Page 1


LSIS_21.59x29.21cm.pdf

1

7/4/61 BE

6:03 AM


WORKS HERE.

SHELL TURBO OILS – FOR ENHANCED PROTECTION, EXTENDED OIL LIFE, AND EXCELLENT SYSTEM EFFICIENCY.

www.shell.com/lubricants


PIS 21.59x29.21 cm_Final3.pdf 1 9/7/2018 4:48:12 PM


Samwa_21.59x29.21cm.pdf

1

3/28/17

11:02 AM


Mennekes_21.59x29.21cm_Cre.pdf

1

3/30/17

3:05 PM


T&D_21.59x29.21cm.pdf

1

3/14/18

3:45 PM


CONTENTS SEPTEMBER-OCTOBER

สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าแห่งประเทศไทย 30 32 34 36 38

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริษัท ผลิตไฟฟ้า จ�ำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จ�ำกัด (มหาชน)

สํานักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

ปักธงร่วมพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0

งานแสดงนวัตกรรมไฟฟ้าแสงสว่างที่ครบวงจร ที่สุดในอาเซียน

68

72

76

78

IEEE POWER & ENERGY SOCIETY – THAILAND (IEEE PES – THAILAND) 46 ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลและชีวภาพ

ARTICLE 48 10 เทคโนโลยี หนุนองค์กรสู่ดิจิทัล เวิร์คเพลส

เต็มรูปแบบ กลุ่มบริษัทจีเอเบิล 58 เทคโนโลยีใหม่ และ AI สามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ด้านการซ่อมบ�ำรุงได้อย่างไร รอบ สตัมเมอร์

September-October 2018

บริษัท ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จ�ำกัด ร่วมออกบูธงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 หวังได้พบพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ

72

ขับเคลื่อนโลกดิจิทัลสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ล�้ำหน้า กองบรรณาธิการ

INTERVIEW 63 COVESTRO...ศูนย์การผลิตที่ทันสมัยในมาตรฐาน

70

IEEE PES GENERATION TRANSMISSION AND DISTRIBUTION (GTD) 44 Mr.Liu Yihong รองกรรมการผู้จัดการ

ระดับโลก กองบรรณาธิการ

SPECIAL AREA 66 ผลการศึกษาแบบจ�ำลอง “Sky Scenario”

EXHIBITION 42 Thailand Lighting Fair 2018

SPECIAL SCOOP 51 40 ปี เอบีบี บนฐานธุรกิจอันแข็งแกร่งในประเทศไทย

40 อีอีซี ต้อนรับคณะนักธุรกิจจีนเยือนไทย

2018

34

ในประเทศไทย บริษัท เชลล์ประเทศไทย จ�ำกัด Wide range offering of high quality products บริษัท พี ไอ เอส พาวเวอร์ ดิสทริบิวชั่น จ�ำกัด นวัตกรรมเทคโนโลยีระบายอากาศส�ำหรับตูค้ อนโทรล ภาค 2 บริษัท แม็กซิไมซ์ อินทิเกรทเท็ด เทคโนโลยี จ�ำกัด ตอบโจทย์การเลือกใช้ ACB กับ CHINT Next ง่าย ๆ เพียงติดตามผ่าน Series บริษัท เอวีร่า จ�ำกัด ระบบไฟส�ำหรับวิชั่น (Lighting for Vision) บริษัท ออมรอน อีเล็ คทรอนิ คส์ ขจ�้อำมูกัลดที่พร้อมสรรพนั้นจะสำมำรถช่วยอ�ำนวย เพรำะกำรมี ควำมสะดวกสบำยแก่ แมกเนติกคอนแทคเตอร์ คือ? ผู้ขับขี่ยำนยนต์ไฟฟ้ำได้เต็มที่ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สำมำรถติ ดตำมกำรใช้)งำนของแต่ บริษัท ที แอนด์ ดี เพาเวอร์ เทค (ไทยแลนด์ จ�ำกัด ละสถำนีอัดประจุไฟฟ้ำ

Mobile Application

ผ่ำน Mobile Application ในรูปแบบของ User Interface ได้ ครอบคลุมแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่กำรแสดงต�ำแหน่งสถำนี IT ARTICLE อัดประจุไฟฟ้ำในโครงข่ำยสถำนีอัดประจุไฟฟ้ำของกำรไฟฟ้ำ 81 20 อันดับแอปพลิเส่คชั ยมของคนไทย วนภูนมยอดนิ ิภำค แผนที ่น�ำทำงสู่สถำนีอัดประจุไฟฟ้ำที่ใกล้ที่สุด สถำนะของสถำนีอัดประจุไฟฟ้ำในโครงข่ำยสถำนีอัดประจุไฟฟ้ำ ในรอบ 10 ปี บนแอปสโตร์ ของกำรไฟฟ้ำส่วนภูมิภำค สถำนะและประเภทของหัวชำร์จ แอ๊พซินท์ ในแต่ละสถำนีอัดประจุไฟฟ้ำ สถำนกำรณ์อัดประจุไฟฟ้ำและ ่เหลือในกำรอัดประจุไฟฟ้ำ ระบบจองคิวอัดประจุยำนยนต์ 86 PRODUCT เวลำที ไฟฟ้ำ ตลอดจนช�ำระค่ำบริกำรอัดประจุไฟฟ้ำ ช่วยลดควำมกังวล 89 PR NEWS ควำมซับซ้อนและควำมยุ่งยำกหำกเปลี่ยนมำใช้ยำนยนต์ไฟฟ้ำ

92 EXHIBITION 94 MOVEMENT ประโยชน์จาก 98 IT NEWS 100 INDUSTRY NEWS

66

PEA VOLTA Platform ส�าหรับผู้ให้บริการพลังงานไฟฟ้า ที่จะมีข้อมูลทำงด้ำน เทคนิคของกำรใช้ยำนยนต์ไฟฟ้ำในประเทศไทย สำมำรถวำงแผน จัดเตรียมก�ำลังกำรผลิตไฟฟ้ำให้เพียงพอและมีควำมมัน่ คง รับทรำบ ถึงปัญหำที่เกิดขึ้นจำกกำรใช้ยำนยนต์ไฟฟ้ำและมีวิธีกำรแก้ไข ปัญหำที่เหมำะสม ทั้งยังเพิ่มช่องทำงในกำรทรำบปัญหำระบบ ไฟฟ้ำในบริเวณสถำนีอัดประจุไฟฟ้ำในโครงข่ำยของกำรไฟฟ้ำ ส่วนภูมิภำค สำมำรถเข้ำไปแก้ไขปัญหำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น PEA VOLTA Platform ที่พัฒนำขึ้นนี้ยังส่งผลดีอีกหลำยทำง ทั้งต่อ ผู้ให้บริกำรสถำนีอัดประจุไฟฟ้ำ และผู้ใช้ยำนยนต์ไฟฟ้ำ


EDITOR TALK

SEPTEMBER-OCTOBER

2018

ปีนี้ฤดูฝนของบ้านเราดูจะยาวนานกว่าปีก่อนๆ บางวันตกทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น ท�ำให้เป็นอุปสรรคในการเดินทางเป็น อย่างมาก โดยเฉพาะผูท้ อี่ าศัยอยูใ่ นเมืองหลวงทีป่ กติการจราจรของแต่ละวันก็แทบจะเป็นจราจลอยูแ่ ล้ว เมือ่ เจอฝนตก การจราจร ก็ยงิ่ ติดแบบสาหัสสากรรจ์กนั เลยทีเดียว แต่สำ� หรับชาวไร่ชาวนาแล้ว เมือ่ เห็นฝนตกทีไรก็จะดีใจกันไป เพราะถ้าฝนดีกห็ มายความว่า ปีนั้นๆ ผลผลิตทางการเกษตรก็ดีตามไปด้วยนั่นเอง Electricity & Industry Magazine ฉบับนีม้ บี ทความทีน่ า่ สนใจหลายเรือ่ ง อาทิ เมือ่ ทางสํานักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ได้ให้การต้อนรับคณะนักธุรกิจจีนเยือนไทย ปักธงร่วมพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายอย่าง ติดตามอ่านกันได้ นอกจากนั้นยังมีบทสัมภาษณ์ Mr.Liu Yihong รองกรรมการผู้จัดการ บริษทั ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จ�ำกัด ทีจ่ ะมาร่วมออกบูธงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 ในเดือนมีนาคม 2019 คอลัมน์ Article มีเรื่องของ 10 เทคโนโลยี หนุนองค์กรสู่ดิจิทัล เวิร์คเพลส เต็มรูปแบบ โดยกลุ่มบริษัทจีเอเบิล และเรื่อง เทคโนโลยีใหม่ และ AI สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบ�ำรุงได้อย่างไร โดย รอบ สตัมเมอร์ ซึ่งด�ำรงต�ำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอฟเอส ประจ�ำประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในคอลัมน์ Special Scoop จะเป็นเรื่องของ บริษัท เอบีบี ซึ่ง เป็นบริษทั ข้ามชาติขนาดใหญ่ทไี่ ด้เข้ามาด�ำเนินธุรกิจในประเทศไทย 40 ปี แล้ว การทีส่ ามารถเติบโตได้อย่างมัน่ คงมากว่า 40 ปี ได้นั้น ต้องมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล�้ำหน้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนจึงจะสามารถ ยืนหยัดมาได้นานเช่นนี้ ส่วนคอลัมน์ Interview ฉบับนี้จะได้พบกับบทสัมภาษณ์ผู้บริหารของ บริษัท โคเวสโตร จ�ำกัด ด�ำเนินธุรกิจประกอบ ด้วย 3 หน่วยธุรกิจ คือ กลุม่ ผลิตภัณฑ์โพลียรู เี ทน กลุม่ ผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต และกลุม่ ผลิตภัณฑ์สารเคลือบ สารยึดติด และ ผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน ศูนย์การผลิตของบริษทั ตัง้ อยูท่ นี่ คิ มอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นศูนย์การผลิตทีท่ นั สมัยในมาตรฐานระดับ โลก และมีโครงการจะขยายศูนย์การผลิตให้ใหญ่ขึ้น ท�ำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น ส่งออกมากขึ้น ถือว่าส่งผลดีโดยรวม อีกคอลัมน์ที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดคือ IT Article โดยทางบริษัท แอ๊พซินท์ ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาแอปพลิเคชันใน ประเทศไทย ได้สรุปแนวโน้มตลาดโมบายล์แอปพลิเคชันในธุรกิจประเภทต่างๆ เป็น 20 อันดับ แอปพลิเคชันยอดนิยมในรอบ 10 ปีของแอปสโตร์ขึ้น ไปติดตามกันว่า 20 แอปพลิเคชันนั้นมีอะไรบ้าง น่าสนใจมากทีเดียว พบกันใหม่ฉบับหน้า กิตติ วิสุทธิรัตนกุล

ที่ปรึกษา : รศ.ฉดับ ปัทมสูต / รศ. ดร.สุธี อักษรกิตติ์ / ไกรสีห์ กรรณสูต พรเทพ ธัญญพงศ์ชัย / เฉลิมชัย รัตนรักษ์ / ประเจิด สุขแก้ว ผศ.พิชิต ล�ำยอง / วัลลภ เตียศิริ / พรชัย องค์วงศ์สกุล / ดร.กมล ตรรกบุตร ศ. ดร.พีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ / รศ. ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม รศ. ดร.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา : กิตติ วิสุทธิรัตนกุล บรรณาธิการวิชาการ : ดร.สุรพล ด�ำรงกิตติกุล ผู้ช่วยบรรณาธิการ : นิภา กลิ่นโกสุม เลขากองบรรณาธิการ : ปัฐฐมณฑ์ อุ่ยพัฒน์ / จีราภา รักแก้ว / เปมิกา สมพงษ์ พิสูจน์อักษร : อ�ำพันธุ์ ไตรรัตน์ ศิลปกรรมรูปเล่ม / ศิลปกรรมโฆษณา : ชุติภา จริตพันธ์ / ศศิธร มไหสวริยะ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด : เขมจิรา ปลาทิพย์ ฝ่ายโฆษณา : ศิริภรณ์ กลิ่นขจร / มนัส ไชยเพส / กษิรา เหมบัณฑิตย์ / กัลยา ทรัพย์ภิรมณ์ / วีระวรรณ พุทธโอวาท / รุ่งทิพย์ อ�ำไพจิตต์ เลขานุการฝ่ายโฆษณา : ชุติมันต์ บัวผัน ฝ่ายสมาชิก : ศิรินทิพย์ โยธาพันธ์ September-October 2018

บทความที่ปรากฏใน ELECTRICITY & INDUSTRY Magazine เป็นความคิดเห็น ส่ ว นตั ว ของผู ้ เขี ย น ไม่ มี ส ่ ว นผู ก พั น กั บ บริ ษั ท เทคโนโลยี มี เ ดี ย จ� ำ กั ด แต่ อ ย่ า งใด หากบทความใดที่ผู้อ่านเห็นว่ามีการลอกเลียนหรือแอบอ้าง กรุณาแจ้งที่กองบรรณาธิการ ELECTRICITY & INDUSTRY Magazine บทความต่ า งๆ ที่ ป รากฏในหนั ง สื อ ได้ ผ ่ า นการตรวจทานอย่ า งถี่ ถ ้ ว นเพื่ อ ให้ เ กิ ด ความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด หากเกิดความผิดพลาดจะมีการชี้แจงและแก้ไขต่อไป เจ้าของ

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จ�ำกัด

471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2354-5333 โทรสาร 0-2640-4260 http:// www.technologymedia.co.th เพลท-แยกสี : บริษัท อิมเมจิ้น กราฟิค จ�ำกัด พิมพ์ที่ : บริษัท ฐานการพิมพ์ จ�ำกัด จัดจ�ำหน่าย : บริษัท ธนบรรณ ปิ่นเกล้า จ�ำกัด


HOUSE AD TECHNO-C4.pdf

1

8/1/2560 BE

19:33

ITELTE¬;V7DLTEÇìòïëÞé¬ÊÞäÞ÷æëâ <EþK9S _9'a;aGDWCW_6WD+lT$S6>[>  GV7LYO g LV*g @VC@9'Wg EO<'GZC$GZC _= TMCTDIþJI$EECOZ7LTM$EEC `GRLVg*`I6GOC9Wg9S;LCSDa6D$ER+TDL[$GZC_= TMCTDODT*$IT*%IT*`GR7E*$GZC  ET*ISG'Z5BT@ ÑžÆɾËÁ ÂËÂÏÄÖ ¾Ô¾ÏÁÐ >[L*_LEþC6T;$TEO;ZES$K@GS**T;+T$$EC @S4;T@GS**T;96`9;`GRO;ZES$K@GS**T;¥@«@«¦$ER9EI*@GS**T;`GR ASIAN GREEN TJ AWARDS

Engineering Today öāòùāòòāñ  ċãĆüè ċíĆē ü ÓöāðÐś ā öúèś ā ĎèöÖÐāòöă ÷ öÐòòðČôÿ üćäùāúÐòòðċèśèùāòÿÓöāðòĈĎś èãśāèċæÓčèčôñĄ Ðāòëôăä Ðāòöă×Āñ ČôÿíĀáèā ÐāòüèćòĀÐøŞ íôĀÖÖāè ČôÿïāöÿÐāòäôāãæĄēðĄëôÐòÿæéäŚü öÖÐāòöă÷öÐòòðČôÿüćäùāúÐòòðÑüÖêòÿċæ÷ E-Book  XXXFOHJOFFSJOHUPEBZOFU CPPLTIFMGJOEFYIUNM

Electricity & IndustryèăäñùāòòāñċãĆüè æĄēüñĈŚÓĈŚöÖÐāòüćäùāúÐòòðďîîŖā ċÓòĆēüÖÐô üć ä ùāúÐòòðďîîŖ ā Čôÿüă ċ ôĒ Ð æòüèă Ð ùŞ  ñāèñèäŞČôÿÙăèĔ ùŚöèüćäùāúÐòòðêőčäòċÓðĄ òöðæĀĔÖùāòÿÓöāðòĈśãśāèÐāòëôăä Ðāòäôāã ðāÐöŚāêŒċíĆüē êòÿčñÙèŞäüŚ èĀÐüćäùāúÐòòð öă÷öÐòÙŚāÖċæÓèăÓèĀÐċòĄñèèĀÐ÷ąÐøāČôÿ éćÓÓôæĀēöďêæĄēùèĎ× E-Book  XXXUFDIOPMPHZNFEJBDPUI CPPLTIFMG

C

M

Y

CM

MY

CY

Thai Packaging Newsletter öāòùāò òāñ  ċãĆ ü è čãñèčñéāñÑüÖùðāÓðÐāò éòò×ćïĀâàŞďæñ ×ĀãæĘāÑąĔèċíĆēüċëñČíòŚÑśüðĈô ÑŚāöùāòċÐĄēñöÐĀééòò×ćïĀâàŞĎúðŚ ċæÓčèčôñĄ ãś ā èÐāòíă ð íŞ  Ðāòëôă ä  ČôÿÐāòüüÐČéé üĀ è ċêŢ è êòÿčñÙèŞ äŚ ü öÖÐāòüć ä ùāúÐòòð éòò×ćïĀâàŞďæñ E-BookXXXUIBJQBDLPSUI

GREEN NETWORKèăäñùāòòāñċãĆüè ùĘāúòĀéÓèòĀÐøŞčôÐ ċíĆēüÓöāðòŚöððĆüãśāè ÐāòüèćòĀÐøŞíôĀÖÖāèČôÿùăēÖČöãôśüð æĄēæćÐ ïāÓùŚöèùāðāòåðĄùŚöèòŚöðĎèÐāòÙŚöñôã čôÐòś ü è èĘ ā ċùèüÓöāðċÓôĆē ü èďúöČôÿ ùāòÿÓöāðòĈś äŚ ā Öđ ċÐĄē ñ öÐĀ é ÐāòêòÿúñĀ ã íôĀÖÖāèČôÿüèćòĀÐøŞùăēÖČöãôśüð E-BookXXXHSFFOOFUXPSLUIBJMBOEDPN NBHB[JOFQIQ

ċúðĆüÖČòŚöāòùāòòāñċãĆüèïāñĎäśèčñéāñ ÑüÖÓâÿÐòòðÐāòùïāÐāòċúðĆ ü ÖČòŚ ď æñ ċíĆē ü èĘ ā ċùèüÑś ü ðĈ ô  ÑŚ ā öùāò ÓöāðÓĆ é úèś ā üĀ è ċêŢ è êòÿčñÙèŞ Č ÐŚ Ð ôćŚ ð çć ò Ðă × ċúðĆ ü ÖČòŚ  æĄē ÑąĔ è êòÿæāèéĀ ä òČôÿðĄ ùă æ çă éĀ ä òĎèÐāò êòÿÐüéÐă × ÐāòċúðĆ ü ÖČòŚ  ÐāòùŚ Ö üüÐČôÿ èĘāċÑśāČòŚČúŚÖêòÿċæ÷ďæñ

CMY

K

üăèæāċèĄñöāòùāòòāñċãĆüèčãñèčñéāñ ùðāÓðèăùăäċÐŚāöă÷öþ ×ćûāþ ċíĆēüċÙĆēüðčñÖ ÓöāðùĀðíĀèçŞòÿúöŚāÖèăùăäċÐŚāæćÐòćŚè čãñ ċèĆüĔ úā×ÿèĘāċùèüÓöāðċÓôĆüē èďúöÑüÖÐôćðŚ Ùāööă÷öÐòòð÷āùäòŞČúŚÖ×ćûāþ ùðāÓðþ ùåāéĀèČôÿÓâā×āòñŞČèöčèśðæāÖöă÷öÐòòð äôüã×èċëñČíòŚÑüś ðĈôÑŚāöùāòČÐŚúèŚöñÖāè ÙĀĔèèĘā æĀĔÖïāÓòĀßČôÿċüÐÙèæĄēċÐĄēñöÑśüÖÐĀé öÖÐāòöă÷öÐòòð ëôÖāèÑüÖèăùăäċÐŚāČôÿ Óâā×āòñŞ čãñùŚÖäòÖåąÖèăùăäċÐŚā ČôÿëĈśæĄē ċÐĄēñöÑśüÖüñŚāÖæĀēöåąÖČôÿùðēĘāċùðü

 <Eþ$TE+S6LSCC;T

 éòăøĀæ ċæÓčèčôñĄ ðĄċãĄñ ×ĘāÐĀã ðĄ ìŕ ā ñíĀ á èāçć ò Ðă × ČôÿďüæĄ æĄē ò üÖòĀ é Ðāò ×ĀãùĀððèāÓòéöÖ×ò ðĄòÿééßāèÑśüðĈôæĄē æĀèùðĀñċÑśāåąÖÐôćðŚ ċêŖāúðāñďãśüñŚāÖÙĀãċ×è äôüã×èðĄċÓòĆēüÖðĆüÐāòêòÿÙāùĀðíĀèçŞ æĄēÐöśāÖÑöāÖ ċÑśāåąÖÐôćŚðċêŖāúðāñ Čôÿ ċÙăÜČÑÐùĘāÓĀÜĎèöÖÐāòďãś×òăÖ

 <Eþ$TE2T;%OC[G

<Eþ$TEOYg;e

 ×āÐÐāòæĄē é òă øĀ æ ðĄ Ð āò×Ā ã æĘ ā ďãċòĒ Ó æüòĄē  Ðāò×Ā ã ùĀ ð ðèāČôÿ èăæòò÷Ðāò æĘāĎúśéòăøĀæðĄÑśüðĈôÑüÖ ëĈċś ÙĄñē öÙāÜùāÑāäŚāÖđĎèêòÿċæ÷ďæñ ÐöŚā   òāñ ׹ÖùāðāòåĎúś éòă Ð āòãś ā è %JSFDU .BJMJOH Čôÿ 5FMFNBSLFUJOH4FSWJDF

<EþKS9_9'a;aGDWCW_6WD+lT$S6

 <Eþ$TE Internet

 éòăøĀæ ċæÓčèčôñĄ ðĄċãĄñ ×ĘāÐĀã ðĄìŕāñ íĀáèāçćòÐă×ÚąÖē ÙĘāèāÜãśāèÑśüðĈôÑŚāöùāòČôÿ *OUFSOFUĎúśéòăÐāòÐāò×ãæÿċéĄñèÙĆēü%PNBJO òĀéüüÐČéé8FC1BHF ċÑĄñè1SPHSBNéè 8FC æĘā8FC%JSFDUPSZ æĘā0O-JOF$BUBMPH  öāÖČëèÐāòäôāã ČôÿĎúś ÓĘ ā êòą Ð øāãś ā è *OUFSOFU ÑāñäòÖéè*OUFSOFU

www.technologymedia.co.th

±´®¬°ª±@‰Tc9_@GL8;;JEÿODZ:DT9Z*@‰Tc9ET-_9Iÿ$EZ*_9@Q®­±­­a9E«­ª¯°²±²°°°©­ª¯³±±ª±²²²7O°­® Êß«­µª¶´´¶ª´®±®ªêÞæé·êÞïèâñæëäÜêÞä½ñâàåëìéìäöêâáæÞ«àì«ñåMEāOèåâêçæïÞ¯­¶±½äêÞæé«àìê


ENDORSED BY:

ASIA’S INTEGRATED OIL, GAS & ENERGY TRANSFORMATION FULL ENERGY VALUE CHAIN WILL INCLUDE: Government Leaders National Oil Companies International Oil Companies

Gas & LNG Companies

Intergrated Energy Companies Technology Providers

Transmission & Distribution

COUNTRIES

Mobility

Technology providers and entrepreneurs to showcase products, services and solutions.

Energy companies to build new partnerships and be part of the future energy mix.

Thousands of energy professionals to learn from ground-breaking & extra-ordinary content.

BOOK A STAND AT THAILAND’S LARGEST OIL, GAS AND POWER GENERATION EXHIBITION AND CONFERENCE EXHIBIT WITH US, CALL +66 2 559 0603 OR EMAIL SALES@FUTUREENERGYASIA.COM GOLD SPONSOR:

CO-ORGANISED BY:

VISITORS

15,000+

Policy makers to meet, discuss and debate future energy scenarios.

SILVER SPONSOR:

600+

Power Generation

THE REGION’S MEETING POINT FOR:

OFFICIALLY SUPPORTED BY:

EXHIBITORS

ORGANISED BY:

50+

SPEAKERS

300

DELEGATES

2,000


21-24 Â&#x2020;Â&#x152;Â?pÂ&#x153;iÂ&#x161;Â&#x160; ¨Â&#x201A;¤l Â&#x2020; Â&#x20AC; ¤Â&#x2019;Â&#x161;Â&#x2039;Ă&#x2013; Â&#x201A;Â&#x161;o Â&#x161;

   Â

THE

Industry 4.0

IoT

Integrated Automation Solutions

METALWORKING METROPOLIS

Additive Technology

Real-time Feedback System Hybrid Machines

Â&#x2030;Â&#x153;}Â&#x153;§Â&#x201C;Â&#x2030;Ă&#x2019;Â&#x2019;ÂĄĂ&#x2019;Â&#x2030;Â&#x201C;Â&#x161; lÂ&#x2039;ÂŚÂ?Â&#x201C;Â&#x2DC;iÂ&#x161;Â&#x2039;ÂĽÂ&#x201C;Ă&#x2019;oÂ&#x2022; Â&#x161;l}  iÂ&#x2022;Â&#x2122;qÂ&#x2039;Â&#x153;Â&#x160;Â&#x2C6;Â&#x161;Â&#x2020;§ ŒÂ?iÂĽÂ&#x201C;Ă&#x2019;o¤lÂŚÂ ÂŚÂ?Â&#x160;Â?ÂŚÂ?Â&#x201C;Â&#x2DC;iÂ&#x161;Â&#x2039; pÂ&#x2DC;Â&#x2039;Â?Â&#x2030;}Â&#x2122;Â? ¹Â&#x161;¤Â&#x2019; Â&#x2022;ÂŚsÂ?ÂĄrÂ&#x2122;ÂŹÂ }Â&#x2022;Â&#x201A; iÂŚpÂ&#x160;Ă&#x2013; Â?Â&#x2122;}iÂ&#x2039;Â&#x2039;Â&#x2030;ÂĽÂ?Â&#x2DC; iÂ&#x2039;Â&#x2DC;Â&#x201A;Â? iÂ&#x161;Â&#x2039;Â&#x201E;Â?Â&#x153;}Â&#x2020;Â&#x2039;Ă&#x201C;Â&#x2022;Â&#x2030;¤lÂ&#x2039;Â&#x;Â&#x2022;jĂ&#x2019;Â&#x161;Â&#x160;Â&#x161;oÂ&#x20AC; Â&#x2039;iÂ&#x153;p iÂ&#x2122;Â&#x201A;Â&#x2020;Â&#x2122; Â&#x20AC;Â&#x2030;Â&#x153;}Â&#x2039;Â&#x2039;Ă&#x2019;Â?Â&#x2030;Â&#x2022; }Â&#x2019;Â&#x161;Â&#x201C;iÂ&#x2039;Â&#x2039;Â&#x2030;pÂ&#x161;iÂ&#x2122;ÂŹÂ?Â&#x2C6;ÂĄÂ&#x2030;Â&#x153;Â&#x2C6;Â&#x161;l § oÂ&#x161; ¤Â&#x2030;Â&#x2122;Â?¤Â?ÂŤisĂ&#x2013;ÂŚÂ&#x2022;iÂ&#x161;Â&#x2019;Â&#x2022;Â&#x2122; ¨Â&#x2039;Ă&#x201C;jÂ?|pÂąÂ&#x161;iÂ&#x2122;|Â&#x2019;ÂąÂ&#x161;Â&#x201C;Â&#x2039;Â&#x2122;Â&#x201A;  Â&#x2122;iÂ&#x20AC; Â&#x2039;iÂ&#x153;p§ Â&#x2022; }Â&#x2019;Â&#x161;Â&#x201C;iÂ&#x2039;Â&#x2039;Â&#x2030;ÂŚÂ?Â&#x201C;Â&#x2DC;iÂ&#x161;Â&#x2039;Â&#x160; l 

Sensors Technology

Overall Equipment (IÂżFLHQF\

Intelligent Productivity

ASEANâ&#x20AC;&#x2122;s Largest International Machine Tools and Metalworking Technologies Trade Exhibition & Conference - 32nd Edition

pÂ&#x2122;|ÂŚ|Â&#x160;

Â&#x2019;Â&#x2022;Â&#x201A;~Â&#x161;Â&#x2030;¤Â&#x2020;Â&#x153;ÂŹÂ&#x2030;¤}Â&#x153;Â&#x2030;¨|Ă&#x201C;Â?ÂŹ

+66 2686 7299 metalex@reedtradex.co.th @metalexexpo metalexpage www.metalex.co.th

Smart Factory

2 018


สนใจสอบถามข อ มู ล เพิ ่ ม เติ ม ได ท ี ่

www.interlink.co.th Tel 02 666 1111 (100 lines)


The future of light: Smart, sustainable, human-centric

งานแสดงนวัตกรรมไฟฟาแสงสวาง ที่ครบวงจรที่สุดในอาเซียน

8 – 10 พฤศจิกายน 2561

ฮอลล 102 – 103 ไบเทค บางนา ลงทะเบียนออนไลนฟรี! ไดแลววันนี้ที่ www.thailandlightingfair.com

สอบถามเพิ่มเติมโทร: 02 664 6499 ตอ 200 201 209 info@thailandlightingfair.com Thailandlightingfair Host organisation

Organisers

Concurrent events Sponsors

Platinum Sponsor

Supporters

Media Partners

Gold Sponsor


เมทัลเล็กซ์ 2018

ศูนย์กลางโซลูชั่นของชีทเมทัลแห่งอาเซียน

นำ�ป้�ยชื่ออิเล็กทรอนิกส์ม�รับซองใส่ที่ หน้�ง�นเพื่อเข้�ชมง�นได้ทันที Collect a badge holder for your e-Badge in front of the exhibition hall to get instant access.

ผู้ชมง�นส�ม�รถลงทะเบียนชมง�น ออนไลน์ หรือลงทะเบียนก่อนเข้�ชมง�น แล้วรับ 10 ร�ยชื่อผู้แสดงสินค้�แนะนำ�ที่ ตรงกับคว�มต้องก�รเพื่อช่วยให้ว�งแผน ชมง�นได้มีประสิทธิภ�พยิ่งขึ้น

MATCH ME: POTENTIALBUSINESS PARTNERS RECOMMENDATION

รับสูจิบัตรของง�น ในรูปแบบซีดีได้ฟรี Free Official Show Directory CD.

Visitors may pre-register online or on site, and receive 10 recommendations short list to help facilitate your visit and make your time

สถานีรถบริการไปฮอลล์ 105 METALEX LINK

REGISTRATION LOBBY

WALK-IN

HALL

104

HALL

103

HALL

102

MACHINE TOOLS

จุดลงทะเบียนเฉพาะ BUSINESS DELEGATION REGISTRATION LOUNGE

รับจดหม�ยข่�วอิเล็กทรอนิกส์และ ข่�วอุตส�หกรรมท�งอีเมล โดยไม่เสียค่�ใช้จ่�ย Free updates on industry and show updates direct to your mailbox.

Metallurgy Forum

เนื้อหา การเตรียมความพร้อมของอุตสาหกรรม การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย อะลูมิเนียม : ความรู้พื้นฐานและการใช้งาน

Family Business Forum Japanese Management Style

Forum เกี่ยวกับการท�ำให้ Family Business ประสบความส�ำเร็จ สัมมนาเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารองค์กร ญี่ปุ่น

SCAN HERE

HALL

101

SITE PLAN

HALL

99

HALL

HALL

100

98

ทราบหรื อไม่ Did you Know

เราได้ปรับการบริการบางส่วนเพื่อให้้การชมงานของท่านมีประสิทธิภ

We have re-designed our services for maximum effectiveness of y

VIP

FACTORY AUTOMATION, PUMPS & VALVES, EQUIPMENT, ACCESSORIES

METROLOGY, TOOLS &

TOOLING

SHEET METALEX, WELDING, WIRE & TUBE

INTERNATIONAL PAVILION

INTERNATIONAL PAVILION

FACTORY AUTOMATION, PUMPS & VALVES, EQUIPMENT, FASTENER, ACCESSORIES

ผู้ลงทะเบียนล่วงหน้�และพิมพ์บัตรติดหน้�อกม�เองแล้ว ส�ม�รถผ่�นเข้�ชมง�นได้ทุกประตู MAKE YOUR

PRE-R

ผู้ไม่ ได้ลงทะเบียนล่วงหน้� ส�ม�รถลงทะเบียนได้ที่ “Registration Lob ฮอลล์ 98, 100, 105 และ 106 เท่�นั้น Walk-in visitors can register at “Registration Lobby” only a WALK-IN Halls 98, 100, 105 and 106.

106

WALK-IN

VIP

18 ROBOT & INTEGRATED AUTOMATION SOLUTION

GROUP WALK-IN

VIP

ผู้เข้�ชมง�นเป็นหมู่คณะ โปรดลงทะเบียนและรับบัตร ที่ “Registration Lobby” ฮอลล์ 106 เท่�นั้น Group visitors, please register at “Registration Lobby” Hall 106. GROUP

REGISTRATION LOBBY

BUSINESS DELEGATION LOUNGE

SHEET METALEX, WELDING, WIRE & TUBE

REGISTRATION LOBBY

สำาหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า / For pre-registered visitors (สะดวกและรวดเร็วที่สุด) สำาหรับผู้ที่ลงทะเบียนหน้างาน / For walk-in visitors

VISIT FASTER AND

Pre-registered with าself-printed badges เตรี มตัวthe เพืvisitors ่อshow การเข้ ชมงานที ่รวดเร็วCONVENIENT! และสะดวกกว่าเดิม canยaccess at every entrance. MORE

HALL

more efficient.

MTX 2018_Flyer w84xh14.8 Cm_A5.4F by Exhibitor.indd 1

ชื่องานบรรยาย EV Tech Forum

105

VIP

เพื่ออำ�นวยคว�มสะดวกแก่ผู้ชมง�น ท่�นส�ม�รถลง ทะเบียนล่วงหน้�ออนไลน์ผ่�น www.metalex.co.th และ พิมพ์ป้�ยชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Badge) พกม�ที่ง�นเพื่อ ลดเวล�ในก�รลงทะเบียนและรับสิทธิพิเศษต่อไปนี้ To help facilitate visitors’ experience, easy online pre-registration is available at www. metalex.co.th. You can print your e-Badge and bring to the show to save time from registration queue and receive the following benefits:

สถานีรถบริการไปฮอลล์ 99

HALL

บริการแนะนำาคู่ค้า ทางธุรกิจที่ตรงใจ

WALK-IN

EASY ONLINE PRE-REGISTRATION

ท่านจะพบกับการสาธิตเทคโนโลยีขั้นสุดยอดแห่งอาเซียนจาก แบรนด์ดังทั่วทุกมุมโลกกว่าร้อยรายการ สัมผัสการสาธิตความล�้ำสมัย ของเทคโนโลยี 4.0 ทีห่ าชมทีอ่ นื่ ไม่ได้ และการเปิดตัวของเครือ่ งจักรใหม่ มากมาย กิจกรรมทัง้ หลายเหล่านีจ้ ะพบได้ที่ Only @METALEX เท่านัน้ ! หากท่านสนใจเพิ่มองค์ความรู้ รวมทั้งได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ กับนักอุตสาหกรรมโลหการ และผูเ้ ชีย่ วชาญตัวจริง ต้องไม่พลาดการเข้า ร่วมงานสัมมนาที่จัดได้ครบทุกมิติด้านโลหการ

REGISTRATION LOBBY

หากเอ่ยถึง อุตสาหกรรมโลหการ ผูท้ อี่ ยูใ่ นแวดวงการผลิตย่อมทราบ ดีวา่ มีความส�ำคัญต่อระบบการผลิตเป็นอย่างมาก ธุรกิจจะสามารถแข่งขัน ได้หรือไม่ขนึ้ อยูก่ บั ผูป้ ระกอบการทีจ่ ะน�ำเทคโนโลยีทเี่ กีย่ วข้องมาปรับใช้ ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดอย่างไร โดยเฉพาะในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ทีม่ กี ารน�ำเทคโนโลยีทลี่ ำ�้ สมัยมาใช้ในการผลิตมากขึน้ หากผูป้ ระกอบการ คนใดก้าวไม่ทนั เทคโนโลยี หรือไม่สนใจทีจ่ ะปรับตัว ก็ไม่สามารถแข่งขัน ได้ในยุคนีอ้ ย่างแน่นอน โดยเฉพาะผูท้ อี่ ยูใ่ นแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ อากาศยาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบการ วงหน้าอย่างง่ายดาย ในกลุ่มนี้จ�ำเป็นจะต้องใช้การผลิตด้วยเครืลงทะเบี ่องจักยนชมงานล่ รที่ไฮเทคโนโลยี ทั้งสิ้น จากความจ�ำเป็นดังกล่าว ผู้จัดงาน METALEX 2018 จึงได้รวบรวม ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมโลหการที1 ่มีชื่อเสียง 2 และมีเทคโนโลยี อันล�้ำสมัยมาไว้ในที่เดียวกัน ภายใต้แนวคิด “The Metalworking Metropolis” ด้วยเชือ่ มัน่ ว่า METALEX 2018 จะช่วยผู ใ้ ห้บริการเทคโนโลยี 3 ด้านโลหการได้พบปะกับนักอุตสาหกรรมทีต่ อ้ งการเทคโนโลยีและเครือ่ งจักร ชั้นสูงเพื่อเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของตนเอง ขณะนี้สามารถเรียกได้ว่า METALEX 2018 คือ ศูนย์กลางโซลูชั่น ด้านชีทเมทัลอันดับหนึง่ แห่งอาเซียน เป็นเป้าหมายของผูป้ ระกอบการที่ จะมาอัพเดทเทคโนโลยีใหม่ และเป็นเป้าหมายของบริษทั ทีม่ เี ทคโนโลยี ทีท่ นั สมัยจะได้นำ� ผลิตภัณฑ์ของตนออกมาโชว์ศกั ยภาพ METALEX 2018 จึงเป็นงานที่รวบรวมขุนพลด้านชีทเมทัลจากทั่วอาเซียนจะมารวมตัว พบปะ และขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านธุรกิจให้กว้างขวางยิง่ ขึน้ รวมทัง้ ร่วมรับชมการเปิดตัวของเทคโนโลยีใหม่ครั้งแรกหลายร้อยรายการ แล้วท่านจะไม่พลาดการก้าวขึ้นสู่แนวหน้าของผู้ผลิตในวงการชีทเมทัล! นอกจากนั้น ภายในงานท่านจะได้พบกับการเปิดตัวงาน Robot X @METALEX งานแสดงเทคโนโลยีดา้ น AI ทีก่ า้ วล�ำ้ ! มีการแสดงเทคโนโลยี ใหม่ล่าสุด มีผู้ประกอบการด้าน Robot กว่า 20 แบรนด์ น�ำเทคโนโลยี มาจัดแสดง เรียกว่าพลาดงานนีเ้ หมือนพลาดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยในยุค 4.0 นี้เลยทีเดียว!!

THE METALWORKING METROPOLIS

เจาะโลกโลหะการ เจาะโลกโลหการ ครบทุกโซลูชั่น 4.0 4.0

พบกับงาน Robot X ได้ที่ฮอลล์ 106! พิเศษ บริการจับคูท่ างธุรกิจด้วยระบบ Online

เพื่อตอบสนองแก่นักธุรกิจที่สนใจจับคู่ทางธุรกิจ จึงมีบริการพิเศษจับคูท่ างธุรกิจ โดยรับ 10 รายชือ่ ผู้แสดงสินค้าแนะน�ำที่ตรงกับความต้องการของ ท่าน สามารถ E-mail เพื่อแสดงเจตจ�ำนงก่อนวันงาน ช่วยให้ท่าน สามารถเริ่มต้นวางแผนชมงานได้ง่ายขึ้น (ระบบจะวิเคราะห์ตาม ข้อมูลที่ท่านให้ไว้ในขั้นตอนของการลงทะเบียน) ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ : http://www.metalex.co.th/

for_visitors/#register

ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับงาน Reed Tradex Company Limited

(+66) 2686 7222, (+66) 2686 7266 E-mail : contactcenter@reedtradex.co.th

จัดร่วมกับ Electric Vehicle Association of Thailand

วันสัมมนา พฤ. 22 พ.ย. 2561

ภาษา อังกฤษ และไทย ศุกร์ 23 พ.ย. 2561 อังกฤษ

Metallurgical Department, Faculty of Engineering, Chulalongkorn University Family Business Center, The University of the Thai Chamber of Commerce Thai Nichi Institute of Technology

ศุกร์ 23 พ.ย. 2561 ไทย เสาร์ 24 พ.ย. 2561 ไทย

Hall 105

เพิ่มคว�มสะดวกด้วย METALEX LINK บริก�รรถร ระหว่�งอ�ค�รแสดงสินค้� 99 และ 105 Enjoy our shuttle service METALEX LINK from-to Halls 99 and 105.

Hall 99


สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้ สาหกรรมไฟฟ้าาแห่ แห่งงประเทศไทย ประเทศไทย

กฟผ. คว้า 4 รางวัล ในงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจ ดีเด่น ประจำ�ปี 2561 กฟผ. รับ 4 รางวัล จากงานประกาศผลรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจ�ำปี 2561 ด้านการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น การด�ำเนินงาน เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น นวัตกรรมดีเด่น และความร่วมมือ เชิงยุทธศาสตร์ นับเป็นความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อน เศรษฐกิจและสร้างสรรค์สังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กองทัพเรือ ร่วมกับ กฟผ.

