Page 1

บทที 8 การแปลความหมายภาพถ่ายทางอากาศ (Aerial Aerial Photo Interpretation) Interpretation

1 http://www.lannacorner.net/lanna2011/article_h.php?page=13


จุดประสงค์ 1. เพือเข้าใจหลักการได้มาซึงภาพถ่ายทางอากาศ 2. สามารถแปลตีความหมายภาพถ่ายทางอากาศได้ 3. สามารถบอกหลักการและขัน( ตอนการแปล ภาพถ่ายทางอากาศได้

http://natres.psu.ac.th/Department/EarthScience/remote1/chapter4.pdf

2


เนือ( หา 1.ความสําคัญ 2.รายละเอียดของภาพถ่ายทางอากาศ 3.ฟิล์มที"ใช้ในการถ่ายรูปทางอากาศ ทางอากาศ 4. แผนที" ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายดาวเที ยดาวเทียม 5. งานของการแปลภาพแบ่งได้เป็น 4 อย่าง 6. หลักการมองภาพสามมิ การมองภาพสามมิติ 7. หลักการจัดภาพ 8. หลักการแปลภาพถ่ายทางอากาศ 9. กลย ุทธ์ในการแปลภาพ (Interpretation strategies) strategies) 10 10.. การเตรียมภาพและการด ูภาพรวม (Photo preparation and viewing) viewing)

สร ุป 3


การแปลภาพถ่ายทางอากาศเป็ นงานทีละเอียด และส่วนใหญ่เป็ นการ แปลภาพด้วยสายตา การแปลภาพถ่ายเป็ นการตีความหมายจากภาพถ่าย ซึงเป็ นการ วิเคราะห์เชิงคุณภาพ ผูแ้ ปลต้องใช้ความชํานาญและความสามารถ คือ ความชํานาญในการปฏิบตั กิ าร ความสามารถในการวิเคราะห์ อย่างเป็ นเหตุเป็ นผล อธิบาย และจําแนกรูปแบบต่างๆ ทีซับซ้อนได้ การแปลภาพถ่ายอาจจะแปลจากภาพเดียว 2 มิติ แต่ความแม่นยําจะ น้อย ซึงการแปลภาพถ่ายแบบสามมิตโิ ดยใช้ภาพคูส่ ามมิตจิ ะทําให้ การแปลภาพถูกต้องและแม่นยํามากขึน( 4


•หมายเลขม้วน •หมายเลขรูป •มาตราส่วน •วัน เดือน ปี ทีทาการถ่ายรูป •ความสูงบิน •หมายเลขหรือชือโครงการ •หน่วยทีผลิต •รายละเอียดอืนๆ ทีต้องการให้ทราบ •อืน ๆ เช่น เวลาทีทาการถ่ายภาพ ฟองระดับ ชนิดของเลนซ์ 5


•ฟิ ล์ม PANCHROMATIC หรือฟิ ล์มขาวดา •ฟิ ล์มสี •ฟิ ล์มอินฟราเรด •ฟิ ล์มพิสจู น์ทราบการซ่อนพราง เป็ นฟิ ล์มพิเศษทีให้ขา่ วสาร เกียวกับการซ่อนพลางโดยเฉพาะ ทัง( นีเ( พราะพืชพรรณตาม ธรรมชาติจะปรากฏเป็ น สีแดง ในขณะทีสิงทีมนุษย์สร้างขึน( เป็ นสีฟ้า 6


แผนที" มีการฉายแสงแบบ orthoprojection ภาพถ่ายทางอากาศมีการฉายแสง แบบ central projection

ภาพดาวเทียมมีการฉายแสงแบบ multi central projection

7


ชนิดของภาพถ่ายทางอากาศ ขึน( อยู่กบั มุมกล้องทีใช้ในการตรวจจับพื(นผิวโลก มี 2 ลักษณะคือ 1.การถ่ายภาพในแนวดิง Vertical Low oblique High oblique 2. การถ่ายภาพในแนวเฉียง Lens 2.1 เฉียงสูง 2.2 เฉียงตํา Film plane

Horizon line

8 http://geog.hkbu.edu.hk/geog3610/Lect-04_files/frame.htm


ภาพถ่ายทางอากาศในแนวดิ"ง Vertical airphoto of Maipo wetland ofHong Kong and adjacent Shenzhen urban built-up area(1997)

http://geog.hkbu.edu.hk/geog3610/Lect-04_files/frame.htm

9


ภาพถ่ายทางอากาศแนวเฉียงตํ"า Low-oblique air photo (horizon not shown) of Aberdeen,Hong Kong(1999).

