Page 1

www.fotoinfomag.com

ปีท่ี 13 ฉบับที่ 152 : พฤศจิกายน 2560 95 บาท Thailand’s Photo Magazine

Compact & Lightweight Right Handed Operation Touchscreen Operation & Focus Lever X-Trans™* CMOS III sensor & X-Processor Pro Wireless communication with Bluetooth®** 4K Video Recording Advanced SR AUTO mode

www.fotoinfomag.com พบกับเราที่

Photographic Planner One Fine Day RAPA NUI Plan B++ เมือลมหนาวมาเยือน จุดหมายสุดปลายฝัน (ตอนเริ่ม) ทีด่ อยเชียงดาว จิรชนม์ ฉํ่าแสง

สมศักดิ์ ล่ำ�พงศ์พันธุ์

Learning By Doing โอกาสที่จะได้เข้าใกล้ ได้กราบเป็นครั้งสุดท้าย ฤทัยรัตน์ พวงแก้ว


Ready To Use Rechargeable Battery

พลังแหงประสิทธิภาพสำหรับมืออาชีพ

ถานชารจฟูจิตสึ สีดำ ใชงานไดมากกวา 25% เม�อเทียบกับถานชารจ ฟูจิตสึ สีขาว เหมาะสมอยางยิ่งกับเคร�องมือที่ตองการพลังงานสูง

ใชงานไดมากเกือบ 2 เทา เม�อเทียบกับถานชารจทั่วไป ถานชารจฟูจิตสึ ถานชารจฟูจิตสึ ยังคงมีพลังงานสูง พรอมใชงานแมเก็บไวนาน 1 ป ชวยยืดรอบการชารจใหนาน เพิ่มประสิทธิภาพที่ดีกวา

FDK (THAILAND) CO., LTD.

23rd Floor, Exchange Tower, 388 Sukhumvit Road. Klongtoey, Khet Klongtoey, Bangkok 10110 Thailand Tel : +66(0) 2302-1517 Fax : +66(0) 2302-1733 www.fdk.co.th


SOCIAL

NEWS

การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมเปิดประตูสู่ล้านนาตะวันออก ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ แหล่งท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2

/

การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย : นางสาวปราณปริยา พลเยี่ยม กล่าว ว่า เพื่อให้เป็นไปตามนโนบายการพัฒนาและส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว สำานักงาน การท่องเทีย่ วและกีฬา จังหวัดเชียงราย จึงได้จดั กิจกรรม Agent & Media FAM Trip เปิดประตูสลู่ า้ นนาตะวันออก ในกลุม่ จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ซึง่ ประกอบไปด้วย จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน และจังหวัดแพร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างประสบการณ์การท่องเทีย่ วในกลุม่ จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ให้แก่ผปู้ ระกอบ การด้านการท่องเทีย่ วทีม่ ศี กั ยภาพ และสือ่ มวลชนทีจ่ ะสามารถช่วยส่งเสริมการท่อง เที่ยวได้ จุดเด่นของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีความโดดเด่นทางด้านการท่อง เที่ยวทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีประเพณีที่เก่าแก่ มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว งดงามและมีคุณค่าเชิงวัฒนธรรมของแหล่งท่องเที่ยวที่มีการสืบทอดรุ่น ต่อรุน่ มาอย่างยาวนาน ทัง้ ด้านศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณี ภูมปิ ญ ั ญาท้องถิน่ รวมถึงวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มล้านนาตะวันออก ตลอดจนเป็นแหล่งผลิต พืชเศรษฐกิจที่สำาคัญ เช่น ข้าว กาแฟ ชา ผลไม้หลากชนิด สามารถนำามาเป็นสินค้า ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เราต้องอาศัยพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว เช่น บริษัทนำาเที่ยว มัคคุเทศก์ หรือ แม้กระทั่งสื่อมวลชน บล็อกเกอร์ต่างๆ ที่มีส่วนช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ยิ่งในยุคดิจิตอลที่ข้อมูล ข่าวสารเข้าถึงได้ง่าย จะค้นหาอะไรก็ง่ายไปหมด เมื่อนักท่องเที่ยวได้เห็นภาพทิวทัศน์ ของธรรมชาติอันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นภูเขา นำ้าตก ดอกไม้ หรือสถาปัตยกรรมที่สะ ท้อนถึงศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวล้านนาที่มี ความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล การท่องเที่ยวและกีฬาอธิบายว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะเน้นเผยแพร่กิจกรรมด้าน การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีสิ่งที่น่า สนใจมากมาย ซึ่งสามารถแยกหัวข้อและประเภทของการท่องเที่ยวได้ดังนี้ Gastronomy Activities คือ กิจกรรมการท่องเที่ยวที่สร้างความรู้ด้านอาหาร ในท้องถิ่น รวมถึง ผู้ผลิตอาหารตั้งแต่ต้นนำ้า เกษตรกรผู้ปลูกผักผลิตอาหารต่างๆ ผู้ ประกอบอาหารจำาหน่ายในท้องถิน่ การนำาเสนออาหารของท้องถิน่ ทีน่ า่ สนใจ รวมไป ถึงนวัตกรรมในการบริโภคอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ Art & Culture Tourism คือ กิจกรรมการนำาเที่ยวแหล่งสร้างสรรค์ผลงานด้าน ศิลปวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยเน้นการเยี่ยมชมสถานที่ที่เกี่ยว ข้องกับศิลปะในท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลงานเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจ Green Tourism คือ การท่องเที่ยวแหล่งผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ มีความปลอดภัย ตั้งแต่ต้นนำ้าถึงปลายนำ้า รวมถึงนำาเสนอแหล่งท่องเที่ยวในโครงการ ตามแนวพระราชดำาริ Sport & Adventure Tourism คือ การท่องเทีย่ วและทำากิจกรรมทีเ่ กีย่ วข้องกับ การกีฬาและกิจกรรมผจญภัย หรือกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้นท้าทาย Hospitality & Wellness Activities คือ การนำาเสนอด้านทีพ่ กั โรงแรม ร้านค้า ร้าอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์ดา้ นสปา การใช้สมุนไพรในการบำาบัดรักษาโรค หมอพืน้ 8

| NOVEMBER 2017

เมือง หรือ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ซึ่งสามารถเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ Coffee & Tea Activities คือการท่องเทีย่ วทีเ่ น้นกิจกรรมเกีย่ วข้องกับการผลิต แปรรูป และพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ ชา กาแฟ บอกเล่าเรื่องราวของแรงบันดาล ใจในแต่ละท้องถิ่น การสร้างแบรนด์ การสร้างตลาด รวมถึงการสร้างวิถีชีวิต และ วัฒนธรรมกาแฟ Faith & Religion คือกิจกรรมการท่องเที่ยวด้านความเชื่อ ความศรัทธาใน ศาสนา และผู้นำาจิตวิญญาณ การเคารพบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เช่น การนำา เทีย่ วชมวัด โบราณสถาน สำานักปฏิบตั ธิ รรม หรือ กิจกรรมทีเ่ กีย่ วข้องกับความศรัทธา ของผู้คนในท้องถิ่น Local Experiences คือ การท่องเที่ยวทางด้านประสบการณ์ในภูมิปัญญา วิถี ชีวิตแบบท้องถิ่นแท้ๆ เน้นไปที่ประสบการณ์ร่วมกับชุมชน เช่น หมู่บ้านต้นแบบการ ท่องเที่ยว Landmark Visit Activities คือ การท่องเทีย่ วเยีย่ มชมสถานทีอ่ นั ขึน้ ชือ่ ของแต่ ละจังหวัด Connecting Activities คือกิจกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยง ประกอบไปด้วยการ เชื่อมโยง 1.ด้านเวลา ประวัติศาสตร์สู่ปัจจุบัน เพื่อให้เห็นถึงแหล่งที่มาของอารยธรรม ความเป็นอยูข่ องผูค้ น และ 2.การเชือ่ มผูค้ น ชาติพนั ธุเ์ ข้าด้วยกันอย่างลงตัวของพืน้ ที่ วิถีชีวิต การติดต่อสัมพันธ์ ความแปลกแตกต่างหลากหลายทางเชื้อชาติ และ 3.เชื่อม การท่องเทีย่ วการค้า การลงทุนส่งเสริมการท่องเทีย่ วในประเทศอนุภาคลุม่ แม่นา้ำ โขง กับล้านนาตะวันออก นางสาวปราณปริยา ให้ขอ้ มูลเพิม่ เติมว่า กลุม่ จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 หรือ ล้านนาตะวันออก มีแหล่งท่องเที่ยวที่ครบทุกอารมณ์ สามารถเที่ยวได้ทั้งปี ไม่ว่าจะ เป็น แหล่งท่องเทีย่ วทางธรรมชาติ โดยเฉพาะฤดูหนาวทีน่ บั เป็นช่วงทีภ่ าคเหนือจะได้ รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความหนาวเย็น อากาศเย็นสดชื่น มัก จะขึ้นภูเขา ทั้ง 4 จังหวัดก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ เช่น ภูชีฟ้า ผาตั้ง ดอยตุง ดอย แม่สลอง ภูชี้ดาว ดอยเสมอดาว ภูลังกา ที่ช่วงหนาวสถานที่เหล่านี้จะมีความสวยงาม ตามธรรมชาติทั้งทะเลหมอก และดอกไม้เมืองหนาวที่หายากอีกด้วย ส่วนในฤดูฝน ก็สามารถล่องแก่ง ทีอ่ ทุ ยาแห่งชาติแม่จริม หรือ ล่องเรือแม่นา้ำ กกชมวิถชี วี ติ ของชาว เชียงราย หรือจะไปเที่ยวฟาร์มมัลเบอร์รี่ที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ แม้แต่ไร่ชาที่สิงห์ปาร์ค และไร่ชาฉุยฟง ก็นับเป็นที่ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพือ่ เร่งฟืน้ ฟูเศรษฐกิจการท่องเทีย่ วของจังหวัดแพร่ น่าน พะเยา และเชียงราย พร้อมทั้งเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าบริการด้านการท่องเที่ยว และแสดงศักยภาพความพร้อมของทั้ง 4 จังหวัด ให้มีขีดความสามารถเพิ่มจำานวนนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทย และชาวต่างชาติทม่ี าเยือนมากยิง่ ขึน้ โดยเฉพาะนักท่องเทีย่ วชาวจีน ญีป่ นุ่ เกาหลี รวมถึง รัสเซีย อเมริกา และชาวยุโรป โดยเชื่อว่าหากท้องถิ่นตื่นตัว พัฒนา ปรับปรุงสินค้าบริการให้ได้มาตรฐานและสร้างความประทับใจให้กบั นักท่องเทีย่ ว เชือ่ ว่าจะสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวอีก และมีการบอกต่อ โดยการแชร์ ผ่านโซเชียลเน็ตเวิรก์ ซึง่ ก็จะทำาให้ภาพลักษณ์ดา้ นการท่องเทีย่ วของกลุม่ จังหวัดภาค เหนือตอนบน 2 ดีขึ้นและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน..


SOCIAL

NEWS

SELPHY CP1300 โฟโต้พรินเตอร์ ไร้สายใหม่ล่าสุดจาก แคนนอน

เอปสัน : แนะนำ�สแกนเนอร์ รุ่น WorkForce DS-310 และ DS-360W สแกนเนอร์พกพ�ที่มีคว�มเร็วในก�รสแกนเร็วที่สุด และยังเป็นสแกนเนอร์พกพ� รุ่นแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีช่องป้อนกระด�ษอัตโนมัติ (Automatic Document Feeder) ทำ�ให้สะดวกและประหยัดเวล�ในก�รใช้ง�นได้เป็นอย่�งดี DS-310 และ DS-360W มีคว�มเร็วในก�รสแกนที่ 25 แผ่นต่อน�ทีและส�ม�รถ สแกนสองหน้�ด้วยคว�มเร็วสูงถึง 50 ภ�พต่อน�ที (ipm) รองรับกระด�ษหน� ตั้งแต่ 52 ถึง 230 แกรม ให้คว�มละเอียดที่ 300 dpi และสูงสุดถึง 600 dpi รวม ทัง้ ยังมีขน�ดกะทัดรัด สะดวกในก�รพกพ�ด้วยนำ�้ หนักเพียง 1.1 และ 1.3 กิโลกรัม ทั้งสองรุ่นยังส�ม�รถช�ร์จไฟผ่�น USB 3.0 จึงไม่จำ�เป็นต้องพกส�ย AC adaptor สำ�หรับรุน่ DS-360W ม�พร้อมแบตเตอรีใ่ นตัวทำ�ให้ส�ม�รถช�ร์จไฟผ่�นช่อง USB กับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง และรองรับก�รเชื่อมต่อไร้ส�ยด้วยม�ตรฐ�น Wi-Fi Direct อีกด้วย DS-310 และ DS-360W จึงตอบโจทย์ผู้ใช้ง�นนอกสถ�นที่ ได้อย่�งลงตัวภ�ยในเครื่องเดียว..

เอปสัน เปิดตัวสแกนเนอร์แบบพกพา รุ่นใหม่ล่าสุด จิ๋วแต่แจ๋ว

/

/

แคนนอน : เปิดตัว SELPHY CP1300 โฟโต้พรินเตอร์ไร้ส�ยขน�ดกะทัดรัด รุ่นใหม่ล่�สุดในตระกูล SELPHY ส�ม�รถเชื่อมต่อแบบไร้ส�ยกับสม�ร์ทโฟนหรือ กล้องถ่�ยภ�พเพื่อพิมพ์ภ�พถ่�ยคุณภ�พสูงได้อย่�งฉับไวและง่�ยด�ย พิมพ์ ภ�พได้หล�ยขน�ด ได้ภ�พสีสวยสดคมชัดคงทน เหม�ะสำ�หรับใช้พมิ พ์ภ�พถ่�ย ในง�นป�ร์ตี้สังสรรค์หรือขณะเดินท�ง อีกทั้งม�พร้อมฟีเจอร์ใหม่คือโหมด Wi-Fi Shuffle Print ใช้เชื่อมต่อกับสม�ร์ทดีไวซ์ได้หล�ยเครื่องพร้อมกัน เพิ่มคว�มสนุก ในก�รพิมพ์ภ�พม�กยิ่งขึ้น ทุกคนจึงส�ม�รถพิมพ์ภ�พถ่�ยที่มีคุณภ�พสูงและ คงทนได้ภ�ยในเวล�ไม่ถงึ 1 น�ที ด้วยระบบก�รทำ�ง�นทีใ่ ช้ง�่ ยของพรินเตอร์รนุ่ นี้ SELPHY CP1300 พิมพ์ภ�พได้หล�ยขน�ด ไม่ว่�จะเป็นขน�ดโปสก�ร์ด ขน�ด เท่�บัตรเครดิต ไปจนถึงขน�ดรูปติดบัตร อีกทั้งยังส�ม�รถพิมพ์ภ�พ 4 ภ�พ 2 ชุด บนเนื้อที่ 2x6 นิ้วของกระด�ษพิมพ์ภ�พได้เหมือนภ�พถ่�ยจ�กตู้สติกเกอร์อีก ด้วย โฟโต้พรินเตอร์รุ่นนี้ม�พร้อมอินเทอร์เฟซแบบใหม่ที่ใช้ภ�พไอคอนช่วยให้ ผู้ใช้ค้นห�ฟังก์ชันและก�รตั้งค่�ต่�งๆ ได้สะดวก อีกทั้งมีฟังก์ชัน View by date และ Multi-playback jump ทำ�ให้ก�รค้นห�ภ�พง่�ยขึ้นและประหยัดเวล� มีให้ เลือก 3 สี ได้แก่ ดำ� ข�ว และชมพู จำ�หน่�ยร�ค� 5,240 บ�ท ณ ร้�นค้�ตัวแทน จำ�หน่�ยผลิตภัณฑ์แคนนอนทั่วประเทศ ดูร�ยละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.canon. co.th..

/

เบ็นคิว : น�ยวัชรพงษ์ วงษ์ม� (ขว�) ผู้จัดก�รอ�วุโสฝ่�ยผลิตภัณฑ์ บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำ�กัด นำ�ทีมร่วมง�น fotoinformative ครั้งที่ 6 กิจกรรม workshop จัดโดย นิตยส�ร FotoInfo นิตยส�รชั้นนำ�สำ�หรับคนรักก�รถ่�ยภ�พ พร้อมนำ�สุดยอดจอมอนิเตอร์ BenQ รุ่น SW2700PT ขน�ด 27 นิ้ว ก�รันตรีด้วย ร�งวัล ‘Best Photo Monitor’ ปี 2016 ให้คว�มละเอียดคมชัดของภ�พสูง สีถูก ต้องแม่นยำ�เหมือนต้นฉบับ มีค่�คว�มถูกต้องของสีถึง 99% และ รุ่น SW320 photographer monitor ขน�ด 31.5 นิ้ว จอที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในก�รแสดงภ�พ สีของ BenQ มีคว�มละเอียดขน�ด 4K UHD 3840 x 2160 ม�อวดโฉมให้เหล่� ช่�งภ�พมืออ�ชีพได้สัมผัสอย่�งใกล้ชิด โดยง�นนี้ได้รับเกียรติจ�ก น�ยอิสระ เสมือนโพธิ์ (ซ้�ย) บรรณ�ธิก�รบริห�ร นิตยส�ร FotoInfo ให้ก�รต้อนรับ ณ พันธุ-์ ทิพย์ พล�ซ่� ประตูนำ้� ชั้น 3 เมื่อเร็วๆ นี้..

10

| NOVEMBER 2017

BenQ ส่งจอมอนิเตอร์รุ่น SW2700PT และ SW320


/

ฟูจิฟิล์ม : ส�รต่อกิจกรรมทำ�คว�มดีคืนสู่สังคมร่วมใจอนุรักษ์และฟื้นฟู แนวปะก�รังเทียม เมื่อเร็วๆ นี้ มร.ซึโตมุ ว�ตะน�เบ้ กรรมก�รผู้จัดก�ร บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำ�กัด นำ�ทีมคณะผู้บริห�รและพนักง�นร่วมส�รต่อกิจกรรม CSR ทำ�คว�มดีคนื สูส่ งั คม กิจกรรมในครัง้ นีพ้ นักง�นได้มโี อก�สเรียนรูก้ �รอนุรกั ษ์ และฟืน้ ฟูแนวปะก�รังเทียม พร้อมทัง้ ลงมือช่วยกันปลูกปะก�รังร่วมกับมูลนิธิ วิทย�ศ�สตร์ท�งทะเลที่เก�ะแสมส�ร กิจกรรมในครั้งนี้ทำ�ให้เกิดคว�มส�มัคคี ในองค์กรให้แน่นแฟ้นม�กยิ่งขึ้น พร้อมปลูกจิตสำ�นึกที่ดีในก�รรักษ�สิ่งแวดล้อม ท�งทะเลอย่�งยั่งยืนอีกด้วย และนอกจ�กนี้ท�งฟูจิฟิล์มยังได้จัดกิจกรรมสันทน�ก�รสอนก�รถ่�ยภ�พเบื้องต้นให้กับน้องๆ โรงเรียนพลูต�หลวง ได้เรียนรู้ทักษะ ก�รใช้กล้อง และได้ลองถ่�ยภ�พในมุมมองแบบที่น้องๆ ต้องก�รต�มจินตน�ก�ร จะได้ถ�่ ยทอดคว�มคิดสร้�งสรรค์ ผ่�นก�รเล่�เรือ่ งในสิง่ ทีต่ วั เองต้องก�รออกม� เป็นภ�พถ่�ย รวมถึงน้องๆ ยังสนุกกับก�รถ่�ยภ�พ Instax เพือ่ เก็บเป็นทีร่ ะลึก ณ เก�ะแสมส�ร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี..

/

ซิกม่า : ขอแนะนำ�เลนส์มุมกว้�งประสิทธิภ�พสูง ท�งเลือกใหม่สำ�หรับผู้ ใช้กล้องมิลเลอร์เลส กับเลนส์รุ่นที่ 2 ในกลุ่ม F1.4 ที่ให้คว�มสว่�งของภ�พ มีนำ้� หนักเบ� ขน�ดกระทัดรัด ..SIGMA ประก�ศเลนส์ใหม่ SIGMA 16mm F1.4 DC DN (Contemporary) เลนส์มมุ กว้�ง F1.4 ตัวแรกของโลกสำ�หรับกล้องมิเรอร์เลส เปลี่ยนเลนส์ได้ขน�ด APS-C รองรับกล้อง Sony E-Mount เป็นช่วงขน�ด 24mm และ MFT เป็นช่วงขน�ด 32mm (เมื่อเทียบกับกล้องขน�ด 35mm) โดยเลนส์รุ่น ใหม่นี้ถูกพัฒน�ให้มีคุณสมบัติเด่น คือ มีนำ้�หนักเบ� ขน�ดเล็กกะทัดรัด ส�ม�รถ พกพ�ไปใช้ง�นได้ทุกวัน โครงสร้�งยังประกอบด้วยชิ้นเลนส์คุณภ�พสูงที่เคย ประสบคว�มสำ�เร็จเช่นเดียวกับเลนส์ SIGMA 30mm F1.4 DC DN ให้คุณภ�พ สูงเช่นเดียวกับเลนส์ตระกูล Art เลนส์ SIGMA 16mm F1.4 DC DN (Contemporary) ประกอบด้วยโครงสร้�งชิ้นเลนส์ 16 ชิ้น ใน 13 กลุ่ม ใช้วัสดุที่ดีที่สุด คุณภ�พของภ�พมีคว�มละเอียดสูง เมื่อเปิด F กว้�งสุดจะเห็นคว�มเหลื่อมของ สีได้น้อยที่สุด ก�รออกแบบชิ้นเลนส์และมอเตอร์โฟกัสให้คว�มนิ่มนวลเพื่อรองรับ ก�รใช้ง�นก�รถ่�ยวิดีโอในระบบออโต้โฟกัส ยังออกแบบโดยเพิ่มคุณสมบัติพิเศษ ทีต่ วั บอดีส้ �ม�รถกันฝุน่ และละอองนำ�้ อีกด้วย สำ�หรับอุปกรณ์ทใ่ี ห้ม�กับเลนส์ตวั นี้ได้แก่ Hood LH716-01..

ฟูจิฟิล์ม สารต่อกิจกรรมทำาความดีคืนสู่สังคม ร่วมใจอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังเทียม

/

แคนนอน : ผู้นำ�เทคโนโลยีด้�นกล้องดิจิตอล และอิมเมจจิ้ง จัดกิจกรรม เพื่อสังคม “Canon Blood Donation Save Life Day 2017” เพื่อบริจ�คโลหิตให้ กับศูนย์บริก�รโลหิตแห่งช�ติ สภ�ก�ช�ดไทย สำ�หรับใช้ในก�รช่วยเหลือผู้ป่วย หรือผู้ประสบภัยต่�งๆ และถว�ยเป็นพระร�ชกุศลแด่ พระบ�ทสมเด็จพระปรมินทรมห�ภูมิพล อดุลยเดช กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่�งต่อเนื่องม�เป็นปีที่ 6 โดยในปีนี้ มี คุณรัฐิติกร น�มพิล� (ซ้�ย) ผู้ช่วยผู้อำ�นวยก�รกลุ่มง�นบริห�รองค์กร บริษัท แคนนอน ม�ร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำ�กัด และ มร.ม�ซ�โตะ ค�ว�ซ�กิ (ขว�) ผู้ อำ�นวยก�รฝ่�ยบริห�ร บริษทั แมททีเรียล ออโตเมชัน่ (ประเทศไทย) จำ�กัด ซึง่ เป็นบริษัทในกลุ่มแคนนอน ประเทศไทย พร้อมด้วยพนักง�นแคนนอนและประช� ชนทั่วไปร่วมบริจ�คโลหิตจำ�นวนทั้งสิ้น 200 คน ณ บริเวณโถงชั้น 1 อ�ค�รส�ทร สแควร์ เมื่อเร็วๆ นี้..

ซิกม่า แนะนำาเลนส์ ใหม่ SIGMA 16mm f/1.4 DC DN

จัดกิจกรรมเพื่อสังคม “Canon Blood Donation Save Life Day 2017”

| NOVEMBER 2017 11


CONTENTS

ปีที่ 13 ฉบับที่ 152 พฤศจิกายน 2560

CONTENTS

38

Fujifilm X-E3, Lens XF 10-24mm f/4 R OIS, 1/400 sec., f/8, ISO-200, Mode A, Metering Mode : Pattern, WB Auto

BACK TO BASIC & TECHNIQUE

28

16 Special Scoop : คิดถึงพ่อ 24 Photography Skill : เพิ่มขนาดไฟล์ด้วย Panorama 28 Photography Planner : Rapa Nui จุดหมายสุดปลายฝัน 34 Learning by Doing : โอกาสที่จะได้เข้าใกล้ ได้กราบเป็นครั้งสุดท้าย 54 How To 64 Beginner Guide : Fine Tune In-Camera JPEG 66 Understanding : Rule of Composition 71 Understanding : Shadow for Composition 74 Understanding : Framing in Frame 98 Last Frame

TRAVEL & ADVENTURE

76 One Fine Day : เมื่อสายลมหนาวมาเยือนที่ดอยเชียงดาว 82 Shooting Destination : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย

34 38

COMPACT ZONE & REVIEWS

38 Fujifilm X-E3 46 Nikon AF-P Nikkor 70-300mm f/4.5-5.6E ED VR 50 Sony FE 16-35mm f/2.8 G Master 60 Smartphone Corner : Moto G5s Plus

Fi World

88 Book Recommended 89 Web Recommended 90 A Place To Go 91 Fi Club 92 Hot Stuff 93 New Gear 96 Buyer Guide

12

| NOVEMBER 2017

82

46

50


EDITOR’S

TALK

เมื่อ 12 ปีก่อน ตอนที่เราเริ่มทำานิตยสารโฟโต้อินโฟปีแรก พวกเรามีความเห็นกันว่า ทุกเดือนธันวาคมจะทำาโฟโต้อินโฟ เป็นฉบับพิเศษ เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 9 ประจวบเหมาะกับในปีนั้น เดือนธันวาคม ตรงกับฉบับที่ 9 พอดี ใน ฉบับนี้ โฟโต้อินโฟได้สัมภาษณ์ คุณน้อม พงศ์กัญจนานุกูร ช่างภาพส่วนพระองค์ที่ทำางานรับใช้พระองค์ท่านมาเป็นเวลานาน ท่านได้บอกเล่าถึงเรื่องราวการถวายงานให้พระองค์ท่าน พวกเราได้ยินได้ฟังก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ ปัจจุบันคุณน้อมอายุกว่า เจ็ดสิบปีแล้ว ก็ยังมีส่วนช่วยทำางานให้พระองค์ท่านอยู่ อีกท่านที่เราได้สัมภาษณ์คือ อาจารย์จิตต์ จงมั่นคง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย ปี 2538) อ.จิตต์ ทำางานล้างฟิลม์ และอัดขยายภาพ รับใช้พระองค์ทา่ นนานกว่าสองทศวรรษ ได้พูดคุยกับ อ.จิตต์ แล้ว เราก็ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของพระปรีชาสามารถด้านการถ่ายภาพของพระองค์ทา่ น ปัจจุบนั นิตยสาร ฉบับที่ 9 ของเราไม่มีเหลือที่ออฟฟิศแล้วครับ ที่มีอยู่ก็ต้องเก็บไว้อย่างดี เพราะรักมาก อีกฉบับที่ผมต้องเก็บรักษาไว้เลยคือ ฉบับที่ 33 เดือนธันวาคม ปี 2551 ปีนั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระชนมพรรษา ครบ 80 ปี เราก็เลยมีความเห็นตรงกันว่า จะทำาคอลัมน์พเิ ศษ “๘๐ ดวงใจ จากทั่วแผ่นดินไทยถึงพ่อ” สัมภาษณ์ผู้คนในหลาก หลายสาขาอาชีพ และหลายแวดวง ตัง้ แต่ นักบวช พระ แม่ชี ผูม้ ชี อ่ื เสียง ดารา นักกีฬา และชาวบ้านทัว่ ๆ ไป จำานวน 80 ท่าน จากทัว่ ประเทศ เป็นงานหนักเพราะต้อง ทำาเร่งกับเวลา ต้องแบ่งสายกัน.. โดยคุณ โจ-ชวลิต แสงอินทร์, เกา-จิรชนม์ ฉำ่าแสง, จ้อย-ฤทัยรัตน์ พวงแก้ว, เป้-พิมพ์ชนก สุทธิเจริญ และ ผม ..ต้องแบ่งคิวแบ่งสาย ทำาคำาถามเพื่อสัมภาษณ์ ต้องเดินทางกันทุกวัน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคุ้มค่าเกินบรรยาย เพราะเราได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง ถ้อยคำาของแต่ละท่านที่กล่าวถึงพระองค์ท่าน ล้วนเป็นความปิติ ความภาคภูมใิ จ ทีไ่ ด้เกิดมาในรัชสมัยของพระองค์ทา่ น ได้เป็นค่ารองบาทของพระองค์ท่าน หลายๆ ท่านพูดไป นำ้าตาไหลไป ในที่สุดเราก็ทำาได้สำาเร็จ ตามเวลาที่กำาหนด และด้วยความปลาบปลื้มใจของทุกคนกับคอลัมน์เทิดพระเกียรติในฉบับนี้ แต่ทเ่ี ราทำาได้เป็นเพียงเศษเสีย้ วเมือ่ เทียบกับสิง่ ทีพ่ ระองค์ทา่ นทำาไว้บนผืนแผ่นดินนี้ พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ในขณะเดียวกันพระองค์ท่านก็ เป็นดุจพ่อของเราทุกคน พ่อที่ดูแลลูกๆ ด้วยความรัก ความปรารถนาดี เสียสละทุกอย่างเพื่อลูกๆ ภายใต้ร่มพระบารมี 70 ปี แห่งการครองราชย์ ๒๖ ตุลาคม.. เราคนไทยได้รว่ มกันส่งเสด็จพระองค์ทา่ นสูส่ วรรคาลัย ทีๆ่ พระองค์ท่านจะได้พักผ่อน และได้เฝ้าดูลูกๆ ของท่านช่วยกันขับเคลื่อนประเทศนี้ต่อไป .......................... ด้วยสำานึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้จัดทำานิตยสารโฟโต้อินโฟ.. อิสระ เสมือนโพธิ์ บรรณาธิการบริหาร

บรรณาธิการผู้พิมพ์-ผู้โฆษณา / Publishing Director : อิสระ เสมือนโพธิ์ / Isara Samuanpho บรรณาธิการบริหาร / Editor-in-chief : อิสระ เสมือนโพธิ์ / Isara Samuanpho บรรณาธิการ / Editor : อิสระ เสมือนโพธิ์ / Isara Samuanpho กองบรรณาธิการ / Editorial Staff : ต่อพงษ์ มาบำารุง / Thorpong Mabamrung, อัจฉรา แพเทพย์ / Atchara Paethep หัวหน้าฝ่ายบทความพิเศษ / Director of Special Articles : ณัฐนันท์ เสริมกิจเสรี / Natthanan Sermkitseri นักเขียนพิเศษ / Writer : พัลลภ สื่อสัมฤทธิ์ / Panlop Suesumrit, ศุภชัย แพเทพย์ / Supachai Paethep, นคเรศ ธีระคำาศรี / Nakares Teerakhamsri, ชัยพฤกษ์ เพชรนำ้าเอก / Chaiyaphruek Phetnamek, สุรชัย ลิลิตวรางกูร / Surachai Lilitwarangkoon, จิรชนม์ ฉำ่าแสง / Jirachon Chamsang, ชวลิต แสงอินทร์ / Chawalit Sang-Indra, ปภากร นวกุล / Paphakorn Navakul, ฤทัยรัตน์ พวงแก้ว / Ruathairat Phuangkaeo, พิสิฐ หวังวิศาล / Pisid Whangvisarn, เวทประจิต แซ่อึ๊ง / Vetprajit Sae-aung บรรณาธิการภาพ / Newspicture Editor : พิษณุ พวงแก้ว / Phitsanu Puangkaew ช่างภาพ / Photographer : ชนกันต์ พลจันทึก / Chanakan Ponchantuek กราฟิก-รูปเล่ม / Graphic Designer : ภาตะนันท์ สร้อยทอง / Patanun Sroytong, สุริโย ตาไธสง / Suriyo Tathaisong ฝ่ายเทคนิค / Technical : สมศักดิ์ ทัศนเศรษฐ / Somsak Tassanaset ฝ่ายฝึกอบรม / Training : พีร วงษ์ปัญญา / Bira Wongpanya ฝ่ายประสานงาน / Coordinator : ปรางทิพย์ ศรีทวี / Prangthip Srithawee, อำาไพ ศรีประมงค์ / Ampai Sripramong หัวหน้าฝ่ายโฆษณา / Advertising Manager : พิมพ์ชนก สุทธิเจริญ / Pimchanok Sutthicharoen โทร. 09-5881-1148 หัวหน้าฝ่ายการตลาด / Marketing Manager : ปราการ มงคลแถลง / Prakarn Mongkhontalang ฝ่ายการตลาด / Marketing : เดือนรุ่ง แจ้งสว่าง / Deonrong Jangsawang บัญชี-การเงิน / Accouting : วไลรัตน์ บัวดี / Walairat Buadi ฝ่ายต่างประเทศ / Overseas Co-ordinator : ธีรภัทร สุทธิเจริญ / Theerapat Suthicharoen

Advertising Partner : บริษัท กรีน เฮาส์ มีเดีย แอนด์ อีเว้นท์ จำากัด / 252 ซอยลาดพร้าว 93 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310 แฟกซ์ : 0-2542-0752 Email : joy.korn@hotmail.co.th กรรมการผู้จัดการ : ณัฐนันท์ (จอย) เสริมกิจเสรี / Natthanan Sermkitseri โทร. 08-1355-7122 ฝ่ายบทความพิเศษ : ปาณ์นพ ศิลปี / Panop Sillapee

พิมพ์ / Printing : บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์ จำากัด (มหาชน) โทร. 0-2675-5600, 0-3853-2000 จัดจำาหน่าย / Distributor : บริษัท เวิลด์ออฟดิสทริบิวชั่น จำากัด สำานักงาน กองบรรณาธิการ กองโฆษณา กองจัดการ / Editorial Office : 21 ซอยโพธิ์แก้ว 3 แยก 21 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 / 21 Soi Pokaew 3 Yaek 21, Khlongchan, Bangkapi, Bangkok 10240 โทรศัพท์ : 0-2946-8858-9, Fax. 0-2946-8858 ต่อ 12, 14 E-mail : fotoinfogroup@gmail.com, Website : www.fotoinfomag.com, Facebook : Facebook Fotoinfo, YouTube : Fotoinfo Channel - YouTube

14

| NOVEMBER 2017

ภาพ ข้อเขียน หรือบทความ ที่เป็นของนิตยสาร FOTOINFO ขอสงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย ท่านที่นำา ไปตีพิมพ์ อ้างอิง หรือประโยชน์อันใดในสื่ออื่นๆ กรุณาขออนุญาตล่วงหน้า


พระเมรุมาศ ภาพ : ช่างภาพจิตอาสา

พระเมรุมาศ.. ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา กรมศิลปากรได้ออกแบบพระเมรุมาศโดยเป็นทรงบุษบก 9 ยอด ตาม โบราณราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์จะใช้พระเมรุทรงบุษบกเท่านั้น เป็นพระเมรุมาศทรงบุษบก สูง 50.49 เมตร (ต่อมาได้ขยายเป็น 53 เมตร) มีชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น ผังพื้นที่ใช้งานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 60 เมตร มีบันได ทั้งสี่ด้าน มีฐานยกพื้นสูง 3 ชั้น ชั้นบนที่มุมทั้งสี่ ประกอบด้วย ซ่าง (ที่สำาหรับพระสวด) ทรงบุษบก ชั้นเชิงกลอนห้าชั้น สำาหรับพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ฐานชั้นที่ 2 ประกอบด้วยซุ้มทรงบุษบกรูปแบบเดียวกัน รวมสิ่งก่อสร้างมีเครื่อง

16

| NOVEMBER 2017


ยอดนับรวมได้ 9 ยอด โดยยอดกลางจะเปรียบเหมือนเป็นเขาพระสุเมรุ และอีก 8 ยอดเป็นเหมือนยอดเขาสัตตบริภัณฑ์ ซึ่งเปรียบเป็นระบบจักรวาล โดยเปรียบพระมหากษัตริย์เป็นเหมือนสมมติเทพ ศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศ ประกอบด้วยงานศิลปกรรมประกอบอาคาร ฉัตร เทวดา สัตว์หิมพานต์ ประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ พร้อมกับมีการขุดสระอโนดาตขึ้นมา พระเมรุมาศ เป็นพระเมรุขนาดสูงใหญ่ ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพเฉพาะ พระมหากษัตริย์ พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระราชชนนี พระบวรราชเจ้า พระยุพราช สำาหรับการตายที่ใช้ราชาศัพท์ว่า ”สวรรคต” เท่านั้น ข้อมูล : Wikipedia | NOVEMBER 2017 17


18

| NOVEMBER 2017


| NOVEMBER 2017 19


20

| NOVEMBER 2017


| NOVEMBER 2017 21


22

| NOVEMBER 2017


| NOVEMBER 2017 23


PHOTOGRAPHY SKILL

เรื่อง / ภาพ : พีร วงษ์ปัญญา

เพิ่มขนาดไฟล์ด้วย

Panorama กล้องประเภทบิิ๊กไฟล์ทะยอยกันออกมาหลายๆ รุ่น ทำาให้กระเป๋าสตางค์ สั่นระริกๆ กันเลยทีเดียวครับ แต่ก็สั่นเฉพาะกระเป๋า เท่านั้นแหละครับ เพราะด้านในกระเป๋านั้นไม่มีอะไรให้สั่น ฮา!! แต่กล้องเราๆ ท่านๆ ที่มีอยู่นั้น ก็สามารถนำามาถ่ายภาพให้เป็นไฟล์ ขนาดใหญ่ขึ้นได้ โดยใช้วิธีเดียวกับกล้องบางรุ่นที่ ใช้วิธี การถ่ายภาพหลายๆ ภาพ แล้วนำามารวมกันเป็นภาพที่มีไฟล์ขนาดใหญ่ภาพเดียว หรือกล้องรุ่นใหม่ ล่าสุดที่ ใช้วิธีขยับเซ็นเซอร์เพื่อเพิ่ม พื้นที่ ในการรับภาพ ก่อนที่จะนำามาประมวลผล ใหม่ ให้เป็นภาพที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าไฟล์ภาพความละเอียดเดิมของกล้อง

ช่างภาพหลายๆ ท่านน่าจะเคยถ่ายภาพพาโนรามาในแนวนอนกันมาบ้างแล้ว วันนี้จะมาแนะนำาการถ่ายภาพพาโนรามาที่ไม่ใช่เพียงแค่การหมุนกล้องในแนวนอน เพียงอย่างเดียว หรือการหมุนกล้องในแนวตั้งเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นการถ่ายภาพ ทั้งในแนวนอนและแนวตั้งหลายๆ ภาพ ก่อนที่จะนำามารวมกันในโปรแกรมตกแต่ง ภาพอีกครั้ง จากเมนู Photomerge อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้การถ่ายภาพในลักษณะนี้ง่ายขึ้น คือขาตั้งกล้องและ หัวบอล โดยผมใช้หัวบอลที่มีความพิเศษคือ สามารถปรับหมุนแพนที่ฐานของหัวบอล เหมือนกับหัวบอลทั่วๆ ไป และสามารถปรับหมุนแพนที่บริเวณฐานเพลทได้ด้วย ซึ่ง มีข้อดีคือ เมื่อติดกล้องเข้ากับขาตั้งกล้องแล้ว และต้องการตั้งกล้องถ่ายภาพแนวตั้ง ปกติจะใช้การคลายตัวล็อกบอล แล้วจัดมุมมองภาพใหม่ จากนั้นก็ล็อกบอลให้แน่น ตามปกติ เมื่อถ่ายภาพช็อตอื่น มุมมองอื่น ก็ต้องปลดล็อกบอล แล้วจัดองค์ประกอบ ตามที่ต้องการใหม่ ซึ่งอาจจะมีปัญหากับระนาบ ของภาพที่ถ่ายไปแล้วก่อนหน้า และ จะต้องคลายบอลเพื่อจัดมุมมองใหม่ทุกๆ ครั้ง ยุ่งยากและเสียเวลาอยู่พอสมควรครับ แต่สำาหรับหัวบอลที่ผมใช้อยู่ สามารถปลดล็อกที่ฐานเพลท แล้วขยับมุมใหม่ตามที่

24

| NOVEMBER 2017

ต้องการได้เลย โดยไม่ต้องยุ่งกับบอลที่จัดมุมได้ในแนวระนาบอยู่แล้วครับ มาถึงขั้นตอนการถ่ายทำาครับ ผมเลือกใช้เลนส์ช่วงมาตรฐาน 55 มม. กับกล้อง ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ซึ่งแน่นอนว่า มุมรับภาพของเลนส์ ไม่สามารถเก็บภาพ เจดีย์ และอาคารพระไตรปิฎกหินอ่อนที่อยู่รายรอบได้หมดอย่างแน่นอน จากจุดที่ ตั้งกล้องถ่ายภาพตัวเจดีย์ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นเองครับ ผมลองวางมุมมองหลักๆ เพื่อดูการปรับมุมมองในการถ่ายภาพ ซึ่งผมแยกพื้นที่ ออกเป็นส่วนบนที่เป็นเจดีย์ และส่วนล่างที่เป็นพื้นด้านล่าง วางกล้องถ่ายภาพในแนวตั้ง และถ่ายภาพส่วนละ 6 ภาพ แต่ละส่วนให้มีพื้นที่ซ้อนทับกันเล็กน้อย เพื่อให้โปรแกรม วิเคราะห์ได้ว่าภาพนั้นๆ คือพื้นที่ส่วนไหน จะได้นำามารวมกันได้อย่างถูกต้อง ผมลองซ้อมหมุนดูก่อน เพื่อความแน่นอน ได้ค่าของการหมุนเป็นหมุนแพน แนวนอน (ซ้าย-ขวา) 20 องศา ซึ่งช่วงตัวเลขมี 0, 30, 60 ไปจนถึง 360 องศา แต่ละ ช่วงห่างกัน 6 ขีด ผมก็นับเป็นหมุนในแต่ละเฟรมไป 4 ขีด ง่ายกว่าครับ ส่วนหมุนแพน แนวตั้ง (ก้ม-เงย) 30 องศา หรือ 2 ช่วงของตัวเลขเหมือนกันครับ ซึ่งถ้าหากว่าผมต้อง ไปถ่ายภาพที่อื่นด้วยเลนส์ตัวนี้ ผมก็สามารถใช้ค่าการหมุนค่านี้ถ่ายภาพได้เลย