วันนี้ (24 สิงหาคม 2561) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Award) ประจ�ำปี 2561 จัดขึ้นโดยส�ำนักงานคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอก คอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยการจัดงานในปีนจี้ ดั ขึน้ ภายใต้ แนวคิด “รวมพลังรัฐวิสาหกิจ พัฒนาเศรษฐกิจไทย ก้าวไกลอย่างยัง่ ยืน” เพือ่ ส่งเสริมและให้กำ� ลังใจรัฐวิสาหกิจในการด�ำเนินกิจกรรมร่วมกัน วิบลู ย์ ฤกษ์ศริ ะทัย ผูว้ า่ การการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า 4 รางวัล ที่ได้รับในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลเกียรติยศ ด้านการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น เนื่องจากได้รับรางวัล 3 ปี ติดต่อกัน จึงได้รางวัลเกียรติยศ รางวัลการด�ำเนินงานเพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมดีเด่น รางวัลนวัตกรรมดีเด่น และ รางวัลด้าน ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ประเภทเชิดชูเกียรติ โดยรวมกลุ่ม ความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการองค์กรอย่าง มีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจน การมุ่งพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นความภูมิใจ ในฐานะที่ กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจไทยที่ร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติอย่างยั่งยืน เพื่อความผาสุกของคนไทย

สานต่อโครงการบ้านปลา

กองทัพเรือ ร่วมกับ กฟผ. สานต่อโครงการบ้านปลา วาง ปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล บริเวณหาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน จังหวัดชลบุรี จ�ำนวน 200 ชุด โดยมีนายทหารและนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 300 คน ทั้งนี้ โครงการบ้านปลาปะการังเทียมด้วยลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า เป็นโครงการ ที่ กฟผ. จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

โดยตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ด�ำเนินโครงการ กฟผ. ได้วาง ปะการังเทียมจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าบริเวณชายฝัง่ ทะเล รวมทัง้ หมด 7 ครัง้ ในพืน้ ที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ประจวบคีรขี นั ธ์ ปัตตานี และนราธิวาส ซึง่ ช่วยฟืน้ ฟูระบบนิเวศบริเวณชายฝัง่ ทะเลให้มคี วาม อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาสร้างรายได้ให้กับชุมชนและ ประมงพื้นบ้าน September-October 2018


การไฟฟ้าฝ่าฝ่ายผลิ ายผลิตตแห่แห่งงประเทศไทย ประเทศไทย การไฟฟ้ > แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองก�ำจร

เกาหลีใต้พร้อมทดสอบ

กังหันลมลอยน�้า

นอกชายฝั่งแห่งแรกปีหน้านี้

โครงการกังหันลมลอยน�ำ้ แห่งแรกของเกาหลีใต้ ก�ำลังผลิต 750 กิโลวัตต์ ในเมืองอุลซาน พร้อมจะทดสอบระบบภายในปี 2562 ในช่วงครึ่งปีแรก โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย อุลซาน บริษัท Mastek Heavy Industries บริษัท Unison และ บริษัท Seho Engineering Co มีเงินลงทุน 14.27 ล้านเหรียญ เริ่ม ด�ำเนินการในปี 2559 เมื่อแล้วเสร็จจะท�ำให้เกาหลีใต้เป็นประเทศ ที่มีฟาร์มกังหันลมลอยน�้ำเป็นล�ำดับที่ 5 ของโลก ต่อจากประเทศ นอร์เวย์ อังกฤษ ญี่ปุ่น และโปรตุเกส นอกจากโครงการกังหันลมแห่งนี้ เมืองอุลซานยังมีแผนจะ ติดตั้งกังหันลมลอยน�้ำนอกชายฝั่งเพิ่มเติมอีก โดยมีเป้าหมายจะ ติดตั้งกังหันลมลอยน�้ำทั้งหมดจ�ำนวน 50 ต้น ภายในปี 2565 ด้วย เงินลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านวอน

สัดส่วนกำ�ลังผลิตไฟฟ้าของเกาหลีใต้ ปี 2560 แยกตามประเภทเชื้อเพลิง

https://www.ifri.org/sites/files/atoms/files/ comotgandolphe_south_korea_electricity_2018.pdf

ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีแผนจะติดตั้งฟาร์มกังหันลม นอกชายฝั่งก�ำลังผลิตรวมทั้งหมด 12,000 เมกะวัตต์ เพือ่ ตอบสนองนโยบายพลังงานในระยะยาว ทีจ่ ะเพิม่ สั ด ส่ ว นการใช้ พ ลั ง งานหมุ น เวี ย นผลิ ต ไฟฟ้ า เป็ น ร้อยละ 20 ภายในปี 2573 ส�ำหรับประเทศไทย รัฐบาลและกระทรวงพลังงาน ส่งเสริม การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมทัง้ ในภาครัฐและเอกชน ซึง่ การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้สนองนโยบายของภาครัฐ พัฒนา โครงการพลังงานลม เช่น โครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าล�ำตะคอง ระยะที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้ติดตั้งกังหันลมจ�ำนวน 12 ต้น ก�ำลังผลิตรวม 24 เมกะวัตต์ ซึ่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2560 กังหันลมลำ�ตะคอง จังหวัดนครราชสีมา

นอกจากนี้ กฟผ. ก�ำลังด�ำเนินการต่อยอดน�ำระบบพัฒนา เสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม (Wind Hydrogen Hybrid) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมในรูปของ ก๊าซไฮโดรเจน เพื่อมาจับคู่กับเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) ผลิตไฟฟ้า ขนาด 300 กิโลวัตต์ ส�ำหรับจ่ายไฟฟ้าให้กับศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ล�ำตะคอง ทัง้ นี้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศในภูมภิ าคเอเชียทีน่ ำ� เอา นวัตกรรมดังกล่าวมาใช้กกั เก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลม ซึง่ จะช่วย ให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อมูลจาก : South Korea 1st floating offshore wind turbine to begin test operation next year https://steelguru.com/auto/south-korea-1st-floating-offshore-wind-turbine-to-begin-test-operation-next-year/517063?type=power# September-October 2018


สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้ สาหกรรมไฟฟ้าาแห่ แห่งงประเทศไทย ประเทศไทย

กฟน. ลงนามความร่วมมือนิสสัน

ติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า

พร้อมสนับสนุนตลาด ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึง่ ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นการตอบสนองต่อแผนอนุรกั ษ์พลังงาน พร้อมด้วย มร.อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ประเทศไทย (EEP 2015) ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมเพื่อให้เกิดการใช้งาน ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือโครงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ รถยนต์ไฟฟ้าประเภทไฮบริดปลัก๊ อิน (PlugIn Hybrid Electric Vehicle : การติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าส�ำหรับยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ลูกค้า PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (Battery Electric ของนิสสัน ส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลให้มีการกระตุ้นให้เกิด Vehicle : BEV) รวมทัง้ สิน้ 1.2 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2579 ถือเป็น การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ณ ห้องเจ้าพระยาสุรศักดิม์ นตรี ความร่วมมือกับองค์กรภาคธุรกิจในการขับเคลือ่ นการใช้งานรถยนต์ การไฟฟ้านครหลวง ส�ำนักงานเพลินจิต ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นจริงในประเทศ ผูว้ า่ การการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า เนือ่ งในโอกาสที่ นอกจากนี้ กฟน. ยังได้มี ครบวาระ 60 ปี กฟน. ในปีนี้ กฟน. จึงมุ่งเป็นผู้นำ� เทคโนโลยี การจัดท�ำ “MEA EV Application” ส�ำหรับยานยนต์ไฟฟ้าทีท่ นั สมัย ได้เตรียมความพร้อมรองรับ ทีส่ ามารถใช้งานได้อย่างสะดวก การใช้รถยนต์ไฟฟ้าทดแทนรถยนต์นำ�้ มันในอนาคต เนือ่ งจาก สบายบนสมาร์ทโฟน เวอร์ชัน เป็นพลังงานทีส่ ะอาดและประหยัด โดย กฟน. ได้รว่ มสนับสนุน ล่าสุด 2.0 รองรับการใช้งานทั้ง ระบบ IOS และ Android ส�ำหรับ และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาค การค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้า เอกชน ในการลงนามบันทึกความเข้าใจกับผู้ประกอบการ ชัยยงค์ พัวพงศกร การจองหัวชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า อย่างต่อเนือ่ งหลายราย ซึง่ การลงนามกับบริษทั นิสสัน มอเตอร์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (ประเทศไทย) จ�ำกัด ในครัง้ นีถ้ อื เป็นโอกาสส�ำคัญในการรุกตลาด แบบเรียลไทม์ มีระบบน�ำทาง รถยนต์ไฟฟ้าและขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าในประเทศไทย ไปยังสถานีชาร์จ พร้อมควบคุม ให้มเี พิม่ มากขึน้ โดย กฟน. จะเป็นผูด้ ำ� เนินการให้บริการด้าน การชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าผ่านระบบ ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการอัดประจุไฟฟ้า รี โ มทด้ ว ยแอปพลิ เ คชั น ทั น ที เพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างความปลอดภัยในระบบไฟฟ้า การแจ้งข้อมูลประวัติการชาร์จ ให้แก่ลกู ค้าของนิสสัน และเป็นผูด้ ำ� เนินการฝึกอบรมให้ความรู้ การค�ำนวณอัตราการประหยัด พลังงาน รวมถึงฟังก์ชันอื่นๆ ด้านระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่บุคลากร มร.อันตวน บาร์เตส ของบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด เช่น ตัวแทน ที่จะจัดท�ำเพิ่มเติมเพื่ออ�ำนวย ประธาน นิสสัน มอเตอร์ จ�ำหน่าย ส่วนงานบริการลูกค้า ช่างประจ�ำศูนย์บริการ เป็นต้น ความสะดวกในอนาคต ประเทศไทย September-October 2018


านครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิการไฟฟ้ ตแห่งประเทศไทย

MEA signs MOU with Nissan Thailand to

Install Charging Station and Penetrate the EV Market in Thailand

Mr.Chaiyong Puapongsakorn, Governor of Metropolitan Electricity Authority (MEA) and Mr.Antoine Barthes, President of Nissan Motor Thailand presided in a press conference to announce the collaboration between MEA and Nissan Thailand on the preparation of EV charging station installation project for their customers and efficient EV Market penetration in Thailand at the MEA Ploenchit Office, Bangkok. The MEA Governor said, on the occasion of MEA’s th 60 anniversary this year, MEA is aiming to become a technology leader in modern electric vehicles and preparing to support the growing use of electric cars in the future as the engine is clean and economical. MEA has also supported both public and private sectors by continually signing the Memorandum of Understanding (MOU) with operators and entreprenuers. This collaboration between MEA and Nissan is one of the meaningful opportunities to create more EV market penetration in Thailand. MEA will be the service provider in electrical system and related equipment in charging stations to ensure Nissan’s customers confident and system safety as well as provide the trainings on electricity system for EV to Nissan Thailand staffs. The collaboration has also responded Energy Efficiency Plan (EEP 2015), aiming to promote the use of Plug-in hybrid electric vehicle (PHEV) and Battery electric vehicle (BEV) totalling 1.2 million cars by 2036. Moreover, MEA has also launched “MEA EV Application” for convenient using the application on Smart Phone in the latest version 2.0 supported both IOS and Android to search the nearest charging station, book a charger in real time basis, control a charger through a remote system, show charging history, calculate energy saving rate, and other additional functions for more conveniences in the future. September-October 2018


สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้ สาหกรรมไฟฟ้าาแห่ แห่งงประเทศไทย ประเทศไทย

coop

ทีม่ า : กองประชาสัมพันธ์ เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ

ส�าหรับผู้ใช้ยานยนต์ ไฟฟ้า จะเสียค่ำบริกำรสถำนี

อัดประจุไฟฟ้ำลดลง เพรำะต้นทุนของผู้ให้บริกำรสถำนีอัด ประจุไฟฟ้ำลดลง สำมำรถจัดกำรบริหำรเวลำในกำรอัดประจุ ยำนยนต์ไฟฟ้ำของตนเองได้ เพรำะติดตำมเวลำข้อมูลควำม เคลื่อนไหวได้ตลอดเวลำผ่ำนทำง Mobile Application พร้อม บรู้ถึงสถำนะผิดปกติของยำนยนต์ไฟฟ้ำของตนเองได้ และ Charging รัสะดวกสบำยในกำรช� Station ำระค่ำบริกำร

PEA VOLTA Platform

อัจฉริยะแห่งโครงข่ายเพื่อ PEA

เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศอย่า งเป็นอกจำกนี นรูปธรรม้ ยังสำมำรถเพิ่มสถำนที่แวะพัก จุดบริกำรอำหำร และในฐานะ Network Operator รายแรกของประเทศไทย การไฟฟ้ร้าำนค้ ส่วำนภู มภิ าค ลงใน Application นี ้ได้ด้วย ซึ่งอีกไม่นำนคงเสร็จสมบูรณ์ และพร้ อ มใช้ ง ำนมำกยิ ่ ง ขึ ้ น และนี่คืออีกหนึ่งควำมส�ำเร็จของ จึงได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กำรไฟฟ้ ำ ส่ ว นภู ม ิ ภ ำคที ่ พ ร้ อ มก้ำวไปสู่อนำคตแห่งควำมล�้ำสมัย พัฒนาระบบโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าหรือ PEA VOLTA Platform พร้อมกับคนไทยทุกคน เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

PEA VOLTA Platform

ท�าความรู้จัก

PEA VOLTA Platform ทำ�ความรู้จก ั PEA VOLTA Platform

EV Charging Station CLOUD SYSTEM

สถานีอPEAัดประจุไฟฟ้าทั่วไทย มีที่ ไหนบ้าง

วันVOLTA นี้ การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค พร้อมแล้วทีจ่ ะให้บริการ คนไทย ด้วยการจัดตัง้ สถานีPEA อดั ประจุสาำ หรับยานยนต์ ไฟฟ้า SERVER และพร้อมเปิดให้ผสู้ นใจได้ ใช้บริการแล้ว CHARGING STATION

with Kit VOLTA

11 สถานี ใน MOBILE 9 จังหวัด APPLICATION

อัจฉริยะแห่งโครงข่ายเพื่อ PEA Charging Station เพือ่ สนับสนุนให้เกิดการใช้ยานยนต์ ไฟฟ้าภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และในฐานะ Network Operator รายแรกของประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค จึงได้รว่ มกับสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พัฒนาระบบโครงข่ายสถานีอดั ประจุไฟฟ้า หรือ PEA VOLTA Platform เพือ่ ให้เกิดการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ส่วนแรก ส่วนของระบบสื่อสารข้อมูล (PEA VOLTA) ซึ่ง เป็นการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องอัดประจุไฟฟ้ากับระบบฐานข้อมูล ของการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าคโดยตรง ความพิเศษของ PEA VOLTA คือ สามารถสือ่ สารกับเครือ่ งอัดประจุไฟฟ้าได้ทกุ ประเภท/ทุกชนิดหัวชาร์จ มีความรวดเร็วและมีประเภทข้อมูลมากกว่าของการส่งข้อมูลผ่าน ระบบทัว่ ไป ทัง้ ยังช่วยลดภาระค่าให้บริการค่าใช้จา่ ยของผูใ้ ห้บริการ สถานีอดั ประจุไฟฟ้า ซึง่ การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าคจะน�ำข้อมูลทีไ่ ด้เหล่านี้ •มาจัดท�ำเป็นฐานข้อมูลของเครือ่ งประจุไฟฟ้าทีม่ ขี ายทัง้ ในเชิงพาณิชย์ •และเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพัฒนาขึ้นมา ผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า •ให้บริกส่ารแก่ วนทีส่ อง ส่วนของระบบบริหารจัดการข้อมูล โดยแสดงผล •ผ่าน Mobile Application และ Web Service ในลักษณะของ User •Interface ระหว่างสถานีอดั ประจุไฟฟ้าและผูใ้ ช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทีจ่ ะ •เป็นประโยชน์แก่ผใู้ ห้พลังงานไฟฟ้า (การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค การไฟฟ้า นครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) สถานีอดั ประจุไฟฟ้า •และผู้ใช้ยานยนต์ นั่นเอง 10

• ฉบับที่ 4 / 2561

ELECTRIC VEHICLE 1. กรุงเทพมหานคร AND USER 2. ปทุมธานี PEA VOLTA Platform เป็นระบบโครงข่ายข้อมูลสถานี 3. พระนครศรีอยุธยา PEA VOLTA Platform เป็นระบบโครงข่ายข้อมูลสถานีอดั ประจุไฟฟ้า (PEA Charging Station) ทีก่ ารไฟฟ้าฟฟ้น้ เองา (PEA ทีอ่ ก่ งอัารไฟฟ้ นภูมอมูภิ ลกลาง าคพัฒนา ส่วอันภูดมประจุ ภิ าคพัฒไนาขึ ทำาหน้าทีCharging ส่ อ่ื สารเพือ่ ส่งข้อStation) มูลระหว่างเครื ดประจุไฟฟ้าาส่กัวบฐานข้ (Central Server/Central Database) ของผู้ให้บริการพลังงานไฟฟ้า โดยประกอบไปด้วย 2 ส่ว4. นสำาคันครปฐม ญ เองการใช้ท�ยานยนต์ ำหน้าไฟฟ้ทีา่สในประเทศมี ื่อสารเพื ่อส่งอมข้ได้อมมูาตรฐานและมี ลระหว่าประสิ งเครื งอัดน้ ประจุ ทีจ่ ขึะช่้น วยให้ ความพร้ ทธิภ่อ าพมากขึ แบ่งเป็น ไฟฟ้า บฐานข้ อมูอ่ ลสารข้ กลาง (Central Database) ้ให้ สมุ ทรสาคร ส่วกั นแรก ส่วนของระบบสื อมูล (PEA VOLTA) Server/Central ส่วนทีส่ อง ส่วนของระบบบริ หารจั5. ดการข้ อมูลของผู ซึ่งเป็นกำรส่งข้อมูลระหว่ำงเครื่องอัดประจุไฟฟ้ำกับระบบฐำน โดยแสดงผลผ่ำน Mobile Application และ Web Service ข้อมูลของกำรไฟฟ้ ำส่วนภูมิภำคโดยตรง ควำมพิ ในลักษณะของ User Interface ระหว่ งสถำนีำอคั ัดประจุ บริการพลั งงานไฟฟ้เาศษของ PEA โดยประกอบไปด้ วย 2 ส่วำนส� ญลังงำนไฟฟ้ ทีไฟฟ้เพชรบุ ่จำ ะช่ำ วยรี VOLTA คือสำมำรถสื่อสำรกับเครื่องอัดประจุไฟฟ้ำได้ทุกประเภท/ และผู้ใช้ยำนยนต์ไฟฟ้ำ ที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ให้พ6. ทุกชนิดหัให้ วชำร์จก มีารใช้ ควำมรวดเร็ ว และมี ป ระเภทข้ อ มู ล มำกกว่ ำ ของ (กำรไฟฟ้ ำ ส่ ว นภู ม ิ ภ ำค กำรไฟฟ้ ำ นครหลวง กำรไฟฟ้ ำ ฝ่ ำ ยผลิ ต ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศมี ความพร้อม ได้มาตรฐานและ กำรส่งข้อมูลผ่ำนระบบทั่วไป ทั้งยังช่วยลดภำระค่ำให้บริกำร แห่งประเทศไทย) สถำนีอัดประจุไฟฟ้ำและผู้ใช้ยำนยนต์ นั่นเอง 7. นครราชสี มา ค่ำใช้จ่ำยของผู้ให้บริกำรสถำนีอัดประจุไฟฟ้ำ ซึ่งกำรไฟฟ้ำประสิ ภำาพมากขึ ้นอมูแบ่ ส่วนภูมิภมี ำคจะน� ำข้อมูลท ที่ได้ธิเหล่ นี้มำจัดท�ำเป็นฐำนข้ ล งเป็น ของเครื่องประจุไฟฟ้ำที่มีขำยทั้งในเชิงพำณิชย์และเครื่องอัด 8. ชลบุรี • ประจุไฟฟ้ำที่กำรไฟฟ้ำส่วนภูมิภำคพัฒนำขึ้นมำให้บริกำร แก่ผู้ใช้งำนยำนยนต์ไฟฟ้ำ 9. ประจวบคีรขี นั ธ์ 11 • ง่ายๆ เพียงติดตามผ่าน Mobile Application • ฉบับที่ 4 / 2561

เพราะการมีข้อมูลที่พร้อมสรรพนั้นจะสามารถช่วยอ�ำนวยความสะดวกสบาย ่ยานยนต์ไฟฟ้าได้เต็มที่ ทั้งนี้ผู้ขับขี่สามารถติดตามการใช้งานของแต่ละสถานี ง่ายแก่ๆ ผเพีู้ขับยขีงติ ดตามผ่าน • ฉบับที่ 4 / 2561 13 อัดประจุไฟฟ้า ผ่าน Mobile Application ในรูปแบบของ User Interface ได้ครอบคลุมแบบ เรียลไทม์ ตั้งแต่การแสดงต�ำแหน่งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพรำะกำรมีข้อมูลที่พร้อมสรรพนั้นจะสำมำรถช่วยอ�ำนวย ควำมสะดวกสบำยแก่ ผู้ขับา ขี่ยส่ำนยนต์ ที่ ทั้งนี้ น ของการไฟฟ้ วนภูไฟฟ้ มภิ ำได้าคเต็มแผนที ่ ำ� ทางสูส่ ถานีอดั ประจุไฟฟ้าทีใ่ กล้ทสี่ ดุ สถานะของสถานี ผู้ขับขี่สำมำรถติดตำมกำรใช้งำนของแต่ละสถำนีอัดประจุไฟฟ้ำ อัดประจุไฟฟ้ปาแบบของ User Interface ได้ ในโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สถานะและ ผ่ำน Mobile Application ในรู ครอบคลุมแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่กำรแสดงต�ำแหน่งสถำนี ประเภทของหั วอชาร์ จไในแต่ ละสถานี อัดประจุ ไฟฟ้ำในโครงข่ำยสถำนี ัดประจุ ฟฟ้ำของกำรไฟฟ้ ำ อัดประจุไฟฟ้า สถานการณ์อัดประจุไฟฟ้าและเวลา ส่วนภูมิภำค แผนที่น�ำทำงสู่สถำนีอัดประจุไฟฟ้ำที่ใกล้ที่สุด ทีเ่ หลืออในการอั ประจุำยสถำนี ไฟฟ้อาัดประจุ ระบบจองคิ วอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนช�ำระค่าบริการ สถำนะของสถำนี ัดประจุไฟฟ้ำดในโครงข่ ไฟฟ้ำ ของกำรไฟฟ้ำส่วนภูมิภำค สถำนะและประเภทของหัวชำร์จ ดประจุ ไฟฟ้ ช่วยลดความกั งวล ่ นมาใช้ยานยนต์ ในแต่ลอั ะสถำนี อัดประจุ ไฟฟ้าำ สถำนกำรณ์ อัดประจุไฟฟ้ ำและความซับซ้อน และความยุง่ ยาก หากเปลีย เวลำทีไฟฟ้ ่เหลือในกำรอั ด ประจุ ไ ฟฟ้ ำ ระบบจองคิ ว อั ด ประจุ ย ำนยนต์ า ไฟฟ้ำ ตลอดจนช�ำระค่ำบริกำรอัดประจุไฟฟ้ำ ช่วยลดควำมกังวล

Mobile Application

ควำมซับซ้อนและควำมยุ่งยำกหำกเปลี่ยนมำใช้ยำนยนต์ไฟฟ้ำ

ประโยชน์จาก

PEA VOLTA Platform

September-October 2018

ส�าหรับผู้ให้บริการพลังงานไฟฟ้า ที่จะมีข้อมูลทำงด้ำน เทคนิคของกำรใช้ยำนยนต์ไฟฟ้ำในประเทศไทย สำมำรถวำงแผน


สถำนะของสถำนีอัด ของกำรไฟฟ้ำส่วนภ ในแต่ละสถำนีอัดป เวลำที่เหลือในกำรอ ไฟฟ้ำ ตลอดจนช�ำร ควำมซับซ้อนและค

การไฟฟ้ ส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิ ตแห่งาประเทศไทย ประโยชน์จาก

ประโยชน์จาก

PEA VOLTA Platfo

PEA VOLTA Platform

ส�าหรับผู้ให้บ

ส�ำหรับผู้ให้บริการพลังงานไฟฟ้า ที่จะมีข้อมูลทางด้านเทคนิคของ การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย สามารถวางแผนจัดเตรียมก�ำลังการผลิตไฟฟ้า ให้เพียงพอและมีความมัน่ คง รับทราบถึงปัญหาทีเ่ กิดขึน้ จากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ทั้งยังเพิ่มช่องทางในการทราบปัญหาระบบ ไฟฟ้าในบริเวณสถานีอดั ประจุไฟฟ้าในโครงข่ายของการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค สามารถ เข้าไปแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น PEA VOLTA Platform ที่พัฒนาขึ้นนี้ยังส่งผลดี อีกหลายทาง ทั้งต่อผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า และผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า  ส�ำหรับผูใ ้ ห้บริการสถานีอดั ประจุไฟฟ้า จะมีขอ้ มูลในการจัดการวางแผน ขยายธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าในอนาคต สามารถให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดปัญหาจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง และที่ส�ำคัญคือ ลดต้นส�าทุหรั น บผู้ใช้ยานยนต์ ไฟฟ้า จะเสียค่ำบริกำรสถำนี ส� า หรั บผู้ใช้ยานยนต์ ไฟฟ้า จะเสียค่ำบริกำรสถำนี ค่าใช้จ่ายในการบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า อัดประจุไฟฟ้ำลดลง เพรำะต้นทุนของผู้ให้บริกำรสถำนีอัด 

เทคนิคของกำรใช้ย จัดเตรียมก�ำลังกำรผ ถึงปัญหำที่เกิดขึ้นจ ปัญหำที่เหมำะสม ไฟฟ้ำในบริเวณสถำ ส่วนภูมิภำค สำมำ VOLTA Platform ที่พ ผู้ให้บริกำรสถำนีอัด

ส�าหรับผู้ให้บ

อัประจุ ดประจุ ำลดลง เพรำะต้ดกำรบริ นทุนของผู ้ให้บริกำรสถำนี อัด ไฟฟ้ไฟฟ้ ำลดลง สำมำรถจั หำรเวลำในกำรอั ดประจุ ประจุ ไ ฟฟ้ ำ ลดลง สำมำรถจั ด กำรบริ ห ำรเวลำในกำรอั ด ประจุ ยำนยนต์ไฟฟ้ำของตนเองได้ เพรำะติดตำมเวลำข้อมูลควำม  ส�ำหรั บ ผู ใ ้ ช้ ย านยนต์ ไ ฟฟ้ จะเสี ย ค่ า บริ ก ารสถานี อ ด ั 12 • ฉบั บที่ 4 /า2561 ยำนยนต์ ไ ฟฟ้ ำ ของตนเองได้ เพรำะติ ด ตำมเวลำข้ อ มู ล ควำม เคลื่อนไหวได้ตลอดเวลำผ่ำนทำง Mobile Application พร้อมประจุไฟฟ้าลดลง เคลื ลอดเวลำผ่ นทำง Mobile Application พร้ ม หารเวลา เพราะต้นทุนของผู บริกตารสถานี ดั ำประจุ ไฟฟ้ สามารถจั รับรู่อ้ถนไหวได้ ึงใ้ ห้สถำนะผิ ดปกติขอองยำนยนต์ ไฟฟ้าำลดลง ของตนเองได้ และดอการบริ รั บ รู ้ ถ ึ ง สถำนะผิ ด ปกติ ข องยำนยนต์ ไ ฟฟ้ ำ ของตนเองได้ และ สะดวกสบำยในกำรช� ระค่ำบริกำร เพราะติดตามเวลาข้อมูลความ ส�าหรับผู้ใในการอั ช้ยานยนต์ ไฟฟ้ดา จะเสี ยค่ำบริ ำรสถำนี ไ ฟฟ้ าำของตนเองได้ ประจุ ยกานยนต์ อัดประจุไฟฟ้ำลดลง เพรำะต้นทุนของผู้ใสะดวกสบำยในกำรช� ห้บริกำรสถำนีอัด ำ ระค่ำบริกำร ประจุไฟฟ้ำลดลง สำมำรถจัดกำรบริหำรเวลำในกำรอัดประจุ

เคลือ่ นไหวได้ตลอดเวลาผ่านทาง Mobile Application พร้อมรับรูถ้ งึ สถานะผิดปกติ ของยานยนต์ ไฟฟ้นอกจำกนี าของตนเองได้ และสะดวกสบายในการช� ำระค่ าบริการ ้ ยังสำมำรถเพิ ่มสถำนที่แวะพัก จุดบริ กำรอำหำร นอกจากนี งสามารถเพิ่มสถานที วะพั่งอีกกไม่ จุดนบริ การอาหาร านค้า ลงใน ร้ำนค้้ ำยัลงใน Application นี ้ได้ด้ว่แย ซึ ำนคงเสร็ จสมบูร้รณ์ กำรไฟฟ้ ำ ส่ ว นภู ม ิ ภ ำคที ่ พ ร้ อ มก้ ำ วไปสู ่ อ นำคตแห่ ง ควำมล� ้ ำ สมั ย ขึ้น และนีจ่คสมบู ืออีกหนึ จของ นอกจำกนี้ ยัApplication งสำมำรถเพิ่มสถำนที่แและพร้ วะพั ำรอำหำร นีน้ไกำนคงเสร็ ด้ จุดดบริ้วอกจยมใช้ ซึรงณ์่งำนมำกยิ อีกไม่นงานคงเสร็ รณ์่งแควำมส� ละพร้ำอเร็มใช้ งานมากยิ่งขึ้น ร้ำนค้ำลงใน Application นี้ได้ด้วย ซึ่งอีกไม่พร้ สมบู อ มกั บ คนไทยทุ ก คน กำรไฟฟ้ ำ ส่ ว นภู ม ิ ภ ำคที ่ พ ร้ อ มก้ ำ วไปสู ่ อ นำคตแห่ ง ควำมล� ้ ำ ย ่อนาคต และพร้อมใช้งำนมำกยิ ่งขึ้น และนี หนึ่งควำมส� ำเร็จของ ำเร็จของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่พร้อมก้าสมั และนี ่คืออี่คือกอีกหนึ ่งความส� วไปสู กำรไฟฟ้ำส่วนภูมิภำคที่พร้อมก้ำวไปสู่อนำคตแห่ งควำมล� ้ำสมัย พร้ อ มกั บ คนไทยทุ ก คน พร้อมกับคนไทยทุแห่ กคน งความลํ้าสมัยพร้อมกับคนไทยทุกคน ยำนยนต์ไฟฟ้ำของตนเองได้ เพรำะติดตำมเวลำข้ อมูลควำม ้ ยังสำมำรถเพิ่มสถำนที่แวะพัก จุดบริกำรอำหำร นอกจำกนี เคลื่อนไหวได้ตลอดเวลำผ่ำนทำง Mobile Application พร้อม ร้ ำ นค้ ำลงใน Application นี ้ได้ด้วย ซึ่งอีกไม่นำนคงเสร็จสมบูรณ์ รับรู้ถึงสถำนะผิดปกติของยำนยนต์ไฟฟ้ำของตนเองได้ และ สะดวกสบำยในกำรช�ำระค่ำบริกำร และพร้อมใช้งำนมำกยิ่งขึ้น และนี่คืออีกหนึ่งควำมส�ำเร็จของ

EVEV Charging Station Station Charging EV Charging Station

EV Station สถานีอCharging ัดประจุไฟฟ้าทั่วไทย มีที่ ไหนบ้าง

สถานีอัดประจุไฟฟ้าทั่วไทย มีที่ ไหนบ้าง

ั นภูประจุ ฟฟ้ มีที่ไหนบ้าง วันสถานี นี้ การไฟฟ้าอ ส่วด มภิ าค พร้อไมแล้ วทีจ่ าะให้ทับ่ว ริกไทย าร คนไทย ด้วยการจัดตัง้ สถานีอดั ประจุสาำ หรับยานยนต์ ไฟฟ้า วันนี้การไฟฟ้ าและพร้ ส่วนภู วพร้ ทีว่จอะให้ วันนี้ การไฟฟ้ นภูอมใช้มแล้ ภิบริาค มแล้บริวกทีารคนไทย จ่ ะให้บริการ อมเปิมดาิภ ให้ส่ผาคพร้ สู้วนใจได้ การแล้

สถานี อัดประจุ ไ้งฟฟ้ าทัดั จั่วประจุ ไทยาำ หรัมีบบยานยนต์ ทยานยนต์ ี่ ไหนบ้ าางา คนไทย ด้ด้ววยการจั ยการจั11 ง้ สถานี ไฟฟ้ ดดตัตัสถานี สถานี ไฟฟ้ ในอัดอ9ประจุ งหวัสดสำ� หรั

วันนี้ การไฟฟ้าส่และพร้ วนภูมอภิ มเปิ าค วใทีช้จ่บใช้ะให้ บกริารแล้ การว ดพร้ ให้ผอนใจได้ สมแล้ ู้ •นใจได้ ดให้ ริบกริารแล้ เทพมหานคร คนไทย ด้วยการจัดตัง้ และพร้ สถานี1.ออกรุมเปิ ดั งประจุ สผาำ ู้สหรั บยานยนต์ ไฟฟ้วา ปทุสถานี • ใน ใน ใ9 หวั 11 หวัดดว และพร้3.อพระนครศรี มเปิ112.ดสถานี ให้อมยุผธานี สู้ นใจได้ ช้9บจัริจักงงารแล้ ธยา • 4. นครปฐม ใน 11 สถานี จังหวัด 1.• กรุ9งเทพมหานคร 5. สมุทรสาคร •

2. ปทุมธานี 6. เพชรบุรี • 7. นครราชสีมา • 3. พระนครศรีอยุธยา 8. ชลบุรี • 9. ประจวบคีรขี นั ธ์ • 4. นครปฐม

• •• • • • • • • • •• •• ••

1. กรุงเทพมหานคร 2. ปทุมธานี 3. พระนครศรีอยุธยา 5. สมุทรสาคร 4. นครปฐม 6. เพชรบุรี 5.7.สมุ ทรสาครมา นครราชสี 6. เพชรบุ 8. ชลบุรรี ี นครราชสีรขี มนั าธ์ 9.7.ประจวบคี 8. ชลบุรี • 9. ประจวบคีรขี นั ธ์ •

• ฉบับที่ 4 / 2561

13

September-October 2018

• ฉบับที่ 4 / 2561

13

• ฉบับที่ 4 / 2561

กำรจัดกำรวำงแผน สำมำรถให้บริกำรส ปัญหำจำกระบบไฟ ค่ำใช้จ่ำยในกำรบริก


สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้ สาหกรรมไฟฟ้าาแห่ แห่งงประเทศไทย ประเทศไทย เอ็กโก กรุ๊ป ปันน�้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน สปป.ลาว บริษัท ผลิตไฟฟ้า จ�ำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป ร่วมส่งน�้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน สปป.ลาว โดย จดพงศ์ เต็งต้นวงศ์ ผู้ช�ำนาญการ และ Chief Financial Officer บริษัท ไฟฟ้า น�้ำเทิน 2 จ�ำกัด บริจาคเงินจ�ำนวน 400,000 บาท ผ่านกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ สปป.ลาว โดยมี จันสอน แสนบุดตะลาด รองรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และบ่อแร่ สปป.ลาว เป็นผูร้ บั มอบ เพือ่ น�ำไปช่วยเหลือและบรรเทาความ เดือดร้อนแก่ผปู้ ระสบอุทกภัยในแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว และก่อนหน้านี้ บริษัท ไฟฟ้า น�้ำเทิน 2 จ�ำกัด ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบ อุทกภัย โดยบริจาคเงินผ่านกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ สปป.ลาว จ�ำนวน 800,000 บาท ทั้งนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ขอส่งก�ำลังใจให้พี่น้องชาวลาว ทุกคนปลอดภัยและสถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

เอ็กโก กรุ๊ป คว้ารางวัลด้านการบริหารจัดการเป็นเลิศจากเวที Drive Award 2018 บริษทั ผลิตไฟฟ้า จ�ำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุป๊ โดย จักษ์กริช พิบู ลย์ ไพโรจน์ รั บรางวัล Drive Award 2018 สาขาบริหารจัดการ (Management) ซึง่ มอบให้กบั องค์กรทีม่ กี ารบริหารจัดการทีเ่ ป็นเลิศ มีผลงาน เป็นทีป่ ระจักษ์แก่สงั คมโดยทัว่ ไป และมีบทบาทในการขับเคลือ่ นธุรกิจและ สังคมของประเทศ รางวัลนีจ้ ดั ขึน้ โดยสมาคมนิสติ เก่าเอ็มบีเอ ร่วมกับหลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย โดยมี รศ. ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้มอบรางวัล และ ชาติชาย พยุหนาวีชัย นายกสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการ บัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมแสดงความยินดี ณ หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอ็กโก กรุ๊ป พาผู้ถือหุ้นเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าบ้านโป่ง จ.ราชบุรี บริษทั ผลิตไฟฟ้า จ�ำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุป๊ น�ำคณะผูถ้ อื หุน้ เยี่ยมชมการด�ำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ณ โรงไฟฟ้าบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เพือ่ เปิดโอกาสให้ผถู้ อื หุน้ ได้รบั ทราบข้อมูลการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าใน กลุม่ เอ็กโก ซึง่ เป็นไปตามนโยบายการเปิดเผยข้อมูลและการด�ำเนินธุรกิจ อย่างเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมี ภาสกร ศศะนาวิน ผู้ช่วย กรรมการผูจ้ ดั การใหญ่-บริหารโรงไฟฟ้า ให้การต้อนรับและตอบข้อซักถาม เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าแก่ผู้ถือหุ้น September-October 2018


บริษัทาฝ่ ผลิายผลิ ตไฟฟ้ตาแห่จ�งำกัประเทศไทย ด (มหาชน) การไฟฟ้

โครงการเปิดโรงไฟฟ้า EGCO เพื่อ การเรียนรู้ จัดขึน้ เพือ่ ส่งเสริมให้นสิ ติ นักศึกษา ได้ศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียนด้านพลังงาน และกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า มีโอกาส ได้เรียนรู้จากสถานที่จริง โดยมีโรงไฟฟ้า ในกลุ่มเอ็กโกเป็นแหล่งเรียนรู้ (โรงไฟฟ้า ทีใ่ ช้เชือ้ เพลิงในการผลิตไฟฟ้าทีห่ ลากหลาย) พร้ อ มทั้ ง ให้ นิ สิ ต นั ก ศึ ก ษาได้ มี โ อกาส แลกเปลี่ ย นเรี ย นรู ้ ด ้ า นพลั ง งานระหว่ า ง มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ

วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานและ กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับนิสิต นักศึกษา โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็น พลังงานทีใ่ ช้ในชีวติ ประจ�ำวัน โดยมีโรงไฟฟ้ำ ในกลุ่มเอ็กโกเป็นแหล่งเรียนรู้ 2. เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสร้างความ สัมพันธ์กับเพื่อนต่างสถาบัน 3. เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เข้ามำ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รบ ั เรียนรู้ ศึกษากระบวนการท�ำงานจริง  นิสต ิ นักศึกษาทีเ่ ข้าร่วมโครงการฯ ได้รบั ความรูด้ า้ นพลังงานและกระบวนการ ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งเรียนรู้จริง โดยมี กลุ่มเป้าหมาย โรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโกเป็นแหล่งเรียนรู้ นิสิตนักศึกษา : คณะวิศวกรรมศาสตร์  นิ สิ ต นั ก ศึ ก ษาได้ แ ลกเปลี่ ย นเรี ย นรู ้ พ ลั ง งานและกระบวนการผลิ ต กระแสไฟฟ้าระหว่างมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ ชั้นปีที่ 3-4 จ�ำนวน 30 คนต่อรุ่น

รูปแบบโครงการ ระยะเวลาจัดกิจกรรม

วันที่

5 ตุลาคม 2561

เยีย่ มชมกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้ำ คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (โรงไฟฟ้าระบบโคเจนเนอเรชั่นสามารถผลิต พลังงานได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ กระแสไฟฟ้าและพลังงานความร้อน (ไอน�ำ้ ) จาก เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ

สถานที่ โรงไฟฟ้าคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี September-October 2018


สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้ สาหกรรมไฟฟ้าาแห่ แห่งงประเทศไทย ประเทศไทย

ทราบกันดีวา่ สัตว์ปา่ เป็นทรัพยากรธรรมชาติทมี่ คี ณ ุ ค่าอย่างยิง่ ต่อระบบนิเวศ ทั้งช่วยในการขยายพันธ์ุพืชหรือก�ำจัดแมลงศัตรูพืช ดังนั้นสัตว์ป่าจึงมีส่วนช่วยสร้างความยั่งยืนและหลากหลายทาง ระบบนิเวศทางธรรมชาติให้แก่สิ่งแวดล้อม จึงควรที่พวกเราต้อง ช่วยกันรักษาสัตว์ป่าให้อยู่คู่ป่าไปตราบนานเท่านาน แต่ดว้ ยปัจจุบนั พืน้ ทีป่ า่ ไม้ของประเทศลดน้อยลงมาก ท�ำให้ สัตว์ปา่ ถูกไล่ลา่ เพือ่ เป็นอาหารและประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รวมทัง้ กระบวนการค้าสัตว์ปา่ ทีไ่ ม่เกรงกลัวกฎหมาย ส่งผลให้สภาพแวดล้อม ระบบนิเวศทีเ่ ปลีย่ นแปลงไป ป่าเสือ่ มโทรมลงไม่สามารถเป็นทีอ่ าศัย ให้แก่สตั ว์ปา่ ได้อกี ต่อไป สัตว์ปา่ จึงเสีย่ งต่อการสูญพันธ์เุ ป็นอย่างยิง่ ด้วยตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว บริษทั ผลิตไฟฟ้าราชบุรโี ฮลดิง้ จ�ำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมป่าไม้ จึงจัดกิจกรรมค่าย “เยาวชนกล้ายิม้ โลกน่าอยู่ เรียนรูส้ ตั ว์ปา่ ” ภายใต้โครงการ “คนรักษ์ปา่ ป่ารักชุมชน” โดยน�ำเยาวชนคนรุน่ ใหม่ 67 คน จาก 7 จังหวัดภาคใต้มาร่วมเรียนรู้ เรื่องสัตว์ป่าที่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา จังหวัดพังงา สถานี เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงาเป็นสถานีศึกษา วิจัย เพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ September-October 2018

สัตว์หายาก โดยเฉพาะเลียงผา ซึง่ ถือว่าทีน่ เี่ ป็นสถานีเพาะเลีย้ ง เลียงผาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนั้นยังมีสัตว์ป่า หลายพันชีวิตอยู่ในความรับผิดชอบดูแล ทั้งเก้ง กระจงหนู หมีคน หมีควาย ลิง ค่าง ชะนี รวมถึงสัตว์ปกี ไก่ฟา้ ชนิดต่างๆ นกหลายสายพันธุ์ จระเข้ เต่า แม้สัตว์ป่าเหล่านี้จะอยู่ในกรง รอเวลาทีเ่ หมาะสมปล่อยคืนสูธ่ รรมชาติ แต่สตั ว์ปา่ เหล่านีก้ ไ็ ด้ จุดประกายให้เยาวชนคนรุน่ ใหม่ได้ตระหนักถึงปัญหาลักลอบ ล่าสัตว์ปา่ และการบุกรุกท�ำลายป่า รวมถึงปฏิญาณตนจะเป็น พลังร่วมปกป้องทรัพยากรธรรมชาติจนถึงที่สุด บุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษทั ฯ ร่วมกับกรมป่าไม้ ด�ำเนิน โครงการ “คนรักษ์ปา่ ป่ารักชุมชน” โดยใช้ปา่ ชุมชนส่งเสริมการอนุรกั ษ์ ทรัพยากรป่าไม้ กิจกรรมหลักมีการ จัดประกวดป่าชุมชนมอบรางวัล ระดับประเทศเพือ่ ยกย่องป่าชุมชน ที่สมบูรณ์ มีการบริหารจัดการ เข้มแข็ง และขยายผลไปสูป่ า่ ชุมชน อืน่ ได้ นอกจากนี้ มีกจิ กรรมสร้าง เครือ ข่ายผ่านการสัมมนาผู้น�า บุญทิวา ด่านศมสถิต ป่ า ชุ ม ชนและจั ด กิ จ กรรมค่ า ย เยาวชนกล้ายิ้ม ส�ำหรับค่ายเยาวชนกล้ายิ้ม ประจ�ำปี 2561 ถือเป็นปีแรก ที่ปลูกฝังคุณค่าเรื่องสัตว์ป่า เพราะบริษัทฯ เห็นว่า ป่าไม้ สัตว์ป่า มนุษย์ เป็นระบบห่วงโซ่อาหาร ช่วยสร้างความสมดุลระบบนิเวศ


บริษัท ผลิตการไฟฟ้ ไฟฟ้าราชบุ ีโฮลดิต้งแห่จ�งำกัประเทศไทย ด (มหาชน) าฝ่ารยผลิ ขณะเดียวกันก็มขี า่ วการล่าสัตว์ปา่ สัตว์ปา่ ถูกรถชน สัตว์ปา่ ออกมา กินพืชไร่ของเกษตรกรเพราะป่าไม่สมบูรณ์ ในอัตราที่เพิ่มขึ้น “การพาน้องๆ ออกจากห้องเรียนมาเรียนรูเ้ รือ่ งสัตว์ปา่ ทีส่ ถานี เพาะเลีย้ งสัตว์ปา่ พังงา มีกจิ กรรม RC ศึกษาชีวติ สัตว์ปา่ ฟังบรรยาย กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า และมีโอกาสเยี่ยมชมพื้นที่ส่วนจัดแสดง สัตว์ป่าของกลาง และกรงคอกพ่อพันธุ์เลียงผาที่เพาะเลี้ยงไว้ ก่อนปล่อยสูป่ า่ กิจกรรมเช่นนีท้ ำ� ให้เกิดจิตส�ำนึกรักษาป่าและสัตว์ปา่ ซึง่ เยาวชนทีเ่ ข้าร่วมค่ายส่วนหนึง่ เป็นน้องๆ ทีอ่ าศัยอยูร่ อบป่าชุมชน น้องๆ จะตระหนักว่า ป่า สัตว์ปา่ คน ต้องพึง่ พากัน ไม่ใช่ไล่ลา่ จับกิน เป็นอาหาร หรือน�ำสัตว์ป่ามาเลี้ยง” ด้าน สมโชค สุขอินทร์ สัตวบาลประจ�ำสถานีเพาะเลีย้ งสัตว์ปา่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา ผู้รับหน้าที่น�ำน้องๆ กล้ายิ้มเรียนรู้ ชีวติ สัตว์และบอกเล่าวิธกี ารเพาะเลีย้ ง ขยายพันธุส์ ตั ว์ปา่ นานาชนิด ภายในสถานี กล่าวว่า สถานีเพาะเลี้ยงแห่งนี้มีภารกิจส�ำคัญคืิอ เพาะเลีย้ งสัตว์ปา่ หายาก สัตว์ปา่ ใกล้สญ ู พันธุ์ ตลอดจนดูแลสัตว์ปา่ ของกลางจากการจับกุมผู้กระท�ำความผิดของเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่า สัตว์ปา่ ฯ และหน่วยปราบปราม รวมถึงดูแลสัตว์ปา่ พลัดหลง สัตว์ปา่ ที่ประชาชนมอบคืนให้ราชการ โดยมีเขตรับผิดชอบภาคใต้ จังหวัด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และนครศรีธรรมราช “นอกจากการท�ำหน้าที่เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าหายากแล้ว สถานี ยังท�ำหน้าที่ดูแลสัตว์ของกลางที่ถูกจับไว้ด้วย โดยเฉพาะสัตว์ป่า ประเภท ลิง ชะนี จะมีหลายตัว เพราะเป็นสัตว์ที่ถูกล่าเพื่อน�ำมาใช้ ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว จับชะนีมาเร่ถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว รวมทั้งการฆ่าแม่เพื่อเอาลูกชะนีก็มี สัตว์บางตัวโดนทรมารจน สูญเสียอวัยวะบางส่วนก็มี หรือบางตัวแม้สภาพภายนอกดูสมบูรณ์ แต่สุขภาพจิตไม่ปกติ เราก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นสัตว์ เหล่านี้ยังตรวจพบโรคที่ไม่แสดงอาการ ท�ำให้ไม่สามารถปล่อย คืนสูธ่ รรมชาติได้ เพราะอาจจะน�ำเชือ้ โรคจากภายนอกไปแพร่ให้แก่ สัตว์ปา่ ได้ และสัตว์หลายๆ ตัวก็ขาดทักษะการใช้ชวี ติ ตามธรรมชาติ หากปล่อยไปก็อาจจะเสียชีวติ เพราะหากินเองไม่เป็น ดังนัน้ เจ้าหน้าที่ จึงต้องดูแลสัตว์ป่าเหล่านี้ไปตลอดชีวิต ล่าสุดมีเสือของกลาง 2 ตัว อายุราว 1 ปี ถูกจับระหว่างลอบขนเข้ากรุงเทพฯ เราก็ต้องน�ำมา ดูแลก่อน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ส่วนภารกิจส�ำคัญของสถานีนั้นคือ การเพาะเลี้ยงเลียงผา สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงาเป็นสถานี เพาะเลี้ยงเลียงผาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ผ่านมา เราปล่อย

เลียงผาสูป่ า่ แล้ว 8 ตัว ในเดือนสิงหาคมได้ปล่อยไปอีก 4 ตัว ถือเป็น งานพัฒนาและอนุรกั ษ์ทกี่ า้ วหน้าของสถานีฯ” สัตวบาลประจ�ำสถานี กล่าว จากจ�ำนวนเยาวชนทั้ง 67 คนนั้น แต่ละคนก็สนใจแตกต่าง กันไป น้องกิฟ ๊ - นิชยา บัวศรี นักเรียนชัน้ ม.3 โรงเรียนวัดร่มเมือง จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า เคยเห็นแต่ขา่ วล่าสัตว์ปา่ เมือ่ มาเห็นสัตว์ปา่ ของกลางจ�ำนวนมากในกรงทีส่ ถานีดแู ลอยู่ ทัง้ นกเงือก ไก่ฟา้ สีทอง ชะนี จระเข้นำ�้ จืด รู้สึกสงสาร สัตว์ป่าก็มีชีวิตเหมือนคน ยังโชคดีที่ เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตไว้ได้และดูแลอย่างดี ความรู้จากค่ายจะไปเขียน เรียงความเรื่องธรรมชาติกับสัตว์ป่า และจะช่วยกระตุ้นให้คนใน ชุมชนดูแลป่าชุมชนโหล๊ะเคียนให้สมบูรณ์มากขึ้น “นโยบายเพื่อสังคมของราชบุรีโฮลดิ้งยังมีโครงการอื่นๆ อาทิ โครงการแอทแคลาย โครงการพลังงานชุมชนทีท่ ำ� งานร่วมกับ ส�ำนักงานพลังงานจังหวัด โครงการให้ความรู้ สร้างอาสาสมัคร สร้างช่าง รวมไปถึงการเปิดศูนย์เรียนรูใ้ นพืน้ ทีต่ า่ งๆ และยังท�ำเรือ่ ง เกีย่ วกับผูห้ ญิงชือ่ ภุมรีพลังสตรี ส่งเสริมศักยภาพผูห้ ญิง พัฒนาผูห้ ญิง และการท�ำเรือ่ งของการพัฒนาทีย่ งั่ ยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยทุกกิจกรรมจะมีการส่งเสริมให้พนักงานขององค์กร มีสว่ นร่วมเข้าเป็นจิตอาสา โดยก�ำหนดให้พนักงานแต่ละคนต้องท�า กิจกรรมจิตอาสาไม่ตำ�่ กว่า 5 ชัว่ โมงใน 1 ปี เพือ่ กระตุน้ ให้พนักงาน มีจิตส�ำนึกด้านการให้และช่วยเหลือสังคม” บุญทิวา กล่าวเพิ่มเติม ส�ำหรับค่ายเยาวชนกล้ายิม้ ได้บม่ เพาะสร้างนักอนุรกั ษ์รนุ่ ใหม่ ทั่วประเทศให้มีจิตส�ำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง รวมแล้ว 23 รุน่ เยาวชนผ่านค่ายจ�ำนวน 1,810 คน จะเป็นเมล็ดพันธุท์ เี่ ติบใหญ่ อย่างมีคุณภาพต่อไป

September-October 2018


สํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (สกพอ.)

