__MAIN_TEXT__

Page 1

Catalogue II

Mekong Museum Pieces

Mekong Museum Pieces

Mekong Basin Civilization Museum Mae Fah Luang University

1


สิ่งพิมพ์วิชาการ ล�ำดับที่ 13 (Museum Academic 13) ชื่อเรื่อง Catalogue II “Mekong Museum Pieces” จัดท�ำโดย โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง The Project on Establishment of Mekong basin มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง Civilization Museum Mae Fah Luang University

Mekong Museum Pieces

เรื่องและภาพโดย Story and pictures by พลวัฒ ประพัฒน์ทอง Pollavat Praphattong แก้วฟ้า เกษรศุกร์ Keofar Kesornsook ณัฐกร วิทิตานนท์ Nuttakorn Vititanon ชูชาติ ใจแก้ว Chuchart Jaikaew ทศพล ศรีนุช Todsapol Srinuch สิริวรรณ กิตติร่มโพธิ์งาม Siriwan Kittiromphongam

2

ภาพวัตถุทางวัฒนธรรมโดย ส่วนประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง Division of Public Relation, Mae Fah Luang University บริษัท วีมีครีเอชั่น จ�ำกัด WEME Creation เรียบเรียงภาษาอังกฤษ Translated and revised by ธีรนุช อนุฤทธิ์ และ Alisa Braun Teeranuch Anurit and Alisa Braun ISBN 978-616-470-011-6 พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2562 จ�ำนวน 1,000 เล่ม

1st edition 2019 Copies 1,000

พิมพ์ที่ Printing House เอราวัณการพิมพ์ Arawan Printing 28/10 ถนนสิงหราช ต�ำบลศรีภูมิ 28/10, Singharach Rd. Sripoom, อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50200 Muang District, Chiang Mai Province 50200 โทรศัพท์/โทรสาร: 0 5321 4491 Telephone/FAX: 0 5321 4491 อีเมล์: arawanprinting@gmail.com E-mail: arawanprinting@gmail.com


บทน�ำ พิพิธภัณฑ์มีภาระหน้าที่ในการด�ำเนินการ อนุรักษ์วัตถุทางวัฒนธรรม และจัดแสดงเพื่อการศึกษา ดังนั้นสิ่งที่ส�ำคัญเรื่องหนึ่ง คือ การได้มาซึ่งวัตถุทาง วัฒนธรรมที่มีคุณค่า โดยได้รับการประเมินคุณค่าจาก ภัณฑารักษ์และผูเ้ ชีย่ วชาญ การได้มาซึง่ วัตถุทางวัฒนธรรม นั้น ได้มาหลากหลายที่มาและหลากหลายกรณีในส่วน ของพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขงการได้มาซึ่งวัตถุทาง วัฒนธรรมมี 3 ทาง

1. จากงบประมาณของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่จัดสรรให้ในแต่ละปีงบประมาณ ซึ่งงบประมาณส่วนนี้ เพื่อใช้ในการจัดซื้อวัตถุที่เห็นสมควรว่ามีคุณค่า และ สามารถน�ำมาจัดแสดงท�ำให้พิพิธภัณฑ์มีความครบถ้วน สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 2. จากงานวิจยั โดยพิพธิ ภัณฑ์ในมหาวิทยาลัยนัน้ มีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งคือ มีคณาจารย์ นักวิชาการ ทีท่ ำ� การศึกษา วิจยั ค้นคว้าเกีย่ วข้องกับพืน้ ที่ หรือแนวทาง ของพิพิธภัณฑ์นั้นๆ การท�ำวิจัยจึงมีผลพลอยได้เป็นวัตถุ บางอย่าง โดยนักวิจยั นัน้ ได้มอบผลงานให้กบั พิพธิ ภัณฑ์ไว้ 3. จากการบริจาค พิพิธภัณฑ์รับการบริจาควัตถุ ทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าและเกี่ยวเนื่องกับพันธกิจของ พิพิธภัณฑ์นั้นๆ ทั้งนี้หากมีผู้บริจาควัตถุบางอย่างที่ไม่มี ความเกี่ยวข้องกับพันธกิจของพิพิธ ภัณ ฑ์ พิ พิธ ภั ณ ฑ์ สามารถปฏิเสธที่จะรับไว้ได้เช่นกัน

Mekong Museum Pieces

จากวัตถุวัฒนธรรม สู่ห้องแสดงในพิพิธภัณฑ์

3


INTRODUCTION

Mekong Museum Pieces

From cultural objects to exhibition rooms in the museum

4

The Mekong Basin Civilization Museum aims to conserve and exhibit cultural objects for educational purposes; thus, acquiring these valuable cultural objects is very important. Each item must be evaluated by both a curator and an expert. At the Mekong Basin Civilization Museum, there are three different ways by which to obtain cultural objects:

1. Using funds from a budget allocated by Mae Fah Luang University: Each fiscal year, the University allots funding to the museum to purchase objects deemed worthy to be displayed in order to make the museum more complete. 2. Research projects: A unique characteristic of the museum is its connection to the many research projects conducted by the faculty and students of Mae Fah Luang University. Consequently, there are many artifacts donated to the museum as by-products from these various projects. 3. Donation: The museum receives valuable cultural objects by donation. However, the museum reserves the right to refuse objects that are not relevant to the overall mission of the museum.


การให้เลขวัตถุทางวัฒนธรรม Numbering cultural objects.

The Mekong Basin Civilization Museum has acquired numerous cultural objects from 2004 to 2018. There are 671 valued cultural objects, with some pieces dating over 100 years old. Once the museum receives a cultural object, it is registered and numbered in accordance with the rules and regulations of the Division of Procurement and Supplies, Mae Fah Luang University. การจัดท�ำทะเบียน Cultural Object Registration.

Mekong Museum Pieces

พิพธิ ภัณฑ์อารยธรรมลุม่ น�ำ้ โขงได้ดำ� เนินการ จัดหาวัตถุทางวัฒนธรรมเข้ามาในพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2547-2561 มีจ�ำนวนวัตถุทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการประเมินคุณค่าทั้งสิ้น 671 รายการ วัตถุทางวัฒนธรรมส่วนใหญ่ไม่ได้มีอายุเก่าแก่ ไปมากเกินกว่า 100 ปี มีเพียงบางรายการเท่านั้น ที่มีอายุเกินกว่านั้น เมื่อพิพิธภัณฑ์ได้รับวัตถุทาง วัฒนธรรมมาจะจัดท�ำทะเบียนและให้เลขวัตถุ ตามระบบการจัดการพิพิธภัณฑ์ที่สอดคล้องกับ ระเบียบงานพัสดุของมหาวิทยาลัย

5


Mekong Museum Pieces

เมื่อด�ำเนินการจัดท�ำทะเบียนวัตถุทางวัฒนธรรมแล้ว หากวัตถุทางวัฒนธรรมรายการใดสมควรได้รับการท�ำความ สะอาดหรือซ่อมแซมบางส่วนก็จะด�ำเนินการท�ำความสะอาด และซ่อมแซมตามหลักวิชาการอนุรกั ษ์เพือ่ ให้วตั ถุทางวัฒนธรรม รายการนั้นมีความพร้อมที่จะจัดเก็บ และคงสภาพถาวร ไว้ได้นานที่สุดภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการท�ำความสะอาด และซ่อมแซมจึงน�ำวัตถุทางวัฒนธรรมไปจัดเก็บไว้ท่ีคลัง โดยจัดระบบคลังวัตถุให้มีความสะดวกต่อการสืบค้น สะอาด และมี พื้ น ที่ เ พี ย งพอในการจั ด การบริ ห ารงานคลั ง ซึ่ ง ห้องคลังวัตถุต้องเป็นห้องที่มีพื้นที่ มีการระบายความชื้น และป้องกันการโจรกรรมได้เป็นอย่างดี

6

After registration, the cultural object will be cleaned or repaired, if needed. The cleaning and repairing processes are conducted according to the principles of conservation, ensuring the objects are suitable for storage. After the cleaning and repairing processes, the objects will be filed and kept in a storage room. The storage room must have both anti-humidity and anti-theft systems.

การท�ำความสะอาดวัตถุ ทางวัฒนธรรม Cleaning process of cultural objects.

จัดท�ำรายการแสดงวัตถุทาง วัฒนธรรมที่จัดเก็บ เพื่อความ สะดวกในการสืบค้น Cultural object lists for convenient search.

ห้องคลังวัตถุ Storage room.


สารบัญ

CONTENTS บทน�ำ INTRODUCTION

การได้มาซึง่ วัตถุทางวัฒนธรรม 9 ACQUISITION OF CULTURAL OBJECTS

70

Mekong Museum Pieces

กรณีที่ 1 ภารกิจด้านการส�ำรวจวัฒนธรรม 9 Case 1 : Cultural Exploration Duty - เมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 11 Muang Sing, Lao People's Democratic Republic - รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 15 Shan State, Republic of the Union of Myanmar - เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา 31 มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน The Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture, Yunnan province, People's Republic of China กรณีที่ 2 โครงการจากงานวิจยั เรือ่ ง เครือ่ งปัน้ ดินเผาพาน 45 Case 2 : Research on Phan Pottery กรณีที่ 3 การได้มาซึง่ วัตถุทางวัฒนธรรมจากการบริจาค 59 Case 3 : The Acquisition of Cultural Objects by Donation

72

7

วัตถุทางวัฒนธรรมทีจ่ ดั แสดงในพิพธิ ภัณฑ์อารยธรรมลุม่ น�ำ้ โขง 66

CULTURAL OBJECT EXHIBITED IN THE MEKONG BASIN CIVILIZATION MUSEUM

นัตพม่า Myanmar Nat เอกสารคลังภูมปิ ญ ั ญาแห่งลุม่ น�ำ้ โขง Documents of Wisdom from the Mekong River Basin เหรียญทีร่ ะลึกส�ำหรับชาวเขา Commemorative Coins for Hill Tribe ปราสาทธรรมาสน์ Buddhist Pulpit

66

75


8

Mekong Museum Pieces


การได้มา ซึ่งวัตถุทางวัฒนธรรม

พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขงมีการด�ำเนินงาน เพื่อจัดหาวัตถุ ทางวัฒนธรรมหลากหลายโครงการ

กรณีที่ 1

ส�ำรวจวัฒนธรรม ส�ำรวจวัตถุ การได้มาซึ่งวัตถุทางวัฒนธรรมอีกกรณีหนึ่งของ พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง คือ การเดินทางส�ำรวจ พืน้ ที่ ในช่วงแรกได้สำ� รวจในพืน้ ทีบ่ ริเวณจังหวัดเชียงราย ริมสองฝัง่ แม่นำ�้ โขง ต่อมาส�ำรวจในพืน้ ทีล่ า้ นนาตะวันออก จากนั้ น ได้ เริ่ ม ด� ำ เนิ น การวางแผนส� ำ รวจพื้ น ที่ ใ นเขต อนุภมู ภิ าคลุม่ น�ำ้ โขง เรียกว่าวงแหวนอารยธรรมลุม่ น�ำ้ โขง ตอนบน ได้แก่ พื้นที่เมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว พื้นที่เมืองเชียงตุง เมืองลา เมืองสามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และพื้นที่เมือง เชียงรุ่ง เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555-2557 สืบเนื่องจากพันธกิจของพิพิธภัณฑ์อารยธรรม ลุ่มน�้ำโขง ได้แก่ 1) รวบรวมและสร้างองค์ความรูด้ า้ นศิลปวัฒนธรรม แถบอนุภูมิภาคลุ่มน�้ำโขง 2) รวบรวมวัตถุทางวัฒนธรรม ภาพถ่าย หนังสือ ฯลฯ เพื่ อ จั ด ท� ำ พิ พิ ธ ภั ณ ฑสถานตามหลั ก วิ ช าการและให้ พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ มี ค วามเคลื่ อ นไหวทางวิ ช าการร่ ว มสมั ย ตลอดเวลา

3) ด�ำเนินการอนุรักษ์วัตถุทางวัฒนธรรม 4) จัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ เอกสาร และหนังสือวิชาการ สือ่ อิเล็กทรอนิกส์ การสัมมนา ทางวิชาการ การจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน เน้นการ เสริมสร้างความเป็นพิพิธภัณฑ์วิชาการ เพื่อให้เป็นแหล่ง ความรู้ที่ส�ำคัญ 5) สร้ า งเครื อ ข่ า ยความร่ ว มมื อ ด้ า นทุ น ด้ า น วิชาการ และด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในระดับ ต่างๆ ตั้งแต่บุคคล ชุมชน ประเทศ อนุภูมิภาค และ นานาชาติ ตามแผนการด�ำเนินงานที่ก�ำหนดไว้ ทัง้ หมดนี้ น�ำไปสูภ่ ารกิจด้านหนึง่ คือ การส�ำรวจ ทางวั ฒ นธรรมตามเส้ น ทางอารยธรรมลุ ่ ม น�้ ำ โขงซึ่ ง ถือได้วา่ เป็นบันไดขัน้ แรกเพือ่ เชือ่ มโยงไปสูก่ ารด�ำเนินงาน ตามพันธกิจทุกข้อของหน่วยงาน โดยเฉพาะการรวบรวม วัตถุทางวัฒนธรรมระหว่างการเดินทางส�ำรวจในแต่ละ ปีงบประมาณ ดังนี้

Mekong Museum Pieces

ภารกิจด้านการ ส�ำรวจวัฒนธรรม

9


ACQUISITION OF CULTURAL OBJECTS The Mekong Basin Civilization Museum has many avenues by which to acquire cultural objects.

Case 1:

Cultural Exploration Duty Cultural Object Exploration Mekong Museum Pieces

Area exploration is one way to acquire cultural objects related to the Mekong Basin Civilization

10

Museum. In the very first survey, both Chiang Rai and the banks of the Mekong River were explored. Next, the East Lanna area was surveyed. Afterwards, the Greater Mekong Subregion was investigated. This area is also called the Ring of the Upper Mekong Civilization (which includes the regions of Muang Sing, Lao People's Democratic Republic, areas of Kengtung, Mong La, Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar, areas of Jinghong, the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture, the far southern Yunnan province, People's Republic of China. The survey was conducted between 2012 and 2014 in accordance with the following missions of the Mekong Basin Civilization Museum:

1) To inspire art and cultural knowledge of the Mekong Subregion; 2) To collect cultural objects (photos, books, etc.) necessary to establish a museum which follows academic principles in order to help define contemporary academic movements; 3) To conserve cultural objects; 4) To produce academic papers, documents, and media; to organize academic seminars and rotating exhibitions; and to establish the museum as an important source of knowledge; 5) To establish a cooperative network for the conservation of arts and culture at various levels, from an individual, a community, a country, and at an international level. The above missions defines the purpose of the museum, which led to this cultural exploration along the Mekong River path of civilization. Exploration is the first step in implementing the museum’s mission to collect cultural objects. Each survey trip took place in the fiscal years listed as follows:


หอค�ำเจ้าฟ้าเมืองสิง Ho Kum of Prince of Muang Sing (The Royal Hall). ทีม่ า: Gay, Bernard. (1996). Le bassin du Mekong: images du passé = The basin of the Mekong River: images of the past Basin of the Mekong River. Descente du Mekong, Inalco Paris: Paris.

หอค�ำเจ้าฟ้าเมืองสิง Ho Kum of Prince of Muang Sing (The Royal Hall).

ทีม่ า: ฮักล้านนา. 2555. “ภาพหอค�ำเจ้าฟ้าเมืองสิง” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.huglanna.com/index.php?topic=82.0. สืบค้น 23 มกราคม 2562.

