Page 1


บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย

และบทสวดมนต์พิเศษบางบท แปลไทย ฉบับ สวนโมกขพลาราม ไชยา

เพิ่มเติม บทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร, พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง), พระคาถาชินบัญชร และบทอื่นๆ พร้อมคำ�อาราธนา คำ�ถวายทาน คำ�บูชาต่างๆ


บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย

ออกแบบปก : อนุชิต คำ�ซองเมือง รูปเล่ม : กมลชนก พลอยเลี้ยง พิสูจน์อักษร : เจริญ ผุดวรรณา, อุธร นามวงศ์, หนูคล้าย กุกัญยา

ISBN 978-616-268-198-1

สร้างสรรค์ บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำ�กัด 105/95-96 ถนนประชาอุทิศ ซอย 45 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140 โทร./แฟ็กซ์ 02-872-7667

เชิญร่วมเผยแผ่เป็นธรรมทาน

โทร. 02-872-9191, 02-872-8181, 02-872-7227, 02-872-9898 LC2YOU@GMAIL.COM, LC2YOU@HOTMAIL.COM WWW.LC2U.COM, WWW.พุทธะ.NET

พิมพ์ที่ : โรงพิมพ์เลีย่ งเชียง 223 ถนนบำ�รุงเมือง กรุงเทพฯ 10200 โทร. 02-221-1050, 02-221-4446, 02-223-8979


แนะพิจารณาบทสวดมนต์

ถอดความจากท่อนหนึ่งของเทปธรรมะ “ทำ�อย่างไร ได้อย่างนั้น” หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ

มนต์ หมายถึง คำ�สอนอันเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำ�วัน ฉะนั้น การสวดมนต์ ก็หมายถึงการท่องบ่นคำ�สอนอันเป็นหลัก ปฏิบัติในชีวิตประจำ�วันเพื่อให้จำ�ได้ และเอาไปคิดพิจารณา จะได้ เกิดปัญญาในเรื่องนั้นๆ ไม่ใช่สวดเพื่อให้เกิดความขลัง หรือเพื่อ เรื่องที่จะทำ�ให้เราเป็นไปโดยความขลัง เวลาสวด ควรสวดให้มีจังหวะจะโคน อย่ าเร็ วเกิ นไป พยายามสวดให้มี วรรคตอนพอดีๆ จะได้เกิดความสบายใจ ในขณะที่สวดก็คงจะคิดไม่ทันถึงความหมาย ของถ้อยคำ�ที่เราสวด แต่ว่าเราสวดเพื่อให้จำ�ได้ จำ�ได้แล้วก็เอาไปพิจารณาในตอนหลัง ถึงความหมายของบทสวดมนต์แต่ละบท เช่น ถ้ามีหนังสือสำ�หรับสวดมนต์แต่ละ บท หรือถ้ามีหนังสือสำ�หรับสวดมนต์อยู่ที่บ้าน ว่างๆ เราก็เอามาเปิดอ่านเป็นบทๆ แล้วพิจารณาถึงบทสวดนั้นๆ เพื่อทำ�ความเข้าใจในความหมายที่ลึกซึ้ง เพราะเพียงแต่ สวดเฉยๆ ทำ�ให้จำ�ได้อย่างเดียว แต่ว่าเราไม่เข้าใจถึงเนื้อความในเรื่องที่สวด ทำ�ให้ ผลที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่สมบูรณ์ แต่ถ้าเราเข้าใจความหมายของเนื้อเรื่องที่ถูกต้อง แล้ว นำ�เรื่องนั้นไปเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำ�วัน นั่นแหละ จะช่วยให้เราได้ประโยชน์ จากการสวดมนต์มากขึ้น เพราะฉะนั้น จึงใคร่ขอเสนอว่าเวลาเราอยู่บ้านว่างๆ ไม่มีอะไรจะทำ� จะไปคิดถึง เรื่องอะไรมันก็กลุ้มใจเปล่าๆ เป็นการหาเรื่องทุกข์มาให้แก่ตนเอง เราก็เอาหนังสือ สวดมนต์มานั่งพิจารณา ตั้งแต่บทที่เราเริ่มสวดกันประจำ�เป็นต้นไป เช่นว่าในการสวดมนต์ เราเริ่มสวดบทเริ่มต้นก่อนว่า อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา แปลว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้ โดยพระองค์เอง อันนี้คำ�แปลก็มีอยู่ในตัวด้วย เราก็เอามานั่งพิจารณาว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทำ�ไมเราจึงเรียกเช่นนั้น ที่เรียกว่าพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นก็เพราะ เรียกด้วยความเคารพ เราใช้ ภควา นี้เป็นคำ�แทนชื่อของพระองค์ เป็นการเรียกด้วย


ความเคารพ หรือบางทีก็ใช้ชื่อหรือนามสกุล เช่น พระองค์นามสกุลว่า โคตมะ เวลา คนเข้าไปเฝ้าเขาก็จะทูลว่า ข้าแต่พระโคตมะ ถ้าเป็นคนไทยก็วา่ ข้าแต่พระโคตมสัมมาสัมพุทธะ อะไรอย่างนั้น และเพิ่ม เจ้า เข้าไปด้วย เพราะเมืองไทยเรานั้นนับถือ เจ้านาย จึงนำ�เอา เจ้า คำ�นี้ไปต่อท้ายให้พระองค์ด้วยเป็น “พระพุทธเจ้า” เราพูดกันไป อย่างนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มความเคารพให้เกิดขึ้นในพระองค์ คำ�ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า หรือ ภควา นี้ เป็นพระคุณบทหนึ่งในพระคุณ ๓ ประการ ที่เราสวดท่องบ่นกันอยู่เสมอๆ มีความหมายเป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจ มีความหมายในเชิงปฏิบัติ ถ้าเราเข้าใจความหมาย เราก็สามารถนำ�เอามาปฏิบัติและ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ�วันได้ คำ�ว่า ภควา นี้ แปลว่า ผู้มีกรุณา กรุณา นี้ เป็นคำ�ในภาษาบาลี ดังเราจะเห็น ได้จากธรรมหมวดหนึ่งที่เรียกว่า พรหมวิหารธรรม หมายเอา ธรรมของผู้เป็นใหญ่ คนที่เป็นใหญ่ เป็นหัวหน้า ต้องมีธรรม ๔ ประการนี้เป็นหลักครองใจ คือ ๑. เมตตา ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข ๒. กรุณา สงสาร เข้าไปช่วยให้เขาพ้นจากความทุกข์ ความเดือดร้อน ๓. มุทิตา ความพลอยยิ น ดี เบิ ก บานใจ ในเมื่ อ เขาพ้ น จากความทุ ก ข์ หรือว่าได้รับความสุขความเจริญ ๔. อุเบกขา ความวางเฉย เพราะทำ�อะไรไม่ได้ จะแสดงเมตตา กรุณา มุทิตา ก็ไม่ได้ ก็เลยต้องอยู่ในลักษณะวางเฉยเสีย กรุณานั้นก็อยู่ในธรรมข้อ หนึ่ งใน ๔ ข้ อ นั้ น พระผู้ มี พระภาค จึ ง แปลว่า ผู้มีความกรุณาอันยิ่งใหญ่ ในบางแห่งว่า มหาการุณิโก นาโถ พระองค์ผู้มีความกรุณา เป็นนาถะของโลก เป็นที่พึ่งของชาวโลกทางด้านจิตใจ เป็นที่พึ่งที่จะนำ�เอาพระดำ�รัส ของพระองค์มาใช้เป็นหลักปฏิบัติ เพื่อที่จะให้เราให้พ้นจากความทุกข์ความเดือดร้อน และให้มีความกรุณาประจำ�จิตใจ หมายความว่ารักคนอื่น สงสารคนอื่น เมื่อบุคคล มีความรักความสงสารผู้อื่น ก็เรียกว่ามีพระประจำ�ใจ ทำ�ให้ใจสงบ หน้าตาเบิกบาน ยิ้มแย้มแจ่มใส นีเ่ ราต้องพิจารณาบทสวดอย่างนี้ แล้วนำ�ไปปฏิบตั ิ จึงจะทำ�ให้เราได้ใช้ประโยชน์ จากบทสวดอย่างเต็มที่และจะได้รับผลอย่างบริบูรณ์ยิ่ง


ภาค ๑ คำ�ทำ�วัตรเช้าและเย็น

บทนำ�ทำ�วัตรเช้า-เย็น คำ�บูชาพระรัตนตรัย ปุพพภาคนมการ (บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า)

สารบัญ

คำ�ทำ�วัตรเช้า

๑. พุทธาภิถุติ (บทชมเชยคุณของพระพุทธเจ้า) ๓ ๒. ธัมมาภิถุติ (บทชมเชยคุณของพระธรรม) ๕ ๓. สังฆาภิถุติ (บทชมเชยคุณของพระสงฆ์) ๖ ๔. รตนัตตยัปปณามคาถา (บทนอบน้อมพระรัตนตรัย) ๗ ๕. สังเวคปริกิตตนปาฐะ (บทพิจารณาธรรมให้เกิดความสังเวช) ๙ ๖. ตังขณิกปัจจเวกขณปาฐะ (บทพิจารณาปัจจัย ๔ ขณะใช้สอย) ๑๔ ๗. ธาตุปัจจเวกขณวิธี (บทพิจารณาปัจจัย ๔ โดยความเป็นธาตุ) ๑๖

คำ�ทำ�วัตรเย็น

๑. พุทธานุสสติ (บทระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า)

๑ ๒ ๓

๒. พุทธาภิคีติ (บทพรรณนาคุณพระพุทธเจ้า) ๓. ธัมมานุสสติ (บทระลึกถึงคุณพระธรรม) ๔. ธัมมาภิคีติ (บทพรรณนาคุณพระธรรม) ๕. สังฆานุสสติ (บทระลึกถึงคุณพระสงฆ์) ๖. สังฆาภิคีติ (บทพรรณนาคุณพระสงฆ์) ๗. อตีตปัจจเวกขณปาฐะ (บทพิจารณาปัจจัย ๔ ที่ใช้สอยแล้ว)

