ข้อคิดยามเช้า ประจำเดือน มิถุนายน 2014

Page 1


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 1 มิถุนายน ค.ศ.2014 วันสมโภชพระเยซูเจาเสด็จสูสวรรค วันนี้พระศาสนจักรทําการสมโภชพระเยซูเจาเสด็จสูสวรรค ซึ่งเปนสวน หนึ่งของพระธรรมล้ําลึกปสกา คือพระทรมาน การสิ้นพระชนม การ กลับคืนพระชนมชีพ การเสด็จสูสวรรค และการสงพระจิตเจาลงมา การกลับคืนพระชนมชีพของพระองคชี้ใหเราเห็นวา พระเยซูเจาผูทรง ถูกตรึงบนไมกางเขนยังทรงมีพระชนมอยู สวนการเสด็จสูสวรรคของ พระองคบอกเราวา พระเยซูเจาผูทรงมีพระชนมอยู ไดเขาสูพระสิริ รุงโรจนรวมกับพระบิดาเจาสวรรคแลว พระเยซูเจาทรงมอบอํานาจแหง การสั่งสอนแกบรรดาศิษยของพระองค ใหทําสิ่งที่พระองคไดทรงเคยทํา เมื่อยังทรงมีพระชนมอยูบนโลกนี้ มีอํานาจทําใหคนบาปคืนดีกับพระ เจาและกับเพื่อนพี่นอง“ทานทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติใหมาเปนศิษยของเรา ทําพิธีลางบาปใหเขาเดชะพระนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต จงสอนใหปฏิบัติตามคําสั่งทุกขอที่เราใหแกทาน” (มธ 28:19-20) วันนี้เราฉลองพระสิริรุงโรจนของพระ เยซูเจา ที่เราแตละคนหวังจะมีสวนรวมดวย ฉลองการประทับอยูตลอดไปทามกลางเราของพระเยซูเจา ผูทรงกลับคืนพระชนม ชีพ การประทับอยูซึ่งเรียกรองเราแตละคน ใหเปนพยานที่มีชีวิตชีวาถึงขาวดีแหงความรักของพระองคที่นี่และทุกแหงตลอดไป จนสุดปลายแผนดิน พันธกิจที่พระเยซูเจาทรงมอบหมายใหเราแตละคน ผูซึ่งเปนศิษยของพระองคทํานั้น เราไมสามารถทําโดย ลําพัง เพราะปราศจากพระองค เราไมสามารถทําอะไรไดเลย (เทียบ ยน 15:5) แตอาศัยพระองค พรอมกับพระองค และใน พระองค ทุกสิ่งทุกอยางเปนไปไดเสมอ ใหเรามอบงานประกาศขาวดีของเราไวในความรักและการนําทางของพระองค เหมือน ที่ผูเขียนหนังสือสุภาษิตบอกวา “จงมอบงานของทานไวกับองคพระผูเปนเจาและแผนงานของทานจะสําเร็จ” (สภษ 16:3) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 2 มิถุนายน ค.ศ.2014 “ชาวกาลิลีเอย ทานทั้งหลายยืนแหงนมองทองฟาอยูทําไม?” (กจ 1:11) นี่เปน คํากลาวของทูตสวรรคตอบรรดาศิษยของพระเยซูเจา หลังจากที่พระองคเสด็จ ขึ้นสวรรคตอหนาพวกเขา เมื่อพระเยซูเจาทรงกลับคืนพระชนมชีพ พระองค ประทับอยูทามกลางบรรดาศิษยของพระองค 40 วัน และสอนพวกเขาเกี่ยวกับ พระอาณาจักรของพระเจา พวกเขาไดกลายเปนผูสานตอพันธกิจแหงการ สถาปนาพระอาณาจักรของพระเจาบนโลกนี้ จากนั้นพระองคจึงเสด็จขึ้น สวรรคตอหนาพวกเขา การจากไปของพระเยซูเจาเปนจุดเริ่มตนแหงยุคพระศา สนจักร ยุคที่พระเยซูเจาไมอยูในฐานะมนุษยที่สามารถมองเห็นไดจนกวา พระองคจะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งในวาระสุดทาย ดังนั้น ในระหวางที่ พระองคไมอยูกับเรา ซึ่งเปนศิษยติดตามพระองคนั้น เราตองไมจมปลักอยูกับ ความใฝฝนถึงการเสด็จมาในระยะเวลาอันใกลของพระองค ไมใชเปนยุควาง เปลาแหงการรอคอย แตศิษยของพระเยซูเจามีภารกิจหลายอยางที่ตองทําให สําเร็จ พระองคทรงสัญญาวาจะอยูเคียงขางบรรดาศิษยตลอดไป แมวารูปแบบของการประทับอยูจะแตกตางไปจากเดิม “จงรู เถิดวาเราจะอยูกับทานทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ” (มธ 28:20) พันธกิจที่พระเยซูเจาทรงมอบหมายใหเราแตละคนคือ การเปนพยานที่มีชีวิตชีวาถึงขาวดีแหงความรักของพระองคที่นี่และทุกแหงตลอดไปจนสุดปลายแผนดิน“ที่ใดมีสองหรือสาม คนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยูที่นั่นในหมูพวกเขา” (มธ 18:20) เมื่อพระเยซูเจาเสด็จสูสวรรคแลว พระองคทรงสัญญาวา จะทรงสงพระจิตเจา “ผูชวยเหลืออีกองคหนึ่ง” ลงมาประทับอยูทามกลางเราเพื่อคอยแนะนําและชวยเหลือเรา ผูชวยเหลือ พระองคนี้จะเปนทุกสิ่งทุกอยางที่พระเยซูเจาทรงเปนสําหรับเรา ดังนั้น เราไมมีเหตุผลที่จะตองหวาดกลัวสิ่งใดอีกตอไป ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 3 มิถุนายน ค.ศ.2014 ชีวิตของคนเรามักจะวุนหรือยุงอยูกับการเขาและการออก การ มาถึงและการจากไป การเกิดและการตาย สังคมสวนใหญมักจะมี พิธีฉลองหรือตอนรับสําหรับผูเกิดใหมและพิธีอําลาหรือไวอาลัย สําหรับผูเสียชีวิต การเกิดและการตายถูกบันทึกไวในทะเบียนวัด และทะเบียนบานเพราะทั้งสองมีความสําคัญตอสาธารณชนและมี ผลกระทบตอคนอื่นเปนจํานวนมาก สิ่งแรกที่เรารูเกี่ยวกับชีวิต ของมนุษยคนหนึ่งคือการเกิดของเขาและสิ่งสุดทายที่เรารูคือการ ตายของเขา ซึ่งมักจะถูกมองวาเปนการจากไปอยางหนึ่ง การสิ้นพระชนมของพระเยซูเจาทําใหบรรดาศิษยเชื่อวา พระองคได จากไปอยางไมมีวันกลับและไมไดอยูกับพวกเขาตอไปอีกแลว พวกเขารูสึกโดดเดี่ยวอางวางเหมือนคนที่ถูกทอดทิ้งทําให ความหวังในอนาคตที่สดใสของพวกเขามืดมน ดับสูญไป ในชวงเวลาที่นาหดหูใจและไรความหวังนี้เอง พระเยซูเจาทรงแสดง พระองคแกพวกเขาในฐานะองคพระผูเปนเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพ การพบปะกับพระองคทําใหความเชื่อ และความหวัง ของพวกเขาในพระองคกลับฟนขึ้นมาใหม อยางไรก็ตาม บรรดาอัครสาวกตองยอมรับความจริงที่วา พระเยซูเจาจะไมทรงเดิน เคียงขางพวกเขาในรูปแบบที่มองเห็นไดอีกตอไป เพราะพระองคตองเสด็จกลับไปหาพระบิดา การเสด็จกลับไปหาพระบิดา หรือการเสด็จสูสวรรค ถือวาเปนการสิ้นสุดภารกิจของพระองคบนโลกนี้ และในเวลาเดียวกันเปนการเริ่มตนยุคใหมดวย“พระ เยซูเจาพระองคนี้ พระเจาทรงบันดาลใหกลับคืนพระชนมชีพ เราทุกคนเปนพยานได” (กจ 2:32) พระเยซูเจาเสด็จจากเราไป เพื่อกลับไปหาพระบิดาของพระองค เวลานี้พระองคประทับอยูในสวรรค “เพื่อจะทรงปรากฏอยูเฉพาะพระพักตรของพระเจา แทนเรา” (ฮบ 9:24) และ “เตรียมที”่ (ยน 14:2) ไวสําหรับเรา สวรรคเปนสถานที่ซึ่งชีวิตจะดําเนินตอไปหลังความตาย และ หนทางสูสถานที่ดังกลาว ไดเปดตอนรับเราทุกคนผูซึ่งเปนศิษยของพระองค “เราอยูที่ใด ทานทั้งหลายจะอยูที่นั่นดวย” (ยน 14:3) อยางไรก็ตาม แมวาสวรรคไดเปดสําหรับเราทุกคน แตเฉพาะผูที่ปฏิบัติตามพระประสงคของพระเจาเทานั้นจึงจะเขาไป ได เชื่อในพระเยซูเจา ผูที่พระองคทรงสงมาเพื่อไถกูมวลมนุษย พยายามทําใหความเชื่อของเราในพระเยซูเจาเขมแข็งมั่นคง ยิ่งขึ้นดวยพระวาจา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการอธิษฐานภาวนาอยางสม่ําเสมอ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน ค.