Issuu on Google+

วารสารประชาสัมพันธ์

สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 21

ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 ประจาเดือน พฤษภาคม - กรกฎาคม 2556

โทร. 042-421074

http://www.secondary21.net


ห น้ า 2

“วันวิสาขบูชา” ถือเป็นวันสาคัญ ยิ่งทาง พระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่ เกิด 3 เหตุการณ์ สาคัญที่เกี่ยวกับ วิถีชีวิตของพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบกัน ในวันเพ็ญเดือน 6 แม้จะมีช่วง ระยะเวลาห่างกัน นับเวลาหลายสิบ ปี ซึ่งเหตุการณ์ อัศจรรย์ 3

วิสาขบูชา 1. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์ แก่จวนจะประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ เพื่อประสูติในตระกูลของพระ นางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวนั พระ นางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ครั้นพระ กุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" แปลว่า "สมปรารถนา" เมื่อข่าวการประสูติแพร่ไปถึงอสิตดาบส 4 ผู้อาศัยอยูใ่ นอาศรมเชิงเขาหิมาลัย และมี ความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะ ดาบสจึงเดินทางไปเข้าเฝ้า และเมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทานายได้ทันที ว่า นี่คอื ผู้จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า "พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระ สัพพัญญุตญาณ เห็นแจ้งพระนิพพานอันบริสุทธ์อย่างยิ่ง ทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะ ประกาศธรรมจักรพรหมจรรย์ของพระกุมารนีจ้ ักแพร่หลาย" แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมาร พระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์และเปี่ยมล้น ด้วยปีติ ถึงกับทรุด พระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส 2. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ หลังจากออกผนวชได้ 6 ปี จนเมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้าเนรัญชรา ตาบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น 15 ค่า เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็น ตาบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย สิ่งที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจสี่ เป็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการของพระพุทธเจ้า ซึ่ง พระพุทธเจ้าเสด็จไปที่ต้นมหาโพธิ์ และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนจิตเป็นสมาธิได้ฌานที่ 4 แล้วบาเพ็ญ ภาวนาต่อไปจนได้ฌาน 3 คือ ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุติญาณ " คือ ทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและ ผู้อื่นได้ ยามสอง : ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ" คือ การรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ด้วยการมีตาทิพย์สามารถเห็นการจุติและอุบัติของวิญญาณทั้งหลาย ยามสาม หรือยามสุดท้าย : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ" คือ รูว้ ิธีกาจัดกิเลสด้วย อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งขณะนัน้ พระพุทธ องค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา 3. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพ อีกต่อไป) เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง 45 ปี จนมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา ได้ประทับจาพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่าง หนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 6 พระพุทธองค์กบั พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่ บ้านนายจุนทะ ตามคากราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทาถวายก็เกิดอาพาธ ลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธุป์ รินิพพาน เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนัน้ พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดูกอ่ นภิกษุทั้งหลาย อันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็น ประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ บริบรู ณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจาก นั้นก็เสด็จเข้าดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน 6 นั้น

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 3

ผอ.เขต

พบเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา

สวัสดีครับพี่น้องเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน พี่น้องเพื่อนครู ผู้บริหารและท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน วารสารประชาสัมพันธ์ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21 ฉบับนี้เป็นฉบับแรก ผมได้กาหนดนโยบายเพื่อใช้เป็นแนวทางใน การบริหารและการปฏิบัติงานในภารกิจของสานักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21 ดังนี้ ด้านการส่งเสริมคุณภาพการจัดการศึกษา ประกอบด้วย 3 อ. ได้แก่ 1. โอเน็ต (O –Net) คือ การพัฒนายกผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนสูงขึ้น 2. อาเซียน(ASEAN) คือ การพัฒนาการจัด การศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน 3. ครูมืออาชีพ (Teacher Profession- “ทำบุญร้อยครั้ง al) คือ การพัฒนาครูสู่ครูมืออาชีพ ไม่เท่ำ หนึ่ง กตัญญู” ด้านการส่งเสริมคุณภาพของบุคลากรในสังกัด ประกอบด้วย 3 ม. ได้แก่ 1.มีน้าใจ(Karma) 2.มีสัจจะ(Oath) 3. มีความกตัญญู(Grateful) 3 ห.ได้แก่ 1.ให้เกียรติ(Honor) 2.ให้โอกาส(Chance) 3.ให้อภัย(Forgive) 3 S (ส)ได้แก่ 1.ภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน(SMART) 2.มาตรฐาน(STANDARD) 3.จิตอาสา (SERVICE MINE) หวังว่าพี่น้องเพื่อนครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา จะได้ช่วยกัน นานโยบายไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ

นายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21


ห น้ า 4

บทบรรณาธิการ สวัสดีครับทุกท่าน... พบกันครั้งแรก เป็นความตั้งใจของท่านผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21 “ท่าน ปราโมทย์ ภูมิพันธ์” ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่วันแรก ในโอกาสที่ได้มารับใช้พี่น้องเพื่อนครู ว่าจะมีวารสารซักฉบับหนึ่งที่จะเป็นสื่อกลาง สาหรับการแลกเปลี่ยนและสื่อสารระหว่างพี่น้องเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษากับสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21 วารสารฉบับนี้ ออกเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่วงเปิดภาคเรียนประจาปีการศึกษา 2556 พอดี กราฟิ ก จึงขอเรียนว่าทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทุกคนควรรู้และเข้าใจนโยบายหลักๆ เป็นเบื้องต้น เพื่อว่าจะได้มองภารงานของกลุ่มหรือสถานศึกษาไปแนวทางเดียวกัน เริ่มตั้งแต่ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ โครงการ/กิจกรรม รวมทั้งทรัพยากรมาส่งเสริมสนับสนุนการบริหารจัดการ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิผล คือผลสัมฤทธิ์การจัดการศึกษาที่สูงขึ้น คาอธิบายภาพที่อธิบายรูปภาพหรือ

“เมื่อต้ องการดึ งดูดความสนใจของผู้อ่าน ให้ ใส่ ประโยคที่น่าสนใจหรื อ

ข้ อความอ้ างอิงจากเรื่ องไว้ในส่ วนนี้”

ปัจจุบันเราอยู่ในสังคมแห่งการแข่งขันการให้บริการอย่างมีคุณภาพโดยเฉพาะการให้บริการ ทางการศึกษาถือว่าเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาคน และคนที่ได้รับการศึกษามีความรู้คู่ คุณธรรม จริยธรรมแล้ว สังคมมีความสุข ผลการดาเนินงานของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 21 ผลการปฏิบัติราชการตามคารับรอง(ก.พ.ร.) ในปีงบประมาณ 2555 คะแนน 3.76001 เพิ่มขึ้น จากปีงบประมาณ 2554 คะแนน 2.52125 จากคะแนนเต็มระดับ 5 ผลการ ทดสอบทา���การศึกษา O-NET ปีการศึกษา 2555 เพิ่มขึ้น ม.3 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 42.50 และ ม.6 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 33.95 การจัดการศึกษาของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21 ปี การศึกษา 2556 นี้ได้กาหนดเป้าหมายไว้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ต่ากว่าร้อยละ 3 ทุกกลุ่ม สาระการเรียนรู้ นานโยบาย 3 อ. ได้แก่ 1. O-NET 2. ASEAN 3. Teacher Professional ทั้ง นโยบาย 10 จุดเน้นของ สพฐ. กาหนดเป็นนโยบายให้สานักงานเขตพื้นที่การศึกษานามาปฏิบัติให้ บรรลุเป้าหมาย ปีการศึกษา 2556

นายณรงค์ สุราลัย รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21 คาอธิบายภาพที่ อธิบายรูปภาพหรือ

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 5

ผอ.เขตพบเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา............... 3 บทบรรณาธิการ............................................................ 4 แนะนา สพม.เขต 21..................................................... 6 กฎหมายน่ารู้................................................................. 7 สาระน่ารู้จาก..หน่วยตรวจสอบภายใน............................ 12 บทความดีๆ จากกลุ่มนโยบายแผน..................................14 ข่าวสารอาเซียนทีน่ ่าสนใจ.............................................. 16 เสริมความรู้จากอานวยการ........................................... 17 วิธีเซ็นสาเนาบัตรประชาชน............................................ 18 บทความน่ารู้จากกลุ่มประชาสัมพันธ์............................... 19 กิจกรรมเด่น................................................................. 20 เล่าด้วยภาพ................................................................. 24

