาหารสัตว์เป็นกลุม่ ทีค่ าดว่าจะมีการเติบโต อย่างรวดเร็วในอนาคต การศึกษา

กลุ่ ม นั ก วิ ท ยาศาสตร์ จ ากสถาบั น วิทยาศาสตร์ไวซ์มนั น์ ประเทศอิสราเอล นำ� โดย ดร. อีราน อีลินาฟ ได้ตรวจสอบชนิด ของไมโครไบโอม (จุลนิ ทรียป์ ระจำ�ถิน่ ทีอ่ ยู่ ในร่างกายมนุษย์) ในเยือ่ เมือก ลำ�ไส้ และ อุจจาระ ตลอดความยาวของลำ�ไส้ของหนู ขาวและมนุษย์ พวกเขาแสดงให้เห็นว่าการ ตรวจสอบเฉพาะจุลินทรีย์อุจจาระเพื่อใช้ เป็นตัวแทนของจุลินทรีย์ในเยื่อเมือกของ ทางเดินอาหารและบทบาทของจุลินทรีย์ เหล่านี้ให้ผลลัพธ์จำ�กัด ในทางตรงกัน ข้าม การเก็บตัวอย่างโดยตรงจากลำ�ไส้ของ หนูขาวและมนุษย์ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบ โพรไบโอติกที่ผ่านทางลำ�ไส้ไปสู่อุจจาระ กลับพบว่ามีการแข่งขันกันของโพรไบโอติก กับไมโครไบโอมทีเ่ จริญเต็มทีอ่ ยูแ่ ล้วตลอด ช่วงลำ�ไส้ (ในหนู) หรือความต้านทานการ เจริญของโพรไบโอติกที่ขึ้นกับบุคลล สาย พันธุ์ และลำ�ไส้แต่ละช่วง (ในมนุษย์) ระดับ ของการแข่งขันส่งผลอย่างมีนยั สำ�คัญต่อผล ของโพรไบโอติกต่อองค์ประกอบ ฟังก์ชัน และการแสดงออกของยีนของโฮสต์ของ

ไมโครไบโอมในเยื่อเมือก ในมนุษย์ ความ สามารถในการเจริญในเยื่อเมือกลำ�ไส้จะ สัมพันธ์กับลักษณะการถอดรหัสพื้นฐาน และลักษณะของไมโครไบโอมแต่ไม่มคี วาม สัมพันธ์กบั ระดับของโพรไบโอติกในอุจจาระ ดีและมีประโยชน์?

ทีมวิจยั ระบุวา่ อาหารทีม่ โี พรไบโอติกเกือบ จะไร้ประโยชน์ การศึกษาของพวกเขาเป็น หนึ่งในงานที่วิเคราะห์ในรายละเอียดมาก ทีส่ ดุ ว่าเกิดอะไรขึน้ เมือ่ บริโภคโพรไบโอติก พวกเขาเห็นว่าโพรไบโอติกมีประโยชน์ต่อ ลำ�ไส้ แต่ผลจากการทดลองพบว่าโพรไบโอ ติกไม่มปี ระโยชน์ตอ่ ร่างกายเลยหรือมีเพียง เล็กน้อย นักวิจยั พบว่าโพรไบโอติกต้องปรับ ให้เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคล พวกเขาผสมโพรไบโอติกแบบ ‘ค็อกเทล’ ประกอบด้วยเชื้อแบคทีเรียที่ดีจำ�นวน 11 สายพันธุ์ ซึ่งรวมทั้งจีนัส Lactobacillus และ Bifidobacteria แล้วให้อาสาสมัคร สุขภาพดี จำ�นวน 25 คน กินนาน 1 เดือน ปล่อยให้พกั ตัวแล้วเก็บตัวอย่างด้วย การเจาะช่องท้องหลายตำ�แหน่งเพื่อเก็บ ตัวอย่างส่วนกระเพาะ และลำ�ไส้ใหญ่และ ลำ�ไส้เล็ก นักวิจัยต้องการดูว่าแบคทีเรียมี การขยายตัวสร้างโคโลนีส�ำ เร็จหรือไม่ และ ดูว่าแบคทีเรียสามารถทำ�ให้กิจกรรมของ ลำ�ไส้เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ ผลการศึกษาทีต่ พี มิ พ์ในวารสาร Cell แสดงให้ เ ห็ น ว่ าในอาสาสมั ค รครึ่ ง หนึ่ ง แบคทีเรียที่รับทางการกินจะผ่านตรงออก ทางทวารหนัก ส่วนอาสาสมัครทีเ่ หลือ พบ ว่าโพรไบโอติกมีชีวิตอยู่ในระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะถูกจุลินทรีย์ชนิดอื่นที่มีอยู่แล้ว เติบโตจนมีแย่งที่อยู่ไป แบคทีเรียนับล้าน ล้านเซลล์อาศัยประจำ�ถิ่นบนเยื่อบุลำ�ไส้

และแต่ละบุคคลจะมีแบคทีเรียแตกต่างกัน ที ม วิ จั ย มองหาผลกระทบของ โพรไบโอติกหลังจากการใช้ยาปฏิชีวนะ อีกด้วย โดยยาจะกำ�จัดแบคทีเรียทั้งที่ดี และไม่ดี การทดลองของพวกเขาใช้อาสา สมัคร 46 คน พบว่าโพรไบโอติกจะทำ�ให้ แบคมีเรียประจำ�ถิ่นเพิ่มจำ�นวนกลับคืน ช้าลง ซึ่งตรงกันข้ามกับความเชื่อปัจจุบัน ที่ระบุว่าโพรไบโอติกไม่มีอันตรายและเป็น ประโยชน์ต่อทุกคน ผลที่ได้เหล่านี้แสดง ให้เห็นผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ของการ ใช้โพรไบโอติกร่วมกับยาปฏิชีวนะซึ่งอาจ ส่งผลกระทบในระยะยาว การจำ�แนกจุลนิ ทรียพ์ นื้ ฐานและปัจจัย ของแต่ละบุคคลเปิดโอกาสให้สามารถทำ�นาย ผลการตรวจสอบคุณลักษณะของไมโครไบ โอมว่าอยูส่ ถานะทีย่ อมให้โพรไบโอติกเจริญ ได้ (permissive) หรือสถานะต้านทาน (resistant) ในกลุม่ ตัวอย่างทีใ่ หญ่ขนึ้ และ เป็นการเสนอให้พิจารณาเปลี่ยนความเชื่อ ที่ใช้การออกแบบโพรไบโอติก “แบบเดียว สำ�หรับทุกคน” ไปสูก่ ารใช้โพรไบโอติกทีข่ นึ้ อยูก่ บั ผูบ้ ริโภค วิธกี ารวัดค่าเป็นหลักทำ�ให้ การรวมเอาคุณลักษณะทีจ่ �ำ เพาะต่อบุคคล ในการรักษาด้วยโพรไบโอติกที่ออกแบบ สำ�หรับบุคคลในบริบททางคลินกิ ทีแ่ ตกต่าง กัน ผลทีไ่ ด้คอื โอกาสในการควบคุมการหา ลำ�ดับแบบใหม่และวิธีวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่มีข้อได้เปรียบจากความผันแปร ระหว่างบุคคล ในการรักษาที่เหมาะสม ทำ�ให้แบคทีเรียเจริญและอาศัยอย่างถาวร ส่งผลกระทบต่อเยือ่ เมือกลำ�ไส้ของโฮสต์ใน ภาวะสมดุลและกระทบต่อสภาวะทีเ่ กีย่ วกับ ไมโครไบโอมอันหลากหลาย 

Probiotics are live bacteria and yeasts promoted as having various health benefits. Probiotics are thought to help restore the natural balance of bacteria in stomach and intestines when it has been disrupted by an illness or treatment. Dietary live bacteria supplementation, collectively termed probiotic therapy, constitutes a continuously growing market. Recent estimates suggest that 3.9 million adults in the US consume prebiotic or probiotic supplements, while up to 60% of healthcare providers prescribe probiotics to their patients, making probiotics one of the most commonly consumed dietary supplements. Rationales for probiotics consumption by healthy individuals include alleviation of gastrointestinal (GI) symptoms, ‘‘fortification’’ of the immune system, protection against infectious diseases, prevention of cardio-metabolic disease, mental and behavioral augmentation, and promotion of wellbeing. Nov-Dec

23


However, there is great need in additional evidence-based proof of such probiotics impacts in humans. Similarly, the efficacy of probiotics in treating infections or existing conditions such as cardiometabolic or inflammatory bowel diseases remains highly debated, and some studies have even reported probiotics-associated morbidity and mortality. Importantly, adverse effects associated with probiotic consumption may be underreported in clinical trials. Medical authorities, such as the European Food Safety Authority (EFSA) or the US Food and Drug Administration (FDA), have therefore declined to approve probiotic formulations as medical intervention modalities, and they are often classified as dietary supplements, emphasizing their safety, viability during passage through the GI tract and lack of impact on food taste, rather than providing concrete and reproducible evidence of health-promoting effects. Probiotics Market

The global probiotic market was valued at 46.54 billion USD in 2017. The market is driven by robust demand for health-based products, like probiotics, among consumers, especially the younger generations. Probiotics are part of functional foods and beverages, and are known for improving gut functionality, along with other benefits, including 24

www.innolabmagazine.com

immunity boost and so on. Probiotics are a driving force within the booming digestive health supplement category, and they are being consumed by people of all age groups. This shows the importance and awareness among people for probiotic supplements. Probiotics are moving beyond digestive health to immunity, feminine health, oral health, skin health, weight control and diabetes, cognitive health, sport endurance, and gut-brain axis, gut-muscle axis and cardiovascular health. The functional food and beverage segment accounted for the highest revenue share (83.2%) in 2017 as it has various

applications in the food industry. Probiotics are also being used as additives in poultry, pig nutrition, aquaculture, and ruminant nutrition to reduce the risk of diseases and provide health benefits, like gut health, etc. Animal feed segmented is also projected to grow rapidly in the future. The Study

A group of scientists at the Weizmann Institute of Science in Israel leading by Dr. Eran Elinav profiled the homeostatic mucosal, luminal, and fecal microbiome along the entirety of the gastrointestinal tract of mice and humans. They


demonstrated that solely relying on stool sampling as a proxy of mucosal GI composition and function may yield limited conclusions. In contrast, direct gastrointestinal sampling in mice and humans indicated that the examined probiotics readily passed through the gastrointestinal tract into stool, but encountered along the way a near-universal microbiome-mediated mucosal colonization resistance (in mice) or a person-, strain- and regionspecific colonization resistance (in humans), the level of which significantly impacted probiotics effects on the indigenous mucosal microbiome composition, function, and host gene expression profile. In humans, individualized gut mucosal colonization capacity correlated with base-line host transcriptional and microbiome characteristics, but not with stool levels of probiotics during consumption. It’s Good and Beneficial?

The research team claims foods that are packed with probiotics are almost useless. Their study is among the most detailed analyses of what happens when ones consume probiotics. They are seen as healthy and good for the gut, but the results found

they had little or no effect inside the body. The researchers found that probiotics need tailoring to the needs of each individual. They made their own probiotic cocktail using 11 common good bacteria including strains of Lactobacillus and Bifidobacteria. It was given to 25 healthy volunteers for a month. They were then sedated and samples were surgically taken from multiple places in the stomach and small and large intestines. The researchers were looking to see where bacteria successfully colonized and whether they led to any changes in the activity of the gut. The result published in the journal Cell, showed in half of cases the good bacteria went in the mouth and straight out the other end. In the rest, they lingered briefly before being crowded out by existing microbes. Trillions of bacteria call the lining of guts home and everyone has a different mix of microbial inhabitants. The research team also looked at the impact of probiotics after a course of antibiotics, which wipe out both good and bad bacteria. Their trial on 46 people showed it led to delays in the normal healthy bacteria re-establishing themselves. Contrary to the current dogma that

probiotics are harmless and benefit everyone, these results reveal a new potential adverse side effect of probiotic use with antibiotics that might even bring long-term consequences. The identified baseline microbial and host factors potentially enabling prediction of a probiotics-permissive or –resistant state merit validation in larger cohorts and call for consideration of a transition from an empiric ‘‘one size fits all’’ probiotics regimen design, to one which is based on the consumer. Such a measurement-based approach would enable integration of person-specific features in tailoring particular probiotics interventions for a particular person at differing clinical contexts. The results is an opportunity to harness next-generation sequencing and associated analytics, while taking advantage of inter-individual variability, in devising therapies enabling persistent live-bacteria colonization impacting the host gut mucosa in homeostasis and a variety of microbiome-associated conditions. 

Article info  James Gallagher. 2018. Probiotics Labelled ‘Quite Useless’. BBC News. Health. September 8, 2018.  Mordor Intelligence. 2018. Probiotics Market - Growth, Trends and Forecasts (2018 - 2023). Industry Reports; Food & Beverage.  Niv Zmora et al. 2018. Personalized Gut Mucosal Colonization Resistance to Empiric Probiotics Is Associated with Unique Host and Microbiome Features. Cell. September 6, 2018; 74(6): 1388-1405.  NHS. 2016. Probiotics. Health A-Z. Retrieved on November 1, 2018. Website: www.nhs.uk/conditions/probiotics Nov-Dec

25


REGULATIONS

SI Units: Redefined

Photo info: www.bipm.org

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศหรือเอสไอคือหน่วยวัดที่มาจากหน่วยพื้นฐาน ได้แก่ วินาที เมตร กิโลกรัม แอมแปร์ เคลวิน โมล และแคนเดลา ได้มก ี ารทบทวนแก้ไขในเดือนพฤศจิกายน 2561 ด้วยการปรับปรุงนิยามของหน่วยกิโลกรัม แอมแปร์ เคลวิน และโมล โดยทีป ่ ระชุมใหญ่วา่ ด้วยการชัง ่ ตวงวัด (CGPM) หน่วยงานนานาชาติทรี่ บ ั ผิดชอบด้านความ เปรียบเทียบกันได้ (comparability) ของการวัดทัว ่ โลก นิยามทีป ่ รับปรุงใหม่จะใช้คา่ คงทีท ่ างฟิสก ิ ส์เจ็ดค่าเป็นพืน ้ ฐาน จึงทำ�ให้มค ี วามเสถียรตามธรรมชาติ ปริมาณทีเ่ ลือกเป็นนิยามทีป ่ รับปรุงใหม่ไม่จ�ำ เป็นต้องแก้ไขตามการพัฒนาของ เทคโนโลยีที่ใช้วัดค่า การเปลี่ยนแปลงนิยามของโลก

ในการตัดสินใจครั้งสำ�คัญ ประเทศ สมาชิกของสำ�นักงานชั่งตวงวัดระหว่าง ประเทศ (BIPM) ได้ลงมติในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เพื่อปรับปรุงระบบ หน่วยวัดระหว่างประเทศด้วยการเปลี่ยน นิยามของหน่วยกิโลกรัม แอมแปร์ เคลวิน และโมล การตัดสินใจนี้ทำ�ให้หน่วยเอสไอ ทั้งหมดจะถูกกำ�หนดในเทอมของค่าคงที่ ทีม่ าจากค่าทีม่ อี ยูใ่ นธรรมชาติ เป็นการรับ ประกันความเสถียรในอนาคตและเปิดโอกาส ในการใช้เทคโนโลยีใหม่ซงึ่ รวมถึงเทคโนโลยี ควอนตัมมาปรับใช้กับนิยามเหล่านี้ หน่วยเอสไอพื้นฐานทั้งสี่หน่วยกำ�หนด นิยามใหม่ในเทอมของค่าคงที่ นิยามใหม่ จะใช้ค่าคงที่ของพลังค์ (h) ประจุมูลฐาน (e) ค่าคงที่โบลต์ซมันน์ (k) และค่าคงที่ อาโวกาโดร (NA) จากนัน้ นิยามของหน่วย 26

www.innolabmagazine.com

เอสไอพืน้ ฐานทัง้ เจ็ดหน่วยจะแสดงค่าโดยใช้ สมการของค่าคงทีอ่ ย่างชัดแจ้ง (explicitconstant) และจะกำ�หนดแนวทางปฏิบตั ิ (mises en pratique) เพื่อการวัดค่าจริง ตามนิยามใหม่ของหน่วยเอสไอพืน้ ฐานเหล่า นีด้ ว้ ยวิธที เี่ ป็นไปได้ นิยามใหม่นจ้ี ะถูกบังคับ ใช้ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 ข้อมูลบาง ประการเกีย่ วกับผลกระทบทีจ่ ะเกิดจากการ เปลี่ยนแปลงนิยามดังกล่าว มีดังต่อไปนี้  หน่วยกิโลกรัม จะนิยามใหม่ด้วย เทอมของค่าคงที่ของพลังค์เพื่อรับประกัน ความเสถียรในระยะยาวของหน่วยวัดน้ำ� หนักเอสไอ หน่วยกิโลกรัมสามารถวัดได้โดย วิธีการที่เหมาะสมใดๆ เช่น ตาชั่งคิบเบิล (วัตต์) หรือวิธีอาโวกาโดร (วัดความหนา แน่นของของผลึกคริสตัลด้วยรังสีเอกซเรย์) ผูใ้ ช้สามารถสอบกลับไปสูห่ น่วยเอสไอจาก แหล่งเดียวกับทีใ่ ช้กนั อยูใ่ นปัจจุบนั (BIPM

หรือสถาบันมาตรวิทยาและห้องปฏิบตั กิ าร ที่ได้รับการรับรอง) การเปรียบเทียบระดับ นานาชาติท�ำ ให้มคี วามสม่�ำ เสมอ การเลือก ใช้คา่ ของค่าคงทีข่ องพลังค์เพือ่ ทำ�ให้มนั่ ใจ ได้วา่ จะไม่มกี ารเปลีย่ นแปลงของหน่วยกิโล กรัมเอสไอเมือ่ มีการกำ�หนดนิยามใหม่ ส่วน ค่าความไม่แน่นอน (uncertainties) ที่ สถาบันมาตรวิทยาระดับประเทศ (NMI) แจ้งลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบ  หน่วยแอมแปร์และหน่วยทางไฟฟ้า อื่นๆ เป็นที่ทราบว่าเป็นระดับทางมาตร วิทยาที่สูงที่สุด จะมีคำ�นิยามที่สม่ำ�เสมอ อย่างครบถ้วน การเปลีย่ นแปลงนับจากการ แก้ไขคำ�นิยามในปี 2533 จะส่งผลให้หน่วย ทางไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลง เพียงเล็กน้อย ผูใ้ ช้หน่วยวัดเหล่านีส้ ว่ นใหญ่ จะไม่มีความจำ�เป็นในการดำ�เนินการใดๆ เนือ่ งจากค่าโวลต์จะมีการเปลีย่ นแปลงเพียง


0.1 ส่วนในล้านส่วน และค่าโอห์มจะมีการ เปลี่ยนแปลงน้อยกว่านั้น ผู้ใช้หน่วยวัดที่ ความแม่นยำ�สูงสุดอาจต้องการปรับค่าของ มาตรฐานขอบพวกเขาและทบทวนค่าใช้จา่ ย จากความไม่แน่นอนในการวัด  หน่วยเคลวิน จะกำ�หนดนิยามใหม่ ทีไ่ ม่สง่ ผลกระทบต่อวิธกี ารวัดอุณหภูมหิ รือ ความสามารถในการสอบกลับของการวัด ค่าอุณหภูมิ และผู้ใช้ส่วนใหญ่จะไม่สังเกต การเปลี่ยนแปลง การกำ�หนดนิยามใหม่ เป็นการวางพื้นฐานสำ�หรับการปรับปรุงใน อนาคต นิยามทีป่ ราศจากข้อจำ�กัดทางวัสดุ และเทคโนโลยีทำ�ให้มีการพัฒนาเทคนิค ใหม่ที่มีความถูกต้องมากขึ้นเพื่อให้การวัด ค่าอุณหภูมิสามารถสอบกลับได้ถึงหน่วย เอสไอโดยเฉพาะที่อุณหภูมิสูงหรือต่ำ�มาก หลังจากการกำ�หนดนิยามใหม่ แนวทาง การวัดค่าจริงของหน่วยเคลวินจะสนับสนุน การเผยแพร่ทั่วโลกด้วยการอธิบายวิธีปฐม ภูมิในการวัดอุณหภูมิทางอุณหพลศาสตร์ และความเท่าเทียมกันในการกำ�หนดสเกล ITS-90 และ PLTS-2000  หน่วยโมล จะกำ�หนดนิยามตาม จำ�นวนหน่วยมูลฐาน (entities) จำ�เพาะ ของสารต่างๆ (โดยทั่วไปคืออะตอมหรือ โมเลกุล) และจะไม่ขึ้นกับหน่วยของมวล คือหน่วยกิโลกรัมอีกต่อไป ความสามารถ ในการสอบกลับของหน่วยโมลยังคงกำ�หนด เป็นแนวทางเดิมที่เคยใช้ซึ่งรวมถึงแต่ไม่ เฉพาะการวัดมวลพร้อมกับการใช้ตาราง มวลอะตอมและค่าคงที่มวลโมลาร์ Mu มวลอะตอมจะไม่ได้รับผลกระทบจากการ เปลีย่ นแปลงนิยามนี้ และ Mu จะยังคงเป็น 1 กรัม/โมล แม้ว่าจะมีค่าความไม่แน่นอน ในการวัด แต่ค่าความไม่แน่นอนนี้จะมีค่า น้อยมาก การนิยามหน่วยโมลใหม่จะไม่ ทำ�ให้เกิดการเปลีย่ นแปลงวิธกี ารทัว่ ไปใดๆ คำ�นิยามใหม่ของหน่วยกิโลกรัม หน่วย แอมแปร์ หน่วยเคลวิน และหน่วยโมลจะ ไม่สง่ ผลกระทบต่อหน่วยวินาที หน่วยเมตร

และหน่วยแคนเดลา  หน่วยวินาที จะยังคงนิยามใน เทอมของความถี่ของการเปลี่ยนสถานะไฮ เปอร์ไฟน์ของอะตอมซีเซียม-133 ไม่มีผล ต่อห่วงโซ่ของการสอบกลับไปหน่วยวินาที มาตรวิทยาของเวลาและความถี่จะไม่ได้ รับผลกระทบ  หน่วยเมตร ในหน่วยเอสไอที่ได้ รับการปรับปรุงจะยังคงนิยามในเทอมของ ความเร็วแสงซึ่งเป็นหนึ่งในค่าคงทีพ่ นื้ ฐาน ทางฟิสกิ ส์ วิธกี ารทางมาตรวิทยามิตจิ ะไม่ ต้องการแก้ไขใดๆ และจะได้ประโยชน์จาก ความเสถียรในระยะยาวของระบบ  หน่วยแคนเดลา จะยังคงนิยามใน เทอม Kcd ค่าคงที่ทางเทคนิคสำ�หรับการ วัดเชิงแสงและจะยังคงเชื่อมโยงกับหน่วย วัตต์ ความสามารถในการสอบกลับหน่วย แคนเดลาจะยังคงใช้ความไม่แน่นอนในการ วัดด้วยวิธกี ารเชิงรังสีดว้ ยการใช้ตวั ตรวจวัด ที่สอบเทียบสัมบูรณ์ การปรับปรุงของระบบหน่วยวัด ระหว่างประเทศ (เอสไอ)

ที่ประชุมใหญ่ว่าด้วยการชั่งตวงวัด (CGPM) ครัง้ ที่ 26 ได้พจิ ารณาในประเด็น ต่อไปนี้  ข้อกำ�หนดที่จำ�เป็นของหน่วยวัด ระหว่างประเทศที่สอดคล้องและสามารถ เข้าถึงได้จากทั่วโลกเพื่อการค้าระหว่าง ประเทศ การผลิตเทคโนโลยีขนั้ สูง สุขภาพ และความปลอดภัยของมนุษย์ การป้องกัน สิ่งแวดล้อม การศึกษาสภาพอากาศโลก และวิทยาศาสตร์พนื้ ฐานทีเ่ ป็นรากฐานของ องค์ความรู้เหล่านี้  หน่วยเอสไอต้องมีความเสถียรใน ระยะยาว มีความสม่�ำ เสมอในตัว และการ วัดค่าจริงอยู่บนคำ�อธิบายทางทฤษฎีตาม ธรรมชาติที่อยู่ในระดับที่สูงกว่า  การกำ�หนดนิยามใหม่ของเอสไอเพือ ่ ให้เป็นไปตามข้อกำ�หนดได้รับการยอมรับ

