นิธิ สถาปิตานนท์ บทสนทนากับนักศึกษา นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมษายน 2562

Page 1

นิธิ สถาปิตานนท์

บทสนทนากับนักศึกษา

นิสิตคณะสถาปตยกรรมศาสตร มหาว�ทยาลัยเกษตรศาสตร เมษายน 2562


6


7

29 เมษายน 2562 คณะสถาปั ต ยกรรมศาสตร์ มหาวิ ท ยาลั ย เกษตรศาสตร์



13

คุณนิธิเริ่มต้นอย่างไร

สวัสดีท่านอาจารย์และน้องๆ นักศึกษาที่มาร่วมฟังค�ำบรรยาย ในวันนี้ เมื่ออาจารย์โทรศัพท์เชิญผมให้มาบรรยายในวิชา Professional Practice ซึ่งผมเรียนอาจารย์ไปว่า ผมเกษียณ จากการท�ำงานวิชาชีพมา 7-8 ปีแล้ว ไม่ได้ practice ไม่ได้ พบลูกค้า หรือแก้ปัญหาในเชิงธุรกิจมานาน จนตามเทรนด์ ของการประกอบธุรกิจยุคสมัยนี้ไม่ทันแล้ว ทุกวันนี้ ผมก็ เบี่ยงเบนไปท�ำงานสเกลเล็กๆ เช่น ออกแบบวัด ออกแบบเจดีย์ ท�ำงานสาธารณกุศลต่างๆ รวมทั้งท�ำงานผลิตหนังสือ หรือไม่ ก็ท�ำงานท้าทายตัวเองและชอบ อยากท�ำในชีวิต เช่น เขียนรูป เปิดร้านหลากหลายรูปแบบทีอ่ ยากท�ำ หรือมีความรู้ จนหลายคน มองว่าไร้สาระ เสียเวลา เสียเงินทองไปแบบเปล่าประโยชน์ แต่ทา้ ยสุดแล้วมันก็เป็นความสุขลึกๆ ทีไ่ ด้ทำ� โดยไม่รบกวนใคร และไม่ท�ำความล�ำบากให้ใครโดยเฉพาะคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัวของเรา อาจารย์ซึ่งโทรศัพท์ไปเชิญผมบอกว่า ประสบการณ์พวกนีแ้ หละทีอ่ ยากให้มาเล่ามาคุยให้นกั ศึกษาฟัง เพราะนักศึกษารุ่นใหม่ๆ สนใจท�ำธุรกิจ สนใจมีธุรกิจเป็นของ ตัวเอง การท�ำธุรกิจในสายวิชาชีพมีคนมาแวะเวียนพูดคุย ให้ฟังกันอยู่เสมอๆ ถ้าจะมีโอกาสได้มาฟังผมในแง่มุมอื่นบ้าง ก็น่าจะเป็นประโยชน์ ด้วยเหตุผลนี้ ผมยินดีและเต็มใจ มาเล่าสู่กันฟัง