ศ.2014 ทําไมพระเจาปลอยใหสิ่งไมดีเกิดขึ้นบนโลกนี้ โดยไมทรงจัดการแกไข อะไรเลย? เมื่อเรามองสิ่งเลวรายที่เกิดขึ้นในโลกนี้ โดยเฉพาะอยางยิ่งใน ประเทศไทยของเรา หลายคนอาจเกิดคําถามขึ้นมาในจิตใจเหมือนกันวา ทุกสิ่งทุกอยางที่พระเจาทรงสรางลวนดีงามมิใชหรือ? ทําไมพระเจาจึง ปลอยใหสิ่งชั่วรายเหลานี้ เกิดขึ้นบนโลกโดยไมมีปฏิกิริยาใด ๆ เลย? ทําไมพระเจาไมขจัดคนชั่วทั้งหลายบนโลกนี้ใหหมดสิ้นไป ฆาตกร ผูกอการราย นักคายาเสพติด กลุมอิทธิพลทั้งหลาย แกงลักพาเด็ก พวก ที่ไมซื่อสัตย คดโกงบานเมือง นักธุรกิจเจาเลหที่แสวงหาผลประโยชนเอาเปรียบคนยากจน นักกฏหมายฉอฉล ตัดสินวาความ ปราศจากมาตรฐาน ไรความยุติธรรม พวกบาอํานาจที่ปกครองโดยการกดขี่ขมเหงประชาชน จับกุมคุมขัง ละเมิดสิทธิ มนุษยชนอยางรุนแรง เรื่องราวตาง ๆ และผูคนเหลานี้ ยังดํารงอยูและดําเนินตอไปเพราะพระเจาทรงอดทนตอพวกเขา พระองคทรงเคารพเสรีภาพของมนุษย ทรงใหโอกาสบุคคลเหลานั้นเพื่อพวกเขาจะไดกลับใจ เสรีภาพของมนุษยเปนของ ประทานที่ล้ําคาจนทําใหพระองคตองอดทนตอความชั่วชาทั้งหลายอยางนอยจนกระทั่งถึงวันพิพากษา“จนถึงฤดูเก็บเกี่ยว” (มธ.13:30) พระเจาไมทรงบังคับมนุษยคนใดใหหลีกเลี่ยงสิ่งไมดีและทําความดี พระองคทรงปรารถนาใหเวลาที่เพียงพอแก พวกเขา เพื่อพวกเขาจะสามารถกลับใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตใหดีขึ้น พระองคไมทรงตองการใหใครตองสูญเสียชีวิตนิรันดรไป นั่นเอง เราควรเผชิญหนากับความเปนจริงที่ไมอาจหลีกเลี่ยงไดนี้ ดวยความอดทนเหมือนพระองค สุดทายแลวสิ่งชั่วรายและ บาปจะไดรับการลงโทษ ซึ่งเปนผลตามมาของตัวมันเองอยางแนนอน“ขาพเจามอบพระวาจาของพระองคใหเขาเหลานั้นแลว และโลกเกลียดชังเขา เพราะเขาไมเปนของโลกเชนเดียวกับที่ขาพเจาไมเปนของโลก” (ยน 17:14) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน ค.ศ.2014 ชีวิตของคนเรามีทั้งสวนที่ดีและสวนที่ไมดีผสมผสานกันอยู ไมมี ใครในโลกนี้ที่สมบูรณแบบทุกอยาง บางทีเราอาจจะดวนตัดสินเร็ว เกินไปที่บอกวา คนนั้นหรือสิ่งนั้นไมดีและเราไมสามารถยอมรับได การตัดสินคนอื่นแบบนี้ถือวาเปนความผิดพลาดอยางหนึ่ง ความ จริงก็คือวาเราไมมีสิทธิที่จะไปตัดสินความผิดของคนอื่น สิทธินี้เปน ของพระเจาแตเพียงผูเดียว แมวาสังคมของเราจะเลวรายขนาด ไหน เราไมมีสิทธิที่จะประณามตัวบุคคลนั้น แตเรามีสิทธิที่จะ ประณามกิจการที่ชั่วรายของพวกเขาได สังคมของเรามีทั้งคนดี และไมดี มีทั้งสิ่งที่ถูกตองและสิ่งที่ผิดรวมกันอยู เพราะแมแตในตัว เราแตละคนก็ยังมีทั้งสองสิ่งนี้ดวย พระเจาทรงพระทัยดีและเปยมไปดวยความเมตตาสงสาร ทรงอดทนและพรอมที่จะใหอภัย มนุษยเสมอ เราสามารถมองเห็นเครื่องหมายแหงความอดทนของพระเจา เมื่อพระองคทรงเชื้อเชิญใหเรามารับศีลมหาสนิท พระองคไมไดเรียกรองเราใหเปนคนครบบริบูรณทุกอยาง กอนที่เราจะมารับพระกายและพระโลหิตของพระบุตรของพระองค ศีลมหาสนิทไมไดเปนรางวัลสําหรับความดีของเรา แตเปนเครื่องมือที่จะชวยทําใหเรากลายเปนคนดี ใหเราใชโอกาสและ ชวงเวลาที่พระองคใหกับเรา ซึ่งเพียงพอสําหรับเราแตละคน ใหเปนประโยชนมากที่สุดเทาที่จะทําได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 6 มิถุนายน ค.ศ.2014 เมื่อมีสิ่งที่ไมดีเกิดขึ้น บางคนหาคําอธิบาย โดยมองไปที่ความผิดพลาด หรือความบกพรองของตนเองหรือผูอื่น บางคนดึงเอาพระเจามา เกี่ยวของดวยโดยตัดสินวา การที่สิ่งไมดีเกิดขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แสดงวาเขาคนนั้นไดทําสิ่งที่ไมดีบางอยางแนนอนและเขาสมควรไดรับ ผลที่ตามมาอยางนั้น คําถามหนึ่งที่อาจคางคาใจเราบางคนคือ พระเจา ทรงปลอยใหสิ่งที่ไมดีเกิดขึ้นเพื่อลงโทษมนุษยหรือ? แมเราเปนผู ประสบผลสําเร็จในชีวิตแทบทุกดาน สิ่งนี้ไมไดหมายความวาเราเปนคน ดีพรอมทุกอยาง หรือพระเจาทรงรักเรามากกวาคนอื่น ถาเราประสบ ความทุกขยากลําบากในชีวิต ไมไดหมายความวาพระเจาไมทรงรักเรา หรือเราเปนคนบาปมากกวาคนอื่น ทุกสิ่งที่ผานเขามาในชีวิตของเรา ลวนเปนเครื่องหมายแหงความรักของพระเจา ถาเราไดรับพระพรมากมาย สิ่งเหลานี้มีไวเพื่อเราจะไดแบงปนกับคนอื่น ถาเรา เปนผูถูกกระทําหรือเหยื่อของความอยุติธรรมในสังคม ใหเราพยายามแสวงหาการประทับอยูของพระเจาที่นั่น ความทุกข ยากลําบากสามารถทําใหเราเติบโต เขมแข็งและใกลชิดกับพระเจามากยิ่งขึ้น ใหเราพยายามดําเนินชีวิตแตละวันสอดคลองกับ พระประสงคของพระองค ดวยความรักที่เรามีตอพระเจาและเพื่อนพี่นองเสมอ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 7 มิถุนายน ค.ศ.2014 ความสมดุลของธรรมชาติเปนสิ่งจําเปนสําหรับความอยูรอดของมนุษย และสิ่งสรางที่มีชีวิตทุกอยางบนโลกนี้ พระเจาทรงสรางธรรมชาติใหมี ความสมดุล ถามนุษยทําใหธรรมชาติขาดความสมดุลไป ผลที่ตามอาจ รายแรงเกินกวาที่มนุษยจะคาดคิดได ความสมดุลในชีวิตของชีวิตคริ สตชนเปนเรื่องสําคัญยิ่ง การอธิษฐานภาวนาอยางเดียวหรือการ ทํางานอยางเดียวไมเพียงพอ ทั้งสองอยางจะตองควบคูกันไปจึงจะเกิด ความสมดุลในชีวิต เพราะชีวิตของเราประกอบดวยสวนที่เปนรางกาย และจิตวิญญาณ เราตองทํางานเพื่อหาเลี้ยงชีพ เพื่อชีวิตฝายกายของ เราจะเจริญเติบโตอยางมีคุณภาพ แตในเวลาเดียวกันเราตองไมลืมวา ชีวิตฝายจิตของเราก็ตองการอาหารมาหลอเลี้ยงดวยเหมือนกัน เราตองการพลังฝายจิตจากพระเจาผานทางการอธิษฐาน ภาวนา การฟงพระวาจาของพระองค และรับศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก ซึ่งเปนอาหารฝายจิตของเรา ไมเชนนั้นเรา จะเปนคนที่โตแตตัว แตจิตใจของเราไมโตไปดวย การอธิษฐานภาวนาทั้งแบบเปนหมูคณะและสวนตัวเปนสวนหนึ่งของชีวิตคริ สตชนของเรา นอกจากการมาวัดวันอาทิตยและรวมกิจกรรมที่ทางวัดจัดขึ้น เราตองมีเวลาสวนตัวใหกับพระเจาดวย อธิษฐาน ภาวนา รําพึง สนทนา พบกับพระองคดวยตัวเราเอง ใหเราตั้งใจใชชีวิตอยางสมดุลเยี่ยงคริสตชนที่ดี เริ่มตนในขณะที่ยังมี โอกาสและชวงเวลาที่พระเจาใหกับเรา เพราะอนาคตตองเริ่มตนตั้งแตวันนี้ ไมใชผลัดวันประกันพรุง ..รอใหถึงวันพรุงนี้อาจ สายเกินไป ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 8 มิถุนายน ค.ศ.2014 วันสมโภชพระจิตเจา วันสมโภชพระจิตเจา เปนการระลึกถึงเหตุการณสําคัญและยิ่งใหญ นั่นคือ “พระจิต เจา” หรือ “ผูชวยเหลืออีกองคหนึ่ง” ไดเสด็จลงมาเหนือบรรดาอัครสาวกดังที่พระ เยซูเจาทรงสัญญาไว กอนที่พระองคจะทรงจากพวกเขากลับไปหาพระบิดา วันนี้ถือไดวาเปนวันเกิดของพระศาสนจักรดวย เพราะเปนวันที่บรรดาอัครสาวกได เริ่มปาวประกาศขาวดีอยางเปนทางการและมีผูกลับใจเปนจํานวนมาก สําหรับ ชาวยิววันนี้เปนวันที่พวกเขาฉลองการเก็บเกี่ยว เปนวันขอบคุณพระเจาสําหรับ ผลผลิตที่ไดรับตลอดปที่ผานมา บรรดาอัครสาวกฉลองการเก็บเกี่ยวดวยเหมือนกัน แตสิ่งที่พวกเขาเก็บเกี่ยวไมใชพืชพันธุธัญญาหาร แตเปนผูมีความเชื่อในพระเยซูเจา และขาวดีของพระองค พระจิตเจาไดเสด็จลงมาเหนือบรรดาอัครสาวกที่กําลัง ชุมนุมกันในรูปของเปลวไฟที่มีลักษณะเหมือนลิ้น บรรดาอัครสาวกสามารถพูด ภาษาตาง ๆ ได จนสรางความประหลาดใจใหกับชาวยิวที่เลื่อมใสศรัทธา ซึ่ง เดินทางมาจากทุกชาติทั่วโลกเพื่อนมัสการพระเจาที่กรุงเยรูซาเล็ม เพราะพวกเขา ไดยินบรรดาอัครสาวกพูดภาษาของตนเอง พระจิตเจาไดประทานอํานาจแหงการ สื่อสารใหแกบรรดาอัครสาวก ซึ่งทําใหทุกคนเขาใจขาวดีที่พวกเขาประกาศ ความ สับสนวุนวายในเรื่องภาษาที่หอบาเบล (เทียบ ปฐก 11:1-9) ไดถูกทําลายลงดวย เอกภาพแหงการเขาใจที่ทุกคนสามารถพบไดในพระจิตเจา เวลานี้ไมมีประชากรที่พระเจาทรงเลือกสรรเปนพิเศษอีกตอไป เพราะทุกคนเปนประชากรของพระเจา และทุกคนไดรับเรียกใหเขามาในพระอาณาจักรของพระองค ใหเราพิจารณาไตรตรอง เกี่ยวกับเปาประสงคที่แทจริงของพระพรพิเศษที่เราไดรับจากพระจิตเจา นักบุญเปาโลบอกเราวา พระพรพิเศษมีหลายประการ เราแตละคนมีความรูและความสามารถแตกตางกัน แตเราตองไมลืมวาพระพรพิเศษทุกชนิดมีไวเพื่อแบงปน ดังนั้น เราไมควร เก็บความรูและความสามารถของเราไว เพื่อประโยชนของเราเองเทานั้น แตเพื่อรับใชความตองการของเพื่อนพี่นองที่อยูรอบ ขางเราดวย ยิ่งเราแบงปนความรูและความสามารถใหกับคนอื่นมากเทาใด เราก็ยิ่งมีพวกมันมากขึ้นเทานั้น ขอพระจิตเจานํา ทางเราและชวยเราใหใชศักยภาพที่เรามีใหเกิดประโยชนแกสวนรวมมากที่สุดเทาที่จะทําได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 9 มิถุนายน ค.