อย่างเป็นเอกฉันท์ของที่ประชุม CGPM ในคราวประชุมครั้งที่ 24 (2554) ซึ่งถูก กำ�หนดรายละเอียดของแนวทางใหม่ในการ นิยามหน่วยเอสไอตามชุดค่าคงทีเ่ จ็ดค่าซึง่ ได้จากค่าคงทีพ่ นื้ ฐานทางฟิสกิ ส์และค่าคงที่ ในธรรมชาติ จากนัน้ จึงสรุปเป็นนิยามของ หน่วยพื้นฐานทั้งเจ็ดหน่วย  สภาวะที่กำ�หนดโดย CGPM ใน การประชุมครั้งที่ 24 (2554) ได้รับการ ยืนยันในการประชุมครั้งที่ 25 (2557) ก่อนทีห่ น่วยเอสไอทีป่ รับปรุงแล้วไปใช้งาน การตัดสินใจจะมีผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2562 หน่วยวัดระหว่างประเทศ (เอสไอ) จะกำ�หนดค่าคงที่ดังนี้ - ความถี่ของการแผ่รังสีซึ่งสัมพันธ์ กับการเปลีย่ นสถานะระหว่างระดับไฮเปอร์ ไฟน์ของสถานะพืน้ ของอะตอมซีเซียม-133 ΔνCs คือ 9 192 631 770 เฮิรตซ์ - ความเร็วแสงในสุญญากาศ c คือ 299 792 458 เมตร/นาที - ประจุมูลฐาน e คือ 1.602 176 634 × 10–19 คูลอมบ์ - ค่าคงที่ของโบลต์ซมันน์ k คือ 1.380 649 × 10–23 จูล เคลวิน–1 - ค่าคงที่ของอาโวกาโดร NA คือ 6.022 140 76 × 1023 โมล–1 - ค่าประสิทธิผลการส่องสว่างของ ลำ�แสงขนานของรังสีความยาวคลื่นเดียว ที่ความถี่ 540 × 1012 เฮิรตซ์ คือ 683 ลูเมน/วัตต์ โดยทีห่ น่วยเฮิรตซ์ จูล คูลอมบ์ ลูเมน และวัตต์ สัญลักษณ์ Hz, J, C, lm, และ W ตามลำ�ดับ มีความสัมพันธ์ กับหน่วยวินาที เมตร กิโลกรัม แอมแปร์ เคลวิน โมล และแคนเดลา สัญลักษณ์ s, m, kg, A, K, mol, และ cd ตามลำ�ดับ โดยที่ Hz = s–1, J = kg m2s–2, C = A s, lm = cd m2m–2 = cd sr, และ W = kg m2s–3 

The International System of Units, the SI, which is based on the second, the meter, the kilogram, the ampere, the kelvin, the mole and the candela (the base units), is being revised to update the definitions of four of these units. In November 2018 revised definitions of the kilogram, ampere, kelvin and mole were approved by the General Conference on Weights and Measures (CGPM), the international body responsible for the global comparability of measurements. The revised definitions are based on seven physical constants and are therefore inherently stable. The quantities have been chosen so that the revised definitions will not need to be modified to accommodate future improvements in the technologies used to realize them. Nov-Dec

27


Changing the World’s Definitions

In a landmark decision, the Bureau International des Poids et Mesures (BIPM)’s member states voted on 16 November 2018 to revise the International System of Units, changing the world’s definition of the kilogram, the ampere, the kelvin and the mole. The decision means that all SI units will now be defined in terms of constants that describe the natural world. This will assure the future stability of the SI and open the opportunity for the use of new technologies, including quantum technologies, to implement the definitions. These four SI base units are redefined in terms of constants; the new definitions are based on fixed numerical values of the Planck constant (h), the elementary charge (e), the Boltzmann constant (k), and the Avogadro constant (NA). Further, the new definitions of all seven base units of the SI are also uniformly expressed using the explicit-constant formulation, and specific mises en pratique will be drawn up to explain the realization of the definitions of each of the base units in a practical way. The new definitions will come into force on 20 May 2019. Some information about how these changes might affect the different areas of measurement is given below:  The kilogram will be newly defined in terms of the Planck constant, guaranteeing long-term stability of the SI mass scale. The kilogram can then be realized by any suitable method, for example the Kibble (watt) balance or the Avogadro (X-ray crystal density) method. Users will be able to obtain traceability to the SI from the same sources used at present (the BIPM, national metrology institutes and accredited laboratories). 28

www.innolabmagazine.com

International comparisons will ensure their consistency. The value of the Planck constant will be chosen to ensure that there will be no change in the SI kilogram at the time of redefinition. The uncertainties offered by National Metrology Institutes (NMIs) to their calibration customers will also be broadly unaffected.  The ampere and other electrical units, as practically realized at the highest metrological level, will become fully consistent with the definitions of these units. The transition from the 1990 convention to the revised SI will result in small changes to all disseminated electrical units. For the vast majority of measurement users, no action need be taken as the volt will change by about 0.1 parts per million and the ohm will change by even less. Practitioners working at the highest level of accuracy may need to adjust the values of their standards and review their measurement uncertainty budgets.  The kelvin will be redefined with no immediate effect on temperature measurement practice or on the traceability of temperature measurements, and for most users, it will pass unnoticed. The redefinition lays the foundation for future improvements. A definition free of material and technological constraints enables the development of new and more accurate techniques for making temperature measurements traceable to the SI, especially at extremes of temperature. After the redefinition, the guidance on the practical realization of the kelvin will support its world-wide dissemination by describing primary methods for measurement of thermodynamic temperature and equally through the defined scales ITS-90 and PLTS-2000. - The mole will be redefined with

respect to a specified number of entities (typically atoms or molecules) and will no longer depend on the unit of mass, the kilogram. Traceability to the mole can still be established via all previously employed approaches including, but not limited to, the use of mass measurements along with tables of atomic weights and the molar mass constant Mu. Atomic weights will be unaffected by this change in definition and Mu will still be 1 g/mol, although now with a measurement uncertainty. This uncertainty will be so small that the revised definition of the mole will not require any change to common practice. The revised definitions of the kilogram, ampere, kelvin and mole will have no impact on the second, the meter and the candela.  The second will continue to be defined in terms of the hyperfine transition frequency of the cesium-133 atom. The traceability chain to the second will not be affected. Time and frequency metrology will not be impacted.  The meter in the revised SI will continue to be defined in terms of the speed of light, one of the fundamental constants of physics. Dimensional metrology practice will not need to be modified in any way and will benefit from the improved long-term stability of the system.  The candela will continue to be defined in terms of Kcd, a technical constant for photometry and will therefore continue to be linked to the watt. Traceability to the candela will still be established with the same measurement uncertainty via radiometric methods using absolutely-calibrated detectors.


On the revision of the International System of Units (SI)

The General Conference on Weights and Measures (CGPM), at its 26th meeting, considering;  the essential requirement for an International System of Units (SI) that is uniform and accessible world-wide for international trade, high-technology manufacturing, human health and safety, protection of the environment, global climate studies and the basic science that underpins all these,  the SI units must be stable in the long term, internally self-consistent and practically realizable being based on the present theoretical description of nature at the highest level,  a revision of the SI to meet these requirements was adopted unanimously by the CGPM at its

24th meeting (2011) that laid out in detail a new way of defining the SI based on a set of seven defining constants, drawn from the fundamental constants of physics and other constants of nature, from which the definitions of the seven base units are deduced,  the conditions set by the CGPM at its 24th meeting (2011), confirmed at its 25th meeting (2014), before such a revised SI could be adopted have now been met, decides that, effective from 20 May 2019, the International System of Units, the SI, is the system of units in which: - the unperturbed ground state hyperfine transition frequency of the cesium-133 atom ΔνCs is 9 192 631 770 Hz, - the speed of light in vacuum c is 299 792 458 m/s,

- the Planck constant h is 6.626 070 15 × 10–34 J s, - the elementary charge e is 1.602 176 634 × 10–19 C, - the Boltzmann constant k is 1.380 649 × 10–23 J K–1, - the Avogadro constant NA is 6.022 140 76 × 1023 mol–1. - the luminous efficacy of monochromatic radiation of frequency 540 × 1012 Hz, Kcd, is 683 lm/W, where the hertz, joule, coulomb, lumen, and watt, with unit symbols Hz, J, C, lm, and W, respectively, are related to the units second, meter, kilogram, ampere, kelvin, mole, and candela, with unit symbols s, m, kg, A, K, mol, and cd, respectively, according to Hz = s–1, J = kg m2s–2, C = A s, lm = cd m2m–2 = cd sr, and W = kg m2s–3 

PX5 Semi-Micro Balance “Affordably Price & High Performance”

เครื่องชั่ งชนิด Semi-Micro รุ ่นใหม่ในตระกูล PX-5 จากโอเฮ้าส์ สําหรับการชั่ งตัวอย่างนํ�าหนักน้อย มีความถูกต้องแม่นยํา และ มีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ ชนิด Bright Backlight LCD ตัว ลดไฟฟ�าสถิตย์ (Static Removal Bar) รวมถึงช่ องสัญญาณ สําหรับเชื่ อมต่อเครื่องพิมพ์ผลและคอมพิวเตอร์ ชนิด RS232 และ USB ให้มาเป�นอุ ปกรณ์มาตรฐาน

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ท่ี OHAUS INDOCHINA LIMITED

284, 1C Fl., A4 Bldg, Soi Soonvijai 4, Rama 9 Rd Bangkapi, Huay Kwang Bangkok, 10320

Natchuda.boonbunlu@ohaus.com wutti.techakasembundit@ohaus.com www.ohaus.com

Nov-Dec

29


หน่วยพื้นฐานของระบบเอสไอ

หน่วยวินาที สัญลักษณ์ s เป็นหน่วยเอสไอของเวลา นิยามเป็นค่าคงที่ของความถี่ของการแผ่รังสีของซีเซียม ΔνCs ซึ่งสัมพันธ์กับการ เปลี่ยนสถานะระหว่างระดับไฮเปอร์ไฟน์ของสถานะพื้นของอะตอมซีเซียม-133 คือ 9 192 631 770 ในหน่วยเฮิรตซ์ ซึ่งเท่ากับวินาที-1 หน่วยเมตร สัญลักษณ์ m เป็นหน่วยเอสไอของความยาว นิยามเป็นค่าคงที่ของความเร็วแสงในสุญญากาศ c คือ 299 792 458 ใน หน่วยเมตร/วินาที โดยหน่วยวินาทีนิยามในเทอม ΔνCs หน่วยกิโลกรัม สัญลักษณ์ kg เป็นหน่วยเอสไอของมวล นิยามโดยใช้ค่าคงที่พลังค์ h คือ 6.626 070 15 × 10–34 ในหน่วยจูล ซึ่ง เท่ากับ kg m2 s–1 โดยเมตรและวินาทีนิยามในเทอม c และ ΔνCs หน่วยแอมแปร์ สัญลักษณ์ A เป็นหน่วยเอสไอของกระแสไฟฟ้า นิยามโดยใช้ค่าคงที่ของประจุมูลฐาน e คือ 1.602 176 634 × 10–19 ในหน่วยคูลอมบ์ ซึ่งเท่ากับ A s โดยวินาทีนิยามในเทอม ΔνCs หน่วยเคลวิน สัญลักษณ์ K เป็นหน่วยเอสไอของอุณหภูมิทางอุณหพลศาสตร์ นิยามเป็นค่าคงที่ของโบลต์ซมันน์ k 1.380 649 × 10–23 ในหน่วย จูล เคลวิน-1 ซึ่งเท่ากับ kg m2 s–2 K–1 โดยกิโลกรัม เมตร และวินาที นิยามในเทอม h, c และ ΔνCs หน่วยโมล สัญลักษณ์ mol เป็นหน่วยเอสไอของปริมาณสาร หนึ่งโมลมีจำ�นวนสารระดับมูลฐานแน่นอน 6.022 140 76 × 1023 ซึ่ง เป็นค่าคงที่ของอาโวกาโดร NA ในหน่วย โมล-1 และเรียกว่าเลขอาโวกาโดร ปริมาณสาร สัญลักษณ์ n ของระบบ เป็นการวัดจำ�นวนของหน่วยมูลฐานจำ�เพาะของสาร โดยอาจเป็นอะตอม โมเลกุล อิออน อิเล็กตรอน หรืออนุภาค หรือกลุ่มของอนุภาคจำ�เพาะ หน่วยแคนเดลา สัญลักษณ์ cd เป็นหน่วยเอสไอของความเข้มการส่องสว่างในทิศทางหนึ่ง นิยามเป็นค่าคงที่ของค่าประสิทธิผลการส่อง สว่างของลำ�แสงขนานของรังสีความยาวคลื่นเดียวที่ความถี่ 540 × 1012 เฮิรตซ์ คือ 683 ในหน่วย ลูเมน วัตต์-1 ซึ่งเท่ากับ cd sr W–1 หรือ cd sr kg–1 m–2 s3 โดยกิโลกรัม เมตร และวินาที นิยามในเทอม h, c และ ΔνCs The Base Units of the SI

The second, symbol s, is the SI unit of time. It is defined by taking the fixed numerical value of the cesium frequency ΔνCs, the unperturbed ground-state hyperfine transition frequency of the cesium 133 atom, to be 9 192 631 770 when expressed in the unit Hz, which is equal to s–1. The meter, symbol m, is the SI unit of length. It is defined by taking the fixed numerical value of the speed of light in vacuum c to be 299 792 458 when expressed in the unit m/s, where the second is defined in terms of ΔνCs. The kilogram, symbol kg, is the SI unit of mass. It is defined by taking the fixed numerical value of the Planck constant h to be 6.626 070 15 × 10–34 when expressed in the unit J s, which is equal to kg m2 s–1, where the meter and the second are defined in terms of c and ΔνCs. The ampere, symbol A, is the SI unit of electric current. It is defined by taking the fixed numerical value of the elementary charge e to be 1.602 176 634 × 10–19 when expressed in the unit C, which is equal to A s, where the second is defined in terms of ΔνCs. The kelvin, symbol K, is the SI unit of thermodynamic temperature. It is defined by taking the fixed numerical value of the Boltzmann constant k to be 1.380 649 × 10–23 when expressed in the unit J K–1, which is equal to kg m2 s–2 K–1, where the kilogram, meter and second are defined in terms of h, c and ΔνCs. The mole, symbol mol, is the SI unit of amount of substance. One mole contains exactly 6.022 140 76 × 1023 elementary entities. This number is the fixed numerical value of the Avogadro constant, NA, when expressed in the unit mol–1 and is called the Avogadro number. The amount of substance, symbol n, of a system is a measure of the number of specified elementary entities. An elementary entity may be an atom, a molecule, an ion, an electron, any other particle or specified group of particles. The candela, symbol cd, is the SI unit of luminous intensity in a given direction. It is defined by taking the fixed numerical value of the luminous efficacy of monochromatic radiation of frequency 540 × 1012 Hz, Kcd, to be 683 when expressed in the unit lm W–1, which is equal to cd sr W–1, or cd sr kg–1 m–2 s3, where the kilogram, meter and second are defined in terms of h, c and ΔνCs. Article info Bureau International des Poids et Mesures - BIPM. On the revision of the SI. Retrieved on December 20, 2018. Website: www. bipm.org/en/measurement-units/rev-si  About the proposed revision of the SI. Retrieved on December 26, 2018. Website: www.bipm.org/utils/common/pdf/SI-statement.pdf  Resolution 1 of the 26th CGPM (2018). Retrieved on December 26, 2018. Website: https://www.bipm.org/en/CGPM/db/26/1/ 

30

www.innolabmagazine.com


TECHNOLOGY

e n s u r i n g Wat e r Sys t e m Sanitization with Reliable Ozone Measurement

Author info ฐิตาภรณ์ เต็มธาราพิทักษ์ Thitaporn Temtarapitak MarCom Assistant, Mettler-Toledo (Thailand) Thitaporn.Temtarapitak@mt.com

โอโซนกำ�ลังถูกใช้ในการฆ่าเชือ ้ โรคของระบบบำ�บัดน้�ำ ดืม ่ เซ็นเซอร์ pureO3™ ใหม่ให้การวัดทีร่ วดเร็วและเชือ ่ ถือได้ รวม ทั้งประโยชน์ด้านต้นทุนการดำ�เนินงานที่ต่ำ�กว่าของการจัดการเซนเซอร์แบบอัจฉริยะ สารออกซิ ไ ดซ์ ธ รรมชาติ แ ละมี ประสิทธิภาพ

โอโซนที่ละลายน้ำ�ซึ่งเป็นรูปแบบของ ออกซิเจนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นหนึ่ง ในสารออกซิไดซ์ที่ก่อให้เกิดการสะสมตัว มากที่สุดที่ใช้ในการจัดการและควบคุม การปนเปื้อนทางชีวภาพในระบบทางด้าน เภสัชศาสตร์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ โอโซนเป็นสารออกซิแดนท์ทมี่ ปี ระสิทธิภาพ สามารถทำ�ลายไบโอฟิลม์ และการปนเปือ้ น เชื้อจุลินทรีย์ในน้ำ�ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยปริ มาณการใช้ทคี่ วบคุมได้งา่ ย ใช้ปริมาณน้อย และมีเวลาสัมผัสน้อยที่สุด ครึ่ง ชีวิตที่สั้นของโมเลกุลจะเร่ง ตัว ขึ้นโดยการสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลต (ความยาวคลื่น 254 นาโนเมตร) ไม่มี สารเคมีตกค้างหรือมีร่องรอยของโอโซน หลังจากทำ�ความสะอาดและปฏิบัติตาม ข้อบังคับ (ไม่มีการเพิ่มเงื่อนไข)

ข้อบังคับในการควบคุมการปน เปื้อนทางชีวภาพ

การตรวจติดตามและควบคุมจุลนิ ทรีย์ เป็นสิ่งจำ�เป็นสำ�หรับน้�ำ ที่มีการควบคุมทั่ว โลก น้�ำ บริสทุ ธิส์ �ำ หรับผูป้ ระกอบการระบบ ฉีดจะทำ�ให้ก๊าซโอโซนกระจายตัวเข้าไป ในท่อน้ำ�ในปริมาณที่แม่นยำ�เพื่อทำ�ความ สะอาดระบบเพือ่ ป้องกันการปนเปือ้ น เมือ่ การฆ่าเชือ้ เสร็จสมบูรณ์ ก๊าซโอโซนทีเ่ หลือ จะถูกทำ�ลายโดยใช้แสงยูวี ต้องมีการตรวจ สอบและควบคุมเพือ่ จำ�กัดระดับก๊าซโอโซน ทั้งหมดที่จำ�เป็นสำ�หรับการฆ่าเชื้อ (100 - 150 ppb) และเพื่อยืนยันว่าก๊าซโอโซน ทัง้ หมดถูกนำ�ออกจากระบบน้�ำ หลังการฆ่า เชือ้ และก่อนทีจ่ ะมีการรีชาร์จใหม่ การตรวจ ติดตามและวิเคราะห์โอโซนจะช่วยจัดการ กระบวนการนี้ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง และ เป็นแนวทางในการตรวจสอบเพือ่ ให้มนั่ ใจว่า สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับของโลก เมือ่ เทียบกับตัวแปลงสัญญาณทีเ่ ป็นนวัตกรรม

ล่าสุดจาก METTLER TOLEDO เช่น M800 แบบหลายช่องสัญญาณโซลูชนั การวัดแบบ pureO3 ให้การตรวจสอบและควบคุมโอโซน ทีท่ นั สมัยเพือ่ เพิม่ ประสิทธิภาพของโรงงาน และการป้องกัน การปฏิบตั ติ ามกฎระเบียบ ความคงตัวของโอโซนทีเ่ สถียรและ สามารถทำ�ซ้ำ�ได้

สำ�หรับการตรวจหาระดับออกซิเดชัน ของโอโซนเพือ่ ยืนยันการฆ่าเชือ้ เสร็จสมบูรณ์ เซนเซอร์ pureO3 ที่มีประสิทธิภาพของ METTLER TOLEDO Thornton ใหม่พร้อม ด้วย ISM ให้การวัดที่ตอบสนองได้รวดเร็ว และมีความเสถียรและสามารถทำ�ซ้ำ�ได้ เซนเซอร์ pureO3 เดียวกันนีย้ งั ช่วยในการ ตรวจวัดระดับ O3 ทีล่ ะลายได้เพือ่ ยืนยันว่า โอโซนทั้งหมดถูกทำ�ลายหลังจากทำ�ความ สะอาดและก่อนทีจ่ ะมีการแจกจ่ายและใช้น�้ำ ลดค่าใช้จ่ายในการดำ�เนินงาน เทคโนโลยี ISM ช่วยให้สามารถปรับ Nov-Dec

31


เทียบเซนเซอร์ได้อย่างรวดเร็ว ปราศจาก ข้อผิดพลาดการเริ่มต้นใช้งานปลั๊กเสียบ และวัดผล นอกจากนี้ ISM ยังมีการตรวจ สอบเซนเซอร์แบบใหม่ที่ช่วยให้สามารถ ใช้งานจุดวัดค่าได้นานขึ้นและมีการบำ�รุง รักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งสามารถ กำ � หนดล่ ว งหน้ าได้ ค่ าใช้ จ่ า ยในการ ดำ�เนินงานของ ISM ช่วยลดต้นทุนการ ดำ�เนินงานและลดการจัดการเซนเซอร์ใน

ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถตัดสินใจเกี่ยว กับเงื่อนไขของกระบวนการได้มากขึ้น ยืดหยุ่นและประหยัด โอโซนทีล่ ะลายน้�ำ เป็นตัวเลือกทีน่ า่ สนใจ สำ�หรับการฆ่าเชือ้ โรคในระบบทางเภสัชกรรม และชีวิตเนื่องจากมีการผสมและควบคุม ได้ง่ายในขณะที่เข้าถึงทุกส่วนของระบบ น้ำ� โอโซนช่วยลดการใช้สารเคมีออกไซด์ ของสารเคมีหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายซึ่ง

อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสามารถ ถอดออกได้โดยไม่ทิ้งสารประกอบใดๆ ไว้ ก่อนใช้ เซนเซอร์สำ�หรับทำ�ความเย็นของ METTLER TOLEDO ด้วย ISM เป็นโซลูชนั ที่ทนทานและคุ้มค่าในการตรวจสอบและ ควบคุมการฆ่าเชื้อด้วยโอโซนที่ละลายได้ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 

Ozone is being increasingly used in the sanitization of pharma water systems. The new pureO3™ sensor provides fast, dependable measurements plus the lower operating cost benefits of Intelligent Sensor Management. A natural and powerful oxidizer

Dissolved ozone, a naturally occurring form of oxygen, is one of the most aggressive oxidizers used to manage and control biological contamination in pharmaceutical and life science water systems. Ozone is an effective oxidant that quickly destroys biofilm and aqueous microbial contamination with low, easy-to-control dosages and minimal contact time. The molecule’s very short halflife is typically accelerated with exposure to UV light (at 254 nm wavelength) leaving no residual chemicals or traces of ozone after sanitization, and meeting the “no added substances” regulation. Control of biological contamination is mandatory

Microbiological monitoring and control is required for regulated waters globally. Purified Water and Water for Injection system operators diffuse ozone gas into their water loops at the precise quantities needed to sanitize the system to protect against contamination. Once 32

www.innolabmagazine.com

sanitization is complete, the remaining ozone gas is destroyed using UV light. Monitoring and control are required to limit the total ozone gas levels needed for sanitization (100150 ppb) and also to confirm that all ozone gas is removed from the water system after sanitization and prior to release. Ozone monitoring and analysis manages this process exactly and provides an audit trail to ensure compliance with global regulations. When coupled with an innovative transmitter from METTLER TOLEDO such as the multi-parameter, multi-channel M800, the pureO3 measurement solution provides convenient, state-of-the-art dissolved ozone monitoring and control to enhance plant performance and safeguard regulatory compliance.