ภาพที่รวมเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากภาพถ่าย ทั้งหมด 12 ภาพ (แบ่งเป็นการถ่ายภาพส่วน บน 6 ภาพ และส่วนพื้นล่างอีก 6 ภาพ)

มุมมองจากเลนส์ 24 มม. จากจุดเดียวกัน | NOVEMBER 2017 25


PHOTOGRAPHY SKILL

ภ�พจ�กเลนส์ที่ ใช้ ระยะ 55 มม. เก็บร�ยละเอียดได้เฉพ�ะส่วนที่เป็นเจดีย์หลักเท่�นั้นเอง

ตัวช่วยที่สำ�คัญคือหัวบอลที่ส�ม�รถปรับแพนได้ทั้งที่ฐ�นเพลท (หม�ยเลข 1) และที่ฐ�น หัวบอล (หม�ยเลข 2)

เปิดโปรแกรมโฟโต้ชอบ เลือกเมนู Automate เมนูย่อย Photomerge

กด Browe เพื่อเลือกภ�พที่ถ่�ยเตรียมไว้แล้ว หน้�ต่�งด้�นซ้�ยเป็นรูปแบบในก�รรวมภ�พ เลือกใช้ง�นแบบ Auto ก็ ได้ (ค่�ม�ตรฐ�น)

โดยไม่ต้องมาเสียเวลาลองใหม่อีกครั้งครับ และเพื่อความสะดวกอาจจะลองใช้เลนส์ ที่มี และใช้ถ่ายภาพบ่อยๆ เอามาลองเช็กค่าการหมุนไว้ก่อน เมื่อไปถึงสถานที่จริง ก็ สามารถถ่ายภาพได้เลยครับ หัวบอลที่สามารถปรับหมุนได้แบบนี้ ช่วยให้ถ่ายภาพได้สะดวกขึ้น และรวดเร็ว มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะการถ่ายภาพพาโนรามา หลายๆ ทิศทางแบบนี้ครับ เพราะ สภาพแสงที่เปลี่ยนไป อาจจะทำาให้ภาพมีความแตกต่างกันจนโปรแกรมไม่สามารถ จัดการให้ก็เป็นได้ หรือ ในสภาพแสงอย่างพระอาทิตย์ตก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของ

สีสันค่อนข้างเร็ว ถ้ามัวแต่มาปลดล็อกหัวบอล แล้วจัดองค์ประกอบภาพใหม่ทุก ครั้ง เสียเวลาแน่นอนครับ ภาพแรกกับภาพสุดท้าย อาจจะมีโทนสีคนละเรื่องกันเลยก็เป็นได้ สำาหรับการรวมภาพนั้น ระยะเวลาในการทำางานของโปรแกรมขึ้นอยู่กับความ ละเอียดของกล้องที่ใช้ และคอมพิวเตอร์ที่ใช้โปรเซสภาพด้วย ถ้าใช้กล้องความ ละเอียดสูงๆ คอมพิวเตอร์ก็ควรจะมีประสิทธิภาพในการทำางานที่เร็วด้วย หน่วยความจำา ชั่วคราวหรือ RAM ก็ควรจำามากหน่อย เพื่อให้เครื่องทำางานได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุด ครับ เพราะภาพตัวอย่างของผม เมื่อรวมแล้ว ครอบตัดให้ได้สัดส่วน ที่พอใจแล้ว ยังมี

26

| NOVEMBER 2017


ใส่เครื่องหมายถูกในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ ด้านหน้าคำาสั่งให้โปรแกรมปรับแก้ไขความผิดพลาด ในการรวมภาพอัตโนมัติ

จากนั้นก็กด OK โปรแกรมจะทำางานอัตโนมัติ ซึ่งจะใช้เวลาในการทำางานอยู่บ้าง ซึ่งขึ้นอยู่ กับขนาดไฟล์ จำานวนภาพ และประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์

ภาพที่โปรแกรมทำาการรวมมาให้แล้ว พร้อมกับปรับแก้ไขข้อผิดพลาดบางส่วนให้ด้วย

ทำาการรวมเลเยอร์ของไฟล์ภาพทั้งหมด

จากนั้นก็ทำาการปรับแต่งแก้ไขตามที่ต้องการ และบันทึกเป็นภาพใหม่ที่มีความละเอียดสูง ขึ้นมากทีเดียวจะเห็นได้ชัดเจนจากเมนู Image size ขนาดใหญ่ถึง 89.4 MB จากภาพถ่ายปกติที่ประมาณ 10.6MB เท่านั้นเองครับ สำาหรับรายละเอียดการรวมภาพนั้น ผมใช้การรวมจากโปรแกรมโฟโต้ชอป เมนู Photomerge ขั้นตอนและวิธีทำานั้น ดูจากภาพประกอบและคำาอธิบายได้เลยครับ ไม่ได้ยากจนเกินไปครับ โปรแกรมรุ่นใหม่ๆ มีความฉลาดขึ้นมาก สามารถปรับเกลี่ย สีสันให้ตรงกันมากขึ้น แต่ไม่ใช่สีสันที่โดดแตกต่างกันมากเกินไปนะครับ และยังปรับ แก้ไขความบิดเบี้ยว รวมทั้งยังช่วยเติมส่วนที่ขาดหายไปได้ด้วยครับ ซึ่งก็ขึ้นอยุ่กับ คำาสั่งก่อนที่จะให้โปรแกรมทำางานอัตโนมัตินั่นเองครับ

ความชำานาญในการถ่ายภาพ รวมทั้งใช้โปรแกรมเพื่อปรับแก้ไขความผิดพลาด หรือข้อจำากัดต่างๆ นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและ การนำามาใช้งาน ถ้าหากว่ารู้แต่ไม่ได้ ลองฝึก ไม่ได้ลองทำาเอง ก็อาจจะลืมได้เช่นกันครับ คำาพูดนี้รวมไปถึงเมนูพิเศษต่างๆ ที่มีอยู่ในกล้องด้วย หลายๆ คนอาจจะลืมไปแล้วว่ากล้องของตัวเองก็สามารถถ่ายภาพ พิเศษบางอย่างที่เพื่อนๆ นำามาโชว์ในเฟซบุ๊คก็เป็นได้... ..ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพนะครับ... | NOVEMBER 2017 27


PHOTOGRAPHY

PLANNER

เรื่อง/ภาพ : จิรชนม์ ฉํ่าแสง

Rapa Nui Plan B

จุดหมายสุดปลายฝัน (ตอนเริ่ม)

ราปานุย หรือราปานุอิ (Rapa Nui) คือชื่อดั้งเดิมของ เกาะอีสเตอร์ (Easter Island) ก่อนที่พวกฝาหรั่งตานํ้าข้าวจะเดินเรือมาพบเข้าพอดีในวันอีสเตอร์ของปี ค.ศ. 1722 คุณพี่แก จึงถือวิสาสะตั้งชื่อเกาะขึ้นใหม่ซะอย่างนั้น!!! เป็นอะไรที่ผมไม่เคยนึกชอบใจเลยสักครั้งจริงๆ นะครับ กับการที่ใครสักคนชอบไปตั้ง ชือ่ อะไรขึน้ มาใหม่ ทัง้ ทีช่ อ่ื เดิมของเขามีอยู่ และหลายครัง้ เป็นชือ่ ทีด่ งี ามไพเราะ และมีความ หมายดีมากอีกต่างหาก ลองนึกง่ายๆ ว่าคุณไปเจอเพือ่ นใหม่เป็นฝรัง่ ต่างชาติในวันศุกร์ แล้ว ฝรัง่ คนนัน้ มันก็เรียกคุณว่า มิสเตอร์ฟรายเดย์ (Mr. Friday - เรียกสัน้ ๆ แบบสนิทสนมก็ เฮ้ไง ไอ้ฟราย์...) ซะอย่างนั้น!!! โดยไม่ได้ไถ่ถามความสมัครใจของคุณก่อนซะด้วยซํ้า แล้วดันเอา ชื่อนี้ไปแนะนําให้คนอื่นๆ รู้จักอีกต่างหาก เป็นคุณจะชอบใจไหมล่ะครับ? เอ่อ...ไม่ได้ตั้งใจจะไปหาเรื่องอะไรกับใครหรอกนะครับ บังเอิญมันคันมือคันไม้ เลยขอ สักหน่อย ทัง้ ทีจ่ ริงๆ ไม่ได้เกีย่ วอะไรกับผม และไม่ได้เกีย่ วกับสาระของเรือ่ งทีผ่ มจะเขียนด้วย ซํ้าไป ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องการถ่ายภาพของเราดีกว่าครับ โมอาย และราปานุย (Moai & Rapa Nui) เป็นชื่อที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ หากความ จํายังไม่เพี้ยนไป ก็น่าจะมาจากการดูสารคดีซิงเกอร์เวิล์ด ซึ่งเปรียบเสมือนกับช่องเนชั่นแนล จีออกราฟฟิคในยุคปัจจุบันนี้เองครับ (หากจําผิดรายการก็ต้องขออภัย และตัวใครตัวมันนะ ครับ.....ฮา) ภาพที่เห็นจากจอโทรทัศน์คือ หินสลักรูปคนครึ่งค่อนตัวขนาดเล็ก-ใหญ่หลายสิบตัว ซึ่ง เป็นหน้าคนที่ดูเท่ห์มากๆ ราวกับมนุษย์ต่างดาวอะไรราวๆ นั้นเลยละครับ แบบว่ามันเป็นอะไร ที่ติดตาตรึงใจผมเอามากๆ ก็แล้วกัน แถมยังติดมาจนกระทั่งเติบโตมีอาชีพเป็นนักถ่ายภาพ นักเขียน และนักเดินทาง อย่างทุกวันนี้ เกาะราปานุยจึงเป็นจุดหมายสุดปลายฝันของผมมาโดยตลอด หวังใจว่าสักวันหนึง่ ต้อง พาตัวเองไปเห็นไปถ่ายภาพโมอายแห่งราปานุย ด้วยสองมือ สองตาของตัวเองให้จงได้ ที่บอกว่าสุดปลายฝันนั้นด้วยความสัตย์จริงครับ เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีปัญญาเดิน ทางไปถึงราปานุยได้ โดยเฉพาะเมือ่ รับทราบข้อมูลจริงๆ ว่า เกาะแห่งนีจ้ ดั เป็นเกาะห่างไกล จากชายฝัง่ มากทีส่ ดุ แห่งหนึง่ ของโลก ห่างจากเมืองหลวงของประเทศชิลี อย่างซานติอาโก ถึง ราวๆ 3,600 กิโลเมตร ส่วนเกาะใกล้ที่สุดยังอยู่ห่างไปถึง 2,000 กิโลเมตร บร๊ะเจ้า!!!! 28

| NOVEMBER 2017


n “Rano Raraku” : นี่คือจุดชมโมอายใหญ่ที่สุดบนเกาะราปานุยครับ ตั้งอยู่ริมเนินเขาค่อนไปทางทิศตะวันออกของเกาะ เป็นจุดที่มีด่าน ตรวจตั๋วเป็นเรื่องเป็นราว มีเวลาปิด-เปิดชัดเจน มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกไว้บริการด้วย ก่อนเดินเข้าไปชม ก็เข้าห้องนํ้าห้องท่า ให้เรียบร้อยก่อนนะครับ เพราะพื้นที่กินบริเวณกว้างขวางมาก มีทางเดินให้ขึ้นไปชมปากปล่องภูเขาไฟอีกแห่งหนึ่งในบริเวณนั้นด้วย จุด นี้เป็นจุดที่แดด-ลมรุนแรง ยังไงก่อนเดินเข้าชมเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ : Canon EOS 5D MK III, Lens EF 17-40mm f/4L USM, 1/500 sec., f/8, ISO-200

| NOVEMBER 2017 29


PHOTOGRAPHY

PLANNER

การจะไปยังราปานุยได้ เอาง่ายๆ คือ ต้องมีปัญญาไปถึงชิลีให้ได้ก่อนนั่นเอง ครับ ซึ่งผมเคยไปถึงชิลีมาก่อนหน้านี้แล้วหนึ่งครั้ง แต่ก็ต้องจอดป้ายเพียงแค่นั้น เพราะไม่มตี งั ค์ซอ้ื ตัว๋ เครือ่ งบินไป-กลับ ซานติอาโก-ราปานุย ต่อได้นน่ั ละครับ ไม่มี อะไรซับซ้อน เฉพาะค่าตั๋วเที่ยวที่ว่านี้ก็สามหมื่นกว่าๆ เข้าไปแล้วครับ ยังไม่นับค่าใช้จ่ายต่างๆ บนเกาะที่แพงบรรลัยแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะแทบทุกอย่างต้องบวกค่าขนส่ง เข้าไปในต้นทุนด้วยอย่างแน่นอน ฉะนั้นและฉะนี้จึงดูเหมือนว่า ราปานุยจะกลายเป็น จุดหมายที่ปลายฝันของผมไปตลอดกาล แบบว่าได้แค่ฝันอย่างเดียวนั่นเองครับ แต่แล้ววันหนึ่งยังไม่นานเท่าไร ผมก็ได้มีโอกาสพาสมาชิกของ MDPHOTO ไป เที่ยวอเมริกาใต้ โดยมีประเทศเปรูเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งเปรูก็อยู่เหนือชิลีขึ้นมานั่นเอง ครับ เท่ากับว่าผมมีโอกาสไปตัง้ ต้นการเดินทางสูร่ าปานุยแบบใกล้ชดิ เป็นจริงเป็นจัง ได้อีกครั้ง เป็นครั้งที่เรียกได้ว่าทุ่มสุดตัว เทหมดหน้าตักก็ว่าได้ครับ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร ผมต้องคว้าตั๋วไปราปานุยให้ได้ ที่อื่นๆ ผมยอมทิ้งได้หมดครับ คราวนี้ผมจะไม่ยอมให้ เป็นแบบครั้งแรกอีก (ในครั้งนั้น ผมกับเพื่อนวางแผนเที่ยวชิลี กับเปรูไว้ก่อน ส่วนรา ปานุยค่อยหาโอกาสในระหว่างการเดินทางอีกที เผื่อจะฟลุ๊กมีตั๋วถูกหลุดมาบ้าง แต่ บังเอิญมันไม่ม ี และถ้าผมเลือกไปราปานุยในคราวนัน้ จะไม่เหลืองบสำาหรับเทีย่ วใน ส่วนอื่นๆ ที่เพื่อนอยากไปได้เลย จึงจำาใจต้องปล่อยฝันค้างไว้อย่างนั้น) หลังจบทริปเปรู ผมส่งสมาชิกส่วนหนึ่งขึ้นเครื่องกลับบ้านไปก่อน เหลือผมและ สมาชิกอีกส่วนอยู่ตระเวนทวีปอเมริกาใต้กันต่อในเวลาอีกเดือนกว่าๆ แน่นอนครับว่า ทุกคนต่างก็มีที่ที่อยากไปในใจกันทั้งนั้น ก็เลยแบ่งๆ กันจิ้มๆ ชี้ไปว่าใครจะไปที่ไหน บ้าง ซึ่งก็มีทั้ง ทะเลเกลืออูยูนี่ ในประเทศโบลิเวีย มีอุทยานฯ พาตาโกเนีย ทั้งในชิลี และอาร์เจนติน่า มีเมืองอูซัวย่า เมืองใต้สุดก่อนลงขั้วโลกใต้ มีนำ้าตกอกัวซู่ มีป่าดงดิบ อเมซอน ฯลฯ ส่วนของผมก็เกาะราปานุยนี่ละครับ แบบว่าถ้าใครไม่ไปด้วยผมแยกไปเองคน เดียวก็ได้ จากนั้นค่อยตามกลับเข้าไปรวมกลุ่มร่วมทริปในส่วนที่เหลือต่อไป เพราะ เข้าใจดีว่าแต่ละคนย่อมมีความชอบไม่เหมือนกัน จึงไม่จำาเป็นต้องไปทางเดียวกัน ตลอดเวลา แยกกันเดินบ้าง เดินไปด้วยกันบ้าง โตๆ กันแล้ว ก็น่าจะเข้าใจกันได้อยู่ ครับ และที่สำาคัญคือ การคุยตกลงกันให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนจะออกเดินทาง ไม่ใช่ไป หักดิบกันดื้อๆ เปลี่ยนแผนระหว่างการเดินทางให้วุ่นวาย (ทั้งนี้ขึ้นกับเพื่อนร่วมทาง เป็นครั้งๆ ไปด้วยนะครับ เพราะกับเพื่อนบางคน ผมจะไม่วางแผนใดๆ ทั้งสิ้น ไปคิด เอาดาบหน้าอย่างที่เคยทำาเป็นประจำา แต่สำาหรับครั้งนี้ เป็นเพื่อนอีกกลุ่มอีกแบบหนึ่ง ผมจึงรีบคุยให้จบตั้งแต่แรกเริ่มครับ) สรุปสุดท้ายได้ความว่า ผมมีเพื่อนไปราปานุยด้วยกันทั้งหมด 4 คน อีก 2 คน เลือกไปเมืองอูซัวย่า แล้วค่อยไปรวมทีมกันอีกทีที่พาตาโกเนียโน่นครับ ไปกัน 4 คน ก็ถือเป็นจำานวนที่ลงตัวดีครับ เช่าเหมาห้องแบบนอนรวม 4 เตียง ได้เลย เพราะก็จะมีแต่พวกเราไม่มีคนอื่นปะปน ประหยัดกว่าไปเช่าห้องแยก 2 ห้อง ได้พอสมควร และพอดีกับขนาดของรถที่จะเช่ารถเก๋งกลางๆ หรือ SUV 1 คัน แต่หาร 4 (ถ้ามาคนเดียวผมก็เช่าได้แค่ มอเตอร์ไซค์ละครับ หรือต่อให้ 2 คน ก็อาจจะยังเป็น มอเตอร์ไซค์อยู่ดี เพราะถ้าไปเช่ารถเก๋ง ราคาก็จะกระโดดไปมาก) เกาะนี้เท่าที่ดูจากแผนที่แล้ว จัดว่ามีขนาดเล็ก โดยเฉพาะส่วนที่เป็นตัวเมือง ยิง่ เล็กมาก เพียงราวๆ 4-6 ตารางกิโลเมตรเท่านัน้ ครับ ส่วนยาวสุดของเกาะก็มคี วาม ยาวเพียง 20 กิโลฯ นิดๆ เท่านั้นเอง แต่ถึงอย่างนั้นการเดินทางก็ใชว่าจะสะดวกง่าย ดายนะครับ เพราะมันไม่มีรถประจำาทางนั่นเอง หนทางเดียวที่มีคือ การเช่ารถขับขี่ และท่องเที่ยวด้วยตัวเองเท่านั้น เพื่อการณ์นี้ ผมกับเพื่อนอีกคนที่ตกลงกันไว้แล้วว่าจะทำาหน้าที่เป็นพลขับประ จำาทริปด้วย จึงต้องไปทำาใบขับขี่ระหว่างประเทศล่วงหน้าให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องเช่ารถ เราเลือกไปหาร้านเช่าเอาหน้างานครับ ไม่ได้จองไว้ก่อน เพราะ ก็อยากไปดูไปเห็นประเมินสภาพพืน้ ที ่ และดูสภาพรถทีจ่ ะเช่าด้วยตาตัวเองเสียก่อน นัน่ เองครับ เพราะเท่าทีห่ าข้อมูลได้มนั มีหลายราคาเหลือเกิน จะจองแบบถูกไว้กก็ ลัว จะได้รถไม่ดี ครั้นจะเลือกอย่างแพง ก็เกรงว่ามันจะเกินตัวไปเสียอีก ไหนๆ ก็มีเวลา เต็มพิกดั ถึง 5 วัน 4 คืน (เพือ่ จะมีเวลาเทีย่ วกลางวัน 3 วันเต็มๆ ครับ) การไปหารถเอา ข้างหน้าจึงดูไม่ใช่เรื่องสุ่มเสี่ยงอะไรนัก ไปถึงบ่ายวันแรก หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย เราใช้วิธีการเดินสำารวจตัว เมืองไปพลางๆ และสอบถามราคาเช่ารถไว้ด้วย ได้ความว่ามีราคาแตกต่างกันอยู่ใน ระหว่าง 60-130 ยูเอสดอลลาร์ต่อวัน ขึ้นอยู่กับรุ่น ขนาด และสภาพของรถนั่นละครับ

30

| NOVEMBER 2017

n “Ahu Nau Nau” : จุดนี้เป็นโมอายที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะครับ ทำาเลจะแปลกตากว่า จุดอื่นๆ เพราะอยู่ริมทะเลที่มีลักษณะเป็นอ่าวเล็กๆ ของเนินเขาที่โอบล้อมอยู่ ความจริงมันตั้ง แถวเรียงกันอยู่ 6 ตัวครับ แต่ผมเลือกถ่ายครอปเป็นแนวตั้งมาให้เห็นเพียงแค่สองตัวเท่านั้น ต้องการเน้นให้เห็นนกเล็กๆ ทีเ่ กาะอยูบ่ นหมวกของโมอายตัวซ้ายเพื่อเปรียบเทียบขนาดนัน่ เอง ครับ ส่วนมันจะชื่อว่าอะไรก็ลองออกเสียงกันเอาเองนะครับ แต่ผมเรียกว่า “อาฮู นัว นัว” : Canon EOS 5D MK III, Lens EF 70-200mm f/4L IS USM, 1/250 sec., f/8, ISO-200


“Ahu Tongariki” : นีเ่ ป็นอีกหนึง่ จุดยอดนิยมในการชมโมอายทีม่ ชี อื่ ว่า “อาฮู ทงการิก”ิ เพราะมีตง้ั เรียงแถวกันเด่นเป็นสง่ามาก มายถึง 15 ตัว อยู่สุดปลายถนนทางฝั่งตะวันออกของเกาะ เลยจากปากทางเข้า ราโน่ รารากุไปอีกหน่อย มองเห็นได้ชัดเจนจากริม ถนนเลยครับ : Canon EOS 5D MK III, Lens EF 70-200mm f/4L IS USM, 1/1600 sec., f/5.6, ISO-200 n

n “Moai” : นี่เป็นชายทะเลใกล้ตัวเมืองที่สุด และมีหินโม อายตั้งอยู่ห่างๆ กันสองตัว เป็นจุดที่นั่งชมพระอาทิตย์ ตกดินเอ๊ย! นํ้าทะเลได้ด้วย ยามเย็นในบริเวณนี้จึงคลาคลํ่า ไปด้วยนักท่องเที่ยว และพอค้าแม่ขายที่เอาของที่ระลึก มาวางจําหน่าย : Canon EOS 5D MK III, Lens TS-E 24mm f/3.5L II, 1/250 sec., f/8, ISO-200

| NOVEMBER 2017 31


PHOTOGRAPHY

PLANNER

เริม่ ต้นเช่าเวลาไหน ก็เอารถไปคืนเวลาเดิมของวันถัดไป หรือก็คอื 24 ชัว่ โมงเต็มๆ นั่นเอง ค่านํ้ามันต่างหากวิ่งเท่าไร เติมคืนไปเท่านั้น เรื่องราคานํ้ามันนี้เป็นอะไรที่น่าแปลกใจพอสมควรครับ ด้วยความที่มันเป็น เกาะห่างไกลโพ้นเราจึงคิดว่าค่านํ้ามันจะแพงเวอร์วังอลังการอย่างที่มันควรจะเป็น แต่เปล่าเลย คือมันก็แพงกว่าปกตินั่นละครับ แต่มันต่างจากบนแผ่นดินใกล้สุด อย่าง เมืองหลวงซานติอาโก แค่เพียง ลิตรละ 10 กว่าบาทเท่านั้นเอง เอาจริงๆ จะเรียกว่า ถูกก็ยังได้เลยครับพี่น้อง!!! ส่วนที่แพงจริงๆ คือค่าอาหารครับ มื้อบ้านๆ ธรรมดาๆ ตกราคาจานละ 300500 บาทเลยทีเดียว มาม่งมาม่า โจ๊กซอง อาหารแห้ง ประดามีที่ช่วยๆ กันขนไปได้ กินได้ใช้ให้คุ้มค่าแบกก็ที่นี่ละครับ กินสลับๆ มื้อกันไปก็ช่วยประหยัดงบประมาณไป ได้ไม่น้อย ส่วนเรือ่ งการท่องเทีย่ วถ่ายภาพบนเกาะนี่ พอเช่ารถและมีเวลามากพอสมควร ก็เป็นเรื่องไม่ยากแล้วครับ คือเราตกลงเช่ารถ 3 วันเต็มๆ โดยเริ่มต้นในช่วงสายของ วันที่ 2 (นับจากวันขึ้นเกาะ) และคืนรถในเวลาเดียวกันของวันที่ 5 คืนรถเสร็จ ก็ได้ เวลาใกล้เคียงกับที่จะบินกลับพอดีครับ เมื่อเป็นดังนี้ วันที่สองบนเกาะอีสเตอร์จึงเป็นวันขับสํารวจให้ถ้วนทั่ว ถ่ายรูป ในแต่ละจุดแบบนิดๆ หน่อยๆ พอหอมปากหอมคอ แล้วคํ่าๆ ค่อยมาสุมหัวประชุม วางแผนการถ่ายภาพอย่างละเอียดสําหรับวันที่สามและสี่อีกที ซึง่ มันก็นา่ จะทําตามแผนได้ไม่ยากนัก ทว่าเอาเข้าจริง เพือ่ นร่วมทางของผม คราวนี้ หิ้วกล้องกันมาคนละ 2-3 ตัวเลยครับ คือถ่ายทั้ง ภาพนิ่ง ไทม์แลป และวิดีโอ ด้วย ครบถ้วนแบบเอาคุ้มกันจริงๆ จังๆ มีผมถ่ายภาพนิ่งเพียงอย่างเดียวอยู่คนเดียว เท่านั้นเองครับ แล้วการถ่ายไทม์แลปนี่นะครับ เป็นอะไรที่ต้องใช้เวลานานนนนน.... เอาเรือ่ ง แล้วพออีกคนถ่ายเสร็จ แต่อกี คนยังไม่เสร็จ เขาก็จะไม่ปล่อยเวลาให้วา่ ง โดยเริ่มต้นถ่ายช๊อตใหม่อีก พอตัวเองยังไม่จบ อีกคนหนึ่งจบ คนนั้นก็จะถ่ายอีก เป็น 32

| NOVEMBER 2017

“Ranu Kao” : นอกจากหินสลักรูปโมอายแล้ว ผมเองก็เพิ่งจะรู้เมื่อมาถึงที่นี่ว่า มันยังมี จุดท่องเทีย่ วทีน่ า่ สนใจอีกอย่างหนึง่ คือ ปากปล่องภูเขาไฟทีด่ บั แล้วทีช่ อื่ “รานุ เกา” (หากออก เสียงผิดเพี้ยนไปต้องขออภัยด้วยนะครับ) จัดเป็นจุดชมวิวที่สวยงามแปลกตาดีครับ อยู่ ไม่ห่าง จากตัวเมืองมากนัก (ประมาณ 7 กิโลเมตร) แต่ก็ต้องขับรถไต่เขาขึ้นมานั่นละครับ การเดินขึ้น มาด้วยสองเท้าตัวเองน่าจะไกลไปหน่อย : Canon EOS 5D MK III, Lens EF 17-40mm f/4L USM, 1/640 sec., f/8, ISO-200 n

n “Around Rapa Nui” : สภาพพื้นที่โดยทั่วไปในปัจจุบันของเกาะราปานุย คือเนินเขาหัวโล้น สลับกับทุ่งหญ้า อย่างที่เห็นนี่ละครับ ที่ ใกล้ตัวเมืองหน่อยก็มีการเลี้ยงปศุสัตว์เพื่อเป็นอาหาร ของคนในเมืองนั่นเอง ส่วนที่ ไกลเมืองออกไป ก็ทุ่งหญ้าล้านเลี่ยนเตียนโล่งเสียเป็นส่วนใหญ่ ครับ จะมีจุดที่เป็นสุ่มทุมพุ่มไม้อยู่บ้างก็เพียงน้อยนิด ดังนั้นอุปกรณ์ประกอบการเที่ยวและถ่าย ภาพทีส่ าำ คัญอีกอย่างคือ พวกเครื่องกันแดดทัง้ หลายแหล่นน่ั เอง : Canon EOS 5D MK III, Lens EF 70-200mm f/4L IS USM, 1/640 sec., f/8, ISO-200


“Welcome to Rapa Nui” : สนามบินของเกาะราปา นุยมีขนาดเล็กมากๆ ครับ เครื่องจอดแทบจะเกยอาคาร แล้วก็เดินเข้ากันเองสบายๆ ได้แบบนี้เลย : Canon EOS 5D MK III, Lens TS-E 24mm f/3.5L II, 1/800 sec., f/8, ISO-200 n

วังวนแบบไม่รู้จบ เฮ้อ!! (=_+)!! ดังนั้น ในแต่ละจุดแต่ละที่จึงใช้เวลานานกว่าที่ควรจะเป็นไปเยอะมาก จบมืด คำ่าวันแรกไปสำารวจจุดที่มีโมอายตั้งอยู่ได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้นเองครับ จนผมต้องขอ เปิดวาระการประชุมแบบเร่งด่วนในทันที เพราะไม่อย่างนั้นเวลาอีก 2 วันที่เหลือ อาจ จะไปไม่ถึงไหนได้ง่ายๆ ทั้งๆ ที่มาถึงจุดหมายในฝันของตัวเองแล้วแท้ๆ!!!!! ผลการประชุมสรุปได้ว่า วันรุ่งพรุ่งนี้ เราจะกำาหนดการใช้เวลาในแต่ละจุดให้ กระชับยิ่งขึ้น สำาหรับการถ่ายไทม์แลป ให้เริ่มต้นพร้อมๆ กัน แบบว่านับ หนึ่ง สอง แล้วกดชัตเตอร์พร้อมๆ กัน จบให้พร้อมกัน จะได้ไม่ตอ้ งยือ้ รอกันไปรอกันมา (สำาหรับ บางแห่งที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ถ่ายภาพมากนัก - ส่วนบริเวณสำาคัญที่เป็นไฮไลท์จริงๆ ก็ n การเดินทางไปยังเกาะราปานุย มีเพียงวิธีการเดียวเท่านั้นครับ คือ การไป-กลับ

ด้วยเครือ่ งบิน ซึง่ ผมไม่แน่ใจจริงๆ ว่ามันตัง้ ต้นหรือบินจากเมืองใดได้บา้ ง แต่ทแ่ี น่ๆ และชัวร์ๆ มีไฟล์ทขึ้น-ลง ทุกวัน ก็คือการตั้งต้นจากซานติอาโกเมืองหลวงของ ประเทศชิลีนั่นเอง เฉพาะค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ซานติอาโก-ราปานุย เท่าที่เคยเห็น มีราคา อยู่ในระหว่าง 27,000 - 40,000 บาท สำาหรับที่นั่งชั้นประหยัดนะครับ ในส่วนของที่พักบนเกาะ ไม่มีโรงแรมเป็นตึกสูงใหญ่ให้เลือก มีแต่ที่พักเป็น ลักษณะรีสอร์ท และก็ห้องแบ่งเช่าจากบ้านของชาวบ้าน หากเลือกทำาเลติดทะเล (ซึง่ มีจดุ ลงเล่นนำา้ ได้นดิ หน่อย เพราะส่วนใหญ่เป็นโขดหินและคลืน่ ลมแรง) ราคา จะสูงกว่าที่พักที่อยู่ด้านในของเกาะ เอาตรงๆ คนไทยอย่างเราๆ ผมว่าไม่จำาเป็น ต้องไปพักติดทะเลหรอกครับ เพราะวิวทะเลบ้านเราสวยกว่าหลายเท่าตัว และจุด เด่นจุดขายอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะนี้ก็ไม่ใช่วิวทิวทัศน์ทางทะเลอยู่แล้ว แต่คือ หินสลักโมอายนั่นเอง การเลือกทีพ่ กั เข้ามาด้านในๆ ของเกาะจะช่วยประหยัดค่าทีพ่ กั ไปได้มากโข และไม่ว่าจะอย่างไรเราต้องเช่ารถขับเที่ยวบนเกาะด้วยตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น รถมอเตอร์ไซค์ หรือรถใหญ่กว่านัน้ ก็ตาม การเลือกพักอยูด่ า้ นในของเกาะจึงไม่ใช่ ปัญหาใหญ่อะไรเลย ถ้าให้แนะนำาจริงๆ ก็อยากให้เลือกโดยอิงถนนสายหลักของเกาะไว้ก่อน เพราะมีร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งตั้งอยู่ จะกินข้าว ซื้อนำ้า ของกิน ของใช้จิปาถะอะไรต่างๆ ก็จะได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งถนนสายนี้มีชื่อว่า Atamu Tekena ครับ ในส่วนของการเช่ารถ ก็มใี ห้เลือกตัง้ แต่ มอเตอร์ไซค์ รถ ATV ก็มี รถเก๋ง หรือรถแบบ SUV ก็มคี รับ เลือกได้ตามสะดวก ซึง่ จะจองล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ ก็ได้ หรือจะไปหาเช่าเองอย่างที่ผมทำาก็ได้แล้วแต่ความถนัดครับ แต่สิ่งสำาคัญคือ

นัดเวลาแล้วแยกย้ายกันถ่ายตามปกติ เพียงแต่ขอให้กลับมาตรงเวลานัดหมายอย่า ให้ล่าช้า) เมื่อสิ้นสุดวันที่สอง เราจึงตระเวนเก็บภาพจุดต่างๆ ได้ครบถ้วนกระบวนความ ส่วนวันทีส่ ามก็ใช้เวลาถ่ายเน้นๆ ในจุดทีเ่ ลือกว่าจะกลับไปถ่ายซำา้ ใหม่ให้ดยี ง่ิ ขึน้ ทัง้ เรื่องทิศทางแสงและสภาพท้องฟ้า สรุปว่า...คราวหน้าค่อยมาต่อกันอีกสักครัง้ แบบลงรายละเอียดในจุดต่างๆ ให้ มากขึ้นกว่านี้ คราวนี้ผมปูให้เห็นภาพเห็นแผนกว้างๆ ไว้ก่อนนะครับ ในเมื่อมันเป็นถึงจุดหมายสุดปลายฝัน ผมก็ต้องขออนุญาตเล่ายาวๆ กันสัก หน่อยนะคร๊าบบบบ.. (^_^) .. เราต้องมีใบขับขี่สากลที่ยังไม่หมดอายุไปยื่นให้เขาดูด้วย ไม่อย่างนั้นไม่สามารถ เช่ารถได้นะครับ ในส่วนของอาหารการกิน หากไม่นับเรื่องราคาที่ค่อนข้างแพงแล้ว (ขั้นตำ่าๆ ก็มื้อละ 300-400 บาทขึ้นไป) จัดว่าเป็นอาหารที่คนไทยกินได้ และรสชาติออกจะ ถูกปากด้วยซำ้า ก็ออกแนวอาหารฝรั่งทั่วไปนั่นละครับ มีทั้งสเต๊กเนื้อ ปลา หรือทะเล ทอด กินกับสลัดผัก รวมถึงบาร์บคี วิ ปิง้ -ย่าง หรือจะเป็นพวกสปาเก็ตตี้ พิซซ่าก็มใี ห้ เลือกกินได้เช่นกันครับ คุน้ ๆ ว่ามีรา้ นคล้ายๆ อาหารจีนด้วยอีกต่างหาก เพียงแต่ เราไม่ได้เข้าไปลองเท่านั้นเอง.. n บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่าง สำาหรับการวางแผนถ่ายภาพเมื่อต้อง

เดินทางไปในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อันแปลกหูแปลกตา โดยเอาประสบการณ์ การถ่ายภาพของผู้เขียนมาบอกเล่าแบ่งปันสู่กันฟัง โดยเอาความชอบของผู้ เขียนเป็นที่ตั้ง หากแนวทางการถ่ายภาพจะไม่ถูกใจใครบ้างก็ขออภัยไว้ด้วย ครับ และจริงๆ ก็ไม่ได้เน้นเรื่องสถานที่สักเท่าไร แต่อยากเน้นเรื่องวิธีการคิด และวางแผนสำาหรับการถ่ายภาพ เพือ่ ให้ผอู้ า่ นสามารถนำาไปประยุกต์ใช้กบั สถานที่อื่นๆ ได้ n Plan A หมายถึง การถ่ายภาพที่สามารถทำาได้ตามแผนทุกอย่างที่วางไว้โดย ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไร n Plan B หมายถึง การถ่ายภาพที่พบเจออุปสรรคบางประการ ทำาให้ต้องมีการ ปรับแผนกันบ้าง อย่างเช่น เจอสภาพอากาศไม่เป็นใจ หาที่พักในจุดใกล้เคียง ไม่ได้ ฯลฯ n Plan C หมายถึง การถ่ายภาพที่พบเจออุปสรรคค่อนข้างมาก สิ่งที่คาดหวัง ไว้ไม่เป็นอย่างที่คิด จนถึงขั้นต้องทำาให้เปลี่ยนแผนไปเลย อย่างเช่น เจอกับการ ปิดซ่อมแซมสถานที่ เจอการเดินขบวนประท้วง เจอนำ้าท่วมฉับพลัน หรือสถานการณ์ที่ล่อแหลมอันตราย หรืออาจหมายถึงอุปกรณ์ถ่ายภาพเสียหายหรือสูญ หาย ฯลฯ | NOVEMBER 2017 33


LEARNING

BY DOING

ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

โอกาสที่จะได้เข้าใกล้ ได้กราบเป็นครั้งสุดท้าย เรื่อง/ภาพ : ฤทัยรัตน์ พวงแก้ว

34

| NOVEMBER 2017


n

โอกาสที่จะได้เข้าใกล้ ได้กราบเป็นครั้งสุดท้าย (ภาพนี้ถ่ายมาจากวันซ้อมเสมือนจริง)

ความมุ่งมั่น ความพยายาม ความอดทน เพื่อที่จะได้เข้าไปอยู่ใกล้ๆ พระองค์

ภาพจากถนนบำารุงเมือง ใกล้ๆ จุดคัดกรองกระทรวงกลาโหม ประชาชนมาจับจองคิวแน่น สองข้างถนน จุดคัดกรองจะเปิดเวลา 5.00 น. คือเปิดตีหา้ ของวันที่ 25 ต.ค. 2560 แต่มคี น มาจองคิวก่อนข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว แถวฝั่งซ้ายมือคือคนที่ส่วนใหญ่มาจองคิวไว้ตั้งแต่ วันที่ 23 ต.ค. ส่วนด้านขวามาวันที่ 24 ต.ค. แถวด้านซ้ายที่เห็นยืนอยู่ ไม่ ใช่ว่ากำาลังจะได้เข้านะ คะ แต่เป็นการจัดระเบียบแถวให้เป็นหน้ากระดานเรียง 6 เพื่อไม่ ให้คนมาทีหลังเดินมั่วเข้าไปในแถว ได้ ตอนแรกทีเ่ ป็นแถวรวมยืนไม่เป็นระเบียบ หลายคนเดินมาแล้วก็แอบแทรกเข้าไปเฉยเลย หลังๆ เริ่มมีการโต้เถียงกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องจัดแถวใหม่ ภาพมุมกว้างที่ถ่ายแล้วเห็นผู้คนจำานวนมาก ลักษณะนี้ มือถือเก็บภาพได้สบาย แต่แนะนำาให้ยนื ตรงกลางๆ จะได้ภาพผูค้ นปริมาณมากๆ ตาม ที่นำามาฝาก n