ภาค ๒ บทสวดมนต์พิเศษบางบท

๑. ปุพพภาคนมการ (บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า)

๑๙ ๒๐ ๒๒ ๒๓ ๒๕ ๒๖ ๒๘

๓๑ ๒. สรณคมนปาฐะ (บทรับเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง) ๓๑ ๓. อัฏฐสิกขาปทปาฐะ (บทว่าด้วยศีล ๘) ๓๒ ๔. ทîวัตติงสาการปาฐะ (บทพิจารณากาย แยกออกเป็น ๓๒ ส่วน) ๓๓ ๕. เขมาเขมสรณทีปิกคาถา (บทว่าด้วยที่พึ่งอันเกษมและไม่เกษม) ๓๔ ๖. อริยธนคาถา (บทว่าด้วยทรัพย์อันประเสริฐ) ๓๕ ๗. ติลักขณาทิคาถา (บทว่าด้วยไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ๓๖ ๘. ภารสุตตคาถา (บทว่าด้วยขันธ์ ๕ เน้นภาระหนัก) ๓๘ ๓๘ ๙. ภัทเทกรัตตคาถา (บทว่าด้วยผู้มีชีวิตคืนเดียวที่เจริญ) ๑๐. ธัมมคารวาทิคาถา (บทว่าด้วยการเคารพพระธรรม) ๓๙ ๑๑. โอวาทปาฏิโมกขคาถา (บทว่าด้วยโอวาท ๓ ของพระพุทธเจ้า) ๔๐


๑๒. ปฐมพุทธภาสิตคาถา (บทว่าด้วยพระดำ�รัสแรกหลังตรัสรู้) ๔๑ ๑๓. ปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ (บทว่าด้วยพระดำ�รัสสุดท้ายก่อนปรินิพพาน) ๔๒ ๑๔. พิจารณาสังขาร (บทพิจารณาสังขารตามกฎไตรลักษณ์) ๔๒ ๑๕. อภิณหปัจจเวกขณะ (บทพิจารณาถึงความแก่ เจ็บ ตาย และกรรม) ๔๓ ๑๖. ปราภวสุตตปาฐะ (บทว่าด้วยทางแห่งความเสื่อม) ๔๔ ๔๗ ๑๗. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (บทว่าด้วยหนทางแห่งการตรัสรู้) ๑๘. อริยมรรคมีองค์แปด (บทว่าด้วยลักษณ์ของมรรคมีองค์ ๘) ๕๖

ภาคผนวก

สัพพปัตติทานคาถา (กรวดน้ำ�ตอนเช้า) (ว่าด้วยการอุทิศบุญ) ๖๓ ปัฏฐนฐปนคาถา (บทสำ�หรับตั้งความปรารถนา) ๖๔ อุททิสสนาธิฏฐานคาถา (กรวดน้ำ�ตอนเย็น) (ว่าด้วยการอุทิศบุญ) ๖๗ คำ�สาธุการเมื่อพระเทศน์จบ ๗๐ ปัจจเวกขณองค์อุโบสถศีล (บทพิจารณาศีลอุโบสถ ๘) ๗๒ แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ ๘๐ ปัตติทานคาถา (บทส่วนแบ่งปันส่วนบุญให้กับสรรพสัตว์) ๘๑ นมัสการพระอรหันต์ ๘ ทิศ (บทสวดนมัสการพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวก) ๘๓ ๘๕ วันทามิ พุทธัง (บทไหว้พระพุทธเจ้าและรอยพระพุทธบาท) วันทาเล็ก (บทขอขมาพระรัตนตรัย บิดามารดา ครูอาจารย์) ๘๖ วันทาพระ (บทขอขมาพระภิกษุ) ๘๗ รับอรุณ ๘๗ คาถาหว่านทราย (บทสวดป้องกันภัย) ๘๗ ๘๘ คาถาโพธิบาท (บทสวดป้องกันขจัดสิ่งอัปมงคล) คาถามงคลจักรวาลแปดทิศ (สวดป้องกันภัย) ๘๘ พิธีรักษาอุโบสถศีล (ว่าด้วยลำ�ดับพิธีการรักษาอุโบสถศีล) ๘๙ คำ�ลากลับบ้าน (คำ�ลาพระสงฆ์กลับบ้านหลังรักษาอุโบสถศีลแล้ว) ๙๔ คำ�บูชาพระรัตนตรัย (บทบูชาพระรัตนตรัยด้วยเครื่องสักการะ) ๙๔ คำ�อาราธนาศีล ๕ (คำ�ขอศีล ๕ จากพระสงฆ์) ๙๕ คำ�ถวายข้าวพระพุทธ ๙๖ คำ�ลาข้าวพระพุทธ ๙๖ คำ�อาราธนาพระปริตร (คำ�ขอให้พระสงฆ์เจริญหรือสวดพระพุทธมนต์) ๙๖ คำ�อาราธนาธรรม (คำ�ขอให้พระสงฆ์แสดงธรรมเทศนา) ๙๗ คำ�ถวายสังฆทาน (สามัญ) ๙๗ พระคาถาชินบัญชร (อัญเชิญพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาสถิตในกาย) ๙๘ พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง) (บทว่าด้วยชัยชนะของพระพุทธเจ้า ๘ ประการ) ๑๐๒ ชัยปริตร (บทสวดเพื่อให้เกิดชัยมงคลแก่ชีวิต) ๑๐๕


ภาค ๑ คำ�ทำ�วัตรเช้าและเย็น บทนำ�ทำ�วัตรเช้า-เย็น

โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ,

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นพระองค์ใด, เป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สนิ้ เชิง, ตรัสรูช้ อบได้โดยพระองค์เอง ;

สîวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม,

พระธรรมเป็นธรรมทีพ่ ระผูม้ พี ระภาคเจ้าพระองค์ใด ตรัสไว้ดแี ล้ว ;

สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

พระสงฆ์สาวกของพระผูม้ พี ระภาคเจ้าพระองค์ใด ปฏิบตั ดิ แี ล้ว ;

ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง, อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ,

ข้าพเจ้าทัง้ หลาย ขอบูชาอย่างยิง่ , ซึง่ พระผูม้ พี ระภาคเจ้าพระองค์นน้ั , พร้อมทัง้ พระธรรมและพระสงฆ์ ด้วยเครือ่ งสักการะทัง้ หลายเหล่านี,้ อันยกขึ้นตามสมควรแล้วอย่างไร ;

สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ,

ข้าแต่พระองค์ผเู้ จริญ พระผูม้ พี ระภาคเจ้าแม้ปรินพิ พานนานแล้ว, ทรงสร้างคุณอันสำ�เร็จประโยชน์ไว้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ;

ปัจฉิมา ชะนะตานุกัมปะมานะสา,

ทรงมีพระหฤทัยอนุเคราะห์ แก่พวกข้าพเจ้าอันเป็นชนรุน่ หลัง ; จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

1


อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณîหาตุ, ขอพระผูม้ พี ระภาคเจ้า จงรับเครือ่ งสักการะอันเป็นบรรณาการ ของคนยากทั้งหลายเหล่านี้ ;

อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ.

เพือ่ ประโยชน์และความสุขแก่ขา้ พเจ้าทัง้ หลาย ตลอดกาลนานเทอญ.

คำ�บูชาพระรัตนตรัย*

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา,

พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สน้ิ เชิง, ตรัสรูช้ อบได้โดยพระองค์เอง ; พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน. (กราบ) ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว ; ธัมมัง นะมัสสามิ. ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม. (กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว ; สังฆัง นะมามิ. ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์. (กราบ) *บทสวดที่มีภาพหลวงปู่พุทธทาส แปลโดย หลวงปู่พุทธทาส

2

เป็นบทสวดที่คัดมาจากหนังสือสวดมนต์สวนโมกขพลาราม

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


ปุพพภาคนมการ

(หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส.) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ; อะระหะโต, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ; สัมมาสัมพุทธัสสะ. ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. (กล่าว ๓ ครั้ง)

คำ�ทำ�วัตรเช้า ๑. พุทธาภิถุติ

(หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เส.) พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด ; โย โส ตะถาคะโต, อะระหัง, เป็นผู้ไกลจากกิเลส ; สัมมาสัมพุทโธ, เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ; วิชชาจะระณะสัมปันโน, เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ; สุคะโต, เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี ; โลกะวิทู, เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง ; อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า ; สัตถา เทวะมะนุสสานัง, เป็นครูผสู้ อนของเทวดาและมนุษย์ทง้ั หลาย ; จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

3


พุทโธ, เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ; ภะคะวา, เป็นผู้มีความจำ�เริญ จำ�แนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ; โย อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง สะพ๎รัหîมะกัง, สัสสะมะณะพ๎ราหîมะณิง ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยัง อะภิญญา สัจฉิกัต๎วา ปะเวเทสิ, พระผูม้ พี ระภาคเจ้าพระองค์ใด, ได้ทรงทำ�ความดับทุกข์ให้แจ้ง ด้วยพระปัญญาอันยิง่ เองแล้ว, ทรงสอนโลกนีพ้ ร้อมทัง้ เทวดา, มาร, พรหม, และหมูส่ ตั ว์ พร้อมทัง้ สมณพราหมณ์, พร้อมทัง้ เทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม ; โย ธัมมัง เทเสสิ, พระผูม้ พี ระภาคเจ้าพระองค์ใด ทรงแสดงธรรมแล้ว ; อาทิกัล๎ยาณัง, ไพเราะในเบื้องต้น ; มัชเฌกัล๎ยาณัง, ไพเราะในท่ามกลาง ; ปะริโยสานะกัล๎ยาณัง, ไพเราะในที่สุด ;

สาตถัง สะพîยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณัง ปะริสุทธัง พ๎รัหîมะจะริยัง ปะกาเสสิ, ทรงประกาศพรหมจรรย์ คือแบบแห่งการปฏิบัติอันประเสริฐ บริสทุ ธิ์ บริบรู ณ์สนิ้ เชิง, พร้อมทัง้ อรรถะ (คำ�อธิบาย) พร้อมทัง้ พยัญชนะ (หัวข้อ) ;

ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ,

ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ;

ข้าพเจ้านอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า. (กราบระลึกถึงพระพุทธคุณ)

4

ตะมะหัง ภะคะวันตัง สิระสา นะมามิ.

