Page 1

จดหมายข่าว

www.thaiyogainstitute.com

คุยกันก่อน ปฏิทนิ กิจกรรม กิจกรรมของเครือข่าย คุณถาม เราตอบ แลกๆ เล่าๆ จดหมายจากศิษย์ แนะนําหนังสือ สะกิดสะเกา ตําราโยคะดัง้ เดิม เกร็ดความรูโ้ ยคะ เล้งเล่าเรือ่ ง ประชาสัมพันธ์

วิถชี วี ติ เพือ่ สุขภาวะ

ฉบับเดือน เมษายน 2554

2 โยคะในสวนธรรม 2 ธรรมะปฏิบตั เิ พือ่ มงคลชีวติ , โยคะเด็ก 2 ปวดเข่า 3 สวาธยายะ (ต่อ) 4 เวลาแห่งการให้ เป็นเวลาแห่งการรับ 6 พุทธวิธใี นการสอน พระธรรมปิฏก 7 คําถามทีไ่ ม่มคี าํ ตอบถูกผิด 8 ลําดับการเดินทางของจิตเข้าสู่สภาวะไกวัลย์ 9 การหายใจมีผลอย่างไรกับท่าฝึกโยคะ 11 doggy poo 12 อบรมครูโยคะ หลักสูตร 250 ชัวโมง ่ ปี 2554 13

จดหมายข่าว โยคะสารัตถะ วิถชี วี ติ เพือ่ สุขภาวะ ที่ปรึกษา แก้ว วิฑรู ย์เธียร ธีรเดช อุทยั วิทยารัตน์ นพ.ยงยุทธ วงศ์ภริ มย์ศานติ ์ นพ.สมศักดิ ์ ชุณหรัศมิ ์ กองบรรณาธิ การ กวี คงภักดีพงษ์, จิรวรรณ ตัง้ จิตเมธี, จีระพร ประโยชน์วบิ ลู ย์, ชนาพร เหลืองระฆัง, ณัตฐิยา ปิยมหันต์, ณัฏฐ์วรดี ศิรกิ ุลภัทรศรี, ธนวัชร์ เกตน์วมิ ตุ , ธัญยธรณ์ อรัณย์ชลาลัย, ธีรนิ ทร์ อุชชิน, พรจันทร์ จันทนไพรวัน, รัฐธนันท์ พิรยิ ะกุลชัย, วรรณวิภา มาลัยนวล, วัลลภา ณะนวล, วิสาขา ไผ่งาม, วีระพงษ์ ไกรวิทย์, ศันสนีย์ นิรามิษ, สมดุลย์ หมันเพี ่ ยรการ, สุจติ ฏา วิเชียร

สถาบันโยคะวิชาการ มูลนิธหิ มอชาวบ้าน 201 ซอยรามคําแหง 36/1 บางกะปิ กทม.10240 โทรศัพท์ 02 732 2016-7, 081 401 7744 โทรสาร 02 732 2811 อีเมล์ yogasaratta@yahoo.co.th เว็บไซท์ www.thaiyogainstitute.com

สิ่ งตีพิมพ์ news 1104 1


เหตุการณ์แผ่นดินไหวทีป่ ระเทศญีป่ นุ่ เมื่อวันศุกร์ท่ี เอาอหังการ กวาดเอาความจองหองของมนุษย์ไปด้วย ขณะที่ 11 มีนาคม 2554 ช่างรุนแรงเหลือเกิน เราคงจดจําภาพสึนามิ กําลังเขียนทักทายนี้ กําลังมีการรณรงค์ฟ้ืนฟูประเทศญีป่ นุ่ ก็ ไปได้อกี นาน ในแง่นงึ คลื่นยักษ์สร้างความสูญเสียพัดพาชีวติ เลยอยากฝากรณรงค์ ฟื้นฟูปญั ญา (ในใจตนเอง) เพื่อทําลาย บ้านเรือน ทรัพย์สนิ ไป แต่ในอีกแง่นึง สึนามิกไ็ ด้ชว่ ยกวาด ความโลภ โกรธ หลง ให้ราบเตียนไปเสียเถอะ ____________________________________________________________ จิ ตสิ กขา เดือนเมษายน ตรงกับวันหยุดยาว งด 1 ครัง้ --------------------------------------------------------โยคะอาสนะขัน้ พืน้ ฐานเพือ่ ความสุข

เดือนเมษายน ตรงกับวันหยุดยาว งด 1 ครัง้ ----------------------------------------------------------

เชิญอัพเดทข่าวสถาบันฯ เป็ น fan ในเฟสบุ๊คที่ http://www. และทาง Twitter ที่ http://twitter.com/yogathai facebook.com/pages/thaiyogainstitute/208189084154 --------------------------------------------------------โยคะในสวนธรรม เชิญเข้าร่วมกิจกรรม “โยคะในสวน พุธที่ 3 20 เม.ย. โยคะสลายเครียด โดย ครูรฐั ธนันท์ – ครูกฤษณ์ ธรรม” ปี 2554 นี้ ทุกเย็นวันพุธทีส่ าม ของเดือน เวลา 17.00 – 18.30 น. และ ทุกวันเสาร์ทส่ี ข่ี องเดือน เวลา 10.00 – เสาร์ท่ี 4 23 เม.ย. โยคะ โดย ครูวรี ะพันธ์ ไกรวิทย์ ไม่เสียค่าใช้จา่ ย 12.00 น. ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส สวนวชิรเบญทิศ ถ. วิภาวดีรงั สิต (หลังตึก ปตท. ห้าแยกลาดพร้าว) -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

โครงการอบรม ธรรมะปฏิบตั เิ พือ่ มงคลของชีวติ ครัง้ ที่ ๒ โดย ชีวติ สิกขา เครือข่ายเพื่อการเรียนรูแ้ ละเข้าใจชีวติ WWW. JIVIT.NET ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ถนน วิภาวดีรงั สิต วันเสาร์ท่ี ๒ เมษายน เวลา ๙.๐๐–๑๗.๐๐ น. *********************************** มงคลอันเป็ นเหตุแห่งความเจริญก้าวหน้า และ ความสุขในชีวติ ให้ได้รบั ประโยชน์ทงั ้ ๓ คือ ประโยชน์ในโลก นี้ ประโยชน์ในโลกหน้า และประโยชน์อย่างยิง่ ด้วยการมีสติ ระลึกรูเ้ พื่อหลีกเลีย่ งเหตุแห่งความเสือ่ มทัง้ หลาย และทํา ความดีให้ถงึ พร้อมด้วยกาย วาจา ใจ ทัง้ ในเบือ้ งต้น ท่ามกลาง และในทีส่ ดุ จนเกิดปญั ญาเรียนรูเ้ พื่อพ้นไปจาก อกุศลและกิเลสเครื่องเศร้าหมองทัง้ หลาย อันเป็ นอุปสรรคต่อ ชีวติ ทัง้ ปวง เครือข่ายชีวติ สิกขาขอเชิญกัลยาณมิตรทุกท่าน ฝึก เจริญสติภาวนาเพื่อความรูส้ กึ ตัว รูต้ ่นื อย่างเบิกบาน (ตาม แนวทางหลวงพ่อเทียน) และรับฟงั ธรรมะอันเป็ นมงคลของ news 1104 2

ชีวติ โดย พระอธิการครรชิต อกิญจโน เจ้าอาวาสวัดปา่ สันติ ธรรม จ.ชัยภูมิ เพื่อประโยชน์ของผูเ้ ข้าร่วม กรุณาจัดเวลาเพื่อให้ โอกาสตัวเองได้ฝึกสติและฟงั ธรรมะครบทัง้ วัน สํารองที่ ล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการจัดเตรียมสถานทีแ่ ละอาหาร รับรอง (โปรดแจ้งยกเลิกหากท่านไม่สามารถเข้าร่วมอบรมได้ หลังจากแจ้งสํารองทีแ่ ล้ว) แจ้งชื่อและจํานวนผูเ้ ข้าร่วมได้ท่ี jivitasikkha@ gmail.com สอบถามรายละเอียดเพิม่ เติมได้ทเ่ี บอร์ 087678-1669, 089-899-0094 โครงการ “อาสาเติ มใจผูป้ ่ วย: ศิ ลปะภาวนาบนถุงผ้าชาย ผ้าเหลืองข้างเตียง” ครังที ้ ่6 ชีวติ สิกขา เครือข่ายเพื่อการเรียนรูแ้ ละเข้าใจชีวติ เชิญชวนทุกท่านร่วมฝึกสมาธิกบั การปกั ผ้าด้วยลวดลายต่างๆ โดยมีชายผ้าเหลืองพระ เป็ นส่วนประกอบบนถุงผ้าทีจ่ ะนําไป


ใส่หนังสือธรรมะ / หนังสือสวดมนต์เพื่อส่งมอบให้ผปู้ ว่ ยในกิจ กรรมคลินิกธรรมะตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ร่วมกันบําเพ็ญประโยชน์ เพื่อผูป้ ว่ ยทีร่ อรับกําลังใจ จากทุกท่าน

วันอาทิตย์ท่ี 6 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 10.00-15.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชัน้ 1 หอจดหมายเหตุพทุ ธทาส (ในสวน รถไฟ) สอบถามรายละเอียดเพื่อเติม และ/หรือ แจ้งความ ประสงค์บริจาคหนังสือธรรมะ/บทสวดมนต์ได้ท่ี เครือข่าย ชีวติ สิกขา: ครูดล 087-678-1669 ครูแดง 089-983-4064 ........................................................................... สมบูรณ์แล้ว ผูส้ นใจจะรับ กรุณาส่งอีเมล์ไปที่ สวามีเวทะ ภารตี ดีวีดีบนั ทึกการบรรยาย สมาธิ สําหรับท่านทีพ่ ลาดโอกาสเข้าฟงั ธรรมบรรยาย ของ ahymsin_thai@yahoo.com (โปรดแจ้งชื่อ นามสกุล เบอร์ ท่านสวามี เวทะ ภารตี ในวันที่ 29 มกราคม 2554 ณ สมาคม โทรติดต่อ และ ทีอ่ ยู่ ในอีเมล์ดว้ ย) ทางทีมงานขอรับเงิน ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ ขณะนี้ บันทึก DVD ได้จดั ทําเสร็จ บริจาคชุดละ 50 บาทเพื่อเป็ นค่าวัสดุและค่าไปรษณีย์ ............................................................................ The Little Om: family yoga camp จัดกิจกรรม Kid to ผสานไปด้วยกิจกรรมทีส่ นุกและน่าสนใจสําหรับน้อง ๆ โดย Grow สุขภายในสร้างไว้แต่วยั เยาว์ สําหรับน้องอายุ 5 – 9 ปี ขอเชิญคุณพ่อคุณแม่เข้าร่วมด้วย เพื่อเรียนรูไ้ ปพร้อมกับลูก วันที่ 23-24 เมษายนนี้ ที่ The Forest Home Resort รักของท่าน พร้อมทัง้ สานความสัมพันธ์ทด่ี ใี นครอบครัว ค่า สมัคร 4,200 บาท สําหรับเด็ก 1 คน + ผูป้ กครอง 1 ท่าน นครนายก โดยครูเล็ก เอกชัย และ ครูเก๋ รสสุคนธ์ ครูโยคะรุ่น ผูส้ นใจเชิญติดต่อครูเก๋ 085 121 1396 หรือ ครูเล็ก 081 869 ใหม่ทม่ี คี วามมุง่ มัน่ ตัง้ ใจจัดคอร์สโยคะสําหรับเด็ก เพื่อเป็ น 1816 การปูพน้ื ฐานด้านจิตใจผ่านทางกิจกรรมโยคะสมาธิ ทีผ่ สม ..........................................................................................