อีอีซี ต้อนรับคณะนักธุรกิจจีนเยือนไทย ปักธงร่วมพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 สมคิด จาตุศรีพทิ กั ษ์ รองนายกรัฐมนตรี ต้อนรับคณะมนตรี แห่งรัฐของจีน น�ำโดย หวัง หย่ง พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงจาก รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนจีนกว่า 500 คน เยือนไทยอย่างเป็นทางการ และลงพืน้ ทีศ่ กึ ษาดูงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยผูต้ อ้ นรับ จากประเทศไทย ได้แก่ อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีวา่ การกระทรวง อุตสาหกรรม พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ภาครัฐและผู้บริหารระดับสูงจาก ภาคเอกชนชัน้ น�ำของจีนกว่า 500 คน เดินทางมาเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการพร้อมกัน น�ำโดย หวัง หย่ง มนตรีแห่งรัฐของจีน เพื่อประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 6 และร่วมสัมมนา “Thailand-China Business Forum 2018 : Strategic Partnership through the Belt and Road Initiative and the EEC” และ เปิดโอกาสให้นักธุรกิจจีนได้พบกับนักธุรกิจจีน จับคู่สร้างเครือข่าย ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการธุรกิจรายใหม่ในประเทศไทย นอกจากนัน้ คณะนักธุรกิจจีนได้รว่ มลงพืน้ ทีร่ บั ฟังการบรรยาย และศึกษาดูงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพือ่ รับชมภาพฉาย ที่ชัดเจนว่าโครงการอีอีซีคืออะไร และสัมผัสถึงศักยภาพของพื้นที่ อีอซี ี ซึ่งเป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ทสี่ �ำคัญที่สุดโครงการหนึง่ ของ รัฐบาลไทย เพือ่ สนับสนุนการปฏิรปู ปรับเปลีย่ นประเทศตามยุทธศาสตร์ “Thailand 4.0” โดยเดินทางไปยัง 1) ท่าอากาศยานนานาชาติอตู่ ะเภา 2) นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง 3) นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิรน์ ซีบอร์ด 4) ส�ำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมสิ ารสนเทศ (GISTDA) 5) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การเดินทางมาของภาครัฐบาลและภาคเอกชนของจีนใน ครั้งนี้ได้มอบสิ่งที่มีค่ายิ่ง คือ “ก�ำลังใจ” ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนา อีอีซีให้สำ� เร็จให้ได้ เพื่อจะได้มีโอกาสต้อนรับคณะนักธุรกิจจากจีน และชาติอื่นๆ ในฐานะหุ้นส่วนส�ำคัญของอีอีซีในวันข้างหน้าที่ ไม่ไกลเกินรอ โดยโครงการอีอีซีจะเป็นแพลตฟอร์มของการสร้าง ความเจริญทางเศรษฐกิจชุดใหม่ทจี่ ะเกิดขึน้ จากการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการผลิตสินค้าและบริการมูลค่าสูง เพือ่ สร้างนวัตกรรม เพือ่ พัฒนาคน ซึง่ ตรงกับเป้าหมายในการพัฒนา อุตสาหกรรม 4.0 ของจีน September-October 2018

คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการ อีอซี มี คี วามคืบหน้าอยูห่ ลายด้าน โดยเฉพาะเรือ่ งของความร่วมมือ กับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และความร่วมมือระหว่าง ประเทศ “หนึง่ แถบหนึง่ เส้นทาง” เป็นโครงสร้างทีย่ งิ่ ใหญ่ทสี่ ามารถ เปลี่ยนโลกได้ โดยพลังของความส�ำเร็จอยู่ที่ความร่วมมือในเอเชีย โดยเฉพาะจีนกับอาเซียน การทีอ่ าเซียนจะแข็งแกร่งคือ CLVMT หรือ ACMECS ต้องแข็งแกร่งก่อน ซึ่งให้ความส�ำคัญกับเส้นทางระเบียง เศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ จากคุนหมิง ผ่านลาว มาถึงอีอซี ี ซึง่ เชือ่ มโยง เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก อันจะเป็นประโยชน์ กับทุกประเทศ เช่น จีนใต้ลงสู่อ่าวไทยที่อีอีซี ในขณะที่ลาวใช้อีอีซี เป็นทางออกทะเลอยูแ่ ล้ว และกัมพูชาใช้ทา่ เรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือ หลักในการส่งออก นอกจากนั้นยังมีความเชื่อมโยงทางรางและทางอากาศ ซึ่ง ก็คือ จีน-ลาว-ไทย โดยสรุป อีอีซีจึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ 3 จังหวัด เท่านั้น แต่ถูกก�ำหนดให้เป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจไทยเชื่อมโยง เข้าสูก่ ารพัฒนา CLMVT และโครงการหนึง่ แถบหนึง่ เส้นทางของจีน วันนีจ้ งึ นับเป็นอีกก้าวส�ำคัญทีเ่ ราได้เห็นว่าทัง้ ภาครัฐและเอกชนของ จีนให้ความส�ำคัญและเล็งเห็นถึงศักยภาพอีอซี ี จึงเดินทางมาศึกษา ดูงานและริเริ่มความร่วมมือระหว่างกันในการลงนามบันทึกความ เข้าใจ ปักธงในการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ร่วมกัน พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ทุกวันนีป้ ระเทศไทยได้มโี อกาสเชือ่ มโยง กับภูมิภาคอื่นๆ และทั่วโลกด้วยเทคโนโลยี ทั้งในแง่ของการลงทุน และการพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ รวมทั้งการใช้ดิจิทัลในการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคม และก็มีผู้ประกอบการจีนจ�ำนวนไม่น้อยที่ได้ เข้ามาร่วมมือกับบริษทั ไทยและรัฐบาลไทยอย่างต่อเนือ่ ง และวันนี้ ยังเป็นโอกาสที่ไทยและจีนจะเชื่อมโยงความร่วมมือในการพัฒนา เทคโนโลยีร่วมกันอีกหลายด้าน ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ การพัฒนาเทคโนโลยีเคเบิลใต้น�้ำ ศูนย์ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต การพัฒนาสนามทดสอบและพันธมิตรเพื่อน�ำเทคโนโลยี 5 จี ไปใช้ ในช่วงต้น ที่จะเชื่อมไทยเข้ากับเส้นทาง One Belt One Road โดย ความร่วมมือไทย-จีนครั้งนี้จะน�ำมาซึ่งประโยชน์ร่วมกัน


โดยรายละเอียดความร่วมมือ MOU 10 ฉบับ ที่จะเกิดขึ้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ Letter of Intent for cooperation among Chulabhorn Royal Academy, BGI-Shenzhen Co., Ltd. and Eastern Economic Corridor Office of Thailand : หนังสือแสดงเจตจ�ำนงความร่วมมือระหว่างจุฬาภรณราชวิทยาลัย กับบริษทั บีจไี อ-เซินเจิน้ จ�ำกัด และส�ำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก Memorandum of Understanding on Cooperation between the Federation of Thai Industries and The China Enterprises General Association in Thailand : บันทึกความเข้าใจความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคม ผู้ประกอบการจีนในประเทศไทย Memorandum of Understanding on “Supplemental Agreement in Respect of a Joint Venture in Industrial Estate Project in Rayong, Thailand” between CPGC (C.P. Land Public Company Limited Thailand and Guangxi Construction Engineering Group, China) and Industrial Estate Authority of Thailand : บันทึกความเข้าใจในข้อตกลงเพิ่มเติมโครงการ ร่วมลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ประเทศไทย ระหว่างบริษทั ซี.พี. แลนด์ จ�ำกัด (มหาชน) กับกลุม่ บริษทั ก่อสร้าง ของมณฑลกวางสี ประเทศจีน และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย Memorandum of Understanding on the Development and Operation of Digital Park Thailand and IoT Institute between Digital Economy Promotion Agency and Tus-Holdings Company Limited, People’s Republic of China (PRC) : บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาสถาบันไอโอทีและดิจทิ ลั พาร์คประเทศไทย ระหว่างส�ำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจ ดิจิทัล และบริษัท ทัศ โฮลดิ้ง จ�ำกัด สาธารณรัฐประชาชนจีน Memorandum of Understanding on the Development of EEC Startup Cyberport between Digital Economy Promotion Agency, Department of Industrial Promotion, Vidyasirimedhi Institute of Science and Technology and Tus-Holdings Company Limited, People’s Republic of China (PRC) : บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนา EEC Startup Hub ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระหว่างส�ำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบัน วิทยสิริเมธี และบริษัท ทัศ โฮลดิ้ง จ�ำกัด สาธารณรัฐประชาชนจีน Memorandum of Understanding on the Exploration Testbed and Early Adoption of 5G Technology Partnership between Digital Economy Promotion Agency and Huawei Technologies (Thailand) Company Limited : บันทึก ข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาสนามทดสอบและพันธมิตรเพื่อน�ำเทคโนโลยี 5 จี ไปใช้ในช่วงต้น ระหว่างส�ำนักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และบริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จ�ำกัด Memorandum of Understanding of Internet Data Centre in Thailand between CAT Telecom Public Company Limited and CAC Telecom International Limited : บันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างศูนย์ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จ�ำกัด (มหาชน) และ CAC Telecom International Limited Principle Term Sheet of Thailand – Hong Kong Cable between CAT Telecom Public Company Limited and CAC Telecom International Limited : เอกสารหลักการเกีย่ วกับเคเบิลไทยฮ่องกง ระหว่างบริษทั กสท โทรคมนาคม จ�ำกัด (มหาชน) และ CAC Telecom International Limited Memorandum of Understanding on Cooperation between Jiangsu Joylong Automobile Co., Ltd. and Eastern Economic Corridor Office : บันทึกความเข้าใจเพือ่ ความร่วมมือระหว่าง เจียซู จอยลอง ออโตโมบิล และส�ำนักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก Memorandum of Understanding on Cooperation between Anhui Ankai Automobile Co., Ltd. and Eastern Economic Corridor Office : บันทึกความเข้าใจเพือ่ ความร่วมมือระหว่างบริษทั อันฮุย อันไค ออโตโมบิล จ�ำกัด และส�ำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก September-October 2018


Exhibition

The future of light: Smart, sustainable, human-centric

C

งานแสดงนวัตกรรมไฟฟาแสงสวาง ที่ครบวงจรที่สุดในอาเซียน

M

Y

CM

MY

8 – 10 พฤศจิกายน 2561

CY

CMY

K

ฮอลล 102 – 103 ไบเทค บางนา ลงทะเบียนออนไลนฟรี! ไดแลววันนี้ที่ www.thailandlightingfair.com

สอบถามเพิ่มเติมโทร: 02 664 6499 ตอ 200 201 209 info@thailandlightingfair.com Thailandlightingfair Host organisation

Organisers

Concurrent events Sponsors

Platinum Sponsor

Gold Sponsor

Supporters

Media Partners

thailand

lighting fair 2018

The future of Light Smart, Sustainable, Human-Centric

งานแสดงนวัตกรรมไฟฟ้าแสงสว่าง ที่ครบวงจรที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและแสดงสินค้าไบเทค บางนา September-October 2018

ในเดือนพฤศจิกายนนีจ้ ะมีงานแสดงนวัตกรรม ไฟฟ้าแสงสว่างที่ส�ำคัญ งาน Thailand Lighting Fair 2018 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ น� ำ เทคโนโลยี ที่ ทั น สมั ย มาจั ด แสดงจ� ำ นวนมาก และล้ ว นน่ า สนใจเป็ น อย่ า งยิ่ ง หนึ่ ง ในนั้ น คื อ บริษัท ไอซ์ แอลอีดี จ�ำกัด ผู้จัดจ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ ไฟฟ้าแสงสว่างเพื่อการประหยัดพลังงาน พิเชษฐ เกลีย้ งมะ ประธานบริษทั ไอซ์ แอลอีดี จ�ำกัด ได้ร่วมพูดคุยเพื่อยืนยันว่าบริษัทฯ จะเข้า ร่วมงานครั้งนี้แน่นอน บริษัท ไอซ์ แอลอีดี จ�ำกัด ด�ำเนินธุรกิจด้านผลิตจอแสดงภาพแอลอีดีระบบ ฟูลคัลเลอร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และยังผลิต โคมไฟส่องสว่างแอลอีดีประหยัดพลังงานด้วย

บริษท ั ไอซ์ แอลอีดี จำ�กัด ให้ความ สำ�คัญเกี่ยวกับการวิจย ั ออกแบบ และ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการประหยัด พลังงาน (Energy Saving) อย่างไร

ปั จ จุ บั น แนวโน้ ม การใช้ พ ลั ง งานมี อั ต ราที่ สูงขึน้ จากเดิมทุกปี ท�ำให้ตอ้ งเร่งจัดหาแหล่งพลังงาน ทดแทน หรือสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งยังมี ข้อจ�ำกัดหลายๆ ด้าน สวนทางกับความต้องการ ด้านพลังงานที่คาดการณ์ไว้ว่าในระยะเวลาไม่กี่ปี จะถึ ง เพดานสู ง สุ ด ของอั ต ราก� ำ ลั ง ที่ ป ระเทศไทย จะผลิตไฟฟ้าได้ จึงจ�ำเป็นต้องหันมาเปลี่ยนอุปกรณ์ ที่ประหยัดพลังงาน ใช้วัสดุที่มีคุณภาพในการผลิต ควบคุ ม และตรวจสอบสิ น ค้ า ตามมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, Green Industry เน้นให้อุปกรณ์ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานด้วย ตนเอง เพียงเปลี่ยนมาใช้สินค้าที่ประหยัดพลังงาน ลดอัตราการใช้ไฟฟ้าให้น้อยลง

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ LED Lighting ของบริษัท ไอซ์ แอลอีดี จำ�กัด มีการพัฒนาเป็นรุ่นใดบ้างและรองรับ การใช้งานด้านใดบ้าง

ผลิตภัณฑ์ของบริษทั ฯ แบ่งเป็น 6 กลุม่ หลักๆ ได้แก่ ไฟถนน ไฟสนาม ไฟสปอตไลต์ ไฟส่องมุมกว้าง ไฟไฮเบย์อินดอร์ และไฮเบย์เอาต์ดอร์ โดยเน้นด้าน คุณภาพและมาตรฐานทีด่ กี ว่าสินค้าทัว่ ไป เพือ่ ให้เกิด ความคุ้มค่าต่อกลุ่มผู้ใช้งาน โคมไฟแอลอีดีรองรับ การใช้งานทีห่ ลากหลาย ไม่วา่ จะเป็นกลุม่ งานแสงสว่าง ส�ำหรับถนน อาคาร นิคมอุตสาหกรรม สนามกีฬา


และภาคครัวเรือน ทั้งนี้เราได้ศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนือ่ ง จนผ่านเกณฑ์การขึน้ ทะเบียนนวัตกรรมไทย ซึง่ จะเป็น ประโยชน์ต่อหน่วยงานราชการ เอกชน และรัฐวิสาหกิจ ที่สามารถ จัดซือ้ ได้ตามกระบวนการจัดซือ้ จัดจ้างของภาครัฐ จากส�ำนักงบประมาณ สังกัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี

กลุม ่ ลูกค้าเป็นธุรกิจใดบ้าง และเพราะเหตุใดจึงได้รบ ั ความไว้วางใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ

กลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้แก่ สโมสรการกีฬา โรงงานนิคมอุตสาหกรรม โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และกลุ่มลูกค้าเอกชน เพราะลูกค้า เหล่านี้ล้วนมีความต้องการด้านการใช้พลังงาน แต่ก็ต้องอยู่บน พืน้ ฐานของการประหยัดพลังงาน ผลตอบแทนหรือจุดคุม้ ทุนจะต้อง เป็นรูปธรรมในระยะเวลาทีก่ ำ� หนด ดังนัน้ ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ จึงเป็นสิ่งส�ำคัญ ลูกค้าต้องเลือกสินค้าที่ได้รับมาตรฐาน มอก. แหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในด้านเศรษฐกิจของ ประเทศ ด้านการออกแบบและเอกลักษณ์ของสินค้า เป็นต้น

ความต้องการผลิตภัณฑ์ LED Lighting ของตลาดในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งภาค อุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และผู้ใช้งานตามบ้าน

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นเรื่องของ การพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์จาก “โภคภัณฑ์” มาสู่ผลิตภัณฑ์เชิง “นวัตกรรม” ให้มากขึ้น ดังนั้นผลิตภัณฑ์ LED Lighting ที่ได้รับการ ยอมรั บ และผ่ า นเกณฑ์ ก ารขึ้ น ทะเบี ย นนวั ต กรรมไทยแล้ ว นั้ น ถือว่าเป็นสินค้าที่ควรส่งเสริมทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน เพื่อลดต้นทุนด้านการใช้พลังงานและลดค่าใช้จ่าย ในระยะยาว ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ถือว่ามีสัดส่วนการใช้พลังงาน ในอัตราที่สูงมาก เป็นล�ำดับต้นๆ ของประเทศ ดังนั้นหากเปลี่ยน อุปกรณ์การใช้พลังงานไฟฟ้าในกลุ่มลูกค้าดังกล่าว จะเป็นผลดีต่อ ประเทศเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างโครงการความสำ�เร็จในการติดตั้ง ผลิตภัณฑ์ LED Lighting ของบริษท ั ฯ และ ผลลัพธ์ที่ได้ในด้านการประหยัดพลังงานของ โครงการนั้นๆ เป็นอย่างไรบ้าง

มีหลายโครงการ อาทิ โครงการติดตัง้ แสงสว่าง ณ สนามกีฬา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ใช้โคมไฟฟลัดไลต์แอลอีดีทั้งสนาม ที่ได้ออกแบบเพื่อแสงสว่างบริเวณภายในสนามกีฬา สามารถให้

ความสว่างได้มากกว่า 1,400 ลักซ์ แต่ลดอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า ลงมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับหลอดไฟแบบเดิม อย่างเช่น หลอด เมทัลฮาไลด์ หลอด HPS ซึ่งมีอัตราการใช้ก�ำลังไฟถึง 2,000W ในทางกลับกัน โคมไฟฟลัดไลต์ของบริษทั ฯ กลับใช้กำ� ลังไฟน้อยกว่า ครึง่ เพียง 770W ซึง่ ได้เปรียบทุกมิติ ทัง้ ในด้านการออกแบบ ขนาด รูปทรงและการบ�ำรุงรักษา

ปัจจัยใดที่ช่วยสนับสนุนความต้องการของตลาด ต่อผลิตภัณฑ์ LED Lighting

หน่วยงานภาครัฐจะต้องจริงจังกับการส่งเสริมให้ประชาชน หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ LED Lighting ให้มากขึ้น โดยมีราคาและความ คุ้มค่าเป็นเหตุผลหลัก ตระหนักถึงพลังงานที่อาจมีวันหมดหากยัง คงใช้พลังงานกันอยู่อย่างนี้ ซึ่งมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งเสริมให้ คนในประเทศปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เป็น LED ให้หมดภายในระยะ เวลา 4 ปีหรือระยะสั้น สุดท้าย คุณพิเชษฐ์ ได้ให้ความคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ LED Lighting ว่าช่วยส่งเสริมการประหยัดพลังงานที่ยั่งยืน มีความ อัจฉริยะ และรองรับการใช้พลังงานไฟฟ้าในอนาคตว่า “LED Lighting มีจดุ เด่นด้านอายุการใช้งานทีย่ าวนานมากกว่า 50,000 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับหลอดไฟทั่วไป จะมีอายุการใช้งานที่ มากกว่า 3-4 เท่า ดังนัน้ การตัดสินใจมาใช้หลอดไฟ LED ตัง้ แต่เนิน่ ๆ ท�ำให้สามารถช่วยลดปัญหาการใช้พลังงานให้น้อยลง ลดจ�ำนวน ขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้น้อยลง และยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้ เรื่อยๆ โดยโคมไฟแอลอีดีไม่ต้องใช้บัลลาสต์ สตาร์ตเตอร์ ดังนั้น จึงมีคุณสมบัติที่เปิดแล้วติดทันที จึงสามารถน�ำไปใช้กับกลุ่มงาน โคมไฟส่องสว่างสนามกีฬา ถนนทางหลวง โรงงาน หรือแม้แต่ ภาคครัวเรือนได้เป็นอย่างดี เมื่อกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เปลี่ยนมาใช้ หลอด LED แล้ว จะส่งผลให้ลดอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ทันที ซึ่งเท่ากับการสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าได้อย่างน้อย 1 แห่ง” นอกจากนี้ภายในงาน Thailand Lighting Fair 2018 ผู ้ เข้ า ชมงานหรื อ ผู ้ ป ระกอบการจะได้ สั ม ผั ส กั บ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ข อง บริษัท ไอซ์ แอลอีดี จ�ำกัด เพื่อต่อยอดธุรกิจได้หลากหลาย โดย ทางบริษัทฯ ได้รวบรวมความเป็นที่สุดของนวัตกรรมด้านแสงสว่าง ไว้ในงานนี้ โดยเน้นความสามารถ ด้านคุณสมบัติและเอกลักษณ์ ด้านผลิตภัณฑ์มาแสดงในงานนี้ เพื่อทุกท่านจะสามารถน�ำไป ต่อยอดทางธุรกิจทัง้ ด้านการลดต้นทุน ลดรายจ่ายของบริษทั -โรงงาน และแสงสว่างในสนามกีฬาระดับชั้นน�ำของประเทศ

พบกับ บริษัท ไอซ์ แอลอีดี จำ�กัด และผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าแสงสว่างเพื่อการประหยัดพลังงานได้ ในงาน Thailand Lighting Fair 2018 ซึง่ จะจัดขึน ้ ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2561 ณ ฮอลล์ 102-103 ศูนย์นท ิ รรศการ และการประชุมไบเทค บางนา September-October 2018


IEEE PES GTD

ซิโนไฮโดรฯ ชู Smart

Grid Smart Cities เป็นไฮไลต์

ร่วมออกบูธงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 หวังได้พบพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ งานประชุมวิชาการและนิทรรศการระดับนานาชาติ IEEE PES GTD ASIA 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มีนาคม พ.ศ. 2562 ได้รบั การตอบรับเป็นอย่างดีจากผูป้ ระกอบการชัน้ น�ำใน แวดวงธุรกิจอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงาน ซึง่ บริษทั ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จ�ำกัด เป็นหนึง่ ในผูป้ ระกอบการชัน้ น�ำทีไ่ ด้รว่ มให้การ สนับสนุนการจัดงานและออกบูธนิทรรศการภายในงานดังกล่าว ในฐานะที่เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ออกแบบส�ำรวจ และลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่สำ� คัญ ทั้งโครงการด้านพลังงาน ด้าน คมนาคม เหมืองแร่ และอสังหาริมทรัพย์ ซึง่ ล้วนแต่เป็นโครงการทีม่ ี ส่วนส�ำคัญในการขับเคลื่อนภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของ ประเทศไทย โดยล่ า สุ ด Mr.Liu Yihong รองกรรมการผู ้ จั ด การ บริษทั ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จ�ำกัด ได้ให้เกียรติคณะท�ำงานด้าน การประชาสัมพันธ์งานประชุม วิชาการและนิทรรศการ IEEE PES GTD ASIA 2019 เข้าพบ เพื่ อ สั ม ภาษณ์ แ ละพู ด คุ ย ถึ ง การด�ำเนินงานของซิโนไฮโดรฯ ในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน รวมถึงบทบาทในการเข้าร่วม งาน IEEE PES GTD ASIA 2019 งานประชุมวิชาการและ นิ ท รรศการด้ า นไฟฟ้ า และ พลั ง งานที่ ก� ำ ลั ง จะเกิ ด ขึ้ น เป็ น ครั้ ง แรกในประเทศไทย และครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย

ทำ�ความรู้จก ั บริษท ั ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จำ�กัด Mr.Liu Yihong รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์ ) จ� ำ กั ด ได้ ก ล่ า วถึ ง ความเป็ น มาของบริ ษั ท ฯ ว่ า ซิโนไฮโดรฯ อยู่ในกลุ่มของ Powerchina จากการจัดอันดับบริษัท ทั่วโลกของ Fortune Global 500 Powerchina อยู่อันดับที่ 182 ซิโนไฮโดรฯ ได้เข้ามาท�ำธุรกิจในประเทศไทยกว่า 20 ปีแล้ว โดย September-October 2018

ในระยะแรกนั้นแม้จะยังไม่ได้เริ่มด�ำเนินโครงการในประเทศไทย มากนัก แต่กเ็ ข้ามาศึกษาวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ เรียนรูก้ ระบวนการ และขั้นตอนการด�ำเนินธุรกิจในประเทศไทยก่อน แล้วจึงก่อตั้ง บริษัท ซิโนไฮโดร (ไทยแลนด์) จ�ำกัด (Sinohydro (Thailand) Co., Ltd.) ขึน้ ในปี พ.ศ. 2551 เพือ่ ด�ำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบ EPC (Engineering Procurement and Construction) ในประเทศไทย อย่างจริงจัง ส�ำหรับโครงการของบริษทั ฯ ในช่วงแรกนัน้ ส่วนใหญ่เป็นงาน ด้านพลังงานน�ำ้ จากนัน้ จึงเริม่ มีโครงการอืน่ ๆ เข้ามามากขึน้ จนถึง ปัจจุบนั ซิโนไฮโดรฯ มีโครงการทีด่ ำ� เนินงานอยูม่ ากกว่า 20 โครงการ ลูกค้าของบริษทั มีหลากหลายมากขึน้ ทีส่ ำ� คัญคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (EGAT) และการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และก�ำลัง เตรียมการเพือ่ ทีจ่ ะเข้าประมูลงานของการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค (PEA) ในอนาคต

บทบาทและการดำ�เนินธุรกิจของซิโนไฮโดรฯ ในประเทศไทย Mr.Liu Yihong ยังได้กล่าวอธิบายถึงรูปแบบ และลักษณะ การด�ำเนินธุรกิจของซิโนไฮโดรฯ ว่า ซิโนไฮโดรฯ นัน้ ถือเป็นรัฐวิสาหกิจ หนึ่งของรัฐบาลจีน แต่การที่เข้ามาด�ำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซิโนไฮโดรฯ มีสถานภาพเป็นบริษัทเอกชน เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ต้องประมูลงานจากหน่วยงานทั้งเอกชนและรัฐบาล ส�ำหรับ ลักษณะการด�ำเนินธุรกิจของซิโนไฮโดรฯ ในประเทศต่างๆ นั้นจะมี วิธกี ารบริหารงานทีแ่ ตกต่างกันออกไป แต่ยดึ หลักการพืน้ ฐานในการ ด�ำเนินงานจากส�ำนักงานใหญ่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นหลัก คูแ่ ข่งทางการค้าของซิโนไฮโดรฯ ส่วนใหญ่เป็นบริษทั ต่างชาติ เช่น ญีป่ นุ่ เกาหลี เป็นต้น ซิโนไฮโดรฯ มีผลก�ำไรจากการด�ำเนินธุรกิจ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และการแข่งขัน ในตลาดเป็นปัจจัยที่ส�ำคัญในการก�ำหนดผลก�ำไร ซึ่งต้องยอมรับ ว่าตลาดผู้รับเหมาโครงการ (EPC) นั้น ผลก�ำไรไม่ได้สูงมากนัก ผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจนี้ต่างก็ทราบกันดี แต่สิ่งส�ำคัญ คือ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในประเทศไทย ล้วนเป็นความภาคภูมิใจของซิโนไฮโดรฯ เช่นกัน


จุดแข็งที่ทำ�ให้สามารถช่วงชิงโครงการจากคู่แข่งได้ การทีเ่ รามาท�ำธุรกิจทีเ่ มืองไทย เราก็จะเน้นใช้แรงงานในพืน้ ที่ เรื่องต้นทุนของเราจึงไม่สูงมาก และมีการบริหารงานโดยคนจีน ซึง่ เราก็พยายามให้การบริหารของเรามีประสิทธิภาพ โดยการอาศัย ประสบการณ์จากทางเมืองจีนมาช่วยทีเ่ มืองไทยด้วย ทีน่ นั่ เราสร้าง ผลงานเอาไว้มากมาย เราช�ำนาญทางด้านนี้ มีประสบการณ์มาเยอะ ท�ำมาหลายประเทศ อย่าง MRT Project ที่สิงคโปร์เราก็ทำ� มาที่ เมืองไทย MRT สายสีเขียว สีนำ�้ เงิน เราก็ได้ทำ� แล้วเราก็จะเน้นเรือ่ ง เชื่อถือมากขึ้นด้วย นอกจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานานจากการ ท�ำงานในหลายๆ ประเทศแล้ว เราฝึกฝนคนของเราให้เก่ง ให้มฝี มี อื ให้สกู้ บั คนอืน่ ได้ และสามารถท�ำงานกับคนอืน่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย เหล่านี้ล้วนเป็นจุดแข็งของเรา จะสังเกตได้ว่า พอทีมของเรา แข็งแกร่งขึ้น ในช่วงปีที่ผ่านมา เราก็มีโครงการเพิ่มจากปีก่อนๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เปิดแผนการดำ�เนินธุรกิจและการลงทุนในอนาคต ส�ำหรับเป้าหมายระยะยาวในการด�ำเนินธุรกิจในประเทศไทย Mr.Liu Yihong ได้กล่าวว่า ปัจจุบันซิโนไฮโดรฯ เป็น EPC ที่ได้รับ การยอมรับส�ำหรับตลาดในประเทศไทย เห็นได้จากการได้รบั คัดเลือก ให้เป็นผูร้ บั เหมาก่อสร้างในโครงการต่างๆ ดังนัน้ ในอนาคตซิโนไฮโดรฯ จึงมองถึงเรื่องทิศทางการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติมด้วย ซึ่ง ขณะนี้ได้มีการวางแผนขยายการลงทุนในเรื่องของพลังงานสะอาด ทั้งโรงไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนตั้งโรงงาน ผลิตอุปกรณ์ หรือ Equipment ต่างๆ ที่ใช้ในโครงการผลิตพลังงาน ในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย เนื่องจากซิโนไฮโดรฯ ได้ตระหนักดีว่า ประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลาง การผลิตและการส่งออกไปจ�ำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั้งนี้ คาดว่า ในปี พ.ศ. 2562 รายละเอียดการลงทุนต่างๆ จะเริ่มมีความชัดเจน มากยิ่งขึ้น เนื่องจากขณะนี้การด�ำเนินงานดังกล่าวอยู่ระหว่างการ เจรจากับหุ้นส่วนทางธุรกิจ

ชูเทคโนโลยี Smart Grid และ Smart Cities เป็นไฮไลต์ในงาน IEEE PES GTD ASIA 2019 ส�ำหรับงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ IEEE PES GTD ASIA 2019 นั้น ซิโนไฮโดรฯ ได้เป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปสนับสนุนการ จัดงานดังกล่าวในรูปแบของ Sponsorship ซึง่ ภายในงาน ซิโนไฮโดรฯ จะน�ำเสนอเทคโนโลยีด้าน Smart Grid และ Smart Cities ที่ ประสบความส�ำเร็จในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเป็นการแสดง ให้เห็นถึงศักยภาพการด�ำเนินงานของซิโนไฮโดรฯ และเป็นการแสดง ความพร้อมในการที่จะน�ำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาประยุกต์ใช้ ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเทคโนโลยี BESS (Battery Energy Storage System) ซึง่ ถือเป็นเทคโนโลยีทปี่ ระเทศไทย ก�ำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก “ผมคิดว่าโครงการใหม่ๆ ทีก่ ำ� ลังเริม่ ด�ำเนินการในประเทศไทย ทัง้ โครงการของ PEA และ EGAT ต่างก็เริม่ มีการน�ำเทคโนโลยี BESS เข้ามาใช้กันมากขึ้น เพราะต้องค�ำนึงถึงการใช้ไฟฟ้าและพลังงาน อย่างมีประสิทธิภาพ จะท�ำอย่างไร น�ำเทคโนโลยีรปู แบบไหนเข้ามาใช้ เพือ่ ให้สามารถกักเก็บสะสมพลังงานได้มากยิง่ ขึน้ แม้วา่ ซิโนไฮโดรฯ จะไม่ได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยี หรือไม่ได้ผลิต Equipment ทีจ่ ะรองรับ ในส่วนนี้โดยตรง แต่ซิโนไฮโดรฯ มีความมั่นใจในประสบการณ์ที่จะ สามารถออกแบบระบบให้เชื่อมโยงต่อกันได้อย่างมีเสถียรภาพ และสามารถก่อสร้างได้ด้วย” Mr.Liu Yihong กล่าว นอกจากนี้ การร่ ว มออกบู ธ นิ ท รรศการในงานดั ง กล่ า ว ซิโนไฮโดรฯ ยังมุง่ เน้นทีจ่ ะน�ำเสนอประสบการณ์การท�ำงานให้เป็น ทีป่ ระจักษ์ อีกทัง้ แสดงศักยภาพในด้านต่างๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง ตลอดจน น�ำเสนอโรงงานผลิตอุปกรณ์ดา้ นไฟฟ้าและพลังงาน เช่น Transmission Line หรือ Feeding ต่างๆ รวมทั้งต้องการให้การเข้าร่วมออกบูธ นิทรรศการในครั้งนี้เป็นเสมือนเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกันกับผู้เชี่ยวชาญ และพร้อมเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจกลุ่ม ใหม่ๆ อีกด้วย

ไทม์ ไลน์โครงการที่ซิโนไฮโดรฯ เข้าไป ด�ำเนินการในฐานะ EPC พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2543 พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2552 พ.ศ. 2554 พ.ศ. 2556 พ.ศ. 2557

เขื่อนคลองท่าด่าน (เขื่อนขุนด่านปราการชล) เขื่อนแม่สรวย โรงไฟฟ้าพลังน�ำ้ เขื่อนเจ้าพระยา โรงไฟฟ้าพลังน�ำ้ เขื่อนนเรศวร โครงการรถไฟฟ้า MRT ส่วนต่อขยายสายสีน�้ำเงิน โรงงานผลิตถ่านโค้กความร้อน เครื่องก�ำเนิดไฟฟ้ากังหันไอน�ำ้ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 90 เมกะวัตต์ (MW) ของ EA (บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จ�ำกัด (มหาชน)) โรงก�ำจัดขยะผลิตไฟฟ้า เขตหนองแขม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดก�ำลังการผลิต 5 MW ทับสะแก โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 128 MW ของ EA

พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2559 พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2561

โครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีเขียว (เหนือ) โรงงาน Chint Thailand โครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้าล�ำตะคอง โรงไฟฟ้าพลังน�ำ้ เขื่อนจุฬาภรณ์ โครงการระบบสายไฟฟ้าใต้ดินพระราม 3 โรงไฟฟ้าพลังงานลม ของ EA (80 MW / 45 MW / 47.5 MW / 46 MW) สถานีไฟฟ้าแรงสูงอ่าวไผ่ สถานีไฟฟ้าแรงสูงบางพลี สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร สถานีไฟฟ้าแรงสูงพระนครใต้ สถานีไฟฟ้าแรงสูงกบินทร์บุรี สถานีไฟฟ้าแรงสูงอุบลราชธานี 3 โรงไฟฟ้าพลังงานน�้ำผาจุก September-October 2018


ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลและชีวภาพ :

ข้อกำ�หนด การออกแบบ ติดตั้ง ควบคุม และบำ�รุงรักษา ครั้งที่ 3

สมาคมวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section), IEEE Power & Energy Society - Thailand Chapter และสถาบันพัฒนาและวิจยั พลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมจัดการสัมมนาเชิงวิชาการ “ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงาน ชีวมวลและชีวภาพ : ข้อก�ำหนด การออกแบบ ติดตัง้ ควบคุม และบ�ำรุงรักษา” ครัง้ ที่ 3 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสริ กิ ติ ิ์ โดยเล็งเห็นว่า จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อน�ำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดสัมมนาครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนากว่า 100 คน September-October 2018


September-October 2018


Article

> กลุ่มบริษัทจีเอเบิล

จีเอเบิลแนะกุญแจส�ำคัญน�ำองค์กรก้าวสูด่ จิ ทิ ลั เวิรค์ เพลส เต็มรูปแบบ ชูหัวใจส�ำคัญคือ การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ สนับสนุน 10 ด้าน เชื่อมโยงการท�ำงานในทุกภาคส่วน เน้นเพิ่ม ศักยภาพบุคลากร การสร้างบรรยากาศการท�ำงานเพือ่ เสริมสร้าง ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นผูช้ ว่ ยส่งเสริมการท�ำงานให้สะดวก รวดเร็ว เพือ่ น�ำไปสูก่ ารท�ำงานร่วมกันด้วยการใช้เทคโนโลยีอย่าง แท้จริง ดร.ศิษฏพงศ์ เศรษฐภัทร Head of Big Data and Analytics กลุม่ บริษทั จีเอเบิล กล่าวว่า เป้าหมาย ส�ำคัญขององค์กรทีต่ อ้ งการท�ำ ดิจทิ ลั เวิรค์ เพลส (Digital Workplace) คือต้องการปรับปรุง รูปแบบการท�ำงานภายในองค์กรให้เป็น ดิจทิ ลั เต็มรูปแบบ เพือ่ ช่วยให้เกิดการท�ำงาน ทีม่ ปี ระสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึน้ เพือ่ ให้ ทันการแข่งขันที่รวดเร็วใน โลกดิจิทัล

September-October 2018

G-Able, one of the leading IT and digital solutions providers in Thailand, introduces the solutions to transforms enterprises into integrated digital workplaces. When adopted, these top 10 technologies will connect all operations, enhancing personnel capabilities and creating an intelligent working environment. The digital technologies will empower employees to be more creative while producing collaboration tools that enable more effective work with better employee agility and engagement. Dr.Sittapong Settapat, Head of Big Data & Analytics, G-Able Group, says the main goal of enterprises in introducing the digital workplace is to transform the internal operating system into an integrated digital system. The changing technology landscape will provide greater working efficiency and faster operations, thus creating a substantial competitive edge in the digital world.


“การทีจ่ ะเกิดดิจทิ ลั เวิรค์ เพลสได้ หลักๆ ทีต่ อ้ งค�ำนึงถึงคือ เรื่องของการท�ำให้เกิดการท�ำงานร่วมกันภายในองค์กรมากขึ้น (Collaboration) เช่นเดียวกับการที่ต้องรู้ว่าบุคลากรใดเหมาะสม กับการท�ำงานรูปแบบใด (Visibility) และเขาเหล่านั้นจะช่วยให้ องค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไร ขณะเดียวกัน องค์กรที่ ต้องการปรับรูปแบบการท�ำงาน ควรตัง้ เป้าหมายทีช่ ดั เจนในการ มุง่ หน้าสูด่ จิ ทิ ลั เวิรค์ เพลส เพือ่ ให้องค์กรขับเคลือ่ นไปในทิศทาง เดียวกัน ด้วยการน�ำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครือ่ งมือช่วยให้การ ท�ำงานบรรลุเป้าหมายได้รวดเร็วและทรงประสิทธิภาพ” ทัง้ นี้ จีเอเบิลได้สรุปการน�ำเอาเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครือ่ งมือ ในการสนับสนุนการท�ำงาน 10 ด้าน เพือ่ การปรับองค์กรสูก่ ารเป็น ดิจิทัล เวิร์คเพลส เต็มรูปแบบ ประกอบไปด้วย

1.

สร้างแหล่งศึกษาความรู้ (Ambient Knowledge) เนือ ่ งจาก

ทุกคนมีความต้องการที่จะเรียนรู้เฉพาะเรื่อง เพื่อน�ำไป แก้ปัญหาในการท�ำงาน การจัดคอร์สเทรนนิ่งที่ใช้เวลาไม่นาน ในองค์กร จะช่วยก่อให้เกิดศูนย์กลางความรู้ เครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ (Embedded Analytics) เพือ่ ช่วยให้องค์กรหรือบุคลากรตัดสินใจง่ายขึน้ การเข้าไป รายงานการท�ำงานต่างๆ จะมีการน�ำข้อมูลทีไ่ ด้มาวิเคราะห์และ แสดงผล โดยมีการบันทึกลงในโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันทีช่ ว่ ย ในการวิเคราะห์ แล้วจึงน�ำข้อมูลนั้นไปใช้งาน เครื่ อ งมื อ ที่ ช ่ ว ยอ� ำ นวยความสะดวกในการท� ำ งาน (Production Studio) เช่น การจัดเตรียมเครื่องมือส�ำหรับ นักพัฒนาสามารถเขียนโปรแกรมได้ และจัดพื้นที่ส�ำหรับการ พรีเซนต์ข้อมูลในการประชุมต่างๆ เพื่ออ�ำนวยความสะดวก ในการท�ำงาน เครือ ่ งมือช่วยลดระยะเวลาท�ำงาน ลดขัน้ ตอนการท�ำงาน (Process Hacking) เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพของบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพในความถูกต้องและแม่นย�ำ เช่น ใช้เครื่องมือ อัตโนมัติมาช่วยตรวจสอบคุณภาพของสินค้า โปรแกรมตรวจ ค�ำผิด คอร์สระยะสั้น (Microlearning) เพื่อเสริมศักยภาพของ บุคลากรและสร้างความรู้ใหม่ๆ การจัดคอร์สที่ให้ความรู้ ทีม่ หี วั ข้อหลากหลาย เพือ่ ให้บคุ ลากรทีส่ นใจสามารถเข้ามาเลือก ที่จะเรียนรู้ได้ โดยจะเน้นเป็นคอร์สระยะสั้น ภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง

2. 3.

4.

“One of the main aspects on which the organization must focus during any digital workplace transformation is collaboration between employees. Vision is also needed in putting the right man in the right job and visualizing how they will help move the organization forward. Meanwhile, the enterprise must set clear goals in adopting the digital workplace to ensure the enterprise will be driven in the same direction through the adoption of technologies as new tools to achieve such goals rapidly and efficiently.” G-Able has also defined the digital technology trends that will best support 10 aspects of work and transform organizations into truly digital workplaces. These are:

1.

Ambient Knowledge is an algorithm-driven delivery of

customized information. Each employee needs to learn about specific areas to solve working problems. Short-term, in-house training courses tailored to individual employees will create a sound knowledge center. Embedded Analytics enable the organizations or employees to make easier decisions. Working reports will be analyzed and implemented in business process applications so users can work more smartly and efficiently using these analytics results. Production Studio technology will prepare tools for program developers. It also enables employees to produce presentations for meetings, thus providing greater convenience. Process Hacking is a tool to reduce working time and workflow through process shortcuts. This approach helps enhance personnel capabilities while improving accuracy and precision. It includes the use of automation to examine product quality and a proofreading program to correct spelling and grammatical mistakes. Microlearning is a short course to help employees improve competence and skills as well as acquire new knowledge. Different types of short courses will be available to suit different needs and objectives. Each short course should last 30 minutes or one hour.

2. 3.

4.

5.

5.

September-October 2018


6.

6.

7.

7.

8.

8.

