Issuu on Google+

1

บทที่ 1 บทนํา ความเปนมาและความสําคัญ การเรียนวิชาภาษาอังกฤษไมวาจะเปนรายวิชาใดก็ตาม ในแตละบทเรียนจะมีการสอดแทรกเรื่อง ไวยากรณไวในบทเรียนแตละเรื่องเสมอ ซึ่งอาจารยผูสอนจะตองทบทวนดวยการอธิบายเกี่ยวกับไวยากรณ ใหนักศึกษาไดรูเรื่องดวยเสมอ เพื่อใหนักศึกษาสามารถนําไปใชไดอยางถูกตอง ดังนั้นการเรียนการสอน วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ มีเนื้อเรื่องบางตอนที่มีการสอดแทรกประโยคที่มีเรื่อง Tense เขามาเกี่ยวของ โดยเฉพาะ Present Simple Tense ซึ่งนักศึกษาควรจะเขาใจและสามารถนําไปใชไดอยาง ถูกตอง แตนักศึกษายังไมเขาใจโครงสรางของ Present Simple Tense เนื่องจากนักศึกษาขาดทักษะในการใช Present Simple Tense ใหถูกตองตามลักษณะของประธาน นอกจากนี้ภาษาอังกฤษเปนภาษาสากลที่ใชกันในหลาย ๆประเทศในสมาคมประชาชาติแหงเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต (ASAIN = Association of South East Asian Nations) ซึ่งกอตั้งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 สมาชิกรวม 10 ประเทศ ไดแก อินโดนีเซีย ฟลิปปนส สิงคโปร ไทย มาเลเซีย บรูไนดารุสลาม ลาว พมา และกัมพูชา ไดกําหนดใหใชภาษาอังกฤษเปนภาษากลางในการติดตอสื่อสารติดตอสื่อสื่อสาร ดังนั้น ภาษาอังกฤษจึงเปนภาษาที่จําเปนที่นักศึกษาควรจะเรียนรูทักษะการใชภาษาอังกฤษในแตละเรื่องให ถูกตอง แมนยําและสามารถนําไปใชไดอยางถูกตอง เพื่อนําไปสูงานอาชีพไดในอนาคต ดังนั้น ผูวิจัยเห็นวา ควรจัดทําแบบฝกเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์การใชแบบฝกเรื่อง Present Simple Tense ซึ่งแบบฝกชุดนี้จะทําใหนักศึกษาไดเขาใจโครงสรางและการใช Present Simple Tense ซึ่งเปน เรือ่ งที่เขาใจงายมากที่สุดเปนอันดับแรก และสามารถแกปญหาการขาดทักษะในการใช Present Simple Tense โดยการใชแบบฝก วัตถุประสงคของการวิจัย 1. เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝกการใช Present Simple Tense ในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสารในงานอาชีพ


2

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนและหลังการใชแบบฝกการใช Present Simple Tenseในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพมีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนผานเกณฑรอยละ 80 สมมุติฐานการวิจัย 1. ประสิทธิภาพของแบบฝกการใช Present Simple Tense วิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารใน งานอาชีพกอนเรียนและหลังเรียน ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปที่ 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจ 2. การเปรียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนและหลังการใชแบบฝกการใช Present Simple Tense ในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพมีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนผานเกณฑรอยละ 80 ขอบเขตขอบเขตการวิจัย มีขอบเขตในการวิจัยดังนี้ 1.ประชากรและกลุมตัวอยาง 1.1 ประชากร คือ นักศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 ในระดับปวช. 3 จํานวน 4 หอง ไดแก หองชกบ. 311, ชกบ. 312, ชกบ. 313 และชกบ. 314 นักศึกษา ทั้งหมด 175 คน 1.2 กลุมตัวอยาง คือ นักศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 ในระดับปวช. 3 จํานวน 1 หอง ไดแก หอง ชกบ. 314 นักศึกษาจํานวน 39 คน 2. ตัวแปร 2.1 ตัวแปรตน

แบบฝกการใช Present Simple Tense

2.2 ตัวแปรตาม

ผลสัมฤทธิ์ของการใชแบบฝก

3. ระยะเวลาที่ใชในการวิจัย ระหวางวันที่ พฤษภาคม 2554 ถึง มีนาคม 2555 4. เนือ้ หา 4.1 โครงสรางของประโยค (Structure of Present Simple) ประกอบดวย 4.1.1 แบบฝกชุดที่ 1 การใชกริยาใหเหมาะสมกับประธาน 4.1.2 แบบฝกชุดที่ 2 การนํากริยา Do / Does มาใชในประโยค Present Simple Tense 4.1.3 แบบฝกชุดที่ 3 การเติมกิริยาในประโยค Present Simple Tense จากเนื้อเรื่อง


3

กรอบแนวคิดของการวิจัย การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนและหลังการใชแบบฝกการใช Present Simple Tense ในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจ หองชกบ.314 จํานวน 39 คน ซึ่งไมเขาใจในการใช Present Simple Tense โดยใชแบบฝกการใช Present Simple Tense ชุดที่ 1,2 และ 3 ใหนักศึกษาไดฝกทักษะในชั่วโมงเรียน สัปดาหละ 1 ครั้งๆละ 40 นาที จํานวน 5 สัปดาห และในการทําวิจัยในครั้งนี้ไดมีการทดสอบกอนเรียน และการทําทดสอบหลังเรียนเพื่อทําการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนซึ่งนักศึกษา ไดทําแบบฝกชุดที่ 1,2,และ3 แลวไดกําหนดตัวแปรตนคือ แบบฝกการใช Present Simple Tense และตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ของการใชแบบฝก ตัวแปรตน แบบฝกการใช Present Simple Tense

ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์ของการใชแบบฝก

นิยามศัพทเฉพาะ 1. แบบฝกการใช Present Simple Tense หมายถึง แบบฝกที่ทําใหนักศึกษาเขาใจเกี่ยวกับโครงสราง ของการเขียนประโยค Present Simple Tense ตลอดจนการใช do และ does ในประโยค Present Simple Tense ซึ่งมีจํานวน 3 ชุด ไดแก ชุดที่ 1 ไดแก การใชกริยาใหเหมาะสมกับประธาน แบบฝกชุดที่ 2 ไดแก การนํากริยา Do / Does มาใชในประโยค Present Simple Tense และแบบฝกชุดที่ 3 ไดแก การเติมกิริยาใน ประโยค Present Simple Tense จากเนื้อเรื่อง 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง การเปรียบเทียบผลการสอบกอนเรียนกอนการใชแบบฝกและ ผลการสอบหลังเรียน ซึ่งเกิดขึ้นหลังการใชแบบฝกซึ่งเปนการวัดเกี่ยวกับการใชกิริยาใหเหมาะสมกับ ประธาน การใช do และ does ในประโยคคําถามและปฏิเสธ ซึ่งแบบทดสอบเปนแบบปรนัย ประโยชนที่คาดวาจะไดรับจากการวิจัย นําผลการวิจัยไปพัฒนาการเรียนการสอนเกี่ยวกับการสอนเรื่อง Present Simple Tense ในวิชา ภาษาอังกฤษในหองเรียนอื่น ๆ และพัฒนาไปสูการสรางแบบฝกในไวยากรณเรื่องตอไป และนักศึกษาเขาใจ เกี่ยวกับโครงสรางของ Present Simple Tense และสามารถนําไปใชไดอยางถูกตอง