พิพิธ ภัณ ฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขงได้เริ่ ม ต้ น การ ส�ำรวจวัฒนธรรมโครงการวงแหวนอารยธรรมลุ่มน�้ำโขง ตอนบน พื้นที่แรก คือ เมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2555 เมืองสิงเป็นเมืองขนาดเล็กในแขวงหลวงน�้ำทา อยู่ทางทิศเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาว ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์ โอบล้อมด้วย ทิวเขา มีสายน�้ำยวนและน�้ำม่า คอยหล่อเลี้ยง เมืองสิง ในอดี ต เคยเป็ น เมื อ งอู ่ ข ้ า วอู ่ น�้ ำ ที่ ส� ำ คั ญ เคยตกเป็ น เมืองขึน้ ของแคว้นทางตอนเหนือของประเทศไทย และได้ ถูกใช้เป็นจุดแบ่งอาณานิคมระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส ระหว่างปี พ.ศ. 2436 ถึงปี พ.ศ. 2438 นอกจากนีเ้ มืองสิงยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม ไทลื้อ ชาวไทลื้อนับเป็นหนึ่งในกลุ่มชนที่ใช้ภาษาตระกูล ภาษาไท ซึ่งรวมถึงพวกลาวลุ่ม ชาวเขาบางเผ่า ผู้คนใน ภาคเหนือของประเทศไทย และในรัฐฉาน สาธารณรัฐ แห่งสหภาพเมียนมา ชาวไทลื้อมีถิ่นฐานอยู่ในมณฑล ยูนนานทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ห่างจาก เมืองสิงเพียง 10 กิโลเมตร ชาวไทลื้อในลาวจึงได้ชื่อว่า มีสายเลือด และวัฒนธรรมแบบไทลือ้ แท้มากกว่ากลุม่ อืน่ ๆ ที่อยู่นอกถิ่นฐานเดิมของบรรพบุรุษ ใช่ว่าเมืองสิงจะมี ชาวไทลื้ออาศัยอยู่อย่างหนาแน่น นอกเมืองออกไปยังมี ชาวเขาเผ่าต่างๆ ทั้งม้ง เย้า มูเซอ อาข่า แวนแตน ส่วนใหญ่ มักตัง้ หมูบ่ า้ นอยูบ่ นไหล่เขา และจะลงมาซือ้ ของในเมืองสิง กันทุกเช้า

Mekong Museum Pieces

โครงการส�ำรวจ ศิลปวัฒนธรรม ของกลุ่มชาวไทลื้อ เมืองสิง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555

11


Mekong Museum Pieces

The Art and Culture Exploration Project of Tai Lue, Muang Sing, fiscal year 2012 This exploration project of the Ring of the Upper Mekong Civilization started in Muang Sing, Lao People's Democratic Republic, between April 12th to 16th, 2012. Muang Sing is a small town in Luang Namtha Province, in the northern part of Lao People's Democratic Republic. It is located on a fertile plain, surrounded by mountains and nourished by the Yuan and Ma rivers. It was a colony of northern Thailand, and the town was used as a colonial separation point between England and France from 1893 to 1895. Muang Sing is the center of Tai Lue culture. The Tai ethnic group includes both Lao Loum tribes in the North of Thailand, and in Shan State of Republic of the Union of Myanmar. The Tai Lue people live in Yunnan (Southern China), which is only 10 kilometers away from Muang Sing. Therefore, the Tai Lue people in Lao People's Democratic Republic are known to have closer cultures to their ancestors than other Tai Lue people who live outside of the ancestral settlement. The Tai Lue ethnic group use the Tai language family. There are also other ethnic groups living in this area, including the Hmong, Yao, Mu Soe, Akha and Luntan. They usually live in the hillsides and come to Muang Sing city in the morning to shop.

แผนทีเ่ มืองสิง (พ.ศ. 2432 – พ.ศ. 2433) Town Map of Muang Sing (C. 1889:1890).

ทีม่ า: Volker Grabowsky. (1999). Introduction to the History of Müang Sing (Laos) prior to French Rule: The Fate of a Lü Principality. Electronic Journal of Bulletin de l'École française d'Extrême-Orient, 86, 233-291. https://www.persee.fr/doc/befeo_0336-1519_1999_num_86_1_3413

12

บรรยากาศตลาดเช้าเมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว The atmosphere of the morning market in Muang Sing, Lao People’s Democratic Republic.


ด้ ว ยความเชื่ อ มโยงทางด้ า นชาติ พั น ธุ ์ แ ละ ศิลปวัฒนธรรม วัตถุทางวัฒนธรรมที่ได้จากการส�ำรวจ พื้นที่เมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) จึงเป็นการบอกเล่าถึงคติความเชื่อและ ความศรัทธาในพุทธศาสนาทีถ่ า่ ยทอดผ่านเครือ่ งสักการะ ของชาวไทลื้อ เมืองสิง คุณยายแสง หยอด ช่างท�ำตุง แห่งบ้านน�้ำเทิง1 Mrs. Saeng Yhod, the tung (Buddhist banner) expert of Baan Num Tueng2

ตุ ง ที่ ค ณะส� ำ รวจพบในเมื อ งสิ ง ท� ำ จากวั ส ดุ หลากหลายประเภท เช่น ผ้า กระดาษ พลาสติก ลูกปัด ทั้งนี้นอกเหนือจากความสะดวกในการจัดหาวัสดุและ ความสวยงามแล้ว ปัจจัยที่ส�ำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ความเชื่อและความหมายที่แฝงอยู่ภายใต้วัสดุที่น�ำมา ประกอบเป็นตุงชนิดนั้นๆ การท�ำตุงด้วยเงิน (ธนบัตร) เชื่อกันว่า “...เพื่อ ให้ร�่ำรวยมากยิ่งขึ้น เงินที่ใช้ท�ำตุงเป็นเงิน ที่ ไ ม่ ใช้ กั น แล้ว...”3

ตุงผ้าปักลายพระพุทธเจ้า วัดบ้านขวาง เมืองสิง สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว A Buddhist banner called Tung embroidered the picture of Lord Buddha, Baan Khwang temple, Muang Sing, Lao People’s Democratic Republic.

ตุงผ้าปักลายพระพุทธเจ้า วัดเซียงใจ เมืองสิง สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว A Buddhist banner called Tung embroidered the picture of Lord Buddha, Siang Jai temple, Muang Sing, Lao People’s Democratic Republic.

ตุงเงินกีบ วัดบ้านขวาง เมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว Tung Ngern Kip (the Buddhist banner is made of Laos Banknotes; Kip note.) Baan Khwang temple, Muang Sing, Lao People’s Democratic Republic.

ตุงผ้าปักลายพระพุทธเจ้า วัตถุทาง วัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรม ลุ่มน�้ำโขง A Buddhist banner called Tung embroidered the picture of Lord Buddha. A cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.

ตุงเงิน Yi Jiao วัดบ้านขวาง เมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว Tung Ngern Yi Jiao (the Buddhist banner is made of Chinese Banknotes; Yi Jiao note.) Baan Khwang temple, Muang Sing, Lao People’s Democratic Republic.

1 อยู่บริเวณทางใต้ของแขวงหลวงน�้ำทา เป็นแหล่งผลิตตุงส่งมาขายที่เมืองสิง จากภาพ คุณยายแสง หยอด เป็นทั้งช่างท�ำตุงและน�ำตุงมาขายเอง

ที่ตลาดเช้าเมืองสิง

2 Baan Num Tueng is located in the South of Luang Namtha Province. This is the source of most Tung materials for sale in Muang Sing’s

morning market. The picture is from Mrs. Saeng Yhod, a Tung expert. 3 สมใจ วางเซียทาว. (2555). สัมภาษณ์. 13 เมษายน. [มัคคุเทศก์ท้องถิ่น ชนเผ่าม้ง]. 4 Somjai Wangsiatown. (2012). Interview. 13 April. [Local tour guide, Hmong].

Mekong Museum Pieces

The exploration team in Muang Sing found tungs (Buddhist banners) which were made of various materials such as cloth, paper, or plastic. Beads From the exploration in Muang Sing, the were also often found. In addition to the availability relationship between ethnic groups, cultures and and aesthetic properties, hidden meanings are an cultural objects can be seen through displays of various important factor in choosing materials. For example, a beliefs (i.e. Buddhist) via offering objects of Tai Lue tung which is made of money is “…for increasing wealth. people. The money to make Tung is not used anymore…”4

13


ตุงทีช่ าวบ้านน�ำมาถวายวัดในปีกอ่ นๆ จะถูกปลด ลงมาเพื่อน�ำตุงที่ชาวบ้านน�ำมาถวายในปีนี้ ขึ้นสักการะ แทนที่ ซึง่ คณะผูส้ ำ� รวจพบว่าตุงเงิน Yi Jiao และตุงเงินกีบ ที่ ถู กปลดลงมานั้น เป็นวัตถุที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม และสามารถบอกเล่าเรื่องราวความศรัทธาของชาวไทลื้อ เมืองสิงได้เป็นอย่างดี จึงขอบูชากลับมาเพือ่ น�ำมาอนุรกั ษ์ และเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อไป Tungs are offered to a temple, but are removed and replaced by new tungs each year. The exploration team concluded that both Tung Ngern Yi Jiao (the Buddhist banner is made of Chinese Banknotes; Yi Jiao note.) and Tung Ngern Kip (the Buddhist banner is made of Laos Banknotes; Kip note.) are valued cultural objects because they represent the faith of Tai Lue people in Muang Sing. Therefore, the team asked for permission to bring them back for conservation and exhibition.

ช่อเงินช่อทอง วัดน�้ำแก้วหลวง เมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว Silver and gold bouquets at Nam Keaw Luang temple, Muang Sing, Lao People’s Democratic Republic.

ช่ อ เงิ น ช่ อ ทอง ตลาดเช้ า เมื อ งสิ ง สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว Silver and gold bouquets at the Muang Sing morning market, Lao People’s Democratic Republic.

Mekong Museum Pieces

ถวายกระจก วัดเซียงใจ เมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว Offering mirrors at Siang Jai temple, Muang Sing, Lao People’s Democratic Republic.

ช่อเงินช่อทอง วัดสิริเฮือง (สิริเรือง) เมืองสิง สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว Silver and gold bouquets at Siriheung (Sirireung) temple, Muang Sing, Lao People’s Democratic Republic.

14

นอกเหนือจากการถวายตุงแล้ว ชาวไทลือ้ ยังนิยม ถวายกระจก และเครือ่ งสักการะทีเ่ รียกว่า ช่อเงินช่อทอง เพื่อเป็นตัวแทนความศรัทธาในการบูชาและสืบสาน พระพุทธศาสนา In addition to tungs, Tai Lue people also give mirrors or silver and gold bouquets as offerings to the Lord Buddha.

ช่อเงินช่อทอง วัตถุทางวัฒนธรรม จัดแสดงภายในพิพธิ ภัณฑ์อารยธรรม ลุ่มน�้ำโขง Silver and gold bouquets, a cultural object exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum.


ในเขตภูมิภาคนี้มีก ลุ่มชาติพันธุ์ที่เรียกตนเอง ว่า หลอย หรือ ปลัง แต่ในงานวิชาการจะกล่าวว่าเป็น กลุ่มหลอย หรือ ดอย หรือ ไตหลอย ไตดอย โดยเป็น ชาติพันธุ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มภาษา มอญ - เขมร และบางกรณี ถูกเรียกและก็เรียกตนเองว่า ลัวะ ด้วย โดยที่กลุ่มคน ส่วนใหญ่อาศัยอยูใ่ นมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน บางส่วนอพยพไปเมืองเชียงตุง รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่ง สหภาพเมียนมา และได้อพยพเข้ามาในประเทศไทย อยู ่ ที่จัง หวัดเชียงรายเมื่อราว พ.ศ. 2510 มีอยู่ใน ประเทศไทยไม่มากนัก และภาษาปลังยังมีภาษาถิ่นอีก 7 ส�ำเนียง คือ กอนตอย จงมอย สะเตง แบมยอง กอนมา ปังโลชิ และกอนกลาง

กลุ่มหลอย (ปลัง) นี้เป็นส่ว นหนึ่งของระบบ เศรษฐกิจและการปกครองของรัฐเจ้าฟ้าเชียงตุง ในการ รวบรวมภาษีไปสู่ส ่ว นกลางและได้รับความไว้ ว างใจ ในการท�ำงานในหอค�ำเจ้าฟ้าเชียงตุง เพราะมี ค วาม ซื่อสัตย์สุจริตในการด�ำรงชีวิต การได้ใกล้ชิดกับอ�ำนาจ ของเจ้าฟ้าเชียงตุงท�ำให้กลุ่มคนหลอย (ปลัง) ได้รับ วัฒนธรรมทางพุทธศาสนาในเชียงตุงเข้าไว้ และน� ำ ไปสร้างศาสนสถานทางพุทธศาสนาในหมู่บ้านตนเอง โดยมีลักษณะเฉพาะทาง ท�ำให้เห็นถึงความสั ม พั น ธ์ ระหว่างศาสนากับความเป็นชาติพันธุ์ได้อย่างไรในฐานะ กลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ใช่ “ไท” แต่ใช้อักษรไท (เขิน) เป็น ภาษาทางศาสนา ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานกันอยู่มากในเมือง สามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา5

Mekong Museum Pieces

โครงการส�ำรวจ ศิลปวัฒนธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ ในเมือง สามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐ แห่งสหภาพเมียนมา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556

15 วัดทะปางใต้ สามต้าว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา Ta Pang Tai temple, Sam Tao, Republic of the Union of Myanmar. 5 พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. (2555). Museum Academic 7 ตามรอยไตรภูมิในพุทธศาสนสถานของกลุ่มชาติพันธุ์หลอย (ปลัง): รายงานการส�ำรวจ จากเชียงตุง เมืองลา ถึงสามต้าว นิทานไตรภาค เรื่อง พลเมืองที่ชื่อมิดะ: การเมืองเรื่องชาติพันธุ์กับอุตสาหกรรมวัฒนธรรม. ชอบพิมพ์: เชียงราย.


Mekong Museum Pieces

The Art and Culture Exploration Project of Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar, fiscal year 2013

16

This group refers to themselves as Loi, Lua or Plang, but for academic purposes are referred to as Loi, Doi, Tai Loi or Tai Doi, or Lua. For continuity, we will refer to them as Plang in this examination. The Plang are an ethnic group in the Mon-Khmer language family. Most of them live in Yunnan, People's Republic of China, while some have migrated to Shan state, Republic of the Union of Myanmar, or to Chiang Rai, Thailand. The Plang language has seven dialects, Gontoi, Jongmoi, Sateng, Bamyong, Gonma, PangLoshi and Gonglang. The Plang were an important part of the economic and governmental systems of Kengtung, often hired to collect taxes. They were even trusted to work in Ho Kum of Prince of Kengtung (the Royal hall) because they were known for their honesty. Working closely with the Prince of Kengtung, the Plang people adopted Kengtung Buddhist culture and constructed many temples in their own villages, which explains unique architectural influence that can still be seen today. The construction of these temples exemplifies the connection between Buddhism and the Plang ethnic groups. Plang people are not “Tai” but they use Tai alphabets (Kun) as their religious language. The majority of this group live in Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar.6 6 The Mekong Basin Civilization Museum Mae Fah Luang University.

(2012). Museum Academic 7 Follow the traces of “Tri Bhume” (Three Worlds) in religious places of Loi or Plang group: The exploration report, from Kengtung, Muang La to Sam Tao. A Fable Trilogy of a Thai Citizen Called Mida: The Ethnic Politics and Cultural Industry. Choppim: Chiang Rai.


Mekong Museum Pieces

วัดบ้านเก๋น สามต้าว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา Baan Gen temple, Sam Tao, Republic of the Union of Myanmar.

17


18 Mekong Museum Pieces


Mekong Museum Pieces

วัดทะปางหลวงเหนือ สามต้าว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา Ta Pang Luang Nuae temple, Sam Tao, Republic of the Union of Myanmar.

19


20 Mekong Museum Pieces


Mekong Museum Pieces

21 บ้านห้า สามต้าว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา Baan Ha, Sam Tao, Republic of the Union of Myanmar.


Mekong Museum Pieces

วัดหนองค�ำ สามต้าว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา Nong Kum temple, Sam Tao, Republic of the Union of Myanmar.

22


The Mekong Basin Civilization Museum surveyed both the arts and culture of these ethnic groups in Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar between February 22nd and 26th, 2013. The objectives of the exploration were to examine the connection between religion, belief, way of life and ancient trade routes. This survey also aimed to investigate changes in art and culture of ethnic groups in this region. The focus of the exploration was to collect data from temples and historical documents. Afterwards, the data were compiled, resulting in a larger, more holistic dataset that can be used to describe various cultural components. It will be useful for researchers and visitors to help understand the region, even if they have not visited.

Mekong Museum Pieces

พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขงด�ำเนินโครงการ ส�ำรวจศิลปวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ในเมืองสามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 22–26 กุมภาพันธ์ 2556 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ศึกษาความเชือ่ มโยงกันระหว่างศาสนา ความเชือ่ วิถชี วี ติ ของผู้คน และเส้นทางเศรษฐกิจโบราณ และเพื่อศึกษา ความเปลี่ยนแปลง และศิลปวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ในเมืองสามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยมุ่งเน้นการส�ำรวจเก็บข้อมูลจากวัด และเอกสารทาง ประวัติศาสตร์น�ำมารวบรวมและเรียบเรียงเป็นองค์ความรู้ นอกเหนื อ ไปจากการสร้ า งผลผลิ ต ทางวิ ช าการแล้ ว อี ก ส่ ว นหนึ่ ง ที่ ส� ำ คั ญ คื อ การน� ำ องค์ ค วามรู ้ ม าใช้ ประกอบการอธิบาย และถ่ายทอดเรือ่ งราวของวัตถุทาง วัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในสถานที่จริง ผ่านการใช้งานจริง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าข้อมูลและผู้เยี่ยมชม พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ ส ามารถเข้ า ใจได้ แ ม้ จ ะยั ง ไม่ ไ ด้ มี โ อกาส ไปสัมผัสยังสถานที่จริงก็ตาม

23


การลงพืน้ ทีส่ ำ� รวจและจัดท�ำส�ำเนาเอกสารโบราณ น�ำมาปริวรรต และเรียบเรียงเป็นองค์ความรู้ เพื่อศึกษาและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ถูกถ่ายทอดลงบนเอกสารโบราณ

Mekong Museum Pieces

The Area Exploration, Ancient Documents Duplication and Knowledge Transfer for the Study of Local Wisdom as Recorded in the Documents.