ปรับภูมิทัศน์องค์กร

(Office Landscape) ปัจจุบันทุกคน ท�ำงานผ่านโน้ตบุก๊ ผ่านโลกการสือ่ สารดิจทิ ลั จึงควรปรับ ภูมทิ ศั น์ของสถานทีท่ ำ� งานทีเ่ อือ้ อ�ำนวยต่อการก่อให้เกิดความคิด สร้างสรรค์ และสร้างบรรยากาศการท�ำงานทีส่ ามารถตอบสนอง การท�ำงานร่วมกันให้ได้มากที่สุด การก่อให้เกิดการท�ำงานร่วมกัน (Silo-Buster) ด้วยการน�ำ เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแสดงให้เห็นความชัดเจนในการ ท�ำงาน (Visibility) ให้ทกุ คนสามารถโชว์ผลงานของตัวเองได้ เพือ่ สร้างความภาคภูมใิ จในผลส�ำเร็จของงานทีท่ ำ� โดยการสร้างพืน้ ที่ หรือแพลตฟอร์มในการพูดคุย ลงรายละเอียดงานต่างๆ ให้แก่ สมาชิกทุกคนในองค์กร การน�ำเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) & Augmented Reality (AR) มาใช้ (Immersive Technologies) ด้วยการน�ำ อุปกรณ์เหล่านี้มาช่วยในการเทรนนิ่ง เช่น การน�ำ VR มาสอน วิธีใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ ซึ่งสามารถท�ำให้เราได้เห็น มุมมองเสมือนจริง สร้างพื้นที่เก็บข้อมูลส่วนตัวบนคลาวด์ (Personal Cloud) เพราะปัจจุบนั ในการท�ำงานไม่จำ� เป็นต้องท�ำผ่านโน้ตบุก๊ เครือ่ งเดียวอีกต่อไป แต่สามารถเก็บข้อมูลไว้บนคลาวด์เพือ่ เรียก ใช้งานจากอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับรูปแบบของงาน การมีผช ู้ ว่ ยเสมือน (Virtual Personal Assistants) อย่าง แชทบอท หรือเทคโนโลยีสงู ๆ ทีเ่ ข้ามาช่วยตอบค�ำถาม เบื้องต้น หรือใช้ในการแนะน�ำฝ่ายที่เหมาะสมเพื่อที่จะเข้าไป พูดคุยได้ต่อไป

9.

10.

September-October 2018

The office landscape should be redesigned to increase

the flow of creative ideas and create a working environment suited to interaction and collaborative work. In line with today’s lifestyle, employees should work via notebook and digital communication. Silo-busters are tools to increase visibility through technology and allow the entire team to showcase performance and be proud of their achievements. Social networks should be developed for communication and to share work details among employees. Virtual Reality (VR) & Augmented Reality (AR) through immersive technologies are used to support training. For example, VR can be utilized to help instruct the use of equipment and tools by offering viewers a virtual perspective. Personal Cloud is a secure place to upload and store personal content on a cloud platform. It is no longer necessary to work via notebook only because data can be stored on a cloud and obtained through a device suited to the type of work. Virtual Personal Assistants (VPAs) like chatbot or advanced technology can be adopted to answer basic questions or recommend the right department for further conversation.

9.

10.


Special Scoop > กองบรรณาธิการ

40 ปี เอบีบี

บนฐานธุรกิจอันแข็งแกร่งในประเทศไทย

ขับเคลื่อนโลกดิจิทล ั สู่อนาคต

ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล�้ำหน้า จากความส�ำเร็จตลอด 40 ปี ในฐานะผูน้ ำ� เทคโนโลยีสำ� หรับ อุตสาหกรรม บริษทั เอบีบี ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าริเริม่ เทคโนโลยี ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในด้าน Electrification Products, Robotics and Motion, Industrial Automation และ Power Grids ที่ให้บริการ แก่ลูกค้าทั่วโลก ครอบคลุมทั้งในภาคสาธารณูปโภค อุตสาหกรรม การขนส่ง และระบบโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบนั ABB ก�ำลังสร้างอนาคตใหม่ภายใต้ยคุ อุตสาหกรรม ดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิตและน�ำพลังงานไฟฟ้าจากแหล่ง พลังงานเบือ้ งต้นไปสูผ่ ใู้ ช้ไฟฟ้าทุกหนแห่ง รวมถึงการเสริมศักยภาพ อุตสาหกรรมด้วยระบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบจากแหล่ง ธรรมชาติ จ นถึ ง การผลิ ต เป็ น สิ น ค้ าส�ำเร็ จ ภายใต้กระบวนการ ขับเคลื่อนสู่การปฏิวัติพลังงานและการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Energy and Fourth Industrial Revolutions) ซึง่ สอดคล้องกับนโยบาย ของประเทศไทยที่จะมุ่งสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ ไทยแลนด์ 4.0 ชัยยศ ปิยะวรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีบี ประเทศไทย เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว เปิดเผยว่า นับเป็นเวลา 40 ปี ที่ ABB ได้เข้ามาด�ำเนินธุรกิจในประเทศไทยตัง้ แต่เมือ่ ปี พ.ศ. 2521 และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ABB ก็ได้รับการสนับสนุนจาก ผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงานมาด้วยดี โดยเมื่อปี พ.ศ. 2533 ABB ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ จัดตัง้ โรงงานแห่งแรกในประเทศไทยเพือ่ ผลิตระบบเก็บประจุไฟฟ้า แรงดันต�ำ่ หรือ Low Voltage Capacitors และโรงงานหม้อแปลง

ไฟฟ้าก�ำลัง บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู เพื่อ จ�ำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศในเอเชียใต้ รวมถึง ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ นับเป็นก้าวส�ำคัญในการทดแทนการ น�ำเข้าและสร้างรายได้ให้กับประเทศจากการส่งออกเป็นมูลค่านับ พันล้านบาทต่อปี รวมถึงเป็นการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยี ให้กบั บุคลากรไทยอย่างต่อเนือ่ ง จนสามารถพูดได้วา่ โรงงานดังกล่าว สามารถบริหารจัดการได้โดยบุคลากรไทยทั้งหมด นอกจากนั้น ABB ยังมีโรงงานประกอบตู้สวิตช์เกียร์ Robot Application Center และศูนย์บริการรวมทัง้ หมด 8 แห่งในประเทศไทย อีกทั้งยังมีส�ำนักงานตัวแทนการตลาดในประเทศเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา โดยยังคงมีเป้าหมายให้บริการใน 3 ตลาดหลัก ได้แก่ ด้านสาธารณูปโภค (Utility) โรงงานอุตสาหกรรม (Industry) และ ด้านการขนส่งและโครงสร้างพืน้ ฐาน (Transport and Infrastructure) ซึง่ ABB มุง่ เน้นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสูต่ ลาด อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงาน เพิ่มผลผลิตและคุณภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้มี ความปลอดภัยสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาของประเทศ

September-October 2018


ภาคสาธารณูปโภค

ABB มีโซลูชันในด้านบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิต ระบบสายส่ง และระบบจ�ำหน่าย (Generation, Transmission and Distribution) แก่ผู้ประกอบการ โรงไฟฟ้าทั้งภาครัฐและเอกชน สาธารณูปโภคด้านประปา บ�ำบัด น�้ำเสีย รวมถึงระบบชลประทานด้วย โดย ABB ได้พัฒนาดิจิทัล

ภาคอุตสาหกรรม

ลูกค้าในกลุ่มนี้ครอบคลุมทุกภาคอุตสาหกรรมการผลิต ทั้ง Process Industry รวมถึง Discrete Manufacturing Industry อาทิ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี กระดาษ ซีเมนต์ อาหารและเครื่องดื่ม และ อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่ง ABB มีผลิตภัณฑ์และโซลูชันส์ รวมถึง งานเซอร์วสิ ในระบบการผลิตแบบอัตโนมัติ ทีท่ ำ� ให้มนั่ ใจได้วา่ ลูกค้า ของเราสามารถปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตให้ถึงจุดที่มี คุณภาพและมีความแม่นย�ำในระดับสูงสุด และสามารถลดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น การน�ำเสนอมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ สูง (High-Efficiency Motors) ในคลาส IE3 และ IE4 ที่ถือว่าเป็น มาตรฐานสากลสูงสุด นอกจากนี้ ABB ยังเป็นผูน้ ำ� ระดับโลกในด้าน อุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์ไฟฟ้า (Variable Speed Drive : VSD) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ควบคุมและปรับความเร็วรอบมอเตอร์ไฟฟ้า ให้ท�ำงานสัมพันธ์ตามความต้องการของโหลดเท่าที่จ�ำเป็น เพื่อ

September-October 2018

โซลูชันภายใต้ Common Platform ABB AbilityTM ที่สามารถ เชื่อมโยงการท�ำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ผ่าน ABB AbilityTM Platform รวมทั้ง Software ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ลูกค้าสามารถ พัฒนากระบวนการผลิตให้ทันสมัย ด้วยการให้ข้อมูลเชิงลึก ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนและการควบคุมการ ปฏิ บั ติ ก าร ซึ่ ง สามารถตอบสนองได้ ทั น ที (Real-Time Operations) โดยล่าสุด ABB ได้เปิดตัวหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ ดิจิทัลเป็นรายแรกของโลกในงานแสดงสินค้าและนวัตกรรม ด้านเทคโนโลยีระดับโลก Hannover Fair 2018 ทีป่ ระเทศเยอรมนี เมือ่ ช่วงเดือนเมษายนทีผ่ า่ นมา นับเป็นนวัตกรรมทีน่ ำ� Digital Technology มาใช้ในการท�ำงานของระบบหม้อแปลงไฟฟ้า ก� ำ ลั ง ที่ จ ะช่ ว ยให้ ส ามารถตรวจสอบและวิ เ คราะห์ ข ้ อ มู ล ตัวแปรต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มความแน่นอนและการใช้ ประโยชน์ของโครงข่ายไฟฟ้าได้มากขึ้น ขณะเดียวกันในส่วน ของการผลิตพลังงานหมุนเวียน ABB ก็มกี ารพัฒนาโซลูชนั ที่ เหมาะสมกับกระบวนการผลิตพลังงานหมุนเวียนซึง่ มีบทบาท มากขึ้นในปัจจุบัน ประหยัดพลังงาน ส�ำหรับกลุม่ ลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาหาร และเครื่องดื่ม อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักรกล ต่างก็มีแนวโน้ม เติบโตที่ดีเช่นเดียวกัน ซึ่ง ABB ก็มีนวัตกรรมที่สามารถช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพและคุณภาพของอุตสาหกรรมเหล่านี้เช่นกัน อาทิ Robot, Asset Management Software และ IOT Solutions

ภาคธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง

ธุรกิจบริการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนมีแนวโน้มเติบโต อย่างต่อเนือ่ ง จากการขยายเส้นทางเดินรถไฟฟ้าสายใหม่ทเี่ ชือ่ มต่อ ย่านธุรกิจกับเขตรอบนอกกรุงเทพฯ โดยในช่วงที่ผ่านมา ABB ได้ ส่งมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้กบั การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (MRTA) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (SRT) ส�ำหรับติดตั้งใช้งาน ในระบบ Power Supply ของสถานีรถไฟฟ้าสายต่างๆ ขณะเดียวกัน ABB มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุน


ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (E-Mobility) ตอบสนอง ความต้องการใช้รถพลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle ทีเ่ พิม่ สูงขึน้ แนวโน้มการพัฒนาระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle ในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ได้เริ่มทดลองน�ำมาใช้งาน โดย ที่ผ่านมา ABB ได้สนับสนุนเครื่องชาร์จไฟฟ้าส�ำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ในโครงการ The Feasibility Study on Quick Chargers for Electric Vehicles ติดตั้งที่การไฟฟ้านครหลวง เขตบางใหญ่ เพื่อการศึกษา และพัฒนาระบบการให้บริการชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วส�ำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ABB ยังได้ส่งมอบเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วส�ำหรับ สถานีชาร์จรถไฟฟ้าทีค่ ณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อการศึกษาวิจัยด้าน Smart Grid และ Smart Mobility ABB ถือเป็นผู้น�ำในการพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จไฟฟ้าแบบ ครบวงจรส�ำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รถโดยสารไฟฟ้าและไฮบริด รวมทั้ง เทคโนโลยีด้านพลังงานไฟฟ้าส�ำหรับเรือและรถไฟด้วย โดย ABB ได้เข้าสู่ตลาด EV Charging ตั้งแต่ปี 2553 และมีฐานลูกค้าที่ติดตั้ง สถานีชาร์จไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีจาก ABB มากกว่า 6,000 แห่ง ทั่วโลก และล่าสุด ABB ได้เปิดตัวสถานีชาร์จไฟฟ้ารุ่นใหม่ขนาด 350 kW Terra HP High Power Charger เมื่อปลายเดือนเมษายน 2561 เพื่อรองรับความต้องการสถานีชาร์จไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ สูงขึน้ โดย EV Charger ตัวใหม่นจี้ ะใช้เวลาในการชาร์จเพียง 8 นาที ส�ำหรับการเดินทางได้ถึง 200 กิโลเมตร นอกจากนี้ ABB ได้ประกาศเข้าร่วมเป็นพันธมิตรครั้งแรก กับ FIA Formula E เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีด้าน E-Mobility ให้ เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต โดย ABB FIA Formula E Championship นับเป็นรายการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต FIA ที่ ขับเคลือ่ นด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบเป็นครัง้ แรกของโลก ซึง่ จะมีการจัดการแข่งขันในเมืองใหญ่ๆ ของโลก เช่น นิวยอร์ก ปารีส ซูริค และซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น

ABB รุกอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

อุตสาหกรรมอาหารและเครือ่ งดืม่ มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมที่รัฐบาลให้การส่งเสริมสนับสนุน เนื่องจาก ประเทศไทยมีวัตถุดิบภายในประเทศอยู่แล้ว เพียงแต่ท�ำอย่างไร ให้เกิดเป็นมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างประโยชน์ต่อประเทศมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มก็ต้องเผชิญกับ ความท้าทายต่างๆ ไม่วา่ จะเป็นการขาดแคลนแรงงานฝีมอื ทีม่ คี วาม ต้องการสูงขึ้น รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภค ตลอดจนต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และการ ขนส่งที่สูงขึ้น ชัยยศ กล่าวว่า ABB มุง่ เน้นขยายตลาดในภาคอุตสาหกรรม อาหารและเครือ่ งดืม่ มากขึน้ โดยภายในปี 2561 นี้ ABB มีแผนงาน ที่จะเปิดตัวศูนย์ Food & Beverage Ingredient Center บนพื้นที่ กว่า 1,000 ตารางเมตร ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซึง่ คาดหมายว่า จะสามารถเปิดด�ำเนินการได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อเป็นพื้นที่ จั ด แสดงเทคโนโลยี แ ละนวั ต กรรมให้ กั บ กลุ ่ ม ผู ้ ป ระกอบการใน

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เช่น โรงงานน�้ำตาล โรงสีข้าว ได้สมั ผัสกับผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และ Digital Solutions ทีส่ ามารถ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ทั้งนี้ ABB ถือเป็นหนึ่ง ในผูน้ ำ� เทคโนโลยีสำ� หรับอุตสาหกรรมอาหารและเครือ่ งดืม่ ของโลก โดยเมือ่ เดือนเมษายน 2560 ABB ได้เข้าซือ้ กิจการบริษทั บีแอนด์อาร์ ประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นผู้นำ� ทางด้าน Factory Automation ท�ำให้ ABB เพิ่มความแข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม มากยิ่งขึ้น จากการรวมเอาความเป็นผู้น�ำในระบบอัตโนมัติของ ABB (DCS) เข้ากับ Factory Automation รวมถึง Internet of Things (IoT) Solutions ของ B&R ภายใต้ ABB AbilityTM Platform

หุ่นยนต์...ความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรม

หุ่นยนต์ จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น อย่างแน่นอน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลน แรงงานแล้ว หุ่นยนต์ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพราะสามารถท�ำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และอีกประการ ทีค่ นมักจะมองข้ามไปคือ คุณภาพของสินค้าทีม่ คี วามสม�ำ่ เสมอ ลดปัญหาความผิดพลาดจากคน (Human Error) ABB ได้แนะน�า หุ่นยนต์แบบสองแขนภายใต้ชื่อ YuMi ที่ได้รับการออกแบบ พัฒนาให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับมนุษย์ (Collaborative Robots) ได้อย่างปลอดภัย นับเป็นนวัตกรรมทีม่ คี วามส�ำคัญ และจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในอนาคต ส�ำหรับในประเทศไทย ABB ได้เปิดศูนย์ Robotics Application Center ตั้งแต่ปี 2554 ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซึง่ มีความพร้อมทัง้ ด้าน Application ของหุน่ ยนต์ทหี่ ลากหลาย และพนักงานที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีมากกว่า 40 คน เพือ่ เผยแพร่ความรูแ้ ละให้ขอ้ มูลแก่ผปู้ ระกอบการ หน่วยงาน ภาครัฐ รวมถึงสถาบันการศึกษา ให้เห็นถึงประโยชน์จาก การน�ำหุ่นยนต์มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพของ กระบวนการผลิต โดยในปีทผี่ า่ นมา เอบีบไี ด้นำ� หุน่ ยนต์ YuMi เข้าร่วมจัดแสดงเพื่อประชาสัมพันธ์งาน “ดิจิทัลไทยแลนด์ บิ๊กแบง 2017” ณ ท�ำเทียบรัฐบาล

September-October 2018


ส�ำหรับปีนี้ ชัยยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ABB ได้เข้าร่วมงาน Propak Asia 2018 ซึง่ เป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ด้านกระบวนการผลิต การแปรรูป และบรรจุภณ ั ฑ์ แห่งภูมภิ าคเอเชีย ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2561 ณ ไบเทค บางนา โดยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ส�ำหรับระบบการผลิตแบบอัตโนมัติจะเป็น ไฮไลต์ที่ ABB ต้องการน�ำเสนอ อาทิเช่น หุน่ ยนต์สำ� หรับงานหยิบจับ การบรรจุ และการจัดเรียง (Picking, Packaging and Palletizing) ส�ำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งปัจจุบันหุ่นยนต์ของ ABB ถือเป็น Connected Robot โดยระบบท�ำงานของหุ่นยนต์อยู่ บนพืน้ ฐานของคลาวด์ เพือ่ ให้ลกู ค้าสามารถใช้ประโยชน์จาก Big Data, Predictive Maintenance ในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สูงขึน้ นอกจากนี้ ABB ยังมีผลิตภัณฑ์ทางด้านซอฟต์แวร์ (MES) ซึง่ เป็นนวัตกรรมทีส่ ำ� คัญทีจ่ ะช่วยในเรือ่ งระบบติดตามสินค้า (Product Tracking) และการวางแผนการผลิต (Production Planning) ซึ่งจะ ส่งผลต่อคุณภาพความปลอดภัยของอาหารด้วย ขณะที่ระบบการ บริหารจัดการพลังงานก็เป็นอีกส่วนส�ำคัญส�ำหรับอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่มเช่นเดียวกัน

ABB หนุนขับเคลื่อนสมาร์ทซิตี้

เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองในยุคปัจจุบัน ABB มีโซลูชันที่น�ำเสนอระบบอัตโนมัติมากมายภายใต้แนวคิด Smart Mobility, Smart Home และ Smart Building ที่ช่วยสนับสนุนการ

ชัยยศ กล่าวทิง้ ท้ายว่า ในปี 2561 นี้ นับเป็นปีทบี่ ริษทั เอบีบี จ�ำกัด ได้ด�ำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทยมาครบ 40 ปี โดยตลอด ระยะเวลาทีผ่ า่ นมานัน้ ABB ได้ทำ� งานร่วมกับบุคคล หน่วยงาน และ องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะลูกค้าทั้งในภาคสาธารณูปโภค ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการขนส่งและระบบโครงสร้างพืน้ ฐาน ต่างๆ มากมาย ส่งมอบเทคโนโลยีและโซลูชนั ต่างๆ ทีช่ ว่ ยให้ลกู ค้า ของเราสามารถที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งนั่นท�ำให้เราได้ ร่วมเติบโตไปพร้อมๆ กับลูกค้าของเรา และจากวันนี้ต่อเนื่องไปใน อนาคต ABB ยังคงมุง่ มัน่ ทีจ่ ะช่วยให้ลกู ค้าของเรายกระดับขีดความ สามารถในการแข่งขันให้เติบโตและก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ชัยยศ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ABB เดินหน้าคิดค้นพัฒนา นวัตกรรมอย่างต่อเนือ่ ง เพือ่ ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรม September-October 2018

พัฒนาคุณภาพชีวติ ให้มคี วามสะดวกสบายมากขึน้ ช่วยให้ใช้พลังงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และมีความปลอดภัยสูงขึน้ โดย ABB มีระบบควบคุมบ้านอัจฉริยะ free@home ทีส่ ามารถช่วยให้ผใู้ ช้งาน สามารถควบคุมและปรับแต่งฟังก์ชันต่างๆ ภายในบ้านได้เพียง ปลายนิ้วสัมผัสผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เช่น ระบบควบคุมแสงไฟ (Light Control) อย่างมีประสิทธิภาพ ท�ำให้ ผูใ้ ช้งานสามารถเลือกเปิด-ปิดไฟเฉพาะในแต่ละห้องหรือไฟทุกดวง ภายในบ้านได้ รวมถึงระบบควบคุมประตูเข้า-ออกอัตโนมัติ (Door Entry System) ที่ช่วยให้เจ้าของบ้านหรืออาคารสามารถเห็นภาพ และสนทนากับผูม้ าติดต่อได้บนหน้าจอสัมผัสแม้ในขณะนัน้ จะไม่ได้ อยูภ่ ายในบ้านก็ตาม รวมไปถึงสมาร์ทเซอร์กติ เบรกเกอร์ทมี่ ฟี งั ก์ชนั Power Controller ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ และเทคโนโลยี Solar Rooftop ที่จะช่วยให้เจ้าของบ้านหรืออาคารส�ำนักงานสามารถใช้ประโยชน์ จากพลังงานแสงอาทิตย์ได้อย่างสูงสุด นอกจากบ้านพักอาศัยแล้ว ABB ยังสามารถตอบสนองความ ต้องการของอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) ได้ครบวงจร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานที่ทำ� งาน ที่อาศัย แหล่งช้อปปิ้ง (Mixed-Use Project) ที่ก�ำลังขยายตัวอย่างมากใน ประเทศไทย ABB มีโซลูชันที่ทำ� ให้สามารถบริหารจัดการพลังงาน ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพทัง้ โครงการ ไม่วา่ จะเป็นทีพ่ กั อาศัย ส�ำนักงาน รวมไปถึงร้านค้า

ที่ก�ำลังเปลี่ยนผ่านโมเดลธุรกิจให้สามารถใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีระบบ Digitalization ที่เข้ามามีบทบาทส�ำคัญใน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานและการ ด�ำเนินงานทีร่ วดเร็ว ทัง้ นี้ ABB มีเป้าหมายพัฒนาเทคโนโลยี ส�ำหรับอุตสาหกรรม จาก Automated Operation ไปสู่ระบบ ทีส่ ามารถท�ำงานได้อย่างอิสระ Autonomous Operation โดย ใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning ซึ่ง ABB มี Partners ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญแต่ละด้าน เช่น Microsoft Azure, IBM, Watson ที่สามารถให้บริการลูกค้า ได้อย่างครบวงจร


ABB builds on a strong 40-year

foundation in Thailand Shaping a digital future and driving progress with its pioneering technologies

With 40 years of successful operations in Thailand to its credit, ABB is a pioneering technology leader in electrification products, robotics and motion, industrial automation and power grids serving customers in utilities, industry, transport and infrastructure globally. ABB is currently writing a brighter future for the digital industrial era, developing utilities from power generation, transmission and distribution for consumers everywhere. In addition, ABB is strengthening industry capabilities with an automation system based on natural raw materials for production and finished products in this fourth industrial revolution, which is in line with the new economic model Thailand 4.0. ABB factory at Bangpoo Industrial Estate, Samut Prakan province Chaiyot Piyawannarat, ABB’s Managing Director for Thailand, Myanmar, Cambodia and Laos, reveals that in its 40 years of doing business in Thailand since 1978, ABB has gained strong support from organizations in the electricity and energy sector. In 1990, ABB received investment promotional incentives from the Board of Investment (BoI) for the establishment of the first manufacturing plant to produce Low Voltage Capacitors and Power Transformers. Located on a 30-rai plot in Bang Poo Industrial Estate, Samut Prakan Province, the plant supplies products within Thailand and exports to South Asia and the Pacific including Australia and New Zealand. “This important step has helped substitute imports while generating more than a billion baht in revenue from exports annually. Over the years, ABB has transferred skills and technological expertise to Thai employees and today the plant is managed by an all-Thai staff,” he said.

In addition, ABB has a robot application center, switchgear manufacturing plant, 8 service branches across Thailand as well as marketing representative offices in Myanmar, Laos and Cambodia. Towards a smarter, greener grid ABB supplies integrated power management solutions for public and private power producers from generation, transformation to distribution systems, water works, wastewater treatment as well as irrigation systems. ABB has developed digital solutions based on the common platform ABB Ability™, which is ABB’s unified, cross-industry, digital offering and can link the functions of various devices including related software, enabling customers to modernize their production process through in-depth information and big data. These developments will help customers improve their operating plans and strengthen control in real-time operations. ABB AbilityTM Power Transformer In April 2018, ABB launched the world’s first integrated solution for digitally enabled power transformers at the Hanover Fair in Germany. This latest innovation uses digital technology to develop a transformer system, offering inspection and analysis of variable data in a real-time operating system. The new solution will fundamentally change the transformer model, enhancing reliability and enabling higher utilization of grid assets and power networks. Meanwhile, ABB is developing new suitable solutions for the production process of renewable energy, which is playing a greater role. The factory of the future is already here ABB supports a full range of processing industries and discrete manufacturing industries including petrochemicals, pulp and paper, cement, foods and beverages, and electronics. ABB provides products and solutions as well as services for automated production systems to ensure customers can improve and develop production processes at the highest level of quality and precision. For example, ABB has introduced high-efficiency motors in the IE3 and IE4 class, which are recognized as being of the highest international standard and enable customers to mitigate environmental impacts. And another key innovation is the ABB AbilityTM Smart Sensor which is like a fitness wristband for electric motors. It converts traditional motors, pumps and mounted bearings into smart, wirelessly connected devices, and collect operational data and health information of the motor.

September-October 2018


The ABB AbilityTM Smart Sensor converts traditional motors into smart, wirelessly connected devices. In addition, ABB is a global leader in variable-speed drives, which are used to control the rotation speed of electric motors to match demands and also lower power usage in industrial plants. Other customers with similar potential for growth include the automobile, food & beverage, electronics and machinery industries. ABB has innovations to help improve efficiency and quality of the F&B industry such as robots, asset management software and IoT solutions. Sustainable Mobility Another important area is the mass transit system, which is growing due to the development of new routes linking the Central Business Districts with Bangkok’s suburban areas. ABB has supplied power equipment to the Mass Transit Authority of Thailand (MRTA) and State Railway of Thailand (SRT) and this was installed as part of the power supply system of many mass rapid transit lines. ABB will supply and install four autotransformer-switching stations for the new Red Line elevated rail system in Bangkok. Furthermore, ABB is developing technology to support e-mobility in response to the growing demand for EV (Electric Vehicles). EV development in Thailand is currently in the trial process. Earlier, ABB contributed its EV fast charger to the Metropolitan Electricity Authority for a feasibility study on Quick Chargers for Electric Vehicles project at MEA in Bang Yai. ABB also contributed the charger to the Engineering Faculty of Chulalongkorn University to enable research on smart grid and smart mobility projects. ABB is a leader in the development of integrated electric charging technology for cars, buses and hybrid vehicles as well as in power technology for vessels and railways. ABB entered the EV charging market in 2010, and has delivered EV chargers to more than 6,000 stations worldwide.

September-October 2018

ABB Terra HP, newest EV charging solution, exhibited at Hannover Fair 2018, Germany Earlier this year, ABB introduced its newest EV charging solution, the Terra HP, as the first 350 kW product in the market, with charging time for a range of 200 kms being just eight minutes. In addition, ABB entered into a ground-breaking partnership with FIA Formula E in January this year to support e-mobility technology for a sustainable future. The ABB FIA Formula E Championship is the world’s first fully electric international FIA motorsport series which brings electrifying wheel-to-wheel action to the world’s leading cities including New York, Paris, Zurich and Saudi Arabia. Serving the F&B industry The food and beverage sector is growing due to Thailand’s plentiful supply of raw materials, while also being one of the 10 target industries supported by the government. The key to its continued growth is increasing value added, thus making it more beneficial to the country as a whole. Palletizing application solutions for Food and Beverage industry However, the F&B sector faces several challenges. Among them is a shortage of skilled workers, a lack of technological developments at the manufacturing, retail and consumer levels, as well as the ever increasing costs of energy, raw materials and logistics. Chaiyot says that ABB is placing emphasis on expanding ABB solutions in the F&B industry with the establishment of the F&B Ingredient Center. Located on over 1,000 sqm and part of ABB Manufacturing in Bang Poo Industrial Estate, the center is scheduled for completion in the third quarter of 2018. The center offers such F&B players as sugar and rice mills to experience ABB products, technologies and digital solutions that can help each industry improve quality andproductivity. ABB is today is a global technology leader in the F&B sector. In April last year, ABB acquired Austria-based B&R, a leading factory automation provider, thus strengthening the ABB Ability™ Platform through a combination of ABB’s distributed control systems (DCS) and B&R’s Factory automation and IoT solutions.


energy savings and improved safety and thus enhancing quality of life. ABB provides the ABB-free@home system, an automation system in which various functions in the home can be efficiently controlled at the touch of a fingertip through a smartphone and tablet.

Robots...the new co-worker of the industrial sector There is no doubt that robots will play an increasingly important role in industry. Not only do they help resolve problems with a shortage of workers, but robots can also enhance production efficiency through round-the-clock operations. Another factor that is often overlooked is the consistency of product quality, as human error is eliminated. YuMiī, The world's first truly dual-arm collaborative robot from ABB ABB’s YuMi, the world’s first dual-arm collaborative robot, is a cutting edge solution that allows manufacturers to meet flexible and agile production needs while allowing a collaborative working environment with humans. In Thailand, ABB set up its Robotics Application Center (RAC) in 2011 in Bangpoo Industrial Estate providing a variety of robotic applications and staffed by more than 40 well-trained individuals. The center will provide robotic knowledge to entrepreneurs, public organizations as well as educational institutes, encouraging their awareness of using robots to enhance efficiency in the production process. In 2017, ABB demonstrated YuMi at the Digital Thailand Big Bang expo held at the Government House. Chaiyot notes that ABB participated in Propak Asia 2018, the 26th international processing and packaging technology trade show for Asia, which took place from 13-16 June, at BITEC, Bang Na, Bangkok. ABB’s robot for automation production was a highlight of the stand, demonstrating applications for picking, packaging and palletizing in the food and beverage industry. Based on the cloud platform, ABB’s connected robot enables customers to utilize big data and perform predictive maintenance for more efficient management. ABB also offers Manufacturing Execution System (MES), a crucial technology that improves efficiency of product tracking and product planning and thus upgrades the quality of food safety. A solid power management system is an integral part of the food and beverage industry. Intelligent infrastructure for smart cities To meet the urban lifestyle, ABB offers a wide range of automation products based on the concept of Smarter Home, Smarter Building, and Smarter Mobility for greater convenience,

The building automation and controls market has seen double digit growth in the past few years For example, with the Light Control system, individual rooms or the entire house can be illuminated on demand. ABB’s modern door entry system enables homeowners to see and communicate with visitors via a video outdoor station using the ABB-Welcome app. In addition, ABB offers smart circuit breakers with power controller function, its latest technology for optimized energy management solutions, and solar power solutions for solar installations on residential rooftops. In addition to houses, ABB provides integrated technology to meet the requirements of smart buildings, especially the fast-growing mixed-use development projects that are springing up all over Thailand. Here ABB solutions ensure appropriate and efficient power management throughout the project – from residential units to offices and retail areas. 40 years of ABB in Thailand Moving forward, ABB is constantly innovating technologies that will meet the needs of industries transforming their business models. Digitalization will play a vital role in enhancing the efficiency of power management and speeding up operations. ABB aims to develop technologies for industries that will transform Automated Operation into Autonomous Operation based on Internet of Things (IoT), Artificial Intelligence (AI) and Machine Learning. “As it completes four decades of business success, ABB has been collaborating with individuals, authorities, and organizations, especially customers in the utilities and industrial sectors as well as in the transport and infrastructure sector to support the growth of Thailand’s economy. We will continue to deliver technologies and solutions that enable customers to develop their capabilities and improve competitiveness to ensure sustained profitable growth. We look forward to the next 40 years and beyond of shared growth and success,” concluded Chaiyot. ABB (ABBN : SIX Swiss Ex) is a pioneering technology leader in power grids, electrification products, industrial automation and robotics and motion, serving customers in utilities, industry and transport & infrastructure globally. Continuing a history of innovation spanning more than 130 years, ABB today is writing the future of industrial digitalization with two clear value propositions: bringing electricity from any power plant to any plug and automating industries from natural resources to finished products. As title partner in ABB Formula E, the fully electric international FIA motorsport class, ABB is pushing the boundaries of e-mobility to contribute to a sustainable future. ABB operates in more than 100 countries with about 147,000 employees. www.abb.com September-October 2018


Article

> รอบ สตัมเมอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอฟเอส ประจ�ำประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

เทคโนโลยีใหม่ และ AI นั ก เศรษฐศาสตร์ แ ละนั ก วิ เ คราะห์ อุ ต สาหกรรมจาก บิส อ๊อกฟอร์ด อีโคโนมิกส์ (BIS Oxford Economics) ระบุว่า กิจการเหมืองแร่ของประเทศออสเตรเลียก�ำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ ซึง่ ส่งผลดีตอ่ ภาคการส่งออกและเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่ดว้ ยต้นทุน ด้านการซ่อมบ�ำรุงทีค่ าดว่าจะเพิม่ ขึน้ เกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 5 ปี ถัดไป ท�ำให้หลายบริษทั ต้องหันมาพิจารณาเรือ่ งการลงทุนในระบบ ที่จะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากรายงานของ บิส อ๊อกฟอร์ด อีโคโนมิกส์ เรื่องการท�า เหมืองแร่ในประเทศออสเตรเลียตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560-2575 พบว่า การส�ำรวจ การผลิต การซ่อมบ�ำรุงของการท�ำเหมืองแร่มีแนวโน้ม จะเพิม่ ขึน้ อย่างมากจนถึงปี 2561 และหลังจากนัน้ การฟืน้ ตัวอย่าง แข็งแกร่งในด้านราคาท�ำให้ผปู้ ระกอบกิจการเหมืองแร่มผี ลก�ำไรเพิม่ มากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าการซ่อมบ�ำรุงกลับกลายเป็นต้นทุนสูงสุด ในการด�ำเนินงาน รับเฮน จียา่ นักเศรษฐศาสตร์จาก บิส อ๊อกฟอร์ด อีโคโนมิกส์ และผูเ้ ขียนรายงานระบุวา่ “การซ่อมบ�ำรุงมีผลต่อต้นทุนการด�ำเนินงาน อย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และจากการใช้งานสินทรัพย์ที่มี อยู่เพิ่มมากขึ้นอันเนื่องมาจากสภาพตลาดที่เกิดการฟื้นตัว ท�ำให้ คาดได้ว่างานซ่อมบ�ำรุงจะเพิ่มขึ้นเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 5 ปี ข้างหน้านี้ ซึง่ ถือเป็นโอกาสส�ำคัญส�ำหรับบรรดาผูร้ บั เหมาด้านการ บริการ” ส�ำหรับเจ้าของสินทรัพย์แล้ว การควบคุมต้นทุนด้านการ ซ่อมบ�ำรุงจะครอบคลุมถึงการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ และการ ท�ำงานสอดประสานร่วมกับผูร้ บั เหมาทีใ่ ห้บริการด้านการซ่อมบ�ำรุง ขณะทีฝ่ ง่ั ของผูร้ บั เหมาเองนัน้ พวกเขาจะพยายามมองหาแนวทาง September-October 2018

สามารถควบคุม ค่าใช้จ่าย ด้านการซ่อมบำ�รุง ได้อย่างไร

ที่ จ ะช่ ว ยให้ ก ารด� ำ เนิ น งานตามสั ญ ญาบรรลุ ผ ลได้ อ ย่ า งดี ที่ สุ ด ตลอดจนเพิม่ มูลค่าสูงสุดให้กบั เจ้าของสินทรัพย์และสามารถควบคุม ค่าใช้จ่ายของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้แก่ การประมวลผลแบบคลาวด์ อุปกรณ์ เคลือ่ นที่ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (Internet of Things) การซ่อมบ�ำรุง เชิงพยากรณ์ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการวางแผนและการจัด ตารางเวลา ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence : AI) และความเป็นจริงเสริม หรือเออาร์ (Augmented Reality : AR) ทัง้ หมดนีล้ ว้ นมีบทบาทส�ำคัญในการควบคุม ต้นทุนด้านการซ่อมบ�ำรุงโดยตรง

ใช้การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำ�รุง

จากรายงานการวิจัยของเออาร์ซี แอดไวเซอรี่ กรุ๊ป (ARC Advisory Group) พบว่า 82% ของสินทรัพย์มรี ปู แบบของความล้มเหลว


แบบสุ่ม (Random Failure) กล่าวคือ กลยุทธ์ด้านการซ่อมบ�ำรุงเชิง ป้องกันแบบดั้งเดิมนั้นไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้าน การหยุดท�ำงานของอุปกรณ์และเพิ่มอายุการใช้งานได้อย่างสูงสุด จึ ง ไม่ น ่ า แปลกใจที่ บ รรดาบริ ษั ท เหมื อ งแร่ ต ่ า งก� ำ ลั ง เดิ น หน้ า ปรับเปลีย่ นแนวทางจากการซ่อมบ�ำรุงเชิงป้องกันตามปฏิทนิ ไปเป็น การซ่อมบ�ำรุงตามสภาพหรือการใช้งานจริง และด้วยเซ็นเซอร์ที่ สามารถระบุปญ ั หาทีเ่ กิดขึน้ จริงได้ จึงท�ำให้แนวคิดด้านอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือไอโอที เข้ามามีส่วนผลักดันที่ส�ำคัญต่อแนวโน้ม ดังกล่าว แต่ดูเหมือนว่าวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการซ่อมบ�ำรุงอุปกรณ์ และสินทรัพย์อื่นๆ เห็นจะหนีไม่พ้นการซ่อมบ�ำรุงเชิงพยากรณ์ การซ่อมบ�ำรุงเชิงพยากรณ์น�ำเสนอความน่าเชื่อถือทั้งโดย ทันทีและในระยะยาว ทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย และ เมือ่ รวมเข้ากับระบบการเฝ้าติดตามและการบริหารจัดการสินทรัพย์ แล้ว ก็จะช่วยให้บริษัทเหมืองแร่สามารถมองเห็นสินทรัพย์ของตน ได้ดขี นึ้ ช่วยลดปัญหาและความท้าทายทีไ่ ม่สามารถควบคุมได้ เช่น ระยะทางและสภาพแวดล้อม การซ่อมบ�ำรุงเชิงพยากรณ์ให้มากกว่าความสามารถในการ ตรวจสอบประสิทธิภาพของสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องผ่านเซ็นเซอร์ ต่างๆ เช่น การตรวจสอบการสัน่ สะเทือน นอกจากนีย้ งั มีเครือ่ งมือ พยากรณ์ที่สามารถใช้ในการประมวลผลข้อมูลป้อนเข้าและให้การ ตอบสนองอย่างชาญฉลาดโดยอัตโนมัติด้วย ข้อมูลที่เก็บรวบรวม และการตอบสนองที่เกิดขึ้นจะถูกบันทึกและประมวลผลในระบบ การบริหารจัดการสินทรัพย์ขององค์กร เพือ่ ให้มนั่ ใจได้วา่ มีการปฏิบตั ิ ตามกฎระเบียบ ระบบธุรกิจอัจฉริยะท�ำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลูกค้าได้รบั ความพึงพอใจ ด้วยระบบการบริหารจัดการสินทรัพย์ ขององค์กรแบบครบวงจรและการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ ท�ำให้ สามารถลดเวลาหยุดท�ำงานของเครื่องจักรลงได้ เพิ่มประสิทธิภาพ ในการท�ำงานได้อย่างสูงสุด และปรับกระบวนการท�ำงานภายใน ห่วงโซ่เหตุการณ์ให้เหมาะกับกระบวนการท�ำงานทัง้ หมด ซึง่ ครอบคลุม ตั้งแต่การบริหารจัดการสินค้าคงคลังไปจนถึงทรัพยากรมนุษย์ หลังจากเปรียบเทียบข้อมูลทีผ่ า่ นมากับข้อมูลปฏิบตั กิ ารแบบเรียลไทม์ แล้ว การแจ้งเตือนจะกระตุ้นการท�ำงานของซอฟต์แวร์การบริหาร จัดการสินทรัพย์ขององค์กรเหมืองแร่ให้ด�ำเนินการจัดตารางเวลา ให้กับช่างเทคนิคที่มีทักษะความช�ำนาญการที่เหมาะสมและระบุ ชิ้นส่วนที่ถูกต้องเพื่อน�ำมาใช้ในการแก้ไขสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นโดย อัตโนมัติ เป็นต้น การเพิม่ ประสิทธิภาพในระดับนีต้ อ้ งใช้แหล่งข้อมูลหลายแหล่ง ร่วมกัน เช่น ข้อมูลสภาพเครือ่ งจักร ความส�ำคัญของสินทรัพย์ ระดับ การให้บริการ การจัดหาอะไหล่ชนิ้ ส่วน ความพร้อมของวิศวกรบริการ เวลาเดินทาง สภาพอากาศ และอืน่ ๆ ทัง้ หมดนีเ้ กีย่ วข้องโดยตรงกับ ความสามารถในการดึงข้อมูลมารวมเข้าด้วยกันเพื่อให้เห็นภาพ ที่ชัดเจน และน�ำไปสู่การน�ำเสนอทางเลือกในการตัดสินใจที่ดีที่สุด โดยอัตโนมัติผ่านระบบซอฟต์แวร์

ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เพื่อคิดนอกกรอบำ

แม้ ว ่ า การประยุ ก ต์ ใช้ ป ั ญ ญาประดิ ษ ฐ์ ใ นหลายรู ป แบบ ก�ำลังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น แต่ในบางพื้นที่ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เทคโนโลยีนี้สามารถสร้างประโยชน์ได้จริง บริษัท ไอเอฟเอส ก�ำลัง ใช้อัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องจักรและเทคนิคอัจฉริยะอื่นๆ ภายใน ไอเอฟเอส แพลนนิ่ง แอนด์ สเกดิวลิ่ง ออปติไมเซชั่น หรือ พีเอสโอ (IFS Planning & Scheduling Optimization (PSO)) เพื่อ สร้างตารางเวลาทีเ่ หมาะสมทีส่ ดุ ส�ำหรับลูกค้าเป็นระยะเวลามากกว่า 12 ปี หนึง่ ในองค์ประกอบหลักใน IFS PSO คือ Dynamic Scheduling Engine (DSE) โดย DSE จะพยายามหาทางออกทีด่ ที สี่ ดุ โดยอัตโนมัติ เพื่อปรับให้เข้ากับปัญหาที่มีความเฉพาะเจาะจง ซึ่งโดยปกติแล้ว จะเลือกใช้อัลกอริทึม 2-6 ชุด จากความน่าจะเป็น 35 แนวทาง เพราะการท�ำงานร่วมกับของอัลกอริทมึ ย่อมดีกว่าการแยกส่วนการ ท�ำงานเพียงชุดเดียว ส่งผลให้ทมี งานมักจะพบแนวทางทีส่ ร้างสรรค์ เนื่อ งจากระบบสามารถเรียนรู้การปรับเปลี่ย นได้โดยอัต โนมัติ โดยปกติแล้ว “การคิดนอกกรอบ” ของระบบจะท�ำได้ดีกว่ามนุษย์ เนื่องจากสามารถค้นหาแนวทางที่เป็นไปได้ในจ�ำนวนที่มหาศาล อย่างมาก จะเห็นได้จากกรณีของบริษทั คิวบิก ทรานสปอเตชัน ซิสเต็มส์ (Cubic Transportation Systems) ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าของเราที่เริ่ม ใช้ DSE เป็นครั้งแรก บริษัทแห่งนี้สังเกตเห็นว่าระบบก�ำลังท�ำการ ตัดสินใจในการจัดตารางเวลาที่แตกต่างจากการจัดตารางเวลาที่ ด�ำเนินการโดยมนุษย์ ตัวอย่างเช่น อาจมีงานซ่อมจ�ำนวน 3 งาน ซึง่ ทัง้ หมดอยูใ่ นสถานทีแ่ ห่งเดียวกัน และหากเป็นก่อนหน้านีว้ ศิ วกร จะต้องเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้และท�ำงานทั้ง 3 งานนี้พร้อมกัน แต่ในบางครั้ง DSE จะจัดตารางเวลาให้วิศวกรท�ำงานเร่งด่วนที่ สถานที่ดังกล่าวก่อน จากนั้นจึงเดินทางไปที่อื่นเพื่อท�ำงานเร่งด่วน อีกอย่างเป็นล�ำดับต่อไป แล้วค่อยมาจัดการงานซ่อมทีย่ งั ไม่เร่งด่วน ในภายหลัง อีกตัวอย่างหนึ่งที่คิวบิกสังเกตเห็นได้ก็คือเมื่อวิศวกรเริ่ม ท�ำงาน พวกเขามักจะเดินผ่านงานทีต่ อ้ งท�ำเพือ่ ไปหางานอืน่ ๆ ทีม่ ี ความส�ำคัญมากกว่าหรือกลุม่ งานทีร่ วมกันอยูห่ รือทีม่ คี วามเหมาะสม September-October 2018


มากกว่า พวกเขาตัง้ ค�ำถามเรือ่ งนีใ้ นตอนแรกจนทราบชัดเจนว่า DSE ก�ำลังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตารางเวลาในการท�ำงานทั้งหมดและ เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นเหล่าวิศวกรก็จะกลับมาท�ำงานเดิมในภายหลัง การที่ DSE สามารถคิดหาแนวทางใหม่ๆ ได้สำ� เร็จ ท�ำให้ควิ บิก สามารถปรับปรุงอัตราการบรรลุข้อตกลงระดับการให้บริการ หรือ เอสแอลเอ (SLA) และเพิ่มความพร้อมใช้งานของเครื่องจักรได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถท�ำสัญญาได้เพิ่มมากขึ้น โดยไม่ต้องสรรหาบุคลากรเพิ่มเติม

ความเป็นจริงเสริม หรือเออาร์ (Augmented Reality : AR) จะเข้ามาปฏิวัติงานซ่อมบำ�รุง

เทคโนโลยี ใ หม่ ๆ เช่ น ความเป็ น จริ ง เสริ ม หรือ เออาร์ (Augmented Reality : AR) มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการ ซ่อมบ�ำรุงในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในลักษณะเดียวกับที่รถบรรทุก ไร้คนขับที่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของการขนส่งสินค้า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัท ไอเอฟเอส เพิ่งประกาศเปิดตัวแนวคิดใหม่ที่ผสาน รวมโซลูชนั ความเป็นจริงเสริมหรือฟาวต์ซ (fountx™) ซึง่ เป็นผลงาน การพัฒนาของชาวออสเตรเลีย เข้ากับข้อมูลองค์กรจากไอเอฟเอส แอพพลิ เคชั น เพื่ อ เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพในการท�ำ งานของวิศวกร อุตสาหการได้เป็นผลส�ำเร็จ ซึ่งเป็นการพัฒนาโดยทีมสร้างสรรค์ นวัตกรรมของเรา ได้แก่ ไอเอฟเอส แลบส์ (IFS Labs) ร่วมกับ บริษัท ฟาวต์ซ (fountx) และบริษัทแม่ที่ชื่อว่า เตแอร์โรสเปซ (TAE Aerospace) และสิ่งนี้มีศักยภาพอย่างมากในการเปลี่ยนแปลง วิธีการที่บริษัทจะสามารถดูแลรักษาสินทรัพย์ที่ซับซ้อนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างจากเทคโนโลยีส�ำหรับผู้บริโภคที่สามารถ สวมใส่ได้ โดยฟาวต์ซ fountx ถูกสร้างขึ้นเพื่อสภาพแวดล้อม อุตสาหกรรมที่ซับซ้อนโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถ ท�ำงานได้อย่างปลอดภัย ซึง่ แยกออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ สถานีสำ� หรับ September-October 2018

ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งประกอบด้วยชุดหูฟังและจอภาพใกล้ตา (near-eye headset) ทีม่ นี ำ�้ หนักเบาและคอมพิวเตอร์แบบสวมใส่ได้ และสถานี ส�ำหรับผู้เชี่ยวชาญในระบบหน้าจอสัมผัสส�ำหรับการใช้งานนอก สถานที่ โดยทัง้ หมดนีจ้ ะช่วยให้ชา่ งเทคนิคสามารถท�ำงานซ่อมบ�ำรุง ที่ซับซ้อนได้โดยที่มีผู้เชี่ยวชาญจากระยะไกลสามารถมองเห็นการ ท�ำงานของพวกเขาได้อย่างใกล้ชิด แนวคิดนี้ช่วยให้ช่างเทคนิคส�ำหรับงานซ่อมบ�ำรุงสามารถ มองเห็ น ข้ อ มู ล ซอฟต์ แวร์ ไ อเอฟเอสที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ สิ น ทรั พ ย์ ที่ พวกเขาก�ำลังให้บริการอยูบ่ นจอภาพใกล้ตา (near-eye display) ของ ฟาวต์ซ (fountx) ได้อย่างชัดเจน ด้วยวิธีนี้ ช่างเทคนิคจะสามารถ ท�ำงานซ่อมบ�ำรุงได้อย่างเต็มที่ทั้งสองมือโดยไม่จ�ำเป็นต้องใช้ แผ่นงานที่พิมพ์ออกมาหรือใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แยกต่างหาก นอกจากนีย้ งั สามารถบันทึกภาพความละเอียดระดับเอชดีจากกล้อง ฟาวต์ซ ไปไว้ในไอเอสเอส แอพพลิเคชัน ได้โดยตรงด้วย ในอีกไม่กปี่ ขี า้ งหน้านี้ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมรูปแบบ ใหม่ๆ อย่างฟาวต์ซ (fountx) จะเข้ามาปฏิวัติวิธีการซ่อมบ�ำรุงใน อุตสาหกรรมเหมืองแร่อย่างไม่ตอ้ งสงสัย และเมือ่ ใช้รว่ มกับเทคโนโลยี ต่างๆ เช่น การซ่อมบ�ำรุงเชิงพยากรณ์ ปัญญาประดิษฐ์ และการเพิม่ ประสิทธิภาพด้านการวางแผนและการจัดตารางเวลา ก็จะก่อให้เกิด ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสภาพแวดล้อมระยะไกลที่มีต้นทุนด้าน การซ่อมบ�ำรุงสูงสุด ค่าใช้จา่ ยในการซ่อมบ�ำรุงเพิม่ ขึน้ อย่างแน่นอน การตัดค่าใช้จา่ ย ที่เราพบในอุตสาหกรรมเหมืองแร่นั้นเป็นไปในทิศทางที่ไม่ยั่งยืน ในขณะทีส่ นิ ทรัพย์ใหม่ๆ ก็เริม่ มีปริมาณเพิม่ มากขึน้ รวมถึงปริมาณ การผลิตก็เพิม่ สูงขึน้ ด้วย แต่ดว้ ยการท�ำงานร่วมกันของเทคโนโลยีใหม่ และระบบซอฟต์แวร์สำ� หรับองค์กร ส่งผลให้บริษทั บางแห่งมองเห็น ต้นทุนด้านการซ่อมบ�ำรุงที่เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วเทียบเท่ากับ ทีม่ กี ารคาดการณ์จากทัง้ อุตสาหกรรม และเจ้าของสินทรัพย์เหล่านี้ และผูร้ บั เหมาด้านบริการจะอยูใ่ นต�ำแหน่งทีด่ กี ว่าผูอ้ นื่ ในการสร้าง ผลก�ำไรให้เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้


> Rob Stummer Managing Director in Australia and New Zealand at IFS

Activity in Australia’s mining sector is accelerating, auguring well for exports and the broader economy, according to economic forecaster and industry analyst, BIS Oxford Economics. But with maintenance costs forecast to increase nearly 60 percent over the next 5 years now is the time to invest in systems to keep expenditure under control. According to BIS Oxford Economics’ Mining in Australia 2017-2032 report, mining exploration, production, and maintenance are all expected to lift significantly through 2018 and beyond. The strong turnaround in prices has boosted miners’ profitability, with maintenance activity to be the biggest winner.

