Page 1

หนาปก


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

คูมือผูรับการฝก 0920163100501 สาขาชางบํารุงรักษารถยนต ระดับ 1

ชุดการฝกตามความสามารถ (CBT)

โมดูลการฝกที่ 7 09210301 การบํารุงรักษารถยนต

กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

คํานํา คูมือผูรับการฝก สาขาชางบํารุงรักษารถยนต ระดับ 1 โมดูล 7 การบํารุงรักษารถยนต ฉบับนี้ เปนสวนหนึ่งของ หลักสูตรฝกอบรมฝมือแรงงานตามความสามารถ (Competency Based Training : CBT) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อใชเปนเอกสาร ประกอบการจัดการฝกอบรมกับชุดการฝกตามความสามารถ โดยไดดําเนินการภายใตโครงการพัฒนาระบบฝกและชุดการฝก ตามความสามารถเพื่อการพัฒนาฝมือแรงงาน ดวยระบบการฝกตามความสามารถ (Competency Based Workforce Skill Training System) พ.ศ. 2560 โดยมีวัตถุประสงคเพื่อใหครูฝกไดใชเปนเครื่องมือในการบริหารจัดการการฝกอบรมใหเปนไป ตามหลักสูตร กลาวคือ อบรมผูรับการฝกใหสามารถบํารุงรักษารถยนตไดอยางมีประสิทธิภาพ และติดตามความกาวหนาของ ผูรับการฝกอบรม ในดานความสามารถหรือสมรรถนะใหเปนไปตามมาตรฐานที่กําหนด ระบบการฝกอบรมตามความสามารถเปนระบบการฝกอบรมที่สงเสริมใหผูรับการฝกอบรมสามารถฝกฝนเรียนรูได ตามพื้นฐานความสามารถของตนในเวลาที่มีความสะดวก โดยเนนในเรื่องของการสงมอบการฝกอบรมที่หลากหลายไปใหแก ผูรับ การฝ กอบรม และต องการให ผู รั บ การฝ ก อบรมเกิด การเรี ย นรู ดว ยตนเอง การฝกปฏิบัติจ ะดํ าเนิน การในรู ป แบบ Learning by Doing และเนนผลลัพธการฝกอบรมในการที่ทําใหผูรับการฝกอบรมมีความสามารถในการปฏิบัติงานตามที่ ตลาดแรงงานตองการ โดยยึดความสามารถของผูรับการฝกเปนหลัก การฝกอบรมในระบบดังกลาว จึงเปนรูปแบบการ ฝกอบรมที่สามารถรองรับการพัฒนารายบุคคลไดเปนอยางดี นอกจากนี้ เนื้อหาวิชาในหลักสูตรการฝกตามความสามารถ (Competency Based Curriculum : CBC) ซึ่งไดจากการวิเคราะหงานอาชีพ (Job Analysis) ในแตละสาขาอาชีพ จะถูก กําหนดเปนรายการความสามารถหรือสมรรถนะ (Competency) ที่ผูรับการฝกอบรมจําเปนตองใชในการปฏิบัติงาน และ สอดคลองกับความตองการของสถานประกอบกิจการและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผูรับการฝกจะตองเรียนรูและฝกฝนจนกวาจะ สามารถปฏิบัติเองได ตามมาตรฐานที่กําหนดในแตละรายการความสามารถ ทั้งนี้ การสงมอบการฝก สามารถดําเนินการได ทั้งรูปแบบการเรียนรูผานสื่อสิ่งพิมพ (Paper Based) และผานสื่อคอมพิวเตอร (Computer Based) โดยผูรับการฝกสามารถ เรียนรูไดดวยตนเอง (Self-Learning) ที่บานหรือที่ทํางาน และเขารับการฝกภาคปฏิบัติตามความพรอม ตามความสะดวก ของตน หรือตามแผนการฝก หรือตามตารางการนัดหมาย การฝกหรือทดสอบประเมินผลความรูความสามารถกับหนวยฝก โดยมีครูฝกหรือผูสอนคอยใหคําปรึกษา แนะนําและจัดเตรียมการฝกภาคปฏิบัติ รวมถึงจัดเตรียมและดําเนินการทดสอบ ประเมินผลในลักษณะตาง ๆ อันจะทําใหสามารถเพิ่มจํานวนผูรับการฝกไดมากยิ่งขึ้น ชวยประหยัดเวลาในการเดินทาง และ ประหยั ด งบประมาณค า ใช จ า ยในการพั ฒ นาฝ มือแรงงานใหแกกําลังแรงงานในระยะยาว จึงถือเปน รูป แบบการฝกที่มี ความสําคัญตอการพัฒนาฝมือแรงงาน ทั้งในปจจุบันและอนาคต ซึ่งหากมีการนําระบบการฝกอบรมตามความสามารถมาใช ในการพัฒนาฝมือแรงงาน จะชวยทําใหประชาชน ผูใชแรงงานผูวางงาน นักเรียน นักศึกษา และผูประกอบอาชีพอิสระ สามารถเขาถึงการฝกอบรมเพื่อพัฒนาตนเองไดอยางสะดวก และไดรับประโยชนอยางทั่วถึงมากยิ่งขึ้น กรมพัฒนาฝมือแรงงาน

ก กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

สารบั ญ เรื่อง

หนา

คํานํา

สารบัญ

ขอแนะนําสําหรับผูรับการฝก

1

โมดูลการฝกที่ 7 09210301 การบํารุงรักษารถยนต หัวขอวิชาที่ 1 0921030101 การบํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนด

14

หัวขอวิชาที่ 2 0921030102 การบํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตน

141

หัวขอวิชาที่ 3 0921030103 การบํารุงรักษารถยนตประจําวัน คณะผูจัดทําโครงการ

ข กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

186 230


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขอแนะนําสําหรับผูร ับการฝก ขอแนะนําสําหรับผูรับการฝก คือ คําอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดของคูมือ และขั้นตอนการเขารับการฝก ซึ่งมีอยูดวยกัน 6 ขอ ดังนี้

1. รายละเอียดของคูมือ 1.1 โมดูลการฝก / หัวขอวิชา หมายถึง โมดูลการฝกที่ครูฝกตองจัดการฝกอบรม โดยภายในโมดูลจะประกอบไปดวย หัวขอวิชาที่ผูรับ การฝ กต องเรี ย นรู และฝ กฝน ซึ่งมีรหัสโมดูล และรหัส หัว ข อวิ ชาเปนตัว กําหนดความสามารถ ที่ตองเรียนรู 1.2 ระยะเวลาการฝก หมายถึง จํานวนชั่วโมงในการฝกอบรม เพื่อใหบรรลุตามวัตถุประสงคของแตละโมดูล 1.3 ระบบการฝกตามความสามารถ (CBT) หมายถึง ระบบการฝกที่เกิดจากการนําความรู ทักษะ ความสามารถ (Competency) ที่จําเปนสําหรับการทํางานมาเปนฐาน (Based) ของการจัดฝกอบรม หรือนํามากําหนดเปนเนื้อหา (Content) และเกณฑก ารประเมิน การฝก อบรม ทํา ใหผูรับ การฝก อบรมมีค วามสามารถ (Competency) ตามเกณฑมาตรฐานที่กําหนด และตามความสามารถในการเรียนรูของผูรับการฝกเปนหลัก 1.4 ชุดการฝก หมายถึง สื่อสิ่งพิมพ และสื่ออิเล็กทรอนิกส ใชสําหรับเปนอุปกรณชวยฝก โดยแตละโมดูลประกอบดวย คูมือครูฝก คูมือผูรับการฝก คูมือประเมิน สื่อวีดิทัศน 1.5 ระบบจัดการฝกดวยคอมพิวเตอร (Computer Managed Instruction : CMI) หมายถึง การนําระบบคอมพิวเตอร และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งใชในการจัดการเรียนรูและฝกอบรม เชน ระบบรับสมัครออนไลน ระบบลงทะเบียน เขา รับ การฝก อบรมออนไลน ระบบการฝก อบรมภาคทฤษฎีผานอุป กรณอิเ ล็ก ทรอนิก สห รือ อุป กรณสื่อสาร แบบพกพา การทดสอบออนไลน การบันทึกผลการฝกอัตโนมัติ และการออกใบวุฒิบัตรอิเล็กทรอนิกส เปนตน โดยการเข า ใช ง านระบบ แบงสว นการใชง านตามความรับ ผิด ชอบของผูมีสว นไดสว นเสีย ดัง ภาพในหนา 2 ซึ่งรายละเอียดการใชงานของผูเขารับการฝกสามารถดูไดจากลิงค mlearning.dsd.go.th/download/files/trainee.pdf

1 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

.

2 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. วิธีการใชงานระบบการฝกตามความสามารถ (CBT) วิธีการใชงานระบบการฝกตามความสามารถ (CBT) ในคูมือผูรับการฝก จะเริ่มตนที่ ค. ผังการฝกอบรม เพื่อให สอดคลองกับการนําคูมือผูรับการฝกไปใช จึงละเวน ก. ผังการจัดเตรียมระบบ และ ข. ผังการเปดรับสมัครและคัดเลือก ผูรับการฝก ค. ผังการฝกอบรม

3 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

คําอธิบาย 1. การฝกอบรม 1.1 ผูรับการฝก ทําความเขาใจการฝกอบรมในระบบ CBT ซึ่งสามารถฝกอบรมได 3 รูปแบบ คือ 1.1.1 การฝกอบรมดวยการสงมอบสื่อสิ่งพิมพ (Offline) 1.1.2 การฝกอบรมที่ศูนยฝกอบรม (Offline) 1.1.3 การฝกอบรมดวยสื่อในระบบออนไลน (Online) โดยในแตละรูปแบบจะมีรายละเอียดแตกตางกัน ดังนี้ 1.1.1 การฝกอบรมดวยการสงมอบสื่อสิ่งพิมพ (Offline) คือ การฝก อบรมที่ผูรับ การฝกเรีย นรูภ าคทฤษฎี (ดา นความรู) ดว ยตนเอง โดยครูฝก เปน ผูสงมอบ คูมือผูรับการฝกที่พิมพจากสื่ออิเล็กทรอนิกส (.pdf) และวีดิทัศน (DVD) แกผูรับการฝก และฝกภาคปฏิบัติ (ดานทักษะ) ที่ศูนยฝกอบรม การฝกภาคทฤษฎี 1) ผูรับการฝกเรียนรูภาคทฤษฎีดวยตนเอง โดยใชคูมือผูรับการฝกที่พิมพจากสื่ออิเล็กทรอนิกส (.pdf) และวีดิทัศน (DVD) ที่ครูฝกสงมอบให การประเมินผลภาคทฤษฎี 1) ผูรับการฝกทําแบบทดสอบกอนฝก (Pre-Test) ลงในกระดาษคําตอบ แลวสงกระดาษคําตอบ ใหครูฝก เพื่อตรวจและประเมินผล 2) ครูฝกประเมินแบบทดสอบกอนฝก - ถาผลการประเมินผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลั กสูตร จะมีสิท ธิ์ข อเขา รับ การฝก ภาคปฏิบัติ (ถา มี) หรือ เขา รับ การฝก ในโมดูล ถั ด ไป หรือเขารับการฝกในโมดูลที่ครูฝกกําหนดได - ถาผลการประเมินต่ํากวารอยละ 70 ใหครูฝกมอบหมายใหผูรับการฝกศึกษาเนื้อหา จากสื่อดวยตนเองจนเขาใจ จึงทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) 3) ผูรับการฝกทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) ลงในกระดาษคําตอบ แลวสงใหครูฝกตรวจ และประเมินผล โดยใชหลักเกณฑเดียวกับการประเมินแบบทดสอบกอนฝก 1.1.2 การฝกอบรมที่ศูนยฝกอบรม (Offline) คือ การฝกอบรมที่ผูรับการฝกเรียนรูภาคทฤษฎีจากครูฝก และฝกภาคปฏิบัติที่ศูนยฝกอบรม การฝกภาคทฤษฎี ­ ผูรับการฝกเรียนรูภาคทฤษฎีจากครูฝกโดยใชสื่อสิ่งพิมพจากสื่ออิเล็กทรอนิกส (.pdf) และวีดิทัศน (DVD) ที่ศูนยฝกอบรม 4 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

การประเมินผลภาคทฤษฎี 1) ผูรับการฝกทําแบบทดสอบกอนฝก (Pre-Test) ลงในกระดาษคําตอบ แลวสงกระดาษคําตอบ ใหครูฝกตรวจและประเมินผล 2) ครูฝกประเมินแบบทดสอบกอนฝก - ถาผลการประเมินผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลั กสูตร ผูรับการฝกจะมีสิทธิ์ขอเขารับการฝกภาคปฏิบัติ (ถามี) หรือเขารับการฝกในโมดูลถัดไป หรือเขารับการฝกในโมดูลที่ครูฝกกําหนดได - ถาผลการประเมินต่ํากวารอยละ 70 ใหผูรับการฝกศึกษาเนื้อหาจากสื่อดวยตนเอง จนเขาใจ จึงทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) 3) ผูรับการฝกทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) ลงในกระดาษคําตอบ แลวสงใหครูฝกตรวจ และประเมินผล โดยใชหลักเกณฑเดียวกับการประเมินแบบทดสอบกอนฝก 1.1.3 การฝกอบรมดวยสื่อในระบบออนไลน (Online) คือ การฝกอบรมที่ผูรับการฝกเรียนรูภาคทฤษฎีดวยตนเองผานระบบจัดการฝกดวยคอมพิวเตอร หรือ CMI โดยใชคูมือผูรับการฝกที่เปนสื่อออนไลนในแอปพลิเคชัน DSD m-Learning และฝกภาคปฏิบัติที่ศูนยฝกอบรม วิธีดาวนโหลดแอปพลิเคชัน DSD m-Learning ­ ผูรับการฝกดาวนโหลดแอปพลิ เคชัน DSD m-Learning ซึ่งวิธีการดาวนโหลดแอปพลิ เ คชั น สามารถแบงออกเปน 2 ชองทางตามแตละระบบปฏิบัติการ คือ 1) ผูรับการฝกที่ใชเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส ระบบปฏิบัติการ iOS คนหา แอปพลิเคชัน DSD m-Learning ใน App Store จากนั้นกดดาวนโหลด เพื่อติดตั้งบนเครื่องมือสื่อสาร และเขาใชงานโดยกรอก Username และ Password ตามที่เคยลงทะเบียนไว 2) ผูรับการฝกที่ใชเครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส ระบบปฏิบัติการ Android คนหาแอป พลิเคชัน DSD m-Learning ใน Google Play Store จากนั้นกดดาวนโหลด เพื่อติดตั้ง บนเครื่องมือสื่อสาร และเขาใชงานโดยกรอก Username และ Password ตามที่เคย ลงทะเบียนไว การฝกภาคทฤษฎี ­ ผูรับการฝกเรียนรูภาคทฤษฎีดวยตนเอง จากคูมือผูรับการฝก ซึ่งเปนสื่อออนไลนบนแอปพลิเคชัน DSD m-Learning การประเมินผลภาคทฤษฎี 1) ผูรับการฝกทําแบบทดสอบกอนฝก (Pre-Test) ลงในแอปพลิเคชัน โดยระบบจะตรวจและประเมินผล อัตโนมัติ

5 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

- ถาผลการประเมินผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลั กสูตร ผูรับการฝกจะมีสิทธิ์ขอเขารับการฝกภาคปฏิบัติ (ถามี) หรือเขารับการฝกในโมดูลถัดไป หรือเขารับการฝกในโมดูลที่ครูฝกกําหนดได - ถาผลการประเมินต่ํากวารอยละ 70 ใหผูรับการฝกศึกษาเนื้อหาจากสื่อดวยตนเอง จนเขาใจแลวจึงทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) 2) ผูรับการฝกทําแบบทดสอบหลังฝก โดยใชหลักเกณฑเดียวกับการประเมินแบบทดสอบกอนฝก 1.2 ครูฝกชี้แจงรูปแบบการฝกอบรมทั้ง 3 รูปแบบแกผูรับการฝก เพื่อทําการตกลงรูปแบบการฝกอบรมรวมกับผูรับการ ฝก โดยใหผูรับการฝกเลือกวิธีที่สะดวก 1.3 ครูฝกวางแผนการฝกตลอดหลักสูตรรวมกันกับผูรับการฝก 2. อุปกรณชวยฝกและชองทางการเขาถึงอุปกรณชวยฝก ผูรับการฝกสามารถเลือกใชอุปกรณชวยฝกได 2 รูปแบบ คือ รูปแบบสื่อสิ่งพิมพ (Offline) และรูปแบบระบบจัดการฝก ดวยคอมพิวเตอร หรือ CMI (Online) โดยมีชองทางการเขาถึงอุปกรณชวยฝกแตละรูปแบบแตกตางกัน ดังนี้ 2.1 รูปแบบสื่อสิ่งพิมพ (Offline) ประกอบดวย - คูมือผูรับการฝก เพื่อใชศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ - คูมือการประเมิน เพื่อใชในการทดสอบ - สื่อวีดิทัศน (DVD) เพื่อประกอบการศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ 2.2 รูปแบบระบบจัดการฝกดวยคอมพิวเตอร หรือ CMI (Online) ดังนี้ - คูมือผูรับการฝกรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส (.pdf) เพื่อใชศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ - คูมือการประเมินรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส (.pdf) เพื่อใชในการทดสอบ - สื่อวีดิทัศน (Online) เพื่อประกอบการศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ 3. การวัดและประเมินผล 3.1 การประเมินผลภาคทฤษฎี (ดานความรู) ประเมินผลจากแบบทดสอบภาคทฤษฎีกอนฝก และแบบทดสอบภาคทฤษฎีหลังฝก โดยกําหนดเกณฑการใหคะแนน และการระบุความสามารถดานความรู ดังนี้ เกณฑการใหคะแนน ภาคทฤษฎี ตั้งแตรอยละ 70 ขึ้นไป ต่ํากวารอยละ 70

เกณฑการประเมิน ความสามารถ ผาน (C) ไมผาน (NYC) 6

กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ผูรับการฝกจะไดรับการประเมินผลการฝกจากครูฝก โดยจะตองสามารถปฏิบัติตามความสามารถในแตละโมดูลนั้น ๆ ไดตาม เกณฑที่กําหนด จึงจะถือวาผานการฝกโมดูลนั้น และเมื่อผานการฝกครบทุกโมดูล จึงจะถือวาฝกครบชุดการฝกนั้น ๆ แลว 4. เงื่อนไขการผานการฝก ผูรับการฝกที่จะผานโมดูลการฝก ตองไดรับคารอยละของคะแนนการทดสอบหลังฝก ภาคทฤษฏี คะแนนรวมไมต่ํากวารอยละ 70 ภาคปฏิบัติ คะแนนรวมไมต่ํากวารอยละ 70 โดยคะแนนรวมจะถูกนํามาคิดแบงเปนสัดสวน ภาคทฤษฏี คิดเปนรอยละ 20 ภาคปฏิบัติ คิดเปนรอยละ 80 เมื่อนําคะแนนมารวมกัน ผูรับการฝกจะตองไดไมต่ํากวารอยละ 70 จึงจะผานเกณฑ ทั้งนี้ ผูรับการฝกจะตองทําคะแนนผานเกณฑทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ จึงจะผานโมดูลการฝก

7 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ง. ผังการขึ้นทะเบียนผูสําเร็จการฝก

8 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

คําอธิบาย 1. ผูรับการฝกขอหนังสือรับรองหรือวุฒิบัตร 2. เจาหนาที่ตรวจสอบโมดูลการฝกที่ผูรับการฝกแตละคนผานครบตามเงื่อนไขหลักสูตรหรือไม ผานระบบ 2.1 ถาครบ ใหสําเร็จการฝกในหลักสูตรอยางสมบูรณ ซึ่งสามารถออกวุฒิบัตรแกผูรับการฝกไดตามขั้นตอน ดังนี้ 2.1.1 เจาหนาที่ออกวุฒิบัตรตัวจริง 2.1.2 เจาหนาที่ออกวุฒิบัตรดิจิทัลผานระบบ 2.1.3 ผูรับการฝกดาวนโหลดวุฒิบัตรดิจิทัลผานระบบ 2.2 ถ าไม ครบ จะไม จ บหลั กสู ตรแต ได รับ การรับ รองความสามารถบางโมดูลในรายการโมดูลที่สําเร็จ เทานั้น ซึ่งสามารถออกใบรับรองแกผูรับการฝกไดตามขั้นตอน ดังนี้ 2.2.1 เจาหนาที่ออกหนังสือรับรองตัวจริงเฉพาะโมดูลที่ผาน 2.2.2 เจาหนาที่ออกหนังสือรับรองดิจิทัลผานระบบ 2.2.3 ผูรับการฝกดาวนโหลดหนังสือรับรองดิจิทัลผานระบบ

9 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

รายละเอียดหลักสูตร หลักสูตรฝกอบรมฝมือแรงงานตามความสามารถ สาขาชางบํารุงรักษารถยนต ระดับ 1 กรมพัฒนาฝมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน

รหัสหลักสูตร 0920163100501

1. ขอบเขตของหลักสูตร หลักสูตรนี้พัฒนาขึ้นใหครอบคลุมดานความรู ทักษะ และเจตคติแกผูรับการฝกในสาขาชางบํารุงรักษารถยนตเพื่อให มีความรู ความสามารถและทัศนคติตามมาตรฐานฝมือแรงงานแหงชาติ สาขาชางบํารุงรักษารถยนต ระดับ 1 ดังนี้ 1.1 มีความรูเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานที่ทํางาน 1.2 สามารถบวก ลบ คูณ หาร จํานวนเต็ม เศษสวน และทศนิยม 1.3 มีความรูเกี่ยวกับสมบัติของของเหลว หนวยการวัด ความรอน อุณหภูมิ หลักการนําความรอน การพาความรอน การแผรังสีความรอน เคมีเบื้องตน หลักการของของเหลว มวล น้ําหนัก ความถวงจําเพาะ ความหนาแนน ปริมาตร ความดัน และแรง 1.4 มีความรูเกี่ยวกับวัสดุและสมบัติของวัสดุที่ใชในการปฏิบัติงาน เชน น้ํามันเชื้อเพลิง สารหลอลื่น (น้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต) สารระบายความรอน สารกันสนิม และทอที่ใชในงานรถยนต 1.5 มีความรูเกี่ยวกับเครื่องมือพื้นฐานทางดานชางยนต 1.6 มีความรูเกี่ยวกับหนาที่และโครงสรางของสวนประกอบรถยนต 1.7 มีความรูและสามารถปฏิบัติงานการบํารุงรักษารถยนต ระดับ 1 2. ระยะเวลาการฝก ผู รั บ การฝ กจะได รั บ การฝ ก ในภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดยสถาบัน พัฒ นาฝมือแรงงาน หรือสํานักงานพัฒนา ฝมือแรงงานที่เปนหนวยฝกตามความสามารถใชระยะเวลาในการฝก 85 ชั่วโมง เนื่ อ งจากเป น การฝ ก ที่ ขึ้ น อยู กั บ พื้ น ฐานความรู ทั ก ษะ ความสามารถและความพร อ มของผู รั บ การฝ ก แตละคน มีผลใหผูรับการฝกจบการฝกไม พร อมกัน สามารถจบกอนหรื อเกินระยะเวลาที่กําหนดไว ในหลั กสูตรได หนวยฝกจึงตองบริหารระยะเวลาในการฝกใหเหมาะสมตามความจําเปน ทั้งนี้ ใหอยูในดุลยพินิจของผูอํานวยการ สถาบันพัฒนาฝมือแรงงาน หรือผูอํานวยการสํานักงานพัฒนาฝมือแรงงานที่เปนหนวยฝกตามความสามารถจะเห็นสมควร 3. หนวยความสามารถและโมดูลการฝก จํานวนหนวยความสามารถ 7 หนวย จํานวนโมดูลการฝก 7 โมดูล 10 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

4. วุฒิบัตร 4.1 ชื่อเต็ม : วุฒิบัตรพัฒนาฝมือแรงงาน สาขาชางบํารุงรักษารถยนต ระดับ 1 4.2 ชื่อยอ : วพร. สาขาชางบํารุงรักษารถยนต ระดับ 1 4.3 ผู รั บ การฝ ก ที่ ผ า นการประเมิ น ผลหรื อ ผ า นการฝ ก ครบทุ ก หน ว ยความสามารถ จะได รั บ วุ ฒิ บั ต ร วพร. สาขาชางบํารุงรักษารถยนต ระดับ 1

11 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

รายละเอียดโมดูลการฝกที่ 7 1. ชื่อหลักสูตร

รหัสหลักสูตร 0920163100501 2. ชื่อโมดูลการฝก การบํารุงรักษารถยนต รหัสโมดูลการฝก 09210301 3. ระยะเวลาการฝก รวม 13 ชั่วโมง 30 นาที ทฤษฎี 1 ชั่วโมง 30 นาที ปฏิบัติ 12 ชั่วโมง 4. ขอบเขตของหนวย หน ว ยการฝ กนี้ พั ฒ นาขึ้น ใหครอบคลุมดานความรู ทักษะ และเจตคติแกผูรับ การฝ ก การฝก เพื่อใหมีความสามารถ ดังนี้ 1. อธิบายวิธีการบํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 2. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 3. อธิบายวิธีการบํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตนได 4. บํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตนได 5. อธิบายวิธีการบํารุงรักษารถยนตประจําวันได 6. บํารุงรักษารถยนตประจําวันได 5. พื้นฐาน ผูสมัครเขารับการฝกตองมีคุณสมบัติ ดังตอไปนี้ ความสามารถของ 1. มีความรูเรื่องการบํารุงอุปกรณและเครื่องมือชางยนต ผูรับการฝก 2. มีความรูเรื่องการทํางานของเครื่องยนตเบื้องตน 3. มีความรูเรื่องสวนประกอบของรถยนต 4. ผูรับการฝกผานโมดูลที่ 6 มาแลว 6. ผลลัพธการเรียนรู : เมื่อสําเร็จการฝกในโมดูลนี้แลวผูรับการฝกสามารถปฏิบัติงานโดยมีความรูความสามารถ และใชระยะเวลาฝก ดังนี้ ระยะเวลาฝก (ชั่วโมง : นาที) ผลลัพธการเรียนรู ชื่อหัวขอวิชา ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม 1. อธิ บายวิ ธี การบํ ารุ งรั กษา หั ว ข อ ที่ 1 : การบํ า รุ ง รั ก ษารถยนต ตามที่ผูผ ลิต 0:30 5:30 6:00 รถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได กําหนด 2. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิต กําหนดได สาขาชางบํารุงรักษารถยนต ระดับ 1

12 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. อธิ บ ายวิ ธี ก ารบํ า รุ ง รั ก ษา หัวขอที่ 2 : การบํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความ รถยนต เมื่อเกิดความเสียหาย เสียหายเบื้องตน เบื้องตนได 4. บํ า รุ ง รั ก ษารถยนต เมื่ อ เกิ ด ความเสียหายเบื้องตนได 5. อธิ บ ายวิ ธี ก ารบํ า รุ ง รั ก ษา หัวขอที่ 3 : การบํารุงรักษารถยนตประจําวัน รถยนตประจําวันได 6. บํารุงรักษารถยนตประจําวันได รวมทั้งสิ้น

13 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

0:30

3:00

3:30

0:30

3:30

4:00

1:30

12:00 13:30


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

รายละเอียดหัวขอวิชาที่ 1 0921030101 การบํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนด (ใบแนะนํา) 1. ผลลัพธการเรียนรู 1. อธิบายวิธีการบํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 2. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได

2. หัวขอสําคัญ 1. การตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็น 2. การตรวจสอบและเปลี่ยนถายน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตพรอมไสกรอง 3. การตรวจสอบระดับน้ํากรดแบตเตอรี่ และการบํารุงรักษาแบตเตอรี่ 4. การตรวจสอบระดับน้ํามันเบรก 5. การตรวจสอบระดับน้ํามันคลัตช 6. การตรวจสอบระดับน้ํามันเกียรธรรมดา อัตโนมัติ 7. การตรวจสอบระดับน้ํามันพวงมาลัย POWER 8. การตรวจสอบสภาพของสายพาน และเปลี่ยนสายพาน 9. การตรวจสอบสภาพภายในหองเครื่องยนต และภายในหองโดยสาร 10. การตรวจสอบระบบไฟสองสวางและไฟสัญญาณ 11. การตรวจสอบที่ปดน้ําฝน 12. การตรวจสอบลอและยาง และการเปลี่ยนลออะไหล 13. การตรวจสอบและเปลี่ยนน้ํามันเฟองทาย 14. การตรวจสอบและทําความสะอาดกรองอากาศ

3. วิธีการฝกอบรม การฝกอบรมสามารถเลือกได 3 รูปแบบ คือ 1) การฝกอบรมดวยการสงมอบสื่อสิ่งพิมพ 2) การฝกอบรมที่ศูนยฝกอบรม 3) การฝกอบรมดวยสื่อในระบบออนไลน ดังรายละเอียดในขอแนะนําสําหรับผูรับการฝก 14 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

4. อุปกรณชวยฝก อุปกรณชวยฝกสามารถเลือกใชงานได 2 รูปแบบ คือ 1. รูปแบบสื่อสิ่งพิมพ (Offline) ประกอบดวย - คูมือผูรับการฝก เพื่อใชศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ - คูมือการประเมิน เพื่อใชในการทดสอบ - สื่อวีดิทัศน (DVD) เพื่อประกอบการศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ 2. รูปแบบอิเล็กทรอนิกส (Online) ประกอบดวย - คูมือผูรับการฝกรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส (.pdf) เพื่อใชศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ - คูมือการประเมินรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส (.pdf) เพื่อใชในการทดสอบ - สื่อวีดิทัศน (Online) เพื่อประกอบการศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

5. การรับการฝกอบรม 1. ผูรับการฝกทําแบบทดสอบกอนฝก (Post-Test) แลวสงใหครูฝกหรือระบบประเมินผลตามวิธีที่เลือกฝกอบรม 1.1 ถาผลการประเมินผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลักสูตร จะมีสิทธิ์ขอเขารับการฝก ภาคปฏิบัติ (ถามี) หรือเขารับการฝกในโมดูลถัดไป หรือเขารับการฝกในโมดูลที่ครูฝกกําหนดได 1.2 ถาผลการประเมินต่ํากวารอยละ 70 ใหผูรับการฝกเขาฝกอบรมภาคทฤษฎี 2. การฝกอบรมภาคทฤษฎี ใหผูรับการฝกศึกษาคูมือผูรับการฝก และฝกหัดทําใบทดสอบทายหัวขอวิชา 3. เมื่อผูรับการฝกศึกษาคูมือผูรับการฝกประจําโมดูลนั้นเขาใจแลว ใหทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) แลวสงให ครูฝกหรือระบบประเมินผลเชนเดียวกับแบบทดสอบกอนฝก 4. การฝกอบรมภาคปฏิบัติ ผูรับการฝกอานและทําความเขาใจกับใบงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน และเกณฑการวัด และประเมินผลงาน 5. ผูรับการฝกเขารับการฝกที่ศูนยฝกอบรมที่ลงทะเบียนหรือจองไว 6. ผูรับการฝกอานระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยในการฝกของหนวยฝก 7. ผูรับการฝกฟงคําชี้แจงลําดับการปฏิบัติงานตามใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน 8. ผูรับการฝกปฏิบัติงานตามใบงาน แลวสงใหครูฝกตรวจประเมินผล 9. ผูรับการฝกที่คะแนนผลงานผานเกณฑรอยละ 70 สามารถขอทดสอบเพื่อจบโมดูลที่ฝกกับครูฝก

6. การวัดผล 1. ผูรับการฝกสงแบบทดสอบกอนฝก ใหครูฝกหรือระบบประเมินผลภาคทฤษฎีตามวิธีที่เลือกฝกอบรม 1.1 ถาผลการประเมินผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลักสูตร จะมีสิทธิ์ขอเขารับการฝก ภาคปฏิบัติ (ถามี) หรือเขารับการฝกในโมดูลถัดไปได 15 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

1.2 ถาผลการประเมินต่ํากวารอยละ 70 ใหครูฝกมอบหมายใหผูรับการฝกศึกษาเนื้อหาจากสื่อดวยตนเองจนเขาใจ จึงทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) 2. ผูรับการฝกสงแบบทดสอบหลังฝก ใหครูฝกหรือระบบประเมินผลภาคทฤษฎี โดยใชหลักเกณฑเดียวกับการประเมิน แบบทดสอบกอนฝก 3. ผูรับการฝกสงผลงานในการฝกภาคปฏิบัติใหครูฝกตรวจประเมินผลงานของผูรับการฝก โดยตองผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลักสูตร จึงจะมีสิทธิ์เขารับการฝกในโมดูลถัดไป หรือเขารับการฝกในโมดูลที่ ครูฝกกําหนดได

7. บรรณานุกรม การดูแลรักษารถ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.jamesviwat.com/index.php?lay=show&ac= article&Id=565171&Ntype=3 การดูแลรักษารถยนตเบื้องตน. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.srdriving.com/main/content/view/ 64/54/ ขั้นตอนการเปลี่ยนถาย “น้ํามันเกียรออโต” คนมีรถตองรู. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://auto.sanook.com/34367/ วิธีตรวจสอบระดับน้ํามันเครื่องและระดับน้ําหลอเย็น. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://phithan-toyota.com/th/article/detail/87/3 นริศ สุวรรณางกูร. (2556). การบํารุงรักษารถยนต. กรุงเทพฯ : บริษัท สํานักพิมพเอมพันธ จํากัด.