วัดบ้านเก๋น สามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่ง สหภาพเมียนมา Baan Gen temple, Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar.

24 วัดทะปางหลวงเหนือ สามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา Ta Pang Luang Nuae temple, Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar.


MM ee kk oo nn gg MM uu ss ee uu mm PP ii ee cc ee ss

เอกสารโบราณของพ่อเฒ่ายีนก บ้านห้า สามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา Ancient documents of an elder, Mr.Yinok. Baan Ha, Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar.

25


การลงพื้นที่ส�ำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูลวัตถุ ทางวัฒนธรรม

Mekong Museum Pieces

สืบเนือ่ งจากวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมวัตถุ ทางวั ฒ นธรรมเพื่ อ อนุ รั ก ษ์ แ ละจั ด แสดงเผยแพร่ การรวบรวมข้อมูลวัตถุทางวัฒนธรรมทั้งเรื่องราวและ รูปภาพจากการใช้งานในพืน้ ทีจ่ ริงเป็นเรือ่ งทีม่ คี วามส�ำคัญ ท� ำ ให้ ผู ้ ส� ำ รวจเกิ ด การเรี ย นรู ้ และเข้ า ใจข้ อ มู ล ต่ า งๆ จากประสบการณ์จริงเพื่อให้สามารถน�ำความรู้ความ เข้าใจทีแ่ ตกฉาน มาถ่ายทอดให้กบั ผูเ้ ยีย่ มชมพิพธิ ภัณฑ์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

26

The Area Exploration for Data Collection of Cultural Objects Because of the aforementioned objectives (i.e. the museum must collect cultural objects for conservation and exhibition), collecting oral cultural narratives and pictures is incredibly important. This helps researchers learn from real experience so that they can convey information to museum visitors effectively.


Mekong Museum Pieces

การใช้ตาชั่งจีนในชีวิตประจ�ำวัน พื้นที่รัฐฉานตะวันออก The Use of Chinese Scales in Daily Life, Eastern Shan State.

กาดหลวงเมืองลา7 Gad Laung Muang La (Muang La big market)8 7 เมืองลา

เป็นศูนย์กลางการปกครองของเขตปกครองพิเศษที่ 4 แห่งรัฐฉานตะวันออก มีความพิเศษแตกต่างจากเขตปกครองพิเศษแห่งอื่น ตรงที่ไม่พบทหารและต�ำรวจพม่า ภาษาทีใ่ ช้สอื่ สารหลักคือภาษาจีน และใช้เงินสกุลหยวนของจีนแทนเงินสกุลจ๊าดของพม่า 8 Muang La is the administrative center of the Special Region Number 4 of Shan State. Unlike other regions, Myanmar soldiers and Myanmar policemen are not found in this area. Chinese is the primary language for communication. Chinese currency (Yuan) is used instead of the standard currency of Myanmar (Kyat).

27


วัฒนธรรมการสูบยาพบได้ทวั่ ไปในพืน้ ทีล่ มุ่ แม่นำ�้ โขง ในอดีตกล้องยาสูบเป็นส่วนหนึง่ ของการประกอบพิธกี รรม และได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่ใช้บ่งบอกสถานภาพทาง สังคมบางประการของผู้ครอบครอง A culture of tobacco smoking is important to the people of the Mekong River Basin. In the past, tobacco pipes were a part of rituals and were a sign of social status.

แม่เฒ่าชาวบ้านห้า สามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา A female elder of Baan Ha, Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar.

ครกไม้ ท�ำจากไม้เนือ้ แข็งใช้ทอ่ นไม้ใหญ่ทงั้ ล�ำต้น สากท�ำจากไม้ท่อนเดียวปลายมนทั้งสองด้านส�ำหรับต�ำ ตรงกลางเหลาให้คอดกิ่วเพื่อเป็นมือจับ ในอดีตใช้ต�ำ ข้าวเปลือกเป็นหลักเนื่องจากยังไม่มีโรงสีข้าว ปัจจุบัน ยังสามารถพบเห็นการใช้ครกไม้ทั้งในชีวิตประจ�ำวัน และในพิธีกรรม

Mekong Museum Pieces

While used today for daily tasks and rituals, a wooden mortar and pestle was essential to life in the Mekong for use as an early rice mill. The wooden mortar is made of a hardwood trunk, while the pestle is made of a single piece of wood with thick round ends used for crushing. The middle of the stick is carved to be used as a handle.

ครกไม้ บ้านทะปางหลวงเหนือ สามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐ แห่งสหภาพเมียนมา Wooden mortar, Baan Ta Pang Luang Nuae, Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar.

28

ครกไม้ วัดบ้านแยก สามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา Wooden mortar, Baan Yaek temple, Sam Tao, Shan State, Republic of the Union of Myanmar.


เก้าอีห้ วาย กาดหลวงเมืองลา Rattan chair at Gad Luang Muang La.

เครื่องจักสานเป็นงานหัตถกรรมที่ผลิตขึ้นโดย ภูมิปัญญาพื้นบ้านประเภทหนึ่งซึ่งมีความผูกพันกับการ ด� ำ เนิ น ชี วิ ต และวิ ถี ชี วิ ต ของกลุ ่ ม คนในแถบลุ ่ ม น�้ ำ โขง สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ทุกพื้นที่ในขอบเขตของการ ส�ำรวจจะพบเครื่องใช้ทั่วไปในชีวิตประจ�ำวัน เครื่องมือ ในการประกอบอาชีพ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเพื่อจ�ำหน่าย เป็นสินค้าประเภทเครื่องจักสานในทุกครัวเรือน

Wicker ware is a type of handicraft produced from generation to generation, reflecting the way of life of the people in the Mekong River basin. In every area of the exploration, wicker ware was found to be a part of everyday life.

9 เป็นที่พ�ำนักของเจ้าชายหลวง หรือ “เจ้าจายหลวง” ก่อนขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าฟ้าองค์สุดท้ายแห่งเชียงตุง 10 The royal residence of the prince, or “Jao Jai Luang”, during the period of his reign as the last Prince of Kengtung.

Mekong Museum Pieces

เก้าอีห้ วาย บ้านพักเจ้าฟ้าชายหลวง9 Rattan chair at a royal residence of the prince.10

29


Mekong Museum Pieces

กรงไก่ ทีห่ วิ้ ไก่ กาดหลวงเมืองลา Chicken coop, chicken holders, Gad Luang Muang La.

30 กรงไก่ ทีห่ วิ้ ไก่ วัดทะปางหลวงเหนือ สามต้าว รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่ง สหภาพเมียนมา Chicken coop, chicken holders. Ta Pang Luang Nuae temple, Sam Tao, Republic of the Union of Myanmar.


พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขงด�ำเนินโครงการ ส�ำรวจศิลปวัฒนธรรมกลุม่ ชาติพนั ธุใ์ นเขตปกครองตนเอง ชนชาติไท สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐ ประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 1–7 เมษายน 2557 โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ส�ำรวจเก็บข้อมูลวัด และเอกสารหลักฐานทาง ประวัตศิ าสตร์ตา่ งๆ บริเวณเขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน 2) ส�ำรวจเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมใน การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 3) ส�ำรวจและจัดหาวัตถุทางวัฒนธรรมเข้าจัดเก็บ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง 4) ศึกษาความเปลี่ยนแปลง และศิลปวัฒนธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ตามเส้นทาง R3A และจากการส�ำรวจเก็บข้อมูลพบว่าหลากหลาย เรื่องราวของวิถีชีวิต ความเชื่อ ภูมิปัญญา ตลอดจน ศิลปวัฒนธรรมสามารถบอกเล่าผ่านทางวัตถุสงิ่ ของต่างๆ สร้างคุณค่าให้วัตถุสิ่งของเหล่านั้นกลายมาเป็นวัตถุทาง วัฒนธรรมที่สามารถสื่อสารไปยังผู้สนใจศึกษาค้นคว้าได้ ต่อไป

จากวัตถุสิ่งของที่พบรายทางจากการลงพื้นที่ส�ำรวจ...สู่วัตถุทางวัฒนธรรม Objects found in the survey and other cultural objects.

Mekong Museum Pieces

โครงการส�ำรวจ ศิลปวัฒนธรรม กลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตปกครองตนเอง ชนชาติไท สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557

31


Mekong Museum Pieces

The Art and Culture Exploration Project of the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture, Yunnan province, People's Republic of China (PRC), fiscal year 2014

32

The Mekong Basin Civilization Museum included a survey of the art and culture of ethnic groups in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture in the Yunnan province of the People's Republic of China between April 1st to 7th, 2014. There were four objectives of the exploration project: 1) To collect data from temples and historical documents in the area of the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture, Yunnan province, People's Republic of China. 2) To survey a cultural tourism route for the ASEAN Community. 3) To acquire cultural objects for the Mekong Basin Civilization Museum. 4) To investigate changes in the art and culture of ethnic groups along R3A route.

ทีล่ วกก๋วยเตีย๋ ว บ้านจ๋าง เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา Noodle strainer, Baan Jang, Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture.

From the survey, it was found that way of life, beliefs, knowledge, art and culture were best captured through objects. These valuable cultural objects can give a glimpse into the culture of this region for both researchers and tourists.


Mekong Museum Pieces

การใช้ที่ลวกก๋วยเตี๋ยว เมืองสิง แขวงหลวงน�้ำทา สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว Noodle strainer, Muang Sing, Luang Namtha Province, Lao People’s Democratic Republic.

33


Mekong Museum Pieces

34

ที่ลวกก๋วยเตี๋ยว เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา วัตถุทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Noodle strainer, Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture. A cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.


งานหัตกรรมเก้าอี้หวายและไม้ไผ่ บ้านหนองค�ำ11 เก้าอี้หวาย และไม้ไผ่เป็นที่นิยมใช้กันในดินแดน แถบลุ่มแม่น�้ำโขงตอนบนส่งต่อวัฒนธรรมไปกับกลุ่มคน บนพื้นที่สูง ท�ำให้เห็นถึงวัฒนธรรมในการกินอาหารที่ ประกอบด้วยส�ำรับที่อยู่บนโตกหวายหรือไม้ไผ่ และมี เก้าอี้ทรงเตี้ยไว้ส�ำหรับนั่ง การนั่งเป็นวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มคนที่บางกลุ่ม มีวัฒนธรรมการนั่งแบบขาเหยียด บางกลุ่มมีวัฒนธรรม การนั่งกับพื้นบ้าน วัฒนธรรมการนั่งยองๆ และการนั่ง เก้าอี้ (ม้านั่ง) ทรงเตี้ยถูกพัฒนาขึ้นในพื้นที่การผลิตทาง เศรษฐกิจที่ต้องนั่งกับพื้นดิน

Rattan and bamboo are widely used in the upper Mekong region, especially important in the eating culture of the highlanders. One part of this culture is serving food on a northern style rattan or bamboo tray (Tok). Another important part of this culture is sitting. Some sit on the floor, while some sit with their legs extended, and yet others squat. Sitting on small, low chairs has developed in areas where people usually sit on the ground.

Mekong Museum Pieces

Rattan and Bamboo handicraft, Baan Nong Kum12

35 11 พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. (2558). Museum Academic 11 “บันทึกการเดินทางบนเส้นทางวงแหวนอารยธรรมลุ่มน�้ำโขงตอนบน: เชียงตุง เมืองลา สามต้าว” รายงานการส�ำรวจ จากเชียงตุง เมืองลา สามต้าว ถึง เชียงรุ่ง เมืองหล้า เมืองฮาย. เอราวัณการพิมพ์: เชียงใหม่. 12 The Mekong Basin Civilization Museum Mae Fah Luang University. (2015). Museum Academic 11 “A Travel Journal from the route on the Ring of the Upper Mekong Civilization: Kengtung, Muang La, Sam Tao” A survey report from Kengtung, Muang La, Sam Tao to Jinghong, Muang Lha, Muang Hai. Arawanprinting: Chiang Mai.


Mekong Museum Pieces

บ้านหนองค�ำ หมู่บ้านท�ำหัตถกรรมเก้าอี้หวาย ทั้งแบบกลมและแบบเหลี่ยมส่งออกไปจ�ำหน่าย ตาม พืน้ ทีต่ า่ งๆ และมีพอ่ ค้ามารับซือ้ เพือ่ น�ำไปจ�ำหน่ายในเขต สาธารณรั ฐ แห่ ง สหภาพเมี ย นมาและสาธารณรั ฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาวอีกด้วย การผลิตเก้าอีช้ นิดนี้ จึงเป็นแหล่งรายได้อีกทางหนึ่งของชาวบ้าน ซึ่งจากการ ลงพื้นที่ส�ำรวจพบว่ามีหลายครัวเรือนในหมู่บ้านนี้ที่ผลิต เก้าอี้หวาย

Baan Nong Kum is a village that produces both round and square rattan chairs. These are exported and sold to merchants who come to the village to sell the chairs in the Republic of the Union of Myanmar and Lao People’s Democratic Republic. This wicker ware production has become another source of income for the villagers.

36 36 ชาวบ้านผู้ผลิตเก้าอี้หวาย บ้านหนองค�ำ เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา Producers of rattan chairs, Baan Nong Kum in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture.


เก้าอี้หวายบ้านหนองค�ำ เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา วัตถุทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Rattan chairs Baan Nong Kum in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture. A cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.

Mekong Museum Pieces

เก้าอี้หวายในชีวิตประจ�ำวัน เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา Rattan chairs in daily life, the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture.

37


Mekong Museum Pieces

อี่มุน (นางมุน) ช่างปั้นหญิงแห่งบ้านลู่ เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา E-Mun (Mrs.Mun), a female potter of Baan Lu, in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture.

เครือ่ งปัน้ ดินเผา เขตปกครองตนเองชนชาติไท Pottery, the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture สิบสองปันนา บ้านลู่ เป็นบ้านของช่างปัน้ ผูห้ ญิงชือ่ อีม่ นุ (นางมุน) ผู้เป็นช่างปั้นเครื่องปั้นดินเผาแบบไม่เคลือบ รัฐบาลจีน ได้ มี การสนับ สนุนการสร้างสรรค์ผลงานของนางมุน โดยงานของนางมุนนัน้ แบ่งเป็น 3 ประเภทตามการใช้งาน คือ งานทีใ่ ช้ในการศาสนา เช่น อุปกรณ์กรวดน�ำ้ เชิงเทียน ใช้ตามในพิธตี า่ งๆ งานทีใ่ ช้ในชีวติ ประจ�ำวัน เช่น ถ้วยชา หม้อใส่น�้ำ และเป็นของที่ระลึกให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่สั่งท�ำ13

38 13 พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อ้างแล้ว,

2558, หน้า 72. 14 The Mekong Basin Civilization Museum Mae Fah Luang University, 2015, page 72.

Baan Lu is home to a female potter named E-Mun (Mrs.Mun). Her unglazed pottery is supported by the government of People's Republic of China (PRC). Her work is categorized into three types according to purposes: 1) religious, such as candle holders or for use in water pouring ceremonies; and 2) daily-life, such as tea cups, water pots and 3) souvenirs.14


อุปกรณ์ส�ำหรับงานปั้นเครื่องปั้นดินเผาที่ยังคงความเป็นเทคโนโลยี พื้นบ้านและใช้แรงงานคน Equipment used to produce pottery, which utilizes folk technology and human labor.

In all steps of pottery production, human labor and folk technology are used without dependence on machines or electric stoves. Consequently, each piece of pottery produced in this area is unique, especially because the potter’s name is engraved on each piece. However, the name is not engraved on pottery intended for religious purposes, such as tea cups and containers for the water-pouring ceremony. This is because many believe if they use a container with someone’s name on it, they will not benefit from their own efforts in making merit.

Mekong Museum Pieces

ทุกกรรมวิธีในการผลิตเครื่องปั้นดินเผายังคงใช้ แรงงานคนและเทคโนโลยีพื้นบ้าน ไม่พึ่งพาเครื่องจักร หรือเตาไฟฟ้าเช่นเดียวกับระบบโรงงาน ดังนั้นเครื่อง ปั้นดินเผาแต่ละชิ้นของที่นี่จึงเป็นงานที่มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัวแตกต่างจากที่อื่น ที่ส�ำคัญคือการประทับตรา (ชื่อ) ของตนเองในเครื่องปั้นดินเผา แต่จะไม่ประทับตรา ในเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ในพิธีทางศาสนา เช่น ถ้วยชา และกาน�้ำหยาด เนื่องจากคนจะไม่ใช้เพราะเชื่อว่ามีชื่อ คนอืน่ จะท�ำให้ไม่ได้บญ ุ และการถวายน�ำ้ หยาดเป็นเรือ่ ง เฉพาะบุคคลเท่านั้นจะมีชื่อคนอื่นไม่ได้

39


Mekong Museum Pieces

40

ชุ ด อุ ป กรณ์ ส� ำ หรั บ การดื่ ม ชา โดย อี่ มุ น ช่ า งปั ้ น หญิ ง แห่ ง บ้ า นลู ่ เขตปกครองตนเองชนชาติ ไ ท สิ บ สองปั น นา วั ตถุ ทางวั ฒ นธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Tea set by E-Mun (Mrs.Mun), a female potter of Baan Lu, in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture, the cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.


