Page 1


อุทยานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย (โต พรหมรังสี) อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

54


Nakhon Ratchasima 55


บริษัท อนันตภัณฑ ออโตโมบิล จํากัด พบกับศูนยบริการ ทาทา มอเตอร ไดแลวที่นี่..! สาขา ในเมือง

ฉลอขางใหม

สาขา โชคชัย

เปดสา

พบขอเสนอพิเศษสุดไดแลววันนี้

ผูนํารถประหยัดนํ้ามัน บรรทุกไดมากถึง 2.5 ตัน สนใจติดตอ 093-5273999, 093-5274999 สาขาในเมือง 093-5271999, 093-5272999 สาขโชคชัย


บ ั ล ค ้ ี ต ว ิ บ  ด น อ ร จ แ ง า ว บ ป ร ค ส พ า ช ภ ุข า

โคสรถาบันเสริมความงามเพื่อส

สปา นวดไทย นวดฝาเทา นวดประคบ อยู ไฟหลังคลอด ทรีตเมนทหนา ลดและกระชับสัดสวนดวยเครื่องมือทันสมัย ทําผม ทําเล็บ ตอขนตา ฟตเนส โยคะ และทรีตเมนทเพื่อความงามอีกมากมาย

ถ.ชางเผือก ต.ในเมือง อ.เม ือง จ.นครราชสีมา 30000 โทร.044-259119,083-7 459119


E d i t o r ’s T a l k

คณะที่ปรึกษา ศ.ดร.กฤช เพิ่มทันจิตต, นิเวศน กันไทยราษฎร ดร.วัลลภ อารีรบ, ดร.สุมิท แชมประสิทธิ์ ดร.พิชัย ทรัพยเกิด ฝายกฎหมาย สมคิด หวังเชิดชูวงศ, ทวิช อมรนิมิตร บรรณาธิการอํานวยการ ศุภกิจ ศิลปรังสรรค บรรณาธิการบริหารสายงานบุคคล พงษศักดิ์ พรณัฐวิฒิกุล บรรณาธิการการบริหารสายงานการตลาด ปณณศักดิ์ ศิลปรังสรรค บรรณาธิการ วรินทธรน ประพัฒนทอง กองบรรณาธิการ ชานันท หัสสรังสี, จุฑามาศ วองเลขา ชางภาพ กร พงศไพบูลยเวชย กราฟคดีไซน ศศิธร ดวงแสง, ชานันท หัสสรังสี ผูอํานวยการฝายขายโฆษณา สมบัติ จําปาออน, กชกร รัฐวร ผูจัดการฝายโครงการ วิษณุ เกิดศิริ, ชัชชัย สุโกสิ ฝายขาย นายเจษฎา มูสิกะ, นางสาวชนิกานต นาคสวัสดิ์ ฝาย IT และประสานงาน ชานันท หัสสรังสี, จุฑามาศ วองเลขา ฝายการเงิน-การบัญชี ดวงตา พิมลศิริ ฝายบัญชี รัตติยา ไชยบุญเรือง

“ประตูสูอีสาน ศูนยกลางการ พั ฒ นาเศรษฐกิ จ การผลิ ต สิ น ค า เกษตร อุ ต สาหกรรม ผลิ ต ภั ณ ฑ ไหม และการทองเทีย่ ว” เปนวิสยั ทัศน ของ จั ง หวั ด นครราชสี ม า ที่ ทํ า ให เห็นภาพรวมของจังหวัดวามีความโดด เด น ทั้ ง ด า นโลจิ ส ติ ก ส เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การทองเที่ยว และศิลป วัฒนธรรม อีกทั้งในอนาคตอันใกลนี้ นครราชสี ม าจะกลายเป น หนึ่ ง ใน เสนทางสายเศรษฐกิจที่นาจับตามอง มากยิ่งขึ้น เพราะไมเพียงแคการเปนประตูสูอีสานเทานั้น หากยังเปนประตู บานใหญทจี่ ะเชือ่ มโยงภูมภิ าคอาเซียนของเราไวดว ยกัน ดวยความนาสนใจ ดังกลาวขางตนนี้เอง นิตยสาร SBL จึงไมรอชาที่นําเสนอเรื่องราวนาสนใจ จากทุกภาคสวนของนครราชสีมา เปนฉบับปฐมฤกษของป 2014 และเปน ฉบับแรกของจังหวัดนครราชสีมา ทีมงาน นิตยสาร SBL ขอถือโอกาสนี้กลาวขอบพระคุณ ดร.วิฑูรย สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.วินัย-คุณราตรี บัวประดิษฐ ผูวาราชการจังหวัดนครราชสีมา และนายกเหลากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นายวีระศักดิ์ ศรีโสภา ทองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา ตลอดจนหนวยงาน ราชการตางๆ อาทิ ขนสงจังหวัด ทองเที่ยวและกีฬาจังหวัด ทางหลวง ชนบทที่ 5 ทางหลวงชนบทจังหวัด พัฒนาชุมชน เกษตรจังหวัด ทรัพยากรนํ้า ภาค 5 วัฒนธรรมจังหวัด ตลอดจนองคกรปกครองทองถิน่ อาทิ เทศบาลเมือง เทศบาลตําบล และองคการบริหารสวนตําบล ที่พรอมใจกันนําเสนอผลการ ดําเนินงานอยางคึกคัก และทีจ่ ะขาดไมไดอยางยิง่ คือบริษทั -หางรานตางๆ ที่ ใหการสนับสนุนการจัดพิมพนติ ยสารดวยดี จนสําเร็จอยูใ นมือของทานผูอ า น พรอมกันนีท้ มี งานตองกราบขออภัยหากเกิดความบกพรองผิดพลาดใดๆ และ ขอนอมรับคําติ-ชมจากทุกทานดวยใจจริงครับ ทายนี้ กระผมในนามของ นิตยสาร SBL ใครขออาราธนาคุณพระศรี รัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดประทานพรในวาระดิถีขึ้นป ใหมแดทุกๆ ทาน ขอจงประสบแตความสุข ความเจริญ คิดหวังสิ่งใดขอให สมปรารถนาทุกประการครับ ดวยรักและขอบคุณจากใจ

บริษัท สมารท บิซิเนส ไลน จํากัด 9/4-6 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220 เบอรโทร 02- 522-7171 www.smart-sbl.com

ติดตอคุณศุภกิจ ศิลปรังสรรค โทรศัพท 08-1442-4445, 08-4874-3861 e-mail : supakit.s@live.com

(ศุภกิจ ศิลปรังสรรค) บรรณาธิการอํานวยการ


C o n t e n t เสนทางสายพิเศษ

18 25 39 54 60

ใตรมพระบารมี : “โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชฯ” เสนทางพบบุคคลสําคัญ : ดร.วิฑูรย สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เสนทางพบผูวาราชการจังหวัด : ดร.วินัย บัวประดิษฐ เสนทางพบนายกเหลากาชาดจังหวัด : นางราตรี บัวประดิษฐ เสนทางพบทองถิ่นจังหวัด : นายวีระศักดิ์ ศรีโสภา

เสนทางพบหนวยงานสําคัญ 21 22 51 52 66 70 72 74

เสนทางพบ สนง.ทางหลวงชนบทที่ 5 เสนทางพบ สนง.ทชจ.นครราชสีมา เสนทางพบ สนง.ทรัพยากรนํ้าภาค 5 เสนทางพบ สนง.เกษตรจังหวัด เสนทางพบ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัด เสนทางพบ สนง.ขนสงจังหวัด เสนทางพบ สนง.ทองเที่ยวและกีฬาจังหวัด เสนทางพบ สนง.วัฒนธรรมจังหวัด

148 39

เสนทางทองเที่ยว

75 ทาวสุรนารี...วีรสตรีผูเปนที่รักยิ่งของชาวโคราช 78 อุทยานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย (วัดสรพงศ) 84 มหัศจรรย...พิพิธภัณฑไมกลายเปนหิน

เสนทางพบสหกรณจังหวัด

94 สํานักงานสหกรณจังหวัดนครราชสีมา 96 สหกรณการเกษตรลําพระเพลิง จํากัด 100 สหกรณออมทรัพยครูจังหวัดนครราชสีมา

เสนทางพบองคกรปกครองทองถิ่น

25

120 อปท.อ.เมือง : ทต.โคกสูง, ทต.ไชยมงคล, ทต.เมืองใหมโคกกรวด, อบต.จอหอ, อบต.หนองกระทุม 130 อปท.อ.โชคชัย : อบต.ทุงอรุณ, อบต.ทาอาง 134 อปท.อ. ดานขุนทด : ทต.หนองกราด, ทต.หนองบัวตะเกียด, อบต.หินดาด, อบต.หวยบง, อบต.บานเกา, อบต.พันชนะ, อบต.กุดพิมาน, อบต.หนองไทร 152 อปท.อ.ปกธงชัย : ทต.ลํานางแกว 154 อปท.อ.ปากชอง : ท.เมืองปากชอง, อบต.ปากชอง, อบต.หนองสาหราย, อบต.หนองนํ้าแดง, อบต.พญาเย็น อบต.โปงตาลอง, อบต.จันทึก 168 อปท.อ.สีคิ้ว : อบต.ดอนเมือง, อบต.มิตรภาพ, อบต.หนองบัวนอย 174 อปท.อ.สูงเนิน : ทต.สูงเนิน, อบต.สูงเนิน, อบต.มะเกลือใหม, อบต.เสมา, อบต.มะเกลือเกา 187 อปท.อ.โนนไทย : ทต.โคกสวาย , อบต.สําโรง 190 อปท.อ.หนองบุญมาก : อบต.บานใหม 192 อปท.อ.เทพารักษ : อบต.บึงปรือ 194 อปท.อ.พระทองคํา : ทต.พระทองคํา

34

เสนทางกีฬา

212 คลินิกกอลฟ : โดย นายอัคราพงษ ศิลปรังสรรค (โปรเป)


หจก.อู น.พุแคเจริญยนต บริการ ตอตัวถังรถบรรทุก - ดั้มพ ตอพวง รถทุกชนิด โดยชางผูชํานาญงาน ราคาเปนกันเอง

130/2 หมู 5 ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 18240 Phone : 087-2406569 Fax : 036-369581 e-mail : n.pukae@hotmail.com


บทความพิเศษ

ความเปนมา

กฟผ. โครงการกังหันลม ผลิตไฟฟาลําตะคอง ระยะที่ 2

กระทรวงพลังงาน ไดกําหนดแผน พัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทาง เลือกใหได 25 % ของการใชพลังงานรวม ทั้งหมดภายใน 10 ป โดยมีเปาหมายให มี ก ารผลิ ต ไฟฟ า ด ว ยพลั ง งานลมให ไ ด 1200 Mw. หลังจากที่ กฟผ.ไดดําเนินการ กอสรางกังหันลมผลิตไฟฟา ระยะที่ 1 ขนาด 1.25 Mw. จํานวน 2 ชุด บริเวณอางพักนํ้า ตอนบนโรงไฟฟาลําตะคองแลวเสร็จเมื่อ พค.2552 และพบว า โครงการดั ง กล า ว สามารถผลิตไฟฟาไดตามเปาหมาย เพื่อเปนการสนองนโยบาย กฟผ. จึง เสนอแผนการกอสรางกังหันลมผลิตไฟฟา ระยะที่ 2 ขนาด 1500กิโลวัตต อีกจํานวน 12 ชุด รวม 18000 กิโลวัตต และ ครม.ไดอนุมตั ิ โครงการกอสรางกังหันลมผลิตไฟฟา ลําตะคอง ระยะที่ 2 แลวเมื่อ 18 มค. 2554 ขณะนี้อยูในระหวางการขออนุญาตตางๆ จากหนวยงานที่เกี่ยวของ

16

วัตถุประสงค

เพื่อรองรับความตองการการใชไฟฟา ของประเทศที่ เ พิ่ ม ขึ้ น และสนั บ สนุ น ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาพลั ง งานทดแทน พรอมทั้งสนับสนุนบานเขายายเที่ยง ใหเปน ส ว นหนึ่ ง ของแหล ง ท อ งเที่ ย วเชิ ง อนุ รั ก ษ ของประเทศ


ที่ตั้งโครงการฯ

บริเวณสันเขาบานเขายายเที่ยง หรือ ทางด า นทิ ศ เหนื อ ของอ า งพั ก นํ้ า ตอนบน กฟผ. โรงไฟฟาลําตะคองชลภาวัฒนา ในเขต พืน้ ทีอ่ าํ เภอปากชอง และอําเภอสีควิ้ จังหวัด นครราชสีมา

ขนาดกําลังผลิตไฟฟาและลักษณะ ทางเทคนิคของกังหันลม

เปนกังหันลมแบบแกนนอน มีกําลัง ผลิตไฟฟาขนาด 18000 กิโลวัตต มีความ สูงของเสา 80 เมตร มีเสนผาศูนยกลางใบพัด 88 เมตร ความเร็วลมตํ่าสุดที่ผลิตไฟฟาได คือ 3 เมตรตอวินาที (Cut-in wind speed) หากตํ่ากวานี้จะไมสามารถผลิตไฟฟาได สวนความเร็วลมสูงสุดทีผ่ ลิตไฟฟาไดคอื 23 เมตรตอวินาที (Cut-out wind speed) หาก เกินจากนีจ้ ะไมสามารถผลิตไฟฟาได เพราะ จะทําใหตัวกังหันเสียหายได และกระแส ไฟฟาที่ผลิตไดจะมีแรงดันไฟฟาขนาด 22 กิโลโวลท

สวนประกอบหลักๆ ของกังหันลม

1. ใบพัด (หมายเลข 1ในรูป) ทําหนาที่ รับลม และยึดติดกับแกนเพลา 2. แกนเพลา (หมายเลข 2 ในรูป) ทํา หนาที่สงแรงขับจากการหมุนของใบพัดไป ยังชุดเกียร 3. ชุดเกียร (หมายเลข 3 ในรูป) ทํา หน า ที่ เ ปลี่ ย นความเร็ ว ของการหมุ น ของ

แกนเพลาใหเร็วขึ้นเพื่อไปขับไดนาโมหรือ เครือ่ งปน ไฟหรือเครือ่ งกําเนิดไฟฟาหรือเยน เนอเรเตอร 4.ไดนาโมหรือเครื่องปนไฟหรือเครื่อง กําเนิดไฟฟาหรือเยนเนอเรเตอร (หมายเลข 5ในรูป) ทําหนาที่ ผลิตกระแสไฟฟา สงไป ใชงาน 5. เสากังหัน (หมายเลข 10 ในรูป) ทํา หนาที่แบกรับชุดตัวเครื่องที่อยูดานบน

ใหไดนาโมหมุน เมื่อไดนาโมหมุนก็จะเกิด กระแสไฟฟาขึ้นและนํากระแสไฟฟาไปใช งานตอไป ตามปกติ เ มื่ อ มี ล มพั ด ก อ นฝนจะตก หรื อ มี ล มพั ด ตามปกติ จะมี ค วามเร็ ว ลม มากกว า เมื่ อ ก อ น ที่ เ ราเรี ย กว า มี ล มแรง มากกวาเมือ่ กอน เพราะเกิดการเปลีย่ นแปลง ทางธรรมชาติ สวนการทํางานของกังหันลม จะไมทําใหเกิดลมพัดแรงขึ้น ตามที่หลายๆ คนเขาใจ เพราะกังหันลมจะเปนตัวรับลม จากธรรมชาติ ซึง่ ไมเหมือนกับพัดลมตามบา นทัว่ ๆ ไปทีใ่ ชมอเตอรขบั แกนเพลาใหใบพัด หมุนแลวทําใหเกิดลม

ผลประโยชนที่คาดวาจะไดรับ

หลักการทํางาน

หลั ก การทํ า งานของกั ง หั น ลมผลิ ต ไฟฟาคือ เมื่อมีกระแสลมพัดมาปะทะกับ ใบพัดของกังหัน ใบพัดก็จะหมุนและแกน เพลาก็จะหมุนตามไปดวยเพราะใบพัดยึด ติดกับแกนเพลาดานหนึ่ง เมื่อแกนเพลา หมุนก็จะไปขับใหชุดเกียรหมุนตามไปดวย เพราะชุดเกียรยึดติดกับแกนเพลาเดียวกัน แตอีกดานหนึ่ง เมื่อชุดเกียรหมุนก็จะไปขับ

• ชุมชนรอบกังหันลมจะไดรบั เงินกองทุน พัฒนาไฟฟา • ชวยเสริมใหการทองเที่ยวในบริเวณ โดยรอบมีความนาสนใจมากขึ้น • ชวงระยะกอสรางจะเกิดการจางงาน ในพื้นที่มากขึ้น • สามารถผลิตกระแสไฟฟาไดประมาณ 37800 Mw.-ชั่วโมง / ป • ลดการนําเขานํ้ามันเชื้อเพลิงที่ใชใน การผลิตไฟฟาไดประมาณ 9 ลานลิตร / ป • ลดการปลอย CO2 หรือลดภาวการณ ปลอยกาซเรือนกระจกไดประมาณ 22000 ตัน / ป • Plant Capacity Factor มากกวารอย ละ 20 • อัตราผลตอบแทนโครงการ (IRR ON PROJECT) 9.7% • อั ต ราผลตอบแทนส ว นทุ น (ROE) 12.8% Nakhon Ratchasima 17


เปาหมายของโครงการ เพื่อพัฒนาบุคลากร และเพื่ออนุรักษ์ ทรัพยากรพันธุกรรมพืช ให้เกิดประโยชน์กับ มหาชนชาวไทย วัตถุประสงค์ 1. ให้เข้าใจและเห็นความส�าคัญของ พันธุกรรมพืช 2. ให้รว่ มคิด ร่วมปฏิบตั ิ จนเกิดประโยชน์ ถึงมหาชนชาวไทย 3. ให้มีระบบข้อมูลพันธุกรรมพืช สื่อถึง กันได้ทั่วประเทศ สัญลักษณ์โครงการ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี พระราชทานให้ ชมพูภูคา เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ใน โครงการอนุรักษ์ พั น ธุ ก รรมพื ช อั น เนื่ อ งมาจากพระราช ด�าริฯ เนือ่ งจาก ชมพูภคู า เป็นพืชหายากใกล้ สูญพันธุ์ของโลก ซึ่งพบเฉพาะที่อุทยานแห่ง ชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ชมพูภูคามีดอก สีชมพูอมขาวงดงาม ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ ให้คงอยู่ ตามแนวพระราชด�าริ

ใต้รมพระบารมี

โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดําริฯ

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัน เนื่องมาจากพระราชด�าริ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี (ชื่อ ย่อ อพ.สธ.) ได้ริเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2535 เพื่อ ส่ ง เสริ ม ให้ ส ถาบั น ต่ า งๆ ที่ มี ห น้ า ที่ ใ นการ ศึกษาพืชพันธุ์ต่างๆ และบุคคลที่สนใจ ได้มี โอกาสปฏิบัติงานศึกษาพืชพันธุ์ต่างๆ ที่มีอยู่ จ�านวนมากในประเทศไทย ด้วยวิธีการทาง วิทยาศาสตร์ แล้วรวบรวมเป็นหลักฐานไว้ และเพื่อเป็นสื่อระหว่างสถาบันต่างๆ บุคคล ต่างๆ ที่ท�าการศึกษาให้สามารถร่วมใช้ฐาน ข้อมูลเดียวกัน เพื่อให้การศึกษาไม่ซ�้าซ้อน สามารถด�าเนินการได้ก้าวหน้าเป็นประโยชน์ ในทางวิชาการได้ ดังพระราโชวาทซึง่ สมเด็จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ  สยามบรมราช กุ ม ารี พระราชทานไว้ ใ นวโรกาสปิ ด งาน ประชุมวิชาการและนิทรรศการ “ทรัพยากร

18

ไทย :  สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว” วันพุธที่ 19 ตุลาคม 2548 ณ ศูนย์อนุรกั ษ์พนั ธุกรรมพืช คลองไผ ต�าบลคลองไผ่ อ�าเภอสีคิ้ว จังหวัด นครราชสีมา ความตอนหนึ่งว่า “โครงการฯ มิ ไ ด จํ า กั ด เพี ย งศึ ก ษา อนุรักษพันธุพืชเทานั้น แตขยายวงกวาง ไปถึ ง การศึ ก ษาเพื่ อ อนุ รั ก ษ ท รั พ ยากร ธรรมชาติอื่นดวย เชน ดิน หิน แร และ สิ่งมีชีวิตทุกประเภท ทุกสิ่งที่กลาวมาลวน แตมีความเกี่ยวพันกัน สิ่งหนึ่งสิ่งใดขาด ไปก็ จ ะกระทบต อ การดํ า รงอยู  ข องชาติ และประชาชน นอกจากศึกษาสภาวะของ ทรัพยากรธรรมชาติแลว การใหความรูแก ประชาชนก็เปนสิ่งสําคัญ โดยเฉพาะใน เรื่องการใชประโยชนจากธรรมชาติอยาง เหมาะสม วิธสี งวนรักษา เพือ่ ทุกคนจะได ใชประโยชนรวมกัน อยางยั่งยืนตลอดไป”

กิจกรรมของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรม พืชอันเนื่องมาจากพระราชด�าริฯ กิจกรรมที่ 1  กิจกรรมปกปกพันธุกรรมพืช กิจกรรมปกปกพันธุกรรมพืช มีเปาหมาย ทีจ่ ะปกปกพืน้ ทีป่ า่ ธรรมชาติ นอกเขตพืน้ ทีร่ บั ผิดชอบของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่ง ชาติ สัตว์ปา่ และพันธุพ์ ชื ได้แก่ ป่าในสถาบัน การศึกษา ป่าในศูนย์วิจัยและสถานีทดลอง ป่าที่ประชาชนร่วมใจกันปกปก ซึ่งเมื่อรักษา ป่าธรรมชาติไว้ ก็จะรักษาพันธุกรรมดั้งเดิม ในแต่ละพืน้ ที่ โดยมีเปาหมายให้มกี ระจายทัว่ ประเทศในทุกเขตพรรณพฤกษชาติ กิ จ กรรมที่   2  กิ จ กรรมส� า รวจเก็ บ รวบรวมพันธุกรรมพืช เป็ น กิ จ กรรมที่ ด� า เนิ น การส� า รวจเก็ บ รวบรวมพั น ธุ ก รรมในพื้ น ที่ ที่ ก� า ลั ง จะ เปลี่ ย นแปลงหรื อ สู ญ สิ้ น จากการพั ฒ นา เช่ น จากการท� า อ่ า งเก็ บ น�้ า ท� า ถนน การ พัฒนาเปลีย่ นแปลงจากป่าธรรมชาติเป็นพืน้ ที่ เกษตรกรรม หรือการท�าโรงงานอุตสาหกรรม การจัดท�าบ้านจัดสรร ฯลฯ ซึ่งพันธุกรรมใน พื้นที่เหล่านั้นจะสูญไป การนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ออกส�ารวจเก็บรวบรวม ใน


รูปเมล็ด กิ่ง ต้น เป็นการด�ำเนินการนอกพื้นที่ ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ ในทุกเขต พรรณพฤกษชาติ กิ จ กรรมที่ 3 กิ จ กรรมปลู ก รั ก ษา พันธุกรรมพืช เป็นกิจกรรมต่อเนือ่ งจากการส�ำรวจเก็บ รวบรวมพันธุกรรมพืช โดยการน�ำพันธุกรรม ไปเพาะปลูกในพื้นที่ที่ปลอดภัย ในศูนย์การ ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชด�ำ ริฯ ที่มีอยู่ 6 ศูนย์ทั่วประเทศ ในพื้นที่ศูนย์วิจัย และสถานี ท ดลองของกรมวิ ช าการเกษตร พืน้ ที่ที่จังหวัดหรือสถาบันการศึกษาทีเ่ ข้าร่วม สนองพระราชด�ำริอพ.สธ. มีการด�ำเนินการ รับ- ส่งพันธุกรรมพืชไปตามพืน้ ทีอ่ นุรกั ษ์  พืน้ ที่ ของอพ.สธ.ตามทีต่ า่ งๆ มีการแลกเปลีย่ นและ ฝากเพาะขยายพันธุ์  ดูแลรักษา ทดลองปลูก โดยเจ้ า หน้ า ที่    อพ.สธ.ตามศู น ย์ แ ละพื้ น ที่ ต่างๆ  ของอพ.สธ. กิจกรรมที ่ 4 กิจกรรมอนุรกั ษ์และใช้ ประโยชน์พันธุกรรมพืช เป็นกิจกรรมที่ดำ� เนินการศึกษาประเมิน พันธุกรรมพืช ที่ส�ำรวจเก็บรวบรวมมาปลูก รักษาไว้ โดยมีการศึกษาประเมินในสภาพ ธรรมชาติ แปลงทดลอง ในด้านสัณฐานวิทยา ชีววิทยา สรีรวิทยา การปลูกเลี้ยง การเขต กรรม ส�ำหรับในห้องปฏิบัติการมีการศึกษา ด้านโภชนาการ องค์ประกอบ  รงควัตถุ กลิ่น  การใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ  เพื่อศึกษาคุณ สมบัติ  คุณภาพ ในแต่ละสายต้น กิ จ กรรมที่ 5 กิ จ กรรมศู น ย์ ข ้ อ มู ล พันธุกรรมพืช สืบเนื่องจากการที่ สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทาน แนวทางว่า “การท�ำศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช โดยมีคอมพิวเตอร์ นั้นควรให้มีโปรแกรมที่ สามารถแสดงลักษณะของพืชออกมาเป็นภาพ สีได้เพือ่ สะดวกในการอ้างอิงค้นคว้า” เมือ่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2536 ณ ส�ำนักงานชลประทาน ที่ 1 ทุ่งโฮเต็ล จังหวัดเชียงใหม่  โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่อง มาจากพระราชด� ำ ริ ฯ ได้ จั ด ตั้ ง ศู น ย์ ข ้ อ มู ล พันธุกรรมพืช สวนจิตรลดา โดยโครงการฯ ร่วมกับกรมป่าไม้จัดท�ำงานฐานข้อมูลพรรณ ไม้แห้ง และทรงพระราชทานให้ดำ� เนินการท�ำ ฐานข้อมูลพรรณไม้แห้ง บันทึกตัวอย่างพรรณ ไม้แห้งบันทึกลงแผ่น Photo CD