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


๒. ธัมมาภิถุติ (หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะ เส.) โย โส ส๎วากขาโต* ภะคะวะตา ธัมโม,

พระธรรมนั้นใด, เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ได้ตรัสไว้ดีแล้ว ; สันทิฏฐิโก, เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง ; อะกาลิโก, เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำ�กัดกาล ; เอหิปสั สิโก, เป็นสิง่ ทีค่ วรกล่าวกะผูอ้ น่ื ว่า ท่านจงมาดูเถิด ; โอปะนะยิโก, เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว ;

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ,

เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ;

ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ,

ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระธรรมนั้น ; ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ. ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า. (กราบระลึกถึงพระธรรมคุณ)

* อ่านว่า สะวาก-ขา-โต, สะวาก ให้อ่าน สะ ควบกับ วาก เร็วๆ

จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

5


๓. สังฆาภิถุติ

(หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส.) โย โส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด, ปฏิบัติดีแล้ว ;

สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติตรงแล้ว ;

สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม เป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว ;

อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,

สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติสมควรแล้ว ; ยะทิทัง, ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ :จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ๑ ; เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ; อาหุเนยโย, เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำ�มาบูชา ; ปาหุเนยโย, เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ ; ทักขิเณยโย, เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน ; อัญชะลิกะระณีโย, เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำ�อัญชลี ; ๑ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ คือ โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล, สกทาคามิมรรค สกทาคามิผล, อนาคามิมรรค อนาคามิผล, อรหัตตมรรค อรหัตตผล.

6

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ,

เป็นเนื้อนาบุญของโลก, ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ;

ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ,

ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์หมู่นั้น ; ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ. ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเศียรเกล้า . (กราบระลึกถึงพระสังฆคุณ)

๔. รตนัตตยัปปณามคาถา (หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย เจวะ สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส.) พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว,

พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณพ ; โยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน, พระองค์ใด มีตาคือญาณอันประเสริฐหมดจดถึงที่สุด ; โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก, เป็นผู้ฆ่าเสียซึ่งบาป และอุปกิเลส ของโลก ; วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะ ตัง. ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ. ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน, พระธรรมของพระศาสดา สว่างรุ่งเรืองเปรียบดวงประทีป ; โย มัคคะปากามะตะเภทะภินนะโก, จำ�แนกประเภท คือ มรรค ผล นิพพาน ส่วนใด ; จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

7


โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะทีปะโน,

ซึ่งเป็นตัวโลกุตตระ, และส่วนใดที่ชี้แนวแห่งโลกุตตระนั้น ; วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะเรนะ ตัง. ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ. สังโฆ สุเขตตาภ๎ยะติเขตตะสัญญิโต, พระสงฆ์เป็นนาบุญอันยิ่งใหญ่ กว่านาบุญอันดีทั้งหลาย ; โย ทิฏฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก, เป็นผู้เห็นพระนิพพาน, ตรัสรู้ตามพระสุคต, หมู่ใด ; โลลัปปะหีโน อะริโย สุเมธะโส, เป็นผู้ละกิเลสเครื่องโลเล, เป็นพระอริยเจ้า มีปัญญาดี ; วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะ ตัง. ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ.

อิจเจวะเมกันตะภิปูชะเนยยะกัง, วัตถุตตะยัง วันทะยะตาภิสังขะตัง, ปุญญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุปัททะวา, มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะสิทธิยา.

บุญใด ที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งวัตถุสาม, คือพระรัตนตรัย อันควรบูชายิ่งโดยส่วนเดียว, ได้กระทำ�แล้วเป็นอย่างยิ่งเช่นนี้นี้, ขออุปัทวะ (ความชั่ว) ทั้งหลาย, จงอย่ามีแก่ข้าพเจ้าเลย, ด้วยอำ�นาจความสำ�เร็จ อันเกิดจากบุญนั้น.

8

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


๕. สังเวคปริกิตตนปาฐะ อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปันโน,

พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้ว ในโลกนี้ ;

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ,

เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ; ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก, และพระธรรมที่ทรงแสดง เป็นธรรมเครื่องออกจากทุกข์ ; อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก, เป็นเครื่องสงบกิเลส เป็นไปเพื่อปรินิพพาน ; สัมโพธะคามี สุคะตัปปะเวทิโต, เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม, เป็นธรรมที่พระสุคตประกาศ ;

มะยันตัง ธัมมัง สุต๎วา เอวัง ชานามะ :

พวกเราเมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้ว, จึงได้รู้อย่างนี้ว่า :ชาติปิ ทุกขา, แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์ ; ชะราปิ ทุกขา, แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์ ; มะระณัมปิ ทุกขัง, แม้ความตายก็เป็นทุกข์ ;

โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา,

แม้ความโศก ความร่ำ�ไรรำ�พัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์ ;

อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข,

ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์ ; ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข, ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์ ; จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

9


ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง,

มีความปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุกข์ ; สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา, ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นตัวทุกข์ ; เสยยะถีทัง, ได้แก่สิ่งเหล่านี้คือ :รูปูปาทานักขันโธ, ขันธ์ อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือรูป ; เวทะนูปาทานักขันโธ, ขันธ์ อันเป็นทีต่ ง้ั แห่งความยึดมัน่ คือเวทนา ; สัญญูปาทานักขันโธ, ขันธ์ อันเป็นทีต่ ง้ั แห่งความยึดมัน่ คือสัญญา ; สังขารูปาทานักขันโธ, ขันธ์ อันเป็นทีต่ ง้ั แห่งความยึดมัน่ คือสังขาร ; วิญญาณูปาทานักขันโธ, ขันธ์ อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือวิญญาณ ; เยสัง ปะริญญายะ, เพื่อให้สาวกกำ�หนดรอบรู้อุปาทานขันธ์เหล่านี้เอง ; ธะระมาโน โส ภะคะวา, จึงพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เมื่อยังทรงพระชนม์อยู่ ; เอวัง พะหุลัง สาวะเก วิเนติ, ย่อมทรงแนะนำ�สาวกทั้งหลาย เช่นนี้เป็นส่วนมาก ;

เอวัง ภาคา จะ ปะนัสสะ ภะคะวะโต สาวะเกสุ อะนุสาสะนี พะหุลา ปะวัตตะติ,

อนึง่ คำ�สัง่ สอนของพระผูม้ พี ระภาคเจ้านัน้ ย่อมเป็นไปในสาวก ทัง้ หลาย, ส่วนมาก, มีส่วนคือการจำ�แนกอย่างนี้ว่า :รูปัง อะนิจจัง, รูปไม่เที่ยง ; เวทะนา อะนิจจา, เวทนาไม่เที่ยง ;

10

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


สัญญา อะนิจจา, สัญญาไม่เที่ยง ; สังขารา อะนิจจา, สังขารไม่เที่ยง ; วิญญาณัง อะนิจจัง, วิญญาณไม่เที่ยง ; รูปัง อะนัตตา, รูปไม่ใช่ตัวตน ; เวทะนา อะนัตตา, เวทนาไม่ใช่ตัวตน ; สัญญา อะนัตตา, สัญญาไม่ใช่ตัวตน ; สังขารา อะนัตตา, สังขารไม่ใช่ตัวตน ; วิญญาณัง อะนัตตา, วิญญาณไม่ใช่ตัวตน ; สัพเพ สังขารา อะนิจจา, สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง ; สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ. ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ใช่ตัวตน ดังนี้. เต (ตา) มะยัง โอติณณาม๎หะ,

พวกเราทั้งหลาย เป็นผู้ถูกครอบงำ�แล้ว ; ชาติยา, โดยความเกิด ; ชะรามะระเณนะ, โดยความแก่ และความตาย ;

โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ อุปายาเสหิ,

โดยความโศก ความร่ำ�ไรรำ�พัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ทั้งหลาย ; ทุกโขติณณา, เป็นผู้ถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้ว ; ทุกขะปะเรตา, เป็นผู้มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้าแล้ว ;

อัปเปวะนามิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยา ปัญญาเยถาติ.

ทำ�ไฉน การทำ�ที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้, จะพึงปรากฏชัด แก่เราได้. จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

11


(สำ�หรับภิกษุ-สามเณรสวด)

จิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง อุททิสสะ อะระหันตัง สัมมาสัมพุทธัง,

เราทั้งหลาย อุทิศเฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง, แม้ปรินิพพานนานแล้ว พระองค์นั้น ;

เป็นผู้มีศรัทธา ออกบวชจากเรือน ไม่เกี่ยวข้องด้วยเรือนแล้ว ;

ประพฤติอยู่ซึ่งพรหมจรรย์ ในพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ;

สัทธา อะคารัส๎มา อะนะคาริยัง ปัพพะชิตา, ตัส๎มิง ภะคะวะติ พ๎รัหîมะจะริยัง จะรามะ, ภิกขูนัง สิกขาสาชีวะสะมาปันนา๑,

ถึงพร้อมด้วยสิกขาและธรรมเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิต, ของภิกษุทั้งหลาย ;

ตัง โน พ๎รหั มî ะจะริยงั อิมสั สะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิรยิ ายะ สังวัตตะตุ.