1. เพื่อเผยแพร่ข่าวสารความเคลื่อนไหว ของหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษาในสังกัด สพม.เขต 21 สู่ สาธารณชน 2. เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของโรงเรียน นักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในสังกัด 3. เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลีย่ น เรียนรู้และเป็นสื่อสัมพันธ์อนั ดี ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และผู้เกี่ยวข้อง

คณะที่ปรึกษา 1. ผอ.ปราโมทย์ ภูมิพนั ธ์ 2. นายณรงค์ สุราลัย 3. นางจินตนา มูลสาร 4. นางเบญจมาตย์ ฦๅชา บรรณาธิการ

ผอ.สพม.เขต 21 รอง ผอ.สพม.เขต 21 รอง ผอ.สพม.เขต 21 รอง ผอ.สพม.เขต 21

1. นายณรงค์ สุราลัย รอง ผอ.สพม.เขต 21 ผู้ช่วยบรรณาธิการ 1. นายณัฐนนท์ ไชยสิทธิ์ ผู้อานวยการกลุ่มอานวยการ 2. นางสิริมา สอนคาหาญ นักประชาสัมพันธ์ชานาญการพิเศษ 3. นางสาวจามจุรี ฉลาดแย้ม นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ กองบรรณาธิการ 1. นายสัจสิฏฐ์ ถินทะสิทธิ์ 2.นายสมฤกษ์ ใจขาน 3. นางนรมน ไกรสกุล 4.นางผ่องศรี ทับทิมทอง ผู้อานวยการกลุ่ม 7 กลุม่ 1 หน่วย 1. นางสาวดรุณสวาท มูลการ 2.นางกัญญา โทสาลี 3. นางชนานันท์ สุคันทา 4.นายมนตรี ก้องเวหา 5. นายวิทยา พันธุระ 6.นายณัฐนนท์ ไชยสิทธิ์ 7. นางวิไลลักษณ์ ณ หนองคาย ประธานสหวิทยาเขต 10 สหวิทยาเขต 1. นายชัยรัตน์ หลายวัชระกุล 2.นายธานินทร์ อยู่ศิริ 3. นายสุรเดช บัวหลวง 4.นายปรีชา ตึงตระกูล 5. นายนภดล ผดุงศรี 6.นายพัลลภ ปู่วัง 7. นานศักดาเดช ทาซ้าย 8.นายสุพกิจ กงบุราณ 9. นายมงคล พระนคร 10.นายคอมฉันท์ นาเมืองรักษ์


ห น้ า 6

แนะนำ สพม.เขต 21

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21 เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ทาหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน กากับ ติดตามการ บริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดหนองคาย รวม 9 อาเภอ จานวน โรงเรียน 31 โรงเรียน และในเขตท้องที่จังหวัดบึงกาฬ รวม 8 อาเภอ จานวนโรงเรียน 25 โรงเรียน ให้ สามารถจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาเพื่อบริการประชาชนให้เป็นคนดีมีคุณธรรม เป็นคนเก่ง มีความรู้ ความสามารถ มีประสิทธิภาพตรงตามเปูาหมายและจุดเน้นของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และความต้องการของหน่วยงานและความต้องการของประชาชนในจังหวัดหนองคาย และจังหวัดบึงกาฬ มีรูปแบบการบริหารจัดการโดยองค์คณะบุคคลบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล 10 จุดเน้น สพฐ. ปี 2556 จุดเน้นที่ 1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้หลักเพิ่มขึ้น โดยผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 3 (Student Achievement ) จุดเน้นที่ 2 เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตาม หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ (EQ : Emotion Quotient) จุดเน้นที่ 3 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ทุกคนอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 อ่านคล่อง เขียนคล่อง และมีทักษะการคิดขั้นพืน้ ฐาน (Literacy, Numeracy & Reasoning Abilities) จุดเน้นที่ 4 นักเรียนทุกคนมีความสานึกในความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และอยู่อย่างพอเพียง(Sufficiency & Public Mind) จุดเน้นที่ 5 นักเรียนที่มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปศาสตร์ทุกคนได้รับ การส่งเสริมให้มีความเป็นเลิศ (Excel to Excellence) จุดเน้นที่ 6 ประชากรวัยเรียนทุกคน มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษา ด้วยทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อลด อัตราเด็กตกหล่น ออกกลางคัน ส่งเสริมการเรียนต่อหรือประกอบอาชีพ (Alternative Access) จุดเน้นที่ 7 นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน และสถานศึกษาทุกแห่งในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของตน (Southern – Border Provinces) จุดเน้นที่ 8 นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน มีความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มีภูมิคุ้มกันต่อ การเปลี่ยนแปลงในสังคมพหุวัฒนธรรม (ASEAN Community) จุดเน้นที่ 9 สถานศึกษาทุกแห่งได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ มีระบบประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็งและ ได้รับการรับรองจากการประเมินคุณภาพภายนอก (Quality Schools) จุดเน้นที่ 10 สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งมีคุณภาพตามมาตรฐานของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา (Effective Service Areas) ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 7

กรณีศึกษา : จานวนค่าปรับเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าจ้าง โดย : นายสัจสิฏฐ์ ถินทะสิทธิ์ นิตกิ รชานาญการพิเศษ สพม.เขต 21 ในช่วงปีท่ผี ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาอันสาคัญของ สพม.เขต 21 ของเราในการก้าวสู่ศักราช ใหม่อย่างก้าวหน้า และมั่นคง โดยการนาของนายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผอ.สพม.เขต 21 อันจะเห็น ได้จากประกาศผลการปฏิบัตริ าชการตามคารับรองการปฏิบัตริ าชการประจา ปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ของ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐานเป็นไปในทางก้าวกระโดด ไปอยู่อันดับ 1 ของประเทศ จากอันดับที่อยู่รงั้ ท้ายของเขตพืน้ ที่การศึกษาทั่วประเทศ ทัง้ ยังปรากฏ ความสาเร็จ ของการดาเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ไม่มีข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในสังกัดผู้ใดทุจริตหรือประพฤติมิชอบแต่อย่างใด โดยการนาของนายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผอ.สพม.เขต 21 ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อไป ในฐานะ หน่วยงานหลัก ที่ประกันความเป็นธรรมทางปกครองให้เกิดขึน้ แก่สังคม และได้ตั้งปณิธานร่วมกันที่ จะมุ่งมั่นปฏิบัตหิ น้าที่ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีคุณภาพ และประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น เพื่อ อานวยความยุตธิ รรมตลอดไป อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติราชการ โดยเฉพาะเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองของโรงเรียนใน สังกัด ซึ่งเป็นคดีพพิ าทระหว่างฝ่ายปกครองกับเอกชน เป็นคดีท่มี ีลักษณะของสัญญาดังนี้ เป็น สัญญาสัมปทาน เป็นสัญญาจัดทาบริการสาธารณะ เป็นสัญญาจัดให้มีส่งิ สาธารณูปโภค และ เป็นสัญญาที่แสวงหา ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตามมาตรา 9 วรรค 4 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 อันหากข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ละเลยไม่ปฏิบัตติ ามสัญญาทางปกครอง เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย อันถือ เป็นความผิดทางวินัย ตามมาตร 85 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ข้าราชการผู้นนั้ จาต้องถูกดาเนินการทางวินัย ทางแพ่งหรือทางอาญา ตามกรณี ความผิดต่อไป เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้สนใจเป็นกรณีศึกษา ตามคา พิพากษาเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ดังนี้

(มีตอ่ หน้า 8)