4

บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ งานวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการจัดทําแบบฝกการใช Present Simple Tense วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปที่ 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจ ดังนี้ 1. ความหมายของแบบฝก 2. ประโยชนของแบบฝก 3. องคประกอบที่มีอิทธิพลตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4. การสรางแบบฝกและขั้นตอนในการสรางแบบฝก 5. วิจัยที่เกี่ยวของ ความหมายของ แบบฝก ชวศร ดีชัยยา (2550 ) สรุปความหมาย แบบฝก คืองานหรือกิจกรรมที่ครู สรางขึ้นโดยมีรูปแบบ กิจกรรมที่หลากหลาย มีจุดมุงหมายเพื่อฝกใหนักเรียนมีความรูความเขาใจบทเรียนไดดียิ่งขึ้น และชวยฝก ทักษะตาง ๆ ใหผูเรียนเกิดการเรียนรูอยางแทจริง ประโยชนของแบบฝก พนมวัน วรดลย ( 2542 : 38 - 39) ไดกลาวถึงประโยชนของแบบฝก ดังนี้ 1. เปนสวนเพิ่มหรือเสริมหนังสือเรียน ในการเรียนทักษะเปนอุปกรณการสอนที่ชวยลดภาระ ของครูไดมาก เพราะแบบฝกเปนสิ่งที่จัดทําขึ้นอยางเปนระบบระเบียบ 2. ชวยเสริมทักษะทางการใชภาษา แบบฝกเปนเครื่องมือที่ชวยใหเด็กฝกทักษะการใชภาษาไดดี แตตองอาศัยการสงเสริมและเอาใจใสจากครูผูสอนดวย 3. ชวยในเรื่องความแตกตางระหวางบุคคล เนื่องจากเด็กมีความสามารถทางภาษาแตกตางกัน การใหเด็กทําแบบฝกที่เหมาะสมกับความสามารถจะชวยใหเด็กประสบความสําเร็จในดานจิตใจมากขึ้น 4. แบบฝกชวยเสริมใหทักษะทางภาษาคงทนโดยกระทํา ดังนี้ 4.1 ฝกทันทีหลังจากที่เด็กไดเรียนรูเรื่องนั้น ๆ 4.2 ฝกซ้ําหลาย ๆ ครั้ง 4.3 เนนเฉพาะเรื่���งที่ตองฝก 5. แบบฝกที่ใชเปนเครื่องมือวัดผลการเรียนรูหลังจากบทเรียนในแตละครั้ง 6. แบบฝกที่จัดทําขึ้นเปนรูปเลม เด็กสามารถเก็บรักษาไวเพื่อเปนแนวทาง และทบทวนดวย ตนเองไดตอไป


5

7. การใหเด็กทําแบบฝกชวยใหครูมองเห็นจุดเดน หรือปญหาตาง ๆ ของเด็กไดชัดเจน ซึ่งจะ ชวยใหครูดําเนินการปรับปรุงแกปญหานั้น ๆ ไดทันทวงที 8. แบบฝกที่จัดทําขึ้น นอกเหนือจากที่มีอยูในหนังสือเรียน จะชวยใหเด็กไดฝกฝนอยางเต็มที่ 9. แบบฝกที่จัดพิมพไวเรียบรอย จะชวยใหครูประหยัดทั้งแรงงาน และเวลาในการที่จะตอง จัดเตรียมสรางแบบฝกอยูเสมอ ในดานผูเรียนก็ไมตองเสียเวลาลอกแบบฝกจากตําราเรียน ทําใหมีโอกาส โอกาสฝกฝนทักษะตาง ๆ ไดมากขึ้น 10. แบบฝกหัดชวยประหยัดคาใชจาย เพราะการจัดพิมพขึ้นเปนรูปเลมแนนอนยอมลงทุนต่ํา กวาที่จะพิมพลงกระดาษไขทุกครั้ง ผูเรียนสามารถบันทึกและมองเห็นความกาวหนาของตนเองไดอยางมี ระบบระเบียบ สมนึก ภัททิยธนี (2544 : 78-82) ไดใหความหมายของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวา หมายถึง แบบทดสอบวัดสมรรถภาพทางสมองตางๆ ที่นักเรียนไดรับการเรียนรูผานมาแลว ซึ่งแบงไดเปน 2 ประเภท คือแบบทอสอบที่ครูสรางกับแบบทดสอบมาตรฐาน แตเนื่องจากครูตองทําหนาที่วัดผลนักเรียน คือ เขียนขอสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่ตนไดสอน ซึ่งเกี่ยวของโดยตรงกับแบบทดสอบที่ครูสรางและมีหลายแบบแตที่ นิยมใชมี 6 แบบดังนี้ 1. ขอสอบแบบอัตนัยหรือความเรียง (Subjective or essay Test) ลักษณะทั่วไปเปนขอสอบที่มีเฉพาะ คําถาม แลวใหนักเรียนเขียนตอบอยางเสรี เขียนบรรยายตามความรู และขอคิดเห็นแตละคน 2. ขอสอบแบบกาถูก-ผิด (True-false Test) ลักษณะทั่วไป ถือไดวาขอสอบแบบกาถูก-ผิด คือขอสอบ แบบเลือกตอบที่มี 2 ตัวเลือก แตตัวเลือกดังกลาวเปนแบบคงที่และมีความหมายตรงกันขาม เชน ถูก-ผิด ใชไมใช จริง-ไมจริง เหมือนกัน-ตางกัน เปนตน 3. ขอสอบแบบเติมคํา (Completion Test) ลักษณะทั่วไปเปนขอสอบที่ ประกอบดวยประโยคหรือขอความที่ยังไมสมบูรณใหผูตอบเติมคํา หรือประโยค หรือขอความลง ในชองวางที่เวนไวนั้น เพื่อใหมีใจความสมบูรณและถูกตอง 4. ขอสอบแบบตอบสั้นๆ (Short Answer Test) ลักษณะทั่วไป ขอสอบประเภทนี้ คลายกับขอสอบแบบเติมคํา แตแตกตางกันที่ขอสอบแบบตอบสั้นๆ เขียนเปนประโยคคําถามสมบูรณ (ขอสอบเติมคําเปนประโยคที่ยังไมสมบูรณ) แลวใหผูตอบเปนคนเขียนตอบ คําตอบที่ตองการจะสั้นและ กะทัดรัดไดใจความสมบูรณไมใชเปนการบรรยายแบบขอสอบอัตนัยหรือความเรียง 5. ขอสอบแบบจับคู (Matching Test) ลักษณะทั่วไป เปนขอสอบเลือกตอบชนิดหนึ่งโดยมีคําหรือ ขอความแยกจากกันเปน 2 ชุด แลวใหผูตอบเลือกจับคูวา แตละขอความในชุดหนึ่ง (ตัวยืน) จะคูกับคํา หรือ ขอความใดในอีกชุดหนึ่ง (ตัวเลือก) ซึ่งมีความสัมพันธกันอยางใดอยางหนึ่งตามที่ผูออกขอสอบกําหนดไว 6. ขอสอบแบบเลือกตอบ (Multiple Choice Test) ลักษณะทั่วไป ขอสอบแบบเลือกตอบนี้จะ ประกอบดวย 2 ตอน ตอนนําหรือคําถาม (Stem) กับตอนเลือก (Choice) ในตอนเลือกนี้จะประกอบดวย ตัวเลือกที่เปนคําตอบถูกและตัวเลือกที่เปนตัวลวง ปกติจะมีคําถามที่กําหนดใหนักเรียนพิจารณาแลวหา