ขอให้พรหมจรรย์ของเราทั้งหลายนั้น, จงเป็นไปเพื่อการทำ�ที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ เทอญ.

ทีข่ ดี เส้นใต้ สามเณรสวดพึงเว้นประโยคนี้ หรือจะเปลีย่ นเป็น สามะเณรานัง สิกขาสาชีวะสะมาปันนา แปลว่า “ถึงพร้อมด้วยสิกขาและธรรมเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิตของสามเณรทั้งหลาย” อย่างนี้ก็ได้

12

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


(สำ�หรับคฤหัสถ์สวด)

จิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา๑,

เราทั้ ง หลายผู้ ถึ ง แล้ ว ซึ่ ง พระผู้ มี พ ระภาคเจ้ า แม้ ป ริ นิ พ พานนานแล้ ว , พระองค์นั้น เป็นสรณะ ; ธัมมัญจะ สังฆัญจะ, ถึงพระธรรมด้วย, ถึงพระสงฆ์ด้วย ;

ตัสสะ ภะคะวะโต สาสะนัง ยะถาสะติ ยะถาพะลัง มะนะสิกะโรมะ๒ อะนุปะฏิปัชชามะ๒,

จักทำ�ในใจอยู่ ปฏิบตั ติ ามอยู่ ซึง่ คำ�สัง่ สอนของพระผูม้ พี ระภาคเจ้านัน้ ตามสติกำ�ลัง ; สา สา โน ปะฏิปัตติ, ขอให้ความปฏิบัตินั้นๆ ของเราทั้งหลาย ;

อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุ.

จงเป็นไปเพื่อการทำ�ที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ เทอญ. (จบคำ�ทำ�วัตรเช้า)

๑ ถ้าอุบาสกสวดคนเดียว ให้ใช้ว่า คะโต ถ้าสวดหลายคนจึงใช้ คะตา ได้ ส่วนอุบาสิกา จะสวดคนเดียวหรือหลายคน ก็ใช้ คะตา ๒ ถ้าสวดคนเดียวให้ใช้ มิ แทน มะ.

จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

13


๖. ตังขณิกปัจจเวกขณปาฐะ

(หันทะ มะยัง ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เส.) (ขณะใช้สอยจีวร) ปะฏิสังขา โยนิโส จีวะรัง ปะฏิเสวามิ, เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้ว นุ่งห่มจีวร ; ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, เพียงเพื่อบำ�บัดความหนาว ; อุณîหัสสะ ปะฏิฆาตายะ, เพื่อบำ�บัดความร้อน ;

ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ,

เพื่อบำ�บัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด, และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย ; ยาวะเทวะ หิริโกปินะปะฏิจฉาทะนัตถัง. และเพียงเพื่อปกปิดอวัยวะ อันให้เกิดความละอาย. (ขณะบริโภคบิณฑบาต) ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ, เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้ว ฉันบิณฑบาต ; เนวะ ทะวายะ, ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ; นะ มะทายะ, ไม่ให้เป็นไปเพือ่ ความเมามัน เกิดกำ�ลังพลังทางกาย ; นะ มัณฑะนายะ, ไม่ให้เป็นไปเพื่อประดับ ; นะ วิภูสะนายะ, ไม่ให้เป็นไปเพื่อตกแต่ง ; ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา, แต่ให้เป็นไปเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้ ;

14

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


ยาปะนายะ, เพื่อความเป็นไปได้ของอัตภาพ ; วิหิงสุปะระติยา, เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำ�บากทางกาย ; พ๎รัห๎มะจะริยานุคคะหายะ, เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์ ; อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ, ด้วยการทำ�อย่างนี้, เราย่อมระงับเสียได้ ซึ่งทุกขเวทนาเก่า คือความหิว ; นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ, และไม่ทำ�ทุกขเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น ;

ยาต๎รา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ. อนึ่ง ความเป็นไปโดยสะดวกแห่งอัตภาพนี้ด้วย, ความเป็นผู้หาโทษ มิได้ด้วย, และความเป็นอยู่โดยผาสุกด้วย, จักมีแก่เรา ดังนี้. (ขณะใช้สอยเสนาสนะ) ปะฏิสังขา โยนิโส เสนาสะนัง ปะฏิเสวามิ, เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้ว ใช้สอยเสนาสนะ ; ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, เพียงเพื่อบำ�บัดความหนาว ; อุณ๎หัสสะ ปะฏิฆาตายะ, เพื่อบำ�บัดความร้อน ;

ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริงสะปะสัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ,

เพื่อบำ�บัดสัมผัสอันเกิดจากเหลือบ ยุง ลม แดด, และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย ;

ยาวะเทวะ อุตุปะริสสะยะวิโนทะนัง ปะฏิสัลลานารามัตถัง. เพียงเพื่อบรรเทาอันตรายอันจะพึงมีจาก ดิน ฟ้า อากาศ, และเพื่อความเป็นผู้ยินดีอยู่ได้ในที่หลีกเร้นสำ�หรับภาวนา. จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

15


(ขณะบริโภคคิลานเภสัช)

ปะฏิสังขา โยนิโส คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขารัง ปะฏิเสวามิ, เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้ว บริโภคเภสัชบริขาร อันเกื้อกูลแก่คนไข้ ;

ยาวะเทวะ อุปปันนานัง เวยยาพาธิกานัง เวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ,

เพียงเพื่อบำ�บัดทุกขเวทนาอันบังเกิดขึ้นแล้ว มีอาพาธต่างๆ เป็นมูล ; อัพ๎ยาปัชฌะปะระมะตายาติ. เพื่อความเป็นผู้ไม่มีโรคเบียดเบียนเป็นอย่างยิ่ง ดังนี้.

๗. ธาตุปัจจเวกขณวิธี (หันทะ มะยัง ธาตุปัจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เส.)

(บทพิจารณาเครื่องนุ่งห่ม)

ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง, สิ่งเหล่านี้นี่

เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น, กำ�ลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย อยู่เนืองนิตย์ ; ยะทิทัง จีวะรัง, ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล, สิง่ เหล่านีค้ อื จีวร และบุคคลผูใ้ ช้สอยจีวรนัน้ ; ธาตุมตั ตะโก, เป็นสักว่า ธาตุตามธรรมชาติ ; นิสสัตโต, มิได้เป็นสัตวะอันยั่งยืน ; นิชชีโว, มิได้เป็นชีวะอันเป็นบุรุษบุคคล ; สุญโญ, ว่างเปล่าจากความหมายแห่ง ความเป็นตัวตน ; สัพพานิ ปะนะ อิมานิ จีวะรานิ อะชิคจุ ฉะนียานิ, ก็จีวรทั้งหมดนี้ ไม่เป็นของน่าเกลียดมาแต่เดิม ; อิมัง ปูติกายัง ปัตîวา, ครั้นมาถูกเข้ากับกายอันเน่าอยู่เป็นนิจนี้แล้ว ; อะติวิยะ ชิคุจฉะนียานิ ชายันติ. ย่อมกลายเป็นของน่าเกลียดอย่างยิ่งไปด้วยกัน.

16

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


(บทพิจารณาอาหาร)

ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง, สิ่งเหล่านี้นี่

เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น, กำ�ลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่ เนืองนิตย์ ; ยะทิทัง ปิณฑะปาโต, ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล, สิง่ เหล่านีค้ อื บิณฑบาต, และบุคคลผูบ้ ริโภคบิณฑบาตนัน้ ; ธาตุมตั ตะโก, เป็ น สั ก ว่ า ธาตุ ต ามธรรมชาติ , นิ ส สั ตโต, มิ ไ ด้ เ ป็ น สั ต วะอั น ยั่ ง ยื น , นิชชีโว, มิได้เป็นชีวะอันเป็นบุรษุ บุคคล; สุญโญ, ว่างเปล่าจากความหมาย แห่งความเป็นตัวตน ; สัพโพ ปะนายัง ปิณฑะปาโต อะชิคจุ ฉะนีโย, ก็บิณฑบาตทั้งหมดนี้ ไม่เป็นของน่าเกลียดมาแต่เดิม ; อิมัง ปูติกายัง ปั ตî ว า, ครั้ น มาถู ก เข้ า กั บ กายอั น เน่ า อยู่ เ ป็ น นิ จ นี้ แ ล้ ว ; อะติวิ ยะ ชิคุจฉะนีโย ชายะติ. ย่อมกลายเป็นของน่าเกลียดอย่างยิ่งไปด้วยกัน.

