Page 14

Lab Food

EMS Situation in Shrimp Regional & Global Issues Author info กองบรรณาธิการ นิตยสารอินโนแล็บ INNOLAB team innolab@media-matter.com

โรคกุง้ ตายด่วน (Early Mortality Syndrome, EMS) หรืออีเอ็มเอส เริ่มระบาดครั้งแรกใน ประเทศจีนในปี 2552 แล้วแพร่กระจาย อย่างรวดเร็วสู่เวียดนามในปี 2553 มาเลเซีย ปี 2554 และไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่ ที่สุดของโลกเกิดการแพร่ระบาดในปี 2555 ตามลำ�ดับ โรคอุบัติใหม่นี้ทำ�ให้ผลผลิตกุ้ง ของประเทศไทยลดลงไปถึง 40% ส่งผล ให้ราคากุ้งในสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น 20% ส่วนราคากุง้ ในร้านอาหารและร้านค้าปลีกใน ประเทศตะวันตกก็พุ่งสูงขึ้นเช่นเดียวกัน นัก วิทยาศาสตร์ได้จ�ำ แนกเชือ้ ก่อโรคทีเ่ ป็นสาเหตุ ของโรค EMS ซึง่ ในทางเทคนิค โรคกุง้ ทีร่ ะบาด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดงั กล่าวจะเรียกว่า กลุม่ อาการเสือ่ มอย่างเฉียบพลันของต่อมตับ และตับอ่อน (Acute hepatopancreatic necrosis syndrome, AHPNS) (ต่อมตับ และตับอ่อนหรือ Hepatopancreas เป็น อวัยวะของกุง้ ทีท่ �ำ หน้าทีเ่ ป็นทัง้ ตับและตับอ่อน) ในภูมภิ าคตะวันตก การระบาดของโรคครัง้ แรกเกิดขึน้ ทีร่ ฐั เทกซัส (เรียกว่า Necrotising hepatopancreatitis, NHP) ในปี 2528 ซึง่ โรคได้แพร่กระจายในฟาร์มเลีย้ งกุง้ ในทวีป อเมริกาใต้ จากนัน้ เกิดการระบาดในประเทศ จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และระบาดอย่าง รุนแรงที่สุดในปี 2555-56

สาเหตุของโรคตายด่วน โรคตายด่วนส่งผลกระทบต่อกุง้ สายพันธุท์ เี่ พาะ เลีย้ งในฟาร์ม ได้แก่ Litopenaeus vannamei (กุ้งขาวแปซิฟิคหรือกุ้งขาววานาไม) และ Litopenaeus stylirostris (กุ้งสีน้ำ�เงินตะวัน ตก) นอกจากนัน้ ยังพบในกุง้ สายพันธุอ์ เมริกนั อีกสามสายพันธุ์ ได้แก่ Farfantepenaeus aztecus, Farfantepenaeus californiensis และ Litopenaeus setiferus โดยกุง้ สายพันธุ์ ทีพ่ บอัตราการตายสูงทีส่ ดุ ได้แก่ L. vannamei ซึง่ เป็นหนึง่ ในสองสายพันธุท์ เี่ ลีย้ งในฟาร์มมาก ที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาหรือแก้ไข อัตรา การตายจะสูงถึง 90% ภายใน 30 วัน ต้นปี 2556 มีการค้นพบว่าแบคทีเรีย Vibrio parahaemolyticus สายพันธุ์หนึ่ง ภาพที่ 1: เนือ้ เยือ่ ของต่อมตับและตับอ่อนปกติ (ภาพ น่าจะเป็นสาเหตุของโรค โดยยังไม่สามารถ ซ้าย) และเนื้อเยื่อต่อมตับและตับอ่อนที่ถูกทำ�ลาย ตัดข้อสันนิษฐานว่าไวรัสมีบทบาทในการเกิด จากโรค AHPND ่ ดิ เชือ้ จะมีอาการหลายอย่าง ได้แก่ Figure 1: Normal hepatopancreatic tissue โรค กุง้ ทีต ่ และตัวนิ่ม เหงือกมีสีดำ�หรือสีคล้ำ� (left) and hepatopancreatic tissue destroyed เปลือกนิม by AHPND ขอบของขาว่ายน้ำ� (Pleopod) และแพน Source: www.shrimpnews.com หาง (Uropod) มีสีดำ� และต่อมตับและตับ 14

www.innolabmagazine.com

E

arly Mortality Syndrome or EMS has firstly outbroke in China in 2009. It spread rapidly to Vietnam in 2010, Malaysia in 2011 and finally Thailand, the world’s largest supplier of shrimp, in 2012. A new disease that has reduced shrimp output in Thailand as much as 40%. With production plunging, shrimp prices in the US have jumped 20%. It drove prices higher for Western restaurants and retailers. The elusive pathogen causing early EMS has been identified by some researchers. An emerging shrimp disease in SEA more technically known as acute hepatopancreatic necrosis syndrome (AHPNS) (Hepatopancreas is a gland combining functions of a pancreas and a liver). In the western regions, a first outbreak (called Necrotising hepatopancreatitis, NHP) had been reported in Texas in 1985; the disease then spread to shrimp aquacultures in South America, China and subsequently SEA, followed by massive outbreaks in that region in 2012/13. Cause of EMS EMS mainly affects the farmed shrimp species Litopenaeus vannamei (Pacific white shrimp) and Litopenaeus stylirostris (Western blue shrimp), but has also been reported in three other American species, namely Farfantepenaeus aztecus, Farfantepenaeus californiensis and Litopenaeus setiferus. The highest mortality rates occur in L. vannamei, which is one of the two most frequently farmed species of shrimp. Untreated, the disease causes mortality rates of up to 90% within 30 days. In early 2013, a novel strain of Vibrio parahaemolyticus was identified as a likely causative agent, though involvement of a virus cannot be definitely ruled out yet. Infected shrimps show gross signs including soft shells and flaccid bodies, black or darkened gills, dark edges of the pleopods and uropods, and an atrophied hepatopancreas that is whitish instead of orange or tan as is usual. The researchers found that bacterial agent transmitted orally, colonizes the shrimp gastrointestinal tract and produces a toxin that causes

INNOLAB magazine #634