ป ว ด เ ข่ า สวัสดีค่ะพีเ่ ละ เมื่อวันศุกร์ทผ่ี ่านมาจนถึงวันอาทิตย์ เอ้นงรถบั ั ่ สไป ต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะนังอยู ่ บ่ นรถ แต่จะลุกขึน้ ยืดเส้นยืด ั ้ ้ามัน สายต่อเมื่อแวะปมนํ เอ้มปี ระเด็นถามว่า ทําไมถึงได้ปวดหัวเข่าทัง้ 2 ข้าง ค่ะ ซึง่ ส่วนทีป่ วดคือบริเวณรอบหัวเข่า แต่สว่ นอื่นไม่ปวด ถ่ายปกติ (แอบสังเกตเหมือนกันว่าถ้าไม่ได้ถ่ายก็จะปวดหัว เข่าและปวดเมื่อยบริเวณขาและหัวเข่าด้วยค่ะ) ชีวติ ประจําวันทีผ่ ่านมาประมาณ 2-3 เดือน เอ้ได้ ั ่ กรยานเสือภูเขา (ทีฟ่ ิตเนส) ด้วยค่ะ วันละ 1 เข้า Class ปนจั ชัวโมง ่ แต่ไม่ทุกวัน อาทิตย์นึงเฉลีย่ 3-4 วันค่ะ ส่วนโยคะก็ เล่นสบาย ๆ ตามหลัก นิ่ง สบาย ใช้แรงแต่น้อย มีสติค่ะ เลย ไม่ทราบว่าประเด็นนี้เกีย่ วกับจักรยานด้วยรึปา่ ว คําถามต่อมา อยากทราบท่าโยคะ แต่ไม่ทราบว่า เรียกว่าท่าอะไร ท่ายืนแล้วก้มตัวลง มือจับข้อเท้า (คล้าย กับปจั ฉิโมทาสนะค่ะ) แต่เป็ น Version ยืน ถามว่าทําไมก้ม จนถึงสุดและมือจับข้อเท้าได้แล้วนัน่ สังเกตว่าหลัง โก่ง ค่ะ ทําไมถึงมันไม่เรียบแบน เป็ นเส้นขนานกับขาค่ะ news 1104 3

โดย กอง บ.ก. ขอบคุณมากค่ะพีเ่ ละสําหรับทุกคําตอบ สวัสดีจะ้ เอ้ ขอตอบเป็ นข้อๆ นะ ๑. อาการปวดเข่า ทีเ่ อ้เล่าว่าเวลานังนานๆ ่ แล้ว รูส้ กึ ปวดรอบหัวเข่านัน้ หลักๆ แล้ว น่าจะเป็ นเพราะเวลานัง่ นานๆ เข่า(ถุกบังคับให้)งอเป็ นเวลานานเกินไป การงอเข่า นานๆ ก็ทาํ ให้เกิดแรงกดกับเข่าในอีกลักษณะหนึ่ง จากนัน้ เมื่อเอ้ลุกขึน้ ยืนหรือเดิน เข่าทีเ่ คยหดงอก็ ได้รบั การเหยียดยืดแรงกดทีก่ ระทําต่อเข่าก็ลดลง นี่น่าจะ เป็ นเหตุผลว่าหลังจากลุกขึน้ ยืนหรือเดินแล้วอาการปวดเข่าจะ ลดลงหรือหายไป คําถามทีต่ ามมา(อย่างน้อยก็สาํ หรับพี)่ ก็คอื อาการ ปวดเข่านี้เริม่ เป็ นมาตัง้ แต่เมื่อไร แต่จากวินายาสะของ ั ่ กรยานเสือภูเขา เหตุการณ์ทเ่ี อ้เล่ามาว่า เอ้ไปเข้าคอร์สปนจั ทําให้พอ่ี นุมาน(จําได้ไหมว่าการอนุมานเป็ นหนึ่งในเครื่องมือ หรือวิธกี ารเรียนรูข้ องคนเรานอกเหนือจากเรียนจากผูร้ เู้ และ ประสบการณ์ตรง)ว่า อาการปวดเข่าของเอ้อาจเกีย่ วข้องหรือ ั ่ กรยานเสือภูเขาก็เป็ นได้ โดยเฉพาะหาก สัมพันธ์กบั การปนจั


เอ้เริม่ มีอาการปวดเข่า(ถ้าไม่ใช่เพิง่ ปวดหลังจากเริม่ ปนั ่ จักรยานก็มอี าการปวดชัดเจนหรือรุนแรงขึน้ )หลังจากเริม่ ปนั ่ จักรยาน ั ่ กรยานมีสว่ น จากประสบการณ์ตรงของพี่ การปนจั ทําให้ขอ้ เข่าอ่อนล้าได้ เนื่องจากข้อเข่าต้องเคลื่อนไหวอยู่ ั ่ กรยาน ซึง่ หากเป็ นอย่างทีว่ ่า พี่ ตลอดเวลาในขณะทีเ่ ราปนจั ั ่ กรยานลง คิดว่าเอ้อาจต้องลดการปนจั หรือไม่กอ็ าจต้อง เสริมสร้างความแข็งแรงของเข่าและกล้ามเนื้อขา ซึง่ นอกจาก การฝึกอาสนะแล้ว การใช้น้ํามันงาอุ่นๆ นวดเข่าเป็ นประจําก็ จะมีสว่ นช่วยได้จะ้ ๒. ท่ายืนก้มตัว พูดโดยรวมๆ ไม่ว่าจะก้มลงไปแค่ ไหน น่าจะถือว่าเป็ น "อุตตานาสนะ" ซึง่ แปลว่า เหยียดยืด ร่างกายด้านหลัง ยกเว้นยืนก้มตัวลงไปให้ขนานกับพืน้ หรือ พูดง่ายๆ ว่าก้มตัวลงไปครึง่ เดียว จะเรียกว่า "อรรธะ อุตตา นาสนะ" แปลว่า เหยียดยืดร่างกายด้านหลังครึง่ หนึ่ง ส่วนทีถ่ ามว่า ทําไมก้มจนสุดและมือจับข้อเท้าแล้ว ทําไมจึงหลังโก่งไม่แบนราบ(น่าจะแนบชิดติดกับลําตัว มากกว่าจะขนานกับขานะ)นัน้ คําตอบก็คอื แสดงว่าต้นขา ด้านหลัง สะโพก และหลังส่วนล่างของเอ้(หรือใครก็แล้วแต่) ค่อนข้างตึง ทําให้หลังจากก้มตัวไปเท่าทีข่ าด้านหลัง สะโพก และหลังส่วนล่าง(หรือเอว)จะยืดหยุ่นสุดแล้ว หากเรายังก้มตัว ต่อไป ร่างกายจําเป็ นต้องเหยียดยืดส่วนอื่นแทน ซึง่ ก็คอื หลัง ส่วนบนนันเอง ่ หากคิด(หรือจะลองทําดูกไ็ ด้)จากข้อสังเกตข้างบน (หากอ่านแล้วรูเ้ รื่อง - ฮา) เราสามารถสํารวจความยืดหยุ่น

ของร่างกายด้านหลัง โดยเฉพาะต้นขาด้านหลัง สะโพก และ เอวได้ โดยการก้มตัวไปข้างหน้าด้วยการก้มตัวไปข้างหน้า โดยพยายามให้หลังส่วนบนแบนราบ(หรือไม่โก่งหรือโก้งโค้ง) พูดง่ายๆ คือก้มจากเอว(ซึง่ ต้นขาด้านหลังและสะโพกจะ เหยียดยืดไปด้วยในขณะทีก่ ม้ หรืออาจเหยียดยืดก่อนทีเ่ อวจะ ยืดด้วยซํ้า) ก้มตัวลงไปเรื่อยๆ จนกระทังถึ ่ งจุดทีเ่ ราไม่ สามารถก้มไปได้อกี หากไม่โก่งหลังส่วนบน ระดับนี้คอื ระดับที่ ต้นขาด้านหลัง สะโพก และเอว จะยืดหยุ่นได้ ถามว่า ถ้าเลยจากจุดนี้ไปแล้ว หากเราก้มตัวลงไป อีกโดยทีห่ ลังส่วนบนจะโก่ง (เนื่องจากต้นขาด้านหลัง สะโพก และหลังส่วนล่างไม่อาจเหยียดยืดต่อไปได้อกี แล้ว) จะเป็ น อะไรไหม พีค่ ดิ ว่าก็คงไม่ใช่เรื่องทีผ่ ดิ หรือเสียหายอะไร แต่ เราก็ตอ้ งระลึกและยอมรับว่าการก้มในช่วงท้ายๆ ไม่ได้ เหยียดยืดหลังส่วนล่างซึง่ เป็ นจุดมุ่งหมายหลักของการเหยียด ยืดร่างกายด้านหลัง พีค่ ดิ ว่าสิง่ ทีน่ ่าจะต้องใส่ใจมากกว่าการก้มหลังโดยที่ หลังส่วนบนโก่ง(ในกรณีทย่ี งั ก้มต่อไปอีก) ก็คอื หากการก้ม ในช่วงหลังส่งผลให้หน้าแหงนขึน้ หรือพูดอีกอย่างว่าคอย่น หากเป็ นกรณีหลังพีค่ ดิ ว่าเราไม่ควรจะก้มต่อไปอีก เพราะ แสดงว่าการก้มในช่วงหลังไปรัง้ กล้ามเนื้อคอให้หดลง ซึง่ ไม่ เป็ นผลดีกบั คออย่างแน่นอน หวังว่าคงตอบคําถามของเอ้นะ หากไม่ใช่ พีก่ ค็ ง ต้องเอาสีขา้ งเข้าถูหรือพูดแบบข้างๆ คูๆ ว่า เอ้ถามไม่ตรง คําตอบ (ฮา) พีเ่ ละ

..............................................................................................................

โดย ธีรเดช อุทยั วิทยารัตน์ ในเมื่อคําถามตามของหน่อยมาจากการทีพ่ แ่ี ลกเรื่อง ส ว า ธ ย า ย ะ (2) จากสวาธยายะเมื่อฉบับทีแ่ ล้ว มีประเด็นถามต่อมา การสวาธยายะ ในหลักการดูแลชีวติ ประจําวันของอายุรเวท แล้ว พีก่ เ็ ลยอยากจะยกโศลกในคัมภีรอ์ ายุรเวทมาแจกแจง ดังนี้ เผื่อว่าจะช่วยให้กระจ่างขึน้ จากประโยคนี้ของพี่ "ลองสํารวจ(ซึง่ ไม่ใช่คดิ )ว่าเรา แถลงให้ทราบโดยละเอียด รูส้ กึ สดชื่นหรือไม่ รูส้ กึ ร่างกายโล่งโปร่งสบายดีไหม เราพร้อม หรือไม่กย็ งิ่ งงจนหน่อยไม่คดิ จะถามอีก(ฮา) ซึง่ พีข่ อเดาว่า ทีจ่ ะเผชิญหรือเริม่ ต้นชีวติ ในวันใหม่หรือยัง ก่อนทีจ่ ะลุกขึน้ น่าจะเป็ นอย่างหลังเสียละมากกว่า (ขอฮาอีกทีเถอะ) โศลกบททีว่ ่าด้วย "ทินะจริยา" หรือวัตรปฏิบตั ิ เริม่ ต้นก้าวแรกของชีวติ ในวันใหม่" หน่อยสงสัยต่อ แล้วถ้า ประจําวันในคัมภีรอ์ ายุรเวทมีความ (ทีแ่ ปลจากภาษาอังกฤษ เราพบว่าเรายังไม่อยากตื่นหรือยังไม่พร้อมกับการเริม่ ต้นชีวติ ในเช้าวันนี้ล่ะคะ เราควรทํายังไงต่อ บังเอิญอันนี้เป็ นชีวติ จริง ซึง่ ถอดความจากภาษาสันสกฤตอีกที)ว่า "ผูซ้ ง่ึ เป็ นสวัสถะพึงตื่นนอนในโมงยามแห่งพรหมะมุ ของหน่อยในวันนี้พอดีอ่ะค่ะ ั พีค่ วรจะขู่ เอ๊ย! ควรจะเกริน่ ให้รแู้ ต่ตน้ ว่า คําถาม หุรตะ เพื่อทีจ่ ะปกปกรักษาความมีอายุยนื " เพียงโศลกแรกที่ สัน้ ๆ ของหน่อยน่าจะนํามาสูก่ ารร้อยเรียงคําตอบทีย่ าว ทัง้ ที่ ยกมาก็ตอ้ งพรรณากันตัง้ แต่ซอยนวมินทร์ ๗๔ ไปถึงซอย รามคําแหง ๓๖/๑ วนไปวนมาสามรอบแล้วเห็นไหมล่ะ (เผื่อ พีไ่ ม่มเี จตนาจะเขียนอะไรยาวๆ (เท่าไรเลย)จริงๆ ใครทีย่ งั ไม่รู้ ซอยนวมินทร์ ๗๔ เป็ นทีต่ งั ้ ของ(ว่าที)่ คลินิกของ news 1104 4


