Page 1

สมุดวาดเขียน

1


2


สมุดวาดเขียน พื้นที่ปล่อยความคิด อิสระการสร้างสรรค์ สู่ความสุขจากงานศิลปะ

3


EDITOR’s TALK “ผมไม่ขอเรียกงานชิ้นนี้ว่าทีสิส แต่ขอเรียกมันว่า ความฝัน” ก่อนที่หนังสือเล่มนี้จะเกิดขึ้นมา มีหลายความฝันที่อยากทำ� มีหลายความคิดที่อยากสื่อสาร มีหลายเรื่องราวที่ อยากจะพูด แต่สิ่งที่ต้องทำ�ออกมามีขอบเขตต้องอยู่ภายใต้กรอบจำ�กัดเพียงเรื่องเดียว ตามหาอยู่นานครับว่าผม จะบอกเล่าความฝันอะไรลงในหนังสือของตัวเอง ลองผิดลองถูกอยู่นานสุดท้ายมาบรรจบลงตรงที่ผมถนัดที่สุดก็คือ เรื่องราวของศิลปะ ที่ไม่ได้ตายตัวอยู่แต่ภาพวาดบนเฟรมใส่กรอบสุดหรู สิ่งที่ทำ�จึงเป็นการบิดคำ�ว่าศิลปะเดิมๆ ให้ ยืดหยุ่นตามความหมายของมันเท่าที่จะทำ�ได้ เพราะผมเชื่อว่าทุกสิ่งบนโลกขับเคลื่อนด้วยพลังของศิลปะที่ไม่ได้จำ�เจ อยู่แค่การตวัดพู่กันให้เป็นภาพอย่างเดียวเสมอไป ทุกตัวอักษรที่ปรากฏจึงเป็นภาพความฝันที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างตั้งใจ สมุดวาดเขียนเล่มนี้แทนความฝันในวัย เด็กครับเชื่อว่าทุกคนต้องเคยมีสมุดวาดเขียนเป็นของตัวเอง เริ่มจากความชอบ กระดาษ ดินสอกับความฝันเท่านี้ก็ สามารถสร้างงานศิลปะได้ ละเลงความฝันวาดรูปตามจินตนาการ เลยจับเอาความคิดตรงนี้เป็นแกนหลักในการพา หนังสือเล่มนี้ออกเดินทางไปหาเรื่องราวต่างๆ เก็บเกี่ยวและค่อยๆ บันทึกสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ในแต่ละหน้า หนังสือเล่ม นี้จึงเปิดพื้นที่ให้กับคนทำ�งานศิลปะได้มีพื้นที่ปล่อยไอเดีย ได้มาร่วมแชร์งานศิลปะแลกเปลี่ยนความคิดกัน ให้คนที่ ชอบอะไรเหมือนๆ กัน พูดเรื่องเดียวกันได้มาพบปะพูดคุย โดยมีพื้นที่จากสมุดวาดเขียนเล่มนี้เป็นสื่อกลาง ไม่ง่ายเลยนะครับสำ�หรับการทำ�หนังสือสักเล่มคนเดียวแบบเต็มตัว หนังสือเล่มนี้ผ่านการเดินทาง มีโครงสร้างความ ฝันที่แข็งแรง แม้บางช่วงจะถูกบั่นทอนไปบ้าง หลายๆ คนในหนังสือเล่มนี้ผมเติบโตขึ้นมาพร้อมกับผลงานของเขา หรือผลงานของหลายๆ คนก็เป็นแรงบันดาลใจในการทำ�งานของผม ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 เดือนที่ได้ทำ�ในสิ่ง ที่ตัวเองรัก และมันถึงเวลาแล้วที่ผมอยากจะแชร์สมุดวาดเขียนเล่มนี้ให้กับคุณผู้อ่าน ได้เติมจินตนาการของตัวเอง ลงไปให้หนังสือเล่มนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น หลายคนเคยคิดว่าจะทำ�งานหนึ่งชิ้นให้ดีและหวังว่ามันจะประสบความ สำ�เร็จ ไม่ว่าในแง่ของรายได้ หรืออะไรก็ตาม แต่หนังสือเล่มนี้ผมตั้งในทำ�เพื่อสนองความฝันของตัวเองล้วนๆ ทุก เรื่องราวล้วนบอกเล่าตัวตนของผู้ทำ�เอาไว้อย่างครบถ้วนแล้วจริงๆ หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขไปกับความฝันของผมนะครับ

ธรรมธวัช ศรีสุข liverpool_offence@hotmail.com

4


ปล่อยของ 6 CALENDAR

8 เราระบาย - เสียดสีสังคมผ่านทีวีออนไลน์สายพันธ์ ใหม่ TVmunk 12 ทอป่าน - ร้านเสือ้ ผ้าแหวกกระแส รวมทีม Designer ชั้นนำ�ไว้คับคั่ง สู่งานแฟชั่น ทันสมัยสุดนอกกรอบ 14 โชว์รูม -เทศกาลฝาผนังเล่าเรื่อง เปลือยสังคม สะท้อนความจริง แหกกฎศิลปะจำ�เจ ด้วยจินตนาการจากศิลปินเลือดใหม่ 16 Home DIY - โคมไฟทำ�มือราคาประหยัด สามารถ หาวัสดุเหลือใช้ภายในบ้าน สร้างสรรค์ ของตกแต่งบ้านในแบบของคุณเอง 18 Design & Decor - แนะนำ�ของตกแต่งบ้านดีไซน์เก๋ เป็น มิตรกับบ้านบนสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน

ตั้งวงเล่า 28 BIG INTERVIEW - ทำ�ความรู้จัก เป๋ง ชานนท์ มือ ART DIRECTOR ฝีมือหาตัวจับยาก ที่ฝาก ผลงานเด่นๆ เอาไว้มากมาย

เอกเขนก 50 แผ่นเสียงตกร่อง - คนดนตรีบรรเลงเรื่องราว กับ สามพี่น้องครอบครัวดนตรี สินเจริญ บราเธอร์

52 สมุดวาดเขียนรามา - รำ�ลึกความหลังกับชาวคอนโดสวัสดี ทวีสุขจากซีรี่ย์ยอดฮิตเนื้อคู่อยากรู้ว่า ใคร กับผู้กำ�กับ มุก ปิยะกานต์ 56 BEHIND THE SCENCE 24 ARTIST ON FRAME - เส้นทางศิลปะหลังม่านร็อคเกอร์ของ - เบื้องหลังเสียงทุ้ม ที่ยังอยู่ในใจ หลายๆ คนกับ พูนศักดิ์ จตุระบุล ศิลปินก้นใหญ่ โอ๊ค BIG ASS 58 เที่ยวละไม 38 YOUNG BLOOD ร้านหนังสือยอดนิยมในกรุงเทพที่คอนัก - คลื่นลูกใหม่ไฟแรงแห่งวงการนัก ออกแบบ ละเลงไอเดียสดใหม่ปูเส้นทาง อ่านทุกคนไม่ควรพลาด 20 แชร์ 62 เพลินพุง สู่การเป็นมืออาชีพ - ศิลปะที่หลุดพ้นจากความงาม กับการ ดื่มด่ำ�บรรยากาศสบายๆ เคล้าเสียง ตีความใหม่ด้วยการแบ่งปัน กับสาย ดนตรีกับอาหารอร่อยหลากสไตล์ใน ธารน้ำ�ใจไทย – ญี่ปุ่น HAP DE NOUS CAFE 22 สามช่อง - เสน่หข์ องการ์ตนู สามช่องของอันคลาส สิกแฝงแง่คิดความสามัคคีในสังคม 24 Yours Space 42 อักษรศาสตร์ - ปลดปล่อยจินตนาการของคุณไปกับ - บทความเล่าเรื่อง ศิลปะเปลี่ยนโลก พื้นที่ว่างเปล่า รอการแต่งแต้มสีสันลง ไปบนหน้ากระดาษ

5


“ปล่อยของ” พื้นที่ปล่อยไอเดีย ไร้ขีดจำ�กัดทางความคิดและจินตนาการ ฉีกกรอบศิลปะเดิมๆ ที่ถูกขังความงดงามไว้เพียงบนแกลเลอรี่ชั้นนำ�ทั่วไป

Photo By : Viewzfinder. 6


7


CALENDAR เวิร์คพอยท์เฟสติวัล ไม่ว่าจะทำ�อะไร ดูเหมือนจะสามารถสร้างความสนใจให้แก่เราได้เสมอจริงๆกับ บริษัท เวิร์คพอยท์ ที่งาน นี้ขอเสนอเทศกาลความรื่นเริงครั้งใหญ่แห่งปี “เวิร์คพอยท์เฟสติวัล” เทศกาลที่จะรวบรวมรายการยอดฮิต สุดโปรดในเครือ มาสร้างความสนุกโดยจำ�ลองรูปแบบงานวัดที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี งานนี้เตรียมพบกับเวที คุณพระช่วย, เวทีลูกทุ่งชิงช้าสวรรค์, เวทีตลกฮารูฟรึ่บ, เวทีสตริงราชรถมาเกย, เวทีนิทานกู้อีจู้, โรงหนัง ล้อมผ้า, ร้านค้าจากรายการ SME ตีแตก และร้านค้าร้านอาหารชื่อดัง รวมถึง กิจกรรมมากมายทั้งเครื่อง เล่น ม้าหมุน, ปาเป้า, ยิงปืน, สอยดาว ฯลฯ งานนี้ศิลปินดาราคับคั่ง และพิเศษสุดกับผู้ชนะและผู้แข่งขัน จากเวทีThailand’s Got Talent อิมแพคอารีนา อาคารชาเลนเจอร์ 2 เมืองทองธานี 8-9-10 กรกฎาคม 2554 โทรสอบถามข้อมูล Thaiticketmajor 02-262-3456 Solo Exhibition “ขีดๆ เขียนๆ ถูไถๆ” (keedkeed keankean totaitotai) บาร์ บ าหลี บิ สโทรภู มิ ใ จเสนอผลงานนิ ท รรศการ ศิลปะครั้งแรก “ขีดๆ เขียนๆ ถูไถๆ” อีกหนึ่งความ สามารถที่ใครหลายคนยังไม่รู้ของ เมธี น้อยจินดา ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องดนตรีเท่านั้น กับผลงานศิลปะ จากการซุ่มซ่อมวาดรูปมานานนับปี งานอดิเรก ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่ถ่ายทอดจาก ความรู้สึก อารมณ์ประสมการณ์ที่ผ่านมา รวมถึง สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว โดยเน้น charcoal และ pastel เป็นหลัก งานนี้เปิดให้เหล่าแฟนคลับและ ไม่คลับไปชื่นชมและสัมผัสความสามารถนี้ได้ตั้งแต่ วันนี้ถึง 9 กรกฎาคม 2554 บาร์บาหลีบิสโทร ตรรกะสังสรรค์ : ศิลปะแห่งการสนทนา 21 ก.ค. ถึง 25 ก.ย.2554 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครขอเชิญชม นิทรรศการชวนคิด ชวนสนทนา ชวนหาความหมายด้วยประเด็นพื้นฐานของการ ดำ�รงชีวิต เฉกเช่น “เกิด แก่ เจ็บ ตาย กิน ขี้ ปี้ นอน” ในนิทรรศการตรรกะ สังสรรค์ ที่นำ�เสนอศิลปะในการแสวงหาความรู้ ผ่านการตั้งคำ�ถาม ต่อการ ดำ�รงอยู่ของมนุษย์ โดยแรงบันดาลจากส่วนหนึ่งที่มาจากตัวตน และผลงานของ เสฐียรโกเศศ หรือพระยาอนุมานราชธน ผู้เป็นนักกังขาคติที่ไม่ยอมจำ�นนต่อ ความสงสัย ซึ่งงานนี้ได้รวมเอาศิลปินไว้หลายสาขาด้วยกัน อาทิ สาขาวรรณกรรม ล้อม เพ็งแก้ว สาขาออกแบบ ประชา สุวีรานนท์ สาขาทัศนศิลป์ สุรสีห์ กุศล วงศ์ สาขาศิลปะการแสดง ภัทรสุดา อนุมานราชธน สาขาสื่อผสม มหาสมุทร บุณยรักษ์ และ เศรษฐวัตร อุทธา สาขาดนตรี ตุล ไวฑูรเกียรติ สาขาภาพยนตร์ ธัญสก พันสิทธิวรกุลสาขาสถาปัตยกรรม สิงห์ อินทรชูโต 8

เปิดแสดงตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน ถึงวัน เสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2554 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 02 629 0318


การแสดงละคอนใบ้ในกรุงเทพฯ กลับมาอีกครั้งกับละคอนใบ้ในกรุงเทพ PANTOMIME IN BANGKOK ที่ครั้งนี้จะสร้างความพิเศษและ แตกต่างกว่าครั้งก่อนๆ กับนักแสดงละคอนใบ้มืออาชีพระดับโลกนับสิบชีวิตจากญี่ปุ่น เยอรมันและไทย ที่จะมา สร้างสรรค์เรื่องราวผ่านทักษะการแสดงไร้คำ�พูด พร้อมเรียกเสียงหัวเราะและความประทับใจจากผู้ชม ศิลปินที่คุณไม่ควรพลาดอย่าง “ซิล’วูเปล” จากญี่ปุ่น คู่รู้ใจมากความสามารถในการแสดงที่มักได้แรงบันดาลใจ จากเรื่องราวของความรักและ “เมโทรโคลิส” คู่หูนักแสดงมาดกวนจากเยอรมันซึ่งเป็นที่จดจำ�จากหน้ากากสี ขาวแล้ว การแสดงชุดใหม่จาก “เบบี้ไมม์” ทรีโอหนุ่มไทยขวัญใจทุกคน ร่วมด้วย “ยาโน่” นักแสดงญี่ปุ่น หัวใจไทย การแสดงละคอนใบ้ในกรุงเทพฯ หรือ Pantomime in Bangkok ครั้งนี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 7 รอบด้วยกันบัตร ราคา 700 บาท 800, 1,000 และ 1,400 บาท เริ่มจำ�หน่ายบัตรตั้งแต่ วันที่ 25 เมษายนนี้เป็นต้นไป ที่ เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตมาสเตอร์ ทุกสาขา

เทศกาลปล่อยแสง 8 ตอน ปล่อยเด็ก เปล่งแสง TCDC เปิด เวทีต้อนรับเยาวชนคนเก่งมาร่วมเปล่ง แสงแห่งความสร้างสรรค์กันอีกครั้ง เพื่อสานฝันวัย เรียนให้เป็นจริงในโลกแห่งการทำ�งาน พร้อมปลด ปล่ อ ยพลั ง และศั ก ยภาพไร้ ขี ด จำ � กั ด ตามแบบฉบั บ “เด็กมีของ” บน “ลานปล่อยแสง” พื้นที่อิสระที่จัดสรร ขึ้นเพื่อเหล่าอนาคตของชาติโดยเฉพาะใน “เทศกาล ปล่อยแสง 8 ตอน ปล่อยเด็ก เปล่งแสง” กิจกรรม สุดแรงภายใต้โครงการ “Creative Thailand สร้าง เศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์” เพื่อร่วมเป็น ส่วนหนึ่งในการผลั ก ดั นและสนั บ สนุ นเยาวชนของ ชาติให้มีโอกาสค้นหาและพัฒนาศักยภาพให้เติบโต ก้าวหน้าอย่างสร้างสรรค์ต่อไป โดยงานนี้จัดขึ้น ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 วันที่ 22 มิ.ย. – 14 ส.ค. 2554 เวลา 10.30 – 21.00 น. (ปิดวันจันทร์) หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คืนสีสันบนผนังทางเดินของชั้นนิทรรศการอีกครั้ง ใน “FOR Wall Painting 2” นำ�เสนอศิลปะร่วมสมัยแนว post-graffiti ของศิลปินรุ่นใหม่ 16 คนได้ถ่ายทอด ความรู้สึกนึกคิด และความสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัวในเทคนิคและลีลาที่ ถนัดเล่าเรื่องราวผ่านฝาผนัง ซึ่งงานนี้ได้ประสบความความสำ�เร็จเป็นอย่างมากในครั้งแรก และครั้งนี้ก็ขนเอาศิลปินมาเยอะขึ้นกว่าเดิม รับรองว่าถูกใจคอศิลปะแนวนี้อย่างแน่นอน เปิดแสดงให้ชมตั้งแต่ 26 มีนาคม 2554 – 25 กันยายน 2554 บริเวณฝาผนังทางขึ้นชั้น 7 – ชั้น 9 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หน้ากากเอเชีย 14 ก.ย. – 6 ต.ค. 2554 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เฉลิมฉลองครบ 500 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตโปรตุเกส-ไทย “โครงการเฉลิมฉลองในเอเชียปีพ.ศ. 2554” ร่วมกับสถาบันกามอยช์ในสังกัด กระทรวงการต่างประเทศโปรตุเกสและมูลนิธิโอเรียนท์ผ่านทางสถานเอกอัคราชทูตโปรตุเกสประจำ�ประเทศไทย และศูนย์วัฒนธรรมโปรตุเกสใน กรุงเทพมหานครภูมิใจเสนอนิทรรศการ “หน้ากากเอเชีย” นิทรรศการที่นำ�เสนอส่วนหนึ่งของชิ้นงานในชุด “Kwok On” ซึ่งเป็นชุดสะสมชาติพันธุ์ ของมูลนิธิโอเรียนท์ ซึ่งประกอบด้วยชิ้นงานกว่า 10,000 ชิ้น และการให้ภาพรวมของหน้ากากเอเชียจาก 8 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ไทย เกาหลี อินโดนีเซีย ศรีลังกา ธิเบต และอินเดีย ที่แสดงถึงความหลากหลายและความงดงามอันน่าทึ่ง นอกจากนี้ทางนิทรรศการยังได้รวบรวม หน้ากากจำ�นวน 250 ชิ้น ที่ทำ�จากวัสดุหลากหลายชนิดมาจัดแสดงบนผนังพร้อมกับข้อมูลประกอบเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย 9


10


เราระบาย

ตลกร้าย-คลายเครียด เสียดสีสังคมในแบบฉบับ TVmunk ในยุคสมัยที่สังคมไทยรายการทีวีส่วนใหญ่เต็มไปด้วยเปลือกแห่งความเสื่อมโทรม ละครน้ำ�เน่าหลังข่าว เกมส์โชว์ไม่สร้างสรรค์ ที่ฉาบบังเอาสาระความบันเทิงไปอย่างสิ้นเชิง ก่อให้เกิดทีวีทางเลือกสายพันธ์ุใหม่ ขึ้นตามช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะสื่อ Internet ที่ไม่ต้องคำ�นึงถึงนายทุนและการตลาดนามว่า TVmunk รายการตลกเสียดสีสังคมสอดแทรกสาระความบันเทิง ที่ออกอากาศออนไลน์ทาง Youtube ให้ชมผ่านตา กันไปบ้างและเริ่มเป็นที่สนใจของคนบางกลุ่มแล้ว เราไปทำ�ความรู้จัก TVmunk จาก วัฒนชัย ตรีเดชา แม่ทัพแห่งรายการสุดห้าวเป้งกันเลยครับ จุดเริ่มต้นของ TVMunk มีที่มายังไง เริ่มมาจากพี่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว ไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกด้วยเราก็เลยอยากถ่ายวีดีโอเก็บไว้ดูเล่น เป็นสารคดี ส่วนตัว เพราะเวลาไปเที่ยวกับที่บ้านเรามักจะชอบถ่ายสารคดีกับครอบครัวเอาไว้ ทีนี้ถ่ายไปเรื่อยๆ เราได้เจอกับ หน้ากากพระซึ่งเป็นหน้ากากยางนี่แหละที่ญี่ปุ่น พอกลับมากรุงเทพปุ๊บและตัดสารคดีตัวนั้นเสร็จเราก็ลองเอามาลิ้งค์กับ หน้ากากพระที่เราไปเจอ บวกกับความที่เราชอบอะไรที่มันแปลกๆ หน่อย คือปกติเราไม่ค่อยได้ดูทีวีกันอยู่แล้วเลยกลับ มาคิดว่าหรือเราจะทำ�ทีวีออนไลน์กันดี เพราะช่วงที่เราเริ่มทำ�มันก็มีหลายเจ้าที่เขาทำ�กันอยู่แล้ว ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ TVMunk 11


เนื้อหารายการที่ต้องการจะสื่อสารกับคนดู จริงๆ ตอนแรกไม่มีนะ คือเรายังไม่รู้ว่าอยากให้คนดูรู้สึกยังไง รายการ มันจะเป็นไปในทิศทางไหน แค่รู้สึกว่าทำ�เพื่อสนองความต้องการว่าเรา อยากดูอะไร แล้วเราหาดูจากที่ไหนไม่ได้เราก็ทำ�เองซะเลย โดยพื้นฐาน แล้วเราทุกคนจะชอบอะไรที่มันสนุกเข้าว่า ถึงแม้จะด่าจะเสียดสีประชด ประชันแต่ก็ยังอยากให้อยู่ในขอบเขต คนดูแล้วยังสนุกไปกับมันด้วย จากตอนแรกที่ทำ�เพื่อสนุกสนาน แต่พักหลังๆ ดูจะใส่อะไรลงไปเนื้อหามากขึ้น ต้องการจะบอกอะไร จริงๆ เราแฝงมาตั้งแต่แรกเลยนะ แต่คนดูเขาอาจจะไม่เข้าใจคิดว่าเรา ทำ�เอาตลก คลายเครียดสนุกสนาน เพราะเราก็ไม่ได้อยากบอกโต้งๆ ไปเลย ทุกคลิปของเราจะมีสองประเด็นคือส่วนแรกที่เป็น Entertain คนดูจะสนุกกับมัน อีกส่วนที่เป็นการแฝงแง่คิดอย่างที่บอกเราพูดเรื่อง สังคมอย่างคลิปวางระเบิด ตลกเจ็บตัว รสนิยมการบริโภคสื่อบันเทิง ไทย ซึ่งคนส่วนใหญ่เสพสื่อแบบนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเราคิด ว่ามันไม่ใช่เรื่องปกตินะ หรือว่าทุกคนใช้ชีวิตปกติกันได้ยังไง มาเดินห้าง โดยที่ไม่รำ�คาญพวกยามตรวจกระเป๋าพวกนี้ มองวงการทีวีในบ้านเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เอาตามตรงนะคือพี่ดูทีวีน้อย(หัวเราะ) ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ ค่อยได้ดูแล้ว ที่จริงสมัยก่อนก็ดูบ้างนะดูละคร ดูการ์ตูน แต่หลังๆ พอเราโตขึ้นเริ่มรู้สึกว่าจะดูไปทำ�ไมในเมื่อเรารู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป พระเอกจะทำ�อะไร นางเอกเป็นใคร สุดท้ายแล้วจะจบยังไง ทุกอย่าง มันถูกวางไว้แล้วซึ่งเรารู้ล่วงหน้าหมดเลย ละครทุกเรื่องแทบจะเหมือน กันหมด เราสามารถบอกแม่บอกน้องสาวที่ดูอยู่ด้วยกันได้ว่ามันจะเกิด อะไรขึ้น เราก็โดนด่าประจำ�ว่าไปอ่านมาใช่ไหม แต่จริงๆ มันก็มีรายการ ที่ให้ประโยชน์อยู่บ้างนะ อย่างการ์ตูนก็ดีมันเติมเต็มจินตนาการของเรา เด็กทุกคนโตมากับการ์ตูน แต่เราไม่ค่อยเชื่อในละครทีวี หรือรายการ ทอล์คโชว์ดาราซักเท่าไหร่ โดยสายที่เราทำ�เนี่ยเราเคยทำ�ละครเวทีกันมาก่อน เรื่องที่จะพูดมันเลย เป็นอะไรที่จับต้องได้ บางทีอาจจะพูดถึงความรักในอีกแง่มุมหนึ่งที่ไม่ สามารถพูดได้ในหนัง คือจากละครเวทีมาตรงนี้มันมีความคล้ายคลึงกัน มากคือ คนดูจำ�กัด ดูในนั้นจบในนั้น อย่างในละครเวทีเราเคยทำ�เรื่อง ข่มขืน มีความรุนแรงแต่สนุกด้วย ตลกด้วย คนดูสนุก แต่ถ้าในฟรีทีวี เราไม่สามารถทำ�ได้

กรองสิ่งพวกนี้บ้าง เพราะเราไม่มีทางไปกำ�หนดเลยว่าคนดูจะต้อง 18 บวกจริงๆ เดี๋ยวนี้เด็ก 10 ขวบก็เล่นคอมเป็นแล้ว การวางสคริปต์โครงเรื่องของแต่ละตอนมีไอเดียมาจากไหน หลายๆ ครัง้ เรามีแค่ประเด็นทีอ่ ยากพูด อยากนำ�เสนอแล้วมา Improvise สดไม่ได้มีสคริปต์อะไรเลย เราแค่รู้สึกอะไร ณ ตอนนั้นก็พูดและเล่ามัน ออกมา แต่ถ้าเป็นตอนที่ต้องมีสคริปต์เราจะทำ�เป็นโครงคร่าวๆ ไว้ว่าเรา จะพูดเรื่องนี้ก่อนจะพูดเรื่องนี้เราอยากให้คนดูรู้สึกยังไง จะตามสคริปต์ กันยังไง และจะพาคนดูไปทางไหนก่อนแล้วจึงตบกลับมาที่ประเด็นของ เรา

ตอนนี้ผลตอบรับเป็นยังไงบ้าง โดยปกติทั่วไปเราทำ�ตรงนี้ก็อยากให้มีคนดู เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำ� มันให้อะไรกับคนดูพอสมควร ช่วงที่เริ่มใหม่ๆ เราก็ยังจับทางไม่ได้ว่าคน ดูต้องการอะไรก็เครียดอยู่เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น หลังๆ มาเราก็เริ่ม ไม่สนใจว่าคนจะดูเยอะหรือเปล่า เราสนใจแค่ว่าสิ่งที่เราพูดออกไปมัน ทำ�ไมต้องเป็นสื่อออนไลน์ ให้อะไรกับคนดูบ้าง โอเคหรือเปล่าคือกลับมามองดูตัวเองมากขึ้น พอ หนึ่งคือต้นทุนต่ำ�ทุกคนสามารถทำ�ได้ มีข้อจำ�กัดน้อยวิธีการนำ�เสนอ เปลี่ยนความคิดเราก็สบายใจมากขึ้น แต่เราก็ดีใจนะครับที่มีคนดูเพิ่ม ทำ�ได้หลากหลาย มีลูกเล่นเยอะกว่าสามารถเล่นและโต้ตอบกับคนดูได้ดี ขึ้นเรื่อยๆ ทำ�ให้เราเห็นผลตอบรับด้วยจากความเห็นที่คนเขาแสดงกันมา ซึ่งสมัย นี้คนส่วนใหญ่ก็นิยมเสพสื่อออนไลน์กันมากขึ้น เลยเป็นอีกช่องทางที่ถือ อย่างที่พี่วัดบอกว่าทีวีออนไลน์คอนนี้มีเยอะ แล้ว TVMunk เข้ามาเป็นทางเลือก ว่าโอเคเลยนะ อีกข้อที่สำ�คัญเลยคือไม่มีเซ็นเซอร์ เพราะรายการเรา ให้แก่คนดูยังไง บางครั้งมีการประชดประชัน เสียดสีค่อนข้างชัดเจน แต่เราก็พยายาม นั่นน่ะสิ(หัวเราะ) คือเราคิดว่า TVMunk ก็มีแนวทางเป็นของตัวเอง หลีกเลี่ยงคำ�หยาบคาย เพราะเรายังเชื่อในการทำ�สื่อจึงมีขอบเขตเพื่อ เราพยายามทำ�ในสิ่งที่เราเห็นจุดอ่อนของคนอื่น บางรายการที่เป็นข่าว 12


“ ทุกคลิปของเราจะมีสองประเด็นคือส่วนแรก

ที่เป็น Entertain คนดูจะสนุกกับมัน อีกส่วนที่ เป็นการแฝงแง่คิดอย่างที่บอกเราพูดเรื่องสังคม อย่างคลิปวางระเบิด ตลกเจ็บตัว รสนิยมการ บริโภคสื่อบันเทิงไทย