How new

technology and AI can control rising maintenance costs

“Maintenance has taken the brunt of cost-cutting efforts in recent years,” said Rubhen Jeya, an economist with BIS Oxford Economics and the report’s author. “With higher utilisation across a much larger post-boom asset base, we expect maintenance activity to rise nearly 60 percent in real terms over the next five years, offering crucial opportunities for contractors.” For asset owners, controlling maintenance costs will include careful management and coordination of contractors who deliver maintenance services. For their part, contractors will be looking to secure the best maintenance contracts, maximise value to asset owners, and keep their own costs under control. New technologies – including cloud computing, mobile devices, the Internet of Things (IoT), predictive maintenance, planning and scheduling optimisation, big data, artificial intelligence, and augmented reality – all have a role to play in controlling maintenance costs.

Use predictive analytics to optimise maintenance

According to ARC Advisory Group research report, 82% of assets have a random failure pattern. In other words, traditional preventive maintenance strategies are essentially ineffective in managing equipment downtime and maximising lifetime. Not surprisingly, mining companies have been moving from calendar-based preventive maintenance to usage or

condition-based maintenance. With sensors able to identify problems, the Internet of Things (IoT) has accelerated this trend. But by far the optimal way to manage the maintenance of equipment and other assets is through predictive maintenance. Predictive maintenance offers both immediate and long-term reliability benefits and cost savings. When combined with monitoring and asset management systems, it can give mining companies better visibility over their assets, greatly reducing previously uncontrollable challenges such as distance and environment. Predictive maintenance offers more than the ability to continuously monitor asset performance through sensors such as vibration monitoring. It also requires a predictive engine to process input and automatically provide intelligent responses. Ideally, collected data and responses are captured and processed in an enterprise asset management system, ensuring compliance, effective business intelligence and customer satisfaction. With an integrated enterprise asset management system and predictive analytics, downtime can be eliminated, efficiency maximised, and a chain of events triggered to optimise the entire process from inventory management to human resources. After comparing historical data with real-time operating data, for example, an alert can trigger a mining organisation’s asset management software to automatically schedule a technician with the right skill set and the right parts to fix the failing asset. Achieving this level of optimisation requires tying many data sources together such as machine condition data, asset September-October 2018


criticality, service levels, spare part supply, availability of service engineers, travel time, weather conditions and more. It’s about being able to pull all this data together and to visualise, automate and optimise decision alternatives through software systems.

Use artificial intelligence to think outside the square

While many of the applications for artificial intelligence are only now being explored, in some areas the benefits are already proven. IFS has been using machine learning algorithms and other smart techniques inside IFS Planning & Scheduling Optimization (PSO) to provide optimised schedules for our customers for more than 12 years. One of the major components in IFS PSO is the Dynamic Scheduling Engine (DSE). The DSE seeks to find the best solution by automatically adapting to specific problems. Usually, it chooses a combination of between two and six algorithms from a possible 35, since combinations generally work better than a single algorithm alone. Because the adaptation is automatically learned, it often finds creative solutions. It is typically better at ‘thinking outside the box’ than humans because it is better at searching through an extremely large number of possible solutions. When one of our customers, Cubic Transportation Systems, first started using the DSE, it noticed that the system was making different scheduling decisions than human schedulers. There may be three repair jobs, all at the same location, and previously an engineer would travel to this location and do all three jobs. But sometimes, the DSE would only schedule the engineer to do the urgent jobs at that location and then travel elsewhere to another urgent job, leaving the lower-priority jobs to be done later. Another example that Cubic noticed is that, when an engineer started work, they would often walk straight past a job that needed doing in order to get to other jobs which were more important or where a group of jobs was clustered together or were more appropriate for the engineer. They questioned this initially until it became clear that the DSE was optimising the whole schedule and that an engineer would return to do the original job later. As a result of the DSE thinking of innovative solutions, Cubic was able to improve its SLA hit rate and increase the availability of working machines by 20 percent, which also enabled them to take on more contracts without recruiting additional staff.

Augmented reality will revolutionise maintenance

New technologies like augmented reality also have the potential to improve maintenance productivity in the mining industry in the same way that driverless trucks have improved September-October 2018

the productivity of haulage operations in recent years. IFS recently announced the launch of a new proof of concept which integrates the Australian-developed fountx™ augmented reality solution with enterprise data from IFS Applications to boost productivity of industrial engineers. Developed by our innovation think tank, IFS Labs, in collaboration with fountx and its parent company, TAE Aerospace, it has the potential to change the way that companies maintain complex assets. Unlike wearable consumer technology, fountx is purposebuilt for complex industrial environments, preserving the spatial awareness users need to work safely. It comes in two parts: an operator station, comprising a lightweight near-eye headset and wearable computer; and a touch screen expert station used off-site. These allow technicians to perform complex maintenance with an expert looking over their shoulder – virtually. The proof of concept lets maintenance technicians visualise IFS software data related to the asset they are servicing on the fountx near-eye display. This way, technicians can keep their hands free, with no need for printed job sheets or separate computing devices. They can also record HD images from the fountx camera directly into IFS Applications. Over the next few years, new kinds of augmented reality technology like fountx will revolutionise how maintenance is performed in the mining industry. In combination with technologies like predictive maintenance, artificial intelligence and planning and scheduling optimisation, the biggest benefits will be achieved in remote environments where maintenance costs are the highest. Maintenance expenditure is certainly on the increase. The cost-cutting we have seen in the mining industry was always going to be unsustainable as new assets came on stream and production volumes increased. But with a combination of new technologies and enterprise software systems, not all companies will see maintenance costs increase as quickly as industry-wide predictions. And these asset owners and contractors will be better placed than others to increase profitability over the next few years.


Interview > กองบรรณาธิการ

ดร.โทมัส เทอปเฟอร์

บริษทั โคเวสโตร (ประเทศไทย) จ�ำกัด (Covestro (Thailand) Co., Ltd.) ก่อตัง้ เมือ่ ปี 2558 โดยแยกตัวออกจากบริษทั ไบเออร์ ไทย ด�ำเนินธุรกิจประกอบด้วย 3 หน่วยธุรกิจ คือ กลุม่ ผลิตภัณฑ์โพลียรู เี ทน กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต และกลุ่มผลิตภัณฑ์สารเคลือบ สารยึดติด และผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน มีโรงงานผลิตโพลีคาร์บอเนต ทีท่ นั สมัยระดับโลกอยูใ่ นนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง และศูนย์การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนแบบครบวงจร ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ มีสำ� นักงานใหญ่ อยู่ที่ประเทศเยอรมนี เมือ่ เร็วๆ นี้ ดร.โทมัส เทอปเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหาร ฝ่ายการเงิน โคเวสโตร เอจี ได้รว่ มพูดคุยเกีย่ วกับกลยุทธ์ในการด�ำเนิน ธุรกิจของโคเวสโตรทัง้ ในระดับโลก ระดับภูมภิ าค และในประเทศไทย ุ ภาพสูง โคเวสโตร เป็นหนึง่ ในผูน้ ำ� ด้านการผลิตโพลีเมอร์คณ และคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ เพือ่ รองรับความต้องการในอุตสาหกรรม ยานยนต์ อุ ต สาหกรรมอาคารและสิ่ ง ก่ อ สร้ า ง อุ ต สาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอน์ ไปจนถึงอุตสาหกรรม เครือ่ งส�ำอาง โคเวสโตรมีโรงงานตัง้ อยูใ่ นประเทศต่างๆ ทัว่ โลกเพือ่ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทั่วถึง “โคเวสโตรมุ่งขยายการเติบโตทั่วโลกเพื่อตอบสนองความ ต้องการในทุกภูมิภาค โดยวางแผนขยายก�ำลังการผลิตในโรงงานที่

นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ประเทศไทย โรงงานในเมืองกวางโจว ประเทศจีน โรงงานในเมืองเซาธ์เดียร์ฟิลด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และโรงงานที่เมืองดอร์มาเกน ประเทศเยอรมนี ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วน เป็นต�ำแหน่งที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ของแต่ละภูมิภาค การลงทุนทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านยูโร ครอบคลุมการขยายโครงสร้าง พื้นฐานและโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้อง การด�ำเนินงานของศูนย์การผลิต ใหม่เหล่านี้จะสร้างต�ำแหน่งงานใหม่กว่า 100 ต�ำแหน่งทั่วโลก” ดร.เทอปเฟอร์ กล่าว “ในไตรมาสที่ 2 ทีผ่ า่ นมาโคเวสโตรมีผลประกอบการเพิม่ ขึน้ 10.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.9 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1.56 แสนล้านบาท และเติบโตในทุกๆ กลุม่ ผลิตภัณฑ์ โดยกลุม่ ผลิตภัณฑ์โพลียรู เี ทน (PUR) เพิม่ ขึน้ 3.9% กลุม่ ผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต (PCS) เพิม่ ขึน้ 5.3% กลุม่ ผลิตภัณฑ์ สารเคลือบ สารยึดติด และผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน (CAS) เพิม่ ขึน้ 5.8% ซึ่งจากความส�ำเร็จของไตรมาสที่ 2 นี้ ทางบริษัทฯ จึงหวังว่าปีนี้ จะสามารถเติบโตได้เกินเป้าหมายทีว่ างไว้ ส่วนการลงทุนเพิม่ เติมนัน้ คาดว่าภายใน 3 ปี บริษทั จะเพิม่ ค่าใช้จา่ ยในการลงทุน (Capex) สูงสุด ถึง 1.2 พันล้านยูโรต่อปี โดยเดินหน้าขยายศูนย์ผลิตภัณฑ์ให้สามารถ พัฒนาต่อยอดเพิม่ เติมจากทีม่ อี ยูใ่ นปัจจุบนั ” ดร.เทอปเฟอร์ กล่าว เพิ่มเติม September-October 2018


ดร.เยอร์เกน มายน์

ส�ำหรับภูมภิ าคเอเชียแปซิฟกิ รวมถึงประเทศไทยและอาเซียน เป็นพื้นที่การพัฒนาเชิงกลยุทธ์ของโคเวสโตร ในปี 2560 ภูมิภาคนี้ เป็นภูมิภาคที่ประสบความส�ำเร็จด้วยการเติบโตของยอดขายที่สูง ที่สุด ดังนั้น บริษัทจึงลงทุนด้านการพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสร้างศูนย์การผลิตเพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในอุตสาหกรรมของลูกค้าหลักในภูมภิ าค โคเวสโตรคาดว่าในปีถดั ไป จะเติบโตสูงกว่า GDP 1-2% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งรวมถึง ประเทศไทย “ส�ำหรับอาเซียน โคเวสโตรมีประสบการณ์ในภูมิภาคนี้มา มากกว่า 50 ปี มีสำ� นักงานตัง้ อยูท่ กี่ รุงเทพฯ ประเทศไทย จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดด�ำเนินการ ศูนย์การผลิตที่ทันสมัยในมาตรฐานระดับโลกที่นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด ศูนย์การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพลียรู เี ทนแบบครบวงจร ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงศูนย์เทคนิค ที่ตันเกอรัง เซอลาตัน ประเทศอินโดนีเซีย” ดร.เทอปเฟอร์ กล่าว เพิ่มเติม ดร.เยอร์เกน มายน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จ�ำกัด กล่าวว่า โคเวสโตร ประเทศไทย ด�ำเนินธุรกิจ หลักใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทน กลุ่ม ผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต และกลุม่ ผลิตภัณฑ์สารเคลือบ สารยึดติด และผลิตภัณฑ์เฉพาะด้าน โดยโคเวสโตร (ประเทศไทย) ได้ด�ำเนิน ธุรกิจดังกล่าวมายาวนานกว่า 50 ปี ปัจจุบนั โคเวสโตรมีพนักงานราว 750 คน ซึง่ ปฏิบตั งิ านอยูใ่ นส�ำนักงานใหญ่ทกี่ รุงเทพฯ ศูนย์การผลิต โพลีคาร์บอเนตมาตรฐานระดับโลก ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง และศูนย์การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทน แบบครบวงจร ในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทน : โคเวสโตรเป็นผู้ผลิตและคิดค้น วัตถุดิบเพื่อการสร้างโฟมโพลียูรีเทนชนิดแข็งและชนิดยืดหยุ่น ตลอดจนการสร้างวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานหลายประเภท สามารถน�ำมาประยุกต์ใช้ได้กบั ผลิตภัณฑ์ทหี่ ลากหลาย ทัง้ ฟูกทีน่ อน เบาะรถยนต์ รวมไปถึงฉนวนส�ำหรับเครือ่ งท�ำความเย็น และฉนวน กันความร้อนส�ำหรับอาคารต่างๆ September-October 2018

กลุ่มผลิตภัณฑ์โลพีคาร์บอเนต : โคเวสโตรถือเป็นผู้นำ� ด้าน การพัฒนาและผลิตโพลีคาร์บอเนต ซึ่งมีลักษณะโปร่งใส ทนทาน ต่อการแตกหัก และสามารถขึ้นรูปเป็นพลาสติกคุณภาพสูงได้ ซึ่ง ผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตในปัจจุบันสามารถผลิตในรูปแบบเม็ด ละเอียด แบบแผ่น และแบบฟิลม์ ผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตสามารถ น�ำมาประยุกต์ใช้ได้กบั ผลิตภัณฑ์ตา่ งๆ มากมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์ใน อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง เครือ่ งใช้ไฟฟ้า/อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์และหุ่นยนต์กลไกทางการแพทย์ กลุ่มอุตสาหกรรมสารเคลือบ สารยึดติด และผลิตภัณฑ์ เฉพาะด้าน : โคเวสโตรถือเป็นผูน้ ำ� ด้านการน�ำเสนอวัตถุดบิ ส�ำหรับ เคมีภณ ั ฑ์เพือ่ งานเคลือบ งานยึดติด และงานเฉพาะด้าน ทีต่ อ้ งการ คุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์เหล่านีช้ ว่ ยป้องกันพืน้ ผิวและรักษารูปทรงให้ คงสภาพเดิมไว้ ไม่วา่ จะเป็นสารเคลือบบนพืน้ ผิวรถยนต์ เฟอร์นเิ จอร์ พื้น ตลอดจนการน�ำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมกีฬาและสันทนาการ หรือแม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ด้านความงาม งานสิ่งทอ และผลิตภัณฑ์ ทางการแพทย์ ศูนย์การผลิตโพลีคาร์บอเนตที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด สามารถผลิตผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง และฟิลม์ เฉพาะด้าน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมี ศูนย์พัฒนาและวิจัยสีผสม และศูนย์ทดลองเชิงเทคนิค (The Color Competency and Development Center & Technical Laboratory) ศูนย์นี้มีเทคโนโลยีที่ลำ�้ สมัยเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก พร้อม ด้วยคลังสีและเทคโนโลยีการผสมสีอนั เป็นเอกลักษณ์ของโคเวสโตร ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสร้างตัวอย่างชิ้นงานที่ขึ้นรูปจากสีที่ ลูกค้าต้องการได้อีกด้วย นอกจากนัน้ ภายในศูนย์แห่งนีย้ งั มีศนู ย์การผลิตฟิลม์ ส�ำหรับ งานเฉพาะด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่ม อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ขนาดพกพา หน้าจอแสดงผล ยานยนต์ และ บัตรต่างๆ ซึ่งต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษ โดยบัตรดังกล่าว สามารถใช้เลเซอร์สลักข้อมูลและรูปภาพของผู้ถือบัตรด้วยความ คมชัดทีเ่ หนือกว่าแบบฟิลม์ เคลือบมาตรฐาน และสามารถท�ำปฏิกริ ยิ า กับแสงเลเซอร์ได้ จึงสามารถท�ำให้ป้องกันการปลอมแปลงได้เป็น อย่างดี เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะถูกบันทึกลงไปทั้งบนฟิล์ม เคลือบและบนวัสดุด้านใน ส่วนศูนย์ทนี่ คิ มอุตสาหกรรมบางปูนนั้ เป็นศูนย์การผลิตและ พัฒนาผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนแบบครบวงจร จะผลิตโพลิออลสูตร เฉพาะซึง่ น�ำมาผสมกับ MDI หรือ TDI เพือ่ ให้เป็นโพรียรู เี ทนทีเ่ หมาะ ส�ำหรับงานต่างๆ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า งานก่อสร้าง ยานยนต์ หรือ แม้แต่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ศูนย์การผลิตแห่งนี้ยังเป็นศูนย์ ทดลองที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสั่งเพื่อตอบโจทย์ให้กับทั้ง ผูร้ บั จ้างผลิตสินค้า (The Oroginal Equipment Manufacture : OEM) และลูกค้าโดยตรงอีกด้วย


“ทุกศูนย์การผลิตของโคเวสโตรยึดมัน่ หลักการประกอบธุรกิจ และนโยบายเช่นเดียวกับโคเวสโตรในประเทศเยอรมนี ซึ่งให้ความ ส�ำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ความยอดเยีย่ มของคุณภาพ และประสิทธิภาพทางการค้า นอกจากนัน้ ความยัง่ ยืนเป็นหนึง่ ในกลยุทธ์หลักของเรา โคเวสโตรให้ความส�ำคัญ กับชุมชนในบริเวณศูนย์การผลิตเสมอ โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับ ชุมชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การร่วมมือกับรัฐบาลและ หน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนโครงการส�ำหรับชุมชนต่างๆ และ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม” ดร.เยอร์เกน มายน์ กล่าว โคเวสโตรมีวิสัยทัศน์ที่ยึดถือปฏิบัติร่วมกันทั่วโลก นั่นคือ บริษทั ต้องการสร้างสรรค์ให้โลกสดใส ซึง่ จะบรรลุได้ดว้ ยการพัฒนา วัสดุโพลิเมอร์ระดับพรีเมียม ส่งเสริมนวัตกรรม สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ทีย่ งั่ ยืน มีเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ทเี่ ป็นประโยชน์ตอ่ สังคม ช่วยรักษา ผลิตภัณฑ์ทเี่ ป็นประโยชน์ตอ่ สังคม และลดผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อม รวมถึงสร้างค่านิยมของเราให้สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน คือ “คน โลก ผลประกอบการที่ดี” และเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว โคเวสโตรมีวัฒนธรรม องค์กรที่ส่งเสริมให้มีนวัตกรรม และการดูแลสังคมอย่างรับผิดชอบ โดยบริษัทยึดมั่นในค่านิยม 3 ประการที่สะท้อนวิธีคิดและการ ด�ำเนินงาน และยังใช้เป็นแนวทางให้แก่พนักงานทุกคนในองค์กร ได้ปฏิบัติร่วมกัน นั่นคือ ความใฝ่รู้ โดยบริษัทยินดีเปิดรับความคิด ใหม่ๆ แสดงถึงการกระหายความก้าวหน้า และแสวงหาการปรับปรุง ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความใฝ่รู้ทำ� ให้เกิดการรับฟังอย่างตั้งใจ และ น�ำเสนอวิธกี ารแก้ไขทีส่ ร้างสรรค์ ทีส่ อดคล้องกับความต้องการ และ เหนือความคาดหมาย ความกล้าหาญ บริษทั มองไปยังอนาคตและ เห็นโอกาส ในขณะที่คนอื่นเห็นเพียงข้อจ�ำกัด และในขณะที่คน อืน่ ๆ ตัง้ ค�ำถามว่า “ท�ำท�ำไม?” บริษทั จะตอบว่า “ท�ำไมถึงจะไม่ทำ� ?” ความรู้และประสบการณ์ของเราท�ำให้สามารถก้าวข้ามกรอบจ�ำกัด ที่มีอยู่ได้ และ ความมีสีสัน เพราะในโลกธุรกิจที่มักจะเป็นสีเทา

...ทุกศูนย์การผลิตของ โคเวสโตร ยึดมั่นหลักการ ประกอบธุรกิจและนโยบาย เช่นเดียวกับโคเวสโตรในประเทศ เยอรมนี ซึ่งให้ความสำ�คัญ กับการปกป้องสิ่งแวดล้อม มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ความยอดเยี่ยมของคุณภาพ และประสิทธิภาพ ทางการค้า...

โคเวสโตรจะเป็นความหลากหลายทีม่ สี สี นั การมองโลกในแง่ดี และ ความคิดสร้างสรรค์ เพราะรูว้ า่ มุมมองทีแ่ ตกต่างกันจะช่วยแก้ปญ ั หา ได้อย่างริเริ่มสร้างสรรค์ สุดท้าย ดร.โทมัส เทอปเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าทีบ่ ริหารฝ่าย การเงิน โคเวสโตร เอจี กล่าวเพิ่มเติมว่า “ประเทศไทยนั้นนับเป็น หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ส�ำหรับฐานการผลิตและลงทุนของโคเวสโตร ด้วยต�ำแหน่งที่ตั้งเหมาะสม มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี พร้อมด้วย บุคลากรทีม่ ศี กั ยภาพในด้านเทคนิคต่างๆ และการส่งเสริมการลงทุน จากรัฐบาล ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงการมีเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ดีของประเทศไทย ดังนั้น ส�ำนักงานที่ประเทศไทยจึงได้รับเลือกให้เป็นส�ำนักงานใหญ่ประจ�า ภู มิ ภ าคอาเซี ย น โดยทางโคเวสโตรตั ด สิ น ใจเพิ่ ม การลงทุ น ใน ประเทศไทยด้วยเงินทุน และทรัพยากรบุคคลจ�ำนวนมาก เพราะกลุม่ ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ได้รับส่งเสริมจากรัฐบาลตามโครงการ EEC ท�ำให้ความต้องการในผลิตภัณฑ์ของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้น โคเวสโตรขยายศูนย์การผลิตโพลีคาร์บอเนตในนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด คาดว่าจะเริ่มผลิตในปลายปี 2562 โดยใช้เทคโนโลยี Coextrusion อันล�ำ้ สมัยของโคเวสโตรเอง” บริษทั โคเวสโตร (ประเทศไทย) จ�ำกัด มุง่ มัน่ ทีจ่ ะผลักดันและ ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยให้สามารถรับมือกับการแข่งขันในระดับ สากล ผ่านการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง September-October 2018


Special Area

> บริษัท เชลล์ประเทศไทย จ�ำกัด

ผลการศึกษาแบบจ�ำลอง

“Sky Scenario” ในประเทศไทย

บริษทั เชลล์ประเทศไทย จ�ำกัด เผยผลการศึกษาแบบจ�ำลอง “Sky Scenario” (Sky) บนเวที Shell Forum ในหัวข้อ “Energy Transition for Thailand’s Future” โดยเวทีดงั กล่าวถือเป็นส่วนหนึง่ ของเชลล์ประเทศไทย ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพลังงานอย่าง ยัง่ ยืนของบริษทั ฯ ภายใต้กลยุทธ์ “พลังงานสะอาด เพิม่ ประสิทธิภาพ และดีต่อสิ่งแวดล้อม” (More and Cleaner Energy) แบบจ�ำลอง “Sky Scenario” มุง่ น�ำเสนอแนวทางทีเ่ ป็นไปได้ ทั้งด้านภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี ในการบรรลุ เป้าหมายข้อตกลงปารีสฯ ทีต่ งั้ เป้าหมายร่วมกันในการรักษาอุณหภูมิ โลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียสเหนือกว่าระดับอุณหภูมิ ก่อนยุคปฏิวตั อิ ตุ สาหกรรม Sky แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของระบบ พลังงานที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างพลังงานที่ทันสมัยทั่วโลก โดย ไม่สง่ ผลกระทบระยะยาวกับสิง่ แวดล้อมและสังคม ในขณะเดียวกัน ผูบ้ ริโภค องค์กร และภาครัฐจะเผชิญกับทางเลือกทีย่ ากต่อการตัดสินใจ และแนวทางทีน่ ำ� ไปสูพ่ ลังงานทีม่ คี าร์บอนไดออกไซด์ตำ�่ จะมีความ แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

September-October 2018

ยิ่งไปกว่านั้น ในอีก 50 ปีขา้ งหน้า สังคมจะมีการผลิตและ ใช้พลังงานทีเ่ ปลีย่ นแปลงไป ยกตัวอย่างเช่น แนวความคิดของผูค้ น ในการเลือกใช้พลังงานที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ต�่ำ ประสิทธิภาพสูง จะสามารถเปลีย่ นไปได้ รวมไปถึงการเติบโตของแหล่งพลังงานใหม่ เช่น พลังงานทดแทน อัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการ บริษทั เชลล์ประเทศไทย จ�ำกัด กล่าวว่า “เชลล์ประเทศไทย มีความมุง่ มัน่ สนับสนุนรัฐบาลไทย ในการใช้ระบบพลังงานที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ตำ�่ จากการจัดงาน ในครัง้ นี้ เชลล์หวังว่าจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเจรจาและการท�ำงาน ร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ภายใต้ การปรับตัวและการเตรียมความพร้อมส�ำหรับการเปลี่ยนผ่านด้าน พลังงานของประเทศ เราต้องการแรงสนับสนุนจากทุกฝ่ายทีเ่ กีย่ วข้อง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนจากภาครัฐในเชิงนโยบาย การสนับสนุน ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น บริษทั ผูผ้ ลิตรถยนต์ทพี่ ฒ ั นา เครื่องยนต์ให้รองรับเชื้อเพลิงชีวภาพได้มากขึ้น ผู้ผลิตเชื้อเพลิง ชีวภาพต่างๆ ทีพ่ ฒ ั นาผลิตภัณฑ์โดยใช้เทคโนโลยีทกี่ า้ วหน้ามากขึน้ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวนี้จะเข้ามาช่วยตอบสนองความต้องการที่ เพิม่ ขึน้ ของพลังงานสะอาด เพิม่ ประสิทธิภาพ และดีตอ่ สิง่ แวดล้อม ได้”


ดร.โช คง หัวหน้านักวิเคราะห์ภาครัฐศาสตร์ รอยัล ดัตช์ เชลล์ หนึง่ ในทีมนักวิเคราะห์ผเู้ ชีย่ วชาญของเชลล์ระดับโลก กล่าวว่า “เชลล์มุ่งพัฒนาแบบจ�ำลองสถานการณ์ด้านพลังงานมากว่า 50 ปี โดยผลการศึกษาแบบจ�ำลองล่าสุดอย่าง “Sky Scenario” ได้นำ� เสนอ แนวทางที่เป็นไปได้ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของเศรษฐกิจโดยรวมระดับโลก และหนทางในการบรรลุเป้าหมาย การใช้พลังงานไร้มลพิษภายในปี พ.ศ. 2613 แบบจ�ำลองครัง้ นีไ้ ม่ใช่ การคาดเดา นโยบาย หรือแผนธุรกิจใดๆ ของเชลล์ หากแต่เชลล์หวังว่า ผลการศึกษาชิ้นนี้อาจช่วยหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ข้อตกลงปารีสฯ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้มีการ ส่งสัญญาณไปทั่วโลก หากรัฐบาล อุตสาหกรรม และสังคมร่วมมือ กัน ก็จะมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบพลังงานที่แตกต่าง ออกมาได้” Sky ถือเป็นหนึ่งในแบบจ�ำลองสถานการณ์ทางเลือกใหม่ ภายใต้ Shell’s New Lens Scenarios (NLS) ชุดแบบจ�ำลอง สถานการณ์ของระบบพลังงานในอนาคต หลังจาก 5 ปีกอ่ น เชลล์ได้ สร้างแบบจ�ำลองสถานการณ์ Mountains, Oceans ซึง่ เป็นทางเลือก 2 ทางส�ำหรับการพัฒนาระบบพลังงานในศตวรรษที่ 21 แบบจ�ำลอง สถานการณ์ในอนาคตทั้ง 3 แบบ แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่เป็นไป ได้ในหลายรูปแบบส�ำหรับระบบพลังงาน และแสดงให้เห็นว่าความ ต้องการน�้ำมันและก๊าซในปี พ.ศ. 2573 จะสูงขึ้นกว่าในปัจจุบัน นอกเหนือจากนั้น Sky ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ที่รวดเร็วในการใช้พลังงานที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ต�่ำ และยังระบุ เพิม่ เติมว่าในช่วงกลางศตวรรษ การผลิตน�ำ้ มันและก๊าซจะยังมีความ ต้องการถึง 85% แต่ในช่วงปลายศตวรรษจะลดลงเหลือ 30-40% ภายใต้แบบจ�ำลองสถานการณ์ทั้ง 3 แบบ การลงทุนในการ ผลิตน�ำ้ มันและก๊าซใหม่จะยังคงส�ำคัญเพือ่ ตอบสนองความต้องการ ใช้นำ�้ มันและก๊าซในสังคมอย่างต่อเนือ่ งเป็นเวลาอีกหลายทศวรรษ *กรมพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 2558

“การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นการเปิดมุมมองที่หลากหลาย เกี่ยวกับ “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน” (Energy Transition) เพื่อ สนับสนุนนโยบายพลังงาน 4.0 ของประเทศไทย ทีม่ งุ่ เน้นความส�ำเร็จ ของการเปลีย่ นผ่านไปสูพ่ ลังงานสะอาดในอนาคต โดยเหล่าผูบ้ ริหาร จะร่วมให้ขอ้ มูลและเสวนากันตัง้ แต่ในระดับนโยบาย ความเป็นไปได้ ของอนาคตพลังงานรูปแบบใหม่ๆ วิธกี ารทีส่ งั คมผลิตพลังงานและ น�ำมาใช้ รวมถึงถ่ายทอดความรูแ้ ละความเชีย่ วชาญจากเชลล์ระดับ สากลมาสู่ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ข้อมูล จากผลการศึกษาแบบจ�ำลอง “Sky Scenario” ได้รับการเปิดเผย อย่างเป็นทางการ หลังจากเชลล์ได้เปิดเผยรายงานดังกล่าวในระดับ โลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา” อัษฎา กล่าวเสริม ด้าน ดร.ศิริ จิระพงษ์พนั ธ์ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงทิศทางในการพัฒนาพลังงานของไทยว่า “การวางแผนที่ เหมาะสมของภาครัฐและความร่วมมืออย่างเข้มแข็งกับภาคเอกชน ท�ำให้ทผี่ า่ นมาประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านพลังงานทดแทน และ นับเป็นผูน้ ำ� ด้านการใช้พลังงานทดแทนในภูมภิ าคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ซึ่งอยู่ภายใต้นโยบายพลังงาน 4.0 ของรัฐบาลที่ให้ความ ส�ำคัญกับการบรรลุความมัน่ คงด้านพลังงานในระยะยาว ซึง่ รวมถึง การสร้างระบบพลังงานที่มั่นคงให้ทุกภาคส่วนในราคาที่เหมาะสม และสนับสนุนการน�ำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ สำ�หรับข้อมูลเพิ่มเติม ศึกษาได้ที่ เพือ่ การเปลีย่ นผ่านพลังงานให้ทนั สมัยมากยิง่ ขึน้ ซึง่ เป็นกุญแจส�ำคัญ www.shell.com/skyscenario ในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเป็นธรรม ปัจจุบันได้มี ความพยายามอย่างต่อเนือ่ งในการเพิม่ สัดส่วนการใช้ พลังงานทดแทน โดยตั้งเป้าหมายเพิ่ม สั ด ส่ ว นพลั ง งานทดแทนขึ้ น 30% ...หากรัฐบาล อุตสาหกรรม และสังคม ภายในปี พ.ศ. 2579*”

ร่วมมือกันก็จะมีความเป็นไปได้ในการ

พัฒนาระบบพลังงานที่แตกต่างออกมาได้...

September-October 2018


Special Area

> บริษัท พี ไอ เอส พาวเวอร์ ดิสทริบิวชั่น จ�ำกัด

Wide range offering of high quality products Safety and reliability of control systems

ผลิตภัณฑ์สวิตซ์ตัดต่อคุณภาพสูงจากเอบีบี ตามมาตรฐาน IEC 60947-3 สำ�หรับการใช้งานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ที่อยู่อาศัย ฯลฯ ที่ต้องการอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง มีความทนทาน ความปลอดภัยสำ�หรับผูป ้ ฏิบต ั งิ าน สามารถเลือกรูปแบบการทำ�งานได้ทงั้ จากผูป ้ ฏิบต ั งิ านสัง่ กึง่ ควบคุมอัตโนมัติ โดยควบคุม จาก PLC หรือปุ่มกดระยะไกล หรือทำ�งานแบบอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์

Change-over switches, 3 และ 4 poles IEC 60947-3, IEC 60947-6-1

ABB Compact ATS (40-125A)

Compact without compromise, IEC 60947-6-1 Compact ATS มีนวัตกรรมใหม่เพือ่ ความปลอดภัยและประสิทธิภาพทีค่ มุ้ ค่า กับราคาที่จ่าย  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดกะทัดรัด ง่ายต่อการใช้งาน ใช้พื้นที่ในตู้เพียง 40%  สามารถติดตั้งได้ง่าย ไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริม ไม่ต้องเพิ่มแหล่งจ่ายจากภายนอก  ส่วนที่มีกระแสถูกออกแบบให้อยู่ในส่วนที่ปิดมิดชิด จึงไม่ต้องเดินสายเพื่อป้องกัน อันตรายจากการสัมผัส

สถานทีต่ ดิ ตัง้ เพือ่ ใช้เป็นอุปกรณ์สลับไปยัง แหล่งจ่ายไฟฟ้าส�ำรอง เมื่อแหล่งจ่ายไฟฟ้าหลัก เกิดปัญหา  อาคารพาณิชย์  Data Center  ธนาคาร  อุปกรณ์โทรคมนาคม  สถานีสูบน�้า

Compact ATS September-October 2018


ABB TruONETM ATS

The world’s first true ATS, IEC 60947-6-1

Level 2 : HMI with DIP-switches

Level 3 : HMI with LCD-screen

Level 4 : HMI with touch screen

อุปกรณ์ ABB TruONETM ATS ถูกออกแบบมาให้เป็นอุปกรณ์ที่สามารถ ควบคุมการสลับระหว่างแหล่งจ่ายไฟฟ้า 2 แหล่ง โดยรวมส่วนทีเ่ ป็นสวิตซ์และส่วน ควบคุมเข้าด้วยกัน สามารถเลือกทำ�งาน ได้ทั้งระบบ Auto และ Manual สำ�หรับ การใช้งาน 200 ถึง 1600 แอมป์ ตาม IEC ที่แรงดัน 200 ถึง 480 โวลต์

TruONE™ ถูกออกแบบให้มโี ครงสร้างเป็นส่วนๆ ลดจ�ำนวนการใช้ สายไฟและการเชือ่ มต่อ สะดวกต่อการซ่อมบ�ำรุง ลดเวลาในการ ติดตั้งได้ถึง 80%  หน้ า จอควบคุ ม สามารถเลื อ กติ ด กั บ หน้ า ตู ้ ห รื อ อุ ป กรณ์ ไ ด้ (Detachable HMI) ให้ความสะดวกในการควบคุม  สามารถดาวน์โหลด ตัง ้ ค่าและอ่านค่าพารามิเตอร์ รวมถึงควบคุม การท�ำงานผ่าน ABB Programming Port 

TruONE™ สามารถเชื่อมต่อ Cloud-Based ผ่าน ABB Ability™ Electrical Distribution Control System (EDCS) และยังสามารถ เชื่อมต่อโมดูลด้วยโปรโตคอลการสื่อสาร 7 รูปแบบ อาทิ - Modbus RS485 - Ethernet/IP - Modbus TCP - IEC 61850  ได้มาตรฐาน Tolerant of Vibration (IEC 60068-2-6) และมาตรฐาน Tolerant of Shocks (IEC 60068-2-27)  Contact Transfer Time I-II, II-I <50 ms 

มีฟงั ก์ชนั ส�ำหรับการทดสอบความพร้อมในการท�ำงานของเครือ่ ง ก�ำเนิดไฟฟ้า (Generator Exercise)  TruONE™ มีเซนเซอร์วัดอุณหภูมิที่ส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้* - อุณหภูมิที่ขั้วต่อสาย ช่วยระบุตำ� แหน่งที่สายหลวม - อุณหภูมิที่ HMI ช่วยระบุอุณหภูมิภายในแผงควบคุม - อุณหภูมทิ อี่ ปุ กรณ์ ช่วยระบุอณ ุ หภูมโิ ดยรอบทีต่ ดิ ตัง้ TruONE™  สามารถเลือกเข้าสาย Load ได้ 2 ทาง ทั้งด้านบนหรือด้านล่าง ของอุปกรณ์  สามารถวัด Voltage and Current Harmonic* 

* เฉพาะรุ่น Touch Screen

สถานทีต่ ดิ ตัง้ เพือ่ ใช้เป็นอุปกรณ์สลับไปยังแหล่งจ่ายไฟฟ้าส�ำรอง เมื่อแหล่งจ่ายไฟฟ้าหลักเกิดปัญหา  อาคารพาณิชย์  Data Center  ธนาคาร  อุปกรณ์โทรคมนาคม  สถานีสูบน�้า สนใจต้องการ ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่

บริษท ั พี ไอ เอส พาวเวอร์ ดิสทริบิวชั่น จำ�กัด โทรศัพท์ 0-2105-3011-2 โทรสาร 0-2105-3013 Website: http://www.pispd.com E-mail: sales@pispd.com www.facebook.com/pispd September-October 2018


Special Area

> บริษัท แม็กซิไมซ์ อินทิเกรทเท็ด เทคโนโลยี จ�ำกัด

นวัตกรรมเทคโนโลยี ระบายอากาศสำ�หรับ

ตู้คอนโทรล

ภาค

2

รูปตัวอย่างการใช้งาน

การระบายความร้อนที่ดีควรจะมีอากาศไหลเวียน มีการ ถ่ายเทอากาศที่ดี ซึ่งความร้อนจะลอยจากที่ต�่ำขึ้นที่สูง ดังนั้น การติดพัดลมระบายอากาศไว้ดา้ นหลังคาตู้ เป็นการช่วยให้เกิด การไหลเวียนของอากาศได้ดีที่สุด อุปกรณ์ในตู้คอนโทรล ตู้ MDB ตู้คาปาซิเตอร์แบงค์ ล้วนแต่มอี ปุ กรณ์กำ� เนิดความร้อนอยูใ่ นตู้ เช่น เซอร์กติ เบรกเกอร์ บัสบาร์ โช้ก เป็นต้น ดังนัน้ จึงจ�ำเป็นต้องมีการระบายความร้อน เหล่านี้ออกจากตู้ เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ภายในตู้ ซึ่งหากใช้เครื่องปรับอากาศก็จะมีราคาสูง และพัดลม ระบายอากาศ คืออุปกรณ์ทเี่ หมาะสมทีส่ ดุ ในการระบายความร้อน เนื่องจาก  ราคาประหยัด  บ�ำรุงรักษาต�่ำ  ประสิทธิภาพดี

Number of Fan Art. No. Operating voltage Air volume, free flow Power consumption Average noise level Depth in enclosure Enclosure cut-out Weight

September-October 2018

Stego ผูผ้ ลิตอุปกรณ์ระบายอากาศชัน้ น�ำจากประเทศ เยอรมนี ได้พัฒนาพัดลมระบายอากาศชนิดติดตั้งบนหลังคาตู้ (Roof Filter Fan) ซึ่งมีข้อดีดังนี้  พัดลมท�ำงานเงียบ  พัดลมตื้น ใช้พื้นที่ในตู้น้อย  อากาศไหลผ่านได้ดี เนื่องจากลมออกได้ 4 ทิศทาง  ประหยัดเวลาในการติดตั้งและเวลาเปลี่ยนแผ่นกรอง  มีความน่าเชื่อถือสูง ในซีรสี ์ RFP 018 โดยจะมีดว้ ยกัน 2 เวอร์ชนั่ คือรุน่ 4 พัดลม และรุ่น 1 พัดลม โดยรุ่น 4 พัดลมจะมีข้อดีที่มีสเถียรภาพสูง เนื่องจากหากพัดลมตัวใดตัวหนึ่งเสีย พัดลมตัวที่เหลือยังคง สามารถท�ำงานได้ชั่วคราว ก่อนที่จะน�ำมาเปลี่ยนภายหลัง และ ยังใช้พื้นที่ในตู้น้อยกว่าอีกด้วย

4 พัดลม 01860.0-00 AC 230 V, 50 Hz 300 m3/h 68 W 55 dB (A) 52 mm. 250 x 250 mm. + 0.4 3.3 kg.