พีห่ วุ่นกับพีซ่ ง่ึ ได้รบั ความอนุเคราะห์จากพีย่ ุวดีแห่งบุญโยคะ จ้ะ) กิรดังฟงั มาว่า คําว่า "สวัสถะ" มีความหมายโดยสังเขปว่า "ผูซ้ ง่ึ ตัง้ มันอยู ่ ่ในตัวเอง" ซึง่ ในคัมภีรห์ ลักอายุรเวทเล่มหนึ่งอธิบาย ความหมายของคํานี้ว่า สวัสถะ คือผูท้ พ่ี ลังแห่งการเคลือ่ นไหว พลังแห่งการ เปลีย่ นแปลง(หรือเผาผลาญ) และพลังแห่งการเกาะเกีย่ ว (เรียกรวมกันว่าตริโทษ)อยู่ในสมดุล อีกทัง้ เนื้อเยื่อในช่วงชัน้ ต่างๆ ทีค่ อยคํ้าจุนร่างกาย รวมถึงไฟธาตุ และการระบายถ่าย ของเสียมีความสมดุล อินทรียท์ งั ้ ห้ามีการรับรูอ้ ย่างขัดเจน จิตใจและจิตวิญญาณมีความเบิกบานและสงบผ่อนคลาย สรุปรวมความว่า สวัสถะก็คอื คนทีม่ สี ขุ ภาพร่างกาย และจิตใจทีด่ ี หรือมีสขุ ภาวะอย่างทีม่ กั พูดกันในหลายปี หลังๆ นี้นนเอง ั่ ส่วนคําว่า "พรหมะมุหุรตะ" ขออนุญาตตัวเองแปล แบบรวบรัดประมาณว่า ยัดนุ่นสิบกิโลในหมอนหนึ่งใบย่อมๆ ว่าเป็ นโมงยามทีผ่ คู้ นควร (ปลุกตัวเองให้)ตื่นขึน้ มา(พร้อมกับ สรรพชีวติ ในธรรมชาติทเ่ี ริม่ เข้าสูว่ ฏั จักรแห่งวันใหม่แล้ว) เพื่อ รําลึกนึกถึง "พรหมะ" ซึง่ อาจหมายถึงพลังสูงสุดหรือความ จริงก็แล้วแต่แต่ละท่านจะตีความ ว่ากันว่าพรหมะมุหุรตะ ตรงกับช่วงเวลาก่อนพระ ้ ึ อาทิตย์ขนื สองมุหุรตะ โดยทีบ่ างตําราก็บอกว่าประมาณสอง หรือสามชัวโมงก่ ่ อนดวงอาทิตย์ขน้ึ ในขณะทีอ่ กี บางเล่มบอก ว่าสีส่ บิ แปดนาทีถงึ ยีส่ บิ สีน่ าทีกอ่ นดวงอาทิตย์ขน้ึ เอาเป็ นว่าหากเป็ นไปได้ เราควรจะตื่นขึน้ มาก่อน ดวงอาทิตย์ขน้ึ ก็แล้วกัน เพื่อทีจ่ ะใช้หว้ งยามนัน้ ในการน้อมนํา จิตให้ตระหนักหรือเข้าถึงหรหมะ ไม่ว่าจะในความหมายของ พลังสูงสุดหรือเทพทีเ่ รานับถือเคารพบูชา หรือในความหมาย ของการตระหนักถึงความจริงแท้ของธรรมชาติและสรรพสิง่ นี่ คือทีม่ าทีไ่ ปทีใ่ นทางอายุรเวทเรียกโมงยามทีค่ วรตื่นขึน้ ว่า "พรหมะมุหุรตะ" หลังจากตื่นนอนแล้วมีคาํ แนะนําให้ "ศรีระ จินตาม" คําว่าจินตะหรือจินตาม มีนยั ยะของการใคร่ครวญ วิเคราะห์ พินิจพิจารณา ซึง่ น่าจะถอดความได้ว่า ให้เรา "พินิจพิจารณา ใคร่ครวญในร่างกายของเรา" ก่อนทีจ่ ะปลดปล่อยของเสียออก จากร่างกาย แล้วจึงตามด้วยการชําระล้างอินทรียต์ ่างๆ ตรงการใคร่ครวญในร่างกายนี่แหละ ทีท่ าํ ให้พน่ี ึกถึง คําว่า "สวาธยายะ" ขึน้ มา ซึง่ ในทีน่ ้คี งเป็ นการสวาธยายะ ในทางร่างกายเป็ นหลัก หรืออาจเรียกว่า "ศรีราธยายะ" ก็ น่าจะได้ ซึง่ มีการอรรถาธิบายหรือขยายความเพิม่ เติมว่า การ news 1104 5

สํารวจพินิจพิจารณาร่างกายในทีน่ ้หี ลักๆ แล้วเป็ นการสํารวจ ตรวจตราว่าอาหารทีเ่ รากินในวันก่อนหน้านี้ ถูกย่อยสมบูรณ์ดี หรือไม่ โดยดูจากว่า หากมีอาการเรอ เป็ นการเรอทีโ่ ล่งและสะอาดดีอยู่ ไหม หมายถึงว่าไม่มกี ลิน่ หรือรสชาติของอาหารแทรก ออกมากับลมทีเ่ รอด้วย เรารูส้ กึ สดชื่นกระปรีก้ ระเปร่าดีไหม ร่างกายรูส้ กึ เบาสบาย รูส้ กึ ปวดถ่าย (อันนี้น่าจะหมายถึงหลังจากผ่านไปสัก ระยะหนึ่ง) รูส้ กึ หิวกระหายตามปกติ อย่างไรก็ตาม พีค่ ดิ เอาเองว่า หากมองว่าชีวติ ของเรา นอกจากร่างกายทีแ่ ข็งแรงตามดัชนีชว้ี ดั ร่างกายหลังตื่นนอน ตอนเช้าแล้ว ยังน่ าจะแยกไม่ออกจากสภาพจิตใจและอารมณ์ ความรูส้ กึ อย่างเช่นว่า รูส้ กึ พร้อมทีจ่ ะดําเนินชีวติ ในวันใหม่ อย่างทีแ่ ลกในเมล์หนก่อน หรือรูส้ กึ ว่าวันนี้จะแปรเปลีย่ น วิกฤตของปญั หาทีก่ าํ ลังมะรุมมะตุม้ อยูใ่ ห้เป็ นโอกาส เป็ นต้น เอาล่ะ ทีน้มี าถึงคําถามของหน่อย ซึง่ พีเ่ กือบจะลืม ตอบไปแล้ว(ฮา)ทีถ่ ามว่า "ถ้าเราพบว่าเรายังไม่อยากตื่นหรือ ยังไม่พร้อมกับการเริม่ ต้นชีวติ ในเช้าวันนี้ล่ะคะ เราควรทํา ยังไงต่อ" วูบหนึ่ง พีไ่ ม่ค่อยอยากตอบในส่วนนี้เลยพับผ่าเถอะ เพราะอาจเข้าทางหน่อยพอดี ทีบ่ อกอย่างนี้กเ็ พราะในส่วนที่ เป็ นอรรถกถาเขาบอกไว้ว่า หากร่างกายไม่รสู้ กึ โล่งเบา หรือ เรอออกมาแล้วเหม็นเปรีย้ วจากกระเทียมเจียวทีก่ นิ ไปเมื่อคืน (คําขยายความตอนหลังเป็ นสะเปะสะปะกถาของพีเ่ อง - ว่ะ) ก็ให้เรากลับไปนอนต่อได้ - ถูกใจคนถามล่ะสิ กรณีของคําแนะนําทีใ่ ห้นอนต่อนัน้ พีต่ งั ้ ข้อสังเกตว่า น่าจะเป็ นเพราะอาการทีว่ ่ามานัน้ สะท้อนและเกิดจากการพัก ผ่อนทีไ่ ม่เพียงพอ ซึง่ อาจจะทัง้ ในแง่ทน่ี อนน้อยเกินไป หรือ นอนนานก็จริงแต่คุณภาพการนอนไม่ดี ประมาณว่านอนสิบ ชัวโมงแต่ ่ ฝนั ไปสามสีเ่ รื่องอะไรทํานองนี้ เมื่อร่างกายพักผ่อน ไม่เพียงพอ สูเจ้าก็กลับไปนอนเกาพุงต่อเถอะ แต่กอ็ กี นันแหละ ่ หากมองว่าร่างกายและจิตใจสัม พันธ์กนั อย่างใกล้ชดิ หากเรารูส้ กึ ไม่ค่อยอยากหรือรูส้ กึ ว่าไม่ พร้อมทีจ่ ะเริม่ ต้นชีวติ ในวันใหม่อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน พูดง่ายๆ ว่าร่างกายก็ไม่สดใสจิตใจก็ซมึ กระทือ หนักไปในทางตมัสอัด อยู่ในใจกายเต็มๆ พีค่ ดิ ว่าเขาหรือเธอคนนัน้ น่าจะต้องทํา การสวาธยายะและตปสั กันขนานใหญ่เลยล่ะ คือต้องทําการ เคีย่ วกรําหรือเผาผลาญสิง่ ทีท่ าํ ให้เราเฉื่อยชาทัง้ ทางกายและ ใจกันยกใหญ่


เขียนมาถึงวรรคสุดท้ายทีว่ ่า "ต้องทําการสวาธยายะ เพื่อการไวราคยะ(ซึง่ แปลว่าไม่เอาแล้ว) คล้ายกับศีล สมาธิ ขนานใหญ่" เลยทําให้พฉ่ี ุกคิดถึงปริศนาทีค่ าใจตัวเองมา ปญั ญาในทางพุทธนันเอง ่ นมนาน พูดอีกแบบว่า เราอาจย่นย่อมรรคอันมีองค์แปดของ ปริศนาทีว่ ่าก็คอื ในปตัญชลิโยคสูตรมีองค์แห่งนิยมะ โยคะให้เหลือเพียงสาม คือ ตปสั สวาธยายะ และอีศวร ซึง่ ๓ ข้อย่อยในนัน้ ได้แก่ ตปสั สวาธยายะ และอีศวร ประณิธาน ซึง่ เรียกว่า "กริยาโยคะ" เป็ นอันว่าพีพ่ อจะคลําเจอ ประณิธานอยู่แล้ว แล้วเหตุไฉน มุนีผหู้ ามุนีใดเสมอมิได้(ปวระ กุญแจไขปริศนาทีค่ าใจตัวเองมานานได้ระดับหนึ่งแล้ว ขอบ มุนีนาม) ผูม้ นี ามว่าปตัญชลี จึงพูดถึงกริยาโยคะซึง่ คุณหน่อยมากนะทีจ่ ุดประกายนี้ให้ ประกอบด้วย ตปสั สวาธยายะ และอีศวรประณิธานแยก หวังว่าหน่อยจะทําศรีระและมนัสจินตาม จนพบว่า ต่างหากอีก มีตมัสเกาะอยู่ตรงตําแหน่งแห่งไหนและเกิดจากอะไร เพื่อที่ พีค่ ดิ ของพีเ่ องว่า กริยาแปลว่าการกระทําหรือการ จะได้เผาผลาญมัน จนสามารถพร้อมทีจ่ ะเริม่ ต้นวันใหม่อย่าง ปฏิบตั ิ (ซึง่ ก็น่าถามต่อว่าหากแปลรวมกันว่า โยคะแห่งการ สดใสได้ทุกวันนะ กระทํา แล้วมันต่างกับกรรมโยคะอย่างไร) เป็ นไปได้ไหมว่า พีเ่ ละ(ตัวจริง) กริยาโยคะซึง่ ประกอบด้วยกริยาสามอย่างเหล่านัน้ เป็ นวงจร ป.ล. ในย่อหน้าก่อนสุดท้ายทีพ่ ใ่ี ช้คาํ ว่า "มรรคอันมีองค์แปด แห่งการเคีย่ วกรํา(เพื่อขัดเกลาหรือลดมลทิน) สํารวจตรวจ ของโยคะ" พีต่ งั ้ ใจจะใช้ให้แตกต่างจากคําเรียกทีพ่ วกเรามัก ั ตรา เพื่อสละละทิง้ และอุทศิ แด่พลังทีย่ งิ่ ใหญ่กว่าปจเจกอย่ าง เรียกกันว่า "มรรคแปดของโยคะ" เอาไว้ค่อยคิดดังๆ ให้ฟงั วัน เราๆ คือมองในแง่หนึ่งอาจเป็ นหัวใจสําคัญของโยคะทีเ่ ป็ นไป หลัง(หากไม่ลมื )ว่าสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร  ........................................................................................... เวลาแห่งการให้ เป็ นเวลาแห่งการรับ 13 กุมภาพันธ์ 2011 สวัสดีครับทุกท่าน วันเสาร์ทผ่ี ่านมา เป็ นอีกวันแห่งการใช้เวลาทีม่ อี นั น้อยนิดอย่างมีคุณค่า ทัง้ ต่อตนเองและผูอ้ ่นื วันนี้ผมขอเล่า ความรูส้ กึ เมื่อได้ไป เป็ นอาสานําความสุขทีส่ ถาบันสุขภาพ เด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็ก ซึง่ จะเป็ นชื่อที่ พวกเราคุน้ เคยกันมากกว่า วันเสาร์ทผ่ี ่านมามิใช่วนั แรกทีผ่ มได้ไปร่วมกิจกรรม จิตอาสาทีโ่ รงพยาบาลเด็กแห่งนี้ ทุกครัง้ ทีไ่ ป เวลาเพียงแค่ ครัง้ ละสองถึงสามชัวโมง ่ แต่ผมได้เรียนรูอ้ ย่างมากมาย มาก กว่าการอ่านหนังสือเล่มไหนๆ เพราะผมได้เรียนรูจ้ ากความ บริสทุ ธิของเด็ กๆ ทีป่ ว่ ยแต่กาย แต่ใจของเขานัน้ ไม่ปว่ ยไป ์ ด้วย เด็กๆ คงความบริสทุ ธิในหั ์ วใจเอาไว้อย่างสวยงาม เสียงหัวเราะทีไ่ ร้การเสแสร้ง คําพูดทีร่ งั สรรค์ออกมาจากก้น บึง้ ของหัวใจ เป็ นสิง่ ไม่ได้พบเจอบ่อยนักในสังคมของผูใ้ หญ่ โดยเฉพาะผูใ้ หญ่ในเมืองใหญ่แห่งนี้ เด็กๆ เรียนรูท้ จ่ี ะต่อสู้ กับความปว่ ยไข้ทางกายได้อย่างอัศจรรย์ “ตอนหนูโดนฉีดยา หนูเจ็บไหม?” “ตอนแรกๆ ก็เจ็บ แต่เดีย๋ วนี้ไม่เจ็บแล้ว” “อะไรทําให้หนูไม่เจ็บแล้วละค่ะ” news 1104 6