ห น้ า 8

คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง แม้คู่สัญญาฝ่ายราชการจะมีสทิ ธิคดิ ค่าปรับจากผู้รับจ้างเนื่องจาก ไม่สามารถทางาน ให้แล้วเสร็จตามสัญญาและแม้จะเป็นสิทธิของคู่สัญญาฝ่ายราชการที่จะใช้ดุลพินิจบอกเลิก สัญญาหรือไม่ ในกรณีท่ผี ู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา แต่การที่ฝ่ายราชการไม่ ดาเนินการบอกเลิกสัญญาจนกระทั่งจานวนเงินค่าปรับเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าจ้างและผู้ รับจ้างไม่มีหนังสือยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไข ถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่สุจริต ขัดต่อเจตนารมณ์ของข้อ 138 แห่งระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ซึ่งนอกจากจะเป็นบทบัญญัตทิ ่ีเป็นมาตรการเร่งรัดไม่ให้ผู้รับจ้างดาเนินการล่าช้าเกินสมควร อันจะเป็นผลเสียต่อทางราชการที่มีหน้าที่ตอ้ งดาเนินการบริการสาธารณะตามหลักว่าด้วย ความต่อเนื่องและหลักว่าด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการบริการสาธารณะแล้ว ยังมุ่งที่ คุม้ ครองผู้รับจ้างมิให้แบกรับภาระเงินค่าปรับในจานวนที่สูงเกินกว่าร้อยละสิบของวงเงิน ค่าจ้าง และเมื่อค่าปรับที่กาหนด ไว้ตามสัญญาเป็นเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายจากการที่ผู้รับ จ้างชาระหนีไ้ ม่ถูกต้องไว้ลว่ งหน้า ศาลจึงมีอานาจใช้ดุลพินิจลดเบี้ยปรับได้หากเบีย้ ปรับนั้นสูง เกินตามมาตราส่วน 383 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยพิเคราะห์ ทางได้เสีย ของฝ่ายราชการทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายมิใช่เพียงแต่ทางได้เสียในเชิงทรัพย์สนิ ผู้ฟ้องคดีฟอ้ งว่า ผู้ฟ้องคดีทาสัญญาว่าจ้างผู้ถูกฟ้องคดี (ห้างหุ้นส่วนจากัด น.) ก่อสร้างอาคารเรียนตามสัญญาจ้าง ลงวันที่ 30 กันยายน 2546 โดยกาหนดแล้วเสร็จในวันที่ 3 มกราคม 2548 แต่ผู้ถกู ฟ้องคดีไม่สามารถดาเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญาจึงขอ ขยายระยะเวลาก่อสร้างอีก 180 วัน แต่ผู้ฟอ้ งคดีให้ขยายระยะเวลาก่อสร้าง 100 วัน ปรากฏ ว่าผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถทาการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญา แม้จะมีหนังสือเร่งรัดการ ก่อสร้างถึง 8 ครั้ง แต่ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉยเป็นเวลานานถึง 4 เดือน ผู้ฟอ้ งคดีจึงมีประกาศ ลง วันที่ 3 ตุลาคม 2548 ยกเลิกสัญญาจ้างและเรียกค่าปรับจากการจ่ายเงินค่างวดการก่อสร้าง และค่าเสียหายตามบันทึกการแก้ไขสัญญาแนบท้ายสัญญาจ้างข้อ 15 ซึ่งเปลี่ยนแปลงค่าปรับ จากอัตรา 0.01 ต่อวัน เป็นค่าปรับในอัตรา 0.1 ต่อวัน เป็นเงินวันละ 15,160 บาท พร้อมริบ เงินค้าประกันการปฏิบัติตามสัญญา โดยมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉย จึงขอให้ศาลมี คาพิพากษาหรือคาสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีชาระเงินพร้อมดอกเบีย้ นับแต่วันที่เลิกสัญญา

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 9

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ตามสัญญาจ้างลงวันที่ 30 กันยายน 2546 กาหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีเริ่มทางานก่อสร้างภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2546 และให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 3 มกราคม 2548 ต่อมามีการแก้ไขข้อ 5 ของสัญญา กาหนดเวลาแล้วเสร็จ ของงานจ้างเป็น วันที่ 13 เมษายน 2548 และแก้ไขข้อ 15 อัตราค่าปรับจากร้อยละ 0.01 ต่อวัน เป็นร้อยละ 0.1 ต่อวัน เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทางานไม่แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 เมษายน 2548 จึงได้ถอื ว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทาผิดสัญญาตามข้อ 5 และต้องเสียค่าปรับและควบคุม งานตามข้อ 15 ของบันทึกแนบท้ายสัญญาดังกล่าวและผู้ถูกฟ้องคดีมีสิทธิตามข้อ 16 ของ สัญญาการริบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาทัง้ หมดหรือบางส่วนตามแต่จะเห็นสมควร นอกจากนั้นผู้ถูกฟ้องคดีจะต้องชดใช้คา่ เสียหายจานวนเกินกว่าหลักประกันการปฏิบัตงิ าน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการทางานนัน้ ต่อให้แล้วเสร็จตามสัญญาและค่าใช้จ่ายในการ ควบคุมงานเพิ่ม (ถ้ามี) ผู้วา่ จ้างจะหักเอาจากเงินประกันผลงานหรือจานวนเงินใดๆ ที่จะ จ่ายให้แก่ผู้รับจ้างได้ ประกอบกับข้อ 17 ของสัญญาที่กาหนดว่าค่าปรับหรือค่าเสียหายซึ่ง เกิดขึน้ จากผู้ฟอ้ งคดี ผู้ฟ้องคดีมีสทิ ธิท่จี ะหักเอาจากจานวนเงินค่าจ้างที่ค้างจ่าย หรือจาก เงินประกันผลงานของผู้รับจ้างหรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัตติ ามสัญญาก็ได้ หากมี เงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับและค่าเสียหายอยู่อกี เท่าใด ผู้ฟ้องคดีจะคืนให้ ผู้ถูกฟ้องคดีทงั้ หมด เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีผิดสัญญาจ้างจึงต้องเสียค่าปรับนับถัดจากวันที่ 13 เมษายน 2548 ถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2548 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ฟอ้ งคดีบอกเลิกสัญญา รวม 173 วัน คิดเป็นค่าปรับจานวน 2,622,680 บาท แต่เมื่อผู้ฟ้องคดีได้หักค่าปรับจากค่างวดงาน ก่อสร้างรวม 78 วันแล้ว เหลือแค่ค่าปรับค้างชาระอยู่อีก 95 วัน คิดค่าปรับเป็นเงิน 1,440,200 บาท และผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการควบคุมงานจานวน 46 วัน เป็น เงิน 9,200 บาท และเมื่อในการมุงหลังคาผู้ถูกฟ้องคดีใช้วัสดุไม่ตรงตามสัญญาและมีการ เปรียบเทียบราคาวัสดุ โดยมีค่าปรับลดส่วนต่างของวัสดุจานวน 57,102 บาท ผู้ฟ้องคดีจึง มีสิทธิเรียกให้ผู้ถูกฟ้องคดีชาระเป็นเงินทั้งสิ้น 1,506,502 บาท แต่ถงึ แม้ระเบียบสานัก นายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 138 จะมิได้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา แต่ก็ เป็นระเบียบที่ให้สทิ ธิแก่คสู่ ัญญาฝ่ายหน่วยงานราชการในฐานะผู้ว่าจ้างจะต้องปฏิบัตใิ ห้มี สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ฝ่ายเดียว ในกรณีที่เห็นว่าคู่สัญญาฝ่ายเอกชนไม่สามารถปฏิบัติตาม สัญญาได้ หรือหากปฏิบัติตามสัญญาต่อไป จะเป็นอุปสรรคต่อการบริการสาธารณะของ รัฐ โดยวางเกณฑ์การใช้สทิ ธิบอกเลิกสัญญาไว้กรณีที่เงินค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของ วงเงินค่าจ้างและคูส่ ัญญาจะต้องไม่ยินยอมเสียค่าเสียค่าปรับ นอกจากนี้บทบัญญัติ ดังกล่าว ยังมีลักษณะเป็นมาตรการเร่งรัดในตัวมิใช่คสู่ ัญญาฝ่ายเอกชนดาเนินการก่อสร้าง ล่าช้าเกินสมควร อันจะเป็นผลเสียต่อทางราชการที่มีหน้าที่ดาเนินการบริการสาธารณะ ตามหลักว่าด้วยความต่อเนื่องและหลักว่าด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการบริการสาธารณะ (มีตอ่ หน้า 10 )


