ข้อคิดยามเช้า ประจำเดือน เมษายน 2013

Page 1


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 1 เมษายน ค.ศ.2013 สิ่งที่นาสังเกตประการหนึ่งคือเรื่องราวของวันปสกาได เริ่มตนในพระคูหาที่มืดมิดพรอมกับมารียชาวมักดาลา สตรีซึ่งคนทั่วไปตราหนาวาเปนคนบาป คนที่ไดหลงทาง และสูญเสียไปแลว เมื่อนางมาถึงพระคูหาที่ฝงพระศพ ของพระเยซูเจา นางพบวา “หินถูกเคลื่อนออกไปจาก พระคูหาแลว” (ยน 20:1) นางจึงตีความเอาเองวาพระ ศพของพระเยซูเจาไดถูกขโมย ดูเหมือนวาสําหรับนาง การเชื่อวามีคนมา “นําองคพระผูเปนเจาออกไปจากพระ คูหา” (ยน 20:2) งายกวาที่จะเชื่อวาพระเจาไดทรงทําใหพระบุตรสุดที่รักของพระองคกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดา ผูตาย นั่นคือ ทรงทําใหความตายเปนเพียงแคทางผานไปสูพระสิริรุงโรจนของพระองคเทานั้น เมื่อเปโตรและศิษยที่พระเยซูเจาทรงรักไดยินเรื่องราวที่นางเลาใหฟง ทานทั้งสองรีบวิ่งไปยังพระคูหาทันที แตศิษยที่ พระเยซูเจาทรงรัก “วิ่งเร็วกวาเปโตร จึงมาถึงพระคูหากอน” (ยน 20:4) และเมื่อทานกมลงมองเขาไปในพระคูหา ก็ “เห็นผาพันพระศพวางอยูบนพื้น แตไมไดเขาไปขางใน” (ยน 20:5) สิ่งนี้สะทอนใหเราเห็นวาทานยอมรับวาเปโตรมี ตําแหนงใหญกวาทาน เมื่อเปโตรมาถึงและเขาไปในพระคูหา ทาน “เห็นผาพันพระศพวางอยูที่พื้น รวมทั้งผาพันพระ เศียรซึ่งไมไดวางอยูกับผาพันพระศพ แตพับแยกวางไวอีกที่หนึ่ง” (ยน 20:7) จุดสุดยอดของเรื่องเลาอยูตรงที่วา เมื่อ ศิษยที่พระเยซูเจาทรงรักเขาไปขางในและเห็นสิ่งเดียวกัน ทานไดเชื่อ (เทียบ ยน 20:8) ซึ่งแตกตางจากกรณีของเป โตร สิ่งนี้แสดงใหเราเห็นวาทานมองเห็นบางสิ่งที่มากกวาผาที่ถูกวางทิ้งไว ดวยสายตาแหงความเชื่อ ทานมองเห็น ความหมายที่แทจริงของสิ่งที่ปรากฏอยูเบื้องหนาทาน ความรักที่ทานมีตอพระเยซูเจาทําใหทานมองทะลุเขาไปใน ความมืดและเห็นความจริงเกี่ยวกับการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค “ความรัก” ทําใหเราเขาถึงและเขาใจพระเยซูเจาไดเร็วกวาทางอื่น ความรักชวยเราใหมองทะลุเขาไปในความมืดและ เห็นความจริงเกี่ยวกับพระเยซูเจาและความเปนพี่นองในทุกคนที่เราพบปะในแตละวัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 2 เมษายน ค.ศ.2013 การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาพิสูจนใหเห็นวา ความตายถูกชนะอยางเด็ดขาด พระองคทรงรับทรมานแล สิ้นพระชนมดวยความสมัครใจ เพราะพระองคทรงรัก เรา การสิ้นพระชนมของพระองคเปนการแสดงออกถึงการ ใหตนเองแกเราทั้งครบและจนถึงที่สุด ใหแมกระทั่งชีวิตของ พระองคเอง ปราศจากการกลับคืนพระชนมชีพของ พระองค ความตายจะยังคงมีชัยชนะและมีอํานาจเหนือโลก นี้และความหวังทั้งหมดของมนุษยชาติก็จะสูญสิ้นไปดวยชีวิตของเราจะจบลงในความวางเปลาแหงบาปและความตาย ความรัก ของพระเจาที่แสดงออกมาในพระเยซูเจาชนะความตายและบาป แสดงใหเห็นวาความรักเขมแข็งและยิ่งใหญกวา บาป ความหวังและประกายแหงชีวิตใหมไดมาถึงเราทุกคน เพราะเราเชื่อในการกลับคืนชีพของพระเยซูเจา เราจึงตองดําเนินชีวิตเหมือนผูที่เชื่ออยางแทจริง มั่นใจวาเราสามารถสรางโลกดวยความหวังและความรัก มั่นใจวาโลกซึ่งเรา ดําเนินชีวิตอยูนี้สามารถเปนสถานที่เต็มไปดวยแสงสวางและชีวิต ความชั่วรายที่อยูในโลกจะถูกชนะดวยความดี ความมืดมนจะถูกชนะดวยชีวิต การเอาตัวเองเปนศูนยกลางจะถูกชนะดวยความเมตตากรุณา วัฒนธรรมแหงความตายจะถูก ชนะดวยพลังแหงชีวิตเทานั้น การกลับคืนชีพฝายจิตของมนุษยชาติจะกลายเปนความจริง ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 3 เมษายน ค.ศ.2013 ความเชื่อในการกลับคืนชีพของพระเยซูเจาใหความหมายแกพันธ กิจของคริสตชนในโลกซึ่งพวกเขาดําเนินชีวิตอยู ความเชื่อในพระ เจาผูทําใหพระบุตรสุดที่รักของพระองคกลับคืนพระชนมชีพ ซึ่ง ทําใหชีวิตและแสงสวางสามารถเขามาในโลกอีกครั้งหนึ่ง ความสัมพันธกับโลกที่อยูรอบขางเราแปรเปลี่ยนไปดวย การ กลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจาเปนขาวดีไมเพียงแกมวล มนุษยเทานั้น แตแกสิ่งสรางทั้งหมดดวย เปนหนาที่ของเราที่จะผลักดันและเสริมสรางความสัมพันธที่กลมกลืนใหเกิดขึ้นอีก ครั้งหนึ่งทั้งในทามกลางมนุษยชาติดวยกัน และระหวางมนุษยชาติกับสิ่งสรางทั้งหลายของพระเจาดวยความเชื่อในพระพรแหง ชีวิตหมายความวาเราตองตอนรับและค้ําจุนชีวิตในทุกรูปแบบ เราแตละคนตองทํางานเพื่อสรางสังคมที่มีความเปนน้ําหนึ่งใจ เดียวกัน สังคมที่พรอมจะตอนรับทุกคนโดยเฉพาะอยางยิ่งบรรดาผูที่เปนทุกขเดือดรอน ผูที่สังคมรังเกียจและถูกทอดทิ้ง การ กลับคืนชีพทําใหเราเปนอิสระ ปลดปลอยเราจากการปดตัวเองภายในกรอบแหงความจํากัดของเรา และเปดตัวเราสูวิถีทาง ใหมของการพบตัวเองในความรักที่ยิ่งใหญและไรขอบเขตของพระเจาโดยทางศีลลางบาปเราแตละคนไดตายตอตนเองและเขา สูความสัมพันธใหมกับพระเจาเปนการตายและการกลับคืนชีพ เปนชีวิตใหมของพระเยซูเจาเขามาในชีวิตของเราและเปลี่ยน เราใหเปนพยานแหงความรักของพระองคความรักซึ่งสรางเราและเปดวิถีชีวิตใหมและอนาคตแหงความหวังสําหรับเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 4 เมษายน ค.ศ.2013 รับบีหรืออาจารยชาวยิวคนหนึ่งไดเรียกศิษยทั้งหมดมารวมกัน ในเชาตรูวันหนึ่งขณะที่ยังมืด ทานบอกพวกเขาใหตั้งใจฟงอยาง ดี เพราะมีคําถามสําคัญที่จะถามพวกเขา คําถามคือ พวกเขา สามารถรูไดอยางไรวากลางคืนไดผานไปแลวและกลางวันกําลัง เริ่มตนขึ้น? ศิษยคนหนึ่งตอบวา “เมื่อทานเห็นสัตวตัวหนึ่งและ สามารถบอกไดวามันเปนแกะหรือวาสุนัข” “ไมใช” รับบีตอบ ศิษยอีกคนหนึ่งบอกวา “เมื่อทานมองไปยัง