“เพราะหนู มีคุณพ่อคุณแม่เคียงข้างตลอดมา คุณพ่อคุณแม่ รักหนู และให้กาํ ลังใจหนู แต่ตอนนี้คุณพ่อหนูเสียไปแล้ว แต่ ไม่เป็ นไร เพราะคุณพ่อบอกว่า หนูจะอยูใ่ นใจคุณพ่อ และคุณ พ่อจะอยูใ่ นใจหนูตลอดไป…” ซาบซึง้ กินใจยิง่ นัก นํ้าตาแห่งความปิ ตขิ น้ึ มาเอ่อ และทําให้ผมมองเห็นชัดเจนว่า ความอบอุ่น ความรักและเอา ใจใส่จากคุณพ่อคุณแม่นนั ้ สําคัญทีส่ ดุ สําคัญในทุกช่วงเวลา ของเด็ก โดยเฉพาะช่วงทีเ่ ขาต้องทุกข์ทรมานทัง้ ทางกายและ ทางใจเช่นการเจ็บไข้ได้ปว่ ยนี้ และแม้ว่าเขาจะโตขึน้ ความ รูส้ กึ ทีช่ ดั เจนเช่นนี้จะอยู่กบั เขาไปตลอดชีวติ คุณพ่อคุณแม่ทร่ี กั ทุกท่าน จงเลีย้ งดูลกู ของคุณด้วย หัวใจ ให้ใจกับเขา ดูแลเขาในปจั จุบนั ขณะ อย่าดูแลเขาด้วย วัตถุสงิ่ ของ เพราะผมเชื่อว่า มันมีค่าน้อยกว่าเวลาและหัวใจที่ คุณพ่อคุณแม่มใี ห้กบั ลูกอย่างเปรียบกันไม่ได้ การได้ใช้เวลาร่วมกันทัง้ ในยามทุกข์และสุข การได้ ดูแลซึง่ กันและกันในยามมีชวี ติ อยู่น้ี นับเป็ นสิง่ ประเสริฐที่ บุคคลทีร่ กั กันพึงทําให้กนั มิใช่รอให้อกี ฝา่ ยหนึ่งได้ล่วงลับไป เสียก่อน เราจึงต้องถามตนเองเสมอว่า เวลาแห่งชีวติ ทีก่ าํ ลัง หมดไปนัน้ เราได้ใช้กบั บุคคลทีค่ วรใช้หรือไม่ อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ผมไปทํา อะไรทีน่ น? ั่


ครึง่ วันในหนึ่งเดือน เป็ นเวลาทีท่ มี จิตอาสามาช่วย ชาติหน้า อะไรจะมาถึงก่อนกัน แต่สงิ่ ทีร่ แู้ น่คอื ใจผมอยู่กบั บําบัดทุกขเวทนาทางกายให้กบั น้องๆ โดยการทํากิจกรรม ทุกช่วงวินาทีทด่ี าํ เนินไป และขอดําเนินไปอย่างมีสติ และยัง ต่างๆ เช่น ศิลปะบําบัด การแสดงละครหุ่นมือ การใช้ดนตรี ประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านตลอดไป บําบัด และเปิ ดโอกาสให้น้องๆ ได้แสดงความรูส้ กึ ต่างๆ ทีเ่ ขา เพื่อนๆ พีน่ ้องคนไหนสนใจอยากมอบความรักและ มีออกมา เป็ นต้น ความเมตตา โดยการร่วมทํากิจกรรมอาสาต่างๆ เช่น แสดง เสียงหัวเราะทีผ่ ่านออกมา จากหัวใจทีเ่ ปี่ ยมสุข ละครหุ่น มาทําหุ่นให้มชี วี ติ พร้อมดึงจินตนาการของคุณ ในช่วงเวลาไม่กช่ี วโมงนั ั่ น้ อาจเป็ นเวลาดีๆ ทีน่ ้องๆ ไม่เคยได้ ออกมา หรือจะมาช่วยกันสร้างหุ่นมือ (ดูภาพประกอบ อาจเป็ นเวลาดีๆ ทีน่ ้องๆ ได้ลมื ความเจ็บปวดทางกายและใส่ ด้านล่าง) หรืองานศิลปะต่างๆ หรือหากคุณมีความสามารถใน เสียงหัวเราะเข้าไปแทน ด้านอื่นๆ ก็ตดิ ต่อผมมาได้ครับ หรือเข้าไปดูขา่ วกิจกรรม อาจเป็ นเวลาดีๆ ทีน่ ้องๆ จะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ต่างๆ ได้ทท่ี าํ บุญดอทเนต http://www.tamboon.net หรือที่ จากการทํากิจกรรมทีส่ ร้างสรรค์ ชีวติ สิกขา http://www.jivit.net หลายครัง้ กลับเป็ นทีมจิตอาสา ทีไ่ ด้กลายเป็ นผูร้ บั ขอให้ทุกท่านจงดําเนินชีวติ ไปพบกับความสุขแท้ เราได้เปล่งเสียงหัวเราะทีม่ าจากการได้เห็น ได้ยนิ สิง่ ทีผ่ ใู้ หญ่ ครับ เรียกว่า “ไร้เดียงสา” จากเด็กๆ เราได้ฝึกใช้จนิ ตนาการ ทีถ่ ูกปิดกัน้ จากการใช้ชวี ติ ประจําวันทีย่ ุ่งเหยิงและซับซ้อน เราได้เข้าใจว่า สิง่ ใดหนอ คือสิง่ สําคัญกันแน่ในชีวติ อย่างน้อยเราได้เข้าใจว่า เรามีความสุขทีไ่ ด้เป็ นผูใ้ ห้โดยไม่ ต้องหวังผล เราเรียนรูท้ จ่ี ะสร้างความเมตตาขึน้ ในหัวใจเรา ุ อาจสนใจ: และนันเราได้ ่ กลายเป็ นผูร้ บั รับในสิง่ ทีเ่ งินทองหาซือ้ ไม่ได้ บุญอื่นๆ ที่คณ เป็ นคะแนนอันมีค่าของชีวติ ทีจ่ ะนําให้ชวี ติ ดําเนินต่อไปอย่าง อาสาสมัครนวดเด็ก (ทารกอายุ 5 เดือน-1 ปี 5 เดือน), อาสาสมัครสอนน้องอ่านหนังสือ มีความสุข “ชีวติ นี้น้อยนัก แต่ชวี ติ นี้สาํ คัญนัก” (จาก พระราช โรงพยาบาลมีสขุ นิพนธ์ สมเด็จพระสังฆราชฯ) เราเป็ นผูเ้ ลือกเส้นทางเดินของ ทอดผ้าปา่ เพื่อสมทบกองทุน “สร้างชีวติ ใหม่ให้แก่เด็ก” เรา ความจริงคือ ชีวติ ของผมได้ดาํ เนินผ่านมาแล้วหนึ่งหมื่น สามพันกว่าวัน แต่ผมไม่รอู้ นาคต และไม่รวู้ ่า วันพรุ่งนี้กบั ...................................................................................................... โดย กองบรรณาธิการ การเป็ นครูสอนโยคะ ทางด้านหนึ่ง เราทําหน้าทีใ่ ห้ วิชา ความรู้ และในเวลาเดียวกัน เราทําหน้าทีส่ ง่ เสริมให้ ั ผูเ้ รียน รูจ้ กั ตนเอง ซึง่ การส่งเสริมให้คนเกิดปญญานั น้ เป็ น พุทธวิธีในการสอน ลักษณะเด่นของการสอนพุทธศาสนา เราจึงใช้หนังสือ พุทธ วิธใี นการสอน มาเป็ นตํารา เป็ นแนวทางในการเป็ นครู พระธรรมปิ ฏก บทแรก หนังสืออธิบายให้เราตระหนักถึงปรัชญา พืน้ ฐานในการสร้างปญั ญาว่า โยคะวิชาการ อิงตําราโบราณซึง่ ระบุเป้าหมาย 1. ปญั ญาเป็ นสิง่ ทีม่ อี ยู่ภายในตัวผูเ้ รียนอยู่แล้ว ชัดเจนคือ การรูจ้ กั และเข้าใจตนเอง ดังนัน้ ลักษณะสําคัญของ 2. บทบาทของครูจงึ จํากัด ครูทาํ ได้แค่เพียงช่วยชีใ้ ห้ การศึกษาโยคะจึงไม่ใช่แค่การศึกษาให้รวู้ ่าโยคะคืออะไร ซึง่ นักเรียนเห็นเท่านัน้ เราเรียกว่า วิชา แต่เป็ นการศึกษาให้รจู้ กั ตนเอง หรือทีเ่ รา เรียกว่า ปญั ญา news 1104 7