“หวีเขาควาย” งานหัตถกรรมขึ้นชื่อแห่ง

บ้านมอง15

“บ้านมอง” หรือ “บ้านมังราย” โดยพญาเพชร ดูกด�ำเป็นทหารจากเชียงแสนมาช่วยรบให้กบั เจ้าเมืองว้อง เมือ่ 280 ปี ทีผ่ า่ นมา เมือ่ รบแล้วเจ้าฟ้าเชียงรุง่ (เจ้าหม่อม ค� ำ ลื อ ) ขอให้ อ ยู ่ ใ นสิ บ สองปั น นาต่ อ ไปจึ ง ได้ ตั้ ง ชื่ อ “บ้านมังราย” สันนิษฐานว่าค�ำว่า “มอง” มาจากค�ำว่า “มังราย” บ้านมองที่ใช้เรียกกันอันที่จริง จึงหมายถึง “หมู ่ บ ้ า นมั ง ราย” ในเอกสารที่ บั น ทึ ก ประวั ติ ชุ ม ชน เขียนเป็นตัวลื้อ มีตอนหนึ่งที่เขียนถึงการตั้งชื่อชุมชนนี้ แปลได้วา่ “...เราเป็นคนพญามังรายเป็นปู่หม่อนได้เอาชื่อ ปู่หม่อนมาฮ้องบ้านมังราย...” ในสายตาคนไทลื้อดั้งเดิมไม่ได้นับรวมว่าเป็นคน ชาติพันธุ์เดียวกัน หากแต่จะเรียกว่า “คนไทมอง” หรือ อีกนัยก็คือคนไตของพระญามังรายนั่นเอง

ศาลพญามังราย บ้านมอง เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา Phaya Mang Rai shrine, Baan Mong in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture.

“Buffalo Horn Comb” a famous handicraft The village is called “Baan Mong” or “Baan Mang Rai.” The legend of the vil age is that a Chiang Saen soldier called “Phaya Phet Duk Dam” helped Wong city ruler in a battle 280 years ago. After the war, Chao Fah Jinghong” (Chao Mom Kum Lue) asked him to remain in Xishuangbanna. At that time, the village that he lived in was called “Baan Mang Rai.” It is assumed that the word “Mong” comes from “Mang Rai.” Therefore, “Baan Mong” means “Mang Rai” village. In one historical document found in the village (written in Lue alphabets), one individual states that “…I am from Phaya Mang Rai village. Phaya Mang Rai is my great grandfather. The village is named after him…” The Tai Lue people do not consider people from Baan Mong as being in the same ethnic group, but are “Tai Mong”, which translates to the Tai people of Phaya Mang Rai.

15 พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อ้างแล้ว, 2558, หน้า 76-79. 16 The Mekong Basin Civilization Museum Mae Fah Luang University, 2015, page 76-79.

Mekong Museum Pieces

of Baan Mong16

41


บ้านมองเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง เชียงรุ่ง ใกล้ๆ กับสนามบินแห่งใหม่ เป็นชุมชนชาวไทย กลุ่มแรกๆ ที่อพยพมาตั้งรกรากอยู่ในสิบสองปันนา และ มีการท�ำ “หวีเขาควาย” เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านขึ้นชื่อ ของหมู่บ้าน Baan Mong is a small village located in the suburb area of Jinghong. It was the first village to be established in the Tai group in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture. One of the famous products of the village are buffalo horn combs.

Mekong Museum Pieces

หวีเขาควายจัดเป็นสินค้าทีไ่ ด้รบั ความนิยมจากคน ในท้องถิน่ อย่างมาก ทุกๆ ทีต่ ามตลาดนัดหรือถนนคนเดิน จะมีร้านค้าตั้งแผงขายหวีเขาควายเสมอ แต่ส่วนใหญ่ เท่าที่เห็นมักไม่ได้ใช้เขาควายจริงๆ มาท�ำ Buffalo horn combs are very popular among local people. At every market or walking street, there are always vendors selling buffalo horn combs. However, most of the time these combs are not made of genuine buffalo horns. วัต ถุที่ผลิ ตจากเขาควาย บ้ า นมอง เขตปกครองตนเองชนชาติ ไ ท สิบสองปันนา วัตถุทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง จากด้านซ้าย อุปกรณ์ส�ำหรับกัวซา (รูปทรงกรวย) หวีและเครื่องราง ท�ำจากเขาควายเผือก จอกเหล้า อุปกรณ์ส�ำหรับกัวซา และด้ามมีด Objects made from buffalo horns, Baan Mong, the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture. The cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum. From the left: equipment of Gua Sha therapy (conical shape), combs and amulets made of Albino buffalo’s horn, drinking cup, equipment of Gua Sha therapy and knife handles.

การท�ำหวีเขาควาย งานหัตถกรรมพืน้ บ้าน บ้านมอง เขตปกครอง ตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา The production of buffalo horn combs, handicraft of the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture.

42 หวีเขาควายทีว่ างขายตามตลาดนัดหรือถนนคนเดิน เขตปกครอง ตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา Buffalo horn combs at markets or walking streets in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture.


เครื่องดนตรี ในสิบสองปันนา

Musical Instruments in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture The Hulusi (or cucurbit flute) is a musical instrument unique to the Tai minority in Xishuangbanna.

ปี่น�้ำเต้า มีวางขายทั่วไปตามตลาดนัด ถนนคนเดิน หรือพบเดินขาย ตามย่านที่พักอาศัยของนักท่องเที่ยว ราคาของปี่น�้ำเต้าแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาดและวัสดุที่น�ำมาผลิต Cucurbit flutes are often sold at markets, walking streets, and tourist areas. The price of a flute varies depending on the size and material.

Mekong Museum Pieces

ปีน่ ำ�้ เต้า หรือ ขลุย่ น�ำ้ เต้า เครือ่ งดนตรีประเภทเป่า ที่ มี เ อกลั ก ษณ์ โ ดดเด่ น ของชาวไต เป็ น เครื่ อ งดนตรี ประจ�ำชนกลุ่มน้อยเผ่าไตในสิบสองปันนา

43 ปี่น�้ำเต้า วัตถุทางวัฒนธรรม จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์อารยธรรม ลุ่มน�้ำโขง Cucurbit flute, the cultural object exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum.


ปาอู ่ หรื อ ขลุ ่ ย จี น เป็ น เครื่ อ งดนตรี โ บราณ ชนิดหนึ่ง ได้รับความนิยมในชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ทาง ตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน The Bawu (or Chinese flute) is an ancient musical instrument popular among minorities in the southwestern part of the People's Republic of China.

Mekong Museum Pieces

เจ้าของร้านสาธิตวิธีการเป่าปาอู่ ถนนคนเดิน เขตปกครองตนเอง ชนชาติไท สิบสองปันนา A shop owner demonstrates how to blow a Bawu, walking street, the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture.

การลงพื้นที่ส�ำรวจศิลปวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ในเขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา มณฑล ยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถือเป็นการด�ำเนินงาน ภาคสนามโครงการส�ำรวจวงแหวนอารยธรรมลุ่มน�้ำโขง ตอนบนได้ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์และขอบเขตภารกิจ ของหน่วยงานด้านการรวบรวมและสร้างองค์ความรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรมแถบอนุภูมิภาคลุ่มน�้ำโขง ในกรอบ ระยะเวลา 3 ปี ง บประมาณ ตั้ ง แต่ ป ี ง บประมาณ พ.ศ. 2555-2557

44 ปาอู่ วัตถุทางวัฒนธรรม จัดแสดงภายในพิพธิ ภัณฑ์อารยธรรม ลุม่ น�ำ้ โขง Bawu, the cultural object exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum.

The survey of the art and culture in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture, Yunnan province, People's Republic of China (PRC) achieved all objectives of the project in the Ring of the Upper Mekong Civilization. Moreover, the project was completed between 2012 and 2014.


โครงการ จากงานวิจัยเรื่อง เครื่องปั้น ดินเผาพาน จากงานวิจัยไปสู่การอนุรักษ์พื้นที่ ทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง ร่วมกับรองศาสตราจารย์อุษณีย์ ธงไชย ผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์เครื่องถ้วยในล้านนา พร้อม คณะท�ำงานจากภาควิชาประวัตศิ าสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ท�ำการศึกษาและรวบรวม เครื่องปั้นดินเผาที่ถูกผลิตในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง จากการลงพื้นที่ส�ำรวจในบริเวณอ�ำ เภอพาน จังหวัด เชี ย งราย พบเตาเผาเครื่ อ งปั ้ น ดิ น เผาในเขตบริ เวณ บ้านโป่งแดง บ้านจ�ำปู และบ้านท่าฮ่อ ปัจจุบันเตาเผา ทั้ ง สามแห่ ง ถู ก ท� ำ ลายเกื อ บทั้ ง หมด เหลื อ เพี ย ง ซากเตาเผา แต่อย่างไรก็ตามจากซากเตาเผาเหล่านี้ ท�ำให้สามารถตีความได้ว่า เตาเผากลุ่มพานนี้น่าจะมี ขนาดใหญ่มากพอที่จะผลิตเครื่องปั้นดินเผาส่งไปยัง ตลาดพะเยา เชียงราย และเชียงแสน เนื่องจากพบเศษ เครื่องปั้นดินเผาพานส่วนใหญ่ใ นบริเวณสามเมืองนี้ และยังพบหลักฐานในหลุมฝังศพ ในพื้นที่อ�ำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดตากด้วย ท�ำให้ทราบได้ว่า มีการส่งขายเครื่องปั้นดินเผาเตาพานไปยังพื้นที่อื่นด้วย นอกเหนือจากพะเยา เชียงราย และเชียงแสน ลั ก ษณะเครื่ อ งปั ้ น ดิ น เผาพานที่ พ บนั้ น มี เ พี ย ง สีเดียว คือ สีเซลาดอน ซึ่งเป็นสีเขียวออกเหลืองนวล คล้ายสีรวงข้าวอ่อน โทนสีจะมีความอ่อนแก่ต่างกัน เนื้อดินที่ใช้มีหลายชนิด เป็นสีขาวอมเทา สีเหลืองซีด

ปกติจะเป็นดินเนื้อละเอียด ท�ำให้ภาชนะเนื้อเนียนเรียบ ที่ก้นภาชนะด้านนอกจะปรากฏรอยกี๋ท่อเป็นวงกลม สีน�้ำตาลอมแดง มีลวดลายที่เกิดจากการขูดขีดโดยรอบ ภาชนะเพียงอย่างเดียว ไม่มลี ายเขียน หรือวาด ส่วนมาก เป็นลายทรงเรขาคณิตหรือรูปกลีบดอกไม้ รูปสัตว์ และ รูปพรรณพฤกษา ส่วนใหญ่พบเป็นชาม จาน ถ้วย คนที ตะเกียงน�้ำมันที่มีแท่งยาวปลายเป็นห่วงส�ำหรับแขวน ไหแบบมีฝาปิด ไหมีหูขนาดเล็ก รอก ลูกตุ้ม แจกัน จาน หรือชามขนาดเล็ก ตุ๊กตารูปสัตว์ เช่น ช้าง ม้า วัว เต่า ตั ว กิ น มด ที่ นิ ย มท� ำ มาก คื อ รู ป ช้ า งที่ ท� ำ เครื่ อ งหลั ง เป็นพาน และกระเบื้องมุงหลังคาเคลือบซึ่งพบเฉพาะที่ เตาพานเท่านั้น ไม่ปรากฏหรือพบที่เตาล้านนาอื่น จากข้ อ มู ล เบื้ อ งต้ น พบว่ า ยั ง ไม่ มี ผู ้ ศึ ก ษาและ ให้ความส�ำคัญกับภูมปิ ญ ั ญาการผลิตเครือ่ งปัน้ ดินเผาพาน นี้ ม ากนั ก จึ ง ท� ำ ให้ พื้ น ที่ นี้ มี ค วามน่ า สนใจที่ จ ะน� ำ ไป พัฒนาให้กลายเป็นทุนทางสังคม เพื่อต่อยอดความรู้ ที่มีอยู่ให้เกิดการพัฒนาและแปรเปลี่ยนให้เกิดผลทาง เศรษฐกิ จ ได้ ซึ่ ง เป็ น ประเด็ น ที่ น ่ า สนใจ พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง จึงด�ำเนินโครงการต่างๆ ที่สืบเนื่อง มาจากการเล็งเห็นความส�ำคัญของประวัตศิ าสตร์ทอ้ งถิน่ ซึ่งนอกจากการท�ำให้คนในชุมชนและเยาวชนเรียนรู้ และเข้าใจที่มาของตัวเองแล้ว การสร้างความตระหนัก ถึงความส�ำคัญอันจะน�ำไปสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนก็คือการ น�ำต้นทุนที่มีอยู่ภายในชุมชน ได้แก่ เรื่องราวของกลุ่ม เตาโบราณและดินขาว (หรือเรียกว่า “ดินพาน” เนื่องจาก เป็นดินทีพ่ บบริเวณกลุม่ เตาพาน) มาพัฒนาให้เกิดคุณค่า ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม น�ำไปสู่แนวทางการสร้าง อาชีพและรายได้ที่คนในชุมชนสามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ ต่อยอดและปรับเปลี่ยนในรูปแบบต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ต่อไป ขั้นตอนและวิธีการด�ำเนินงาน 1. ทบทวนข้อมูล 2. ลงพื้นที่ส�ำรวจลักษณะเครื่องปั้นดินเผา 3. เผยแพร่/จัดแสดงนิทรรศการ

Mekong Museum Pieces

กรณีที่ 2

45


Case 2:

Research on Phan Pottery

Mekong Museum Pieces

From Research to Cultural Area Conservation

46

There was a collaboration between Mae Fah Luang University Associate Professor Usanee Thongchai (an expert in analyzing Lanna porcelain) and a team from Chiang Mai University (the Department of History, Faculty of Humanities). The collaboration aimed to study and collect pottery produced in the Greater Mekong Subregion area. From a survey in the Phan District, Chiang Rai, kilns were found in Baan Pong Dang, Baan Jam Pu and Baan Tha Hoh. However, all three kilns were mostly destroyed. The remains of the three kilns show that they were likely large enough to produce the types of pottery thought to have been sent to Phayao, Chiang Rai and Chiang Saen markets. Pottery scraps in these cities also confirm this hypothesis. Furthermore, evidence of this pottery was also found in graves in the Omkoi district of Chiang Mai, and Tak province. Therefore, we can conclude that the pottery in the Phan kilns was sold in other areas besides Phayao, Chiang Rai and Chiang Saen.

Pottery produced in Phan has only been found in different tones of celadon. Celadon is yellowish green color, similar to unmilled rice. Contrarily, there many types of soil used to make Phan pottery. This soil is usually very fine, and the color is generally quite pale – either a greyish white or a pale yellow. At the bottom of the outer side of each container, there is a reddish brown circular mark. Designs that are scratched onto the pieces include geometric patterns, flower petals, animals and plants. Most of pottery consisted of plates, bowls, jugs, hanging lanterns, jars with lids, jars with handles, pulleys, pendulums, vases, small plates and bowls, as well as elephant, horse, cow, turtle and anteater toys. The most popular tray was in a shape of an elephant that the top of the elephant is made as a tray. Moreover, glazed roofing tiles are found at Phan kilns, nowhere else in Lanna. There is limited research on how local wisdom can be applied in Phan pottery production and consequently, this area has potential for much development. Local wisdom can be developed to be a social capital, leading to many economic benefits. Therefore, the Mekong Basin Civilization Museum encourages participation by local people who are already aware of their own roots to inspire other’s awareness of sustainable conservation. People can develop their local capital through knowledge of the history of ancient kilns and white soil, (called Phan soil) to improve both their own and their community’s economic and cultural value. Procedures 1. Review data 2. The exploration was to examine the different characteristics of pottery. 3. Exhibition


1. ทบทวนข้อมูล ศึกษาลักษณะของเครื่องปั้นดินเผาโบราณลุ่มน�้ำโขง จากการลงพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย ส�ำรวจ เก็บตัวอย่างเครื่องถ้วย เครื่องปั้นดินเผาจากพื้นที่ต่างๆ เพื่อน�ำมาด�ำเนินการวิเคราะห์คุณลักษณะ สัมภาษณ์ สอบถามข้อมูลจากชุมชน รวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อหาแนวทางในการอนุรักษ์ร่วมกับชุมชน และจัดท�ำฐานข้อมูล ของเครื่องถ้วยโบราณ หรือโบราณวัตถุที่ค้นพบเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสืบค้น และศึกษาค้นคว้าต่อไป 1. Review data to study the characteristics of ancient pottery in the Mekong River basin area. The data was from a survey in Chiang Rai, through both pottery samples from various area taken for characteristic analysis, and oral interviews with local people. These data were gathered in order to find a guideline for conservation with the community and to create a database of ancient wares and antiques for further studies.