ห น้ า 1 0

ขณะเดียวกันก็มุ่งคุ้มครองคู่สัญญาฝ่ายเอกชนที่ไม่สามารถปฏิบัตติ ามสัญญาได้ มิให้ต้อง แบกรับภาระจากเงินค่าปรับในจานวนที่สูงกว่าร้อยละสิบของวงเงินค่าจ้าง และการที่ คูส่ ัญญาฝ่ายราชการจะใช้สทิ ธิบอกเลิกสัญญาหรือไม่ ก็เป็นดุลพินจิ ของคูส่ ัญญาฝ่าย ราชการที่จะพิจารณา ดาเนินการเพื่อให้เกิดดุลยภาพระหว่างประโยชน์ของราชการในการ จัดทาบริการสาธารณะให้บรรลุผลกับความเสียหายของคูส่ ัญญาฝ่ายเอกชนที่จะต้องแบก รับภาระจากเงินค่าปรับเว้นแต่คู่สัญญาจะได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่ทางราชการโดยไม่มี เงื่อนไขใดๆทั้งสิ้นเพื่อประโยชน์ของคู่สัญญาโดยแท้ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถทางานให้ แล้วเสร็จ���ริบูรณ์ภายในกาหนดเวลา ผู้ถูกฟ้องคดีจึงมีหน้าที่ตอ้ งชาระเงินค่าปรับแก่ผู้ฟ้อง คดีตามข้อ 15 ของ สัญญาที่กาหนดว่า ถ้าผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถทางานให้แล้วเสร็จตาม เวลาที่กาหนดไว้ในสัญญา และผู้ฟอ้ งคดียังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้ถูกฟ้องคดียินยอมให้ผู้ ฟ้องคดีปรับเป็นรายวัน วันละ 15,160 บาท นับแต่วันที่ผู้ฟอ้ งคดีได้ขยายระยะเวลากาหนด แล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันบอกเลิกสัญญา แต่การที่ฟอ้ งคดีไม่ดาเนินการบอกเลิก สัญญาจ้างโดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีดาเนินการตามสัญญาต่อไปจนกระทั่งจานวนเงินค่าปรับ เกินร้อยละสิบของวงเงินค่าจ้าง และไม่ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีมีหนังสือยินยอมเสียค่าปรับ ให้แก่ผู้ฟอ้ งคดีโดยไม่มีเงือ่ นไขอย่างใด ถือว่าเป็นการใช้ดุลพินจิ โดยไม่สุจริต ขัดต่อ เจตนารมณ์ของข้อ 138 แห่งระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 การที่สัญญาจ้างกาหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีชาระค่าปรับให้แก่ผู้ฟ้องคดีในกรณีท่ไี ม่สามารถ ทางานให้แล้วเสร็จตามที่กาหนดไว้ในสัญญานัน้ เป็นการกาหนดเบี้ยปรับหรือค่าเสียหาย เนื่องจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีชาหนีไ้ ม่ถูกต้องตามสมควรไว้ล่วงหน้า ซึ่งศาลมีอานาจที่จะใช้ ดุลพินจิ ลดเบีย้ ปรับที่ได้กาหนดในสัญญาได้ ถ้าศาลเห็นว่าเบีย้ ปรับที่คสู่ ัญญากาหนดไว้สูง เกินส่วนตามมาตรา 383 แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยต้องพิเคราะห์ทาง ได้เสียของผู้ฟอ้ งทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายอันมิใช่เพียงแต่ทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เบีย้ ปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป เมื่อปรากฏว่าค่าปรับที่ถูกฟ้อง คดีจะต้องชาระให้แก่ผู้ฟอ้ งคดี จานวน 2,622,600 บาท นั้น เป็นจานวนถึงร้อยละ 17.3 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อตามสัญญาจ้าง มีจานวนค่าจ้าง 15,160,000 บาท ค่าปรับร้อยละ สิบของวงเงินค่าจ้างดังกล่าว คิดเป็นเงินจานวน 1,516,000 บาท การที่ผู้ฟ้องคดีเรียก ค่าปรับจานวน 2,622,600 จึงเป็นค่าปรับที่สูงเกินส่วน เมื่อก่อนที่ผู้ถูก ฟ้องคดีจะขอขยายเวลา

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

การก่อสร้างตามสัญญากาหนดค่าปรับร้อยละ 0.01 ต่อวัน จึงเห็นควรลดค่าปรับให้แก่ผู้ถูก ฟ้องคดีเหลือร้อยละสิบของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา คิดเป็นเงินค่าปรับจานวน 1,516,000 บาท เมื่อผู้ฟ้องคดีได้หักเงินค่าปรับจากค่างวดงานก่อสร้างไว้เป็นเงิน 1,182,480 บาท และ ริบหลักประกันสัญญาค้าประกันจานวน 758,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,940,480 บาท เป็น จานวนเงินเกินกว่าเงินค่าปรับที่ศาลพิจารณาลดให้อยู่ในจานวน 424,480 บาท เมื่อหัก ค่าปรับลดส่วนต่างของวัสดุมุงหลังคาและค่าจ้างผู้ควบคุมงานรวมเป็นเงินจานวน 66,302 บาท จึงเหลือเงินที่ผู้ฟอ้ งคดีจะต้องคืนให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นจานวนเงิน 358,178 บาท เมื่อ ผู้ฟ้องคดียังไม่ได้มกี ารจ่ายเงินจานวนดังกล่าวให้แกผู้ถูกฟ้องคดีดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีจงึ ตกเป็น ผู้ผิดนัดนับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2548 อันเป็นวันที่ผู้ฟ้องคดีหักเงินค่าปรับจากเงินเบิกจ่าย ค่างวดงาน ผู้ถูกฟ้องคดีมีสิทธิ์ได้รับดอกเบี้ย ในจานวนเงินดังกล่าวนับแต่วันนั้นเป็นต้นไป (คาพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.446/2555) แหล่งที่มา : วารสารวิชาการศาลปกครอง ปีที่ 12 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม) 2555

ห น้ า 1 1


ห น้ า 1 2

สาระน่ารู้จาก...หน่วยตรวจสอบภายใน โดย : นางวิไลลักษณ์ ณ หนองคาย ผอ.หน่วยตรวจสอบภายใน

ประเด็นที่ตรวจพบบ่อยๆ จาก การตรวจสอบสถานศึกษาที่ อาจทาให้เกิดความเสี่ยง 1.ไม่ดาเนินการจัดทาแผนการ ใช้จา่ ยเงินตามแผนปฏิบัติการ ประจาปี 2.จัดทาแผนฯแต่ไม่ใช้จา่ ยเงิน ตามแผนฯและไม่มกี ารควบคุม การใช้จา่ ยเงิน 3.การใช้จา่ ยเงินอุดหนุนไม่ใช้ จ่ายตามเกณฑ์การใช้จา่ ยเงินที่ สพฐ.กาหนด และไม่

ดาเนินการตามระเบียบการ เบิกจ่ายเงินของ กระทรวงการคลัง 4.การใช้จา่ ยเงินผิดประเภท 5.การจัดทารายงานเงิน คงเหลือประจาวันไม่เป็น ปัจจุบัน /และขาดการควบคุม อย่างจริงจังจากกรรมการเก็บ รักษาเงิน 6.การควบคุมรายการรับ-จ่าย เงินยังไม่ถูกต้องและเป็น ปัจจุบันตามระบบบัญชี

หน่วยงานย่อย พ.ศ.2515 /ระบบ ควบคุมการเงินของหน่วยงาน ย่อย พ.ศ.2544 7.การใช้จ่ายโดยไม่มีหลักฐาน การจ่าย 8.การจ่ายเงินโดยไม่สั่งจ่ายผ่าน บัญชีเงินฝากธนาคารประเภท กระแสรายวัน(จ่ายเงินสด)

หมายถึง เงินที่ ส่วนราชการที่ เป็นหน่วยงานผู้เบิก หรือหน่วยงานย่อยได้รับเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น หรือเงินที่ ได้รับการสนับสนุน เพื่อดาเนินการตามแผนงาน /โครงการ เช่น เงินอาหารกลางวัน เป็นต้น ที่มาของเงิน.กรณีที่ 1 ส่วนราชการขอรับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - ส่วนราชการต้องจัดทาแผนงาน /โครงการ ภายใต้ กรอบอานาจหน้าที่และภารกิจส่วนราชการ - เงินที่ ได้รับ ถือเป็นเงินที่มีผู้มอบให้ ส่วนราชการ โดยมีวัตถุประสงค์ตามนัย ม.24 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีที่ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอความร่วมมือให้ ส่วนราชการเป็นผู้ทาแทน - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทาแผน /โครงการเพื่อดาเนินงาน แต่ไม่สามารถทาตามแผนงาน / โครงงานได้ และได้ขอความร่วมมือให้ ส่วนราชการเป็นผู้ทาแทน โดยสนับสนุนเงินค่าใช้จ่าย - เงินที่สว่ นราชการได้รับถือเป็นเงินที่สว่ นราชการได้รับกรรมสิทธิ์จากการปฏิบัตงิ านให้แก่หน่วยงานอื่น การรับเงิน ให้ออกใบเสร็จรับเงินทุกครัง้ ที่ได้รับเงินจากราชการส่วนท้องถิ่น โดยใช้ใบเสร็จรับเงินของส่วนราชการ ต้นสังกัดระดับกรม

