Skip to main content

ประวัติและความเป็นมาขององค์การบริหารส่วนตำบล

Page 1

1

ประวัติและความเปนมาของ องคการบริหารสวนตําบลเหลาโพนคอ

กลาไมพันธุดี ผาไหมมัดหมี่งาม ระบือนามไกชน ทองถิ่นคนธรรมะ ภูพระธาตุดอยอางกุง ตําบลเหลาโพนคอ ตั้งอยูทางทิศตะวันออก ของอําเภอโคกศรีสุพรรณ มี ระยะทางหางจากอําเภอประมาณ 10 กิโลเมตร และหาง จากจังหวัดสกลนครประมาณ 30 กิโลเมตร ตําบลเหลา โพนคอ มีเนื้อที่ทั้งหมด 36 ตารางกิโลเมตร หรือ 14,636 ไร เปนพื้นที่ทําการเกษตร 9,787 ไร ชาวตําบลเหลาโพน คอ เปนชนเผาภูไทที่อพยพขามแมน้ําโขงมาตั้งแตสมัย รัชกาลที่ 3 จากกลุมเล็กๆและขยายใหญขึ้นเรื่อยๆ จน ปจจุบันมีประชากรทั้งสิ้น 5,809 คนแยกเปนชาย 2,892 คน หญิง 2,917 คน แบงการปกครองออกเปน 11 หมูบาน การพัฒนาตําบลเหลาโพนคอนั้นไดยึดหลักวิสัยทัศนที่วา ประชาชนจะไดรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ดวยการนํา

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช ภายใตการบริหาร จัดการที่ดี องคการบริหารสวนตําบลเหลาโพนคอเปนหนวย การบริหารราชการสวนทองถิ่น มีฐานะเปนนิติบุคคลและ ราชการสวนทองถิ่น หลังจากเหตุการณพฤษภาทมิฬใน พ.ศ.2535 กระแสการปฏิรูปการเมืองไดกอตัวขึ้นอยาง รวดเร็ว มีการเรียกรองใหมีการปฏิรูปการเมืองในหลายๆ ดาน และดานหนึ่งคือการเรียกรองใหมีการกระจายอํานาจ ดังนั้นในป 2537 ไดมีการประกาศใชพระราชบัญญัติสภา ตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ.2537 ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2537 และมีผลบังคับใชตั้งแตวันที่ 2 มีนาคม

พ.ศ.2538[4] โดยสาระสําคัญของกฎหมายฉบับดัง กลาวคือการยกฐานะสภาตําบลที่มีรายไดโดยไมรวมเงิน อุดหนุนในปงบประมาณที่ลวงมาติดตอกันสามปเฉลี่ยไมตํา กวาปละ 150,000 บาท สามารถจัดตั้งเปนองคการบริหาร

สวนตําบลได ในสวนขององคการบริหารสวนตําบลเหลา โพนคอไดยกฐานะจากสภาตําบลเปนองคการบริหารสวน ตําบล เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ ๒๕๔๐ โครงสรางขององคการบริหารสวนตําบลตาม พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ.2537 ประกอบดวยสภาองคการบริหารสวนตําบลและ คณะกรรมการบริหาร สภาองคการบริหารสวนตําบล ประกอบดวยสมาชิกสภาสองประเภท ประเภทแรกเปน สมาชิกสภาโดยตําแหนง ประกอบดวย กํานัน ผูใหญบาน ทุกหมูบาน และแพทยประจําตําบล ประเภทที่สองเปน สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนหมูบา นละ 2 คน สวนคณะกรรมการบริหารประกอบดวย กํานันเปน ประธานโดยตําแหนง ผูใหญบานอีกไมเกิน 2 คน และ สมาชิกสภาที่มาจากการเลือกตั้งอีกไมเกิน 4 คน รวมแลว มีคณะกรรมการบริหารไดไมเกิน 7 คน[5]

ตอมาในป พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติสภาตําบล และองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ.2537 ไดมีการแกไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหาร สวนตําบล พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 3) เพื่อใหสอดคลองกับ บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ 2540 ในหมวด 9 วาดวยการ ปกครองสวนทองถิ่น มาตรา 285 ที่กําหนดใหองคกร ปกครองทองถิ่นตองมีสภาทองถิ่นและคณะผูบริหาร