16 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขอมูล หัวขอวิชาที่ 1 การบํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนด การดูแลรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนด เปนแนวทางการบํารุงรักษาตามแบบฉบับของ TOYOTA และ HONDA ที่ รถยนตทั่วไปสามารถนําไปใชเปนแนวทางการบํารุงรักษาและปฏิบัติตามได 1. การตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็น 1.1 หนาที่และโครงสรางของระบบหลอเย็น ระบบหลอเย็น หรือระบบระบายความรอน ทําหนาที่จัดการความรอนและความเย็นในเครื่องยนต เพื่อปองกัน ไมใหเครื่องยนตรอนหรือเย็นจัดจนเกินไป เนื่องจากหากเครื่องยนตรอนจัด เครื่องยนตจะเสียหายและตองเสียคาใชจายสูง ในทางกลับกัน หากเครื่องยนตเย็นจัด ประสิทธิภาพของเครื่องยนตจะลดลง ทําใหสิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิงมากขึ้น ในประเทศที่มีอุณหภูมิต่ํา อุณหภูมิของน้ําลดลงจนแข็งตัว ซึ่งอาจมีผลใหใหเครื่องยนตเสียหายไดเชนกัน ดังนั้น จึงตอง เติมน้ํายาลงในระบบหลอเย็น เพื่อปองกันการแข็งตัวของน้ํา และเติมสารปองกันการเกิดสนิมตามทางเดินของน้ําที่เปน โลหะดวย

ภาพที่ 1.1 โครงสรางของระบบหลอเย็น ระบบหลอเย็น มีสวนประกอบสําคัญตาง ๆ ดังนี้ 1) หมอน้ํา ประกอบดวยถัง 2 ถังเชื่อมตอกันดวยรังผึ้ง ซึ่งมีครีบระบายความรอนและทอจํานวนมาก ถัง แตละสวนของหมอน้ํามีทอน้ําตอกับเครื่องยนต ถังสวนบนมีฝาปดชองเติมน้ํา และถังสวนลางมีปลั๊กถาย

17 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

น้ําทิ้ง ทําหนาที่บรรจุน้ําที่ใชสําหรับระบายความรอนของเครื่องยนต มักติดตั้งที่บริเวณสวนหนาของ รถยนต เพื่อใหอากาศไหลผานสะดวก

ภาพที่ 1.2 หมอน้ํา 2) ปมน้ํา โดยมากทําจากเหล็กหลอหรืออะลูมิเนียมผสม ภายในประกอบดวยเสื้อสําหรับติดตั้งเพลาและ แบริ่ง ทางเขาของปมน้ําตอกับถังสวนลางของหมอน้ํา และทางออกของปมน้ําปอนน้ําเขาสูฝาสูบและ เสื้อสูบ ปมน้ําทําหนาที่ชวยใหน้ําไหลเวียนไปเลี้ยงสวนตาง ๆ ของเครื่องยนต

ภาพที่ 1.3 ปมน้ํา 3) วาลวน้ํา ติดตั้งอยูบนฝาสูบ บริเวณที่ตรงกับทางออกของหมอน้ํา ทําหนาที่ควบคุมปริมาณการไหลของ น้ําโดยใชอุณหภูมิเปนตัวควบคุม เมื่ออุณหภูมิของเครื่องยนตต่ํา เทอรโมสตัทจะปด ทําใหน้ําไมสามารถ ไหลเขาหมอน้ําได ในทางตรงกันขาม เมื่ออุณหภูมิของเครื่องยนตสูง เทอรโมสตัทจะเปด ใหน้ําสามารถ ไหลเวียนในระบบได นอกจากนี้ เทอรโมสตัทยังชวยรักษาอุณหภูมิภายในระบบใหคงที่อีกดวย

18 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 1.4 วาลวน้ํา 4) โพรงน้ํา เปนทางสําหรับใหน้ําไหลผาน อยูระหวางผนังกระบอกสูบที่รอนทั้งในเสื้อสูบและฝาสูบ และ บริเวณรอบหองเผาไหม 5) ถังพักน้ําหลอเย็น ชวยใหน้ําในหมอน้ําขยายตัวได เพราะเปนที่พักของน้ําหลอเย็นซึ่งลน ออกมาจาก หมอน้ํา ขณะที่เครื่องยนตมีอุณหภูมิสูง ซึ่งเมื่อเครื่องยนตกลับมามีอุณหภูมิปกติ น้ําหลอเย็นที่อยูใน ถังพักน้ําสํารองก็จะไหลกลับเขาสูหมอน้ํา

ภาพที่ 1.5 ถังพักน้ําหลอเย็น 1.2 การตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็น รถยนตที่ใชงานตามปกติ ควรตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็นอยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง แตสําหรับรถยนตที่ใชงาน หนักหรือวิ่งในระยะทางไกล ๆ เปนประจํา ควรตรวจสอบทุกครั้งกอนใชงาน ซึ่งกอนตรวจสอบตองดับเครื่องยนต และรอให เครื่องยนตเย็นลงกอน จึงดําเนินการตามวิธีการดังนี้ 1) ตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็นในถังพักน้ําหลอเย็น ซึ่งระดับน้ําควรอยูท ี่ขีด Full 2) หากระดั บ น้ํ า หล อเย็น ในถั งพั กน้ําอยูต่ํากวาขีด Low ใหเติมน้ําหลอเย็นชนิดเดิมลงไปใหถึงขีด Full ยกเวนในกรณีที่จําเปน สามารถใชน้ํากรดหรือน้ําประปาที่สะอาดแทนได 19 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3) จากนั้น 1 – 2 วัน ใหตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อดูระดับน้ําหลอเย็นที่ลดลง หากลดลงเร็วกวาปกติ เปนไปได วาอาจเกิดจากการรั่วซึม หรืออาจเกิดจากฝาปดหมอน้ําเสื่อมสภาพชํารุด ตองเปลี่ยนฝาหมอน้ําใหม 4) กรณีที่น้ําหลอเย็นในถังพักน้ําลดลงจนเกือบแหง ตองเติมน้ําหลอเย็นที่หมอน้ํา และตรวจสอบรอยรั่ว หรือความผิดปกติของระบบหลอเย็นดวย

ภาพที่ 1.6 การตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็นที่ถังพักน้ํา

ภาพที่ 1.7 การตรวจสอบหมอน้ํา ขอควรระวัง 1) การตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็น ควรตรวจสอบที่ถังพักน้ําหลอเย็นเทานั้น ไมควรเปดฝาหมอน้ํา 2) หามเปดฝาหมอน้ําขณะเครื่องยนตรอนจัด เพราะอาจทําใหไดรับอันตรายจากไอน้ําที่พุงออกมา 3) ในกรณีที่น้ําหลอเย็นกระเด็นไปโดนชิ้นสวนอื่น ๆ ควรใชน้ําประปาลางออกใหสะอาด 2. การตรวจสอบและเปลี่ยนถายน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตพรอมไสกรอง 2.1 หนาที่และโครงสรางของระบบหลอลื่นเครื่องยนต ระบบหลอลื่นเครื่องยนต ทําหนาที่หลอลื่นชิ้นสวนตาง ๆ ของเครื่องยนต เพื่อลดการสึกหรอและกําลังที่สูญเสียไป เนื่องจากความฝด นอกจากนี้ ยังชวยทําความสะอาดโดยนําฝุนผงหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ออกจากชิ้นสวนตาง ๆ อีกดวย ในระบบหลอลื่นเครื่องยนตมีสวนประกอบ ดังนี้ 20 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

- ปมน้ํามันเครื่องยนต ทําหนาที่สูบน้ํามันเครื่องจากอางน้ํามันเครื่อง จากนั้นปมใหเกิดแรงดันสงไปกรอง และหลอลื่นชิ้นสวนตาง ๆ มี 2 แบบคือ แบบเฟองกับแบบโรเตอร

ภาพที่ 1.8 ปมแบบเฟอง

ภาพที่ 1.9 ปมแบบโรเตอร

21 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2) ไสกรองน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต ทําหนาที่กรองน้ํามันหลอลื่น โดยใหน้ํามันเครื่องซึมผานกระดาษกรอง ซึ่ง จะชวยกรองเขมาจากการเผาไหม เศษโลหะ และสิ่งสกปรกตาง ๆ ออก กอนที่น้ํามันจะเขาสูแกนกลาง ของตัวกรอง และถูกสงไปยังชิ้นสวนตาง ๆ ของเครื่องยนต การเปลี่ยนกรองน้ํามันเครื่องโดยทั่วไปควร ทํ า ทุ ก ครั้ ง ที่ ค รบกํ า หนดเปลี่ ย นถ า ยน้ํ า มั น เครื่ อ ง หรื อ เปลี่ ย นทุ ก ระยะ 5,000 กิ โ ลเมตร (กรณี ใ ช น้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตแบบธรรมดา) แตสําหรับรถยนตที่จําเปนตองใชงานบอย หรือวิ่งระยะทางไกล เปนประจํา อาจใชวิธีเปลี่ยนกรองน้ํามันเครื่อง 1 ครั้ง ตอการเปลี่ยนน้ํามันเครื่อง 2 ครั้ง

ภาพที่ 1.10 ไสกรองน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต 2.2 น้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต น้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต คือสารหลอลื่นเครื่องยนตที่ไหลเวียนอยูในระบบหลอลื่น เพื่อลดการเสียดสีของชิ้นสวน ตาง ๆ ภายในเครื่องยนต ชวยระบายความรอน และชะลางสิ่งสกปรกที่เกิดจากการเผาไหม ซึ่งมีอยูดวยกัน 3 ประเภท ดังนี้ 1) น้ํามันเครื่องธรรมดา (Synthetic) ผลิตจากน้ํามันหลอลื่นที่กลั่นจากน้ํามันปโตรเลียม ใชงานไดประมาณ 3,000-5,000 กิโลเมตร 2) น้ํามันเครื่องกึ่งสังเคราะห (Semi Synthetic) ผลิตจากน้ํามันหลอลื่นธรรมดากับชนิดสังเคราะห ใชงาน ไดประมาณ 5,000-7,000 กิโลเมตร 3) น้ํามันเครื่องสังเคราะห (Fully Synthetic) ผลิตจากน้ํามันหลอลื่นที่สังเคราะห จากน้ํามันปโตรเลียม ใชงานไดประมาณ 7,000-10,000 กิโลเมตร 2.3 มาตรฐานน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตตามสภาพการใชงาน โดยทั่วไปสามารถแบงได 6 มาตรฐาน ดังนี้ 1) น้ํามันเครื่องชนิดเกรดเดี่ยว (Single Grade) - น้ํามันเครื่องจะมีตัวเลขแสดงคาความหนืดกํากับอยู ถาน้ํามันชนิดใดมีตัวเลขแสดงความหนืดต่ํา จะมีคาความหนืดนอยกวาน้ํามันเครื่องที่มีตัวเลขแสดงคาความหนืดสูง เชน น้ํามันเครื่อง SAE 40 และ SAE 50 มีคาความหนืดมากกวาน้ํามันเครื่อง SAE 40 เมื่ออยูในอุณหภูมิเทากัน 22 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

- หากน้ํามันเครื่องมีคาความหนืดต่ํากวาตัวเลขที่แสดงไวดานหลังของ SAE จะตองมีอักษร W เพื่ อ แสดงถึ ง การทดสอบความหนื ด ที่ อุ ณ หภู มิ -18 ºC หรื อ 0 ºF กรณี ที่ ไ ม มี ตั ว อั ก ษร W ตามหลัง SAE จะแสดงถึงการทดสอบที่อุณหภูมิ 100 ºC หรือ 210 ºF เชน น้ํามันเครื่อง SAE 20W มีความหนืดนอยกวาน้ํามันเครื่อง SAE 20 เปนตน 2) API (American Petroleum Institute) มาตรฐานน้ํามันเครื่องโดยสถาบันปโตรเลียมแหงอเมริกา ได กําหนดมาตรฐานน้ํามันเครื่องไว ดังนี้ - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตเบนซิน จะใชตัว S ซึ่งยอมาจาก Service Station เปนตัวกํากับ เชน SF, SH, SJ, SL เปนตน - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตดีเซล จะใชตัว C ซึ่งยอมาจาก Commercial หรือ Compression เปนตัวกํากับ เชน CC, CD, CF, CF-4, CG-4, CH-4, CD-2, CF-2 เปนตน 3) US.Military Specification หรือ MIL – L Spec. มาตรฐานทางทหารสหรัฐอเมริกา - มาตรฐานน้ํ า มั น เครื่ อ งประเภทเครื่ อ งยนต ดี เ ซล ที่ ใ ช ง านในป จ จุ บั น คื อ MIL-L-2104 D (CD/SF), MIL-L-2104 (CE/SG), MIL-L-2014 F (CF-4/SG) และ MIL-PRE-2104 G - มาตรฐานน้ํ า มั นเครื่ องประเภทเครื่ องยนตเบนซิน ที่ใชงานในป จจุบั น คือ MIL-L-46152 E (SG/CD) 4) CCMC (Committee of Common Market Constructors) มาตรฐานน้ํามันเครื่องของทางยุโรป - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตเบนซิน คือ CCMC (G1), (G2), (G3), (G4), (G5) - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตดี เซลงานเบา คือ CCMC (D1), (D2), (D3), (D4), (D5) - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตดีเซลที่ใชกับรถยนตนั่ง คือ (Passenger Diesel) : (PD-1), (PD-2) 5) ACEA (Association des Constructeurs Europeensd Automobiles) มาตรฐานน้ํามันเครื่องของยุโรป - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตเบนซิน คือ ACEA A1, A2, A3 เทียบเทา A - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตดีเซลงานเบา คือ ACEA B1, B2, B3, B4 - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตดีเซลงานหนัก คือ ACEA E1, E2, E3, E4, E5

23 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

6) Manufacturers มาตรฐานของผูผลิตยานยนตเปนผูกําหนด - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตเบนซิน คือ VW 500.00, VW 501.01, VW502.02, DB 229.1, ILSAC (GF-1), GF-2, GF-3 - มาตรฐานน้ํามันเครื่องประเภทเครื่องยนตดีเซล คือ DB 227.0/1, DB228.0/1, DB 228.2/3, DB 228.5, DB 229.1, VW 505.00, MAN 270, 271, MAN M 3275, MAN M 3277, VOLVO VDS, VOLVO VDS-2, MACK EO-K/2, MACK EO-L, MACK E0-M, SCANIA LDF, MTL 5044 TYPE 1,2,3 RVI E2, RVI E2R, RVI E3, RVI E3R, RVI RLD 2.4 การตรวจสอบระดับน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต 1) เริ่ ม ต น ด ว ยการวั ด ระดั บ น้ํ า มั น หล อ ลื่ น หลั ง จากดั บ เครื่ อ งยนต แ ล ว ประมาณ 2-3 นาที เพื่ อ ให น้ํามันหลอลื่นไหลกลับลงในอางน้ํามันดานลาง 2) ดึงกานวัดน้ํามันหลอลื่นออก และเช็ดคราบน้ํามันที่ปลายกานวัดดวยผาสะอาด 3) เสียบกานวัดน้ํามันหลอลื่นคืนกลับจุดเดิมจนสุด 4) ดึงกานวัดออกมาอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบระดับน้ํามันที่ปลายกานวัด ซึ่งถาระดับน้ํามันเครื่องอยูที่ตําแหนง F แสดงวาระดับน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตปกติ ถาต่ํากวาระดับ L แสดงวาระดับน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต ผิดปกติ

ภาพที่ 1.11 การตรวจสอบระดับน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต ขอควรระวัง 1) หลีกเลี่ยงการเติมน้ํามันหลอลื่นที่มากเกินไป (สูงกวาตําแหนง F) เนื่องจากอาจทําใหเครื่องยนตและ อุปกรณอื่น เสียหายได 2) ควรตรวจสอบระดับน้ํามันที่กานวัดอีกครั้งหลังเติมน้ํามันลงไป 24 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2.5 การเปลี่ยนน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตพรอมไสกรองน้ํามันหลอลื่น การเปลี่ยนน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตโดยทั่วไป ควรเปลี่ยนทุก ๆ ระยะทาง 5,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนไสกรอง น้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตไปพรอมกัน ในกรณีที่ใชรถยนตเพื่อเดินทางไกลบอยครั้ง ระยะทางที่วัดไดอาจจะครบ 5,000 กิโลเมตรเร็วกวารถยนตที่ใชงานในระดับปกติ จึงอาจใชวิธีเปลี่ยนน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต 2 ครั้ง ตอการเปลี่ยนไสกรอง น้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต 1 ครั้ง ซึ่งการเปลี่ยนน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตพรอมไสกรองน้ํามันหลอลื่น มีหลักในการปฏิบัติ ดังนี้ 1) ทําความสะอาดนอตถายน้ํามันเครื่องในขณะที่นอตยังติดอยูกับตัวรถ โดยลางดวยน้ําสะอาดและใชผาเช็ด เพื่อขจัดคราบดินโคลนที่จับอยูกับนอตขณะรถวิ่ง 2) หลังถอดนอตถายน้ํามันเครื่องออก ลางนอตดวยน้ํามันเบนซินและใชผาเช็ดใหสะอาด เพื่อขจัดสิ่งสกปรก ที่ติดอยูกับเกลียวนอต โดยเฉพาะนอตถายน้ํามันเครื่องที่มีปลายเปนแมเหล็ก เนื่องจากแมเหล็กจะดูด เศษโลหะในหองเครื่องใหมาติด ทําใหนอตสกปรก 3) ก อ นประกอบกรองน้ํ า มั น เครื่ อ งลู ก ใหม ใช น้ํ า มั น เครื่ อ งใหม ท าบริ เ วณซี ล หรื อ O-Ring ที่ ก รอง น้ํามันเครื่องใหทั่ว เนื่องจากซีล และ O-Ring จะทําจากยาง หากไมทาน้ํามันเครื่องเพื่อหลอลื่นกอนจะ กระดาง และทําใหประกบกรองน้ํามันเครื่องเขาไปไดไมสนิท ยกเวนในกรณีที่เปนรถยนตรุนใหม ซึ่งทา จาระบีไวที่ซีล หรือ O-Ring แลว จึงไมจําเปนตองทาน้ํามันเครื่อง 4) หลังเปลี่ยนกรองน้ํามันเครื่อง และติดเครื่องยนต น้ํามันเครื่องจะลดระดับลงไปเล็กนอย เนื่องจากน้ํามัน จะซึมเขาไปอยูในกรอง จึงจําเปนตองตรวจสอบระดับน้ํามันเครื่ องที่กานวัดอี กครั้ งหลังเติ มหลังเติ ม น้ํามันเครื่องลงไป ขอควรระวัง 1) ไมควรถอดนอตเพื่อถายน้ํามันในขณะที่เครื่องยนตรอน เนื่องจากน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตอาจมีอุณหภูมิ สูงถึง 120 องศาเซลเซียส 2) ระวังน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตที่ยังคางอยูในไสกรองหก 3) หามทิ้งน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนตที่ใชแลวลงบนพื้นทั่วไปหรือทิ้งลงทอระบายน้ํา เนื่องจากมีสวนผสมของ สารอันตราย 4) ควรเลือกใชน้ํามันหลอลื่นที่เหมาะสมกับเครื่องยนต และตรงตามคําแนะนําของผูผลิต

25 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. การตรวจสอบและการเปลี่ยนแบตเตอรี่ 3.1 หนาที่และโครงสรางของแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ ทําหนาที่สะสมและจายพลังงานใหกับอุปกรณไฟฟาตาง ๆ ของรถยนต แบตเตอรี่ที่ใชในรถยนต คือ แบตเตอรี่แบบเปยก ประเภทตะกั่ว-กรด (Lead-Acid) มีหลักการทํางาน คือ เมื่อแบตเตอรี่ถูกใชงานจนหมดไฟ จะ สามารถชารจไฟเขาไปใหมไดจนกวาแผนธาตุจะหมดอายุการใชงาน โครงสรางของแบตเตอรี่มีดังนี้

ภาพที่ 1.12 โครงสรางของแบตเตอรี่ 1) แผนธาตุ (Plates) ใชสําหรับแบตเตอรี่ประเภทตะกั่ว-กรด มี 2 ชนิดคือ แผนธาตุบวกและแผนธาตุลบ โดยแผนธาตุบวกทําจากตะกั่วเปอรออกไซด (PbO2) แผนธาตุลบทําจากตะกั่วธรรมดา (Pb) โดยวางเรียง สลับซอนกันระหวางแผนธาตุบวกและแผนธาตุลบจนเต็มพอดี ในแตละเซลล แผนธาตุบวกและแผนธาตุลบ จะถูกกั้นดวยแผนกั้น 2) แผนกั้น (Separaters) ทําหนาที่ปองกันแผนธาตุบวกและแผนธาตุลบสัมผัสกัน หากแผนทั้งสองสัมผัสกัน จะเกิดการลัดวงจรขึ้น โดยแผนกั้นทําจากไฟเบอรกลาสเจาะรูพรุน เพื่อใหน้ํายาอิเล็กโทรไลตสามารถ ไหลผานไดระหวางแผนทั้งสอง ซึ่งจะมีขนาดเทากับแผนธาตุบวกและแผนธาตุลบ 3) เปลือกแบตเตอรี่ เปนวัสดุที่ทําจากพลาสติกหรือยางแข็งที่ทนตอแรงกระแทก กันไฟฟารั่วและน้ําเขา โดยเปลือกแบตเตอรี่จะถูกแบงออกเปน 6 สวน หรือ 6 ชอง มีเครื่องหมายระดับสูงหรือระดับต่ําของ น้ํายาทางไฟฟาแสดงอยูบนเปลือกชนิดโปรงแสงและกึ่งโปรงแสง แผนที่กันเปลือกแบตเตอรี่จะเปนโลหะ ถูกยกใหสูงขึ้นจากกนเปลือกหมอดวยซี่ดานลาง เพื่อปองกันการลัดวงจรจากสารที่ทําปฏิกิริยาซึ่งหลุด รวงจากโลหะ 4) สะพานไฟ ทําจากตะกั่วหลอเปนแทง ใชเชื่อมตอระหวางชองของเซลลแบตเตอรี่แตละเซลล เพื่อทําให ขนาดแรงเคลื่อนไฟฟามากขึ้น เชน ถาตอ 3 ชองรวมกันจะได 6 โวลต แตถาตอรวมกัน 12 โวลต 26 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

5) ขั้วแบตเตอรี่ หลอขึ้นรูปดวยตะกั่วแทงโผลขึ้นเหนือเปลือกแบตเตอรี่ โดยขั้วบวกจะหลอใหมีขนาดใหญ กวาขั้วลบ ซึ่งขั้วแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขั้ว เปนจุดรวมเอาแผนธาตุบวกและแผนธาตุลบเขาไว ดังนั้น ขนาดของ แรงเคลื่อนไฟฟารวมของแบตเตอรี่จะไดจากขั้วทั้งสอง 6) จุ ก ป ด (Battery cell plug) หรื อ ฝาป ด เซลล จะมี รู ร ะบายอากาศแก ส ไฮโดรเจนที่ เ กิ ด จากการทํ า ปฏิกิริยาทางเคมีภายในแบตเตอรี่ใหสามารถระบายออกไปไดหากไมมีรูระบายที่ฝาปด เมื่อเกิดปฏิกิริยา ทางเคมี แกสไฮโดรเจนจะไมสามารถระบายออกไปได จึงทําใหเกิดแรงดันสูงจนอาจทําใหแบตเตอรี่ ระเบิด 7) น้ํายาอิเล็กโทรไลตหรือน้ํากรด (Electrolyte) หรือ น้ํากรดที่บรรจุอยูภายในแบตเตอรี่รถยนตเปนน้ํากรด กํามะถันเจือจาง (H2SO4) ประมาณ 38 เปอรเซ็นต มีคาความถวงจําเพาะ (ถ.พ.) 1.265 โดยทําหนาที่ทํา ใหแผนธาตุบวกและแผนธาตุลบ เกิดปฏิกิริยาทางเคมี จนเกิดกระแสไฟฟาและแรงเคลื่อนไฟฟาขึ้น 3.2 การตรวจสอบแบตเตอรี่ การตรวจสอบแบตเตอรี่ นอกจากจะตองตรวจสอบความสมบูรณของสภาพภายนอก เชน สิ่งสกปรกที่จับอยูบนขั้ว แบตเตอรี่ สภาพของสายไฟ หรือรอยแตกราวที่เปลือกนอกแลว ยังจําเปนจะตองตรวจสอบความสมบูรณดานอื่น ๆ ซึ่งมี หลักในการปฏิบัติดังนี้ 1) การตรวจสอบระดับน้ํากรดแบตเตอรี่ น้ํากรดแบตเตอรี่โดยปกติควรอยูระหวางขีด UPPER LEVEL กับ LOWER LEVEL ไมควรเติมเกินกวา ระดับที่กําหนด เพราะอาจสงผลใหประสิทธิภาพการทํางานลดลง

ภาพที่ 1.13 การตรวจสอบระดับน้ํากรดแบตเตอรี่ 2) การตรวจสอบคาความถวงจําเพาะของน้ํากรดแบตเตอรี่ การวัดคาความถวงจําเพาะของน้ํากรดแบตเตอรี่ (ถ.พ.) ทําไดโดยใชไฮโดรมิเตอรจุมเขาไปในชองเติม น้ํากรดแบตเตอรี่ชองใดชองหนึ่ง บีบลูกยางคางไว เพื่อดูดน้ํากรดเขามาในหลอดแกว จนกระทั่งลูกลอย 27 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภายในหลอดแกวสามารถลอยไดอยางอิสระ จากนั้นอานคาความถวงจําเพาะที่วัดได โดยเทียบจาก ตาราง ดังนี้ ตารางที่ 1.1 คาความถวงจําเพาะของแบตเตอรี่ คาความถวงจําเพาะ

ปริมาณประจุไฟแบตเตอรี่

1.260 – 1.280

มีไฟ 100 %

1.230 – 1.250

มีไฟ 75 – 99 %

1.200 – 1.220

มีไฟ 50 – 74 %

1.170 – 1.190

มีไฟ 25 – 49 %

1.160 – ต่ํากวา

ไมมีไฟ

จากนั้นคลายลูกยางเพื่อใหน้ํากรดไหลออกจากไฮโดรมิเตอร กอนเก็บเครื่องมือ และใชผาเช็ดรอบ ชองเติมน้ํากรดแบตเตอรี่ใหสะอาด คาความถวงจําเพาะของน้าํ กรดแบตเตอรี่ (ถ.พ.) ที่ควรวัดไดโดยปกติควรอยูที่ประมาณ 1.260 – 1.280 ที่อุณหภูมิหอง หากต่ํากวานี้ ตองนําแบตเตอรี่ไปประจุไฟใหม กอนนํามาวัดคาความถวงจําเพาะอีกครั้ง

ภาพที่ 1.14 ไฮโดรมิเตอร 3) การตรวจสอบแรงเคลื่อนไฟฟา แรงเคลื่อนไฟฟาที่ตรวจสอบโดยใชมัลติมิเตอรจับที่ขั้วลบและขั้วบวกของแบตเตอรี่ ตองมีคาเทากับ 12 โวลต ทั้งนี้ ถาพบความผิดปกติเพียงขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง หรือทุกขั้นตอน ใหนําแบตเตอรี่ไปชารจไฟ ใหม และถาน้ํากรดแบตเตอรี่อยูต่ํากวาระดับ ตองเติมน้ํากลั่นใหไดระดับดวย

28 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3.3 การเปลี่ยนแบตเตอรี่ การเปลี่ยนแบตเตอรี่มีขอควรปฏิบัติดังนี้ 1) การถอดขั้ ว แบตเตอรี่ ต องถอดขั้ว ลบออกก อนเสมอ เพื่อปองกัน กระแสไฟฟ าจากขั้ว บวกไหลผ า น เครื่องมือลัดวงจรลงกราวด 2) การขันขั้วแบตเตอรี่ ตองขันใหแนนทั้งขั้วบวกและขั้วลบ และที่สําคัญตัวแบตเตอรี่ตองยึดแนนกับฐาน ที่ตั้ง 3) ทําความสะอาดขั้วสายไฟทั้งขั้วบวกและขั้วลบ โดยใชน้ํารอนลางและเช็ดใหแหง กอนทาจาระบีที่ขั้ว แบตเตอรี่เล็กนอย เพื่อขจัดคราบสนิมตะกั่ว (คราบเกลือ) ขอควรระวัง 1) ถาน้ํากรดแบตเตอรี่หยดโดนสีรถยนต ควรลางดวยน้ําสะอาดโดยเร็ว 2) ควรปดฝาเติมน้ํากรดใหแนนทุกครั้ง 3) ระวังโลหะสัมผัสกับขั้วแบตเตอรรี่ทั้งสอง อาจทําใหแบตเตอรี่ระเบิดได 4) หามวางเครื่องมือลงบนแบตเตอรี่ เพราะอาจทําใหกระแสไฟฟาจากขั้วทั้งสองลัดวงจรเขาหากัน 4. การตรวจสอบระดับน้ํามันเบรก 4.1 หนาที่และโครงสรางของระบบเบรก ระบบเบรก ทําหนาที่ชวยชะลอความเร็วของรถ หรือทําใหรถหยุดตามความตองการของผูขับขี่ ในปจจุบันใชการ ถายทอดแรงเหยียบที่แปนเบรกไปสูอุปกรณหยุดลอดวยระบบไฮดรอลิก (Hydraulic) กลาวคือ แรงเหยียบเบรกจะถูก สงไปที่แมปมน้ํามันเบรก (Master Cylinder) และอัดแรงดันน้ํามันเบรกออกไปตามทอน้ํามันเบรก ผานวาลวแยกไป จนถึงตัวเบรก ซึ่งจะมีลูกปมน้ํามันเบรก ขณะไดรับแรงดันลูกปมน้ํามันเบรกจะดันใหผาเบรกไปเสียดทานกับชุดจานเบรก ที่อยูใกลกับจานดิสกเบรกหรือดรัมเบรก เมื่อเกิดความฝดขึ้น ลอก็เริ่มหมุนชาลง หากเหยียบเบรกเขาไปอีก แรงดันน้ํามัน เบรกจะเพิ่มขึ้น รถจะชะลอความเร็วและหยุดในที่สุด 4.2 ชนิดของระบบเบรก 1) ดรั มเบรก (Drum Brake) เป น โลหะวงกลมยึดติดกับ ดุมลอ หมุน ไปพรอมกับ ลอและชุดฝกเบรก ซึ่ง ประกอบดวยผาเบรก กลไกปรับตั้งเบรก สปริงดึงกลับ และลูกสูบปมเบรก โดยสายน้ํามันเบรกเชื่อมตอ กับตัวลูกสูบเพื่อดันผาเบรกใหเสียดทานกับดรัมใหเกิดความฝด

29 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2) ดิสกเบรก (Disc Brake) ประกอบดวย แผนจานดิสกติดตั้งลงบนแกนเพลาลอ เมื่อรถเคลื่อนที่ แผนจาน ดิสก จะหมุนไปพรอมลอ จะมีคาลิปเปอร (Caliper) ที่ติดตั้งครอบลงไปบนจานดิสก (ไมหมุนไปพรอม ลอ) ภายในคาลิปเปอรมีการติดตั้งผาเบรกประกอบอยูทางดานซายและขวาของจานดิสก และจะมี ลูกปมน้ํามันเบรกติดตั้งอยูดวย ซึ่งทอน้ํามันเบรกก็จะติดตั้งเชื่อมตอกับลูกปมเบรกนี้ เพื่อเขาไปเสียดทาน ใหเกิดความฝดขณะเหยียบเบรก

ภาพที่ 1.15 โครงสรางของระบบเบรก ขอควรระวัง 1) น้ํามันเบรกมีสวนประกอบของสารเคมี จึงควรระวังไมใหสัมผัสกับสวนใดของรางกาย 2) น้ํามันเบรกสามารถทําใหสีรถยนตเสียหายได 3) หากมีน้ําหรือความชื้นผสมอยู จะทําใหน้ํามันเบรกเสื่อมคุณภาพ 4) หมั่นตรวจสภาพของน้ํามันเบรก หากพบวาสกปรกหรือมีสีขุนมัวควรเปลี่ยนใหม 4.3 การตรวจสอบระดับน้ํามันเบรก ควรตรวจสอบระดับน้ํามันเบรกเดือนละ 1 ครั้ง โดยสังเกตที่กระปุกน้ํามันเบรกซึ่งจะมีคําวา MAX และ MIN อยู น้ํามันเบรกควรอยูในระดับ MAX หรืออยูระหวางระดับ MAX กับ MIN ในกรณีที่น้ํามันเบรกลดลงอยางรวดเร็ว อาจมี สาเหตุจาก 2 กรณี คือ น้ํามันเบรกรั่วไหลออกจากระบบเบรก และผาเบรกสึกหรอ

30 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 1.16 การตรวจสอบระดับน้ํามันเบรก 5. การตรวจสอบระดับน้ํามันคลัตช 5.1 หนาที่และโครงสรางของคลัตช คลัตชรถยนต ทําหนาที่ตัดและตอกําลังระหวางเครื่องยนตไปยังกระปุกเกียร เพื่อประโยชนในการเปลี่ยนเกียร โดย อาศั ย ความฝ ด ระหว า งแผ น คลั ตช กับ แผ น กดคลัตชและล อช ว ยแรง จึ งทํ าให คลัตชส ามารถถายทอดกําลังงานจาก เครื่องยนตไปขับเคลื่อนลอรถยนต และเพื่อทําใหการออกตัวของรถยนตนิ่มนวลและสะดวกขึ้น โครงสรางของคลัตช ประกอบดวยสวนตาง ๆ ดังนี้ 1) ลอชว ยแรง (Fly Wheel) ทําหนาที่ส ะสมพลังงาน และลดอาการสั่นของเครื่องยนต สว นกลางของ ล อ ช ว ยแรงถู ก ทํ า เป น ช อ งว า ง เพื่ อ ยึ ด ติ ด กั บ เพลาข อ เหวี่ ย งและแบริ่ ง รองรั บ เพลาจากห อ งเกี ย ร นอกจากนี้ ลอชวยแรงยังมีฟนเฟองรอบ ๆ เพื่อขบกับเฟองพีเนียนของมอเตอรเมื่อติดรถยนต 2) แผนคลัตช (Clutch Disc) ทําหนาที่ถายทอดกําลังใหเปนไปอยางราบรื่น ไมลื่นไถล ผลิตจากเหล็กกลา รีด เปน แผน บาง มีแ ผน ความฝด ทํา จากใยหิน ผสมผงโลหะ ติด อยูกับ ผิว ของแผน คลัต ชทั้ง สองดาน แผนคลัตชถูกติดตั้งอยูระหวางลอชวยแรงกับแผนกดคลัตช 3) แผนกดคลัตช (Pressure Plate) ทําหนาที่ยึดอุปกรณตาง ๆ ของคลัตชเขาดวยกัน และยึดแผนคลัตชให สนิทกับลอชวยแรง โดยมากผลิตจากเหล็กกลาหรือเหล็กหลอ 4) ลูกปนกดคลัตช (Release Bearing) ทําหนาที่กดแผนกดคลัตชใหเคลื่อนที่ทิศทางเดียวกับลอชวยแรง โดยจะติดตั้งอยูกับกามปูกดคลัตช และมีตัวรองรับเปนแผนวงแหวนติดอยูกับแผนกดคลัตช 5) เพลาคลัต ช (Clutch Shaft) ทํา หนา ที ่ถา ยทอดกํ า ลัง จากแผน คลัต ชไ ปยัง กระปุก เกีย ร ผลิต จาก เหล็กกลา ทนตอการสึกหรอ ดานบนมีรางใหแผนคลัตชเคลื่อนที่ ซึ่งเมื่อแผนคลัตชหมุน เพลาคลัตชจะ หมุนตามไปดวย

31 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 1.17 โครงสรางสวนประกอบของคลัตช 5.2 ชนิดของระบบคลัตช - คลัตชชนิดสายควบคุม ชุดคลัตชอยูใกลกับแปนคลัตช ใชแรงในการเหยียบคลัตชมากและไมเปนที่นิยมใน รถยนตทั่วไป - คลัตชช นิด น้ํา มั น ไฮดรอลิ ก ชุดคลัตชอ ยูไ กลกับ แปน คลัตช ใชแรงในการเหยีย บคลัตชนอ ย โดยมี แมปมน้ํามันคลัตชชวยผอนแรง ซึ่งไดรับความนิยมในรถยนตทั่วไป 5.3 การตรวจสอบระดับน้ํามันคลัตช ควรตรวจสอบระดับน้ํามันคลัตชเดือนละ 1 ครั้ง โดยสังเกตบริเวณกระปุกน้ํามันคลัตช ซึ่งจะมีคําวา MAX และ MIN อยู น้ํามันคลัตชควรอยูระหวางขีด MAX และ MIN อยางไรก็ตาม สิ่งสําคัญที่ผูรับการฝกควรทราบ คือน้ํามันคลัตช และน้ํามันเบรกเปนน้ํามันชนิดเดียวกัน สามารถใชแทนกันได เมื่อตองการตรวจสอบน้ํามันคลัตชและน้ํามันเบรกให สังเกตกระปุกใสน้ํามันทั้ง 2 ชนิดในหองเครื่อง กระปุกเล็กจะบรรจุน้ํามันคลัตช และกระปุกใหญจะบรรจุน้ํามันเบรก

32 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 1.18 การตรวจสอบระดับน้ํามันคลัตช 6. การเปลี่ยนถายน้ํามันเกียรธรรมดาและเกียรอัตโนมัติ 6.1 หนาที่และโครงสรางของเกียรรถยนต เกียรรถยนตเปนอุปกรณที่ถายทอดกําลังจากเครื่องยนตไปยังเพลาขับและไปสูลอรถยนต อีกหนาที่หนึ่งคือ เปลี่ยน ความเร็ว ของตัว รถใหเ พิ่ มขึ้น หรื อลดลง รวมทั้งเปลี่ย นทิศทางการเคลื่อนที่ข องตัว รถ เชน เดิน หนาหรือถอยหลัง ซึ่งสวนประกอบของเกียร มีดังนี้ 1) เพลา เปนสวนประกอบที่สําคัญของกระปุกเกียร 2) เฟอง ทําหนาที่สงกําลังและเพิ่มหรือลดอัตราทดของเกียรไดตามความตองการ 6.2 ชนิดของเกียรรถยนต 1) เกียรธรรมดา เกียรชนิดนี้ผูขับขี่ตองเปลี่ยนตําแหนงเกียรดวยตนเอง เนื่องจากเกียรชนิดนี้จะใชตัวตัดตอ กําลังจากเครื่องยนตและเกียรเปนชุดคลัตชแบบแผนแหง ซึ่งมีตนทุนการผลิตต่ํา อยางไรก็ตาม ขอดีของ เกียรธรรมดา คือ ทนทานและดูแลรักษางาย

ภาพที่ 1.19 โครงสรางเกียรธรรมดา

33 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2) เกียรอัตโนมัติ เกียรชนิดนี้ผูขับขี่สามารถใชเพียงแคเทาขวาขางเดียวในการเหยียบคันเรงสลับกับเบรก เนื่อ งจากถูก สรา งขึ้น เพื่อ ทดกํา ลังจากเครื่อ งยนตใ นรูป ของแรงบิดถา ยไปยังเพลาขับ ในแตล ะรอบ การทํางานผานอัตราทดที่คํานวณมาเพื่อความเหมาะสม ซึ่งจะใหกําลังอยางตอเนื่องเมื่อเรงความเร็ว

ภาพที่ 1.20 โครงสรางเกียรอัตโนมัติ 3) เกี ย ร อั ต โนมั ติ แ บบ CVT เกี ย ร ช นิ ด นี้ เ ป น ระบบเกี ย ร อั ต ราทดต อ เนื่ อ ง หรื อ CVT (Continuously Variable Transmission) ขอดีคือ สามารถเปลี่ยนเกียรไดอยางนุมนวล ลดอาการกระตุก และรักษารอบ เครื่องยนตไดดี จึงสงผลใหประหยัดเชื้อเพลิงไดอีกดวย

ภาพ 1.21 โครงสรางเกียรอัตโนมัติแบบ CVT

34 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

6.3 การตรวจสอบระดับน้ํามันเกียร การตรวจสอบระดับน้ํามันเกียร ควรทําในขณะที่เครื่องยนตมีอุณหภูมิปกติ เริ่มตนดวยการจอดรถบนพื้นที่ราบ ถอดโบลตเติมน้ํามันเกียร ตรวจสอบระดับน้ํามันเกียรดวยการใชนิ้วมือหรือขอฉากสอดเขาไปในรูเติมน้ํามันเกียร ซึ่ง ระดับน้ํามันเกียรควรพอดีกับขอบลางของรูเติมน้ํามัน หากพบวาน้ํามันไมไดระดับ ใหเติมน้ํามันเกียรลงไปจนกระทั่ ง น้ํามันเกียรเริ่มไหลออกจากรูเติม จากนั้นใสโบลตใหเขาที่และขันใหแนน อยางไรก็ตาม ควรเปลี่ยนถายน้ํามันเกียรทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร หรือทุก ๆ 1 ป

ภาพที่ 1.22 การเปลี่ยนถายน้ํามันเกียร ขอควรระวัง 1) หามเติมน้ํามันเกียรอัตโนมัตินอยหรือมากกวาระดับที่กําหนดไว 2) ไมควรตรวจสอบน้ํามันเกียรขณะที่เครื่องยนตยังมีอุณหภูมิสูง เพราะน้ํามันอาจรอนและลวกถูกผิวหนังได 3) ขณะเครื่องยนตทํางานและเลื่อนตําแหนงเกียร ตองเหยียบเบรกไวตลอดเวลา 7. การตรวจสอบระดับน้ํามันพวงมาลัย POWER 7.1 หนาที่และโครงสรางของพวงมาลัย POWER พวงมาลัยเพาเวอร เปนระบบชวยทดกําลังการหมุนพวงมาลัยไปในทิศทางตาง ๆ โดยลดการใชกําลังลง เพื่อประโยชน ขณะกําลังเลี้ยวในพื้นที่แคบ อีกทั้งยังสะดวกสบายในการขับขี่ ในปจจุบันแบงพวงมาลัยเพาเวอรออกเปน 2 แบบ ดังนี้ 1) ระบบพวงมาลัยเพาเวอรแบบไฮดรอลิก (Hydraulic Power Steering) ระบบนี้ใชปมไฮดรอลิกในการ สรางกําลังดันสงไปยังกระปุกพวงมาลัย เพื่อชวยผอนแรงผูขับขณะเลี้ยว