10


ภาพถ่ายทางอากาศแนวเฉียงสูง High-oblique airphoto (horizon included) of YuenLong and rural area of Hong Kong, by Lands Department of HKSAR (1999).

11


เลนส์กล้อง A classical Carl Zeiss camara lens with 180mm focal length, note marks of diaphragm and focus range.

Multispectral camera A nine-lens multispectral camera 12


Panchromatic aerial photograph A panchromatic aerial photograph of Tweed region, North NSW,Australia

13


Normal colour aerial photograph A high-resolution(20cm) normal colour aerial photograph of a residential area in Berlin. (Courtesy GeoContent GmbH: www.geocontent.de)

Colour infrared aerial photograph A high-resolution(20cm) colour infrared aerial photograph of a residential area in Berlin. (Courtesy GeoContent GmbH: www.geocontent.de) 14


Focal length of the camera lens

Clock to show time of the photogrape

Notch to find principle point

Name of the place of photograph , flight height, photo index, and procurer 15


ภาพ 3 มิติจากภาพถ่ายทางอากาศ 3-dimensional photograph that was produced from a photograph pair that is coloured as cyan for the left photo and red for the right photo. The 3-dimensional vision can be viewed using a coloured spectacles with cyan on the left and red on the right.

16


ทิศทางการบินถ่ายภาพ Aerial camera stations are spaced to provide for about a 60%forward overlap of aerial photographs along each flight line and a 20-30% sidelap for adjacent lines.

17


ปัจจัยในการพิจารณาการได้มาซึ"งภาพถ่ายทางอากาศ sidelap Tilt f FOV

Flight line

30% Crab

Overlap

H

18


การบินถ่ายภาพ

19


1. 2. 3. 4.

การจําแนก การจาระไน การวัด การกําหนดขอบเขต

20


5.1 การจําแนก (classification) หมายถึง การระบ ุชนิด ลักษณะต่างๆ ของวัตถ ุ หรือสภาพพื9นที"โดยขึน( อยู่กบั ลักษณะที เห็นในภาพ การแยกแยะนีก( ระทําใน 3 ระดับความเชือมัน และ ความถูกต้อง คือระดับการตรวจจับได้ (detection) ว่ามี หรือไม่มีลกั ษณะที"ตอ้ งการจําแนกในภาพ การจดจําได้ (recognition) ต้องใช้ความรูใ้ นระดับสูงขึน( ในการแยกวัตถุนนั( ว่าอยู่ในประเภทใดโดยทัวไป การกําหนด(identification) วัตถุชนิดต่างๆ ให้อยู่ในประเภททีเฉพาะเจาะจงด้วยความเชือมัน พอสมควร 21


5.2 การจาระไน (enumeration) หมายถึง การนับรายการ ต่างๆ ที"เห็นในภาพ เช่น การจําแนกบ้านเป็ นแบบบ้านเดียว หรือ บ้านรวมหลายครัวเรือน หรือทีอยูอ่ าศัยหลายชัน( หลังจากนัน( ก็ รายงานว่าลักษณะบ้านแต่ละแบบมีจาํ นวนเท่าใด หรือมีความ หนาแน่นเท่าไร ซึงความสามารถนีข( นึ( อยูก่ บั ว่า เราสามารถแยกแยะ สิงต่างๆ เหล่านีช( ดั เจนเพียงไร 5.3 การวัด (measuration) การวัดมักจะเป็ นปั ญหาของการ แปลภาพ การวัดมี 2 อย่าง คือ การวัดระยะทาง ความสูง ตลอดจนพื(นทีและปริมาตร ซึงมักเป็ นงานทางด้านการวัดจาก ภาพถ่าย อีกรูปแบบหนึงของการวัด คือ การประเมินปริมาณความ ส่องสว่างของภาพ (photometry) 22