6

ตัวเลือกที่ถูกตองมากที่สุดเพียงตัวเลือกเดียวจากตัวเลือกอื่นๆ และคําถามแบบเลือกตอบที่ดีนิยมใชตัวเลือกที่ ใกลเคียงกัน ดูเผินๆ จะเห็นวาทุกตัวเลือกถูกหมด แตความจริงมีน้ําหนักถูกมากนอยตางกันโดยสรุป ประเภท ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคือชุดคําถามที่ครูใชทดสอบวัดความรูตามจุดประสงคหรือผล การเรียนรูที่คาดหวัง องคประกอบที่มีอิทธิพลตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปริยทิพย บุญคง (2546 : 9) ไดกลาวถึงองคประกอบที่มีอิทธิพลตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใน โรงเรียนนั้นประกอบดวย 1. คุณลักษณะของผูเรียน ไดแก ความพรอมทางสมอง และความพรอมทางสติปญญา ความพรอม ทางดานรางกายและความสามารถทางดานทักษะของรางกาย คุณลักษณะทางจิตใจ ซึ่งไดแก ความสนใจ แรงจูงใจ เจตคติและคานิยม สุขภาพ ความเขาใจเกี่ยวกับตนเอง ความเขาใจในสถานการณ อายุ เพศ 2. คุณลักษณะของผูสอน ไดแก สติปญ  ญา ความรูในวิชาที่สอน การพัฒนาความรูทักษะทาง รางกายคุณลักษณะทางจิตใจ สุขภาพ ความเขาใจเกี่ยวกับตนเอง ความเขาใจในสถานการณ อายุ เพศ 3. พฤติกรรมระหวางผูสอนกับผูเรียน ไดแก ปฏิสัมพันธระหวางผูสอนจะตองมีพฤติกรรมที่มี ความเปนมิตรตอกัน เขาอกเขาใจ ความสัมพันธกันดีมีความรูสึกที่ดีตอกัน 4. คุณลักษณะของกลุมผูเรียน ไดแก โครงสรางของกลุม ตลอดจนความสัมพันธของกลุม เจตคติ ความสามัคคี และภาวะผูนําและผูตามที่ดีของกลุม 5. คุณลักษณะของพฤติกรรมเฉพาะตัว ไดแก การตอบสนองตอการเรียนการมีเครื่องมือ และ อุปกรณพรอมในการเรียน ความสนใจตอบทเรียน 6. แรงผลักดันภายนอก ไดแก บาน มีความสัมพันธระหวางคนในบานดีสิ่งแวดลอมดีมีวัฒนธรรม และสิ่งแวดลอมดีมีวัฒนธรรมและคุณธรรมพื้นฐานดี เชน ขยันหมั่นเพียร ความประพฤติดีของบิดามารดา อาชีพของผูปกครอง ความพรอมในเรื่องอุปกรณการเรียน ระยะทางไปเรียน การมีอาหารกลางวัน รับประทาน ความเอาใจใสตอการเรียน ทัศนคติตอการเรียนการสอนฐานะทางครอบครัว การขาดเรียน การ เขารวมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดขึ้น ตัวแปรเหลานี้ก็มีความสัมพันธกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน งานวิจัยที่เกี่ยวของ ฐาปนี อุสาหะ(2554) ไดวิจัยเรื่องการใชแบบฝกเสริมบทเรียน เรื่องการเดาความหมายคําศัพท จากบริบท เพื่อพัฒนาความสามารถในการเรียนรูคําศัพทภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนยานตาขาวรัฐชนูปถัมภ อําเภอยานตาขาว จังหวัด ตรัง ผลการวิจัยพบวาการเดาความหมายคํา ศัพทจากบริบทโดยผูทรงคุณวุฒิเห็นวา มีความเหมาะสมดานสาระการเรียนรู กิจกรรมการเรียนรู รูปแบบ การใชภาษาและการประเมินผลในแบบฝกเสริมบทเรียนในระดับมากที่สุด โดยมีคาเฉลี่ยเทากับ 4.89 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทากับ 0.24 และผลการตรวจสอบแบบฝกเสริมบทเรียน เรื่องการเดาความหมาย คําศัพทจากบริบท เพื่อพัฒนาความสามารถในการเรียนรูคําศัพทภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปที่ 6 พบวาประสิทธิภาพของแบบฝกเสริมบทเรียน เรื่องการเดาความหมายคําศัพทจากบริบท เทากับ


7

78.11/77.64 ซึ่งสูงกวาเกณฑมาตรฐาน 75/75ความสามารถในการเรียนรูคําศัพทภาษาอังกฤษ เรื่องการ ความหมายคําศัพทจากบริบทของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนยานตาขาวรัฐชนูปถัมภ อําเภอ ยานตาขาว จังหวัดตรัง ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการพัฒนา (อ30220) ในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 หลังเรียนโดยใชแบบฝกเสริมบทเรียนสูงกวากอนเรียน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยสรุป ผลการวิจัยครั้งนี้ แสดงวาแบบฝกเสริมบทเรียน เรื่องการเดาความหมายคําศัพทจากบริบท เพื่อพัฒนา ความสามารถในการเรียนรูคําศัพทภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ที่ผูวิจัยสรางขึ้นมี ประสิทธิภาพ และมีความเหมาะสมที่จะนําไปใชในการเรียนการสอน เพื่อใหนักเรียนบรรลุผลตาม จุดมุงหมาย สุเชาว ศรีอนิ ทร (2551) ไดวิจัยเรื่องพัฒนาแบบฝกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ สําหรับนักเรียน ชั้นศึกษาปที่ ๕ โรงเรียนบานเศลาใต สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๒ ผลการวิจัย พบวา 1). แบบฝกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษสําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ที่ผูวิจัยสรางขึ้นมี ประสิทธิภาพสูงกวาเกณฑมาตรฐานที่ตั้งไว (80/80) ไดคาประสิทธิภาพเทากับ 84.06/84.43 2). แบบฝก ทักษะการเขียนภาษาอังกฤษสําหับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ที่ผูวิจัยสรางขึ้นทั้ง 3 ชุด มีประสิทธิภาพ สูงกวาเกณฑที่กําหนด 3). หลังจากใชแบบฝกการเขียนภาษาอังกฤษ นักเรียนมีทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ เพิม่ ขึ้นอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 วิภา ใสยอดราย (2552) ไดวิจัยเรื่องงานการพัฒนาแบบฝกทักษะภาษาอังกฤษ กลุมสาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ผลการวิจัยพบวา 1). แบบฝกทักษะภาษาอังกฤษกลุม สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่ผูรายงานสรางขึ้นดวยตนเอง มีประสิทธิภาพ 82.48/82.36 2). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ที่ ไดเรียนดวยแบบฝกทักษะภาษาอังกฤษ กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 1 หลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3.) ความพึงพอใจของ นักเรียนที่มีตอการจัดการเรียนรูโดยใชแบบฝกทักษะภาษาอังกฤษกลุมสาระการเรียนรูที่มีตอการจัดการ เรียนรู โดยใชแบบฝกทักษะภาษาอังกฤษ กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ(ภาษาอังกฤษ) ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 1 โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยูในระดับมากที่สูง


8

บทที่ 3 วิธดี าํ เนินการวิจยั การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใชแบบฝก Present Simple Tense ในวิชาภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 3 วิทยาลัยเทคโนโลยีวิมล บริหารธุรกิจ 1. 2. 3. 4.