จะนำ�เสนอสิ่งที่มันเป็น Fact เล่าเรื่องข่าวสารเช่น I Here TV ก็ จะมีเจาะข่าวตื้นที่เด่นๆ ในส่วนของเราจะคุยเรื่องสังคมแบบสนุกสนาน สิ่งที่ TVMunk อยากระบาย ประชดประชัน และได้อะไรจากคลิปที่นำ�เสนอ โหยเยอะครับ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่สิ่งที่เราทำ�อยู่มันคือสิ่งที่เราอยาก ระบายทั้งนั้นเลย เรายังมีอะไรที่อยากระบายอีกเยอะครับ ซึ่งเราไม่ ตอนนี้เริ่มมีคนทำ�ตามบ้างแล้ว รู้สึกยังไง ถ้าหากได้รับไปเพียงความสนุก แต่ยัง สามารถระบายมันออกมาพร้อมกันทีเดียวได้ เราก็ต้องค่อยๆ เล่าไปทีละ ไม่เข้าใจถึงแก่นที่ต้องการนำ�เสนอ เรื่อง ต่อไปมันอาจจะมีความเป็น Commercial มากขึ้นแต่สุดท้ายมัน ที่จริงเราก็ตามเขามานะ (หัวเราะ) อย่างล่าสุดที่มีคนทำ�เขาก็มาขอว่า ต้องไม่ทิ้งเรื่องที่เราอยากบอก อีกส่วนก็คือในอนาคตเราอยากเชื่อมคน อยากลองดูว่ามันทำ�ยังไง ซึ่งเราก็ไม่เคยหวงอยู่แล้ว คือเราก็ไม่อยาก ดูให้เข้ามาหาเรามากกว่านี้มีส่วนร่วมกับทางรายการมากขึ้น ไปบอกว่าไอ้คลิปนี้เราต้องการสื่ออะไร เพราะในทุกคลิปเราพยายามไม่ พูดตรงๆ ถึงแม้จะมีคนที่อยากทำ�งานคล้ายๆ กับเรา โอเคเราไม่ได้ห้าม การเป็นคนตลกแน่นอนว่ามันต้องสร้างความสุขให้แก่คนอื่น แต่คนเรามีด้านที่มี ทำ�ตามนะ แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าแก่นจริงๆ แล้วคืออะไร เพราะส่วนตัว ความเครียดด้วยเหมือนกัน มีวิธีจัดการยังไง พี่เชื่อเรื่องการที่ใครคนใดคนหนึ่งได้เห็นและเข้าใจไปกับมันเองมากกว่า จริงๆ ตอนนี้ก็เครียดอยู่นะครับ(หัวเราะ) เมื่อกี้เดินมาก็เครียด แต่โดย ธรรมชาติเราไม่สามารถทำ�ให้คนที่อยู่ใกล้ๆ เราเครียดไปกับเราได้ พี่ หลังๆ พีว่ ดั จะมีงานเพิม่ ขึน้ ออกหน้าจอทีวบี อ่ ยขึน้ (รายการ Workpoint) แถมไปโผล่ ไม่ชอบ เวลาเครียดเราก็อยู่บ้านของเราคนเดียว คือเราก็ไม่ใช่ตลก ไปหนังด้วย (ลัดดาแลนด์) มองว่ามีผลต่อ TVMunk ในอนาคตหรือไม่ ในเรื่องตัวตน มืออาชีพ จริงๆ แล้วเราทุกคนต้องมีมุมส่วนตัว เรื่องลับเฉพาะที่ไม่ พี่เชื่อเสมอว่าถ้าจะทำ�งานศิลปะ หรืองานทางเลือกในประเทศไทยคุณ สามารถบอกให้คนทั่วไปทราบได้ แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่กับคนอื่นเราควร ต้องดังก่อน อันนี้พูดถึงประเทศไทยนะ เคยพยายามเปลี่ยนความคิดนี้ ที่จะทำ�ให้เขามีความสุขมากกว่าเครียดตามเรา เท่านั้นเอง คือมองในทางอื่นมากขึ้นแต่มันก็ยากนะมองไม่เห็นโอกาสเลย ตัวเองก็ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำ�ไมมันเป็นแบบนี้ คนทำ�งานศิลปะดีๆ เยอะแยะ ให้ฝาก TVMunk หน่อยครับ คืองานดีแต่ไม่มีคนเห็น แต่พอใครไม่รู้อยู่ดีๆ ก็ดังขึ้นมาแล้วทำ�งานชิ้น มันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับสำ�หรับคนที่ดูทีวีออนไลน์ และแก่นส่วน หนึ่งขึ้นมาก็มีคนสนใจ เรามองในทางกลับกันว่าสมมติเราดังมีคนสนใจ หนึ่งของมันอาจจะไปกระตุ้นความคิดใครได้บ้าง สำ�หรับใครที่เบื่อฟรีทีวี แล้วเราทำ�ในสิ่งที่มันดีมันก็สามารถให้ประโยชน์แก่สังคมได้เหมือนกัน ก็แวะมาชม TVMunk ได้ เรายินดีรับฟังทุกข้อเสนอ อยากได้ยินคอมเม้น คือให้ความสำ�คัญกับสิ่งที่เราทำ�มากกว่า จากทุกคน ยิ่งโดนด่าเราจะชอบมากครับจะได้ปรับปรุงในทางที่ดีขึ้น และ หวังว่าทุกคนจะชอบมันครับ 13


ทอป่าน

Animal Tree Concrete ร้านเสื้อผ้าหลุดกระแส ทางเลือกใหม่ของวงการแฟชั่นไทย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่ คืออีกปัจจัยขั้นแรกที่คนเราต้องหามาประดับตกแต่งร่างกาย ให้สวยงามตามสไตล์ความชอบของแต่ละคน ซึ่งปัจจุบันตลาดร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่นได้เติบโตและผลัดใบไป อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสงครามแฟชั่นที่ผลิตออกมาแข่งขันกันอย่างมาก หากช้ากว่าคนอื่นเพียงก้าว เดียวก็สามารถตกเทรนด์ได้ เราจึงเต็มใจนำ�เสนอร้านเสื้อผ้าที่กล้าฉีกกฎเดิมๆ รังสรรค์งาน Design เสื้อผ้าที่ไร้การยึดติดแฟชั่นและกาลเวลาของยุคสมัยกับ Animal Tree Concrete Animal Tree Concrete เกิดจากการรวมตัวของสามผู้มีประสบการณ์ ทางด้านงานแฟชั่น พลอย (Freelance Stylist) อัง (ผู้ช่วย Designer dust till dawn) มะปราง (Designer Page9 BY FLYNOW) เริ่ม จากความชื่นชอบและร่ำ�เรียนทางด้านนี้กันมา โดยทุกคนมีงานประจำ� อยู่แล้ว ซึ่งการเป็น Designer ทำ�ให้แต่ละคนมีความสามารถทาง ด้านแฟชั่นเป็นทุนเดิม แต่การทำ�งานในองค์กรใหญ่อาจถูกจำ�กัดด้วย เงื่อนไขทางการตลาด หรือนายจ้าง ทำ�ให้สิ่งที่อยากทำ�หรือแนวทาง แฟชั่นเสื้อผ้าของแต่ละคนต้องถูกลดทอนลงตามสัดส่วน ร้านนี้จึงถูก ก่อตั้งขึ้นมาโดยมีแก่นความคิดที่ว่า งานจะต้องเป็นสไตล์ของตัวเอง มากที่สุด โดยที่พวกเขาทั้งสามเป็นผู้ออกแบบ และไร้ข้อกำ�หนดใดๆ ทั้งสิ้น

กับแฟชั่นอะไรมาก สามารถนำ�มาใส่ได้ตลอดไม่ว่าความนิยมของตลาด แฟชั่นจะไปอยู่ที่ตรงไหนก็ตาม อีกความหมายหนึ่งก็สื่อถึงความแข็งแรง ของแบรนด์ ด้วยความหมายของทั้งสามส่วนผสมที่ลงตัว เมื่อนำ�มา เรียงร้อยต่อกันแล้วส่งผลให้เป็นศูนย์กลางที่บอกเล่าตัวตนของ Animal Tree Concrete ได้เป็นอย่างดี

การตกแต่งร้านยึดตาม Theme ชื่อร้านเป็นหลัก เน้นความเรียบง่าย ทุกคนสามารถเข้าถึงความเป็น Animal Tree Concrete ได้ ผนังทั้งหมด ออกแบบโดยใช้ปูนเปลือยให้ความรู้สึกที่ดิบ บวกเข้ากับไม้ให้ความรู้สึก ถึงความเป็นธรรมชาติได้เป็นอย่างดี สินค้าในร้านมีตั้งแต่เสื้อ กางเกง กระเป๋า รองเท้า ซึ่งใช้โทนสีขาว เทา ดำ� น้ำ�ตาลเป็นหลักในแบบ Earth Tone สไตล์งานส่วนใหญ่มาจากโครงร่างความคิดที่นำ�เสนอไม่ ชื่อร้านที่ดูแปลกตาแต่ฟังติดหู ชวนให้ตั้งคำ�ถามถึงความหมาย Animal ผ่านจากงาน Designer พวกเขานำ�มันมาปรับแต่งให้เป็นเสื้อผ้าแบบ สื่อแทนความหมายถึงมนุษย์ทั่วไป ที่นิยมการสวมใส่เสื้อผ้า รวมไปถึง ต่างๆ ในแบบที่พวกเขาอยากทำ�จริงๆ และของส่วนใหญ่ที่ร้านทำ�ออก พวกเขาทั้งสามก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ชื่นชอบการสวมใส่เสื้อผ้าเช่นกัน มามีจำ�นวนชิ้นที่จำ�กัด หมดแล้วหมดเลย ไม่มีการผลิตซ้ำ�แต่อย่างใด Tree สื่อถึงความคิดที่เป็นธรรมชาติ เป็นแนวคิดหลักของเสื้อผ้าในร้าน ทั้งหมดที่ทำ�เป็นขั้นตอน ทั้งวิธีการทำ�หรือการตัดเย็บที่เรียบง่าย สวม ด้วยความหลากหลายของ Products และรูปแบบสไตล์งานที่ไม่ซ้ำ�ใคร ใส่ง่าย กระบวนการในส่วน Pattern ของเสื้อผ้าที่ไม่ซับซ้อน เป็น ทำ�ให้เป็นอีกทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำ�หรับผู้ที่เบื่อการตามแฟชั่น ร้าน เสื้อผ้าทรงทั่วไป Concrete คือความร่วมสมัย เป็นเสื้อผ้าที่ไม่ได้ยึดติด เสื้อผ้าส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยนสไตล์งานไปตามกระแสตลาดแฟชั่น แต่ 14


ชิ้นงานของ Animal Tree Concrete ใส่ความเป็นตัวเองลงไปเป็น ศูนย์กลาง สินค้าในร้านและไอเดียจากมันสมองจึงไม่หมุนโคจรตาม กระแสที่พัดไป ทำ�ให้เสื้อผ้าแต่ละชิ้นสามารถใส่ได้อยู่เสมอโดยไม่ตกยุค สมัยแบบมาไวไปไว ทั้งนี้ตัว Products ไม่ได้มีแค่ความสวยงามสดใหม่หลีกหนีแฟชั่นอย่าง เดียว แต่มีชิ้นงานที่ใช้วัสดุเอื้อต่อโลกของเรา เช่นกระเป๋าผ้า Shopping Bag Design สุดล้ำ�สามารถกลับใช้ได้ทั้งสองด้าน ออกแบบด้วยความ เรียบง่ายไม่หวือหวา เฉดสีไม่ฉูดฉาด สามารถเข้ากับเสื้อผ้าได้หลายรูป แบบ สามารถนำ�มา Mix & Match ได้อย่างลงตัว ส่วนใหญ่ผลิต จากผ้า Cotton และ Canvas ที่นอกจากจะสวยทันสมัยแล้วยังเข้ากับ สภาวะโลกร้อนแบบนี้ด้วยเช่นกัน ถือเป็นทางเลือกใหม่ทนี่ า่ สนใจทีเดียวกับการรวมทีมของเหล่า Designer ฝีมือดี สู่แบรนด์ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง Animal Tree Animal Tree Concrete Concrete Jatujak market (section 3, address no.053, soi 42/2) AnimalTreeConcrete@hotmail.com 087-933-7322, 089-000-5159, 085-829-1140 15


โชว์รูม

เทศกาลฝาผนังเล่าเรื่อง : FOR Wall Painting 2 หลังจากประสบความสำ�เร็จได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากครั้งที่แล้ว กับงานเทศกาลละเลงฝาผนังอย่าง FOR Wall Painting ที่กลับมาอีกครั้งในขวบปีที่สองนี้ ภายใต้แนวคิด brave New World by Post Graffiti Blood ผ่านมุมมองจากศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง 16 คนที่พร้อมจะปลดปล่อยตัวตนของพวกเขาให้เป็นอิสระ แล้วพา ผู้ชมเข้าสู่สัมผัสแห่งจินตนาการที่ฉาบบังเรื่องราวแห่งโลกที่แท้จริงเอาไว้ FOR Wall Painting 2 เกิดจากไอเดียทีจ่ บั เอาศิลปินเลือดใหม่มาถ่ายทอด จินตนาการบนฝาผนัง ที่ต้องการจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม ปัจจุบัน ผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่ที่ถูกสั่งสมบ่มเพาะเรื่องราวประสบการณ์ ทางโลกแบบเจนจัดและต่างเรื่องราวจากศิลปินที่ขนกันมาเยอะกว่าปี แรกถึง 16 คน โดยเฉลี่ยศิลปิน 1 คนจะมีรูปภาพคนละ 2 รูปที่ภาพ แต่ละภาพแสดงถึงแนวคิดและตัวตนของศิลปินออกมาอย่างชัดเจนซึ่ง แฝงเอาไว้ด้วยแง่คิด การพิพากษ์สังคมในทุกวันนี้ ซึ่ง 2 รูปที่ว่าอาจจะ เล่าเรื่องราวที่มีความต่อเนื่องกันหรือเล่าถึงแง่มุมที่มีความต่างกันโดย สิ้นเชิงไปเลย ทั้งนี้รูปทั้งหมดจะมี 32 รูปโดยประมาณเรียงรายอยู่ริม ผนังตลอดทางเดินชั้น 7 8 9 ซึ่งมีพื้นที่เหลือพอสมควร และเป็นไปได้ว่า พวกเขาอาจได้รับไฟเขียวให้วาดเรื่องราวเติมสีสันต่อไปจนสุดพื้นที่ผนัง คอนกรีตสีขาว ทำ�ให้บางวันที่เราไปชมงานอาจจะได้พบศิลปินบางคน แวะเวียนเข้ามาวาดงานของตัวเองเพิ่มเติมก็เป็นได้ ฝาผนังที่เคยเงียบงันกลับเปล่งเสียงเพื่อเล่าเรื่องราวออกมา 16

มีผู้ให้

ความสนใจแวะเวียนมาชมผลงานกันอย่างต่อเนื่องทั้งชาวไทยและชาว ต่างชาติ เป็นเครื่องวัดอย่างดีว่ามนุษย์เราทุกวันนี้นิยมเสพงานศิลปะกัน มากขึ้น ไม่ว่าจะเชื้อชาติไหนต่างก็เรียนและเสาะหาความงามและเข้าใจ กันด้วยภาษาที่ว่ากันในรูปแบบของศิลปะ หลายคนวิเคราะห์ภาพที่ ปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างตั้งใจ เพื่อหาความหมายที่แฝงซ่อนอยู่ในภาพ เหล่านั้นจากศิลปิน ทั้งวัยรุ่นจนถึงวัยทำ�งานแสดงให้เห็นถึงความชื่น ชอบและให้ความสำ�คัญกับงานศิลปะของคนในบ้านเรา บางคนศึกษา เทคนิคการทำ�งานศิลป์ บางคนเรียนรูก้ ารจดจำ� บางคนค้นหาความหมาย ทั้งหมดเชื่อมให้ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ในงานแสดงครั้งนี้ แท้จริงแล้ว แก่นคือคนที่มาเสพในสิ่งที่ถูกสอดแทรกอยู่ในภาพวาดตามที่ตัวศิลปิน อยากสื่อสารหรือชื่นชมความงามที่อยู่เพียงเปลือกนอก ก็คงไม่สำ�คัญ เท่ากับการที่ได้เห็นทิศทางที่ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งของวงการศิลปะไทย ได้ เห็นคนสนใจงานมากขึ้น เห็นศิลปินเลือดใหม่มากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่อง ที่ดีทีเดียวในบ้านเรา


ซึ่งในวันที่ได้ไปเก็บภาพบรรยากาศงานเราได้พบกับ MISS INK 1 ใน 16 ศิลปินที่ได้มาวาดลวดลายบนฝาผนังในงานครั้งนี้ จึงมีโอกาสพูด คุยถึงสไตล์งานของเธอ MISS INK นำ�ความรู้สึกเชิงประสบการณ์ที่ เข้มข้นมานำ�เสนออย่างประณีต เน้นเนื้อหา สีและอารมณ์ MISS INK เปรียบผู้หญิงเสมือนตัวแทนเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก ของผู้หญิงเอก ขณะที่รอยสัก แฟชั่นและดนตรีร็อคคือการปลดปล่อย พันธนาการของผู้หญิง นี่คือสิ่งที่ถูกใส่ความรู้สึกลงไปบนผลงาน ภาพ บนฝาผนังของ MISS INK คือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่นอกเหนือ ออกไป อย่างในขนบเดิมยังเป็นสิ่งสำ�คัญสำ�หรับเธอ กรอบไม่ใช่การ กำ�จัดศักยภาพใดๆ “กรอบเป็นตัวผลักดันให้เราคิดทำ�นอกกรอบได้ กรอบทำ�ให้เราตั้งคำ�ถามต่อตัวเองและเรียนรู้ว่า การอยู่นอกกรอบนั้น ต้องมีขอบจำ�กัดของตัวเองด้วย”

จากตรงนั้นพอสมควร จึงนำ�ทั้งศิลปะและความชอบตรงนั้นมาเป็นแรง บันดาลใจซึ่งผสมผสานกันออกมาเป็นงานในแบบของเรา งานครั้งนี้ที่ จัดขึ้นศิลปินทุกคนอยากจะสื่อศิลปะในรูปแบบใหม่ๆ แนวคิดนอกกรอบ ที่ไม่ได้อยู่ใน Canvas อย่างเดียว เฮ้ย อยู่บนฝาผนังมันก็สามารถเป็น งานศิลปะได้ จากที่เคยเห็นศิลปะบนฝาผนังในรูปแบบของ Graffiti เพียงอย่างเดียว” งานนี้เปิดให้ชมกันแบบยาวๆ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2554 – 25 กันยายน 2554 มาร่วมกันสร้างสีสันและสัมผัสมุมประสบการณ์จาก ศิลปินเลือดใหม่ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

“สไตล์งานของ MISS INK เป็นการตัดทอนค่าและบอกเล่าเรื่องราว ของผู้หญิง โดยส่วนตัวเป็นคนให้ความสำ�คัญกับงานศิลปะและเพศหญิง มาก แต่ละงานจะวาดรูปผู้หญิงมาโดยตลอดบวกกับตัวเองเป็นคนชอบ ฟังดนตรีร็อคและลวดลายงาน Tattoo งานทั้งหมดเลยได้อิทธิพลมา 17


HOME DIY

DO IT YOURSELF :

MY RECYCLE LAMP สมัยนี้มีคนนิยมหันมาตกแต่งบ้านกันมากขึ้น แต่ด้วยราคาข้าวของเครื่องใช้ที่สูงลิ่วทำ�เอาผู้บริโภคอย่างเราๆ ต้องหันไปหาทาง เลือกใหม่แทน ซึ่งปัจจุบันก็มีของตกแต่งบ้านหลากหลายไอเดียจากการสร้างสรรค์ขึ้นมาในแบบ D.I.Y. (DO IT YOURSELF) ที่สามารถลดต้นทุนอีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย แถมเรายังนำ�วัสดุเหลือใช้มาทำ�ให้เกิดเป็นของตกแต่งในสไตล์คุณ ได้ในราคาถูกแสนถูก ซึ่งคอลัมน์ Home DIY ขอเสนอ โคมไฟทำ�มือ ของใช้ที่ทำ�ได้ง่ายๆ สามารถหาวัสดุอุปกรณ์ได้ในบ้านของคุณเอง ขั้นตอนแรกเตรียมอุปกรณ์ 1.ถุงกระดาษ 2.หลอดไฟ 3.สายขั้วหลอดไฟ 4.กระดาษแก้ว 5.คัทเตอร์ 6.เทปกาว ขั้นตอนแรกเริ่มจากนำ�ถุงกระดาษ (ทรงสี่เหลี่ยมหรือแบบไหนก็ได้) ที่ เราหาได้ในบ้านมาเจาะรูที่ก้นถุง จากนั้นนำ�สายขั้วหลอดไฟมาใส่ในรูที่ เราได้เจาะไว้เมื่อสักครู่ เสร็จแล้วให้นำ�เทปกาวมาปิดทับให้แน่น ทดลอง ดูว่าเมื่อนำ�มาใช้งานจริงแล้วมีความแข็งแรงทนทานไม่หลุดออกมา เป็น อันเสร็จในขั้นตอนแรก เมื่อเราได้โครงของโคมไฟแล้วจากนั้นก็มาถึงรายละเอียดในด้านของ ลวดลาย ซึ่งส่วนนี้มีความสำ�คัญอย่างมากเนื่องจากส่งผลถึงจำ�นวน การแสดงออกของไฟ ให้เรานำ�ดินสอมาร่างภาพบนบริเวณกลางถุง กระดาษ ถ้าหากรูปที่เราวาดมีขนาดเล็กจะทำ�ให้จำ�นวนแสงที่ออกมามี น้อยลงตามไปด้วย จึงต้องคำ�นวณวางรูปภาพตามความเหมาะสม ต่อมาใช้คัทเตอร์ตัดที่บริเวณกลางถุงตามแบบลายที่เราได้ร่างเอาไว้

18


อาจจะปรับเปลี่ยนตามสีของกระดาษแก้วถ้าสีแดงทำ�รูปหัวใจ สีเขียว ต้นไม้ และสีเหลืองเป็นพระจันทร์ เมื่อเราตัดออกมาเป็นรูปที่ต้องการ ทั้งสองฝั่งแล้วให้นำ�กระดาษแก้วมาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดพอที่จะปิด ช่องที่เจาะไปเมื่อสักครู่ จากนั้นแปะเข้ากับเทปกาวและนำ�เข้าติดด้าน ในของถุงกระดาษ ก็จะเห็นรูปที่เราเจาะไว้มีสีสันขึ้นมาแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายนำ�หลอดไฟที่เราได้เตรียมเอาไว้มาใส่ จากนั้นลองเปิด ไฟเราก็จะได้โคมไฟจากวัสดุเหลือใช้ที่แทบจะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ไว้ ตกแต่งห้องของคุณแล้วครับ ถุงกระดาษที่นำ�มาใช้เป็นวัสดุหลักนั้นเป็นมิตรต่อมลภาวะทางอากาศ ช่วยลดอุณหภูมิภายในสถานที่นั้น มีชั้นบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ มากขึ้น และยังช่วยกรองแสงจากหลอดไฟให้เปล่งออกมาในปริมาณ ที่พอเหมาะ ไม่เยอะจนเกินไป ทำ�ให้แสงสว่างภายในห้องดูเหลือง นวลเป็นการสร้างบรรยากาศในห้องของคุณได้ดีทีเดียว ซึ่งเหมาะกับ การถนอมตายตาที่ใช้มาอย่างหนัก อีกทั้งยังสามารถใช้ในกิจกรรม เล็กๆ อย่างการอ่านหนังสือก็มีแสงในปริมาณที่พอดีทีเดียว โคมไฟชิ้น นี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนไปใช้งานได้หลายอย่างตามที่เราต้องการ ด้วย ขนาดที่เล็กสามารถพกพาสะดวก สามารถเก็บและเคลื่อนย้ายได้ตาม ต้องการ ด้วยขนาดที่สามารกพกพาได้ทำ�ให้โคมไฟนี้ไม่กินพื้นที่สำ�คัญใน ห้องของคุณ สามารถมีพื้นที่เหลือทำ�อย่างอื่นได้คล่องตัว *สายขั้วหลอดไฟสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไปราคา ไม่เกิน 40 บาท

19


DESIGN AND DECOR

ECO DESIGN ECO TREND ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจโลกกันมากขึ้น จากความสึกกร่อนบนภาวะโลกร้อนที่กัด กินโลกของเราจนผิดเพี้ยน ไม่เป็นไปตามฤดูกาล สิ่งของปัจจัยต่างๆ เป็นที่ ต้องการอย่างมากเพื่อให้เอื้อต่อทรัพยากรมนุษย์ ที่นับวันก็มีจำ�นวนหน่วยเพิ่ม ขึ้นมหาศาล สวนทางกับวิกฤติการโลกที่ถอยหลังลงเรื่อยๆ ซึ่งไม่เพียงแต่ การรณรงค์และปลูกจิตสำ�นึกเท่านั้น

แต่สิ่งของใกล้ตัวอย่างอุปกรณ์ตกแต่งภายในบ้านของคุณ ก็สามารถ ช่วยให้โลกของเราลดระดับอุณหภูมิความร้อนลงได้ไม่มากก็น้อย จาก Furniture วัสดุจากธรรมชาติที่ทั้งช่วยโลกแล้วยังให้ความรู้สึกในแบบ ธรรมชาติให้กับบ้านของคุณบนเมืองที่มีแต่มลภาวะเปื้อนพิษก็เป็นได้ Oserí Shelve ผลงานจากนักออกแบบชาวเม็กซิโก อาศัยแนวความคิดแหวกกรอบ ของชั้นวางของทั่วไป ที่มีขนาดใหญ่จนกินพื้นที่สำ�คัญในบ้านจนให้ความ รู้สึกคับแคบไปถนัดตา การ Design ของชิ้นนี้จึงลดปริมาณพื้นที่ด้วย การสร้างช่องวางของขึ้นและนำ�มายึดเข้ากับแผ่นไม้ขนาดใหญ่เพื่อ ง่ายต่อการขนย้ายและเอาไปวางติดกับผนังภายในบ้านของคุณได้ตาม ต้องการ ไม่เพียงแต่ความสะดวกต่อการใช้งานเท่านั้น วัสดุที่ทำ�จาก ไม้เนื้อดียังมีความแข็งแรงทนทานสามารถยืนระยะการใช้งานได้ดี อีก ทั้งช่องวางของทุกช่องหมุนได้ถึง 360 องศาตามต้องการ ทำ�ให้ผู้ใช้ สามารถปรับรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสมกับสิ่งของที่จะวางได้ง่ายยิ่ง ขึ้น Soft การผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง Furniture ตกแต่งบ้านกับงานออกแบบ สิ่งทอ จากมันสมองของ Maria Bruun ชาวเดนมาร์ก ที่สร้างสรรค์ แนวคิดใหม่จุดศูนย์กลางคือโครงเหล็กที่แข็งแรงถูกเรียงร้อยด้วยเศษ ผ้าที่อ่อนนุ่มตัดให้ได้ขนาดยาว ถูกตรึงเอาไว้แน่นหนา จนออกมาเป็น Furniture เก้าอี้ไอเดียเจ๋งตัวนี้ รูปลักษณ์ภายนอกเป็นรูปทรงแปลก ใหม่ ด้วยโครงสร้างรูปทรงเลขาคณิตทำ�ให้เก้าอี้ตัวนี้ดูมีหลายมิติมาก ขึ้น แต่เจ้าตัวนี้ยังเป็นแค่โมเดลจำ�ลองเท่านั้น ยังคงต้องพัฒนาต่อไป มาก หากจะทำ�ขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานจริง แต่หากมีการทำ�ขึ้นมา จริงๆ คงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำ�หรับนักตกแต่งบ้านไม่น้อยเลยที เดียว 20