14

ในช่วงที่เรียนอยู่ ตั้งเป้าหมายในสายอาชีพสถาปนิกอย่างไรบ้าง ผมไม่ได้เฉไฉไปท�ำอย่างอืน่ ตลอดช่วงการท�ำงานเป็นสถาปนิกมา เริม่ คิดท�ำอย่างอืน่ ตอนเกษียณทีไ่ ด้ทำ� อะไรเยอะแยะมากมาย ตอนที่ท�ำงานอาชีพนี้ผมมุ่งมั่นท�ำอย่างเดียวเลย ก้าวไปทุกขั้น เป็นสถาปนิกมาตลอด สร้างองค์กร สร้างบริษทั ออกมาได้จนถึง ทุกวันนี้ เพราะว่าไม่คอ่ ยวอกแวกไปท�ำอย่างอืน่ ทุกๆ วันก็มงุ่ มัน่ ท�ำแต่กบั งานสถาปนิก ท�ำตามหน้าทีข่ องเราให้ดที สี่ ดุ ทีส่ ำ� คัญ ในชีวติ ของผม คือการสร้างองค์กร การสร้างคน สร้างทีมงาน ไม่เคยคิดว่าใครอยูก่ บั ผมครบสิบปีแล้วให้เขาออกไป เพราะว่า จากสิง่ ทีเ่ ขาท�ำงานกับเรามาสิบปี ประสบการณ์เขาช่วยผมได้เยอะ ฉะนัน้ ใครอยูก่ บั ผมเป็น 10–20 ปี ต้องยกย่องและให้ความส�ำคัญ กับเขา บริษทั เปิดมาประมาณ 36 ปีแล้ว หลายคนก็อยูด่ ว้ ยกัน มาเป็น 20–30 ปี เพราะฉะนั้นให้เขาอยู่จนเกษียณ คนที่มี ประสบการณ์จะช่วยเราสร้างองค์กรให้เข้มแข็งต่อไปได้ ทุกวันนี้ ผมเกษียณได้อย่างสบายเพราะว่าคนที่ท�ำงานต่อจากผม เขาสานต่อได้ เขาปกครองผู้คนต่อจากผมและดูแลบริษัทได้ ซึง่ ผมก็ได้เกษียณจริงๆ ผมเป็นสถาปนิกทีเ่ มือ่ ประกาศตัวเกษียณ ผมขอไม่ยงุ่ กับบริษทั อีก ผมจะไม่ยงุ่ กับเรือ่ งบริหาร ห้ามปรึกษาผม ทุกเรือ่ ง เพราะการทีเ่ ขามาปรึกษาในทุกๆ เรือ่ ง เขาจะไปต่อ ล�ำบาก เพราะเขาจะระแวงขอปรึกษาผมทุกเรื่อง ทั้งเรื่อง พนักงาน เรื่องลูกค้า เรื่องโปรเจ็กต์ เรื่องปัญหาต่างๆ หลักเกณฑ์ของผมคือ ไม่ให้ปรึกษาทุกเรือ่ ง เขาต้องช่วยตัวเอง ต้องปรึกษากันเอง เพราะฉะนั้น เมื่อผมเกษียณแล้วผู้บริหาร รุ่นต่อไปของผม เขาก็กล้าตัดสินใจดูแลบริษัทผมก็ไปต่อได้ อย่างสบาย โดยทีผ่ มไม่ตอ้ งไปยุง่ และผมก็มเี วลาไปคิดท�ำอย่างอืน่


15

เคยรู้สึกเบื่อกับงานที่ท�ำไหม และมีวิธีการรับมืออย่างไร

ผมรักวิชาชีพนี้ ผมเป็นสถาปนิก ไม่คอ่ ยเบีย่ งเบนไปท�ำอย่างอืน่ ในตลอดชีวิตการท�ำงานของผม ผมไม่เคยคิดไปเป็น ดีเวลลอปเปอร์ ไม่ได้เล่นการเมือง มีสถาปนิกรุ่นพี่หลายคน ที่พอถึงจุดที่มีชื่อเสียง เขาเริ่มอยากมีชื่อเสียงมากขึ้นไปอีก อยากให้สังคมรู้จักในระดับประเทศ ก็ไปเล่นการเมืองบ้าง ไปสนับสนุนพรรคการเมืองบ้าง แต่ผมมุ่งมั่นท�ำงานเป็น สถาปนิกตลอดชีวิต มีความรู้สึกว่าท�ำด้วยใจรัก ไม่เคยเบื่อ กับมัน พอรักวิชาชีพนี้แล้ว จะไม่มีค�ำว่าเบื่อ ไม่ว่าเป็นงาน อะไรก็แล้วแต่ พอมาถึงช่วงที่สร้างวัด เราน่าจะเบื่อ เพราะ งานไทยประเพณีดไู ม่นา่ สนุก แต่ความจริงแล้วเราท�ำให้สนุกได้ ทดลองเปลี่ยนแปลง คิดใหม่ท�ำใหม่ได้ ท�ำให้เราตื่นตัวมุ่งมั่น สร้างงานใหม่ๆ ได้ และท�ำทุกอย่างได้โดยไม่เบื่อ เผอิญผม ไปบวชมา มีความรู้สึกว่าเวลาจะท�ำอะไรต้องมีสติ รู้สึกตัว ตลอดเวลา จะท�ำให้ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่คิดฟุ้งซ่าน และจดจ่อกับ งานที่ท�ำอยู่