กิจกรรมที่ 6 กิจกรรมวางแผนพัฒนา  พันธุ์พืช เป็นกิจกรรมที่น�ำข้อมูลจากศูนย์ข้อมูล พันธุกรรมพืช ทีไ่ ด้จากการศึกษา ประเมิน การ ส�ำรวจเก็บรวบรวม การปลูกรักษาพันธุกรรม พื ช ที่ มี น� ำ มาให้ ผู ้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ ศึ ก ษาและ วางแผนพัฒนาพันธุ์พืช เพื่อให้มีพันธุ์ตาม ความต้องการในอนาคต โดยเป็นการวางแผน ระยะยาว 30 ปี 50 ปี ว่าจะมีพันธุ์พืชลักษณะ ต่างๆ ที่ต้องการของช่วงเวลา เป็นการพัฒนา คาดการณ์ลว่ งหน้า ซึง่ เมือ่ ได้แผนพัฒนาพันธุ์ พืชแต่ละชนิด จะน�ำทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัย และพระราชทาน ให้กับหน่วยงานต่างๆ ด�ำเนินการต่อไป เช่น กรมวิชาการเกษตร ศูนย์บริการการพัฒนา ขยายพันธุไ์ ม้ดอกไม้ผล บ้านไร่อนั เนือ่ งมาจาก พระราชด�ำริฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฯลฯ กิจกรรมที่ 7  กิจกรรมสร้างจิตส�ำนึก ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่อง มาจากพระราชด�ำริฯ ได้ดำ� เนินงานสนองพระ ราชด�ำริ จัดตัง้ งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน , งานพิพธิ ภัณฑ์พชื (พิพธิ ภัณฑ์ธรรมชาติวทิ ยา, งานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะล ไทย และการฝึกเรียนรูท้ รัพยากรทะเลเป็นต้น) เพื่อเป็นสื่อในการสร้างจิตส�ำนึกด้านอนุรักษ์ พันธุกรรมพืช โดยให้เยาวชนนั้นได้ใกล้ชิด กับพืชพรรณไม้ เห็นคุณค่าประโยชน์ ความ สวยงาม อันจะก่อให้เกิดส�ำนึกในการอนุรักษ์ พรรณพืชต่อไป กิจกรรมที่ 8  กิจกรรมพิเศษสนับสนุน  การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช กิ จ กรรมพิ เ ศษสนั บ สนุ น การอนุ รั ก ษ์ พั น ธุ ก รรมพื ช เป็ น กิ จ กรรมที่ จั ด ตั้ ง ขึ้ น เพื่ อ ด� ำ เนิ น การสนั บ สนุ น งานของ อพ.สธ. ใน รูปแบบต่างๆ อาทิ ทุนสนับสนุนในกิจกรรม ต่างๆ ของ อพ.สธ. หรือด�ำเนินงานที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของ อพ.สธ. โดย อยูใ่ นกรอบของแผนแม่บท นอกจากนัน้ ยังเปิด โอกาสให้เยาวชนและบุคคลได้ศกึ ษาหาความ รู้เกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติในสาขาต่างๆ ตามความถนัดและสนใจ โดยมีคณาจารย์ ผูเ้ ชีย่ วชาญในแต่ละสาขาให้คำ� แนะน�ำ และให้ แนวทางการศึกษาจัดตัง้ เป็นชมรมนักชีววิทยา Nakhon Ratchasima 19


อพ.สธ. และ ชมรมคณะปฏิบตั งิ านวิทยาการ อพ.สธ. ซึ่งจะเป็นผู้น�าในการถ่ายทอดความ รู้และสร้างจิตส�านึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร ของประเทศให้แก่เยาวชนต่อไป เครือขายศูนย์ตางๆ ในโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชฯ ศู น ย์ อ นุ รั ก ษ์ พั น ธุ ก รรมพื ช ฯ คลองไผ่ จังหวัดนครราชสีมา ศูนย์อนุรกั ษ์พนั ธุกรรมพืชฯ หรือ ศูนย์ เรียนรู้  อนุรักษ์  พัฒนาและใช้ประโยชน์ ทรั พ ยากรอย า งยั่ ง ยื น   สู  เ ศรษฐกิ จ พอ เพียง คลองไผ นครราชสีมา เป็นเครือข่าย ของ โครงการอนุ รั ก ษ์ พั น ธุ ก รรมพื ช อั น เนื่องมาจากพระราชด�าริฯ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ ประมาณ 391 ไร่ พื้นที่ส่วนหนึ่งด�าเนินการ เป็ น เรื อ นเพาะช� า กล้ า ไม้ ซึ่ ง ได้ ส� า รวจเก็ บ รวบรวมพันธุกรรมพืชมาจากพื้นที่ส่วนต่างๆ ของประเทศ ส่ ว นที่ เ หลื อ พั ฒ นาโดยการ ปรับปรุงแหล่งน�า้ จัดท�าแปลงปลูกพืชผัก นา ข้าว ไม้ผล ไม้ป่าใช้สอย พืชสมุนไพร สร้าง สวนพฤกษศาสตร์ โ รงเรี ย นสาธิ ต (ส� า หรั บ งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน) ด�าเนินการ ให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมเพื่อสร้างความมั่นใจให้ เกษตรกร และบุคคลทัว่ ไป ในการทีจ่ ะด�าเนิน การตามแนวพระราชด�าริ ให้มีความพอเพียง แต่มั่งคั่งและมั่นคง เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ศูนย์ฝกึ อบรม โครงการอนุรกั ษ์พนั ธุกรรม พืชอันเนือ่ งมาจากพระราชด�าริฯ ล�าตะคอง เป็นศูนย์ฝกึ อบรมของโครงการอนุรกั ษ์ พั น ธุ ก รรมพื ช อั น เนื่ อ งมาจากพระราช ด� า ริ ฯ และเป็ น การรองรั บ การด� า เนิ น งาน ของกิ จ กรรมสร้ า งจิ ต ส� า นึ ก ในการอนุ รั ก ษ์ พันธุกรรมพืช เนือ่ งจากโรงเรียนสมาชิก “สวน พฤกษศาสตร์โรงเรียน” ซึ่งขณะนี้มีอยู่ถึง 416 โรงเรียน และก�าลังรอการรับเป็นสมาชิก อีกประมาณ 700 โรงเรียน และยังมีสมัครเข้า มาเรื่อยๆ ดั ง นั้ น การฝึ ก อบรมที่ จ ะให้ เ กิ ด ความ เข้ า ใจในการด� า เนิ น งาน จึ ง เป็ น สิ่ ง จ� า เป็ น รวมถึงในเรื่องการจัดท�าหลักสูตรบูรณาการ และหลักสูตรท้องถิ่น โดยที่ต�าบลคลองไผ่ มี โ รงเรี ย นที่ อ ยู ่ ใ กล้ กั บ พื้ น ที่ ทั้ ง ที่ สั ง กั ด การ ประถมศึกษาและกรมสามัญศึกษา ที่จะน�า มาใช้เป็นตัวอย่างในการด�าเนินงาน อีกทั้ง ทางโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมา 20

จากพระราชด�าริฯ วางแผนที่จะย้ายหน่วย ปฏิบัติการต่างๆ จากส�านักงานโครงการฯ ที่ สวนจิตรลดา มาอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรม พืชฯ คลองไผ่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว (อยู่บริเวณ ใกล้เคียงกัน) ศูนย์ฯนี้ นอกจากเป็นหน่วยปฏิบัติการ แล้ว ยังมีหน่วยเพาะช�ากล้าไม้ มีการปลูก รวบรวมพั น ธุ ก รรมพื ช ในลั ก ษณะสวน พฤกษศาสตร์ สวนสมุนไพร และการปลูก รั ก ษาพื ช พรรณไม้ ใ นสภาพธรรมชาติ โดย มีวัตถุประสงค์ของศูนย์ฝึกอบรมฯ คือ เป็น หน่ ว ยประสานงานและเผยแพร่ ง านสวน พฤกษศาสตร์โรงเรียนให้กับโรงเรียนที่เป็น สมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน และเป็น สถานที่ ส� า หรั บ ฝึ ก อบรมและของโรงเรี ย น สมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ในพื้นที่ ภาคตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ และในเขตการ ศึกษาอื่นๆ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่อง มาจากพระราชด�าริฯ พื้นที่ไทรโยค จังหวัด กาญจนบุรี ก�าลังอยู่ระหว่างด�าเนินการให้เป็นศูนย์ ฝึ ก อบรม การอนุ รั ก ษ์ การพั ฒ นาและใช้ ประโยชน์อย่างยัง่ ยืน เนือ่ งด้วยมีความพร้อม ในเรื่ อ งพื้ น ที่ ส� า หรั บ ท� า เกษตรอิ น ทรี ย ์ มี อาคารฝึกอบรมและที่พักของกองการเกษตร และสหกรณ์ ส�านักงานทหารพัฒนา ทั้งนี้มี เปาหมายทีจ่ ะฝึกอบรมทหารทีจ่ ะปลดประจ�า การ ให้ได้เรียนรู้แนวทางการอนุรักษ์ พัฒนา และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนของทรัพยากร ชีวภาพและพันธุกรรมพืชที่น�าไปสู่เศรษฐกิจ พอเพียง มีการผลิตปจจัยการผลิต เช่น ปุย อินทรีย์ชีวภาพและสารสกัดชีวภาพ เป็นการ ด�าเนินงานของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยมีโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่อง มาจากพระราชด�าริฯ และหน่วยงานอื่น เช่น สถาบั น มหาวิ ท ยาลั ย สนั บ สนุ น วิ ช าการ ให้การจัดการต่างๆสามารถเลี้ยงตนเองได้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจของผู้ที่ได้รับการอบรม ที่จะด�าเนินการตามแนวพระราชด�าริ ให้มี ความพอเพียง แต่มั่งคั่งและมั่นคง เป็นการ พัฒนาทีย่ งั่ ยืน และเป็นเครือข่ายของโครงการ อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราช ด�าริฯ ต่อไป ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.rspg.or.th


เสนทางพบสํานักทางหลวงชนบทที่ 5 (นครราชสีมา)

อุโมงคลอดทางรถไฟ

เพื่อความปลอดภัยของชาวโคราช กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ไดจดั ทําแผนปฏิบตั กิ ารทศวรรษแหงความปลอดภัย ทางถนน พ.ศ.2554 – 2563 ขึ้น เพื่อใชเปนกรอบการทํางานโดยมีแผนงานสวนหนึ่ง ในการปรับปรุงแกไขบริเวณเสีย่ งอันตรายบนถนนทางหลวงชนบท จุดตัดทางรถไฟเปน จุดเสีย่ งทีจ่ ะเกิดอันตรายตอการสัญจรของประชาชนอยูบ อ ยครัง้ จึงจําเปนตองปรับปรุง ใหมีความปลอดภัยมากขึ้น กรมฯไดมีนโยบายกอสรางเปนอุโมงคลอดทางรถไฟ สําหรับ จั ง หวั ด นครราชสี ม า ปจจุบันมีแผนงานกอสรางอุโมงคลอดทางรถไฟ จํ า นวน 2 โครงการ ได แ ก อุ โ มงค ล อดทางรถไฟบนถนนสาย นม.3024 แยก ทล.226-บานโนนมวง อําเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา และ สาย นม.1001 แยก ทล.2-โรงพยาบาลบัวใหญ อําเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อไดดําเนินการปรับปรุงบริเวณจุดเสี่ยงอันตรายบนถนนทางหลวง ชนบทแลวเสร็จ จะชวยใหประชาชนเดินทางไดอยางสะดวก เพิ่ม ความปลอดภัยตอชีวิตและทรัพยสินมากยิ่งขึ้น

ภาพจําลองโครงการหลังกอสรางแลวเสร็จ

นอกจากเรื่องการพัฒนาทางหลวง ชนบทให มี ค วามเจริ ญ ก า วหน า แล ว กรมฯยังไดคํานึงถึง การพัฒนาบุคลากร อันเปนกลไกลสําคัญในการขับเคลื่อน องคกรไปสูเปาหมาย ดวยการสงเสริม ใหมีกิจกรรมภายในหนวยตางๆ ที่เนน ความสมัครสมานสามัคคีในการทํางาน ซึ่งไดมีผลลัพธเปนที่ประจักษแลว ดวย การที่ กรมทางหลวงชนบท ได รั บ รางวัล “ความเปนเลิศดานการบริหาร ราชการแบบมี ส  ว นร ว ม” ประจํ า ป 2556 จาก สํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ (กพร.) Nakhon Ratchasima 21


เสนทางพบ ทชจ.นครราชสีมา

พัฒนาเสนทางคมนาคม

โครงขายสายทางในจังหวัดนครราชสีมา สํานักงานทางหลวงชนบทจังหวัด นครราชสีมา สังกัด สํานักทางหลวง ชนบทที่ 5 (นครราชสีมา) กรมทางหลวง ชนบท ซึ่ ง มี นายสนิ ท รั ต นศฤงค ดํารงตําแหนง ผูอํานวยการสํานักงาน ทางหลวงชนบทจังหวัดนครราชสีมา มีภารกิจดังนี้ • ดูแลรักษาถนนโครงขายสาย รอง สายทางในความรั บ ผิ ด ชอบของ ทางหลวงชนบทจังหวัดนครราชสีมา จํ า นวน 74 สายทาง ระยะทางรวม 1,527.353 กิโลเมตร ในพื้นที่ของจังหวัด นครราชสีมา 32 อําเภอ แบงหนวยดูแล

22

บํารุงรักษา 5 หนวย เฉลีย่ ดูแลบํารุงรักษา หนวยละประมาณ 300 กิโลเมตร เพื่อ รักษาสภาพและปรับปรุงแกไขจุดเสี่ยง สายทางใหการเดินทางมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รมรื่นสวยงาม ไมหลง และเปนที่พึงพอใจของประชาชนผูที่ใช รถใชถนน • ก อ สร า งทางจากถนนลู ก รั ง เปนถนนลาดยางและถนนคอนกรีต เสริ ม เหล็ ก ถนนโครงข า ยทางหลวง ชนบทและเข า สู  แ หล ง ท อ งเที่ ย ว โดย พัฒนาจากการเดินทางทีแ่ สนยากลําบาก ไปสูการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วและ

ปลอดภัย โดยในขั้นตอนของการสํารวจ ออกแบบ ไดใหประชาชนเขามามีสวน รวมในการแสดงความคิดเห็น และใน ขั้นตอนการกอสราง มีการทําขอตกลง 3 ฝาย (MOU) ประกอบดวย สวนราชการ ประชาชน และผูรับจาง อันเปนเครื่องมือ กํากับการทํางานใหโปรงใส ตรวจสอบ ได นําไปสูคุณภาพของงานที่พึงพอใจ ของทุกฝาย • เป น พี่ เ ลี้ ย งให แ ก อ งค ก ร ปกครองส ว นท อ งถิ่ น ในจั ง หวั ด นครราชสีมา จํานวน 334 แหง โดยการ ถายทอดความรูและใหคําปรึกษาดาน งานทางและสะพาน ในเรื่องการวางแผน โครงการ การสํารวจออกแบบ ประมาณ ราคาการกอสราง การบํารุงรักษา การจด ทะเบียนทางหลวงทองถิ่น ตามคูมือและ แบบมาตรฐานของทางหลวงทองถิน่ โดย บูรณาการโครงขายทางหลวงชนบทและ ทางหลวงทองถิ่นรวมกัน


ถนนเสนทางทองเทีย่ วในสายทางของ ทางหลวงชนบท ก ร ม ท า ง ห ล ว ง ช น บ ท โดย สํ า นั ก งานทางหลวงชนบทจั ง หวั ด นครราชสี ม า ขอแนะนําเสนทางการ ทองเทีย่ วในสายทางของทางหลวงชนบท สาย นม.3052 แยกทางหลวงหมายเลข 304-บานทามะปรางค อําเภอวังนํ้าเขียว ,อําเภอปากชอง จังหวัดนครราชสีมา อําเภอวังนํ้าเขียว หรือที่เรียกกัน ติดปากวา “สวิตเซอรแลนดแดนอีสาน” นัน้ เปนสถานทีท่ อ งเทีย่ วทีน่ า สนใจในทุก ฤดูกาล เพราะมีอากาศหนาวเย็นและ สดชืน่ ตลอดทัง้ ป ตามคําขวัญทีว่ า “วังนํา้ เขียว เมืองหนาว ภูเขามากมาย นํา้ ตก หลากหลาย ผลไมนานาพันธุ แดน สวรรคเมืองหมอก” และที่สําคัญที่นี่ยัง มีระดับโอโซนมากเปนอันดับ 7 ของโลก

ทําใหนักทองเที่ยวไดรับอากาศที่บริสุทธิ์ สงผลดีตอสุขภาพ การเดินทางไปจังหวัดนครราชสีมา นัน้ แสนจะสะดวกสบาย หากทานเดินทาง มาจากกรุงเทพฯ มุงหนาตามทางหลวง หมายเลข 2 กลั บ รถที่ กม.144-145 บริ เ วณอํ า เภอมวกเหล็ ก เลี้ ย วซ า ยสู  ทางหลวงชนบทสาย นม.1016 ระยะ ทาง 23.650 กิโลเมตร ตลอดสายทางจะ พบกับบรรยากาศสองขางทางที่สวยงาม จากนั้นเลี้ยวขวาเขาทางหลวงหมายเลข 2090 กอนถึงดานขึน้ อุทยานแหงชาติเขา ใหญใหเลีย้ วซายเขาทางหลวงชนบท สาย นม.3052 ระยะทาง 69.543 กิโลเมตร ซึ่ง เสนทางเหลานีจ้ ดั สรางขึน้ ดวยแนวความ คิดของการเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม คงไว ซึ่งความเปนธรรมชาติ และรักษาสมดุล ของระบบนิเวศนไวอยางดีที่สุด

นายสนิท รัตนศฤงค

ผูอํานวยการสํานักงานทางหลวงชนบท จังหวัดนครราชสีมา

ฟลอรา พารค ดอกไม บานในสวนสวย อางเก็บนํ้าลําพระเพลิง เหมาะแกพกั ผอนและถายภาพ สนามกอล ฟ คี รี ม ายา รี ส อร ท แอนด สปา และ ทอสคานาวัลเลย ตลาดนํา้ ปากชอง จําหนาย ของฝาก ขายอาหาร เขาแผงม า สองกระทิง ชมธรรมชาติ

Nakhon Ratchasima 23


สารปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และภัยธรรมชาติ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ต่ อ เศรษฐกิ จ และการด� า เนิ น ชี วิ ต ของประชาชน ประกอบกั บ ในอนาคต อันใกล้ ประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 กระทรวง อุ ต สาหกรรม จึงวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในระยะ 20 ปีข้างหน้า เพื่ อ ตอบสนองความต้ อ งการในอนาคต ด้ ว ยการปรั บ โครงสร้ า งการผลิ ต ไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่สร้างสรรค์ บนพื้นฐานการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ มาพัฒนาความสามารถ ทางการแข่งขันด้วยมิตกิ ารพัฒนาใหม่ๆ ซึง่ จะเป็นแรงเสริมความสามารถทางการ แข่งขันของประเทศให้มนั่ คงยิง่ ขึน้ รวมทัง้ น้อมน�า “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้น�าทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รเิ ริม่ โครงการส�าคัญๆ เพือ่ รองรับภารกิจข้างต้น อาทิ โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้มีการ ประกอบการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถ อยู่ร่วมกับสังคมและชุมชนได้อย่างมีความสุข โครงการพั ฒ นาขี ด ความ สามารถในการแข่งขัน ของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค (One Province One Agro-Industrial Product : OPOAI) ที่มุ่งหวังส่งเสริม ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค ให้มีประสิทธิภาพ การผลิตอย่างยั่งยืน และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่การขับเคลื่อนโครงการส�าคัญ ดังกล่าว ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน ท�าให้การด�าเนินงาน ก้าวหน้าโดยล�าดับ และเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางไว้ ในนามของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ขอขอบคุณหน่วยงานที่เข้าร่วม โครงการฯ และขอเชิญชวนหน่วยงานที่ยังมิได้เข้าร่วมโครงการให้เข้ามีส่วนร่วม เพือ่ เป้าหมายในการพัฒนาประเทศ สมดังวิสยั ทัศน์ทวี่ า่ “กระทรวงอุตสาหกรรม มุงสูการพัฒนาอุตสาหกรรมอยางยั่งยืน และสามารถแขงขันไดในตลาด โลก เพือ่ ผูป ระกอบการและประชาชน” และขอขอบคุณผูบ้ ริหาร นิตยสาร SBL ทีเ่ ล็งเห็นความส�าคัญของการประชาสัมพันธ์ขอ้ มูลข่าวสารในแวดวงอุตสาหกรรม ของประเทศไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน ซึ่งนับเป็นกลไกหนึ่งในการ มีส่วนร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าด้วยเช่นกัน

( นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ) ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม


เส้นทางพบบุคคลสําคัญ

ดร.วิฑูรย สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านวิศวกรรม การบริหาร และกฎหมาย ท่านได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ด�ารงต�าแหน่งปลัดกระทรวง อุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 เมื่อครบวาระ 4 ปี ท่านได้รับ การอนุ มั ติ จ ากคณะรั ฐ มนตรี ใ ห้ ด� า รงต� า แหน่ ง ต่ อ อี ก 1 ปี ตั้ ง แต่ วั น ที่ 1 ตุลาคม 2556 เนือ่ งด้วยมีผลงานเป็นทีย่ อมรับอย่างกว้างขวางทัง้ จากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ท่าน ดร.วิฑูรย์ ส�าเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร บัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ และนิติศาสตรบัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ ปริญญาโท พาณิชยศาสตรมหาบัณฑิต (MBA) ม.ธรรมศาสตร์ ปริญญาเอก ปรัชญา ดุษฎีบณ ั ฑิต รัฐประศาสนศาสตร์ (การบริหารจัดการภาครัฐและภาคเอกชน) ม.รามค�าแหง วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรม ความปลอดภัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์์ และวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยีความปลอดภัย และอาชีวอนามัย มหาวิทยาลัย ราชภัฎสวนสุนนั ทา ปัจจุบนั นอกเหนือจากการเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แล้ว ท่านยังเป็นประธานกรรมการ และกรรมการในหลายๆ องค์กร และเป็น อาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยชั้นน�าหลายแห่งด้วย นิตยสาร SBL ได้รับเกียรติอย่างสูงจากท่าน ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ได้ ก รุ ณ าสละเวลาอั น มี ค ่ า ยิ่ ง ของท่ า น ให้ สั ม ภาษณ์ ถึ ง การขั บ เคลื่ อ น ยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การยกระดับนิคมอุตสาหกรรม สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ทิศทางการ พัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า ตลอดจนโครงการส�าคัญ ต่างๆ ที่กระทรวงฯ ได้ด�าเนินการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัด นครราชสีมา ฯลฯ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจ ในการ ส่งเสริมภาคการผลิต การลงทุน และก�ากับดูแลภาคอุตสาหกรรม ให้มีขีด ความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยได้ก�าหนดยุทธศาสตร์การด�าเนิน งานของกระทรวง ในปี พ.ศ. 2555-2558 เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดใช้เป็น แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม และบูรณาการงานร่วมกันอย่างมีความ รับผิดชอบในหน้าที่ เสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ มีความซื่อสัตย์สุจริต และมี จิตอาสาบริการ (ASIA) ดังนี้ 1. การเชื่ อ มโยงอุ ต สาหกรรมสู ่ ป ระชาคมเศรษฐกิ จ อาเซี ย น และปรับโครงสร้างการผลิตสู่อุตสาหกรรมฐานความรู้ มุ่งเน้นการวาง รากฐานและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม เพือ่ รองรับทิศทางการพัฒนา อุตสาหกรรมภายในอนาคตทีเ่ น้นการสร้างคุณค่าอย่างยัง่ ยืน โดยสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาฐานความรู้ และนวัตกรรม พร้อมทั้งสร้าง ห่วงโซ่คุณค่าด้วยการเชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ทั้งภาคเกษตรและ บริการ รองรับภัยพิบัติ และเชื่อมโยงประชาคมอาเซียน 26