Triwing furniture ผลงานการ Design ของ Marco Hemmerling ที่จับเอาแนวคิดร่วม สมัยระหว่างความ Modern มารวมเข้ากับความเป็นธรรมชาติ จน ออกมาเป็นเก้าอี้ Design แปลกตาชิ้นนี้ซึ่งไอ้อิทธิพลความคิดมาจาก รูปทรงของภูเขาไฟนั่นเอง ผลิตจากเนื้อไม้ชั้นดี แสดงให้เห็นถึงการ Mix & Match ของ furniture กับธรรมชาติ ทั้งนี้ยังเน้นความทัน สมัยด้วยรูปทรงที่มีส่วนโค้งเว้า ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกลมมนไม่แข็งทื่อ ส่วนนี้จะทำ�ให้โค้งรับสัดส่วนของร่างกายได้เป็นอย่างดี คุณสมบัติพิเศษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีกลิ่นอายของสถาปัตกรรมสไตล์ Triwing อยู่ ในตัว ซึ่งภายนอกไร้การเจือปนของสีแต่จะเน้นให้เห็นถึงความดิบของ ไม้ ซึ่งคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ได้อย่างดี Tree-Branch Shelf งาน Design ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เข้ากับสภาวะโลกร้อนระอุใน ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี วัสดุจากธรรมชาติมีส่วนช่วยให้ห้องของคุณมี ความร่มรื่นให้ความรู้สึกของอากาศที่บริสุทธิ์ ใครจะเชื่อว่ากิ่งไม้ที่คง ไม่สามารถเอาไปทำ�อะไรได้ แต่ Daniel Hopper กลับนำ�มาสร้าง สรรค์เป็นของตกแต่งบ้านได้อย่างน่าทึ่ง Product ชิ้นนี้นำ�กิ่งไม้รูปทรง ที่ไม่จำ�กัดอยู่กับที่แตกก้านสาขาไปคนละทิศทาง ที่ผ่านการคัดสรรค์ มาแล้ว มีความแข็งแรงทนทานเคลือบด้วยสารป้องกันชั้นดี ทำ�ให้เชิง เทียนนี้มีอายุยาวนานไม่สึกกร่อนไปตามกาลเวลา มีพื้นที่วางเทียนได้ หลายประเภทตามใจชอบ สามารถนำ�ไปตกแต่งได้ทุกห้อง ซึ่งความเป็น ธรรมชาติที่ซ่อนเอาไว้ด้วยลักษณะทางกายภาพที่ทันสมัย จะเติมเต็มให้ ห้องของคุณอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของร่มไม้ในป่าใหญ่ Neat Design Plantation Media เข้ากับสภาวะแวดล้อมในบ้านเราเหลือเกิน กับการนำ�โซฟาทรงกลม และสี่เหลี่ยมที่มองเผินๆ รูปทรงแม้กระทั่งสีสันก็ดูเรียบง่ายทั่วไป แต่จุด เด่นของโซฟาชิ้นนี้อยู่ที่ช่องสำ�หรับใส่ต้นไม้ ซึ่งมีขนาดพอที่จะใส่ต้นไม้ นานาชนิดที่เราชื่นชอบลงไปได้ สร้างบรรยากาศความเป็นธรรมชาติให้ แก่ห้องเดิมๆ ที่เต็มไปด้วยอากาศอบอ้าว ลดองศาลงมาด้วยออกซิเจน บริสุทธิ์ บวกกับโทนสีเขียว ขาว ที่เรียบแบนไม่ฉูดฉาดจนเกินไปเข้ากับ ต้นไม้ได้อย่างลงตัว จากนักออกแบบแดนน้ำ�หอมฝรั่งเศส Jean - Marie Massaud

21


แชร์

ธารน้ำ�ใจ สายไทย-ญี่ปุ่น ขึ้นชื่อว่างานศิลปะแล้วสิ่งเหล่านี้คงไม่ได้จำ�กัดคุณค่าเอาไว้แค่เพียงการตั้งราคาที่แสน แพงของศิลปินชื่อดัง หรือแสดงความสวยงามตาม Gallery ชั้นนำ�ทั่วไป แม้กระทั่งใส่ กรอบเพิ่มเติมความหรูหราให้กับชิ้นงานนั้นๆ เพียงอย่างเดียว แต่งานศิลปะยังสามารถ สร้างสิ่งดีๆ ได้อีกมากมายมหาศาล ทั้งการแบ่งปัน เอื้อเฟื้อต่อเพื่อนสิ่งมีชีวิตในโลก คง อยู่ที่ผู้สร้างสรรค์ให้กำ�เนิดงานศิลปะว่าจะเลือกทำ�มันออกมาเพื่ออะไร และเพื่อใคร

ช่วงบ่ายแก่ๆ วันทำ�งานในขณะที่ผู้คนกำ�ลังเดินสวนทางกันด้วยความ เร่งรีบ ณ สถานีรถไฟฟ้า BTS แต่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องหยุดชะงักให้กับ เสียงตะโกนโหวกเหวกของเด็กกลุ่มหนึ่ง ที่ดังเสียจนกลบเสียงประชาชน นับร้อยอย่างสนิทลงในทันตา ภาพที่เห็นก็คือเด็กๆ ชาวญี่ปุ่นที่มากันเป็น ครอบครัว ถือกล่องรับบริจาคเพื่อพี่น้องชาวใต้ที่ประสบภัยน้ำ�ท่วม ได้ สะกดให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องทึ่งในความน่ารักและน้ำ�ใจที่เต็มเปี่ยม ไปด้วยความใสซื่อ ช่วย ชาว ใต้ ด้วย ค้าบ .. . . ขอบคุณค้าบ ผมได้ยิน ประโยคนี้ก้องอยู่ในหูครั้งแล้วครั้งเล่า พลังเสียงที่ไม่มีหมดกับความ มุ่งมั่นของเด็กๆ ทำ�ให้ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ที่กำ�ลังเร่งนาฬิกาชีวิตเพื่อ ประโยชน์ของตัวเอง ต้องหยุดไถ่ถามตัวเองถึงการให้อย่างไม่ต้องสงสัย เด็กๆ เหล่านี้พูดภาษาไทยไม่ได้ครับ พูดได้เป็นคำ�ไม่ชัดมาก แต่การ สื่อสารกันทางรอยยิ้มก็พอจะทำ�ให้รู้ว่าพวกเขาตั้งใจแค่ไหนกับภารกิจ ครั้งนี้ สิ่งที่พวกเขาเตรียมมาก็คือ นกกระดาษ คนที่หยอดกล่องรับ บริจาคไม่ว่าจะเท่าไหร่ก็ตาม พวกเขาจะมอบนกกระดาษที่พับเตรียม 22

เอาไว้ให้ ซึ่งนกกระดาษของชาวญี่ปุ่นได้สื่อความหมายถึง ความหวัง กำ�ลังใจ และปาฏิหาริย์ การพับนกจำ�นวน 1000 ตัวให้กับผู้ที่กำ�ลังป่วย เชื่อว่าจะหายและทำ�ให้ดีขึ้น ในทางกลับกันเชื่อว่านกกระดาษเหล่านี้ เป็นความเชื่อที่จะมาเยียวยาให้ชาวใต้ได้ผ่านเรื่องเลวร้ายครั้งนี้ เพราะ ถ้าหากจำ�กันได้เมื่อตอนเกิดสึนามิที่ภาคใต้ที่ประเทศไทยเมื่อหลายปี ก่อน ญี่ปุ่นก็เป็นประเทศแรกที่ยื่นมือเข้ามาช่วย จากนั้นเมื่อต้นปีที่ผ่าน มาที่เกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้ที่ญี่ปุ่น ได้สร้างความเสียหายเป็นอย่าง มาก คนไทยก็ได้ระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มกำ�ลัง จึงทำ�ให้เรื่องราว เหล่านี้เกิดเป็นห่วงโซ่ความสัมพันธ์ที่ส่งถึงกันอย่างไม่มีสิ้นสุด นกตัวนี้คงเปรียบกับเงินที่เราหยอดลงกล่องไปไม่ได้ ผมขอเรียกสิ่งนี้ ว่างานศิลปะที่เป็นตัวแทนของน้ำ�ใจที่แบ่งปันความสุขให้แก่เพื่อนมนุษย์ เด็กๆ เหล่านี้ไม่ได้เรียกร้องให้ใครมาใส่เงินครับ เขาแค่มาทำ�หน้าที่ของ พวกเขากัน นั้นคือการแชร์ความสุข และช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ได้หวัง สิ่งใดตอบแทน และคงไม่มีอะไรตอบแทนพวกคุณที่มาเป็นส่วนหนึ่งของ


เรื่องดีๆเรื่องนี้ นอกจากนกตัวน้อยๆ ที่เป็นตัวแทนเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างวัย เชื้อชาติ ที่คงจะทำ�ให้คุณตระหนักถึงวีรกรรม อันแสนน่ารัก ครั้งนี้ เมื่อได้หยิบนกกระดาษที่พวกตั้งใจพับให้คุณขึ้นมาดู พวกเขาคงไม่รู้ว่าสถานีปลายของแต่ละคนที่เดินผ่านไปมาจะมุ่งสู่ที่ไหน แต่เชื่อเหลือเกินว่าสถานีปลายทางธารน้ำ�ใจจากพวกเขาคงจะสร้าง สายใยที่ทอดยาวสู่พี่น้องชาวใต้ ให้ซับน้ำ�ตาแห่งความเศร้าให้กลายเป็น รอยยิ้มอย่างไม่ต้องสงสัย

23


สามช่อง

16.00 น.

15.30 น. 16.30 น.

ในสังคมที่ผู้คนใช้ชีวิตเร่งรีบ ... แข่งขัน ไม่มีใครปรับนาฬิกาชีวิตตัวเองให้ช้าลง

“จึงมาเป็นวณิพกพเนจร ... เที่ยวเร่ร่อนร้องเพลงแลกเศษเงิน”

17.00 น. 24 22


ในยุคที่เทคโนโลยีเข้าครอบงำ�มนุษย์ ... ผู้คนต่างหันหลังใส่กัน ไม่ยอมหันหน้าเข้าพูดคุย

17.30 น.

เวลา สิบแปดนาฬิกา

18.00 น. “ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย”

ยังมีกิจกรรมดีๆ ให้คนไทยทำ�ร่วมกันอยู่ ... และคุณหล่ะ ??? ขอขอบคุณไอเดียจาก TV-MUNK ตอน : หยุด ณ สยาม

25


YOUR SPACE

26 24


25 27


28


“ตั้งวงเล่า”

หลายคนตั้งวง 4 คนนั่งเล่า กับอีก 1 บทความใหญ่ หลากเส้นทางศิลปะผ่านเรื่องราว จากนักสร้างสรรค์เนื้อดี กับบทสนทนาออกรสชาติใน “วงเล่า”

Photo By : Viewzfinder. 29


Big Interview งาน Art Work คือส่วนเติมเต็มองค์ประกอบในการสร้างหน้าตาให้กับ Product ต่างๆ เปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่สร้างเอกลักษณ์แก่ผู้ สวมใส่ สำ�หรับงาน Art work ในรูปแบบของวงดนตรี สิ่งเหล่านี้จะสร้าง Signature สะท้อนตัวตนให้แก่ตัวศิลปิน เพื่อบอกถึงสไตล์ ของกลุ่มคนดนตรีผ่านรูปภาพเหล่านั้น เราจะพาไปทำ�ความรู้จักผู้อยู่เบื้องหลังงาน Art Work และ Design ปกอัลบั้มของวงดนตรี ชั้นนำ�อย่าง Bodyslam, Sweet Mullet, klear ที่ล้วนมาจากฝีมือของชายที่ชื่อ ชานนท์ ยอดหงส์ แห่งค่ายเพลงร็อคชื่อดังอย่าง Genie Records

MY ART WORK MY DOGKILLMEN CLOTHING : PENG CHANON การลงสี การถ่ายภาพซะส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าเอาจริงๆ เลยก็น่าจะเริ่มตอน ช่วยแนะนำ�ตัวหน่อยครับ ชื่อเป๋ง ชานนท์ ยอดหงส์ ตอนนี้เป็น Art Director ของค่าย Genie ปี3 ถึงจะได้มาจับงานที่อยู่หน้าคอมจริงๆ ซึ่งตอนนั้นทำ� Graphic พวก สื่อสิ่งพิมพ์ซะมากกว่า Records ครับผม เป็นคนที่หลงใหลในงานศิลปะหรือเปล่า ดูจากรอยสักและ Lifestyle การใช้ชีวิต จริงๆ ผมชอบงานออกแบบมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ พวกงาน Design งาน Art ซึ่งจริงๆ เราก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าชอบหรือเปล่า ตอนเด็กๆ ก็ วาดรูปเล่นไปเรื่อย ไม่มีใครมาสอนไม่ได้ไปเรียนเกี่ยวกับการวาดรูป แบบเด็กคนอื่น แค่รู้สึกว่าอ่านการ์ตูน ดูการ์ตูนแล้วมันสนุกดี วาดจาก เกมส์ที่เราเล่น ตัวละครที่เราชอบ กลายเป็นว่ามันส่งผลให้เราชอบและ รักงานพวกนี้โดยไม่รู้ตัว เริ่มต้นทำ�งาน Graphic ตั้งแต่ตอนไหน ถ้านับเฉพาะงานพวกนี้ผมเริ่มตั้งแต่ประถมเลยนะ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ทำ� แบบจริงจังอะไรมาก ไม่รู้ด้วยซ้ำ�ว่ามันคืออะไรทำ�เพราะความสนุกเฉยๆ แต่พอมาเรียนทางด้านนี้ช่วงมหาวิทยาลัย(คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขา ออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ) ก็เริ่มทำ�งานพวกนี้อย่าง จริงจังมากขึ้น แต่ช่วงแรกที่เรียนเราจะหนักไปทางพื้นฐาน drawing

30

เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน Hot Designer ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย ตอนนั้นได้รับคัดเลือกจากนิตยสาร CG PLUS+ (นิตยสาร Computer Graphic) ก็งงครับ ตอนนัน้ เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทางหนังสือเขาโทรศัพท์ มาจะขอไฟล์งานของเรา และสัมภาษณ์ประวัติพี่เป๋งด้วย บอกว่าเราจะ ได้เป็น Hot Designer ของปี เราก็ตอบรับแบบงงๆไป คือเขินเหมือน กันเพราะรู้ว่าเราก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น มีงานของคนอื่นเจ๋งๆ อีกตั้ง เยอะที่เราชื่นชอบ แต่ทำ�ไมงานของคนเหล่านั้นไม่ติดอยู่ในกลุ่มเลยวะ ก็เขินครับแต่ก็รู้สึกดี เป็นมายังไงถึงได้มาทำ�งานใน Genie Records ค่ายเพลงร็อคอันดับต้นๆ ของ เมืองไทย เริ่มต้นที่ผมสนิทกับช่างสักอยู่คนหนึ่งที่เขาสักให้ผมประจำ� แล้วก็สักให้ กับพี่เต๋าวง Sweet Mullet (วงดนตรีในค่าย Genie Records) ซึ่ง บอกว่า Sweet Mullet อัลบั้มต่อไปเขาอยากได้คนออกแบบคนใหม่ แต่


31


ไม่ใช่ว่าคนเก่าไม่เก่งนะครับ แต่ทางวงอยากได้คนที่มีแนวทางและสไตล์ งานที่เฉพาะทางกับวงมากกว่า ทางช่างสักคนนี้ก็เลยแนะนำ�ให้ผมรู้จัก กับทางวง บังเอิญว่าผมก็รู้จักกับสมาชิกในวงด้วย พี่เต๋าก็เลยชวนเข้า มาทำ�งานในค่าย ซึ่งทางค่าย Genie Records เองฝ่าย Art Director คนเก่าก็เพิ่งออกไปด้วย เลยเป็นจังหวะที่มันลงตัวพอดีครับ

หลังมาหนึ่งก้าวเพื่อกลับมามองว่าสิ่งที่เราทำ�จริงๆ แล้วมันคืออะไร ทำ� เพื่อใคร เราไม่ได้ทำ�เพื่อตัวเอง แต่ทำ�เพื่อให้ชิ้นงานนั้นสื่อถึงเรื่องราว ที่ตัวศิลปินอยากเล่าและดึง Character ของศิลปินออกมา พอได้ทุก อย่างครบถ้วนแล้วเราถึงเอาความเป็นตัวเองใส่ในงาน คือเลือกใส่ไป ในปริมาณที่เหมาะสมให้มันมีกลิ่นความเป็นงานของเราด้วย ไม่ใช่พอ เราไปทำ�อย่างอื่นแล้วงานเรากลายเป็นสไตล์ใครก็ไม่รู้มั่วเลอะเทอะไป การที่เราเป็นคนชอบดนตรีแนวร็อคอยู่แล้ว พอได้มาทำ�งานในค่ายเพลงร็อคอย่าง หมด แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่างานที่มีความเป็นตัวเองสูงเป็นเรื่องดี Genie มันช่วยให้การปรับตัวในการทำ�งานง่ายขึ้นหรือเปล่า ไม่ได้เห็นด้วยเท่าไหร่ มันขึ้นอยู่กับว่าเราทำ�ให้ใครอยู่ มันต้องมาเจอกัน มันเป็นทางที่เราชอบ เพราะเราเป็นคนฟังเพลงร็อคมาตั้งแต่เด็ก เพราะ คนละครึ่งทาง ที่บ้านเลี้ยงมาด้วยเพลงร็อค น้าเปิด Gun n’ Roses ให้ฟังทุกวันจน โต ซึ่งตอนเด็กๆ เราก็เคยใฝ่ฝันว่าอยากทำ�งานออกแบบปกซีดี ชีวิต เคยคิดหรือเปล่าว่าจะมาถึงขั้นนี้ ได้ทำ�งานใหญ่หลายๆ งาน มันสุดหรือยัง มี นี้อยากทำ�ให้ได้ เป็นความฝันสูงสุดของเรา ปรากฏว่าความฝันสูงสุด อะไรที่อยากทำ�อีกไหม นั้นมันมาไวเหมือนกัน พอมาทำ�ที่ค่าย Genie Records มันเลยจูนกัน งงเหมือนกันครับไม่เคยคิดมาก่อน ส่วนที่อยากทำ�คือ Music Video ง่ายขึ้น เพราะศิลปินในค่ายเป็นวงร็อคกันซะหมดเลย พวกเราก็เลยคุย แต่ตอนนี้เรายังใช้ชื่อและยังทำ�งานในนามของค่ายอยู่ ในอนาคตอยาก ภาษาเดียวกัน สไตล์การใช้ชีวิตก็คล้ายๆ กัน งานมันเลยไปได้ง่ายขึ้น ออกมาทำ�บริษัทของตัวเอง โดยให้ศิลปินเข้ามาหาเรา ซึ่งไม่ใช่ในนาม สำ�หรับการปรับตัว ค่ายแต่ในนามนักออกแบบหน้าปกซีดี Art Director ที่ดูแลทั้งหมด เกี่ยวกับเพลง มันมีผลต่อสไตล์งานของเป๋ง ชานนท์ไหม มีผลมากครับ มีผลจนรู้สึกว่าบางครั้งงานตัวเองมันแรงไป บางงาน เขาต้องการแบบเรียบๆ แต่เราดันไปแรงใส่เขา เราเลยใช้วิธีการถอย

32 30


กดดันบ้างไหม เพราะศิลปินแต่ละวงก็มีชื่อพอสมสมควร และงานออกสู่สายตา คนจำ�นวนเยอะมากขึ้น กดดันครับ แต่ก็ไม่ได้เก็บเอามาคิดจนทำ�ร้ายตัวเอง มันเกร็งครับเพราะ ศิลปินเขาทำ�งานดนตรีกันเองแบบจริงจังมาก เราก็คิดว่าเรื่องภาพมัน ควรออกมาให้สมกับที่เขาตั้งใจกันทำ�งานเพลง มันก็เลยเกิดความกดดัน ต่อตัวเอง แต่งานเรามันเป็นงานแบบที่ต้องใช้ความสนุกเข้าว่า ถ้าเรา ไปเครียดมากงานมันก็จะออกมาห่วย ไม่ได้ดั่งใจก็เลยต้องผ่อนตัวเอง ด้วยเหมือนกัน

ไหน มันก็มีเรื่องพวกนี้เข้ามาให้คิดอีกเยอะเหมือนกัน

เคยหมดไอเดียบ้างไหม เพราะต้องออกแบบหลายอย่าง มีวิธีจัดการยังไง เคยครับ คือถ้าหมดไอเดียขึ้นมาวิธีแก้ส่วนใหญ่คือ หยุดทำ�จะไปนอน ไปทำ�อย่างอื่น เพราะถ้ายิ่งไปอยู่กับมันมากๆ งานมันจะยิ่งเละเหมือน เราทำ�กับข้าว ยิ่งตำ�มันก็ยิ่งเละ ผัดข้าวยิ่งผัดมันก็ยิ่งไหม้ เราลองหยุด มานั่งนึกซักหน่อยดีกว่า จะทำ�ใหม่ดีไหม แล้วก็ไปอาบน้ำ�ให้มันรู้สึก สดชื่นขึ้น ผมชอบคิดงานออกตอนอาบน้ำ�นะ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แต่เห็นมีคนบอกว่าตอนอาบน้ำ�ร่างกายเราจะผ่อนคลายที่สุด ไม่ต้องคิด อะไร สมองมันจะเปิดออกหมดแล้วความคิดต่างๆ มันจะเข้ามาหาเรา เคยเรียนมาทางด้านนี้ด้วย จากที่เคยนั่งทำ�รูปเล่นๆ สู่การทำ�งานจริงๆ ใน เอง ส่วนใหญ่ตอนอาบน้ำ�และก่อนนอนจะชอบคิดงานออกครับ ปัจจุบัน ต่างกันไหมทั้งเรื่องแนวคิด วิธีการทำ� กระบวนการต่างๆ มีการนำ�มา มองวงการ Graphic ของไทยตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ปรับใช้บ้างหรือเปล่า ตอนที่เรียนมันไม่ต้องมีเหตุผลนะ ประมาณว่ากูอยากทำ�อะไรก็ทำ� สนุกนะ วงการ Design ตอนนี้สนุกมากเลย เพราะมันมีสื่อ มีตัวช่วย อาจารย์ให้โจทย์มาแบบนี้เราก็ดื้อ เฮ้ยทำ�แบบนี้ดีกว่า แต่พอการทำ� มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ทำ�ให้งานทำ�ได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน งานจริงๆ มันมีหลายองค์ประกอบเข้ามาทั้งเรื่องของผู้รับสารคือคน ทำ�ให้เด็กรุ่นใหม่เป็นกันเร็ว และงานก็ออกมาดีมากเช่นกัน แต่ด้วย ทั่วไป และทางศิลปินที่เราทำ�งานให้ มันมีทั้งองค์ประกอบและสภาพ ความรวดเร็วและฉาบฉวยของมันก็ตามมาด้วยความไม่มั่นคงแน่นอน แวดล้อม เราต้องคำ�นึงถึงศิลปินเพื่อดึง Character ของวงนั้นออกมา เพราะเมื่อก่อนเวลาเราจะออกแบบอะไรซักอย่างเราต้องนั่งวาดออก ให้มากที่สุด รวมทั้งคนฟังว่าเขาต้องการอะไรบ้าง อยากเห็นงานแบบ มาด้วยดินสอเป็นรูปภาพร่างไว้คร่าวๆ แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันล้ำ�มาก

33 31


ตอนที่เรียนมันไม่ต้องมีเหตุผลนะ ประมาณว่ากูอยากทำ�อะไรก็ทำ� อาจารย์ให้ โจทย์มาแบบนี้เราก็ดื้อ เฮ้ยทำ�แบบนี้ดีกว่า แต่พอการทำ�งานจริงๆ มันมีหลายองค์ ประกอบเข้ามาทั้งเรื่องของผู้รับสารคือคนทั่วไป และทางศิลปินที่เราทำ�งานให้ มันมีทั้ง องค์ประกอบและสภาพแวดล้อม เราต้องคำ�นึงถึงศิลปินเพื่อดึง Character ของวงนั้น ออกมาให้มากที่สุด

มีโปรแกรมไว้วาดรูปในคอมคนก็ไปโหลดกันมา ทำ�ให้เด็กให้เวลาและ ความสำ�คัญกับงานน้อยลงและไปเน้นที่จำ�นวนผลกันมากขึ้น จนหลงลืม เรื่องของวิธีการ วิธีคิดแบบเดิมๆไป และไปให้ความสำ�คัญกับผลและ ความสะดวกสบายมากกว่า ขั้นตอนการคิดและประมวลผลนี่จะหายไป เลย

และความชอบล้วนๆ ไม่ได้มองว่ากลุ่มลูกค้าจะต้องอายุเท่าไหร่ กลุ่ม คนต่างจังหวัดหรือกรุงเทพ ทำ�ออกมาแล้วต้องหรูหรามีระดับ ไม่เลย คือเรามองว่าอยากทำ�อะไรก็สร้างมันออกมาเท่านั้นเอง พอลูกค้าเขา เดินเข้ามาหยิบงานเราดูมันมีความสุขมากๆ ยิ่งเห็นคนใส่เสื้อของเรายิ่ง รู้สึกดีมากเลย

มีวิธีปรับตัวยังไง ทุกวันนี้มี Graphic ฝีมือดีเกิดขึ้นใหม่เยอะ ต้องรักษาแนวทาง ให้ชัดเจน หรือปรับตัวตามด้วยลูกเล่นใหม่ๆ ใช้วิธีคิดว่าเราต้องไม่ใช่น้ำ�ที่เต็มแก้ว คำ�พูดสูตรดั้งเดิมโบราณๆ นี่ แหละ ต้องยอมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาอย่าไปมองว่าคนนี้เด็กงานคง ไม่มีอะไร จริงๆ แล้วมันจะแฝงไปด้วยวิธีคิดที่ใหม่และสดมาก และ ความคิดของเด็กรุ่นใหม่จะไม่มีการวางกรอบให้กับตัวเองเลยนะเขาทำ� อะไรสุดทุกอย่างไฟแรงนั่นแหละ ดูแล้วก็แบบเออมันกล้าดีว่ะ เราต้อง ยอมเปิดรับความคิดเหล่านี้ แต่ไม่ใช่เปิดรับอย่างเดียวเราต้องมองงาน ชิ้นนี้ว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เอองานนี้ดีนะแต่ถ้าเป็นเราทำ�ควรปรับ ตรงนี้หน่อยดีไหม คือต้องมองทั้งสองด้านบางทีการที่คนเราไปตั้งแง่ให้ กับสิ่งสิ่งหนึ่งว่าไอ้นี่ดีไอ้นี่ไม่ดีมันจะไปปิดกั้นเรา ต้องมองทุกอย่างให้ลึก กว่าเดิม

เสื้อแต่ละลายสื่อสารอะไรออกมาหรือเปล่า ใช่ครับ งานทุกชิ้นผมจะแฝงความหมายลงไปหมด แต่เราก็ไม่ได้เล่า ไปตรงๆ นะ แล้วแต่ว่าใครจะไปตีความอะไรได้ แต่ในใจเราก็มีความ หมายของงานทุกชิ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ตอนนั้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็น เรื่องการใช้ชีวิตของความเป็นคน แต่ชอบเอาสัตว์มาเป็นตัวแทนเพื่อ สื่อสารถึงเรื่องราวต่างๆ เช่นเสื้อตัวหนึ่งลายนกฮูกเราตีความนกฮูกว่า เป็นสัตว์กลางคืนที่ออกล่าเหยื่อหากินตอนกลางคืน ความหมายของมัน คือเป็นผู้ชายนักเที่ยว แต่คนอีกกลุ่มเขามองนกฮูกว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะนกฮูกจะคอยป้องกันคอยกินเหยื่อพวกงู เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ ป้องกันสิ่งร้ายที่จะเข้ามาหาตัวเรา ผมว่าเจ๋งดีนะที่เขาไปตีความได้แบบ นั้น ก็รู้สึกดีเพราะมันมีทั้งมุมมองของเราและมุมมองจากคนที่ซื้องาน เราไปด้วยก็สนุกดีครับ