(บทพิจารณาที่อยู่อาศัย)

ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง, สิ่งเหล่านี้นี่

เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น, กำ�ลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย อยู่ เ นื อ งนิ ต ย์ ; ยะทิ ทั ง เสนาสะนั ง , ตะทุ ป ะภุ ญ ชะโก จะ ปุคคะโล, สิ่งเหล่านี้คือเสนาสนะ, และบุคคลผู้ใช้สอยเสนาสนะนั้น ; ธาตุมัตตะโก, เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติ ; นิสสัตโต, มิได้เป็น สัตวะอันยั่งยืน ; นิชชีโว, มิได้เป็นชีวะอันเป็นบุรุษบุคคล ; สุญโญ, ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็นตัวตน ; สัพพานิ ปะนะ อิมานิ เสนาสะนานิ อะชิคุจฉะนียานิ, ก็เสนาสนะทั้งหมดนี้ ไม่เป็นของ น่าเกลียดมาแต่เดิม ; อิมัง ปูติกายัง ปัตîวา, ครั้นมาถูกเข้ากับกาย อันเน่าอยู่เป็นนิจนี้แล้ว ; อะติวิยะ ชิคุจฉะนียานิ ชายันติ. ย่อมกลาย เป็นของน่าเกลียดอย่างยิ่งได้ด้วยกัน. จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

17


(บทพิจารณายารักษาโรค)

ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง, สิ่งเหล่านี้นี่

เป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติเท่านั้น, กำ�ลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่ เนืองนิตย์ ; ยะทิทัง คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขาโร, ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล, สิ่งเหล่านี้คือเภสัชบริขารอันเกื้อกูลแก่คนไข้, และบุคคลผู้บริโภคเภสัชบริขารนั้น ; ธาตุมัตะโก, เป็นสักว่าธาตุตาม ธรรมชาติ ; นิสสัตโต, มิได้เป็นสัตวะอันยัง่ ยืน ; นิชชีโว, มิได้เป็นชีวะ อันเป็นบุรุษบุคคล ; สุญโญ, ว่างเปล่าจากความหมายแห่งความเป็น ตัวตน ; สัพโพ ปะนายัง คิลานะปัจจะยะเภสัชชะปะริกขาโร อะชิคุจฉะนีโย, ก็คิลานเภสัชบริขารทั้งหมดนี้, ไม่เป็นของน่าเกลียด มาแต่เดิม ; อิมัง ปูติกายัง ปัตîวา, ครั้นมาถูกเข้ากับกายอันเน่าอยู่ เป็นนิจนี้แล้ว ; อะติวิยะ ชิคุจฉะนีโย ชายะติ. ย่อมกลายเป็นของ น่าเกลียดอย่างยิ่งไปด้วยกัน.

18

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


คำ�ทำ�วัตรเย็น

(คำ�บูชาพระรัตนตรัยและปุพพภาคนมการ ใช้เหมือนกับคำ�ทำ�วัตรเช้า)

๑. พุทธานุสสติ (หันทะ มะยัง พุทธานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส.) ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัล๎ยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต, ก็กิตติศัพท์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, ได้ฟุ้งไปแล้ว อย่างนี้ว่า :อิติปิ โส ภะคะวา, เพราะเหตุอย่างนี้ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ; อะระหัง, เป็นผู้ไกลจากกิเลส ; สัมมาสัมพุทโธ, เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ; วิชชาจะระณะสัมปันโน, เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ; สุคะโต, เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี ; โลกะวิทู, เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง ; อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า ; สัตถา เทวะมะนุสสานัง, เป็นครูผสู้ อนของเทวดาและมนุษย์ทง้ั หลาย ; พุทโธ, เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ; ภะคะวาติ. เป็นผู้มีความจำ�เริญ จำ�แนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้.

จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

19


๒. พุทธาภิคีติ (หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส.) พุทธ๎วาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต, พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ มีความประเสริฐแห่งอรหันตคุณ เป็นต้น ;

สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต,

มีพระองค์อนั ประกอบด้วยพระญาณ และพระกรุณาอันบริสทุ ธิ์ ;

โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร,

พระองค์ใด ทรงกระทำ�ชนทีด่ ใี ห้เบิกบาน ดุจอาทิตย์ท�ำ บัวให้บาน ;

วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง.

ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์ ผู้ไม่มีกิเลส พระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า.

พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง,

พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุด ของสัตว์ทั้งหลาย ;

ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง,

ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น, อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึก องค์ที่หนึ่ง, ด้วยเศียรเกล้า ;

ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า, พระพุทธเจ้าเป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า ;

พุทธัสสาหัส๎มิ ทาโส (ทาสี) วะ พุทโธ เม สามิกิสสะโร,

20

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม, พระพุทธเจ้าเป็นเครื่องกำ�จัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์ แก่ข้าพเจ้า ;

พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง,

ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระพุทธเจ้า ;

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซึ่งความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้า ;

สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระพุทธเจ้าเป็นสรณะอันประเสริฐ ของข้าพเจ้า ;

วันทันโตหัง (ตีหัง) จะริสสามิ พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง, นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง, เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน,

ด้วยการกล่าวคำ�สัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนา ของพระศาสดา ;

พุทธัง เม วันทะมาเนนะ (มานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,

ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระพุทธเจ้า ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้ ;

อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น. (เปิดหน้าต่อไป ให้หมอบกราบลง กล่าวคำ�ขอขมาโทษต่อพระพุทธเจ้า)

สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.

จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

21


ภาค ๒ บทสวดมนต์พิเศษบางบท ๑. ปุพพภาคนมการ

(หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส.) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ; อะระหะโต, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ; สัมมาสัมพุทธัสสะ. ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. (ว่า ๓ ครั้ง)

๒. สรณคมนปาฐะ (หันทะ มะยัง ติสะระณะคะมะนะปาฐัง ภะณามะ เส.) พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ข้าพเจ้าถือเอาพระพุทธเจ้า เป็นสรณะ ; ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, ข้าพเจ้าถือเอาพระธรรม เป็นสรณะ ; สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ, ข้าพเจ้าถือเอาพระสงฆ์ เป็นสรณะ ; ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,

แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าถือเอาพระพุทธเจ้า เป็นสรณะ ; ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าถือเอาพระธรรม เป็นสรณะ ; จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

31


ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,

แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าถือเอาพระสงฆ์ เป็นสรณะ ; ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าถือเอาพระพุทธเจ้า เป็นสรณะ ; ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าถือเอาพระธรรม เป็นสรณะ ;

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าถือเอาพระสงฆ์ เป็นสรณะ.

๓. อัฏฐสิกขาปทปาฐะ (หันทะ มะยัง อัฏฐะสิกขาปะทะปาฐัง ภะณามะ เส.) ปาณาติปาตา เวระมะณี, เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการฆ่า ; อะทินนาทานา เวระมะณี,

เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้แล้ว ;

เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการกระทำ�อันมิใช่พรหมจรรย์ ;

เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการพูดไม่จริง ;

อะพîรัหมîะจะริยา เวระมะณี, มุสาวาทา เวระมะณี,

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี, เจตนาเป็นเครือ่ งเว้นจากการเสพของมึนเมา มีสรุ าและเมรัยเป็นต้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ;

วิกาละโภชะนา เวระมะณี,

เจตนาเป็นเครื่องเว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล ; 32

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


นัจจะ คีตะ วาทิตะ วิสูกะทัสสะนะ, มาลา คันธะ วิเลปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะ, วิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี, เจตนาเป็นเครือ่ งเว้นจากการฟ้อนรำ�, การขับเพลง การดนตรี การดูการเล่นชนิดเป็นข้าศึกต่อกุศล, การทัดทรงสวมใส่ การประดับ การตกแต่งตน, ด้วยพวงมาลา ด้วยเครื่องกลิ่น และเครื่องผัดทา ;

อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณี.

เจตนาเป็นเครือ่ งเว้นจากการนัง่ นอนบนทีน่ อนสูง และทีน่ อนใหญ่.

๔. ทîวัตติงสาการปาฐะ

(หันทะ มะยัง ท๎วัตติงสาการะปาฐัง ภะณามะ เส.) อะยัง โข เม กาโย, กายของเรานี้แล ; อุทธัง ปาทะตะลา, เบื้องบนแต่พื้นเท้าขึ้นมา ; อะโธ เกสะมัตถะกา, เบื้องต่ำ�แต่ปลายผมลงไป ; ตะจะปะริยันโต, มีหนังหุ้มอยู่เป็นที่สุดรอบ ; ปูโร นานัปปะการัสสะ อะสุจิโน,

เต็มไปด้วยของไม่สะอาด มีประการต่างๆ ; *อัตถิ อิมัส๎มิง กาเย, มีอยู่ในร่างกายนี้ :เกสา, ผมทั้งหลาย ; โลมา, นะขา, เล็บทั้งหลาย ; ทันตา, ตะโจ, หนัง ; มังสัง, นะหารู, เอ็นทั้งหลาย ; อัฏฐี,

ขนทั้งหลาย ; ฟันทั้งหลาย ; เนื้อ ; กระดูกทั้งหลาย ;

*ฉบับสวนโมกข์ เริ่มตั้งแต่ อัตถิ อิมัสîมิง กาเย นี้ไปจนจบ ที่เหลือข้างต้นเป็นการเพิ่มเติมเข้ามา ตามที่นิยมสวดทั่วไป

จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

33


อัฏฐิมิญชัง, เยื่อในกระดูก ; วักกัง,๑ ไต ; หะทะยัง, หัวใจ ; ยะกะนัง, ตับ ; กิโลมะกัง, พังผืด ; ปิหะกัง,๒ ม้าม ; ปัปผาสัง, ปอด ; อันตัง, ไส้ใหญ่ ; อันตะคุณัง, ไส้น้อย ; อุทะริยัง, อาหารใหม่ ; กะรีสัง, อาหารเก่า; ปิตตัง, น้ำ�ดี ; เสมîหัง, น้ำ�เสลด ; ปุพโพ, น้ำ�หนอง ; โลหิตัง, น้ำ�เลือด ; เสโท, น้ำ�เหงื่อ ; เมโท, น้ำ�มันข้น ; อัสสุ, น้ำ�ตา ; วะสา, น้ำ�เหลือง ; เขโฬ, น้ำ�ลาย ; สิงฆาณิกา, น้ำ�เมือก ; ละสิกา, น้ำ�ลื่นหล่อข้อ ; มุตตัง, น้ำ�มูตร ; มัตถะเก มัตถะลุงคัง, เยื่อมันสมอง ในกะโหลกศีรษะ ; อิติ. ดังนี้แล.