Stable and repeatable ozone determination

For determining ozone oxidation levels to confirm complete sanitization, METTLER TOLEDO Thornton’s new, robust pureO3 sensor with ISM offers a fast responding measurement that is stable and repeatable. The same pureO3 sensor also measures trace levels of dissolved O3 to confirm that all ozone is destroyed after sanitization and prior to water distribution and use.


Lower operating costs

ISM technology allows precalibration of sensors for fast, errorfree, Plug and Measure startup. In addition, ISM offers advanced sensor diagnostics that enable longer measurement point uptime and more efficient maintenance which can be scheduled in advance. ISM’s features decrease operational costs and simplify sensor handling while allowing operators to make more informed decisions about process conditions.

Resilient, economical solution

Dissolved ozone is an attractive option for sanitizing pharmaceutical and life science water systems because it is easily infused and controlled while reaching all parts of a water system. Ozone eliminates potentially dangerous handling of chemical oxidants or the expense that heat or steam sanitization alternatives require. And it is easy to remove, leaving no residual compounds prior to use. The METTLER TOLEDO

pureO3 sensor with ISM provides a durable and cost-effective solution to monitor and control dissolved ozone sanitization effectively and efficiently. 

เครื่องมือและโซลูชันสำ�หรับการควบคุมคุณภาพ ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต Material Receiving

เครื่องชั่งคุณภาพสูงระดับ ไมโครกรัม  เครื่องชั่งเชิงวิเคราะห์  เครื่องวัดความชื้น  ตุ้มน้ำ�หนักมาตรฐาน 

Quality Control and Product Development

Warehousing

เครื่องวัดค่าพีเอช เครื่องไทเทรตอัตโนมัติ  เครื่องวัดค่าดัชนีหักเห  เครื่องวัดค่าความหนาแน่น

Production / Quality Control in Production

บริษัท เมทเล่อร์-โทเลโด (ประเทศไทย) จำ�กัด สำ�นักงานกรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2723 0300 แฟกซ์ 0 2719 6479 METTLER-TOLEDO LIne Official: @MTTH

Thermal Analysis AutoChem

สาขาระยอง โทรศัพท์ 0 3860 9561-2 แฟกซ์ 0 3860 7738 อีเมล MT-TH.CustomerSupport@mt.com

Packaging

Logistics and Shipping

ปิเปตต์แบบช่องเดียว และ หลายช่องดูด-จ่ายสาร  ปิเปตต์อิเล็กทรอนิกส์  ทิป 

สาขาขอนแก่น โทรศัพท์ 0 4322 7230 แฟกซ์ 0 4322 7321 Nov-Dec 33 www.mt.com


INDUSTRY MOVEMENT

Thai PHARMACEUTICAL INDUSTRY OUTLOOK 2018-2020

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

วิจัยกรุงศรีได้คาดการณ์ว่าผลประกอบการของผู้ผลิตและจำ�หน่ายยาในปี 2561-2563 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระดับใกล้ เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในธุรกิจที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จะเป็นข้อจำ�กัดในการทำ�กำ�ไรของผู้ประกอบการ ทำ�ให้ผลประกอบการยังคงอยู่ในระดับปานกลาง ผู้ผลิตยาสามัญแผนปัจจุบันนั้น คาดว่ารายได้ยังมีแนวโน้มเติบโต แต่การแข่งขันด้านราคาที่ยังรุนแรง อาจส่งผลกระทบ ต่อการทำ�กำ�ไรของผู้ประกอบการอยู่บ้าง โดยผู้ผลิตที่จำ�หน่ายยาผ่านโรงพยาบาลจะยังได้ปัจจัยหนุนจากการเข้าถึงบริการ ทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างทั่วถึงผ่านระบบประกันสุขภาพของภาครัฐ นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังมีโอกาสขยายตลาดส่ง ออกไปยังประเทศในอาเซียนมากขึ้นจากโรงงานผลิตยาที่ได้มาตรฐาน GMP-PIC/S ในขณะที่ผู้จำ�หน่ายผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ (ร้านค้าปลีก/ร้านค้าส่ง) คาดว่ารายได้เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยธุรกิจร้านค้าปลีก/ร้านขายยาทั่วไป (stand-alone) จะ เผชิญการแข่งขันมากขึ้นกับร้านขายยารายใหญ่ที่มีการขยายสาขา (chain store) รวมถึงการเข้ามาขยายการลงทุนของผู้ ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่รายใหญ่ ได้แก่ ดิสเคาท์สโตร์ และซูเปอร์มาร์เก็ต (ทั้งนี้ คาดว่าใน 1-3 ปีข้างหน้า จะมีการเปิดสาขา รวมกันเฉลีย ่ ไม่ต�่ำ กว่าปีละ 50 สาขา) ทีม ่ ก ี ารเพิม ่ โซนจำ�หน่ายยาและอาหารเสริมควบคูไ่ ปด้วย จะส่งผลให้สด ั ส่วนของร้านขายยา แบบ Chain store เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าสะดวกซื้อที่แบ่งโซนจำ�หน่ายยา โดยมีสาขากระจายในเกือบทุกพื้นที่ (คาดว่า จะมีสาขาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 600-700 สาขาต่อปี) เพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการร้านขายยาที่เป็น Stand-alone จึงคาดว่าผลประกอบการของธุรกิจร้านขายยาจะเติบโตในระดับปานกลาง ส่วนร้านค้าส่งผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ ปัจจุบันหันมา ทำ�ตลาดร้านค้าปลีกมากขึ้น ซึ่งร้านค้าส่งจะค่อนข้างได้เปรียบด้านต้นทุนในการจัดซื้อยา ทำ�ให้ผลประกอบการของธุรกิจยังมี แนวโน้มเติบโตในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา สถานการณ์ ปี 2556-2560

มูลค่าการจำ�หน่ายยาในประเทศปี 2560 มีอตั ราการขยายตัวเฉลีย่ ประมาณ 4.6% ต่อปี มีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ ภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจาก อินโดนีเซีย โดยการเติบโตของตลาดยา ผ่านช่องทางโรงพยาบาลมีอัตราสูงกว่าการ จำ�หน่ายยาผ่านร้านขายยา (OTC) ส่วน หนึ่งเป็นผลจากความครอบคลุมที่เพิ่มขึ้น 34

www.innolabmagazine.com

ของระบบหลั ก ประกั น สุ ข ภาพถ้ ว นหน้ า ของไทย ส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อยาบริ โภคเองจากร้านขายยาลดลง ทั้งนี้ ในปี 2560 มูลค่าการจำ�หน่ายยาในประเทศอยู่ที่ ประมาณ 169 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากปี 2559 (ที่มา Business Monitor International: BMI) จำ�แนกเป็นมูลค่าการ จำ�หน่ายยาผ่านโรงพยาบาลอยูท่ ี่ 136.5 พัน ล้านบาท (สัดส่วน 80.7% ของมูลค่าตลาด

ยาในประเทศ) เพิม่ ขึน้ 5.4% YoY ส่วนการ จำ�หน่ายยาผ่านร้านขายยาอยูท่ ี่ 33 พันล้าน บาท (สัดส่วน 19.3%) เพิ่มขึ้น 5.0% YoY สถานการณ์การผลิตยาปี 2560 มีปริมาณการผลิตรวม 42,695.7 ตัน เพิ่มขึ้น 4.9% YoY โดยปริมาณการผลิต ยาน้ำ� (สัดส่วน 49% ของปริมาณการผลิต ยาทั้งหมด) ยาเม็ด (สัดส่วน 25%) ยาครีม (สัดส่วน 12%) ยาแคปซูล (สัดส่วน 5%)


และยาฉีด (สัดส่วน 4%) ขยายตัวต่อเนื่อง ตามคำ�สั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ในขณะที่การผลิตยาผง (สัดส่วน 5%) มีปริมาณลดลงต่อเนื่องจาก ปีกอ่ น เนือ่ งจากผูป้ ระกอบการรายใหญ่บาง รายยังอยูร่ ะหว่างการปรับปรุงระบบการผลิต โดยในปี 2560 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยา ปรับเพิ่มขึน้ อยู่ที่ 157.7 เทียบกับ 146.0 ใน ปีก่อน (+8.0% YoY) การนำ�เข้ายาในปี 2560 มีมลู ค่า 1,592 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยาย ตัว 3.7% YoY จากทีห่ ดตัว 1.1% ในปี 2559 (ภาพที่ 9) โดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำ�เข้ายา ต้นแบบ (โดยเฉพาะยาโรคความดันโลหิตสูง ยาโรคเบาหวาน) โดยแหล่งนำ�เข้าหลัก ได้แก่ เยอรมนี สหรัฐฯ และฝรั่งเศส (สัดส่วนรวม กัน 30% ของมูลค่านำ�เข้ายาทั้งหมด) เพิ่ม ขึ้น 5.3% YoY ส่วนการนำ�เข้ายาราคาถูก จากอินเดีย (สัดส่วน 6.7%) ขยายตัวเพิ่ม ขึ้น 2.6% YoY ขณะที่การนำ�เข้ายาจากจีน (สัดส่วน 3.7%) หดตัว 24.4% YoY ส่วน หนึง่ เป็นผลจากจีนมีการปรับขึน้ ราคายา อีก ทั้งการนำ�เข้ายาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มยาสามัญ ทั่วไปที่ไทยเริ่มผลิตวัตถุดิบตัวยาสำ�คัญได้ การส่งออกยาในปี 2560 มีมูลค่า 375 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยาย ตัวเพิ่มขึ้น 13.0% YoY ตามการขยายตัว ของความต้องการบริโภคในภูมภิ าคอาเซียน โดยเฉพาะตลาด CLMV (สัดส่วนการส่งออก รวมกัน 58% ของมูลค่าส่งออกยาทั้งหมด) ส่วนหนึง่ เป็นผลจากการทีไ่ ทยได้รบั การรับรอง ให้เป็นสมาชิก ASEAN Listed Inspection Service ทำ�ให้ผู้ผลิตยาสามารถส่งออกยา ไปยังประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียนได้ สะดวกขึ้น โดยตลาดอาเซียนที่ไทยส่งออก เพิ่มขึ้น ได้แก่ เวียดนาม เมียนมาร์ กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ สปป.ลาว แนวโน้มอุตสาหกรรม ปี 2561-2563

คาดว่ามูลค่าการจำ�หน่ายยาของไทยมี แนวโน้มขยายตัวอยู่ในอัตราเฉลี่ยที่ 5-6% ต่อปีโดยระบบประกันสุขภาพของภาครัฐที่ ส่งผลให้มีผู้มาใช้บริการทางการแพทย์และ สาธารณสุขมากยิ่งขึ้น จะหนุนให้มูลค่าการ จำ�หน่ายยาผ่านโรงพยาบาลมีอตั ราการขยาย ตัวเพิม่ ขึน้ ต่อเนือ่ ง ขณะทีม่ ลู ค่าการจำ�หน่าย ยาผ่านร้านขายยาขยายตัวชะลอลง เนือ่ งจาก ผู้บริโภคบางส่วนหันไปใช้บริการผ่านระบบ ประกันสุขภาพของภาครัฐแทนการซือ้ ยาเอง สำ�หรับภาพรวมอุตสาหกรรมยาในประเทศมี ปัจจัยหนุน ดังนี้

1) ความเจ็บป่วยที่เพิ่มขึ้นของคนไทย โดยเฉพาะจำ�นวนผู้ป่วยจากโรคเฉพาะทาง อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรค หัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง ที่ มีแนวโน้มเพิม่ ขึน้ และจำ�นวนประชากรผูส้ งู อายุทมี่ ีมากขึ้น ซึ่งการเจ็บป่วยของผูส้ ูงอายุ ส่วนใหญ่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง สัดส่วน ประมาณ 31% รองลงมาคือ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมองตีบ และ โรคมะเร็ง ตามลำ�ดับ โดยสำ�นักงานคณะ กรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ชาติ คาดว่าจำ�นวนผู้สูงอายุในประเทศไทย (มากกว่า 60 ปี) จะเพิ่มขึ้นจาก 9.1 ล้าน คนในปัจจุบันเป็น 10.3 ล้านคนในปี 2562 และจากประมาณการงบประมาณสำ�หรับผู้ สูงอายุ พบว่ารัฐต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น ถึง 2 เท่า โดยรายจ่ายสวัสดิการผู้สูงอายุ ในปี 2559 อยู่ที่ 2.81 แสนล้านบาท จะ เพิ่มเป็น 4.64 แสนล้านบาทในปี 2564 จึง ชีว้ า่ ความต้องการใช้ยาเฉพาะทางและบริการ ทางการแพทย์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2) การเข้าถึงช่องทางการรักษาที่ดีขึ้น ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล (ค่ายาและค่ารักษา) ขยายตัวต่อเนื่อง โดย คาดว่าน่าจะอยู่ในอัตราเฉลี่ย 5.4% ต่อปี ในช่วงปี 2561-2563 โดยค่าใช้จ่ายในการ รักษาพยาบาลของภาคเอกชนจะขยายตัว เพิ่มขึ้นอยู่ในอัตราเฉลี่ย 3.3% ต่อปี จากที่ ขยายตัว 3.2% ในปี 2560 ส่วนค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาลของภาครัฐจะขยาย ตัวในอัตราเฉลี่ยที่ 6.0% ต่อปี ชะลอตัว ลงเล็กน้อยจากปี 2560 ส่วนหนึ่งเป็นผล ของมาตรการควบคุมการเบิกจ่ายในระบบ สวัสดิการของข้าราชการ 3) การขยายตัวของอุตสาหกรรมการ ท่องเทีย่ วเชิงการแพทย์ จากความได้เปรียบ ของไทยทั้งในด้านคุณภาพการบริการและ มาตรฐานการรักษาทีเ่ อือ้ ต่อนโยบายการเป็น ศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ เนือ่ งจากโรง พยาบาลของไทยมีความก้าวหน้าและมีความ พร้อมด้านศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง โดย เฉพาะการรักษาโรคเรื้อรัง (อาทิ โรคหัวใจ โรคกระดูก โรคมะเร็ง เป็นต้น) รวมทั้งศูนย์ ดูแลและบริบาลผูป้ ว่ ยสูงอายุ ประกอบกับยัง มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ�กว่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่ แข่ง (อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินเดีย) ทำ�ให้มผี ปู้ ว่ ยต่างชาติเข้ามาใช้บริการในไทย มากขึน้ คาดว่าในช่วงปี 2561-2563 จำ�นวน ผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการในไทยจะ

ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 7-8% ต่อปี จาก ที่ขยายตัวราว 5.1% ในช่วงปี 2559-2560 4) นโยบายส่งเสริมการลงทุนของ BOI เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ผลิตยาที่ต้อง ใช้เงินลงทุนเพื่อปรับปรุงโรงงานผลิตให้ ได้มาตรฐาน GMP ตามแนวทาง PIC/S โดยผู้ผลิตที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน ภายในปี 2560-2561 จะได้รับการยกเว้น ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี ส่วนผู้ ผลิตที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่ ปี 2561 เป็นต้นไป จะได้รับการยกเว้นภาษี เงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งคาดว่าจะ จูงใจให้ผู้ผลิตยารายใหม่เข้ามาลงทุนมาก ขึ้น ด้านการนำ�เข้ายาจากต่างประเทศใน ช่วง 3 ปีข้างหน้า คาดว่าจะขยายตัวชะลอ ลงจากปี 2560 เนื่องจากภาครัฐมีนโยบาย ลดการนำ�เข้ายาต้นแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ ผู้ผลิตยาภายในประเทศที่มีศักยภาพ โดย เฉพาะกลุม่ ร่วมทุนต่างชาติผลิตยาทีม่ มี ลู ค่า สูง (อาทิ กลุม่ ยาลดความดันโลหิตสูง ยาโรค เบาหวาน และยาปฏิชีวนะ เป็นต้น) ยาที่ หมดสิทธิบตั ร รวมถึงยาจากชีววัตถุทอี่ นาคต มีแนวโน้มจะใช้มากขึ้น เช่น ยามะเร็ง โดย สำ�นักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะลด ค่าขึ้นทะเบียนตำ�รับยาใหม่ ล่าสุดกลุ่มทุนในประเทศจากธุรกิจอื่นมี แผนรุกธุรกิจผลิตวัตถุดิบตัวยาสำ�คัญ เช่น กลุม่ ปตท. ร่วมกับองค์การเภสัชกรรมสร้าง โรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็ง หรือกลุม่ เอสซีจี เคมิคอลส์ จะลงทุนผลิตยาชีววัตถุ บริษัท สหแพทย์เภสัช (เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ) จะผลิตวัตถุดิบสารตั้งต้น ซึ่งน่าจะมีผลลด การนำ�เข้ายาต้นแบบได้บางส่วน ด้านการ ส่งออกมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนือ่ ง แรงหนุน จากการได้มาตรฐาน GMP-PIC/S และญีป่ นุ่ ใช้ไทยเป็นฐานผลิตส่งออกไปยังประเทศของ ตนเองและประเทศในแถบอาเซียน ทำ�ให้ ตลาดส่งออกยอมรับยาทีผ่ ลิตในไทยมากขึน้ โดยเฉพาะตลาด CLMV อุตสาหกรรมยามีแนวโน้มการแข่งขัน ที่รุนแรงขึ้น เนื่องจาก 1) การแข่งขันกับ ผลิตภัณฑ์ยานำ�เข้าที่มีราคาถูกจากอินเดีย และจีนที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ�กว่า เพราะ สามารถผลิตวัตถุดิบตัวยาได้เอง 2) การ ปรับปรุงโรงงานผลิตให้ได้ตามมาตรฐาน GMP-PIC/S ทำ�ให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และ 3) การเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะญีป่ นุ่ โดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ยาสามัญ เพื่อส่งออกไปจำ�หน่ายในประเทศ ของตนและเพื่อเจาะตลาด CLMV  Nov-Dec

35


Krungsri Research revealed that for both manufacturers and distributors, growth over the next three years (2018-2020) should continue at a level similar to that of the past year but rising levels of competition will place a limit on profitability and this will likely be held at mid-levels. Manufacturers of generic drugs are expected to see rising income but competition on price will stiffen and this may have negative impacts on profit levels, although manufactures who distribute through hospitals will benefit from the expanding cover of the national healthcare system. Producers also have the potential to increase exports to the ASEAN zone following improvements in production processes to meet the GMP-PIC/S standards. Distributors of pharmaceutical products (both retail and wholesale) are likely to see only gradually growing incomes. General retail and stand-alone pharmacies will encounter rising levels of competition from major chain store pharmacies and from increasing investment in the sector by modern retail outlets, such as discount stores and supermarkets which, over the next three years, are likely to be opening a combined total of least fifty new branches per year. Modern retail outlets are also increasing the area given over to medicines and food supplements and overall, the proportion of pharmacies which are chain stores will increase. Convenience stores are also increasing the shelf-space devoted to medicines. These are found in every corner of the country and on average another 600-700 branches open annually so this too will increase pressure on standalone pharmacies, and therefore operators of pharmacies generally are expected to see only middling levels of profitability. Wholesalers of pharmaceuticals are for their part increasingly expanding into the retail market and because they enjoy cost advantages when placing larger orders, they should be able to maintain continuing growth, similar to that of the past year.

Situation: 2013 to 2017

Domestic market in 2017 The value of pharmaceuticals distributed to the domestic market grew by an average of 4.6% per year with the result that in Southeast Asia, the Thai pharmaceuticals market now ranks second after Indonesia. Growth in distribution through hospitals has outpaced that of the OTC channel, partly due to the expansion of universal healthcare coverage in Thailand, which has tended to weaken growth in consumer purchases for OTC channel. In 2017, the value of the Thai pharmaceuticals market was THB 169 bn, up 5.3% YoY (Source: Business Monitor International) and of this, THB 136.5 bn (or 80.7% of the total value in domestic market) was distributed through hospitals, a rise of 5.4% YoY. The remaining THB 33 bn (19.3% of the market) was distributed through pharmacies, a figure which represents a 5.0% YoY increase. 36

www.innolabmagazine.com

Domestic Production in 2017 A total of 42,695.7 tonnes of pharmaceuticals (up 4.9% YoY) were manufactured. 49% of the output was of liquid medicine, 25% tablets, 12% creams, 5% capsules and 4% injections. Output of these product groups has grown steadily as purchases on both domestic and export markets continue to rise. However, production of powders (5% of the total) has declined because major manufacturers are in the process of adjusting their production processes. Overall, in 2017, the manufacturing production index of pharmaceutical products stood at 157.7, up 8.0% YoY from the 2016 figure of 146.0. imports statistic in 2017 Imports had a total value of USD 1.60 bn, up 3.7% YoY following a fall of -1.1% YoY in 2016. Most of these imports were of original drugs, particularly of treatments for high blood pressure and diabetes.

The major sources of import come from Germany, the United States and France, which together supplied around 30% of all imports of pharmaceuticals to Thailand and in 2017, imports from these countries increased by 5.3% YoY. Low-cost imports from India (6.7% of the total) rose by 2.6% YoY, while imports from China (3.7% of all imports) fell by -24.4% YoY (Table 2) as the cost of Chinese products rose and domestic production of the active ingredients in generics increased, displacing some Chinese imports. Exports statistic in 2017 Exports totaled USD 375 m, up 13.0% YoY on rising demand in the ASEAN region, especially in the CLMV nations, which take 58% of all exports of Thai pharmaceuticals. Thailand benefits from being a member of the ASEAN Listed Inspection Service, which makes it more convenient to export to


other member countries in ASEAN, and from expanding export markets in Vietnam, Myanmar, Cambodia, Malaysia, Indonesia, and Lao PDR. Outlook

Between 2018 and 2020, it is expected that the value of pharmaceuticals distributed by Thai producers will grow by an average of 5-6% per year as the provision of healthcare by the state helps to increase access to medical and public health services. As a consequence of this, the rate of expansion of the distribution of medicines through hospitals will increase, while distribution through pharmacies will tend to weaken. This expansion in overall demand will be supported by several factors. 1) Increasing rates of ill-health, especially of high blood pressure, diabetes, heart disease, stroke, and cancer together with increasing number of aging population will help to drive higher demand for medicines. High blood pressure is the most common complaint for the aged, affecting 31% of elderly Thai patients. This is followed in order of importance by diabetes, heart disease, stroke and cancer. The Office of the National Economic and Social Development Board further estimates that the number of elderly (defined as those over 60 years old) will increase from 9.1 million at present to 10.3 million by 2019 and because of this, budget allocations for welfare payments for the elderly will have to double from the THB 281 bn allocated in 2016 to THB 464 bn in 2021, a fact which reflects the anticipated increase in demand for specified medicines and medical care. 2) Improving access to medical services through the provision of universal healthcare will feed an increase in spending on health (in particular for medicines and treatments), which is expected to grow by an average of 5.4% per year between 2018 and 2020. Spending on medical care in the private sector is forecast to expand by 3.3% per year, up from 3.2% in

2017, while that in the state sector is predicted to grow by 6.0% per year, down slightly from the growth seen in 2017, as the government tries to hold back spending on healthcare for civil servants. 3) The medical tourism sector is also developing, driven by Thailand’s advantages in the quality of service that it can provide and standards of treatment which support the government policy to establish Thailand as a regional medical hub. The latter is also helped by the fact that Thai hospitals are developing their capacity and provide readiness of specialized centers for the treatment of serious and chronic diseases (e.g. bone disease, heart disease, and cancers as well as nursing homes for the elderly. Moreover, lower overall costs than competitors in Singapore, Malaysia and India are in addition helping to build competitiveness and to attract greater numbers of patients from overseas. In fact, it is forecast that over the period 2018-2020, the number of foreign patients arriving in Thailand for treatment will increase by around 7-8% per year, up from the 5.1% annual increase for 2016-2017. 4) The BOI has implemented policies to promote investment by reducing costs for pharmaceutical producers that need to invest in order to bring production facilities up to the GMP-PIC/S standards. Under these policies, applicants for BOI investment promotion for 2017-2018 will gain an eight-year exemption from corporate tax, while those who apply after this time will be eligible for a five-year exemption. It is hoped that this will encourage new entrants to the sector. Over the next three years, imports of medicines are expected to weaken somewhat from the 2017 levels due to government efforts to reduce imports of original drugs and instead build domestic capacity, especially for joint-ventures with foreign operators producing highvalue items (such as treatments for high blood pressure and diabetes

and antibiotics), nonpatent-protected medicines, and biological products, demand for which, for example for treating cancer, is expected to rise in the future. The FDA has also reduced the costs involved in registering new drug formulas and, moreover, players from outside the sector are planning to enter the market by producing active pharmaceutical ingredients. Examples of the latter include PTT’s joining with the Government Pharmaceutical Organization to establish production facilities for the manufacture of cancer treatments, SCG Chemicals’ investments in the production of biological products, and Medicpharma’s (part of the Bangkok Hospital group) move into the production of pharmaceutical precursors. The situation for exports should continue to strengthen, supported by the acceptance of GMP-PIC/S standards and the fact that Japanese export-oriented production facilities are hosted in Thailand and export to its own country and ASEAN market, factors which are helping to build greater acceptance of Thai products in export markets, especially in the CLMV region. At the same time, competition will tend to strengthen in the sector for several reasons. (i) Competition will increase from cheap products imported from India and China, since these countries are able to produce their own inputs and thus manufacturing costs are lower. (ii) Improving production facilities to meet GMP-PIC/S standards is increasing production costs. (iii) Foreign operators, especially from Japan, are increasingly using Thailand as a base for the manufacture of generic drugs which are then exported, either to the operator’s home country, or to the CLMV region. 