35 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 1.23 พวงมาลัยเพาเวอรไฮดรอลิก 2) ระบบพวงมาลัยเพาเวอรแบบไฟฟา EPS (Electric Power Steering) ระบบนี้ใชมอเตอรไฟฟาเปนตัว สรางกําลังชวยผอนแรง เมื่อผูขับขี่หมุนพวงมาลัยจะมีตัวรับสัญญาณ (Sensor) สงไปใหกลองควบคุ ม ระบบพวงมาลัยเพาเวอร เพื่อใหกลองควบคุมสั่งการใหมอเตอรไฟฟาทํางาน

ภาพที่ 1.24 พวงมาลัยเพาเวอรแบบไฟฟา

36 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3.2 การตรวจสอบระดับน้ํามันพวงมาลัย POWER ควรตรวจสอบระดับน้ํามันพวงมาลัยเพาเวอรเดือนละ 1 ครั้ง โดยหมุนฝาปดกระปุกน้ํามันพวงมาลัยเพาเวอรออกที่ ฝาจะมีกานวัดติดอยู และบนกานวัดจะมีขีด MAX กับ MIN ซึ่งระดับน้ํามันโดยปกติควรอยูระหวางขีด MIN กับ MAX แตถาระดับน้ํามันอยูต่ํากวาขีด MIN ใหเติมจนอยูที่ระดับขีด MAX

ภาพที่ 1.25 การตรวจสอบระดับน้ํามันพวงมาลัยเพาเวอร ขอควรระวัง 1) หามเติมน้ํามันพวงมาลัยเพาเวอรเกินกวาระดับที่กําหนดไว เพราะอาจทําใหระบบพวงมาลัยเพาเวอร เสียหาย 2) ถวยใสน้ํามันอาจรอน ควรระวังน้ํามันลวกผิวหนัง 8. การตรวจสอบสภาพของสายพาน และเปลี่ยนสายพาน 8.1 หนาที่และโครงสรางของสายพานอัลเตอเนเตอร สายพานอัลเตอเนเตอร ทําหนาที่ถายทอดกําลังระหวางเพลาสองเพลาหรือมากกวาสองเพลา การทํางานของ สายพานจะขับถูกตองหรือไมขึ้นอยูกับสภาพของสายพาน การไดแนวศูนยกลางของพูลเลยและความตึงของสายพาน สายพานตัววี (V) จะตองมีความยาว ความกวาง และมุมของตัววีที่ถูกตอง พูลเลยตัววี (V) จะตองมีความลึกมากกวา ความหนาของสายพานตัววี เพื่อไมใหสายพานยันกับพื้นรองของพูลเลย 8.2 การตรวจสอบสายพานอัลเตอเนเตอร การตรวจสอบสายพานอัลเตอเนเตอร ทําไดโดยการสังเกตสภาพของสายพาน หากพบรอยแตกหรือชํารุด ควร เปลี่ยนสายพานใหม แตหากสายพานยังอยูในสภาพดี ใหตรวจสอบความตึงของสายพาน โดยใชนิ้วกดลงตรงบริเวณ กลางสายพาน หรือใชเครื่องมือพิเศษวัดคาความตึงของสายพานระหวางพูลเลยทั้ง 2 ขาง ถากดลงไดประมาณไมเกิน 10 มิลลิเมตร แสดงวาสายพานอยูในสภาพปกติ แตถากดไดต่ํากวา 10 มิลลิเมตร แสดงวาสายพานยืดหรือหยอน ควร เปลี่ยนหรือปรับตั้งสายพานใหม อยางไรก็ตาม การตรวจสอบสายพาน มีหลักปฏิบัติ 3 ขอ ดังนี้ 37 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

1) ควรตรวจสอบโดยหมุนเครื่องยนตไปเรื่อย ๆ จนครบรอบ เพื่อใหสามารถตรวจสายพานไดทุกจุด 2) สายพานที่ตึงเกินไป จะทําใหลูกปนปมน้ําและอัลเตอเนเตอรสึกหรอเร็ว 3) หากพบวาสายพานผานการใชงานมานาน ควรเปลี่ยนใหมเพื่อปองกันสายพานขาดกะทันหันขณะ เดินทาง

ภาพที่ 1.26 การตรวจสอบสภาพของสายพาน 9. การตรวจสอบสภาพภายในหองเครื่องและภายในหองโดยสาร 9.1 หนาที่ของอุปกรณและโครงสรางภายในหองเครื่อง 1) อางน้ํามันเครื่อง ภายในบรรจุน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต ซึ่งทําหนาที่เคลือบชิ้นสวนโลหะในเครื่องยนต ปองกันสนิมหรือการกัดกรอน และชะลางเขมาที่เกิดจากการเผาไหม ไมใหอุดตันในเครื่องยนต 2) กานวัดระดับน้ํามันเครื่อง มีไวเพื่อชวยในการตรวจสอบระดับน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต 3) กระปุกน้ํามันเบรก ภายในบรรจุน้ํามันเบรก ซึ่งทําหนาที่เปนตัวกลางสงแรงดันจากแมปมเบรกตัวบนไป ยังลูกสูบเบรก น้ํามันเบรกที่ดีจะตองมีจุดเดือดสูง เพื่อไมใหของเหลวในระบบเบรกรอนจัดจนกลายเปน ไอ และไมสามารถถายเทแรงดันไดตามปกติ 4) ถังพักน้ําหลอเย็น เปนที่พักน้ําหลอเย็นซึ่งลนออกมาจากหมอน้ํา ขณะที่เครื่องยนตมีอุณหภูมิสูง ซึ่งเมื่อ เครื่องยนตกลับมามีอุณหภูมิปกติ น้ําหลอเย็นที่อยูในถังพักน้ําสํารองก็จะไหลกลับเขาสูหมอน้ํา ระบบ หลอเย็น ทําหนาที่ปองกันไมใหเครื่องยนตรอนหรือเย็นจัดจนเกินไป หากเครื่องยนตรอนจัด ผูขับขี่จะ ไดยินเสียงดังผิดปกติอยางชัดเจน 5) ฝาปดถังพักน้ําหลอเย็น ทําหนาที่ปองกันไมใหน้ําหลอเย็นในถังพักรั่วไหล 6) ฝาหมอน้ํา ทําหนาที่ชวยตานแรงดันของน้ําหลอเย็นที่พยายามดันตัวออกจากหมอน้ํา ซึ่งเกิดจากการ ขยายตัวของน้ําหลอเย็น เมื่อเครื่องยนตมีอุณหภูมิสูง 7) ถังพักน้ําฉีดลางกระจก ทําหนาที่กักเก็บน้ําสําหรับฉีดลางกระจก 38 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

8) แบตเตอรี่ ทําหนาที่สะสมและจายกระแสไฟฟาใหระบบตาง ๆ ของรถยนตทํางานได เชน ระบบมอเตอรติด ระบบจุดระเบิด ระบบไฟสองสวาง และระบบเครื่องเสียง เปนตน 9) กรองอากาศ ทําหนาที่ดักจับฝุนละอองไมใหเขาไปภายในเครื่องยนต และลดเสียงดังที่อาจเกิดขึ้นจาก การดูดอากาศของเครื่องยนต อยางไรก็ตาม ควรเปลี่ยนกรองอากาศเมื่อใชเปนระยะเวลานาน เนื่องจาก กรองอากาศอาจเต็มไปดวยฝุนละออง สงผลใหทํางานไดไมเต็มประสิทธิภาพ 10) กลองฟวส ภายในบรรจุฟวส ซึ่งมีหนาที่ปองกันและตัดกระแสไฟฟา กลาวคือ ตัวฟวสถูกตออนุกรมกับ วงจร เมื่อเปดวงจร กระแสไฟฟาจะไหลผานฟวสไปยังอุปกรณตาง ๆ เมื่อกระแสไฟฟาไหลผานฟวสมาก ขึ้น เสนลวดฟวสจะรอนและขาด ตัดวงจรไมใหกระแสไฟฟาไหลผานอุปกรณได จึงเปนการปองกันความ เสียหายของอุปกรณและวงจรไฟฟาภายในรถยนต

ภาพที่ 1.27 โครงสรางภายในหองเครื่อง รถยนต Masda 2 SKYACTIV – G 1.5

39 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 1.28 โครงสรางภายในหองเครื่อง รถยนต Honda Civic 9.2 หนาที่ของอุปกรณและโครงสรางภายในหองโดยสาร 1) แผงหนาปด แสดงผลขอมูลสําคัญตอการขับขี่รถยนต ตามแตรุนของรถยนต เชน มาตรวัดความเร็ว มาตรวัดระยะทาง และเกจวัดระดับน้ํามันเชื้อเพลิง เปนตน รวมทั้งไฟเตือนตาง ๆ เชน ไฟเตือนตําแหนง เกียร ไฟเตือนเข็มขัดนิรภัย ไฟเตือนระบบเบรก ไฟเลี้ยว และไฟเตือนระดับน้ํามันเชื้อเพลิงต่ํา เปนตน 2) ระบบปรั บ อากาศ เป น ระบบทํ า ความเย็ น แบบอั ด ไอ โดยมี อุ ป กรณ สํ า คั ญ คื อ คอมเพรสเซอร (Compressor) ซึ่งจะดูดสารทําความเย็นที่มีสถานะเปนแกสจากคอยลเย็น (evaporator) เพื่อสงตอไปยัง แผงคอยลรอน (condenser) เพื่อลดอุณหภูมิใหต่ําลง และเปลี่ยนสถานะจากแกสเปนของเหลว จากนั้น สารทําความเย็นจะไหลตอไปยังดรายเออร (receiver/dryer) เพื่อกรองสิ่งสกปรกและความชื้น และสง สารทําความเย็นตอไปยังวาลวแอร เพื่อฉีดเขาไปในคอยลเย็น (evaporator) จนกระทั่งสารทําความเย็น มีสถานะกลายเปนแกสดังเดิม และทําใหอุณหภูมิภายนอกลดลง 3) ระบบเครื่ อ งเสี ย ง เป น อุ ป กรณ อิ เ ล็ ก ทรอนิ ก ส ที่ ทํ า หน า ที่ ถ า ยทอดเสี ย งภายในรถยนต ในป จ จุ บั น หมายความรวมถึงอุปกรณที่ถายทอดทั้งสัญญาณภาพและเสียง หลักการทํางานโดยทั่วไปไมแตกตางกับ เครื่องเสียงสําหรับใชในบานมากนัก แตมีขนาดเล็กกวาและมีกําลังขยายนอยกวา

40 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

4) สวิตชควบคุมกระจกประตู เปนสวนหนึ่งของระบบกระจกไฟฟา ทําหนาที่ควบคุมกระจกประตู เมื่อกด สวิตช มอเตอรของกระจกไฟฟาจะหมุน ทําใหกระจกเลื่อนขึ้น – ลง บนแผงสวิตชควบคุมกระจกประตู จะ ประกอบไปดวยสวิตชเปด – ปด กระจกทั้ง 4 บาน และสวิตชล็อกกระจก ซึ่งจะทําใหไมสามารถเปด – ปด กระจกทุกบานได ยกเวนกระจกดานคนขับ 5) คันเกียร เปนอุปกรณถายทอดกําลังจากเครื่องยนตไปยังเพลาขับและลอรถยนต รวมทั้งเปลี่ยนความเร็ว ของรถ ประกอบไปดวยอุปกรณสําคัญ 2 สวน ไดแก เพลา ทําหนาที่รับหรือสงกําลังขับใหกับเฟอง และ เฟองทําหนาที่สงกําลังและเพิ่มหรือลดอัตราทดของเกียร 6) แปน เบรก คือ แปน ที่อ อกแบบมาใหผูขับ ขี่ใ ชเ ทา เหยีย บเมื่อ ตอ งการหยุด รถ เมื่อ เหยีย บที่แ ปน เบรก แรงเหยียบจะถูกสงไปที่แมปมน้ํามันเบรก เพื่อสงแรงดันออกไปตามทอน้ํามันเบรก และที่ตัวเบรก ซึ่ง จะมีลูกปมน้ํามันเบรก เมื่อไดรับแรงดันมา ลูกปมน้ํามันเบรกจะดันใหผาเบรก ไปเสียดทานกับชุดจาน เบรกที่อยูใกลกับจานเบรก ทําใหเกิดความฝดขึ้นและลอหมุนชาลง ซึ่งเมื่อเหยียบเบรกโดยทิ้งน้ําหนักมาก ขึ้น แรงดันน้ํามันเบรกเพิ่มมากขึ้น 7) เบรกมือ เปนอุปกรณที่ออกแบบมาเพื่อการจอดรถ ในรถยนตนั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก เบรกมือจะถูก ติดตั้งอยูที่ลอหลัง แตในรถบรรทุกขนาดใหญ เบรกมือจะถูกติดตั้งไวระหวางเพลากลางและกระปุกเกียร เบรกมือในรถยนตบางรุนจะใชสวิตชควบคุมผานระบบไฟฟาแทนแบบคันโยก นอกจากจะมีไวใชหามลอ เมื่อตองการจอดรถแลว เบรกมือยังมีไวใชในกรณีฉุกเฉิน เชน รถลื่นไถล หรือเบรกไมอยู 8) แตรรถยนต เปนอุปกรณที่ใหกําเนิดเสียง เพื่อใชเปนสัญญาณเตือนผูขับขี่คนอื่น ๆ บนทองถนน ปจจุบัน แตรรถยนตควบคุมดวยระบบไฟฟาแทนการใชแตรลม 9) ชองเสียบลูกกุญแจสําหรับติดรถยนต หรือ สวิตชติดรถยนต เปนสวนหนึ่งของระบบติดรถยนต ทําหนาที่ ควบคุมการติดรถยนต โดยการเสียบลูกกุญแจเพื่อติดรถยนต จะตองคํานึงถึงลําดับการบิดลูกกุญแจเพื่อ เปดใชงานระบบตาง ๆ แตในปจจุบัน รถยนตหลายรุนจะใชสวิตชติดรถยนต ซึ่ง ออกแบบมาเพื่อทดแทน การติดเครื่องยนตแบบใชลูกกุญแจ ทํางานรวมกับกุญแจรีโมท (Smart Key) ที่มีไวเพื่อปลดล็อกประตู และติดเครื่องยนต อยางไรก็ดี สวิตชติดรถยนตจะทํางานก็ตอเมื่อกุญแจรีโมทอยูในรถเทานั้น และเมื่อ ตองกดสวิตชไปพรอมๆกับการเหยียบแปนเบรก 10) เบาะนั่งและเข็มขัดนิรภัย เบาะนั่งรถยนตประกอบดวยโฟมหรือฟองน้ําชนิดออนตัว (Flexible Foam) ซึ่งทําจากยูเรเทน สปริง และหนังแทหรือหนังเทียม ที่เบาะนั่งทุกตําแหนงจะมีเข็มขัดนิรภัย ซึ่งเปน อุปกรณที่ชวยรั้งผูขับขี่และผูโดยสารไมใหกระแทกกับหนารถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

41 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 1.29 โครงสรางภายในหองโดยสาร รถยนต Masda 2 SKYACTIV – G 1.5

ภาพที่ 1.30 โครงสรางภายในหองโดยสาร รถยนต Honda Civic

42 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

9.3 การตรวจสอบสภาพภายในหองเครื่อง 1) การตรวจสอบน้ํามันเครื่อง กอนตรวจสอบ ควรรอใหอุณหภูมิของเครื่องยนตอยูในระดับปกติ ดึงกานวัด น้ํามันเครื่องออกมาเช็ดใหสะอาดและเสียบกลับใหสุด จากนั้นดึงกานวัดออกมาอีกครั้ง แลวตรวจดูระดับ น้ํามันเครื่องตามวิธีที่ถูกตอง ทั้งนี้ ควรตรวจสอบสภาพทั่วไปของอุปกรณดวย วาพรอมใชงาน รั่วไหล หรือแตกราวหรือไม 2) การตรวจสอบน้ํ า มัน เบรก หมั่น ตรวจสอบระดับ น้ํ า มัน เบรกในกระปุก อยา งสม่ํ า เสมอ และควร ตรวจสอบการสึกหรอของผาเบรก และสภาพของกระปุกน้ํามันเบรกดวย 3) การตรวจสอบน้ําหลอเย็น ตรวจสอบการปองกันการแข็งตัวและระดับน้ําหลอเย็นในถังพักน้ําหลอเย็น อยางนอยปละหนึ่งครั้ง และควรตรวจสอบสภาพของทอยางฮีทเตอร การตอทอ และการสึกหรอของ ชิ้นสวนอื่น ๆ ในระบบน้ําหลอเย็นรวมดวย 4) การตรวจสอบน้ําฉีดลางกระจก ตรวจสอบระดับน้ําฉีดลางกระจกในถังพัก ในสภาวะปกติ สามารถใช น้ํ า เปล า แทนน้ํ า ยาทํ าความสะอาดได ยกเว น ในสภาวะอากาศเย็ น จั ด เพื่ อ ป อ งกั น ไม ใ ห น้ํ า เย็ น จน กลายเปนน้ําแข็ง 5) การตรวจสอบแบตเตอรี่ ตรวจสอบระดับน้ํากรด การกัดกรอนที่ขั้วแบตเตอรี่ ปริมาณกระแสไฟฟาใน แบตเตอรี่ และการสึกหรอของอุปกรณตาง ๆ 6) การตรวจสอบกรองอากาศ ตรวจสอบการฉีกขาดและการอุดตันของฝุนและสิ่งสกปรก และทําความสะอาด ดวยวิธีการที่เหมาะสมกับชนิดของกรองอากาศทุกเดือน 7) การตรวจสอบฟวส หากเกิดความปกติขึ้นกับอุปกรณไฟฟาในรถยนต ควรเปดกลองฟวสเพื่อสํารวจวามี ฟวสตัวใดขาดหรือไม หากฟวสขาด ใหถอดออกดวยเครื่องมือถอดฟวสและเปลี่ยนดวยฟวสอะไหล ตาม คากระแสไฟฟาที่กําหนดในคูมือประจํารถ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบความผิดปกติของชิ้นสวนอื่น ๆ ที่อยูภายในหองเครื่องยนต เชน ทอยาง สายไฟ หรือขั้วตอ สายไฟ หากมีการชํารุดเสียหาย ควรดําเนินการแกไขทันที รวมถึงตรวจดูวัสดุแปลกปลอมที่เขาไปติดตามสวนตาง ๆ ของเครื่องยนต ซึ่งอาจสงผลใหเครื่องยนตทํางานผิดปกติได 9.4 การตรวจสอบสภาพภายในหองโดยสาร 1) การตรวจสอบแผงหนาปด ตรวจสอบการทํางานของไฟเตือนตาง ๆ ความสวางของหนาจอ และการ ทํางานของเกจวัดบนแผงหนาปด หากพบความผิดปกติ ใหนํารถเขารับการตรวจสอบจากชางผูชํานาญ

43 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

อยางไรก็ตาม ควรเริ่มจากการศึกษาคูมือประจํารถในแตละรุน วาไฟเตือนหรือเกจวัดตาง ๆ จะทํางาน อยางไรในสภาวะปกติ 2) การตรวจสอบระบบปรับอากาศ ตรวจสอบสภาพของชองลม การทํางานของพัดลม การทํางานของสวิตช ตาง ๆ รวมทั้งการรั่วไหลของน้ํายาแอร ทั้งนี้ ควรนํารถเขารับการตรวจสอบระบบปรับอากาศรถยนตจาก ชางผูชํานาญ ทุก 3 – 6 เดือน 3) การตรวจสอบระบบเครื่องเสียง ตรวจสอบการทํางานของสวิตช สายไฟ และอุปกรณตาง ๆ สังเกต คุณภาพของภาพและเสียง รวมทั้งการรับสัญญาณวิทยุ อยางไรก็ตาม ควรศึกษาการทํางานของระบบ เครื่องเสียงจากคูมือประจํารถในแตละรุน กอนลงความเห็นวาการทํางานสวนใดผิดปกติ 4) การตรวจสอบสวิตชควบคุมกระจกประตู ตรวจสอบการทํางานของสวิตช ทั้งสวิตชเปด – ปด กระจกทั้ง 4 บาน และสวิต ชล็อกกระจก ทั้งนี้ สวิตชควบคุมกระจกประตูดานผูโดยสารจะทํางานได ก็ตอเมื่อ สวิตชล็อกกระจกอยูในตําแหนงปลดล็อกเทานั้น 5) การตรวจสอบคันเกียร ตรวจสอบการทํางานของคันเกียร และการทํางานของไฟแสดงตําแหนงเกียร ดวย การทดลองโยกคันเกียรไปที่ตําแหนงตาง ๆ 6) การตรวจสอบระบบเบรก ตรวจสอบการทํางานของระบบเบรก ทั้งเบรกเทาและเบรกมือ วาเบรกแลวมี เสียงดัง มีอาการสั่น ติดขัด หรือเบรกไมอยูหรือไม หากพบความผิดปกติ ใหนํารถเขารับการตรวจสอบ จากชางผูชํานาญ 7) การตรวจสอบแตรรถยนต ตรวจสอบวาแตรมีเสียงดังปกติหรือไม หากแตรไมมีเสียง ใหเริ่มจากการ ตรวจสอบวาฟวสที่ควบคุมระบบแตรขาดหรือไม กอนนํารถเขารับการตรวจสอบจากชางผูชํานาญตอไป 8) การตรวจสอบชองเสียบลูกกุญแจสําหรับติดรถยนต หรือ สวิตชติดรถยนต ตรวจสอบวาอุปกรณดังกลาว สามารถใชติดรถยนตไดปกติหรือไม หากพบความผิดปกติ ควรเริ่มจากการตรวจสอบวาแบตเตอรี่หมด หรือไม กอนตรวจสอบความสึกหรอของอุปกรณอื่น ๆ ในระบบติดรถยนตตอไป 9) การตรวจสอบเบาะนั่งและเข็มขัดนิรภัย ตรวจสอบเบาะนั่งวาฉีกขาด เปรอะเปอน มีวัตถุแหลมคมติดอยู ตามผิวเบาะ หรือปรับตําแหนงไมเหมาะสมหรือไม รวมทั้งตรวจสอบสภาพของสายเข็มขัดนิรภัย และ การทํางานของตัวล็อก

44 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

10. การตรวจสอบระบบไฟสองสวางและไฟสัญญาณ 10.1 หนาที่และโครงสรางของระบบไฟสองสวางและไฟสัญญาณ ระบบไฟสองสวางจะประกอบดวยสวนสําคัญตาง ๆ ดังนี้ 1) สวิต ชไ ฟแสงสวา ง (Light Switch) โดยมากจะติด ตั้ง อยูบ ริเ วณคอพวงมาลัย รถยนต เพื่อ ความ สะดวกแกผู ขับ ขี่ ร ถยนต โดยสวิตชไฟแสงสว างรถยนตจ ะมีตํ าแหน งควบคุม ไฟหน ารถยนตเ ปน 3 ตําแหนงคือ - ตําแหนงตัดวงจร (Off Position) เปนตําแหนงที่ตัดกระแสไฟฟาที่ไหลไปยังหลอดไฟแสงสวาง ไดแก ไฟหรี่หรือไฟจอด และไฟหนารถยนต เปนตน - ตําแหนงไฟหรี่ห รือไฟจอด (Tail Position) เปน ตําแหนงที่เมื่อดึงปุมออกมาหรือบิดสวิตช ไฟแสงสวาง - ตําแหนงแรก จะทําใหไฟหรี่ ไฟทาย ไฟสองปาย และไฟบนแผงหนาปดติดสวาง - ตําแหนงไฟใหญหนา (Head Light Position) เปนตําแหนงที่เมื่อบิดสวิตชไฟแสงสวางบริเวณ คอพวงมาลัยไปที่ตําแหนงถัดไป จะทําใหไฟหรี่ ไฟทาย ไฟสองปายทะเบียนรถยนต ไฟบนแผง หนาปด และไฟใหญหนารถยนตติดพรอมกันหมด 2) สวิตชไฟสูง - ต่ํา (Dimmer Switch) เปนสวิตชที่ใชควบคุมลําแสงไฟใหญหนารถยนตใหเปนไฟสูงและไฟ ต่ํา เพื่อใหเหมาะกับการจราจรในทองถนน โดยติดตั้งอยูบริเวณคอพวงมาลัยรถยนต นอกจากนี้ ยังใช เปนไฟขอทาง ภายในสวิตชแบบโยกขึ้น - ลงจะมีหนาสัมผัสตัดตอระหวางไฟสูงและไฟต่ํา

ภาพที่ 1.31 แสดงตําแหนงสวิตชไฟสูง-ต่ํา 3) หลอดไฟหนารถยนต (Headlamp) ตองสวางอยางเหมาะสม เพื่อใหผูขับขี่รถยนตสามารถมองเห็นไดใน เวลากลางคืน การเกิดของลําแสงจะขึ้นอยูกับตําแหนงของจุดโฟกัส ซึ่งจะทําใหลักษณะที่แสงสวางฉาย แสงออกไปแตกตางกัน ดังนี้ 45 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

หลอด H1 ใชกับรถยุโรป เชน BMW, Benz, Volvo และรถญี่ปุนบางรุน หลอด H3 ใชในไฟสปอรตไลท หลอด H4 ใชเปนหลอดไฟหนาของรถยนตสวนใหญในปจจุบัน มี 2 ไสในหลอดเดียวกัน คือ ไฟสูง และไฟต่ํา โดยชั้นบนของไสหลอดจะมีฝาครอบกันไวดานหนึ่ง สวนดานลางจะมีแตขดลวดเทานั้น และดานนอกมีสามขาสําหรับไฟสูง ไฟต่ํา และขั้วดิน หลอด H7 ใชในรถ Benz หรือ BMW บางรุน หลอด H11 เปนหลอดไฟที่มีกําลัง 55 W สวนมาจะใชในรถยนต Honda Civic และ Isuzu Dmax

ภาพที่ 1.32 หลอดไฟหนารถยนต 4) รีเลยควบคุมไฟแสงสวาง (Relay) ใชสําหรับวงจรไฟฟาของระบบตาง ๆ ภายในรถยนต ทําหนาที่ชวยลด แรงเคลื่ อนไฟฟาตกคร อมภายในวงจร และชวยใหว งจรตาง ๆ ทํางานได ดวยกระแสไฟฟ าที่เต็ มที่ หรือกินกระแสไฟนอย และยังสามารถยืดอายุการใชงานของสวิตช

ภาพที่ 1.33 รีเลยควบคุมไฟแสงสวาง 10.2 การตรวจสอบระบบไฟสองสวางและไฟสัญญาณ การตรวจสอบระบบไฟสองสวางและไฟสัญญาณ ทําไดโดยการทดสอบปด – เปดไฟทั้งหมด จากนั้นใหสังเกตวาไฟ สวนใดของรถยนตมีปญหา กอนดําเนินการตรวจสอบสภาพของหลอดไฟ วามีสวนใดชํารุดหรือไม และตรวจสอบดวย สายตา วาไสหลอดขาดหรือไม หากไมพบวาหลอดไฟมีปญหา ควรตรวจสอบฟวสและรีเลย วาขาดหรือไม โดยมีหลัก ปฏิบัติดังนี้ 46 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

10.2.1 การตรวจสอบหลอดไฟ 1) ตรวจสอบดวยสายตาวาตัวหลอดไฟชํารุด ไสหลอดขาด ขอตอหรือเบาสายไฟสกปรกหรือชํารุด หรือไม 2) ตรวจสอบดวยมัลติมิเตอรแบบแอนะล็อก ตั้งคาที่ R x 1 แลวตอมัลติมิเตอรกับหลอดไฟดังรูป ถาเข็มกระดิกขึ้นแสดงวาหลอดไฟไมขาด แตถาเข็มไมกระดิกแสดงวาหลอดไฟชํารุด ขอควรระวัง 1) ควรเปลี่ยนหลอดไฟหนาในขณะที่หองเครื่องยนตมีอุณหภูมิต่ํา ๆ 2) หามใชมือจับหลอดแกวของไฟหนาโดยตรง ตองจับบริเวณฐานของหลอดไฟหนาเทานั้น 3) หากตองการจับที่หลอดแกวของไฟหนา ตองหาผาสะอาดมาจับแทนการจับดวยมือโดยตรง

ภาพที่ 1.34 วิธีการจับหลอดไฟหนาที่ถูกตอง 10.2.2 การตรวจสอบฟวส 1) โดยทั่วไปกลองฟวสจะตั้งอยูใกลกับแบตเตอรี่ ในรถยนตบางรุน กลองฟวสอาจอยูภายในหอง โดยสารบริเวณดานผูขับขี่ หรือผูโดยสารดานหนา

ภาพที่ 1.35 กลองฟวสที่อยูภายในหองเครื่องยนต

47 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2) เมื่อหงายฝากลองฟวส จะพบแผนผังระบุตําแหนงของฟวสที่ควบคุมระบบตาง ๆ ซึ่งจะแตกตาง กันไปตามรุนของรถยนต ใหตรวจสอบตําแหนงของฟวส โดยดูควบคูไปกับคูมือซอมบํารุง ประจํารถยนต

ภาพที่ 1.36 ตําแหนงของฟวสและรีเลยตาง ๆ 3) ใชตัวหนีบดึงฟวสนําฟวสออกมาจากกลอง แลวตรวจสอบฟวสวาทํางานเปนปกติหรือไม โดยมี วิธีการตรวจสอบ 2 วิธี ดังนี้ - ตรวจสอบโดยใชสายตา สังเกตดูขดลวดภายในฟวสวาขาดหรือไม

ภาพที่ 1.37 ลักษณะของฟวสที่ปกติ และฟวสที่ขาด - ตรวจสอบโดยใชมัลติมิเตอร ตอสายเครื่องมือวัดเขากับมัลติมิเตอรใหถูกตอง โดยตอ สายสีแดงเขากับขั้วบวก และตอสายสีดําเขากับขั้วลบ ปรับยานการวัดไปที่คาความ ตานทาน R x 1 แตะปลายสายทั้งสีแดงและสีดําเขากับขาของฟวส หากเข็มของมัลติ 48 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

มิเตอรขึ้น แสดงวาฟวสไมขาด (ทํางานไดปกติ) แตหากเข็มของมัลติมิเตอรไมขยับ แสดงวาฟวสขาด

ภาพที่ 1.38 ตัวหนีบดึงฟวส

ภาพที่ 1.39 มัลติมิเตอร

ภาพที่ 1.40 การตรวจสอบฟวสโดยใชมัลติมิเตอร 4) หากพบวาฟวสขาด ใหเปลี่ยนฟวส โดยนําฟวสสํารองจากในกลองฟวสมาใช 5) เปดไฟหนารถเพื่อทดสอบวาไฟหนาติดหรือไม (ถาติดแลวฟวสขาดอีกแสดงวาเกิดการลัดวงจร ตองตรวจสอบและแกไขจุดที่เกิดการลัดวงจรนั้น ๆ) ขอควรระวัง 1) ฟวสที่จะเปลี่ยน ควรมีคากระแสไฟฟาเทากับของเดิม 2) เมื่อนําฟวสสํารองไปใชแลว ตองหาฟวสใหมมาใสทดแทนฟวสสํารองที่เดิม 10.2.3 การตรวจสอบรีเลย 1) เมื่อหงายฝากลองฟวส จะพบแผนผังระบุตําแหนงของฟวสและรีเลยที่ควบคุมระบบตาง ๆ ซึ่ง จะแตกตางกันไปตามรุนของรถยนต ใหตรวจสอบตําแหนงของรีเลย โดยดูควบคูไปกับคูมือซอม บํารุงประจํารถยนต

49 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2) นํารีเลยออกมาจากกลองฟวส และตรวจสอบโดยใชมัลติมิเตอร ซึ่งในกรณีที่เปนรีเลยปกติเปด ขั้วของรีเลยจะประกอบไปดวยขั้ว30 (ขั้วไฟเขา) ขั้ว 85 (ขั้วไฟปอนใหรีเลยทํางาน) ขั้ว 86 (ขั้ว ลงดิน) และขั้ว 87 (ขั้วที่ตอไฟออกไปใชงาน) เมื่อตรวจสอบดวยมัลติมิเตอร ขั้ว 85 และ ขั้ว 86 จะตองตอถึงกัน สวนขั้ว 30 และขั้ว 87 จะตองตอไมถึงกัน จึงจะสามารถยืนยันไดวารีเลยใช งานไดปกติ 11. การตรวจสอบใบปดน้ําฝน 11.1 หนาที่และโครงสรางของระบบปดน้ําฝน ระบบปดน้ําฝนออกแบบมาเพื่อชวยใหผูขับขี่มองเห็นทัศนวิสัยบนทองถนนไดชัดเจน โดยปราศจากสิ่ง กีด ขวาง เชน น้ําฝน แมลง คราบน้ํามัน ซึ่งจะถูกชะลางออกไปจากกระจกหนารถยนต ระบบปดน้ําฝนจะทํางานรวมกับการฉีดน้ํา ลางกระจก เพื่อความสะอาดของผิวหนากระจกหนารถยนต ระบบปดน้ําฝน มีสวนประกอบดังนี้ 1) มอเตอรปดน้ําฝน (Wiper motor) เปนมอเตอรแมเหล็กไฟฟา ทําหนาที่หมุนเฟองเพื่อตัดการทํางานของ สนามแมเหล็กมี 2 แบบคือ แบบแมเหล็กถาวร และแบบขดลวดชันตกับโรเตอร โดยที่จะใชแมเหล็กถาวร สรางสนามแมเหล็ก

ภาพที่ 1.41 มอเตอรปดน้ําฝนแบบแมเหล็กถาวร

ภาพที่ 1.42 มอเตอรปดน้ําฝนแบบขดลวดชันตกับโรเตอร

50 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2) กานตอปดน้ําฝน (Wiper link) เปนอุปกรณของระบบปดน้ําฝน ทําหนาที่เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่จากการ หมุนของมอเตอรใหเปนการเคลื่อนที่ในทิศทางปด ไป – มาของกานใบปดน้ําฝน ซึ่งกานตอปดน้ําฝน สําหรับใชกับรถยนตมีอยู 2 แบบ คือ - กานตอปดน้ําฝนแบบกาน (Link Type) มีหลายรูปแบบ แตที่นิยมใชจะเปนแบบคูขนาน ซึ่ง จะมีกลไกตอเปนแบบคูขนาน แขนขอเหวี่ยงของมอเตอรจะเริ่มหมุนเมื่อมอเตอรหมุน กานดึง และกานดันที่ตอกับขอเหวี่ยง เมื่อไดรับแรงจากการหมุนของขอเหวี่ยงจะทําหนาที่ดันและดึงให กานปดน้ําฝนหมุนเคลื่อนที่ในลักษณะวงกลมรอบจุดหมุนของเพลา - กานตอแบบสายเคเบิล (Wire Type) มีสวนประกอบคือ มอเตอร กานคอเพลาขอเหวี่ยง การ ขับ เคลื่อ นของแขนป ด น้ํา ฝน และใบปด น้ํา ฝน จึง มีค วามออ นตัว มากกว า แบบกา น แตมี โครงสรางที่ยุงยาก ปจจุบันไมเปนที่นิยม 3) กานใบปดน้ําฝน (Wiper arm) ประกอบดวย สวนหัวกานและสวนแขน โดยที่บริเวณสวนหัวกานจะ ทําหนาที่ยึดติดกับเพลาของใบปดน้ําฝน 4) ใบปดน้ําฝน (Wiper blade) ใบปดน้ําฝน ประกอบดวย ยางใบปดน้ําฝน ทําหนาที่ปดผิวหนาของกระจก โดยทํางานรวมกับแผนสปริง แขนตอ และคลิปที่ยึดใบปดน้ําฝนใหติดกับกานปดน้ําฝน

ภาพที่ 1.43 สวนประกอบของชุดใบปดน้ําฝน

51 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

11.2 การตรวจสอบใบปดน้ําฝน การตรวจสอบใบปดน้ําฝน ทําไดโดยสังเกตยางที่ปดน้ําฝน เพราะยางที่ปดน้ําฝนจะเสื่อมสภาพเมื่อใชงานไประยะ หนึ่ง เนื่องจากสวนยางของที่ปดน้ําฝนตองสัมผัสกับสิ่งสกปรก ทั้งฝุนผง เศษหิน เศษทรายที่เกาะอยูบนกระจกรถยนต รวมทั้งความรอนจากแสงแดด ซึ่งสงผลใหหนาสัมผัสระหวางยางใบปดน้ําฝนกับกระจกไมสนิท ทั้งนี้ หากใบปดน้ําฝนปด แลวไมสะอาดหรือทํางานผิดปกติ ควรเปลี่ยนยางใบปดน้ําฝนใหม เพื่อใหอยูในสภาพพรอมใชงานตลอดเวลา