พูดถึงเรื่องแบรนด์เสื้อบ้างตอนนี้ทำ�เสื้อ Dogkillmen Clothing ออกมาขาย เป็นมายังไงถึงมาจับงานตรงนี้ มีที่มายังไง ผมชอบใส่เสื้อยืดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และชอบดูคนอื่นใส่เสื้อยืดเช่น กันได้เห็นลวดลายที่หลากหลายสวยดี การทำ�ตรงนี้มันเหมือนได้ตอบ สนองตัวเองจริงๆ เพราะว่าเราเป็นคนทำ�ไม่ต้องคำ�นึงถึงลูกค้าเลยแต่ เป็นลูกค้าที่ต้องมามองงานของเรา เป็นการสนองความต้องการตัวเอง

ตลาดตอนนี้เป็นยังไงบ้าง อนาคตอยากเปิดร้านไหม ดีเลยครับ ที่ผ่านมาก็งาน Fat T – Shirt ก็ขายดีมาก อนาคตก็อยาก เปิดร้านเหมือนกัน ตอนนี้ก็มีช่องทางขาย online คือ Facebook และ ตามงานเทศกาลต่างๆ คือเรามองไว้ไกลเหมือนกันอยากมีออกมาขาย เป็นร้อยๆ ลาย

34


อยากให้แนะนำ�เด็กรุ่นใหม่หน่อย ที่ชื่นชอบงานศิลปะแต่ยังหาตัวเองไม่เจอ ทำ�ให้ เกิดการเลียนแบบขึ้น จริงๆ เจอหลายคนนะที่กำ�ลังหาแนวทางของตัวเอง เราต้องมีสไตล์ แบบนี้สไตล์แบบนี้เป็นของเรา ผมว่าไม่ต้องไปยึดติดกับสไตล์ ทำ�ไป เถอะทำ�ไปเรื่อยๆ แล้วมันจะรู้เองว่าเราชอบอะไรและสไตล์ของเราจะ ตามมาเอง ช่วงแรกไม่ผิดนะที่จะ Copy งาน แต่จะทำ�กันทั้งชีวิตมัน ก็ไม่ใช่ คือเลียนแบบไว้ก่อนเพื่อให้รู้ว่าเขาทำ�อะไร ทำ�ยังไง ให้เราเรียน รู้กับมันไปด้วย และอย่ามองแค่เขาทำ�ยังไงให้มองว่าเขาคิดอะไรอยู่ ถ้า เราไปมองว่าภาพนี้สวย เขาใช้โปรแกรมอะไรทำ� อย่าไปสน สนใจสิ่ง ที่เขาอยากจะสื่อสารดีกว่า มันทำ�ให้เราโตขึ้นกว่าเดิมเยอะ คืออย่าไป มองตอนจบอย่างเดียว ให้มองตอนเริ่มต้นและระหว่างทางด้วย ให้พี่เป๋งฝากผลงานหน่อยครับ ตอนนี้มีงาน Art Work ใน DVD BODYSLAM LIVE IN คราม ครับผมเป็นชิ้นงานที่ทำ�นานพอสมควร เพราะว่ายากมากครับเป็นความ

เหนื่อยอีกรูปแบบหนึ่ง คือเราไม่ได้เปิดหัวงานด้วยตัวเองเราไม่ได้ไปคุย กับช่างภาพโดยตรง มันไม่เหมือนตอนทำ�อัลบั้ม คราม ของ Bodyslam ที่เราเป็นคนเริ่มต้นว่าจะวาง Concept แบบนี้ภาพแบบนี้เหมาะกับช่าง ภาพคนนี้ เราจะบลีฟได้หมดเลย คราวนี้มีคนถ่ายภาพแล้วเราเอามายำ� อีกที ซึ่งก็ต้องยำ�ให้มันอยู่ภายในกรอบสไตล์ของวงด้วย เราจะชอบงาน เปิดตัวใหม่มากกว่า เราจะคิดงานและวางรูปแบบกันตั้งแต่ต้นเลย ก็ เป็นงานที่ยากพอสมควรก็ฝากไว้ด้วยกับ Art Work ของ DVD BODYSLAM LIVE IN คราม ส่วนของปีนี้จะมี Sweet Mullet อัลบั้มใหม่ No More Tear อัลบั้มใหม่ Cocktail Retrospect อัลบั้มใหม่ วง Klear ปีนี้มีออกอัลบั้มแทบยกค่ายครับทำ�คนเดียวเลย (หัวเราะ) และ ฝากเสื้อ Dogkillmen Clothing (http://www.facebook.com/dogkillmen.clothing) ด้วยครับ

Klear อัลบั้ม Brighter Day

Sweet Mullet อัลบั้ม Sound Of Silence

Ebola อัลบั้ม Five Fifty-nine

Retrospect อัลบั้ม The lost souls

Bodyslam อัลบั้ม คราม

งาน Art Work วง The Mousses

งาน Art Work DVD Bodyslam Live In คราม

35


Artist On Frame

เส้นทางศิลปะหลังฉาก ROCKER

ของโอ๊ค BIG ASS 36


ไม่เพียงสร้างความสุขให้แก่ผู้คนจากเสียงดนตรีเพียงอย่างเดียว พงษ์พันธ์ พลสิทธิ์ หรือโอ๊ค มือเบสวง BIG ASS เจ้าของบทเพลงฮิตทั้งเล่นของสูง คนไม่เอาถ่าน อย่างน้อย ที่ใช้เวลาว่างวางเบสคู่ใจ มาจับเครื่อง Airbrush สร้างงานศิลปะในสไตล์ ของตัวเอง ที่ใครหลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นเคยกับบทบาทนี้ของร็อคเกอร์เคราดกคนนี้ สักเท่าไหร่ เราจะมาทำ�ความรู้จักตัวตนอีกด้านหนึ่งของศิลปิน Art Rock คนนี้ให้ มากขึ้นกันเลยครับ พอไปอยู่อเมริกาช่วงแรกก็ยังทำ�งานเหมือน พี่โอ๊คเริ่มทำ�งานศิลปะตั้งแต่ตอนไหน ตั้งแต่เด็กเลยครับ เอ่อ . . ตั้งแต่จำ�ความได้ก็ คนส่วนมากที่เพิ่งไปคือ ทำ�งานในครัว ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร ทำ�อยู่ประมาณเกือบปี พอดีมี เริ่มเขียนรูปมาตลอด พี่ที่รู้จักเป็นช่างทำ�พวก Airbrush อยู่ที่นู่น ทำ�พวกเพ้นท์เสื้อ รวมไปถึงงานเพ้นท์บนถัง ได้ข่าวว่าเรียนมาทางนี้ด้วย ใช่ครับ เรียนจบช่างศิลป์ลาดกระบัง เริ่มจาก รถยนต์ ซึ่งเราก็สนใจเพราะไม่อยากทำ�งาน ตอนเด็กๆ อยู่กับเพื่อนแถวบ้านเค้าชอบวาด ในครัว อยากทำ�งานในสายที่เราถนัดมากกว่า การ์ตูนกัน ช่วงนั้นการ์ตูนญี่ปุ่นกำ�ลังดังในบ้าน เลยลองดู ย้ายเมืองไปอยู่อีกเมืองหนึ่งซึ่งเป็น เรา จากนั้นก็เริ่มต้นวาดการ์ตูนมาตั้งแต่มัธยม เมืองชายทะเล ทรงมันก็คล้ายๆ กับภูเก็ต ต้น พอจบม.3 ลังเลไม่รู้ว่าจะเรียนต่ออะไรดี บ้านเราคือเป็นเมืองท่องเที่ยว แล้วเวลาที่เรา เลยคิดว่าเราต้องเรียนในสิ่งที่เราชอบดีกว่า ก็ ไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นชายทะเลหรือ เลยลองสอบเข้าช่างศิลป์ดูผลก็คือติด แต่ปี ที่ที่มีชื่อเสียง เราก็ต้องซื้อของที่ระลึกมาเช่น แรกด้วยสังคมทีม่ นั ใหม่ดว้ ยแล้วเพือ่ นๆ ก็ระดับ เสื้อที่เขียนว่าภูเก็ต ไทยแลนด์ ร้านของพี่เค้า ปวช. ช่วงนั้นเลยเกเรจนต้อง Retire อยู่ปีนึง ก็ประมาณนั้นเราก็เขียนเสื้อที่ระลึกอะไรพวก จากนั้นก็ซิ่วมาเรียน ปวช. ซึ่งตอนที่เริ่มก็เรียน นี้ขายไป ด้วยความที่เรามีพื้นฐานทางศิลปะ พวกพื้นฐาน Drawing การปั้น จิตรกรรม งาน อยู่ แ ล้ ว ก็ เ ลยเรี ย นรู้ ไ วอยู่ ไ ปเดื อ นสองเดื อ น เพ้นท์ วาดภาพสีน้ำ� เราก็เรียนไปตามที่เด็ก เราก็เริ่มทำ�งานได้ จากนั้นเราก็เริ่มฝึกทำ�งาน ศิลปะพื้นฐานเขาเรียนกัน จนถึงปี 3 ก่อนจบ Airbrush ทำ�อยู่ประมาณ 2-3 ปีก็เริ่มสนใจ พอดี ต อนนั้ น ก็ ติ ว เพื่ อ ที่ จ ะเข้ า มหาวิ ท ยาลั ย ทำ�พวกตัวถังรถยนต์ จากนั้นก็เริ่มศึกษาถึง ศิลปากร ซึ่งตอนนั้นถือว่าเข้ายากมาก แถมรับ วิธีผสมสีทำ�อย่างไร ลงสีอย่างไร เพราะงาน จำ�นวนคนน้อยด้วยสำ�หรับคณะจิตรกรรม เรา Airbrush ถ้าบนเสื้อมันก็จะยากในเรื่องการ ก็ลองไปสอบดูวันนั้นคนเยอะมากเป็นหมื่นๆ ฝึกฝน การลงเส้น การลงสี ปกติแล้วการ คน แต่ทางบ้านบอกว่าถ้าสอบไม่ติดเขาจะ ทำ� Airbrush ในบ้านเรามักจะใช้การตัดเป็น ไม่ส่งนะ เพราะเขาไม่มีตังค์ส่งเราเรียนเราต้อง บล็อกแล้วพ่นเอา แต่ที่นู่นเค้าจะสอนตั้งแต่ หางานทำ�เอง เขาก็ให้ทางเลือกมาว่า ถ้าสอบ การ Control เครื่อง Airbrush คือให้เรา ติดก็เรียนต่อ แต่ถ้าไม่ติดก็ย้ายไปอยู่อเมริกา สามารถใช้งานได้เหมือนการบังคับปากกาหรือ เพราะที่บ้านอยู่อเมริกากันหมดมีแค่เรากับพี่ พู่กันในการวาดเส้นเลย เราก็เริ่มศึกษาและ ชายที่อยู่ที่นี่ คือที่บ้านเลี้ยงแบบอเมริกัน คือ พัฒนาอย่างจริงจัง ตอนแรกกะว่าจะไปเรียน อายุ18 แล้วให้หาเลี้ยงด้วยตัวเอง สรุปว่าเรา หนังสือก็ไม่ได้เรียน มาทำ�ทางด้านนี้ไปเลย จากนั้นงานมันก็เริ่มเยอะขึ้นพอเราทำ�ตรงนี้ได้ สอบไม่ติดก็เลยลองย้ายไปอเมริกาดู 37


“ มันเริ่มจากความที่เราชอบ

ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดนตรีหรือ ศิลปะก็ตาม พอเราทำ�มันไปด้วย ความชอบอย่ า งอื่ น มั น ก็ จ ะค่ อ ยๆ ตามมา

มันก็เป็นความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งที่อเมริกา เขาค่ อ นข้ า งจะจ่ า ยสำ � หรั บ คนที่ ส ามารถ ทำ�งานฝีมือได้มากกว่าบ้านเรา พอเริ่ ม รายได้ ดี เ ราก็ ไ ม่ ส นใจแล้ ว ว่ า จะเรี ย น ทำ�ไมไปศึกษาทางด้านนี้เลยดีกว่า ก็เริ่มฝึก การเขี ย นภาพที่ มั น ยากขึ้ น จากงานกราฟิ ก ธรรมดา งานเขียนชื่อพวกนี้ ก็เริ่มฝึกเขียน พวกภาพ Portrait จนกระทั่งได้ไปเรียนกับ คนที่เขาทำ�งานเปิดอู่ทำ�มอเตอร์ไซด์ เจ้าของ เป็ น คนซื้ อ พวกอะไหล่ ป ระกอบและตี ตั ว ถั ง มอเตอร์ไซด์ แต่เค้าขาดช่างทำ� Airbrush อยู่ เราก็เลยขอเข้าไปลองเรียนรู้ดู แต่พอดีจังหวะ ตอนนั้นกะว่าจะกลับมาเมืองไทย ช่วงตอนที่วง Big Ass เค้ากำ�ลังมีปัญหาเรื่องมือเบส เพราะ ว่าคนเก่า (ต้น) ต้องกลับไปทำ�งานธุรกิจกับ ที่บ้าน ซึ่งก่อนหน้านั้นเราก็รู้จักและเคยเล่น กับทางวงอยู่แล้ว แต่พอตอนที่เราย้ายไปอยู่ อเมริกาต้นเค้าก็กลับมาเล่นแทน เลยมีการ คุยติดต่อกันและได้กลับมาเล่นให้วง Big Ass หลั ง จากนั้ น ก็ เ ว้ น จากงานศิ ล ปะไปพั กใหญ่ เหมือนกัน พอดีหลังๆเริ่มมีเวลาและจังหวะนั้น ก็มีงาน T-Shirt ของทาง Fat radio ก็เลย ลองกลับไปทำ�งานศิลปะดู จากนั้นก็ทำ�งานทั้ง สองอย่างศิลปะและดนตรีไปพร้อมๆ กัน ซึ่ง ตอนหลังนี้ก็ทำ�ทั้งเสื้อ ตัวถังรถ รวมไปถึง 38

หมวกกันน็อคด้วย ในรูปแบบของงาน Air- ตอนนี้ก็ยังไม่มีสไตล์ที่แน่นอนเท่าไหร่นะครับ brush ที่เราถนัด ก็ทำ�ไว้หลายแบบตอนนี้จะเน้นพวกงาน Skull อย่างเมื่อก่อนจะเป็นพวก Biomechanics อะไรทีท่ �ำ ให้หลงใหลในงานศิลปะ มันให้อะไรกับพีโ่ อ๊คบ้าง เครื่องจักกล หรือเรื่องของอวัยวะพวกหัว อย่างแรกก็คือความสบายใจ งานที่ทำ�ส่วนมาก กะโหลก บางอันก็จะเป็นงานพวก Portrait มันเริ่มจากความที่เราชอบก่อน ไม่ว่าจะเป็น และงานภาพเหมือนด้วย เรื่องดนตรีหรือศิลปะก็ตาม พอเราทำ�มันไป ด้วยความชอบอย่างอื่นมันก็จะค่อยๆ ตามมา งานส่วนใหญ่จะได้อิทธิพลมาจากไหน ส่วนคนที่ พอฝีมือเราดีมีการพัฒนาตัวเองมีคนมาเห็นผล นับถือเป็นครูศิลปะคือใคร งาน มันก็ส่งผลให้กับสิ่งที่สามารถทำ�เงินให้เรา หลายคนเลยนะ จริงๆ จะมีพวก HR Giger ได้ แต่การทำ�เงินมันก็คืออีกเรื่องหนึ่งซึ่งพื้น และกลุ่ม Human tree ลักษณะจะเป็นงาน ฐานจริงๆ มันคือความชอบมากกว่าเพราะทำ� กราฟิก ส่วนของคนไทยชอบงานของอาจารย์ แล้วก็สบายใจ เป็นงานที่ไม่ต้องไปยุ่งวุ่นวาย ถวัล แกมีความมั่นใจในการลงเส้น ไม่ว่าเขาจะ กับชาวบ้านก็ทำ�ไปเรื่อยๆ ของเราเองนี่แหละ ทำ�อะไรเค้าจะมีจินตนาการ เหมือนมีภาพทั้ง หมดอยู่ในหัวอยู่แล้ว เวลาเค้าลงเส้นมาหรือ ช่วงทัวร์คอนเสิร์ตไปด้วยจะแบ่งเวลาทำ�งานยังไง ปาดอะไรลงมา เราไม่สามารถรู้เลยว่าเขาจะ จริงๆ งานพวกนี้มันทำ�ได้ตลอด แต่ถ้าเป็น เขียนอะไร แต่พอชิ้นงานนั้นเสร็จออกมา เออ งาน Airbrush มันต้องกลับมาทำ� Shop ที่ เราเชื่อว่าเค้ามีภาพนี้อยู่ในหัว อาจารย์เป็นคน บ้าน อย่างช่วงที่มีคอนเสิร์ตในกรุงเทพตอน ที่มีความมั่นใจในลายเส้นตัวเองสูงมาก กลางคืน ช่วงกลางวันเราก็นั่งทำ�งานอยู่ที่บ้าน แต่ถ้าเป็นช่วงทัวร์ต่างจังหวัดอาจจะหาเวลา ชิ้นงานที่พี่โอ๊คประทับใจ Sketch งานวาดแบบที่จะมาลงตัวถังรถ แล้ว จริงๆ ทุกงานที่ทำ�ก็รู้สึกดีหมดเลยนะมันแตก ก็ค่อยเอากลับมาทำ�ช่วงที่เรามีเวลา ต่างกันไป ส่วนมากงานหลายๆ ชิ้นจะโดนซื้อไป ซะเยอะ ซึ่งมีงานที่ทำ�ให้กับศิลปินในค่ายด้วย สไตล์งานของพี่โอ๊คเป็นยังไง มั น จะมี อ ยู่ ชิ้ น หนึ่ ง เป็ น กี ต าร์ ข องน๊ อ ตวง


Retrospect อย่างชิ้นล่าสุดเป็นกลองของกบ (Big Ass) นี่แหละครับ เริ่มจากกบเค้าอยาก จะเขียนอะไรลงไปที่หน้ากระเดื่อง แล้วเค้าก็ ไม่อยากใช้โลโก้ของวงเพราะเค้าใช้มาตั้งแต่ปี ที่แล้ว ก็เลยลองหาภาพอะไรที่เค้าชอบ พอดี กบเค้าชอบ Joker ก็เลยลองเขียนลงบนหนัง กลองดูพอดีมันเป็นภาพที่ Joker ถือไพ่อยู่เรา ก็เลยเอาโลโก้ของ Big Ass มาใส่ดู จริงๆ แล้ ว หลายชิ้ น งานเราก็ ป ระทั บใจหมดแหละ มันมีความยากง่าย คุณค่า และความประทับ ใจคนละแบบกัน อย่างช่วงปีก่อนเคยมีคนเอา หุ่นมาให้เราลงลายให้เพื่อเป็นแบบลายที่ร้าน สักของเค้า แต่ช่วงนั้นติดที่บ้านเรามีปัญหา การเมืองจากนั้นก็ไม่เคยมาเอาอีกเลยเป็นปี แล้ว ทุกวันนี้หุ่นก็ยังอยู่ที่ร้าน ก็ถือเป็นอีกงาน ที่ประทับใจสำ�หรับเราดี

ที่อยากทำ�จริงๆ แล้วมันมีความอิสระมากกว่า

ในฐานะที่พี่โอ๊คเป็นศิลปินที่ทำ�งานทั้งศิลปะและดนตรี พี่มองว่ามันมีความต่างกันยังไง ที่จริงมองว่ามันก็ไม่ต่างกันในเรื่องการคิด ถ้า เรามีอะไรในหัวอยู่แล้วเราก็ทำ�มันไป อย่าง เรื่องของดนตรีพอมันมีความเป็นวงเข้ามามัน มีความจำ�กัดในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ อาจ จะมีกรอบของมันอยู่บ้างเพราะการทำ�งานเป็น วงมันคือการแชร์ความคิดต่างๆ เข้าด้วยกัน อาจทำ �ให้ ไ ม่ มี อิส ระเท่ า กับการทำ� งานศิล ปะ โอเคมันอาจจะมีงานที่ต้องหารายได้ที่ไอเดีย งานต้องขึ้นอยู่กับลูกค้า แต่ถ้าเราจะทำ�อะไร

เดี๋ยวนี้งานศิลปะส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการตลาด มันทำ� ให้งานศิลปะจริงๆ ถูกลดไปหรือเปล่า มันก็มีบ้างนะ คือจริงๆ งานศิลปะเดี๋ยวนี้ในบ้าน เราถือว่าดีขึ้นเยอะในเรื่องการนำ�พาณิชศิลป์ มารวมกับศิลปะจริงๆ ประกอบเข้าด้วยกัน เมื่ อ ก่ อ นมั น ค่ อ นข้ า งที่ จ ะมี ก รอบของมั น ซึ่ ง แบ่งอย่างชัดเจนอยู่ เมื่อก่อนถ้าคิดจะทำ�งาน พาณิชศิลป์ก็ต้องแยกไปเลย ส่วนคนที่จะ ทำ�งานจิตรกรรมก็ต้องแยกไปอีกพวกหนึ่ง แต่ เดี๋ยวนี้เราว่ามันเริ่มจะเข้าใจกันมากขึ้นว่ามัน สามารถนำ�มารวมกันได้ ซึ่งออกมาดีเสียด้วย

เด็กสมัยใหม่มองศิลปะเป็นแฟชั่น เรียนศิลปะแล้วเท่ห์ เล่นดนตรีแล้วเท่ห์ ความคิดเหล่านี้มันทำ�ลายเสน่ห์ ของศิลปะหรือเปล่า ถ้ า ทำ � แล้ ว ชอบแล้ ว มั น เท่ ห์ ด้ ว ยก็ ดี ค รั บ (หัวเราะ) จริงๆ แล้วมันก็มองได้หลายแง่นะ มันอยู่ที่ว่าไอ้ศิลปะที่เค้ามองเนี่ย เค้าไปเอามัน มาจากไหนหรือเปล่า คือถ้าเค้าคิดเองแล้วทำ� มันออกมาได้ดีก็โอเค แต่ถ้าเกิดเค้าไป Copy ไปลอกเลี ย นแบบมาแล้ ว อุ ป โลกน์ ถื อ ว่ า เป็ น ชิ้นงานที่แปลกใหม่ มันก็ไม่ต่างจากการขโมย ความคิด ผลงานของคนอื่นมาแอบอ้าง แต่ ถ้าเราคิดและทำ�ศิลปะขึ้นมาเอง ฝึกฝนศึกษา ด้วยตนเองถึงแม้จะออกมาไม่ดีเยี่ยมแต่เราก็ ภูมิใจกับงานนั้นมากกว่า

ให้ฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ที่ยังหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัว เองชอบอะไร อย่างที่บอกคือถ้าเราชอบอะไรก็ทำ�ให้มันเต็มที่ ถ้าเราชอบแล้วทำ�แล้วมันอยู่ที่ว่าจุดหมายของ เราอยากจะไปให้ไกลขนาดไหน ที่สำ�คัญอยู่ ทีก่ ารฝึกฝน ถ้าเป็นงานศิลปะหากเราคิดว่าการ สาดสีลงไปแล้วมันดูเท่ห์ มันก็คือสไตล์ของแต่ ละคน ไม่มใี ครว่าอะไร แต่ถา้ เอาจริงๆ อยากเน้น ทางด้ า นนี้ ผ มว่ า ศิ ล ปิ น ทุ ก คนเวลาเค้ า จะทำ � อะไรก็ตาม ระยะเวลาการทำ�งานของเขา ค่อนข้างจะยาวนาน ไม่ใช่ว่าเรามาเห็นเขา สาดสีใส่กระดาษแล้วบอกว่า เออง่ายว่ะใครๆ ก็ท�ำ ได้ ผมว่าหลายๆ คนทีม่ ชี อื่ เสียงในเรือ่ งของ การทำ�งานศิลปะผ่านการฝึกฝนค่อนข้างเยอะ และแต่ละคนคงมีวิธีคิดงานและ Concept ที่ ชัดเจนและมีระยะเวลากระบวนการทำ�งานที่ ยาวนาน กว่าจะออกมาเป็นงานชิ้นหนึ่ง ฉะนั้น ถ้าชอบแล้วอยากทำ�จริงๆ จังๆ ก็ทำ�ไปเลย เพราะทั้ ง เรื่ อ งดนตรี แ ละศิ ล ปะมั น มี อ ะไรให้ เรียนรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา และถ้าคิดจะเอา ดีทางนีก้ ็ต้องบอกก่อนเลยว่ารายได้ที่เข้ามามัน ไม่แน่นอน อีกอย่างถ้าคิดจะทำ�เอาผลรายได้ หรือชื่อเสียงมันต้องผ่านอะไรมาเยอะกว่าจะ มาถึงจุดนั้น คุณต้องขยันเรียนรู้ หมั่นฝึกฝน อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง แล้วก็อดทนเยอะๆ แล้วจะประสบความสำ�เร็จในสิ่งที่ทำ�ครับ

37 39


Young Blood

NEW WAVE PLEASE FORWARD ผลงานความคิดสร้างสรรค์จากนักศึกษาคณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัย รังสิต ที่ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบศิลปนิพนธ์ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 4 ปีบ่มเพาะให้พวกเขามีวิธีการคิดที่เป็นขั้นตอนมากยิ่งขึ้น ถือเป็นด่านสุดท้ายที่พิสูจน์ตัวตน ของพวกเขาผ่านโครงงานหลากความคิด ในรูปแบบงานแสดงที่มีชื่อว่า Exhibition of Forward โดยมีฉากหลังเป็นสถานที่ สำ�หรับงานออกแบบชั้นนำ�อย่าง CDC (Crystal Design Center) ซึ่งเราได้มีโอกาสพูดคุยกับประเสริฐชัย มากเมือง และณัฐฎา เตียวเจริญ 2 ว่าที่นักออกแบบภายในที่จะมาเล่าถึงแนวคิดและโครงการที่ทำ�ขึ้น และแนวทางการทำ�งานในอนาคต งานแสดงผล งานครั้งนี้เสมือนใบเบิกทางและบทสรุปว่าพวกเขาพร้อมที่จะก้าวไปในสู่การทำ�งานในชีวิตจริงแล้วหรือยัง ทำ�ไมต้อง CDC? ทีเ่ ลือก CDC เพราะว่าค่อนข้างทีจ่ ะตรงกับ Concept ในเรือ่ งงาน Design เพราะ Product และงานส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นพวกงานออกแบบ เฟอร์นิเจอร์ รวมๆ แล้วทุกอย่างมันเกี่ยวกับการ Design และงาน Interior ก็คิดว่าที่นี่น่าจะเหมาะสมสุดที่จะมารองรับงานครั้งนี้ อีกทั้ง กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่มาเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะนำ�เสนองานอยู่ แล้ว ซึ่ง Theme ของงานครั้งนี้ก็คือ Forward การส่งต่อเรื่องราว ที่เราต้องการจะบอก ในที่นี้การตีความหมายของมันก็คือการนำ�เสนอ Forward ผลงานของเราออกสู่สายตาคนทั่วไปนั่นเอง ซึ่งสัญลักษณ์ ของงานนี้ก็คือ จรวด ที่สื่อความหมายถึงการส่งต่อไปเรื่อยอย่างไม่มี 40