ประชากรและกลุมตัวอยาง เครื่องมือที่ใชในการวิจัย การเก็บรวบรวมขอมูล การวิเคราะหขอมูล

ประชากรและกลุมตัวอยาง 1.ประชากรและกลุมตัวอยาง 1.1 ประชากร คือ นักศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจภาคเรียนที่ 2 ป การศึกษา 2554 ในระดับปวช. 3 จํานวน 4 หอง ไดแก หองชกบ. 311, ชกบ. 312, ชกบ. 313 และชกบ. 314 นักศึกษาทั้งหมด 175 คน 1.2 กลุมตัวอยาง คือ นักศึกษาของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจภาคเรียนที่ 2 ป การศึกษา 2554 ในระดับปวช. 3 จํานวน 1 หอง ไดแก หอง ชกบ. 314 จํานวน 39 คน เครื่องมือที่ใชในการวิจัย เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดทําการสรางขึ้นเองประกอบดวย 1. แบบฝกการใช Present Simple Tense จํานวน 3 ชุด ไดแก 1.1 แบบฝกชุดที่ 1 โครงสรางของประโยค Present Simple Tense 1.2 แบบฝกชุดที่ 2 การนํากริยา Do / Does มาใชในประโยค Present Simple Tense 1.3 แบบฝกชุดที่ 3 การเติมกิริยาในประโยค Present Simple Tense จากเนือ้ เรือ่ ง 2. แบบทดสอบกอนเรียน 3. แบบทดสอบหลังเรียน การสรางแบบฝก 1. ศึกษาทฤษฎีและหลักการสรางแบบฝก วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ 2. ศึกษาหลักสูตรและเนื้อหาบทเรียนการสอน วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ 3. วิเคราะหเนื้อหาเปนหนวย ประกอบดวยเนื้อหา โดยศึกษาเนื้อหา ดังนี้


9

3.1 ความรูเกี่ยวกับโครงสรางของประโยค Present Simple tense 3.2 การสรางแบบฝกเพื่อใหสอดคลองกับเนื้อหา Present Simple Tense 4. นําแบบฝกที่สรางขึ้นเสนออาจารยเบญญดา วิริไฟ และ Mr.Joseph Mild oldham แกไข จนกวาจะผาน 5. นําผลที่ไดจากการทดสอบกับกลุมตัวอยางมาทําการวิเคราะหเพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝก การใช Present Simple Tense ในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ โดยตองมีคาไมต่ํากวาเกณฑ ที่กําหนดรอยละ 80 6. นําแบบฝกที่ผานการตรวจสอบแลวมาทดสอบกับนักศึกษาหอง ชกบ.314 จํานวน 39 คน การสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผูวิจัยไดทําการสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ดังนี้ 1. ศึกษาวิธีสรางและเทคนิคการสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากเอกสารเกี่ยวกับ การวัดผลและการสรางแบบทดสอบ 2. วิเคราะหเนื้อหา วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ 3. สรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ จํานวน 30 ขอ โดยเปนปรนัย 4 ตัวเลือก ผูวิจัยนํามาจากแบบทดสอบของ Mr. John Eastwood มาประยุกตใช นําแบบทดสอบ ไปทดลองใชกับนักศึกษาที่ผานการเรียนโดยใช แบบฝกการใช Present Simple Tense ในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ จํานวน 39 คน การเก็บรวบรวมขอมูล 1. นําแบบทดสอบกอนเรียน ไปทดสอบนักศึกษาระดับปวช.3 จํานวน 1 หอง คือ หอง ชกบ.314 จํานวน 39 คน 2. นําแบบฝกการใช Present Simple Tense ชุดที่ 1-3 ไปฝกนักศึกษากลุมตัวอยางระดับปวช. จํานวน 1 หอง คือ หองชกบ.314 จํานวน 39 คน 3. นําแบบทดสอบหลังเรียน ไปทดสอบกับนักศึกษากลุมตัวอยางระดับปวช. จํานวน 1 หอง คือ หอง ชกบ.314 จํานวน 39 คน การวิเคราะหขอมูล ศึกษาโดยใชคาสถิติรอยละ คาเฉลี่ย คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) และ t-test ระยะเวลาดําเนินการวิจัย ระหวางวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 ถึง 7 ธันวาคม 2554 สัปดาหละ 2 ครั้งๆละ 40 นาที เปน เวลา 3 สัปดาห


10

บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล การวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใชแบบฝกการใช Present Simple Tense ในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพของนักศึกษาระดับประกาศบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 3 วิทยาลัย เทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจ ผูวิจัยไดนําเสนอผลการวิจัย โดยผูวิจัยไดใชสัญลักษณในการวิเคราะหขอมูล ดังนี้ ผลการวิเคราะหขอมูลเพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝกการใช Present Simple Tense โดยใช เอกสารแบบฝกจํานวน 3 ชุด เพื่อตอบจุดประสงคการวิจัย ขอที่ 1 การหาประสิทธิภาพของแบบฝกการใช แบบฝก present simple tense ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 3 หอง ชกบ. 314 วิทยาลัย เทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจ ผูวิจัยไดใหกลุมตัวอยาง 39 คน ทําแบบทดสอบวัดความสามารถการใช แบบฝก Present simple tense กอนและหลังการเรียนซึ่งเปนแบบทดสอบชุดเดียวกัน และมีคะแนนเต็ม 30 คะแนน จากนั้นจึงหาผลตางของคะแนน (D) จากการทดสอบกอนและ หลังการใชแบบฝกและนําคะแนน ที่ไดจากการทดสอบทั้ง 2 ครัง้ มาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใชแบบฝกการใชPresent Simple Tense ในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพของกลุมตัวอยาง ผลการวิเคราะหแสดงใน ตารางที่ 1, 2 และที่ 3 ตามลําดับและใหกลุมตัวอยางทั้ง 39 คน ทําแบบทดสอบในแบบฝกการใช Present simple tense จํานวน 3 ชุด ซึ่งมีคะแนนชุดละ 20 คะแนน หลังทําแบบฝกจากนั้นจึงวิเคราะหคะแนนเฉลี่ย (X) เบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) คารอยละ(%)และจัดลําดับคะแนน(X)เฉลี่ยของแบบฝกทั้ง 3 ชุด ผลการ วิเคราะหแสดงในตารางที่1 ดังนี้ ตารางที่ 1 คะแนนเฉลีย่ (X) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)คารอยละและลําดับของคะแนนเฉลี่ย จากการทําแบบทดสอบในแบบฝกแตละชุด ลําดับชุดแบบทดสอบ N คะแนนเต็ม X (S.D.) 100 1 39 20 16.05 3.92 80.25 2 39 20 15.71 3.88 78.58 3 39 20 18.51 4.48 92.56 เฉลี่ย 83.80 จากตารางที่ 1 แสดงให���ห็นวา กลุมตัวอยางสามารถทําคะแนนแบบทดสอบของแบบฝกจํานวน 3 ชุด เมื่อดูจากคะแนนเฉลี่ยเปน 83.80 และวิเคราะหหาประสิทธิภาพของแบบฝกการใช Present Simple Tense


11

โดยการหาคารอยละของคะแนน จากการทําแบบทดสอบทั้ง 3 ชุด และคารอยละของคะแนนจากการทํา _ แบบทดสอบหลังเรียนของกลุมตัวอยาง 39 คน จากตารางที่ 2 ที่ไดแสดงไวในภาคผนวกแสดงใหเห็นวา กลุมตัวอยางทําคะแนนจากแบบทดสอบ ของแบบฝกทั้ง 3 ชุดไดคะแนนรวมทั้งหมด 1,971 คะแนน จากคะแนนเต็ม 2,340 คะแนน คิดเปนรอยละ 84.23 และทําคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนไดคะแนน 976 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,170 คะแนน คิด เปนรอยละ 83. 42 ดังนั้นประสิทธิภาพแบบฝกการใช Present simple tense มีคาเทากับ 84.23 / 83.42ซึ่งสูง กวาเกณฑที่กําหนดไว 80/80 ซึ่งแสดงวาแบบฝกมีประสิทธิภาพดีมาก จึงเปนไปตามสมมุติขอที่ 1 จากตารางที่ 3 คะแนนในการทําแบบทดสอบของกลุมตัวอยางจํานวน 39 คน กอน และหลังการ ทําแบบฝกและผลตาง(D)ของคะแนนในการทดสอบทั้ง 2 ครัง้ ซึ่งไดคะแนนกอนเรียน 690 คะแนน และ คะแนนหลังเรียน 976 คน มีผลตาง (D) เทากับ 288 คะแนน และคา D² เทากับ 2,292 คะแนน และ นําผลตาง (D) มาหาคา t –test ซึ่งสามารถหาคาได 22.11 และมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึงพิจารณาได จากตารางดานลาง การทดสอบ N กอนเรียน 39 หลังเรียน 39 มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01