ภาพที่ 1.44 การตรวจสอบใบปดน้ําฝน 12. การตรวจสอบลอและยาง และการเปลี่ยนลออะไหล 12.1 หนาที่และโครงสรางของยางรถยนต ยางรถยนต (Tires) ทําหนาที่รับน้ําหนักของรถยนตทั้งหมด และเปนสวนที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง มีคุณสมบัติ ในการควบคุม ถายทอดแรงขับ อัตราเรง แรงเบรก และการเลี้ยวเขาโคงไดเปนอยางดี รวมทั้งชวยลดการสั่นสะเทือนจาก สภาพของพื้นผิวถนน โครงสรางพื้นฐานของยางรถยนตสวนใหญจะประกอบดวยสวนที่สําคัญ ดังตอไปนี้ 1) โครงผาใบ (Carcass) เปนโครงสรางหลักของยางรถยนต และมีความแข็งแรงที่จะกักเก็บแรงดันสูงของ อากาศเอาไว นอกจากนั้นยังมีความยืดหยุนที่จะดูดซับน้ําหนักและแรงกระแทกที่เปลี่ยนแปลงอยาง รวดเร็ว โครงผาใบประกอบดวย จํานวนชั้นเสนดายที่พันรวมกันกับยาง ซึ่งเสนดายจะทําดวยไนลอน โพลีเอสเตอร หรือใยเหล็ก โดยการจัดแบงออกตามทิศของการจัดวางมุมของเสนดายซึ่งจะตัดกันดวยมุม 30 ถึง 40 องศา แผนรองหนายางเปนแบบยางธรรมดาและยางเรเดียล 2) ดอกยาง (Tread) เปนชั้นของยางภายนอก ทําหนาที่ปองกันความเสียหายของโครงผาใบ เนื่องจากเปน ส ว นที่ สั มผั สกั บ พื้ นถนนโดยตรง ดอกยางจึงถูกออกแบบเปน รองในผิวของดอกยาง ทําใหเกิดความ ตานทานความฝด เพื่อเปนการเพิ่มสมรรถนะในการถายทอดแรงไปยังถนนใหดียิ่งขึ้น 52 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3) แกมยาง (Side wall) เปนชั้นของยางที่ปกคลุมบริเวณดานขางของยาง ทําหนาที่ปกปองโครงผาใบ จากการชํารุดเสียหายจากภายนอก สวนของยางทั้งหมดจะตองสามารถยืดหยุนไดมากที่สุด และจะตอง ยืดหยุนตัวไดอยางตอเนื่องภายใตน้ําหนักที่มากระทําขณะเดินทาง 4) ชั้นผาใบ (Breaker) เปนตัวรองรับระหวางโครงผาใบและดอกยาง ทําหนาที่เพิ่มการยึดเหนี่ยวโครงสราง ทั้งสองสวนเขาดวยกัน อีกทั้งยังลดการกระแทกจากพื้นผิวถนนมายังโครงผาใบ 5) แผนรองรับ (Belt) จะรองรับไปตามเสนรอบวงของยางระหวางโครงผาใบและดอกยาง ในรถยนตนั่งจะ ใชแบบโครงสรางแผนเหล็ก เรยอน หรือเสนดายโพลีเอสเตอร แตถาเปนรถบรรทุกและรถบัสจะเปนแบบ เสนใยเหล็ก 6) ขอบยาง (Beads) ทําหนาที่รักษายางใหอยูภายในขอบกระทะลอ ขอบยางจะพันโดยรอบดวยเสนลวด แข็งเรียกวา ขอบเสนลวด แรงดันอากาศภายในยางจะดันใหขอบยางอัดติดกับกระทะลอ เพื่อปองกันการ เสียหายที่เกิดจากการถูกกระแทกกับขอบกระทะลอ 7) ลิ้นเติมลมยางรถยนต (Tire valve) หรือ จุบลมยาง ทําหนาที่เปนลิ้นกันกลับทางเดียว โดยสามารถ ควบคุมแรงดันของลมใหไหลผานเขาได หากตองการปรับแรงดันลมยางใหไดตามคาที่กําหนด ทําไดโดย กดสลักลิ้นบริเวณศูนยกลางของลิ้นเติมลมยาง จะทําใหแรงดันลมภายในยางไหลออกมาได

ภาพที่ 1.45 โครงสรางของยางรถยนต 12.2 วิธีการตรวจสอบลอและยาง การตรวจสอบลอและยาง หากมีการคด หรือมีรอยแตกราว จะทําใหยางไดรับความเสียหาย ดอกยางสึกหรอเร็ว กวาปกติ ลมยางรั่ว และอาจกอใหเกิดอันตรายในการขับขี่ การตรวจสอบลอและยาง มีขั้นตอนดังนี้

53 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

1) ตรวจสอบความเสียหาย ทําไดโดยหมุนยางรถยนตไปรอบ ๆ เพื่อตรวจหาเศษวัสดุตาง ๆ ที่อาจติดอยูใน ดอกยาง รอยฉีกขาด รอยรั่ว หรือรอยบวมของแกมยาง 2) ตรวจสอบการสายของลอ อาการสายของลออาจมีสาเหตุจากการใสยางไมถูกวิธี การบิดตัวของลอ หรือ ยางที่ไมไดคุณภาพ 3) ตรวจสอบชนิดของยาง ไมควรใชยางตางชนิดกันในรถยนตคันเดียวกัน เพราะจะมีผลตอสมรรถนะการขับขี่ 4) ตรวจสอบจุกลมยาง ทุกครั้งที่ตรวจสอบยางรถยนต ควรตรวจสอบสภาพของจุกลมยางวาสึกหรอ หรือ ปดแนนสนิทกับยางหรือไม เพื่อปองกันอุบัติเหตุจากยางรั่ว 5) ตรวจสอบสลักเกลียว และแปนเกลียวยึดลอ ดวยการถอดฝาครอบดุมลอ และตรวจสอบวาสลักเกลียว และแปนเกลียวยึดลอทั้งหมดถูกขันอยางแนนหนาหรือไม และมีอุปกรณใดชํารุดหรือสูญหายหรือไม 6) ตรวจสอบความดันลมยาง ควรตรวจสอบความดันลมยางทุก ๆ 2-4 สัปดาห แมวาโดยปกติยางรถยนตจะ เสียความดันในอัตราประมาณ 0.69 บาร (Bar) หรือ 1 ปอนดตอตารางนิ้ว (psi) ตอเดือน แตในความ เปนจริงอัตราดังกลาวจะเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น การตรวจสอบความดันลมยาง ทําไดโดยการใชเกจวัด ความดัน และปรับ ความดัน ใหเ หมาะสมตามที ่คูมือ ประจํา รถยนตกํา หนดดว ยอุป กรณอัด ลมยาง อย า งไรก็ ต าม ควรตรวจสอบในขณะที่ เ ครื่ อ งยนต มี อุ ณ หภู มิ ป กติ เพื่ อ ป อ งกั น ไม ใ ห ค า ความดั น คลาดเคลื่อน 7) ตรวจสอบดอกยาง ควรตรวจสอบดอกยางอยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง หรือกอนและหลังเดินทางไกล การ ตรวจสอบดอกยาง ทําไดหลายวิธี เชน สังเกตแทงบอกการสึกของดอกยาง หมั่นตรวจดูวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ที่อาจติดอยูในดอกยาง ใชเกจวัดความลึกของดอกยาง โดยความลึกที่นอยที่สุด ควรอยูระหวาง 2 – 3 มิลลิเมตร หรือสังเกตแนวของสันที่สูงกวาพื้นผิวของดอกยางหรือที่เรียกวาสะพานยาง ความลึกประมาณ 1.6 มิลลิเมตร ถึง 1.8 มิลลิเมตร. ซึ่งมีอยู 4 – 6 จุด ตามแนวเสนรอบวงยาง ซึ่งจะแสดงถึงคาจํากัดการ สึกหรอของดอกยาง ควรเปลี่ยนยางใหม

ภาพที่ 1.46 สะพานยาง 54 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

8) การตรวจสอบการประยุกตพิเศษ ตรวจดูแปนเกลียวยึดลอ ซึ่งตองสัมพันธกับทิศทางไปขางหนาของ รถยนต ซี่ลวดของลอจะตองไมขาดหรือหลวม และตรวจสอบความกวางของลอและยาง ดวยการหมุน พวงมาลัยจากซายสุดถึงขวาสุด แลวประเมินระยะชองวางเมื่อบรรทุกน้ําหนักเต็มที่ ซึ่งระยะหางระหวาง ลอขางซายและขวาสามารถเพิ่มไดประมาณ 25 มิลลิเมตร 13. การตรวจสอบและการเปลี่ยนถายน้ํามันเฟองทาย 13.1 หนาที่และโครงสรางของเฟอง เฟองทายที่ใชกับรถยนตขับเคลื่อนลอหลัง ประกอบดวยเฟองวงแหวนหรือเฟองบายศรีและเฟองขับ โดยจะติดตั้ง รวมเขากับตัวเรือนเฟองทาย สงผานแรงบิดใหผานลูกปนขางทั้งสองดาน การหมุนสงกําลังงานจากเพลากลางจะไปหมุน ใหเฟองขับหมุน โดยสงผานหนาแปลนเฟองทายและลูกปนเทเปอรที่สามารถปรับความตึงของลูกปนได สวนนอตที่ติดตั้ง ยึดลูกปนขางทั้งสองดานจะมีไวปรับตั้งระยะหางของเฟองขับกับเฟองบายศรีหรือแบ็กแลช สวนเฟองดอกจอกและเฟอง ขางจะทําหนาที่หมุนใหความเร็วของเพลาทั้งสองมีความเร็วที่ตางกัน โดยเฟองขางทั้งสองดานจะมีรองสไปลนไวติดตั้ง เพลาขาง

ภาพที่ 1.47 โครงสรางของเฟองทาย 13.2 การตรวจสอบและเปลี่ยนถายน้ํามันเฟองทาย การตรวจสอบระดับน้ํามันเฟองทาย เริ่มตนจากการคลายโบลตเติมน้ํามันเฟองทาย แลวใชนิ้วมือหรือขอฉากสอด เขาไปในรูเติมน้ํามัน ซึ่งระดับน้ํามันเฟองทายควรอยูต่ํากวาขอบชองเติมน้ํามันไมเกิน 5 มิลลิเมตร หากพบวาน้ํามันอยูใน ระดับที่ถูกตองแลวจึงใสโบลตใหเขาที่และขันใหแนน แตหากพบวาน้ํามันต่ํากวาระดับ ใหใชเติมน้ํามันเฟองทายจนลน

55 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ออกจากชองเติมเล็กนอย กอนขันโบลตกลับใหแนน ทั้งนี้ ควรเปลี่ยนถายน้ํามันเฟองทายทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร หรือ ตามที่คูมือซอมประจํารถยนตกําหนด ขอควรระวัง 1) ควรจอดในแนวราบ ขณะตรวจดูระดับน้ํามันหลอลื่นเฟองทาย 2) ตองทําความสะอาดบริเวณรอบ ๆ ชองเติมน้ํามันหลอลื่นเฟองทายกอนการขันนอตปดทุกครั้ง 3) การขึ้นแมแรงหรือยกรถดวยลิฟต (Lift) เพื่อตรวจดูระดับน้ํามันเฟองทาย ตองมั่นใจวาตําแหนงที่รองรับ น้ําหนักอยูในตําแหนงที่ถูกตองและมั่นคง กอนตรวจสอบ

ภาพที่ 1.48 การเปลี่ยนน้ํามันเฟองทาย 14. การตรวจสอบและทําความสะอาดไสกรองอากาศ 14.1 หนาที่และโครงสรางของไสกรองอากาศ ไสกรองอากาศทําหนาที่ดักฝุนละอองไมใหเขาไปภายในเครื่องยนต อีกทั้งยังชวยลดเสียงดังที่อาจเกิดขึ้นจาก เครื่องยนตดูดอากาศเขาไปอีกดวย นอกจากนี้ ยังเปนผนังกั้นเสียงของลมที่ลูกสูบดูดเขาไปในหองเผาไหมทางทอไอดี 14.2 ชนิดของไสกรองอากาศ 1) ไสกรองอากาศแบบเปยก หรือ “ไสกรองแบบน้ํามัน” ใชน้ํามันเปนตัวจัดการกับฝุนผง นิยมใชในรถยนต รุนเกา โดยอากาศจะไหลผานเขาไปในหมอกรองลงสูดานลางที่มีน้ํามันขังอยู พรอมกันนั้นอากาศที่วน กลับขึ้นสูดานบนก็จะพาละอองน้ํามันเปนฝอยเล็ก ๆ ติดไปดวย เมื่อผานตะแกรง โลหะก็จะถูกกรอง เอาไว และวนกลับเขาสูใจกลางหมอกรองแลวเขาสูหองเผาไหม

56 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 1.49 ไสกรองอากาศแบบเปยก 2) ไสกรองอากาศแบบแหง สวนใหญทําจากกระดาษกรองพับเปนครีบ หรือทําดวยเสนใยสังเคราะห นิยมใช กับรถรุนใหม เพราะมีน้ําหนักเบา ใชเนื้อที่นอย สามารถออกแบบในลักษณะตาง ๆ และไมยุงยากในการ ทําความสะอาดหรือเปลี่ยนใหม แบงออกเปน 2 แบบ ไดแก ไสกรองอากาศแบบธรรมดา ซึ่งสามารถเปา ทําความสะอาดได และไสกรองอากาศแบบเคลือบน้ํายา ซึ่งดักจับสิ่งสกปรกไดดีกวาแบบธรรมดา แตไม สามารถเปาทําความสะอาดได ตองเปลี่ยนใหมเทานั้น

ภาพที่ 1.50 ไสกรองอากาศแบบแหง 14.3 การตรวจสอบไสกรองอากาศ การตรวจสอบไสกรองอากาศ ควรทําความสะอาดไสกรองอากาศทุก 1 เดือน เพื่อชวยปองกันสิ่งสกปรกหรือฝุนผง ติดอยูมากเกินไป จนเกิดการอุดตันและไปปดกั้นปริมาณอากาศที่ไหลเขาเครื่องยนต เมื่ออากาศไหลเขาเครื่องยนตไดนอยจะ ทําใหสวนผสมระหวางน้ํามันกับอากาศไมสมดุลกัน สงผลใหเรงเครื่องยนตไดลดลง สิ้นเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิง อีกทั้งยัง กอใหเกิดมลพิษอีกดวย 14.4 การทําความสะอาดไสกรองอากาศ การทําความสะอาดไสกรองอากาศดวยลมเปา มีหลักในการปฏิบัติ ดังนี้ 1) ตรวจสอบการประกบกั น ของไส กรองอากาศกับ ซีล ทั้งสองขา งของเสื้ อ กรอง ซีล บนทอรว มไอดี บ น คารบูเรเตอร หรือทอรวมไอดีระบบฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส 57 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2) ตรวจสอบสภาพของไสกรองกระดาษ ดวยการใชไฟสองไสกรองอากาศจากภายใน หากมีแสงสวางลอด ออกมาได และไมมีรอยฉีกขาด แสดงวาใชงานไดอยางปกติ หากไมมีแสงสวางลอดผาน และมีรอยฉีกขาด ควรเปลี่ยนไสกรองอากาศใหม 3) หากไสกรองอากาศมีสภาพดี ใหทําความสะอาดโดยเคาะไสกรองเบาๆ บนพื้นราบ เพื่อใหฝุนละอองหลุด

ภาพที่ 1.51 การทําความสะอาดไสกรองอากาศดวยลมเปา วิธีการทําความสะอาดไสกรองอากาศแบบเปยก มีหลักในการปฏิบัติ ดังนี้ 1) ลางไสกรองและเสื้อกรองอากาศดวยน้ํามันกาด และเช็ดใหสะอาด 2) กอนประกอบชุดกรองอากาศ จะตองเติมน้ํามันเครื่องที่สะอาดลงในเสื้อกรองใหไดระดับเครื่องหมาย 3) นําไสกรองแชลงในอางน้ํามันเครื่องใหม เพื่อใหดูดซึมน้ํามันเครื่องเขาในไสกรองจนอิ่มตัว 15. การเปลี่ยนและทําความสะอาดหัวเทียน หัวเทียน (sparkplug) คือ อุปกรณที่สรางประกายไฟสําหรับจุดระเบิดในหองเผาไหม ภายนอกจะเปนโลหะ และมีฉนวน ที่ทําจากเซรามิกหรือกระเบื้องเคลือบอยูภายใน หัวเทียนแบงออกเปน 3 ชนิด ไดแก หัวเทียนรอน หัวเทียนเย็น และหัวเทียน มาตรฐาน ดังจะอธิบายตอไปนี้ 15.1 ชนิดของหัวเทียน 1) หัวเทียนรอน คือ หัวเทียนที่สามารถระบายความรอนที่บริเวณปลายหัวเทียนลงยังแทนเครื่องไดน อย เมื่อเปรียบเทีย บกั บหัว เที ยนเย็นและหัวเทีย นมาตรฐานแลว ชองวางมีความลึ กมากและมี ระยะห า ง ชองวางของฉนวนหุมแกนระบายความรอนที่ยาวที่สุด ความรอนจากปลายจะระบายมาที่เปลือกชาทําให เกิดความรอนสูง โดยรหัสหัวเทียนที่นิยมใช จะเปนเลขที่มีคานอย เชน NGK BP 4ES เปนตน หัวเทียน ชนิดนี้เหมาะสําหรับรถที่มีชวงการใชงานสั้น ๆ และรอบเครื่องยนตไมสูงมาก ทําใหไมคอยมีเขมามาจับ ทําใหหัวเทียนสะอาด

58 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 1.52 หัวเทียนรอน 2) หัวเทียนเย็น คือ หัวเทียนที่สามารถระบายความรอนไดเร็วเพราะชองวางมีขนาดสั้น เมื่อเปรียบเทียบกับ หัวเทียนรอนและหัวเทียนมาตรฐานแลว จะมีแกนระบายความรอนที่สั้นที่สุด สามารถระบายความรอน จากปลายหัวเทียนมายังเปลือกและระบายลงแทนไดเร็ว โดยรหัสหัวเทียนที่นิยมใช จะเปนเลขที่มีคามาก เชน NGK BP 9ES เปนตน หัวเทียนชนิดนี้เหมาะสําหรับรถที่ใชงานหนักและวิ่งระยะทางไกลบอย ๆ เพราะเมื่อวิ่งเปนเวลานานจะทําใหความรอนสะสมมีมากพอที่จะเผาไหมใหคราบเขมาไหม และไมทําให เกิดอาการหัวเทียนบอด

ภาพที่ 1.53 หัวเทียนเย็น 3) หัวเทียนมาตรฐาน เปนหัวเทียนที่ มีช องว างลึ กไม มากหรื อน อยเกิน ไป เมื่อเปรียบเทีย บกับหั วเทีย น รอนแกนระบายความรอนจะสั้นกวา หากเทียบกับหัวเทียนเย็นแกนระบายความรอนจะยาวกวา โดย รหัสหัวเทียนที่นิยมใช จะเปนเลขที่มีคากลาง ๆ เชน NGK BP 5ES หรือ NGK BP 7ES เปนตน หัวเทียน ชนิดนี้เหมาะสําหรับรถที่ใชงานทั่วไป

ภาพที่ 1.54 หัวเทียนมาตรฐาน 59 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

15.2 คุณสมบัติของหัวเทียนที่ดี หัวเทียนที่ดีจะตองมีคุณสมบัติตังนี้ 1) ทนอุณหภูมิไดสูง 2,500 องศาเซลเซียส (4,500 องศาฟาเรนไฮต) 2) รับความดันไดสูง 50 กิโลกรัมตอตารางเซนติเมตร (700 ปอนดตอตารางนิ้ว) 3) ทนทานตอแรงเคลื่อนไฟฟาสูง ๆ ได 4) ทนทานตอการสั่นสะเทือนจากชิ้นสวนของเครื่องยนตไดดี 5) สามารถปรับสภาพใหสอดคลองการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความดันได 6) ทนทานตอการกัดกรอนของสารเคมี 7) ใหคาความรอนที่ถูกตอง 15.3 การเปลี่ยนหัวเทียน ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนหัวเทียนดูไดจากคูมือประจํารถยนตแตละรุน หัวเทียนโดยทั่วไป ควรทําความ สะอาดทุก ๆ 5,000 กิโลเมตร ถาใชงานมานานมากวา 15,000 กิโลเมตร ควรเปลี่ยนหัวเทียนใหม โดยดูจากเบอรของ หัวเทียน ทั้งนี้ หากเปนหัวเทียนแพลตตินัม หรือหัวเทียนชนิดอื่น ใหทําความสะอาดตามระยะเวลาที่กําหนดไวในคูมือ ซอมประจํารถยนต การใชเครื่องทําความสะอาดหัวเทียน ทําไดโดย เสียบปลายหัวเทียนเขาไปในเครื่องลางหัวเทียน แลวกดสวิตช S ซึ่งมาจากคําวา SAND เพื่อทําความสะอาดหัวเทียนดวยทราย และกดสวิตช A ซึ่งมาจากคําวา AIR เพื่อทําความสะอาด หัวเทียนดวยลม

ภาพที่ 1.55 เครื่องทําความสะอาดหัวเทียน

60 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

16. การเปลี่ยนและทําความสะอาดไสกรองน้ํามันเชื้อเพลิง ไสกรองน้ํามันเชื้อเพลิง (Fuel Filter) ทําหนาที่ดักจับสิ่งสกปรกที่ปะปนมากับน้ํามันเชื้อเพลิง ไมใหหลุดลอดเขาไปใน หองเผาไหม ซึ่งอาจเปนอันตรายตอลูกสูบและกระบอกสูบได แบงออกเปน 2 ชนิด ตามน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช ดังจะอธิบาย ตอไปนี้ 16.1 ชนิดของไสกรองน้ํามันเชื้อเพลิง 1) ไสกรองน้ํามันเบนซิน สวนใหญจะทําดวยกระดาษกรองอัดเปนกลีบ โดยในเครื่องยนตคารบูเรเตอรรุนเกา ซึ่งจะมีแรงดันน้ํามันเชื้อเพลิงไมสูงมากนัก สวนประกอบภายนอกของตัวกรองมักจะทําดวยพลาสติก ธรรมดา แตสําหรับเครื่องยนตระบบหัวฉีด ซึ่งจะมีแรงดันน้ํามันเชื้อเพลิงสูง สวนประกอบภายนอกของ ตัวกรองที่เปนพลาสติกอาจแข็งแรงและทนทานไมเพียงพอ ผูผลิตจึงใชวัสดุที่เปนโลหะแทน

ภาพที่ 1.56 ไสกรองน้ํามันเบนซิน 2) ไสกรองน้ํามันดีเซล ทําหนาที่ดักจับสิ่งสกปรกและน้ําที่ปะปนมากับน้ํามันเชื้อเพลิง เมื่อไสกรองกักเก็บน้ํา ไวจนเต็มจนถึงระดับหนึ่ง ผูขับขี่จะตองถายน้ําทิ้ง อยางไรก็ตาม การใชไสกรองน้ํามันดีเซล ดักจับสิ่ง สกปรกเปนเวลานานยอมทําใหเกิดการอุดตันได จึงควรเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กําหนดไวในคูมือประจํารถ

ภาพที่ 1.57 ไสกรองน้ํามันดีเซล

61 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

17. ตารางการบํารุงรักษารถยนต ตารางการบํารุงรักษารถยนต คือแผนการตรวจสอบและซอมบํารุงตามความเหมาะสม ซึ่งจะกําหนดไวในคูมือบํารุงรักษา รถยนตแตละรุน ในตารางจะประกอบไปดวยรายการอุปกรณที่จําเปนตอการตรวจสอบ และระยะเวลาหรือระยะทางเปน กิโลเมตร การบํารุงรักษารถยนตอยางเครงครัดตามตารางเปนสิ่งที่ควรปฏิบัติ เพราะจะชวยยืดอายุการใชงานของรถยนต ลด ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ และลดคาใชจายจากการซอมแซมเมื่อมีอุปกรณชํารุด ตัวอยางตารางการบํารุงรักษารถยนต ตารางบํารุงรักษารถยนต Honda Civic 1.8 L (สําหรับเครื่องยนตขนาด 1.8 ลิตร) I หมายถึง การตรวจสอบ ปรับตั้ง หรือเปลี่ยนถาย (ถาจําเปน) R หมายถึง เปลี่ยน

62 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

63 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ตารางบํารุงรักษารถยนต Toyota Innova A หมายถึง การตรวจสอบ ปรับตั้ง (ถาจําเปน) I หมายถึง ตรวจสอบและแกไข หรือเปลี่ยน (ถาจําเปน) R หมายถึง เปลี่ยน ถาย หรือหลอลื่น L หมายถึง หลอลื่น

64 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

65 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ตารางบํารุงรักษารถยนต Toyota New Yaris 2013 I หมายถึง ตรวจสอบและแกไข หรือเปลี่ยน (ถาจําเปน) C หมายถึง ทําความสะอาด R หมายถึง เปลี่ยน ถาย หรือหลอลื่น

66 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

67 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

68 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบทดสอบ คําชี้แจง ใหผูรับการฝกทําเครื่องหมาย x ลงในกระดาษคําตอบขอที่ถูกที่สุดเพียงขอเดียว 1. ขอใดถูกตองเกี่ยวกับการตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็น ก. ควรตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็น 2 สัปดาห ตอ 1 ครั้ง ข. การตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็น ควรตรวจสอบที่หมอน้ําเทานั้น ค. ควรตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็นซ้ํา หลังจากตรวจสอบไปแลว 1-2 วัน ง. ระดับน้ําหลอเย็นในถังพักน้ํา ควรอยูระวังขีด Full และขีด Low 2. เพราะเหตุใด จึงตองตรวจสอบระดับน้ํามันเครื่องที่กานวัดอีกครั้งหลังเปลี่ยนถายน้ํามันเครื่อง และติดเครื่องยนตทดสอบ การทํางาน ก. ความรอนจากเครื่องยนตจะทําใหน้ํามันเครื่องระเหย ข. น้ํามันเครื่องบางสวนจะซึมเขาไปในไสกรองน้ํามันเครื่อง ค. น้ํามันเครื่องอาจรั่วซึมหลังการเปลี่ยนถาย ง. แรงดันภายในเครื่องยนตอาจดันใหระดับน้ํามันเครื่องเกินจากระดับขีด Full 3. ขอใดกลาวไมถูกตอง เกี่ยวกับการเปลี่ยนฟวส ก. ใชลวด หรือ วัสดุอื่น ๆ แทนฟวส ข. ฟวสที่จะเปลี่ยน ควรมีคากระแสไฟฟาเทากับของเดิม ค. ที่ฝาของกลองฟวส จะระบุตําแหนงของฟวสและรีเลย ง. การตรวจสอบฟวสโดยใชมัลติมิเตอร ควรปรับยานไปที่ R x10 4. หากตองการเปลี่ยนหัวเทียนรอน ควรใชหัวเทียนในขอใด ก. NGK BP 5ES ข. NGK BP 7ES ค. NGK BP 4ES ง. NGK BP 9ES

69 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

5. ขอใดถูกตองเกี่ยวกับการตรวจสอบความดันลมยาง ก. ควรตรวจสอบความดันลมยางทุก ๆ 2 เดือน ข. ควรตรวจสอบขณะที่อุณหภูมิของยางปกติ ค. โดยปกติแลว ยางรถยนตจะเสียความดันในอัตราประมาณ 2 บาร ตอเดือน ง. ไมควรตรวจสอบความดันลมยางโดยใชเกจวัดความดัน 6. ขอใดไมใชสิ่งที่ควรทํา เมื่อพบวาไฟหนาไมติด ก. คนหารีเลยที่ควบคุมไฟหนาจากกลองฟวส แลวนํารีเลยมาตรวจสอบดวยมัลติมิเตอร ข. คนหาฟวสที่ควบคุมไฟหนาจากกลองฟวส แลวนําฟวสมาตรวจสอบดวยมัลติมิเตอร ค. เปลี่ยนหลอดไฟใหมีขนาด คากระแสไฟฟา และกําลังไฟฟามากกวาหลอดไฟเดิม ง. เปลี่ยนฟวสใหมใหมีคากระแสไฟฟาตามที่คูมือซอมประจํารถยนตกําหนด 7. ขอใดกลาวไมถูกตอง เกี่ยวกับการบริการหัวเทียน ก. นําน้ํามันเบนซินลางหัวเทียนซ้ําอีกครั้ง หลังทําความสะอาดดวยเครื่องลางหัวเทียน ข. การขันหัวเทียนเกินคาที่กําหนด อาจทําใหฝาสูบเสียหาย ค. ระวังไมใหสายหัวเทียนชํารุด เพราะอาจทําใหไฟรั่วได ง. ควรใชประแจกระบอกขันหัวเทียนในขั้นตอนเริ่มตน เพื่อใหหัวเทียนติดแนนกับเครื่องยนต 8. การตรวจสอบแบตเตอรี่ ควรตรวจสอบสิ่งใดบาง ก. ระดับน้ํากรด แรงเคลื่อนไฟฟา ความถวงจําเพาะของน้ํากรด ข. ระดับน้ํากรด กําลังไฟฟา ความถวงจําเพาะของน้ํากรด ค. แรงเคลื่อนไฟฟา ระดับน้ํากรด คาความตานทานของน้ํากรด ง. กําลังไฟฟา ระดับน้ํากรด คาความตานทานของน้ํากรด

70 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

9. ขอใด คือ วิธีการจับหลอดไฟที่ถูกตอง ในกรณีเปลี่ยนหลอดไฟหนารถ ก. จับดวยมือเปลา ข. ใชคีมจับหลอดไฟ ค. สวมถุงมือหนังกอนจับ ง. ใชผาสะอาดจับแทนการใชมือเปลา 10. การตรวจสอบความตึงของสายพาน ควรปฏิบัติอยางไร ก. ใชนิ้วกดตรงกึ่งกลางของสายพาน ข. ใชบรรทัดเหล็กทาบลงบนสายพาน ค. ตรวจดูสภาพของสายพานดวยสายตา ง. ใชประแจขันนอตปรับตั้งความตึงสายพาน

71 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

กระดาษคําตอบ ขอ

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

72 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 1.1 การทําความสะอาดกรองอากาศแบบแหง 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 2. ปฏิบัติงานทําความสะอาดกรองอากาศแบบแหงได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 30 นาที

3. คําชี้แจง ใหผูรับการฝกทําความสะอาดกรองอากาศแบบแหง

73 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 1.1 การทําความสะอาดกรองอากาศแบบแหง 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - หนากากชนิดแผนกรองอากาศ - แวนตานิรภัย - รองเทานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. เครื่องมือชางพื้นฐาน

จํานวน 1 ชุด

3. ปมลม

จํานวน 1 ชุด

4. ปนเปาลม

จํานวน 1 ตัว

5. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ 1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน - ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน 74 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การทําความสะอาดกรองอากาศแบบแหง ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร

ขอควรระวัง

กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียรใน ตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ใหเขา เกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ เพื่อปองกันรถไหล 3. เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผาสําหรับซอม เปดฝากระโปรงรถพรอมล็อกไมค้ํายัน

ล็อกไมค้ํายันฝา

และใชผาคลุมสําหรับซอมคลุมที่สวนหนา

กระโปรงหนารถทุกครั้ง

รถและบังโคลนซาย-ขวา

เพื่อปองกันไมใหฝา กระโปรงปด ระหวาง ปฏิบัติงาน

4. คลายนอตหวงรัดทอรวมไอดี

ใชไ ขควงปากแบนคลายนอตที ่บ ริ เ วณ หวงรัดทอรวมไอดี

75 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 5. ปลดคลิปล็อกฝาครอบกรองอากาศ

คําอธิบาย ใชมือปลดคลิปล็อกที่ฝาครอบกรองอากาศ และถอดฝาครอบกรองอากาศออก

6. ตรวจสอบไส ก รองอากาศประกบกั บ ซี ล ของ ตรวจสอบวาไสกรองอากาศประกบกับซีล เสื้อกรองหรือไม

ทั้งสองขางของเสื้อกรองอยางถูกตองหรือไม

7. นําไสกรองอากาศออก

นําไสกรองอากาศออกจากเสื้อกรอง

8. ตรวจสอบสภาพของไสกรองอากาศ

ตรวจสอบสภาพไสกรองอากาศ โดยตอง อยูในสภาพสมบูรณและไมฉีกขาด 76 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

9. เคาะฝุนจากไสกรองอากาศ

คําอธิบาย

เคาะไสกรองอากาศกับพื้นราบเบา ๆ ให ระวั ง ฝุ น ปลิ ว เข า ตา ฝุนหลุดออก

10. เปาสิ่งสกปรกออกจากไสกรองอากาศ

ขอควรระวัง

ขณะทําความสะอาด

ใช ป นลมเป าสิ่ งสกปรกออกจากไส ก รอง ระวั ง ฝุ น ปลิ ว เข า ตา อากาศ โดยเปาจากดานในออกสูดานนอก ขณะทําความสะอาด

77 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 11. ทําความสะอาดเสื้อกรอง

คําอธิบาย

ใชลมเปาฝุนและใชผาเช็ดทําความสะอาด ระวั ง ฝุ น ปลิ ว เข า ตา ดานในของเสื้อกรองอากาศ

12. ตรวจสอบปะเก็นยางบนเสื้อกรองอากาศ

ปะเก็นยางบนขอบเสื้อกรองอากาศจะตอง ไมหลุดออกมา

13. ประกอบไสกรองอากาศ

ขอควรระวัง

ประกอบไสกรองอากาศเข ากั บเสื้อ กรอง อากาศ และปดฝาครอบกรองอากาศ

78 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขณะทําความสะอาด


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 14. ประกอบคลิปล็อกยึดฝาเสื้อกรองอากาศ

คําอธิบาย ใช มื อ ประกอบคลิ ป ล็ อ กยึ ด ฝาเสื้ อ กรอง อากาศ

15. ขันนอตหวงรัดทอรวมไอดี

ใช ไ ขควงปากแบนขั น ห ว งรั ด บริ เ วณท อ รวมไอดี

16. ทํ า ความสะอาดและจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ อุปกรณ

ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

79 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การตรวจสอบสภาพของกรองอากาศแบบแหง ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การทําความสะอาดกรองอากาศแบบแหง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

การประกอบชิ้นสวนกลับเขาที่เดิม

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

8

การจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณหลังปฏิบัติงาน ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

9

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

80 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง หนากากชนิดแผนกรองอากาศ แวนตานิรภัย รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่ม

ครบทั้ง 5 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง

ปฏิบัติงาน

ครบ 4 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง

3

ครบ 3 ชนิด ใหคะแนน 1 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 3 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน 3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การตรวจสอบสภาพของกรองอากาศแบบแหง

ตรวจสอบสภาพของกรองอากาศแบบแหงไดถูกตองและ ครบถวนตามขั้นตอน ใหคะแนน 5 คะแนน

5

ตรวจสอบสภาพของกรองอากาศแบบแหงไมถูกตองตาม ขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ตรวจสอบสภาพของกรองอากาศแบบแหงไมถูกตองตาม ขั้นตอนมากกวา 1 ขัน้ ตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การทําความสะอาดกรองอากาศแบบแหง

ทําความสะอาดกรองอากาศแบบแหงไดถูกตองและ ครบถวนตามขั้นตอน ใหคะแนน 5 คะแนน

81 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

ทํ า ความสะอาดกรองอากาศแบบแห ง ไม ถู กต อง หรื อ ไมครบถวนตามขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ทํ า ความสะอาดกรองอากาศแบบแห ง ไม ถู กต อง หรื อ ไมครบถวนตามขั้นตอนมากกวา 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 6

การประกอบชิ้นสวนกลับเขาที่เดิม

ประกอบชิ้นสวนกลับเขาที่เดิมไดถูกตองและครบถวนตาม

5

ขั้นตอน ใหคะแนน 5 คะแนน ประกอบชิ้นสวนกลับเขาที่เดิมไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน ตามขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ประกอบชิ้นสวนกลับเขาที่เดิมไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน ตามขั้นตอนมากกวา 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 7

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย

3

และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน

3

ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 9

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน

82 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

3

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

33

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 23 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

83 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 1.2 การทําความสะอาดหัวเทียน 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 2. ปฏิบัติงานทําความสะอาดหัวเทียนได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 1 ชั่วโมง

3. คําชี้แจง ใหผูรับการฝกทําความสะอาดหัวเทียน ทั้ง 4 สูบ

84 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 1.2 การทําความสะอาดหัวเทียน 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - แวนตานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. เครื่องมือชางพื้นฐาน

จํานวน 1 ชุด

3. เครื่องลางหัวเทียน

จํานวน 1 เครื่อง

4. ฟลเลอรเกจปรับตั้งหัวเทียน

จํานวน 1 ชุด

5. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

6. ประแจกระบอกถอดประกอบหัวเทียน

จํานวน 1 ชุด

7. ปนเปาลม

จํานวน 1 ตัว

8. ปมลม

จํานวน 1 ชุด

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ 85 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน 1. ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

2. หัวเทียน

จํานวน 4 หัว

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การทําความสะอาดหัวเทียน ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียรใน ตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ใหเขา เกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ เพื่อปองกันรถไหล

86 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 3. เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผาสําหรับซอม

คําอธิบาย เปดฝากระโปรงรถพรอมล็อกไมค้ํายัน

ขอควรระวัง ล็อกไมค้ํายันฝา

และใชผาคลุมสําหรับซอมคลุมที่สวนหนา กระโปรงหนารถทุก รถและบังโคลนซาย-ขวา

ครั้ง เพื่อปองกันไมให ฝากระโปรงปด ระหวางปฏิบัติงาน

4. ปลดสายหัวเทียน

ใชมือดึงขั้วหัวเทียนออกใหครบทุกขั้ว

ควรระวังไมใหหัวเทียน ชํารุดหรือฉีกขาด เพราะอาจทําใหไฟรั่ว จนเปนอันตรายถึง ชีวิต

5. เปาทําความสะอาดชองหัวเทียน

ใชปน ลมทําความสะอาดภายในช อ งหั ว ระวังฝุนปลิวเขาตา เทียนและบริเวณรอบ ๆ

6. ถอดหัวเทียน

ใชประแจถอดหัวเทียน ถอดหัวเทียนออก จากเครื่องยนต

87 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

7. ตรวจสอบสภาพหัวเทียน

ตรวจสอบคราบเขมาที่หัวเทียน

8. ทําความสะอาดหัวเทียนดวยเครื่องลาง

ทําความสะอาดโดยใชทราย เสียบปลาย ระวั ง ฝุ น ปลิ ว เข า ตา

หัวเทียน

ของหัวเทียนเขาไปในเครื่องลางหัวเทียน และ หลังทําความสะอาด และกดสวิตช S รอประมาณ 5 นาที จึง หั ว เที ย นเสร็ จ ให นํ า กดปดสวิตช