สิ้นสุด สิ่งดีๆ นั้นถูกแทนค่าด้วยจรวดที่พับขึ้นแล้วส่งต่อไปข้างหน้า เรื่อยๆ จึงนำ�มาเป็นสัญลักษณ์ของงานครั้งนี้ โครงงานที่ทำ� เป็นโครงการทำ�โรงเรียนแนวทางเลือกเพื่อการอนุรักษ์ โดยใช้ตึกเดิม ของโรงเรียนทั่วไปมาทำ�การ Renovate ซึ่งจะใช้ Concept การ เปลี่ยนแปลงให้น้อยที่สุดคือใช้รูปแบบอาคารเดิม และศึกษารูปแบบของ ทิศทางลมรวมไปถึงแสงแดดและทำ�การปรับปรุงอาคารแทนที่จะสร้าง เพิ่ม ซึ่งส่งผลให้เราสูญเสียพลังงานสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรและ มลภาวะโลกเป็นอย่างมาก จึงตั้งใจทำ�ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูป แบบให้นอ้ ยทีส่ ดุ โดยเราทำ�การตัดทิง้ และเราสามารถนำ�เศษวัสดุทเี่ หลือ


ทุกสรรพสิ่งล้วนมีเงื่อนไขในตัวเอง ดาวที่เคยเปล่งแสงเจิดจรัสย่อมมีวันอับแสงลง เหลือเพียงดาวค้างฟ้าที่รอวันถูกดาวดวง ใหม่ให้แสงสว่างทดแทนดวงเดิม เช่นเดียวกับงานทุกอาชีพ ฝีมือเก๋าขั้นเทพที่ประสบการณ์โชกโชนก็อาจจะถูกผลัดใบให้คลื่นลูก ใหม่ไฟแรงที่จะเข้ามาแทน หรือเติมเต็มให้งานนั้นสดใหม่จากไอเดียของกลุ่มคนเลือดใหม่เหล่านี้ ที่มาที่ไปของงานแสดงครั้งนี้ ปกติแล้วเวลาที่เราทำ�ทีสิส หรือที่เรียกกันศิลปนิพนธ์เสร็จแล้วมันต้อง มีสถานที่จัดงาน เพื่อให้คนภายนอกที่สนใจงานประเภทนี้ได้เข้ามาชม งานเรา เพื่อเป็นเส้นทางในอนาคตการทำ�งานของเราต่อไป เป็นการ โชว์ความสามารถ โชว์ศักยภาพที่เรามีอยู่ให้เป็นที่ยอมรับ สำ�หรับคน ที่มาในรูปแบบของบริษัทหาคนฝีมือดีเพื่อเข้าทำ�งานในองค์กร หรือคน ที่กำ�ลังทำ�งานเกี่ยวกับ Interior งานออกแบบภายใน หรือ Product Design แล้วสนใจผลงานของเรา อาจจะทำ�การซื้อขายกันเพื่อนำ�ผล งานไปสร้างสรรค์ต่อ หรือติดต่อให้เราไปทำ�งานด้วยก็เป็นได้ อธิบายโครงงานที่ทำ�หน่อย เป็น Pub & Restaurant คือเมื่อเราหาสิ่งที่อยากจะทำ� และตกผลึก ความคิดออกมาแล้ว จากนั้นคิดค้นต้องหา Concept ที่ชัดเจน ว่าเรา จะทำ�มันออกมาในแบบทิศทางไหน ก็เลยเริ่ม Research จากความรู้สึก และความชอบของตัวเองก่อน ก็คือตัวเราชอบดนตรีแนว House ที่ กำ�ลังได้รับความนิยมอยู่ในตอนนี้ ซึ่งดนตรีแนวนี้มีแบ่งเป็น 6 ประเภท

หลักๆ ตั้งแต่ House นั่งฟังสบายๆ สามารถประกอบการรับประทาน อาหารไปด้วยได้ ไปจนถึงเต้นกันสนุกสนานอย่างที่เราได้ยินกันทั่วไป เพราะสมัยนี้ดนตรีทุกประเภทแทบจะมีกลิ่นอายดนตรีแนวนี้ซ่อนอยู่ใน ทุกๆ เพลง อันนี้คือ Concept หลัก ส่วน Concept รองก็คือชีวิตใน ยามค่ำ�คืนที่จะมาเติมเต็มในชีวิตประจำ�วัน จากการทำ�งานอันเหนื่อยล้า ได้พักผ่อน ได้รู้สึกผ่อนคลาย ได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ซึ่งมองว่า มันมีความสวยงามในเรื่องของแสงสี เลยจับตรงนี้มาเป็นอีก Concep t หนึ่ง เพื่อทำ�ให้สถานที่แห่งนี้มีความน่าสนใจและแตกต่างมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่ไปเที่ยวที่ไหนก็เปิดเพลงเดิมๆ ตลาดทั่วไป ซึ่งกระบวนการทุกอย่าง เกิดจากการควบคุมโดยคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ Concept ของเราจะควบคุมมันทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น แสง สี เสียง ให้มันไปใน ทิศทางเดียวกัน ทั้งสไตล์ของดนตรีและการควบคุมบรรยากาศให้มี ความลงตัวและเข้ากันมากที่สุด เพื่อให้เกิด Character ที่ชัดเจนของ ร้าน ก็คือความเป็นดนตรี House ที่ผสมผสานกับความเป็น Lighting จนกลายเป็นจุดแข็งที่ลงตัว 41


ใช้ จ ากการทุ บ อาคารในส่ ว นที่ ต้ อ งการจะ ดัดแปลง เอาไปถมที่หรือเอาไปทำ�ประโยชน์ อย่างอื่นได้ ซึ่งวัสดุที่นำ�มาสร้างใหม่ก็เป็น วัสดุที่ได้จากภายในพื้นที่เหล่านั้น อย่างเช่น ไม่ไผ่ ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดและ สถานที่ ที่ เ ราวางแผนไว้ กั บโครงงานนี้ ด้ ว ย ทำ�ให้สะดวกและเอื้อต่อการทำ�งาน แล้ววัสดุเหล่านี้มันจะผ่านกระบวนการผลิต และระหว่างการทำ�งานทุกขั้นตอนในแนวคิด ที่เป็น Green คือไม่เป็นมลภาวะต่อโลก หลัง จากที่เรานำ�มาใช้เสร็จแล้วเมื่อวัสดุเหล่านั้น หมดอายุการใช้งานมันสามารถย่อยสลายเองได้ทั้งหมด แนวคิดของโครงงานชิ้นนี้ มีแนวคิดมาจากการที่เราเห็นว่ามนุษย์ทั่วไปมีนิสัยการใช้ทรัพยากรบน โลกที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำ�เป็น เราเลยต้องการปรับเปลี่ยนทัศนคติและ พฤติกรรมเหล่านี้ของมนุษย์ ซึ่งถ้าจะเริ่มต้นการปรับพฤติกรรมในวัย ผูใ้ หญ่มนั เป็นไปได้ยาก แต่ถา้ เราเริม่ ปลูกฝังตัง้ แต่เด็กๆ ซึง่ เป็นวัยทีม่ กี าร เปิดรับค่อนข้างมาก สิ่งเหล่านี้มันจะกลายเป็นกิจวัตรประจำ�วัน เด็ก ทุกคนได้อยู่โรงเรียนทุกวัน ได้ใช้ทุกวันเด็กๆ เหล่านั้นก็จะค่อยๆ ซึมซับ ความคิดเหล่านี้เข้าไปได้ง่ายจนเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องนำ�ไปปรับใช้กับ ชีวิตประจำ�วัน โครงการนี้นำ�มาปรับใช้จริงได้มากน้อยแค่ไหน จริงๆ แล้วมันมีแนวโครงการคล้ายๆ กับพวกโรงเรียนแนวทางเลือกที่มี อยู่แล้วแต่เดิม เพราะเดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีการทำ�โรงเรียนประเภทนี้ที่มีส่วน ช่วยสภาพแวดล้อมเยอะขึ้น จึงคิดว่าโครงการนี้มันทำ�ได้จริงอยู่แล้ว เพราะมันแค่เปลี่ยนการเรียนการสอนพร้อมกับปรับเปลี่ยนรูปแบบ อาคารเพียงเล็กน้อย โดยจุดเด่นของงานชิ้นนี้คงเป็นการที่เราไม่เปลี่ยน รูปแบบอาคารเพราะคนส่วนใหญ่ที่ทำ�การ Renovate จะทำ�การเปลี่ยน ใหม่หมดด้วยสาเหตุต่างๆ ปัญหาที่เจอระหว่างการทำ�งาน มีปัญหาเหมือนกัน เพราะบางทีรูปแบบอาคารเหล่านั้นมันไม่ได้ตั้งอยู่ใน ทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งการออกแบบให้เหมาะสมต่อผู้ใช้อาคารจึง ทำ�ได้ยาก เพราะรูปแบบอาคารเดิมนั้นมีอยู่แล้วถ้าจะทุบมันก็ไม่สามารถ ทำ�ได้อย่างเต็มที่และมีข้อจำ�กัดหลายอย่าง ก็คือเราจะพยายามจะทำ� รูปแบบอาคารที่สมดุลที่สุด ทำ�ลายของเดิมให้น้อยที่สุดแต่จะทบด้วย การสร้างเพิ่มแทน คิดว่าตลาดในบริษัทการทำ�งานจริงๆ อยากได้คนแบบไหนไปทำ�งาน มองว่ามีสองประเภทนะ แบบแรกคือพวกที่รับพนักงานเข้าไปเป็นพวก Draftman คือต้องทำ�เป็นทุกอย่าง เขียนแบบ ออกแบบ Sketch ภาพ 42

วันนี้อาจจะให้เราไปทำ�โมเดล อีกวันหนึ่งอาจจะโยน Project เล็กๆ มา ให้ทำ� หรือให้ไปวัด Site จนกระทั่งออกแบบจนเสร็จ แล้วแต่บริษัทจะ มีความแตกต่างกันไป แต่ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆ จะมีแต่ละแผนกที่ชัดเจน เพื่อการทำ�งานที่มีระเบียบเป็นขั้นตอน แต่บางบริษัทก็รับคนจากไอเดีย มากกว่า เพราะคนที่มีความคิดสร้างสรรค์มันเป็นสิ่งที่สอนกันยาก ฝีมือ ยังพอฝึกกันได้ ถ้าเราขยันก็จะพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไอเดียเหล่านี้จะ มีค่าต่อพวกเขามากกว่าการทำ�งานเป็นทุกอย่างหรือนั่งตามแผนกเฉยๆ สรุปคือบางบริษัทต้องการไอเดียใหม่ๆ บางบริษัทต้องการพนักงานที่ ทำ�เป็นทุกอย่าง ที่ว่ามาคือเรื่องหลัก สำ�หรับความขยันก็เป็นอีกเรื่อง ที่ตามมาซึ่งก็คงเหมือนงานทั่วไปที่จำ�เป็นต้องอยากได้คนที่ขยันและมี ฝีมือเข้าร่วมงาน ธรรมชาติกำ�ลังเล่นงานมนุษย์ งานที่ทำ�อยู่ช่วยอะไรโลกได้บ้าง เพราะงาน ที่ทำ�ก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพวกนี้ด้วย ที่จริงมันช่วยได้เยอะเลยนะ ทุกวันนี้เราจะเห็นและได้ยินคำ�ว่า ECO กรอกหูอยู่แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Furniture fashion หรือแม้กระทั่ง กระดาษในกระบวนการทำ�หนังสือ อย่างในแง่ของการออกแบบภายใน แน่นอนว่ามันเป็นงานที่ออกแบบเพื่อลูกค้า แต่ถ้ามันมีทางที่จะสร้างผล ดีต่อคนอื่นหรือโลกของเรา มันก็ย่อมดีกว่า เพราะวัสดุเดี๋ยวนี้มีเยอะ แยะหลากหลายมาก ไม่ว่าจะกันความร้อน หรือวัสดุที่ทำ�มาจากการ Recycle วัสดุที่ทำ�ขึ้นมาแทน เนื่องจากวัสดุแบบเก่ายากต่อการย่อย สลายซึ่งทำ�ให้เกิดมลพิษต่อโลก แม้กระทั่งการจัดวางพื้นที่ Zonening ในงานออกแบบภายในยังสามารถช่วยโลกได้เช่น ในส่วนอาคารเราจะ ออกแบบประตูให้อยู่ตรงไหน หน้าต่างตรงไหนเพื่อให้มีแสงแดดเข้ามา เพียงพอ เพื่อลดการใช้แสงสว่างจากดวงไฟให้มากที่สุด เราจะหลบ แสงแดดยังไงให้เครื่องปรับอากาศทำ�งานหนักน้อยลง การจัดวางคอมพ์ แอร์ให้ดี เพื่อมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้น ทุกอย่างสามารถ ช่วยโลกได้หมดเลยถ้าหากผ่านการจัดวางที่ดี


จุดเด่นที่คิดว่าทำ�ให้คนสนใจ เพราะแน่นอนว่าสิ่งที่จะทำ�นี้ มันก็มีเปิดอยู่ ทั่วไป ช่วงเวลาที่เราได้ Research ข้อมูลทั้งหมด ทำ�ให้รู้ถึงสไตล์ของคนที่มา เที่ยว แนวการฟังเพลง และพอเราได้ศึกษาในเรื่อง Lighting Design อย่างละเอียดแล้ว เราจะรู้ว่ามันมีส่วนที่ทำ�งานควบคู่ไปกับ Sound รวมกันเป็นแสงสีเสียง ซึ่งอย่างที่บอกผับทั่วไปก็จะเปิดแต่เพลงตลาด หรือบางที่เปิดเพลง House สนุกสนานแต่กลับใช้ไฟโทนมืดๆ แทน มัน ทำ�ให้ขาดอารมณ์ร่วมในบรรยากาศ คือจริงๆ แล้ว ดนตรี แสง สี เสียง เมื่อนำ�มารวมกันและใช้ให้ถูกวิธีมันสามารถทำ�ให้สนุกขึ้นได้มากกว่าการ ให้ความสำ�คัญกับอะไรเพียงอย่างเดียว ก็เลยคิดว่า Character ที่ชัดเจน ที่สุดก็คือ การเอาส่วนผสมของสไตล์เพลง แสงสีเข้ามารวมและให้สอง สิ่งนี้มันเดินทางไปพร้อมๆ กัน คืออยากให้ทั้งสองอย่างเป็นตัวกำ�หนด และเอื้อให้แก่กัน จึงทำ�ให้เป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์ของ Concept นี้ การทำ�งานครั้งนี้ได้อะไร อุปสรรค เหล่านี้เอาไปใช้ในชีวิตจริงยังไง วิธกี ารทำ�งานเราก็ตอ้ งกำ�หนดตัว Project ก่อนว่าเราจะทำ�อะไร จากนัน้ ก็ Concept เสร็จแล้วก็ต้องมาดูเรื่องสถานที่ตึกต่างๆ เพราะงานเกี่ยวกับ ออกแบบภายใน มันต้องค่อนข้างชัดเจนและแม่นยำ�คือเราต้องหาตัวตึก

หรืออาคารที่เราจะทำ�การดัดแปลงตามแบบที่คิดไว้ว่าตรงกันหรือเปล่า เสร็จแล้วก็ต้องมาดูว่า Site นี้เหมาะกับสไตล์งาน หรือ Concept ของ เราที่วางไว้หรือไม่ จากนั้นก็เริ่ม Research ข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่ Concept แสงสีเสียง เรื่องสไตล์ดนตรี แม้กระทั่งความปลอดภัยของผู้ มาเที่ยว ไปจนถึงเรื่องพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีผลต่อแสงสีเช่น คนเราจะ มีอารมณ์รู้สึกแบบไหนถ้าอยู่ในห้วงแสงสีนี้เป็นเวลานานเกินไป จากนั้น ก็ต้องดูทุกส่วน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ผนัง พื้น และกระจก ทุกส่วนมีความสัมพันธ์ กันหมด แบบไหนที่เหมาะสม เพราะแน่นอนว่าการทำ�สถานบันเทิง มันจะมีเรื่องการควบคุมเสียงเข้ามาเกี่ยวข้อง การกำ�หนดเสียงไม่ได้ดัง เกินไปจนออกข้างนอกสร้างความรำ�คาญให้แก่พื้นที่บริเวณรอบข้าง และใช้ปริมาณที่พอเหมาะ ให้ทุกอย่างลงตัวและออกมาดีที่สุด ส่วน อุปสรรค การหาข้อมูลบางครั้งใน Internet มันไม่แน่นอนถูกต้องทั้งหมด 100 % เพราะบางทีเรา Search คำ�นี้เข้าไปแต่ผลที่เจอคือกระทู้ที่เอาไว้ แสดงความคิดเห็นกัน ซึ่งมันไม่แน่ชัดว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน มันก็

เป็นปัญหาทีเ่ กิดขึน้ แต่พอได้ปรึกษาอาจารย์แล้วอย่างเรือ่ ง lighting เขา ก็จะแนะนำ�ให้เข้าไปคุยกับบริษัทที่ทำ�งานพวกนี้โดยตรง ซึ่งเราก็จะได้วิธี การคิด กับข้อมูลจริงๆ จากตรงนัน้ ซึง่ มันเอามาใช้ได้กบั การทำ�งานในชีวติ จริง หรืออีกปัญหาคือ Site ที่เราได้มามีพื้นที่เล็กเกินไปหรือเปล่า มีข้อ จำ�กัดในเรื่องโครงสร้างหรือไม่ หรือ Site แถวนั้นมีพื้นที่ติดกับสถานที่ ห้ามติดกับสถานบันเทิง อย่างเช่นโรงเรียน มหาวิทยาลัย มันเป็นปัจจัย ที่เกี่ยวข้องด้วยกันทั้งหมด ตลอด 4 ปีคิดว่าได้อะไรจากตรงนี้บ้าง มาถูกทางหรือยัง พร้อมกับการ ทำ�งานหรือยัง ตอนที่มาสมัครเรียนตอนแรก มีติดตัวมาแค่อย่างเดียวคือความชอบ ไม่มีฝีมือเหมือนคนอื่นเท่าไหร่ การวาดรูปยิ่งไม่ได้เรื่องเลย คือเรารู้สึก ว่าแค่ชอบเท่านั้นก็พอแล้ว สิ่งที่เหลือมันสามารถเริ่มต้นได้เอง อาจจะช้า กว่าคนอื่นหน่อย จะออกมาดีหรือไม่ก็ตามแต่เราก็ทำ�จนได้ คิดว่าเลือก ไม่ผิดสำ�หรับสี่ปีที่ผ่านมา การเรียนพวก Design มันไม่ได้ทำ�ให้เรารู้ใน เรื่องการออกแบบภายในอย่างเดียว มันทำ�ให้เรามองออกอะไรลึกขึ้น ทุก อย่างที่มันเกี่ยวกับการ Design แม้กระทั่งหนังสือ การจัดวางดีหรือเปล่า แน่นไปหรือไม่คนนำ�เสนอต้องการพูดถึงอะไร สอนให้เรามองอะไรให้ กว้างขึ้น ให้เราสังเกตมากขึ้น วิเคราะห์ถึงข้อดีข้อ เสีย สอนให้คิดเป็นระบบมากขึ้น สร้างอะไรที่แตก ต่าง แม้กระทั่งการ Present ทำ�ยังไงให้ลูกค้าของ เราเข้าใจงานที่เรานำ�เสนอมากที่สุด เราต้องศึกษา ทุกอย่าง แต่ช่วงที่ท้อก็มีนะบางทีงานมาเยอะๆ ช่วง Final project หรือแม้กระทั่งทีสิสก็เถอะ เวลาเนี่ย มันเป็นเรื่องที่เราอ้างเองมากกว่า ความจริงเวลามันมี เหลือเฟืออยู่แล้ว แต่บางครั้งการจัดสรรเวลาที่ไม่ดี มันก็อาจไปกำ�หนดให้งานออกมาได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร เป็นเรื่องของการแบ่งเวลาให้เป็น ทุกอย่างสอนเรา หมด เราต้องมีความรับผิดชอบในตัวเอง จบมาสิ่งแรกที่อยากทำ� ที่จริงอยากทำ�งานนะ แน่นอนว่าทุกคนที่เพิ่งจบมา ต้องมีไฟ ไฟแรงประมาณนั้น แต่เรามีความคิดว่า อยากมีเวลา ไม่ได้นานขนาดเป็นปี มันอาจจะฟังดูเป็นคำ�พูดไร้สาระอย่าง “การค้นหาตัวเอง” ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเดือนหรือสองเดือน เพื่อหาว่า สิ่งที่เราอยากทำ� สิ่งที่ต้องการจริงๆ คืออะไร บางครั้งเราทำ�เพื่อความ ชอบอย่างเดียวมันไม่ได้ วันนี้อาจจะทำ�งานตรงนี้เพราะมีความสุข ถ้า วันหนึ่งข้างหน้ามีครอบครัวขึ้นมาแล้วความชอบมันไม่สามารถไปเลี้ยง ครอบครัวให้เติบโตได้ คือใช้เวลาคิดเพื่อให้มีความแน่นอน และการตัดสิน ใจที่แม่นยำ� ว่าทำ�แล้วมันดีต่อตัวเราจริงๆ ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า แต่ถึงยังไงก็คงทิ้งงานพวกนี้ไปไม่ได้ เราอยู่กับมันมาตลอด ถึงไม่ได้ ทำ�งานในรูปแบบบริษัทการออกแบบ ก็อาจจะมี Product Design หรือ สิ่งของเล็กๆงาน handmade ทำ�ออกมาขายตามสถานที่ต่างๆ ให้มัน ไปด้วยกันได้ทั้งหน้าที่และความชอบ

43


อักษรศาสตร์

ART CHANGE THE WORLD ศิลปะเปลี่ยนโลก 44


เดิมทีศิลปะเคยถูกสร้างสรรค์เพื่อก่อให้เกิดเครื่องอำ�นวยความสะดวก เพื่อรองรับความ สะดวกสบายในระดับปัจเจกบุคคล เพื่อความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย การอยู่รอดในสังคม เช่นการ สร้างที่อยู่อาศัย อาวุธป้องกันภัยรวมไปถึงเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ที่สามารถนำ�มาใช้ในชีวิต ประจำ�วัน เช่นเดียวกับการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ทั้งหมดนี้คือสาเหตุให้ผู้คนในยุคก่อนเริ่ม ต้นสร้างงานพวกนี้ขึ้นมา โดยที่ยังไม่มีการอุปโลกน์ถ้อยคำ�ไพเราะสละสลวยว่ามันคืองานศิลป์

ทุกสิ่งทำ�เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและตอบสนองความต้องการในการ สนองความต้องการของตัวเองอย่างเดียวจึงมีบทบาทหน้าที่ในการช่วย ดำ�รงชีพ เพื่อสิ่งที่พวกเขาทำ�มันสะท้อนถึงการใช้ชีวิต วิธีดำ�รงชีพที่ โลกอย่างไม่รู้ตวั หล่อเลี้ยงด้วยงานที่สร้างจากภูมิปัญญาท้องถิ่น วันที่ตึกสูงระฟ้าถูกสร้างขึ้นเป็นดอกเห็ด บริษัทยักษ์ใหญ่ทำ�เงินมหาศาล ต่อมาเมื่อมนุษย์ถูกปลูกฝังด้วยวัฒนธรรมที่สืบสานต่อๆ กันมาทำ�ให้เกิด เปิดตัวกันเป็นว่าเล่น สวนทางกับการกลืนหายไปของผืนป่าที่อุดม การบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ ปรากฏการณ์ต่างๆ จนกลายเป็นความ สมบูรณ์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และต้นไม้ กระดาษที่มีกระบวนการ เชื่อ ศิลปะจึงมีบทบาทเข้ามาในการประกอบพิธีกรรมทั้งหลาย รวมไป ผลิตจากต้นไม้ต้องถูกใช้ในจำ�นวนที่มากขึ้น แต่หากไตร่ตรองให้ดีจะ ถึงภาพวาดตามฝาผนังที่บันทึกเหตุการณ์เรื่องราวสำ�คัญให้คนรุ่นใหม่ พบว่าทุกวันนี้กระดาษทุกแผ่นถูกใช้อย่างสิ้นเปลือง จะมีซักกี่คนที่ใช้ ได้ศึกษา อีกทั้งผ่านยุคของเครื่องปั้นชามสังคโลก การสร้างอาวุธที่ทัน กระดาษทุกแผ่นอย่างรู้คุณค่า แม้กระทั่งนักเขียนการ์ตูน นักเขียนที่ สมัยผันแปรไปตามยุคมากขึ้น ก่อให้เกิดร่องรอย รากฐานสำ�คัญ ที่เป็น วันๆ อยู่กับกระดาษเป็นร้อยๆ แผ่นยังละเลยเรื่องใกล้ตัวกันเลย ทำ�ให้ แรงขับเคลื่อนบันดาลใจให้คนยุคถัดมาเริ่มสร้างสรรค์ศิลปะที่เป็นไปใน กระดาษเป็นที่ต้องการมากขึ้น ต้นไม้ก็ยิ่งถูกโค่นมากขึ้น ทางเชิงพาณิชศิลป์มากขึ้น เมื่อก่อนถุงพลาสติกเคยสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้ แต่เมื่อ เมื่อผ่านยุคสมัยไปตามกาลเวลา ทิศทางของศิลปะมีหลากหลายมาก โลกสึกกร่อนมากขึ้นของที่เคยสร้างคุณประโยชน์กลับกลายเป็นโทษ ขึ้น และไม่ถูกจำ�กัดด้วยเงื่อนไขทางสังคม ปัจจุบันงานประเภทนี้มักถูก มหันต์ ถุงใบเล็กๆ แค่นี้แต่เมื่อถูกรวบรวมในจำ�นวนมากก็กลายเป็น สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองคุณค่าให้แก่มนุษย์ อีกทั้งผลงานยังเป็นการ ขยะที่ใช้การไม่ได้อีกทั้งยังใช้เวลาย่อยสลายยาวนานหลายร้อยปีสูญ แสดงออกทางอารมณ์ สื่อถึงความรู้สึกนึกคิด จิตใต้สำ�นึกที่ถูกถ่ายทอด เสียพลังงานโดยใช่เหตุ หรือคิดจะทำ�ลายโดยทางลัดเผาเสียให้สิ้นเรื่อง ออกมาเป็นงานศิลปะ สื่อถึงเรื่องราวที่สำ�คัญ เหตุการณ์ประทับใจ จน ก็เกิดเป็นมลภาวะทางอากาศสร้างอันตรายแก่ผู้คน ตึกราบ้านช่องที่ ต้องฉายภาพออกมาในลักษณะทางศิลปะ แสดงให้เห็นวิวัฒนาการ เคยเป็นที่อยู่อาศัยใครเลยจะรู้ว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นเครื่องจักรที่ใช้ อย่างต่อเนื่องของศิลปะจากที่เคยสร้างขึ้นเพื่ออำ�นวยความสะดวก เล่า พลังงานอย่างหนักเอื้อต่อภาวะโลกร้อนหากอยู่ในการจัดการที่ผิด ทุก เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งถ่ายทอดแสดงตัวตนของผู้ อย่างเกิดเป็นห่วงโซ่ปัญหาที่ค่อยกัดกร่อนโลกของเรา คงจะเป็นความ สร้างในปัจจุบัน คิดที่ใหญ่เกินตัวไปถ้าจะบอกว่าศิลปะจะเข้ามาขจัดปัญหาทุกอย่างให้ หายขาดได้ แต่ศิลปะสามารถนำ�แนวคิด วิธีการ เข้ามาแทรกความคิด เหตุการณ์ทั้งหมดที่ถูกเรียงร้อยมาแสดงให้เห็นว่า ศิลปะอยู่กับมนุษย์ ที่เห็นแก่ตัว เป็นเหมือนเซรุ่มที่จะมาค่อยๆ รักษาอาการเหล่านี้ได้ ถึง มานานแต่วิวัฒนาการของมันได้ถูกสับเปลี่ยนไปตามมนุษย์ผู้สร้างสรรค์ แม้ไม่หายขาด แต่เชื่อว่าถ้าหากเริ่มต้น ทุกอย่างก็สามารถดีขึ้นมาได้ ที่จะกำ�หนดว่างานศิลปะจะเดินไปในรูปแบบไหน เชื่อหรือไม่ว่าศิลปะ เปลี่ยนแปลงโลกได้ ศิลปะที่แฝงตัวอยู่กับมนุษย์นั้นคอยปะโลมจิตใจให้ ทุกวันนี้มีการรณรงค์เพื่อลดปัญหาโลกร้อนกันมากขึ้น ทุกคนจึงเริ่มหัน มนุษย์คินค้นสิ่งที่ดีขึ้นเสมอไม่ว่างานนั้นจะออกมาในรูปแบบไหน เชื่อว่า มาใส่ใจกับเรื่องพวกนี้กันมากขึ้น ซึ่งรากเหง้าของไอเดียทั้งหมดมาจาก ต้นตอของความคิดนั้นต้องเริ่มจากวิธีคิดของงานศิลปะ เนื่องจากทุกวัน ทางของศิลปะ เพราะการเปลี่ยนโลกต้องอาศัยความละเอียดอ่อนใน นี้โลกของเรากำ�ลังถูกทำ�ร้ายจากทุกอย่าง ศิลปะที่ดูเหมือนจะสร้างสิ่ง ระดับสูง เพราะการเปลี่ยนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในวันสองวัน งาน