X 17.69 25.02

S.D. 4.13 4.96

∑D 288

S.D. 2.55

t -test 22.11


12

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ สรุปผลการวิจัย การวิจัยเพื่อศึกษาผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใชแบบฝกการใช Present Simple Tense ในวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพของนักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 3 ผูวิจัยสรุปผลดังตอไปนี้ 1. ประสิทธิภาพของแบบฝกการใช Present Simple Tense เทากับ 84.23/83.42 ซึ่งสูงกวาเกณฑ 80/80 ที่ตั้งไว 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การใชแบบฝกการใช Present Simple Tense ของนักศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปที่ 3 กอนและหลังการเรียนมีความแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญที่ ระดับ .01 โดย คาเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน จะสูงกวาคาเฉลี่ยของคะแนนกอนการเรียน โดยใช แบบฝก อภิปรายผลการวิจัย 1. จากผลการวิจัยขอ 1 พบวาแบบฝกการใช Present simple tense โดยใชแบบฝกที่สรางขึ้นมี ประสิทธิภาพเทากับ 84.23/83.42 ซึ่งสูงกวาเกณฑที่กําหนดไว 80/80 ถือวามีประสิทธิภาพตัวแรกสูงกวาคา ประสิทธิภาพตัวหลังเล็กนอย หมายความวา นักศึกษาสามารถทําแบบทดสอบทั้ง 3 ชุด ไดคะแนนเฉลี่ย 84.23 สูงกวาคะแนนที่ไดจากการทําแบบทดสอบหลังเรียนซึ่งได 83.42 เล็กนอย คาประสิทธิภาพของแบบ ฝกที่สรางขึ้น สูงกวาเกณฑที่ตั้งไว และคาประสิทธิภาพตัวแรกสูงกวาคาประสิทธิภาพตัวหลัง อาจเนื่องมา สาเหตุดงั นี้ 1.1 .ในการทําแบบฝกการใช Present simple tense นักศึกษามีโอกาสไดฝกทักษะการใช Present simple tense ตามขั้นตอนและหลังจากทําแบบฝกแตละชุดเสร็จ นักศึกษาจะไดฟงคําเฉลยแตละชุดทันที พรอมคําอธิบาย หลังจากนั้นนักศึกษาจะตองทําแบบทดสอบทันทีหลังจากฟงคําอธิบายในแตละชุดเรียบรอย แลว ซึ่งลักษณะของแบบทดสอบจะคลายกับแบบฝกในแตละชุด ทําใหนักศึกษามีโอกาสในการทําคะแนน ไดสูงกวาคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน เนื่องจากการทําแบบทดสอบหลังเรียนนักศึกษาตองทําแบบฝกให ครบ 3 ชุดกอนจึงจะไดทําแบบทดสอบ


13

1.2 .ในการทําแบบฝกครูไดเฉลยคําตอบที่ถูกตอง ทําใหนักศึกษาไดเขาใจในขอที่เลือกผิด และแก แกไขขอผิดพลาดไดถูกตอง ซึ่งเปนการใหขอมูลยอนกลับในทันที จึงสงผลใหนักศึกษาทําคะแนน แบบทดสอบแตละชุดไดสูง ขอเสนอแนะ จากการศึกษาครั้งนี้ ผูวิจัยมีขอเสนอแนะที่เปนประโยชนตอการปรับปรุงแบบฝกเพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนและหลังนั้น 1. ขอเสนอแนะทั่วไป 1.1 ในการสรางแบบฝก ควรคํานึงถึงความแตกตางระหวางบุคคลของผูเรียนเสมอ ผูสอนจึง ควรมีการเสริมแรงจูงใจของผูเรียน ดวยการใหกําลังใจและความเชื่อมั่นแกผูเรียนในการทําแบบฝกการใช Present simple tense 1.2 แบบฝกและแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใชแบบฝก Present simple tense ที่นํามา ทดลองนี้มีความยากงายเหมาะกับผูเรียน ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปที่ 3 เทานั้น ถาตองการ นําไปใชในระดับอื่น ควรปรับเครื่องมือใหเหมาะกับผูเรียนในแตละระดับชั้น 2. ขอเสนอแนะสําหรับการวิจัย 2.1 ควรมีศึกษาเปรียบเทียบการสอน โดยการใชแบบฝกและนําไปประยุกตใชในการจัดการ เรียนรูในวิชาอื่น ๆ


14

บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542. แกไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 .กรุงเทพ: ศูนยสารสนเทศ สป.ศธ. ชวศร ศรีชัยยา. (2550). แบบฝกทักษะ. ม.ปท. ฐาปนี อุสาหะ. (2554). “การใชแบบฝกเสริมบทเรียนเรื่องการเดาความหมายคําศัพทจากบริบทเพื่อพัฒนา ความสามารถในการเรียนรูคําศัพทภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่6 โรงเรียนยานตา ขาวรัฐนูปนูถัมภ อําเภอยานตาขาว จังหวัดตรัง”. ปริยทิพย บุญคง.(2546). องคประกอบที่มีอิทธิพลตอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในโรงเรียน. พนมวัน วรดุลย (2552). แบบฝกทักษะ. มปท. วิภา ใสยอดราย. (2552). “งานพัฒนาแบบฝกทักษะภาษาอังกฤษ กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมัธยมศึกษาปที1่ ” สุเชาว ศรีอนิ ทร. (2551). “พัฒนาแบบฝกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษสําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่5 โรงเรียนบานเศลาใต สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต2 ผลการวิจัยพบวา 1.แบบ ฝกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษสําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที5่ ”. สมนึก ภัททิยธนี.(2544). แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน.


15

ภาคผนวก


16

ภาคผนวก ก. ผลการวิเคราะหขอ มูล

-ตารางแสดงประสิทธิภาพของแบบฝกการใช Present Simple Tense กอนและหลังเรียน -ตารางแสดงการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนและหลังการใชแบบฝกการใช Present Simple Tense แตละชุดและแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใชแบบทดสอบทั้ง 3 ชุด


17

ตาราง แสดงประสิทธิภาพของแบบฝกการใช Present Simple Tense กอนและหลังเรียน คนที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27

คะแนนกอนเรียน (30 คะแนน) 18 14 14 16 16 20 20 19 17 19 21 20 19 21 20 21 19 23 21 21 18 17 16 15 18 17 16

คะแนนหลังเรียน (30 คะแนน) 25 24 24 25 26 26 25 23 25 24 27 26 26 25 26 25 24 28 26 26 24 25 21 25 27 26 26


18

ตาราง แสดงประสิทธิภาพของแบบฝกการใช Present Simple Tense กอนและหลังเรียน คนที่ 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 รวม คาเฉลี่ย กอน/หลัง

คะแนนกอนเรียน (30 คะแนน) 14 15 16 17 18 19 17 14 16 16 17 15 690 17.69 58.97

กอนเรียน =

690/39 x 100

คะแนนหลังเรียน (30 คะแนน) 23 26 25 25 25 24 26 24 24 25 24 25 976 25.02 83.42

= 58.97

30 หลังเรียน =

976/39x 100 30

= 83.42


19

ตารางแสดงผลสัมฤทธิ์การเรียนหลังการใชแบบฝกและแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยแบบฝกการใช Present Simple Tense เลขทีข่ อง นักศึกษา