น้ํ า มั น เบนซิ น ล า งให

เป า ล า งหั ว เที ย นด ว ยลมจากเครื่ อ งล า ง สะอาดอีกครั้ง เพราะ หัวเทียน ซึ่งตอเขากับปมลม โดยการกด น้ํามันเบนซินสามารถ สวิตช A และรอประมาณ 5 นาที จึงกด ระเหยไดงาย จึงทําให ป ด สวิ ต ช A ก อ นนํ า หั ว เที ย นออกจาก หั ว เที ย นสะอาดและ เครื่องลางหัวเทียน 9. เปาลมทําความสะอาดหัวเทียน

ใชปนเปาลมทําความสะอาดหัวเทียนซ้ํา ระวังฝุนปลิวเขาตา อีกครั้งหนึ่ง

10. ปรับตั้งระยะหางเขี้ยวหัวเทียน

แหงเร็ว

ตรวจสอบและปรับตั้งระยะหางเขี้ยวหัว เทียนใหไดตามคาที่คูมือซอมบํารุงประจํา รถยนตกําหนด 88 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

11. ประกอบหัวเทียน

คําอธิบาย

ประกอบหัวเทียนเขากับชองหัวเทียน โดย ใชประแจกระบอกขันใหแนนพอตึงมือ

12. ขันหัวเทียนใหไดคาตามที่กําหนด

ใชประแจวัดแรงบิดขันหัวเทียนซ้ํา ใหตรง ค า แรงขั น ที่ กํ า หนดในคู มื อ ซ อ มประจํ า รถยนต

89 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 13. ใสขั้วหัวเทียน

คําอธิบาย ใสขั้วหัวเทียนกลับใหตรงตามตําแหนงที่ ถอดออก พรอมทั้งใชมือกดขั้วหัวเทียนให แนน

14. ทดสอบการทํางานของหัวเทียน

ติดเครื่องยนตเพื่อทดสอบการทํางานของ หัวเทียน

15. ทํ า ความสะอาดและจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ อุปกรณ

ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

90 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การทําความสะอาดหัวเทียน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การประกอบหัวเทียน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุ

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

หลังปฏิบัติงาน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

91 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น

ครบถวน

ใหคะแนน 3 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง

คะแนน เต็ม 3

อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง แวนตานิรภัย รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยาง ถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 4 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 3 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 3 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การทําความสะอาดหัวเทียน

ทําความสะอาดหัวเทียนไดถูกตองและครบถวนตามขั้นตอน ใหคะแนน 5 คะแนน

5

ทํ า ความสะอาดหั ว เที ย นไม ถู กต อง หรื อ ไม ครบถ วนตาม ขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ทํ า ความสะอาดหั ว เที ย นไม ถู กต อง หรื อ ไม ครบถ วนตาม ขั้นตอนมากกวา 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การประกอบหัวเทียน

ประกอบหั ว เที ย นได ถู ก ต อ งและครบถ ว นตามขั้ น ตอน ใหคะแนน 5 คะแนน ประกอบหั ว เที ย นไม ถู กต อง หรื อ ไม ครบถ วนตามขั้ นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน

92 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

ประกอบหั ว เที ย นไม ถู กต อง หรื อ ไม ครบถ วนตามขั้ นตอน มากกวา 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย

3

และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 7

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน

3

ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

28

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 23 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

93 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 1.3 การถายน้ําออกจากกรองดักน้ํา 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 2. ปฏิบัติงานถายน้ําออกจากกรองดักน้ําได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 30 นาที

3. คําชี้แจง ใหผูรับการฝกถายน้ําออกจากกรองดักน้ํา

94 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 1.3 การถายน้ําออกจากกรองดักน้ํา 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - แวนตานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนตเครื่องยนตดีเซล

จํานวน 1 คัน

2. เครื่องมือชางพื้นฐาน

จํานวน 1 ชุด

3. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

4. กระปองสําหรับรองน้ํา

จํานวน 1 ใบ

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ 1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน - ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

95 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การถายน้ําออกจากกรองดักน้ํา ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร

ขอควรระวัง

กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียรใน ตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ใหเขา เกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ เพื่อปองกันรถไหล 3. เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผาสําหรับซอม เปดฝากระโปรงรถพรอมล็อกไมค้ํายัน

ล็อกไมค้ํายันฝา

และใชผาคลุมสําหรับซอมคลุมที่สวนหนา กระโปรงหนารถทุกครั้ง รถและบังโคลนซาย-ขวา

เพื่อปองกันไมใหฝา กระโปรงปด ระหวาง ปฏิบัติงาน

4. วางกระปองดานลางกรองดักน้ํา

วางกระปองรองไวดานลางกรองดักน้ําเพื่อ รองน้ําที่จะถายออก

96 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 5. คลายปลั๊กถายน้ํา

คําอธิบาย คลายปลั๊กถายน้ําทวนเข็มนาฬิกาประมาณ 2-3 รอบ และถอดปลั๊กถายน้ําออก

6. ปลอยน้ําออกจากกรองดักน้ํา

ปล อ ยน้ํ า ที่ ป นอยู กั บ น้ํ า มั น เชื้ อ เพลิ ง ใน กรองดักน้ําออกใหหมด

7. ไลน้ําออกจากกรองดักน้ํา

กดปุมปมมือ (ปมแย็ก) ขึ้น ๆ ลง ๆ เพื่อไล เอาน้ําออกกรองจนกระทั่งน้ํามันเชื้อเพลิง ไหลออกมา จึงหยุดปม

8. ล็อกปลั๊กถายน้ํา

ประกอบปลั๊กถายน้ํา และใชมือหมุนตาม เข็มนาฬิกาเพื่อล็อกปลั๊กถายน้ํา

97 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 9. กดปุมปมมือ (ปมแย็ก)

คําอธิบาย กดปุ ม ป ม มื อ ขึ้ น ๆ ลง ๆ อี ก ครั้ ง เพื่ อ ให น้ํามันเชื้อเพลิงไหลเขามาเติมเต็ม

10. ทดสอบการทํางาน

ติดเครื่องยนตเพื่อทดสอบการทํางาน

11. ดูไฟสัญญาณเตือน

ดู ไ ฟสั ญ ญาณเตื อ นที่ ห น า ป ด รถยนต ว า สัญญาณเตือนดับแลวใชหรือไม

12. ทํ า ความสะอาดและจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ อุปกรณ

ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

98 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การถายน้ําออกจากกรองดักน้ํา

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุ

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

หลังปฏิบัติงาน 7

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

99 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง แวนตานิรภัย รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยาง ถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 4 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 3 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 3 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การถายน้ําออกจากกรองดักน้ํา

ถ า ยน้ํ า ออกจากกรองดั ก น้ํ า ได ถู ก ต อ งและครบถ ว นตาม

5

ขั้นตอน ใหคะแนน 5 คะแนน ถายน้ําออกจากกรองดักน้ําไมถูกตอง หรือ ไมครบถวนตาม ขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ถายน้ําออกจากกรองดักน้ําไมถูกตอง หรือ ไมครบถวนตาม ขั้นตอนมากวา 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 5

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง

100 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

3

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 6

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน

3

ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 7

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

23

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 16 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

101 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 1.4 การเปลี่ยนถายน้ํามันเครื่องและกรองน้ํามันเครื่อง 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 2. ปฏิบัติงานเปลี่ยนถายน้ํามันเครื่องและกรองน้ํามันเครื่องได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 1 ชั่วโมง

3. คําชี้แจง ใหผูรับการฝกเปลี่ยนถายน้ํามันเครื่องและกรองน้ํามันเครื่อง

102 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 1.4 การเปลี่ยนถายน้ํามันเครื่องและกรองน้ํามันเครื่อง 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

3. เครื่องมือชางพื้นฐาน

จํานวน 1 ชุด

4. เครื่องมือถอดประกอบกรองน้ํามันเครื่อง

จํานวน 1 อัน

5. ประแจวัดแรงบิด

จํานวน 1 อัน

6. กรวยเติมน้ํามันเครื่อง

จํานวน 1 อัน

7. ถังรองน้ํามันเครื่อง

จํานวน 1 ใบ

8. ลิฟตยกรถแบบ 2 เสา

จํานวน 1 เครื่อง

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ

103 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน 1. น้ํามันเครื่อง

จํานวน 1 แกลลอน

2. ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

3. กรองน้ํามันเครื่อง

จํานวน 1 ลูก

4. แหวนรองนอตถายน้ํามันเครื่อง

จํานวน 1 อัน

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การเปลี่ยนถายน้ํามันเครื่องและกรองน้ํามันเครื่อง ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

จอดรถใหตรงกับตําแหนงของลิฟตยกรถ

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียรใน ตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ใหเขา เกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ เพื่อปองกันรถไหล

104 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 3. เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผาสําหรับซอม

คําอธิบาย เปดฝากระโปรงรถพรอมล็อกไมค้ํายัน

ขอควรระวัง ล็อกไมค้ํายันฝา

และใชผาคลุมสําหรับซอมคลุมที่สวนหนา กระโปรงหนารถทุก รถและบังโคลนซาย-ขวา

ครั้ง เพื่อปองกันไมให ฝากระโปรงปด ระหวางปฏิบัติงาน

4. เปดฝาเติมน้ํามันเครื่อง

เปดฝาเติมน้ํามันเครื่อง ดึงเหล็กวัดระดับ น้ํามันเครื่องออก

105 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

5. ยกรถขึ้น

ยกรถขึ้นดวยลิฟตยกรถแบบ 2 เสา

6. ทําความสะอาดนอตถายน้ํามันเครื่อง

ทําความสะอาดนอตถายน้ํามันเครื่อง

(กอนถอดนอตถายน้ํามันเครื่อง)

ขอควรระวัง

และเตรียมถังรองรับน้ํามันเครื่องเขาใต ทองรถในตําแหนงที่ตรงกับรูนอตถาย น้ํามันเครื่อง

7. ถอดนอตถายน้ํามันเครื่อง

ถอดนอตถายน้ํามันเครื่องออก ดวย

ระวังน้ํามันเครื่อง

เครื่องมือถอดประกอบกรองน้ํามันเครื่อง กระเด็นเขาตา และรอจนกระทั่งน้ํามันเครื่องไหลออก หมด

106 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

8. ถอดไสกรองน้ํามันเครื่อง

คําอธิบาย

ถอดไสกรองน้ํามันเครื่อง ดวยเครื่องมือ ถอดประกอบกรองน้ํามันเครื่อง

9. ทําความสะอาดนอตถายน้ํามันเครื่อง (หลังถอดนอตถายน้ํามันเครื่อง)

ทํ า ความสะอาดนอตถ า ยน้ํ า มั น เครื่ อ ง ดวยน้ํามันเบนซิน

107 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

10. เปลี่ยนแหวนรองใหม

ประกอบแหวนรองตัวใหมเขาไปแทน

11. ขันนอตถายน้ํามันเครื่อง

ประกอบนอตถายน้ํามัน เครื่อง และขัน ตามคาแรงขันที่คูมือซอมประจํารถยนต กําหนดดวยประแจวัดแรงบิด

12. ทําความสะอาดบริเวณหนาแปลนกรอง

ทําความสะอาดบริเวณหนาแปลนกรอง

น้ํามันเครื่อง

น้ํามัน เครื่อง เพื่อเตรีย มประกอบกรอง น้ํามันเครื่องใหม

108 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 13. ทาน้ํามันเครื่องที่ซีลหรือ O-Ring

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

ใชน้ํามันเครื่องใหมทาที่ซีลหรื อ O-Ring ที่กรองน้ํามันเครื่องใหมใหทั่ว

14. ประกอบกรองน้ํามันเครื่องใหม

ประกอบกรองน้ํามันเครื่องลูกใหม โดยใช มือหมุนใหแนน ใชเครื่องมือถอดประกอบกรองน้ํามันเครื่อง หามขันนอตถาย ขันซ้ําใหแนน

น้ํามันเครื่องเกิน คาแรงขันที่กําหนด เพราะอาจทําให เกลียวเสียหายได

15. นํารถลงพื้น

ลดระดั บ ลิ ฟ ต ย กรถจนกระทั่ ง รถอยู ใ น ระดับปกติ

109 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 16. เติมน้ํามันเครื่อง

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

เติมน้ํามันเครื่องใหไดระดับ โดยวัดระดับ จากกานวัดระดับน้ํามันเครื่อง

17. ติดเครื่องยนตใหไดอุณหภูมิทํางาน

ติดเครื่องยนตใหไดอุณหภูมิทํางาน ประมาณ 3-5 นาที แลวดับเครื่องยนต

18. วัดระดับน้ํามันเครื่อง

วัดระดับน้ํามันเครื่องที่กานวัดซ้ําอีกครั้ง

หลังเปลี่ยนกรองและ

หากพบวาน้ํามันเครื่องต่ํากวาระดับ ให

ติดเครื่องยนต

เติมซ้ําใหไดระดับ

น้ํามันเครื่องจะซึมเขา ไปอยูในกรอง จึงตอง ตรวจสอบระดับ น้ํามันเครื่องที่กานวัด อีกครั้ง

110 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

19. ทํ า ความสะอาดและจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ อุปกรณ

ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

111 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การขันนอตถายน้ํามันเครื่อง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การถายน้ํามันเครื่อง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุ

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

หลังปฏิบัติงาน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

112 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยางถูกตองและ ครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 3 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 2 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 2 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การขันนอตถายน้ํามันเครื่องโดยใชประแจวัดแรงบิด

ใชประแจวัดแรงบิดขันนอตถายน้าํ มันเครื่องไดถูกตองตาม

5

คาที่คูมือซอมประจํารถยนตกําหนด ใหคะแนน 5 คะแนน ใชประแจวัดแรงบิดขันนอตถายน้าํ มันเครื่องไมถูกตองตาม คาที่คูมือซอมประจํารถยนตกําหนด ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การเปลี่ยนถายน้ํามันเครื่อง

เปลี่ยนถายน้าํ มันเครื่องไดถูกตองตามขั้นตอน และเติม น้ํามันเครื่องไดระดับที่ถูกตอง ใหคะแนน 5 คะแนน เปลี่ยนถายน้าํ มันเครื่องไมเปนไปตามขั้นตอน หรือ เติม น้ํามันเครื่องไมไดระดับที่ถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง

113 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

ใหคะแนน 3 คะแนน เปลี่ยนถายน้าํ มันเครื่องไมเปนไปตามขั้นตอน และเติม น้ํามันเครื่องไมไดระดับที่ถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

3

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 7

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

3

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

28

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 20 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

114 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 1.5 การตรวจสอบแบตเตอรี่ 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 2. ปฏิบัติงานตรวจสอบแบตเตอรี่ได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 1 ชั่วโมง

3. คําชี้แจง ใหผูเขารับการฝกตรวจสอบแบตเตอรี่รถยนต

115 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 1.5 การตรวจสอบแบตเตอรี่ 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - แวนตานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. เครื่องมือชางพื้นฐาน

จํานวน 1 ชุด

3. เครื่องประจุไฟแบตเตอรี่

จํานวน 1 เครื่อง

4. มัลติมิเตอร

จํานวน 1 ตัว

5. ไฮโดรมิเตอร

จํานวน 1 เครื่อง

6. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ

116 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน 1. ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

2. เบกกิ้งโซดา

จํานวน 1 หอ

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การตรวจสอบแบตเตอรี่ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียร ในตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ให เขาเกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ เพื่อปองกันรถไหล

3. ปดสวิตชไฟฉุกเฉิน

ปดสวิตชไฟฉุกเฉินตาง ๆ ภายในรถ

117 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 4. เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผาสําหรับซอม

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

เป ด ฝากระโปรงรถพร อ มล็ อ กไม ค้ํายั น ล็อกไมค้ํายันฝา และใช ผ า คลุ ม สํ า หรั บ ซ อ มคลุ ม ที่ ส ว น กระโปรงหนารถทุก หนารถและบังโคลนซาย-ขวา

ครั้ง เพื่อปองกันไมให ฝากระโปรงปด ระหวางปฏิบัติงาน

5. ตรวจสอบสภาพภายนอกของแบตเตอรี่

ตรวจสอบสภาพภายนอกของแบตเตอรี่ วามีรอยแตกราว หรือมีสิ่งสกปรกจับอยู หรือไม

6. ตรวจสอบระดับน้ํากรดแบตเตอรี่

ตรวจสอบระดับ น้ํากรดแบตเตอรี่ หาก น้ํ า กรดแบตเตอรี่ อ ยู ต่ํ า กว า ระดั บ ต อ ง เติมน้ํากลั่นใหไดระดับดวย

7. เติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่

เติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่ในแตละชองใหอยู ระหวางขีด UPPER LEVEL กับ LOWER LEVEL

118 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

8. ตรวจสอบแรงเคลื่อนไฟฟา

ตรวจสอบแรงเคลื่ อนไฟฟ า โดยใช มัล ติมิ เตอรใหตั้งยา นวัดที่ DCV ×50 จากนั้น นําเข็ มปลายแตะที่ขั้ ว บวกและ ขั้ ว ลบของแบตเตอรี่

9. ตรวจสอบคาความถวงจําเพาะของน้ํากรดแบตเตอรี่

ตรวจสอบค า ความถ ว งจํ า เพาะของ น้ํากรดแบตเตอรี่ โดยใชไฮโดรมิเตอร หากความถว งจํา เพาะที่วั ด ไดมี ค า น อ ย กวา 1.260 ใหนําแบตเตอรี่ ไปประจุ ไฟ ใหม

10. นําแบตเตอรี่ออกจากตัวรถ

คลายนอตยึ ด สายคาดแบตเตอรี่ ปลด สายคาด และนําแบตเตอรี่ออกจากตัวรถ

119 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 11. ประจุไฟแบตเตอรี่

คําอธิบาย ประจุไฟแบตเตอรี่ใหม โดยปรับตั้งคา ไปที่ 12 โวลต โดยระหวางประจุไฟ ใช ไฮโดรมิเตอรตรวจสอบคาความถวงจําเพาะ จนกวาคาความถวงจําเพาะที่ 1.260

12. วางแบตเตอรี่

ประกอบแบตเตอรี่ ก ลั บ เข า ที่ ตํ า แหน ง เดิม

13. ทําความสะอาดและจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

120 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การตรวจสอบแบตเตอรี่

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การประจุไฟแบตเตอรี่

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุ

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

หลังปฏิบัติงาน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

121 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง แวนตานิรภัย รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยาง ถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 4 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 3 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 3 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การตรวจสอบแบตเตอรี่

ตรวจสอบแบตเตอรีไ่ ดถูกตองและครบถวนตามขั้นตอน

5

ใหคะแนน 5 คะแนน ตรวจสอบแบตเตอรี่ไมถูกตอง หรือ ไมครบถวนตามขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ตรวจสอบแบตเตอรี่ไมถูกตอง หรือ ไมครบถวนตามขั้นตอน มากกวา 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การประจุไฟแบตเตอรี่ใหม

ประจุไฟแบตเตอรี่ไดถูกตองตามขั้นตอน และไดคาความถวงจําเพาะที่กําหนด ใหคะแนน 5 คะแนน ประจุไฟแบตเตอรี่ไมถูกตองตามขั้นตอน หรือ ไดคาความถวงจําเพาะคาดเคลื่อน อยางใดอยางหนึ่ง

122 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

ใหคะแนน 3 คะแนน ประจุไฟแบตเตอรี่ไมถูกตองตามขั้นตอน และไดคาความถวงจําเพาะคาดเคลื่อน ใหคะแนน 0 คะแนน 6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดขั้วสายไฟ เครื่องมือ และอุปกรณ ไดสะอาด

3

เรียบรอยและครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน ทําความสะอาดขั้วสายไฟ เครื่องมือ และอุปกรณ ไมสะอาด เรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดขั้วสายไฟ เครื่องมือ และอุปกรณ ไมสะอาด เรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน 7

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน

3

ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด ใหคะแนน 3 คะแนน

3

ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนด 1-5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

28

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 20 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

123 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 1.6 การเปลี่ยนและปรับตั้งสายพานอัลเตอเนเตอร 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 2. ปฏิบัติงานการเปลี่ยนและปรับตั้งสายพานอัลเตอเนเตอรได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 30 นาที

3. คําชี้แจง ใหผูเขารับการฝกเปลี่ยนสายพาน และปรับตั้งสายพานอัลเตอเนเตอร

124 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 1.6 การเปลี่ยนและปรับตั้งสายพานอัลเตอเนเตอร 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

3. เครื่องมือชางพื้นฐาน

จํานวน 1 ชุด

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ 1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน 1. ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

2. สายพานอัลเตอเนเตอร

จํานวน 1 เสน

125 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การเปลี่ยนและปรับตั้งสายพานอัลเตอเนเตอร ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร

ขอควรระวัง

กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียรใน ตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ใหเขา เกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ ปองกันรถไหล 3. เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผาสําหรับซอม

เปดฝากระโปรงรถพรอมล็อกไมค้ํายัน

ล็อกไมค้ํายันฝา

และใชผาคลุมสําหรับซอมคลุมที่สวนหนา กระโปรงหนารถทุกครั้ง รถและบังโคลนซาย-ขวา

เพื่อปองกันไมใหฝา กระโปรงปด ระหวาง ปฏิบัติงาน

126 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 4. ตรวจสอบสภาพสายพานและพูลเลย

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

ตรวจสอบสภาพสายพานและพูลเลยดวย สายตา

5. ถอดสายพานอัลเตอเนเตอร

คลายนอตยึ ด และนอตปรั บ ตั้ ง สายพาน ไมควรใชอุปกรณที่มี อัลเตอเนเตอรใหหลวม และถอดสายพาน ความแข็งงัดถอด ออก

สายพาน เชน ไขควง เพราะอาจทําให สายพานเสียหายได

6. ตรวจสอบการทํางานของพูลเลยอัลเตอเนเตอร

ตรวจสอบวาพูลเลยอัลเตอเนเตอรและ พู ล เลย อื่ น ที่ เ กี่ ย วข อ งทํ า งานเป น ปกติ หรือไม

127 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 7. ประกอบสายพานเสนใหม

คําอธิบาย ประกอบสายพานเสนใหมใหถูกตองตาม ตําแหนงและทิศทางการหมุน

8. ปรับตั้งความตึงสายพาน

ขั น นอตปรั บ ตั้ ง ความตึ ง สายพานให ไ ด ตามที่กําหนด

9. ขันนอตยึดอัลเตอเนเตอร และนอตปรับตั้ง

ขั น นอตยึ ด อั ล เตอเนเตอร และนอต

สายพาน

ปรับ ตั้งสายพานใหแนนตามคาแรงขันที่ กําหนดในคูมือซอมประจํารถยนต

128 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 10. ทดสอบการทํางาน

คําอธิบาย ติ ด เครื่ อ งยนต ท ดสอบการทํ า งานของ สายพานและอัลเตอเนเตอร

11. ทํ า ความสะอาดและจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ อุปกรณ

ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

129 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การตรวจสภาพอุปกรณตามที่กําหนด

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การเปลี่ยนและปรับตั้งสายพาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

อัลเตอเนเตอร 6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุ

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

หลังปฏิบัติงาน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

130 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยางถูกตองและ ครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 4 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 3 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 3 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การตรวจสภาพสายพานพูลเลยดวยสายตา

ตรวจสภาพสายพานพูลเลยดวยสายตาไดถูกตอง

5

ใหคะแนน 5 คะแนน ตรวจสภาพสายพานพูลเลยดวยสายตาไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การเปลี่ยนและปรับตั้งสายพานอัลเตอเนเตอร

เปลี่ยนสายพานอัลเตอเนเตอรไดถูกตองตามขั้นตอน และ ปรับตั้งความตึงสายพานไดระดับตามที่กําหนดในคูมือซอม รถยนต ใหคะแนน 5 คะแนน เปลี่ยนสายพานอัลเตอเนเตอรไมถูกตองตามขั้นตอน หรือ ปรับตั้งสายพานไมไดระดับตามที่กําหนดในคูมือซอมรถยนต อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 3 คะแนน

131 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

เปลี่ยนสายพานอัลเตอเนเตอรไมถูกตองตามขั้นตอน และ ปรับตั้งสายพานไมไดระดับตามที่กาํ หนดในคูมือซอมรถยนต ใหคะแนน 0 คะแนน 6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย

3

และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 7

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน

3

ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด ใหคะแนน 3 คะแนน

3

ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

28

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 20 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

132 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 1.7 การตรวจสอบไฟเพดานในหองโดยสารรถยนต 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนดได 2. ปฏิบัติงานตรวจสอบและแกไขอุปกรณไฟฟาได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 1 ชั่วโมง

3. คําชี้แจง ใหผูเขารับการฝกตรวจสอบไฟเพดานในหองโดยสารรถยนต

133 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 1.7 การตรวจสอบไฟเพดานในหองโดยสารรถยนต 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. เครื่องมือชางพื้นฐาน

จํานวน 1 ชุด

3. มัลติมิเตอร

จํานวน 1 ตัว

4. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ 1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน 1. ฟวสขนาดตาง ๆ

จํานวน 1 ชุด

2. ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

3. หลอดไฟเพดานภายในหองโดยสารรถยนต

จํานวน 1 ชุด

134 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การตรวจสอบไฟเพดานในหองโดยสารรถยนต ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร

ขอควรระวัง

กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียร ในตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ให เขาเกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ ปองกันรถไหล 3. ตรวจสอบการทํางานของไฟเพดานในหองโดยสาร

ตรวจสอบการทํางานของไฟเพดานใน ห อ งโดยสาร โดยเลื่ อ นสวิ ต ช ไ ปที่ ตําแหนง ON

4. เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผาสําหรับซอม

เปดฝากระโปรงรถพรอมล็อกไม ค้ํายัน ล็อกไมค้ํายันฝา และใช ผ าคลุ มสํ าหรั บซ อมคลุ มที่ ส ว น กระโปรงหนารถทุกครั้ง หนารถและบังโคลนซาย-ขวา

เพื่อปองกันไมใหฝา กระโปรงปด ระหวาง ปฏิบัติงาน

135 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 5. ตรวจสอบฟวสดวยมัลติมิเตอร

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

หากพบว า ไฟไม ติ ด ให ดํ า เนิ น การ ตรวจสอบฟ ว ส ด ว ยมั ล ติ มิ เ ตอร โดย ปรับยานการวัดไปที่คาความตานทาน R x 1 และสังเกตเข็มของมัลติมิเตอร

6. เปลี่ยนฟวส

หากพบว า ฟ ว ส ข าด ต อ งเปลี่ ย นฟ ว ส ไมควรนําอุปกรณอื่นๆ ใหม โดยใชฟวสสํารองจากกลองฟวส

เชน ลวด มาเปลี่ยน แทนฟวสเด็ดขาด เพราะอาจทําใหไฟฟา ลัดวงจร และเกิดไฟไหม

7. ตรวจสอบการทํางานของไฟเพดานในหองโดยสาร ตรวจสอบการทํางานของไฟเพดานใน อีกครั้ง

หองโดยสารอีกครั้ง โดยเลื่อนสวิตชไป ที่ตําแหนง ON

136 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

8. เปลี่ยนหลอดไฟ

หากพบว า ไฟยั ง ไม ติ ด ให ดํ า เนิ น การ เปลี่ยนหลอดไฟ

9. ตรวจสอบการทํางานของไฟเพดานในหองโดยสาร เป ด ไฟเพดานในห อ งโดยสารรถยนต หลังเปลี่ยนหลอดไฟ

เพื่อตรวจสอบการทํางานอีกครั้ง

10. ทําความสะอาดและจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ

ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ ปฏิบัติงาน และจัดเก็บ เครื่องมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

137 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การตรวจสอบไฟเพดานในหองโดยสาร

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การตรวจสอบและเปลี่ยนฟวส

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุ

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

หลังปฏิบัติงาน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

138 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยางถูกตองและ ครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 3 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 2 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 2 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การตรวจสอบและเปลี่ยนฟวส

ตรวจสอบฟ ว ส แ ละเปลี่ ย นฟ ว ส ไ ด ถู ก ต อ งตามขั้ น ตอน

5

ใหคะแนน 5 คะแนน ตรวจสอบฟวสและเปลี่ยนฟวสไมถูกตองตามขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ตรวจสอบฟ ว ส แ ละเปลี่ ย นฟ ว ส ไ ม ถู ก ต อ งตามขั้ น ตอน มากกวา 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การเปลี่ยนไฟเพดานในหองโดยสาร

เปลี่ยนหลอดไฟเพดานในหองโดยสารไดถูกตองและ ครบถวนตามขั้นตอน ใหคะแนน 5 คะแนน

139 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

เปลี่ยนหลอดไฟเพดานในหองโดยสารไมถูกตองตามขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน เปลี่ยนหลอดไฟเพดานในหองโดยสารไมถูกตองตามขั้นตอน มากวา 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

3

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 7

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

3

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

28

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 20 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

140 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

รายละเอียดหัวขอวิชาที่ 2 0921030102 การบํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตน (ใบแนะนํา) 1. ผลลัพธการเรียนรู 1. อธิบายวิธีการบํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตนได 2. บํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตนได

2. หัวขอสําคัญ - การตรวจสอบและซอมบํารุงรถยนตระดับเบื้องตน ตามความเสียหายที่ไดรับ เชน ยางรั่ว ยางแบน ความรอนขึ้น ไฟหนา และไฟสัญญาณตาง ๆ ไมติด

3. วิธีการฝกอบรม การฝกอบรมสามารถเลือกได 3 รูปแบบ คือ 1) การฝกอบรมดวยการสงมอบสื่อสิ่งพิมพ 2) การฝกอบรมที่ศูนยฝกอบรม 3) การฝกอบรมดวยสื่อในระบบออนไลน ดังรายละเอียดในขอแนะนําสําหรับผูรับการฝก

4. อุปกรณชวยฝก อุปกรณชวยฝกสามารถเลือกใชงานได 2 รูปแบบ คือ 1. รูปแบบสื่อสิ่งพิมพ (Offline) ประกอบดวย - คูมือผูรับการฝก เพื่อใชศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ - คูมือการประเมิน เพื่อใชในการทดสอบ - สื่อวีดิทัศน (DVD) เพื่อประกอบการศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ 2. รูปแบบอิเล็กทรอนิกส (Online) ประกอบดวย - คูมือผูรับการฝกรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส (.pdf) เพื่อใชศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ - คูมือการประเมินรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส (.pdf) เพื่อใชในการทดสอบ - สื่อวีดิทัศน (Online) เพื่อประกอบการศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

141 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

5. การรับการฝกอบรม 1. ผูรับการฝกทําแบบทดสอบกอนฝก (Post-Test) แลวสงใหครูฝกหรือระบบประเมินผลตามวิธีที่เลือกฝกอบรม 1.1 ถาผลการประเมินผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลักสูตร จะมีสิทธิ์ขอเขารับการฝก ภาคปฏิบัติ (ถามี) หรือเขารับการฝกในโมดูลถัดไป หรือเขารับการฝกในโมดูลที่ครูฝกกําหนดได 1.2 ถาผลการประเมินต่ํากวารอยละ 70 ใหผูรับการฝกเขาฝกอบรมภาคทฤษฎี 2. การฝกอบรมภาคทฤษฎี ใหผูรับการฝกศึกษาคูมือผูรับการฝก และฝกหัดทําใบทดสอบทายหัวขอวิชา 3. เมื่อผูรับการฝกศึกษาคูมือผูรับการฝกประจําโมดูลนั้นเขาใจแลว ใหทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) แลวสงให ครูฝกหรือระบบประเมินผลเชนเดียวกับแบบทดสอบกอนฝก 4. การฝกอบรมภาคปฏิบัติ ผูรับการฝกอานและทําความเขาใจกับใบงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน และเกณฑการวัด และประเมินผลงาน 5. ผูรับการฝกเขารับการฝกที่ศูนยฝกอบรมที่ลงทะเบียนหรือจองไว 6. ผูรับการฝกอานระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยในการฝกของหนวยฝก 7. ผูรับการฝกฟงคําชี้แจงลําดับการปฏิบัติงานตามใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน 8. ผูรับการฝกปฏิบัติงานตามใบงาน แลวสงใหครูฝกตรวจประเมินผล 9. ผูรับการฝกที่คะแนนผลงานผานเกณฑรอยละ 70 สามารถขอทดสอบเพื่อจบโมดูลที่ฝกกับครูฝก

6. การวัดผล 1. ผูรับการฝกสงแบบทดสอบกอนฝก ใหครูฝกหรือระบบประเมินผลภาคทฤษฎีตามวิธีที่เลือกฝกอบรม 1.1 ถาผลการประเมินผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลักสูตร จะมีสิทธิ์ขอเขารับการฝก ภาคปฏิบัติ (ถามี) หรือเขารับการฝกในโมดูลถัดไปได 1.2 ถาผลการประเมินต่ํากวารอยละ 70 ใหครูฝกมอบหมายใหผูรับการฝกศึกษาเนื้อหาจากสื่อดวยตนเองจนเขาใจ จึงทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) 2. ผูรับการฝกสงแบบทดสอบหลังฝก ใหครูฝกหรือระบบประเมินผลภาคทฤษฎี โดยใชหลักเกณฑเดียวกับการประเมิน แบบทดสอบกอนฝก 3. ผูรับการฝกสงผลงานในการฝกภาคปฏิบัติใหครูฝกตรวจประเมินผลงานของผูรับการฝก โดยตองผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลักสูตร จึงจะมีสิทธิ์เขารับการฝกในโมดูลถัดไป หรือเขารับการฝกในโมดูลที่ ครูฝกกําหนดได

142 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

7. บรรณานุกรม การตรวจเช็คปญหาของยาง. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.michelin.co.th/TH/th/ help-and-support/how-do-i-care-for-my-tires/tire-assessment.html แรบบิท อินเตอรเน็ต จํากัด. 2559. รถยนตยางแตก ทํายังไงดี. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://daily.rabbit.co.th/ รถยนต-ยางแตก-ทํายังไง

143 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขอมูล หัวขอวิชาที่ 2 การบํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตน การบํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตนผูขับขี่ทุกคนควรใหความสําคัญ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได สามารถแกไขปญหาเฉพาะหนาไดทันทวงที 1. การตรวจสอบและซอมบํารุงเมื่อเกิดปญหายางรั่วหรือยางแบน 1.1 การตรวจสอบยางรถยนต กรณียางรั่วหรือยางแบน 1) ถาผูขับขี่ไมสามารถบังคับรถไดอยางปกติขณะเลี้ยวโคง กลาวคือ รถมีอาการหนืด หนวง หรือเคลื่อนที่ชา กวาปกติ อาการเหลานี้เปนสัญญาณเตือนวาลมยางออน อาจทําใหยางแบนได 2) ถาขณะขับรถ ผูขับขี่รูสึกไดวาพวงมาลัยหนักผิดปกติ รถเสียสมดุล เอียงไปขางใดขางหนึ่ง หรือเบรกแลว รถสายไปมา เหลานี้เปนสัญญาณเตือนวายางรั่ว ซึ่งอาจเกิดจากการถูกของมีคมทิ่ม หรือทับสิ่งของบน ถนน

ภาพที่ 2.1 ยางรั่วหรือยางแบน 1.2 การซอมบํารุงยางรถยนตเมื่อเกิดปญหายางรั่วหรือยางแบน 1.2.1 ในกรณีที่ลมยางออน แกปญหาไดดวยการเติมลมยาง ซึ่งหลักการเติมลมยางที่ถูกตอง สมาคมผูผลิตยาง รถยนตที่สหรัฐอเมริกากําหนดมาตรฐานไวดังนี้ - ถายางรถยนตไมรอนและใชในระยะทางสั้น ๆ ใหเติมตามผูผลิตตั้งไว - ถายางรถยนตไมรอนและขับรถทางโคงตลอดเวลา ตองเพิ่มแรงดันลมยางจากมาตรฐาน 4 ปอนด ตอตารางนิ้ว แตจะตองไมเกินแรงดันลมยางบนแกมยาง และหากตองขับรถทางโคงตลอดเวลา ดวยความเร็วสูงและรับน้ําหนักสูงสุด แรงดันลมที่เพิ่มจะตองขับไมเกิน 75 ไมล ตอชั่วโมง - ถายางรถยนตรอน แรงดันลมอาจสูงขึ้นจากที่สูบไวเดิม 6 ปอนด ตอ ตารางนิ้ว หามปลอยลม ออกเมื่อวัดลมยางขณะรอน 144 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

- กอนสูบลมยางตองทําความสะอาดหัวลูกศรเติมลมกอน - ลมที่เติมเขาไปตองเปนลมแหง ปราศจากน้ํา ทั้งนี้ ความดันลมยางที่เหมาะสมตามที่ผูผลิตกําหนด สังเกตไดจากแผนปายที่ติดอยูบริเวณประตูด านข าง คนขับ หรือในรถยนตบางรุนอาจอยูภายในชองเก็บของ แผนปายมักบอกขอมูลเกี่ยวกับขนาดของลอ ขนาดของยาง และความดันลมยางที่เหมาะสม