45


ศิลปะไม่อาจสร้างขึ้นเพียงแค่หัวเราคิด การฉายภาพตามจินตนาการ ต้องอาศัยเวลา และกระบวนการที่ดี แต่สามารถหาจุดร่วมกันได้เมื่อ นำ�ทั้งสองสิ่งมาผสมผสานกัน นักสถาปนิกมากมายที่ออกแบบตึกให้เอื้อ ต่อธรรมชาติ มีการนำ�วัสดุที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมมาใช้มากขึ้น เราเห็นการจัดวางตึกที่ดีมากขึ้น เพราะหากผ่านการจัดวางที่ดีบ้านของ เราไม่ต้องอาศัยพลังงานที่เยอะจนเกินไป ห้องที่แสงแดดเข้ามาจำ�นวน มากทำ�ให้เครื่องปรับอากาศต้องทำ�งานหนักเป็นสองเท่า รวมไปถึงการ ตกแต่งห้องที่ใช้วัสดุธรรมชาติ มีการนำ�ต้นมาประดับตกแต่งมากขึ้นส่ง ผลถึงชั้นบรรยากาศที่ดียิ่งขึ้น เป็นที่มาของบ้านประหยัดพลังงานที่เรา เห็นมากขึ้นทุกวันนี้ แม้กระทั่งกระดาษก็ยังมีชนิดที่นำ�วัสดุกลับมาใช้ใหม่ทำ�ให้ลด จำ�นวนต้นไม้ที่ต้องตัดไปได้เยอะพอสมควร ใช้นวัตกรรม Eco Fiber ผลิตโดยใช้เยื่อจากป่าปลูกเป็นส่วนผสม 70% และอีก 30 % เป็นเยื่อ Eco Fiber ซึ่งมาจากการนำ�เศษวัสดุ หรือวัสดุซึ่งผ่านการใช้งานแล้ว มาใช้เป็นส่วนผสม เป็นการใช้จิตสำ�นึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม มากขึ้น อีกทั้งกระดาษพวกนี้ยังมีประโยชน์ในการถนอมสายตาและ ย่อยสลายง่ายอีกด้วย ซึ่งมีการเปลี่ยนและผู้คนที่วนเวียนกับการใช้งาน กระดาษจำ�นวนมากก็หันมาใช้กันมากขึ้นด้วย เช่นเดียวกับวงการแฟชั่น ที่อิงกระแสนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานจากผ้ามากยิ่งขึ้น จากการรณรงค์ ให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกลดปัญหาการย่อยสลายที่เกิดขึ้น เป็นการ กระตุ้นจิตสำ�นึกที่ดีเพราะในปัจจุบันทางผู้ใช้ก็นิยมหันมาสะพายกระเป๋า ผ้ากันมากขึ้น เช่นเดียวกับทางผู้ผลิตก็สนองด้วยสินค้ารูปแบบใหม่ๆที่ สวยงามทันสมัย ทำ�ให้ความสวยงาม การใช้งาน มันไปด้วยกันได้กับ 46


“ ศิลปะบริสุทธิ์ที่กลั่นกรองออกมาจากฝ่ามือน้อยๆ

ของวัยเด็ก ความคิดที่ไร้การเจือปนจะสื่อสารอะไรที่ตรงไปตรงมา ไม่มีพิษภัย นี่ คือการสร้างฟันเฟืองในสังคมที่ดีต่อไปในอนาคต ทุกวันนี้เราเห็นสังคม ที่เสื่อมโทรม ผู้คนเร่งรีบใช้ชีวิตแข่งขันซึ่งกันและกัน ไม่มีใครยอมปรับ นาฬิกาชีวิตตัวเองให้ช้าลงเพื่อหยุดดูความงดงามแม้แต่น้อย

สภาวะแบบนี้ บทเพลงก็เช่นกันหลายครั้งที่บทเพลงถูกสอดแทรกเนื้อหาคมคายแต่ บอกเล่าถึงเพียงความรักที่สุขสมหวังหรือทุกข์ระทม สร้างความบันเทิง ให้แก่ผู้ฟังเพียงแค่เรื่องรักๆ ใครๆ เสมือนอาหารที่ปรุงแต่งจนน่าทาน รสชาติดีติดปาคนกิน แต่ไร้ซึ่งสารอาหารชั้นเลิศ ภายหลังนักดนตรี หลายกลุ่มได้สร้างสรรค์บทเพลงดีๆ ให้แง่คิดในการใช้ชีวิต เสียดสี สังคมเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นความเป็นจริง แต่แน่นอนว่าเพลงหนึ่ง เพลงคงไม่สามารถเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่ง หรือเปลี่ยนแปลงโลกของเรา ได้ เพียงแต่ว่าประโยคใดประโยคหนึ่งที่ผู้แต่งตั้งใจสื่อสารออกมา ไป สะกิดต่อมอะไรบางอย่างของผู้ฟังแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงการกระทำ� ทัศนคติที่ดีขึ้น ก็คือว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้ว พาลทำ�ให้นึกถึงทีวีบ้านเราที่ เอาความสนุกสะใจเข้าว่า ยิ่งแรงยิ่งขายได้ คนดูยิ่งชอบก็ตะบี้ตะบันทำ� ต่อไปอย่างหน้ามืด เพียงแต่ว่ายังมีกลุ่มคนที่ทอดแทรกสาระดีๆ ผ่าน รายการทีวีเพียงแต่ว่ารายการเหล่านี้ยังคงมีอยู่ในปริมาณที่น้อย และ ขาดความสนใจจากกลุ่มผู้ดูที่เสพแต่ความบันเทิง แต่เชื่อว่าหากผู้ทำ� ยังไม่ลดละความตั้งใจและทำ�อย่างต่อเนื่องจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ในทางที่ดีอย่างแน่นอน ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ เหล่านี้ก่อให้เกิด จุดเปลี่ยนของหลายๆ อย่าง แต่มันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของทั้งหมด การสร้างสรรค์อาจไม่จำ�เป็นต้องยิ่งใหญ่ถึงขนาดพัฒนาบางสิ่งขึ้นมาให้ กับโลก แต่เป็นการพัฒนาบางอย่าง อาจเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อ ให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นและเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนโลก และเมื่อเราเริ่ม เปลี่ยนแปลงทัศนคติต่างๆ เริ่มจากตัวเราเองแล้ว จะพบว่าโลกก็จะ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นพร้อมๆ กับเรา

ทำ�ไมถึงส่งลูกตัวเองไปขัดเกลาภาษาศิลปะ เพราะศิลปะฝึกให้คนเรา มีสมาธิ จดจ่ออยู่กับสิ่งๆ หนึ่ง พลังของศิลปะยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก ใช้ การจรรโลงจิตใจแก่ผู้ใหญ่ในสังคมให้งดงามเท่านั้น หลายคนอาจมอง ข้ามหรือไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว พลังของศิลปะกลับสามารถสร้างสิ่ง ที่ยิ่งใหญ่ในระดับสังคมโลกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะบริสุทธิ์ที่กลั่น กรองออกมาจากฝ่ามือน้อยๆ ของวัยเด็ก ความคิดที่ไร้การเจือปนจะ สื่อสารอะไรที่ตรงไปตรงมา ไม่มีพิษภัย นี่คือการสร้างฟันเฟืองในสังคม

ศิลปะไม่ได้แค่เปลี่ยนไปด้วยการแฝงอย่างเดียว แต่ศิลปะสามารถ ปลูกด้วยจินตนาการ พื้นฐาน วิธีคิด ทำ�ไมเราถึงเห็นพ่อแม่ส่งลูก ไปเรียนศิลปะกัน ทั้งที่ภาษาพื้นฐานยังพูดไม่ชัดกันเลยด้วยซ้ำ� แต่ 47


“ มีแต่ทำ�ได้ดีหรือเปล่าเท่านั้นเอง หลายคนทะเลาะกันเพราะคำ�พูดก็มีเยอะแยะไป ศิลปะใช้เพื่อการประนีประนอมให้คนส่วนมากอยู่ในสังคมร่วมกันได้อย่างมีความ สุข เพราะไม่เพียงจุดเริ่มต้นในสังคมท่านั้น หากทุกคนร่วมใจกัน มันอาจบาน ปลายส่งผลให้โลกของเราถูกฉาบไปด้วยรอยยิ้มก็เป็นได้

ที่ดีต่อไปในอนาคต ทุกวันนี้เราเห็นสังคมที่เสื่อมโทรม ผู้คนเร่งรีบใช้ ชีวิตแข่งขันซึ่งกันและกัน ไม่มีใครยอมปรับนาฬิกาชีวิตตัวเองให้ช้าลง เพื่อหยุดดูความงดงามแม้แต่น้อย พวกเขาเอาแต่มองสิ่งที่อยู่ไกล และ พยายามไขว่ค้าแม้จะได้มาจากการเหยียบคนอื่น หรือต้องลำ�ลายโลก ก็ตาม ทุกอย่างเกิดจากจิตใจที่ขุ่นมัวและดำ�มืดเกินจะเยียวยา เชื่อไหม ครับว่าเด็กๆ เหล่านี้เขามีพลังความบริสุทธิ์อยู่ในตัวสูงกว่าพวกผู้ใหญ่ บางคนด้วยซ้ำ� จินตนาการของพวกเขาเหล่านี้ค่อยๆ ถูกซึมซับเข้าไป ทีละน้อย แต่ไม่เคยหยุด ทำ�ให้พวกเขาจะต้องกลายเป็นผู้พิทักษ์โลก เขาเราอย่างแน่นอน แม้ว่าสังคมที่เขาโตขึ้นมาอาจจะเต็มไปด้วยยุค สมัยก้าวกระโดด ผู้คนหลงลืมวิธีการเดิมๆ ไป และทำ�อะไรคำ�นึงถึงผล ความสะดวกสบายมากขึ้น ทำ�ให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นรสนิยมของคนรุ่น ใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย

ใจ ลูกเด็กเล็กแดง นักเรียนนักศึกษา ประชาชนทั่วไปต่างเคยสร้าง ภาพประทับใจการร่วมใจกันทำ�เพื่อสังคมกันมาแล้วยามมีผู้ประสบภัย ต้องการความช่วยเหลือ ที่พร้อมกันนำ�งานศิลปะออกขายเพื่อแลกเงิน เพื่อคนยากลำ�บาก ทำ�ให้เป็นสายธารแบ่งปันที่ส่งถึงกันอย่างไม่รู้จบ แสดงให้เห็นว่าปริมาณคนที่เห็นแก่ตัวเริ่มลดลงมาและมีคนที่นำ�ศาสตร์ แห่งศิลปะมาทำ�เพื่อสังคมและคนอื่นมากยิ่งขึ้น

แต่ในโลกปัจจุบันที่ทุกสิ่งอย่างปรากฏออกมาในแบบสำ�เร็จรูป อย่าง เช่นเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยอำ�นวยความสะดวกให้เราได้มากขึ้น ซึ่งสิ่ง เหล่านี้ได้ตั้งอยู่รายล้อมเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมา จนบางครั้งอาจกลาย เป็นดาบสองคมที่ทำ�ให้เด็กรุ่นใหม่ไม่กล้าพยายามลงมือทำ�อะไรด้วยตัว เองก็เป็นได้ เพราะทุกอย่างสำ�เร็จรูปไปหมดแล้ว ศิลปะมีความสำ�คัญต่อเด็กเป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยส่งเสริมในเด็กรุ่นใหม่ งานศิลปะมีหลากหลายรูปและวิธีสร้างครับไม่เพียงแค่จุ่มสีตวัดปลาย มีความกล้าแสดงออกมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของพ่อแม่แล้วที่จะทำ�ให้ลูก พู่กันให้เป็นภาพอย่างเดียวเท่านั้นถึงจะเรียกว่างานศิลป์ เสื้อผ้าที่สวม รักมีศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ใส่ การสร้างสรรค์ การออกแบบ แม้กระทั่งคนพิการไร้แขนขายังมี ศิลปะช่วยพยุงให้เขาต่อสู้ชีวิต ใช้งานศิลปะหารายได้ปะโลมจิตใจให้มี เพราะไม่ว่าโลกจะหมุนไปเร็วแค่ไหน เทคโนโลยีจะล้ำ�ไปเท่าไร ก็คงจะ ความสุขอยู่กับงานเหล่านั้น เป็นพลังชั้นดีในการก้าวเดินต่อไปช่วงที่ ไม่เท่าจิตใจของมนุษย์ ที่ต้องสร้างจากทัศนคติที่ดี แม้ว่าศิลปะจะถูก ชีวิตเจอเรื่องยากลำ�บาก คิดไปคิดมาทุกอย่างแทบล้วนจะต้องใช้ศิลปะ กลืนไปกับสังคมสมัยใหม่เหล่านั้น การฝึกศิลปะทำ�ได้ง่ายขึ้น จากแต่ ทั้งสิ้น ศิลปะการพูด การฟัง การกระทำ�ทุกอย่างต้องใช้หมด เชื่อ เดิมต้องเรียนรู้ด้วยตนเองจากการแสวงหา เนื่องจากคนทุกคนไม่เกิด ว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ง่ายหรือยาก มีแต่ทำ�ได้ดีหรือเปล่าเท่านั้นเอง มาพร้อมพรสวรรค์ติดตัว เริ่มจากกระดานวาดภาพพร้อมกับความชอบ ครับ หลายคนทะเลาะกันเพราะคำ�พูดก็มีเยอะแยะไป ศิลปะใช้เพื่อ ในการเรียนรู้ หรือเรียนกับคุณครู แต่สมัยนี้นั่งเข้าเว็บไซต์เปิดหา การประนีประนอมให้คนส่วนมากอยู่ในสังคมร่วมกันได้อย่างมีความสุข คลิปวีดีโอสอน เป็นเหมือนทางลัดสู่ความสำ�เร็จ ไม่ได้ผ่านความยาก เพราะไม่เพียงจุดเริ่มต้นในสังคมท่านั้น หากทุกคนร่วมใจกัน มันอาจ ลำ�บาก นักเรียนพื้นฐานศิลปะจากที่จะทำ�งานออกแบบซักงานต้องร่าง ภาพ ออกแบบสิ่งๆ นั้นด้วยดินสอ กลับกลายเป็นว่ามีโปรแกรมใน บานปลายส่งผลให้โลกของเราถูกฉาบไปด้วยรอยยิ้มก็เป็นได้ คอมพิวเตอร์ในการร่างแบบ หรือมีรูปทรงสำ�เร็จรูปมาให้เสร็จสรรพ เช่นเดียวกันนั้นหลายครั้งเราได้เห็นผลงานศิลปะจากหลายศิลปิน ที่ สะดวกต่อการทำ�งาน ไม่ต้องพึ่งทักษะการวาดภาพส่วนตัวเท่าไหร่นัก ไม่ได้ทำ�ออกมาเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าพาณิชย์เพียงอย่างเดียว เครื่องช่วยเหล่านี้มันมีความแม่นยำ�มากขึ้น ช่วยให้คนวาดรูปง่ายเป็น พวกเขาสร้างสรรค์มันมาเพื่อการกุศลนำ�รายได้ให้กับองค์กรหรือผู้ที่ เร็วมากขึ้น มองภาพภายนอกมันดีอยู่แล้ว แต่สิ่งเหล่านี้ทำ�ให้เด็กละ ประสบความเดือดร้อน การเรี่ยไรโดยการนำ�งานศิลปะมาแลกกับศิลน้ำ� เลยความสำ�คัญของกระบวนการไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งจริงๆ แล้วการทำ� 48


โปรแกรมต่างๆ ผู้สร้างยังคงต้องใช้พื้นฐานและเทคนิคของศิลปะเลย นั่นเป็นเครื่องการันตีที่ดีว่าทุกอย่างย่อมเกิดและเปลี่ยนแปลงได้ด้วย ศิลปะ สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นและเตือนใจอยู่เสมอว่าศิลปะยังคงแทรกอยู่ทุก อณูความคิด ทุกการกระทำ� และไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่ยุคสมัย ศิลปะยัง คงหล่อเลี้ยงให้ทุกชีวิตอยู่ได้ อาจไม่ใช้อาหารราคาแพงที่กินให้อิ่มท้อง ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยให้หลับนอนอย่างสบาย ไม่ใช่ยารักษาโรคยามเจ็บป่วย แต่เราทุกคนยังต้องการสิ่งนี้เพื่อสร้างรากฐานที่ดีขึ้นในจิตใจของเราทุก คน แม้ว่าสังคมของเราจะแบ่งฝ่ายซ้ายกับขวา เทากับดำ� แต่ถ้าหาก เชื่อมคำ�ว่าศิลปะแล้วเชื่อว่าจะทำ�ให้ คนสองฝ่ายสามารถเดินเข้ามาคุย

กันได้ สุดท้ายแล้วศิลปะอาจไม่ได้เปลี่ยนโฉมหน้าโลกชนิดพลิกแผ่นดิน จากหน้ามือเป็นหนังมือ แต่ศิลปะแสดงให้เห็นถึงศาสตร์ลึกลับบางอย่าง ที่ปลูกฝังให้ทุกคนเริ่มเปลี่ยนแปลงจากจิตใจของตัวเอง และเมื่อไหร่ที่ ทุกคนไม่ว่าจะวัยเด็ก หรือคนมีอายุที่เข้าใจพื้นฐานของศิลปะ และนำ� มาปรับใช้กับชีวิตประจำ�วันของเราได้ เท่านั้นแหละครับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น จะเริ่มต้นส่งต่อเป็นพลังให้โลกของเราค่อยๆ กลับสู่สภาพเดิมอย่างที่ มันควรจะเป็น ขอแค่เราทุกคนเชื่อและร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ อย่าง ตั้งใจครับ

49


50


“เอกเขนก” สุนทรีย์แห่งโสตประสาท ปลดปล่อยความคิดยึดติดกฎเกณฑ์เดิมๆ เพลินไปกับเรื่องราว สบายๆ ของศิลปินน้ำ�ดีที่จะมาพูดคุยภาษา “เอกเขนก“ ทั้งในเรื่องดนตรี ภาพยนตร์ให้ได้ ผ่อนคลายไปกับเรื่องราวเบาๆ บนสภาวะความเครียดครอบงำ�โลก

Photo By : Viewzfinder. 51


แผ่นเสียงตกร่อง

สินเจริญ บราเธอร์ จังหวะสร้างสุข

เสียงดนตรีอันไพเราะ ประกอบไปด้วยท่วงทำ�นองที่หลากหลาย เมื่อถูกผสมผสานเข้ากับเนื้อร้องและจังหวะที่ลงตัว ผลที่ออกมา ถือเป็นอีกความสุขหนึ่งที่หล่อเลี้ยงผู้คนมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ทรานซิสเตอร์ ยุคแผ่นเสียง เทปคลาสเซ็ท แผ่นซีดี จนถึงไฟล์ ดาวน์โหลดอย่างในปัจจุบัน ไม่ว่ายุคสมัยใด ดนตรีประเภทไหน ชนชาติใดก็ตาม แต่เราสามารถพูดคุยกันรู้เรื่องด้วยภาษาดนตรี ซึ่งถือเป็นงานศิลปะอีก แขนงหนึ่ง ที่สร้างวัฒนธรรมห่วงโซ่ให้แก่ผู้เสพ ที่เชื่อมเอาผู้คนมารวม กันในสถานที่บางแห่ง แชร์ความคิด รสนิยมทางดนตรี หรือเสพสิ่งที่ชื่น ชอบเหมือนกัน พูดเรื่องเดียวกัน จากคนร้องสู่ผู้ฟังกลายเป็นงานศิลปะ ที่ร่วมกันสร้างความสุขให้แก่ผู้ที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจ

ก่อนจะมาเล่นดนตรี ทำ�อะไรกันมาบ้าง เริ่มมาเล่นดนตรีได้อย่างไร จริงๆเล่นดนตรีมาตลอดทั้งชีวิตเลยครับ ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ก็เล่นดนตรี เพราะมันเริ่มด้วยความอยาก จากอยากเล่นก็กลายเป็นอยากเรียนรู้ แล้วก็อยากให้มันเป็นรายได้ เป็นเหมือนพัฒนาการของคน เหมือนเรา ชอบวาดรูปตอนเด็กๆ ต่อมาก็อยากเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการวาดรูป พอวาดไปถึงจุดๆหนึ่งก็อยากให้คนมาซื้อรูปเรา มันเป็นกรณีเดียวกัน เรา เล่นดนตรีร้องเพลงไปเรื่อยๆ มีคนมาดูเราก็อยากให้คนจ้างเรา อยากจะ บอกว่าชีวิตพวกเราไม่คิดจะทำ�อย่างอื่นเลยทำ�แบบนี้ตั้งแต่เด็กจนถึง ปัจจุบัน เพราะมันเป็นอาชีพที่แปลกมันเป็นอาชีพเล่น คำ�ว่าเล่นมันก็คือ การเล่นอยู่แล้วมันแปลกดีนะครับ ถือว่าอาชีพผมคือการเล่นดนตรี แต่ ถ้าต้องตอบในเอกสารจริงๆผมถือว่าตัวเองเป็นอาชีพรับจ้างนะ

เป็นเวลาหลายปีที่กลุ่มคนดนตรีนาม สินเจริญ บราเธอร์ส ได้โลดแล่น อยู่บนโลกแห่งเสียงดนตรีคอยให้ความสนุก ความสุขแก่ผู้ฟัง จาก สามพี่น้องที่ฝึกเล่นดนตรีด้วยความรักสู่วงดนตรีแถวหน้าของเมือง ไทย ด้วยสไตล์การเล่นที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถ เอ็นเตอร์เทนคนดูและสร้างบรรยากาศความสุขเคล้าเสียงดนตรีได้ อย่างน่ามหัศจรรย์ เราจะพาท่านผู้อ่านไปทำ�ความรู้จักสามพี่น้อง อยากให้พูดถึงเสน่ห์ของดนตรีและศิลปะที่อยู่เป็นของคู่กับมนุษย์มานาน อารมณ์ดีแห่งครอบครัว สินเจริญ กันครับ ความจริงดนตรีกับศิลปะมันไม่ได้อยู่คู่กับแค่คนไทยเท่านั้น มันอยู่กับ คนทั้งโลกเลยและก็มั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ มันอาศัย 52


แรงผลักจากสองสิ่งนี้แหละทำ�ให้มนุษย์มีวิวัฒนาการมีแรงบันดาลใจนั่น ก็คือศิลปะ ศิลปะเป็นแก่น ศิลปะทำ�ให้เกิดภาพเขียน ศิลปะทำ�ให้เกิด ดนตรี และแน่นอนศิลปะก่อให้เกิดอะไรอีกหลายอย่างซึ่งเกี่ยวเนื่อง เชื่อมโยงไปถึงนวัตกรรมต่างๆ ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเรามั่นใจว่าทุก สิ่งทุกอย่างมีรากเหง้ามาจากศิลปะทั้งหมด รวมไปถึงภาษาที่พวกเราใช้ สื่อสารกันด้วยแหละ ดนตรีของสินเจริญสอดแทรกความเป็นศิลปะลงไปยังไงบ้าง ดนตรีของสินเจริญใช้ศิลปะในด้านการดำ�เนินชีวิต แน่นอนที่สุดมันเป็น เรื่องในครอบครัว เพราะพี่ถือว่าครอบครัวเป็นศิลปะชั้นสูง เพราะว่า ศิลปะชั้นสูงคือการอยู่ร่วมกัน ฉะนั้นการที่เราอยู่ร่วมกันในครอบครัว ที่เจอหน้ากันทุกวัน ทำ�อะไรร่วมกันทุกวัน ไม่ว่าดีกันหรือโกรธกันแต่ มันก็ทำ�ให้เราอยู่รวมกันได้ด้วยความรัก พี่ว่ามันต้องใช้ศิลปะที่จะถ้อย ทีถ้อยอาศัย ใช้ศิลปะในการอ่านใจ ใช้ศิลปะในการให้อภัย และสำ�คัญ ที่สุดคือการใช้ศิลปะชมเชยกัน มันถึงจะทำ�ให้ทุกคนหล่อหลอมรวมกัน เป็นปึกแผ่นได้ เพราะฉะนั้นดนตรีของสินเจริญจึงหยิบเอาเสน่ห์และ รายละเอียดของความเป็นอยู่ร่วมกันภายในครอบครัวหรือแวดล้อมของ คนนอกสังคมมาเขียนเป็นเพลง ซึ่งสังเกตได้จากหลายๆ เพลงของ สินเจริญ ซึ่งไม่ใช่เพลง Popular อะไร มันเป็นเรื่องราวของชีวิตจริง รายการสินเจริญเชิญแขกที่ทำ�ขึ้น ต้องการจะสื่อสารอะไรกับคนดู รายการสินเจริญเชิญแขกสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ ความจริงที่เกิดขึ้น ที่เกิดในบ้านของเราทั่วไป อิงความเป็นครอบครัว ห้องรับแขกที่คอยเปิด รับผู้คน เพราะในบ้านที่มันไม่ใช่ห้องส่งนั้นทุกคนจะปฏิบัติตัวตามสบาย กิริยาบางอย่างที่ออกมาจากความรู้สึก ไม่ต้องแสดงออกมา สินเจริญ เชิญแขกจึงนำ�เสนอมุมมองที่แตกต่างออกไปของความคิดอันลึกซึ้ง หรือธรรมชาติอันลึกซึ้งของแขกรับเชิญ

สนุกมากกว่า หลายอาจจะกระเดียดที่จะใช้คำ�กับเราว่าเอนเตอร์เทนเนอ ดูแลบรรยากาศโดยรวมให้มีความสนุกสนาน ผมว่างานปาร์ตี้ทุกงานมัน ต้องการความสนุกและถ้ามีผู้นำ�ที่ปลุกเร้าคนทั่วไปให้เค้าสนุกได้ในเชิง สร้างสรรค์สนุกบันเทิงไปด้วยมันก็ทำ�ให้เป็นจุดเด่นของพวกเรา จะรักษาแนวทางนี้ได้อย่างไร หาวันนี้มีคู่แข่งคือวงแนวทางเดียวกัน จะ ปรับตัวยังไงกัลป์สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป มองว่าวงร็อคก็มีหลายวง วงเพื่อชีวิตก็มีหลายวง สิ่งที่สำ�คัญที่สุดก็ต้อง รักษาความเป็นธรรมชาติของตัวเราให้มากที่สุด ส่วนใหญ่โชว์ที่ประสบ ความสำ�เร็จก็คือโชว์ที่มาจากตัวตนจริงๆ พูดแล้วเหมือนเกร่อแต่มันเป็น อย่างนั้น เช่นระหว่างอยู่บนเวทีกับล่างเวที หรือระหว่างทำ�อาชีพกับใช้ ชีวิตส่วนตัว เรามีพฤติกรรมแบบไหน เราเป็นคนอารมณ์แบบไหนก็รักษา ให้มันคงเส้นคงวา เพราะว่าโชว์ที่แท้จริงเนี่ยอยู่บนเวทีแล้วคนสัมผัสได้ คือเอาความเป็นธรรมชาติของตัวเองมาแตะต้องคนดู ซึ่งทำ�ให้เป็นที่มา ของคำ�ว่าตัวจริง ผมว่าคนไทยชอบความสุขไม่ว่าจะทำ�อะไรก็ตาม สิ่ ง ที่ เ ราทำ � มามั น คื อ ชี วิ ต เพราะทำ � กั น ได้ อ ย่ า งเดี ย วคื อ เล่ น ดนตรี (หัวเราะ) ความสุขมันไม่มีอะไรมาทดแทนกันได้ เรามีความสุขคนดูก็มี ความสุขตามไปด้วย ผมว่าของพรรณนี้มันหมดอายุยาก เคยรู้สึกเหมือน กันว่า ถ้ามันมีวงใหม่ขึ้นมาเราจะทำ�อย่างไร แต่ถ้ามีจริงๆ มันจะไม่ได้ มาแทนกันหรอกแต่มันจะมาช่วยกัน มีโน้ต อุดมเดี่ยวทอล์คโชว์ ก็มีน้า เน็ก ไม่ได้มีเพิ่มเพื่อมาแข่งขันหรือทดแทน แต่มีเพิ่มเข้ามาเพื่อให้รู้สึก ว่ามีความสุขเพิ่มขึ้นมาอีก มาช่วยกันสร้างความสุขเป็นทางเลือกให้แก่ คนฟัง พี่เมธ พี่ปั๋ง กับสินเจริญเล่นแบบเดียวกันเลย แต่เชื่อไหมผม เล่นงานเดียวกับเค้าบ่อยมากถือว่าช่วยกัน คือเราอาจจะมีมุมการคุย สื่อสารกับคนดูคนละแบบกัน แต่โดยรวมก็มีจุดประสงค์เหมือนกันคือ มอบความสุขให้คนดูครับ