Article info Industry Outlook by Krungsri Reseach. April 2018. Nov-Dec

37


ATTRACTIONS

Keep abreast on cosmetic industry in china with Pchi

Author info จีนา อัง Gena Ang Senior Account Executive, Red Bug Communications Pte Ltd gena@redbugpr.com PCHi 2019 เป็นงานนิทรรศการด้านส่วนผสมผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและดูแลบ้าน จัดโดย รี้ด ซิโนฟาร์ม เอ็กซิบิชั่น หรือ RSE (Reed Sinopharm Exhibitions) กำ�ลังจะมีขน ึ้ ในวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์นี้ ณ Guangzhou Poly World Trade Center (PWTC) ปีเตอร์ หลิว ผู้จัดการโครงการ PCHi ได้เปิดเผยถึงกลยุทธ์ที่จะทำ�ให้ PCHi เป็นเวทีอันดับหนึ่งของประเทศจีนสำ�หรับการค้นหา ส่วนผสมเครื่องสำ�อางระดับโลก

แผนการคว้าโอกาสจากอุตสาหกรรม เพื่อการดูแลส่วนบุคคลอย่างไร?

ในฐานะเวทีทางเลือกด้านการจัดหา วัตถุดิบในจีนสำ�หรับอุตสาหกรรมเพื่อการ ดูแลส่วนบุคคลของโลก งาน PCHi มุ่ง มั่นอยู่เสมอที่จะประสานช่องว่างระหว่าง พันธมิตรในอุตสาหกรรมทั้งในและต่าง ประเทศ ความเข้าใจในภาพรวมของตลาด ทำ�ให้เราสามารถมอบเวทีสำ�หรับการแลก เปลีย่ นทางธุรกิจทุกปี ซึง่ ทำ�ให้งานของเรา มีอทิ ธิพลต่อประเทศจีนและภูมภิ าคอาเซียน มากขึ้นเรื่อยๆ ความสนใจของเราในเรือ่ งของเทคโนโลยี และนวัตกรรมช่วยเสริมให้เรามีชื่อเสียงใน ฐานะเวทีที่เป็นที่ชื่นชอบของอุตสาหกรรม ในการจัดแสดงส่วนผสมเครือ่ งสำ�อางล่าสุด และเทคโนโลยีที่ล้ำ�หน้า ผู้จัดแสดงสินค้า มากกว่า 600 ราย จากราว 30 ประเทศ และภูมิภาคได้ยืนยันเข้าร่วมงาน PCHi 2019 แล้ว และเกือบ 40% เป็นบริษัท 38

www.innolabmagazine.com

ระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้เล่นรายหลัก ของโลกอย่างบีเอเอสเอฟ โครด้า และดีเอส เอ็ม ซึ่งต่างต้องการเพิ่มจุดยืนของตนเอง ในตลาดของจีน จากการทีอ่ ตุ สาหกรรมมีการพัฒนา งาน PCHi ก็มีการตรวจสอบเทรนด์ล่าสุด และ จะนำ�เสนอประเด็นเกิดใหม่และประเด็น ที่มีการพูดถึงเสมอผ่านเวทีต่างๆ ภายใน งาน อย่างเช่น งานสัมมนาประจำ�ปีของ อุตสาหกรรม (PCHi Annual Industry Conference) อุตสาหกรรมเพื่อการดูแลส่วน บุคคลในจีนเมื่อเทียบกับประเทศ อื่นๆ ของโลก

จากการสำ�รวจของสมาคมอุตสาหกรรม น้�ำ หอมและเครือ่ งสำ�อางของจีน (CAFFCI) พบว่าขนาดของตลาดเครื่องสำ�อางและ ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคลในจีน เติบโตจาก 350 ล้านหยวนในปี 1980 เป็น

319,000 ล้านหยวนในปี 2017 ทำ�ให้จีน เป็นตลาดเครื่องสำ�อางที่ใหญ่เป็นอันดับ สองของโลก จากการที่ประเทศจีนมีการเติบโตทาง เศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว รายได้หลังหักภาษี และระดับการบริโภคในจีนจึงพุ่งสูงขึ้น ผู้ บริโภคชาวจีนร่ำ�รวยขึ้นและค่อยๆ เห็น ว่าเครื่องสำ�อางและผลิตภัณฑ์เพื่อการ ดูแลส่วนบุคคลกลายเป็นสิ่งจำ�เป็นมากก ว่าสิ่งฟุ่มเฟือย Statista รายงานว่า ราย ได้จากการค้าปลีกเครือ่ งสำ�อางในจีนเติบโต จาก 19,500 ล้านหยวนในเดือนมีนาคม 2016 เป็น 21,490 ล้านหยวนในเดือน มีนาคม 2017 กลยุทธ์ในการดึงดูดผู้คนจากทั่ว โลกให้มาเข้าชมงาน PCHi 2019

งาน PCHi 2019 เน้นสามเรื่องหลัก คือ เทคโนโลยี • พลัง • จิตวิญญาณ ซึ่ง จะมอบโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้เข้าชมงาน


ในการทำ�ธุรกิจ สร้างเครือข่าย และเรียนรู้ ในส่วนของ เทคโนโลยี ผู้เข้าชมงาน สามารถเพลิดเพลินกับโอกาสในการเรียนรู้ เพิม่ เติมเกีย่ วกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีชนั้ เลิศในตลาดทีก่ ารประชุมด้านเทคโนโลยีใหม่ (New Technology Sessions) หรือสังเกต นวัตกรรมล่าสุดทีส่ ว่ นการแสดงผลิตภัณฑ์ ใหม่ (New Products Showcase) ส่วนของ พลัง บ่งบอกจุดยืนของงาน PCHi ในฐานะเวทีทางเลือก ไม่เพียงแต่ใน ด้านการจัดหาวัตถุดบิ แต่ยงั รวมถึงการแลก เปลีย่ นความรู้ สนับสนุนโดยคณะผูเ้ ชีย่ วชาญ ในอุตสาหกรรมที่จะมาแบ่งปันเคล็ดลับใน การผสมผสานความรูเ้ ข้ากับความเชีย่ วชาญ เนือ้ หาทีเ่ ข้มข้นซึง่ ถ่ายทอดในโปรแกรมการ ให้ความรู้เป็นส่วนหลักของงาน PCHi ใน แต่ละปี การสัมมนาอุตสาหกรรมประจำ�ปี 2019 ของ PCHi จะชูกรอบความคิดใหม่ ล่าสุด ซึง่ ครอบคลุมหัวข้อทีห่ ลากหลายทัง้ ประเด็นหลักและประเด็นย่อย ส่วนของ จิตวิญญาณ เน้นจิตวิญญาณ ของนวัตกรรมและการค้นหาคุณภาพและ ความเป็นเลิศ ซึ่ง PCHi ปรารถนาที่จะ มอบให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน สนับสนุนโดย รางวัล Fountain Awards ที่ได้รับการ เชิดชูจากอุตสาหกรรม ยกย่องบุคคลและ บริษัทที่ใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์ผลงาน สำ�คัญแก่อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อการ ดูแลส่วนบุคคล

ปีเตอร์ หลิว ผู้จัดการโครงการ PCHi รี้ด ซิโนฟาร์ม เอ็กซิบิชั่น Peter Liu PCHi Project Manager Reed Sinopharm Exhibitions

กิจกรรมทีน ่ า่ สนใจ และเหตุผลทีผ ่ ู้ ผลิตเครื่องสำ�อางไม่ควรพลาด

ภายในงานจะมี ก ารนำ � เสนอการ ประชุมแบบต่อเนือ่ งเป็นครัง้ แรกใน ‘PCHi Conference Plenary Talks: นวัตกรรม ขับเคลือ่ นเทรนด์เพือ่ อนาคตยุคใหม่’ ผูเ้ ข้า ชมงาน PCHi 2019 สามารถเข้าฟังการ ประชุมเหล่านี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การ ประชุมนีอ้ อกแบบมาเพือ่ นำ�เสนอภาพรวม ของตลาดผลิตภัณฑ์เพือ่ การดูแลส่วนบุคคล ของโลก ครอบคลุมหัวข้อการประชุมซึง่ เป็น ที่ต้องการอย่างมาก ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี สูตรเครื่องสำ�อาง เทรนด์การตลาด และ อืน่ ๆ อีกมากมาย การประชุมประกอบด้วย สองภาษา คือ จีนและอังกฤษ (ผ่านล่ามที่ แปลสดพร้อมกัน) และจะเน้นในส่วนของที่ ปรึกษา ผูเ้ ชีย่ วชาญในอุตสาหกรรม และผู้ คิดค้นสูตรที่น่าเชื่อถือที่สุดของโลก

ผูเ้ ชีย่ วชาญในอุตสาหกรรมเครือ่ งสำ�อาง ที่วางแผนจะเข้าร่วมงาน PCHi 2019 ซึ่ง จัดโดย Reed Sinopharm Exhibitions หรือ RSE สามารถลงทะเบียนออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ www.pchi-china.com/ en/Visitors/Visitor-Registration/ ก่อน เวลา 24.00 น. (GMT+8) ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ที่ลงทะเบียนออนไลน์ สามารถรับสิทธิพเิ ศษเข้างานโดยไม่ตอ้ งเข้า คิวบริเวณหน้างาน ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pchi-china.com/en หรือผ่าน ทางโซเชียลมีเดียของงาน PCHi เฟสบุ๊ค www.facebook.com/PCHiExpo ลิงด์อ ิน www.linkedin.com/in/PCHiExpo ทวิตเตอร์ www.twitter.com/PCHiChina 

The Personal Care and Homecare Ingredients (PCHi) trade show or PCHi 2019 organized by Reed Sinopharm Exhibitions (RSE) will take place on February 26-28, 2019 at Guangzhou Poly World Trade Center (PWTC). To be China’s number one sourcing platform for the global personal care industry, Peter Liu, PCHi Project Manager reveals the strategies with us.

What plans does RSE have to catch the opportunities offered by the robust personal care industry?

As the choice sourcing platform in China for the global personal care industry, PCHi always strives to bridge the gap between our domestic and international industry

partners. Our keen understanding of the market as a whole allows us to offer a valuable platform for business exchange year after year, expanding our event’s impact and Nov-Dec

39


influence beyond China and the Asian region. Our intentional focus on technology and innovation has also enabled us to cement our reputation as the industry’s preferred platform to showcase the latest range of cosmetics ingredients and leading-edge technologies. More than 600 exhibitors hailing from nearly 30 countries and regions have confirmed their participation in PCHi 2019, and almost 40% of them are international companies — including major global players such as BASF, Croda, and DSM — looking to increase their presence in the China market. As the industry evolves, PCHi is also constantly reviewing the latest trends and will address both emerging and evergreen topics through various platforms on-site — such as the well-regarded PCHi Annual Industry Conference. Please give us some brief information on the personal care industry in China as compared to the rest of the world.

According to the China Association of Fragrance Flavour and Cosmetic Industries (CAFFCI), the market size for cosmetics and personal care in China has grown from RMB 350 million in 1980 to RMB 319 billion in 2017 — making China the second largest market for cosmetics in the world. As China continues to enjoy rapid economic growth, disposable income and consumption levels in China are ever rising. The increasing affluence of Chinese consumers have gradually seen cosmetics and personal care products becoming more of a necessity rather than a luxury. According to a report by Statista, the retail trade revenue 40

www.innolabmagazine.com

of cosmetics in China grew from RMB 19.5 billion in March 2016 to RMB 21.49 billion in March 2017. What are some of RSE’s strategies to draw visitors from around the world to visit PCHi 2019?

Riding on the key pillars of Technology • Power • Spirit, PCHi 2019 will offer greater opportunities for business, networking, and learning to its visitors. Under the pillar of Technology, trade visitors can enjoy the opportunity to learn more about state-of-the-art products and technologies in the market at the New Technology Sessions, or scout for the latest innovations at the New Products Showcase. Power points to PCHi’s position as a choice platform not only for sourcing, but also for knowledge exchange. Supported by a panel of authoritative industry experts who share their combined wealth of knowledge and expertise, the solid content delivered within the education program is a key component of PCHi’s offering each year. The PCHi Annual Industry Conference 2019 will feature a brand-new framework — covering a comprehensive range of topics in a mix of keynote and breakout sessions. PCHi’s Spirit pillar highlights the spirit of innovation and the quest for excellence and quality, which PCHi desires to imbue in its attendees. This is undergirded by the industryacclaimed Fountain Awards, which celebrates significant contributions that companies and individuals have made to the personal care industry through their innovations.

What is one activity that cosmetic manufacturers should not miss at PCHi 2019 and why?

At PCHi 2019, RSE will for the first time present curated keynote presentations in a series titled ‘PCHi Conference Plenary Talks: Trenddriven Innovations for a Smart Future’. PCHi 2019 attendees can enjoy complimentary access to these sessions, which are designed to provide attendees with a quick overview of the global personal care market covering a broad range of highly sought-after conference topics. These include cosmetics formulation technology, marketing trends, and more. The Plenary will be delivered in both Chinese and English (through simultaneous translation), and will feature some of the world’s most authoritative consultants, industry experts, and formulators. Cosmetic industry professionals planning to attend PCHi 2019 organized by Reed Sinopharm Exhibitions are encouraged to pre-register online at http://www. pchi-china.com/en/Visitors/VisitorRegistration/ before 12.00am (GMT+8) on 22 February 2019. By registering online, visitors enjoy complimentary access and avoid the hassle of waiting in line at the event. For more information about PCHi 2019, please visit www.pchi-china. com/en, or connect with PCHi on social media. Facebook: www.facebook.com/ PCHiExpo LinkedIn: www.linkedin.com/in/ PCHiExpo Twitter: www.twitter.com/PCHiChina 


Nov-Dec

41


ATTRACTIONS

Trend + Technology+ Innovation= Business Opportunity

Author info อริญญา เพียรวนิช Arinya P., Asst. M0arketing Director Digiview Advertising Group Co., Ltd. arinyap@gmail.com

แวดวงผู้ประกอบธุรกิจเริ่มร้อนแรงอีก ครั้งหลังต้อนรับศักราชใหม่ เต็มไปด้วย ความคิดใหม่ กลยุทธ์ใหม่ และเป้าหมาย ใหม่ เช่นเดียวกันกับ Food Pack Asia 2019 ทีก่ �ำ ลังจะเกิดขึน้ อีกครัง้ ในวันที1่ 3-16 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ศูนย์นทิ รรศการไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ประเทศไทย งานแสดง สินค้าประจำ�ปีซึ่งได้รับความเชื่อถือว่าเป็น เวทีของอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง มาไว้ในสถานที่เดียวกันอย่างยิ่งใหญ่ โดย ธีมงานในปีที่สิบนี้ คือ เทรนด์+เทคโนโลยี +นวัตกรรม = โอกาสทางธุรกิจ “Trend + Technology + Innovation = Business Opportunity” เพื่อขานรับกระแสความ นิยมใหม่ๆ ที่ผสมผสานกันมา พร้อมกับ ความต้องการที่หลากหลาย จากทั้งตลาด โลกและท้องถิ่นที่ปรากฎแทบทุกแห่ง ดัง ที่เราต่างทราบกันดีว่ามีการนำ�เทคโนโลยี ใหม่ๆมาใช้จนก่อให้เกิดกระแสนิยมใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เกิดพัฒนาสู่ นวัตกรรมตลอดเวลา สิง่ นีอ้ าจยากสำ�หรับ ผูป้ ระกอบการจำ�นวนไม่นอ้ ยทีต่ อ้ งปรับตัว ให้ทันกับสถานการณ์ และด้วยจิตใจนักสู้ ย่อมมีหนทางเสมอ และทันทีทพี่ บงานยาก 42

www.innolabmagazine.com

ก็อาจกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจทีย่ งิ่ กว่าคุม้ ค่า ดังนั้น งานแสดงสินค้า Food Pack Asia 2019 จึงเกิดขึน้ เพือ่ ช่วยขยายโอกาส ทางธุรกิจสู่ความสำ�เร็จแก่ผู้สนใจ และนำ� เอาเป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำ�หน่าย เจ้าของและ ผูป้ ระกอบการชัน้ นำ�ทีน่ า่ เชือ่ ถือทัง้ ไทยและ ต่างประเทศทั่วโลกในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์และอุตสาหกรรมที่ เกีย่ วข้องมาไว้ดว้ ย ผูเ้ ข้าร่วมในงานสามารถ เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับ เทรนด์ใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารโลก เทคโนโลยีดา้ น AI ทีน่ �ำ มาใช้ในอุตสาหกรรม อาหารและผลงานวิจยั ต่างๆ ทีช่ ว่ ยให้สนิ ค้า และบริการในอุตสาหกรรมนีจ้ นประสบความ สำ�เร็จและได้รบั รางวัลมากมาย ภายในงาน Food Pack Asia 2019 ยังมีการนำ�เสนอ ข่าวสาร เทคโนโลยีและความรู้ใหม่ๆ ที่ ต้องจับตา รวมถึงกิจกรรมน่าตื่นเต้นอีก มากมาย แบ่งเป็นโซนต่างๆ อาทิ - Food Processing - Smart Packaging for Future Food & Beverage Industries - Drink Technology - Hotel Restaurant Catering (HORECA)

- Food Safety - 45 Business Talk and Technology Seminar Sessions อย่าปล่อยโอกาสดีให้หลุดลอย ไป เชิญมาพิสูจน์ด้วยตัวท่าน เองที่งานมหกรรม Food Pack Asia 2019

สนใจรายละเอียดเพิม่ เติม โปรดติดต่อ คุณอริญญา ฝ่ายการตลาด โทร 0 2838 9999 ต่อ 8601 อีเมล arinyap@gmail. com สำ�รองทีน่ งั่ ฟังสัมมนาฟรี ติดต่อ คุณ นวลทิพย์ โทร 0-2838-9999 ต่อ 1400 อีเมล nualtip.tbp@gmail.com และ ดูรายละเอียดต่างๆ ของงานได้ที่ www. foodpackthailand.com 


Business begins sizzling again with new ideas, new strategies and new goals, marking the fighting spirit of business communities this new year. So is Food Pack Asia 2019, which is taking place at BITEC Exhibition Center, Bangkok’s Bangna, Thailand on 13-16 February 2019. As, in Asia, one of the most famous annual events of food, beverage and packaging industries as well as other related businesses, the 10th Food Processing and Packaging Exhibition comes out with the exciting theme “Trend + Technology+ Innovation = Business Opportunity” in respond to rising mixed trends and varieties of demand from the global and local markets in almost everywhere. As we can see that until this moment, using new technologies have quickly introduced new trends, while leading to new innovations every day. Not every business owner and operator

could catch up with. But with the spirit of business players, there are always some remedies and once they notice, the tough jobs could be turned into greater business opportunities. To help generate a better chance in business, Food Pack Asia 2019 brings many more reliable top producers and distributors from Thailand and abroad together with their hundreds of thousands of high-quality products and services in one place. Visitors can learn and experience about the world’s latest food business trends, AI technologies in food industry, and award-winning R&D works that add values and bring success to many food businesses already. The 2019 Fair also features hot news, new technologies and information plus plenty of exciting activities divided into different areas, including - Food Processing

- Smart Packaging for Future Food & Beverage Industries - Drink Technology - Hotel-Restaurant-Catering (HORECA) - Food Safety and - 45 Business Talk and Technology Seminar Sessions. Never let this opportunity go. Come and see for yourselves at Food Pack Asia 2019.

For further information please visit www.foodpackthailand.com or contact Ms. Arinya, Marketing Department at 0 2838 9999 ext. 8601 or email to arinyap@gmail.com. For booking free seminar seat contact Ms. Nualtip at 0-2838-9999 ext.1400 or email to nualtip.tbp@ gmail.com. 