ภาพที่ 2.2 แผนปายบอกความดันลมยางที่เหมาะสม (รถยนต Mitsubishi Attrage) 1.2.2 ในกรณีที่ยางรั่ว ใหเริ่มตนจากการตรวจสอบรอยรั่ว โดยหากเปนรอยรั่วที่เกิดจากตะปูหรือรอยฉีกขาดที่มี ขนาดไมเกิน 6 มิลลิเมตร สามารถแกปญหาโดยการปะยางได ซึ่งการปะยางแบงออกไดเปน 3 แบบ ดังนี้ 1) การปะยางแบบสตรีมรอน เปนวิธีการที่สามารถอุดรอยรั่วไดดี ทําไดโดยการตรวจสอบรอยรั่ว ของยาง เมื่อ พบรอยรั่ว ใหนํา เศษวัส ดุที่ติด อยูอ อก แลว ถอดยางออกจากกระทะลอ ดว ย ความระมัดระวัง ขัดบริเวณรอยรั่วที่ดานในของยางใหเรียบ กอนทากาวและใชแผนปะยางปด ทับรอยรั่ว จากนั้นนําไปเขาเครื่องกดทับ ซึ่งจะใหความรอนจนแผนปะเปนแนบติดกับผิวยาง การปะยางดวยวิธีนี้มีขอดี คือ รอยปะจะแนบสนิทไปกับยาง แตอาจมีผลใหยางเสียรูปทรงและ บวมได

ภาพที่ 2.3 การปะยางแบบสตรีมรอน

145 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2) การปะยางแบบสตรีมเย็น วิธีนี้คลายกับการสตรีมรอน แตแตกตางที่วิธีการหลังใชแผนปะยางปด ทับรอยรั่ว กลาวคือ วิธีนี้จะใชคอนทุบบริเวณที่ปะเพื่อใหแผนปะยางแนบสนิทไปกับผิวยาง ขอดี คือ ยางจะไมเสียรูปทรง แตไมเหมาะกับรถที่จําเปนตองบรรทุกน้ําหนักมาก

ภาพที่ 2.4 การปะยางแบบสตรีมเย็น 3) การปะยางแบบแทงไหม เหมาะสําหรับรอยรั่วที่มีลักษณะเปนรูขนาดเล็ก ทําไดโดยนําอุปกรณ ที่มีสวนผสมของยางสังเคราะหมาทากาว และสอดเขาไปในรอยรั่ว ขอดี คือ สะดวกและรวดเร็ว แตสามารถแกปญหาไดเพียงชั่วคราวเทานั้น ภายหลังการปะยางทุกรูปแบบ ใหประกอบยางเขากับกระทะลอดวยความระมัดระวัง กอนเติมลมยางให พอดี และประกอบลอเขากับรถยนตดังเดิม

ภาพที่ 2.5 การปะยางแบบแทงไหม 1.2.3 ในกรณีที่ยางรั่วหรือยางแบน โดยรอยรั่วมีขนาดเกิน 6 มิลลิเมตร หรือมีรอยฉีกขาดเปนทางยาว ไม สามารถแกปญหาดวยการปะยางได จึงควรเปลี่ยนยาง ตามขั้นตอนดังนี้ 1) นําหมอนรองลอรถไปรองลอคูที่ไมไดเปลี่ยนยาง เพื่อปองกันรถไหลขณะเปลี่ยนยาง 2) การขึ้นแมแรงตะเฆ เพื่อใหลอลอยขึ้นจากพื้นเล็กนอย โดยที่ยางยังติดอยูกับพื้น จะชวยลดแรงกด ซึ่งจะทําใหถอดนอตลอไดสะดวกขึ้น 3) คลายนอตลอออก เพื่อนํายางไปซอมบํารุง และนํากลับมาประกอบ 146 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

4) หลังประกอบลอรถยนตที่มีสภาพพรอมใชงานเขากับดุมลอแลว ควรใชมือขันนอตลอตามลําดับ กอนใชประแจขันนอตลอขันนอตซ้ํา

ภาพที่ 2.6 ลําดับการถอด-ประกอบลอที่มีจํานวนนอตตางกัน 5) หากผูปฏิบัติงานเริ่มตนคลายที่นอตตัวใด นอตตัวถัดไปจะตองเปนนอตที่อยูตรงขามกับนอตตัว กอนหนาเสมอ ขอควรระวัง 1) ในขณะที่รถถูกยกอยูบนแมแรง หามเขาไปใตทองรถและหามติดเครื่องยนต 2) กรณีทํางานอยูบนทองถนนที่มีรถแลนจํานวนมาก ตองทํางานดวยความระมัดระวังอยางสูง 2. การตรวจสอบและการซอมบํารุงรถยนตเมื่อเครื่องยนตรอนผิดปกติ การตรวจสอบความรอนของเครื่องยนต สามารถดูไดจากเกจวัดอุณหภูมิบริเวณหนาปดรถยนต ถาหากเข็มชี้ขึ้นไปที่ขีด สีแดง หรือในรถยนตบางรุนอาจใชสัญลักษณ H แสดงวา เครื่องยนตมีความรอนขึ้นผิดปกติ ซึ่งสามารถเกิดไดจากหลาย สาเหตุ เชน พัดลมระบายความรอนไมทํางาน หรือน้ํามันหลอลื่นต่ํากวาระดับ เปนตน เมื่อเครื่องยนตมีความรอนขึ้นสูง จะ เกิดไอน้ําพุงออกมาจากใตฝากระโปรง ผูขับขี่ตองหยุดรถและดับเครื่องยนตทันที เพื่อตรวจสอบและซอมบํารุง โดยปฏิบัติ ตามขั้นตอนตอไปนี้

ภาพที่ 2.7 เกจวัดอุณหภูมิความรอน 147 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

1) ปดเครื่องปรับอากาศและอุปกรณไฟฟาตาง ๆ จากนั้นเปดไฟฉุกเฉิน 2) ตรวจสอบวามีไอน้ําพุงออกมาจากหองเครื่องหรือไม - ถามีไอน้ําพุงออกมาจากหองเครื่องยนต ใหดับเครื่องยนตทันที และรอจนกวาปริมาณไอน้ําจะ ลดลง จึงเปดฝากระโปรงรถ และติดเครื่องยนต - ถาไมมีไอน้ําพุงออกมาจากหองเครื่องยนต ใหเปดฝากระโปรงรถ ติดเครื่องยนตแบบเดินเบา และรอจนกระทั่งเครื่องยนตเย็นลง 3) หลังจากที่เครื่องยนตเย็นลง ตรวจสอบวาพัดลมระบายความรอนกําลังทํางานหรือไม หากกําลังทํางาน ใหดับ เครื่องยนตทันทีที่อุณหภูมิเครื่องยนตลดลง หากไมทํางาน ใหดับเครื่องยนตทันที 4) ตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็นในถังพักน้ําหลอเย็น หากระดับน้ําหลอเย็นลดลง ใหเติมจนถึงระดับขีด Full 5) ตรวจสอบระดับน้ําหลอเย็นในหมอน้ํา หากระดับน้ําหลอเย็นลดลง ใหเติมตามขั้นตอนดังนี้ - ใชผาเปยกหมาด ๆ คลุมฝาหมอน้ํา แลวคอย ๆ หมุนทวนเข็มนาฬิกาชา ๆ เพราะหากหมุนเร็ว อาจไดรับอันตรายจากน้ํารอนที่พุงออกมาได

ภาพที่ 2.8 ใชผาเปยกหมาด ๆ คลุมฝาหมอน้ําปองกันน้ํารอนลวกมือ - เมื่อไอน้ําเริ่มพุงออกมา ใหหยุดคลายฝาหมอน้ําสักครู หากมีไอน้ําหยุดพุงออกมาอีก ใหคอย ๆ คลายฝา ทําเชนนี้สลับกันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมุนฝาหมอน้ําออกได หากไมมีไอน้ําพุงออกมาอีก แสดงวาแรงดันในหมอน้ําลดลงแลว - หลังจากนั้นใหติดเครื่องยนต และเติมน้ําหลอเย็นลงไปในหมอน้ําจนถึงระดับฐานของคอหมอน้ํา - ปดฝาหมอน้ําและบิดใหแนนสนิทเหมือนเดิม เดินเครื่องยนตในตําแหนงเดินเบาตอไป และสังเกต ดูเข็มเกจวัดอุณหภูมิวาเลื่อนกลับมาอยูในตําแหนงปกติหรือไม 6) ตรวจสอบรอยรั่วของ หมอน้ําและทอยาง หากพบรอยรั่ว ใหดับเครื่องยนตแลวแกไขอุปกรณที่เสียหาย 7) ตรวจสอบความสมบูรณของอุปกรณในระบบน้ําหลอเย็น เชน ปมน้ํา วาลวน้ํา ปะเก็นฝาสูบ หรือเซ็นเซอร เปนตน 148 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 2.9 น้ําหลอเย็นในถังสํารองจะตองอยูในระดับ MAX ขอควรระวัง 1) น้ําที่พุงออกมาจากหมอน้ําจะมีอุณหภูมิมากกวา 100 องศาเซลเซียส ซึ่งเปนอันตรายตอผิวหนาและรางกาย ของมนุษย 2) หามกดฝาหมอน้ําแลวหมุนเพื่อเปด ใหหมุนเปดฝาหมอน้ําโดยไมตองกดฝาหมอน้ํา เพื่อลดอันตราย 3) ดับเครื่องยนตและตรวจสอบใหแนใจวาพัดลมไมทํางาน กอนเริ่มปฏิบัติงานใกลกับพัดลมระบายความรอน 4) ไมควรอยูใกลกับฝากระโปรงหนาในขณะที่มีไอน้ําพุงออกมา 3. การวิเคราะหสาเหตุที่น้ําในหมอน้ําลดลงตลอดเวลา เมื่อน้ําในหมอน้ําลดลงจนผิดปกติ ตองวิเคราะหสาเหตุโดยใชเครื่องทดสอบความดันระบบระบายความรอน โดยสราง ความดันเขาไปในระบบระบายความรอน แลวตรวจสอบวามีรอยรั่วที่จุดใดหรือไม เพื่อดําเนินการแกไขใหถูกตองตอไป

ภาพที่ 2.10 เครื่องทดสอบความดันระบบระบายความรอน

149 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3.1 การใชเครื่องทดสอบความดันระบบระบายความรอน เริ่มจากสรางความดันเขาไปในระบบตามคากําหนดในคูมือซอมประจํารถยนต และระเวลาประมาณ 2 – 3 นาที สังเกตเข็มบนหนาปดเครื่องทดสอบความดัน หากเข็มบนหนาปดลดระดับเรื่อย ๆ แสดงวา หมอน้ํารั่ว จากนั้นอานคา ความดันบนหนาปด ซึ่งมีหนวยเปน ปอนด ตอ ตารางนิ้ว (PSI) กอนวิเคราะหวามีรอยรั่วที่จุดใดในระบบระบายความ รอน ขอควรระวัง 1) ไมควรตรวจเติมน้ําระบายความรอนขณะที่เครื่องยนตยังรอน เนื่องจากไอน้ํารอนที่มีแรงดันอาจสัมผัส โดนรางกายใหบาดเจ็บได 2) หามสรางแรงดันในระบบระบายความรอนเกินกวา 1.5 kg/cm2 อาจทําใหหมอน้ําหรือทอแตกได 3) หามทําใหเครื่องมือทดสอบหมอน้ําตกกระแทกพื้น จะทําใหเครื่องมือชํารุดเสียหาย 4. การตรวจสอบและซอมบํารุงเมื่อไฟหนาและไฟสัญญาณตาง ๆ ไมติด เมื่อไฟหนาและไฟสัญญาณตาง ๆ ทํางานผิดปกติ ใหตรวจสอบวงจรไฟฟาตามหลักการที่ถูกตอง ดังนี้ - ตรวจสอบฟวสดวยมัลติมิเตอร - ตรวจสอบรีเลยดวยมัลติมิเตอร - ตรวจสอบหลอดไฟ ทั้งนี้ วิธีการตรวจสอบอุปกรณไฟฟาทั้ง 3 สวน สามารถดูไดจากหัวขอวิชาที่ 1 การบํารุงรักษารถยนตตามที่ผูผลิตกําหนด 4.1 หลักการทํางาน ชนิด และขนาดของฟวสสําหรับใชในรถยนต ฟวส (Fuse) มีหนาที่ปองกันและตัดกระแสไฟฟา (โดยการหลอมละลาย) เมื่ออุปกรณไฟฟาที่ตนเองมีหนาที่คุมอยู เกิดความผิดปกติขึ้น ดังนั้น ขนาดของฟวสที่ใชตองมีความเหมาะสมกับวงจรที่ควบคุมอยู การทํางานของฟวสจึงจะมี ประสิทธิภาพ ฟ ว ส ถูกต ออนุ กรมกั บ วงจร เมื่ อเป ดวงจร กระแสไฟฟาจะไหลผา นฟว ส ไปยัง อุป กรณ เปน จํานวนมาก ทํ าให กระแสไฟฟาไหลผานฟวสมากขึ้น สงผลใหเสนลวดฟวสมีจุดหลอมละลายต่ํา เกิดความรอนและขาดเพื่อตัดวงจรไมให กระแสไฟฟาไหลผานอุปกรณได จึงเปนการปองกันความเสียหายของอุปกรณและวงจรไฟฟาภายในรถยนต 4.1.1 ฟวสจะตัดกระแสไฟฟาเมื่อ - มีการลัดวงจร - มีการตอวงจรผิด 150 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

- กระแสไฟฟาในวงจรผิดปกติ 4.1.2 สาเหตุที่ตองมีฟวส - ปองกันไมใหอุปกรณอื่น ๆ ไดรับความเสียหาย - ปองกันการลุกไหมของวงจรไฟฟา - ปองกันความผิดพลาดที่อาจจะมีขึ้นได 4.1.3 ขนาดของฟวส - ฟวสที่นํามาเปลี่ยนทดแทนจะตองมีปริมาณกระแสไฟฟาเทาเดิม - หลีกเลี่ยงการเพิ่มขนาดของฟวส เมื่อมีการเพิ่มอุปกรณไฟฟาที่กินกระแสไฟมากขึ้น ในขณะที่ ยั งคงใช ส ายไฟขนาดเท าเดิม ขนาดของสายไฟที่เล็ ก เกิ น ไปจะก อใหเ กิด การลุ กไหม ขึ้ น ได เนื่องจากมีความร อนสู ง ในกรณีนี้ถาขนาดของสายไฟเล็ กเกิ นไป จะตองเดินสายไฟใหมโดยใช สายไฟที่มีขนาดใหญขึ้น 4.1.4 ชนิดของฟวสสําหรับใชในรถยนต ฟวสที่ใชในวงจรไฟฟารถยนต มีอยู 6 ชนิด ดังนี้ 1) ฟ ว ส แบบเสี ย บ ฟ ว ส แบบนี้แบงเปน สองขนาดคือ ตัว เล็กกับ ตัว ใหญ สว นมากจะใชควบคุม อุปกรณที่กินกระแสไฟไมมาก ที่ใชกันทั่วไปมีขนาด 5 A 10 A 15 A 20 A 25 A 30 A โดย แตละขนาดจะมีสีเฉพาะของฟวสขนาดนั้น ๆ เพื่อใหมีจุดสังเกตในการเลือกใช

ภาพที่ 2.11 ฟวสแบบเสียบ 2) ฟวสแบบหลอดแกว มีขนาดตั้งแต 5-50 A

ภาพที่ 2.12 ฟวสแบบหลอดแกว 151 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3) ฟ ว ส แบบสาย (มี ลั กษณะเหมือนสายไฟธรรมดา) เปน ตัว หลักที่ใชควบคุมอุป กรณไฟฟาใน รถยนต สวนมากจะตอติดอยูกับสายแบตเตอรี่

ภาพที่ 2.13 ฟวสแบบสาย 4) ฟวสเมน (มีลักษณะเปนกลอง) ใชเปนฟวสหลักในการควบคุมอุปกรณไฟฟาในรถยนต มีขนาด ตั้งแต 30-100 A มีทั้งแบบตัวผูและตัวเมีย

ภาพที่ 2.14 ฟวสเมน 5) ฟวสแบบกระดูก มีใชในรถยุโรป

ภาพที่ 2.15 ฟวสแบบกระดูก 6) ฟวสเครื่องเสียง โดยมากจะมีขนาด 30 – 60 A

ภาพที่ 2.16 ฟวสเครื่องเสียง 152 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

4.1.5 อุปกรณเสริม เมื่อตองติดตั้งอุปกรณไฟฟาเพิ่มเติมในกรณีที่อุปกรณไฟฟาไมมีฟว ส เชน ติดตั้งสปอรตไลทเพิ่ม ก็จําเปน ที่ จ ะต องติ ดตั้ งฟ ว ส ให กับ อุ ป กรณ นั้ น ซึ่งหนึ่ งในอุป กรณที่ มีบ ทบาทมาก คือ กระบอกฟว ส แต เ ดิ มนั้ น มี แ ต กระบอกสําหรับใสฟวสแกวเทานั้น ปจจุบันมีการผลิตกระบอกใสฟวสเสียบจําหนายแลว 1) กระบอกฟวสแกว

ภาพที่ 2.17 กระบอกฟวสแกว 2) กลองใสฟวสเสียบ

ภาพที่ 2.18 กลองใสฟวสเสียบ 4.1.6 ขนาดและสีของฟวสสําหรับใชในรถยนต ฟวสถูกกําหนดขนาดดวยตัวเลขของการทนกระแสไฟฟา มีหนวยเปนแอมแปร (A) ตารางที่ 1.1 ขนาดและสีของฟวส ฟวสแบบแผน

ฟวสแบบกลอง

ขนาดทนกระแส

สี

ขนาดทนกระแส

สี

5

น้ําตาลแกมเหลือง

30

เขียว

7.5

น้ําตาล

40

ชมพู

10

แดง

50

แดง

15

น้ําเงิน

60

เหลือง

20

เหลือง

80

ดํา

153 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ฟวสแบบแผน

ฟวสแบบกลอง

ขนาดทนกระแส

สี

ขนาดทนกระแส

สี

25

ใส

100

น้ําเงิน

30

เขียว

ภาพที่ 2.19 ขนาดและสีของฟวส ขอควรระวัง 1) คากระแสไฟฟาของฟวส คือ ขีดจํากัดของปริมาณกระแสไฟฟาที่สามารถไหลผานฟวสตัวนั้นได เชน ฟวส 30A หมายถึง ฟวสตัวนี้สามารถรองรับกระแสไฟฟาไดสูงสุด 30 A หากกระแสไฟฟา เกิน ฟวสจะขาดทันที 2) ในการเลือกซื้อฟวส จะตองซื้อฟวสที่มีคากระแสไฟฟาเทาฟวสตัวเดิมเทานั้น จึงควรเทียบขนาดกับ ฟวสตัวเกา และไมควรใสลวดทองแดง หรือโลหะอื่น ๆ แทนฟวส เพราะอาจทําใหเกิดการลุกไหมได 3) ควรมีฟวสสํารองไวใชในเวลาฉุกเฉิน เก็บไวในรถเสมอ 4.2 หลักการทํางาน ชนิด และโครงสรางของรีเลยสําหรับใชในรถยนต 4.2.1 หลักการทํางานของรีเลยสําหรับใชในรถยนต รี เ ลย (Relay) คื อ อุป กรณ อิเ ล็กทรอนิกสที่ทําหนา ที่ตัด - ตอวงจรคลายกับ สวิตช โดยใชห ลักการ หนาสัมผัส ซึ่งการที่จะใหรีเลยทํางานตองจายไฟใหกับรีเลยตามที่กําหนด เพราะเมื่อจายไฟใหกับรีเลยแลว รีเลย จะทําใหหนาสัมผัสติดกันกลายเปนวงจรปด และเมื่อรีเลยไมไดรับการจายไฟก็จะกลายเปนวงจรเปด ไฟที่ใชปอน ใหกับตัวรีเลยจะเปนไฟที่มาจากเพาเวอรฯของเครื่อง ดังนั้น ทันทีที่เปดเครื่องรีเลยก็จะทํางาน 154 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 2.20 รีเลย รีเลยมีบทบาทกับอุปกรณไฟฟาในรถยนตคอนขางมาก โดยเฉพาะระบบทํางานหลักของรถยนต เชน ระบบจายน้ํามัน ระบบระบายความรอน เปนตน หากไมมีรีเลย เมื่อบิดสวิตชกุญแจที่คอพวงมาลัย ไฟเผาหัวจะ ทํางาน ทําใหกระแสไฟฟาไหลผานสวิตชกุญแจสูงถึงประมาณ 100 แอมป ซึ่งจะทําใหเกิดควันและไหมทัน ที ดังนั้น เพื่อปองกันการไหม จึงตองใหกระแสไฟฟาไหลไปที่อื่นโดยไมผานสวิตชกุญแจ กลาวคือ ใหกระแสไฟฟาไป ไหลผานรีเลย รีเลยจึงเปนอุปกรณไฟฟาที่มีอยูในรถทุกคัน และมีโอกาสที่จะทําใหอุปกรณนั้น ๆ ไมทํางานได เนื่องจาก หนาสัมผัสของตัวรีเลยเองอาจจะไหม จากการใชงานมากหรือขั้วตอตาง ๆ ไมแนน เพราะอุณหภูมิที่ขาของรีเลย สูงมาก ดังนั้น เมื่ออุปกรณไฟฟาไมทํางานใหลองตรวจสอบวาฟวสขาดหรือรีเลยปกติหรือไม และเพื่อความไม ประมาทควรจะมีฟวสและรีเลยสํารองติดรถไวดวย

ภาพที่ 2.21 รูปรางของรีเลย รีเลยในรถยนตทํางานดวยแรงดัน 12 โวลต จึงตองเลือกใชรีเลยสําหรับรถยนตกับรถยนตเทานั้น แมวา รีเลยในวงจรอิเล็กทรอนิกสที่ทํางานดวยแรงดัน 12 โวลต จะมีอยู แตไมนิยมใชในรถยนต เนื่องจากขาของรีเลยมี รูปรางแตกตางกัน รีเลยในรถยนตมีหลายประเภท ตามอุปกรณหรือระบบตาง ๆ ดังนี้ - รีเลยไฟเลี้ยว (แฟลชเชอร) - รีเลยไฟหนารถยนต 155 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

- รีเลยพัดลมระบายความรอนหมอน้ํา - รีเลยตูแอร (คอยลเย็น) - ปมน้ํามันเชื้อเพลิง (ระบบหัวฉีด) - รีเลยชวยติด - รีเลยแตร 4.2.2 สวนประกอบของรีเลย รีเลย ประกอบดวยสวนสําคัญ 2 สวนหลัก คือ 1) ส ว นของขดลวด (coil) เหนี่ย วนํากระแสต่ํา ทํางานโดยรับ แรงดัน จากภายนอกตอครอมที่ ขดลวดเหนี่ยวนํานี้ เมื่อขดลวดไดรับแรงดัน (คาแรงดันที่รีเลยตองการขึ้นอยูกับชนิดและรุน ตามที่ ผู ผ ลิ ตกํ า หนด) จะเกิดสนามแมเหล็กไฟฟา ทําใหแกนโลหะดานในไปกระทุงใหแผน หนาสัมผัสตอกัน 2) สวนของหนาสัมผัส (contact) ทําหนาที่เหมือนสวิตชจายกระแสไฟใหกับอุปกรณที่ตองการ 4.2.3 จุดตอใชงานมาตรฐาน จุดตอใชงานมาตรฐาน ประกอบดวย 1) จุ ด ต อ NC ย อ มาจาก normal close หมายถึ ง ปกติ ป ด หรื อ หากยั ง ไม จ า ยไฟให ข ดลวด เหนี่ยวนํา หนาสัมผัสจะติดกัน โดยทั่วไปเรามักตอจุดนี้เขากับอุปกรณหรือเครื่องใชไฟฟาที่ ตองการใหทํางานตลอดเวลา 2) จุ ด ต อ NO ย อ มาจาก normal open หมายถึ ง ปกติ เ ป ด หรื อ หากยั ง ไม จ า ยไฟให ข ดลวด เหนี่ยวนํา หนาสัมผัสจะไมติดกัน โดยทั่วไปเรามักตอจุดนี้เขากับอุปกรณหรือเครื่องใชไฟฟาที่ ตองการควบคุมการเปดปด เชน พัดลมระบายความรอนหมอน้ํา หรือพัดลมเครื่องปรับอากาศ รถยนต เปนตน 3) จุดตอ C ยอมากจาก common คือ จุดรวมที่ตอมาจากแหลงจายไฟ

156 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 2.22 การตอใชงานหลอดไฟผานจุดตอใชงานมาตรฐาน 4.2.4 ขอคําถึงในการใชงานรีเลยทั่วไป 1) แรงดันใชงาน หรือแรงดันที่ทําใหรีเลยทํางานได หากเราดูที่ตัวรีเลยจะระบุคาแรงดันใชงานไว (หากใชในงานอิเล็กทรอนิกส สวนมากจะใชแรงดันกระแสตรงในการใชงาน) เชน 12VDC คือ ตองใชแรงดันที่ 12 VDC เทานั้น หากใชมากกวานี้ขดลวดภายในตัวรีเลยอาจจะขาดได หรือ หากใชแรงดันต่ํากวามากรีเลยจะไมทํางาน สวนในการตอวงจรนั้นสามารถตอขั้วใดก็ได เพราะ ตัวรีเลยจะไมระบุขั้วตอไว (นอกจากชนิดพิเศษ) 2) การใชงานกระแสไฟฟาผานหนาสัมผัส ซึ่งที่ตัวรีเลยจะระบุไว เชน 40ADC 12V คือ หนาสัมผัส ของรีเลยนั้นสามาถทนกระแสไฟฟาได 40 แอมแปรที่ 12VDC แตการใชก็ควรจะใชงานที่ระดับ กระแสไฟฟาต่ํากวานี้ เพราะถากระแสไฟฟามากหนาสัมผัสของรีเลยจะเสียหายได 3) จํานวนหนาสัมผัสการใชงาน ควรดูวารีเลยนั้นมีหนาสัมผัสใหใชงานกี่อัน และมีขั้วคอมมอนดวย หรือไม 4.2.5 ประเภทของรีเลย รีเลย เปนอุปกรณทําหนาที่เปนสวิตช มีหลักการทํางานคลายกับขดลวดแมเหล็กไฟฟาหรือโซลินอยด (solenoid) ใชควบคุมวงจรไฟฟาไดอยางหลากหลาย รีเลยเปนสวิตชควบคุมที่ทํางานดวยไฟฟา แบงออกตาม ลักษณะการใชงานไดเปน 2 ประเภท คือ 1) รีเลยกําลัง (Power Relay) หรือมักเรียกกันวา คอนแทกเตอร (Contactor) ใชในการควบคุม ไฟฟากําลัง มีขนาดใหญกวารีเลยธรรมดา 157 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2) รี เ ลย ค วบคุ ม (Control Relay) มี ข นาดเล็ ก กํ า ลั ง ไฟฟ า ต่ํ า ใช ใ นวงจรควบคุ ม ทั่ ว ไปที่ มี กําลังไฟฟาไมมากนัก หรือเพื่อการควบคุมรีเลยหรือคอนแทกเตอรขนาดใหญ รีเลยควบคุมหรือ เรียกงาย ๆ วา "รีเลย" 4.2.6 ชนิดของรีเลย ชนิดของรีเลยแบงตามลักษณะของคอยล หรือแบงตามลักษณะการใชงาน (Application) สามารถแบง ได 11 แบบ ไดแก 1) รีเลยกระแส (Current Relay) คือ รีเลยที่ทํางานโดยใชกระแส มีทั้งชนิดกระแสขาด (Under- current) และกระแสเกิน (Over current) 2) รีเลยแรงดัน (Voltage Relay) คือ รีเลยที่ทํางานโดยใชแรงดัน มีทั้งชนิดแรงดันขาด (Under-voltage) และ แรงดันเกิน (Over voltage) 3) รีเลยชวย (Auxiliary Relay) คือ รีเลยที่เวลาใชงานจะตองประกอบเขากับรีเลยชนิดอื่น จึงจะ ทํางานได 4) รีเลยกําลัง (Power Relay) คือ รีเลยที่รวมเอาคุณสมบัติของรีเลยกระแสและรีเลยแรงดัน เขาดวยกัน 5) รีเลยเวลา (Time Relay) คือ รีเลยที่ทํางานโดยมีเวลาเขามาเกี่ยวของดวย มีอยูดวยกัน 4 แบบ ไดแก - รีเลยกระแสเกินชนิดเวลาผกผันกับกระแส (Inverse time over current relay) คือ รีเลย ที่มีเวลาทํางานเปนสวนกลับกับกระแส - รีเลยกระแสเกินชนิดทํางานทันที (Instantaneous over current relay) คือรีเลยที่ ทํางานทันทีทันใดเมื่อมีกระแสไหลผานเกินกวาที่กําหนดที่ตั้งไว - รีเลยแบบดิฟฟนิตไทมเล็ก (Definite time lag relay) คือ รีเลยที่มีเวลาการทํางาน ไมขึ้นอยูกับความมากนอยของกระแสหรือคาไฟฟาอื่น ๆ ที่ทําใหเกิดงานขึ้น - รีเลยแบบอินเวอสดิ ฟฟนิ ต มินิ มั่มไทมเล็ ก (Inverse definite time lag relay) คื อ รีเลยทที่ ํางานโดยรวมเอาคุณสมบัติของเวลาผกผันกับกระแส (Inverse time) และแบบ ดิฟฟนิตไทมแล็ก (Definite time lag relay) เขาดวยกัน 6) รีเลยกระแสตาง (Differential Relay) คือ รีเลยที่ทํางานโดยอาศัยผลตางของกระแส

158 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

7) รีเลยมีทิศ (Directional Relay) คือ รีเลยที่ทํางานเมื่อมีกระแสไหลผิดทิศทาง มีแบบรีเลยกําลัง มีทิศ (Directional power Relay) และรีเลยกระแสมีทิศ (Directional current Relay) 8) รีเลยระยะทาง (Distance relay) คือ รีเลยระยะทางมีแบบตาง ๆ ดังนี้ - รีแอกแตนซรีเลย (Reactance relay) - อิมพีแดนซรีเลย (Impedance relay) - โมหรีเลย (Mho relay) - โอหมรีเลย (Ohm relay) - โพลาไรซโมหรีเลย (Polaized mho relay) - ออฟเซทโมหรีเลย (Off set mho relay) 9) รีเลยอุณหภูมิ (Temperature relay) คือ รีเลยที่ทํางานตามอุณหภูมิที่ตั้งไว 10) รีเลยความถี่ (Frequency relay) คือ รีเลยที่ทํางานเมื่อความถี่ของระบบต่ํากวาหรือมากกวา ที่ตั้งไว 11) บูคโฮลซรีเลย (Buchholz ’s relay) คือ รีเลยที่ทํางานดวยกาซ ใชกับหมอแปลงที่แชอยูใน น้ํามันเมื่อเกิดฟอลตขึ้นภายในหมอแปลง จะทําใหน้ํามันแตกตัวและเกิดกาซขึ้นภายในไปดัน หนาสัมผัส ใหรีเลยทํางาน 4.2.7 ความรูทั่วไปเกี่ยวกับรีเลย 1) หน า ที่ ข องรี เ ลย คื อ เป น อุ ป กรณ ไ ฟฟ า ที่ ใ ช ต รวจสอบสภาพการณ ข องทุ ก ส ว นในระบบ กําลังไฟฟาอยูตลอดเวลา หากระบบมีการทํางานที่ผิดปกติ รีเลยจะเปนตัวสั่งการใหตัดสวนที่ ลัดวงจรหรือสวนที่ทํางานผิดปกติออกจากระบบทันที โดยเซอรกิตเบรกเกอรจะเปนตัวที่ ตัด สวนที่เกิดฟอลตออกจากระบบจริง ๆ 2) ประโยชนของรีเลย - ทําใหระบบสงกําลังมีเสถียรภาพ (Stability) สูง โดยรีเลยจะตัดวงจรเฉพาะสวนที่เกิด ความผิดปกติออกเทานั้น ซึ่งจะเปนการลดความเสียหายใหแกระบบ - ลดคาใชจายในการซอมแซมสวนที่เกิดความผิดปกติ - ลดความเสียหาย ไมใหเกิดการลุกลามไปยังอุปกรณอื่น ๆ - ทําใหระบบไฟฟาไมดับทั้งระบบเมื่อเกิดฟอลตขึ้นในระบบ

159 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

4.3 วิธีการอานคาหรือหาตําแหนงติดตั้งฟวสและรีเลย วิธีการอานคาหรือหาตําแหนงติดตั้งฟวสและรีเลย บริเวณฝาครอบฟวสและรีเลยของรถยนต จะมีขนาดแอมแปร ของฟวสแตละชนิดที่ทํางานในรถยนตพรอมทั้งประเภทของฟวสซึ่งจะงายตอการตรวจสอบ ในกรณีฟวสและรีเลยเกิด ความผิดปกติในการใชงาน ตัวอยางการอานคาฟวสและรีเลย ดังนี้ - Power Window มีขนาด 40 A คือ หนาตางไฟฟาหรือกระจกที่ทํางานดวยระบบไฟฟา - Head Light มีขนาด 30 A คือ ไฟบริเวณหนารถยนต

ภาพที่ 2.23 วงจรไฟหนาใชรีเลยควบคุม - Horn Stop มีขนาด 15 A คือ แตร - Cooling Fan Relay คือ พัดลมหมอน้ํา

160 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 2.24 วงจรควบคุมพัดลมไฟฟาดวยเทอรโมสวิตช - Condenser Fan Relay คือ แอรภายในหองโดยสาร - Mg.Clutch Relay คือ คลัตช สําหรับในกรณีที่ฟวสขาด สามารถนําฟวสสํารองมาเปลี่ยนใชได แตตองมีขนาดแอมแปรที่เทากันกับฟวสเดิม

161 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบทดสอบ คําชี้แจง ใหผูรับการฝกพิจารณาขอความตอไปนี้วา ถูก หรือ ผิด และทําเครื่องหมาย x ลงในกระดาษคําตอบ ถูก

ผิด

ขอความ 1. การปะยางแบบแทงไหม เหมาะสําหรับรอยรั่วที่มีลักษณะเปนรูขนาดเล็ก 2. หากยางมีรอยรั่วหรือรอยฉีกขาดยาวเกิน 6 มิลลิเมตร จะไมสามารถแกปญหา ดวยการเปลี่ยนยางได 3. ความดั น ลมยางที่ เหมาะสมตามที่ ผูผ ลิ ตกํ าหนด ดูไดจ ากแผน ปา ยที่ ติ ด อยู บริเวณประตูดานขางคนขับ 4. ถามีไอน้ําพุงออกมาจากเครื่องยนต ใหเปดฝากระโปรงรถ และติดเครื่องยนต แบบเดินเบา 5. ถาขับรถทางโคงตลอดเวลาดวยความเร็วสูงและน้ําหนักสูงสุด แรงดันลมที่เพิ่ม จะตองขับไมเกิน 75 ไมล ตอชั่วโมง 6. การที่เครื่องยนตมีความรอนขึ้นผิดปกติ อาจเกิดจากพัดลมระบายความรอนไม ทํางาน หรือน้ํามันหลอลื่นต่ํากวาระดับ 7. กอนการสูบลมยาง ตองทําความสะอาดปมลมกอนทุกครั้ง 8. ขอดีของการปะยางแบบสตรีมรอน คือ สามารถอุดรอยรั่วไดดี และรอยปะจะ แนบสนิทไปกับยาง 9. เมื่อตองการจะตรวจสอบเครื่องยนตที่รอนผิดปกติ ตองเปดเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณไฟฟาตาง ๆ ใหครบ 10. ขอดีของการปะยางแบบสตรีมเย็น คือ ยางจะไมเสียรูปทรง 11. ควรติดเครื่องยนตทิ้งไวตลอดการตรวจสอบเครื่องยนตที่รอนผิดปกติ 12. ถ า ยางรถยนต ร อ น แรงดั น ลมอาจสู ง ขึ้ น จากที่ สู บ ไว เ ดิ ม ถึ ง 6 ปอนด ต อ ตารางนิ้ว 13. กอนเปลี่ยนยางรถยนต ควรใชผาคลุมสําหรับซอมคลุมสวนบังโคลนลอ เพื่อ ปองกันรอยขีดขวนบนตัวรถ

162 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ถูก

ผิด

ขอความ 14. การขึ้นแมแรงตะเฆ เพื่อใหลอลอยขึ้นจากพื้นเล็กนอย โดยที่ยางยังติดอยูกับ พื้น จะชวยเพิ่มแรงกด ซึ่งจะทําใหถอดนอตลอไดสะดวกขึ้น 15. ห ามสร างแรงดัน ในระบบระบายความร อนเกิน กว า 1.5 กิโ ลกรัม/ตาราง เซนติเมตร

163 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

กระดาษคําตอบ ขอ

ถูก

ผิด

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15

164 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 2.1 การเปลี่ยนยางรถยนต 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตนได 2. ปฏิบัติงานเปลี่ยนยางรถยนตได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 1 ชั่วโมง 30 นาที

3. คําชี้แจง ใหผูรับการฝกปฏิบัติการเปลี่ยนยางรถยนต

165 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 2.1 การเปลี่ยนยางรถยนต 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. ลอรถยนตที่มีสภาพพรอมใชงาน

จํานวน 1 เสน

3. แมแรงตะเฆ

จํานวน 1 ตัว

4. ประแจขันนอตลอ

จํานวน 1 อัน

5. ขาตั้งรองรับรถ

จํานวน 1 ตัว

6. ประแจวัดแรงบิด

จํานวน 1 อัน

7. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

8. หมอนรองลอรถกันลื่นไถล

จํานวน 4 อัน

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกให ทราบ 1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน 166 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

- ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การเปลี่ยนยางรถยนต ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียร ในตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ให เขาเกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ ปองกันรถไหล

3. คลุมผาสําหรับซอม

ใชผาคลุมสําหรับซอมคลุมสวนบังโคลน ลอ

4. รองลอรถ

นําหมอนรองลอรถไปรองลอคูที่ไมได เปลี่ยนยาง

167 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

5. ขึ้นแมแรงตะเฆ (ยางยังติดอยูกับพื้น)