จุดเด่นที่ทำ�ให้สินเจริญต่างจากวงอื่น การเขียนเนื้อเพลงมีแรงบันดาลใจ จากอะไร ใส่อะไรลงไปให้คนฟัง ทางด้านตัวเพลงของสินเจริญมันไม่ประสบความสำ�เร็จหรอกครับ สิ่งที่ สินเจริญจะประสบความสำ�เร็จจะเป็นในเรื่องของการเร้าอารมณ์ให้คน 53


สมุดวาดเขียนรามา

ROMANTIC SITUATION COMEDY

: TRUE LOVE NEXT DOOR เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร เชื่อว่าชื่อนี้คงทำ�ให้หลายๆ คนคิดถึงตัวละครสุดฮิตอย่าง โจศักดิ์ ธิดา ขวัญใจ และคุณวีแห่งคอนโดสวัสดี ทวีสุขที่สร้างสีสันความสนุกสนาน จนกลายเป็นซีรี่ย์ในดวงใจของแฟนๆ แม้จะลาไปนานพอสมควรแล้ว แต่ยังคงผูกพันธ์และ สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเราได้ตัวพี่มุก ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ ผู้กำ�กับมากฝีมือมาพูดคุยถึงที่มาและการ ทำ�งานในซีรี่ย์เรื่องนี้ให้แฟนๆ เนื้อคู่หายคิดถึงกันครับ

54


เมื่อก่อนเราจะคุ้นหน้าพี่มุก จากบทบาทพี่อ้อย สมูทอี และโผล่ให้เห็นในบท รับเชิญภาพยนตร์ GTH หลายๆ เรื่อง ก่อนหน้านี้ทำ�อะไรมาก่อน และเข้า มาทำ�ซีรี่ย์เนื้อคู่ได้ยังไง ก่อนที่จะมาทำ�เนื้อคู่ เราเป็นผู้ช่วยผู้กำ�กับอยู่ที่ GTH ทำ�ประมาณ 2 เรื่อง (แก๊งค์ชะนีกับอีแอบ วัยอลวน) จากนั้นก็มาเป็น Acting Coach (สายลับจับบ้านเล็ก) ซึ่งระหว่างที่ทำ�โปรเจ็คของเนื้อคู่มันก็เริ่มดำ�เนินไป พร้อมๆ กันด้วย เพราะเนื้อคู่ใช้เวลาเซ็ทอัพเตรียมงานโปรเจ็คทั้งหมด เกือบปีก่อนที่จะไปเสนอช่อง ก็ได้ทำ�ควบคู่กันไป

ที่มาของซีรี่ย์เรื่องนี้ แรงบันดาลใจ สิ่งที่อยากสื่อสารกับคนดู โปรเจ็คนี้เริ่มต้นจากโอปอล์ (ปาณิสรา พิมพ์ปรุ) ซึ่งทางผู้ใหญ่ได้คุยกับ โอปอล์ว่าอยากทำ�อะไรไหมที่เป็นงานเกี่ยวกับทางทีวี ด้วยความที่เรา กับโอปอล์เรียนรุ่นเดียวกัน(คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เคยเป็นผู้กำ�กับโอปอล์สมัยเล่นละครเวทีที่คณะซึ่งเขาก็อยากทำ�งานกับ เราอีก ทางเราก็โอเคสนใจเพราะเราก็เรียนเอกฟิล์มมา แต่ยังรู้สึกว่าไม่ พร้อมที่จะทำ�หนังใหญ่ และโปรเจ็คพวกนี้ทำ�ให้เราเรียนรู้ ได้ทำ�งานใหญ่ ขึ้น โตมากขึ้นก็เลยตกลงไป จากนั้นก็คุยกันว่าเราจะทำ�อะไรซึ่งเราทำ� ละครเวทีมาก่อนและเรียนเอกฟิล์มด้วย เลยคิดว่าซิทคอมน่าจะเป็นตรง 55


“ เราได้นักแสดงที่มีความสามารถครบเครื่อง ทุก คนและทุกคนก็เติมมิติให้กับบทตัวละครของตัว เองมาก เวลานักแสดงอ่านบทแม้กระทั่งบ๊อบบี้ หรือซันนี่ก็ตาม ทุกคนมั่นใจในสคริปต์มากคือ ตัวนักแสดงก็รู้สึกว่าสคริปมาแบบนี้สบายเล่น ยังไงก็รอด

กลางที่สุดที่จะทำ�ให้เราได้เรียนรู้ทั้งสองศาสตร์ ซึ่งเราก็ชอบดูซิทคอม บทตัวละครของตัวเองมาก เวลานักแสดงอ่านบทแม้กระทั่งบ๊อบบี้หรือ อยู่แล้วเป็นทุนเดิมด้วย ซันนี่กต็ าม ทุกคนมั่นใจในสคริปต์มาก คือตัวนักแสดงก็รู้สึกว่าสคริปต์ มาแบบนี้สบายเล่นยังไงก็รอด แต่ในแง่ของทีมเขียนบทพอนักแสดงมัน เกินคาดไหมกับผลตอบรับที่ดีขนาดนี้ เล่นได้ดีเราก็จะเขียนไปให้มันสุดๆ เพราะเรารู้ว่าเขาตอบสนองความ เกินคาดนะ เพราะคนที่ดูเนื้อคู่ก็จะรู้ว่ามันค่อนข้างจะแตกต่างจากซิท ต้องการของเราได้เหมือนกัน และพอพวกเค้าทำ�งานด้วยกันเรื่อยๆ คอมเรื่องอื่นๆ ตอนแรกที่จะทำ�เราก็หวังว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบ บ่อยขึ้นเรื่อยๆ มันก็ส่งผลทำ�ให้ทุกอย่างเข้าขาและลงตัวกันไปหมด มันในซิตคอมสไตล์ของเรา โจทย์หรือกระแสสังคมเราไม่ได้พยายาม ยื ด หยุ่ น ตามมั น ไปเราทำ � ตามตั ว เองและความคิ ด เห็ น ของที ม งาน มากกว่า แต่พอเครื่องมันติดปุ๊บเหมือนคนเราเริ่มค้นพบและเข้าใจว่า ตัวละครแต่ละตัวดีไซน์ออกมายังไง เพราะทุกคนรักตัวละครในเรื่องนี้มาก วิธีการทำ�งานของเรามันคือสิ่งที่เราหวังไว้ในตอนแรก มุขตลกที่เราคิด เลย ว่าเหมาะกับซิทคอมจริงๆ และรู้สึกว่าสื่อสารออกไปแล้วคนดูเข้าใจและ อย่างที่บอกเราให้ความสำ�คัญกับคาแรกเตอร์มาก มันเป็นสูตรที่เราคิด ให้การตอบรับที่ดี ทำ�ให้คิดว่าเราตัดสินใจไม่ผิดที่ใช้กลยุทธ์นี้สำ�หรับ ว่าอยากทำ�ให้ทุกตัวละครเป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถจับต้องได้ การสร้างงานจากสิ่งที่เราเชื่อจริงๆ เพราะอย่างที่บอกว่าเราพยายาม แต่คาแรกเตอร์ที่สร้างทั้งหมดเราพยายามจะให้มันไม่ซ้ำ�และทำ�ให้มันมี ทำ�ออกมาให้มันเป็นซิทคอมจริงๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราแอนตี้มุข เคมีที่เชื่อมต่อถึงกัน พอหลังจากที่ได้พล๊อตเรื่อง คือเราค้นพบว่าความรัก ตลกคาเฟ่นะ แต่ถ้าทุกคนดูก็จะรู้แหละว่ามันจะไม่มีมุขแบบนั้นเลยใน เป็นสิ่งที่พูดและเข้าใจง่ายที่สุด ทุกคนต้องการความรัก เราก็มาคิด ซิตคอมของเรา เพราะเรารู้สึกว่ากลยุทธ์ของซิตคอมในระยะยาว การ ต่อว่าเรื่องอะไรที่จะทำ�ให้ชุลมุนวุ่นวายและตลกได้ เราก็ได้ความคิด ใช้ Situation Comedy อย่างแท้จริงใช้คาแรกเตอร์และเนื้อหาในการ ว่าถ้าอยู่มาวันหนึ่งมีหมอดูมาบอกเราว่าเราจะเจอเนื้อคู่ เฮ้ยคนนี้เป็น เดินเรื่องจะทำ�ให้คนติดตามและรู้สึกสนุกไปกับเรื่องราวได้มากกว่า ซึ่ง เนื้อคู่เรา พอได้ตรงนี้มามันก็ลงตัวพอดีกับสิ่งที่เราต้องการ สุดท้ายแล้วมันก็ตอบโจทย์ในตัวของมันเองได้มากกว่าจริงๆ แล้วมันก็ค่อยๆ ต่อยอดไปว่าคนแบบไหนที่จะทำ�ให้เราขนหัวลุกและ คิดว่าบทหรือการแสดงที่ทำ�ให้เรื่องนี้ประสบความสำ�เร็จ อะไรคือเสน่ห์ ต้องมาเป็นเนื้อคู่เราก็เลยสร้างตัวละคร “โจ” ขึ้นมาก่อน ซึ่งโจกับซันนี่ ของมัน เราก็สนิทกันมาเป็นเพือ่ นกันอยูแ่ ล้ว (ทำ�งานร่วมกันในภาพยนตร์ สายลับ เราว่า 50-50 เลยนะเพราะมันมาช่วยเติมกันให้เต็มมากว่า คือเราได้ จับบ้านเล็ก) รู้สึกว่าน่าจะถ่ายทอดบทนี้ออกมาได้ดีที่สุด ต่อมาเป็นคน นักแสดงที่มีความสามารถครบเครื่องทุกคนและทุกคนก็เติมมิติให้กับ ที่ตรงข้ามทุกอย่างแตกต่างจาก โจ โดยสิ้นเชิงก็คือคุณวี คุณวีคือคน

56


ที่เนิร์ดมาก ระเบียบจัด ลูกแหง่ติดแม่ ในขณะที่โจซกมกสู้ชีวิต พอ เราได้สองคนนี้มาแล้วก็มาถึงนางเอก เราเรียนนิเทศศาสตร์มาเรามี เรื่องที่อยากจะพูดเยอะที่เกี่ยวกับรายการทีวีเราเลยให้ตัวนางเอกอยาก เป็นนักแสดง เพื่อเอื้อให้เราสามารถล้อเลียนละคร เพลง เอ็มวีและ โฆษณาได้เพราะเราก็รู้สึกกับเรื่องพวกนี้เยอะเหมือนกัน คราวนี้พอ เราได้นางเอกปุ๊บเราก็กลับไปที่เพื่อนนางเอก ซึ่งแน่นอนว่าคนไทยอยู่ คู่กับเรื่องโชคชะตาก็เลยนึกถึงแม่หมอซึ่งต้องขลังและมีความเป็นไทย มากๆ ก็เลยได้โอปอล์มาในบทธิดา ส่วนที่เหลือตัวแวดล้อมก็เป็นตัวที่ เราพยายามทำ�ให้มันเป็นสีสันที่ไม่เคยมีมาก่อน อย่างฝาแฝดที่คนหนึ่ง เป็นนักเลงอีกคนหนึ่งเป็นตุ๊ด กับตัวคุณรุจที่ดูเป็นคน Perfectionist และสามบุคลิกซึ่งเราได้แรงบันดาลใจมาจากโฆษณาตัวหนึ่งที่เจ้าของ บริษัทจนมากต้องทำ�อะไรเองทุกตำ�แหน่ง ทำ�ให้เราค้นพบว่าคนแบบนี้ น่าจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องคอนโดของตัวเอง เราก็เลยสร้างคาแรก เตอร์คุณรุจขึ้นมา มีตัวละครไหนที่สร้างมาจากตัวเองหรือเปล่า มันไม่มีแบบเป๊ะ 100 เปอร์เซ็นหรอก คือในทีมบทเราจะเขียนกัน 4 คน เราจะแบ่งคนดูแลบทของตัวละครไปเลย อย่างต้นข้าวที่เป็นตุ๊ดก็เป็น กระเทยในกลุ่มที่รับหน้าที่ดูแลบทไป ขวัญใจกับโจก็จะเป็นเราเขียน ส่วนปุ๊กกี้(รับบท คุณโฉมในซีรี่ย์เนื้อคู่) ก็จะดูแลต่อที่มีนิสัยนักเลงห้าวๆ คือเราจะรู้ว่าใครถนัดแบบไหนก็จะแบ่งกันเขียนเพื่อให้บทนั้นออกมา เป็นธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งนิสัยหรือความเป็นตัวเรามันก็อาจจะมีไป แทรกอยู่บ้างในตัวละครอาจจะมากน้อยก็แล้วแต่ มีโอกาสสร้างต่อเป็นหนังใหญ่ไหม ตอนนี้เรามีแพลนที่จะสร้างเป็นภาพยนตร์ อยู่ในช่วงพัฒนาบทอยู่ ยังไง รอติดตามกันด้วยนะ ได้วางตัวละครไว้หรือยัง จะกลับมาครบทุกคนหรือเปล่า ก็จะไม่มีโจ ไม่มีขวัญใจ(พูดเล่น) มีหมดสิคะ ต้องมีครบทุกตัวแน่นอน ไม่ได้หรอกขาดใครไปซักคนแฟนด่าตาย ให้พูดถึงความประทับใจตลอดการทำ�งานซีรี่ย์เนื้อคู่หน่อยครับ คือเราประทับใจนะ เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ประทับใจในชีวิต ได้เพื่อนกลุ่ม หนึ่งที่ทำ�งานด้วยกันเพราะทีมนี้มีแต่เด็กหมดเลยตั้งแต่ทีมเขียนบททุก คนเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ส่วนความสนุกนี่คงไม่ต้องพูดถึงเพราะมันเกิด ขึ้นระหว่างกองอยู่แล้ว ส่วนที่เป็นความประทับใจคือรู้สึกว่ามันเป็นงาน ชิ้นแรกของเราในฐานะผู้กำ�กับหลังจากที่เราเรียนจบมา และเป็นงานที่ สะท้อนการเติบโตของเราอย่างแท้จริง โดยที่เราสามารถพูดได้เต็มปาก ว่านี่คืองานเรา ที่เราร่วมกันต่อสู้ทำ�มันออกมา โดยที่ไม่ได้ไหวติงต่อ สิ่งใดๆ คือถ้าใครที่ได้ทำ�งานทางด้านสื่อพวกนี้จะรู้ว่าทีวีคือสิ่งที่โหดร้าย

ที่สุด ในการที่เราจะทำ�ให้มันเข้ากับคนทุกชนชั้นทุกอาชีพ ถึงแม้ว่ามัน จะต้องจบลงไปแบบที่คาดไม่ถึง(ซีรี่ย์เนื้อคู่ถูกถอดออกจากผังขณะที่ยัง ฉายไม่จบ) แต่เราก็พอใจกับมันมาก และมั่นใจมากว่าถ้าวันหนึ่งอายุ 40 นำ�กลับมาดูใหม่เราก็ยังภูมิใจกับมันอยู่ ตอนนี้กำ�ลังทำ�อะไรอยู่หลังจากจบเนื้อคู่ไป คือตอนนี้เราก็ยังไม่อยากกลับไปทำ�ฟรีทีวี เลยทำ�เป็นออนไลน์อยู่ตอนนี้ มี 3 โปรเจ็ค ก็มีที่ฉายไปได้ซักพักแล้วคือ Sausage Mansion อันนี้ เป็นซิตคอมออนไลน์ทาง Youtube ที่ตัดสินใจทำ�เพราะมันมีการสร้าง เป็น Page ละครเลยรู้สึกว่าจากที่เคยต้องวิ่งหาช่อง แต่อันนี้เรามีสื่อ เป็นของตัวเองก็สะใจดี ได้ทำ�ในแบบที่เราอยากทำ�จริงๆ อีกโปรเจ็คคือ Dudesweet อันนี้เป็นหนังสั้นที่องค์กรของ Dudesweet จ้างให้เรามา ทำ�ก็สนุกดีอันนี้เป็นงานแบบ Underground ดิบๆ เถื่อนๆ หน่อย เรา สามารถใส่มุขที่ไม่สามารถใช้ได้ในฟรีทีวี และในเร็วๆ นี้กำ�ลังจะมีอีก โปรเจ็คหนึ่งแต่ขออุบไว้ก่อนยังบอกไม่ได้ค่ะ แต่ก็เป็นแนวๆ ซิทคอมนี่ แหละค่ะยังไงฝากติดตามด้วย หนังในดวงใจของพี่มุก ถ้าเอาความชอบเราขอเลือก Into the wild ละกันเพราะเป็นหนังที่ ดูแล้วทำ�ให้เรารู้สึกคิดนอกกรอบได้ตลอดเวลา อะไรที่เราว่านอกกรอบ แล้วแต่จริงๆ มันยังไม่สุดหรอก มันยังมีอะไรอีกเยอะรู้สึกว่ามันอิสระดี และมันก็เป็นแรงบันดาลใจในการทำ�งานของเราด้วยเช่นกัน

57


Behind The Scence พูนศักดิ์ จตุระบุล หรือ ออฟ Big Ass มือกีตาร์และ Producer มือทองผู้อยู่เบื้องหลังวงดนตรีอย่าง Bodyslam No more Tear ที่ล่าสุดรับบทบาทใหม่ในการทำ�เพลงประกอบให้กับภาพยนตร์วัยรุ่นสุดฮิตอย่าง Suckseed ห่วยขั้นเทพ ที่ทำ�เอาหลายคนติดใจ กับเสียงร้องของมือกีตาร์มากความสามารถคนนี้ เราไปพูดคุยถึงการทำ�งานและภารกิจลับล่าสุดที่หลายๆ คนยังไม่รู้กันครับ

เสียง “ทุม้ อยูใ่ นใจ” ของพูนศักดิ์ จตุระบุล อยากให้พูดถึงบทบาทล่าสุดหน่อยครับ เพลง “ทุ้มอยู่ในใจ” รู้สึกยังไงกับ ผลตอบรับที่ดีมากๆ ดีใจครับ ตื่นเต้นด้วย จริงๆ คนส่วนมากน่าจะชอบเวอร์ชั่น Acoustic มากกว่า แต่ก็ยังดีใจเพราะมันก็คือเพลงของเราเหมือนกัน จากที่เคยทำ�งานในฐานะเบื้องหลัง แต่งเพลงและมือกีตาร์ พอได้มาร้องมัน แตกต่างกันยังไง ถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำ�หรับพี่อ๊อฟหรือเปล่า เพราะปกติ พี่อ๊อฟก็เป็นคนร้องใส่เดโมอยู่แล้ว เป็นเรื่องใหม่สำ�หรับพี่มาก การร้องเดโม มันคือการที่เราร้องอยู่บ้าน จะแก้เท่าไหร่ก็ได้ตามที่เราพอใจ แต่การร้องสดบนเวที มันเป็นอีกโลก หนึ่งที่ยากมากๆ วันไหนไม่ได้วอร์มเสียง ไปไม่เป็นเลยครับ ตอนนี้เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น การทำ�งานเปลี่ยนไปบ้างไหม เพราะน่าจะได้ ทำ�งานกับคนมากขึ้น การที่คนเริ่มรู้จักเรามากขึ้น หรือทำ�งานกับคนอื่นมากขึ้น ไม่ส่งผล กระทบเท่าไหร่ครับ อีกทั้งยังเป็นเรื่องดีสำ�หรับเราอีก ส่วนที่กระทบ จริงๆ คือการทำ�งานหนักมานานๆ ติดต่อกัน มันเริ่มรู้สึกล้า และทำ�ให้ หมดไอเดียในการแต่งเพลงเหมือนกัน ต้องคอยหาอะไรมากระตุ้นตัว เองอยู่เรื่อยๆ

ที่มาของบทบาทล่าสุด #DJPOON ทางสังคมออนไลน์ มันบ่งบอกสไตล์ การฟังเพลงของพี่ และแสดงว่าการแชร์เพลงที่ชอบให้คนอื่นฟัง คือ ความสุขของพี่อ๊อฟหรือเปล่า คือพี่เริ่มล้ากับการฟังเพลงทั้งที่พี่รักการฟังเพลงมากๆ เลยลองนึกถึง ตอนเด็กๆ เราชอบบังคับให้เพื่อนฟังเพลงนั้นซิ เพลงนี้ซิ ตลอดเวลา ตอนนี้เพื่อนๆ มันก็โตๆ กันหมดแล้ว มันไม่ได้มานั่งฟังเพลงด้วยกัน เหมือนเคย ผมเลยเหมาเอาว่า นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำ�ให้ผมฟังเพลงสนุก น้อยลง ถึงขั้นฟังไม่จบเพลงด้วยซ้ำ�ไปก็มี เลยเกิดกิจกรรมบ๊องๆ ของ ผมเองขึ้น ก็อย่างที่บอกผมเป็นโรคจิตจริงๆ ชอบให้คนได้ฟังเพลงที่ผม ชอบ คนจะเปิดฟังมากน้อยผมไม่สนใจ แค่ผมได้กลับมาสนุกกับการฟัง เพลงอีกครั้งหนึ่งก็ดีใจมากแล้ว ตอนนี้มอง Social Network มีผลต่อวงการเพลงไทยอย่างไรบ้าง ก็ดีและไม่ดีไปพร้อมๆกัน แต่พี่ไม่ตีโพยตีพายอะไรทั้งนั้น พี่ถือแค่ว่าทำ� เพลงที่ดี แล้วมีคนฟัง ก็ถือว่าสำ�เร็จแล้ว ความยากในการทำ�งานสายนี้ ในฐานะนักดนตรี และคนเบื้องหลัง เพราะ สมัยนี้มีวงดนตรีรุ่นใหม่ๆ มากมาย ส่งผลยังไง และต้องปรับตัวหรือเปล่า มันเป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วครับ กลับมามองตัวเองทำ�สิ่งที่ เราทำ�ได้ ให้ดีที่สุดก็พอ

เริ่มสนุกกับการร้องเพลงหรือยัง มีโอกาสได้ฟังเสียงพี่อ๊อฟในสตูดิโอ อัลบั้มของ Big Ass หรือเปล่า อยากให้พี่อ๊อฟพูดถึงช่วงเวลาที่ประทับใจในการเล่นดนตรีทีครับ สนุกมาก เพราะมันใหม่มากๆสำ�หรับชีวิตพี่ อย่างที่บอกว่าปกติพี่เป็น มันก็ประทับใจเป็นช่วงๆ ไปนะครับ มีช่วงเริ่มต้น ช่วงที่เราประสบความ คนอัดเสียงใส่เดโมเพื่อเป็นไกด์ในการร้องเท่านั้นไม่เคยมาร้องแบบนี้ สำ�เร็จ ช่วงเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ช่วงที่กลับมาได้ ช่วงประคับประครอง ส่วนจะร้องอีกหรือเปล่านั้นยังไม่แน่ใจ อาจจะมีนะครับ ทุกช่วงการเล่นดนตรีผมประทับใจหมดครับ ตอนนี้ทำ�กำ�ลังอะไรอยู่ ในปีนี้จะมีโปรเจ็คอะไรบ้าง ติดตามผลงานและเพลงเพราะๆ จาก #DJPOON ได้ที่แฟนเพจ Aof ตอนนี้กำ�ลังทำ�งานอัลบั้มของ No more tear อยู่ครับ ต่อไปก็คงจะ BigAss ทาง Facebook และ @PoonsakBigass ทาง Twitter เป็น Big Ass และ Bodyslam ตามลำ�ดับ แต่คงปีหน้าครับ 58


“การร้องเดโม มันคือการที่เราร้อง อยู่บ้าน จะแก้เท่าไหร่ก็ได้ตามที่เรา พอใจ แต่การร้องสดบนเวที มันเป็น อีกโลกหนึ่งที่ยากมากๆ วันไหนไม่ได้ วอร์มเสียง ไปไม่เป็นเลย”

59


เที่ยวละไม

BANGKOK

BOOK STORE หนังสือคือสิ่งที่หล่อหลอมจินตนาการและอยู่คู่กับคนไทยมาแต่โบราณ ลายลักษณ์อักษรบนศิลาจารึกสู่ตัวหนังสือบนรูปเล่มสวยงาม แม้เวลาจะผ่านไปกี่สมัยผู้คนก็ยังนืยมอ่านหนังสือกันอยู่ เราจึงเห็นร้านหนังสือเปิดขึ้นเป็นจำ�นวนมากเพื่อรองรับหนอนหนังสือทั้ง หลาย ทั้งสไตล์ร้านที่เน้นรูปแบบหนังสือและการตกแต่งที่ต่างกันไป เราขออาสาพานักอ่านทุกท่านไปรู้จักร้านหนังสือที่น่าสนใจใน กรุงเทพที่แต่ละร้านมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและน่าสนใจไม่แพ้กันทีเดียว ร้านประตูสีฟ้า Book Cafe สีหวานร้านนี้คงจะเคยผ่านตาใครหลายคนมาบ้าง เพราะ ร้านหนังสือประตูสีฟ้าล้วนเคยถูกใช้บริการเป็น Location จากกองถ่าย หนัง และ Music Video มาแล้วหลายเรื่อง ทั้งยังเป็นร้านประจำ�ของ เหล่านักดนตรีจากค่ายห้องเล็ก Smallroom ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง มานั่งกินกาแฟทานอาหารกัน จากการตกแต่งร้านให้มีความสวยงาม เรียบง่ายใน Concept บ้านที่เน้นความสะดวกสบายทำ�ให้ผู้ที่แวะเวียนมา รู้สึกเหมือนนั่งอ่านหนังสือพักผ่อนอยู่ที่บ้านของตัวเอง ด้วยความตั้งใจ จากเจ้าของร้านที่ไม่อยากให้ถูกจำ�กัดอยู่แค่ร้านหนังสือ ทุกอย่างจึง ถูกเติมแต่งด้วยความเป็นคาเฟ่ขนาดย่อม อาหารสัญชาติไทยหลาก ชนิดที่มีให้คอนักชิมเลือกทานแก้หิว เครื่องดื่มสดชื่นดับกระหายหรือ กาแฟรสชาติดีที่ลูกค้านิยมสั่งมาสร้างอรรถรสในการอ่านหนังสือให้ มากขึ้น หรือจะเป็นสินค้า Handmade สมุดทำ�มือ ไอศกรีม สมุดโน้ต โปสการ์ด ต่างถูกคัดสรรมาให้เลือกกันอย่างมากมาย ถือเป็นแหล่ง รวบรวมงานอดิเรกยามว่างเอาไว้เป็นอย่างดี 60