Nov-Dec

43


CATCH UP

in-cosmetics Asia: the driving force of innovation in the Asia Pacific beauty industry

Author info ชาร์ลอตต์ เดล Charlotte Dale Account Executive, Storm Communications Ltd charlotte.dale@stormcom.co.uk

หลังจากตั้งตารอการกลับมาของงานแสดงสินค้าด้านเครื่องสำ�อางและผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคลชั้นนำ�ของภูมิภาค มาหนึง ่ ปี อุตสาหกรรมความงามของเอเชียแปซิฟก ิ ก็ได้พบกับงานอิน-คอสเมติกส์ เอเชีย อีกครัง ้ ทุกสายตาต่างพุง ่ ตรงไปข้าง หน้า ทีมวิจัยและพัฒนามองหาส่วนผสมใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งจะทำ�ให้พวกเขาสามารถสร้างสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าทึ่งซึ่ง จะนำ�ไปใช้ประโยชน์กับเทรนด์ในอนาคตได้

ตลอดสามวั น งานด้ า นส่ ว นผสม ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคลชั้นนำ� ของภูมภิ าคมอบเวทีส�ำ หรับผูเ้ ชีย่ วชาญด้าน เครือ่ งสำ�อางมากกว่า 11,307 คน จาก 73 ประเทศ เพือ่ สัมผัสกับวัสดุและเทคโนโลยีทมี่ ี นวัตกรรมมากทีส่ ดุ ของโลก พร้อมเรียนรูก้ าร ค้นพบทีย่ งิ่ ใหญ่ดา้ นวิทยาศาสตร์ รวมไปถึง เทรนด์ของโลก และกฎหมายข้อบังคับต่างๆ จุดเด่นคือความหลากหลาย บริษัท ชั้นนำ�ที่เข้าชมงานในปีนี้อย่างบริษัท อิชิ มารุ ฟาร์คอส จำ�กัด เปิดเผยว่าได้พูดคุย กับทัง้ ประธานบริษทั นักวิทยาศาสตร์ดา้ น การวิจัยและพัฒนา นักคิดค้นสูตร และผู้ จัดการฝ่ายขายตลอดสามวัน ขณะทีฟ่ าบริซ กิลเลอมาร์ด หัวหน้าการตลาดภูมภิ าคเอเชีย แปซิฟกิ ด้านกลิน่ หอมและผลิตภัณฑ์เพือ่ การ ดูแลส่วนบุคคลของดีเอสเอ็มให้ความเห็นว่า “เราได้พบปะลูกค้าจากทัว่ ทัง้ ภูมภิ าค ไม่วา่ จะเป็นจีน อินเดีย เกาหลี ไทย อินโดนีเซีย 44

www.innolabmagazine.com

และมาเลเซีย แต่ในปีนี้ เรายังได้พดู คุยกับ ผูค้ นจากยุโรป รวมถึงสหราชอาณาจักร ตุรกี และฝรั่งเศส ทำ�ให้งานนี้เป็นงานที่ประสบ ความสำ�เร็จอย่างแท้จริง ซึ่งแน่นอนว่าเรา ต้องการมาอีกครั้งในปีหน้า” ซัพพลายเออร์ 480 รายมาร่วมนำ� เสนอส่วนผสมล่าสุดของพวกเขา ควบคูก่ บั โปรแกรมให้ความรูโ้ ดยผูเ้ ชีย่ วชาญ 54 ท่าน จากทัว่ โลกซึง่ เป็นส่วนสำ�คัญทีด่ งึ ดูดความ สนใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา จากนานาชาติต่างชื่นชมว่างานนี้ประสบ ความสำ�เร็จอย่างยิง่ ใหญ่ มิเนโอะ ยามาชิตะ นักวิจัยสำ�หรับธุรกิจที่มีฐานในญี่ปุ่นของ โคเซ่ คือหนึง่ ในหลายคนทีไ่ ด้รบั การกระตุน้ จากโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรทีม่ ี อยูใ่ นงานอิน-คอสเมติกส์ เอเชีย เขากล่าว ว่า “ผมพบส่วนผสมมากมายภายในงานและ ได้ประชุมกับซัพพลายเออร์จากนานาชาติ ทั้งเยอรมนี ฮอลแลนด์ และญี่ปุ่น หนึ่งใน

สิ่งที่น่าสนใจคือโพลีเมอร์สำ�หรับแชมพูซึ่ง ผมจะนำ�มาทดลองใช้ในสูตรหน้า” ยิ่งไปกว่านั้น งานที่จัดพร้อมกันคือ คอสเมกซ์ (Cosmex) ซึ่งเป็นงานที่เน้น เทคโนโลยีการผลิต บรรจุภณ ั ฑ์ และบริการ ODM/OEM สำ�หรับอุตสาหกรรมความ งาม – นัน่ หมายความว่าไม่มพี นื้ ทีใ่ ดทีจ่ ะดี ไปกว่านีอ้ กี แล้ว สำ�หรับผูท้ รี่ บั ผิดชอบด้าน การพัฒนาเครือ่ งสำ�อางและผลิตภัณฑ์เพือ่ การดูแลส่วนบุคคลใหม่ๆ ในการมองหา โซลูชันให้กับตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ทัวร์เพื่อการค้นพบ

โปรแกรมใหม่ของงานอิน-คอสเมติกส์ เอเชีย ในปีนี้ คือทัวร์ “ไร้เสียง” ด้านการ วิจยั และพัฒนา 90 นาทีทไี่ ด้รบั ความนิยม เป็นอย่างสูง ดูแลและนำ�โดยนักเคมีเครือ่ ง สำ�อางที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง Rouah Al-Wakeel


ตลอดสามวัน นักสร้างตำ�รับเครื่อง สำ�อางมากกว่า 100 คน จากยูนลิ เี วอร์ โคตี้ ลอรีอัล อมอร์แปซิฟิค และพีแอนด์จี เข้า ร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบตั กิ ารทีช่ ว่ ยให้พวก เขาเรียนรูเ้ พิม่ เติมเกีย่ วกับ Biotechnology Actives ผูน้ �ำ ในด้านไมโครไบโอมิกส์ และ ส่วนผสมจากธรรมชาติ เสียงสะท้อนจากผูเ้ ข้า ร่วมงานนัน้ ดีมาก โดยมีค�ำ วิจารณ์มากมาย เกี่ยวกับพลังของข้อมูล และโอกาสในการ ทดลองผลิตภัณฑ์ รวมถึงถามคำ�ถามกับ ซัพพลายเออร์ได้โดยประหยัดเวลา แบ่งปันความรู้ในอุตสาหกรรม

ในแต่ละปี การประชุมด้านกฎระเบียบ ข้อบังคับและการตลาดซึง่ เป็นทีช่ นื่ ชอบยัง คงเป็นพื้นที่ที่ผู้ผลิตเครื่องสำ�อางให้ความ สนใจในการหาข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ใน อนาคต โดยในปีนี้มีผู้เข้าฟังเต็มพื้นที่เพื่อ ศึกษาข้อมูลเฉพาะเจาะลึกเกีย่ วกับผลิตภัณฑ์ จากธรรมชาติและออร์แกนิก ความงามแบบ จีน สินค้าและบริการทีต่ อบสนองคุณค่าทาง อารมณ์และมีนวัตกรรม (premiumisation) และการต่อต้านริ้วรอย ไม่ว่าจะในยุโรป ไทย สหรัฐอเมริกา หรือจีน อุตสาหกรรมจำ�เป็นต้องดำ�เนินตาม กฎระเบียบข้อบังคับทีม่ อี ยูเ่ พือ่ ให้สอดคล้อง กับกฎหมาย ส่งผลให้หนึ่งในการประชุมที่ ถูกคาดหวังมากทีส่ ดุ คือการประชุมทีน่ �ำ โดย ดร. อเลน ไคแอท และเจ้าหน้าทีภ่ าครัฐของ อินเดียอย่าง ดร. วี วาร์มา ซึ่งมาอภิปราย เกี่ยวกับมาตรฐาน ISO 16128 ใหม่ และ วิธีการที่ผู้ผลิตเครื่องสำ�อางจะมั่นใจได้ว่า เป็นไปตามพิธีสารนาโงยา ขณะเดียวกัน การสัมมนาด้านเทคนิค ที่สามารถเข้าฟังได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ช่วยให้นกั วิทยาศาสตร์คนุ้ เคยกับส่วนผสม หลักในผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคล ซัพพลายเออร์จากนานาประเทศต่างมา แบ่งปันข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ล่าสุดของพวกเขา ตัวแทนจากแอชแลนด์ เบรนน์แท็ก คลาเรียนท์ ดีเอสเอ็ม อิวอนิก ดร. สเตรทแมนส์ และจิวาดอง แอคทีฟ บิวตี้ ต่างมาร่วมแบ่งปันในการประชุมทีถ่ กู ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทีมวิจัยและพัฒนา สามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ หนึ่งในการประชุมที่คึกคักมากที่สุด นำ�โดยเดวิด ฮันเคเลอร์ ผู้อำ�นวยการของ AQUA+TECH Specialities เขาเน้นวิธกี าร

ที่ทีมวิจัยและพัฒนาสามารถใช้นวัตกรรม ด้านโมเลกุลในการสร้างผลิตภัณฑ์เครื่อง สำ�อางนวัตกรรมจากธรรมชาติ และนัก เคมีต่างเนืองแน่นห้องประชุมเพื่อฟังการ บรรยายของจอห์น ลอฟต์เฮาส์ จากซีแอล อาร์ เบอร์ลนิ ซึง่ เปิดเผยวิธกี ารใหม่ในการ มอบความชุ่มชื้นแก่ผิว โดยเกี่ยวกับการ กระตุ้นประสิทธิภาพของเซลล์ผิวที่รับการ กระตุ้นจากวิตามินดี นวัตกรรมขั้นต่อไป

อุตสาหกรรมความงามของเอเชียแปซิฟกิ ภาคภูมใิ จในตนเองทีก่ า้ วนำ�ภูมภิ าคอืน่ ของโลก ไปหนึง่ ขัน้ เมือ่ กล่าวถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ความงามนวัตกรรม ซึ่งหมายความว่าโซน นวัตกรรมเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความ นิยมในงานอิน-คอสเมติกส์ เอเชียอยูเ่ สมอ ในปีนี้ มีการแสดงผลิตภัณฑ์ 66 ประเภท ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไม่เกินแปดเดือนก่อนจัดงาน ส่วนผสมสองชนิดที่ดึงดูดความสนใจได้ มากที่สุดคือ RHEANCE® Glycolipids จากอิวอนิก สเปเชียลตี้ เคมีคอลส์ ส่วน ผสมใหม่ จ ากธรรมชาติ ท่ีทำ� งานหลาย หน้าที่ ใช้เวลาพัฒนานับทศวรรษ เหมาะ สำ�หรับสูตรทำ�ความสะอาดทีอ่ อ่ นโยน และ ECOBIOTYS® จาก Silab ส่วนผสมออก ฤทธิ์ Nectarobiota ที่รับแรงบันดาล ใจด้านชีวภาพจากประสิทธิภาพการควบ คุมไมโครไบโอต้าของน้ำ�หวานจากดอกไม้ และไม่นา่ แปลกใจทีท่ งั้ สองได้รบั รางวัล ยอดเยีย่ มในงานรับรางวัลส่วนผสมทีด่ ที สี่ ดุ ณ โซนนวัตกรรมของงานอิน-คอสเมติกส์ เอเชีย ในประเภทส่วนผสมฟังก์ชนั นอลและ ส่วนผสมออกฤทธิต์ ามลำ�ดับ คณะกรรมการ ตัดสินเน้นว่า RHEANCE® Glycolipids เป็นส่วนผสมทำ�งานหลายหน้าที่ที่ยอด เยี่ยม ขณะที่ ECOBIOTYS® ได้รับคำ�ชม ในส่วนของเรื่องราวและความสามารถที่ เป็นเอกลักษณ์เพือ่ ปรับสมดุลไมโครไบโอต้า ของผิวผู้ใหญ่ อีกส่วนสำ�คัญที่ได้รับความนิยมอย่าง มากในโซนนวัตกรรมคือการสาธิตของ มินเทลที่เกิดขึ้นตลอดทั้งงาน ในปีนี้ นัก คาดการณ์เทรนด์เน้นเรื่องของการพัฒนา ความงามในโลกของอารมณ์ ด้วยการนำ� เสนอผลิตภัณฑ์สำ�เร็จที่มอบสัมผัสอันเป็น เอกลักษณ์ให้แก่ผู้บริโภค

เส้นผม ผิว และอารมณ์

ผิวกระจ่างใส เส้นผมเงางาม และ ผลิตภัณฑ์ที่มอบประสบการณ์ความรู้สึก พิเศษได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาค เอเชียแปซิฟิกไปเรียบร้อยแล้ว พิสูจน์ได้ จากการทีน่ กั เคมีเครือ่ งสำ�อางต่างมารวมตัว กันที่ส่วนผลิตภัณฑ์เด่น (Spotlight On) ซึง่ เน้นเกีย่ วกับสารออกฤทธิส์ �ำ หรับเส้นผม สารเพิ่มสัมผัส และสารให้ความชุ่มชื้น ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตั้งเป้าที่จะเป็น ตลาดเพือ่ การดูแลเส้นผมทีใ่ หญ่ทสี่ ดุ ภายในปี 2565 นักเคมีเครือ่ งสำ�อางต่างนำ�เสนอสาร ออกฤทธิ์ดูแลเส้นผมใหม่ๆ ซึ่งรวมถึงทรีต เมนต์ธรรมชาติ 100% จากดีเอสเอ็ม นิว ทริชั่นแนล โปรดักส์ ส่วนผสมใหม่สำ�หรับ ผมดัดจากกัตฟอส เอเชีย แปซิฟิก และ ทรีตเมนต์ส�ำ หรับผมแตกปลายจากโซลเวย์ สเปเชียลตี้ เคมีคอลส์ เอเชีย แปซิฟิก ที่ มีอัตราการซ่อมแซมถึง 90% หลังการใช้ เพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ สุมิต โชปรา ผู้ อำ�นวยการด้านวิเคราะห์วิจัยของโกลบอล ดาต้า คุยกับผู้เข้าร่วมงานผ่านหัวข้อเกี่ยว กับปัจเจกนิยมและความต้องการประเภท ของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ซินกุจากแอชแลนด์ จัดสัมมนาด้านเทคนิคที่ประมาณค่ามิได้ เกีย่ วกับ “การปกป้องเส้นผมและหนังศีรษะ จากความเครียดของการใช้ชีวิตในเมือง” ซานจีฟ บัทท์ ผูอ้ �ำ นวยการของราดิโค่ใน อินเดียให้ความเห็นว่า “ส่วนผลิตภัณฑ์เด่น ด้านการดูแลเส้นผมเป็นส่วนทีใ่ ห้ประโยชน์ กับตัวผมมากที่สุด ผมสามารถเจาะตัว ผลิตภัณฑ์และเข้าไปพูดคุยข้อมูลเพิ่มเติม กับผูจ้ ดั แสดงสินค้าทีบ่ ธู ของเขา ผมแนะนำ� งานนี้เป็นอย่างมากสำ�หรับผู้ผลิตที่มองหา ส่วนผสมใหม่ๆ เพื่อใช้อัพเกรดผลิตภัณฑ์ ของตนเอง” ผูบ้ ริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์ทใี่ ห้ ความรู้สึกและกลิ่นที่วิเศษบนผิวเพิ่มมาก ขึ้น นั่นทำ�ให้ส่วนผลิตภัณฑ์เด่นด้านการ เพิ่มสัมผัสเป็นที่นิยมของผู้เข้าชมงานเป็น อย่างมาก ส่วนนี้ทำ�ให้สามารถเข้าถึงส่วน ผสมนวัตกรรมได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ซึ่ง สามารถปรับปรุงและเสริมสัมผัส ความ รู้สึก และกลิ่นของสูตร จุดเด่นอยู่ที่รอง พื้นตัวล่าสุดซึ่งสามารถเปลี่ยนจากแป้ง เป็นครีม และทรีตเมนต์มาส์กแบบ “เจล ลี่” และ “แห้ง” อีกทั้งยังมีการนำ�เสนอ

Nov-Dec

45


พิเศษที่เน้นเทคโนโลยีชั้นนำ�ซึ่งมีอิทธิพล ต่อตัวเพิ่มสัมผัสในยุคล่าสุด ผิวที่เปล่งประกายไร้ข้อบกพร่องเป็นที่ ต้องการลำ�ดับต้นของผู้บริโภคชาวเอเชีย และนำ�ไปสู่ส่วนผลิตภัณฑ์เด่นที่สามซึ่ง เน้นเรื่องการให้ความชุ่มชื้น เป็นแหล่ง รวมซัพพลายเออร์ชั้นนำ�ด้านส่วนผสม ที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์สำ�เร็จสามารถ มอบผิวที่กระจ่างใส สถาบันวิจัยชีวเคมี ไมเบลล์ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนในส่วน นี้ได้จัดแสดง MossCellTec™ ซึ่งได้ รับรางวัล เป็นมอสที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี ชีวภาพซึ่งช่วยปรับปรุงความชุ่มชื้นของ ผิว - ขณะที่ BIOCOSMETHIC SAS นำ� เสนอ Aquapuntia® ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ ได้จากผลกระบองเพชร นอกจากนี้ ผู้เข้า ชมยังได้รบั ประโยชน์จากการนำ�เสนอพิเศษ ของมินเทลซึ่งพาสำ�รวจการกล่าวอ้างทั้ง หลายทีเ่ กีย่ วข้องกับเรือ่ งการให้ความชุม่ ชืน้ และสิง่ นีม้ อี ทิ ธิพลต่อแวดวงความงามและ ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคลอย่างไร ส่วนผสมที่โดดเด่นจากส่วนผลิตภัณฑ์ เด่นในแต่ละส่วนต่างได้รับรางวัลอันเป็นที่ ปรารถนาในช่วงการประกาศรางวัลของงาน อิน-คอสเมติกส์ เอเชีย ซึ่งคับคั่งไปด้วย สันทนาการสดและสามารถดึงดูดผู้เข้าชม จำ�นวนมาก มร. คิลาลา ทิลาร์ ผู้อำ�นวย การฝ่ายสร้างสรรค์และนวัตกรรมจากเดอะ มาร์ธา ทิลาร์ กรุ๊ป ในอินโดนีเซีย เป็น หนึ่งในสี่คณะกรรมการตัดสินซึ่งทำ�หน้าที่ พิจารณาข้อมูลทางเทคนิคและทดสอบ ทุกสูตรที่มาจัดแสดง เขาให้ข้อสังเกตว่า กระบวนการตัดสินนั้นยากมากเนื่องจาก “ทุกผลงานน่าประทับใจมากและต่างมอบ วิธีนวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

46

www.innolabmagazine.com

ให้แก่ผู้ผลิต” สำ�หรับสารออกฤทธิ์สำ�หรับเส้นผมนั้น รางวัลสูงสุดเป็นของจิวาดอง ขณะทีอ่ ชิ มิ ารุ ฟาร์คอส คว้ารางวัลด้านความชุม่ ชืน้ และ ไอเอ็นเอ เทรดดิ้ง ชนะเลิศประเภทสาร เพิ่มสัมผัส สูตรที่ประสบความสำ�เร็จ

อีกส่วนหนึ่งของงาน ตลอดทั้งสามวัน ห้องปฏิบตั กิ ารคิดค้นสูตรดึงดูดผูเ้ ชีย่ วชาญ ด้านการวิจยั และพัฒนา 596 คนมารวมตัว กัน ซึง่ ล้วนต้องการทีจ่ ะเรียนรูเ้ กีย่ วกับส่วน ผสมใหม่ๆ ว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาล ใจให้แก่สูตรใหม่ได้อย่างไร ส่วนของห้องปฏิบัติการมีทั้งหมด 11 ห้องซึง่ ดำ�เนินการตลอดทัง้ งาน มอบโอกาส พิเศษอันประเมินค่ามิได้แก่นักเคมีเครื่อง สำ�อางในการสัมผัสกับส่วนผสมต่างๆ ด้วย ตนเองและเรียนรูเ้ ทคนิคใหม่ๆ ทีจ่ ะช่วยให้ พวกเขาสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มี นวัตกรรม โดยที่ห้องปฏิบัติการสามารถ (Lab at capacity) เวเลอริโอ เวอร์กานิ จากแกรนท์ อินดัสทรีส์ คอยให้ความรู้แก่ นักเคมีเกีย่ วกับวิธกี ารสร้างสูตร “ปราศจาก สารให้ความขาว เอสพีเอฟสูง ให้สัมผัส สูง และสอดคล้องกับฮาลาล” อีกหนึ่ง การประชุมทีม่ ผี เู้ ข้าฟังมากมายนำ�โดย ดร. คาร์สเทน ไดเอทซ์ ผู้อำ�นวยการด้านวิจัย และพัฒนา/คุณภาพของบริษทั คอสฟาเทค ซึ่งสาธิตวิธีการสร้างอิลิกเซอร์สำ�หรับผิวที่ ช่วยสร้างความอ่อนนุม่ ต้านมลพิษ ให้การ ปกป้องดูแล และต่อต้านริ้วรอย - ทำ�ให้ผู้ เชีย่ วชาญด้านการวิจยั และพัฒนาสามารถ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในเทรนด์ที่ใหญ่ ที่สุดในขณะนี้ได้

เพื่อชี้ให้เห็นคุณค่าของการประชุม เหล่านี้ นีลัม คูรานา ผู้อำ�นวยการของ Timpac Healthcare PVT Ltd. กล่าว ว่า “สิง่ ทีท่ �ำ ให้เราอัศจรรย์ใจในงานอิน-คอส เมติกส์ เอเชีย คือส่วนของห้องปฏิบัติการ คิดค้นสูตร ผมพบว่ามันน่าสนใจมาก ผม ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงวิธีการ ผสมสารออกฤทธิ์ชีวภาพใหม่ๆ เพื่อสร้าง สูตรที่ไม่เหมือนใคร” ซาราห์ กิบสัน ผูอ ้ �ำ นวยการด้าน นิทรรศการของงานอิน-คอส เมติกส์ เอเชีย ให้ความเห็นว่า:

“นวัตกรรมคือจุดแข็งของงานอิน-คอสเม ติกส์ เอเชีย ในทุกครัง้ แต่ผเู้ ข้าชมงานและ ผูจ้ ดั แสดงสินค้าต่างบอกกับเราว่าพวกเขา ประทับใจในผลิตภัณฑ์ใหม่จ�ำ นวนมากมาย ทีจ่ ดั แสดงอยูใ่ นงานของปีนี้ ต้องขอขอบคุณ องค์ประกอบด้านการให้ความรู้แบบอิน เตอร์แอคทีฟภายในงาน เชื่อว่าผู้ผลิตจะ สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อัน น่าทึง่ ทีจ่ ะทำ�ให้แวดวงการค้าเครือ่ งสำ�อาง มีความก้าวหน้า และนำ�เสนอผลิตภัณฑ์ สุดท้ายใหม่ๆ ทีม่ นี วัตกรรมเพือ่ ตอบสนอง เทรนด์ที่ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง” งานอิน-คอสเมติกส์ เอเชีย 2019 จะ จัดขึน้ ระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2562 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://asia.incosmetics.com 


After a year eagerly awaiting the return of the region’s leading cosmetics and personal care event, the APAC beauty industry once again descended on in-cosmetics Asia earlier this month. All eyes were on the future, with R&D teams seeking out new and previously unseen ingredients that will enable them to formulate incredible new products that capitalise on future trends.

Over three days, the region’s leading personal care ingredients event provided a platform for more than 11,307 cosmetics professionals – from 73 countries – to get handson with the world’s most innovative materials and technologies, while learning about new scientific breakthroughs, global trends and regulations. Highlighting the diverse, high-level visitors that attended this year’s event, Ichimaru Pharcos Co,. Ltd. revealed that it had talked with company presidents, R&D scientists, formulators and sales managers over the three days, while Fabrice Guillemard, Regional Marketing Lead DSM Personal Care and Aroma Ingredients APAC at DSM, commented: “We met customers from across the region, Chinese, Indian, Korean, Thai, Indonesian and Malaysian. But at this year’s show we even spoke with people from Europe, including the UK, Turkey and France. It made the show a real success that we certainly want to repeat next year.” The 480 suppliers presenting over three days, the region’s leading personal care ingredients event provided a platform for more than 11,307 cosmetics professionals – from

73 countries – to get hands-on with the world’s most innovative materials and technologies, while learning about new scientific breakthroughs, global trends and regulations. Highlighting the diverse, high-level visitors that attended this year’s event, Ichimaru Pharcos Co,. Ltd. revealed that it had talked with company presidents, R&D scientists, formulators and sales managers over the three days, while Fabrice Guillemard, Regional Marketing Lead DSM Personal Care and Aroma Ingredients APAC at DSM, commented: “We met customers from across the region, Chinese, Indian, Korean, Thai, Indonesian and Malaysian. But at this year’s show we even spoke with people from Europe, including the UK, Turkey and France. It made the show a real success that we certainly want to repeat next year.” The 480 suppliers presenting their latest ingredients alongside an educational programme featuring 54 global experts were the main attractions, with international R&D professionals hailing the show a huge success. Mineo Yamashita, a researcher for Japan-based business KOSE, was one of many that was enthused by the sourcing

opportunities available at in-cosmetics Asia. He said: “I found so many ingredients at the event and had meetings with international suppliers from Germany, Holland and Japan. Among the most interesting was a polymer for a shampoo that I will try in my next formulation.” Furthermore, the event’s colocation with Cosmex – ASEAN’s event that focuses on manufacturing technologies, packaging and ODM/ OEM services for the beauty industry – meant that there was no better location for those responsible for the development of new cosmetic and personal care products to source solutions across the supply chain. Tours of discovery

Brand new to the in-cosmetics Asia programme this year were the hugely popular 90-minute ‘silent’ R&D Tours, curated and led by expert cosmetic chemist Rouah Al-Wakeel. Over three days, more than 100 formulators – from the likes of Unilever, Coty, L’Oréal, AmorePacific and P&G – joined sessions that helped them learn more about Biotechnology Actives, Leadership in Microbiomics and Natural Ingredients. Participants’ feedback was excellent, Nov-Dec

47


with several remarking on how powerful the information was and how it gave them the opportunity to try products and ask questions to suppliers in a time efficient way.