2

ทองถิ่นหรือ ผูบริหารทองถิ่น สมาชิกสภาทองถิ่นตองมา จากการเลือกตั้ง คณะผูบริหารทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ใหมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน หรือมาจาก ความเห็นชอบของสภาทองถิ่น[6] ซึ่งโครงสรางองคการ บริหารสวนตําบลเดิมตามพระราชบัญญัติสภาตําบลและ องคการบริหารสวนตําบล พ.ศ.2537 นั้น มีสมาชิกสภา และกรรมการบริหารจํานวนหนึ่งเปนโดยตําแหนง ดังนั้น จึงมีการแกไขบทบัญญัติในกฎหมายดังกลาวใหสมาชิกสภา ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และให คณะกรรมการบริหารมาจากความเห็นชอบของสภา ในป พ.ศ. 2546 รัฐสภาไดมีการปรับปรุงแกไข พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. 2537 แกไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 พ.ศ. 2546 ซึ่งมีผล บังคับใชตั้งแตวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2546 โดยไดมีการ ยกเลิกชื่อเรียก ประธานกรรมการบริหาร เปลี่ยนเปน นายกองคการบริหารสวนตําบล รองประธาน กรรมการบริหารเปลี่ยนเปน รองนายกองคการบริหารสวน ตําบล เปลี่ยนชื่อเรียกขอบังคับตําบลเปน ขอบัญญัติ องคการบริหารสวนตําบล และยกเลิกไมใหปลัดองคการ บริหารสวนตําบลเปนเลขานุการคณะผูบริหาร การปรับโครงสรางขององคการบริหารสวนตําบล ครั้งสําคัญเกิดขึ้นอีกครั้งในชวงเดือนธันวาคม พ.ศ.2546 มี การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญในประวัติศาสตรการปกครอง

ทองถิ่นของไทย เมื่อรัฐสภาไดพิจารณาผานกฎหมาย ทองถิ่นแกไขเพิ่มเติม 3 ฉบับ อันไดแก พระราชบัญญัติ องคการบริหารสวนจังหวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 12) และ พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวนตําบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2546 โดยเนื้อหาสาระสําคัญของกฎหมาย ทั้ง 3 ฉบับคือการกําหนดใหฝายบริหารขององคกร ปกครองทองถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ในทองถิ่น

นายกองคการบริหารสวนตําบล นายกองคการบริหารสวนตําบลทําหนาที่เปน หัวหนาฝายบริหารขององคการบริหารสวนตําบล มาจาก การเลือกตัง้ โดยตรงของประชาชนในเขตองคการบริหาร

สวนตําบล นายกองคการบริหารสวนตําบลสามารถแตงตั้ง ผูชวยดําเนินการได โดยสามารถแตงตั้งบุคคลที่ไมใช สมาชิกสภาองคการบริหารสวนตําบลเปน รองนายก องคการบริหารสวนตําบลได 2 คน และเปนเลขานุการ นายกองคการบริหารสวนตําบลได 1 คน นายกองคการบริหารสวนตําบลมีวาระการดํารง ตําแหนง 4 ป ไมจํากัดวาระมีอํานาจหนาที่ ดังนี้ 1.กอนเขารับหนาที่ นายกองคการบริหารสวน ตําบลตองแถลงนโยบายตอสภาองคการบริหารสวนตําบล โดยไมมีการลงมติ หากไมสามารถดําเนินการไดใหทําเปน หนังสือแจงตอสมาชิกสภาองคการบริหารสวนตําบลทุกคน และจัดทํารายงานผลการปฏิบัติงานตามนโยบายที่ไดแถลง ไวตอสภาองคการบริหารสวนตําบลเปนประจําทุกป 2. อํานาจหนาที่ ตามมาตรา 35/5 พระราชบัญญัติสภาตําบลและองคการบริหารสวน ตําบล(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2546 กําหนดไวดังนี้ 2.1 กําหนดนโยบายโดยไมขัดตอ กฎหมายและรับผิดชอบในการบริหารราชการขององคการ บริหารสวนตําบลใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ ขอบัญญัติ และนโยบาย 2.2 สั่ง อนุญาต และอนุมัติเกี่ยวกับราชการขององคการ บริหารสวนตําบล 2.3 แตงตั้งและถอดถอนรองนายกองคการบริหารสวน ตําบลและเลขานุการนายกองคการ บริหารสวนตําบล


3

2.4 วางระเบียบเพื่อใหงานของนายกองคการบริหารสวน ตําบลเปนไปดวยความเรียบรอย 2.5 รักษาการใหเปนไปตามขอบัญญัติองคการบริหารสวน ตําบล 2.6 ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายอื่น 3. ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการของ องคการบริหารสวนตําบลตามกฎหมายและ เปนผูบังคับบัญชาขาราชการและลูกจางองคการบริหาร สวนตําบล