5.4 การกําหนดขอบเขต (delineation) ผูแ้ ปลจะต้อง กําหนดขอบเขตลักษณะที"แปลลงบนภาพ โดยใช้ความแตกต่าง ขององค์ประกอบต่างๆ ของภาพเป็ นตัวกําหนด ปั ญหามักจะ เกิดขึน( ตรงที การกําหนดระดับทีรวมหลายๆ วัตถุให้อยู่ในประเภท เดียวกัน (generalization) เช่น ในบางครัง( พื(นทีหนึงมีแปลง เล็กๆ จํานวนมากทีเห็นได้ชดั อยู่กระจัดกระจายรวมกับพื(นทีอย่าง อืน จะรวมพื(นทีเหล่านัน( ให้เป็ นเรืองเดียวกับพื(นทีใหญ่ หรือจะ แยกกัน บางครัง( การตัดสินใจทีจะวาดขอบเขตพื(นทีทีมีขอบเขต ซับซ้อนหรือ ขอบเขตของพื(นทีไม่ชดั เจนออกให้แน่นอนจะทําได้ยาก 23


-ทิศทางบิน -ฐานกล้ องเท่ ากับ

การใช้ภาพถ่ายทางอากาศในท ุก งาน จะเกี"ยวข้องกับการมอง ภาพเป็นสามมิติ การที"เรา สามารถมองเห็นภาพเป็นสาม มิติ เกิดจากการที"เรามองวัตถ ุ เดียวกัน จากตาทัง9 สองข้าง คนละตําแหน่งพร้อมๆ กัน ความแตกต่างของตําแหน่ง ของตาทัง9 เราจะได้ภาพ 2 ภาพ ที"อยูเ่ รียงกัน เรียกว่า ภายถ่าย คส่ ู ามมิติ (stereopairs) รูปที 2 กลไกในการมองภาพสามมิติจาก ภาพถ่ายทางอากาศ ทีมา : Paine, 1981

ระยะทางระหว่ าง สถานีถ่าย -ภาพถ่ ายคู่สามมิติ

-มองภาพถ่ ายคู่สาม

มิตผิ ่ านทางกล้ อง มองภาพภาพถ่ ายคู่ สามมิติ -ภาพถ่ ายคู่สามมิตท ิ ี วางราบ

-ตารวมจุดภาพที

เหมือนกัน โดยเห็น ฐานของวัตถุอยู่ที B และยอดของวั ตถุที T 24


รู ปที 3 ภาพคู่สามมิตขิ องพืน) ทีตะกอนใบพัดในเขต Death Valley แคลิฟอร์ เนีย (ภาพ USGS) ทีมา : Lilles and and Kiefer, 1994 25


รูปที" 4 การวางภาพถ่ายค่สู ามมิติเพื"อให้มองเห็นเป็นโมเดลภาพสามมิติ โดยให้จดุ หลัก, Pi และจุดหลักค,ู่ Pi′ อยูห่ ่างกันเท่ากับระยะฐานตา หรือ ระยะฐานกล้อง (รูปที" 2) ดัดแปลงจาก Zuidam, 1986

26


กล้อง Stereoscopes

Pocket stereoscope

Desktop and pocket (left)stereo scopes for stereo view of aerial photographs.

27 http://www.fao.org/DOCREP/003/T0390E/T0390E08.htm


กล้อง Stereoscopes ชนิดต่างๆ

Pocket Stereoscope

Mirror Stereoscope

Scanning Stereoscope‘

Interpreterscope’(Carl Zeiss)

http://www.cdioinstitute.org/papers/Day1/AERIAL%20PHOTOGRAPHY_Abraham_Thomas.pdf

28


Computing heights using object displacement

Wan Chai urban area of HongKong. The Building marked A shows great displacement because it is far away from the nadir

29


Computing heights using stereoscopic parallax Stereo photo pair of WanChai urban area of HongKong. Note that the photo pair must be correctly aligned for stereo view before computing heights using parallax

30


Summer (leaf on) and winter (leaf off) air photos for the same ground area in western Pennsylvania