คะแนนแบบทดสอบแตละชุดฝก

รวม

คะแนนสอบ รอยละ หลังเรียน

รอยละ

1

2

3

20

20

20

60

100

30

100

1

15

17

19

51

85.00

25

83.33

2

15

15

18

48

80.00

24

80

3

17

14

18

49

81.67

24

80.00

4

15

15

19

49

81.67

25

83.33

5

15

15

19

49

81.67

26

86.67

6

17

15

20

52

86.67

26

86.67

7

14

14

20

48

80.00

25

83.33

8

14

13

18

45

75.00

23

76.67

9

17

13

19

49

81.67

25

83.33

10

16

16

18

50

83.33

24

80.00

11

16

17

19

52

86.67

27

90.00

12

17

14

18

49

81.67

26

86.67

13

16

16

19

51

85.00

26

86.67

14

16

18

20

54

90.00

25

83.33

15

17

18

20

55

91.67

26

86.67

16

17

17

18

52

86.67

25

83.33

17

16

18

19

53

88.33

24

80.00


20

เลขทีข่ อง นักศึกษา

คะแนนแบบทดสอบแตละชุดฝก

รวม

คะแนนสอบ รอยละ หลังเรียน

รอยละ

1

2

3

20

20

20

60

100

30

100

18

17

18

20

55

91.67

28

93.33

19

16

17

19

52

86.67

26

86.67

20

16

15

20

51

85.00

26

86.67

21

17

16

20

53

88.33

24

80.00

22

16

17

19

52

86.67

25

83.33

23

15

15

18

48

80.00

21

70.00

24

15

16

18

49

81.67

25

83.33

25

15

18

20

53

88.33

27

90.00

26

14

17

20

51

85.00

26

86.67

27

15

18

19

52

86.67

26

86.67

28

15

16

18

49

81.67

23

76.67

29

18

15

18

51

85.00

26

86.67

30

17

14

19

50

83.33

25

83.33

31

17

15

18

50

83.33

25

83.33

32

17

16

17

50

83.33

25

83.33

33

16

15

19

50

83.33

24

80.00

34

18

15

20

53

88.33

26

86.67

35

16

15

19

50

83.33

24

80.00

36

17

15

17

49

81.67

24

80.00

37

17

15

17

49

81.67

25

83.33

38

16

15

18

49

81.67

24

80.00

39

16

15

18

49

81.67

25

83.33

รวม

1,971

84.23

976

83.42

2,340

1,170


21

ตารางคะแนนการทําแบบทดสอบของกลุมตัวอยางกอน และหลังการทําแบบฝกและผลตาง(D)ของคะแนน ในการทดสอบทั้ง 2 ครัง้ คนที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19

คะแนนเต็ม 30 คะแนน กอนเรียน หลังเรียน 18 25 14 24 14 24 16 25 16 26 20 26 20 25 19 23 17 25 19 24 21 27 20 26 19 26 21 25 20 26 21 25 19 24 23 28 21 26

ผลตาง (D) D² 7 49 10 100 10 100 9 81 10 100 6 36 5 25 4 16 8 64 5 25 6 36 6 36 7 49 4 16 6 36 4 16 5 25 5 25 5 25

คนที่ 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 รวม

คะแนนเต็ม 30 คะแนน กอนเรียน หลังเรียน 21 26 18 24 17 25 16 21 15 25 18 27 17 26 16 26 14 23 15 26 16 25 17 25 18 25 19 24 17 26 14 24 16 24 16 25 17 24 15 25 690 976

ผลตาง (D) D² 5 25 6 36 8 64 7 49 10 100 9 81 9 81 10 100 9 81 11 121 9 81 8 64 7 49 5 25 9 81 10 100 8 64 9 81 7 49 10 100 288 2,292


22

ภาคผนวก ข. เครื่องมือที่ใชในการวิเคราะหขอมูล

- แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตอแบบฝกการใช Present Simple Tenseวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ จํานวน 1 ชุด - แบบฝกการใช Present Simple Tense วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ จํานวน 3 ชุด - แบบทดสอบหลังเรียนแบบฝกการใช Present Simple Tense จํานวน 3 ชุด


23

แบบทดสอบผลสัมฤทธิท์ างการเรียน Choose the best answer. (30 items /30 marks) 1. I _____ the lunch ready at one o’clock, usually. a. get

b. am

c. has

d. was

2. We _____ tennis most weekends. a. plays

b. play

c. played

d. playing

3. Most children don’t_____ ice – cream . a. drink

b. receive

c. like

d. catch

4. He doesn’t_____ some help. a. wanted

b. wants

c. wantes

d. want

5. My sister _____ the early train . a. catchs

b. catches

c. catch

c. catching


24

6. I _____ television most evenings . a. watch

b. watches

c. watchs

d. watching

7. They don’t_____ in a very nice flat . a. live

b. lives

c. lived

d. have lived

8. Paris _____ in the River Seine. a. lie

b. lies

c. lied

d. lying

9. Peter _____ his parents to stay at Christmas . a. alway invite

b. alway invites

c. always invites

d. always invite

10. It never_____ at the weekend . a. rain

b. rains

c. raines

d. rained

11. Paul and Duncan _____ Jane quite well . a. know

b. knows


25

c. knowes

d. knowed

12. Liz _____ we politely every time. a. thank

b. thanked

c. has thanked

d. thanks

13. That boy _____ too much. a. take

b. took

c. talks

d. talked

14. You very often _____ your keys. a. lose

b. lost

c. loses

d. losing

15. Cindy often _____ me that old shirt . a. gives

b. gave

c. give

d. given

16. Ryan _____ a cheese sandwich every day . a. has

b. have

c. had

d. are

17. Jordan and Lucy always _____ computers . a. repair

b. repairs


26

c. repaired

d. repaires

18. Sarah doesn’t_____ jogging every morning . a. go

b. goes

c. is going

d. has gone

19. She usually _____ a cake . a. make

b. makes

c. made

d. maked

20. This shop _____ medicine every day . a. sells

b. sold

c. sell

d. selling

21. I sometimes_____ to watch the sun rise. a. love

b. loves

c. loved

d. am loved

22. Everyone _____ the show every night. a. enjoy

b. enjoyes

c.enjoys

d. is enjoying

23. She always for a new job. a. looks

b. look


27

c. looked

d. is looked

24. Sarah and Peter _____ the walls a. paint

b. paints

c. painted

d. are painted

25. Someone _____ your hair here. a. cuts

b. cut

c. cutted

d. has cut

Read the passage and choose the court answers. My guest today ___________26______from Denmark and is a photographers. He ____27_____to almost every country in the world with his camera, and he ___28__ thousands of photographs of animals. His name _______29____ Andres Petersen. ______________30_______________ to the programme , Anders 26. a. come

b.came

c. coming

d. comes

27. a. travel

b.travels

c. traveles

d. is traveling

28. a. take

b.takes

c. took

d. is taken

29. a. is

b.are

c. was

d. were

30. a. Welcomes

b. Wellcome

c. Welcome

d. Wellcomes

*******************************

Good Luck


28

คําชี้แจงในการทําแบบฝกชุดที่ 1 1. อานขอความจากประโยคคําถามทีละประโยคและเลือกคําตอบจากแบบฝกการใช Present Simple Tense ใหครบ 20 ขอโดยใชเวลา 20 นาที 2. ทําเครื่องหมาย X ลงไปในกระดาษคําตอบ 3. หลังฟงคําเฉลยและคําอธิบายในแตละขอจากอาจารยประจําวิชาใหทําแบบทดสอบหลัง เรียนโดยใชแบบทดสอบหลังการทําแบบฝกชุดที่ 1 โดยใชเวลา 20 นาที


29

แบบฝกชุดที่ 1 Choose the best answer . 1. I _____ the piano or the violin. a. play

b. plays

c. playes

d. played

2. Maria _____ swimming. a. go

b. goes

c. went

d. going

3. Caspar _____ to music . a. listen

b. listenes

c. listens

d. listened

4. Maria and Dev _____ books. a. read

b. reads

c. reading

d. has read.