ร้านประตูสีฟ้าเป็นร้านที่วัย รุ่นและคนวัย ทำ � งานนิย มใช้เวลาว่า งมา พักผ่อน อ่านหนังสือ ด้วยพื้นที่ที่กว้างและจำ�นวนโต๊ะที่มากพอจะ รองรับแขกจำ�นวนที่เยอะกว่าร้านหนังสือทั่วไป ทำ�ให้เหมาะที่จะนัด พบปะเพื่อนฝูง มีการแบ่งมุมระหว่างโต๊ะอ่านหนังสือ และฝั่งหนังสือ อย่างชัดเจนทำ�ให้ไม่เป็นการรบกวนซึ่งกันและกัน มีการนำ�สิ่งของมา ตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนความเป็นบ้าน ฝาผนังเต็มไปด้วยรูปวาด หลากแนวหลายสไตล์ที่เจ้าของได้ไปหาซื้อภาพที่ชื่นชอบมาประดับไว้ ราวกับว่าเป็นแกลเลอรี่ขนาดย่อม ทำ�ให้มีจุดพักสายตาที่สุนทรีไม่แพ้ การอ่านหนังสือเลยทีเดียว ซึ่งรูปภาพจะผสมผสานกันไปหลายศิลปิน บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ เหมาะสำ�หรับนั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ จิบ กาแฟเคล้าคลอเสียงดนตรีที่บรรเลงด้วยโทนเสียงต่ำ�ไม่เป็นการทำ�ลาย สมาธิในการท่องจินตนาการจากตัวหนังสือ บริเวณประตูเป็นกระจกใส มีความโปร่งทำ�ให้แสงแดดส่องเข้ามาช่วยให้บรรยากาศในร้านสดชื่น และยังสามารถมองวิวภายนอกที่เต็มไปด้วยสวนและต้นไม้นานาชนิด สร้างความร่มรื่นได้อีกด้วย


จำ�นวนหนังสือในร้านมีความหลากหลายที่รวบรวมเอาหนังสือเฉพาะ ทางเอาไว้มากมาย ทั้งวรรณกรรม หนังสือด้านสังคม ปรัชญา รวมไป ถึงศาสนาและหนังสือเด็ก ซึ่งหลักๆ จะเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยม เป็นหลัก เป็นหนังสือเนื้อหากลางๆ ไม่หนักมากไปแต่ก็ไม่ได้เบาโหวงจน หาสาระไม่ได้ เรียกได้ว่าแบ่งปันกันไปทั้งสาระความบันเทิงที่ครบครัน มี ก ารแบ่ ง หมดหมู่ แ ละจั ดโซนหนั ง สื อ บ้ า งก็ ใ ส่ ตู้ เ อาไว้ ไ ด้ ส วยงาม น่าค้นหาแถมยังมีบริการตามหาหนังสือที่ต้องการอีกด้วย แม้ ร้ า นนี้ จ ะไกลนั ก แต่ เ ชื่ อ ว่ า คงไม่ เ หนื อ บ่ า กว่ า แรงที่ ค นรั ก หนั ง สื อ ทั้งหลายจะมาลองหาหนังสือที่ชื่นชอบ บวกกับอาหารเครื่องดื่มรสชาติดี คลอด้วยบรรยากาศสบายๆ ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจที่อยาก ให้มาสัมผัสกันครับ ร้านประตูสีฟ้า ปากทางซอยเอกมัย 10 ตั้งอยู่ข้าง Health Land เปิด 11 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม ปิดวันอาทิตย์ 02-7269779 61


ศึกษิตสยาม ร้านหนังสือสไตล์ไทยคลาสสิกแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดราชบพิธ ย่าน ที่อุดมด้วยประวัติศาสตร์ และกลิ่นอายแห่งวัฒนธรรมคลุกกรุ่น แรก เริ่มเดิมทีร้านเคยตั้งอยู่บริเวณสามย่าน สมัยที่ยังไม่ค่อยมีร้านหนังสือ เกิดขึ้นมากนัก ถึงมีก็หาได้น้อยมากซึ่งแต่ละร้านจะมีเพียงงานเขียน ประเภทนิยายเท่านั้น ศึกษิตสยามจึงเป็นร้านหนังสือแรกๆ ที่ขาย หนังสือวิชาการ โดยปัจจุบันขายดีเป็นที่นิยมจำ�นวนมากเนื่องจากอยู่ ใกล้มหาวิทยาลัย จึงเป็นที่ต้องการของห้องสมุดของมหาวิทยาลัยชั้นนำ� ทั่วไป ทำ�ให้นอกจากขายหนังสือหน้าร้านแล้วก็มีขายหนังสือให้ห้องสมุด เป็นหลัก ด้ ว ยรู ป ลั ก ษณ์ ภ ายนอกทำ �ให้ ใ ครหลายคนนึ ก ถึ ง ความเป็ นไทยและ หนังสือที่ถูกตีวงจำ�กัดอยู่ในแนวทางนี้เท่านั้น หนังสือในร้านศึกษิตสยาม มีหนังสือเยอะอยู่พอสมควร เพราะศึกษิตสยามและเคล็ดไทยเป็นสายส่ง ให้แก่กันและติดต่อกับหลายสำ�นักพิมพ์ทำ�ให้หนังสือในร้านมีความหลาก หลายมากยิ่งขึ้น ทั้งนิยาย หนังสือเด็กทั่วไป แต่โดยหลักๆ แล้วทางร้าน จะเน้นหนังสือเนื้อหาหนักๆ ที่หาซื้อได้ยากซักหน่อย พวกวรรณกรรม อ่านยากทั้งหลาย เรียกได้ว่าหนักทั้งเนื้อหาและน้ำ�หนักกันเลยทีเดียว เพราะบางเล่มก็มีขนาดใหญ่มาก ส่วนใครที่ชอบหนังสือซีไรต์ ร้านนี้จะ หาได้เยอะที่สุดและได้รวบรวมเอาไว้เป็นมุมเฉพาะให้นักอ่านได้เลือกกัน อย่างเต็มอิ่ม การคัดเลือกหนังสืออย่างที่เข้าใจว่าศึกษิตสยาม Link กับเคล็ดไทยซึ่ง มีชื่อเสียงในเรื่องหนังสือที่อ่านยาก ขายยาก และไม่ค่อยจะหาได้ในร้าน หนังสือทั่วไป ซึ่งถ้าหนังสือเหล่านี้ไปอยู่ร้านอื่นจะกระจัดกระจายออก ไปและมีจำ�นวนน้อยเล่ม แต่ที่นี่จะรวบรวมเอาไว้ให้มีความโดดเด่นและ ครบถ้วนของนักเขียนแต่ละท่าน สามารถเรียกลูกค้าสำ�หรับคอหนังสือ แนวนี้ได้เป็นอย่างดี จึงทำ�ให้เป็นจุดเด่นและจุดแข็งของร้านที่ทำ�ให้มี แฟนหนังสือประเภทนี้มาตามหาหนังสือที่ตัวเองชื่นชอบกันอย่างเหนียว แน่น การจัดร้านแยกเป็นหมวดหมู่หนังสือตามแนวและสำ�นักพิมพ์ ทำ�ให้ค้นหาหนังสือได้ง่าย เช่นหมวดวรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล จิตวิทยา ศาสนา

มองและวิสัยทัศน์ แต่หลังๆ ดูเหมือนจะคิดกันไม่ทันกิจกรรมเลยคลาย ระยะเวลาเป็น 2 -3 ครั้งต่อเดือน ด้วยพื้นที่ที่มีจำ�กัดทำ�ให้งานแต่ละ ครั้งจึงพิเศษสำ�หรับคนที่สนใจจริงๆ เท่านั้น ไม่เพียงหนังสือที่น่าอ่านเท่านั้น การตกแต่งร้านก็ทำ�ให้บรรยากาศมี ความน่าสนใจมากขึ้น ผู้ใดที่ได้เดินชมหนังสือจะรู้สึกเหมือนโดนสะกดให้ อยู่ในดินแดนที่มีแต่มนต์ขลัง เสมือนทุกตัวหนังสือมีชีวิต ออกแบบโดย สถาปนิกที่ดีไซน์ร้านผ่านความคลาสสิก เรียบง่ายน่าค้นหา บวกเข้ากับ ของตกแต่งย้อนยุคเข้ากับแนวหนังสือในร้านได้เป็นอย่างดี โทนสีขาว ดำ�ที่ใช้ทำ�ให้ร้านดูสุขุม เรียบ ไร้ความฉูดฉาดมาทำ�ลายบรรยากาศการ อ่านหนังสือแต่อย่างใด บรรยากาศโดยรวมเงียบ สงบ มีมุมให้นักอ่าน พักผ่อนอยู่กับหนังสือ

ศึกษิตสยามเปิดมาแล้วเป็นเวลาเกือบ 20 ปี แต่ถูกปรับปรุงพัฒนาร้าน อย่างต่อเนื่องให้มีความร่วมสมัย เพื่อที่จะเชื่อมเด็กรุ่นใหม่ให้มีความรัก การอ่านหนังสือเก่าๆ ที่น่าสนใจไม่ใช่อ่านแต่เรื่องรักใคร่นิยายน้ำ�เน่า เท่านั้น ทำ�ให้กลุ่มลูกค้าของที่นี่ไม่ได้ถูกจำ�กัดอยู่แค่คนมีอายุ ช่วงหลังๆ เห็นได้ชัดว่าลูกค้าของที่นี่มีช่วงกลุ่มอายุวัยรุ่นเข้ามาแวะเวียนบ่อยขึ้น ทั้งที่รู้จักร้านผ่านทาง Facebook หรือการบอกต่อ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมาย แล้วคุณจะตราตรึงกับ ที่ดี ซึ่งเจ้าของร้านฝากมาบอกว่าสมัยนี้เด็กมัธยมก็เริ่มอ่านวรรณกรรม เป็นอีกร้านที่อยากให้มาลองสัมผัสกันครับ มนต์เสน่ห์ของศึกษิตสยาม ร้านหนังสือสไตล์ไทยที่หาได้ยากแล้วใน หนักๆ กันบ้างแล้ว ปัจจุบัน กลายเป็นประเพณีของร้านหนังสือทั่วไปแล้วที่ต้องจัดกิจกรรมเสวนา 117-119 ถนนเฟื่องนคร ศึกษิตสยามก็เช่นกันครับ ร้านนี้เคยจัดกิจกรรมบ่อยถึงเดือนละครั้ง ซึ่ง ร้านศึกษิตสยาม แต่ละเดือนจะมี Theme งานที่แตกต่างกันไป โดยการนำ�หนังสือออก กรุงเทพมหานคร 10200 โทร02-225-9536 ต่อ 19 ใหม่ที่น่าสนใจมาพูดถึงเสวนากันจากนักเขียน นักอ่าน เพื่อสื่อถึงมุม 62

เขตพระนคร


Candide Books Read others, know yourself ตัวหนังสือหน้าร้านที่บ่งบอกตัวตนของ ร้านหนังสือ ก็องดิด ได้เป็นอย่างดี ภายนอกเป็นตึกแถวทั่วไป กระจกใส หน้าร้านทำ�ให้สามารถมองทะลุเข้าไปเห็นได้ว่าที่แห่งนี้คือแหล่งรวมตัว ของนักอ่านหนังสืออย่างแน่นอน ภายในร้านที่ตกแต่งให้มีบรรยากาศ สบายๆ อบอวลไปด้วยความหวานชวนหลงใหลในสไตล์ Vintage มีโต๊ะ เก้าอี้ และม้านั่งให้เป็นมุมพักนั่งอ่านหนังสือเคล้าดนตรีสบายๆ คลอให้ ผู้อ่านเคลิ้มไปกับจินตนาการเหมือนอยู่บ้านของตัวเอง

ภายในร้านมีจำ�นวนหนังสือให้เลือกสรรหลากหลายแนว ทั้งวรรณกรรม เนื้อหาบางเบาอ่านเข้าใจง่าย ไปจนถึงเพื่อชีวิตหนักๆ ก็มีให้คอนัก อ่านได้เลือกตามใจชอบ หนังสือทั้งหมดผ่านการคัดเลือกมาแล้วไม่ได้ เลือกรับมาหมดทั้งสำ�นักพิมพ์ หรือทุกเล่มของนักเขียนท่านต่างๆ แต่ ก็ได้รวบรวมเล่มที่น่าสนใจของนักเขียนอย่างชาติ กอบจิตติ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และงานของนักเขียนท่านอื่นๆ เอาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ยังมีมุมหนังสือต่างประเทศหายากให้ได้ลองอ่านกันแต่ไม่มีขายนะครับ ทางร้านมีไว้ให้อ่านกันฟรีๆ เผื่อใครสนใจกัน รวมไปถึงหนังสือของ สำ�นักพิมพ์ผีเสื้อ ที่ค่อนข้างหาซื้อยากซักหน่อยที่นี่ก็ได้รวบรวมเอาไว้ ซึ่งพี่แป๊ด ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง(บรรณาธิการสำ�นักพิมพ์ระหว่าง เช่นกัน บรรทัด) เจ้าของร้านก็องดิดยังเผยถึงความตั้งใจว่า ไม่อยากถูกจำ�กัด อยู่แค่การเป็นร้านหนังสือเท่านั้นแต่อยากให้เป็นคาเฟ่ขนาดย่อม ให้ นอกจากเปิดพื้นที่ให้คอนักอ่านมาจับจองเป็นเจ้าของหนังสือที่ตัวเองชื่น ผู้คนได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิด สนทนาวรรณกรรมที่ตนเองชื่น ชอบแล้ว ก็องดิดยังมีกิจกรรมที่คอยจัดขึ้นเพื่อพบปะสังสรรค์ระหว่าง ชอบ หรือนำ�งานมาเขียนที่ร้านก็ได้ไม่ว่ากัน ร้านจึงถูกแบ่งออกเป็น ผู้อ่านกับนักเขียนเดือนละ 2 ครั้ง เป็นการสนทนาวรรณกรรมแล้ว สองส่วนทั้งร้านหนังสือและ คาเฟ่ที่มีเครื่องดื่มรองรับหลายชนิดเช่นนม แต่ว่าครั้งนั้นจะมีหัวข้อเป็นเรื่องอะไร ก็จะมีพี่นักเขียนมากมายมาร่วม ไวน์ กาแฟ รวมไปถึงเค้กด้วย ซึ่งมองว่าการดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ กิจกรรม มีน้องๆ เยาวชนที่สนใจมาร่วมฟัง ซึ่งเด็กพวกนี้จะเริ่มจาก จะช่วยยกระดับความสุนทรีให้บทสนทนามีรสชาติมากยิ่งขึ้น การอ่านวรรณกรรมเด็ก หนังสือแปลเบาๆ ไปก่อน จะไม่เหมือนบาง กลุ่มที่เขาชอบอ่านเรื่องราวหนักๆ กันเท่าไหร่ ทำ�ให้ร้านหนังสือเล็กๆ ร้านนี้กลายเป็นตัวเชื่อมถึงกันระหว่างนักอ่านรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ นักเขียน และเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนรักการอ่านอีกด้วย การตกแต่งร้านที่สวยงามบวกเข้ากับบรรยากาศดีๆ และหนังสือน่า อ่าน แถมเจ้าของร้านใจดีขนาดนี้ไม่แปลกเลยที่ก็องดิด จะมีแฟนทั้ง ขาจรและขาประจำ�แวะมาเยี่ยมกันบ่อยครั้ง ทำ�ให้สังคมเล็กๆ นี้กลาย เป็นจุดเริ่มต้นให้คอนักอ่านทั้งหลายมารวมตัวกันสร้างกิจกรรมดีๆ และ สืบทอดการอ่านและเสน่ห์ของสื่อสิ่งพิมพ์ให้คงอยู่ต่อไปอีกนานเลยครับ หวังว่าคุณจะอีกเป็นหนึ่งจิ๊กซอว์ของภาพใหญ่ภาพนี้ด้วยกันนะครับ ร้านก็องดิด 207 ถนนตะนาว แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพ 1O120 (ก่อนถึงศาลเจ้าพ่อเสือ) โทรศัพท์ 02-622-2862

63


เพลินพุง

HAP DE NOUS CAFE HAPPINESS IS ALL AROUND ใบโคลเวอร์ คือตัวแทนสัญลักษณ์แห่งความโชคดี ว่ากันว่าจะนำ�โชคลาภมาให้ แก่ผู้ที่ครอบครอง ร้านอาหารดีไซน์เก๋อย่าง HAP DE NOUS CAFE จึงเลือกมาเป็นสัญลักษณ์ของร้าน ซึ่งองค์ประกอบ ทั้ง 4 แฉกของใบโคลเวอร์คือส่วนผสมที่ลงตัวและมาเติมแต่งให้ร้านประสบ ความสำ�เร็จ จนสามารถครองความนิยมและรองรับ Lifestyle ของผู้คนได้ทุก เพศทุกวัย

64

แฉกแรก ความหวัง (Hope) จุดเริ่มต้นของร้านคือต้องการเป็นที่ผ่อนคลาย เหมาะแก่การพักผ่อน หรือนัดพบปะเพื่อนฝูง และครอบครัว สังสรรค์ในโอกาสต่างๆ จาก แนวคิดที่ต้องการรองรับ Lifestyle คนใน เมืองที่ต้องการ Relax จากการทำ�งาน ด้วย คอนเซ็ปที่ทุกคนสามารถ Hangout ได้โดยที่ ไม่ต้องไปไกลถึงในเมือง การออกแบบจึงดีไซน์ ออกมาเพื่อให้เหมาะสมต่อลูกค้าทุกกลุ่ม และ สามารถสร้างความแตกต่างจากร้านอาหาร ทั่วไป โดยใช้โทนสีสดใส จัดร้านแบบเรียบง่าย สไตล์ Mix & Match สิ่งของที่เจ้าของร้าน เลือกมาตกแต่งตามใจชอบแต่กลับสร้างความ


สวยงาม จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน สร้างความหลากหลายและเป็นอีกทางเลือก หนึ่งที่น่าสนใจให้กับนักชิมทั้งหลาย แฉกที่สอง ความเชื่อมั่นและศรัทธา (Faith) ทุกเมนูของทางร้าน ถูกคิดค้นขึ้นจากการผสม ผสานของอาหารลูกผสมหลากสัญชาติ แต่มี กลิ่นอายของความเป็นไทยผสมอยู่ด้วย ซึ่งนำ� มาปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า ซึ่ง ทุกอย่างถูกนำ�มาทดลองและผสมผสานเป็น เมนูแสนอร่อยได้อย่างลงตัว เช่น เมนูสปา เก็ตตี้เอบิโกะ โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง การ Fusion ที่แปลกตาของอาหารจากอิตาเลียน และ ญี่ปุ่น ราคาจานละ 134 บาท เฟตูชินี่ หมึก ดำ�แฮมครีมเห็ด พาสต้าสไตล์อิตาเลียน ใช้เฟ ตูชินี่เส้นแบน ราคาจานละ 154 บาท และ เมนูใหม่จากทางร้าน Happy Mexican แป้ง พิซซ่าบางกรอบนุ่มในแบบฉบับ อิตาเลียน เสิร์ฟพร้อม ซัลซ่าซอส ในสไตล์รสชาติจัดจ้า นของ Mexican จานละ 134 บาท ในส่วน ของเครื่องดื่ม Lemon honey frost เย็นชื่น ใจกั บมะนาวน้ำ � ผึ้ ง ที่ เ ต็ ม ไปด้วยความเปรี้ยว บวกเข้ากับความหวานที่ลงตัว แก้วละ 54 บาท Passion Spice อีกหนึ่งเมนูใหม่ นำ�เอา น้ำ�เสาวรสมาบวกเข้ากับสไปรท์ เป็นเครื่องดื่ม แก้กระหายได้เป็นอย่างดี และอีกเมนูเด่นของ HAP DE NOUS CAFE สปาเกตตี้แฮป ผัด กับปลาทูน่ากระเทียมสับ ซึ่งเป็นเมนูแรกที่ คิดค้นขึ้นมาของทางร้านด้วย

เป็นกันเอง นอกจากนั้น ยังสร้างเวลาแห่ง การพักผ่อนของคุณให้เรียบง่ายและสบายมาก ยิ่งขึ้น และไม่ใช่แค่อาหารเท่านั้น ที่ร้านยังมี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขายเหมาะสำ�หรับงาน สังสรรค์กับเพื่อนฝูงด้วยบรรยากาศที่ดี ส่วน วั ต ถุ ดิ บ ที่ นำ � มาใช้ ก็ ผ่ า นการเลื อ กมาอย่ า งดี และใช้ของที่มีคุณภาพ เป็นการใช้ความรัก และความจริงใจใส่ลงไปในทุกเมนูอย่างแท้จริง โดยที่ราคาก็เหมาะสมกับอาหารไม่แพงจนเกิน ไป

แฉกสุดท้าย โชคดี (Luck) อาจบอกได้ว่าเมื่อรวมส่วนผสมทั้ง 4 แฉกเข้า ด้วยกันผลลัพธ์คือความโชคดี แต่ในทางกลับ กันในความโชคดี สิ่งหนึ่งที่ทำ�ให้ HAP DE แฉกที่สาม ความรัก (Love) HAP DE NOUS CAFE เน้นในเรื่องของ NOUS CAFE สร้างเอกลักษณ์ของตัวเองได้ service ที่ให้บริการดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่และ คือการตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ตั้ง

คิดค้นเมนู สูตรต่าง ๆ อาหารเครื่องดื่ม การ บริการลูกค้า ไปจนถึงการตกแต่งร้านที่ล้วน แล้วแต่ถูกสร้างมารองรับช่วงเวลาแห่งความ สุขของหลาย ๆคน ซึ่งเมื่อรวมกันเป็นใบโคล เวอร์ที่สมบูรณ์แบบแล้วก็สามารถบ่งบอกถึง ความเป็น HAP DE NOUS CAFE ได้เป็น อย่างดี HAP DE NOUS CAFE ที่ตั้ง : 2857-2859 ถ.พัฒนาการ สวนหลวง กรุงเทพฯ โทร : 08-1866-3366, 0-2722-2190 เว็บไซต์ : www.facebook.com/Hap-De-Nous-Cafe เปิดบริการ : 11.00 - 24.00 น. ทุกวัน

65


สมุดวาดเขียนเล่มนี้เดินทางมาถึงบทสุดท้ายแล้ว ทุกตัวหนังสือที่ได้ร่วมเดินทางมาด้วยกันจะไม่เกิดขึ้นถ้าขาดบุคคลดีๆ ที่ร่วมกันสร้างงานศิลปะชิ้นเล็กๆ นี้ ขอบคุณพี่วัดและทีมงาน TVmunk ที่น่ารักทุกท่าน ที่มาร่วมระบายความคิดกับเรา ขอให้รักษาตัวตนของรายการเอาไว้และหวังว่า TVmunk จะเป็นที่นิยมและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนโลกด้วยกันนะครับ ขอบคุณพี่พลอย พี่อัง พี่มะปรางแห่งร้าน Animal Tree Concrete ที่เอื้อเฟื้อความสะดวกในการถ่ายภาพภายในร้าน และการเก็บข้อมูลด้วยการพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทั้งที่ร้านมีลูกค้าเยอะมาก ขอบคุณเจ้าหน้าที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่เปิดโอกาสให้ถ่ายภาพประกอบและข้อมูลดีๆ สำ�หรับงานในคอลัมน์โชว์รูม ขอบคุณครอบครัวน้องๆ ชาวญี่ปุ่นที่ทำ�ให้เกิดแรงบันดาลใจในคอลัมน์แชร์ และสิ่งที่น้องๆ สร้างขึ้นผมว่ามันส่งไปถึงชาวใต้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ทุกวันนี้พี่ยังเก็บนกตัวนั้นเอาไว้เป็นอย่างดีนะครับ ขอบคุณพี่เป๋ง ชานนท์ ผมไม่คิดเลยครับว่าจะได้พี่มาสัมภาษณ์ ได้ติดตามผลงานเห็นความเคลื่อนไหวมาตลอด ขอบคุณมากที่มารวมแจมในงานชิ้นนี้ ผมสนุกมากครับเวลาทำ�งานกับพี่ หวังว่าจะได้สนุกกันอีกนะครับ ขอบคุณพี่โอ๊ค พี่อ๊อฟ BIG ASS พวกพี่คือความฝันของผมเลยครับ ผมโตมากับบทเพลงของพี่ตั้งแต่เด็กๆ สมัยที่ยังเป็นเทปคลาสเสท ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งผมจะได้มานั่งคุย สัมภาษณ์ และได้พวกพี่มาอยู่ในหนังสือของผม พวกพี่ทำ�ให้หนังสือเล่มนี้มันไม่ได้เป็นแค่งานชิ้นหนึ่งจริงๆ ครับ ขอบคุณครอบครัวสินเจริญ ถึงแม้จะเคยร่วมงานกันมาแล้วครั้งนี้ผมก็ยังประทับใจพวกพี่เหมือนเดิม ขอบคุณที่เสียสละเวลา ขอบคุณในความเป็นกันเอง ขอบคุณสำ�หรับข้อมูลดีๆ ในหนังสือเล่มนี้ครับ ขอบคุณพี่มุก ปิยะกานต์ ถึงแม้พี่จะงานยุ่งกับการเขียนบท แต่ก็ยังเจียดเวลามาร่วมความฝันของผม หลายๆ คนรอผลงานจากพี่อยู่นะครับ ขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ที่คอยสนับสนุนมาตลอด ขอบคุณชาวสวนกุหลาบ วิทยาลัยรังสิต และชาวสาขาวารสารศาสตร์ รังสิตทุกท่านที่หล่อหลอมประสบการณ์ต่างๆ มาจนเป็นผมในทุกวันนี้ ขอบคุณพี่เป็ดและพี่ๆ ทุกคนแห่งบ้าน Crush Magazine ที่ให้ประสบการณ์การทำ�งานเป็นอย่างมาก ขอบคุณตั๊กเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยมที่มีส่วนร่วมกับงานของผมมาตลอด ขอบคุณโดนัทสำ�หรับผลงานดีๆ ขอบคุณเอ๋ย น้องวิว ที่เข้ามาช่วยถ่ายภาพในคอลัมน์สมุดวาดเขียนรามาและเราระบาย ขอบคุณน้องแม็คที่ช่วยถ่ายภาพในคอลัมน์ Home DIY ขอบคุณก๊องที่มาช่วยกันวาดการ์ตูนแห่งความฝันในคอลัมน์สามช่อง พี่อร พี่ตุ้ม ที่คอยช่วยเหลือในการทำ�เสื้อสำ�หรับคอลัมน์แชร์ แม้สุดท้ายไม่ได้ใช้ แต่เงินที่ได้มาก็เป็นการส่งต่อถึงชาวใต้อย่างที่เราหวังจริงๆ ขอบคุณเพื่อนชาวหอสยามทุกห้องที่ให้เป็นสถานที่ทำ�งาน ซุกหัวนอนและสังสรรค์ ขอบคุณพี่โดที่คอยช่วยเหลือให้คำ�แนะนำ�ต่างๆ ตั้งแต่หนังสือยังไม่มีแม้แต่โครงสร้าง รวมไปถึงการช่วยเหลือในการจัดหน้าที่คอยอยู่ด้วยกันตลอดหลายสัปดาห์ขอบคุณที่ทำ�ให้ทุกตัวหนังสือมีชีวิตครับ ขอบคุณเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยถึงขอบคุณที่คอยให้คำ�แนะนำ�จนหนังสือเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ และเติมให้ภาพความฝันของผมชัดเจนมากยิ่งขึ้น หนังสือเล่มนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีพวกคุณทุกคน ขอบคุณจากใจ ธรรมธวัช ศรีสุข 66


67


สมุดวาดเขียน

พื้นที่ปล่อยความคิด อิสระการสร้างสรรค์ สู่ความสุขจากงานศิลปะ

68

สมุดวาดเขียน  

สมุดวาดเขียน