การพิจารณาช่วงฤด ูกาล 31


Effects of 8 different illumination angles

32


หลักการจัดภาพทีสําคัญ คือ การจัดให้แนว กล้องขนานกับฐานภาพถ่าย และ ระยะห่างระหว่างจุดหลักและจุดหลักค่ ู เดียวกันบนภาพทัง9 สอง มีระยะใกล้ เคียงกับฐานเครือ" งมือ บางคนใช้เวลาใน การจัดภาพเพียงไม่กีนาที แต่บางคนอาจใช้ เวลานานมาก ขึน( อยูก่ บั ประสบการณ์และ สายตาของแต่ละคนบางคนทีมีตาสองข้าง ทีทํางานไม่เท่ากัน อาจทําไม่เห็นภาพสาม มิตใิ นตอนแรก แต่เมือปรับตาไปนานๆตา สองข้างจะทํางานเท่ากันจึงมองเห็นภาพ สามมิตไิ ด้ http://www.english-heritage.org.uk/professional/research/landscapes-and-areas/aerial-survey/archaeology/

33


การแปลภาพถ่ายทางอากาศ หมายถึง การสกัดเอาสารสนเทศด้าน ค ุณภาพ (qualitative information) ของธรรมชาติ การกําเนิด บทบาท หรือสิงทีแสดงออกของวัตถุตา่ งๆ ทีเห็นจากภาพถ่ายสารสนเทศ ด้านคุณภาพนี( เป็ นการปฏิบตั ทิ ีนอกเหนือจากการคาดคะเนสารสนเทศ ทางด้านปริมาณ ทีเราสามารถหาได้งา่ ยๆ จากภาพถ่าย เช่น ขนาด ตําแหน่ง จํานวน หรือการกระจายของวัตถุตา่ งๆ ซึงต้องใช้เป็ นข้อมูลเบื(องต้นในการ แปลภาพอีกที ต้องใช้ความรูใ้ นวิชาการต่างๆ จากหลายสาขามาประย ุกต์ ต้องสามารถแยกเฉพาะสิ"งที"เราต้องการจะศึกษาออกจากสิ"งอื"นๆ ซึ"งมี อยูม่ ากมายหลายอย่างปะปนกันอยูบ่ นภาพถ่าย ยกตัวอย่าง เช่น การ แปลภาพถ่ายทางอากาศเพือการสํารวจดิน ก็ตอ้ งเลือกลักษณะต่างๆ ที ปรากฏอยูบ่ นภาพถ่ายทีมีความสัมพันธ์กบั ดินต้องมีความชํานาญของผูแ้ ปล 34 ภาพถ่าย


มี 3 ระดับใหญ่ๆ 1. การอ่านภาพ (image reading) หาการกระจายและความสัมพันธ์ระหว่าง ลักษณะหลักเหล่านัน( 2. การวิเคราะห์ภาพ (image analysis) การวิเคราะห์ภาพเป็ นการอ่านภาพที เน้นรายละเอียด เพือให้เข้าใจลักษณะต่างๆ ทีเห็นในภาพได้มากขึน( 3. การแปลภาพ (image interpretation) เป็ นการวิเคราะห์แบบตัง( เหตุผล หรือตัง( สมมุตฐิ าน (inductive) และสืบสาวเหตุผลเฉพาะเรือง (deductive) เช่น ในกรณีทีต้องการหาแนวเส้นทีมีการฝั งท่อส่งนํา( มัน ซึงเรามองไม่เห็น ท่อในภาพถ่าย แต่เราสามารถสืบได้จากเหตุผลทีว่า บริเวณทีฝั งท่อจะมีพืช พรรณต่างจากบริเวณข้างเคียงและดินต้องมีการระบายนํา( ดี เพราะกลบ ด้วยทรายและหิน สีของดินก็จะจางมากกว่าดินข้างเคียง และแนวฝั งท่อควร จะเป็ นเส้นตรง 35