ท่านเป็นครั้งสุดท้าย เป็นการรวมภาพในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งมีโอกาสเข้าไปอยู่ท่ามกลาง บรรยากาศผู้คนจำานวนมากที่มารอคอย ตั้งแต่วันที่ 24-26 ตุลาคม 2560 เพื่อเข้าใน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง แรกเริ่มเดิมทีนั้น ตั้งใจจะแนะนำาการเก็บภาพริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ ในมุมของประชาชนคนทั่วไปที่นั่งอยู่ตามจุดต่างๆ ในฐานะช่างภาพจะสามารถเก็บ ภาพลักษณะใดได้บ้าง แต่เนื่องจากข้อจำากัดทางการถ่ายภาพต่างไปจากการซ้อม ย่อยริ้วขบวนฯ ครั้งแรกๆ กฎระเบียบสำาหรับการถ่ายภาพค่อยๆ เปลี่ยนไป จนสุดท้าย คือ ระบุออกมาชัดเจนว่ากล้อง DSLR ไม่อนุญาตให้นำาเข้าไปเก็บภาพ (สำาหรับเรื่อง ข้อจำากัดนี้ สร้างความสับสนมากพอสมควร ขอลำาดับเหตุการณ์ก่อน เพื่อทำาความ เข้าใจตรงกันว่า ไม่ได้ฝืนกฎระเบียบ เนื่องจากครั้งแรกที่เข้าไปถ่ายการซ้อมย่อยริ้ว ขบวนฯ เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้าอนุญาตให้ถ่ายได้ แต่ต้องอยู่ ในกิรยิ าสำารวม ไม่ยนื ไม่เดินไปมา น่าจะด้วยเหตุผลทีต่ อนนัน้ นัง่ อยูไ่ กลมาก อุปกรณ์ ที่นำาติดตัวไปจึงถูกนำาออกมาใช้ได้หมด ต่อจากนั้นเป็นการซ้อมย่อยครั้งถัดมาก็มีราย ละเอียดเพิ่มจากเดิมอีก 1 เรื่อง คือ ระบุว่ากล้องธรรมดาเก็บภาพได้ แต่ห้ามใช้เลนส์ ซูม ซึ่งคำาว่าซูมในภาษาทางการถ่ายภาพคือ เลนส์ตัวหนึ่งสามารถเปลี่ยนทางยาว โฟกัสได้ เลนส์คิทตัวเล็กก็เป็นเลนส์ซูมเหมือนกัน เมื่อโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ คำาตอบ คือ ไม่้ให้ใช้เลนส์เทเลโฟโต้ที่มีทางยาวโฟกัสสูงเท่านั้น สรุปการซ้อมย่อยครั้งนั้น ก็ยัง สามารถใช้กล้อง DSLR ติดเลนส์มมุ กว้างเก็บภาพได้ แต่หลังจากวันซ้อมย่อยเสมือน จริง น่าจะมีข้อโต้แย้ง ข้อถกเถึยงกันมาก จึงมีประกาศออกมาใหม่ ระบุกล้องที่ห้าม ใช้ โดยมีภาพประกอบชัดเจนว่ากล้อง DSLR ไม่อนุญาตให้นำาเข้ามาเก็บภาพ ยกเว้น สื่อมวลชนหรือผู้ที่ได้รับอนุญาต ภาพชุดนี้จึงมาจากมือถือ ยกเว้นภาพกราบถ่ายมา จากวันซ้อมเสมือนจริง) .. | NOVEMBER 2017 35


LEARNING

BY DOING

วันที่ 24 ตุลาคม 2560 เป็นวันที่ฝนตกหนักและก็ตกลงมาหลายรอบด้วย แต่คนที่จองคิวส่วนใหญ่ก็ยังคงปักหลัก ตากแดด ตากฝน ไม่ยอมไปไหน เป็นภาพความมุ่งมั่นที่แต่ละคนพยายามอดทนรอ แม้ฝนตกมากจนแทบมองไม่เห็นอะไร แต่ก็ยังนั่งอยู่ท่าม กลางสายฝน การเก็บภาพในช่วงที่ฝนฟ้าคะนองแบบนี้ แนะนำาให้เปิดระบบ Airplane Mode ป้องกันความเสี่ยงจากการโดนฟ้าผ่า ร่มจะช่วยให้เก็บภาพง่ายขึ้น ถ้ากดชัตเตอร์ไม่ถนัด ให้ตั้งเวลาในการเก็บภาพ n

ระหว่างเดินเข้าจุดคัดกรอง จากแถวที่เจ้าหน้าที่จัดให้เดิน มาแบบหน้ากระดานเรียง 10 ต้องมาเบียดกันแน่นเพราะจุดคัด กรองแยกให้เข้าได้ 2 ช่อง และเนื่องจากตัวเล็กไม่สูง ก็เลย เหมือนอยู่ ในหลุมดำา มองไปด้านหน้าแทบไม่เห็นอะไรเลย แต่ก็ อยากเก็บบรรยากาศตอนคนแน่นๆ เก็บไว้ จึงยกมือถือชูสุด แขน ตั้งเวลาถ่าย 10 วินาที แล้วก็คอยดูสังเกตที่จอฯ ช่วงที่ กล้องจะลั่นชัตเตอร์ก็หยุดเดิน แล้วก็ถือให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำาได้ (ฝัง่ ซ้ายแถวที่ 1 ความหนาแน่นของผูค้ นน้อยกว่าจึงเป็นหน้า กระดานเรียง 6 ส่วนฝั่งขวาแถวที่ 2 มีคนเยอะกว่ามาก จึง ต้องจัดเป็นหน้ากระดานเรียง 10) n

36

| NOVEMBER 2017


เป็นช่วงเวลาที่จุดคัดกรองเปิดให้เข้าได้แล้ว สังเกตแถวที่ 1 เข้าไปกันหมดแถวแล้ว ส่วนแถว สองก็ค่อยๆ ตัดแถวเดินข้ามมาที่จุดคัดกรองเป็นระยะ พอดีอยู่ช่วงท้ายที่ตัดแถว เมื่อหันไปเห็น หางแถวยาวไปสุดสายตาก็อยากเก็บภาพไว้ ตรงจุดที่ยืนอยู่เป็นเนินสะพานเล็กๆ ซึ่งสูงจากระดับ ถนนขึ้นมาพอประมาณ ยกกล้องชูขึ้นก็ ได้เป็นมุมกดเล็กน้อย แต่เนื่องจากหัวแถวที่ถูกตัดมาทิ้ง ระยะไกล เกิดช่องว่างมาก จึงขยับเดินมาหาฉากหน้า ซึง่ ก็ ได้ยายกับหลานทีม่ าจากชลบุรี เดิน ทางกันมาแค่สองคน เห็นคุณยายมานั่งรออยู่ ในแถวตั้งแต่แรก แล้วก็ ไม่ค่อยจะยอมลุกไปไหน เลย สุดยอดมาก n

พอผ่านจุดคัดกรองไปแล้ว ทุกคนวิ่งไปหามุมที่เล็งๆ กันไว้ ตอนแรกคิดว่าจะเดินไปทางหน้า ศาลหลักเมือง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดให้เข้าด้านนั้น ให้เข้าเต็มเป็นจุดๆ ไปก่อน จึงต้องเดินเลี่ยง มาหามุมอื่นแทน ได้มุมใต้ต้นไม้ดูร่มรื่นพอสมควร ด้านหน้าเห็นวัดในระยะที่เลนส์มือถือเก็บภาพ ได้กำาลังดี เห็นผู้คนนอนอยู่เต็มพื้นที่ ระหว่างนั้นวัดพระแก้วยังเปิดไฟอยู่ จึงอยากเก็บภาพ บรรยากาศโดยรวมไว้ แต่เนื่องจากแสงน้อย พื้นที่ด้านหน้ามืด ซึ่งพอถ่ายออกมาแล้วมองไม่ เห็นอะไร จึงเดินหามุม ซึ่งมีคนนอนหันหน้ามาทิศทางที่แสงได้พอดี เก็บภาพไว้ได้ก่อนที่ ไฟบริเวณ วัดจะดับลง (ภาพบน) n เดินสำารวจพื้นที่ ใกล้เคียงเพิ่มเติม มองไปรอบๆ เห็นถึงความมุ่งนั่น ความพยายาม ความ อดทนในการเฝ้ารอของผู้คนจำานวนมาก ผู้คนที่มาเฝ้ารอ มีตั้งแต่เด็กตัวน้อยๆ จนถึงรุ่น คุณ ตา คุณยาย แต่ละคนนอนหลับไปพร้อมกับความเหนื่อยล้า บนพืน้ ปูแข็งๆ แม้จะมีคนเดินเฉียด ผ่านไปมา อย่างหนูน้อยคนนี้ต้องเอาขวดนำ้ามาตั้งกันไว้ ใกล้ๆ ด้วย กลัวใครจะเดิมมาเตะศีรษะ ซึ่งก็ ได้ยินบางคนทักว่าเด็กเล็ก ยังไม่น่าจะรู้เรื่องอะไร ไม่ควรพามาให้ลำาบาก จริงๆ เป็นความ คิดที่ ไม่คอ่ ยเห็นด้วย คือวันข้างหน้าเด็กโตไป อาจจะภูมิใจและสามารถพูดได้วา่ เขาเป็นส่วนหนึง่ ที่ อยู่ ในภาพประวัติศาสตร์สำาคัญครั้งนี้ (ภาพขวา) n

| NOVEMBER 2017 37


PHOTOGRAPHIC REVIEW

เรื่อง / ภาพ : อิสระ เสมือนโพธิ์

Fujifilm ดี ไซน์ โดดเด่น คุณภาพเยี่ยมยอด ในช่วงที่ Fujifilm X-T20 กำาลังทำาตลาดได้ดีด้วยประสิทธิภาพที่คุ้มค่า ในราคาที่เหมาะสม ฟูจิฟิล์มก็ ได้ส่งกล้องมิลเรอร์เลส X-E3 ออกสู่ตลาด ด้วยกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการกล้องคุณภาพสูง ขนาดค่อนข้างเล็ก และมีรูปทรงในแนวเรโทร ซึ่งเป็นจุดขาย ของกล้องฟูจิฟิล์มมาตั้งแต่แรก แน่นอนครับว่าตลาดของ X-E3 อาจจะไม่ ใหญ่เท่า X-T20 แต่มันก็ช่วยเติมเต็มช่องว่างของ กล้องรูปแบบนี้จากรุ่น X-E2S ซึ่งออกสู่ตลาดมานานกว่าปีครึ่ง และเป็นรุ่นที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนเซ็นเซอร์รับภาพกับหน่วย ประมวลผลภาพเป็น X Tran CMOS III 24.3 ล้านพิกเซล เหมือนรุ่นอื่นๆ ที่ทยอยปรับแปลี่ยนกันหมดแล้ว และ X-E3 ก็ไม่ได้แค่เปลี่ยนเซ็นเซอร์รับภาพกับ หน่วยประมวลผลภาพ แต่ยังเปลี่ยนการออกแบบใหม่ หมด เป็นกล้องรุ่นแรกที่ตัดปุ่ม 4 ทิศทางออก แล้วหันมา ใช้จอยสติ๊กกับทัชสกรีนมากขึ้น เปลี่ยนการคอนโทรลไป จากเดิมค่อนข้างมาก นอกจากนั้นยังมาพร้อมการเชื่อม ต่อแบบบลูทูธที่ออกแบบได้น่าสนใจ โดยทำาราคาขายไว้ พอๆ กับ X-T20 ทำาให้ X-E3 เป็นกล้องมิลเรอร์เลสที่น่าสนใจ มากรุ่นหนึ่งในขณะนี้ เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ การ ออกแบบ ประสิทธิภาพ และคุณภาพ แต่จะทำาได้ดีแค่ไหน เราลองมาดูกันเลยครับ

ออกแบบการปรับและควบคุมกล้องใหม่

เพื่อให้ X-E3 เป็นกล้องที่ใช้งานได้สะดวก คล่องตัวโดย ไม่ต้องใช้ปุ่มปรับต่างๆ มากมาย ฟูจิฟิล์มจึงออกแบบการ ปรับและควบคุมกล้องใหม่ ด้วยการตัดปุ่ม 4 ทิศทางออก แล้วใช้จอยสติ๊กในการควบคุมการทำางานแทน ฟังก์ชั่น บนปุ่ม 4 ทิศทางได้ถูกย้ายไปอยู่บนจอ LCD แบบทัชสกรีน ให้รายละเอียดดีมาก คมกริบแม้จะเป็นเลนส์คิท กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 18-55mm. f/2.8-4R LM OIS ; 1/100Sec f/9, Mode : M, WB : 4300K, Film simulation : Velvia, ISO200

38

| NOVEMBER 2017


โดยจอ LCD แบบทัชสกรีนของ X-E3 สามารถควบคุม การทำางานของกล้องได้มากกว่าเดิม นอกจากจะใช้ใน การเลือกจุดโฟกัส ย้ายจุดโฟกัสด้วย Touch AF และ Touch Area และ Touch shot แล้ว ยังออกแบบให้สามารถ เรียกเมนูหลักๆ ที่เคยอยู่บนปุ่ม 4 ทิศทางมาใช้ได้อย่าง รวดเร็ว โดยการใช้นิ้วปัดบนหน้าจอ LCD และแทนการ ปัดนิ้วไปทิศทางต่างๆ ด้วย T-Fn1,T-Fn2,T-Fn3 และ T-Fn4 โดยค่าที่ตั้งมาจากโรงงาน การปัดขึ้น(T-Fn1) จะเป็นการ เข้าระบบเลือกพื้นที่โฟกัส ซึ่งมีให้เลือกใช้ 4 แบบ คือ จุด เดียว, โซน , พื้นที่กว้าง/แทรคกิ้ง และเพิ่มระบบใหม่เข้า มาคือ ใช้ทุกจุด(ALL) การปัดนิ้วไปทางซ้าย (T-Fn2) เป็น การเลือกฟังก์ชั่นจำาลองฟิล์ม ปัดนิ้วไปทางขวา (T-Fn3) เป็นการปรับไวท์บาลานซ์ และการปัดนิ้วลง(T-Fn4) เป็น การปรับความไวแสง ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าที่ตั้งมาจากโรงงาน นัน้ เหมือนกับตำาแหน่งของปุ่ม 4 ทิศทาง ที่ใช้ใน X-T20 เพียงแต่เปลี่ยนมาใช้การปัดนิว้ บนจอทัชสกรีนแทน ซึ่ง ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนฟังก์ชั่นต่างๆ มาไว้แทนฟังก์ชั่นที่เซ็ท มาจากโรงงานได้ ไม่เพียงเท่านั้น X-E3 ยังออกแบบให้สามารถใช้ ทัชสกรีนกับ Q Menu ได้ โดยเมื่อกดปุ่ม Q จะสามารถแตะ หน้าจอไปยังระบบที่ต้องการ กล้องจะแสดงค่าต่างๆ ใน ระบบนั้น สามารถลากนิ้วเพื่อเปลี่ยนค่าได้ทันทีโดยไม่ต้อง กดจอยสติ๊กเพื่อยืนยันด้วย เพียงแค่แตะปุ่มลัน่ ชัตเตอร์ ลงไปครึ่งหนึ่งกล้องจะกลับมาแสดงภาพตามปกติ และค่า

กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 10-24mm. f/4R OIS ; 1/15 Sec f/11, Mode : M, WB : Daylight, Film simulation : Velvia, ISO200 ภาพ : พีร วงษ์ปัญญา

กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 10-24mm. f/4R OIS ; 1/25 Sec f/11, Mode : M, WB : Daylight, Film simulation : Velvia, ISO800 ภาพ : พีร วงษ์ปัญญา

| NOVEMBER 2017 39


PHOTOGRAPHIC REVIEW

ใช้งานแบบสแนปได้คล่องตัวเพราะโฟกัสเร็ว แม่นยำา ให้สีอิ่มตัวสดใส กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 10-24mm. f/4R OIS ; 1/125Sec f/5.6, Mode : M, WB : Auto, Film simulation : Velvia, ISO400

ที่ผู้ใช้เลือกจะถูกใช้งานทันที จึงรวดเร็วมาก แต่ X-E3 ยังไม่สามารถ Touch Menu ได้นะครับ เพราะเห็นว่าการ ใช้จอยสติ๊กควบคุมเลือกเมนูน่าจะคล่องตัวเพียงพอแล้ว และที่เป็นการออกแบบให้ใช้งานได้คล่องตัว ก็คือ เมื่อ ใช้ช่องมองภาพ EVF ผู้ใช้สามารถย้ายจุดโฟกัสได้ 2 รูปแบบ คือ สามารถใช้จอยสติ๊กย้ายจุดโฟกัสได้ทันที หรือจะใช้ Touch pad ย้ายจุดโฟกัสด้วยการลากนิ้วไป ยังตำาแหน่งที่ต้องการได้เลยโดยไม่ต้องละสายตาเมื่อ มองภาพจากจอ EVF โดยสามารถเลือกพื้นที่โฟกัสได้ 3 แบบ คือ ซ้าย, ขวา และทั้งหมด ทำาให้การใช้งานมีความ คล่องตัวสูง ด้านบนตัวกล้องออกแบบให้ใช้งานได้สะดวก โดย วางแป้นชดเชยแสงไว้มุมขวา ใช้สวิทซ์ปรับเลือกโหมด ถ่ายภาพแบบ Advance กับ Auto ด้วยก้านโยกที่ปรับ ได้รวดเร็ว การตัดปุ่มสี่ทิศทางออกทำาให้ X-E3 จับถือ ได้ถนัด โดยส่วนของนิ้วโป้งจะจับส่วนหลังของกล้อง ได้เต็มนิ้วโดยไม่ไปโดนปุ่มใดๆ บนตัวกล้อง การควบคุม กล้องจึงสะดวก ช่องมองภาพของ X-E3 เห็นภาพ 100% ขนาดภาพใหญ่ อัตราขยายช่องมอง 0.62X ความละเอียด 2.36 ล้านจุด มี Time Lag ในการแสดงภาพตำ่ามากเพียง 0.005 วินาที และมี Blackout time น้อย การติดตาม ภาพเมื่อถ่ายภาพเคลื่อนไหวจึงทำาได้ดี คุณภาพอันเยี่ยมยอด X-E3 ใช้เซ็นเซอร์ภาพ X-Tran การถ่ายภาพมุมตำ่าก็ ไม่ ได้ลำาบากแต่อย่างใด เพราะยังมองภาพในมุมเฉียงๆ จากด้านบนได้อยู่ และใช้ทัชสกรีนในการเลือกจุดโฟกัสได้ CMOS III ความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซล ขนาด APS-C ภาพนี้ถ่ายโดยวางกล้องติดพื้น ใช้ Touch Area เลือกจุดโฟกัสที่หน้าแมว กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 10-24mm. ที่ใช้ใน X-Pro2, X-T2 และ X-T20 ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า คุณภาพเยี่ยม ทั้งรายละเอียด การจัดการกับสัญญาณ f/4R OIS ; 1/250Sec f/4, Mode : M, WB : Auto, Film simulation : Velvia, ISO640 40 | NOVEMBER 2017


รบกวนและการถ่ายทอดสีที่เป็นธรรมชาติ และทำางาน ได้รวดเร็ว โดยใช้ชิปประมวลผล X-Processor Pro ที่มี พลังในในการประมวลผลสูงมาก รองรับการประมวลผล ข้อมูลจำานวนมากของการบันทึกวิดีโอระดับ 4K ได้และ รับรองประสิทธิภาพของระบบโฟกัสและการแสดงภาพ ทีม่ ี Blackout time น้อยมากได้ดีกว่าเดิม ทำาให้ X-E3 เป็นกล้องที่ให้คุณภาพไฟล์เยี่ยมยอดในระดับที่มืออาชีพ ต้องการ และยังคงให้คุณภาพสูงแม้ใช้ความไวแสงสูง จึงขยายขอบเขตของการบันทึกภาพได้กว้างกับการใช้ งานทุกรูปแบบ โดยสามารถตั้งความไวแสงสูงสุดได้ถึง ISO 51200

ระบบออโตโฟกัสชั้นยอด แม้จะไม่ใช่กล้องระดับ

โปรแต่ X-E3 ก็ให้ความสำาคัญกับระบบออโตโฟกัสอย่าง มาก โดยใช้เซ็นเซอร์โฟกัสแบบเฟสดีเทคชั่นบนเซ็นเซอร์ ถึง 325 จุด ครอบคลุมพื้นที่โฟกัสกว้าง ทำาให้การติดตาม โฟกัสทำาได้ต่อเนื่องแม่นยำาแม้ซับเจกต์ไม่ได้อยู่กลาง ภาพและสามารถเลือกพื้นที่โฟกัสได้ 4 รูปแบบ ในโหมด Single point และ Zone สามารถปรับความกว้างของ พื้นที่โฟกัสได้หลายขนาด ทำาให้ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน ในสถานการณ์ต่างๆ ดีมาก X-E3 ออกแบบให้สามารถถ่ายภาพแอคชั่นได้อย่างมี ประสิทธิภาพ มีโหมด AF-C Custom settings ที่สามารถ เลือกรูปแบบการเคลื่อนไหวได้ 5 แบบ เช่นเดียวกับ X-T20 แต่ที่แตกต่างคือ X-E3 ออกแบบอัลกอริธึมของระบบ โฟกัสติดตามวัตถุใหม่ ให้มีความเร็วในการทำางานสูง กว่าเดิมเท่าตัว สามารถโฟกัสติดตามวัตถุที่มีขนาดเล็ก ได้ดีขึ้น และใช้งานได้คล่องตัวเมื่อใช้ร่วมกับ Touch Pad ในการย้ายพื้นที่โฟกัสขณะกำาลังมองภาพในจอ EVF

เร็วพอสำาหรับภาพกีฬาและภาพแอคชั่นทุก รูปแบบ X-E3 ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งาน

หลากรูปแบบ แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะออกแนวเรโทร แต่ความเร็วในการทำางานดีเพียงพอที่จะนำาไปใช้ในการ ถ่ายภาพกีฬา ภาพแอคชั่นต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความเร็วในการโฟกัส 0.06 วินาที มีความเร็วในการ เปิดเครื่องจนพร้อมถ่ายที่ 0.4 วินาที มี TimeLag ของ ชัตเตอร์ 0.05 วินาที มีระยะห่างของการบันทึกแต่ละเฟรม ที่ 0.25 วินาที มีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 8 ภาพ /วินาที(ชัตเตอร์แมคคานิค) และ 14ภาพ/วินาที(ชัตเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์) บันทึกต่อเนื่องได้ 62 ภาพ (ไฟล์JPEG)

การเชื่อมต่อที่พัฒนาใหม่

X-E3 ออกแบบการ เชื่อมต่อเพื่อให้การถ่ายโอนภาพทำาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมาพร้อมฟังก์ชั่นบลูทูธที่ประหยัดพลังงานและช่วยให้ จับคู่กับสมาร์ทโฟนหรือแทปเล็ตได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยัง สามารถใช้ฟังก์ชั่น Remote control ดูภาพ ปรับตั้งค่า สั่งบันทึกภาพและยังสามารถโอนภาพได้แม้ปิดสวิทซ์ กล้องผ่านระบบ Wi-Fi ของตัวกล้องได้อีกด้วย

Film Simulation X-E3 มาพร้อมโหมดจำาลอง

เพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้ภาพที่ถ่ายด้วยแสงแดดจัดจ้าตอนเที่ยงด้วย Advanced Filter แบบ Pop Color กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 10-24mm. f/4R OIS ; 1/640 Sec f/7.1, Mode : M, ISO200

ฟิล์มเต็มรูปแบบ 15 ชนิด รวมทั้ง ARCOS ที่นักถ่ายภาพ ชื่นชอบ ด้วยการถ่ายทอดการไล่โทนขาวดำาที่โดดเด่น (สามารถใส่ฟิลเตอร์ได้ 3 แบบ) โหมดจำาลองฟิล์มจะช่วยให้ช่างภาพเลือกคาแรคเตอร์ของ โทนสีได้อย่างที่ต้องการ เพื่อให้ได้ภาพที่พร้อมสำาหรับการนำาไปใช้งานทันที โดยแทบไม่ต้อง ปรับแต่งเพิ่มเติมใดๆ นอกจากนั้นยังมีฟังก์ชัน Grain Effect เพื่อเพิ่มเกรนลงในภาพให้ดูคล้าย ภาพจากกล้องฟิล์ม โดยปรับได้ 2 ระดับคือ Weak กับ Strong บันทึกวิดีโอคุณภาพสูง X-E3 นอกจากจะถ่ายภาพนิ่งคุณภาพสูงแล้ว ยังมาพร้อมโหมด วิดีโอคุณภาพสูงด้วย โดยให้คุณภาพวิดีโอระดับ 4K ที่มีบิตเรทสูงถึง 100 Mbps ให้ภาพที่

| NOVEMBER 2017 41


PHOTOGRAPHIC REVIEW

เมื่อต้องรีบถ่าย ไม่มีเวลาจัดองค์ประกอบ กล้องรุ่นนี้ยังทำางานได้เร็วสำาหรับการสแนป กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 10-24mm. f/4R OIS ; 1/400 Sec f/8, Mode : A, WB : Auto, Film simulation : Velvia, ISO400

คมชัด รายละเอียดเยี่ยมยอดให้สีสันเจิดจ้าสดใส สามารถใช้ร่วมกับฟังก์ชั่นจำาลองฟิล์มได้ ทำาให้ สามารถเลือกโทนของภาพได้ตามความต้องการ X-E3 มีช่องต่อไมโครโฟนเพื่อใช้กับไมโครโฟนภายนอก ในการบันทึกเสียงคุณภาพสูงและยังมีฟังก์ชั่น HDMI Monitor Output เพื่อการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูง

ฟังก์ชั่นเพียบพร้อม

X-E3 มาพร้อมระบบการ ทำางานเพียบพร้อมในระดับที่นักถ่ายภาพระดับจริงจัง ต้องการ มีระบบถ่ายภาพซ้อน ระบบถ่ายภาพพาโนราม่า ระบบถ่ายคร่อมอัตโนมัติหลายรูปแบบ ทั้งการ คร่อมค่าแสง ถ่ายคร่อมไวท์บาลานซ์ ถ่ายคร่อม ISO ถ่ายคร่อมไดนามิคเรนจ์ ถ่ายคร่อมโหมดจำาลอง ฟิล์ม มี Advanced Filter ให้เลือกใช้ 13 แบบ และ มีฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกมากมาย ออกแบบและผลิตอย่างประณีต X-E3 มีการ ออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกสวยงาม สมส่วนลงตัว โครงสร้างแข็งแรง แน่นหนา งานการผลิตประณีต ุ ภาพ มาก ปุ่มปรับต่างๆ ออกแบบได้ลงตัว ใช้วัสดุคณ สูงและแน่นหนา แข็งแรง ส่งผลให้นอกจากจะสวย มีสไตล์แล้ว X-E3 ยังมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง รองรับ การใช้งานระดับจริงจังได้ ตัวกล้องไม่มีแฟลชในตัว แบบป๊อปอัพ แต่มาพร้อมแฟลชขนาดกะทัดรัดที่มี ไกด์นัมเบอร์ GN8 ออกแบบได้ลงตัวกลมกลืน กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 10-24mm. f/4R OIS ; 1/250 Sec f/10, Mode : M, WB : Auto, Film simulation : Velvia, ISO400

42

| NOVEMBER 2017

ผลการใช้งาน ผมได้รับกล้องรุ่นนี้มาพร้อม

เลนส์ 3 ตัว คือ XF 10-24mm. f/4R OIS, XF 18-55


mm.f/2.8-4R LM OIS และ XF 50-140mm.f/2.8R LM OIS WR และได้นำาไปใช้กับเลนส์ XF90mm.f/2R LM WR ด้วย เพื่อดูคุณภาพในทุกๆ ด้าน ภาพส่วนใหญ่บันทึกด้วย ไฟล์ RAW + JPEG ความเปลี่ยนแปลงจากกล้องตระกูล X-E ก็คือการหันมาใช้ทัชสกรีนเต็มรูปแบบ ไม่พึ่งพาปุ่มสี่ ทิศทางอีกต่อไป ดังนั้นในการใช้งานผู้ใช้จะต้องปรับตัวใหม่ พอควร โดยเฉพาะผู้ที่คุ้นชินกับปุ่ม 4 ทิศทาง สำาหรับผมยอม รับเลยครับว่าใช้เวลาเกือบสองวันถึงจะคุ้นกับการคอนโทรล ในแบบปัดนิ้วบนหน้าจอ LCD ช่วงแรกๆ นิ้วมักจะเผลอ โดนบ่อยๆ บางทีก็สับสนกับการ Touch AF ย้ายจุดโฟกัสบ้าง ขณะใช้งาน แต่เมื่อคุ้นมือ คุ้นนิ้ว ก็จะพบว่าการใช้นิ้วปัดบน หน้าจอก็ทำาให้เข้าระบบทีต่ ้องการได้เร็วและคล่องตัวและ ข้อดีคือ แม้จะใช้จอ EVFอยู่ก็สามารถปัดนิ้วขึ้น–ลง ซ้าย–ขวา ได้ ทำาให้การเข้าระบบสำาคัญๆ ทำาได้สะดวก คล่องตัวกว่า การดูภาพจากหน้าจอ LCD ด้วยซำ้า จอยสติ๊กของ X-E3 ก็ต้องทำาความคุ้นเคยกับมันสักระยะ จึงจะควบคุมได้คล่องตัว แต่เมื่อคุ้นมือก็จะพบว่า การใช้ จอยสติ๊กในการควบคุมนั้นสะดวกดีครับ ไม่ใช่แค่ย้ายจุด โฟกัสแต่ใช้ในการเข้าเมนู ยืนยันการปรับค่าต่างๆ หรือใช้ ในการเลื่อนภาพ สั่งลบภาพได้อย่างรวดเร็ว Touch Pad เป็นฟังก์ชั่นใหม่ที่ใช้ประโยชน์ได้มากใน การย้ายจุดโฟกัส มันช่วยให้เราสามารถลากนิ้วย้ายจุด โฟกัสได้รวดเร็วกว่าการใช้จอยสติ๊กประมาณเท่าตัว (เมื่อ ใช้จนคล่อง) ในการใช้งานจริงผมใช้ทั้งจอยสติ๊กและ Touch Pad หากเป็นการย้ายจุดโฟกัสนิดหน่อยจะใช้จอยสติ๊ก แต่ถ้าย้ายห่างก็จะใช้วิธีลากนิ้วบนหน้าจอไปเลย ซึ่งเร็ว กว่า การใช้ทัชสกรีนกับปุ่ม Q ก็ทำาให้การใช้งานคล่องตัว ขึ้น เพราะเมื่อกดปุ่ม Q การแตะหน้าจอที่ฟังก์ชั่นใดๆ ค่าการ ปรับตั้งในฟังก์ชั่นนั้นจะแสดงเป็นแถบ สามารถลากนิ้วไป ยังค่าที่ต้องการได้เลย หรือจะใช้จอยสติ๊กในการเลือกก็ได้ เมื่อได้ค่าที่ต้องการก็ไม่จำาเป็นต้องกดปุ่ม SET แต่อย่างใด แตะปุ่มลั่นชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่งเมื่อแสดงภาพ Live View ได้เลย ช่องมองภาพของ X-E3 มีคุณภาพดีให้ภาพคมชัด แสดง สีได้สดใสเที่ยงตรง สีของจอ EVF ใกล้เคียงกับจอ LCD แต่ ความสว่างน้อยกว่า (ภาพใกล้เคียงกับไฟล์จริงมากกว่าหน้า จอ LCD) สีของช่องมองเที่ยงตรงกว่า X-Pro2 ที่ผมใช้อยู่ ทำาให้การดูค่าแสง สีสันทำาได้แม่นยำา ส่วนจอ LCD ด้านหลังตัวกล้องนั้น การแสดงสีก็ทำาได้ดี มาก ภาพคมชัด จัดองค์ประกอบภาพได้ไม่ยาก ในการใช้ งานกลางแสงจัดจ้า แต่จอพับไม่ได้ทำาให้การถ่ายภาพมุม สูงหรือมุมตำ่าอาจไม่สะดวกเหมือน X-T20 ภาพออโตโฟกัสมีประสิทธิภาพ ดี ในการถ่ายภาพทั่วๆ ไปด้วย โหมด AF-S ความเร็วและความ แม่นยำาของระบบโฟกัสไม่ต้อง ห่วงเลยครับ ทำาได้น่าพอใจมาก โดยเฉพาะกับเลนส์ซูมและ เลนส์ FIX รุ่นใหม่ๆ การโฟกัส ทำาได้เร็วและแม่นยำามาก ส่วน ระบบโฟกัสต่อเนื่อง AF-C นั้น ประสิทธิภาพก็นับว่าดีมาก อาจจะเป็นรอง X-T2 เล็กน้อย แต่ดีเพียงพอสำาหรับการถ่าย ภาพกีฬาและภาพแอคชั่น แทบทุกรูปแบบ การตอบสนองของระบบ

กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 50-140mm. f/2.8R LM OIS WR ; 1/125 Sec f/7.1, Mode : M, Film simulation : Astia, ISO200

| NOVEMBER 2017 43


PHOTOGRAPHIC REVIEW

(ภาพบน) ภาพนี้บันทึกในแสงที่สีอมมาเจนต้า ปรับแก้ไวท์บาลานซ์ยากก็เลยใช้ Film Simulation เป็น Acros แทน กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 18-55mm. f/2.8-4R LM OIS ; 1/250 Sec f/4, Mode : M, Film simulation : Acros, ISO3200 (ภาพขวาบน) กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 80mm. f/2.8R LM OIS WR Macro ; 1/125 Sec f/3.2, Mode : M, Film simulation : Provia, ISO500 (ภาพขวาล่าง) กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 10-24mm. f/4R OIS ; 1/100 Sec f/10, Mode : M, WB : Auto, Film simulation : Velvia, ISO200

แทรคกิ้งอยู่ในระดับดี เมื่อเคลื่อนกล้องให้พื้นที่โฟกัสเล็งไปยังซับเจกต์ใกล้บ้างไกลบ้างพบว่า การตอบสนองของระบบโฟกัสในการแทรคเข้าหาซับเจกต์ใหม่เร็วพอควร และล๊อกที่ซับเจกต์ได้ แม่นยำาดี ในการลองให้ซับเจกต์เคลื่อนเข้าหากล้องพบว่าการแทรคที่ซับเจกต์ทำาได้ดี การ โฟกัสยังติดตามได้ค่อนข้างแม่นยำาและรวดเร็ว เมื่อลองถ่ายภาพในสถานการณ์จริงกับภาพเคลื่อนไหว ผมจะปรับเลือกพื้นที่โฟกัส แบบโซน เลือกพื้นที่แบบ 3x3 หรือบางครั้งก็ใช้ที่ 5x5 ตั้งโหมดโฟกัสที่ AF-C ใช้ CUSTOM SEITING แบบที่ 1 และ 2 เป็นหลัก แล้วแต่สถานการณ์ จากการลองพบว่าการโฟกัสติดตาม วัตถุทำาได้เร็วและแม่นยำาน่าพอใจ แต่อาจไม่เห็นความแตกต่างจากX-T20 เท่าใดนัก ภาพที่ได้ มีความคมชัดอยู่ในโฟกัสราวๆ 85-90% เมื่อกดรัวเป็นชุด 20-30 ภาพต่อเนื่อง ซึ่งผมพอใจแล้ว ครับ กับเลนส์ XF 50-140mm. f/2.8R LM OIS WR การโฟกัสทำาได้เร็วจากประสิทธิภาพของ มอเตอร์แบบลิเนียร์คู่ เสียดายที่ไม่ได้ลองกับเลนส์ XF 100-400mm f/4.5-5.6R LM OIS WR 44 | NOVEMBER 2017


กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 10-24mm. f/4R OIS ; 1/60 Sec f/10, Mode : M, WB : Auto, Advanced Filter : Pop color, ISO200

ความเร็วการถ่ายภาพต่อเนื่อง 8 ภาพ/วินาที พร้อมระบบ โฟกัสต่อเนื่อง นับว่าเพียงพอต่อการถ่ายภาพแอคชั่นส่วนใหญ่ แต่ถ้าต้องการความเร็วสูงเพื่อเก็บจังหวะของการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว มาก ก็สามารถใช้ชัตเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยจะได้ความเร็ว ในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงถึง 14 ภาพ/วินาที คุณภาพไฟล์จาก X-E3 ยังโดดเด่นเช่นเดียวกับ X-T2,X-Pro 2 และ X-T20 มันให้ภาพที่ใสกระจ่าง สีสันสดใส ไฟล์ JPEG ให้สีที่ อิ่มตัว แต่ไม่จัดจ้านเกินไป ให้สีผิวดี และการไล่เฉดสีดี อย่างที่ คุณเคยเห็นจากกล้องฟูจิฟิล์มนั่นแหละครับ มันยังคงถ่ายทอด คาแรคเตอร์ของโทนสีในแบบเดียวกัน ซึ่งโดยส่วนตัว ผมชอบสีของ ไฟล์ JPEG จากกล้องฟูจิฟิล์มอยู่แล้ว กับ X-E3 ภาพที่ได้จึงน่าประทับใจ เช่นเดิมในเรื่องการถ่ายทอดสี คอนทราสต์ และการไล่โทน รายละเอียดที่ได้จาก X-E3 ยังคงเยี่ยมยอดครับ แม้กับไฟล์ JPEG ภาพยังมีความคมชัดสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อบันทึกด้วยเลนส์ ชั้นยอดอย่าง XF90mm f/2 R LM OIS WR ภาพคมกริบ เห็นรายละเอียด เล็กๆ ของวัตถุได้ชัดเจน เมื่อใช้ที่ความไวแสง ISO 100-800 รายละเอียด ดีมาก คมแบบมีเนื้อ มีมิติ ที่ ISO 1600 ภาพยังมีคุณภาพดีอยู่ครับ มีสัญญาณรบกวนปรากฏบ้าง รายละเอียดลดลงบ้าง แต่ความคมชัด ก็ยังดีเพียงพอสำาหรับการใช้งานระดับอาชีพ รองรับการขยายเป็นภาพ ขนาด 20x30 นิ้ว หรือ 30x40 นิ้วได้สบายๆ ที่ ISO 3200 รายละเอียด จะลดลงอีกเล็กน้อย แต่ภาพยังมีรายละเอียดดีน่าพอใจ และเชื่อว่าดีพอ สำาหรับการใช้งานของมืออาชีพ ผมยอมรับคุณภาพของกล้องรุ่นนี้จนถึง ISO 6400 เลยครับ เป็นความไวแสงที่ให้ภาพที่นำาไปใช้งานได้ ต้องยอมรับครับว่าเซ็นเซอร์รับภาพ X-Tran CMOS III 24.3 ล้าน พิกเซลรุ่นนี้กับหน่วยประมวลผลภาพ X-Processor Pro ให้ภาพที่มี คุณภาพสูงน่าประทับใจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ กล้องในระดับราคาใกล้เคียงกัน จะเห็นความโดดเด่นของภาพที่ได้จาก X -E3 อย่างชัดจน

การโฟกัสต่อเนื่องทำาได้ดี กล้อง Fujifilm X-E3 เลนส์ Fujinon XF 18-55mm. f/2.8-4R LM OIS ; 1/1000 Sec f/4, Mode : M, Film simulation : Provia, ISO4000

ในส่วนของวิดีโอนั้น X-E3 ให้ไฟล์ที่มีคุณภาพดี เช่นเดียวกับที่ได้จาก X-T2 ไฟล์ 4 K มี รายละเอียดสูงมาก สีสันเจิดจ้า ภาพใสดีมาก และมีมิติดี แม้กระทั้งไฟล์ FULL HD ภาพก็ยังมี รายละเอียดดีเยี่ยม สามารถใช้ทำางานระดับอาชีพได้ ความสะดวกในการใช้งานภาควิดีโอก็นับว่า ดีมาก แม้จะยังมีฟีเจอร์วิดีโอไม่มากนัก แต่เท่านี้ก็น่าพอใจแล้วครับ

ความเห็น

หลายคนอาจเกิดความลังเลใจว่า ระหว่าง X-E3 กับ X-T20 จะเลือกตัวไหนดี สำาหรับผมขอให้ความเห็น ดังนีค้ รับ หากคุณชอบกล้องสไตล์เรโทร และไม่ซีเรียสเรื่องการพับจอ X-E3 คือกล้องที่น่าใช้ มากรุ่นหนึ่ง สิ่งที่โดดเด่นคือ ระบบทัชสกรีนที่ใช้งานสนุก สะดวกและช่วยให้ทำางานได้คล่องตัวขึ้น มันมีระบบออโตโฟกัสที่ดี คุณภาพไฟล์น่าประทับใจ และเป็นกล้องที่มีสเน่ห์ Fujifilm X-E3 คือตัวเลือกที่โดดเด่นอย่างมากในช่วงนี้ แนะนำาเลยครับ ขอบคุณ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำ�กัด สำ�หรับคว�มอนุเคร�ะห์กล้องและเลนส์ที่ใช้ในก�รทดสอบ ข้อมูลเพิ่มเติม : www.fujifilm.co.th คลิ๊กดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย

| NOVEMBER 2017 45


PHOTOGRAPHIC REVIEW

เรื่อง : พีร วงษ์ปัญญา ภาพ : กองบรรณาธิการ

Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR

เลนส์เทเลโฟโต้ซูมรุ่นใหม่สำ�หรับกล้องนิคอน ที่ ใช้เซ็นเซอร์แบบฟูลเฟรม แต่สามารถใช้งานกับกล้องที่ ใช้เซ็นเซอร์ APS-C ได้ด้วย

เช่นเดียวกัน ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ช่วงเทเลโฟโต้ระยะกลาง ที่ ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการถ่ายภาพบุคคล หรือถ่ายภาพดอกไม้ที่ ต้องการความโดดเด่นด้วยระยะชัดตื้น รวมทั้งใช้ถ่ายภาพในระยะไกลอย่างภาพสัตว์ป่าในธรรมชาติ และถ่ายภาพซับเจคต์ที่ ไม่สามารถเดินเข้า ไปถ่ายในระยะใกล้ได้ ตัวเลนส์มาพร้อมระบบป้องกันการสั่นไหว VR (Vibration Reduction) ซึ่งมีความจำาเป็นสำาหรับเลนส์เทเลโฟโต้ เพราะ ทำาให้สามารถถือกล้องถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์ตำ่ากว่าปกติได้อย่างสะดวกนั่นเอง

ประสิทธิภาพและการออกแบบ เลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR เป็นเลนส์เทเลโฟโต้ ซูมอเนกประสงค์ที่ออกแบบสำ�หรับกล้องฟูลเฟรม หรือ ฟอร์แมท FX ของนิคอนนั่นเอง แต่ก็ยังส�ม�รถใช้ง�นกับกล้องที่ใช้ฟอร์แมท DX หรือกล้องตัวคูณได้ โดยจะได้ท�งย�วโฟกัสเทียบเท่� ระยะ 105450 มม. ซึ่งก็เหม�ะสำ�หรับก�รถ่�ยภ�พในระยะไกลๆ อย่�งภ�พ สัตว์ป่�ที่ไม่ส�ม�รถเข้�ไปถ่�ยใกล้ๆ ได้ หรือภ�พนักกีฬ�กล�งสน�ม เป็นต้น กระบอกเลนส์ออกแบบเรียวย�วและดูสมส่วน ด้�นหน้�เป็น เกลียวฟิลเตอร์ขน�ด 67 มม. และเขี้ยวล็อกสำ�หรับฮูดกันแสง ถัดม� เป็นวงแหวนปรับซูมที่มีขน�ดใหญ่ หุ้มด้วยย�งเซ�ะร่องให้จับได้ถนัดมือ พร้อมตัวเลขบอกระยะซูมจ�ก 70, 100, 135, 200 และ 300 มม. ถัดม�

จุดเด่นของ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR เลนส์เทเลโฟโต้ซูมขนาดกะทัดรัด มีระบบป้องกันการสั่นไหว VR ในตัว ระบบปรับรูรับแสงอิเลกทรอนิกส์ ใช้ระบโฟกัสแบบ Internal Focus ได้รับการซีลตามรอยต่อ ป้องกันฝุ่นและละอองนํ้า ใช้งานได้ทั้งกล้องฟูลเฟรม และกล้องตัวคูณ ตัวเลนส์มีขนาดกะทัดรัด พกพาได้สะดวก 46

| NOVEMBER 2017

ด้�นในเล็กน้อยเป็นวงแหวนปรับโฟกัส ข้�งๆ กระบอกเลนส์เป็นสวิทช์ปรับก�รทำ�ง�น อ�ทิ สวิทช์ระบบ A/M, M/A และ M ถัดลงไปเป็นสวิทช์เลือกเปิด-ปิดระบบ VR โดยเลือกได้ที่ตำ�แหน่ง OFF, Normal และ Sport ท้�ยเลนส์เป็นเม้�ท์โลหะ ให้คว�มแข็งแรงต่อก�รใช้ง�น พร้อมขั้วไฟเชื่อมต่อก�รทำ�ง�นกับตัวกล้อง รอบๆ เม้�ท์ มีย�งรองป้องกันฝุ่นและละอองนำ้�เข้�ไปทำ�อันตร�ยกับชิ้นส่วนที่อยู่ข้�งใน เมื่อติดเลนส์ เข้�กับตัวกล้อง โครงสร้�งของตัวเลนส์ประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 18 ชิ้น จัดเป็น 14 กลุ่ม มีชิ้นเลนส์พิเศษ อย่�ง ชิ้นเลนส์ ED หรือ Extra Low Dispersion 1 ชิ้น ช่วยให้ได้ภ�พที่คมชัดทั่วทั้งเฟรมภ�พ และลดก�รบิดเบี้ยวต่�งๆ รวมทั้งให้คอนทร�สต์ของภ�พที่ดีเยี่ยม ชิ้นเลนส์ได้รับก�รเคลือบผิวแบบ Super Integrated Coating ช่วยลดแสงฟุ้งและอ�ก�รแฟลร์ที่อ�จจะเกิดขึ้นได้ นอกจ�กนี้ ต�มรอยต่อต่�งๆ ยังได้รับก�รซีลป้องกัน ฝุ่นและละอองนำ้� ช่วยให้ใช้ง�นในสภ�พอ�ก�ศที่เลวร้�ยอย่�งในวันฝนพรำ�ๆ ได้อย่�งไร้กังวลอีกด้วย Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR มีระบบป้องกันก�รสั่นไหว VR หรือ Vibration Reduction ในตัว ช่วยให้ถ่�ยภ�พในสภ�พแสงน้อยๆ โดยก�รถือกล้องถ่�ยภ�พด้วยมือได้อย่�งคมชัด ถึงแม้ว่�จะ ซูมเลนส์ระยะไกลๆ หรือต้องถ่�ยภ�พด้วยคว�มเร็วชัตเตอร์ตำ่�กว่�ปกติ ซึ่งสะดวกต่อก�รใช้ง�นม�กขึ้น เพร�ะไม่จำ�เป็นต้องใช้ข�ตั้งกล้องทุกๆ ครั้ง หรือไม่จำ�เป็นที่จะต้องใช้แฟลชที่อ�จจะรบกวนแสงต�ม ธรรมช�ติที่ต้องก�รบันทึกในขณะนั้นอีกด้วย Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR ตอบสนองก�รโฟกัสได้อย่�งรวดเร็วและแม่นยำ�ดี ทีเดียว จ�กมอเตอร์โฟกัสแบบ Pulse Stepping Motor AF รวมทั้งยังมีก�รปรับโฟกัสที่เงียบเชียบอีกด้วย ซึ่งเหม�ะสำ�หรับก�รบันทึกวิดีโอด้วยเช่นกัน เพร�ะไม่มีเสียงมอเตอร์โฟกัสรบกวนขณะที่ทำ�ก�รบันทึก นั่นเอง นอกจ�กนี้ ระบบโฟกัสเป็นแบบ Internal Focus ซึ่งเป็นก�รเคลื่อนที่ของชิ้นเลนส์ในกระบอกเลนส์ ทำ�ให้ขน�ดของตัวเลนส์ไม่มีก�รเปลี่ยนแปลง ไม่ว่�จะปรับโฟกัสที่ระยะใด รวมทั้งหน้�เลนส์ไม่หมุนต�ม เมื่อปรับโฟกัส ช่วยให้ใช้ง�นฟิลเตอร์ผลพิเศษต่�งๆ อ�ทิ ฟิลเตอร์ C-PL หรือฟิลเตอร์ Graduate ND ได้อย่�งสะดวก โดยไม่ต้องคอยปรับหมุนเอฟเฟคต์ของฟิลเตอร์ใหม่ทุกครั้งหลังก�รโฟกัส แต่สำ�หรับ ก�รปรับซูมเลนส์นั้น กระบอกเลนส์ส่วนหน้�จะยื่นย�วออกไปพอสมควร


ภาพ : สุริโย ตาไธสง ทางยาวโฟกัสสูงๆ ช่วยให้ถ่ายภาพแนว Wide Life ได้เป็นอย่างดี กล้อง Nikon D810 เลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR โหมด M ชัตเตอร์ 1/800 วินาที f/5.6, ISO400, WB: Auto (ซูมเลนส์ 300 มม.)