ตนไมที่อยูไกลๆ แลวสามารถแยกแยะไดวามันเปนตนมะเดื่อ หรือวาตนมะกอกเทศ” “ไมใชอีกนั่นแหละ” รับบีตอบ หลังจากศิษยอีกจํานวนหนึ่งพยายามตอบ แตไมมีใครตอบถูกสักคน ศิษย ที่เหลือจึงถามรับบีคนนั้นวา “แลวอะไรคือคําตอบที่ถูกตองละ?” รับบีผูชาญฉลาดและมากดวยประสบการณจึงตอบวา “เมื่อ พวกทานมองหนาของหญิงหรือชายคนใดคนหนึ่งและเห็นวาเธอเปนนองสาวและเขาเปนนองชายของพวกทาน เพราะตราบใด ก็ตามที่พวกทานยังไมสามารถทําสิ่งนี้ได ไมวาจะกี่โมงกี่ยาม มันก็ยังมืดอยูดีสําหรับพวกทาน” ในโอกาสสมโภชปสกาเปน โอกาสอันดีที่เราจะพิจารณาไตรตรองถึงการดําเนินชีวิตของเรา ดวยหัวใจและดวยสายตาแหงความรักเพื่อวาเราจะไดมองทะลุ เขาไปในความมืด เห็นความจริงเกี่ยวกับพระเยซูเจาและความเปนพี่นองในทุกคนที่เราพบปะในแตละวัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 5 เมษายน ค.ศ.2013 เมื่อเรามองดูไมกางเขนและรําพึงถึงพระเยซูเจา ผูซึ่งสิ้นพระชนมเพื่อจายหนี้บาปทั้งหมดแทน เรา พระองคบอกเราวาบาปของเราแตละคนไมวาจะหนักหนาสาหัสแคไหน ไดรับการอภัยทั้ง หมดแลวโดยทางพระโลหิตของพระองค นี่เปนเหตุผลที่ทําใหเราตองพยายามรักและมีเมตตาตอ ผูอื่น การกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจา คือชัยชนะเหนือความตายและบาปเปนความหวัง และประกายแหงชีวิตใหมสําหรับมนุษยชาติ ความชั่วรายที่อยูในโลกของเราจะถูกชนะดวย ความดี ความมืดมนจะถูกชนะดวยชีวิตที่เปยมดวยความเมตตากรุณา การกลับคืนชีพฝายจิต ของมนุษยชาติจะกลายเปนความจริงดวยการเปดตัวเราสูวิถีทางใหมในความรักที่ยิ่งใหญและไร ขอบเขตของพระเจาโดยทางศีลลางบาปเราแตละคนไดตายตอตนเองและเขาสูความสัมพันธ ใหมกับพระเจา ศีลลางบาปจึงไมใชแคการจดทะเบียนเขาเปนสมาชิกของพระศาสนจักรหรือพิธี การชําระตนเองใหบริสุทธิ์เทานั้น แตจริง ๆ แลว ศีลลางบาปเปนการตายและการกลับคืนชีพ การเกิดใหมและการเปลี่ยนรูป ไปสูชีวิตใหม ในศีลลางบาป ชีวิตใหมของพระเยซูเจาเขามาในชีวิตของเราและเปลี่ยนเราใหเปนพยานแหงความรักของ พระองค ความรักซึ่งเปดวิถีชีวิตใหมและอนาคตแหงความหวังสําหรับเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 6 เมษายน ค.ศ.2013 นับตั้งแตวันศุกรศักดิ์สิทธิ์เปนตนมา บรรดาอัครสาวกคงรูสึกเศราใจและผิดหวังอยาง รุนแรง เพราะพระเยซูเจา พระอาจารยและมิตรสหายที่แสนดีของพวกเขา ผูซึ่งพวกเขา เชื่อวาเปนพระเมสสิยาห ไดถูกทรยศและถูกมอบแกบรรดาหัวหนาสมณะ โดยยูดาสผู เปนหนึ่งในกลุมของพวกเขาเอง จนนําไปสูการตัดสินประหารชีวิตของพระองค โดยการ ตรึงบนไมกางเขน ตอมายูดาสไดฆาตัวตายเพราะคิดเอาเองวาความผิดของตนเองเกิน กวาที่จะไดรับการใหอภัย ฝูงชนซึ่งครั้งหนึ่งเคยตอนรับพระองคเขากรุงเยรูซาเล็มอยางสงาเยี่ยงกษัตริยผูยิ่งใหญ ไดหันมาตอตานพระองค และเรียกรองใหปลอยบารับบัสพรอมกับตะโกนใหเอาพระองคไปตรึงกางเขน ดวยความกลัวฝูงชน บรรดาอัครสาวกปดตัวเงียบอยูในหอง ที่ลงดาลอยางแนนหนา การปดและตัดตัวเองออกจากสังคมภายนอกเปนเครื่องหมายชี้ใหเห็นวาจิตใจของพวกเขาอยูในสภาพที่ย่ําแย มาก ๆ พวกเขามีเพียงสิบคนเทานั้นที่รวมตัวกันในวันนั้น ยูดาสไดจากพวกเขาไปอยางไมมีวันกลับแลว สวนโทมัสไปไหนก็ไมรู สภาพของ พวกเขาในตอนนี้ทําใหเรานึกถึงคําพูดของพระเยซูเจาในระหวางอาหารค่ํามื้อสุดทายที่วา “ซาตานไดขอและพระเจาทรงอนุญาตให ซาตานทดสอบทานทั้งหลายเหมือนฝดขาวสาลี” (ลก 22:31)ในสภาพของบรรดาอัครสาวกที่ไมตางจากขาวสาลีที่ถูกฝดโดยซาตานนี้ เอง พระเยซูเจาเสด็จมาหาพวกเขาเพื่อนําสันติสุขภายในกลับคืนมาใหพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง พระองคตรัสกับพวกเขาวา “สันติสุขจงสถิต อยูกับทานทั้งหลายเถิด” (ยน 19:21) แนนอน การพบปะกับพระเยซูเจาผูทรงกลับคืนพระชนมชีพเปนเสมือนการไดรับน้ําทิพยซึ่งชโลม จิตใจที่กําลังโศกเศราของพวกเขา และเมื่อพวกเขาทราบวาเปนพระองคจริงๆ พวกเขา “มีความยินดี” (ยน 20:20) เปนอยางยิ่ง นา สังเกตวาพระเยซูเจาไมไดทรงใหคําปลอบโยนที่ผิวเผิน แตพระองคทรงรักษาบาดแผลภายในของพวกเขาดวยการทําใหจิตใจที่บอบช้ําได พบกับสันติสุขที่แทจริงแมวาเวลานี้สถานการณภายนอกรอบขางพวกเขาจะเลวรายแคไหน พวกเขาก็ไมหวั่นไหวอีกตอไป พระเยซูเจา ทรงเขาใจสถานการณของบรรดาอัครสาวกเปนอยางดี พระองคทรงเคยประสบสถานการณที่คลายกันมาแลวในสวนเกทเสมนีกอนที่ พระองคจะทรงถูกจับกุม พระองคทรงอยูในสภาพไมตางจากขาวสาลีที่ถูกฝดโดยซาตานเทาใดนัก ขณะที่ทรงอธิษฐานภาวนา พระองค ทรงเปนทุกขใจอยางแสนสาหัส จนกระทั่ง “พระเสโทตกลงบนพื้นดินประดุจหยดโลหิต” (ลก 22:44) แตพระองคทรงเอาชนะความ ปรารถนาของตนเองและสามารถผานสถานการณดังกลาวไปไดดวยการยอมจํานนตอพระประสงคของพระเจา เวลานี้พระองคเสด็จ กลับมารักษาผูซึ่งเปนของพระองคซึ่งกําลังอยูในสถานการณที่คลายคลึงกันและทําใหพวกเขาเขมแข็งขึ้นเพื่อสานตอภารกิจแหงการ ประกาศขาวดีที่พระองคไดทรงเริ่มไวตอไป ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 7 เมษายน ค.