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 1 3

การเก็บรักษาเงิน 1. เงินที่ได้รับทั้งหมดให้นาฝากคลัง กรณีส่วนราชการผู้รับเงินเป็นหน่วยงานเบิก ให้เปิดเพียงบัญชี ชื่อบัญชี ”เงินอุดหนุนเพื่อโครงการต่างๆ ที่ได้รับ จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ” รหัส บัญชีเงินฝากคลัง 697 และจัดทาทะเบียนคุม แยกรายโครงการ กรณีเป็นหน่วยงานย่อยรับ เงิน ให้นาฝากในนามหน่วยงานผู้เบิกที่ต้นสังกัด 2. เก็บเป็นเงินสด เพื่อสารองจ่ายกรณีจาเป็นได้ ให้ส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ดาเนินโครงการ สามารถเก็บรักษาเงินสดไว้ใช้จ่ายสาหรับ ทุกโครงการรวมกันได้ ในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท การใช้จ่ายเงิน - เงินอุดหนุนที่ได้รับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อการดาเนินโครงการใดให้ นาไปจ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันได้ แต่ เฉพาะในโครงการนัน้ โดยให้ถอื ปฏิบัตเิ ช่นเดียวกับเงินงบประมาณ - กรณีส่วนราชการได้รับเงินอุดหนุนจากองค์กรฯ สาหรับแผนงาน / โครงการ ที่มรี ะยะเวลาดาเนินงานในช่วงสัน้ เมื่อ ได้รับเงินแล้วจะต้องนาเงินนัน้ ไปจ่าย ภายในระยะเวลา ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ ได้รับเงินให้ ส่วนราชการไม่ต้องนาเงินดังกล่าว ฝากคลังได้ - กรณีหน่วยงานย่อยเป็นผู้ดาเนินโครงการ เมื่อได้มกี ารใช้จ่ายเงินแล้ว ให้หน่วยงานย่อยจัดทารายงาน การรับ-จ่ายเงิน ส่งให้หน่วยงานผู้เบิกที่สังกัดพร้อมหลักฐานใบสาคัญต้นฉบับ เพื่อดาเนินการบันทึกบัญชีตอ่ ไป - กรณีการดาเนินงานในแต่ละโครงการได้เสร็จสิ้นลง มีเงินเหลือจ่ายให้นาเงินที่ เหลือจ่ายในแต่ละ โครงการนาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ประเภทรายได้เบ็ดเตล็ดอื่น เว้นแต่องค์กรฯจะกาหนดไว้เป็นอย่างอื���น การดาเนินการอื่นๆ - การจัดซื้อจัดจ้าง ให้ถือปฏิบัตติ ามระเบียบว่าด้วยการพัสดุของทางราชการ - การรับ-จ่ายเงิน การเบิกเงินจากคลัง การนาเงินส่งคลัง และการเก็บรักษาเงินและหลักฐานการจ่าย ให้ถอื ปฏิบัตติ ามระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน นาส่งคลัง พ.ศ.2551 - การบัญชี ให้ปฏิบัตติ ามวิธีการบันทึกรายการบัญชีที่ กรมบัญชีกลางกาหนดให้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับการ ดาเนินงาน การเงิน การบัญชีในแต่ละโครงการ และรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดทราบอย่างน้อย ปีละ 1 ครัง้ - ให้ส่วนราชการวางวิธีปฏิบัตอิ ่นื ใดได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์นกี้ รณีที่ ไม่สามารถปฏิบัตติ ามหลักเกณฑ์นี้ ขอให้ ทาความตกลงกับ กรมบัญชีกลาง .......................................................... ข้อมูลอ้างอิง 1.ตามหนังสือ กระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0526.5/ว.13 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2543 เรื่อง วิธีปฏิบัตเิ กี่ยวกับเงินที่สว่ น ราชการได้รับอุดหนุนจากส่วนราชการส่วนท้องถิ่น(ยกเลิก) 2.หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0406.3/ว59 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 เรื่อง วิธีปฏิบัตเิ กี่ยวกับเงินที่สว่ นราชการได้รับ อุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3.พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 และที่แก้ไขเพิม่ เติม 4.ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนาเงินส่งคลัง พ.ศ.2551


ห น้ า 1 4

เงินรายได้สถานศึกษาสาหรับโรงเรียนที่เป็นนิติบุคคล (โรงเรียนที่สังกัด สพท.) โดย : นายวิทยา พันธุระ ผอ.กลุม่ นโยบายและแผน สพม.เขต 21

ปัจจุบันมีกฎหมายระเบียบ และหน่วยปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องการเงินการคลัง ออกมา มากมาย ซึ่งมีผลต่อการบริหารจัดการในระดับสถานศึกษา ที่บุคลากรใน สถานศึกษาต้องเรียนรู้และปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบ

บทความ ดีๆ จาก กลุ่ม นโยบาย และแผน

1. ระเบียบ ประกาศ และคาสั่งที่เกี่ยวข้อง ระเบียบ สพฐ. ว่าด้วยการบริหารจัดการเกี่ยวกับเงินรายได้สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2549 ประกาศ สพฐ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ อัตรา และวิธีการนาเงินรายได้สถานศึกษาไป จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขต พื้นที่การศึกษา สั่ง ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 คาสั่งมอบอานาจ สพฐ. ที่ 161/2549 สั่ง ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พศ. 2549 การเก็บรักษาเงิน ณ สถานศึกษา ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค 0414/07509 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2549 2. อะไรคือเงินรายได้สถานศึกษา เงินบารุงการศึกษาเดิม รายได้ที่เกิดจากการหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาซื้อ / จ้างทาของที่ดาเนินการโดยเงินงบประมาณ เงินที่มีผู้มอบให้ (เงินบริจาคที่มีวัตถุประสงค์ หรือระบุวัตถุประสงค์ไม่ชัดแจ้ง) เงินอื่นๆ ที่โรงเรียนรับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ 3. เงินอุดหนุนที่โรงเรียนได้รับไม่ถือเป็นเงินรายได้สถานศึกษา 4. อานาจในการรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการ สพฐ. มอบอานาจให้ ผู้อานวยการสานัก หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน หัวหน้ากลุ่ม พัฒนาระบบบริหาร ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อานวยการสถานศึกษาที่เป็น นิติบุคคล และผู้อานวยการสถานศึกษาที่ไม่เป็นนิติบุคคล มีอานาจรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน เพื่อนามาใช้ประโยชน์ต่อการศึกษา ยกเว้นการรับบริจาคที่ดินต้องได้รับความเห็นชอบจาก เลขาธิการ กพฐ. ตาม คาสั่ง สพฐ. ที่ 265/2549 สั่ง ณ วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 5. การรับบริจาคต้องพิจารณาอย่างไร ต้องคานึงถึงผลได้ ผลเสีย และประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ ต้องไม่ให้ประโยชน์ต่อผู้ใดเป็นการเฉพาะ ต้องพิจารณาถึงผลตอบแทนที่ได้รับคุ้มกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียหรือไม่ เช่นทรัพย์สิน ที่ต้องมีการซ่อมบารุงรักษา เป็นต้น ควรศึกษาเพิ่มเติมจากระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มี ผู้บริจาคให้ทางราชการ พ.ศ. 2526