1 พัดลม 01861.0-00 AC 230 V, 50 Hz 500 m3/h 64 W 67 dB (A) 107 mm. 250 x 250 mm. + 0.4 3.3 kg.


รุ่น 4 พัดลม 01860.0-00

รุ่น 1 พัดลม 01861.0-00

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ บริษท ั แม็กซิไมซ์ อินทิเกรทเท็ด เทคโนโลยี จำ�กัด โทร. 0-2194-8738-9 แฟกซ์ : 0-2003-2215 E-mail : info@mit-thailand.com เว็บไซต์ : www.mit-thailand.com September-October 2018


Special Area > บริษัท เอวีร่า จ�ำกัด

ตอบโจทย์การเลือกใช้ ACB กับ CHINT Next Series

ส�าหรัส�บาแอร์ ซอร์เซอร์ กิตเบรกเกอร์ ตัดต่ตัดอต่วงจรและป นส�นาส�หรั บเมนประธาน ้ องกั หรับเแอร์ กิตเบรกเกอร์ อวงจรและป องกั าหรั บเมนประธานและสายป และสายป้ อ้ อนน ้ ที่มคี ทีณ ุ ่มภาพส� าหรับาหรั โหลดภายในวงจรไฟฟ รณ์รณ์ แบบในราคาประหยั ้ าที้ า่สทีมบู่สมบู คี ณ ุ ภาพส� บโหลดภายในวงจรไฟฟ แบบในราคาประหยัดดทีที่ส่สมเหตุ มเหตุสสมผล มผล

ทท

างเลือางเลื กในการใช เซอร์เกซอร์ ิตเบรกเกอร์ ส�าหรัส�าบหรับ1. Introduction ้ งานแอร์ 1. Introduction อกในการใช กิตเบรกเกอร์ ้ งานแอร์ ่ เมนประธานและสายป ้ อนของระบบไฟฟ ้ าทีช้ าญฉลาด เมนประธานและสายป าที่ชาญฉลาด ้ อนของระบบไฟฟ างทีา่สงที�าคั่สญ เซอร์ กิตกเบรกเกอร์ ่ โครงสร้ �าคัของแอร์ ญของแอร์ เซอร์ ิตเบรกเกอร์แรงต� แรงต�่าที่าที่อ่ออกแบบ อกแบบ ในการท� า หน้ าาทีหน้ ตั ดาต่ทีอ่ ตวงจรและป น ความผิ ด ปกติ ้ องกั้ องกั ในการท� ั ด ต่ อ วงจรและป น ความผิ ด ปกติโครงสร้ มาให้ ส อดคล้ อ งกั บ มาตรฐานสากลที ่ ท ่ ั ว โลกยอมรั บ (IEC ่ มาให้ ส อดคล้ อ งกั บ มาตรฐานสากลที ท ่ ั ว โลกยอมรั บ (IEC ในกรณี ทีเกิดกระแสไฟฟ ในกรณี ท่ีเกิดกระแสไฟฟ เกินและกระแสไฟฟ ลัดวงจร ้ าเกิน้ าและกระแสไฟฟ ้ าลัด้ าวงจร IECIEC 60947-2) โดยมี ความเหมาะสมส� Standards; 60947-2) โดยมี ความเหมาะสมส�าหรั าหรับบการใช้ การใช้เป็เป็นน ภายในระบบไฟฟ บการใช กๆ กๆStandards; ภายในระบบไฟฟ ที่มีความเหมาะสมกั บการใช ้ าที่มีค้ าวามเหมาะสมกั ้ งานในทุ ้ งานในทุ ัณภฑ์ัณปฑ์ระธานในการป้ องกัองกั นทีน่สทีามารถน� าไปใช้ ประธานในการป้ ่สามารถน� าไปใช้งานได้ งานได้จจะต้ ะต้อองมี งมี ่ทนั สมั่ทยนั และตรวจจั รู ปแบบโดยมี อุปกรณ์ ระกอบที บกระแส รู ปแบบโดยมี อุปปกรณ์ ประกอบที สมัยและตรวจจั บกระแสบริภบริ โครงสร้ วนประกอบ ีความส� างส่าวงส่ นประกอบ ที่มทีีค่มวามส� าคัาญคัญ ดังดันีง้ นี้ ่ช่วยให้โครงสร้ ่ช่วยให้ แบบ True - RMS ิงมีภาพที คุณภาพที ไฟฟ้าไฟฟ เป็นแบบ - RMS ท�าให้ท�ยา่งิ ให้มีคยุ่ณ ้ าเป็นTrue กติ เบรกเกอร์ สามารถท� างานได้ อย่ามงเต็ มประสิ ธิภาพ เซอร์กตเซอร์ ิ เบรกเกอร์ สามารถท� างานได้ อย่างเต็ ประสิ ทธิภทาพ ความเหมาะสมกั บงานทางด้ านไฟฟ ทุกประเภท และมีคและมี วามเหมาะสมกั บงานทางด้ านไฟฟ ้ าทุก้ าประเภท

September-October 2018


Energy-Storage Handle อุปกรณ์ที่ท�าหน้าที่ชาร์จพลังงานทางกลให้กับเซอร์กิตเบรกเกอร์ ก่อนท�าการปิดวงจร (Close Circuit) ให้กับเซอร์กิตเบรกเกอร์ Motor-Driven Energy-Storage Mechanism อุปกรณ์ที่ท�าหน้าที่ชาร์จพลังงานทางกลให้กับเซอร์กิตเบรกเกอร์ พร้อมทีจ่ ะสามารถปิดวงจร (Close Circuit) ให้กบั เซอร์กติ เบรกเกอร์ 2. Structural Features of the Circuit Breaker โดยทัง้ นีม้ อเตอร์ไดร์จะท�าหน้าทีช่ าร์จเซอร์กติ เบรกเกอร์ภายหลัง จากที่เซอร์กิตเบรกเกอร์ถูกปิดวงจรเรียบร้อยแล้วเท่านั้น หรือ Safety Shutter อาจกล่าวได้ว่าเป็น Remote Operation นั่นเอง เป็นอุปกรณ์ทา� หน้าทีป่ อ้ งกันประกายไฟฟ้ามิให้รอดออกสูภ่ ายนอก Racking-Handle อันเนือ่ งมาจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรทีเ่ กิดขึน้ ภายในตัวเบรกเกอร์ ก้านหมุนเซอร์กติ เบรกเกอร์เพือ่ น�าเซอร์กติ เบรกเกอร์ออกมาจาก Arcing Chamber โครงสร้าง (Housing) ซึ่งต�าแหน่งของเซอร์เบรกเกอร์จะมีด้วยกัน เป็นอุปกรณ์ทา� หน้าทีล่ ดทอนความรุนแรงของล�าอาร์ก (แก็สร้อน 3 ต�าแหน่ง คือ ต�าแหน่งต่อวงจร (Connection Position) ต�าแหน่ง ที่มี อุ ณ หภู มิ สู ง ) ที่ เ ป็ น ประกายไฟฟ้ า รอดออกมาสู ่ ภ ายนอก ทดสอบ (Test Position) และต�าแหน่งปลดวงจร (Disconnection อันเนือ่ งมาจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรทีเ่ กิดขึน้ ภายในตัวเบรกเกอร์ Position) ทั้ ง นี้ ก ารใช้ ก ้ า นหมุ น ในทิ ศ ทางทวนเข็ ม นาฬิ ก า Intelligent Controller จะเป็นการน�าเซอร์กิตเบรกเกอร์ออกมาจากภายในโครงสร้าง เปรียบเสมือนเป็นสมองกลของเซอร์กิตเบรกเกอร์หรือเป็นรีเลย์ (Housing) และการใช้ ก ้ า นหมุ น ในทิ ศ ทางตามเข็ ม นาฬิ ก า ป้องกัน (Protection Relay) ทีท่ า� หน้าทีแ่ สดงค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้า จะเป็นการน�าเซอร์กิตเบรกเกอร์เข้าไปต่อวงจรภายในโครงสร้าง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าที่ต้องการได้ (Housing) เป็นต้น และส�าหรับบางรุน่ นอกเหนือฟังก์ชนั่ หลักทีใ่ ช้เป็นอุปกรณ์ปอ้ งกันหลัก Shunt Release แล้วยังสามารถท�าหน้าที่เป็นเครื่องมือวัดพารามิเตอร์ทางไฟฟ้า อุปกรณ์ที่ท�าหน้าที่ช่วยสั่งให้เซอร์กิตเบรกเกอร์ปลดวงจร (Open ทีห่ ลากหลายและครบถ้วนได้อกี ด้วย ใช้งานได้งา่ ยและครอบคลุม Circuit) เมื่อมีแรงดันไฟฟ้าจ่ายเข้าสู่ Coil ของ Shunt Release กับการออกแบบควบคุม ซึ่งผู้ผลิตขอน�าเสนอในส่วนประกอบ โดยส่วนมากจะน�าไปต่อวงจรเข้ากับคอนแทคช่วย (Auxiliary ที่จัดได้ว่ามีความส�าคัญเป็นอย่างยิ่งของแอร์เซอร์กิตเบรกเกอร์ Contact) อุปกรณ์ป้องกันต่างๆ เพื่อสั่งการปลดวงจรเซอร์กิต ให้ผู้ใช้งานหรือช่างเทคนิค ได้ทราบถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ของ เบรกเกอร์ เป็นต้น แอร์เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่สามารถแจ้งสถานะการท�างานให้ผู้ใช้ Undervoltage Release งานได้ทราบถึงข้อมูลส�าคัญๆ อาทิ เช่น อุณหภูมิการใช้งานของ อุปกรณ์ที่ท�าหน้าที่ช่วยให้เซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถปิดวงจรได้ แอร์เซอร์กิตเบรกเกอร์แบบ Real Time เพื่อบ่งบอกถึงความเสี่ยง (Close Circuit) ในกรณี ที่ มี แรงดั น ไฟฟ้ า จ่ า ยเข้ า สู ่ Coil ของ ทีอ่ าจจะเกิดขึน้ ในระบบไฟฟ้าได้ การติดต่อสือ่ สารและการส่งผ่าน Undervoltage Release (เมื่อไม่มีแรงดันไฟฟ้าจ่ายเข้าโดยตรงที่ ข้อมูลผ่าน USB port เป็นต้น ซึ่งเป็นข้อดีที่ท�าให้ผู้ใช้งานสามารถ Coil ของ Undervoltage Release เซอร์กติ เบรกเกอร์จะไม่สามารถ น�าข้อมูลมาพิจารณาได้อย่างละเอียดเพื่อให้มีความปลอดภัย ปิดวงจร (Close Circuit) ได้ทุกกรณี) และในทางตรงกันข้ามขณะที่ สูงสุดในการใช้งานภายในระบบไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้าจ่ายเข้าสู่ Coil ของ Undervoltage Release ขาดหายไป Operation Mechanism ก็จะส่งผลท�าให้เซอร์กิตเบรกเกอร์ปลดวงจรได้เองโดยอัตโนมัติ อุปกรณ์การท�างานทางกลของเซอร์กิตเบรกเกอร์ ใช้ท�าหน้าที่ เปิด-ปิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ โดยเนือ้ หาฉบับนีจ้ ะขอน�าเสนอส่วนประกอบหลักของแอร์เซอร์กติ เบรกเกอร์ทไี่ ด้เพิม่ เติมฟังก์ชนั่ ทีห่ ลากหลาย นอกเหนือจากฟังก์ชนั่ ขัน้ พืน้ ฐานทีช่ า่ งเทคนิคหรือวิศวกรมีความรูค้ วามเข้าใจ เพือ่ ให้งา่ ย ในการน�าไปประยุกต์ในการใช้งานให้มคี วามเหมาะสมกับโหลดต่อไป ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพในการป้องกัน

September-October 2018


Auxiliary Contact เป็นคอนแทคช่วยของเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่มีทั้ง NO (Normally Open Contact) และ NC (Normally Close Contact) ที่ท�าหน้าที่ เปลีย่ นแปลงหน้าสัมผัสเมือ่ เซอร์กติ เบรกเกอร์เปลีย่ นแปลงสถานะ การท�างาน Closed Electromagnet เป็นอุปกรณ์ที่ท�าหน้าที่ช่วยสั่งให้เซอร์กิตเบรกเกอร์ ป ิ ด วงจร (Close Circuit) เมื่อมีแรงดันไฟฟ้าจ่ายเข้าสู่ Coil ของ Closed Electromagnet โดยส่วนมากจะน�าไปใช้รว่ มกับค�าสัง่ รีโมทแบบต่างๆ เพื่อสั่งให้เซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถปิดวงจรได้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เซอร์กิตเบรกเกอร์จะต้องถูกชาร์จเป็นที่เรียบร้อยแล้วเท่านั้น ซึ่งในการใช้งานจริงเซอร์กิตเบรกเกอร์จะถูกติดตั้ง Motor Driven Energy-Storage Mechanism เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Breaking Button สวิตช์ปมุ่ กดทีท่ า� หน้าทีป่ ลดวงจร (Open Circuit) ของเซอร์กติ เบรกเกอร์ Marking Button สวิตช์ปมุ่ กดทีท่ า� หน้าทีป่ ดิ วงจร (Close Circuit) ของเซอร์กติ เบรกเกอร์ Front Cover หน้ า กากครอบตั ว เซอร์ กิ ต เบรกเกอร์ โ ดยจะถู ก ระบุ สิ่ ง ที่ มี ความส�าคัญดังต่อไปนีค้ อื มาตรฐานทีผ่ า่ นการทดสอบ, เนมเพลท ที่บ่งบอกสถานะของตัวเซอร์กิตเบรกเกอร์ และอุปกรณ์ป้องกัน

เพื่อแสดงผลที่สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายโดยสามารถ ปรับเปลี่ยนรุ่นได้ง่าย เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน เพื่ อ ให้ มี ค วามสะดวกสบายในการใช้ ง าน และผู ้ ใช้ ส ามารถ ตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องของเซอร์กิต เบรกเกอร์ได้โดยการ ดูจาก QR Code ที่ถูกระบุไว้ที่ตัวหน้ากากของเซอร์กิตเบรกเกอร์ ได้อีกด้วย

3. Configuration of Circuit Breaker

สิ่งส�าคัญในการเลือกพิจารณาเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่มีมาตรฐานนั้นสามารถด�าเนินการได้ดังต่อไปนี้คือ

Standard Configuration of Circuit Breaker

ชื่ อเรียก

ความหมาย

Circuit Breaker Body

เลือกเป็น Fixed Type หรือ Draw-out Type

Intelligent Controller

รุ่นของ Trip Unit เลือกใช้งาน

Vertical and Horizontal Connection

รูปแบบของ Lug Circuit Breaker ในการต่อตัวน�า Busbar

ON – OFF Indicator Contact

คอนแทคช่วยของเซอร์กิตเบรเกอร์ปกติมี 4 คอนแทคช่วย

Failure Tripping Indicator Contact

คอนแทคช่วยในการแสดงสถานะการท�างานของอุปกรณ์

Motor Operation Mechanism

มอเตอร์ไดร์ชาร์จ

Closing Coil

อุปกรณ์สั่งปิดวงจรจากภายนอก

Shunt Release Door Frame

อุปกรณ์สั่งปลดวงจรจากภายนอก หน้ากากของเซอร์กิตเบรกเกอร์

September-October 2018


4. ข้อได้เปรียบของเซอร์กติ เบรกเกอร์ Next series มีพอร์ต USB ส�าหรับการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน ส่ ว นประกอบที่ ส� า คั ญ ของแอร์ เซอร์ กิ ต เบรกเกอร์ ที่ ส� า คั ญ ที่ควรเข้าใจถึงการใช้งานมีดังต่อไปนี้ คือ

และเครื่องจักร หรือแม้แต่อุปกรณ์เครื่องมือวัดและควบคุมต่าง เพื่อท�าหน้าที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการได้ฟังก์ชั่นต่างๆ เช่น การอ่านข้อมูลการใช้งานของแอร์เซอร์กิตเบรกเกอร์ การปรับตั้งค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้า การตรวจวัดค่าอุณหภูมิของกระแสไฟฟ้าในขณะใช้งาน การตรวจจับค่าพารามิเตอร์ทางไฟฟ้าในขณะทีเ่ กิดความผิดปกติ (Fault) 4 ภายในระบบไฟฟ้า เป็นต้น

ภายในตัวแอร์เซอร์กติ เบรกเกอร์ได้ตดิ ตัง้ เซนเซอร์ไว้ภายในเพือ่ ท�า หน้าทีต่ รวจวัดค่าวัดอุณหภูมทิ บี่ ริเวณบัสบาร์ทองแดงแบบ Real-time เพื่อบ่งบอกถึงสถานะอุณหภูมิใช้งานของแอร์เซอร์กิตเบรกเกอร์ ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปสูโ่ หลด โดยทีย่ า่ นการวัดอุณหภูมจิ ะอยูท่ ี่ -35 °C / + 70 °C ช่วงอุณหภูมิใช้งาน ซึ่งรองรับต่อการใช้งาน

การแบ่งขนาดพิกัดกระแสไฟฟ้าที่รายละเอียดของขนาดเฟรม สามารถครอบคลุมได้เต็มที่ความต้องการที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ 1600A, 2000A, 3200A และ 4000A เป็นต้น ครอบคลุมทุกทางเลือก ในการใช้งานที่คุ้มค่า

ปรั บ ตั ว ได้ อ ย่ า งสมจริ ง ด้ ว ยการท� า งานที่ มั่ น คงและเชื่ อ ถื อ ได้ ในสภาวะอุณหภูมแิ ละความชืน้ ในการใช้งานทีเ่ ปลีย่ นแปลงบ่อยครัง้ โดยเริ่มต้นที่ ที่ -35 °C / + 70 °C

บริษทั เอวีรา่ จ�ากัด รับปรึกษาและวางแผนบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าด้วยประสบการณ์ผู้เชี่ ยวชาญ เฉพาะทางและมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลายไว้คอยอ�านวยความสะดวก Tel : 0-2074-4411 E-mail : sales@avera.co.th Website : www.avera.co.th

September-October 2018


Special Area

> บริษัท ออมรอน อีเล็คทรอนิคส์ จ�ำกัด

ระบบไฟส�ำหรับวิชั่น Lighting for Vision

ระบบวิช่น ั มีองค์ประกอบส�ำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ กล้อง เลนส์

ตัวประมวลผล และแสงไฟ ในครั้งนี้เราจะมาให้ความรู้พื้นฐานเรื่องไฟ ส�ำหรับวิชั่นและข้อมูลแสงไฟที่มีคุณสมบัติพิเศษที่เหมาะส�ำหรับงาน อิเล็กทรอนิกส์ เมือ่ คุณต้องการถ่ายภาพวัตถุให้มคี ณ ุ ภาพ คุณจ�ำเป็นจะต้องมีการ ควบคุมแสงทีส่ อ่ งไปยังวัตถุนนั้ เสมอ โดยสามารถจ�ำแนกแหล่งก�ำเนิดแสง ได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 1) แสงธรรมชาติ : เช่น แสงแดดในเวลากลางวัน แสงจันทร์ในเวลำ กลางคืน 2) แสงจากการสังเคราะห์ : คือ แสงทีส่ ร้างโดยมนุษย์เพือ่ จุดประสงค์ เฉพาะ ส�ำหรับระบบวิชนั่ ทีอ่ ยูใ่ นสภาพแวดล้อมแบบอุตสาหกรรม คุณอาจ ต้องพบกับแสงทั้ง 2 ประเภท บางครั้งคุณอาจต้องการให้มีแสงทั้ง 2 แต่โดยส่วนมากคุณจะพยายามหลีกเลีย่ งแสงธรรมชาติและเลือกอุปกรณ์ แสงเฉพาะ (แสงสังเคราะห์) เพื่อให้สามารถควบคุมการส่องแสงได้อย่าง สมบูรณ์ และท�ำให้วิชั่นสามารถตรวจสอบได้อย่างมีเสถียรภาพ

มีเทคโนโลยีแสงสว่างมากมายส�ำหรับระบบวิชนั่ ต่อไปนี้ คือ 4 เทคโนโลยีที่ใช้มากที่สุด

LED (Light Emitting Diode) ปกติ

HF ฟลูออเรสเซนต์

ODR (Optical Double Reflection) ความสว่างสูง*

*อยู่ระหว่างการจดทะเบียน ทรัพย์สินทางปัญญาของ Omron

ฮาโลเจน

ดูกราฟข้อมูลอ้างอิง (A ถึง G) เพื่อท�ำความเข้าใจและเปรียบเทียบความมีประสิทธิภาพ (0% ถึง 100%) ของแต่ละเทคโนโลยี สังเกตขนาดของพื้นที่สีน�้ำเงิน (LED) และ สีมว่ ง (ODR) โดยการเปรียบเทียบเทคโนโลยีเหล่านี้ ด้านต่อด้าน จะเห็นว่าไฟจาก LED และ ODR มี คุณสมบัตทิ นี่ า่ สนใจมากทีส่ ดุ และเหมาะสมกับงาน วิชนั่ ในอุตสาหกรรมส�ำหรับการตรวจสอบในแง่ของ ความยืดหยุ่น ความทนทาน และความเสถียร นี่ เ ป็ น สาเหตุ ที่ วิ ศ วกรมั ก จะใช้ เ ทคโนโลยี 2 อย่างนี้ในการใช้งานให้แสงสว่างส�ำหรับวิชั่นใน อุตสาหกรรม September-October 2018


เทคโนโลยี LED และ ODR ถูกน�ำมาประกอบเข้าด้วยกัน ในตัวเครือ่ งประเภทต่างๆ เพือ่ ควบคุมปริมาณ การจัดวางแนว และทิศทางของแสงที่ฉายไปยังวัตถุที่ตรวจสอบ

ภาพด้านล่างเป็นการตรวจสอบชิ้นงานเดียวกัน แต่ต้องใช้ไฟที่ แตกต่างกันเพื่อให้เห็นจุดบกพร่องทั้ง 2 ส่วน จุดบกพร่องส่วนแรกอยู่บน ผิวกระจก แต่จุดที่สองเป็นจุดบกพร่องบนขดลวด

การนำ�ไฟ LED และ ODR ไปใช้งานวิช่น ั สามารถทำ�ได้ 2 ลักษณะ ดังนี้

1) ติดเข้ากับตัวกล้อง : ประหยัดค่าใช้จ่ายในระบบ วิชั่นขนาดเล็ก

2) อุปกรณ์หลอดไฟอิสระ : ท�ำให้สามารถปรับได้ มากขึน้ ในระหว่างกระบวนการตัง้ ค่าส�ำหรับระบบวิชนั่ ทีซ่ บั ซ้อน มากขึ้น โดยสามารถติดตั้งกับกล้องหรือบนแขนแยกออกมา ก็ได้ โดยมีทั้ง LED และ ODR

ดวงไฟแต่ ล ะแบบจะให้ ผ ลของภาพที่ แ ตกต่ า งกั น เราต้องเลือกประเภทของไฟที่ท�ำให้เห็นจุดตรวจสอบชัดเจน และมีความเสถียรของภาพที่ถ่ายในทุกๆ ครั้ง เพื่อให้ได้การ ตรวจสอบที่ถูกต้องแม่นย�ำ

การตรวจสอบด้วยวิชั่นบนชิ้นงานที่มีวัสดุแตกต่างกัน บางครั้ง ไม่สามารถที่จะท�ำได้ด้วยการใช้ไฟประเภทเดียว และต้องถ่ายภาพ หลายครัง้ ด้วยไฟทีแ่ ตกต่างกัน และจุดบกพร่องบางประเภทก็ยากทีจ่ ะหา ไฟที่เหมาะสมได้ ด้วยเทคโนโลยีการให้แสงล่าสุดจากออมรอน ด้วยไฟที่เรียกว่า MDMC (Multi Direction Multi Color) ซึ่งเป็นการรวมไฟหลายสีและ หลายทิศทางให้เลือกปรับใช้ในไฟชุดเดียว ท�ำให้สามารถเห็นจุดบกพร่อง ทีต่ รวจสอบได้ยากหรือไม่สามารถเห็นได้ดว้ ยไฟวิชนั่ ทัว่ ไป ท�ำให้แก้ปญ ั หา ในเรื่ อ งไฟได้ เ ป็ น อย่ า งดี จากตัวอย่างด้านบนทีต่ อ้ ง ถ่ายด้วยไฟทีต่ า่ งกัน แต่ดว้ ย ไฟ MDMC ท�ำให้สามารถ ได้ภาพดั่งข้างล่างนี้

ด้วยเทคโนโลยีไฟ MDMC ท�ำให้งานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หลายๆ งานทีก่ อ่ นนีไ้ ม่สามารถตรวจสอบได้ กลายเป็นเรือ่ งทีง่ า่ ยขึน้ เช่น การตรวจสอบจุดบกพร่องบนชิ้นงาน IC, แผง PCB, ชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ ที่ผิวเคลือบสีมันเงา หรือแม้แต่เลนส์ส�ำหรับมือถือ

หากท่านสนใจอยากทราบรายละเอียดหรือทดสอบการถ่ายภาพด้วยไฟ MDMC สามารถติดต่อสอบถามได้ที่พนักงานขายออมรอน

โทร. 0-2942-6700 หรืออีเมลมาที่ th_enquiry@ap.omron.com

September-October 2018


Special Area

> บริษัท ที แอนด์ ดี เพาเวอร์ เทค (ไทยแลนด์) จ�ำกัด

แมกเนติกคอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor)

เป็นอุปกรณ์ที่อาศัยการท�ำงานโดยอ�ำนาจแม่เหล็กในการ เปิด-ปิดหน้าสัมผัสในการควบคุมวงจร หรือเรียกว่า สวิตช์แม่เหล็ก (Magnetic Switch) หรือคอนแทคเตอร์ (Contactor) ก็ได้ สรุปก็คือ รีเลย์ และแมกเนติกคอนแทคเตอร์ มีหน้าที่การ เปิด-ปิดวงจรคล้ายสวิตช์ แต่สามารถท�ำการปิด-เปิดที่ค่อนข้างไว และซับซ้อนหลายๆ จังหวะในขณะเดียวกัน เช่น ควบคุมให้เปิดโหลด ชุดแรกพร้อมๆ กับให้ปิดโหลดอีกชุดหนึ่ง เป็นต้น Relay : คนทัว่ ไปเรียกกันคือ “Control Relay” ทนกระแสไฟฟ้า ได้ไม่สูง ใช้ในวงจรควบคุมทั่วไปที่มีก�ำลังไฟฟ้าไม่มากนัก Magnetic Contactor : คนทัว่ ไปเรียกกัน คือ “Power Relay” ทนกระแสไฟฟ้าได้สูง ใช้ในการควบคุมก�ำลังไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่

ข้อดีของการใช้รีเลย์และแมกเนติกคอนแทคเตอร์ เมื่อเทียบกับสวิตช์

1. มีความปลอดภัยสูง เช่น สามารถต่อควบคุมระยะไกลได้ แทนการสับสวิตช์ดว้ ยมือโดยตรง ท�ำให้ผคู้ วบคุมมอเตอร์ปลอดภัย จากอันตรายในการตัดต่อวงจรก�ำลังซึ่งมีกระแสไฟฟ้าค่อนข้างสูง 2. สะดวกในการควบคุม เช่น ควบคุมให้เปิดโหลดชุดแรก พร้อมๆ กับให้ปดิ โหลดชุดอืน่ ๆ และยังสามารถต่อร่วมกับอุปกรณ์ อื่นๆ ได้ เช่น Pressure Switch, Photo Electric Switch, Level Switch เป็นต้น September-October 2018

3. ประหยัดกว่าเมือ่ เทียบกับการควบคุมด้วยมือ เช่น หาก ควบคุมด้วยมือต้องท�ำการเดินสายไฟของวงจรก�ำลังไปยังจุดควบคุม หลังจากนั้นเดินสายไฟไปยังโหลด แต่หากควบคุมด้วยแมกเนติก คอนแทคเตอร์สายไฟของวงจรก�ำลังสามารถเดินไปยังโหลดได้ โดยตรง ส่วนสายไฟวงจรควบคุมเดินสายจากจุดควบคุมไปยังโหลด ใช้สายขนาดเล็กกว่าท�ำให้ประหยัดค่าติดตั้งในการเดินสาย

โครงสร้างและส่วนประกอบของแมกเนติก คอนแทคเตอร์หรือสวิตช์แม่เหล็ก

คอนแทคเตอร์ยี่ห้อใดรุ่นใดจะต้องมีโครงสร้างหลักที่ส�ำคัญ เหมือนกัน ดังนี้ 1. แกนเหล็ก 2. ขดลวด 3. หน้าสัมผัส

รูป แสดงลักษณะโครงสร้างหลักของแมกเนติกคอนแทคเตอร์


รายละเอียดของส่วนประกอบภายใน แมกเนติกคอนแทคเตอร์

แกนเหล็กแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. แกนเหล็กอยู่กับที่ (Fixed Core) จะมีลักษณะ ขาทั้ง 2 ข้างของแกนเหล็กมีลวดทองแดงเส้นใหญ่ต่อลัด อยู่เป็นรูปวงแหวนฝังอยู่ที่ผิวหน้าของแกน เพื่อลดการ สั่นสะเทือนของแกนเหล็กอันเนื่องมาจากการสั่นสะเทือน ไฟฟ้ากระแสสลับ เรียกวงแหวนนีว้ า่ เช็ดเด็ดริง่ (Shaddedring) 2. แกนเหล็กเคลื่อนที่ (Stationary Core) ท�ำด้วย แผ่นเหล็กบางอัดซ้อนกันเป็นแกน จะมีชดุ หน้าสัมผัสเคลือ่ นที่ (Moving Contact) ยึดติดอยู่

ขดลวด (Coil)

ขดลวดท�ำมาจากลวดทองแดงพันอยู่รอบบอบบิน สวมอยู่ตรงกลางของขาอีกตัวที่อยู่กับที่ ขดลวดท�ำหน้าที่ สร้างสนามแม่เหล็ก มีขวั้ ต่อไฟเข้า ใช้สญ ั ลักษณ์อกั ษรก�ำกับ คือ A1-A2 หรือ a-b

หน้าสัมผัส (Contact)

รูป แสดงลักษณะโครงสร้างภายนอกของแมกเนติกคอนแทคเตอร์

หน้าสัมผัสจะยึดอยูก่ บั แกนเหล็กเคลือ่ นที่ แบ่งออก เป็น 2 ส่วนคือ 1. หน้าสัมผัสหลัก หรือเรียกว่า เมนคอนแทค (Main Contact) ใช้ในวงจรก�ำลัง ท�ำหน้าที่ตัดต่อระบบไฟฟ้าเข้าสู่ โหลด 2. หน้าสัมผัสช่วย (Auxiliary Contact) ใช้กับวงจร ควบคุมหน้าสัมผัสช่วย แบ่งออกเป็น 2 ชนิด  หน้าสัมผัสปกติเปิด (Normally Open : N.O.)  หน้าสัมผัสปกติปิด (Normally Close : N.C.) รูป แสดงลักษณะโครงสร้างภายในของแมกเนติกคอนแทคเตอร์

แมกเนติกคอนแทคเตอร์ใช้กบ ั งานประเภทใดบ้าง

แมกเนติกคอนแทคเตอร์สามารถใช้งานได้หลายประเภท เช่น สตาร์ตมอเตอร์ ตัดต่อโหลดแสงสว่าง ตัดต่อคาปาซิเตอร์ หรืองานตัดต่อ ส�ำหรับหม้อแปลงโดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์ประเภทนี้จะใช้ประกอบกับเทอร์มัลโอเวอร์โหลด ซึ่งสามารถก�ำหนดระดับกระแสเพื่อก�ำหนดค่า กระแสเกินพิกัดได้ แมกเนติกคอนแทคเตอร์น�ำไปใช้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ดังนี้  Pumps  HVAC  Compressors  Power Supply Solution  Packing Machines  Cranes  Elevators and Escalators  Moulding Machines  Wood Machine  Robot  Wildmill, Solar System  Water Heating  Fuel Cells  Traction Etc. September-October 2018


ทำ�ไมต้องเลือกใช้แมกเนติกคอนแทคเตอร์ “Hyundai Brand”

ได้มาตรฐานทั้งบนบกและในทะเล ทั้งยุโรปและอเมริกา Standard : IEC 60947, EN 60947, UL 508, BS 47794, BS 5424, BS 4941, VDE 0660, DNV, KSC 4504, JISC 8328, JEM 1038 Approval : ISO 18001, 14001, 9001, UL/C-UL 

    

CE : Community European : TÜV Rheinlend, GOST-R, CCC Shipping Approval : LR, BV, ABS, GL, NK, KR  ใช้แรงดันไฟเลีย ้ งได้ทงั้ กระแสสลับ (AC) และกระแสตรง (DC)  Rated Voltage : Up to 1,000 V, Rated Current : Up to 800 A  คอยล์มาตรฐาน 100~240 Vac, 100~220 Vdc รับช่วงแรงดันท�ำงานได้มากกว่า  ค่าสูญเสียทางไฟฟ้าต�่ำ ไม่มีเสียงครางรบกวน  ท�ำจากวัสดุไม่ติดไฟ (Non Flammable ; Class : V0)  Safety Cover - IP20  ขั้วต่อสาย IP20 ป้องกันนิ้วมือสัมผัสส่วนมีไฟ  อุปกรณ์เสริมมีหลากหลาย ติดตั้งได้ง่าย  มีประสิทธิภาพสูง ผลิตด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ  สามารถเปลี่ยนคอยล์และคอนแทคได้อย่างสะดวก  สามารถติดตั้งได้ทั้งแบบยึดสกรูและแบบติดบนราง (การติดตั้งบนรางมีถึงรุ่น 100 AF)

Thermal Overload Manual และ Auto Reset ทุกรุ่น มีคอนแทคอยู่ในตัวแบบ 1NO+1NC มีฝาปิดผนึกได้ ป้องกันการเปลี่ยนค่าที่ตั้งไว้ สามารถป้องกันปัญหามอเตอร์ท�ำงานเกินก�ำลังล็อกโรเตอร์และกระแสไม่สมดุลระหว่างเฟส มียา่ นการปรับตัง้ กระแส (Setting Current) ให้เลือกหลายขนาด (ท�ำให้ปรับตัง้ กระแสได้ตรงกับ NAME PLATE มอเตอร์มากสุด) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

September-October 2018

บริษท ั ที แอนด์ ดี เพาเวอร์ เทค (ไทยแลนด์) จำ�กัด 22/26 ถนนสุขาภิบาล 2 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250 โทร. 0-2002-4395-97 แฟกซ์ 0-2002-4398 E-mail: info@tdpowertech.com


IT Article > แอ๊พซินท์

20 อันดับ แอปพลิเคชันยอดนิยม

ของคนไทยในรอบ 10 ปี บนแอปสโตร์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2008 บริษัทแอปเปิล ได้ตัว แอปสโตร์ (App Store) ส�ำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชันผ่าน สมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก ในเวลานั้นน้อยคนนักที่จะตระหนัก ว่าต่อไปแอปสโตร์จะเข้ามามีบทบาทในชีวติ ประจ�ำวันของเรา เป็นอย่างมาก หากย้ อ นกลั บ ไปในยุ ค บุ ก เบิ ก ของแอปพลิ เ คชั น สมาร์ทโฟนถือเป็นสินค้าราคาแพงส�ำหรับลูกค้ากลุม่ บนเท่านัน้ แต่ปจั จุบนั ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนได้ เนือ่ งจาก การแข่งขันของแบรนด์ผผู้ ลิตต่างๆ ทีเ่ น้นขยายตลาดด้วยการ ผลิตสมาร์ทโฟนในราคาที่จับต้องได้ เพื่อเป็นการตอบโจทย์ ให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่มทั่วโลก ประเทศไทยอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศทีม่ กี ารใช้โทรศัพท์มอื ถือมากทีส่ ดุ ในโลก อีกทัง้ ยัง เคยเป็นอันดับ 1 ของการท�ำตลาดผ่านมือถือเป็นช่องทางหลัก (Mobile-First Market) ในปี พ.ศ. 2558 จากผลส�ำรวจของ Google’s 2015 Consumer Barometer ด้วย จึงไม่นา่ แปลกใจ ทีส่ มาร์ทโฟนจะมีจำ� หน่ายอย่างแพร่หลาย แม้แต่ในร้านสะดวกซือ้ อย่างเซเว่น-อีเลฟเว่น

ตลอดระยะเวลา 10 ปีทผี่ า่ นมาแอปสโตร์สามารถท�ำยอดดาวน์โหลด จากผูใ้ ช้ทวั่ โลกไปแล้วกว่า 170 พันล้านครัง้ ซึง่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 130 พันล้าน เหรียญสหรัฐฯ เพื่อเป็นการร่วมฉลองเดือนแห่งการครบรอบ 10 ปีของ แอปสโตร์ บริษัทแอ๊พซินท์ เอเจนซี่ผู้นำ� แห่งการพัฒนาแอปพลิเคชันใน ประเทศไทย ได้สรุปแนวโน้มตลาดโมบายล์แอปพลิเคชันในธุรกิจประเภท ต่างๆ จาก 20 อันดับแอปพลิเคชันยอดนิยมในรอบ 10 ปีของแอปสโตร์ ซึ่งการจัดอันดับในครั้งนี้เป็นการจัดอันดับจากยอดดาวน์โหลดแอปของ ธุรกิจในประเทศไทยเท่านัน้ โดยไม่รวมแอปพลิเคชันประเภทเกม ซึง่ ข้อมูล ทัง้ หมดของการจัดอันดับครัง้ นีถ้ กู รวบรวมโดย App Annie บริษทั ผูน้ ำ� ด้าน วิเคราะห์การใช้งานแอปพลิเคชัน (App Analytics) และเก็บข้อมูลทางการ ตลาดของแอปพลิเคชันทั่วโลก ผลของการจั ด อั น ดั บ สะท้ อ นให้ เ ห็ น ถึ ง ความหลากหลายของ แอปพลิเคชันในแต่ละธุรกิจตลอด 10 ปีทผ่ี า่ นมา ไม่วา่ จะเป็นธุรกิจรายการ โทรทัศน์ ธุรกิจกลุม่ ธนาคาร ซึง่ มีแนวโน้มชัดเจนในการส่งเสริมการใช้จา่ ย แบบไร้เงินสด ตลอดจนกลุ่มธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารที่เน้นการแชร์ ประสบการณ์ของการใช้บริการ รวมถึงระบบการสะสมแต้ม หรือ Loyalty Program เรียกได้วา่ โมบายล์แอปพลิเคชันนัน้ มีความส�ำคัญในชีวติ ประจ�ำวัน ของคนไทยเป็นอย่างมากตลอดระยะเวลา10 ปีทผี่ า่ นมาและยังมีแนวโน้ม ที่จะมีความส�ำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต September-October 2018


จากแนวโน้มของตลาดโลกในปัจจุบนั ธุรกิจกลุม่ ธนาคารก�ำลัง เผชิญกับการสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับคู่แข่งที่ทุ่มการ ลงทุนบนดิจทิ ลั แพลตฟอร์มเป็นหลัก รวมถึงกลุม่ ฟินเทค สตาร์ทอัพ หรือกลุ่มผู้พัฒนาโซลูชันทางการเงินขนาดเล็ก ที่พยายามเข้ามามี บทบาทในการยึดพื้นที่การให้บริการด้านการเงินแทนกลุ่มธนาคาร และสถาบันการเงินในรูปแบบเดิม เช่น การเสนอทางเลือกของ Mobile Payment หรือการใช้จา่ ยเงินผ่านโทรศัพท์มอื ถือ โดยผูบ้ ริโภคสามารถ เติมเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) เพื่อใช้ซื้อสินค้าและ บริการต่างๆ ได้โดยไม่ตอ้ งใช้เงินสด เทคโนโลยีดงั กล่าวถือเป็นการ ตัดระบบการให้บริการของธนาคารแบบเดิมๆ ออกจากวงจรการใช้งาน ของผู้บริโภค ซึ่งธนาคารหลายแห่งในประเทศไทยสามารถรับมือ กับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี โดยเร่งลงทุนและพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มของตนเองในช่องทาง ต่างๆ อีกทัง้ ยังร่วมมือกับกลุม่ ฟินเทค สตาร์ทอัพ ในการคิดค้นสินค้า และบริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบรับการใช้งานที่หลากหลายของ ผู้บริโภคในอนาคต จึงเป็นผลให้ธนาคารกสิกรไทยและธนาคาร ไทยพาณิชย์ครองต�ำแหน่ง 2 อันดับแอปพลิเคชันยอดนิยมจากทั้ง 20 อันดับ พัชร สมะลาภา กรรมการผูจ้ ดั การธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “จุดแข็งที่ท�ำให้ K PLUS แตกต่างจากแอปของธนาคารอื่นก็คือ เราให้ความส�ำคัญในการใช้งานแบบโมบายล์เฟิร์ส โดยเน้นสร้าง ประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ผา่ น Personalization ฟีเจอร์ ซึง่ ถูก ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยธนาคารกสิกรไทยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแอปพลิเคชันให้มี ประสิทธิภาพดียงิ่ ขึน้ กว่าเดิมในปีตอ่ ๆ ไป เพือ่ ให้ K PLUS คงความ เป็นแอปที่ตอบสนองดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในทุกๆ วัน” ทางธนาคารไทยพาณิชย์กเ็ ล็งเห็นเช่นกันว่ากลยุทธ์การตลาด แบบ Personalization (การปรับแต่งคุณสมบัติในแอปให้ตรงตาม ความชอบของแต่ละบุคคล) นั้นเป็นส่วนส�ำคัญของการสร้างความ พึงพอใจสูงสุดให้กับผู้บริโภค โดยการใช้โมบายล์เป็นช่องทางหลัก ในการให้บริการ September-October 2018

ธนา โพธิก�ำจร ผู้อำ� นวยการอาวุโส ผู้บริหารสาย Digital Banking กล่าวว่า “SCB EASY ได้ปรับเปลีย่ นรูปแบบ การให้บริการ โดยเชื่อมโยงบริการทางการเงินทั้งออนไลน์ และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึง่ ความส�ำเร็จ ของ SCB EASY คือ บทพิสจู น์ของความทุม่ เทในการพัฒนา แอปพลิเคชันที่สามารถรองรับพฤติกรรมการใช้งานและ ความต้องการของผูบ้ ริโภคอย่างรอบด้าน เพราะเราเล็งเห็นว่า ผูบ้ ริโภคไม่ได้เจาะจงการใช้งานเพียงช่องทางใดช่องทางหนึง่ แต่จะเลือกใช้งานบนช่องทางที่สะดวกที่สุดในขณะนั้น เราจึงต้องสร้างทางเลือกของการใช้บริการที่หลากหลาย เพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภคในทุกที่ ทุกเวลา” ขณะที่ Alternative Banking หรือกลุม่ ทางเลือกใหม่ ของผูใ้ ห้บริการด้านการเงิน เริม่ เข้ามามีบทบาทส�ำคัญแทนที่ ธุรกิจการเงินแบบเดิมๆ TrueMoney Wallet ผู้ครองอันดับ 5 ของ ชาร์ต ถือเป็นผูน้ ำ� ของการให้บริการใช้จา่ ยเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจทิ ลั ในประเทศ ไม่วา่ จะเป็นการใช้จา่ ยในร้านค้า การจ่ายบิลด้วยการสแกน แม้แต่การเติมเงินโทรศัพท์มือถือก็สามารถท�ำผ่านแอปพลิเคชัน เดียวกันนีไ้ ด้ นอกจากการเติมเงินเข้า TrueMoney Wallet ด้วยเงินสด แล้ว ผูท้ มี่ บี ญ ั ชีธนาคารก็สามารถผูกบัญชีกระเป๋าเงินดิจทิ ลั กับบัญชี ธนาคารเพือ่ ใช้การเติมเงินแบบอัตโนมัตไิ ด้อกี ด้วย ถือเป็นทางเลือก ใหม่ของการใช้บริการด้านการเงินที่สะดวกสบายกว่าการใช้บริการ กับธนาคารแบบเดิมๆ อันดับที่ 4 ของชาร์ต ถือเป็นอีกหนึง่ อันดับทีน่ า่ สนใจ เพราะ เป็นเพียงแอปพลิเคชันเดียวทีถ่ กู พัฒนาขึน้ โดยนักพัฒนาอิสระ และ กลายเป็นแอปยอดนิยมของคนไทยทัว่ ประเทศในทีส่ ดุ TV Thailand นัน้ เป็นแอปทีใ่ ห้บริการในการรับชมละครฮิต การ์ตนู และมิวสิกวิดโี อ ในทุกที่ ทุกเวลา ผลส�ำรวจระบุว่ากว่า 51% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนใน ประเทศไทย ดูวดิ โี อผ่านโทรศัพท์มอื ถือทุกวัน และ 81% ดูอย่างน้อย 1 ครั้ ง ต่ อ สั ป ดาห์ จึ ง ไม่ น ่ า แปลกใจที่ แ อปผู ้ ใ ห้ บ ริ ก าร วิดโี อสตรีมมิง่ จะติด 20 อันดับยอดนิยม ถึง 4 แอปด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ Thai TV3 App ตอนนี้ ไ ด้ ถู ก เปลี่ ย นชื่ อ เป็ น Mello ซึ่งเป็นเพียงแอปเดียว ทีถ่ า่ ยทอดคอนเทนต์โดยตรง จากผูผ้ ลิตรายการทีวชี นั้ น�ำของ ประเทศ นีก่ เ็ ป็นอีกหนึง่ บทพิสจู น์ ว่า การที่จะผลิตแอปพลิเคชันให้ ประสบผลส� ำ เร็ จ ได้ ใ นตลาดนั้ น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนที่มหาศาล หรือความยิง่ ใหญ่ของธุรกิจ หากแต่ขนึ้ อยูก่ บั การให้บริการ กับผู้บริโภคอย่างตรงจุด อีกหนึ่งแอปในชาร์ตที่น่าสนใจคือ Wongnai ซึ่ง เป็น 1 ใน 2 ของสตาร์ทอัพ ที่ ท� ำ ตลาดผ่ า นมื อ ถื อ เป็ น