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

ขึ้นแมแรงตะเฆ เพื่อใหลอลอยขึ้นจาก ห า มมุ ด เข า ใต ท อ ง พื้นเล็กนอย โดยที่ยางยังติดอยูกับพื้น

ร ถ เ พื่ อ ป อ ง กั น อั น ตรายในกรณี ที่ แม แ รงไม ส ามารถ รองรั บ น้ํ าหนั ก ของ รถได และห า มติ ด รถยนตขณะที่รถถูก ยกอยูบนแมแรง

6. คลายนอตลอ

ใชประแจคลายนอตลอออกทีละตัว ตามลําดับแคพอนอตหลวม

168 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 7. ขึ้นแมแรงตะเฆ (ลอลอยขึ้นจากพื้น)

คําอธิบาย ขึ้ น แม แ รงตะเฆ เพื่ อ ยกให ล อ รถยนต ลอยขึ้นจากพื้น

8. วางขาตั้งรองรับรถ

วางขาตั้งรองรับรถตามตําแหนงที่ คูมือ ซอมประจํารถยนตกําหนด

9. ถอดนอตลอ

ใช ป ระแจถอดนอตล อ ออกที ล ะตั ว ตามลําดับ

10. ถอดลอออกจากดุมลอ

ถอดล อออกจากดุ มล อ และนํายางไป ซอมแซมตามวิธีการที่เหมาะสม

169 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

11. ประกอบลอเขากับดุมลอ

คําอธิบาย

ประกอบลอที่ไดซอมแซมหรือมี ส ภาพ พร อ มใช ง านเข า กั บ ดุ ม ล อ ด ว ยความ ระมัดระวัง

12. ใชมือขันนอตลอ

ขันนอตลอทีละตัวตามลําดับ โดยใชมือ หมุนนอตลอใหแนนแบบพอตึงมือ

13. ขันนอตลอซ้ําดวยประแจขันนอตลอ

ใชประแจขันนอตลอ ขันนอตซ้ําใหแนน พอตึงมือ

170 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

14. นําขาตั้งรองรับรถออก

ขึ้ น แม แ รงตะเฆ อี ก ครั้ ง เพื่ อ นํ า ขาตั้ ง รองรับรถออก

15. ขันนอตลอซ้ําดวยประแจวัดแรงบิด

ใช ป ระแจวั ด แรงบิ ด ขั น นอตล อ ซ้ํ า อี ก ครั้งตามลําดับ โดยตั้งคาแรงบิดใหตรง ตามที่คูมือซอมประจํารถยนตกําหนด

16. ทําความสะอาดและจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ

ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ ปฏิบัติงาน และจัดเก็บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

171 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ

ความถูกตองตามวิธีการใชงาน

ครบถวน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

4

การคลายนอตลอกอนขึ้นแมแรง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การใชแมแรงและขาตั้งรองรับรถ

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

การถอดนอตลอหลังขึ้นแมแรง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

การขันนอตลอหลังประกอบยางอะไหล

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

8

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

9

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

10

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

172 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น

ครบถวน

ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยางถูกตองและ

ครบทั้ง 3 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน

ครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 2 ชนิด ใหคะแนน 1 คะแนน

3

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 2 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน 3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การคลายนอตลอกอนขึ้นแมแรง

คลายนอตลอพอหลวม และปฏิบัติตามขั้นตอนไดอยางถูกตอง ใหคะแนน 5 คะแนน

5

คลายนอตลอหลุ ด หรือ ไมปฏิบัติตามขั้นตอน อยางใดอยาง หนึ่งใหคะแนน 3 คะแนน คลายนอตหลุด และไมปฏิบัติตามขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การใชแมแรงและขาตั้งรองรับรถ

ใชเครื่องมือทั้งสองชิ้นไดอยางถูกตองตามขั้นตอน และวาง เครื่องมือถูกตําแหนง ใหคะแนน 5 คะแนน ใช เ ครื่ อ งมื อ ชิ้ น ใดชิ้ น หนึ่ ง ไม ถู ก ต อ งตามขั้ น ตอน หรื อ วางเครื่องมือผิดตําแหนง อยางใดอยางหนึ่ง

173 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

ใหคะแนน 3 คะแนน ใชเครื่องมือไมถูกตองตามขั้นตอน และวางเครื่องมือผิด ตําแหนง ใหคะแนน 0 คะแนน 6

การถอดนอตลอหลังขึ้นแมแรง

ถอดนอตลอถูกตองตามลําดับ

5

ใหคะแนน 5 คะแนน ถอดนอตลอไมถูกตองตามขั้นตอน 1 ขัน้ ตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ถอดนอตลอไมถูกตองตามขั้นตอน 2 ขัน้ ตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ถอดนอตลอไมถูกตองตามขั้นตอนมากกวา 2 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 7

การขันนอตลอหลังประกอบยางอะไหล

ขันนอตลอถูกตองตามลําดับ ใหคะแนน 5 คะแนน

5

ขันนอตลอไมถูกตองตามขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ขันนอตลอไมถูกตองตามขั้นตอน 2 ขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ขันนอตลอไมถูกตองตามขั้นตอนมากกวา 2 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 8

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย

3

และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 9

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยาง ใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน

174 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

3

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

จั ดเก็ บเครื่ องมื อและอุ ปกรณ ไม ถู กต อ ง และไม ครบถ ว น หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 10

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

38

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 27 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

175 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 2.2 การวิเคราะหหาสาเหตุที่น้ําในหมอน้าํ ลดลงตลอดเวลา 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนต เมื่อเกิดความเสียหายเบื้องตนได 2. ปฏิบัติงานวิเคราะหหาสาเหตุที่น้ําในหมอน้ําลดลงตลอดเวลาได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 1 ชั่วโมง 30 นาที

3. คําชี้แจง ใหผูรับการฝกปฏิบัติการวิเคราะหหาสาเหตุที่น้ําในหมอน้ําลดลงตลอดเวลา

176 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 2.2 การวิเคราะหหาสาเหตุที่น้ําในหมอน้ําลดลงตลอดเวลา 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - แวนตานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. เครื่องมือทดสอบหมอน้ํา

จํานวน 1 ชุด

3. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

4. กรวยเติมน้ํา

จํานวน 1 อัน

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกให ทราบ 1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน 1. ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

2. สารหลอเย็นหมอน้ํา

จํานวน 1 กระปอง 177 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การวิเคราะหหาสาเหตุที่น้ําในหมอน้ําลดลงตลอดเวลา ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. เขาเกียรรถยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร

ขอควรระวัง

กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียร ในตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ให เขาเกียรที่ตําแหนงเกียรวาง และดึง เบรกมือปองกันรถไหล 3. เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผาสําหรับซอม

เปดฝากระโปรงรถพรอมล็อกไมค้ํายัน

ล็อกไมค้ํายันฝา

และใชผาคลุมสําหรับซอมคลุมที่สวน

กระโปรงหนารถ

หนารถและบังโคลนซาย-ขวา

ทุกครั้ง เพื่อปองกัน ไมใหฝากระโปรงปด ระหวางปฏิบัติงาน

4. ตรวจสอบรอยรั่วของระบบระบายความรอน

ตรวจสอบรอยรั่วของระบบระบายความ ระวั ง การสั ม ผั ส กั บ รอนตามจุดตาง ๆ และสภาพทอยางน้ํา ชิ้ น ส ว น ที่ มี ค ว าม ดวยสายตา

178 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

รอน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

5. ดับเครื่องยนตและตรวจสอบรอยรั่วของระบบระบาย ดับเครื่องยนตและตรวจสอบรอยรั่วของ ความรอน

ระบบระบายความร อนตามจุ ด ต า ง ๆ และสภาพทอยางน้ําดวยสายตาอีกครั้ง หนึ่ง

6. ลดอุณหภูมิการทํางานของเครื่องยนต

รอใหเครื่องยนตเย็นลง

7. ลดแรงดันที่ฝาหมอน้ํา

คอย ๆ คลายฝาปดหมอน้ําเพื่อลด แรงดันดวยความระมัดระวัง

8. ตรวจสภาพฝาหมอน้ํา

เป ด ฝาหม อ น้ํ า และตรวจสภาพฝา ระวังหากเครื่องยนต หมอน้ํา

ยังรอน จะทําใหลวก มือได

179 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 9. เติมน้ําในหมอน้ําและถังพักน้ํา

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

เติ ม น้ํ า ในหม อ น้ํ า และถั ง พั ก น้ํ า ให ไ ด ระดับ

10. ติดตั้งเครื่องทดสอบความดัน

ติ ด ตั้ ง เครื่ อ งทดสอบความดั น ระบบ ระบายความรอนเขากับหมอน้ํา

11. สรางความดันเขาไปในระบบระบายความรอน

สร า งความดั น เข า ไปในระบบระบาย หามสรางแรงดันใน ความร อ นตามค า กํ า หนดในคู มื อ ซ อ ม ระบบระบายความ ประจํารถยนต

รอนเกินกวา 1.5 kg/cm2 อาจทําให หมอน้ําหรือทอแตก ได

12. ตรวจสอบการรั่วของหมอน้ํา

ตรวจสอบการรั่ ว ของหม อ น้ํ า จาก หนาปดของเครื่องทดสอบความดัน

180 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

13. ติดตั้งฝาหมอน้ําเขากับเครื่องมือทดสอบ

ขอควรระวัง

ติ ด ตั้ ง ฝาหม อ น้ํ า เข า กั บ เครื่ อ งมื อ ทดสอบใหถูกตอง

14. สรางความดันใหกับฝาหมอน้ํา

สรางความดันใหกับฝาหมอน้ํา

หามสรางแรงดันใน ระบบระบายความ รอนเกินกวา 1.5 kg/cm2 อาจทําให หมอน้ําหรือทอแตก ได

15. ตรวจสอบการรั่วของหมอน้ํา

ตรวจสอบการรั่ ว ของฝาหม อ น้ํ า จาก หนาปดของเครื่องทดสอบความดัน

16. ทําความสะอาดและจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ

ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

181 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

หมายเหตุ กรณีระบบระบายความรอนและฝาปดหมอน้ํามีสภาพปกติ (ดูดวยตา) ใหทดลองปดฝาหมอน้ํา ถาปดโดยไมใช แรงกดฝาหมอน้ําเลย ใหเปลี่ยนฝาหมอน้ําใหม

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

วิเคราะหหาสาเหตุไดถูกตอง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

ตรวจสอบรอยรั่ว

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

การติดตั้งอุปกรณและเครื่องมือตามที่กําหนด

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

8

การจั ดเก็ บ เครื่ อ งมื อ อุ ป กรณ และวั ส ดุ ห ลั ง ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ปฏิบัติงาน

9

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

182 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง แวนตานิรภัย รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยาง ถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 4 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 3 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 3 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

ตรวจสอบรอยรัว่ ได

ตรวจสอบหารอยรั่วไดถกู ตองทุกขั้นตอน

5

ใหคะแนน 5 คะแนน ตรวจสอบรอยรัว่ ผิดพลาด ขั้นตอนใดขัน้ ตอนหนึ่ง ใหคะแนน 3 คะแนน ตรวจสอบรอยรัว่ ไมถูกตองตามขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การลดอุณหภูมิของเครื่องยนตและลดแรงดันที่ฝาหมอน้ํา

ลดอุณหภูมิของเครื่องยนตและลดแรงดันที่ฝาหมอน้ําได ถูกตองทุกขั้นตอน ใหคะแนน 5 คะแนน ลดอุณหภูมิของเครื่องยนตหรือลดแรงดันที่ฝาหมอน้ําผิดพลาด ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ใหคะแนน 3 คะแนน

183 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

ลดอุณหภูมิของเครื่องยนตและลดแรงดันที่ฝาหมอน้ําผิดพลาด ใหคะแนน 0 คะแนน 6

การติดตั้งอุปกรณและเครื่องมือตามที่กาํ หนด

ติดตั้งเครื่องทดสอบความดันเขากับหมอน้ํา และติดตั้งฝา

5

หมอน้ําเขากับเครื่องทดสอบ ไดถูกตองตามขั้นตอน ใหคะแนน 5 คะแนน ติดตั้งเครื่องทดสอบความดันเขากับหมอน้ํา หรือ ติดตั้งฝา หมอน้ําเขากับเครื่องทดสอบ ไมถูกตองตามขั้นตอน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 3 คะแนน ติดตั้งเครื่องทดสอบความดันเขากับหมอน้ํา และติดตั้งฝา หมอน้ําเขากับเครื่องทดสอบ ไมถูกตองตามขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 7

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย

3

และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน

3

ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 9

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน

184 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

3

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

33

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 23 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

185 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

รายละเอียดหัวขอวิชาที่ 3 0921030103 การบํารุงรักษารถยนตประจําวัน (ใบแนะนํา) 1. ผลลัพธการเรียนรู 1. อธิบายวิธีการบํารุงรักษารถยนตประจําวันได 2. บํารุงรักษารถยนตประจําวันได

2. หัวขอสําคัญ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7.

การตรวจสอบลมยาง การตรวจดูรอยรั่วของน้ํามันใตทองรถ การดูแลน้ําระบายความรอน การตรวจสอบและเติมน้ํามันหลอลื่นเครื่องยนต การตรวจสอบและเติมน้ํามันเบรก การตรวจสอบและเติมน้ํามันคลัตช ขอปฏิบัติในการใชรถยนตประจําวัน

3. วิธีการฝกอบรม การฝกอบรมสามารถเลือกได 3 รูปแบบ คือ 1) การฝกอบรมดวยการสงมอบสื่อสิ่งพิมพ 2) การฝกอบรมที่ศูนยฝกอบรม 3) การฝกอบรมดวยสื่อในระบบออนไลน ดังรายละเอียดในขอแนะนําสําหรับสําหรับผูรับการฝก

4. อุปกรณชวยฝก อุปกรณชวยฝกสามารถเลือกใชงานได 2 รูปแบบ คือ 1. รูปแบบสื่อสิ่งพิมพ (Offline) ประกอบดวย - คูมือผูรับการฝก เพื่อใชศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ - คูมือการประเมิน เพื่อใชในการทดสอบ - สื่อวีดิทัศน (DVD) เพื่อประกอบการศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ 186 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. รูปแบบอิเล็กทรอนิกส (Online) ประกอบดวย - คูมือผูรับการฝกรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส (.pdf) เพื่อใชศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ - คูมือการประเมินรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส (.pdf) เพื่อใชในการทดสอบ - สื่อวีดิทัศน (Online) เพื่อประกอบการศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

5. การรับการฝกอบรม 1. ผูรับการฝกทําแบบทดสอบกอนฝก (Post-Test) แลวสงใหครูฝกหรือระบบประเมินผลตามวิธีที่เลือกฝกอบรม 1.1 ถาผลการประเมินผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลักสูตร จะมีสิทธิ์ขอเขารับการฝก ภาคปฏิบัติ (ถามี) หรือเขารับการฝกในโมดูลถัดไป หรือเขารับการฝกในโมดูลที่ครูฝกกําหนดได 1.2 ถาผลการประเมินต่ํากวารอยละ 70 ใหผูรับการฝกเขาฝกอบรมภาคทฤษฎี 2. การฝกอบรมภาคทฤษฎี ใหผูรับการฝกศึกษาคูมือผูรับการฝก และฝกหัดทําใบทดสอบทายหัวขอวิชา 3. เมื่อผูรับการฝกศึกษาคูมือผูรับการฝกประจําโมดูลนั้นเขาใจแลว ใหทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) แลวสงให ครูฝกหรือระบบประเมินผลเชนเดียวกับแบบทดสอบกอนฝก 4. การฝกอบรมภาคปฏิบัติ ผูรับการฝกอานและทําความเขาใจกับใบงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน และเกณฑการวัด และประเมินผลงาน 5. ผูรับการฝกเขารับการฝกที่ศูนยฝกอบรมที่ลงทะเบียนหรือจองไว 6. ผูรับการฝกอานระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยในการฝกของหนวยฝก 7. ผูรับการฝกฟงคําชี้แจงลําดับการปฏิบัติงานตามใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน 8. ผูรับการฝกปฏิบัติงานตามใบงาน แลวสงใหครูฝกตรวจประเมินผล 9. ผูรับการฝกที่คะแนนผลงานผานเกณฑรอยละ 70 สามารถขอทดสอบเพื่อจบโมดูลที่ฝกกับครูฝก

6. การวัดผล 1. ผูรับการฝกสงแบบทดสอบกอนฝก ใหครูฝกหรือระบบประเมินผลภาคทฤษฎีตามวิธีที่เลือกฝกอบรม 1.1 ถาผลการประเมินผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลักสูตร จะมีสิทธิ์ขอเขารับการฝก ภาคปฏิบัติ (ถามี) หรือเขารับการฝกในโมดูลถัดไปได 1.2 ถาผลการประเมินต่ํากวารอยละ 70 ใหครูฝกมอบหมายใหผูรับการฝกศึกษาเนื้อหาจากสื่อดวยตนเองจนเขาใจ จึงทําแบบทดสอบหลังฝก (Post-Test) 2. ผูรับการฝกสงแบบทดสอบหลังฝก ใหครูฝกหรือระบบประเมินผลภาคทฤษฎี โดยใชหลักเกณฑเดียวกับการประเมิน แบบทดสอบกอนฝก 3. ผูรับการฝกสงผลงานในการฝกภาคปฏิบัติใหครูฝกตรวจประเมินผลงานของผูรับการฝก โดยตองผานเกณฑรอยละ 70 ตามที่กําหนดในเอกสารโครงรางหลักสูตร จึงจะมีสิทธิ์เขารับการฝกในโมดูลถัดไป หรือเขารับการฝกในโมดูลที่ ครูฝกกําหนดได 187 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

7. บรรณานุกรม การดูแลรักษารถยนตเบื้องตนดวยตนเอง. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://www.welovecivic.com/ forum/index.php?topic=127332.0;wap2 ศูนยฝกพัฒนาฝมือแรงงานจังหวัดกาญจนบุรี. การบํารุงรักษารถยนต. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : https://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=8&cad=rja&uact=8&ved= 0ahUKEwj76u3Z8PLXAhWBgI8KHSUGA-sQFghUMAc&url=http%3A%2F%2Fhome.dsd.go.th %2Fphuketskill%2Fdoc%2Fpumrung.doc&usg=AOvVaw1TWOtWOFZ_XapRmJRDH13g

188 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขอมูล หัวขอวิชาที่ 3 การบํารุงรักษารถยนตประจําวัน การดูแลรักษารถยนตถือเปนเรื่องสําคัญและจําเปน เพื่อใหรถยนตอยูในสภาพพรอมใช ชวยยืดอายุการใชงาน รวมไปถึง สรางความปลอดภัยใหแกผูขับขี่และผูโดยสารอีกดวย ซึ่งการบํารุงรักษารถยนตประจําวัน สามารถทําไดดังตอไปนี้ 1. การตรวจสอบลมยาง การตรวจสอบลมยาง หรือ การตรวจสอบแรงดันลมยาง เปนสิ่งที่ควรที่ผูใชรถควรทําเปนประจําทุกเดือน เพื่อรักษา แรงดันลมยามใหอยูในระดับที่เหมาะสมตามคูมือซอมบํารุงประจํารถกําหนด ซึ่งสงผลใหไดสามารถขับขี่และควบคุมรถไดดี ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังชวยใหยางเกิดความสึกหรอนอยลงดวย โดยการตรวจสอบลมยางเบื้องตนสามารถพิจารณาความผิดปกติได ดวยสายตาวา ยางเสียรูปทรงหรือยางออนหรือไม หากยางผิดปกติ แสดงวาลมยางของแตละลอไมเทากัน ซึ่งจะสงผลตอการ ทรงตัวของรถ ทําใหเบรกไมอยู สาย และอาจทําใหเกิดอุบัติเหตุได ดังนั้น ควรตรวจสอบลมยางอยางสม่ําเสมอ วิธีการ ตรวจสอบลมยางเบื้องตน มีขอปฏิบัติดังนี้ 1) ควรตรวจสอบลมยางเปนประจําตามคําแนะนําในคูมือประจํารถอยางนอยสัปดาหละครั้ง 2) หากเปนยางใหมในชวงระยะ 3,000 กิโลเมตรแรก ควรเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบลมยางใหมากกวาปกติ เพราะเปนชวงที่ยางกําลังขยายตัวเพื่อปรับสภาพ อาจสงผลทําใหความดันลมยางลดลงได 3) หามปลอยลมยางในขณะที่ยางมีความดันกําลังลมยางสูงเพราะความรอนจากการใชงาน เนื่องจากเมื่อยาง เย็นตัวลงแลว ความดันลมก็จะลดลงและอยูในระดับปกติ 4) ควรเปลี่ยนวาลวและแกนวาลวลมยางทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม เพื่อปองกันลมยางรั่วซึม 5) ตรวจสอบและเติมลมยางอะไหลทุก ๆ เดือน เพื่อใหพรอมรับเหตุการณฉุกเฉิน 6) ในกรณีขับรถดวยความเร็วสูง ควรเติมลมยางใหมากกวาปกติ 3 ถึง 5 ปอนดตอตารางนิ้ว เพื่อลดการบิดตัว ของโครงยาง และชวยลดความรอน

ภาพที่ 3.1 การตรวจสอบลมยาง 189 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

การตรวจสอบแรงดันลมยาง เปนขั้นตอนที่สามารถทําไดดวยตนเอง โดยใชเกจวัดลมยางที่ไดมาตรฐาน เริ่มจากคลายจุกยาง ที่ลอออก เสียบเกจวัดลมยางเขาไปบริเวณที่บริเวณดังกลาว และถือเกจวัดลมยางคางไวนิ่ง ๆ สักครู จากใหอานคาแรงดันลมยาง ที่แสดงบนหนาปดของเกจวัดลมยาง ซึ่งโดยทั่วไปแรงดันลมยางจะอยูที่ 28-32 ปอนด/ ตร.นิ้ว (psi) ทั้งนี้อาจมากกวาหรือ นอยกวานี้ขึ้นอยูกับชนิด และประเภทของรถยนตที่ใชงาน สามารถดูไดจากคูมือซอมบํารุงประจํารถ เชน รถยนต HONDA CIVIC มีคาแรงดันลมยางที่เหมาะสม คือ 420 kPa (4.2 kgf/ cm2, 60 psi) เปนตน 2. การตรวจดูรอยรั่วของน้ํามันใตทองรถ การตรวจสอบรอยรั่วของของเหลวใตทองรถสามารถตรวจสอบความผิดปกติไดดวยสายตา ถาพบรอยรั่วของของเหลว ตาง ๆ เชน ที่ลอหรือรอยรั่วของน้ํามันเครื่อง น้ํามันเบรก น้ํามันเกียร น้ํามันเฟองทาย ตองหยุดใชงานรถทันที และดําเนินการ แกไขหรือปรึกษาชางผูเชี่ยวชาญ แตในกรณีที่พบน้ําหลอเย็นรั่ว ใหหาที่มาของรอยรั่วดังกลาว ถารั่วบริเวณขอตอ ใหใชไขควง กวดอัดเข็มขัดรัดใหแนน เปนตน

ภาพที่ 3.2 การตรวจดูรอยรั่วของน้ํามันใตทองรถ 3. การดูแลน้ําระบายความรอน การดูแลน้ําระบายความรอน ทําไดโดยเปดฝาหมอน้ําออก เพื่อดูระดับน้ําในหมอน้ํา หากน้ําอยูในระดับต่ํากวาขีดที่ กําหนด ใหเติมน้ําสะอาดลงไปใหอยูในระหวางขีด UPPER LEVEL กับ LOWER LEVEL กรณีน้ําระบายความรอนลดลงใน ปริมาณมากและเกิดขึ้นบอย ใหตรวจสอบระบบระบายความรอนอยางละเอียดและรีบแกไขโดยเร็ว เนื่องจากระบบระบาย ความรอนทําหนาที่รักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต ใหความรอนของเครื่องยนตอยูในอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบระบายความรอนที่ใชในเครื่องยนตทั่วไปมี 2 แบบ ดังนี้

190 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

1) ระบบระบายความรอนดวยน้ํา ลักษณะการทํางานของระบบระบายความรอนดวยน้ํา บริเวณรอบกระบอกสูบจะมีน้ําไหลเวียนอยู เพื่อรับ หรือดูดความรอนจากผนังรอบเครื่องยนต เมื่อน้ํามีอุณหภูมิสูงขึ้นวาลวน้ําจะเปด น้ําที่หมุนเวียนอยูภายในหอง เครื่องไหลผานทอยางไปสูหมอน้ํา โดยไหลเขาทางเขาดานบนหมอน้ํา น้ําจะไหลจากบนลงลางผานครีบระบาย ความรอนหมอน้ํา หรือเรียกอีกอยางหนึ่งวา รังผึ้ง ซึ่งในขณะเดียวกัน พัดลมระบายความรอนจะดูดอากาศที่ อยู ภายนอกหมอน้ํา ผานครีบระบายความรอนหมอน้ําออกมาทางดานหลัง น้ําที่ไหลจากบนลงลางจึงไหลผานลมเย็น ทําใหน้ํามีอุณหภูมิลดลง โดยดานลางของหมอน้ําจะมีทอยางตอไปยังผนังเสื้อสูบ น้ําจึงไหลเวียนไปมาระหวาง หองเครื่องกับหมอน้ําอยางตอเนื่อง เพื่อระบายความรอน

ภาพที่ 3.3 ระบบระบายความรอนดวยน้ํา 2) ระบบระบายความรอนดวยอากาศ ลักษณะการทํางานของเครื่องยนตที่ใชระบบนี้ คือ บริเวณรอบ ๆ กระบอกสูบและฝาสูบจะทําเปนครีบ เพื่อให ผิวสัมผัสกับอากาศและความรอนจากเครื่องยนตที่กระจายอยูบริเวณครีบ เพื่อใหการระบายความรอนดีขึ้น โดย ใชลมจากธรรมชาติไหลผานเครี่องยนตตลอดเวลาขณะที่เครื่องยนตแลนไป

191 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 3.4 ระบบระบายความรอนดวยอากาศ 4. การตรวจสอบและเติมระดับน้ํามันเครื่อง การตรวจสอบระดับน้ํามันเครื่องถือเปนสิ่งสําคัญอยางยิ่ง เพราะหากน้ํามันเครื่องอยูในระดับต่ํากวาเกณฑที่กําหนดจะทําให ภายในเครื่องยนตสึกหรอ การตรจสอบระดับน้ํามันเครื่อง สามารถทําไดโดยดึงเหล็กวัดออกมาเช็ดทําความสะอาด และใส กลับเขาไปยังตําแหนงเดิม จากนั้นใหดึงออกมาตรง ๆ ในแนวดิ่ง ดูระดับน้ํามันจากคราบน้ํามันเครื่องที่ติดอยูบนปลายเหล็กวัด ซึ่งระดับน้ํามันเครื่องจะตองอยูระหวางกลางขีด L (Low) และ F (Full) หากอยูต่ํากวาขีด L ใหเติมน้ํามันเครื่องลงไป การเติมน้ํามันเครื่อง ใหเปดฝาปดชองน้ํามันเครื่อง คอย ๆ เติมน้ํามันเครื่องลงไป เพื่อปองกันไมใหน้ํามันเครื่องหกลน ออกมาขางนอก เมื่อเติมน้ํามันเครื่องเรียบรอยแลวใหใสฝาปดชองเติมน้ํามันเครื่องกลับเขาที่และปดใหแนน จากนั้นรอ ประมาณ 3 นาที จึงตรวจสอบระดับน้ํามันเครื่องดวยกานวัดอีกครั้งหนึ่ง กรณีที่น้ํามันเครื่องหกหรื อลน ออกมาข างนอก ใหรีบเช็ดทําความสะอาดทัน ที เพราะน้ํามัน เครื่องที่หกออกอาจทํา อันตรายตอชิ้นสวนตาง ๆ ภายในหองเครื่องได 4.1 เกรดของน้ํามันเครื่อง แบงตามการใชงานของเครื่องยนต เกรดของน้ํามันเครื่อง แบงตามการใชงานของเครื่องยนตได 2 ชนิด คือ 4.1.1 มาตรฐานสําหรับเครื่องยนตแกสโซลีน 1) SA สําหรับเครื่องยนตเบนซินทํางานเบา มีสารเพิ่มคุณภาพสารปองกันฟองและสารที่ทําให น้ํามันเครื่องไหลตัวไดในอุณหภูมิต่ํา 2) SB สําหรับเครื่องยนตเบนซินทํางานเบา มีสารเพิ่มคุณภาพปองกันการรวมตัวระหวางน้ํามันกับ ออกซิเจนในอากาศและสารปองกันการสึกหรอ

192 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3) SC สําหรับเครื่องยนตเบนซินทํางานระดับกลาง มีสารเพิ่มคุณภาพสารตานทานการรวมตัวกับ เขมา และสารปองกันการสึกหรอและสนิม 4) SD สําหรับเครื่องยนตเบนซินทํางานปานกลางถึงหนัก มีสารเพิ่มคุณภาพตานทานการรวมตัว ของเขมาและตะกอนที่อุณหภูมิสูง 5) SE สําหรับเครื่องยนตเบนซินทํางานหนัก มีสารเพิ่มคุณภาพ เอส ซี และ เอส ดี 6) SF สําหรับเครื่องยนตเบนซิน มีคุณสมบัติปองกันการเสื่อมสภาพ สามารถจะทนความรอนสูง กวา SE และยังมีสารชําระลางคราบเขมาไดดีขึ้น 7) SG มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นกวามาตรฐาน SF โดยเฉพาะมีสารปองกันการสึกหรอ สารปองกันการ กัดกรอน สารปองกันสนิม และสารปองกันการเสื่อมสภาพเนื่องจากความรอน 8) SH บริษัทผูผลิตเครื่องยนตไดมีการพัฒนาเครื่องยนตอยางรวดเร็วมีระบบใหม ๆ ในเครื่องยนต ที่ถูกคิดคนนําเขามาใช เชน ระบบ Twin Cam, Fuel Injector, Multi-Valve และVariable Valve Timing และยังมีการติดตั้งระบบแปรสภาพไอเสีย (Catalytic Convertor) เพิ่มขึ้น 9) SJ มีคุณสมบัติทั่วไปคลายกับมาตรฐาน SH แตจะชวยประหยัดน้ํามันเชื้อเพลิงไดดีกวา มีคา การระเหยตั ว (Lower Volatility) ต่ํ า กว า ทํ า ให ล ดอั ต ราการกิ น น้ํ า มั น เครื่ อ งลงและมี ค า ฟอสฟอรัส (Phosphorous) ที่ต่ํากวา ซึ่งจะชวยใหเครื่องกรองไอเสียใชงานไดนานขึ้น 10) SL มีประสิทธิภาพสูงกวา SJ ในทุก ๆ ดาน ไมวาจะเปน การปองกันการสึกหรอและการเกิด สนิม ปองกันการทําปฏิกิริยากับออกซิเจน ลดการเกิดตะกอนที่อุณหภูมิสูงไดดีกวา ลดการ สิ้นเปลืองและชวยประหยัดน้ํามันเชื้อเพลิงไดดีขึ้น เหมาะที่จะใชกับรถยนตตั้งแตป 2001 ขึ้นไป 11) SM เปนชั้นคุณภาพที่พัฒนาตอมาจาก SL เพิ่มเติมการกําหนดคากํามะถันในดานการปองกัน ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณกําจัดไอเสียเชนกัน รวมทั้งพัฒนาคุณสมบัติดานการระเหย การ ตานทานการรวมตัวกับออกซิเจน และการปองกันการสึกหรอ 12) SN พั ฒ นาต อจาก SM โดยเพิ่มความสามารถด านการชะลา ง ทําความสะอาดเครื่ อ งยนต (Detergency) มีการประเมินผลการเกิดคราบเขมาคารบอนสะสมที่ลูกสูบ (Weighted Piston Deposits) ที่เขมงวดขึ้น ตานทานการกระจายสิ่งสกปรก (Dispersancy) และเขมงวดในการวัด คาตามที่เกิดขึ้นในเครื่องยนต

193 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

4.1.2 มาตรฐานสําหรับเครื่องยนตดีเซล 1) CA สํ า หรั บ เครื่ องยนตดีเซลทํางานเบาและปานกลาง ใชน้ํามัน เชื้อเพลิงคุณภาพสูง มีส าร ปองกันการกัดกรอนและชะลางเขมา 2) CB สํ า หรั บ เครื่ องยนตดีเซลทํางานเบาและปานกลาง ใชน้ํามัน เชื้อเพลิงคุณภาพต่ํา มีส าร ปองกันการกัดกรอนและชะลางเขมา 3) CC สําหรับเครื่องยนตดีเซลที่ใชซุปเปอรหรือเทอรโบชารจสภาพปานกลางถึงหนัก มีสารเพิ่ม คุณภาพการชะลางกระจายเขมาและตะกอนที่มีอุณหภูมิสูงต่ํา 4) CD สําหรับเครื่องยนตที่ใชซุปเปอรหรือเทอรโบชารจ ทํางานหนักหรือหนักมากที่รอบสูง ใช น้ํามันเชื้อเพลิงที่มีชวงคุณภาพกวาง มีคุณสมบัติสูงในการชะลางกระจายเขมาและตะกอนที่มี อุณหภูมิสูงต่ํา 5) CE สําหรับเครื่องยนตที่ติดซุปเปอรชารจหรือเทอรโบที่ใชงานหนักและรอบจัด มีคุณภาพสูงกวา CD ปองกันการกินน้ํามันเครื่องไดอยางดีเยี่ยม 6) CF-4 สําหรับเครื่องยนตดีเซลรุนใหม 4 จังหวะที่ติดซุปเปอรชารจหรือเทอรโบที่ใชงานหนักและ รอบจัด เปนน้ํามันเครื่องเกรดรวม สามารถปองกันการกินน้ํามันเครื่องไดดีเยี่ยม 7) CG-4 เหมาะสําหรับเครื่องยนตดีเซล 4 จังหวะที่มีรอบสูงและใชน้ํามันดีเซลที่มีสวนผสมของ กํามะถันนอยกวา 0.5% นอกจากนี้ยังเหมาะที่จะใชกับเครื่องยนตดีเซลที่ผานมาตรฐานดาน มลพิษในไอเสียป 1994 อีกดวย 8) CH-4 เหมาะสํ า หรั บ เครื่องยนตดีเซล 4 จังหวะที่มีร อบสูง ใชน้ํามัน ดีเซลที่มีสว นผสมของ กํามะถันไมเ กิ น 0.5% นอกจากนี้ยังเหมาะที่จ ะใชกับเครื่องยนตดีเซลที่ผานมาตรฐานด าน มลพิษในไอเสียป 1998 ดวย 9) CI-4 เปนเกรดคุณภาพที่ดีที่สุดในปจจุบัน สามารถใชไดกับเครื่องยนตดีเซล 4 จังหวะที่มีรอบสูง และผานมาตรฐานดานมลพิษในไอเสียป 2004 เหมาะสําหรับเครื่องยนตดีเซลที่ติดตั้งระบบ หมุ น วนไอเสี ย (EGR = Exhaust Gas Recirculation) และใช น้ํ า มั น ดี เ ซลที่ มี ส ว นผสมของ กํามะถันไมเกิน 0.5%

194 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ภาพที่ 3.5 การตรวจสอบระดับน้ํามันเครื่อง 5. การตรวจเติมน้ํามันเบรก การตรวจสอบระดับน้ํามันเบรก ใหดูบริเวณกระปุกน้ํามันเบรกจะมีคําวา MAX และ MIN อยู ซึ่งน้ํามันเบรกควรอยูใน ระดับ MAX หรืออยูระหวางระดับ MAX กับ MIN ถาน้ํามันเบรกอยูต่ํากวาเกณฑที่กําหนด ใหเติมน้ํามันเบรกลงไปเพิ่ม โดย ในขณะที่เติมตองระวังไมใหน้ํามันเบรกโดนสีรถ เพราะจะทําใหสรี ถไดรับความเสียหาย น้ํามันเบรกตามมาตรฐานสากลเปนสารเคมีสังเคราะหจําพวกโพลีไกลคอลและอีเทอร สามารแบงได 3 ประเภท ดังนี้ 5.1 น้ํามันเบรกที่ผลิตจากสารสังเคราะห เปนน้ํามันที่ไดจากการสังเคราะหสารไกลคอลหรืออีเทอร ซึ่งสารเหลานี้มี คุณสมบัติในการดูดซึมน้ําและไอน้ําในอากาศไดดี รวมถึงยังสามารถทนตออุณหภูมิสูงไดดี และไมแข็งตัว เมื่ อ อุณหภูมิต่ํา แตน้ํามันเบรกชนิดนี้มีขอเสีย เพราะเปนอันตรายตอสีรถ 5.2 น้ํามันเบรกที่ผลิตจากน้ําแร น้ํามันเบรกชนิดนี้ผลิตจากน้ํามันปโตรเลียมทั่วไป แตผลิตขึ้นมาเพื่อใชสําหรับเบรก โดยเฉพาะ จึงมีสมบัติที่ไมเปนอันตรายตอสีรถ ไมเปนอันตรายตอผิวหนัง และไมรวมตัวกับน้ํา แตมีขอเสียคือ ไม สามารถทนตออุณหภูมิสูงหรือต่ํามาก ๆ ได 5.3 น้ํามันเบรกที่ผลิตจากซิลิโคน เปนน้ํามันเบรกที่ผลิตจากซิลิโคนที่สังเคราะหขึ้นมาพิเศษ มีสมบัติทนตออุณหภูมิสูง ได ดี เ ป น พิ เ ศษ เมื่ ออุ ณหภู มิต่ํา ก็ ไม เ กิ ดการแข็งตัว ไมดูดซึมน้ําและไอน้ํา ไมเปน อัน ตรายตอสีร ถ และไมเปน อันตรายตอผิวหนัง

ภาพที่ 3.6 การตรวจดูน้ํามันเบรก 195 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