ที่สำ�คัญในชีวิตของผม คือการสร้างองค์กร การสร้างคน สร้างทีมงาน ไม่เคยคิดว่าใครอยู่กับผมครบสิบปีแล้วให้เขาออกไป เพราะว่าจากสิ่งที่เขาทำ�งานกับเรามาสิบปี ประสบการณ์เขาช่วยผมได้เยอะ ฉะนั้นใครอยู่กับผมเป็น 10–20 ปี ต้องยกย่องและให้ความสำ�คัญกับเขา



48

มีขอบเขตการท�ำงาน หรือให้การจ�ำกัดความระหว่าง โมเดิร์นกับความเป็นไทยอย่างไร คุณดูงานของผมแล้วมีความเป็นไทยไหม ถ้ามี นั่นคือว่า ท�ำอย่างไรให้ดูเป็นไทยให้ได้ หาความเป็นไทย เราก็ตีแผ่ดูว่า ความเป็นไทยนั้นมีคาแรคเตอร์อย่างใดได้บ้าง ไม่ใช่อยู่ที่ว่า ตรงหลังคามีช่อฟ้า ใบระกา ถึงจะดูเป็นไทย จริงๆ แล้ว ความเป็นไทย คือฟอร์ม การยกใต้ถุนสูง การใช้ดีเทล อะไรบางอย่าง แค่ช่องหน้าต่างที่ท�ำให้เป็นไทย ก็ออกมาดู เป็นไทยได้ หรือเรื่องของสเปซภายใน ถ้ามีความเป็นไทย เข้าไปแล้วให้ความรู้สึกเป็นไทย ก็เป็นไทยแล้ว เพราะฉะนั้น อย่าไปกลัว อย่าคิดว่าพอเป็นไทยแล้วต้องท�ำช่อฟ้า ใบระกา เท่านั้น อย่างโบสถ์ที่ข้างนอกดูไม่ไทย พอได้เข้าไปข้างใน ผมว่ามีความเป็นไทยอยู่ในนั้นพอสมควร เอาพระไปตั้ง องค์หนึ่งก็มีความเป็นไทยแล้ว

วัดป่าสุนันทวนาราม


49

ดูจากผลงานทีท่ ำ� มาในช่วงหลังๆ นี้ คุณนิธิไม่ใฝ่ฝนั ทีจ่ ะท�ำงาน สถาปัตยกรรมไทยสักแห่งทีย่ งิ่ ใหญ่ ระดับประเทศ เป็นต�ำนานสักแห่งของประเทศชาติบา้ งหรือ ในชีวิตผมมีคนเข้ามาคุย เข้ามาปรึกษาหารือ อยากท�ำ โครงการอย่างที่ว่า เช่น อยากท�ำเจดีย์ใหญ่ที่สุดในโลก ฐานเจดีย์กว้างขวางคลุมสนามฟุตบอลได้ถึง 3 สนาม ความสูงแทบจะเสียดฟ้า รอบๆ เจดีย์อยากให้มีพระพุทธรูป อีก 999 องค์ รายล้อมอยู่รอบๆ คนพวกนี้คุยด้วยแล้วก็รู้ว่า ไม่ปกติ ชอบอ้างว่ามีนิมิตรเห็นเทพเทวดามาเข้าฝันให้ท�ำ ในเรื่องนี้ ถ้าเราหลงไปกับเขา ชีวิตคงพังไปกับเขาด้วย เพราะเจตนาของการท�ำโครงการประเภทนี้ บางกลุ่มบางพวก ท�ำเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะออกไปหาเงินบริจาค เรี่ยไรกัน เป็นกอบเป็นก�ำ โครงการท�ำขึ้นมาแล้วไม่เคยได้สร้าง พวกหาเงินร�่ำรวยกันไป ส่วนชาวบ้านก็ถูกหลอก ผมระมัดระวังในเรื่องท�ำนองนี้อย่างมาก การจะได้สร้าง และออกแบบงานสถาปัตยกรรมไทย ที่ยิ่งใหญ่ เป็นสมบัติ ของประเทศชาติขึ้นมาได้นั้น ผมว่าต้องเป็นบุญบารมีของ ผู้ที่จะท�ำขึ้นมาได้จริงๆ มีความพร้อมของหลายๆ ปัจจัย และข้อส�ำคัญต้องท�ำด้วยจิตใจบริสุทธิ์จริงๆ เมื่อผู้คน มีจิตศรัทธาร่วมแรงร่วมใจกัน ทุกอย่างก็เกิดขึ้นได้