3. ครูสามารถใช้สอ่ื การเรียนการสอนต่างๆ ได้ แต่พงึ รายๆ ไป และ 7) ใส่ใจคนทีอ่ ่อนด้อย และ เกีย่ วกับการสอน ตระหนักว่า ทัง้ หมดล้วนเป็ นเพียงเครื่องช่วย ไม่ใช่ คือ 1) มีการเริม่ ต้นทีด่ ี สร้างจุดสนใจก่อนเริม่ สอน 2) สร้าง สาระสําคัญ บรรยากาศในการสอนให้เพลิดเพลิน 3) สอนมุ่งเนื้อหา โดย ั 4. สิง่ แวดล้อมทีด่ ที ส่ี ดุ ในการให้นกั เรียนเข้าถึงปญญา หลีกเลีย่ งการกระทบความรูส้ กึ ของผูฟ้ งั 4) สอนด้วยความ คือ อิสรภาพในการได้คดิ ได้ประจักษ์ดว้ ยตนเอง เคารพในการสอน และ 5) ใช้ภาษาสุภาพ บทต่อมา หนังสือชวนเราพิจารณาคุณสมบัตขิ อง บทที่ 4 ลีลาการสอน ผูส้ อน 2 ประการ ก.บุคลิกภาพ และ ข.คุณธรรม ซึง่ แบ่งย่อย บทที่ 5 วิธกี ารสอนแบบต่างๆ 1) แบบสนทนา 2) ั เป็ น 1) ปญั ญา ทัง้ ความสามารถ และ ความแตกฉาน 2) การ แบบรรยาย 3) แบบตอบปญหา 4) แบบออกเป็ นกฏ เป็ น ทําตนเป็ นแบบอย่าง และ 3) ความกรุณา ในท้ายบท มีการ ข้อบังคับ สรุปเป็ นคุณสมบัตขิ องการเป็ นครู ดังนี้ บทที่ 6 กลวิธแี ละอุบายประกอบการสอน 1) การ 1. สอนสิง่ ทีจ่ ริง และ เป็ นประโยชน์ ยกตัวอย่างหรือเล่านิทานประกอบคําอธิบาย 2) การยกเรื่อง 2. รูแ้ ละเข้าใจสิง่ ทีต่ นเองสอน มาเปรียบเทียบให้เข้าใจ 3) ใช้อปุ กรณ์ช่วยสอน 4) การทําให้ 3. สอนด้วยเมตตา ไม่หวังผลตอบแทน เห็นเป็ นแบบอย่าง 5) การเล่นคํา 6) การวางแผนว่าจะสอน 4. สอนอย่างไร ทําให้ได้อย่างนัน้ ทําตนเป็ นตัวอย่าง ใครก่อน-หลัง 7) การรูจ้ กั จังหวะและโอกาส 8) มีความ 5. มีบุคลิกภาพดี โน้มน้าวใจผูร้ บั ให้อยากเรียน ยืดหยุ่น 9) การลงโทษและให้รางวัล และ 10) การแก้ปญั หา 6. มีหลักการสอน วิธกี ารสอนทีด่ ี เฉพาะหน้า บทที่ 3 ว่าด้วยหลักการสอน ซึง่ มีสว่ นทีเ่ กีย่ วกับ โดยในตอนท้ายของหนังสือ มีการยกตัวอย่าง เนื้อหา เกีย่ วกับตัวผูเ้ รียน ได้แก่ 1) รูจ้ กั จริตของผูเ้ รียน 2) รูปธรรมการสอนของพระพุทธเจ้า มาเทียบเคียงให้เห็น ปรับสอนให้เหมาะกับแต่ละคน 3) คํานึงถึงความพร้อมของผู้ ทีก่ าํ ลังเรียน 4) ให้ผเู้ รียนได้ลงมือปฏิบตั ิ 5) ให้ผเู้ รียนรูส้ กึ ว่า มีสว่ นร่วม 6) ใส่ใจบุคคลทีค่ วรได้รบั ความสนใจพิเศษเป็ น ------------------------------------------------------------------------------------------โดย สดใส คาถามที่ไม่มีคาตอบถูกผิด (เพราะตัวคําถามก็เป็ นคําตอบไปในตัว) คุณจะละเมิดกฏ ละเลยหลักการ เพื่อช่วยเหลือคนทีค่ ุณรักไหม Would you break the law to save a loved one? คุณเคยอยู่กบั ใครเงียบๆ ไม่ตอ้ งพูดอะไร โดยจากกันไปเหมือนดังว่ ่ าคุณได้สนทนาอย่างวิเศษทีส่ ดุ -ไหม Have you ever been with someone, said nothing, and walked away feeling like you just had the best conversation ever?

คุณหวังว่างานทีท่ าํ อยู่น้จี ะน้อยลง หรือ อยากจะทํางานทีร่ กั มากขึน้ Would you rather have less work to do, or more work you actually enjoy doing? เมื่อไหร่คุณจะเลิกคิดถึงความคุม้ -ไม่คมุ้ เลิกคิดว่า ฉันจะได้อะไร แล้วทําด้วยเพราะคุณเชื่อว่านันคื ่ อสิง่ ทีค่ วรทํา When is it time to stop calculating risk and rewards, and just go ahead and do what you know is right? คุณจะทําต่างไปไหม หากรูว้ ่าไม่มใี ครมาคอยจ้องตัดสินคุณอยู่ What would you do differently if you knew nobody would judge you? .............................................................................................. news 1104 8


โดย วีระพงษ์ ไกรวิทย์ และจิรวรรณ ตัง้ จิตเมธี แปลและเรียบเรียง ดัง้ เดิม ผ่านการได้ยนิ หรือผ่านทางคําพูดของนักปราชญ์หรือ ลาดับการเดิ นทางของจิ ตเข้าสู่สภาวะไกวัลย์ (๒) ผูร้ )ู้ การอนุมานในกรณีของพระเจ้านัน้ ก็ยงั ไม่สมเหตุสมผล (จบบทแรกของโยคสูตร) โยคสูตรบทแรก ประโยคที่ ๑:๔๙ มีขอ้ ความว่า “ศรุ เพราะการอนุมานนัน้ จําเป็ นต้องอาศัยประสบการณ์ในอดีตที่ ตานุมานปรัชญาภยามอันยวิษยา วิ เศษารถตวาต์” เคยมีมาก่อน ดังนัน้ ความรูเ้ กีย่ วกับพระเจ้าจึงอิงอยู่กบั วิธี หมายถึง ปรัชญา(ความรู)้ ซึง่ เกิดขึน้ ด้วยความสมบูรณ์ของขัน้ อาคมหรือการได้ยนิ ถ้อยคําจากผูร้ เู้ ท่านัน้ แต่ความรูแ้ บบนี้ก็ นิรวิจาระเรียกว่า ฤตัมภรา เพราะมันสามารถให้ความรู้ ยังไม่สมบูรณ์อยู่ดี ดังนัน้ ความรูห้ รือการตระหนักรูท้ แ่ี ท้จริงจะ ซึง่ ผูฝ้ ึกสามารถ เกีย่ วกับวัตถุได้ดกี ว่าความรูท้ ไ่ี ด้รบั ผ่านคํา(ศัพท์) หรือการ เกิดขึน้ ผ่านทางฤตัมภราปรัชญาเท่านัน้ อนุมาน(ตามวิธปี กติของการได้รบั ความรูแ้ บบทัวไป) ่ และยัง พัฒนาขึน้ มาได้ดว้ ยกระบวนการปฏิบตั สิ มาธิ (samadhis) เราเรียกความรูท้ ถ่ี ูกต้อง (ประมาณะ ชญาน) สามารถให้ความเข้าใจพิเศษในวัตถุเหล่านัน้ ด้วย วิธกี ารต่างๆ ของการได้รบั ความรูท้ ถ่ี ูกต้องในแบบ เกีย่ วกับวัตถุและปรากฏการณ์วา่ เป็ นความรูแ้ บบสัมพัทธ์และ ปกติ(ประมาณะ ชญาน) นัน้ ปตัญชลีได้กล่าวไว้แล้วใน ประจักษ์ เนื่องจากปกติแล้วมันอิงอยู่กบั การสังเกตผ่านประ ประโยค ๑:๗ ซึง่ คนทัวไปใช้ ่ วธิ กี ารเหล่านี้เพื่อให้ได้รบั ความรู้ สาทสัมผัสต่างๆ แม้ว่าจะมีการอนุมานหรืออาคมเข้ามาเกีย่ ว ทีถ่ ูกต้อง ไม่ตอ้ งสงสัยเลยว่าความรูน้ ้กี ค็ อื ความรูเ้ ชิง ข้องด้วยก็ตาม แต่เมื่อฤตัมภราปรัชญาเกิดขึน้ และไปรับรูว้ ตั ถุ 1 ความรูท้ โ่ี ยคีได้รบั นี้จะ ประจักษ์ ทีส่ อดคล้องกับความจริงทางโลกผ่านประสบการณ์ หรือปรากฏการณ์ทางโลกเหล่านัน้ ของผูร้ บั รูน้ นั ้ ส่วนความรูห้ รือหากพูดให้ชดั ขึน้ คือ “การ เป็ นความจริง ทีถ่ ูกเปิ ดเผยออกมาและเป็ นความรูใ้ นระดับที่ ่ ทีเ่ รียกว่าความรูท้ ถ่ี ูกต้อง ตระหนักรู”้ เกีย่ วกับวัตถุซง่ึ ได้รบั ผ่านทางฤตัมภราปรัชญานัน้ แตกต่างจากความรูใ้ นแบบทัวไป เป็ นระดับความรู้ ทีแ่ ตกต่างกันกับความรูแ้ บบปกติโดยสิน้ เชิง (ประมาณะ) ซึง่ ตรงกับวลีในประโยคข้างต้นว่า“วิเศษารถตวะ” จากวิธกี ารได้รบั ความรูท้ ถ่ี ูกต้องทัง้ ๓ แบบ กล่าว ความรูแ้ บบฤตัมภรานี้ จะเข้าใกล้ความจริงแท้ของวัตถุมาก กว่าและไม่ได้อยู่ภายใต้ขดี จํากัดของผูร้ บั รูห้ รือวิธกี ารรับรู้ ใน คือ จากประสาทสัมผัส(ปรัตยกษะ) จากการอนุมาน(อนุมานะ) อีกแง่หนึ่งนี้คอื ความรูห้ รือความเข้าใจทีแ่ ท้จริงของวัตถุ นี่จงึ และจากผูร้ (ู้ อาคม) มีเพียงสองแบบหลังเท่านัน้ ทีป่ ตัญชลีได้ เป็ นเหตุผลทีว่ ่า ทําไมเราถึงเรียกศักยภาพแห่งการรูอ้ นั พิเศษ กล่าวถึงในประโยคนี้ โดยใช้คาํ ว่า “ศรุตะ” แทนคําว่าอาคม นี้ว่า ฤตัมภรา ซึง่ หมายถึงเต็มไปด้วย ฤตะ หรือความจริงแท้ ส่วนปรัตยกษะ ได้ถูกละไว้ในทีน่ ้เี พราะว่าฤตัมภราจะปรากฏ ดังนัน้ โดยตัวมันเองแล้ว มันสามารถให้ความรูข้ องวัตถุต่างๆ ต่อเมื่อผูฝ้ ึกเข้าสูส่ ภาวะนิรวิจาระอย่างสมบูรณ์แล้ว หรือเมื่อ โดยไม่ได้เป็ นไปตามวิธกี ารปกติทวไป ั ่ นี่จงึ ถูกเรียกว่า “อันยะ สพีชะสมาธิได้เริม่ ต้นขึน้ ดังนัน้ ผูฝ้ ึกย่อมต้องผ่านขัน้ ของปรัต วิษยา” หรือความรูเ้ กีย่ วกับวัตถุทไ่ี ด้โดยวิธกี ารอื่นๆ ตัว ยาหาระอย่างสมบูรณ์มาแล้ว เพราะปรัตยาหาระเป็ นพืน้ ฐาน อย่างเช่น ความรูเ้ กีย่ วกับพระเจ้าซึง่ คนทัวไปมี ่ นนั ้ ย่อมไม่ใช่ ก่อนการเข้าสูข่ นั ้ ธารณา ดังนัน้ จึงเป็ นสิง่ ทีแ่ น่ชดั ว่าการรับรู้ 2 ปรัตยกษะ เพราะเราไม่สามารถรับรูพ้ ระเจ้าผ่านทาง ผ่านทางประสาทสัมผัส ย่อมไม่เกิดขึน้ แล้วในขัน้ ตอนท้ายนี้ (จึงถูกละไว้ไม่พดู ถึง) ประสาทสัมผัสได้ แต่เราอาจรูไ้ ด้จากวิธกี ารอื่นๆ เท่านัน้ คือ ต่อมาประโยคที่ ๑:๕๐ กล่าวว่า “ตัชชะห์ สัมสกา ผ่านทางการอนุมานและอาคม (ผ่านทางประเพณีความเชื่อ 3 โร นยสัมสการประติ พนั ธี” หมายถึง สัมสการะ ทีส่ ร้างขึน้ 1 โดยฤตัมภราปรัชญาในสพีชะสมาธิ คือตัวขจัดหรือป้องกันสัม ความรู ้เชิงประจักษ์ (empirical knowledge) หมายถึงความรู ้ที่ได้รับผ่านทาง สการะอื่นๆ ทัง้ หมด ประสาทสัมผัสทั้ง ๕ (ผูแ้ ปล) 2 เมื่อฤตัมภราปรัชญาตื่นขึน้ ในตัวผูฝ้ ึก ณ จุดเริม่ ต้น ความรู ้ที่ถูกต้อง (ประมาณะ ชญาน) ในปรัชญาอินเดียรวมถึงโยคะ แบ่ง ของสพีชะสมาธิ โยคีหรือผูฝ้ ึกโยคะเริม่ ทีจ่ ะเห็นและเข้าใจสิง่ ออกเป็ น ๓ แบบคือ ๑) ความรู ้ที่ได้ผา่ นทางประสาทสัมผัสทั้ง ๕ เรี ยกว่าปรัต ต่างๆ ด้วยวิธกี ารใหม่อย่างสิน้ เชิง ตอนนี้เขาเริม่ จะเข้า ยกษะ ๒) ความรู ้ที่ได้ผา่ นทางการอนุมาน เช่น ที่ใดมีควัน ที่นนั่ มีไฟ ใจความจริงทีซ่ ่อนอยู่เบือ้ งหลังสิง่ ต่างๆ หรือปรากฏการณ์ (ประโยคนี้อา้ งอิงจากประสบการณ์เดิม), ที่นี่มีควัน (ประโยคนี้มาจาก ประสบการณ์ตรงจากประสาทสัมผัสในขณะนั้น), ดังนั้นที่นี่ยอ่ มมีไฟ ทัง้ หลาย ความรูท้ ม่ี อี ยู่ก่อนหน้านี้ทงั ้ หมดซึง่ อิงอยู่กบั สัมสกา (ข้อสรุ ปหรื อความรู ้น้ ีได้จากการอนุมาน แต่ขณะนั้นเราไม่ได้เห็นไฟจริ งๆ) ๓) ความรู ้ผา่ นอาคมคือความรู ้ที่ได้ยนิ ได้ฟังจากผูร้ ู ้ที่น่าเชื่อถือ (โปรดอ่าน เพิ่มเติมในประโยคที่ ๑:๗ หรื อหนังสื อปรัชญาอินเดีย)