ศ.2013 อัครสาวกทั้งสิบคนที่ชุมนุมกันในวันนั้นเปนผูมีบุญและโชค ดีมากเพราะพวกทานไดรับการปลดปลอยใหเปนอิสระจาก ความสงสัยและกังวลใจโดยใชเวลาไมนานนัก ตางจากกรณี ของโทมัสซึ่งตองคอยอีกหนึ่งสัปดาหจึงมีโอกาเชนนั้น ทาน ไดออกไปขางนอกเมื่อพระเยซูเจาทรงปรากฏพระองคครั้ง แรก ทานเปนคนชางสงสัยและไมยอมเชื่อใครหรืออะไรงาย ๆ จนกวาสิ่งนั้นจะไดรับการพิสูจนวาเปนจริง ทานยึดติด กับความคิดตามประสามนุษยที่วา การเห็นคือการเชื่อ (Seeing is Believing) ทานจึงไมยอมรับคําพยานยืนยันของอัครสาวกคนอื่นที่วา “พวกเราเห็นองคพระผูเปนเจาแลว” (ยน 20:25) ทานยื่นคําขาดวา “ถาขาพเจาไมไดเห็นรอยตะปูที่พระหัตถ และไมไดเอานิ้วแยงเขาไปที่รอยตะปู และไมไดเอามือคลํา ที่ดานขางพระวรกายของพระองค ขาพเจาจะไมเชื่อเปนอันขาด” (ยน 20:25) เมื่อทานไดเห็นพระเยซูเจาดวยตัวทานเอง ทาน ยอมรับวาพระองคทรงเปน “องคพระผูเปนเจาและพระเปนเจา” (ยน 20:28) ของทาน โทมัสมีความทุกขทรมานใจอัน เนื่องมาจากความออนแอตามประสามนุษย แตพระเยซูเจาไมไดทรงผลักไสทาน เพียงแตทรงเตือนทานใหระลึกถึงความจริง ที่วา “ผูที่เชื่อ แมไมไดเห็น ก็เปนสุข” (ยน 20:29) นั่นคือ เปนบุญของผูที่ไมไดเห็น แตไดเชื่อ นี่เปนเครื่องหมายที่ชัดเจนของ การใหอภัยที่เปยมไปดวยความรักและพระทัยเมตตาของพระเยซูเจา ผูซึ่งไมเคยทรงขับไลไสสงผูใดที่ทําความผิด และเปนสิ่งที่ พระศาสนจักรตองการใหเราตระหนักถึงเปนพิเศษในโอกาส “ฉลองพระเมตตา” ของพระเจาในวันนี้ดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 8 เมษายน ค.ศ.2013 พวกเราอาจไมเคยเห็นพระเยซูเจาผูทรงกลับคืนพระชนม ชีพจากบรรดาผูตาย เราไมสามารถสัมผัสพระองค หรือ ไดยินเสียงของพระองค ดวยเหตุนี้ เราจึงเปนหนึ่งใน บรรดาผูที่ไมไดเห็นแตเชื่อ เราสามารถรูจักพระเยซูเจา โดยทางความเชื่อเทานั้น ความเชื่อเปน “พระพรพิเศษ” หรือ “ของประทาน” ที่พระเจาทรงมอบใหเราแตละคน เมื่อรับศีลลางบาป เปนของประทานที่พระเยซูเจาไดทรง สัญญากับเราและฟนฟูในตัวทุกวัน เราไมสามารถซื้อ ความเชื่อหรือหามาไดดวยความสามารถของเราเอง ดังนั้น เราจึงเปนผูมีบุญหรือมีความสุขที่มีความเชื่อนี้ อยางไรก็ ตาม เราสามารถสูญเสียความเชื่อโดยการไมใสใจในสิ่งที่เราเห็นดวยสายตาแหงความเชื่อ ดังนั้น เราตองพยายามอยาง สุดความสามารถที่จะรักษาและหลอเลี้ยงความเชื่อของเราดวยพระวาจาศีลศักดิ์สิทธิ์ และการอธิษฐานภาวนาพี่นองที่ รัก ทุกครั้งที่เราสวดบทแสดงความเชื่อและพูดวาเราเชื่อ เราควรพิจารณาไมใชเพียงความจริงที่เราเชื่อเทานั้น แต ตระหนักดวยวาเราชางเปนผูมีบุญหรือมีความสุขที่เปนหนึ่งในบรรดาผูที่ไมไดเห็นแตเชื่อ ใหเราขอบพระคุณพระเจาไม เพียงแคสําหรับความเชื่อซึ่งเปนของประทานจากพระองคเทานั้น แตสําหรับพระวาจาของพระองคตลอดระยะเวลาที่ ผานมาซึ่งชวยเราใหตระหนักวาความเชื่อเปนของประทานที่นําความสุขนิรันดรมาใหกับเราแตละคนไดจริง ๆ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 9 เมษายน ค.ศ.2013 โทมัสเปนอัครสาวกผูกลาหาญและรักพระเยซูเจามาก ทานมี ความตรงไปตรงมา เชื่อคือเชื่อ สงสัยคือสงสัยและความสงสัย นี้เองที่นําทานไปสูความเชื่อที่แนนอน มั่นใจ และมั่นคง เมื่อ เชื่อแลว ทานทุมเทชีวิตใหทั้งหมด ทานยอมรับวา “องคพระผูเปนเจาและพระเปนเจาของขาพเจา” (ยน 20:28) ภารกิจแรกของพระเยซูเจาหลังกลับคืนพระชนมชีพ คือการสงพระศาสนจักรออกไปประกาศขาวดีและขาวดีแรกที่ พระองคทรงสั่งใหประกาศคือ “การอภัยบาป”พระศาสนจักรตองตักเตือน สั่งสอน พยายามทุกวิถีทางเพื่อชวยใหทุก คนเปนทุกขกลับใจ และไดรับการอภัยบาปในชีวิตเรา เพียงพูดซ้ําซากวา “ฉันเชื่อ” เทานั้นไมเพียงพอเราตองรักษา และหลอเลี้ยงความเชื่อของเราดวยพระวาจา ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการอธิษฐานภาวนา เราตองหันกลับมาดูตัวเองวา ได เปนทุกขกลับใจและไดชวยผูอื่นใหเปนทุกขกลับใจและไดรับการอภัยบาปบางแลวหรือยัง?เพราะเมื่อเชื่อแลว เราตอง ทุมเทชีวิตใหพระองคทั้งหมด เพื่อเราจะไดพูดเหมือนโทมัสวา“องคพระผูเปนเจาและพระเปนเจาของขาพเจา” (ยน 20:28) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 10 เมษายน ค.ศ.2013 ถาสามีถามภรรยาวา “คุณรักผมไหม?” และภรรยา ตอบวา “รัก” สามีคนนั้นจะถามคําถามเดียวกันนี้ อีกสองครั้งหรือเปลา? ถาเขาทําเชนนั้นจริง ภรรยา จะไมคิดนอยใจหรือวาเขากําลังสงสัยหรือไมแนใจ ในคําตอบของเธอ? บางคนอาจประหลาดใจหรือ สงสัยวาทําไมพระเยซูเจาจึงทรงถามนักบุญเปโต รถึงสามครั้งวาทานรักพระองคหรือไม? เมื่อทาน ยืนยันสามครั้งวารักพระองค พระองคทรงมอบ ภารกิจใหทานสามครั้งเชนกัน พระองคทรงสั่งวา “จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด” (ยน 21:15-17) คืนที่พระเยซูเจาทรง ถูกทรยศและถูกมอบแกบรรดาศัตรูของพระองค นักบุญเปโตรไดปฏิเสธวาไมรูจักพระองคถึงสามครั้ง พระองคจึงทรง ถามทานสามครั้งเพื่อแนใจวาทานรักพระองคจริง ๆ และอยางไรเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้นในภารกิจที่พระเยซูเจาทรง มอบหมายแกนักบุญเปโตร เราสามารถมองเห็นความรักและความหวงใย ที่พระองคทรงมีตอเราผูซึ่งเปนฝูงแกะของ พระองคไดอยางชัดเจน เมื่อนักบุญเปโตร ยืนยันความรักที่ทานมีตอพระองค พระองคไมไดทรงบอกใหทานคุกเขาลง และนมัสการพระองค พระองคไมไดทรงเรียกรองสิ่งใดเพื่อพระองคเอง พระองคไมไดทรงคิดถึงพระองคเอง แตทรง คิดถึงเรา เพราะวาพระองคเสด็จมาในโลกนี้เพื่อความรอดพนของเรา พระองคทรงถวายพระองคเองเปนยัญบูชาเพื่อ วาโดยการสิ้นพระชนม พระองคจะทรงทําลายความตาย และโดยการกลับคืนพระชนมชีพ พระองคจะทรงทําใหชีวิต ของเราไดรับการฟนฟูขึ้นใหม ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 11 เมษายน ค.