ด�ำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ลงพื้นที่ ส�ำรวจจ�ำนวน 5 ครั้ง พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ประเภทเศษชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผา ภาชนะจาน ชาม ถ้วยขนาดเล็ก ไห ไม้ตพี ริก กล้องยาสูบ หม้อ กระปุกขนาดเล็ก ชนิดของน�้ำเคลือบเป็นเซลาดอน อุปกรณ์ทใี่ ช้ในเตาเผา พระพุทธรูป พระโมลี เครือ่ งส�ำริด กระเบือ้ งมุงหลังคาชนิดไม่เคลือบ อิฐ และซากสิง่ ก่อสร้าง ในอดีต ครั้งที่ 1 ส�ำรวจชุนชนโบราณบริเวณลุ่มน�้ำกก ในเขตอ�ำเภอเมืองเชียงราย พบเศษกระเบื้องดินเผาและ กองอิฐ

The Exploration Project on Ancient Economy and Wares, in the Kok and Lao River Basins, Chiang Rai In 2012, pieces of pottery fragments, plates, bowls, jars, pestles, tobacco pipes, pots, small jars, celadon glaze, kiln equipment, Buddha statues, Phra Molee (the heads of Buddha statues), bronze wares, unglazed roofing tiles and ancient construction remains were found in the exploration area. Survey 1: An ancient community in Kok River Basin area, Muang district, Chiang Rai. Pieces of pottery and piles of bricks were found in the area.

Mekong Museum Pieces

โครงการส� ำ รวจเศรษฐกิ จ โบราณและ เครื่องถ้วยโบราณลุ่มน�้ำกกและลุ่มน�้ำลาว จังหวัดเชียงราย

47


ครั้งที่ 2 ส�ำรวจบริเวณร่องเหมือง ริมแม่น�้ำลาว วัดเวียงเชียงรุ้ง ต�ำบลทุ่งก่อ อ�ำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย Survey 2: The area of a ditch by the Lao River, Wat Wiang Chiang Rung, Tung Koh sub-district, Wiang Chiang Rung district, Chiang Rai. วัดพระธาตุสบฝาง พบเครื่องถ้วยเคลือบเซลาดอน พระพุทธรูป พระโมลี และเครื่องส�ำริด Prathat Sobfang temple, celadon wares, Buddha statues, Phra Molee (the heads of Buddha statues), and bronze wares were found.

ร่องเหมือง ริมแม่น�้ำลาว A ditch by the Lao River.

ครั้งที่ 3 ส�ำรวจเส้นทางแม่น�้ำกกและบริเวณใกล้เคียง จากต�ำบลท่าตอน อ�ำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ถึง อ�ำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

Mekong Museum Pieces

Survey 3: Kok River trails in the Tha Ton sub-district, Mae Ai district, Chiang Mai to Muang district, Chiang Rai.

ตัวอย่างชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาที่พบบริเวณร่องเหมือง ริมแม่น�้ำลาว Samples of pottery fragments found at a ditch by the Lao River.

บ้านท่าสบฝาง หมู่ 14 วัดป่าเวฬุวัณ (ป๊อกป่ายาง) พบซากอิฐ และเศษเครื่องถ้วยกระจายอยู่ทั่วไป Baan Tha Sobfang, Moo 14, Weluwan temple (Pok Pa Yang). Both brick and pottery fragments were found.

48

หมู่บ้าน อพป. บ้านจะคือ หมู่ 10 ต�ำบลห้วยชมพู อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายพบเศษอิฐ ฐานอิฐของสิ่งก่อสร้าง Moo Baan APP., Baan Ja Kue, Moo 10, Huay Chompu subdistrict, Muang district, Chaing Rai. Brick fragments and the foundation of a building were found.


ครั้งที่ 4 ส�ำรวจเส้นทางแม่น�้ำกกและบริเวณใกล้เคียง Survey 4: Kok River trails and nearby areas based on เส้ น ทางเดิ ม ตามพิ กั ด GPS ที่ ไ ด้ ส� ำ รวจไว้ แ ละการ GPS coordinates set from the previous survey. Primary วิเคราะห์เศษเครือ่ งปัน้ ดินเผาเบือ้ งต้นทีพ่ บ ณ บริเวณนัน้ analysis were conducted on the pottery fragments found in this area.

วัดพระธาตุปู่ขาว (อยู่บริเวณใกล้กับวัดพระธาตุสบฝาง อ�ำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่) Phra That Pu Kao temple (near Prathat Sobfang temple, Mae Ai district, Chiang Mai.)

วัดชัยมงคล อ�ำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ Chai Mongkol temple, Mae Ai district, Chiang Mai.

Mekong Museum Pieces

วัดพระธาตุสบฝาง อ�ำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ Prathat Sobfang temple, Mae Ai district, Chiang Mai.

49 บ้านจ�ำปู กลุ่มเตาพาน อ�ำเภอพาน จังหวัดเชียงรายพบเศษชิ้นส่วน เครื่องปั้นดินเผาโบราณทั่วไปบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน Baan Jam Pu, Phan kiln group, Phan district, Chiang Rai. Ancient pottery fragments were generally found in agricultural areas. ตัวอย่างชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาโบราณ Samples of ancient pottery fragments.


Mekong Museum Pieces

บ้านโป่งแดง กลุ่มเตาพาน อ�ำเภอพาน จังหวัดเชียงรายพบเศษชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ทั่วไปบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน Baan Pong Dang, Phan kiln group, Phan district, Chiang Rai. Ancient pottery fragments were generally found in agricultural areas.

50

การวิเคราะห์ชนิ้ ส่วนเครือ่ งปัน้ ดินเผาเบือ้ งต้น วัดเวียงเชียงรุง้ ต�ำบลทุง่ ก่อ กิง่ อ�ำเภอเวียงเชียงรุง้ จังหวัดเชียงราย Primary analysis of pottery fragments at Wiang Chiang Rung temple, Tung Koh sub-district, Wiang Chiang Rung district, Chiang Rai.


ครั้งที่ 5 ส�ำรวจและด�ำเนินการวิเคราะห์เบื้องต้นเครื่องปั้นดินเผาที่ค้นพบและอนุรักษ์ไว้ในพิพิธภัณฑ์วัดโบราณ เวียงเดิม อ�ำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย และที่พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นภายในโรงเรียนองค์การบริหารส่วนต�ำบลทรายขาว (บ้านท่าฮ่อ) อ�ำเภอพาน จังหวัดเชียงราย Survey 5: Primary analysis of pottery exhibited in the museum of Wiang Derm ancient temple, Wiang Chai district, Chiang Rai and in a local museum of the Saikhao School (Baan Tha Hoh), Phan district, Chiang Rai.

วัดโบราณเวียงเดิม อ�ำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย Wiang Derm ancient temple, Wiang Chai district, Chiang Rai.

ส�ำรวจพื้นที่และสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านบริเวณที่พบเครื่องปั้นดินเผา Area survey and information collection from the local people in the area the pottery was found.

ส�ำรวจพื้นที่ สอบถามข้อมูลจากชาวบ้าน และเก็บตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผา Area survey and oral interviews with the local people and pottery sample collection. การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นเครื่องปั้นดินเผาที่ อนุรักษ์ไว้ในพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่น โรงเรียนองค์การบริหารส่วนต�ำบลทรายขาว (บ้านท่าฮ่อ) Primary analysis of pottery exhibited in a local museum of the Saikhao School (Baan Tha Hoh).

Mekong Museum Pieces

การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นเครื่องปั้นดินเผาที่ อนุรักษ์ไว้ในพิพิธภัณฑ์วัดโบราณเวียงเดิม Primary analysis of pottery exhibited in the museum of Wiang Derm ancient temple.

51


โครงการความร่วมมือ เครือข่ายวัฒนธรรม ลุ่มน�้ำโขง ด�ำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ส�ำรวจ จัดเก็บข้อมูลพื้นที่โบราณสถานในแถบลุ่มน�้ำกกและ ลุ่มน�้ำลาว พื้นที่อ�ำเภอพร้าว และอ�ำเภอฝาง จังหวัด เชียงใหม่ และแหล่งโบราณสถานในอ�ำเภอเวียงแก่น แถบลุ่มน�้ำกก จังหวัดเชียงราย โดยมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น วั ด โบราณเวียงเดิม อ�ำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย พิ พิ ธภั ณฑ์ท ้องถิ่นดอยเวียง-ดอยวง อ�ำเภอแม่ส รวย จังหวัดเชียงราย และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภายในโรงเรียน องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� ำ บลทรายขาว (บ้ า นท่ า ฮ่ อ ) อ�ำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นเครือข่ายวัฒนธรรม ลุ่มแม่น�้ำโขงเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน

ชิ้ น ส่ ว นเครื่ อ งปั ้ น ดิ น เผา วั ด พระธาตุ เวี ย งชั ย มงคล อ� ำ เภอพร้ า ว จังหวัดเชียงใหม่ Pottery fragments in Phra That Wiang Chai Mong Kol, Phrao district, Chiang Mai.

Mekong Museum Pieces

พื้นที่อ�ำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ The area of Phrao district, Chiang Mai.

52

The Project of Mekong Cultural Network Cooperation This project was conducted in 2013. The aim of the survey was to collect the information from archaeological sites in the Kok and Lao river basins, Phrao and Fang districts of Chiang Mai, and in the Wiang Kaen archaeological site, in the Kok river basin of Chiang Rai. The Mekong Cultural Network Cooperation is made up of the museums of the Wiang Derm ancient temple (Wiang Chai district, Chiang Rai), Doi Wiang – Doi Wong (Mae Suai district, Chiang Rai) and the Saikhao School (Baan Tha Hoh, Phan district, Chiang Rai). This network aims to share knowledge and information from the Mekong region.

เวียงหนองหล่ม อ�ำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย Wiang Nonh Lhom, Mae Chan district, Chiang Rai.


วัดโป่งแดง อ�ำเภอพาน จังหวัดเชียงราย Pong Dang temple, Phan district, Chiang Rai.

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นดอยเวียง-ดอยวง พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดโบราณเวียงเดิม The local museum of Doi Wiang – Doi Wong. The museum of Wiang Derm ancient temple.

Mekong Museum Pieces

พื้นที่บริเวณแหล่งโบราณคดีดอยเวียง อ�ำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย The archaeological site of Doi Wiang, Mae Suai district, Chiang Rai.

53 พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภายในโรงเรียนองค์การบริหารส่วนต�ำบลทรายขาว (บ้านท่าฮ่อ) The local museum of Saikhao School (Baan Tha Hoh).


ภาชนะดินเผา กลุ่มเตาพาน จังหวัดเชียงราย วัตถุทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Pottery from the Phan Kiln group, Chiang Rai. A cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.

From this exploration (which aimed to investigate the ancient economy and wares in the Kok and Lao River Basins, and in the Project of Mekong Cultural Network Cooperation), the explorers found some pottery which had different characteristics and production techniques from the majority of pottery discovered in this area. It was assumed that the different pottery was brought to the area by the trade. Furthermore, the remaining fragments of bricks and ties (which were parts of the building in the past) were found in the area. From historical and archaeological evidence, it is assumed that the area where the survey was conducted was once a community and ancient trade route.

Mekong Museum Pieces

54

จากการด�ำเนินการโครงการส�ำรวจเศรษฐกิ จ โบราณและเครื่องถ้วยโบราณลุ่มน�้ำกกและลุ่มน�้ำลาว จังหวัดเชียงรายและโครงการความร่วมมือเครือข่าย วัฒนธรรมลุ่มน�้ำโขง พบชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาที่มี ลั ก ษณะและเทคโนโลยี ก ารผลิ ต ที่ แ ตกต่ า งไปจาก เครื่องปั้นดินเผาทั่วไปที่พบในบริเวณนี้ อาจจะเกิดจาก การค้าขายแลกเปลี่ยนระหว่างคนในชุมชนและพ่อค้า ต่างถิ่น อีกทั้งยังพบซากและเศษชิ้นส่วนกระเบื้อง อิฐ ที่เป็นส่วนประกอบของสิ่งก่อสร้างในอดีต จากหลักฐาน ทางประวัตศิ าสตร์และโบราณคดีดงั กล่าว อาจสันนิษฐาน ได้วา่ พืน้ ทีบ่ ริเวณทีด่ ำ� เนินการส�ำรวจเคยเป็นแหล่งชุมชน และเส้นทางการค้าโบราณ

ตะเกียงน�้ำมันดินเผา กลุ่มเตาพาน จังหวัดเชียงราย วัตถุทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Oil lamp from Phan Kiln group, Chiang Rai. A cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.


ไอ่ฮั่นเตียน หรือ นายฮั่นเตียน เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผา ช่างปั้นฝีมือดีที่ปั้นรูปสัตว์และงานศิลปะ Aay Hun Tian (Mr. Hun Tian), a sculptor and the owner of a pottery factory which specializes in both animal shapes and other artwork.

2. The exploration was to examine the different characteristics of pottery in a village located in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture (in the southernmost area of the Yunnan province), in the People's Republic of China (PRC). This area is an important place for studying and collecting information about pottery produced in the Greater Mekong Subregion. In addition to studying the area-specific characteristics of this pottery, the survey aimed to examine the development of cultural capital to utilize it as a model to inspire more creative methods of teaching pottery production. สัมภาษณ์เก็บข้อมูลเครื่องปั้นดินเผา สิบสองปันนา An interview for collecting data about the pottery of the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture.

Mekong Museum Pieces

2. ลงพื้ น ที่ ส� ำ รวจลั ก ษณะเครื่ อ งปั ้ น ดิ น เผา ณ หมูบ่ า้ นเครือ่ งปัน้ ดินเผา เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิ บ สองปั น นา ตั้ ง อยู ่ ท างใต้ สุ ด ของมณฑลยู น นาน สาธารณรั ฐ ประชาชนจี น ซึ่ ง ถื อ เป็ น สถานที่ ส� ำ คั ญ อีกแห่งหนึ่งในการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเครื่องปั้น ดินเผาที่ถูกผลิตในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง โดยส�ำรวจ ลักษณะเครื่องถ้วย เครื่องปั้นดินเผา และศึกษาถึงการ พัฒนาทุนทางวัฒนธรรมเพื่อน�ำมาเป็นต้นแบบในการ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ของกิจกรรมเรียนรู้ศิลปะ เครื่องปั้นดินเผา

55


กระบวนการขึ้นรูปเครื่องปั้นดินเผา Pottery shaping process.

Mekong Museum Pieces

เตาเผาแบบอุโมงค์ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง Tunnel kilns that use firewood as fuel.

56

เตาเผาแบบใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง Tunnel kilns that use gas.

กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก Corrugated packaging boxes.

ตัวอย่างของเสียจากเตาเผา เพื่อน�ำมาใช้เป็นต้นแบบการค้นคว้าข้อมูล วัตถุทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Samples of waste from kilns which were used as a model for research. A cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.


3. เผยแพร่ นิ ท รรศการ หั ว ข้ อ “วงแหวน อารยธรรมลุ ่ ม น�้ ำ โขงตอนบน” จั ด แสดงองค์ ค วามรู ้ ด้านศิลปวัฒนธรรมแถบอนุภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขงที่รวบรวม จากการด�ำเนินงานภาคสนาม โครงการส�ำรวจวงแหวน อารยธรรมลุ่มแม่น�้ำโขงตอนบนและโครงการพัฒนาทุน ทางวั ฒ นธรรมจากเศรษฐกิ จ เครื่ อ งถ้ ว ยโบราณใน ลุ ่ ม แม่ น�้ ำ โขงเป็ น นิ ท รรศการที่ จั ด ขึ้ น เพื่ อ รั บ เสด็ จ ฯ สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุ ม ารี เมื่อคราเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง ปีการศึกษา 2557 (ครั้งที่ 13) วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

3. This project was presented at “The Ring of the Upper Mekong Civilization” exhibition. This exhibition aimed to capture the art and culture of the Greater Mekong Subregion, and was held to honor H.R.H. Princess Maha Chakri Sirindhorn at Mae Fah Luang University’s graduation ceremony, academic year 2014 (13th) on the February 9th, 2016.

Mekong Museum Pieces

วงแหวนอารยธรรมลุ่มแม่น�้ำโขงตอนบน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง ผู้ถวายรายงาน Assistant Professor Dr. Pollavat Praphattong presented the report on The Ring of the Upper Mekong Civilization.