ศ.2014 เราไมสงสัยในพลังอํานาจของพระจิตเจา ที่ทํางานผานทางบรรดา อัครสาวกและกลุมคริสตชนในสมัยเริ่มแรก เพราะหลังจากที่พวก เขาไดรับพระองคแลว พวกเขาไดเริ่มปาวประกาศขาวดีอยางกลา หาญ เปนพยานถึงความเชื่อในพระเยซูเจาดวยชีวิตทั้งครบ แมวา พวกเขาหลายคนตองพลีชีวิตตนเองเพื่อพันธกิจนี้ พวกเขาก็ยอม สละดวยความเต็มใจ แลวเราละ! ในฐานะคริสตชนคนหนึ่ง พระจิต เจาทรงมีบทบาทตอชีวิตของเราอยางไร? นักบุญเปาโลบอกเราวา พระจิตเจาชวยเราใหสามารถพูดไดอยางมั่นใจวา “พระเยซูคือองค พระผูเปนเจา” (1 คร 12:3) พระจิตเจาทรงชวยเราใหมีความเชื่อในพระเยซูเจามั่นคงมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งพระองคกลายเปน ศูนยกลางชีวิต และเจานายแตเพียงผูเดียวของเรา พระจิตเจายังทรงเปนบอเกิดแหงพระพรพิเศษตาง ๆ มากมาย พระพร พิเศษที่เราแตละคนไดรับอาจจะแตกตางกัน แตมาจากตนกําเนิดเดียวกัน นั่นคือ พระจิตเจา เพราะฉะนั้น เราทุกคนจึงเปน หนึ่งเดียวกันในพระองค “เดชะพระจิตเจาพระองคเดียว เราทุกคนจึงไดรับการลางมารวมเขาเปนรางกายเดียวกัน ไมวาจะเปน ชาวยิวหรือชาวกรีก ไมวาจะเปนทาสหรือไทก็ตาม เราทุกคนตางไดรับพระจิตเจาพระองคเดียวกัน” (1 คร 12:13) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน ค.ศ.2014 พระพรพิเศษของพระจิตเจาไมไดมีไวเพื่อตัวของผูที่ไดรับเทานั้น แตมีไวเพื่อรับใชและ ตอบสนองความตองการของผูอื่นดวย เราแตละคนตองทํางานดวยกัน ใชพระพรพิเศษที่ เราไดรับ เพื่อสรางและพัฒนากลุมคริสตชนและสังคมที่เราแตละคนเปนสวนหนึ่งให เจริญกาวหนาในหนทางที่ถูกตอง แมเราจะมีหลายคน แตโดยทางการทํางานของพระ จิตเจา เราแตละคนกลายเปนรางกายเดียวกัน แตละคนเปนสวนหนึ่งของพระกายทิพย ของพระเยซูเจาหรือพระศาสนจักรเหมือนรางกายมีอวัยวะหลายอยาง แตทํางาน ประสานกลมกลืนกัน เราควรใชศักยภาพและความสามารถทั้งหมดที่พระจิตเจา ประทานแกเราอยางมีเอกภาพ เพื่อประโยชนสูงสุดของกลุมคริสตชนและสังคมที่เรา อาศัยอยู พระจิตเจาทรงเปนหนทางที่นําไปสูเสรีภาพ และการปลดปลอยใหเปนอิสระ อยางแทจริง วิถีทางของพระองคไมไดเปนวิถีทางแหงการเปนทาส การบีบบังคับ ความ โลก หรือความหวาดกลัว โดยทางพระองค เราสามารถมีความสัมพันธใกลชิดกับพระ เจาจนกระทั่งเราสามารถเรียกพระองควา “พระบิดา” เหมือนที่พระเยซูเจาทรงสอนเรา เมื่อเราไดรับพระจิตเจาในศีลกําลังแลว เราแตละคนกลายเปนสมาชิกที่สมบูรณของ พระศาสนจักรและสามารถมีสวนรวมในกิจการและภารกิจแหงรักและรับใชทุกอยาง ของประชากรพระเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 11 มิถุนายน ค.ศ.2014 พระจิตเจาทําใหเรามีสวนรวมในพระทรมานของพระเยซูเจา เพื่อเราจะ มีสวนรวมในพระสิริรุงโรจนรวมกับพระองคในเมืองสวรรค ความทุกข ยากลําบากนี้ไมไดเกิดจากการขาดเสรีภาพของเรา แตเกิดจากการที่เรา อุทิศตนทั้งครบ เพื่อยืนยันความถูกตองและความจริงและเพื่อปกปอง เสรีภาพและศักดิ์ศรีของมวลมนุษย ในฐานะศิษยของพระเยซูเจา เรา ตองพรอมที่จะจายทุกอยางเพื่อภารกิจยิ่งใหญนี้ แมแตดวยชีวิตของเรา ถาจําเปนใหเราพิจารณาไตรตรองเกี่ยวกับเปาประสงคที่แทจริง ของพระพรพิเศษที่เราไดรับจากพระจิตเจา นักบุญเปาโลบอกเราวา พระพรพิเศษมีหลายประการ นั่นคือ เราแตละคนมีความรูและ ความสามารถแตกตางกัน แตเราตองไมลืมวาพระพรพิเศษทุกชนิดมีไว เพื่อแบงปน ดังนั้น เราไมควรเก็บความรูและความสามารถของเราไว เพื่อประโยชนของเราเองเทานั้น แตเพื่อรับใชความตองการของเพื่อนพี่ นองที่อยูรอบขางเราดวย ยิ่งเราแบงปนความรูและความสามารถของเรา ใหกับคนอื่นมากเทาใด เราก็ยิ่งมีพวกมันมากขึ้นเทานั้น ขอพระจิตเจานํา ทางเราและชวยเราใหใชศักยภาพที่เรามี ใหเกิดประโยชนแกสวนรวม มากที่สุดเทาที่จะทําได ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 12 มิถุนายน ค.ศ.2014 พระเยซูเจาไมใชผูที่ตอตานกฎเกณฑของสังคม แตในพระวรสาร พระองคทรงแสดงใหเราเห็นเสมอวา กฎแหงความรักมีความสําคัญ และมีคุณคาสูงสงกวากฎเกณฑทางสังคมหรือพิธีกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น ชีวิตและความรอดพนของมนุษยตองมากอนกฎเกณฑที่สังคมเปนคน กําหนดขึ้น ในโลกปจจุบัน โดยเฉพาะสังคมไทย เต็มไปดวยความ เกลียดชังกัน มนุษยเราโนมเอียงที่จะคิดวาตัวเองชอบธรรมคนเดียว หลายครั้งเรายึดถือกฏเกณฑตาง ๆ ที่มนุษยเปนผูกําหนดขึ้น ปฏิเสธ ความเปนตัวตน ความคิด และการกระทําของผูอื่น ทําใหสังคมเกิด การแบงเขาแบงเรา พวกใครพวกมัน ตอสู ขัดแยง แขงขันแยงชิงกันอยางเอาเปนเอาตาย มืดมน มัวเมา ในทรัพยสิน อํานาจ ชื่อเสียงจนกระทั่งมองเห็นคนที่คิดตางกลายเปนศัตรู ความรักและการใหอภัยกันและกันเลือนหายไปจากมนุษย นี่ไมใชทาที และจิตตารมณของพระเยซูเจาเลย พระองคทรงสอนและแสดงใหเราเห็นเสมอถึง ความรักและการใหอภัยซึ่งมนุษยตองมีใหแก กันและกันเสมอ เหมือนดังที่พระเจาทรงรักและใหอภัยมนุษยทุกคน พระศาสนจักรสอนวากฎแหงความรักนั้นสูงสง และ ยิ่งใหญกวากฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น ใครก็ตามที่สวดบทขาแตพระบิดาที่วา “โปรดอภัยแกขาพเจา เหมือนขาพเจาใหอภัยแกคน อื่น” (มธ 6:12) ยังกลาที่จะดูถูกและประณามคนอื่นอีกหรือ? ใหเราวอนขอพระหรรษทานจากพระเจา เพื่อวาเราจะไดมีจิตใจ ที่ออนโยนและเมตตากรุณาเหมือนพระองค ใหเราแตละคนสามารถเลียนแบบจิตตารมณและทาทีของพระเยซูเจา พรอมที่จะ แสดงใหมนุษยทุกคนรูวา พระเจาทรงรักพวกเขาเหมือนที่พระองคทรงรักเรา “ขณะที่ทานนําเครื่องบูชาไปถวายยังพระแทน ถาระลึกไดวาพี่นองของทานมีขอบาดหมางกับทานแลว จงวางเครื่องบูชาไวหนาพระแทน กลับไปคืนดีกับพี่นองเสียกอนแลวจึง คอยกลับมาถวายเครื่องบูชานั้น” (มธ 5:23-24) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 13 มิถุนายน ค.ศ.2014 “พระเจาขา ถาเปนพระองค ก็จงสั่งใหขาพเจาเดินบนน้ําไปหาพระองค เถิด” (มธ 14:28) นักบุญเปโตรคาดหวังวาพระเยซูเจาจะทรงกระทํา กิจการที่อัศจรรยบางอยางสําหรับทาน คือทําใหทานสามารถเดินบน น้ําไดเหมือนกับพระองค พระเยซูเจาตรัสกับทานวา “มาเถิด” (มธ 14:29) ทานจึงลงจากเรือและเดินบนน้ําไปหาพระองค แตมันไมงาย เหมือนที่ทานคิด ทานทําไมไดเหมือนที่พระเยซูเจาทรงกระทํา ทานเริ่ม จมลงเพราะขาดความเชื่อ บางทีพระเยซูเจาทรงยอมทําตามขอ เรียกรองที่ไมเหมาะสมของนักบุญเปโตร เพราะพระองคทรงปรารถนา ที่จะใหบทเรียนแกทาน รวมทั้งแกเราทุกคนที่เปนศิษยติดตามพระองค วา จงพอใจกับวิถีทางที่องคพระผูเปนเจาทรงกระทํา และอยาเรียกรองใหพระองค ทรงกระทําบางสิ่งบางอยางตามวิถีทางของ เราหลายครั้งเราอาจปรารถนาใหพระเจากระทําบางสิ่งบางอยางเพื่อเราในวิถีทางที่พิเศษและนาทึ่ง แตทางที่ดีที่สุดคือตราบใด ที่เราไมจากไปไหนและยังคงอยูในพระศาสนจักร เรามั่นใจไดวาชีวิตของเราจะปลอดภัยอยางแนนอน เพราะในพระศาสนจักร เราสามารถพบกับพระเจาไดตลอดเวลาที่เราตองการ พระศาสนจักรจะไมมีวันจม แมตองเผชิญกับคลื่น และพายุที่โหมซัด กระหน่ําอยางรุนแรงแคไหนก็ตาม หลายครั้งเราอาจจะรูสึกสับสนและรับไมไดกับเรื่องราวที่เปนที่สะดุดตาง ๆ ที่เกิดขึ้นใน พระศาสนจักร แตพระศาสนจักรของเราจะไมมีวันพลิกคว่ําลงเปนอันขาด เพราะพระเยซูเจาไดทรงสัญญากับนักบุญเปโตรวา “ประตูนรกจะไมมีวันชนะพระศาสนจักรได” (มธ 16:18) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 14 มิถุนายน ค.