news 1104 9

3

สัมสการะ คือ ประสบการณ์หรื อกรรมต่างๆ ที่ประทับ(สะสม)อยูใ่ นจิต


ระหรือกรรมทีส่ ะสมมาในอดีตจะกลายเป็ นสิง่ ทีไ่ ม่จริง และไม่ สมเหตุสมผลอีกต่อไป ดังนัน้ ผลของสัมสการะทีส่ งสมมาใน ั่ อดีตจึงเป็ นโมฆะ (สลายตัวหมดไป) และสัมสการะใหม่กไ็ ม่ สามารถสังสมลงในจิ ่ ตได้ตงั ้ แต่บดั นี้ ดังนัน้ สพีชะสมาธิจงึ ขจัด ผลของสัมสการะในอดีตทัง้ หมด(และป้องกันสัมสการะใหม่ไม่ ให้เกิดขึน้ อีก - ผูแ้ ปล) อย่างไรก็ตามสัมสการะของสพีชะ สมาธิเองยังคงมีอยู่บนจิต ซึง่ จะถูกขจัดออกไปในขัน้ นิรพีชะ สมาธิ ดังจะกล่าวต่อไปในประโยคที่ ๕๑ ประโยคสุดท้ายของโยคสูตรบทแรก ๑:๕๑ บอกไว้ ว่า “ตัสยาปิ นิ โรเธ สรรวนิ โรธานนิ รพีชะห์ สมาธิ ห”์ หมายถึง เมื่อสัมสการะของสพีชะสมาธิดบั ไปเป็ นเหตุให้สมั สการะทัง้ หมดไม่อาจสังสมอยู ่ ใ่ นจิตได้อกี ต่อไป เมื่อนัน้ ผู้ ปฏิบตั บิ รรลุถงึ ขัน้ นิรพีชะสมาธิ ในสพีชะสมาธินนั ้ สัมสการะทีถ่ ูกสร้างขึน้ จากการ ตระหนักรูใ้ น “ความจริง” เป็ นเพียงสัมสการะเดียวทีห่ ลงเหลือ อยู่ เพราะตามทีไ่ ด้กล่าวไว้ในประโยคทีแ่ ล้วว่า สัมสการะนี้ ย่อมขจัดสัมสการะในอดีตและป้องกันสัมสการะใหม่ทก่ี าํ ลังจะ สะสมขึน้ มา อย่างทีไ่ ด้เคยกล่าวไว้แล้วในประโยค ๑:๔๘ ว่า การตระหนักรูใ้ นความจริงนี้ยงั ไม่ใช่ความจริงสูงสุด ความจริง สูงสุดนัน้ จะเกิดขึน้ ก็ต่อเมื่อ ผูป้ ฏิบตั เิ ข้าถึงนิรพีชะสมาธิอย่าง สมบูรณ์ หรือเมื่อประสบกับภาวะทีส่ มั สการะทัง้ หมดดับไป ตามทีไ่ ด้กล่าวถึงบ่อยๆ ก่อนหน้านี้ว่า ปตัญชลีจะ ไม่อธิบายอย่างชัดแจ้ง เกีย่ วกับการเลือกวัตถุทใ่ี ช้ทาํ สมาธิ (ในขัน้ ธารณา ธยานะ และสมาธิ) ด้วยเหตุน้เี ราจึงสรุปเป็ นนัย ได้ว่า ผูป้ ฏิบตั สิ ามารถจะเลือกวัตถุใดๆ ก็ได้เพื่อใช้ใน กระบวนการปฏิบตั สิ มาธิเหล่านัน้ แต่จากการอธิบายประโยค ต่างๆ ในบทแรกของโยคสูตรมาจนถึงตอนนี้ ผูอ้ ่านจะต้อง เข้าใจว่าวัตถุใดๆ ทีถ่ ูกเลือกเพื่อใช้ทาํ สมาธิในทีส่ ดุ แล้วจะ นําไปสูส่ ภาวะอานันทะและอัสมิตา(ในตอนแรกผูป้ ฏิบตั อิ าจจะ รูส้ กึ เหมือนกับว่า สภาวะนัน้ เกิดขึน้ ภายนอกวัตถุทใ่ี ช้ทาํ สมาธิ) ซึง่ เป็ นเพราะลักษณะของจิตของผูป้ ฏิบตั นิ นั ้ เอง ตามทีไ่ ด้เคยกล่าวแล้วว่า สภาวะอานันทะและอัสมิตาได้สลาย ตัวไปและการตระหนักรูใ้ น “ความจริง” (ซึง่ เป็ นเรื่องทีเ่ กือบจะ อธิบายไม่ได้) ย่อมเกิดขึน้ ในสมาธิขนั ้ สมบูรณ์ กล่าวคือ เกิดขึน้ ในนิรพีชะสมาธิ หรือค่อนข้างจะเป็ นส่วนสุดท้ายของ นิรพีชะสมาธิ ทีเ่ รียกว่า “ธรรมเมฆะสมาธิ” การตระหนักรู้ ความจริงอย่างสมบูรณ์น้ี เป็ นการแยกปุรุษะออกจากประกฤติ แม้ว่าประกฤติจะยังคงปรากฏตัวให้รบั รูไ้ ด้อยู่ แต่กไ็ ม่มคี วาม เกีย่ วข้องสัมพันธ์กบั ปุรุษะ (กล่าวคือปุรุษะหรือตัวผูร้ ไู้ ม่ยดึ ว่า ประกฤติหรือสิง่ ทีถ่ ูกรูเ้ ป็ นตัวมันเอง หรือเป็ นส่วนทีเ่ กีย่ วข้อง กับตัวมันอีกต่อไป-ผูแ้ ปล) การยึดถือในประกฤติน้จี ะสลายตัว news 1104 10

ไปเมื่อเข้าถึงธรรมเมฆะสมาธิอย่างสมบูรณ์ และนําไปสู่ สภาวะ “ไกวัลย์” หรือการแยกปุรุษะออกมาอย่างสัมบูรณ์ (ABSOLUTENESS) อย่างทีก่ ล่าวไว้ก่อนหน้านี้บ่อยครัง้ ว่า ปตัญชลีไม่ได้ ให้แนวทางทีช่ ดั เจนใดๆ ว่า จะฝึ กปฏิบตั แิ ละก้าวเดินอย่างไร ในกระบวนการทําสมาธิเหล่านี้ อีกทัง้ ไม่ได้บอกว่าจะกระโดด จากขัน้ หนึ่งไปสูข่ นั ้ อื่นๆ ได้อย่างไร เหตุผลก็คอื กระบวนการ ของโยคะภายใน (antaranga yoga) เหล่านี้เป็ นสิง่ ทีเ่ กิดขึน้ โดยอัตโนมัตติ ามธรรมชาติ ผูป้ ฏิบตั ไิ ม่สามารถทําอะไรได้ มากนักต่อการบรรลุในแต่ละขัน้ ซึง่ เกิดขึน้ อย่างรวดเร็ว “ธยา นะและสมาธิ” นัน้ ไม่สามารถบังคับให้เกิดขึน้ ได้แต่ “สภาวะ เหล่านี้เกิดขึน้ เอง” คําชีแ้ นะทีป่ ตัญชลีให้ไว้ว่าควรจะทําอะไร เพื่อให้สงิ่ เหล่านี้เกิดขึน้ อยู่ในประโยคที่ ๑:๒๐ ถึง ๒๓ นอกจากนี้ท่านยังบอกเป็ นนัยถึงแนวทางการฝึกอีกว่า ให้ฝึก กริยาโยคะ (kriya yoga) ในประโยค ๒:๑ และฝึกอัษฏางค โยคะในประโยค ๒:๒๙ และการเตรียมพร้อมด้านพืน้ ฐาน ภายในเรื่องจิต เพื่อการฝึกปฏิบตั สิ มาธิท่านก็ได้กล่าวไว้ใน ประโยค ๑:๑๓ ๑๔ ๒๗ ๒๘ และ ๑:๓๐ ถึง ๓๙ ในทีน่ ้ี เราอาจจะตัง้ ข้อสังเกตเป็นพิเศษได้อย่างนี้ว่า ระบบโยคะของปตัญชลี จะมีความสอดคล้องกันกับปรัชญา อทไวตะเวทานตะ4 แต่ตามทีเ่ ชื่อกันทัวไปและอาจจะบอก ่ เป็ นนัยจากประโยคที่ ๒:๑๖-๒๖ ว่า ปตัญชลีโยคสูตรดู เหมือนจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชดิ กับปรัชญาสางขยะ ไม่ตอ้ ง สงสัยเลยว่า หากพิจารณาจากระบบการฝึกปฏิบตั โิ ยคะของ ปตัญชลีแล้ว มันสามารถปรับให้เข้ากันได้กบั แนวทางปฏิบตั ิ ของปรัชญาใดๆ ก็ตาม และอย่างน้อยทีส่ ดุ ผูป้ ฏิบตั ซิ ง่ึ มี แนวคิดมุมมองทางปรัชญาใดๆ ก็ตามสามารถใช้ระบบโยคะ ของปตัญชลีเป็ นแนวทางปฏิบตั อิ นั หนึ่ง เพื่อการพัฒนาและ การตระหนักรูท้ างจิตวิญญาณได้ เอกสารอ้างอิ ง : ๑) Karambelkar, P. V. (1986). PATANJALA YOGA SUTRAS Sanskrta Sutras with Transliteration, Translation & Commentary. Lonavla : Kaivalyadhama, p.162-168. ๒) สุนทร ณ รังษี (๒๕๓๐). ปรัชญาอิ นเดีย : ประวัติและลัทธิ . พิมพ์ ครัง้ ที่ ๑. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

.............................................................