1. รูปร่าง (shape) หมายถึง รูปร่างที"เห็นเป็น 2 มิติในแนวดิ"ง 2. ขนาด (size) ขนาดของวัตถ ุในภาพถ่ายทางอากาศจะแปรเปลี"ยนไป ตามมาตราส่วนของภาพถ่าย และมีสว่ นสัมพันธ์กบั ขนาดของสิ"ง ต่างๆ โดยรอบ 3. เงา (shadow) รูปร่างหรือโครงร่างของเงาของวัตถ ุ ช่วยให้ผแ้ ู ปล ภาพทราบลักษณะรูปหน้าตัดของวัตถุ โดยเฉพาะวัตถุขนาดเล็ก ทีมีสีหรือ ความเข้มไม่เด่นชัด เมือเทียบกับสภาพแวดล้อม 4. สี หรือ โทนสี (color or tone) หมายถึง สีหรือระดับความเข้มของ สีเทาของจุดภาพ ซึ"งมีตงั( แต่ระดับของสีเทาจากจางสุดไปถึงเข้มสุด (shade of grey) ระดับของโทนสี จะสัมพันธ์กบ ั ปริมาณของแสงทีสะท้อน จากวัตถุ โทนสีของภาพ มีสว่ นช่วยในการแปลภาพถ่ายได้มาก โทนสีแตกต่าง กัน อาจจะหมายถึงลักษณะของดิน หรือพืชพรรณทีแตกต่างกัน ซึงอาจเป็ น36 ผลของสภาพทางธรณีทีต่างกัน


5. เนื9อภาพ (texture) คือ ความถี"ของการเปลี"ยนโทนสีของจุดภาพซึ"ง เกิดจากการรวมหน่วย เล็กๆ ทีไม่สามารถมองเห็นแยกออกเป็ นแต่ละ หน่วย ความหยาบละเอียดของภาพถ่ายมักจะบรรยาย ลักษณะเป็ นลักษณะ เรียบ ละเอียด ขรุขระ หยาบ และอืนๆความแตกต่างของความหยาบละเอียด ของภาพถ่าย มักจะใช้บอกถึงชนิดของพืช 6. รูปแบบ (pattern) เกี"ยวข้องกับลักษณะการเรียงตัวของวัตถ ุต่างๆ ที"มีตามธรรมชาติ และที" มน ุษย์สร้างขึ9น

37


1. ที"ตงั9 และความสัมพันธ์กบั รายละเอียดข้างเคียง (location and relation to associated features)

2. การเปลี"ยนแปลงตามเวลา (temporal change) การ เปลี"ยนแปลงต่างๆ ทางธรรมชาติที"เกิดในแต่ละช่วงเวลาทีเปลียนแปลง มีความสําคัญต่อการแปลภาพถ่ายเพราะว่าปั จจัยต่างๆ ทีเปลียนแปลงจะมี ผลต่อการเปลียนแปลงสภาพพื(นที 3. การรวบรวมหลักฐานต่างๆ (convergence of evident) ใน การแปลภาพ ผูแ้ ปลจะรวบรวมหลักฐานรอบด้านทีเกียวข้องกับสิงทีเรา สนใจจากภาพถ่าย

“การออกภาคสนามจะดีที"ส ุด” 38


1. ประเด็นที"แรก คือ ต้องกําหนดระบบการจําแนก (classification system) และบรรทัดฐาน (criteria) ที"ใช้ในการแบ่งประเภท ้ ู ํางานร่วมกัน (categories) ของสิ"งที"ปรากฏบนภาพถ่ายถ้ามีผท หลายคนจะต้องมีการตกลงกันในรายละเอียดให้แน่นอน หลังจากนัน9 ก็ให้กําหนดสัญลักษณ์กบั สิ"งที"แยกไว้ 2. ประเด็นที" 2 ที"ตอ้ งรูใ้ นการลากขอบเขตหน่วยพื9นที"ในภาพถ่าย คือ การเลือกหน่วยแผนที"ที"เล็กทีสุด (minimum mapping unit, MMU) ทีจะใช้ในกระบวนการแปล MMU หมายถึง ขนาดพื9นที"บน ภาพที"เล็กที"ส ุด ที"สามารถวาดขอบเขตเพื"อการทําแผนที"หนึ"งๆ MMU จะเป็นตัวกําหนดรายละเอียดของการแปล (ดังแสดงในรูป) จะ เห็นว่า แผนที"ที"ใช้ MMU ขนาดเล็ก จะแสดงรายละเอียดได้มากกว่า แผนที"ที"ใช้ MMU ขนาดใหญ่ 39


รูปที 6 อิทธิพลของขนาดของหน่วยแผนทีทีเล็กทีสุด a) ขนาดพื(นทีเล็ก b) ขนาดพื(นทีใหญ่ ทีมา : Campbell, 1987