ศ.2014 วันอาทิตยนี้พระศาสนจักรทําการสมโภชพระตรีเอกภาพ ซึ่งเปนพระธรรมล้ําลึกที่ เราไมสามารถเขาใจไดอยางสมบูรณ ดวยสติปญญาที่มีขอบเขตจํากัดตามประสา มนุษยของเรา พระเจาซึ่งมีเพียง “องคเดียว” แตมี “สามพระบุคคล” คือ พระ บิดา พระบุตร และพระจิต และทั้งสามพระบุคคล ตางก็มีสถานะพระเจาเทาเทียม กันทุกประการ เมื่อพูดถึง “พระธรรมล้ําลึก” ไมไดหมายถึง บางสิ่งบางอยางที่ ลึกลับและคลุมเครือซึ่งยากแกการเขาใจ แตหมายถึงบางสิ่งบางอยางที่กอนหนานี้ ไดถูกปดบังไว แตเวลานี้ไดถูกเปดเผยใหบางคนไดทราบ จึงไมใชเรื่องแปลกสําหรับ คนที่ไมไดรับการเผยแสดงโดยตรง ไมอาจเขาใจคําสอนเกี่ยวกับพระตรีเอกภาพได ทั้งหมด พระเยซูเจาทรงพูดถึง “พระบิดา” ผูทรงสงพระองค ผูทรงเปน “พระ บุตร” ลงมาบนโลกนี้และทรงกลาวถึง “พระจิต” ผูซึ่งพระองคเอง จะทรงสงลงมา หลังจากที่ทรงกลับไปหาพระบิดาแลว พระองคทรงบอกวาพระบิดาไดทรงมอบทุก สิ่ง ทั้งในสวรรคและบนแผนดินแกพระองค ในทางกลับกันพระองคไดทรงมอบทุก สิ่ง ที่พระองคไดรับจากพระบิดาแกพระจิตดวย จากความจริงอันนี้ เราสามารถ มองเห็นเอกภาพและเปาประสงคอันเดียวกัน ในระหวางสามพระบุคคลของพระตรี เอกภาพ ในประวัติศาสตรแหงความรอดพน เรามอง “พระบิดา” ในฐานะพระ ผูสรางสรรพสิ่ง พระองคทรงเปนตนกําเนิดและที่มาของทุกสิ่งที่มีชีวิตและไมมีชีวิตในจักรวาลนี้ เรามอง “พระบุตร” ในฐานะ พระผูไถกู โดยทางพระองคเราทราบวาพระบิดาทรงรักเรามาก จนกระทั่งยอมสงพระบุตรเพียงพระองคลงมาบังเกิดเปนมนุษย เพื่อไถกูเราและเรามอง “พระจิต” ในฐานะผูทําใหทุกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไป พระองคทรงเปนผูชวยเหลืออีกองคหนึ่งและทรงเปนทุก สิ่งที่พระบุตรทรงเปนสําหรับเรา เมื่อครั้งที่พระองคยังประทับอยูทามกลางเราบนโลกนี้ ในรูปแบบมนุษยที่เราสามารถสัมผัสได สิ่งแรกที่บิดามารดาไดสอนเราเกี่ยวกับศาสนาคือ การทํา “เครื่องหมายสําคัญมหากางเขน” และสิ่งสุดทายที่พระสงฆจะทําที่ หลุมฝงศพของเราคือ การทําเครื่องหมายสําคัญมหากางเขนเหนือรางของเราเชนกัน กลาวไดวาชีวิตของเราถูกตราไว “ในพระ นามของพระบิดา พระบุตร และพระจิต” ใหเราตระหนักถึงความสําคัญของสามพระบุคคลนี้ในชีวิตของเรา ใหพระองคเปน ศูนยกลางชีวิตของเราและใหเราเลียนแบบอยางการทํางานของพระองค นักบุญเปาโลบอกเราวา ใหเราแตละคนพยายาม ปรับปรุงตนใหดีพรอม ใหกําลังใจกัน เปนน้ําหนึ่งใจเดียวกัน ดําเนินชีวิตอยางสันติ แลวพระเจาแหงความรักและสันติจะสถิต อยูกับเราตลอดไป ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 15 มิถุนายน ค.ศ.2014 วันสมโภชพระตรีเอกภาพ เราคงไมมีวันเขาใจความยิ่งใหญและความเรนลับของพระเจา ดวยสติปญญาอันนอย นิดของเราไดทั้งหมด อยางไรก็ตาม เราพอเขาใจไดเหมือนกันวา ทําไมพระเจาจึงทรง เผยแสดงพระธรรมล้ําลึกเกี่ยวกับพระธรรมชาติของพระองคนี้แกเรา? ความสําคัญของ คําสอนนี้อยูบนความจริงที่วา พระเจาทรงสรางเราแตละคนตามภาพลักษณของ พระองค ดังนั้น ยิ่งเราเขาใจพระเจามากเทาใด เราก็ยิ่งเขาใจตัวเราเองมากขึ้นเทานั้น คําสอนเกี่ยวกับพระตรีเอกภาพบอกอะไร เกี่ยวกับพระเจาของเราและตัวเราเองดวย? ประเด็นแรก แมวาพระเจาของเรามีเพียงองคเดียว แตพระองคทรงมีประติสัมพันธกับ เราในสามพระบุคคลหรือในสามรูปแบบที่แตกตางกัน แมทั้งสามจะมีบทบาทที่แตกตาง กันอยางเห็นไดชัด แตก็มีเปาประสงคเดียวกัน นั่นคือ ความรอดพนของมวลมนุษย ถา เรามองในแงบทบาทหนาที่ของพระเจา เราจะเห็นวาพระองคไมไดเปนพระเจาที่โดด เดี่ยว แตพระองคทรงดํารงอยูเปนหมูคณะ เปนหมูคณะแหงความรักและการแบงปน ในฐานะลูกของพระองค เราควรปฏิบัติพันธกิจแหงการรับใชในรูปแบบหมูคณะ เรา ตองทํางานเปนทีม มีเอกภาพและเปาประสงคอันเดียวกัน ผูรูทานหนึ่งบอกวาความ ศักดิ์สิทธิ์ที่แทจริงของคริสตชน ไมใชอยูที่การแยกตัวไปอธิษฐานภาวนาอยูตามลําพัง ในทะเลทรายหรือถิ่นทุรกันดาร แตอยูที่ การทํางานรับใชเพื่อนพี่นองในสังคมที่ตนเองเปนสวนหนึ่ง ประเด็นที่สอง ความรักแทตองมีสามฝาย ในพระคัมภีร “เลขสาม” เปนเลขแหงความสมบูรณ พระเจาทรงเผยแสดงพระองคแกเราในสามพระบุคคล เพื่อเราจะรูวาพระองคทรงรักเรามากแคไหน และความรักของพระองคนั้นยิ่งใหญและครบบริบูรณเพียงใด ในทํานองเดียวกัน ครอบครัวที่สมบูรณตองมีทั้งพอ แม และลูก ลูกเปนผลผลิตและตราประทับแหงความรักที่พอและแมมีตอกันและกัน มีคนบอกวาสองคนรวมกันเปนไดแคเพื่อน แตสามคน รวมกันเปนหมูคณะ พระเจาปรารถนาที่จะใหลูก ๆ ของพระองคอยูดวยกันเปนหมูคณะ เพื่อสานตอพันธกิจแหงรักของ พระองคและทําใหเพื่อนพี่นองคนอื่นที่อยูรอบขางเรารูวา พระองคทรงรักพวกเขาเหมือนที่พระองคทรงรักเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 16 มิถุนายน ค.ศ.2014 พระสงฆอาวุโสองคหนึ่งกําลังนั่งรอเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชายคนหนึ่ง ขยับมานั่งใกลทานและเริ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับศาสนา เขาบอกวา “ผม จะไมเชื่อในสิ่งที่เขาใจไมได โดยเฉพาะอยางยิ่งเรื่องพระตรีเอกภาพ พระเจา หนึ่งเดียวแตมีสามพระบุคคล เพราะเปนคําสอนที่ขัดกับหลักคณิตศาสตรอยาง สิ้นเชิง เปนไปไดอยางไรที่ 1+1+1=1?” พระสงฆองคนั้นยิ้ม พลางชี้ไปยังดวง อาทิตยที่กําลังทอแสงผานเขามาทางหนาตางของหองพักผูโดยสารถามชายคน นั้นวา “ทานเชื่อในดวงอาทิตยไหม?” ชายผูชางสงสัยมองหนาพระสงฆผูอาวุโส อยางแปลกใจพรอมกับตอบวา “แนนอน ทําไมละ?” พระสงฆองคนั้นจึงพูด ตอไปวา “ดีมาก แสงที่ผานเขามาทางหนาตางซึ่งทานมองเห็นนั้นมาจากดวงอาทิตยที่อยูหางจากที่นี่ประมาณ 93 ลานไมล และความรอนที่เราทั้งสองรูสึกมาจากทั้งดวงอาทิตยและแสงของมัน พระตรีเอกภาพเปนบางสิ่งที่คลายกันนี้แหละ ดวงอาทิตย เปรียบเสมือนพระบิดาเจา สวนแสงที่ศูนยกลางของระบบสุริยะจักรวาลดวงนี้สงออกมา เปรียบเสมือนพระบุตรเจา สวนความ รอนซึ่งเปนผลมาจากทั้งดวงอาทิตยและแสงของมัน เปรียบเสมือนพระจิตเจา ทานคงไมปฏิเสธใชไหมวา ทั้งดวงอาทิตย แสง และความรอนเปนหนึ่งเดียวกัน” เมื่อไดยินคําอธิบายเชนนี้ ชายคนนั้นรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน ค.