ศ.2013 นักบุญเปโตรไดพิสูจนใหเราเห็นวาพระเยซูเจาทรงเลือกคนไม ผิด เมื่อพระองคทรงมอบภารกิจใหทาน “จงเลี้ยงลูกแกะของ เราเถิด” (ยน 21:15-17) ทานและเพื่อนอัครสาวกคนอื่น ๆ ไมไดทําใหพระองคผิดหวัง พวกทานไดทุมเทสรรพกําลังและ ทุกสิ่งทุกอยางที่มีแมแตชีวิตเพื่อภารกิจแหงการประกาศขาว ดี พวกทานไดเทศนสอนอยางกลาหาญในพระวิหารที่กรุง เยรูซาเล็ม เมื่อถูกจับกุมตัวและนําไปยังสภาซันเฮดรินซึ่งเปน สภาสูงสุดของชาวยิวในสมัยนั้น พวกทานไดแสดงความรักที่มีตอพระเยซูเจาดวยการยืนยันตอหนาผูนําศาสนาที่มา ชุมนุมกันในวันนั้นวา “เราตองเชื่อฟงพระเจายิ่งกวาเชื่อฟงมนุษย” (กจ 5:29) ไมมีความหวาดกลัวหลงเหลือในตัว บรรดาอัครสาวกอีกตอไป เมื่อรูวาเจาแหงชีวิตทรงอยูเคียงขางพวกทาน พวกทานพรอมเผชิญหนากับทุกสิ่งแมแต ความตายเพื่อขาวดีแหงความรอดพนจะไดถูกประกาศออกไปจากกรุงเยรูซาเล็มนี้เองขาวดีแหงความรอดพนและ ความเชื่อไดแพรกระจายไปทั่วโลกและถายทอดมาถึงเราจนถึงทุกวันนี้ ปจจุบันพระศาสนจักรยังคงสานตอภารกิจที่ พระเยซูเจาไดทรงมอบหมายไวในความรับผิดชอบของนักบุญเปโตรและเพื่อนอัครสาวกตอไป คําสั่งของพระองคที่วา “จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด” (ยน 21:15) “จงดูแลลูกแกะของเราเถิด” (ยน 21:16) และ “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด” (ยน 21:17) ยังคงกองกังวานอยูในใจของผูสืบตําแหนงตอจากบรรดาอัครสาวกและผูรวมงานทั้งหลายของพวกทานทุก คน งานแพรธรรมและงานเทศนสอนยังคงดําเนินตอไปอยางไมหยุดหยอน เนื้อหาของขาวดีและขอความเชื่อยังคง เดิม อาจมีการปรับเปลี่ยนเฉพาะในเรื่องวิธีการ แนวทาง และเครื่องมือที่ใชในการปาวประกาศเทานั้น ทั้งนี้เพื่อให สอดคลองกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปและเทคโนโลยีที่ไดรับพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อยางไมมีวันสิ้นสุด ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 12 เมษายน ค.ศ.2013 พระศาสนจักรยังคงสานตอภารกิจที่พระ เยซูเจาไดทรงมอบหมายไวในความ รับผิดชอบของนักบุญเปโตรและเพื่อนอัคร สาวกตามคําสั่งของพระองคที่วา “จงเลี้ยง ลูกแกะของเราเถิด” (ยน 21:15) เครื่องมือที่โดดเดนและยังคงเปน อมตะอยางหนึ่งที่พระศาสนจักรของเราใช เพื่อสานตอภารกิจดังกลาวตั้งแตเริ่มแรกคือ พิธีมิสซาหรือพิธีบูชาขอบพระคุณ พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้แบงออกเปนสอง ภาค นั่นคือ ภาควจนพิธีกรรมและภาคศีลมหาสนิท อาศัยองคประกอบที่จําเปนและขาดไมไดทั้งสองภาคนี้ เอง “พระศาสนจักรมิไดหยุดยั้งที่จะนําอาหารเลี้ยงชีวิตคริสตชนทั้งจากโตะพระวาจาและจากโตะพระกายพระคริสต เจาเสนอใหสัตบุรุษ” (DV 21) ดังนั้น ทุกครั้งที่เรามารวมพิธีมิสซา ชีวิตฝายจิตและความเชื่อของเราจะไดรับการหลอ เลี้ยงดวยพระวาจาและศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไมไดเพราะทั้งสองเปนพละกําลัง แหงความเชื่อและอาหารเลี้ยงวิญญาณของเราปราศจากอาหารรางกายของเราไมสามารถเจริญเติบโตไดและสุขภาพ ของเรามีแตจะทรุดโทรมลงไปเรื่อย ๆ อาหารนําความชื่นชมยินดีมาสูชีวิตของเรา สิ่งที่อาหารและเครื่องดื่มนํามาให และทําเพื่อชีวิตฝายกายของเรา ศีลมหาสนิทนําสิ่งนั้นมาใหและทําเพื่อชีวิตฝายจิตของเราเชนเดียวกัน พระเยซูเจา ตรัสวา “จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด” (ยน 21:15) พระองคทรงทราบดีวาเราแตละคนตองการอาหารบํารุงเลี้ยงชีวิต ฝายจิตที่พระองคประทานแกเราเมื่อเรารับศีลลางบาป พระองคตรัสวา “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด” (ยน 21:17) เพราะพระองคทรงรูดีวาเราแตละคนตองการอาหารบํารุงเลี้ยงความเชื่อของเรา เพื่อวาความเชื่อของเราจะ เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ไมใชเปนความเชื่อที่ออนแอหรือตายไปแลว และสิ่งที่พระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจา ทําเพื่อชีวิตฝายจิตของเรา พระคัมภีรซึ่งเปนพระวาจาของพระเจาทําเพื่อความเชื่อของเราอยางนั้นเชนกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 13 เมษายน ค.ศ.2013 พระเยซูเจาทรงรักและความหวงใยตอเราผูซึ่งเปน ฝูงแกะของพระองค พระองคเสด็จมาในโลกนี้เพื่อ ความรอดพนของเรา โดยถวายพระองคเองเปน ยัญบูชาเพื่อวาโดยการสิ้นพระชนม พระองคจะ ทรงทําลายความตาย และโดยการกลับคืนพระ ชนมชีพ พระองคจะทรงทําใหชีวิตของเราไดรับ การฟนฟูขึ้นใหมพระองคไดมอบภารกิจให นักบุญเปโตร และเพื่อนอัครสาวกคนอื่น ๆ เพื่อขาวดีแหงความรอดพนจะไดถูกประกาศออกไปปจจุบัน ภารกิจที่พระ เยซูเจาไดทรงมอบหมายไว“จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด” (ยน 21:15) ยังคงกองกังวานอยูในใจของผูสืบตําแหนงตอ จากบรรดาอัครสาวกและผูรวมงานทั้งหลายของพวกทานทุกคน งานแพรธรรมและงานเทศนสอนยังคงดําเนินตอไป อยางไมหยุดหยอน ในพิธีบูชาขอบพระคุณ ชีวิตฝายจิตและความเชื่อของเราจะไดรับการหลอเลี้ยงดวยพระวาจาและ ศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก ทั้งสองเปนพละกําลังแหงความเชื่อและอาหารเลี้ยงวิญญาณของเราหลายครั้ง พระศาสนจักรอาจดูเหมือนออนแอไมตางจากนักบุญเปโตรกอนวันพระจิตเจาเสด็จมา แตเมื่อไดรับพลังและการนํา ทางจากพระจิตเจาแลว พระศาสนจักรไมเคยและจะไมเคยลมเหลวในการทําหนาที่บํารุงเลี้ยงเราดวยพระวาจาและศีล ศักดิ์สิทธิ์ ดวยเหตุนี้ เราจึงไมควรทําความผิดดวยการปฏิเสธพระคริสตเจา หรือมองไมเห็นคุณคา หรือไมยอมรับ อาหารฝายจิตที่พระองคทรงนําเสนอแกเราผานทางพระศาสนจักรในพิธีมิสซาเชนกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 14 เมษายน ค.