57


Mekong Museum Pieces

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธยลงบนจานเซรามิก H.R.H. Princess Maha Chakri Sirindhorn engraved her royal designation on a ceramic plate.

58

การปั้นเครื่องปั้นดินเผาจากดินพาน นักเรียนจากโรงเรียนองค์การบริหารส่วนต�ำบลทรายขาว (บ้านท่าฮ่อ) ผู้ถวายรายงาน A student from Saikhao School (Baan Tha Hoh) gave a report on producing pottery from Phan soil.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการและทรงลงพระนามาภิไธย ลงบนจานเซรามิกที่ท�ำมาจากดินที่บ้านโป่งแดง หมู่ 8 ต�ำบลทรายขาว อ�ำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโครงการ ศึกษาเรือ่ งการอนุรกั ษ์เครือ่ งปัน้ ดินเผาในแหล่งเตาเผาโบราณ อ�ำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยอาจารย์แก้วฟ้า เกษรศุกร์ เป็นผู้ถวายรายงาน H.R.H. Princess Maha Chakri Sirindhorn visited the exhibition and engraved her royal designation on a ceramic plate made from soil of Baan Pong Daeng Moo 8,Saikhao subdistrict, Phan district, Chiang Rai. Mr. Keofar Kesornsook presented a report about the conservation of pottery in ancient kiln-using areas, Phan district, Chiang Rai.


กรณีที่ 3 การได้มาซึ่งวัตถุทางวัฒนธรรม จากการบริจาค พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวงได้รับบริจาควัตถุทางวัฒนธรรมจากบุคคล กลุ่มบุคคล สถาบัน และองค์กรต่างๆ เพื่อเก็บรักษา อนุรกั ษ์ และจัดแสดงเผยแพร่บอกเล่าภูมปิ ญ ั ญา ความรู้ ประวัติศาสตร์ที่ผนวกอยู่ในวัตถุทางวัฒนธรรมจากรุ่น สู่รุ่น ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2547 - 2561 จ�ำนวน 235 รายการ รวมมูลค่าจากการประเมินคุณ ค่าเป็น ตัวเงินโดยภัณฑารักษ์ เป็นจ�ำนวนเงิน 407,890 บาท วัตถุที่ได้รับบริจาคเป็นวัตถุที่แสดงถึงยุคสมัย ภูมิปัญญา ท้องถิ่น วิถีชีวิต อาชีพ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม

Case 3:

The Acquisition of Cultural Objects by Donation

Object Acquisition: from Goodwill to Academia Some objects displayed in the Mekong Basin Civilization Museum are donated by individuals, groups, institutions or organizations for both conservation and exhibition. Through sharing cultural objects, local wisdom, knowledge and history can be told from generation to generation. From 2004 to 2018, 235 cultural objects were donated to the museum. The estimate value of the donated objects is 407,890 Baht. These objects represent different eras, local wisdoms, lifestyles, careers, religions, arts and the various cultures of the Greater Mekong Subregion.

Mekong Museum Pieces

วัตถุจากมิตรไมตรี สู่พื้นที่ การศึกษา

59


60 Mekong Museum Pieces


ตุง “ตุง” เป็นสัญลักษณ์แห่งความเคารพรักและ บูชาที่ชาวล้านนาประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องบูชา สักการะ และประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตามประเพณีของ ชาวล้านนา ทัง้ พิธที างพุทธศาสนา งานมงคลและอวมงคล “ตุง” เป็นสื่อกลางระหว่างคนกับความเชื่อ ชาวล้านนา จึงถวายตุงเพือ่ อุทศิ ให้แก่ผทู้ ลี่ ว่ งลับไปแล้ว ส่งกุศลผลบุญ ให้แก่ตนเองในชาติหน้าด้วยความเชื่อว่าเมื่อตายไปแล้ว จะได้เกาะยึดชายตุงขึ้นสวรรค์พ้นจากนรก17 ตุงที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำ โขงแสดงให้เห็นถึงการขยาย “พื้นที่” ของตุง จากเดิมที่ ปรากฏอยู่ในพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาและความ เชื่อ ขยายออกมาสู่การน�ำตุงมาใช้ในการประดับตกแต่ง ด้วยความวิจิตรงดงามของลวดลายบนผืนตุงซึ่งเข้ากัน ได้ดีกับการสร้างบรรยากาศและเรื่องราวให้กับสถานที่ ที่น�ำตุงมาตกแต่งประดับประดานั้นๆ แต่ไม่ว่า “พื้นที่” ของตุงจะปรับเปลี่ยนไปตามกระแสสังคมในทิศทางใด ก็ ต าม “ตุง ” ยัง คงเป็นสัญ ลัก ษณ์ของความเชื่อและ ความศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาไม่เปลี่ยนแปลง

A “tung” symbolizes respect, love and worship. Although the modern-day use of a tung has evolved, it is still a symbol of Buddhist belief and faith. The Lanna people of Northern Thailand use a tung in religious rituals, auspicious ceremonies and funerals. A tung is a medium between people and beliefs. Lanna people use a tung as an offering to those who have passed away, believing that it will lead the deceased to heaven.18 The tungs exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum make it clear that they should not only be appreciated for their religious purposes, but also for their aesthetic value. Each tung helps tell the story of the place they are decorated to resemble.

Mekong Museum Pieces

Tung

ตุงที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง ได้รับการ อนุเคราะห์จากรองศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา อุปโยคิน บริจาคให้ พิพิธภัณฑ์ได้ท�ำการอนุรักษ์ จัดแสดง และเผยแพร่ Tungs exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum, donated by Associate Professor Dr. Preecha Upayokin.

17 ทศพล ศรีนุช. (2555, 6 มิถุนายน). ‘ตุง’ สัญลักษณ์แห่งความเคารพบูชาของชาวล้านนา. กรุงเทพธุรกิจ, น. 8. 18 Todsapol Srinuch. (2012, 6 June). The ‘tung’ as a symbol of respect and worship of Lanna people. Bangkokbiznews, Page 8.

61


เชี่ยนหมาก

Mekong Museum Pieces

การกินหมากเป็นวัฒ นธรรมที่อ ยู่คู่กับวิถีชีวิต ของคนในภูมิภาคเอเชียมาอย่างยาวนาน ปรากฏอยู่ ทั้งในชีวิตประจ�ำวันและในพิธีกรรม อาจถือได้ว่าเป็น หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความคิด ความเชื่อ และค่านิยมของสังคมในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึง่ ทีส่ ะท้อน ผ่านการกินหมาก “...หมากพลู เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงไมตรีจิตที่ดี ต่อกัน การกินหมากพลูร่วมกัน ท�ำให้เกิดความไว้วางใจ กัน เมื่อมีแขกมาเยือนบ้านจะมีการเตรียมหมากและน�้ำ ไว้ให้แขก...” “...ส�ำหรับหนุ่มสาวในอดีต การให้หมากแก่กัน หรือการคายชานหมากให้กัน ถือเป็นการแสดงความรัก หรือการขอความรัก...” “...ในอดีต การมีฟันด�ำถือเป็นการสะท้อนถึง ความงามอย่างหนึ่ง...”19

62

นอกจากนี้เครื่องใช้ในการกินหมากยังถูกใช้เป็น สั ญ ลั กษณ์แสดงถึง สถานะทางสัง คม ฐานะ ฐานันดร ของผู้ครอบครองไม่ต่างจากเสื้อผ้าและเครื่องประดับ “...ดูไ ด้จ ากวัสดุที่ใช้ท�ำเชี่ยนหมาก หากเป็น ชาวบ้านตาสีตาสาทั่วไปก็จะเป็นเชี่ยนหมากไม้ธรรมดา หากมี ย ศถาบรรดาศั ก ดิ์ เชี่ ย นหมากก็ จ ะท� ำ จากไม้ แกะสลัก เครื่องเขิน ทองเหลือง เงิน หากเป็นชนชั้น กษัตริย์ก็จะท�ำจากทองค�ำ...”20 แม้ในปัจจุบนั กรอบความคิดของการเป็น “อารยะ” ท�ำให้การกินหมากหลงเหลืออยู่เป็นส่วนน้อยในกลุ่ม ผู้สูงอายุ ในพื้นที่ชนบท หรือในพิธีกรรม แต่เครื่องใช้ และอุ ป กรณ์ ใ นการกิ น หมากถื อ เป็ น หลั ก ฐานส� ำ คั ญ ที่ แ สดงถึ ง การมี อ ยู ่ ข องความเชื่ อ และแนวคิ ด ภายใต้ วัฒนธรรมการกินหมากที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นวัฒนธรรมที่มี อิทธิพลอย่างมากต่อวิถีชีวิตของคนในภูมิภาคเอเชีย

Betel Kit (Chian Maak) Betel nut chewing has been an important part of daily life and rituals of Asian people for many years. Thoughts, beliefs and social values of a particular period can be found mirrored in betel chewing. “…Betel nuts and leaves symbolize friendliness. Chewing betel nuts with others creates trust. When visitors come to a house, a host will prepare betel nuts and water …” “…For young people in the past, giving or receiving betel nuts was considered a form of presenting or asking for love…” “…In the past, having black teeth reflected a form of beauty…” 21 Similar to clothes and accessories, the equipment that is found in a betel kit is used as a symbol of wealth and social status. “…The equipment in a betel kit can tell something. If it is the kit of a commoner, it is usually a wooden betel kit. If it belongs to noble people, it is usually carved wood, lacquer ware, brass or silver. If it is the King’s betel kit, it is made of gold…” 22 Due to modern ideas of development, betel chewing has long been forgotten, reserved for use only in rituals or among elders in rural areas. In these niches, the importance of the chewing equipment has been preserved to show that it was once had a great influence in lifestyle of people in Asia.

19 ลลิตา อัศวสกุลฤชา. 2554. “เครื่องใช้ในการกินหมาก เครื่องแสดงยศในสังคมไทย”

[ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: http://emuseum.treasury.go.th/article/697-2558-04-07-15-26-47.html สืบค้น 9 กรกฎาคม 2561. 20 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร. 2560. “วัฒนธรรมการกินหมากพลู ในประเทศไทย” [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: http://www.nuac.nu.ac.th/v3/?p=2511 สืบค้น 9 กรกฎาคม 2561. 21 Lalita Assawasagulrecha. 2011. “The Equipment of Betel Chewing: The Reflection of Status in Thai Society” [Online] Retrieved from http://emuseum.treasury.go.th/article/697-2558-04-07-15-26-47.html. (9 July 2018). 22 Division of Art and Culture Conservation Naresuan University. 2017. “The Culture of Betel Chewing in Thailand” [Online] Retrieved from http://www.nuac.nu.ac.th/v3/?p=2511. (9 July 2018).


เชี่ยนหมาก วัตถุทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Betel Kit, a cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.

วั ฒ นธรรมการสั ก ในดิ น แดนแม่ น�้ ำ โขงเป็ น วัฒนธรรมส�ำคัญที่บ่งบอกถึงความเจริญทางวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่แสดงอัตลักษณ์ของแต่ละกลุ่มคนได้ และเมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นได้รับ พุท ธศาสนาเข้ามา ใน วัฒนธรรมของตนเองก็เปลี่ยนแปลงจากการสักลวดลาย ต่ า งๆ มาเป็ น การสั ก ที่ มี ค วามหมายเชิ ง พุ ท ธศาสนา หรือคาถาต่างๆ จนกระทั่งเมื่อรัฐชาติในลุ่มแม่น�้ำโขงได้ ขมวดผู้คนต่างๆ เข้ามารวมกัน ได้สร้างค่านิยมขึ้นใหม่ ในเรือ่ งการสักว่าคนทีส่ กั นัน้ เป็นคนป่าหรือคนทีก่ ระท�ำผิด ต้ องโทษ ท�ำให้ความเชื่อและวัฒ นธรรมการสักที่จะ แสดงออกถึงการเป็นตัวตนในกลุม่ ชาติพนั ธุต์ า่ งๆ ถูกกดทับ การสักจึงกลายเป็นสิ่งต้องห้าม เป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ และไม่สามารถได้รับสวัสดิการหรือการรับรองในรัฐชาติได้ วัฒนธรรมการสักร่างกายในความหมายของการแสดง ตัวตนจึงเสื่อมความนิยมลงไป 23 พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. (2557).

Museum Academic 9 Catalogue Mekong Museum Pieces. ล้อล้านนา: เชียงราย.

เหล็กสักยันต์จึงเป็นวัตถุพยานแสดงให้เห็นว่า ครั้งหนึ่งวัฒนธรรมการสักร่างกายมีความเจริญรุ่งเรือง ได้รับความนิยม และมีความหมายในการแสดงตัวตน ของกลุ่มชาติพันธุ์ในลุ่มแม่น�้ำโขง ตลอดจนสะท้อนถึง การเปลี่ยนผ่านทางความเชื่อและค่านิยมซึ่งแปรผันไป ตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง23

Mekong Museum Pieces

เหล็กสักยันต์

63


Mekong Museum Pieces

64

Tattoo Needle

คุตีข้าว

Tattooing is an important part of the culture of the Mekong Basin area, as it had indicated the identity of each ethnic group. As people in each group adapted Buddhism into their own culture, tattoo patterns were modified to represent different Buddhist meanings and spells. This culture lasted until various states in the Mekong area were established. A new belief about the tattoos emerged, as people with tattoos began to be thought of as uncivilized. As a result, the tradition of tattoos being used to express identity or uniqueness of each ethnic group was lost. An individual with tattoos could not obtain welfare or any citizenship registration, which led to the decline of tattooing as a form of cultural expression. Tattoo needles are evidence of this once famous and meaningful art form that indicated identity of ethnic groups in Mekong basin. The needles also reflect changes in beliefs and culture.24

วิถีชีวิตของคนปลูกข้าวได้สร้างแบบแผนการ ด�ำเนินชีวติ ทีเ่ รียกว่า “วัฒนธรรมข้าว” อันหมายถึง สังคม ทีม่ กี ารจัดระเบียบทางสังคม มีความเชือ่ ค่านิยม ประเพณี พิธีกรรม ถ้อยค�ำภาษา การละเล่น การแสดง เครื่องมือ เครือ่ งใช้ อาหารและการปรุงอาหาร ทีเ่ กีย่ วเนือ่ งกับข้าว และการปลูกข้าว วัฒนธรรมข้าว จึงเป็นวัฒนธรรมดัง้ เดิม ของคนไท ไม่ว่าจะเป็นคนไทในดินแดนนอกประเทศ เช่น คนไทในยูนนาน เป็นต้น หรือคนไทยในประเทศไทย

คุตีข้าว วัตถุทางวัฒนธรรม จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Ku Tee Khao, a cultural object exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum.

เหล็กสักยันต์ วัตถุทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรม ลุ่มน�้ำโขง Tattoo needles, a cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.

24 The Mekong Basin Civilization Museum Mae Fah Luang

University. (2014). Museum Academic 9 Catalogue Mekong Museum Pieces. Lor Lanna: Chiang Rai. 25 พิพธิ ภัณฑ์อารยธรรมลุม ่ น�ำ้ โขง. (2553). วัฒนธรรมข้าว เล่าชีวิต, ประกอบนิทรรศการวัฒนธรรมข้าวเล่าชีวิต.

ในสมัยที่ยังไม่มีเครื่องจักรกลทางการเกษตร ช่วยในการท�ำนาเหมือนอย่างในปัจจุบนั เครือ่ งมือเครือ่ งใช้ ส�ำหรับท�ำนา ที่ชาวนาใช้ส่วนใหญ่มักท�ำขึ้นจากวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิน่ โดยใช้แรงงานจากคนหรือสัตว์ ซึง่ เป็น ภูมิปัญญาที่ถูกคิดค้น และสืบทอดมาจากคนรุ่นก่อน เครื่องมือการท�ำนาท้องถิ่นอาจมีชื่อเรียกและรูปร่าง ลักษณะแตกต่างกันตามแต่ละท้องถิน่ ปัจจุบนั ยังสามารถ พบเห็นได้ในบางท้องถิ่นที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึงหรือ ที่คนในชุมชนอนุรักษ์ไว้ 25 คุ ตี ข ้ า ว เป็ น เครื่ อ งมื อ เครื่ อ งใช้ ส� ำ หรั บ ท� ำ นา ประเภทหนึ่ง ส�ำหรับรองรับข้าวเปลือกจากการนวด ข้าว ด้วยไม้นวดข้าว สานด้วยไม้ไผ่ รูปร่างคล้ายกระด้ง แต่มขี นาดใหญ่กว่า นิยมใช้กนั ในภาคเหนือของประเทศไทย เพราะรูปร่างลักษณะมีความเหมาะสมกับภูมิประเทศ ของภาคเหนือที่มีพื้นที่ราบลุ่มน้อย


Rice Threshing Basket (Ku Tee Khao)

Mekong Museum Pieces

“Rice culture” is inspired by the way of life of rice growers, as rice production and consumption were important parts of social order, beliefs, values, traditions, rituals, language, recreation, performances, tools, food and cooking in the Mekong River Basin. This is especially important to the traditional culture of the Tai people, both outside (such as the Tai in Yunnan) and within Thailand (the Thai people). In the past, most of the farmers used equipment that was made of local natural materials, either powered by humans or animals. These practices were passed on from generation to generation. The names and shapes of local farming tools vary in different areas. The use of traditional tools can still be seen in regions where technological advancements have not yet reached, or in some cases, where local people intentionally live a more the traditional lifestyle.26

65

26 The Mekong Basin Civilization Museum. (2010). Storytelling from

Rice Culture, the Document for the Exhibition “Storytelling from Rice Culture.”