ศ.2014 เราอาจเขาใจพระตรีเอกภาพมากยิ่งขึ้น ถามองพระองคในฐานะบอเกิดของสรรพสิ่งที่ดี ทั้งหลาย ในมุมมองนี้ พระตรีเอกภาพมีคุณลักษณะหลายอยางคลายกับดวงอาทิตย ดวง อาทิตยเปนบอเกิดของสิ่งที่ดีมากมายตอชีวิตฝายกายของเรา พระตรีเอกภาพทรงเปนบอ เกิดของชีวิตฝายจิตหรือชีวิตพระในตัวเรา ดวงอาทิตยใหพลังงานและความเขมแข็งแกเรา พระตรีเอกภาพทรงใหพละกําลังและความเขมแข็งภายในแกเราเชนกัน ดวงอาทิตยใหแสง สวางแกเรา พระตรีเอกภาพทรงสองสวางสติปญญาและจิตใจของเรา ดวงอาทิตยใหความ อบอุนแกเรา พระตรีเอกภาพใหความอบอุนฝายจิต นั่นคือ ความรักตอพระเจาและเพื่อน มนุษยแกเรา แสงของดวงอาทิตยสามารถรักษาความเจ็บปวยและโรคภัยหลายอยางได อานุภาพของพระตรีเอกภาพ สามารถรักษาบาปซึ่งเปนโรครายฝายวิญญาณของเรา ดวง อาทิตยทําใหโลกสดใสและมีชีวิตชีวา พระตรีเอกภาพทรงทําใหหัวใจของเราเบิกบาน ดวย ความหวังในชีวิตนิรันดรที่กําลังรอคอยเราในสวรรค ไมใชเรื่องแปลกที่คนในสมัยโบราณ หลายชาติหลายภาษา นมัสการและเชื่อวาดวงอาทิตยเปนเทพเจาองคหนึ่ง ที่เปนเชนนี้ อาจเปนเพราะพวกเขาไมรูวายังมีใครที่ยิ่งใหญกวาดวงอาทิตย แตสําหรับเราดวงอาทิตย เปนเพียงสิ่งสรางชิ้นหนึ่งจากฝพระหัตถของพระเจาหนึ่งเดียว คือพระบุคคลหรือที่เรา เรียกวาพระตรีเอกภาพนั่นเอง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 2014 เมื่อเราสวด “บทขาพเจาเชื่อ” ซึ่งเปนการประกาศ ความ เชื่อในพระเจาหนึ่งเดียวแตมีสามพระบุคคล พระบิดาผูทรง เปนพระผูสรางสรรพสิ่งทั้งแลเห็นไดและแลเห็นไมได พระ เยซูเจาผูทรงเปนพระบุตรหนึ่งเดียวของพระเจา และพระ จิตพระเจาผูทรงบันดาลชีวิต การทํา “เครื่องหมายสําคัญ มหากางเขน” เปนอีกวิถีทางหนึ่งที่ชวยเราใหติดตอและ ยืนยันความเชื่อในพระตรีเอกภาพ ทุกครั้งที่เราทํา เครื่องหมายนี้ เรากําลังถวายเกียรติแด “พระบิดา พระ บุตร และพระจิต” และประกาศวาชีวิตของถูกตราไวใน พระนามของพระองค เมื่อเราทําเครื่องหมายนี้ เรากําลังถวายชีวิตทั้งครบของเราแดพระเยซูเจาผูทรงไถบาปเราบนกางเขน และเตือนใจตนเองถึงกางเขนที่เราตองแบกในแตละวันเพื่อติดตามพระองค เรายังทําเครื่องหมายนี้เพื่อวอนขอพระพรจากพระ เจาและขอบพระคุณพระองคสําหรับทุกสิ่งที่พระองคประทานใหเรา เครื่องหมายสําคัญมหากางเขน จึงเปนสิ่งที่เราควรทําบอย ๆ ในชีวิตประจําวันของเราไมวากอนทํางาน กอนและหลังรับประทานอาหาร กอนและหลังเรียน กอนออกเดินทาง โดยเฉพาะ อยางยิ่งเมื่อเรารูสึกวาตนเองกําลังเผชิญหนากับอันตราย และการประจญลอลวงของปศาจ การทําเครื่องหมายสําคัญมหา กางเขนเปนการเตือนสติเราเองและยืนยันถึงพระอานุภาพของพระตรีเอกภาพในการตอสูกับสิ่งชั่วรายทั้งหลาย ดังนั้น อยา ละอายที่จะทําเครื่องหมายนี้ไมวาเราจะอยูที่ไหนและเวลาใด ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 19 มิถุนายน ค.ศ.2014 เมื่อพระเยซูเจาทรงเชื้อเชิญประชาชนใหมาเปนศิษยพระองค พระองคทรง คาดหวังวาพวกเขาจะยายอะไรก็ตามที่เปนอุปสรรคตอการติดตามพระองค ออกไปใหหมดจากตัวเขา “จงปลอยใหคนตายฝงคนตายของตนเถิด” (ลก 9:60) ไมไดหมายความวาพระองคทรงตอตานการฝงศพบิดามารดา ญาติพี่ นอง หรือผูที่เรารักใคร แตหมายถึงใครก็ตามปฏิเสธที่จะติดตามพระองค ก็ไมตางจากคนตายฝายจิต เพราะเขาไดปฏิเสธเจาแหงชีวิต พระเยซูเจา ตองการบอกวาไมมีสิ่งใดสําคัญกวาความซื่อสัตยและความจงรักภักดีที่เรามีตอ พระองค พระองคตองเปนที่หนึ่งและมากอนทุกคนและทุกสิ่งในชีวิตของเรา พระเยซูเจาทรงเชื้อเชิญใหเราทุกคนติดตามพระองคอยางเต็มที่ ดวยใจเต็มรอยตามสถานภาพของเราแตละคน เมื่อเรารับศีล ลางบาป โดยผานทางพระสงฆผูประกอบพิธี พระองคไดทรงวางผาขาวบนตัวเราเพื่อเปนสัญลักษณวา ตั้งแตนี้เปนตนไป เรา เปนประชากรใหมของพระเจาและมีชีวิตใหมที่มีเสรีภาพอยางแทจริง พระเยซูเจาทรงปรารถนาใหเราทุกคนเปนอิสระ หลุดพน จากพันธนาการหรืออุปสรรคที่ขัดขวางเรา ไมใหเปนศิษยที่สมบูรณของพระองค พระเยซูเจาทรงให “เสรีภาพที่มีไวเพื่อรัก” พระเยซูเจาไมไดทรงบังคับเราใหเปนศิษยของพระองค อุทิศตนเพื่อพระองค หรือใหรักพระองคเหนือทุกคนและเหนือทุกสิ่ง แตพระองคทรงใหเสรีภาพในการเลือกแกเรา เพราะวาความรักที่ปราศจากเสรีภาพหรือถูกบีบบังคับโดยวิธีใดก็ตาม ไมใชความ รักที่แทจริง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 20 มิถุนายน ค.ศ.2014 “เทคโนโลยีการสื่อสารในปจจุบันไดทําใหวิถีชีวิตของผูคนทุกหนแหง เปลี่ยนไปมาก พระศาสนจักรตองตระหนักในเรื่องนี้ และใหความสําคัญ ในการใชสื่ออยางเหมาะสม ซึ่งจําเปนตองอยูในพันธกิจตาง ๆ ทั้งงาน อภิบาลและงานประกาศขาวดี ...สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงใช สื่อ โดยมีทั้งหนา facebook และ twitter รวมทั้ง Pope App. ดวย”(จากการประชุมสมณสภาสื่อสารสังคม วาติกัน 19-21 ก.ย. 2013) ในโลกดิจิทัล การสื่อสารมิใชเปนเรื่องการแลกเปลี่ยนขาวสารเทานั้น แตยังเปนสวนหนึ่งของการแบงปน พระสงฆ ผูอภิบาล ผูรวมอภิบาล ผูรับการอภิบาล คริสตชนทุกคนจะตองเรียนรูจักและใชสื่อใหม ๆ เพื่อนําเสนอพระวาจาของพระเจาใหกับพี่นองคนอื่น เครือขายสังคมออนไลน สามารถเปนวิธีการหนึ่งในการแพรธรรมได ดวยการเปนประจักษพยานอยางตอเนื่องเกี่ยวกับตัวเรา เอง หากเราใชในทางที่ผิด อาจเพราะอคติ ความยึดมั่นถือมั่น หรือความไมรู โดยเฉพาะการเสียดสี โจมตี ดาทอ วากลาวให ราย ซึ่งกอใหเกิดความเสียหายแกผูอื่นและสังคม ถาคริสตชนยังโพสทขอความที่ไมเหมาะสมในเชิงลบอยูเสมอ เราไมสามารถ ประกาศสารอะไรไดเลย การประกาศขาวดี ขอคําสอนแบบคริสตชน จะไรความหมาย หากไรการเปนประจักษพยานอยาง ตอเนื่องของผูประกาศ ตรงกันขาม เราตองใชเครื่องมือสื่อสาร สมัยใหมนี้เพื่อความดีสวนรวม ความเปนหนึ่งเดียวกัน และสันติ สุขของสังคมที่เราอาศัยอยู ใชพระพรที่พระเจาประทานใหมวลมนุษย เพื่อประกาศความรักความยิ่งใหญ และพระสิริรุงโรจน ของพระเจา การแสดงความคิดเห็นตาง ๆ ในโลกดิจิทัล ตองแสดงออกถึงการใหอภัย การแบงปน และความรักเอื้ออาทรตอกัน การเปนประจักษพยานที่ซื่อสัตยตอพระวรสารเชนนี้ จะทําใหความเชื่อของเราและพระวรสารมีพื้นที่ในโลกดิจิทัล นี่แหละ คือ วิธีการแพรธรรมแบบใหมของเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 21 มิถุนายน ค.ศ.2014 วันนี้ พี่นองจากทั่วสังฆมณฑลอุดรธานี เดินทางมาอาสนวิหารฯ เพื่อรวมฉลองพระมารดานิจจานุเคราะห องคอุปถัมภของสังฆมณฑลอุดรธานี หลายคนคงรูจักรูปพระมารดานิจจานุเคราะหเปนอยางดีแลว ในพระ รูปนี้ เราจะเห็นแมพระกําลังอุมพระกุมารไวในออมแขน สีหนาของแมพระและของพระเยซูเจา ดูเหมือน จะไมมีความสุขนัก ทั้งนี้เปนเพราะไดเห็นความทุกขทรมานที่จะเกิดขึ้นกับตนเองในอนาคต พระเยซูเจา ไมไดมองไปที่แมพระ แตพระองคหันหนาไปทางอื่น และกําลังมองดูอัครเทวดากาเบรียล ผูถือไมกางเขน และตะปูที่จะถูกใชเพื่อตรึงพระองค สวนในดานซายตอนบนของรูปนี้ อัครเทวดามีคาเอลกําลังถือไมออที่ มีฟองน้ําเสียบอยูและหอก ซึ่งเปนสิ่งที่จะถูกใชกับพระองคบนเนินเขากัลวารีโอเชนเดียวกัน พระเยซูเจาผู ยังเปนเด็กอยู คงรูสึกตกใจกลัว เมื่อไดเห็นภาพนิมิตเกี่ยวกับพระทรมานของตนเอง จนทําใหพระองคตอง วิ่งไปหาพระมารดา พระนางทรงอุมและจับมือขางหนึ่งไว พรอมกับปลอบโยนพระองค เราจะพบวาพระ เยซูเจารีบวิ่งไปหาแมพระอยางรีบรอนมาก จนรองเทาขางหนึ่งหลุดหอยติดอยูที่พระบาทของพระองค ยามที่เราประสบความทุกขยากลําบากและการประจญลอลวงในชีวิต เราควรกระทําเชนเดียวกับพระเยซู เจาผูทรงวิ่งไปหาพระมารดาของพระองค เพื่อรับการปลอบโยนและการปกปองคุมครอง เราเองก็ควรหัน หนาไปหาแมพระเพื่อขอความชวยเหลือเสมอ ชื่อ “พระมารดานิจจานุเคราะห” (Our Lady of Perpetual Help) เปนชื่อที่มีความหมายชัดเจนอยูในตัวเองอยูแลว “นิจ” แปลวา “เสมอไป สม่ําเสมอ” และ “อนุเคราะห” แปลวา “เอื้อเฟอ ชวยเหลือ” แมพระเปนผูที่พรอมจะชวยเหลือเรา