๕. เขมาเขมสรณทีปิกคาถา (หันทะ มะยัง เขมาเขมะสะระณะทีปิกะคาถาโย ภะณามะ เส.) พะหุง เว สะระณัง ยันติ ปัพพะตานิ วะนานิ จะ, อารามะรุกขะเจต๎ยานิ มะนุสสา ภะยะตัชชิตา, มนุษย์เป็นอันมาก เมือ่ เกิดมีภยั คุกคามแล้ว, ก็ถอื เอาภูเขาบ้าง, ป่าไม้บ้าง, อาราม และรุกขเจดีย์บ้าง เป็นสรณะ ; ๑วักกัง สมัยก่อนแปลว่า ม้าม, ๒ปิหะกัง สมัยก่อนแปลว่า ไต (ทั้งสองคำ�นี้แปลได้ทั้งสองอย่าง แต่ในสมัยนิยมนี้ วักกัง แปลว่า ไต, ปิหะกัง แปลว่า ม้าม)

34

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


เนตัง โข สะระณัง เขมัง เนตัง สะระณะมุตตะมัง, เนตัง สะระณะมาคัมมะ สัพพะทุกขา ปะมุจจะติ. นั่น มิใช่สรณะอันเกษมเลย, นั่น มิใช่สรณะอันสูงสุด ; เขาอาศัยสรณะนั่นแล้ว ย่อมไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.

โย จะ พุทธัญจะ ธัมมัญจะ สังฆัญจะ สะระณัง คะโต, จัตตาริ อะริยะสัจจานิ สัมมัปปัญญายะ ปัสสะติ, ส่วนผูใ้ ดถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะแล้ว, เห็นอริยสัจคือ ความจริงอันประเสริฐสี่ ด้วยปัญญาอันชอบ ;

ทุกขัง ทุกขะสะมุปปาทัง อะริยัญจัฏฐังคิกัง มัคคัง

ทุกขัสสะ จะ อะติกกะมัง, ทุกขูปะสะมะคามินัง,

คือเห็นความทุกข์, เหตุให้เกิดทุกข์, ความก้าวล่วงทุกข์เสียได้, และหนทางมีองค์แปดอันประเสริฐ, เครือ่ งถึงความระงับทุกข์ ;

เอตัง โข สะระณัง เขมัง เอตัง สะระณะมาคัมมะ

เอตัง สะระณะมุตตะมัง, สัพพะทุกขา ปะมุจจะติ.

นั่นแหละเป็นสรณะอันเกษม, นั่น เป็นสรณะอันสูงสุด ; เขาอาศัยสรณะ นั่นแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.

๖. อริยธนคาถา (หันทะ มะยัง อะริยะธะนะคาถาโย ภะณามะ เส.) ยัสสะ สัทธา ตะถาคะเต อะจะลา สุปะติฏฐิตา, ศรัทธา ในพระตถาคตของผู้ใด ตั้งมั่นอย่างดี ไม่หวั่นไหว ;

สีลัญจะ ยัสสะ กัลîยาณัง อะริยะกันตัง ปะสังสิตัง,

และศีลของผูใ้ ดงดงาม เป็นทีส่ รรเสริญทีพ่ อใจ ของพระอริยเจ้า ; จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

35


สังเฆ ปะสาโท ยัสสัตถิ

อุชุภูตัญจะ ทัสสะนัง,

ความเลือ่ มใสของผูใ้ ดมีในพระสงฆ์, และความเห็นของผูใ้ ดตรง ;

อะทะฬิทโทติ ตัง อาหุ

อะโมฆันตัสสะ ชีวิตัง,

บัณฑิตกล่าวเรียกเขาผูน้ นั้ ว่า คนไม่จน, ชีวติ ของเขาไม่เป็นหมัน ;

ตัสîมา สัทธัญจะ สีลัญจะ ปะสาทัง ธัมมะทัสสะนัง, อะนุยุญเชถะ เมธาวี สะรัง พุทธานะสาสะนัง.

เพราะฉะนั้น เมื่อระลึกได้ ถึงคำ�สั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่, ผู้มีปัญญาควรก่อสร้างศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และความเห็นธรรมให้เนืองๆ.

๗. ติลักขณาทิคาถา (หันทะ มะยัง ติลักขะณาทิคาถาโย ภะณามะ เส.) สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ,

เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ;

เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง ; นั่นแหละ เป็นทางแห่งพระนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจด.

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข สัพเพ สังขารา ทุกขาติ

เอสะ มัคโค วิสุทธิยา.

ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ,

เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ;

เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง ; นั่นแหละ เป็นทางแห่งพระนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจด ;

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข

36

เอสะ มัคโค วิสุทธิยา,

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ

ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ,

เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ;

เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง ; นั่นแหละเป็นทางแห่งพระนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจด ;

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข อัปปะกา เต มะนุสเสสุ

เอสะ มัคโค วิสุทธิยา.

เย ชะนา ปาระคามิโน,

ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย, ผู้ที่ถึงฝั่งแห่งพระนิพพานมีน้อยนัก ;

หมู่มนุษย์นอกนี้ ย่อมวิ่งเลาะอยู่ตามฝั่งในนี่เอง.

ก็ชนเหล่าใดประพฤติสมควรแก่ธรรม ในธรรมที่ตรัสไว้ชอบแล้ว ;

อะถายัง อิตะรา ปะชา

เย จะ โข สัมมะทักขาเต เต ชะนา ปาระเมสสันติ

ตีระเมวานุธาวะติ.

ธัมเม ธัมมานุวัตติโน, มัจจุเธยยัง สุทุตตะรัง,

ชนเหล่านัน้ จักถึงฝัง่ แห่งพระนิพพาน ; ข้ามพ้นบ่วงแห่งมัจจุทข่ี า้ มได้ยากนัก ;

กัณîหัง ธัมมัง วิปปะหายะ สุกกัง ภาเวถะ ปัณฑิโต,

จงเป็นบัณฑิตละธรรมดำ�เสีย แล้วเจริญธรรมขาว ;

โอกา อะโนกะมาคัมมะ ตัต๎ราภิระติมิจเฉยยะ

วิเวเก ยัตถะ ทูระมัง, หิต๎วา กาเม อะกิญจะโน.

จงมาถึงทีไ่ ม่มนี �ำ้ จากทีม่ นี �ำ้ , จงละกามเสีย, เป็นผูไ้ ม่มคี วามกังวล ; จงยินดีเฉพาะต่อพระนิพพานอันเป็นทีส่ งัด ซึง่ สัตว์ยนิ ดีได้โดยยาก.

จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

37


๘. ภารสุตตคาถา (หันทะ มะยัง ภาระสุตตะคาถาโย ภะณามะ เส.) ภารา หะเว ปัญจักขันธา, ขันธ์ทั้งห้า เป็นของหนักเน้อ ; ภาระหาโร จะ ปุคคะโล, บุคคลแหละ เป็นผู้แบกของหนักพาไป ; ภาราทานัง ทุกขัง โลเก, การแบกถือของหนัก เป็นความทุกข์ในโลก ; ภาระนิกเขปะนัง สุขัง, การสลัดของหนัก ทิง้ ลงเสีย เป็นความสุข ; นิกขิปิตîวา คะรุง ภารัง, พระอริยเจ้า สลัดทิง้ ของหนัก ลงเสียแล้ว ; อัญญัง ภารัง อะนาทิยะ, ทัง้ ไม่หยิบฉวยเอาของหนักอันอืน่ ขึน้ มาอีก ; สะมูลัง ตัณîหัง อัพพุยîหะ, ก็เป็นผู้ถอนตัณหาขึ้นได้ กระทั่งราก ; นิจฉาโต ปะรินิพพุโต. เป็นผูห้ มดสิง่ ปรารถนา ดับสนิทไม่มสี ว่ นเหลือ.

๙. ภัทเทกรัตตคาถา (หันทะ มะยัง ภัทเทกะรัตตะคาถาโย ภะณามะ เส.) อะตีตัง นาน๎วาคะเมยยะ นัปปะฏิกังเข อะนาคะตัง,

บุคคลไม่ควรตามคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้วด้วยอาลัย ; และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง ;

ยะทะตีตัมปะหีนันตัง

อัปปัตตัญจะ อะนาคะตัง,

สิ่งเป็นอดีตก็ละไปแล้ว ; สิ่งเป็นอนาคตก็ยังไม่มา ;

ปัจจุปปันนัญจะ โย ธัมมัง ตัตถะ ตัตถะ วิปัสสะติ, อะสังหิรัง อะสังกุปปัง ตัง วิทธา มะนุพ๎รูหะเย. ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้าในที่นั้นๆ อย่างแจ่มแจ้ง ; ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้.

38

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


อัชเชวะ กิจจะมาตัปปัง

โก ชัญญา มะระณัง สุเว,

นะ หิ โน สังคะรันเตนะ

มะหาเสเนนะ มัจจุนา,

เอวัง วิหาริมาตาปิง ตัง เว ภัทเทกะรัตโตติ

อะโหรัตตะมะตันทิตัง, สันโต อาจิกขะเต มุนิ.

ความเพียรเป็นกิจทีต่ อ้ งทำ�วันนี,้ ใครจะรูค้ วามตาย แม้พรุง่ นี้ ; เพราะการผัดเพีย้ นต่อมัจจุราชซึง่ มีเสนามาก ย่อมไม่มสี �ำ หรับเรา ;

มุนีผู้สงบ ย่อมกล่าวเรียกผู้มีความเพียรอยู่เช่นนั้น, ไม่เกียจคร้าน ทั้งกลางวันกลางคืน ว่า, “ผู้เป็นอยู่แม้เพียงราตรีเดียว ก็น่าชม”.

๑๐. ธัมมคารวาทิคาถา (หันทะ มะยัง ธัมมะคาระวาทิคาถาโย ภะณามะ เส.) เย จะ อะตีตา สัมพุทธา เย จะ พุทธา อะนาคะตา, โย เจตะระหิ สัมพุทโธ พะหุนนัง โสกะนาสะโน, พระพุทธเจ้าบรรดาที่ล่วงไปแล้วด้วย, ที่ยังไม่มาตรัสรู้ด้วย, และพระพุทธเจ้าผู้ขจัดโศกของมหาชนในกาลบัดนี้ด้วย ;

สัพเพ สัทธัมมะคะรุโน อะถาปิ วิหะริสสันติ

วิหะริงสุ วิหาติ จะ, เอสา พุทธานะธัมมะตา.