แตงตั้งประธานและรองประธานสภาองคการบริหารสวน ตําบลตามมติของสภาองคการบริหารสวนตําบล โดยที่ ประธานและรองประธานสภาดํารงตําแหนงจนครบอายุ ของสภาหรือมีการยุบสภาองคการบริหารสวนตําบลสภา องคการบริหารสวนตําบลมีอํานาจหนาที่ ดังตอไปนี้ (1) ใหความเห็นชอบแผนพัฒนาตําบลเพื่อเปน แนวทางในการบริหารกิจการขององคการบริหารสวน ตําบล (2) พิจารณาใหความเห็นชอบรางขอบัญญัติ องคการบริหารสวนตําบล รางขอบัญญัติงบประมาณ รายจายประจําป รางขอบัญญัติงบประมาณรายจาย เพิ่มเติม (3) ควบคุมการปฏิบัติงานของคณะผูบริหารให เปนไปตามนโยบายและแผนพัฒนาตําบลกฎหมาย ระเบียบ และขอบังคับของทางราชการ

จัดทําแผนพัฒนาตําบล งานการจัดทําขอบัญญัติ งบประมาณประจําป งานขออนุมัติดําเนินการตาม ขอบัญญัติ งานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย งาน กิจการเด็กและเยาวชน งานสวัสดิการสังคม งานพัฒนา ชุมชน งานจัดระเบียบชุมชน งานสังคมสังเคราะห งาน สงเสริมอาชีพและขอมูลแรงงาน งานพัฒนาสตรีและ เยาวชน งานสนับสนุนกิจกรรมของเด็กและสตรีงานอื่นที่ เกี่ยวของหรือไดรับมอบหมาย รวมทั่งกํากับและเรงรัดการ ปฏิบัติราชการของสวนราชการในองคการบริหารสวน ตําบล ใหเปนไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนปฏิบัติ ราชการขององคการบริหารสวนตําบล

สํานักงานปลัด สภาองคการบริหารสวนตําบล สภาองคการบริหารสวนตําบลประกอบดวย สมาชิกสภาองคการบริหารสวนตําบลซึ่งมาจากการ เลือกตั้ง หมูบานละ 2 คน สภาองคการบริหารสวนตําบล ใหมีประธานสภาและรองประธานสภา 1 คน ซึ่งเลือกจาก สมาชิกสภาองคการบริหารสวนตําบล แลวใหนายอําเภอ

มีอํานาจหนาที่ความรับผิดชอบ เกี่ยวกับราชการ ทั่วไปขององคการบริหารสวนตําบล และราชการที่มิได กําหนดใหเปนหนาที่ของสวนราชการใดในองคการบริหาร สวนตําบลโดยเฉพาะ งานธุรการ งานสารบรรณ การจัดทํา ทะเบียนสมาชิกองคการบริหารสวนตําบล คณะผูบริหารฯ งานพิมพดีด งานอินเตอรเน็ตตําบล งานการเจาหนาที่ งาน การประชุม งานนิติกร งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ งาน

กองคลัง มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงิน การ เบิกจาย การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน การตรวจ เงิน การหักภาษีเงินได การนําสงภาษี การตัดโอน เงินเดือน รวบรวมสถิติเงินไดประเภทตาง ๆ การ


4

รายงานเงินคงเหลือประจําวัน งานขออนุมัติเบิกเงินตัดป และขอขยายเวลาเบิกจาย งานจัดทํางบและแสดงฐานะ การเงิน งบทรัพยสิน หนี้สิน งบโครงการ เงินสะสม งาน จัดทําบัญชีทุกประเภท งานทะเบียนคุมเงินรายได รายจาย งานจัดเก็บรายไดและพัฒนารายได การจัดหา ผลประโยชน งานสิ่งกอสรางและทรัพยสิน งานจัดทํา/ ตรวจสอบบัญชี และการรับเงินในกิจการประปา และ งานจัดเก็บขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล รวมถึงงานอื่น ๆ ที่ เกี่ยวของหรือไดรับมอบหมาย

กองชาง มีอํานาจหนาที่รับผิดชอบ งานสํารวจ ออกแบบ เขียนแบบ ถนน อาคาร สะพาน แหลงน้ํา ฯลฯ งาน ประมาณการคาใชจายตามโครงการ งานควบคุม อาคาร งานกอสราง งานผังเมือง งานซอมบํารุงทาง อาคาร สะพาน แหลงน้ํา งานควบคุมงานกอสราง งานซอม บํารุงกิจการประปา จัดทําทะเบียนสิ่งกอสรางที่อยูในความ

รับผิดชอบของ อบต. งานอื่นที่เกี่ยวของหรือที่ไดรับ มอบหมาย

สวนการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม มีภาระหนาที่เกี่ยวกับงานจัดการศึกษา สงเสริมและสนับสนุนการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ของทองถิ่น งานสันทนาการ งานการศาสนา งานศิลปวัฒนธรรม งานสงเสริมและสนับสนุน การกีฬาและนันทนาการ และปฏิบัติหนาที่อื่น ที่เกี่ยวของ


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
ประวัติและความเป็นมาขององค์การบริหารส่วนตำบล by lpkebook laoponekaw - Issuu