50

หอประชุมนวมภูมินทร์ วชิราวุธวิทยาลัย


51

พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน


64

อยากทราบถึงความแตกต่างของคุณนิธิในฐานะของสถาปนิก และผู้บริหาร ผมท�ำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน ผมว่าผมแบ่งเวลาได้ ในห้องท�ำงานของผม ใครเคยเข้าไปหาจะเห็นว่ามีโต๊ะอยู่ 3 ตัว โต๊ะหนึ่งไว้ส�ำหรับเรื่องงานบริหารจัดการต่างๆ มีงานเอกสารวางให้เซ็น ซึ่งไม่ได้ใช้ท�ำงานด้านสถาปัตยกรรม ขณะที่อีกตัวหนึ่งใช้ท�ำงานด้านสถาปัตยกรรม ออกแบบ มีไม้ทีสแควร์ ส่วนอีกตัวหนึ่งใช้ส�ำหรับเขียนรูป ผมมีโต๊ะ ถึง 3 ตัว บางคนสงสัยว่าผมท�ำได้อย่างไร แบ่งเวลาได้ อย่างไร ใช้งานโต๊ะทั้ง 3 ตัวในวันเดียว ซึ่งมันท�ำได้ อย่างเวลาผมเขียนลายเส้น พอมีเรื่องอื่นเข้ามาก็ทิ้งไว้ก่อน ภาพเขียนผมไม่ได้ลงเป็นสีนำ�้ มันทีเ่ รือ่ งมาก ใช้ปากกาด้ามเดียว สามารถเขียนและหยุดเขียนได้ทุกเวลา เปลี่ยนไปนั่งท�ำงาน แทน เพราะการบริหาร เซ็นเช็ค เรื่องเงินทองมีทุกวัน ผมก็ ต้องท�ำทุกวัน และเรื่องที่ออกแบบโปรเจ็กต์ ผมลงมือเอง จึงต้องมีโต๊ะเขียนแบบ นั่งเขียนไปเพื่อให้ลูกน้องเอาไปท�ำต่อ เพราะฉะนั้นการแบ่งเวลาต้องฝึกสมาธินิดหน่อย จะไม่สับสน วุ่นวาย พอจบเรื่องหนึ่งแล้วก็ต้องหยุดมาท�ำอีกเรื่องต่อ บางทีอารมณ์เสียเพราะลูกน้องเขากวนใจจนเราอารมณ์ไม่ดี ผมก็นั่งเงียบๆ คนเดียว เขียนรูปสบายๆ ไม่พูดกับใคร ก็แก้ปัญหา สงบสติอารมณ์ได้


65


อย่าไปตื่นเต้นกับความร�่ำรวยของคน บางทีความร�่ำรวยของเขา ทำ�ให้เราหลงทาง


เราเคยนิยามว่าลูกค้าคือพระเจ้า แต่ผมสอนคนในบริษัทว่า อย่าไปคิดว่าเขาเป็นพระเจ้า ให้คิดว่าเขาคือผู้ร่วมงานที่ดีของเรา