วัตถุทางวัฒนธรรมที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง CULTURAL OBJECT EXHIBITED IN THE MEKONG BASIN CIVILIZATION MUSEUM

Mekong Museum Pieces

นัตพม่า 66

Myanmar Nat “นัต” มาจากค�ำว่า นาถ ในภาษาบาลี

หมายถึง ผู้เป็นที่พึ่ง สร้างจากวัสดุหลายประเภท แกะสลักจากไม้หรือปั้นเป็นรูปลักษณะต่างๆ

Nat in Pali language means someone who is supportive. It can be carved from wood, and can be made into different shapes.


การเข้ า สู ่ ส ภาพนั ต ถู ก บรรยายไว้ ใ นหนั ง สื อ โตงแซะคุนิจ์มีง หรือ นัต 37 ตน เขียนโดย อูโพจา ว่า “...เรื่องการกลายเป็นนัตนั้นจดจ�ำและเชื่อกันว่าไม่ว่า ผู้นั้นจะเป็นคนเผ่าพันธุ์ใด กษัตริย์หรือสามัญชน มั่งมี หรือยากไร้ หญิงหรือชาย เด็กหรือผู้ใหญ่ หากแต่เป็นผู้ที่ คนทัว่ ไปยกย่อง ยึดเป็นทีพ่ งึ่ ได้ และเป็นผูท้ มี่ คี วามเมตตา ยามตายก็จากไปอย่างน่าเวทนา เมื่อผู้ค นทั่ ว ไปรั บ รู ้ จึงบังเกิดความสะเทือนใจ โจษจันกันไปทั่ว วิญญาณ ของผู้นั้นจึงกลายเป็นนัต...” ประกอบกับประวัติของนัต แต่ละตนส่วนใหญ่ตายผิดธรรมดา ด้วยเหตุร้าย เป็นการ ตายที่น่าเวทนา อาจเรียกได้ว่าตายโหง ซึ่งชาวเมียนมา เรียกว่า “นัตเซง” หรือ “นัตที่ตายร้าย” แตกต่างจาก นัตที่เป็นเทพเทวาด้วยบุญญานุภาพ อย่างไรก็ตามใช่ว่า ผีตายร้ายทุกตนจะต้องกลายเป็นนัตไปทั้งหมด นัตจะ ต้องมีต�ำนานที่สะเทือนใจน�ำมาเล่าลือสืบต่อกันใน วงกว้าง เชือ่ ว่ามีอทิ ธิฤทธิ์และเป็นทีพ่ งึ่ ของผูค้ น หากครบ องค์ประกอบเหล่านี้จึงจะเรียกว่า “นัต” ในอดีตการนับถือนัตก�ำหนดโดยคติ ค วามเชื่ อ และประเพณีทกี่ ำ� หนดโดยท้องถิน่ ชุมชน หรือครอบครัว แต่ปัจจุบันชาวเมียนมาส่วนใหญ่มักจะนับถือนัตตาม ความนิยมศรัทธาส่ว นบุค คล เพื่อช่ว ยปัดเป่ า ปั ญ หา เฉพาะตนและเฉพาะกรณี อาทิ นัตนังกะไร่ ซึง่ เชือ่ กันว่า บูชาแล้วจะให้คุณด้านการค้าขาย รูปปั้นของนางจะเป็น ผู ้ ห ญิ ง สวมหั ว กระบื อ บนศี ร ษะ นั ต นั ง กะไร่ หรื อ พะโคแมด่อ มีตน้ เรือ่ งก�ำเนิดมาจากเมืองพะโค (หงสาวดี) และถึงแม้นัตองค์นี้จะไม่ได้เป็น 1 ใน 37 นัตหลักของ เมี ย นมา แต่ นั ต องค์ นี้ ก็ ถื อ ว่ า ได้ รั บ ความนิ ย มจาก ชาวเมียนมาอยู่ไม่น้อย27 27 พงศกร เบ็ญจขันธ์. 2549. “ต�ำนานการก�ำเนิดเทพนัตของชาวพม่า”

[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.gotoknow.org/posts/15548 สืบค้น 2 กรกฎาคม 2556.

Mekong Museum Pieces

ในช่วงก่อนการเข้ามาของพุทธศาสนา การนับถือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อ�ำนาจเหนือธรรมชาติ บูชาภูตผี เป็นความ เชื่อหนึ่งที่ปรากฏทั่วทุกพื้นที่ ในภูมิภาคลุ่มแม่น�้ำโขง ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดาอารักษ์ อ�ำนาจเหนือธรรมชาติ บูชาภูตผี หรือเซ่นไหว้ผบี รรพบุรษุ ประจ�ำตระกูล อาจเพือ่ เป็นเครือ่ งยึดเหนีย่ วจิตใจในยาม ทีต่ อ้ งเผชิญกับสภาวะวิกฤติ ความคับขัน ความข้นแค้น เพื่อให้สงิ่ ทีก่ ลุม่ ของตนนับถือหรือบูชาช่วยดลบันดาลให้ เหตุการณ์ต่างๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี หรือเพื่อให้ได้รับ การปกป้องคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัย ความเชื่อเรื่อง การนับถือผีสืบทอดผ่านทางสายตระกูลและระหว่าง กลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้ภาษาและวัฒนธรรมร่วมกัน จึงไม่ใช่ เรื่องแปลกหากพบความเชื่อหรือการนับถือภูตผีลักษณะ เดียวกันในพื้นที่ภูมิภาคที่ต่างกันไป แม้ว่าปัจจุบัน ศาสนาพุทธจะเข้ามามีบทบาทแทนที่ด้วยหลักค�ำสอนที่ มีความเป็นสากล สามารถเข้าถึงได้ทกุ ชนชัน้ และเผยแพร่ ไปได้ในวงกว้าง ความเชื่อในการนับถือบูชาผีอาจจะถูก ลดบทบาทลง แต่ยงั คงมีอยูใ่ นพืน้ ทีต่ า่ งๆ เช่น การนับถือผี ของกลุ่มคนบนพื้นที่ราบสูงในสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวและประเทศไทย และการนั บ ถื อ นั ต ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เป็นต้น “นัต” มาจากค�ำว่า นาถ ในภาษาบาลี หมายถึง ผูเ้ ป็นทีพ่ งึ่ นัตสร้างได้จากวัสดุหลายประเภทอาจแกะสลัก จากไม้หรือปั้นเป็นรูปลักษณะต่างๆ เช่น องค์เทพ เทวี ผู้เฒ่า หรือรูปยักษ์ นั ต ในความหมายของวิ ญ ญาณศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ข อง ผู้ตายร้ายผู้เป็นที่พึ่งของคนทั่วไป มีฐานะกึ่งเทพกึ่งผี คื อมีระดับ สูง กว่าผีทั่วไปแต่ไ ม่เ ทีย บเท่าเทวดา เป็น วิญญาณของมนุษย์ผู้ตายจากด้วยภัยอันร้ายแรง ผู้คน ให้ความเคารพบูชา และมีพิธีเข้าทรงลงผี ด้วยเชื่อกัน ว่านัตจะให้ความช่วยเหลือและคุ้มกันภัยในหมู่ผู้ศรัทธา กราบไหว้

67


Mekong Museum Pieces

Before the arrival of Buddhism, Animist worship of sacred items, supernatural power, and ghosts was common throughout all regions of the Mekong basin. People worshipped ghosts and ancestral spirits in order to support themselves in times of hardship. These Animist worshippers believed that supernatural powers could help resolve problems and protect them from future turmoil. Animism was inherited both from families and from contact between ethnic groups that shared common languages and cultural characteristics. Therefore, it is common to find the same beliefs or worshipping practices in different regions. Today, because of its universal doctrine and accessibility, Buddhism has taken over as the dominant religious influence in people’s life. As a result, the importance of animism has diminished, but continues to remains important in many areas. These beliefs still exist among the highlanders in Lao People's Democratic Republic and in Thailand, and among the Nat people in Republic of the Union of Myanmar. Nat in Pali language means someone who is supportive. It can be carved from wood, and can be made into different shapes such as gods, goddesses, elders or ogres.

A Nat is the spirit of someone who dies due to a severe cause. It is supportive, and helps its worshippers who communicate with it via a medium. A Nat is a semigod; higher than a ghost, yet not equivalent to a god. A Nat is best described in the book “Tong Sae Ku Ni Meeng” or “37 Nats” written by Au Pho Ja. “...To become a Nat, people believe that Nat comes from a person from any races and any social statuses – a king or a commoner, a rich or a poor, a female or a male, a child or an adult. However, that person must be admirable, supportive and kind. His or her death is piteous, evoking people’s pity and shock. People talk about him or her. Then his or her soul becomes a Nat…” In addition, the cause of death of someone who becomes a Nat is unnatural, severe and sad. The people of Myanmar call a Nat who dies because of a violent death a “Nat Seng” or “violently dead Nat.” This type of Nat differs from an angel Nat who dies because of his or her own merits. Nonetheless, not all violent soul become Nats. Each Nat will usually have it’s own touching legend and supernatural power. With all the aforementioned factors, a soul can become a Nat. In the past, Nat worshipping was constricted by beliefs and traditions set by local communities or families. Today, the majority of Myanmarese people usually pay respect a Nat according to their own personal faith, often tailored to a specific problem or individualized protective prayer. For example, worship of Nat Nang Ga Rai is believed to give good fortune in trading. This Nat is depicted as a woman wearing a buffalo head on her head. The legend of Nat Nang Ga Rai or Pa Ko Mae Dor is from Bago, formerly known as Hanthawaddy. Even though this Nat is not included in 37 main Nats of Myanmar, this Nat is quite popular among the people of Myanmar.28

68 นัต วัตถุทางวัฒนธรรม จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์อารยธรรม ลุ่มน�้ำโขง Nat, a cultural object exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum. 28 Pongsakorn Benjakhan. 2006. “The Legend of the Birth of Nats,

Holy Spirits of Myanmar People” [Online] Retrieved from http://www.gotoknow.org/posts/15548 (2 July 2013).


ต�ำนานนัตนังกะไร่ หรือ พะโคแมด่อ “...นางกระไร่เป็นกระบือที่เก็บเจ้าชายองค์หนึ่งมาเลี้ยงเพราะครอบครัว ของเจ้าชายหายไประหว่างสงคราม ครัน้ เมือ่ เจ้าชายโตเป็นหนุม่ เจ้าชายได้กลับไป ทวงราชบัลลังก์คนื และเมือ่ ได้ครองบัลลังก์กไ็ ม่ได้กลับไปหานางกระไร่แม่บญ ุ ธรรม อีกเลย ท�ำให้นางกระไร่คิดถึงและต้องการพบหน้าลูกของตนเป็นอย่างมาก จึงเที่ยววิ่งไล่ตามหา และอาละวาดผู้คนจนเป็นที่โจษจันไปทั่ว เมื่อเจ้าชาย ได้ยินเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ได้มีค�ำสั่งให้ไปปราบแม่บุญธรรมของตน โดยเจ้าชาย ไม่กล้าบอกใครๆ ว่าตนเป็นลูกบุญธรรมของแม่ควาย และเมื่อตัดใจฆ่านางด้วย ลูกธนูแล้วก็รู้สึกผิดและละอายใจมาตลอด เจ้าชายได้จัดพิธีศพให้นางกระไร่ อย่างใหญ่โต ต่อมาเมื่อประชาชนรู้เรื่องเข้าก็กลายเป็นที่กล่าวขวัญและศรัทธา ต่อแม่ควาย ส่วนแม่ควายก็กลายเป็นนัตนางกระไร่หรือพะโคแมด่อ...”29

“...Mrs. Ga Rai was a water buffalo who adopted a prince due to the fact that the prince’s family disappeared during a war. When the prince was grown up, he demanded his throne and once he restored his throne, he did not return to his foster mother at all. Mrs. Ga Rai really missed and wanted to meet him. She madly searched for him until she became a talk of the town. The prince heard about his foster mother’s violent act; he commanded his soldiers to subdue her and he did not dare to tell anyone that his foster mother was a buffalo because of his embarrassment. Eventually, she was killed by an arrow; the prince felt guilty. Therefore, he arranged a great funeral ceremony for her. When people knew about this story, they talked about it and admired the buffalo mother. She then became Nat Nang Ga Rai or Pa Ko Mae Dor…”30 นัตนังกะไร่ วัตถุทางวัฒนธรรม จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Nat Nang Ga Rai, a cultural object exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum.

ปลา เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ A fish, a symbol of fertility. 29 ไทย - พม่า : เพราะแผ่นดินเราติดกัน.

2560. “ต�ำนานนัตนางกะไรหรือพะโคแมด่อ”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.facebook.com/thailand.and.myanmar/photos/a.253939628129320.1073741828.253855161471100/612208678969078/?type= 3&theater สืบค้น 9 มกราคม 2561. 30 Thailand – Myanmar: Our Lands are Together. 2017. “The legend of Nat Nang Ga Rai or Pa Ko Mae Dor” [Online]. Retrived from https://www.facebook.com/thailand.and.myanmar/photos/a.253939628129320.1073741828.253855161471100/6122 08678969078/ ?type=3&theater (9 January 2018).

Mekong Museum Pieces

The legend of Nat Nang Ga Rai (Pa Ko Mae Dor)

69


เอกสารคลังภูมิปัญญา แห่งลุ่มน�้ำโขง

Documents of Wisdom from the Mekong River Basin “เมื่อเราเห็นพับสา ใบลานปรากฏ ณ ที่ใด นั่นหมายถึง ลมหายใจแห่งอักษรและภาษาของกลุ่มคนในลุ่มน�้ำโขงที่ยังคงสืบต่อ”

Mekong Museum Pieces

“Wherever accordion folded manuscripts and palm leaf manuscripts are found, the breath of letters and language of the people in the Mekong River basin continues at that place.”

70


Accordion folded mulberry and palm leaf manuscripts are both used to record the stories and knowledge of the people in the Mekong River basin. These manuscripts are written in the Tai alphabet, also called the Tai Tham script (Lanna script), Tai Lue script, Tai Khün script or the Tai Yai script. The accordion folded manuscripts, also called Por Kra Sa, are made of the bark of mulberry trees. They are usually used to record supernatural phenomenon including astrology, superstitions and magic. Many topics may have been included in one fold, as people often used a singular fold as a notebook or journal. One fold may have also been written by multiple authors, as an accordion folded manuscript was often passed on from generation to generation. A palm leaf manuscript was made by cutting, boiling and drying carefully selected leaves. This manuscript was usually engraved to record religious topics such as Buddhist sayings, legends and history. Only a few accordion folded mulberry and palm leaf manuscripts still exist, and are mainly found in temples. The Tai Tham script (Lanna script) is not in used anymore, except by those who have studied the script during their ordainment. Therefore, these manuscripts have become important objects for conservation. However, in Kengtung, Shan State, Republic of the Union of Myanmar and in the Xishuangbanna Dai Autonomous Prefecture, People's Republic of China (PRC), mulberry bark and palm leaves are still at times used to record stories. Modern technology and materials such as notebooks have replaced these traditional materials. Because of their rarity, accordion folded mulberry and palm leaf manuscripts represent a continuous breath of traditional alphabets and language of the people who live in the Mekong River basin. เอกสารคลังภูมิปัญญาแห่ง ลุ่มน�้ำโขง วัตถุทางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง The Documents of Wisdom of the Mekong River Basin. A cultural object of the Mekong Basin Civilization Museum.