สวิทช์ปรับเลือกระบบโฟกัส และระบบป้องกันการสั่นไหวอยู่ ด้านข้างตัวเลนส์

การใช้งาน

เม้าท์เลนส์แบบโลหะ พร้อมขั้วเชื่อมไฟฟ้า กับตัวกล้อง และขอบยางป้องกันฝุ่นและ ละอองน้ำา เมื่อติดเลนส์กับตัวกล้อง

เปรียบเทียบตัวเลนส์ ที่ช่วงซูม 300 มม. และ 70 มม.

ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับเลนส์ของนิคอนอยู่บ่อยครั้ง จากงานอบรมสัมมนาทางด้านการถ่ายภาพ ซึ่งทุกๆ ครั้ง มักจะมีอุปกรณ์เดโม ทั้งกล้องทั้งเลนส์และอุปกรณ์เสริม อย่างแฟลชต่างๆ ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นข้อดีที่ทำาให้ลูกค้าได้สัมผ้สกับของจริง ได้ลองเล่นแบบจริงๆ จัง ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วง สั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง แต่นั่นก็ทำาให้ลูกค้ามีโอกาสได้สัมผัสกับกล้อง หรือเลนส์ที่ตนชื่นชอบ และเป็น ส่วนช่วยในการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี สำาหรับเลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR ผมได้ลองจับลองนำาไปถ่ายภาพ เล่นบ้างในช่วงงานสัมมนาที่ลูกค้าไม่ได้หยิบยืมไป ก่อนจะยืมมาทดลองใช้งานจริงๆ จังๆ ในครั้งนี้ โดยตัวเลนส์มาพร้อมกับบอดี้กล้อง Nikon D810 ซึ่งเป็นกล้องระดับโปร มีความละเอียดสูง ซึ่ง ก็จะเป็นตัวชี้วัดว่าตัวเลนส์สามารถถ่ายทอดรายละเอียดได้มากน้อยแค่ไหน และตอบสนองการ ใช้งานได้ดีแค่ไหนด้วย จุดเด่นที่แตกต่างจากเลนส์รุ่นเดิมคือ เป็นเลนส์ที่มีรหัสต่อท้ายชื่อด้วยตัว E ซึ่งเป็นเลนส์ ที่เปลี่ยนมาใช้ไดอะแฟรม หรือกลีบรูรับแสงแบบปรับไฟฟ้า ต่างจากเลนส์ G ที่เป็นแบบกลไก ซึ่งจะให้การปรับรูรับแสงที่แม่นยำามากขึ้น ตอบสนองต่อการถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์สูงๆ หรือการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงได้เป็นอย่างดี สำาหรับตัวเลนส์นั้น มีขนาดที่ค่อนข้างกะทัดรัด เมื่อเทียบกับช่วงซูมที่ซูมได้ถึงระยะ 300 มม. ตัวกระบอกเลนส์ออกแบบได้ เรียบง่าย แต่ก็มีส่วนโค้งเว้าให้จับถือได้ถนัดมือดีครับ | NOVEMBER 2017 47


PHOTOGRAPHIC REVIEW

ถือกล้องถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำากว่าปกติ 2 สตอป แต่ก็ยังคงได้ภาพที่คมชัดจากการ เปิดใช้ระบบ VR กล้อง Nikon D810 เลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR โหมด M ชัตเตอร์ 1/50 วินาที f/8, ISO200, WB: Auto (ซูมเลนส์ 170 มม.)

กล้อง Nikon D810 เลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR โหมด M ชัตเตอร์ 1/30 วินาที f/5.6, ISO3200, WB: Auto (ซูมเลนส์ 155 มม.)

วงแหวนปรับซูมออกแบบให้มีขนาดใหญ่ จับได้ถนัดมือดีมาก และผมชอบการออกแบบ ที่วางตำาแหน่งของวงแหวนปรับโฟกัสไว้ด้านใน ส่วนตัวแล้วผมว่าใช้งานง่ายดีครับ เพราะผมเองถนัดที่จะใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง สำาหรับปรับซูมเลนส์ ซึ่งวงแหวน จะมีความหนืดมากกว่าวงแหวนปรับซูมอยู่แล้ว จึงต้องใช้แรงเยอะมากกว่า ส่วนถ้าหาก ต้องการปรับโฟกัส ผมก็สามารถใช้นิ้วนางหมุนวงแหวนโฟกัสได้เลย เนื่องจากมีความ หนืดน้อยกว่านั่นเองครับ หรือย้ายนิ้วโป้งมาช่วยปรับก็ได้ ซึ่งวิธีนี้ แล้วแต่ความถนัด ของแต่ละคนนะครับ เพียงแค่เล่าสู่กันฟังว่าผมชอบการวางตำาแหน่งวงแหวนซูม และ วงแหวนโฟกัสแบบนี้มากกว่าที่จะให้วงแหวนโฟกัสอยู่ด้านหน้าเลนส์ครับ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR เป็นเลนส์เทเลโฟโต้ซูมเอนกประสงค์ ตัวหนึ่งที่ตอบสนองการใช้งานได้ค่อนข้างกว้าง เนื่องจากครอบคลุมระยะเลนส์ตั้งแต่ เทเลโฟโต้ต้นๆ นั่นคือ 70 มม. ที่เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคลด้วย ไปจนถึงระยะซูปเปอร์ 48

| NOVEMBER 2017

เทเล ต้นๆ นั่นคือ 300 มม.สำาหรับการถ่ายภาพในระยะไกล ซึ่งด้วยขนาดและนำ้าหนัก ก็ถือว่าไม่ได้เป็นภาระต่อการพกพาไปใช้งานเท่าไหร่นัก ซึ่งถ้าหากผมต้องการระยะ เพิ่มมากขึ้นหน่อย ผมก็สามารถเลือกใช้งานกับบอดี้กล้องตัวคูณ หรือเลือกฟังก์ชั่น ครอปเซ็นเซอร์ ก็จะทำาให้ได้ทางยาวโฟกัสเทียบเท่าระยะ 450 มม. ล่ะครับ การปรับซูมเลนส์จากช่วง 70 มม. ไปที่ระยะ 300 มม. ชุดเลนส์ด้านหน้าจะยืด ยาวออกไปพอสมควร ยิ่งเมื่อติดฮูดด้วยจะรู้สึกว่าตัวเลนส์มีความยาวมากขึ้นพอสมควร ทีเดียว สำาหรับคุณภาพและความคมชัดนั้น ถือว่าทำาได้ดีเยี่ยมทีเดียว ตั้งแต่ระยะ 70 มม. ไปจนถึง ระยะ 300 มม. ภาพทีความคมชัดดีตั้งแต่กลางไปจนถึงขอบภาพ ถึงแม้ว่า จะใช้รูรับแสงกว้างสุด ส่วนที่รูรับแสงแคบสุดจะออกอาการฟุ้งๆ ตามขอบภาพอยู่บ้าง เล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผมจะใช้ตั้งแต่รูรับแสงกว้างสุด ไปจนถึงประมาณ f/11 ซึ่ง ก็ให้ความคมชัดที่ดีเยี่ยมครับ จุดเด่นอย่างหนึ่งของเลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR นั่นคือ มีระบบป้องกันการสั่นไหวในตัว VR ซึ่งผมเอง ได้ประโยชน์จากระบบนี้เป็นอย่างมาก เพราะหลายๆ ครั้งต้องซูมเลนส์ที่ระยะไกลที่สุด 300 มม. และบางครั้ง หรือหลายๆ ครั้ง สภาพแสง ก็ไม่ได้เอื้ออำานวยอยู่ตลอด และก็ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ตำ่าเกินกว่าปกติ เมื่อยึดตามเกณฑ์ ความเร็วชัตเตอร์ = 1/ ทางยาวโฟกัส นั่นคือ เมื่อซูมเลนส์ที่ระยะ 300 มม. ความเร็วชัตเตอร์จะต้องเท่ากับ 1/300 วินาที จึงจะได้ภาพที่คมชัด ดังนั้น ระบบ VR จะช่วยให้ถ่ายภาพที่ความเร็วชัตเตอร์ตำ่ากว่า 1/300 วินาทีได้ โดยระบบ VR ของเลนส์ตัวนี้ ช่วยชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้สูงสุด 4 สตอป แต่ปกติผมจะใช้อยู่ ประมาณไม่เกิน 3 สตอป เพื่อความชัวร์ครับ ระบบ VR ของเลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR มีให้เลือก ใช้งานได้ 2 โหมดคือ Normal และ Sport ครับ สำาหรับการถ่ายภาพปกติ ผมจะเลือก เป็น Normal ซึ่งระบบจะคำานวณการสั่นทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ส่วนโหมด Sport เหมาะสำาหรับ การถ่ายภาพที่ตัวกล้องหรือผู้ถ่ายภาพมีการเคลื่อนที่ อย่างเช่น ถ่ายภาพ จากบนรถที่กำาลังวิ่งอยู่ เป็นต้นครับ ระบบจะชดเชยการสั่นไหวในแนวตั้งให้อัตโนมัติครับ


ภาพ : สุริโย ตาไธสง สีสัน คอนทราสต์ และการถ่ายทอดรายละเอียดดีเยี่ยมทีเดียว กล้อง Nikon D810 เลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR โหมด M ชัตเตอร์ 1/1000 วินาที f/10, ISO400, WB: Auto (ซูมเลนส์ 240 มม.)

ภาพ : สุริโย ตาไธสง เลนส์ช่วงเทเลโฟโต้ สามารถถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ได้ดีเช่นกัน กล้อง Nikon D810 เลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR โหมด M ชัตเตอร์ 1/100 วินาที f/11, ISO500, WB: Auto (ซูมเลนส์ 270 มม.)

อีกจุดเด่นหนึ่งที่ผมชอบคือระยะโฟกัสใกล้สุดเพียงแค่ 1.2 เมตร ซึ่งค่อนข้างใกล้มากทีเดียว โดยเฉพาะที่ช่วงซูมยาวสุด 300 มม. ทำาให้ สามารถถ่ายภาพแบบ Close up ได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ สามารถ ถ่ายภาพแบบเน้นซับเจคต์ให้โดดเด่น แล้วมีฉากหลังเบลอๆ ได้ง่ายๆ เลยล่ะครับ

สรุปผลการใช้งาน

ภาพ : สุริโย ตาไธสง ระยะโฟกัสใกล้สุดมี่ ใกล้ถึง 1.2 เมตร ช่วยดึงซับเจคต์ ให้โดดเด่นออกจากฉากหลังได้ง่ายๆ กล้อง Nikon D810 เลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR โหมด M ชัตเตอร์ 1/1000 วินาที f/5.6, ISO400, WB: Auto (ซูมเลนส์ 300 มม.)

ผมค่อนข้างถูกใจเลนส์ตัวนี้ เพราะมีการใช้งานที่เอนกประสงค์ดีทีเดียว จับมาต่อช่วงกับเลนส์คิทได้อย่างพอเหมาะ มีขนาดและ นำ้าหนักที่ไม่ มากจนเกินไปนัก ถ้าต้องการระยะที่ยาวมากขึ้น ก็เลือกใช้งานกับกล้อง ตัวคูณ หรือจะใช้ฟังก์ชั่นครอปเซ็นเซอร์ในตัวกล้องก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะได้ ทางยาวโฟกัสเพิ่มเป็น 450 มม. เพียงพอกับการถ่ายภาพกีฬาในระยะ ไกลๆ หรือภาพสัตว์ป่าในธรรมชาติได้เป็นอย่างดีทีเดียว ระบบป้องกัน การสั่นไหวในตัวเลนส์ก็ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น สำาหรับบางครั้งที่ อาจจะไม่สะดวกกับการกางขาตั้งกล้อง หรือการใช้แฟลช ซึ่งสำาหรับผู้ กำาลังมองหาช่วงทางยาวโฟกัสในระยะเทเลโฟโต้ เพื่อเติมเต็มการใช้งาน ให้ครอบคลุมการถ่ายภาพในทุกระยะ จากช่วงเลนส์คิท หรือเลนส์มาตรฐาน เดิมที่มีอยู่แล้ว เลนส์ Nikon AF-P 70-300mm F4.5-5.6E ED VR ถือ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณ บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำ�กัดด สำ�หรับคว�มอนุเคร�ะห์กล้องและเลนส์ที่ใช้ในก�รทดสอบ ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.nikon.co.th/ คลิ๊กดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ | NOVEMBER 2017 49


PHOTOGRAPHIC REVIEW

เรื่อง / ภาพ : พีร วงษ์ปัญญา

SONY

FE 16-35mm

F2.8 G Master เลนส์ซูมมุมกว้างเกรดโปรรุ่นล่าสุดจากโซนี่

ออกแบบสำ�หรับกล้อง Mirrorless ตระกูล A7 และ A9 ที่ ใช้เม้�ท์เลนส์แบบ FE-mount รวมทั้ง ใช้กับกล้อง APS-C แบบ E-mount ได้ โดยท�งย�ว โฟกัสจะเทียบเท่�ระยะ 24-52.5 มม. (ของระบบ ฟิล์ม 35มม.) ตัวเลนส์ได้รับก�รออกแบบพิเศษ รองรับกล้องถ่�ยภ�พคว�มละเอียดสูงอย่�ง A7R รวมทั้งกล้องที่จะออกม�ใหม่ ในช่วงหลังๆ ด้วย โดยเลนส์ G Master เป็นเลนส์ที่รองรับก�รใช้ง�น ในระดับมืออ�ชีพ ที่ต้องก�รไฟล์ภ�พคุณภ�พสูง ให้คว�มคมชัดสูงสุด และถ่�ยทอดสีสัน รวมทั้ง ประสิทธิภาพ และการออกแบบ คอนทร�สต์ที่ดูเป็นธรรมช�ติ นอกจ�กนี้ยังโดดเด่น FE 16-35mm F2.8 G Master ออกแบบได้สวยงามทีเดียว หน้าเลนส์มีขนาดใหญ่ ใช้งาน ที่มีขน�ดรูรับแสง F2.8 ตลอดทั้งช่วงซูม และใช้ Sony กับฟิลเตอร์ขนาด 82 มม. ถัดมาเป็นเขี้ยวล็อกสำาหรับฮูดรูปกลีบดอกไม้ บนฮูดมีปุ่มปลดล็อกเมื่อ ไดอะแฟรม หรือกลีบรูรับแสงม�กถึง 11 กลีบ ดังนั้น ไม่ใช้งานด้วย ถัดมาเป็นวงแหวนโฟกัส และบนกระบอกเลนส์มีปุ่ม Hold สำาหรับหยุดหรือล็อกโฟกัส ใช้ระบบโฟกัสแบบต่อเนื่อง เพื่อจัดองค์ประกอบใหม่ตามที่ต้องการ พร้อมตัวอักษร G สีแดง จึงให้โบเก้ที่กลมสวย อย่�งเป็นธรรมช�ติอีกด้วย เมืถัด่อมาเป็ นวงแหวนปรับซูม มีขนาดค่อนข้างใหญ่ หุ้มด้วยยางเซาะร่องให้จับได้ถนัดมือดี ส่วนด้าน จุดเด่นของ Sony FE 16-35mm F2.8 G Master เลนส์ FE-mount สำ�หรับกล้องฟูลเฟรม เป็นเลนส์เกรดโปร G Master ออกแบบให้ใช้ง�นได้ทั้งกล้องฟูลเฟรม และกล้อง APS-C รูรับแสงกว้�งสุด F2.8 ทุกช่วงซูม ไดอะแฟรม 11 กลีบ มีระบบป้องกันก�รสั่นไหว OSS มอเตอร์โฟกัส SSW ตัวบอดี้ออกแบบป้องกันนำ้�และฝุ่นละออง 50

| NOVEMBER 2017

ข้างเป็นสวิทช์ปรับเลือกระบบโฟกัส AF/MF ท้ายสุดเป็นเม้าท์เลนส์ พร้อมขั้วไฟฟ้าสำาหรับเชื่อมต่อ การทำางานกับตัวกล้อง โครงสร้างตัวเลนส์ประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 16 ชิ้น จัดเป็น 13 กลุ่ม โดยมีชิ้นเลนส์พิเศษ อย่าง ชิ้นเลนส์ Aspherical 3 ชิ้น, ชิ้นเลนส์ XA (Extreme Aspherical) 2 ชิ้น และชิ้นเลนส์ ED (Extra Low Dispersion) 2 ชิ้น ซึ่งชิ้นเลนส์พิเศษต่างๆ เหล่านี้ ช่วยให้ได้ภาพคุณภาพสูง และถ่ายทอดรายละเอียด ต่างๆ ได้ครบถ้วน มีความคมชัดทั่วทั้งเฟรมภาพ และตลอดทั้งช่วงซูม ถึงแม้ว่าจะถ่ายภาพที่ขนาด รูรับแสงกว้างสุดก็ตาม รวมทั้งยังให้คอนทราสต์ของภาพดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังเคลือบผิวเลนส์ด้วย เทคโนโลยี NANO AR และ Fluorine Coating ช่วยลดการกระจายของแสงในกระบอกเลนส์ ลด อาการแสงฟุ้งและแฟลร์ ช่วยให้ได้ภาพที่มีสีสันอิ่มตัวอีกด้วย Sony FE 16-35mm F2.8 G Master ตอบสนองการโฟกัสได้เร็วและเงียบเชียบ จากมอเตอร์ โฟกัส Direct Drive Super Sonic Wave (DDSSW) ตัวเลนส์ไม่มีหน้าต่างแสดงระยะโฟกัส เมื่อ เลือกระบบโฟกัสแบบ AF วงแหวนโฟกัสด้านหน้าจะหมุนฟรี ส่วนระบบโฟกัสแบบ MF กล้องจะ


มุมมองกว้างๆ ทำาให้เก็บบรรยากาศพื้นรอบๆ ได้เป็นอย่างดีทีเดียว Sony A7R II เลนส์ Sony FE 16-35mm F2.8 G Master โหมด M ชัตเตอร์ 1/15 วินาที f/11, ISO200, WB:Daylight ซูมเลนส์ 16 มม.

เม้าท์เลนส์เป็นโลหะ ให้ความแข็งแรงในการใช้งาน พร้อมขั้ว เชื่อมต่อไฟฟ้าสำาหรับควบคุมการทำางานผ่านตัวกล้อง

ด้านหน้าเลนส์ระบุทางยาวโฟกัสของเลนส์ ระยะโฟกัสใกล้สุด และขนาดฟิลเตอร์ที่ ใช้

ซูมเลนส์ที่ระยะ 16 มม. เลนส์ชุดหน้าจะยื่นออกไปอีกเล็กน้อย แต่ด้านหน้าเลนส์ ไม่หมุนตามทั้งเมื่อปรับซูมเลนส์และปรับโฟกัส

แสดง Peaking (้มท่ืเปิดใช้งาน) และเมื่อหมุนวงแหวนโฟกัส กล้องจะปรับซูมขยายภาพขึ้นมา 5 เท่า เพื่อให้ปรับโฟกัสเองง่ายขึ้นด้วย ส่วนเมื่อต้องการปรับโฟกัสเองในระบบออโต้โฟกัสด้วย จะต้อง เลือกรูปแบบโฟกัสเป็น DMF เสียก่อน และกล้องจะแสดงแถบสี Peaking ไว้ ตลอดเวลา Sony FE 16-35mm F2.8 G Master ใช้ระบบโฟกัสแบบ Inner focus ซึ่งเป็นการขยับเคลื่อนที่ ของชิ้นเลนส์อยู่ภายในกระบอกเลนส์ ทำาให้ด้านหน้าเลนส์ไม่หมุนตามการโฟกัส ซึ่งก็สะดวกกับการ ใช้งานฟิลเตอร์พิเศษอย่างโพลาไรซ์ ที่จะต้องหมุนด้านหน้าเพื่อปรับเอฟเฟคต์ ตามมุมภาพที่ต้องการ ได้อย่างสะดวกนั่นเอง นอกจากนี้ ตามรอยต่อต่างๆ ของเลนส์ได้รับการซีลป้องกันฝุ่นและละอองนำ้า เมื่อต้องใช้งานในสภาพอากาศที่เลวร้าย ช่วยให้รองรับการใช้งานหนักๆ แบบมืออาชีพได้เป็นอย่างดี อีกด้วย ด้านข้างตัวเลนส์มีปุ่ม Hold Focus และสวิทช์เลือกระบบโฟกัส AF/MF

| NOVEMBER 2017 51


PHOTOGRAPHIC REVIEW

Sony A7R II เลนส์ Sony FE 16-35mm F2.8 G Master โหมด M ชัตเตอร์ 1/60 วินาที f/8, ISO200, WB:Daylight

การใช้งาน ผมได้รับเลนส์ Sony FE 16-35mm F2.8 G Master มาพร้อมๆ กับบอดี้กล้อง Sony A7R II ซึ่งเป็นกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบฟูลเฟรม ความละเอียดสูง ผมมีโอกาสใช้งาน อยู่ร่วมๆ สองสัปดาห์ ถ่ายภาพไปค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน ตัวเลนส์มีนํ้าหนักค่อนข้าง มาก เนื่องจากเป็นเลนส์ที่มีขนาดรูรับแสงกว้างถึง F2.8 ของฟอร์แมทฟูลเฟรม รวมทั้ง มีโครงสร้างที่แข็งแรงด้วยนั่นเอง แต่ก็ให้การจับถือที่ถนัดมากขึ้น และกระชับมือดี ด้วยครับ การปรับซูมจากระยะ 16 มม. ไปที่ระยะ 35 มม. เป็นการปรับหมุนเพียงสั้นๆ ไม่ถึง 1/4 ของรอบวง ทําให้ปรับซูมได้อย่างรวดเร็วและเลนส์ชุดหน้าจะยื่นยาวออกมา

Sony A7R II เลนส์ Sony FE 16-35mm F2.8 G Master โหมด M ชัตเตอร์ 1/320 วินาที f/4, ISO400, WB:Daylight ซูมเลนส์ 16 มม.

52

| NOVEMBER 2017

อีกประมาณ 1.5 เซ็นติเมตร แต่ระยะโฟกัสใกล้สุดยังคงเดิมที่ 28 เซ็นติเมตร ไม่ว่าจะ ซูมที่ระยะ 16 หรือ 35 มม. ก็ตาม ทําให้สร้างสรรค์ภาพพิเศษ หรือมุมภาพแปลกๆ ได้ อย่างง่ายดายตามเพอร์สเปคทีฟของเลนส์อีกด้วย ปกติผมเองก็ชอบถ่ายภาพแนว Landscape และชอบช่วงเลนส์ประมาณนี้ อยู่แล้ว โดยมุมมองของเลนส์ที่ 16 มม. กว้างประมาณ 108 องศา ทําให้เก็บบรรยากาศ ได้แทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในพื้นที่ Outdoor ปกติ หรือเมื่อต้องถ่ายภาพ อยู่ในพื้นที่คับแคบก็ตาม รวมทั้งช่วง 35 มม. ยังเป็นช่วงที่สามารถใช้ถ่ายภาพบุคคล ได้ด้วยเช่นกัน ตัวเลนส์มีการตอบสนองการโฟกัสรวดเร็วฉับไวตามสไตล์เลนส์เกรดโปร ถึงจะไม่ใช้แบบแตะปุ๊บเข้าโฟกัสปั๊บ แต่ก็ไม่ได้ช้าจนถึงขนาดไม่ทันใจแต่อย่างใดครับ ยกเว้นในสภาพแสงน้อยๆ ก็อาจจะช้ากว่าในสภาพแสงปกติอยู่บ้างเป็นธรรมดาครับ คุณภาพของไฟล์ภาพที่ได้จากเลนส์ตัวนี้ ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวครับ สามารถ ถ่ายทอดรายละเอียดของพื้นผิว หรือรายละเอียดของซับเจคต์ทั้งในโทนมืดและโทน สว่างได้ดีเยี่ยม ทั้งในช่วงซูมกว้างสุด, ช่วงซูมเลนส์ระยะกลางๆ และเมื่อซูมไกลที่สุด หรือช่วง 35 มม. สําหรับความคมชัดนั้นดีเยี่ยมตั้งแต่เอฟแรกๆ ทั้งที่ขอบภาพและ กลางภาพ ซึ่งเลนส์เกรดธรรมดานั้น ตามขอบๆ หรือมุมภาพมักจะมีอาการฟุ้งให้เห็น ไม่คมชัดมากนัก ส่วนเลนส์เกรดโปร หรือเลนส์คุณภาพสูงจะมีความคมชัดตามขอบภาพ ที่ดีกว่า ความคมชัดที่อยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมนั้น จะเป็น ช่วงตั้งแต่ f/5.6 ไปจนถึง f/16 ครับ ส่วนที่ f/22 ความคมชัดลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งสําหรับผมแล้ว สามารถใช้งานได้อย่างไม่เป็นปัญหา ถ้าหากว่ามีความจําเป็นที่จะต้องใช้รูรับแสงถึง f/22 จริงๆ ครับ การจัดการกับอาการ CA หรือ Chromatic Aberration ทําได้ดีเยี่ยมทีเดียวครับ มีให้เห็นบ้างเล็กน้อยเมื่อใช้รูรับแสงกว้างๆ แต่ก็หายไปเมื่อหรี่รูรับแสงลงมาประมาณ F5.6 นอกจากนี้อาการฟุ้งของแสง และอาการแฟลร์ก็ไม่มีให้เห็นเช่นเดียวกันครับ ซึ่งมีภาพที่ผมถ่ายแบบย้อนแสงที่ดวงอาทิตย์ส่องเข้ามาตรงๆ แต่ก็ไม่มีอาการแฟลร์ มารบกวนภาพแต่อย่างใดครับ ส่วนอาการ Distortion มีให้เห็นได้บ้างที่ระยะ 16 มม. แต่พอซูมเลนส์ออกมาเล็กน้อยประมาณช่วง 18 มม. อาการก็หายไปครับ และอาการ


ปุ่ม Hold Focus ที่ตัวเลนส์ สามารถปรับตั้งเป็นปุ่มคีย์ลัดได้หลาย รูปแบบ นอกเหนือจากการเป็นปุ่ม Hold Focus ตามปกติ

Vignette ที่ 16 มม. f/2.8 เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนตามมุมภาพ ทั้ง 4 มุม และหายไปเมื่อซูมเลนส์มาที่ระยะ 24 มม. หรือหรี่ รูรับแสงลงมาประมาณ f/5.6 ครับ จุดเด่นอย่างหนึ่งที่ผมชอบในตัวเลนส์คือมีปุ่ม Hold Focus สำาหรับหยุด หรือล็อกโฟกัส เมื่อถ่ายภาพด้วยระบบ โฟกัสแบบต่อเนื่อง หรือ AF-C แล้วต้องการถ่ายภาพซับเจคต์ บางอย่างที่อยู่นิ่งๆ รวมทั้งเมื่อปรับโฟกัสแล้วต้องการจัด องค์ประกอบภาพใหม่ด้วย ซึ่งตัวซับเจคต์หลักอาจจะหลุดไป จากจุดโฟกัสในเฟรมภาพ สามารถกดปุ่มเพื่อไม่ให้กล้องโฟกัส โดยไม่จำาเป็นที่จะต้องปรับระบบโฟกัสไป-มาบ่อยๆ นั่นเอง นอกจากนี้ ถ้าหากว่าไม่ได้ใช้งานเพื่อเป็นปุ่ม Hold Focus ก็ สามารถตั้งค่าให้เป็นปุ่มคีย์ลัด สำาหรับปรับการทำางานอื่นๆ อาทิ ปุ่มเลือกใช้งาน Peaking, ปุ่มเลือกระบบโฟกัส, ปุ่มปรับ ชดเชยแสง หรือไม่ปรับใช้งานเลยก็ได้ การปรับตั้งก็เข้าไปที่ เมนู Custom Key Setting แล้วเลือกเมนู ย่อย Focus Hold Cutton ครับ

สรุปผลการใช้งาน ยอมรับตรงๆ ว่าถูกใจเลนส์ Sony FE 16-35mm F2.8 G Master ตัวนี้อยู่มากทีเดียวครับ ผมเองถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ หรือถ่าย ภาพแนว Landscape อยู่บ่อยๆ ช่วงเลนส์ระยะนี้ถือว่าตอบ สนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งจริงๆ ก็ไม่เจาะจงว่าจะเป็น Landscape เพียงอย่างเดียว แต่สามารถนำามาถ่ายภาพบุคคล รวมทั้งบุคคลกับวิวทิวทัศน์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย จุดที่โดดเด่น กว่าเลนส์ของโซนี่ระยะเดียวกันที่ออกมาก่อนหน้า หรือเลนส์ Zeiss 16-35mm F4 คือมีขนาดรูรับแสงกว้างกว่า 1 สตอป แต่ Zeiss ก็มีจุดเด่นที่ระบบป้องกันการสั่นไหวในตัว และขนาด ที่เล็กกว่า การเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานล่ะครับ สำาหรับผมแล้ว ระบบป้องกันการสั่นไหวในเลนส์ จะเหมาะ สำาหรับกล้อง Mirrorless ของโซนี่ในช่วงแรกๆ ที่ไม่มีระบบ

การจัดการแสงแฟลร์ทำาได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงแม้จะเป็นการถ่ายภาพย้อนแสงตรงๆ ก็ตาม Sony A7R II เลนส์ Sony FE 16-35mm F2.8 G Master โหมด M ชัตเตอร์ 1/800 วินาที f/16, ISO200, WB:Daylight ซูมเลนส์ 16 มม.

นี้ในตัวกล้องมากกว่า ดังนั้น เมื่อมีอยู่ในตัวกล้องแล้ว ที่ตัวเลนส์ก็ไม่จำาเป็นล่ะครับ ถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยี ที่สามารถประสานการทำางานกันได้ก็ตาม เพราะถ้าเป็นงานที่ซีเรียสมากๆ ผมก็ตั้งกล้องบนขาตั้งอยู่แล้วล่ะครับ ดังนั้น ผมจึงเลือกใช้งาน Sony FE 16-35mm F2.8 G Master โดยไม่ลังเลครับ เพราะความคมชัด สีสัน และคอนทราสต์สำาหรับผมผ่านฉลุยอยู่แล้วล่ะครับ ของแบบนี้ก็แล้วแต่ความพอใจล่ะครับ ยังไง ไปลอง เล่นลองจับของจริง ลองไฟล์ดูก่อนครับ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ส่วนผม Highly Recommended สำาหรับ เลนส์ Sony FE 16-35mm F2.8 G Master ตัวนี้ครับ ขอบคุณ บริษัท โซนี่ไทย จำ�กัด สำ�หรับคว�มอนุเคร�ะห์กล้องและเลนส์ที่ใช้ในก�รทดสอบ ข้อมูลเพิ่มเติม : www.sony.co.th

คลิ๊กดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ | NOVEMBER 2017 53


HOW TO

เรื่อง / ภาพ : JOHN STOCKER

การถ่ายวิดีโอขาย

กับ Johnstocker

สวัสดีครับ ผู้อ่านทุกท่าน พบกันอีกเช่นเคย ในหลายฉบับที่ผ่านมา ผมว่าด้วยเรื่องการถ่ายภาพ ขายออนไลน์มามากพอสมควร ในฉบับนี้ เรามาเรียนรู้เรื่องการถ่ายวีดีโอขายออนไลน์กันหน่อยดีกว่าครับ

การถ่ายวีดีโอขายออนไลน์ หรือเรียกเป็น ทางการว่า Footage stock ก็เหมือนๆ กับการถ่าย ภาพขายออนไลน์ แค่เปลี่ยนจากภาพนิ่งเป็นวิดีโอ นะครับ ราคาคลิปแต่ละคลิปก็จะเยอะหน่อย ครับ ผมเคยได้ต่อคลิปตํ่าสุดคือ 10$ ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับ ความละเอียดของวีดีโอนะครับ

คลิปอะไรขายได้ ? 54

| NOVEMBER 2017


ส่วนมากถ้าเราไม่มีพื้นฐาน หรือ มี ความรู้ด้านการถ่ายทำาภาพยนตร์ หรือการ ทำาหนังทำาละคร ก็คงเป็นคลิปวีดีโอรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นการจำาลองการทำางาน การกินการ นอนฯลฯ ซึ่งผู้เขียนคิดว่า คงไม่ยากเกินไป สำาหรับผู้อ่านมากนัก

คลิปวีดีโอนี้ เป็นคลิปที่ผมถ่ายถนนตอนฝนตก แล้วรถก็แล่นไปแล่นมา มีความยาว 18 วินาที ขายได้ 55.95$ ลองคูณกับค่าเงินปัจจุบันดูสิครับว่าคลิปเราได้เท่าไหร่ เริ่มจะสนใจแล้วละสิ งั้นเรามาดูเงื่อนไขกันเลย ว่าเราจะเป็นผู้ขาย footage ได้อย่างไร หากคุณเป็นผู้ขายภาพออนไลน์อยู่แล้วก็ส่งขายได้เลย ถ้ายังไม่ได้ขาย ผมแนะนำาให้ สมัคร และลงขายได้เลยครับ ผมแนะนำา 5 เว็บไซต์ที่จะเริ่มต้นขาย footage ดังนี้คัรบ

เราจะเริ่มต้นยังไง? ในการเร่ิมต้นคือเราตั้งกล้องใส่ขาตั้งกล้องนิ่ง ๆ แล้ว ถ่ายภาพเคลื่อนไหวธรรมดา 5 - 30 วินาที นะครับ ถ่ายง่าย ๆ ก่อนก็ได้ เอาเรื่องราวทั่วไป ไม่ยากครับ ลองฝึกดูครับ

| NOVEMBER 2017 55


HOW TO

การตั้งค่ากล้อง การตั้งค่ากล้องถ่ายวีดีโอเบื้องต้นนะครับ 1. 2. 3. 4. 5.

การเตรียมไฟล์ของวีดีโอ ผมแนะนำ�ให้ทุกคนเตรียมไฟล์ให้เข้�กับของ Istockphoto เพร�ะว่�เร�เตรียมไฟล์ส่งเว็บนี้ เร�ก็จะส่ง วีดีโอได้ทุกเว็บนะครับ คว�มย�วของคลิปอยู่ที่ 5 - 30 วิน�ที ขน�ดคลิปผมแนะนำ� Full HD ขึ้นไป น�มสกุลคือ .MOV Codec Apple Pro res 422 HQ หรือ Photo-Jpeg ตัดเสียงออก (ในกรณีที่เสียงไม่เข้�กับบรรย�ก�ศ หรือ มีก�รแทรกของเสียงไม่พึงประสงค์) ห�กถ่�ยภ�พบุคคลหรือสถ�นที่ ผลง�นศิลปะต่�งๆ ต้องเซ็นเอกส�รขออนุญ�ติ 56

| NOVEMBER 2017

ปรับให้มีคุณภ�พสูงที่สุด ทั้งขน�ดของวีดีโอ และ Frame rate ตั้งค่�รูรับแสงที่เร�จะใช้ก่อน ปรับสปีดชัตเตอร์ให้เหม�ะสมโดยดูจ�ก live view ISO เพิ่มได้ต�มสถ�นก�รณ์ ถ้�ใช้มือจับถ่�ย ควรมีอุปกรณ์กันสั่น หรือในกล้องควรมีกันสั่น


ทีนี้เรามาดูการตัดต่อ เตรียมไฟล์ เพื่อขายด้วยโปรแกรม Adobe Premiere Pro กันครับ 1. ไปที่เมนู File > New > Project

2. ไปที่ เมนู File > Import หรือกดปุ่ม Command(Ctrl) + I 3. เลือกไฟล์และคลิ๊ก Import

| NOVEMBER 2017 57


HOW TO

4. คลิ๊กลากคลิปจาก Panel Project ไปใส่ ไว้ที่ Timeline

5. ทำาการตัดหัวตัดท้าย โดยนำาเมาส์ ไปชี้ที่ต้นคลิปแล้วลากไปทางขาว ส่วนตัดท้ายก็ทำาเช่นเดียวกัน นำาเมาส์ ไปชี้ที่ท้ายคลิป แล้วก็ดึงกลับมาทางซ้าย

6. ดึงไฟล์ ให้มาชนที่ซ้ายมือสุด คลิ๊กที่กลางคลิปเลยนะคัรบ

58

| NOVEMBER 2017


7. จากนั้นก็ทำาการ Render โดยไปที่ เมนู File > จากนั้นก็ตั้งค่าตามนี้นะครับ อย่างแรกให้เราเลือก Export > Media หรือกด Command(Ctrl) + M Format เป็น Quicktime สำาหรับ Windows ถ้าไม่มี ให้ ไปโหลดโปรแกรม Quicktime มาติดตั้งก่อนนะครับ 1. 2. 3. 4. 5.