4

อทไวตะเวทานตะ คือ ปรัชญาอินเดียที่พฒั นามาจากเวทานตะซึ่ งเป็ น ๑ ใน ๖ ของระบบปรัชญาของฮินดู ปรัชญาอทไวตะเวทานตะเริ่ มต้นขึ้นในสมัยของ เคาฑปาทะและที่ได้รับการพัฒนามาถึงขั้นสุ ดยอดในสมัยของศังกราจารย์ (สุนทร ณ รังษี, น.๒๘๗)


ณัฏฐ์วรดี ศิ ริกลุ ภัทรศรี, สันสนี ย์ นิ รามิ ษ แปลและเรียบเรียง ในช่องท้องจะเคลื่อนตัวลงมาทางท้องน้อยได้ยากขึน้ เป็ นการ การหายใจมีผลอย่างไรกับท่าฝึ กโยคะ วิธกี ารหายใจมีผลต่อท่าฝึกโยคะ และท่าฝึกโยคะก็มี จํากัดการเคลื่อนลงของ central tendon ซึง่ กําลังทําหน้าที่ ผลกับการหายใจซึง่ จะกล่าวต่อไปตลอดบทความ ประเด็นนี้ เชื่อมต่อระหว่างกล้ามเนื้อกะบังลม 2 จุด ขณะทีจ่ ุดเชื่อมต่อ เป็ นเรื่องทีส่ าํ คัญกับการฝึกโยคะ แต่ยงั มีการพูดถึงกันน้อย crural อยู่นิ่ง มีเพียงจุดเกาะปลายเดียวบริเวณซีโ่ ครงที่ และไม่ถูกต้องนัก หากพูดถึงอย่างง่ายๆให้ดจู ากภาพ 2.10 ที่ สามารถเคลื่อนได้ไม่ยากนัก จึงเป็ นเหตุให้หน้าอกขยายขึน้ บันทึกระหว่างทีห่ ายใจออกและหายใจเข้า เมื่อวางภาพทัง้ จากฐาน สูดเอาอากาศเข้าสูป่ อด และทําให้ร่างกายช่วงบนยก สองซ้อนกันจะเห็นว่า เมื่อหายใจเข้าตัวเราจะมีขนาดใหญ่กว่า ตัวขึน้ ถ้าคุณหายใจอย่างลึกพอสมควร โดยเป็ นไปอย่าง (เหนือกว่า) การหายใจออก เมือ่ ดูจากภาพถ่ายจะเห็นว่าการ ราบเรียบ คุณจะรูส้ กึ รูส้ กึ ได้ถงึ การโยกขึน้ – ลงอย่างเป็ น หายใจเข้า ไม่ได้มผี ลเฉพาะการเคลื่อนไหวของหน้าอกและ จังหวะของศีรษะ, คอ และหน้าอก อย่างนุ่มนวลตามจังหวะ หน้าท้อง แต่ยงั มีผลกับทัง้ ร่างกายตัง้ แต่ศรี ษะจรดปลายเท้า ของการหายใจเข้า-ออก นี่เป็ นการแสดงให้เห็นถึงการหายใจ หัวใจสําคัญทีจ่ ะเข้าใจถึงผลทัง้ หมดก็คอื ระบบการทํางานใน ด้วยอกและกะบังลมอย่างสมบูรณ์แบบ ในการฝึกนี้ การทํางานของกะบังลมขณะทีห่ ายใจ การหายใจ บทความนี้จะอธิบายให้เห็นถึงการฝึก 2 ท่า ทีจ่ ะ และ ช่วยให้คุณรับรูถ้ งึ สรีระร่างกาย และเข้าใจถึงหน้าทีห่ ลักใน เข้าช่วยเสริมการทํางานของกล้ามเนื้อหลังส่วนลึก กล้ามเนื้อคอ จึงทําให้เกิดการแอ่นโค้งได้มากขึน้ ขณะที่ การเคลื่อนไหวมากกว่าเรื่องของการหายใจเฉยๆ หายใจออก เส้นใยกล้ามเนื้อของกะบังลมจะยืดออกไปอย่าง การเปลี่ยนแปลงของท่างู นอนควํ่าหน้าบนพืน้ ประสานมือไว้ดา้ นหลังของคุณ มาก เพราะต้องต้านกับการกดทับจากแรงโน้มถ่วง เมื่อมันได้ จับท่อนแขนหรือข้อศอกไว้ หรือถ้าให้ง่าย ให้คุณวางมือไว้ ผ่อนคลายขณะทีผ่ ่อนลมหายใจออกจนสุด มีเพียงกล้ามเนื้อ ข้างๆหน้าอก เกร็งกล้ามเนื้อตัง้ แต่สะโพกถึงนิ้วเท้า ให้ใช้คอ หลังส่วนลึกและคอเท่านัน้ ทีร่ กั ษาการแอ่นของกระดูกสันหลัง และกล้ามเนื้อหลังส่วนลึกในการยกศีรษะ, คอ และหน้าอกให้ เอาไว้ นี่เป็ นท่าฝึกเพื่อให้กะบังลมแข็งแรงขึน้ ทีด่ มี าก เพราะ สูงขึน้ เท่าทีจ่ ะทําได้ คุณไม่ได้จงใจใช้กะบังลมเพื่อให้อยู่ในท่า หลังจากทีค่ ุณยกตัวให้ได้มากทีส่ ดุ ด้วยกล้ามเนื้อหลังส่วนลึก นี้ จากนัน้ ให้หายใจเข้าและหายใจออกอย่างลึกผ่านทางจมูก แล้ว คุณกําลังใช้กะบังลม โดยได้รบั การช่วยเหลือจาก จะสังเกตเห็นว่าเมื่อหายใจเข้าแต่ละครัง้ จะช่วยยกร่างกาย กล้ามเนื้อซีโ่ ครงชัน้ นอก ทีท่ าํ หน้าทีเ่ หมือนตัวผสาน ช่วยให้ ส่วนบนให้สงู ขึน้ และเมื่อหายใจออกจะทําให้ร่างกายลดระดับ ยกร่างกายช่วงบนได้สงู ขึน้ อีก และนี่คอื จุดเด่น เป็ นการยกตัว ลง (ตามรูป 2.10) เนื่องจากท่านี้คุณใช้กล้ามเนื้อหลังประกอบ ขึน้ โดยกล้ามเนื้อเพียงแผ่นเดียวทีท่ าํ หน้าทีเ่ ป็ นตัวเคลื่อนไหว ในการหายใจเข้า-หายใจออกอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า การ หลัก ยิง่ ไปกว่านัน้ ถ้าคุณพยายามหายใจเข้าปกติ โดยไม่ทาํ ทีต่ วั ยกขึน้ – หรือลดลง เกิดเพราะการทํางานของกล้ามเนื้อที่ อุชชายี คุณกําลังสร้างการฝึกแบบ isometric สําหรับ กล้ามเนื้อนี้ และกล้ามเนื้อซีโ่ ครงชัน้ นอกทีท่ าํ งานร่วมกัน กําลังทําการหายใจ ในท่างูน้เี ราจะเกร็งสะโพก, หน้าขา และกระดูกเชิง อย่างเต็มที่ กรานให้แน่น ซึง่ ทําให้หลังช่วงล่างคงทีแ่ ละกระดูกสันหลังติด กับ crus ของกะบังลม การหายใจเข้าทําให้เกิดการตึง ณ ที่ กะบังลมยึดติดอยู่ทงั ้ 3 จุด จุดทีห่ นึ่งคือกระดูกสันหลัง, จุดที่ สองคือฐานของซีโ่ ครง และสุดท้ายที่ central tendon แต่เป็ น เพราะกล้ามเนื้อสะโพกและหน้าขาเกร็งมาก จึงทําให้จุดทีต่ ดิ รูป 2.10 การทําท่างูแบบพิลกแพลงไปจากตํารา (มือไว้ขา้ ง กับกระดูกสันหลังยังคงนิง่ อยู่ เว้นแต่เพียงรูส้ กึ ว่าพลอยมีการ หลัง) ทีม่ กี ารบีบแน่ นช่วงปลายขา การหายใจเข้าด้วยกะบัง ยกขึน้ เล็กน้อย ซึง่ ส่งผลไปยังสะโพกด้วย ภาพของลําตัวที่ ลม (ตามเส้นประ) จะยกลําตัวช่วงบนขึน้ โดยทัง้ หมดจะ ขยับอย่างเห็นได้ชดั แสดงให้เห็นว่าการหายใจมีอทิ ธิพลกับ สําเร็จได้จากการใช้กล้ามเนื้อหลังเพียงอย่างเดียว การเคลื่อนไหว ขณะทีห่ น้าท้องกดติดอยู่กบั พืน้ อวัยวะต่างๆ ...................................................................................................... news 1104 11


Doggy Poo เดีย๋ วนี้รสู้ กึ ว่าหนังเกาหลีไม่ค่อยสนุกเหมือนตอนทีด่ ู เมื่อสิบปี ก่อน ไม่รวู้ ่าดูมามากเกินไป หรือว่าคุณภาพการทํา หนังของเค้าลดลงกันแน่ แต่เมื่อบ่ายนี้ได้ดู Doggy Poo เป็ นการ์ตูนภาษาเกาหลี ทีเ่ พิง่ ได้มาจากตลาดนัดสีเขียวทีจ่ ดั ทุกวันพฤหัส เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๔.๐๐ ทีต่ กึ Regent ข้าง AUA รูส้ กึ ว่าเป็ นการ์ตูนทีด่ ี และไม่เสียดายเงินทีไ่ ปซือ้ มาเลย ทุกที ไปเช่าดีวดี จี ากร้านแถวบ้าน จะไม่ซอ้ื ไว้ เพราะมันจะรกบ้าน ส่วนมากดูครัง้ เดียวก็ไม่ได้ดอู กี ทีซ่ อ้ื มาดูแล้ว ก็แจกๆ แบ่งๆ เพื่อนๆ ไปช่วยกันดูจะได้ไม่เสียของ Doggy Poo เป็ นเรื่องราวของขีห้ มาก้อนหนึ่ง อืมม! ขีห้ มา...ฟงั ดูแล้วมันไม่น่าสนใจเลยเนอะ แต่พอเปิ ดฉาก ออกมาได้ยนิ เสียงเปี ยโนทีด่ งั มาจากทีวเี ท่านัน้ เล้งให้ไป ๑๐ คะแนนเต็มเลย เพลงเพราะมาก ขีห้ มาก้อนนี้นอนแอ้งแม้ง อยู่กลางถนนอย่างเดียวดาย ใครๆก็ไม่คบเพราะมันเหม็น และคิดว่าตัวเองไร้ค่า ในความทรงจําของขีห้ มานัน้ มีแต่ เรื่องราวทีต่ อกยํ้าถึงความไม่ค่คู วรกับการคบหา และเป็ นที่ น่ารังเกียจแก่ผพู้ บเห็นทีผ่ ่านไปมา ก้อนดิน – เพื่อนทีก่ องอยูข่ า้ งๆ ก็หวั เราะเยาะ และ บอกว่า แกไม่ใช่แค่ขน้ี ะ แต่แกเป็ น “ขี้หมา” ขีท้ เ่ี หม็นทีส่ ดุ ในบรรดาขีท้ งั ้ หลาย นกทีบ่ นิ มาจิกเพราะคิดว่าขีห้ มาเป็ นอาหาร – ก็รบี เช็ดจงอยปากอย่างรวดเร็ว แหวะ! อะไรฟะเนี่ย เหม็นสุดๆ พอเจอใบไม้แห้งทีป่ ลิวมาตกอยูข่ า้ งๆกองขีห้ มา - ขี้ หมาผูข้ เ้ี หงาและขีน้ ้อยใจ ขนาดร้องไห้ได้เสมอเมื่อโดนใคร เค้าว่าเอา ก็เริม่ ได้คดิ ว่าใบไม้ท่าจะน่าสงสารกว่าเพราะ ต้อง ระเหเร่ร่อนไปตามแรงลม แล้วแต่ลมจะพาไป กําหนด ทิศทางชีวติ ของตัวเองก็ไม่ได้ และในทีส่ ดุ ก็ตอ้ งตาย ต้อง ย่อยสลายไปตามวัฏจักรของชีวติ เด็กๆอย่างขีห้ มาน้อย ที่ อายุยงั น้อยกว่า และตัวก็หนักลมพัดไม่ไป ก็น่าจะโชคดีกว่า นะ แต่พอไม่นานก็เจอแม่ไก่กบั ลูกเจีย๊ บ ๑๓ ตัว ทีก่ าํ ลัง เดินหาอาหารกลางวัน – ขีห้ มาถึงกับยอมสละชีวติ ให้เป็ น อาหาร ถ้าหากว่าตัวมันพอจะมีประโยชน์บา้ ง แต่แม่ไก่กลับ เมิน และบอกว่า เจ้าขีห้ มาน้อย...เจ้าไม่ดพี อสําหรับทีจ่ ะเป็ น อาหารของลูกข้าหรอกนะ เจอเพื่อนร่วมโลกปฏิเสธเข้าขนาดนี้ ขีห้ มาก็ยงิ่ โศกา Oh! God พระเจ้าสร้างฉันขึน้ มาทาไม...ฉันมันไร้ค่า สิ้ นดี ...ไม่ดีพอสาหรับอะไรเลยหรือนี่ ขนาดยอมมอบกาย news 1104 12