ช่องทางแรก (Mobile-First Startups) ทีต่ ดิ อันดับ 20 แอปยอดนิยม โดย Wongnai แอปพลิเคชันเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2553 เริ่มต้นจาก การเป็นอินดี้แอที่รวบรวมข้อมูลร้านอาหารเด็ดๆ ในประเทศไทย ถึงวันนี้ Wongnai ประสบความส�ำเร็จในการเป็นกูรูร้านอาหาร อันดับ 1 ในไทย โดยทีแ่ อปพลิเคชันมียอดดาวน์โหลดสูงเป็นอันดับ 9 ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ยอด ชินสุภัคกุล ซีอีโอวงในเผยเคล็ดลับความส�ำเร็จว่า “สิ่งเดียวที่ส�ำคัญที่สุดของแอปเราก็คือ ช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาร้าน อาหารชือ่ ดังในละแวกใกล้เคียงได้อย่างทันที เป็นฟีเจอร์ทที่ กุ คนชอบ เพราะตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้จริงๆ” อีกหนึ่ง Mobile-First Startup ในชาร์ตก็คือ Kaidee ซึ่งเป็น แอปพลิเคชันตลาดมือสองบนดิจทิ ลั แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ทสี่ ดุ ใน ประเทศไทย กว่า 50% ของผูเ้ ข้าชมแพลตฟอร์มต่อเดือนคือผูใ้ ช้งาน ผ่านแอปพลิเคชัน ถ้าคิดเป็นจ�ำนวนครั้งจะมากถึง 30 ล้านครั้ง นี่คือเหตุผลที่ท�ำให้แอปนี้ติดอันดับที่ 8 ใน 20 อันดับต้น โดยมี ยอดดาวน์โหลดทัง้ หมดกว่า 12 ล้านครัง้ แอป Kaidee ถือเป็นหัวใจ หลักในการเติบโตที่รวดเร็วของบริษัท เช่นเดียวกับที่ ทิวา ยอร์ค Head Coach/CEO ได้ให้ความเห็นกับทาง Appsynth “ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 Kaidee วางแผนพัฒนาการตลาดแบบ App-First ซึ่งเน้นโมบายล์เป็นแพลตฟอร์มหลัก การลงทุนครั้งนี้ ถือเป็นสิง่ ส�ำคัญทีท่ ำ� ให้เราได้ทำ� ความรูจ้ ักและเข้าใจความต้องการ ของผูบ้ ริโภค รวมถึงกลุม่ ผูบ้ ริโภคทีพ่ งึ่ เริม่ ใช้งานอินเทอร์เน็ตครัง้ แรก ผ่านสมาร์ทโฟน ซึง่ สิง่ นีเ้ องท�ำให้ Kaidee มีผใู้ ช้งานผ่านโมบายล์แอป มากทีส่ ดุ เมือ่ เทียบกับช่องทางอืน่ ๆ ความส�ำเร็จครัง้ นีม้ าจากความ มุง่ มัน่ ในการสร้างประสบการณ์การซือ้ -ขายทีง่ า่ ยและเร็วทีส่ ดุ ส�ำหรับ คนไทยเป็นหลัก” จากแพลตฟอร์มการซือ้ -ขายออนไลน์ มาถึงธุรกิจสายการบิน กันบ้าง นกแอร์ หนึ่งในสายการบินประเภทโลว์คอสของไทย เป็น แอปพลิเคชันเดียวทีต่ ดิ 20 อันดับแรกด้วยการให้บริการเส้นทางการบิน ที่ครอบคลุมและแผนการตลาดที่เจาะจงไปยังผู้บริโภคหลากหลาย กลุม่ ท�ำให้นกแอร์เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของผูบ้ ริโภค นอกจากนั้น นกแอร์ยังให้ความส�ำคัญกับการให้บริการ ผ่านโมบายล์ที่สะดวก ในทุกที่ ทุกเวลา จึงไม่น่าแปลก ทีแ่ อปนกแอร์จะเป็นโมบายล์แอปพลิเคชันทีไ่ ด้รบั ความ นิยมมากทีส่ ดุ ในบรรดาสายการบินภายในประเทศอืน่ ๆ

มิสเตอร์โรเบิร์ต แกลลาเกอร์

และสุดท้าย แอปหนึ่งเดียวที่ติด 20 อันดับแรก ในธุรกิจ ประเภทร้านค้าปลีก คือ เซเว่น-อีเลฟเว่น ผูน้ ำ� ตลาดกลุม่ ร้านสะดวกซือ้ ในประเทศไทย โดยเซเว่น-อีเลฟเว่น ได้ก้าวเข้ามาบนโมบายล์ แพลตฟอร์มเพียงไม่นาน แต่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่าง ต่อเนือ่ งเป็นจ�ำนวนมาก แอป 7-Eleven TH เป็นแอปพลิเคชันทีช่ ว่ ย ให้การใช้จ่ายในร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น นั้นสะดวกสบายมากขึ้นกับ ผูบ้ ริโภค ไม่วา่ จะเป็นฟีเจอร์การสะสมแสตมป์ดจิ ทิ ลั ผ่านแอป ทีง่ า่ ย กว่าการสะสมแสตมป์กระดาษแบบเดิมๆ รวมถึงการเข้าถึงโปรโมชัน่ กิจกรรม และส่วนลดพิเศษอืน่ ๆ อีกมากมายผ่าน 7Rewards ซึง่ เป็น Loyalty Campaign หลักภายในแอป สิง่ เหล่านีส้ ง่ ผลให้จำ� นวนผูใ้ ช้งาน แอปพลิเคชันเพิม่ ขึน้ อย่างต่อเนือ่ งในช่วงเวลาเพียงไม่กปี่ ที ผี่ า่ นมา ปัจจุบนั แอป 7-Eleven TH ประสบความส�ำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเป็น 1 ใน 5 อันดับต้นของแอปพลิเคชันยอดนิยมในปี พ.ศ. 2561 ด้วย พร้อมกันนี้ มิสเตอร์โรเบิร์ต แกลลาเกอร์ ผู้ก่อตั้งและ กรรมการผูจ้ ดั การ บริษทั แอ๊พซินท์ ได้ให้ความเห็นว่า “กว่า 71% ของ คนไทยในปัจจุบนั ใช้สมาร์ทโฟน ซึง่ แอปพลิเคชันมีบทบาทอย่างมาก ในการเปลี่ยนรูปแบบการซื้อสินค้าและบริการ การติดต่อสื่อสาร กับแบรนด์ รวมถึงการใช้ชวี ติ ประจ�ำวันของผูบ้ ริโภค ด้วยเหตุนธี้ รุ กิจ ชัน้ น�ำด้านต่างๆ จึงหันมาใช้โมบายล์เป็นช่องทางหลักในการส่งเสริม ธุรกิจบนโลกดิจิทัล” ข้อมูลอ้างอิง  ผลส�ำรวจ Google Barometer ในปี 2015 และ 2017  รายงานจาก We Are Social Global Digital Report ปี 2018

เกี่ยวกับแอ๊พซินท์ (Appsynth)

แอ๊พซินท์ คือเอเจนซี่ผู้น�ำแห่งการพัฒนาแอปพลิเคชันในประเทศไทย ให้บริการด้านการพัฒนาและการตลาดอย่างเต็ม รูปแบบ กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เช่น เซเว่น-อีเลฟเว่น ไลน์ ทรู โตโยต้า กรุงไทย แอ๊กซ่า คาสิโอ บริติช เคาน์ซิล และ ธนาคาร เดอะรอยัลแบงค์อ๊อฟสกอตแลนด์ ปัจจุบันแอ๊พซินท์ ได้ให้บริการลูกค้าทั่วโลกกว่า 15 ประเทศ สร้างผลก�ำไรกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และสร้างยอดดาวน์โหลดให้กับลูกค้ารวมกันกว่า 30 ล้านครั้ง

September-October 2018


10 Years of the App Store : Thailand’s Top Apps of All Time

When Apple first launched the App Store in mid July 2008, few of us anticipated how significantly apps would impact the daily lives of most people. Initially an expensive luxury item, smartphones have since become ubiquitous thanks to a large range of affordable devices catering for all market segments, driving adoption across the globe. Thailand is no exception, with low-cost models even available in your nearest 7-Eleven store. In fact Thailand has been a leader in mobile adoption, recognised as the the no.1 mobile-first market in the world in Google’s 2015 Consumer Barometer Study. Over the past decade the App Store has witnessed 170+ billion downloads, totaling over $130 billion in global user spend. To celebrate this 10-year anniversary, leading mobile agency Appsynth has taken a look at Thailand’s top apps of all time, and the reasons why these apps in particular have become staple features on millions of mobile devices across the Kingdom. The chart is based on total install volumes of non-game apps by Thai publishers, compiled by AppAnnie, the global leader in app analytics and app market data. The list represents a diverse split of industry that provides a lens into modern life: from the decades-old obsession with TV to the progression towards a cashless society, through to retail loyalty and local restaurant discovery, mobile apps have, and continue to, shape the way Thais live. The banking industry occupies five places on the list, including four of the top six apps. While one might expect banks to enjoy high download numbers given their large existing customer bases, this dominance reflects how heavily many Thai banks are investing in digital platforms. Most countries do not see banking apps dominating install rankings so significantly, making this a unique characteristic of the Thai market. As a result, 56% of Thais now report using mobile banking. September-October 2018

In many global markets, incumbent banks are losing market share to digital-first challenger banks and fintech startups seeking to disrupt banking and financial service industries. For example alternative mobile payment options such as preloading money to a digital wallet make it possible for consumers to cut out the banking system entirely. Thai banks have done well to reinforce their positions, providing platforms for collaboration rather than competition with promising fintech startups in the form of accelerator programs, while heavily investing in their own mobile channels. As a result of this continued investment, Kasikornbank and SCB occupy the top 2 spots on the list. “Building something that’s specifically designed for a mobile lifestyle is what really sets K PLUS apart in this industry. K PLUS’ strategy is aimed at creating new user experiences with personalization features where all financial needs of customers can be fulfilled on a single device, delivering both functional and emotional benefits. Making K PLUS relevant to consumers’ daily digital lifestyles is KBank’s commitment, with more to come in the next year” said Mr.Patchara Samalapa, President of Kasikornbank. SCB also sees personalisation as a key element to achieving high customer satisfaction, with mobile playing a central role in delivering an effective omni-channel experience: “SCB EASY reshapes the landscape of SCB’s retail banking – breaking down channel silos and connecting the physical to digital experience. SCB EASY’s success is a testament to the bank’s effort to make the customer journey personalized and seamless, because we realize that customers do not think in terms of channels – rather, we let them consume services where, when and how they want them” said Mr.Tana Pothikamjorn, first senior vice president, digital banking division at SCB.


“Alternative Banking” is also hot on the heels of traditional banks. TrueMoney Wallet (in 5th place) enables its users to make in-store purchases, scan and pay bills and top up phone credit, amongst other things. What’s more, you don’t need a bank account to use the app. TrueMoney Wallet can be auto-topped up when connected to a bank account, or can be manually topped up with cash – enabling digital money transactions for the unbanked population. In 3rd place sits the only app on the list created by an independent developer, Nattapong Tonprasert. TV Thailand has unsurprisingly been a massive hit with users across the nation. The app provides access to Thai drama series, cartoons and music videos, enabling Thais to have their favorite TV shows at their fingertips, anytime, anywhere. 51% of Thais report watching video on their smartphone daily and 81% at least once per week, so it’s no surprise that streaming video is well represented on the list, with 4 different apps featured. The ThaiTV3 app, now branded as Mello, is the only one of these directly published by a broadcaster. This is sure proof that you don’t need to be a big brand, or have a massive budget, to create an app that people love. From indie developers to tech start-ups, Wongnai is one of only two mobile-first startups on the list. Founded in 2010, Wongnai has become the definitive directory of restaurants in Thailand, successfully leveraging mobile technology to deliver a user experience which greatly exceeded earlier online directories. Of the secret to their success, CEO Yod Chinsupakul says: “The single most important feature of the app is the ability to immediately locate the ‘Top Nearby Restaurants’. Our users love this feature, and applications made this possible.” The other mobile-first startup in the top 20 is Kaidee. Kaidee is Thailand’s biggest second-hand online marketplace. Over 50% of Kaidee’s 30 million monthly visits are through the app, which ranks 8th on our list. With over 12 million installs reported, Kaidee’s app has been key to the company’s rapid growth, as Head Coach Tiwa York points out: “Since 2013 Kaidee has been developing with an app-first mentality. It was an investment for us to learn and understand our customers needs and be relevant to the audience that was using the Internet for the first time through their smartphones. This has resulted in app users being our most engaged and active customers on the platform. The success of Kaidee’s app has been driven by focusing on delivering a great customer experience

for the Thai audience to buy and sell quickly and easily”. From online marketplaces to air travel, Nok Air is the only airline to make the list. The domestic low-cost carriers cheap pricing and marketing initiatives targeting varying consumer segments have made it a preferred choice on many routes. Their mobile channel is proving more popular than those of other domestic airlines and the ease of using the service on the go has undoubtedly attributed to its success. Last but not least, this list wouldn’t be complete without 7-Eleven, the only retailer to make the list. The market-leading convenience store has massively ramped up its digital presence in recent years, including using mobile to digitize it’s hugely popular stamp loyalty scheme. The 7-Eleven TH app gives users access to special deals and discounts and the ability to engage with 7Rewards loyalty campaigns, enabling the app’s millions of users to earn exclusive merchandise and rewards. The app’s popularity has steadily increased in recent years, now ranking amongst Thailand’s top 5 most popular apps based on 2018 install numbers. Commenting on its study, mobile agency Appsynth’s Managing Director Robert Gallagher noted: “With 71% of Thais now using a smartphone, apps have changed the way Thai people shop, interact with businesses and engage with their surroundings. Leading businesses are treating mobile as a key strategic initiative, as a best-in-class app can now be a source of competitive advantage when done right”. References  First-hand App Annie data  Google Barometer Study 2015, 2017  We Are Social Global Digital Report 2018

About Appsynth

Appsynth is Thailand’s leading mobile agency, providing mobile design, development and marketing solutions for global and domestic brands, such as 7-Eleven, LINE, True, Toyota, Krungthai-AXA, Casio, British Council and Royal Bank of Scotland. The company’s client base spans 15 countries, and has generated more than US $40M in app revenue and over 30 million app downloads for its clients. Learn more at www.appsynth.net

September-October 2018


JetRam DDR4

หน่วยความจำ�คุณภาพสูง

JetRam DDR4 Memory Module Series Providing Trusted Quality

ทรานส์เซนด์ อินฟอร์เมชัน, อิงค์. (Transcend) ผูน้ ำ� การผลิต อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และผลิตภัณฑ์ดา้ นมัลติมีเดีย เปิดตัวหน่วย ความจ�ำ JetRam DDR4 ที่มีความจุขนาด 4GB และ 8GB เหมาะ ส�ำหรับกลุ่มผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ประกอบในราคาประหยัด โมดูล หน่วยความจ�ำ JetRam ของทรานส์เซนด์ผลิตขึน้ ด้วยชิปหน่วยความจ�ำ DRAM ที่ผ่านมาตรฐาน ETT ซึ่งเป็นขั้นตอนการคัดกรองที่เข้มงวด ของทรานส์เซนด์ และการทดสอบด้านสิง่ แวดล้อมทีเ่ ข้มงวด และการ ทดสอบมาตรฐาน ลูกค้าสามารถรับประโยชน์จากคุณภาพทีเ่ ชือ่ ถือได้ ในราคาทีเ่ หมาะสม หน่วยความจ�ำ JetRam DDR4 ของทรานส์เซนด์ สร้างขึ้นด้วยชิป DRAM ที่มีคุณภาพสูงสุด ซึ่งให้ประสิทธิภาพการ ท�ำงานและความทนทาน ด้วยคุณสมบัตขิ องเทคโนโลยี DDR4 ทีล่ ำ�้ หน้า หน่วยความจ�ำ DDR4 ของทรานส์เซนด์เลือกใช้ชปิ หน่วยความจ�ำความจุสงู ท�ำให้มี โมดูลหน่วยความจ�ำที่ความจุตั้งแต่ 4GB ถึง 8GB ให้เลือกใช้ ด้วย ความเร็วในการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง 2400MHz และแบนด์วิดธ์ หน่วยความจ�ำสูงสุด 19GB/s ท�ำให้โมดูลหน่วยความจ�ำ DDR4 ของ ทรานส์เซนด์จะส่งเสริมประสิทธิภาพการท�ำงานของระบบได้อย่าง ครอบคลุม

Transcend Information, Inc. (Transcend), a leading manufacturer of storage and multimedia products, is proud to announce the launch of the JetRam DDR4 memory module series in Philippines. The series includes capacity 4Gb/8GB, which are targeting to budgetary PC and DIY market. Transcend’s JetRam memory modules are manufactured with true ETT grade, brand-name DRAM chips that have passed Transcend’s strict screening process and rigorous environmental testing. The modules provide excellent compatibility and fully-tested reliability. Customers can enjoy the benefit of trusted quality yet with a competitive price point. Transcend’s JetRam DDR4 memory modules are constructed with top-quality DRAM chips that deliver stable performance and durability. With advanced DDR4 technologies, Transcend’s DDR4 memory modules utilize higher density components, allowing capacity options ranging from 4GB to 8GB. Offering high speed transmission of 2400MHz and up to 19GB/s of memory bandwidth, Transcend’s DDR4 DIMMs comprehensively promote the system performance.

สำ�หรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม https://th.transcend-info.com September-October 2018


EasyPact TVS สวิตช์ตัดต่อวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติ สำ�หรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แนะน�ำชุดอุปกรณ์ตัดต่อวงจรใหม่ EasyPact TVS ชุดอุปกรณ์ตดั ต่อวงจรแบบแมกเนติก คอนแทคเตอร์ มาพร้อม EasyPact TVS MPCB และ Thermal Overload Relays ที่ช่วยท�ำหน้าที่เป็นเบรกเกอร์ และป้องกันอันตรายจากการใช้งาน เกิ น พิ กั ด ด้ ว ยการตั ด ต่ อ วงจรแบบอั ต โนมั ติ ติ ด ตั้ ง ง่ า ยไม่ ต ้ อ ง เดินสายไฟใหม่ เหมาะส�ำหรับอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก หรือ อาคาร อาทิ ระบบปรับอากาศ (HVAC) ปั๊ม (Pumps) ระบบสิ่งทอ (Textile) การบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ระบบล�ำเลียง (Conveyer) ชุดเครือ่ งก�ำเนิดไฟฟ้า (GenSet) ทนทาน ด้วยอายุการใช้งานยาวนาน ถึง 1.4 ล้านครัง้ รวมไปถึงการป้องกันกระแสไฟเกินทีเ่ กิดขึน้ กับมอเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเหมาะส�ำหรับ ผูป้ ระกอบการทัง้ สมาร์ทฟาร์ม และเกษตรกรรมยุค 4.0 ทีเ่ อาระบบ PLC เข้าไปใช้งานร่วมอีกด้วย

ATV340

เปลี่ยนเครื่องจักรธรรมดาให้อจั ฉริยะ

ATV 340 0,75kW to 90kW

Altivar Machine ATV340 ซึ่งเป็นไดรฟ์หรืออุปกรณ์ควบคุมปรับ ความเร็วรอบมอเตอร์ สามารถดูการท�ำงานผ่านอุปกรณ์ในระยะไกลด้วย สมาร์ทโฟน แทบเล็ต โน้ตบุก๊ มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ ได้รับการออกแบบให้มีสมรรถนะสูงส�ำหรับใช้งานร่วมกับมอเตอร์ 3 เฟส 380 VAC ตัง้ แต่ 0.75 ถึง 75 กิโลวัตต์ (1 ถึง 100 แรงม้า) เหมาะส�ำหรับผูผ้ ลิต เครื่องจักร (Original Equipment Manufacturers หรือ OEMs) ที่ต้องการ น�ำระบบอัจฉริยะเข้าไปเสริมประสิทธิภาพ มาพร้อมระบบการควบคุมการ ด�ำเนินงานทีท่ นั สมัย ให้ความง่ายในการใช้งาน มีความสามารถในการท�ำงาน แบบอัตโนมัตขิ นั้ สูง ทัง้ ยังให้ความสะดวกในการรวมระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน รองรับความท้าทายในยุคเครื่องจักรอัจฉริยะ และลดเวลาในการสร้าง นวัตกรรมให้เครื่องจักรอีกด้วย Altivar Machine 340 มีประสิทธิภาพด้วยแบนด์วดิ ธ์ความเร็วสูงสุด 400 Hz ถูกออกแบบมาส�ำหรับการด�ำเนินงานแบบไดนามิก ซึง่ อาจต้องใช้ เวลาเร่งความเร็วหรือการเข้าสูจ่ ดุ สมดุลของรอบมอเตอร์เร็วขึน้ พร้อมรองรับ การท�ำงานโอเวอร์โหลดสูงถึง 220% นอกจากนี้ด้วยการออกแบบโมดูลาร์ ท�ำให้ Altivar 340 มีตวั เลือกการสือ่ สารมากมาย พร้อมขยายจ�ำนวนอินพุตเอาต์พุต ด้วยการ์ดขยาย (I/O Extension Card) สำ�หรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม https://bit.ly/2v2Hg9l September-October 2018


Dell Precision 3630 Tower

Dell Precision 3630 Tower

เครื่อง

Dell Precision 3430 Tower เครื่อง Dell Precision 3630 Tower มีขนาดที่เล็กลงกว่ำ เครือ่ งในรุน่ ก่อน 23 เปอร์เซ็นต์ ทีม่ พี ร้อมความสามารถในการขยาย เพือ่ รองรับการท�ำงานในอนาคต ท�ำให้ผใู้ ช้เลือกซือ้ โซลูชนั ทีเ่ หมาะสม กับความต้องการได้โดยไม่ต้องกังวลต่อข้อจ�ำกัดของพื้นที่การ ท�ำงาน Dell Precision 3630 Tower มาพร้อมพอร์ตเชือ่ มทีส่ ามารถ เอื้อมถึงได้อย่างง่ายดายในการท�ำงาน ท�ำให้สามารถเชื่อมสู่แหล่ง ข้อมูลต่างๆ ภายนอก อุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลและอืน่ ๆ อีกมากมาย และจากการที่ผู้ใช้เวิร์กสเตชันจะสร้าง IP ขึ้นมาบ่อยครั้ง เดลล์จึง ให้ตัวอ่านสมาร์ทการ์ด (Smart Card (CAC/PIV) Reader) เพื่อเป็น ทางเลือกในการจัดการข้อมูลอย่างปลอดภัยได้อย่างง่ายดายยิง่ ขึน้ แม้ ข นาดของเครื่ อ งจะเล็ ก แต่ ก ลั บ มี ข นาดใหญ่ล ้นเหลือ เมื่อมาถึงประสิทธิภาพในการท�ำงาน ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งในการ สร้างสรรค์ หรือสนุกสนานไปกับประสบการณ์ดา้ น VR หรือในการ ท�ำงานทีต่ อ้ งการใช้ทรัพยากรอย่างเข้มข้นในด้านอืน่ ๆ ตัวเครือ่ งมำ พร้อม 8th Generation Intel® Core™ i และโพรเซสเซอร์ใหม่ในระดับ

Deco M9 Plus

อุปกรณ์ปล่อยสัญญาณ Wi-Fi รุ่น AC2200

มืออาชีพอย่าง Xeon® E Processors ด้วยระดับความแรงของ หน่วยความจ�ำทีร่ วดเร็วกว่าเดิมทีส่ งู ถึง 2666MHz 64GB และให้การ สนับสนุนกราฟิกถึง 225W เครือ่ ง Dell Precision 3630 Tower ให้พนื้ ทีใ่ นการจัดเก็บที่ สามารถขยายเพิม่ เพือ่ รองรับการท�ำงานในอนาคตได้ พร้อมฟีเจอร์ SATA และ PCIe NVMe SSDs ที่สามารถปรับแต่งได้สูงถึง 14TB พร้อมการรองรับ RAID นอกจากนี้ เครือ่ ง Dell Precision 3430 Small Form Factor Tower ทีเ่ ป็นทาวเวอร์ขนาดเล็ก เหมาะสมเป็นอย่างยิง่ กับผูใ้ ช้งาน เวิรก์ สเตชันส่วนใหญ่ โดยตัวเครือ่ งมอบประสิทธิภาพการท�ำงานใน รูปแบบเดียวกับที่ Precision 3630 มอบให้ เพียงแต่อยูใ่ นรูปลักษณ์ ทีม่ ขี นาดเล็กกว่าและรองรับการท�ำงานกราฟิกได้ถงึ 55W ซึง่ สามารถ ขยายพื้นที่จัดเก็บได้ถึง 6TB พร้อมการรองรับ RAID สำ�หรับข้อมูลเพิม่ เติม กรุณาเยีย ่ มชม www.dellemc.com

Deco M9 Plus อุปกรณ์ปล่อยสัญญาณ Wi-Fi รุ่น AC2200 ของ TP-Link ได้ตอกย�ำ้ ระบบ Mesh Wi-Fi System ทีใ่ ห้การเชือ่ มต่อแบบไร้สาย ได้อย่างไร้รอยต่อ ทั่วบริเวณบ้านทั้งหลัง และยังช่วยปรับปรุงระบบ Wi-Fi แบบ Tri-Band (3 ย่านความถี่) ด้วย TP-Link Mesh ซึ่งรวมเอาเทคโนโลยี Backhaul แบบพิเศษและแบบไดนามิกเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น อุปกรณ์ Deco M9 Plus ยังมีคุณสมบัติ ZigBee และ Bluetooth ส�ำหรับการเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะโดยไม่มีฮับพิเศษที่ติดตั้ง ได้งา่ ยและเป็นระบบ Wi-Fi ทีม่ คี วามปลอดภัยสูงสุดในการปกป้องอุปกรณ์ ที่เชื่อมต่อทุกอย่างจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วยโปรแกรมป้องกันไวรัส ที่มีประสิทธิภาพ Deco M9 Plus สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้ 100 เครื่อง กระจายสัญญาณได้ไกลถึง 6,500 ตารางฟุต ทั่วทุกส่วนบริเวณบ้าน ท�ำให้ สะดวกในการเชื่อมต่อ หรือสั่งให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้านท�ำงาน เชือ่ มต่อได้ทกุ สรรพสิง่ IoT (Internet of Things) ได้ทกุ แบรนด์ ทุกชนิด ผ่าน แอพพลิเคชัน โดยทีไ่ ม่ตอ้ งซือ้ ฮับเป็นอุปกรณ์เสริมเหมือนแบรนด์อนื่ ๆ และ เมื่อการเชื่อมต่อหนาแน่น สามารถขยายการรับ-ส่งข้อมูลจาก 866 Mbps ถึง 1.5 Gbps ท�ำให้แบนด์วธิ ของ Tri-Band มีความแข็งแกร่ง เร็ว และแรง

สำ�หรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม https://www.tp-link.co.th/home-networking/deco/ September-October 2018


ทีซีซีเทค ร่วมบริจาคคอมพิวเตอร์ ให้ รพ.สต. โพรงมะเดื่อ เพื่อยกระดับบริการทางการแพทย์ ในระดับชุมชน TCCtech Supported Phrong Madua Community Hospital Healthcare Services with Donation of Computers and Peripherals

บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จ�ำกัด (ทีซีซีเทค) ร่วมบริจาคคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ เพื่อใช้งานจ�ำนวน 10 ชุด ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลโพรงมะเดื่อ อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมี สุดา ตรีศริ กิ ลุ ผูอ้ ำ� นวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและธุรการ (ที่ 3 จาก ขวา) และ ลีพร สายะสิต ผูอ้ ำ� นวยการฝ่ายสือ่ สารองค์กร (ที่ 5 จากขวา) เป็นตัวแทนบริษทั ฯ ในการส่งมอบคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ให้กับ ขนิษฐา ตั้งกิตติวัฒน์ ผู้อ�ำนวยการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลโพรงมะเดือ่ (ที่ 4 จากขวา) เป็นตัวแทนรับมอบ ทัง้ นี้ ทีซซี เี ทค ตระหนักถึงความส�ำคัญในการสร้างโอกาสด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีและการจัดเก็บข้อมูล ส�ำคัญทางการรักษา เพื่อเสริมประสิทธิภาพการให้บริการทางการแพทย์ในระดับชุมชน T.C.C. Technology Company Limited (TCCtech) represented by Mrs.Suda Trisirikul, Director of Human Resources and Administration, and Mrs.Waleeporn Sayasit, Corporate Communications Director, donated 10 sets of computers and peripherals to Ms.Khanita Tungkittiwat, representative of the Phrong Madua Community Hospital. Through this corporate social responsibility activity, TCCtech realized the importance of the opportunity to access technology, as well as the sufficiency of the infrastructure for the hospital to increase the overall quality of community healthcare services.

TPIPP รับรางวัล Thailand Energy Awards 2018 TPIPP Received the Thailand Energy Awards 2018

ภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและ การเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP รับรางวัล Thailand Energy Awards 2018 จาก พลอากาศเอก ประจิน จัน่ ตอง รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสทีไ่ ด้รบั เลือกให้เป็นบริษทั ทีม่ ผี ลงาน ดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทน ตลอดจน ร่วมสร้างจิตส�ำนึกที่ดีให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องน�ำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผล เป็ น รู ป ธรรม จากกรมพั ฒ นาพลั ง งานทดแทนและอนุ รั ก ษ์ พ ลั ง งาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ Mr.Pakapol Liewpairat, Senior Executive Vice President, Accounting and Finance, TPI Polyn Power (Public) Co., Ltd. or TPIPP received Thailand Energy Awards 2018 from Air Chief Marshal Prajin Chantong, Deputy Prime Minister, on the occasion that the Company has been selected for an outstanding performance related to energy conservation and development of renewable energy, as well as contributing to creating the good consciousness of all stakeholders, to apply for achieving concrete results, This is from the Department of Alternative Energy Development and Efficiency at Queen Sirikit National Convention Center.

ดาว รวมใจประชารัฐ เพิ่มผืนป่าอย่างยั่งยืน พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันแม่ Dow Joins Forces with Public and Private Sectors in “Pudorn Reforestation Project” to Support Eco-Tourism in Honor of Her Majesty Queen Sirikit เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติถวายความจงรักภักดีและสนองพระราชด�ำริ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จึงได้รว่ มกับอ�ำเภอบ้านฉาง เทศบาลต�ำบลบ้านฉาง องค์การบริหารส่วนต�ำบล ส�ำนักท้อน ส�ำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมจังหวัดระยอง ส�ำนักงานทางหลวง ชนบทจังหวัดระยอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานต่างๆ จัดท�ำโครงการ “ดาว รวมใจประชารัฐ เพิ่มผืนป่าอย่างยั่งยืน ปีที่ 1” ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของ ชุมชนในการเพิม่ พืน้ ทีส่ เี ขียว พร้อมทัง้ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเทีย่ วและแหล่งเรียนรูข้ องจังหวัด On the occasion of Her Majesty Queen Sirikit’s 86th birthday on 12th August 2018, Dow Thailand Group joined hands with Ban Chang district and its local agencies, Rayong Provincial Office for Natural Resources and the Environment, Rayong Rural Road Office, and Kasetsart University to initiate the “2018 Pudorn Reforestation Project”. The collaboration reflects the significant involvement of community people in the development of green areas for eco-tourism and promotion of learning in Rayong.

September-October 2018


พลังเพื่อการเปลี่ยนแปลง Power of Change

บางกอกเคเบิ้ล ส่งมอบสายไฟฟ้าให้แก่ กฟภ. Bangkok Cable Gave Cables to Provincial Electricity Authority

วิเชฐ ตันติวานิช ประธานคณะกรรมการสถาบันผูน้ ำ� -น�ำการเปลีย่ นแปลง มูลนิธิสัมมาชีพ ให้การต้อนรับ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ทีใ่ ห้เกียรติมาเป็นวิทยากรพิเศษ บรรยายในหัวข้อ “อุตสาหกรรม 4.0 ก้าวทัน ก้าวไกล ไม่ทงิ้ ใครไว้ขา้ งหลัง” ในการอบรมโครงการผูน้ ำ� -น�ำการเปลีย่ นแปลง รุน่ ที่ 9 : พลังเพือ่ การเปลีย่ นแปลง (Power of Change) จัดโดยมูลนิธสิ มั มาชีพ โดยมี มงคล ลีลาธรรม และ ดร.สุนทร คุณชัยมัง ร่วมให้การต้อนรับ ณ ธนาคารพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank)

การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค จ.เชียงราย ได้รบั มอบสายไฟฟ้าจากบริษทั สายไฟฟ้า บางกอกเคเบิ้ล จ�ำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตสายไฟฟ้าชั้นน�ำของประเทศไทย ทางบริษัท ได้สนับสนุนสายไฟฟ้า 0.6/1 kV CV 4x35 sq.mm จ�ำนวน 3,000 เมตร เพื่อใช้ ในการสูบน�้ำออกจากถ�้ำหลวง จ.เชียงราย โดยสายชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถติดตั้งได้ทั้งในที่แห้งและที่เปียก และยังสามารถฝังลงดินได้โดยตรง โดย ไม่ต้องร้อยท่อฝังดิน ซึ่งสภาพถ�้ำหลวงมีความเปียกชื้นและเป็นดินโคลนจึงเหมาะ แก่การน�ำไปใช้งานติดตั้งสูบน�้ำออกจากถ�้ำ

Mr.Vichet Tantivanij, Chairman of the Board of the Leadership Institution–Power of change, Right Livelihood Foundation, welcomed Dr.Uttama Saowanayon, Minister of Ministry of Industry who gave the honor to be a special speaker for the topic on “Industry 4.0 – step forward and far, leave no one behind” at the training of Leadership Project – 9th Leadership for Change : Power of Change organized by Right Livelihood Foundation and he was jointly welcomed by Mr.Mongkol Leelatham and Dr.Sunthorn Kunchaimang at the SME Development Bank.

The Provincial Electricity Authority of Chiang Rai Province, received cable donated by Bangkok Cable Company Limited, which is a leading manufacturer of power cables in Thailand. The Company provided cables 0.6/1 kV CV 4x35 sq.mm, in total of 3,000 meters that were used to pump water from Tham Luang, Chiang Rai Province. This type of cable is especially suitable for installation in dry and wet areas and can be directly embedded in the soil. Tham Luang’s cave condition is damp and muddy so it is, therefore, suitable for installation in order to pump water out from the cave.

TFIT ลงนามเพื่อจัดตั้งสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แห่งประเทศไทย TFIT Signs an Agreement to Establish “Digital Council for Economic and Social Affairs of Thailand”

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงดิจทิ ลั เพือ่ เศรษฐกิจและ สังคม เป็นประธานในพิธลี งนามปฏิญญาความร่วมมือ พร้อมรับทราบมติเอกฉันท์ ของสมาคมสมาพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารแห่งประเทศไทย (TFIT) น�ำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสมาคมฯ และองค์กรสมาชิกทั้ง 20 สมาคม ที่ต้องการร่วมกันผลักดันการจัดตั้ง “สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่ง ประเทศไทย” เพื่อท�ำหน้าที่เป็นองค์กรหลักของภาคเอกชนที่ร่วมมือกับภาครัฐ และภาคเอกชนอื่นๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล Dr.Pichet Durongkaveroj, Minister of the Digital Ministry for Economic and Social Afffairs, chaired the signing ceremony and declaration of cooperation. Together, he has accepted the unanimous resolution of the Thai Federation of ICT Technology Association (TFIT) led by Mr.Supachai Jiavaranont, President of the Association and other 20 member organizations, who wanted to push for the establishment of the Digital Council for Economic and Social Affairs of Thailand”, which will serve as the core organization of private sector partnerships working in cooperation with the government and private sectors to drive for the digital economy and society.

September-October 2018


ไอเอฟเอส จัดงาน IFS Customer Summit 2018 IFS Organized the IFS Customer Summit 2018

ทีซีซีเทค เปิดตัว โอเพ่น-เทค นำ�ร่องโมเดลธุรกิจกับ ความรับผิดชอบต่อสังคม “ซีเอสอาร์ อิน โพรเซส” TCCtech Launched OPEN-TEC as a Pilot Model for its Business Operation Towards CSR in Process

บริษัท ไอเอฟเอส โซลูชั่นส์ ไทย จ�ำกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันส�ำหรับธุรกิจ ชั้นน�ำระดับโลกจากประเทศสวีเดน ได้จัดงานสัมมนา “IFS Customer Summit 2018 – CONNECT TO WHAT’S NEXT” ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร เพื่อเปิดตัวไอเอฟเอส แอปพลิเคชัน 10 ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันเวอร์ชันล่าสุดที่จะมาช่วยให้การท�ำงานขององค์กร มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมี ศรีดาราน อรูมูแกม รองประธานประจ�ำภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไอเอฟเอส เป็นประธานเปิดงาน และพาร์ทเนอร์หลักของบริษัท ไอเอฟเอส 2 รายเข้าร่วมสนับสนุน คือ บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชัน (ประเทศไทย) จ�ำกัด และบริษัท ดาเลี่ยน เชงซี เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จ�ำกัด

บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จ�ำกัด (ทีซีซีเทค) ในฐานะผู้ให้บริการ โครงสร้างพืน้ ฐานด้านไอทีแบบครบวงจร (Leading Integrated Technology Infrastructure Provider) เปิดตัว โครงการ ‘OPEN-TEC’ (Knowledge Sharing Platform) เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ เข้าถึง และใช้ประโยชน์ จากเทคโนโลยีสำ� คัญๆ ในยุคดิจทิ ลั ซึง่ ถือเป็นรากฐานของการขับเคลือ่ น เศรษฐกิจดิจิทัล เฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยมีแนวโน้มการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารของประชากรและภาคธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง

The IFS Solution Thailand Co., Ltd. the leading developer of business applications from Sweden, had organized a seminar” “IFS Customer Summit 2018 – CONNECT TO WHAT’S NEXT” at Eastern Grand Hotel in Sathorn in order to Introduce IFS Applications 10, the latest version of the application that will help organizations to work more efficiently. The event was opened by Mr.Sridarun Arumugam, Deputy President of Southeast Asia, IFS Co., Ltd. and the other two main partners of IFS who also provided support and they are NEC Corporation (Thailand) Co., Ltd. and Dalian Chengsi Technology (Thailand) Co., Ltd.

T.C.C. Technology Company Limited, a Leading Integrated Technology Infrastructure Provider, has launched OPEN-TEC Project (Knowledge Sharing Platform) in order to create learning opportunity and technology access in digital era. The project provides fundamental support on digital economy, especially for Thailand with increasing information technology & communication utilization from both individuals and business sectors.