5. Eddie’s mother _____ a song every day. a. sing

b. sang

c. sung

d. sings


30

6. We _____ a lot of rock songs. a. know

b. knows

c. knew

d. known

7. His wife _____ his clothes every week. a. wash

b. washes

c. washs

d. is wash

8. Jim Beeton _____ the article every week. a. write

b. writes

c. writed

d. wrote

9. Ben Baker _____ Chinese every Monday a. speak

b. speaks

c. spoke

d. spoken

10. Ken Stevens _____ his mobile phone every hour. a. uses

b. use

c. used

d. user

11. Rachel and Lucy _____ a blue wallet. a. buy

b. buys

c. bought

d. has buy


31

12. A secretary _____ many letters every Tuesday . a. type

b. types

c. typed

d. typing

13. A manager _____ food in a restaurant every evening . a. eat

b. eats

c. ate

d. eaten

14. A chef _____ food in a hotel every morning . a. cooks

b. cook

c. cooked

d. cooking

15. A doctor _____ ill people . a. looks after

b. look after

c. looked after

d. looking

16.Shop assistants _____ things in a shop . a. sells

b. sell

c. sold

d. is selling

17. A mechanic _____ cars. a. repair

b. repaired

c. repairs

d. is repaired


32

18. A dentist _____ people ‘s teeth. a. looks after

b. look after

c. has look

d. have looked

19. I often _____ two or three days with some clients. a. spend

b. spent

c. spends

d. spended

20. My mum _____ an appointment at the hairdresser’s. a. make

b. makes

c. made

d. is make.

Good Luck


33

คําชี้แจงในการทําแบบฝกชุดที่ 2 1. อานขอความจากประโยคคําถามทีละประโยคและเลือกคําตอบจากแบบฝกการใช Present Simple Tense ใหครบ 20 ขอโดยใชเวลา 20 นาที 2. ทําเครื่องหมาย X ลงไปในกระดาษคําตอบ 3. หลังฟงคําเฉลยและคําอธิบายในแตละขอจากอาจารยประจําวิชาใหทําแบบทดสอบหลัง เรียนโดยใชแบบทดสอบหลังการทําแบบฝกชุดที่ 2 โดยใชเวลา 20 นาที


34

แบบฝกชุดที2่ Choose the best answer. (20 items/20 marks) 1. I _____ early . a. doesn’t wake up

b. don’t wake up

c. doesn’t wakes up

d. don’t wakes up

2. She ______normally _____ in the morning . a. don’t / work

b. don’t /works

c. does /work

d. doesn’t/ work

3. We _____ to the cinema every week. a. don’t go

b. don’t goes

c. doesn’t go

d. doesn’t goes

4. They _____often _____ lunch in a cafe . a. do / has

b. does / have

c. don’t / have

d. don’t/has

5. She doesn’t_____ her parents this morning . a. visit

b. visits

c. visited

d. visiting


35

6. They don’t_____ many students at a school. a. teach

b. teaches

c. teachs

d. have teach

7. The waiter _____ a customer at the restaurant every day. a. doesn’t serves

b. doesn’t serve

c. don’t serve

d. don’t serves

8. I and you _____ English every Friday. a. doesn’t study

b. doesn’t studies

c. don’t study

d. do study

9. Kevin _____ television every Saturday. a. don’t watch

b. doesn’t watches

c. doesn’t watch

d. do watch

10. Dave and Damp _____ up the broken glass. a. don’t sweep

b. doesn’t sweeps

c. doesn’t swept

d. don’t swept

11. ______oranges have vitamin C ? a. Do

b. Does


36

c. Doesn’t

d. All correct

12. _____Bell and Ball _____ the countryside in autumn? a. Do/ love

b. Do/loves

c. Does/loved

d. Does/ loved

13._____ we _____ to the radio every Sunday ? a. Do/listen

b. Do/listens

c. Does/ listened

d. Does/ listens

14. Glass always _____ money. a. do get

b. don’t got

c. doesn’t get

d. doesn’t gets

15. This film _____ familiar. a. do looks

b. does look

c. doesn’t look

d.don’t look

16. Mrs. Brook _____ every day. a. do take a bath

b. don’t takes a bath

c. doesn’t take a bath

d. doesn’t takes a baht

17. Chain _____ the movie every month. a. don’t see

b. don’t sees


37

c. doesn’t see

d. don’t sees

18. His girl – friend _____ the path every day. a. doesn’t walk along

b. doesn’t walks along

c. don’t walkes along

d. doesn’t walking along

19. _______the sun _____ the West ? a. Do/set

b. Does/sets

c. Do/seted

d. Does/ set

20. ______the sun _____ the East ? a. Does/ rises

b. Do/ rise

c. Does/rise

d. Do/rose

********************************************************************************* Good Luck


38

คําชี้แจงในการทําแบบฝกชุดที่ 3 1. อานเนื้อเรื่องจากขอสอบทีละยอหนาและเลือกคําตอบที่ใหไวจากแบบฝกการใช Present Simple Tense เติมลงในกระดาษคําตอบที่แจกใหจนครบ 20 ขอโดยใช เวลา 20 นาที 2. ทําเครื่องหมาย X ลงไปในกระดาษคําตอบ 3. หลังฟงคําเฉลยและคําอธิบายในแตละขอจากอาจารยประจําวิชาใหทําแบบทดสอบหลัง เรียนโดยใชแบบทดสอบหลังการทําแบบฝกชุดที่ 3 โดยใชเวลา 20 นาที


39

แบบฝกชุดที่ 3 Choose the best answer after reading the texts and write your answer into paper. A.

My name ‘s Kemal and I ___1__ (live , lives) in Turkey. I’m a coach driver.

I ___2__ (take , takes) groups of tourists to ___3__ ( visit , visits) palaces , castles, Markets , and places that. I sometimes __4___ (take , takes) people from Turkry to Other countries in Europe , too. I ___5_______ (enjoy , enjoys) my job. I ___6______ (go , goes) to a lot of places and I ________7________(meet , meets) people from other countries. I’m away from home a let , so I only ___8__(see , sees) my family and friend at the weekend. B.

My name’s Elana and I’m an estate agent. I ___9__ (work , workes) in the

Algarve in Portugal. I ___10____ (sell , sells) house and apartment. Most of my clients ___11__ (is , are) from Gremany , the UK and Holland. They __12___ (buy , buys) Holiday homes have because It ___13__( is , are) warm and sunny. Some people ___14__ (came , cames) here to ___15__ (live , lives) when they ___16__ (retire , retires) Too. The Algarve ___17__ (is , are) a nice place live and I like my job. I ___18__(meet , meets) a lot of interesting people but there are some problems, too.


40

I often ___19_____(spend , spends) two on three days with some clients. I ___20__ (take , takes) lets of house and apartments, but then they don’t buy anything .

Good Luck


41

วิทยาลัยเทคโนโลยีวมิ ลบริหารธุรกิจ ชือ่ ..............................................นามสกุล.................................หอง................................. กระดาษเขียนคําตอบของแบบฝกชุดที่ 3 1. 4. 7. 10. 13. 16. 19.

2. 5. 8. 11. 14. 17. 20. คะแนนรวม

.

3. 6. 9. 12. 15. 18.