ศ.2013 พระเยซูเจาทรงถามนักบุญเปโตรสามครั้งวา ทานรักพระองคไหม? และเมื่อทานยืนยัน สามครั้งวารักพระองค พระองคทรงมอบ ภารกิจใหทานสามครั้งเชนกัน พระองคทรง สั่งวา “จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด” (ยน 21:15) เปนภารกิจที่แสดงใหเห็นถึงความรัก และความหวงใยที่พระองคทรงมีตอเราผูซึ่ง เปนฝูงแกะของพระองคไดอยางในบทอาน แรกวันนี้นักบุญเปโตรไดพิสูจนใหเราเห็นวา พระเยซูเจาทรงเลือกคนไมผิด เพราะทานและเพื่อนอัครสาวกคนอื่น ๆได ทุมเทสรรพกําลังและทุกสิ่งทุกอยางที่มีแมแตชีวิตเพื่อภารกิจแหงการประกาศขาวดี ปจจุบันพระศาสนจักรยังคงสาน ตอภารกิจที่พระเยซูเจาไดทรงมอบหมายไวในความรับผิดชอบของนักบุญเปโตรและเพื่อนอัครสาวกตอไป งานแพร ธรรมและงานเทศนสอนยังคงดําเนินตอไปอยางไมหยุดหยอน โดยมีเครื่องมือที่โดดเดนและยังคงเปนอมตะคือ พิธี มิสซาหรือพิธีบูชาขอบพระคุณ ทุกครั้งที่เรามารวมพิธีมิสซา ชีวิตฝายจิตและความเชื่อของเราจะไดรับการหลอเลี้ยง ดวยพระวาจาและศีลมหาสนิท ทั้งสองเปนพละกําลังแหงความเชื่อและอาหารเลี้ยงวิญญาณของเราเราแตละคน ตองการอาหารบํารุงเลี้ยงความเชื่อของเรา เพื่อวาความเชื่อของเราจะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ไมใชเปนความเชื่อที่ ออนแอหรือตายไปแลว ดวยเหตุนี้ เราจึงตองสํานึกอยางยิ่งถึงคุณคาอาหารฝายจิตที่พระองคทรงนําเสนอแกเราผาน ทางพระศาสนจักรในพิธีบูชาขอบพระคุณ ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 15 เมษายน ค.ศ.2013 พระเยซูเจาทรงถามนักบุญเปโตรสามครั้งวาทานรัก พระองคไหม? และเมื่อทานยืนยันสามครั้งวารัก พระองค เหตุที่พระองคตรัสถามถึง 3 ครั้ง ก็เพื่อใหโอกาส ทาน ยืนยันความรัก 3 ครั้ง เทากับที่ทานเคยปฏิเสธ พระองคดวยหัวใจที่เต็มเปยมดวยความรักและการใหอภัย พระองคทรงลบลางความทรงจําที่ขมขื่นออกไปจากความ นึกคิดและจิตใจของทานจนหมดสิ้น หลังจากนักบุญเปโต รยืนยันถึงความรัก 3 ครั้งวา“ใชแลว พระเจาขา พระองค ทรงทราบวาขาพเจารักพระองค”ผลที่ตามมาคือ หนาที่ ตอความรักนั้น ความรักตอพระเยซูเจาเรียกรองใหทานรับผิดชอบและเสียสละชีวิตเพื่อฝูงแกะของพระองค เมื่อ นักบุญเปโตรถูกตรึงกางเขนที่กรุงโรม ทานขอใหเอาศีรษะหอยลงดิน ดวยสํานึกวา ไมคูควรที่จะตายเหมือนพระเยซู เจา“ถาทานรักเรา จงมอบชีวิตของทานเพื่อดูแลฝูงแกะของเราเถิด”ความรักตอพระเยซูเจา เรียกรองเราใหพิสูจน ความรักนั้นเชนกัน ดวยการที่ตองแสดงออกดวยการรักและรับใชผูอื่น เริ่มตนที่บานของเรา และเพื่อน ๆ รอบขาง ดวยการมีใจเมตตา เอื้อเฟอเผื่อแผ และเปยมดวยความรักตอทุกคน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 16 เมษายน ค.ศ.2013 ในพันธสัญญาเดิมประกาศกเอเสเคียลบอกวาพระเจาทรง เปน “นายชุมพาบาล” หรือ “ผูเลี้ยง” (อสค 34:1) ประชากรของพระองค หลายคนคงเคยเห็นรูปของพระเยซู เจาในฐานะนายชุมพาบาลที่ดี ในบางรูปเราเห็นพระเยซูเจา ทรงอุมลูกแกะไวในออมแขน หรือทรงแบกลูกแกะไวบนบา และมีลูกแกะตัวอื่น ๆ ยืนรายรอบพระองคในบางรูปเราเห็น พระเยซูเจาประทับนั่งใตตนไมดวยใบหนาที่ยิ้มแยมแจมใส และมีลูกแกะตัวเล็ก ๆ นารัก ๆ อยูบนตักพระองค ภาพเหลานี้สะทอนใหเราเห็นถึงความออนโยน ความเอาใจใส และความเห็นอกเห็นใจของพระเยซูเจา นายชุมพาบาลที่ดีที่มีตอฝูงแกะของพระองค ในสมัยของพระเยซูเจานาย ชุมพาบาลไมไดเดินตามหลังฝูงแกะและคอยตอนพวกมันดวยไมเทาหรือไมแสเพื่อใหเดินไปในทิศทางที่ตองการ แตเขาจะเดินนําหนาพวกมันและมองหาเสนทางปลอดภัยที่จะนําไปสูทุงหญา แหลงน้ําและที่หลบภัยในยามค่ําคืน ฝูงแกะติดตามเขาเพราะพวกมันรูจักเสียงของเขาและไววางใจเขา พระเยซูเจาทรงเปนนายชุมพาบาลที่ดีประเภทนี้ แหละ พระองคทรงนําทางเราและเราติดตามพระองค เมื่อเรามองภาพของพระเยซูเจา นายชุมพาบาลที่ดี กําลังแบก ลูกแกะไวบนบา เราเคยคิดไหมวาเราคือลูกแกะตัวนั้นและพระองคทรงคอยชวยพยุงเราตลอดเวลาของการเดินทางอยู บนโลกนี้ของเรา เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่เราตองเผชิญกับอุปสรรค ปญหา หรือความทุกขยากลําบากตาง ๆ ที่ทับถม และประดังเขามาในชีวิตของเรา ใหเรามั่นใจวาพระเยซูเจาประทับอยูกับเราตลอดเวลา พระองคไมมีวันทอดทิ้งเรา พระองคกําลังคอยชวยพยุงเราและอุมเราขึ้นมาไวบนบาของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 17 เมษายน ค.ศ.2013 บทประพันธของ Mary Stevenson ที่มีชื่อวา “รอยเทาบนพื้น ทราย” (Footprints in the Sand) กลาววา “คืนหนึ่ง ชายคน หนึ่งไดฝน ในความฝนนั้นเขากําลังเดินอยูบนชายหาดกับพระเยซู เจา ทันใดนั้นบนฟากฟาฝงตรงกันขามกับเขาเกิดแสงวาบขึ้นมา ใน แสงนั้นเหตุการณตางๆ ที่ผานเขามาในชีวิตของเขาก็ปรากฏขึ้น เปนฉากๆ ตามลําดับ แตละฉากเขาสังเกตเห็นรอยเทาสองคูขนาน กันไปบนพื้นทราย คูหนึ่งเปนของเขา อีกคูหนึ่งเปนของพระเยซู เจา แตเมื่อฉากสุดทายปรากฏขึ้นตอหนาเขา เขามองยอนกลับไปที่รอยเทาบนพื้นทราย เขาสังเกตเห็นวาหลายครั้งที่ เหตุการณตาง ๆ เหลานี้เกิดขึ้นปรากฏวามีเพียงรอยเทาคูเดียวเทานั้น และเขาก็สังเกตดวยวามันเกิดขึ้นในชวงเวลาที่ ชีวิตของเขาตกต่ําและนาเศรามากที่สุด สิ่งนี้ทําใหเขารูสึกไมสบายใจ เขาจึงถามพระเยซูเจาวา ‘ขาแตพระเจา พระองคตรัสวาเมื่อขาพเจาตัดสินใจติดตามพระองคแลว พระองคจะเดินเคียงขางขาพเจาตลอดเวลา แตขาพเจา สังเกตเห็นวาในชวงเวลาที่ขาพเจาประสบกับความทุกขยากลําบากมากที่สุดในชีวิต มีเพียงรอยเทาบนพื้นทรายคูเดียว เทานั้น ขาพเจาไมเขาใจ ทําไมเมื่อขาพเจาตองการพระองคมากที่สุด พระองคกลับทิ้งขาพเจาไป’ พระเยซูเจาตอบวา ‘ลูกรัก เรารักเจาและไมเคยทิ้งเจาไป ในชวงเวลาที่เจาประสบกับความทุกขยากลําบากที่สุดในชีวิตและเจาไดเห็น รอยเทาเพียงคูเดียวบนพื้นทรายนั้น มันเปนรอยเทาของเราที่กําลังแบกเจาไว’” คลาย ๆ กันผูประพันธบทสดุดีที่ 23 บอกเราวา “องคพระผูเปนเจาทรงเลี้ยงดูขาพเจาอยางนายชุมพาบาล ขาพเจาจึงไมขาดสิ่งใด พระองคทรงปลอยให ขาพเจานอนพักอยูในทุงหญาเขียวขจี ทรงนําขาพเจาไปริมสายนทีที่เงียบสงบ...