คลิ๊กเลือกตำาแหน่งที่เราจะ Export นะครับ ให้ติ๊กช่อง Export Audio ออก (ส่วนมากจะตัดออกนะครับ) เลือก Video codec เป็น Photo - Jpeg ใช้ Quality 100 ครับ เลือกขนาดวีดีโอที่เราถ่ายมา ถ้าไม่ทราบ ให้ติ๊ก Box ด้านหลัง โปรแกรมจะทำาการ คำานวณให้เหมือนที่เราถ่ายมาครับ 6. ใช้ Frame rate ที่เราถ่ายมา ถ้าไม่ทราบ ให้ติ๊ก Box ด้านหลัง โปรแกรมจะตั้งให้ ตรงกับที่เราถ่ายมาครับ จากนั้นก็กด Export ได้เลยนะครับ

การถ่ายคลิปวีดีโอขายออนไลน์ หากเรายังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ก็ลองถ่าย ทุกอย่างดูครับ อย่างเช่น ผีเสื้อ ผึ้ง หรือไปสวนสัตว์ ไปถ่ายเอาหน้า นก หนู ลิง แมว มาแล้วมาลองทำาดูก่อน จากนั้นเราค่อยๆ หาโปรดักชั่น ที่จะถ่ายหรือหา keyword ที่จะทำาอีกทีนะครับ ฉบับหน้ามาดูคลิปง่าย ๆ ที่ผมทำาแล้วขายได้กันนะครับ ขอให้ ทุกท่านประสบความสำาเร็จ ปล. คลิปวีดีโอตัวอย่างแสกน QR Code เพื่อดูตัวอย่างได้เลยนะครับ

| NOVEMBER 2017 59


SMARTPHONE CORNER

เรื่อง / ภาพ : สมศักดิ์ ทัศนเศรษฐ

Moto G5s Plus

สมาร์ทโฟนกล้องคู่ สเปคดี ราคาน่าคบ จบในเครื่องเดียว

Motorola แบรนด์มือถือชื่อดังในอดีต หรือปัจจุบัน

รู้จักกันในชื่อ Moto เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมานานพอๆ กับ เจ้าดังอย่าง Nokia แต่มาห่างหายไปในยุคของสมาร์ทโฟน และ Motorola กลับเข้าสู่วงการสมาร์ทโฟนอีกครั้งในชื่อใหม่ Moto (by Lenovo) รุกตลาดด้วยสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพสูง สเปคกล้องดี และเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีนวัตกรรมใหม่ Moto MOD ออกมาที่สามารถเปลี่ยนมือถือธรรมดาๆ เป็นนู่นนี่นั่นได้หลาย อย่าง ในช่วงที่เทรนด์กล้องคู่กำาลังมาแรง Moto เองก็มีข่าว ลือออกมาให้ได้ยินมานานพอสมควร กับสมาร์ทโฟนกล้องคู่ รุ่นแรกของค่าย ก่อนที่จะเปิดตัว Moto G5s สมาร์ทโฟน รุ่นล่าสุด และ G5s Plus ที่มาพร้อมกล้องหลังแบบกล้องคู่ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ บอกได้เลยใครที่คิดว่าเป็น G5 Plus ที่เปลี่ยน อะไรนิดๆ หน่อยแบบ minor change กำาลังคิดผิด เพราะนี่ คือการอัพเกรดให้กับเครื่องรุ่นที่ลงตัวทั้งสเปคและรูปร่าง มี ความสมบูรณ์ขึ้นไปอีกขั้น บอดี้ของ Moto G5s Plus มาพร้อมหน้าจอ 5.5” ความละเอียด Full HD 1080 x 1920 พิกเซล (401 ppi) กระจก Gorilla glass 3 กันรอยขีดข่วนได้ดี ใช้วัสดุ โลหะทั้งตัวขึ้นรูปแบบ unibody ไร้รอยต่อ ขัดเงา ดูหรูหรา เกินราคาของเครื่องรุ่นนี้ ไปมาก มีเส้นลายพ่นทรายคาดที่ด้านบนและด้านล่างบอดี้ เป็นแนวเส้นของสายอากาศ บอดี้มีขอบโค้งทั้งสี่มุม นํ้าหนักพอเหมาะ และงานประกอบทําได้แน่น เนี้ยบ ไม่มีส่วน ไหนที่จับแล้วยวบ หรือให้ความรู้สึกไม่แข็งแรง ตัวเครื่องมีขนาดบางกว่า G5s อย่าง สังเกตุเห็นได้ หน่วยประมวลผลที่ใช้คือ Qualcomm Snapdragon 625 Octa-Core จะความเร็ว 2.0 GHz , RAM 4GB ROM 32 GB รันด้วยระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ 7.1 Nougat แผงวงจรภายในเคลือบกันน้ําด้วย nano coating ใช้แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว TurboPower charging ชาร์จเพียง 15 นาที ใช้งาน ได้นาน 6 ชั่วโมง ด้านหน้าของตัวบอดี้ ที่ด้านบนของหน้าจอประกอบด้วยกล้องความ ละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.0 พร้อม Beauty mode ปรับได้ 7 ระดับ เซ็นเซอร์วัดแสง ลําโพง และไฟแฟลช led ขยับขึ้นไปด้านบนสุดที่ขอบตัวเครื่องเป็นช่องเสียบหูฟัง ขนาดมาตรฐาน ที่ขอบด้านล่างเป็นตําแหน่งของ ไมโครโฟน ช่องเสียบสาย micro USB ลําโพง วางเรียงกันตามลําดับ และที่ด้านใต้ของหน้าจอเป็นปุ่มโฮม และปุ่มสแกน ลายนิ้วมือ วางไว้ตรงกลาง เป็นปุ่มขนาดใหญ่ ใช้งานด้วยระบบสัมผัส สแกนลาย นิ้วหัวแม่โป้งได้ถนัดแม้จับด้วยมือเดียว ส่วนปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power / เปิด-ปิด หน้าจอ วางไว้ที่ขอบด้านขวาของตัวเครื่อง และช่องใส่ซิมการ์ดจะอยู่ทางขอบซ้าย ของตัวเครื่อง โดย G5s Plus รองรับ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด โดยซิม 2 ต้องเลือกว่า จะใส่ซิม หรือ MicroSD โดยรองรับความจุสูงสุด 128 GB ด้านหลัง เด่นชัดที่สุดคือ module กล้องคู่ ที่ออกแบบเป็นวงกลม วางเลนส์ ไว้คู่กันในแนวนอน พร้อมไฟแฟลช led แบบ two tone ด้วยความที่ตัวเครื่องมีความ บาง กล้องจึงนูนออกมาจากตัวเครื่อง ประกบทับด้วยกระจก Gorilla glass มั่นใจได้ว่า

60

| NOVEMBER 2017


ภาพถ่ายเวลากลางคืน ความเร็วชัตเตอร์ 1/17 วินาที f/2 iso2026 ถือด้วยมือ

ถ่ายด้วยกล้องหลังโหมด auto

ถ่ายในอาคารทดสอบเรื่องการโฟกัส และไวท์บาลานซ์

จะไม่มีรอยขีดข่วนให้เสียคุณภาพของภาพแน่ๆ ด้านบนของกล้องเป็นรูเล็กๆ ของ ไมโครโฟนอีกตัว ถัดลงมาเป็นโลโก้ M ในวงกลมเซาะร่อง เวลาจับตัวเครื่องเพื่อใช้ งานรับสาย-โทรออก เป็นตำาแหน่งวางนิ้วชี้ช่วยให้จับเครื่องได้มั่นคงมากขึ้น Moto G5s Plus ใช้กล้องหลังคู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2.0 ที่มา พร้อมฟังก์ชั่นสุดชิค หน้าชัด-หลังเบลอ โดยใช้กล้องคู่ เซ็นเซอร์ RGB และเซ็นเซอร์ Monochrome แยกกันทำางานคนละหน้าที่เพื่อบันทึกภาพด้วย Depth Sensor ทำาให้ได้ ภาพหน้าชัด หลังเบลอที่ดูเป็นธรรมชาติและยังมีลูกเล่นอีกเพียบ เช่น การเลือกเบลอ ภาพโดยแสดงที่หน้าจอแบบ real time , สามารถเปลี่ยนจุดโฟกัสหลังบันทึกภาพ , เปลี่ยนสีภาพเป็นขาวดำา, เปลี่ยนฉากหลังของภาพได้ และมีดิจิตอลซูม 8 เท่า มาให้ ใช้งานด้วย ผมจะไม่ลงไปในรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง แต่จะขอเน้นที่กล้อง โดยเฉพาะกล้องหลังคู่ และฟังก์ชั่นการทำางานที่เด่นๆมากเป็นพิเศษที่ได้มาจากความ สามารถของกล้องคู่นะครับ โหมด Depth enable หรือโหมด “ความลึกของภาพ” กล้องคู่ของ G5s plus ที่ใช้เซ็นเซอร์ RGB และ Monochrome แยกกันอย่างละชุด จะบันทึกภาพด้วย depth sensor ที่ช่วยในการถ่ายภาพโดยการแบ่งเป็น layer ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฉากหน้า ส่วนกลางภาพ หรือฉากหลัง เรียกได้ว่าวัตถุที่อยู่ในระยะใกล้สุดไปจนถึงระยะไกล สุดทั้งหมดในภาพไม่มีหลุดรอด โดยการโฟกัสและบันทึกภาพแยกเป็น layer นี้จะเป็น คล้ายๆกับการสร้างภาพให้มี Depth of field หรือระยะชัดลึกที่เหมือนกับการถ่ายด้วย กล้อง DSLR/Mirrorless ด้วยเลนส์รูรับแสงกว้าง ซึ่งจุดเด่นในภาพจะถูกเน้นให้มี ความโดดเด่น ฉากหลังหรือส่วนอื่นๆจะถูกเบลอออกไป เมื่อใช้งานโหมด Depth enable จะสามารถปรับระยะชัดของภาพได้ละเอียดถึง 7 ระดับ โดยการเลื่อนแถบค่าความ เบลอที่หน้าจอ โดยภาพจะแสดงให้เห็นการปรับค่าจริงแบบ real time ก่อนการบันทึก ภาพด้วย

และยังไม่ได้หมดแค่การทำาหน้าชัด หลังเบลอเพียงเท่านั้น ภาพถ่ายที่ บันทึกด้วยโหมด depth enable ยังสามารถเอาภาพนั้นมาเลือกเปลี่ยนจุดโฟกัสทีหลัง ได้อีก โดยเข้าไปเปลี่ยนในฟังก์ชั่นแก้ไขภาพ (เป็น App.อัพเดทได้ผ่าน Play Store) “ตัวแก้ไขความลึก” ในโหมด selective focus (เลือกโฟกัส) ทีนี้ก็เลือกจิ้มกันตาม สบายครับ จะให้กล้องโฟกัสตรงไหน ก็เลือกจิ้มที่หน้าจอได้เต็มที่ จนกว่าจะพอใจ แล้วค่อยกดบันทึกภาพ กล้องจะเซฟภาพแยกออกมาเป็นไฟล์ใหม่ โดยคงเก็บรักษา ไฟล์ต้นฉบับไว้ อยากเลือก อยากเปลี่ยนอีกก็สามารถเข้าไปทำาได้ตลอดเวลา โดยภาพ ที่บันทึกด้วยโหมด depth enable นี้เมื่อเปิดโฟลเดอร์แสดงภาพจะสังเกตุได้จาก สัญลักษณ์เป็นรูปสีเหลี่ยมซ้อนกันสองชั้นอยู่ที่มุมขวาบนของภาพ และด้วยความที่กล้องคู่นี้เก็บข้อมูลภาพถ่ายเป็นชั้นๆหรือ layer จึงสามารถ นำาเอาข้อมูลนั้นมาสร้างลูกเล่นอื่นๆได้อีก ในฟังก์ชั่นแก้ไขภาพ นอกจากจะมีโหมด เลือกโฟกัส ยังมีโหมด “เลือกขาวดำา” (หรือเปลี่ยนสีภาพหรือดูดสี) กล้องจะให้เราเลือก พื้นที่ที่จะคงสีสันเดิมและเปลี่ยนสีในพื้นที่ไม่ต้องการให้เป็นสีขาวดำาแทน และสุดท้าย คือโหมด “เปลี่ยนพื้นหลังของภาพ” โดยเลือกคงฉากหน้าไว้แล้วเลือกภาพที่ต้องการ เอามาวางซ้อนกันเป็นฉากหลังอีกที แต่ต้องบอกกันก่อนว่า G5s Plus ณ ปัจจุบันที่ผมกำาลังปิดต้นฉบับนี้ โหมด “เลือกขาวดำา” และ โหมด “ เปลี่ยนพื้นหลังของภาพ” ยังเป็น App. ที่เป็น Beta อยู่นะครับ กว่าจะเป็นตัวสมบูรณ์ออกมาให้อัพเดท น่าจะมีการทำางานที่สมบูรณ์ ทำางานได้เร็วขึ้น และแอบหวังว่าอาจจะมีลูกเล่นอื่นๆเพิ่มเข้ามาได้อีก นอกจากลูกเล่นที่ได้บอกไป ความสามารถของกล้องหลังในการถ่าย ภาพทั่วๆ ไปยังทำาออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แค่ยกเล็งแล้วถ่าย ก็ได้ภาพดีๆ ง่ายๆ ใน โหมดถ่ายภาพปรกติ หากแตะที่ปุ่ม โฮมค้างไว้ กล้องจะบันทึกภาพไปจนกว่าจะปล่อย นิ้วออก นำาภาพไปใช้ประโยชน์ได้เหมือนกับการถ่ายภาพต่อเนื่อง โดยส่วนตัวสิ่งที่ชอบ | NOVEMBER 2017 61


SMARTPHONE CORNER

บันทึกด้วยโหมด Depth Enable และเลือกเปลี่ยนจุดโฟกัสใหม่ ในภาพ

โหมดการทำางานหลักของ G5s Plus

หน้าตาของการปรับโหมดโปร หรือ โหมดมืออาชีพ

คือ โทนสีของภาพที่ได้จากกล้องคู่นี้ออกแนวจัดจ้าน แต่ไม่เกินความเป็นธรรมชาติ เลนส์ ที่นำามาใช้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของภาพได้ยอดเยี่ยม คอนทราสต์สูง และให้มี ความคมชัดสูงมาก โดยเฉพาะกับในสภาพแสงกลางแจ้ง หรือแม้แต่ในที่ร่ม แม้ว่า ในที่แสงน้อยอาจจะจะดูดรอปลงไปบ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยรวมยังถ่ายทอด สีและรายละเอียดออกมาได้ดีครับ นอกจากนั้นยังให้ค่า auto white balance ที่ไว้ใจได้ วัดแสงดี ทั้งสภาพแสงปรกติและในที่ร่ม ระบบโฟกัสทั้งในสภาพแสงปรกติและในที่แสงน้อย อย่างการถ่ายภาพใน อาคาร มีความเร็วและแม่นยำาสูง ดีกว่าสมาร์ทโฟนระดับราคาเดียวกันและราคาแพง กว่าหลายรุ่น หน้าจอตอบสนองฟังก์ชั่นการทัชโฟกัสได้ค่อนข้าดี เมื่อทัชที่จอแล้วจะมี หน่วงให้เห็นบ้างในบางครั้งแต่น้อยมาก โฟกัสได้เป๊ะ ตรงตามจุดที่เลือกจิ้ม ไม่มีพลาด โดยรวมถือว่าทำาได้ดีเยี่ยม และที่จุดโฟกัสจะแสดงเป็นรูปวงกลม เมื่อทัชโฟกัสแล้ว สามารถปรับภาพให้สว่างหรือ มืดได้ทันทีโดยการใช้นิ้วลากที่วงกลมนี้ กล้องจะแสดง ภาพให้เห็นแบบ Real Time ที่หน้าจอก่อนบันทึกภาพ หน้าตาเมนูของทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังของ Moto G5S Plus จะเป็น Interface ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน กล้องหน้ามีโหมด มืออาชีพที่สามารถเลือกปรับ ไวบาลานซ์ ความเร็วชัตเตอร์ ความไวแสง ชดเชยแสง ปรับHDR ได้เหมือนกล้องหลัง โหมดพาโนราม่า และโหมดปรับความเนียนที่มีให้เลือกแบบอัตโนมัติและปรับด้วย ตนเอง ได้ 7 ระดับ ไม่มีเอฟเฟคอื่นๆ เช่น คางแหลม ลบแก้มหรือทำาตาโต การใช้งาน ทั่วๆไปทั้งแบบ indoor และ outdoor ทำาได้ดี กล้องหน้ารองรับวีดีโอความละเอียด Full HD ส่วนกล้องหลังจะมีโหมดถ่ายภาพหลักให้เลือกใช้งาน 4 โหมด คือ Auto, Panorama, Depth (หน้าชัด-หลังเบลอ) และโหมด Pro ส่วนแถบการเลือกด้านบน จะมีให้ปรับตั้งค่า HDR ตั้งค่าการทำางานของไฟแฟลช ตั้งเวลาถ่ายภาพ และโหมด ถ่ายปรกติ/แสงน้อย ในส่วนของโหมดโปรจะตั้งค่าได้มากกว่ากล้องหน้า คือมีการ 62 | NOVEMBER 2017

แก้ไขภาพในเมนูเลือกขาวดำา

แถบการตั้งค่าระยะชัดลึกเมื่อเลือก ถ่ยภาพโหมด Depth Enable

แถบเครื่องมือการตั้งค่าด้านบน ใน เมนุการใช้งานกล้อง

เลือกระยะโฟกัสเพิ่มเข้ามา โหมดพาโนราม่า สามารถถ่ายได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ส่วนการทำางานของโหมดอื่นๆจะใกล้เคียงกัน วีดีโอจะรองรับความละเอียดได้ที่ 4K ส่วนอื่นๆ ที่ชอบ โดยรวมๆ ของ G5s Plus ตั้งแต่ภายนอกบอดี้คือวัสดุที่ใช้ ผลิต ที่เปลี่ยนจากเดิมมาใช้เป็นโลหะ ทำาให้ดูสวย และหรูกว่าเดิมมาก งานการประกอบ ที่เนี้ยบเกินร้อย สเปคเครื่องที่ให้มาแรงมาก เกินพอกับการใช้งานทั่วๆ ไป หน้าจอ ทัชตอบสนองการทำางานได้ดีเยี่ยม อาจจะไม่ถึงขั้นลื่นหัวแตก แต่ก็ใกล้คียง การแสดงผล ภาพทำาได้ดี ภาพคม สีสวย แถมยังปรับโทนหน้าจอได้ว่าจะให้แสดงผลเป็นแบบมาตรฐาน หรือ สีสดใส และมีโหมดลดแสงสีฟ้าในตอนกลางคืนช่วยรักษาดวงตาแถมมาอีก ตลอดเวลาที่ได้เครื่องมาใช้งานยังไม่เจออาการหน่วง ให้เหนื่อยใจ อีกฟังก์ชั่นที่อำานวย ความสะดวกในการใช้งานเครื่องโทรศัพท์ คือ Moto Actions ที่ใช้ท่าทางการเคลื่อนไหว ของมือควบคุมการทำางานของเครื่อง ทั้งเปิดกล้อง เปิดไฟฉาย ย่อขนาดจอ ปิดเสียง เรียกเข้า ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ที่ให้มาอึดมากกว่าที่คิด ระบบการจัดการใช้ พลังงานของ G5s Plus ทำาได้ดีมาก ปรกติสมาร์ทโฟนที่ผมใช้อยู่จะมีขนาดแบตเตอรี ความจุเท่ากัน ถ้าใช้งานทั้งวันเต็มวัน ช่วงบ่ายๆต้องวิ่งหาที่ชาร์จให้อุ่นใจแล้ว แต่ G5s Plus ใช้งานทั้งวัน ทั้งโทรศัพท์และกล้อง มีเพลย์ภาพ แก้ไขภาพ ต่อเน็ท แอบ เล่นเกมนิดหน่อย กลับถึงบ้านช่วงหัวค่ำาแบตยังเหลือที่ประมาณ 30-40% เท่าๆ กัน ทุกวัน และนอกจากอึดแล้วระบบชาร์จเร็วแบบ Turbo Power ยังชาร์จไฟได้เร็วเว่อร์ ตรงนี้ชอบมากครับ จุดที่ไม่ชอบคือ เครื่องร้อนเร็วไปนิด ตรงนี้อาจจะเกิดจากการใช้งานของ ผมเองที่เปิด ปิดกล้องสลับไปมา ถ่ายรูปบ้าง ดูรูปบ้าง เปิด App. ซ้อนๆ กันบ้าง ก็ไม่ใช่ เรื่องที่ซีเรียสอะไรครับ ตัวเครื่องช่วงนี้หายากนิดนึง อยากได้จริงๆ อาจต้องวิ่งหาหลายที่ แต่เรื่องเคส หายากมากถึงยากมากๆ ใครที่เจอเคสรุ่นที่ถูกใจ ซื้อเก็บไว้เผื่อ 2 อันก็ ดีนะครับ ถ้าไม่ได้ใช้..ส่งมาแถวๆนี้ก็ได้ครับ ส่วนอื่นๆเรื่องตัวเครื่องยังไม่เจออะไรที่ ต้องมาบ่นกันจริงๆจังๆครับ


กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ใช้งานสะดวก ได้ภาพดี

ลองเปลี่ยนฉากหลังให้ภาพด้วยการแก้ไขในเมนู เปลี่ยนพื้นหลัง สเปคกล้องไม่ต้องพูดถึงครับ ที่ให้มาเกินราคาค่าตัวไปเยอะ นอกจากกล้องคู่ ที่ใช้งานได้ยอดเยี่ยมแล้ว โหมด Auto ทั้งกล้องหน้ากล้องหลัง ใช้งานง่าย เปิดกล้อง มาใช้ได้ทันที แต่ให้ภาพที่หวังผลได้ โดยรวมของกล้องถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ แต่ ถ้าจะมีเรื่องที่ต้องขอบ่นอยู่บ้าง คงจะเป็นเรื่องการหน่วงของชัตเตอร์ที่พอแตะปุ่มชัตเตอร์ ไปแล้วจะหน่วงอยู่แป๊บนึง กล้องถึงจะถ่ายภาพ ตรงนี้อาจจะทำาให้พลาดโอกาสได้ ภาพดีๆ ไปก็ได้นะครับ อีกเรื่องคือการบันทึกภาพในโหมด ความลึกหรือ Depth Enable แม้การทำา เอฟเฟคเลือกระยะชัดจะแสดงผลออกมาได้ดี แต่ขั้นตอนตั้งแต่แตะปุ่มชัตเตอร์เพื่อ ถ่ายภาพ กล้องจะใช้เวลานานพอสมควรในการไล่เก็บวัตถุในระยะต่างๆ ให้ครบ ครอบคลุมทั้งภาพ ก่อนจะบันทึกข้อมูล ตรงนี้ไม่เหมาะกับการใช้ถ่ายวัตถุที่เคลื่อนไหว หรือ ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่นะครับ ใครที่เคยใช้งานแบบเล็งแล้วถ่ายด่วนๆ มาใช้งาน G5s Plus คงมีขัดใจบ้าง ต้องปรับตัวให้ชินนะครับ Moto G5s Plus เปิดตัวมาที่ราคา 9,990 บาท เท่ากับรุ่นเดิม ในราคานี้ กับสเปคตัวเครื่องขนาดนี้ กล้อง และ App. อื่นๆที่ให้มา ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับ กลางที่มีครบทั้งสเปคที่ครอบคลุมการใช้งาน และมีกล้องถ่ายภาพคู่ (Dual-Camera) ที่มีฟีเจอร์ที่โดดเด่น สามารถถ่ายภาพหน้าชัด-หลังเบลอได้อย่างสวยงาม เป็นธรรมชาติ สำาหรับผู้ที่กำาลังมองหาสมาร์ทโฟนที่ตอบสนองการใช้งานได้ครบ ในราคาที่ไม่แรง เกินไป และอยากได้กล้องสเปคดีๆ ไว้ใช้งาน แนะนำาครับ ถ่ายในอาคารทดสอบเรื่องการโฟกัส และไวท์บาลานซ์ | NOVEMBER 2017 63


Beginner Guide แปล / เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ

Fine Tune

In-Camera JPEG

ด้วยการปรับตั้งคัสตอมค่าต่างๆ ในตัวกล้องกับไฟล์ภาพ แบบ JPEG จะสามารถช่วยให้ได้ภาพคุณภาพสูงสุดที่ออก มาจากตัวกล้องเพื่อการใช้งานได้ทันที เป็นที่ยอมรับและรับรู้กันโดยทั่วไปว่าการถ่ายภาพแบบ RAW จะช่วยรับประกันได้ ถึงคุณภาพสูงสุดของภาพ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงในการปรับภาพภายหลังการ ถ่ายและไม่มีการสูญเสียคุณภาพของภาพไปกับการบีบไฟล์ ขณะที่หากถ่ายภาพแบบ JPEG มักจะมีคำาแนะนำาให้พยายามปรับภาพภายหลังให้น้อยที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการ ลดคุณภาพของภาพ แต่อย่างไรก็ตามการถ่ายภาพ JPEG มีจุดเด่นในหลายด้าน เช่นสามารถถ่ายภาพได้มากขึ้นในความจุการ์ดบันทึกภาพที่มีอยู่เมื่อเทียบกับภาพ RAW มีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงกว่า สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้จำานวน ภาพมากกว่า และปรับภาพภายหลังได้เร็วกว่า ด้วยประโยชน์เหล่านี้จึงทำาให้นักถ่ายภาพ Wedding, สัตว์ป่า และกีฬาส่วนหนึ่งชอบที่จะบันทึกภาพฟอร์แมต JPEG มากกว่า RAW อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านคุณภาพของภาพกับประโยชน์ ต่างๆ จากการถ่ายภาพ JPEG น้อยที่สุดจึงจำาเป็นต้องมีการปรับค่าต่างๆ สำาหรับภาพ JPEG ในกล้องอย่างละเอียดเพื่อให้ภาพมีความพร้อมหรือใกล้เคียงกับการเอาไป ใช้งานได้เท่าที่จะเป็นไปได้ทันทีที่ออกจากกล้อง ซึ่งกล้องถ่ายภาพในระดับ Enthusiast แทบทุกรุ่นจะมีการทำางานในตัวกล้องเพื่อให้เปลี่ยนคอนทราสต์สี และความอิ่มของสี ได้ก่อนถ่ายภาพเพื่อให้เกิดผลที่ต้องการในภาพ แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วยังต้องมี การปรับกาทำางานลดสัญญาณรบกวนในตัวกล้องเพื่อสร้างความสมดุลย์ระหว่าง สัญญาณรบกวนและรายละเอียดในภาพ และจำาเป็นต้องมีการปรับความคมชัดก่อนที่ จะถ่ายภาพด้วย ทั้งหมดนี้สามารถทำาได้ในเมนูของกล้องโดยที่ค่าการปรับตั้งต่างๆ จะปรากฏ ผลในภาพ ดังนั้นจึงต้องมีการตัดสินใจเลือกการปรับตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ เหล่านี้เพื่อ ให้ได้ผลดีที่สุดในภาพ

ลองถ่ายภาพ

เนื่องจากจำาเป็นที่จะต้องการการปรับตั้งที่ดีที่สุดในกล้อง แทนการปรับด้วยซอฟต์แวร์ จึงต้องลองถ่ายภาพเพราะ จะช่วยให้นักถ่ายภาพเห็นภาพที่ออกมาก่อนปรับตั้งค่า และรู้ว่าจะต้องปรับตั้งค่าใดอย่างไรโดยอ้างอิงจากภาพ ที่ลองถ่าย 64

| NOVEMBER 2017

ล็อกค่าบันทึกภาพ

ด้วยความที่ต้องการให้ค่าบันทึกภาพมีความคงที่และ สมบูรณ์ตั้งแต่ในกล้อง จึงควรใช้ Histogram เพื่อหลีก เลี่ยงการเกิดไฮไลต์ที่สว่างมาก และเปลี่ยนมาใช้โหมด บันทึกภาพแมนนวลเพื่อให้ค่าบันทึกภาพไม่เปลี่ยน

เลือก Picture Style

ถึงผู้ผลิตกล้องแต่ละรายจะมีชื่อเรียกและลักษณะของ Picture Style รวมทั้งค่าปรับตั้งใน Picture Style แบบ Preset ของตนเองแตกต่างกัน แต่นักถ่ายภาพก็สามารถเลือก Picture Style ที่มีให้ใช้ในกล้องสำาหรับกำาหนดลักษณะของ ภาพที่ต้องการได้เช่น เลือกแบบ Landscape ใน Canon หรือ Vivid ใน Nikon เพื่อเพิ่มความอิ่มของสีในภาพ


สร้างลักษณะ Picture Style ตามที่ ปรับคัสตอมไวต์บาลานช์ ปรับลดสัญญาณรบกวนและปรับความ ต้องการแก่ภาพ ในกล้องจากแต่ละผู้ผลิตจะสามารถ นักถ่ายภาพสามารถเลือกใช้ไวต์บาลานช์ Preset ที่มี คมชัด ปรับรายะเอียดต่างๆ ใน Picture Style ได้แตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้วจะสามารถปรับคอนทราสต์ ความอิ่ม ของสี และสีแบบคัสตอมได้ตามที่ต้องการจากค่าที่กำาหนด มาให้ในแต่ละ Picture Style ซึ่งเมื่อปรับตั้งแล้วลองถ่าย ภาพดูจะทำาให้รู้ว่าต้องการปรับค่าใดเพิ่มเติม Neutral

มาให้ในกล้องอย่าง Daylight, Shade หรือค่าไวต์บาลานช์ อื่นเพื่อความรวดเร็ว หรืออาจใช้การเลือกอุณหภูมิสีพร้อม กับชิฟต์ไวต์บาลานช์เพื่อกำาหนดโทนสีของภาพโดยที่ สามารถใช้การทำางาน Live View เพื่อดูผลจากการปรับ ได้ ตั้งFaithful

การปรับลดสัญญาณรบกวนและความคมชัดที่มากเกินไป ในภาพ JPEG จะไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นจึงควรเลือก ระดับการปรับเพื่อให้ผลลัพธ์ในภาพตามการนำาไปใช้งาน Monochrome โดยควรปรั บตั้งค่าสำาหรับการนำาไปปรินต์มากกว่าสำาหรับ การใช้ในเวบไซต์ | NOVEMBER 2017 65


UNDERSTANDING แปล / เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ

66

| NOVEMBER 2017


Rule of Composition

ไม่ว่าจะเล่นกีฬาหรือเกมใด ผู้ที่เล่นจะต้องยอมปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ที่ถูกกำาหนดมาสำาหรับกีฬาหรือเกมนั้น เพื่อให้กีฬาหรือเกมนั้นมีความท้าทาย สนุก และควบคุมได้ง่ายขึ้น นอกจากกีฬาหรือเกมแล้วกฏข้อบังคับยังมีอยู่ ในเกือบทุกสิ่ง ซึ่งบางกฏต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเช่นกฏจราจร หรือกฏบางอย่างเพียงต้องการความร่วมมือเล็กน้อยอย่างเช่นการเข้าแถวเพื่อซื้อสิ่งของ และโดยทั่วไปแล้วกฏต่างๆ มักจะเป็นสิ่งที่ทำาให้ดีขึ้น หากไม่ทำาให้แย่ลง ในด้านเกี่ยวกับถ่ายภาพและศิลปะก็เช่นเดียวกันที่นักถ่ายภาพหรือผู้เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะก็จะเป็นที่จะต้องจดจำาและทำาตามกฏ พื้นฐานเพื่อที่จะทำาให้การเรียนรู้สิ่งต่อไปทำาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การทำาตามกฏยังทำาให้ผู้ที่เรียนรู้มีความมั่นใจมากขึ้นในอนาคต ซึ่งกฏที่ผู้เริ่ม ถ่ายภาพควรจะเรียนรู้โดยเป็นสิ่งง่ายๆ และเป็นกฏพื้นฐานที่นักถ่ายภาพสามารถจดจำาและนำาไปใช้ในขณะถ่ายภาพได้ก็คือกฏการจัดองค์ประกอบภาพ เพราะเป็นสิ่งที่จำาเป็นต้องใช้และจัดเป็นหนึ่งในสิ่งสำาคัญสำาหรับการถ่ายภาพ เพราะองค์ประกอบภาพเป็นหนึ่งในบทบาทที่สำาคัญต่อภาพ

กฏองค์ประกอบภาพ สิ่งหนึ่งที่ผู้เริ่มถ่ายภาพมักได้ยินนักถ่ายภาพที่มีประสบการณ์พูดถึงเกี่ยวกับภาพอยู่ เสมอคือองค์ประกอบภาพ จนบางคงอาจสงสับว่าจริงๆ แล้วองค์ประกอบภาพคืออะไร และส่งผลอย่างไรต่อวัตถุในภาพ คำาตอบง่ายๆ ต่อ 2 ข้อสงสัยนี้คือ องค์ประกอบภาพ คือวิธีการจัดการส่วนประกอบต่างๆ ในภาพ องค์ประกอบภาพจึงเป็นการรวมทุกสิ่ง ในภาพ ไม่เพียงแค่วัตถุหลักเท่านั้น โดยทั่วไปตาคนมักจะรู้สึกดีหรือผ่อนคลายกับภาพ ที่ดูมีความเป็นระเบียบชัดเจน และมักจะรู้สึกปฏิเสธภาพที่ยุ่งเหยิงหรือมีความซับซ้อน ซึ่งนี่คือความแตกต่างพื้นฐานระหว่างองค์ประกอบภาพที่ดีและองค์ประกอบภาพที่ ไม่ดี แต่ก็จะมีความยากขึ้นมาอีกในด้านองค์ประกอบภาพที่นอกเหนือจากเรื่องพื้น ฐานนี้ ดังนั้นเพื่อที่จะรู้ได้ว่าสิ่งใดดีหรือไม่ดีในองค์ประกอบภาพของภาพถ่าย จึงควร ที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับกฏขององค์ประกอบภาพและฝึกที่จะนำากฏนี้ใช้กับภาพ ซึ่งแม้จะ มีหลายกฏเกี่ยวกับองค์ประกอบภาพ แต่ผู้ที่เริ่มถ่ายภาพมักจะต้องเคยได้ยินหรือรู้จัก บางกฏมาแล้ว โดยต่อไปนี้เป็นกฏต่างๆ เกี่ยวกับองค์ประกอบภาพที่นักถ่ายภาพควร รู้จัก แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรจำาไว้เสมอนอกจากเรื่องกฏขององค์ประกอบภาพก็คือ กฏด้านองค์ประกอบภาพเป็นเหมือนคำาแนะนำาให้ปฏิบัติตามไม่ใช่กฏจริงๆ ที่จะต้อง ยึดถือไว้ตลอด | NOVEMBER 2017 67


UNDERSTANDING

Rule of Third

กฏ 3 ส่วนหรือ Rule of Third เป็นหนือนกฏหลักในการ จัดองค์ประกอบภาพ ซึ่งนักถ่ายภาพแทบทุกคนที่ไม่ได้ เป็นแค่ผู้ที่มีกล้องไว้เพื่อบันทึกเหตุการณ์ในครอบครัว จะรู้จักหรืออย่างน้อยที่สุดก็เคยได้ยินกฏนี้มาแล้วทั้งนั้น ทฤษฏีพื้นฐานของกฏ 3 ส่วนคือ ตาของคนมักจะ มีความสนใจภาพมากขึ้นหากภาพนั้นถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน โดยที่วัตถุในภาพอยู่ในตำาแหน่งที่แบ่งภาพเป็นสามส่วน หรือใกล้ๆ กับตำาแหน่งนั้น กล้อง DSLR หลายๆ รุ่นจะมี เส้นตารางแสดงในช่องมองภาพเพื่อช่วยให้นักถ่ายภาพ สามารถใช้กฏนี้ในการจัดองค์ประกอบภาพได้ รวมไปถึง กล้อง Mirrorless หรือกล้องคอมแพกต์ดิจิตอลที่สามารถ แสดงเส้นตารางบนจอ LCD หรือในช่องมองภาพได้ก็ มักจะมีเส้นตารางที่แบ่งภาพออกเป็น 3 ส่วนทั้งแนวตั้ง และแนวนอนมาให้ใช้ ซึ่งนักถ่ายภาพสามารถใช้เส้นที่ แสดงในช่องมองภาพหรือบนจอ LCD หลังกล้องนี้เพื่อ ฝึกการจัดองค์ประกอบภาพโดยใช้กฏ 3 ส่วนได้ แต่หาก กล้องที่ใช้ไม่มีเส้นตารางแสดงมาใช่องมองภาพหรือจอ LCD นักถ่ายภาพก็เพียงแค่ใช้ตาของตนเองคิดถึงเส้น แนวตั้ง 2 เส้นและแนวนอน 2 เส้นเพื่อแบ่งภาพทั้งหมด เป็น 9 ช่องที่มีขนาดเท่ากัน แล้ววางวัตถุในภาพในจุด ตัดของเส้นแต่ละเส้น เช่นเมื่อถ่ายภาพคนภาพนั้นจะ ออกมาดูดีกว่าหากวางตำาแหน่งของคนนั้นไว้ที่พื้นที่ 1/3 ด้านซ้ายหรือขวาของภาพแทนวางตำาแหน่งไว้ที่กลางภาพ

68

| NOVEMBER 2017

Golden Ratio

Golden Ratio เป็นกฏด้านองค์ประกอบภาพที่มีความ ซับซ้อนมากขึ้นกว่า Rule of Third เพราะในขณะที่กฏ ด้านองค์ประกอบภาพแรกใช้การแบ่งภาพออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กันทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่กฏ Golden Ratio จะมีการแบ่งภาพที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย ด้วยการใช้เส้น 2 เส้นแนวตั้งและ 2 เส้นแนวนอนเพื่อ แบ่งแต่ละส่วนของภาพให้มีในลักษณะหรืออัตราส่วน 1:1.681 ซึ่งจะทำาให้เกิดพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความ สมดุลย์ที่สุด

Golden Triangles and Spirals

จากกฏที่แล้วซึ่งทำาให้เกิดพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าในภาพ แต่หากสิ่งที่อยู่ในภาพมีลักษณะเป็นแนวเฉียงหรือเส้น ทแยงมุม ควรลองใช้การจัดองค์ประกอบภาพที่เรียกว่า Golden Triangle ซึ่งวิธีนี้จะใช้การลากเส้นเพื่อแบ่งภาพ ในแนงทแยงมุมจากมุมหนึ่งไปยังมุมหนึ่ง จากนั้นก็ลาก เส้นจากมุมใดมุมหนึ่งซึ่งไม่ใช่ 2 มุมแรกที่ถูกลากเส้น ทแยงมุมเพื่อให้ผ่านเส้นแรกที่ลากไว้โดยทำาให้เกิดการ ทำามุม 90 องศา แล้ววางวัตถุในภาพไว้ในพื้นที่ของ สามเหลี่ยนที่เกิดขึ้น ขณะที่ Golden Spiral เป็นเครื่องมือในการจัด องค์ประกอบภาพสำาหรับจัดการกับวัตถุที่มีเส้นโค้งมากกว่า เส้นตรง โดยจะเป็นการลากเส้นโค้งจากมุมหนึ่งของภาพ เพื่อซ้อนกับพื้นที่ของภาพที่ถูกแบ่งออกเป็นสีเหลี่ยมจตุรัส และสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยนักถ่ายภาพจะสามารถคิดถึง เส้นโค้งลักษณะนี้ได้จากเปลือกหอยที่มีมีลักษณะเป็นวง ในธรรมชาติ ซึ่งเส้นโค้งแบบ Spiral นี้จะเข้ากับ Golden Triangle ได้พอดี หากรู้สึกว่ายุ่งยากให้ลองคิดถึงเส้น วงกลมก้นหอยที่นำาสายตาไปสู่ส่วนสำาคัญในภาพ


คว�มสมดุลย์

ควรจำาไว้ว่าเมื่อใช้กฏสามส่วนหรือ Golden Ratio บางครั้งอาจต้องสร้างความสมดุลย์ในภาพ เช่นหากภาพมีการวางวัตถุขนาดใหญ่ไว้ที่ฉากหน้าอาจทำาให้เกิดความรู้สึกเอียงหรือหนักที่ ส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพ นักถ่ายภาพจึงควรสร้างความสมดุลย์โดยการใส่สิ่งที่มีความสำาคัญ น้อยกว่า หรือมีขนาดเล็กกว่าที่ฉากหลังของภาพ

พื้นที่ว่�งในภ�พ

กฏด้านองค์ประกอบภาพนี้สำาหรับใช้เพื่อ 2 เหตุผลคือทั้งทำาให้เกิดพื้นที่ว่างในภาพและทำาให้ รู้สึกถึงการเคลื่อนที่ในภาพ โดยทั่วไปแล้วการทิ้งพื้นที่ว่างในภาพมักเป็นสิ่งที่นักถ่ายภาพทำา กันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่หากจะทำาให้เห็นภาพให้ลองคิดว่าเฟรมภาพคือกล่องขณะที่วัตถุ ในภาพคือสิ่งที่จะใส่เข้าไปในกล่อง เพื่อทำาวัตถุในภาพรู้สึกสบายไม่อึดอัด นักถ่ายภาพก็จะ ต้องใช้กล่องที่มีขนาดใหญ่กว่าวัตถุเพื่อมีอิสระในการขยับ และหากวัตถุในภาพมองไปที่บางสิ่ง แม้จะเป็นการมองไปนอกกล้องก็ควรให้มีพื้นที่สำาหรับวัตถุนั้นที่จะมองออกไป ขณะเดียวกัน กับการสื่อเพื่อให้รู้สึกถึงการเคลื่อนที่ หมายความว่าหากวัตถุในภาพกำาลังเคลื่อนที่ นักถ่ายภาพ จะต้องมีพื้นที่เพื่อให้วัตถุเคลื่อนที่ต่อ