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 1 5

6. เงินรายได้สถานศึกษาใช้จ่ายอย่างไร ใช้จ่ายเพื่อการจัดการศึกษา หรือที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการศึกษา เงินรายได้สถานศึกษา ในส่วนของเงินบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์ ต้องใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของ ผู้บริจาค 7. การใช้จ่ายเป็นอานาจของโรงเรียน ค่าจ้างชั่วคราว เฉพาะการขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน รายจ่ายค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ และค่าสาธารณูปโภค ยกเว้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปต่างประเทศ เงินอุดหนุนสาหรับช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนและขาดแคลน จัดหาครุภัณฑ์เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ต่อหน่วยต่ากว่า 1 ล้านบาท จัดหาที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ต่ากว่า 10 ล้านบาท สมทบสาหรับการจัดหาครุภัณฑ์ หรือที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ตามระเบียบว่าด้วยการบริหาร 8. อานาจการอนุมัติจ่ายเงิน การก่อหนี้ผูกพัน การสั่งซื้อสั่งจ้าง เป็นอย่างไร ผอ.สถานศึกษา ครั้งละไม่เกิน 10 ผอ.สพท. ครั้งละไม่เกิน 12 ผอ.สานักการคลังและสินทรัพย์ ครั้งละไม่เกิน 12 ผู้ว่าราชการจังหวัด ครั้งละไม่เกิน 15 ที่ปรึกษาฯ สพฐ. ครั้งละไม่เกิน 20 ครั้งละไม่เกิน 25 รองเลขาธิการ กพฐ. ** นอกเหนือจากที่กล่าวเป็นอานาจของเลขาธิการ สพฐ. 9. โรงเรียนมีอานาจการเก็บรักษาเงิน ดังนี้ นักเรียนไม่เกิน/ขึ้นไป.....คน วงเงินสารองจ่าย ณ โรงเรียนไม่เกิน วันละ.........บาท ไม่เกิน 120 คน

20,000 บาท

120 ขึ้นไป

30,000 บาท

สพท.

100,000 บาท

ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท ล้านบาท

วงเงินฝากธนาคาร.......บาท 30,000 บาท ส่วนที่เกินนาฝาก สพท. ไม่เกิน 1,000,000 บาท ส่วนที่เกินนาฝาก สพท. ไม่เกิน 5,000,000 บาท ส่วนที่เกินนาฝากคลังจังหวัด

ดอกผลที่เกิดจากเงินฝากธนาคารให้สมทบเป็นเงินรายได้สถานศึกษา โรงเรียนที่มีการจัดอาหารกลางวัน (ที่มิได้มาจากเงินงบประมาณ) ให้กับนักเรียน มีเงินสดสารองได้ เพิ่มอีกไม่เกินวันละ 20,000 บาท 10. การจัดซื้อ จัดจ้าง ต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการหรือไม่ ปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


ห น้ า 1 2

ข่าวสารอาเซียนที่น่าสนใจ โดย นรมน ไกรสกุล ศึกษานิเทศ สพม. เขต 21

A S E A N NEWS

ข่าวสารอาเซียนที่น่าสนใจฉบับนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “มรดกโลกแห่งอาเซียน” อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของประชากรในประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนที่ได้รับการ ยกย่องให้เป็น “มรดกโลก” จากองค์กรยูเนสโก ซึ่งในแต่ละประเทศต่างก็มี ศิลปวัฒนธรรมและมีความงดงามตามธรรมชาติ อย่างหาที่ใดเปรียบ พอจะรวบรวมมาได้ ดังนี้ ประเทศไทย มีมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและ เมืองบริวาร นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง มรดกโลก ทางธรรมชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปุาทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ผืนปุาเขาใหญ่-ดงพญาเย็น ประเทศลาว มรดกโลกทางวัฒนธรรม เมืองหลวงพระบาง มรดกโลกทางธรรมชาติ ปราสาทหินวัดพูและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงในแขวงจาปาสัก ประเทศเวียดนาม มรดกโลก ทางวัฒนธรรม หมู่บ้านโบราณสถานเมืองเว้ เมืองโบราณฮอยอัน โบราณสถานหมีเซิน ปูอมทังลอง พระราชวังแห่งราชวงศ์โฮ มรดกทางธรรมชาติ อ่าวฮาลอง อุทยาน แห่งชาติฟง งา-เค ประเทศมาเลเซีย มรดกทางวัฒนธรรม มะละกา แ���ะจอร์จทาวน์นคร ประวัติศาสตร์บนช่องแคบมะละกา แหล่งโบราณคดีหุบเขาเล็งกอง มรดกทางธรรมชาติ อุทยานคินาบาลู อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู ประเทศอินโดนีเซีย มรดกทางวัฒนธรรม กลุ่ม วัดบรมพุทโธ แหล่งมนุษย์ยุคเริ่มแรกซังงีรัน กลุ่มวัดพรัมบานัน ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเขต บาหลี : ระบบสุบักหลักการตามปรัชญาไตรหิตครณะ มรดกทางธรรมชาติ อุทยาน แห่งชาติอูจุงกูลอน อุทยานแห่งชาติโคโมโด อุทยานแห่งชาติลอเรนซ์ มรดกปุาฝนเขตร้อน ของเกาะสุมาตรา ประเทศฟิลิปปินส์ มรดกโลกทางวัฒนธรรม นครประวัติศาสตร์วีกัน โบสถ์บาโรคแห่งฟิลิปปินส์ นาขั้นบันไดแห่งเทือกเขาฟิลิปปินส์ มรดกทางธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติแม่น้าใต้ดินปวยร์โต-ปรินเซซา อุทยานปะการังทางทะเลทุบบาตาฮะ ประเทศกัมพูชา มรดกโลกทางวัฒนธรรม เมืองพระนคร(อังกอร์) ประสาทพระวิหาร ส่วนประเทศเมียนมาร์ สิงคโปร์และบรูไนนั้น เป็นประเทศที่ไม่มีแหล่งมรดกโลก รวมแล้วประเทศอาเซียนจึงเป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกรวม 33 แห่ง ใน 7 ประเทศ ใน ฉบับต่อๆไปจะกล่าวถึงรายละเอียดของแต่ละแห่งให้ได้ทราบกันเพื่อร่วมภาคภูมิใจใน มรดกโลกของชาวอาเซียน พบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

เสริมความรู้...จากอานวยการ

ห น้ า 1 7

โดย : นายณัฐนนท์ ไชยสิทธิ์ ผอ.กลุ่มอานวยการ

สวัสดีครับ…..ท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันฉบับนี้เป็นฉบับแรกของปี 2556 ฉบับนี้ กระผมขอให้สนุกกับการอ่านวารสาร และเพิ่มพูนความรู้นะครับ “ระเบียบ งานสารบรรณทั่วไป...เป็นเรื่องสาคัญที่ต้องทาความ เข้าใจ” 1. การทาสาเนาหนังสือ มี 2 ชนิด 1.1 การทาสาเนาคู่ฉบับ โดยปกติหนังสือราชการต้องมีสาเนาคู่ฉบับเก็บไว้ที่ต้นเรื่อง 1 ฉบับ ในสาเนาคู่ฉบับให้ลงลายมือชื่อ หรือลายมือชื่อย่อไว้เป็นหลักฐาน และให้ผู้ร่าง ผู้พิมพ์ ผู้ตรวจ ลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อ ย่อไว้ที่ข้างท้ายขอบล่างด้านขวามือของหนังสือ ลายมือชื่อ ผู้ร่าง ลายมือชื่อ ผู้พิมพ์ ลายมือชื่อ ผู้ตรวจ 2. การคัดลอกจากต้นฉบับ ต้องมีการตรวจทานเพื่อความถูกต้อง และต้องมีการรับรองสานวน โดยมีคารับรองว่า “สาเนาถูกต้อง” โดยให้เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องลงลายมือชื่อรับรอง พร้อมทั้งลง ชื่อตัวบรรจงและตาแหน่งที่ขอบล่างของหนังสือ สาเนาถูกต้อง ลายมือชื่อ (ชื่อตัวบรรจง) ตาแหน่ง 3. การเสนอหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา : กรณีเป็นเรื่องเร่งด่วน หรือมีความจาเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่หรือเจ้าของเรื่องนาเรื่องเสนอเอง ให้ผู้เดินเรื่อง นาเรื่อง ลงทะเบียนที่รับ – ส่ง งานสารบรรณทุกครั้ง เจ้าหน้าที่จะแนะนาให้ผู้ถือเรื่องเข้าใจและปฏิบัติตามขั้นตอนการเสนอเรื่อง ตามลาดับ ทั้งนี้ เพื่อปูองกันมิให้เกิดปัญหาการค้นหาเรื่องหรือติดตามเรื่องต่อไปแต่ถ้าหากไม่มีความจาเป็นเร่งด่วน ก็ไม่ ควรให้เจ้าหน้าที่หรือเจ้าของเรื่องเดินเรื่องเอง หนังสือด่วน ได้แก่ หนังสือที่ต้องปฏิบัติเร็วกว่าปกติ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ด่วนที่สุด ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในทันทีที่ได้รับหนับสือนั้น ด่วนมาก ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเร็ว ด่วน ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบตั ิเร็วกว่าปกติ เท่าที่จะทาได้ กรณีเรื่องล่าช้า :1. กรณีเรื่องล่าช้า อาจมีมูลเหตุจากการพิมพ์ผิด พิมพ์ตก รูปแบบไม่ถูกต้อง ไม่มีเรื่องเดิม แนบมา ทาให้ต้องส่ง เรื่องกลับคืนแก้ไขใหม่ กรณีเช่นนี้ ขอให้ศูนย์ / กอง / สานักงานเจ้าของเรื่อง โปรดกาชับ กวดขันให้เจ้าของเรื่อง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อยก่อนนาเสนอหากมีเรื่องเดิมให้แนบเรื่องมาให้ครบถ้วน 2. กรณีรับเรื่องไว้ไม่ถูกต้อง หรือมิใช่งานของหน่วยงานนั้น ๆ ขอให้หน่วยงานนั้น ๆ ส่งเรื่องคืน สานักงาน เลขานุการกรมโดยเร็ว เพื่อจะได้ดาเนินการแก้ไขต่อไป