แมขาพเจาจะตองเดินไปในหุบเขาที่ มืดมิด ขาพเจาก็จะไมกลัวอันตรายใด ๆ เพราะพระองคทรงอยูกับขาพเจา พระคทาและธารพระกรของพระองคชวย ใหขาพเจาอุนใจ” (สดด 23:1-4) นี่แหละคือผูที่พระเยซูเจาทรงเปนและผูที่พระเจาทรงเรียกเราแตละคนใหเปนดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 18 เมษายน ค.ศ.2013 ในพระวรสารพระเยซูเจาทรงตรัสกับเราวา “แกะของ เรายอมฟงเสียงของเรา เรารูจักมันและมันก็ตามเรา” (ยน 10:27) ฝูงแกะฟงและจําเสียงนายชุมบาลของ พวกมันได นี่คือเหตุผลที่ทําใหพวกมันติดตามเขาไป ไมติดตามคนอื่น เปนเรื่องสําคัญสําหรับเราดวย เชนเดียวกันที่จะจําเสียงของพระเยซูเจาเมื่อเสียงนั้น มาถึงเราในแตละวัน “เราเปนนายชุมพาบาลที่ดี นาย ชุมพาบาลยอมสละชีวิตเพื่อแกะของตน” (ยน 10:11) พระองคเปนนายชุมพาบาลที่ดี ไมใชลูกจาง พระองคจึงไมละ ทิ้งฝูงแกะและหนีไปเมื่อสุนัขปาเขามาตรงกันขามพระองคพรอมที่จะสละชีวิตเพื่อฝูงแกะของตน และพระองคก็ไดทํา เชนนั้นจริง ๆ ดวยการยอมสิ้นพระชนมบนไมกางเขนเพื่อเรามนุษยซึ่งเปนฝูงแกะของพระองคจะไดรอดพนจาก บาป นายชุมพาบาลที่ไดกลายเปน “ลูกแกะของพระเจา” เพื่อยกบาปของโลกใหเราภาวนาวอนขอพระหรรษทานและ พละกําลังจากพระเจาเพื่อวาเราจะสามารถเปนฝูงแกะที่ดีของพระองค ผูซึ่งฟงเสียงของพระองคดวยความตั้งใจและ ติดตามแบบอยางความรักที่เสียสละและใหตนเองของพระองค ใหเราอธิษฐานภาวนาเพื่อนายชุมพาบาลของเราทุกคน ดวย ทั้งผูนําศาสนาและผูนําประเทศ ขอใหพวกเขาเจริญรอยตามแบบอยางของพระเยซูเจาผูซึ่งเต็มใจรับใชและสละ ชีวิตเพื่อฝูงแกะของตน ในฐานะนายชุมพาบาลที่ดีพระองคทรงออกไปตามหาแกะตัวเดียวที่หลงทาง โดยปลอยแกะอีก 99 ตัวไว เพื่อนําตัวที่หลงทางนั้นกลับมาเขาฝูงอีกครั้งหนึ่ง ใหเราอธิษฐานภาวนาเพื่อบรรดาเยาวชนของเราจะ สามารถแสดงออกถึงความรักที่พวกเขามีตอพระเยซูเจาจนถึงจุดที่พวกเขาพรอมที่จะสละความสุขฝายโลกนี้และอุทิศ ตนรับใชพระองคในฐานะพระสงฆและนักบวชทั้งชายและหญิงของพระองค ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันศุกร ที่ 19 เมษายน ค.ศ.2013 ภาพลักษณของนายชุมพาบาลและฝูงแกะเปนภาพลักษณที่ เราพบบอยครั้งในพระคัมภีร ชุมพาบาลไมไดเดินตามหลัง และคอยตอนฝูงแกะดวยไมเทาหรือไมแสเพื่อใหเดินไปใน ทิศทางที่ตองการ แตจะเดินนําหนาและมองหาเสนทาง ปลอดภัยเพื่อนําฝูงแกะไปสูทุงหญา แหลงน้ําและที่หลบภัย ในยามค่ําคืน ฝูงแกะติดตามเพราะรูจักเสียงของเขาและ ไววางใจเขา พระเยซูเจาทรงเปนนายชุมพาบาลที่ดีทรงนําทางเราตลอดเวลาของการเดินทางอยูบนโลกนี้ ทุกครั้งที่เรา ตองเผชิญกับอุปสรรค ปญหา หรือความทุกขยากลําบากตาง ๆ เรามั่นใจไดเสมอวาพระเยซูเจาประทับอยูกับเรา ตลอดเวลา พระองคยอมสิ้นพระชนมบนไมกางเขนเพื่อเรามนุษยจะไดรอดพนจากบาปในเมื่อพระเยซูเจาเต็มใจรับใช และสละชีวิตเพื่อฝูงแกะของตน เราซึ่งเปนลูกแกะยอมตองฟงเสียงของพระองคผูเปนนายชุมพาบาลตั้งใจและติดตาม แบบอยางความรักของพระองคพรอมที่จะสละความสุขฝายโลกนี้อุทิศตนรับใชเพื่อนพี่นองในชีวิตประจําวันเสมอ เชนกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันเสาร ที่ 20 เมษายน ค.ศ.2013 เด็กหลายคนในสมัยปจจุบันนี้คงรูสึกเบื่อไมมากก็ นอยกับคําสั่งของพอแมและครูที่บอกใหพวกเขาทํา สิ่งนั้นและหามทําสิ่งนี้ พวกเขาไดยินคําสั่งที่คลายกัน นี้บอย ๆ อยางเชน รีบทําการบานใหเสร็จ ปด โทรทัศน ปดคอมพิวเตอร เลิกใชโทรศัพท และเขา นอนเดียวนี้ ตื่นไดแลวและรีบไปอาบน้ําแตงตัว มา ทานอาหารไดแลว อยาไปโรงเรียนสายนะ หามคุยกัน ในหองเวลาครูสอน หามพูดคําหยาบ หามเขาไปเลนที่โนนที่นี่ เปนตน ยังมีคําสั่งอื่น ๆ อีกมากมายที่พวกเขาไดยินเปน ประจําทั้งในบานและที่โรงเรียน ในพระวรสารพระเยซูเจาทรงพอพระทัยที่จะสรุปสิ่งที่พระองคทรงตองการบอก บรรดาศิษยของพระองค ซึ่งรวมทั้งเราทุกคนที่อยูที่นี่ดวย ไวในคําสั่งหรือบทบัญญัติเพียงขอเดียวคือ “ใหทานรักกัน” (ยน 13:34)พระเยซูเจาทรงมอบ “บทบัญญัติใหม” (ยน 13:34) นี้แกบรรดาศิษยของพระองคระหวางอาหารค่ํามื้อ สุดทายในคืนกอนที่พระองคจะทรงถูกตัดสินประหารชีวิตดวยการตรึงบนไมกางเขน กอนหนานี้พระองคไดทรงสัญญา วาจะสงพระจิตเจาลงมาประทับอยูทามกลางพวกเขาเพื่อสั่งสอนและนําทางพวกเขาหลังจากที่พระองคเสด็จขึ้นสวรรค แลว แตพระองคทรงปรารถนาอยางแรงกลาที่จะบอกพวกเขาถึงสิ่งที่อยูในสวนลึกของดวงพระทัยของพระองค และทรงกลั่นกรองสิ่งดังกลาวออกมาเปนถอยคําสั้น ๆ วา “เรารักทานทั้งหลายอยางไร ทานก็จงรักกันอยางนั้นเถิด” (ยน 13:34) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 21 เมษายน ค.ศ.2013 บทบัญญัติแหงความรักไมใชเรื่องใหม เปนสิ่งที่ชาวยิวทุกคนคุนเคยกันดี เพราะมีการพูด ถึงแลวในพันธสัญญาเดิม หนังสือเลวีนิติพูดอยางชัดเจนวา “จงรักเพื่อนบานเหมือนรัก ตนเอง” (ลนต 19:18) แตความใหมของบทบัญญัตินี้อยูตรงประเด็นที่วามาตรฐานของ ความรักดังกลาวนี้ไมใชตัวเราแตละคน นั่นคือ “เหมือนรักตนเอง” (ลนต 19:18) อีก ตอไป แตเปนพระเยซูเจา นั่นคือ “เรารักทานทั้งหลายอยางไร” (ยน 13:34) หรือ “เหมือนดังที่เรารักทาน” (ยน 15:12) เราตองรักกันและกัน หรือรักเพื่อนมนุษยทุกคน เหมือนที่พระเยซูเจาทรงรักเราแตละคน แลวพระเยซูเจาทรงรักเราอยางไรและมากแค ไหน? ถาเรามองไปที่ไมกางเขนที่พระองคทรงถูกตรึง เราจะรูคําตอบทันทีโดยไมตองการ คําอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะบนไมกางเขนเราทราบวาพระองคทรงรักเรามากจนกระทั่ง ยอมสิ้นพระชนมเพื่อไถบาปเรา ผูซึ่งเปน “มิตรสหาย” ของพระองค นี่คือบทพิสูจนของ พระดํารัสของพระองคที่วา “ไมมีความรักใดยิ่งใหญกวาการสละชีวิตของตนเพื่อมิตร สหาย” (ยน 15:13) ถา “ความรัก” คือ “การให” พระเยซูเจาทรงใหเราแบบสุด ๆ ใหจนไมรูวาจะใหอะไรอีกตอไป แลว เพราะพระองคทรงใหแมกระทั่งชีวิตของพระองคเพื่อความรอดพนของเรา

ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 22 เมษายน ค.ศ.2013 ไมใชเรื่องงายที่เราจะรักเพื่อนมนุษยดวยกันตามมาตรฐานของพระ เยซูเจา การรักเพื่อนมนุษยเหมือนรักตนเองถือวาเปนเรื่องยากอยู แลว โดยเฉพาะอยางยิ่ง ถาเพื่อนมนุษยคนนั้นเปนคนที่ทําใหเราตอง เจ็บช้ําน้ําใจ แตพระเยซูเจาทรงตองการยกระดับความรักของเราที่มี ตอเพื่อนมนุษยดวยกันใหสูงขึ้นอีก ซึ่งเปนเรื่องที่ยากกวาเดิมหลาย เทานัก ไมวาจะยากเย็นแสนเข็ญแคไหน นี่คือคําสั่งของพระเยซู เจา ถาเราปฏิบัติตามคําสั่งนี้ เราจะกลายเปนมิตรสหาย ผูซึ่งพระองค ทรงรักมากกวาชีวิตของพระองคเสียอีก เราตองเขาใจวาสําหรับพระเยซูเจาความรักตอเพื่อนมนุษยดวยกัน ไมใชเปนบางสิ่งที่เราจะมีก็ไดหรือไมมีก็ได แตเปนบางสิ่งที่เราตองมีเพราะความรักเปนธรรมชาติอยางหนึ่งของมนุษย พระเจาทรงเปนความรักและพระองคทรงสรางมนุษยขึ้นมาเพื่อรักพระองคและรักกันและกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 23 เมษายน ค.ศ.2013 ในพระวรสาร พระเยซูเจายังทรงชี้ใหเราเห็นอีกดวย วา “ความรักตอกันและกัน” เปน “เอกลักษณ” หรือ “เครื่องหมาย” หรือ “เครื่องแบบ” ของการเปนศิษย ของพระองค ถาเราสวมใสเครื่องแบบแหงความ รัก เราจะเปนหนึ่งในบรรดาผูที่ติดตามพระองค ถา เราไมสวมใสเครื่องแบบดังกลาว เราจะอยูนอกกลุม นี้ ความรักที่เรามีตอกันนี่แหละจะเปนเครื่องหมายที่ ทําใหคนอื่นรูวาเราเปนคนของพระองค “ถาทานมี ความรักตอกัน ทุกคนจะรูวาทานเปนศิษยของเรา” (ยน 13:35) ถามีพระสงฆสองคนที่เราไมรูจักมากอนเดินมา ดวยกัน คนหนึ่งใสเครื่องแบบพระสงฆ อีกคนหนึ่งแตงตัวเหมือนคนธรรมดาทั่วไป เราสามารถคาดเดาหรือรูไดทันทีวา คนที่ใสเครื่องแบบเปนพระสงฆ สวนอีกคนหนึ่งเราอาจคิดวาเขานาจะเปนเพื่อนของพระสงฆคนนั้นมากกวาที่จะเปน พระสงฆดวยกัน เชนเดียวกัน “ความรัก” ที่เรามีตอกันและกันจะเปนเสมือนเครื่องแบบที่ทําใหคนอื่นสามารถ แยกแยะเราจากคนกลุมอื่นได โดยเฉพาะอยางยิ่ง กลุมคนที่ยังไมมีความเชื่อในพระเยซูเจา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันพุธ ที่ 24 เมษายน ค.ศ.2013 ความรักที่พระเยซูเจาทรงมีตอเราไมควรเปนเพียงแค “มาตรฐาน” ที่สูงสงที่เราตองพยายามไปใหถึงเทานั้น แต ควรเปน “แรงผลักดัน” หรือ “แรงบันดาลใจ” สําหรับ ความรักที่เราตองมีตอคนอื่นดวย นักบุญเปาโลและบารนา บัสเปนตัวอยางที่ดีสําหรับเราในเรื่องนี้ เมื่อไดรับแรงบันดาล ใจจากความรักและคําสั่งของพระเยซูเจา ทานทั้งสองไดออก เดินทางไปประกาศขาวดีแหงความรักยิ่งใหญของพระเจาให ประชาชนที่อยูในดินแดนที่อยูหางไกล แมวาตองเผชิญหนากับอุปสรรคและความยากลําบากมากมายจนแทบเอาชีวิต ไมรอด พวกทานก็ไมหวาดกลัว เชนเดียวกันบรรดามรณสักขีไดยอมสละชีวิตเพื่อเปนพยานถึงความเชื่อของตน เพราะ พวกทานตระหนักถึงความรักอันหาที่สุดมิไดที่พระเยซูเจาทรงมีตอพวกทานและมนุษยทุกคนบนโลกนี้ จริงอยู การ ปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงความรักไมใชเรื่องงาย พระเยซูเจาเองทรงเขาใจเรื่องนี้ดี ดวยเหตุนี้ พระองคจึง ประทาน “ศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก” เพื่อเปนเครื่องมือชวยเหลือเรา จําไวเสมอวาการมารวมมิสซาและ รับศีลมหาสนิท ซึ่งเปนพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจา จะชวยเราใหละมายคลายกับพระองคมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเราจะสามารถรักเพื่อนมนุษยเหมือนที่พระองคทรงรักเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน


ขอคิดยามเชา วันพฤหัสบดี ที่ 25 เมษายน ค.ศ.2013 พระเยซูเจาทรงมอบ “บทบัญญัติใหม” (ยน 13:34) แก บรรดาศิษยของพระองคระหวางอาหารค่ํามื้อสุดทายในคืน กอนที่พระองคจะทรงถูกตัดสินประหารชีวิตดวยการตรึงบน ไมกางเขน เปนถอยคําสั้น ๆ วา “เรารักทานทั้งหลาย อยางไร ทานก็จงรักกันอยางนั้นเถิด” (ยน 13:34)เราตองรัก กันและกัน รักเพื่อนมนุษยทุกคนเหมือนที่พระเยซูเจาทรงรัก เราแตละคน เมื่อเรามองไปยังไมกางเขนที่พระองคทรงถูก ตรึง เราจะรูคําตอบทันทีวาพระองคทรงรักเรามากจนกระทั่ง ยอมสิ้นพระชนมเพื่อไถบาปเรา ผูซึ่งเปน “มิตรสหาย” ของ พระองค นี่คือบทพิสูจนของพระดํารัสของพระองคที่วา “ไม มีความรักใดยิ่งใหญกวาการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย” (ยน 15:13) ถา “ความรัก” คือ “การให” พระเยซูเจา ทรงทรงใหแมกระทั่งชีวิตของพระองคเพื่อความรอดพนของเราความรักเปนธรรมชาติอยางหนึ่งของมนุษย พระเจา ทรงเปนความรักและพระองคทรงสรางมนุษยขึ้นมาเพื่อรักพระองคและรักกันและกัน ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอาทิตย ที่ 28 เมษายน ค.