ผูซึ่งเปนลูกของ พระนางเสมอและตลอดไปดวย เราพบคุณลักษณสําคัญนี้ของแมพระในพระวรสารอยางนอยสองเหตุการณ เหตุการณแรกเกิดขึ้นเมื่อพระนางทรง ทราบวานางเอลีซาเบธ ญาติของพระนางซึ่งชรามากแลว ตั้งครรภบุตรชาย แมนางเอลีซาเบธไมไดขอความชวยเหลือจากแมพระ แตแมพระรีบไป เยี่ยมนางเอลีซาเบธเพราะรูถึงตองการนั้น และประทับอยูกับนางประมาณสามเดือนจึงเสด็จกลับเมืองนาซาเร็ธ เหตุการณที่สองเกิดขึ้น ในงานมงคล สมรสที่หมูบานคานา แมพระมาหาพระเยซูเจาและอธิบายสถานการณของพวกเขา พรอมกับวอนขอสั้น ๆ แตมีนัยเรงดวน “เมื่อเหลาองุนหมด พระมารดาของพระเยซูเจาจึงมาทูลพระองควา‘เขาไมมีเหลาองุนแลว’” (ยน 2:3) คําพูดของพระนางคลายจะบอกวา “เวลานี้ลูกและแมอยูที่นี่ พวกเราไมสามารถชวยเหลือคนเหลานี้ ใหพนจากความอับอายซึ่งจะเปนตราบาปติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิตและจะเปนเครื่องหมายแหงความโชค ราย สําหรับการแตงงานของพวกเขาไดเชียวหรือ?” พระนางนําสถานการณที่ตองแกไขเรงดวนมาเผชิญหนากับพระเยซูเจา ในตอนแรกดูเหมือนวา พระเยซูเจาไมเห็นดวยและจะไมตอบสนองตอคําวอนขอของพระนาง“คุณแม คุณแมตองการสิ่งใดจากลูก เวลาของลูกยังมาไมถึง” (ยน 2:4) แม พระไมไดรูสึกนอยเนื้อต่ําใจ โกรธหรือรองไห ตรงกันขามพระนางไดแสดงใหเห็นถึงความไววางใจสูงสุด พระนางเรียกบรรดาคนใชมาและพูดกับพวก เขาวา “เขาบอกใหพวกทานทําอะไร ก็จงทําเถิด” (ยน 2:5) สุดทาย พระเยซูเจาทรงทําอัศจรรยโดยการเปลี่ยนน้ําใหเปนเหลาองุน ความสนใจตอ ความตองการของคนอื่นของแมพระเปดโอกาสใหพระเยซูเจาทําเครื่องหมายอัศจรรยแหงพระสิริรุงโรจนของพระองคครั้งแรก ที่หมูบานคานา ใน แควนกาลิลี ในการที่แมพระเขามายุงเกี่ยวนี้ กอใหเกิดผลคือ ความเชื่อของบรรดาศิษย นักบุญยอหนบอกเราวา “บรรดาศิษยเชื่อในพระองค” (ยน 2:11) เปนโอกาสดีที่เราจะพิจารณาถึงความสัมพันธของเรากับแมพระอยางลึกซึ้ง เราไดทําตัวของเราใหสมกับเปนลูกของพระนางแลวหรือยัง? เรา เขาใจความรูสึกเปนหวงเปนใยที่แมพระมีตอเรา ผูซึ่งเปนลูกของพระนางมากนอยแคไหน? แมทุกคนในโลกจะทอดทิ้งเรา ไมสนใจเรา ไมรักเรา แต ยังมีคนหนึ่งที่ยังรัก เปนหวงและพรอมที่จะชวยเหลือเราเสมอ ผูนั้นก็คือ แมพระ แมของเรา ทั้งนี้ก็เพราะวาพระนางทรงเปน “พระมารดานิจจานุ เคราะห” นั่นเอง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 22 มิถุนายน ค.ศ.2014 วันสมโภชพระวรกายและโลหิตของพระคริสตเจา เราทุกคนเปนสวนหนึ่งของพระศาสนจักร โดยมีศูนยกลางหรือศีรษะของพระศาสน จักร คือ พระคริสตเจา พระคริสตเจาทรงประทับอยูทามกลางเราในศีลมหาสนิท วันนี้เราทําการสมโภชศีลมหาสนิท ซึ่งเปนพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสต เจา จึงเปนวันฉลองศูนยกลางของพระศาสนจักรของความเชื่อ และของชีวิตเราแต ละคนดวย ในป ค.ศ. 1246 นักบุญจูลีอานาแหงมงตคอรนียง ประเทศเบลเยี่ยมไดเห็น ภาพนิมิตดวงจันทรเต็มดวงสวยสดงดงามมาก แตเมื่อสังเกตดี ๆ ทานเห็นวามีจุดดํา หลายจุดปรากฏบนนั้นดวย พระเจาไดเผยแสดงใหทานทราบวาที่เปนเชนนี้เพราะวา ยังไมมีการฉลองศีลมหาสนิท ทานไดนําเรื่องนี้เสนอแกพระสังฆราชโรแบรเดอโธเรท แหงสังฆมณฑลลีแอ็จ ซึ่งอยูในประเทศเบลเยี่ยม การฉลองศีลมหาสนิทจึงเริ่มขึ้น ในสังฆมณฑลนี้เอง ตอมาในวันที่ 8 กันยายน ปเดียวกัน พระสันตะปาปาอูรบาโน ที่ 4 ไดประกาศใหมีการสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระคริสตเจาอยางเปน

ทางการทั่วพระศาสนจักร และพระองคยังทรงขอใหนักบุญโทมัส อาควีนัสแตงบท เพลงเพื่อถวายเกียรติแดศีลมหาสนิทสองเพลงที่เรารูจักกันดี คือเพลง Tantum Ergo Sacramentum และเพลง Pange Lingua Gloriosi วันฉลองนี้เปดโอกาสใหเราไดมา

ขอบพระคุณพระเจาเปนพิเศษ สําหรับการประทับอยูทามกลางเราตลอดไปของพระคริสตเจา ซึ่งเราสามารถมองเห็นในรูปของ ศีลมหาสนิท เปนโอกาสดีสําหรับเราที่จะพยายามเขาใจความหมายและความสําคัญของศีลมหาสนิทมากยิ่งขึ้น เพื่อวาเราจะ สามารถปรับทาทีและทัศนคติของเรา ใหสอดคลองกับศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรักและแหงชีวิตประการนี้ ทําไมพระเยซูเจาจึง ประทานศีลศักดิ์สิทธิ์ประการนี้แกเราคริสตชน? ประการแรก พระเยซูเจาทรงสัญญาวาจะประทับอยูกับเรา “ทุกวันตลอดไป ตราบจนสิ้นพิภพ” (มธ 28:20) ในศีลมหาสนิทพระองคทรงใหเครื่องหมายที่มองเห็นไดและเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งทําให พระองคสามารถประทับอยูกับเราและเราอยูกับพระองค เหมือนที่พระองคทรงบอกเราวา “ผูที่กินเนื้อของเราและดื่มโลหิตของ เรา ก็ดํารงอยูในเรา และเราก็ดํารงอยูในเขา” (ยน 6:56) ประการที่สอง พระเยซูเจาตรัสวาพระองคเสด็จมา เพื่อเราจะ “มีชีวิต อยางสมบูรณ” (ยน 10:10) ในศีลมหาสนิทพระองคทรงมอบเครื่องมือที่สงผานชีวิตดังกลาวนี้แกเรา เพื่อวาเราจะสามารถมีชีวิตที่ สมบูรณทั้งในโลกนี้และโลกหนา เหมือนที่พระองคทรงบอกเราวา “เราบอกความจริงแกทานทั้งหลายวา ถาทานไมกินเนื้อของ บุตรแหงมนุษยและไมดื่มโลหิตของเรา ทานจะไมมีชีวิตในตนเอง ผูที่กินเนื้อของเราและดื่มโลหิตของเรา ก็มีชีวิตนิรันดร เราจะ ทําใหเขากลับคืนชีพในวันสุดทาย” (ยน 6:53-54) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 23 มิถุนายน ค.ศ.2014 ถาเรามองศีลมหาสนิทดวยสายตาและแนวคิดแบบวัตถุนิยม เรา จะไมเขาใจและสูญเสียผลประโยชนที่เราควรไดรับจากของ ประทานอันล้ําคาและยิ่งใหญแหงความรักของพระเจา ศีลมหา สนิทเปนอาหารและเครื่องดื่มแท แตแตกตางจากอาหารและ เครื่องดื่มทั่วไปที่เรารูจัก พระดํารัสของพระเยซูเจาที่ตรัสกับ นักบุญออกัสติน ชวยเราใหเห็นความแตกตางที่เดนชัดในเรื่องนี้ พระองคตรัสกับทานวา “เราจะไมถูกเปลี่ยนเปนตัวทาน เหมือนที่ อาหารที่ทานรับประทานไดเปลี่ยนเปนเลือดเนื้อของทาน แตทานจะถูกเปลี่ยนเปนสวนหนึ่งของเรา” อาหารที่เรารับประทาน ไดถูกเปลี่ยนเปนรางกายของเรา แตศีลมหาสนิทซึ่งเปนอาหารและเครื่องดื่มแท จะเปลี่ยนเราใหกลายเปนสวนหนึ่งของพระ วรกายพระคริสตเจา ในพระดํารัสเตือน “ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก” (Sacramentum Caritatis) สมเด็จพระสันตะปาปาเบเน ดิกต ที่ 16 ทรงบอกเราวา ศีลมหาสนิทเปนศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก เพราะศีลศักดิ์สิทธิ์ประการนี้เปนการที่พระคริสตเจา ทรง มอบพระองคเองแกเรามนุษย พระองคทรงรักเรา “จนถึงที่สุด” จนถึงกับทรงมอบพระวรกายและพระโลหิตของพระองคแก เรา ทุกครั้งที่เรามารับศีลมหาสนิท อนุสรณแหงความรักยิ่งใหญ ไรเงื่อนไข และไรขอบเขตของพระคริสตเจาเขามาในตัวเรา ให เราตระหนักถึงความหมายและความสําคัญของศีลมหาสนิท เพื่อวาโดยสายตาแหงความเชื่อ เราจะสามารถมองเห็นการ ประทับของพระองค และมีประสบการณเกี่ยวกับอํานาจที่ชวยใหรอดพนและความรักที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเราให กลายเปนสวนหนึ่งของพระวรกายของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2014 ทุกสิ่งที่พระเจาทรงกระทําและประทานแกเราลวนเปนการใหเปลา เราจึงเรียกสิ่ง ที่มาจากพระองควา “พระพร” หรือ “ของประทาน” เราควรเขาใจดวยวาการที่ พระองคทรงโปรยปรายพระพรหรือของประทานมากมายมายังเราอยางไมขาดสาย นั้น ไมใชเพราะวาเราเปนคนดี เกง นารัก หรือเหมาะสมที่จะไดรับ แตเพราะพระองค ทรงรักเรา ของประทานยิ่งใหญที่สุดที่พระเจาทรงมอบใหแกเราคือ พระเยซูเจา เรา ไมไดทําสิ่งใดที่สมควรใหพระเจาสงพระบุตรสุดที่รักและหนึ่งเดียวองคนี้ลงมาเพื่อไถ บาปเรา พระเจาทรงเปนผูริเริ่มเองทุกอยาง แมวาเราเปนคนบาป พระองคก็ยังทรง รักเราและแสดงความรักนั้น ในวิถีทางพิเศษและสามารถสัมผัสไดของประทานฝายจิตที่ล้ําคาที่สุดเทาที่พระองคทรงสามารถให เราได สิ่งนั้นก็คือ “ศีลมหาสนิท” ซึ่งเปน “พระกายและพระโลหิต” ของพระองคเองในรูปปงและเหลาองุน “ในคืนที่ทรงถูก ทรยศนั้นเอง พระเยซูองคพระผูเปนเจาทรงหยิบปง ขอบพระคุณ แลวทรงบิออก ตรัสวา ‘นี่คือกายของเราเพื่อทานทั้งหลาย จงทําการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด’ เชนเดียวกันหลังอาหารค่ําก็ทรงหยิบถวย ตรัสวา ‘ถวยนี้คือพันธสัญญาใหมในโลหิตของเรา ทุกครั้งที่ทานจะดื่ม จงทําการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด’” (1 คร 11:23-25) ในพิธีมิสซาหรือพิธีบูชาขอบพระคุณ พระองคทรง สอนเรา โดยทางบทอานตางๆ ที่มาจากพระคัมภีร และการเทศนของพระสงฆผูประกอบพิธี ทรงเลี้ยงดูเราดวยศีลมหาสนิท อาหารฝายจิต ซึ่งเปนพระกายและพระโลหิตของพระองคเอง เราไมสามารถซื้อสิ่งที่พระเยซูเจาประทานแกเราดวยทรัพยสิน เงินทองหรือสิ่งมีคาใด ๆ ทุกสิ่งเปน “พระพร” หรือ “ของประทาน” ที่พระองคทรงใหแกเราแบบเปลา ๆ ดวยเหตุนี้ ใหชีวิต ทั้งครบของเราเปนการขอบพระคุณพระองคสําหรับทุกสิ่งที่พระองคประทานแกเรา และในเวลาเดียวกันใหเราพยายามทําตัว เราเองเปนเหมือนของประทานจากพระเจาสําหรับทุกคนที่อยูรอบขางเราดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2014 คืนสุดทายที่พระเยซูเจาทรงอยูกับบรรดาอัครสาวก กอนทรงรับทรมานและ สิ้นพระชนมบนกางเขน คนสมัยโบราณไมไดเขียนพินัยกรรมเหมือนสมัยนี้ พวก เขาจะแบงมรดกและบอกถึงความในใจสุดทายเมื่อใกลจะสิ้นใจ คําสั่งเสียสุดทาย หรือพินัยกรรมของพระเยซูเจา บอกความจริงอะไรแกเราบาง? ประการแรก พินัยกรรมของพระเยซูเจา ไมไดเปนถอยคําเกี่ยวกับสิ่งที่พระองคทรงเทศนสอน แตเปนสิ่งที่พระองคทรงกระทํา พระองคทรงใหพระกายของพระองคเปนอาหาร และพระโลหิตของพระองคเปนเครื่องดื่มแกผูที่ติดตามพระองค ประการที่สอง พินัยกรรมฉบับนี้พูดถึง “พันธสัญญาใหม” (1 คร 11:25) ชาวอิสราเอลในอดีตเปนประชากรของพระเจาโดยทางพันธสัญญาเดิม เมื่อทรงพูดถึงพันธสัญญาใหม พระเยซูเจา ทรงบอกวา เราทุกคนที่เชื่อในพระองคไดกลายเปนประชากรใหมของพระเจา โดยทางพันธสัญญาฉบับนี้ที่ถูกประทับตราดวย พระโลหิตของพระองค ผูทรงเปนทั้งพระสงฆสูงสุด และลูกแกะที่ถวายแดพระเจาครั้งเดียวและมีผลตลอดไป ศีลมหาสนิทจึง เปนศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก และเครื่องหมายแหงการขอบพระคุณพระเยซูเจา สําหรับทุกสิ่งที่พระองคทรงกระทําเพื่อเรา ประการที่สาม พินัยกรรมของพระเยซูเจาเปน “การเชื้อเชิญ” เราใหมารวมในงานเลี้ยงของพระองค “จงทําการนี้เพื่อระลึกถึง เราเถิด’... ทุกครั้งที่ทานจะดื่ม จงทําการนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด’” (1 คร 11:24-25) นี่คือสิ่งสุดทายที่พระเยซูเจาทรงขอรองให เราทํา กอนที่พระองคจะทรงสิ้นพระชนม พระองคทรงขอใหเราทําสิ่งนี้บอยที่สุดเทาที่จะเปนไปได จนกระทั่งถึงวันที่ “พระองคจะเสด็จมา” (1 คร 11:26) อยางรุงโรจน นี่คือเหตุผลสําคัญประการหนึ่งที่เราควรมารวมพิธีมิสซา เพื่อจะไดรับศีล มหาสนิทบอย ๆ เมื่อพระเยซูเจาทรงรักเรามากจนยอมมอบชีวิต เพื่อเปนสินไถที่ชวยเราใหเปนอิสระและรอดพนจากอํานาจ ของบาปและความตาย เราจะทําเพื่อพระองคแคนี้ไมไดหรือ? ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน ค.ศ.2014 เมื่อพูดถึงเด็กเล็ก ๆ เรามักจะนึกถึงความนารัก ความไรเดียงสา และความใส ซื่อบริสุทธิ์ของพวกเขา เด็กเล็ก ๆ ยังมีลักษณะพิเศษอีกอยางหนึ่งที่เราไม อาจมองขามได คือ ความเชื่อมั่นและความไววางใจในตัวพอแมของตน เวลา ตกใจหรือกลัว พวกเขาจะวิ่งไปหาพอแมและเมื่ออยูในออมกอดของพอแม แลว พวกเขาจะรูสึกปลอดภัยและไดรับการปกปอง เมื่อหกลมและไดรับ บาดเจ็บ พวกเขาก็จะไปหาพอแม เพื่อจะไดรับการรักษาเยียวยาและการ ปลอบโยน หรือแมแตเวลาทะเลาะกับเพื่อนหรือถูกคนอื่นรังแก พวกเขาจะ ไปขอใหพอแมชวยจัดการเพื่อนไมดีเหลานั้น ถาพวกเขามีพอแมอยูเคียงขาง พวกเขาแลว ทุกสิ่งทุกอยางเปนไปไดเสมอ พวกเขาไมสงสัยในความรักเมตตาที่พอแมมีตอพวกเขาแมแตนอยนิด นี่คือลักษณะ ของผูที่ยิ่งใหญที่สุดในเมืองสวรรคตามทรรศนะของพระเยซูเจา ถาใครอยากเขาอาณาจักรสวรรค เขาคนนั้นตองมีความเชื่อมั่น และไววางใจในความรัก และพระเมตตาของพระเจาอยางไรขอสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนกับเด็กเล็กๆ ที่มีสิ่งเหลานี้ในตัวพอแม ของพวกเขา ถาทุกสิ่งทุกอยางที่เรามีและเราเปน ลวนเปนของประทานจากพระเจา เราไมสามารถมีชีวิตอยูโดยปราศจากพระ เจาได ชีวิตของเราตองขึ้นอยูกับพระเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 27 มิถุนายน ค.ศ.2014 สมโภชพระหฤทัยของพระเยซูเจา เมื่อพูดถึงรูปหัวใจ เรามักจะนึกถึงความรักทันที พระศาสนจักรไดใชรูปนี้ หมายถึงความรักของพระเจา ซึ่งสามารถสัมผัสไดผานทางชีวิตและการ กระทําของพระเยซูเจา ถาพระเจาคือความรัก จึงไมใชเรื่องแปลก ที่ความ รักทําใหชีวิตของเรามีความหมาย เพราะชีวิตของเรามาจากพระองค และ เปนความจริงที่วาทุกสิ่งที่เราทําจะมีความหมาย ก็ตอเมื่อเราทําสิ่งนั้นดวย ความรัก ดวยความเต็มใจ หรือดวยหัวใจทั้งครบของเรากอนที่พระคริสตเจา จะสิ้นพระชนมบนไมกางเขน พระองคตรัสวา “Tetelestai” ซึ่งแปลวา “สําเร็จบริบูรณแลว” บาปของเราไดรับการใหอภัยอยางครบถวน โดยทาง พระโลหิตที่ไหลหลั่งบนไมกางเขนของพระองค พันธกิจแหงการกอบกู มนุษยชาติมาถึงจุดหมายปลายทาง ความรอดพนจากบาปและความตาย ตลอดนิรันดรไดมาถึงมวลมนุษย สิ่งที่เราตองทําคือบอกกับพระองคสั้น ๆ วา “อาแมน” ซึ่งแปลวา “ขอใหเปนเชนนั้นเถิด” หรือ “ขอใหเปนไปกับ ขาพเจาตามพระดํารัสของพระองคเถิด” พระดํารัสของพระเยซูเจาบนไม กางเขนบอกเราวา บาปของเราแตละคนไดรับการอภัยทั้งหมดแลว ไมวา บาปนั้นจะหนักหนาสาหัสแคไหน ไมมีบาปไหนที่พระเยซูเจาไมสามารถ ชดเชยแทนเราได หนี้บาปของเราไดรับการชําระลางทั้งหมด ไมวาหนี้นั้นจะ จํานวนมหาศาลแคไหน ถาพระเยซูเจาทรงรักและเมตตาเราถึงเพียงนี้ ทรงรักเราจนกระทั่งยอมสิ้นพระชนมบนไมกางเขน เพื่อ จายหนี้บาปแทนเราทั้งหมด แลวทําไมเราจึงจะไมสามารถแสดงความรัก และความเมตตาตอผูอื่น ดวยการกระทําเพื่อพวกเขา เลา?“ขอบคุณพระเยซูเจาสําหรับความรักที่พระองคทรงมอบใหขาพเจาจนถึงที่สุด” ใหเราใชชีวิตที่เหลืออยูทั้งหมดของเราแต ละคน เปนการแสดงออกถึงการขอบคุณพระองค ใหเราสัญญาวา ตอไปนี้ชีวิตทั้งหมดของเราที่เหลืออยู จะเปนเหมือนบทเพลง แหงการขอบพระคุณพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 28 มิถุนายน ค.