2. การส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาปัจจัยแวดล้อมให้ เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและพัฒนาอุตสาหกรรม มุ่งเน้นให้ ผูป้ ระกอบการอุตสาหกรรมมีโอกาสและความพร้อมในการประกอบ ธุ ร กิ จ อุ ต สาหกรรม และได้ รั บ บริ ก ารอย่ า งทั่ ว ถึ ง ผ่ า นเครื อ ข่ า ย การให้บริการ โดยการผลักดันการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม จัดการพื้นที่อุตสาหกรรม พัฒนาระบบ เตื อ นภั ย ภาคอุ ต สาหกรรมและศู น ย์ ข ้ อ มู ล เชิ ง ลึ ก จั ด ตั้ ง กองทุ น สนับสนุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม สนับสนุนสินเชื่อเพื่อการประกอบการ เพราะปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ เป็นสินค้าสาธารณะที่มีผลกระทบภายนอกทางด้านบวกเป็นตัว ผลักดันกระตุน้ ให้ธรุ กิจ ขับเคลือ่ นไปอย่างราบรืน่ ปี พ.ศ. 2555-2558 3. การเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการ ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก มุ่งเน้นการผลักดันให้สินค้า อุตสาหกรรมมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล เสริมสร้างความ เข้มแข็งเครือข่ายวิสาหกิจ (คลัสเตอร์) ตลอดจนการสร้างความ เชื่อมโยงของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กับขนาดเล็ก ส่งเสริมการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนและ ยกระดับการจัดการโลจิสติกส์เพื่ออุตสาหกรรม การด�ำเนินงานตาม แผนการเพิม่ ผลิตภาพและประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรม พัฒนา บุคลากรภาคอุตสาหกรรม เสริมสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ และ พัฒนาผู้ประกอบการเดิมให้มีศักยภาพ 4. การส่งเสริมสถานประกอบการสูอ่ ตุ สาหกรรมสีเขียว มุง่ เน้น การสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดย ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืน มีการใช้ทรัพยากรที่ คุม้ ค่ามีการรักษาสภาพแวดล้อม และความปลอดภัยทีด่ ี และอยูร่ ว่ ม กับชุมชนได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน 5. การพัฒนาสมรรถนะองค์กรเพือ่ สนองตอบความต้องการ ของผู้ประกอบการและประชาชน มุ่งเน้นการพัฒนากระทรวง อุตสาหกรรมให้เป็นองค์กรน�ำในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมด้วย การพัฒนาองค์ความรูใ้ ห้กบั บุคลากรทัง้ ในส่วนกลาง และส่วนภูมภิ าค ทั้งความรู้ด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และคุณธรรมจริยธรรม เพื่ อ การปฏิ บั ติ ง านอย่ า งมื อ อาชี พ เน้ น การประชาสั ม พั น ธ์ ใ น เชิงรุก และการเสริมสร้างความเข้าใจในการพัฒนาอุตสาหกรรม ต่อประชาชน เพิ่มบทบาทสถาบันเครือข่ายในการวางรากฐานการ พัฒนาอุตสาหกรรม

ทั้ ง นี้ การด�ำ เนิ น งานของหน่ ว ยงานภายใต้ 5 ยุ ท ธศาสตร์ ดังกล่าว เพื่อให้กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นที่พึ่งของผู้ประกอบการ และประชาชนอย่างแท้จริง เป้าหมายการพัฒนาสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ประเทศไทยมีนโยบายมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ตามที่ ไ ด้ ใ ห้ สั ต ยาบั น รั บ รองปฏิ ญ ญาโจฮั น เนสเบิรก์ ว่าด้วยการพัฒนาอันยัง่ ยืน (Johannesburg Declaration on Sustainable Development – JDSD) เมือ่ ปี พ.ศ. 2545 และปฏิญญา มะนิลาว่าด้วยอุตสาหกรรมสีเขียว (Manila Declaration) เมือ่ ปี พ.ศ. 2552 กระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศไทย จึงได้ก�ำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนา อุตสาหกรรม เพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ด�ำเนินการในเชิงรุกมุ่งเน้น การส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย ได้ด�ำเนินโครงการพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา

กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกระทรวงหลัก ด้านเศรษฐกิจ ในการส่งเสริมภาคการผลิต การลงทุน และก�ำกับดูแลภาคอุตสาหกรรม ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น Nakhon Ratchasima 27


และเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 84 พรรษาในปี พ.ศ. 2554 กระทรวง อุตสาหกรรมจึงได้ริเริ่มโครงการอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมาย เพื่อผลักดันให้สถานประกอบการจ�านวนไม่น้อยกว่า 984 ราย ได้ รั บ การรั บ รองอุ ต สาหกรรมสี เ ขี ย วในปี นั้ น ปั จ จุ บั น มี ส ถาน ประกอบการอุตสาหกรรมจ�านวน 10,582 รายทั่วประเทศ ได้รับ การรับรอง “อุตสาหกรรมสีเขียว” แล้ว และกระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งเป้าหมายว่า จะมีสถานประกอบการทั่วประเทศกว่า 70,000 ราย ผ่านการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวภายในปี พ.ศ. 2561 ประโยชน์ ที่ ค าดหวั ง ว่ า จะได้ รั บ จากโครงการอุ ต สาหกรรม สีเขียวในภาพรวม ได้แก่ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ลดข้ อ ร้ อ งเรี ย นจากผลกระทบจากการประกอบกิ จ การโรงงาน ปรั บ ปรุ ง ภาพลั ก ษณ์ แ ละทั ศ นคติ ต ่ อ อุ ต สาหกรรมที่ เ ป็ น มิ ต รต่ อ สิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกิดความเข้าใจที่ดี ความน่าเชื่อถือและการ ยอมรับระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนที่อยู่โดยรอบ เกิดการสร้าง งานและการจ้างงานเกีย่ วกับสิง่ แวดล้อมเพิม่ ขึน้ มีการว่าจ้างแรงงาน ที่เป็นธรรม คนงานมีความปลอดภัยและมีความสุขกับการท�างาน ในสภาพแวดล้อมที่ดี ท�าให้ชุมชนโดยรอบได้รับความเป็นธรรม เข้า ถึงโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่เกิดจากอุตสาหกรรมสีเขียว ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ประหยัดต้นทุนการด�าเนินธุรกิจ สร้างโอกาสในการแข่งขัน สร้าง โอกาสทางการตลาดโดยเน้นประเด็น “สีเขียว” ของผลิตภัณฑ์และ กระบวนการผลิตซึ่งก�าลังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก สร้าง มูลค่าเพิม่ ทางเศรษฐกิจของประเทศโดยไม่สง่ ผลกระทบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อม และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว (Green GDP) และความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศในอนาคต ยกกระดับนิคมอุตสาหกรรม สูเ่ มืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ กระทรวงอุ ต สาหกรรม โดย การนิ ค มอุ ต สาหกรรม แห่ ง ประเทศไทย (กนอ.) ได้ตระหนักถึงความส�าคัญของการ พั ฒ นาอุ ต สาหกรรมที่ ยั่ ง ยื น เพื่ อ สร้ า งความเจริ ญ เติ บ โตให้ แ ก่ เศรษฐกิจของประเทศ จึงได้ด�าเนินภารกิจในการพัฒนายกระดับ นิคมอุตสาหกรรม สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ภายใต้วิสัยทัศน์ ขององค์กร คือ “เปนองค์กรนํา สร้างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ทีม่ ี ดุลยภาพและยัง่ ยืน” โดยก�าหนดเป้าหมายยกระดับนิคมอุตสาหกรรม 15 แห่ง เข้าสูก่ ารเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ภายในปี 2557 และ นิคมอุตสาหกรรมทีเ่ ปดด�าเนินงานแล้วทุกแห่ง จะเข้าสูก่ ารเป็นเมือง อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยมีการจัดท�าแผนแม่บท และเริม่ ด�าเนินงาน ตามแผนแม่บท ภายในปี 2562 เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Estate & Network) เป็นการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมตามแนวคิดการพัฒนา ที่ยั่งยืน โดยมีการจัดวางผัง พร้อมทั้งสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และสิ่งอ�านวยความสะดวกอย่างเหมาะสม เพื่อรองรับการด�าเนิน ธุรกิจของผู้ประกอบการที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากร และ พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการ 28


เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Estate & Network) เป็นการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม ตามแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน มีส่วนร่วมของชุมชน ทั้งนี้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและ เกื้อหนุนซึ่งกันและกันของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนบริเวณโดย รอบพื้นที่อุตสาหกรรม ความคืบหน้าในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ กนอ. ได้ พัฒนาข้อก�ำหนดคุณลักษณะมาตรฐาน การเป็นเมืองอุตสาหกรรม เชิงนิเวศ เพือ่ น�ำไปสูก่ ารด�ำเนินการทีเ่ ป็นรูปธรรมในนิคมอุตสาหกรรม ตัง้ แต่ปี 2553 – 2556 จ�ำนวน 12 แห่ง นอกจากนี้ ในปี 2556 ได้ดำ� เนิน การประเมินการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในนิคมอุตสาหกรรมที่ ได้ดำ� เนินการพัฒนายกระดับ สูก่ ารเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศมา ตั้งแต่ปี 2553 - 2555 จ�ำนวน 9 แห่ง และได้ส่งเสริม/เผยแพร่แนวคิด การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยการจัดประกวดโครงการ ส่งเสริม Eco Symbiosis ขึน้ ภายใต้หลักการพึง่ พาอาศัยซึง่ กันและกัน ระหว่างกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชนโดยรอบนิคม และธรรมชาติ ซึ่งมีทีมที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดและผ่านหลักเกณฑ์จ� ำนวน 30 รายจาก 15 นิคม และ 1 ท่าเรือฯ ส�ำหรับปี 2557 จะด�ำเนินการพัฒนายกระดับนิคมอุตสาหกรรม ตามกรอบยุ ท ธศาสตร์ ป ระเทศโดยมี เ ป้ า หมายในการร่ ว มกั บ กรมโรงงานอุ ต สาหกรรม ขั บ เคลื่ อ นการพั ฒ นาตั ว อย่ า งเมื อ ง อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 10 แห่งภายในปี 2561 โดยมีการทบทวน และ พัฒนาแผนแม่บทการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสูเ่ มืองอุตสาหกรรม

เชิงนิเวศ ใน 5 มิติ 22 ด้าน รวมทั้งพัฒนาระบบประเมินผลและ ประเมินการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มีการบริหารจัดการ เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอย่างต่อเนื่อง และติดตามประเมินผล โดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก (EID External Evaluation /Audit) เป็น ผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งจะน�ำไปสู่การปรับปรุง กระบวนการให้มปี ระสิทธิภาพ และได้รบั การยอมรับเชือ่ ถือมากยิง่ ขึน้ หลักสูตรใหม่...สร้างนักบริหารระดับสูงที่กล้าคิด กล้า เปลี่ยนแปลง กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เล็งเห็นความส�ำคัญของการขับเคลือ่ น องค์กรในภาคอุตสาหกรรมให้มศี กั ยภาพได้อย่างยัง่ ยืน ภายใต้สภาพ การเปลีย่ นแปลงอย่างรวดเร็ว และยากต่อการคาดเดาในยุคปัจจุบนั ผูบ้ ริหารองค์กรทุกองค์กร จ�ำเป็นต้องมีความรูแ้ ละความพร้อมในทุก ด้าน ที่จะสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถคาด เดาเหล่านั้นได้ และที่ส�ำคัญ คือ ผู้บริหารจะต้องสามารถก�ำหนด อนาคตของสภาพแวดล้อม ที่มีความส�ำคัญต่อองค์กรของตนเอง ให้สามารถสนับสนุนการพัฒนาความยั่งยืนขององค์กร การบรรลุ ความส�ำเร็จต่างๆ เหล่านี้ ผู้บริหารองค์กรจ�ำต้องมีความรู้ในศาสตร์ ที่หลากหลาย มีทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลงและมีความกล้าในการ สร้างความเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และมี หลักการบริหารจัดการแบบใหม่เพื่ออนาคต

Nakhon Ratchasima 29


กระทรวงอุตสาหกรรม จึงเห็นควรจัดตั้ง “สถาบันวิทยาการ ธุรกิจและอุตสาหกรรม” ภายใต้มลู นิธเิ พือ่ การพัฒนาการประกอบ การธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการด�าเนินงานการจัดท�า หลักสูตรนักบริหารระดับสูงด้านการพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรมและ การลงทุน และหลักสูตรระดับสูงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเพื่อเป็นกลไก ส�าคัญในการเพิ่มขีดความสามารถ และเครือข่ายบุคลากรด้านการ พัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุนของประเทศต่อไป โดยหลักสูตร นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาศักยภาพ และสร้างผู้น�าด้านการพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรม และการลงทุนของ ประเทศอีกทั้งการสร้างเครือข่ายในการติดต่อประสานความร่วมมือ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม และการลงทุน 20 ปขา้ งหน้า ภาคอุตสาหกรรมไทยจะพัฒนาไปทิศทางใด กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้จดั ท�าแผนแม่บทการพัฒนาอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2555-2574 เพือ่ เป็นเข็มทิศในการพัฒนาผู้ประกอบการไทย และภาคอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ภายใต้

30

วิสัยทัศน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย คือ “มุ่งสู่อุตสาหกรรม สร้างสรรค์ที่สมดุลและยั่งยืน” โดยมีการก�าหนดเป้าหมายเป็น 3 ระยะ ในช่วงเวลา 20 ปี ดังนี้ (1) เป้าหมายในระยะสั้น (2555-2559) Knowledge-based Industry เป็นการสร้างความพร้อมให้กบั ประเทศไทยในการก้าวไปสู่ การเป็นผู้ผลิตในระดับภูมิภาค เตรียมความพร้อมสู่ AEC (ASEAN Economic Community) โดยเริ่มจากการสร้างความพร้อมโดยการ ปรับ แก้ไขกฎระเบียบ ปัญหาคอขวดเพื่ออ�านวยความสะดวก และ ลดอุปสรรคที่มีพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ (แรงงาน วัตถุดิบ ดึงดูดเทคโนโลยีใหม่ มาตรฐาน วิจัยและพัฒนา จัดเขตพื้นที่ พัฒนา และจัดเขตพืน้ ทีศ่ นู ย์ทดสอบ ฯลฯ) พัฒนาคลัสเตอร์ และการเข้าไปสู่ การเป็นผู้ผลิตในภูมิภาคจากการสร้าง ASEAN Supply Chain และ พัฒนาการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (2) เป้าหมายระยะกลาง (2555-2564) Innovative Industry เป็นช่วงเวลาของการมุง่ เน้นการพัฒนาต่อจากการพัฒนาฐานความรู้ เพือ่ น�ามาต่อยอดในการพัฒนาภาคการผลิตและสินค้า เน้นการผลิต สินค้าทีต่ อ้ งใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การปรับบทบาทประเทศไทย ให้เป็นตัวกลางในการบริหารจัดการระบบ ห่วงโซ่การผลิตในภูมภิ าค ให้เป็นทีย่ อมรับในอาเซียนและภูมภิ าค โดยการพัฒนาเป็นศูนย์กลาง การค้า และบริหารจัดการการผลิตและจัดการเครือข่ายในภูมภิ าคยก ระดับการผลิตวัตถุดบิ เพือ่ สร้างให้เกิดมูลค่าเพิม่ พร้อมไปถึงการสร้าง นวัตกรรมทรัพย์สนิ ทางปัญญา และภาพลักษณ์ตราสินค้าไทยให้เป็น ที่ยอมรับในอาเซียน/ภูมิภาค (3) เป้าหมายในระยะยาว (2555-2574) Sustainable Industry เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในด้านตรา สินค้าไทยที่ก้าวไกลในตลาดโลก เป็นผู้บริหารจัดการตราสินค้าที่มี เครือข่ายการผลิตจากในภูมิภาค ที่เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก และ อุตสาหกรรมไทยเป็นที่ยอมรับ โดยมีความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรมนุษย์


3 โครงการยักษ์ใหญ่ในโคราช ที่ ผ ่ า นมา กระทรวงอุ ต สาหกรรม ได้ ใ ห้ความส�ำ คัญกับ การส่งเสริมและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในทุกพืน้ ทีท่ วั่ ประเทศ ไม่วา่ จะเป็นการด�ำเนินโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค หรือ โครงการ OPOAI การสร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่ภาคใต้ เป็นต้น ส�ำหรับ จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่กระทรวงฯ ให้ความส�ำคัญ และได้ดำ� เนินภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมในด้าน ต่างๆ ที่ส�ำคัญ 3 ด้าน ดังนี้ 1. การเตรียมความพร้อมของกระทรวงอุตสาหกรรม สู่ AEC กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เตรียมการเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ได้จัดท�ำ “โครงการเตรียม ความพร้อมผูป้ ระกอบการและธุรกิจอุตสาหกรรมเพือ่ เข้าสูป่ ระชาคม เศรษฐกิจอาเซียน” มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ ด�ำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ยกระดับความรู้และทักษะในการ ปฏิบัติงานให้กับบุคลากรภาคอุตสาหกรรม และเพื่อสร้างเครือข่าย ความร่วมมือทางธุรกิจในสาขาอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เพื่อให้เกิด การขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ธุรกิจอุตสาหกรรม โดยมีกิจกรรมส�ำคัญประกอบด้วย ดังนี้

จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกพื้นที่หนึง่ ที่กระทรวงฯ ให้ความส�ำคัญและได้ ด�ำเนินภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนา อุตสาหกรรมในด้านต่างๆ ที่ส�ำคัญ 3 ด้าน

1.1 กิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการเชิงลึก ด�ำเนินการโดยการ จัดหลักสูตรอบรมพัฒนาผู้ประกอบการที่สอดรับการเข้าสู่ AEC อาทิ ข้อก�ำหนดการค้า การสร้าง Brand ไทยใน AEC กลยุทธ์การ ตลาดรุกและรับ AEC เป็นต้น โดยในปี 2557 มีเป้าหมายพัฒนา ผู้ประกอบการในจังหวัดนครราชสีมาจ�ำนวน 795 คน จากจ�ำนวน เป้าหมายรวม 7,000 คน ทั่วประเทศ 1.2 กิจกรรมพัฒนาสถานประกอบการ เน้นการส่งเสริม SMEs ที่ มี ศั ก ยภาพเชิ ง รุ ก โดยการส่ ง ที่ ป รึ ก ษาธุ ร กิ จ เข้ า ไปด�ำ เนิ น การ วินิจฉัยสถานประกอบการและวิเคราะห์ธุรกิจเบื้องต้น ให้ค�ำปรึกษา แนะน�ำในการจัดท�ำแผนการเตรียมความพร้อมธุรกิจทัง้ ในเชิงรุกและ เชิงรับ พร้อมทั้งจัดท�ำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) เพื่อให้ธุรกิจ อุตสาหกรรมสามารถน�ำไปปฏิบัติได้จริง โดยในปี 2557 มีเป้าหมาย พัฒนาสถานประกอบการในจังหวัดนครราชสีมาจ�ำนวน 30 กิจการ 1.3 กิจกรรมสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ ด�ำเนินการโดย ศึกษาศักยภาพประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน+3 โดยคัดเลือก ธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพจากพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อ เข้าร่วมโครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้วยการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสารระหว่างธุรกิจอุตสาหกรรมไทยกับธุรกิจอุตสาหกรรม ในกลุ่มประเทศอาเซียน การน�ำพาผู้ประกอบการไปศึกษาทิศทาง ตลาดและลู่ทางการลงทุน โดยจะคัดเลือกจากผู้ประกอบการที่เข้า ร่วมโครงการของกรมฯ มาท�ำการต่อยอด โดยในปี 2557 กรมส่ง เสริมอุตสาหกรรมมีแผนจะสร้างเครือข่ายความร่วมมือไม่น้อยกว่า 10 เครือข่าย และมีวิสาหกิจและ/หรือองค์กรธุรกิจของไทยเข้าร่วม 150 กิจการ 2. โครงการครัวไทยสู่ครัวคุณภาพของโลก กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ด�ำเนินงานพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปของไทย ให้มีความ เจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิต เพือ่ ให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล และมีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สนองตอบผู้บริโภคได้หลากหลาย โดย จังหวัดนครราชสีมานับ เป็นจังหวัดน�ำร่องในการด�ำเนินโครงการทีส่ ำ� คัญหลายโครงการดังนี้ 2.1 โครงการ ไทยแลนด์ฟู้ดวัลเล่ย์ (Thailand Food Valley: TFV) โดยได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการ Thailand Food Valley โดยมี รวอ. เป็นประธาน และได้ประชุมเพื่อหารือในเรื่อง แนวคิดและรูปแบบ Thailand Food Valley โดยมีพื้นที่น�ำร่อง เป้าหมายที่จังหวัดนครราชสีมา เชียงใหม่ และประจวบคีรีขันธ์ โดยกิจกรรมส�ำคัญภายใต้ Thailand Food Valley ประกอบด้วย 1) กิ จ กรรมส่ ง เสริ ม และสนั บ สนุ น การใช้ ป ระโยชน์ จ าก วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STI) เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) ให้แก่อุตสาหกรรมอาหาร 2) กิจกรรมสร้างการรับรู้ (Consumer Awareness) และยก ระดับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับการพัฒนาด้วย STI เป็น สินค้าคุณภาพสูง ได้มาตรฐานสากลและมีความปลอดภัย

Nakhon Ratchasima 31


3) กิ จ กรรมเสริ ม สร้ า งสภาพแวดล้ อ มให้ เ อื้ อ ต่ อ การ ประกอบการอุ ต สาหกรรม เช่ น การจั ด ท� า ฐานข้ อ มู ล งานวิ จั ย การจั บ คู ่ ร ะหว่ า งหน่ ว ยงานวิ จั ย กั บ ผู ้ ป ระกอบการการสนับสนุน เงินทุนวิจัย เป็นต้น ในการด� า เนิ น การในเชิ ง พื้ น ที่ จั ง หวั ด นครราชสี ม า ซึ่ ง เป็ น พื้นที่น�าร่องนั้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จัดการสัมมนา เรื่อง การบริหารจัดการเชื่อมโยง งานวิจยั เพือ่ อุตสาหกรรมอาหาร ภายใต้โครงการไทยแลนด์ฟดู้ วัลเลย์ ณ จังหวัดนครราชสีมา เพือ่ สร้างความเข้าใจการด�าเนินงานโครงการฯ พร้อมทั้งพิจารณากรอบยุทธศาสตร์และกิจกรรมภายใต้โครงการฯ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา 2.2 กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาอาหารพื้นถิ่นสู่สากล (โตะโคราช) ในปีงบประมาณ 2556 ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดย ศูนย์ ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 ซึง่ ตัง้ อยูท่ จี่ งั หวัดนครราชสีมา ได้ดา� เนิน การอบรมผู้ประกอบการจ�านวน 1 รุ่น 60 คน เป็นผู้ประกอบการ โรงแรมในจังหวัดนครราชสีมา กลุ่มร้านอาหาร และผู้สนใจทั่วไป มุ่งเน้นสร้างผู้ประกอบการใหม่ ให้ความรู้ทั้งในเรื่องสูตรอาหาร โคราช การบริ ห ารจั ด การ การตลาด สุ ข ลั ก ษณะในการผลิ ต นอกจากนี้ ยั ง สนั บ สนุ น ให้ มี ก ารท� า วิ จั ย และพั ฒ นารู ป แบบการ บริการอาหารทีบ่ รู ณาการวัฒนธรรมท้องถิน่ เข้าด้วยกัน การจัดอบรม ผู้ประกอบการภัตตาคาร ร้านอาหาร พ่อครัว แม่ครัวในโรงแรม 5 ดาว เกี่ยวกับการพัฒนาเมนูอาหารท้องถิ่น และวิธีการน�าเสนอเพื่อ ให้บริการขึ้นโตะเสิร์ฟในรูปแบบสากล การควบคุมคุณภาพอาหารที่

โครงการ ไทยแลนด ฟูดวัลเล่ย (Thailand Food Valley: TFV) ...มีพื้นที่น�าร่องเปาหมายที่จังหวัด นครราชสีมา เชียงใหม่ และประจวบคีรีขันธ 32

จัดเสิร์ฟ การควบคุมต้นทุน การขนส่งต่างๆ รวมทั้งให้มีพี่เลี้ยงคอย ช่วยดูแล จากหน่วยงานของ อก. ไม่ว่าจะเป็นสถาบันอาหาร หรือ สสว. และได้ด�าเนินงานเรื่องโตะโคราช โดยจัดงาน “Gala Dinner KORAT Cuisine… A Taste of Thai” เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2556 ที่ห้องบอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ มีผู้เข้าร่วมงานจ�านวน 200 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดท�าคู่มือการท�าอาหารท้องถิ่นแต่ละ ภูมิภาคเพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลก รวมทั้งการจัดตั้งคลัสเตอร์ (cluster) ในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจให้บริการโตะจัดเลี้ยง เพื่อสร้างเครือข่าย เชือ่ มโยงในการรับงาน รวมทัง้ การให้การสนับสนุนในด้านเงินทุนเพือ่ ขยายธุรกิจอาหารท้องถิ่นแก่ผู้ประกอบการภาคบริการร้านอาหาร ภัตตาคาร และกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจบริการโตะจัดเลี้ยง การด�าเนิน การวิจัย คุณค่า คุณประโยชน์ ของอาหารท้องถิ่นแต่ละแห่งพัฒนา ผลิตภัณฑ์ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา โดยให้คงสภาพรสชาติ และ เนือ้ สัมผัสทีถ่ กู ต้องตามสูตรต้นต�ารับ เพือ่ สร้างมูลค่าเพิม่ ให้กบั สินค้า และที่ส�าคัญสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ และการอบรมให้ ความรู้ด้านมาตรฐานความปลอดภัยในการผลิต ทั้งนี้จะเริ่มทยอย ด�าเนินงานเผยแพร่อาหารโตะภูมิภาคอื่นๆ ตามแผนการด�าเนินงาน ทีว่ างไว้ตามล�าดับ โดยน�ารูปแบบของจังหวัดนครราชสีมาเป็น Model ในการด�าเนินการในภูมิภาคอื่นๆ เช่น โตะล้านนา โตะปักษ์ใต้ ต่อไป 3. การตั้งนิคมอุตสาหกรรมการบิน กระทรวงอุตสาหกรรม โดย การนิคมอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทย ได้ ด� า เนิ น โครงการจั ด ตั้ ง นิ ค มอุ ต สาหกรรม อากาศยานและศู น ย์ ซ ่ อ มอากาศยาน ณ ท่ า อากาศยาน นครราชสี ม า ซึ่ ง รั ฐ บาลมี น โยบายที่ จ ะพั ฒ นาอุ ต สาหกรรม การบินของประเทศให้มคี วามก้าวหน้าและลดการพึง่ พาต่างประเทศ โดยมีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซ่อมบ�ารุง อากาศยานของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากประเทศไทยมีความได้ เปรียบทั้งทางด้านภูมิศาสตร์และอุตสาหกรรมสนับสนุนต่างๆ ท�าให้ มีศักยภาพและความพร้อม รวมทั้งสามารถพัฒนาเป็นทางเลือก ในการเป็ น ศู น ย์ ซ ่ อ มและผลิ ต ชิ้ น ส่ ว นอากาศยานของภู มิ ภ าค นอกจากประเทศสิงคโปร์ได้เป็นอย่างดี โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ สายการบินในประเทศ และสายการบินประเทศเพื่อนบ้านที่ก�าลัง พัฒนาเศรษฐกิจและมีการขยายตัวด้านการบิน การจัดตั้งนิคม อุตสาหกรรมอากาศยาน และศูนย์ซ่อมอากาศยาน จะท�าให้เกิด การสร้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการใช้ประโยชน์จากฐาน อุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นการ เติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และเพื่อรองรับการเปดเสรี ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558 ในการขั บ เคลื่ อ นนโยบายดั ง กล่ า ว นายกรั ฐ มนตรี ไ ด้ มี ค�าสั่งส�านักนายกรัฐมนตรีที่ 251/2555 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2555 แต่ ง ตั้ ง คณะกรรมการขั บ เคลื่ อ นการจั ด ตั้ ง นิ ค มอุ ต สาหกรรม อากาศยานและศูนย์ซอ่ มอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานนครราชสีมา โดยมอบหมายให้รฐั มนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายชัชชาติ สิทธิพนั ธุ)์ ในขณะนัน้ เป็นประธาน ปลัดกระทรวงคมนาคม และปลัด กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นรองประธานกรรมการ และหน่วยงาน


อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นกรรมการ และผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีหน้าที่ก�าหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ส่งเสริม สนับสนุน และ เสนอแนะแนวทางการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานและศูนย์ ซ่อมอากาศยานของประเทศไทย ซึง่ ต่อมาคณะกรรมการชุดดังกล่าว ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 3 คณะเพื่อช่วยเหลือ สนับสนุน การด�าเนินงาน ประกอบด้วย 1. คณะอนุกรรมการศึกษาแผนธุรกิจอุตสาหกรรมอากาศยาน และโครงการจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยานมี บริษัทการบินไทย จ�ากัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพหลักท�าหน้าทีจ่ ดั ท�ายุทธศาสตร์ และแผนธุรกิจ ของนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยาน 2. คณะอนุ ก รรมการจั ด ท� า แผนด้ า นการผลิ ต และพั ฒ นา/ ส่ ง เสริ ม ศั ก ยภาพบุ ค ลากรในอุ ต สาหกรรมอากาศยานและศู น ย์ ซ่อมบ�ารุงอากาศยานมีสถาบันการบินพลเรือน เป็นเจ้าภาพหลัก ท�าหน้าที่จัดท�าแผนแม่บทการผลิตและพัฒนา ส่งเสริมศักยภาพ บุ ค ลากรด้ า นการบิ น ในอากาศยานและศู น ย์ ซ ่ อ มอากาศยาน ของประเทศ 3. คณะอนุกรรมการจัดท�าแผนการพัฒนาด้านสิทธิประโยชน์ มีส�านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นเจ้าภาพหลักท�า หน้าที่ก�าหนดมาตรการส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มของธุรกิจหรือ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และการให้สิทธิประโยชน์ต่างเพื่อดึงดูด นักลงทุนที่มีศักยภาพของประเทศ ขณะนี้ ค ณะอนุ ก รรมการศึ ก ษาแผนธุ ร กิ จ อุ ต สาหกรรม อากาศยานและโครงการจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน โดยบริษัท การบิ น ไทย จ� า กั ด (มหาชน) ก� า ลั ง ด� า เนิ น การศึกษาแผนธุรกิจ อุตสาหกรรมอากาศยาน และโครงการจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน โดยมีบริษัท LEK Consulting เป็นที่ปรึกษาด�าเนินการศึกษา และ

คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2556 ซึ่งผลการศึกษา จะน�าเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม อากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยานเพื่อทราบและพิจารณาต่อไป ในส่ ว นของคณะอนุ ก รรมการจั ด ท� า แผนด้ า นการผลิ ต และ พัฒนา/ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมอากาศยานและ ศูนย์ซ่อมบ�ารุงอากาศยานอยู่ระหว่างการว่าจ้างสถาบันศศินทร์ เป็น ที่ปรึกษาศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลแนวโน้มของอุตสาหกรรมการบิน สภาพแวดล้อม สภาพทางธุรกิจ สภาพตลาดและการแข่งขันใน อุตสาหกรรมการบิน และศึกษาความต้องการบุคลากรด้านการบิน ในประเทศและคาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จประมาณกุมภาพันธ์ 2557 และคณะอนุกรรมการจัดท�าแผนการพัฒนาด้านสิทธิประโยชน์ ปัจจุบนั อยูร่ ะหว่างการศึกษาข้อมูลเพือ่ จัดท�าข้อเสนอมาตรการ และ แนวทางการก�าหนดสิทธิประโยชน์เพือ่ ดึงดูดการลงทุน และมาตรการ ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มของธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง (คลัสเตอร์) ที่ชัดเจน นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณปี 2557 ให้ส�านักงาน คณะกรรมการนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ด�าเนิน โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นในการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย เพื่อก�าหนดภาพรวมของ การพัฒนาอุตสาหกรรมบินของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการ ด�าเนินการจัดท�าข้อก�าหนดและขอบเขตการศึกษานิคมอุตสาหกรรม บินของประเทศไทย ทั้งนี้ เมื่อผลการศึกษาของ สนข. แล้วเสร็จ จะ สามารถก�าหนดกรอบของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการบินและ ศูนย์ซ่อมอากาศยานของประเทศไทยที่ชัดเจน ต่อไป ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยการนิคมอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยได้ด�าเนินการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นของ ท่าอากาศยานจังหวัดนครราชสีมา เพื่อจัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรม อากาศยานและศู น ย์ ซ ่ อ มอากาศยานแห่ ง แรกของประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเป็นไปได้และเหมาะสม ขณะนี้อยู่ระหว่างด�าเนินการประสานขอใช้พื้นที่ดังกล่าวจากกรม ปาไม้เนื่องจากเป็นพื้นที่ปาสงวน และขอเปลี่ยนแปลงลักษณะการ ใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวมจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นพื้นที่ อุตสาหกรรมต่อไป

Nakhon Ratchasima 33


บทความพิเศษ

จากอุตสาหกรรมสีเขียว สู Green Ocean กลยุทธการตลาดแหงอนาคต

การส ง เสริ ม และผลั ก ดั น ให ภ าคการผลิ ต มุ  ง สู  “อุตสาหกรรมสีเขียว” เพื่อการพัฒนาอยางสมดุลและ ยั่งยืน ถือเปนหัวใจสําคัญของโครงการตางๆ ของ กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ตองการใหการเติบโตทาง เศรษฐกิจของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม มีความสอดคลอง กับศักยภาพ และความเปนไปไดของระบบนิเวศ รวม ทั้งความผาสุกของสังคม ตัวอยางเชน การอนุรักษพลังงานในกระบวนการผลิต การใชทรัพยากรใหคุมคาโดยใชหลัก 3Rs และเทคโนโลยี (Clean Technology) การปรับปรุงผลิตภาพสีเขียว (Green Productivity) การออกแบบผลิตภัณฑรกั ษสงิ่ แวดลอม (Eco Design) การใหการรับรองผลิตภัณฑฉลากเขียว (Green Label หรือ Eco-Label) การศึกษาและวิเคราะหขอมูล วัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ (Life Cycle Analysis, LCA) การลด


มลพิษ และการลดการปลอยกาซ เรือน กระจก เปนตน ซึ่งโครงการตางๆ เหลา นี้เปนเพียงสวนหนึ่งของการดําเนินงาน เชิงรุกดานการอนุรักษสิ่งแวดลอมของ กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ผูประกอบการ สามารถเขารวมได เพื่อพัฒนาใหการ ประกอบกิจการเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม มากยิ่งขึ้น ดวยเหตุนเี้ อง กระทรวงอุตสาหกรรม จึงรวมมือกับ สํานักงานอุตสาหกรรม จั ง หวั ด และ นิ ค มอุ ต สาหกรรมทั่ ว ประเทศ สงเสริมใหสถานประกอบการ ทั่ ว ประเทศใส ใ จในการดํ า เนิ น ธุ ร กิ จ ที่ เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม โดย นายวิฑูรย สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปดเผยวา โครงการดังกลาวไดกําหนด การพัฒนาสูการเปนอุตสาหกรรมสีเขียว ใน 5 ระดับ ไดแก

ระดับที่ 1 ความมุง มัน่ สีเขียว (Green Commitment) คือ ความมุงมั่นที่จะลด ผลกระทบต อ สิ่ ง แวดล อ ม และมี ก าร สื่อสารภายในองคกรใหทราบโดยทั่วกัน ระดั บ ที่ 2 ปฏิ บั ติ ก ารสี เ ขี ย ว (Green Activity) คือ การดําเนินกิจกรรม เพือ่ ลดผลกระทบตอสิง่ แวดลอมไดสาํ เร็จ ตามความมุงมั่นที่ตั้งไว ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) คือ การบริหารจัดการสิ่งแวดลอม อยางเปนระบบ มีการติดตามประเมินผล และทบทวนเพือ่ การพัฒนาอยางตอเนือ่ ง รวมถึงการไดรบั รางวัลดานสิง่ แวดลอมที่ เปนที่ยอมรับ และการรับรองมาตรฐาน ดานสิ่งแวดลอมตางๆ ระดั บ ที่ 4 วั ฒ นธรรมสี เ ขี ย ว (Green Culture) คือ การที่ทุกคนใน องคกรใหความรวมมือรวมใจ ดําเนินงาน อยางเปนมิตรกับสิ่งแวดลอมในทุกดาน ของการประกอบกิจการ จนกลายเปน สวนหนึ่งของวัฒนธรรมองคกร

และ ระดับที่ 5 เครือขายสีเขียว (Green Network) คือ การแสดงถึงการ ขยายเครื อ ข า ยตลอดห ว งโซ อุ ป ทานสี เขียว โดยสนับสนุนใหคูคาและพันธมิตร เข า สู  ก ระบวนการรั บ รองอุ ต สาหกรรม สีเขียวดวย ตั้ ง แต ริ เ ริ่ ม โครงการนี้ ใ นป 2554 เปนตนมาจนปจจุบัน มีสถานประกอบ การเขารวมเปนอุตสาหกรรมสีเขียวแลว กวา 11,375 ราย แบงเปน 5 ระดับ ดังนี้ ระดับที่ 1 ความมุงมั่นสีเขียว จํานวน 6,477 ราย ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว จํ า นวน 2,713 ราย ระดั บ ที่ 3 ระบบ สี เ ขี ย ว จํ า นวน 2,155 ราย และยั ง มี โรงงานอุตสาหกรรมที่ผานการประเมิน ได รั บ การรั บ รองอุ ต สาหกรรมสี เ ขี ย ว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว จํานวน 30 ราย นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะ ยกระดับสถานประกอบการสูระดับที่ 5 คือ เครือขายสีเขียว ใหไดภายในครึ่งป แรกของป 2557

Nakhon Ratchasima 35


ทั้งนี้ การมุงสูอุตสาหกรรมสีเขียว ของกระทรวงอุตสาหกรรม ถือเปนหัวใจ ของโครงการตางๆ ที่ตองการขับเคลื่อน ให ก ารเติ บ โตทางเศรษฐกิ จ ของภาค ธุ ร กิ จ อุ ต สาหกรรม มี ค วามสอดคล อ ง กั บ ศั ก ยภาพและความเป น ไปได ข อง ระบบนิ เ วศ เช น การอนุ รั ก ษ พ ลั ง งาน 36

“กลยุทธกรีนโอเชี่ยน” (Green Ocean Strategy) จะกลายเปน กลยุทธเชิงธุรกิจที่นาจับตามอง และ กอใหเกิดความตื่นตัวในเรื่องของการ สรางความตองการสินคาในตลาดที่ ยังไรซึ่งการแขงขัน

ในกระบวนการผลิต การใชพลังงานให คุมคาโดยใชหลัก 3R (Reuse, Reduce, Recycle) การออกแบบผลิตภัณฑรักษ สิ่งแวดลอม (Eco Design หรือ Eco Product) การใหการรับรองผลิตภัณฑ ฉลากเขียว (Green Label หรือ EcoLabel) การศึกษาและวิเคราะหขอมูล วัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ (LCI-LCA) การ ลดมลพิ ษ และการลดการปล อ ยก า ซ เรือนกระจก เปนตน ตลอดระยะเวลาการดําเนินงานดาน การสงเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว มีการ ประเมิ นผลการดํ าเนินงาน โดยหน ว ย งานของกระทรวงอุ ต สาหกรรมพบว า สามารถลดผลกระทบตอสิง่ แวดลอมและ ชุมชน วัดผลสัมฤทธิ์ไดจากการลดขอ รองเรียนจากผลกระทบจากการประกอบ กิ จ การโรงงาน และลดความเสี่ ย งใน การรับผิดชอบในอนาคต เกิดการสราง งานและจ า งงานเกี่ ย วกั บ สิ่ ง แวดล อ ม เพิ่มขึ้น สรางความเชื่อใจในการปฏิบัติ งานใหพนักงานวาอยูในสภาพแวดลอม ที่ ป ลอดภั ย นอกจากนี้ ยั ง ลดการใช ทรัพยากรและพลังงาน ประหยัดตนทุน สรางโอกาสในการแขงขัน โดยเฉพาะการ แขงขันในตลาดยุโรป ทีเ่ นนสงเสริมสินคา ที่ ผ  า นกระบวนการผลิ ต แบบอนุ รั ก ษ สิ่งแวดลอม นอกจากนี้ ในป 2557 กระทรวง อุตสาหกรรม ยังสงเสริม “กลยุทธกรีน โอเชี่ยน” (Green Ocean Strategy) ซึ่ ง จะกลายเป น กลยุ ท ธ เ ชิ ง ธุ ร กิ จ ที่ น  า จับตามอง และกอใหเกิดความตื่นตัวใน เรื่องของการสรางความตองการสินคา ในตลาดที่ยังไรซึ่งการแขงขัน ดวยการ ทําใหสินคาเปนที่ตองการของผูบริโภค โดยใชแนวทางการสรางมูลคาเพิ่มจาก


การสรางมูลคาเพิ่มจาก นวัตกรรมแบบใหมๆ และการให ความสําคัญกับการสราง ความแตกตาง หรือการสรางสรรค ใหมีเอกลักษณเฉพาะเพื่อใหดึงดูดใจ กลุมเปาหมาย

นวัตกรรมแบบใหมๆ และการใหความ สําคัญกับการสรางความแตกตาง หรือ การสรางสรรคใหมีเอกลักษณเฉพาะเพื่อ ใหดึงดูดใจกลุมเปาหมาย ควบคูกับการ ลดตนทุนการผลิตในสิ่งที่ไมกอใหเกิด คุณคาตอองคกรและลูกคา ตลอดจนการ ปรับกระบวนการและการพัฒนาสินคา หรือบริการที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ซึ่ง กลยุทธดังกลาวจะดําเนินงานควบคูไป กั บ การพั ฒ นาสู  ก ารเป น อุ ต สาหกรรม สีเขียวใน 5 ระดับที่กลาวถึงขางตน

Green Ocean Strategy นอกจา กจะเปนโอกาสในการสรางงานที่เกี่ยว กับการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม ที่เรียกวา Green Job แลว ยังเปนโอกาสในการสรางบุคลากรเพิม่ ขึน้ ดวย ซึ่งจะเปนอีกปจจัยหนึ่งที่ขับเคลื่อน เศรษฐกิจใหเติบโตอยางยั่งยืนตอไป ขอขอบคุณขอมูลจาก กระทรวงอุตสาหกรรม Nakhon Ratchasima 37


บทความพิเศษ

โรงเรียนอนุบาล นครราชสีมา… ผูนําความเปนเลิศ ดานคณิตศาสตร

นายเกษม ศุภรานนท ผูอํานวยการสถานศึกษา รางวัลการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร ดี เ ด น (จากสถาบั น ส ง เสริ ม ฯ), รางวั ล นั ก เรี ย น พระราชทาน , นักเรียนไดเปนตัวแทนประเทศไทย ไปแขงขันคณิตศาสตรระดับนานาชาติถึง 13 ป ติดตอกัน (ตั้งแต ป พ.ศ. 2543-2556), นักเรียนได รับรางวัลจากการแขงขันระดับประเทศเปนจํานวน มากทุกป และนักเรียนไดรับคัดเลือกเปนเยาวชนดี เดนสรางชื่อเสียงสูประเทศชาติ ฯลฯ เกี ย รติ ภู มิ ที่ ก ล า วมาข า งต น นี้ มาจากการที่ โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ไดดาํ เนินการ โครงการ สงเสริมศักยภาพผูเ รียนดานคณิตศาสตร (Intensive Mathematics Course) ที่มีการพัฒนาทั้งเทคนิคการ จัดการเรียนการสอน และเนื้อหาสาระดานคณิตศาสตร เทียบเคียงกับระดับนานาชาติ โดยนักเรียนจะไดศึกษา เทคนิคการคิดเลขเร็ว การคิดวิเคราะห คิดแกปญหา อยางเต็มศักยภาพ ควบคูกับการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรม ใหเปนคนดีและคนเกงของสังคม สงผลให นักเรียนของโรงเรี ย นอนุ บ าลนครราชสี ม า ไดรับ รางวัลมากมาย สรางชื่อเสียงใหกับโรงเรียน สํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขัน้ พืน้ ฐาน จนเปนทีย่ อมรับทัง้ จากชาวโคราชและบุคคล ทั่วไป โดยเฉพาะอยางยิ่งโรงเรียนฯ ไดกลายเปนสถาน ที่ศึกษาดูงานยอดนิยม จากโรงเรียนอนุบาลในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการจากทั่วประเทศ

เกียรติภูมิแหงความเปนเลิศ

ระดับนานาชาติ 1. การแขงขันคณิตศาสตรนานาชาติ ระหวาง ประเทศ พ.ศ.2545-2556 1.1 การแขงขันคณิตศาสตรนานาชาติ ระดับ 38

ประถมศึกษา ณ เมืองลักซนาว สาธารณรัฐอินเดีย (WIZMIC 2011) ดช.สิรวิชญ จัดจาน เหรียญเงิน ประเภท บุคคล, เหรียญทอง ประเภททีม และ ดช.อรรถวุฒิ ทอนสูงเนิน เหรียญเงิน ประเภทบุคคล และประเภททีม 2. การแขงขันคณิตศาสตรโลก ณ เขตบริหาร พิเศษฮองกง พ.ศ. 2542-2556 2.1 การแขงขันคณิตศาสตรโลก ระดับประถม ศึกษา ณ เขตบริหารพิเศษฮองกง (PMWC 2010) ดช.วฤทธิ สิ ง หะ เหรียญเงิน ประเภทบุคคล และ Champion ประเภททีม 2.2 การแขงขันคณิตศาสตรโลก ระดับประถม ศึกษา ณ เขตบริหารพิเศษฮองกง (PMWC 2011) ดญ.ขันเงิน สุริยบุตร เหรียญทอง ประเภทบุคคล และ ประเภททีม 2.3 การแขงขันคณิตศาสตรโลก ระดับประถม ศึกษา ณ เขตบริหารพิเศษฮองกง (PMWC 2012) ดช.ชวินธร สิริพิพัฒนวรคุณ เหรียญทอง ประเภท บุคคล และประเภททีม, รางวัล Champ of the champ และ ดญ.ลออรัตน อุปคุณ เหรียญเงิน ประเภทบุคคล , เหรียญทอง ประเภททีม 2.4 การแขงขันคณิตศาสตรโลก ระดับประถม ศึกษา ณ เขตบริหารพิเศษฮองกง (PMWC 2013) ดญ.พลอยประกาย ภูศรี เหรียญทอง ประเภททีม, เหรียญทองแดง ประเภทบุคคล 3. การแขงขันคณิตศาสตรนานาชาติโอลิมปก สาธารณรัฐอินโดนีเซีย พ.ศ. 2548-2556 3.1 การแขงขันคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร โอลิ ม ป ก ระหว า งประเทศ ระดั บ ประถมศึ ก ษา ณ สาธารณรัฐฟลิปปนส (IMSO 2011) ดญ.ลออรัตน

อุปคุณ เหรียญทองแดง ประเภทบุคคล 3.2 การแขงขันคณิตศาสตรและวิทยาศาสตร โอลิมปกระหวางประเทศ ณ เมืองลักซนาวสาธารณรัฐ อินเดีย (IMSO 2012) ดญ.พลอยประกาย ภู ศ รี เหรียญทอง 4. การแขงขันคณิตศาสตรระหวางประเทศ (IMC) พ.ศ.2548-2556 4.1 การแขงขันคณิตศาสตรระหวางประเทศ ระดับประถมศึกษา ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต : (IMC 2010) ดช.ชวินธร สิริพิพัฒนวรคุณ เหรียญทองแดง ประเภทบุคคล, เหรียญเงิน ประเภททีม และ ดญ. ศศิขวัญ วันสุข รางวัลชมเชย ประเภทบุคคล, เหรียญ ทองแดง ประเภททีม 4.2 การแขงขันคณิตศาสตรระหวางประเทศ ระดับประถมศึกษา ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (IMC 2011) ดช.ชวิ น ธร สิ ริ พิ พั ฒ น ว รคุ ณ เหรียญเงิน ประเภทบุคคล, เหรียญทอง ประเภททีม 4.3 การแขงขันคณิตศาสตรระหวางประเทศ ระดับประถมศึกษา ณ กรุงไทเป ประเทศไตหวัน (IMC 2012) ดญ.ขันเงิน สุรยิ บุตร เกียรติบตั รชมเชย ประเภท บุคคล และ ดช.อรรถวุฒิ ทอนสูงเนิน เกียรติบัตร ชมเชย ประเภทบุคคล, เหรียญทองแดง ประเภททีม 4.4 แขงขันคณิตศาสตรระหวางประเทศ ระดับ ประถมศึกษา ณ เมืองเบอรกาส สาธารณรัฐบัลแกเรีย (IMC : EMIC 2013) ดญ.ลออรัตน อุปคุณ เหรียญ ทอง ประเภททีม, เหรียญเงิน ประเภทบุคคล และ รางวัลคะแนนทีมรวมสูงสุดในสาย และ ดช.อานุภาพ ชวยเจริญสุข รางวัลชมเชย ระดับประเทศ รางวัลนักเรียนพระราชทาน ปพ.ศ. 2555 ดญ.ลออรั ต น อุ ป คุ ณ นั ก เรี ย นชั้ น ประถม ศึ ก ษาป ที่ 6/14 ได รั บ รางวั ล นั ก เรี ย นพระราชทาน ป พ.ศ. 2555 และรางวั ล เหรี ย ญเงิ น การแข ง ขั น คณิตศาสตรเพชรยอดมงกุฎ พ.ศ.2548-2556


สารผูวาราชการจังหวัดนครราชสีมา จั ง หวั ด นครราชสี ม า เป็นจังหวัดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีประชากร 2.6 ล้านคน มีพื้นที่ 12.8 ล้านไร่ และมีถึง 32 อ�าเภอ แต่ทุกคนเป็นลูกหลาน ย่ า โม ซึ่ ง ท่ า นได้ ส ร้ า งวี ร กรรมไว้ คนโคราชจึ ง มี คุ ณ ย่ า โมเป็ น ที่ เ คารพรั ก ศรัทธา และเป็นศูนย์รวมน�้าใจให้เป็นน�้าหนึ่งใจเดียวกัน มีความรักใคร่ กลมเกลียวกัน นอกจากนัน้ จังหวัดนครราชสีมายังเป็นเมืองทีม่ บี ทบาทส�าคัญ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทัง้ ในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง และมี ท รั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ มอั น หลากหลายที่ มี ชื่ อ เสี ย ง เป็นเมืองที่มีโอโซนเป็นล�าดับ 7 ของโลก รวมทั้งมีศักยภาพพร้อมเข้า สู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 อนาคตอันใกล้นี้ จังหวัดนครราชสีมา จะมีบทบาทส�าคัญ ในการสร้างอนาคตของประเทศ ในฐานะของการเป็นศูนย์กลาง อาหารปลอดภั ย และพลั ง งานสะอาดใหญ่ ที่ สุ ด ของอาเซี ย น เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชั้นสูง เป็น ประตูเชื่อมโยงระบบ Logistics และกระจายสินค้าที่ส�าคัญใน ภูมิภาค เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวั ติ ศ าสตร์ อ ารยธรรมขอม เป็ น แหล่ ง ก� า เนิ ด ภู มิ ป ั ญ ญา ท้ อ งถิ่ น และผลิ ต ภั ณ ฑ์ ไ หม เป็ น ศู น ย์ ก ลางการศึ ก ษาและ สาธารณสุข และเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และ ยัง่ ยืน สมดังค�าขวัญของจังหวัดนครราชสีมาทีว่ า่ “เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน” ในนามของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กระผมรู้สึกยินดี และขอขอบคุณทีมงานนิตยสาร SBL ที่เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัด นครราชสีมา และช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์หน่วยงานต่างๆ ทั้งของ ภาครัฐและเอกชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้อ่านทั่วประเทศได้รับทราบข้อมูล ที่เป็นประโยชน์นี้ และกระผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนบริษัท-ห้างร้านที่สนับสนุนการจัดพิมพ์นิตยสารฉบับนี้ ให้ส�าเร็จ ลุล่วงไปด้วยดีดังที่ปรากฏอยู่ในมือท่านผู้อ่านในขณะนี้ครับ

( ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา


เส้นทางพบผู้ว่าฯ

ดร.วินัย บัวประดิษฐ

ผูวาราชการจังหวัดนครราชสีมา

40


นครราชสีมา...ประตูสู่อีสาน “โคราช” หรือ “จังหวัดนครราชสีมา” เ ป ็ น ป ร ะ ตู สู ่ อี ส า น มี ค� ำ ข วั ญ ว ่ า “เมื อ งหญิ ง กล้ า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน” และเป็น เมื อ งหลั ก ในภาคตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ มี ศั ก ยภาพสู ง ในด้ า นเศรษฐกิ จ สั ง คม วัฒนธรรม การเมืองและมีทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม อันหลากหลายที่มีชื่อเสียง เป็นมรดกโลก มีความพร้อมเข้าสู่การเป็น ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 จังหวัดนครราชสีมา มีพนื้ ทีข่ นาดใหญ่ เป็นอันดับ 1 ของประเทศ คือ 12.8 ล้านไร่ มีประชากร 2.6 ล้านคน แบ่งการปกครอง ออกเป็น 32 อ�ำเภอ 289 ต�ำบล 3,743 หมูบ่ า้ น มีสว่ นราชการสังกัดส่วนกลาง 196 แห่ง ส่วนภูมิภาค 35 แห่ง องค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่น 334 แห่ง ได้แก่ อบจ. 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 4 แห่ง เทศบาลต�ำบล 85 แห่ง และ อบต. 243 แห่ง สภาพภู มิ ศ าสตร์ เ หมาะส� ำ หรั บ ท� ำ เกษตรกรรม มีพื้นที่เพาะปลูก 8.9 ล้านไร่ อยู่ในเขตชลประทาน 1.6 ล้านไร่ มีพื้นที่ เขตอุทยานแห่งชาติ เขตป่าสงวน รวม 4.8 ดร.วิ นั ย บั ว ประดิ ษ ฐ์ มี ป ระสบการณ์ ก ารบริ ห ารราชการในฐานะ ล้านไร่ มีแหล่งน�้ำธรรมชาติ 9 ลุ่มน�้ำ ผูว้ า่ ราชการจังหวัดมาถึง 6 จังหวัด 9 ปี ได้แก่ จังหวัดพังงา, สุราษฎร์ธานี, ชัยนาท, ด้ า นเศรษฐกิ จ มี มู ล ค่ า ผลิ ต ภั ณ ฑ์ หนองบัวล�ำภู เพชรบุรี และนครราชสีมา ภายใต้แนวคิดส�ำคัญในการท�ำงาน มวลรวม หรือ GPP 202,014 ล้านบาท ที่ว่า “มุ่งขับเคลื่อนนโยบายไปสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว อันดับที่ 9 ของประเทศ อัตราการขยาย ครอบคลุมและโปร่งใส” ตัวร้อยละ 7.8 รายได้เฉลี่ยต่อหัว 71,405 ล่าสุดปี พ.ศ.2555 ท่านได้รบั แต่งตัง้ ให้ดำ� รงต�ำแหน่ง “ผูว้ า่ ราชการจังหวัด บาทต่ อ คนต่ อ ปี ภาวะเศรษฐกิ จ ขึ้ น กั บ นครราชสีมา” จังหวัดทีม่ พี นื้ ทีข่ นาดใหญ่ทสี่ ดุ ในประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่ ภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม มีบทบาทส�ำคัญในการสร้างอนาคตของประเทศ ในฐานะของการเป็นศูนย์กลาง การผลิตอาหารปลอดภัย เป็นแหล่งพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ทสี่ ุดของอาเซียน เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชั้นสูง เป็นประตูเชื่อมโยง ระบบ Logistics และกระจายสินค้าที่ส�ำคัญในภูมิภาค นิตยสาร SBL ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ท่านดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ให้ สัมภาษณ์เกี่ยวกับศักยภาพ และความพร้อมของจังหวัดนครราชสีมา สู่การเป็น ศูนย์กลางคมนาคมของภูมิภาคอาเซียน

เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน

Nakhon Ratchasima 41


คุณย่าโม...ศูนย์รวมใจชาวโคราชให้เปนหนึ่งเดียว ต้ อ งเรี ย นว่ า จั ง หวั ด นครราชสี ม าเป็ น เมื อ งที่ มี ประวัติดั้งเดิมมาแต่โบราณ และที่นี่เป็นเมืองที่คุณย่าโม ได้สร้างวีรกรรมไว้ เพราะฉะนั้นโดยสังคมของคนโคราช ก็จะเป็นน�้าหนึ่งใจเดียวกัน มีความรัก ความสามัคคี รั ก ใคร่ ก ลมเกลี ย วกั น เพราะมี คุ ณ ย่ า โมเป็ น ที่ เ คารพ รั ก ศรั ท ธา และเป็ น ศู น ย์ ร วมน�้ า ใจ ถึ ง แม้ ว ่ า จั ง หวั ด นครราชสี ม าจะเป็ น จั ง หวั ด ใหญ่ ที่ สุ ด ในประเทศไทย มีประชากรถึงเกือบๆ สามล้านคน และมี พื้ น ที่ 12.8 ล้านไร่ มีถึง 32 อ�าเภอ แต่ทุกคนเป็นลูกหลานย่าโม ประชาชนจึงรักกัน ท�าให้ไม่มปี ญ ั หาอะไรมากในตัวจังหวัด จนมีการกล่าวขานกันว่าเมืองโคราช “เป็นเมืองผู้ดี” ในอนาคตจังหวัดนครราชสีมา จะมีบทบาทส�าคัญ ในการสร้างอนาคตของประเทศ โดยเป็นศูนย์กลางอาหาร ปลอดภัยและพลังงานสะอาดใหญ่ทสี่ ดุ ของอาเซียน เป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชั้นสูง เป็นประตูเชื่อมโยงระบบ Logistics และกระจายสินค้าที่ ส�าคัญในภูมิภาค เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สีเขียว ประวัติศาสตร์/อารยธรรมขอม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลิ ต ภั ณ ฑ์ ไ หม เป็ น ศู น ย์ ก ลางการศึ ก ษาและ สาธารณสุข เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทสี่ มบูรณ์และ ยัง่ ยืน และมีกองก�าลังเสริมสร้างเพือ่ ความมัน่ คงทางการ ทหารที่ส�าคัญในภูมิภาค เมืองแห่งอารยธรรม การเกษตร และกีฬา อีกแง่มุมหนึ่งที่อยากให้คนทั่วไปรู้จัก คือ เราเป็น ศู น ย์ ก ลางการขนส่ ง มวลชนและขนถ่ า ยสิ น ค้ า ขนาด ใหญ่ ใ นภาคตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ เป็ น เมื อ งสี เ ขี ย ว ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นเมืองน่าอยู่ มีภาษาโคราช มีเพลงโคราช ที่เป็นเอกลักษณ์ทรัพยากรธรรมชาติก็มี วังน�า้ เขียวทีเ่ ป็นแหล่งท่องเทีย่ ว ปากช่องก็เป็นทีๆ่ อากาศดี ตลอดทัง้ เป็นเมือทีม่ ผี ลผลิตทางการเกษตรเป็นอันดับหนึง่ ของประเทศ มีทงั้ ข้าว มันส�าปะหลัง อ้อย และก็เป็นเมืองทีม่ ี ประวัติศาสตร์อารยธรรมขอมปราสาทหินพิมาย ซึ่งเป็น วัฒนธรรมดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก มีอาหาร คือ ไก่ย่าง ส้มต�า หมี่โคราช ขนมจีน ที่เป็นที่นิยม ถูกน�า มาพัฒนาเป็นอาหารพื้นเมืองโตะโคราช เป็นที่รู้จักกัน ทั่วไป ซึ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นจุดเด่นๆ ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วของ เมืองโคราช 42


และที่ ผ มอยากจะเน้ น คื อ เรื่ อ งโอท็ อ ปของที่ นี่ เช่ น เครื่องปันดินเผาด่านเกวียน ผ้าไหม ซึ่งเราเองจะพัฒนาของ เหล่านี้ให้มีจุดเด่นมากขึ้น ทั้งในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ รูปแบบ ขนาด ความสะดวกในการน�ากลับ นอกจากเรื่องนี้แล้วเรา ก็ ยั ง อยากสนั บ สนุ น ในเรื่ อ งของกี ฬ าให้ ม ากขึ้ น เพราะ มีสนามกีฬาที่มีมาตรฐานอยู่ ดังนั้นเราจึงคิดว่าจะสนับสนุน เรื่องนี้ เพราะกีฬาท�าให้คนมีความรัก ความสามัคคีกัน ท�าให้ โคราชเป็นเมืองกีฬา

สังคมของคนโคราชก็จะเป็น น�้าหนึง่ ใจเดียวกัน มีความรัก ความสามัคคี รักใคร่กลมเกลียวกัน เพราะมีคุณย่าโมเป็นที่เคารพรัก ศรัทธา และเป็นศูนย์รวมน�้าใจ

วิสัยทัศน์และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ป 2558-2561 วิสัยทัศน์ของเราคือ “โคราช เมื อ งหลวงแห่ ง ภาค อีส าน” โดยเป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน ทั้งในเรื่องของ การขนส่ง การศึกษา การค้าขาย รวมถึงเรื่องอุตสาหกรรม ต่างๆ อันเป็นผลที่ได้มาจากการพัฒนา เติบโตขึ้นของจังหวัด ซึ่ ง จั ง หวั ด นครราชสี ม ามี ป ระเด็ น ยุ ท ธศาสตร์ ก ารพั ฒ นา 4 ด้าน คือ 1. พัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจรเพื่อเป็นครัวของ โลก (Food Valley) 2. ลดความเหลือ่ มล�า้ ทางสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวติ ประชาชน 3. พัฒนาโคราชเมืองน่าอยู่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4. การบริหารราชการแบบบูรณาการตามหลักธรรมาภิบาล Nakhon Ratchasima 43


เป้าหมายการพัฒนา...สู่เมืองอุตสาหกรรมสะอาด และ น่าอยู่อาศัย 1. เปนครัวของโลก (Food Valley) โดยพัฒนาปัจจัย การผลิตสินค้าเกษตร สนับสนุนระบบการคมนาคมขนส่ง และ ระบบโลจิสติกส์ ไปสู่ภูมิภาคอินโดจีน เชื่อมโยงการผลิตและ เพิม่ ศักยภาพเกษตรกร ผูป้ ระกอบการ SMEs พลังงานทดแทน และเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวสีเขียว 2. พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยพัฒนาคุณภาพ การศึกษาให้ครอบคลุม ส่งเสริมมาตรฐานการบริการสุขภาพให้ เท่าเทียมกัน ดูแลผู้สูงอายุ เด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส สร้าง การจ้างงาน รายได้ และการเข้าถึงแหล่งทุน 3. พัฒนาโคราชเมืองน่าอยูท่ เี่ ปนมิตรกับสิง่ แวดล้อม โดยจัดการเมืองน่าอยู่ ฟนฟูและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมสร้างเมืองสีเขียว และจัดการมลภาวะทาง สิ่งแวดล้อม

44

อุปสรรคแก้ได้ ด้วยความร่วมมือร่วมใจ ภายใต้ขอ้ จ�ากัดของสภาพภูมปิ ระเทศทีก่ ว้างขวางขนาด ใหญ่ แ ละสาเหตุ อื่ น ๆ เป็ น ข้ อ จ� า กั ด ในการป อ งกั น ปั ญ หา จากภั ย คุ ก คามจากธรรมชาติ กรณี อุ ท กภั ย มี ส าเหตุ เ ช่ น แหล่ ง น�้ า สายหลั ก ตื้ น เขิ น เน่ า เสี ย สกปรก จากการบุ ก รุ ก ที่ ดิ น การก่ อ สร้ า งสิ่ ง กี ด ขวางทางน�้ า การลั ก ลอบใช้ น�้ า การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ ดิ น จากพื้ น ที่ ป่ า ไม้ เ ป็ น ที่ พั ก ตากอากาศ สนามกอล์ ฟ คอกปศุ สั ต ว์ การปล่อยสิง่ ปฏิกลู สารเคมี การปลูกข้าวนาปรัง และมีปญ ั หา ความซ�้าซ้อนในการท�างานของหน่วยงาน ขาดการบูรณาการ และไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน เป็นต้น นอกจากนี้มีปัญหาการกระจายของดินเค็มในวงกว้าง ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตและผลิตภาพทางการเกษตร การ วางผั ง เมื อ งที่ ไ ม่ เ อื้ อ ต่ อ การพั ฒ นาเศรษฐกิ จ โดยจ� า กั ด


ในอนาคตจังหวัดนครราชสีมา จะมีบทบาทส�ำคัญในการสร้างอนาคต ของประเทศ โดยเป็นศูนย์กลาง อาหารปลอดภัยและพลังงานสะอาด ใหญ่ที่สุดของอาเซียน

พื้ น ที่ เ ขตอุ ต สาหกรรม และแรงงานภาคเกษตร ขาดแคลนและถ่ายเทไปสู่ภาคบริการมากขึ้น ซึ่ง ปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมด เรามีหน่วยงานคอย ช่วยเหลืออยู่หลายหน่วยงาน ทั้งจากรัฐบาลเองและ หน่วยงานต่างๆ จึงไม่น่าเป็นห่วงเพราะทุกหน่วยงาน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี การมอบความสุขแก่ชาวโคราช คือผลงานแห่ง ความภาคภูมิใจ จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดขนาดใหญ่เป็น อันดับ 1 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 12.8 ล้านไร่ เศษ ดังนั้น จึงมีปัญหาความต้องการของประชาชน มากตามมา ในขณะทีม่ ขี อ้ จ�ำกัดของงบประมาณทีไ่ ด้ รับใกล้เคียงกับจังหวัดอื่นๆ ดั ง นั้ น ในฐานะของผู ้ ว ่ า ราชการจั ง หวั ด นครราชสีมา จะต้องบริหารจัดการโดยการบูรณาการ งบประมาณทีม่ อี ยู่ เพือ่ ขับเคลือ่ นนโยบายรัฐบาล เพือ่ สนองตอบปัญหาความต้องการของประชาชนในพืน้ ที่ ตามความจ�ำเป็นเร่งด่วนภายใต้ภาวะก�ำจัดที่มีอยู่ 1. ในการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน - ด้านโครงสร้างพืน้ ฐาน ได้เร่งรัดผลักดันโครงการ พัฒนาแหล่งน�ำ้ ผ่านทางชลประทานจังหวัด ส�ำนักงาน ทรัพยากรน�ำ้ บาดาล เพื่อให้เกษตรกรมีแหล่งน�ำ้ ด้าน การเกษตร และส่วนหนึ่งไว้ใช้เป็นน�ำ้ เพื่อการอุปโภค บริ โ ภค เมื่ อ มี ผ ลผลิ ต ทางการเกษตร ได้ แ ก่ ข้ า ว มันส�ำปะหลัง อ้อย เป็นต้น เราก็ต้องพัฒนาปรับปรุง Nakhon Ratchasima 45


เส้นทาง เพื่ออ�านวยความสะดวกแก่การขนส่งพืชผล การ ส่งเสริมการตลาดให้กับเกษตรกร - การส่งเสริมการจ�าหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ในแต่ละ ปีไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนนี้เป็นการเสริมรายได้ ให้แก่ประชาชนระดับรากหญ้าให้มีการยกระดับคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นอีกทางหนึ่ง 2. การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร - จังหวัดได้น�านโยบายการรับจ�าน�าข้าวเปลือกมาแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร จัดให้มีโรงสีและจุด รับจ�าน�า 37 แห่ง ปริมาณข้าวเปลือก 125,249 ตัน ส่งผล

โคราชเป็นเมืองที่มีผลผลิตทางการเกษตร เป็นอันดับหนึง่ ของประเทศ มีทั้งข้าว มันส�าปะหลัง อ้อย 46

ให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 751 ล้านบาท และ นโยบายการแทรกแซงตลาดมันส�าปะหลัง มีผเู้ ข้าร่วมโครงการ 55 ราย ปริมาณรับจ�าน�า 2.6 ล้านตัน เกษตรกรมีรายได้ เพิ่ ม ขึ้ น ประมาณ 6,108 ล้ า นบาท ด้ า นมั น ส� า ปะหลั ง ได้จัดท�าโครงการ Korat tapioca Model ปรับปรุงดิน พันธุ์ กระบวนการและการแปรรูปตลาดมันส�าปะหลัง 3. การแก้ไขปัญหายาเสพติด - จังหวัดนครราชสีมาเป็นประตูสู่อีสาน เป็นเส้นทางหลัก เชื่อมโยงระหว่างเมือง ซึ่งถูกใช้เป็นเส้นทางล�าเลียงยาเสพติด จากชายแดนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อตัดวงจรการแพร่ ระบาดของยาเสพติด จังหวัดได้น�าแนวนโยบายของรัฐบาล ไปสู่การปฏิบัติ อาทิเช่น “โครงการชุมชนอุ่นใจ ได้ลูกหลาน กลับคืน” จัดให้มรี ะบบการเฝาระวังและปองกันปัญหายาเสพติด ทุกต�าบล ใช้แผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินในการปองกัน/ ปราบปราม/บ�าบัดและฟนฟูผู้เสพและติดยา สนับสนุนสถาน ประกอบการสี ข าว จั ด โครงการสนั บ สนุ น เพิ่ ม เติ ม ได้ แ ก่ โครงการพบผูว้ า่ หน้าเสาธง, โครงการผูว้ า่ พาเยีย่ มวัด, โครงการ สวดมนต์ข้ามเดือน , โครงการปะผู้ว่าฯ ตอนเย็น


ขอบคุณทุกภาคส่วนทีร่ ว่ มใจทํางานเพือ่ ประเทศไทย ผมมี ค วามภาคภู มิ ใ จและยิ น ดี เ ป็ น อย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ด้ รั บ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมาด�ารงต�าแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมา ซึง่ เป็นจังหวัดใหญ่ และมีความส�าคัญต่อประเทศ ชาติ จะตั้งใจท�างานเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน สมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท�าให้ ทุกคนมีความสุข มีความรัก ความสามัคคีกัน ต้องขอขอบคุณ ทุกภาคส่วนที่ได้ให้ความร่วมมือในการท�างาน ล�าพังเพียง ผมคนเดียวคงไม่สามารถด�าเนินการได้ส�าเร็จ ภาคภูมิใจที่ได้ รับพระราชทานรางวัลเสมาทองค�า จากสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในสาขาน�าพุทธศาสนามาใช้ ในการบริหารงาน ได้รับประทานรางวัลผู้ว่าฯ to be Number One จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี รางวัลระฆังทองจากสมัชชานักจัดรายการข่าว โครงการเพื่ออนาคตสดใสของชาวโคราช วิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและอืน่ ๆ อีก ถือว่า มีประเด็นหลักๆ 3 เรื่อง คือ เป็นก�าลังใจในการท�างาน เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและ 1. การบริ ห ารจั ด การน�้ า แบบบู ร ณาการ โดยขอรั บ ประเทศชาติ การสนับสนุนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อน การด� า เนิ น งานเป็ น ระยะๆ และส่ ง เสริ ม การท� า งานแบบ บูรณาการเป็นเอกภาพ 2. การเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดย สร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน และพัฒนาความรู้ ให้แก่ข้าราชการ-เจ้าหน้าที่ ส่งเสริมการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เพิ่มช่องทางการค้า การลงทุน ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพสินค้า และฝีมือแรงงาน รองรับนโยบายการลงทุนขนาดใหญ่ 3. การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ กรอบ 2 ล้านล้านบาท เช่น การขยายเมืองใหม่ การสร้างสถานีขนส่ง/ ขนถ่ายสินค้าที่มีมาตรฐาน ส่วนขยายเส้นทางมอเตอร์เวย์ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง นิคมอุตสาหกรรมซ่อมสร้าง อากาศยานอาเซียน

Nakhon Ratchasima 47


นครราชสีมา ประกาศศักดิ์ดา

เจาภาพ “กีฬาแหงชาติ” ครั้งที่ 43 & “กีฬาคนพิการแหงชาติ” ครั้งที่ 33

จั ง หวั ด นครราสี ม า ได้ รั บ เกี ย รติ เ ป็ น เจ้ า ภาพการ แข่งขันกีฬาระดับนานาชาติมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น “ซีเกมส์” ครั้งที่ 24 (2007) “ฟุตซอลชิงแชมปโลก 2013” และ “วอลเลย์บอลชิงแชมปเอเชีย 2013” ที่เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวโคราชและชาวไทยได้ ปลื้มปิติกันถ้วนหน้า จากประสบการณ์ที่โชกโชนด้านการเป็นเจ้าภาพจัดการ แข่งขันกีฬานี้เอง ท�าให้จังหวัดนครราชสีมา ได้รับเกียรติให้ เป็นเจ้าภาพจัด “นครราชสีมาเกมส์” การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ 48


ครัง้ ที่ 43 ระหว่างวันที่ 9-19 ธันวาคม 2557 และ “โคราชเกมส์” การแข่งขัน กีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 15-19 มกราคม พ.ศ.2558 ในงานแถลงข่าวเปิดตัวการเป็นเจ้าภาพ นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานคณะกรรมการจัดการ แข่งขันฯ กล่าวว่า “จังหวัดนครราชสีมา พร้อมแล้วส�ำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาระดับ ชาติ ยิ่งใหญ่ในด้านมาตรฐานกีฬา การจัดการแข่งขัน และสปิริตของการ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งเรามีการประชุมเพื่อเตรียมการกันล่วงหน้าตั้งแต่ปีที่แล้ว เพือ่ ให้การจัดการแข่งขันออกมาสมบูรณ์แบบทีส่ ดุ ไม่วา่ จะเป็น สนามกีฬา โรงแรม ทีพ่ กั การรักษาความปลอดภัย และบุคลากร โดยชาวโคราชมีความ ตื่นตัว เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองกีฬาอยู่แล้ว” “ผมเชือ่ มัน่ ว่าโคราชมีศกั ยภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและ กีฬาคนพิการแห่งชาติ ด้วยบุคลากรทีม่ อี ยู่ โดยเฉพาะสนามแข่งขันถือว่าได้ มาตรฐานทุกชนิดกีฬา มีสถาบันการศึกษา มีอาสาสมัครทีพ่ ร้อมจะท�ำหน้าที่

และทีส่ ำ� คัญจะเป็นครัง้ แรกของกีฬาแห่งชาติ ทีม่ ี การจัดให้นักกีฬาพักในหมู่บ้านนักกีฬา โดยเรา มีหมู่บ้านนักกีฬาระดับนานาชาติ ที่เคยผ่านการ จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 พ.ศ.2550 นับว่าเป็นการยกมาตรฐานของการจัด และตัง้ ใจ ว่าความมีสปิริตในการแข่งขัน ชม และเชียร์ของ ชาวโคราชจะสร้างความประทับใจให้กบั นักกีฬา และเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศได้เป็นอย่างดี” Nakhon Ratchasima 49


ทางด้านพ่อเมืองโคราช “ดร.วินัย บัวประดิษฐ์” ผู้ว่า ราชการจังหวัดนคราชสีมา ได้กล่าวถึงศักยภาพและการ เตรียมพร้อมของจังหวัด ในฐานะเจ้าภาพจัดงานว่า “ในโอกาสที่จังหวัดนครราชสีมา ได้รับเกียรติให้เป็น เจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 (พ.ศ.2557) “นครราชสี ม าเกมส ” และการจั ด แข่ ง ขั น กี ฬ าคนพิ ก าร แห่งชาติ ครั้งที่ 33 (พ.ศ. 2558) “โคราชเกมส” เรายินดี ต้อนรับนักกีฬา ผู้ฝกสอน เจ้าหน้าที่ และผู้มีเกียรติทุกท่าน สู่จังหวัดนครราชสีมา...เมืองหญิงกลา ผาไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินดานเกวียน” 50

“จังหวัดนครราชสีมาได้ตั้งงบประมาณเบื้องต้นส�าหรับ การเป็นเจ้าภาพในครัง้ นี้ 200-300 ล้านบาท เป็นอย่างต�า่ โดย มีการจัดแข่งขัน 43 ชนิดกีฬา และใช้สนามแข่งขันคือ สนาม กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งเคยเป็นสังเวียนซีเกมส์ สนามกีฬาภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และสนาม กีฬาของสถาบันการศึกษาของนครราชสีมา และนับเป็นครั้ง แรกที่การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ จะมีห มู  บ  า นนั ก กี ฬ าเกิด ขึ้นในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นอาคารพร้อมด้วย สิ่งอ�านวยความสะดวกจ�านวน 15 หลัง รวม 2,273 ห้อง สามารถพักได้ 9,092 คน และมีแผนการก่อสร้างอาคารใหม่ พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศด้วย” กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 หรือ “นครราชสีมาเกมส์” มีค�าขวัญคือ “สร้างมิตรไมตรี สร้างสามัคคี ด้วยกีฬา” (Games for Friendship and Unity) มีความหมายว่า... กี ฬ าเป น กิ จ กรรมอย า งหนึ่ ง ที่ ก  อ ให เ กิ ด ไมตรี ต  อ กั น ไมวา จะมาจากจังหวัดไหน ภาคใด หรือจะเปนบุคคลปกติ สมบูรณ หรือคนพิการ ใหมีความรักความสามัคคีกันได โดยมีตัวน�าโชคเป็นช้างชื่อ “สีมา” ซึ่งมีลักษณะเป็นช้างสี่งา สัตว์ดึกด�าบรรพ์ที่ถูกค้นพบซากฟอสซิลในโคราช ส่วน กีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 33 หรือ “โคราช เกมส์” มีค�าขวัญว่า “ แรงศรัทธา สร้างชัยชนะ” (Victory though Faith) มีความหมายว่า...แมรางกายจะพิการ หาก มีความศรัทธา มีใจสู อดทน ฝกฝนกีฬา ใหเกง มีความ ชํานาญก็สามารถพาไปสูชัยชนะ ประสบผลสําเร็จ มีชื่อ เสียงแกตวั เองและครอบครัวได ถามี “ใจสู” โดยมีมาสคอต หรือตัวน�าโชคเป็น “ไดโนเสาร์” ซึ่งพบร่องรอยการปรากฏ ทางประวัติศาสตร์ในโคราชด้วย ดร.วินยั บัวประดิษฐ์ ผูว้ า่ ราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ว่า “จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการประสานงานกับหน่วยงาน ทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อจัดการแข่งขันให้เป็นไปด้วยความ เรียบร้อย เรามุ่งหวังให้การจัดการแข่งขัน มีความพร้อม ในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านสนามจัดการแข่งขันทุกสนามแข่งขัน ด้านสิง่ อ�านวยการความสะดวกแก่นกั กีฬาและเจ้าหน้าที่ ด้าน ที่พักนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ด้านรถบริการรับส่งไปยังสนาม แข่งขัน ด้านเจ้าหน้าที่รักษาความความปลอดภัย ด้านระบบ สาธารณูปโภค รวมทั้งด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับให้ เพียงพอต่อการจัดการแข่งขันในครั้งนี้”


บทความพิเศษ

สํานักงานทรัพยากรนํ้าภาค 5

WATER RESOURCES REGIONAL OFFICE 5 (WRRO 5) สํานักงานทรัพยากรนํ้าภาค 5 (สทภ.5) กรมทรัพยากรนํ้า กระทรวงทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล อ ม มีพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัดไดแก นครราชสีมา บุรีรัมย สุรินทร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และ อํานาจเจริญ วิสัยทัศน “บริหารจัดการทรัพยากรนํา้ เปนระบบลุม นํา้ แบบบูรณาการ โดย มีสว นรวมจากทุกภาคสวน อยางมีประสิทธิภาพ เปนธรรม และยัง่ ยืน” อํานาจหนาที่ 1. สงเสริมสนับสนุนการจัดตั้งองคกรบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า ใน ระดับลุมนํ้าและทองถิ่น โดยการมีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสีย 2. จัดทําแผนปฏิบัติการบริหารจัดการ รวมทั้งดําเนินการสํารวจ ออกแบบและพัฒนา อนุรักษ ฟนฟู การใชประโยชนและการแกไขปญหา ของลุมนํ้า 3. พัฒนาระบบฐานขอมูลและเปนศูนยเครือขายขอมูลและสารสนเทศ เกี่ยวกับการบริหารจัดการกรมทรัพยากรนํ้า ในระดับลุมนํ้า 4. สงเสริม สนับสนุน และใหคาํ ปรึกษาดานเทคนิควิชาการ มาตรฐาน และกฎเกณฑ เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้า แกหนวยงาน ของรัฐ และองคกรปกครองสวนทองถิ่น 5. ปฏิ บั ติ ง านในฐานะฝ า ยเลขานุ ก ารของคระกรรม และคณะอนุ ก รรมการเกี่ ย วกั บ ทรั พ ยากรนํ้ า ในเขตพื้ น ที่ รับผิดชอบ 6. ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของหนวยงานที่เกี่ยวของหรือที่ไดรับมอบหมาย

สวนงานสําคัญและหนาที่รับผิดชอบ

สวนประสานและบริหารจัดการลุม นํา้ มูลตอน บน/ลาง มี ห น า ที่ ดู แ ลพื้ น ที่ บ ริ เ วณลุ  ม นํ้ า มู ล ซึ่ ง มี ข นาดพื้ น ที่ ป ระมาณ 71,060 ตร.กม. หรื อ รอยละ 14 ของประเทศไทย ครอบคลุม 15 จังหวัด ในภาคอี ส าน ซึ่ ง มั ก พบป ญ หาการขาดแคลน นํ้า เนื่องจากพื้นที่ในการพัฒนาแหลงเก็บกักนํ้า ตนทุนมีจํากัด และไมมีศักยภาพในการพัฒนา อางเก็บนํ้าขนาดใหญ และปญหาดานระบบ ประปาหมูบ า น หรือบอนํา้ บาดาลสาธารณะ และอาง เก็บนํา้ ขนาดเล็กทีร่ วมถึงระบบสูบนํา้ เพือ่ ชลประทาน ฯลฯ สวนอุทกวิทยา มี ห น า ที่ ว างแผนกํ า หนดโครงข า ยสถานี สํ า รวจ อุทกวิทยา / สํารวจ ตรวจสอบ คํานวณวิเคราะห และ ประมวล สถิ ติ ข  อ มู ล ประกอบอื่ น ๆ ที่ มี ผ ลกระทบต อ การผันแปรของอุทกมณฑลในลุมนํ้าที่อยูในพื้นที่รับผิด ชอบ จัดทําขอมูลพื้นฐาน (Basic Data) ศึกษาติดตาม นายสมฤทธิ์ วิไลพรรัตนา ผอ.สํานักงานทรัพยากรนํ้าภาค 5

พฤติการณ การผันแปรทางอุทกวิทยา ควบคุมติดตามเฝาระวัง สถานการณนํ้า ชวงฤดูนํ้าหลาก ตามโครงการสถานีเตือนภัย (Early Warning ฯลฯ สวนพัฒนาและฟนฟูแหลงนํ้า มีหนาที่พัฒนา สงเสริมดานวิชาการ / รายงานขอมูล และ ประสานการจัดทําแผนพัฒนา อนุรกั ษ และฟน ฟูแหลงนํา้ ควบคุม กํากับ และติดตามประเมินผลการพัฒนา อนุรักษ และฟนฟู แหลงนํ้า พัฒนาองคความรู และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการพัฒนา อนุรักษและฟนฟูแหลงนํ้า ฯลฯ สวนบริหารจัดการนํ้า มีหนาที่สนับสนุนดานวิชาการ ในการบริหารจัดการนํ้า โดยเฉพาะระบบนํา้ สะอาดสําหรับการอุปโภคบริโภค ใหแกองคกร ปกครองสวนทองถิ่น ชุมชน เพื่อใหการบริหารจัดการนํ้าเปนไป อยางมีประสิทธิภาพ พอเพียง คุม คา และศึกษาคนควา วิเคราะห และพัฒนาเครื่องมือ ตลอดจนเทคโนโลยี เพื่อประโยชนในการ พัฒนาองคความรู ติดตามประเมินผล การดําเนินการบริหาร จัดการนํ้า ฯลฯ สทภ. 5 กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริหนองไฮ สํานักงานทรัพยากรนํา้ ภาค 5 ไดรบั งบประมาณดําเนิน งาน “โครงการอนุรักษฟนฟูแหลงนํ้าสนับสนุน โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริหนองไฮ” หมูที่ 9 ตําบลดานชาง อําเภอบัวใหญ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเปนหนองนํ้าขนาดใหญ สามารถรองรับนํา้ ไดมากถึง 612,450 ลบ.ม. พรอมกอสรางระบบ ประปาหมูบาน เปนอีกแนวทางหนึ่งในการบรรเทาปญหาความ เดือดรองของราษฎรในพื้นที่ ซึ่งขาดแคลนนํ้าในฤดูแลง และ ประสบอุทกภัยในฤดูนํ้าหลาก

Nakhon Ratchasima 51


เสนทางพบเกษตรจังหวัด

นายเฉลิมศักดิ์ ประสิทธิ์สุวรรณ เกษตรจังหวัดนครราชสีมา

Korat Tapioca Model แนวทางการพัฒนามันสําปะหลังรูปแบบของ นครราชสีมา

การปลู ก มั น สํ า ปะหลั ง ไปนานๆ หลายป ไม มี ก ารใส ปุ  ย อิ น ทรี ย  ป รั บ โครงสร า งดิ น ทํ า ให โ ครงสร า งดิ น แน น ทึ บ จากการใช ร ถไถในระดั บ ความลึ ก เดี ย วกั น มาตลอดหลายสิ บ ป ดิ น ขาด อิ น ทรี ย วั ต ถุ ขาดปุ  ย ถึ ง แม เ กษตรกร จะใสปุยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตก็ตาม แต เปนเพียงการเพิ่มผลผลิตมันสําปะหลัง ชั่วฤดูกาลเทานั้น ไมยั่งยืน เกษตรกรตอง เพิ่มปริมาณการใสปุยเคมี ทําใหตนทุน การผลิตเพิม่ จากทีไ่ มคอ ยพบการระบาด ของโรคแมลงมันสําปะหลัง ปจจุบันพบ ทั้งเพลี้ยไฟ ไรแดง ดวงแมงนูนทําลาย หั ว มั น ท า ยสุ ด ที่ ร ะบาดรุ น แรงทํ า ลาย ผลผลิตอยางทั่วถึงทุกพื้นที่ คือ เพลี้ย แปงมันสําปะหลัง ทําใหตน มันสําปะหลัง แคระแกรน หัวเล็ก หัวฝอ ผลผลิตลดลง จังหวัดนครราชสีมา หนวยงานที่ เกี่ยวของจึงรวมมือกัน เพื่อที่จะดําเนิน การแก ไ ขป ญ หาดั ง กล า วให เ กิ ด ผลที่ 52

ยั่ ง ยื น โดยการจั ด ทํ า “แนวทางการ พัฒนามันสําปะหลังเปนรูปแบบของ นครราชสีมา” หรือ โครงการ Korat Tapioca Model ดําเนินการระหวางป 2556-2560 ซึ่งมีผูวาราชการจังหวัดเปน ประธานคณะทํางาน มีหนวยงานภาคีทั้ง ภาครัฐและเอกชนทีเ่ กีย่ วของทุกภาคสวน รวมเปนคณะทํางาน ทัง้ ระดับจังหวัดและ ระดับอําเภอ เปนคณะทํางานบูรณาการ โครงการ Korat Tapioca Model เพื่อขับเคลื่อนใหเกษตรกรผูปลูกมันสําปะหลัง เรียนรูกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ เหมาะสมแกเกษตรกร เพื่อใหเกษตรกร

ลดต น ทุ น การผลิ ต เพิ่ ม ผลผลิ ต สร า ง มูลคาเพิ่ม ชวยใหเกษตรกรขายผลผลิต ไดในราคาที่เปนธรรม และคํานึงถึงการ อนุรักษสิ่งแวดลอม นายเฉลิมศักดิ์ ประสิทธิ์สุวรรณ เกษตรจังหวัดนครราชสีมา กลาววา กิจกรรม Korat Tapioca Model นัน้ คณะ ทํางานไดวางแนวทางในการดําเนินการ อยางเปนขั้นตอน ดังนี้ 1. กํ า หนดเขตพื้ น ที่ ที่ เ หมาะสม สําหรับปลูกมันสําปะหลัง (Zoning) 2. จัดทําฐานขอมูลเกษตรกรผูปลูก มันสําปะหลัง ของจังหวัดนครราชสีมา 3. อบรมเกษตรกรหลักสูตรการเพิ่ม ประสิ ท ธิ ภ าพการผลิ ต มั น สํ า ปะหลั ง โดยหน ว ยงานสั ง กั ด กระทรวงเกษตร และสหกรณ สมาคมโรงงานผูผลิตมัน สํ า ปะหลั ง ภาคตะวั น ออกเฉี ย งเหนื อ สถาบั น การศึ ก ษา เช น มหาวิ ท ยาลั ย เทคโนโลยีสุรนารี, มหาวิทยาลัยราชภัฏ นครราชสีมา ภาคเอกชน เชน โรงแปง และ ลานมัน ในเขตจังหวัดนครราชสีมา และ บริษัทจําหนายเครื่องจักรกลการเกษตร 4. สนับสนุนการสรางแปลงเรียนรู ใน 30 อําเภอ ในเขตที่มีพื้นที่เหมาะสม ตอการปลูกมันสําปะหลัง โดยแปลงเรียน รูพื้นที่ไมนอยกวา 5 ไร ประกอบดวย เทคโนโลยีในดาน นํ้า ดิน ปุย พันธุ และ อารักขาพืช โดยมีหนวยงานที่เกี่ยวของ ใหการสนับสนุน


5. สนับสนุนการจัดทําแปลงตนแบบ ไมนอยกวา 250 แปลง/250 ตําบล ตาม ศักยภาพของพืน้ ทีแ่ ละความเหมาะสมใน การปฏิบัติของเกษตรกร 6. สนั บ สนุ น การจั ด อบรมชาวไร มันสําปะหลัง ใหครบทั้งจังหวัดภายในป 2560 โดยกําหนดหลักสูตรใหสอดคลอง กับปญหาของเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึง สนับสนุนใหมกี ารศึกษาดูงานแปลงเรียน รู และแปลงตนแบบ เพือ่ นําเทคโนโลยีมา ประยุกตใชในแปลงของตนเอง 7. ร ว มกิ จ กรรม ประชาสั ม พั น ธ โครงการ Korat Tapioca Model ให เกษตรกรผู  ป ลู ก มั น สํ า ปะหลั ง ทั่ ว ไป ที่ ส นใจรู ป แบบการผลิ ต มั น สํ า ปะหลั ง รับทราบและติดตอศึกษาเรียนรู

และเป า หมายที่ จ ะเกิ ด จากการ ดําเนินโครงการตามรูปแบบนี้ ไดแก - เกษตรกรผูป ลูกมันสําปะหลังไดรบั การอบรมหลักสูตร การเพิม่ ประสิทธิภาพ การผลิตมันสําปะหลัง 100% หรือ 73,000 ราย ภายในป 2560 - ผลผลิตเฉลีย่ มันสําปะหลัง ไมนอ ย กวา 5 ตัน/ไร ทําใหมผี ลผลิตมันสําปะหลัง รวมทั้งหมด 9 ลานตัน - ลดตนทุนการผลิ ต ไม น  อ ยกว า 1,500 บาท ได แ ก การใส ปุ  ย ตามค า วิเคราะหดิน การปรับปรุงบํารุงดินโดย การใชปุยพืชสด การสงเสริมแนะนําให ชาวไรมันสําปะหลังใชวัสดุเหลือใช จาก โรงแปง/ลานมัน เชน กากมัน เปลือกดิน เปนตน การผลิ ต มั น สํ า ปะหลั ง ในป จ จุ บั น เกษตรกรต อ งเรี ย นรู  แ ละปฏิ บั ติ อ ย า ง จริ ง จั ง จึ ง จะสามารถเพิ่ ม ผลผลิ ต ต อ ไร ไ ด สู ง สุ ด และหาวิ ธี ก ารลดต น ทุ น การผลิตที่ไมจําเปน เกษตรกรจะตอง ปรั บ เปลี่ ย นวิ ธี ก ารให ทั น สถานการณ เนื่ อ งจากสภาพแวดล อ มเปลี่ ย นไป อากาศร อ นกว า ปกติ นํ้ า ท ว มต อ เนื่ อ ง โรคแมลงศั ต รู พื ช ระบาดมาก Korat Tapioca Model จะเป น รู ป แบบ ใหเกษตรกรผูผลิตมันสําปะหลัง นําไป ปฏิบตั เิ พือ่ เพิม่ ผลผลิต และลดตนทุนการ ผลิตไดอยางยั่งยืน

Nakhon Ratchasima 53


เสนทางพบนายกเหล่ากาชาดจังหวัด

นางราตรี บัวประดิษฐ

จาก “สาวผักไห อยุธยา” สู นายกเหลากาชาดจังหวัดนครราชสีมา” “นายกเหล่ากาชาดจังหวัด” นับ เป็นต�าแหน่งอันทรงเกียรติและน่าภาค ภูมิใจ เพราะมีเพียงไม่กี่ท่านในประเทศ ที่ จ ะได้ รั บ ต� า แหน่ ง นี้ “คุ ณ ราตรี บั ว ประดิษฐ” ภริยา “ดร.วินยั บัวประดิษฐ” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คือหนึ่ง ในผู้หญิงเก่งที่ได้รับมอบหมายภารกิจ ส�าคัญ ซึง่ ไม่เพียงแต่จะต้องทุม่ เทท�างาน ด้วยความเสียสละทั้งเวลา ทรัพย์สินเงิน ทองและสมองเท่านั้น แต่ยังต้องเสียสละ 54

ความสุขส่วนตัว เพื่อความสุขของคนที่ ยากไร้และด้อยโอกาสในสังคมมากกว่า ด้วย นิตยสาร SBL ได้รับเกียรติอย่าง สูงจาก ท่านนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์แบบเจาะลึก ถึงชีวิตของท่าน ทั้งก่อนและหลังการรับ ภารกิจส�าคัญยิ่งนี้ ซึ่งจะเป็นแรงบันดาล ใจให้หลายๆ ท่าน อยากจะลุกขึ้นมาช่วย เหลือผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคมบ้าง

จาก “สาวผักไห่ อยุธยา” สู่ “นายก เหล่ากาชาดจังหวัด” คุ ณ ราตรี บั ว ประดิ ษ ฐ เกิ ด ที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เติบโตมาใน ครอบครัวที่พี่น้องส่วนใหญ่รับราชการ โดยมี คุ ณ พ่ อ และคุ ณ แม่ ค อยอบรมสั่ ง สอนเรื่ อ งความมี ร ะบบระเบี ย บในการ ท�างานมาโดยตลอด หลังจากที่คุณราตรี ส� า เร็ จ การศึ ก ษาจากสถาบั น ราชภั ฏ พระนครศรีอยุธยาแล้ว ท่านสมัครเข้า รับราชการที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ซึ่งเปนเหตุให้ท่านได้พบ กับ ดร.วินัย บัวประดิษฐ ผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมา ในปัจจุบัน “เดิมดิฉนั รับราชการอยูท่ พี่ พิ ธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาพิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรมศิลปากร หลัง จากนัน้ ก็ไปเรียนต่อด้านวัฒนธรรมศึกษา ที่ ม หาวิ ท ยาลั ย มหิ ด ลจนจบปริ ญ ญา โท ดิฉันรู้จักท่านก็ตอนที่มาสมัครงาน พิพิธภัณฑ์ ซึ่งส�านักงานจังหวัดจะเป็น ผู้รับสมัครเอง ตอนนั้นท่านเป็นเจ้าหน้าที่ วิเคราะห์ที่ส�านักงานจังหวัด ดิฉันก็เห็น ท่านแต่ก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร มาตอน หลังทีไ่ ด้ถามท่าน ถึงทราบว่าตอนนัน้ ท่าน อยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร คือประทับ ใจและอยากรู้จัก” “หลังจากนั้นก็แต่งงานมีบุตร 2 คน คนโตเป็นบุตรชาย อายุ 29 ปี ท�าธุรกิจ ส่วนตัวคนเล็กเป็นบุตรสาว อายุ 27 ปี มีครอบครัวแล้ว และก�าลังมีหลานชาย ค่ะ ก็ถือว่าเป็นครอบครัวเล็กๆ ที่อบอุ่น ถ้าพูดถึงเรื่องครอบครัว คุณพ่อหมายถึง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านให้ความ ส�าคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรกของ การด�าเนินชีวิต ในช่วงหลังแต่งงานแล้ว ไม่ได้อยู่ ด้วยกันทุกวัน เพราะท่านผู้ว่าฯ ต้องไป


ปฏิบัติหน้าที่หลายจังหวัด ท่านอยู่มา 7 จังหวัด และจังหวัดโคราชนี้เป็นจังหวัด แรกที่ได้มาท�ำงานและอยู่ร่วมกัน ปีนี้ก็ เป็นปีที่ 2 แล้วค่ะ” ตลอดชีวิตครอบครัวของท่าน เรียก ว่ า นั บ ครั้ ง ได้ ที่ จ ะได้ อ ยู ่ กั น พร้ อ มหน้ า พ่ อ แม่ ลู ก แต่ ไ ม่ ว ่ า จะอยู ่ ห ่ า งไกลกั น เพียงใด ทว่าสายใยรักของ “ครอบครัว บัวประดิษฐ์” ก็ไม่เคยจางหาย “ครั้งแรกท่านเป็นรองผู้ว่าราชการ จั ง หวั ด ที่ ร ะนอง ก็ ไ ม่ ไ ด้ ไ ปอยู ่ ด ้ ว ย เนื่องจากดิฉันต้องดูแลลูกๆ เพราะลูกยัง เล็กๆ ต้องอยู่กรุงเทพฯ ดูลูก ส่วนท่าน

ผูว้ า่ ฯ ช่วงแรกๆ จะไม่คอ่ ยได้กลับมาบ้าน บ่อยนัก เพราะว่าอยู่ทางใต้ ดิฉันจะเป็น คนไปหามากกว่า คือจะใช้วิธีว่าถ้ามีงาน ส�ำคัญก็จะไป หรือถ้าเป็นวันหยุดท่านก็ จะกลับมาค่ะ ถือว่าเป็นครอบครัวทีอ่ บอุน่ แล้วท่านก็ให้ความส�ำคัญ แม้วา่ เราจะไม่ ค่อยได้อยู่ด้วยกันเลย ท่านก็จะโทรศัพท์ มาหาทุ ก วั น เรี ย กว่ า ทุ ก วั น จริ ง ๆ ไม่ มี วันไหนที่ท่านจะไม่โทร ท่านจะเป็นห่วง ครอบครัว เพราะว่าดิฉนั จะต้องดูแลลูก 2 คนนะคะ ท่านก็จะบอกตลอดเวลาว่า... ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอื่นๆ เลย ให้ท�ำ หน้าที่แม่ให้ดี และก็ดูแลตัวเอง ท่าน จะรักเรามาก ดูแลมาตลอด ตามใจมา ตลอด แต่เราก็มีเหตุผลซึ่งกันและกัน” “วัฒนธรรม” ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิต คนโคราช ปั จ จุ บั น ท่ า นนายกเหล่ า กาชาด จังหวัดนครราชสีมา ต้องปฏิบัติภารกิจ ส�ำคัญคือการบ�ำบัดทุกข์บ�ำรุงสุขให้กับ ชาวโคราช ผ่านโครงการต่างๆ ที่ท่านได้ ริเริ่มขึ้นจากประสบการณ์ของผู้ที่มีความ รู้ความเชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม “ในสมัยที่ท�ำงานครั้งแรกอยู่ที่กรม ศิลปกร เราก็อยู่กับเรื่องของศิลปะและ โบราณวัตถุสว่ นใหญ่ จากเจ้าสามพระยา

ก็ย้ายมาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่กรุงเทพฯ ตอนนั้นก็มาเป็น หัวหน้าคลัง ซึ่งต้องดูแลสมบัติของชาติ หลั ง จากนั้ น ได้ รั บ มอบหมายให้ ม าอยู ่ พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี ดูแลเกี่ยวกับ เรือพระราชพิธีที่ใช้ในพระมหากษัตริย์ เท่านั้น ในช่วงนี้ท่านมาด�ำรงต�ำแหน่ง ผู้ว่าฯ ที่จ.หนองบัวล�ำภู จังหวะต�ำแหน่ง

บ�ำบัดทุกข์บ�ำรุงสุข และช่วยเหลือพี่น้องที่ยากไร้ ยากจน ท�ำให้ คุณภาพชีวิตดีขึ้น และที่ขาดไม่ได้คือ การรับบริจาคโลหิต Nakhon Ratchasima 55


ที่ขอนแก่นว่าง จึงได้รับแต่งตั้งให้มาเป็น ผอ. อยู่พิพิธภัณฑ์ขอนแก่น 1 ปี แต่การ เดินทางไม่สะดวกในการปฏิบัติงาน จึง ขอโอนกลั บ มาช่วยราชการอยู่ ที่ส� านั ก วัฒนธรรมจังหวัด กระทรวงวัฒนธรรม ที่ จังหวัดโคราช” สรุปคือ งานที่ผ่านมาจะเกี่ยวข้อง กับเรื่องของวัฒนธรรมในส่วนของนายก เหล่ากาชาด ดิฉันได้น�ามาใช้ประโยชน์ ของการท�างานที่เน้นของกลุ่มเยาวชน “ขณะนีจ้ ะเน้นให้เยาวชนได้รจู้ กั รับผิดชอบ และเรียนรู้ในเรื่องวัฒนธรรมของคนไทย เช่นการวางตัว การประพฤติ ปฏิบัติตน ถือว่าเป็นหัวใจของคนไทย ดิฉนั มองว่าถ้า เด็กไทยไม่รจู้ กั รักษาประเพณี วัฒนธรรม ไทยไว้ ”สังคมโลกเปลี่ยนไป เทคโนโลยี เข้ามาแบบขาดไม่ได้ในวิถีชีวิต ดิฉันจึง เป็นห่วงเยาวชนคนไทย จึงพยายามน�า สิง่ ทีเ่ คยเรียนรูใ้ นเรือ่ งประเพณีวฒ ั นธรรม แบบไทย มาปรับใช้กบั เยาวชน นอกเหนือ จากภารกิจของนายกเหล่ากาชาดทีไ่ ด้รบั คือ บ�าบัดทุกข์บ�ารุงสุข และก็ช่วยเหลือพี่ น้องที่ยากไร้ ยากจน ท�าให้คุณภาพชีวิต ดีขึ้น อันนี้ก็เป็นภารกิจหลักของกาชาด และที่ ข าดไม่ ไ ด้ ส� า หรั บ ภารกิ จ ซึ่ ง เป็ น

56

หน้าที่ส�าคัญของนายกเหล่ากาชาดก็คือ การรับบริจาคโลหิต เพราะต้องน�าโลหิต ที่ ไ ด้ รั บ บริ จ าคมาเพื่ อ ช่ ว ยเหลื อ พี่ น ้ อ ง ประชาชนค่ะ” 108 โครงการของนายกเหล่ากาชาด นอกเหนือจากภารกิจหลักของนายก เหล่ า กาชาดจั ง หวั ด แล้ ว ท่ า นยั ง ริ เ ริ่ ม โครงการต่ า งๆ มากมาย และมั ก จะ ลงพื้ น ที่ ไ ปพบปะพู ด คุ ย กั บ ชาวโคราช ด้วยตนเองเสมอๆ เพราะท่านตระหนัก ดีว่าการให้ก�าลังใจ เปนสิ่งที่ส�าคัญที่จะ ช่วยให้ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสเกิดพลัง ใจในการด�ารงชีวิต “มีโครงการเยอะมากค่ะ ส่วนใหญ่ จะเป็ น เรื่ อ งเยาวชน แต่ เ รื่ อ งเกี่ ย วกั บ ผู้พิการ ผู้สูงอายุเราก็ท�าหมด เรื่องการ ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย หรือประสบ โครงกำรเด็กโครำชรู้จักรัก” ภัยต่างๆ เรื่องยาเสพติดที่เราท�าอยู่ การ ที่ดิฉนั ก�ำลังท�ำอยู่ ก็เป็นส่วนหนึง่ ไปเยี่ยมผู้ปวยที่เป็นโรคเอดส์เราก็ท�า ใน ที่ช่วยให้เยำวชนไม่ไปยุ่งกับยำเสพติด เรื่องของ “จังหวัดเคลื่อนที่” เราก็ร่วมกับ จังหวัดออกไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เหมือนกัน” “โครงการที่ส�าคัญๆ เช่น โครงการ ให้นอ้ ง โครงการเยีย่ มผูส้ งู อายุ 100++ เด็กโคราชรูจ้ กั รัก โครงการหาเสือ้ ใหม่ ก็คือผู้สูงอายุ 100 ปีขึ้นไป เราก็จะไป ช่ ว ยเหลื อ ให้ เ ขามี ค วามเป็ น อยู ่ ที่ ดี ขึ้ น เหมือนกับให้ก�าลังใจ เพราะส่วนใหญ่ แล้ว ผู้สูงอายุจะไม่ค่อยมีลูกหลานเขา อยูด่ ว้ ย เราก็จะให้คนในพืน้ ที่ ไม่วา่ จะเป็น เจ้าหน้าทีก่ าชาด อสม. สาธารณสุขอ�าเภอ กลุม่ สตรีตา่ งๆ ทีเ่ ขาท�างานเกีย่ วกับเรือ่ งนี้ เข้าไปดูแลด้วย พอเราเข้าไปเราก็จะเชิญ ทุกส่วนเข้ามาด้วย อบต. เทศบาล ก�านัน ผู้ใหญ่บ้าน และก็มอบภารกิจแต่ละคน ให้ เพราะถ้าเราลงไปเขาจะช่วยให้เราได้ มากกว่า แต่ถา้ เราไม่ลงไป เขาก็ชว่ ยปกติ ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าเราไปบ้านนี้ เขาบอกว่าอยากได้ทนี่ อน เราก็จะถามว่า


อบต.จัดให้ได้ไหม จะเป็นประโยชน์มาก ถ้าเราลงไปในพื้นที่ หรืออย่างหลังคา รั่ว เราบอก...เดี๋ยวกาชาดช่วย บางที ทางนายก อบต.จะบอกว่าไม่เป็นไร ครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง เพราะมัน เป็ น ภารกิ จ ของเขาอยู ่ แ ล้ ว แต่ พ อ นายกเหล่ากาชาดไป มีความรู้สึกว่า สิ่งที่เขายังขาดอยู่ เราไปเติมเต็มให้ บางครัง้ เราก็ไม่ตอ้ งท�ำ บางทีเราก็ไม่ตอ้ ง ใช้งบประมาณของเรา” “อีกโครงการส�ำคัญที่ท�ำก็คือ สร้าง บ้านกาชาด คือบ้านกาชาดนีม่ ที กุ อ�ำเภอ เพราะว่าเราจะสร้าง 32 อ�ำเภอ ตอนนี้ ก็สร้างอ�ำเภอละหลังสองหลังแล้ว และ บ้ า นกาชาดจะเป็ น บ้ า นส� ำ หรั บ คนที่ มี ที่ดินเป็นของตัวเองแต่ยังไม่มีบ้าน หรือ บ้านอาจจะโทรมหรือว่าอยู่ไม่ได้ เราก็จะ ปลูกบ้านให้ ตอนนีเ้ ราก็มอบไปเยอะแล้ว ใกล้จะครบแล้ว นี่ก็ถือเป็นอีกโครงการ หนึ่ ง ที่ ส� ำ คั ญ เนื่ อ งจากเป็ น โครงการที่ กาชาดไม่ได้ท�ำคนเดียว เราจ่ายหลังละ หกหมื่ น บาท โดยใช้ ง บประมาณจาก การจัดงานกาชาดในแต่ละปี แล้วเราก็ น�ำเงินจ�ำนวนนี้ที่เราได้ประมาณ 2 ล้าน มาให้หลังละหกหมืน่ แต่เราประเมินราคา

บ้ า นไว้ ว ่ า ประมาณหนึ่ ง แสนหรื อ แสน สอง ส่วนที่เหลือก็จะเป็นทางอ�ำเภอ ทาง ท้องถิน่ ทางผูใ้ หญ่บา้ นช่วยกัน เพราะว่า บ้านหลังนี้ดิฉันต้องการให้เป็นบ้านที่ ช่วยกันหลายหน่วยงาน หลายๆ ส่วน เช่น ใครมีอิฐ หิน ปูน ทรายก็เอามา ช่วยกัน ใครที่มีแรงงานมีก� ำลังก็มา สร้าง ใครมีหลังคาก็เอามาช่วยกัน เรา ต้องการให้ทุกส่วนมีส่วนร่วม เพราะ ว่าเราอยู่กาชาดเดี๋ยวเราก็ไป แต่ว่า คนในพื้นที่เขาต้องดูแลกันไปตลอด ชีวิต ไม่ใช่ว่าสร้างเสร็จแล้วไม่มีใครดูแล เพราะฉะนัน้ นีเ่ ป็นนโยบายของดิฉนั ว่าทุก คนจะต้องมาช่วยกัน และแต่ละคนที่อยู่ ในพื้นที่นั้นก็จะต้องมาช่วยกันดูแลบ้าน หลังนี้ด้วย และบ้านกาชาดก็จะต้องมีพืช ผักสวนครัว ในเรือ่ งของเศรษฐกิจพอเพียง เหมือนทีพ ่ ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั

Nakhon Ratchasima 57


ท่านทรงรับสั่งไว้ ต้องเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ บางหลังพอไปมอบไก่ ไก่กไ็ ข่ตอนนัน้ เลย สุดยอดมากเลย คือมีไก่ 10 ตัว ไก่ออกไข่ เลย และก็มีบ่อเลี้ยงปลาให้ด้วยค่ะ” นายกเหล่ากาชาด กับบทบาทที่ตอง สอดรับกับผูว่าฯ เวลาที่เราเห็นข่าวคราวการปฏิบัติ ภารกิจของผู้ว่าราชการจังหวัด บ่อยครั้ง ที่จะต้องเห็นนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นัน้ ๆ ด้วย ท�าให้พนี่ อ้ งประชาชนเกิดความ อุ่นใจว่ามีทั้ง “พ่อเมือง” และ “แม่เมือง” มาช่วยดูแลสารทุกข์สุกดิบพร้อมๆ กัน “เวลาที่ ดิ ฉั น ไปท� า งานในแต่ ล ะ จังหวัด ส่วนใหญ่แล้วนายกเหล่ากาชาด ก็จะดูนโยบายของท่านผู้ว่าฯเป็นหลัก แต่ ล ะจั ง หวั ด มี ค วามส� า คั ญ หมด แต่ ว่ามีอะไรที่แตกต่างกันไปบ้างในแต่ละ ภาค เช่น ภาคใต้ เขาจะเน้นอีกเรื่องหนึ่ง ภาคกลางอย่ า งชัยนาทที่เราเคยอยู่ ก็ จะเน้ น เรื่ อ งกลุ ่ ม อาชี พ เป็ น ส� า คั ญ พอ มาอยู่อีสาน เราก็จะให้ความส�าคัญใน แต่ละพื้นที่มากกว่า ว่าเราควรจะต้อง 58

ท�าอะไรบ้างก่อนหลัง เราต้องดูว่าท่าน ผู้ว่าฯ มีนโยบายอะไรบ้าง” “อย่างทีโ่ คราชนีท้ า่ นให้ความส�าคัญ ในเรื่องของเยาวชน ในเรื่องของยาเสพ ติ ด ดิ ฉั น ก็ จ ะมาท� า โครงการเกี่ ย วกั บ การช่วยปองกันปญหายาเสพติด อย่าง เช่น “โครงการเด็ ก โคราชรู ้ จั ก รั ก ” ที่ ดิฉันก�าลังท�าอยู่ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วย ให้เยาวชนไม่ไปยุ่งกับยาเสพติด เพราะ ถ้ า เด็ ก และเยาวชนรู ้ จั ก ที่ จ ะรั ก ตั ว เอง เห็นคุณค่าของตัวเอง เขาก็จะไม่ไปยุ่ง เกี่ยวกับยาเสพติดแน่นอน” และผู้หญิงก็ ต้องระวังเรื่องท้องก่อนวัยอันควร

ชาติไหน ศาสนาไหน เราก็ไม่ค�านึง ถึง เพราะฉะนัน้ เราต้องเสียสละจริงๆ คื อ ต้ อ งช่ ว ยเหลื อ อย่ า งเป็ น ธรรม ยุติธรรม และมีใจที่เป็นกุศลจริงๆ” เมื่ อ ถามถึ ง ความรู ้ สึ ก ของท่ า น ที่ ได้ มี ส ่ ว นช่ ว ยเหลื อ สั ง คมในฐานะของ นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ท่านตอบอย่าง ภาคภูมิใจว่า “รู ้ สึ ก ประทั บ ใจค่ ะ ดิ ฉั น มี ค วาม รู ้ สึ ก ว่ า ต� า แหน่ ง นี้ เ ป็ น ต� า แหน่ ง ที่ มี เกียรติ และก็มีคุณค่ามาก ทรงค่ามาก เนื่องจากว่ามีอยู่ไม่กี่คน เหมือนผู้ว่า ราชการจังหวัดมีแค่ 70 กว่าจังหวัดก็ 70 กว่าคนเท่านั้นเอง ที่ได้รับแต่งตั้ง ทําใหดีที่สุด สมกับตําแหน่งที่สําคัญ ให้ทา� หน้าทีน่ ี้ และก็ถอื ว่าได้ชว่ ย เหลือ ที่สุดในชีวิต ผู้ที่ด้อยโอกาสมากๆ สมัยก่อนบางคน โดยปกติ ภ ริ ย าของผู ้ ว ่ า ราชการ อาจจะมองภาพว่า นายกเหล่ากาชาด จั ง หวั ด มั ก ได้ รั บ การแต่ ง ตั้ ง ให้ ด� า รง ต�าแหน่ง “นายกเหล่ากาชาดจังหวัด” ด้วย ซึง่ ผูท้ จี่ ะมาด�ารงต�าแหน่งส�าคัญนี้ จะต้อง มีคุณสมบัติที่ส�าคัญยิ่งก็คือ “ต้ อ งเป็ น คนที่ เ สี ย สละค่ ะ นายก เหล่ า กาชาดต้ อ งเสี ย สละทั้ ง เวลาส่ ว น ตัวที่มีอยู่ งบประมาณที่มีอยู่ และสมอง ทุ ก ส่ ว นที่ มี อ ยู ่ เราต้ อ งคิ ด ตลอดว่ า จะ ช่ ว ยเหลื อ อะไรได้ บ ้ า ง และด้ ว ยวิ ธี ใ ด แล้วองคกรเราเป็นองคกรอิสระ ที่ไม่ ฝกใฝการเมือง และช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน โดยที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็นองคกรที่เราจะต้องไม่ยึด ไม่ว่า


จะต้องเป็นคุณนาย แล้วก็ต้องวางตัว อีกแบบหนึ่ง ตีผมโปงฟู ต้องสูงส่ง ต้อง ท� า ตั ว ให้ เ หนื อ คนอื่ น ภาพสมั ย ก่ อ น อาจเป็ น แบบนั้ น แต่ ส มั ย นี้ ไ ม่ ใ ช่ แ ล้ ว ค่ะ นายกเหล่ากาชาดทุกคนน่ารัก และ ก็ ช ่ ว ยเหลื อ จริ ง ๆ เพราะเราถื อ ว่ า เป็ น ต�าแหน่งที่เราได้รับเกียรติอย่างสูง และ ก็ ไ ด้ รั บ พระราชทาน เพราะเวลาที่ เ รา ได้รับต�าแหน่งเราต้องเข้าเฝาฯถวายตัว กั บ สมเด็ จ พระเทพฯ ซึ่ ง พระองค์ ท ่ า น ทรงเป็ น องค์ อุ ป นายิ ก า ผู ้ อ� า นวยการ สภากาชาดไทย เราจะต้องท�าให้ดที สี่ ดุ เพราะดิฉนั ถือว่าเป็นต�าแหน่งทีส่ า� คัญ ที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ค่ะ” ท่ า นนายกเหล่ า กาชาดจั ง หวั ด นครราชสีมา ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของ ท่าน ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการว่า “ตอนนีด้ ฉิ นั กับท่านผูว้ า่ ฯ คิดตรง กันว่าเราจะท�าประโยชนให้คนโคราช มากที่สุด เพราะเหลืออีกไม่กี่ปแล้ว ป 59 ก็จะเกษียณแล้ว มีความรู้สึกว่าเรา น่าจะมีเวลาให้กับคนที่เขาด้อยกว่า เรา อะไรทีเ่ ราช่วยเหลือได้ เราก็อยาก

บ้ำนกำชำดก็จะต้องมีพืชผัก สวนครัว...ต้องเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ บำงหลังพอไปมอบไก่ ไก่ก็ไข่ตอนนัน้ เลย สุดยอดมำกเลย

ท�า เพราะท่านเองก็เป็นคนชอบช่วยเหลือ คน และก็เป็นคนทีร่ กั ษาวัฒนธรรม รักษา ประเพณี ในเรื่องของศาสนาค่อนข้าง เยอะ ท่านมองว่าตรงนีเ้ ป็นศูนย์รวมจิตใจ ของคน การที่จะท�าอะไร ถ้าเกิดเรานึกถึง เรื่องเศรษฐกิจหรืออะไรมากเกินไป มันก็ เป็นเรื่องไกลตัว แล้วก็ท�าให้เกิดปญหา เยอะ บางทีเราก็คุยกัน อะไรที่มันใกล้ตัว และท�าได้ เราก็ควรท�าตรงนั้นให้ดีที่สุด” ชวนช่วยงานกาชาด มอบโอกาสแด่ ผูยากไร ตอนท้ายของการสัมภาษณ์ในวัน นั้น คุณราตรี บัวประดิษฐ นายกเหล่า กาชาดจังหวัดนครราชาสีมา ได้กล่าว เชิญชวนให้ทุกท่านมีส่วนร่วมในการช่วย เหลือสังคม เพื่อให้โอกาสแก่ผู้ยากไร้ว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณนิตยสาร SBL ที่ให้เกียรติมาสัมภาษณ์ดิฉัน ดิฉัน อยากจะเชิญชวนให้ผู้อ่านนิตยสารฉบับ นี้ ซึ่งมีเนื้อหาอะไรมากมายแตกต่างจาก นิ ต ยสารฉบั บ อื่ น ๆ โดยเฉพาะในเรื่ อ ง ของการช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาส คนที่ ยากไร้ คนที่ไม่สามารถด�าเนินชีวิตปกติ ได้อย่างเราๆ นี่คือสิ่งส�าคัญที่อยากให้มา ช่วยเหลือกัน เนือ่ งจากว่าพีน่ อ้ งประชาชน ของคนไทยไม่วา่ จะเป็นจังหวัดไหนก็แล้ว แต่ ตอนนี้เองก็มีผู้ด้อยโอกาสอย่างนี้อีก มากมายเลย จากการที่ได้ลงไปในพื้นที่ นะคะ เพราะว่าดิฉันเป็นคนชอบลงไป

พื้นที่มากกว่า ไม่ได้นั่งอยู่กับโตะเท่าไหร่ พอไปดูแต่ละพืน้ ที่ ดิฉนั มีความสุขทีไ่ ด้ไป พูดคุยกับเขา แค่ดฉิ นั ได้ไปพูดคุยให้กา� ลัง ใจ ดิฉันก็รู้สึกว่าเขาก็มีความสุข ดิฉันก็มี ความสุขที่ท�าให้เขารู้สึกดีขึ้น ตรงนี้พูดที ไรขนลุกทุกที มีความรู้สึกว่าเราได้ท�าให้ เขามีก�าลังใจมากขึ้น เขาจะเข้ามากกอด บางคนร้องไห้ ซาบซึ้งมั้งคะ”

“ดิฉันจึงอยากจะบอกว่าหากท่านมี โอกาส ก็อยากจะให้มาช่วยงานกาชาด ทุกจังหวัดนะคะ ไม่ใช่จังหวัดนี้จังหวัด เดียว เพราะว่างานกาชาดเราจะจัดกัน ทุกปี ไม่ว่าจะเป็นของกรุงเทพมหานคร ไม่ ว ่ า จะเป็ น ของแต่ ล ะจั ง หวั ด เงิ น รายได้ ทุ ก บาททุ ก สตางค์ ช ่ ว ยเหลื อ พี่น้องประชาชนจริงๆ ค่ะ” Nakhon Ratchasima 59


เส้นทางพบท้องถิ่นจังหวัด

ต่อรองต่างๆ โดยเฉพาะด้านงบประมาณที่จะ ได้รับจากภาครัฐ โอกาสที่จะได้รับความช่วย เหลือจากส่วนกลาง รวมทั้งเป็นจุดสนใจของ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการเข้า มาท�ากิจกรรมต่างๆ ที่เกิดประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนในพื้ น ที่ ด้ ว ยความเป็ น จุ ด สนใจ ของภาคส่วนต่างๆ ท�าให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา สามารถตอบ สนองนโยบายของผูบ้ ริหารท้องถิน่ ของจังหวัด นครราชสี ม า และของรั ฐ บาลได้ เ ป็ น อย่ า ง ดี รวมถึงตอบสนองความต้องการของพี่น้อง ประชาชนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดียิ่ง

วิสัยทัศน์ และเปาหมายในการ ส่งเสริมและพัฒนา อปท.