เมโทร อินโฟเทค (MIT) จับมือ “Resulticks” บุกตลาด “Omnichannel Marketing Technology” ยงยุทธ ศรีวันทนียกุล กรรมการ บริหาร บริษัท เมโทร อินโฟเทค จ�ำกัด (MIT) ซึ่ ง เป็ น บริ ษั ท ย่ อ ยของ บริ ษั ท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชัน่ จ�ำกัด (มหาชน) หรือ MSC ร่วมกับ “Resulticks” จัดงาน สัมมนา “Monetizing the Omnichannel Customer Experience” ณ ห้อง Pinnacle 3 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เพือ่ น�ำเสนอ โซลูชันด้าน “Marketing Technology” ซึ่งก�ำลังเป็นที่ต้องการอย่างแพร่หลายใน ทุกกลุ่มธุรกิจ โดย “Resulticks” เป็นผู้ให้ บริการด้านการสื่อสารและการตลาดในรูปแบบ “Real-Time Marketing Cloud” ในขณะที่บริษัท เมโทร อินโฟเทค จ�ำกัด หรือ MIT เป็นผู้ให้บริการด้านไอทีแบบครบวงจร ความร่วมมือในการเป็นคู่ค้าของทั้ง 2 บริษัทในครั้งนี้ ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก เข้ากับยุค Digital Transformation และ Data-Driven Marketing ส�ำหรับ “Resulticks” มาพร้อมเทคโนโลยี Big Data จึงสามารถขับเคลื่อนการท�ำการตลาดด้วยข้อมูล การวิเคราะห์ และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบ Omnichannel เช่น QR, Social Media, IoT, Becons และ Virtual Assistant ซึ่งเป็นตัวช่วยในการท�ำการตลาด ช่วยเสริมสร้าง Customer Experience และ Brand Loyalty อย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมและฟังก์ชนั การท�ำงานของ “Resulticks” จึงมัน่ ใจได้วา่ จะช่วยเสริมศักยภาพการด�ำเนินธุรกิจของกลุม่ ลูกค้าด้วยการให้บริการในรูปแบบ “Advanced Marketing Automation Technology” แก่ทุกกลุ่มธุรกิจ

September-October 2018


September-October 2018


September-October 2018


Movement

งาน TEMCA Forum & Exhibition 2018 Pattaya

เมื่อวันที่ 17-18 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา Hyundai Electric ผูผ้ ลิตและจ�ำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าก�ำลังรายใหญ่ของ ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งแต่ Low Voltage จนถึง High Voltage ที่ 800 kV มีส�ำนักงานใหญ่ที่กรุงโซล และโรงงานตั้งอยู่ที่ เมืองอุลซัน (Ulsan) ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ ร่วมกับ บริษทั ที แอนด์ ดี เพาเวอร์ เทค (ไทยแลนด์) จ�ำกัด ซึง่ เป็น ตัวแทนบริษทั ฮุนได อิเล็คทริค ในประเทศไทย ได้รว่ มออกบูธ แสดงสินค้าในงาน TEMCA Forum & Exhibition 2018 Pattaya ณ ศูนย์ประชุมพีช โรงแรมรอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป พัทยา โดยมี Mr.Eung Jin Lee กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที แอนด์ ดี เพาเวอร์ เทค (ไทยแลนด์) จ�ำกัด เป็นผู้น�ำในการ จัดแสดงโชว์สินค้าเบรกเกอร์ไฟฟ้าฮุนได ในครั้งนี้ด้วย ภายในงานเน้ น จั ด แสดงโชว์ สิ น ค้ า นวั ต กรรมและ คุณสมบัตขิ องเบรกเกอร์ไฟฟ้า Hyundai HG – Series Molded Case Circuit Breaker, Magnetic Contactor & Overload Relay, Air Circuit Breaker, Vacuum Circuit Breaker ผลิตภัณฑ์ ทีม่ คี ณ ุ ภาพและความปลอดภัยสูง มีแนวคิดการออกแบบทีม่ ี เสถียรภาพมากกว่าผลิตภัณฑ์เพือ่ การอุตสาหกรรม ให้ลกู ค้า ทีส่ นใจได้เข้ามาทดสอบ และผลิตภัณฑ์ยงั เป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม อีกด้วย การออกแบบพื้นผิวเรียบและโค้งมนเป็นเอกลักษณ์ ทีไ่ ม่เหมือนใคร ลดค่าใช้จา่ ยวัสดุ 30% เพิม่ ประสิทธิภาพและ คุณภาพดี โดยการเปลี่ยนแนวคิดการออกแบบรูปทรงและ วัสดุทแี่ ตกต่างให้เป็นแนวคิดเดียวกัน ซึง่ ได้รบั รางวัลมากมาย รวมถึงรางวัลการออกแบบ ‘iF Design Award 2016’ การออกแบบ ทีท่ นั สมัยและกะทัดรัด อีกทัง้ ยังมีการโชว์ผลงานทีเ่ ราได้ทำ� การ ติดตั้ง ESS (Energy Storage System) ระบบกักเก็บพลังงาน ด้วยไฟฟ้าไว้เพื่อการใช้งานในเวลาอื่นที่จำ� เป็น ปัจจุบัน ฮุนได อิเล็คทริค มีลูกค้าที่ให้การยอมรับและ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์มากกว่า 70 ประเทศทัว่ โลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานสากล ทั้ง IEC, ANSI, KEPIC, KERI, KEMA, CSA, DIN, AS, JIS, ES, GOST, ATEX, CU&UL etc. โดยมีผู้สนใจเข้าชมบูธโชว์สินค้าและนวัตกรรม อาทิเช่น ผู้รับเหมางานไฟฟ้า วิศวกรที่ปรึกษา คณาจารย์ นักศึกษา ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ผูท้ สี่ นใจจากภาครัฐและเอกชน พร้อม ผู้เชี่ยวชาญคอยให้ค�ำแนะน�ำ รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกมอบ ของรางวัลอีกมากมาย บริษัทขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ ความสนใจเข้าเยีย่ มชมบูธแสดงสินค้าและนวัตกรรมเบรกเกอร์ ไฟฟ้าฮุนได สนใจผลิตภัณฑ์ตดิ ต่อ T&D Powertech (Thailand) Co., Ltd. Tel : 0-2002-4395-7 E-mail : info@tdpowertech.com September-October 2018


Interlink Open House

ศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง น�า คณะนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ระดับสูง (พตส.9) ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารพรรคการเมือง บุคลากรทางการเมือง ผูบ้ ริหารระดับสูงจากหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ เดินทางมาศึกษาดูงาน ณ บริษทั อินเตอร์ลง้ิ ค์ คอมมิวนิเคชั่น จ�ำกัด (มหาชน) พร้อมเยี่ยมชมอาคาร LAB ด้านสายสัญญาณและระบบโลจิสติกส์ และศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ ณ บริษทั อินเตอร์ลงิ้ ค์ เทเลคอม จ�ำกัด (มหาชน) โดยมี สมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ให้การต้อนรับ

LINK จัดสัมมนา Communication Infrastructure for Thailand 4.0

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จ�ำกัด (มหาชน) ผู้น�ำเข้า และจัดจ�ำหน่ายสายสัญญาณทีใ่ หญ่ทสี่ ดุ ในอาเซียน ภายใต้แบรนด์ LINK จัดสัมมนาอัปเดตเทคโนโลยีดา้ นโทรคมนาคมแก่อาจารย์สถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาประสบการณ์และความรู้ด้านสายสัญญาณต่างๆ กับงาน Communication Infrastructure for Thailand 4.0 พร้อมกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยงานนีไ้ ด้รบั เกียรติจาก สมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ และกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ กลุม่ บริษทั อินเตอร์ลงิ้ ค์ คอมมิวนิเคชัน่ จ�ำกัด (มหาชน) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ โรงแรมวังยาว ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก

September-October 2018


Movement

Thailand Industry Expo 2018

กระทรวงอุตสาหกรรม จัดงาน “Thailand Industry Expo 2018” อย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้แนวคิด “CHANGE to SHIFT” เปลีย่ นเพือ่ ปรับยกระดับอุตสาหกรรมไทยอย่าง ยิ่งใหญ่ เพื่อแสดงศักยภาพและยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ ไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มขีดความ สามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย จัดโดยกระทรวง อุตสาหกรรม และหน่วยงานพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบัน การศึกษา สถาบันการเงิน สถาบันวิจยั และองค์กรระหว่างประเทศ

เปิดตัวงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ระดับโลก IEEE PES GTD ASIA 2019 : Big Shift in Power and Energy

บรรยายภาพ

1. ผศ. ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ ประธานคณะกรรมการจัดงาน 2. จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานส่งเสริมการจัด ประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) 3. เวทีเสวนา “Big Shift in Power and Energy in Thailand 2019” 4.-6. บรรยากาศภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวงานประชุมวิชาการและ นิทรรศการ IEEE PES GTD ASIA 2019 September-October 2018

IEEE Power & Energy Society – Thailand และ สถาบันวิชาชีพวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่ง ประเทศไทย (IEEE Thailand Section) จัดงานแถลงข่าว เปิดตัวงานประชุมวิชาการและนิทรรศการระดับโลก IEEE PES GTD ASIA 2019 ทีจ่ ดั ขึน้ ภายใต้แนวคิด “Big Shift in Power and Energy” คณะผูจ้ ดั งาน น�ำโดย ผศ. ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ ประธานคณะกรรมการจัดงานเผยได้รับการ สนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร และผูป้ ระกอบการด้านไฟฟ้า และพลังงาน ชี้เป็นงานที่เปิดโลกทัศน์อนาคตการพัฒนา พลังงานไฟฟ้าไทย ภายในงานดังกล่าวยังได้จดั ให้มกี ารเสวนา “Big Shift in Power and Energy in Thailand 2019” โดยได้รบั เกียรติ จาก เสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุจ เหราบัตย์ รองผู้ว่าการฝ่ายธุรกิจและบริการ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดร.ชาญณรงค์ บาลมงคล ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ วิทวัส สวัสดิ-์ ชูโต รองกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ นวัตกรรมและดิจติ อล บริษทั ปตท. จ�ำกัด (มหาชน) ร่วมเสวนา ด�ำเนินรายการโดย ดร.อริสรา ก�ำธรเจริญ ทัง้ นี้ งานประชุมวิชาการและนิทรรศการระดับนานาชาติ IEEE PES GTD Grand International Conference and Exposition Asia 2019 หรืองาน IEEE PES GTD ASIA 2019 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มีนาคม พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


วสท. ร่วมกับ สถาบัน DHI แห่งเดนมาร์ก จัดงาน “ทิศทางอนาคตโมเดลจัดการน�้ำประเทศไทย 4.0” (Future Direction, Thailand Water Modeling 4.0 Prosperity, Security, Sustainability)

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) โดย ดร.ธเนศ วีระศิริ นายก วสท. และ ดร.ศิรลิ กั ษณ์ ชุม่ ชืน่ ประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมแหล่งน�้ำ (วสท.) ร่วมกับ Danish Hydraulic Institute (DHI) สถาบันผู้น�ำบริหารจัดการน�้า และสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศเดนมาร์ก น�ำโดย เจสเพอร์ คอร์จ ผูอ้ ำ� นวยการใหญ่ ฝ่ายโปรแกรมแบบจ�ำลอง ร่วมเปิดงาน “ทิศทาง อนาคตโมเดลจัดการน�ำ้ ประเทศไทย 4.0 เพือ่ ความมัง่ คัง่ มัน่ คง และยั่ ง ยื น ” ถ่ า ยทอดองค์ ค วามรู ้ แ ละพั ฒ นาแบบจ� ำ ลองทาง คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีการบริหารจัดการทรัพยากรน�ำ้ แก่บคุ ลากร ไทยให้มีทักษะความเชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อุทกภัย และการจัดการปัญหาชายฝั่ง งานนี้จัดขึ้น ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคาร วสท. รามค�ำแหง 39 ได้รับเกียรติจาก สถิตย์ จันทร์ทิพย์ Mr.Oluf Zeilund Jessen นริศรา ฉัตรวัชรกุล ดร.สมฤทัย ทะสะดวก และ ดร.เกษม ปิน่ ทอง เป็นวิทยากร โดยมี ดร.สมชาย ชนวัฒนา เป็นผู้ดำ� เนินรายการ

งาน Taiwan Expo 2018 งานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยี จากไต้หวันสู่สายตาชาวไทย

สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (The Taiwan External Trade Development Council – TAITRA) สมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน (Thai-Taiwan Business Association) กรมการค้า ต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (Bureau of Foreign Trade – MOEA) และส�ำนักงาน เศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปในประเทศไทย (Taipei Economic and Cultural Office in Thailand – TECO) ร่วมมือกับส�ำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (Thailand Trade and Economic Office) กระทรวงพาณิชย์ ส�ำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment – BOI) และ ส�ำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (Thailand Convention and Exhibition Bureau – TCEB) ร่วมเปิดงาน Taiwan Expo 2018 ครัง้ แรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Let’s Tie Together” งานนีจ้ ะจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีชนั้ น�ำควบคูไ่ ปกับการแลกเปลีย่ นศิลปะ และวัฒนธรรมเพือ่ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าระหว่างไทยและไต้หวัน งานจัดขึน้ ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม-1 กันยายน 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายในงานนี้ส�ำนักงานโครงการการค้าสีเขียว (Green Trade Project Office : GTPO) ภายใต้การก�ำกับดูแลของกระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ได้จัดแสดง ซุ้มผลิตภัณฑ์สีเขียวไต้หวัน (Taiwan Green Products Pavilion) เป็นครัง้ แรกในประเทศไทย เพือ่ น�ำเสนอสินค้าและเทคโนโลยี พลังงานสีเขียวจากบริษัทชั้นน�ำของไต้หวัน ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1) โซลูชนั เมืองอัจฉริยะและอินเทอร์เน็ตของสรรพสิง่ (IoT) เพือ่ ตอบโจทย์นโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” 2) วัสดุก่อสร้างสีเขียว เพื่อการสร้างเมืองสีเขียว และ 3) เทคโนโลยีการประหยัดพลังงานและการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม September-October 2018


เอ็มเฟค โชว์เทคโนโลยี แมชชีน เลิร์นนิ่ง MFEC Presents Machine Learning Technology บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จ�ำกัด (มหาชน) โชว์เทคโนโลยีแมชชีน เลิรน์ นิง่ (Machine Learning) ช่วยวิเคราะห์ขอ้ มูลในการท�ำนายและ แจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบต่อแอปพลิเคชัน ภายในองค์กรเป็นเจ้าแรกของไทย ภายใต้โซลูชันชื่อ “เอ็มดีเฟนซ์ เดอะ ฟิวเจอร์ ออฟ อินเทลลิเจนท์ โปรเทคชัน” (mDefense The Future of Intelligent Protection) ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก ซิสโก้ เททเทรชัน แพลตฟอร์ม (Cisco Tetration Platform) ธนกร ชาลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) เปิดเผยว่า บริษัท เอ็มเฟค ได้พัฒนาโซลูชัน “เอ็มดีเฟนซ์ เดอะ ฟิวเจอร์ ออฟ อินเทลลิเจนท์ โปรเทคชัน” (mDefense - The Future of Intelligent Protection) ที่ใช้เทคโนโลยี แมชชีน เลิร์นนิ่ง (Machine Learning) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในการ ท�ำนายและแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบต่อ แอปพลิเคชันภายในองค์กรเป็นเจ้าแรกของไทย เอ็มดีเฟนซ์ (mDefense) ได้พฒ ั นาต่อยอดจากซิสโก้ เททเทรชัน แพลตฟอร์ม (Cisco Tetration Platform) ของบริษัท ซิสโก้ ที่เปรียบ เหมือนถังข้อมูลขนาดใหญ่ทเี่ ก็บบันทึกเหตุการณ์การใช้งานโครงข่าย และข้อมูลการใช้งานหรือเปรียบเป็นกล้องวงจรปิดขององค์กร ที่สามารถน�ำมาดูย้อนหลังเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ผิดปกติของ การใช้งานโครงข่ายภายในได้ โดยเอ็มเฟคได้นำ� ข้อมูลทีไ่ ด้จากซิสโก้ เททเทรชัน แพลตฟอร์ม ที่มีการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ มาท�ำเป็น พรีดกิ ชัน่ (Prediction) หรือการคาดการณ์เพือ่ ป้องกันผลกระทบอืน่ ที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ นอกจากนี้ เอ็มดีเฟนซ์ยงั ส่งผลการวิเคราะห์นไี้ ปยังผูด้ แู ลระบบ ให้สามารถอ่านและดูรายละเอียดจากจอแดชบอร์ด (Dashboard) ได้ ชัดเจน เข้าใจง่ายต่อการแก้ไขและวางแผนป้องกันความเสียหายทาง ธุรกิจได้ทนั ท่วงที อีกทัง้ เอ็มดีเฟนซ์ยงั สามารถเรียนรูพ้ ฤติกรรมของ ภัยคุกคามใหม่ๆ ทีจ่ ะเกิดขึน้ ได้อกี ด้วย ในขัน้ ถัดไปอาจมีการพัฒนำ ไปถึงการให้คำ� แนะน�ำแก่ผดู้ แู ลระบบว่าควรใช้วธิ ใี ดในการแก้ปญ ั หำ ซึ่งจะมีประโยชน์แก่ผู้ดูแลระบบไปจนถึงผู้บริหาร ธนกร กล่าวต่อว่า “เอ็มดีเฟนซ์เหมาะกับกลุ่มลูกค้าองค์กร ขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีแอปพลิเคชัน ซอฟต์แวร์ เป็นส่วนส�ำคัญในการด�ำเนินธุรกิจ ซึ่งหากระบบแอปพลิเคชันเกิด ความผิดปกติ ถูกโจมตี หรือมีขอ้ บกพร่อง จะเกิดความเสียหายทาง ธุรกิจจ�ำนวนมาก โดยมุ่งที่กลุ่มลูกค้าที่ต้องพึ่งพา Mission-Critical Application ทัง้ นีไ้ ด้ตงั้ เป้าหมายทางการตลาดทีจ่ ะสร้างยอดขายให้ บริษัทถึง 500 ล้านบาทภายในปี 2562”

September-October 2018

MFEC Public Company Limited is the first Thai company to provide Machine Learning solution for predictive analytics and improved security notifications that helps protect enterprise applications. Called “mDefense – The Future of Intelligent Protection”, this cutting-edge solution based on Cisco Tetration Platform. Thanakorn Charlee, Chief Operating Officer, MFEC Public Company Limited said, MFEC has developed mDefense – The Future of Intelligent Protection, based on Machine Learning technology, to provide predictive analysis and security notifications that can help protect enterprise applications. MFEC is the Thanakorn Charlee first company in Thailand to deliver this kind of solution. mDefense solution extends the capabilities of Cisco Tetration Platform, which is a large data tank that stores usage and network logs. It can be compared with surveillance camera system that enables detection and analysis of unusual events on the network. MFEC leverages insights from Cisco Tetration Platform to deliver predictions so as to help avoid negative effects on businesses. Moreover, mDefense will send analysis to administrators, allowing them to clearly read details on the dashboard and quickly set up protection plan and solutions to mitigate damages. mDefense can also learn about behaviors of emerging threats. With future updates, mDefense will be able to suggest proper solutions to administrators that this will be very beneficial to both IT administrators and business managers. “mDefense is designed for large enterprises in public and private sectors that rely on business-critical software applications. If these applications work improperly due to security attacks or errors, it will cause significant losses to their business. With this new solution being implemented, we target to achieve over 500 million Baht revenue by 2019,” Thanakorn added.


แมคฟิว่า ให้วิสัยทัศน์ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะมีสมาร์ทเคน MCFIVA Launches ‘SMARTKEN’ the First App Developer Exam in Thailand รัชชต เศรษฐ์วรเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมคฟิว่า (ประเทศไทย) จ�ำกัด กล่าวว่า ขณะนีบ้ ริษทั เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ที่ได้น�ำ SMARTKEN “แบบ ทดสอบวั ด ทั ก ษะความ สามารถด้านดิจิทัล” เข้ามำ ให้บริการในประเทศ่ไทย ซึ่ง เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐาน สากล (Global Standard) และมี ก ารใช้ อ ยู ่ ใ นหลายๆ ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และ เกาหลี สามารถวัดทักษะด้าน รัชชต เศรษฐ์วรเดช ดิจทิ ลั และการเขียนโปรแกรม หลากหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง ระบบ Android, iOS, Unity, Swift และระบบอื่นๆ ที่ก�ำลังพัฒนำ ในอนาคต SMARTKEN “แบบทดสอบวัดทักษะความสามารถด้าน ดิจทิ ลั ” เอือ้ อ�ำนวยความสะดวกโดยผูส้ อบสามารถลงทะเบียนผ่าน ระบบออนไลน์ และเลือกวันเวลาทีต่ อ้ งการสอบได้ตามความสะดวก ทัง้ นี้ สมาร์ทเคน ประกอบด้วยชุดแบบทดสอบทัง้ สิน้ กว่า 5,000 ชุด จึงท�ำให้ผู้สอบไม่สามารถคาดเดาค�ำถามได้ พร้อมระบบจับเวลำ ในการท�ำแบบทดสอบอย่างเคร่งครัด โดยผู้สอบมีเวลา 2 ชั่วโมง ในการท�ำข้อสอบ 200 ข้อ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ในสายงานไหน ก็สามารถท�ำแบบทดสอบเพื่อวัดทักษะด้านดิจิทัล และหรือทักษะ ด้านการเขียนโปรแกรมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค Thailand 4.0 ทั้งหน่วยงานรัฐและองค์กรธุรกิจต้องการคนพันธุ์ดิจิทัลที่มีความรู้ ความเข้าใจ ดังนั้นทักษะด้านดิจิทัลและการเขียนโปรแกรม ถือเป็น เครือ่ งมือส�ำคัญในการท�ำงานยุคปัจจุบนั ทีส่ ำ� คัญทีส่ ดุ แบบทดสอบ ดั ง กล่ า วสามารถวิ เ คราะห์ จุ ด อ่ อ น-จุ ด แข็ ง ของผู ้ ส อบในทั ก ษะ แต่ละด้านได้จากผลคะแนนที่ออกมำ การวิเคราะห์และประเมินผลแบบ Real–Time โดยการใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการ ตรวจแบบทดสอบ จากข้อสอบผ่านระบบออนไลน์จ�ำนวน 200 ข้อ จะถูกประเมินออกมาเป็นทักษะทั้งหมด 7 ด้านดังต่อไปนี้ ทักษะ การเรียกใช้โปรแกรม Application Programming Interface (API), ทักษะการแก้ปัญหาข้อผิดพลาดในการเขียนโปรแกรม (Debug), ทักษะการใช้งานระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (Server), ทักษะการ ออกแบบ UX/UI, ทักษะการเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Dev Language), ทักษะการใช้งานแอปพลิเคชัน (App Rules) และทักษะด้านอุปกรณ์ ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (Hardware)

Ms.Ratchata Sethwordej, Managing Director of MCFIVA (Thailand) Co., Ltd. unveiled that MCFIVA aims to effectively launch the first license of ‘SMARTKEN’ the app developer exam in Thailand which can evaluates digital literacy skills and programmer abilities. The test is trusted as Global Standard and has been used worldwide such as Japan, Taiwan and Korea with all operating system including Android, iOS, Unity, Swift and other systems in the future.

“SMARTKEN” is an easy online registration system which enables the examiner can set time and date of the test by themselves and friendly to test anywhere. The test has over 5,000 exams that make it impossible for the examiner to guess the questions. The examiner has 2 hours to complete 200 questions with exam timer, so this test is not only to judge specific programming knowledge, but also evaluate all digital literacy skills. Especially, in the Thailand 4.0 policy, all organizations need to develop human capital for digital era by improving the digital literacy. As the test score, the the examiner can pinpoint their strengths and weaknesses and can use to improve themselves. The exam uses a Real-Time analytic and evaluation by artificial intelligence technology (AI) as a tool to check the test score. The 200 online exams will be evaluated in 7 technical skills, including Application Programming Interface (API), Debug, Server, UX/UI, DEV Language, APP rules and hardware. September-October 2018


ฟอร์จูนจัดอันดับให้บริษัท ABB เป็นบริษัทที่มี “เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโลก” ในล�ำดับที่ 8 ของโลก

นิตยสารฟอร์จูนจัดอันดับให้บริษัท ABB เป็นบริษัทที่มี “เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโลก” ในล�ำดับที่ 8 ของโลก ในปี 2561 โดยได้รับการยกย่องให้เป็นผู้น�ำที่ก้าวล�้ำในนวัตกรรม E-Mobility ซึ่งจะส่งผลดีทางสังคมอย่างมีนัยส�ำคัญทั่วโลก ABB เชื่อว่าเราสามารถสร้างความก้าวหน้าให้โลกได้ โดยไม่ ท�ำลายธรรมชาติ เราเป็นผูบ้ กุ เบิกและขับเคลือ่ นเทคโนโลยีในการขนส่ง จากเดิมที่เป็นการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเป็นสาเหตุส�ำคัญที่สุดใน การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ (ภาวะโลกร้อน) มาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า รถไฟและยานพาหนะทางทะเล เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างอนาคตด้านพลังงานอย่างยัง่ ยืนเพิม่ มากขึน้ ในปีหน้า ABB คาดว่าจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิม่ ขึน้ อีก 15,000 ตันทั่วโลก ซึ่งเทียบเท่ากับการน�ำรถยนต์โดยสารออก จากท้องถนนเป็นจ�ำนวนเกือบ 6,000 คัน ABB ภาคภูมใิ จทีไ่ ด้สร้างความแตกต่าง โดยเริม่ จากเครือ่ งชาร์จ รถไฟฟ้า (EV Charger) นวัตกรรมและโซลูชันส�ำหรับอุปกรณ์ชาร์จ อืน่ ๆ จนถึง Micro-Grids การขนส่งและการรวมพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ เข้ากับเครือข่ายพลังงานในท้องถิ่น (Local Power Grids) นอกจากนี้ ABB ยังให้การสนับสนุนการแข่งขัน FIA Formula E Championship และอื่นๆ อีกมากมาย ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ABB E-Mobility มีมากมาย อาทิ ABB มีเครือ่ งชาร์จไฟความเร็วสูงส�ำหรับรถไฟฟ้า (EV) บนท้องถนนจ�ำนวน มากทีส่ ดุ ในจ�ำนวนนีม้ รี ะบบชาร์จไฟแบบเร่งด่วน ซึง่ ติดตัง้ อยูท่ วั่ โลก จ�ำนวนมากกว่า 7,000 เครือ่ ง เครือ่ งชาร์จเหล่านีช้ ว่ ยประหยัดพลังงาน ได้เกือบ 2 ล้านแกลลอน และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 20,000 ตัน ทุกครัง้ ทีผ่ ขู้ บั ขีท่ ำ� การชาร์จรถไฟฟ้าทีส่ ถานีชาร์จของ ABB พวกเขาจะได้ชว่ ยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 100 ปอนด์ ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม September-October 2018

ABB ได้จัด หานวัตกรรมสถานีชาร์จไฟแบบ เร่งด่วน (Terra HP Charging Stations) ซึง่ เป็นส่วนหนึง่ ของโครงสร้างพื้นฐานส�ำหรับรถไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดใน ประวัติศาสตร์ของสหรัฐอมริกา เครื่องชาร์จของ ABB จะถูกติดตัง้ ในกว่า 100 แห่ง ใน 17 เขตรอบๆ ปริมณฑล และตามทางหลวงของประเทศ เครื่องชาร์จ Terra HP เป็นการเปลีย่ นแปลงแบบก้าวกระโดด เนือ่ งจากสามารถ ชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าได้ภายในเวลา 8 นาที โดยใช้ ระยะเวลาเท่ากันกับการหยุดเติมน�ำ้ มันที่สถานีบริการ ทั่วไป ABB ได้บริจาคสถานีชาร์จไฟแบบเร่งด่วนจ�ำนวน 30 สถานี ในเมืองซูรคิ เพือ่ ช่วยให้เกิดความยัง่ ยืนและคล่องตัวในการเดินทาง ของชาวสวิสและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความก้าวล�ำ้ ในระบบรถโดยสาร “TOSA” ของ ABB ได้ถูก น�ำไปใช้งานในยุโรปเป็นที่เรียบร้อย โดยใช้เวลาเพียง 20 วินาที ในการชาร์จไฟในขณะที่ผู้โดยสารก�ำลังขึ้นและลงจากรถ ABB ได้ ร่วมมือกับ Formula E ผู้จัดการแข่งขันรถแข่งฟอร์มูล่าที่ขับเคลื่อน ด้วยพลังงานไฟฟ้าในระดับนานาชาติ เพือ่ ผลักดันอนาคตของรถไฟฟ้า การแข่งขันดังกล่าวจะเริ่มฤดูกาลที่ 5 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการ ขับเคลือ่ นครัง้ ส�ำคัญของการออกแบบและเทคโนโลยีทกี่ า้ วล�ำ้ ส�ำหรับ รถไฟฟ้าและโครงสร้างพืน้ ฐานส�ำหรับสถานีชาร์จ ซึง่ ได้มกี ารพัฒนา อย่างลงตัวในวันนี้จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วส�ำหรับ รถโดยสารไฟฟ้า นอกเหนือจากยานพาหนะบนถนน ABB ยังมีเทคโนโลยี เกี่ยวกับการเดินเรือซึ่งจะช่วยให้การขนส่งทางทะเลมีความยั่งยืน มากขึน้ ผ่านระบบอัจฉริยะและระบบขับเคลือ่ น (Intelligence Power and Propulsion Systems) ที่น�ำเรือไปยังเส้นทางที่ตรงที่สุดเพื่อ ลดการใช้เชื้อเพลิงลงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างมาก นิตยสารฟอร์จูน ฉบับที่ 4 ประจ�ำปีนี้ ได้รับรายชื่อบริษัทที่ ได้รับเลือกให้อยู่ในหัวข้อ “Change the World” จากความร่วมมือ ของ FSG ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้ค�ำปรึกษาโดยไม่หวังผลก�ำไรในด้าน ผลกระทบต่อสังคม Shared Value Initiative ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม ระดับโลกส�ำหรับองค์กรที่แสวงหาโซลูชันทางธุรกิจเพื่อแก้ปัญหา ทางสังคม และศาสตราจารย์ Michael E. Porter จาก Harvard Business School บริษทั ต่างๆ ทีไ่ ด้รบั การคัดเลือกให้อยูใ่ นรายชือ่ นี้ จะต้องน�ำนวัตกรรมขั้นสูงมาพัฒนาสังคมให้ดีกว่าเดิม โดยมุ่งเน้น คุณค่าและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับสังคม


“PTG” มั่นใจพื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่ง เดินหน้าขยาย non-oil รังสรรค์ พวงปราง ผูช้ ว่ ยกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ บริษทั พีทจี ี เอ็นเนอยี จ�ำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า บริษทั มัน่ ใจในพืน้ ฐานของ บริษัทที่ยังมีความแข็งแกร่ง จากการ ขยายสถานีบริการอย่างต่อเนือ่ ง ท�ำให้ บริษัทมีสาขากว่า 1,800 แห่งในช่วง ครึ่งปีแรก และส่วนแบ่งการตลาดยัง คงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รังสรรค์ พวงปราง ปริ ม าณการขายยั ง เติ บ โต ต่อเนื่อง ท�ำให้ในไตรมาส 2 บริษัท มีสว่ นแบ่งทางการตลาดผ่านช่องทางสถานีบริการน�ำ้ มันเป็นเบอร์ 3 และมีส่วนแบ่งทางการตลาดรวมอยู่ที่อันดับที่ 4 เพิ่มสูงขึ้นจาก อันดับที่ 5 ในไตรมาสที่แล้ว ส�ำหรับแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทวางแผนเปิดสาขา ของสถานีบริการน�้ำมันและแก๊สแอลพีจีอยู่ที่ 1,900 สาขา โดยจะ เน้นการขยายสาขาเฉพาะในพืน้ ทีซ่ งึ่ ยังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง

เช่น ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยบริษัทเห็นแนวโน้มการ ตอบรับทีด่ จี ากปริมาณการขายทีเ่ ติบโตอยูท่ ี่ 14% มากกว่าอัตราการ เติบโตในภาพรวม ซึง่ อยูท่ ี่ 8% บริษทั วางแผนขยายฐานลูกค้า และ เพิ่มความรับรู้ในแบรนด์ให้ครอบคลุมกลุ่มคนเมืองมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทจะเพิ่มการให้ความส�ำคัญในกลุ่มธุรกิจ non-oil ด้วยการวางแผนขยายจ�ำนวนสาขาของธุรกิจ non-oil ให้ อยู่ที่ 500 สาขา ซึ่งรวมร้านสะดวกซื้อ Max Mart ร้านกาแฟพันธุ์ ไทย ร้านคอฟฟีเ่ วิลด์ ร้านข้าวแกงครัวบ้านจิตร ร้านซ่อมบ�ำรุงส�ำหรับ รถบรรทุก Pro Truck และส�ำหรับรถยนต์ Autobacs โดยบริษทั มองว่า การลงทุนในธุรกิจ non-oil ต้องใช้เวลา แต่จะเป็นการเอือ้ ประโยชน์ และเพิ่มศักยภาพให้กับสถานีบริการน�ำ้ มันในอนาคต ทั้งนี้ บริษัท พิจารณาทุกการลงทุนอย่างระมัดระวัง และรอบคอบ เพื่อสร้าง ผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้น ในส่วนของโครงการปาล์มคอมเพล็กซ์ ในขณะนีเ้ ริม่ การรับรู้ รายได้และก�ำไรตั้งแต่ไตรมาส 2/61 แล้ว และคาดก�ำไรโครงการ ปาล์มคอมเพล็กซ์ในปีนี้จะอยู่ที่ 40 ล้านบาท

“TMI” ลุยเข้าธุรกิจพลังงานทดแทน รุกเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพขนาด 1.40 MW ธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผูจ้ ดั การ บริษทั ธีระมงคล อุ ต สาหกรรม จ� ำ กั ด (มหาชน) หรือ TMI เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะกรรมการบริษทั ครัง้ ที่ 4/2561 เมือ่ วันที่ 15 มิถนุ ายน 2561 ได้มมี ติ ให้บริษทั ธีระมงคล กรีน เอนเนอร์ยี ธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร จ�ำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TMI เข้ า ซื้ อ หุ ้ น เพื่ อ ลงทุ น ในสั ด ส่ ว น 100% กับบริษัท กรีน เซฟวิ่ง เอนเนอร์ยี่ ไทยแลนด์ จ�ำกัด โดยบริษทั จะเข้าท�ำการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของธุรกิจ (Due Diligence) ส�ำหรับเข้าด�ำเนินการศึกษาโครงการให้แล้วเสร็จ ซึง่ การลงทุนดังกล่าวจะเป็นการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ขนาด 1.40 เมกะวัตต์ (MW) ขณะที่บริษัท กรีน เซฟวิ่ง เอนเนอร์ยี่ ไทยแลนด์ จ�ำกัด เป็นผูด้ ำ� เนินธุรกิจผลิตและส่งไฟฟ้า เพือ่ จ�ำหน่าย ให้กบั การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค ซึง่ ได้ดำ� เนินการจ�ำหน่ายไฟฟ้ามาตัง้ แต่

เดือนเมษายน 2558 จนถึงปัจจุบัน อีกทัง้ ในวันที่ 16 มิถนุ ายน 2561 บริษทั จะท�ำสัญญาซือ้ ขายหุน้ โดยจะจ่ายเงินงวดแรกจ�ำนวน 5 ล้านบาท เพือ่ เข้าท�ำ Due Diligence ภายในระยะเวลา 45 วัน โดยนับจากวันที่ทำ� สัญญา ซึ่งจะจบวันที่ 30 กรกฎาคม 2561 อย่างไรก็ตาม หากศึกษาโครงการแล้ว และ บริษัทพิจารณาว่าไม่สมควรเข้าลงทุน ก็จะไม่มีการเข้าลงทุนในหุ้น บริษทั กรีน เซฟวิง่ เอนเนอร์ยี่ ไทยแลนด์ จ�ำกัด โดยทางผูถ้ อื หุน้ ของ บริษทั กรีน เซฟวิง่ เอนเนอร์ยี่ ไทยแลนด์ จ�ำกัด จะคืนเงินให้บริษทั จ�ำนวน 5 ล้านบาท ภายในเดือนสิงหาคม 2561 ส�ำหรับการลงทุนดังกล่าวถือว่าเป็นการขยายเข้าไปในธุรกิจ พลังงาน เป็นการเพิม่ โอกาสทางธุรกิจด้านพลังงาน เพือ่ การเติบโต ทางธุรกิจอย่างมั่นคงในอนาคต และบริษัทคาดจะมีการรับรู้รายได้ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพภายในไตรมาส 3/61 ส่งผลให้ช่วย สนับสนุนผลการด�ำเนินงานในช่วงครึง่ ปีหลังของปี 2561 เติบโตกว่า ช่วงครึง่ ปีแรกของปี 2561 รวมทัง้ บริษทั ยังมองหาการลงทุนโครงการ โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมการเติบโตในอนาคต September-October 2018


นอกจากนี้ ด้านธุรกิจหลอดไฟ ในปีนี้บริษัทวางแผนเตรียม ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ประมาณ 10 รายการ ภายใต้แบรนด์ “GATA” เพือ่ รองรับความต้องการและตอบโจทย์ลกู ค้า ประกอบกับวางแผน จะเข้าประมูลงานภาครัฐและเอกชนในส่วนของหลอดไฟ ประมาณ 5-6 โครงการ โดยคาดว่าจะมีชัดเจนภายในปี 2561 และบริษัท ยังเตรียมเข้าไปรับงานใน CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และ เวียดนาม เพื่อขยายตลาดหลอดไฟให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุน ผลการด�ำเนินงานในอนาคตอย่างมีนัยส�ำคัญ

“การเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าครั้งนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี และเป็น การเริ่มต้นในธุรกิจพลังงานทดแทนของบริษัท โดยเราพร้อมจะเข้าสู่ ธุรกิจพลังงานทดแทน เพราะยังมีอตั ราหนีส้ นิ ต่อทุน (D/E) อยูท่ รี่ ะดับ 0.60 เท่า ซึ่งถือว่าน้อย ท�ำให้เรายังมีความสามารถในการกู้เงินจาก สถาบันการเงินได้อกี โดยในขณะนีบ้ ริษทั ยังมองหาการลงทุนโครงการ โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีแหล่งเงินทุนเพียงพอ ต่อการลงทุนหากมีดีลการลงทุนเกิดขึ้นในอนาคต” ธีระชัย กล่าว

สผ. ร่วมกับ GIZ ขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ส� ำนั ก งานนโยบายและแผนทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ สิ่งแวดล้อม (สผ.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ของเยอรมัน (GIZ) เปิดตัวโครงการการด�ำเนินงานด้านนโยบายการ เปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ เพือ่ สนับสนุนการขับเคลือ่ นนโยบาย ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่การด�ำเนินการในพื้นที่ ครอบคลุม 60 จังหวัดทั่วประเทศ สมชัย มาเสถียร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดล้อม กล่าวขอบคุณกระทรวงสิง่ แวดล้อม คุม้ ครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณู สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) และ GIZ ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในประเด็นเรื่องการ เปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ โดยเฉพาะความส�ำเร็จในการถ่ายทอด นโยบายด้านการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศในพืน้ ทีน่ ำ� ร่องจ�ำนวน 17 จังหวัด 32 เทศบาล ในระยะที่ผ่านมา (พ.ศ. 2557-2560) ส่งผล ให้เกิดการบูรณาการแนวคิดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าสู่กระบวนการจัดท�ำแผนระดับจังหวัดและท้องถิ่น และในปี พ.ศ. 2561 นี้จะได้ขยายพื้นที่การด�ำเนินงานใน 60 จังหวัดที่เหลือ เพื่อให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้ สนับสนุนการด�ำเนินงานในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดท�า ร่างแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) ปี พ.ศ. 2558-2562 กระทรวงทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ ม ในฐานะ หน่วยงานหลักด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ September-October 2018

มีภารกิจส�ำคัญคือ การถ่ายทอดนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนด้าน การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศเข้าสูน่ โยบาย การประชุมในวันนี้ ถือเป็นจุดเริม่ ต้นทีด่ ที ที่ กุ หน่วยงานจะประสานความร่วมมือในการ บูรณาการการขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม โดยมี ส�ำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคท�ำหน้าที่เชื่อมโยงนโยบายด้านการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าสู่การด�ำเนินงานในระดับภูมิภาค ขณะที่ส�ำนักงานจังหวัดและส�ำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดล้อมจังหวัด ท�ำหน้าทีส่ นับสนุนการด�ำเนินงานจัดท�ำแผนและ นโยบายในพื้นที่ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่จะร่วม เป็นเครือข่ายในการด�ำเนินงานต่อไป ทิม มาเลอร์ ผูอ้ ำ� นวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ของเยอรมัน (GIZ) ประจ�ำประเทศไทยและมาเลเซีย กล่าวว่า “โครงการการด�ำเนินงานด้านนโยบายการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมอิ ากาศ ไทย-เยอรมัน (Thai-German Climate Programme : TGCP) โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ของ BMU ในการด�ำเนินงาน 4 ปี (พ.ศ. 2561-2564) ผ่าน 4 แนวทางหลัก คือ การพัฒนาศักยภาพหน่วยงาน และบุคลากร การบูรณาการนโยบายการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ การติดตามและประเมินผล และการพัฒนากลไกการขับเคลื่อนด้าน งบประมาณ” “GIZ และ สผ. มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับการด�ำเนินงานให้ ครอบคลุมทุกภูมภิ าคของประเทศ และใช้บทเรียนจากระยะที่ 1 เข้ามา ปรับใช้เพือ่ ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึน้ โดยในครัง้ นีเ้ รามีความมุง่ หวัง ทีจ่ ะพัฒนาศักยภาพหน่วยงานและบุคลากรในการบูรณาการนโยบาย ด้านการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศเข้าสูแ่ ผนพัฒนาระดับจังหวัดที่ เชือ่ มโยงกับบริบทของพืน้ ที่ ไม่เพียงแต่กบั หน่วยงานด้านสิง่ แวดล้อม เท่านั้น แต่โครงการฯ ยังขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการ ระดับจังหวัด เช่น ส�ำนักงานจังหวัด สังกัดกระทรวงมหาดไทย” ทิม มาเลอร์ กล่าวเพิ่มเติม


ELECTRICITY & INDUSTRY magazine ปี 2561

ข้าพเจ้า ชื่อ ............................................................................................. สกุล ......................................................................................................... ตำ�แหน่ง .................................................................................... บริษัท/ห้าง/ร้าน ...................................................................................... ที่อยู่ (ที่ทำ�งาน) ......................................................................... แขวง/ตำ�บล ............................................................................................. เขต/อำ�เภอ ................................................................................ จังหวัด .................................................... รหัสไปรษณีย์ ......................... โทร ............................................................................................ แฟกซ์ ....................................................................................................... ที่อยู่ (ที่บ้าน) ............................................................................. แขวง/ตำ�บล ............................................................................................. เขต/อำ�เภอ ................................................................................ จังหวัด ................................................... รหัสไปรษณีย์ .......................... โทร ............................................................................................ แฟกซ์ ....................................................................................................... รหัสสมาชิก ...............................................................................

ประสงค์จะบอกรับนิตยสาร “ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม” 1 ปี 6 ฉบับ 480 บาท 2 ปี 12 ฉบับ 960 บาท สมาชิกต่ออายุ 2 ปี 12 ฉบับ 800 บาท ตั้งแต่ฉบับที่ ............. เดือน .................................... ปี ..................... โดยส่งนิตยสารไปที่ ที่บ้าน ที่ทำ�งาน พร้อมกันนี้ได้ส่งค่าสมาชิกเป็นจำ�นวนเงิน ................................ บาท (ตัวอักษร .........................................................................................) เช็คธนาคาร ................................................................................ สาขา ................................................................................................. เช็คคร่อมสั่งจ่าย “บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำ�กัด”

ธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “คุณวาสนา แซ่อึ้ง” ที่ทำ�การไปรษณีย์โทรเลขบางกอกน้อย โอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำ�กัด” ชื่อธนาคาร สาขา เลขที่บัญชี กรุงเทพ สะพานพระปิ่นเกล้า 162-0-74737-6 กสิกรไทย บางยี่ขัน 047-2-56333-5 ทหารไทย จรัญสนิทวงศ์ 020-2-27244-9 ไทยพาณิชย์ จรัญสนิทวงศ์ ซ.48 121-2-04080-0 หมายเหตุ กรุณาส่งแฟกซ์ หรือสำ�เนาใบเข้าบัญชี (Pay-in Slip) มาให้ บริษัทฯ พร้อมเขียนชื่อ-นามสกุล และรหัสสมาชิก (ถ้ามี) กำ�กับมาด้วย

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำ�กัด 471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถนนศรีอยุธย� แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. +66 (0)26 444 555, +66 (0)23 545 333 ต่อ 301 โทรสาร +66 (0)26 446 649, +66 (0)23 545 322


หากผู้อ่านท่านใดสนใจรายละเอียดต่างๆ ที่ปรากฏในนิตยสาร ELECTRICITY & INDUSTRY MAGAZINE

ปีที่ 25 ฉบับที่ 5 กันยายน-ตุลาคม 2561 กรุณากรอกข้อมูลดังกล่าวให้ครบถ้วนเพือ่ การติดต่อจัดส่งข้อมูลกลับไปยังท่านต่อไป ชื่อ .............................................................................................. สกุล ............................................................................................................. ที่อยู่ ........................................................................................... แขวง/ตำ�บล ................................................................................................. เขต/อำ�เภอ ................................................................................. จังหวัด ................................................... รหัสไปรษณีย์ .............................. โทร ............................................................................................. แฟกซ์ ...........................................................................................................

ประเภทของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อุตสาหกรรมเคมี/ปิโตรเคมี

ตำ�แหน่งงานที่ท่านรับผิดชอบ

กรรมการผู้จัดการ/เจ้าของกิจการ ผจก.โรงงาน ผจก.ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ผจก.วิศวกรรม ผจก.ฝ่ายซ่อมบำ�รุง วิศวกรฝ่ายผลิต วิศวกรทดสอบ อื่นๆ โปรดระบุ ............................................

อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมงานเชื่อม อุตสาหกรรมโลหการ อื่นๆ โปรดระบุ ............................................

ประเภทของกิจการ

ผู้ผลิต

ผู้แทนจำ�หน่าย

ผู้ผลิต/ผู้แทนจำ�หน่าย

หน่วยงานราชการ


ใบอนุญาตเลขที่ ปน. (ต)/1339 ปณจ.บางกอกน้อย ถ้าฝากส่งในประเทศไม่ต้องผนึกตราไปรษณียากร

บริการธุรกิจตอบรับ

บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำ�กัด 619/5 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700

ประโยชน์ทท่ี า่ นจะได้รบั จากนิตยสาร เนื้อหา .................................................................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................ โฆษณา/รายละเอียดผลิตภัณฑ์ .............................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................................................................

ความคิดเห็นทีม่ ตี อ่ คอลัมน์ตา่ งๆ ทีป่ รากฏในนิตยสาร ชื่อคอลัมน์ สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าแห่งประเทศไทย IEEE Power & Energy Society Thailand Chapter สมาคมไฟฟ้าแสงสว่างแห่งประเทศไทย Article Special Scoop Special Area IT Technology Product PR News Seminar Movement Industry News IT News

มีประโยชน์มาก

มีประโยชน์

พอใช้

ควรปรับปรุง


ดัชนีสินค้าประจำ�เดือนกันยายน - ตุลาคม พ.ศ. 2561 บริษัท

โทรศัพท์

โทรสาร

0-2665-1000

0-2324-0502

อุปกรณ์ไฟฟ้า

ปกหลังนอก

FUTURE ENERGY ASIA

-

-

งานแสดงสินค้า

23

IEEE PES GTD CONFERENCE & EXPOSITION 2019

-

-

CONFERENCE & EXPOSITION

LSIS

083-149-9994

-

ผู้นำ� ด้านระบบสั่งจ่ายและระบบจ�ำหน่าย ปกหน้าใน ไฟฟ้าครบวงจร

MAXIMIZE INTEGRATED TECHNOLOGY CO., LTD.

0-2525-0299

0-2525-0298

Industrial Relays

10

MENNEKES Elektrotechnik GmbH & Co. KG

0-2741-5266

0-2741-5267

ผู้ผลิตปลั๊กอุตสาหกรรม

15

METALEX

0-2686-7299

-

งานแสดงสินค้า

24

0-3884-7571-3

0-3884-7575

จ�ำหน่าย ติดตั้งคาปาซิเตอร์

7

0-2262-6000

0-2657-9888

น�ำ้ มันหล่อลื่น

3

ที แอนด์ ดี เพาเวอร์ เทค (ไทยแลนด์) บจก. 0-2002-4395-97

0-2002-4398

อุปกรณ์ไฟฟ้า

17

พี ไอ เอส พาวเวอร์ ดิสทริบิวชั่น บจก.

0-2105-3011-2

0-2105-3013

สวิตช์

4

เพาเวอร์ เรด บจก.

0-2300-5671-3

0-2300-5937

อุปกรณ์ไฟฟ้า

11

แพลนมาร์เก็ตโกล์ด บจก.

0-2314-1341-2

0-2314-1343

อปกรณ์ไฟฟ้า

14

มหาธน อีเลคทริค หจก.

0-2894-3447-9

0-2416-1659

อุปกรณ์ไฟฟ้า

16

ลีฟเพาเวอร์ บจก.

0-2300-5671-3

0-2300-5937

อุปกรณ์ไฟฟ้า

13

0-3368-4333

-

สวิตช์เกียร์

21

0-2876-2727-8

0-2476-1711

Couplings

12

ออมรอน อิเลคทรอนิคส์ บจก.

0-2942-6700

0-2937-0501

อุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุมอัตโนมัติ

8

อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น บมจ.

0-2693-1222

0-2693-1399

สาย LAN

27

เอวีร่า บจก.

0-2681-5050

0-2681-5995

อุปกรณ์ไฟฟ้า

25

0-2702-0581-8

0-2377-5937

ติดตั้ง EOCR อิเล็กทรอนิกส์ โอเวอร์โหลดรีเลย์ ป้องกันมอเตอร์ไหม้

26

0-2434-0099

0-2434-3251

อุปกรณ์ไฟฟ้า

19

0-2985-2081-9

0-2985-2091

หม้อแปลงไฟฟ้าและตัวเหนี่ยวน�ำไฟฟ้า ทุกชนิด

6

ABB CO., LTD.

SAMWHA (THAILAND) CO., LTD. เชลล์แห่งประเทศไทย บจก.

ลูซี่ อิเล็คทริค (ประเทศไทย) บจก. เวอร์ทัส บจก.

เอส เอ วี เมคคานิคคอล เซอร์วิสส์ แอนด์ ซัพพลายส์ หจก. เอส.พี.วาย แอนด์ เคเบิ้ล บจก. เอสเทล บจก.

September-October 2018

ประเภทสินค้า

หน้า

ปกหน้า, ปกหลังใน


July-August 2018


Profile for Technology Media

Electricity & Industry Magazine Issue Sep-Oct 2018  

นิตยสาร Electricity & Industry Magazine ปีที่ 25 ฉบับที่ 5 กันยายน-ตุลาคม 2561 เรื่องเด่นในฉบับ - 10 เทคโนโลยีหนุนองค์กรสู่ดิจิทัล เวิร์คเพ...

Electricity & Industry Magazine Issue Sep-Oct 2018  

นิตยสาร Electricity & Industry Magazine ปีที่ 25 ฉบับที่ 5 กันยายน-ตุลาคม 2561 เรื่องเด่นในฉบับ - 10 เทคโนโลยีหนุนองค์กรสู่ดิจิทัล เวิร์คเพ...

Profile for tnmedia
Advertisement

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded

Recommendations could not be loaded