Berlin reveal a new approach to skin moisturisation that involves stimulating the efficiency of vitamin D receptors in skin cells.

Sharing industry knowledge

The APAC beauty industry prides itself on being one step ahead of the rest of the world when it comes to developing novel beauty products meaning that the Innovation Zone is always one of the most popular areas of in-cosmetics Asia. This year, 66 products were on display, all of which had been launched within eight months of the event opening. Two of the ingredients in the area that attracted the most attention were Evonik Speciality Chemicals’ RHEANCE® Glycolipids – a new class of allnatural, multi-functional ingredient, suitable for gentle personal cleansing formulations that took a decade to develop – and Silab’s ECOBIOTYS® , an active ingredient bio-inspired by the regulating capacity of the microbiota of floral nectar, the Nectarobiota. And it was no surprise that they scooped the top prizes in the in-cosmetics Asia Innovation Zone Best Ingredient Awards, in the functional and active categories respectively. The judges highlighted that RHEANCE® Glycolipids was a great multi-functional ingredient which was completely on-trend, while they complimented ECOBIOTYS®on its unique story and ability to rebalance the microbiota of mature skin. Another hugely popular feature of the Innovation Zone were the Mintel Live Demonstrations that were run throughout the event. This year the trend forecaster focused on Developing Beauty in a World of Emotions, presenting a host of finished products that deliver unique sensations to consumers.

Year on year, the highly acclaimed Marketing Trends & Regulations Theatre continues to be the place cosmetic manufacturers turn to for information about future trends. This year, visitors packed the auditorium to discover exclusive insights on topics such as natural and organic products, C-beauty, premiumisation and anti-ageing. Whether in Europe, Thailand, the US or China, the industry needs to navigate a vast array of regulations to comply with the law. As a result, one of the most eagerly anticipated sessions was delivered by Dr. Alain Khaiat and Indian government member Dr. V Varma who discussed the new ISO 16128 standard and how cosmetic manufacturers can ensure compliance with the Nagoya Protocol. Meanwhile, the free-to-attend Technical Seminars enabled scientists to familiarise themselves with key personal care ingredients as international suppliers shared insights into their latest products. Representatives from Ashland, Brenntag, Clariant, DSM, Evonik, Dr. Straetmans GmbH and Givaudan Active Beauty were among those who delivered sessions designed to help R&D teams overcome specific challenges. One of the busiest sessions was run by David Hunkeler, Director of AQUA+TECH Specialities, who highlighted how R&D teams can use molecular innovation to create novel natural cosmetic products. And chemists filled the theatre to hear John Lofthouse of CLR 48

www.innolabmagazine.com

Next level innovation

Hair, skin and senses

Glowing skin, glossy hair and products that offer unique sensory experiences are already a signature of the APAC region, and, in testament to this, cosmetic chemists packed out this year’s Spotlight On areas that focused on Hair Actives, Sensory Enhancers and Hydration. With the Asia-Pacific region set to become the largest haircare market by 2022, cosmetic chemists were presented with a range of new haircare actives including 100% natural treatments from DSM Nutritional Products, a new frizz control ingredient from Gattefossé Asia Pacific and a treatment for split ends from Solvay Speciality Chemicals Asia Pacific that boasts a 90% repair rate after just one application. Additionally, Sumit Chopra, Director of Research Analysis with GlobalData, talked attendees through the emergence of individualism and the demand for efficiency in the category, while Xin Qu, from Ashland LLC, hosted an invaluable technical seminar on ‘Protecting hair and scalp from the stress of urban living’. Sanjeev Bhatt, a Director at Radico in India, commented: “The Spotlight On Haircare was the most useful aspect of the show for me. I could identify unique products and then visit the exhibitors at their stands to learn more. I strongly recommend this show for manufacturers who are looking for new ingredients to upgrade their products.” Growing consumer demand for products that feel and smell fantastic on the skin meant that the Spotlight on Sensory Enhancers area was a huge hit with show visitors. It offered a closer look at innovative ingredients that are able to improve and enhance the touch, feel and smell of formulations,


with the newest powder-to-cream foundations featured, alongside ‘jelly’ and ‘dry’ mask treatments. An exclusive presentation also highlighted leading technologies influencing the latest generation of sensory enhancers. Glowing and flawless skin is a prerequisite for Asian consumers and this paved the way for a third Spotlight On area that focused on Hydration. It brought together leading suppliers of ingredients that enhance finished products to achieve luminous skin. Area sponsor Mibelle Biochemistry showcased its award winning MossCellTec™ – a biotechnologyproduced moss that improves skin hydration – while BIOCOSMETHIC SAS unveiled Aquapuntia®, an ingredient derived from prickly pear. Visitors also benefited from an exclusive presentation by Mintel that explored different hydrationrelated claims and how they are influencing all beauty and personal care categories. One outstanding ingredient from each Spotlight On area was presented with a coveted award during in-cosmetics Asia’s highly anticipated awards evening, which featured live entertainment and attracted a huge audience. Mr Kilala Tilaar, Creative and Innovation Director from the Martha Tilaar Group in Indonesia, was one of four judges that reviewed the technical data and tested each formulation

on display. He remarked that the judging process had been extremely difficult because the “entries were hugely impressive and all provided manufacturers with innovative ways to develop new products.” For haircare actives, the top prize went to Givaudan, while Ichimaru Pharcos scooped the award for hydration and INA Trading Co Ltd came top in the sensory enhancers category.

to create products that will tap into some of the biggest trends of the moment. Demonstrating the value of the sessions, Neelam Khurana, Director, Timpac Healthcare PVT Ltd., said: “What was fantastic about incosmetics Asia was the Formulation Labs, I found them very interesting and learnt about new technologies and how to mix new bioactives to make new formulations.”

Winning formulations

Sarah Gibson, Exhibition Director of in-cosmetics Asia, commented:

Elsewhere at the show, across three days, the Formulation Lab brought together 596 R&D professionals who were keen to learn how new ingredients can inspire new formulations. In total, 11 lab sessions ran over the course of the show, each delivering an invaluable and exclusive opportunity for cosmetic chemists to get hands-on with ingredients and learn new techniques that will help them develop innovative new products. With the lab at capacity, Valerio Vergani from Grant Industries educated chemists on how to create ‘non-whitening, high SPF, high sensory formulations with Halal compliance’. Another well-attended session was run by Dr. Carsten Dietz, R&D/Quality Director of Cosphatec GmbH, who demonstrated how to create a soft, anti-pollution, highly caring and stable anti-ageing skin elixir – enabling R&D professionals

“Innovation is always strong at any in-cosmetics event, but visitors and exhibitors have told us that they were impressed with the sheer number of new products on display at this year’s Asia event. Thanks to the interactive and educational elements of this year’s show, manufacturers will be able to create some incredible new products that will advance the current cosmetic retail space, offering new and innovative end products that meet cutting-edge trends.” in-cosmetics Asia 2019 will take place from 5-7 November 2019. Visit asia.in-cosmetics.com/ for more information. 

Nov-Dec

49


CATCH UP

Taiwan Healthcare+ expo

Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

งาน Taiwan Healthcare+ Expo เป็นงานแสดงสินค้าที่สำ�คัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นำ�เสนอโซลูชันด้านยา สุขภาพ และการ ดูแลรักษา งานนี้เกิดขึ้นจากความต้องการด้านสุขภาพในทุกแง่มุม จึงได้เชื่อมโยงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไอที เทคโนโลยี ชีวภาพ เภสัชกรรม อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องจักรที่มีความแม่นยำ�สูง ยารักษาแบบเฉพาะบุคคล และการบริหารจัดการสุขภาพ เข้าไว้ด้วยกันอย่างเหมาะสม เพื่อจัดแสดงความก้าวหน้าและการค้นพบล่าสุด รวมถึงจุดประกายโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้แก่ อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ

งาน Taiwan Healthcare+ Expo เปิดตัวครั้งแรกในปี 2560 ภายใต้แนวคิด หลักคือ “จากต้นกำ�เนิดจวบจนวาระสุดท้าย” สามารถรวบรวมศูนย์การแพทย์และบริษทั ต่างๆ มากกว่า 300 แห่ง มาร่วมจัดแสดง สินค้ามากกว่า 1,050 บูธ เพือ่ เป็นต้นแบบ แก่อุตสาหกรรมสุขภาพทั้งวงจร ในยุคทีอ่ ตุ สาหกรรมด้านสุขภาพมีการ เปลีย่ นแปลงอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือแบบ สหวิทยาการทีไ่ ร้พรมแดนจะสามารถสร้าง โอกาสอันไม่มีที่สิ้นสุดสำ�หรับการเติบโต และการสร้างสรรค์นวัตกรรม! ในปีนี้ งาน Taiwan Healthcare+ Expo จะเจาะ เทรนด์ของอุตสาหกรรมด้านสุขภาพและ เน้นไปที่ 3 แนวคิดหลัก: • Efficient Healthcare: การดูแล สุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ • Smart Healthcare: การดูแล สุขภาพอย่างชาญฉลาด 50

www.innolabmagazine.com

• Innovative Healthcare: การดูแล สุขภาพอย่างมีนวัตกรรม ความพร้อมของไต้หวัน

ในยุคดิจิตอลเช่นนี้ อุตสาหกรรมด้าน สุขภาพของโลกกำ�ลังเผชิญกับกระบวนการ เปลี่ยนผ่าน และไต้หวันมีจุดเด่นสำ�คัญที่ ช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านนี้: ผู้ชำ�นาญการทางการแพทย์ขั้นสูง ศูนย์การแพทย์ระดับโลกของไต้หวันมอบ บริการทางการแพทย์แบบเฉพาะทีย่ อดเยีย่ ม มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยชื่อเสียงจากความ สำ�เร็จในหลายสาขาเฉพาะทาง อาทิ การ ปลูกถ่ายตับ ศัลยกรรมตกแต่ง อนามัยการ เจริญพันธุ์ การผ่าตัดแบบส่องกล้อง และ การบำ�บัดรักษามะเร็งปอด ศูนย์การแพทย์ ของไต้หวันยังให้บริการในฐานะศูนย์ฝกึ อบรม ทางเลือกของเอเชียสำ�หรับกระบวนการและ

ความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย ห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีของโลก ไต้หวันเป็นหัวใจของห่วงโซ่อปุ ทานด้าน เทคโนโลยีของโลก มอบผลิตภัณฑ์คณ ุ ภาพ สูงจากการออกแบบวงจรรวม สารกึง่ ตัวนำ� ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตสินค้าไอที และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ�ของไต้หวันได้ส่ง มอบสินค้าแก่องค์กรด้านเทคโนโลยีข้าม ชาติมาหลายทศวรรษ ปัจจุบันพวกเขา เป็นผู้ขับเคลื่อนสำ�คัญด้านนวัตกรรมการ ดูแลสุขภาพ ปัญญาประดิษฐ์ ไอโอที และ การใช้หนุ่ ยนต์ส�ำ หรับอุตสาหกรรมการดูแล สุขภาพและชีวการแพทย์ทั้งหมด การพัฒนายาใหม่ ความสามารถในการวิจัยพัฒนาและ ผลิตยาของไต้หวันอยู่ในขั้นมาตรฐานโลก เมื่อไม่นานมานี้ FDA อนุมัติยาใหม่หลาย


ประเภทซึง่ พัฒนาในไต้หวัน เพือ่ ใช้ส�ำ หรับ บำ�บัดรักษาโรคเอดส์ มะเร็งตับอ่อน โรค ไต และโรคติดเชื้อ – ส่งผลให้ไต้หวันเป็น ผู้นำ�ในการพัฒนายาใหม่ในภูมิภาคเอเชีย

ปี 2562 งาน Taiwan Healthcare+ Expo จะจัดขึน้ ระหว่างวันที่ 5-8 ธันวาคม สามารถศึกษาข้อมูลเพิม่ เติมได้ที่ https:// expo.taiwan-healthcare.org

คน นอกจากนี้ มีแพทย์กว่า 100 คนจาก 26 ประเทศเข้ารับการอบรมทีโ่ รงพยาบาล China Medical University ในด้านการ ผ่าตัดทางจุลศัลยกรรมตกแต่งแบบบูรณาการ

งานนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 2 ธันวาคม ณ ศูนย์นิทรรศการ ไทเปหนานกัง กรุงไทเป จัดโดย - Taiwan Healthcare Portal - ศูนย์วิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพและ นโยบายยา - กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ - เทศบาลนครไทเป - คณะกรรมการเกษตร, กระทรวง เศรษฐการ - กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้ร่วมจัดงานอีกมากมาย อาทิ สภา ส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน (TAITRA) สมาคมอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ไอโอทีแห่งไต้หวัน (TwIoTA) สมาคมเภสัชกร แห่งไต้หวัน, Taiwan Long-Term Care Professional Association, รถไฟความเร็ว สูงแห่งไต้หวัน, สมาคมผูผ้ ลิตยาแห่งไต้หวัน, สมาคมโรงพยาบาลแห่งไต้หวัน, New Taipei City Biotechnology Alliance, กระทรวงการต่างประเทศ, Ministry of Science and Technology Southern Taiwan Science Park Bureau, Joint Commission of Taiwan, สถาบันวิจัย สุขภาพแห่งชาติไต้หวัน (NHRI), สมาคม ดูแลสุขภาพโลกแห่งไต้หวัน (TGHA), ศูนย์ เทคโนโลยีและการพัฒนาอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมยาและการแพทย์, สภากิจการ โพ้นทะเลแห่งไต้หวัน

ทัวร์สื่อ

เยี่ยมชมโรงพยาบาล

Train the Trainer Program ภายในพาวิลเลียนการแพทย์นานาชาติ แห่งไต้หวัน มีการนำ�เสนองานวิจัยและผล การรักษา รวมทั้งการแสดงที่น่าประทับใจ ของแพทย์ฝึกหัดนานาชาติอีกด้วย ท่าน สามารถชมวิดีโอได้ที่ www.facebook. com/innolabmagazine. เหตุผลของการมีโปรแกรมการเปิดรับ แพทย์ฝกึ หัดคือเพือ่ ประโยชน์ของผูป้ ว่ ย และ แบ่งปันเทคโนโลยีดา้ นการแพทย์ของไต้หวัน ให้กับแพทย์ฝึกหัดที่มาจากทุกมุมโลก โรง พยาบาลเหล่านีจ้ ดั ให้มคี อร์สอบรมสำ�หรับ การแพทย์เฉพาะทาง ตัวอย่างเช่น ศูนย์ กะโหลกศีรษะและใบหน้าของโรงพยาบาล Linkou Chang Gung Memorial ใน แต่ละปีมีแพทย์ต่างชาติจำ�นวนเฉลี่ย 40 คนจากทั่วโลกมาเข้ารับการฝึกอบรม ในปี พ.ศ. 2561 มีแพทย์เข้าร่วมอบรมรวม 828

Tri-Service General Hospital โรงพยาบาล Tri-Service General Hospital ก่อตั้งในปี 2489 โดยเดิมใช้ ชื่อว่าโรงพยาบาล 801 Army General Hospital พัฒนามาจาก Taiwan Army Hospital, Fifth Logistics General Hospital, First Army, Navy, Air Force General Hospital, และ First Army General Hospital จากนั้นจึงเป็นที่รู้จัก ในชือ่ ของ Tri-Service General Hospital เมือ่ เดือนกรกฎาคม 2510 และได้ยา้ ยจากที่ ตัง้ เดิมคือเสีย่ วหนันเมินมาทีช่ ยุ หยวน (เขต Tingjhou Hospital) เริ่มต้นยุคใหม่ใน เวชศาสตร์ทหารของไต้หวัน โรงพยาบาล Tri-Service General Hospital ทำ�หน้าที่ เป็นโรงพยาบาลเพือ่ การเรียนการสอนภาย

ในโอกาสนี้ สภาส่งเสริมการค้าและการ ส่งออกแห่งไต้หวัน หรือ TAITRA ซึ่งเป็น หน่วยงานด้านการส่งเสริมการค้าชัน้ แนวหน้า ของไต้หวัน ก่อตัง้ ขึน้ ในปี 2513 สนับสนุน โดยหน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม มีหน้าทีใ่ นการช่วยเหลือบริษทั ในไต้หวันให้ ขยายธุรกิจสูร่ ะดับสากล ได้จดั ให้มโี ปรแกรม พาสื่อต่างประเทศเข้าร่วมงานนิทรรศการ และเยี่ยมชมโรงพยาบาล

ภาพที่ 1/Figure 1: Number of International Trainees in Taiwan Hospitals (2014-2018.10)

ในโอกาสนี้ ทางนิตยสารอินโนแล็บได้ มีโอกาสเยี่ยมชม 3 โรงพยาบาล ได้แก่ 1. โรงพยาบาล Tri-Service General - ความชำ�นาญพิเศษคือด้านประสาท ศัลยศาสตร์ 2. โรงพยาบาล Taipei Veterans General - ความชำ�นาญพิเศษคือด้านการ สอดสายสวนเพื่อจี้กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ 3. โรงพยาบาล Linkou Chang Gung Memorial - ความชำ�นาญพิเศษคือด้าน ศัลยกรรมศีรษะและใบหน้า

ภาพที่ 2/Figure 2: Number of Trainees in Different Training Programs (2014-2018.10) Nov-Dec

51


ภาพที่ 3: ภาพภายในงานนิทรรศการและพิธีเปิด Figure 3: Exhibition atmosphere and opening ceremony

ใต้อำ�นาจของศูนย์การแพทย์ป้องกันราช อาณาจักร รับผิดชอบการให้บริการทาง คลินิก การสอน และการวิจัย เพื่อทหาร ครอบครัวของทหาร และพลเรือน ภายใต้ การประเมินของกระทรวงสาธารณสุขใน ฐานะโรงพยาบาลเพื่อการเรียนการสอน ระดับศูนย์การแพทย์ จึงมีบทบาทสำ�คัญต่อ สุขภาพของคนในชาติ นอกจากบทบาทปกติ ในการให้บริการด้านสุขภาพแก่สาธารณชน ให้การสอนด้านคลินกิ แก่ทหาร และให้การ ฝึกงานแก่นักศึกษาการแพทย์แล้ว เมื่อมี สงคราม โรงพยาบาลนีย้ งั ให้การสนับสนุน แบบเคลือ่ นทีแ่ ละรวบรวมทรัพยากรเพือ่ การ ดูแลสุขภาพด้วย แผนกประสาทศัลยศาสตร์ของโรงพยาบาล TSGH เป็นแผนกย่อยแผนกแรกทีจ่ ดั ตัง้ ขึน้ ในประเทศนี้โดย Professor Chuan-Jen Shih เมือ่ ปี 2492 นับตัง้ แต่นนั้ จึงมีบทบาท สำ�คัญในฐานะผู้นำ�ในการพัฒนาประสาท ศัลยศาสตร์ทงั้ แบบพืน้ ฐานและคลินกิ รวม ถึงฝึกอบรมประสาทศัลยแพทย์ให้แก่แวดวง ศัลยกรรมของไต้หวัน ประสาทศัลยแพทย์ ทัว่ ประเทศทีม่ ชี อื่ เสียงต่างผ่านการฝึกอบรม และได้รบั การรับรองจากแผนกดังกล่าว ใน ฐานะหนึง่ ในศูนย์ฝกึ อบรมสำ�หรับแพทย์ประจำ� บ้านสาขาประสาทศัลยศาสตร์ แผนกเปิด รับแพทย์ประจำ�บ้านสองตำ�แหน่งทีต่ อ้ งการ ปฏิบัติงานด้านประสาทศัลยศาสตร์ จึงไม่ น่าแปลกใจทีส่ ถานทีแ่ ห่งนีเ้ ป็นหนึง่ ในผูก้ อ่ ตั้งทั้ง Taiwan Neurological Society และ Taiwan Neurosurgical Society หนึ่งในวัตถุประสงค์ของแผนกคือการ มอบการศัลยกรรมประสาทที่ดีที่สุดแก่ผู้ ป่วย พร้อมกับผสานการสอนและการวิจัย ด้านคลินิกและประสาทศาสตร์พื้นฐาน ประสาทศัลยแพทย์ทั้งหมดมอบบริการที่ 52

www.innolabmagazine.com

หลากหลายแก่ผู้ป่วยทั้งผู้ใหญ่และเด็กซึ่ง เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับประสาทและต้องรับ การผ่าตัด ความเจ็บป่วยได้แก่การบาดเจ็บของ ศีรษะและกระดูกสันหลัง เนือ้ งอกในสมอง และไขสันหลัง เลือดออกในสมองหรือสมอง ขาดเลือด ระบบประสาทส่วนกลางติดเชือ้ โรคทางเส้นประสาท ข่ายประสาท และ เส้นประสาทส่วนปลายอื่นๆ โรคกระดูก สันหลังเสื่อม โรคความผิดปกติแต่กำ�เนิด โรคทีเ่ กิดจากความผิดปกติของสมองอย่าง พาร์กินโซนิซึม และอื่นๆ ได้รับการรักษา ด้วยอุปกรณ์จลุ ศัลยกรรมทีอ่ อกแบบมาอย่าง ดีและเทคนิคจุลศัลยกรรมจากประสบการณ์ ผูป้ ว่ ยส่วนใหญ่ของเราต่างได้รบั การผ่าตัด ที่ประสบความสำ�เร็จและมีความพึงพอใจ กับการทำ�งานของประสาทของพวกเขา หลังการผ่าตัด ทศวรรษทีผ่ า่ นมา พวกเขายังอุทศิ พละ กำ�ลังในการพัฒนาเทคนิคประสาทศัลยศาสตร์ ใหม่ๆ อย่าง Mini-invasive endoscopic sympathectomy สำ�หรับภาวะเหงื่อ เกินฝ่ามือ, Mini-invasive craniotomy สำ�หรับเนือ้ งอกในสมองและโรคหลอดเลือด สมอง, Functionally stereotactic brain surgery และ The X-knife สำ�หรับเนื้อ งอกสมองส่วนลึกและหลอดเลือด เป็นต้น ดังนั้น พวกเขาได้รับการบันทึกในระดับ โลกสำ�หรับการรักษาผู้ป่วยภาวะเหงื่อเกิน ฝ่ามือด้วย Mini-invasive endoscopic sympathectomy มากที่สุด พวกเขาใช้ การฉีด Facet joint, การผ่าตัดด้วยคลื่น ความถี่วิทยุและการฉีดซีเมนต์กระดูกเพื่อ รักษาผูป้ ว่ ยทีม่ อี าการปวดหลังรุนแรง พวก เขายังประยุกต์นำ� Neuronavigator มา ช่วยในการผ่าตัดกะโหลกศีรษะและกระดูก