6. การตรวจสอบและเติมน้ํามันคลัตช การตรวจสอบระดับน้ํามันคลัตช ใหสังเกตบริเวณกระปุกน้ํามันคลัตช จะมีคําวา MAX และ MIN อยู ซึ่งน้ํามันคลัตชควร อยูในระดับ MAX เสมอ หากน้ํามันคลัตชอยูในระดับต่ํากวาเกณฑที่กําหนดให ควรเติมเพิ่มลงไป หากเกิดน้ํามันคลัตชรั่วไหล ขึ้นอาจเปนสาเหตุใหคลัตชไมสามารถทํางานได ดังนั้น ผูขับขี่รถยนตจึงควรตรวจระดับน้ํามันในถวยเก็บน้ํามันคลัตชเสมอ และตองเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กําหนดทุกครั้ง เพื่อปองกันความชื้นในอากาศที่ปะปนอยูกับน้ํามันคลัตช ซึ่งเปนผลใหเกิด การชํารุดเสียหายแกแมปมและปมตัวลางได ตองรีบดําเนินการแกไข หรือปรึกษาชางผูเชี่ยวชาญทันที

ภาพที่ 3.7 การตรวจน้ํามันคลัตช 7. ขอปฏิบัติในการใชรถยนตประจําวัน 1) ไมควรบรรทุกน้ําหนักมากเกินที่กําหนด เพราะจะทําใหสิ้นเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิง 2) ควรใชความเร็วไมเกิน 90 กิโลเมตร/ ชั่วโมง ซึ่งจะชวยประหยัดน้ํามันเชื้อเพลิง 3) ไม ควรเป ดแอร เ พื่ อนั่ ง หรื อนอนเล น ในรถ เพราะจะทําใหสิ้ น เปลื อ ง และอาจมีน้ํามัน ที่ เ ผาไหม ไ ม ห มด หลงเหลืออยูในกระบอกสูบ ซึ่งจะเปนตัวการทําใหเครื่องยนตสึกหรอ 4) ไมควรออกรถแบบกระตุกกระชาก และเลี้ยวหรือเบรกอยางแรง เพราะจะทําใหเกิดอันตราย และยังเปนการ ทําใหระบบสงกําลัง ผาเบรก และยางรถ สึกหรอเร็วขึ้นอีกดวย 5) ควรใชเกียรใหสัมพันธกับความเร็วรอบของเครื่องยนต 6) อยาวางเทากดคลัตชตลอดเวลาโดยไมจําเปน เพราะจะทําใหสิ้นเปลือง การเรงเครื่องแรง ๆ ขณะออกรถโดย ที่ยังไมปลอยคลัตชใหสุด หรือเขาเกียรกดแลวยังวางเทาบนแปนเหยียบคลัตชจะทําใหระบบคลัตชสึกหรอ และสิ้นเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิง 7) ไมควรเรงเครื่องยนตอยางรุนแรงบอย ๆ เพราะเครื่องยนตจะสึกหรอเร็วขึ้น 8) ควรเติมลมยางใหเหมาะสม เพื่อประหยัดน้ํามันเชื้อเพลิง และยืดอายุยางรถยนต 196 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

9) ไมปลอยใหหัวเทียนบอด หรือเสื่อมคุณภาพ เพราะจะทําใหรถยนตวิ่งไดระยะทางนอยลง 0.85 กิโลเมตรตอ น้ํามัน 1 ลิตร และยังทําใหเครื่องยนตสั่นที่รอบเดินเบา เปนผลใหชิ้นสวนตาง ๆ ชํารุดสึกหรอเร็ว 10) ควรดูแลความสะอาดไสกรองอากาศบอย ๆ หากพบสิ่งอุดตันปริมาณมากใหเปลี่ยนไสกรองใหม 11) ควรตรวจสอบระบบเบรกอยางสม่ําเสมอ เพราะหากเกิดปญหาเบรกติด เบรกตาย หรือตั้งระยะเบรกไม ถูกตอง จะทําใหตองใชน้ํามันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น และเปนอันตรายตอการหยุดรถเมื่อจําเปน 12) ควรเปลี่ยนน้ํามันเครื่องและไสกรองน้ํามันเครื่องตามกําหนด 13) เลือกใชน้ํามันหลอลื่นใหเหมาะสมกับสภาพเครื่องยนต เพื่อลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต และประหยัด น้ํามันเชื้อเพลิง 14) ควรเปลี่ยนใบปดน้ําฝนปละครั้งหรือตามความเหมาะสม 15) ตรวจสอบระบบไฟหนา ไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟสัญญาณอื่น ๆ ใหทํางานไดตามปกติ 16) ควรตรวจสอบ และควรเปลี่ยนยางใหมทุก 2 ป หรือตามอายุการใชงาน 17) ตรวจสอบระดับน้ําในถังพักน้ํา และหมั่นทําความสะอาดชองรังผึ้งหมอน้ําอยาใหมสี ิ่งอุดตัน 18) ควรตรวจสอบน้ํากรดแบตเตอรี่สัปดาหละครั้ง กรณีที่ใชแบตเตอรี่ประเภทเติมน้ํากรด ทําความสะอาดตาม ความจําเปน และเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามกําหนดระยะเวลา เพื่อปองกันปญหารถเสียระหวางเดินทาง

197 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบทดสอบ คําชี้แจง ใหผูรับการฝกพิจารณาขอความตอไปนี้วา ถูก หรือ ผิด และทําเครื่องหมาย x ลงในกระดาษคําตอบ ถูก

ผิด

ขอความ 1. ควรระวังไมใหน้ํากรดแบตเตอรี่กระเด็นหรือหกโดนสีรถยนต 2. ควรตรวจสอบลมยางเปนประจําอยางนอยเดือนละครั้ง 3. ควรขับรถโดยใชความเร็วไมเ กิน 90 กิโลเมตร / ชั่วโมง เพื่อประหยัด น้ํามั น เชื้อเพลิง 4. การตรวจสอบระดับน้ํามันเครื่อง พิจารณาจากคราบน้ํามันที่ปลายกานวัด โดย จะตองอยูตรงกับขีด F (Full) เทานั้น จึงจะเหมาะสม 5. ไมควรเปลี่ยนวาลวและแกนวาลวลมยางทุกครั้งที่เปลี่ยนยาง เพราะจะทําใหลม ยางรั่วซึม 6. ควรเปลี่ยนใบปดน้ําฝนปละครั้งหรือพิจารณาตามความเหมาะสม 7. หากเปนยางใหมในชวงระยะ 3,000 กิโลเมตร ควรลดความถี่ในการตรวจสอบ ลมยาง เพราะเปนชวงที่ยางกําลังปรับสภาพ 8. ไมควรเรงเครื่องยนตอยางรุนแรงบอย ๆ เพราะเครื่องยนตจะสึกหรอเร็วขึ้น 9. ในกรณีที่ขับรถดวยความเร็วสูง ควรเติมลมยางใหมากกวาปกติ 3 เทา เพื่อเพิ่ม การบิดตัวของโครงยาง 10. ความดันลมยางของรถยนตนั่งสวนบุคคลโดยทั่วไปจะอยูที่ประมาณ 28 – 32 ปอนด / ตารางนิ้ว

198 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

กระดาษคําตอบ ขอ

ถูก

ผิด

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

199 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 3.1 การตรวจสอบสภาพยางและเติมลมยาง 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตประจําวันได 2. ปฏิบัติงานตรวจสอบสภาพยางและเติมลมยางได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 30 นาที

3. คําชี้แจง ใหผูรับการฝกปฏิบัติการตรวจสอบสภาพยางและเติมลมยาง

200 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 3.1 การตรวจสอบสภาพยางและเติมลมยาง 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. ปมลม

จํานวน 1 ชุด

3. หัวเติมลมยาง

จํานวน 1 อัน

4. เกจวัดลมยาง

จํานวน 1 อัน

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ 1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน - ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

201 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การตรวจสอบสภาพยางและเติมลมยาง ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร

ขอควรระวัง

กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียรใน ตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ใหเขา เกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ ปองกันรถไหล 3. ตรวจสอบสภาพยางรถยนต

ตรวจสอบสภาพของยางที่ใชงานทั้ง 4 เสน และยางอะไหล วามีรองรอยการชํารุด หรือไม

4. ตรวจสอบความดันลมยาง

เปดฝาปดวาลว ยาง และใชเกจวัดลมยาง ไมควรตรวจสอบคาลม ตรวจสอบแรงดัน (โดยทั่วไปแรงดันลมยาง ยางขณะรถยนตรอน ของรถเก ง ประมาณ 28 -30 ปอนด / เนื่องจากคาความดัน ตารางนิ้ว)

ภายในยางจะสูงขึ้นและ ไมตรงกับคาที่ใชวัดตาม มาตรฐาน

202 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 5. เติมลมยาง

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

ถาลมยางต่ํากวามาตรฐาน ใหเติมจนไดตาม หามเติมลมยางเกินกวา คาที่กําหนด และตรวจสอบการรั่วซึม

มาตรฐาน เพราะอาจ ทําใหยางแตก จนเกิด อุบัติเหตุได

6. ทํ า ความสะอาดและจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ ใช ผ า เช็ ด ทํ า ความสะอาดบริ เ วณสถานที่ อุปกรณ

ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

203 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การตรวจสอบสภาพยาง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การเติมลมยาง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุ

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

หลังปฏิบัติงาน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

204 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยางถูกตองและ ครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 3 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 2 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 2 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การตรวจสอบสภาพยาง

ตรวจสอบสภาพยางไดครบถวนและถูกตองตามวิธีการ

5

ใหคะแนน 5 คะแนน ตรวจสอบสภาพยางไมครบถวน หรือ ไมถูกตองตามวิธีการ อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 3 คะแนน ตรวจสอบสภาพยางไมครบถวนและไมถูกตองตามวิธีการ ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การเติมลมยาง

เติมลงยางทั้ง 4 เสน และยางอะไหล ไดครบถวนและถูกตอง ตามคาที่กําหนด ใหคะแนน 5 คะแนน เติมลงยางทั้ง 4 เสน และยางอะไหล ไมครบถวน หรือ ไม ถูกตองตามคาที่กําหนด อยางใดอยางหนึ่ง

205 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

ใหคะแนน 3 คะแนน เติมลงยางทั้ง 4 เสน และยางอะไหล ไมครบถวน และไม ถูกตองตามคาที่กาํ หนด ใหคะแนน 0 คะแนน 6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

3

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 7

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

3

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

28

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 20 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

206 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 3.2 การตรวจสอบแบตเตอรี่และเติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่ 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตประจําวันได 2. ปฏิบัติงานตรวจสอบแบตเตอรี่และเติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่ได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัตงิ าน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 30 นาที

3. คําชี้แจง ใหผูรับการฝกปฏิบัติการตรวจสอบแบตเตอรี่และเติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่รถยนต

207 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 3.2 การตรวจสอบแบตเตอรี่และเติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่ 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - แวนตานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้นที่ปฏิบัติงาน ไมใหมีอุปกรณอื่นๆ ที่ไมเกี่ยวของ หรือวัสดุอันตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. แบตเตอรี่รถยนต

จํานวน 1 ลูก

3. ผาคลุมสําหรับซอมรถ

จํานวน 1 ชุด

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ 1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน 1. น้ํากลั่นแบตเตอรี่

จํานวน 1 ขวด

2. ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

3. น้ํารอน

จํานวน 1 ชามใหญ

208 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การตรวจสอบแบตเตอรี่และเติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร

ขอควรระวัง

กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียร ในตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ให เขาเกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ ปองกันรถไหล 3. ปดสวิตชไฟฉุกเฉิน

ปดสวิตชไฟฉุกเฉินตาง ๆ ภายในรถ

4. เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผาสําหรับซอม

เปดฝากระโปรงรถพรอมล็อกไมค้ํายัน

ล็อกไมค้ํายันฝา

และใชผาคลุมสําหรับซอมคลุมที่สวน

กระโปรงหนารถ

หนารถและบังโคลนซาย-ขวา

ทุกครั้ง เพื่อปองกัน ไมใหฝากระโปรงปด ระหวางปฏิบัติงาน

209 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 5. ตรวจสอบสภาพภายนอกของแบตเตอรี่

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

ตรวจสอบสภาพภายนอกของแบตเตอรี่ ระวังน้ํากรด วามีรอยแตกราว หรือมีสิ่งสกปรกจับอยู แบตเตอรี่กระเด็น หรือไม

เขาตา หรือโดน รางกาย

6. ตรวจสอบระดับน้ํากรดแบตเตอรี่

ตรวจสอบระดับน้ํากรดแบตเตอรี่ หาก น้ํากรดแบตเตอรี่อยูต่ํากวาระดับ ตอง เติมน้ํากลั่นใหไดระดับดวย

7. เติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่

เติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่ในแตละชอง

หามเติมน้ํากลั่นเกิน ปริมาณที่กําหนด เพราะจะทําให น้ํากรดลนจนสัมผัส กับรางกายได

8. ตรวจสอบสภาพขั้วของแบตเตอรี่ทั้ง 2 ขั้ว

ถาขั้วแบตเตอรี่ ทั้งขั้ว บวกและขั้ ว ลบมี ระวังน้ํารอนลวก คราบเกลือเกาะอยูใหคลายขั้วออก และ ผิวหนัง ใชน้ํารอนลางใหสะอาด จากนั้นใหขัน ขั้วเขาตามเดิม

210 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

10. ทําความสะอาดแบตเตอรี่

ใชผาเช็ดทําความสะอาดแบตเตอรี่

11. ทําความสะอาดและจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ

ใชผาเช็ดทําความสะอาดบริเวณสถานที่ ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

211 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การตรวจสอบระดับน้ํากรดแบตเตอรี่

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การทําความสะอาดขั้วแบตเตอรี่

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลัง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงาน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

212 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง แวนตานิรภัย รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยาง ถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 4 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 3 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 3 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

ตรวจสอบระดับน้ํากรดแบตเตอรี่และเติมน้ํากลั่น

ตรวจสอบระดับน้ํากรด และเติมน้ํากลั่นแบตเตอรี่ไดถูกตอง

แบตเตอรี่

ตามขั้นตอน และน้ํากรดอยูในระดับที่ถกู ตอง

5

ใหคะแนน 5 คะแนน ตรวจสอบระดับน้ํากรดไมถูกตอง หรือ เติมน้ํากลั่นในระดับ ไมถูกตอง

ใหคะแนน 3 คะแนน

ตรวจสอบระดับน้ํากรดไมถูกตอง และ เติมน้ํากลั่นในระดับ ไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การทําความสะอาดขั้วแบตเตอรี่

ทําความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ไดถูกตองตามขั้นตอน ใหคะแนน 5 คะแนน

213 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

ทําความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ไมถูกตองตามขั้นตอน 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 3 คะแนน ทํ าความสะอาดขั้ วแบตเตอรี่ ไม ถู กต องตามขั้ นตอนมากกว า 1 ขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

3

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 7

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

3

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

28

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 20 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได

214 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบงาน ใบงานที่ 3.3 การตรวจสภาพทั่วไปของรถยนตกอนนําไปใชงาน 1. วัตถุประสงคเชิงพฤติกรรม 1. บํารุงรักษารถยนตประจําวันได 2. ปฏิบัติงานตรวจสภาพทั่วไปของรถยนตกอนนําไปใชงานได 3. ปฏิบัติงานโดยคํานึงถึงความปลอดภัย

2. ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงาน - ระยะเวลาการฝกปฏิบัติงานรวม 2 ชั่วโมง 30 นาที

3. คําชี้แจง ใหผูรับการฝกตรวจสภาพทั่วไปของรถยนตกอนนําไปใชงาน ตารางบันทึกผลการปฏิบัติงาน สภาพการตรวจสอบ

รายการตรวจสอบ

ปกติ

1. ตรวจสอบสภาพภายนอกรถ - สภาพยางและแรงดันลม - รอยขีดขวนรอบตัวถังรถยนต

- สภาพของกระจกมองขาง - การทํางานของไฟหรี่ -

การทํางานของไฟหนา

-

การทํางานของไฟฉุกเฉิน

-

การทํางานของไฟเบรก

-

การทํางานของไฟเลี้ยว

- การทํางานของไฟถอยหลัง

215 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

เปลี่ยน

แกไข


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

สภาพการตรวจสอบ

รายการตรวจสอบ

ปกติ

2. ตรวจสอบสภาพภายในหองโดยสารรถยนต -

การทํางานของเบาะนั่ง ฝงคนขับและฝงขางคนขับ

- การทํางานของคันเกียร - การทํางานของระบบปรับอากาศ - การทํางานของวงจรไลฝา - การทํางานของเข็มขัดนิรภัย -

สภาพของกระจกมองหลัง

-

การทํางานของระบบล็อกประตู

-

การทํางานของไฟบนแผงหนาปด และเกจวัด

-

การทํางานของแตร

-

การขึ้นลงของกระจกประตู

-

การทํางานของใบปดน้ําฝน และที่ฉีดน้ําลางกระจก

3. ตรวจสอบสภาพภายในหองเครื่อง -

ระดับน้ํามันเครื่อง

- ระดับน้ํามันเกียร - ระดับน้ํามันเบรก - ระดับน้ํากรดแบตเตอรี่ และสภาพขั้วแบตเตอรี่ - สภาพสายพานและความตึงสายพาน - หมอน้ํา ฝาหมอน้ํา และระดับน้ําหลอเย็น - การทํางานของพัดลมระบายความรอนหมอน้ํา

216 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

เปลี่ยน

แกไข


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ใบขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ 3.3 การตรวจสภาพทั่วไปของรถยนตกอนนําไปใชงาน 1. การเตรียมการ 1.1 การเตรียมอุปกรณปองกันสวนบุคคล สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลกอนเริ่มปฏิบัติงาน ไดแก - ถุงมือผา - รองเทานิรภัย - แวนตานิรภัย - ชุดปฏิบัติการชาง 1.2 รับฟงคําสั่งจากครูฝก พรอมรับใบงาน 1.3 การเตรียมสถานที่ 1. ตรวจสอบสภาพพื้ น ที่ ป ฏิ บั ติงาน ไมใหมีอุป กรณอื่น ๆ ที่ไมเกี่ย วของ หรือวัส ดุอัน ตราย เชน สายไฟฟา วางกีดขวางอยู 2. ดูแลไมใหบุคคลที่ไมเกี่ยวของเขามาในบริเวณปฏิบัติงาน 3. เตรียมอุปกรณปฐมพยาบาลเบื้องตน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน 4. รับทราบจุดที่ตั้งของอุปกรณชวยเหลือในกรณีฉุกเฉินตางๆ รวมถึงวิธีการใชอุปกรณเหลานั้น 1.4 การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณตอผูรับการฝก 1 คน 1. รถยนต

จํานวน 1 คัน

2. ผาคลุมรถสําหรับซอม

จํานวน 1 ชุด

3. เกจวัดลมยาง

จํานวน 1 อัน

หมายเหตุ ตรวจสอบเครื่องมือวามีสภาพพรอมใชงานหรือไม หากพบวาเครื่องมือชิ้นใดชํารุด ใหรายงานครูฝกใหทราบ 1.5 การเตรียมวัสดุตอผูรับการฝก 1 คน - ผาเช็ดทําความสะอาด

จํานวน 1 ผืน

หมายเหตุ การตรวจสอบการทํางานของไฟ ไดแก ไฟหรี่ ไฟหนา ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน และไฟถอยหลัง จําเปนตอง ใชผูรับการฝก 2 คน โดยใหคนหนึ่งควบคุมสวิตชไฟที่อยูภายในรถยนต และอีกคนหนึ่งยืนอยูภายนอกรถยนต เพื่อ ตรวจสอบการทํางานของไฟ 217 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

2. ลําดับการปฏิบัติงาน การตรวจสภาพทั่วไปของรถยนตกอนนําไปใชงาน ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

1. จอดรถ

โดยพื้นที่จอดรถตองมั่นคงและแข็งแรง

2. ดับเครื่องยนต

ดับเครื่องยนตและเขาเกียร

ขอควรระวัง

กรณีที่เปนรถยนตอัตโนมัติ ใหเขาเกียรใน ตําแหนง P ถาเปนเกียรธรรมดา ใหเขา เกียรที่ตําแหนงเกียรวาง ดึงเบรกมือ ปองกันรถไหล 3. ตรวจสอบสภาพภายนอกรถยนต 3.1 ตรวจสอบสภาพของยางและแรงดันลม

ตรวจสอบดวยสายตา และใชเกจวัดลมยาง ควรตรวจสอบลมยาง วัดคาแรงกันลมยางใหไดตามที่คูมือซอม บํารุงประจํารถกําหนด

3.2 ตรวจสอบรอยขีดขวนที่สีตัวถังรถยนต

ตรวจสอบดวยสายตาวา สีตัวถังรถยนต มี รอยขีดขวนหรือไม

218 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

อะไหลใหถูกตองทุกเดือน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

3.3 ตรวจสอบสภาพของกระจกมองขาง

กดสวิตชพับกระจกมองขาง ซึ่งอยูที่ประตู ขางคนขับ แลวตรวจสอบวา กระจกพับเก็บ เปนปกติหรือไม

3.4 ตรวจสอบการทํางานของไฟหรี่

บิดสวิตชไฟหรี่ขึ้น จากตําแหนง OFF ไปที่ ตํ า แ ห นง ข อ ง ส ัญ ล ัก ษ ณไ ฟ ห รี ่ แ ล ว ตรวจสอบวาไฟหรี่ทั้งสองขาง ติดเปนปกติ หรือไม

3.5 ตรวจสอบการทํางานของไฟหนา

บิด สวิต ชไ ฟขึ ้น จากตํ า แหนง OFF ไปที่ ตํ า แหนง ของสัญ ลัก ษณไ ฟหนา แลว ตรวจสอบว า ไฟหนา ทั้ ง สองข า ง ติ ด เป น ปกติหรือไม

3.6 ตรวจสอบการทํางานของไฟฉุกเฉิน

กดสวิตชไฟฉุกเฉิน แลวตรวจสอบวา ไฟฉุ ก เฉิ น คู ห น า และคู ห ลั ง ติ ด เป น ปกติ หรือไม

3.7 ตรวจสอบการทํางานของไฟเบรก

ใชมือกดที่แปนเหยียบเบรก แลวตรวจสอบ วาไฟเบรก ติดเปนปกติหรือไม

219 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 3.8 ตรวจสอบการทํางานของไฟเลี้ยว

คําอธิบาย บิดสวิตชกุญแจไปที่ตําแหนง ON เปด สัญญาณไฟเลี้ยวทั้งสองขาง แลวตรวจสอบ วาไฟติดเปนปกติหรือไม

3.9 ตรวจสอบการทํางานของไฟถอยหลัง

ติดเครื่องยนต ใชเทาเหยียบที่แปนเหยียบ เบรก เขาเกียรที่ตําแหนง R แลวตรวจสอบ วาไฟถอยหลัง ติดเปนปกติหรือไม

4. ตรวจสภาพภายในหองโดยสาร 4.1 ตรวจสอบเบาะนัง่ รถยนต

ทดลองปรับ คัน โยกที ่อ ยู ใ ตฐ านเบาะนั ่ง โดยปรับ พนัก พิง ไปขา งหนา และขางหลัง แลว ตรวจสอบวา พนัก พิง เลื ่อ นเปน ปกติ หรือไม

220 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย ปรับ คัน โยกเพื่อเลื่อนเบาะนั่ง ไปขางหนา และขา งหลัง แลว ตรวจสอบวา เบาะนั ่ง เลื่อนเปนปกติหรือไม

4.2 ตรวจสอบการทํางานของคันเกียร

ใชเ ทาเหยีย บที่แปน เหยีย บเบรก จากนั้น ทดลองเขาเกียรในตําแหนงตาง ๆ ไดแก P, R, N ,D, S และ L

4.3 ตรวจสอบการทํางานของระบบปรับอากาศ เปดแอรที่สวิตช A/C แลวตรวจสอบวาแอร เย็ น หรื อ ไม จากนั้ น ป ด แอร ที่ ส วิ ต ช A/C แลวตรวจสอบวามีลมออกจากแอรหรือไม

4.4 ตรวจสอบการทํางานของวงจรไลฝา

กดสวิตชไลฝา แลวตรวจสอบวาวงจรไฟไล ฝาทํางานหรือไม โดยออกไปนอกรถ แลวใช มือสัมผัสที่กระจกหลัง ดับเครื่องยนต

221 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

4.5 ตรวจสอบการทํางานของเข็มขัดนิรภัย

กระตุกสายเข็ ม ขัด นิร ภัย ดานคนขับ แลว สังเกตวาสายเข็มขัดนิรภัยดึงตัวกลับทันที หรือไม

4.6 ตรวจสอบสภาพของกระจกมองหลัง

ทดลองบิดโยกกระจก วาติดอยูอยางมั่นคง แข็งแรงหรือไม

4.7 ตรวจสอบการทํางานของระบบล็อกประตู ทดลองกดล็อกและปลดล็อกประตูที่ฝง คนขับ เพื่อตรวจสอบวาสามารถเปด ปด ไดตามปกติหรือไม ทดลองกดล็อกและปลดล็อกประตูที่ ประตูบานอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบวา สามารถเปด ปดไดตามปกติหรือไม 4.8 ตรวจสอบการทํางานของแผงหนาปด

บิดสวิตชกุญแจไปที่ตําแหนง ON แลว ตรวจสอบวาไฟเตือนตาง ๆ บนแผงหนาปด สามารถทํางานไดเปนปกติหรือไม

222 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

4.9 ตรวจสอบการทํางานของแตร

ทดลองกดแตรและฟงเสียงของแตร

4.10 ตรวจสอบการขึ้นลงของกระจกประตู

กดสวิตชปรับเลื่อนกระจกที่ประตูฝงคนขับ

ขอควรระวัง

แลวตรวจสอบวากระจกแตละบานเลื่อนลง หรือไม

4.11 ตรวจสอบการทํางานของใบป ดน้ํ าฝน โยกคันสวิตชฉีดน้ําเขาหาตัว แลวตรวจสอบ และที่ฉีดน้ําลางกระจก

วาใบปดน้ําฝนและที่ฉีดน้ําทํางานหรือไม ปรับ คัน สวิตชที่ควบคุมการทํางานของใบ ป ด น้ํ า ฝน แล ว ตรวจสอบว า ใบป ด น้ํ า ฝน ทํางานเปนปกติหรือไม

5. ตรวจสภาพภายในหองเครื่องยนต 5.1 เปดฝากระโปรงหนารถ และคลุมผา สําหรับซอม

เปดฝากระโปรงรถพรอมล็อกไมค้ํายัน และ ล็อกไมค้ํายันฝา ใช ผ า คลุ ม สํ า หรั บ ซ อ มคลุ ม ที่ ส ว นหน า รถ กระโปรงหนารถทุกครั้ง และบังโคลนซาย-ขวา

เพื่อปองกันไมใหฝา กระโปรงปด ระหวาง ปฏิบัติงาน

223 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

5.2 ตรวจสอบรอยรั่วของอุปกรณตาง ๆ

สังเกตคราบกับรอยหยดของน้ํามันหลอลื่น เครื่องยนต และน้ําหลอเย็น วามีรอยคราบ ไหลหรือหยดหรือไม

5.3 ตรวจสอบระดับน้ํามันเครื่อง

ตรวจสอบโดยใชกานวัดระดับน้ํามันเครื่อง

5.4 ตรวจสอบระดับน้ํามันเกียรอัตโนมัติ

ตรวจสอบโดยใชกานวั ดระดับ น้ํามัน เกี ย ร อัตโนมัติ

224 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 5.5 ตรวจสอบระดับของน้าํ มันเบรก

คําอธิบาย

ขอควรระวัง

ตรวจสอบระดั บ น้ํ า มั น เบรกจากกระปุ ก หากมีน้ําหรือความชื้น น้ํามันเบรก

ปนลงไป อาจทําให น้ํามันเบรกเสื่อมคุณภาพ ลงได

5.6 ตรวจสอบระดับน้ํากรดและสภาพขั้ว แบตเตอรี่

ตรวจสอบระดับน้ํากรดแบตเตอรี่

ควรรักษาความสะอาด

ตรวจสอบความพรอมใชงาน โดยสองดูจาก ขั้ว บนฝา และรอบ ๆ ของแบตเตอรี่ใหสะอาด Indicator Sign ตรวจสภาพขั้ ว บวกและขั้ ว ลบ ว า มี ค ราบ และแหงอยูตลอดเวลา เพื่อยืดอายุการใชงาน สนิมตะกั่วจับอยูหรือไม ของแบตเตอรี่

5.7 ตรวจสอบสภาพสายพานและความตึ ง ตรวจสอบรอยแตกหรื อ ฉี ก ขาด จากนั้ น สายพาน

ทดลองใช นิ้ ว กดสายพาน เพื่ อ ตรวจสอบ ความตึงของสายพาน

225 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

คําอธิบาย

5.8 ตรวจสอบหมอน้ํา ฝาหมอน้ํา และระดับ ตรวจสอบหมอน้ํา วาอยูในสภาพสมบู ร ณ น้ําหลอเย็น

หรือไม เปดฝาหมอน้ํา แลวตรวจสอบสภาพฝาหมอ น้ําวาชํารุดหรือไม ต ร ว จ ส อ บ ร ะ ดั บ น้ํ า ใ น หม อ น้ํ า แ ล ะ ตรวจสอบวามีคราบสนิมในหมอน้ําหรือไม ตรวจสอบระดั บ น้ํ า ให ถั ง พั ก น้ํ า ให อ ยู ใ น ระดับที่เหมาะสม

5.9 ตรวจสอบการทํางานของพั ดลมระบาย ทดลองหมุนใบพัดดวยมือ ขณะดับเครื่องยนต ความรอนหมอน้ํา

ติดเครื่องยนต และสังเกตการหมุนของพัดลม ระบายความร อนหม อ น้ํ า ว า ทํ า งานปกติ หรือไม ดับเครื่องยนต

6. ทํ า ความสะอาดและจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ ใช ผ า เช็ ด ทํ า ความสะอาดบริ เ วณสถานที่ อุปกรณ

ปฏิ บั ติ ง าน และจั ด เก็ บ เครื่ อ งมื อ และ อุปกรณใหเรียบรอย

226 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

ขอควรระวัง


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

3. ตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบและบันทึกขอบกพรองตอไปนี้ ลําดับที่ 1

รายการตรวจสอบ

เกณฑการพิจารณา

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ความถูกตองตามวิธีการใชงาน และครบถวน

2

สวมใส อุ ป กรณ ป อ งกั น อั น ตรายส ว นบุ ค คล ความถูกตองตามวิธีการใชงาน อยางถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

การปฏิ บั ติ ง านได ถู ก ต อ ง เป น ไปตามลํ า ดั บ ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอน

4

การตรวจสอบสภาพภายนอกรถยนต

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

5

การตรวจสอบสภาพภายในหองโดยสาร

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

7

การจัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลัง

ความถูกตองตามวิธีการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงาน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ทันเวลาที่กําหนด

227 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ใบใหคะแนนการตรวจสอบ ลําดับที่

1

รายการตรวจสอบ

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตองและ ครบถวน

ขอกําหนดในการใหคะแนน

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวนทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน

คะแนน เต็ม 3

เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวน หรือ ไมถูกตอง อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมครบถวนและไมถูกตอง ใหคะแนน 0 คะแนน 2

สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดแก ถุงมือผา สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง แวนตานิรภัย รองเทานิรภัย ชุดปฏิบัติงานชาง ไดอยาง ถูกตองและครบถวน กอนเริ่มปฏิบัติงาน

3

ครบทั้ง 4 ชนิด ใหคะแนน 3 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง ครบ 3 ชนิด ใหคะแนน 2 คะแนน สวมใสอุปกรณปองกันอันตรายสวนบุคคลไดอยางถูกตอง นอยกวา 3 ชนิด ใหคะแนน 0 คะแนน

3

การปฏิบัติงานไดถูกตอง เปนไปตามลําดับขั้นตอน

ถูกตองและเปนไปตามลําดับขั้นตอน

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ถูกตอง แตสลับขั้นตอนปฏิบัติงานในบางขั้นตอน ใหคะแนน 2 คะแนน ถูกตอง แตปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 1 คะแนน ไมถูกตอง และปฏิบัติงานไมครบทุกขั้นตอน ใหคะแนน 0 คะแนน 4

การตรวจสอบสภาพภายนอกรถยนต

ตรวจสอบสภาพภายนอกรถยนตตามที่กําหนดไดครบถวน

5

และถูกตองตามวิธีการ ใหคะแนน 5 คะแนน ตรวจสอบสภาพภายนอกรถยนตตามที่กําหนดไมครบถวน หรือ ไมถูกตองตามวิธีการ อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 3 คะแนน ตรวจสอบสภาพภายนอกรถยนตตามที่กําหนดไมครบถวน และไมถูกตองตามวิธีการ ใหคะแนน 0 คะแนน 5

การตรวจสอบสภาพภายในหองโดยสาร

ตรวจสอบสภาพภายในห อ งโดยสารตามที่ กํ า หนดได ครบถวนและถูกตองตามวิธีการ ใหคะแนน 5 คะแนน

228 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

5

คะแนนที่ได


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

ลําดับที่

รายการตรวจสอบ

ขอกําหนดในการใหคะแนน

คะแนน เต็ม

คะแนนที่ได

ตรวจสอบสภาพภายในหองโดยสารตามที่กําหนดไมครบถวน หรือ ไมถูกตองตามวิธีการ อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 3 คะแนน ตรวจสอบสภาพภายในหองโดยสารตามที่กาํ หนดไมครบถวน และไมถูกตองตามวิธีการ ใหคะแนน 0 คะแนน 6

ความสะอาดเรียบรอยในการปฏิบัติงาน

ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไดสะอาดเรียบรอย

3

และครบทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย หรือไมครบทุกชิ้น อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน ทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ไมสะอาดเรียบรอย และไมครบทุกชิ้น ใหคะแนน 1 คะแนน ไมทําความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 7

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุหลังปฏิบัติงาน

จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุอยางถูกตอง ครบถวน

3

ทุกชิ้น ใหคะแนน 3 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง หรือ ไมครบถวน อยางใดอยางหนึ่ง ใหคะแนน 2 คะแนน จัดเก็บเครื่องมือ อุปกรณ และวัสดุไมถูกตอง และไมครบถวน หรือไมจัดเก็บเครื่องมือและอุปกรณ ใหคะแนน 0 คะแนน 8

เวลาที่ใชในการปฏิบัติงาน

ปฏิบัติงานไดอยางสมบูรณภายในเวลาทีก่ ําหนด

3

ใหคะแนน 3 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดไมเกิน 5 นาที ใหคะแนน 2 คะแนน ปฏิบัติงานเกินเวลาทีก่ ําหนดมากกวา 5 นาที ใหคะแนน 1 คะแนน คะแนนเต็ม

28

หมายเหตุ หากผูเขารับการฝกไดรับคะแนน 20 คะแนนขึ้นไป (คะแนนมากกวาหรือเทากับรอยละ 70) ใหผูเขารับการฝก ขอเขารับการทดสอบภาคปฏิบัติได 229 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

คณะผูจัดทําโครงการ คณะผูบริหาร 1. นายสุทธิ

สุโกศล

อธิบดีกรมพัฒนาฝมือแรงงาน

2. นางถวิล

เพิ่มเพียรสิน

รองอธิบดีกรมพัฒนาฝมือแรงงาน

3. นายธวัช

เบญจาทิกุล

รองอธิบดีกรมพัฒนาฝมือแรงงาน

4. นายสุรพล

พลอยสุข

รองอธิบดีกรมพัฒนาฝมือแรงงาน

5. วาที่รอยตรี สมศักดิ์ พรหมดํา

ผูอํานวยการสํานักพัฒนาผูฝกและเทคโนโลยีการฝก

6. นางเพ็ญประภา

ศิริรัตน

ผูอํานวยการกลุมงานพัฒนาระบบการฝก

7. นายวัชรพงษ

มุขเชิด

ผูอํานวยการสํานักงานรับรองความรูความสามารถ

คําเงิน

ภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร

คณะที่ปรึกษาโครงการ 1. ผศ. ดร. มนตรี

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง 2. รศ. ดร. วิสุทธิ์

สุนทรกนกพงศ

ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟาสื่อสาร คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง

3. ผศ. สันติ

ตันตระกูล

ภาควิชาครุศาสตรวิศวกรรม คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง

4. นายสุระชัย

พิมพสาลี

ภาควิชาครุศาสตรวิศวกรรม คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง

5. นายวินัย

ใจกลา

ภาควิชาครุศาสตรวิศวกรรม คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง

6. นายวราวิช

กําภู ณ อยุธยา

สํานักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกลาลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบัง

7. นายมนตรี

ประชารัตน

แผนกวิชาชางไฟฟา วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี

8. นายธเนศ

วงควัฒนานุรักษ

แผนกวิชาชางไฟฟา วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี

9. นายณัฐวุฒิ

เสรีธรรม

แผนกวิชาชางไฟฟา วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี

10. นายหาญยงค

หอสุขสิริ

แผนกวิชาโลหะการ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก มหานคร

11. นายสวัสดิ์

บุญเถื่อน

แผนกวิชาชางยนต วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก มหานคร 230 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน


คู มื อ ผู รั บ การฝ ก สาขาช า งบํา รุ ง รั ก ษารถยนต ระดั บ 1

โมดู ล การฝ ก ที่ 7

12.

231 กรมพั ฒ นาฝ มื อ แรงงาน

Profile for DSD

คู่มือผู้รับการฝึก ช่างบำรุงรักษารถยนต์ ระดับ 1 โมดูล 7  

คู่มือผู้รับการฝึก ช่างบำรุงรักษารถยนต์ ระดับ 1 โมดูล 7  

Advertisement