40


หลังจากกําหนดระบบการจําแนก และ MMU แล้ว ผูแ้ ปลก็จะได้ประเภท ของสิ"งที"สนใจ ผูแ้ ปลก็เริม " ลากขอบเขต เพื"อแยกประเภทสิ"งต่างๆ ให้ เริม " จากสิ"งที"มีลกั ษณะที"แตกต่างกันมากที"ส ุดก่อน หรือเริม " ทํางานจาก ลักษณะทัว" ไป (general) ไปสูเ่ ฉพาะเรือ" งที"เฉพาะเจาะจง (specific)

ตารางที" 1 ขนาดพื9นที"ภมู ิประเทศที"เล็กที"ส ุด ที"สามารถกําหนดลงบนแผนที"ที"ระดับการ จําแนกต่างๆกัน โดยมี MMU เท่ากับ 2.5 มม. x 2.5 มม. 41


ขัน9 ตอนต่อไปหลังการแปลภาพ คือ การออกไปตรวจสอบสภาพความเป็น จริงในภาคสนาม ว่าขอบเขตของทรัพยากรที"ได้จาการแปลนัน9 ถูกต้องตามความเป็นจริงในภาคสนามหรือไม่ ลักษณะและ รายละเอียดเป็นอย่างไร ตรงตามที"คาดหมายไว้หรือไม่ ถ้าไม่ถ ูกต้องก็ ต้องแก้ไขให้ถกู ต้อง และรายงานผลที"ถกู ต้อง

42


1. รวบรวมข้อมูลที"เกี"ยวข้องจากแหล่งต่างๆ เช่น แผนที" รายงานใน ภาคสนาม หรือภาพอื"นๆรวมถึงเครือ" งมือที"ใช้ในการด ูภาพ 2. เรียงภาพถ่ายอย่างเป็นระบบตามดัชนีภาพ และสอดคล้องกับแผนที" ถ้าบริเวณใดที"มีเมฆปกคล ุม อาจจะต้องวางแผนหาวิธีการอื"นมา ทดแทนที"ว่างนี9 3. ทาบกระดาษไขหรือแผ่นใสลงเป็นภาพถ่าย ทําเครือ" งหมายจุดต่างๆ ลงไปก่อนเพื"อการต่อภาพ เช่น ทิศเหนือ จุดดัชนี หมายเลขรูปถ่าย จุด หลัก และ จุดควบค ุมบนพื9นดิน ถนน หรือแม่นํ9า ลําคลอง เป็นต้น 43


4. เริม " ต้นผูแ้ ปลต้องจํากัดขอบเขตพื9นที"ประสิทธิภาพ (effective area) บนภาพที"จะแปล พื9นที"ประสิทธิภาพ เป็นพื9นที"ระหว่างเส้นตัง9 ฉากของจุดกึ"งกลางของเส้น ที"ต่อระหว่างจุดหลักและจุดหลักคข่ ู อง ภาพข้างเคียง (match line ในรูป 7) เพราะบริเวณนี9อยูใ่ กล้จดุ หลัก จะช่วยลดปัญหาความคลาดเคลื"อนเนื"องจากความสูงได้ หลังจากนัน9 ให้กําหนดจุดบน match lineประมาณ 3 - 4 จุด ซึ"งจะใช้เป็นจุดปีก (wing points) หลังจากนัน 9 ย้ายจุดปีกนี9ไปยังภาพด้านข้างซึ"งจะ กลายเป็นจุดปีกย้าย (wing transferred points) การย้ายจุดปีก ต้องกําหนดใต้กล้องมองภาพสามมิติ การเลือกจุดปีกให้เลือกจุดทัง9 บนที"ราบและที"สงู 44


จุดปีกที"ยา้ ยนี9เมื"อลากต่อกันจะเป็นเส้นตรง แต่ถา้ เป็นบริเวณที"มีพ9 ืนที"สงู ตํ"า อาจจะไม่เป็นเส้นตรงเนื"องจากมีความคลาดเคลื"อนเนื"องจากความสูงของพื9นที" จุดปีกนี9 จะเป็นประโยชน์เมื"อเราเอาแผ่นร่างที"แปลแล้วมาต่อกันตรงจุดปีก จะทําให้ภาพไม่เลื"อน

รูปที" 7 พื9นที"ประสิทธิภาพ จุดปีก (x) ของภาพค่สู ามมิติ และการย้ายจุดปีกไปยังภาพ ข้างเคียง (x′) ดัดแปลงจาก Zuidam, 1986 45