ขย�ยวัตถุให้เต็มเฟรม

กฏนี้อาจทำาให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งกับกฏการมีพื้นที่ว่างในภาพ ซึ่งมีแนวคิดว่านักถ่ายภาพ ควรใส่วัตถุให้เต็มเฟรมภาพ อย่างไรก็ตามการใส่วัตถุให้เต็มเฟรมไม่ได้หมายถึงการยัดวัตถุ เข้าไปในภาพจนอึดอัด เพราะการยัดวัตถุเข้าไปในภาพหมายถึงการที่ไม่ได้ใช้กฏการมีพื้นที่ ว่างในภาพแล้วใส่วัตถุเข้าไปจนแน่น แต่การใส่วัตถุเข้าไปในภาพให้เต็มเฟรมเป็นสิ่งตรงกันข้าม เพราะหมายถึงการที่นักถ่ายภาพมองเห็นฉากหลังที่รกหรือดึงดูดความสนใจจากวัตถุ จึงครอป ภาพเพื่อเอาสิ่งนั้นออกไปเท่าที่จะทำาได้

จำ�นวนคี่

กฏด้านองค์ประกอบภาพนี้จะมีบางสิ่งที่สัมพันธ์กับกฏ 3 ส่วน โดยปกติตาคนมักจะรู้สึกสบาย กว่ากับภาพที่ประกอบด้วยสิ่งของที่มีจำานวนเป็นเลขคี่เมื่อเทียบกับจำานวนที่เป็นคู่ ซึ่งเหตุผล สำาหรับสิ่งนี้ก็คือโดยธรรมชาติแล้วตาคนมักจะมองไปยังตำาแหน่งตรงกลางของกลุ่ม ซึ่งหาก เป็นพื้นที่ว่างก็จะทำาให้รู้สึกสับสน ซึ่งสิ่งที่นักถ่ายภาพต้องการจากผู้ดูภาพก็คือการมองเข้าไป ที่วัตถุไม่ใช่พื้นที่ว่างซึ่งจะทำาให้รู้สึกสับสน | NOVEMBER 2017 69


UNDERSTANDING

ความลึก

ความลึกมีความเกี่ยวข้องกับฉากหลัง และขึ้นอยู่กับลักษณะของภาพที่ถ่าย เช่นใน ภาพทิวทัศน์นักถ่ายภาพมักจะพยายามให้ทุกสิ่งในภาพมีความชัด ขณะที่กับภาพบุคคล นักถ่ายภาพมักจะอยากให้ฉากหลังพ้นระยะชัดเพื่อเน้นให้บุคคลในภาพเด่นชัดจาก ฉากหลังด้วยการใช้รูรับแสงกว้าง แตกต่างจากเมื่อต้องการรวมฉากหลังให้เข้ามามี ความคมชัดมากขึ้นซึ่งจะใช้รูรับแสงแคบ อย่างไรก็ตามความลึกของภาพอาจแสดงออก มาผ่านสิ่งอื่นในภาพได้ เช่นการมีบางสิ่งเป็นฉากหน้าจะเป็นการเพิ่มมิติให้ปรากฏใน ภาพ นอกจากนี้นักถ่ายภาพอาจใช้วิธีให้มีส่วนที่ซ้อนหรือเหลื่อมกันในภาพ เนื่องจาก ตาคนมักจะรู้สึกว่าวัตถุอยู่ในระยะใกล้ขึ้นเมื่อซ้อนกับวัตถุที่อยู่ในระยะไกล ซึ่งจะทำาให้ ผู้ดูภาพเกิดความรู้สึกถึงความลึกในภาพขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

เส้น

กฏเกี่ยวกับการใช้เส้นในองค์ประกอบภาพที่สำาคัญคือเส้นนำาสายตา ซึ่งเป็นการนำา สายตามไปตามแนวของเส้นนั้นไม่ว่าจะเป็นเส้นโค้ง เส้นตรง เส้นทแยงมุม หรือเส้น อะไรก็ตาม โดยเส้นที่มีลักษณะของเรขาคณิตหรือสิ่งที่สื่อถึงลักษณะยี้จะนำาสายตา ของผู้ดูภาพเข้าไปในภาพและไปยังจุดที่นักถ่ายภาพต้องการ หากในภาพนั้นไม่มีเส้น ที่ชัดเจน นักถ่ายภาพก็อาจต้องใช้บางสิ่งเพื่อให้ผู้ดูภาพรู้ว่าควรมองไปยังจุดใด เพราะ ไม่อย่างนั้นตาของผู้ดูภาพอาจมองไปทั่วทั้งภาพโดยไม่หยุดที่สุดใดจุดหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว เส้นทแยงมุมหรือเส้นเฉียงสามารถใช้ประโยชน์ในการสร้างสรรค์ภาพได้อย่างมาก นอกจากนี้เส้นยังสามารถทำาให้เกิดความรู้สึกถึงความลึกหรือรู้สึกถึงความไม่สิ้นสุด และพื้นที่ไม่สิ้นสุดในภาพได้

ฉากหลัง รูปแบบซํ้าซ้อน

มีสิ่งที่เป็นรูปแบบซำ้าซ้อนปรากฏในทุกที่ทั้งจากที่คนทำาขึ้นและ ในธรรมชาติ ซึ่งหากนักถ่ายภาพมองไม่เห็นรูปแบบซำ้าซ้อนใน สิ่งรอบตัวแสดงว่ายังสังเกตไม่มากพอ รูปแบบมักเป็นสิ่งที่กระตุ้น ความสนใจหรือการมองได้มากเนื่องจากเป็นความกลมกลืน และ สิ่งที่มีความกลมกลืนและจังหวะมักจะทำาให้รู้สึกถึงความสงบ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นรูปแบบซำ้าซ้อนอาจสร้างความน่าสนใจ ได้มากขึ้นอีกหากนักถ่ายภาพมีการหยุดจังหวะหรือความซำ้าซ้อน ในภาพ เพราะจะทำาให้สายตาเน้นความสนใจไปยังสิ่งนั้น หลังจากการมองสิ่งที่มีความกลมกลืนกัน 70

| NOVEMBER 2017

นี่คือองค์ประกอบภาพที่ผู้เริ่มต้นถ่ายภาพส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจ เนื่องจากให้ความสนใจต่อวัตถุหลักจน ไม่ให้ความสนใจต่อสิ่งที่อยู่ด้านหลังวัตถุนั้น หากฉากหลังรกหรือไม่มีส่วนช่วยเพิ่มอะไรเข้าไปในองค์ประกอบภาพ ควรใช้รูรับแสงที่กว้างขึ้นเพื่อให้ฉากหลังที่รกเบลอ หรืออาจลองเปลี่ยนมุมถ่ายภาพแทนการถ่ายภาพวัตถุ โดยที่มีฉากหลังรก แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกฉากหลังที่ควรใส่เข้ามาในภาพ ดังนั้นนักถ่ายภาพควรแน่ใจว่าให้ความสำาคัญกับ สิ่งนี้ไม่แพ้วัตถุหลักในภาพ และควรถามตัวเองว่าฉากหลังนั้นจะช่วยเสริมหรือทำาลายภาพที่ออกมา ซึ่งคำาตอบ ที่ได้จะทำาให้รู้ว่าควรตัดออกไปหรือรวมไว้ในภาพด้วย กฏและวิธีการจัดองค์ประกอบภาพเป็นสิ่งที่นักถ่ายภาพควรฝึกฝนที่จะใช้ในภาพ เพราะเป็นกฏง่ายๆ ที่จะช่วยให้ได้ภาพที่น่าพอใจขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการถ่ายภาพคือการลองเทคนิคใหม่ๆ และการเรียน รู้ ดังนั้นหลังจากทำาตามกฏด้านองค์ประกอบภาพแล้วก็ควรที่จะตามด้วยการหยุดทำาตาม หรือทำาสิ่งที่ แตกต่างจากกฏและวิธีการจัดองค์ประกอบภาพเพื่อที่จะช่วยให้ได้ภาพที่มีความแปลกใหม่จากปกติด้วย


UNDERSTANDING

Shadow for Composition แปล / เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ

สิ่งหนึ่งที่นักถ่ายภาพมักจะความสำาคัญเสมอเมื่อถ่ายภาพ หรือแม้เมื่อไม่ได้ถ่ายภาพหลายครั้งก็มักจะสังเกตดูอยู่เสมอคือแสง ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากนักถ่ายภาพทุกคนรู้ว่าแสงเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำาคัญของภาพ และในทางตรงกันข้ามเงาหรือส่วนมืดมักไม่ค่อย ได้รับความสนใจจากนักถ่ายภาพหรือมักไม่ได้รับความสำาคัญเนื่องจากความคิดง่ายๆ ก็คือเป็นส่วนที่ ไม่มีความสว่างหรือได้รับแสงน้อย ซึ่งจัดได้ว่าเป็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ซึ่งสามารถส่งผลต่อภาพได้หากคิดถึงแต่แสงหรือส่วนที่สว่างในภาพโดยไม่คิดถึงเงาหรือส่วนมืด หรือคิดจะมองหาแต่แสงที่ปราศจากเงา เพราะเงาไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สีดำาที่เป็นขอบของส่วนที่สว่างเท่านั้น แต่เงายังเป็นสิ่งที่มีความ สำาคัญต่อภาพไม่แพ้แสงด้วย เพราะเงาเป็นสิ่งที่ทำาให้เกิดรูปทรงของแสง ทำาให้แสงเกิดความน่าสนใจหรือดึงความสนใจไปในส่วนที่สว่าง รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่ผสมอยู่ ในความสว่างเพื่อทำาให้เกิดโอกาสในการถ่ายภาพที่น่าตื่นตาได้ ดังนั้นหากคิดจะถ่ายภาพให้ออกมาดูน่าสนใจ สิ่งที่นักถ่ายภาพควรจะเรียนรู้จึงไม่ได้มีแค่เฉพาะการจัดการแสงเท่านั้น แต่ยังต้องรู้วิธีที่จะใช้เงาให้เป็นประโยชน์ ในภาพไม่แตกต่างกับการ ใช้แสงด้วย โดยต่อไปนี้จะเป็นคำาแนะนำาในการใช้เงาและแสงเพื่อใช้ทั้ง 2 สิ่งร่วมกันในภาพ | NOVEMBER 2017 71


UNDERSTANDING

สิ่งที่เกิดจากเงาในภาพ เช่นเดียวกับแสงที่เงาจะมีทั้งที่มีลักษณะเข้มและอ่อน หรือปรากฏให้เห็นรายละเอียดบ้าง โดยไม่เพียงแค่เฉพาะแต่คุณภาพหรือลักษณะของแสงเท่านั้นที่ส่งผลต่อเงา แต่ระยะจากแหล่งแสงถึง วัตถุท่ี ได้รบั แสงส่งผลต่อลักษณะของเงาทีเ่ กิดขึน้ รวมไปถึงวัตถุท่ี ได้รบั แสงยังส่งผลต่อการเกิดของเงาด้วย โดยทัว่ ไปแล้วแสงทีม่ คี วามนุม่ จะทำาให้เกิดลักษณะแสงทีก่ ระจาย ให้โทนผิว ที่นุ่มนวล แต่หากแสงมีความแรง เงาที่เกิดขึ้นก็จะมีความแข็งมากและมีสีดำาสนิท นักถ่ายภาพจึงมักได้รับคำาแนะนำาให้หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในสภาพที่มีแสงแดดจัดเนื่องจากแสงที่แรงมักจะ ทำาให้เกิดภาพที่ดูไม่ดี แต่อย่างไรก็ตามนักถ่ายภาพก็จะสามารถถ่ายภาพที่มีเงาที่ช่วยสร้างความน่าสนใจในภาพได้เมื่อถ่ายภาพภายใต้สภาพแสงที่มีความแรง และโดยทั่วไปแล้วเงาและแสงที่มี ความแข็งจะทำาให้เกิดคอนทราสต์ เรื่องราว การเน้นความสำาคัญ การดึงความสนใจ การแสดงรูปทรงและพื้นผิวให้ปรากฏในภาพ

คอนทราสต์และเรื่องราว หนึ่งในประโยชน์มากที่สุดของการใช้เงาในภาพคือการสร้างคอนทราสต์ เพื่อทำาให้เกิดเรื่องราวในภาพ หากไม่เข้าใจว่าคอนทราสต์คืออะไร คอนทราสต์คือความแตกต่างระหว่างส่วนที่สว่างที่สุดและส่วนมืด ที่สุดของภาพ หรือหากพูดง่ายๆ ก็คือความแตกต่างระหว่างส่วนไฮไลต์ และชาโดว์ของภาพ โดยทั่วไปความสนใจของผู้ดูภาพจะถูกดึงไปยัง พื้นที่ที่มีความแตกต่างของโทนหรือความสว่างสูง แต่อย่างไรก็ตาม การทำาให้เกิดคอนทราสต์ระหว่างความสว่างไม่สามารถทำาได้หาก ปราศจากเงา ดังนั้นการทำาให้เกิดคอนทราสต์ในภาพจึงเป็นการผสม ทั้งแสงและเงา หรือความสว่างและความมืดเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความ น่าสนใจจากคอนทราสต์

เน้นความสำาคัญ เงาสามารถใช้เพื่อดึงความสนใจของผู้ดูภาพไปยังวัตถุหลักที่อยู่ใน ภาพได้ เนื่องจากส่วนที่มืดหรือเงาจะช่วยเน้นความสนใจแก่ผู้ดูภาพ ด้วยการลดหรือลบรายละเอียดของส่วนที่ไม่สำาคัญของภาพออกไป ตัวอย่างของสิ่งนี้เช่นเมื่อถ่ายภาพบุคคลโดยที่ให้แสงในส่วนตาของ คนโดยที่ปล่อยให้ส่วนอื่นของใบหน้ามืดเป็นเงา ซึ่งส่วนที่เป็นเงาจะ ช่วยปกปิดรายละเอียดบนใบหน้าไว้ ทำาให้ผู้ดูมุ่งความสนใจไปที่ตา ของคนในภาพ

ดึงความสนใจ สามารถใช้เงาเพื่อดึงความสนใจของผู้ดูภาพได้ และเนื่องจากเงามัก จะมีรูปทรง ทำาให้หากรูปทรงของเงาชี้ไปยังจุดศูนย์กลางความสนใจ ในภาพ เงาก็จะนำาความสนใจของผู้ดูภาพไปยังจุดศูนย์กลางของ ภาพด้วย หรือภาพมีความชัดเจนขึ้นในส่วนของจุดสนใจของภาพ จากการใช้เงา

แสดงรูปทรง หนึ่งในประโยชน์ทั่วไปของการใช้เงาก็คือเพื่อแสดงรูปทรงของสิ่งต่างๆ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะใช้แสงจากดวงอาทิตย์ในมุมตำ่าเพื่อทำาให้เกิด เงาจากสิ่งที่กีดขวาง ทำาให้พื้นผิวที่ไม่เรียบหรือสิ่งที่บังแสงอยู่เกิดเงา ของรูปทรงนั้นอย่างชัดเจนและใหญ่ขึ้น ส่งผลให้สามารถใช้เงาเพื่อ ทำาให้เกิดรูปทรงของวัตถุในภาพได้

แสดงพื้นผิว สามารถใช้เงาเพื่อแสดงให้เห็นถึงพื้นผิวของวัตถุได้ ซึ่งปกติแล้วมักจะ เกิดขึ้นเมื่อแสงตกลงบนพื้นผิวของวัตถุในมุมที่เหมาะสม จนทำาให้เกิด เงาบนพื้นผิวของวัตถุ ซึ่งความแตกต่างในการใช้เงาเพื่อทำาให้เห็นรูป ทรงหรือรูปแบบก็คือนักถ่ายภาพขยับเข้าไปใกล้เพื่อเน้นไปที่พื้นผิว ของวัตถุแทนการเน้นที่รูปทรง

72

| NOVEMBER 2017


ใช้เงาในภาพ หากนักถ่ายภาพคิดที่จะถ่ายภาพสิ่งที่น่าสนใจโดยมีเงาและแสงที่แข็ง มีคำา แนะนำาบางสิ่งที่นักถ่ายภาพควรคิดไว้เสมอคือ สังเกตสิ่งที่สามารถพบ เห็นได้ง่ายๆ ที่มีโอกาสในการทำาให้เกิดเงาแล้วเปลี่ยนให้เป็นองค์ประกอบ ที่น่าสนใจในภาพ โดยต่อไปในเป็นคำาแนะนำาในการมองหาโอกาสในการ ใช้เงาและแสงในภาพ

มองไปทั่วๆ อย่างระมัดระวัง โดยทั่วไปแล้วนักถ่ายภาพจะสามารถมองเห็นเงาได้บนพื้น บน ผนัง กำาแพง หรือพื้นผิวต่างๆ ซึ่งจะต้องการความแตกต่างกันไป ในการมองหา เนื่องจากโดยส่วนใหญ่นักถ่ายภาพมักมองไปรอบๆ ไม่ค่อยมองลงเพื่อจัดองค์ประกอบภาพ โดยการสังเกตเงาอาจ ต้องใช้ประสบการณ์เพราะอาจจะสามารถมองเห็นหรือมองไม่ เห็นจุดที่เงาตกหรือเกิดเป็นรูปแบบก็ได้ ดังนั้นเมื่อออกไปถ่ายภาพ จึงควรลองพยายามที่จะมองไปรอบๆ เพื่อหาเงาและดูว่าสิ่งที่ เห็นนั้นเป็นอย่างไร

แสงที่เหมาะสม เงาที่ดีมักจะเกิดจากแสงที่มาจากแหล่งแสงในมุมตำ่าใกล้เส้น ขอบฟ้า ซึ่งนักถ่ายภาพจะสามารถสังเกตเห็นแสงในลักษณะนี้ เมื่อถ่ายภาพภายนอกได้ในช่วงเวลาที่ใกล้กับดวงอาทิตย์ขึ้นและ ตกเมื่อดวงอาทิตย์อยู่ในตำาแหน่งตำ่าบนฟ้า หากเป็นการถ่ายภาพ ในอาคารนักถ่ายภาพจะสามารถใช้แสงจากหลอดไฟหรือตะเกียง โดยไม่มีสิ่งใดบังเพื่อให้กลายเป็นแหล่งแสงที่มีความแรงสำาหรับ ทำาให้เกิดเงาที่แข็งได้ โดยยิ่งมีการขยับแหล่งแสงที่ใช้เข้าใกล้กับ พื้นมากขึ้นก็จะยิ่งทำาให้เกิดเงาที่ยาวขึ้น อาจสรุปได้ว่าแสงที่ทำาให้ เกิดเงาและการตกของแสงในตำาแหน่งหรือพื้นที่ของภาพที่กำาลัง ถ่ายเป็นสิ่งสำาคัญที่ส่งผลให้นักถ่ายภาพคิดว่าจะถ่ายภาพอย่างไร และจัดองค์ประกอบภาพตาม

การใส่วัตถุเข้าไปในภาพ การรวมวัตถุเข้าไปในภาพหรือไม่เป็นทางเลือกของนักถ่ายภาพ และขึ้นอยู่ลักษณะของภาพที่ต้องการให้ออกมา การมีวัตถุในภาพ จะเป็นการบอกผู้ดูภาพเกี่ยวกับภาพนั้น ขณะที่การทิ้งวัตถุไว้นอก เฟรมภาพจะเป็นสร้างความสงสัยและลึกลับแก่ผู้ดูภาพให้รู้สึก ว่าใครหรือสิ่งใดที่ทำาให้เกิดเงา ซึ่งนักถ่ายภาพสามารถลองใช้ทั้ง 2 วิธีเพื่อดูผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในภาพภายหลังได้

หารูปแบบซำ้าซ้อน ภาพที่มีทั้งเงาและรูปแบบซำ้าซ้อนเกิดขึ้นจะสามารถสร้างความ น่าสนใจได้มาก ดังนั้นจึงควรมองหารูปแบบและเงาที่สามารถ บันทึกภาพได้ โดยเช่นเดียวกับเงาที่สิ่งที่เป็นรูปแบบซำ้าซ้อนสามารถ พบเห็นได้ทุกที่ สิ่งที่ต้องทำาคือมองหาแล้วเปลี่ยนให้เป็นโอกาส ในการถ่ายภาพ

การบันทึกภาพ ตราบเท่าที่ยังคงทำาได้หรือสะดวกควรใช้โหมดบันทึกภาพแมนนวลในกล้องเพื่อถ่ายภาพ เพราะด้วยโหมดแมนนวลจะช่วยให้สามารถควบคุมค่าบันทึกภาพได้ง่ายและมากกว่า โหมดอื่น เนื่องจากการวัดแสงในโหมดบันทึกภาพอัตโนมัติของกล้องส่วนใหญ่มักจะทำาให้เงามีความสว่างขึ้น หรือพยายามบาลานช์ค่าบันทึกภาพระหว่างส่วนไฮไลต์และชาโดว์ ส่งผลให้ภาพมักจะดูได้รับแสงโอเวอร์หรือมีความสมดุลย์ในด้านแสงของทั้งสองส่วน ซึ่งหากใช้โหมดบันทึกภาพแมนนวลนักถ่ายภาพจะสามารถปรับตั้งค่าบันทึกภาพที่ต้องการ กับภาพนั้นโดยไม่ต้องกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของค่าบันทึกภาพที่เกิดขึ้นเมื่อขยับตำาแหน่งในการถ่ายภาพสิ่งเดียวกันนั้น นอกจากนี้การถ่ายภาพโดยให้มีการรับแสงอันเดอร์ เล็กน้อยจะช่วยเพิ่มให้เงาในภาพมีความเข้มและชัดเจนขึ้น เงาเป็นสิ่งที่สามารถใช้เพื่อสร้างความสวยงามและน่าสนใจในภาพได้ เพียงแค่นักถ่ายภาพต้องสังเกตไปรอบๆ แล้วพยายามใช้สิ่งที่พบเพื่อสร้างความสวยงามและเรื่องราวในภาพ | NOVEMBER 2017 73


UNDERSTANDING

Framing in Frame แปล / เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ

อาจมีบางครั้งที่ภาพซึ่งนักถ่ายภาพถ่ายมีกรอบหรืออยู่ภายใน กรอบ ซึ่งไม่ ใช่กรอบของภาพจริงๆ แต่มีสิ่งที่อยู่ภายในเฟรม ภาพที่ทำาหน้าที่เป็นเหมือนกรอบหรือเฟรมในภาพ ซึ่งสิ่งนี้จะทำาให้ ภาพและวัตถุในภาพดูมีเรื่องราวมากขึ้น นอกจากนี้การใช้กรอบ ภายในภาพยังเป็นวิธีพื้นฐานและง่ายในการทำาให้ภาพดูน่าสนใจ เช่นเดียวกับที่นักถ่ายภาพใช้สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบวัตถุ ฉากหน้า และฉากหลังเข้ามาในภาพเพื่อทำาให้ภาพดูน่าสนใจยิ่งขึ้น แต่จะทำา อย่างไรเพื่อที่ ใช้สิ่งที่อยู่รอบวัตถุที่เป็นเหมือนกรอบในภาพนั้น สามารถทำาหน้าที่ ได้อย่างดีและนำาสายตาผู้ดูภาพไปสู่วัตถุในภาพ โดยทั่วไปนักถ่ายภาพมักจะพยายามถ่ายภาพออกมาให้มีสไตล์หรือรูปแบบของ ตนเองหรือบางคนอาจจะไม่ได้พยายามแต่ทำาสิ่งนี้โดยไม่รู้ตัว แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยพฤติกรรมนี้ก็อาจนำามาสู่การถ่ายภาพวัตถุในรูปแบบหรือลักษณะเดิมๆ ซึ่ง จะทำาให้ภาพออกมาดูน่าเบื่อ เพื่อหลีกเลี่ยงความซำ้าซากของภาพที่ถ่ายนัก ถ่ายภาพหลายคนจึงพยายามใช้เทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงาสะท้อน, การบันทึก ภาพด้วยเวลานาน ภาพเงาดำา หรือวิธีอื่นๆ เพื่อสร้างความแตกต่างและทำาให้ เกิดความน่าสนใจในภาพ ซึ่งการใส่กรอบเข้าไปในภาพก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะดึงความ สนใจของผู้ดูภาพไปที่วัตถุหลักในภาพได้ เพียงแต่นักถ่ายภาพอาจไม่สนใจหรือ ไม่ให้ความสำาคัญกับสิ่งนี้แม้เมื่อมีโอกาส สิ่งแรกจริงๆ ที่ต้องทำาเมื่อต้องการให้มีกรอบในภาพก็คือมองหาสิ่งที่เป็น กรอบ ไม่ว่าจะเป็นช่องในกำาแพง ลูกกรงที่ระเบียง หรือสิ่งใดที่สามารถนำามาใช้ เป็นเหมือนกรอบรอบวัตถุในภาพ แม้แต่คน สิ่งของ อาคาร หรือต้นไม้ และเมื่อ หาสิ่งที่เป็นกรอบได้แล้วก็ถ่ายภาพโดยจัดองค์ประกอบผ่านช่องว่างโดยรวมเอา กรอบนั้นเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบภาพด้วย ซึ่งจะทำาให้ เกิดกรอบรอบวัตถุ เมื่อใช้เลนส์มุมกว้างไม่ควรเข้าใกล้วัตถุที่เป็นกรอบ มากเกินไป เนื่องจากจะทำาให้วัตถุนั้นเบลอ และควรใช้รูรับ แสงที่ค่อนข้างแคบเพื่อให้ทั้งสิ่งที่เป็นกรอบและวัตถุด้าน หลังมีความชัดโดยควรเน้นการโฟกัสไปที่วัตถุหลักไม่ใช่กรอบ การใช้กรอบในภาพเป็นการเพิ่มเรื่องราวและความ ลึกให้แก่ภาพ โดยการใช้กรอบสามารถใช้ได้ใน 2 ลักษณะ ที่แตกต่างกัน คือเป็นทั้งฉากหน้าหรือเป็นฉากหลัง นอกจากนี้การใช้กรอบซำ้าๆ อย่างเช่นแนวเสาของ ระเบียงอาคารยังเป็นการเพิม่ ความรู้สกึ ในด้านมิติแก่ภาพ เนื่องจากระยะชัดในภาพมีการเปลี่ยนแปลงโดยลดความ ชัดลงทีละน้อยขณะที่วัตถุหลักถูกโฟกัสชัด เมื่อวัตถุหลักและส่วนอื่นมีการซ้อนกัน ทั้ง 2 สิ่งควรมี ความแตกต่างกันเพื่อแยกวัตถุหลักออกจากสิ่งอื่น และที่ สำาคัญคือควรมีการถ่ายทอดเรื่องราวที่ต้องการในภาพ โดย ในบางภาพความแตกต่างระหว่างวัตถุกับสิ่งอื่นอาจทำาให้ ภาพนั้นออกมาสมบูรณ์ ซึ่งหากนักถ่ายภาพสามารถหากรอบ ที่เหมาะสมรอบวัตถุหลักได้ก็จะทำาให้ภาพนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น ภาพเด็กที่มองออกไปจากหน้าต่างซึ่งจะทำาให้สายตา 74

| NOVEMBER 2017


ผู้ดูภาพมุ่งไปยังวัตถุหลักในภาพคือเด็ก ซึ่งจากปกติแล้วเมื่อ ถ่ายภาพเด็กที่กำาลังมองออกไปนอกหน้าต่าง นักถ่ายภาพ บางคนอาจซูมเข้าไปที่เด็กจนเต็มเฟรมเพื่อเน้นที่อารมณ์และ สีหน้าของเด็ก แต่มุมมองของภาพนั้นจะเป็นไปทันทีที่ถ่ายภาพ โดยรวมเอากรอบหน้าต่างเข้ามาด้วย ดังนั้นจึงควรลองใช้ เลนส์มุมกว้างถ่ายภาพเพื่อที่จะรวมเอาสิ่งอื่นในภาพที่เกี่ยวข้อง กับวัตถุหลักเข้ามาเป็นกรอบด้วย นอกจากนี้บางภาพที่มีเส้นแนวนอนแบ่งภาพจนทำาให้ เกิดกรอบหลายกรอบในภาพซึ่งนักถ่ายภาพสามารถใส่สิ่งที่ เกี่ยวข้องเข้ามาในภาพได้โดยใช้รูปแบบซำ้าซ้อนและกรอบเป็น เส้นนำาสายตาเพื่อทำาให้ภาพดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้นหากเป็นไปได้ รวมทั้งนักถ่ายภาพสามารถทำาให้กรอบเพียงกรอบเดียวใน ภาพกลายเป็น 2 กรอบได้หากมี 2 วัตถุในภาพที่อยู่ทั้งใน และนอกกรอบ การถ่ายภาพในมุมสูงเป็นอีกวิธีที่สามารถสร้างความ น่าสนใจแก่ภาพได้ และนักถ่ายภาพก็ยังสามารถบีบให้วัตถุ เล็กลงจนอยู่ในกรอบได้เมื่อใช้เลนส์มุมกว้างถ่ายภาพ เมื่อถ่ายภาพผ่านกรอบต่างๆ ในระยะใกล้สิ่งที่ควรระวัง ก็คือ แน่ใจว่ากล้องไม่ไปเสียดสีหรือกระทบกับกรอบนั้นจนทำา ให้เกิดความเสียหายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้เลนส์มุมกว้าง | NOVEMBER 2017 75


ONE

FINE DAY

n

76

| NOVEMBER 2017

สิงโตเชียงดาว เป็นกล้วยเฉพาะถิ่นที่หายากอีกชนิดหนึ่ง


เมื่อสายลมหนาวมาเยือนที่

ดอยเชียงดาว เรื่อง/ภาพ : สมศักดิ์ ลํ่าพงศ์พันธุ์

ดอยหลวงเชียงดาว.. เป็นยอดดอยที่มีความสูงติดเป็นอันดับ 3 ของเมืองไทย คือ

มีความสูง 2,225 เมตร จากระดับนํ้าทะเล รองจากดอยอินทนนท์ และดอยผ้าห่มปก เป็นดอยที่ มีภูมิสัณฐานเป็นเขาหินปูน มีรูปทรงสวยงามแปลกตา มีความหลากหลายของพรรณไม้ รวมถึง พรรณพืชกึง่ อัลไพน์ เป็นพืชเฉพาะถิน่ พบทีด่ อยหลวงเชียงดาวเพียงแห่งเดียว พร้อมทัง้ สัตว์ปา่ สงวนหายาก รวมถึงผีเสื้อสมิงเชียงดาวที่กลายเป็นตํานานบนดอยแห่งนี้ไปนานแล้ว นักเดินทางท่องเที่ยวรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่เคยผ่านเรื่องราวการเดินป่าพิชิตดอยหลวงเชียงดาว ต่างประทับใจในความสวยงามของธรรมชาติ และความยากลําบากในการเดินป่า เนื่องจากดอย เชียงดาวจะไม่มีแหล่งนํ้าในธรรมชาติ มีความสูงชัน อากาศเบาบาง เหนื่อยง่าย อากาศหนาวเย็น ยะเยือก ไม่มีร้านอาหาร ไม่มีสิ่งอํานวยความสะดวก ห้องสุขาก็ ไม่มี

n

ความงดงามที่ลงตัวของหมู่ดอยเชียงดาว

| NOVEMBER 2017 77


ONE

FINE DAY

ปัจจุบนั ดอยหลวงเชียงดาวยังคงมีเสน่หแ์ รงจูงใจให้เราไปเยือนชมความงดงาม อยูเ่ สมอ แต่กม็ ขี อ้ ปฏิบตั ทิ เ่ี คร่งครัดมากยิง่ ขึน้ พร้อมจำากัดปริมาณนักท่องเทีย่ วทีข่ น้ึ ไปแต่ละวัน เพื่อช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติให้ยั่งยืนกันต่อไป วันนีเ้ ราได้เดินทางมายังดอยเชียงดาว เพือ่ เข้าศึกษาธรรมชาติผนื ป่ากึง่ อัลไพน์ ที่น่าสนใจ อันประกอบไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม พรรณไม้เฉพาะถิ่น สรรพสัตว์ที่หา ยากอย่าง กวางผา ก็มีอยู่มากมายบนเทือกเขาหินปูนแห่งนี้ โดยใช้เส้นทางเดินป่าขึ้นยอดดอยเชียงดาวที่ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอย เชียงดาวได้กำาหนดให้ขึ้นลงได้เส้นทางเดียวคือ จากหน่วยเด่นหญ้าขัด โดยยกเลิก เส้นทางปางวัว ใกล้กับบ้านนาเลา หลังจากที่ผ่านขบวนการขออนุญาตเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว แล้ว เราต้องนั่งรถสองแถวไปส่งยังหน่วยเด่นหญ้า ซึ่งเป็นระยะทางค่อนข้างไกล และ สูงชันเป็นบางช่วง สภาพเส้นทางเดินจากหน่วยเด่นหญ้าขัด จะเป็นเส้นทางค่อนข้างราบ มองเห็น ดอยสามพีน่ อ้ งอยูทางขวามือ เมือ่ ถึงช่วงบริเวณป่าทีร่ ม่ ครึม้ บ่งบอกถึงความชืน้ ของ สภาพป่าเป็นอย่างดี และในบริเวณป่าชืน้ เย็นเหล่านี ้ เราก็ได้พบกับ “เทียนนกแก้ว” อันเป็นดอกไม้ประจำาถิ่นดอยเชียงดาวแห่งนี้ เป็นดอกไม้ที่น่ารัก มีลักษณะเหมือน นกแก้วกำาลังบิน ใครได้เห็นก็ต้องถ่ายภาพเก็บเอาไว้ ผ่านมาถึงป่ากล้วย เป็นดงกล้วยป่า มีสภาพเป็นป่าชื้นเย็นสบาย จะเป็นจุดที่ ใกล้กับเชิงดอยสามพี่น้อง และอีกไม่ไกลนักก็ถึงจุดทางร่วมที่มาจากปางวัว บ้านนา เลา ต่อจากนัน้ จะเป็นเส้นทางเดียวกันมุง่ หน้าไปยังอ่างสลุง อันเป็นจุดพักแรมก่อนที่ จะขึ้นชมธรรมชาติอันสวยงามของดอยเชียงดาว เส้นทางสายเดีย่ วทีไ่ ม่เปลีย่ วคนเดินทาง แม้ระหว่างทางยังมีจดุ พักแรมทีเ่ รียก ว่า ดงน้อย แต่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่ที่อ่างสลุง ซึ่งคาดว่าน่าจะถึงจุดพักที่อ่าง สลุงประมาณ 6 โมงเย็น ก่อนพลบคำ่าแน่นอน แต่กว่าจะถึงอ่างสลุงได้เราต้องผ่าน

n

พระอาทิตย์ขึ้นและแสงสียามเช้าที่ดอยเชียงดาว

n

78

| NOVEMBER 2017

ผืนทะเลหมอกมองจากเทือกดอยกิ่วลม

กิ่วป่าคา ซึ่งมีระยะทางที่ลาดยาว ผ่านเข้าไปตามช่องเขา มียอดเขาหินปูนมีต้นค้อ เชียงดาวยืนต้นโดดเด่นอยู่ตามสันเขา แต่สิ่งที่เราสามารถสัมผัสและพบเห็นอย่าง ใกล้ชิด คือ ซากฟอสซิลหอยที่ฝังตัวติดอยู่ในหิน ก็เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เช่นกัน ผ่านกิ่วป่าคาไปแล้ว เราก็ก้าวสู่ดินแดนป่าดิบชื้นที่เรียกว่า “ดงเย็น” เป็นป่าดิบ ชื้นบนยอดดอยกึ่งอัลไพน์ เมื่อทะเลป่าดงเย็นที่เย็นสมชื่อแล้ว จึงมาถึงบริเวณจุดพัก แรมที่อยู่เชิงดอยเชียงดาวที่เรียกว่า อ่างสลุง มีลักษณะเป็นป่าทุ่งหญ้าคาที่ถูกโอบ ล้อมด้วยยอดเขา อันประกอบด้วยยอดเชียงดาวที่มีความสูงถึง 2,225 เมตร จากระ ดับนำ้าทะเล ทางด้านตะวันออกจะเป็นยอดกิ่วลมที่เป็นแหล่งพันธุ์ไม้ดอกที่น่าสนใจ ของดอยเชียงดาว และยังเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้าได้ด้วย สีสันยามพลบคำ่าเหนือดอยสูง คือภาพความงดงามที่ยิ่งใหญ่ ยอดดอยสูงที่สลับ ซับซ้อนของดอยสามพี่น้อง ดอยหนอก ดอยปิระมิด คือเสน่ห์ความงดงามที่เราสามารถ สัมผัสเห็นในเย็นวันแรกทีเ่ ดินทางมาถึงอ่างสลุงพร้อมกับสายลมหนาวอันเย็นยะเยือก วัดอุณหภูมิในช่วงตอนกลางคืนน่าจะเหลือแค่เลขตัวเดียว ซึ่งเราต้องเตรียมอุปกรณ์ ป้องกันหนาวให้พร้อม เราตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่กิ่วลม ใช้เวลาเดินขึ้นไปประมาณ 45 นาที ก็ได้เห็นแสงสียามเช้า เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นจึงได้พบเห็นหมู่ดอกไม้ที่ขึ้นตาม โขดหินมากมาย เช่น เหยื่อจง หรือเหยื่อเลียงผา หรือเทียนหมอคาร์, ขาวปั้น, ดอก หรีดเชียงดาว, เทียนเชียงดาว, แสงแดง, ดอกฟ้าคราม เป็นต้น ทำาให้เราเพลิดเพลิน กับการถ่ายภาพดอกไม้ รวมทั้งภาพทิวทัศน์อีกหลากหลาย กลับลงมาที่พักแล้วช่วงบ่ายก็ขึ้นไปยังยอดสูงสุดของดอยเชียงดาว จากยอด สูงสุดเรามองเห็นยอดเขาที่ทะมึนเหยียดเสียดฟ้าของดอยสามพี่น้องที่อยู่ทางด้าน ซ้ายมือ และมีดอยปิระมิด อยู่ทางด้านขวามือ บนยอดเชียงดาวพบว่าหมู่ดอกไม้จำาพวกชมพูพิมพ์ใจ สีสันสวยที่ขึ้นตามป่า

n

ลำาแสงยามที่เปล่งประกายอยู่เหนือยอดดอยสามพี่น้อง

n

เทือกเขาหินปูนบนดอยเชียงดาว


n

n

สายหมอกไหลพลิ้วบนสันดอยกิ่วลม

เทือกเขาหินปูนบนดอยเชียงดาว

หิน และถ้าเราสังเกตให้ดีก็จะพบความมหัศจรรย์ของ ฟองหินเหลือง ขึ้นอยู่ตามโขด หิน จัดว่าเป็นพันธุไ์ ม้ทห่ี ายาก พบได้เฉพาะทีด่ อยเชียงดาว จะผลิดอกบานในช่วง เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม สำาหรับยอดดอยเชียงดาวเราได้ย้อนกลับขึ้นไปอีกครั้งในตอนเช้ามืดเพื่อชม พระอาทิตย์ขึ้น ทว่าเช้าวันนั้นสภาพอากาศไม่สวยนัก มีเมฆไหล แต่ในขณะที่พระ อาทิตย์กำาลังสาดแสงสีทองได้ส่องสาดลงในกลุ่มเมฆ จึงเป็นภาพที่งามพลิ้ว ซึ่งไม่ เคยเห็นที่ไหนมาก่อน จึงได้กดชัตเตอร์แบบไม่ยั้งเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสที่สวยงามไป ภาพทิวทัศน์อันกว้างใหญ่เหนือยอดดอยเชียงดาว เป็นภาพที่สวยงาม ดูเท่า ไหร่ก็ไม่เบื่อ เราสามารถพบเห็นขุนเขาสลับซ้อน มองไปเห็นหุบเชียงดาว หุบเมืองคอง มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ยิ่งในช่วงเช้าจะมีสายหมอกล่องลอยไหลอิงแอบยอดดอยสูง ก็ เป็นภาพประทับใจที่ได้มาพบเห็น ความสวยงามที่น่าประทับใจของภาพทิวทัศน์บนดอยเชียงดาวที่หลากหลาย บรรยากาศ หากเป็นช่วงฤดูหนาวก็จะเป็นความหนาวที่หนาวลึกเข้ากระดูกทีเดียว หมู่ดอกไม้อาจแห้งเฉา แต่ความเย็นยะเยือกนั้นสุดที่จะบรรยายเลยละ..