ตัส๎มา หิ อัตตะกาเมนะ สัทธัมโม คะรุกาตัพโพ

มะหัตตะมะภิกังขะตา, สะรัง พุทธานะสาสะนัง.

พระพุทธเจ้าทั้งปวงนั้น ทุกพระองค์ เคารพพระธรรม, ได้เป็นมาแล้วด้วย, กำ�ลังเป็นอยู่ด้วย, และจักเป็นด้วย, เพราะธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นเช่นนั้นเอง. เพราะฉะนัน้ บุคคลผูร้ กั ตน หวังอยูเ่ ฉพาะคุณเบือ้ งสูง, เมือ่ ระลึกได้ ถึงคำ�สัง่ สอนของพระพุทธเจ้าอยู,่ จงทำ�ความเคารพพระธรรม. จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

39


มาตา ปิตา จะ อัต๎ระชัง นิจจัง รักขันติ ปุตตะกัง,

มารดาและบิดา ย่อมรักษาบุตรที่เกิดในตนเป็นนิจ ฉันใด ;

ขอพระราชา จงปกครองประชาชนโดยชอบธรรม, ฉันนั้น ตลอดกาลทุกเมื่อ เทอญ.

เอวัง ธัมเมนะ ราชาโน ปะชัง รักขันตุ สัพพะทา.

นมัสการพระอรหันต์ ๘ ทิศ

(หันทะ มะยัง สะระภัญเญนะ พุทธะมังคะละคาถาโย ภะณามะ เส.) สัมพุทโธ ทิปะทัง เสฏโฐ, พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผูซ้ ง่ึ ทรงประเสริฐกว่าบรรดาเหล่าสัตว์สองเท้า ; นิสินโน เจวะ มัชฌิเม, พระองค์ประทับอยู่ตรงกลาง ; โกณฑัญโญ ปุพพะภาเค จะ, พระอัญญาโกณฑัญญเถระ อยู่ทางทิศตะวันออก ; อาคะเณยเย จะ กัสสะโป, พระมหากัสสปเถระ อยูท่ างทิศตะวันออกเฉียงใต้ ; สารีปุตโต จะ ทักขิเณ, พระสารีบตุ รเถระ อยูท่ างทิศใต้ ; หะระติเย อุปาลี จะ, พระอุบาลีเถระ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ; ปัจฉิเมปิ จะ อานันโท, พระอานนทเถระ อยู่ทางทิศตะวันตก ; พายัพเพ จะ คะวัมปะติ, พระควัมปติเถระ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ; จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

83


โมคคัลลาโน จะ อุตตะเร, พระโมคคัลลานเถระ อยู่ทางทิศเหนือ ; อิสาเนปิ จะ ราหุโล, พระราหุลเถระ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ; อิเม โข มังคะลา พุทธา, พระพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระสาวกผู้เป็นมงคลเหล่านี้แล ; สัพเพ อิธะ ปะติฏฐิตา, ได้ประดิษฐานอยู่ ณ สถานที่นี้หมดแล้ว ; วันทิตา เต จะ อัมเหหิ, พวกเราได้กราบไหว้ซึ่งพระพุทธเจ้า,

และเหล่าพระสาวกทั้งหมดเหล่านั้นด้วย ;

อย่างนี้, ได้กองแห่งบุญอันไพบูลย์ด้วยประการฉะนี้แล้ว ;

ด้วยอานุภาพแห่งพระรัตนตรัยนั้น, ขอข้าพเจ้า จงเป็นผู้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายด้วยเถิด ;

สักกาเรหิ จะ ปูชิตา, และได้บูชาแล้วด้วยเครื่องสักการะทั้งหลาย ; เอเตสัง อานุภาเวนะ, ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า และพระสาวกเหล่านั้น ; สัพพะโสตถี ภะวันตุ โน. ขอพวกเราจงมีแต่ความสุขสวัสดีเถิด. อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยัง ยัง, ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง, ข้าพเจ้านมัสการอยู่ซ่งึ พระรัตนตรัยใด, อันควรกราบไหว้เป็นอย่างยิ่ง ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโย.

84

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


วันทามิ พุทธัง

วันทามิ พุทธัง ภะวะปาระติณณัง,

ข้าพเจ้า ขอนมัสการพระพุทธเจ้าผูข้ า้ มฝัง่ แห่งภพ ;

ผูเ้ ป็นธงชัยแห่งไตรโลก ผู้เป็นนาถะเอกของไตรภพ ;

ผู้ประเสริฐในโลก ตัดกิเลสทั้งสิ้นได้แล้ว ช่วยปลุกปวงชนให้ตื่น ;

บนหาดทรายแทบฝั่งแม่น้ำ�นัมมทา ;

รอยพระบาทใด อันพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้, เหนือภูเขาสัจจพันธ์และเหนือยอดภูเขาสุมนา ;

รอยพระบาทใด อันพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ ในเมืองโยนก ;

ข้าพเจ้า ขอนมัสการรอยพระบาทนั้นๆ ของพระมุนี, ด้วยเศียรเกล้า.

ติโลกะเกตุง ติภะเวกะนาถัง,

โย โลกะเสฏโฐ สะกะลัง กิเลสัง เฉตîวานะ โพเธสิ ชะนัง อะนันตัง. ยัง นัมมะทายะ นะทิยา ปุลิเน จะ ตีเร, รอยพระบาทใด อันพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้, ยัง สัจจะพันธะคิริเก สุมะนาจะลัคเค, ยัง ตัตถะ โยนะกะปุเร มุนิโน จะ ปาทัง,

ตัง ปาทะลัญชะนะมะหัง สิระสา นะมามิ.

สุวัณณะมาลิเก สุวัณณะปัพพะเต สุมะนะกูเฏ โยนะกะปุเร นัมมะทายะ นะทิยา ปัญจะปาทะวะรัง ฐานัง อะหัง วันทามิ ทูระโต, ข้าพเจ้าขอนมัสการสถานที่มีรอยพระบาท ๕ สถาน, แต่ที่ไกลคือ, ทีภ่ เู ขาสุวรรณมาลิก ๑, ทีภ่ เู ขาสุวรรณบรรพต ๑, ทีภ่ เู ขาสุมนกูฏ ๑, ทีโ่ ยนกบุรี ๑, ที่แม่น้ำ�นัมมทา ๑ ;

จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

85


อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยัง ยัง, ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง,

ข้าพเจ้านมัสการอยูซ่ ง่ึ พระรัตนตรัยใด, อันควรกราบไหว้เป็นอย่างยิง่ อย่างนี,้ ได้กองแห่งบุญอันไพบูลย์ดว้ ยประการฉะนีแ้ ล้ว ;

ด้วยอานุภาพแห่งพระรัตนตรัยนั้น, ขอข้าพเจ้า จงเป็นผู้แคล้วคลาด ปลอดภัยจากภยันตรายด้วยเถิด ;

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอเตือนท่านทั้งหลาย ;

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอให้ท่านทั้งหลายทราบไว้ว่า ;

สังขารทั้งหลาย มีอันเสื่อมสิ้นไปเป็นธรรมดา ;

ขอท่านทั้งหลาย จงยังประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด.

ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโย. อามันตะยามิ โว ภิกขะเว,

ปะฏิเวทะยามิ โว ภิกขะเว, ขะยะวะยะธัมมา สังขารา,

อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถาติ.

วันทาเล็ก

วันทามิ พุทธัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ ธัมมัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ สังฆัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ มาตาปิตะเร จะ คะรูปัชฌายาจะริเย สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ อาราเม พัทธะเสมายัง โพธิรุกขัง เจติยัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต

86

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


วันทามิ ภันเต ภะคะวา ติโลกะนาถัง อะตีตัง เม โทสัง อะนาคะตัง เม โทสัง ปัจจุปปันนัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ.

วันทาพระ

วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิตัพพัง สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ.

รับอรุณ

(นะโม ๓ จบ) อะหัง ภันเต ภะคะวา อะรุโณ อุทะโย ปุจฉามิ ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต ภะคะวา อะรุโณ อุทะโย ปุจฉามิ ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต ภะคะวา อะรุโณ อุทะโย ปุจฉามิ

คาถาหว่านทราย

อิมัสîมิง ราชะเสมาณาเขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ พุทธะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ. อิมัสîมิง ราชะเสมาณาเขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ ธัมมะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ. อิมัสîมิง ราชะเสมาณาเขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ ปัจเจกะพุทธะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ. อิมัสîมิง ราชะเสมาณาเขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ สังฆะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ. จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

87


คาถาโพธิบาท

บูระพารัสîมิง พระพุทธะคุณัง๑ บูระพารัสîมิง พระธัมมะคุณัง๑ บูระพารัสมî งิ พระสังฆะคุณงั ๑ ทุกขะโรคะภะยัง วิวญ ั ชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวญ ั ชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรกั ขันตุ. หมายเหตุ เที่ยวต่อๆ ไปให้เปลี่ยน บูระพารัสîมิง เป็น อาคะเนย์รัสîมิง, ทักษิณรัสîมิง, หรดีรัสîมิง, ปัจฉิมรัสîมิง, พายัพรัสîมิง, อุดรรัสîมิง, อิสานรัสîมิง, อากาศรััสîมิง, ปฐวีรัสîมิง นอกนั้นเหมือน กันหมด.