ศ.2014 ระลึกถึงดวงหทัยนิรมลของพระแมมารีย นักบุญเอากุสตินกลาวไววา แมพระทรงรับพระเยซูเจาเขามาปฏิสนธิในความเชื่อ ของพระนางกอน แลวจึงเขามาในครรภของพระนาง ความเชื่อวาพระเจาจะทรง ทําใหพระวาจาที่ตรัสผานทางทูตสวรรคสําเร็จไปมากอนที่พระนางจะกลายเปน มารดาของพระบุตรของพระเจา ความเชื่อนี่แหละที่เปนพลังขับเคลื่อนชีวิตของ แมพระในทุกรูปแบบ โดยทางความเชื่อแมพระทรงปลอยใหพระเจานําทางทุก ยางกาวของชีวิต แมเสนทางจะเต็มไปดวยอุปสรรคและขวากหนาม มีทั้งความ ทุกขและความสุขคลุกเคลากันไป ความเชื่อเปนพลังทางใจใหแมพระสามารถยืน หยัดมั่นคงและกาวเดินตอไปไดเมื่อตองเผชิญหนากับมรสุมชีวิต ที่พัดกระหน่ํา มาครั้งแลวครั้งเลา จนถึงวันที่พระนางไดรับเกียรติยกขึ้นสวรรค ในสมณลิขิต “ประตูแหงความเชื่อ” (Porta Fidei) สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกตที่ 16 ทรงกลาววา“อาศัยความเชื่อแมพระนอมรับคําพูดของทูตสวรรคและเชื่อในสาร นั้นวาพระนางจะกลายเปนมารดาของพระเจาและพระนางก็นบนอบดวยความ เชื่อศรัทธา...อาศัยความเชื่อเดียวกันนี้พระนางทรงติดตามพระคริสตเจาไปใน การเทศนาและประทับอยูกับพระองคตลอดเสนทางไปสูเนินเขากลโกธา... อาศัย ความเชื่อแมพระไดลิ้มรส ผลแหงการเสด็จกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจา และทรงเก็บความทรงจําทุกอยางไวในดวง พระทัย”ความยิ่งใหญของแมพระอยูที่ความเชื่อในพระวาจาของพระเจา ซึ่งเปนพลังขับเคลื่อนชีวิตของพระนางใหดําเนินไป ตามแผนการที่พระนางไมเขาใจ ไปยังสถานที่ซึ่งพระนางไมไดเลือก และทําสิ่งตาง ๆ เพื่อผลประโยชนของประชาชน ใหเรา คิดถึงแบบอยางแหงความเชื่อที่แมพระไดวางไวเพื่อเรา ความเชื่อที่ผสมผสานกันอยางลงตัวกับความรักที่พระนางทรงมีตอพระ เจาและเพื่อนมนุษย ความเชื่อของเราจะตองผานการทดลองหรือการทดสอบ จึงจะกลายเปนความเชื่อที่บริสุทธิ์และมั่นคง เขมแข็งมากยิ่งขึ้น ใหเราพยายามหลอเลี้ยงความเชื่อที่เราไดรับในศีลลางบาปใหเติบโตและเขมแข็งมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยพระ วาจา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการอธิษฐานภาวนา เพื่อวาเราจะสามารถแบงปนพระพรที่ยิ่งใหญนี้ ใหกับเพื่อนพี่นองที่อยูรอบขางเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 29 มิถุนายน ค.ศ.2014 สมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวก นิ้วมือเล็ก ๆ ของคนเราดูเหมือนวาจะไมมีพิษสงอะไรมากนัก เมื่อพวกมันแยกกันทําหนาที่ของตน แตเมื่อพวกมันรวมกันเปนหนึ่งเดียว พวกมันจะกลายเปน “กําปน” ซึ่งเปนอาวุธที่ทรงพลังอยางหนึ่ง ไดเหมือนกัน ความสามัคคี หรือความเปนหนึ่งเดียวกัน เปนพลังยิ่งใหญอยางหนึ่ง นี่คือสิ่งที่พระศา สนจักรตองการบอก ในโอกาสสมโภชนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล อัครสาวกในวันนี้ นักบุญทั้ง สองไมไดทํางานดวยกันอยางใกลชิดเทาใดนัก นักบุญเปโตรไดรับเรียกและเลือกใหเปนอัครสาวก โดยตรงจากพระเยซูเจา ตอมาทานไดรับมอบ “กุญแจอาณาจักรสวรรค” (มธ 16:19) ซึ่งเปน สัญลักษณของ “การประมุขพระศาสนจักร”นักบุญเปาโลไมเคยพบปะกับพระเยซูเจา ขณะที่ พระองคยังทรงพระชนมอยูบนโลกนี้เลย กอนที่ทานจะกลับใจมาเชื่อในพระองค ทานไดเบียดเบียน กลุมคริสตชนมากอน และมีสวนรูเห็นในการตายของนักบุญสเทเฟนอีกดวย หลังจากทานไดมี ประสบการณแบบสวนตัวกับพระเยซูเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพบนเสนทางสูเมืองดามัสกัสแลว ทานไดกลับใจและเขาใจความหมายของการสิ้นพระชนมของพระองค ทานจึงไดอุทิศตนทั้งครบและ ใชความรูและความสามารถทั้งหมดที่ทานมีเพื่องานประกาศขาวดีแกคนตางชาติ ดังนั้น เรามักเห็น ภาพวาดของทานกําลังถือ “พระคัมภีร” ซึ่งเปนสัญลักษณของ “การแพรธรรม”นักบุญเปโตรไดชื่อวาเปน “อัครสาวกของชาวยิว”สวน นักบุญเปาโลไดชื่อวาเปน “อัครสาวกของชนตางชาติ” ทั้งสองมีความคิดเห็นที่แตกตางกันหลายอยาง นักบุญเปโตรเห็นดวยที่ ชาวตางชาติซึ่งกลับใจมาเปนคริสตชน ตองเขาพิธีสุหนัตและถือตามบทบัญญัติของโมเสสกอน สวนนักบุญเปาโลไมเห็นดวย .. ความ ขัดแยงในเรื่องนี้นําไปสูการประชุมสังคายนาครั้งแรกที่กรุงเยรูซาเล็มและความคิดของนักบุญเปาโลไดรับการยอมรับ และที่เมืองอันติโอก นักบุญเปาโลเคยคัดคานนักบุญเปโตร ในเรื่องการไมยอมรับประทานอาหารกับพี่นองคริสตชนชาวตางชาติ ซึ่งสะทอนใหเห็นความคิดที่ แตกตางกัน (เทียบ กท 2:11-14) แมวานักบุญเปโตรและนักบุญเปาโลมีความแตกตางกันหลายอยาง แตทั้งสองมีจุดจบดวยการเปนมรณ สักขีที่กรุงโรมเหมือนกันราวป ค.ศ. 64-67 และไดชื่อวาเปนสองเสาหลักของพระศาสนจักรสมัยเริ่มแรกอีกดวย เรามักจะเห็นภาพวาด ของนักบุญทั้งสองยืนคูกัน โดยทั้งสองยื่นมือขางหนึ่งออกไปเพื่อยกพระศาสนจักรไว ความหมายคือเราตองเปนหนึ่งเดียวกันในการ เสริมสรางพระศาสนจักร แมวาเราแตละคนจะมีลักษณะที่แตกตางกันหลายอยางก็ตาม เราตองยอมรับความแตกตางของกันเพื่อกาว ขามความแตกแยก เราอาจแตกตางกัน แตเราไมควรแตกแยก โดยเฉพาะอยางยิ่งในหมูคริสตชนของเรา พระศาสนจักรของเราเปน พระศาสนจักร “หนึ่งเดียว” ความเชื่อในพระคริสตเจารวมเราเขาเปนหนึ่งเดียวกัน พระศาสนจักรของพระคริสตเจาตองการความ แข็งแกรงดุจศิลาในการเปนผูนําของนักบุญเปโตร ในเวลาเดียวกันก็ตองการความกระตือรือรนและความรอนรนในการแพรธรรมของ นักบุญเปาโลดวย เอกภาพของคริสตชน เหมือนเอกภาพของนักบุญเปโตรและนักบุญเปาโล ไมใชเอกภาพในความเหมือนกันทุกอยาง แตเปนเอกภาพในความหลายหลาก เราอาจชื่นชอบแนวทางของนักบุญองคใดองคหนึ่งเปนพิเศษ ความชื่นชอบของเราไมควรแยกเรา จากกัน เพราะเราทุกคนเปนศิษยของพระคริสตเจาและเปนลูก ๆ ของพระบิดาเดียวกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 30 มิถุนายน ค.ศ.2014 พระศาสนจักรตั้งแตสมัยเริ่มแรกไดประสบปญหาเรื่องความแตกแยก แลว กลุมคริสตชนบางแหงยึดติดอยูกับธรรมทูตบางคนที่ไปประกาศ ขาวดีที่นั่น เชน ในกรณีของชาวเมืองโครินธ บางคนบอกวาเปนลูก ศิษยของนักบุญเปาโล บางคนบอกวาเปนลูกศิษยของนักบุญเปโตร บางคนก็บอกวาเปนลูกศิษยของอปอลโล ดวยเหตุนี้ นักบุญเปาโลจึง ตองเขียนจดหมายเตือนพวกเขาวา ทั้งนักบุญเปโตรและ อปอลโล รวมทั้งตัวทานเอง ลวนเปนผูรับใชของพระคริสตเจา เพราะฉะนั้น บุคคลที่ทุกคนตองติดตามคือพระคริสตเจา นักบุญเปาโลบอกอยาง ชัดเจนวา “ฉะนั้น อยาใหใครยกเอามนุษยมาอวด เพราะทุกสิ่งเปนของพวกทาน เปาโลก็ดี อปอลโล เคฟาส โลก ชีวิต ความ ตาย สิ่งปจจุบัน หรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ดี ทุกสิ่งลวนเปนของพวกทาน แตพวกทานเปนของพระคริสต และพระคริสต เปนของพระเจา” (1 คร 3:21-23) ปจจุบันตองยอมรับวาพระศาสนจักรของเรามีการแตกแยกเชนกัน การขาดเอกภาพหรือ ความแตกแยกของกลุมคริสตชนถือวาเปนที่สะดุดอยางหนึ่ง เปนจุดออนและบอนทําลายความมั่นคงและความนาเชื่อถือของ พระศาสนจักรตอสายตาของชาวโลก เราคงไมสามารถเทศนสอนความรัก ความเปนหนึ่งเดียวกัน การใหอภัย และการคืนดี ใหแกพี่นองตางความเชื่อ ในขณะที่เรายังแตกแยกกัน ไมสามารถคืนดีกันและใหอภัยแกกันและกันได เราแตละคนจึงตอง ยอมรับความแตกตางของกันและกัน เพราะความเชื่อในพระคริสตเจารวมเราเขาเปนหนึ่งเดียวกัน เราแตละคนลวนเปนพี่นอง กัน เราทุกคนเปนลูกของพระบิดาเดียวกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี