__MAIN_TEXT__
feature-image

Page 1

นิตยสารแนะน�าแหล่งท่องเที่ยวและของดีจังหวัดศรีสะเกษ ประจ�าปี 2561

Magazine

EXCLUSIVE “ชาวบ้านมีความทุกข์ที่ไหน นั่นคือที่ท�างานของเรา” นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

2561

SISAKET เมืองวิถีพุทธ วิถีแห่งความสงบสุข จังหวัดศรีสะเกษ

SPECIAL INTERVIEW “เติมเต็ม อปท. ให้ใช้ศักยภาพเต็มที่ บนรากฐานของความเข้าใจและเข้าถึง” นายสมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ

“ชีวิตที่อุทิศเพื่ อประชาชนชาวศรีสะเกษ” ดร.วิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ สมัยที่ 4

รางวัล “หมู่บ้านรักษาศี ล 5” อันดับ 1 ของไทย นายเสถียร เหล่าคนค้า ผู้อ�านวยการ พศจ.ศรีสะเกษ

Vol.9 Issue 83/2018

www.issuu.com

.indd 5

ดินแดนอีสานใตมากเสนห ผามออีแดง

23/11/2561 15:55:28


วัดบ้านจาน ตั้ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นจาน หมู ่ ที่ 1 ต� า บลจาน อ� า เภอกั น ทรารมย์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

2

(หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล)

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 2

23/11/61 11:43:56


นาครินทร์ 404 รีสอร์ท ตอบทุกโจทย์ที่คุณต้องการ

ะ ไ น ก รเ นท ท เทย ร ก ร ท น ะ ท กั ะ ะ ก บย ป ัย ะท ั ร ย เย บรก ร นาครินทร์ 404 รีสอร์ท ซึ่งด�าเนินการ ดย คุณอภิชาต นาครินทร์ คือที่พักที่สามารถตอบ จทย์ทุกความต้องการของคุณ ด้เป็นอย่างดี ม่เพียงเท่านั้น นาครินทร์ 404 รีสอร์ท ยัง ตั้งอยู่ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าบิกซี ศรีสะเก จึงช่วยให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ส�ำรองห้องพักติดต่อ น รนทร ร รท เ ท ป เ ศร ะเก

โทร

ห้เราเป็นอีกหนงทางเลือกทีดีทีสดของท่าน เมือมาเยือนศรีสะเกษนะ รับ 404

1

.indd 1

23/11/2561 16:14:18


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดส

งห

สักการะหลวงพ่ อนาคปรกศิลา อายุกว่า 1,000 ปี

พระมหำชั ชวำลย์ โอภำโส (ศรีสวัสดิ์) ป.ธ.9, ดร. เจ้ า อาวาสวั ดสระก�า ง ห ่อ ง ์ จจบัน

วัดสระก�ำแพงใหญ่ เ นวัดราษ ร์ ตั้งอยู่บ้านสระก�า ง ห ่ หมู่ที่ 1 ต�าบลสระก�า ง ห ่ อ�าเภออทม ร สัย จังหวัดศรีสะเกษ เน้ อ ที่ วั ด ทั้ ง ส้ น 1 ร่ งาน ตารางวา จจบั น มี ระมหา ั วาลย์ อภา ส ศรี ส วั ส ด ดร ู ้ จั ด การ รงเรี ย น ระ รยั ต รรม นกสามั ศกษา วั ด สระก� า ง ห ่ เ นเจ้ า อาวาส

Facebook

วัดส 4

งห

บัน

ร่วมสร้ำงมหำกุศล พุทธศาสนิกชนสามารถร่วมกิจกรรมงานบุญ หรือร่วมสมทบทุน บูรณปฏิสังขรณ์วัดได้ที่ เจ้าอาวาสวัดสระก�าแพงใหญ่ โทร 09-3448-7337 เลขานุการเจ้าอาวาส โทร 08-5352-9319 ธนาคารกรุงไทย บัญชี วัดสระก�าแพงใหญ่ เลขที่ 020 004 935 744

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 4

22/11/61 15:31:49


พระพุทธรูปและโบรำณสถำนที่ส�ำคัญ ระ ท รปท ั “พระพุทธรูปปางนาคปรก” เป็นพระพุทธรูปทีเ่ ก่าแก่ สร้างด้วยหินเขียว สวยงามมาก และศักดิ์สิทธิ์มาก เก่าแก่ถึง 1,000 กว่าปี พระพุทธรูป องค์นี้ มีขนาดหน้าตักกว้าง 57 เซนติเมตร สูง 71 เซนติเมตร หรือ ความสูงทั้งหมดจากขนาดนาคถึงเศียรนาค 134 เซนติเมตร ประทับ นั่งขัดสมาธิเหนือขนาดนาค 3 ชั้น นาคมีทั้งหมด 7 เศียร จัดอยู่ใน ศิลปะเขมรแบบบาปวน ขุดพบที่ฐานปราสาทองค์ที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2492

ปรำสำทหิน วัด สระก�ำแพงใหญ่

ปร ท น “ปราสาทหินวัดสระก�าแพงใหญ่” สร้างด้วยหินศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยม ผืน ผ้า กว้าง 60 เมตร ยาว 80 เมตร ภายในบริเวณก�าแพงเป็นที่ตั้ง ปราสาท 6 หลัง สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

พระมหำมัยมุนีวัด สระก�ำเเพงใหญ่ I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 5

5

22/11/61 15:32:04


LAK LADA

Hot el

...ที่สุดแห่งที่พักใน อ.กันทรลักษ์

พักที่ หนก ม่อนุ่ กำย สบำยใ เท่ำพักที่

ล ์ลดา

ร ร ร น นึ เ ย น เ กันทร ัก เ ท ั น เศร ก ะก รท เทย เ ร ะ ย บรเ ย น น ะ ัน กเ ย ศร ะเก ึ เปนเ ก รับ

lakladahotel

ให้บริกำรห้องพักมำกทีส่ ดุ

กั น น ะบรก ร ประ ั น ั เ ย น นร ทเปนกันเ เร ึ เปน ท เ กท ท รับทกท น ไ ะเปนนักท เทย ร ก ร นัก รก ร ท นทก ั ร ร ท ัก

Ad-

2

.indd 6

24/11/2561 14:21:27


สะดวกสบำยที่สุด

ย ัก น ไ นทัน ัย ะ รบ รัน ย น ย ะ กน ัก ปรับ ก ศ เ ร ท น น เยน ะ เก ะ เก เ เ เบ ท ก น ร น นบ ร ะ นเ รเน

ับ บ ย ทเ ร ท น ทรศั ท

อุ่นใ คลำยกังวล

ยระบบรัก ป ัย ั ร น ย ะ ก รบ รั น ท ท ย ร ก รป นเ รเน ท ร ั บรก ร ัก ร บรก รท ะ

หลำยรูปแบบให้เลอก ำมควำมพงพอใ

กั ทS เ ย น

ร นS

น ร น ร เ กทั บบเ ย ร เ ย น ร น

เดินทำงสะดวกสบำย

เ ร ะ ั ย นท เ ก เ นนกันทร ัก ศร ะเก ก กันทร ัก

ิด ่อ สอบถำม และส�ำรองห้องพัก เ ท L

Ad-

2

.indd 7

กันทร ัก

ศร ะเก

กันทร ัก ท เท ก ั

0-4566-1266 09-9207-5441, 09-9116-4455

Tel : Mobile Phone :

24/11/2561 14:21:44


เมื่ อ สองปี ที่ แ ล้ ว นิ ต ยสาร บันทึกประเทศ ทย ด้เดินทางมาบันทึก เรื่องราวที่น่าสนใจมากมายของจังหวัด ศรีสะเก มาในปี 2561 นี้ เรา ด้หวน กลับมาอีกครัง้ ซึง่ ในครัง้ นีเ้ องเรายิง่ พบว่า ศรีสะเก เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์น่าค้นหา และมีความ ดดเด่นหลากหลายด้าน ม่วา่ จะเป็นด้านการท่องเทีย่ ว ทีม่ ปี ราสาทขอม บราณเป็ น จุ ด ดึ ง ดู ด นั ก ท่ อ งเที่ ย วทั้ ง ชาว ทยและต่างชาติให้มาเยือน มีประเพณี และศิลปวั นธรรมหลากหลายเชื้อชาติ ด้านการเก ตร ที่นี่เป็นแหล่งปลูกข้าว หัวหอมและกระเทียมคุณภาพดี ทีส่ า� คั ยังมีทเุ รียนภูเขา คุณภาพดี เนือ้ แน่นมีรสชาติ หวานมัน และเป็นแหล่งปลูกทุเรียนแหล่งให ่ที่สุดในภาคตะวันออกเ ียงเหนือด้วย ในปี 2561 นี้ จังหวัดศรีสะเก มีพ่อเมืองท่านใหม่คือ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเก ซึ่งเราเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ท่านจะเข้า ปนั่งอยู่ในหัวใจ ของชาวศรีสะเก ด้ ม่ยากนัก ด้วยท่านเป็นผู้บริหารราชการจังหวัดยุคใหม่ ที่เตรียม ท�าการบ้านอย่างดีกอ่ นมาด�ารงต�าแหน่ง และด้วยวาทะกินใจทีว่ า่ ชาวบ้านมีความทุกข์ ที่ หน นั่นคือที่ท�างานของเรา นอกจากนี้ เรายังพบว่าชาวศรีสะเก นั้น ชคดีมาก ที่มี ดร.วิชิต ตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเก ผูท้ มุ่ เทให้กบั การพั นา ดยเ พาะอย่างยิง่ เรื่องการศึก า จนท่าน ด้รับการเลือกตั้งมาเป็นสมัยที่ 4 ในขณะที่เรากลืม ม่ ด้ที่จะ กล่าวถึงนายเสถียร เหล่าคนค้า ผู้อ�านวยการส�านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ศรีสะเก ผู้อยู่เบื้องหลัง ความส�าเรจของ ครงการสร้างความปรองดองสมาน ันท์ หรือที่เรียกว่า หมู่บ้านรัก าศีล 5 ซึ่งศรีสะเก เป็นจังหวัดที่ ด้รับรางวัลอันดับ 1 ของประเทศ ดย ด้รับ ล่และเกียรติบัตรมากมาย ท้ายนี้ ผมขอถือ อกาสกล่าวขอบคุณหน่วยงานทัง้ ภาครัฐและเอกชน องค์กรศาสนา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ให้การสนับสนุน จัดพิมพ์นิตยสารของจังหวัด ศรีสะเก จนส�าเรจเป็นรูปเล่มที่สวยงามอยู่ในมือของทุก ท่าน ในขณะนี้ท่านยัง สามารถติดตามอ่าน ด้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน . และ และหากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ผมต้องกราบ ขออภัยมา ณ อกาสนี้ และขอความกรุณาท่าน ด้ ปรดแจ้งให้ทมี งานรับทราบ เพือ่ การ แก้ ขปรับปรุงให้ดียิ่ง ขึ้นครับ

จุดชมวิวผามออีแดง @อ�าเภอกันทรลักษ์

สวนสาธารณะราชสักการะ @เมืองศรีสะเกษ

บริษัท สมาร์ท บิซิเนส ไลน์ จ�ากัด คุณศุภกิจ ศิลปรังสรรค์

บรรณาธิการอ�านวยการ นิตยสาร SBL บันทึกประเทศไทย

Website

.indd 8

Facebook

Tel : 08-1442-4445, 08-4874-3861 Email : supakit.s@live.com

9/4-6 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220 โทร. 0-2522-7171 แฟกซ์. 0-2971-7747 FACEBOOK : SBL บันทึกประเทศไทย

EMAIL : sbl2553@gmail.com

24/11/2561 20:42:39


Talk

EDITOR’S

SISAKET 2018

คณะผู้บริหาร

นิตยสาร SBL บันทึกประเทศไทย

คณะที่ปรึกษา ศ.ดร.กฤช เพิ่มทันจิตต์ พลเอกสรชัช วรปัญญา ดร.นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ ดร.ประยุทธ คงเฉลิมวัฒน์ ดร.ชาญ ธาระวาส ดร.สุมิท แช่มประสิท ดร.วัลลภ อารีรบ ดร.พิชัย ทรัพย์เกิด ดร.ไอศูรย์ ดีรัตน์ ดร.สุเทษณ์ จันทรุกขา ดร.อรรถสิทธิ์ ตันติวิรัชกุล

บรรณาธิการอ�านวยการ ศุภกิจ ศิลปรังสรรค์ บรรณาธิการบริหาร อัคราพงษ์ ศิลปรังสรรค์

บรรณาธิการงานบุคคล พงษ์ศักดิ์ พรณัฐวุฒิกุล วนัสกฤษณ์ ศิลปรังสรรค์ ฝ่ายกฎหมาย สมคิด หวังเชิดชูวงศ์ ทวิช อมรนิมิตร

กองบรรณาธิการ

นิตยสาร SBL บันทึกประเทศไทย

ฝ่ายประสานงานโครงการ ภาครัฐและเอกชน

ผู้จัดการ

ณัฏฐพัฒน์ แจ่มจันทร์

คณะทีมงาน

กฤษฎา เฟื่องฟู ภูษิต วิทยา

ฝ่ายประสานงานข้อมูล

หัวหน้ากองบรรณาธิการ ฝ่ายประสานงานข้อมูล นันท์ธนาดา พลพวก

กองบรรณาธิการ ฝ่ายประสานงานข้อมูล

ศุภญา บุญช่วยชีพ นงลักษณ์ เทียมเกตุทวีโชค

นักเขียน

คุณิตา สุวรรณโรจน์

ศิลปกรรม

บรรณาธิการฝ่ายศิลปกรรม พัชรา ค�ามี

กราฟิกดีไซน์

พิมพ์พิสุทธิ์ พังจูนันท์ วรเชษฐ สมประสงค์

ช่างภาพ

ชัยวิชญ์ แสงใส ปณต ปิติจารุวิศาล กิติวัฒน์ ทิศมั่ง วิทยา ประเสริฐสังข์

ตัดต่อวีดีโอ

วัชรกรณ์ พรหมจรรย์ ฝ่ายบัญชี / การเงิน

บัญชี

ปัฐมาภรณ์ แสงบุราณ ฝ่ายประสานงานจังหวัด กชกร รัฐวร

ผู้จัดการการเงิน

สุจิตรา แดนแก้วนิต

การเงิน

จันทิพย์ กันภัย ณภัทร ชื่นสกุล ชวัลชา นกขุนทอง น�้าตกห้วยวังใหญ่ @อ�าเภอกันทรลักษ์

.indd 9

www.sbl.co.th

24/11/2561 20:42:43


Prompiman Hotel โ ร ง แ ร ม พ ร ห ม พิ ม า น

รกท นประทั บ

ยก ร

นรั บ ท บ น

ะก รบรก รทเป นเ ศเ น ระ ั บ

โรงแรมหรู มี ร ะดั บ ตั้ ง อยู ่ ใ จกลางเมื อ งศรี ส ะเกษ จึ ง สะดวกสบาย ในการติ ด ต่ อ ธุ ร กิ จ หรื อ เดิ น ทางสู ่ แ หล่ ง ท่ อ งเที่ ย วที่ ส� า คั ญ ต่ า งๆ และอยู่ใกล้สถานีรถไฟ หน่วยงานราชการ ธนาคาร ตลาดโต้รุ่ง ฯลฯ การเดิ น ทาง : จากตั ว เมื อ งศรี ส ะเกษ ให้ ใ ช้ ถ นนหลั ก เมื อ งตรงไป ทางสี่ แ ยกหลั ก เมื อ งจะเห็ น โรงแรมพรหมพิ ม านอยู ่ ด ้ า นขวามื อ

PBAR 10

SBL บันทึกประเทศไทย I ะเ งเทรา

.indd 10

24/11/61 16:50:22


ห้ อ งประชุ ม รองรั บ การจั ด งานส� า คั ญ เพื่ อ ให้ ก าร จั ด ประชุ ม -สั ม มนา การจั ด เลี้ ย งสั ง สรรค์ หรื อ การจั ด งานมงคลสมรส ฯลฯ เป็ น ที่ ป ระทั บ ใจแก่ แ ขกผู ้ ม าร่ ว มงาน เราพร้ อ ม อ�านวยความสะดวกและมอบบริการที่ประทับใจ ด้ ว ยห้ อ งจั ด เลี้ ย งถึ ง 6 ห้ อ ง สามารถรองรั บ ได้ตั้งแต่ 20 ท่าน ถึง 1,500 ท่าน เพียบพร้อม ด้ ว ยอุ ป กรณ์ โ สตทั ศ นะที่ ทั น สมั ย และที ม งาน ที่ ม ากด้ ว ยประสบการณ์

ห้ อ งคาราโอเกะ

สมบู ร ณ์ แ บบในความสะดวกสบาย ด้ ว ยห้ อ งพั ก จ� า นวนกว่ า 180 ห้ อ ง ในบรรยากาศอั น เงี ย บสงบ เพี ย บพร้ อ มด้ ว ยเครื่ อ งอ� า นวยความสะดวกครบครั น ทุ ก ห้ อ งพั ก เหมาะแก่ ก ารพั ก ผ่ อ นในวั น หยุ ด สบายๆ กั บ ครอบครั ว และคนรู ้ ใ จ ติ ด ต่ อ สอบถามข้ อ มู ล ได้ ที่ โรงแรมพรหมพิ ม าน Prompiman Hotel 849/1 ถนนหลั ก เมื อ ง ต� า บลเมื อ งใต้ อ� า เภอเมื อ งศรี ส ะเกษ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ 33000

Tel : 0-4561-2677, 0-4561-2696

CHACHOENGSAO I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 11

11

06/12/61 13:53:11


did you

WORKOUT 12

SBL บันทึกประเทศไทย I ะเ งเทรา

.indd 12

today?

24/11/61 16:51:10


Buddhism

in Thailand

บันทกประเทศ ทย น เ น เร ร ท นก ร ั น นก รท เทย ท ทัน ัย ทั น กรร ก ร ก ร ทนทเปน ั ะ ท

ทั ประเทศไทย ย เ ะ ึก ะ ะ เปน ย ก น ย นร ก ร ั นทเทย ท ัก ร น ร ร นก ับเ นเศร ก น นก รศึก เ น ะ เ ก ัก น น

ร บ ทก นั ั ปป ศ น ั น รร

WWW.SBL.CO.TH

P. 13 AD.indd 13

23/11/2561 14:13:32


ั ก ่ อ นอย่ า งมี ส ตล์

ภา

้ ม เกนรา า

Tel

0-4561-4040 09-4542-5354

1 นนรา การร อยราษ ร์ บ� า รง ต�าบลเมองเหนอ อ�าเภอเมอง จังหวัดศรีสะเกษ

14

SBL บันทึกประเทศไทย I ะเ งเทรา

.indd 14

24/11/61 17:05:36


“โรงแรมหรู มี ส ไตล์ คุ ณ ภาพเกิ น ราคา” เตมเตมทกการ ั ก ่ อ น องนั ก เดนทางตลอด

รง รมเ ด หม่ นตั ว เมองศรี สะเกษ ที่ ด้ รั บ ะ นน หวตอั น ดั บ หน่ ง ง ป ้ อ น จากเวบ ต์ Booking.com ด้วย วามม่งมั่นที่จะยกระดับการ ห้บรการที่ ัก เ ่ อ ห้ ด้ ม าตร าน รง รม ั้ น น� า เราจง ี ั น นการออก บบตก ต่ ง อา าร ละลอบบี้ ที่ อ่ ง บรรยากาศดี ห้ อ ง ั ก หรู ห ราทั น สมั ย สะอาด ลอด ร่ ง ละสงบเงี ย บเ นส่ ว นตั ว สั ม ั ส ระสบการ ์ ั ก ่ อ นระดั บ รี เ มี่ ย ม ด้ ว ยเ ร่ อ งนอน ภา เดี ย วกั บ รง รมระดั บ ดาว ร้อมเ ่ม นเ ดหนาน่มอีก น้ว เ ่ อ การรองรั บ สรี ร ะทกสั ด ส่ ว น ่ ง จะ ่ ว ย ห้ รู ้ ส ก ่ อ น ลาย ละหลั บ สบาย ด้ ต ลอด น

สิ่ ง อ� ำ นวยควำมสะดวกครบครั น อาท เ ร่ อ ง รั บ อากาศ ตู ้ เ ส้ อ ้ า นาด ห ่ ด ตะ เก้ า อี้ ั ก ่ อ น ที วี จ อ บน เ ร่ อ งท� า น�้ า อ่ น ที่ จ อดร รี ละบรการท� า วามสะอาดทกวั น สะดวกสบาย นการเดนทาง เ ราะ รง รม อง เราตั้ ง อยู ่ ย ่ า น จกลางเมองศรี ส ะเกษ กล้ สวนสา าร ะ ส านี ร ดยสาร ส านี ร หล่ ง ้ อ ง ร้ า นสะดวก ้ อ ล ใกล้ แ หล่ ง ท่ อ งเที่ ย ว สถำนที่ ส� ำ คั ญ อาท วัดมหา ท าราม มหาวทยาลัยรา ภั ศรีสะเกษ สวนเ ลม ระเกียรต ระบาทสมเดจ ระเจ้าอยู่หัว เ ลม ระ นม รรษา รรษา ละตลาดเ ้ า ที่ จะ ด้สัม ัสว ี ีวตยามเ ้า อง าวศรีสะเกษ ละสามาร ส่ บ าตร ระที่ เ ดนบ บาต ่ า น หน้ า รง รมทกเ ้ า ประทั บ ใ ในบริ ก ำร ด้ ว ยมตรภา ที่ อ บอ่ น จาก นั ก งาน รง รมทก น ละ ายต้ อ นรั บ ตลอด ั่ ว มง

ส� ำ รองห้ อ งพั ก ิ ด ่ อ เล ที่ ถนนรำชกำรรถ อยรำ � ำ บลเมองเหนอ อ� ำ เภอเมอง ั ง หวั ด ศรี ส ะเก

ร์ บ� ำ รุ ง

0-4561-4040, 09-4542-5354 CHACHOENGSAO I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 15

15

26/11/61 09:55:14

R


CONTENTS S I SA K E T บับท

2018

ั ศร ะเก

issuu ังหวั ศรสะ ก

ชื่อเดิม เมืองขุขันธ์ เมืองที่มีบรรพบุรุ ชาวส่วยหรือกวย เป็นผู้มีความเก่งกล้าสามารถในการล่าช้างปาและเลี้ยงช้าง

4

วั ด สระก� ำ แพงใหญ่

สักการะหลวงพ่ อนาคปรกศิลา อายุกว่า 1,000 ปี

พระพุทธรูปที่เก่าแก่ สร้างด้วยหินเขียว สวยงามมาก และศักดิ์สิทธิ์มาก

22

ร่ พระ าร

ครงการส่ง สริ ศิลปา พ

เพื่อช่วยรา รมีราย ด้ทดแทนในกรณีที่ต้องเผชิ กับภัยธรรมชาติและ เสริมสร้างชีวิตความเป็นอยู่ของรา รให้ดีขึ้น

28

EXCLUSIVE ัน ก สน างพ

ว่ารา การ ังหวั ศรสะ ก

นายวีระศักดิ วิจิ ร์แสงศรี

32

04 วั สระกา พง ห ่

SPECIAL INTERVIEW ัน ก สน างพ

อง ิน ังหวั ศรสะ ก

นายสมศักดิ พนากิจสุวรรณ

40 46 วั

ยงอศร งคลวรารา

SPECIAL INTERVIEW

ัน ก สน างพ สานักงานพระพุ

นายเสถียร เหล่าคนค้า

ศาสนา ังหวั ศรสะ ก

52

SPECIAL INTERVIEW

ัน ก สน างพ นายกองคการ ริหารส่วน ังหวั ศรสะ ก

ดร วิชิ ไ รสรณกุล

.indd 16

า ออ

04/12/61 13:46:30


78 79 80 82 84 86 90

อา อ องศรสะ ก

นา กสา รง กยร ิ

น ั ก สน าง นาคาร พอการ ก ละสหกร การ ก ร ก ส

64

ัน ก สน าง ่อง ยว

ศรีสะเกษ

เมืองแห่งคนกล้าและจงรัก ักดี

ลา

รพารา

วั หนอง ่

62

าน ห ่รอยปี บานประตูศาลาการเปรียญ

.indd 17

วั สุ สวา อาร วั

วั พยนา วั ลย

92 93 94 100 101 102 108

วั นาคา วั นน ย วั สว่างอาร

114 120 อ อ

ุ่

านหัวนา

วั

พุ

วั

านหนองคา

ห าก ย

ารา

ศรสะ ก

พน วา

วิวพ ากปร

04/12/61 13:46:41


CO N T E N TS บั บ ที่ ั ง หวั ด ศรี ส ะเก พ.ศ.

125 126 128 132 138 140

อา อกัน รลัก วั

านัน

สา ง ัย

ละลาย

นาออ

144 148 152 156 160 161 162 164 168 อ

วยง หนอ

นุน

ปรอ ห ่

หวย หนอ

186 191 192 194 198 204 206 208 210 214 216 218 219 220

กัน ราร ย

อา อ ุนหา ุนหา

กระหวัน

กุ สลา

อา อ ุ ัน

วั อาวอย

วั ปราสา

พ ิกระสัง

พ ิวงศ

พร

าย

อา ออุ ุ พรพิ สัย วั ศรส

ร รั นารา

วั ปา ว ุ วัน

.indd 18

พุ

ารา

224 226 228 230 232 234 240 242 243

วั หนองห าปลอง

นนสง

วิหาร

วั

พราน

สิ

ยน รพารา

วั ส

สน

ุ่ง ห ่

วั

ุ ัน

กัน รลัก

170 172 174 180 184

วั

านคอ

วั

ุ่งสว่าง

วั นน ห ่ วั

านกลาง

หนองหาง

อหลา

อา อกัน ราร วั กัน ราร ย

244 249 250 วั

าน าน

วั พ ิศร วั

สง ห ่

252 254 255 256 258 259

วั สุวรร ารา คา นย วั ปาหนอง วง กัน ราร ย

อปา

อา อยาง ุ นอย วั

าน นน ิว

04/12/61 13:46:47


ส ำ ร บั ญ ั

ั ศร ะเก

260 264 266 268 270 271 วั

ัก ะ

วั

วานอย

วั

า ุ ง อน

ง อน

304 308 309 อ

องคง

อา อศรรั นะ วั กยร ิ กวสา ัคค

พ ิ

หล่ากวาง

อา อพยุห วั นน พก สานักสง ว ุ วัน รร วิหาร วั พ ิศร วั สา รง อ

พยุห

อา อรา ศล ส ปอย

.indd 19

วั

าน กิง

ัก ห

344 345

อา อวังหิน

วั หนอง ิน า นนคอ

าน ่ง

าน หล่า สน

วั

อา อหวย ั

วั นนค วั

อา อศิลาลา

ุสง

ปราสา

349 350 352 354 355 356

อา อ พร ง วั สิ รย พุ

ารา

วั สา รงพลัน

วั สงยาง

อา อ นนค

272 274 276 282 284 286 287 288 290 294 296 301 302

332 333 334 336 339 340

อา อนา กลยง ัน

อา อ วั

ลัก

าน สยว

358 362

วั สว่างวารรั นารา วั

หาพุ

ารา

านปราสา

310 312 316 317 318 324 325 326

อา อ อง ัน ร หนอง ห ่

อา อ พ ิศรสุวรร อา อ ง รพ ง รพ

อา อ สิงห อา อปราคก่ อ

สา รงปราสา

วั นน ย

04/12/61 13:46:55


เลลาวดี รีสอร์ท & สปา... หรูหรา เลอค่า น่ามาเยือน เลลาวดี รีสอร์ท & สปา เปิดให้บริการเมื่อ พ.ศ. 2553 เป็นรีสอร์ท นานาชาติเพียงแห่งเดียวในอ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ที่พร้อมต้อนรับ ทุกท่านด้วยทีมงานคุณภาพ ที่สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และเยอรมัน เลลาวดี รีสอร์ท & สปา ตัง้ อยูท่ า่ มกลางทุง่ นาสีเขียวและพันธุ์ไม้ธรรมชาติ จึงสงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์สดชื่น และอยู่ห่างจากตลาดสดท้องถิ่นเพียง 1 กิโลเมตร ห่างจากร้านสะดวกซื้อ เช่น เทสโก้ โลตัส เซเว่น-อีเลเว่น เพียง 1.5 กิโลเมตร ห้องพักของ เลลาวดี รีสอร์ท & สปา ได้รับการตกแต่งแบบไทยและยุโรป มีหลากหลายให้เลือก ทั้งแบบบ้านเดี่ยว 9 หลัง ห้องชุด 2 ห้อง ห้องแถว 6 ห้อง และห้องดีลักซ์ 2 ห้อง พร้อมด้วยภัตตาคารอาหารนานาชาติ ทีม่ อี าหารและเครือ่ งดืม่ หลายรูปแบบไว้คอยบริการเพือ่ ให้เหมาะกับทุกรสนิยม ทั้งไทย จีน และยุโรป

2

.indd 2

23/11/2561 16:01:41


และเพื่อให้ทุกท่านได้รับความพึงพอใจสูงสุด เลลาวดี รีสอร์ท &สปา จึงจัดเตรียมสิ่งอ�านวยความสะดวก และการบริการที่ครอบคลุมทุกความ ต้องการ อาทิ - บริการรถ รับ-ส่ง ถึงสนามบิน - สระว่ายน�้า - Pool Bar - บาร์ริมสระน�้า - ภัตตาคารนานาชาติ - บาร์ยามค�่า - ร้านพิซซ่า และเบเกอรี่ - บริการซักรีด - สถานที่จอดรถฟรี - ต้อนรับ 24 ชั่วโมง - การรักษาความปลอดภัย - บริการให้เช่ารถจักรยาน จักรยานยนต์และรถยนต์

2

.indd 3

ติดต่อสอบถามได้ที่ เลลาวดี รีสอร์ท & สปา : Baan Nong Khen, 075 หมู่ 3 บ้านสิ อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 33150 ประเทศไทย โทรศัพท์ : (อังกฤษ, ไทย, เยอรมัน) : +66 822 031 926 หรือ +66 871 280 095

23/11/2561 16:02:17


ใต้ร่มพระบารมี

โครงการสงเสริมศิลปาชีพ อำเภอหวยทับทัน ในพระราชดำริ ฯ

จุดก�ำเนิดโครงกำรศิลปำชีพฯ สมเดจพระนางเจ้า พระบรมราชินนี าถ ใน รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชด�าริที่จะก่อตั้งมูลนิธิ ส่งเสริมศิลปาชีพในสมเดจพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้น ตั้งแต่เมื่อครั้งตามเสดจ พระราชด�าเนินพระบาทสมเดจพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ปทรงเยี่ยมเยียนรา ร ในชนบทของภาคตะวั น ออกเ ี ย งเหนื อ เป็ น ครั้ ง แรก เมื่ อวั น ที่ 2 ธั นวาคม พ.ศ.2498

22

พระองค์ทรงพบป หาความยากจนข้นแค้น ของพสกนิกรส่วนให ่ซึ่งเป็นเก ตรกร และ ต้องพึง่ พาปจจัยทางธรรมชาติในการผลิตพืชผล ประกอบกับทรงเหนชาวบ้านที่มาเ ารับเสดจ และชื่นชมพระบารมี ต่างนุ่งซิ่น หมมัดหมี่ที่ สวยงามเป็นส่วนให ่ จึงมีพระราชด�าริที่จะ ส่งเสริมอาชีพด้านหัตถกรรม ที่ชาวบ้าน ด้รับ การถ่ายทอดจากบรรพบุรุ และอยู่ในวิถีชีวิต อยู่แล้ว เพื่อให้พวกเขามีราย ด้ทดแทนในกรณี

ทีต่ อ้ งเผชิ กับภัยธรรมชาติ และเพือ่ เสริมสร้าง ชีวิตความเป็นอยู่ของรา รให้ดีข้ึน ม่ต้อง ออก ปรับจ้างท�างานนอกพื้นที่ ซึ่งจะก่อให้เกิด ป หาครอบครัวมากมายตามมาภายหลัง ดยในช่วงแรกทรงพระกรุณา ปรดเกล้า ให้ชาวบ้านทอผ้า หมมัดหมี่ แล้วทรงรับซื้อเอา ว้เพื่อเป็นการสนับสนุน น ู และอนุรัก ์ ว้ ให้เป็นสมบัติของชาติสืบ ป และพระราชทาน ทรัพย์มาส่งเสริมงานหัตถกรรมแก่รา รใน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศร ะเก

4

.indd 22

23/11/2561 16:16:30


คงไม่มีพระมหากษัตริย์และ พระราชินีพระองค์ ใดในโลก ที่จะทรงห่วงใยในความทุกข์ยาก ของอาณาประชาราษฎร์ เท่ากับ พระผู้ทรงเป็นดั่งพ่อและ แม่แห่งแผ่นดินไทย

พืน้ ที่ อีกทัง้ ทรงพระกรุณา ปรดเกล้า ให้เปดสอนหัตถกรรมแทบทุก ประเภท แก่บตุ รหลานของรา รผูย้ าก ร้ขนึ้ ในสวนจิตรลดา และใน บริเวณพระต�าหนักทุกภาค เวลาที่พระองค์เสดจพระราชด�าเนินแปรพระราชฐาน ปประทับ เพือ่ ทรงเยีย่ มรา ร ทรงรับเดกยากจน การศึก าน้อย และ ม่เคยมี ประสบการณ์ทางการช่างใด เข้ามาเป็นนักเรียนศิลปาชีพ ทรงเสาะ หาครูผู้มี ีมือที่ยังหลงเหลืออยู่มาถ่ายทอดผลงานและพระราชทาน ก�าลังใจแก่สมาชิกศิลปาชีพ หมุนเวียน ปทั่วประเทศเป็นประจ�า ทุกปี รวมทัง้ ปรดทีจ่ ะทรงใช้สอยผลิตภัณ ศ์ ลิ ปาชีพทุกชนิดเพือ่ เป็น ตัวอย่างแก่รา รทั่ว ป SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

4

.indd 23

23

23/11/2561 16:16:50


ที่ ม ำของโครงกำรส่ ง เสริ ม ศิ ล ปำชี พ อ� ำ เภอ ห้วยทับทัน การก่อตัง้ ครงการส่งเสริมศิลปาชีพ อ�าเภอ ห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเก ในพระราชด�าริ สื บ เนื่ อ งจากเมื่ อวั น ที่ 28 ธั นวาคม 2536 สมเดจพระนางเจ้ า พระบรมราชิ นี น าถ ในรัชกาลที่ 9 ด้เสดจ ทรงเยี่ยมรา รใน พื้นที่บ้านเตาเหลก หมู่ที่ 10 ต�าบลเมืองหลวง อ�าเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเก และทรง พระราชกรุ ณ า ปรดเกล้ า ให้ ร า รเข้ า เ า ด้วยความเป็นห่วงความเป็นอยู่ของรา รใน พื้นที่ พระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ

24

แก่รา ร ดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วน พระองค์ให้กบั รา ร และทรงรับรา รเข้าเป็น สมาชิก ครงการส่งเสริมศิลปาชีพ จ�านวน 106 ราย และทรงพระราชด�าริให้จัดตั้ง ครงการส่งเสริม ศิลปาชีพประจ�าพื้นที่ขึ้น และเนือ่ งในพระราชว รกาสทีส่ มเดจพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ด้เสดจ ทรงเยี่ยมรา รในพื้นที่อ�าเภอภูสิงห์ จังหวัด ศรีสะเก เมือ่ วันที่ 15 พ ศจิกายน 2537 และ ทรงพระกรุณา ปรดเกล้า ให้รา รของอ�าเภอ ห้วยทับทันเข้าเ า พระองค์ทรงพระราชทาน ความช่วยเหลือ ดยพระราชทานพระราชทรัพย์

ส่วนพระองค์ให้กบั รา ร และทรงรับรา รเข้า เป็นสมาชิก ครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เพิ่มเติม อีก จ�านวน 6 ราย ต่อมาอ�าเภอห้วยทับทัน ดยองค์การบริหาร ส่ ว นต� า บลเมื อ งหลวง ด้ จั ด หาสถานที่ เ พื่ อ ก่อสร้างอาคารศูนย์สง่ เสริมศิลปาชีพ ณ หมูท่ ี่ 9 บ้านหนองเมย ต�าบลเมืองหลวง อ�าเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเก และนายมานพ จรัสด�ารงนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนนรา ร จังหวัดศรีสะเก เขต 2 ด้สนับสนุนของงบประมาณ ครงการ พั นาต�าบล คพต. พิเศ ปี 2539 ก่อสร้าง อาคารเป็นเงินงบประมาณ 3,513,300 บาท

SBL บันทึกประเทศไทย I ศร ะเก

4

.indd 24

23/11/2561 16:17:03


กำรติดตำมควำมคืบหน้ำของโครงกำร เมื่อวันที่ 17 กรก าคม พ.ศ.2561 พลตรี ประจั ค�าแดง ผู้ช่วยผู้อ�านวยการส�านักงาน ประสานงาน ครงการอั น เนื่ อ งมาจากพระ ราชด�าริและความมั่นคงกองทัพบก และคณะ ด้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการด�าเนินงาน ครงการ ส่งเสริมศิลปาชีพ อ�าเภอห้วยทับทัน จังหวัด ศรีสะเก ดยมีนายเมธี สุพรรณ าย รองผู้ ว่าราชการจังหวัดศรีสะเก พร้อมด้วยส่วน ราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ พร้อมประชุมรับ งผลการด�าเนินงานและตรวจเยี่ยม ครงการ ซึง่ ปจจุบนั มีพนื้ ทีร่ บั ผิดชอบ 4 อ�าเภอ 21 ต�าบล 104 หมู่บ้าน พลตรี ประจั ค�าแดง ผช.ผอ.สปร. ทบ. กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ ด้เดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามงาน ใน ครงการพระราชด�าริ สมเดจพระนางเจ้า พระบรมราชินนี าถ ในรัชกาลที่ 9 ทีศ่ นู ย์ศลิ ปาชีพ เพือ่ ติดตามความก้าวหน้า น�า ปทูลเกล้า ถวาย รายงานให้พระองค์ ด้รับทราบ เกี่ยวกับความ ก้าวหน้าของ ครงการ พร้อมก�าชับให้หน่วยงาน เกี่ยวข้องเข้า ปดูแลพั นาส่งเสริมขยายอาชีพ ปสู่ชุมชนให้มากที่สุด รวมถึงเน้นให้มีการปลูก งลูกหลานเยาวชน ให้สนใจเกีย่ วกับอาชีพตาม ครงการเศร ฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชด�าริ

สร้างงาน สร้างอาชีพ มีราย ด้ยั่งยืน นางลี สระทอง สมาชิกทอผ้า หม ประเภท เสาวนีย์ ของ ครงการส่งเสริมศิลปาชีพ อ�าเภอ ห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเก กล่าวว่า รู้สึก ภาคภู มิ ใ จและตื้ น ตั น ใจอย่ า งหาที่ สุ ด มิ ด้ ที่ ด้เป็นสมาชิกทอผ้า หม และ ด้เป็นลูกของ พระองค์ท่าน ตั้งแต่เข้ามาเป็นสมาชิกทอผ้า หมท�าให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีราย ด้เพิ่ม มีเงินสามารถส่งลูกเรียน บ้านที่อยู่ทุกวันนี้ก ด้ เงินส่วนหนึ่งมาจากการส่งผ้า หมเข้า ปขาย ในสวนจิตรลดา ทุกวันเ าแต่รอคอยให้ถึงข่าว ในพระราชส�านักเพื่อที่จะ ด้เหนพระองค์ท่าน จะ ด้ก้มลงกราบและกล่าวค�าว่า ขอพระองค์ ทรงพระเจริ เหมือนกับครั้งที่พระองค์ท่าน เสดจเยี่ยมรา รอ�าเภอห้วยทับทัน

ขอขอบคุณที่มา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ส�านักงานจังหวัดศรีสะเกษ

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

4

.indd 25

25

23/11/2561 16:17:18


บ(BAAN านไร ม ดตั ว โต RAI MOD TUA TOH) คิดจะพักหรือรักจะจัดงานส�าคัญ คิดถึง “บ้านไร่มดตัวโต” นะคะ

สำรองหองพักหรือจัดงานติดตอ บานไรมดตัวโต (Baan Rai Mod Tua Toh) 217 ม.6 ต.หญาปลอง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000 โทร 085-832-1022, 045-614-111

บ้านไร่มด ัวโ รีสอร์ทที่อยู่ห่างจากตัวเมืองศรีสะเก เพียงแค่ 3 กิ ลเมตรนี้ ม่ ด้เป็นเพียงที่พักซึ่ง อบล้อมด้วย บรรยากาศธรรมชาติ ทีเ่ พียบพร้อมด้วยสิง่ อ�านวยความสะดวก อาทิ แอร์ ทีวี ตูเ้ ยน เครือ่ งท�าน�า้ อุน่ รี ทุกห้อง ทีจ่ อดรถ สะดวกสบาย และสวนสวยเพื่อเติมความสดชื่นให้แก่ผู้เข้าพัก เท่านั้น แต่เรายังเป็นสถานทีท่ จี่ ะรังสรรค์ความสุข ความสนุกสนาน และความประทั บ ใจ ด้ ว ยการบริ ก ารจั ด เลี้ ย ง คอนเสิ ร ์ ต งานมงคลสมรส กิจกรรมสันทนาการกลางแจ้ง ล ทีข่ นึ้ ชือ่ ของ จังหวัดศรีสะเก ด้วยศักยภาพของพื้นที่อันกว้างขวางของเรา จึงสามารถรองรับผู้มาร่วมงาน ด้จ�านวนมาก และทีมงาน มืออาชีพทีพ่ ร้อมจะเนรมิตงานส�าคั ของคุณ ให้เป็นทีป่ ระทับ ใจแก่ผู้มาร่วมงาน


โรง รมสวัสดีรีสอรท อ ขุขัน

ห้องพักส อำด บรรยำกำศดี มีควำมปลอดภัย ส่ จบริกำร

สวัสดีรสี อร์ท รีสอร์ททรงไทยหรูหรา มีระดับ หนึง่ เดียวในอ�าเภอขุขนั ธ์ ที่ให้บริการครบวงจร โดดเด่ เป เอ ลั ์ ด้วยรีสอร์ทบ้านทรงไทยสวยงามคลาสสิค ทีม่ ใี ห้เลือกหลากสไตล์ในราคาพิเศษ พร้อมบริการอาหารเช้าและสิง่ อ�านวย ความสะดวกครบครัน อาทิ แอร์ ทีวี อินเตอร์เนตความเรวสูง ห้องอาหาร คอฟฟชอป ลานจอดรถกว้างขวาง และเปิดบริการตลอด 24 ชม. เดิ ทา ส ดว สบา เพราะอยู่ติดกับถนนสายหลัก(ทางหลวง หมายเลข 24) และใกล้สถานทีท่ อ่ งเทีย่ วส�าคัญหลายแห่ง พร้อมบริการรถตู้ น�าเที่ยวในจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง รบว รด้า บริ ารอ า่ มืออา พ ี ทีจ่ ะเนรมิตให้การจัดประชุมสัมมนา และการจัดเลีย้ งในโอกาสส�าคัญ อาทิ งานครบรอบวันเกิด งานมงคล สมรส งานเปิดตัวสินค้า ล เป็นงานที่ประทับใจสูงสุดแก่ ู้มาร่วมงาน สวัสดีรีสอร์ท ที่อยู่ 79 1 หมู่ 5 ถ.โชคชัย-เดชอุดม ต�าบลนิคมพั นา อ�าเภอขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ 33140

โทร 086 50 18 0 0 581 225

VIP ารเดิ ทา โด รถ ต์ จากตัวจังหวัดศรีสะเกษมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 220 ่านอ�าเภอวังหิน และ ่านอ�าเภอขุขันธ์ประมาณ 2 กม. ชิดซ้ายวิ่งไปตามทางหลวง หมายเลข 2157 อีกประมาณ 5.5 กม. ่านโรงพยาบาลขุขันธ์ แล้วเลี้ยวซ้ายตรง บริเวณทางแยกตัดกับทางหลวงหมายเลข 24 ประมาณ 1 กม.จะพบกับโรงแรม สวัสดีรีสอร์ทอยู่ทางด้านขวามือติดกับถนนสายหลัก ( ทางหลวงหมายเลข 24 )

www.sawatdeehotel.com

1

.indd 2

23/11/2561 16:00:00


EXCL US I V E INT E R V IE W บันทึกเส้นทาง บท้ ง ิน ังหวั

28

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 28

24/11/61 21:36:29


นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผูวาราชการจังหวัดศรีสะเกษ เ เ

ปท

ศักย

เ ท บนร ก น

ะเ

สิ่ ง ที่ เ ป น นโยบายที่ทานผูว าฯ คือ คือส่วนให ่ พอการย้าย ปอยู่ที่ หน มักจะมีค�าพูดติดปากว่า ขอเวลาศึก าดูงาน ขอเวลาท�าความรู้จักหน่อย ซึ่งจะขออะ รนาน นัก ถ้าพูดถึงปจจุบันนี้ สมมุติเรา ปเดือนละ 2 อ�าเภอ แล้ว 22 อ�าเภอ คือเท่ากับใช้เวลา ป 1 ปี แล้วเมื่อ รจะ ด้ออกเป็นน ยบาย มา ด้ เพราะ ะนั้นถ้าพูดถึงการ ปพบปะกับประชาชนใน 22 อ�าเภอ ในใจผมเหมือนเป็นการออกแขก หรือเป็นการสวัสดีทักทายก่อนจะ เล่นจริง ก่อนจะด�าเนินการจริง ซึ่งจะบอกเสมอว่าอย่าทักทายกัน นานนัก อย่าออกแขกใช้เวลานานนัก มัน ม่ หว นี้มันยุค4 5 แล้ ว มั น ต้ อง ว ส�า หรับผมการที่ ปพบปะทักทายกับ ผู้คนทั้ง 22 อ�าเภอ ผมถือว่าเป็นเพียงแค่เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ ว่าข้อเทจจริงการท�าความรู้จักจังหวัดศรีสะเก กมีมาตั้งแต่ผม ด้ รับการแต่งตั้งให้มาด�ารงต�าแหน่งแล้ว พูดง่าย คือ ตั้งแต่คุณยังเป็น ผู ้ ว ่ า ราชการจั ง หวั ด พิ จิ ต ร แต่ ว ่ า มี ค� า สั่ ง บอกว่ า ให้ คุ ณ มาเป็ น ผู ้ ว ่ า ราชการจังหวัดศรีสะเก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เพราะ ะนั้นเมื่อวัน ที่ 20 กว่าของเดือนกันยายน ผมต้องรู้จักจังหวัดศรีสะเก ดีพอแล้ว คุณต้องรู้แล้วว่าที่นี่มีกี่อ�าเภอ ประชากรเท่า หร่ ราย ด้เป็นอันดับ หน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 29

29

24/11/61 21:36:33


เพราะ ะนั้ น คุ ณ ต้ อ งรู ้ ส ภาพข้ อ มู ล พื้ น ฐาน คุ ณ ม่ จ� า เป็ น ต้องมาขอเวลากับประชาชนคนศรีสะเก ยุคนี้สมัยนี้หมดเวลาของ การออกแขกนานนัก ส่วนน ยบายของผม พูดตามตรงเหมือนกับ ม่มีน ยบายอะ ร แต่ผมเชื่อว่าภายใต้การ ม่มีน ยบายอะ ร มันมี สิ่งที่มันเป็นจุดหรือเปาหมายอยู่ 3 เรื่องที่ส�าคั คือ เรื่องเศร กิจ พูดง่าย เหมือนเงินในกระเปา ท�ายัง งให้คนมีเงิน ในกระเปาเพิ่มมากขึ้น และมีเสถียรภาพ คือมีความยั่งยืนในระบบ เศร ฐกิจ จะ ม่มองเพียงแค่ทุเรียนภูเขา อย่างเดียว ทุเรียนภูเขา มันมีแค่ 3 อ�าเภอ แค่ประชากรมีอยู่ ม่เท่า หร่ของศรีสะเก งั้น คุณต้องเหลืออีก 19 อ�าเภอ แล้วคุณจะท�ายัง ง ซึ่งส่วนให ่จะเป็น ชาวนา เป็นเก ตรกรปลูกหอมปลูกกระเทียม คุณจะมองอย่าง ร ซึ่ง เป็นการบ้านที่คุณจะต้องท�าตั้งแต่ตอนคุณรู้ว่า ด้มาอยู่ศรีสะเก เพราะ ะนั้นอันที่ 1 เรื่องเศร ฐกิจคือเรื่องเงินในกระเปา คุ ณ าพชี วิ ของชาวศรี ส ะเก ท� า ยั ง งจะมี ถ นนหนทางที่ ดี สาธารณูป ภค อย่างเรือ่ ง า น�า้ พร้อมมูล เรือ่ งการศึก า สาธารณสุข ยาเสพติ ด จะสามารถแก้ ป หา สิ่ ง ต่ า ง เหล่ า นี้ ด้ ผมเชื่ อ ว่ า ถ้าจัดล�าดับความส�าคั จริง เป็นอันดับ 2 รองจากเศร ฐกิจ แต่ ม่ ด้ หมายความว่าคุณจะ ปละเลยพวกนี้ ด้ แต่ผมมีความเชือ่ ว่าเศร ฐกิจดี

30

สิ่งต่าง จะดีด้วย ถ้าท�าเงินในกระเปาให้คนเพิ่มมากขึ้น คุณภาพชีวิต ของคนมันจะดีขึ้นตามมา จะมีประ ยชน์อะ รถ้าคุณมีถนนหนทางที่ดี แต่เงินในกระเปาคุณ ม่มเี ลย คุณ ม่รจู้ ะ ป หน คุณมีคณ ุ ภาพชีวติ ทีด่ ขี นึ้ แต่คุณ ม่มีเงิน ปเที่ยวเตรดเตร่หรือใช้สอยให้กับครอบครัวเลย มัน เป็ น ป ม่ ด้ มั น ม่ รู ้ จ ะดี ปท� า ม ผมจึ ง เชื่ อว่ า เศร ฐกิ จ น�า มาซึ่ ง คุณภาพชีวิตที่ดีหรือสังคมที่ดี ศิลปวั นธรรมหรือการท่องเทีย่ วอย่างยัง่ ยืน ต้องใช้คา� ว่าอย่างยัง่ ยืน ยกตัวอย่างปจจุบัน ผมชื่นใจมากที่กรมการพั นาชุมชน กระทรวง มหาด ทยที่ ปท�าเรื่อง นวัตวิถีตามแต่ละหมู่บ้าน ดึงของดี ในแต่ละชุมชนออกมาให้คนอื่นเหน มันเป็นเรื่องที่เราเชื่อว่าสิ่งต่าง เหล่านีพ้ อน�าของดีหรือจุดเด่นของชุมชนในแต่ละทีอ่ อกมาแล้ว มันจะเป็น เหมือนจุดขาย คนภายนอก ด้รับรู้ว่าชุมชนมีอะ รที่จะสามารถขาย ท�าให้คนอืน่ ด้ทา� ความรูจ้ กั คนอืน่ ด้รจู้ กั ตัวตนของศรีสะเก มากยิง่ ขึน้ เชื่อว่า ปเป็นตัวแปรที่เหมือนวั จักร คือเป็นตัวแปรที่ท�าให้เศร ฐกิจ ดีขนึ้ มา ดยปริยาย เศร ฐกิจดีมนั กจะเป็นคุณภาพชีวติ ทีด่ ี คุณภาพชีวติ ทีด่ มี นั กจะท�าให้ศลิ ปวั นธรรมเกิดขึน้ อย่างยัง่ ยืน แล้วกเป็นวงจรแบบนี้ ผมเชื่ อว่ า ถ้ า ท� า ทั้ ง 3 เรื่ อ งนี้ ด้ กจบแล้ ว นอนตายตาหลั บ แล้ ว เป็นวงจรที่ลงตัวเลย

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 30

24/11/61 21:36:36


ถาถามถึงเหมื อนกั บไลฟ ส ไตล ในการทํ า งาน ชอบอยางไหน ผมมี อยู  2 ประเด็ นที่ มักคุ ย กับชาวบา นเสมอๆ คือ

. ริ ง ั ง ่ อ เน่ อ ง คิ ด กำรใหญ่ จริ ง จั ง กคื อ ทุ ก เรื่ อ งเอาจริ ง เอาจั ง นะ ม่ ใ ช่ พู ด เล่ น เวลาเล่ น กคื อ เล่ น เวลาท�างาน กคือท�างาน เอาจริงเอาจัง ่อเนื่อง กคือ ม่ท�าแบบผักชี รยหน้า ม่ท�าแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ม่ท�าแค่ วันทีผ่ วู้ า่ ปเยีย่ มหาหรือรัฐมนตรี ปเปดงานหรือ ปตัดริบบิน้ มันต้องท�าในทุก วัน ยกตัวอย่างเช่นเรื่องห้องน�้า มักจะเจออยู่บ่อย ปศาลากลางกดี ปอ�าเภอกดี จะให้ ขึ้ น ห้ อ งน�้ า ชั้ น บน เพราะชั้ น บนมั น สะอาดกว่ า ชั้ น ล่ า ง แล้ ว ท� า มคุ ณ ม่ท�าความสะอาดชั้นล่างให้เหมือนชั้นบน ประชาชนกมีความรู้สึกเหมือนกัน ว่าต้องการห้องน�้าที่สะอาด อันนี้มันจะแก้ ด้ ดยการท�างานอย่างต่อเนื่อง ท�างาน ม่ใช่สะอาดแค่วันผู้ว่า ปตรวจอยู่วันเดียว หรือวันที่นายอ�าเภอ ปตรวจวันเดียว แต่ท�าให้มันสะอาดอย่างต่อเนื่อง คิ ด การใหญ่ กคื อ เอาจริ ง เอาจั ง ให้ เ ป็ น ระบบ ถ้ า เป็ น ผู ้ ว ่ า กต้ อ งมอง ภาพรวมของจังหวัด ถ้าเป็นนายอ�าเภอกมองภาพรวมของอ�าเภอ ม่ใช่เป็นนาย อ�าเภอแต่ ปมองภาพรวมแค่หมู่บ้านเดียว ท�าให้ปลอดจากยาเสพติดหมู่บ้านเดียว ม่ ด้ คุ ณ เป็ น นายอ� า เภอคุ ณ ต้ อ งท� า ให้ ป ลอดทั้ ง อ� า เภอให้ ด้ ผมเป็ น ผู ้ ว ่ า ต้ อ งมองศรี ส ะเก ทั้ ง จั ง หวั ด ให้ ป ลอดจากยาเสพติ ด ให้ ด้ ถามว่ า ยาก หม ตอบ ด้ว่ายาก ถ้าท�า ด้คงท�ามานานแล้ว แต่ว่ามันท้าทาย เพราะ ะนั้น ล ส ตล์ อันแรกเลย คือ จริงจัง ต่อเนื่อง คิดการให ่

. กำรท� ำ งำนคอ ททท ท� ำ ทั น ที ถ้ารู้แล้วต้องท�าเลย อย่า ปคิดว่ามันจะมีป หาอุปสรรค เพราะผมเชื่อว่า ท�างานทุกอย่างมันต้องมีป หามีอุปสรรคท�างานเยอะ กป หาเยอะ ท�างานมาก กป หามาก ท�างานให ่ป หากให ่ตาม แต่ถ้าคุณ ม่เจออะ รเลย นัน้ แสดงว่า คุณ ม่ ด้ทา� อะ รเลย นีค่ อื เรือ่ งทีค่ นท�างานต้องเจอป หา ผมถือว่าเป็นเรือ่ งปกติธรรมดา เพราะ ะนัน้ ต้องให้กา� ลังใจคนท�างานด้วยว่าเจอป หาอย่า ปท้อแท้นะ อย่า ปคิด ว่าเราแก้ ข ม่ ด้ ป หานี้มันเป็นเรื่องที่เราต้องแก้ ขให้ ด้ ถ้าเรา ม่ตายซะก่อน เพราะ ะนั้นเป็นน ยบายที่มาจาก เรา ม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะมีหรือเปล่า เพราะว่าเรา อาจจะตายวันนี้ก ด้ เรา ม่รู้ว่าเดือนหน้าจะมีเปล่า เพราะอาจจะตายเดือนนี้ก ด้ เพราะ ะนั้นถ้าคิดอะ ร ม่ออก ท�าเลย วันนี้เลยเหอะ ท�าเลยอาทิตย์นี้ เดือนนี้ ปีนเี้ ลย อย่า ปรอปีหน้า อย่า ปรอยุทธศาสตร์อกี 10 ปีถงึ จะท�า บางคนบอกถ้ามันดี อย่างที่ผู้ว่า พูด พูด ด้แต่ท�า ม่ ด้หรอก ติดขัดเรื่องงบประมาณ งบประมาณ ม่ ใ ช่ เ รื่ อ งให ่ น ะ จริ ง งบประมาณส� า คั น้ อ ยกว่ า ใจอี ก ถ้ า ใจเรามาก่ อ น มั น ให ่ ก ว่ า งบประมาณ พู ด กั น เสมอว่ า งบประมาณเป็ น เรื่องยาก ขอ 10 ครั้งก ด้สักครั้งหนึ่ง แล้วคุณท�า ม ม่ขอ 10 ครั้ง ก ด้ครั้งหนึ่ง ท�า มคุณ ม่ขอ 100 ครั้ง ก ด้ 10 ครั้ง แต่คุณท้อแท้ตั้งแต่คุณขอครั้งที่ 2 3 แล้ว คุณลองขอให้ ด้ 10 ครั้ง คุณจะ ด้ครั้งหนึ่งแหละ ขอให้ ด้ 100 ครั้ง ก ด้ 10 ครั้ง ถ้าคุณบ่นนะ คุณบ่นเรือ่ งนีว้ า่ ท�าเรือ่ งนีข้ องบประมาณ ป 10 ครัง้ มัน ด้แค่ครัง้ เดียว คุณกขอ ป 100 ครั้งสิ คุณจะ ด้ 10 ครั้งอย่างที่คุณต้องการ นี้คือหลักคิดของผม กน�ามาปรับใช้ในยุคปจจุบัน ด้เป็นอย่างดี

ท่ ำ น ู ้ ว ่ ำ ะเน้ น ค� ำ ว่ ำ ททท ท� ำ ทั น ที ถ้ า พู ด ถึ ง ค� า นี้ จ ริ ง มั น มี ค� า หนึ่ ง ที่ ผ มมั ก จะใช้ อยู่เป็นประจ�าเลย คือ ทุกที่คือที่ท�างาน ผมรับต�าแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 แต่ผมจะอยู่ที่ศาลากลาง วันที่ 1 วันเดียว ตัง้ แต่วนั ที่ 2 เป็นต้น ป ผมจะ ปอยูใ่ นพืน้ ที่ จะ ปพบปะกับชาวบ้านทั้ง 22 อ�าเภอ เพราะที่ท�างาน ของเรา ม่ ด้ อ ยู ่ ที่ ศ าลากลาง ที่ ท� า งานเรา ม่ ด้ อ ยู ่ ที่ ที่ ว ่ า การอ� า เภอ ที่ ท� า งานเรา ม่ ด้ อ ยู ่ ที่ อ อ ศ แต่ ที่ท�างานของเราอยู่ที่ชาวบ้าน เขาอยู่ในท้อง ร่ท้องนา ชาวบ้านมีความทุกข์ที่ หน นั่นคือที่ท�างานของเรา

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 31

31

24/11/61 21:36:41


EXCL US I V E INT E R V IE W บันทึกเส้นทางพบท้องถิ่นจังหวัด

แผนพั ฒ นาท้ อ งถิ่ น ควรจะมุ ่ ง เน้ น การแก้ ไ ขปั ญ หา การสนองตอบต่ อ ความต้ อ งการของประชาชน ในท้องถิ่น และสอดคล้องกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น

นายสมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ

32

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 32

24/11/61 21:35:40


นายสมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ “ เติมเต็ม อปท. ให้ ใช้ศักยภาพเต็มที่ บนรากฐานของความเข้าใจและเข้าถึง ”

ส�ำนักงำนส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ มีหน้ำที่ ประสำนงำนและปฏิ บั ติ ห น้ ำ ที่ ใ นฐำนะตั ว แทนของกรมส่ ง เสริ ม กำรปกครองท้องถิน่ ในรำชกำรส่วนภูมภิ ำค เพือ่ ให้กำรด�ำเนินกำรก�ำกับ ดูแล และสนับสนุนกำรปฏิบัติงำนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นไปอย่ำงคล่องตัวและมีประสิทธิภำพ

กำรเรียนรู้กระบวนกำรคิดบนรำกฐำนของกำรเข้ำใจมนุษย์ กำรเข้ำถึง ข้อมูล เพื่อให้กำรสร้ำงสรรค์นั้นตอบสนองควำมต้องกำรได้อย่ำง เต็มประสิทธิภำพ และกำรพัฒนำด้วยควำมรู้และภูมิปัญญำที่ไม่จ�ำกัด อยู่แค่ด้ำนใดด้ำนหนึ่ง ตลอดจนกำรทดสอบและปรับปรุงจนได้ผลลัพธ์ ที่ยั่งยืนและสำมำรถประยุกต์ใช้ได้อย่ำงไม่รู้จบ

ปัจจุบันมีนำยสมศักดิ์ พนำกิจสุวรรณ ด�ำรงต�ำแหน่ง ท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ ซึง่ ได้นอ้ มน�ำเอำหลักแนวพระรำชด�ำริของพระบำทสมเด็จ พระเจ้ ำ อยู ่ หั ว พระปรมิ น ทรมหำภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช บรมนำถบพิ ต ร รัชกำลที่ 9 “เข้ำใจ เข้ำถึง พัฒนำ” มำปรับใช้ในกำรด�ำเนินงำน คือ

นิ ต ยสำร SBL บั น ทึ ก ประเทศไทย ได้ รั บ เกี ย รติ อ ย่ ำ งสู ง จำก ท่ ำ นท้ อ งถิ่ น จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ “นำยสมศั ก ดิ์ พนำกิ จ สุ ว รรณ” ให้ สัมภำษณ์เกีย่ วกับกำรด�ำเนินงำนส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในจังหวัดศรีสะเกษ ดังรำยละเอียดต่อไปนี้

นายไสว สีหะวงษ์

นายชัชวาล แข่งขัน

ผู้อ�านวยการกลุ่มงานการเงิน บัญชี และการตรวจสอบ

ผู้อ�านวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 33

รองนายกองค์การบริหาร

รองนายกองค์การบริหาร

33

24/11/61 21:35:43


นางสรินนา กฤษณะคุปต์

นายวุฒิ ทองล้วน

นายชินพัฒน์ บุญสาร

ผู้อ�านวยการกลุ่มงานกฏหมาย ระเบียบ และเรื่องราวร้องทุกข์

ผู้อ�านวยการกลุ่มงานมาตรฐาน การบริหารงานบุคคล

หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป

ศักยภาพที่โดดเด่นของ อปท.ในจ.ศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษแบ่งเขตกำรปกครองออกเป็น 22 อ�ำเภอ มีพื้นที่ ประมำณ 8,839.90 ตำรำงกิ โ ลเมตร หรื อ 5,524,937 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่รำบสูงสลับทุ่งนำมีภูเขำและป่ำไม้อยู่ทำงตอนใต้ และพื้นที่จะค่อยๆ ลำดลงสู่ทิศเหนือและทิศตะวันตก ซึ่งเต็มไปด้วย ห้วย หนอง คลอง บึง ต่ำงๆ สภำพดินร้อยละ 60 มีลักษณะเป็น ดินร่วนปนทรำยที่มีกำรระบำยน�้ำดีแต่มีควำมอุดมสมบูรณ์ต�่ำ และมี แนวชำยแดนติดกับประเทศกัมพูชำ ประมำณ 127 กิโลเมตร ซึ่ง จำกกำรที่มีชำยแดนติดกับประเทศกัมพูชำท�ำให้จังหวัดศรีสะเกษมี เส้ น ทำงส� ำ คั ญ ในด้ ำ นกำรค้ ำ กำรลงทุ น และกำรท่ อ งเที่ ย ว คื อ จุดผ่ำนแดนถำวรช่องสะง�ำ ตั้งอยู่ที่บ้ำนแซร์ไปร์ ต�ำบลไพรพัฒนำ อ�ำเภอภูสงิ ห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยเป็นเมืองคูค่ ำ้ ระหว่ำงจังหวัดเสียมรำฐ พระวิหำร และอุดรมีชัย จังหวัดศรีสะเกษมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จ�ำนวน 217 แห่ง แบ่งเป็นองค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด จ�ำนวน 1 แห่ง เทศบำลเมือง จ�ำนวน 2 แห่ง เทศบำลต�ำบล 35 แห่ง และองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบล จ�ำนวน 179 แห่ง จังหวัดศรีสะเกษประกอบด้วยกลุม่ ชำติพนั ธุท์ หี่ ลำกหลำย ได้แก่ ชนเผ่ำลำว กูย เยอ และเขมร จำกสภำพภูมิประเทศของ จังหวัดศรีสะเกษที่มีทั้งที่รำบสูง ภูเขำ รวมถึงชำติพันธุ์ที่หลำกหลำย ท�ำให้ศักยภำพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งวัฒนธรรม ประเพณีในแต่ละพื้นที่มีควำมแตกต่ำงกัน ส�ำหรับศักยภำพด้ำนกำรท่องเที่ยว จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัด ทีเ่ ป็นแหล่งอำยธรรมขอมโบรำณ จะเห็นจำกโบรำณสถำนและโบรำณวัตถุ

34

หลำยแห่ ง ที่ มี ค วำมส� ำ คั ญ เป็ น ที่ น ่ ำ สนใจอย่ ำ งยิ่ ง เช่ น ปรำสำท สระก�ำแพงใหญ่, ปรำสำทปรำงค์กู่, ธำตุบ้ำนปรำสำทหรือปรำสำท ห้วยทับทัน, ปรำสำทต�ำหนักไทรหรือปรำสำททำมจำม, วัดป่ำมหำเจดียแ์ ก้ว (วัดล้ำนขวด), ผำมออีแดง, วัดมหำพุทธำรำมหรือวัดหลวงพ่อโต, พระธำตุเรืองรอง, สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์, น�้ำตกห้วยจันทร์, อ่ำงเก็บน�้ำห้วยศำลำ, น�้ำตกภูลออ, น�้ำตกส�ำโรงเกียรติ, น�้ำตกวังใหญ่, น�้ำตกห้วยจันทร์ เป็นต้น นอกจำกนี้ยังมีงำนเทศกำลและงำนประเพณี ที่ส�ำคัญ เช่น งำนเทศกำลดอกล�ำดวนบำน สืบสำนประเพณีสี่เผ่ำไทย, งำนเทศกำลเงำะทุเรียนศรีสะเกษ, งำนประเพณีแซนโฎนตำ เป็นต้น นอกจำกนี้จังหวัดศรีสะเกษยังเป็นพื้นที่ภูเขำไฟเก่ำ มีลักษณะดิน เป็นดินร่วนปนทรำย มีสีแดงจึงเรียกว่ำ ดงดินแดง หรือภูดินแดง ซึ่ง มีควำมอุดมสมบูรณ์สงู สำมำรถปลูกพืชเศรษฐกิจส�ำคัญได้ เขตภูดนิ แดง เป็นแนวภูเขำไฟเก่ำที่มีพื้นที่กว้ำงขวำง อยู่ลึกเข้ำมำจำกแนวเทือกเขำ พนมดงรั ก ชำยเขตแดนไทยกั บ กั ม พู ช ำ ในพื้ น ที่ อ� ำ เภอศรี รั ต นะ อ�ำเภอขุนหำญ และอ�ำเภอกันทรลักษ์ เขตนี้จึงเป็นพื้นที่ปลูกพืชสวน ทีส่ ำ� คัญ ได้แก่ เงำะ ทุเรียน ยำงพำรำ เป็นต้น ซึง่ ถือว่ำเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สร้ำงรำยได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นอย่ำงมำก โดยในแต่ละปีจงั หวัดศรีสะเกษจะจัดงำนเทศบำลเงำะทุเรียนศรีสะเกษขึน้ ในช่วงเดือนมิถุนำยน ภำยในงำนจะมีกิจกรรมมำกมำย เช่น กำรออก ร้ำนจ�ำหน่ำยพืชผัก ผลไม้ เช่น เงำะ ทุเรียนภูเขำไฟ ลองกอง มังคุด สะตอ เป็นต้น รวมถึงกำรจัดขบวนแห่งรถประดับด้วยผลไม้ กำรจัดนิทรรศกำร ทำงวิชำกำร และกำรจัดกิจกรรมคำรำวำนชมสวนชิมผลไม้ศรีสะเกษ เป็นต้น

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 34

24/11/61 21:35:45


“เข้ า ใจ เข้าถึง พัฒนา”คือหลักการด�าเนินงาน ในกำรปฏิบัติงำนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนรำชกำร รวมถึงข้ำรำชกำร พนักงำน ลูกจ้ำงในสังกัดนัน้ ได้มกี ำรน้อมน�ำเอำหลัก แนวพระรำชด�ำริของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยูห่ วั พระปรมินทรมหำภูมพิ ล อดุลยเดช บรมนำถบพิตร รัชกำลที ่ 9 “เข้ำใจ เข้ำถึง พัฒนำ” มำปรับใช้ ในกำรด�ำเนินงำน ซึง่ หลักกำรนี ้ คือกำรเรียนรูก้ ระบวนกำรคิดบนรำกฐำน ของกำรเข้ำใจมนุษย์ กำรเข้ำถึงข้อมูล เพือ่ ให้กำรสร้ำงสรรค์นนั้ ตอบสนอง ควำมต้องกำรได้อย่ำงเต็มประสิทธิภำพ ตลอดจนกำรทดสอบและ ปรับปรุงจนได้ผลลัพธ์ทยี่ งั่ ยืนและสำมำรถประยุกต์ใช้ได้อย่ำงไม่รจู้ บ “เข้าใจ” คือ กำรสร้ำงควำมเข้ำใจควำมต้องกำรของชุมชน และ บริบทของท้องถิ่น เข้ำใจควำมเป็นไปได้ทั้งหมดของปัญหำอย่ำงลึกซึ้ง และรอบด้ำน เข้ำใจภูมิประเทศ เข้ำใจผู้คนในหลำกหลำยปัญหำ ทั้งทำงด้ำนกำยภำพ ด้ำนจำรีตประเพณีและวัฒนธรรม ตลอดจน เข้ำใจในระเบียบ กฎหมำย แนวทำงปฏิบัติที่ชัดเจน เพรำะกรมส่งเสริม กำรปกครองท้องถิ่นมีบทบำทภำรกิจส�ำคัญในกำรส่งเสริมสนับสนุน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกำรพัฒนำและให้ค�ำปรึกษำ แนะน�ำ องค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น ในด้ ำ นกำรจั ด ท� ำ แผนพั ฒนำท้ อ งถิ่ น กำรบริหำรงำนบุคคล กำรเงินกำรคลัง และกำรบริหำรจัดกำร เพื่อให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีควำมเข้มแข็ง และมีศักยภำพในกำร ให้บริกำรสำธำรณะ ดังนั้น จึงจ�ำเป็นอย่ำงยิ่งที่จะต้องมีควำมเข้ำใจ เกี่ยวกับระเบียบกฎหมำยที่เกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

“เข้าถึง” คือกำรที่เรำท�ำควำมเข้ำใจในด้ำน ต่ำงๆ ที่เกี่ยวกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ก็ต้องเข้ำถึง เพื่อน�ำไปสู่กำรปฏิบัติ ให้ได้ กำรเข้ำถึงเช่น กำรเข้ำถึงพื้นที่และออกไปสัม ผัสกับสิ่งที่คน ในพื้ น ที่ ต ้ อ งกำรจริ ง ๆ ซึ่ ง ในปี ง บประมำณ พ.ศ.2561 ที่ ผ ่ ำ นมำ ส� ำ นั ก งำนส่ ง เสริ ม กำรปกครองท้ อ งถิ่ น จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ ได้ มี ก ำร ด�ำเนินกำรตำมโครงกำรประชุมและติดตำมกำรขับเคลือ่ นกำรด�ำเนินงำน ตำมข้อสั่งกำรของรัฐบำล กระทรวง นโยบำยจังหวัดศรีสะเกษ โดยน�ำ ข้ำรำชกำรในทุกกลุ่มงำนของส�ำนักงำนส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น จังหวัดศรีสะเกษ ออกไปประชุม พบปะ แลกเปลี่ยน เรียนรู้กับผู้บริหำร บุคลำกรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ทุกอ�ำเภอ ซึ่งท�ำให้ได้รับทรำบถึงปัญหำ ข้อเสนอแนะต่ำงๆ ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อน�ำมำปรับใช้ในกำรปฏิบัติงำน นอกจำกกำรเข้ำถึงพื้นที่แล้ว สิ่งส�ำคัญคือข้อมูล โดยจะต้องมีกำรจัด ท�ำฐำนข้อมูลในด้ำนต่ำงๆ ไว้เพื่อใช้ในกำรปฏิบัติงำน “พัฒนา” คือ กำรน�ำสิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องกำร ไปเติมเต็มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สำมำรถใช้ศักยภำพ ได้อย่ำงเต็มที่ และอยู่บนรำกฐำนของควำมเข้ำใจและเข้ำถึง

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 35

35

24/11/61 21:35:47


มุ่ง สู่

“จั งหวั ด สะอาด”

อย่า งยั่งยืน

สื บ เนื่ อ งจำกพระรำชบั ญ ญั ติ รั ก ษำควำมสะอำดและควำมเป็ น ระเบียบเรียบร้อยของบ้ำนเมือง(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มำตรำ 34/4 ได้ก�ำหนดให้เป็นหน้ำที่ของกรมส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น ที่จะ เสนอแนะ แนะน�ำ และช่วยเหลือรำชกำรส่วนท้องถิน่ ในกำรจัดท�ำแผนงำน โครงกำรในกำรจัดกำรสิ่งปฏิกูลและมูล ฝอย ซึ่งต้องสอดคล้องกับ แผนพัฒนำจังหวัด ประกอบกับรัฐบำลได้กำ� หนดให้มกี ำรจัดกำรขยะมูลฝอย เป็นวำระแห่งชำติ และมอบหมำยให้กระทรวงมหำดไทยร่วมกับกระทรวง ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อมบูรณำกำรกำรท�ำงำน โดยให้ขยำย ผลกำรด�ำเนินงำนตั้งแต่ระดับอ�ำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมู่บ้ำน/ชุมชน โดยมีกรอบกำรด�ำเนินงำนภำยใต้ “แผนปฏิบัติกำร จัดกำรขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอำด” ประจ�ำปี พ.ศ.2561 โดย แบ่งกำรด�ำเนินงำนออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ต้นทำง คือ กำรลดปริมำณ ขยะและกำรส่งเสริมกำรคัดแยกขยะที่ต้นทำง กลำงทำง คือ กำร จัดกำรท�ำระบบเก็บและขนอย่ำงมีประสิทธิภำพ และปลำยทำง คือ ขยะมูลฝอยได้รบั กำรก�ำจัดอย่ำงถูกต้อง ตำมหลักวิชำกำร โดยใช้หลักกำร 3 ช : ใช้น้อย ใช้ช�้ำ และน�ำกลับมำใช้ใหม่ หรือ (3Rs : Reduce Reuse และ Recycle) และหลักกำร “ประชำรัฐ” ซึ่งจังหวัด ศรีสะเกษโดยส�ำนักงำนส่งเสริมกำรปกครองท้องถิ่น จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ ได้ มี ก ำรขั บ เคลื่ อ นกำรจั ด กำรขยะมู ล ฝอย ตำมแนวทำงดังกล่ำวอย่ำงเข้มข้น และต่อเนือ่ ง และได้มกี ำรจัดท�ำบันทึก ข้อตกลงร่วมกันตำมหลัก “ประชำรัฐ” กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขับเคลื่อนกำรด�ำเนินงำนตำมแผนปฏิบัติ กำรจัดกำรขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอำด” ประจ�ำปี พ.ศ.2561

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมีการปฏิบัติงาน ในเชิงรุก มีการเตรียมความพร้อมในทุกเรื่อง

นายสมศักดิ์ พนากิจสุวรรณ ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ

36

จำกผลกำรบริหำรจัดกำรขยะมูลฝอยชุมชนของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีผลงำนที่เป็นที่ประจักษ์ ท�ำให้ได้รับรำงวัลชมเชย (อันดับที่ 4) ของกลุ่มจังหวัดขนำดใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งมีจ�ำนวน 26 จังหวัด ในกำร ประกวดกำรจัดกำรขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอำด” ระดับประเทศ ประจ�ำปี พ.ศ.2561 ส�ำหรับในปีงบประมำณ พ.ศ.2562 จังหวัดศรีสะเกษ ก็จะมีกำรขับเคลื่อนกำรด�ำเนินงำนตำมนโยบำยดังกล่ำว อย่ำงเข้มข้น และต่อเนื่องจำกปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 เพื่อให้จังหวัดศรีสะเกษ เป็น “จังหวัดสะอำด” อย่ำงยั่งยืน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 36

24/11/61 21:35:49


เน้ น แก้ ปัญ หา-ตอบสนองความต้องการ

ส่งเสริม ให้ป ระชาชนพึ่งพาตนเองได้

ในกำรจัดท�ำแผนพัฒนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น จะมุ่งเน้น ไปในทิศทำงที่สอดคล้องกับนโยบำยรัฐบำล, ยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี, ทิ ศ ทำงของแผนพั ฒนำเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชำติ ฉบั บ ที่ 12, แผนพัฒนำภำค, แผนพัฒนำกลุ่มจังหวัด, แผนพัฒนำจังหวัด และ ยุทธศำสตร์กำรพัฒนำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ในเขตจังหวัดศรีสะเกษ รวมถึงกำรมุ่งจัดบริกำรสำธำรณะที่มีประสิทธิภำพให้แก่ประชำชน ในพืน้ ทีจ่ งั หวัดศรีสะเกษ ซึง่ ในแต่ละท้องถิน่ ก็จะมีบริบททีแ่ ตกต่ำงกันไป แต่ โ ดยหลั ก แล้ ว แผนพั ฒนำท้ อ งถิ่ น ควรจะมุ ่ ง เน้ น กำรแก้ ไ ขปั ญ หำ กำรสนองตอบต่อควำมต้องกำรของประชำชนในท้องถิน่ และสอดคล้อง กับบริบทของแต่ละท้องถิน่ โดยผ่ำนกระบวนกำรประชำคม และน�ำแผน ควำมต้องกำรมำจัดท�ำแผนพัฒนำท้องถิน่ และเชือ่ มโยงสูร่ ะบบงบประมำณ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป

ในฐำนะทีอ่ งค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ เป็นองค์กรภำครัฐทีอ่ ยูใ่ กล้ชดิ กับประชำชนในพื้นที่มำกที่สุด นอกจำกกำรจัดท�ำบริกำรสำธำรณะ ที่มีมำตรฐำนอย่ำงทั่วถึง ตรงกับควำมต้องกำรของประชำชน และ เหมำะสมกับบริบทของแต่ละท้องถิ่นแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรมีบทบำทในกำรส่งเสริมให้ประชำชนในท้องถิ่นมีควำมเข้มแข็ง มีรำยได้ที่เพียงพอและสำมำรถพึ่งพำตนเองได้ เช่น กำรส่งเสริมและ พัฒนำอำชีพ กำรพัฒนำคุณภำพชีวติ และสังคม กำรส่งเสริมกำรท่องเทีย่ ว กำรพัฒนำตลำด เป็นต้น โดยกำรด�ำเนินกำรดังกล่ำวจะต้องมีกำรด�ำเนินกำร แบบ “ททท” คือ “ท�ำทันที” ตำมนโยบำยของท่ำนผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด ศรีสะเกษ ซึง่ จะส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ สำมำรถแก้ไขปัญหำ และตอบสนองควำมต้องกำรของประชำชนในท้องถิ่นได้อย่ำงทั่วถึง และรวดเร็ว

จุดชมวิวบัวแดงบุ่งกระแซง SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 37

37

24/11/61 21:35:51


น�้าตกห้วยวังใหญ่

ฝาก 13 แนวทางเพื่อก้าวสู่ “ท้องถิ่น 4.0” ปัจจุบนั รัฐบำลได้มนี โยบำยในกำรขับเคลือ่ นเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เพื่อพัฒนำประเทศไปสู่ควำมมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน หรือที่เรียกว่ำ ประเทศไทย 4.0 ซึ่งในกำรผนึกก�ำลัง “ประชำรัฐ” ในกำรขับเคลื่อน ประเทศไทยให้เป็น ประเทศไทย 4.0 นั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือเป็นกลไกทีส่ ำ� คัญ เพรำะเป็นองค์กรภำครัฐทีอ่ ยูใ่ กล้ชดิ กับประชำชน ในพื้ น ที่ ม ำกที่ สุ ด เป็ น องค์ ก รที่ ท รำบถึ ง ปั ญ หำ ควำมต้ อ งกำร ของประชำชนอย่ำงแท้จริง ประกอบกับมีอำ� นำจหน้ำทีใ่ นกำรจัดบริกำร สำธำรณะเพื่อประโยชน์แก่ประชำชนในท้องถิ่นของตนเอง ดังนั้น สิง่ ทีอ่ ยำกฝำกไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ คือ อยำกให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีกำรพัฒนำตนเองให้เป็นท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ควบคู่ไปกับ กำรพัฒนำประชำชนในท้องถิ่นให้มีควำมเข้มแข็ง เพื่อร่วมกันเป็นพลัง ในกำรขับเคลื่อนท้องถิ่น จังหวัด กลุ่มจังหวัด ภำค และประเทศให้มี ควำมเจริญก้ำวหน้ำต่อไป โดยท้องถิน่ จะต้องมุง่ ไปสูก่ ำรเป็นท้องถิน่ 4.0 ซึ่งกำรจะเป็นท้องถิ่น 4.0 นั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้อง ประกอบด้วย

38

1. Moral ท้องถิน่ จะต้องมีธรรมำภิบำล มีควำมโปร่งใส และมีคณ ุ ธรรม 2. Active ท้องถิ่นจะต้องมีควำมกระตือรือร้น เตรียมพร้อมรับ ควำมเปลี่ยนแปลง และบริหำรจัดกำรแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ 3. Creative ท้องถิ่นจะต้องมีควำมคิดสร้ำงสรรค์ ริเริ่มคิดค้น นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนำกำรจัดบริกำรสำธำรณะให้มีประสิทธิภำพ สำมำรถแก้ไขปัญหำ และตอบสนองควำมต้องกำรของประชำชนใน ท้องถิ่นได้ 4. Strong ท้องถิ่นจะต้องมีควำมเข้ม แข็งในตนเอง ทั้งในกำร บริหำรจัดกำร กำรจัดบริกำรสำธำรณะที่ได้มำตรฐำน มีสถำนะกำร เงินกำรคลังที่มั่นคง มีบุคลำกรที่มีควำมรู้ควำมสำมำรถและมีคุณธรรม สิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องท�าเพื่อให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็น “ท้องถิ่น 4.0” มีดังนี้ 1. ดิจทิ ลั มีกำรใช้ระบบดิจทิ ลั ในกำรท�ำงำน เพือ่ อ�ำนวยควำมสะดวก แก่ประชำชน สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรของประชำชนได้ทกุ เวลำ

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 38

24/11/61 21:35:53


ทุกสถำนที่ รวมทั้งกำรมีฐำนข้อมูลที่เพียงพอต่อกำรปฏิบัติงำน 2. องค์ ก รแห่ ง ควำมสุ ข กำรสร้ ำ งควำมสั ม พั น ธ์ อั น ดี ร ะหว่ ำ ง บุคลำกรในหน่วยงำน 3. องค์กรแห่งกำรเรียนรู้ ส่งเสริมกำรเรียนรู้และกำรจัดกำรเรียนรู้ ให้แก่บุคลำกร 4. สมรรถนะสูง กำรท�ำงำนต้องมีกำรวิเครำะห์ควำมเสี่ยงเพื่อ เตรียมกำรล่วงหน้ำ น�ำองค์ควำมรู้มำสร้ำงนวัตกรรมหรือประยุกต์เพื่อ ตอบสนองกำรเปลีย่ นแปลงได้ทนั เวลำ ปรับตัวให้เป็นส�ำนักงำนทีท่ นั สมัย มีขีดสมรรถนะสูง 5. สร้ำงนวัตกรรม กำรสร้ำงนวัตกรรมท้องถิ่นในกำรบริหำรจัดกำร และกำรจั ด บริ ก ำรสำธำรณะ เพื่ อ แก้ ไ ขปั ญ หำ และตอบสนอง ควำมต้องกำรของประชำชนในท้องถิ่น 6. ส่งเสริมประชำธิปไตย ส่งเสริมประชำธิปไตยในชุมชน และ สร้ำงวัฒนธรรมกำรมีส่วนร่วม 7. แผนพัฒนำท้องถิ่น กำรจัดท�ำแผนพัฒนำท้องถิ่นที่สอดคล้อง

กับยุทธศำสตร์กำรพัฒนำจังหวัด กลุ่มจังหวัด และยุทธศำสตร์ชำติ โดยมุง่ แก้ไขปัญหำ และสนองตอบควำมต้องกำรของประชำชนในท้องถิน่ 8. กำรแสวงหำควำมร่วมมือ เพือ่ เพิม่ ประสิทธิภำพในกำรด�ำเนินงำน โดยบู ร ณำกำรกำรท� ำ งำนร่ ว มกั บ องค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น อื่ น หน่วยงำนของรัฐ 9. ขั บ เคลื่ อ นนโยบำยส� ำ คั ญ มี ป ระสิ ท ธิ ภ ำพในกำรขั บ เคลื่ อ น นโยบำยส�ำคัญ 10. กำรบริหำรเชิงรุก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมีกำร ปฏิบัติงำนในเชิงรุก มีกำรเตรียมควำมพร้อมในทุกเรื่อง 11. กระตุ้นเศรษฐกิจฐำนรำก ใช้กลไกในระดับท้องถิ่นพัฒนำ เศรษฐกิจในระดับฐำนรำก เช่น กำรส่งเสริมอำชีพ กำรส่งเสริมกำรท่องเทีย่ ว กำรพัฒนำตลำด 12. เสถียรภำพทำงกำรคลัง พึ่งพำตนเองได้ มีรำยได้เพียงพอ ในกำรบริหำรงำน 13. ยึดมัน่ ธรรมำภิบำล ด�ำเนินงำนด้วยควำมโปร่งใส และมีคณ ุ ธรรม

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 39

39

24/11/61 21:35:55


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม วัดพั ฒนาตัวอย่างวัดแรกของศรีสะเกษ พระราชกิตติรังษี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ, เจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ตั้งอยู่เลขที่ 1549 บ้านเจียงอี ถนนศรีสุมังค์ ต�าบลเมืองใต้ อ�าเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เป็ น พระอารามหลวง ชั้ น ตรี ชนิ ด สามั ญ ตั้ ง วั ด เมื่ อ ปี พ.ศ.2330 ได้ รั บ พระราชทานวิ สุ ง คามสี ม า เมื่ อ วั น ที่ 2 เดื อ นกุ ม ภาพั น ธ์ พ.ศ.2499 เขตวิ สุ ง คามสี ม า กว้ า ง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ได้ รั บ การสถาปนาขึ้ น เป็ น พระอารามหลวง เมื่ อ วั น ที่ 26 ตุ ล าคม 2513 ที่ ดิ น ที่ ตั้ ง วั ด มี เ นื้ อ ที่ 77 ไร่ 2 งาน 75 3/10 ตารางวา

ประวั ติ ความเป็น มา วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ตั้งอยู่ในคุ้มบ้านเจียง จึงได้นามว่า “วัดเจียงอี” เพราะการตัง้ ชือ่ บ้านชือ่ วัดในสมัยก่อนนัน้ นิยมตัง้ ไปตามชือ่ ของสิ่งต่างๆ ที่เกิดเป็นนิมิตขึ้น บรรพบุรุษของบ้านเจียงอี เดิมเป็น ชนชาติ ไ ทยเผ่ า ส่ ว ย มี ส� า เนี ย งพู ด แปร่ ง หรื อ เพี้ ย นไปจากเผ่ า อื่ น ๆ “เจียงอี” เป็นภาษาพื้นบ้าน แยกออกได้เป็นสองศัพท์ “เจียง” แปลว่า “ช้าง” “อี” แปลว่า “ป่วย” รวมความว่า “เจียงอี” แปลว่า ช้างป่วย ซึ่ ง มี ค วามเกี่ ย วข้ อ งกั บ ประวั ติ ศ าสตร์ ไ ทยในสมั ย กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา เป็นราชธานี ดังนี้ ในสมั ย ที่ พ ระเจ้ า อยู ่ หั ว เอกทั ศ น์ เ สวยราชสมบั ติ อ ยู ่ นั้ น ได้ เ กิ ด อาเพศขึน้ พระยาช้างเผือกแตกโรงหนี แล้วมุง่ หน้ามาทางทิศตะวันออก เลยเข้าเขตเมืองศรีสะเกษ พระเจ้าเอกทัศน์ทรงจัดให้ทหารนายกอง จับช้างติดตามมาทันที่ล�าธารแห่งหนึ่ง อยู่ในเขตอ�าเภออุทุมพรพิสัย ได้เห็นพระยาช้างแต่จับไม่ได้ ช้างวิ่งหนีไปทางทิศไต้ถึงเชิงเขาดงเร็ก หัวหน้าผู้ปกครองบ้านเมืองแถบนั้น ก็พากันช่วยตามจับพระยาช้าง แล้ ว ไปจั บ ได้ ที่ เ ชิ ง ภู เ ขาดงเร็ ก ในเขตอ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ ใ นปั จ จุ บั น จึงน�ากลับมาและได้น�าส่งพระยาช้างเผือก เมื่อน�าพระยาช้างมาถึง บ้านใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในตัวเมืองศรีสะเกษ พระยาช้างได้ล้มป่วยลง เมื่อรักษาพยาบาลหายแล้วจึงออกเดินทางต่อไป ชาวบ้านเป็นไทส่วย

40

จึงเรียกหมูบ่ า้ นนัน้ ว่า “บ้านเจียงอี” คือ บ้านช้างป่วย สืบมา วัดก็เรียกว่า “วัดเจียงอี” เช่นกัน ส่วนนามผู้สร้างวัดเจียงอีนั้นไม่ปรากฏชื่อ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการส�ารวจวัด และจดทะเบียนให้เป็นหลักฐาน จึงได้มกี ารสืบสวนทางประวัตศิ าสตร์ไทย ว่า วัดเจียงอี สร้างขึ้นประมาณวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2310 และ เริ่ ม มี ก ารปฏิ สั ง ขรณ์ วั ด ได้ ว างแผนและจั ด ท� า แผนผั ง วั ด ขึ้ น มา แล้วพัฒนาให้เป็นไปตามแผนผังที่วางไว้จนถึงปัจจุบัน เมื่ อ ปี พ.ศ.2513 นั บ เป็ น ปี ที่ 25 ในรั ช กาลพระบาทสมเด็ จ พระปรมิ น ทรมหาภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช รั ช กาลที่ 9 แห่ ง ราชวงศ์ จั ก รี ทรงพระกรุณารับเอาวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ซึง่ เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ของจังหวัดศรีสะเกษ เป็นวัดแรก เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2519 เดิมเป็นอารามราษฎร์ทไี่ ด้ยกฐานะขึน้ เป็นพระอารามหลวง ตามแจ้งความ ของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2513 สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุ ม ารี ได้ เ สด็ จ พระราชด�าเนินมาทรงถวายผ้าพระกฐินสภากาชาดไทย และทรงงาน การจัดการศึกษา โรงเรียนศรีเกษตรวิทยา โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ต้นแบบ ในโครงการตามพระราชด�าริฯ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2558

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 40

23/11/61 15:57:05


การศึ ก ษาและการศึก ษาสงเคราะห์ การศึกษาภายในวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ด�าเนินการจัดการเรียน การสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม แผนกบาลี และแผนกสามัญ มาโดยตลอด เมือ่ วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2519 ทางราชการได้อนุญาต ให้ ตั้ ง โรงเรี ย นพระปริ ยั ติ ธ รรม แผนกสามั ญ ศึ ก ษา ชื่ อ “โรงเรี ย น ศรีเกษตรวิทยา” เริ่มต้นด�าเนินการเปิดสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบันเปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แห่งแรกของจังหวัด ศรีสะเกษ ในปี พ.ศ.2557 โรงเรียนศรีเกษตรวิทยา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับเข้าเป็น โรงเรียนในโครงการตามพระราชด�าริ และได้รับคัดเลือกจากส�านักงาน โครงการฯ ให้เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ต้นแบบ

การเผยแผ่พระพุท ธศาสนา วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม เป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ของจังหวัดศรีสะเกษ มีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบงานด้านการเผยแผ่ เช่น หน่วยอบรมประชาชนประจ�าต�าบลเมืองใต้ ศูนย์งานพระธรรมทูต จังหวัดศรีสะเกษ เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว หน่วยงานราชการ และ สถานศึ ก ษาต่างๆ ภายในเขตบริการ ยัง น�า บุคลากรและนักเรียน มาเข้ารับการฝึกอบรมและเข้าค่ายคุณธรรม อย่างต่อเนื่อง

การบริหารและการปกครอง วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม มีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ อนุเคราะห์เกื้อกูลแก่พระภิกษุสามเณร ตามควรแก่ฐานะ มีไวยาวัจกรเป็น ผู้สนองงานการพระศาสนา

ล�าดับเจ้าอาวาสจากอดีต - ปัจจุบัน เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดโบราณเก่าแก่ ชั้นแรกจึงไม่มีผู้บันทึกหรือ จ�าได้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าอาวาส เท่าที่มีหลักฐานปรากฏไว้ ดังนี้ รูปที่ 1 พระหลักค�าอุด(เจ้าคณะเมืองหรือเจ้าคณะจังหวัดองค์แรก) ต่อมาเป็น พระครูสมบูรณ์มัธยมคณะกิจ รูปที่ 2 พระปลัดเสน รูปที่ 3 พระสมุห์แก้ว รูปที่ 4 พระอธิการบุญมา รูปที่ 5 พระอธิการสาร รูปที่ 6 พระปลั ด แดง ต่ อ มาด� า รงสมณศั ก ดิ์ เป็ น พระครู กันทรลักษ์บรรหาร เจ้าคณะอ�าเภอกันทรลักษ์ และได้รับพระราชทาน สมณศั ก ดิ์ เป็ น พระราชาคณะชั้ น สามั ญ ในราชทิ น นามที่ พระสุมังคลาจารย์ รูปที่ 7 พระอธิการสิงห์ รูปที่ 8 พระอธิการพิมพ์ รูปที่ 9 พระอธิการเผือ รูปที่ 10 พระอธิการผอง รูปที่ 11 พระปลัดสุตตา รูปที่ 12 พระครูเกษตรศีลาจารย์(ทอง จนฺทสาโร) รูปที่ 13 พระเกษตรศีลาจารย์(หนู อุตฺสาโห) พ.ศ.2488 - 2530 รูปที่ 14 พระเทพวรมุนี(วิบูลย์ กลฺยาโณ) พ.ศ.2532 - 2551 รูปที่ 15 พระราชกิตติรงั ษี(บุญทัน สนฺตจิตโฺ ต) พ.ศ.2552 - ปัจจุบนั SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 41

41

23/11/61 15:57:13


ประวั ติ พ ระราชกิตติรังษี พระราชกิตติรังษี ฉายา สนฺตจิตฺโต เดิมชื่อ บุญทัน บุญวงศ์ เกิดเมื่อ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2484 เป็นบุตรของนายพันธ์ นางทองมา บุญวงศ์ ณ บ้านเลขที่ 039 หมู่ 7 ต�าบลหนองไผ่ อ�าเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันด�ารงต�าแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม พระอารามหลวง โดยในปี พ.ศ.2549 ได้รบั พระราชทานเลือ่ นสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชัน้ ราช ในราชทินนามที่ “พระราชกิตติรังษี” บรรพชา - อุปสมบท บรรพชา วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 ณ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ต� า บลเมื อ งใต้ อ� า เภอเมื อ งศรี ส ะเกษ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ โดยมี พระเกษตรศี ล าจารย์ ( หนู อุ สฺ ส าโห) วั ด เจี ย งอี ศ รี ม งคลวราราม เป็นพระอุปัชฌาย์ อุ ป สมบท วั น ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2505 ณ พั ท ธสี ม า วั ด เจี ย งอี ศ รี ม งคลวราราม ต� า บลเมื อ งใต้ อ� า เภอเมื อ งศรี ส ะเกษ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ โดยมี พระเกษตรศี ล าจารย์ ( หนู อุ สฺ ส าโห) วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูพิพิธนิมมานคุณ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระสมุหป์ ระดิษฐ์ อินฺทปญฺโญ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับ ฉายาว่า “สนฺตจิตฺโต” หน้าที่การงาน พ.ศ.2507 - 2510 เป็น ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเพียนาม ต�าบลหนองไผ่ อ�าเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ.2510 - 2552 เป็นเจ้าอาวาสวัดเพียนาม พ.ศ.2513 - 2518 เป็นเจ้าคณะต�าบลหญ้าปล้อง พ.ศ.2517 - ปัจจุบัน เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2518 - 2531 เป็นรองเจ้าคณะอ�าเภอเมืองศรีสะเกษ พ.ศ.2531 - 2537 เป็นเจ้าคณะอ�าเภอเมืองศรีสะเกษ พ.ศ.2537 - 2552 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ.2551 - 2552 เป็น ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรี มงคลวราราม 42

พ.ศ.2551 - 2552 เป็น ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ.2552 - ปัจจุบัน เป็นเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ.2552 - ปัจจุบัน เป็นเจ้าอาวาสวัดเจียงอีศรีมงคลวราราม พ.ศ.2552 - ปั จ จุ บั น เป็ น ผู ้ จั ด การโรงเรี ย นศรี เ กษตรวิ ท ยา โรงเรี ย นพระปริ ยั ติ ธ รรม แผนกสามั ญ ศึ ก ษา ในโครงการตาม พระราชด�าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พ.ศ.2554 - 2556 เป็นประธานบริหารโครงการขยายห้องเรียน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ ผลงานที่ได้รับการยกย่องเชิดชู พ.ศ.2544 ได้รับแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็น กรรมการที่ปรึกษา ในการบริหารจัดการราชการจังหวัด ในระบบ “บูรณาการเพื่อการพัฒนา” หรือ C.E.O พ.ศ.2545 ได้รับ การร้องขอจากผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เพือ่ น�าพระสังฆาธิการ จ�านวน 37 รูป และคณะรองผูว้ า่ ราชการจังหวัด เดินทางไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับประเทศกัมพูชา(ลักษณะสมณทูต) เพื่อสนับสนุนในการขออนุญาตเปิดด่านถาวรชายแดน “ช่องสะง�า” อ�าเภอภูสงิ ห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึง่ ทางราชการได้ดา� เนินการมาเป็นปีแล้ว ปีหลังต่อมาคณะรัฐมนตรีมมี ติอนุมตั ิ และท�าพิธเี ปิดด่านถาวรชายแดน ช่องสะง�าอย่างเป็นทางการ พ.ศ.2554 ได้ รั บ ปริ ญ ญาพุ ท ธศาสตรดุ ษ ฎี บั ณ ฑิ ต กิ ต ติ ม ศั ก ดิ์ สาขาการจัดการเชิงพุทธ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2555 ได้ รั บ รางวั ล เสมาธรรมจั ก ร จากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2555 ได้รบั รางวัลนักบริหารการศึกษาดีเด่น จากมหาวิทยาลัย ราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ.2556 ได้รับรางวัลบุคคลตัวอย่างที่มีคุณธรรม จากสมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พ.ศ.2559 ได้รับรางวัลเสาอโศกผู้น�าศีลธรรม จากส�านักงาน พระพุ ท ธศาสนาแห่ ง ชาติ ร่ ว มกั บ สมาคมผู ้ ท� า คุ ณ ประโยชน์ เ พื่ อ พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา แห่งประเทศไทย

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 42

23/11/61 15:57:24


Wat Chiang I Sri Mongkol Wararam is located in Khum Ban Chiang, thus, it is named “Wat Chiang I” because the denomination of community and temple in this past was usually named after objects that occurred in an omen. Ancestor of people at Ban Chiang I, formerly was Thai people who belonged to Suay tribe which spoke with a strange accent that slightly different from other tribes. “Chiang I” is a word in local language which can be separated into two words “Chiang” means “Elephant”, “I” means “Sick”, thus, both words combined will be sick elephant which had concernment with Thai history during Ayutthaya kingdom era. During the reign of King Ekkatas, there was an omen occurred which is the Phya Chang Pheuak (means white elephant lord) became panic and moved towards east, then arrived at Sisaket city’s area. King Ekkatas had ordered his soldiers follow him to canal which located in Uthumphon Phisai district in order to capture this elephant. They found this white elephant but it was slipped away and headed towards south until it reached the foothills of Dong Rak mountain, many governors of this area jointly assisted the king’s solider to catch this white elephant. Then, they succeeded on catching this white elephant at the foothills of Dong Rak mountain which is Kantharalak district in present day. After that, they brought this white elephant back to offer it to King Ekkatas, when they arrived at some big village in Sisaket area, it fell ill, when it was cured of the ill, they continued this journey. Villagers of that village are Suay tribe, that’s why, this village

called “Ban Chiang I” which means house of sick elephant and temple’s name is called “Wat Chiang I” like village’s name. As for the name of person who built Wat Chiang I, there was no any record about this person. After that, during the reign of King Rama V, there were the inspection and registry of temple. Therefore, Thai history investigation had occurred which it was found that Wat Chiang I was built approximately on the 1 May B.E.2310, then, this temple had reconstructed and created a diagram of this temple which has been used for developed this temple until today. In B.E.2513, it was 25th anniversary of the reign of Phra Bat Somdet Phra Paraminthra Maha Bhumibol Adulyadej, King Rama IX, His Majesty was kind enough to accept Wat Ching I Sri Mongkol Wararam which is the model of developed temple of Sisaket province (The first temple) on 21 September B.E.2519, formerly, it was ordinary temple which is promoted to be royal temple as per the declaration of Ministry of education on the issue “promotion of ordinary temple to be royal temple” since 26 October B.E.2513. Somdech Phra Debaratanarajasuda Sayamboromrajakumari came to this temple to perform Kathin ceremony in the name of Thai Red Cross Society and attended the education management of Srikasetwittaya School, Tripitaka - studying school, department of general study, the model in projects initiated by the Late King Rama IX on 30 October B.E.2558 (Kathin means ceremony of presenting yellow to the Buddhist monks at the end of the Buddhist Lent) SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 43

43

23/11/61 15:57:28


ดิตอบโจทย์ อิมทเพรส ศรี ส ะเกษ ุกความต้องการของผู้เข้าพัก

ดิ อิมเพรส ศรีสะเกษ (The Impress Sisaket) ทีพ่ กั หรูซงึ่ ได้รบั ความนิยมจากทัง้ นักธุรกิจและนักท่องเทีย่ ว ด้วยท�าเลทีต่ งั้ ใจกลางเมืองศรีสะเกษ จึงสามารถ เดินทางไปยังสถานทีท่ อ่ งเทีย่ ว ย่านการค้า หรือย่านที่ เป็นแหล่งรวมวิถีชีวิต ศิลปะ และวัฒนธรรมที่น่าตื่นตา ตื่นใจของเมืองศรีสะเกษได้ เพราะอยู่ห่างจากที่พักไป เพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น ด้วยห้องพักที่ได้รับการตกแต่งอย่างมีรสนิยม จ�านวน 28 ห้อง เพียบพร้อมด้วยสิ่งอ�านวยความ สะดวกสบายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทีวีจอแบน, เครื่องปรับ อากาศ, ตูเ้ ย็น, ฟรี WiFi ทุกห้อง และในพืน้ ทีส่ าธารณะ ด้ ว ยบริ ก ารที่ ห ลากหลายตลอด 24 ชั่ ว โมง เช่ น รูมเซอร์วิส, แผนกต้อนรับที่พร้อมให้บริการเช็คอิน/ เช็คเอาต์ด่วน, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ที่จอด รถสะดวกสบาย รวมถึงบริการนวดเพื่อความผ่อน คลาย เป็นต้น ด้ ว ยบริ ก ารอั น ประทั บ ใจในราคามิ ต รภาพ ดิ อิมเพรส ศรีสะเกษ (The Impress Sisaket) จึงตอบ ทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงใจที่สุด

สนใจส�ำรองห้องพักติดต่อ ดิ อิมเพรส ศรีสะเกษ : ถนนศรีสุมังค์ ต�าบลเมืองใต้ อ�าเภอเมืองจังหวัดศรีสะเกษ

โทร : 045-960-566 , 045-611-923, 081-067-1766


The Green Hotel โรงแรมที่ดีที่สุดในอ�าเภอราษีไศล

มาราษีไศลครั้งใด...ให้ The Green Hotel (เดอะกรีนโฮเทล) บริการคุณนะคะ

T h e G r e e n H o t e l ( เ ด อ ะ ก รี น โ ฮ เ ท ล )

ติดต่อส�ำรองห้องพักได้ที่ The Green Hotel (เดอะกรีนโฮเทล) เลขที่ 144 ม.12 ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ 33160

โรงแรมมาตรฐานที่ดีที่สุดในอ�าเภอราษีไศล ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ หน่วยงานราชการ และสถานที่ท่องเที่ยว ส�าคัญ อาทิ วัดกัลยาโฆสิตาราม, เขือ่ นราษีไศล, โรงพยาบาลราษีไศล, ทีว่ า่ การอ�าเภอราษีไศล และใกล้ตลาดสด เพียบพร้อมด้วยสิ่งอ�านวยความสะดวกครบครัน อาทิ เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ เครื่องท�าน�้าอุ่น ตู้เย็น ฟรี WiFi ฯลฯ ท่านจึงรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่เหมือนได้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้

โทร. 045-681-199, 064-062-9983 Facebook: thegreenhotel144 Email: hotelthegreen144@gmail.com


EXCL US I V E INT E R V IE W บันทึกเส้นทางพบส�านักงานพระพุทธสาสนา

46

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 46

24/11/61 14:57:38


นายเสถียร เหล่าคนค้า ผู้อ�ำนวยกำรส�ำนักงำนพระพุทธศำสนำจังหวัดศรีสะเกษ หลวงพ่อโตคู่บ้าน ถิ่นฐานปราสาทขอม ข้าว หอม กระเทียมดี มีสวนสมเด็จ เขตดงล�าดวน หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล�้าสามัคคี ค� า ขวั ญ ของจั งหวั ดศรี สะเกษ

จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษมี ป ระวั ติ ศ าสตร์ ย าวนานมาก ประกอบด้ ว ย ชนเผ่าหลายเผ่า ทั้งขอม เขมร ลาว เญอ ซึ่งในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ในสมั ย ของสมเด็ จ พระเจ้ า เอกทั ศ น์ พระองค์ ไ ด้ ร วบรวมพลทั พ หลายพลหลายพวกมารวมกัน โดยมีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่าเมื่อปี พ.ศ.2302 มีการรวมพลพรรคขึ้น แล้วตั้งเป็นเมืองขุขันธ์ ซึ่งได้รวม อาณาจักรเดชอุดมและอาณาจักรขุขันธ์ให้เป็นหนึ่งเดียว ต่อมาในสมัย รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยน จากจังหวัดขุขันธ์ เป็นจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่นั้นมา จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษนั บ เป็ น จั ง หวั ด ใหญ่ มี ก ารปกครองทั้ ง หมด 22 อ�าเภอ 2,633 หมู่บ้าน 179 ต�าบล 35 เทศบาล 1 อบจ. ปัจจุบัน มีประชากรทั้งหมด 14,070,231 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ คิดเป็นร้อยละ 99.33 ของจ�านวนประชากรทั้งหมด ในส่วนของวัด ก็มีจ�านวนมาก ทั้งหมด 22 อ�าเภอ มีวัดประมาณ 1,293 วัด ซึ่ง

ไม่นับที่พักสงฆ์กับส�านักสงฆ์รวมอยู่ในจ�านวนนั้น เนื่องจากยังไม่ได้ ขึ้ น ทะเบี ย นถู ก ต้ อ งตามกฎหมาย เพราะปกติ แ ล้ ว ส� า นั ก สงฆ์ ห รื อ ที่พักสงฆ์ จะต้องมาขึ้นทะเบียน เพื่อจะขึ้นเป็นวัดที่ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง โดยวัดจ�านวน 1,293 วัด จะมี 2 นิกาย คือ มหานิกาย และธรรมยุต ในส่วนของพระภิกษุ - สามเณร มหานิกาย มีทั้งหมด 10,542 รูป ในส่วนของธรรมยุต มีพระภิกษุ 794 รูป สามเณร 209 รูป รวมเป็น 1,003 รูป ปัจจุบันรวม 2 นิกาย มีพระสงฆ์จ�านวน 11,546 รูป ตอนนี้ข้อมูลทางแม่ชียังไม่ปรากฏ ในส่วนของส�านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ มีเจ้าหน้าที่ ส�านักงานพระพุทธศาสนาทั้งหมด 13 อัตรา ถือว่ามากพอสมควร ในการที่ จ ะอ� า นวยความสะดวกให้ กั บ พระสงฆ์ ใ นพื้ น ที่ ซึ่ ง ท้ อ งที่ ในแต่ละอ�าเภอจะใกล้กันลักษณะเป็นวงกลม การเดินทางก็สะดวก ระยะทางห่างกันอย่างมากก็ 80 กิโลเมตร

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 47

47

24/11/61 14:57:43


ภารกิ จ ของ สนง.พศจ.ศรีสะเกษ

ในส่วนของส�านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ซึ่งเป็นส�านักงาน ที่สนองงานของพระสงฆ์ คอยอ�านวยความสะดวกให้กับพระสงฆ์ ในจั ง หวั ด นั้ น ๆ โดยเฉพาะ พระสงฆ์ ก็ เ หมื อ นกั บ เจ้ า พนั ก งาน ที่ รั บเงิ น เดื อ นจากรัฐ ซึ่ง ในแต่ล ะเดือ นส�านักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดศรีสะเกษก็จะมอบเงินเดือนให้พระคุณเจ้าหนึ่งหมื่นกว่ารูป ตามสมณศักดิ์ เจ้าอาวาส เจ้าคณะต�าบล เจ้าคณะอ�าเภอ เจ้าคณะ จังหวัด ก็คนละขั้น ซึ่งปัจจุบันนี้เงินอุดหนุนหรือเงินบูรณะวัดต่างๆ ก็ จะลงไปที่วัดร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยส�านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดจะ เป็นเพียงทางผ่านของเงิน ส่วนโรงเรียนพระปริยัติธรรมของจังหวัดศรีสะเกษ ก็เป็น 1 ใน 6 โรงเรียนทั่วทั้งประเทศ ทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ซึ่งสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้การสนับสนุน เพราะเป็นโรงเรียนกันดาร ซึ่งในภาคอีสานมีศรีสะเกษจังหวัดเดียวที่ สามเณรได้รับทุนการศึกษา ตั้งแต่ ม.1 ถึงปริญญาตรี โดยมีสามเณร ที่จบจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมจ�านวนมาก ที่ได้รับพระราชทาน ทุนการศึกษาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เช่นกัน

โครงการเด่น ของ สนง.พศจ.ศรี ส ะเกษ

โครงการส� า คั ญ ที่ โ ดดเด่ น ซึ่ ง ส� า นั ก งานพระพุ ท ธศาสนา จังหวัดศรีสะเกษได้ทา� ไว้ ก็คอื โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หรือทีเ่ รียกว่า “หมูบ่ า้ นรักษาศีล 5” ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่ได้รับรางวัลอันดับ 1 ของประเทศ โดยได้รับโล่และเกียรติบัตรมากมายหลายอย่าง ซึง่ ท่านผูว้ า่ ราชการจังหวัด นายธวัช สุระบาล ก็ได้ให้คณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มาดูงานโครงการศีล 5 ที่จังหวัด เพราะ เป็นโครงการหนึง่ ทีน่ า� ชือ่ เสียงมาให้จงั หวัดศรีสะเกษ ซึง่ จะมีกา� นัน ผูใ้ หญ่ ที่ ไ ด้ รั บ โล่ ห รื อ เกี ย รติ บั ต ร มาน� า เสนอเกี่ ยวกั บ งานโครงการศี ล 5 หมู่บ้านรักษาศีล 5 ซึ่งไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็จะได้รางวัลอันดับ 1 แต่ เป็นการลงความคิดเห็นของแต่ละหมู่บ้าน แต่ละครอบครัว แต่ละคน ซึ่งต้องลงชื่อแสดงเจตจ�านงว่าจะรักษาศีล 5 ให้ได้ ท�าเป็น MOU กันเลย ไม่ใช่ใครจะรักษาศีล 5 ก็รักษาเลย ซึ่งสมเด็จพระเดชพระคุณ ท่านรองเจ้าคณะจังหวัด พระราชธรรมสารสุธ ี (ธีรงั กูร ธีรงฺกโุ ร ป.ธ.9 ,ดร.) ท่านก�าชับในเรื่องนี้ โดยเฉพาะคณะพระสงฆ์ซึ่งท�าทุกอ�าเภอ ท่าน จะเน้นย�้าในเรื่องนี้ เอาใจใส่ในเรื่องนี้เป็นพิเศษ ท�าให้จังหวัดศรีสะเกษ ขึ้นอันดับ 1 ในประเทศ ในเรื่องของการรักษาศีล 5

วัดโพธิ์ ศ รี อ� ำ เภอพยุ ห์ 48

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 48

24/11/61 14:57:49


พระดั ง -เกจิอาจารย์เด่น

จังหวัดศรีสะเกษมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายท่านด้วยกัน เช่น หลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา ท่านเป็นพระภิกษุที่สมถะ สันโดษ และให้ความเมตตากับผู้ตกทุกข์ ได้ยาก และเหล่าลูกศิษย์ลูกหาอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐี หรือยาจก จนได้รับฉายาว่า “เทวดาเดินดิน” ปัจจุบันบรรดาลูกศิษย์ และนั ก ท่ อ งเที่ ย วมั ก จะเดิ น ทางไปกราบไหว้ ส รี ร ะสั ง ขารของท่ า น ที่ไม่เน่าเปื่อยถูกบรรจุอยู่ในโลงแก้ว หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน อ�าเภอกันทรารมย์ แม้ท่านจะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ก็ยังเป็น ทีน่ ยิ มชมชอบของประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดใกล้เคียง และ ประชาชนทั่วไป ที่ให้ความเคารพศรัทธาท่านอยู่

หลวงพ่อเกลี้ยง วัดบ้านโนนแกด อ�าเภอเมือง ท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ปัจจุบัน พระคุ ณ ท่ า นก็ ยั ง มี ชี วิ ต อยู ่ และได้ รั บ ฉายาว่ า “พระอริ ย สงฆ์ 5 แผ่นดิน” หลวงพ่อห้วย วัดห้วยทับทัน อ�าเภอห้วยทับทัน ท่านเป็นพระเถระที่มีคุณูปการต่ออ�าเภอห้วยทับทันอย่างมาก จนชาวบ้านพากันเรียกท่านว่า “หลวงพ่อห้วย” หลวงพ่อแสน วัดหนองจิก อ�าเภอขุนหาญ ประชาชนทั่ ว ไปให้ ค วามเคารพศรั ท ธาในวั ต รปฏิ บั ติ ข องท่ า น ที่สมถะและไม่ยึดติด วัดใดที่ขาดพระสงฆ์และมีผู้นิมนต์ท่านไปอยู่ จ� า พรรษา วั ด นั้ น ก็ จ ะเจริ ญ รุ ่ ง เรื อ งมี ศ รั ท ธาเข้ า วั ด จ� า นวนมาก ปัจจุบันท่านอายุ 110 ปี แต่ยังความจ�าดี สุขภาพแข็งแรง

หลวงปู่สรวง วัดไพรพั ฒ นำ อ� ำ เภอภู สิ งห์ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย 49

.indd 49

24/11/61 14:57:55


วัดมหำพุท ธำรำม อ�ำ เภอเมื องศรี สะเกษ วั ด ดี น ่ าเที่ยวในศรีสะเกษ

จังหวัดศรีสะเกษมีวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวมากมาย รวมถึงวัดที่ส�าคัญ และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เช่น วัดมหาพุทธาราม หรือที่คนเฒ่าคนแก่เรียกว่า วัดป่าแดง หรือ วัดพระโต วัดนี้ตั้งเมื่อ ปี พ.ศ.2494 มีหลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูป โบราณคู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองศรีสะเกษ หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปศิลาจ�าหลัก สร้างขึ้นสมัยขอมโบราณ เรืองอ�านาจ มีฐานยาว 6 เมตร ยอดสูง 6 เมตร 85 เซ็นติเมตร หน้าตักกว้าง 3.50 เมตร จากการสอบถามคนเฒ่าคนแก่จะเรียกว่า “พระโต” 50

วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือ วัดล้านขวด อยู่ที่อ�าเภอขุนหาญ เป็น วัดใหม่ที่เอาขวดแก้วสีต่างๆ มาสร้างเป็นเจดีย์ เป็นรั้ว โบสถ์ หรือ กุ ฏิ โดยทางวั ด ได้ เ ก็ บ รวบรวมขวดแก้ ว ที่ ทิ้ ง เป็ น ขยะจากชาวบ้ า น มาสร้างเสนาสนะต่างๆ ดูสวยงามแปลกตาแต่ก็มีความแข็งแรงคงทน ภายในโบสถ์ยังมีภาพฝาผนังจากการน�าฝาขวดเหล่านี้มาจัดเรียงเป็น ภาพพุทธประวัติด้วย วัดจ�าปา อยู่ในอ�าเภอกันทรารมย์ มีพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้าน คู่เมืองอายุราว 1,400 ปี ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูป ที่ มี ค วามศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ชาวบ้ า นในอ� า เภอกั น ทรารมย์ และใกล้ เ คี ย ง จะเข้าไปกราบไหว้ขอพรอยู่เป็นประจ�า

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 50

24/11/61 14:58:01


วัดป่ำเวฬุวัน อ�ำ เภออุ ทุมพรพิ สั ย นอกจากนี้ วัดจ�าปายังเป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ต้ น แบบ) ที่ มี ค วามโดดเด่ น ด้ า นการเรี ย นการสอน เนื่ อ งจากมี พระครูบวรสังฆรัตน์ เจ้าส�านักซึ่งเป็นรองเจ้าคณะอ�าเภอกันทรารมย์ ท่านจบปริญญาโท เป็นพระนักพัฒนาทีไ่ ด้รบั โล่เกียรติยศ ได้รบั เกียรติบตั ร มากมาย ปัจจุบนั มีเยาวชน นักเรียน นักศึกษาเข้าไปปฏิบตั ธิ รรมจ�านวนมาก วัดส�าคัญที่โดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา เช่น วัดพระธาตุสพุ รรณหงส์ อยูใ่ กล้ๆ ต�าบลน�า้ ค�า ห่างจากจังหวัดศรีสะเกษ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 10 กิโลเมตร วัดนีม้ พี ระอุโบสถตัง้ อยูบ่ นเรือ สุพรรณหงส์จ�าลอง กว้าง 5 เมตร ยาว 13 เมตร มีหลังคาทรงจตุรมุข 3 ชัน้ ยอดมณฑปกลางอุโบสถบรรจุพระบรมสารีรกิ ธาตุซงึ่ ได้รบั ประทาน จากสมเด็จพระสังฆราชฯ

วัดปราสาทพนาราม อ�าเภอห้วยทับทัน เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งมีปราสาทห้วยทับทันเป็นปราสาทขอมโบราณ อยู ่ ใ นบริ เ วณวั ด สั น นิ ษ ฐานว่ า สร้ า งขึ้ น ในราวพุ ท ธศตวรรษที่ 16 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าตีมูรติ ซึ่งคนในชุมชนมีความเชื่อว่า ใครที่มีเรื่องเดือดร้อนใจเมื่อมาบนบานศาลก็จะสมความปรารถนา จึงมีชาวบ้านและนักท่องเทีย่ วนิยมเดินทางมากราบไหว้อยูเ่ สมอ โดยเฉพาะ ในวันขึ้น 15 ค�่า เดือน 3 ของทุกปี จะมีงานประเพณีไหว้พระธาตุ นอกจากวัดทีก่ ล่าวไปข้างต้นแล้ว ในแต่ละอ�าเภอของจังหวัดศรีสะเกษ จะมีวัดพัฒนาตัวอย่างประจ�าอ�าเภออยู่ ก็ขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้ไป เยี่ยมชม และกราบไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ชีวิตครับ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 51

51

24/11/61 14:58:07


EXCL US I V E INT E R V IE W บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนจังหวัด

ใช้ทักษะภาวะผู้น�าที่มีทั้งศาสตร์ และศิลป์ ในการบริหารจัดการศึกษา ให้บรรลุจุดมุ่งหมายของการศึกษา ดร.วิ ชิ ต ไตรสรณกุ ล

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

52

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 52

23/11/61 19:40:47


ดร.วิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ สมัยที่ 4 “ ชีวิตที่อุทิศเพื่อประชาชนชาวศรีสะเกษ ” แม้ท่านจะไม่ได้ประสบความส�าเร็จจากการศึกษาในระดับสูงๆ กอปรด้ ว ยใจที่ อ ยากสร้ า งความส� า เร็ จ ของตนเองให้ เ กิ ด ขึ้ น จาก สองมือสองเท้า ด้วยความมุง่ มัน่ ขยันหมัน่ เพียร มีใจใฝ่เรียนรูต้ ลอดชีวติ ผนวกกับการสั่งสมประสบการณ์จากชีวิตจริงที่ไม่มีสอนในห้องเรียน ท�าให้ท่านได้รับพระราชทานปริญญา รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ ปีการศึกษา 2555 และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) ปี พ.ศ.2558 ในด้านการท�างาน ท่านเป็น ผู้ที่มีมานะ อดทน ไม่เคยท้อถอย ต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น ประกอบกับมีทีมนักบริหารฝีมือดี อันได้แก่

นายมานะพั น ธ์ อั ง คสกุ ล เกี ย รติ รองนายกองค์ ก ารบริ ห าร ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ คนที่ 1 นายวิเชียร ถิระเลิศพานิชย์ รองนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ คนที่ 2 นายอภิศักดิ์ แซ่จึง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ คนที่ 3 และนายดนัย วัฒนปาณี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งแต่ละท่าน ล้วนมีจุดมุ่งหมายอันหนึ่งอันเดียวกันในการพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ จนมายืนอยู่ ณ จุดที่ชาวศรีสะเกษได้มอบความไว้วางใจ และสนับสนุน ให้ท่านด�ารงต�าแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นสมัยที่ 4 ได้อย่างภาคภูมิใจ

รองนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ คนที่ 1

รองนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ คนที่ 2

รองนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ คนที่ 3

ปลัดองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

นายมานะพันธ์ อังคสกุลเกียรติ

นายวิเชียร ถิระเลิศพานิชย์

นายอภิศักดิ์ แซ่จึง

นายดนัย วัฒนปาณี

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 53

53

23/11/61 19:41:01


เปิ ด ใจ นายก อบจ. ศรีสะเกษ ท� า งานเพื่อท้องถิ่น ภูมิใจได้รับ ใช้ป ระชาชน

ในฐานะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ศรีสะเกษ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ดร.วิชิต ไตรสรณกุล ได้เอาจริง เอาจังและพยายามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ อบจ.ศรีสะเกษ ที่ว่า สร้างสังคมมีสุข ส่งเสริมการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว พัฒนาการศึกษาท้องถิ่น ได้มาตรฐาน “ผมได้ ก� า หนดแผนพั ฒ นาครอบคลุ ม ทุ ก ด้ า น ไม่ ว ่ า จะเป็ น ด้ า นสาธารณู ป โภคขั้ น พื้ น ฐานด้ า นเศรษฐกิ จ ด้ า นการศึ ก ษา ด้านสาธารณสุข สวัสดิการสังคม ตลอดจนศิลปวัฒนธรรม เราให้การดูแล อย่างทัว่ ถึงทัง้ แก่กลุม่ สตรี กลุม่ ผูส้ งู อายุ เด็ก นักเรียน เยาวชน ผูด้ อ้ ยโอกาส ทางการศึ ก ษาผู ้ พิ ก าร และประชาชนทั่ ว ไป พร้ อ มทั้ ง ในเรื่ อ งของ การถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นนโยบายที่ครอบคลุม ทุกด้านที่ผมได้แถลงไว้กับสภา อบจ.ศรีสะเกษ” นโยบายในการบริหารที่ท่านให้ความส�าคัญเป็นพิเศษ ก็คือ “ผมได้พยายามสร้างความพึงพอใจให้กับพ่อแม่พี่น้องผู้รับบริการ จากภาครัฐให้มากที่สุด โดยตั้งใจจะขยายงานและนโยบายที่ส�าคัญ เกี่ ย วกั บ เรื่ อ งของการบริ ห ารงานด้ า นสาธารณู ป โภคให้ ม ากที่ สุ ด เพื่อการรองรับการพัฒนาของเมืองที่ไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าถนนในเส้นต่างๆ ประปา ไฟฟ้า ถือว่าเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานที่ส�าคัญ เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ ป ระชาชนโดยยึ ด หลั ก ธรรมาภิ บ าล นอกจากนี้ ศ รี ส ะเกษยั ง มี แหล่งท่องเที่ยวระบบนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่น่าสนใจ อย่างมาก ซึง่ ต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐาน ถนนหนทางทีจ่ ะลงไป ในพืน้ ทีท่ อ่ งเทีย่ วให้มคี วามสะดวก พร้อมขับเคลือ่ นพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด ชุมชนท้องถิ่น ให้อยู่รอดและยั่งยืน” การบริหารราชการในสไตล์ของท่าน คือเน้นการท�างานเชิงรุกมากกว่า และที่ ส� า คั ญ คือ มีการประเมิน ผลการด�า เนิน โครงการต่างๆ อย่าง ต่อเนื่องด้วย “หลังจากด�าเนินโครงการต่างๆ ไปแล้ว อบจ.ศรีสะเกษ ก็จะมี การติดตามประเมินผลโครงการนัน้ ๆ อย่างเช่นการสร้างฝายกักเก็บน�า้ เราก็จะลงไปส�ารวจติดตามดูว่าประชาชนใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าหรือไม่ ถ้ า บางพื้ น ที่ ช าวบ้ า นใช้ ป ระโยชน์ ไ ด้ คุ ้ ม ค่ า อบจ. ก็ จ ะมี โ ครงการ ระยะที่ 2 ที่ 3 ตามไปอีก เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และเนื่องจาก อบจ. เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นมาเพื่อให้บริการและแก้ปัญหาสาธารณะ โดยตรง แม้ แ ต่ เ รื่ อ งที่ ป ระชาชนไม่ ไ ด้ ร ้ อ งขอมา แต่ เ มื่ อ เราดู แ ล้ ว ว่าพอทีจ่ ะช่วยเหลือพีน่ อ้ งประชาชนได้ เราก็ไม่ลงั เลพร้อมไปช่วยในทันที” ดร.วิชิต ไตรสรณกุล ได้แสดงความรู้สึกต่อบทบาทการท�างาน ของท่านว่า 54

“เมื่อต้องมาบริหารงานองค์กรขนาดใหญ่ เป็นธรรมดาที่จะต้อง เจออีกหลายปัญหาที่ตามมา และมีทั้งคนรักและคนเกลียดนักการ เมือง แต่เพราะได้รับความรักความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนที่ เลือกผมเข้ามาปฏิบัติภารกิจ ผมก็รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจ ที่ได้ท�างาน รับใช้แผ่นดิน ประชาชน และพระมหากษัตริย์”

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 54

23/11/61 19:41:04


อบจ.ศรีสะเกษ เร่งรับ มือขยะล้ นเมื อ ง ทุ ่ มร้ อยล้าน ผุด โรงคัด แยกขยะ

แม้จังหวัดศรีสะเกษจะไม่ได้ติดโผอยู่ใน 10 อันดับแชมป์หรือ รองแชมป์ ในฐานะจังหวัดนักสร้างและสะสมขยะตัวยง และยังได้รับ รางวัลชมเชย “จังหวัดสะอาด” ประจ�าปี 2561 ระดับกลุ่มจังหวัด ขนาดใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยหายห่วง เพราะสถานการณ์ปัญหา ขยะล้นเมืองโดยภาพรวมของจังหวัดก็น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน เรือ่ งนี ้ ดร.วิชติ ไตรสรณกุล ไม่ได้นงิ่ นอนใจ ท่านเล็งเห็นความส�าคัญ ของวิกฤตปัญหาดังกล่าว และได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างศูนย์จัดการ ขยะมูลฝอยรวม ให้เกิดขึ้นอย่างน้อย 4 ศูนย์ ใน 4 โซน คือ อ.เมือง ศรีสะเกษ อ.กันทรลักษ์ อ.ขุขันธ์ และอ.ราษีไศล พื้นที่ละ 1 แห่ง เพื่อบริหารจัดการขยะของแต่ละอ�าเภอและต�าบลใกล้เคียง

“ในความเป็นจริง ศูนย์จ�ากัดขยะคือการแก้ปัญหาที่ปลายทาง เราต้ อ งปลู ก ฝั ง แนวคิ ด ได้ ตั้ ง แต่ ต ้ น ทาง สร้ า งความเข้ า ใจใหม่ ว ่ า ขยะไม่ใช่สิ่งไร้ค่า ขยะจ�าพวกเศษอาหารพวกนี้สามารถน�าไปท�าปุ๋ย หมักปุ๋ยชีวภาพได้ พวกเศษกระดาษ เศษเหล็ก ขวดแก้ว พลาสติก ก็ เ ป็ น ขยะรี ไ ซเคิ ล หรื อ ขายได้ ต้ อ งช่ ว ยกั น สร้ า งจิ ต ส� า นึ ก ปลู ก ฝั ง เรื่องนี้ให้ได้ เป็นหนทางเดียวที่เราจะสามารถแก้ปัญหาขยะล้นเมือง ได้ ถ้ า เราช่ ว ยกั น ท� า ให้ ไ ด้ ทุ ก คนก็ จ ะมี ส ่ ว นร่ ว มในการประหยั ด งบประมาณส่วนนี ้ และน�างบประมาณนีไ้ ปบริหารจัดการเพือ่ การพัฒนา คุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ ของจังหวัดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราอยาก จะให้เข้าใจตรงกันคือ การแก้ไขปัญหาขยะไม่ใช่เรื่องที่จะโยนความ รับผิดชอบไปให้ใครหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่มันคือภารกิจ ของพวกเราทุกคน เราต้องมาช่วยกันคิดแก้ปญ ั หาเรือ่ งนี ้ ช่วยกันคนละไม้ คนละมือ เพื่อสร้างจังหวัดของเรา สร้างโลกของเราให้น่าอยู่” SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 55

55

23/11/61 19:41:10


ผู ้ บ ริ ห าร และ อปท. ดี เ ด่ น ด้า นการศึกษา 2 รางวัล

นอกเหนือจากเรือ่ งการพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานแล้ว เรือ่ งการศึกษา ก็ เ ป็ น หั ว ใจหลักที่ท่า นทุ่มเทเอาใจใส่ดูแลอย่า งใกล้ชิด แก่โ รงเรียน ภายในสั ง กั ด องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นจั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ จึ ง ส่ ง ผลให้ ดร.วิชิต ไตรสรณกุล ในฐานะที่เป็นหัวเรือใหญ่ ได้รับรางวัล “ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่นด้านการศึกษา” ซึ่งเป็นรางวัล ที่ ก รมส่ ง เสริ ม การปกครองท้ อ งถิ่ น ร่ ว มกั บ มู ล นิ ธิ ช ่ ว ยการศึ ก ษา ท้องถิน่ จัดขึน้ เพือ่ เป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและเสริมสร้างขวัญก�าลังใจ แก่ ผู ้ บ ริ ห ารองค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น และผู ้ อ� า นวยการส� า นั ก / กองการศึกษา และรางวัลเกียรติยศ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ด้านการศึกษา ประจ�าปี 2561 จาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี ท�าเนียบรัฐบาล “ 2 รางวัลนี้ถือเป็นการสร้างขวัญและก�าลังใจให้กับเราว่า สิ่งที่เรา ทุ่มเทท�ามาขนาดนี้ ก็ยังมีคนเห็นความตั้งใจของเราอยู่ เรายึดหลัก คุณธรรม จริยธรรม และให้ความเสมอภาคกับทุกๆ โรงเรียนอย่าง เท่ า เที ย ม มาถึ ง วั น นี้ ถื อ ว่ า โรงเรี ย นในสั ง กั ด อบจ.ศรี ส ะเกษ มีผลสัมฤทธิ์ที่น่าพึงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องวิชาการ ดนตรี กีฬา ซึ่งได้รับรางวัลจากการเข้าร่วมแข่งขันประเภทต่างๆ มากมาย ” นายก อบจ. กล่าวอย่างภาคภูมิ เมือ่ เรียนถามถึงหัวใจส�าคัญในส่วนของการบริหารจัดการด้านโครงสร้าง อ�านาจนั้น ดร.วิชิต ชี้แจงเรื่องนี้ว่า “ส่วนหนึ่งคงจะเกิดจากการบริหารแบบให้อิสระกับผู้บริหาร โดย อบจ.ศรีสะเกษ ใช้รูปแบบมอบอ�านาจให้ผู้บริหารโรงเรียนโดยตรง คือ ให้บริหารกันเองอย่างอิสระ และคอยย�้าเตือนผู้บริหารโรงเรียนว่า นอกจากท่านท�าหน้าทีใ่ นการตัดสินใจในการบริหารจัดการสถานศึกษา ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลนั้น ยังจ�าเป็นต้องใช้ทักษะภาวะ ผูน้ า� ทีม่ ที งั้ ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารจัดการศึกษา ให้บรรลุจดุ มุง่ หมาย ของการศึกษา และบุคคลในหน่วยงานถือเป็นทรัพยากรที่ส�าคัญที่สุด ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า “บุคคลเป็นหัวใจของการบริหาร” เพราะบุคคลเป็น ผู้ด�าเนินการกับปัจจัยต่างๆ ทั้งวัสดุ อุปกรณ์ และการจัดการต่างๆ ในการบริหารจัดการศึกษาในสถานศึกษาให้ประสบกับความส�าเร็จ อย่างดียิ่งนั่นเอง” นอกจากนี้ อบจ.ศรี ส ะเกษ ยั ง ได้ ทุ ่ ม งบกว่ า 100 ล้ า นบาท เพื่อจัดตั้ง อุทยานการเรียนรู้ศรีสะเกษ (Sisaket Knowledge Park - SSK Park) ขึ้น ซึ่งน�ารูปแบบมาจาก ส�านักงานอุทยานการเรียนรู ้ (Thailand Knowledge Park - TK PARK) โดยมุ่งหวังอยากให้เป็น แหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่รวบรวมภูมิปัญญา 56

ท้องถิ่น เป็นศูนย์กลางที่ชาวจังหวัดศรีสะเกษจะมาค้นคว้าหาความรู ้ และสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ พัฒนาทักษะ ให้แก่เด็กๆ ในทุกๆ ด้าน เพื่อพร้อมสู่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ “แม้ว่าการมาท�าตรงนี้เปรียบเสมือนการปิดทองหลังพระ เพราะ คนทั่วไปไม่ค่อยทราบว่านี่คืองบประมาณของ อบจ. สมมุติว่าเราอนุมัติ งบประมาณให้กบั โรงเรียนแห่งหนึง่ สร้างอาคารอเนกประสงค์แปดล้านบาท ก็ได้เฉพาะตัวอาคาร แต่ถ้าเอาเงินส่วนนี้ไปท�าถนนเข้าหมู่บ้านตามที่ หลายคนต้องการ ชาวบ้านก็จะกล่าวแซ่ซอ้ งสรรเสริญเรามากขนาดไหน นี่ จึ ง เป็ น เหตุ ผ ลที่ นั ก การเมื อ งส่ ว นใหญ่ ไ ม่ ค ่ อ ยทุ ่ ม เทให้ กั บ เรื่ อ ง การศึกษาเท่าไหร่นัก” “แต่ส�าหรับผม ผมคิดว่าการที่บ้านเมืองจะเจริญก้าวหน้า ย่อม มาจากพลเมืองที่มีคุณภาพก่อน และการที่พลเมืองจะมีคุณภาพได้ จะต้องเริ่มจากเรื่องการศึกษา ถ้าได้รับการศึกษาที่ดี ย่อมน�าไปสู่ คุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อประชาชนอยู่ดีกินดี ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง ผมจึงให้ความส�าคัญกับเรือ่ งการศึกษาไม่นอ้ ยไปกว่าการพัฒนาด้านอืน่ ๆ โดยมุ่งเน้น ผู้เรียนเป็นส�าคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถ เรี ย นรู ้ แ ละพั ฒ นาตนเองได้ เ ต็ ม ศั ก ยภาพ ทุ ก คนสามารถเป็ น คนเก่ง คนดี มีความสุข ได้”

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 56

23/11/61 19:41:11


องค์ ก รแห่ ง การเรี ย นรู ้ ศ าสตร์ พระราชา สู ่ ก ารพั ฒนาที่ยั่ง ยืน

คิด ท�า น�า เปลี่ยน เชื่อว่าคนไทยทุกคนล้วนตระหนักถึงพระราชกรณียกิจมากมาย หลายโครงการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงมีพระราชด�าริและทรง รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�าริหลายโครงการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้ ส�านึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นการ สานต่ อ พระราชปณิ ธ านและสนองพระราชด� า ริ ด ้ า นการส่ ง เสริ ม เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง จึ ง ได้ มี น โยบายที่ จ ะพั ฒนาให้ อบจ.ศรี ส ะเกษ ยกระดั บ เป็ น องค์ ก รแห่ ง การอนุ รั ก ษ์ ส มุ น ไพร ซึ่ ง ถื อ เป็ น อี ก หนึ่ ง พันธกิจของ อบจ. ที่จะต้องร่วมกันอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เอาไว้ไม่ให้สญ ู หายไปจากแผ่นดินอีสาน เพือ่ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ การพัฒนาคุณภาพชีวิต ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม ผ่านการบริหารจัดการของ ศูนย์สง่ เสริมเศรษฐกิจพอเพียง สวนสมุนไพร และศูนย์สง่ เสริมการใช้พลังงานทดแทน ซึง่ จัดตัง้ ขึน้ เมือ่ ปี พ.ศ.2552 เพื่ อ ให้ เ ป็ น แหล่ ง เรี ย นรู ้ สู ่ ก ารพั ฒนาที่ ยั่ ง ยื น เกี่ ยวกั บ การเกษตรทฤษฎีใหม่ การท�าเกษตรอินทรีย์ การท�าปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ใช้ ใ นครั ว เรื อ น และรวบรวมพื ช ท้ อ งถิ่ น พื ช สมุ น ไพรไทยหายาก ว่านนานาชนิด เป็นการสร้างจิตส�านึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น สร้างภูมิคุ้มกันต่างๆ ให้กับเครือข่ายเกษตรกร และมุ่งหวังให้เป็น ศูนย์กลางการเรียนรูเ้ พือ่ เผยแพร่ให้กบั เกษตรกรและประชาชนทัว่ ประเทศ ประกอบกับจังหวัดศรีสะเกษได้มนี โยบายมอบหมายให้สว่ นราชการ ทั้งส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนองพระราชด�าริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ สมเด็จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุ ม ารี ( อพ.สธ.) ดั ง นั้ น อบจ.ศรีสะเกษ จึงได้สนองพระราชด�าริดังกล่าว “จุ ด เด่ น ของที่ นี่ คื อ ได้ จั ด ให้ เ ป็ น สถานที่ ศึ ก ษาดู ง านด้ า น การเพาะปลูก การขยายพันธุ์ การแปรรูป การเก็บรวบรวมพืชสมุนไพร และพื ช ท้ อ งถิ่ น การท� า จุ ลิ น ทรี ย ์ สั ง เคราะห์ แ สง(PSB) การท� า แปลงนาสาธิต พืชสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ การอบรมเชิงปฏิบัติการ วิ ช าการ และกิ จ กรรมอื่ น ๆ คงต้ อ งขอบคุ ณ ทั้ ง ข้ า ราชการและ พนักงานใน อบจ. ล้วนเป็นบุคคลส�าคัญยิ่งในการบริหารจัดการศูนย์ฯ” SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 57

57

23/11/61 19:41:17


โครงการโรงเรียน/หมู่บ้านศีล 5

ตามรอยพ่ อ อย่ า งพอเพี ย ง

ในนามของคณะท�างานขับเคลื่อนโครงการโรงเรียน/หมู่บ้านศีล 5 ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง ดร.วิชติ กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการนีว้ า่ เดิมทีได้มอบหมายให้ นายทิวา รุง้ แก้ว ผูเ้ ชีย่ วชาญพิเศษด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และประธานชมรมคนรักในหลวง จังหวัดศรีสะเกษ ด�าเนินโครงการ ‘หมู่บ้านวัฒนธรรม ตามรอยพ่อ อย่างพอเพียง’ ให้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2556 จากนั้นจึงได้ต่อยอด โครงการดังกล่าว ด้วยความร่วมกับองค์กรเครือข่ายจัดท�า ‘โครงการ โรงเรียน/หมู่บ้านศีล 5 ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง’ ซึ่งมีหมู่บ้าน ต�าบล โรงเรียน และหน่วยงานเข้าร่วมในโครงการเป็นจ�านวนมาก โดยปี ที่ผ่านมา ได้มีการมอบรางวัล เพื่อเป็นเกียรติเป็นขวัญก�าลังใจ อีกทั้ง มี ห น่ ว ยงานเครื อ ข่ า ยที่ ใ ห้ ก ารสนั บ สนุ น ทั้ ง ด้ า นงบประมาณและ บุคลากร จึงได้มีการขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง ส�าหรับในปี พ.ศ.2561 นี้ อบจ.ศรีสะเกษ ยังคงต่อยอดจัดโครงการ โดยมี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ เฉลิ ม พระเกี ย รติ ส มเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยมีโรงเรียนและชุมชน รวม 308 โรงเรียน 308 ชุมชน เข้าร่วมโครงการ มีผลการด�าเนินงานเชิงประจักษ์ ตามรูปแบบการพัฒนาแบบ “บ้าน วัด โรงเรียน” ได้อย่างดียิ่ง เพื่อร่วม แลกเปลีย่ นเรียนรูก้ ารพัฒนาเพือ่ ขับเคลือ่ นโครงการ และเพือ่ มอบโล่รางวัล และเกียรติบตั รเชิดชูเกียรติแก่โรงเรียน หมูบ่ า้ น และบุคคล ทีเ่ ข้าร่วมโครงการฯ

58

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 58

23/11/61 19:41:20


เที่ยววัดเมืองศรี OTOP นวัตวิถี กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษเป็ น จั ง หวั ด ชายแดนในภาคอี ส านตอนล่ า ง ทีเ่ ต็มไปด้วยเรือ่ งราวทางประวัตศิ าสตร์ อารยธรรม และศิลปวัฒนธรรม ของหลากหลายชนชาติ โดยเฉพาะขอมโบราณ ที่ผสมผสานเข้ากับ วิถชี วี ติ พืน้ บ้านแบบไทยอีสานได้อย่างลงตัวและกลมกลืน มีเอกลักษณ์ โดดเด่นและน่าสนใจ ปั จ จุ บั น จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษได้ เ ดิ น หน้ า เน้ น การท่ อ งเที่ ย วแบบ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี” ดึงภูมิปัญญา วิถีชีวิต เพิ่มรายได้ ชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่เป็นรูปธรรม ในการขั บ เคลื่ อ นภารกิ จ ตามนโยบายของรั ฐ บาล ภายใต้ โ ครงการ “ไทยนิ ย ม ยั่ ง ยื น ” เป้ า หมายส� า คั ญ เพื่ อ สร้ า งชุ ม ชนเข้ ม แข็ ง เน้ น การจ�าหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอป มีจุดขายที่เป็นเสน่ห์ สร้างเศรษฐกิจ ฐานราก ลดความเหลื่อมล�้าในสังคม เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นได้มี ส่วนร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวกระจายรายได้ให้กับคนท้องถิ่น และ ประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมกันนี ้ อบจ.ศรีสะเกษ ยังได้จดั ให้สนิ ค้าโอทอปของชุมชนต่างๆ มาจัดวางจ�าหน่ายทีศ่ นู ย์แสดงและจ�าหน่ายสินค้าหนึง่ ต�าบลหนึง่ ผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของ อบจ.ศรีสะเกษ เพื่อเป็นการส่งเสริมสินค้าของชุมชน

อีกทางหนึ่ง และขอเชิญท่องเที่ยวและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองทั้งของ ชาวไทยและชาวกั ม พู ช า ณ บริ เ วณตลาดนั ด เมื อ งใหม่ ช ่ อ งสะง� า อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ภายใต้การบริหารจัดการดูแลของ อบจ.ศรีสะเกษ โดยเปิดตลาดตั้งแต่เวลา 06.00 น. ทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ พร้อมทั้งแวะจิบกาแฟ ถ่ายภาพ ชมวิวธรรมชาติอันงดงามที่บริเวณ ผาพญากูปรี กราบไหว้สรีสะสังขารของหลวงปู่สรวงที่วัดไพรพัฒนา ท่องเที่ยวชม ช็อป สินค้า ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ด่านถาวรช่องสะง�า อ�าเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ท้ายนี้ ดร.วิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ศรีสะเกษ ได้ฝากถึงพี่น้องประชาชนชาวศรีสะเกษว่า “ผมไม่ ไ ด้ นิ่ ง เฉย เพราะผมคิ ด อยู ่ เ สมอว่ า จะท� า อะไร ให้ เ กิ ด ประโยชน์ กั บ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษบ้ า นของเราให้ ไ ด้ ม ากที่ สุ ด ถึงแม้ว่าผมจะเป็นฝ่ายการเมือง แต่ความคิดความหวังดีต่อจังหวัด ผมคิดวางแผนพัฒนาและท�างานหนักอยู่ตลอดเวลา เพราะศรีสะเกษ ก็ คื อ บ้ า นเกิ ด เมื อ งนอนของผมเช่ น กั น นี่ คื อ ชี วิ ต ที่ ท� า งานมา และ จะตั้งใจท�างานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไปให้ดีที่สุด”

อบจ.ศรีสะเกษ...ตามติดใกล้ชิดประชาชน

อบจ.ศรีสะเกษ ขอเชิญมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของรายการ “อบจ.ศรีสะเกษ พบประชาชน” ดังนี้ 1. ทุกวันจันทร์และวันอังคารของสัปดาห์ รับฟังรายการทาง สวท.ศรีสะเกษ เวลา 15.10 – 16.00 น. ทางระบบ F.M.100.25 MHz. ความถี่ในระบบ A.M. 864 กิโลเฮิรตซ์ 2. ทุกวันศุกร์ เสาร์และวันอาทิตย์ รับชมรายการ “อบจ.เพื่อคนท้องถิ่น” ทาง เอส.บี.เอส.เคเบิ้ลทีวี ช่อง 4 และช่อง 10 หลังข่าวท้องถิ่น พร้อมออกอากาศทางยูทูปทุกสัปดาห์ และสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของ อบจ.ศรีสะเกษ

www.pao-sisaket.go.th

องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 59

59

23/11/61 19:41:22


Revealing Chief Executive

Sisaket Provincial Administrative Organization (PAO) feelings Working for community, proud to serve people.

As the executive of Sisaket Provincial Administrative Organization (PAO), high-level local administrative organization. Dr. Wichit Trisoranakul is in earnest and attempt to resolve the trouble of people considerably, in order to harmonize with vision of Sisaket PAO which is “establish happy society, support border trade and tourism, develop local education to keep it up to the mark”. I determine the plan on inclusively developing regardless of basic public utility, economy, education, public health-social welfare including art and culture. We taking care of everyone from all walks of life no matter who they are, women, elderly persons, children, students, juveniles, people who are disadvantaged on education, disabled persons and general people along with passing on new technology and 60

innovation which is the policy that cover every field as stated to council”. As for administrative policies that Sisaket PAO particularly gives its precedence to, which those policies are as follows: “PAO attempts to make highest contentment for every one whom served by government sector by intending to enlarge jobs and important policies about public utility administration as much as possible in order to support the unceasing development of city regardless of road, water supply and electricity which are important fundamental factors for the highest benefit of people by hold to Good Governance principles. Moreover, Sisaket has very interesting ecological tourist attraction and cultural tourism location which the infrastructure of these places are needed to develop

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 60

23/11/61 19:41:27


including with road to these areas to make it accessed comfortably. In the meantime, we also ready to propel and develop business of Sisaket province and local communities to make it survivable and sustainable”. His style of administration of government service is emphasizing on proactive behavior. More importantly, there is the continuous evaluation of projects that under his supervision. “After carried out many projects, Sisaket PAO also paid attention on evaluation of these projects such as dam-constructing, we have followed up this project to see that people could utilized its usefulness to the utmost. If in some area locals can do it, we will proceed the second and third phase of this project to create continuity. Moreover, because PAO is an organization which created for serving

people and solving public problem even an issue that people did not requested, but when we had checked an issue and we were able to provide assistance to people, we will not hesitate to help you immediately.” Dr. Wichit Trisoranakul had expressed his feeling toward his work as follows: When anyone have to administer large organization, it is normal to encounter many troubles and there always be people who love and hate us. However, we got love and trustworthiness from locals whom chose us to perform missions. I am really happy and proud of my work which allowed us to work and serve the homeland, people and the King.

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 61

61

23/11/61 19:41:34


“เป็ น ธนาคารพั ฒ นาชนบทที่ มั่ น คง มี ก ารจั ด การที่ ทั น สมั ย ให้ บ ริ ก ารทางการเงิ น ครบวงจร เพื่ อ ยกระดั บ คุ ณ ภาพชี วิ ต ของเกษตรกรอย่ า งยั่ ง ยื น ” คื อ วิ สั ย ทั ศ น์ (Vision) ของธนาคารเพื่ อ การเกษตรและสหกรณ์ ก ารเกษตร ซึ่ ง ยึ ด มั่ น ในหลั ก ปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง และค� า นึ ง ถึ ง ความส� า คั ญ ของการก� า กั บ ดู แ ลที่ ดี การบริ ห ารความเสี่ ย ง และเชื่ อ มโยงกั บ เป้ า หมายการพั ฒ นาที่ ยั่ ง ยื น (Sustainable Development Goals) มาเป็ น แกนของการพั ฒ นาและเป็ น แนวทางการบริ ห ารจั ด การ โดยได้ ใ ห้ นิ ย ามความยั่ ง ยื น ขององค์ ก รไว้ ว ่ า “เป็ น ธนาคารพั ฒ นาชนบทที่ มั่ น คง ยึ ด มั่ น การดาเนิ น งานตามหลั ก ปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง”

นางสาวสุ วิ ม ล อรอิ น ทร์ ผู้อ�านวยการส�านักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดศรีสะเกษ

นายวิ รุ ฬ ห์ แสงสุ ข

นายสายั น ต์ พู น ศิ ริ

ผู ้ ช ่ ว ยผู ้ อ� า นวยการส� า นั ก งาน ธ.ก.ส.จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

ผู ้ ช ่ ว ยผู ้ อ� า นวยการส� า นั ก งาน ธ.ก.ส.จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

โดยการน�าของ นางสาวสุวิมล อรอินทร์ ผู้อ�านวยการส�านักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดศรีสะเกษ นายวิรุฬห์ แสงสุข ผู้ช่วยผู้อ�านวยการส�านักงาน ธ.ก.ส.จังหวัด ศรีสะเกษ และนายสายันต์ พูนศิริผู้ช่วยผู้อ�านวยการส�านักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยผู้บริหารสาขา จ�านวน 20 ท่าน โดยจังหวัดศรีสะเกษ มีอา� เภอจ�านวน 22 อ�าเภอ มีสาขาของส�านักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดศรีสะเกษ เปิดให้บริการจ�านวน 20 สาขา และ 4 สาขาย่อย โดยให้บริการ รับฝากเงิน สินเชื่อ ธุรกรรมทางการเงิน ธุรกิจต่างประเทศ และเงินฝากสงเคราะห์ชีวิต

62

SBL บันทึกประเทศไทย I ฉะเชิงเทรา

.indd 62

23/11/2561 10:04:09


กิจกรรมส�าคัญในปีบัญชี 2561 ธ.ก.ส.มอบรถพยาบาล พนั ก งานธนาคารในสั ง กั ด ส� า นั ก งาน ธ.ก.ส. จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับทุกจังหวัดในเขตด�าเนินงาน ฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้รว่ มกันสมทบทุนจัดซือ้ รถพยาบาล มูลค่า 2 ล้านบาท มอบให้โรงพยาบาลศรีสะเกษไว้ ใช้ ในภารกิจ ช่วยเหลือ ผู้ป่วย โดยท�าการส่งมอบเมื่อ 22 สิงหาคม 2561

โครงการสนับสนุนการสร้างฝาย “ฝายมีชีวิต” ปี 2560 ส�านักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกับ ประชาชนในชุมชน ในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกัน ท�าการก่อสร้างฝายในรูปแบบ “ฝายมีชีวิต” เพื่อเก็บกักน�้า ไว้ ใช้ ในฤดูแล้ง และเป็นการยกระดับน�้าใต้ดิน โดยเป็นฝาย ขนาดกลาง 4 ฝาย และฝายขนาดเล็ก 9 ฝาย ธนาคารฯ สนับสนุนงบประมาณกว่า 900,000 บาท ส่วนชุมชนเป็น แรงงาน

* การจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค ส�านักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดศรีสะเกษ จับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ ทวีโชค ครั้งที่ 45 (1/2561) ณ ที่ว่าการอ�าเภอราษีไศล รางวัลที่จับ จ�านวน 1,582 รางวัล เป็นเงินจ�านวน กว่า 10,000,000 บาท ส� า หรั บ ผู ้ ฝ ากเงิ น ออมทรั พ ย์ ท วี โ ชค ยอดเงิ น ฝากคงเหลื อ ทุ ก ๆ 2,000 บาท ฝากติดต่อกันทุก ๆ 3 เดือนในแต่ละรอบด�าเนินการ จะได้รบั สิทธิจ์ บั รางวัล 1 สิทธิ ์ ยอดเงินฝากคงเหลือทุกๆ 5,000 บาท ฝากติดต่อกันตั้งแต่ 5 เดือนขึ้นไปแต่ละรอบด�าเนินการ จะได้รับสิทธิ์ จับรางวัลเพิ่ม 3 สิทธิ์ หลากหลายผลิตภัณฑ์ที่พร้อมให้บริการทั้ง สลาก ออมทรัพย์ หน่วยละ 500 บาทลุ้นรางวัล 20 ล้านบาท หรือหน่วยละ 100 บาท ลุ้นรางวัล 10 ล้านบาท 36 งวด เงิ น ฝากออมทรั พ ย์ ท วี โ ชค บริ ก ารทางการเงิ น อื่ น ๆ เช่น A-mobile ให้ชีวิตเป็นเรื่องง่ายจนถึงการให้บริการ ด้านเงินทุนในทุกๆกลุ่มลูกค้ารายย่อย รายใหญ่ ลูกค้า ผู้ประกอบการ SMAEs พร้อมการให้ค�าแนะน�าในการ ด�าเนินธุรกิจ “ธ.ก.ส.เคียงคู่รู้ค้าประชาชน”

CHACHOENGSAO I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 63

63

23/11/2561 10:04:12


TRAVEL GUIDE

บันทึกเส้นทางความเป็นมาจังหวัดศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ

เมืองแห่งคนกล้าและจงรักภักดี จังหวัดศรีสะเกษ หรือชื่อเดิมคือ “เมืองขุขันธ์” นั้น เป็นเมืองที่มีบรรพบุรุษชาวส่วยหรือกวย เป็นผู้ที่มีความเก่งกล้าสามารถในการล่าช้างป่าและเลี้ยงช้าง และมีความจงรักภักดีต่อแผ่นดิน ท�าให้หัวหน้าหมู่บ้านป่าดงได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์ และยกบ้านป่าดงขึ้นเป็น “เมืองขุขันธ์” เมืองที่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ดินแดนอีสานใต้...มากเสน่ห์ 64

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 64

23/11/2561 16:37:11


SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 65

65

23/11/2561 16:37:14


ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดี สันนิษฐานว่า พื้นที่ภาคอีสานในปัจจุบัน เคยเป็ น ที่ อ ยู ่ ข องพวกละว้ า และลาว มี แว่ น แคว้ น อาณาเขตปกครองที่ เ รี ย กว่ า “อาณาจักรฟูนัน” กระทั่งราวปี พ.ศ.1100 พวกละว้าทีเ่ คยมีอา� นาจปกครองอาณาจักร ฟูนนั เสือ่ มอ�านาจลง ขอมเข้ามามีอา� นาจแทน และตัง้ อาณาจักรเจนละ หรืออิศานปุระขึน้ พวกละว้ า จึ ง ถอยร่ น ไปทางเหนื อ และ ปล่อยให้พื้นที่ภาคอีสานรกร้างว่างเปล่า เป็นจ�านวนมาก รวมถึงเขตพื้นที่จังหวัด ศรี ส ะเกษและจังหวัดใกล้เ คีย งได้ถูก ทิ้ง ให้เป็นที่รกร้างและเป็นป่าดง ในสมั ย ขอมเรื อ งอ� า นาจ ได้ แ บ่ ง การปกครองเป็ น 3 ภาค โดยมี ศู น ย์ การปกครองอยู ่ ที่ ล ะโว้ ( ลพบุ รี ) พิ ม าย (นครราชสี ม า) และสกลนครมี ฐ านะ เป็ น เมื อ งประเทศราช ขึ้ น ตรงต่ อ ศู น ย์ ก ลางการปกครองใหญ่ ที่ น ครวั ด ส่ ว นดิ น แดนที่ เ ป็ น จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษนั้ น ขอมน่ า จะใช้ เ ป็ น เส้ น ทางสั ญ จรไปมา

66

ระหว่างเมืองประเทศราชดังกล่าว เพราะ ปรากฏโบราณสถานโบราณวั ต ถุ ข อง ขอมจ�านวนมาก ซึ่งกรมศิลปากรส�ารวจ ในจังหวัดศรีสะเกษเมื่อ พ.ศ.2512 พบ จ�านวน 15 แห่ง ไม่รวมเขาพระวิหาร ซึง่ เป็นเทวสถานของขอมทีย่ งิ่ ใหญ่แห่งหนึง่ นอกจากนีย้ งั มีปราสาทหินสระก�าแพงใหญ่ สระก�าแพงน้อย ปราสาทลุมพุก ปราสาท บ้ า นทามจาน(บ้ า นสมอ) ปราสาทเยอ ปราสาทโดนต็วล (ช่องตาเฒ่า อ.กันทรลักษ์) โดยสั น นิ ษ ฐานว่ า โบราณสถานเหล่ า นี้ มีอายุประมาณ 1,000 ปีเศษ ซึ่งขอมคง สร้างขึน้ เพือ่ เป็นทีพ่ กั และประกอบพิธที าง ศาสนาระหว่างเดินทางจากนครวัด นครธม ข้ามเทือกเขาพนมดงรักมาสูศ่ นู ย์กลางการ ปกครองภาคอีสานทั้ง 3 เมือง

สมัยกรุงศรีอยุธยา

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาอาณาจักรไทย กว้างขวางมาก มีชาวบ้านป่าซึ่งเป็นชน กลุ่มน้อยอาศัยอยู่แถบเมืองอัตปือแสนแป แคว้นจ�าปาสักฝั่งซ้ายแม่น�้าโขง ชนพวกนี้

เรียกตัวเองว่า “ข่า” “ส่วย” “กวย” หรือ “กุย” ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการจับช้างป่า มาเลี้ยงไว้ใช้งาน และอาศัยอยู่รวมกันเป็น ชุมชนใหญ่ หาเลี้ยงชีพด้วยการเกษตรและ หาของป่ามาบริโภคใช้สอย มีการไปมาหาสู่ ติดต่อกันระหว่างพวกส่วยอยู่เสมอ พ.ศ.2302 ปีเถาะ จุลศักราช 1181 สมั ย แผ่ น ดิ น พระบรมราชาที่ 3 หรื อ พระเจ้ า อยู ่ หั ว พระที่ นั่ ง สุ ริ ย ามริ น ทร์ (พระเจ้าเอกทัศน์) กษัตริย์องค์สุดท้าย ของกรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา พระยาช้ า งเผื อ ก ของพระองค์ได้แตกออกจากโรงช้างต้น ในกรุงศรีอยุธยา เดินทางมาทิศตะวันออก เฉียงเหนือ จึงโปรดให้ทหารเอกคู่พระทัย สองพี่น้อง (เข้าใจว่าสมเด็จเจ้าพระยา มหากษั ต ริ ย ์ ศึ ก พระนามเดิ ม ทองด้ ว ง และกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระนามเดิมบุญมา) คุมไพร่พล 30 นาย ออกติดตามผ่านมาแขวงพิมาย และทราบ จากเจ้าเมืองพิมายว่า ในดงริมเขาพนมดงรัก มีพวกส่วยช�านาญในการจับช้างเลี้ยงช้าง และชาวส่ ว ยได้ ช ่ ว ยกั น ติ ด ตามล้ อ มจั บ

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 66

23/11/2561 16:37:19


พระยาช้างเผือกได้ที่บ้านหนองโชก และ น�าส่งถึงกรุงศรีอยุธยา ด้วยความดีความชอบ ในครั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสุริยามรินทร์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตัง้ ให้หวั หน้า บ้านป่าดงมีบรรดาศักดิ์ทั้งหมด ตากะจะ หั ว หน้ า หมู ่ บ ้ า นโคกล� า ดวน ได้ เ ป็ น หลวงแก้วสุวรรณ เซียงขันได้เป็นหลวงปราบ อยู่กับตากะจะ ต่ อ มาหั ว หน้ า หมู ่ บ ้ า นป่ า ดงทั้ ง 5 ได้พากันไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ กรุงศรีอยุธยา โดยน�าสิ่งของไปทูลเกล้าฯ ถวาย คือ ช้าง ม้า แก่นสน ยางสน ปีกนก นกระมาด(นอแรด) งาช้าง ขี้ผึ้ง น�้าผึ้ง เป็นการส่งส่วยตามพระราช ประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่ง สุ ริ ย ามริ น ทร์ ทรงพิ จ ารณาเห็ น ความดี ความชอบเมื่อครั้งได้ช่วยเหลือจับพระยา ช้างเผือก และเมื่อหัวหน้าหมู่บ้านได้น�า สิ่ ง ของไปทู ล เกล้ า ฯ ถวาย จึ ง ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งบรรดาศักดิ์ ให้หัวหน้าหมู่บ้านสูงขึ้นทุกคน

ในปี พ.ศ.2302 นีเ้ อง หลวงแก้วสุวรรณ (ตากะจะ) บ้านโคกล�าดวนได้บรรดาศักดิ์ เป็ น พระยาไกรภั ก ดี ศ รี น ครล� า ดวน มี พระบรมราชโองการยกบ้านปราสาทสีเ่ หลีย่ ม ดงล�าดวน ซึ่งเดิมเรียกว่า “เมืองศรีนคร ล�าดวน” ขึ้นเป็นเมืองขุขันธ์แปลว่า “เมือง ป่าดง” ให้พระยาไกรภักดีศรีนครล�าดวน เป็นเจ้าเมืองปกครอง

สมัยกรุงธนบุรี

พ.ศ.2321 ปีจอ จุลศักราช 1140 กรุงศรีสัตนาคนหุต(เวียงจันทน์) เป็นกบฏ ต่ อ ไทย สมเด็ จ พระเจ้ า กรุ ง ธนบุ รี ไ ด้ โปรดเกล้ า ฯ ให้ ส มเด็ จ เจ้ า พระยา มหากษัตริยศ์ กึ (พระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) กับเจ้าพระยา สุรสียห์เป็นแม่ทพั ยกขึน้ ไปทางเมืองพิมาย แม่ทัพสั่งให้เจ้าเมืองพิมายแต่งข้าหลวง ออกมาเกณฑ์ก�าลังเมืองประทายสมันต์ (จังหวัดสุรินทร์) เมืองสังฆะ เมืองขุขันธ์ เมื อ งรั ต นบุ รี เป็ น ทั พ บกยกไปตี เ มื อ ง

เวี ย งจั น ทน์ เมื อ งจ� า ปาสั ก ได้ ชั ย ชนะ ยอมขึ้นต่อไทยทั้งสองเมือง กองทัพไทย เข้าเมืองเวียงจันทน์ ได้อัญเชิญพระแก้ว มรกตและพระบาง พร้อมคุมตัวไชยกุมาร กลับกรุงธนบุรี ในการศึกครัง้ นีเ้ มือ่ เดินทาง กลั บ หลวงปราบ(เซี ย งขั น ) ทหารเอก ในกองทัพ ได้หญิงม่ายชาวลาวคนหนึ่ง กลับมาเป็นภรรยา มีบตุ รชายติดตามมาด้วย ชื่อท้าวบุญจันทร์ พ.ศ.2324 เมื อ งเขมรเกิ ด จราจล สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริยศ์ กึ กับพระยา สุรสีห์ ได้รับพระบรมราชโองการให้เป็น แม่ทพั ยกกองทัพไปปราบจราจลครัง้ นี้ โดย เกณฑ์ก�าลังของเมืองปะทายสมันต์ เมือง ขุขันธ์ และเมืองสังฆะ สมทบกับกองทัพ หลวงออกไปปราบปราม กองทัพไทยยก ไปตีเมืองเสียมราฐ ก�าพงสวาย บรรทาย เพชร บรรทายมาศ และเมืองรูง ต�า แรย์ (ถ�้ า ช้ า ง) เมื อ งเหล่ า นี้ ย อมแพ้ ขอขึ้ น เป็นขอบขัณฑสีมา เสร็จแล้วยกทัพกลับ

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 67

67

23/11/2561 16:37:21


68

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 68

23/11/2561 16:37:24


กรุงธนบุรี เมื่อเสร็จสงครามเวียงจันทน์ และ เมืองเขมรแล้ว ได้ปนู บ�าเหน็จให้แก่เจ้าเมือง ปะทายสมันต์ เมืองขุขันธ์ และเมืองสังฆะ เลื่อนบรรดาศักดิ์ให้เป็นพระยาให้พระยา ทัง้ สามเมือง เจ้าเมืองขุขนั ธ์ ได้บรรดาศักดิใ์ หม่ จากพระยาไกรภักดีศรีนครล�าดวน เป็น พระยาขุ ขั น ธ์ ภั ก ดี ในปี เ ดี ยวกั น นั้ น เอง พระยาขุขนั ธ์ภกั ดี(ตากะจะ) ถึงแก่อนิจกรรม จึงโปรดให้หลวงปราบ(เซียงขัน) ขึ้นเป็น พระยาไกรภักดีศรีนครล�าดวน เจ้าเมืองขุขนั ธ์ ต่อมาเมืองขุขันธ์ที่บ้านปราสาทสี่เหลี่ยม ดงล�าดวนกันดารน�้า พระยาไกรภักดีฯ จึง อพยพเมืองย้ายมาอยู่บ้านแตระ(แตระ) ต�าบลห้วยเหนือ ทีต่ งั้ อ�าเภอขุขนั ธ์ในปัจจุบนั

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

พ.ศ.2325 ปีขาล จุลศักราช 1144 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช เสด็ จ เถลิ ง ถวั ล ยราชสมบั ติ พระยาไกรภักดีศรีนครล�าดวน(เซียงขัน) ได้บรรดาศักดิ์เป็นพระยาขุขันธ์ภักดี ได้ มีใบบอกกราบบังคมทูลขอตัง้ ท้าวบุญจันทร์ เป็นพระยาไกรภักดีศรีนครล�าดวน ผู้ช่วย เจ้าเมือง อยู่มาวันหนึ่ง พระยาขุขันธ์ภักดี เผลอเรียกพระยาไกรภักดีฯ (บุญจันทร์) ว่า “ลูกเชลย” พระยาไกรภักดีจงึ โกรธและ ผูกพยาบาท ประกอบกับพระยาขุขนั ธ์ภกั ดี ได้ อ� า นวยความสะดวกและจั ด ที่ พั ก ให้พอ่ ค้าญวน พระยาไกรภักดีฯ (บุญจันทร์) ได้ ก ล่ า วโทษมายั ง กรุ ง เทพฯ และ โปรดเกล้ า ฯ ให้ เ รี ย กตั ว พระยาขุ ขั น ธ์ ไปลงโทษและจ�าคุกไว้ที่กรุงเทพฯ แล้ว โปรดเกล้ า ฯ ให้ ตั้ ง พระยาไกรภั ก ดี ฯ (บุญจันทร์) เป็นเจ้าเมืองขุขันธ์แทน ปีพ.ศ.2325 นี้ พระภักดีภธู รสงคราม (อุ ่ น ) ปลั ด เมื อ งขุ ขั น ธ์ กราบบั ง คมทู ล ขอแยกจากขุขันธ์ไปตั้งที่บ้านโนนสามขา จึ ง ทรงพระกรุ ณ าโปรดเกล้ า ฯ ให้ ย ก บ้านโนนสามขาขึ้นเป็นเมือง “ศรีสระเกศ” (นามเดิม) ต่อมาปี พ.ศ.2328 ได้ย้าย เมืองศรีสระเกศจากบ้านโนนสามขา มาตัง้ ณ บ้านพันทาเจียงอี ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาล เมืองศรีสะเกษ(นามปัจจุบัน) ทุกวันนี้ พ.ศ.2369 รั ช สมั ย สมเด็ จ พระนั่ ง เกล้าเจ้าอยูห่ วั เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์

แต่งตัง้ ให้เจ้าอุปราช(สีถาน) กับเจ้าราชวงศ์ เมืองเวียงจันทน์ คุมกองทัพบกเข้าตีเมือง รายทางเข้ามาจนถึงเมืองนครราชสีมา ฝ่าย ทางเมืองจ�าปาศักดิ์ เจ้านครจ�าปาศักดิ(์ เจ้าโย่) เกณฑ์ ก� า ลั ง ยกทั พ มาตี เ มื อ งขุ ขั น ธ์ จั บ พระไกรภั ก ดี ศ รี น ครล�า ดวน(บุ ญ จั น ทร์ ) เจ้าเมืองขุขันธ์ กับพระภักดีภูธรสงคราม (มานะ) ปลัดเมืองกับพระแก้วมนตรี(ทศ) ยกกระบัตรกับกรมการได้ ฆ่าตายทั้งหมด เจ้าเมืองสังฆะ และเมืองสุรินทร์หนีได้ทัน กองทัพจ�าปาศักดิ์ ตัง้ ค่ายอยูท่ บี่ า้ นส้มป่อย แขวงเมืองขุขันธ์ค่ายหนึ่ง และค่ายอื่นๆ สี่ค่าย กวาดต้อนครอบครัวไทยเขมรไป เมื อ งจ� า ปาศั ก ดิ์ จากนั้ น มาเมื อ งขุ ขั น ธ์ ไม่มีข้าราชการปกครอง โปรดเกล้าฯ ให้ พระยาสั ง ฆะ ไปเป็ น พระยาไกรภั ก ดี ศรีนครล�าดวนเจ้าเมือง ให้พระไชยเป็น พระภั ก ดี ภู ธ รสงครามปลั ด เมื อ ง ให้ พระสะเทื้อน(นวน) เป็นพระแก้วมนตรี ยกกระบัตรเมือง ให้ท้ายหล้า บุตรพระยา ขุขันธ์(เซียงขัน) เป็นมหาดไทย ช่วยกัน รักษาเมืองขุขันธ์ต่อไป จากนั้นมาได้มีการ เปลี่ยนแปลงต�าแหน่งเจ้าเมืองและนาม เจ้าเมืองหลายครั้ง พ.ศ.2426 รัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาขุขันธ์ (ปัญญา) เจ้าเมืองกับพระปลัด(จันลี) ได้ น� า ช้ า งพั ง สี ป ระหลาดหนึ่ ง เชื อ กลงมา น้อมเกล้าฯ ถวายที่กรุงเทพฯ พ.ศ.2433 มีสารตราโปรดเกล้าฯ ให้เมืองศรีสระเกศ (นามเดิ ม ) ไปอยู ่ ใ นบั ง คั บ บั ญ ชาของ ข้าหลวงใหญ่ได้โปรดให้หลวงจ�านงยุทธกิจ (อิ่ม) กับขุนไผทไทยพิทักษ์(เกลื่อน) เป็น ข้าหลวงเมืองศรีสระเกศ พ.ศ.2435 โปรดเกล้าฯ ให้จดั รูปการ ปกครองแบบมณฑลเมืองศรีสระเกศขึน้ อยู่ กับมณฑลอีสานกองบัญชาการมณฑลอยูท่ ี่ จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ.2445 เปลี่ยนชื่อมณฑลอีสาน เป็น มณฑลอุบล มีเมืองขึ้น 3 เมือง คือ อุบลราชธานี ขุขนั ธ์ และสุรนิ ทร์ ไม่ปรากฏ ชื่ อ เมื อ งศรี ส ระเกศ สั น นิ ษ ฐานว่ า เมื อ ง ศรีสระเกศถูกยุบลงเป็นอ�าเภอ และขึ้นกับ เมืองขุขันธ์ ซึ่งเป็นเมืองเก่ามาแต่เดิม พ.ศ.2447 ย้ า ยที่ ตั้ ง เมื อ งขุ ขั น ธ์ (ซึ่ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นแตระ ต� า บลห้ ว ยเหนื อ

อ�าเภอขุขันธ์ในปัจจุบัน) มาอยู่ที่ต�าบล เมืองเก่า(ปัจจุบันคือต�าบลเมืองเหนือใน เขตเทศบาลเมื อ งศรี ส ะเกษในปั จ จุ บั น ) และยังคงใช้ชื่อ “เมืองขุขันธ์” และยุบเมือง ขุ ขั น ธ์ เ ดิ ม เป็ น อ� า เภอห้ ว ยเหนื อ (อ� า เภอ ขุขันธ์ในปัจจุบันนี้) พ.ศ.2459 กระทรวงมหาดไทย มี ประกาศให้เปลี่ยนชื่อเมืองทุกเมืองเป็น จังหวัด เมืองขุขนั ธ์จงึ เป็นเป็นจังหวัดขุขนั ธ์ เมือ่ วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2459 เปลีย่ น ผู้ว่าราชการเมืองเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด พ.ศ.2481 มี พ ระราชกฤษฎี ก า เปลี่ ย นชื่ อ จั ง หวั ด ขุ ขั น ธ์ เป็ น จั ง หวั ด “ศรี ส ะเกษ” ตั้ ง แต่ บั ด นั้ น เป็ น ต้ น มา จนถึงปัจจุบัน ขอขอบคุณที่มา : หนังสืองานวันดอกล�าดวน บาน 17-18 มีนาคม 2532 โดยส�านักงานจังหวัด ศรีสะเกษและ ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 69

69

23/11/2561 16:37:27


เที่ยวศรีสะเกษ

แปลกใหม่กว่าที่คิด ติดใจกว่าที่เคย พูดถึงศรีสะเกษ หลายคนคงนึกถึงแต่แหล่งท่องเที่ยวประเภทโบราณสถาน แบบขอม แน่นอนว่าคุณจะได้พบแน่ๆ ค่ะ แต่หากมีเวลามาเยือนศรีสะเกษมากขึ้น ก็น่าจะได้ลองไปสัมผัสกับประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ อาทิ สัมผัสความชุ่มฉ�่า ของน�้าตกชื่อดัง ชิมผลไม้เลิศรสที่ปลูกในดินภูเขาไฟ แวะชมบ้านคหบดีโบราณ ที่สวยงามเหนือกาลเวลา หรือจะเลยไปเที่ยวไกลถึงนครวัด นครธม ให้สมกับที่ จังหวัดศรีสะเกษได้ประกาศใช้ค�าขวัญส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ว่า

70

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 70

23/11/2561 16:37:29


“เที่ยวผามออีแดง แหล่งดงล�าดวน ชวนไปช่องสะง�า รสล�้าทุเรียนภูเขาไฟ แหล่งไหม หอม กระเทียม ดี” SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 71

71

23/11/2561 16:37:30


อุทยานฯ

เขาพระวิหาร

ทางผ่านสู่ปราสาทขอม แม้จะเคยเป็นสถานที่ที่มีการถกเถียง เรื่ อ งเขตแดนระหว่ า งไทยกั บ กั ม พู ช ามา ช้ า นาน แต่ ท ว่ า ความงดงามและยิ่ ง ใหญ่ แห่งอารยธรรมขอมโบราณนั้น ไม่อาจมี พรมแดนใดที่ จ ะปิ ด กั้ น ให้ ทุ ก สายตามา สัมผัสและชื่นชมได้

อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ ในท้ อ งที่ ส องจั ง หวั ด คื อ อ� า เภอน�้ า ยื น จังหวัดอุบลราชธานี และอ�าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีอาณาเขตติดต่อกับ ประเทศกั ม พู ช า ถนนและบันไดทางขึ้น สู่ปราสาทเขาพระวิหารทางด้านบริเวณ ผามออีแดง ท้องที่ต�าบลเสาธงชัย อ�าเภอ กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จัดได้ว่า สะดวกที่สุด สภาพป่าของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขาพระวิ ห ารป่ าเป็นป่า เบญจพรรณ มี ทัศนียภาพ ทิวทัศน์ทสี่ วยงามอยูห่ ลายแห่ง อาทิเช่น จุดชมวิวผามออีแดง จุดชมวิว หน้าผาช่องโพย บริเวณป่าและสวนหินรอย สระตราว ถ�า้ ฤาษี แหล่งตัดหิน สถูปคู่ ภาพ สลักนูนต�า่ ใต้ผามออีแดง น�า้ ตกผาช่องโพย จุดชมวิวภูเซวี่ยงหม้อ ปราสาทโดนตวล และทีส่ า� คัญอีกจุดหนึง่ คือ ปราสาทเขาพระ วิหาร ซึง่ ทางขึน้ สูป่ ราสาทเขาพระวิหารนัน้ อยู่บริเวณผามออีแดง ค่าบริการ

ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผูใ้ หญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท เมื่อช�าระค่าบริการแล้วควรพกบัตรค่าบริการติดตัว ขณะท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเพื่อการตรวจสอบ

72

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 72

23/11/2561 16:37:35


การเดินทาง จากจังหวัดศรีสะเกษ ใช้ ทางหลวงหมายเลข 221 ผ่านอ�าเภอพยุห์ อ� า เภอศรี รั ตนะ และอ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ ระยะทางประมาณ 62 กิโลเมตร และจาก อ�าเภอกันทรลักษ์เข้าสู่ที่ท�าการอุทยาน แห่งชาติ ระยะทางอีกประมาณ 25 กิโลเมตร รวมระยะทางจากจังหวัดศรีสะเกษ ถึงที่ ท� า การอุ ท ยานแห่ ง ชาติ ป ระมาณ 87 กิโลเมตร

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 73

73

23/11/2561 16:37:40


ปราสาทสระก�าแพงใหญ่ อลังการเหนือกาลเวลา ปราสาทขอมโบราณที่มีขนาดใหญ่ และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดศรีสะเกษ จะ เป็นที่ ไหนไปไม่ ได้นอกจาก “ปราสาทสระ ก�าแพงใหญ่” หรือ ปราสาทศรีพฤทเธศวร ซึ่งตั้งอยู่ที่อ�าเภออุทุมพรพิสัย ปราสาทสระก�าแพงใหญ่ เป็นศิลปะ สมั ย บาปวน ไม่ มี ห ลั ก ฐานว่ า สร้ า งขึ้ น เมื่อใด แม้จะมีการค้นพบจารึกเกี่ยวกับ การสร้างปราสาทว่าอุทิศให้กับ “พระศรี พฤทเธศวร” ซึ่ ง เป็ น พระนามหนึ่ ง ของ “พระศิวะ” รอบปราสาทมีระเบียงคดล้อม รอบเป็นรูปสี่เหลี่ยม ภายในระเบียงคด มีอาคาร 6 หลัง ประกอบด้วยปราสาท ประธาน 3 หลั ง ตั้ ง อยู ่ บ นฐานเดี ย วกั น ด้านหน้ามีบรรณาลัย(วิหาร)ในผังสีเ่ หลีย่ ม ผื น ผ้ า ขนาบสองข้ า ง และด้ า นหลั ง ยั ง ปรากฏปราสาทอีก 1 หลัง ซึ่งตั้งเยื้องอยู่ ทางด้านทิศใต้ เป็นศาสนสถานในศาสนา ฮิ น ดู โ ดยมี ทั บ หลั ง ที่ ส ลั ก ภาพบุ ค คลเล่ า เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อใน ศาสนาฮินดู ภายหลังเมือ่ พระพุทธศาสนา เข้ามามีอทิ ธิพลในดินแดนแถบนี้ จึงเปลีย่ น เป็ นศาสนสถานของศาสนาพุทธโดยได้ ขุดพบพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ สูง 1.33 เมตร การเดิ น ทาง ปราสาทสระก� า แพง ใหญ่ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสระก�าแพงใหญ่ ถนนประดิษฐ์ประชาราษฎร์ หมู่ 1 ต�าบล สระก� า แพงใหญ่ อ� า เภออุ ทุ ม พรพิ สั ย จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ ใกล้ กั บ สถานี ร ถไฟ อุทุมพรพิสัย และห่างจากที่ว่าการอ�าเภอ อุทุมพรพิสัยไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 2 กิโลเมตร

74

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 74

23/11/2561 16:37:45


ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคอีสานมีการพบ ปราสาทที่มีลักษณะแผนผังแบบเดียวกัน คือ ประกอบไปด้วยปราสาทประธานตรง กลาง บรรณาลั ย ทางด้ น ทิ ศ ใต้ โคปุ ร ะ ก�าแพงล้อมและสระน�้าทางด้านทิศตะวัน ออกเฉียงเหนือ ท�าให้ทราบได้ว่าแผนผัง ปราสาทแบบนี้ก็คืออโรคยศาล ตามที่ระบุ ไว้ในจารึกปราสาทตาพรหมนั่นเอง ตั ว ปราสาทก่ อ ด้ ว ยศิ ล าแลงและ หินทราย ตัวปรางค์ประธานยังค่อนข้าง สมบูรณ์ แต่ขาดการบูรณะ ส่วนโคปุระหรือ ก�าแพงแก้วพังทลาย แต่ยังมีองค์ประกอบ ครบถ้วน ทั้งทับหลัง และโครงสร้างอื่นๆ แต่ ยั ง ไม่ ไ ด้ รั บ บู ร ณะและปรั บ แต่ ง ใน ปัจจุบันน�้าในสระอโนดาตนี้ถูกใช้ในการ ท�าน�้าพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในพิธีส�าคัญ ของจังหวัดศรีสะเกษ

ปราสาทหิน-สระน�้าศักดิ์สิทธิ์ วัดสระก�าแพงน้อย

ปราสาทหิ น สระก� า แพงน้ อ ย เป็ น 1 ใน 102 แห่งของโรงพยาบาลสมัยขอม โบราณ ที่มีลักษณะค่อนข้างสมบูรณ์ และ มีสระอโนดาตเป็นสระน�้าศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ท�า น�้าพระพุทธมนต์ ในพิธีส�าคัญของจังหวัด ศรีสะเกษ โบราณสถานแห่งนี้สร้างขึ้นในราว พุทธศตวรรษที่ 18 เป็นอโรคยาศาล หรือ โรงพยาบาล ซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่ง อาณาจั ก รขอมโบราณโปรดให้ ส ร้ า งขึ้ น ทั่วราชอาณาจักร จ�านวน 102 แห่ง ซึ่งใน SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 75

75

23/11/2561 16:37:51


ชุ่มชื่นเย็นฉ�่ากับ น�้าตกปีศาจ

“น�้ำตกปีศำจ” ชื่อฟังดูน่ากลัวไปนิด แต่จริงๆ เป็นน�้าตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของ จังหวัดศรีสะเกษเลยนะคะ สาเหตุที่ชื่อนี้เพราะในอดีตมีหน่วย ทหารพรานมาใช้บริเวณน�า้ ตกแห่งนี้ เป็นที่ ตั้งหน่วยปฏิบัติการที่มีชื่อเรียกว่า “หน่วย ปีศาจ” ต่อมาในปี 2549 มีการปรับปรุง พื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงเปลี่ยนชื่อ เป็น “น�้าตกส�าโรงเกียรติ” ตามชื่อหมู่บ้าน น�้าตกส�าโรงเกียรติ เป็นน�้าตกขนาด กลาง ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตร ลักษณะ 76

อันโดดเด่นของน�้าตกแห่งนี้คือ ที่ด้านบน ของน�า้ ตกจะเป็นธารน�า้ ซึง่ ไหลไปตามลานหิน ดูสวยงามมากโดยเฉพาะช่วงที่เหมาะกับ การท่ อ งเที่ ย วคื อ ตั้ ง แต่ เ ดื อ นกั น ยายนกุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากน�า้ ตกจะสวย แล้วบรรยากาศยังเขียวขจี ร่มรืน่ ด้วยไม้ปา่ นานาพรรณ จะไปปิ ก นิ ก กั บ ครอบครั ว หรือเพื่อนฝูง สัม ผัสสายน�้าเย็นฉ�่า หรือ เดินสูดอากาศบริสุทธิ์ของผืนป่าเหมือนได้ มาชาร์จพลังจากธรรมชาติ พร้อมแช๊ะแชร์ ภาพสวยๆ ชวนให้เพือ่ นๆ มาสัมผัสความ งามของน�้าตกปีศาจนี้บ้างก็ดีนะ การเดินทาง น�า้ ตกส�าโรงเกียรติตงั้ อยู่ ในเขตรักษาพันธุส์ ตั ว์ปา่ พนมดงรัก ในท้อง ทีต่ า� บลบักดอง อ�าเภอขุนหาญ ห่างจากตัว จังหวัดประมาณ 81 กิโลเมตร

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 76

23/11/2561 16:37:58


ตึกขุนอ�าไพพาณิชย์ บ้านโบราณขึ้นชื่อ

ตึ ก ขุ น อ� า ไพพาณิ ช ย์ เป็ น อี ก หนึ่ ง สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ที่ส�าคัญ ของจังหวัดศรีสะเกษ ที่บอกเล่าถึงความ เป็นอยู่ของคหบดีเมื่อเกือบร้อยปีก่อนได้ เป็นอย่างดี อาคารหลั ง นี้ เ ดิ ม เป็ น บ้ า นของขุ น อ�าไพพาณิชย์ (ทองอินทร์ นาคสีหราช) คหบดีชาวศรีษะเกษ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2468 เป็นอาคารแบบตึกแถวจ�านวน 2 ชัน้ 6 คูหา มีลวดลายปูนปั้นประดับทั้งทาง ด้านหน้าและด้านหลัง เป็นลวดลายทีไ่ ด้รบั อิทธิพลทางศิลปะและคติความเชือ่ แบบจีน ปัจจุบันกรมศิลปากรได้เข้ามาด�าเนินการ บูรณะและอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนได้รับ รางวัลชนะเลิศโครงการดีเด่นการอนุรักษ์ สถาปัตยกรรมในเมือง เมื่อ พ.ศ. 2530 และกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ.2537 บ้านขุนอ�าไพพาณิชย์เปิดให้เข้าชม ทุกวัน ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงบ่ายสี่โมงเย็น โดยชั้นบนจัดแสดงเครื่องใช้ประจ�าวันเก่า แก่บางส่วนของขุนอ�าไพพาณิชย์ รวมถึงรูป และประวัติของท่าน ส่วนชั้นล่างเปิดเป็น ร้านค้าจ�าหน่ายสินค้าโอทอปของจังหวัด ศรีสะเกษ ตัวอาคารตั้งอยู่บริเวณตลาดใน (ตลาดเก่า) บนถนนอุบล ต�าบลเมืองใต้ อ�าเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจาก ศาลากลางจั ง หวั ด ไปทางทิ ศ ตะวั น ออก ประมาณ 4 กิโลเมตร

ขอขอบคุณ

ส�านักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ศูนย์ศึกษาศิลปกรรม โบราณในเอเชียอาคเนย์ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และส�านักงานอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 77

77

23/11/2561 16:38:04


เมืองวิถีพุทธ วิถีแห่งควำมสงบสุข ศรีนครล�ำดวน

อ�ำเภอเมืองศรีสะเกษ วัดกลางสุนทราวาส หมู่ 4 ต�าบลโพธิศ์ รี วัดกา้ นเหลือง หมู่ 6 ต�าบลหมากเขียบ วัดกุดโงง้ หมู่ 6 ต�าบลโพนขา่ วัดขมิน้ หมู่ 10 ต�าบลทุม่ วัดขามทอง หมู่ 8 ต�าบลน�าค�า วัดคูซอด หมู่ 1 ต�าบลคูซอด วัดคูเมือง หมู่ 5 ต�าบลหนองครก วัดเจียงอีมงคลวราราม ต�าบลเมืองใต้ วัดเฉลิมกาญจนาราม หมู่ 2 ต�าบลโพธิ์ วัดดงบัง หมู่ 7 ต�าบลจาน วัดดอนโสภณ หมู่ 8 ต�าบลโพนเขวา วัดตะดอบ หมู่ 1 ต�าบลตะดอบ วัดทุม่ หมู่ 1 ต�าบลทุม่ วัดนาสูง หมู่ 3 ต�าบลตะดอบ วัดน�าค�า หมู่ 6 ต�าบลน�าค�า วัดนิคมศิลาราม หมู่ 11 ต�าบลหมากเขียบ วัดโนนแกด หมู่ 7 ต�าบลทุม่ วัดโนนจาน หมู่ 3 ต�าบลโพธิ์ วัดโนนดัง่ หมู่ 7 ต�าบลหนองแกว้ วัดโนนทราย หมู่ 8 ต�าบลคูซอด วัดโนนแย้ หมู่ 7 ต�าบลหญา้ ปลอ้ ง วัดโนนส�านัก หมู่ 11 ต�าบลหญา้ ปลอ้ ง วัดโนนอีปัง หมู่ 8 ต�าบลหนองแกว้ วัดบัวเตย หมู่ 5 ต�าบลหนองแกว้ วัดบา้ นกลาง หมู่ 3 ต�าบลหมากเขียบ วัดบา้ นกอ่ หมู่ 9 ต�าบลหนองไฮ วัดบา้ นกอก หมู่ 4 ต�าบลโพนเขวา วัดบา้ นกุดโงง้ หมู่ 6 ต�าบลโพนขา่ วัดบา้ นงอ้ หมู่ 2 ต�าบลน�าค�า วัดบา้ นจาน หมู่ 1 ต�าบลจาน วัดบา้ นช�า หมู่ 1 ต�าบลช�า วัดบา้ นแดง หมู่ 3 ต�าบลคูซอด วัดบา้ นแดง หมู่ 10 ต�าบลจาน วัดบา้ นแทง หมู่ 6 ต�าบลซ�า วัดบา้ นโนนแค หมู่ 2 ต�าบลโพธิ์ วัดบา้ นบก หมู่ 3 ต�าบลโพนขา่ วัดบา้ นเปื อย หมู่ 2 ต�าบลตะดอบ วัดบา้ นโพธิ์ หมู่ 2 ต�าบลซ�า วัดบา้ นโพนงัว หมู่ 10 ต�าบลหนองแกว้ วัดบา้ นเวาะ หมู่ 5 ต�าบลคูซอล วัดบา้ นเวียง หมู่ 8 ต�าบลซ�า วัดบา้ นหลุบ หมู่ 3 ต�าบลซ�า วัดบา้ นหอย หมู่ 1 ต�าบลหนองไผ่ วัดบา้ นเอก หมู่ 5 ต�าบลหญา้ ปลอ้ ง วัดประชาสามัคคี หมู่ 1 ต�าบลน�าค�า วัดป่าค�าบอน หมู่ 10 ต�าบลโพนขา่ วัดป่าดอนจันทร์ หมู่ 12 ต�าบลน�าค�า

78

1.

เมืองวิถีพุทธ

วิถีแห่งความสงบสุข

จังหวัดศรีสะเกษ

SISAKET วัดป่าโนนจักจัน่ หมู่ 5 ต�าบลหนองงูเหลือม วัดป่าโนนทราย หมู่ 9 ต�าบลโพธิ์ วัดป่าศรีส�าราญ ต�าบลหนองครก วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ หมู่ 5 ต�าบลน�าค�า วัดพานทา หมู่ 4 ต�าบลโพธิ์ วัดเพียนาม หมู่ 3 ต�าบลหนองไผ่ วัดโพธิ์ หมู่ 1 ต�าบลโพธิ์ วัดโพธิง์ าม หมู่ 2 ต�าบลตะดอบ วัดโพนขา่ หมู่ 1 ต�าบลโพนขา่ วัดโพนเขวา หมู่ 1 ต�าบลโพนเขวา วัดโพนคอ้ หมู่ 1 ต�าบลโพนคอ้ วัดโพนแดง หมู่ 4 ต�าบลหนองไฮ วัดมหาพทธาราม ต�าบลเมืองเหนือ วัดยางกุด หมู่ 5 ต�าบลหมากเขียบ

วัดเลียบบูรพาราม ต�าบลเมืองใต้ วัดวังไฮ หมู่ 4 ต�าบลหญา้ ปลอ้ ง วัดศรีเกษตรพัฒนาราม หมู่ 6 ต�าบลหนองครก วัดศรีมิง่ เมือง ต�าบลโพธิ์ วัดสรา้ งเรือง หมู่ 3 ต�าบลหญา้ ปลอ้ ง วัดสวา่ งอารมณ์ หมู่ 4 ต�าบลน�าค�า วัดสวา่ งอารมณ์ หมู่ 6 ต�าบลคูซอด วัดส�าโรง หมู่ 4 ต�าบลหนองแกว้ วัดสิมเกา่ หมู่ 2 ต�าบลคูซอด วัดสุขสวาทอารมณ์ หมู่ 7 ต�าบลน�าค�า วัดแสงอรุณ หมู่ 11 ต�าบลน�าค�า วัดหญา้ ปลอ้ ง หมู่ 1 ต�าบลหญา้ ปลอ้ ง วัดหนองกิโล หมู่ 2 ต�าบลหนองครก วัดหนองแกว้ หมู่ 3 ต�าบลหนองแกว้

วัดหนองเข็ง(หนองแข็ง) หมู่ 3 ต�าบลโพนเขวา วัดหนองครก หมู่ 1 ต�าบลหนองครก วัดหนองค�า หมู่ 9 ต�าบลน�าค�า วัดหนองคู หมู่ 4 ต�าบลจาน วัดหนองแคน หมู่ 5 ต�าบลซ�า วัดหนองแคน หมู่ 4 ต�าบลตะดอบ วัดหนองตะเคียน หมู่ 9 ต�าบลจาน วัดหนองตะมะ ต�าบลโพธิ์ วัดหนองเทา หมู่ 5 ต�าบลตะดอบ วัดหนองโน หมู่ 3 ต�าบลน�าค�า วัดหนองไผ่ หมู่ 5 ต�าบลหนองไผ่ วัดหนองมว่ ง หมู่ 8 ต�าบลทุม่ วัดหนองแวง หมู่ 7 ต�าบลโพนเขวา วัดหนองแวง หมู่ 12 ต�าบลทุม่

วัดหนองสองห้อง หมู่ 3 ต�าบลหนองครก วัดหนองสาด หมู่ 4 ต�าบลหนองครก วัดหนองหวา้ หมู่ 1 ต�าบลหนองแกว้ วัดหนองหัวลิง หมู่ 2 ต�าบลหมากเขียบ วัดหนองไฮ หมู่ 1 ต�าบลหนองไฮ วัดหมากเขียบ หมู่ 1 ต�าบลหมากเขียบ วัดหลวงสุมังคลาราม ต�าบลเมืองใต้ วัดหัวนา หมู่ 10 ต�าบลน�าค�า วัดหางวา่ ว หมู่ 4 ต�าบลทุม่ วัดเหลา่ แค หมู่ 5 ต�าบลโพนเขวา วัดเหลา่ ยอด หมู่ 2 ต�าบลจาน วัดฮ่องขาดพัฒนาราม หมู่ 6 ต�าบลจาน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 78

24/11/2561 20:56:53


วัดเพี ยนาม

วัดโบราณของศรีสะเกษ พระครู สิ ริ ป ริยัติก าร

ด� ำ รงต� ำ แหน่ง เจ้ำ อำวำสวัด เพียนำม วัดเพียนาม ตั้งอยู่ระหว่ำง 4 หมู่บ้ำนประกอบด้วย (1) บ้ำนต�ำแย หมู ่ ที่ 2, (2) บ้ ำ นเพี ย นำม หมู ่ ที่ 3, หมู ่ ที่ 9 และบ้ ำ นเล้ ำ หมู ่ ที่ 7 ต�ำบลหนองไผ่ อ�ำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ สังกัดคณะสงฆ์มหำนิกำย ปั จ จุ บั น รวมพื้ น ที่ วั ด โดยประมำณ 30 ไร่ 2 งำน 45 ตำรำงวำ ตั้งเมื่อปี พ.ศ.2436 ได้รับพระรำชทำนวิสุงคำมสีมำ เมื่อ พ.ศ.2513 เขตวิสุงคำมสีมำ กว้ำง 30 เมตร ยำว 60 เมตร

อาคารเสนาสนะ อุโบสถ กว้าง 7 เมตร ยาว 21 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2524 ศาลาการเปรียญ กว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร สร้างในปี พ.ศ.2513 กุฏิ 10 หลัง เป็นอาคารไม้ 5 หลัง, ครึ่งตึกครึ่งไม้ 3 หลัง และ เป็นตึก 2 หลัง ศาลาเอนกประสงค์ กว้าง 14 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2437 ศาลาบ�าเพ็ญกุศล 1 หลัง สร้างด้วยไม้

การบริ ห ารและการปกครอง วัดเพียนาม มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระอธิการอ่อน บรรชิต รูปที่ 2 พระสมุห์หนู ใบเขียว รูปที่ 3 เจ้าอธิการเที่ยง โชติปญฺโญ รูปที่ 4 พระอธิการสุข อินฺทปญฺโญ รูปที่ 5 พระราชกิตติรังษี(บุญทัน) รูปที่ 6 พระครูสิริปริยัติการ(หงษ์)

พ.ศ.2466 - 2470 พ.ศ.2470 - 2478 พ.ศ.2478 - 2483 พ.ศ.2483 - 2505 พ.ศ.2510 - 2552 พ.ศ.2553 - ปัจจุบัน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 79

79

24/11/61 17:29:52


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดเลียบบูรพาราม สักการะหลวงพ่ อใหญ่วัดเลียบ พระครู โ สภณบุรพกิจ ดร.

ด� า รงต� า แหน่ง เจ้า อาวาสวัด เลียบบูรพาราม

วั ด เลี ย บบู ร พาราม หรื อ วั ด เลี ย บ ตั้ ง อยู ่ ท างทิ ศ ตะวั น ออก ริ ม ห้ ว ยน�้ า ค� า เป็ น วั ด เก่ า แก่ ส ร้ า งโดยเจ้ า เมื อ งด้ ว ง แต่ ไ ด้ ก ลาย เป็ น วั ด ร้ า งมานาน ในปี พ.ศ.2496 เทศบาลเมื อ งศรี ส ะเกษ ไ ด ้ เ ช ่ า ที่ ดิ น วั ด เ พื่ อ ติ ด ตั้ ง โ ร ง ไ ฟ ฟ ้ า ต ่ อ ม า ป ร ะ ม า ณ ป ี พ.ศ.2500 - 2502 พระสมุห์หนู อุสฺสาโห (พระเกษตรศีลาจารย์) เจ้ า คณะอ� า เภอเมื อ งศรี ส ะเกษ ในสมั ย นั้ น จึ ง ได้ เ ข้ า ไปริ เ ริ่ ม สร้างวัดขึ้นใหม่ ท่านได้สร้างเสนาสนะต่างๆ ขึ้น และจัดพระภิกษุ และสามเณรให้ ไปอยู ่ ป ระจ� า ต่ อ มาได้ ข อยกวั ด ร้ า งเป็ น วั ด มี พ ระสงฆ์ และได้ รั บ พระราชทานวิ สุ ง คามสี ม า เมื่ อ พ.ศ.2534 และมี ก ารพั ฒ นามาตามล� า ดั บ ดั ง ที่ ป รากฏในปั จ จุ บั น นี้ (จากหนั ง สื อ ประวั ติ เ มื อ งในเขตภาค 10 รวบรวมเรี ย บเรี ย ง โดย พระราชเมธี (วรสิ ท ธิ์ ) วั ด มหาธาตุ ) 80

ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 21 ไร่ กับ 1 งาน พื้นที่ตั้งเป็นที่ราบลุ่ม รอบๆ วัดเต็มไปด้วยป่าไม้ยืนต้น ภายในบริเวณวัดแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่หนึ่งเป็นเขตพุทธาวาส ส่วนที่สองเป็นเขตสังฆาวาส เป็นบริเวณ ที่ภิกษุสามเณรพ�านัก บริเวณสถานที่ต่างๆ ประกอบไปด้วยไม้ยืนต้น ไม้ดอกและไม้ประดับ ส่วนที่สามเป็นที่จัดตั้งโรงเรียนการกุศลของวัด ในพระพุ ท ธศาสนาระดั บ ชั้ น อนุ บ าลถึ ง ระดั บ ชั้ น มั ธ ยมศึ ก ษา และ ส่วนที่สี่เป็นบริเวณอนุรักษ์ป่าไม้เป็นธรรมชาติไม้ยืนต้นและไม้ประดับ

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 80

23/11/61 11:35:29


ประวั ติ ห ลวงพ่อใหญ่วัด เลีย บ พ่อใหญ่วดั เลียบ หรือ พระมหาพุทธปิยะมงคล เริม่ สร้างเมือ่ พ.ศ.2512 โดยมีเรืออากาศเอกยงยุทธ - มะลิ ประสิทธิพงษ์ สร้างร่วมกับ คุณแม่ปะ แซ่จึง, คุณแม่แจ้ง ปิยะวงศ์, นายสิงขร - กุหลาบ ถาวรประเสริฐ, นายกิมชวน - สุทิน - ลมุน ปิยะวงศ์ โดยช่างปั้นนองค์พระจาก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ค�าถวายสักการะหลวงพ่อใหญ่วัดเลียบ(พระมหาพุทธปิยะมงคล) วนฺทามิ มหาพุทฺธ� ปิยมงฺคล� อิมสฺมึ ฐาเน สุปติฏฺฐิต� เอตสฺสานุภาเวน สฺพทุกฺขา อุปทฺทวา อนฺตรายา จ นสฺสนฺตุ สทา โสตฺถี ภวนฺตุ เมฯ ค� า แปล ข้ า พเจ้ า ขอกราบไหว้ บู ช า พระมหาพุ ท ธปิ ย ะมงคล ซึ่ ง ประดิ ษ ฐานอยู ่ ณ ที่ นี้ ด้ ว ยอานุ ภ าพแห่ ง การกราบไหว้ บู ช านี้ ขอสรรพทุกข์ อุบาทว์ภัยแลอันตรายทั้งปวง จงพินาศไป ขอความสุข สวัสดี มงคลชัย จงบังเกิดมีแก่ข้าพเจ้าตลอดกาล ทุกเมื่อเทอญฯ

ท� า เนี ย บเจ้าอาวาส พระครูสิริปุญญากร พระครูใบฎีกานุ่น ฐิตสีโล พระครูโสภณบุรพกิจ ดร.

พ.ศ.2503 - 2524 พ.ศ.2528 - 2537 พ.ศ.2537 - ปัจจุบัน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 81

81

23/11/61 11:35:39


วัดบ้านหนองไผ่

พระครู สั น ติธรรมานุวัต ร(สุนทร)

วัดเก่าแก่คู่บ้านหนองไผ่

รายนามเจ้าอาวาส พระครู สั น ติธรรมานุวัตร(สุน ทร)

ด� า รงต� า แหน่ง เจ้า อาวาสวัด บ้า นหนองไผ่

วั ด บ้ า นหนองไผ่ เป็ น วั ด ราษฎร์ ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 214 หมู ่ ที่ 5, 10 ต� า บลหนองไผ่ อ� า เภอเมื อ งศรี ส ะเกษ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ เนื้ อ ที่ 6 ไร่ 2 งาน 51 ตารางวา 2 ศอก

ประวั ติ ความเป็น มา วัดบ้านหนองไผ่ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านหนองไผ่มาเป็นเวลานาน เดิมชือ่ “วัดทุง่ นาวงศ์” สร้างเมือ่ ประมาณ พ.ศ.2450 โดยมีหลวงพ่อเงิน (เป็นคนมาจากทางอ�าเภอราษีไศล) เป็นผูน้ า� พา มีนายบุญมา สังข์ภกั ดี เป็น ผู้ถวายที่ดิน และนายลุน เฉลยศักดิ์ เป็น ผู้ใหญ่บ้าน ต่ อ มาเมื่ อ ประมาณปี พ.ศ.2465 จึ ง เปลี่ ย นตามชื่ อ บ้ า นว่ า “วัดบ้านหนองไผ่” แต่ไม่พบหลักฐานที่แน่ชัด แม้จะมีโบสถ์เก่า(สิม) อยู่ก็ตาม แต่พบการประกาศตั้งวัดของกรมการศาสนาในปี พ.ศ.2471 และได้ รั บ พระราชทานวิ สุ ง คามสี ม า ในวั น ที่ 16 ตุ ล าคม 2529 ผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมติ วันที ่ 3 พฤษภาคม 2530 โดยมีพระเดชพระคุณ พระเทพวรมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธี 82

วัดบ้านหนองไผ่ มีเจ้าอาวาสปกครองวัดเท่าที่ทราบนาม ดังนี้ 1. หลวงพ่อเงิน 2. พระอาจารย์อินทร์ 3. พระอาจารย์ชาตา จันตะ 4. พระอาจารย์ค�า ธิปเทศ 5. พระอาจารย์บัว จันตะ 6. พระอสิลา ศรีอินทร์ 7. พระอาจารย์จัน พันธ์บุตร 8. พระอาจารย์พุฒ หาจักร 9. พระอาจารย์เต็ม (บ้านหญ้าปล้อง) 10. พระอาจารย์มิ่ง ปานค�า 11. พระอาจารย์ บุ ญ มา ป้ อ งสอน 12. พระอาจารย์ บุ ญ ช่ ว ย ปริปุญณฺโฌ 13. พระอาจารย์จันดี 14. พระอธิการบุญช่วย ปริปัณฺโฌ 15. พระครูสันติธรรมานุวัตร (สุนทร) พ.ศ.2529 - ปัจจุบัน แม้ว่าวัดบ้านหนองไผ่ได้สร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่า ปีแล้ว แต่มิได้รับ การพัฒนาเท่าที่ควร เหตุคงขาดผู้น�าที่มั่นคงและผู้อุปถัมภ์ที่จริงใจ เพิ่ง จะมาได้รับการพัฒนาในทุกๆ ด้าน เมื่อปี พ.ศ.2529 จนถึงปัจจุบัน ในการนี้ทางวัดจึงขอฝากผู้มีจิตศรัทธาได้พิจารณา

วัด จะดี บ้านจะสวย บ้านกับวัด ถ้าขัด กิน

มีห ลักฐาน เพราะมีวัด ผลัด กันช่วย ก็บ รรลัย

เพราะบ้านช่วย ดัดนิสัย ยิ่งอวยชัย ทั้งสองทาง

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 82

22/11/61 17:43:00


7 4

3

5

àÊŒ¹·Ò§ÊÒºØÞ ¾Òà·Õè Â Ç 7 ÇÑ ´ ã¹Íí Ò àÀÍàÁ× Í §ÈÃÕ Ê Ðà ¡ É

6

2

1

ÍÓàÀÍàÁ×ͧÈÃÕÊÐà¡É

7

1 2 3 4 5 6 7

ÇÑ´â¹¹áÂŒ ÇÑ´ÊØ¢ÊÇÒ·ÍÒÃÁ³ ÇÑ´¹íéÒ¤Ó ÇÑ´ºŒÒ¹ËÑÇ¹Ò ÇÑ´ÊÇ‹Ò§ÍÒÃÁ³ ÇÑ´ºŒÒ¹Ë¹Í§¤Ó ÇÑ´àºÞ¨¾Ø·¸ÒÃÒÁ

Go Ahead

Scan Me SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 83

83

23/11/61 18:22:00


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดน�้ำค�ำ วัดโบราณสมัยอยุธยาตอนปลาย

พระอธิ ก ำรวิชัย วิช โย

ด� า รงต� า แหน่ง เจ้า อาวาสวัด น�้า ค�า

วั ด น�้ ำ ค� ำ ตั้ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นน�้ า ค� า ต� า บลน�้ า ค� า อ� า เภอเมื อ ง จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ ตั้ ง เมื่ อ พ.ศ.2248 โดยมี ห ลั ก ฐานยื น ยั น จากหอไตรกลางน�้า สิมโบราณ และหนังสือใบลานเป็นจ�านวนมาก พร้อมตู้ ไม้ขนาดใหญ่ห่อด้วยผ้าไหมโบราณ มีเนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน 84

.indd 84

เกียรติประวัติที่ภำคภูมิ ใจ วั น ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2554 เจ้ า ประคุ ณ สมเด็ จ พระมหา รัชมังคลาจารย์ คณะผูป้ ฏิบตั หิ น้าทีแ่ ทนสมเด็จพระสังฆราชเจ้าคณะใหญ่ หนเหนือ แม่กองบาลีสนามหลวง และเจ้าอาวาสวัดปากน�้า ภาษีเจริญ ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้ เมตตามาเป็นประธานเททองหล่อรูปเหมือน พระครูสิริธรรมาภิราม อดีตเจ้าคณะต�าบลน�้าค�า เขต 1 และอดีตเจ้าอาวาสวัดน�้าค�า ล�าดับ ที่ 11 นับเป็นเกียรติประวัติแก่วัดน�้าค�า ชุมชนต�าบลน�้าค�าเป็นอย่างยิ่ง

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

23/11/61 18:22:15


ประวั ติ วั ด น�้ำค�ำ บ้านน�า้ ค�า เดิมเป็นหมูบ่ า้ นทีม่ ชี อื่ ในทะเบียนการปกครองขึน้ หมูท่ ี่ 8 ต�าบลส�าโรง อ�าเภออุทุมพรพิสัย มณฑลขุขันธ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในราวสมัย อยุธยาตอนปลาย ราว พ.ศ.2248 โดยมีผู้เฒ่าผู้แก่ เล่าสืบต่อกันมาว่า “ตาค�าและยายเงิน” สองสามีภรรยาได้พาบริวารจ�านวนหนึ่งอพยพ ลงมาจากตอนเหนือ พอเดินทางมาถึงบริเวณชายป่าแห่งหนึ่งซึ่งเป็น ป่าห้วยส�าราญแปลงที่ 3 ในปัจจุบัน ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน�้า ส�าคัญคือแม่นา�้ มูล มีหว้ ยหนองคลองบึงต่างๆ เช่น กุดหวาย หนองปลาค้าว หนองบัวฮี หนองเหยีย่ ว หนองผือน้อย เป็นต้น เหมาะแก่การประกอบอาชีพ ทางด้านการเกษตรกรรมได้เป็นอย่างดี จึงได้ตงั้ หมูบ่ า้ นเล็กๆ ขึน้ ใกล้กบั ชายป่าอันอุดมสมบูรณ์ และพบว่ามีน�้าซับสีเหลืองคล้ายทองค�าไหลซึม ออกมาจากชายป่า จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านน�้าค�า” ซึ่งตามชายป่า ดังกล่าวมีน�้าซึมซับไหลออกมาเป็นสีเหลืองคล้ายทองค�าหลายแห่ง เช่น ค�ามะเกด ค�ามะกอง ค�าตาจาน ค�าบุดดี และอีกหลายแห่ง ตามชายป่ายังคงหลงเหลือในปัจจุบัน และห่างจากหมูบ่ า้ นออกไปทางทิศใต้ของหมูบ่ า้ นประมาณ 1.5 กม. มีหนองน�้าขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง มีหลักฐานอ้างอิงได้ว่ามีกองทัพซึ่ง ประกอบด้วยกองทัพช้าง กองทัพม้า และคนเดินเท้า ยกทัพมาตั้งอยู่ บริเวณดังกล่าว ซึ่งมีแม่ทัพชื่อว่า “ขุนคง” และต่อมาได้มีความสัมพันธ์ เป็นเพื่อนกับตาค�า หรือ “ขุนค�า” หัวหน้าหมู่บ้านน�้าค�า ต่อมาขุนคง ได้อพยพมาอยู่ร่วมกันที่บ้านน�้าค�า หนองแห่งนั้นชาวบ้านจึงเรียกว่า “หนองทัพเก่า” จนถึงปัจจุบัน โดยมีหลักฐานอ้างอิงจากการขุดพบ ไหหูขนาดใหญ่หลายใบ หม้อดิน เต่าไม้โบราณ และอาวุธหลายชนิด ฝังอยู่ใต้ดินเป็นจ�านวนมากพอควร ชาวบ้านได้น�ามาถวายวัดน�้าค�า และกาลต่อมาท่านพระครูสริ ธิ รรมาภิราม เจ้าอาวาสวัดน�า้ ค�าในขณะนัน้ ไปมอบถวายไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดพระธาตุเรืองรอง

ท�ำเนียบเจ้ำอำวำส

พระอธิกำรวิ ชั ย วิ ช โย เจ้ า อาวาสวัดน�้า ค�า

บันทึก

อำคำร - เสนำสนะ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ 1 หลัง กุฏิสงฆ์ จ�านวน 2 หลัง โรงครัว หอระฆัง สร้างรั้วคอนกรีตรอบวัด ยาว 350 เมตร ห้องน�้า - ห้องสุขา หลังคาทรงไทย 19 ห้อง เสาไฟฟ้าหงส์ รอบบริเวณวัด 25 ต้น ซุ้มประตูโขงหน้าวัด ศาลาบ้านกาแฟ อาเซียน

รูปที่ 1 ญาครูจ�าปา รูปที่ 2 อาจารย์ทัน รูปที่ 3 หลวงพ่อพัด รูปที่ 4 หลวงพ่อภู แสงลับ รูปที่ 5 หลวงพ่อเครื่อง พิเคราะห์ รูปที่ 6 หลวงพ่อพิมพา สารโท รูปที่ 7 หลวงพ่อสา เสนา รูปที่ 8 พระสีแอ รูปที่ 9 พระรินทร์ สุปัตติ รูปที่ 10 พระครูสิริธรรมาภิราม อดีตเจ้าคณะต�าบลน�้าค�า เขต 1 พ.ศ.2500 - 2550 รูปที่ 11 พระครูปริยัติวีราภรณ์ ประธานพัฒนาวัดน�้าค�า รูปที่ 12 พระอธิการวิชัย วิชโย พ.ศ.2552 - ปัจจุบัน SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 85

85

23/11/61 18:22:37


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดโนนแย้ สักการะพระเจ้าใหญ่คู่บ้าน พระครู สิ ท ธิธรรมาภิวัฒน์(เปลี่ย น เตชธมฺโม) ด� ำ รงต� ำ แหน่ง เจ้ำ อำวำสวัด โนนแย้

86

.indd 86

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

23/11/61 09:30:31


วั ด โนนแย้ ต�ำ บลหญ้ำ ปล้อ ง อ�ำ เภอเมือ ง จั ง หวั ดศรี ส ะเกษ ได้ ก ่ อ สร้ ำ งขึ้ น เมื่ อ ปี พ.ศ.2463 ในพื้ น ที่ ป ่ ำ ยำง(ในปั จ จุ บั น ) บนเนื้ อ ที่ 17 ไร่ โดยชำวบ้ำ นและเจ้ำ อำวำสวัด เจี ย งอี ในสมั ย นั้ น ต่ อ มำเกิ ด ภั ย พิ บั ติ จึ ง ได้ ย ้ ำ ยเข้ ำ ไปอยู ่ ใ นกลำงหมู ่ บ ้ ำ น ท� ำ ให้ วั ด โนนแย้ ไ ด้ เ ป็ น วั ด ร้ ำ งมำนำน ต่ อ มำจึ ง มี พ ระมำจ� ำ พรรษำอยู ่ เ นื อ งๆ และชำวบ้ ำ นเห็ น ว่ ำ วั ด ที่ อ ยู ่ ก ลำงหมู ่ บ ้ ำ นคั บ แคบ และไม่ เ หมำะสมที่ จ ะก่ อ สร้ ำ ง เสนำสนะและศำสนสถำนต่ ำ งๆ จึ ง ได้ ย ้ ำ ยกลั บ มำอยู ่ ที่ เ ดิ ม (ในปั จ จุ บั น ) ต่ อ มำได้ รั บ พระรำชทำนวิ สุ ง คำมสี ม ำ เมื่ อ วั น ที่ 16 ตุ ล ำคม พ.ศ.2529 โดยมี พระครู สิ ท ธิ ธ รรมำภิ วั ฒ น์ (เปลี่ ย น เตชธมฺ โ ม) เป็ น เจ้ ำ อำวำส เป็ น ต้ น มำจนถึ ง ปั จ จุ บั น

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ส�าคัญ พระพุทธชะยันตีศรีวรมัน เป็นพระพุทธรูปปูนปัน้ ปางประทานพร ขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 12 เมตร หลวงพ่อพระเจ้าใหญ่คบู่ า้ น เป็นพระพุทธรูปปูนปัน้ ปางมารวิชยั ขนาดหน้าตักกว้าง 55 นิ้ว สูง 66 นิ้ว ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑป ใต้ต้นคอแลน หรือ ภาษาอีสานเรียกว่าต้นหมากแงว(ลิ้นจี่ป่า) ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง ซึ่งเป็นต้นไม้ท่ีชาวบ้านถือว่ามีความ ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพบูชา ขอพร ขอโชคลาภของคนในชุมชน บันทึก

อาคารเสนาสนะ อุโบสถ ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ ยาว 42 เมตร กว้าง 14 เมตร กุฎีสงฆ์ เป็นอาคารตึก 2 ชั้น 1 หลัง อาคาร ชัน้ เดียว 1 หลัง หอระฆัง ศาลาฌาปนสถาน ฌาปนสถาน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 87

87

23/11/61 09:30:47


ค� ำ ขวั ญ ประจ�ำหมู่บ้ำน

โนนแย้ - โนนหล่ อ

แหล่ ง นวั ต กรรมแหนบเก่ า เรื่ อ งเล่ า ต� า นานคนตี มี ด ประณี ต สิ น ค้ า ดี มากมี วั ฒ นธรรม น้ อ มน� า ศาสตร์ พ ระราชา

บ้ า นโนนแย้ - โนนหล่ อ หมู ่ บ ้ า น OTOP เพื่ อ การท่ องเที่ ย ว

ต� ำ บลหญ้ ำ ปล้ อ ง อ� ำ เภอเมื อ ง จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ เป็ น หมู ่ บ ้ ำ นเก่ ำ แก่ ที่ มี ก ำรสื บ ทอดภู มิ ป ั ญ ญำ ด้ ำ นกำรหล่ อ เหล็ ก เพื่ อ ท� ำ เป็ น ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ต ่ ำ งๆ อำทิ มี ด จอบ เสี ย ม ฯลฯ จนกลำยเป็ น สิ น ค้ ำ OTOP ที่ ขึ้ น ชื่ อ และพั ฒ นำไปสู ่ ก ำรเป็ น “ หมู ่ บ ้ ำ นท่ อ งเที่ ย ววิ ถี ชุ ม ชนคนท้ อ งถิ่ น ”

ประวั ติ ความเป็น มา บ้านโนนแย้ - โนนหล่อ เดิมเป็นชุมชนขนาดเล็ก ทีย่ า้ ยมาจากชุมชน วัดเจียงอี โดยมีนายปราบ และพรรคพวก ได้เข้ามาตั้งหลักปักฐาน เพื่อท�ามาหากินในบริเวณนี้ เพราะเป็นที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ลุ่มที่ดอน หรือ โนน มีร่องน�้า พื้นที่ลุ่มก็สามารถท�านาปลูกข้าวได้ ส่วนพื้นที่ดอน ก็สามารถท�าไร่ท�าสวนได้ดี ซึ่งที่ดอนก็มีสัตว์ป่ามากมาย โดยเฉพาะแย้ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีอยู่เป็นจ�านวนมาก จึงได้น�ามาตั้งเป็นชื่อของหมู่บ้านว่า “บ้านโนนแย้” ส�าหรับฮ่องน�้า(ร่องน�้า) มีความคดเคี้ยวเหมือนเอี่ยน (ปลาไหล) และมีสัตว์น�้าชุกชุมอยู่มากมาย โดยเฉพาะเอี่ยน(ปลาไหล) จึงได้ชื่อว่า “ฮ่องเอี่ยน” (ร่องปลาไหล)

88

.indd 88

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

23/11/61 09:30:49


กิ จ กรรมส่งเสริม การท่องเที่ยวโดยชุม ชน “ เปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ” บ้านโนนหล่อ-โนนแย้ หมู่ 6, 7 ต�าบลหญ้าปล้อง อ�าเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ด�าเนินการภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนา ศักยภาพชุมชน โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี

กิ จ กรรมภายในงานประกอบด้ว ย การจัดแสดงและจ�าหน่ายสินค้า OTOP จากชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี และผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายในต�าบลหญ้าปล้อง กิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารพื้นถิ่น กิจกรรมสาธิตการตีมีดแบบโบราณ และแบบสมัยใหม่ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนในครั้งนี้ถือเป็น อีกแนวทางหนึ่งโดยการน�าเอาอัตลักษณ์ชุมชน เสน่ห์ของชุมชนและ ผลิตภัณฑ์ของชุมชนมาน�าเสนอ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอ�าเภอเมืองศรีสะเกษ ให้เป็น ที่รู้จักมากขึ้น

จากภูมิปัญญาสู่สินค้า OTOP ชื่อดัง ประชากรของบ้านโนนแย้ - โนนหล่อ มีอาชีพหลักคือการเกษตร ซึ่งหลังเสร็จจากการท�านาแล้ว ก็จะไปรับจ้างตีมีด - ตีเหล็กที่ต่างถิ่น ต่างหมู่บ้าน เรียกว่าการไป “เข่น” (ซ่อมมีด) โดยการตีมีดในสมัยก่อน จะใช้แร่เหล็กมาหลอมให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงตีขึ้นรูปโดยใช้ตะไบ ตกแต่ง ต่อมาจึงน�าเหล็กราง(เหล็กแหนบรถยนต์เก่า) มาประยุกต์ใช้ เป็นเครื่องมือทุ่นแรง ได้เครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้น ท�าให้ผลิตได้ ปริมาณมาก สวยงาม แข็งแกร่ง และเป็นทีต่ อ้ งการของท้องตลาดมากขึน้ กระทั่งผลิตภัณฑ์ มีด จอบ เสียม ได้กลายเป็นสินค้า OTOP ที่ขึ้นชื่อ ของหมู่บ้านโนนแย้ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2538 บ้านโนนแย้มีประชากรมากขึ้น ท�าให้ยาก ต่อดูแลปกครองให้ทั่วถึง จึงได้แยกหมู่บ้านออกมาเป็นบ้านโนนหล่อ สาเหตุทไี่ ด้ชอื่ ว่า “บ้านโนนหล่อ” เพราะมีเตาหลอมหล่อเหล็กโบราณมาก จึงได้ชื่อว่าบ้านโนนหล่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

ก้าวสู่การเป็น “หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่ อ งเที่ ยว” ปั จ จุ บั น บ้ า นโนนแย้ - โนนหล่ อ ได้ เ ข้ า ร่ ว มโครงการหมู ่ บ ้ า น ท่องเที่ยววิถีชุมชนคนท้องถิ่น ได้มีการจัดแสดงกลุ่มสินค้า OTOP ของหมู่บ้านไว้ที่ศูนย์การศึกษาและจ�าหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ของหมู่บ้าน และได้มีการเปิดเป็นตลาดนัดโบราณขึ้นทุกวันเสาร์ ที่ 2 และที่ 4 ของทุกๆ เดือน ณ บริเวณพื้นที่วัดบ้านโนนแย้ โดยจะมีสินค้า น�ามาจัดแสดงและวางจ�าหน่าย ซึ่งเป็นผลผลิตที่มีหรือที่หาได้ในชุมชน ท้องถิ่น อาทิ ผลิตภัณฑ์มีด จอบ เสียม ที่ใช้ในด้านการเกษตร พืชผัก ผลไม้ อาหารตามฤดูกาล เสื้อผ้า ชุดประจ�าท้องถิ่น และมีการจัดแสดง การตีเหล็กแบบโบราณ เป็นต้น ซึ่งที่ตลาดโบราณนี้จะมีนักท่องเที่ยว ทัง้ ชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมาเทีย่ วชม และซือ้ สินค้าอยูเ่ ป็นประจ�า SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 89

89

23/11/61 09:30:53


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดสว่างอารมณ์ (ข้าวดอ) อุทยานการศึกษาดีเด่น พระครูโอภาสพัฒ นวิมล

เจ้าคณะต�าบลน�้าค�า เขต 1, เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ (ข้าวดอ)

วั ด สว่ า งอารมณ์ (ข้ า วดอ) ตั้ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นข้ า วดอ ถนน โยธาธิ ก าร ศก. 2011 (สวนป่ า เฉลิ ม พระเกี ย รติ - บ้ า นคู ช อด) ต� า บลน�้ า ค� า อ� า เภอเมื อ ง จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

ประวัติความเป็นมา วัดสว่างอารมณ์ (ข้าวดอ) ตั้งเมื่อปี พ.ศ.2469 เดิมมีพ้ืนที่ประมาณ 7 ไร่ 3 งาน 55 ตารางวา ปัจจุบันมีเนื้อที่รวมแล้วประมาณ 19 ไร่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2539 และได้ รับการคัดเลือกเป็นอุทยานการศึกษาภายในวัดดีเด่น ปี พ.ศ.2542 90

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 90

22/11/61 19:04:36


การบริหารและการปกครอง วัดสว่างอารมณ์ (ข้าวดอ) มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม และได้รับ ตราตั้งชัดเจน 2 รูป ดังนี้ รูปที่ 1 พระอธิการสี ปญฺญาวุฑโฒ ปี พ.ศ.2508 - พ.ศ.2519 รูปที่ 2 พระครูโอภาสพัฒนวิมล พ.ศ.2544 - ปัจจุบัน พระครูโอภาสพัฒนวิมล เจ้าคณะต�าบลน�า้ ค�า เขต 1 และเจ้าอาวาส วัดสว่างอารมณ์(ข้าวดอ) ท่านเป็นพระนักพัฒนา นับตัง้ แต่ทา่ นมาจ�าพรรษา เมื่ อ ประมาณ ปี พ.ศ.2537 ก็ ไ ด้ พั ฒ นาทั้ ง เสนาสนะภายในวั ด จัดกิจกรรมงานบุญเพื่อสร้างศรัทธาให้ญาติโยมได้เข้าร่วมกิจกรรม กั บ ทางวั ด ตลอดจนพั ฒ นาการศึ ก ษาแก่ ลู ก หลานของชาวบ้ า น ไปพร้อมๆ กัน ด้านการพัฒนาเสนาสนะภายในวัด อาทิ สร้างโบสถ์ สร้างศาลา สร้างกุฏิ สร้างโรงครัว สร้างเมรุ ซื้อที่-ถมที่ และพัฒนาเรื่อยมาจนได้ รับเลือกให้เป็น “วัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น” ด้านการศึกษา ท่านได้สร้างศูนย์การศึกษาเด็ก และส่งเสริม ให้พระภิกษุของวัดได้สอนศีลธรรมในโรงเรียน จัดสภาพแวดล้อม ภายในวัดให้สงบ ร่มรื่น และมีการพัฒนาวัดอย่างต่อเนื่อง จนได้รับ คัดเลือกให้เป็น “อุทยานการศึกษาภายในวัดดีเด่น”

พระครูโอภาสพัฒวิมล

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 91

91

22/11/61 19:05:01


HIST ORY OF BUDDHISM

บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดสุขสวาทอารมณ์ ต้นพลับเก่าแก่จนนับอายุไม่ได้ พระอธิการไสว ถาวโร

ด�ารงต�าแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุขสวาทอารมณ์

วั ด สุ ข สวาทอารมณ์ ( วั ด บ้ า นยาง) ตั้ ง อยู ่ บ ้ า นเลขที่ 39 หมู่ที่ 7 บ้านยาง ต�าบลน�้าค�า อ�าเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยตั้งอยู่ด้านทิศเหนือห่างจากพระธาตุเรืองรองครึ่งกิโลเมตร

ประวัติวัดพอสังเขป วั ด สุ ข สวาทอารมณ์ ตั้ ง เมื่ อ พ.ศ.2465 ได้ รั บ พระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2550 เนื้อที่ตั้งวัดจ�านวน 3 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา รหัส ที่สก.0110.3 เดิมทีหมู่บ้านยางอันเป็น ที่ตั้งวัดนั้นเป็นหมู่บ้านชาวเยอ ดังที่มีค�าขวัญประจ�าหมู่บ้านว่า “ แดนดินถิ่นยางเยอ เลิศเลอสรภัญญะ สักการะหลวงพ่อด�าน�าโชคบูชา พลับพฤกษาพันปี อินทรีย์เกษตรข้าวพันธุ์ ปู่ศรีอาริย์เคารพเชิดชูคู่บ้าน ”

สิ่งที่น่าสนใจในวัด หลวงพ่อด�ำน�ำโชค พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัด คือ เป็นที่เคารพ สักการะของชาวบ้านยาง ต้นพลับโบรำณ เป็นต้นไม้ทขี่ นึ้ อยูค่ วู่ ดั มีอายุเก่าแก่มากจนนับไม่ได้ ปู่ศรีอำริย์ เป็นภูมิบ้านที่เคารพของชาวบ้านยางมาช้านาน

เสนาสนะส�าคัญ อุโบสถเริ่ม ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2547 เสร็จเมื่อ พ.ศ.2550 กุฎิสงฆ์ 1 หลัง เป็นอาคารคอนกรีตสองชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ.2558 (ยังไม่แล้วเสร็จ) ศาลาการเปรียญ 1 หลัง สร้างเมื่อ พ.ศ.2545 ศาลาอเนกประสงค์ (ยังไม่แล้วเสร็จ) ห้องน�้า

ท�าเนียบเจ้าอาวาส 1. พระอาจารย์ มหาแดง 2. พระอธิการก้อน จิรสีโล 3. พระอธิการไสว ถาวโร

92

พ.ศ.2465 พ.ศ.2534 - 2553 พ.ศ.2554 - ปัจจุบัน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 92

22/11/61 17:12:40


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดบ้านหัวนา สักการะพระมิง ่ มงคล พระครู ม งคลวรเขต (เหง้า องคฺป ัญโญ) ด� ำ รงต� ำ แหน่ง เจ้ำ อำวำสวัด บ้ำ นหัว นำ

วั ด บ้ า นหั ว นา ตั้ ง อยู ่ ที่ ห มู ่ 10 ต� ำ บลนำค� ำ อ� ำ เภอเมื อ ง จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ มี เ นื้ อ ที่ 14 ไร่ 3 งำน 40 ตำรำงวำ

ประวั ติ - ล�าดับ เหตุก ารณ์ส�าคัญ วัดบ้านหัวนา เริ่มก่อตั้งวัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2526 โดยมีพระเหง้า องคฺปัญโญ น�าพาญาติโยมบูรณะวัดขึ้น เดิมทีมีกุฏิ 1 หลัง มีพระ 2 รูป สามเณร 1 รูป พ.ศ.2527 ได้สร้างกุฏิขึ้นอีก 1 หลัง พ.ศ.2528 ได้กอ่ สร้างศาลาการเปรียญขึน้ อีก 1 หลัง มีพระ 8 รูป สามเณร 1 รูป พ.ศ.2529 ได้สร้างพระพุทธรูป “หลวงพ่อมิ่งมงคล” พ.ศ.2530 พุทธาภิเษก “พระใหญ่มิ่งมงคล” พ.ศ.2532 ได้วางศิลาฤกษ์อุโบสถ พ.ศ.2541 ได้รับอนุญาตตั้งวัดและได้รับตราตั้งให้ พระเหง้า องคฺปัญโญ เป็นเจ้าอาวาส วัดบ้านหัวนา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2541 พ.ศ.2544 ได้ฉลองวิสุงคามสีมา (อุโบสถ) พ.ศ.2547 พระเหง้า องคฺปญ ั โญ ได้รบั การแต่งตัง้ เป็นพระครูสงั ฆรักษ์ พ.ศ.2551 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ราชทินนาม พระครูมงคลวรเขต พ.ศ.2556 ได้วางศิลาฤกษ์ศาลาการเปรียญหลังใหม่ ปัจจุบัน พระครูมงคลวรเขต อายุ 89 ปี 36 พรรษา ด�ารงต�าแหน่ง เจ้าอาวาส ท่านเป็นพระเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม และเป็นที่เคารพ นับถือยิ่งแก่ชาวบ้านหัวนาและต�าบลใกล้เคียง ท่านอบรมสั่งสอน ฆราวาสให้อยู่ในศีลในธรรมอยู่เสมอ ดังค�าที่ท่านกล่าวว่า “ เรามาแสวงหาบุญ เพื่อหาทางแก่การพ้นจากทุกข์ของตน แล้วเราจึงไปบอกคนอื่น เพื่อท�าให้เขาพ้นจากวัฏสงสารไปด้วย”

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 93

93

23/11/61 15:04:54


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดเบญจพุ ทธาราม (พระแก้วจักรพรรดิ พระธาตุหนองโน) พระอาจารย์มหาสัณฐ์ สุจิณฺโณ (บุญวันท์) ด� า รงต� า แหน่ ง เจ้ า อาวาสวัดเบญจพุทธาราม วั ด เบญจพุ ท ธาราม ตั้ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นหนองโน ต� า บลน�้ า ค� า อ� า เภอเมื อ ง จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ บริ เ วณ ที่ ร าบลุ ่ ม แม่ น�้ า มู ล ด้ า นทิ ศ ตะวั น ออกของหมู ่ บ ้ า น ซึ่ ง มี พ ระธาตุ ห นองโนเป็ น พระธาตุ เ ก่ า แก่ โ บราณ ก่ อ ด้ ว ยอิ ฐ ไม่ มี ห ลั ก ฐานการก่ อ สร้ า งที่ ชั ด เจน แต่ ป ระมาณตามอายุ ของอิ ฐ ราวๆ 700 - 1000 ปี

94

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

2.indd 94

24/11/61 17:35:14


ประวั ติ ความเป็น มา เมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ.2545 พระอาจารย์มหาสัณฐ์ สุจิณฺโณ (บุญวันท์) และคณะกรรมการหมูบ่ า้ นหนองโน ได้พากันมาส�ารวจพืน้ ที่ บริเวณทีเ่ ป็นพระธาตุเก่าแก่ของหมูบ่ า้ น จึงปรารภและได้อธิษฐานจิตว่า “ ถ้าบริเวณที่เป็นพระธาตุเก่าแก่นี้เป็นที่ๆ ข้าพเจ้าได้เคย สร้างบารมีมาก่อน ก็ขอให้ที่แห่งนี้ได้สร้างเป็นวัดขึ้นมาอย่าได้มี อุปสรรคใดๆ มาขัดขวางในการสร้างวัด ขอเหล่าเทพเทวดา ที่สถิต ณ สถานที่แห่งนี้จงรับทราบและเป็นสักขีพยาน ” เมื่อได้คุยกับคณะกรรมการหมู่บ้านว่าต้องการสถานที่แห่งนี้สร้าง เป็ นวั ด และพระอาจารย์ จ ะได้ ม าอยู ่ จ� า พรรษาปฏิ บั ติ ศ าสนกิ จ ชาวบ้านหนองโนจึงพร้อมใจกันมาร่วมสร้างวัด โดยได้บริจาคที่ดิน ที่เป็นบริเวณพระธาตุฯ แต่ยังมีบริเวณไม่กว้างขวางพอที่จะก่อสร้างวัด จึงได้ร่วมกันหาทุนทรัพย์มาซื้อที่ดินบริเวณข้างเคียง เพื่อขยายบริเวณ ให้กว้างขึ้นจนมีบริเวณประมาณ 30 ไร่เศษฯ ปี พ.ศ.2549 พระอาจารย์ไ ด้พ าพระภิกษุและสามเณรมาอยู่ จ�าพรรษา เพื่อวางรากฐานแบบปฏิบัติกิจวัตรของพระภิกษุสามเณร ตามแบบสายกรรมฐานของครูบาอาจารย์ และได้ริเริ่มลงมือก่อสร้าง เสนาสนะ ได้บูรณะพระธาตุ และศาลา กุฏี ห้องน�้า ตลอดจนโรงครัวฯ เพื่ อ ให้ พ อเหมาะกั บ การปฏิ บั ติ ศ าสนกิ จ ของสงฆ์ และเปิ ด โอกาส ให้อุบาสก อุบาสิกามาปฏิบัติธรรมเป็นประจ�าไม่เคยขาด โดยเฉพาะ ทุกๆ วันพระ 8 ค�่า 15 ค�่า ตลอดทั้งปี จนถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ.2550 พระอาจารย์มหาสัณฐ์ สุจิณฐโณ ได้เริ่มมาพักปฏิบัติ ศาสนกิจเพื่อดูแลการก่อสร้าง ปี พ.ศ.2552 ได้สร้างเสาค�้าพระพุทธศาสนา เป็นศาสนสถาน เพื่อเป็นสัญลักษณ์อธิษฐานบารมีเพื่อเป็นดินแดนพุทธภูมิ ปี พ.ศ.2553 ได้สร้างพระแก้วจักรพรรดิขึ้น เพื่อน้อมถวายเป็น พุทธบูชา เป็นพระแก้วคู่บารมีและตั้งสัจจะอธิษฐานบารมีปรารถนา ความส�าเร็จอันยิ่งใหญ่ ประดิษฐานไว้เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง เป็นที่ สักการะกราบไหว้ของพุทธศาสนิกชน และเหล่าเทพยดาทุกๆ หมูเ่ หล่า ปี พ.ศ.2555 ได้ อั ญ เชิ ญ พระแก้ ว มณี โ ชติ ทั้ ง 5 พระองค์ ทรงเครื่องจักรพรรดิ มาประดิษฐาน ปี พ.ศ.2556 ได้สร้างพระศรีวิเศษมิ่งเมือง ขนาดหน้าตัก 4 ศอก 1 องค์ ตามแบบโบราณ มีพุทธลักษณะปางมารวิชัย และได้สร้าง พระศรีวิเศษมิ่งเมือง ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว อีก 5 องค์ ประดิษฐาน บนบุษบกในศาลา ปี พ.ศ.2559 ได้ ร ่ ว มกั น สร้ า งพระพุ ท ธศรี รั ต นฉั พ พรรณรั ง สี บรมไตรโลกนาถ (พระพุทธเจ้าปางเปิดโลก ทรงเครื่องจักรพรรดิ) ขนาดความสูง 20 เมตร

ประวัติการสร้างเสาค�้าพระศาสนา ตั้งแต่เริ่มพาพระภิกษุ สามเณร มาปฏิบัติธรรม สร้างวัดแห่งนี้ มีครูบาอาจารย์ท่านได้นิมิตเห็นว่าสถานที่แห่งนี้เคยมีเสาทองแท่งทึบ ประดิษฐานอยู่ ต่อมาท่านได้บอกให้พระอาจารย์มหาสัณฐ์ สุจิณโณ (บุญวันท์) สร้างเสาค�า้ พระศาสนาประทับรอยเดิม โดยใช้หนิ ทรายแท่งทึบ เส้น ผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ยาว 12 โดยฝังลงดิน 2 เมตร และสูงเหนือ พื้นดิน 10 เมตร บนยอดเสาแกะสลักเป็นดอกบัวบาน ประดิษฐาน พระพุทธเจ้าปางเปิดโลก ปี พ.ศ.2552 สร้างเสาค�า้ พระศาสนาเพือ่ ปรารภเหตุแห่งการอธิษฐาน การสร้ า งบารมี โดยตั้ ง สั จ จะอธิ ษ ฐานว่ า ขอให้ ดิ น แดนแห่ ง นี้ เ ป็ น ดินแดนแห่งพุทธภูมิ และขอให้พระพุทธศาสนาจงเจริญรุ่งเรืองมั่นคง ตลอดกาล เป็นสัญลักษณ์แห่งการตั้งสัจจะอธิษฐานเพื่อสร้างบารมี อันยิ่งใหญ่ของพระอาจารย์มหาสัณฐ์ สุจิณโณ(บุญวันท์)

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

2.indd 95

95

24/11/61 17:35:18


ประวั ติ ก ารสร้ า งพระแก้ วจั กรพรรดิ พระแก้วจักรพรรดิเป็นพระทีส่ ร้างขึน้ จากผลึกหินเขีย้ วหนุมาน หรือทีเ่ รียกว่าหินแก้วโป่งข่าม เป็นพระทีท่ า่ นพระอาจารย์มหาสัณฐ์ สุ จิ ณ โณ(บุ ญ วั น ท์ ) สร้ า งขึ้ น เพื่ อ เป็ น พระคู ่ บุ ญ คู ่ บ ารมี เป็ น พระคู่บ้านคู่เมือง และเป็นมิ่งมงคลของพุทธศาสนิกชนทั่วไป เมื่อท่านพระมหาสัณฐ์ สุจิณโณ (บุญวันท์) ได้ปรารภ ที่จะสร้างพระแก้วจักรพรรดินั้น ท่านมีโอกาสได้เดินทางไป จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงประมาณต้นเดือนมกราคม พ.ศ.2553 เมื่ อ ท่ า นได้ เ ดิ น ทางเข้ า ไปกราบสั ก การะพระสิ ง ห์ ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ท่านได้อธิษฐานจิตสร้างบารมี ต่อหน้าองค์พระสิงห์ ว่าจะขอสร้างพระแก้วจักรพรรดิ เพือ่ เป็นพระคูบ่ ญ ุ บารมี และเป็นพระคูบ่ า้ นคูเ่ มือง ขอให้ได้ หินแก้ว ผลึกรัตนชาติที่ทรงคุณ ค่า และทรงพุทธคุณ ในการน�ามาสร้างพระ หลังจากนั้นก็ได้เดินทางออกจากวัดพระสิงห์ และ ได้พบกับช่างแกะสลักและเจียรไนเพชรชาวล้านนา ชื่อนายสุชาติ มะลิผล ซึ่งเปิดร้านอยู่หน้าวัดพระสิงห์ฯ ท่านจึงได้สนทนาและได้รับค�าแนะน�าถึงการสร้างพระ ด้วยหินเขี้ยวหนุมาน ว่ามีการสร้างพระจากหินเขี้ยวหนุมานนั้น มีมาตัง้ แต่โบราณกาล เพราะเป็นหินทีม่ คี ณ ุ ค่าและทรงพุทธคุณมาก ส�าหรับชาวล้านนาและผูท้ นี่ บั ถือศรัทธา อย่างการสร้างพระเสตังคมณี พระพุทธรูปคู่องค์พระนางจามเทวี ผู้ครองกรุงหริภุญชัยใน สมัยนั้น (ปัจจุบันนี้ได้ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารวัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่) เมือ่ ได้สนทนากับช่างอยูพ่ กั ใหญ่ ท่านพระอาจารย์ จึ ง ได้ บ อกให้ น ายช่ า งเป็ น ธุ ร ะไปจั ด หาแก้ ว ผลึ ก หินเขี้ยวหนุมาน (แก้วโป่งข่าม) และให้หาหินที่ใหญ่ ที่สุดเท่าที่จะหาได้เพื่อน�ามาสร้าง และหลังจากนั้น มาอี ก 3 เดื อ น คื อ ช่ ว งประมาณเดื อ นเมษายน ท่านพระอาจารย์ก็ได้รับการติดต่อจากนายช่าง ว่า ได้หินเขี้ยวหนุมานขนาดใหญ่มาก ถ้าน�า มาแกะสลักเป็นองค์พระแล้วก็จะได้องค์ พระใหญ่ ประมาณ 5 นิว้ เนือ้ แก้วจะใสบริสทุ ธิ์ ซึ่งนับว่าหาได้ยากมาก ในวั น ที่ 19 มิ ถุ น ายน 2553 ได้ อัญเชิญพระแก้วมาประดิษฐาน ณ ที่วัด เบญจพุ ท ธาราม(พระแก้ ว จั ก รพรรดิ พระธาตุหนองโน) บ้านหนองโน ต�าบลน�า้ ค�า อ�าเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เวลา ประมาณ 6 โมงเช้า ก็ได้เกิดเหตุที่ น่าอัศจรรย์ใจต่อผูเ้ ห็นทัง้ พระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชน 96

คือ เหตุการณ์เกิดพระอาทิตย์ขึ้น 3 ดวงบนท้องฟ้า ซึ่งท�าชาวบ้านเชื่อว่า เกิดจากแรงบุญฤทธิ์และความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระแก้วฯ จึงท�าให้ชาวบ้านมีความเชื่อและเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระแก้ว จักรพรรดินี้เป็นอันมาก และยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งท�าให้ชาวบ้าน ที่มาร่วมงานเกิดความอัศจรรย์ใจอีกครั้ง ก็คือในวันที่ท�าพิธีอัญเชิญ องค์พระแก้วฯ ขึ้นประดิษฐานบนบุษบก ขณะอัญเชิญขึ้นสู่บุษบก นั้ น มี ล มพั ด แรงอยู ่ ต ลอดเวลา ครั้ ง เมื่ อ พิ ธี อั ญ เชิ ญ เสร็ จ สิ้ น ลม ที่พัดแรงก็หยุดนิ่งไปเฉยๆ อย่างน่าอัศจรรย์ ในช่วงเช้าวันที่ 20 มิถุนายน 2553 ท่านพระอาจารย์ได้เล่า เหตุการณ์ของคืนวันที ่ 18 มิถนุ ายน 2553 (คืนอัญเชิญพระแก้วฯ มาจากเชียงใหม่) พระอาจารย์เล่าว่าในขณะที่ท่านพักผ่อน อยูน่ นั้ ท่านบอกว่าบนกุฏสิ นั่ สะเทือนคล้ายกับเกิดแผ่นดินไหว จนท�าให้ท่านสะดุ้งตื่นขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และเมื่อ คณะศิษย์ได้ฟังเช่นนั้นแล้ว ทางคณะศิษย์และผู้ที่ได้รับฟัง จึงไปสืบข้อมูลย้อนหลังตามข่าวต่างๆ ก็พบว่าในวันนัน้ เกิดเหตุ แผ่นดินไหวขึ้นจริงที่จังหวัดเชียงใหม่ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ ประมาณ 2 ริกเตอร์ นับว่าเป็นเรือ่ งอัศจรรย์ยงิ่ นักทีม่ เี หตุการณ์ แผ่นดินไหวเกิดขึ้น ตั้งแต่จุดที่อัญเชิญพระแก้วคือจังหวัดเชียงใหม่จนถึง จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ จึ ง ท� า ให้ ค ณะศิ ษ ย์ แ ละผู ้ อ ยู ่ ใ นเหตุ ก ารณ์ ป ลื้ ม ปี ติ ยินดียิ่งนัก กับการได้อัญเชิญพระแก้วมาประดิษฐานเป็นพระคู่บ้าน คู่เมืองของชาวศรีสะเกษ พุทธลักษณะขององค์พระ เป็นพระแก้วแกะสลักด้วยแก้วผลึก หินเขี้ยวหนุมาน หน้าตักกว้าง (แก้วโป่งข่าม) 5 นิ้ว ปางสมาธิ พระเศียรเกลีย้ งไม่มลี วดลาย ฐานองค์พระแกะสลักด้วยหินสีดา� และบรรจุด้วยแก้วผลึกหินเขี้ยวหนุมานที่เหลือจากการแกะ องค์พระโดยช่างเชียงใหม่ องค์พระตกแต่งด้วยเครื่องทรง จักรพรรดิ ซึ่งสร้างจากทองค�าแท้ และประดับด้วยพลอย ทับทิม โกเมน เพทาย ไพรินและบุษราคัมอันประดับฉัตร ฐานบัทม์ รวมพลอยทั้งหมด 99 เม็ด ทรงเครื่องจักรพรรดิเป็นศิลปะร่วมสมัยแห่งยุค ระหว่างศิลปะไทยภาคกลางผสมผสานศิลปะสุโขทัย ล้านนา ออกแบบตามพุทธลักษณะประวัต ิ พระปางสมาธิ (ปางตรัสรู้) หนทางแห่งการดับทุกข์ การรู้แจ้งดัง ดอกบัวบานยามต้องแสงอาทิตย์ฉันใด แสดง ผ่านกลีบบัวทองคัดเลี่ยมแห่งปัญญา ประกอบ ทองค�าติดลาย พร้อมฉัตรดุนลายและฐานบัทม์ ดุนลาย ติดสายสวยงาม

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

2.indd 96

24/11/61 17:35:23


ประวัติพระแก้วมณีโชติ ปรารภเหตุแห่งการสร้างพระแก้วมณีโชติ เมื่อครั้งที่พระอาจารย์มหาสัณฐ์ สุจิณโณ(บุญวันท์) ได้พาคณะภิกษุ สามเณร และอุบาสก อุบาสิกา ได้มาเริ่มสร้างสถานที่แห่งนี้เป็นวัด ใน พระพุทธศาสนา ในปี พ.ศ.2550 มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งได้นิมิตเห็นพระแก้วมณีโชติ 5 พระองค์เสด็จมา ณ สถานที่แห่งนี้ และปรารภว่า พระอาจารย์จะได้พระแก้วมณีโชติ 5 องค์มาประดิษฐานบนบุษบกในศาลา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนมาสักการะกราบไหว้ พระแก้วคู่บารมีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ในภัทรกัปนี้ ได้แก่

พระกกุสันโธพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระโกนาคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระกัสสปพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

องค์พระจะเป็นพระแก้วขำว

องค์พระจะเป็นพระแก้วเหลือง

องค์พระจะเป็นพระแก้วน�้ำเงินมีวรรณะดังไพลิน

มีวรรณะใสดังเพชร มีหน้าตักกว้าง 20 วา หลังจากได้รับพุทธพยากรณ์ เป็นครั้งแรก จากพระพุทธเจ้าเมื่อสมัยเป็นพระโพธิสัตว์ หลังจากนั้น 8 อสงไขยแสนกัป ได้สร้างบารมี กับพระพุทธเจ้าประมาณ 37,024 พระองค์ เป็นศรัทธาพระพุทธเจ้า อายุไขย 40,000 พรรษา พระสรีระสูง 40 ศอก หรือ 20 เมตร บ�าเพ็ญทุกรกิรยิ าชาติสดุ ท้าย 10 เดือนพุทธรังษี แผ่ซ่านไปไกล 10 โยชน์ หรือ 160 กิโลเมตร

มีวรรณะดังบุษราคัม ประจ�าองค์มหี น้าตัก 15 วา หลังจากได้รบั พุทธพยากรณ์เป็นครัง้ แรก จากพระพุทธเจ้า เมือ่ ครัง้ สมัยเป็นพระโพธิสตั ว์ หลังจากนั้น 8 อสงไขยแสนกัป ได้สร้างบารมี กับพระพุทธเจ้าประมาณ 37,024 พระองค์ เป็นศรัทธาพระพุทธเจ้า อายุไข 30,000 พรรษา พระสรีระสูง 30 ศอก หรือ 15 เมตร บ�าเพ็ญ ทุกรกิรยิ าชาติสดุ ท้าย 1 เดือน พุทธรังษีแผ่ซา่ น ไปไกลตามแต่พระประสงค์

มีหน้าตัก 10 วา หลังได้รบั พุทธพยากรณ์ เป็ น ครั้ ง แรกจากพระพุทธเจ้าเมื่อสมัยเป็น พระโพธิสตั ว์ หลังจากนัน้ 8 อสงไขยแสนกัป ได้สร้างบารมีกบั พระพุทธเจ้า 37,024 พระองค์ เป็นศรัทธาพระพุทธเจ้า อายุ ไ ข 20,000 พรรษา พระสรีระสูง 20 ศอก หรือ 10 เมตร บ�าเพ็ญทุกรกิริยาชาติสุดท้าย 7 วัน พุทธรังษี แผ่ซ่านไปไกลตามแต่พระประสงค์

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

2.indd 97

97

24/11/61 17:36:37


พระสากยมุณีโคดมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระศรีอริยเมตตรัยสัมมาสัมพุทธเจ้า

องค์พระจะเป็นพระแก้วสีเขียว

องค์พระจะเป็นพระแก้วแดง

มีวรรณะดังมรกต หน้าตัก 5 วา หลังจาก ได้ รั บ พระพุ ท ธพยากรณ์ เ ป็ น ครั้ ง แรกจาก พระพุ ท ธเจ้ า เมื่ อ สมั ย เป็ น พระโพธิ สั ต ว์ หลังจากนั้น 4 อสงไขยแสนกัปได้สร้างบารมี กับพระพุทธเจ้า 24 พระองค์ (ข้อมูลเดิม) หรือ อาจมากกว่านี้ เป็นปัญญาพุทธเจ้าอายุไข 80 พรรษา พระสีระสูง 4 ศอก หรือ 2 เมตร บ�าเพ็ญทุกรกิรยิ าชาติสดุ ท้าย 6 ปี พุทธรังสี แผ่ซา่ นไปข้างละ 1 วา เป็นปกติ

มีวรรณะดังทับ ทิม ทรงเครื่องจักรพรรดิ หน้าตัก 20 วา หลังจากได้รับพุทธพยากรณ์ เป็นครั้งแรกจากพระพุทธเจ้าเมื่อสมัยเป็น พระโพธิสตั ว์ หลังจากนัน้ 16 อสงไขยแสนกัป ได้ ส ร้ า งบารมี กั บ พระพุ ท ธเจ้ า 477,029 พระองค์ เป็นวิริยะพุทธเจ้า อายุไขย 80,000 พรรษาพระสรีระสูง 80 ศอก หรือ 40 เมตร บ�าเพ็ญทุกรกิรยิ าชาติสดุ ท้าย 7 วัน พุทธรังษี แผ่ซ่านไปไกลก�าหนดไม่ได้

พระแก้วบารมีประจ�าองค์ เป็นเสมือนพุทธมณีปฏิมาแห่งบารมีรวมสูงสุดของแต่ละพระองค์ พระแก้วบารมีแต่ละพระองค์นั้น จะช่วยคอยค�้าจุนอายุ พระศาสนาของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ตลอดไป เรื่องพระแก้วบารมีประจ�าองค์พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ในภัทรกัปนี ้ ในกาลต่อมาในสมัยแห่งองค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสมณโคดม ได้มีผู้มีจิตเลื่อมใสในคุณแห่งพระรัตนตรัยเป็นจ�านวนมาก ที่จะสร้างพระพุทธปฏิมากรด้วยวัสดุล�้าค่า เช่น ทองค�า เงิน และแก้วมณีรัตนชาติทั้งหลาย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแลค�้าจุนพระศาสนาให้ครบถ้วน 5,000 ปี ในบรรดาของมีค่าต่างๆ ที่จะน�ามา สร้างพระแก้วมณีต่างๆ ถูกน�ามาสร้างพระเป็นจ�านวนมากเพราะถือว่าแก้วบารมีมณีเป็นของสูงค่าหาได้ยากเป็นแก้วมณีส�าคัญแห่งบารมีผู้สร้าง และเป็นแก้ววิเศษมีเทวดารักษา 98

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

2.indd 98

24/11/61 17:37:27


ประวัติพ ระพุทธรูปปางเปิดโลก พระพุ ท ธรู ป ปางเปิ ด โลก (พระพุ ท ธศรี รั ต นฉั พ พรรณรั ง สี บรมไตรโลกนาถ) เป็นปางหนึง่ ทีม่ นี ยั ทางประวัตศิ าสตร์ในพุทธประวัติ ที่น่าสนใจ แฝงไปด้วยสาระธรรมน้อมน�าให้ระลึกถึงพระพุทธคุณ และ ย�้าเตือนให้พุทธบริษัทมุ่งมั่นปฏิบัติตนอยู่ในธรรมเพื่อข้ามพ้นอบายภูมิ ได้เกิดในสุคติภูมิจนถึงขั้นข้ามพ้นแม้สุคติภูมิอันเป็นที่สิ้นทุกข์ทั้งปวง มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถยืนอยู่เหนือดอกบัว พระหั ต ถ์ ทั้ ง สอง ขนาบลงข้ า งพระวรกายเหมื อ นปางประทั บ ยื น แบฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองออกไปข้างหน้า มีขนาดความสูงจากพระบาท ถึงยอดเกศสูง 10.99 เมตร ตรงฐานดอกบัวสูง 4 เมตร และ ฉัตรสูง 5 เมตร รวมความสูงทั้งหมด19.99 เมตร ความเป็นมาของพระพุทธรูปปางเปิดโลกนี้คือ หลังจากการแสดง ยมกปาฏิหาริยข์ องพระพุทธองค์ เพือ่ ข่มทิฏฐิของเหล่าเดียรถียท์ งั้ หลาย ณ เมืองสาวัตถี ในวันเพ็ญเดือน 8 แล้ว พระองค์ได้เสด็จจ�าพรรษา เพือ่ แสดงอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา ณ สวรรค์ชนั้ ดาวดึงส์เป็นเวลา 3 เดือน ครบก�าหนดในวันมหาปวารรา คือ วันเพ็ญเดือน 11 แล้ว จึงเสด็จลงจากสวรรค์ช้ันดาวดึงส์ โดยมีท้าวสักกเทวราชเป็น ผู้เนรมิต บันได 3 ชนิด คือ บันไดทองค�า บันไดแก้วมณี และบันไดเงิน โดยมี เชิงบันไดตั้งอยู่ที่ประตูสังกัสสนคร และหัวบันไดทอดถึงยอดเขาสิเนรุ บันไดเบื้องขวาซึ่งเป็นบันไดทองเป็นทางลงของเหล่าเทวดา บันได เบือ้ งซ้ายซึง่ เป็นบันไดเงินเป็นทางลงของเหล่ามหาพรหม ส่วนพระพุทธองค์ เสด็จลงโดยบันไดแก้วมณีซึ่งอยู่ในท่ามกลาง ในเวลาที่เสด็จลงจากยอดเขาสิเนรุ พระองค์ได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์ คือ ทรงเปิดโลกทัง้ 3 ได้แก่ เทวโลก ยมโลกและมนุษยโลก ให้เหล่าสัตว์ ใน 3 โลกสามารถเห็นซึ่งกันและกันได้ เหตุการณ์นี้เรียกว่า “โลกวิวรณ ปาฏิหาริย์” พระโบราณาจารย์กล่าวว่า วันนั้นโทษกรรมกรณ์ในนรก ระงับชั่วคราว จึงเป็นวันสงบเยือกเย็นของโลกทั้ง 3 และในการเสด็จ ลงจากเทวโลกในวันพระเจ้าเปิดโลกนัน้ พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรม โปรดเทวดาและมนุษย์ โดยตรัสถามปัญหาในวิสยั ของบุคคลจ�าพวกต่างๆ อยูต่ ลอดเวลา น�ามาซึง่ มรรคผลนิพพานแก่ประชาสัตว์นบั ไม่ถว้ นอาศัย เหล่าเหตุนี้เองจึงมีการนิยมสร้างพระพุทธรูปปางเปิดโลกขึ้น เพื่อ เป็นการน้อมระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งส�าคัญ และเป็นการบูชาคุณของ พระพุทธองค์ที่ทรงมีต่อเหล่ามนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

2.indd 99

99

24/11/61 17:37:36


วัดบ้านหนองค�า ความศรัทธาของญาติโยม พระครูสุวรรณกิต ติโชติ

ด�ำรงต�ำแหน่งเจ้ำอำวำสวัดบ้ำนหนองค�ำ

วั ด บ้ า นหนองค� า ต� ำ บลน�้ ำ ค� ำ อ� ำ เภอเมื อ ง จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

พระครู สุ ว รรณกิ ต ติ โ ชติ

วัดนี้เริ่มก่อตั้งมาเมื่อ พ.ศ.2518 โดยพ่อใหญ่ซึ่งเป็น ผู้น�าหมู่บ้าน ได้นา� ชาวบ้านพัฒนาวัดเรือ่ ยมา มีการสร้างศาลาการเปรียญ กุฏสิ งฆ์ 1 หลัง หลังจากเจ้าอาวาสองค์ก่อนมรณภาพไปแล้ว พระครูสุวรรณกิตติโชติ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบนั ได้รบั นิมนต์เข้ามาเป็นรักษาการเจ้าอาวาส เมือ่ ปี พ.ศ.2541 ท่านเริ่มสร้างอุโบสถ กุฏิสงฆ์สองหลัง และเมรุ โดยมี ศรัทธาญาติโยมชาวบ้านหนองค�าร่วมช่วยกันพัฒนาวัดและโรงเรียน และมีก�านันอุทิศ พันธ์ขาว และผู้ช่วยคือ นายพานทอง ทองสาย นายหนูกร นวลไส และชาวบ้านหนองค�าทุกๆ คน ร่วมกันบ�ารุงพัฒนา จนได้ ข ยายเขตวั ด ออกไป และได้ ร วบรวมปั จ จั ย พั ฒ นาถมดิ น พร้อมทั้งสร้างก�าแพงกั้นดินข้างวัด ซึ่งเป็นที่ลาดชันมาก ท่านเจ้าอาวาสวัดบ้านหนองค�า เล่าถึงความศรัทธาของญาติโยม ที่มีต่อวัดบ้านหนองค�าว่า “ตั้งแต่อาตมาได้รับนิมนต์มารักษาการเป็นเจ้าอาวาสที่นี่จนถึง ปัจจุบัน ในระยะ 20 ปีนี้ก็ถือว่าชาวบ้านญาติโยมบ้านหนองค�าญาติ ได้ร่วมท�าบุญบริจาคมาตลอด แม้ที่ตั้งหมู่บ้านจะอยู่ไกลจากล�าน�้ามูล แต่บางปีหน้าฝนตกมากไป น�้าท่วมท้องนาข้าวกันหมด แต่ชาวบ้าน ก็ยังช่วยกันพัฒนาวัดวาศาสนสถานไม่ได้ขาด ทุกปีจะมีการท�าบุญ ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อหาปัจจัยสร้างวัดในพุทธศาสนา เพราะชาวบ้าน หนองค�าต้องการมีวัดเพื่อใช้เป็นที่บ�าเพ็ญบุญ หรือเป็นที่ยึดเหนี่ยว ทางจิ ต ใจให้ มั่ น คง และเพื่ อ ตอบสนองบุ ญ คุ ณ ของพ่ อ แม่ ปู ่ ย่ า ตา ยาย ครู บ าอาจารย์ และเป็ น การแสดงความกตั ญ ญู รู ้ คุ ณ ใน องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” กล่าวได้วา่ ชาวบ้านหนองค�ามีบทบาทส�าคัญยิง่ ต่อการเกือ้ หนุนค�า้ จุน พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป ดังบทกลอนที่มีผู้เขียนไว้ว่า วัดจะดี มีหลักฐาน เพราะบ้านช่วย บ้านจะสวย เพราะมีวัด ดัดนิสัย บ้านกับวัด ผลัดกันช่วย อ�านวยชัย ถ้าขัดกัน ก็บรรลัย ทั้งสองทาง

100

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 100

22/11/61 19:21:52


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบเทศบาลต�าบล

เทศบาลเมืองศรีสะเกษ “ เมื อ งน่ า อยู ่ เมื อ งสุ ข ภาพดี ประชาชนมี ก ารศึ ก ษา พึ่ ง พาตนเองได้ ” วิสัยทัศน์เทศบาลเมืองศรีสะเกษ

หอศรีล�าดวนเฉลิ ม พระเกี ย รติ

ดร.ฉั ฐ มงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเ มืองศรีสะเกษ

เลขที่ 987/39 ถนนขุ ขั น ธ์ ต� า บลเมื อ งใต้ อ� า เภอเมื อ งศรี ส ะเกษ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

อนุสาวรีย์สมเด็จ พระศรี น คริ น ทร์ ฯ

ศู น ย์ แ สดงพั น ธุ ์ สั ต ว์ น�้า ศรี สะเกษอควาเรี ย ม

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 101

101

26/11/61 13:32:56


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลซำา “ ต�ำบลน่ำอยู่ คู่วัฒนธรรม น�ำพำธรรมำภิบำล บนพื้นฐำนเศรษฐกิจพอเพียง ” วิสัยทัศน์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนต�าบลซ�าตั้งอยู่หมู่ที่ 9 บ้านนา ต�าบลซ�า อ�าเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ห่างจากที่ว่าการอ�าเภอเมืองศรีสะเกษ 7 กิโลเมตร ทางหลวงชนบทหมายเลข ศก 3015 ศรีสะเกษ - จันลม

ข้ อ มู ล ทั่ วไป ต�ำบลซ�ำ มีเนื้อที่ทั้งหมด 19,291 ไร่ หรือ 37.66 ตำรำงกิโลเมตร กำรปกครอง ต�ำบลซ�ำแบ่งเขตกำรปกครองเป็นหมู่บ้ำน ทั้งหมด 14 หมู่บ้ำน

ประชากร มี ป ระชากรรวมจ� า นวนทั้ ง สิ้ น 7,018 คน จ� า นวนครั ว เรื อ น 1,783 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2559)

นางสาววราลั ก ษณ์ จำา ปาขีด นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลซ�า

พันธกิจ 1. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 2. พัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมของเมือง 3. จั ด ระเบี ย บชุ ม ชน/สั ง คม การรั ก ษาความสงบเรี ย บร้ อ ย ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 4. พัฒนาและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ 5. บริ ห ารจั ด การและการอนุ รั ก ษ์ ท รั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ สิ่งแวดล้อม 6. ส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม จารีต ประเพณีและภูมปิ ญ ั ญาท้องถิน่ 7. พั ฒ นาการบริ ห ารจั ด การและบริ ก ารประชาชน ให้ ไ ด้ รั บ ความสะดวก รวดเร็วและเกิด ความพึงพอใจ โดยยึดหลักบริห าร จัดการแบบธรรมาภิบาล 102

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 102

24/11/61 10:31:08


สภาพทางสังคม การศึกษา มีสถานศึกษาในสังกัดการศึกษาขึ้นพื้นฐาน จ�านวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านซ�าโพธิ์ โรงเรียนบ้านหนองแคนครุราษฎร สามั ค คี โรงเรีย นบ้า นแทงวิทยา โรงเรีย นบ้า นหนองแข้ หนองหว้า ป่ า สะแบง มีส ถานศึกษาสัง กัดศูน ย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อ�าเภอเมืองศรีสะเกษ จ�านวน 1 แห่ง และมีศนู ย์พฒ ั นาเด็กเล็ก จ�านวน 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนต�าบลซ�าและ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดบ้านแทง (ที่มา : กองการศึกษา อบต.ซ�า ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2559)

สาธารณสุ ข มี ห น่ ว ยงานด้ า นสาธารณสุ ข มี จ� า นวน 1 แห่ ง คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบลแทง การสั งคมสงเคราะห์ องค์การบริหารส่วนต�าบลซ�ามีผู้ได้รับ การสงเคราะห์เบีย้ ผูส้ งู อายุ 920 คน ผูพ้ กิ าร 260 คน และผูต้ ดิ เชือ้ เอดส์ 18 คน

ระบบเศรษฐกิจ เนื่ อ งจากประชาชนส่ ว นใหญ่ มี อ าชี พ ท� า การเกษตรกรรมจึ ง มั ก ประสบปัญหาผลิตผลทางการเกษตรตกต�่า การลงทุนมีมูลค่าสูง และ ขาดระบบการบริห ารจัด การที่ดีเข้ามาช่วย เมื่อว่างจากการท�านา ประชาชนส่วนใหญ่จึงอพยพเข้าเมืองใหญ่เพื่อรับจ้างทั่วไป ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม การนับถือศาสนา ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประเพณีส�าคัญ คือ ประเพณีบุญผะเหวดเทศน์มหาชาติ เป็น ประเพณีทสี่ บื ทอดกันมาอย่างต่อเนือ่ ง โดยจะจัดงานประมาณช่วงปลาย เดือนมีนาคม สินค้าพื้นเมือง และของที่ระลึก ได้แก่ ดอกล�าดวนจากผ้าต่วน, หมอนสมุนไพร, ตะกร้าเชือกถัก, แก้วกาแฟ และแก้วน�้าจากไม้ไผ่ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 103

103

24/11/61 10:31:08


เป้ำประสงค์ 1. ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็วในการใช้เส้นทางคมนาคม และมีระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการอย่างทั่วถึง 2. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี 3. ชุมชนและสังคม มีความเป็นระเบียบ และมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมี คุ ณ ภาพชี วิ ต ที่ ดี อยู ่ ใ นสภาพแวดล้ อ มที่ เ หมาะสม มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 4. ได้ร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ 5. การศึกษาท้องถิ่นมีคุณภาพ ประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ท้องถิ่นได้รับการสืบสานเพื่อไม่ให้สูญหายไป 6. บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลเกิดประโยชน์สงู สุดแก่ประชาชน 7. ประชาชนได้เรียนรู้วิธีท�าการเกษตรอย่างพอเพียง

104

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 104

24/11/61 10:31:10


จุดยืนทำงยุทธศำสตร์(Positioning) องค์การบริหารส่วนต�าบลซ�า ให้ความส�าคัญต่อการด�าเนินการ แก้ ไ ขปั ญ หาความเดื อ ดร้ อ น และการพั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต ของประชาชนในพื้นที่ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการปรับปรุง ฟื้นฟู พัฒนาการ จัดบริการสาธารณะ หรือโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถือเป็น ภารกิจหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนา ด้านการศึกษา อันเป็นรากฐานส�าคัญต่อการพัฒนาคน พัฒนาประเทศ ให้มีคุณภาพสูง มีการพัฒนาที่ยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมต่างๆ ทีเ่ กีย่ วข้องโดยตรงกับชีวติ ความเป็นอยู่ ของประชาชน โดยยึดหลักการมีสว่ นร่วม ความสอดคล้องกับนโยบาย ของรัฐบาล และแผนพัฒนาระดับต่างๆ รวมถึงการพิจารณา วิเคราะห์ สภาพปั ญ หา ความต้ อ งการของประชาชน และความพึ ง พอใจ ของประชาชนที่ มี ต ่ อ การพั ฒ นา องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลซ� า จึงก�าหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาไว้ 7 ประเด็นยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน 2. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านประสิทธิภาพการบริการประชาชน สู่ธรรมาภิบาล 3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ 4. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 5. ยุ ท ธศาสตร์ ก ารพั ฒ นาการศึ ก ษา ศิ ล ปะ วั ฒ นธรรมและ ภูมิปัญญาท้องถิ่น 6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านสาธารณสุขและสวัสดิการสังคม 7. ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านความเข้มแข็งของชุมชน

กลุ่มอำชีพ ที่ ได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณ จำกองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลซ�ำ

1. กลุ่มจักสานพลาสติก 2. กลุ่มผลิตดอกล�าดวนจากผ้าต่วน 3. กลุ่มจักสานและผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ 4. กลุ่มทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย และถักไหมพรม 5. กลุ่มขนมและอาหารไทย 6. กลุ่มทอผ้าเช็ดเท้า 7. กองทุนสวัสดิการต�าบลซ�า 8. กองทุนหลักประกันสุขภาพต�าบลซ�า

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 105

105

24/11/61 10:31:18


ควำมเชื่อมโยงของยุทธศำสตร์ ในภำพรวม จากแผนพั ฒ นาเศรษฐกิ จ และสั ง คมแห่ ง ชาติ ฉบั บ ที่ 12 ยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์จังหวัดศรีสะเกษ องค์การบริหาร ส่ ว นต� า บลซ� า จึ ง ได้ น� า มาเป็ น แนวทางในการก� า หนดประเด็ น ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน เป็ น การเตรี ย มการพั ฒ นา เป็ น การน� า ภู มิ คุ ้ ม กั น ที่ มี อ ยู ่ พ ร้ อ มทั้ ง เร่งสร้างภูมิคุ้มกันในท้องถิ่นให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อม คน สั ง คม และระบบเศรษฐกิ จ ของชุ ม ชน ให้ ส ามารถปรั บ ตั ว รองรับผลกระทบจากสภาวการณ์เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม

106

โดยให้ความส�าคัญกับการพัฒนาคน สังคมเศรษฐกิจภายในชุมชน ให้ มี คุ ณ ภาพ ใช้ ท รั พ ยากรที่ มี อ ยู ่ ภ ายในชุ ม ชนอย่ า งคุ ้ ม ค่ า และ เกิ ด ประโยชน์ สู ง สุ ด รวมทั้ ง สร้ า งโอกาสทางเศรษฐกิ จ ด้ ว ยฐาน ความรู้เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ บนพื้นฐาน การผลิ ต และการบริ โ ภคที่ เ ป็ น มิ ต รต่ อ สิ่ ง แวดล้ อ ม ซึ่ ง จะน� า ไปสู ่ การพัฒนาเพื่อประโยชน์สุขที่ยั่งยืนของชุมชน ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 106

24/11/61 10:31:20


กิจกรรม / โครงกำรเด่น

โครงการปันน�้าใจ ใส่ใจช่วยเหลือ ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ โครงการปั่นปลูกเฉลิมพระเกียรติ อบต.ซ�า ครั้งที่ 4 ประเพณี บุ ญ ผะเหวดเทศนมหาชาติ ปี 2561 (วั น ที่ 31 มีนาคม - 1 เมษายน 2561) โครงการประกวดการบริ ห ารจั ด การขยะมู ล ฝอยชุ ม ชน “หมู่บ้านสะอาด” ต�าบลซ�า โครงการเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ โตไปไม่โกง ลานวัด - ลานบุญ

ผลกำรด�ำเนินงำนในปีงบประมำณ พ.ศ.2557 - 2561 ตามที่องค์การบริหารส่วนต�าบลซ�า ได้ด�าเนินงานต่างๆ ตั้งแต่ ปีงบประมาณ พ.ศ.2557 - 2560 เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และพัฒนาองค์กรให้เกิดความมัง่ คงในการพัฒนา เพือ่ ให้ความเป็นอยู่ ของประชาชนดีขนึ้ ซึง่ จากการด�าเนินงานขององค์การบริหารส่วนต�าบลซ�า ส่งผลให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างรอบด้าน อาทิ 1. ประชาชนมีน�้าประปาใช้ทุกครัวเรือน 2. ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือน 3. ประชาชนมีถนนใช้ในการสัญจรไปมาได้สะดวก 4. ไม่มีการเกิดอาชญากรรมในพื้นที ่ 5. เด็ก ๆ ได้รับการศึกษา 6. ผูส้ งู อายุ ผูพ้ กิ าร ผูป้ ว่ ยเอดส์ ได้รบั เงินช่วยเหลือเบีย้ ยังชีพทุกคน 7. ประชาชนได้รบั ความช่วยเหลือในเรือ่ งทีอ่ ยูอ่ าศัยทีม่ นั่ คงแข็งแรง 8. ประชาชนได้รับความช่วยเหลือจากสาธารณภัย 9. ปัญหาไข้เลือดออกลดลง 10. ประชาชนได้รับการฝึกอบรมอาชีพเพื่อน�าไปประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน 11. ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับการสาธารณสุข 12. ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัย 13. ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการด�าเนินงานต่างๆ ของอบต. 14. ประชาชนได้รับบริการจากงานบริการต่างๆ ขององค์การ บริหารส่วนต�าบล ด้วยความสะดวก

รำงวัลและเกียรติบัตร 1. ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ องค์การบริหารส่วนต�าบลดีเด่น โครงการธรรมมาภิบาลในการบริหารจัดการแบบมีสว่ นร่วม ในปี 2553 2. ได้รับเกียรติบัตร ผู้บริหารท้องถิ่นสตรีดีเด่นระดับจังหวัด ในปี 2560 3. ได้รับเกียรติบัตร รองชนะเลิศอันดับ 2 ในการประกวด การจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ปี 2561 4. ได้รับโล่รางวัล องค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงาน ดีเด่น ประจ�าปี 2561 ด้านสาธารณสุข SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 107

107

24/11/61 10:31:21


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลโพนเขวา “ ต� ำ บลโพนเขวำเขตดงพริ ก แดง แสดงธรรมลื อ เลื่ อ ง นำมกระเดื่ อ งโนนกุ ด หล่ ม อุ ด มพั น ธุ ์ พื ช ปลำน�้ ำ จื ด หลำกหลำยสำยน�้ ำ มู ล เย็ น ฉ�่ ำ เลิ ศ ล�้ ำ สำมั ค คี ” ค�ำขวัญของต�ำบลโพนเขวำ

วัดป่ำโนนกุดหล่ม ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ต�ำบลโพนเขวำ อ�ำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ทิศตะวันออก ห่ำงจำกอ�ำเภอเมืองศรีสะเกษ 16 กิโลเมตร

“ โครงสร้ำงพื้นฐำนดี มีคุณภำพชีวิต ร่วมรักษำสิ่งแวดล้อม น้อมน�ำเศรษฐกิจพอเพียง ” วิสัยทัศน์กำรพัฒนำ

รางวัลชนะเลิศ ในการพิจารณากลั่นกรองผลงานประกวดรางวัลโรคพิษสุนัขบ้า Thailand Rabies Awards 2017 ระดั บ เขต ภายใต้ โ ครงการสั ต ว์ ป ลอดโรค คนปลอดภั ย จากโรคพิ ษ สุ นั ข บ้ า ตามพระปณิ ธ านศาสตราจารย์ ดร.สมเด็ จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

108

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 108

24/11/61 16:22:39


ข้อมูลทั่วไป องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลโพนเขวา มี พื้ น ที่ ค รอบคลุ ม ทั้ ง หมด เป็นจ�านวน 32.89 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง สลับกับทุ่งนา ป่าไม้ และมีล�าน�้ามูลไหลผ่าน พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้ในการ ท�าการเกษตร การปกครอง องค์การบริหารส่วนต�าบลโพนเขวา มีเขตการปกครอง 11 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ 1 บ้านโพนเขวา หมู่ที่ 2 บ้านโพนเขวา หมู่ที่ 3 บ้านหนองเข็ง หมู่ที่ 4 บ้านกอก หมู่ที่ 5 บ้านเหล่าแค หมู่ที่ 6 บ้านหนองแวง หมู่ที่ 7 บ้านหนองแวง หมู่ที่ 8 บ้านดอนสั้น หมู่ที่ 9 บ้านโนนสังข์ หมู่ที่ 10 บ้านโนนเล่ย์ หมู่ที่ 11 บ้านหนองเข็งค�า

นายพั ด โพธิ์ ข าว

นำยกองค์ก ำรบริห ำรส่วนต�ำบลโพนเขวำ

ประชากร ต�าบลโพนเขวามีจา� นวนประชากรทัง้ สิน้ 7,624 คน แยกเป็น ชาย 3,696 คน หญิง 3,928 คน จ�านวนครัวเรือน 1,975 ครัวเรือน จ�านวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จ�านวน 5,228 คน การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหาร ส่วนต�าบลและสมาชิกองค์การบริหารส่วนต�าบล และเสนอแนวท�างาน แก้ไขปัญหาผ่านสมาชิกสภา ผ่านผู้บริหารและผ่านประชาคมหมู่บ้าน และต�าบล การมีส่วนร่วมในการจัดท�าแผนพัฒนาต�าบลในรูปของ คณะกรรมการพิจารณาแผน และประชาชนมีสว่ นร่วมในการเข้าตรวจรับ ตรวจสอบโครงการต่างๆ กำรขับเคลื่อนกิจกรรม To Be Number One ในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนรำชกัญญำ สิริวัฒนำพรรณวดี

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 109

109

24/11/61 16:22:49


รำงวั ล แห่ ง ควำมส� ำ เร็ จ

เกียรติบัตร ศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ดีเด่น ระดับ องค์การบริหารส่วนต�าบลประจ�าปี 2551 รางวัลบริหารจัดการที่ดี ประจ�าปี 2550

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 โครงการ ประกวด Thailand Rabies Awards 2017 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภั ย จากโรคพิ ษ สุ นั ข บ้ า ตามพระปณิ ธ านศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าจุฬาภรณ วลั ย ลั ก ษณ์ อั ค รราชกุ ม ารี ประเภท ระดั บ กรมส่ ง เสริ ม การปกครอง ท้องถิ่นร่วมกับกรมปศุสัตว์

โล่ เ กี ย รติ คุ ณ เป็ น ภาคี เ ครื อ ข่ า ย ประเภทองค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นท้ อ งถิ่ น ดี เ ด่ น ประจ�าปี 2558

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 โครงการ ประกวด Thailand Rabies Awards 2017 ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภั ย จากโรคพิ ษ สุ นั ข บ้ า ตามพระปณิ ธ านศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลั ย ลั ก ษณ์ อั ค รราชกุ ม ารี ประเภท ระดับประเทศ

110

เกียรติบัตร เป็นหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่น เป็นที่ประจักรในงานควบคุม ป้องกัน โรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

เกียรติคุณ ศูนย์ประสานพลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติ ด ต� า บลโพนเขวา อ�าเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ ไ ด้ ร ะดมพลั ง แผ่ น ดิ น ในการต่ อ สู ้ เพื่ อ เอาชนะยาเสพติ ด อย่ า งดี จ น ประสบผลส� า เร็ จ ตามนโยบายของ รัฐบาล ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2547

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 110

24/11/61 16:23:15


วั ฒนธรรมประเพณี งานประเพณีสงกรานต์และวันผู้สูงอายุ การสืบสานงานประเพณีสงกรานต์และวัน ผู้สูงอายุ เป็นกิจกรรม ที่องค์การบริหารส่วนต�าบลโพนเขวาจัดขึ้นเป็นประจ�าทุกปี โดยจัดให้มี กิจกรรมการตรวจสุขภาพผูส้ งู อายุ และกิจกรรมรดน�า้ ขอพรจากผูส้ งู อายุ งานประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีมาแต่ช้านาน เป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่น จนกลายเป็นประเพณีที่ดีงามควรค่าแก่การอนุรักษ์ และสืบทอดแก่ลูกหลานต่อๆ ไป องค์การบริหารส่วนต�าบลโพนเขวา ได้เล็งเห็นความส�าคัญในการอนุรักษ์วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น จึงได้จดั งานประเพณีบญ ุ บัง้ ไฟขึน้ เป็นประจ�าในเดือนมิถนุ ายนของทุกปี โดยจะมีการประกวดขบวนแห่บั้งไฟประเภทสวยงามจากทุกหมู่บ้าน แสดงถึงวิถีชีวิตชาวต�าบลโพนเขวา เป็นศิลปะและนาฏศิลป์พื้นบ้าน

ประเพณีบุญบั้งไฟ

กลุ่มอำชีพ/ผลิตภัณฑ์ชุมชน กลุ่ม ผลิตข้าวอินทรีย์ (GAP) บ้านหนองเข็ง หมู่ที่ 3 บ้านดอนสั้น หมู่ที่ 8 และบ้านโนนสังข์ หมู่ที่ 9 กลุ่มกล้วยฉาบ บ้านโนนสังข์ หมู่ที่ 9 กลุ่มทอเสื่อ บ้านหนองเข็งค�า หมู่ที่ 11 กลุ่มทอผ้าเก็บ บ้านดอนสั้น หมู่ที่ 8

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ำ

กิจกรรม Big Cleaning Day กลุ่มผลิตข้ำวอินทรีย์ (GAP) บ้ำนหนองเข็ง

กลุ่มกล้วยฉำบ บ้ำนโนนสังข์ กิจกรรมปลูกต้นไม้

กลุ่มทอเสื่อ บ้ำนหนองเข็งค�ำ

กลุ่มทอผ้ำเก็บ บ้ำนดอนสั้น

กิจกรรมลอกผักตบชวำ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 111

111

24/11/61 16:23:57


นระดับ ณ เจ้า

วัดป่าโนนกุดหล่ม พระครู จ ำรุธรรมพิม ล

ด� า รงต� า แหน่ง เจ้า อาวาสวัด ป่า โนนกุด หล่ม ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 92 บ้ า นโนนสั ง ข์ หมู ่ ที่ 9 ต� า บลโพนเขวา เนื้ อ ที่ เ ป็ น ป่ า ธรรมชาติ ริ ม ฝั ่ ง แม่ น�้ า มู ล ประมาณ 150 ไร่

ประวัติวัดป่ำโนนกุดหล่ม วัดป่าโนนกุดหล่มเกิดขึน้ จากศรัทธาของชาวบ้านโนนสังข์ สืบเนือ่ งมาจาก เมื่อปี พ.ศ.2533 ชาวบ้านโนนสังข์ได้ไปนิมนต์พระครูโชติญาณโสภณ (เจ้าคณะต�าบลโพนเขวา) ให้สง่ พระภิกษุ - สามเณร มาอยูพ่ กั จ�าพรรษา ทีว่ ดั บ้านโนนสังข์ แต่กไ็ ม่มผี ใู้ ดมา เพราะในขณะนัน้ สถานทีไ่ ม่พร้อมส�าหรับ เป็นสถานที่ใช้ในการปฏิบัติธรรม ด้วยเหตุนี้พระครูโชติญาณโสภณ พร้อมด้วยคณะพระภิกษุ - สามเณร และกรรมการหมู่บ้านโนนสังข์ จึงได้รเิ ริม่ ส�ารวจป่าโนนกุดหล่มเพือ่ สร้างวัด จากทีด่ นิ ทีช่ าวบ้านบริจาค เป็นเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ แต่ก็ยังไม่มีการสร้างวัดขึ้นตามที่ชาวบ้าน ต้องการ กระทัง่ ปี พ.ศ.2535 ชาวบ้านจึงได้กราบเรียนพระครูโชติญาณโสภณ (เจ้าคณะต�าบลโพนเขวา) รวมถึงพระราวี จารุธมั โม(ปัจจุบนั ด�ารงต�าแหน่ง เจ้าอาวาสวัดป่าโนนกุดหล่ม) มาเพื่อเป็น ผู้น�าในการสร้างวัด แต่ ในช่วงแรกของการด�าเนินการก่อสร้างวัดนั้นก็ยัง ไม่เป็นไปอย่างที่ ชาวบ้านตั้งใจ 112

พระครูจำรุธรรมพิมล

เจ้ า อาวาสวั ด ป่ า โนนกุ ด หล่ ม ต่อมาเมือ่ วันที ่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2536 ซึง่ เป็นวันขึน้ 9 ค�า่ เดือน 8 ชาวบ้านได้ไปกราบนิมนต์ พระครูโชติญาณโสภณอีกครั้ง ท่านจึงได้ น�าคณะพระภิกษุ - สามเณร รวม 11 รูป เพื่อมาส�ารวจป่าโนนกุดหล่ม อีกครั้ง โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านโนนสังข์ร่วมส�ารวจด้วย ในการนั้น ทางคณะผู้ร่วมส�ารวจได้ปักเขตที่จะสร้างวัดตามแนวเดิมที่เคยส�ารวจ ไว้แล้ว เมื่อปี พ.ศ.2533 และได้มอบหมายให้พระราวี จารุธัมโม อยู่เป็นประธานสงฆ์ โดยมีพระภิกษุ - สามเณร อยู่จ�าพรรษาด้วยกัน ทั้งหมด 8 รูป ท่ามกลางความปลาบปลื้มใจของชาวบ้านโนนสังข์ ที่จะได้มีวัดสมกับที่รอคอยมานานถึง 4 ปี ซึ่งในกาลพรรษานั้นเอง ชาวบ้ า นได้ พ ร้ อ มใจกั น สร้ า งวั ด จากวั ส ดุ ธ รรมชาติ ที่ ห าได้ ใ นพื้ น ที่ ป่าโนนกุดหล่ม บรรยากาศการท�างานเป็นไปด้วยความสามัคคีและ มีความสุขกันตลอดทั้งช่วงกาลพรรษา ต่อมาเมื่อออกพรรษาและเสร็จสิ้นจากการรับกฐินแล้ว ก็ออก จาริกธุดงค์อีกครั้ง จากวัดป่าโนนกุดหล่มจนไปถึงวัดนิพเพธพลาราม ซึง่ มีพระอาจารย์สมภพ โชติปญ ั โญ เป็นเจ้าอาวาสในขณะนัน้ แล้วกลับมา ประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์เพื่อจัดงานปฏิบัติธรรม “มาฆะบูชา” ใน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 โดยพระอาจารย์สมภพ โชติปญฺโญ ได้เมตตาขึน้ แสดงธรรมเทศนา แล้วได้บอกให้พระราวี จารุธมั โม ปักหลักอยู่ ณ วัดป่าโนนกุดหล่มแห่งนี้ เพื่อสร้างสถานที่นี้ให้เป็น “โอเอซีส” (ขุมทรัพย์ในทางธรรม)แก่พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดศรีสะเกษและ

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 112

24/11/61 16:24:00


บุคคลทั่วไป พระราวี จารุธัมโม จึงตัดสินใจว่าจะอยู่ท่ีนี่ในเมื่อพระราวี จารุธมั โม ได้ตดั สินใจว่าจะอยูท่ วี่ ดั ป่าโนนกุดหล่มแน่นอนแล้ว ปรากฏว่า ต่อมาก็ได้มีผู้มีจิตศรัทธาขอเป็นเจ้าภาพสร้างกุฏิถาวรอีก 5 หลัง ชาวบ้านโนนสังข์เกิดความปลาบปลื้มใจเป็นอันมากจึงได้พร้อมใจกัน ร่วมกันมอบทัง้ แรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ แรงปัญญา ก่อสร้างถาวรวัตถุขนึ้ ด้วยความรักความสามัคคี ด้วยเหตุนี้เอง ทางวัดป่าโนนกุดหล่มจึงได้ จัดงานปฏิบัติธรรมมาเรื่อยๆ ทุกปีโดยถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันรวมปฏิบัติธรรมสืบมา ในสมัยเริ่มต้นก่อสร้างวัดป่าโนนกุดหล่มแรกๆ มีเนื้อที่เป็นป่าซึ่ง ชาวบ้านบริจาคประมาณ 50 ไร่ โดยพื้นที่เหล่านี้เคยเป็นไร่ข้าวและ ไร่ปอของชาวบ้านมาก่อน ครั้นเมื่อมีศรัทธาในพระศาสนาจึงร่วมใจกัน บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2545 ได้มีผู้บริจาคที่ดิน เพิ่มเติมอีกประมาณ 30 ไร่ และต่อมาปีพ.ศ. 2545 ชาวบ้านได้ขอซือ้ ทีด่ นิ ของนายต�ารวจท่านหนึง่ ซึ่งเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ น.ส. 3 ก. เนื้อที่ 20 ไร่ ซึ่งบางส่วนอยู่ใน บริเวณวัดอยูแ่ ล้ว เพือ่ ขอสร้างวัดให้ถกู ต้องตามกฎหมายบ้านเมืองต่อไป โดยซื้อในราคา 250,000 บาท และ ค่าโอนอีก 45,000 บาท โดย ท�าเรื่องขอสร้างในราวเดือนตุลาคม พ.ศ. 2545 และได้รับอนุญาต สร้างวัด เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2546 แล้วขออนุญาตตั้ง เป็นวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป สถานภาพในปัจจุบนั ได้รบั ประกาศแต่งตัง้ ให้เป็นส�านักปฏิบตั ธิ รรม ประจ�าจังหวัด แห่งที่ 2 มีหน่วยงานราชการต่างๆ เข้ามารับการอบรม ปฏิบัติธรรมกันเป็นจ�านวนมาก ประกอบด้วย ครู แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ต�ารวจ ผู้พิพากษา ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษา และ ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี พ.ศ.2551 ได้ริเริ่มให้มี “โครงการนอนวัดวันเสาร์ เข้าวัดวันอาทิตย์ พัฒนาชีวิต ด้วยพระธรรม” เน้นในวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 2 ของทุกเดือน และ ทุกวันนีไ้ ด้มญ ี าติโยมมาพักปฏิบตั ธิ รรมตามความสะดวกของแต่ละท่าน มากขึ้นเรื่อยๆ โดยมาค้างที่วัดตั้งแต่คืนวันเสาร์ - อาทิตย์ โดยมาจาก ต่างจังหวัดก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อปี พ.ศ.2553 ทางวัดได้รับรางวัล ส�านักปฏิบัติธรรมประจ�าจังหวัดดีเด่น โดยมติมหาเถรสมาคม

พระครูโชติญำณโสภณ

เจ้าคณะต�าบลโพนเขวา เจ้าอาวาสวัดป่าทรายทอง

วัดป่าทรายทอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ต�าบลโพนเขวา อ�าเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เดิ ม พื้ น ที่ วั ด แห่ ง นี้ เ ป็ น ป่ า ช้ า ต่ อ มาพระครู โ ชติ ญ าณโสภณ (เจ้าคณะต�าบลโพนเขวา) ได้มาจ�าพรรษาเมื่อปี พ.ศ.2520 ซึ่งขณะนั้น มีพระภิกษุรูปเดียวคือพระครูโชติญาณโสภณ ท่านได้จ�าพรรษาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ และพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน วัดป่าทรายทองมีเนื้อที่ทั้งหมด 59 ไร่ ปัจจุบันมีพระภิกษุ สามเณร จ�านวน 9 รูป และยังเป็นศูนย์อบรมประชาชนระดับต�าบล ประจ�าต�าบล โพนเขวา อ�าเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีพระครูโชติญาณโสภณ เจ้าคณะต�าบลโพนเขวา เป็นเจ้าอาวาสวัด

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 113

113

24/11/61 16:24:14


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลทุ่ม “ บุ ค ลากรมี วิ นั ย ตรงต่ อ เวลา รั ก ในองค์ ก ร ใส่ ใ จความเป็ น อยู ่ ข องประชาชน บริ ก ารประชาชนด้ ว ยใจโปร่ ง ใส ” วิสัยทัศน์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนต�าบลทุ่ม

ตั้งอยู่เลขที่ 85 หมู่ 1 ต�าบลทุ่ม อ�าเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ โดยอยู่ห่างจากอ�าเภอเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 17 กิโลเมตร

ข้ อ มู ล ทั่ วไป องค์การบริหารส่วนต�าบลทุ่ม ได้ประกาศจัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2540 มี เขตการปกครอง 13 หมู่บ้า น มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ ณ เดือนมีนาคม 2561 จ�านวน 6,986 คน มีครัวเรือนจ�านวน 1,359 หลังคาเรือน

หน้าทางเข้าส�านัก งาน อบต.ทุ่ม 114

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 114

23/11/61 20:22:59


แนวทางการพัฒนา อบต.ทุ่ม

นายอุ ด ร ธรรมวงศ์

ปลัดองค์ก ารบริห ารส่วนต�าบล ปฏิ บัติหน้ า ที่ นายกองค์ก ารบริห ารส่วนต�าบลทุ ่ ม

นายอุดร ธรรมวงศ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนต�าบล ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลทุ ่ ม ได้ บ ริ ห ารงานโดยน� า หลั ก ธรรมาภิบาลมาปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ถูกกฎหมาย คุ้มค่า มีส่วนร่วม มีคุณธรรม และมีความรับผิดชอบ ตลอดทั้งข้าราชการและ ลูกจ้าง ได้ร่วมกันก�าหนดค่านิยมอันพึงประสงค์ในการปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกัน ภายใต้ชื่อ SORIOM โดยมีความหมายดังนี้ 1. มีจิตบริการ S (Service Mind) มุ่งเน้นการบริการประชาชน บริการด้วยความเต็มใจ ต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง 2. รักในองค์กร O (Ownership) มีจติ ส�านึกในการเป็นเจ้าขององค์กร และมีความภาคภูมิใจ 3. มีความผูกพันและสามัคคี R (Relationship) มีความสามัคคี รักใคร่ต่อกันในองค์กร ไม่อิจฉาริษยาต่อกัน ไม่กล่าวหานินทาต่อกัน 4. มัน่ คงในคุณธรรม I (Integrity) ซือ่ ตรง ตรงไปตรงมา ไม่หลอกลวง ต่อตนเองและผูอ้ นื่ คิดไตร่ตรองก่อนพูด ยึดมัน่ รักษาค�าพูด อย่างมัน่ คง เสมอต้นเสมอปลาย 5. สร้างสรรค์สิ่งใหม่ O (Originality) กล้าคิด กล้าเริ่ม เสนอแนะ แม้ตอ้ งท�างานละเอียดขึน้ หนักขึน้ มุง่ ผลเป็นเลิศ เกินมาตรฐานเป้าหมาย 6. รู้แจ้ง รู้จริง สมเหตุสมผล M (Mastery) ควบคุมดูแลตนเอง สร้างวินัยในการด�าเนินชีวิต ไม่ต้องให้ใครมาบังคับ

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 115

115

23/11/61 20:23:08


สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนต�าบลทุ ่ ม ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนต�าบลทุ่ม มีสมาชิกสภาองค์การบริหาร ส่วนต�าบลทุ่ม จ�านวน 26 คน ถึงแก่กรรม 1 คน เหลือสมาชิกสภา จ�านวน 25 คน ดังนี้ 1 นายสุภาสิต วงษา 2 นายถวิล แสงทอง 3 นางสมควร อินตะนัย 4 นายเกษม ศรีจันทร์ 5 นายสุทิน ค�าพอง 6 นายสมชาย รักชาติ 7 นายชาตรี ท่อนทองแดง 8 นางวิไลวรรณ โคตา 9 นายอ่อน ท�าบุญ 10 นายกษมา ทรงกลด 11 นางสาวชยาภัสร์ อุดด้วง 12 นางสงวนวงศ์ พรหมประดิษฐ์ 13 นายสุพัฒ อุดด้วง 14 ว่าที่ร.ต.เปรมศักดิ์ งอมสงัด 15 นายเกษตร ฤาชา 16 นางจงจิตร แสงทอง 17 นางสุปรียา ท�าบุญ 18 นายมานะพันธ์ มาระยาท 19 นายเทียนชัย มูลตระกูล 20 นายจ�ารอง ศรีผุย 21 นายประสพ อุรารส 22 นายสฤษดิ์ วังทอง 23 นางสาวลักขณา ค�าฤาชา 24 นายเกรียงไกร พุกเจริญ 25 นายภาษี ทองสาย 26 นายอุดร ธรรมวงศ์ สภาองค์การบริหารส่วนต�าบลทุ่ม

116

ประธานสภา หมู่ 5 รองประธานสภาฯ หมู่ 1 สมาชิก อบต. หมู่ 1 สมาชิก อบต. หมู่ 2 สมาชิก อบต. หมู่ 2 สมาชิก อบต. หมู่ 3 สมาชิก อบต. หมู่ 3 สมาชิก อบต. หมู่ 4 สมาชิก อบต. หมู่ 4 สมาชิก อบต. หมู่ 6 สมาชิก อบต. หมู่ 6 สมาชิก อบต. หมู่ 7 สมาชิก อบต. หมู่ 7 สมาชิก อบต. หมู่ 8 สมาชิก อบต. หมู่ 8 สมาชิก อบต. หมู่ 9 สมาชิก อบต. หมู่ 9 สมาชิก อบต. หมู่ 10 สมาชิก อบต. หมู่ 10 สมาชิก อบต. หมู่ 11 สมาชิก อบต. หมู่ 11 สมาชิก อบต. หมู่ 12 สมาชิก อบต. หมู่ 12 สมาชิก อบต. หมู่ 13 สมาชิก อบต. หมู่ 13 ปลัด อบต.และเลขานุการ

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 116

23/11/61 20:23:22


โครงการและกิจกรรม (บางส่วน) ในปีงบประมาณ 2562 แผนงานสังคมสงเคราะห์ 1. โครงการจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ 2. โครงการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส 3. โครงการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน 4. โครงการเสริมรักและความอบอุ่นในครอบครัว

แผนงานสร้างความเข็มแข็งของชุมชน 1. โครงการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงองค์การบริหารส่วนต�าบลทุ่ม 2. โครงการอบรมส่งเสริมอาชีพกลุ่มสตรี 3. โครงการส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุคนพิการ และผู้ด้อยโอกาส 4. ขยายเขตไฟฟ้าแรงต�่า หมู่ 2, 11

แผนงานสาธารณสุข 1. โครงการธนาคารขยะ 2. โครงการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินก่อนน�าส่งโรงพยาบาล 3. โครงการรณรงค์และป้องกันไข้เลือดออก 4. โครงการรณรงค์และป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 5. โครงการศูนย์รับส่งผู้ป่วย อบต.ทุ่ม

แผนงานการเกษตร ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร หมู่ 1, 5, 6, 7, 9, 10 แผนงาน ไฟฟ้าถนน (ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง) โครงการก่อสร้างถนน คสล. ร่องระบายน�้าในหมู่บ้าน ปรับปรุง ซ่อมบ�ารุงถนน จ�านวน 18 โครงการ

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 117

117

23/11/61 20:23:24


118

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 118

23/11/61 20:23:44


SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 119

119

23/11/61 20:24:08


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลหมากเขียบ องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลหมำกเขียบ หมู่ที่ 9 บ้ำนก้ำนเหลือง ต�ำบลหมำกเขียบ อ�ำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นองค์กรในกำร ให้บริกำรประชำชน แก้ไขควำมเดือดร้อนของพีน่ อ้ งในเขตต�ำบลหมำกเขียบ มุ่งสร้ำงและพัฒนำคุณภำพชีวิต สร้ำงควำมสำมัคคีของคนในชุมชน โดยที่ผ่ำนมำได้รับควำมร่วมมือจำกประชำชน และหน่วยงำนรำชกำร ในพื้นที่ในกำรท�ำงำนเป็นอย่ำงดี

ข้อมูลทั่วไป

นายแสวง เชื้ อ ทอง

นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลหมากเขียบ

120

ต�ำบลหมำกเขียบ มีเนื้อที่ 22,406 ไร่ หรือ 46.26 ตำรำงกิโลเมตร ตั้งอยู่ห่ำงจำกศำลำกลำงจังหวัดศรีสะเกษ ระยะทำง 11 กิโลเมตร เส้นทำงไปอ�ำเภอขุขันธ์ ไปช่องสะง�ำ อ�ำเภอภูสิงห์ ไปนครวัด นครธม ประเทศกั ม พู ช ำ พื้ น ที่ ส ่ ว นใหญ่ เ ป็ น พื้ น ที่ ส ำธำรณะประโยชน์ มี ล�ำห้วยส�ำรำญ และห้วยคล้ำ เป็นแม่น�้ำสำยหลักหล่อเลี้ยงคนในชุมชน มี จ� ำ นวนประชำกร 4,908 คน แบ่ ง เขตกำรปกครองออกเป็ น 11 หมู ่ บ ้ ำ น ประชำชนส่ ว นใหญ่ ป ระกอบอำชี พ ท� ำ นำ ปลู ก พริ ก หอม กระเทียม และกำรเกษตรอื่นๆ

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 120

24/11/61 13:34:14


องค์การบริหารส่วนต�าบลหมากเขียบ

ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนในต�าบลมีงานท�า หลังฤดูเก็บเกี่ยว

กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อจ�าหน่ายในราคาย่อมเยา ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมให้ ประชาชนมีอาชีพ และมีสินค้าที่มีคุณภาพใช้ ในพื้นที่ กลุ่มมีรายได้ สามารถเลี้ยงตัวเองได้

ส่งเสริมอาชีพนวดแผนไทย ประจ�าปีงบประมาณ 2561 เพื่อให้กลุ่มสตรี ได้มีทักษะและอาชีพ ที่สามารถประกอบอาชีพเสริมได้

ส่งเสริมอาชีพสานตะกร้าพลาสติก ประจ�าปีงบประมาณ 2561 เพื่อให้ประชาชนได้มีอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ ให้ครอบครัว SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

สวนทุเรียนพรประเสฐิ .indd 121

121

24/11/61 13:34:30


หลวงพ่อใหญ่

วัดบ้านก้านเหลือง

122

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 122

24/11/61 13:34:34


สถานที่ส�าคัญใน ต�าบลหมากเขียบ วัดบ้านก้านเหลือง ตั้งอยู่เลขที่ 35 หมู่ที่ 9 ต�ำบลหมำกเขียบ อ�ำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ วัดบ้ำนก้ำนเหลือง เป็นวัดเก่ำแก่ เป็นที่เคำรพศรัทธำของคน ในชุมชน มีพระคู่บ้ำนคือ หลวงพ่อใหญ่(มณฑป) สร้ำงประมำณ พ.ศ.2200 ประดิษฐำนอยูบ่ นสิมโบรำณ โดยมีสมบัตโิ บรำณอยูใ่ ต้ฐำนสิม หลวงพ่ อ ใหญ่ ( มณฑป) เป็ น พระพุ ท ธรู ป ปำงเดี ยวกั บ หลวงพ่ อ โต แห่งวัดพระโต ซึ่งเป็นพระคู่บ้ำนคู่เมืองศรีสะเกษมำช้ำนำน โดยคำด ว่ำน่ำจะสร้ำงขึ้นพร้อมกัน

เมื่อปี พ.ศ.2546 พระครูโกวิทพัฒโนดม(หลวงปู่เกลี้ยง เตชธัมโม) วัดศรีธำตุ(โนนแกด) บ้ำนโนนแกด ต�ำบลทุ่ม อ�ำเภอเมืองศรีสะเกษ พระเกจิอำจำรย์ชื่อดังของจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกับชำวบ้ำนใน ต�ำบลหมำกเขียบ ปฏิสังขรณ์วิหำรหลวงพ่อใหญ่ครอบสิมโบรำณไว้ เพื่ อ ป้ อ งกั น กำรลั ก ขโมย และเพื่ อ เป็ น อนุ ส รณ์ เ นื่ อ งจำกพระครู โกวิทพัฒโนดม(หลวงปู่เกลี้ยง เตชธัมโม) ท่ำนเกิด ณ บ้ำนก้ำนเหลือง ต�ำบลหมำกเขียบ ปัจจุบันท่ำนมีอำยุ 110 ปี

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 123

123

24/11/61 13:34:47


THE MILLION YEARS 3 FAIRIES CARVING UNDER THE CLIFF ภาพแกะสลักเทพ 3 องค์ อายุหลายพันปี ใต้หน้าผา ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร

P. 124 AD.indd 124

23/11/2561 17:11:50


THE IMPORTANT TEMPLES SISAKET

อ�ำเภอกันทรลักษ์ วัดกระแชงพัฒนา หมู่ 12 ต�าบลกระแชง วัดกระแชงใหญ่ หมู่ 2 ต�าบลกระแชง วัดกระบี่ หมู่ 8 ต�าบลหนองหญา้ ลาด วัดกระมอล หมู่ 7 ต�าบลทุง่ ใหญ่ วัดกันจาน หมู่ 2 ต�าบลกุดเสลา วัดกัททลิวัน หมู่ 9 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดกันทรลักษณธ์ รรมาราม หมู่ 13 ต�าบลหนองหญา้ ลาด วัดกุดเสลา หมู่ 3 ต�าบลกุดเสลา วัดขนาเกา่ หมู่ 3 ต�าบลน�าอ้อม วัดขนาวนาวราราม หมู่ 7 ต�าบลน�าออ้ ย

วัดขะยูง หมู่ 1 ต�าบลน�าอ้อม วัดเขื่อนช้าง หมู่ 15 ต�าบลสังเม็ก วัดคลอ้ เกตุศิริ หมู่ 6 ต�าบลน�าอ้อม วัดจันทร์หอมวนาราม หมู่ 4 ต�าบลโนนส�าราญ วัดจันทอง หมู่ 1 ต�าบลเวียงเหนือ วัดจานคุณาราม หมู่ 1 ต�าบลจานใหญ่

วัดจานเลียว หมู่ 4 ต�าบลเมือง วัดจ�านรรจ์ หมู่ 9 ต�าบลกระแชง วัดจ�านัน หมู่ 3 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดชัยมงคล หมู่ 4 ต�าบลรุง วัดช�าโพธิ์ หมู่ 5 ต�าบลจานใหญ่ วัดช�าแสง หมู่ 6 ต�าบลตระกาจ วัดซะวาซอ หมู่ 9 ต�าบลกุดเสลา วัดซ�าผักแวน่ หมู่ 9 ต�าบลภูเงิน วัดญาณสามัคคี หมู่ 2 ต�าบลช�า วัดดงกอ่ เจริญธรรม หมู่ 9 ต�าบลหนองหญา้ ลาด วัดดา่ นใตพ้ ัฒนาราม หมู่ 2 ต�าบลภูผาหมอก วัดเดียงตะวันตก หมู่ 3 ต�าบลสังเม็ก วัดเดียงทรงธรรม หมู่ 3 ต�าบลเวียงเหนือ วัดเดียงตะวันออก หมู่ 2 ต�าบลเวียงเหนือ วัดโดนเอาว์ หมู่ 4 ต�าบลรุง วัดตระกาจ หมู่ 4 ต�าบลตระกาจ วัดตาเครือ หมู่ 4 ต�าบลขนุน วัดตาเหมา หมู่ 3 ต�าบลศรีโนนงาม วัดตูมนอ้ ย หมู่ 2 ต�าบลภูเงิน วัดโตนด หมู่ 2 ต�าบลขนุน วัดทา่ พระ หมู่ 7 ต�าบลภูเงิน วัดทา่ สวา่ ง หมู่ 2 ต�าบลโนนส�าราญ วัดทา่ สวา่ งสามัคคี หมู่ 9 ต�าบลโนนส�าราญ วัดทุง่ ประทาย หมู่ 13 ต�าบลทุง่ ใหญ่ วัดทุง่ โพธิ์ หมู่ 3 ต�าบลสังเม็ก วัดทุง่ ศรีนวล หมู่ 1 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดทุง่ สวา่ ง หมู่ 4 ต�าบลทุง่ ใหญ่ วัดทุง่ สวา่ ง หมู่ 6 ต�าบลกุดเสลา วัดธรรมส�าเริงพุทธศิริ หมู่ 11 ต�าบลโนนส�าราญ

วัดนากันตม หมู่ 14 ต�าบลสังเม็ก วัดนาขนวน หมู่ 5 ต�าบลขนุน วัดนาตาล หมุ่ 7 ต�าบลเวียงเหนือ วัดนารังกาวราราม หมู่ 1 ต�าบลกุดเสลา วัดน�าขวบ หมู่ 2 ต�าบลบึงมะลู วัดน�าอ้อม หมู่ 2 ต�าบลน�าอ้อม วัดโนนกางของ หมู่ 2 ต�าบลจานใหญ่ วัดโนนกลาง หมู่ 7 ต�าบลสังเม็ก วัดดนนค�าแกว้ หมู่ 9 ต�าบลสังเม็ก วัดโนนงามสามัคคี หมู่ 8 ต�าบลกุดเสลา วัดโนนดูพ่ ัฒนาราม หมู่ 4 ต�าบลบึงมะลู วัดโนนธรรมาวาส หมู่ 6 ต�าบลเมือง วัดโนนมว่ ง หมู่ 3 ต�าบลหนองหญา้ ลาด

วัดโนนเรือ หมู่ 6 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดโนนศิริ หมู่ 7 ต�าบลบึงมะลู วัดโนนสมบูรณ์ หมู่ 3 ต�าบลขนุน วัดโนนสะแบง หมู่ 5 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดโนนสะอาด หมู่ 8 ต�าบลสังเม็ก วัดโนนส�าราญ หมู่ 1 ต�าบลโนนส�าราญ วัดโนนส�าราญ หมู่ 5 ต�าบลโนนส�าราญ วัดโนนส�าราญ หมู่ 3 ต�าบลโนนส�าราญ วัดโนนส�าเริง หมู่ 9 ต�าบลน�าอ้อม วัดโนนสูง หมู่ 7 ต�าบลกระแชง วัดโนนแสนสุข หมู่ 5 ต�าบลสังเม็ก วัดโนนแสนค�า หมู่ 5 ต�าบลบึงมะลู วัดโนนแสนสุข หมู่ 11 ต�าบลสังเม็ก วัดโนนเหลื่อม หมู่ 6 ต�าบลโนนส�าราญ วัดโนนใหญ่ หมู่ 10 ต�าบลเมือง วัดบา้ นกอก หมู่ 11 ต�าบลกระแชง วัดบา้ นแก หมู่ 6 ต�าบลหนองหญา้ ลาด

วัดบา้ นเขวา หมู่ 4 ต�าบลกระแชง วัดบา้ ค�าบอน หมู่ 8 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดบา้ นโคก หมู่ 1 ต�าบลตระกาจ วัดบา้ นช�า หมู่ 1 ต�าบลช�า วัดบา้ นซ�าเม็ง หมู่ 3 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดบา้ นดา่ น หมู่ 1 ต�าบลภูผาหมอก วัดดา่ นศรัทธาอุดม หมู่ 3 ต�าบลภูผาหมอก วัดบา้ นตาเกษ หมู่ 7 ต�าบลจานใหญ่ วัดบา้ นตาซุน หมู่ 8 ต�าบลทุง่ ใหญ่ วัดบา้ นตาทวด หมู่ 3 ต�าบลรุง วัดบา้ นตาแทน่ หมู่ 3 ต�าบลบึงมะลู วัดบา้ นทุง่ ยาว หมู่ 4 ต�าบลละลาย วัดบา้ นนา หมู่ 3 ต�าบลภูเงิน วัดบา้ นนาช�า หมู่ 14 ต�าบลภูเงิน วัดบา้ นน�าเย็น หมู่ 5 ต�าบลเมือง วัดบา้ นโนนจิก หมู่ 6 ต�าบลกระแซง วัดบา้ นโนนเปื อย หมู่ 10 ต�าบลบึงมะลู วัดบา้ นโนนเยาะ หมู่ 6 ต�าบลบึงมะลู วัดบา้ นโนนสาย หมู่ 9 ต�าบลส�าโรงตาเจ็น

วัดบา้ นโนนสูง หมู่ 10 ต�าบลอีหล�า วัดบา้ นบก หมู่ 9 ต�าบลตระกาจ วัดบา้ นบุเดื่อ หมู่ 10 ต�าบลตระกาจ วัดบา้ นผือใหม่ หมู่ 1 ต�าบลเมือง วัดบา้ นภูมิซรอล หมู่ 12 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดบา้ นมว่ ง หมู่ 2 ต�าบลตระกาจ วัดบา้ นมว่ ง หมู่ 5 ต�าบลทุง่ ใหญ่ วัดบ�ารุง หมู่ 1 ต�าบลรุง วัดบา้ นสมบูรณ์ หมู่ 2 ต�าบลรุง วัดบา้ นส�าโรง หมู่ 4 ต�าบลสังเม็ก วัดบา้ นหัวทด หมู่ 7 ต�าบลเสาธงชัย วัดบา้ นหิน หมู่ 4 ต�าบลภูเงิน วัดบา้ นเหรียญทอง หมู่ 11 ต�าบลจานใหญ่ วัดบา้ นไฮ หมู่ 3 ต�าบลกระแซง วัดบูรณช์ ัยรัตน์ หมู่ 1 ต�าบลละลาย วัดบึงมะลู หมู่ 1 ต�าบลบึงมะลู วัดป่ากอ่ เจริญธรรม หมู่ 4 ต�าบลภูผาหมอก วัดป่าช�ามว่ ง หมู่ 5 ต�าบลช�า วัดป่าโคกใตพ้ ัฒนา หมู่ 14 ต�าบลทุง่ ใหญ่ วัดป่าซ�าตารมย์ หมู่ 5 ต�าบลตระกาจ วัดป่าดอนเย็น หมู่ 1 ต�าบลน�าอ้อม วัดป่าด�ารงพุทธธรรม หมู่ 11 ต�าบลหนองหญา้ ลาด วัดป่าโตนด หมู่ 2 ต�าบลขนุน วัดป่าเทพพิทักษธ์ รรม หมู่ 4 ต�าบลน�าอ้อม วัดป่าโนนสมประสงค์ หมู่ 13 ต�าบลกระแซง วัดป่าธรรมวิเวก หมู่ 12 ต�าบลขนุน วัดป่าโนนส�าราญ หมู่ 1 ต�าบลโนนส�าราญ วัดป่าโนนแสงธรรม หมู่ 5 ต�าบลกระแซง วัดป่าบึงบัวทอง หมู่ 10 ต�าบลเสาธงชัย วัดป่าบึงระนาม หมู่ 14 ต�าบลกุดเสลา วัดป่าปทุมทิพย์ หมู่ 9 ต�าบลเสียว วัดป่าพระแกว้ จอมทอง หมู่ 11 ต�าบลเสาธงชัย วัดป่าพลานอุดมธรรม หมู่ 5 ต�าบลรุง

วัดป่าภูผาหมอก หมู่ 2 ต�าบลภูผาหมอก วัดป่ามหาราช หมู่ 10 ต�าบลจานใหญ่ วัดป่าโมง หมู่ 16 ต�าบลภูเงิน วัดป่าไมพ้ ัฒนา หมู่ 14 ต�าบลหนองหญา้ ลาด วัดป่ารม่ โพธิธ์ รรม หมู่ 3 ต�าบลสังเมก้ วัดป่าวิสทุ ธิธรรม หมู่ 8 ต�าบลกระแซง วัดป่าศรัทธาธรรม หมู่ 13 ต�าบลกระแซง วัดป่าศรีสมบูรณ์ หมู่ 13 ต�าบลภูเงิน วัดป่าสังเม็กตะวันตก หมู่ 18 ต�าบลสังเม็ก วัดป่าหนองติม หมู่ 8 ต�าบลโนนส�าราญ วัดป่าหนองโปรง่ ใหญ่ หมู่ 8 ต�าบลรุง วัดป่าอริยธรรม หมู่ 9 ต�าบลบึงมะลู วัดผือเกา่ ธรรมาราม หมู่ 6 ต�าบลทุง่ ใหญ่ วัดพรทิพยาราม หมู่ 6 ต�าบลเสาธงชัย วัดพระใหญ่ หมู่ 17 ต�าบลกระแซง วัดพลาญจ�าปา หมู่ 10 ต�าบลรุง วัดพวงพยอม หมู่ 8 ต�าบลตระกาจ วัดโพธิม์ ูลธรรม หมู่ 4 ต�าบลช�า วัดไพรงาม หมู่ 5 ต�าบลภูเงิน วัดภูค�า หมู่ 10 ต�าบลภูเงิน วัดภูมิซรอล หมู่ 2 ต�าบลเสาธงชัย วัดรอ่ งธรรมาราม หมู่ 2 ต�าบลทุง่ ใหญ่ วัดระโยง หมู่ 5 ต�าบลกระแซง วัดรุ่งอรุณ หมู่ 7 ต�าบลโนนส�าราญ วัดไร่เจริญ หมู่ 6 ต�าบลจานใหญ่ วัดวังชมพู หมู่ 6 ต�าบลเวียงเหนือ วัดศรีเจริญ หมู่ 10 ต�าบลหนองหญา้ ลาด วัดศรีตาลอย หมู่ 3 ต�าบลจานใหญ่ วัดศรีมงคล หมู่ 2 ต�าบลละลาย วัดศรีล�าดวน หมู่ 15 ต�าบลบึงมะลู วัดศรีอุดม หมู่ 8 ต�าบลจานใหญ่ วัดศิริโตนด หมู่ 11 ต�าบลขนุน วัดศิริมงคล หมู่ 7 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดศิรริ มงคล หมู่ 16 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดศิริวราวาส หมู่ 5 ต�าบลน�าอ้อม วัดศิลาวราราม หมู่ 2 ต�าบลสวนกลว้ ย

วัดสร้างศาลา หมู่ 10 ต�าบลสังเม็ก วัดสวนกลว้ ย หมุ่ 4 ต�าบลสวนกลว้ ย วัดสวนสวรรค์ หมู่ 10 ต�าบลสวนกลว้ ย

วัดสวนอ้อย หมู่ 20 ต�าบลสังเม็ก วัดสวา่ ง หมู่ 10 ต�าบลน�าอ้อม วัดกระแชงพัฒนา หมู1่ 2 ต�าบลกระแชง วัดกระแขงใหญ่ หมู่ 2 ต�าบลกระแชง วัดสังเม็ก หมู่ 1 ต�าบลสังเม็ก วัดสันติสุข หมู่ 15 ต�าบลภูเงิน วัดสามแยกพัฒนาราม หมู่ 11 ต�าบลกุดเสลา วัดสามโคกพัฒนาราม ต�าบลละลาย วัดเสาธงชัย หมู่ 1 ต�าบลเสาธงชัย วัดหนองกระทิง หมู่ 11 ต�าบลภูเงิน วัดหนองแกศรีมงคล หมู่ 5 ต�าบลเวียงเนือ วัดหนองขวาง หมู่ 10 ต�าบลกุดเสลา วัดหนองคัน หมู่ 1 ต�าบลหนองครก วัดหนองคัน หมู่ 4 ต�าบลจานใหญ่ วัดหนองเดียงนอ้ ย หมู่ 2 ต�าบลเมือง วัดหนองตลาดราษฎร์บ�ารุง หมู่ 9 ต�าบลบึงมะลู วัดหนองตอนาเจริญ หมู่ 7 ต�าบลเมือง วัดหนองตระกาศ หมู่ 1 ต�าบลภูเงิน วัดหนองทา หมู่ 10 ต�าบลกระแซง วัดหนองผักกรูด หมู่ 8 ต�าบลขนุน วัดหนองเม็กราษฎร์บ�ารุง หมู่ 4 ต�าบลเสาธงชัย วัดหนองศาลา หมู่ 8 ต�าบลบึงมะลู วัดหนองหญา้ ลาด หมู่ 2 ต�าบลหนองหญา้ ลาด วัดหนองหัวช้าง หมู่ 6 ต�าบลขนุน วัดหนองอุดมวนาราม หมู่ 5 ต�าบลรุง วัดหว้ ยทิพยะรรมวิเวก หมู่ 6 ต�าบลรุง วัดห้วยน�าใส หมู่ 8 ต�าบลเสาธงชัย วัดหัวสะพานทางโคง้ หมู่ 8 ต�าบลเมือง วัดหินกองพันธรังษี หมู่ 5 ต�าบลกุดเสลา

วัดใหมบ่ ึงมะลู ต�าบลบึงมะลู วัดไหลด่ ุม หมู่ 2 ต�าบลสังเม็ก วัดอัมพวนาราม หมู่ 5 ต�าบลช�า วัดอินทาราม หมู่ 2 ต�าบลทุง่ ใหญ่

วัดโคกขามป้อม หมู่ 4 ต�าบลภูผาหมอก

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 125

125

24/11/2561 15:08:38


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดจ�ำนัน

จากแรงศรัทธาสู่ใต้ร่มกาสาวพั สตร์ วั น ที่ 7 - 8 กุม ภาพัน ธ์ ของทุก ปี

หลวงพ่ อ โตโคตมะองค์ ป ฐม วั ด จ� ำ นั น ต� ำ บลสวนกล้ ว ย อ� ำ เภอกั น ทรลั ก ษ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

เริ่ ม สร้ า ง วั น ที่ 16 ธั น วาคม พ.ศ.2555 เป็ น พระพุ ท ธรู ป ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ข องพุ ท ธศาสนิ ก ชนชาวอ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ ให้ ค วามเคารพสั ก การะ นั บ ถื อ กราบไหว้

เป็ น วั น ฉลองสมโภชหลวงพ่อ โตโคตมะ

126

.indd 126

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

23/11/61 10:12:24


เริ่มแรกนั้นมีพระมหาวิจิตร วิสุทฺธิจิตฺโต ได้พาญาติโยมตั้งเป็น ที่พักสงฆ์บ้านจ�านัน และมีนายผุย ศรีจ�าปา เป็นทายกที่พักสงฆ์ ในช่วงนั้น เมื่อ พ.ศ.2509 พระมหาวิจิตร ได้ลาญาติโยมไปศึกษาต่อ เมื่อปี พ.ศ.2513 ญาติโยมจึงนิมนต์พระธัมมา ธมฺมวโร กับพระ อีกหลายรูปมาจ�าพรรษา ในปีนนั้ จึงได้สร้างกุฏหิ ลังใหม่ 1 หลัง ต่อมา ปี พ.ศ.2514 พระธัมมา ได้ลาญาติโยมไปศึกษาต่อ ครั้นปี พ.ศ.2516 จึ ง นิ ม นต์ พระค� าตั น คมฺ ภี ร ธมฺ โ ม มาเป็ น หั ว หน้ า ที่ พั ก สงฆ์ และ พาญาติโยมพัฒนาวัดและบ้าน ต่อมาท่านได้ลาญาติโยมไปศึกษาต่อ ช่วงนั้นชาวบ้านได้ประชุมหาคนมาบวช จึงได้ พระบุญ ปุญญภาโค มาเป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ เมื่อ พ.ศ.2524 พระบุญ ปุญญภาโค ท่านก็ มรณภาพลง ญาติโยมจึงได้ไปนิมนต์พระประยุทธ ปยุตฺโต(ยาครูอ้อ) มาอยู่เป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์จนถึงปี พ.ศ.2528 ท่านจึงได้ลาญาติโยม กลับบ้านของท่าน ต่อมาชาวบ้านจึงได้นิมนต์พระพันธ์ พนฺธมุตฺโต มาเป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ เมื่อ พ.ศ.2532 ต่อมาท่านก็ได้ย้ายไปอยู่ ที่ วั ด นารั ง กาเพื่ อ ศึ ก ษาต่ อ จากนั้ น ในปี พ.ศ.2535 ญาติ โ ยม จึงไปนิมนต์ พระกัณหา กนฺตปญฺโญ มาอยู่เป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ จนมาถึงปี พ.ศ.2539 ท่านก็ได้ลาสิกขาออกไป ต่อมาปี พ.ศ.2540 จึงได้นิมนต์พระเวียงชัย วชิโร มาเป็นหัวหน้า ที่พักสงฆ์ เมื่อปี พ.ศ.2542 ได้ท�ารายงานขออนุญาตสร้างวัดให้ ถูกต้องตามกฎหมายของบ้านเมือง โดยมีนายเส็ง บุญเพ็ง เป็นนายก ที่ พั ก สงฆ์ ใ นช่ ว งนั้ น ได้ ท� า รายงานขออนุ ญ าตสร้ า งเป็ นวั ด เมื่ อ ปี พ.ศ.2543 ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้สร้างวัด ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2544 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศให้ตั้งเป็นวัดจ�านัน และ ในปี เ ดี ย วกั น ทางคณะสงฆ์ แ ต่ ง ตั้ ง พระครู วั ช รพั ฒนวิ ธ าน เป็ น เจ้าอาวาสวัดจ�านัน ท่านได้รว่ มกับชาวบ้านจ�านันพัฒนาเสนาสนะต่างๆ ภายในวัดเรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน

พระครูวัชรพัฒนวิธาน รองเจ้าคณะต�าบลสวนกล้ วย เจ้าอาวาสวัดจ�านัน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 127

127

23/11/61 10:12:31


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบเทศบาลเมือง

เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ “ กั น ทรลั ก ษ์ เ มื อ งน่ า อยู ่ คนมี ค วามรู ้ คู ่ คุ ณ ธรรม ก้ า วน� า ด้ า นการท่ อ งเที่ ย วและเศรษฐกิ จ ดี ทุ ก ชี วี อ ยู ่ ดี มี สุ ข ” วิสัยทัศน์การพัฒนาของเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ ตั้งอยู่เลขที่ 555 หมู่ที่ 14 ต�าบลหนองหญ้าลาด อ�าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ข้ อ มู ล ทั่ วไป เทศบาลเมื อ งกั น ทรลั ก ษ์ มี พื้ น ที่ 8.68 ตารางกิ โ ลเมตร ตั้ ง อยู ่ ใ กล้ เขาพระวิ ห าร อยู ่ ห ่ า งจากจั ง หวั ด ศรี ส ะเกษประมาณ 62 กิ โ ลเมตร ห่ า งจาก จั ง หวั ด อุ บ ลราชธานี 63 กิ โ ลเมตร สภาพภู มิ ป ระเทศมี ค วามชุ ่ ม ชื้ น ลั ก ษณะ ของดินเป็นสีแดงเหมาะแก่การเกษตรกรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ผ ้ า ไหมทอมื อ โดยกลุ ่ ม ทอผ้ า พื้ น เมื อ งชุ ม ชนหนองหญ้ า ลาด 1 ผลิตภัณฑ์ ไหมพรมและของช�าร่วย ผลิตภัณฑ์ดอกไม้จันทน์ หมอนขิด ผลิตภัณฑ์ อาหารแปรรูป เป็นต้น

128

การปกครอง แบ่งชุมชนออกเป็น 21 ชุมชน สภาพเศรษฐกิจ อ�าเภอกันทรลักษ์ เป็นเมืองเศรษฐกิจของจังหวัด นับได้ว่าเป็นที่ 1 ของที่ 1 ใน จังหวัดศรีสะเกษ รายได้ส่วนใหญ่ของประชาชนมาจากการกสิกรรม การเกษตร เพราะเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกผลไม้ ได้หลายชนิด เช่น เงาะ ทุเรียน ฝรั่ง ชมพู ่ องุ ่ น มะพร้ า ว กล้ ว ย ข้ า วโพด มะขามหวาน แตงโม หอม กระเที ย ม และอื่ น ๆ รองลงมาคือ การปศุสัตว์ และการแปรรูปสินค้าทางการเกษตร

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 128

24/11/61 16:35:02


ประวัติความเป็นมา เทศบาลเมื อ งกั น ทรลั ก ษ์ เดิ ม ได้ จั ด ตั้ ง เป็ น “สุ ข าภิ บ าล” ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2499 ได้ เ ปลี่ ย นแปลงฐานะเป็ น “เทศบาลต� า บลกั น ทรลั ก ษ์ ” เมื่ อวั น ที่ 25 พฤษภาคม 2542 และได้เปลี่ยนแปลงฐานะเป็น “เทศบาลเมือง กันทรลักษ์” วันที่ 8 มีนาคม 2547 โดยเป็น 1 ใน 2 ของเทศบาล เมืองในจังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันมีนายทรงชัย รุจิรารังสรรค์ เป็นนายกเทศมนตรี ที่มาจาก การเลือกตั้งโดยตรง มีรองนายกเทศมนตรี 3 คน เลขานุการ 1 คน และที่ปรึกษา 2 คน มีประธานสภาเทศบาล รองประธานสภาเทศบาล ท� า หน้ า ที่ เ ป็ น ฝ่ า ยนิ ติ บั ญ ญั ติ แ ละควบคุ ม ฝ่ า ยบริ ห ารภายใน สภาเทศบาล ประกอบด้วย สมาชิกสภาเทศบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 18 คน อยู่ในต�าแหน่งคราวละ 4 ปี และมีปลัดเทศบาล เป็น ผู้บังคับ บั ญ ชาพนั ก งานเทศบาลและพนั ก งานจ้ า งเทศบาลและรั บ ผิ ด ชอบ ควบคุ ม ดู แ ลราชการประจ� า ของเทศบาลให้ เ ป็ น ไปตามโยบาย มีสว่ นการบริหารประกอบด้วยส�านักปลัดเทศบาล กองช่าง กองวิชาการ และแผนงาน กองคลัง กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กองการศึกษา กองสวัสดิการสังคม และหน่วยงานตรวจสอบภายใน

คณะผู ้ บ ริ หารเทศบาลเมืองกัน ทรลัก ษ์

นายทรงชัย รุจิรารังสรรค์ นายวีระพล จักขุพันธ์ นายเชิงชาย จ�าปาทอง นางสาวเปรมจิต ตังสกุล นางบังอร เสาร์วิบูลย์ นายวีรวัฒน์ ทองสุทธิ์ นางจารุภา สมจิตติ์ชอบ

นายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษ์ รองนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี เลขานุการนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี

นายทรงชั ย รุ จิ ร ารังสรรค์ นายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษ์

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 129

129

24/11/61 16:35:08


สถานที่ส�าคัญ พระอนุสาวรีย์ สมเด็จฯ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ ขนาดเท่าพระองค์จริงแบบครึง่ ได้รบั ประทานจาก ม.จ.หญิงมารยาตร ภัญญา ดิศกุล พระธิดาและประธานมูลนิธิสมเด็จฯ กรมพระยาด�ารง ราชานุ ภ าพ เมื่ อ ปี พ.ศ.2528 ตั้ ง อยู ่ ใ นบริ เ วณโรงเรี ย นอนุ บ าล ด�ารงราชานุสรณ์ อ�าเภอกันทรลักษ์ สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เป็น องค์ ป ระธานประกอบพิ ธี เ ปิ ด พระอนุ ส าวรี ย ์ แ ห่ ง นี้ เ มื่ อ วั น ที่ 9 สิงหาคม 2531 โดยได้รับการดูแลบ�ารุงรักษาจากเทศบาลเมือง กันทรลักษ์ โรงเรียนอนุบาลด�ารงราชานุสรณ์และกรรมการ มูลนิธิ ด�ารงราชานุสรณ์ อ�าเภอกันทรลักษ์ได้ประกอบพิธีสักการะสดุดี เทิดพระเกียรติ ในวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เช่นเดียวกับทีก่ ระทรวง มหาดไทยและราชสกุล “ดิสกุล” ปราสาทโดนตวล ตัง้ อยูท่ บี่ า้ นภูมซิ รอล ต�าบลบึงมะลู อ�าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพุทธศตวรรษที่ 16ตามจารึกที่ขอบประตู ตรงกั บ ปี พ.ศ.1545 ซึ่ ง อยู ่ ใ นยุ ค เดี ย วกั บ การก่ อ สร้ า งปราสาท เขาพระวิหาร ส�าหรับด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ประกอบด้วยปราสาท ประธาน อาคารโถงโคปุ ร ะ บรรณาลั ย ฐานศิ ล าแลงและสระน�้ า ฐานปราสาทโดนตวล สร้างด้วยศิลาแลงหินทราย ผนังก่ออิฐ ปรางค์ เป็นรูปสีเ่ หลีย่ มย่อมุม ซุม้ ประตูกอ่ ด้วยศิลา ผามออีแดง เป็นหน้าผาก่อนถึงปราสาทเขาพระวิหาร ระยะทางจากอ�าเภอกันทรลักษ์ - ผามออีแดง ประมาณ 34 กิโลเมตร ผามออีแดงเป็นหน้าผาหักสุดเขต เทือกเขาพนมดงรัก เป็นจุดชมวิวทีส่ วยงามมากมีภาพสลักนูนต�า่ โบราณ นักท่องเที่ยวมักจะเดินทางมาเที่ยวชมในช่วง ฤดูหนาวมาก เพราะ อากาศสดชื่น บรรยากาศเหมาะแก่การตั้งแคมป์ชมวิว ในตอนเช้า ทะเลหมอกสวยงามมาก สวนสุขภาพหนองกวางดีด เป็นสวนสาธารณะทีอ่ ยูใ่ จกลางเมืองกันทรลักษ์ เป็นสถานทีพ ่ กั ผ่อน หย่อนใจและเป็นสถานที่ออกก�าลังกาย โดยมีเครื่องออกก�าลังกาย กลางแจ้ง ฟิตเนสในร่ม ศูนย์อบสมุนไพร อาคารไทเก๊ก สนามฟุตซอล และแพให้อาหารปลา ถือแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวอ�าเภอ กันทรลักษ์ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แก่งตาดหิน น�้าตกสีกา แก่งตะวัน น�้าตกวังใหญ่

130

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 130

24/11/61 16:35:18


กิจกรรม/โครงการเด่น ปี 2561 โครงการสานสั ม พั น ธ์ โ รงเรี ย น ชุ ม ชน(ประชุ ม ผู ้ ป กครอง) และพิธีมอบทุนฯ นายทรงชัย รุจิรารังสรรค์ นายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษ์ พร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ร่วมโครงการสานสัมพันธ์โรงเรียน ชุมชน(ประชุม ผู้ปกครอง) และพิธีมอบทุนปัจจัยพื้นฐานฯ/ทุนเรียนดี ณ อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนเทศบาล 1 อนุบาลบ้านป่าไม้ โดย มีคณะครูผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โครงการอบรมรณรงค์ตอ่ ต้านยาเสพติดส�าหรับเด็กและเยาวชน ประจ�าปี 2561 เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ จัดโครงการอบรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ส�าหรับเด็กและเยาวชน ประจ�าปี 2561 โดยมีสภาเด็กและเยาวชน เทศบาลเมื อ งกั น ทรลั ก ษ์ และตั ว แทนนั ก เรี ย นจากโรงเรี ย นต่ า งๆ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ งานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประจ�าปี 2561 เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ จัดกิจกรรมงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประจ�าปี 2561 ณ บริเวณพุทธอุทยานศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ โดยงานนีไ้ ด้รบั เกียรติจาก นายสมเกียรติ ศรีขาว นายอ�าเภอกันทรลักษ์ เป็ น ประธานเปิ ด งาน และยั ง มี ห น่ ว ยงานทั้ ง ภาครั ฐ ภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชนชาวเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ปลูกต้นไม้ถวายรัชกาลที่ 10 เทศบาลเมื อ งกั น ทรลั ก ษ์ จั ด กิ จ กรรมปลู ก ต้ น ไม้ เ นื่ อ งในโอกาส วั น เฉลิ ม พระชนมพรรษาสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว มหาวชิ ร าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ สนามหน้าส�านักงานเทศบาลเมืองกันทรลักษ์

โครงการ ส่งเสริมนันทนาการ และการละเล่นพื้นบ้านไทย ประจ�าปี 2561 เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ น�าโดย นายวีระพล จักขุพนั ธ์ เข้าร่วมโครงการ ส่งเสริมนันทนาการ และการละเล่นพื้นบ้านไทย ประจ�าปี 2561 ระหว่างวันที่ 28 - 29 มิถนุ ายน 2561 ณ สนามกีฬาอ�าเภอ(เทศบาลต�าบล หนองหญ้าลาด) อ�าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ผลการแข่งขัน เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ ชนะเลิศ การแข่งขันวิ่งตะขาบ ชนะเลิศ การแข่งขันชักกะเย่อ และ รองชนะเลิศอันดับที่ 2 เชียร์ลีดเดอร์ วันต่อต้านยาเสพติด ปี 2561 นายทรงชัย รุจิรารังสรรค์ นายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษ์ พร้อม คณะผูบ้ ริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล หน่วยงานราชการ ทัง้ ภาครัฐ เอกชนและประชาชนชาวเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ ร่วมกิจกรรม โครงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดส�าหรับเยาวชน ประจ�าปี 2561 โดย ได้ รั บ เกี ย รติ จ ากท่ า นสมเกี ย รติ ศรี ข าว นายอ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ เป็ น ประธานในการเปิ ด งานในครั้ ง นี้ ซึ่ ง มี ทั้ ง นั ก เรี ย น นั ก ศึ ก ษา เจ้าหน้าทีท่ งั้ ภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเดินรณรงค์ในครัง้ เป็นจ�านวนมาก โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ ไม่พร้อม ปี 2561 เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ จัดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและ เยาวชนตั้ ง ครรภ์ ไ ม่ พ ร้ อ ม ประจ� า ปี 2561 โดยได้ รั บ เกี ย รติ จ าก นายวีระพล จักขุพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษ์ ให้เกียรติ เป็ น ประธานเปิ ด งานในครั้ ง นี้ ซึ่ ง มี นั ก เรี ย นเข้ า ร่ ว มอบรม ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 131

131

24/11/61 16:35:26


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลเสาธงชัย วิ สั ย ทั ศ น์ ก ารพั ฒ นาองค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลเสาธงชั ย

“เสาธงชั ย เป็ น ศู น ย์ ก ลางการท่ อ งเที่ ย ว และแหล่ ง แลกเปลี่ ย นการค้ า ขายระหว่ า งประเทศ ประชาชนมี ร ายได้ ที่ ดี ต ่ อ การด� า รงชี พ มี ก ารศึ ก ษาและสุ ข ภาพดี ถ ้ ว นหน้ า ด� า รงอยู ่ ใ นสั ง คมที่ มี ส ภาพแวดล้ อ มที่ ดี มี พื้ น ฐานการพั ฒ นาแบบยั่ ง ยื น โดยยึ ด หลั ก เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ชุ ม ชนมี ส ่ ว นร่ ว มในการบ� า รุ ง รั ก ษา และจั ด การทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ ม” ข้อมูลทั่วไป ต�ำบลเสำธงชัย เป็นต�ำบลทีต่ งั้ มำตัง้ แต่ พ.ศ.2529 มีพนื้ ทีต่ ดิ ต่อ กับ ประเทศกัมพูชำ ประชำชนส่วนใหญ่พดู ภำษำไทยอีสำน นับถือศำสนำพุทธ ตั้งอยู่ Longitude 104-44’-21” E Latitude 14-27’-40” N อยู่สูงกว่ำ ระดับน�้ำทะเลปำนกลำง 195 เมตร ตั้งอยู่ หมู่ที่ 13 ต�ำบลเสำธงชัย อ�ำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ห่ำงจำกอ�ำเภอกันทรลักษ์ไปทำงทิศใต้ ประมำณ 28 กิโลเมตร ใช้เวลำในกำรเดินทำงจำกอ�ำเภอถึงจังหวัดระยะ เวลำ 1.30 ชัว่ โมง มีพนื้ ทีท่ งั้ หมด 135 ตำรำงกิโลเมตร หรือ 84,375 ไร่

132

.

6

นายโชคชั ย สายแก้ว

นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลเสาธงชัย

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 132

23/11/2561 17:24:36


นายก อบต.เสาธงชัย ชวนเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่ำสงวนแห่งชำติเขำพระวิหำร มีเนื้อที่ประมำณ 130 ตำรำงกิโลเมตร เป็นอุทยำนแห่งชำติตำมพระรำชบัญญัตอิ ทุ ยำนแห่งชำติ พ.ศ. 2504 (ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ เล่ม 115 ตอนที่ 14 ก ลงวั น ที่ 20 มี น ำคม 2541) นั บ เป็ น อุ ท ยำนแห่ ง ชำติ ล� ำ ดั บ ที่ 19 ของภำคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นอุทยำนแห่งชำติล�ำดับที่ 83 ของประเทศ มีทศั นียภำพและทิวทัศน์ทสี่ วยงำมอยูห่ ลำยแห่ง เช่น จุดชมวิว ผำมออีแดง ถ�ำ้ ฤๅษี (น�ำ้ ตกขุนศรี) สถูปคู่ ภำพสลักนูนต�ำ่ ใต้ผำมออีแดง ปรำสำทโดนตวล เป็นต้น

ผามออีแดง จุดชมวิวในมุมสูงทีส่ วยงำมแห่งหนึง่ ในภำคอีสำนในช่วงฤดูฝนจนถึง ฤดูห นำวจะปรำกฏทะเลหมอกที่ไหลมำจำกที่รำบแผ่นดินเขมรต�่ำ มำปะทะหน้ำผำอย่ำงต่อเนื่อง ท�ำให้ผู้ไปเยือนผำมออีแดงในฤดูนี้จะได้ มีโอกำสอำบเมฆอย่ำงแสนประทับใจ

สถูปคู่

น�้าตกขุนศรี

สถูปคู่ มีลกั ษณะเป็นสีเ่ หลีย่ มลูกบำศก์ ขนำดหน้ำกว้ำง 1.93 เมตร สูง 4.20 เมตรยอดมนคล้ำยตะปูหัวเห็ด ข้ำงในเป็นโพรงบรรจุสิ่งของ ก่อสร้ำงด้วยหินทรำยเป็นท่อนที่ตัดและตกแต่งอีกทีนับว่ำแปลกจำก ศิลปวัฒนธรรมยุคอื่นใด

น�้ำตกตั้งอยู่เหนือถ�้ำขุนศรีขึ้นไป สูง 3 ชั้น ทำงด้ำนทิศตะวันตกของ สระตรำวใกล้เส้นทำงเดินสู่ปรำสำทเขำพระวิหำรส่วนถ�้ำขุนศรีภำยใน ถ�ำ้ กว้ำงขวำง สำมำรถจุคนได้มำกเชือ่ กันว่ำเป็นทีพ่ กั ของขุนศรีขณะทีม่ ำ ควบคุมกำรตัดหินบริเวณสระตรำวเพื่อไปสร้ำงปรำสำทเขำพระวิหำร จะมีเฉพำะช่วงฤดูฝน ไหลมำจำกล�ำห้วยตำนีแผ่เป็นม่ำนอย่ำงสวยงำม

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กล้วยไม้เขาพระวิหาร ภาพสลักนูนต�่าได้รับประกาศเป็นหนึ่งใน Unseen Thailand

ภาพสลักนูนต�่า เป็นภำพคน 3 คน ในเครื่องแต่งกำยแบบชำวกัมพูชำ สร้ำงขึ้นก่อน ปรำสำทเขำพระวิหำร รำวกลำงศตวรรษที่ 11 อำยุประมำณ 1,500 ปี มีโบรำณวัตถุ (พระพุทธรูปนำคปรก)

มีกล้วยไม้หลำกหลำยชนิดมีขนำดใหญ่พบเฉพำะถิ่น ที่โดดเด่น คือ กล้วยไม้เขำพระวิหำร หรือ เอื้องระฟ้ำ เป็นกล้วยไม้ขนำดใหญ่ช่อดอก อำจยำวถึง 150 เซนติเมตร แต่ละช่อมีประมำณ 28–30 ดอก ออกดอก ช่วงเดือน มีนำคม ถึง มิถุนำยน ชอบขึ้นตำมก้อนหินพบมำกบริเวณ เขำพระวิหำร โดยเฉพำะตำมเส้นทำงแห่งนี้ เป็นพืชเด่นประจ�ำอุทยำน แห่งชำติเขำพระวิหำรที่น่ำสนใจมำกที่สุด SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.

6

.indd 133

133

23/11/2561 17:24:37


ปราสาทโดนตวล ปรำสำทโดนตวล เป็นปรำสำทขอมขนำดเล็ก ซึง่ เป็นศำสนสถำนในศำสนำฮินดู ก่อด้วยอิฐร่วมกับศิลำแลง ตัง้ อยูร่ มิ หน้ำผำสูง บนเทือกเขำพนมดงรัก อำยุอยูใ่ นรำวพุทธศตวรรษที่ 16 จำรึกทีก่ รอบประตูดำ้ นทิศเหนือของปรำสำทประธำน ระบุศกั รำชในบรรทัดที่ 8 ว่ำ มหำศักรำช 924 (พ.ศ. 1545) ซึ่งตรงกับปีสุดท้ำยของกำรขึ้นครองรำชย์สมบัติของพระเจ้ำอุทัยทิตยวรมันที่ 1 และเป็นปีแรกที่พระเจ้ำสุริยวรมันที่ 1 ทรงขึ้นครองรำชย์สมบัติ องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลเสำธงชัย ร่วมกับหน่วยงำนในพืน้ ทีไ่ ด้จดั งำนประเพณีบวงสรวงปรำสำทโดนตวล ในวันขึน้ 12 ค�ำ่ เดือน 10 ของทุกปี เพือ่ แสดงควำมเคำรพ เทพยดำฟ้ำดินและสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิอ์ ยูบ่ ริเวณปรำงค์ปรำสำท ปกป้องคุม้ ครองให้ตนเองและครอบครัวอยูเ่ ย็นเป็นสุข นอกจำกเป็นสถำนที่ ส�ำคัญทำงประวัตศิ ำสตร์ของชำติแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเทีย่ วในพืน้ ทีต่ ำ� บลเสำธงชัย ตลอดจนเป็นทีย่ ดึ เหนีย่ วจิตใจของรำษฎรในพืน้ ทีต่ ำ� บลเสำธงชัยอีกด้วย

134

.

6

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 134

23/11/2561 17:24:41


ชุมชนต�ำบลทุ่งใหญ่

หลวงพ่อมุจลินหรกุรุมหามุนี

วัดป่าภูสามสวรรค์ ตั้งอยู่ที่บ้ำนเสำธงชัย หมู่ที่ 1 ต�ำบลธงชัย อ�ำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ แต่เดิมที่วัดแห่งนี้เป็นป่ำเสื่อมโทรม และป่ำหญ้ำคำ แห้งแล้ง ใน ปี 2552 หลวงพ่อฉกรรจ์ ปริสุทโธ (ปัจจุบันเป็นที่เคำรพนับถือของพุทธศำสนิกชนจ�ำนวนมำก) ซึ่งมีก�ำเนิดจำกจังหวัดเชียงใหม่ ได้ธุดงค์มำพักเพื่อ ปฏิบัติธรรมโดยสร้ำงกระต๊อบหลังเล็กๆ ใต้ชะง่อนผำ มีที่ดินรอบข้ำงประมำณ 2 ไร่เศษ ท่ำนมองเห็นควำมแห้งแล้ง เสื่อมโทรม กำรถูกบุกรุกป่ำ จึงเกิดแรงบันดำลใจจะฟื้นฟูสภำพป่ำให้กลับมำเป็นป่ำที่สมบูรณ์เป็นต้นก�ำเนิดของแหล่งน�้ำล�ำธำรดังเช่นในอดีต โดยใช้กุศโลบำย “หลักธรรมกำร ฟืน้ ฟูปำ่ ”นอกจำกนีย้ งั พบว่ำบริเวณพืน้ ทีต่ งั้ ของวัดภูเขำมีลกั ษณะเป็นหินทรำยทัง้ ลูก มีรอ่ งรอย อำรยะธรรมโบรำณ เป็นแหล่งหินตัดเพือ่ น�ำไปสร้ำง ปรำสำทพระวิหำร มีร่องรอย หินโบรำณจ�ำนวนมำก รอยพระพุทธบำท รอยพระหัตถ์ มีหลวงพ่อมุจลินหรกุรุมหำมุนี (ผู้น�ำแสงสว่ำงให้แก่ชำวโลก) ปัจจุบันนับว่ำวัดป่ำภูสำมสวรรค์เป็นสถำนที่ส�ำคัญของพื้นที่ ต.เสำธงชัย

รอยพระหัตถ์

รอยพระพุทธบาท รอยพระพุทธบาท

หลวงพ่อใหญ่ภูมิซรอล วัดแรกของชำวบ้ำนภูมิซรอล แต่กำรเดินทำงในสมัยก่อน ขึ้น-ลง ล�ำบำก จึงได้ย้ำยมำสร้ำงวัดอยู่ด้ำนล่ำงในหมู่บ้ำน ในปี พ.ศ. 2533 อุทยำนแห่งชำติเขำพระวิหำรได้รว่ มกับชำวบ้ำนปลูกป่ำเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จย่ำฯ ในพื้นที่ดังกล่ำว ต่อมำปี พ.ศ.2544 หลังออกพรรษำ พระอำจำรย์สขุ สันต์ สุวโี ร ได้ขนึ้ ไปวิเวกทีบ่ ริเวณภูนอ้ ย ท่ำนพระอำจำรย์ เห็นว่ำสถำนที่เหมำะสมกับกำรปฏิบัติธรรม ชำวบ้ำนเกิดศรัทธำในกำร ปฏิบัติธรรมของท่ำน จึงได้ตกลงกันที่จะยกภูน้อยขึ้นมำเป็นวัดอีกครั้ง เพือ่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชำวบ้ำน ขนำดองค์พระพุทธรูปกว้ำง 9 เมตร สูง 16 เมตร ตั้งอยู่บนยอดภูน้อยหันหน้ำมำทำงหมู่บ้ำนภูมิซรอล SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.

6

.indd 135

135

23/11/2561 17:24:42


การแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯสู่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร จัดขึ้นในต้นเดือนธันวาคม ของทุกๆ ปี

วิวาห์พาฝัน ตะวันสามแผ่นดิน 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก

ณ ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ภายในงาน มีการจดทะเบียนสมรส การแต่งงาน บนหลังช้าง ถ่ายภาพตามซุ้มหน่วยงานต่างๆ รับของที่ระลึกจากหน่วยงานราชการ จัดกิจกรรม วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี

136

.

6

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 136

23/11/2561 17:24:46


น�้าตกภูละออ เป็นน�้าตกขนาดกลาง ที่มีต้นก�าเนิดจากเทือกเขา

พนมดงรัก ในเขตรักษาพันธุส์ ตั ว์ปา่ พนมดงรัก บริเวณรอบๆ เป็นป่าดงดิบ ที่อุดมสมบูรณ์ และมีสัตว์ป่าหลายชนิด อาศัยอยู่ เหมาะแก่การศึกษา ธรรมชาติ

ชุมชนท่องเทีย่ ว OTOP นวัตวิถี คือการผลักดันการท่องเทีย่ วชุมชน

ทีข่ ายเสน่หข์ องท้องถิน่ ซึง่ สร้างให้มคี วามร่วมสมัย ประติมากรรมสามตุม้ สื่อถึงภูมิปัญญา และการด�ารงชีวิตของคนอีสานในอดีต ที่เวลามี สิ่งปลูกสร้างใดๆ ก็มักใช้ไม้ไผ่ ในการสร้าง สิ่งปลูกสร้างนั้นๆ

แผนที่ท่องเที่ยว อบต.เสาธงชัย

ประปาหมู่บ้าน

องค์การบริหารส่วนต�าบลเสาธงชัย สนับสนุนให้ประชาชนมีน�้าประปาที่มีมาตรฐานใช้ และให้ บริการนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน มาพักที่โฮมเสตย์ในชุมชนของเรา

โฮมเสตย์ ในพื้นที่ ต�าบลเสาธงชัย SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.

6

.indd 137

137

23/11/2561 17:24:49


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลละลาย

น�้ำตกวังใหญ่

ถ�้ำพระใหญ่

สวนทุเรียน

อ่ำงเก็บน�้ำห้วยด่ำนไอ

ข้อมูลทั่วไป องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลละลาย ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 222 หมู ่ ที่ 1 ต� า บลละลาย อ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ ห่ า งจากที่ ว ่ า การอ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ 30 กิ โ ลเมตร และอยู ่ ห ่ า งจากตั ว จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ 93 กิ โ ลเมตร มี พื้ น ที่ ป ระมาณ 193.43 ตารางกิ โ ลเมตร มี ห มู ่ บ ้ า นในความรั บ ผิ ด ชอบจ� า นวน 12 หมู ่ บ ้ า น ดั ง นี้ หมู ่ ที่ 1 บ้ า นละลาย หมู ่ ที่ 2 บ้ า นสามเส้ า หมู ่ ที่ 3 บ้ า นโคกแกแล หมู ่ ที่ 4 บ้ า นทุ ่ ง ยาว หมู ่ ที่ 5 บ้ า นค� า โปรย หมู ่ ที่ 6 บ้ า นโคกเจริ ญ หมู ่ ที่ 7 บ้ า นก่ อ หมู ่ ที่ 8 บ้ า นโคกสมบู ร ณ์ หมู ่ ที่ 9 บ้ า นโนนมี ชั ย หมู ่ ที่ 10 บ้ า นห้ ว ยตาเสก หมู ่ ที่ 11 บ้ า นโคกเจริ ญ ใหม่ และหมู ่ ที่ 12 บ้ า นโคกพั ฒ นา

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในพื้นที่อบต.ละลาย มีสภาพดินเป็นสีแดง สันนิษฐานว่าเป็นดิน ที่เกิดจากภูเขาไฟ ที่มีแร่ธาตุและสารอาหารที่ส�าคัญต่อการเติบโต ของพืช เกษตรกรในพื้นที่จึงได้ท�าสวนทุเรียน เงาะ ล�าไย ฯลฯ ที่ให้ ผลผลิ ต ดี มี คุ ณ ภาพ รสชาติ อ ร่ อ ยเป็ น เอกลั ก ษณ์ ขึ้ น ชื่ อ ที่ สุ ด คือ “ทุเรียนภูเขาไฟ” ที่มีลักษณะกรอบนอกนุ่มใน

นายทองดี หาวัน

นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลละลาย 138

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 138

23/11/61 22:26:59


แหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่น ถ�้ำพระใหญ่ ตั้งอยู่ที่บ้านก่อ หมู่ที่ 7 ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ การเดินทางเริ่มจากตัวจังหวัดศรีสะเกษ ถึงอ.กันทรลักษ์ ระยะทาง ประมาณ 65 กิโลเมตร แล้วเดินทางออกจาก อ.กันทรลักษ์ โดย เส้นทางถนนเขาพระวิหารแล้วเลีย้ วขวาไปตามถนนกันทรลักษ์ - โดนเอาร์ เดินทางถึง อบต.ละลายโดยเส้นทาง กันทรลักษ์ - ส�าโรงเกียรติ แล้วเข้าเส้นทางที่จะไปน�้าตกวังใหญ่ เลี้ยวขวาไประยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ประวัตคิ วามเป็นมา ถ�า้ พระใหญ่ สร้างเสร็จเมือ่ วันที ่ 14 กุมภาพันธ์ 2518 น�าโดยพ่อค�ามา แม่กอง พ่อจ่อย พ่อเหรียญ ชาวบ้านโคกเจริญ และหมู่บ้านใกล้เคียงร่วมกันสร้าง พระพุทธรูปหน้าตักกว้าง 8 เมตร สูง 8 เมตร สามารถไปสักการะบูชาได้ตลอดทั้งปี บริเวณโดยรอบ มีทิวทัศน์สวยงาม และบรรยากาศสดชื่นเหมาะส�าหรับการเที่ยวชม

น�้ำตกวังใหญ่ เป็ น น�้ า ตกขนาดใหญ่ อยู ่ ใ นเขตรั ก ษาพั น ธุ ์ สั ต ว์ ป ่ า พนมดงรั ก ส�านักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต�าบลละลาย อ�าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เกิดจากห้วยขยูงทีม่ ตี น้ น�า้ จากเทือกเขาพนมดงรัก ด้านล่างเป็นแอ่งกว้าง น�้าลึก มีโขดหินและต้นไทรใหญ่แผ่ปกคลุม ด้านบนมีแอ่งน�้าไม่ลึก เหมาะส�าหรับเล่นน�้าและพักผ่อนบนลานหิน เป็นน�้าตกที่สวยงามมาก มีความสูงประมาณ 5 เมตร สามารถลงเล่นน�้าได้ตลอด แนวน�้าตก มีฝูงผีเสื้ออาศัยอยู่เป็นจ�านวนมาก และยังสามารถศึกษาพืชสมุนไพร ซึ่งมีไม่ต�่ากว่า 1,000 ชนิด ในเขตเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาวจะน่าเที่ยวมากที่สุด เหมาะส�าหรับเป็นสถานที่พักผ่อน

อ่ำงเก็บน�้ำห้วยด่ำนไอ ตั้งอยู่ท่ีบ้านค�าโปรย หมู่ที่ 5 ต�าบลละลาย อ�าเภอกันทรลักษ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ เป็ น โครงการพั ฒ นาแหล่ ง น�้ า ในบริ เ วณเชิ ง เขา พนมดงรั ก ส่ ง น�้ า ช่ ว ยเหลื อ พื้ น ที่ เ พาะปลู ก ของราษฎรในเขต ต�าบลละลาย และต�าบลใกล้เคียง มีน�้าส�าหรับอุปโภค - บริโภค และ การเกษตร พื้นที่ชลประทาน 4,500 ไร่

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 139

139

23/11/61 22:27:24


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลน้ำาอ้อม “ เพิ่ ม ผลผลิ ต ทางการเกษตร เขตปลอดสารพิ ษ ส่ ง เสริ ม เกษตรอิ น ทรี ย ์ ทุ ก ด้ า น มุ ่ ง สานความสามั ค คี ประชาชนมี ร ายได้ แ ละพึ่ ง พาตั ว เองได้ อ ย่ า งยั่ ง ยื น ” วิสัยทัศน์การพัฒนาองค์การบริหารส่วนต�าบลน�้าอ้อม

วัดโนนส�าเริง

พั น ธกิ จ การพัฒนา องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลน�้ า อ้ อ ม มี พั น ธกิ จ ที่ ต ้ อ งท� า ในเขต องค์การบริหารส่วนต�าบล ดังต่อไปนี้ 1. จัดให้มีการบ�ารุงรักษาทางน�้าและทางบก 2. รักษาความสะอาดของถนน ทางน�้า ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งก�าจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล 3. ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ 4. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 5. ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 6. ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ 7. คุม้ ครอง ดูแล และบ�ารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม 8. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย 140

หน้าส�านัก งาน อบต.น�้าอ้อ ม

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 140

23/11/61 19:59:48


นายสมบู ร ณ์ หล้ า แหล่ ง นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลน�้าอ้อม

นายจารุ พัฒ น์ สมพร ปลัดองค์การบริหารส่วนต�าบลน�้าอ้อม

สวนทุเรียนพรประเสริฐ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 141

141

26/11/61 13:17:26


ลองกอง @สวนสุดาสระว่ายน�้า ข้อมูลทั่วไป ต�าบลน�้าอ้อม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ถนนกันทรลักษ์ - วาริน ต�าบลน�้าอ้อม อ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ มี พื้ น ที่ ทั้ ง หมด 21.57 ตารางกิ โ ลเมตร 13,481 ไร่ สภาพพื้ น ที่ เ ป็ น ที่ ร าบต�่ า มี ค วาม อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการท�าเกษตรกรรมได้ตามฤดูกาล เขตการปกครอง/ประชากร ต� า บลน�้ า อ้ อ ม ประกอบด้ ว ย 9 หมู่บ้าน ดังนี้ หมู่ที่ 1 บ้านหนองเขื่อง ชาย 297 หญิง 316 รวม 613 ทั้งหมด 182 หลังคาเรือน หมู่ที่ 3 บ้านขนาเก่า ชาย 560 หญิง 564 รวม 1,124 ทั้งหมด 406 หลังคาเรือน หมู่ที่ 4 บ้านขะยูง ชาย 447 หญิง 444 รวม 891 ทั้งหมด 209 หลังคาเรือน หมู่ที่ 6 บ้านคล้อเกตุสิริ ชาย 147 หญิง 141 รวม 288 ทั้งหมด 91 หลังคาเรือน 142

หมู่ที่ 7 บ้านขนาใหม่ ชาย 424 หญิง 374 รวม 798 ทั้งหมด 202 หลังคาเรือน หมู่ที่ 9 บ้านโนนส�าเริง ชาย 447 หญิง 456 รวม 903 ทั้งหมด 348 หลังคาเรือน หมู่ที่ 12 บ้านกุดปลาขาว ชาย 191 หญิง 206 รวม 397 ทั้งหมด 96 หลังคาเรือน หมู่ที่ 15 บ้านน�้าอ้อมเหนือ ชาย 198 หญิง 177 รวม 375 ทั้งหมด 198 หลังคาเรือน หมู่ที่ 16 บ้านขะยูง ชาย 260 หญิง 252 รวม 512 ทั้งหมด 106 หลังคาเรือน รวมทั้งสิ้นมี ประชากร ชาย 2,971 คน หญิง 2,930 คน ทั้งหมด 5,901 คน จ�านวนครัวเรือนทั้งหมด 1,838 เรือน (ข้อมูล ณ เดือน ตุลาคม 2561)

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 142

23/11/61 20:00:16


สภาพทางสังคม การศึกษา มีโรงเรียนประถมศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียน บ้านโนนน�า้ อ้อม โรงเรียนบ้านขนา และโรงเรียนสว่างคูณวิทยา(เอกชน) โรงเรียนมัธยมศึกษา(ขยายโอกาส) 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านขะยูง และโรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์(เอกชน) มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดขนาวนาราม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านขะยูง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองเขื่อง ศาสนา ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยมีวัดจ�านวน 7 แห่ง ได้แก่ วัดขนาวนาราม วัดขะยูง วัดขนาเก่า วัดภูดินแดง วัดป่าดอนเย็น วัดคล้อเกตุสิริ และวัดป่าขะยูง ประเพณีและงานประจ�าปี ได้แก่ ประเพณีสงกรานต์ เดือน เมษายน ของทุกปี และบุญกฐิน ออกพรรษา ภาษาถิ่น คือ อีสาน เขมร สาธารณสุข มีศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน 6 แห่ง สภาพเศรษฐกิจ ราษฎรส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80 ประกอบ อาชีพท�าการเกษตรกรรมได้แก่ ท�านา ปลูกพืช เช่น ยางพารา กล้วย ทุเรียน ลองกอง มันส�าปะหลัง รองลงมาคืออาชีพรับราชการ ที่เหลือ ประกอบอาชี พ ส่ ว นตั ว และรั บ จ้ า ง เนื่ อ งจากในพื้ น ที่ มี โ รงงาน อุตสาหกรรมขนาดเล็ก 7 แห่ง กลุ ่ ม อาชี พ ประชากรในต� า บลน�้ า อ้ อ ม มี ก ารรวมกลุ ่ ม เพื่ อ การพาณิชย์และอาชีพ ได้แก่ กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน กลุ่มทอผ้าไหม กลุ่ม ผลิตยาดม และกลุ่มสานตะกร้าพลาสติก ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อต�าบลน�้าอ้อม ได้แก่ ไม้กวาด และยาดม สินค้าดีเด่น ได้แก่ ทุเรียน ลองกอง มังคุด เงาะ ล�าไย กล้วยไข่ ยางพารา มันส�าปะหลัง แหล่งท่องเทีย่ ว ได้แก่ วัดภูดนิ แดง หนองขนา และวัดป่าดอนเย็น

ฝายน�้าล้นห้วยขะยูง กิจกรรม/โครงการเด่นของ อบต.น�้าอ้อม โครงการก่ อ สร้ า งถนนคอนกรี ต เสริ ม เหล็ ก สายทาง บ้านหนองเขื่อง ม.1 - วัดภูดินแดงแยกประปา ม.1 โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก รอบหนองขนา บ้านขนาเก่า ม.3 โครงการก่ อ สร้ า งถนนคอนกรี ต เสริ ม เหล็ ก สายทางรอบ หนองกุดปลาขาว ม.12 โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายทางภายใน หมู่บ้านน�้าอ้อมเหนือ ม.15 (สายทางหน้าบ้านนายเขียด, สายทาง หน้าบ้าน นายสืบ สนทยา) โครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ�าปี 2561 โครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โครงการอบรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการส่ ง เสริ ม การมี ส ่ ว นร่ ว มในรู ป แบบประชาคมและ อบต.เคลื่อนที่ โครงการป้องกันและลดอุบตั เิ หตุทางถนนในช่วงเทศกาลส�าคัญ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 143

143

23/11/61 20:00:26


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลทุ่งใหญ่ “ บริ ก ารสาธารณะ เพื่ อ ประโยชน์ สุ ข ของประชาชน ” วิ สั ย ทั ศ น์ ก ารพั ฒ นาขององค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลทุ ่ ง ใหญ่

ตั้ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นทุ ่ ง ใหญ่ หมู ่ ที่ 4 ต� า บลทุ ่ ง ใหญ่ อ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ ห่ า งจากอ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ ประมาณ 7 กิ โ ลเมตร

นโยบายหลัก การบริหารงาน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ รวมทั้ ง ระบบบริ ก ารสาธารณะให้ ไ ด้ ม าตรฐาน ใช้ ก ารได้ ดี และ เพี ย งพอกั บ ความต้ อ งการของประชาชน สร้ า งความปรองดอง ในองค์กร และในชุมชน ให้เกิดความสามัคคี ประสานแผนกับหน่วยงาน ของรัฐ และหน่วยงานอื่นๆ จัดสรรงบประมาณ เพื่อพัฒนาหมู่บ้าน ให้ เ จริ ญ เท่ า เที ย มกั น ปรั บ ปรุ ง โครงสร้ า งของบุ ค ลากรทุ ก ระดั บ ในองค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลทุ ่ ง ใหญ่ เพื่ อ ให้ เ กิ ด ความสมดุ ล กั บ เงินภาษีของประชาชน 144

ประตูท างเข้าวัดทุ่งสว่าง

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 144

23/11/61 23:01:53


ข้อมูลทั่วไป องค์การบริหารส่วนต�าบลทุ่งใหญ่ มีเนื้อที่โดยประมาณทั้งหมด 48.3 ตารางกิโลเมตร มีจ�านวนประชากรทั้งสิ้น 11,942 คน แบ่งเขต การปกครองออกเป็น 17 หมู่บ้าน ได้แก่

หมู่ที่ 1 บ้านโคก หมู่ที่ 3 บ้านปะทาย หมู่ที่ 5 บ้านม่วง หมู่ที่ 7 บ้านกระมอล หมู่ที่ 9 บ้านทุ่งใหญ่ 2 หมู่ที่ 11 บ้านห้วยไม้งาม หมู่ที่ 13 บ้านทุ่งประทาย หมู่ที่ 15 บ้านโคกใหม่ หมู่ที่ 17 บ้านทุ่งใหญ่เก่า

หมู่ที่ 2 บ้านร่อง หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งใหญ่ หมู่ที่ 6 บ้านผือเก่า หมู่ที่ 8 บ้านตาซุน หมู่ที่ 10 บ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 12 บ้านโคกเหนือ หมู่ที่ 14 บ้านโคกใต้พัฒนา หมู่ที่ 16 บ้านทุ่งใหญ่พัฒนา

นายสนิ ท ใจ จิ น ดาชาติ นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลทุ่งใหญ่

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

สวนทุเรียนพรประเสฐิ .indd 145

145

23/11/61 23:02:01


โครงสร้างองค์กร องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บล มี น ายกองค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บล เป็น ผู้ก�าหนดนโยบาย ซึ่งเป็น ผู้ใช้อ�านาจบริหารงานองค์การบริหาร ส่วนต�าบล และมีพนักงานประจ�าที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็น ผู้ท�างานประจ�าวัน โดยมีปลัดและรองปลัดองค์การบริหารส่วนต�าบล ผู ้ อ� า นวยการกอง เป็ น หั ว หน้ า งานบริ ห าร ภายในองค์ ก รมี ก าร แบ่งออกเป็นหน่วยงานต่างๆ ได้ เท่าที่จ�าเป็นตามภาระหน้าที่

ต�าบลทุ่งใหญ่ แบ่งโครงสร้างภายในองค์กร ดังนี้

1. ส�านักงานปลัด 2. กองคลัง 3. กองช่าง 4. กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

นโยบายการจัดการศึกษาปฐมวัย องค์การบริหารส่วนต�าบลทุ่งใหญ่ มีนโยบายการจัดการศึกษา ระดั บ ปฐมวั ย ของศู น ย์ พั ฒนาเด็ ก เล็ ก ในสั ง กั ด ให้ มี ม าตรฐานและ คุณภาพสูงขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ให้เด็กปฐมวัยที่เข้ารับบริการใน ศู น ย์ พั ฒนาเด็ ก เล็ ก ได้ รั บ พั ฒนาการทั้ ง ด้ า นร่ า งกาย จิ ต ใจ วิ นั ย อารมณ์ สังคม และสติปญ ั ญาให้สมกับวัย พร้อมเข้าศึกษาต่อในระดับชัน้ ที่สูงขึ้น

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์การบริหารส่วนต�าบลทุ่งใหญ่

1. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านทุ่งใหญ่ 2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโคก 3. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปะทาย 4. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านร่องตาซุนห้วยไม้งาม 5. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกระมอล

การจัดการเรียนการสอน / การจัดกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วันเด็กแห่งชาติ โครงการบัณฑิตน้อย การจัดการเรียนการสอน กิจกรรมกีฬาเด็กปฐมวัย 146

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 146

23/11/61 23:02:08


กิจกรรมอนุรักษ์ประเพณี ศาสนา วัฒนธรรม อัตลักษณ์วัฒนธรรมคนไทยเชื้อสายเขมรอันดีงาม ชุมชนต�าบลทุ่งใหญ่

หลวงปู่มาน ชุติโม (พระครูสุเขตวุฒจารย์) อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งสว่าง

หลวงปู่เจียม สันติธัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านกะมอล

ประเพณีแซนโฎณตา SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 147

147

23/11/61 23:02:25


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลเวียงเหนือ

องค์การบริหารส่วนต�าบลเวียงเหนือ เลขที่ 79 หมู่ที่ 3 ต�าบลเวียงเหนือ อ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ ตั้ ง อยู ่ ถ นนหมายเลข 6032 (น�้ า อ้ อ ม - โนนเมื อ งนาห่ อ ม) มี ร ะยะห่ า งจากอ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ ป ระมาณ 2 กิโลเมตร และห่างจากศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 68 กิโลเมตร

ข้ อ มู ล ทั่ วไป ต�ำบลเวียงเหนือ มีเนื้อที่ประมำณ 33.56 ตำรำงกิโลเมตร หรือ ประมำณ 20,975 ไร่ มีลักษณะทำงกำยภำพเป็นที่รำบ มีล�ำห้วยขะยูง ไหลผ่ำนภำยในต�ำบล ทำงทิศใต้ของต�ำบลจะอยูใ่ นเขตป่ำสงวนแห่งชำติ ภำยในต�ำบลมีแหล่งน�้ำธรรมชำติหลำยแห่งจึงเหมำะแก่กำรเพำะปลูก และเลี้ยงสัตว์

148

บึงชมภูเกร็ดแก้ว @วัดเดียงตะวันตก

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 148

24/11/61 15:53:38


การปกครอง/ประชากร ต�ำบลเวียงเหนือ แบ่งกำรปกครองเป็น 9 หมู่บ้ำน มีประชำกร ทั้ ง สิ้ น จ� ำ นวน 5,797 คน แยกเป็ น ชำย จ� ำ นวน 2,883 คน หญิง จ�ำนวน 2,914 คน จ�ำนวนครัวเรือน 1,740 ครัวเรือน (ทีม่ ำ : ส�ำนักงำนทะเบียนรำษฎรอ�ำเภอกันทรลักษ์ ณ วันที ่ 27 มกรำคม พ.ศ.2559)

ด้านเศรษฐกิจ โดยทั่ ว ไปจะเป็ น สั ง คมเกษตร มี วิ ถี ชี วิ ต แบบชำวบ้ ำ น คื อ มี ค วำมเรี ย บง่ ำ ยใช้ ชี วิ ต อย่ ำ งพอเพี ย ง ไม่ ค ่ อ ยมี ก ำรแข่ ง ขั น ท� ำ ให้ ชำวบ้ ำ นต� ำ บลเวี ย งเหนื อ มี ก ำรพึ่ ง พำอำศั ย กั น อยู ่ ต ลอดเวลำ สภำพเศรษฐกิจประชำชนส่วนใหญ่ประมำณร้อยละ 90 ประกอบ อำชีพท�ำนำ ส่วนที่เหลือเป็นกำรประกอบอำชีพเลี้ยงสัตว์ ท�ำสวน รับจ้ำง ค้ำขำย และรับรำชกำร จึงท�ำให้ข้ำวเป็นเศรษฐกิจส�ำคัญ ของต�ำบลเวียงเหนือ

ด้านสังคม

นายประกอบ อิ น อร่ า ม นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลเวียงเหนือ

กำรศึกษำ มีโรงเรียนของรัฐระดับประถมศึกษำ 3 แห่ง และ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ (ถ่ำยโอนจำกกรมศำสนำ) 3 แห่ง สถำบันและองค์กรศำสนำ มีวัด / ส�ำนักสงฆ์ 8 แห่ง สำธำรณสุข มีโรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพต�ำบลเดียงตะวันตก

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

สวนทุเรียนพรประเสฐิ .indd 149

149

24/11/61 15:53:49


ศั ก ยภาพของชุม ชนและพื้น ที่ 1. ด้านเกษตรกรรม องค์ ก ำรบริ ห ำรส่ ว นต� ำ บลเวี ย งเหนื อ มี ลั ก ษณะพื้ น ที่ ร ำบลุ ่ ม เหมำะสมแก่กำรประกอบอำชีพด้ำนกำรเกษตรกรรม ท�ำนำ ท�ำไร่ ท�ำสวน และเลี้ ย งสั ต ว์ มี ก ำรรวมกลุ ่ ม และระดมเงิ น ทุ น เพื่ อ กำรเกษตร ในลักษณะกองทุนหมุนเวียน เพื่อกำรเกษตรและสหกรณ์ออมทรัพย์ ประจ�ำหมู่บ้ำน ดังนั้นองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลเวียงเหนือ จึงเหมำะ แก่กำรพัฒนำในลักษณะของเศรษฐกิจแบบพอเพียง 2. ด้านสังคม ประชำชนขององค์ ก ำรบริ ห ำรส่ ว นต� ำ บลเวี ย งเหนื อ ยั ง ยึ ด ถื อ ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรม ดั้งเดิม ประชำชนมีอุปนิสัยเอื้ออำรี สำมัคคี และช่วยเหลือซึง่ กันและกัน สังเกตได้จำกกำรช่วยกันเก็บเกีย่ วข้ำว ในฤดูกำรท�ำนำหรือกำรลงแขกท�ำนำ และท�ำบุญในวันส�ำคัญทำงศำสนำ องค์ ก ำรบริ ห ำรส่ ว นต� ำ บลเวี ย งเหนื อจึ ง เหมำะแก่ ก ำรพั ฒนำและ อนุรักษ์ประเพณี 3. ด้านเศรษฐกิจ องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลเวียงเหนือ มีพนื้ ทีต่ ดิ ต่อกับเขตเทศบำลเมือง กันทรลักษ์และแหล่งชุมชนเหมำะแก่กำรรองรับกำรขยำยของเมือง ซึ่ง มีควำมพร้อมที่จะพัฒนำด้ำนเศรษฐกิจในส่วนของหมู่ที่ 6 บ้ำนวังชมพู และหมู่ที่ 7 บ้ำนนำตำล 4. ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น องค์ ก ำรบริ ห ำรส่ ว นต� ำ บลเวี ย งเหนื อ มี ก ำรส่ ง เสริ ม ทำงด้ ำ น ภูมิปัญญำท้องถิ่น และสนับสนุนกำรรวมกลุ่มของปรำชญ์ชำวบ้ำน เช่ น ประเพณี บุ ญ บั้ ง ไฟ ประเพณี แ ซนโฏนตำ ประเพณี ร� ำ แม่ ม ด นวดแผนโบรำณ หมอต่อกระดูกและยำสมุนไพรแผนโบรำณ

ใบเสมาศิลาแลงพบ ในบริเวณบ้าน นายโชติมันต์ คมไสย์

ใบเสมาศิลาแลงพบ ในบริเวณบ้านนายชวน โคสัย

แหล่งท่องเที่ยวโดดเด่น เสมาโบราณ จำกกำรศึกษำทำงโบรำณคดีเกีย่ วกับเสมำโบรำณในภำคอีสำนทีผ่ ำ่ นมำ เชื่ อ กั น ว่ ำ เสมำโบรำณมี พั ฒ นำกำรจำกหลั ก หิ น โบรำณในสมั ย ก่อนประวัติศำสตร์ตอนปลำย ของคนพื้นถิ่นในภูมิภำคนี้ โดยหลักหิน ดังกล่ำวพบว่ำมีทงั้ ทีท่ ำ� จำกหินทรำยและศิลำแลง ในเบือ้ งต้นสันนิษฐำน ว่ำน่ำจะใช้ประโยชน์ในกำรก�ำหนดแนวเขตศักดิส์ ทิ ธิข์ องหมูบ่ ำ้ น ตลอดจน เขตแดนของชุ ม ชนหรื อ เมื อ ง ต่ อ มำเมื่ อ ผู ้ ค นพั ฒนำกำรเข้ ำ สู ่ ส มั ย ประวัตศิ ำสตร์ มีกำรรับเอำคติควำมเชือ่ ทำงศำสนำมำจำกอินเดีย หลักหิน ดังกล่ำวจึงได้ววิ ฒ ั นำกำรมำเป็นเสมำในพุทธศำสนำ จึงท�ำให้นกั วิชำกำร หลำยท่ำนก�ำหนดให้เสมำโบรำณอีสำนเป็นวัตถุในวัฒนธรรมทวำรวดี ก�ำหนดอำยุอย่ำงกว้ำงๆ ว่ำอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 - 14 150

วัดเดียงตะวันตก ประตูสู่บึงชมภูเกร็ดแก้ว บึงชมภูเกร็ดแก้ว ต�ำนำนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์นำคำธิบดี ซึ่ง มีกำรกล่ำวขำนมำนำนว่ำย่ำนบ้ำนเดียงเป็นดินแดนแห่งองค์นำคำธิบดี มีต้นเหตุจำกควำมฝันของชำวบ้ำนเดียง ในนิมิตเห็นสองบุรุษแต่งกำย แบบโบรำณบอกว่ำ ตนคือท้ำวชมภูและท้ำวทอง เชื้อสำยพญำนำครำช เป็นเจ้ำผู้ครองนครแห่งนี้ จะกลับมำด้วยควำมเป็นห่วงในผืนแผ่นดิน ที่เคยผูกพัน กลำยเป็นเรื่องเล่ำสู่กันฟังมำจนปัจจุบัน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 150

24/11/61 15:53:54


การขุดพบบ่อโบราณ ปี พ.ศ.2553 กรมชลประทำนได้รับงบประมำณขุดลอกปรับปรุง หนองเดียงซึง่ เป็นหนองน�ำ้ โบรำณให้เป็นโครงกำรแก้มลิง เพือ่ กักเก็บน�ำ้ ไว้ใช้ในยำมแห้งแล้ง ประมำณเดือนเมษำยน พ.ศ.2553 กำรด�ำเนินงำนนี้ ได้นำ� ดินทีข่ ดุ ลอกไปถมใส่พนื้ ทีบ่ ำงส่วน และพบว่ำมีเกร็ดแก้วเม็ดเล็กๆ ปะปนอยูท่ วั่ ไป มีประกำยแวววำวเมือ่ กระทบกับแสงแดด และได้ขดุ พบ บ่อน�้ำโบรำณ 9 บ่อ มีขอนไม้วำงเรียงที่ขอบบ่อแต่ละบ่อ ซึ่งจุดที่ตั้ง ของบ่อน�้ำทั้ง 9 บ่อ มีลักษณะกำรจัดวำงเหมือนกับบ่อหลักเมือง ตำมต�ำนำนกำรจัดตั้งเมืองในสมัยโบรำณ จำกเรื่องเล่ำในต�ำนำนกล่ำวไว้ว่ำจะท�ำกำรขุดบ่อน�้ำกลำงใจเมือง 9 บ่ อ เพื่ อ ให้ เ ป็ น หลั ก เมื อ งโดยมี ฤ กษ์ ย ำมควำมเชื่ อ ว่ ำ ในวั น ออกพรรษำ พญำนำคจะขึ้ น มำจำกเมื อ งบำดำลเพื่ อ ไปบู ช ำ

องค์พระสัมมำสัมพุทธเจ้ำ ชำวเมืองจึงท�ำกำรขุดบ่อน�้ำและบวงสรวง อัญเชิญพญำนำครำชมำพิทกั ษ์รกั ษำ ซึง่ กำรท�ำพิธขี ดุ ได้เพียงปีละหนึง่ บ่อ จนครบ 9 ปี จุดที่ตั้งของบ่อน�้ำทั้ง 9 บ่อนี้ จะวำงต�ำแหน่งตำม ลัคนำสมพงษ์นำครำช “ แบบนำคไหว ” จำกกำรขุดพบบ่อน�้ำที่มีลักษณะกำรจัดตั้งหลักเมืองโบรำณ จึงมี กำรอุ ป มำกั นว่ ำ บริ เ วณหนองเดี ย งน่ ำ จะเป็ น นครในอดี ต โดยมี วัดเดียงตะวันตกเป็นส่วนหน้ำหรือประตูเมือง ชำวบ้ำนเดียงจึงได้ ร่ ว มใจพั ฒ นำหนองเดี ย งให้ เ ป็ น สถำนที่ ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ได้ จั ด สร้ ำ ง รูปองค์ทำ้ วชมภูและท้ำวทองเพือ่ ประดิษฐำนทีศ่ ำลำบนเกำะกลำงหนองเดียง พร้อมกับเรียกขำนตำมนิมติ และเกร็ดแก้วทีข่ ดุ พบว่ำ “ บึงชมพูเกร็ดแก้ว ” (ที่มำข้อมูล : พระครูสันติธรรมกิจ เจ้ำอำวำสวัดเดียงตะวันตก) SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 151

151

24/11/61 15:54:04


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลขนุน “ ต� ำ บลขนุ น เป็ น ต� ำ บลน่ ำ อยู ่ มี ภู มิ ทั ศ น์ ที่ ส วยงำม ไร้ ส ำรเสพติ ด มี เ ศรษฐกิ จ พอเพี ย งเป็ น พื้ น ฐำน ประสำนควำมร่ ว มมื อ ยึ ด ถื อ หลั ก ธรรมำภิ บ ำลในกำรพั ฒ นำ มี ป ระชำธิ ป ไตยในกำรปกครอง น� ำ ร่ อ งเป็ น อบต.ต้ น แบบ ” ค� ำ ขวั ญ ขององค์ ก ำรบริ ห ำรส่ ว นต� ำ บลขนุ น

ตั้ ง อยู ่ ห มู ่ ที่ 14 บ้ ำ นนำทรำย ต� ำ บลขนุ น อ� ำ เภอกั น ทรลั ก ษ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ โดยอยู ่ ห ่ ำ งจำกที่ ว ่ ำ กำรอ� ำ เภอกั น ทรลั ก ษ์ ไปทำงทิ ศ ตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ ประมำณ 19 กิ โ ลเมตร

ข้อมูลทั่วไป ต�ำบลขนุน มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 54.8 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 39,525 ไร่ ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มและบางส่วน เป็นที่ดอน มีล�าห้วยธรรมชาติไหลผ่าน 4 หมู่บ้าน กำรปกครอง ต�าบลขนุนแบ่งเขตการปกครองเป็นหมู่บ้าน จ�านวน 15 หมูบ่ า้ น ประชำกร มีประชากรทั้งสิ้น 9,982 คน แยกเป็นชาย 5,045 คน หญิง 5,036 คน จ�านวนครัวเรือน 2,504 ครัวเรือน สภำพเศรษฐกิจ ประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม รองลงมาคือรับจ้าง และค้าขาย พืชเศรษฐกิจส�าคัญคือ ข้าว ยางพารา มันส�าปะหลัง 152

ผ้ำไหมมัดหมี่ OTOP 4 ดำว

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 152

26/11/61 14:00:49


วัดบ้ำนขนุน

สภำพสังคม การศึกษา มีโรงเรียนประถมศึกษา 6 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ประจ�าต�าบล 4 แห่ง ที่อ่านหนังสือประจ�าหมู่บ้าน 15 แห่ง ศูนย์ข้อมูล ประจ�าต�าบล 1 แห่ง ศาสนา มีวัด 2 แห่ง ส�านักสงฆ์ 5 แห่ง ที่พักสงฆ์ 6 แห่ง สาธารณสุข มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ�าต�าบล 2 แห่ง

คณะผู้บริหำร อบต.ขนุน นายบุญทัน สมจิตร์ นายบัวพา แพงศรี นายวิเชียร ทัยอ่อน นายใส พาค�าสุข ส.ต.ต.ชัยวรานนท์ ทองมหา

นายก อบต.ขนุน รองนายก อบต.ขนุน รองนายก อบต.ขนุน เลขานุการนายก อบต.ขนุน ปลัด อบต.ขนุน

นายบุ ญ ทั น สมจิ ต ร์ นำยกองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลขนุน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 153

153

26/11/61 14:00:56


สถำนที่ส�ำคัญ

วั ด ป่ ำ ธรรมวิ เ วก สำยหลวงปู ่ ช ำ, วัดป่ำหนองบัว แดง สำยธรรมยุต และ วั ด บ้ ำ นโตน ซึ่ ง สถู ป แบบเขมรเป็ น สัญลักษณ์ตำมรูปภำพ และแหล่งน�้ำที่ ส�ำคัญคือหนองกระหวัน มีพื้นที่ประมำณ 600 กว่ำไร่ นอกจำกนี้ วั ด ป่ ำ ธรรมวิ เ วกได้ มี ก ำร จั ด กิ จ กรรมอบรมธรรมะตลอดปี แ ละ ยังเป็นสถำนที่ส่งเสริมสุขภำพชุมชน มี กำรส่ ง เสริ ม กำรท� ำ เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ให้แก่ชำวบ้ำนและนักเรียน

โบสถ์ วัดบ้ำนขนุน

154

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 154

26/11/61 14:01:12


ผลิตภัณฑ์เด่นในต�ำบล

กิจกรรม/โครงกำรเด่น โครงการประเพณีแซนโฎนตาต�าบลขนุน ประจ�าปี 2561 กองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ขุน ด�าเนินการเยีย่ มผูป้ ว่ ยติดเตียง ผู้ป่วยติดบ้าน ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส โครงการเข้ า ค่ า ยอบรมจริ ย ธรรมเด็ ก และเยาวชนต� า บลขนุ น ประจ�าปี พ.ศ2561 โครงการศูนย์พฒ ั นาเด็กปลอดโรค ณ ศูนย์พฒ ั นาเด็กเล็กบ้านนาขนวน โครงการแห่เทียนเข้าพรรษา ประจ�าปี พ.ศ.2561 กิจกรรมการแต่งกายชุดผ้าไทยของพนักงาน อบต.ขนุน กิจกรรมการแต่งกายด้วยชุดผ้าไทยของนักเรียนศูนย์พฒ ั นาเด็กสังกัด อบต.ขนุน งานประเพณีสงกรานต์ประจ�าปี 2561 โครงการจั ด การแข่ ง ขั น กี ฬ าต่ อ ต้ า นยาเสพติ ด ครั้ ง ที่ 15 ประจ�าปี 2561 ผลิตภัณฑ์เด่นต�าบลขนุน คือ ผ้าไหม ตรานกยูงทอง พระราชทาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ระดับ 4 ดาว

ข้อมูลติดต่อ องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลขนุน โทรศัพท์ 0-4596-9934 อีเมล์ admin@khanoon.go.th SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 155

155

26/11/61 14:01:38


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลกุดเสลา “ ใฝ่ ใ จการศึ ก ษา พึ่ ง พาตนเอง พั ฒ นาอย่ า งมี ร ะบบ ไม่ ก ระทบสิ่ ง แวดล้ อ ม ” วิ สั ย ทั ศ น์ อ งค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลกุ ด เสลา

ค�าว่า “กุดเสลา” ตัง้ ชือ่ มาจากชือ่ ของล�าห้วยกุดเสลา ภาษาพืน้ เมือง ของต�าบลกุดเสลา คือ ภาษาแขมร์ (เขมร) เรียกละลม หมายถึงกุด, เซลา หมายถึง ต้นตะแบก หรือ ต้นเปือย, ซร็อก หมายถึง หมู่บ้าน ฉะนั้นรวมความค�าว่า “ซร็อก ละลม เซลา” จึงหมายถึง บ้านกุดเสลา ซึ่งเป็นชื่อของต�าบลกุดเสลามาจนทุกวันนี้ องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลกุ ด เสลา ตั้ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นนารั ง กาใต้ หมู ่ ที่ 15 ต� า บลกุ ด เสลา อ� า เภอกั น ทรลั ก ษ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ ห่างจากอ�าเภอกั น ทรลั ก ษ์ ตามเส้ น ทางถนนกรมทางหลวงชนบท สายกั น ทรลั กษ์ - นาห่อม ประมาณ 25 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 76 ตารางกิโลเมตรหรือ 47,500 ไร่ “องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลกุ ด เสลา จะน� า เอาเทคโนโลยี ส ารสนเทศ ที่ ทั น สมั ย และเหมาะสม มาใช้ ใ นการพั ฒ นาศั ก ยภาพของบุ ค ลากร เพื่ อ การพั ฒ นาท้ อ งถิ่ น ” พั น ธกิ จ ขององค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลกุ ด เสลา

สภาพทั่วไป สภาพทั่ ว ไปเป็ น ที่ ร าบลุ ่ ม และมี แ หล่ ง น�้ า ตามธรรมชาติ ได้ แ ก่ บึงระนาม หนองเบ็ญ หนองรุง ห้วยไร่ ห้วยม่วงเป ห้วยล�าซอม รายได้ของประชาชนต�าบลกุดเสลา ส่วนใหญ่มาจากการเกษตรกรรม (ปลูกพืชและเลีย้ งสัตว์) เพราะพืน้ ทีม่ คี วามเหมาะสมในการท�าการเกษตร ดิ น มี ค วามอุ ด มสมบู ร ณ์ มี แ หล่ ง น�้ า ส� า หรั บ ใช้ ห ล่ อ เลี้ ย งหรื อ ใช้ ในการเกษตรกรรมได้ตลอดทั้งปี ประชาชนชาวต�าบลกุดเสลาส่วนใหญ่ จะประกอบอาชีพท�านา รองลงมาคือท�าไร่มันส�าปะหลัง อาชีพท�าสวน ยางพารา และเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นรายได้เสริม ตามล�าดับ การสาธารณสุข มี โ รงพยาบาลส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพต� า บลกุ ด เสลา ตั้ ง อยู ่ ที่ ห มู ่ 3 บ้านกุดเสลา จ�านวน 1 แห่ง ต�าบลกุดเสลามีสถานีต�ารวจภูธร 1 แห่ง ขนบธรรมเนียมประเพณี ต�าบลกุดเสลามีทั้งกลุ่มที่สืบเชื้อสาย มาจากไทยอี ส าน และเชื้ อ สายแขมร์ ดั้ ง เดิ ม และยึ ด ถื อ ประเพณี ของแต่ละเผ่าพันธุ์ดังนี้ 156

นายทองสี พิ ม พาวัตร นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลกุดเสลา

การท�าบุญข้าวสาก (โฎนตา) สาร์ทเขมร เป็นการท�าบุญเซ่นไหว้ (ตายาย) บรรพบุรุษ อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว นิยมท�ากันในวันแรม 14 - 15 ค�่า เดือน 10 บุญเผวด(ผะเหวด) หรือการฟังเทศน์มหาชาติ ซึ่งมีความเชื่อว่า ถ้าฟังเทศน์ครบ 13 กัณฑ์ จะได้ขึ้นสวรรค์ นิยมท�ากันในเดือน 4 นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมของชาวพุทธ ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเหมือนกับชาวไทยภาคอื่นๆ เช่น วันสงกรานต์ วันวิสาขบูชา วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันอาสาฬหบูชา และ วันมาฆบูชา เป็นต้น

ติดต่อ ส�านักงานองค์การบริหารส่วนต�าบลกุดเสลา โทร : 0-4582-6211, 08-1999-6497 โทรสาร : 0-4582-6212

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 156

24/11/61 15:17:39


แหล่ ง ท่ อ งเที่ ย วเชิ ง นิ เ วศ

ของดีบ้านฉนั

“บึงระนาม”

บึงระนามน�้าสวยใส นทีมีปทุมมา นกน�้าว่อนเวียนร่า รอบฝั่งก็ยังคง

แลไหวไหวเหล่าพฤกษา งามเกลื่อนตาพาลุ่มหลง เหล่ามัจฉาผุดขึ้นลง ทวารบถอันงดงาม

บึงระนาม ตัง้ อยู ่ ต�าบลกุดเสลา อ�าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เนือ้ ที ่ 1,800 ไร่ บึงระนาม เพีย้ นมาจากภาษาเขมร คือ ค�าว่า “ระเนียม” แปลว่า ป่าขนาดเล็กที่มีน�้าท่วมถึง น�้าที่ไหลมารวมกัน ได้แก่ ห้วยไร่ (ห้วยเบง) ต้นน�้าจากโคกท�าเลฝั่งซ้าย หนองบ้านสามแยก ไหลผ่าน ระหว่างบ้านโนนพิทักษ์และบ้านทุ่งสว่าง ลัดเลาะมาทางตอนบน บ้านนารังกา เกิดทีล่ มุ่ ขนาดใหญ่เป็นอูข่ า้ วอูน่ า�้ แถบบริเวณแห่งนี ้ ชาวบ้าน ในบริเวณรอบทีร่ าบแห่งนีต้ อ้ งการใช้นา�้ ในการท�าการเกษตร จึงได้ประชุม ท�าคันดินหรือทด เรียกว่าทดใหญ่ บริเวณคอคอดวังตาต่วน ซึง่ อยูร่ ะหว่าง เนินบ้านหนองขวาง และเนินป่าชาด ท�าให้เกิดหนองบึงขนาดใหญ่ขึ้น มวลน�า้ ได้ทว่ มหนองเป็นจ�านวนมาก บางแห่งลึก 4 - 5 เมตร ชาวบ้านจึง เปลีย่ นมาเรียกว่า “กุด” หลายปีผา่ นไปความอุดมสมบูรณ์ได้เพิม่ ทวีคณ ู ขึน้ โดยเฉพาะปลา อาศัยช่วงฤดูน�้าหลาก ปลาจากแม่น�้ามูล จะขึ้นมาตาม ล�าโดมใหญ่ ขึ้นสู่ล�าห้วยซอม เข้าสู่บึงระนาม เช่น ตระกูลปลาเนื้ออ่อน มีปลาค้าว ขนาด 8 - 10 กิโลกรัม ปลานาง ขนาด 1 - 2 กิโลกรัม ปลาเซือม ขนาด 0.3 - 0.5 กิโลกรัม ปลาปีกไก่ ขนาด 0.1 กิโลกรัม, ตระกูลปลาขาว มีปลาตะเพียนขาว(ปลาปาก) ขนาด 2 - 3 กิโลกรัม ปลาเก้ง(ปลากะมัง ปลาสะกาง) ปลาอีไท(ปลาขี้ขม) ปลาขาวนา ปลาครุยลาม ปลากุ่ม และปลาดอกงิ้ว ตระกูลปลาช่อน มีปลาชะโด ขนาด 10 - 15 กิโลกรัม ปลาช่อน ปลาช่อนหางแดง ปลาช่อนหัวแหลม นอกนั้นก็จะมีปลากด ปลาแขยง ปลาดุก ปลาหลาด(กระทิง) ปลาหลด ปลาตอง และปลาขนาดเล็กอีกมากมาย ชาวบ้านได้ใช้เป็นสถานที่ เก็บกุง้ หอยปูและปลา ผักน�า้ ในการด�ารงชีวติ เมือ่ ถึงฤดูแล้ง คนส่วนมาก ก็จะมุ่งมาหาปลาที่บึงระนามแห่งนี้เป็นประจ�า สัตว์ที่อาศัยอยู่ในบึงระนามแห่งนี้ ยังมีนกประเภทต่างๆ เช่น นกอีโก้ง นกกระยาง นกเจ่าแดง นกเจ่าโหม่น นกเจ่าด�า นกกระสา นกเป็ดผี นกเป็ดก่า(เป็ดเทศคอลายจุด) นกแค และนกขนาดเล็กอีก มากมาย ประเภทสัตว์เลื้อยคลาน เช่น จระเข้ เหี้ย แลน งูจงอาง งูเห่า งูสิง งูสามเหลี่ยม ตะพาบน�้า เต่านา เต่าเพ็ก และกระถ้าง (กิ้งก่าด�า)

นอกจากนี้ยังมีพืชผักน�้าเกิดขึ้นอยู่ทั่วไป เช่น จอก แหน คะน่องม้า แห้ว ผักตบชวา บัวแดง บัวแบ้(บัวสีม่วง) โดยเฉพาะปัจจุบันมีบัวหลวง อยู่เต็มไปหมด ที่พบมีอยู่สองสายพันธุ์คือ บัวแหลมชมพู เป็นพันธุ์ที่ น�ามาจากหนองน�้าใกล้ๆ โดยมีชาวบ้านพระทะเลที่มีที่ติดบึงระนาม น�ามาปลูกเพื่อกินเมล็ด มีขนาด 15 - 20 เมล็ด บัวหลวงชมพูซ้อน (ฉัตรชมพู) เป็นพันธุ์ที่น�ามาจากจังหวัดพิจิตร โดยชาวบ้านนารังกา น�ามาปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อขายเมล็ดแห้ง มีขนาด 24 - 32 เมล็ด ต่อมาปี พ.ศ.2546 ได้รบั งบประมาณสนับสนุนจากกรมชลประทาน เพื่อพัฒนาแหล่งน�้า โดยองค์การบริหารส่วนต�าบลกุดเสลาเป็น ผู้ดูแล การด�าเนินงาน ได้ขดุ ลอกบริเวณรอบบึงระนามเพือ่ ให้สามารถกักเก็บน�า้ ป้องกันเขตแนว และเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต โดยการแบ่งพื้นที่ ด� า เนิ น การออกเป็ น 3 โซน คื อ โซนกุ ด เสลา โซนบ้ า นพระทะเล โซนบ้านโนนคูณ นอกจากนั้นได้ขุดลอกบริเวณหนองรุง หนองแข้ หนองก้านเหลือง และหนองถ่ม น�าดินทีข่ ดุ ขึน้ ทิง้ เพือ่ สร้างแปลงเกษตร 2 แห่ง และทิ้งดินเพื่อสร้างลานที่ท�าการองค์การบริหารส่วนต�าบล และสนามเพื่อใช้ประโยชน์ในอนาคต เมื่ อ การด� า เนิ น การขุ ด ลอกแล้ ว เสร็ จ ได้ ถ นนลู ก รั ง ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร รอบบึงระนาม องค์การบริหารส่วนต�าบลกุดเสลาก็ได้ น�าหน่วยงานราชการ องค์กรประชาชน ประชาชนจากหมู่บ้านต่างๆ ปลูกต้นไม้ตลอดโครงการ โดยแบ่งให้รับผิดชอบเป็นช่วงๆ ปัจจุบันนี้ ต้นไม้โต ท�าให้ตามคันดินโดยรอบบึงระนามร่มรื่น เป็นที่พักพิงของคน และสัต ว์ เป็นแหล่งท�ามาหาเงินของคนในท้องถิ่นจนสร้างรายได้ เป็นกอบเป็นก�า สร้างอาชีพขึ้นมากมายจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในบึงและ รอบบึ ง อี ก ทั้ ง ยั ง เป็ น ที่ พั ก ผ่ อ นหย่ อ นใจ ที่ ท ่ อ งเที่ ยวส� าหรั บ ผู ้ ค น ทั้งใกล้และไกล สร้างความภาคภูมิใจให้กับเราชาวต�าบลกุดเสลาอย่าง ไม่เสื่อมคลาย ดังค�าที่ว่า “บึงระนามน�้าใส ปลาใหญ่ลือชื่อระบือดอกบัวงาม นกน�้าน่ายล มีถนนวนจนรอบ” SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

สวนทุเรียนพรประเสฐิ .indd 157

157

24/11/61 15:17:44


ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ชุ ม ชน

ของดีบ้านฉนั

“ผลิตภัณฑ์จากต้นเตย” โดยกลุ่มทอเสื่อใบเตยบ้านพระทะเล ชาวบ้ า นพระทะเล คุ ้ น เคยกั บ ต้ น เตยหนามมาช้ า นาน เพราะ ต้นเตยหนามเป็นพืชที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พบได้มากภายใน หมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง คนในสมัยก่อนได้น�าเอาต้นเตยหนาม มาถักทอโดยใช้ภมู ปิ ญ ั ญาชาวบ้าน มาท�าเป็นเสือ่ ไว้ใช้ปนู อนในครัวเรือน ครอบครัวเกษตรกรในหมู่บ้านพระทะเลส่วนใหญ่ทา� นาเป็นอาชีพหลัก เมื่อว่างจากการท�านาจะใช้เวลาในการทอเสื่อจากใบเตย เพื่อเก็บไว้ใช้ ในครอบครัว หรือเอาไว้ขายบ้าง และบางครั้งก็เอาไว้เป็นของฝาก ญาติพี่น้องลูกหลานจากหมู่บ้านอื่น ต่อมา ปี พ.ศ.2545 ได้รวมกลุ่มแม่บ้านจ�านวนกว่า 40 คน มี นางสีบ ู มีศรี เป็นประธาน การด�าเนินการเป็นรูปแบบของกลุม่ อยูร่ ะยะหนึง่ ผลิตภัณฑ์เสื่อใบเตยก็มีน้อย เพราะสมาชิกกลุ่มหลายคนไม่มีเวลา ให้กบั กลุม่ ประกอบกับต้องย้ายถิน่ ฐานไปท�างานยังต่างจังหวัด สมาชิก ก็ลดลง แต่ก็ยังมีบางคนยังผลิตใช้และจ�าหน่ายอยู่ และยังมีการพัฒนา ฝี มื อ ขึ้ น เรื่ อ ยๆ มี ห น่ ว ยงานของรั ฐ เข้ า มาสนั บ สนุ น อยู ่ บ ้ า ง แต่ กระบวนการผลิตก็ยังไม่ประสบความส�าเร็จเท่าที่ควร มีการน�ากลุ่ม แม่บ้านไปดูงานที่บ้านหนองทึง อ�าเภอขุขันธ์ จึงได้เพิ่ม ผลิตภัณฑ์ ทีเ่ ป็นกระเป๋าถือ และหมอนทีท่ า� จากใบเตย กลุม่ ก็กลับมาคึกคักอีกครัง้ มีการพัฒนาฝีมือเพิ่มขึ้น พัฒนาชุมชนอ�าเภอกันทรลักษ์ ก็สนับสนุน งบประมาณเข้ามาช่วย องค์การบริหารส่วนต�าบลกุดเสลาก็เข้ามาช่วย และยังสนับสนุนส่งเสริม ผลิตภัณฑ์เป็น OTOP ของต�าบลกุดเสลา ต่อมาในปี 2553 มีการปรับปรุงสมาชิกใหม่ คงเหลือจ�านวน 30 คน มีนางงามตา ดีเสมอ เป็นประธานกรรมการ จัดท�าหมอนอิงสวยงามขึน้ ประสบความส�าเร็จมากขึ้น ปี 2554 มีงบประมาณเข้ามาสนับสนุน จากโครงการอยู่ดีมีสุข มีการแต่งตั้งประธานคนใหม่คือนางจุฑามาศ บุญเชิญ มีการเพิ่มของสมาชิกเป็น 38 คน รูปแบบการพัฒนาเป็น สากลมากขึน้ มีการน�าผลผลิตออกแสดงตามงานต่างๆ มีกระบวนการผลิต พัฒนามากยิ่งขึ้น มีการรับรองผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับ 3 ดาว โดย อุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ มีการพัฒนาลวดลายผลิตภัณฑ์ มีการ วางแผนปลูกเตยเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในระยะยาว อบต.กุดเสลา สนับสนุน สร้ า งอาคารถาวรเพื่ อ ผลิ ต และแสดงผลิ ต ภั ณ ฑ์ เ ป็ น เอกเทศ กลุ ่ ม แม่บ้านพระทะเล ได้แบ่งกลุ่มศึกษาผลิตภัณฑ์ที่ใบเตยสามารถผลิต ขึ้นมาได้ สามารถเป็นของใช้ ของฝาก มีความจ�าเป็นต่อการด�าเนินชีวิต ผลิตขึ้นมาแล้วมีตลาดรองรับ ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย จึงได้น�าเทคนิควิธีการที่ได้ฝึกได้เรียนมา บูรณาการกับภูมิปัญญา ดั้งเดิมและวิถีชีวิตชุมชน มาลองผิดลองถูก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ที่แตกต่างจากแหล่งผลิตอื่น ติดต่อสอบถาม นายวัชัย อนันต์ ผู้ใหญ่บ้านพระทะเล หมู่ที่ 12 โทร : 09-2530-7019

158

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 158

24/11/61 15:18:07


ศาสนาในท้องถิ่น ในพืน้ ทีต่ า� บลกุดเสลา มีการนับถือศาสนา 2 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสต์ วัดนารังกาวราราม ตั้งอยู่เลขที่ 352 บ้านนารังกาใต้ หมู่ที่ 15 ต�าบลกุดเสลา อ�าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ สังกัด มหานิกาย ภูมปิ ระเทศเดิมชือ่ ว่า “โพนเพ็กต�า่ ” การศาสนา - วัฒนธรรม วัดนาละกา เริ่มสร้างที่พักสงฆ์เมื่อ พ.ศ.2494 โดยมี หลวงปู่ล้อม อนาลโย เป็น พระสงฆ์องค์แรกที่ให้ก�าเนิดวัดนาละกา ต่อมาปี พ.ศ.2504 ประชาชน ทั่วทุกสารทิศก็ได้อพยพเข้ามารวมกันประมาณ 350 หลังคาเรือน บ้านโนนเพ็กต�่า หรือบ้านนาละกา ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบ้านนารังกา โดยมี วั ด นารั ง กาวราราม โรงเรี ย นประชาบาลบ้ า นนารั ง กา และ มีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนในปี พ.ศ.2526 วัดนารังกาวราราม เดิมชื่อว่า “วัดนาละกา” สร้างเมื่อ พ.ศ.2504 ตั้งเมื่อ พ.ศ.2506 ที่ดินวัดมีเนื้อที่ 10 ไร่ 1 งาน 85 ตารางวา ประเภท นส. 3ก เลขที่ 2109 มีนายแพง วงษ์ศรี เป็น ผู้ขออนุมัติการจัดสร้าง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2523 โบสถ์วัดโรมันคาทอลิกบ้านหนองรุง ที่ตั้ง บ้านหนองรุงหมู่ที่ 7 ต�าบลกุดเสลา อ�าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ระยะทางจาก อ�าเภอกันทรลักษ์ 26 กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง 5,700,000 บาท การสร้างวัดใหม่ในปี 2551 คริสตชนบ้านหนองรุงใช้ประโยชน์จากโบสถ์หลังเก่าเป็นเวลากว่า 50 ปี ในช่วงระยะ 10 ปีให้หลัง บ้านหนองรุงภายใต้การน�าของ นายอ�านวย บุญเชิญ ผู้ใหญ่บ้านในช่วงนั้น ได้ปรึกษาคณะอภิบาล วัดโรมันคาทอลิกบ้านหนองรุง ชาวบ้านวางแผนที่จะสร้างวัดใหม่ โดย ได้เก็บหอมรอมริบจากรายได้ค่าเช่าที่นา รายได้จากงานบุญต่างๆ รายได้จากการบริจาคประจ�าปี ได้เงินกว่า 1,000,000 บาท ยังขาดเงิน ในการก่อสร้างกว่า 1,000,000 บาท ตามประกาศคริสตศาสนจักร แห่งประเทศไทย นิกายโรมันคาทอลิก ชุมชนใดจะสร้างวัดใหม่ต้องมี จิตศรัทธาสะสมทุนทรัพย์ร้อยละ 30 ของงบประมาณในการก่อสร้าง จึงจะสามารถขออนุมัติสร้างวัดใหม่ได้ ปี 2550 บาทหลวงอัครเดช วงศ์อนันต์ ได้ย้ายเข้ามาเป็นอธิการ วัดบ้านหนองรุง ได้ปรึกษาคณะอภิบาลวัด คณะกรรมการหมู่บ้าน ว่าจะสร้างโบสถ์หลังใหม่แทนหลังเก่าที่ก�าลังทรุดโทรม ทุกคณะทุกคน

มีมติเห็นด้วย ให้จดั หาทุนสร้างวัด จึงได้ดา� เนินการจัดตัง้ กองทุนจากชาวบ้าน จากลูกหลานที่อยู่ต่างจังหวัด จากกลุ่มคริสตชนที่อยู่ใกล้เคียง จาก ผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ได้ทุนมากว่า 1,000,000 บาท ตามเจตนารมณ์ ขององค์กร เมื่อทุกอย่างพร้อมจึงขออนุมัติสร้างวัดไปยังสังฆมลฑล อุบลราชธานี องค์กรต้นสังกัด เพราะการสร้างวัดใหม่แต่ละปีในสังฆมลฑล เดียวกันประมาณ 7-10 จังหวัด จะได้รบั อนุมตั ใิ ห้สร้างเพียง 2 วัดเท่านัน้ การก่อสร้างด�าเนินการไปอย่างน่าพอใจ รวมทั้งบริษัทผู้รับก่อสร้าง ก็ได้ให้ความส�าคัญกับรายละเอียดทุกขั้นตอนของงาน โดยมีชาวบ้าน เป็นแรงงานรับจ้าง หมุนเวียนกลุม่ ทีเ่ ป็นกรรมกรให้เกิดความภาคภูมใิ จ ที่มีส่วนช่วย มีส่วนได้ก�ากับดูแล ที่ไม่ได้ท�างานก็แวะเวียนมาเยี่ยมชม ถึงความส�าเร็จอยูม่ ขิ าดสาย ชาวบ้านอีกส่วนได้บริจาคไม้ประดูค่ นละต้น สองต้นได้มากว่า 50 ต้น จัดท�าโต๊ะแบบนั่งได้ ยาว 2 เมตร ส�าหรับใช้ ในโบสถ์หลังใหม่ ก็มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคค่าช่าง ตัวละ 1,500 บาท ทุกตัว ใช้เวลาการก่อสร้าง 9 เดือน โบสถ์หลังใหม่จงึ เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ เมือ่ สร้างโบสถ์หลังใหม่เสร็จ มีการรวมชาวบ้านปรับบริเวณโดยรอบ ปลูกหญ้า ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ปลูกต้นไม้ มีไม้ประดู่เหลืออยู่บ้าง จึงท�ารัว้ คอนกรีตใหม่ โดยใช้แรงงานชาวบ้านทัง้ หมดประมาณ 1 เดือนก็เสร็จ วันที ่ 19 มีนาคม 2552 คณะกรรมการสภาภิบาลวัด คณะกรรมการหมูบ่ า้ น ชาวบ้านหนองรุง ก็ร่วมใจกันจัดงานถวายวัดและฉลองวัดหลังใหม่ อย่างยิ่งใหญ่ มีการบอกข่าวงานบุญฉลองความส�าเร็จของคริสตชน บ้านหนองรุงไปทัว่ ทุกสังฆมลฑล ได้กราบนิมนต์พระคุณเจ้าฟิลปิ บรรจง ไชยรา พระสังฆราช ประมุขคริสต์ศาสนาแห่งสังฆมลฑลอุบลราชธานี เป็น ผู้รับมอบ และนิมนต์พระสงฆ์นักบวชกว่า 300 ท่าน เข้าร่วมงาน รวบแรงศรัทธาบุญครั้งนี้กว่า 1,500,000 บาท SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 159

159

24/11/61 15:18:23


เมืองวิถีพุทธ วิถีแห่งควำมสงบสุข ศรีนครล�ำดวน

อ�ำเภอขุขันธ์ วัดกระโพธิช์ ่ างหมอ้ หมู่ 6 ต�าบลดองก�าเม็ด วัดกระโพธิเ์ ริงรมย์ หมู่ 8 ต�าบลส�าโรงตาเจ็น วัดกฤษณา หมู่ 1 ต�าบลกฤษณา วัดกลาง หมู่ 6 ต�าบลห้วยเหนือ วัดกวางขาว หมู่ 7 ต�าบลนิคมพัฒนา วัดกะก�า (ระก�า) หมู่ 4 ต�าบลตะเคียน วัดกันจาน หมู่ 1 ต�าบลตองก�าเม็ด วัดเกาะบึงโบราณ หมู่ 6 ต�าบลโคกเพชร

วัดขนุน หมู่ 8 ต�าบลโสน วัดเขวิก หมู่ 8 ต�าบลสะเดาใหญ่ วัดเขียนบูรพาราม หมู่ 6 ต�าบลห้วยเหนือ วัดคลองสุด หมู่ 10 ต�าบลหัวเสือ วัดคะนาสามัคคี หมู่ 4 ต�าบลห้วยส�าราญ วัดคา่ ยนิคม หมู่ 3 ต�าบลนิคมพัฒนา วัดเคาะ หมู่ 6 ต�าบลศรีตระกูล วัดโคกตาล หมู่ 7 ต�าบลปรือใหญ่ วัดโคกเพชร หมู่ 1 ต�าบลโคกเพชร วัดโคกโพน หมู่ 3 ต�าบลกันทรารมย์ วัดโคกสูง หมู่ 5 ต�าบลกันทรารมย์ วัดจะกง หมู่ 2 ต�าบลจะกง วัดจันทราปราสาท หมู่ 1 ต�าบลปราสาท วัดจันลม หมู่ 12 ต�าบลลมศักดิ์ วัดเจ็กโพธิพ์ ฤกษ์ หมู่ 7 ต�าบลห้วยเหนือ วัดเจ็กโพธิพ์ ฤกษ์ หมู่ 7 ต�าบลห้วยเหนือ วัดใจดี หมู่ 1 ต�าบลใจดี วัดช�าแระกลาง หมู่ 10 ต�าบลห้วยเหนือ วัดดองก�าเม็ด หมู่ 5 ต�าบลดองก�าเม็ด วัดตราดพัมนาราม หมู่ 7 ต�าบลดองก�าเม็ด วัดตะเคียน หมู่ 1 ต�าบลตะเคียน วัดตะเคียนนอ้ ย หมู่ 4 ต�าบลกะจง วัดตาดม หมู่ 8 ต�าบลห้วยใต้ วัดตาเบา๊ ะเกษมงคล หมู่ 3 ต�าบลปรือใหญ่ วัดตาสุด หมู่ 1 ต�าบลจะกง วัดตาอุด หมุ่ 1 ต�าบลตาอุด วัดถ้�าสระพงษ์ หมู่ 13 ต�าบลปรือใหญ่ วัดทะลอก หมู่ 3 ต�าบลใจดี วัดทุง่ บังอิงวิหาร หมู่ 8 ต�าบลศรีสะอาด วัดไทยเทพนิมติ หมู่ 1 ต�าบลหว้ ยเหนือ

160

3.

วัดนาเจริญพัฒนา หมู่ 9 ต�าบลโสน วัดนิคมสายหมอก หมู่ 7 ต�าบลหนองฉลอง วัดโนนสมบูรณ์ หมู่ 16 ต�าบลปรือใหญ่

วัดโนนส�าราญ หมู่ 7 ต�าบลโคกเพชร วัดบกจันทร์นคร หมู่ 13 ต�าบลห้วยเหนือ วัดบอ่ ทอง หมู่ 13 ต�าบลกันทรารมย์ วัดบา้ นกลาง หมู่ 4 ต�าบลลมศักดิ์ วัดบา้ นแขว หมู่ 3 ต�าบลห้วยใต้ วัดบา้ นตรอย หมู่ 5 ต�าบลหนองฉลอง วัดบา้ นติมรัตนาราม หมู่ 1 ต�าบลสะเดาใหญ่ วัดบา้ นแทรง หมู่ 1 ต�าบลห้วยส�าราญ วัดบา้ นบึง หมู่ 2 ต�าบลดองก�าเม็ด

วัดบา้ นเริงรมย์ หมู่ 10 ต�าบลส�าโรงตาเจ็น วัดบา้ นศาลา หมู่ 4 ต�าบลส�าโรงตาเจ็น วัดบา้ นสวงษ์ หมู่ 4 ต�าบลหัวเสือ วัดบา้ นอาทิ หมู่ 2 ต�าบลลมศักดิ์ วัดประปุนราษฎร์บ�ารุง หมู่ 7 ต�าบลหัวเสือ วัดปราสาทใต้ หมู่ 6 ต�าบลห้วยใต้ วัดปรือคัน หมู่ 7 ต�าบลหรือใหญ่ วัดปรือใหญ่ หมู่ 1 ต�าบลปรือใหญ่ วัดป่าเสรีธรรม หมู่ 18 ต�าบลปรือใหญ่ วัดป่าหนองโพธิ์ หมู่ 8 ต�าบลโสน วัดโพธิส์ วา่ ง หมู่ 8 ต�าบลปรือใหญ่ วัดภูมิศาลา หมู่ 4 ต�าบลโคกเพชร วัดระกา หมู่ 5 ต�าบลโคกเพชร

วัดราษีพัฒนา หมู่ 2 ต�าบลห้วยส�าราญ วัดล�าภู หมู่ 4 ต�าบลใจดี วัดไลยช์ ัยมงคล หมู่ 10 ต�าบลจะกง วัดศรีโกธาราราม หมู่ 7 ต�าบลตาอุด วัดศรีตระกูล หมู่ 4 ต�าบลลมศักดิ์ วัดศรีสะอาด หมู่ 1 ต�าบลศรีสะอาด วัดสนามสามัคคี หมู่ 6 ต�าบลโสน วัดสมบูรณ์ หมู่ 4 ต�าบลห้วยใต้ วัดสระบานสนวน หมู่ 12 ต�าบลส�าโรงตาเจ็น วัดสวัสดี หมุ่ 4 ต�าบลกฤษณา วัดสะอาง หมู่ 12 ต�าบลห้วยเหนือ วัดส�าโรงตาเจ็น หมู่ 1 ต�าบลส�าโรงตาเจ็น วัดส�าโรงสูง หมู่ 3 ต�าบลสะเดาใหญ่

วัดเสลา หมู่ 6 ต�าบลโคกเพชร วัดเสลานากอ้ ก หมู่ 5 ต�าบลห้วยส�าราญ วัดเสลาเหนือ หมู่ 6 ต�าบลโคกเพชร วัดโสน หมู่ 1 ต�าบลกู่ วัดโสภณวิหาร หมู่ 1 ต�าบลกัทรารมย์ วัดหนองกาด หมุ่ 5 ต�าบลลมศักดิ์ วัดหนองเข็ง หมู่ 7 ต�าบลกฤษณา วัดหนองคลา้ หมู่ 3 ต�าบลดสน วัดหนองคลา้ ใต้ หมู่ 14 ต�าบลโสน วัดห้วยสระภูมิ หมู่ 3 ต�าบลหัวเสือ วัดหัวเสือ หมู่ 1 ต�าบลหัวเสือ วัดอาวอย หมู่ 2 ต�าบลโสน วัดอ�านาจเจริญ หมู่ 11 ต�าบลส�าโรงตาเจ็น วัดฮ่องธาตุ หมู่ 8 ต�าบลกฤษณา

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 160

24/11/2561 20:57:49


วัดเขียนบูรพาราม กราบขอพร “หลวงพ่ อโต” พระคูบ ่ า้ นคูเ่ มืองขุขน ั ธ์

พระครู บูร พาโพธิธรรม

ด� า รงต� า แหน่ง เจ้า อาวาสวัด เขียนบูรพาราม

วั ด เขี ย นบู ร พาราม(วั ด บู ร พามหาพุ ท ธาราม) ตั้ ง อยู ่ ที่ บ้านพราน หมู่ที่ 4 ต�าบลห้วยเหนือ อ�าเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ประวั ติ ความเป็น มา วัดเขียนบูรพาราม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ มี พ ระอุ โ บสถเก่ า แก่ ลั ก ษณะเป็ น สิ ม อี ส าน ภายในประดิ ษ ฐาน พระประธาน คือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชยั ศิลปะผสมผสาน ระหว่างล้านช้างและอยุธยาตอนปลาย หน้าตักกว้าง 3.50 เมตร สูง 6.80 เมตร เล่ากันว่า 200 กว่าปีก่อน พระยาไกรภักดีศรีล�าดวน เจ้าเมืองขุขันธ์คนที่ 2 อพยพชาวบ้านมาสร้างเมืองใหม่ ณ บริเวณ วั ด เขี ย นบู ร พารามปัจจุบัน เมื่อ ช่ว ยกัน ถากถางป่าได้พบหินสีแดง มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปโผล่ขึ้นบนจอมปลวก จึงบัญชาการให้ ชาวบ้านตกแต่งทั่วบริเวณ แล้วสร้างเสริมเป็นฐานพระ จากนั้นสร้าง องค์พระพุทธรูปปางมารวิชยั ขนาดใหญ่ขนึ้ ครอบองค์พระ ต่อมามีผศู้ รัทธา บูรณะองค์พระ โดยการก่ออิฐถือปูนหุ้มหลวงพ่อโตให้ใหญ่ขึ้นอีก

จุ ด เด่ น ที่ น ่าท่องเที่ยวและศึก ษา เป็นวัดเก่าแก่โบราณมีอายุกว่า 200 ปี สันนิษฐานว่าตั้งมา พร้อมๆ กับการตั้งเมืองขุขันธ์ เจดีย์ธาตุโบราณ 4 องค์ อยู่ทั้ง 4 มุมของพระอุโบสถ ปัจจุบัน เหลือเพียง 2 องค์ด้านหน้าพระอุโบสถเท่านั้นที่สมบูรณ์ ส่วน 2 องค์ ด้านหลังพระอุโบสถพังทลายเหลือเพียงเศษซาก สิมโบราณ(อุโบสถ) เป็นสิมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ปัจจุบันกรม ศิลปากรจดทะเบียนเป็นโบราณสถาน โดยประกาศ ณ วันที่ 22 ธันวาคม 2532 และประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 107 ตอนที่ 16 วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2533 หลวงพ่ อ โต ซึ่ ง ประดิ ษ ฐานอยู ่ ภ ายในอุ โ บสถ(สิ ม โบราณ) วัดเขียนฯ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก กว้าง 3.50 เมตร สูง 6.80 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่โตและ ศักดิ์สิทธิ์มากองค์หนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของ ชาวขุขันธ์ที่สืบทอดเป็นมรดกมาหลายร้อยปี

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 161

161

24/11/61 21:17:16


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดอาวอย จากพลังศรัทธาสู่พระอาราม

พระครู สุ ต ธรรมวิวัฒน์ ผศ.ดร. รองเจ้ ำ คณะอ�ำ เภอขุขันธ์ เจ้ ำ อำวำสวั ดอำวอย

วั ด อาวอย ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 150 หมู ่ ท่ี 2 ต� ำ บลโสน อ� ำ เภอขุ ขั น ธ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

162

.indd 162

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

22/11/61 16:05:32


ประวั ติ วั ด อาวอย วัดอาวอย สร้างมาก่อนปี พ.ศ.2484 คุณยายเนียม อัจนา และ ยายเข็มมา น้อยสงวน พร้อมครอบครัว บริจาคที่ดินสร้างวัด 6 ไร่ ต่อมาในปี พ.ศ.2537 นายบุญลัดและผู้ใหญ่บ้าน ผู้น�าหมู่บ้านอาวอย ไปปรึกษาหารือนางหม่อน - พ่อบุญศรี ธรรมบรรเทิง พร้อมครอบครัว เพื่อซื้อที่ดินถวายวัดจ�านวน 1 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวา ในปี พ.ศ.2560 ได้ติดต่อนางถาวร น้อยสงวน เพื่อซื้อที่ดินถวายเพิ่มอีก 2 ไร่ รวมเป็น 9 ไร่ 3 งาน 92 ตารางวา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประมาณ พ.ศ.2508 ส่วนสาเหตุการสร้างวัดอาวอย สืบเนือ่ งจากสมัยก่อนชาวบ้านจะไป ท�าบุญทีว่ ดั บ้านโสน และหมูบ่ า้ นก็ยงั มีไม่มาก การไปมาหาสูก่ นั ระหว่าง หมู่บ้านก็ล�าบากเวลามีงานบุญประเพณีเทศกาลต่างๆ คนเฒ่าคนแก่ พ่อแม่ รุ่นปู่ย่าตายาย จึงชักชวนกันหาที่ดินสร้างวัด พ่อพราหมณ์ผาย พ่ อ ใหญ่ คู ณ พ่ อ ทายกเหลี่ ย ง โดยมี พ ่ อ ก� า นั น ทองค� า จิ น ดาวงษ์ พ่อสารวัตรกิ่ง เป็นผู้น�า ในการด�าเนินการสร้างวัด ได้รับบริจาคบ้าน จากพ่อใหญ่แสน มะนารถ จากบ้านละลม โดยน�าเกวียนไปรื้อบ้าน ขนมาสร้างวัด แล้วไปนิมนต์หลวงตาฤกษ์ มาจ�าพรรษาเป็นรูปแรก ต่อมาในสมัยพระอธิการสุบนิ เป็นเจ้าอาวาส ได้ขนึ้ ป้ายเปลีย่ นชือ่ วัด เป็น “วัดปัตจันตทวาราม” แต่ยังไม่ได้แจ้งการเปลี่ยนชื่อวัด จึงเป็นชื่อ ตามหมู ่ บ ้ า นอยู่ คือวัดอาวอย ต่อจากนั้นได้เปลี่ยนเจ้าอาวาสและ รั ก ษาการเจ้ า อาวาสมาประมาณ 28 รู ป และเมื่ อ ปี พ.ศ.2543 พระครูสตุ ธรรมวิวฒ ั น์ มาเป็นเจ้าอาวาส ได้นา� พาภิกษุสามเณรญาติโยม ทายกทายิกา พัฒนาวัดดังที่เห็นในปัจจุบัน ปัจจุบันวัดบ้านอาวอย ได้พัฒนาและได้ก่อสร้างถาวรวัตถุที่มั่นคง ถาวร ลั ก ษณะทรงไทยประยุ ก ต์ จั ด สถานที่ ใ ห้ เ ป็ น อารามเป็ น รมณียสถาน พร้อมไปกับพัฒนาจิตใจ ประพฤติวตั รปฏิบตั ธิ รรมประกอบ กิจกรรมตามประเพณีต่างๆ ท�าบุญตักบาตร บวชชี พราหมณ์ โดยแบ่ง การพัฒนาออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านศาสนวัตถุ ด้านศาสนบุคคล ด้านศาสนธรรม เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ด้านศาสนพิธี เป็นแหล่ง ปลูกฝังวัฒนธรรมประเพณี และจัดกิจกรรมวันส�าคัญชาติ ปัจจุบัน บ้านอาวอยได้แยกออกเป็น 4 หมู่บ้าน คือ บ้านอาวอย หมู่ที่ 2 นายสวาท บุตรวงษ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านอาวอย หมู่ที่ 13 มี นายคร ธรรมบรรเทิง เป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านอาวอย หมู่ที่ 20 นายทวน มะนารถ เป็นผู้ใหญ่บ้าน และบ้านอาวอย หมู่ที่ 21 มีนายเศษฐศักดิ์ ศรีบรรฏิษฐ์ เป็นผู้ใหญ่บ้าน

ท�าเนียบเจ้าอาวาส รูปที่ 1 หลวงตาฤกษ์ ก่อนปี 2484 - 2499 ลาสิกขา รูปที่ 2 พระอธิการเลื่อน นรินโท พ.ศ.2503 - 2512 รูปที่ 3 พระอธิการสุบิน ฐิตธมฺโม พ.ศ.2515 - 2518 รูปที่ 4 พระอธิการก้อน จนฺทสาโร พ.ศ.2526 - 2530 รูปที่ 5 พระอธิการอ้วน อุตฺตสาโร พ.ศ.2531 - 2540 รูปที่ 6 พระครูสุตธรรมวิวัฒน์ ผศ.ดร. พ.ศ.2543 - ปัจจุบัน ผู้ช ่วยเจ้า อาวาส ได้แก่ พระครูใบฏีกาตัน กิติปาโล พ.ศ.2552 - ปัจจุบัน พระสมุห์สมควร ฐิตสุโข พ.ศ.2554 - ปัจจุบัน SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 163

163

22/11/61 16:05:57


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดโสภณวิหาร อลังการสิมอีสานโบราณ

พระครูโสภณปัญญาประสุต(บันเทิง สุขเฉลิม) เจ้ำคณะต�ำบลกันทรำรมย์, เจ้ำอำวำสวัดโสภณวิหำร วั ด โสภณวิ ห าร เดิ ม ชื่ อ “วั ด ร� ำ ปุ ก ” ตั้ ง อยู ่ ที่ ห มู ่ 1 บ้ำนกันทรำรมย์ ต�ำบลกันทรำรมย์ อ�ำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มี เ นื้ อ ที่ 22 ไร่ 76 ตำรำงวำ ได้ รั บ อนุ ญ ำตให้ ตั้ ง วั ด เมื่ อ ปี พ.ศ.2414 ได้รับ พระรำชทำนวิสุงคำมสีม ำเมื่ อปี พ.ศ.2475 164

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 164

23/11/61 10:55:38


โบราณสถานส�าคัญในวัด ภายในบริเวณวัดมีอุโบสถเก่าแก่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป อันศักดิ์สิทธิ์ โดยอุโบสถเป็นสิมอีสานโบราณที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง เรียกรวมกันว่า วิหารวัดโสภณวิหาร ลักษณะสร้างบนฐานสีเ่ หลีย่ มทรงสูง หลังคายกสองชัน้ คันทวยปูนปัน้ ลักษณะเป็นแผงทึบ มีลวดลายประกอบ หน้ า บั น ปู น ปั ้ น นู น ต�่ า รู ป เทพพนม ส่ ว นประกอบหลั ง คา ปั จ จุ บั น ท�าด้วยปูนปั้นลายดอก ประดับกระจก สร้างในยุคใดไม่ปรากฏ มีบันได ทรงขึ้นสามทาง คือ ด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และตะวันออก ราวบันไดขึ้น ทั้งสามด้าน จะมี 3 ชั้น ชั้นที่หนึ่งแกะสลักรูปแม่ปีนั่งพนมมือ ชั้นที่สอง เป็นรูปสิงห์โต และชั้นที่สามรูปตัวมอมคาบพญานาค 3 เศียร พื้นมุข ด้านปูกระเบือ้ งเคลือบ เพดานไม้เขียนสี ประดับโคมไฟ ซุม้ ประตูปนู ปัน้ ซุ ้ ม หน้ า บั น ปู น ปั ้ น รู ป พระพุ ท ธเจ้ า ประทั บ นั่ ง ปางสมาธิ ประตู ไ ม้ หน้าต่าง 3 ช่อง ปัน้ เป็นซุม้ เรือนแก้ว ประดับไม้กลึงลูกมะหวด ด้านหลัง สิมประดับปูนปั้นรูปพระพุทธเจ้าพุทธประวัติตอนผจญมาร วิหารวัดโสภณวิหาร เคยได้รับการบูรณะมาแล้วสองครั้ง เดิมเป็น วิหารที่สร้างด้วยเสาไม้ ไม่มีหลังคา ต่อมาได้บูรณะเพิ่มเติมโดยการ สร้างหลังคาด้วยไม้เนื้อแข็ง และครั้งที่สองได้ท�าการบูรณะโดยการ เปลี่ยนหลังคาเป็นกระเบื้องฉาบปูนซีเมนต์และทาสี ยังไม่ได้รับการ ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา

ท�าเนียบเจ้าอาวาส

1. พระอธิการจาด สุการี 2. พระอธิการเรียม 3. พระอุปัชฌาย์ เสียง หริจนฺโท 4. พระอธิการพรหม กฺติโสภโณ 5. พระอธิการศิริวงศ์ อเนกวุฒฺโฑ 6. พระอธิการหา ชุตินฺธโร 7. พระครูโสภณปัญญาประสุต รูปปัจจุบัน SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 165

165

23/11/61 10:55:45


อาคารเสนาสนะภายในวัด ศาลาหลังใหญ่ กว้าง 23 เมตร ยาว 46 เมตร สร้างเมื่อ ปี พ.ศ.2551 เสร็จ เมื่อ ปี 2558 สิ้นงบประมาณทั้งสิ้น 10,359,749 กว่าบาท ด้วยแรงศรัทธาของชุมชนที่อยากให้มีขึ้น จึงร่วมด้วยช่วยกัน เสียสละก�าลังทรัพย์ ทีเ่ ป็นเงิน ได้มาจากการ ท�าบุญ เข้าพรรษา ออกพรรษา ท�าบุญทอดกฐิน ผ้าป่า และ บุญประจ�าปีประเพณีก่อเจดีย์ข้าวเปลือก ทุกๆ ปี จึงท�าให้การก่อสร้างศาลาการเปรียญ หลังนี้ส�าเร็จเสร็จสิ้น ตามความ ประสงค์ ของคณะสงฆ์ และชุมชนชาวบ้าน อย่างภาคภูมิใจ กุฎิสงฆ์ ทรงไทยประยุกต์ 9 ห้อง สร้างเมื่อ ปี พ.ศ.2559 แต่ยังไม่แล้วเสร็จเพราะขาดงบประมาณอีกจ�านวนมาก จึงขออนุญาต แจ้งข่าวบุญเพื่อสมทบทุนในครั้งนี้ตามก�าลังศรัทธา แจ้งมาที่พระครู โสภณปัญญาประสุต โทร. 08-1067-5668 สร้างเพือ่ ทดแทน กุฎหิ ลังเก่า ทีช่ า� รุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เป็นกุฎสิ ร้างขึน้ ด้วยไม้เก่า เพือ่ อนุรกั ษ์ สืบสานต่อจากครูบาอาจารย์ ที่ท่านได้สร้างไว้ก่อนนั้นแล้ว ซุ้มประตู ลายขอมสร้างเมื่อ ปี พ.ศ.2543 เสร็จเมื่อ พ.ศ.2544 แรงบันดาลใจทีไ่ ด้รปู นี ้ ครัง้ ได้ไปทัศนดูงานศิลปกรรมประเทศเพือ่ นบ้าน คือกัมพูชา และเขาพนมรุ้ง ดูลวดลายแล้วน�ามาผสมผสาน เพื่อให้ กลมกลืนเข้ากัน และผนวกกับวัดเก่าแก่โบราณ ต�านานเมืองกันทรารมย์เก่า จังหวัดขุขันธ์ ในอดีตที่ผ่านมา ซุ้มประตูเล็ก สร้างเมื่อปี พ.ศ.2501 เป็นอนุสรณ์ พระอุปัชฌาย์ หริจนฺโท อดีตเจ้าอาวาส วัดร�าปุก (ปัจจุบนั คือวัดโสภณวิหาร) สมัยก่อน เจ้าอาวาส ในถิน่ ทุรกันดารชนบท จะสร้างเสนาสนะใด เจ้าอาวาส พระสงฆ์ ในวัด ต้องลงมือสร้างเองเพราะไม่มเี งินจ้างช่าง แม้แต่แบบลวดลายต่างๆ ก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัว โบกปูนพอประมาน ไม่แข็ง อ่อน จนเกินไป ช่างเริ่มแกะลาย และรูปจนต้องเสร็จตามเวลา เครื่องมือ คือ ช้อน ส้อม นั้นเอง ศาลปู่ ย่า เท่าที่สังเกตเห็น คนภาคอีสาน จะมีไว้เกือบทุกวัด เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล แต่ไม่ควรประมาท ถ้าวัดมีงานอะไรก็ตาม สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือต้องเซ่นไหว้ ทุกครั้ง เพื่อขวัญก�าลังใจ ให้งานนั้นๆ ไม่ให้มปี ญ ั หาติดขัด และให้สา� เร็จเสร็จสิน้ ไปได้ดว้ ยดีตามความประสงค์ ส่วนธาตุเจดีย์คู่ เรียงเป็นแถว เป็นแนว เป็นระเบียบเรียบร้อย เกิดขึ้น ได้จากฝีมือ ลูกหลาน สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิธาตุ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือผู้ที่ ท�าคุณประโยชน์ให้กบั วัดนัน้ ๆ หรือตระกูลมีอนั จะกินทัง้ หลาย เพราะนัน่ ข้าวยากหมากแพง

166

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 166

23/11/61 10:55:57


ประวัติเจ้าอาวาส พระครูโสภณปัญญาประสุต (บันเทิง สุขเฉลิม) บรรพชา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2527 โดยมีพระครูบริหารสุขบท เจ้าคณะอ�าเภอขุขันธ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบท เมือ่ วันที ่ 17 มีนาคม พ.ศ.2529 ณ วัดกลาง ต�าบลห้วยเหนือ อ� า เภอขุ ขั น ธ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ โดยมี พ ระครู บ ริ ห ารสุ ข บท เป็ น พระอุปัชฌาย์ พระฤกษ์ อตฺตมโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระจิฐิกร อุชุโก (ปัจจุบัน พระครูวิสุทธิ์ธรรมนิมิต) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ วิทยฐานะ พ.ศ.2534 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก พ.ศ.2547 จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี การปกครอง ได้ รั บ การแต่ ง ตั้ ง เป็ น เจ้ า อาวาส วั ด โสภณวิ ห าร เมื่ อวั น ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2538 ได้ รั บ การแต่ ง ตั้ ง เป็ น เจ้ า คณะต� า บลกั น ทรารมย์ เมื่ อวั น ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2550

ประตูวัดโสภณวิหาร

Wat So Phon Vihara It is located at Ban Khantararom, Khantararom Sub-district, Khun Khan District, Si Sa Ket Province. This monument, there was Ubosot (Chapel) placed Buddha image. It is the most perfect building in the province called “Wat So Phon Vihara” constructed on the high base and decorated with stucco. There were three ladders decorated with stucco depicting the person, Lion and Naga. The arch and backside decorated with stucco depicting Buddha image. SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 167

167

23/11/61 10:56:14


วัดปราสาทใต้ วัดโบราณแห่ง อ�าเภอขุขันธ์ พระครูสถิต โสตถิธ รรม(สวาสดิ์)

เจ้าคณะต�าบลห้วยใต้, เจ้าอาวาสวัดปราสาทใต้

วั ด ปราสาทใต้ ( วั ด ปราสาท) ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 107 หมู ่ ที่ 6 บ้ า นปราสาท ต� า บลห้ ว ยใต้ อ� า เภอขุ ขั น ธ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ 33140 สั ง กั ด คณะสงฆ์ ม หานิ ก าย

168

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 168

23/11/61 16:21:10


ที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน 12 ตารางวา โฉนดที่ดิน เลขที่ 19456 อาณาเขตวัด ทิศเหนือ ยาว 1 เส้น 16 วา จดหมูบ่ า้ น ทิศใต้ ยาว 1 เส้น 11 วา จดทางสาธารณะ ทิศตะวันออก ยาว 2 เส้น 9 วา จดทางและ ล�าคลอง ทิศตะวันตก ยาว 2 เส้น 18 วา จดหมู่บ้าน ที่ธรณีสงฆ์ มี 1 แปลง รวมเนื้อที่ 9 ไร่ - งาน 74 ตารางวา คือแปลงที่ 1 ตั้งอยู่ ที่ ต� า บลห้ ว ยใต้ อ� า เภอขุ ขั น ธ์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ มี ห นั ง สื อ แสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน คือ โฉนดที่ดิน เลขที่ 14457

ประวั ติ ความเป็น มา วั ด ปราสาทใต้ เป็ นวั ด ที่ ตั้ ง ก่ อ นวั น ที่ 16 กุ ม ภาพั น ธ์ 2486 (เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2440) ซึ่งเป็นวันที่กฎกระทรวงศึกษาธิการ ออกตามความในพระราชบั ญ ญั ติ ค ณะสงฆ์ พุ ท ธศั ก ราช 2484 มีผลบังคับใช้ได้ วัดปราสาทใต้ได้รบั พระราชทานวิสงุ คามสีมา เมือ่ วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2525 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 10 เมตร ยาว 22 เมตร มีพระภิกษุสามเณร จ�าพรรษาประมาณปีละ 10 - 15 รูป

อาคารเสนาสนะ อุโบสถ กว้าง 10 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2515 เป็น อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก, ศาลาการเปรียญ กว้าง 16 เมตร ยาว 36 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2539 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก, กุฏิสงฆ์ จ�านวน 2 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 1 หลัง และเป็นตึก 1 หลัง และศาลาบ�าเพ็ญกุศล เป็นศาลาสร้างด้วยไม้ 1 หลัง

งานด้ า นการศึก ษา / สถานศึก ษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.2503 หน่วยอบรมประชาชนประจ�าต�าบล อ.ป.ต. ห้องสมุดประจ�าวัด

ปูชนียวัต ถุและโบราณวัต ถุ พระประธานเนื้ อ ทองเหลื อ ง ขนาดหน้ า ตั ก กว้ า ง 50 นิ้ ว สูง 180 เซนติเมตร พระประธานองค์รองเนื้อทองเหลือง ขนาดหน้าตักกว้าง 30 นิ้ว สูง 147 เซนติเมตร พระประธานองค์รองเนื้อทองเหลือง ขนาดหน้าตักว้าง 30 นิ้ว สูง 167 เซนติเมตร

ประวัติเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน พระครูสถิตโสตถิธรรม ฉายา ฐิตธมฺโม เจ้าอาวาสวัดปราสาทใต้ ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม - ปัจจุบัน เจ้าคณะต�าบลโสน 25 ธันวาคม 2523 ระยะเวลา 4 ปี เจ้าคณะต�าบลห้วยใต้ 24 กรกฎาคม 2528 จนถึงปัจจุบัน คุณวุฒิการศึกษา ทางโลก ประถมศึกษาปีที่ 4 ทางธรรม นักธรรมเอก อุปสมบท เมือ่ วันที่ 2 กรกฎาคม 2506 อายุ 26 ปี สาเหตุทอี่ ปุ สมบทคือ ความศรัทธา และประสงค์ศกึ ษาหลักธรรมค�าสอนทางพระพุทธศาสนา การด�ารงต�าแหน่งพระสังฆาธิการ เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ด�ารงต�าแหน่งถูกต้องอย่างเป็นทางการแล้ว ท่านเข้าอบรม หลักสูตร 5ร. พระสังฆาธิการ ระยะเวลา 1 เดือน ณ วัดมหาพุทธาราม จังหวัดศรีสะเกษ, เสริมความรู้ 3 วัน ณ วัดจันทาราม, และหลักสูตรเสริมความรู้ 3 วัน ณ วัดสิ อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่ อ มี ก ารถวายความรู ้ ใ ห้ ท ่ า น ท่ า นต้ อ งการเข้ า รั บ การอบรม เรื่ อ งต่ า งๆ เช่ น เรื่ อ งการปกครองของคณะสงฆ์ เ กี่ ยวกั บ พระราช บัญญัติคณะสงฆ์ปี พ.ศ.2505 เรื่องกฎนิคหกรรม หรือ กฎ 11 เรื่อง กรรมฐาน หรือวิปัสสนากรรมฐาน

พระครู สถิ ต โสตถิ ธรรม(สวาสดิ์ )

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 169

169

23/11/61 16:21:26


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลโสน “ต�ำบลโสนถิ่นพญำคชสำร ต�ำนำนสนำมบินเก่ำ นำมเล่ำขำนอ่ำงหนองโคตร โดดเด่นภูมิปัญญำ ทวำรำสู่ช่องสะง�ำ” ค�ำขวัญองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลโสน

วิสัยทัศน์

“พั ฒ นำคุ ณ ภำพชี วิ ต สร้ ำ งเศรษฐกิ จ ที่ มั่ น คง ด้ ว ยปรั ช ญำเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ด� ำ รงไว้ ซึ่ ง มำตรฐำน กำรบริ ห ำรจั ด กำรที่ ดี สู ่ สั ง คมน่ ำ อยู ่ ”

170

.

2

พันธกิจ 1. ส่งเสริมการด�าเนินชีวติ และประกอบอาชีพด้านการเกษตรผสมผสาน ตามแนวพระราชด�าริเศรษฐกิจพอเพียง 2. จัดให้มีการคุ้มครอง ป้องกัน ส่งเสริมและช่วยเหลือประชาชนที่ ด้อยโอกาส เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ การด�ารงชีวิตอย่างพอเพียง 3. อนุรกั ษ์วฒ ั นธรรม ประเพณีทอ้ งถิน่ และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา 4. จัดสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ เด็ก สตรี และ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม 5. ส่งเสริมการออกก�าลังกายและปรับปรุงแหล่งท่องเทีย่ วของชุมชน 6. ส่งเสริมการศึกษาทุกระดับและคุณภาพชีวิตของเด็กปฐมวัยและ ประถมศึกษาในเขตบริการ 7. จัดให้มีการบ�ารุงรักษาระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ เช่น เส้นทางคมนาคม แหล่งน�้า ทางระบายน�้า ไฟฟ้า ประปา 8. รณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคต่างๆ 9. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 10. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 170

22/11/2561 17:30:41


กิจกรรม/โครงกำรเด่น

ข้อมูลทั่วไป ต�าบลโสน ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2448 ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษา ไทยอีสาน มีเนือ้ ทีท่ งั้ หมด 81 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 50,624 ไร่ มีจ�านวน 23 หมู่บ้าน จ�านวน 3,310 ครัวเรือน และจ�านวนประชากร ทั้งสิ้น 14,069 คน

จุดเด่นของพื้นที่ที่เอื้อต่อกำรพัฒนำ 1. มีเส้นทางคมนาคมที่สะดวก 2. มีแหล่งน�้าธรรมชาติเพี่อการเกษตรกระจายอยู่ทุกหมู่บ้าน 3. มีตลาดชุมชนต�าบลโสน 4. มีแหล่งน�้าชุมชนโครงการพัฒนาอ่างหนองโคตร เป็นโครงการ พระราชด�าริ สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเทีย่ ว รวมทัง้ ยังเป็นแหล่งผลิต อาหารชุมชนด้านการเกษตร ที่เอื้อต่อการพัฒนา

1. โครงการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ปลาบึกสยาม สืบเนื่องจากพ่อทองนาค โมรินทร์ ปราชญ์ชาวบ้านแห่งต�าบลโสน ท�าหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพือ่ ขอความอนุเคราะห์นา� ลูกปลาบึกสยาม มาทดลองเลี้ยง เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้และบริโภคในครัวเรือน ปลาบึกสยาม เป็น ผลผลิตจากงานวิจัยจาก ม.แม่โจ้ ซึ่งได้รับทุน สนับสนุนการวิจัยจาก วช. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ทรงพระราชทานชื่อว่า “ปลาบึกสยาม’’ 2. โครงการหมูบ่ า้ นต้นแบบกิจกรรมการออมและกูไ้ ปท�าทุน (บ้านอาวอย) ด้วยวิกฤติปัญหาทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ท�าให้หนี้สินครัวเรือน พุ่งสูงขึ้นและต้องแบกรับดอกเบี้ยอย่างหนีไม่พ้น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อ การผลิตบ้านอาวอย หมู่ที่ 2 จึงเล็งเห็นแนวทางแก้ไขปัญหา ภายใต้ จุดหมายของการรวมกลุ่มกันด�าเนินกิจกรรมให้ประชาชนรู้จักออม แล้วน�าเงินมาสะสมรวมกันเป็นกองทุน “เงินสัจจะสะสม” เป็นเงินทุน ที่ให้สมาชิกที่มีความจ�าเป็นเดือดร้อน กู้ยืมไปใช้ในการลงทุนประกอบ อาชีพ เพื่อจัดสวัสดิการของตนเองและครอบครัว

พันธุ์ปลำบึก

รำงวัลที่ ได้รับ

นายแสงจั น ทร์ เทศขั น ธ์ นำยกองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลโสน

องค์การบริหารส่วนต�าบลโสน เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ มี ผ ลคะแนนผ่ า นเกณฑ์ ก ารประเมิ น รางวั ล การบริ ห ารจั ด การที่ ด ี ประจ�าปี พ.ศ.2560 รางวัลชนะเลิศ อ�าเภอขุขันธ์ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ ผ่านเกณฑ์ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตามแผนปฏิบตั กิ ารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจ�าปี งบประมาณ พ.ศ.2560 ผ่านการประเมินรับรองมาตรฐานต�าบลต้นแบบดูแลผู้สูงอายุระยะ ยาวด้านสุขภาพจังหวัดศรีสะเกษ ระดับดีเด่น องค์บริหารส่วนต�าบลโสนได้รบั โล่รางวัลต�าบลสารสนเทศ ประจ�าปี พ.ศ.2561 “ได้รับเลือกโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี “ออมก่อน รวยกว่า” ประจ�าปี พ.ศ.2561 โล่รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจ�าปี 2561 ด้านการศึกษา จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.

2

.indd 171

171

22/11/2561 17:30:44


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบเทศบาลต�าบล

เทศบาลตำาบลเมืองขุขันธ์ “ประเพณี แ ซนโฎนตา บู ช าบรรพบุ รุ ษ ต� า นานที่ สื บ ทอดนานกว่ า 1,000 ปี ”

ประเพณีแซนโฎนตา คืออีกประเพณีหนึ่งที่มีความส�าคัญและปฏิบัติสืบทอดติดต่อกันมา ยาวนานนับพันปีของชาวเขมรเมืองขุขันธ์ ที่แสดงออกถึงความกตัญญู ต่อผูม้ พี ระคุณ ความรัก ความผูกพันของสมาชิกในครอบครัวเครือญาติ รวมถึงชุมชนต่างๆ โดยจะประกอบพิธีกรรมตรงกับวันแรม 14 ค�่า เดือน 10 ของทุกปี เมือ่ ถึงวันแรม 14 ค�า่ เดือน 10 สายเลือดลูกหลาน ชาวพื้นเมืองเขมรขุขันธ์ที่ไปท�างานหรือตั้งถิ่นฐานที่อื่น ไม่ว่าจะใกล้ หรือไกลหลายหมื่นหรือนับแสนคน ต่างพร้อมใจกันเดินทางกลับมา รวมญาติเพื่อท�าพิธีแซนโฏนตา (เซ่นไหว้บรรพบุรุษ) อย่างพร้อมหน้า พร้อมตากัน โดยมีความเชือ่ ว่าเมือ่ ถึงวันแรม 1 ค�า่ เดือน 10 ประตูยมโลกจะเปิด ผีในยมโลกจะเดินทางมาเยี่ยมญาติได้ ชาวเขมรจึงมีการจัดท�าอาหาร ขนม ข้าวต้ม ในตอนเย็นของวันขึ้น 14 ค�่า เดือน 10 และพอรุ่งเช้า วันขึ้น 15 ค�่า เดือน 10 ก็จะน�าอาหาร ขนม ข้าวต้ม ไปท�าบุญอุทิศ ส่วนกุศลที่วัด เป็นวัน “เบ็นตูจ” โดยเชื่อว่าผีจะออกมาจากยมโลกได้ 15 วั น หลั ง จากนั้ น ต้ อ งกลั บ ไปรั บ กรรมในยมโลกตามเดิ ม จาก วันเบ็นตูจนับไปอีก 15 วัน (นับจากวันขึ้น 14 ค�่า เดือน 10) ตรงกับ วันแรม 14 ค�่า เดือน 10 ของทุกปี คือวัน “เบ็นทม” ซึ่งเป็นวันที่ ประกอบพิธีแซนโฎนตา 172

2

นายสื บ สวั ส ดิ์ สื บ สายพรหม นายกเทศมนตรีต�าบลเมืองขุขันธ์

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 172

23/11/2561 9:51:38


ส่วนส�าคัญอีกส่วนหนึ่งของประเพณีแซนโฎนตาก็คือ การเตรียม “บายตะเบิ๊ดตะโบร” และ “บายเบ๊ญ” เพื่อใช้ประกอบพิธีในวันแรม 15 ค�่า ส�าหรับบายตะเบิ๊ดตะโบรนั้น คือของถวายพระที่จัดใส่ภาชนะ เช่น กาละมังใบเล็กๆ หรือกระบุง กระเชอ โดยจัดให้มีถ้วยใบหนึ่งใส่ ไว้ตรงกลาง เย็บกรวยถ้วยใบตองครอบไว้ ข้างในกรวยใส่ข้าวเหนียว นึ่งแล้วปิดปากกรวยด้วยเงินเหรียญ แล้วน�ากรวยวางลงในถ้วย คล้อง ถ้วยฝ้าย 1 ใจ รอบกรวยจะจัดวางกล้วยน�้าว้าสุก 1 หวี ข้าวต้มด่าง 1 พวง ข้าวต้ม ผัดหรือข้าวต้มอื่นๆ รวมถึงอาหารแห้ง เช่น ไก่ย่าง ปลาหรือหมูย่าง และที่น่าสนใจก็คือ ภายในงานครั้งนี้จะมีพ่อค้าแม่ค้าน�ากล้วย ทุกชนิดขนขึน้ คันรถมาวางขายภายในงาน และกล้วยถือเป็นส่วนส�าคัญ ในการประกอบพิธีแซนโฎนตา ดังนั้นเมื่อถึงเทศกาลแซนโฎนตา ก็จะ มีรถขนกล้วยจ�านวนนับแสนหวีมาวางขายให้ชาวบ้านได้เลือกซื้อไป ประกอบพิธีและน�าไปกินที่บ้าน นักท่องเที่ยวที่มาในงานก็จะได้เลือก ซื้อกล้วยสารพัดชนิดที่นี่ อีกทั้งยังจะได้เห็นการแต่งกายของชาวบ้าน ชาวเมืองที่ใส่เสื้อ “อาวเก๊บ” หรือเสื้อผ้าไหมย้อมมะเกลือให้เป็นสีด�า แล้วทอลายเรียกว่าลายลูกแก้ว และมีการ “เทอแซว” หรือการเย็บหรือ ถักตะเข็บลายตีนตะขาบอย่างประณีตสวยงามทั้งหญิงและชายอีกด้วย และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งประเพณีดีๆ ที่ชาวไทยเชื้อสายเขมรยังคงมี ศรัทธาเหนียวแน่น และแสดงถึงความกตัญญูที่ถูกปลูกฝังและสืบทอด จากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นประเพณีแห่งความกตัญญูที่งดงาม และแฝง ไปด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอีกด้วย

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

2

.indd 173

173

23/11/2561 9:51:47


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลปรือใหญ่ “ บ้ า นเมื อ งน่ า อยู ่ เชิ ด ชู คุ ณ ธรรม น้ อ มน� า เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ” วิสัยทัศน์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนต�าบลปรือใหญ่

องค์การบริหารส่วนต�าบลปรือใหญ่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 14 บ้านปรือคันใต้ ต�าบลปรือใหญ่ อ�าเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยตั้งอยู่ทางทิศใต้ห่างจากอ�าเภอขุขันธ์ เป็นระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัด 62 กิโลเมตร ปัจจุบันมี นายปอง ปรือปรัก ด�ารงต�าแหน่ง นายก อบต.ปรือใหญ่ และ นางจุไรรัตน์ เมธาวัชรากร ด�ารงต�าแหน่ง ปลัด อบต.ปรือใหญ่

174

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป ่าจุฬาภรณ์ ตอนกลางคืน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 174

วัดป่าโนนกุดหล่ม

24/11/61 18:14:05


ประวัติต�าบล ต�ำบลปรือใหญ่ มีชมุ ชนชาวกวยเป็นชุมชนทีเ่ ก่าแก่ และสันนิษฐานว่า มีเรือ่ งราวความเป็นมาพร้อมกับการเกิดขึน้ ของเมืองขุขนั ธ์ หัวหน้ากลุม่ คนแรก ชื่อว่าตาทอง (เป็นชนชาติพันธุ์กวย) ได้พาไพร่พลและบริวาร ชาวบ้านออกมาตั้งบ้านในบริเวณทางทิศตะวันออกของหนองใหญ่ ที่มี ลักษณะสัณฐานยาวจากทิศเหนือ - ทิศใต้ ซึง่ ชาวบ้านในท้องถิน่ เรียกเป็น ภาษากวยว่า ตระเพียงฮนฺรืง(ត្ភាំងហន្រឺង) หรือเรียกเป็นภาษาเขมรว่า ตระเปียงแวง(ន្រពាំងវែង) หรือเรียกเป็นภาษาไทยในปัจจุบันว่า หนองแวง นั่นเอง เพราะมีปลาชุกชุมและมีที่ราบสามารถปลูกพืชผลได้ดี โดย เรียกหมู่บ้านนี้ว่าไปรย์ทม (ปรือทม) ต่อมาในสมัยที่ตาพินิจเป็น ผู้น�า สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) ทรงมาปราบโจรเขมร ที่เมืองขุขันธ์ ราวปีพุทธศักราช 2324 ในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี กัมพูชาเกิดจลาจลขึ้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริยศ์ กึ และพระเจ้าสุรสีหย์ กกองทัพไปปราบ แต่ทา� การไม่สา� เร็จเพราะเกิดจลาจลในกรุงธนบุรจี งึ ต้องยกกองทัพกลับ สงครามครัง้ นีเ้ มืองขุขนั ธ์ได้สง่ กองทัพร่วมด้วยและได้กวาดต้อนชักชวน ชาวกัมพูชาส่วนหนึ่งมาอยู่ที่ขุขันธ์

นายปอง ปรื อ ปรั ก

นายกองค์ก ารบริห ารส่วนต�าบลปรื อ ใหญ่

ค� า ว่ า “ปรื อ ใหญ่ ” แปลว่ า “ป่ า ใหญ่ ” เนื่ อ งจากในสมั ย ก่ อ น ต� า บลปรื อ ใหญ่ นั้ น มี อ าณาเขตกว้ า งขวางและมี พื้ น ที่ ติ ด ชายแดน ประเทศกัมพูชา และมีผนื ป่าขนาดใหญ่ทอี่ ดุ มสมบูรณ์มาก แต่ในปัจจุบนั ได้ถกู แยกออกไปเป็นต�าบลตะเคียนราม ต�าบลโคกตาล และต�าบลดงรัก อ�าเภอภูสิงห์ จึงท�าให้ปัจจุบันนี้ต�าบลปรือใหญ่เหลือพื้นที่ป่าลดน้อยลง ต�าบลปรือใหญ่ ประกอบด้วย 20 หมู่บ้าน มีก�านันปกครองตั้งแต่ ยกฐานะจนถึงปัจจุบัน รวม 6 คน และต่อมาได้รับการยกฐานะ จากสภาต� า บลปรื อ ใหญ่ เป็ น องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลปรื อ ใหญ่ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2540 ในที่สุด

การเดินทาง จากอ�าเภอขุขนั ธ์ ระยะทาง 11 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงจังหวัด 2157 มุ่งหน้าสู่ต�าบลปรือใหญ่

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 175

175

24/11/61 18:14:10


ข้ อ มู ล ทั่ วไป ต�ำบลปรือใหญ่ มีพนื้ ที่ 82 ตร.กม. มีประชากรจ�านวน 11,643 คน (ข้ อ มู ล ณ ปี 2560) ตั้ ง อยู ่ ใ กล้ แ นวเทื อ กเขาพนมดงรั ก ทิ ศ ใต้ ของต�าบลเป็นพื้นที่สูงมีภูเขาตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก ท�าให้สภาพ พื้นที่เป็นที่ราบสลับที่ดอนลาดเอียงไปทางเหนือ ส�าหรับทางตอนกลาง และทางทิศเหนือของต�าบลเป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การปลูกข้าว มี แหล่งน�้าตามธรรมชาติส�าหรับใช้อุปโภค บริโภคภายในต�าบลกระจาย ตามหมู ่ บ ้ า นต่ า งๆ เช่ น ห้ ว ยศาลา หนองปรื อ ใหญ่ (หมู ่ ที่ 1) หนองโพธิ์ (หมู่ที่ 8) อ่างเก็บน�้าบ้านเนินแสง (หมู่ที่ 11) อ่างเก็บน�้า บ้านแสนสุข (หมู่ที่ 12) หนองปรือ (หมู่ที่ 15) เป็นต้น แหล่งน�้า ธรรมชาติส่วนใหญ่จะแห้งและตื้นเขินในหน้าแล้ง

พื้นที่บางส่วนของต�าบลได้ใช้ประโยชน์จากคลองส่งน�้าชลประทาน อ่างเก็บน�้าห้วยศาลาสามารถท�านาได้ปีละ 2 ครั้ง แต่ในช่วงฤดูฝน มัก ประสบปัญหาน�้าหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรสภาพดินของต�าบล ปรื อ ใหญ่ เ ป็ น ดิ น ร่ ว นปนทราย ระบายน�้ า ได้ ดี มี ต ้ น จานหรื อ ต้ น ทองกวาว ต้นมะพร้าว ต้นสบู่ด�า ต้นดอกรักขึ้นทั่วไปในพื้นที่ สภาพ พื้นที่เอื้อต่อการท�านา ปลูกมันส�าปะหลัง ยูคาลิปตัส ปอ เป็นต้น

ผาน�้ าหยด (เขี ย วมรกต)

176

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 176

24/11/61 18:14:18


1. กิ จ กรรม/โครงการเด่น ปี 2561 1.1 กิจกรรม พิธีวางพานพุ่มพระพรชัยมงคลและลงนามถวาย พระพร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิง จุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี 1.2 กิจกรรมการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา “เมาเท่นไบค์ ปรือใหญ่ พิชิตชัย ถิ่นกูปรี” ครั้งที่ 5 1.3 โครงการรักษ์น�้า รักษ์ป่า รักษาแผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องใน โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 1.4 โครงการเฉลิมพระเกีย รติและสนับสนุนโครงการอันเนื่อง มาจากพระราชด�าริ “รณรงค์ไถกลบตอซัง งดเผาฟางและตอซังพืช สร้างดินยั่งยืนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม”

2. โครงการเด่น ในพื้น ที่ 2.1 การจัดงานปริวาสกรรมของวัดป่าเสรีธรรม 2.2 บ้านปรือคันตะวันออก หมู่ที่ 5 ต�าบลปรือใหญ่ได้รับรางวัล พระราชทาน “หมู่บ้านรักษาศีล 5” อันดับ 1 ระดับประเทศ 2.3 การจั ด พิ ธี ก รรมส� า คั ญ ในพระพุ ท ธศาสนา ณ วั ด ปรื อ คั น วัดเจ้าคณะอ�าเภอขุขันธ์ เช่น วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 177

177

24/11/61 18:14:24


สถานที่ ท ่ อ งเที่ยวส�าคัญ ต� า บลปรื อ ใหญ่ เป็ น ต� า บลเพี ย งต� า บลเดี ย วของอ� า เภอขุ ขั น ธ์ ทีม่ อี าณาเขตพืน้ ทีต่ ดิ กับภูเขา ซึง่ เป็นส่วนหนึง่ ของพืน้ ทีป่ า่ สงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งขวาห้วยศาลา สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ ผาน�้าหยด สถานีเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ทับทิมสยาม 06 อ่างเก็บน�้าทับทิมสยาม 06

สถานีเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ทับทิมสยาม 06

ดอกกล้วยไม้ป่า

หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 178

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 178

24/11/61 18:14:39


วัดถ�้าสระพงษ์ ศาสนสถานที่ก่อสร้างจากแรงศรัทธาและยึดเหนี่ยวจิตใจของ พุทธศาสนิกชนแห่งทับทิมสยาม 06 และชาวต�าบลปรือใหญ่ ก่อสร้าง ตามแนวหินผา อยูท่ า่ มกลางธรรมชาติทสี่ วยงาม ให้ความรูส้ กึ สงบ ในบริเวณวัดแบ่งเป็น 2 ส่วน คั่นกลาง ด้วยน�้าตกวัดถ�้าสระพงษ์ ช่วงฤดูฝนจะมีความ สวยงามจากธารน�้าตก

พลาญฮูเอี่ยน SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 179

179

24/11/61 18:15:02


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลใจดี “ ใจดี น�้ ำ ใส ผ้ ำ ไหมมำกมี พริ ก หอมกระเที ย มดี ถิ่ น นี้ เ กวี ย นน้ อ ย ” ค� ำ ขวั ญ องค์ ก ำรบริ ห ำรส่ ว นต� ำ บลใจดี

ข้อมูลทั่วไป

วิสัยทัศน์กำรพัฒนำ

ต�าบลใจดีมีเนื้อที่ประมาณ 39 ตารางกิโลเมตร เป็นต�าบลค่อน ข้างเล็ก โดยมีเนื้อที่แยกเป็นรายหมู่บ้าน จ�านวน 11 หมู่บ้าน ดังนี้ หมู่ที่ 1 บ้านใจดี หมู่ที่ 2 บ้านพะเยียว หมู่ที่ 3 บ้านทะลอก หมู่ที่ 4 บ้านล�าภู หมู่ที่ 5 บ้านตะแบง หมู่ที่ 6 บ้านตาสุ หมู่ที่ 7 บ้านอังกุล หมู่ที่ 8 บ้านโคกมะเขือ หมู่ที่ 9 บ้านสมใจ หมู่ที่ 10 บ้านใจดีเหนือ และหมู่ที่ 11 บ้านใจดีกลาง ประชากร ส่วนใหญ่เป็นคนพื้นเมืองซึ่งย้ายถิ่นฐานมาจากที่อื่น จึง ท�าให้ภาษาพูดของประชากรในต�าบลใจดีมีภาษาพูดที่หลากหลาย เช่น ภาษาเขมร ภาษาส่วย ภาษาอีสาน ภาษาไทยกลาง ประชาชนประกอบ อาชีพหลัก ได้แก่ การท�านา ท�าไร่ รองลงมาคือ รับราชการ ค้าขาย รับจ้าง ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ชาวต�าบลใจดี ยังยึดมั่นประเพณี เก่าแก่ทส่ี บื ทอดมาเป็นเวลาช้านาน มีการจัดงานประเพณีในโอกาสต่างๆ เป็นประจ�าทุกปี ได้แก่ งานลอยกระทง ประเพณีแซนโฎนตา งานแห่ เทียน เข้าพรรษา งานบุญข้าวสารท (งานเดือนสิบ) งานบุญเทศน์ มหาชาติ

พัฒนาคุณภาพชีวติ ดี มีคณ ุ ธรรม น้อมน�าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

180

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 180

23/11/2561 11:05:06


ประวัติต�ำบลใจดี ต�าบลใจดีเป็นต�าบลเก่าแก่ สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยปลายกรุง ศรีอยุธยา โดยมีคนเฒ่าคนแก่เล่าต่อๆ กันมาว่า สาเหตุที่ได้ชื่อ “ใจดี” นั้น เนื่องมาจากสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้มีช้างเผือก หนีออกมาจากโรงช้างหลวง พระเจ้าเอกทัศน์ได้โปรดเกล้าฯให้ อ�ามาตย์ ผู้ใหญ่ออกติดตามช้างจนมาถึงเมืองขุขันธ์ ในระหว่างการเดินทาง ติดตามช้างนัน้ ได้สอบถามกับชาวบ้านมาตามทางตลอดว่ามีใครพบเห็น ช้างเผือกเชือกนัน้ หรือไม่ ประชาชนในละแวกนัน้ ต่างกลัวลนลาน ไม่อยู่ ให้ถามสักคน แต่ก็มีชุมชนหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือร่วมมือในการบอก ข่าวเรือ่ งช้างป่าเป็นอย่างดี และเหตุทชี่ าวบ้านมีอธั ยาศัยน�า้ ใจดีอนั นี ้ จึง ได้รับขนานนามว่า ชุมชนใจดี หรือ “บ้านใจดี” มาตั้งแต่คราวนั้น ซึ่งใน ต�ารา “ประวัตศิ าสตร์อสี าน” (2530: 153-154) ได้กล่าวถึงการติดตาม ช้าง ซึ่งมีความสอดคล้องกับประวัติศาสตร์จากค�าบอกเล่าข้างต้น

วิถีผู้น�ำ เส้นทำงกำรพัฒนำ

นายวุ ฒิ ก รณ์ ปรารถนา นำยกองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลใจดี

ผม นายวุฒิกรณ์ ปรารถนา เสนอตัวเข้ามาเป็นนายก อบต.ใจดี จุดประสงค์หลัก คือ การพัฒนาในพื้นที่ให้ครบทุกด้าน โดยเฉพาะ ถนนหนทาง ต้องมีความสะดวก ปลอดภัย การขนส่งพืชผลทางการ เกษตรก็เป็นสิ่งที่ส�าคัญ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ท�านา ท�าไร่ และอีกด้านที่ต้องพัฒนาควบคู่ไปพร้อมกัน คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวต�าบลใจดีให้มีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น โครงการต่างๆ ผมได้เน้นการพัฒนาตามแผนพัฒนาท้องถิ่น ใน อนาคตยังมีโครงการพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านและแจกจ่ายน�้าให้ เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของประชากร อีกทั้ง ยังได้วางแผนติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างตลอดเส้นทางสายหลัก เพื่ออ�านวย ความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนอีกด้วย การพัฒนาต�าบลใจดีให้มคี วามเจริญอย่างยัง่ ยืน และเป็นรูปธรรมนัน้ สิ่งที่ส�าคัญที่สุด คือ การด�าเนินการด้วยความรวดเร็ว รัดกุม และ พิจารณาถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกด้าน ทั้งนี้ เพื่อให้การ พัฒนาต�าบลเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่ขดั ต่อความต้องการของคนในพืน้ ที่

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 181

181

23/11/2561 11:05:12


สถำนที่ส�ำคัญในต�ำบลใจดี วัดล�าภู หรือ วัดอัมพินีวาส เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างและตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2134 (ก่อนตั้งเมืองขุขันธ์) ปัจจุบันอายุราว 427 ปี โดยมี พระภิกษุประทาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ปัจจุบันยังพอมีหลักฐานที่ยัง ปรากฏหลงเหลืออยู่ให้เห็น อาทิ พระธาตุเจดีย์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ปราสาท 2 หลัง เป็นพระธาตุเจดีย์ศิลปะล้านช้าง ตั้งอยู่ทางด้าน ทิศตะวันออกของโบสถ์ในปัจจุบัน มีอายุราว 444 ปี สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2102 และกรมศิลปากรได้ข้ึนทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ปูชนียวัตถุส�ำคัญ พระแก้วเนรมิต พระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ มียอดพระเกศยาว และโค้งงอไปด้านหลัง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองขุขันธ์ เป็นที่ เลื่องลือในความศักดิ์สิทธิ์ พระยาไกรภักดีศรีนครล�าดวน (ตากะจะ หรือตาไกร) เจ้าเมืองขุขนั ธ์ทา่ นแรก เป็นผูอ้ ญ ั เชิญมาจากเมืองเวียงจันทร์ ในราวปี พ.ศ.2321 โดยอัญเชิญมาสถิตประดิษฐาน ณ เมืองขุขนั ธ์ ปัจจุบนั องค์พระแก้วเนรมิตประดิษฐานอยู ่ ณ หอพระแก้ว เนรมิตภายใน วัดล�าภู องค์พระพญาครุฑ ท�าด้วยทองสัมฤทธิ์เช่นเดียวกัน มีเรื่องเล่า เกี่ยวกับองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 2 องค์นี้ว่า ในอดีตเคยมีผู้คิด อัญเชิญให้ไปประดิษฐานที่วัดอื่นเมืองอื่น เมื่ออัญเชิญขึ้นบนหลังช้าง ที่หมอบรับแล้ว แต่ช้างจะไม่ยอมลุกขึ้น จะเปลี่ยนช้างกี่เชือกก็มีอาการ เช่นเดียวกัน คือ ไม่ยอมลุกขึ้น ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ยิ่ง จากนั้นไม่มี ผูใ้ ดกล้าทีจ่ ะอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ ทีว่ ดั แห่งใดอีกเลยจนถึงปัจจุบนั

ปูชนียบุคคล พระราชครูบวั เป็นเจ้าอาวาสวัดล�าภูเป็นองค์ท ี่ 4 (พ.ศ. 2248-2321) เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเก่งกล้าทางเวทมนต์ คาถา อาคม ทีเ่ ลือ่ งลือไปทัว่ ทัง้ ดินแดนแถบนี ้ นอกจากนีท้ า่ นยังเก่งกล้าทางวิชาคชศาสตร์ สามารถสะกดจิตกล่อมช้างทีต่ กมันและสัตว์ดรุ า้ ยต่างๆ ให้เชือ่ งได้ โดย มีลูกศิษย์คนหนึ่งชื่อ ไกร ได้รับการถ่ายทอดวิชาเวทมนต์ คาถาอาคม รวมทั้งวิชาคชศาสตร์ ต่อมาตาไกรได้ร่วมกับพรรคพวกเข้าช่วยทหาร คณะผูต้ ดิ ตามพญาช้างเผือกทีห่ นีเตลิดมาจากกรุงศรีอยุธยา จนสามารถ จับได้พร้อมร่วมส่งคณะน�าพญาช้างเผือกทูลถวายพระเจ้าแผ่นดิน พระทีน่ งั่ สุรยิ ามรินทร์แห่งกรุงศรีอยุธยา จึงได้รบั โปรดเกล้าฯ ปูนบ�าเหน็จ ความชอบได้รบั บรรดาศักดิเ์ ป็น “หลวงแก้วสุวรรณ” รับราชการนายกอง หมูบ่ า้ นปกครองลูกบ้าน ต่อมาได้รบั โปรดเกล้าฯ บรรดาศักดิใ์ หม่ เป็น “พระไกรภักดีศรีนครล�าดวน” ต�าแหน่งเจ้าเมืองขุขันธ์เป็นท่านแรก เมือ่ พระราชครูบวั ได้ละสังขารไป หลังจากประชุมเพลิงเสร็จแล้วก็ได้ บรรจุอัฐิธาตุของท่านไว้ในโพรงหลักไม้กันเกรา โดยเจาะไม้เป็นช่อง ลักษณะเป็นโพรงขนาดใหญ่ น�าอัฐิธาตุของท่านบรรจุไว้ภายใน ปักเป็น หลักไว้ให้เห็นเพือ่ ท�าพิธเี ซ่นไหว้ สักการะบูชาแทนบรรจุในพระเจดียอ์ ยู่ ตรงทิศเหนือของโบสถ์ในปัจจุบัน 182

หลักไม้ (จะเร็อก) ที่บรรจุอัฐิธาตุของท่านพระราชครูบัวนี้ มีความ ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ทุกครั้งที่มีการท�าพิธีกรรมใดหรือจะจัดงานอะไรขึ้น ภายในบริเวณวัด จะต้องท�าพิธเี ซ่นไหว้บอกกล่าวให้ดวงวิญญาณทราบ และรับรู้ทุกครั้ง (ควบคู่กับดวงวิญญาณพระยาไกร) เนื่องจากชาวบ้าน และพระสงฆ์มีความเชื่อถือและเคารพดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของ พระราชครูบวั และดวงวิญญาณตาพระยาไกรว่า ดวงวิญญาณทัง้ สองยัง คงสถิตอยู่ ณ วัดล�าภู แห่งนี้ ควบคู่บารมีความศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์ พระแก้วเนรมิตและองค์พระพญาครุฑตลอดมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ ปัจจุบันพระครูสุมนต์ธรรมโชติ (สาน) โชติปาโล เจ้าอาวาสวัดล�าภู หรือ วัดอัมพินวี าส ก�าลังท�าการก่อสร้างพระอุโบสถ เพือ่ ใช้เป็นสถานที่ ส�าหรับท�าสังฆกรรมตามหลักพระธรรมวินัย ท�าวัตร ปฏิบัติธรรม และ ประกอบศาสนาพิธใี นวันส�าคัญทางพระพุทธศาสนา โดยได้กอ่ สร้างไปแล้ว ประมาณร้อยละ 40 โอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนท่านสาธุชนทั้งหลายที่มี จิตศรัทธาร่วมสมทบทุนในการก่อสร้างพระอุโบสถได้ทวี่ ดั ล�าภู (วัดอัมพินวี าส) หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหมายเลขโทรศัพท์ 08-7253-4010

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 182

23/11/2561 11:05:15


ประเพณี แซนโฎนตำ ประจ�ำปี 2561 องค์การบริหารส่วนต�าบลใจดีร่วมกับ ก�านัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้น�าชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบลใจดี โรงเรียนบ้านใจดี โรงเรียนบ้านอังกุล โรงเรียนบ้านทะลอก และประชาชนชาวต�าบลใจดี จัดให้มีขบวนแห่ ทางวัฒนธรรมเพือ่ เข้าร่วมงานสืบสานประเพณีทอี่ า� เภอขุขนั ธ์จดั ขึน้ ทุกปี เป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น และ แสดงออกถึ ง ความกตั ญ ญู กตเวที ที่ ลู ก หลานชาวอ� า เภอขุ ขั น ธ์ มี ต ่ อ บรรพบุรุษ

OTOP ขึ้นชื่อในต�ำบลใจดี เกวียนน้อยบ้านใจดี โดยกลุม่ ผลิตเกวียนน้อยบ้านใจดี ตัง้ อยูเ่ ลขที่ 411 หมู่ที่ 1 บ้านใจดี ต�าบลใจดี “เกวียน” เป็นพาหนะส�าหรับเดินทางและบรรทุกสัมภาระในอดีต วันนี้จากการสร้างสรรค์ของชาวบ้านใจดี เรื่องราวของเกวียนได้ถูก ถ่ายทอดมาไว้ในเกวียนจ�าลองขนาดเล็ก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้น ทะเบียนเป็นสินค้า “หนึ่งต�าบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” ซึ่งนอกจากจะเป็น สินค้าทีร่ ะลึก ทีส่ ร้างรายได้แล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรูท้ างภูมปิ ญ ั ญาท้องถิน่ ที่ควรอนุรักษ์และสืบสานไว้ให้คนรุ่นหลัง ปัจจุบันมีจ�าหน่ายที่ที่ท�าการ กลุ่มฯ ร้านประเสริฐสมัยศรีสะเกษ ร้านจักรินศรีสะเกษ ร้านผลิตภัณฑ์ ชุมชนและท้องถิ่น ห้างเทสโก้โลตัส สาขาขุขันธ์ และจ�าหน่ายตาม เทศกาลงานต่างๆ

ภูมิปัญญำกำรทอผ้ำไหมพื้นบ้ำน โดย กลุ่มวิสาหกิจเกษตรกรบ้านล�าภู ต�าบลใจดี เป็นการรวมกลุ่ม ของสตรีในหมู่บ้านล�าภู เพื่อผลิตและจ�าหน่ายผ้าไหมและผ้ามัดหมี ่ เส้นไหมที่กลุ่มน�ามาทอเป็นผืนผ้านั้น ได้จากการเลี้ยงไหมของกลุ่มเอง แล้วน�ามาทอเป็น ผ้าไหมลายต่างๆ มีสีสัน ลวดลายตามความนิยม ส่วนใหญ่ในพื้นที่จะนิยม ผ้าไหม “ลายตลูด” และลาย “หางกระรอก” ไหมที่เลี้ยงเองมีจุดเด่นที่ความทนทาน เส้นไหมมีความนุ่มลื่น ท�าให้ สวมใส่สบาย ดูแลรักษาง่าย การทอผ้าไหมและผ้ามัดหมี่ท�าให้คนใน หมู่บ้านมีรายได้ในครัวเรือน เป็นอาชีพเสริม ใช้วัตถุดิบในหมู่บ้าน สามารถทอผ้าเป็นเครื่องแต่งกายไว้สวมใส่และจ�าหน่ายได้ตลอดทั้งปี SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 183

183

23/11/2561 11:05:25


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลห้วยเหนือ “ชุ ม ชนน่ า อยู ่ ส่ ง เสริ ม การเรี ย นรู ้ เคี ย งคู ่ คุ ณ ธรรม น้ อ มน� า เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง” วิสัยทัศน์องค์การบริหารส่วนต�าบลห้วยเหนือ

ประวัติ อบต.ห้วยเหนือ กระทรวงมหาดไทยประกาศจั ด ตั้ ง เป็ น สภาต�าบลห้วยเหนือ เมื่อ ปี พ.ศ. 2537 และ อาศั ย อ� า นาจตามความในมาตรา 40 และ มาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติสภาต�าบลและ องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บล พ.ศ. 2537 ยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนต�าบล เมื่อปี พ.ศ. 2539 และให้ โ อนบรรดางบประมาณ ทรั พ ย์ สิ น สิ ท ธิ เ รี ย กร้ อ งหนี้ สิ น ต่ า งๆ และ เจ้าหน้าที่ของสภาต�าบลห้วยเหนือ ไปเป็นของ องค์การบริหารส่วนต�าบลห้วยเหนือ

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต้นแบบดีเด่น ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�ำบลห้วยเหนือ ได้รับเลือกจำกส�ำนักงำน ยุติธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ให้เป็นศูนย์ยุติธรรมชุมชนต้นแบบ เพื่อกำร พัฒนำศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�ำบล จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจำกมีผลกำร ปฏิบัติงำนดีเด่น ด้ำนกำรเยียวยำหรือเสริมพลังแก่เหยื่ออำชญำกรรม และควำมรู้สึกของชุมชน ประจ�ำปี 2560 รางวัลต�าบล Long Term Care ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพ(เขต 10) ประจ�าปี 2561 ผูส้ งู อำยุทอี่ ยูใ่ นภำวะพึง่ พิงในพืน้ ทีอ่ งค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลห้วยเหนือ (กลุม่ ติดบ้ำน ติดเตียง) จ�ำนวน 92 คน ได้รบั กำรดูแลจำกทีมนักบริบำลผูส้ งู อำยุ (Care Giver : CG) ผูจ้ ดั กำรระบบ (Care Manager :CM) ทีมสหสำขำวิชำชีพ ของศูนย์พฒ ั นำและฟืน้ ฟูคณ ุ ภำพชีวติ ผูส้ งู อำยุและคนพิกำร อบต.ห้วยเหนือ และเครือข่ำยศูนย์สุขภำพชุมชนเมืองห้วยเหนือ ซึ่งออกให้บริกำรดูแล ผู้สูงอำยุที่มีภำวะพึ่งพิงตำมแผนกำรดูแล (Care Plan) ตำมชุดสิทธิ ประโยชน์ตำ่ งๆ ทีเ่ ป็นกำรให้บริกำรด้ำนสำธำรณสุขถึงทีบ่ ำ้ นอย่ำงต่อเนือ่ ง และสม�่ำเสมอ ส่งผลให้ผู้สูงอำยุที่มีภำวะพึ่งพิงมีคุณภำพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ใน สังคมอย่ำงมีศกั ดิศ์ รี เข้ำถึงบริกำรอย่ำงถ้วนหน้ำและเท่ำเทียม เกิดสังคม แห่งควำมเอือ้ อำทร และสมำนฉันท์ สำมำรถลดภำระงบประมำณค่ำใช้จำ่ ย ด้ำนสุขภำพภำครัฐ ทัง้ ยังสนับสนุนและพัฒนำอำชีพ ผูช้ ว่ ยเหลือดูแล ผูส้ งู อำยุ ควบคู่ไปกับกำรพัฒนำทีมหมอครอบครัวและอำสำสมัครในชุมชน 184

.

2

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 184

23/11/2561 10:39:08


ซุ้มประตูทางเข้าวิหาร ผู้ที่มานมัสการ ต้องจอดรถไว้ด้านนอก และเดินผ่านซุ้มประตู

ตัววิหารใหญ่ ประดิษฐานองค์พระแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือ

วิหารพระแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือ องค์ ใหญ่ที่สุดในไทย แหล่งท่องเที่ยวที่ส�าคัญ หลวงพ่อโต วัดเขียนบูรพาราม

วิหำรพระแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือ อ.ขุขันธ์ ถูกตั้งขึ้นโดยกลุ่ม ชำวไทยเชื้ อ สำยจี น และประชำชนชำวอ� ำ เภอขุ ขั น ธ์ ภำยในวิ ห ำร ประดิษฐำนพระแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือจำกประเทศจีน ที่มีองค์ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และพระแม่กวนอิมปำงอื่นๆ ปัจจุบันเป็นที่ เคำรพสักกำระของชำวขุขันธ์ อีกทั้งวิหำรมีควำมโดดเด่นทำงด้ำน สถำปัตยกรรม ท�ำให้มีผู้เข้ำเยี่ยมชมไม่เว้นในแต่ละวัน นอกจำกนั้น ยังมีวิหำรเซียนซึ่งนับเป็นแห่งแรกในเขตจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัด ใกล้เคียง ของที่ระลึกจ�ำหน่ำยในรำคำย่อมเยำอีกด้วย กำรเดินทำง จำกจังหวัดศรีสะเกษ ใช้ทำงหลวงแผ่นดินหมำยเลข 220 (ถนนศรีสะเกษ–ขุขนั ธ์) เป็นระยะทำงประมำณ 49 กิโลเมตร วิหำรฯ อยู่ฝั่งขวำมือ ห่ำงจำกห้ำงเทสโก้โลตัสประมำณ 300 เมตรเท่ำนั้นเอง

ผลิตภัณฑ์ชุมชน “ครุน้อย” บ้านสะอาง

นายสุ ร เดช แสนทวี สุ ข

ปลัดองค์การบริหารส่วนต�าบล ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลห้วยเหนือ

ชำวบ้ำนสะอำง ต�ำบลห้วยเหนือ อ�ำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็น ผู้ที่มีฝีมือในกำรจักสำนไม้ไผ่เป็นของใช้ได้หลำยชนิด ได้สำนครุ ให้มีขนำดเล็กลง เรียกว่ำ “ครุน้อย” และพัฒนำรูปแบบให้เป็นของ ตกแต่งบ้ำน ของใช้ ของที่ระลึก เช่น พวงองุ่น ดอกไม้ ฯลฯ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.

2

.indd 185

185

23/11/2561 10:39:15


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลกันทรารมย์ “ ท้ อ งถิ่ น น่ า อยู ่ คุ ณ ภาพชี วิ ต ที่ ดี สั ง คมอยู ่ เ ย็ น เป็ น สุ ข ” วิสัยทัศน์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนต�าบลกันทรารมย์

ข้อมูลทั่วไป องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลกั น ทรารมย์ ตั้ ง อยู ่ ท างทิ ศ ตะวั น ตกของอ� า เภอ ขุ ขั น ธ์ ระยะห่ า งจากอ� า เภอขุ ขั น ธ์ ป ระมาณ 16 กิ โ ลเมตร มี เ นื้ อ ที่ ป ระมาณ 39.5 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 23,766 ไร่ ปัจจุบันมี นางชุมรัก ศิริรัตน์มานะวงศ์ นายกอบต.กันทรารมย์ และนายสาทร สิงหะ รองปลัด อบต. รักษาราชการแทน ปลั ด อบต.กั น ทรารมย์ อบต.กั น ทรารมย์ แบ่ ง เขตการปกครองออกเป็ น 11 หมู ่ บ ้ า น ดั ง นี้ หมู ่ ที่ 1 บ้ า นกั น ทรารมย์ หมู ่ ที่ 2 บ้ า นตาไอ หมู ่ ที่ 3 บ้ า นโคกโพน หมู ่ ที่ 4 บ้ า นโคกสู ง หมู ่ ที่ 5 บ้ า นศรี อุ ด ม หมู ่ ที่ 6 บ้ า นโคกสุ พั ส อุ ด ม หมู ่ ที่ 7 บ้ า นตายอ หมู ่ ที่ 8 บ้ า นหนองไฮ หมู ่ ที่ 9 บ้ า นโคกโพนตะวั น ออก หมู ่ ที่ 10 บ้ า นลุ ม พุ ก หมู ่ ที่ 11 บ้ า นโพนใหญ่

186

หน้าส�านัก งาน อบต.กัน ทรารมย์

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 186

23/11/61 18:57:04


วัดพระใหญ่

ประชากร ต�ำบลกันทรำรมย์ มีประชำกรทั้งสิ้น 7,102 คน แยกเป็ น ชำย 3,495 คน หญิ ง 3,607 คน มี ค วำมหนำแน่ น เฉลี่ย 180 คน/ตำรำงกิโลเมตร สภาพเศรษฐกิจ ประชำกรในต�ำบลกันทรำรมย์ ร้อยละ 90 ประกอบอำชีพเกษตรกรรม โดยท�ำนำเป็นส่วนใหญ่ ท�ำนำ ปีละ 1 ครั้ง เป็นนำปีประเภทนำด�ำ นำหว่ำน โดยอำศัยน�ำ้ จำกธรรมชำติ ได้แก่ น�ำ้ ฝน เป็นหลัก ส่วนอีกร้อยละ 15 ประกอบอำชีพรับจ้ำง ค้ำขำย รับรำชกำร เป็นต้น

นางชุ มรั ก ศิ ริ รั ต น์ มานะวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลกันทรารมย์

สินค้าชุมชน ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ บ้ำนโคกโพน หมู่ที่ 3 ผ้าไหม บ้ำนโพนใหญ่ หมู่ที่ 11 เครื่องจักสาน บ้ำนโคกโพน หมู่ที่ 3 บ้ำนตำยอ หมู่ที่ 7

ประเพณี ประเพณีบุญแซนโฎนตา หรือ วันสารทเดือนสิบของชาวไทย เชื้อสายเขมร ตรงกับวันแรม 1 ค�่ำ เดือน 10 ของทุกปี ด้วยควำมเชื่อ ที่ว่ำเมื่อถึงวันแรม 1 ค�่ำ เดือน 10 ประตูยมโลกจะเปิด และอนุญำต ให้วิญญำณบรรพบุรุษเดินทำงมำเยี่ยมญำติ ชำวบ้ำนจะพำกันไปวัด เพื่อประกอบกิจกรรมทำงพระพุทธศำสนำ เช่น ท�ำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้แก่บรรพบุรษุ และญำติทลี่ ว่ งลับไปแล้ว ฟังพระสงฆ์แสดงธรรมเทศนำ เป็นต้น ในช่วง 1 - 2 วัน ก่อนจะถึงวันแรม 14 - 15 ค�่ำ ชำวบ้ำน จะเตรี ย มเครื่ อ งเซ่ น ไหว้ เ พื่ อ จั ด ท� ำ พิ ธี แ ซนโฎนตำที่ บ ้ ำ น รวมทั้ ง จัดอำหำรคำวหวำน เครื่องดื่ม และผลไม้ชนิดต่ำงๆ ด้วย แล้วรุ่งเช้ำ ก็จะน�ำเอำไปท�ำบุญที่วัด และเป็นของฝำกให้ญำติพี่น้อง เมื่อวิญญำณ บรรพบุรษุ ได้มโี อกำสกลับมำเยีย่ มเยียนบุตรหลำนบนโลกมนุษย์ พบเห็น ข้ำวปลำอำหำร ข้ำวต้ม ขนมหวำน เครือ่ งดืม่ และผลไม้ตำ่ งๆ ทีล่ กู หลำน จัดเตรียมเซ่นไหว้ และท�ำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้อย่ำงอุดมสมบูรณ์ ต่ำงก็เกิดควำมปลื้มอกปลื้มใจ และรับเอำส่วนกุศลนั้นกลับไปด้วย และก่อนเดินทำงกลับสู่ยมโลกเพื่อไปชดใช้กรรมที่ยังเหลืออยู่ โฎนตำ เหล่ำนั้นก็จะอ�ำนวยอวยพรให้ลูกหลำนประสบแต่สิ่งดีงำม ประสบ ควำมส�ำเร็จในชีวติ ให้ทำ� มำค้ำขึน้ และครอบครัวอยูเ่ ย็นเป็นสุขตลอดไป SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 187

187

23/11/61 18:57:14


กิจกรรม/โครงการเด่น “โครงกำรท้องถิ่นน่ำอยู่ ประจ�ำปี 2561” กำรพัฒนำชุมชน/ท้องถิ่นให้เข้มแข็ง จ�ำเป็นต้องเริ่มต้นที่กำรพัฒนำคน ให้รู้จักตัวเองรู้ปัญหำ ของตนเองและชุ ม ชน รู ้ ท รั พ ยำกรที่ มี อ ยู ่ ใ นชุ ม ชน และเชื่ อว่ ำ ตนพึ่ ง ตนเองได้ จ นน� ำ ไปสู ่ ชุ ม ชนเข้ ม แข็ ง โดยเริ่ ม จำกกำรค้ น พบศั ก ยภำพของตนเอง ค้ น พบภู มิ ป ั ญ ญำของตนเอง ค้นพบแนวทำงที่จะพัฒนำตนเองจำกทุนเดิมที่มีอยู่ องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลกันทรำรมย์ จึงได้จัดท�ำ “โครงกำรท้องถิ่นน่ำอยู่ ประจ�ำปี 2561” ปีที่ 7 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนกำรพัฒนำชุมชนให้มีศักยภำพในกำรบริหำรจัดกำรสิ่งแวดล้อมที่ดี ท้องถิน่ สะอำด เป็นระเบียบ ถูกสุขลักษณะ ส่งเสริมวิถชี มุ ชนตำมหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้นำ่ อยู่ และเป็นกำรประสำนควำมร่วมมือของส่วนรำชกำรในพืน้ ที่ เกิดควำมร่วมมือในกำรบริหำรจัดกำร สิ่งแวดล้อมที่ดี ตำมวิถีพอเพียง ชุมชนน่ำอยู่ ผู้คนน่ำรัก ซึ่งจะจัดโครงกำรหลังฤดูกำลเก็บเกี่ยว ระหว่ำงเดือนมกรำคม - มีนำคม ของทุกปี

สถานที่ท่องเที่ยวส�าคัญ วัดโสภณวิหาร เป็นวิหำรรูปทรงสีเ่ หลีย่ มมีบนั ไดขึน้ สำมทำง รำวบันไดทัง้ สำมด้ำนแกะสลักรูปแม่ชนี งั่ พนมมือ อยู่ด้ำนล่ำงสุด ถัดขึ้นไปเป็นรูปสิงห์โตอยู่ชั้น ทีส่ อง และรูปพญำนำคอยูร่ ะดับสูงสุด บริเวณ วัดโสภณวิหำร เคยมีกำรขุดพบวัตถุโบรำณ เป็นเตำเผำ มีเครื่องสังคโลก และพบอำวุธมี ลักษณะคล้ำยขวำน ท�ำจำกหินแกรนิตสีชมพู หลักเมืองกันทรารมย์โบราณ ในอดีต ทีต่ งั้ บ้ำนลุมพุก เคยได้รบั โปรดเกล้ำฯ ตั้งเป็นเมืองกันทรำรมย์ ขึ้นต่อเมืองสังขะ ให้ พระมหำดไทยเมืองสังขะ คือ พระกันทรำนุรกั ษ์ เป็ น เจ้ ำ เมื อ ง ในปัจจุบัน อยู่ใ นพื้น ที่ต�ำบล กันทรำรมย์ อ�ำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีหลักฐำนทีห่ ลงเหลือให้พบเห็นถึงปัจจุบนั คือ “หลักเมือง” ของเมืองกันทรำรมย์ในอดีต ซึ่งเป็นที่เคำรพสักกำระและยึดเหนี่ยวจิตใจ ของชำวบ้ำนในละแวกนั้น โดยตั้งอยู่บริเวณ กลำงหมู่บ้ำนลุมพุก วัดโคกโพน ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 100 ม.3 ภำยในวั ด มี พิพิธภัณฑ์เกวียน จัดแสดงภูมิปัญญำท้องถิ่น ในอดีตและรวบรวมเครื่องมือ เครื่องใช้ใน กำรประกอบสัมมำอำชีพของคนในชุมชน โรงอบสมุนไพรวัดโคกโพน ให้บริกำรอบสมุนไพร เพือ่ เป็นกำรบ�ำบัดทุกข์ บ�ำรุงสุขด้วย พุทธโอสถ ธรรมโอสถ สังหโอสถ เปิดให้บริกำรทุกวัน เวลำ 14.00 น. เป็นต้นไป 188

วัดโสภณวิหาร

วัดโคกโพน โรงอบสมุนไพร

ศาลหลักเมือง

วัดโคกโพน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 188

23/11/61 18:57:35


2.indd 999

3/8/2561 9:24:03


เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ร่วมกับสมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ในจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกัน จัดสร้างรูปหล่อพระนางศรีสระเกศ ขึ้นเพื่อประดิษฐานไว้เป็นสมบัติ คู่บ้านคู่เมือง และเป็น ที่สักการะของคนทั่วไป พระนางศรีสระเกศ

AD

.indd 190

23/11/2561 19:57:10


THE IMPORTANT TEMPLES SISAKET

อ�ำเภอขุนหำญ วัดกระทิง หมู่ 2 ต�ำบลสิ วัดกระเบำกันตรวจ หมู่ 4 ต�ำบลโนนสูง วัดกระเบำเดื่อ หมู่ 1 ต�ำบลกระหวัน วัดกระมัล หมู่ 3 ต�ำบลโพธิว์ งศ์ วัดกระมัลพัฒนำ หมู่ 6 ต�ำบลโพธิว์ งศ์ วัดกระหวัน หมู่ 4 ต�ำบลกระหวัน วัดกันจด หมู่ 7 ต�ำบลกระหวัน วัดกันตรวจ หมู่ 1 ต�ำบลห้วยจันทร์ วัดกันทรอมใต้ หมู่ 4 ต�ำบลกันทรอม วัดกันทรอมนอ้ ย หมู่ 6 ต�ำบลกันทรอม วัดกุดนำแกว้ หมู่ 3 ต�ำบลภูฝ้ำย

วัดขุนหำร หมู่ 1 ต�ำบลขุนหำญ วัดโคกพยอม หมู่ 4 ต�ำบลโพธืกระสังข์ วัดโคกระเวียง หมู่ 3 ต�ำบลขุนหำญ วัดจะเนียว หมู่ 6 ต�ำบลกระหวัน วัดช�ำเขียน หมู่ 5 ต�ำบลไพร วัดซ�ำขีเ้ หล็ก หมู่ 10 ต�ำบลพรำน วัดซ�ำตำโตง หมู่ 9 ต�ำบลพรำน วัดดอนขำ่ หมู่ 5 ต�ำบลพรำน วัดตำปรก หมู่ 1 ต�ำบลบักดอง วัดตำเอก หมู่ 5 ต�ำบลกันทรอม วัดไตรรำษฎร์สำมัคคี หมู่ 1 ต�ำบลโพธิก์ ระสังข์ วัดทับทิมสยำม 07 หมู่ 15 ต�ำบลบักดอง วัดทุง่ เลน หมู่ 7 ต�ำบลพรำน วัดน�ำมุดพัมนำรำม หมู่ 16 ต�ำบลบักดอง

วัดโนนสูงวนำรำม หมู่ 1 ต�ำบลโนนสูง วัดโนนใหญ่ หมู่ 7 ต�ำบลขุนหำญ วัดบักดอง หมู่ 3 ต�ำบลบักดอง วัดบำ้ นดำ่ น หมู่ 2 ต�ำบลโนนสูง วัดบำ้ นดู่ หมู่ 2 ต�ำบลขุนหำญ วัดบำ้ นเดื่อ หมู่ 2 ต�ำบลกระหวัน วัดบำ้ นตำหมื่น หมู่ 5 ต�ำบลโพธิว์ งศ์ วัดบำ้ นนำ หมู่ 3 ต�ำบลโนนสูง วัดบำ้ นปุน หมู่ 6 ต�ำบลไพร วัดบำ้ นไพร หมู่ 1 ต�ำบลไพร วัดบำ้ นภูทอง หมู่ 5 ต�ำบลภูฝ้ำย วัดบำ้ นสิ หมู่ 1 ต�ำบลสิ วัดบำ้ นหนองคู หมู่ 5 ต�ำบลธำตุ วัดบำ้ นหนองจิก หมู่ 2 ต�ำบลภูฝ้ำย วัดบำ้ นหนองผือ หมู่ 3 ต�ำบลห้วยจันทร์ วัดปรำสำทศรี หมู่ 8 ต�ำบลบักดอง

วัดป่ำขุนหำญ หมู่ 6 ต�ำบลบักดอง วัดป่ำถ้�ำผำเพียง หมู่ 12 ต�ำบลบักดอง วัดป่ำบำ้ นดำ่ น หมู่ 3 ต�ำบลโนนสูง วัดป่ำประชำสำมัคคี หมู่ 1 ต�ำบลขุนหำญ วัดป่ำอำรำงใหมพ่ ัฒนำ หมู่ 20 ต�ำบลพรำน วัดโพธิก์ ระสังข์ หมู่ 2 ต�ำบลโพธิก์ ระสังข์ วัดโพธิน์ อ้ ย หมู่ 5 ต�ำบลกระหวัน วัดโพธิว์ งศ์ หมู่ 1 ต�ำบลโพธิว์ งศ์ วัดมว่ งแยก หมู่ 6 ต�ำบลพรำน วัดระหำร หมู่ 3 ต�ำบลกระหวัน วัดวิวัฒน์ หมู่ 7 ต�ำบลโนนสูง วัดศรีขุนหำญ หมู่ 6 ต�ำบลสิ วัดศรีตระกูลชัย หมู่ 14 ต�ำบลบักดอง

วัดศรีโนนแฝก หมู่ 4 ต�ำบลพรำน วัดศรีมงคลหนองเกำ่ หมู่ 8 ต�ำบลพรำน วัดศิวำลัย หมู่ 5 ต�ำบลสิ วัดสะเดำ หมู่ 3 ต�ำบลโพธิก์ ระสังข์ วัดส�ำโรงเกำ่ หมู่ 9 ต�ำบลบักดอง วัดส�ำโรงเกียรติ หมู่ 8 ต�ำบลบักดอง วัดสุพรรรัตน(์ พรำน) หมู่ 3 ต�ำบลพรำน วัดหนองขนำน หมู่ 6 ต�ำบลโพธิก์ ระสังข์ วัดหนองบัว หมู่ 6 ต�ำบลโนนสูง วัดหลักหิน หมู่ 2 ต�ำบลบักดอง วัดห้วยชัยมงคล หมู่ 8 ต�ำบลกระหวัน วัดอรุณสวำ่ ง หมู่ 2 ต�ำบลไพร

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

4.

.indd 191

191

24/11/2561 15:19:17


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบเทศบาลต�าบล

เทศบาลตำาบลขุนหาญ สร้ า งสั ง คมแห่ ง ความเอื้ อ อาทร

นายสิ ริ ด นย์ น้ า วิ ไ ลเจริ ญ นายกเทศมนตรีต�าบลขุนหาญ

การเยี่ยมบ้าน PT ติดบ้าน ติดเตียง เทศบาลต�าบลขุนหาญ ต�าบลสิ อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ สนับสนุนการบริหารจัดการระบบบริการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข ส�าหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมี นายสิ ริ ด นย์ น้ า วิ ไ ลเจริ ญ นายกเทศมนตรี ต� า บลขุ น หาญ พร้อมด้วยคณะกรรมการด�าเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความเข้มแข็ง ของภาคีเครือข่ายทีก่ อ่ ตัวในรูปของจิตอาสา โดยมีการจัดอบรมอาสาสมัคร ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง หรือที่ทุกท่านรู้จักในนาม CG Care giver โดยมี 2 หน่วยบริการ ได้แก่ 192

CG. หน่วยบริการโรงพยาบาลขุนหาญ และ CG.หน่วยบริการโรง พยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบลหนองบัว ดูแลผู้สูงอายุเฉลี่ย 2 - 5 รายต่อ CG. 1 คน อาสาสมัครจึงมีแผนปฏิบัติงานประจ�าเดือน หรือ Care plan โดยมี แ ผนการเยี่ ย มผู้สูงอายุ 1 ครั้งทุกสัปดาห์ และ ในทุกกิจกรรมจะมีการติดตามประเมินผล

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 192

27/11/61 09:03:19


บทบาทหน้าที่ของ CG ประกอบด้วย การประเมินคัดกรองความสามารถในการด�าเนินชีวิตประจ�าวัน การจัดท�าข้อมูลผู้สูงอายุที่ต้องการดูแล ทั้งเชิงรับและเชิงรุก การจัดท�าแผนการดูแลรายบุคคล การจัดประชุมกลุ่มเพื่อปรึกษาปัญหารายกรณี การเชื่อมประสานกับสหวิชาชีพของหน่วยบริการ การพัฒนาศักยภาพการท�างานเป็นทีม การบริหารจัดการและก�ากับติดตามการท�างานของ CG การประเมินและทบทวน care plan ให้สอดคล้องกับบริบทผูส้ งู อายุ

การด�าเนินงาน เพื่อให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ได้รับการดูแลจากทีมสหสาขา วิชาชีพของหน่วยบริการปฐมภูมิ และเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริม สุ ข ภาพระดั บ ต� า บล ให้ บ ริ ก ารดู แ ลด้ า นสาธารณสุ ข ถึ ง บ้ า นอย่ า ง ต่อเนื่องและสม�่าเสมอ ตามปัญหาสุขภาพและชุดสิทธิประโยชน์ โดย การมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่นให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพ ชีวิตที่ดี อยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี เข้าถึงบริการอย่างถ้วนหน้าและ เท่าเทียม เป็นการสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทร และสมานฉันท์ สามารถลดภาระงบประมาณค่ า ใช้ จ ่ า ยด้ า นสุ ข ภาพของภาครั ฐ ตลอดจนสนับสนุนและพัฒนาอาชีพ ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ ควบคู่ ไปกับการพัฒนาทีมหมอครอบครัวและอาสาสมัครในชุมชน SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

สวนทุเรียนพรประเสฐิ .indd 193

193

27/11/61 09:03:22


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบเทศบาลต�าบล

เทศบาลตำาบลกระหวัน “ กระหวั น เมื อ งน่ า อยู ่ สาธารณู ป โภคพร้ อ ม สิ่ ง แวดล้ อ มดี เศรษฐกิ จ มั่ น คง คุ ณ ภาพชี วิ ต ดี สู ่ สั ง คมแห่ ง ความสุ ข ” วิสัยทัศน์การพัฒนาของเทศบาลต�าบลกระหวัน อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

นายกิ ม เลี้ ย ง สัน ติแ สงทอง นายกเทศมนตรี ต� า บลกระหวั น

194

นายสุวัจน์ บุญขวาง

ปลั ด เทศบาลต� า บลกระหวั น

รางวัลองค์กรปกครองส่ว นท้อ งถิ่นที่ ป ฏิ บั ติ ง านดี เด่ น ประจ� า ปี ง บประมาณ 2561

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 194

23/11/61 18:41:23


ลักษณะภูมิประเทศ ทิศเหนือ ติดเขตอ�ำเภอไพรบึง ทิศใต้ ติดเขตต�ำบลสิ และ ต�ำบลโนนสูง ทิศตะวันตก ติดเขตต�ำบลขุนหำญ และ ต�ำบลโพธิ์กระสังข์ ทิศตะวันออก ติดเขตต�ำบลไพร และ ต�ำบลโพธิ์วงศ์ ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นที่รำบลุ่มซึ่งอยู่ในบริเวณ หมู่ที่ 3, หมู่ที่ 4, หมู่ที่ 7, หมู ่ ที่ 10 ซึ่ ง เหมำะแก่ ก ำรปลู ก ข้ ำ ว แต่ มี ป ั ญ หำน�้ ำ ท่ ว มและเป็ น ที่ ร ำบสู ง ลอนตื้ น อยู ่ สู ง จำกระดั บ น�้ ำ ทะเล 180 เมตร พื้ น ที่ บ ริ เ วณที่ อ ยู ่ ใ นหมู ่ ที่ 9 และหมู ่ ที่ 2 บำงส่ ว นเป็ น พื้ น ที่ เ หมำะส� ำ หรั บ เป็ น ทุ ่ ง หญ้ ำ เลี้ ย งสั ต ว์ แ หล่ ง น�้ ำ ธรรมชำติ คื อ ห้ ว ยจั น ทร์ หนองก� ำ โงก หนองผื อ หนองกระเบำ หนองกระหวั น เป็ น ต้ น แหล่ ง น�้ ำ ธรรมชำติ เ หล่ ำ นี้ ส ่ ว นใหญ่ ใ ช้ ป ระโยชน์ ได้ ต ลอดปี เกษตรกรจึ ง สำมำรถปลูกพืชผักสวนครัวในฤดูแล้งเป็นอำชีพเสริมรำยได้แก่ครัวเรือน

พันธกิจ 1. พั ฒ นาและปรั บ ปรุ ง ระบบบริ ก ารสาธารณู ป โภค และ สาธารณูปการ ให้ครอบคลุมทั่วถึง 2. อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3. พัฒนาการให้บริการด้านสาธารณสุขมูลฐานให้ได้มาตรฐาน 4. ส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ครัวเรือนพึ่งตนเองได้ บนพื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ข้อมูลทั่วไป เทศบำลต� ำ บลกระหวั น พื้ น ที่ 30.38 ตำรำงกิ โ ลเมตร แบ่ ง กำรปกครอง เป็ น หมู ่ บ ้ ำ น จ� ำ นวน 12 หมู ่ บ ้ ำ น มี ป ระชำกรรวมทั้ ง สิ้ น 8,858 คน แบ่ ง เป็ น ชำย 4,363 คน หญิง 4,495 คน มีครัวเรือนจ�ำนวน 2,093 ครัวเรือน

5. ส่งเสริมการศึกษา กีฬา และนันทนาการแก่เด็ก เยาวชน และ ประชาชน 6. ส่งเสริมการอนุรกั ษ์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมปิ ญ ั ญาท้องถิน่ 7. พั ฒ นาระบบการบริ ห ารจั ด การที่ ดี โดยการสร้ า งระบบ การบริหารจัดการองค์กรและการบริการประชาชนอย่างมีคุณภาพ 8. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและยึดหลักธรรมาภิบาล SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 195

195

23/11/61 18:41:27


จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนา 1. การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการบริการสาธารณะ ให้ครอบคลุมและทั่วถึง 2. สร้างจิตส�านึกให้ประชาชน ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาสิ่งแวดล้อม 3. ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน คุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น 4. ส่งเสริมพัฒนาการศึกษาแก่ เด็ก เยาวชนและประชาชนอย่างทัว่ ถึง 5. ส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น 6. ส่งเสริมพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และ การดูแลสุขภาพตนเองของประชาชน 7. เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ยั่งยืน ประชาชนพึ่งตนเองได้ และ ปัญหาความยากจนลดลง 8. พั ฒ นาบุ ค ลากรให้ ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ อ ย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ เพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว

แหล่งเรียนรู้ส�าคัญของ ทต.กระหวัน

ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ขึ้นชื่อของ ต.กระหวัน

ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงไส้เดือน เป็นแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงไส้เดือน เพื่อก�าจัดขยะอินทรีย์ในครัวเรือน เช่น เศษผัก ผลไม้ เศษกระดาษ ใบไม้ มูลสัตว์ต่างๆ ที่ย่อยสลายได้ ซึ่งสามารถน�ามูลไส้เดือนไปใช้ ในการเกษตรได้ ช่วยลดต้นทุน เพิม่ ผลผลิต และปลอดภัยต่อสุขภาพ ซึง่ ประชาชนในพืน้ ทีต่ า� บลกระหวัน สามารถติดต่อขอรับเพือ่ น�าไปเลีย้ ง เพื่ อ ช่ ว ยก� า จั ด ขยะอิ น ทรี ย ์ ใ นครั ว เรื อ น ตลอดจนเลี้ ย งเพื่ อ ผลิ ต มูลไส้เดือนใช้ในภาคการเกษตรได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม

ผ้าลายดอกประกาละเวีย ผลิตภัณฑ์จากชุมชนบ้านเดือ่ ซึง่ แนวคิด ลายดอกประกาละเวีย มาจากชื่อหมู่บ้านเดื่อ หมู่ 2 ต�าบลกระหวัน เป็นผ้าทอยกดอก ท�าจากผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ ประกาละเวีย เป็น ภาษาเขมร ใช้ เ รี ย กชื่ อ ผลมะเดื่ อ ซึ่ ง เป็ น ชื่ อ หมู ่ บ ้ า นเดื่ อ โดย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้ออกแบบและฝึกอบรมให้ชาวบ้านเดื่อ หมู่ที่ 2 ต�าบลกระหวัน อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ผลิตภัณฑ์ ชิ้ น แรกที่ อ อกจ� า หน่ า ยในท้ อ งตลาดเป็ น ผ้ า คลุ ม ไหล่ นอกจาก หลายดอกประกาละเวีย ยังมีลายสตางค์ ซึ่งทั้ง 2 ลาย ได้มีการ ขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ของบ้านเดื่อโดยเฉพาะ

196

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 196

23/11/61 18:41:42


วัดบ้านโพธิ์น้อย

ตั้ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นโพธิ์ น ้ อ ย หมู ่ 5 ต� า บลกระหวั น อ� า เภอขุ น หาญ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

พระครู ศ รี โ พธาลั ง การ

เจ้ า อาวาสวั ด โพธิ์ น ้ อ ย

ศาลาการเปรี ย ญ

อุ โ บสถ

ศาสนสถานที่ส�าคัญของต�าบลกระหวัน วัดบ้านโพธิน์ อ้ ย เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนือ้ ที ่ 13 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา ประวัติความเป็นมา วัดบ้านโพธิ์น้อย ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2522 โดยนายกล้วย อินวันนา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น พร้อมคณะ นายพลอย เรืองฤทธิ ์ นายสวน นามมนุษย์ นายเม้า สารีบตุ ร นายเล็ก จิตรโสม นายสุข นามมนุษย์ นายพันธ์ พีศพงษ์ โดยมีพระครู สังฆรักษาจันทึกโฆสิตา เป็นผู้อุปถัมภ์การก่อสร้าง ศาสนวัตถุที่ส�าคัญ ได้แก่ หลวงพ่อพุทธโสธร(หล่อโดยได้รับ อนุญาตจากวัดโสธรวราราม) สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหมฺรังสี) รูปเหมือนพระอาจารย์สมบัติ ญาณวโร(บ�ารุงศิริ) อาคารอาสนะทีส่ า� คัญ ได้แก่ หอไตรพระพุทธโสธร กว้าง 10 เมตร ยาว 13 เมตร เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ ประกอบด้วยภาพเขียน ลายรดน�้า ปูนปั้น สร้างอุทิศถวายแด่พระอาจารย์สมบัติ ญาณวโร (บ�ารุงศิริ) ศาลารั บ รอง

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 197

197

23/11/61 18:42:03


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลพราน “ ชุ ม ชนเข้ ม แข็ ง แหล่ ง เกษตรก้ า วหน้ า ปวงประชาสามั ค คี น� า วิ ถี พ อเพี ย ง ” วิสัยทัศน์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนต�าบลพราน

ตั้ ง อยู ่ อ� า เภอขุ น หาญ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ โดยอยู ่ ห ่ า งจากที่ ว ่ า การอ� า เภอ ขุ น หาญ ไปทางทิ ศ ตะวั น ออกตามถนนทางหลวงชนบท หมายเลข ศก. 3040 ระยะทางประมาณ 7 กิ โ ลเมตร

คณะผู ้ บ ริ หาร นายอภัยศักดิ์ ศรแก้ว นายวสันต์ บุญวัน นายไพสิทธิ์ นิวาส

นายก อบต.พราน รองนายก อบต.พราน เลขานุการนายก อบต.พราน กิจกรรมผลไม้แ ละของดีศรีส ะเกษ สู่ต าชาวโลก

198

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 198

24/11/61 11:13:02


ข้อมูลทั่วไป องค์การบริหารส่วนต�าบลพราน มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 81.52 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 50,918.75 ไร่ ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นพืน้ ทีร่ าบลุม่ และทีร่ าบสูงดินแดง โดยทีร่ าบลุม่ เหมาะแก่การปลูกข้าว มีประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ต�าบล ได้แก่หมู่ที่ 1, 2, 5, 6, 7, 12, 13, 15, 16, 17, 18, 19, 20 ที่ราบสูง มีพื้นที่ประมาณร้อยละ 40 ของพืน้ ทีท่ งั้ หมดเหมาะแก่การท�าเกษตรกรรม เช่น พืชไร่พชื สวน ยางพารา ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ มันส�าปะหลัง และไม้ผล เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ล�าไย มะม่วง มะขาม ได้แก่ พื้นที่หมู่ที่ 3, 4, 7, 8, 9, 10, 11, 14

จุดเด่นของพื้นที่

นายอภั ย ศั ก ดิ์ ศรแก้ ว นายกองค์ก ารบริห ารส่วนต�าบลพราน

ทรัพยากรดิน พืน้ ทีข่ ององค์การบริหารส่วนต�าบลพราน มีดนิ แดง ซึง่ เป็นดินเหนียวปนทรายสีนา�้ ตาลปนแดง ทีเ่ กิดจากการสลายตัวของหิน จากวัตถุก�าเนิดพวกหินบะซอลต์ หินแอนดีไซต์ ซึ่งอยู่ในชุดดินโชคชัย มีคุณสมบัติเด่นในการปลูกไม้ผล เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ล�าไย สะตอ เป็นต้น ดินแดงมีอยู่ในพื้นที่บ้านหนองเก่า บ้านซ�าตาโตงตะวันตก บ้านซ�าขี้เหล็ก และบ้านซ�าตาโตงตะวันออก แหล่งน�้า มีแหล่งน�า้ ธรรมชาติ คือ ล�าห้วยทา หนองหัวน�า้ ห้วยขมิน้ เป็นต้น แหล่งน�้าเหล่านี้ มีน�้าใช้ตลอดปี และเกษตรกรท�าการปลูกพืช ในฤดูแล้ง เช่นนาปรัง ปลูกข้าวโพด และแหล่งน�้าระบบชลประทาน ระบบส่ ง น�้ า โครงการห้ ว ยทา ซึ่ ง มี ร ะยะทางยาวรวมประมาณ 7 กิโลเมตร ผ่านบ้านทุ่งเลน บ้านหนองเก่า บ้านสุขสันต์ บ้านดอนข่า ไม้ แ ละป่ า ไม้ ลั ก ษณะป่ า ไม้ ข องต� า บลพราน ส่ ว นใหญ่ เ ป็ น ป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ป่าโปร่งพื้นราบ ประกอบด้วยไม้ยาง ไม้เต็ง ไม้ประดู่ ไม้พะยูง ไม้แดง ไม้กระบาก และไม้เบญจพรรณ โดยมีเนื้อที่ป่าตามที่สาธารณประโยชน์ของต�าบล

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 199

199

24/11/61 11:13:10


การปกครอง ต�าบลพรานแบ่งเขตการปกครอง 20 หมูบ่ า้ น ดังนี ้ หมูท่ ี่ 1 บ้านอาราง หมู่ที่ 2 บ้านพรานเหนือ หมู่ที่ 3 บ้านพรานใต้ หมู่ที่ 4 บ้านโนนแฝก หมู่ที่ 5 ดอนข่า หมู่ที่ 6 ม่วงแยก หมู่ที่ 7 ทุ่งเลน หมู่ที่ 8 หนองเก่า หมู่ที่ 9 ซ�าตาโตงตะวันตก หมู่ที่ 10 ซ�าขี้เหล็ก หมู่ที่ 11 สุขสันต์ หมูท่ ี่ 12 โนนสวรรค์ หมูท่ ี่ 13 สุขสมบูรณ์ หมูท่ ี่ 14 ซ�าตาโตงตะวันออก หมู่ที่ 15 พรานใต้ตะวันตก หมู่ที่ 16 ขี้เหล็ก หมู่ที่ 17 โนนสะอาด หมูท่ ี่ 18 พรานบูรพา หมูท่ ี่ 19 โนนแฝกใหม่ หมูท่ ี่ 20 อารางใหม่พฒ ั นา

ประชากร ข้ อ มู ล เกี่ ย วกั บจ� า นวนประชากร ปี 2561 มี ป ระชากรทั้ ง สิ้ น 16,185 คน เป็นชาย 8,049 คน หญิง 8,136 คน ครัวเรือน 3,944 หลังคาเรือน

สภาพทางสังคม การศึ ก ษา ในเขตองค์การบริหารส่วนต�าบลพรานมีโรงเรียน ระดับประถมศึกษา จ�านวน 10 แห่ง โรงเรียนมัธยม จ�านวน 1 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ�านวน 8 แห่ง สาธารณสุข มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ�าต�าบล จ�านวน 3 แห่ ง ดั ง นี้ โรงพยาบาลส่ ง เสริ ม สุ ข ภาพประจ� า ต� า บลพราน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ�าต�าบลบ้านม่วงแยก โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจ�าต�าบลบ้านซ�าขีเ้ หล็ก และมีสถานพยาบาลเอกชน จ�านวน 1 แห่ง

ระบบเศรษฐกิจ การเกษตร การท�าเกษตรกรรมในพื้นที่ต�าบลพราน มีปลูกพืช เศรษฐกิจ เช่นการปลูกข้าว(นาปี นาปรัง) พืชไร่พืชสวน ยางพารา ข้าวโพด มันส�าปะหลัง และไม้ผล เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ล�าไย มะม่วง สะตอ กล้วย ฯลฯ การปศุ สั ต ว์ เป็นการเลี้ยงเพื่อการบริโภคในครัวเรือน สัตว์ที่ นิยมเลี้ยงได้แก่ โค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ กบ เป็นต้น ส�าหรับการเลี้ยง เพื่อการจ�าหน่ายซึ่งมีการได้การท�าโรงเรือนเลี้ยง เช่น ไก่พันธุ์เนื้อ (ฟาร์มตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งเลน) สุกร(ฟาร์มสุกรส่วนมากตั้งอยู่ในบริเวณ บ้านอาราง บ้านโนนสะอาด บ้านอารางใหม่พัฒนา บ้านดอนข่า จ�านวน 1 แห่ง บ้านสุขสันต์ จ�านวน 1 แห่ง) เป็นต้น กลุ่มอาชีพ กลุ่มพัฒนาสตรีบ้านอาราง(จักสานตะกร้าพลาสติก)

200

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 200

24/11/61 11:13:32


ศาสนา ประเพณี วัฒ นธรรม การนั บ ถื อ ศาสนา ประชาชนส่ ว นใหญ่ นั บ ถื อ ศาสนาพุ ท ธ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในเขตต�าบลพราน มีวัดและสถานที่ตั้ง วัด/ ส�านักสงฆ์ 12 แห่ง ดังนี้ 1. วัดสุพรรณรัตน์(บ้านพรานเหนือ) 2. วัดบ้านซ�าตาโตง 3. วัดบ้านทุ่งเลน 4. วัดศรีโนนแฝก(บ้านโนนแฝก) 5. วัดอุดมวราราม(บ้านซ�าขี้เหล็ก) 6. วัดบ้านม่วงแยก 7. วัดบ้านดอนข่า 8. วัดป่าอารางใหม่พัฒนา 9. วัดศรีมงคลหนองเก่า 10. วัดอารางสุทธาวาส 11. ส�านักสงฆ์บา้ นสุขสมบูรณ์ 12. ส�านักสงฆ์บา้ นซ�าตาโตงตะวันออก ประเพณีและงานประจ�า ปี ประเพณีปังออกเปรี๊ยแค(ป้อนข้าวพระจันทร์) จัดให้มีขึ้นในวัน ขึ้น 15 ค�่า เดือน 12 ของทุกปีเวลาประมาณ 00.00 น.(ตรงกับ วันลอยกระทง) เพือ่ เสีย่ งทายหรือพยากรณ์ฟา้ ฝนในฤดูกาลท�าการเกษตร ของปีถัดไป โดยพิธีกรรมจะมีการตักบาตรข้าวเม่าของผู้เข้าร่วมพิธี ก่อนเริ่ม ช่วงเริ่มพิธีจะมีชาย - หญิงพรหมจรรย์ 4 คู่ นั่งหมุนคานไม้ ซึ่ ง ปั ก เที ย นไว้ จ� า นวน 8 เล่ ม (เที ย นเล่ ม แรกถื อ เป็ น เดื อ นที่ 5 เรียงตามล�าดับจนถึงเดือน 12 ตามจันทรคติ) โดยให้หมุนจนกว่าเทียน จะดับระหว่างหมุนเทียนพระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ หลังจากนั้น ก็จะมีการท�านายสภาพน�้าฝนในฤดูกาลผลิตเพื่อให้เกษตรกรเตรียม ท�าการเกษตรในฤดูกาลที่จะมาถึง ประเพณีสารทไทย(แซนโฎนตา) จัดให้มีขึ้นในวันแรม 14 - 15 ค�่า เดือน 10 ของทุกปี เพื่อท�าบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ ไปแล้ว โดยแรม 14 ค�่า มีการจัดกิจกรรมการแสดง การละเล่นพื้นบ้าน ของชาวต�าบลพราน แรม 15 ค�่า เวลาประมาณ 04.00 น. มีการแห่ บายตะเบิลตะโบน - ส่งเสบียงให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษกลับ ภพภู มิ เป็ น การสื บ สานประเพณี วั ฒ นธรรมของชนเผ่ า ดั้ ง เดิ ม ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่พูดภาษาถิ่นเป็นภาษาเขมร ภู มิ ป ั ญ ญาท้ อ งถิ่ น ภาษาถิ่น ภาษาถิ่นเป็นภาษาเขมร และ ภาษาอิสาน(ลาว)

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 201

201

24/11/61 11:13:57


ท่ อ งเที ่ย วเชิ ง เกษตร

ท่องเที่ยงเชิงเกษตร บ้านซ�าขี้เหล็ก เป็นเกษตรกรกลุ่มแรกที่มีการปลูกเงาะและทุเรียน มี ก ารรวมกลุ ่ ม ในการผลิ ต กั น อย่ า งเข้ ม แข็ ง ได้ รั บ การสนั บ สนุ น จากกรมส่งเสริมการเกษตรในการจัดตั้งกลุ่ม ผู้ผลิตทุเรียนคุณภาพดี โดยมี นายฟอง วรรณสิทธิ์ เป็นประธานกลุ่ม มีคณะกรรมการที่ท�างาน ร่ ว มกั น อย่ า งเข้ ม แข็ ง สภาพภู มิ ป ระเทศบ้ า นซ� า ขี้ เ หล็ ก เป็ น พื้ น ที่ ภู เ ขาลอนตื้ น มี ค วามสวยงามเป็ น ที่ ป ระทั บ ใจของนั ก ท่ อ งเที่ ย ว เป็นอย่างมากซึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวเกษตรของชุมชน คือ การเที่ยวชม สวนผลไม้ ซึ่งมีทั้ง เงาะ ทุเรียน ล�าไย สะตอ มังคุด กระท้อน ลองกอง ส้มโอ เป็นต้น โดยมีจุดที่เป็นสถานที่จ�าหน่ายผลไม้ของชุมชน คือ ตลาดผลไม้ชุมชนบ้านซ�าขี้เหล็ก มีผลไม้และผลผลิตการเกษตรอื่นๆ ของชาวบ้านมาวางจ�าหน่ายในราคาหน้าสวน ซึง่ ผลผลิตทีน่ า� มาจ�าหน่ายนี้ ชาวสวนรับประกันว่าเป็น ผลผลิตที่ผลิตในชุมชนอย่างแท้จริง สวนลุงเสริม ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงเกษตร อยู่ที่บ้านหนองเก่า ต�าบลพราน อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ก็มกี จิ กรรมการเทีย่ วชมสวน และเลือกซื้อผลไม้สดๆ จากสวน รวมทั้งผลผลิตการเกษตรในราคา หน้าสวนอีกด้วย

202

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 202

24/11/61 11:14:00


นายก อบต.พราน

ชวนช็ อ ป ชวนเที ่ย ว การท่ อ งเที่ ย วในต� า บลพรานเป็ น แหล่ ง ท่ อ งเที่ ย วเชิ ง เกษตร บ้านหนองเก่า บ้านซ�าขี้เหล็ก เป็นหมู่บ้านที่มีการผลิตผลไม้ที่ส�าคัญ คื อ ทุ เ รี ย นพั น ธุ ์ ห มอนทองและเงาะโรงเรี ย น ฤดู ที่ มี ผ ลผลิ ต มาก โดยเฉพาะเงาะ ทุเรียน คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม นักท่องเทีย่ ว สามารถเดิ น ชมสวน พร้ อ มเก็ บ ผลิ ต ผลจากสวนและซื้ อ ในราคา ที่ถูกกว่าท้องตลาด ดังนั้นจึงเป็นแหล่งก�าเนิด “ทุเรียนศรีสะเกษ” นับเป็นแบรนด์เด่นของจังหวัด ที่น�ามาจัดแสดงและจ�าหน่ายในงาน เทศกาลเงาะ ทุเรียนและของดีศรีสะเกษ

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 203

203

24/11/61 11:14:07


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบเทศบาลต�าบล

เทศบาลตำาบลสิ “ การเกษตรก้ า วหน้ า มวลประชามี ร ายได้ เ พิ่ ม มากมี วั ฒ นธรรม น� า ความเจริ ญ สู ่ ชุ ม ชน ” วิสัยทัศน์การพัฒนาของเทศบาลต�าบลสิ ส� ำ นั ก งำนตั้ ง อยู ่ ห มู ่ ที่ 7 ต� ำ บลสิ อ� ำ เภอขุ น หำญ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ โดย อยู ่ ใ กล้ ช ำยแดนประเทศไทยกั บ ประเทศกั ม พู ช ำ ห่ ำ งจำกตั ว จั ง หวั ด ไปทำงทิ ศ ใต้ ประมำณ 62 กิ โ ลเมตร และอยู ่ ห ่ ำ งจำกตั ว อ� ำ เภอขุ น หำญไปทำงทิ ศ ตะวั น ออก ประมำณ 2 กิ โ ลเมตร

“ มุ ่ ง มั่ น ขยั น ท� า น� า สมั ย ใส่ ใ จประชา ” คติพจน์ประจ�าใจ นายกเทศมนตรีต�าบลสิ

ข้อมูลทั่วไป เทศบาลต�าบลสิ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ประเภทเทศบาลต�าบล ขนาดเล็ก อยู่ในเขตพื้นที่อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ มีจ�านวน หมู่บ้านที่อยู่ในเขตเทศบาลต�าบลสิ ทั้งหมด 5 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 2, หมู่ที่ 4, หมู่ที่ 7, หมู่ที่ 10 และหมู่ที่ 11

ความโดดเด่นเทศบาลต�าบลสิ เทศบาลต�าบลสิ มีความโดดเด่นของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งบ้านโนนศรีทองเป็นหมู่บ้านตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง มีผลิตภัณฑ์ ที่ชุมชนได้น�ามาแปรรูป ได้แก่ ข้าวเกรียบผักชีฝรั่ง และชาผักชีฝรั่ง 204

นายวิ เ ชี ย ร ชนะมาร นายกเทศมนตรีต�าบลสิ

ซึ่งเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของหมู่บ้าน และอีกสถานที่หนึ่งที่มีความโดดเด่น ในเทศบาลต�าบลสิ ก็คือวัดบ้านกระทิง ซึ่งมีศาลาโสมสวลี 52 ปี เป็นความภาคภูมิใจของชาวต�าบลสิ

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 204

24/11/61 18:26:04


วัดบ้านกระทิง “ศาลาโสมสวลี 52 ปี” โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมายังวัดกระทิง อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในพระเกศมาลา พระพุทธชินราชจ�าลอง พระประธานประจ�าศาลา

หมู่บ้านพอเพียง บ้านโนนศรีทอง หมู่ที่ 11 ต�าบลสิ อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหมู่บ้านที่มีจ�านวนประชากรและหลังคาเรือนน้อย แต่มีความขยัน ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยเฉพาะการเพาะปลูกพืชผักสวนครัว ที่ได้ผลผลิตดี น�ารายได้มาสู่ครอบครัว สร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง เป็นตัวอย่างหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 205

205

24/11/61 18:26:42


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบเทศบาลต�าบล

เทศบาลตำาบลโพธิ์กระสังข์ “ โพธิ์ ก ระสั ง ข์ คลั ง ข้ า วหอม งามพร้ อ มประเพณี มี แ หล่ ง อุ ต สาหกรรม หนองซ� า กว้ า งใหญ่ ผ้ า ไหมพื้ น เมื อ ง ลื อ เลื่ อ งสามั ค คี บารมี โ พธาธิ มุ ต ” ค�ำขวัญของต�ำบลโพธิ์กระสังข์ ซึ่งอยู่ในควำมดูแลของเทศบำลต�ำบลโพธิ์กระสังข์ อ�ำเภอขุนหำญ จังหวัดศรีสะเกษ

วิสัยทัศน์ เมืองน่าอยู่ สาธารณสุขก้าวหน้า เน้นเกษตรอินทรีย์

ชุมชนเข้มแข็ง การศึกษาดี มีอาชีพเสริม

วัฒนธรรมล�้าค่า การกีฬาเด่น เพิ่มการมีส่วนร่วม

ข้อมูลทั่วไป เทศบาลต�าบลโพธิ์กระสังข์ เป็นเทศบาลต�าบลขนาดกลาง มีพื้นที่ประมาณ 49.15 ตารางกิโลเมตร มีหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบ 14 หมู่บ้าน ชาวต�าบลโพธิ์กระสังข์ ร้อยละ 90 เป็นชาวไทยเผ่าส่วย พูดภาษากวย อีกร้อยละ 10 เป็นชาวไทยเผ่าเขมร และลาว พูดภาษาเขมรและลาว “ภาษากวย” เป็นภาษาประจ�าท้องถิ่น และได้รับ การขึ้ น เป็ น มรดกโลกทางวั ฒ นธรรมด้ า นภาษา ชนเผ่ า ส่ ว ยมี ก ารแต่ ง กาย ที่เป็นเอกลักษณ์

เทศบาลฯ ชวนเที่ยว

206

นำยกเทศมนตรีต�ำบลโพธิ์กระสังข์

นายสำารอง บำาเพ็ญ ปลัดเทศบำลต�ำบลโพธิ์กระสังข์

เทศบาลฯ ชวนเที่ยว

พระมหาเจดียภ์ ทั รธุตงั คธาตุ (พระธาตุโพธิก์ ระสังข์)

วัดบ้านไตรราษฎร์สามัคคี

นายสุบิน งอนสวัน

รูปหล่อจ�าลอง “พระครูโพธาธิมุต” (หลวงพ่อบุญทัน อุปนนฺโท)

วัดไตรราษฎร์สามัคคี แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ตั้งอยู่หมูท่ ี่ 7 บ้านซ�า เป็นวัดทีส่ ง่ เสริมและอนุรกั ษ์วฒ ั นธรรมด้านการแต่งกาย ชาวบ้าน ที่จะเข้าวัดท�าบุญต้องแต่งกายด้วยชุดประจ�าเผ่าคือ ชุดส่วย โดยหญิง จะใส่เสือ้ ส่วยสีดา� นุง่ ผ้าถุง ชายจะใส่เสือ้ ส่วยนุง่ โสร่ง โดดเด่นด้านการเป็น หมู่บ้านศีล 5 และจะจัดงานปริวาสกรรมอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี วัดโพธิ์กระสังข์ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านโพธิก์ ระสังข์ มีพระมหาเจดียภ์ ทั รธุตงั คธาตุ (พระธาตุโพธิก์ ระสังข์) และมีรูปหล่อจ�าลอง “พระครูโพธาธิมุต” เดือนเมษายนของทุกปีจะมี ประเพณีสรงน�า้ พระธาตุและพระครูโพธาธิมตุ เป็นประเพณีทเี่ คารพนับถือ และเลื่อมใสศรัทธาของเหล่าพุทธศาสนิกชนต�าบลโพธิ์กระสังข์

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 206

24/11/61 18:35:17


ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เทศบาลต�าบลโพธิก์ ระสังข์ ได้จดั ท�า “ศูนย์เรียนรูเ้ ศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่ ง ใช้ เ ป็ น ศู น ย์ บ ริ ก ารและถ่ า ยทอดเทคโนโลยี ก ารเกษตรประจ� า ต�าบลโพธิก์ ระสังข์ จุดเริม่ ต้นในการจัดท�าศูนย์ฯ มาจากนายสุบนิ งอนสวัน นายกเทศมนตรี และนายส�ารอง บ�าเพ็ญ ปลัดเทศบาล ได้มีแนวคิด ที่จะส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้านที่ว่างงานหลังจากฤดูการเก็บเกี่ยว เพื่อลดปัญหาการว่างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ จากการสั ง เกตวิ ถี ชี วิ ต ของชาวบ้ า นส่ ว นใหญ่ ที่ ท� า มาหากิ น โดยอาศัยแหล่งน�้า และพืชผักตามธรรมชาติ เทศบาลฯ จึงเล็งเห็นว่า กุ้งฝอย เป็นสัตว์ที่มีรสชาติอร่อย สามารถท�าอาหารได้หลากหลาย ประกอบกับเลี้ยงง่ายโตเร็ว เทศบาลฯจึงได้ประสานกับนายประดิษฐ์ จันทะสน(อดีต ผญ.หมู่ 9) ผู้น�าชุมชนพื้นที่ที่ชาวบ้านประกอบอาชีพ ดักกุ้งฝอยอยู่แล้ว โดยได้ออกประชาคมและแนะน�าอาชีพ “โครงการ เลี้ยงกุ้งฝอย” ให้กับชาวบ้านโนนคูณก่อน เพื่อเป็นหมู่บ้านต้นแบบ ซึ่ง อาศั ย พื้ น ที่ ส าธารณะบ้ า นโนนคู ณ ม.9(หลั ง เทศบาล) เป็ น ศู น ย์ การทดลองเลี้ยงกุ้งฝอย ซึ่งผลปรากฏว่า กุ้งฝอยเลี้ยงง่ายและโตเร็ว แค่ 2 เดือนก็สามารถจับขายได้ถึงกิโลกรัมละ 300 บาท นอกจากนี้ บริเวณพื้นที่บ่อกุ้งได้จัดท�าแปลงเกษตรผสมผสาน โดย น�าน�า้ ทีไ่ ด้จากการเลีย้ งบ่อกุง้ มารดน�า้ ผัก ซึง่ พืชผักทีป่ ลูกนีเ้ ป็นผักพืน้ บ้าน อาทิ ผักแว่นนา ผักแขยง พริก มะเขือ ขิง ข่า ตะไคร้ ฯลฯ ปัจจุบัน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ได้พัฒนาจนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงมีหลายหน่วยงานสนใจ เข้ามาเรียนรู้ที่แหล่งเรียนรู้เป็นจ�านวนมาก

สนใจสามารถติดต่อได้ที่

โทรศัพท์ 0-4566-5055 www.phokrasang.go.th

โทรสาร 0-4566-5022 Pks Phokrasangs

ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของ ทต.โพธิ์กระสังข์

ตุ๊กตาถักโครเชต์ 4 เผ่ า

โซดละเว (ผ้ า ไหมลายหางกระรอก)

เสื่ อกกทอมื อ

ตุ๊กตาถักโครเชต์ 4 เผ่า ในจังหวัดศรีสะเกษ คือ ส่วย เขมร ลาว และเยอ ผลิตโดยกลุ่มประดิษฐ์ของช�าร่วยของที่ระลึกบ้านโพธิ์กระสังข์ หมู่ที่ 2 โทร 08-5208-9353 (คุณสมลักษณ์) “โซดละเว หรือผ้าไหมลายหางกระรอก” ของชาวกวย ผลิตโดยกลุ่มเยาวชนกอนกวยโซดละเว บ้านแต้พัฒนา หมู่ที่ 11 โทร 09-8597-2149 เสื่อกกทอมือ ผลิตโดยกลุ่มชาวบ้านโคกพยอม หมู่ที่ 4 ส�านักงานเทศบาลต�า บลโพธิ์กระสังข์ หมู่ที่ 9 ต�า บลโพธิ์กระสังข์ อ�า เภอขุน หาญ จังหวัดศรีสะเกษ 33150 SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 207

207

24/11/61 18:35:39


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบเทศบาลต�าบล

เทศบาลตำาบลโนนสูง “โนนสู ง รั ก ท้ อ งถิ่ น พื้ น ดิ น เกษตรอิ น ทรี ย ์ ผลิ ต ภั ณ ฑ์ ผ ้ า ทอมื อ ใช้ ค วามร่ ว มมื อ พั ฒ นาเศรษฐกิ จ ใช้ ทั ก ษะชี วิ ต ดู แ ลสุ ข ภาพ ภายใต้ ค วามร่ ว มมื อ เวที ป ระชาคม” วิ สั ย ทั ศ น์ เ ทศบาลต� า บลโนนสู ง

ประวัติเทศบาลต�าบลโนนสูง เทศบาลต�าบลโนนสูงเดิมเป็นสภาต�าบลโนนสูง และประกาศเป็น องค์การบริหารส่วนต�าบลโนนสูง เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2539 ต่ อ มาได้ รั บ การจั ด ตั้ ง เป็ น เทศบาลขนาดเล็ ก ตามประกาศจาก กระทรวงมหาดไทย เรื่อง จัดตั้งองค์การบริหารส่วนต�าบลโนนสูง อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเทศบาลต�าบลโนนสูง เมื่อวันที ่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2552 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หน้า 43 เล่มที ่ 127 ตอนที่ 14 ก ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553

208

2

สิน ค้าประจ�าเทศบาลต�าบลโนนสูง

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 208

23/11/61 21:17:02


กลุ่มที่เทศบาลต�าบลโนนสูงหรือหน่วยงานของรัฐบาลจัดตั้งขึ้น 1. กลุ่มพัฒนาสตรีต�าบล 1 กลุ่ม 200 คน 2. อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน 4 รุ่น 120 คน 3. ศูนย์พัฒนาครอบครัวชุมชนต�าบลโนนสูง 1 ศูนย์ 4. หมู่บ้าน อพป. 3 หมู่บ้าน (บ้านกระเบา กระเจา หนองบัว) 5. อสม. 147 คน 6. กองทุนสวัสดิการชุมชน 1 กองทุน 7. กองทุนหลักประกันสุขภาพ 1 กองทุน 8. ชมรมผู้สูงอายุต�าบลโนนสูง 531 คน 9. คณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรี 1 กลุ่ม 10. ศูนย์ยุติธรรมชุมชนต�าบลโนนสูง 1 ศูนย์ 11. ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน 1 ศูนย์

นายประดิ ษ ฐ์ นาคพั น ธ์ นายกเทศมนตรีต�าบลโนนสูง

ข้อมูลทั่วไป เทศบาลต�าบลโนนสูง มีเนื้อที่ทั้งหมด 33.9 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 21,187.5 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มทางทิศตะวันตก เฉียงใต้ลาดต�่าลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หมู่บ้านที่อยู่ในบริเวณ ดังกล่าวได้แก่ หมู่ที่ 3, 7, 8 พื้นที่เหมาะแก่การปลูกข้าวและหมู่บ้าน ในบริเวณพื้นที่ราบได้แก่ หมู่ที่ 1, 4, 5, 6 และ 9 เหมาะแก่การ ปลูกข้าว มีประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ต�าบล เขตการปกครอง จ�านวนหมู่บ้าน 9 หมู่บ้าน มีหมู่บ้านในเขต เทศบาลเต็มทั้งหมู่บ้าน 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3, 4, 5, 6, 7, 8 และ หมู่บ้านในเขตเทศบาลบางส่วน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1, 2, 9 ประชากร มีประชากรทั้งสิ้น 4,686 คนแยกเป็นชาย 2,352 คน หญิง 2,334 คน มีความหนาแน่นเฉลี่ย 88 คน/ตารางกิโลเมตร มีครัวเรือนจ�านวน 1,089 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ เดือน กันยายน พ.ศ.2561)

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

สวนทุเรียนพรประเสฐิ 2

.indd 209

209

23/11/61 21:17:14


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลโพธิ์วงศ์ “ โพธิ์ ว งศ์ เมื อ งเกษตรงาม สื บ สานประเพณี วั ฒ นธรรม ผู ้ ค นรั ก สามั ค คี สายธารชี วี ห นองกระมั ล ” วิสัยทัศน์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนต�าบลโพธิ์วงศ์

ข้ อ มู ล ทั่ วไป องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลโพธิ์ ว งศ์ มี พ้ื น ที่ โ ดยประมาณ 22 ตารางกิ โ ลเมตร หรื อ 23,506.25 ไร่ สภาพพื้ น ที่ ส ่ ว นใหญ่ เ ป็ น พื้นที่ราบลุ่มประมาณ 70% ของพื้นที่ เหมาะแก่การท�าการเกษตร และมีแหล่งน�้าตามธรรมชาติ ได้แก่ หนองกระมัล ห้วยทา คลองหญ้า หนองแว้ง หนองจอก หนองสาหร่าย ซึ่งส่วนใหญ่จะแห้งและตื้นเขิน ในหน้าแล้ง ทรัพยากรป่าไม้จะมีต้นไม้เหลือประมาณ 20% ส่วนใหญ่ เป็นไม้ยืนต้นตามทุ่งนาและป่าช้า ทรัพยากรดิน มีลักษณะดินร่วน ปนทราย คุณภาพดินอยู่ในเกณฑ์ดีใช้ในการปลูกพืชได้ผลดี

210

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 210

วัดโนนส�าเริง

24/11/61 09:23:42


คณะผู้บริหาร นายบุญยืน สิทธิพันธ์ นายสุน ไชยชาติ นางนิตยา จันทะมั่น นายสุรพันธ์ สุดใจ

นายก อบต.โพธิ์วงศ์ รองนายก อบต.โพธิ์วงศ์ รองนายก อบต.โพธิ์วงศ์ เลขานุการนายก อบต.โพธิ์วงศ์

ด้านการปกครอง ต�าบลโพธิ์วงศ์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 หมู่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านโพธิ์วงศ์ หมู่ที่ 2 บ้านเขวา หมู่ที่ 3 บ้านกระมัล หมู่ที่ 4 บ้านปรือ หมู่ที่ 5 บ้านตาหมื่น หมู่ที่ 6 บ้านกระมัลพัฒนา หมู่ที่ 7 บ้านโนนแดง หมู่ที่ 8 บ้านโนนสันติสุข มี ป ระชากรทั้ ง สิ้ น 6,374 คน แบ่ ง เป็ น เพศชาย 3,154 คน เพศหญิง 3,220 คน มีครัวเรือนจ�านวน 1,496 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2559 ส�านักทะเบียนอ�าเภอขุนหาญ)

นายบุ ญ ยื น สิ ท ธิ พัน ธ์ นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลโพธิ์วงศ์

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 211

211

24/11/61 09:23:49


โครงการอบรมส่ ง เสริ มสุ ข ภาพประชาชนและผู ้ สู ง อายุ

สภาพสั ง คม

ระบบเศรษฐกิจ

1.การศึ ก ษา ต�าบลโพธิ์วงศ์มีสถานศึกษาทั้งหมด 7 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ�านวน 2 แห่ง โรงเรียนระดับประถมศึกษา จ�านวน 3 แห่ง ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ�านวน 1 แห่ง 2.สาธารณสุข มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบลโพธิว์ งศ์ ตัง้ อยูท่ บี่ า้ นโพธิว์ งศ์ หมูท่ ี่ 1 3.การสั ง คมสังเคราะห์ องค์การบริหารส่วนต�าบลโพธิว์ งศ์ได้ดา� เนินการด้านสังคมสงเคราะห์ ด�าเนินการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ รับลงทะเบียนและประสานโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดู เด็กแรกเกิด ประสานการท�าบัตรผู้พิการ จัดท�าโครงการช่วยเหลือผู้ยากจน ผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และ ผู้ด้อยโอกาสไร้ที่พึ่ง

ประชากรในต�าบลโพธิ์วงศ์ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ท�านาคิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่ท�าการเกษตรทั้งหมด นอกนั้นใช้ปลูกพืชไร่ต่างๆ ได้แก่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชไร่ พืชผักสวนครัว ต่างๆ เลี้ยงสัตว์ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพรอง

212

ศาสนา ประเพณี วัฒ นธรรม 1. การนับถือศาสนา ประชากรส่วนใหญ่ของต�าบลโพธิ์วงศ์ นับถือศาสนาพุทธ และ มีศาสนสถานประจ�าต�าบลโพธิ์วงศ์ ได้แก่ วัดบ้านโพธิ์วงศ์ หมู่ที่ 1 วัดบ้านกระมัล หมู่ที่ 3 วัดบ้านปรือ หมู่ที่ 4 วัดบ้านตาหมื่น หมู่ที่ 5 วัดบ้านกระมัลพัฒนา หมู่ที่ 6

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 212

24/11/61 09:23:54


2. ประเพณี แ ละงานประจ�าปี งานประเพณีของต�าบลโพธิ์วงศ์ที่รู้จักกันทั่วไป คือ งานประเพณี เข้าพรรษา งานบุญสังฆทานของแต่ละหมู่บ้าน ประเพณีออกพรรษา (ตักบาตรเทโว) งานประเพณีแซนโฎนตา สารทเขมร วันสงกรานต์ และประเพณีวันลอยกระทง ซึ่งเป็นลักษณะการจัดงานแต่ละหมู่บ้าน แยกกันจัด ไม่ได้เป็นการรวมกันจัดเป็นงานเดียว 3. ภู มิป ั ญ ญาท้องถิ่น ภาษาถิ่น ประชาชนในต�าบลโพธิว์ งศ์ได้อนุรกั ษ์ภมู ปิ ญ ั ญาท้องถิน่ ทีส่ บื ทอดกันมา ตั้งแต่บรรพบุรุษ ได้แก่ การท�าเครื่องจักสานใช้ส�าหรับในครัวเรือน วิธีการเลี้ยงไหมและการทอผ้าไหม 4. ภาษาถิ่ น มีภาษาถิ่นคือ ภาเขมร ภาษาลาว(ภาษาอีสาน) 5. สิ น ค้ า พื้ นเมืองและของที่ระลึก ประชาชนในเขตต� า บลโพธิ์ ว งศ์ ไ ด้ ผ ลิ ต ของใช้ พื้ น เมื อ งขึ้ น เพื่ อ ใช้ในครัวเรือน และเหลือเอาไว้จ�าหน่ายบ้าง ได้แก่ ผ้าไหมทอมือ

พันธกิจ 1. สร้างความสงบเรียบร้อยภายในต�าบล มีความเป็นระเบียบร่มรื่น ด้วยพื้นที่สีเขียว 2. ส่งเสริมการค้า การลงทุน การเกษตรให้ได้มาตรฐาน 3. ส่งเสริมสุขภาพ สนับสนุนการศึกษา และกีฬาในระดับต�าบล อ�าเภอ และจังหวัด 4. พัฒนาระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการให้ครอบคลุมทุกหมูบ่ า้ น 5. บูรณาการการท�างานของหน่วยงานราชการ เพื่อขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์การพัฒนาต�าบลให้บรรลุผลสัมฤทธิ์

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 213

213

24/11/61 09:24:06


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลไพร “ มุ่งพัฒนาการศึกษา รักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนาชุมชน น�าเยาวชนห่างไกลยาเสพติด เสริมสร้างคุณภาพชีวิต สู่สังคมอยู่ดีมีสุข ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ” วิ สั ย ทั ศ น์ ก ารพั ฒ นาขององค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลไพร

องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลไพร ตั้ ง อยู ่ ห มู ่ ที่ 2 ต� า บลไพร อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ติดถนนทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชั ย - เดชอุ ด ม) ห่ า งจากที่ ว ่ า การอ� า เภอขุ น หาญ ประมาณ 11 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากจังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 61 กิโลเมตร ต�าบลไพรมีพื้นที่ประมาณ 50.80 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 34,000 ไร่ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่มสลับที่ดอน เป็นพื้นที่สูง ทางทิศตะวันออก เหมาะกับการปลูกพืชไร่ เช่น ยางพารา และไม้ผล เช่น เงาะ ทุเรียน เนื่องจากพื้นที่ต�าบลไพรเป็นพื้นที่ภูเขาไฟเก่า จัดเป็น ดิ น ร่ ว นปนทรายสีแดงและสีด�า ที่มีความอุด มสมบูรณ์สูง ส่วนทิศใต้ จะเป็ น ที่ ร าบลุ ่ ม มี ล� า ห้ ว ยทาไหลผ่ า นพื้ น ที่ ต� า บลไพรตลอดปี เหมาะส�าหรับการท�านา

นายชาญชั ย จัน ดี

นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลไพร

214

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 214

23/11/61 21:57:03


ผลการด�าเนินงานที่โดดเด่น

โครงการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าโซลาเซลล์ (1 กันยายน 2561)

รัฐบาลมีนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลดการใช้พลังงาน เพื่อช่วยชาติประหยัดพลังงานและงบประมาณ นายกองค์การบริหาร ส่วนต�าบลไพร จึงมีนโยบายการประหยัดพลังงานโดยการติดตั้งระบบ ผลิ ต กระแสไฟฟ้ า ด้ ว ยพลั ง งานแสงอาทิ ต ย์ เพื่ อ ใช้ ใ นส� า นั ก งานฯ ในช่วงกลางวัน ซึ่งจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าไฟฟ้า ปกติเดือนละประมาณ 20,000 บาท แต่ในปัจจุบนั มีการจ่ายค่าไฟฟ้า ประมาณเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ประมาณเดือนละ 5,000 บาท

ประโยชน์ของโซลาเซลล์ 1. เป็นการใช้พลังงานจากธรรมชาติโดยแท้จริง ไม่ตอ้ งผ่านกระบวนการ สังเคราะห์ที่มีควัน หรือมีก๊าซใดๆ ท�าให้ไม่ก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้ 2. เป็นพลังงานที่ใช้แล้วไม่มีวันหมด 3. ป้องกันการเกิดมลภาวะในทุกด้าน เช่น ไม่มีมลพิษทางเสียง ไม่มีการปล่อยควันหรือว่าน�้าเสีย ไม่มีการปล่อยของเสียใดๆ จึงถือว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างมาก 4. อายุการใช้งานยาวนาน ประมาณ 25 ปี 5. เป็นแหล่งเรียนรู้ของทางราชการ ซึ่งแต่ละหน่วยงานสามารถ มาขอรับข้อมูลในการตัดสินใจใช้พลังงานสะอาดนี้

สถานีวิทยุองค์การบริหารส่วนต�าบลไพร (บริการสาธารณะ) คลื่นความถี่ 90.00 MHz.

เริ่มทดลองประกอบกิจการครั้งแรกวันที่ 7 มกราคม 2556 ออกอากาศเวลา 06.00 น. - 18.00 น. ทุกวัน ตามนโยบายผู้อ�านวยการสถานีวิทยุองค์การบริหารส่วนต�าบลไพร 1. เพื่อเสนอข้อมูลข่าวสารทางราชการ 2. เพือ่ ถ่ายทอดความรู ้ ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารจากกรมประชาสัมพันธ์ รายการสาระน่ารู้ เกร็ดความรู้ต่างๆ 3. เพื่อให้ความบันเทิง การเสนอรายการทางวิทยุกระจายเสียง เพื่ อ ให้ ค วามบั น เทิ ง แก่ ผู ้ ฟ ั ง แม้ จ ะมิ ใ ช่ วั ต ถุ ป ระสงค์ ห ลั ก แต่ ก็ มี ความส�าคัญและมีผู้ให้ความส�าคัญไม่น้อยไปกว่าในวัตถุประสงค์อ่ืนๆ 4. ประชาสัมพันธ์ การประชาสัมพันธ์องค์กรต่างๆ มูลนิธิต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ในพื้นที่

ศูนย์จัดการศัตรูพืช

ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 104 หมู ่ ที่ 6 บ้ า นปุ น ต� า บลไพร อ� า เภอขุ น หาญ จังหวัดศรีสะเกษ

กิจกรรมหลักที่ท�า การผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า การผลิตเชื้อราพิงเจอร์เรีย การเลี้ยงปลาในสระและกระชัง

การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การเลี้ยงเป็ดบาบารี่

ติดต่อประธานศูนย์ นางพรวิ ไลย์ สุริยะ โทร 08-1075-7594 SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 215

215

23/11/61 21:57:14


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลภูฝ้าย องค์การบริหารส่วนต�าบลภูฝ้าย อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ตัง้ อยูห่ า่ งจากทีว่ า่ การอ�าเภอขุนหาญไปทางทิศตะวันออก เป็นระยะทาง ประมาณ 15 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 23,875.25 ไร่ ประกอบด้วย 8 หมูบ่ า้ น

“ภู ฝ ้ า ยล�้ า ค่ า สุ พ รรณิ ก าร์ น ่ า ชม หนองช� า ชะอม ตระการตา เหล่ า ประชาสามั ค คี ” ค�ำขวัญองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลภูฝ้ำย

“พัฒนาและส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ประเพณีวัฒนธรรม จัดกิจกรรมกลุม่ อาชีพอย่างยัง่ ยืน พลิกฟืน้ วิถเี กษตรอินทรีย์ มีบริการประชาชนขั้นพื้นฐาน เสริมสร้างคุณภาพชีวิต ร่วมคิดในการบริหารจัดการ ได้มาตรฐานด้านกีฬา” วิสัยทัศน์การพัฒนาองค์การบริหารส่วนต�าบลภูฝ้าย

เกจิดังแห่งวัดบ้านหนองจิก อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ

นายพู ล สุ ข ติ งสะ

นำยกองค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลภูฝ้ำย

216

2

หลวงปู่แสน ปสนฺโน วัดบ้านหนองจิก อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ได้รับ การขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งเขาภูฝ้ายใกล้ชายแดนเขมร” ปัจจุบัน อายุ 110 ปี สุขภาพร่างกายยังแข็งแรง เดินไปไหนมาไหนได้ปกติ และทุกวัน จะมีข้าราชการ ต�ารวจ ทหาร เข้ากราบไหว้ไม่ขาดสาย “แสน คุม้ ครอง” เป็นชื่อและนามสกุลเดิมของหลวงปู่แสน เกิดวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2454 ระหว่ า งบวชเณรได้ ไ ปศึ ก ษาเรี ย นหนั ง สื อ กั บ หลวงพ่ อ มุ ม วัดปราสาทเยอใต้ จนจบป.4 และได้เรียนต�าราพระเวชจากหลวงพ่อมุม ทั้งภาษาขอม ภาษาธรรมบาลี จนเก่งกล้าวิชา กระทั่งอายุ 21 ปี ได้เข้า บรรพชาอุปสมบทที่วัดบ้านโพง ได้นิมนต์หลวงพ่อมุม อินทปญโญ วัดปราสาทเยอ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

ver.2.indd 216

24/11/2561 13:47:14


แหล่งท่องเที่ยวที่ส�าคัญ ปราสาทภูฝ้าย/ปราสาทพนมกะบาร์ ภูเขาฝ้าย หรือที่ ภาษาเขมรเรียกว่า “พนมกะบาร์” เป็นภูเขา หินแกรนิตที่โผล่ขึ้นจากพื้นที่ราบ และมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีต้น ฝ้ายป่าเกิดปกคลุมภูเขาทัง้ ลูก และออกดอกสีเหลืองบานสะพรัง่ ในฤดูหนาว ปราสาทหินภูฝ้าย หรือ ปราสาทพนมกะบาร์ เป็นปราสาทหินก่อ ด้วยศิลาแลงและหินสลักจากภูเขาฝ้าย สันนิษฐานว่าสร้างตามแบบ ปรางค์กู่ สมัยลพบุรี มีประตูท�าด้วยศิลาแลง 1 บาน มีกรอบประตูทั้ง 2 ด้าน มีศลิ าจารึกอักษรสันสกฤต ปัจจุบนั คงเหลือแต่ฐานและร่องรอย การก่ออิฐย่อมุม มีทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์ เป็นศิลปะขอมโบราณ ซึ่งปัจจุบันทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์ ได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่ วัดสุพรรณรัตน์ ต�าบลพราน ทางอ� า เภอขุ น หาญจึ ง จั ด ให้ เ ป็ น แหล่ ง ท่ อ งเที่ ย ว เมื่ อ ถึ ง เดื อ น กุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี ดอกฝ้ายจะบานสะพรั่ง เหลืองอร่ามดูแล้ว สวยงาม และเมื่ อ ถึ ง เดื อ นเมษายนของทุ ก ปี ชาวอ� า เภอขุ น หาญ ประกอบด้วย ต�าบลสิ, ต�าบลโพธิ์วงศ์, ต�าบลพราน และต�าบลภูฝ้าย เป็นหลัก ได้จัดงานประจ�าปีเทศน์มหาชาติ เชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง ซึ่งก็คืองานบุญผะเหวด และประเพณีการขึ้นภูเขาฝ้าย เพื่อนมัสการ หลวงพ่ อ ใหญ่ เป็ น ประจ� า ทุ ก ปี โดยมี ก ารจั ด ขบวนช้ า งในการแห่ พระเวสสันดร และประเพณีการขึ้นภูเขาฝ้าย เพื่อนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งบนภูเขาฝ้ายก็จะมีทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์ เป็นศิลปะของขอม โบราณ มีถ�้าพระ ถ�้าค้างคาวและสระน�้าโบราณ รอยพระพุทธบาท จ�าลอง หลวงพ่อใหญ่

หมู่บ้านวัฒนธรรมขะแมร์ วันที ่ 3 เมษายน 2557 ทีบ่ า้ นกุดนาแก้ว ต�าบลภูฝา้ ย อ�าเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด ศรีสะเกษ เปิดหมู่บ้านท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขะแมร์ศรีสะเกษ โดยมี นายพูลสุข ติงสะ นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลภูฝา้ ย น�าชนเผ่าขะแมร์ ต�าบลภูฝ้าย ร่วมให้การต้อนรับ น�าเยี่ยมชมกิจกรรมประเพณีท้องถิ่น พื้นบ้านชนเผ่าขะแมร์ เยี่ยมชมกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงการปลูกผัก รัว้ กินได้แบบชนเผ่าขะแมร์บา้ นกุด นาแก้ว ชมการทอผ้าไหมลายพืน้ เมือง ขะแมร์ ชมการต�าข้าวเปลือกด้วยครกซ้อมมือแบบโบราณ และเยี่ยมชม การสาธิตการปรุงอาหารพื้นบ้านชนเผ่าขะแมร์ โดยจังหวัดศรีสะเกษได้คดั เลือกให้เป็นหมูบ่ า้ นต้นแบบชนเผ่าขะแมร์ ศรีสะเกษ โดยพื้นเพของชุมชนหมู่บ้านกุดนาแก้วส่วนใหญ่เป็นชนเผ่า ขะแมร์ มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเขมร ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูด การแต่งกาย บ้านเรือน ความเป็นอยู่ อาชีพ ตลอดถึงความเชื่อและประเพณีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การบูชาและนับถือผีปู่ตาประจ�าหมู่บ้าน (ตาจ�ารูน) การบูชาและนับถือมะม๊ด ประเพณีแซนโฎนตา (สารทขะแมร์) ยังคง อัตลักษณ์ความเป็นขะแมร์ได้อย่างสมบูรณ์ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

2

ver.2.indd 217

217

24/11/2561 13:47:21


เมืองวิถีพุทธ วิถีแห่งควำมสงบสุข ศรีนครล�ำดวน

อ�ำเภออุทุมพรพิสัย วัดกระเบา หมู่ 5 ต�าบลขะยูง วัดเกษมสุข หมู่ 7 ต�าบลตาเกษ วัดขนวน หมู่ 3 ต�าบลหนองอึ่ง วัดขะยูง หมู่ 1 ต�าบลขะยูง วัดขีเ้ หลก้ หมู่ 3 ต�าบลรังแร้ง วัดคอ้ ยางหลอ่ หมู่ 8 ต�าบลหัวช้าง วัดโคกกลาง ม.9 ต�าบลอีหล�า วัดโคกหลา่ ม หมู่ 4 ต�าบลโคหลา่ ม วัดจ�าปาโนนสูง หมู่ 6 ต�าบลแขม วัดเจริญธรรม หมู่ 5 ต�าบลหนองหา้ ง วัดเจียงวงษ์ หมู่ 11 ต�าบลหนองห้าง วัดซุงงู หมู่ 7 ต�าบลปะอาว วัดไตรมาศ หมู่ 2 ต�าบลรังแร้ง วัดทองเทพ หมู่ 2 ต�าบลแขม วัดทุง่ ไชย ( ชัยมงคล) หมู่ 2 ต�าบลทุง่ ไชย วัดทุง่ สวา่ ง หมู่ 6 ต�าบลตาเกษ วัดเทพปราสาท หมู่ 4 ต�าบลขะยูง วัดธรรมะประชาสันติ หมู่ 10 ต�าบลสระก�าแพงใหญ่ วัดธรรมะประชาสันติ ต�าบลสระก�าแพงใหญ่ วัดธาตุนอ้ ย หมู่ 10 ต�าบลกา้ นเหลือง วัดนานวน หมู่ 2 ต�าบลโคกหลา่ ม วัดนาโนน หมู่ 3 ต�าบลหนองไฮ วัดโนนกลาง หมู่ 4 ต�าบลแข้ วัดโนนเค็ง หมู่ 6 ต�าบลหนองไฮ วัดโนนดู่ หมู่ 5 ต�าบลอีหล�า วัดโนนแดงพัฒนาราม หมู่ 14 ต�าบลกา้ นเหลือง วัดโนนอ้ ย หมู่ 9 ต�าบลโคกหลา่ ม วัดโนนเปื อย หมู่ 12 ต�าบลอีหล�า วัดโนนยาง หมู่ 3 ต�าบลอีหล�า วัดโนนสาย หมู่ 5 ต�าบลแขม วัดโนนใหญ่ หมู่ 5 ต�าบลโพธิช์ ัย วัดบา้ นกระจ๊ะ หมู่ 7 ต�าบลโคกหลา่ ม วัดบา้ นกลาง หมู่ 4 ต�าบลขะยูง วัดบา้ นกอก หมู่ 6 ต�าบลหัวช้าง วัดบา้ นกอก หมู่ 6 ต�าบลหัวช้าง วัดบา้ นกอก หมู่ 11 ต�าบลปะอาว วัดบา้ นกอ่ หนองหวา้ หมู่ 9 ต�าบลหนองไฮ วัดบา้ นกุง หมู่ 2 ต�าบลหัวช้าง วัดบา้ นเขวา หมู่ 4 ต�าบลทุง่ ไชย วัดบา้ นแข้ หมู่ 1 ต�าบลแข้ วัดบา้ นคอ้ หมู่ 6 ต�าบลรังแร้ง วัดบา้ นคอ้ หมู่ 3 ต�าบลสระก�าแพงใหญ่ วัดบา้ นโคก หมู่ 7 ต�าบลทุง่ ไชย วัดบา้ นโคกกลางนอ้ ย หมู่ 4 ต�าบลอีหล�า วัดบา้ นจิก หมู่ 2 ต�าบลอีหล�า วัดบา้ นช�า หมู่ 5 ต�าบลรังแร้ง

218

5.

วัดบา้ นดง หมู่ 2 ต�าบลโพธิช์ ัย วัดบา้ นดู่ หมู่ 4 ต�าบลปะอาว วัดบา้ นตลาด หมู่ 11 ต�าบลส�าโรง วัดบา้ นแต้ หมู่ 1 ต�าบลแต้ วัดบา้ นโตะ๊ หมู่ 4 ต�าบลโพธิช์ ัย วัดบา้ นนกเจ่า หมู่ 1 ต�าบลรังแร้ง วัดบา้ นเนียม หมู่ 3 ต�าบลขะยูง วัดบา้ นโนน หมู่ 8 ต�าบลรังแร้ง วับา้ นโนน หมู่ 2 ต�าบลแข้ วัดบา้ นโนน หมู่ 8 ต�าบลแขม วัดบา้ นโนนเปื อย หมู่ 6 ต�าบลแข้ วัดบา้ นโนนสูง หมู่ 10 ต�าบลอีหล�า วัดบา้ นบอน หมู่ 6 ต.อุทุมพรพิสัย วัดบา้ นปะหละ หมู่ 8 ต�าบลปะอาว วัดบา้ นผือนอ้ ย หมู่ 9 ต�าบลรังแร้ง วัดบา้ นฝาง หมู่ 5 ต�าบลปะอาว วัดบา้ นพลับ หมู่ 6 ต�าบลปะอาว วัดบา้ นเพ็ก หมู่ 7 ต�าบลรังแร้ง วัดบา้ นมว่ ง หมู่ 12 ต�าบลแต้ วัดบา้ นยาง หมู่ 11 ต�าบลโคกจาน วัดบา้ นสมอ หมู่ 9 ต�าบลโพธิช์ ัย วัดบา้ นแสง หมู่ 5 ต�าบลโคกหลา่ ม วัดบา้ นหนองไฮ หมู่ 1 ต�าบลหนองไฮ

วัดบา้ นห่อง หมู่ 2 ต�าบลปะอาว วัดบา้ นหอย หมู่ 10 ต�าบลหัวช้าง วัดบา้ นเหงีย่ ง หมู่ 10 ต�าบลแขม วัดบา้ นเหงีย่ ง หมู่ 6 ต�าบลโคกหลา่ ม วัดประชานิมิต หมู่ 7 ต�าบลก�าแพง วัดป่าเทพนิมิต หมู่ 4 ต�าบลแขม วัดป่าบา้ นกลาง หมู่ 9 ต�าบลหัวช้าง วัดป่าบา้ นแก หมู่ 2 ต�าบลส�าโรง วัดป่าพุทธนิมิต หมู่ 7 ต�าบลหนองห้าง วัดป่าหนองหวาย หมู่ 10 ต�าบลโคกจาน วัดพงพรต หมู่ 3 ต�าบลหนองห้าง วัดโพธิช์ ัย หมู่ 1 ต�าบลโพธิช์ ัย วัดโพธิศ์ รีกา้ นเหลือง หมู่ 1 ต�าบลกา้ นเหลือง วัดโพธิศ์ รีโคกจาน หมู่ 1 ต�าบลโคกจาน วัดโพธิศ์ รีสุธาราม หมู่ 6 ต�าบลอีหล�า วัดโพนทอง หมู่ 1 ต�าบลแขม วัดโพนเมือง หมู่ 7 ต�าบลขะยูง วัดมว่ ง หมู่ 5 ต�าบลแต้ วัดยางนอ้ ย หมู่ 8 ต�าบลตาเกษ

วัดยางเอือด หมู่ 12 ต�าบลส�าโรง วัดรังแร้ง หมู่ 4 ต�าบลรังแร้ง วัดเวฬุวัน หมู่ 1 ต�าบลแข้ วัดศรีแกว้ หมู่ 1 ต�าบลศรีแกว้ วัดศรีมงคลรัตนาราม หมู่ 8 ต�าบลโคกจาน วัดศรีอุทุมพร หมู่ 15 ต�าบลส�าโรง วัดสม้ ป่อย หมู่ 2 ต�าบลส�าโรง วัดสระก�าแพงใหญ่ หมู่ 1 ต�าบลสระก�าแพงใหญ่ วัดสระภู หมู่ 1 ต�าบลก�าแพง วัดสร้างแกว้ หมู่ 11 ต�าบลอีหล�า วัดสร้างเรือ หมู่ 5 ต�าบลห้วยทับทัน วัดสวนฝ้าย หมู่ 9 ต�าบลส�าโรง วัดสะเดา หมู่ 8 ต�าบลโพธิช์ ัย วัดกงพาน หมู่ 5 ต�าบลกา้ นเหลือง วัดกระเบา หมู่ 5 ต�าบขะยูง วัดส�าโรงนอ้ ย หมู่ 4 ต�าบลหัวช้าง วัดส�าโรงนอ้ ย หมู่ 6 ต�าบลหนองหา้ ง วัดส�าโรงใหญ่ หมู่ 1 ต�าบลส�าโรง วัดสุทธิเทพวนาราม หมู่ 1 ต�าบลแขม วัดสุเทพนิมิต หมู่ 5 ต�าบลสระก�าแพงใหญ่

วัดแสนคูณ หมู่ 6 ต�าบลโคกจาน วัดหนองแคน หมู่ 2 ต�าบลขะยูง วัดหนองดีปลี หมู่ 2 ต�าบลหนองไฮ วัดหนองเตา่ หมู่ 6 ต�าบลก�าแพง วัดหนองแต้ หมุ่ 5 ต�าบลทุง่ ไชย วัดหนองบัว หมู่ 7 ต�าบลหนองห้าง วัดหนองยาง หมู่ 6 ต�าบลขะยูง วัดหนองลุง หมู่ 4 ต�าบลตาเกษ วัดหนองหญา้ ปลอ้ ง หมู่ 4 ต�าบลหนองห้าง วัดหนองหยอด หมู่ 3 ต�าบลแต้ วัดหนองหวา้ หมู่ 5 ต�าบลหัวช้าง วัดหนองห้าง หมู่ 2 ต�าบลหนองห้าง วัดหนองเหล็ก หมู่ 8 ต�าบลกา้ นเหลือง วัดหนองเหล็ก หมู่ 7 ต�าบลอีหล�า วัดหนองเหล็ก หมู่ 18 ต�าบลตาเกษ วัดหนองใหญศ่ ิลาราม หมู่ 8 ต�าบลแขม วัดหัวช้าง หมู่ 1 ต�าบลหัวช้าง วัดอ้อมแกว้ หมู่ 7 ต�าบลกา้ นเหลือง วัดละอาง หมู่ 5 ต�าบลแข้ วัดอีห่ ล�า หมู่ 1 ต�าบลอีหล�า

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 218

24/11/2561 20:58:35


HIST ORY OF BUDDHISM

บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดศรีสมบูรณ์รต ั นาราม สวนพุ ทธธรรมน�ำไทย พำใจเป็นสุข

พระครูวินัยธรศักดิ์มนตรี ปภสฺสโร

ด�ำรงต�ำแหน่งเจ้ำอำวำสวัดศรีสมบูรณ์รัตนำรำม วัดศรีสมบูรณ์รัตนาราม ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 5 เดือนพฤษภาคม 2555 มีหลวงปู่ค�าบุ คุตตจิตโต วัดกุดชมพู เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีพลตรีสมชาย เพ็งกรูด รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยการถวายทีเ่ ป็นพุทธบูชาของ คุณยายสมบูรณ์ บุญอิน นายสุรัต - นางทองสี วงรักษ์ พร้อมครอบครัวตระกูลวงรักษ์ ถวายให้พระครูวินัยธรศักดิ์มนตรี ปภสฺสโร (พระอาจารย์โชติ)ได้ ด�าเนินการสร้างเป็นโครงการพัฒนาสร้างศาสนสถานทางพระพุทธศาสนา และสนับสนุนงานพัฒนาสังคม ด�าเนินการสร้างเป็นระยะเวลา 4 ปี และขอแต่งตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 21 เดือนตุลาคม 2559 ถือได้ว่าเป็นวัดสุดท้ายในสมัยรัชกาลที่ 9 โดยพระครูวินัยธรศักดิ์มนตรี ปภสฺสโร ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดศรีสมบูรณ์รัตนาราม และเป็นเจ้าอาวาส รุ่นแรกในสมัยรัชกาลที่ 10 วัดศรีสมบูรณ์รตั นาราม ใช้เวลาสร้างได้รวดเร็วมากจากพลังศรัทธา ของสาธุชน โดยการน�าเป็นสะพานบุญจากพระอาจารย์โชติ มีเจ้าภาพหลัก ร่วมท�าบุญและสาธุชนทัว่ ประเทศ ร่วมแรงใจสร้างขึน้ มีพระราชกิตติรงั ษี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานทีป่ รึกษา มีนายประวิทย์ จารุรชั กุล นายก อบต. ส�าโรง นางกชพร จารุรัชกุล ก�านันต�าบลส�าโรง ผู้ใหญ่ บ้านหนองแคน และคณะกรรมการให้การสนับสนุน สวนพุทธธรรมน�าไทยพาใจเป็นสุข ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เจ้ า ภาพหลั ก คุ ณ ชนาธิ ป ตามสมั ย , คุ ณ ชั ย ยุ ท ธ อั ง ศุ วิ ท ยา, คุณแม่เบญจวรรณ จันทร์ฤกษ์, คุณแม่มาศ ขอสุข, คุณนิตยา บุญเกิด, ร้านสีทองอะไหร่รถยนต์ ศรีสะเกษ บันทึก

เสนาสนะ/สิ่งศัก ดิ์สิท ธิ์ วัดศรีสมบูรณ์รัตนาราม มีสิ่งปลูกสร้างและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาทิ ศาลา ศรีปภัสรัตนโชติองั ศุวทิ ยาคุณ อุโบสถศรีสมบูรณ์ ลานพุทธมงคล หลวง พ่อพระพุทธศรีศากยมุณี นาคะเศรษฐีโลกนาถ หลวงพ่อทันใจ และ ต้นค�าชะโนดซึ่งน�าจากวังนาคินทร์ ค�าชะโนด มาปลูก

โครงการส�าคัญ วัดศรีสมบูรณ์รัตนาราม มีโครงการพัฒนาทุกด้าน โดยมี พระครูวินัยธรศักดิ์มนตรี ปภสฺสโร เป็นประธานโครงการ เช่น โครงการอบรมจริยธรรม คุณธรรม โครงการสืบสานรักษาขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมไทย โครงการส่งเสริมงานพัฒนาสังคมในทุกๆ ด้าน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 219

219

23/11/61 11:27:28


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดป่าเวฬุ วัน ทั่วทุกทิศชาวประชาได้อาศัย พระครู วิจิตรสุคัน ธาภิรม เจ้ า อาวาสวัด ป่า เวฬุวัน เจ้ า คณะต�า บลก้า นเหลือ ง

วัดป่าเวฬุวัน ตั้งอยู่ที่บ้านแข้ ต�าบลแข้ อ�าเภออุทุมพรพิสัย จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ 220

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 220

26/11/61 13:24:38


ผู้ปกครองวั ดในปั จจุ บัน พระครูวิจิตรสุคันธาภิรม เจ้าคณะต�าบลก้านเหลือง เจ้าอาวาสวัดป่าเวฬุวัน อายุ 49 ปี พรรษา 26 นักธรรมชั้นเอก ประโยค 1 - 2 พุทธศาสตรบัณฑิต พระปลัดธนาทิพย์ ธนวิชฺโ ช เลขานุการเจ้าคณะอ�าเภออุทมุ พรพิสยั รองเจ้าอาวาสวัดป่าเวฬุวัน อายุ 26 ปี พรรษา 6 นักธรรมชั้นเอก ประโยค 1 - 2 พุทธศาสตรบัณฑิต พระครู วิ จิ ต รสุ คั น ธาภิ ร ม

พระปลั ด ธนาทิ พ ย์ ธนวิ ชฺ โ ช SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 221

221

26/11/61 13:24:56


ประวั ติ ความเป็น มา วั ด ป่ า เวฬุวัน หรือ วัดป่าบ้านแข้ ได้ส ร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2500 มีเนื้อที่ 84 ไร่ โดยมี หลวงปู่เผือ ฐานิสฺสโร พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดัง เป็ น ผู ้ ด� า ริ เ ริ่ ม สร้ า งวั ด ขึ้ น (หลั ง จากที่ อ อกเดิ น ธุ ด งค์ ป ฏิ บั ติ ธ รรม กลั บมาที่ บ ้ า นแข้ และได้ ม าปั ก กลดในป่ า ช้ า บ้ า นแข้ ) เพื่ อ ให้ เ ป็ น ที่ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน โดยใช้ชื่อว่า “วัดป่าแสนสุขอารมย์” ครั้น เจ้ า ประคุ ณ สมเด็ จ พระพุ ฒ าจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) ขณะ สมณศักดิ์ที่ พระพิมลธรรม ได้มาพักปฏิบัติธรรม ณ ที่แห่งนี้ เห็นว่า มีกอ่ ไผ่เป็นจ�านวนมาก และเหมาะแก่การปฏิบตั ธิ รรม จึงได้ประทานนาม ว่า “วัดป่าเวฬุวัน” ในการนี้หลวงปู่เผือ ฐานิสฺสโร และหลวงปู่เครื่อง สุภทฺโท ได้ด�าเนินการก่อสร้างวัดให้มีเสนาสนะเพียงพอต่อพระภิกษุ สามเณร และผู้ปฏิบัติธรรม โดยมีการสอนกรรมฐานเรื่อยมา จน พ.ศ.2529 หลวงปูเ่ ผือ ฐานิสสฺ โร ได้ถงึ แก่มรณภาพด้วยโรคชราวัย 94 ปี จึงมีหลวงปูเ่ ลีย่ ม ญาณวีโร ได้สบื ทอดเจตนารมณ์ปณิธานการปฏิบตั ธิ รรม

222

โดยได้มีการจัดงานปฏิบัติธรรมปริวาสกรรมมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมา ในปีพ.ศ.2539 หลวงปูเ่ ลีย่ ม ญาณวีโร ถึงแก่มรณภาพลง มีพระอาจารย์ บุญเส็ง อาภสฺสโร สานงานต่อในเจตนารมณ์ และสร้างเสนาสนะหลายอย่าง จนถึงปีพ.ศ.2549 พระอาจาย์ค�าหมาย คนฺธว�โส ได้เป็นผู้ดูแลวัดต่อมา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2550 ส�านักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติได้ประกาศตั้งวัด จึงมีพระอธิการค�าหมาย คนฺธว�โส เป็น เจ้าอาวาสรูปแรก และในปี พ.ศ.2555 ท่านได้รบั พระราชทานตัง้ สมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ในราชทินนามที่ พระครูวิจิตรสุคันธาภิรม (ค�าหมาย คนฺธว�โส) วัดป่าเวฬุวันได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 30 เดือน มีนาคม พ.ศ.2558 ขนาด 25 เมตร ยาว 40 เมตร โดยเป็นศูนย์รวมจิตใจ ของชาวบ้านแข้ โนนเปือย น�า้ ท่วม โนนขามป้อม ชาวอ�าเภออุทมุ พรพิสยั ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 222

26/11/61 13:25:24


บันทึก

ผู้ปกครองวัดในปัจจุบัน พระครูวิจิตรสุคันธาภิรม เจ้าอาวาส/เจ้าคณะต�าบลก้านเหลือง อายุ 49 ปี พรรษา 26 นักธรรมเอก ประโยค 1-2 พุทธศาสตรบัณฑิต

พระปลัดธนาทิพย์ ธนวิชฺโช

รองเจ้าอาวาส/เลขานุการเจ้าคณะอ�าเภออุทุมพรพิสัย อายุ 26 ปี พรรษา 6 นักธรรมเอก ประโยค 1-2 พุทธศาสตรบัณฑิต

งานบุญประจ�าปี วัดป่าเวฬุวันได้ก�าหนดให้มีงานปฏิบัติธรรมปริวาสกรรม ระหว่าง วันที่ 20 - 30 เดือนเมษายน ของทุกปี

อาคาร - เสนาสนะ อุโบสถ ขนาดกว้าง 12 เมตร ศาลาการเปรียญ 2 ชั้น ขนาดกว้าง 16 เมตร อาคารรับรอง ขนาดกว้าง 9 เมตร ศาลาอเนกประสงค์ ขนาดกว้าง 12 เมตร โรงครัว/ที่พักแม่ชี ขนาดกว้าง 12 เมตร หอบูรพาจารย์/พระใหญ่ ขนาดกว้าง 9 เมตร ลานธรรมสวนไผ่ ขนาดกว้าง 30 เมตร กุฏิสงฆ์ 25 หลัง ห้องน�้า 30 ห้อง

ยาว 27 เมตร ยาว 36 เมตร ยาว 15 เมตร ยาว 21 เมตร ยาว 12 เมตร ยาว 9 เมตร ยาว 40 เมตร

เวฬุวันไพรสถานบ้านแข้นี้ หากท่านใดได้เข้าพักอยู่สักครา เป็นสถานที่อบรมบ่มเพาะจิต ทั้งพระเณรและนักเรียนอยู่ใกล้ไกล เวฬุวันเป็นสถานอันร่มรื่น เหมาะแก่การเจริญสมถะวิปัสสนา เป็นที่ให้บ�าเพ็ญธรรมตามดูจิต ท�าจิตให้หลุดพ้นจากบ่วงมาร

มีสิ่งดีอยู่มากมายให้ค้นหา จะรู้ว่าเงียบสงบร่มเย็นดี ทั่วทุกทิศชาวประชาได้อาศัย ต่างได้ใช้ที่แห่งนี้บ�าเพ็ญธรรม สงัดเงียบทัง้ กลางวันกลางคืนหนา พาชีวามีความสุขพ้นทุกข์ภัย ท�าชีวิตให้มีค่ามหาศาล เป็นสถานอันสงบพบพระธรรม

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 223

223

26/11/61 13:25:47


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดหนองหญ้าปล้อง สถานที่เลื่อมใสศรัทธาของพุ ทธศาสนิกชน พระครูวาปีรัต นาภิวัฒ น์

เจ้าคณะต�าบลหนองห้าง, เจ้าอาวาสวัดหนองหญ้าปล้อง

วั ด หนองหญ้ า ปล้ อ ง ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 102 หมู ่ ที่ 4 บ้ า น หนองหญ้ า ปล้ อ ง ต� า บลหนองห้ า ง อ� า เภออุ ทุ ม พรพิ สั ย จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ สั ง กั ด คณะสงฆ์ ม หานิ ก าย

224

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 224

23/11/61 15:14:11


ประวั ติ ความเป็น มา วัดหนองหญ้าปล้อง ตั้งเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2393 ได้รับ พระราชทานวิสงุ คามสีมาเมือ่ วันที ่ 4 มีนาคม พ.ศ.2416 เขตวิสงุ คามสีมา กว้าง 14 เมตร ยาว 22 เมตร วัดหนองหญ้าปล้อง มีการพัฒนามาตามล�าดับด้วยแรงศรัทธา ของชาวบ้านหนองหญ้าปล้อง และผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปในการบูรณ ปฏิสังขรณ์ ทั้งเสนาสนะและสถานที่ ในปัจจุบันนี้มีการจัดลานวัดเป็น พื้นคอนกรีต ปลูกต้นไม้ร่มรื่น แลดูสะอาดตา เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป

ประวั ติ เ จ้ าอาวาส พระครูวาปีรัตนาภิวัฒน์ (น.ธ.เอก ศน.ม.) นามเดิม พระนันทพร อภิวฑฺฒโน(วิจิตร) เกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2516 บิดาชื่อ นายนวล วิจิตร มารดาชื่อ นางสว่าง วิจิตร บ้านเลขที่ 159 หมู่ที่ 4 ต�าบลหนองห้าง อ�าเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ บรรพชา/อุปสมบท เมื่ออายุ 25 ปี วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2541 ณ อุโบสถวัดหนองหญ้าปล้อง ต�าบลหนองห้าง อ�าเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีพระครูสุขุมธรรโมภาส เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสีลสังวรวิมล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระส่วน มุทุจิตฺโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ การศึกษา พ.ศ.2543 ได้นักธรรมชั้นเอก ส�านักเรียนคณะจังหวัดศรีสะเกษ พ.ศ.2550 ส�าเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต อุบลราชธานี พ.ศ.2553 ส� า เร็ จ การศึ ก ษาระดั บ ปริ ญ ญาโท ศาสนศาสตร มหาบัณฑิต(ศน.ม.) จากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขต ร้อยเอ็ด ด้านการปกครอง พ.ศ.2549 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองหญ้าปล้อง พ.ศ.2552 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองหญ้าปล้อง พ.ศ.2555 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะต�าบลหนองห้าง พ.ศ.2560 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ สมณศักดิ์ พ.ศ.2558 ได้รบั พระราชทานตัง้ สมณศักดิเ์ ป็นพระครูสญ ั ญาบัตร เจ้าคณะต�าบลชัน้ โท(จต.ชท.) ในราชทินนามที ่ “พระครูวาปีรตั นาภิวฒ ั น์”

พระครูวาปีรัตนาภิวัฒ น์

พรรษา ปี 2561

พรรษา ปี 2560

ล�าดับเจ้าอาวาส

บันทึก

1. 2. 3. 4. 5.

พระบุญนาค(ครูบาใหญ่บุญ) พระเกษ(พระอาจารย์เกษ) พระปิว(พระอาจารย์ปิว) พระภู(พระอาจารย์ภู) พระอธิการมี กิตฺติสทฺโท(พระครูกิตติสุนทร) พ.ศ.2506 - พ.ศ.2551 6. พระอธิการนันทพร อภิวฑฺฒโน(พระครูวาปีรัตนาภิวัฒน์) พ.ศ.2552 - ปัจจุบัน

เสนาสนะภายในวัด อุโบสถ 1 หลัง ศาลาการเปรียญ 1 หลัง ศาลาธรรมสังเวช 1 หลัง ศาลาพักผ่อน 1 หลัง กุฏิสงฆ์ 3 หลัง หอระฆัง 1 หลัง โรงครัว 1 หลัง เมรุ 1 หลัง และห้องน�้า - ห้องสุขา 5 แห่ง SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 225

225

23/11/61 15:14:29


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดบ้านค้อ

สืบสานประเพณีบุญกุ้มข้าวใหญ่ พระใบฎีกาอรุณ อนาลโย

ด�ารงต�าแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านค้อ

วัดบ้านค้อ ตัง้ อยูเ่ ลขที่ 83 บ้านค้อ หมูท่ ี่ 3 ต�าบลสระก�าแพงใหญ่ อ�าเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ก่อตั้งเมื่อพ.ศ2448 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2524 ที่ ดิ น ตั้ ง วั ด เนื้ อ ที่ 7 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา อาณาเขต ทิ ศ เหนื อ ประมาณ 3 เส้ น จดถนน ทิ ศ ใต้ ป ระมาณ 4 เส้ น 5 วา ทิ ศ ตะวั น ออกประมาณ 3 เส้ น จดถนน ทิ ศ ตะวั น ตกประมาณ 4 เส้ น สุ ด ถนน 226

.indd 226

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

22/11/61 19:07:38


อาคารเสนาสนะ อุโบสถ กว้าง 9 เมตร ยาว 15 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2500 ศาลาการเปรียญ 1 หลัง กุฏิ 6 หลัง ศาลาบ�าเพ็ญกุศล 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง เมรุ 1 หลัง บันทึก

กิ จ กรรมส�าคัญของวัด บ้านค้อ วัดบ้านค้อได้อนุรักษ์และสืบสานประเพณี และวัฒนธรรม ที่ดีงามให้คงอยู่คู่กับวัดและหมู่บ้าน อาทิ การอุปสมบทหมู่ ประเพณีบุญกุ้มข้าวใหญ่ ประเพณีสรงน�้าพระ ฯลฯ

พระประธานในอุโบสถ

ท� า เนี ย บเจ้าอาวาส

รูปที่ 1 พระอาจารย์คง รูปที่ 2 พระอธิการสมนึก ขนฺติโก รูปที่ 3 พระแสง รูปที่ 4 หลวงปู่สาลี คมฺภีโร รูปที่ 5 พระใบฎีกาอรุณ อนาลโย(เจ้าอาวาสปัจจุบัน)

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 227

227

22/11/61 19:07:57


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

ค�าบูช าพระพุท ธเมตตาเมืองศรี วันทามิ พุทธะเมตตัง โลกานัง อะนุกมั ปะกัง เวเนยยานัง ปะโพเธตัง สันติมคั คานุสา สะกัง สิริเกสะนะคะเร ปะติฏฐายะ ฐิตัง ชะยะสิทธิธะนัง โสตถิ ลาภัง ภะวันตุ เม สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาโภ ชะโย นิจจัง สัพพะสิทธิ ภะวันตุ เม

วัดทุ่งสว่าง ขอพรพระพุ ทธเมตตาเมืองศรี

วั ด ทุ ่ ง สว่ า ง หมู ่ ที่ 6 ต� ำ บลตำเกษ อ� ำ เภออุ ทุ ม พรพิ สั ย จั ง ห วั ด ศ รี ส ะ เ ก ษ เ ป ็ น วั ด ที่ พ� ำ นั ก ข อ ง เ จ ้ ำ ค ณ ะ อ� ำ เ ภ อ อุ ทุ ม พรพิ สั ย และมี พ ระพุ ท ธเมตตำเมื อ งศรี เ ป็ น พระพุ ท ธรู ป องค์ ใ หญ่ ที่ ช ำวเมื อ งให้ ค วำมศรั ท ธำ และมำสั ก กำระขอพร ให้ ส มหวั ง ในเรื่ อ งต่ ำ งๆ อยู ่ เ สมอ

228

ประวัติวัดทุ่งสว่าง นายเจริ ญ บุ ญ ธรรม อาศั ย อยู ่ ณ หมู ่ ที่ 6 ต� า บลตาเกษ อ�าเภออุทมุ พรพิสยั จังหวัดศรีสะเกษ ได้บริจาคทีด่ นิ 6 ไร่ 56 ตารางวา เลขที่ดิน 176 โฉนดที่ดิน เลขที่ 20953 ติดถนนทางหลวง 226 เพื่อสร้างวัด ได้ประกาศตั้งวัดในพระพุทธศาสนา นามว่า วัดทุ่งสว่าง ในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2541 ตัดหวายฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา ในวั น ที่ 27 มกราคม พ.ศ.2547 โดยมี พ ระธรรมปริ ยั ติ โ สภณ (พระพรหมกวี) เจ้าคณะภาค 10 ในขณะนั้น เป็นประธาน

ท�าเนียบเจ้าอาวาส วัดทุ่งสว่างมีเจ้าอาวาสปกครองวัดดังนี้ 1. พระครูโกวิทวรธรรม พ.ศ.2528 - 2541 2. พระศรีธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาส และเจ้าคณะอ�าเภออุทุมพรพิสัย พ.ศ.2543 - ปัจจุบัน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 228

23/11/61 09:44:48


บันทึก

ค� ากลอนคติเตือนใจ ทุ่งสว่าง ติดทางหลวง 226 หันหน้าทาง ศรีสะเกษ เขตปลอดภัย มองเห็นพระ องค์ใหญ่ สูงสง่า กราบขอพร อธิษฐาน บารมี ทุ่งรวงทอง มองเห็นชัด มัดดวงจิต ทุ่งสีทอง ผุดผ่องใส จิตอ�าไพ สว่างจิต สว่างใจ สว่างใส สว่างนาน ในทุกกาล สว่างดี บุญกุศล ที่ท�า น�าดวงจิต มีอายุ วรรณะ ไร้โรคี

วิ่งรถวก เลี้ยวขวา ลาดทางใส วิ่งรถไป กิโล 12 มองซ้ายมือ มีนามว่า พระพุทธเมตตาเมืองศรี เป็นเศรษฐี มีเงินทอง สมดั่งใจ ทุ่งนิมิต จิตแจ่มใส มีพระใหญ่ ทุ่งวิไล ได้กราบไหว้ ดั่งใจปอง สว่างใน ดวงจิตใจ สว่างศรี สว่างมี ทรัพย์เงินทอง ของปลื้มใจ น�าชีวิต ให้ประสบ แต่สุขศรี ปลอดภัยดี โชคดีกัน ทุกท่านเทอญฯ

ติด ต่อวัด ทุ่งสว่า ง โทร. 08-1600-0382

พระศรีธ รรมาภรณ์ เจ้ ำ คณะอ� ำ เภออุ ทุมพรพิ สั ย เจ้ ำ อำวำสวั ด ทุ ่ ง สว่ ำ ง SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 229

229

23/11/61 09:45:07


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดโนนใหญ่ สถานที่เลื่อมใสศรัทธาของพุ ทธศาสนิกชน พระมหาพรชัย ขันติสาโร

เจ้าคณะต�าบลโพธิ์ชัย, เจ้าอาวาสวัดโนนใหญ่

วั ด โนนใหญ่ ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 94 บ้ า นโนนใหญ่ หมู ่ ที่ 5 ต� า บลโพธิ์ ชั ย อ� า เภออุ ท มพรพิ สั ย จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

230

.indd 230

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

22/11/61 16:58:01


ประวั ติ ความเป็น มา วัดโนนใหญ่ สร้างเมือ่ ปี พ.ศ.2389 ได้รบั พระราชทานวิสงุ คามสีมา ในปี พ.ศ.2437 มีเนื้อที่ทั้งหมด 32 ไร่ 58 ตารางวา น.ส.ต.ก. เลขที่ 2247 ทิศเหนือจดที่ นางรอง ไชยเพชร และนางฟั่น เตมีย์ ทิ ศ ใต้ จ ดทางสาธารณะ ทิศ ตะวัน ออกติดที่น ายทน และนายสอน ทิศตะวันตกจดที่นางบุญทอง จันทร และทางสาธารณะ มีที่สาธารณะ 1 แปลง เนื้อที่ 1 ไร่ เดิมทีวัดมีเนื้อที่อยู่ประมาณ 10 ไร่ เศษ ด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ชาวบ้านจึงร่วมกันบริจาคที่ดิน เพื่อขยายอาณาเขตของวัด โดยมีรายนามผู้บริจาคดังนี้ ครอบครัวคุณพ่อพันธ์ โนนใหญ่ จ�านวน 3 ไร่ ครอบครัวคุณพ่อทน แก้วบุญมา จ�านวน 3 ไร่ ครอบครัวคุณแม่หมิ่ง อินธ์จักร จ�านวน 2 ไร่ ครอบครัวคุณแม่ใบ โนนเงิน จ�านวน 2 งาน ครอบครัวคุณพ่อวัน วงษ์เลิศ จ�านวน 2 งาน ครอบครัวคุณพ่อเคน พันธ์ดี จ�านวน 2 งาน ครอบครัวคุณพ่อทองใส ไชยเพ็ชร จ�านวน 2 งาน ครอบครัวคุณแม่สาย ชัยชาญ จ�านวน 2 งาน พระอธิการสิงห์ สุขกาโม จ�านวน 3 ไร่ ครอบครัวคุณพ่อเผือก อุทุม จ�านวน 2 ไร่ ครอบครัวคุณแม่เสน จันทะกรณ์ จ�านวน 1 ไร่ ครอบครัวคุณแม่เปียง พงษ์ศิลา จ�านวน 3 งาน ครอบครัวคุณพ่อเครื่อง ศรีกุล จ�านวน 2 งาน ครอบครัวคุณพ่อสมาน ศิลาโชติ จ�านวน 2 งาน ครอบครัวคุณพ่อสีนวล โนนใหญ่ จ�านวน 3 ไร่ ครอบครัวคุณพ่อทองด�า ไชยนิล จ�านวน 5 ไร่ ครอบครัวคุณแม่สาย สิงห์เงิน จ�านวน 2 งาน

บันทึก

อาคารเสนาสนะ อุโบสถ กว้าง 7 เมตร ยาว 25 เมตร สร้างปี พ.ศ.2523 ศาลาการเปรียญ กว้าง 15 เมตร ยาว 25 เมตร สร้างปี พ.ศ. 2519 กุฏิสงฆ์เป็นอาคารไม้ 7 หลัง ศาลาธรรมสังเวช และฌาปนสถาน หอระฆัง 1 หลัง ศาลหลวงปู่ด่าง (สร้าง แทนศาลเดิ ม ) เป็ น ศาลาทรงไทย และลานปฏิ บั ติ ธ รรม สร้างปี พ.ศ.2559

ท� า เนี ย บเจ้าอาวาส

1. หลวงปู่ด่าง 3. พระอธิการผอง 5. หลวงปู่ภู 7. พระอธิการทองใส 9. พระอธิการสิงห์ สุขกาโม 10. พระอธิการสมาน อภิรโต 11. หลวงปู่ปั่น ปัญญาปโชโต 12. พระอธิการเทพ พุทธัสสาโร 13. พระมหาพรชัย ขันติสาโร

2. หลวงปู่ด�า 4. พระอธิการทองใส 6. หลวงปู่ณู 8. หลวงปู่จอม

ปี พ.ศ.2536 - 2554 ปี พ.ศ.2548 - ปัจจุบัน

พระมหาพรชั ย ขั น ติ สาโร SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 231

231

22/11/61 16:58:18


หลวงปู่สิงห์ ผาสุโก ด้วยศรัทธาเหนือเศียรเกล้า

หลวงปูส่ งิ ห์ ผาสุโก เจ้าอาวาสวัดบ้านกลาง ต�าบลขะยูง อ�าเภออุทมุ พรพิสยั จังหวัดศรีสะเกษ หลวงปู่สิงห์ เกิดวันที่ 16 ธันวาคม 2475 สิริอายุ 86 ปี 40 พรรษา ตอนท่านเยาว์วัย ท่าน ได้บวชเณรศึกษาพระธรรม ปรนนิบัติพระผู้ใหญ่ จากนั้นลาสิกขาออกมาเป็นฆราวาสสักพัก และ กลับเข้าสู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้ง ที่วัดพระธาตุเรืองรอง จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อปี 2521 และมา จ�าพรรษาที่วัดบ้านกลาง ศึกษาธรรมะจนจบชั้นพระครู เป็นเจ้าอาวาสมาจนถึงปัจจุบัน


ด้านคาถาอาคม

ตามค�าบอกเล่าของท่านคือ เมื่อ ตอนที่ท่านเป็นฆราวาส ท่านเป็นคน ใฝ่รู้ และเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ท่าน ได้เรียนวิชาคาถาอาคมจากหมอธรรม ทั้งชาวไทยและชาวเขมร ตอนที่ท่าน บวชไม่มใี ครรูเ้ ลยว่าท่านไปศึกษาจาก พระอาจารย์ใด ท่านเพียงบอกว่าท่าน ศึกษาตามค�าสอนของพระพุทธเจ้า หลายครัง้ ทีล่ กู ศิษย์ลกู หาได้ถามหลวง ปู่เรื่องวิชาเวทย์ต่าง ๆ ที่หลวงปู่ช่วย เหลือผู้คนมากมาย แต่ท่านก็ไม่ได้ บอกอะไร ไม่เคยอวดอุตริแม้เพียงครัง้ ถึงแม้ว่าหลวงปู่ไม่เคยอวดอ้างวิชา อาคมต่าง ๆ แต่ประจักษ์พยานจาก ค�าบอกเล่าของชาวบ้านว่า เมื่อชาว

บ้านได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะ ของหาย คนหาย โดนคุณไสย หรือมี อาการเจ็บป่วยแปลก ๆ (ผีเข้า) หลวง ปู่ท่านก็ช่วยเหลือ และช่วยปัดเป่าสิ่ง ชั่วร้ายมานับครั้งไม่ถ้วน หลายคนที่ ได้เรียนวิชาคาถาอาคมและอยากจะ ฝากตัวเป็นศิษย์ ต้องการศึกษาคาถา อาคมจากหลวงปู่ ท่านจะบอกเพียง ว่าให้ไปศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้า ดังค�าพูดจากปากหลวงปู่ว่า “ไม่มีอะไรเกินกว่าธรรมะพระพุทธเจ้าดอก”

ตลอดการครองเพศบรรพชิตของ หลวงปู่สิงห์ ผาสุโก หลวงปู่สิงห์ ผาสุโก ท่านใฝ่ศึกษา ธรรมะเป็ น อย่ า งมาก มี เ มตตาต่ อ ครหา ท่านจึงเป็นทีเ่ คารพศรัทธาและ สรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง และครอง เป็นทีพ่ งึ่ ทัง้ ในหมูพ่ ระภิกษุและเหล่า เพศบรรพชิ ต ได้ อ ย่ า งงดงามไร้ ข ้ อ ศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศ


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลหนองห้าง “ ต� ำ บลหนองห้ำงน่ำอยู่ สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์ควำมเป็นไทย ใส่ ใจทรัพ ยำกรธรรมชำติ และสิ่ งแวดล้ อ ม ” วิสัยทัศน์ ในการพัฒนาขององค์การบริหารส่วนต�าบลหนองห้าง

วัดป่ำหนองดวน (วัดสองล้ำนขวด)

ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ต�าบลหนองห้าง อ�าเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากตัวอ�าเภออุทุมพรพิสัยไปทางทิศใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร

ปัจจุบันมี นายนิคม ทาศรี ด�ารงต�าแหน่ง นายก อบต.หนองห้าง และ นายทนงศักดิ์ อึ้งไชยพร เป็นปลัด อบต.หนองห้าง

หอระฆัง 234

ห้องอบสมุนไพร

“บาตร” ที่ป ระดิษ ฐ์จากวัส ดุเหลือใช้ ที่ใ หญ่ที่สุดในโลก

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 234

24/11/61 11:54:33


ข้อมูลทั่วไป องค์การบริหารส่วนต�าบลหนองห้าง ได้รบั การยกฐานะจากสภาต�าบล เป็นองค์การบริหารส่วนต�าบล เมือ่ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 มีพนื้ ทีต่ า� บล ตามกระทรวงมหาดไทยประกาศจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ.2540 ประมาณ 23,455 ไร่ หรือ 37.53 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศ ตั้งอยู่ในเขตที่ราบสูง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสลับกับ ที่ดอน และป่าไม้เบญจพรรณ เหมาะส�าหรับท�าพื้นที่ทางการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และประกอบอาชีพอุตสาหกรรม การปกครอง มีจ�านวนหมู่บ้านทั้งหมด 17 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้าน ที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนต�าบล ทั้ง 17 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านหนองห้าง หมู่ที่ 2 บ้านหนองห้าง หมู่ที่ 3 บ้านพงพรต หมู่ที่ 4 บ้านหนองหญ้าปล้อง หมู่ที่ 5 บ้านฟ้าผ่า หมู่ที่ 6 บ้านส�าโรงน้อย หมู่ที่ 7 บ้านหนองบัว หมู่ที่ 8 บ้านหลักป้าย หมู่ที่ 9 บ้านหนองดวน หมู่ที่ 10 บ้านหนองมอญ หมู่ที่ 11 บ้านเจียงวงศ์ หมู่ที่ 12 บ้านหนองใหญ่ หมู่ที่ 13 บ้านหนองแคน หมู่ที่ 14 บ้านขุมปูน หมู่ที่ 15 บ้านหนองบัว หมู่ที่ 16 บ้านส�าโรงน้อย หมู่ที่ 17 บ้านพงพรต ประชากร ต�าบลหนองห้างมีประชากรทั้งสิ้น 8,408 คน แยกเป็น ชาย 4,218 คน หญิง 4,190 คน มีครัวเรือนจ�านวน 1,782 ครัวเรือน

พันธกิจ (Mission) 1. การพั ฒ นาระบบคมนาคมขนส่ ง โครงสร้ า งพื้ น ฐานและ สาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ 2. ประชาชนมีสขุ ภาพอนามัยดีและได้รบั การบริการอย่างเป็นธรรม 3. ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 4. พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ติดเชื้อเอดส์ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคมให้มี คุณภาพชีวิตที่ดี 5. ชุมชนเข้มแข็ง 6. ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ กลุ่มอาชีพ และเพิ่มรายได้ ให้แก่ชุมชน 7. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม 8. ส่งเสริมการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ 9. อนุ รั ก ษ์ แ ละส่ ง เสริ ม วั ฒ นธรรมประเพณี อั น ดี ง าม และ ภูมิปัญญาท้องถิ่น 10. บริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และบริหารจัดการบ้านเมืองทีด่ ี

(ข้อมูลจากฝ่ายทะเบียนอ�าเภออุทุมพรพิสัย ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2560)

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 235

235

24/11/61 11:54:34


จุดมุ่งหมำย(Means) 1. โครงสร้างพืน้ ฐานได้มาตรฐานและรองรับการขยายตัวของชุมชน ในอนาคต 2. ประชาชนมีสุขภาพอนามัยดีถ้วนหน้า 3. หมู่บ้านสีขาวปลอดยาเสพติด 4. เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้ติดเชื้อเอดส์ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ทางสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดี 5. ชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้ 6. ประชาชนมีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้น สามารถเลี้ยงชีพได้ 7. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม 8. ยกระดับคุณภาพการศึกษาของประชาชนอย่างทั่วถึง 9. เพือ่ สืบทอดศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีทอ้ งถิน่ ให้คงอยูส่ บื ไป 10. การบริหารจัดการโปร่งใส ประชาชนมีสว่ นร่วมและได้รบั บริการ อย่างเป็นธรรม

236

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 236

24/11/61 11:54:51


ประเพณี วัฒนธรรม ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประเพณีลอยกระทง ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีบุญกฐิน ประเพณีบุญสังฆทาน ประเพณีร�าผีฟ้า ประเพณี ร�าแม่มด ประเพณีบุญผะเหวด ประเพณีบุญบั้งไฟ

พระพุทธรูปโบรำณท�ำจำกไม้ วัดส�ำโรงน้อย

พระพุทธรูปโบรำณท�ำจำกไม้ วัดพงพรต

ส่วนรำชกำรในพื้นที่ โรงเรียนประถมศึกษา จ�านวน 4 แห่ง โรงเรียนมัธยมศึกษา (ขยายโอกาส 2 แห่ง) โรงเรียนบ้านหนองห้าง ตั้งอยู่หมู่ที่ 13 (ขยายโอกาส) โรงเรียนบ้านส�าโรงน้อยหนองบัว ตั้งอยู่หมู่ที่ 16 (ขยายโอกาส) โรงเรียนบ้านพงพรต ตั้งอยู่หมู่ที่ 17 โรงเรียนบ้านฟ้าผ่า ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบลบ้านพงพรต ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบลบ้านหนองแคน ตั้งอยู่หมู่ที่ 13 ศู น ย์ ก ารศึ ก ษานอกระบบและการศึ ก ษาตามอั ธ ยาศั ย ต� า บล ตั้งอยู่หมู่ที่ 2

ประเพณีร�ำแม่มดต�ำบลหนองห้ำง SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 237

237

24/11/61 11:55:04


กลุ่มกิจกรรม/กลุ่มอำชีพ กลุ่มถนอมอาหาร บ้านหนองห้าง หมู่ที่ 1 กลุ่มธนาคารขยะ(โรงเรียนบ้านหนองห้าง) กลุม่ ข้าวกล้องงอก หมอนขิด ผ้าไหม ผ้าฝ้าย บ้านหนองห้าง หมูท่ ี่ 2 กลุ่มผ้าไหม บ้านพงพรต หมู่ที่ 3 กลุม่ ข้าวหลาม ขนมไทย พรมเช็ดเท้า บ้านหนองหญ้าปล้อง หมูท่ 4ี่ กลุ่มพรมเช็ดเท้า ขนมไทย กลุ่มบ้านฟ้าผ่า หมู่ที่ 5 กลุ่มข้าวโพด ถั่วฝักยาว บ้านส�าโรงน้อย หมู่ที่ 6 กลุ่มเลี้ยงไหม บ้านหนองบัว หมู่ที่ 7 กลุ่มน�้ายาล้างจาน บ้านหลักป้าย หมู่ที่ 8 กลุ่มเกษตรกรรม บ้านหนองดวน หมู่ที่ 9 กลุ่มผลิตน�้ายาล้างจาน บ้านหนองมอญ หมู่ที่ 10 กลุ่มเย็บจักร พรมเช็ดเท้า บ้านเจียงวงศ์ หมู่ที่ 11 กลุ่มเสื่อกก บ้านหนองใหญ่ หมู่ที่ 12 กลุ่มน�้าพริก บ้านหนองแคน หมู่ที่ 13 กลุ่มพรมเช็ดเท้า บ้านขุมปูน หมู่ที่ 14 กลุ่มน�้ายาล้างจาน บ้านหนองบัว หมู่ที่ 15 กลุ่มเกษตรกรรม บ้านส�าโรงน้อย หมู่ที่ 16 กลุ่มผ้าไหม บ้านพงพรต หมู่ที่ 17 กองทุนในหมู่บ้ำน กองทุนกลุ่มออมทรัพย์สัจจะเพื่อการผลิต 17 กลุ่ม กลุ่มฌาปนกิจ 1 กลุ่ม กองทุนหมู่บ้าน 12 กลุ่ม กองทุนกลุ่มออมทรัพย์ 17 กลุ่ม กองทุนสวัสดิการต�าบลหนองห้าง 1 กลุ่ม

สภำพทำงสังคม กำรศึกษำ มหาวิทยาลัยผู้สูงอายุ 1 แห่ง โรงเรียนมัธยมศึกษา (ขยายโอกาส) 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียน บ้านหนองห้าง โรงเรียนบ้านส�าโรงน้อยหนองบัว โรงเรียนประถมศึกษา 4 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 5 แห่ง ศูนย์การศึกษาขยายโอกาส (กศน.) 1 แห่ง ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจ�าหมู่บ้าน 17 แห่ง สถำบันและองค์กำรทำงศำสนำ วัด / ส�านักสงฆ์ / ที่พักสงฆ์ 14 แห่ง กำรสำธำรณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�าบล 2 แห่ง ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน 11 แห่ง 238

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 238

24/11/61 11:55:32


แหล่งท่องเที่ยวส�ำคัญ วัดป่าหนองดวน (วัดสองล้านขวด) หมู่ที่ 9 สวนเมล่อน บ้านหนองใหญ่ หมู่ที่ 12 แผงโซล่าเซลล์ จุดช่วยเหลือประชาชนให้พ้นภัยแล้ง

ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ

ศำลำปฏิบัติธรรม วัดป่ำหนองดวน

ข้าวหลาม บ้านหนองหญ้าปล้อง ม.4 วุ้นใบเตย วุ้นมะพร้าว วุ้นลูกจาก วุ้นกะทิ ติดต่อ นายกาญจนะ สมบัติ 09-0857-9987 ไข่ทรงเครื่อง ติดต่อ นางเทพ อภัย 09-3962-9189 เมลอนทอง บ้านหนองใหญ่ หมู่ที่ 12 ผ้าไหม บ้านหนองห้าง ม.1 2 บ้านหนองบัว หมู่ที่ 7 และ 15 เสื่อกก บ้านหนองใหญ่ หมู่ที่ 12 ข้าวหอมมะลิ ข้าวกล้อง ข้าวลืม ผัว บ้านหนองห้าง ม.12 ขนมกะหรี่พัฟ ม.9

กิจกรรม/โครงกำรโดดเด่น ศูนย์พฒ ั นาครอบครัว ชุมชน ต�าบลหนองห้าง (ดีเด่น 2558 - 2559) ศูนย์พฒ ั นาคุณภาพชีวติ ผูส้ งู อายุ โครงการดูแลผูส้ งู อายุภาวะพึง่ พิง (LTC ปี 2561) มหาวิทยาลัยพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 239

239

24/11/61 11:55:51


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลอี่หล่ำา

ข้อมูลทั่วไป องค์การบริหารส่วนต�าบลอีห่ ล�า่ ต�าบลอีห่ ล�า่ อ�าเภออุทมุ พรพิสยั จังหวัดศรีสะเกษ จั ด ตั้ ง ตามพระราชบั ญ ญั ติ ส ภาต� า บลและองค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บล พ.ศ.2537 เมื่อวันที่ 16 เดือนเมษายน พ.ศ.2539 อยู่ห่างจากที่ว่าการอ�าเภออุทุมพรพิสัย ไปทางทิศเหนือ ประมาณ 10 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดศรีสะเกษ ไปทาง ทิศตะวันตก ประมาณ 22 กิโลเมตร มีเส้นทางเชื่อมต่อถนนหลวงหมายเลข 226 องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลอี่ ห ล�่ า มี เ นื้ อ ที่ 9,799 ไร่ สภาพภู มิ ป ระเทศ เป็ น ที่ ร าบป่ า โปร่ ง สลั บ ทุ ่ ง นาและเป็ น ดิ น ร่ ว นปนทราย ภู มิ อ ากาศร้ อ นและแห้ ง มี แ หล่ ง น�้ า ตามธรรมชาติ มี ล� า ห้ ว ยหว้ า ล� า ห้ ว ยกุ ง เป็ น ที่ กั ก เก็ บ น�้ า มี ทั้ ง หมด จ� า นวน 12 หมู ่ บ ้ า น

คณะผู้บริหาร นายฐิติรัฐ บุตรเพชร ร.ต.ต.ชูชาติ หาญบาง นายอ้ม พวงเพชร นายบุญโฮม อนุพันธ์

นายก อบต.อี่หล�่า รองนายก อบต.อี่หล�่า รองนายก อบต.อี่หล�่า เลขานุการนายก อบต.อี่หล�่า

ฝ่ายสภา นายยุทธพงษ์ สกุลนี นายอ�าพร ก้านสนธิ์ นายชนชิต ศรีด้วง

ประธานสภา อบต.อี่หล�่า รองประธานสภา อบต.อี่หล�่า เลขานุการสภา อบต.อี่หล�่า

หัวหน้าส่วน นายพงษ์สิทธิพงษ์ นามวงษ์ นางจันธิวา อินทฤทธิ์ นางสมาน สิงจานุสงค์ นายจักกฤษ สุทาบุญ

240

.

2

ปลัด อบต.อี่หล�่า หัวหน้าส�านักปลัด ผู้อ�านวยการกองคลัง นายช่างโยธาช�านาญงาน รักษาการ ผู้อ�านวยการกองช่าง

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 240

23/11/2561 9:45:18


ผลการด�าเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2558 – 2560

นายฐิ ติ รั ฐ บุ ต รเพชร นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลอี่หล�่า

1. ผลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 1.1 พัฒนาปรับปรุง เส้นทางการคมนาคมในต�าบล และระหว่าง ต�าบล โดยเร่งรัดให้มกี ารก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซม ถนนหนทางทุกสาย ในต�าบล 1.2 ติดตั้งและขยายเขตไฟฟ้าสาธารณะเพิ่มมากขึ้น 1.3 จัดหาแหล่งน�า้ เพือ่ การอุปโภค บริโภค แหล่งน�า้ เพือ่ การเกษตร ให้เพียงพอกับความต้องการ 1.4 ขยายเขตประปาหมู่บ้านเพิ่มขึ้น รวมทั้งดูแลรักษาแหล่งน�้า สาธารณะ 1.5 เร่งรัดการแก้ไขปัญหาด้านการจัดการขยะมูลฝอย และปลูกจิต ส�านึกให้กับเยาวชน ประชาชนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 2. ผลการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ 2.1 ส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรและพัฒนาอาชีพ ให้แก่ประชาชนในต�าบล 2.2 ประชาชนเกิดการรวมกลุ่ม ท�าให้มีความรู้ความสามารถใน การน�าไปพัฒนาในการประกอบอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้ 2.3 พัฒนาศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจต่อครอบครัว ชุมชน ให้สามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้ 3. ผลการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตประชาชน 3.1 สนั บ สนุ น งานด้ า นสาธารณสุ ข และพั ฒนางานสาธารณสุ ข มูลฐาน มีการรณรงค์และป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก 3.2 ส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาระดับ ก่อนปฐมวัย 3.3 จัดกิจกรรมสื่อการเรียนการสอน พัฒนาครูผู้ดูแลเด็กให้เพิ่ม ขีดความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้ 3.4 ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และ ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง 3.5 ส่งเสริมสนับสนุนในด้านการศึกษา ศาสนา และประเพณี อันดีงาม ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้าน 4. ผลการพัฒนาด้านการบริหารจัดการ 4.1 ปรับปรุงระบบสารสนเทศให้มคี วามทันสมัย เพือ่ ให้การบริการ มีความสะดวกรวดเร็ว 4.2 ปรับปรุง ซ่อมแซม และจัดหาวัสดุครุภัณฑ์ เพื่อรองรับการให้ บริการแก่ประชาชน 4.3 พัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการแก่ ประชาชน 4.4 ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของภาครัฐมากขึ้น

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.

2

.indd 241

241

23/11/2561 9:45:25


เมืองวิถีพุทธ วิถีแห่งควำมสงบสุข ศรีนครล�ำดวน

อ�ำเภอกันทรำรมย์ วัดกันทรารมณ์ ต�าบลดูน วัดกุดเดอะ หมู่ 9 ต�าบลทาม วัดขามป้อม หมู่ 5 ต�าบลหนองบัว วัดค�าบอน หมู่ 9 ต�าบลดูน วัดค�าเมย หมู่ 11 ต�าบลดูน วัดจ�าปา หมู่ 2 ต�าบลหนองแกว้ วัดจิกกะลาสุทธาราม หมู่ 4 ต�าบลผักแพว วัดแดงนอ้ ยพัฒนาราม หมู่ 5 ต�าบลหนองแวง วัดทา่ ช้าง หมู่ 4 ต�าบลหนองบัว วัดทุง่ มัง่ หมู่ 4 ต�าบลอีปาด วัดทุง่ พาย หมู่ 3 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดนอ้ ยโนนสัง หมู่ 2 ต�าบลโนนสัง วัดนางกวา่ ง หมู่ 5 ต�าบลค�าเนียม วัดนาดี หมู่ 9 ต�าบลผักแพว วัดโนนแดง หมู่ 8 ต�าบลยาง วัดโนนเปื อย หมู่ 8 ต�าบลจาน วัดโนนผึ้ง หมู่ 1 ต�าบลโนนสัง วัดโนนเรือ หมู่ 2 ต�าบลหนองบัว วัดโนนสวน หมู่ 2 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดดนนสวา่ ง หมู่ 13 ต�าบลผักแพว วัดโนนสัง หมู่ 2 ต�าบลโนนสัง วัดบกขีย้ าง หมู่ 4 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดบกบา่ ง หมู่ 11 ต�าบลผักแพว วัดบา้ นกลว้ ย หมู่ 4 ต�าบลยาง วัดบา้ นกอก หมู่ 3 ต�าบลละทาย วัดบา้ นเกา้ สิบ หมู่ 9 ต�าบลโนนสัง วัดบา้ นเกาะ หมู่ 6 ต�าบลผักแพว วัดบา้ นเกาะเหลก้ หมู่ 1 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดบา้ นขาม หมู่ 3 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดบา้ นเขวา หมู่ 4 ต�าบลละทาย วัดบา้ นคลอ้ หมู่ 2 ต�าบลดู่ วัดบา้ นโคก หมู่ 5 ต�าบลยาง วัดบา้ นจาน หมู่ 1 ต�าบลจาน วัดบา้ นเจีย่ หมู่ 2 ต�าบลทาม วัดบา้ นดู่ หมู่ 1 ต�าบลดู่ วัดบา้ นดูน หมู่ 1 ต�าบลดูน วัดบา้ นทาม หมู่ 1 ต�าบลทาม วัดบา้ นเทิน หมู่ 2 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดบา้ นบัวนอ้ ย หมู่ 4 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดผักบุง้ หมู่ 4 ต�าบลจาน วัดบา้ นยาง หมู่ 1 ต�าบลยาง วัดบา้ นสิม หมู่ 7 ต�าบลดูน วัดบา้ นหนองแสง หมู่ 9 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดบา้ นหนามแทง่ (สระพังทอง) หมู่ 3 ต�าบลหนองแวง วัดบา้ นหมัด หมู่ 3 ต�าบลทาม วัดบา้ นเหมา้ หมู่ 2 ต�าบลละทาย วัดบา้ นอีปาด หมู่ 1 ต�าบลอีปาด วัดบา้ นโอ้น หมู่ 8 ต�าบลละทาย

242

6.

วัดบูรพา หมู่ 5 ต�าบลทาม วัดบูรพา หมู่ 5 ต�าบลจาน วัดประชารังสฤษฎิ์ หมู่ 6 ต�าบลดูน วัดป่าขีเ้ หล็ก หมู่ 7 ต�าบลโนนสัง วัดป่าค�าเจริญ หมู่ 11 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดป่าโนนสัง หมู่ 11 ต�าบลโนนสัง วัดป่าเมืองนอ้ ย หมู่ 6 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดป่าเลิงแฝก หมู่ 7 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดป่าศรีรัตนาราม หมู่ 11 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดป่าหนองแกว้ หมู่ 1 ต�าบลหนองแกว้ วัดป่าหนองแคนรัตนาราม หมู่ 10 ต�าบลผักแพว วัดป่าหนองแวง หมู่ 4 ต�าบลหนองแวง วัดผักแพว หมู่ 1 ต�าบลผักแพว

วัดพะแนง หมู่ 2 ต�าบลจาน วัดพันล�า หมู่ 5 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดโพธิล์ ังกา หมู่ 6 ต�าบลยาง วัดโพธิศ์ รี หมู่ 4 ต�าบลหนองแกว้ วัดโพนทราย หมู่ 3 ต�าบลหนองบัว วัดมะกรูด หมู่ 3 ต�าบลค�าเนียม วัดเมืองนอ้ ย หมู่ 1 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดยางนอ้ ย หมู่ 5 ต�าบลละทาย วัดร่องน�าค�า หมู่ 10 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดละทาย หมู่ 1 ต�าบลละทาย วัดลือชัย หมู่ 6 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดเวฬุวนาราม หมู่ 1 ต�าบลแข้ วัดศรีแกว้ หมู่ 1 ต�าบลศรีแกว้ วัดศรีตระกาจ หมู่ 8 ต�าบลศรีแกว้ วัดศรีสุมังคลาราม หมู่ 8 ต�าบลดูน วัดศิริราษฎร์ หมุ่ 2 ต�าบลดูน วัดสระบัว หมู่ 3 ต�าบลหนองแกว้ วัดสระสิม หมู่ 4 ต�าบลทาม

วัดสร้างเหลา่ หมู่ 3 ต�าบลยาง วัดสวนฝ้าย หมู่ 5 ต�าบลผักแพว วัดสวนอ้อย หมุ่ 8 ต�าบลผักแพว วัดสวา่ งวราราม หมู่ 5 ต�าบลหนองแกว้ วัดสามัคคิยาราม หมู่ 1 ต�าบลยาง วัดสุวรรณาราม หมู่ 5 ต�าบลหนองใหญ่ วัดแสงใหญ่ หมู่ 2 ต�าบลหนองแวง วัดหนองกก หมู่ 2 ต�าบลยาง วัดหนองขอน หมู่ 12 ต�าบลผักแพว วัดหนองถ่ม หมู่ 3 ต�าบลดู่ วัดหนองถ่มธรรมาวาส หมู่ 1 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดหนองทามใหญ่ หมู่ 6 ต�าบลค�าเนียม วัดหนองเทา หมู่ 5 ต�าบลตะดอบ วัดหนองน�าเตา้ หมู่ 4 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดหนองบอน หมู่ 15 ต�าบลดูน วัดหนองบอน หมู่ 2 ต�าบลดูน

วัดหนองบัว หมู่ 1 ต�าบลหนองบัว วัดหนองบัวไชยวาน หมู่ 3 ต�าบลโนนสัง วัดหนองมว่ ง หมู่ 9 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดหนองมว่ ง หมู่ 6 ต�าบลดู่ วัดหนองมุกข์ หมู่ 5 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดหนองเรือ หมุ่ 6 ต�าบลละทาย วัดหนองแวง หมู่ 1 ต�าบลหนองแวง วัดหนองแวง หมู่ 1 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดหนองหวาย หมู่ 3 ต�าบลโนนคูณ วัดหนองหัวช้าง หมู่ 5 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดหนองโอง หมู่ 5 ต�าบลโนนสัง วัดหนองไฮ หมู่ 3 ต�าบลอีปาด วัดหวา้ พัฒนา หมู่ 8 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดหัวสะพาน หมู่ 6 ต�าบลโนนสัง วัดอาลัย หมู่ 6 ต�าบลจาน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 242

24/11/2561 20:59:45


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

HIST ORY OF BUDDHISM

บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดกันทรารมณ์

วัดส�ำคัญของอ�ำเภอกันทรำรมย์ พระครู นิวิฐ ปุญญกิจ

ด� ำ รงต� ำ แหน่ง เจ้ำ อำวำสวัด กันทรำรมณ์ วัดกันทรารมณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 1/23 หมู่ที่ 12 ถนนพิชิตรังสรรค์ ต�ำบลดูน อ�ำเภอกันทรำรมย์ จังหวัดศรีสะเกษ 33130 ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ 30 ไร่ 1 งำน 46 ตำรำงวำ มีอำณำเขต ดังนี้ ทิศเหนือ จรดถนนสุขาภิบาลบูรณะ ทิศใต้ จรดทางหลวงแผ่นดินสาย 226 (ศรีสะเกษ - อุบลราชธานี) ทิศตะวันออก จรดถนนพิชิตรังสรรค์ ทิศตะวันตก จรดถนนสุขาภิบาล วัดกันทรำรมณ์ ตั้งเมื่อ พ.ศ.2483 โดยมีพระครูกันทรำรมณ์โกวิท เจ้ำคณะอ�ำเภอกันทรำรมย์ เป็นประธำนฝ่ำยสงฆ์ น�ำชำวบ้ำนสร้ำงวัด ได้รับพระรำชทำนวิสุงคำมสีมำเมื่อวันที่ 10 มกรำคม พ.ศ.2528 เขตวิสุงคำมสีมำ กว้ำง 40 เมตร ยำว 80 เมตร

พระครู นิ วิ ฐ ปุ ญ ญกิ จ

เจ้ ำ อำวำสวั ด กั น ทรำรมณ์

การบริหารและการปกครอง เจ้ำอำวำสรูปที่ 1 คือ พระครูกันทรำรมณ์โกวิท พ.ศ.2485 - 2532 เจ้ำอำวำสรูปที่ 2 คือ พระครูประภัศรสังฆกิจ พ.ศ.2532 - 2550 เจ้ำอำวำสรูปที่ 3 คือ พระครูวินิฐปุญญกิจ พ.ศ.2550 - ปัจจุบัน SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 243

243

23/11/61 15:17:21


วัดบ้านจาน สถานที่เลื่อมใสศรัทธาของพุ ทธศาสนิกชน พระครู สุ ต ธรรมกิจ ด� า รงต� า แหน่งเจ้า อาวาสวัด บ้า นจาน วั ด บ้ า นจาน ตั้ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นจาน หมู ่ ที่ 1 ต� า บลจาน อ� า เภอกั น ทรารมย์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

ประวั ติ ความเป็น มา วัดบ้านจาน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งเมื่อ พ.ศ.2420 โดย มีหลวงศรีสงครามเป็น ผู้สร้างวัด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2533 ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 17 ไร่ 1 งาน 43 ตารางวา อาคารเสนาสนะส�าคัญ ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ 2 หลัง ศาลาธรรมสังเวช ศาลาเอนกประสงค์ เจดีย์บรรจุ สรี ร ะหลวงปู ่ ห มุ น โบสถ์ ห ลั ง เก่ า และศาลาอเนกประสงค์ ฯลฯ ปูชนียวัตถุส�าคัญ มีพระประธาน จ�านวน 5 องค์ ประดิษฐานที่อุโบสถ และพระพุทธรูปปางลีลา 1 องค์

การบริ ห ารและการปกครอง วัดบ้านจาน มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามดังนี้คือ 1. พระหอ พ.ศ.2463 - 2469 2. พระเทพ พ.ศ.2472 - 2478 3. พระพา พ.ศ.2479 - 2488 4. พระหมุน ฐิตสีโล พ.ศ.2491 - 2494 5. พระสง่า พ.ศ.2497 - 2508 6. พระสาน พ.ศ.2513 - 2522 7. พระสิงห์ พ.ศ.2529 - 2535 8. พระอธิการปิ่น ปุณณสิริ พ.ศ.2539 - 2551 9. พระครูสุตธรรมกิจ พ.ศ.2552 - ปัจจุบัน

พระครูสุตธรรมกิ จ

244

.indd 244

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

23/11/61 11:43:00


SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 245

245

23/11/61 11:43:02


สรี ร ะสั ง ขาร หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล สามารถเข้ากราบไหว้-บูช า ได้ทุก วัน ตั้ ง แต่ เ วลา 07.00 น. - 18.00 น. ประวั ติ ห ลวงปู่หมุน ฐิตสีโล หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ 5 แผ่นดิน แห่งวัดบ้านจาน สถานะเดิม หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล เกิดในสกุล “ศรีสงคราม” หรือ “แก้วปักปิ่น” ถือก�าเนิดเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ปีชวด พ.ศ.2437 (รศ.113) ณ บ้านจาน ต�าบลจาน อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ บิดาชื่อนายดี มารดาชื่อนางอั๊ว มีอาชีพท�าไร่ท�านา แม้ท่านจะเกิดใน ครอบครัวที่ยากจน แต่ท่านมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ต่อมาบิดามารดา เห็นแววทางด้านพระพุทธศาสนา จึงให้บรรพชาเป็นสามเณรเมือ่ อายุ 14 ปี และน�าไปฝากกับพระอาจารย์สีดา เจ้าอาวาสวัดบ้านคล้อ ซึ่งเป็นพระ ที่เชี่ยวชาญด้านกรรมฐานและมีวิชาอาคมที่เก่งมาก ในปี 2460 ขณะอายุได้ 23 ปี ได้เข้าอุปสมบทหมู่จ�านวน 9 รูป หลวงปู่เป็นรูปที่ 9 โดยมีโยมลุงของท่านเป็นเจ้าภาพ หลวงพ่อสีดา เป็ น พระอุ ป ั ช ฌาย์ หลวงพ่ อ เพ็ ง เป็ น พระอนุ ส าวนาจารย์ และ หลวงพ่อหยุยเป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รบั ฉายาว่า “ฐิตสีโล” แปลว่า ผู ้ มี ศี ล ตั้ ง มั่ น จากนั้ น ได้ ศึ ก ษาวิ ช าความรู ้ จ ากครู บ าอาจารย์ ต ่ า งๆ ในแถบนั้น ปี พ.ศ.2464 หลวงปู่หมุนเริ่มออกศึกษาและแสวงหาประสบการณ์ โดยได้ร�่าเรียนทั้งเวทย์วิทยา และสมถะกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ หลายส�านัก ด้วยความรู้ความสามารถที่แตกฉานในคัมภีร์ หลวงปู่ สามารถสอบได้เปรียญธรรมถึง 5 ประโยคในคราวเดียวกันนั้น และ ได้เป็นครูสอนมูลกัจจายน์สูตรอยู่ที่วัดหงส์รัตนาราม(ฝั่งธนบุรี) เป็น เวลานานหลายปี มีลกู ศิษย์มากมาย นอกจากนีช้ ว่ งหนึง่ หลวงปูไ่ ด้มาพัก กับสมเด็จพระสังฆราชแพที่วัดสุทัศน์ฯ และได้ศึกษาวิชาบางอย่างกับ สมเด็จพระสังฆราชแพอีกด้วย จากนัน้ ออกธุดงค์ตดิ ตามพระอาจารย์ทองดี ทีม่ าจาก อ�าเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ธุดงค์ ไปทางภาคเหนือเข้าเขตพม่าเป็นเวลา 1 ปี จากนั้นก็เดินเท้าเปล่าลงภาคใต้ไปพ�านักกับพระอาจารย์ทิม วัดช้างไห้ 246

.indd 246

เพื่ อ ปฏิ บั ติ ก รรมฐานและแลกเปลี่ ย นวิ ช าอาถรรพณ์ เ วทมนต์ กั บ พระอาจารย์ทมิ อยูป่ ระมาณปีกว่าๆ ก่อนธุดงค์เข้าเขตประเทศมาเลเซีย เพื่อจะเรียนวิชากับพ่อท่านครน วัดบางแซะ ใช้เวลาธุดงค์อยู่ถึง 7 วัน แต่ ไ ม่ พ บจึ ง ตั ด สิ น ใจกลั บ วั ด ช้ า งไห้ ต่ อจากนั้ น ก็ ไ ด้ เ รี ย นวิ ช าจาก พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช โดย ได้ของที่ระลึกจากพ่อท่านคล้ายคือ ชานหมากเม็ดใหญ่เป็นที่ระลึก จากนั้นก็เดินธุดงค์เรื่อยมาจนกลับสู่เขตอีสานอีกครั้ง และได้พบกับ หลวงปู่สี ฉันทสิริ ในป่าแถบจังหวัดหนองคาย และได้วิชาลบผงสีจาก หลวงปูส่ ี ซึง่ ได้รบั สืบทอดมาจากสมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆังโฆษิตาราม หลังจากท่านได้ร�่าเรียนสรรพวิทยาและเป็น ผู้รู้ในเรื่องศาสนวิทยา ทัง้ หลายจนสิน้ แล้วนัน้ หลวงปูก่ ก็ ลับมาจ�าพรรษาทีว่ ดั บ้านจานจนได้รบั แต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และพระอุปัชฌาย์ รับสมณศักดิ์เป็นพระครู ชั้นประทวน ที่ “พระครูหมุน ฐิตสีโล” ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2491 - 2494 หลวงปูไ่ ด้ปฏิบตั ศิ าสนกิจและเป็นอาจารย์สอนหนังสือทีศ่ าลาวัดบ้านจาน ตามที่ได้รับมอบหมายเรื่อยมา จึงได้ลาออกจากทุกต�าแหน่ง โดยท่าน ต้องการใช้ชีวิตที่เหลือบ�าเพ็ญสมณะธรรม ปฏิบัติพระวิปัสสนาธุระ อย่างเดียว เพื่อเป็นการโปรดญาติโยมในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว พม่า มาเลเซีย ผ่านมาเป็นเวลานานหลายปี เมื่อหลวงปู่อายุ 54 ปี ท่านกลับมา จ�าพรรษาที่วัดบ้านจานอีกครั้ง ท่านได้สร้างเสนาสนะภายในวัด โดย พระสงฆ์และชาวบ้านร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านจาน อาทิสร้างอาคารเรียน โรงเรียนบ้านจานท�าให้ชาวบ้านจานมีโรงเรียนท�าการจัดการเรียนการสอน มาจนถึงปัจจุบัน กระทั่ง วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ.2546 เวลา 07.30 น. หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล พระอมตะเถระ 5 แผ่นดิน แห่งวัดบ้านจาน มรณภาพลง อย่างสงบบนกุฏิ สิริรวมอายุ 109 ปี 86 พรรษา ยังความโศกเศร้า เสียใจแก่ศิษยานุศิษย์และลูกหลานชาวบ้านจานเป็นอันมาก

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

23/11/61 11:43:07


ประวั ติ ย ่ อ พระครูสุตธรรมกิจ พระครูสตุ ธรรมกิจ ฉายา ธมฺมวโร อายุ 75 ปี พรรษา 24 วิทยฐานะ ป.ธ.3 น.ธ.เอก ปัจจุบันด�ารงต�าแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านจาน และ เจ้าคณะต�าบลจาน อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ สถานะเดิม ชื่อ นายวัน นามสกุล ค�าอุดม เกิดวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2486 บิดาชือ่ นายเหลือม มารดาชือ่ นางส่วน ค�าอุดม บ้านเลขที่ 140 หมู่ที่ 11 ต�าบลจาน อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ บรรพชา - อุปสมบท เมื่อวันที่ 12 เดือนตุลาคม พ.ศ.2537 ณ วั ด ผั ก แพว ต� า บลผั ก แพว อ� า เภอกั น ทรารมย์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ นามพระอุปัชฌาย์ พระครูสิริสารคุณ วัดสวนฝ้าย ต�าบลผักแพว อ� า เภอกั น ทรารมย์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ นามพระกรรมวาจาจารย์ พระครูเกษมสิกขวัตร วัดผักแพว ต�าบลผักแพว อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ นามพระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการโสม ขนฺติโก วัดบ้านนาดี ต�าบลผักแพว อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ งานการศาสนศึกษา พ.ศ.2543 - ปัจจุบนั เป็นครูสอนพระปริยตั ธิ รรม ส�านักศาสนศึกษา ต�าบลจาน อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ

พ.ศ.2552 เป็นกรรมการก�ากับห้องสอบบาลีสนามหลวง หน่วยสอบ วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม อ�าเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธาน ศูนย์ศกึ ษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และเป็นประธานหน่วยสอบธรรมศึกษา โรงเรียนบ้านจาน จนถึงปัจจุบัน พ.ศ.2555 - ปัจจุบัน มีการส่งเสริมการศึกษาแก่สถานศึกษาจัดหา อุปกรณ์การเรียนการสอน มอบทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ - สามเณร นักเรียน นักศึกษาที่เรียนดี ขยัน ที่สร้างชื่อเสียงแก่สถานที่ศึกษา สมณศักดิ์ พ.ศ.2554 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชนั้ โท ในราชทินนาม ที่ “พระครูสตุ ธรรมกิจ” (จร.ชท.) วันที่ 21 มิถนุ ายน พ.ศ.2551 ได้รบั ตราตัง้ เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านจาน ต�าบลจาน อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2545 ได้รับตราตั้งเป็นเจ้าคณะต�าบลจาน วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 ได้รับตราตั้งเป็น “พระอุปัชฌาย์” ในราชทินนาม “พระครูสุตธรรมกิจ”

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 247

247

23/11/61 11:43:12


Wat Ban Chan is located at Baan Chan village no.1, Chan sub-district, Kanthararom district, Sisaket province. At present, Phra Khru Suttathammakit, The abbot

History of Wat Ban Chan Wat Ban Chan belongs to Maha Nikai clergy since B.E.2420. It was built by Luang Sri Songkram and granted “Wisungkhamsima” (Land granted from Royal family to build temple or other religious buildings) on 14 June B.E.2533. The scale of this temple’s land is 6.8 acres and 572 square meters. There are many Important buildings at this temple as follows: Buddhist sanctuary, Sermon hall, two monk’s 248

.indd 248

houses, Religious rites-performing hall, Multi-purpose hall, Pagoda which contains Luang Phu Mun’s body, Old Buddhist sanctuary. This temple also has significant sacred objects as following: five principal Buddha images which established in Buddhist sanctuary, one Buddha image in the attitude of walking. There are many abbots at Wat Ban Chan as far as we are concerned which are as follows: 1.Phra Ho B.E.2463 - 2469, 2.Phra Thep B.E.2472 - 2478, 3. Phra Pa B.E.2479 - 2488, 4. Phra Mun Thitasilo B.E.2491 - 2494, 5.Phra Sa Nga B.E.2497 - 2508, 6. Phra San B.E.2513 -2522, 7. Phra Sing B.E.2529 - 2535, 8. Phra Athikarn Pin Punnasiri B.E.2539 2551, 9. Phra Khru Suttathammakit B.E.2552 until now.

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

23/11/61 11:43:15


วัดโพธิ์ศรี

บ่มเพาะศีลธรรมให้งอกงามทุกยุคสมัย หลวงปู ่ ส มัย อกิญจโน

ด� ำ รงต� ำ แหน่ง เจ้ำ อำวำสวัด โพธิ์ศรี วัดโพธิ์ศรี ตั้งอยู่บ้ำนเปือย ต�ำบลหนองแก้ว อ�ำเภอกันทรำรมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2447 ได้รับพระรำชทำนวิสุงคำมสีมำ เมื่อ พ.ศ.2516 เขตวิสุงคำมสีมำ กว้ำง 8 เมตร ยำว 14 เมตร

ด้ า นการศึก ษา คนโบราณมีความเคารพนับถือในพระสงฆ์องค์เจ้า มีความย�าเกรง ผู้เฒ่าผู้แก่ ครูบาอาจารย์ รู้บาปบุญคุณโทษ พ่อแม่จะสอนลูกหลาน ตัง้ แต่เด็ก ในวันศีลหรือวันพระ คนเฒ่าคนแก่จะจ�าศีลทีว่ ดั และส่งลูกหลาน ไปวัดเพื่อให้พระสงฆ์สั่งสอน อบรมศีลธรรม ท�าวัตร สวดมนต์ไหว้พระ บางครั้ ง คนเฒ่า คนแก่ก็จะเล่านิทานให้ลูกหลานฟังโดยสอดแทรก ศีลธรรมเข้าไปด้วย และปัจจุบันวัดโพธิ์ศรียังได้ส่งพระเพื่อเข้าไปสอน และอบรมศี ล ธรรม ให้ กั บ นั ก เรี ย นในโรงเรี ย นบ้ า นเปื อ ย ซึ่ ง เป็ น โรงเรียนในหมู่บ้านทุกอาทิตย์ ปั จ จุ บั นวั ด โพธิ์ ศ รี ไ ด้ มี ก ารพั ฒนาวั ด ในด้ า นต่ า งๆ โดยการน� า ของหลวงปู่สมัย อกิญจโน เจ้าอาวาส และพระอาจารย์ดนัย ฐิตสีโล เลขานุการเจ้าคณะต�าบลหนองแก้ว พร้อมด้วยผู้น�าชุมชนทุกหน่วย งานในหมู ่ บ ้ า นได้ อ าศั ย แรงศรั ท ธาจากชาวบ้ า นช่ ว ยกั น ท� า ให้ วั ด เจริญขึ้นตามล�าดับดังที่ปรากฏลงในสื่อต่างๆ

ท�าเนียบเจ้าอาวาส วัดโพธิ์ศรี มีเจ้าอาวาสปกครองหมด 11 รูป ดังนี้ 1. พระหน่อย สุธมฺโม 2. พระค�า ปริสฺทโธ 3. พระสาร ปญฺญาทีโป 4. พระอ่อน สฺมโน 5. พระน้อย กลฺยาโณ 6. พระค�า ปภสฺสโร 7. พระจันทา ปญฺญาทีโป 8. พระครูรัตนโพธิคุณ 9. พระโฮม โกวิโท 10. พระอธิการเกรียงศักดิ์ เขมวโร 11. หลวงปู่สมัย อกิญจโน (เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน)

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 249

249

24/11/61 19:58:02


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดแสงใหญ่ สักการะขอพรพระพุ ทธเมตตามงคลรังษี พระครูฉันทธรรมานุศาสก์

ด�ารงต�าแหน่งเจ้าอาวาสวัดแสงใหญ่

วั ด แสงใหญ่ ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 275 หมู ่ 2 บ้ า นแสงใหญ่ ต.หนองแวง อ.กั น ทรารมย์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ สั ง กั ด คณะสงฆ์ มหานิ ก าย มี เ นื้ อ ที่ 7 ไร่ 2 งาน 10 ตารางวา ได้ รั บ พระราชทาน วิ สุ ง คามสี ม า เมื่ อ วั น ที่ 3 กุ ม ภาพั น ธ์ พ.ศ.2533 ขนาดกว้ า ง 40 เมตร ยาว 80 เมตร 250

.indd 250

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

23/11/61 14:00:28


ประวั ติ ความเป็น มา วัดแสงใหญ่ ตั้งขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด แต่จากการบอกเล่าสืบ ต่อกันมาของผู้สูงอายุในหมู่บ้านกล่าวว่า ในครั้งสร้างเมืองอุบลใหม่ ๆ ได้เกิดอหิวาตกโรคระบาดหนัก บรรพบุรุษที่อาศัยอยู่ที่บ้านดงยาง ซึ่ง สมัยนั้นขึ้นกับเมืองอุบล จึงอพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมหนองแสงใหญ่ โดยมีญาถ่านโทเป็นผูน้ า� ชาวบ้านก่อตัง้ วัดขึน้ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของหมู่บ้านในปัจจุบัน ซึ่งมีอักษรธรรมจารึกไว้ข้างธรรมาสน์โบราณ อายุ 150 ปี บอกเล่าประวัติการสร้างและความเป็นมา

บันทึก

สิ่ งศัก ดิ์สิท ธิ์ป ระจ�าวัด พระพุทธเมตตามงคลรังษี

เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 16 เมตร สร้างจากพลังศรัทธาของชาวบ้าน สิน้ งบประมาณ ในการก่อสร้าง 3,500,000 บาท เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 แล้วเสร็จเมือ่ วันที ่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ขนาดใหญ่ทสี่ ดุ ของจังหวัดศรีสะเกษ สร้างโดยนายช่างบ้านแสงใหญ่ และลู ก หลานบ้ า นแสงใหญ่ มี พุ ท ธลั ก ษณะงดงามอิ่ ม เอิ บ มีลักษณะพระพักตร์งดงามบ่งบอกถึงความมีเมตตาสมกับ พระนาม

รายนามเจ้าอาวาสวัด

พระครูฉัน ทธรรมานุ ศาสก์

ญาถ่านโท ญาถ่านสา ญาถ่านภูมิ ญาถ่านชุน ญาครูค�า ญาครูสี ญาครูผิว ญาครูค�าบุ พระอธิการสา อคฺคธมฺโม พ.ศ.2527 - 2534 พระครูฉันทธรรมานุศาสก์ พ.ศ.2534 - ปัจจุบัน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 251

251

23/11/61 14:00:51


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดสุวรรณาราม(ค�าเนียม)

พระครู โ สภิ ต สารธรรม เจ้ ำ คณะอ� ำ เภอกั น ทรำรมย์ เจ้ำอำวำสวัดสุวรรณำรำม(ค�ำเนียม)

ศูนย์รวมความศรัทธานับแต่อดีต - ปัจจุบัน

พระครู โ สภิตสารธรรม

เจ้ ำ คณะอ� ำ เภอกันทรำรมย์ เจ้ ำ อำวำสวั ดสุว รรณำรำม(ค�ำ เนียม)

วั ด สุ ว รรณาราม(ค� า เนี ย ม) ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 96 หมู ่ ที่ 1 ต� ำ บ ล ค� ำ เ นี ย ม อ� ำ เ ภ อ กั น ท ร ำ ร ม ย ์ จั ง ห วั ด ศ รี ส ะ เ ก ษ สั ง กั ด คณะสงฆ์ ม หำนิ ก ำย ที่ ดิ น ตั้ ง วั ด มี เ นื้ อ ที่ 14 ไร่ 1 งำน 66 ตำรำงวำ น.ส.3 ก เลขที่ 1092 มี ที่ ธ รณี ส งฆ์ จ� ำ นวน 1 แปลงมี เ นื้ อ ที่ 4 ไร่ 252

ประวัติวัดสุวรรณาราม วั ด สุ ว รรณาราม เดิ ม ชื่ อ วั ด บ้ า นค� า เนี ย ม อยู ่ ใ นเขตต� า บลดู น อ� า เภอกั น ทรารมย์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ สร้ า งขึ้ น เมื่ อ พ.ศ.2340 นามผูส้ ร้างวัดตามล�าดับคือ 1.เจ้าพันธุราชหลวงราชบรรเทา 2.หลวงนคร และหลวงพินิตย์ 3.นายจันดี ค�าบาล ก�านันต�าบลดูน 4.นายบุญ บัวลา เป็นผูน้ า� หมูบ่ า้ นค�าเนียม วัดบ้านค�าเนียมได้รบั พระราชทานวิสงุ คามสีมา เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2401 กว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตร ต่อมาเปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดสุวรรณาราม” เมื่อปี พ.ศ.2492

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 252

23/11/61 10:36:02


การพั ฒนา - ปฏิสังขรณ์วัด การสร้างวัดในอดีตนัน้ ต้องใช้กา� ลังศรัทธาจากชาวบ้านทีอ่ ยูใ่ นหมูบ่ า้ น เป็ น หลั ก ชาวบ้ า นจะช่ ว ยกั น เลื่ อ ยไม้ เ พื่ อ สร้ า งกุ ฏิ สร้ า งหั ว แจก (ศาลาการเปรียญ) เครื่องมุงหลังคาก็ช่วยกันไปเกี่ยวหญ้าคามามุง หรือจะสร้างสิม(อุโบสถ) ก็จะปั้นอิฐเอง ก่อเอง ด้วยความศรัทธาของ เจ้าอาวาส พระภิกษุสงฆ์ และชาวบ้านได้ร่วมกันท�าด้วยความสามัคคี และความศรัทธา โดยไม่มีค่าจ้างแรงงานใดๆ เพราะปัจจัยนั้นหายาก เต็มที ไม่เหมือนปัจจุบัน อีกทั้งในอดีตไม่มีการจัดทอดผ้าป่า อุโบสถ มีการสร้างทั้งหมด 5 ครั้ง ครั้งที่ 1-2 ไม่ปรากฏปีที่สร้าง ครั้งที่ 3 สร้างปี พ.ศ.2400 กว้าง 6 เมตร ยาว 15 เมตร ต่อมา ก็ผุพังตามกาลเวลา จึงได้สร้างครั้งที่ 4 โดยสร้างทับหลังเก่า ระหว่างปี พ.ศ.2497 - 2501 โดยผู้น�าสร้างคือ พระอธิการท้าว อิสฺสโร หรือ พระครูวิศาลศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัด การสร้างครั้งที่ 5 ในปี พ.ศ.2540 ได้สร้างทับหลังเก่าอีก ซึ่งมีพระครูปริยัติธรรมาภิราม(พระมหาทองพูน ขนฺติโก) เป็นเจ้าอาวาส และเป็น ผู้น�าในการก่อสร้างได้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2543 และได้ขยายเขตพื้นที่อุโบสถออกเป็น กว้าง 7 เมตร ยาว 17 เมตร กุฏิ ปัจจุบันได้รื้อกุฏิหลังเก่าที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก แล้วสร้าง หลังใหม่ทางทิศตะวันออก เป็นกุฏไิ ม้เนือ้ แข็งทัง้ หลัง มีขนาดกว้าง 16 เมตร ยาว 23 เมตร 2 ชั้น มุงด้วยสังกะสี ท�าการก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2509 โดยมี ห ลวงพ่ อ พระครู วิ ศ าลศาสนกิ จ (ท้ า ว อิ สฺ ส โร) เป็ น ประธาน ในการก่อสร้าง หัวแจก(ศาลาการเปรียญ) แต่ก่อนเรียกว่าหัวแจก เพราะท�าเป็น สถานที่แจกทานทั่วไป ซึ่งมีเจ้าหัวเป็นประธานในการแจก เจ้าหัวก็คือ เจ้าอาวาสนั่นเอง หลังแรกสร้างเมื่อ พ.ศ.2471 เป็นเวลา 45 ปี ขนาดกว้าง 15 เมตร ยาว 15 เมตร ยกพื้น 1 เมตร ต่อมาได้ทรุดโทรม ไปตามกาลเวลา และได้สร้างหลังปัจจุบัน พ.ศ.2516 เป็นอาคาร 2 ชั้น กว้าง 12 เมตร ยาว 23 เมตร สูง 2.50 เมตร 2 ชั้น มุงด้วยกระเบื้อง ลอนคู่ ปัจจุบันได้รื้อออกมุงเป็นสีแดง นอกจากนีภ้ ายในวัดยังมีหอระฆัง เมรุ พร้อมศาลาธรรมสังเวช 1 หลัง มีเจดีย์พระครูวิศาลศาสนกิจ อยู่ด้านทิศตะวันออกของศาลา มีกุฏิ หลังที่ 2 อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของกุฏิหลังเก่า เป็นกุฏิคอนกรีต เสริมเหล็ก ชัน้ เดียว กว้าง 7 เมตร ยาว 11 เมตร สร้างเมือ่ ปี พ.ศ.2558

บันทึก

การศึก ษา ในอดีตวัดบ้านค�าเนียมเป็นสถานทีใ่ ห้การศึกษาแก่ลกู หลาน ชาวบ้านที่เข้ามาบวชเรียน ซึ่งจะได้รับการศึกษาธรรมวินัย และ ข้อควรปฏิบัติในการเป็นฆราวาสที่ดี เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการบวช และศึกออกไป ได้มีธรรมในการด�าเนินชีวิตมากขึ้น ต่อมา ในปี พ.ศ.2464 มีการจัดตัง้ โรงเรียนพระปริยตั ธิ รรมแผนกธรรม ซึง่ ท�าการสอนโดยเจ้าอาวาสและผูม้ คี ณ ุ วุฒ ิ ปัจจุบนั มีการจัดตัง้ ศูนย์เด็กก่อนเกณฑ์ เมื่อ พ.ศ.2536

ท�าเนียบเจ้าอาวาส 1. พระสี สีลคุโณ พ.ศ.2341 - 2365 2. พระสีดา ปริสุทโธ พ.ศ.2365 - 2380 3. พระพรหม โคตรวงศ์ษา พ.ศ.2380 - 2400 4. พระมหาธัมมสังฆราชาธัมมะวงศ์ พ.ศ.2400 - 2425 5. พระอัคคะสอน สุนทรทัน พ.ศ.2425 - 2445 6. พระครูพิมพ์ อคฺคธมฺโม พ.ศ.2445 - 2452 7. พระสี อคิโม พ.ศ.2452 - 2470 8. พระอธิการเต็ม โสรปญฺโญ พ.ศ.2470 - 2484 9. พระครูวิศาลศาสนกิจ(ท้าว อิสฺสโร) พ.ศ.2494 - 2530 10. พระครูปริยัติธรรมาภิราม(ทองพูน ขนฺติโก) พ.ศ.2530 - 2546 11. พระครูโสภิตสารธรรม พ.ศ.2546 - ปัจจุบนั SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 253

253

23/11/61 10:36:22


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดป่าหนองแวง วัดสาขาที่ 12 ของวัดป่าพง

พระครู นิมิตวิริยานุกูล (สุบิน อุตฺตโม) ด� ำ รงต� ำ แหน่ง เจ้ำ อำวำสวัด ป่ำ หนองแวง

พระครูนมิ ติ วิรยิ านุกลู (สุบนิ อุตตฺ โม) ปัจจุบนั อายุ 70 ปี พรรษา 46 มาอยู ่ วั ด ป่ า หนองแวงตั้ ง แต่ ป ี พ.ศ.2525 วั ด แห่ ง นี้ เ ป็ นวั ด ปฏิ บั ติ สายสาขาวัดหนองป่าพง สาขาที ่ 12 จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดวิปสั นา กรรมฐานวัดปฏิบัติ วัดนี้ญาติโยมชาวบ้านหนองแวงได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2512 แล้วก็ได้มีการก่อสร้าง พัฒนาวัตถุเสนาสนะ และมีการ ประพฤติปฏิบัติ ทุกๆ ปี จะมีพระมาบวชอยู่ ไม่มากก็น้อย และ

254

ในปัจจุบันก็มีพระจ�าพรรษาอยู่ 9 รูป เพราะเมื่อก่อนๆ พระเณร มาบวชอยู ่ 5 - 10 พรรษา ก็ให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดต่างๆ อยู ่ 10 กว่าแห่ง ส่วนญาติโยมก็มาร่วมปฏิบัติธรรมในวันพระ มีการปฏิบัติมาตลอดเป็น กิจวัตร ตอนเช้าถวายภัตราหาร ถวายสมาทานศีลฟังเทศน์ กลางวัน ก็เดินจงกรม พอช่วงบ่าย 5 โมงเย็น ญาติโยมก็ได้เดินจงกรม ตั้งแต่ เวลา 17.00 น. - 19.00 น. ก็ไปนั่งสมาธิภาวนาจนถึง 20.00 น. ท�าวัตรเย็น สวดมนต์ ก็ฟังเทศน์ แสดงธรรมให้ฟัง บางทีก็ถึง เที่ยงคืน ถึ ง ตี 3 เป็ น ประจ� า มาเรื่ อ ยๆ ญาติ โ ยมมาปฏิ บั ติ ธ รรมเฉพาะใน วัดป่าบ้านหนองแวง บางวันพระก็ถึง 30 - 50 คน มาถือศิลอุโบสถ บ้านหนองแวง แยกปกครอง 5 หมู่บ้าน, 5 ผู้ใหญ่บ้าน ต�าบลหนองแวง อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ปฏิบัติมาทั้งชาวบ้านและทาง วัด บ้านหนองแวง ก็มีความอุดมสมบูรณ์ ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ ก็คอื ป่าไม้ ญาติโยมชาวบ้านหนองแวง ได้ชว่ ยกันรักษา ป่าไม้ให้อดุ มสมบูรณ์ เนื้อที่ป่าไม้ทั้งหมด 115 ไร่

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 254

22/11/61 19:32:19


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบเทศบาลต�าบล

เทศบาลตำาบลกันทรารมย์ “ กั น ทรารมย์ อุ ด มพริ ก หอมกระเที ย ม ยอดเยี่ ย มกลองตุ ้ ม ปลาชุ ม มู ล ชี หม้ อ ดิ น ดี โ พนทราย มี ฝ ายหั ว นา งามสง่ า พระมงคลมิ่ ง เมื อ ง ” ค�ำขวัญประจ�ำอ�ำเภอกันทรำรมย์

นายอภิ ชาติ ชาญประดิษ ฐ์ นำยกเทศมนตรี ต�ำ บลกั นทรำรมย์

เทศบำลต� ำ บลกั น ทรำรมย์ ยกฐำนะจำกสุ ข ำภิ บ ำลขึ้ น เป็ น เทศบำลต� ำ บล ตำมพระรำชบั ญ ญั ติ ก ำรเปลี่ ย นแปลงฐำนะจำกสุ ข ำภิ บ ำลเป็ น เทศบำล พ.ศ.2542 โดยประกำศในรำชกิ จ กำนุ เ บกษำ ลงวั น ที่ 24 กุ ม ภำพั น ธ์ 2542 มี พื้ น ที่ 6.9 ตำรำงกิ โ ลเมตร มี ชุ ม ชนในเขตเทศบำลทั้ ง สิ้ น 18 ชุ ม ชน ปัจจุบันเทศบำลต�ำบลกันทรำรมย์ ตั้งอยู่เลขที่ 5 หมู่ที่ 5 ถนนประชำรังสฤษดิ์ ต� ำ บลดู น อ� ำ เภอกั น ทรำรมย์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

บริเวณหน้ำเทศบำลต�ำบลกัน ทรำรมย์

พระพุทธมงคลมิ่งเมือง เป็ น พระคู ่ บ ้ า นคู ่ เ มื อ งของชาวเทศบาลต� า บลกั น ทรารมย์ และ อ� า เภอกั น ทรารมย์ ประดิ ษ ฐานอยู ่ ภ ายในบริ เ วณวั ด กั น ทรารมณ์ หมู่ที่ 12 ต�าบลดูน อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ พระพุทธรูป สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2536 ขนาดหน้าตักกว้าง 6 เมตร สูง 9 เมตร เป็นสมบัติล�้าค่า และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอ�าเภอกันทรารมย์

ศาลหลักเมืองอ�าเภอกันทรารมย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจที่เคารพสักการะของชาวอ�าเภอกันทรารมย์ และ เป็นสถานที่สวยงามของเทศบาลต�าบลกันทรารมย์

ไก่ย่างไม้ ไผ่หวานอ�าเภอกันทรารมย์ ไก่ ย ่ า งขึ้ น ชื่ อ ของอ� า เภอกั น ทรารมย์ ถื อ ก� า เนิ ด มาจากชุ ม ชน โคกสะอาด หมู่ที่ 9 ต�าบลดูน อ�าเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นสินค้า OTOP แสนอร่อยที่เทศบาลต�าบลกันทรารมย์ขอแนะน�า ชวนชิม มีจ�าหน่ายที่บริเวณสถานีรถไฟอ�าเภอกันทรารมย์

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 255

255

23/11/61 22:38:51


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลอีปาด “ คมนาคมสะดวกปลอดภั ย ก้ า วไกลด้ า นการศึ ก ษา คงรั ก ษาประเพณี วั ฒ นธรรม น� า ชุ ม ชนสู ่ วิ ถี เ ศรษฐกิ จ แบบพอเพี ย ง ” วิสัยทัศน์ขององค์การบริหารส่วนต�าบลอีปาด

องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลอี ป าด ตั้ ง อยู ่ ที่ บ ้ า นอี ป าด หมู ่ ที่ 1 ต� า บลอี ป าด อ� า เภอกั น ทรารมย์ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ โดยตั้ ง อยู ่ ท างทิ ศ ตะวั น ตกเฉี ย งเหนื อ ห่ า งจากอ� า เภอกั น ทรารมย์ ป ระมาณ 20 กิ โ ลเมตร โดยเส้ น ทางหลวง หมายเลข 2086 สายกั น ทรารมย์ - ยางชุ ม น้ อ ย

ข้อมูลทั่วไป ต�ำบลอีปำดมีพื้นที่ประมำณ 47 ตำรำงกิโลเมตร แบ่งกำรปกครอง ออกเป็น 5 หมูบ่ ำ้ น มีประชำกรรวม 3,375 คน แยกเป็น ชำย 1,678 คน และหญิง 1,697 คน จ�ำนวนครัวเรือน 849 ครัวเรือน ประชำกรส่วนใหญ่ มีอำชีพหลัก ได้แก่ ท�ำนำ อำชีพรอง ได้แก่ ท�ำไร่ ท�ำสวน ค้ำขำย และ เลีย้ งสัตว์ โดยมีผลผลิตทำงกำรเกษตรทีข่ นึ้ ชือ่ ได้แก่ พริก หอม กระเทียม

คณะผู้บริหาร อบต.อีปาด

1. นำยอดิศักดิ์ จันทรัตน์ 2. นำยเชิด อริพงศ์ 3. นำยทองพูล ชรำศรี 4. นำยล�ำพอง ไชยวัฒน์

นำยก อบต.อีปำด รองนำยก อบต.อีปำด รองนำยก อบต.อีปำด เลขำนุกำรนำยก อบต.อีปำด

นายอดิ ศั ก ดิ์ จั น ทรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนต�าบลอีปาด

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนต�าบลอีปาด

1. นำยบุรี จันทรัตน์ 2. นำยนิพนธ์ สุรวิทย์ 3. นำยวิรัตน์ ป้องเศร้ำ 4. นำยสมบัติ สุรวิทย์ 5. นำยปัญญำ สมนึก 6. นำงประดับ สมนึก 7. นำยสุพี วรำพุฒ 8. นำยค�ำภำ ชำรี 9. นำยเอกภพ สุรวิทย์ 10. นำงสำวเจียงค�ำ ชรำศรี 11. นำงสำวธัญรัศม์ พัชระพรพัฒน์

256

ประธำนสภำฯ รองประธำนสภำฯ สมำชิกสภำ หมู่ที่ 1 สมำชิกสภำ หมู่ที่ 1 สมำชิกสภำ หมู่ที่ 2 สมำชิกสภำ หมู่ที่ 2 สมำชิกสภำ หมู่ที่ 3 สมำชิกสภำ หมู่ที่ 4 สมำชิกสภำ หมู่ที่ 5 สมำชิกสภำ หมู่ที่ 5 เลขำนุกำรสภำ

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 256

24/11/61 19:01:37


โครงการ/กิจกรรมเด่นปี 2561 (ครอบคลุมทุกด้าน) 1. โครงกำรก่อสร้ำงถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สำยบ้ำนทุ่งมั่ง - โรงเรียนประสำนมิตรวิทยำ บ้ำนทุ่งมั่ง หมู่ที่ 2, 4 2. โครงกำรก่อสร้ำงรำงระบำยน�ำ้ พร้อมฝำปิดตะแกรง บ้ำนหนองไฮ หมู่ที่ 3, 5 3. โครงกำรจ้ำงเหมำฝังกลบบ่อขยะและปรับปรุงพื้นที่ทิ้งขยะ 4. โครงกำรจัดงำนวันสงกรำนต์และวันผูส้ งู อำยุ ประจ�ำปีงบประมำณ พ.ศ.2561 องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลอีปำด ร่วมกับหน่วยงำนรำชกำร/ เอกชน ในพื้นที่ต�ำบลอีปำด จัดงำนวันสงกรำนต์และวันผู้สูงอำยุ โดยมี กิ จ กรรมกำรถวำยภั ต ตำหำรเพลแด่ พ ระสงฆ์ สรงน�้ ำ พระ และ รดน�้ำด�ำหัวขอพรจำกผู้สูงอำยุ 5. โครงกำรมองไป ไร้ขยะ ประจ�ำปีงบประมำณ พ.ศ.2561 องค์กำรบริหำรส่วนต�ำบลอีปำดร่วมกับ หน่วยงำนรำชกำร/เอกชน ในเขตพืน้ ทีต่ ำ� บลอีปำด ร่วมเดินรณรงค์กำรจัดกำรขยะมูลฝอยในชุมชน และร่วมกันเก็บกวำดขยะมูลฝอยตลอดสองข้ำงถนน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 257

257

24/11/61 19:02:00


เมืองวิถีพุทธ วิถีแห่งควำมสงบสุข ศรีนครล�ำดวน

อ�ำเภอยำงชุมน้อย วัดกันทรารมณ์ ต�าบลดูน วัดกุดเดอะ หมู่ 9 ต�าบลทาม วัดขามป้อม หมู่ 5 ต�าบลหนองบัว วัดค�าบอน หมู่ 9 ต�าบลดูน วัดค�าเมย หมุ่ 11 ต�าบลดูน วัดจ�าปา หมู่ 2 ต�าบลหนองแกว้ วัดจิกกะลาสุทธาราม หมู่ 4 ต�าบลผักแพว วัดแดงนอ้ ยพัฒนาราม หมู่ 5 ต�าบลหนองแวง วัดทา่ ช้าง หมู่ 4 ต�าบลหนองบัว วัดทุง่ มัง่ หมู่ 4 ต�าบลอีปาด วัดทุง่ พาย หมู่ 3 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดนอ้ ยโนนสัง หมู่ 2 ต�าบลโนนสัง วัดนางกวา่ ง หมู่ 5 ต�าบลค�าเนียม วัดนาดี หมู่ 9 ต�าบลผักแพว วัดโนนแดง หมู่ 8 ต�าบลยาง วัดโนนเปื อย หมู่ 8 ต�าบลจาน วัดโนนผึ้ง หมู่ 1 ต�าบลโนนสัง วัดโนนเรือ หมู่ 2 ต�าบลหนองบัว วัดโนนสวน หมู่ 2 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดโนนสวา่ ง หมู่ 13 ต�าบลผักแพว วัดโนนสัง หมู่ 2 ต�าบลโนนสัง วัดบกขีย้ าง หมู่ 4 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดบกบา่ ง หมู่ 11 ต�าบลผักแพว วัดบา้ นกลว้ ย หมู่ 4 ต�าบลยาง วัดบา้ นกอก หมู่ 3 ต�าบลละทาย วัดบา้ นเกา้ สิบ หมู่ 9 ต�าบลโนนสัง วัดบา้ นเกาะ หมู่ 6 ต�าบลผักแพว วัดบา้ นเกาะเหลก้ หมู่ 1 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดบา้ นขาม หมู่ 3 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดบา้ นเขวา หมู่ 4 ต�าบลละทาย วัดบา้ นคลอ้ หมู่ 2 ต�าบลดู่ วัดบา้ นโคก หมู่ 5 ต�าบลยาง วัดบา้ นจาน หมู่ 1 ต�าบลจาน วัดบา้ นเจีย่ หมู่ 2 ต�าบลทาม วัดบา้ นดู่ หมู่ 1 ต�าบลดู่ วัดบา้ นดูน หมู่ 1 ต�าบลดูน วัดบา้ นทาม หมู่ 1 ต�าบลทาม วัดบา้ นเทิน หมู่ 2 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดบา้ นบัวนอ้ ย หมู่ 4 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดผักบุง้ หมู่ 4 ต�าบลจาน วัดบา้ นยาง หมู่ 1 ต�าบลยาง วัดบา้ นสิม หมู่ 7 ต�าบลดูน วัดบา้ นหนองแสง หมู่ 9 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดบา้ นหนามแทง่ (สระพังทอง) หมู่ 3 ต�าบลหนองแวง วัดบา้ นหมัด หมู่ 3 ต�าบลทาม วัดบา้ นเหมา้ หมู่ 2 ต�าบลละทาย วัดบา้ นอีปาด หมู่ 1 ต�าบลอีปาด วัดบา้ นโอ้น หมู่ 8 ต�าบลละทาย

258

7.

วัดบูรพา หมู่ 5 ต�าบลทาม วัดบูรพา หมู่ 5 ต�าบลจาน วัดประชารังสฤษฎิ์ หมู่ 6 ต�าบลดูน วัดป่าขีเ้ หล็ก หมู่ 7 ต�าบลโนนสัง วัดป่าค�าเจริญ หมู่ 11 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดป่าโนนสัง หมู่ 11 ต�าบลโนนสัง วัดป่าเมืองนอ้ ย หมู่ 6 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดป่าเลิงแฝก หมู่ 7 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดป่าศรีรัตนาราม หมู่ 11 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดป่าหนองแกว้ หมู่ 1 ต�าบลหนองแกว้ วัดป่าหนองแคนรัตนาราม หมู่ 10 ต�าบลผักแพว วัดป่าหนองแวง หมู่ 4 ต�าบลหนองแวง วัดผักแพว หมู่ 1 ต�าบลผักแพว

วัดพะแนง หมู่ 2 ต�าบลจาน วัดพันล�า หมู่ 5 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดโพธิล์ ังกา หมู่ 6 ต�าบลยาง วัดโพธิศ์ รี หมู่ 4 ต�าบลหนองแกว้ วัดโพนทราย หมู่ 3 ต�าบลหนองบัว วัดมะกรูด หมู่ 3 ต�าบลค�าเนียม วัดเมืองนอ้ ย หมู่ 1 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดยางนอ้ ย หมู่ 5 ต�าบลละทาย วัดร่องน�าค�า หมู่ 10 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดละทาย หมู่ 1 ต�าบลละทาย วัดลือชัย หมู่ 6 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดเวฬุวนาราม หมู่ 1 ต�าบลแข้ วัดศรีแกว้ หมู่ 1 ต�าบลศรีแกว้ วัดศรีตระกาจ หมู่ 8 ต�าบลศรีแกว้ วัดศรีสุมังคลาราม หมู่ 8 ต�าบลดูน วัดศิริราษฎร์ หมู่ 2 ต�าบลดูน วัดสระบัว หมู่ 3 ต�าบลหนองแกว้ วัดสระสิม หมู่ 4 ต�าบลทาม วัดสร้างเหลา่ หมู่ 3 ต�าบลยาง

วัดสวนฝ้าย หมู่ 5 ต�าบลผักแพว วัดสวนอ้อย หมุ่ 8 ต�าบลผักแพว วัดสวา่ งวราราม หมู่ 5 ต�าบลหนองแกว้ วัดสามัคคิยาราม หมู่ 1 ต�าบลยาง วัดสุวรรณาราม หมู่ 5 ต�าบลหนองใหญ่ วัดแสงใหญ่ หมู่ 2 ต�าบลหนองแวง วัดหนองกก หมู่ 2 ต�าบลยาง วัดหนองขอน หมู่ 12 ต�าบลผักแพว วัดหนองถ่ม หมู่ 3 ต�าบลดู่ วัดหนองถ่มธรรมาวาส หมู่ 1 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดหนองทามใหญ่ หมู่ 6 ต�าบลคเนียม วัดหนองเทา หมู่ 5 ต�าบลตะดอบ วัดหนองน�าเตา้ หมู่ 4 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดหนองบอน หมู่ 15 ต�าบลดูน วัดหนองบอน หมู่ 2 ต�าบลดูน

วัดหนองบัว หมู่ 1 ต�าบลหนองบัว วัดหนองบัวไชยวาน หมู่ 3 ต�าบลโนนสัง วัดหนองมว่ ง หมู่ 9 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดหนองมว่ ง หมู่ 6 ต�าบลดู่ วัดหนองมุกข์ หมู่ 5 ต�าบลเมืองนอ้ ย วัดหนองเรือ หมู่ 6 ต�าบลละทาย วัดหนองแวง หมู่ 1 ต�าบลหนองแวง วัดหนองแวง หมู่ 1 ต�าบลบัวนอ้ ย วัดหนองหวาย หมู่ 3 ต�าบลโนนคูณ วัดหนองหัวช้าง หมู่ 5 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดหนองโอง หมู่ 5 ต�าบลโนนสัง วัดหนองไฮ หมู่ 3 ต�าบลอีปาด วัดหวา้ พัฒนา หมู่ 8 ต�าบลหนองหัวช้าง วัดหัวสะพาน หมู่ 6 ต�าบลโนนสัง วัดอาลัย หมู่ 6 ต�าบลจาน

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 258

24/11/2561 21:00:18


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดโนนติ้ว

วัดส�ำคัญของอ�ำเภอยำงชุมน้อย พระครู สิ ริ ค ณาภิรัก ษ์ ดร.

เจ้ า คณะอ� า เภอยางชุมน้อ ย เจ้า อาวาส วั ด โนนติ้ ว ตั้ ง อยู ่ หมู ่ ที่ 5 บ้ า นโนนติ้ ว ต� า บลโนนคู ณ อ� า เภอยางชุ ม น้ อ ย จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ สั ง กั ด คณะสงฆ์ ม หานิ ก าย

ประวัติความเป็นมา สาเหตุทไี่ ด้ชอื่ “วัดโนนติว้ ” เนือ่ งจากเมือ่ ราวปี พ.ศ.2450 ตาทวดเขียว อพยพครอบครัวจากบ้านคอนกาม ต�าบลคอนกาม อ�าเภอยางชุมน้อย มาตัง้ ถิน่ ฐานอยูท่ บี่ า้ นโนนติว้ ซึง่ เคยเป็นป่าทีอ่ ดุ มสมบูรณ์ และมีตน้ ติว้ ขึ้นอยู่เป็นจ�านวนมาก จึงได้ตั้งชื่อว่า “บ้านโนนติ้ว” เมื่อตั้งบ้านเรือน เป็นหลักฐานมั่นคงแล้ว ชาวบ้านโนนติ้วจึงริเริ่มสร้างวัดโนนติ้วขึ้น เพื่ อ เป็ น สถานที่ บ� า เพ็ ญ กุ ศ ลและประกอบพิ ธี ท างศาสนา โดย คณะศรัทธาบ้านโนนติ้วได้ร่วมกับพระภิกษุสงฆ์พัฒนาวัด จนท�าให้ วัดโนนติ้วเจริญขึ้นเป็นล�าดับจวบจนปัจจุบัน

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 259

259

24/11/61 19:06:55


วัดผักขะ

เกื้อหนุนการศึกษาแก่เนื้อนาบุญ พระครูสุชัยวรธรรม ด�ารงต�าแหน่งเจ้าอาวาสวัดผักขะ 260

.indd 260

วัดผักขะ ตั้งอยู่เลขที่ 173 หมู่ที่ 13 บ้านผักขะ ต�าบลลิ้นฟ้า อ� า เภอยางชุ ม น้ อ ย จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ 33190 สั ง กั ด คณะสงฆ์ มหานิ ก าย มี เนื้ อที่ 8 ไร่ 3 งาน 3 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 3 เส้น ติดที่ดินนายเปลื้อง-นายสิงห์ ประกอบศรี ทิ ศ ใต้ ย าว 3 เส้ น ติ ด กั บ ถนนสาธารณประโยชน์ ทิ ศ ตะวั น ออกยาว 2 เส้ น 10 วา ติ ดกั บ ถนนสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันตกยาว 2 เส้น 10 วา ติดกับทีด่ นิ นายเขีย่ ม-นายโม เสาเวียง

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

22/11/61 20:00:03


ท� า เนี ย บเจ้าอาวาสวัด ผัก ขะ รูปที่ 1 พระอธิการข�า สญฺญโม รูปที่ 2 พระอธิการนิ่ม สุตฺตโม รูปที่ 3 พระอธิการโสม องฺคปญฺโญ รูปที่ 4 พระครูสุชัยวรธรรม

พ.ศ.2463 พ.ศ.2476 พ.ศ.2490 พ.ศ.2517 - ปัจจุบัน

ประวั ติ ความเป็น มา วัดผักขะ ได้รับการก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2453 ได้รับ พระราชทานวิ สุ ง คามสี ม า เมื่ อ วั น ที่ 2 กั น ยายน พ.ศ.2480 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 8 เมตร ยาว 15 เมตร ผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ 2 กั น ยายน พ.ศ.2480 แต่ เ ดิ ม วั ด มี เ นื้ อ ที่ 6 ไร่ เ ศษ โดยมี ท ่ า น พระอธิการข�า สญฺญโม ด�ารงต�าแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ 1 ได้ท�าการ พัฒนาวัดขึ้น โดยการสร้างกุฏิขึ้น 1 หลัง สร้างด้วยไม้ หลังคามุงด้วย หญ้าคา ท่านได้อบรมบ่มนิสัยชาวบ้าน มีพระภิกษุสามเณรมาก ตลอด จนถึงเจ้าอาวาสรูปที่ 2 คือ พระอธิการนิ่ม สุตตฺโต ท่านได้ท�าการ

เปิ ด โรงเรี ย นประชาบาลขึ้ น เพื่ อ พั ฒ นาด้ า นจิ ต ใจของประชาชน จนมี ชื่ อ เสี ย ง พั ฒนาวั ด ขยายที่ อ ยู ่ ต ลอด และได้ ท� า การเปิ ด สอน โรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้นมาโดยตลอด จนถึงเจ้าอาวาสรูปที่ 3 คือ พระอธิการโสม องฺคปญฺโ ญ ท่านพัฒนาศาสนวัตถุขึ้น เป็นต้นว่า พระอุโบสถ กุฏิ ศาลาการเปรียญ และขยายเนื้อที่ของวัดออกไปอีก เป็นเนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน 3 ตารางวา จนถึงเจ้าอาวาสรูปที่ 4 คือ พระครูสุชัยวรธรรม ท่านได้สร้างศาลาอเนกประสงค์ หอระฆัง และ บูรณะศาสนวัตถุต่างๆ ตลอดจนจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมพระภิกษุ สามเณรให้ศกึ ษาเล่าเรียนและท�าประโยชน์แก่สาธารณะ จนถึงปัจจุบนั นี้ SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 261

261

22/11/61 20:00:16


Wat Phak Kha Phra Khru Suchai Woratham, The abbot.

Wat Phak Kha is located at 173 village no.13, Ban Phak Kha, Lin Fa sub-dsitrict, Yang Chum Noi district, Sisaket province, postcode 33190. It belongs to Maha Nikai clergy. The scale of this land is 3.2 acres and 1,212 square meters. Territory - Northern territory is 120 meters in length, adjacent to land of Mr.Pleuang and Mr.Sing Prakobsri. Southern territory is 120 meters in length, adjacent to public road. Eastern territory is 100 meters in length, adjacent to public road. Western territory is 100 meters in length, adjacent to Mr.Khiem and Mr.Mo Saowieng. 262

.indd 262

Order of abbot of Wat Phak Kha The first abbot - Phra Athikarn Kham Sanyamo B.E.2463. The Second abbot - Phra Athikarn Nim Suttamo B.E.2476. The third abbot - Phra Athikarn Som Angkapanyo B.E.2490. The fourth abbot - Phra Khru Suchai Woratham since B.E.2517 until now.

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

22/11/61 20:00:21


History of Wat Phak Kha Wat Phak Kha was founded on 7 June B.E.2453 and granted “Wisungkhamsima” (Land granted from Royal family to build temple or other religious buildings) on 2 September B.E.2480 which scale of this land is 8 meter in width and 15 meters in length, and the monastic boundary-specifying ceremony was performed on the same day. Formerly, scale of this temple land is approximately 2.4 acres which this temple was developed by Phra Athikarn Kham Sanyamo, the first abbot, he built one wooden monk’s house that roofed with lalang. He taught many villagers, novices and monks during the time when he was an abbot. Next, Phra Athikarn Nim Suttamo, the second abbot, he established local school in order to develop mind of locals until it became famous. He had always expanded and developed temple’s land together with established Tripitaka-studying school. Next, third abbot, Phra Athikarn Som Angkapanyo, he built many religious objects in this temple such as ubosot, monk’s house, sermon hall which he also expanded temple’s area to be 3.2 acres and 1,212 square meters as it is now. Lastly, the fourth abbot, Phra Khru Suchai Woratham, he built multi-purpose pavilion, bell tower and reconstructed other religious objects including established foundation to supporting monks and novices for theirs education and making benefit for public since the day he took this position until today. SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 263

263

22/11/61 20:00:28


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดเขวาน้อย ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวบ้านเขวาน้อย

พระครู พิ พิธสังฆกิจ

ด� ำ รงต� ำ แหน่ง เจ้ำ อำวำสวัด เขวำน้อ ย

วั ด เขวาน้ อ ย ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 4 หมู ่ ที่ 4 ต� ำ บลยำงชุ ม น้ อ ย อ� ำ เภอยำงชุ ม น้ อ ย จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

ประวั ติ ความเป็น มา วัดเขวาน้อย สร้างมานานมากแล้ว ไม่ทราบประวัติที่แน่นอน ทราบแต่ว่าเคยตั้งเป็นส�านักสงฆ์มาก่อน และได้ขอตั้งเป็นวัดถูกต้อง ตามกฎหมาย ในปี พ.ศ.2437 และได้พัฒนาวัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

264

.indd 264

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

26/11/61 13:45:37


SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 265

265

26/11/61 13:45:55


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดธาตุบึงบอน

วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวบ้านบอน พระครูวิจิต รวีร านุวัฒ น์

ด�ารงต�าแหน่งเจ้าอาวาสวัดธาตุบึงบอน

วั ด ธาตุ บึ ง บอน ตั้ ง อยู ่ ห มู ่ ที่ 1 บ้ า นบอน ต� า บลบึ ง บอน อ�าเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 3 งาน ความเป็นมาของหมูบ่ า้ นเริม่ เมือ่ ประมาณ พ.ศ.2453 โดยพระครูเงาะ ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ชาวลาว ได้น�าพาชาวบ้านอพยพหนีภัยสงคราม มาจากเมืองเวียงจันทน์ มาตัง้ ถิน่ ฐานทีบ่ า้ นดงสามขา (วัดป่าดงสามขา ในปัจจุบัน) ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านบอนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 5 กิโลเมตร อยู่มานานประมาณ 10 ปี พระครูเงาะเห็นว่า ชาวบ้ า นถู ก สั ต ว์ ท� า ร้ า ยเสี ย ชี วิ ต เป็ น จ� า นวนมาก จึ ง อพยพ มาตั้งหมู่บ้านใหม่ ณ ที่ตั้งในปัจจุบัน 266

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 266

26/11/61 13:46:58


ประวัติความเป็นมา พระครูเงาะได้จัดตั้งวัดธาตุบึงบอนขึ้น หลังจากได้ลงหลักปักฐาน ทีบ่ า้ นบอน เพือ่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน โดยมีชาวบ้านได้ชว่ ยกัน ขุดดินเข้ามาถมที่ตั้งหมู่บ้าน จนท�าให้บริเวณรอบๆ หมู่บ้านเป็นบึง รอบวัด ธาตุบึงบอนดังที่เห็นในปัจ จุบัน และในบึงน�้านั้นมีต้นบอน พืชชนิดหนึ่งเกิดขึ้นตามรอบขอบบึงเป็นจ�านวนมาก จึงเรียกติดปากว่า “บึงบอน” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านและชื่อวัด ต่อมาชาวบ้านเกิดโรคห่าระบาด (อหิวาตกโรค) ท�าให้ชาวบ้านตาย เป็นจ�านวนมาก พระครูเงาะจึงอพยพชาวบ้านอีกครั้ง ไปอยู่ที่ท่าสีไค ฝั่งแม่น�้ามูลทางทิศใต้ของบ้านผักขะ(ปัจจุบัน) เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ สงบแล้ ว ชาวบ้ า นจึ ง ย้ า ยกลั บมาอยู ่ ที่ เ ดิ ม กระทั่ ง พระครู เ งาะได้ มรณภาพ ยังความเสียใจให้แก่ชาวบ้านบอน จึงได้สร้าง “เจดียพ์ ระครูเงาะ” เพื่อให้ลูกหลานได้กราบไหว้บูชา และระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน ต่อมาวัดธาตุบึงบอนได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้น เมื่อ พ.ศ.2466 จึงนับได้วา่ วัดแห่งนีม้ บี ทบาทส�าคัญยิง่ เป็นทัง้ ศูนย์รวมจิตใจ และเป็นศูนย์การศึกษา ให้การอบรมบ่มเพาะลูกหลานของชุมชนตลอดมา

ท�าเนียบเจ้าอาวาส

รูปที่ 1 พระครูเงาะ รูปที่ 2 พระครูปภากรโกศล รูปที่ 3 พระปัญญา พวงราช รูปที่ 4 พระครูวิจิตรวีรานุวัฒน์ พ.ศ.2547 - ปัจจุบัน

บันทึก

การพัฒ นา - ปฏิสังขรณ์วัด พระครู ป ภากรโกศล เจ้ า อาวาสรู ป ที่ 2 ได้ น� า ชาวบ้ า น ก่อสร้างพัฒนาวัดจนเป็นปึกแผ่น ต่อมาเจ้าอาวาสรูปที่ 3 และ 4 ได้นา� ชาวบ้านจัดภูมทิ ศั น์ บูรณปฏิสงั ขรณ์ ผูกพัทธสีมาวัดธาตุบงึ บอน ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยลูกหลานชาวบ้านบอนได้ส�านึกในคุณงามความดีของ เกจิอาจารย์ทุกท่าน จึงร่วมใจกันบูรณปฏิสังขรณ์วัดธาตุบึงบอน ตลอดมา เพื่อส่งต่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ยังประโยชน์และจรรโลง ไว้ซึ่งพุทธศาสนา ดังนี้ บูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์พระครูเงาะ คือ ครอบครัวคุณตา นิรันดร์ - คุณยายกวด นามวงศ์ บู ร ณะศาลาการเปรี ย ญ คื อ ครอบครั ว นายยรรยง พวงราช อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ บูรณะอุโบสถ และฌาปนสถาน คือ นายวิชัย ชาติมนตรี พร้อมคณะลูกหลานชาวบ้านบอนที่ท�างานอยู่กรุงเทพ

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 267

267

26/11/61 13:47:15


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลบึงบอน “ บึ ง บอนเมื อ งน่ า อยู ่ ผู ้ ค นหมั่ น ท� า กิ น ท้ อ งถิ่ น พั ฒ นา น� า พาเศรษฐกิ จ ชี วิ ต เรี ย บง่ า ย หลากหลายวั ฒ นธรรม น� า สู ่ ชุ ม ชนเข้ ม แข็ ง ” วิ สั ย ทั ศ น์ ก ารพั ฒ นาขององค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลบึ ง บอน

องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นต� า บลบึ ง บอน อ� า เภอยางชุ ม น้ อ ย จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ โดยมี ร ะยะทางห่ า งจากอ� า เภอยางชุ ม น้ อ ย ประมาณ 3 กิ โ ลเมตร

ข้อมูลทั่วไป ต�ำบลบึงบอน มีเนือ้ ทีท่ งั้ หมด 36.41 ตำรำงกิโลเมตร หรือประมำณ 22,756.25 ไร่ กำรปกครอง มีจ�ำนวน13 หมู่บ้ำน 3 กลุ่มบ้ำน ได้แก่ บ้านบอน หมู่ที่ 1, 2, 3, 11 และหมู่ที่ 12 บ้านจอม หมู่ที่ 4, 5 และหมู่ที่ 6 บ้านโนน หมู่ที่ 7, 8, 9, 10 และหมู่ที่ 13 ประชากร มีประชำกรจ�ำนวน 5,442 คนแยกเป็น ชำย 2,730 คน หญิง 2,712 คน บ้ำนเรือน จ�ำนวน 1,422 หลัง (ข้อมูล ณ กันยำยน 2561) ระบบเศรษฐกิจ ประชำกรส่วนใหญ่ประกอบอำชีพท�ำกำรเกษตร คือ ท�ำนำ ท�ำสวน ปลูกหอมแดง ปลูกพริก กระเทียม ข้ำวโพด เป็นต้น 268

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 268

23/11/61 22:51:55


องค์การบริหารส่วนตำา บลบึ งบอน ภายใต้การร่วมใจพัฒนาของ นางสาวชญานุช บุตรกระโทก ปลัดองค์การบริหารส่วนต�าบล ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การ บริหารส่วนต�าบลบึงบอน พร้อมทีมงาน

สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก ผ้ า ไหมมั ด หมี่ โดยกลุ ่ ม ทอผ้ ำ บ้ ำ นโนน เลขที่ 71 หมู ่ 8 ต�ำบลบึงบอน อ�ำเภอยำงชุมน้อย ข้าวเกรียบหอมแดง ผลิตโดยกลุ่มอำชีพสตรีท�ำขนม โดยกำรใช้ วัตถุดิบที่มีในพื้นที่เป็นส่วนประกอบ และเกิดจำกภูมิปัญญำท้องถิ่น

แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธธรม หลวงพ่อโต วัดจอมพระ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และเก่ำแก่ ปำงมำรวิชัย สันนิษฐำนว่ำมีอำยุไม่น้อยกว่ำ 600 ปี สร้ำงขึ้นในช่วง ปี พ.ศ.1800 - พ.ศ.1900 เป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะพิเศษ คือ หั น หน้ ำ ไปทำงทิ ศ ตะวั น ตก ท� ำ ให้ ช ำวบ้ ำ นที่ ม ำตั้ ง ถิ่ น ฐำนในพื้ น ที่ ใกล้เคียงได้ทรำบข่ำวเกีย่ วกับควำมศักดิส์ ทิ ธิข์ องท่ำน ต่ำงพำกันมำเคำรพ กรำบไหว้ ใครทีไ่ ด้รบั ควำมเดือดร้อน หรือเจ็บป่วยจะมำกรำบไหว้ขอพร ให้ ห ำยจำกอำกำรเจ็ บ ป่ ว ย ปั ด เป่ ำ เหตุ ร ้ ำ ยต่ ำ งๆ ที่ มี แ ก่ ตนและ ครอบครัว ท�ำให้อยู่เย็นเป็นสุข ชำวบ้ำนจึงได้ถือเอำวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค�่ำ เดือนหก ซึ่งตรงกับ “วันวิสำขบูชำ” ของทุกปี จัดงำนบุญ “ประเพณี แห่ ข ้ า วพั น ก้ อ น” เพื่ อ ถวำยสั ก กำรบู ช ำ และบำยศรี สู ่ ข วั ญ แก่ หลวงพ่อโต และได้ถือปฏิบัติสืบต่อกันมำจนถึงปัจจุบัน ข้ำวพันก้อนที่น�ำมำสักกำรบูชำหลวงพ่อโตนั้น ตำมค�ำบอกเล่ำ ของบรรพบุรุษ ที่เล่ำสืบต่อกันมำว่ำ ชำวบ้ำนที่ตั้งถิ่นฐำนในต�ำบล บึงบอนและพื้นที่ใกล้เคียงที่เคำรพนับถือหลวงพ่อโต จะพร้อมใจกัน น�ำข้ำวเหนียวทีน่ งึ่ สุกแล้วมำปัน้ เป็นก้อนกลมๆ เท่ำนิว้ มือ น�ำไม้มำเสียบ ท�ำเหมือนดอกไม้บูชำ เพื่อน�ำมำปักพำนพุ่มที่เตรียมไว้ โดยชำวบ้ำน ทุกครัวเรือนจะน�ำข้ำวเหนียวทีป่ น้ั เป็นก้อนกลมๆ มำแตะบริเวณศีรษะ และตำมร่ำงกำย แล้วอธิษฐำนขอพรให้หำยจำกโรคภัยไข้เจ็บต่ำงๆ เมื่อต่ำงคนต่ำงท�ำกันมำรวมกัน ก็เป็นร้อยเป็นพันก้อน จึงได้ตั้งชื่อว่ำ “ข้ำวพันก้อน” หลังจำกท�ำพิธสี กั กำรบูชำหลวงพ่อโตเสร็จแล้ว ชำวบ้ำน แต่ละคนก็จะน�ำข้ำวพันก้อนติดตัวกลับบ้ำนเพื่อน�ำไปบูชำที่ยุ้งฉำง รวมทัง้ แท่นบูชำในบ้ำน เพือ่ ควำมเป็นสิรมิ งคลแก่ตนเองและครอบครัว SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 269

269

23/11/61 22:51:58


เมืองวิถีพุทธ วิถีแห่งควำมสงบสุข ศรีนครล�ำดวน

อ�ำเภอโนนคูณ วัดทักษิณธรรมนิเวศน์ หมู่ 1 ต�ำบลดนนคอ้ วัดทุง่ รวงทอง หมู่ 5 ต�ำบลโพธิ์ วัดโนนดู่ หมู9่ ต�ำบลหนองกุง วัดโนนสมบูรณ์ หมู่ 8 ต�ำบลหนองกุง วัดบำ้ นกอ้ นเสำ้ หมู่ 3 ต�ำบลหนองกุง วัดบำ้ นโคกสะอำด ( สระบัวโคกสะอำด) หมู่ 7 ต�ำบลหนองกุง วัดบำ้ นแดง หมู่ 8 ต�ำบลบก วัดบำ้ นโนนคอ้ หมู่ 1 ต�ำบลโนนคอ้ วัดบำ้ นโนนคูณ หมู่ 2 ต�ำบลโนนคอ้ วัดบำ้ นบก หมู่ 1 ต�ำบลบก วัดบำ้ นปลำขอ่ หมู่ 4 ต�ำบลโพธิ์ วัดบำ้ นโปร่ง หมู่ 6 ต�ำบลบก วัดบำ้ นผักขยำ่ ใหญ่ หมู่ 3 ต�ำบลโพธิ์ วัดบำ้ นโพธิ์ หมู่ 1 ต�ำบลโพธิ์ วัดบำ้ นหนองกุง หมู่ 1 ต�ำบลหนองกุง วัดบำ้ นหนองจิก หมู่ 4 ต�ำบลโนนคูณ วัดบำ้ นหนองปลำเข็ง หมู่ 10 ต�ำบลโพธิ์ วัดบำ้ นหนองมะเกลือ หมู่ 3 ต�ำบลโนนคูณ วัดบำ้ นหนองแวง หมู่ 5 ต�ำบลหนองกุง วัดบำ้ นหนองสนม หมู่ 2 ต�ำบลเหลำ่ กวำง วัดบำ้ นหยอด หมู่ 3 ต�ำบลเหลำ่ กวำง วัดบำ้ นเหลำ่ เสน หมู่ 4 ต�ำบลบก วัดป่ำนำมอ่ ง หมู่ 2 ต�ำบลเหลำ่ กวำง วัดป่ำโนนสมบูรณ์ หมู่ 18 ต�ำบลหนองกุง วัดป่ำพุทธศิลำ หมู่ 5 ต�ำบลโนนคอ้ วัดป่ำสันติสุข หมู่ 7 ต�ำบลหนองกุง วัดขยำ่ นอ้ ย หมู่ 9 ต�ำบลบก วัดมว่ งเป หมู่ 2 ต�ำบลหนองกุง วัดหนองดินด�ำ หมู่ 5 ต�ำบลบก วัดหนองสำมขำ หมู่ 6 ต�ำบลโนนคอ้ วัดหนองส�ำรำญ หมู่ 8 ต�ำบลโนนคอ้ วัดหัวเหลำ่ หมู่ 6 ต�ำบลบก วัดใหมบ่ ูรพำ หมู่ 11 ต�ำบลเหลำ่ กวำง

270

8.

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 270

24/11/2561 21:00:45


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัตถุมงคล “รุ่นแรก”

หลวงพ่ อ บุ ญ ชู กลฺ ย าโณ (พระครู นิมิตรการโกศล)

วัดโนนคูณ บทพิ สูจน์แห่งพลังศรัทธา

พระครู วิจิ ต รจัน ทสาร (สง่า จนฺท สโร)

เจ้ ำ คณะต� ำ บลโนนค้อ , เจ้ำ อำวำสวัด โนนคูณ

วัดโนนคูณ ตั้งอยู่เลขที่ 159 หมู่ 2 ต�ำบลโนนค้อ อ�ำเภอโนนคูณ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

ประวั ติ วั ด โนนคูณ วัดโนนคูณ ได้เริ่มตั้งเป็นวัดในราวปี พ.ศ.2430 โดยการน�าของ นายอิน (กะลก)สุขอินทร์, นายอ่อน, นายผุ, นายชิน, และนายธรรม (ขี้โม้) โดยชาวบ้านได้รับมอบที่ดินให้สร้างวัดประมาณ 5 ไร่เศษ และ ตั้งชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้านโนนคูน ซึ่งมีต้นคูนเกิดขึ้นอยู่เป็นจ�านวนมาก ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “บ้านโนนคูณ” ที่มีความหมายว่า โนนที่มีความ เป็นสิริมงคลค�้าคูณอยู่เย็นเป็นสุข SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 271

271

22/11/61 19:41:51


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดบ้านเหล่าเสน สักการะพระเจ้าใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ พระครูวิจิต รธรรมานนท์

ด�ำรงต�ำแหน่งเจ้ำอำวำสวัดบ้ำ นเหล่ำเสน

วั ด บ้ า นเหล่ า เสน ต� ำ บลบก อ� ำ เภอโนนคู ณ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ

272

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 272

05/12/61 14:11:08


ประวั ติ ความเป็น มา ส�ำหรับกำรตัง้ วัดบ้ำนเหล่ำเสน ตัง้ ขึน้ หลังจำกกำรตัง้ หมูบ่ ำ้ นได้ 5 ปี ในระหว่ำงปี พ.ศ.2475 - 2476 โดยชำวบ้ำนได้ปรึกษำกันเกี่ยวกับ กำรตั้ ง วั ด ซึ่ง มีพ่อ ใหญ่บัว หมุดหมั้น เป็น หัว หน้ำ และตกลงกัน ทีจ่ ะสร้ำงวัดขึน้ เพือ่ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชำวบ้ำนในกำรบ�ำเพ็ญบุญกุศล ต่ำงๆ โดยพ่อใหญ่บวั หมุดหมัน้ ได้บริจำคทีด่ นิ ให้สร้ำงวัด จ�ำนวน 6 ไร่ 70 ตำรำงวำ ต่อมำปี พ.ศ.2554 พระครูวิจิตรธรรมำนนท์ ได้ประชุม คณะกรรมกำรวั ด เรื่ อ งกำรขอซื้ อ ที่ ดิ น ขยำยวั ด เพิ่ ม เติ ม อี ก 3 งำน 34 ตำรำงวำ รวมเป็น 7 ไร่ - งำน 4 ตำรำงวำ และมีกำรสร้ำงกุฏสิ งฆ์ขนึ้ เพื่อให้ภิกษุสำมเณรได้อยู่อำศัย ในสมัยของพระอำจำรย์เชียง ท่ำนสร้ำงกุฏิเป็นสำมชั้น และท่ำน ก็เป็นผูม้ วี ชิ ำอำคมทำงฟันแทงไม่เข้ำ เป็นทีก่ ล่ำวขำนและเป็นทีเ่ กรงขำม ของภิ ก ษุ ส ำมเณรในเขตปริ ม ณฑล และญำติ โ ยมผู ้ พ บเห็ น แม้ แ ต่ ท่ำนเจ้ำคุณพระเทพวรมุนวี บิ ลู ย์(กลฺยำโณ) อดีตเจ้ำคณะจังหวัดศรีสะเกษ ท่ำนเล่ำให้ฟังว่ำ สมัยท่ำนยังเป็นสำมเณรน้อย เมื่อท่ำนเดินทำงมำถึง บ้ำนเหล่ำเสน ท่ำนจะต้องเดินอ้อมไปให้ไกลจำกวัดบ้ำนเหล่ำเสน เพรำะท่ำนเกรงขำมท่ำนพระอำจำรย์เชียง แต่เป็นทีน่ ำ่ เสียดำยทีก่ ำรสร้ำง กุฏสิ ำมชัน้ ของพระอำจำรย์เชียงเป็นอันไม่สำ� เร็จ และต่อมำพระอำจำรย์ ทองค�ำก็ได้นำ� พำญำติโยมพุทธศำสนิกชนชำวบ้ำนมำสร้ำงกุฏหิ ลังใหม่ขนึ้ จึงส�ำเร็จ ต่อมำสมัยของพระครููปิยสีลโสภิต ท่ำนได้สร้ำงอุโบสถและ ศำลำกำรเปรียญขึ้นจนส�ำเร็จ

พระครูวิจิตรธรรมานนท์

ประวัติพ ระเจ้าใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ พระครู วิ จิ ต รธรรมำนนท์ ได้ เ ล่ ำ ถึ ง ประวั ติ ค วำมเป็ น มำของ พระพุทธปิยะนันทมงคลมุนีหรือที่เรียกกันจนติดปำกของญำติโยม ชำวบ้ำนว่ำ “พระเจ้าใหญ่วัดบ้านเหล่าเสน” ข้ำพเจ้ำมีควำมคิดว่ำ ท�ำอย่ำงไรวัดบ้ำนเหล่ำเสนจึงจะมีสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดเกิดขึ้น จนวันหนึ่งก็เกิดนิมิตขึ้นมำ ข้ำพเจ้ำก็ประชุมญำติโยมชำวบ้ำนทุกคน เพื่อจะบูรณะศำลำหลังเก่ำให้มันมีควำมงดงำมวิจิตรตระกำรตำ และ ยิ่งใหญ่กว่ำเดิม จะได้หำพระประธำนมำประดิษฐำน ณ ศำลำหลังนี้ ก็เลยได้พูดคุยสอบถำมกับพระอธิกำรเทียน กลฺยณรโต เจ้ำอำวำส วัดบ้ำนหนองส�ำรำญ พอดีทำ่ นได้รบั แบบพระมำหล่อทีอ่ โุ บสถของท่ำน ข้ำพเจ้ำเลยคิดว่ำน่ำจะน�ำมำหล่อทีว่ ดั บ้ำง ก็เลยให้ทำ่ นติดต่อแบบพระให้ แต่ก็ยังเหลือเรื่องของชื่อพระประธำนวันนั้นข้ำ พเจ้ำ ได้เดินทำงไป กั น ทรลั ก ษ์ กั บ พระอธิ ก ำรเที ย น จึ ง น� ำ ชื่ อ ของพระเทพวรมุ นี อดีตเจ้ำคณะจังหวัดศรีสะเกษ ท่ำนเป็นคนโนนคูณ มำตั้งเพื่อบูชำ ครูบำอำจำรย์ และน�ำฉำยำของข้ำพเจ้ำใส่รวมกันเข้ำไปด้วย ก็เลย ได้ชื่อว่ำ “พระพุทธปิยนนฺทมงคลมุนี” แลเรื่องควำมหมำยนี้ข้ำพเจ้ำ ก็ได้สอบถำมมหำบุญมี ปญฺวฑฺฒโณ เลขำเจ้ำคณะอ�ำเภอโนนคูณ เจ้ำคณะต�ำบลโพธิ์ เจ้ำอำวำสวัดบ้ำนเวำะ และมหำชยำงกูร สุวอ อยู่บ้ำนหนองส�ำรำญ ซึ่งมีควำมหมำยว่ำ “ พระพุทธมุนีอันเป็นมงคล เป็นที่รักน�ำมำซึ่งควำมสุขของชำวพุทธผู้ที่มำกรำบไหว้ขอพร” และ ในวันที่ 13 เมษำยน 2554 ข้ำพเจ้ำได้นิมนต์พระศรีธรรมำนำถมุนี (พระรำชธรรมสรสุธี) รองเจ้ำคณะจังหวัดศรีสะเกษ มำเป็นประธำน ในกำรเทหล่อพระประธำน และพระครูสงั วรธรรม เจ้ำคณะอ�ำเภอโนนคูณ และเจ้ำอำวำสวัดทุกวัดในอ�ำเภอ พระครูเกษมจันทคูณ เจ้ำคณะต�ำบลบก พร้ อ มทั้ ง เจ้ ำ อำวำสทุ กวั ด ในต� ำ บล ส่ ว นประธำนฝ่ ำ ยฆรำวำสก็ มี คุณโยมทนำยประเทือง คุณจ�ำเนียร เตี๊ยะตรำช้ำง และคุณโยมเสียง พร้อมครอบครัว ทีม่ ำจำกจังหวัดสุพรรณบุร ี พร้อมทัง้ ก�ำนัน ผูใ้ หญ่บำ้ น บ้ำนเหล่ำเสน แสนส�ำรำญ แสนสุข พร้อมทัง้ ชำวบ้ำนทุกคนทีม่ ำร่วมงำน ในวันนั้นเป็นจ�ำนวนมำก ส่วนด้ำนควำมศักดิ์สิทธิ์นั้นญำติโยมชำวบ้ำน ผู้มีควำมเคำรพศรัทธำมำขอพร ก็ส�ำเร็จสมควำมปรำรถนำทุกประกำร SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 273

273

05/12/61 14:11:18


H I S TO R Y O F B U D D H IS M บันทึกเส้นทางธรรมหนุนน�าชีวิต

วัดหนองดินด�ำ สืบทอดพระพุ ทธศาสนาด้วย บ ว ร

พระครู วิโรจน์สัจคุณ

ด� ำ รงต� ำ แหน่ง เจ้ำ อำวำสวัด หนองดินด�ำ

วั ด หนองดิ น ด� ำ ตั้ ง อยู ่ เ ลขที่ 201 ต� ำ บลบก อ� ำ เภอโนนคู ณ จั ง หวั ด ศรี ส ะเกษ สั ง กั ด คณะสงฆ์ ม หำนิ ก ำย ที่ ดิ น ตั้ ง วั ด มี เ นื้ อ ที่ 8 ไร่ 2 งำน 30 ตำรำงวำ อำณำเขตปั จ จุ บั น มี ห มู ่ บ ้ ำ น ล้ อ มรอบวั ด หนองดิ น ด� ำ 274

ประวัติวัดหนองดินด�ำ วั ด หนองดิ น ด� ำ สร้ า งสมั ย ใดไม่ ป รากฏ แต่ จ ากการสอบถาม ผู้สูงอายุของหมู่บ้านคือ พ่อใหญ่ค�าภา บุญปก และพ่อใหญ่สิงห์ กัณหาสุข เล่าว่า ในอดีตพ่อใหญ่พันธ์ บุญปก ได้พาหลายครอบครัว อพยพย้ า ยถิ่ น ฐานหนี โ รคห่ า มาจากบ้ า นลาวหลง เพื่ อ หาที่ ส ร้ า ง หมู ่ บ ้ า นใหม่ โดยจะท� า พิ ธี เ สี่ ย งทายว่ า อยู ่ ท่ี ไ หนแล้ ว จะดี มี ค วาม อุดมสมบูรณ์ กระทั่งได้ที่เหมาะสม จึงตั้งชื่อว่า “บ้านหนองดินด�า” เมื่อเกิดเป็นชุมชนขึ้นมา พ่อใหญ่พันธ์ บุญปก และชาวบ้านจึงได้ ถวายที่ ดิ น สร้ า งวั ด หนองดิ น ด� า ขึ้ น โดยชาวบ้ า นช่ ว ยกั น ท� า นุ บ� า รุ ง วัดหนองดินด�ามาจนถึงบัดนี้ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกัน มีบ้าน วัด โรงเรียน ร่วมกันพัฒนาสืบทอดพระพุทธศาสนาด้วยความศรัทธา อันแรงกล้าของชาวบ้านหนองดินด�า - หนองดินแดง

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 274

23/11/61 11:17:08


ท� ำ เนี ย บเจ้ำอำวำส หลวงพ่อโส หรือชาวบ้านเรียกหลวงพ่อตาเขียว หลวงปู่อ้วน โสภโณ หลวงพ่ออินทร์ (ทองงาม) เจ้าอธิการอ่อนสา ปริสุทฺโท หลวงปู่ถ่อน พระยืน หลวงปู่พิม พระอธิการสุทัศน์ ปิยธโร พ.ศ.2533 - 2536 พระครูวิโรจน์สัจคุณ พ.ศ.2548 - ปัจจุบัน

อำคำรเสนำสนะ อุโบสถ 2 หลัง ซึ่งอุโบสถหลังเก่าได้ช�ารุดไม่สามารถใช้งานได้ จึง ได้สร้างขึ้นใหม่(ก�าลังสร้างยังไม่แล้วเสร็จ) ศาลาการปรียญ 1 หลัง วิหารสมเด็จโต 1 หลัง ศาลาเอนกประสงค์ 1 หลัง กุฏิสงฆ์ 7 หลัง โรงครัว 1 หลัง ห้องน�้า 29 ห้อง ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ 1 หลัง สระน�้า 1 แห่ง

ปูชนียวัต ถุส�ำคัญ พระพุทธรูปปำงมำรวิชัย หล่อด้วยทองเหลือง ขนาดหน้าตัก 90 นิ้ว จ�านวน 3 องค์ พระพุทธรูปปำงมำรวิชัย พระประธานในอุโบสถหลังใหม่ แกะ ด้วยไม้ตะเคียนทองทรงเครื่อง ขนาดหน้าตัก 90 นิ้ว 1 องค์ พระนอน แกะด้วยไม้ตะเคียนทอง ยาว 5 เมตร 1 องค์ บันทึก

ร่วมสร้ำงเส้นทำงบุญ วัด หนองดินด�ำ ขอเชิญชวนท่ำนสำธุช นทั้ ง หลำยร่ ว มสร้ ำ ง ศำสนวัตถุในวัดเช่นอุโบสถหลังใหม่ที่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยร่วมท�ำบุญได้ที่ ธนำคำร ธกส. ชื่อบัญชี วัดหนองดินด�ำ เลขที่บัญชี 020063974989 หรือ โทร.06-1934-3339 (พระครูวิโรจน์สัจคุณ)

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 275

275

23/11/61 11:17:28


W O R K L IF E

บันทึกเส้นทางพบองค์การบริหารส่วนต�าบล

องค์การบริหารส่วนตำาบลโนนค้อ “ ต� ำ บลน่ ำ อยู ่ เชิ ด ชู ก ำรศึ ก ษำ ปลู ก ฝั ง ภู มิ ป ั ญ ญำ มี ธ รรมำภิ บ ำล น้ อ มน� ำ วิ ถี เ ศรษฐกิ จ พอเพี ย ง ” วิสัยทัศน์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนต�าบลโนนค้อ

วัดบ้านโนนค้อ

ตั้งอยู่เลขที่ 62 หมู่ที่ 7 ต�าบลโนนค้อ อ�าเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ โดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือห่างจาก อ�าเภอโนนคูณ ประมาณ 5.5 กิโลเมตร ปัจจุบันมี นายชาติชาย เลขาตระกูล ด�ารงต�าแหน่ง นายกอบต.โนนคูณ และนายอ�าพล บัวหอม เป็นปลัดอบต.โนนค้อ

คณะผู ้ บ ริ หำร

นายชาติชาย เลขาตระกูล นายค�าภา สร้อยรอด นายวิชัย สืบหล้า นายบุญชม กงแก้ว

276

นายก อบต.โนนค้อ รองนายก อบต.โนนค้อ รองนายก อบต.โนนค้อ เลขานายก อบต.โนนค้อ

ชุม ชนท่องเที่ยว @ตลาดดอนแก้ว

SBL บันทึกประเทศไทย I ศรีสะเกษ

.indd 276

23/11/61 23:18:03


ข้อมูลทั่วไป ต� า บลโนนค้ อ มี เ นื้ อ ที่ ป ระมาณ 32,438 ไร่ หรื อ ประมาณ 58 ตารางกิโลเมตร เป็นต�าบลที่ตั้งขึ้นเมื่อปี 2520 โดยแยกจาก อ�าเภอกันทรารมย์ และได้ก่อตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนต�าบล เมื่อปี พ.ศ.2540 องค์การบริหารส่วนต�าบลโนนค้อ เป็นองค์กรขนาดกลาง การปกครอง องค์การบริหารส่วนต�าบลโนนค้อ รับผิดชอบหมู่บ้าน ทั้ง 20 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านโนนค้อ หมู่ที่ 2 บ้านโนนคูณ หมู่ที่ 3 บ้านหนองมะเกลือ หมู่ที่ 4 บ้านหนองจิก หมู่ที่ 5 บ้านเท่อเล่อ หมู่ที่ 6 บ้านหนองสามขา หมู่ที่ 7 บ้านโปร่ง หมู่ที่ 8 บ้านหนองส�าราญ หมู่ที่ 9 บ้านหนองคู หมู่ที่ 10 บ้านเหล่าเชือก หมู่ที่ 11 บ้านแสนตอ หมู่ที่ 12 บ้านร่องเก้า หมู่ที่ 13 บ้านโดด หมู่ที่ 14 บ้านโนนค�า หมู่ที่ 15 บ้านร่องเก้าเหนือ หมู่ที่ 16 บ้านโนนสีทอง หมู่ที่ 17 บ้านร่มเย็น หมู่ที่ 18 บ้านโนนค้อใต้ หมู่ที่ 19 บ้านดอนแก้ว และ หมูท่ ี่ 20 บ้านหนองมะเกลือเหนือ

นายชาติ ช าย เลขาตระกู ล นายกองค์ก ารบริห ารส่วนต�าบลโนนค้ อ

ประชากร ในเขตพื้นที่บริการมีจ�านวนประชากรทั้งหมด 8,508 คน จ�านวน 2,675 หลังคาเรือน (จากข้อมูลการส�ารวจระหว่างวันที่ 1 ถึง 17 กันยายน พ.ศ.2561) ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาไทยอีสาน นับถือศาสนาพุทธ และมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก

SISAKET I SBL บันทึกประเทศไทย

.indd 277

277

23/11/61 23:18:10


พันธกิจกำรพัฒนำ พันธกิจที่ 1 ปรับปรุงและพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค สาธารณูปการให้ได้มาตรฐาน มีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อความต้องการ ของประชาชน เพื่ อ รองรั บ การขยายตั ว ของเมื อ งในอนาคตและ เศรษฐกิจของท้องถิ่น พั น ธกิ จ ที่ 2 การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคน ครอบครัว และชุมชนให้เข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พั น ธกิ จ ที่ 3 การสร้างระบบบริหารจัดการที่ดี โดยให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การวางแผนพัฒนา การตรวจสอบ เพื่อ ให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารและการปกครอง พั น ธกิ จ ที่ 4 ปรับปรุงและพัฒนาระบบการศึกษา ศาสนาตลอดจน อนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมอันดีงามและภูมิปัญญาของท้องถิ่น พันธกิจที่ 5 การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารและ การบริการให้มีประสิทธิภาพ