ศ.2013 ในพระวรสารวันนี้พระเยซูเจาทรงสรุปสิ่งที่ พระองคตองการบอกบรรดาศิษยของ พระองค ซึ่งรวมทั้งเราทุกคน ไวในคําสั่งหรือ บทบัญญัติเพียงขอเดียวคือ “ใหทานรักกัน” (ยน 13:34)พระเยซูเจาทรงมอบ “บทบัญญัติ ใหม” (ยน 13:34) นี้แกบรรดาศิษยของ พระองคระหวางอาหารค่ํามื้อสุดทาย“เรารัก ทานทั้งหลายอยางไร ทานก็จงรักกันอยางนั้นเถิด” (ยน 13:34) เราตองรักกันและกัน รักเพื่อนมนุษยทุกคนเหมือนที่ พระเยซูเจาทรงรักเราแตละคน เมื่อเรามองไปที่ไมกางเขนที่พระองคทรงถูกตรึง เราทราบวาพระองคทรงรักเรามาก จนกระทั่งยอมสิ้นพระชนมเพื่อไถบาปเรา ผูซึ่งเปน “มิตรสหาย” ของพระองค นี่คือบทพิสูจนของพระดํารัสของ พระองคที่วา “ไมมีความรักใดยิ่งใหญกวาการสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหาย” (ยน 15:13) ถา “ความรัก” คือ “การ ให” พระเยซูเจาทรงใหเราจนไมรูวาจะใหอะไรอีกตอไปแลว เพราะพระองคทรงใหแมกระทั่งชีวิตของพระองคเพื่อ ความรอดพนของเรา ความรักตอเพื่อนมนุษยดวยกันไมใชเปนบางสิ่งที่เราจะมีก็ไดหรือไมมีก็ได แตเปนบางสิ่งที่เรา ตองมีเพราะความรักเปนธรรมชาติอยางหนึ่งของมนุษย พระเจาทรงเปนความรักและพระองคทรงสรางมนุษยขึ้นมา เพื่อรักพระองคและรักกันและกัน ความรักที่เรามีตอกันนี่แหละจะเปนเครื่องหมายที่ทําใหคนอื่นรูวาเราเปนคนของ พระองค “ถาทานมีความรักตอกัน ทุกคนจะรูวาทานเปนศิษยของเรา” (ยน 13:35) ความรักที่พระเยซูเจาทรงมีตอเรา ไมควรเปนเพียงแค “มาตรฐาน” ที่สูงสงที่เราตองพยายามไปใหถึงเทานั้น แตควรเปน “แรงผลักดัน” หรือ “แรง บันดาลใจ” สําหรับความรักที่เราตองมีตอคนอื่นดวย การปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงความรักไมใชเรื่องงาย ดวยเหตุนี้ พระองคจึงประทาน “ศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์แหงความรัก” เพื่อเปนเครื่องมือชวยเหลือเรา การมารวมมิสซาและ รับศีลมหาสนิท ซึ่งเปนพระกายและพระโลหิตของพระเยซูเจา จะชวยเราใหละมายคลายกับพระองคมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเราจะสามารถรักเพื่อนมนุษยเหมือนที่พระองคทรงรักเรา ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันจันทร ที่ 29 เมษายน ค.ศ.2013 ฟรังซิส แหงอัสซีซี เปนนักบุญที่มีความรักตอพระเจาอยางลึกซึ้ง วันหนึ่งทานไดพบ ชายซึ่งบอกทานวาเขาไมรูสึกวาตนเองรักพระเจาเลย ขณะที่ทั้งสองเดินไปดวยกัน พวกเขาพบชายพิการและตาบอดคนหนึ่ง นั่งขอทานอยูใกลทางเดิน นักบุญฟรังซิส ถามชายพิการตาบอดคนนั้นวา “บอกผมไดไหมวา ถาผมสามารถรักษาตาที่บอด และขาที่พิการของทานใหหาย ทานจะรักผมไหม?” ชายคนนั้นรีบตอบทันที่วา “โอ ทานครับ ผมจะไมเพียงรักทานเทานั้น แตผมจะยอมเปนทาสของทานตลอดชีวิตที่ เหลืออยูของผมเลยทีเดียว”นักบุญฟรังซิส หันกลับไปพูดกับชายที่เดินมาพรอมกับ ทานวา “ดูซิ ชายคนนี้บอกผมวาจะรักผม ถาผมสามารถทําใหเขาหายตาบอดและ สามารถเดินไดเหมือนคนปรกติ ทําไมทานจึงไมรักพระเจาผูซึ่งสรางทานมาใหมีตาและขาที่สมบูรณเลา?”ถาวันนี้พระ เจาถามเราแตละคนดวยคําถามคลาย ๆ กันนี้วา “เจารักเราผูซึ่งประทานสุขภาพที่ดีและพระพรอื่นๆ อีกนานัปการแก เจา อยางเชน อาหารที่อรอย เครื่องนุงหมที่สวยงาม ที่พักอาศัยที่สะอาดปลอดภัย การศึกษาที่ดีๆ และเพื่อนฝูงอีก มากมายหรือไม?” เราจะตอบพระองคเหมือนที่ขอทานคนนั้นบอกนักบุญฟรังซิส วา “ขาแตพระเจา ขาพเจาไมเพียง รักพระองคอยางสุดใจ สุดกําลังและสุดวิญญาณเทานั้น แตขาพเจาพรอมที่จะเปนทาสและผูรับใชที่ซื่อสัตยของ พระองค ตลอดชีวิตที่เหลืออยูของขาพเจาดวย” รักและรับใชเปนของคูกัน เมื่อเรารักใครสักคนแลว เราตองแสดง ความรักของเราออกมาใหเห็นดวยการรับใชคนที่เรารักดวยนี่คือสิ่งที่พระเยซูเจาทรงตองการบอกเรา เมื่อพระองคตรัส วา “ผูใดรักเรา ผูนั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา” (ยน 14:23) การ “ปฏิบัติตามวาจา” คือบทพิสูจนของความรักที่เรา มีตอพระองค ดังนั้น ความรักที่เรามีพระเยซูเจาจึงไมใชเปนเพียงแค “ความรูสึก” แตเปน “การกระทํา” ในรูปแบบใด รูปแบบหนึ่งดวย ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี


ขอคิดยามเชา วันอังคาร ที่ 30 เมษายน ค.ศ.2013 พระเยซูเจาตรัสวา “ผูใดรักเรา ผูนั้นจะปฏิบัติ ตามวาจาของเรา” (ยน 14:23) การ “ปฏิบัติ ตามวาจา” คือบทพิสูจนของความรักที่เรามีตอ พระองค คําวา “วาจา” ที่พระเยซูเจาทรง เรียกรองใหเราปฏิบัติตามนี้ไมไดหมายถึงเพียง สิ่งที่พระองคทรงสอนเราเทานั้น แตครอบคลุม ถึงทุกสิ่งที่เกี่ยวกับพระองคดวย นั่นคือ พระ ดํารัส การกระทํา แนวทางในการดําเนินชีวิต ความสัมพันธของพระองคกับประชาชนทุกประเภทและทุกชน ชั้น รวมทั้งคานิยมและทาทีตาง ๆ ของพระองค เพราะฉะนั้น ถาเรารักพระองคจริง เราตองปฏิบัติตามสิ่งตาง ๆ เหลานี้อยางไมมีขอยกเวน เราตองไมเพียงพูดวาเรารักพระองคเทานั้น แตเราตองพยายามทําตามพระประสงคของ พระองคและหลีกเลี่ยงสิ่งที่พระองคไมทรงปรารถนาดวย โดยการกระทําแบบนี้แหละเราจึงจะไดชื่อวาเปน “ทาสและ ผูรับใชที่ซื่อสัตย” ของพระองค วันนี้ ใหเราถามตนเองดูซิวาเราไดทําสิ่งที่พระเยซูเจาทรงปรารถนาแลวหรือยัง? ถาเรา ไดทําตามพระประสงคของพระองคอยางจริงจังแลว เราสามารถพูดไดอยางเต็มปากวาเรารักพระองคจริง ๆ แตถาเรา ยังไมไดทํา นั่นก็แสดงวา เรายังไมไดรักพระองคอยางที่ควรเปน “ผูที่ไมรักเรา ก็ไมปฏิบัติตามวาจาของเรา” (ยน 14:24) ขอพระเจาอวยพรพี่นองทุกคน พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย ประมุขสังฆมณฑลอุดรธานี