n

ชมพูพิมพ์ ใจ เป็นพืชหายาก พบที่ดอยเชียงดาวเท่านั้น

| NOVEMBER 2017 79


ONE

FINE DAY

n

n

n

80

| NOVEMBER 2017

ดอกเทียนนกแก้ว มีรูปทรงเหมือนนกแก้ว

ฟองหินเหลือง เป็นพืชเฉพาะถิ่นดอยเชียงดาว

เหยื่อจง เป็นพืชเฉพาะถิ่น หายากพบที่ดอยเชียงดาว

n

ดอกข้าวปั้น


n

n

เส้นทางเดินขึ้นดอยเชียงดาว

จุดตั้งแค้มป์ที่อ่างสลุง

n

ซากฟอสซิลหอย

คู่มือการเดินทาง เส้นทางขึ้นดอยเชียงดาว - จากหน่วยฯ เด่นหญ้าขัด จะเป็นจุดสิ้นสุดทางรถยนต์ จากนั้นจะต้องเดินเท้าไปยังยอดดอยหลวงเชียงดาวที่ต้องใช้เวลาเดินเท้า ประมาณ 5-7 ชม. ก็ถึงที่พักตั้งแค้มป์ที่อ่างสลุง การเตรียมนํ้า - เราจึงต้องเตรียมนํ้าไปให้เพียงพอกับช่วงเวลาการเดินทางพักค้างแรม เราควรจ้างลูกหาบแบกนํ้า คนหนึ่งแบกนํ้าได้ 20 ลิตร นํ้าเหล่านี้จึงควรใช้ อย่างคุ้มค่าคือ ใช้หุงต้ม ดื่ม และแปรงฟันเท่านั้น อาหาร - ควรจัดเตรียมให้รัดกุม พิจารณาเลือกอาหารที่มีนํ้าหนักน้อย เป็นอาหารค่อนข้างสําเร็จรูปสามารถทานได้เลย หรือนําไปปรุงอีกนิดก็ทานได้ หากเป็น อาหารที่ใช้นํ้าน้อยก็ยิ่งเหมาะ นํ้าที่นําขึ้นไปใช้ดื่มกิน ปรุงอาหาร และแปรงฟันเท่านั้น ถ้าจะล้างหน้าก็ใช้ผ้าเย็น เครื่องกันหนาว - นักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปให้เพียงพอคือ ถุงมือ ถุงเท้าใส่นอนอย่างน้อย 2 คู่ เสื้อยืดแขนยาว เสื้อไหมพรม เสื้อแจ็คเก็ตกัน หนาว รวมไปถึงหมวกไหมพรม ถุงนอน - ถือว่าจําเป็นมากๆ ต้องหนาสักหน่อย และควรมีเต็นท์ไปด้วย การติดต่อ - การขึ้นยอดดอยเชียงดาวต้องทําเรื่องขออนุญาตได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เสียก่อน โดยทําเรื่องยื่น ขอได้ที่ที่ทําการเขต การติดต่อลูกหาบ - คนนําทาง สามารถติดต่อไปยังคุณแกละ แปดริ้ว  โทร.0-1993-8397 หรือ โทร.0-5345-6410 (ที่บ้าน) | NOVEMBER 2017 81


Shooting Destination

ตามรอยพระบาท 12 โครงการหลวง 12 เส้นทางแห่งความสุขโครงการหลวง

เรื่อง / ภาพ : กองบรรณาธิการ

ไม่มีขุนเขาใด ที่พระองค์เสด็จไปไม่ถึง ศูนย์พฒ ั นาโครงการหลวงแม่ลาน้อย หนึง่ ในโครงการจากพระราชดำาริทเ่ี กิดขึน้ กว่า 4000 โครงการ จาก การทรงงานหนักมาตลอด 70 ปี ของการครองราชย์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนของ พระองค์ได้มชี วี ติ ความเป็นอยูท่ ด่ี ขี น้ึ และดีขน้ึ แบบยัง่ ยืน ดัง่ คำาพูดทีเ่ คยได้ยนิ มานานแล้วว่า “นักการเมืองยืน่ ปลา พระราชายื่นเบ็ด” นั่นคือ การแนะนำาให้ประชาชนรู้จักวิธีทำามาหากิน เลี้ยงปากท้องตนเองมากกว่าการนั่ง รอนอนรอให้คนอื่นนำาอาหารมาป้อนให้นั่นเอง

82

| NOVEMBER 2017


n ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย ก่อกำาเนิดขึ้นจากการเสด็จเยี่ยมประชาชน

ในพื้นที่บ้านห้วยห้อม และบ้านป่าแป๋ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานเงินเพื่อเป็นทุน ทรัพย์ในการก่อตัง้ ธนาคารข้าว เพือ่ บรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน นับเป็น ธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก เมื่อปี 2521 และถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาพื้นที่ ส่วนนี้ รวมทั้งพื้นที่โดยรอบอีกด้วย จากนั้นจึงได้จัดตั้งเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวง แม่ลาน้อย เมื่อปี 2523 โดยมีที่ตั้งของศูนย์ฯ อยู่ที่บ้านดง ตำาบลห้วยห้อม อำาเภอ แม่ลาน้อย ซึ่งในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จมาทอดพระเนตรพื้นที่แห่งนี้แล้ว อีกทั้ง ยังอยู่ติดกับโรงเรียนตำารวจตระเวณชายแดน ที่สมเด็จย่าฯ ทรงก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2516 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาด้านการศึกษาให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นนั่นเองครับ โดยศูนย์พฒ ั นาโครงการหลวงแม่ลาน้อยนี้ มีวตั ถุประสงค์ในการพัฒนาอาชีพ เกษตรกรรมแก่ชาวเขา ทดแทนการปลูกฝิ่น และทำาไร่เลื่อนลอย มีพื้นที่รับผิดชอบ ประมาณ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 6 หมูบ่ า้ น และ 5 หย่อมบ้าน ซึง่ ประชากรส่วนใหญ่ เป็นชาวเขาเผ่าลั๊วะ หรือละว้า และชาวกะเหรี่ยงครับ พาหนะในการเดินทางครั้งนี้ เป็นรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Toyota Yaris Ativ ตัว ถังแบบ Sedan 4 ประตู สีนำ้าเงิน Dark Blue Mica Metalic ซึ่งเป็นสีใหม่ด้วย ต้อง

ขอบอกว่าโทนสีแบบนี้ เป็นสีโปรดของผมเลยละครับ โดยมาพร้อมเครือ่ งยนต์เบนซิน 4 สูบ Dual VVT-i 1.2 ลิตร 86 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4000 รอบต่อนาที ส่งกำาลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT-i โดยชื่อของ Toyota Yaris Ativ มาจากคำาว่า Smart และ Active ซึง่ เป็นการผสมผสานบุคลิกสอง ลักษณะนั่นคือ ความลำ้าสมัย และความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว โดยตัวรถถูกพัฒนา ขึ้นจากแนวคิด LIFE ACTIVATED ซึ่งเป็นการเริ่มต้นสู่โลกที่กว้างกว่านั่นเอง Toyota Yaris Ativ ออกแบบตัวรถได้สวยงาม แลดูปราดเปรียว จากเส้นสาย ที่โค้งเรียวตั้งแต่กระจังหน้าขนาดใหญ่ โค้งรับกับชุดไฟหน้าให้เรียวลู่ไปข้างหลัง และ รับกับชุดไฟท้ายเรียวยาว ทำาให้ภาพลักษณ์ของ Toyota Yaris Ativ แลดูกระฉับกระเฉง และปราดเรียวมากขึ้นด้วย สำาหรับรุ่นที่ผมได้รับมานั้น เป็นรุ่น E ซึ่งก็มาพร้อมกับอุปกรณ์อำานวยความ สะดวกและความปลอดภัยครบครัน โดยเฉพาะถุงลมนิรภัย ซึ่งถือเป็นความโดดเด่น ของ Toyota Yaris Ativ ที่ให้มามากถึง 7 ตำาแหน่ง และให้มาครบทุกรุ่นย่อยอีกด้วย การตกแต่งด้านในห้องโดยสาร ออกแบบได้คอ่ นข้างกว้าง เบาะนัง่ หุม้ โอบกระชับลำา ตัวดีทีเดียว การปรับตำาแหน่งของเบาะ รวมทั้งพนักพิงหลังเป็นแบบปรับเองทั้งฝั่งคน ขับและฝั่งคนนั่งครับ พวงมาลัยเป็นแบบปรับไฟฟ้า EPS ปรับความหน่วงตามความเร็วของรถ มีนา้ำ หนักหน่วงมือเมื่อความเร็วรถสูงขึ้น แต่ค่อนข้างหมุนลื่นเมื่อใช้งานในเมืองที่ความเร็ว ตำา่ ซึง่ ก็ชว่ ยให้ลดั เลาะไปตามตรอกซอกซอย รวมทัง้ ในยามทีก่ ารจราจรหนาแน่นได้ อย่างสะดวกดีทเี ดียว นอกจากนีย้ งั มีปมุ่ ปรับควบคุมเครือ่ งเสียงและรับโทรศัพท์จาก พวงมาลัยได้อีกด้วย คอนโซลหน้าออกแบบได้สวยงาม โดยวางเส้นสายเป็นรูปตัว S สีเงิน และเป็น ตำาแหน่งของอุปกรณ์ใช้งานต่างๆ ทัง้ เครือ่ งเสียง เครือ่ งปรับอากาศ และอยูใ่ นตำา แหน่งที่ใช้งานได้เป็นอย่างดี การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารถือว่าทำาได้อย่างยอด เยี่ยม จากการออกแบบกระจกบังลมหน้าให้ลดเสียงลม และบุยางหนาตามขอบ ประตู ช่วยป้องกันเสียงจากภายนอกได้เป็นอย่างดีครับ ช่วงล่างรูส้ กึ ถึงความนุม่ หนึบดีทเี ดียว การซับั แรงสัน่ สะเทือนเมือ่ ต้องวิง่ ผ่าน เส้นทางขรุขระทำาได้ดีเช่นกันครับ ถือว่าเป็นการปรับเซ็ตมาได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน สำาหรับการเร่งแซงนั้น ถือว่าตอบสนองได้เป็นอย่างดีเช่นกัน โดยเส้นทางที่ผมจะต้อง ไปเยือนนั้น เกือบจะทั้งหมดเป็นภูเขาสูง แน่นอนว่าจะต้องปีนไต่เนินเขาสูงชั้นมาก มาย ซึ่งระบบเกียร์ของ Toyota Yaris Ativ นั้นออกแบบให้เลือกใช้ได้ ทั้งที่ตำาแหน่ง D หรือการขับขีป่ กติ, S สำาหรับการขับขีท่ ต่ี อ้ งการลดความเร็วรถแบบ Engine Breake และ B สำาหรับความต้องการ Engine Breake ที่มากขึ้น สำาหรับการขับขี่ลงเนินเขา สูงชัน นอกจากนี้ ตำาแหน่ง S และ B ยังสามารถใช้ในการขึ้นเขา หรือการเร่งแซงที่ ต้องการพลังของเครื่องยนต์ในรอบที่สูงขึ้น ซึ่งผมเองใช้งานอยู่เกือบจะตลอด และ เป็นการขับขีร่ ถยนต์เกียร์อตั โนมัตทิ ป่ี รับชิฟท์เกียร์อยูบ่ อ่ ยๆ เพราะเส้นทางส่วนมาก เป็นภูเขาสูง ซึ่งจะต้องขับขึ้นเขา-ลงเขาอยู่ตลอด รวมทั้งมีทางโค้งอยู่มากมายอีกด้วย ครับ ซึ่งเกียร์ทั้ง S และ B มีส่วนช่วยให้การควบคุมรถมั่นคงมากขึ้น และทำาให้การ ขับขี่ปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วยครับ โดยหลายๆ เนินเขา มีความสูงชันถึง 8% และบาง ช่วงก็ค่อนข้างยาวอีกด้วย การขับขี่นั้น ผมจะต้องปรับใช้เกียร์ S และ B ซึ่งเครื่องจะ ปรับรอบให้สูงขึ้น เครื่องยนต์จะมีแรงบิดที่มากขึ้น การขับขี่ก็เพียงแตะคันเร่งรักษา รอบให้คงที่ ให้เครื่องยนต์และระบบเกียร์ค่อยๆ ปรับแรงบิดที่เหมาะสม และพาตัวรถ ไต่ขึ้นเนินสูงไปได้ครับ ปกติผมจะใช้ที่ตำาแหน่ง S ก่อน ซึ่งรอบเครื่องจะอยู่ที่ประมาณ 3500 รอบต่อนาที และถ้าหากไม่พอ จึงจะปรับชิฟท์มาที่ตำาแหน่ง B ครับ ซึ่งรอบ เครื่องจะปรับเป็น 4500-5000 รอบต่อนาที ผมเดินทางไปแม่ลาน้อยโดยเริ่มต้นจากเชียงใหม่ และใช้เส้นทางหมายเลข 108 มุ่งตรงไปยังแม่สะเรียงก่อน ซึ่งเส้นทางช่วงหลังๆ นั้น เป็นเส้นทางแบบ 2 เลนวิ่ง สวนทางกัน การจราจรก็ค่อนข้างคับคั่งอยู่พอสมควร เพราะเป็นเส้นทางหลัก แต่ก็พอ มีช่วงให้แซงอยู่บ้าง ผมลองคิ๊กดาวน์ที่ตำาแหน่งเกียร์ D เพื่อทดสอบการตอบสนอง ของเครื่องยนต์ ก็ถือว่าตอบสนองได้ดีครับ ไม่ได้ปรู๊ดปร๊าดเหมือนเครื่องยนต์ใหญ่ๆ แต่ก็ไม่ถือว่าอืดซะทีเดียว ซึ่งจริงๆ แล้ว ผู้ขับขี่ก็ต้องรู้สมรรถนะของรถยนต์ที่ตนเอง ใช้อยู่ละครับว่า มีความสามารถขนาดไหน และดึงเอาสมรรถนะที่มีอยู่มาใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา เลยจากอำาเภอฮอดเข้าสู่ออบหลวง ซึ่งเป็นทางโค้งลัดเลาะไปตามไหล่เขา ได้ ทดสอบการตอบสนองของพวงมาลัยและการยึดเกาะถนน ซึง่ ก็ถอื ว่าผ่านฉลุยครับ ช่วงล่างนุ่มหนึบดี ไม่มีอาการดื้อโค้งแต่อย่างใด แน่นอนว่าผมสลับไปใช้เกียร์ S เพื่อ ลดความเร็วของรถลง เมื่อต้องเข้าโค้งแคบๆ หรือโค้งหักศอกต่างๆ รวมทั้งเมื่อต้องลง เนินเขาสูงด้วยครับ | NOVEMBER 2017 83


Shooting Destination

ตามรอยพระบาท 12 โครงการหลวง 12 เส้นทางแห่งความสุขโครงการหลวง

พระธาตุ ส ี ่ จ อมแห่ ง เมื อ งแม่ ส ะเรี ย ง พระธาตุ จ อมมอญ (บนซ้ า ย), พระธาตุ จ อมกิ ต ติ ( บนขวา), พระธาตุ จ อมแจ้ ง (ล่ า งซ้ า ย) และพระธาตุ จ อมมอญ(ล่ า งขวา) แต่ที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงแค่การซ้อมมือเท่านั้น เส้นทางท้าทายของจริงเป็นช่วง ระหว่างบ่อหลวงไปแม่สะเรียงต่างหากละครับ กว่าครึ่งค่อนของระยะทางทั้งหมด เป็น เส้นทางโค้งคดเดีย้ ว และขึน้ -ลงเขาทีต่ อ้ งใช้เกียร์ตา่ํ อยูต่ ลอด บางช่วงต้องขึน้ เนินสูง ชัน และเป็นระยะทางที่ค่อนข้างยาว ดังนั้นผมจึงต้องใช้เกียร์ S และ B อยู่บ่อยครั้ง แต่ก็มีข้อดีคือช่วยลดการทํางานของเบรกไม่ให้ถูกใช้งานหนักจนเกินไปอีกด้วย ช่วงบ่ายๆ ผมเดินทางถึงตัวอําเภอแม่สะเรียงก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังศูนย์ พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย ผมแวะไปไหว้พระธาตุประจําเมืองแม่สะเรียง ทั้ง 4 พระธาตุ ซึง่ อําเภอแม่สะเรียงเองก็ได้รบั การเรียกขานว่า เป็นเมืองแห่งพระธาตุ

84

| NOVEMBER 2017

4 จอม นั่นคือ พระธาตุจอมแจ้ง, พระธาตุจอมทอง, พระธาตุจอมกิตติ และพระธาตุ จอมมอญ โดยพระธาตุทั้ง 4 นั้น ตั้งอยู่ทั้ง 4 มุมเมืองของอําเภอแม่สะเรียง พระธาตุจอมแจ้ง ตัง้ อยูท่ างทิศตะวันออกของเมืองแม่สะเรียง หรืออยูต่ รงทาง ลงเขาก่อนเข้าเมืองแม่สะเรียงนั่นเอง เป็นพระธาตุองค์เล็กๆ สององค์คู่กัน ตั้งอยู่ ด้านหลังพระอุโบสถ เป็นศิลปะแบบล้านนาผสมผสาน ออกจากวัดพระธาตุจอมแจ้ง เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางหมายเลข 105 ประมาณ 1.2 กิโลเมตร จะเจอทางเลี้ยว ซ้ายไปยังวัดพระธาตุจอมทอง ให้เลีย้ วซ้าย แล้วเลีย้ วขวา ตรงเข้าไปยังวัดพระธาตุ จอมทอง โดยเป็นพระธาตุสององค์คู่กัน ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถเช่นเดียวกับพระ ธาตุจอมแจ้ง จุดเด่นอย่างหนึ่งของวัดพระธาตุจอมทองคือ มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา นั่นคือ พระพุทธมณีมิ่งมงคล หรือชาวบ้านเรียกหลวงพ่อ โต จากจุดนี้สามารถชมวิวเมืองแม่สะเรียง รวมทั้งท้องทุ่งนากว้างใหญ่ และเป็นจุด ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ดีเยี่ยมจุดหนึ่งทีเดียว พระธาตุจอมกิตติ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจอมกิตติ มีลักษณะแบบสถูปล้านนา ตั้ง อยู่บนยอดเขา ห่างจากตัวเมืองแม่สะเรียงประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถชมวิวเมือง แม่สะเรียงได้เช่นเดียวกัน พระธาตุองค์สุดท้ายที่เราเดินทางไปสักการะ นั่นคือ พระ ธาตุจอมมอญมีลกั ษณะเป็นแบบเจดียล์ า้ นนาเก่าแก่ เป็นพระธาตุทช่ี าวบ้านเชือ่ ว่ามี ความศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง และในเดือนกรกฎาคมของทุกๆ ปี จะมีการเฉลิมฉลองที่ยิ่ง ใหญ่ด้วย และถือเป็นจุดชมวิวเมืองแม่สะเรียงที่สวยงามอีดจุดหนึ่งด้วย ทางขึ้นไปยัง พระธาตุนั้น สามารถเดินขึ้นบันไดหรือจะขับรถขึ้นมาก็ได้ แต่ทางขึ้นค่อนข้างชันเอา เรื่องทีเดียว ซึ่งผมเองต้องใช้เกียร์ B ตลอดเส้นทางขึ้นมายังพระธาตุ รวมทั้งตอนขา ลงด้วยเช่นกันครับ ผมและทีมงานเดินทางต่อไปยังศูนย์พฒ ั นาโครงการหลวงแม่ลาน้อย โดยใช้ เส้นทางหมายเลข 108 จากตัวอําเภอแม่สะเรียงมา ยังอําเภอแม่ลาน้อย ระยะทาง


ภาพมุ ม กว้ า งๆ บางส่ ว นของพื ้ น ที ่ เ พาะปลู ก ภายในศู น ย์

วิ ว นาขั ้ น บั น ได และแปลงเพาะปลู ก พื ช พั น ธุ ์ ต ่ า งๆ ส่ ง ให้ ก ั บ โครงการหลวง

แปลงปลู ก ที ่ ล งตั ว พอดี ก ั บ นาขั ้ น บั น ได เป็ น การใช้ พ ื ้ น ที ่ ใ ห้ เ กิ ด ประโยชน์ ส ู ง สุ ด ได้ ด ี ม าก

ประมาณ 30 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาก่อนถึงตัวอำาเภอเล็กน้อย ซึ่งระยะทางจากจุดนี้ ไปยังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย ประมาณ 30 กิโลเมตร ทั้งสองช่วงก็เป็น เส้นทางที่ต้องไต่เลาะไปตามไหล่เขา ซึ่งก็มีทั้งทางสูงชันและทางคดเคี้ยวไปตลอด เส้นทางละครับ เราเลี้ยวออกจากเส้นทางหลัก หมายเลข 1266 ก่อนจะขับลัดเลาะเข้ามายัง บ้านดง แล้วเลี้ยวเข้ามายังศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย ซึ่งอยู่ถัดจากโรงเรียน ตำารวจตระเวณชายแดนมาอีกเล็กน้อย โดยที่ตั้งโครงการอยู่สูงจากระดับนำ้าทะเล ประมาณ 1,100 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยตำ่าสุด 20 องศา และสูงสุดประมาณ 30 องศา เราเดินทางถึงในช่วงบ่ายแก่ๆ แต่อากาศครึ้มฟ้า ครึ้ม ฝน และเต็มไปด้วยเมฆฝนหนาทึบแบบนี้ ทำาให้แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องทะลุลง มาได้ จึงทำาให้รู้สึกเหมือนช่วงใกล้คำ่ามากทีเดียวครับ “มีที่พักว่างอยู่มั๊ยครับ” ผมเข้าไปสอบถามถึงที่พักของศูนย์ เพราะไม่ได้จอง มาล่วงหน้า เนื่องจากเห็นว่าเป็นวันธรรมดา “ยังมีว่างอยู่คะ” เจ้าหน้าที่ตอบกลับมา พร้อมชี้มือไปยังหลังที่ว่าง “ด้านนี้มีนักท่องเที่ยวจองมาแล้วคะ” เหมือนจะรู้ใจว่าผม จะสอบถามถึงสองหลังคู่กันที่อยู่ด้านนอก วิวนาขั้นบันไดนั่นเองครับ “หลังนี้ยังว่าง อยู่ทั้งสี่ห้อง จะเลือกห้องไหนดีคะ” “ห้องนี้ครับ” ผมตอบพร้อมเลือกห้องที่ต้องการ หลังจากที่เดินดูทุกๆ ห้องแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีการตกแต่งคล้ายๆ กัน เพียงแค่จะ มีหน้าต่างที่หันออกไปคนละด้านนั่นเอง ภายในห้องพัก มีเพียงพัดลมติดผนัง แต่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ นั่นอาจจะเป็น เพราะมีอากาศที่เย็นสบายตลอดปีนั่นเอง หลังจากที่เก็บข้าวของกันเรียบร้อยแล้ว ผมและทีมงานออกไปเดินเก็บภาพกันเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับมาพักผ่อนที่ห้อง เนื่อง จากสภาพแสงน้อยมากแล้วนั่นเองครับ ฝนที่โปรยปรายลงมาในช่วงคำ่าๆ ทำาให้ผม ภาวนาว่าพรุ่งนี้ขอให้มีทะเลหมอกด้วยเถอะ...

เช้ามืด ผมออกมาดูบริเวณนาขั้นบันไดรอบๆ บริเวณ ไม่มีทะเลหมอกคลุม อย่างที่หวัง มีเพียงหมอกที่คลุมตามยอดเขา ผมกลับเข้าห้อง และซุกตัวเข้าไปใน ผ้าห่มตามเดิม อากาศช่วงเช้าค่อนข้างเย็น จนอยากให้เมืองกรุงมีอุณหภูมิแบบนี้ มั่งจังเลยครับ ช่วงสายๆ หลัง จากที่อาบนำ้าอุ่นสบายตัวแล้ว ผมออกไปรับประทาน อาหารเช้า จึงได้รับรู้ว่า ห้องพักที่ว่างๆ อยู่ในช่วงหัวคำ่า ตอนนี้เต็มหมดแล้ว จากนัก ท่องเทีย่ วทีม่ าถึงกันเมือ่ ช่วงดึกๆ และทุกคนก็มาพร้อมหน้าพร้อมตากันทีร่ า้ นอาหาร เพือ่ ทานมือ้ เช้า ซึง่ มีเมนูขา้ วต้มหมูสบั ผัดผักเบบีจ้ กั รพรรดิ์ และพริกหวาน กับไข่ตม้ ผมจัดข้าวต้มไปสองชาม ผัดผักจานใหญ่หนึ่งจานและไข่ต้มสองใบ ..คงไม่ต้องบอก

| NOVEMBER 2017 85


Shooting Destination

ตามรอยพระบาท 12 โครงการหลวง 12 เส้นทางแห่งความสุขโครงการหลวง

ฮาลาพิ น โญ่ พริ ก หวานเม็ ก ซิ โ ก

เสาวรส หนึ ่ ง ในผลผลิ ต จากศู น ย์ ฯ

โรงคั ด แยก จุ ด รั บ และคั ด แยกผลผลิ ต นะครับว่าอร่อยมั๊ย อิ อิ... หลังจากจัดการกับมื้อเช้าแล้ว ผมออกไปเดินถ่ายภาพรอบๆ บริเวณด้านหน้า ตรงประตูทางเข้าศูนย์ที่ขับรถผ่านมาเมื่อวาน เป็นจุดคัดแยกผลิตภัณฑ์สำาหรับส่ง ไปจำาหน่ายยังร้านค้าของโครงการหลวง ซึ่งพืชผลที่เจ้าหน้าที่คัดแยกกันอยู่นั้น ส่วน ใหญ่จะเป็นเบบี้จักรพรรดิ์นั่นเอง ผมสังเกตเห็นอีกด้านของโรงคัดแยก มีผักคล้ายๆ พริก แต่รปู ทรงจะเหมือนพริกหยวกก็ไม่เชิง พริกหวานก็ไม่ใช่ “อันนีค้ อื ผักอะไรครับ” ผมถามเจ้าหน้าที่คัดแยก “พริกครับ” ฮ๊ะ!! ผมทำาหน้าประหลาดใจ “พริกฮาลาพินโญ่ เป็นพริกจากประเทศเม็กซิโกครับ ที่เอาไว้ใส่พิซซ่านะครับ จะเอาไปผัดแบบผัดผัก รวมก็ได้” เจ้าหน้าที่อธิบายต่อ ทำาให้ผมต้องร้องอ่อออออ...ยาวๆ ก็เคยกินแบบที่ กลายร่างเป็น อาหารแล้วนะสิ ยังไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ นะครับ แฮ่..!!

เกรฟเบอรรี ่ ท ี ่ ก ำ า ลั ง ออกดอกออกผล จากโรงคัดแยก ผมเดินออกมาที่ด้านหน้าโรงเรียน ก่อนจะเลี้ยวลงเนินไปตาม เส้นทางที่จะไปยังโรงเรือนเพาะเลี้ยงที่กระจายตัวอยู่ตามเนินเขาต่างๆ นาขั้นบันได หลายๆ แปลงถูกแปรสภาพให้เป็นแปลงปลูกเกรฟเบอรี่ ซึ่งกำาลังติดดอกออกผล คาด ว่าอีกไม่นานก็จะสามารถเก็บเกี่ยวสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ จากด้านบนเนินเขา ก่อนที่จะเดินลงมาตามทาง ผมสังเกตเห็นลุงชาวบ้าน กำาลังเก็บหญ้าออกจากแปลงเกรฟเบอรี่ จึงตัง้ ใจว่าจะเดินลงไปขอถ่ายภาพสักหน่อย แต่พอเดินลงมาถึงด้านล่าง ยังจะต้องเดินตามคันนาไปยังแปลงเกรฟเบอรี่ที่อยู่ด้าน บนเล็กน้อย ระหว่างที่กำาลังงุ่มง่ามคลำาทางเดินไปตามคันนา เห็นลุงยังขยับๆ อยู่ที่ แปลงเกรฟเบอรี่ แต่สักพักก็เห็นก้าวฉับๆ ออกไป แล้วก็หายลับไปตามทุ่งข้าว คือ แบบว่า..แห้วครับ ลุงน่าจะเสร้จงานของแกแล้วนะครับ แล้วสกิลการเดินบนพื้นแบบ นี้ ผมเทียบลุงไม่ติดเลยละครับ ผมเดินลัดเลาะไปอีกเนิน มีรถของเจ้าหน้าที่วิ่งผ่านไป เมื่อผมเดินไปถึงโรง เรือน ก็เจอกับถาดต้นกล้าเบบี้จักรพรรดิ์วางอยู่ริมทางหลายๆ ถาด ก็เลยถึงบางอ้อ ว่า เจ้าหน้าที่ขับรถเอาต้นกล้าไปหย่อนให้กับเกษตรกรในโรงเพาะปลูกต่างๆ ตาม ที่เกษตรกรออร์เดอร์มานั่นเองครับ ขากลับผมเห็นเจ้าหน้าที่กำาลังจิ้มๆ อุปกรณ์ที่มี ลักษณะคล้ายๆ ไม้ง่าม แต่มีขนาดเล็กกว่าส้อมที่เอาไว้ทานข้าว จึงเข้าไปสอบ ถาม ว่าทำาอะไร “กำาลังเพาะเมล็ดผักคะ” ไม้ง่ามที่เห็นนั้น จะนำาไปจุ่มนำ้าให้ปลายไม้เปียก แล้วจะนำาไปจิ้มเมล็ดผักด้านละหนึ่งเมล็ด ก่อนที่จะวางลงไปในหลุมของถาดเพาะ กล้าที่เห็นเจ้าหน้าที่เอาไปหย่อนไว้ตามโรงเรือนนั่นแหละครับ ซึ่งก็วางได้ครั้งละสอง หลุม และต้องใช้ความอดทนและใจเย็นมากทีเดียว เพราะหนึ่งถาดนั้นมีประมาณ 200 หลุม ต้องค่อยๆ วางไปทีละสองหลุมต่อการแตะจิ้มเมล็ดพันธ์ุหนึ่งครั้ง ...สุดยอด เลยละครับ “เสร็จแล้วก็เอาเข้าไปปลูกต่อในโรงเรือนเลยเหรอครับ” “ยังคะ” เจ้าหน้าที่ตอบ กลับมา “ต้องเอาเข้าโรงอบก่อนคะ” และชีม้ อื ไปยังห้องอบเมล็ดพันธ์ุ ผมขออนุญาต

86

| NOVEMBER 2017


เจ้ า หน้ า ที ่ ก ำ า ลั ง เพาะเมล็ ด พื ช ลงในถาดเพาะกล้ า

ผลผลิ ต ที ่ ค ั ด เลื อ กและบรรจุ พ ร้ อ มส่ ง จำ า หน่ า ย

เจ้ า หน้ า ที ่ ก ำ า ลั ง คั ด แยกผลผลิ ต ให้ ไ ด้ ต ามมาตรฐานสิ น ค้ า จากโครงการหลวง เข้าไปถ่ายภาพข้างในห้องอบ ซึ่งค่อนข้างร้อนอบอ้าวทีเดียว “อุณหภูมิประมาณ 37 องศาคะ” เจ้าหน้าที่อธิบายเพิ่มเติม เมื่อผ่านห้องอบแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะนำาถาดเมล็ด พันธุ์ไปเพาะต่อในโรงเรือนเพาะกล้า พอโตได้ที่แล้วก็จะนำาไปจำาหน่ายต่อให้กับ เกษตรกรในราคาถาดละประมาณ 20 บาทกว่าๆ เมื่อเกษตรกรนำาไปเพาะปลูกจน เติบโตเต็มที่ ก็จะรับซือ้ ผลผลิตคืนจากเกษตรกร ซึง่ ถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร แบบครบวงจร ทั้งการให้คำาแนะนำาการช่วยเหลือในการเพาะปลูก และการช่วยเหลือ ในช่องทางการจำาหน่ายผลผลิต ตามพระราชดำาริของในหลวง รัชกาลที่ 9 นั่นเองครับ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และโครงการตามพระราชดำาริต่างๆ ของในหลวง รัชการที่ 9 ล้วนแต่เอื้อประโยชน์ให้ชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ ละศูนย์ ให้มีอาชีพที่มั่นคง มีความรู้ในการพัฒนาและเพิ่มผลผลิตให้ได้มากขึ้น รวม ทั้งร่วมรักษาสภาพแวดล้อมไม่ให้ถูกทำาลายดั่งเช่นในอดีต โดยพระองค์ได้เสด็จไป ทอดพระเนตรพื้นที่จริงด้วยพระองค์เอง โดยไม่มีข้อจำากัดว่าจะเป็นพื้นราบ หรือขุนเขา

การเดินทางไป “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย” เริ่มต้นจากเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางหมายเลข 108 มุ่งตรงไปยังอำาเภอแม่สะเรียง จากอำาเภอแม่สะเรียงยังคงใช้เส้นทางหมายเลข 108 ตรงไปอำาเภอแม่ลาน้อย ก่อนจะเข้าสู่ตัวอำาเภอแม่ลาน้อย ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1266 ขับตามเส้นทางนี้ไปประมาณ 30 กิโลเมตร ก่อนจะถึงบ้านห้วยห้อมประมาณ 5 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาเข้าไปยังหมู่บ้านดง และต่อไปยังศูนย์พัฒนาโครงการ หลวงแม่ลาน้อยได้เลย จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ

ขอขอบคุณ... บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำากัด ดู ข ้ อ มู ล เพิ ่ ม เติ ม ได้ ท ี ่ น ี ่ คลิ ๊ ก เลย!

โรงเรื อ นเพาะพั น ธ์ ุ ก ล้ า ไม้ ก่ อ นที ่ จ ะส่ ง ให้ ก ั บ เกษตรกรนำ า ไปปลู ก ต่ อ สูง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยพาหนะหรือเดินเท้า และทรงให้ทีมวิจัยได้ทำาการ ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาพืชพรรณที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ผลพลอยได้ ก็คือ พื้นที่แห่งนั้นกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปโดยปริยาย คนไทยทุกคน อยากไปดูผลงานของพ่อ อยากไปสัมผัสกับสิ่งที่พ่อได้ทรงสรรสร้างให้กับประชาชน ของพระองค์ ไม่ว่าที่แห่งนั้นจะอยู่สูงเสียดฟ้า หรือห่างไกลแค่ไหนอีกด้วย ........................ ในฉบับต่อไป ผมและทีมงานจะเดินทางต่อไปยังโครงการพระราชดำาริปางตอง พระตำาหนักในขุนเขาของทั้งสองพระองค์ เส้นทางจะสูงชันแค่ไหน Toyota Yaris Ativ จะพาเราไปถึงหรือไม่ ติดตามได้ในฉบับหน้าครับ สวัสดีครับ.. | NOVEMBER 2017 87


BOOK

RECOMMENDED

เรื่อง : ปภากร

Close-up & Macro Photography The Expanded Guide : Techniques

เขียน : Tracy Hallett สำ�นักพิมพ์ : Ammonite Press จำ�นวนหน้� : 192 ขน�ด : 15.2 x 17.8 ซม.

n หนึ่งในลักษณะการถ่ายภาพในธรรมชาติที่นักถ่ายภาพจำานวนมากให้ความสนใจ

และชอบถ่ายภาพนอกเหนือไปจากภาพทิวทัศน์หรือภาพสัตว์ป่าคือ การถ่ายภาพโคลส อัพหรือมาโคร เนื่องจากด้วยการขยายรายละเอียดของสิ่งที่มีขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นพืช พรรณหรือสิ่งมีชีวิตให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากที่ปกติแล้วไม่สามารถเห็นด้วย ตาได้ มักจะสร้างความน่าสนใจและตื่นตาแก่นักถ่ายภาพรวมทั้งผู้ดูภาพเสมอ ลองคิดถึง ลายละเอียดบนปีกผีเสื้อ ตาของแมลง หรือกลีบดอกไม้ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน บนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือภาพพรินท์จากที่ปกติแม้คนเราจะมองเห็นผีเสื้อ แมลง หรือ ดอกไม้กันทั่วไปอยู่แล้ว แต่รายละเอียดเล็กๆ ของสิ่งของขนาดเล็กเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะ สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าทั่วไป อย่างไรก็ตามการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กด้วยอัตราขยายสูงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ เช่นเดียวกับการถ่ายภาพอื่นๆ ที่มักจะมีเทคนิคเฉพาะสำาหรับการถ่ายภาพวัตถุแต่ละ ประเภทซึ่งผู้เริ่มถ่ายภาพมาโครอาจยังไม่รู้ ซึ่งวิธีหนึ่งที่ดีในการเรียนรู้การถ่ายภาพมาโคร คือการอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจงในการให้คำาแนะนำาการถ่ายภาพมาโครซึ่ง เขียนโดยผู้ที่มีประสบการณ์ด้านนี้ เพื่อที่นักถ่ายภาพจะสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ ของผู้อื่น และนำาไปลองใช้จริงหรือเป็นแนวทางในการถ่ายภาพ หนังสือ Close-Up & Macro Photography เป็นหนึ่งในหนังสือชุด Expanded Guide : Techniques ซึ่งประกอบด้วยหนังสือเกี่ยวกับด้านต่างๆ ของการถ่ายภาพหลาย เล่มอย่าง Landscape Photography, Understanding RAW Photography, Night & Low Light Photography โดยภายในหนังสือ Close-Up & Macro Photography ประกอบ ด้วยเนื้อหา 10 บท ตั้งแต่ลักษณะเบื้องต้นของการถ่ายภาพมาโคร, อุปกรณ์ถ่ายภาพ, การบันทึกภาพและวัดแสง, การโฟกัส, ความเข้าใจเกี่ยวกับแสง, แฟลช, องค์ประกอบ

88

| NOVEMBER 2017

ภาพ, สี, แนวความคิดในการลองถ่ายภาพ และการปรับภาพหลังถ่าย จึงทำาให้ไม่เพียง ครอบคลุมเกี่ยวกับเรื่องของวัตถุขนาดเล็กที่ถ่ายภาพเท่านั้น แต่เป็นการนำานักถ่ายภาพ ไปทีละขั้นของการถ่ายภาพตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและสามารถนำาเอาเนื้อหาไป ใช้ในการถ่ายภาพให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ภายในหนังสือยังมีคำาแนะนำาและทิปเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์จากผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นนักถ่ายภาพถ่ายภาพมาโครระดับ มืออาชีพ พร้อมกับมีการยกตัวอย่างเทคนิคที่ใช้ในการถ่ายภาพอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้อ่าน นำาไปฝึกฝน รวมไปถึงภาพประกอบ ดังนั้น ด้วยเนื้อหาทั้งหมดในหนังสือจึงทำาให้ผู้อ่านหนังสือ Close-Up & Macro ทั้งมือใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์แล้วมีความรู้ครอบคลุมทุกด้านตั้งแต่ความแตกต่าง ระหว่างการถ่ายภาพ Close-Up และมาโคร รวมทั้งเรื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์ถ่ายภาพ ไม่ว่า จะเป็นโหมดบันทึกภาพสำาหรับถ่ายภาพมาโครในกล้อง DSLR การใช้เลนส์ซูม เลนส์มุม กว้าง เลนส์สำาหรับถ่ายภาพมาโครโดยเฉพาะ เทเลคอนเวอร์เตอร์ เบลโลว์ และ Reversing Ring หรือแหวนกลับเลนส์ พร้อมกับที่ผู้อ่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีการถ่ายภาพทั้ง เรื่องการบันทึกภาพและวัดแสง แสง สี องค์ประกอบภาพ และการโฟกัส ซึ่งเป็นสิ่งสำาคัญ ไม่แตกต่างจากการถ่ายภาพอื่นๆ เพื่อทำาให้ภาพดูน่าสนใจ นอกเหนือไปจากความน่า สนใจจากอัตราขยายที่สูงของเลนส์ ผูท้ ส่ี นใจหรือคิดอยากจะถ่ายภาพมาโคร หนังสือ Close-Up & Macro Photography จึงเป็นคู่มือที่ดีทั้งสำาหรับผู้เริ่มต้นการถ่ายภาพที่จะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ในการถ่ายภาพไป พร้อมกับการถ่ายภาพมาโครด้วย ขณะที่ผู้ที่มีประสบการณ์ในการถ่ายภาพบ้างแล้วก็จะ ได้ประโยชน์จากคำาแนะนำาและทิปในหนังสือพร้อมกับภาพประกอบที่จะให้แนวทางใน การถ่ายภาพ..