ห น้ า 1 8

เป็นความรู้ในการเซ็นสาเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย.....ภัยร้ายจากการใช้บัตรประชาชน การดาเนินชีวิตในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าเราจะทาธุรกรรมอะไร ก็จะต้องใช้บัตรประชาชน และเลขประจาตัว13 หลัก การเซ็นสาเนาถูกต้อง เพื่อแสดงตัวตนของเรา จึงขอนาเอาวิธีการเซ็นสาเนาบัตรประจาตัวประชาชนที่ ถูกต้องมาฝาก เพราะไม่ควรประมาทและเพื่อปูองกันตัวเราเองจากกลุ่มมิจฉาชีพในโลกยุคปัจจุบันกัน 1. การเซ็นสาเนาถูกต้อง บางคนอาจจะมีวิธีที่แตกต่างกัน เพราะบางคนอาจจะขีดเส้นขนาน แล้วเขียน “สาเนาถูกต้อง” แต่จะมีเส้นหรือไม่มีเส้นขีด ก็ไม่ใช่สิ่งจาเป็น 2. สิ่งที่สาคัญที่สุดในการเซ็นรับรองสาเนา ทุกครั้งหลังจากเซ็นรับรองแล้ว ต้องเขียนรายละเอียดกากับ ด้วยว่า ใช้เพื่อ อะไร เช่น ใช้เพื่อสมัครงานเท่านั้น ใช้เพื่อเปิดบัญชีธนาคารเท่านั้น 3. นอกจากจะเซ็นกากับรายละเอียดแล้ว สิ่งที่ควรเขียนลงบนสาเนาคือ วัน เดือน ปี เพื่อเป็นการ กาหนดอายุการใช้งานของสาเนาเราได้อีกด้วย 4. ต้องเขียนข้อความทั้งหมด ลงบนสาเนา ส่วนที่เป็นบัตรประชาชน หรือ บนเอกสารสาคัญอื่นๆ 5. และที่สาคัญต้องใช้ปากกาหมึกสีดาเท่านั้น เพราะเครื่องถ่ายเอกสารบางชนิดสามารถถ่ายเอกสาร โดยดึงหมึกสีน้าเงินออกใช้เหลือแต่ข้อความบนบัตรประชาชนได้ สาหรับหลักการทั้ง 5 ข้อนี้ เป็นวิธีการเซ็นรับรองสาเนาถูกต้อง ที่สามารถนาไปใช้งานได้จริง และ เป็นเทคนิคในการปูองกันตัวเองจากกลุ่มมิจฉาชีพได้อีกด้วย คาอธิบายภาพที่ อธิบายรูปภาพหรือ กราฟิ ก

ข้อมูลจากเพจ S.M.Cleaning Products ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 1 9

บทความน่ารู้...จาก กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

ปัจจุบันนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สาคัญและจาเป็น ต่อการปฏิบัติงานแทบทั้งสิ้น มันส่งผลต่อสุขภาพ เสื่อมยังส่งผลต่อปัญหาผิวหน้าอีกด้วยค่ะ วันนี้ เรามีเทคนิคการกินเพื่อสุขภาพและ การดูแลสุขภาพมาฝากสาวๆ วัยทางานกันค่ะ เคยนับดูเล่นๆไหมว่าวันหนึ่งๆ เราต้องอยู่หน้า คอมพิวเตอร์วันละกี่ชั่วโมง เมื่อไม่นานมานี้ พนักงานหญิงของออฟฟิศแห่งหนึ่งในมณฑล หูเปุย ประเทศจีน นิยมสวมหน้ากากกันทั่ว ออฟฟิศ เพราะต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วัน ละ 4-5 ชั่วโมง สาหรับคนทางานอย่างเราๆ ฟังแล้วก็ได้ เวลาสังเกตตัวเองแล้วว่า มีปัญหาสุขภาพบ้าง หรือเปล่าลองมาเซ็คอาการพร้อมกับดูอาหารที่ ช่วยฟื้นฟูร่างกายกันเลยค่ะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนล้ากล้ามเนื้อ เกร็ง ตึง ควรรับประทานบร็อกโคลี่ ปลากินทั้ง กระดูก เพราะมีแคลเชียมที่จาเป็นต่อการสื่อสาร ระหว่างเชลล์ประสาท และต่อการเกร็งคลาย กล้ามเนื้อ และควรรับประทานผักโขม ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดทานตะวัน จมูกข้าวสาลี ที่มี แมกนีเชียม ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

ตาอ่อนล้าตาพร่ามัว ควรรับประทานคะน้า พริก ผักปวยเล้ง มันเทศ ผักหวานบ้าน ตาลึง เพราะมีลูเทอิน และชีแชนทิน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมของศูนย์จอ ตา ลดความเสี่ยงของการเกิดจอประสาทตาเสื่อมได้ นอกจากนี้ควรรับประทานแครอท ผักปวยเล้งฟักทอง เพราะมีเบตาแคโรทีน มีส่วนช่วยปูองกันการเสื่อมของ ศูนย์จอตา ปัญหาผิวหน้า หากมีปัญหาผิวหน้า เช่น มีริ้ว รอยเหี่ยวย่น และสงสัยเหมือนสาว ๆ ที่ประเทศจีนว่า อาจเกิดจากรังสีจากคอมพิวเตอร์ ควรรับประทานผัก ผลไม้สีสดทุกชนิด เพื่อเพิ่มสารต้านออกซิเดชั่น นอกจากนี้ควรดื่มน้าให้เพียงพอ และรับประทานอาการ เย็นที่ย่อยง่าย และรสไม่จัด เพื่อช่วยให้ระบบย่อย อาหารทางานไม่หนัก ทาให้เริ่มวันใหม่อย่างสบายตัว

ที่มา...กระปุกดอทคอม


ห น้ า 2 0

กิจกรรมโรงเรียนในสังกัด สพม.เขต 21

โรงเรียนหินโงมพิทยาคม เข้าร่วมการประกวดและแข่งขันหุ่นยนต์ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจาปี 2554 ครั้งที่ 61 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศประเภทการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือ พิชิตสะพานควานหาขุมทรัพย์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ณ ศูนย์หุ่นยนต์โรงเรียนมหาวิชานุกูล อ.เมือง จ.มหาสารคาม ระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2555

โรงเรียนหินโงมพิทยาคม ทีมหุ่นยนต์เยาวชนไทย เข้าร่วมแข่งขันหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ 2012 (HONG KONG INTERNATIONAL ROBOTIC OLYPAID) ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนักกีฬา โรงเรียนหนองคายวิทยาคาร ที่ได้รับรางวัลและได้รับการคัดเลือกให้ติด ยุวชนทีมชาติไทย ซึ่งเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กบั ประเทศไทยและจังหวัด หนองคาย ซึ่งประกอบไปด้วย 1.นางสาวปนัดดา ทาสาลี ได้รบั รางวัลชนะเลิศอาเซียน สคูลเกมส์ ณ เมืองสุรามายา ประเทศอินโดนีเซีย 2.นางสาวศิรพิ ักตร์ โงนสูงเนิน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ใน รายการ The 5th Children of Asia International Sports Game ณ เมืองยากูเตีย ประเทศรัฐเซีย และ 3. นางสาวณัฐธิดา ผิวขาว ได้รับคัดเลือกเป็นยุวชนทีมชาติไทยชิงแชมป์โลก โดยได้รับการสนับสนุนจาก นายธานินทร์ อยู่ศิริ ผู้อานวยการโรงเรียน หนองคายวิทยาคาร

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 2 1

โรงเรียนเวียงคาวิทยาคารได้รับคัดเลือกผลงานวิจัย เพื่อนาเสนอในการประชุมสัมมนาวิชาการ ระดับชาติ ของสานักพัฒนานวัตกรรม การจัดการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน วันที่ 10-12 มิถุนายน 2556 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นท์ เรื่อง การ พัฒนาทักษะการคิดโดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยมี ท่านผู้อานวยการลาเพย พิเคราะห์แนะ และ นางรุ่งทิพย์ วงค์ภูมี เป็นผู้นาเสนอผลงานวิจัย

โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร ปรับพื้นฐานนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 14-15 พ.ค. 56

ตัวแทนนักเรียน ครู และ บุคลากร โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร ต้อนรับนายกรัฐมนตรี 16 พ.ค. 56


ห น้ า 2 2

คาอธิบายภาพที่อธิบายรูปภาพหรือ กราฟิ ก

“เมื่อต้ องการดึ งดูดความสนใจของผู้อ่าน ให้ ใส่ ประโยคที่น่าสนใจหรื อ ข้ อความอ้ างอิงจากเรื่ องไว้ในส่ วนนี้”

คาอธิบายภาพที่ อธิบายรูปภาพหรือ กราฟิ ก

นางสาวทัสสุนีย์ กิรติพงษ์ธรรม นางสาวอภิสรา อภิพรคล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย ได้รับ รางวัลชมเชยอันดับ 3 การแข่งขันประกวดบรรยายธรรม ระดับประเทศ ชิงโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 15-18 พฤษภาคม 2556 ณ วัดประยุรวงศาวาส แขวงกัลยาณี กรุงเทพมหานคร

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

โรงเรียนบึงกาฬ ร่วมกับ บริษัทแกมมาโก้ (ประเทศไทย) จากัด อบรมเชิงปฏิบตั ิการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ICT ด้วยสื่อหุน่ ยนต์ ระหว่างวันที่ 27- 28 พฤษภาคม 2556 ณ ห้องคอมพิวเตอร์ (อาคาร 4) โรงเรียนบึงกาฬ อาเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มอบทุนให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน โรงเรียนบึงกาฬ จานวน 10 ทุน

ห น้ า 2 3


ห น้ า 2 4

กิจกรรมเด่น ผอ.สพม.เขต 21

ท่านพระอาจารย์ มหาสมปอง

ร่วมงานวันพ่อ พ.ศ.2555

อาเซียนปทุมเทพ

คารวะปีใหม่ รองผู้ว่าราชการ จังหวัดหนองคาย

ประชุม ผู้บริหาร ในสังกัด สพม.21

ตรวจเยีย่ มโรงเรียนในสังกัด

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 2 5

ต้อนรับผูช้ ่วย รมต.กระทรวงศึกษาธิการ

ต้อนรับ รองเลขา สพฐ.

ประชุม เตรียมความพร้อมการรับรองเป็นโรงเรียนในฝัน

ประเมิน ผอ.โรงเรียน ในสังกัด

ประชุม รองผู้อานวยการสถานศึกษา ในสังกัด สพม.21

ครูผู้ชว่ ยรายงานตัว


ห น้ า 2 6

คาอธิบายภาพที่อธิบายรูปภาพหรือ กราฟิ ก

“เมื่อต้ องการดึ งดูดความสนใจของผู้อ่าน ให้ ใส่ ประโยคที่น่าสนใจหรื อ ข้ อความอ้ างอิงจากเรื่ องไว้ในส่ วนนี้”

คาอธิบายภาพที่ อธิบายรูปภาพหรือ กราฟิ ก

การประชุมเตรียมความพร้อมการจัดสอบ O-NET ปีการศึกษา 2555 สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 21

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

ห น้ า 2 7

นายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผอ.สพม.เขต 21 และข้าราชการในสังกัดเข้าร่วมพิธีวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2556


ห น้ า 2 8

นายณรงค์ สุราลัย รอง ผอ.สพม.เขต 21 นางเบญจมาตย์ ฦๅชา รองผอ.สพม.เขต 21 ร่วมงานวางศิลาฤกษ์ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556 โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

คาอธิบายภาพที่ อธิบายรูปภาพหรือ กราฟิ ก

บุคลากรทางการศึกษา สพม.เขต 21 ร่วมต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ณ สนามหน้า ศาลากลางจังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2556

ว า ร ส า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์


ปี ที่ 1 ฉ บั บ ที่ 1

นายณรงค์ สุราลัย รอง ผอ.สพม.เขต 21 ร่วมงานพิธีบวงสรวงงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อและงานกาชาด จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2556 ณ ลานอนุสาวรีย์ปราบฮ่อจังหวัดหนองคาย

บุคลากรทางการศึกษา สพม.เขต 21 ร่วมเป็นเจ้าหน้าที่แจกของรางวัลในงานฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อและงาน กาชาดจังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2556 ณ ลานอนุสาวรีย์ปราบฮ่อจังหวัดหนองคาย

ห น้ า 2 9


ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม ทุกคนต่างปรารถนาความสาเร็จด้วยกันทั้งสิ้น แล้วทาอย่างไรจึงจะ ประสบความสาเร็จ ถ้าเราเดินเข้าไปในท้องตลาด ในร้านขายหนังสือจะพบกับตาราเทคนิควิธีการทางาน รูปแบบต่างๆมากมาย จนบางทีอ่านแล้วงง แต่พระพุทธเจ้า ได้ให้หลักการสั้นๆไว้เพียง 4 ข้อเท่านั้นเอง ใน อิทธิบาท 4 ชื่อ ก็บอกอยู่แล้ว “อิทธิ” แปลว่า ฤทธิ์ หรือความสาเร็จ “บาท” แปลว่า ทาง ดาเนินไป อิทธิบาท ก็คือ “ทางดาเนิน ไปสู่ความสาเร็จ” ซึ่งประกอบด้วยหมวดธรรม 4 ข้อ ได้แก่ 1. ฉันทะ คือ เต็มใจทา ได้แก่ มีความต้องการที่จะทาให้มีใจรักที่จะทาใจใฝุรักที่จะทาสิ่งนั้นอยู่เสมอ 2. วิริยะ คือ แข็งใจทา ขยันทาสิ่งนั้นด้วยความพยายาม อดทนไม่ท้อถอย อะไรจะเกิดก็แข็งใจทา 3. จิตตะ คือ ตั้งใจทา มีใจจดจ่อ ทาสิ่งนั้นด้วยความฝักใฝุ เอาใจใส่เสมอ มีใจจอจ่อเป็นสมาธิ (Meditation) 4. วิมังสา คือ เข้าใจทา มีความรู้ความสามารถในสิ่งที่ทา ทาด้วยความพิจารณา หมั่นตรวจสอบ มีการ วางแผน วัดผล ตลอดจนหาวิธีแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ถึงหัวข้อธรรมทั้ง 4 ข้อ โดยการศึกษาจากตาราง ต่อไปนี้

ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

ตัวหนุน ตัวขวาง เห็นประโยชน์, ความสาเร็จในอดีต, ความมั่นใจในความรู้ ความไม่ยุติธรรม ความสามารถ ผู้คนรอบตัวที่ขยันขันแข็ง, การตั้งสัจจะ อธิษฐาน อบายมุข การทาสมาธิ ความไม่มีระเบียบในการทางาน การหมั่นหาความรู้ ฝึกฝนตนเองเสมอ ความหลงตัวเอง, การดูถูกตัวเอง

เมื่อเรารู้หลักนี้แล้ว เราจึงต้องไม่หยุดการหาความรู้ ฝึกฝนตนเองเสมอ แล้วเราชาวพุทธมีอาวุธลับ สาคัญ คือ “ธรรมะ” ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทันสมัยที่สุดในโลกไม่มีวันเชย เพราะเป็น อกาลิโก คือ ไม่ ขึ้นกับกาลเวลานั้นเอง (คัดลอกจาก www.dmc.tv)


Magazine