Mekong Museum Pieces

พับสา และใบลาน คือ วัตถุทใี่ ช้จดบันทึกเรือ่ งราว และภูมิปัญญาของคนในลุ่มน�้ำโขงผ่านกลุ่มอักษรไท ที่เรียกว่าอักษรธรรมล้านนา อักษรไทลื้อ ไทขึน และ ไทใหญ่ พับสา คือสมุดที่ท�ำจากเปลือกของไม้สา หรือ ปอกระสานิยมใช้เขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับคดีโลก เช่น โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ คาถาอาคม เป็นต้น ในพับสา หนึ่งๆ อาจไม่ได้เขียนเรื่องราวเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการ เฉพาะ มีลัก ษณะคล้ายการจดบันทึกหรืออนุทินของ ผู ้ เขียนแต่ละคน และบางครั้ง พับ สาบางฉบับที่มีการ สืบทอดหรือส่งต่อกันมาก็มีจะพบว่ามีผู้เขียนหลายคน ส่วนคัมภีร์ใบลานนั้น ท�ำจากใบลานที่ผ่านการ คัดสรรและกรรมวิธีตั้งแต่ตัด ต้ม ตาก และใช้วิธีการจาร หรือใช้เหล็กเขียนลงบนใบลาน และจะนิยมใช้บันทึก เรื่องราวเกี่ยวกับคดีธรรม เช่นธรรมบทต่างๆ ต�ำนาน ประวัติศาสตร์ เป็นต้น ปัจจุบนั ในเขตล้านนาพบพับสาใบลานอยูต่ ามวัด ต่างๆ แต่ก็เหลือจ�ำนวนน้อยเต็มที เนื่องจากไม่มีการ เรียนการสอน และการใช้งานด้านอักษรธรรมล้านนาแล้ว จึงเป็นเพียงวัตถุที่เก็บไว้เท่านั้น หากจะมีใช้ก็คงอยู่ใน วงของผู้ที่เคยบวชเรียนมา ที่เรียกว่า พวกน้อยหนาน แต่ส�ำหรับเมืองเชียงตุง ในเขตรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่ง สหภาพเมียนมาเลยไปจนถึงเมืองสิบสองปันนา สาธารณรัฐ ประชาชนจีน ยังพบว่ามีการใช้พับสาและใบลานในการ จดบันทึกเรือ่ งราวต่างๆ อยู่ แต่กน็ บั ว่าน้อยลงกว่าในอดีต ทั้งนี้เพราะมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ และวัสดุใหม่ที่เรียกว่า สมุดฝรั่งเข้ามาแทนที่ ดังนัน้ เมือ่ เราเห็นพับสา ใบลาน ปรากฏ ณ ทีใ่ ด นั่นหมายถึงลมหายใจแห่งอักษรและภาษาของกลุ่มคน ในลุ่มน�้ำโขงที่ยังคงสืบต่อ

71


Mekong Museum Pieces

72

เหรียญที่ระลึกส�ำหรับชาวเขา Commemorative Coins for Hill Tribe

“เหรียญทีร่ ะลึกส�ำหรับชาวเขาเป็นเสมือนบัตรประจ�ำตัว ประชาชนส�ำหรับชาวไทยภูเขา แสดงว่าได้รับการขึ้น ทะเบียนสัญชาติไทยแล้ว” “A commemorative coin for hill tribe is like an identity card for hill tribe people showing that their Thai citizenship has been registered.”


In the 1950s, hill tribe farming shifted to narcotic plant cultivation, and as a result many hill tribe people were migrating as seasonal workers. This shift caused many problems, including the degradation of natural resources, and poor quality of life because of an increase in drug use and variable overpopulation. Moreover, because these problems are not specific to this region, sustainable solutions should start from the source of the problems. During His Majesty King Bhumibol Adulyadej’s visits to various provinces in Thailand, he recommended hill tribe people replace narcotic plants with winter crops of fruit and vegetables. If this recommendation is followed, hill tribe people could become more selfreliant and prosper from a more stable income from their agricultural products. By using this plan, the need to migrate to different places was eliminated. This ended the problems of shifting cultivation and narcotic plant cultivation. During this period of hill tribe migration, it was difficult to conduct population census surveys and prove ID cards to document nationality. Therefore in 1963, His Majesty King Bhumibol Adulyadej, created commemorative coins and granted them to hill tribe people on the occasion of His Majesty King Bhumibol Adulyadej’s 3rd cycle birthday anniversary. Crucially, these coins were given only to those who stopped growing narcotic plants. These coins had different numbers for each individual, and therefore could be used as an ID card proving Thai citizenship.32 31 สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย.

32

2559. ““เหรียญที่ระลึก ส�ำหรับชาวเขา” จากบัตรประจ�ำตัวประชาชนมาเป็นของสะสม อันสูงค่า” [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.samakomphra.com/article/encyclopedia/ detail/item/1993/ สืบค้น 25 มกราคม 2560. MThai News. ร รุง้ . 2559. “หนึง่ เดียวในไทย เหรียญพระราชทาน แทนบัตรประชาชนชาวเขา” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://news. mthai.com/general-news/526582.html สืบค้น 25 มกราคม 2560.

Thai Buddha Image Admiration Association. 2016. “’A Commemorative Coin for Hill Tribe”: From an ID card to a Collectible Item” [Online] Retrieved from https://www.samakomphra. com/article/encyclopedia/detail/item/1993/ (25 January 2017). MThai News. R. Rung. 2016. “Only in Thailand: Royal Decorations as Hill Tribe’s ID Card” (Online) Retrieved from http://news.mthai.com/ general-news/526582.html (25 January, 2017)

Mekong Museum Pieces

รูปแบบการท�ำเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงแบบการ ท�ำไร่เลื่อนลอย การปลูกพืชเสพติด และการอพยพ ย้ า ยถิ่ น ฐานของชาวไทยภู เขา นั บ เป็ น ปั ญ หาส� ำ คั ญ ที่ ป ระเทศไทยประสบในช่ ว งพ.ศ. 2500 ก่ อ ให้ เ กิ ด ผลกระทบที่ตามมา คือ ทรัพยากรธรรมชาติ น�้ำ ป่าไม้ เสื่อมโทรม คุณภาพชีวิตของประชากรลดลงจากภัยของ ยาเสพติดและการอพยพย้ายถิน่ ฐาน ซึง่ ท�ำให้หลายพืน้ ที่ มี ค วามหนาแน่นของประชากรเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งอ�ำนวยความสะดวกในพื้นที่ นั้นๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการพื้นฐาน เป็นปัญหา ที่ส่งผลกระทบครอบคลุมต่อประชาชนทั่วทั้งประเทศ ซึ่งการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจ�ำเป็นต้องเริ่มจากต้นเหตุ ด้วยพระอัจฉริยภาพที่กว้างไกลในการพัฒนา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้เสด็จฯ ทรงเยีย่ มเยือนพสกนิกรชาวไทยภูเขา เผ่าต่างๆ ในหลายจังหวัด โดยทุกครั้งจะทรงแนะน�ำการ เพาะปลูกพืชผักเมืองหนาวทดแทนการปลูกพืชเสพติด เพื่อให้ชาวไทยภูเขามีอาชีพที่สร้างรายได้สามารถพึ่งพา ตนเองได้ มีพื้นที่ท�ำกินของตนเอง ไม่ต้องอพยพย้าย ถิ่นฐาน ท�ำให้สงครามการปลูกพืชเสพติดและการท�ำไร่ เลื่อนลอยในประเทศไทยยุติลง ในช่วงที่ชาวไทยภูเขาจ�ำนวนมากยังอพยพย้าย ถิ่นฐาน และการส�ำรวจส�ำมะโนประชากร การพิสูจน์ สัญชาติเพือ่ ท�ำบัตรประชาชนนัน้ เป็นไปได้ยาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชได้สร้าง “เหรียญ ที่ ร ะลึ ก ส� ำ หรั บ ชาวเขา” ทรงมี พ ระมหากรุ ณ าธิ คุ ณ พระราชทานให้ชาวไทยภูเขา เมื่อคราวพระราชสมภพ ครบ 3 รอบ ในปี พ.ศ. 2506 เพื่อมอบให้ชาวไทยภูเขา ทีเ่ ลิกปลูกพืชเสพติด และใช้แทนบัตรประจ�ำตัวประชาชน มี ห มายเลขประจ� ำ ตั ว ส� ำ หรั บ ชาวไทยภู เขาแต่ ล ะคน เหรียญทีร่ ะลึกส�ำหรับชาวเขา จึงเป็นเสมือนบัตรประจ�ำตัว ประชาชนส� ำ หรั บ ชาวไทยภู เขา แสดงว่ า ได้ รั บ การ ขึ้นทะเบียนสัญชาติไทยแล้ว31

73


Mekong Museum Pieces

เหรียญทีร่ ะลึกส�ำหรับชาวเขามีลกั ษณะเป็นเหรียญ ห้อยคอ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 เซนติเมตร ด้านหน้า เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช ด้านหลัง เป็นรูปแผนที่ ประเทศไทย และมีการตอกชื่อย่อของจังหวัด33 และ หมายเลขประจ�ำตัวลงในแต่ละเหรียญ ต่อมาเมื่อความเจริญของบ้านเมืองก้าวหน้าขึ้น จึงได้มีการส�ำรวจส�ำมะโนประชากรชาวไทยภูเขาอย่าง ทั่วถึง ท�ำให้ชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ได้รับสัญชาติไทย อย่างถูกต้อง ความจ�ำเป็นในการใช้ “เหรียญที่ระลึก ส� ำ หรั บ ชาวเขา” ก็ ห มดไป แต่ ท วี คุ ณ ค่ า ในการเป็ น หลักฐานส�ำคัญทางประวัติศ าสตร์ให้ค นรุ่นหลั ง และ ผู้สนใจได้สืบค้นและรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่ครั้งหนึ่งได้เคย เกิดขึ้น

(ภาพซ้าย) เหรียญที่ระลึกส�ำหรับชาวเขา จังหวัดเชียงใหม่ (ชม) (ภาพขวา) เหรียญที่ระลึกส�ำหรับชาวเขา จังหวัดเชียงราย (ชร) วัตถุทางวัฒนธรรมจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง (Left) One of the commemorative coins for Chiang Mai hill tribe community members. (Right) The commemorative coin for Chiang Rai hill tribe. A cultural object exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum.

74 33 ก�ำแพงเพชร (กพ) ประจวบคีรีขันธ์ (ปข) เพชรบุรี (พบ) เลย (ลย)

ล�ำพูน (ลพ) อุทยั ธานี (อน) เพชรบูรณ์ (พช) พิษณุโลก (พล) ราชบุรี (รบ) ล�ำปาง (ลป) น่าน (นน) ตาก (ตก) เชียงราย (ชร) แม่ฮอ่ งสอน (มส) เชียงใหม่ (ชม) สุโขทัย (สท) เป็นเหรียญที่หายาก และอีก 4 จังหวัดที่มี ชาวไทยภูเขาแต่ไม่มีข้อมูลของเหรียญที่ระลึกชาวเขา คือ กาญจนบุรี แพร่ สุพรรณบุรี และพะเยา (ซึ่งในสมัยนั้นยังรวม อยู่ในจังหวัดเชียงราย ไม่ได้แยกออกเป็นจังหวัดพะเยาเหมือนใน ปัจจุบัน)

This commemorative coin was also made to be a necklace. The coin is about 3 centimeters in diameter, with a picture of His Majesty King Bhumibol Adulyadej on the front. The back of the coin is engraved with a map of Thailand, information about the owner of the coin, including a province abbreviation and identification number. After these coins were distributed, a population census survey was conducted so that the majority of hill tribe people in Thailand were registered as Thai nationals. While the importance of these coins for hill tribe people has decreased, the coins’ value increased in historical significance, as they have gradually become important objects future generations can use to study past events.


ปราสาท ธรรมาสน์ Mekong Museum Pieces

Buddhist Pulpit

“การร่วมแรงร่วมใจกันสร้างธรรมาสน์ขนึ้ ใหม่ทกุ ปี เป็นกุศโลบายเพือ่ แสดงถึงพลังความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และความสามัคคีของชาวปลัง (ไตหลอย)” “Annually, people get together to build a new pulpit as a strategy to show their faith in Buddhism and the unity of Plang (Tai Loi).”

75


Mekong Museum Pieces

ปราสาทธรรมาสน์ในจังหวัดเชียงราย และพะเยา ทีส่ ร้างขึน้ และใช้ในสมัยก่อนนัน้ มักสร้างขึน้ เพือ่ จุดประสงค์ ของศาสนา ประเพณี ความเชื่อ และความเป็นอยู่ของ กลุ ่ ม ชนอั น แสดงถึ ง สภาวะจิ ต ใจในความศรั ท ธาทาง ศาสนาของกลุ่มชนในเขตจังหวัดนั้นๆ ตอบสนองต่อ กลุ่มชนใดกลุ่มชนหนึ่ง34 การกั้นม่านในการเทศน์มหาชาตินั้นเป็นการ แสดงให้เห็นถึงกัณฑ์ที่พระเจ้ากรุงสัญชัยจัดปราสาท ไปรับพระเวสสันดรคืนเมือง และเพื่อแสดงให้ได้รู้ว่า ได้เริ่มพิธีการมหาชาติแล้ว โดยการจ�ำลองธรรมาสน์ เป็ น ปราสาทพระเวสสั น ดรทั้ ง นี้ เ พื่ อ สะดวกและง่ า ย ในการเก็บเมื่อหลังจากเลิกการเทศน์มหาชาติแล้ว35

76

34 ทรงพันธ์

วรรณมาศ. (2529). ปราสาท-ธรรมาสน์ ในเขตจังหวัด เชี ย งรายและพะเยา. ใน สั ม มนาล้ า นนาคดี ศึ ก ษา: ศิ ล ปกรรม (1-5 กุมภาพันธ์ หน้า 41). เชียงราย: วิทยาลัยครูเชียงราย. 35 ทรงพันธ์ วรรณมาศ อ้างแล้ว, 2529, หน้า 32. 36 กลุ่มชนปลัง ในประเทศไทยพบได้ที่อ�ำเภอแม่จันและอ�ำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และที่รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 37 ชาวปลัง (ไตหลอย) ในชุมชนวัดจันทาราม อ�ำเภอแม่จัน จังหวัด เชียงราย อพยพมาจากหนองหลวงและบ้านน�้ำยื้อ 38 Songphan Wannamart. (1986). Buddhist Pulpits in Chiang Rai and Phayao in Lanna Studies: Fine Arts (1-5 February Page 32 and 41). Chiang Rai: Chiang Rai Teacher's College. 39 Songphan Wannamart, 1986, page 32. 40 The Plang people in Thailand are found in Mae Chan district and Mae Sai district, Chaing Rai and in Shan state, Republic of the Union of Myanmar. 41 Plang people (Tai Loi) who live in the community of Chantaram temple, Mae Chan district, Chiang Rai migrated from Nong Luang and Baan Nam Yue.

ปราสาทธรรมาสน์รปู ช้างต่างปราสาททีพ่ พิ ธิ ภัณฑ์ อารยธรรมลุ่มน�้ำโขงได้รับบริจาคเป็นศิลปะแบบปลัง36 ส�ำหรับพระสงฆ์นงั่ แสดงธรรม ปราสาทธรรมาสน์ทเี่ ห็นนี้ เป็ น หลั ง ที่ ผ ่ า นการใช้ ง านจริ ง ในพิ ธี เ ทศน์ เวสั น ตระ (เวสสันดรชาดก) ระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2560 ณ วัดจันทาราม อ�ำเภอแม่จนั จังหวัดเชียงราย และตามที่ ถือปฏิบัติกันมาหลังจากใช้งานเสร็จแล้วจะน�ำธรรมาสน์ ไปเผา ดังนั้นวัสดุที่ใช้ในการผลิตจึงเป็นวัสดุที่สามารถ เผาไหม้ได้ทั้งหมด เช่น ไม้ไผ่ กระดาษ ผ้า เป็นต้น และ จะร่วมกันสร้างธรรมาสน์ขนึ้ ใหม่ในปีตอ่ ไป เป็นกุศโลบาย เพื่อแสดงถึงพลังความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและ ความสามั ค คี ของชาวปลั ง (ไตหลอย) ในชุ ม ชน วัดจันทาราม อ�ำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย37 Pulpits were used in Chiang Rai and Phayao as an important display of faith. Not only were they expressions of religious beliefs, they were also a way to capture traditions and ways of life of the people here.38 In Mahajati Preaching, a curtain marks the location where King Sanchai is told to have arranged a palanquin to pick up Vessantara on his return to his home. This curtain also announces that Mahajati Preaching is about to start. The pulpit used in this preaching is made to imitate the palanquin of Vessantara. It is also designed to be convenient to store when the preaching ends.39 A Plang40 Buddhist pulpit, shaped as an elephant carrying a castle, was donated to the Mekong Basin Civilization Museum. This Buddhist pulpit was used as a place for monks to sit while preaching in a Vessantara preaching ceremony from February 9th to 11th, 2017, at Chantaram temple, in the Mae Chan district, Chiang Rai. Traditionally, a pulpit will be burned after one use, so the materials used in production are extremely flammable (bamboo, cloth and paper). Every year, community members come together to build a new pulpit. This unites the community and strengthens the Buddhist faith of the Plang (Tai Loi) who live near the Chantaram temple in the Mae Chan district, Chiang Rai.41


77

Mekong Museum Pieces


Mekong Museum Pieces

78 ปราสาทธรรมาสน์ วั ต ถุ ท างวั ฒ นธรรม จั ด แสดงภายในพิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ อารยธรรมลุ่มน�้ำโขง Buddhist pulpits, a cultural object exhibited in the Mekong Basin Civilization Museum.

Profile for Mae Fah Luang University

Museum Academic 13 Catalogue || Mekong Museum Pieces  

Museum Academic 13 Catalogue || Mekong Museum Pieces  

Profile for imu-mfu