สันหลัง ผู้ป่วยพาร์กินโซนิซึมก็ได้รับการ รักษาด้วยการผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก ยิง่ ไปกว่านัน้ พวกเขากำ�ลังทำ�โครงการ วิจัยทางคลินิกหลายอย่างในปัจจุบัน ยก ตัวอย่างเช่น มีการทดลองรักษาเนื้องอก สมองกลิโอมาและโรคหลอดเลือดสมอง ขาดเลือดเฉียบพลันด้วยยีนบำ�บัด และ รักษาโรคเสื่อมของระบบประสาทอย่าง พาร์กินโซนิซึมด้วยการปลูกถ่าย Fetal dominergic neurons Taipei Veterans General Hospital หนึ่งในสองศูนย์การแพทย์ชั้นนำ�ของ ไต้หวันประกอบด้วย 3,050 เตียง 25 แผนก พนักงาน 6,000 คน แพทย์ประจำ� 500 คน ซึ่งให้การดูแลผู้ป่วยนอก 8,000 คนต่อวัน ภายใต้การนำ�ของ Professor Shih-Ann Chen ท่านและทีมของท่านในสาขาโรค หัวใจของโรงพยาบาล Taipei Veterans General Hospital ได้สร้างความสำ�เร็จ อันโดดเด่นด้านวิชาการ และได้รับยกย่อง ในฐานะผูบ้ กุ เบิกและผูน้ �ำ ระดับโลกด้านการ จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นความถี่วิทยุสำ�หรับ ภาวะหัวใจห้องบนสัน่ พลิว้ จวบจนปัจจุบนั สมาชิกในทีมดำ�เนินการไปแล้วราว 3,000 กรณี และได้ค้นพบกลไกการตรวจทาง สรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจใหม่ๆ รวมถึงเทคนิค จีไ้ ฟฟ้าหัวใจด้วยคลืน่ ความถีว่ ทิ ยุเพือ่ บำ�บัด ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ผลงานจากทีมงานของ Professor Chen ได้นำ�ไปสู่ยุคใหม่ด้านการจัดการ ภาวะหัวใจห้องบนสัน่ พลิว้ อย่างแท้จริง ใน ทศวรรษที่ผ่านมา ทีมงานได้ดำ�เนินการจี้ ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลืน่ ความถีว่ ทิ ยุส�ำ หรับภาวะ หัวใจห้องบนสัน่ พลิว้ ทีม่ คี วามซับซ้อนแก่ผู้ ป่วย 40 รายในศูนย์การแพทย์นานาชาติใน


ภาพที่ 4/ Figure 4: Yueh-Ping Liu MD, LL.M., Senior Technical Specialist, Department of Medical Affairs at the Taiwan International Medical Pavilion

ภาพที่ 5/ Figure 5: Distinguished Professor Wei Fu-chan M.D., Medical College, Chang Gung Univeristy

ภาพที่ 6/ Figure 6: Yaw-Tang Shih, MSPH, PhD. Position: Emeritus Professor, SPH, NDMC, Principal Investigator, Taiwan Task Force for Medical Travel at the Farewell Dinner

12 ประเทศ และยิ่งไปกว่านั้น ทีมงานยัง ให้ค�ำ แนะนำ�และการสนับสนุนทางเทคนิค ที่ประเมินค่าไม่ได้แก่ศูนย์การแพทย์เหล่า นัน้ เพือ่ ช่วยให้พวกเขาสร้างห้องปฏิบตั กิ าร ระบบไฟฟ้าหัวใจสำ�หรับภาวะหัวใจห้องบน สัน่ พลิว้ นอกจากนี้ ทีมงานยังดึงดูดแพทย์ จากนานาชาติ 200 คน จากทั้งภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก สหรัฐอเมริกา และยุโรป ที่เคยได้รับการฝึกอบรมจาก Professor Chen มาเรียนรูท้ กั ษะและเทคนิคของการ จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่นความถี่วิทยุสำ�หรับ ภาวะหัวใจห้องบนสัน่ พลิว้ เราภูมใิ จทีอ่ ตั รา ความสำ�เร็จในระยะยาวของการจี้ไฟฟ้า หัวใจด้วยคลื่นความถี่วิทยุสำ�หรับภาวะ หัวใจห้องบนสัน่ พลิว้ ในห้องปฏิบตั กิ ารของ เราสูงกว่าศูนย์การแพทย์นานาชาติที่มีชื่อ เสียงหลายแห่ง และอัตราความซับซ้อนใน กระบวนการของเราต่�ำ กว่าข้อมูลทีม่ กี ารตี พิมพ์ในนานาชาติ ความปลอดภัยของผูป้ ว่ ย คือหัวใจหลักในการจัดการของทีมงานเสมอ มา Professor Chen กับทีมงานของเขา

ได้เผยแพร่งานวิจยั ด้านภาวะหัวใจห้องบน สัน่ พลิว้ และผลงานวิจยั ของพวกเขาได้รบั การจัดอันดับให้เป็นผลงานยอดเยี่ยมของ โลกมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน 15 ปี พวก เขาพยายามอย่างหนักที่จะสร้างขอบเขต ความรู้ใหม่ด้านการจี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยคลื่น ความถี่วิทยุสำ�หรับภาวะหัวใจห้องบนสั่น พลิ้ว และจะเป็นผู้นำ�ของโลกต่อไปเพื่อ ความสำ�เร็จที่สูงขึ้น โรงพยาบาล Taipei Veterans General Hospital มีผลงานตีพิมพ์สูงสุดในวารสาร SCI journals

ประกอบด้วย 3,700 เตียง (3,300 เตียง ผู้ป่วยวิกฤติ) ความชำ�นาญ 26 สาขา หลัก แบ่งเป็นความชำ�นาญ 109 สาขา ย่อย มอบบริการทางการแพทย์ทคี่ รอบคลุม มากที่สุดแก่ผู้ป่วยทุกคน ในทุกเดือน มี การดำ�เนินการผ่าตัด 8,352 ครั้ง มีการ ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน 20,270 คน และผู้ป่วย นอก 301,021 คน ที่นี่เป็นศูนย์การแพทย์ ทีใ่ หญ่ทสี่ ดุ ทีไ่ ด้รบั การรับรองระดับโลกโดย JCI (Joint Commission International 2014-2017) นอกจากจะมีอุปกรณ์ที่ล้ำ�หน้าอย่าง เครื่องซีทีสแกน 7 เครื่อง เครื่องสร้าง ภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า 6 เครื่อง ระบบแขนกลหุ่นยนต์ดาวินชีรุ่นที่ 4 และ BodyTom mobile 32-slice computed tomography scanner เป็นต้น โรง พยาบาลยังได้จัดตั้ง “ศูนย์บำ�บัดด้วยรังสี และอนุภาคโปรตอน” แห่งแรกในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อมอบเทคโนโลยีท่ี ก้าวหน้าทีส่ ดุ แก่ผปู้ ว่ ยในการรักษาโรคมะเร็ง

Linkou Chang Gung Memorial Hospital ศูนย์การแพทย์ทใี่ หญ่ทสี่ ดุ ในไต้หวัน มี ความชำ�นาญและเทคโนโลยีการแพทย์ระดับ โลกที่ครอบคลุมมากที่สุด โรงพยาบาล Linkou Chang Gung Memorial เป็ น สาขาหลั ก ของมู ล นิ ธิ Chang Gung Medical Foundation

Nov-Dec

53


โรงพยาบาล Linkou Chang Gung Memorial Hospital เป็นโรงพยาบาลสอน การแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน รวมการ วิจัยทางคลินิกที่สำ�คัญเข้ากับการพัฒนา บุคลากรที่มีพรสวรรค์ มีการฝึกอบรมผู้ที่ เกีย่ วข้องกับการแพทย์มากกว่า 7,400 คนใน แต่ละปี ตั้งแต่ปี 2543 ทางโรงพยาบาลได้ เริม่ ฝึกอบรมแพทย์ประจำ�บ้านต่อยอดจาก ต่างประเทศมากกว่า 3,000 คน จาก 87 ประเทศ แบ่งปันเทคโนโลยีการแพทย์ขั้น สูงอย่างเสมอภาค โรงพยาบาล Linkou Chang Gung Memorial Hospital มีความชำ�นาญที่ครอบคลุม อุปกรณ์ที่ ก้าวหน้า เทคโนโลยีระดับโลก พรสวรรค์

ที่เป็นเลิศ ระบบการสอนที่สมบูรณ์ และ บริการทางการแพทย์ที่โดดเด่น ถูกจัดให้ เป็นศูนย์การแพทย์ระดับโลก ให้บริการแบบ เบ็ดเสร็จเพือ่ ช่วยเหลือผูป้ ว่ ยจากทัว่ โลก ให้ บริการจองคิว มอบคำ�ปรึกษาทางการแพทย์ วางแผนการรักษา จัดการเรื่องที่พักและ การเดินทางในพื้นที่ เป็นต้น เป็นตัวเลือก ทีด่ ที สี่ ดุ สำ�หรับการรักษาและความร่วมมือ ทางการแพทย์ในต่างแดน นอกจากนี้ TAITRA และผู้สนับสนุนยัง ได้จดั ให้มงี านเลีย้ งส่งพร้อมการนำ�เสนอของ บรรดาศูนย์การแพทย์อื่นๆ ซึ่งทำ�ให้เราได้ พบว่ายังมีสงิ่ ทีน่ า่ สนใจอีกมากมาย ไม่วา่ จะ

เป็น Taiwan United Birth-Promoting Experts ศูนย์การแทพย์ส�ำ หรับผูท้ มี่ บี ตุ รยาก ด้วยเทคโนโลยีทเี่ รียกว่า mini - IVF ซึง่ ฉีด เพียงเข็มเดียวเท่านัน้ และโรงพยาบาลรีสอร์ท Taipei Beitou Management Hospital ทีพ่ ร้อมไปด้วยเทคโนโลยีล�้ำ สมัยในการตรวจ รักษา เช่น MR imaging technology และโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพ รวม ทั้งบรรยากาศสไตล์รีสอร์ท นับได้ว่า ไต้หวันเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ มีศกั ยภาพสำ�หรับการท่องเทีย่ วเชิงสุขภาพ เนื่องด้วยความพร้อมต่างๆ ทั้งเทคโนโลยี ที่ลำ�้สมัย การดูแลรักษาที่ดีกว่า ราคาถูก กว่า ความรวดเร็ว และความสามารถของ บุคลากรทางการแพทย์ 

ภาพที่ 7/Figure 7: Group photo at Tri-Service General Hospital (the media, Chen, Zhen-Dong, Hospital Headquarters, Political Warfare Director, Prof. Chien-Sung Tsai, M.D., Dr. Yuan-Hao Chen, M.D., Asst.Prof.Dr. Chi-Tun Tang M.D., and their team), the cutting-edge technology in the operation room and a smile of 14hour brain operation patient of Asst.Prof.Dr. Chi-Tun Tang M.D. who specializes on Neurological Surgery Taiwan Healthcare+ Expo is the signature expo in Asia Pacific that provides solutions for medicine, health, and care. Starting from all aspects of healthcare needs, the expo strategically connects electronics, IT, biotech, pharmaceuticals, medical devices, precision machinery, precision medicine, and health management industries together. To demonstrate the latest breakthroughs and advances as well as spark new business opportunities across the health industry

The inaugural Taiwan Healthcare+ Expo debuted in 2017. Using “From Birth to Death” as the main theme, the expo gathered over 300 medical centers and companies spanning over 1050 booths to outline the blueprint of the entire health industry. In this rapidly evolving era of health industry transformation, interdisciplinary alliances beyond boundaries will create endless opportunities for innovation and growth! This year, Taiwan Healthcare+ 54

www.innolabmagazine.com

Expo will explore the health industry trend and focus on 3 central themes: • Efficient Healthcare • Smart Healthcare • Innovative Healthcare Taiwan’s Readiness

In this digital era, the global health industry is currently undergoing a revolutionary transformation process, and Taiwan has unique advantages in contributing a significant part to this transformation:

1. Advanced Medical SpecialtiesTaiwan’s world-class medical centers consistently offer exceptional niche medical services, with notable achievements in multiple specialties, including liver transplant, reconstructive surgery, reproductive health, minimally invasive surgery, and treatment of lung cancer. Taiwan’s medical centers even serve as the training centers of choice across Asia for various specialties and procedures.


2. World’s Tech Supply ChainTaiwan serves as the heart of the world’s tech supply chain, offering high-quality products from IC design, semiconductor, to electronics. Taiwan’s leading IT and electronics manufacturers have been supplying products to multinational tech corporates for decades. Now they are the key drivers of healthcare innovation, accelerating AI, IoT and robotic applications for the entire healthcare and biomedical industry. 3. New Drug DevelopmentTaiwan’s pharmaceutical R&D and manufacturing capabilities are of international standards. Currently there are multiple FDA approved new drugs for the treatment of AIDS, pancreas cancer, kidney disease, and infectious disease that were developed in Taiwan making Taiwan a leader in Asia’s new drug development. It took place on Nov 29 - Dec 2 at Taipei Nangang Exhibition Center, Taipei and organized by Taiwan Healthcare Portal, Research Center for Biotechnology and Medicine Policy, Ministry of Health and Welfare, Taipei City Government, Council of Agriculture, Ministry of Economic Affairs, Ministry of Science and Technology. And there were a lot of co-organizers, Taiwan External Trade Development Council (TAITRA), Taiwan IoT Technology and Industry Association (TwIoTA),Taiwan Pharmacist Association, Taiwan Long-Term Care Professional Association, Taiwan High Speed Rail, Taiwan Pharmaceutical Manufacturer’s Association, Taiwan Hospital Association, New Taipei City Biotechnology Alliance, Ministry of Foreign Affairs, Ministry of Science and Technology Southern Taiwan Science Park Bureau, Joint Commission of Taiwan, National Health Research

Institutes (NHRI), Taiwan Global Healthcare Association (TGHA), Medical and Pharmaceutical Industry Technology and Development Center, Overseas Community Affairs Council. In 2019, Taiwan Healthcare+ Expo will take place on Dec 5-8. Learn more about the exhibition at https://expo.taiwan-healthcare.org. Media Delegation

The media delegation was organized by TAITRA. Taiwan’s foremost nonprofit trade promoting organization was founded in 1970 sponsored by government and industry organizations. TAITRA assists enterprises to expand their global reach. Train the Trainer Program At the Taiwan International Medical Pavilion, there were presentations and impressive performance conducted by international trainees. Please watch the vdo at www.facebook. com/innolabmagazine. The reasons of this program are to benefit more patients, and to share Taiwan’s medical technology with international physicians, these hospitals also offer training courses for these specialty projects, such as the Craniofacial Center of Linkou Chang Gung Memorial Hospital. Every year, an average of 40 foreign physicians from all over the world come to the Craniofacial Center for training. As of 2018, 828 physicians have been trained in the Craniofacial Center of Linkou Chang Gung Memorial Hospital. Besides, more than 100 physicians from 26 countries have come to China Medical University Hospital training for integrated reconstructive microsurgery.

Hospital visit

We, INNOLAB magainze, had visited 3 hospitals as follow, 1. Tri-Service General Hospital Specialty in Neurosurgery 2. Taipei Veterans General Hospital Specialty in Catheter Ablation 3. Linkou Chang Gung Memorial Hospital. Specialty in Craniofacial surgery Tri-Service General Hospital Established in 1946, the Tri-Service General Hospital was originally known as the 801 Army General Hospital and evolved from the Taiwan Army Hospital, Fifth Logistics General Hospital, First Army, Navy, and Air Force General Hospital, and the First Army General Hospital. In July 1967, it was reorganized as the “Tri-Service General Hospital” and moved from its original location at Xiao Nanmen to the Shuiyuan district (the Tingjhou Hospital District), starting a new era in Taiwan’s military medicine.The Tri-Service General Hospital serves as a teaching hospital under the jurisdiction of the National Defense Medical Center, and bears responsibility for providing clinical care, teaching and research to benefit military personnel, their families and civilians. Under its assessment by the Ministry of Health as a medical center-level teaching hospital, it has consistently played a very important role in national healthcare. In addition to its usual role of providing public health services, defense clinical teaching and internships for medical students, in wartime, the hospital is also charged with the task of mobilizing support and integrating control of health care resources. The Division of Neurological Surgery at TSGH was the first subdivision established in this country in 1949 by Professor Chuan-Jen Shih. Since Nov-Dec

55


ภาพที่ 8/Figure 8: The introduction of Taipei Veterans General Hospital revealed by Assoc.Prof.Dr. Shih-Lin Chang M.D. , the Director of Heart Rhythm Center, the atmosphere of the operation control room with their own customized software and group photo with the management team

then, it has had an important role in leading the development of both basic and clinic neurosurgery as well as in training qualified neurosurgeons in the surgical society of Taiwan. A number of famous neurosurgeons doing their daily clinic service all over the country were trained and board certified from this division. As one of the training centers for neurosurgical resident, the division provides two occupancies to residents who are interested in pursuing a neurosurgical career. Not surprisingly, it was one of the founders of both Taiwan Neurological Society and Taiwan Neurosurgical Society. One of the objectives of the division is to provide the best neurosurgical care to patients while integrating both teaching and research in clinic and basic neuroscience. In clinic, all our neurosurgeons provide a variety of services to both adult and pediatric patients who acquire neurological diseases and require surgical treatments. The treated diseases include injuries of head and spine, tumor of brain and spinal cord, ischemic and hemorrhagic cerebral vascular diseases, infections of central nervous system, neuropathy of brachial plexus and other peripheral nerves, degenerative cervical and lumbar diseases, congenital anomalies, degenerative brain disease such as 56

www.innolabmagazine.com

Parkinsonism, and so on. With the well designed microsurgical instruments and the sophisticated microsurgical techniques, the majority of our patients were treated successfully and satisfied their neural functions after operation. In the last decades, they also devoted our energy in developing new neurosurgicaltechniques such as the mini-invasive endoscopic sympathectomy for palmar hyperdirosis, the mini-invasive craniotomy for brain tumor and cerebral vascular diseases, the functionally stereotactic brain surgery, and the X-knife for deepseated brain tumor and vascular lesions etc.. Consequently, they have a world record of the largest number of palmar hyperhidrosis patients treated by the mini-invasive endoscopic sympathectomy. they use facet joint injection, radiofrequency denervation and vertebroplasty to treat patients of severe backache. They also apply the neuronavigator to assist the cranial and spinal surgery. The patients of parkinsonism have also been treated by deep brain stimulation (DBS) implantation. Furthermore, they are currently conducting several clinic research projects. For example, the malignant brain glioma and the acute ischemic cerebrovascular diseases are experimentally treated by gene therapy. Neurodegenerative diseases such as Parkinsonism are

treated by transplantation of fetal dominergic neurons. Taipei Veterans General Hospital One of the two top medical centers in Taiwan There are 3,050 of beds with 25 clinical department, 6,000 employees and 500 attending physicians. They take care 8,000 OPD patients daily. Under the guidance of Professor Shih-Ann Chen, Prof. Chen and his team in the cardiology division of Taipei Veterans General hospital have made an outstanding academic achievement, and have been recognized as an international pioneer and leader in the field of radiofrequency ablation of atrial fibrillation (AF). Up to-date, the team members have performed near 3000 cases of AF ablation and have discovered numerous novel electrophysiologic mechanisms and ablation techniques for atrial fibrillation (AF) treatment. The contribution from Professor Chen team has indeed led to a new era in the management of atrial fibrillation. In the past decade, the team has performed multiple complex atrial fibrillation ablation procedures for 40 patients in the international medical centers in the 12 countries, and moreover the team provides those centers invaluable technological support and advice to help them creating


ภาพที่ 9/Figure 9: The story of cleft, lip and palate treatment, group photo at Linkou Chang Gung Memorial Hospital (the media, Dr. Lun-Jou Lo, Plastic & Reconstructive Department Director, who has been carring out over 20,000 cleft, lip and palate surgeries on so far, Dr. Han-Tsung Liao, hi-profile professional on navigation and 3D printing craniofacial trauma reconstructive surgery and the fellowship) and the presentation on medical industry by Dr. Liao.

the electrophysiological laboratories for AF. Besides, the team attracts over two hundred international doctors from not only the Asia Pacific region but also the USA and Europe being trained by Professor Chen to learn the skills and techniques of AF ablation. We are proud the fact that the long-term successful rate of AF ablation in our laboratory is higher than many well-known international centers and our procedure-related complication rate is lower than the published international data. Patient safety has always been the core value of the management from our devoted team. Professor Chen and his team have published extensively in the researches of atrial fibrillation and the research findings have consistently ranked the top of the world over the past 15 years. They strive hard to create a new horizon in the field of atrial fibrillation ablation and shall continue to lead the world to higher accomplishments. Taipei Veterans General Hospital is the top of paper publication in SCI journals. Linkou Chang Gung Memorial Hospital The largest Medical Center in Taiwan, owning the most

comprehensive specialty and worldclass medical technology. Linkou Chang Gung Memorial Hospital is the main branch of Chang Gung Medical Foundation, with 3,700 beds in total (3,300 acute beds). 26 major specialties can be divided into 109 sub-specialties, providing the most comprehensive medical services to all patients. Every month, 8,352 surgical operations can be performed, 20,270 and 301,021 patients can be treated for emergency treatment and outpatient service respectively. It is the largest medical center that certified by JCI (Joint Commission International 2014-2017) worldwide. Apart from owning advanced equipment such as 7 CT, 6 MRI, the 4th generation Da Vinci robot arm system, BodyTom mobile 32-slice computed tomography scanner etc., it has also established the first “Proton and Radiation Therapy Center” in Southeast Asia, serving patients with the most advanced technology for cancer treatment. Linkou Chang Gung Memorial Hospital is the largest university hospital in Taiwan, it attaches great importance to clinical research and talent cultivation, training over 7,400 medical related personnel every year. Since 2000, it has started training over 3,000

foreign fellows from 87 countries in total, sharing the high quality medical technology impartially. Linkou Chang Gung Memorial Hospital owns the comprehensive specialties, advanced equipment, world-class technologies, excellent talents, complete teaching systems and provides outstanding medical service. It is set with International Medical Center, assisting in patients from worldwide in one-stop service including reservation, medical consulting, treatment planning, local traffic and accommodation arrangements etc., it is the best choice for overseas medical treatment and medical cooperation. The finale, TAITRA and their sponsors arranged a farewell dinner with presenation of medical centers. There were much more interesting centers such as Taiwan United BirthPromoting Experts with mini - IVF, one shot to conception and Taipei Beitou Management Hospital. , the resort-style center with the stateof-the-art MR imaging technology and wellness center. Advanced technology, betterquality care, lower-cost care, quicker access and medical professinals could encourage Taiwan to a potential choice for medical tourisms.  Nov-Dec

57


NEWS

ตลาดสำ�หรับผลิตภัณฑ์เพื่อการ ดูแลส่วนบุคคลจากธรรมชาติและ ออร์แกนิกของอเมริกาเหนือยัง คงทิศทางทีด ่ ี โดยปีนม ี้ รี ายได้แตะ 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความต้องการผลิตภัณฑ์ “Clean beauty” ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคและการ จัดจำ�หน่ายที่เพิ่มขึ้นกำ�ลังผลักดันการ เติบโตของตลาด ตามการวิเคราะห์ตลาดใหม่ (http:// www.ecoviaint.com/3003-60/) ของ Ecovia Intelligence (ก่อนหน้า นี้คือ Organic Monitor) พบว่ายอด ขายผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคลใน อเมริกาเหนือมากกว่า 6 เปอร์เซ็นต์เป็น ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากธรรมชาติและ ออร์แกนิกมีส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดโดย อยู่ที่ 9.5 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ราย ได้ส่วนใหญ่มาจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย จากธรรมชาติ เนื่องจากความนิยมในตัว ผลิตภัณฑ์ เช่น มอยส์เจอไรเซอร์ โลชั่น สบู่ มาส์ก ฯลฯ การลงทุนและการจัดหาได้กลายเป็นจุด เด่นที่สำ�คัญของตลาดอเมริกาเหนือ ปั จ จุ บัน แบรนด์ ชั้น นำ � ทั้ ง หลายเป็ น แบรนด์ของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่หรือ บริษัทที่มาลงทุน ผู้แข่งขันรายใหม่ที่เข้า มาอย่างต่อเนื่องบางรายมีเป้าหมายเป็น กลุ่มผู้บริโภคที่เฉพาะเจาะจง และ/หรือ ช่องทางที่เฉพาะเจาะจง ร้านขายอาหาร จากธรรมชาติเป็นช่องทางดั้งเดิมสำ�หรับ ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคลจาก ธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งการตลาด กำ�ลังลดลงเนือ่ งจากการจัดจำ�หน่ายในช่อง ทางสมัยใหม่เพิม่ มากขึน้ ผลิตภัณฑ์เพือ่ การ 58

www.innolabmagazine.com

ดูแลส่วนบุคคลจากธรรมชาติและออร์แกนิก กำ�ลังบุกร้านขายผลิตภัณฑ์เพือ่ การดูแลส่วน บุคคลเฉพาะอย่าง ห้างสรรพสินค้า ร้านขาย ยา และซูเปอร์มาร์เก็ต บางร้านอย่างเช่น เซโฟรา (Sephora) มีการจัดพื้นที่เฉพาะ ให้กับสินค้าความงามจากธรรมชาติและ ออร์แกนิก อีกเทรนด์หนึ่งคือร้านค้าใหม่ๆ อย่างเช่น Credo Beauty เป็นร้านที่เปิด เพื่อผลิตภัณฑ์ความงามประเภท Clean beauty โดยเฉพาะ หลังจากเปิดช่องทาง จัดจำ�หน่ายแรกในปี 2558 ปัจจุบันมีการ ขยายออกมาถึง 9 แห่ง Ecovia Intelligence พบว่าถึงแม้ จำ�นวนมาตรฐานของผลิตภัณฑ์เพือ่ การดูแล ส่วนบุคคลจากธรรมชาติและออร์แกนิกจะ เพิม่ ขึน้ อย่างชัดเจนในช่วงทศวรรษทีผ่ า่ นมา แต่การประยุกต์ใช้ยงั น้อยอยู่ ผลิตภัณฑ์ทผี่ า่ น การรับรองอยูท่ รี่ าว 10 เปอร์เซ็นต์ของยอด ขายผลิตภัณฑ์เพือ่ การดูแลส่วนบุคคลจาก ธรรมชาติและออร์แกนิก มาตรฐานทีเ่ ป็นที่ นิยมมากที่สุดคือ NPA และ NSF ANSI 305 อย่างไรก็ตาม ฉลากตามหลักจรรยา อืน่ ๆ ก็ก�ำ ลังถ่วงดุล ฉลากรับรองโครงการ ที่ปลอดการตัดแต่งพันธุกรรมมีการเติบโต เร็วที่สุด โดยปัจจุบันมีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ เพื่อการดูแลส่วนบุคคลนำ�ไปประยุกต์ใช้ แล้ว 30 แบรนด์ THE NORTH AMERICAN MARKET FOR NATURAL & ORGANIC PERSONAL CARE PRODUCTS IS CONTINUING ITS POSITIVE TRAJECTORY, WITH REVENUES REACHING USD 5.6 BILLION THIS YEAR.