WEB

RECOMMENDED

เรื่อง : mirror9

Sergio Tapiro Velasco https://tapiro.photoshelter.com Sergio Tapiro Velasco : เซอร์จิโอ เป็นช่างภาพชาว เม็กซิกัน เกิดใน Colima อยู่ทางตะวันตกของเม็กซิโก ซึ่ง อยู่ใกล้กับภูเขาไฟ Colima ในวัยเด็กเขามีความสุขที่ได้อ่าน หนังสือมากมาย และได้เห็นภาพและเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ เกี่ยวกับภูเขาไฟ ในปี 2545 เซอร์จิโอได้เริ่มโครงการถ่าย ภาพภูเขาไฟ จนกลายเป็นส่วนสำาคัญของชีวิตไปเลย เขามี ภาพที่น่าอัศจรรย์เกี่ยวกับภูเขาไฟกว่า 350,000 ภาพ หลัง จากนั้นไม่กี่ปี ภาพของเขาก็ได้รับการเผยแพร่ลงในหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ ทุก วันนี้เขาเป็นช่างภาพอิสระ และได้รับรางวัลมากมาย อาทิเช่น ในปี 2016 ได้รับรางวัล จาก World Press Photo และในปี 2560 ได้รับรางวัลจาก National Geographic หรือ รางวัลแกรนด์ในงาน Great Outdoors by PDN เป็นต้น ลองเข้าดูไปดูภาพภูเขาไฟใน เว็บของเขาดูครับ แม้ว่าจะมีภาพโชว์ไม่กี่ภาพก็ตาม แต่ก็เป็นภาพที่สวยงามทีเดียว.. n

| NOVEMBER 2017 89


A PLACE TO GO

“เลอ จา แดง เดอ แม่โจ้” ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เกือบๆ 30 กิโลเมตร และอยู่ ใกล้ๆ กับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้เพียงแค่สองกิโลเมตรกว่าๆ เท่านั้นเอง ถนนหนทางที่มุ่งหน้าสู่ที่พักแห่งนี้ถือว่าสะดวก สบาย โดยสามารถขับรถเข้าไปได้ทั้งสองทางแล้วแต่จะเลือก เราเลือกที่จะขับเลยไปทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้แล้ว เลี้ยวซ้าย ขับลัดเลาะไปตามถนนลาดยางที่มีสองเลน ขับผ่านวัดแล้วก็ ไปโผล่เลียบลำาคลองเล็กๆ จากนั้นก็ ขับเลี้ยวซ้ายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเจอกับที่พักหลังคาทรงแหลมสีส้มตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ทางฝั่งขวามือ ขับเลยไปจนเจอกับสะพานก็ขับรถเลี้ยวขวาเข้าไปจอดภายในบริเวณที่พัก

ด้วยรูปทรงที่แปลกตาและไม่เหมือนกับที่พักทั่วๆ ไป ที่พวกเราเคยพักมา มันเลยทำาให้พวกเราถึงกับตกตะลึงและ คาดไม่ถึงว่าจะมีที่พัก ที่เมื่อดูจากภายนอกแล้วเหมือนกับบ้าน ใหญ่ๆ หลังหนึ่ง รูปทรงของสถาปัตยกรรมได้แนวความคิด มาจากหมู่บ้านชาวอังกฤษผสมกับทางฝั่งเยอรมันนี รั้วประตู ทางเข้าสีเขียวหวานๆ มันช่างดึงดูดและเหมือนกับเชื้อเชิญ ให้แขกผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี จอดรถเสร็จก็พากันลากกระเป๋าเดินทางและสัมภาระ เดินเข้าไปยังด้านในทันที ผมเดินตามหลังเพราะมัวแแต่เก็บ ภาพรอบๆ บริเวณ ทางด้านซ้ายที่เลยถัดไปจากบริเวณจอดรถ จะมีสวนหย่อมขนาดย่อมๆ ที่มีศาลาสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ ตรงกลาง มีทางเข้าทั้งหมดส่ีทางด้วยกัน ทั้งสี่มุมจะปลูกไม้ ดอกหลากหลายชนิดสลับกันเพื่อความสวยงาม เสียงแว่วๆ ของพี่ต๋อยซึ่งเป็นเจ้าของพูดทักทายกับ พวกเราอยู่ตรงบริเวณประตูทางเข้า ผมรีบเดินตามไปสมทบ เดินผ่านซุ้มหลังคาทางเข้าที่มีต้นเฟิร์นห้อยระย้าลงมาอย่าง สวยงาม ผมเอ่ยคำาทักทายและกล่าวสวัสดีพี่ต๋อยเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่จะพากันเดินไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารซึ่งอยู่ชั้นล่าง พูดคุยทักทายกันต่ออีกไม่นาน พี่ต๋อยก็เดินเข้าไปยกอาหาร จากในครัวมาเสิร์ฟให้กับเราสามคนได้รับปะทานกัน หลังจากรับประทานอาหารเสร็จผมก็เลยถือโอกาสเดิน สำารวจรอบๆ บริเวณซะเลย ที่พักที่นี่จะถูกตกแต่งด้วยของเก่า สไตล์วินเทจเรโทร มีมากมายหลายอย่างจริงๆ ของทุกชิ้นมา จากต่างประเทศทั้งหมด ทุกๆ ชิ้นถูกจัดวางได้อย่างลงตัวและ เป็นหมวดหมู่ บางมุมก็จะมีรูปของพี่ต๋อยและแฟนใส่อยู่ ภายในกรอบเก่าๆ คลาสสิควางอยู่ด้วย สำาหรับที่พักแห่งนี้จะมีอยู่เพียงแค่สองชั้นเท่านั้น โดย แยกกันระหว่างชั้นล่างซึ่งเป็นที่รับประทานอาหาร และชั้นบน คือชั้นที่สองจะเป็นในส่วนของห้องพัก บรรยากาศของที่พัก

90

| NOVEMBER 2017

แห่งนี้จะเน้นแบบกันเอง โดยให้มีความรู้สึกเหมือนว่าเรามา พักอยู่ที่บ้านของเราเองประมาณนั้น ทางด้านซ้ายของที่ รับประทานอาหารจะเป็นห้องทำากับข้าวและห้องนำ้า ส่วนทาง ด้านขวามือจะเป็นห้องรองรับลูกค้า ภายในห้องจะถูกตกแต่งด้วยของเก่าวินเทจเช่นเดียวกัน มีเปียนโนเก่าๆ ที่ยังคงใช้งานได้วางอยู่ทางด้านซ้ายมือติดกับ ผนังห้อง ห้องนี้จะเป็นห้องกระจกหลังคาทรงสูง ให้ความรู้สึก โปร่งโล่งสบายจริงๆ ลูกค้าสามารถที่จะสั่งอาหารหรือเครื่องดื่ม มานั่งชิลล์ๆ ได้เลย จากทางด้านล่าง คราวนี้ก็ได้เวลาที่จะขึ้นไปสำารวจ ยังบริเวณห้องพักด้านบน ก้าวเดินขึ้นบันไดเก้าขั้นแล้วก็เจอกับ ชานพัก ผนังปูทางด้านซ้ายมือก่อนที่จะก้าวขึ้นบันไดไปทาง ด้านขวา จะถูกตกแต่งด้วยของสะสมต่างๆ มากมาย โดยได้ถูก จัดวางอย่างเป็นระเบียบและเป็นหมวดหมู่เช่นเดียวกัน พอก้าวพ้นบันไดขึ้นไปถึงชั้นสองก็จะมีทางเดินไปจน สุดทาง ทางฝั่งขวามมือก็จะถูกทำาเป็นห้องพักให้กับลูกค้า ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดสี่ห้องเท่านั้นเอง ในแต่ละห้องก็จะทำาเป็นสองชั้น ภายในบริเวณห้องมีเนื้อที่กว้างขวางมากๆ ข้างล่างจะมีทั้ง เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า มุมนั่งเล่น ห้องนำ้า และอุปกรณ์อำานวย ความสะดวกครบครัน ตรงมุมนั่งเล่นเมื่อเงยหน้าขึ้นไปจะเจอ กับโคมไฟระย้าลงมาสวยงาม เราสามารถมองเห็นรั้วระเบียง ของชั้นบนได้เหมือนกัน ถัดจากเตียงนอนเลยออกไปทางด้านในสุด จะมีประตู ออกไปดูวิวทิวทัศน์ตรงระเบียงด้านนอก ส่วนทางด้านขวามือ จะทำาเป็นห้องนำ้า และทางด้านซ้ายมือจะมีบันไดที่ขึ้นไปยัง ห้องนอนชั้นสอง ผนังห้องก็จะถูกประดับตกแต่งไปด้วยรูป ภาพเก่าๆ โคมไฟ และเชิงเทียน ด้านบนชั้นสองก็จะลักษณะแตกต่างกันออกไปในละ

ห้อง มีการจัดวางเตียงนอนและสิ่งของเครื่องใช้ให้ลงตัวใน แต่ละห้อง บางห้องก็จะมีเก้าอี้โซฟาให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อน นอนเล่นกัน โคมไฟบริเวณหัวเตียงแทบทุกห้อง จะเป็นของ เก่าวินเทจแทบทั้งสิ้น สำาหรับโทนสีในแต่ละห้องก็จะถูกทำาให้แตกต่างกัน ออกไป บางห้องก็จะออกโทนฟ้าอ่อนๆ บางห้องก็จะเป็นสี โอโรส สร้างความรู้สึกอบอุ่นในยามที่พักผ่อนได้เป็นอย่างดี เมื่อเดินไปจนสุดทางเดินแล้วจะเจอกับโต๊ะพร้อมเก้าอี้ สองตัว เปิดประตูเข้าไปทางขวามือก็จะเจอกับระเบียงสำาหรับ ยืนชมวิวทิวทัศน์อันสวยงาม มีเก้าอี้โซฟาให้นั่งเล่นเพลินๆ อยู่สามตัว มุมนี้ถือว่าได้บรรยากาศสุดๆ ในยามเช้าหรือยาม เย็น ผู้ที่มาพักสามารถที่จะยืนชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างชิลล์ๆ เลยทีเดียว มองผ่านทุ่งนาข้าวเขียวขจีเลยออกไปไกลๆ จะ มองเห็นทิวเขาเรียงรายสลับกันไปมา “เลอ จา แดง” นอกจากจะมีบริการห้องพักแล้ว ที่นี่ ยังมีอาหารและเครื่องดื่มเอาไว้คอยบริการให้กับลูกค้าอีกด้วย อาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดจะถูกปรุงแต่งด้วยเชฟที่มากด้วย ประสบการณ์ จึงมั่นใจได้ทุกๆ เมนูที่สั่ง ลูกค้าจะต้องประทับใจ ในรสชาติและความสวยงามอย่างแน่นอน นอกจากที่พักและอาหารที่เลิศรสแล้ว ที่นี่ยังมุมให้ ลูกค้าได้เดินเล่นถ่ายรูปกันอย่างจุใจ ยิ่งในยามหน้าหนาว มาเยือนด้วยแล้ว บรรยากาศของที่พักแห่งนี้จะสวยงามและ สร้างความประทับให้กับแขกผู้มาเยือนได้อย่างที่ยากจะลืม กันเลยทีเดียว สนใจติดต่อขอจองห้องพักได้ที่เบอร์โทร. 081-4205413 เฟสบุ้คแฟนเพจ : https://www.facebook.com/ LeJardindeMaejo


Fi CLUB

TALKATIVE

By : mirror9

.. เดือนหน้าแล้วซินะ ก็จะหมดปี พ.ศ. 2560 ห้วงเวลาแห่งชีวิตก็เดินตามเวลามาในทุกๆ วินาทีเช่นกัน การเกิดของทุกสิ่งในสากลโลก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต หรือสิ่งไม่มีชีวิต ต่างก็จะต้องร่วงโรยไปตามกาลเช่นกัน เพียงแต่จะช้าหรือเร็วกว่ากันเพียงใดเท่านั้น ที่เหลือหรือ.. คือ “ความดี” ที่ทำาติดตัวของแต่ละท่านเพียงเท่านั้น ที่อยู่ให้สังคมได้รับรู้ต่อไป เฉกเช่นเดียวกับองค์ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพ ิ ลอดุลยเดช” ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จ พ่อเหนือหัวของปวงชนชาวไทย ทีไ่ ด้กระทำาความดีตอ่ ประเทศชาติและต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างมากมาย มหาศาล มากมายจนประชาชนอย่างเราๆ จะจาระไนได้อย่างครบถ้วนกระบวนความทีเดียว “ความดี” ขยันทำาเข้าไปเถอะครับ.. และอย่าคิดว่าจะหวังผลตอบแทนจากการทำาความดีนน้ั และหาก ความดีที่เราได้กระทำาไปนั้น ส่งผลประโยชน์กลับมาหาตัวเราเอง ก็ถือเสียว่า..นั่นเป็นผลพลอยได้จากการได้ทำา ความดีของเราเอง เท่านี้เราก็จะสบายใจ ไม่มีใครมาว่าเราว่า “ทำาความดีเพื่อหวังผลตอบแทน” ..จริงอยู่ บาง คนว่า “หว่านพืช ต้องหวังผล” แต่นั่นจะเอามาเปรียบเทียบกับการทำา “ความดี” ไม่ได้ มันคนละอย่างกันครับ ................... และในช่วงทีเ่ ขียนต้นฉบับอยูน่ ้ี อยูใ่ นช่วง “เทศกาลกินเจ” พอดี ซึง่ ผมเองก็กนิ เป็นประจำาทุกปี ปีนต้ี รง กับวันที่ 20-28 ต.ค. แต่ต้องกินก่อน 1 วัน ตั้งแต่วันที่ 19 เพื่อเป็นการล้างท้อง และกินมื้อเช้าของวันที่ 29 อีก หนึ่งวัน ก็เป็นอันเสร็จสิ้นตามวาระของเทศกาลกินเจปีนี้ ใครที่ทานเจได้ก็ดีครับ อย่างน้อยก็เพื่อสุขภาพตัวเรา เอง เลือกอาหารเจที่ไม่มันมาก เน้นผักผลไม้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง ซึ่งปัจจุบันและหลายปีมานี้ ผม สังเกตว่า คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ๆ หันมากินเจกันมากขึ้น บ้างก็กินเป็นแฟชั่น หรือกินเป็นบางมื้อ แต่บางท่านก็ กินเจแบบจริงจัง หรือผู้ที่นับถือเจ้าแม่กวนอิิมก็จะกินเจประจำาทุกปีอยู่แล้ว และใครที่คิดจะกินเจก็ไม่ต้องกลัว ว่าจะหาอาหารเจกินยาก เพราะพอถึงช่วงเทศกาลนี้ จะมีรา้ นอาหารเจปักธงสีเหลืองให้เห็นเด่นชัดจำาหน่ายอยู่ มากมายไปทั่วเมือง จึงไม่ต้องเป็นห่วง รวมถึงภัตตาคารใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงหลายที่ก็จะทำาอาหารเจขายด้วย มีบางท่านทีไ่ ม่ทานเนือ้ สัตว์มานาน ก็จะกินมังสวิรตั ติ ลอดชีวติ ..แต่สาำ หรับการกินเจแล้ว มีข้อห้ามใน การกินผักอยู่ 5 ชนิดด้วย ซึ่งจะเป็นผักที่มีกลิ่นฉุน ได้แก่ กระเทียม, หัวหอม, หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน), กุยช่าย, ใบยาสูบ หรือบางครั้งอาจรวมถึงเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุนด้วย และสาเหตุทห่ี า้ มกินผักฉุนทัง้ 5 ชนิดนัน้ เพราะว่าผักฉุนดังกล่าวเป็นผักทีม่ รี สหนัก มีกลิน่ เหม็นคาว รุนแรง จึงอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของผู้กินเจได้ นอกจากนี้ ชาวจีนยังเชื่อกันว่า ผักฉุนดังกล่าวมีพิษทำาลาย พลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะหลักสำาคัญภายในทั้ง 5 ทำางานไม่ปกติละครับ ................... สำาหรับเรื่องราวจากปกฉบับนี้..เป็น Fujifilm X-E3 ความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 23.5x15.6mm (APS-C) X-Trans CMOS III มี ระบบทำาความสะอาดเซ็นเซอร์ในตัว ขนาดหน้าจอ 3 นิ้ว วิดีโอ 4K (3840x 2160) ก็ดูน่าสนใจไม่น้อยครับ ราคาประมาณ $899 ติดตามอ่านบทความใน ฉบับได้เลย สวัสดีครับ..

ถูกใจ

C H A N N E L

รับขอมูลขาวสาร และ กิจกรรมตางๆ มากมายของ FOTOINFO ถึงวัน ก็โรยรา.. : สถานที่ - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.น่าน Panasonic DMC-GM1 : Lens Lumix G Vario 12-32mm f/3.5-5.6, 1/800 sec., f/8, Mode M, ISO-250, Metering Mode : Pattern, WB Auto / Photograph By : Chaiyaphruek Phetnamek

มารวมกันสรางสังคมออนไลน ของคนรักการถ ายภาพ ที่นี่ | NOVEMBER 2017 91


HOT

STUFF

เรียบเรียง : สมศักดิ์ ทัศนเศรษฐ

Anypro 360° Tablet Stand

n ขาตั้งสำาหรับวางสมาร์ทโฟนหรือแท๊บเล็ท ผลิตจากสแตนเลส ตัวฐานเป็นรูปทรงกลม มียางรองในตัว สามารถยึดติดกับทุกพื้นผิวได้อย่างมั่นคง เส้นผ่าศูนย์กลาง 4.1” หนา 4.7” ปรับมุมมองหน้าจอขึ้นลงได้ 270° และยังหมุมรอบตัวไปมาได้ถึง 360° นำ้าหนัก 330 กรัม สามารถ วางสมาร์ทโฟน แท๊บเล็ท หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ตั้งแต่ 4-13” ปรับวางได้อย่างอิสระ ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน รวมทั้งใช้วางเครื่องเล่นเกม Sony PSP หรือ Nintendo Switch ได้ด้วย ด้าน หลังมีช่องร้อยสายไฟเซาะร่องสำาหรับล็อกจัดระเบียบการใช้งาน รองรับนำ้าหนักสูงสุดประมาณ 2 กิโลกรัม

LightPix Labs Power Lens

n แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย Wireless charger ออกแบบรูปร่างเป็นเลนส์ Pancake 40 มม.

f/2.8 รองรับการใช้งานกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เช่น iPhone 8 / 8 Plus, iPhone X, Galaxy S8 / S8+ / Note 8 และสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่มีระบบ Qi wireless charging ทุกรุ่น สามารถชาร์จไฟได้เร็วกว่าการชาร์จไร้สาย Quick Charge ทั้ง QC 2.0 และ QC 3.0 ปรกติถึง 1.5 เท่า มีเสียงลั่นชัตเตอร์เมื่อเริ่มต้นชาร์จไฟ สามารถเปิด-ปิดได้ เชื่อมต่อ ผ่านพอร์ต micro USB มีไฟ LED แสดงสถานะ ขนาด 86 x 22 มม. นำ้าหนัก 100 กรัม

Instax SHARE SP-3 SQ

n เครื่องพิมพ์ภาพรุ่นล่าสุด รุ่นแรกที่พิมพ์ภาพจากฟิล์ม Instax Square ฟอร์แมท 1:1

ให้ภาพขนาด 62×62 มม. ความละเอียด 318 dpi (800×800 จุด) 256 เฉดสี (RGB) รอง รับทัง้ ไฟล์ Jpeg และ PNG พิมพ์ภาพด้วยความเร็ว 13 วินาที/ภาพ ใช้แบตเตอรีใ่ นตัว ชาร์จไฟผ่านพอร์ต Micro USB 3 ชั่วโมง สามารถพิมพ์ภาพได้ 160 ภาพ พิมพ์ภาพโดย ตรงจากกล้อง Fujifilm X-series และสมาร์ทโฟน Android ver 4.0.3 และ iOS version 8.0 ขึ้นไป ผ่าน instax SHARE App. มาพร้อม Templete และ filter หลายรูปแบบให้ เลือกใช้ พิมพ์ภาพแบบ Collage Template ได้สูงสุด 9 ภาพ ตัวเครื่องมี 2 สีคือ ขาว/ดำา ขนาด 116x130.5×44.4 นำ้าหนัก 312 กรัม

Seagate BarraCuda Pro n ฮาร์ดดิสก์ ซีรี่ส์ BarraCuda Pro ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5” ที่มีความจุสูงสุดถึง 12TB เป็น

ความจุทส่ี งู ทีส่ ดุ ในปัจจุบนั ทำางานด้วยประสิทธิภาพความเร็วสูงทีส่ ดุ ในโลก รวมทัง้ มีความ ทนทานสูง และความเร็วสูงที่ 7200RPM หรือเร็วกว่า HDD ที่ใช้ใน desktop ทุกรุ่นใน ปัจจุบัน ออกแบบให้รองรับการจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ สำาหรับการใช้งานระดับอาชีพ เช่น การเก็บไฟล์ RAW, ไฟล์ภาพนิง่ หรือวิดโี อความละเอียด 4K, ไฟล์AR, VR รวมถึงไฟล์ วิดีโอ 360° ที่กำาลังได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน และยังมีขนาดความจุ 256MB ที่เหมาะ สำาหรับใช้งานกับเครื่อง PC ให้เลือกด้วย 92

| NOVEMBER 2017


NEW

GEAR

เรียบเรียง : สมศักดิ์ ทัศนเศรษฐ

Manfrotto Element Carbon

n ขาตั้งกล้องระดับ entry-level รุ่นล่าสุด ผลิตด้วย carbon fiber นํ้าหนักเบา แต่แข็งแรง เหมาะสําหรับช่าง

ภาพกลุ่ม travel photographers สามารถยืดได้สูงสุด 3 ระดับ และล็อกด้วยระบบหมุน หรือ twist locks และยังสามารถถอดออกเพือ่ ใช้งานเป็น monopod ขนาดมาตรฐานได้ดว้ ย มาพร้อมหัว ball head ทําจาก อลูมินั่มและใช้เพลทยึดขาแบบ Arca-style ผลิตออกมา 2 รุ่นคือ รุ่นรองรับนํ้าหนักกล้อง เลนส์ และอุปกรณ์ ได้สูงสุด 4 กิโลกรัม มีขนาดสูง 143 ซม. นํ้าหนัก 1,050 กรัม และรุ่นใหญ่ รับนํ้าหนักอุปกรณ์ได้รวม 8 กิโลกรัม ขนาดสูง 164 ซม. นํ้าหนัก 1,400 กรัม

Irix IFH-100 System

n ฟิลเตอร์โฮลเดอร์ 100 มม. โครงสร้างผลิตด้วยอลูมินั่มอัลลอยด์ที่มีนํ้าหนักเบา แข็งแรง สําหรับใช้กบั ฟิลเตอร์แผ่นขนาดความหนา 2 มม. ผลิตออกมาทัง้ ฟิลเตอร์ ND, ND grads, polarizer ช่องใส่ฟิลเตอร์เป็นแบบ dual slot ใส่ฟิลเตอร์ได้ 2 แผ่นพร้อมกัน และยังสามารถ หมุนรอบได้ สําหรับรองรับการใช้งานทั้งกับฟิลเตอร์ graduated และฟิลเตอร์โพลาไรซ์ ออกแบบสําหรับใช้งานกับเลนส์ Irix 15 มม. f/2.4 โดยเฉพาะ โฮลเดอร์มใี ห้เลือก 2 ขนาด คือ 100x100 มม. และ 100x150 มม. และมีอแดปเตอร์สําหรับนําโฮลเดอร์ไปใช้งานกับ เลนส์รุ่นอื่นๆ ที่ใช้ฟิลเตอร์ขนาด 67-82 มม.

SIGMA 16mm f/1.4 DC DN

n เลนส์มุมกว้างประสิทธิภาพสูงรุ่นที่ 2 ในกลุ่ม f/1.4 สําหรับใช้งานกับกล้อง Sony E-Mount เซ็นเซอร์ APS-C ออกแบบให้มีนํ้าหนักเบา ขนาดกะทัดรัด โครงสร้างภายนอกมีซีลป้องกันละอองนํ้าและฝุ่น ภายในประกอบด้วย ชิ้นเลนส์ 16 ชิ้น จัดเป็น 13 กลุ่ม มีชิ้นเลนส์ FLD 3 ชิ้น, ชิ้นเลนส์ SLD 2 ชิ้น และชิ้นเลนส์ Aspherical 2 ชิ้น รูรับ แสงแคบสุดที่ f/16 ไดอะแฟรม 9 ใบ โฟกัสใกล้สุดที่ 0.25 เมตร ออกแบบการจัดวางชิ้นเลนส์และมอเตอร์โฟกัสที่ให้ ความนิ่มนวล รองรับกับการใช้งานถ่ายวิดีโอ ฟิลเตอร์ขนาด 67 มม. ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเลนส์ 72 มม. ความยาว กระบอกเลนส์ 92 มม. นํ้าหนัก 405 กรัม

Casio GZE-1

n กล้อง action cam รุ่นแรกของซีรี่ส์ Gz EYE ใช้เซ็นเซอร์ backlit CMOS ขนาด 1/2.3” ความละเอียด

21.14 ล้านพิกเซล แต่ให้ไฟล์ถา่ ยภาพนิง่ ความละเอียด 6.9 ล้านพิกเซล มาพร้อมเลนส์มมุ กว้าง 13 มม. f/2.8 ถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD เฟรมเรทสูงสุด 240fps และสามารถถ่ายวิดีโอความเร็วปกติ พร้อมกับสโลโมชั่นได้ในคลิปเดียวกัน มีระบบกันสั่นไฟฟ้า 3 แกน รองรับกับการถ่ายวิดีโอ (ไม่ทํางาน กับภาพนิง่ ) ตัวกล้องมีปมุ่ ควบคุมขนาดใหญ่ ใช้งานได้แม้ใส่ถงุ มือ และคุณสมบัตกิ นั กระแทก กันตก จากที่สูง 4 เมตร ใช้งานได้ในอุณหภูมิ -10°C กันฝุ่นมาตรฐาน IP6X และกันนํ้าลึก 50 เมตร สามารถ ใช้งานร่วมกับนาฬิกา PRO TREK Smart “WSD-F20” หรือกับสมาร์ทโฟน และรีโมทคอนโทรล CD controller “GEC-10” | NOVEMBER 2017 93


NEW

GEAR

iZugar MKX22

n เลนส์ super fisheye เทียบเท่ากับระยะทางยาวโฟกัส 3.25 มม. f/2.5 ตายตัวปรับไม่ได้

ให้มมุ มองภาพแบบวงกลม 220° โครงสร้างภายในใช้ชน้ิ เลนส์ 10 ชิน้ จัดเป็น 6 กลุม่ ระยะ โฟกัสใกล้สุด 0.6 เมตร เป็นเลนส์ที่ให้ความคมชัดแบบ edge-to-edge เหมาะสําหรับถ่าย ภาพนิง่ และวิดโี อความละเอียด 4K สําหรับใช้กบั กล้อง Micro Four Thirds เช่น Panasonic GX85, G85 และกล้องเมาท์ MFT อื่นๆ นอกจากนั้นยังสามารถใช้กับกล้อง ZCam E1 - iZugar Custom Edition, Blackmagic Micro Studio 4K, Sony A7R2 (โดยใช้ MFT-NEX adapter) ได้ ตัวเลนส์มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 57 มม. ความยาว 42 มม. นํ้าหนัก 160 กรัม

Canon PowerShot G1X Mark III

n กล้องคอมแพกต์ไฮเอนด์ บอดี้ผลิตด้วยแมกนีเซียมอัลลอยด์ มีซีลกันความชื้นและ

ฝุ่นละออง ใช้เซ็นเซอร์ Dual Pixel AF ขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ชิป ประมวลผล DIGIC 7 มาพร้อมเลนส์ซูม 24-72mm f/2.8-5.6 จุดโฟกัส 49 จุด ระบบ กันสั่นที่เลนส์ชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้ 4 สตอป ถ่ายภาพต่อเนื่อง 9 fps ปรับความ ไวแสง ISO 100-25600 ความเร็วชัตเตอร์ 30-1/2000 วินาที ช่องมองภาพ EVF ความ ละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล จอ LCD ขนาด 3” ปรับมุมมองได้พร้อมทัชสกรีน ถ่ายวิดโี อ Full HD /60p, time-lapse พร้อมเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi, NFC และ Bluetooth ขนาดตัวกล้อง 115x78x51 มม. นํ้าหนัก 399 กรัม

Zeiss Milvus 25mm f/1.4

n เลนส์มุมกว้างแมนนวลโฟกัสรุ่นที่ 11 และเป็นเลนส์สว่าง f/1.4 รุ่นที่ 4 ผลิตสําหรับใช้งานกับ

กล้องฟูลเฟรม Canon EF-Mount (ZE) และ Nikon F-Mount (ZF.2) และสามารถใช้กับอแดปเตอร์ แปลงเมาท์ไปใช้งานกับเมาท์เลนส์อื่นๆ ได้ โครงสร้างใช้ชิ้นเลนส์ 15 ชิ้น จัดเป็น 13 กลุ่ม มีชิ้นเลนส์ Aspherical 2 ชิ้น anomalous partial dispersion 7 ชิ้น ไดอะแฟรม 9 ใบ มาพร้อมซีลที่กระบอกเลนส์ กันฝุ่นและนํ้า รูรับแสงแคบสุดที่ f/16 ระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 0.25 เมตร ขนาดฟิลเตอร์ 82 มม. ความยาว กระบอกเลนส์ รุ่น ZE 123 มม. (4.82”) นํ้าหนัก 1,225 กรัม / รุ่น ZF.2 123มม. (4.85”) นํ้าหนัก 1,171 กรัม

Sony A7rIII

n กล้อง mirrorless เซ็นเซอร์ BSI CMOS แบบไม่มี optical low pass filter ขนาดฟูลเฟรม ความ

ละเอียด 42.2 MP พร้อมซีลกันนํ้าและฝุ่นละออง ระบบออโต้โฟกัส phase detection 399 จุด และ Contrast AF 425 จุด มาพร้อมกันสั่น 5 แกน ชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้ถึง 5.5 สตอป ปรับ ค่าความไวแสงได้ที่ ISO 100 - 32000 ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็ว 10fps, 8fps ในโหมด Live View และ silent shooting 10fps แบบไม่มี black out หรือจอภาพมืด ถ่ายภาพต่อเนื่องไฟล์ Raw แบบบีบอัดข้อมูล 87 ภาพ และไม่บบี อัด 28 ภาพ ใช้ชปิ ประมวลผล Bionz X ช่องมองภาพ OLED True Finder ความละเอียด 3.69 ล้านพิกเซล จอแสดงผลพร้อมฟังก์ชั่น Touch screen, Touch function มีช่องใส่เมมโมรี่การ์ด 2 ช่อง และพอร์ต USB 3.1 ถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K HDR /24p /30p และ Full HD/120p 94

| NOVEMBER 2017


Sony FE 24-105mm f/4 G OSS

n เลนส์ไวด์-เทเลซูมระยะยอดนิยม สำาหรับใช้งานกับกล้องฟูลเฟรม รุ่นที่ 23 โครงสร้าง

มีซีลป้องกันนำ้าและฝุ่น ใช้ชิ้นเลนส์ 17 ชิ้น จัดเป็น 14 กลุ่ม มีชิ้นเลนส์ AA - advanced aspherical 2 ชิ้น, aspherical 2 ชิ้น และชิ้นเลนส์ ED 3 ชิ้น เคลือบผิวแบบ Nano AR coating ป้องกันแสง flare และ ghost รูรบั แสง f/4-22 ไดอะแฟรม 9 ใบ ใช้มอเตอร์ระบบ ออโต้โฟกัสแบบ Direct Drive SSM ที่โฟกัสเร็ว และเงียบ ระบบกันสั่นแบบ Optical SteadyShot โฟกัสใกล้สุด 0.38 เมตร ฟิลเตอร์ 77 มม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 83 มม. ความ ยาวกระบอกเลนส์ 113 มม. นำ้าหนัก 663 กรัม

Tamron 100-400mm f/4.5-6.3 Di VC USD

n เลนส์เทเลซูมรุน ่ ใหม่ลา่ สุด สำาหรับกล้อง Canon และ Nikon ฟูลเฟรม ผลิตด้วยแม็กนี

เซียมอัลลอยด์ มีซลี ป้องกันนำา้ และฝุน่ ละออง ใช้เลนส์ 17 ชิน้ จัดเป็น 11 กลุม่ มีชน้ิ เลนส์ พิเศษ low dispersion (LD) 3 ชิ้น ชิ้นหน้าสุดเคลือบผิวด้วย Fluorine รูรับแสง f/4.5-6.3 แคบสุดที่ f/32-45 ไดอะแฟรม 9 ใบ มีชิปประมวลผล high-speed Dual MPU ช่วยให้ โฟกัสเร็ว แม่นยำา ระบบกันสั่นชดเชยความเร็วชัตเตอร์ได้ 4 สตอป โฟกัสใกล้สุด 1.50 เมตร ฟิลเตอร์ 67 มม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 86 มม. ความยาว 199 มม. นำ้าหนัก 1,135 กรัม รอง รับการใช้งานกับ TAP-in Console (Model TAP-01) และ 1.4X, 2X teleconverter

Olympus ED 17mm f/1.2 PRO & ED 45mm f/1.2 PRO

n 2 เลนส์เกรดโปร เมาท์ m4/3 โครงสร้างกระบอกเลน์ผลิตด้วยแมกนีเซียมอัลลอยด์ มาพร้อม ซีลกันนำ้าและฝุ่นละออง ใช้งานได้ในอุณหภูมิ -10°C ออกแบบให้ถ่ายทอดภาพที่มีความคมชัด สูงและโบเก้ที่นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ Olympus M.ZUIKO Digital ED 17mm F/1.2 PRO (เทียบ เท่ากับขนาด 34mm) รูรบั แสง f/1.2-16 ไดอะแฟรม 9 ใบ โครงสร้างชิน้ เลนส์ 15 ชิน้ จัดเป็น 11 กลุ่ม มีชิ้นเลนส์ Super ED 1 ชิ้น, ED 3 ชิ้น, ED-DSA 1 ชิ้น, EDA 1 ชิ้น, Super HR 1 ชิ้น, Aspherical 1 ชิ้น ระยะโฟกัสใกล้สุด 0.20 เมตร ฟิลเตอร์ 62 มม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 68 มม. ความ ยาวกระบอกเลนส์ 87 มม. นำา้ หนัก 390 กรัม และ Olympus M.ZUIKO Digital ED 45mm f/1.2 PRO (เทียบเท่ากับขนาด 90mm) รูรับแสง f/1.2-16 ไดอะแฟรม 9 ใบ โครงสร้างชิ้นเลนส์ 14 ชิ้น จัดเป็น 10 กลุ่ม มีชิ้นเลนส์ ED 1 ชิ้น, HR 4 ชิ้น, Aspherical 1 ชิ้น ระยะโฟกัสใกล้สุด 0.50 เมตร ฟิลเตอร์ 62 มม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 70 มม. ความยาวกระบอกเลนส์ 85 มม. นำ้าหนัก 410 กรัม

Samyang AF 35mm f/1.4 FE

n เลนส์จากผู้ผลิตอิสระสัญชาติเกาหลี เป็นเลนส์ระบบ AF รุ่นที่ 4 ของแบรนด์ ต่อจาก AF 14mm

f/2.8 FE, AF 35mm f/2.8 FE และ AF 50mm f/1.4 FE ออกแบบสำาหรับใช้งานกับกล้อง Sony E-mount เซ็นเซอร์ Full Frame โครงสร้างภายในใช้ชิ้นเลนส์ 11 ชิ้น จัดเป็น 9 กลุ่ม มีชิ้นเลนส์ Aspherical 2 ชิน้ และชิน้ เลนส์ high-refractive 2 ชิน้ เคลือบผิวเลนส์ดว้ ยวิธี Ultra Multi Coating ไดอะแฟรม 9 ใบ มอเตอร์ระบบออโต้โฟกัสแบบ LSM (Linear Super sonic Motor) แปลนเมาท์ ผลิตด้วยอลูมิเนียม ระยะโฟกัสใกล้สุด 0.3 เมตร ขนาดฟิลเตอร์ 67 มม. ความยาวกระบอกเลนส์ 115 มม. นำ้าหนัก 645 กรัม | NOVEMBER 2017 95


BUYER

GUIDE

Update Camera & Photo Accessories Dealer บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำากัด

บริษัท คอมมี่ คอร์ปอเรชั่น จำากัด

บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำากัด

บริษัท ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย จำากัด

บริษัท ชีร์โร่ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำากัด

หจก.เอกศิลป์อุตสาหกรรม

บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำากัด

บริษัท โฟโต้ซีสเทมส์ จำากัด

บริษัท นิคส์ (ไทยแลนด์) จำากัด

บริษัท แอดวานซ์ โฟโต้ซีสเทมส์ จำากัด

98 อาคาร สาทร สแควร์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ชั้น 21-24 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท์ : 0-2344-9999 ศูนย์บริการลูกค้า โทรศัพท์ : 0-2344-9988 แฟกซ์ : 0-2344-9861 “http://www.canon.co.th”

ชั้น 42 อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ 195 ถนนสาทรใต้ ยานนาวา สาทร กรุงเทพ 10120 โทรศัพท์ : 0-2685-9888 แฟกซ์ : 0-2670-0688 “http://www.epson.co.th”

89/169 หมู่ที่ 3 อาคารชีร์โร่เฮาส์ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ : 0-2792-5000 ต่อ 3109 แฟกซ์ : 0-2900-4821 “http://shriromarketing.co.th/”

2535 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 โทรศัพท์ : 0-2790-8000 แฟกซ์ : 0-2332-6101 “http://www.dksh.co.th”

166 ซ.12 ถ.สีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทรศัพท์ : 0-2235-2929-34 แฟกซ์ : 0-22236-7240 “http://www.niksthailand.co.th”

96

| NOVEMBER 2017

65/114 อาคารชำานาญเพ็ญชาติ ขั้น 12A ถนนพระรามเก้า ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ : 0-2246-2200 ต่อ 202 แฟกซ์ : 0-2246-8824 “http://www.commy4u.com”

388 ชั้น 8 อาคาร เอส. พี. ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ 10400 โทรศัพท์ : 0-2270-6000 แฟกซ์ : 0-2270-6007 “http://www.fujifilm.co.th”

20/25 หมู่ 5 ซ.เพชรเกษม 48 ถนนเพชรเกษม แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ.10160 โทรศัพท์ : 0-2457-0123 แฟกซ์ : 0-2457-3954 “http://www.ekasilp.com”

636/12 ซอยรามคำาแหง 39 ถนนประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ : 0-2934-7701-6 แฟกซ์ : 0-2934-7710 “http://www.fotosystems.com”

16, 18, 20, 22 ซ. จำาเนียรสุข 3 ถ.เพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ 10600 โทรศัพท์ : 0-2891-8791-3 แฟกซ์ : 0-2891-8790 “http://www.advancedphotosystems.com/aps”


บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำ�กัด

บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) จำ�กัด

บริษัท ออสก้� โฮลดิ้ง จำ�กัด

บริษัท พ�น�โซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำ�กัด

บริษัท อิสท์ เอ็นเตอร์ ไพรส์ จำ�กัด

บริษัท โปร คัลเลอร์แล็บ จำ�กัด

บริษัท ไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จำ�กัด

บริษัท โซนี่ ไทย จำ�กัด

บริษัท ควิก ค�เมร่� จำ�กัด

บริษัท ค�เมร่� เมคเกอร์ จำ�กัด

195 อ�ค�รเอ็มไพร์ท�วเวอร์ ชั้น 45, ป�ร์ควิง ถ.ส�ทรใต้ ย�นน�ว� ส�ทร กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ : 0-2633-5100 แฟกซ์ : 0-633-5191 “http://www.nikon.co.th”

67/1 ซอยอ่อนนุช12 ถนนอ่อนนุช แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250 โทรศัพท์ : 0-2730-0022 แฟกซ์ : 0-2730-0133

156/1 อ�ค�รเด่นอยู่ ถนน สุขุมวิท71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒน� กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ : 0-2392-3130 แฟกซ์ : 0-2711-0727 “http://www.eastenterprise.net”

195 อ�ค�รเอ็มไพร์ท�วเวอร์ ชั้น 19 ถนนส�ทรใต้ แขวงย�นน�ว� เขตส�ทร กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ : 0-2695-9000 แฟกซ์ : 0-2670-2266-73 “http://www.samsung.com/th/index.html”

2236/2 ถนนล�ดพร้�ว วังทองหล�ง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์: 0-2931-8247 แฟกซ์ : 0-2931-8247 มือถือ : 089-683-8440 “mailto:quickcamera.co@gmail.com”

สำ�นักง�นย่อยสำ�หรับแผนกกล้องถ่�ยภ�พ และศูนย์บริก�ร 23/112 อ�ค�รสรชัย ชั้น 27 ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒน� กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ Call Center : 02-787-8200 แฟกซ์ : 02-787-8108 “http://www.olympusimaging-th.com”

75 หมู่1 ถนนเสรี ไทย แขวงคันน�ย�ว กรุงเทพฯ 10230 โทรศัพท์ : 0-2731-8888 แฟกซ์ : 0-2731-9976 ศูนย์ข้อมูลลูกค้�สัมพันธ์ โทรศัพท์ : 0-2729-9000 “http://panasonic.net/avc/lumix/index.html”

35 รัชด�นิเวศน์ ถ.ประช�ร�ษฎร์บำ�เพ็ญ ห้วยขว�ง กรุงเทพ 10320 โทรศัพท์ : 0-2691-6041-42, 0-2691-3649-50 แฟกซ์ : 0-2274-2526 “http://www.procolorlab.com/pro_firstpage.htm”

2126 อ�ค�รกรมดิษฐ์ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บ�งกะปิ ห้วยขว�ง กรุงเทพฯ 10320 โทรศัพท์: 0-2715-6100 แฟกซ์ : 0-2715-6020 “http://www.sony.co.th”

99/491 ถนนร�มคำ�แหง สะพ�นสูง กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์: 0-2 171 6042 แฟกซ์ : 0-2 171 6042 # 108 “http://www.cameramaker.co.th”

| NOVEMBER 2017 97


LAST

n

เรื่อง/ภาพ : นคเรศ ธีระคำาศรี

FRAME

Nikon D750, Lens 80-400mm f/4.5-5.6, 1/60 sec., f/5.6, Mode : A, ISO-400, Metering Mode : Pattern, WB : Auto

ภาพ ได้ทำ�หน้�ที่ของภ�พอย่�งสมบูรณ์ นอกจ�กจะได้สื่อส�รกับคนหมู่ม�ก ภ�พยังได้กลับไป

ห�ผู้เป็นเจ้�ของภ�พจริงๆ ในช่วงที่มีง�นพระร�ชพิธีถว�ยพระเพลิงพระบรมศพพระบ�ทสมเด็จ พระปรมินทรมห�ภูมิพลอดุลยเดช บรมน�ถบพิตร ผมได้ทุ่มเทเวล�ทั้งกล�งวันและกล�งคืนเพื่อ ออกบันทึกภ�พเหตุก�รณ์อนั เป็นประวัตศิ �สตร์ของประเทศไทย ด้วยหวังว่�ภ�พเหล่�นีจ้ ะได้เป็น ส�รส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อๆไปให้ได้รับรู้ถึงเหตุก�รณ์ในช่วงอันสำ�คัญนี้ ภ�พผมได้โพสต์ลงในเฟส บุ๊กส่วนตัว และมีผู้คนได้แชร์ต่อๆ กันไปเป็นจำ�นวนม�กในวงกว้�ง สมดังคว�มตั้งใจของผม มี ผูค้ นได้สง่ ข้อคว�มกลับม�ขอบคุณพร้อมกับบอกกับผมว่� มีภ�พเข�รวมอยูใ่ นเหตุก�รณ์นน้ั ด้วย นับได้ว่�ภ�พได้ทำ�หน้�ที่ของภ�พได้อย่�งครบสมบูรณ์.. 98

| NOVEMBER 2017


Fi152 november 2017  

นิตยสารท่องเที่ยวและการถ่ายภาพ Travel and photography magazine