42

แบบทดสอบหลังการทําแบบฝกชุดที่ 1 Choose the best answer . 1. He _____ basketball every Sunday. a. plays

b. play

c. played

d. playes

2. Frank _____ shopping. a. goes

b. go

c. gone

d. going

3. They _____ to music . a. listens

b. listened

c. listenes

d. listen

4. Goft _____ books many newspaper every week. a. reads

b. reades

c. readed

d. reading

5. I _____ a song every weekend. a. sing

b. sang

c. sung

d. sings


43

6. The manager _____ a lot of customers. a. know

b. knows

c. knew

d. known

7. Her husband _____ his car every week. a. wash

b. washes

c. watch

d. watches

8. Mr.Joseph _____ his letter to her wife every week. a. wrote

b. write

c. writes

d. writed

9. She and I _____ English every Monday a. speaks

b. speak

c. spoken

d. spoke

10. We _____ our mobiles phone every hour. a. use

b. uses

c. used

d. user

11. You _____ a yellow motorcycle. a. buys

b. buy

c. bought

d. have buy


44

12. A student _____ hair every Friday . a. cut

b. cuts

c. cuted

d. cutting

13. A postman _____ a lot of letters every day . a. send

b. sends

c. sent

d. sended

14. The housewife _____ food in the kitchen every morning . a. cook

b. cooks

c. cooked

d. is cooking

15. My parent _____ me every time. a. look after

b. looks after

c. looked after

d. is looking

16. Many employees _____ things in a shop . a. sells

b. sell

c. sold

d. is selling

17. A carpenter_____ the house. a. repairs

b. repaired

c. repair

d. is repaired


45

18. A janitor _____ the office every morning. a. cleans

b. cleanes

c. cleaned

d. has cleaned

19. He often _____ the document for his boss. a. translates

b. translate

c. translated

d. is translating

20. My client_____ an appointment at the hotel. a. makes

b. make

c. made

d. is making

Good Luck


46

แบบทดสอบหลังจากการทําแบบฝกชุดที2่ Choose the best answer. (20 items/20 marks) 1. He_____ at six o’clock . a. doesn’t get up

b. don’t get up

c. doesn’t gets up

d. don’t gets up

2. Donny ______normally _____badminton in the morning . a. don’t / play

b. don’t /plays

c. does /play

d. doesn’t/ play

3. They _____ to the park every week. a. don’t goes

b. don’t go

c. doesn’t go

d. doesn’t goes

4. She _____often _____ lunch in a canteen . a. do / has

b. doesn’t / have

c. don’t / have

d. don’t/has

5. They don’t_____ their parents this morning . a. visits

b. visites

c. visit

d. visiting


47

6. Teachers don’t_____ many students at a school. a. teachs

b. teaches

c. teach

d. have teach

7. The waitress_____ a customer at the restaurant every day. a. doesn’t serve

b. doesn’t serves

c. don’t serve

d. don’t serves

8. You and I _____ English every Friday. a. doesn’t study

b. doesn’t studies

c. don’t study

d. do study

9. Moss and Money _____ television every Saturday. a. don’t watch

b. doesn’t watches

c. doesn’t watch

d. do watch

10. Dave _____ up the broken glass. a. don’t sweep

b. doesn’t sweeps

c. doesn’t sweep

d. don’t swept

11. ______oranges have vitamin C ? a. Does

b. Do

c. Doesn’t

d. All correct


48

12. _____ Ball _____ the countryside in autumn? a. Do/ love

b. Do/loves

c. Does/love

d. Does/ loved

13._____ he _____ to the radio every Sunday ? a. Do/listen

b. Do/listens

c. Does/ listened

d. Does/ listen

14. Glass and James always _____ money. a. do get

b. don’t get

c. doesn’t get

d. doesn’t gets

15. These buildings _____ familiar. a. do looks

b. does look

c. doesn’t look

d. don’t look

16. Mrs. Brook and her friend _____ every day. a. do take a bath

b. don’t take a bath

c. doesn’t take a bath

d. doesn’t takes a baht

17. Cindy and her aunt _____ the movie every month. a. don’t see

b. don’t sees

c. doesn’t see

d. don’t sees


49

18. Our cousins _____ the path every day. a. doesn’t walk along

b. doesn’t walks along

c. don’t walk along

d. doesn’t walking along

19. _______the sun _____ the West ? a. Do/set

b. Does/sets

c. Do/seted

d. Does/ set

20. ______the sun _____ the East ? a. Does/ rises

b. Do/ rise

c. Does/rise

d. Do/rose

*********************************************************************************

Good Luck


50

แบบทดสอบหลังการทําแบบฝกชุดที่ 3 Choose the best answer after reading the texts and write your answer into paper. A.

Paula Tyler ___1__ (lives , live ) alone in flat in Phuket. She is tewenty-five and

___2__ (work, works) for a travel agency there. She always ___3__ ( visit , visits) customers from Wednesday to Sunday and she has Monday and Tuesday off. Every working day she__4___ (get, gets) up at 5 in the morning to get fresh air. She has light breakfast and __5___ (start ,starts) work very early so she never late for work. She ___6______ (enjoys ,enjoyes) her work because it is exciting. She ______7____ doesn’t work , don’t work) in the office taking reservation or writing plane tickets for the tourists. She ___8____(shows,shows) the tourist around the beautiful Island. Every day she ___9_____(meets, meet) a lot of interesting people. The tourists ___10__ (come , comes) all over the world to swim,sunbathe,relax or dive under the clear blue Andaman Sea . She never arrives home from work before 8 p.m. How ___11__ (does , do) Paula __12___ (spend,spends)her free time ? On Sunday afternoons after she ___13__( send , sends) the tourist to their hotel,Paula ___14____ (come , comes) home at about 5 o’clock and just relaxes. She ___15______(likes , like) cooking and sometimes she ___16__ invites , invite) her friend to dinner She rarely ___17__ (buys, buyes) fast food because her friends like her cooking rather than fast food. After dinner they ___18__ (like,likes) to listen to music or go out to the disco. On Monday morning she___19__ (get, gets) up at 9 and does the laundry. After that she __20__(goes, go) for a walk or goes to see the movies with friends. She never goes to bed before midnight.


51

วิทยาลัยเทคโนโลยีวิมลบริหารธุรกิจ แบบประเมินความพึงพอใจที่มีตอแบบฝกการใช Present Simple Tense วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ แบบสอบถามนี้แบงออกเปน 2 สวน ดังนี้ สวนที่ 1 สถานภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม สวนที่ 2 ความพึงพอใจที่มีตอแบบฝกการใช Present Simple Tense วิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ในงานอาชีพ สวนที่ 1 สถานภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบคําชี้แจง ใหกาเครื่องหมาย / ที่ตรงกับหัวขอที่เปนความจริง มากที่สุด เพียงขอเดียว 1. เพศ

ชาย

หญิง

สวนที่ 2 ความพึงพอใจที่มีตอแบบฝกการใช Present Simple Tense คําชี้แจง ใหกาเครื่องหมาย / ในชองที่ตรงกับความตองการของทานมากที่สุด 5 หมายถึง มีความพึงพอใจมากที่สุด

4 หมายถึง มีความพึงพอใจมาก

3 หมายถึง มีความพึงพอใจปานกลาง

2 หมายถึง มีความพึงพอใจนอย

1 หมายถึง มีความพึงพอใจนอยที่สุด รายการประเมิน 1. การเรียนการสอนโดยใชแบบฝกทําใหขาพเจาเขาใจบทเรียนมากขึ้น 2.แบบฝกทําใหเขาใจเรื่อง Present Simple Tense ชัดเจนขึ้น 3.ความเหมาะสมของระยะเวลาในการทําแบบฝก 4. ความเหมาะสมของขอคําถามในแบบฝก 5. การใชแบบฝกเรื่อง Present Simple Tense ทําใหการเรียนดีขึ้น 6. แบบฝกทําใหเขาใจเกี่ยวกับการใชกิริยาเรือ่ ง Present Simple Tense 7. ขาพเจาเขาใจโครงสรางเรื่อง Present Simple Tense ไดชดั เจน 8. แบบฝกเรื่อง Present Simple Tense ชวยใหการเรียนเปนไปอยาง เหมาะสมตามระดับความสามารถของขาพเจา 9. ขาพเจาพึงพอใจตอการเรียนรูผานแบบฝกเรือ่ ง Present Simple Tense 10. ขาพเจาตองการใหมีแบบฝกในเรื่องที่ไมเขาใจในบทเรียนอื่น

5

ระดับความพึงพอใจ 4 3 2

1


52


53

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียน


Research