รูปที 8 ภาพคูส่ ามมิติ 3 ภาพทีประกอบด้วยจุดควบคุมภาคสนาม และจุด ควบคุมบนภาพถ่าย ทีมา : Paine, 1981

46


รูปที 9 โครงข่ายสามเหลียมของภาพทีควบคุมจุดจากรูปที 8 แนวการบิน จะต้องเป็ นแนวตรงอย่างสมบูรณ์ทีมา : Paine, 1981 47


5. ลากขอบเขตบนแผ่นใสหรือกระดาษไขที"ทาบลงบนภาพ แล้วเขียน สัญลักษณ์ หรือตัวเลขแทนสัญลักษณ์ลงในขอบเขตที"วาดท ุกครัง9 ขอบเขตที"ลากจะต้องให้มีจดุ เริม " และจุดจบเป็นจุดเดียวกัน (polygon) สัญลักษณ์ดงั กล่าวได้มาจากการกําหนดแบบแผนการจําแนก และ MMUในตอนเริม " กระบวนการแปลภาพ 6. เมื"อได้แผนที"ที"แปลแล้ว นําแผนที"มาต่อกันตามจุดปีกย้าย หรือจุด ควบค ุมบนพื9นดิน และถ้าภาพถ่ายมีขนาดเท่ากับแผนที"ให้ทาบ เปรียบเทียบกับแผนที"อีกทีหนึ"ง ในกรณีที"มีคนทํางานหลายคนใน โครงการเดียวกัน แต่ละคนจะต้องคํานึงถึงข้อตกลงในการแปลภาพ อย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นระบบการจําแนก และ MMU และเมื"อเอา ภาพที"แปลมาต่อกัน ผูแ้ ปลแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกันในการ ปรับขอบเขตของพื9นที" ที"เป็นรอยต่อให้เข้ากันได้ 48


A : ความผิดพลาดด้านขอบเขต B : ความผิดพลาดด้านสัญลักษณ์ 49


ระดับการแปล

50


สรุป ภาพถ่ายทางอากาศเป็นภาพถ่ายที"ได้จากอากาศยานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การติดตัง9 กล้องถ่ายรูปไปพร้อมกับบอลล ูน เครือ" งบิน เฮลิคอปเตอร์ เป็นต้น ภาพที"ได้มานัน9 ถือว่ามีประโยชน์ มีความทันสมัย และเก็บ บันทึกเรือ" งราวต่างๆเพื"อเปรียบเทียบการเปลี"ยนแปลงที"ผา่ นมาได้ อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามภาพถ่ายทางอากาศไม่ถือว่าเป็น แผนที ต้องใช้รว่ มกับแผนที"และเครือ" งมืออื"นๆ จึงจะเกิดประสิทธิภาพ สูงส ุด ส่วนค ุณสมบัติของผูแ้ ปลภาพถ่ายทางอากาศต้องมีประสบการณ์ ความ ชํานาญ และความคน้ ุ เคยของพื9นที"และลักษณะจําเพาะของการได้มา ซึ"งภาพถ่ายทางอากาศ รวมทัง9 เรือ" งขนาด รูปร่าง เงา ความเข้มของ สี สภาพแวดล้อมที"เกี"ยวข้อง ล้วนเป็นปัจจัยสําคัญต่อการแปลตีความ ข้อมูลจากภาพถ่ายทางอากาศทัง9 สิ9น 51


ทีมา http://geog.hkbu.edu.hk/geog3610/Lect-04_files/frame.htm http://natres.psu.ac.th/Department/EarthScience/remote1/chapter4.pdf http://www.fao.org/DOCREP/003/T0390E/T0390E00.htm#toc http://kmcenter.rid.go.th/kmc14/gis_km14/gis_km14(33).pdf http://www.cdioinstitute.org/papers/Day1/AERIAL%20PHOTOGRAPHY_ Abraham_Thomas.pdf

52

บทที่ 8 การแปลภาพถ่ายทางอากาศ (aerial photo interpretation)  

หลักการแปลภาพถ่ายทางอากาศ คุณสมบัติของผู้แปล ข้อพิจารณาในการแปลภาพ