โดย ล.เล้ง เสียงกระดิง่ หยก (ไม่ใช่มงั กรบิน) ถวายชีวติ ให้เค้าเอาไปกินเป็ นอาหารเผื่อว่าจะเป็ นประโยชน์ ได้บา้ ง เค้ายังไม่แลเลย...แงๆ ในทีส่ ดุ ก็ได้เจอกับต้นอ่อนดอกไม้ ต้นอ่อนฯ เจรจาขอความช่วยเหลือจากก้อนขีห้ มาน้อย ขอเธอมาเป็ น ปุ๋ย เป็ นแร่ธาตุสาํ คัญทีท่ าํ ให้ดอกไม้เติบโต ขอให้หลอมรวม ร่างกายของเธอ เข้ากับตัวฉันเพื่อจะได้กลายเป็ นดอก Dandelion สีทองผ่องอําไพ...จะได้ไหม ขีห้ มาน้อยดีใจมาก ยอมให้ตน้ อ่อนดอกไม้ ดูดกลืนชีวติ ของตน และกลายเป็ น ส่วนหนึ่งของดอกไม้ สีเหลืองทอง เมื่อดอกสีเหลืองแก่ตวั ลง ก็กลายเป็ นปุยสีขาว มันดูคล้ายๆ ลูกบอลเล็กสีขาวที่ ประกอบด้วยเข็มเงินเล็กๆ เป็นร้อยๆอันประกอบเข้าด้วยกัน และเมื่อลมพัดมา เข็มเล็กๆเหล่านี้กถ็ ูกพัดฟุ้งกระจายไปใน อากาศ มองดูสวยงามในเวลากลางวัน เทียบเท่ากับดวงดาว ทีร่ ะยิบระยับเต็มท้องฟ้าในเวลากลางคืน การได้เห็นดวงดาวพร่างพราว เต็มท้องฟ้าเป็ น ความสุขทีส่ ดุ ในสมัยทีย่ งั เป็ นเพียงก้อนขีห้ มา และใฝฝ่ นั ทีจ่ ะ สวยงามแบบดวงดาวบ้าง ตอนนี้กไ็ ด้มาลอยเต็มท้องฟ้า สมใจอยากแล้ว อะไรจะสุขไปกว่านนี้ไม่มอี กี แล้ว กระทังสิ ่ ่ งที่ดไู ร้ค่าอย่าง“ขี้หมา”ยังมีคณ ุ ค่าสาคัญ ถ้าหาก ว่าที่สุดแล้ว เราเกิ ดมาบนโลกใบนี้ และทาคุณค่า อะไร ให้กบั ชีวิตก่อนที่เราจะจากไป...แม้แต่ขี้หมายังคิ ดได้... ทีป่ กของ DVD เค้าเขียนไว้อย่างนัน้

ย้อนกลับไปเมือ่ สัปดาห์ที่ผา่ น เล้งได้ไปเข้าค่าย โยคะครูสนั ้ (ชื่อย่อของการอบรมครูโยคะ ระยะสัน้ ) ทีส่ วน สันติธรรม ลําลูกกา คลอง ๑๑ วันแรกก็ได้นอนห้องนอนที่ อากาศไม่ถ่ายเท และมีฝนุ่ มาก ตื่นมาก็ตาแดง เส้นเลือดฝอย ในตาแตก ตามประสาคนทีเ่ ป็ นโรคภูมแิ พ้ จะมีความไวต่อสิง่ แปลกปลอมเช่นความชืน้ ไรฝุน่ ฯลฯ มากกว่าคนปกติ ทําให้ รูส้ กึ อยากกลับบ้านมาก อีกทัง้ วันจันทร์น้ี Leslie Smith ครู โยคะสาย Igengar คนหนึ่ง ทีเ่ ล้งชอบเรียนด้วยจะมาสอน โยคะสาย Igengar จะมีระเบียบเคร่งครัดในการจัดท่าทาง และออกจะเครียดๆ ถ้าครูทส่ี อนเค้าเครียด แต่ Leslie สามารถทําให้การเรียนโยคะไม่เครียด ผ่อนคลาย สนุกสนาน และมีสาระไปพร้อมๆกัน น่าเสียดายทีไ่ ม่สามารถจัดเวลาให้ ไปเรียนได้ คลาดกันไปคลาดกันมาเสมอ และเนื่องจากครู ไม่ได้อยู่ประจําทีเ่ มืองไทย จึงอาจเป็ นเรื่องยากทีจ่ ะได้พบกัน อีก


ตอนแรกทีไ่ ด้นอนห้องนอนแบบนี้ ความอยากไป ของการเป็ นพีค่ นโตทีต่ อ้ งเป็ นแบบอย่างทีด่ ใี ห้น้องๆ (อันนี้ เรียนกับ Leslie ในวันจันทร์ และงานสอนในส่วนทีร่ บั ผิดชอบ พ่อแม่กรอกหูมาตัง้ แต่เล็กจนโต) เวลานี้น้องๆ เค้าโตแล้ว พี่ ก็เสร็จตัง้ แต่เช้าวันเสาร์แล้ว เล้งเกือบตัดสินใจขอกลับบ้านใน คนโตก็อยากทําอะไรบ้าๆ บอๆ บ้าง เพราะน้องๆ เค้าไม่ตอ้ ง ตอนเย็นวันอาทิตย์ แต่แล้วก็ได้คดิ ใหม่ว่า ถ้าไปเรียนเล้งก็ได้ มาดูตวั อย่างแล้ว เค้าคิดเองได้แล้ว ประโยชน์แต่เพียงคนเดียว ถ้าอดทนอยู่ค่ายต่อไปอีก ๒ วัน แต่แม่กย็ งั บ่นเรื่อง เป็ นครูตอ้ งไม่เดินกินขนม ภาพ ก็น่าจะทําประโยชน์อะไรให้คนอืน่ ได้บา้ ง พีว่ รรณ – เค้าถูกใจ ไม่สวย เล้งถึงขนาดอยากจะประท้วงด้วยการบอกแม่ว่า ถ้า กับประโยคนี้มาก เล้งก็ชอบมากและแปลกใจตัวเองเหมือนกัน เดินกินขนมไม่ได้...เล้งไม่เป็ นครูกไ็ ด้ และบอกให้นกั เรียน เพราะตามปกติ เล้งไม่ค่อยได้ทาํ อะไรเพื่อใครมากนัก มักจะ ทีม่ าเรียนโยคะกับเล้ง ไม่ตอ้ งเรียกเล้งว่า ครู/ อาจารย์ เพราะ ตัดสินใจทําอะไรๆ ตามอารมณ์ ชอบ-ไม่ชอบ รวมทัง้ นิสยั เบื่อ จะทําให้เดิน กินขนมไม่ได้ ให้เรียกเล้งว่าเป็ นพี่ หรือ เป็ น ง่าย ไม่อดทน ก็เป็ นสาเหตุให้อดทนทําอะไรไม่ได้นานๆ น้องแทน ...เอากับเค้าสิ แม้ว่าคืนที่ ๒ เปลีย่ นห้องนอนก็ยงั นอนไม่ค่อยหลับ และคืนที่ แต่สดุ ท้ายแล้ว เราก็หนีหน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบ ๓ ได้เปลีย่ นห้องนอนอีกครัง้ (เพราะครูหลายคนกลับบ้านไป ของเราไปไม่พน้ ก็ตอ้ งกลับมาทําหน้าทีค่ ้าํ จุนตนเองและผูอ้ ่นื แล้ว) ก็ยงั โดนยุงกัดตลอดทัง้ คืน พอกลับบ้านก็มานอนล้าง อยู่ดี ไม่อย่างนัน้ ก็ไม่มที ใ่ี ห้ยนื ในสังคม และตอนนี้...ใน แค้นยาวนานถึง ๑๐ ชัวโมง ่ โชคดีทค่ี นทีบ่ า้ นเค้าไม่ว่าอะไร บางครัง้ ... มันก็ภาคภูมใิ จด้วยทีไ่ ด้ทาํ หน้าทีพ่ ค่ี นโตทีไ่ ด้ปก อยากนอนก็นอนไป ป้องน้องๆ เวลามีใครมาวิจารณ์คนในบ้านเรา เพราะคนข้าง นึกย้อนไปเมื่อหลายปี ก่อนที่ อาจารย์ธรี เดชสอน นอกเค้าจะมารูจ้ กั พวกเรามากกว่าคนข้างในได้อย่างไร เวลา เรื่อง ปุรุษารถะ* – จุดมุ่งหมายของชีวติ ๔ ประการ ทีไ่ ด้ช่วยเหลือ หรือปกป้องคนในบ้านแล้ว รูส้ กึ ว่าเป็ น นาง ธรรมะ - ทําหน้าทีค่ ้าํ จุนตนเอง และผูอ้ ่นื เอ๊ก...นางเอก ก็หลงไปเล่นบทผูช้ ่วยนางเอกมาตัง้ หลายสิบปี อรรถะ - เลีย้ งชีพ หาปจั จัย ๔ เพิง่ จะมาปี น้แี หละ ทีไ่ ด้เป็ นนางเอกกับเค้าเสียที...ยังไงก็ไม่ กามะ – หาความสุข อายก้อนขีห้ มา Doggy Poo แล้วเนอะ โมกษะ– ละทิง้ ทัง้ ๓ ข้อข้างบน มุง่ สูอ่ สิ รภาพ-ความหลุดพ้น For everything, there is a reason for being… ตลอดชีวติ ทีผ่ ่านมา จะเน้นหาความสุข ไม่ชอบมี จบข่าว ภาระผูกพัน อยากมีอสิ รภาพทางการเงิน และเป็ นอิสระจาก *อ่านเพิม่ เติม ปุรุษารถะ ได้จากประทีปแห่งโยคะ หน้า ๓๕๔ ภาระหน้าทีท่ ค่ี นอื่นเอามายัดเยียดให้ ทําให้ต่อต้าน หน้าที่ – ๓๖๒) ............................................................................. เดือน มีนาคม 2554 มีผบู้ ริจาคสนับสนุนการทํางานของสถาบันฯ ดังนี้ เพื่อนครู ทีเ่ ข้าร่วมกิจกรรมจิตสิกขาประจําเดือนมีนาคม 600.- บาท ชลทิพย์ นาคาสัย (ครูแมว) - อ.กิติ ยิง่ ยงใจสุข 500.- บาท บุญโยคะ + ไภษัชยาศรม 1,500.- บาท สรุปยอดบริจาคประจําเดือนมีนาคม 2554 ทัง้ สิน้ 2,600.- บาท สถาบันฯ ร่วมกับ ภาควิ ชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มศว จัด หลักสูตรครูโยคะ 250 ชัวโมง ่ ปี 2554 (รุน่ ที่ 11) ทําความเข้าใจวิชาการโยคะ ตําราดัง้ เดิมว่าไว้อย่างไร ท่าอาสนะทีเ่ ราฝึกมาจากไหน อาสนะในมุมมองของสรีรวิทยากายวิภาค ปฏิบตั วิ ถิ โี ยคะ โยคะบนเสือ่ และ โยคะนอกเสือ่ เพื่อเข้าถึงหัวใจแห่งโยคะคือ การพัฒนาจิต ให้เป็ นสมาธิ ศึกษาวิจยั โยคะ ทําความเข้าใจโยคะผ่านหัวข้อ คําถามวิจยั ของตนเอง การสอน การถ่ายทอด การเผยแพร่โยคะ ฯลฯ พุธ 29 มิ.ย.17.30 – 20.00 น. ปฐมนิเทศ ที่ มศว คณะมนุษยศาสตร์ ชัน้ 6 ห้อง 262 ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 1 – 3 ก.ค. เข้าค่ายวิถแี ห่งโยคะ ทีส่ วนสันติธรรม ลําลูกกา คลอง 11 จันทร์ พุธ พฤหัส เสาร์ 4 ก.ค. – 26 ต.ค. ฝึกปฏิบตั ิ เรียนทฤษฎี ที่ มศว วันธรรมดา 17.30 – 20.00 เสาร์ 800-1300 น. ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 28 – 30 ต.ค. เข้าค่ายกริยาโยคะ ทีส่ วนสันติธรรม รับผูเ้ รียนไม่เกิ น 28 คน ค่าลงทะเบียน 29,000 บาท (รวมค่าค่ายทัง้ 2 ครัง้ และ ตาราเรียน) news 1104 13

โยคะสารัตถะ เมษายน 2554  

เชิญชวนอ่าน โยคะสารัตถะ ฉบับ เมษายน 2554 โยคะสารัตถะ เป็นจดหมายข่าวของทาง สถาบันโยคะวิชาการ ที่มีเนื้อหาเข้มข้น ทั้งทางด้านวิชาการ และ ปรัชญ...

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you