Growing consumer demand for ‘clean beauty’ products and increasing distribution are driving market growth. According to a new market analysis (http://www.ecoviaint. com/3003-60/) by Ecovia Intelligence (formerly Organic Monitor), natural & organic products now comprise over 6 percent of personal care product sales in North America. Natural & organic hair care products have the highest market share, at

9.5 percent. Most revenues are however from natural skin care products because of the popularity of products like moisturizers, lotions, soaps, masks, etc. Investments & acquisitions have become a key feature of the North American market. The leading brands are now owned by large multinationals or investment firms. New entrants however continue, with some targeting specific consumer groups and / or specific channels. Natural food shops are the traditional outlets for natural personal care products. However, the market share is in decline as distribution increases in conventional channels. Natural & organic personal care products are making inroads in specialty personal care stores, department stores, drugstores and supermarkets. Some like Sephora are giving dedicated areas to natural & organic beauty products. Another trend is that new stores, such as Credo Beauty, are opening that specialize in clean beauty products. After opening the first outlet in 2015, it now operates 9 Credo Beauty stores. Ecovia Intelligence finds that although the number of natural & organic personal care standards has increased substantially over the last decade, adoption rates remain low. Certified products represent roughly 10 percent of natural & organic personal care product sales. NPA and NSF ANSI 305 are the most popular standards, however other ethical labels are gaining traction. The Non-GMO project Verified label is the fastest growing, currently adopted by about 30 personal care brands. News info Ecovia Intelligence - Dec 17, 2018


อินกริดอ ิ อนมีสว่ นร่วมในการเติบโต ของเวียดนาม

การเติบโตอย่างต่อเนือ่ งของภาคอาหาร และเครื่องดื่มของประเทศช่วยเปิดโอกาส สำ�คัญแก่ผู้ผลิตรายต่างๆ อินกริดิออน จึงได้ขยายธุรกิจในเวียดนามเพื่อมอบการ สนับสนุนที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า อิ น กริ ดิ อ อน อิ น คอร์ ป อเรทเต็ ด (ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: INGR) ผู้ให้ บริการส่วนผสมชั้นนำ�ระดับโลก ประกาศ เปิดสำ�นักงานขายแห่งใหม่ เพือ่ สร้างความ แข็งแกร่งให้แก่แบรนด์และเพือ่ การเข้าถึงที่ ดียิ่งขึ้นในเวียดนาม อินกริดิออนเล็งเห็นว่าตลาดเวียดนาม จะมีสว่ นอย่างมากต่อการเติบโตของภูมภิ าค ในอนาคต จึงได้เพิม่ ความสนใจในประเทศ เวียดนาม โดยมีแผนที่จะสร้างยอดขายใน พื้นที่ให้ครอบคลุม สร้างพันธมิตร เพิ่ม การขนส่ง และเพิม่ สิง่ อำ�นวยความสะดวกที่ จะช่วยสนับสนุนการดำ�เนินงาน นอกจากนี้ อินกริดอิ อนจะเสริมความสามารถของห้อง ปฏิบัติการทางความคิดของอินกริดิออน (Ingredion Idea Labs®) ในพื้นที่ให้ แข็งแกร่ง เพื่อยกระดับนวัตกรรมด้าน อาหารและโภชนาการ รวมถึงเพิ่มโอกาส ในการร่วมมือกับลูกค้าให้มากขึ้น ที่ตั้งของอินกริดิออนในนครโฮจิมินห์ ส่งผลให้บริษัทสามารถตอบสนองความ ต้องการของตลาดเวียดนามได้เป็นอย่างดี ทำ�ให้สามารถมอบบริการเสริม คำ�แนะนำ� ด้านเทคนิค และการสนับสนุนงานขายให้ แก่ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มได้ดียิ่งขึ้น ลูกค้าจะได้รบั ความพอใจจากการประสาน กำ�ลังของแผนการขยายงานในภูมิภาคซึ่ง จะช่วยเพิ่มทรัพยากรของอินกริดิออนใน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

“เวียดนามยังมีศกั ยภาพอีกมาก” Rishan Pillay รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ ASEANI แห่งอินกริดอิ อนกล่าว เขาคาดว่า อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารและ เครื่องดื่มในเวียดนามอาจเติบโตในอัตรา เลขสองหลักต่อปีจาก 10.9% ระหว่างปี 2560-2562 โดยความต้องการด้านการ บริโภคส่วนใหญ่เน้นไปทีอ่ าหารและสิง่ จำ�เป็น “เรากระตือรือร้นทีจ่ ะสนับสนุนอนาคต ของเวียดนาม และตั้งใจที่จะสร้างความ สัมพันธ์ทแี่ น่นแฟ้นกับผูผ้ ลิตอาหารและเครือ่ ง ดืม่ เพือ่ สร้างผลิตภัณฑ์ทอี่ ยูใ่ นกระแสและ ครองใจผู้บริโภค” เขากล่าวสรุป INGREDION PARTAKES IN VIETNAM’S GROWTH STORY

With ongoing growth in the country’s food and beverage sector opening significant opportunities for manufacturers, Ingredion is expanding in Vietnam to offer customers greater support. Ingredion Incorporated (NYSE: INGR), a leading global provider of ingredient solutions, today announced the opening of a new sales office to strengthen its brand presence and accessibility in Vietnam. Ingredion recognises that the Vietnam market will contribute significantly to further growth in the region and is placing an increased focus on the country. Plans involve establishing more comprehensive on-site sales and partnership resources as well as enhancing logistics and operational support facilities. Additionally, Ingredion will strengthen its Ingredion Idea Labs® on-site capabilities to accelerate innovations in food and nutrition and maximise collaboration opportunities with customers. Ingredion’s location in Ho Chi Minh City positions the company to meet the dynamic needs of the Vietnamese market by better delivering value-added services,

technical advice and sales support to Food and Beverage (F&B) manufacturers. Customers will also enjoy a strong synergy with recent regional expansion plans that further augment Ingredion’s resources in the Asia-Pacific region. “There is much potential in Vietnam,” says Rishan Pillay, Vice President & General Manager, ASEAN at Ingredion, who cites that the growth speed of Vietnam’s F&B industry could see an annual double-digit growth of 10.9% in 2017 to 2019, with consumption demand largely focused on food and necessities. “We are keen to contribute towards Vietnam’s new chapter and look forward to building strong partnerships with F&B manufacturers to create on-trend, consumer-winning products,” he concludes. News info Mandate Communications - December 13, 2018

SEQENS ชือ ่ ใหม่ส�ำ หรับผูน ้ �ำ ระดับ โลกด้านการสังเคราะห์ยาและส่วน ผสมชนิดพิเศษ

โนวาแคปและกิจกรรมของโนวาแคป ทัง้ หมด ได้ควบรวมเป็นชือ่ ใหม่คอื SEQENS SEQENS คือผู้นำ�ระดับโลกแบบครบ วงจรด้านการสังเคราะห์ยาและส่วนผสม ชนิดพิเศษ ตอบสนองต่อตลาดได้เหนือกว่า และมอบโซลูชนั ทีต่ รงกับความต้องการของ ลูกค้าแต่ละราย SEQENS ประกอบด้วยโรงงานผลิต 24 แห่ง และศูนย์วิจัยและพัฒนา 3 แห่ง ตั้ง อยู่ที่ยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย โดย มีพนักงาน 3,200 คน นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 300 คน ต่างร่วมกันพัฒนาโซลูชันที่ตรงกับความ Nov-Dec

59


ต้องการของลูกค้าแต่ละราย และทำ�ให้ แน่ใจว่าสินค้าสามารถนำ�ไปผลิตได้สำ�เร็จ SEQENS ยกระดับวิทยาศาสตร์ขนึ้ ไปอีกขัน้ SEQENS นำ�ธรรมชาติมาสูก่ ารสังเคราะห์ หลักของเรา ผสานกับลำ�ดับความคิดใน การจัดการกับโมเลกุล ขีดความสามารถ และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับวิทยาศาสตร์ ขึ้นไปอีกขั้น ในอุตสาหกรรมยา SEQENS ให้การ สนับสนุนลูกค้าด้านการพัฒนา ขยาย และ ผลิตวัตถุดิบตัวยาสำ�คัญ ตั้งแต่พรีคลินิก ไปจนถึงการพาณิชย์ และมอบผลงานด้าน APIs รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ SEQENS ยังพัฒนาส่วนผสมและโซลูชนั ตามสัง่ แก่อตุ สาหกรรมทีม่ คี วามต้องการสูง อย่างอุตสาหกรรมเพือ่ สุขภาพ อิเล็กทรอนิกส์ เครือ่ งสำ�อาง อาหาร และอุตสาหกรรมเพือ่ การดูแลบ้าน SEQENS ความก้าวหน้าต่อเนื่อง “ในฐานะ SEQENS เราตั้งใจที่จะยืน หยัดอย่างแข็งแกร่งในธุรกิจการสังเคราะห์ ยาและส่ ว นผสมชนิ ด พิ เ ศษระดั บโลก พันธกิจของเราคือการนำ�การวิจยั และพัฒนา รวมถึงความสามารถด้านอุตสาหกรรมมาสู่ โครงการของลูกค้าของเรา จากนีต้ อ่ ไป เรา ต้องการยกระดับความเชีย่ วชาญทีแ่ ข็งแกร่ง ของเราเพือ่ พัฒนาและผลิตโมเลกุลทีม่ คี วาม ซับซ้อนสูงด้วยทักษะที่ไม่เหมือนใครและ ต่อยอดเทคโนโลยีที่มีอยู่ในตลาด ผมภูมใิ จในความสำ�เร็จทีผ่ า่ นมาของเรา ในนามของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และ ผู้เชี่ยวชาญ 3,200 คนของ SEQENS ที่ ทำ�งานในสาขาทีห่ ลากหลายอย่างคุณภาพ สุขภาพ ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อม (QHSE) วิธีการและกระบวนการทาง อุตสาหกรรม คุณภาพ การขายและการ ตลาด การเงิน นวัตกรรม กฎหมาย และ อื่นๆ” Pierre Luzeau ประธานบริหาร ของ SEQENS กล่าว SEQENS. A NEW NAME FOR A GLOBAL LEADER IN PHARMACEUTICAL SYNTHESIS AND SPECIALTY INGREDIENTS.

Novacap and all its activities unify their names into a new one 60

www.innolabmagazine.com

and become SEQENS. SEQENS is an integrated global leader in pharmaceutical synthesis and specialty ingredients, delivering unrivalled market responsiveness and tailormade solutions to our customers. SEQENS operates 24 manufacturing plants and 3 R&D centers in Europe, North America and Asia with 3,200 employees. More than 300 scientists, engineers and experts develop tailor-made solutions for our customers and ensure that products are successfully transferred into production. SEQENS. Taking science to next level SEQENS refers naturally to our core synthesis activities, mixed with that sequencing idea in which we arrange molecules, competencies and technologies to take science to the next level. In the pharmaceutical industry, SEQENS supports its customers for the development, scale-up and manufacturing of drug substances from preclinical through to commercial phase and offers a large portfolio of APIs and proprietary products. SEQENS also develops custom solutions and ingredients for the most demanding industries such as healthcare, electronics, cosmetics, food and homecare. SEQENS. The Continuum of Progress “As SEQENS, we intend to stand as a strong, global and integrated player in pharmaceutical synthesis and specialty ingredients. Our mission is to bring R&D and industrial performance to our clients’ projects. From now on, we want to better leverage on our strong expertise to develop and produce highly complex molecules with unique

skills and the largest continuum of technologies available on the market. I am proud of what we have achieved so far, on behalf of SEQENS’ 3,200 scientists, engineers, and experts working across a range of fields such as QHSE, industrial methods and processes, quality, sales and marketing, finance, innovation, legal and more,” says Pierre Luzeau, SEQENS CEO. News info ID bio - Dec 20, 2018


EVENT CALENDAR Date

Event

Venue

Website

February 13-16

Food Pack and Thailand Industrial Fair The International Food Processing & Packaging Exhibition

Bitec, Thailand

www.foodpackthailand.com

February 26-28

PCHi 2019

Guangzhou Poly World Trade Center, China

www.pchi-china.com/en

Area A, China Import & Export Fair Complex, Guangzhou, China

www.chinasinopack.com

The Personal Care and Homecare Ingredients (PCHi) trade show is China's #1 Sourcing Platform for the Global Personal Care Industry

March 4-6

Sino-Pack and PACKINNO 2019

Packaging Products Fair in China for material, machinery and product

March 12-14 CPhI South East Asia The region's leading pharma solutions event

April 3-5

analytica Vietnam 2019 The largest and only trade fair in the analysis, laboratory technology and biotechnology sector in

www.cphi.com/sea Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC), Thailand

SECC: Saigon Exhibition and Convention Center, Ho Chi Minh, Vietnam

www.analyticavietnam.com

Bitec, Thailand

www.aseanbeautyshow.com/

Vietnam May 2-4

ASEAN Beauty

en-us

The premier international beauty trade show for Southeast Asia

June 12-15

Propak Asia

Bitec, Thailand

www.propakasia.com

SNIEC, Shanghai, China

www.cphi.com/china/visit/

The International Processing and Packaging Technology Event for Asia

June 18-20

P-MEC China and LABworld China 2019

labworld

A leader in the Asian laboratory instrument exhibitions

September 11-13

Food Ingredient ASIA

Bitec, Thailand

www.figlobal.com/asia-thailand

Impact, Muangthong Thani, Nonthaburi

www.beyondbeautyasean.com

Bitec, Thailand

www.thailandlab.com

Bitec, Thailand

asia.in-cosmetics.com

Bitec, Thailand

www.asiacoldchainshow.com

The number one exhibition for Southeast Asia's food and beverage industry

September 19-21

Beyond Beauty ASEAN The gateway to Southeast Asian beauty and cosmetics markets

September 25-27

Thailand Lab International The international trade exhibition and conference on analytical laboratory equipment & technology, biotechnology & life sciences and chemicals & safety

November 5-7

in-cosmetics ASIA The leading event in Asia Pacific for personal care ingredients

November 13-15

Asia Cold Chain Show The international Exhibition & Conference for cold storage infrastructure, refrigeration, reefer transport, temperature controlling, IT solutions and data storage solution industry

Nov-Dec

61


62

www.innolabmagazine.com


Nov-Dec

63


64

www.innolabmagazine.com


Nov-Dec

65


SUBSCRIPTION FORM Fill out your detail or attach your business card

Subscription Date .................................................................................. Where did you find us? ................................................................................ Your name

.................................................................................. Your job title

...........................................................................................

Your e-mail

.................................................................................. Your mobile number .......................................................................................

Company name

.................................................................................................................................................................................................................

Company address .................................................................................................................................................................................................................

.................................................................................. Country .........................................

Zip code ........................................

Website

.................................................................................. Tel no. ...........................................

Fax no. ..........................................

□ Same as above □ Other, please specify ................................................................................................................................... Name and address on receipt

..........................................................................................................................................................................

Your industry (please select your interest by inputting ü)

□ Food/Beverage □ Environment

□ Supplements/Nutraceuticals □ Cosmetics □ Pharmaceuticals/Medicals □ Energy □ Other, please specify ................................................................................

Your business (please select your interest by inputting ü)

□ Manufacturer □ Academics

□ Distributor □ Government body

□ Certification body □ Consultancy

□ Laboratory service □ Other, please specify ..............................................

Your job function (please select your interest by inputting ü)

□ Management □ Purchasing □ Sales/Marketing □ QC/QA □ QMR/Document Control □ R&D □ Chemist □ Microbiologist □ Production □ Consultant □ Other, please specify .............................................................................................. Your interest (please select your interest by inputting ü)

□ Ingredients □ Techniques □ Lab Facilities □ Industry/Market trend

□ Additives □ Chemicals □ Reagents □ Methods □ Instruments □ Equipment □ Tools □ Softwares □ Lab Design □ Laws/Regulations □ Standards □ Interview □ Other, please specify ..............................................................................................

Your engagement (please rank the score 1-5, 5 = most engaged)

_ Enhancing work capability _ Seeking products & services _ Finding out industry movement _ Joining INNOLAB’s activities, seminar and conferences _ Other, please specify ......................................................................................... Your preferred communication channel (please rank the score 1-5, 5 = most convenient)

_ E-mail _ Post mail _ Fax _ Facebook, www.facebook.com/innolabmagazine _ Other, please specify .............................................................................................. Your interest seminar topic ................................................................................................................................................................................................ Your suggestion ................................................................................................................................................................................................................. Your subscription Domestic reader

□ 1-year 900 THB Oversea reader □ 1-year 90 USD □ 2-year 1500 THB □ 2-year 170 USD

The remit payment to MEDIA MATTER Co., Ltd., savings account number 1082280729, Siam Commercial Bank Pcl. The swift code is SICOTHBK. Please send the pay-in slip via fax number +662 045 5358 or innolab@media-matter.com

WWW.INNOLABMAGAZINE.COM บริ ษ ั ท มี เ ดี ย แมทเทอร์ จำ � กั ด 43/308 หมู ่ 1 ถนนจอมทอง แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุ ง เทพฯ 10150 MEDIA MATTER Co., Ltd. 43/308 Moo 1, Jomthong Road, Jomthong, Bangkok 10150 Thailand TaxID 0105552007301 International Call +66 875171651

Fax +662 045 5358

innolab@media-matter.com


Connecting Global Competence

F3

GL

U2

TU

RE4

NE3 TW

O4

03

AL2

B2

The unique industry gathering in Vietnam The world’s largest network of trade fairs for laboratory technology, instrumental analysis and biotechnology features the complete range of products and services for all of your laboratory needs—in industry and research. The scientific highlight is the analytica conference, where the international elite discusses analysis trends in chemistry and the life sciences.

RK

Back again in Ho Chi Minh City

April 3–5, 2019 SECC – Saigon Exhibition and Convention Center 6th International Trade Fair for Laboratory Technology, Analysis, Biotechnology and Diagnostics www.analyticavietnam.com

Nov-Dec

67


food safety COMPLETE SOLUTIONS. COMPLETE CONFIDENCE. Find the solutions you need for each step of your microbiological food safety testing workflow.

MEDIA PREPARATION & SAMPLE ENRICHMENT Dehydrated Culture Media

Dry-Bags™ Enrichment Media

Available in a choice of pack sizes to suit your needs

Reduce time & labor when preparing media in-house

Prepared Media Available as prepared bottles, tubes & bags in volumes to suit your workflow

Maximize efficiency & reduce your QC burden with a choice of dehydrated or ready-to-use media & automated enrichment solutions.

SAMPLE PREPARATION & DETECTION For Reliable, Cost-effective Pathogen & Routine Organism Testing Use: Culture Media Quality assured, FDA & ISO compliant in dehydrated or prepared formats CAN BE USED WITH

Dynabeads™ & BeadRetriever™ System Best suited for testing beef & other products for E.coli O157:H7 & other STEC OR WITH

Pathatrix™ Auto System

Media Dispensing & Sample Blending Fast, accurate dispensing Powerful, reliable blending of of media with Diluflux™ samples with Homogenizer Automated Gravimetric Dilutor Laboratory Blender

Analyze even the most challenging samples with proven solutions fit for any & all food testing workflow preferences.

For Rapid, Quantifiable Pathogen Testing Of Complex Matrices Use: MicroSEQ™ Pathogen Detection System Batch process up to 96 samples WITH

PrepSEQ™ Rapid Spin Sample Preparation Kit Ideal for <50 samples per day OR WITH

Maximize throughput, ideal for >50 samples per day OR WITH

Pathatrix Auto System Reduce false positives & indeterminate results when testing challenging samples with low positivity rates

CONFIRMATION & IDENTIFICATION A range of options including O.B.I.S.™ Identification System, RapID™ Systems & MicroBact™ range or individual biochemical reagents

SureTect™ Real-Time System Small footprint, low noise instrument with simple, rapid direct lysis sample preparation process. Fit for continuous processing of 1-120 samples.

PrepSEQ™ Nucleic Acid Extraction Kit & MagMAX™ Express-96 Processor

Best for testing challenging samples with low positivity rates

Biochemical Identification

For Quick, Simple Pathogen Testing Use:

TaqMan™ custom assays,

CeeramTools™ virus kits, Imegen™ meat speciation & GMO tests can be run on the same open platform, Applied Biosystems™ 7500 Fast Real-Time PCR instrument

Differentiate and confirm micro-organisms with a range of products using biochemical, immunological or molecular characteristics. Immunological Identification

Molecular Identification

Quality Control Organisms

Latex tests and agglutinating sera for clearing or confirming presumptive positives with identification possible to genus, species or serotype level

TaqMan and RapidFinder™ Real-Time PCR assays for identification beyond genus and species level, e.g. specific Salmonella serovars and STEC O-groups

For ensuring consistency in media preparation & in test performance

For a more complete workflow, visit thermoscientific.com/foodmicrosolutions © 2015 Thermo Fisher Scientific Inc. All rights reserved. All trademarks are property of Thermo Fisher Scientific Inc. and its subsidiaries, unless otherwise specified. Taqman is a registered trademark of Roche Molecular Systems Inc., used under permission and license.

Contact information: Contact Information: Thermo Fisher Scientific (Thailand) Co.,Ltd. 993-048 microbiology@thermofisher.com USAAneckvanich +1 800 255 6730 158/6 Bldg. 6th Fl., Room B, D., Soi Sukhumvit LT2200A 55, Sukhumvit Road, North Klongton, Wattana, Bangkok 10110 International +44 (0) 1256 841144 October potchara.sungtong@thermofisher.com Tel +662015 2 714 7835-6 Fax +66 2 714 7837

Profile for INNOLAB

INNOLAB magazine #10.61  

INNOLAB magazine #10.61  

Advertisement