คาถามงคลจักรวาลแปดทิศ

อิมัสîมิง มงคลจักรวาลทั้งแปดทิศ ประสิทธิ จงมาเป็นกำ�แพง แก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่วอนัตตา๒ ราชะเสมาณา-

เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ พุทธะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ. หมายเหตุ เที่ยวต่อๆ ไปให้เปลี่ยน พุทธะชาละปะริกเขตเต เป็น ธัมมะชาละปะริกเขตเต, ปัจเจกะพุทธะชาละปะริกเขตเต, สังฆะชาละปะริกเขตเต, นอกนั้นเหมือนกันหมด. ๑

เดิมทีเป็น พระธัมเมตัง, พระสังฆานัง, ซึ่งแปลไม่ได้ความหมาย ในที่นี้จึงเปลี่ยนเป็น พระธัมมะคุณัง (พระธรรมคุณ) พระสังฆะคุณัง (พระสังฆคุณ) เพราะเป็นคำ�ที่มีความหมาย และสอดรับกับคำ�ว่า พระพุทธะคุณงั (พระพุทธคุณ) ในท่อนแรก. ผูใ้ ดประสงค์จะสวดตามเดิมก็ได้ หรือจะสวดตามทีเ่ ปลีย่ นใหม่ ก็ได้ ตามอัธยาศัย ๒ ครอบทั่วอนัตตา หมายถึง คุ้มครองทั่วตัวตนของผู้สวด ซึ่งอนัตตาในที่นี้หมายถึง ตัวตนโดยความไม่มีตัวตน

ที่ควรยึดถือซึ่งเป็นความหมายโดยปรมัตถ์ บางฉบับเป็น อนันตา แปลว่าไม่มีที่สิ้นสุด ก็ได้เหมือนกัน

88

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


พิธีรักษาอุโบสถศีล

เมื่ อ พระสงฆ์ ส ามเณรทำ � วั ต รเช้ า เสร็ จ แล้ ว อุ บ าสกอุ บ าสิ ก าพึ ง ทำ � วั ต ร-เช้ า โดยเริ่มคำ�บูชาพระ ว่า

ยะมะหัง สัมมาสัมพุทธัง ภะคะวันตัง สะระณัง คะโต, (คะตา) พระผู้มีพระภาคเจ้า, พระองค์ตรัสรู้ดีแล้วโดยชอบพระองค์ใด, ข้าพเจ้าถึงแล้วว่าเป็นที่พ่งึ กำ�จัดภัยได้จริง ; อิมินา สักกาเรนะ, ตัง ภะคะวันตัง, อะภิปชู ะยามิ, ข้าพเจ้าบูชา ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น

ด้วยเครื่องสักการะนี้. ยะมะหัง สîวากขาตัง, ธัมมัง สะระณัง คะโต, (คะตา) พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, พระองค์ตรัสไว้ดีแล้วสิ่งใด, ข้าพเจ้าถึงแล้ว ว่ า เป็ น ที่ พึ่ ง กำ � จั ด ภั ย ได้ จ ริ ง ; อิ มิ น า สั ก กาเรนะ, ตั ง ธั ม มั ง อะภิปชู ะยามิ, ข้าพเจ้าบูชา ซึง่ พระธรรมนัน้ ด้วยเครือ่ งสักการะนี้ ; ยะมะหัง สุปะฏิปันนัง, สังฆัง สะระณัง คะโต, (คะตา) พระสงฆ์ทท่ี า่ นเป็นผูป้ ฏิบตั ดิ แี ล้วหมูใ่ ด, ข้าพเจ้าถึงแล้วว่าเป็นทีพ่ ง่ึ กำ�จัดภัย ได้จริง ; อิมินา สักกาเรนะ, ตัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ. ข้าพเจ้าบูชา ซึ่งพระสงฆ์หมู่นั้น, ด้วยเครื่องสักการะนี้. อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ) สîวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ (กราบ) (ต่อจากนี้ ทำ�วัตรเช้า จบแล้วหัวหน้าอุบาสกหรืออุบาสิกาพึงคุกเข่าประนมมือ ประกาศ องค์อุโบสถ ทั้งคำ�บาลีและคำ�ไทยดังนี้) จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

89


อัชชะ โภนโต ปักขัสสะ อัฏฐะมีทิวะโส (ถ้าวันพระ ๑๕ ค่ำ� ว่า ปัณณะระสีทิวะโส, ๑๔ ค่ำ�ว่า จาตุททะสีทิวะโส) เอวะรูโป โข

โภนโต ทิวะโส พุทเธนะ ภะคะวะตา ปัญญัตตัสสะ ธัมมัสสะวะนัสสะ เจวะ ตะทัตถายะ อุปาสะกะอุปาสิกานัง อุโปสะถัสสะ จะ กาโล โหติ หันทะ มะยัง โภนโต สัพเพ อิธะ สะมาคะตา ตัสสะ ภะคะวะโต ธัมมานุธมั มะปะฏิปตั ติยา ปูชะนัตถายะ อิมญ ั จะ รั ต ติ ง อิ มั ญ จะ ทิ ว ะสั ง อั ฏ ฐั ง คะสะมั น นาคะตั ง อุ โ ปสะถั ง อุ ป ะวะสิสสามาติ กาละปะริจเฉทัง กัตîวา ตัง ตัง เวระมะณิง อารัมมะณัง กะริตîวา อะวิกขิตตะจิตตา หุตîวา สักกัจจัง อุโปสะถัง สะมาทิเยยยามะ อีทิสัง หิ อุโปสะถัง สัมปัตตานัง อัมหากัง ชีวิตัง มา นิรัตถะกัง โหตุ.

คำ�แปล ขอประกาศเริ่มเรื่องความที่จะสมาทานรักษาอุโบสถ อันพร้อมไป ด้วยองค์แปดประการ ให้สาธุชนที่ได้ตั้งจิตสมาทานทราบทั่วกันก่อน แต่ สมาทาน ณ บัดนี้ ด้วยวันนี้เป็น วันอัฏฐมีดิถีที่แปด (ถ้าวันพระ ๑๕ ค่ำ� ว่า วันปัณณรสีดิถีที่สิบห้า, ๑๔ ค่ำ� ว่า วันจาตุททสีดิถีที่สิบสี่) แห่งปักษ์มาถึงแล้ว ก็แหละวันเช่นนี้ เป็นกาลที่สมเด็จพระผู้มีพระภาค เจ้าทรงบัญญัติแต่งตั้งไว้ให้ประชุมกันฟังธรรม และเป็นกาลที่จะรักษา อุโบสถของอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย เพื่อประโยชน์แก่การฟังธรรมนั้น ด้วย เชิญเถิดเราทั้งหลายทั้งปวงที่ได้มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ พึง กำ�หนดกาลว่าจะรักษาอุโบสถตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่งนี้ แล้วพึงทำ�ความ เว้นโทษนั้นๆ เป็นอารมณ์ คือ :-

90

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย


- เว้นจากการฆ่าสัตว์ ๑ - เว้นจากการถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้แล้ว ๑ - เว้นจากการประพฤติกรรมที่เป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ ๑ - เว้นจากการเจรจาคำ�เท็จล่อลวงผู้อื่น ๑ - เว้นจากการดื่มสุราเมรัย อันเป็นเหตุที่ตั้งแห่งความประมาท ๑ - เว้นจากการบริโภคอาหาร ตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์เที่ยง แล้วไปจนถึงเวลาอรุณขึ้นมาใหม่ ๑ - เว้นจากการฟ้อนรำ� ขับร้อง การประโคมดนตรี การดูการละเล่น ชนิดเป็นข้าศึกแก่บุญกุศลทั้งสิ้น และทัดทรงสวมใส่ ประดับ ตกแต่ ง ร่ า งกาย ด้ ว ยดอกไม้ ของหอม เครื่ อ งประดั บ เครื่ อ งผั ด ทา ทำ�กายให้วิจิตรงดงามต่างๆ อันเป็นเหตุ ทีต่ ง้ั แห่งความกำ�หนัดยินดี ๑ - เว้นจากการนั่งนอนเหนือเตียงตั่งม้าที่มีเท้าสูงเกินประมาณ และที่น่ังที่นอนใหญ่ ภายในมีนุ่นและสำ�ลี และเครื่อง ปูลาดทีว่ จิ ติ รด้วยเงินและทองต่างๆ ๑

อย่าให้มีจิตฟุ้งซ่านส่งไปที่อื่น พึงสมาทานเอาองค์อุโบสถทั้งแปด ประการโดยเคารพ เพื่ อ จะบู ช าสมเด็ จ พระผู้ มี พ ระภาคเจ้ า นั้ น ด้ ว ย ธรรมานุธรรมปฏิบัติ อนึ่ง ชีวิตของเราทั้งหลายที่ได้เป็นอยู่รอดมาถึง วันอุโบสถเช่นนี้ จงอย่าได้ล่วงไปเสียเปล่าจากประโยชน์เลย (เมื่อหัวหน้าประกาศจบแล้ว พระสงฆ์ผู้แสดงธรรมขึ้นนั่งบนธรรมาสน์ อุบาสกอุบาสิกา พึงนั่งคุกเข่ากราบพร้อมกัน ๓ ครั้ง แล้วกล่าวคำ�อาราธนาอุโบสถศีลพร้อมกัน ว่าดังนี้)

มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง อุโปสะถัง ยาจามะ. (ว่า ๓ จบ) จำ�กัด บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

91


ต่ อ นี้ คอยตั้ งใจรั บ สรณคมน์ แ ละศี ลโดยเคารพ คื อ ประนมมื อ ว่ า ตามคำ � ที่ พ ระสงฆ์ บอกเป็นตอนๆ ว่า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ) พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ. เมื่อพระสงฆ์ว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง. พึงรับพร้อมกันว่า อามะ ภันเต. จากนั้นว่าตามพระสงฆ์ไปทีละวรรค ๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. ๒. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. ๓. อะพîรัหîมะจะริยา เวระมณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. ๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. ๕. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. ๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

92

บทสวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-เย็น แปลไทย

บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น แปลไทย (A4)  
บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น แปลไทย (A4)  
Advertisement