นายวีระศักดิ์ ศรีโสภา ทองถิ่นจังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา ไม่เพียงแต่จะเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มากที่สุดในประเทศ ด้วย ส�านักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา โดย “นายวีระศักดิ์ ศรีโสภา” ท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งแม้ว่าท่านจะย้าย มารับต�าแหน่งไม่นาน แต่ท่านมีความรอบรู้ มีวิสัยทัศน์ และมีแนวทางการ บริหารงานทีน่ า่ สนใจอย่างยิง่ ดังทีท่ า่ นได้ให้เกียรติสมั ภาษณ์แก่ นิตยสาร SBL ในประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้

ภาพรวมและจุดเด่นของ อปท.นครราชสีมา

จั ง หวั ด นครราชสี ม า เป็นจังหวัดที่มีประชากรมากเป็นล�าดับ 2 ของ ประเทศไทย รองจากกรุงเทพมหานคร และเป็นจังหวัดที่มีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมากที่สุดในประเทศไทย ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 89 แห่ง และองค์การบริหารส่วนต�าบล 244 แห่ง รวมทั้งสิ้น 334 แห่ง ซึ่งในภาพรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา ค่อนข้างจะมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันพอสมควร ท�าให้เกิดศักยภาพในการ 60

ส�านักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิน่ จั ง หวั ด นครราชสี ม า เป็ น หน่ ว ยงานส่ ว น ภูมิภาค สังกัด กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น จึงได้ก�าหนดวิสัยทัศน์ให้สอดคล้อง กั บ วิ สั ย ทั ศ น์ ข องกรมส่ ง เสริ ม การปกครอง ท้องถิ่น คือ “เปนองคกรที่มีสมรรถนะสูงใน การสงเสริมใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น เปนกลไกในการพัฒนาจังหวัด และองคกร ปกครองสวนทองถิ่นไดอยางยั่งยืน” โดยมี เป้าหมายในการส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา ให้ ส ามารถปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ต ามอ� า นาจหน้ า ที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริการ สาธารณะ สร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับพี่น้อง ประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง


การด�ำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

ส� ำ นั ก งานส่ ง เสริ ม การปกครองท้ อ งถิ่ น จั ง หวั ด นครราชสีมาให้ความส�ำคัญกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ต้องน�ำมาปฏิบัติในระดับท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนในท้องถิ่น และเป็นการแก้ไขปัญหาในภาพรวมระดับ ชาติ เช่น การแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึง่ เป็นวาระแห่งชาติ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลใน ด้านการบ�ำบัดรักษา และการฝึกอาชีพให้กับผู้เข้ารับการบ�ำบัด รักษา นอกจากนั้น ยังได้รับจัดสรรงบประมาณในการติดตั้ง กล้องวงจรปิด CCTV ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งโครงการ ดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จังหวัดนครราชสีมาอย่างดียิ่ง การสร้างความปรองดองและสามัคคีของคนในชาติ ก็ เป็นอีกนโยบายหนึ่งที่เราให้ความส�ำคัญ โดยส่งเสริมให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น สอดแทรกกิจกรรมการสร้างความสามัคคี คุณธรรมจริยธรรม ในการจัดฝึกอบรมในทุกระดับขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิน่ ด้วย นอกจากนัน้ ก็ยงั มีโครงการพัฒนาเมือง การเร่งรัดการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น

สถ.จ.นครราชสีมา กับ “โครงการสร้างอนาคต ไทย 2020” ตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีผลท�ำให้เกิดความมั่งคั่ง ความอยู่ดี นับเป็นความโชคดีของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัด แรกๆ ที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจาก “โครงการสร้างอนาคต ไทย 2020” โดยจะมีอภิมหาโปรเจคต์ทางด้านการคมนาคมขนส่ง เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา เช่น รถไฟรางคู่ ทางด่วนพิเศษ (มอร์เตอร์เวย์) รถไฟความเร็วสูง เป็นต้น ซึง่ โครงการดังกล่าวจะ เชือ่ มการคมนาคมขนส่งจากส่วนกลางมายังจังหวัดนครราชสีมา และในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจังหวัดนครราชสีมา จะได้รับประโยชน์ในการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภาค

กินดีของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นตามมา องค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น ในจังหวัดนครราชสีมา ตระหนั ก ดี ถึ ง ประโยชน์ ที่ จ ะได้ รั บ จากโครงการดั ง กล่ า ว ส�ำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิน่ จังหวัดนครราชสีมา จึงได้ส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดท� ำ โครงการรองรับการขยายตัวทางด้านการคมนาคมขนส่ง เช่น เทศบาลนครนครราชสีมา จัดท�ำโครงการรถเมล์ลอยฟ้า (Sky Bus) เพื่อลดปัญหาการจราจรที่คับคั่งในตัวเมืองนครราชสีมา ฯลฯ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเมือง เช่น การ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง สอดคล้องกับนโยบาย “โคราชเมืองสะอาด” ของผู้ว่าราชการ จังหวัดนครราชสีมาด้วย

จังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดที่มีประชากร มากเป็นล�ำดับ 2 ของประเทศไทย รองจาก กรุงเทพมหานคร และเป็นจังหวัดที่มีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมากที่สุดในประเทศไทย Nakhon Ratchasima 61


อุปสรรคต่อการพัฒนา อปท.นครราชสีมา

ความเป็นจังหวัดใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา ที่มีองค์กร ปกครองส่วนท้องถิน่ มากทีส่ ดุ ของประเทศไทย จ�านวน 334 แห่ง อีกทั้งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ อาจก็ท�าให้เกิดปัญหาอุปสรรคต่อการ พัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ เช่นเดียวกัน กล่าวคือ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นองค์กรการเมืองระดับล่าง ย่อม เป็นพื้นฐานของการเมืองระดับชาติ เมื่อมีองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นจ�านวนมาก จึงอาจถูกแบ่งแยกออกไปตามพื้นฐาน ทางการเมืองได้ การประสานงานบางครั้งก็มีปัญหาอุปสรรค อยู่บ้าง ส� า นั ก งานส่ ง เสริ ม การปกครองท้ อ งถิ่ น จั ง หวั ด นครราชสี ม า จึงต้องท�างานอย่างทุ่มเท ท่ามกลางปัญหา อุ ป สรรคดั ง กล่ า ว แต่ อ ย่ า งไรก็ ต ามปั ญ หาดั ง กล่ า วก็ ไ ม่ ไ ด้ หนักหน่วงเกินกว่าทีจ่ ะรับมือได้ ศักยภาพของทีมงานส�านักงาน ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา ที่ผ่านมา ก็ ไ ด้ ร ่ ว มมื อ ร่ ว มใจกั น ประสานงานกั บ องค์ ก รปกครองส่ ว น ท้องถิ่นต่างๆ จนประสบความส�าเร็จได้เป็นอย่างดี

ดู แ ล อปท.อย่ า งเท่ า เที ย ม คื อ หั ว ใจของ สถ.จ.นครราชสีมา

ความที่จังหวัดนครราชสีมา มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ�านวนมาก จึงหลากความคิดทางการเมือง ซึ่งมีผลต่อบทบาท ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ส�านักงานส่งเสริมการปกครอง ท้ อ งถิ่ น จั ง หวั ด นครราชสี ม า จึ ง ต้ อ งท� า งานด้ ว ยความ ระมัดระวังอย่างยิ่งในการประสานงาน โดยต้องให้ความส�าคัญ กับทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเท่าเทียมกัน การชี้แจง ท�าความเข้าใจ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ให้ความส�าคัญ กับนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดนครราชสีมาเป็นล�าดับแรก ในการน�าไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

4 แผนการเตรียมความพร้อมสู่ AEC

องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ มีอา� นาจหน้าทีเ่ กีย่ วกับการ จัดการศึกษา ทั้งที่จัดการศึกษาโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอง หรือสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ส� า หรั บ องค์ ก รปกครองส่ ว นท้ อ งถิ่ น ในจั ง หวั ด นครราชสี ม า มีโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และ เทศบาลรวมทั้งสิ้น 78 แห่ง และมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจ�านวน 739 แห่ง ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมากที่สุดในประเทศ ดังนั้น การเตรียมความพร้อม ในการเข้าสู AEC จึงถือเป็นเรื่องที่มีความส�าคัญ ส�านักงาน ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด จึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด�าเนินการโดย ก�าหนดนโยบายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้ 62


ผลการด�ำเนินงานแห่งความภาคภูมิใจ

จังหวัดนครราชสีมาจะได้รับประโยชน์ ในการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีผลท�ำให้เกิด ความมั่งคั่ง ความอยู่ดีกินดีของพี่น้อง ประชาชนในท้องถิ่นตามมา

จังหวัดนครราชสีมา ได้รับเกียรติในการเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 21 ในปี พ.ศ.2550 และใน ปลายปี พ.ศ.2557 ก็ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดการ แข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 43 และกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่ 33 ในต้นปี พ.ศ.2558 ซึง่ การจัดการแข่งขันกีฬาดังกล่าว ต้องใช้ งบประมาณด�ำเนินการสูง แต่ได้รบั การจัดสรรงบประมาณจาก ส่วนกลางเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอแก่การจัดงานให้ เกิดประสิทธิภาพ และเกิดความภาคภูมิใจของประชาชนชาว จังหวัดนครราชสีมา และชาวไทยทุกคน จึงจ�ำเป็นต้องได้รบั การ สนับสนุนจากทุกภาคส่วนในจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอ�ำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมการกีฬาให้ กับประชาชนในท้องถิ่น และเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณเป็น ของตนเอง ส�ำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด

1. สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ มุง่ เน้นให้ความ รู้แก่บุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับ AEC เพื่อน�ำไปถ่ายทอดให้ กับนักเรียนในสังกัดได้อย่างถูกต้อง 2. ก�ำหนดจัดฝึกอบรมให้ความรู้ แก่ผบู้ ริหารและพนักงานได้ รับทราบ และพิจารณาจัดท�ำโครงการเพือ่ รองรับการเปลีย่ นแปลง ดังกล่าว 3. ส่งเสริมให้โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดหาครูต่างชาติซึ่งเป็นเจ้าของภาษา มาสอนให้ความรู้ทาง ด้านภาษาต่างชาติแก่เด็กนักเรียนในสังกัด 4. สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดหา งบประมาณจั ด ซื้ อ สื่ อ การเรี ย นการสอนเกี่ ย วกั บ ประชาคม อาเซียน Nakhon Ratchasima 63


นครราชสีมา ร่วมกับ จังหวัดนครราชสีมา ได้สนับสนุนให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดการ แข่งขัน โดยให้การสนับสนุนทางด้านงบประมาณแก่จังหวัด นครราชสีมา เป็นจ�านวนเงินกว่าสองร้อยล้านบาท ซึ่งโครงการ ดังกล่าวก็ได้รบั การสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ เป็น อย่างดี จนผลการจัดการแข่งขันกีฬาโดยเฉพาะกีฬาซีเกมส์ครัง้ ที่ 21 ประสบผลส�าเร็จเป็นทีป่ ระจักษ์แก่ประชาชนชาวไทยมาแล้ว

เน้น “โคราชเมืองสะอาด” เพื่อรับมือประตูสู่ อีสาน

ผูว้ า่ ราชการจังหวัดนครราชสีมา (ดร.วินยั บัวประดิษฐ์) มีนโยบายที่ดีต่อการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนโยบายที่ ส�าคัญประการหนึ่งคือ นโยบาย “โคราชเมืองสะอาด” ปรากฏ ว่าหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ยังไม่ให้ความส�าคัญมากนัก จึงจ�าเป็นที่ ส�านักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด นครราชสีมา จะต้องเร่งก�าชับ ส่งเสริม สนับสนุนให้องค์กร

ปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความส�าคัญกับนโยบายดังกล่าว และ น�าไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะจังหวัด นครราชสีมา ถือเป็นประตูสู่อีสาน จะมีประชาชนทั่วไปเดินทาง ผ่านจังหวัดนครราชสีมาจ�านวนมาก ประกอบกับการคมนาคม ขนส่งในอนาคต จะท�าให้จงั หวัดนครราชสีมาเป็นศูนย์กลางการ คมนาคมของภาคอีสาน จึงจ�าเป็นอย่างยิง่ ทีอ่ งค์กรปกครองส่วน ท้องถิน่ จะต้องพัฒนาเมือง โดยเฉพาะเรือ่ งของความสะอาด เพือ่ ให้เกิดความประทับใจแก่ผู้มาเยือนอย่างสูงสุด

ความประทับใจต่อ อปท. และชาวโคราช

ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นลูกหลานย่าโม (ท้าวสุร นารี) ที่ทุกคนรู้จัก เป็นคนที่น่ารัก มีจิตใจเอื้อเฟอเผื่อแผ่ โดย เฉพาะกับผูม้ าเยือน ให้ความร่วมมือกับทางราชการด้วยดีมาโดย ตลอด จังหวัดนครราชสีมา แม้จะเป็นจังหวัดใหญ่ มีประชากร จ�านวนมาก แต่ปัญหาความขัดแย้งก็ไม่ได้มีมากมายเหมือน กับจังหวัดอื่นๆ อาจจะมีความขัดแย้งอยู่บ้างเหมือนกับจังหวัด อื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับจ�านวนประชากรแล้ว ถือว่าปัญหานี้ 64


ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นลูกหลาน ย่าโม (ท้าวสุรนารี) ที่ทุกคนรู้จัก เป็นคนที่น่ารัก มีจิตใจเอื้อเฟอเผื่อแผ่ โดยเฉพาะกับผู้มาเยือน ให้ความร่วมมือกับทางราชการด้วยดีมาโดยตลอด

มีน้อยมาก ดังจะเห็นได้จากสื่อต่างๆ ดังนั้นการท�างานร่วมกับ ชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จังหวัดนครราชสีมา ผมจึงสามารถท�างานได้อย่างเต็มที่ โดย มีวัตถุประสงค์ร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือ ความ อยู่ดีมีสุขของประชาชนในท้องถิ่นนั่นเอง

จากใจท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา สู่ อปท.

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือเป็นองค์กรหลักและอยู่ ใกล้ชิดในการดูแลให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีมีสุข เมื่อประชาชนมี ทุกข์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ต้องเป็นหน่วยงานแรกทีย่ นื่ มือ เข้าไปช่วยเหลือ หากเกินก�าลังที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะ รับมือได้ ก็สามารถร้องขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น ได้ อีกประการหนึง่ ทีอ่ ยากฝากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ รับ ไปด�าเนินการ คือ เรื่องความสามัคคีของคนในชาติ ซึ่งปัจจุบัน เป็นที่รู้กันว่าสังคมไทยมีความแตกแยกทางความคิดกันมาก แต่ความแตกแยกดังกล่าวไม่สามารถท�าให้ความเป็นคนไทย แตกแยกกันได้ ดังนั้น อยากฝากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีโครงการกิจกรรมทีส่ ามารถสร้างความสามัคคีให้คนในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิน่ เช่น การฝึกอบรม ควรมีกจิ กรรมเสริมสร้าง ความสามัคคี ความมีคุณธรรมจริยธรรมสอดแทรกเข้าไปด้วย ทุ ก ครั้ ง และสิ่ ง ส� า คั ญ คื อ การด� า เนิ น การต่ า งๆ ขององค์ ก ร ปกครองส่วนท้องถิน่ จะต้องยึดถือประโยชน์สงู สุดของประชาชน โดยส่วนรวมเป็นล�าดับแรก สุดท้ายผมขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วน ท้องถิน่ ในจังหวัดนครราชสีมาในทุกภาคส่วน ทัง้ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและผู้บังคับบัญชาทุกระดับ และผู้ร่วมงานของ ส�านักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิน่ จังหวัดนครราชสีมา ทุกคน ขอบคุณอีกครั้งครับ Nakhon Ratchasima 65


หจก.อู น.พุแคเจริญยนต บริการ ตอตัวถังรถบรรทุก ดั้มพ ตอพวง รถทุกชนิด โดยชางผูชํานาญงาน ราคาเปนกันเอง อู น.พุแคเจริญยนต ไดกอตั้งขึนเมื่อป 2538 โดย คุณคํานึง เกตุชีพ และทีมชางผูชํานาญการ ดาน รถยนตและรถบรรทุก ทุกชนิด รวมทั้งการตอกระบะ คั้มพรถบรรทุกใหมพรอมลูกพวง เทเลอรดั้มพ กระบะ พื้นเรียบ เปนตน และตอมาในป 2547 ไดจดทะเบียนเปนหางหุน สวนจํากัด เพื่อรองรับลูกคาในเครือขายผูประกอบ กิจการทางดานโลจิสติกส และรับงานของบริษทั ประกัน ภัยทุกบริษัท โดยมุงเนนงานดสนคุณภาพสูงทั้งงาน ซอมและงานตอกระบะดั้มพ รวมถึงงานในดานตางงๆ เชนงานเคาะ พนสี งานดัดคัชซีรถ ชวงลาง งานดาน เครื่องยนต และอื่นๆ อีกมากมาย ดวยเครื่องมือและ เทคโนโลยีที่ทันสมัย พรอมดวยบุคคลากรผูมากดวย ความสามารถและประสบการณ

130/2 หมู 5 ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 18240 Phone : 087-2406569 Fax : 036-369581 e-mail : n.pukae@hotmail.com


บทความ

หมายเลขทะเบียนรถสวย จังหวัดนครราชสีมา

เป น ที่ ท ราบกั น โดยทั่ ว ไปแล ว ว า ปจจุบัน กรมการขนสงทางบก ไดมี การนําหมายเลขทะเบียนรถสวย จํานวน 301 หมายเลขของแต ล ะหมวดอั ก ษร สําหรับรถยนตนั่งสวนบุคคลไมเกิน 7 คน ไดแก รถเกง รถเกงนั่งสองตอนแวน และ รถยนตปคอัพ 4 ประตู ออกมาทําการ ประมูลใหกับผูสนใจและตองการ ทั้งใน กรุงเทพมหานคร และจังหวัดตางๆ โดย แตละจังหวัดสามารถออกแบบแผนปาย ใหเปนภาพกราฟฟค มีรูปภาพ ลวดลาย และสีสัน แสดงความเปนเอกลักษณของ แตละจังหวัดได สวนเงินรายไดทั้งหมด จากการประมูลสมทบเขา “กองทุนเพื่อ ความปลอดภัยในการใชรถใชถนน” (กปถ.) และนําไปใชสนับสนุนกิจกรรม รณรงคสงเสริมดานความปลอดภัยใน การใชรถใชถนน อาทิ การจัดซือ้ อุปกรณ/ เครื่องมือที่ใชวัดปริมาณแอลกอฮอลโดย การเปาลมหายใจ การดูแลคุมครองผู โดยสารสาธารณะ (1584) การดําเนิน กิจกรรมโครงการรณรงคและลดอุบตั เิ หตุ ทางถนน รวมถึงการใหความชวยเหลือ 70

ผูประสบภัยที่พิการอันเกิดจากการใชรถ ใชถนน ตลอดจนการศึกษาวิจัยความ ปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนดวย ดังนั้น ผูที่ชนะการประมูลนอกจากจะ ไดหมายเลขทะเบียนรถสวยๆ ไปเปน กรรมสิทธิข์ องตนเองแลว ยังมีสว นไดรว ม ทําบุญกุศลเพื่อชวยลดอุบัติภัยในการใช รถใชถนนอีกดวย สํานักงานขนสงจังหวัดนครราชสีมา ได จั ด ทํ า แผ น ป า ยหมายเลขทะเบี ย น รถสวย โดยนํ า เอาสั ญ ลั ก ษณ สํ า คั ญ เกาแกที่มีคุณคาทางประวัติศาสตร และ สถานที่ทองเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด นครราชสีมา ไดแก ปราสาทหินพิมาย ประตู ชุ ม พล และ อุ ท ยานแห ง ชาติ เขาใหญ มาจัดทําเปนรูปภาพกราฟฟคที่ สวยงามมาแลว 2 รุน และเนื่องในโอกาส ทีส่ าํ นักงานขนสงจังหวัดนครราชสีมา มีกําหนดจะนําหมายเลขทะเบียนรถสวย หมวดอักษร ขข ออกทําการประมูลใน วันที่ 6-7 กันยายน ๒๕๕๗ ประกอบกับ เป น โอกาสมหามงคลที่ ใ นป 2556 หลวงพอคูณ ปริสุทโธ มีอายุครบ 90 ป

วัดบานไรจงึ ไดจดั สราง วิหารเทพวิทยาคม หรือ วิหารปริสุทปญญา ใหเปนสถานที่ ทองเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมอีก แหงหนึง่ ของจังหวัดนครราชสีมา โดยสราง แลวเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม 2556 มานี้ ดังนั้น เฉพาะแผน ป า ยหมายเลข ทะเบียนรถสวยหมวดอักษร ขข ครั้งนี้ จึงไดจัดทํารูปแบบใหมเปนรุนที่ 3 (รุน พิ เ ศษรุ  น เดี ย ว) โดยออกแบบรู ป ภาพ กราฟฟคขึ้นใหมใหมีสีพื้นมงคลเปนทอง (Gold Limited Edition) และมีรูปภาพ สิ่ ง ที่ เ ป น มหามงคลของหลวงพ อ คู ณ ปริสุทโธ รวมทั้งมีสัญลักษณเพื่อแสดง เอกลักษณของจังหวัดนครราชสีมา

ของขวัญ ของขลัง หลวงพอคูณ บนแผ น ป า ยทะเบี ย นรถสี ท อง มี สัญลักษณและความหมายที่เปนมงคล ดังนี้

1. ยั น ต อิ ติ ป  โ สแปดทิ ศ ของ หลวงพอคูณ ปริสุทโธ (เปนยันตรุน พิ เ ศษที่ มี ร อยเท า หลวงพ อ คู ณ เหยี ย บ ขมิน้ สดแลวนํามาทาบลงบนผายันต สราง เพียง 90 ผืนเทานัน้ ) ทีล่ อยเดนสงาแผพลัง พุทธานุภาพมากมายเหลือคณานับ ให ทั้งคุณ คงทน แคลวคลาด ใหทั้งเมตตา มหานิยมและปองกันภัยไดทกุ ประการ ใคร ไดครอบครองถือวาเปนมงคลชีวติ ยิง่ นัก


2. พญานาค 19 เศียร 2 ตน หนา วิหารธรรมหลวงพอคูณ เปนสัญลักษณ แหงความยิ่งใหญ ความอุดมสมบูรณ ความมีวาสนาบารมี โดยพญานาคทั้ง 2 ตน จะทอดกายเป น สะพานเชื่ อ ม ระหวางโลกมนุษย(พื้นดิน) สูโลกแหง ธรรม(วิหารธรรม) เศียรของพญานาค 2 ตนรวมกันได 38 เศียร หมายถึง “มงคล ชีวิต 38 ประการ” ซึ่งเปนการเริ่มตนกาว เขาสูความเปนสิริมงคลแหงชีวิต ที่มีทั้ง กาวหนา ความสุข และความเจริญรุง เรือง

4. ประตูชุมพล เปนประตูคูบาน คูเมืองโคราช ที่เปนศูนยรวมกําลังพลใน อดีต ยามไปออกรบกับขาศึก มีความเชื่อ วาเมือ่ ไพรพลไดผา นประตูชมุ พลแลว จะ กลับมาอยางแคลวคลาดปลอดภัยพรอม กับชัยชนะ

5. ปราสาทหินพิมาย อารยธรรม เกาแกกวา 1,600 ป เปนปราสาทหิน บนพื้นราบที่ใหญที่สุดในประเทศไทย มี คุณคาทางประวัติศาสตรอยางประเมิน คาไมได

3. ซุ  ม หางพญานาคขมวดเป น เกลียว 3 ชั้น โอบอุมแกวสารพัดนึก หมายถึ ง “ไตรสิ ก ขา” คื อ ศี ล สมาธิ ปญญา) หางพญานาค 19 เศียร 2 ตน มาขมวดกันพันเปนเกลียว 3 ชั้น เพื่อ โอบอุมแกวสารพัดนึกที่มีรัศมีเรืองรอง สองสวางไสวตลอดเวลา เปนสามัคคีธรรม ส ง ผลให ชี วิ ต ประสบความสํ า เร็ จ ตาม เปาหมายดั่งใจนึก

นอกจากนั้นในแผนปายหมายเลข ทะเบียนรถสวยยังมี ดวงดาวสุกสกาว 9 ดวง ซึง่ หมายถึง “ 9 รัตนแหงสิรมิ งคล” ไดแก 1. เพชร (รัตนดาวพระศุกร) 2. ทับทิม (รัตนดาวพระอาทิตย) 3. มรกต (รัตน ดาวพระพุ ธ ) 4. บุ ศ ราคั ม (รั ต นดาว พระพฤหั ส บดี ) 5. โกเมน (รั ต นดาว พระราหู) 6. ไพลิน (รัตนดาวพระเสาร) 7. ไขมุก (รัตนดาวพระจันทร) 8. เพทาย (รัตนดาวพระอังคาร) 9. เพชรตาแมว (รัตนดาวพระเกตุ)

แผนปายหมายเลขทะเบียนรถสวย หมวดอั ก ษร ขข จึ ง กํ า หนดให เ ป น รุน “ของขวัญ ของขลัง หลวงพอคูณ ปริสสุ ทุ โธ” โดยจะนําเขาทําพิธพี ทุ ธาภิเษก ใหเปนวัตถุมงคลสําหรับคุม ครองคนและ รถ ซึง่ ผูใ ดมีไวครอบครองจะทําใหการงาน กาวหนา คาขายรุงเรือง มีความสุขความ เจริญ ประการสําคัญจะทําใหการเดินทาง แคล ว คลาดปลอดภั ย ทั้งคนและรถดวย ดั ง นั้ น ประชาชน ทั่ ว ไปที่ เ คารพเลื่ อ มใส ในบารมี ห ลวงพ อ คู ณ ปริสุทโธ จึงไมควรพลาด โอกาสที่จะเปนผูครอบ ครอง เพราะหมายเลข ทะเบี ย นรถสวยหมวดอั ก ษร ขข จะมี เพียงรุน พิเศษเพียงรุน เดียว และมีจาํ นวน จํากัดเพียง 301 หมายเลขเทานั้น ผูใด สนใจและตองการที่จะมีไวครอบครอง จะตองลงทะเบียนเพื่อเขารวมประมูล โดยสามารถติ ด ต อ ลงทะเบี ย นได ที่ สํานักงานขนสงจังหวัดนครราชสีมา และ สํานักงานขนสงสาขา ทุกสาขาใน จังหวัดนครราชสีมา ไดตงั้ แตบดั นีเ้ ปนตน ไป และมีกาํ หนดการประมูลโดยทัว่ ไปใน วันเสารที่ 6 และวันอาทิตยที่ 7 กันยายน 2557 ณ โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส โคราช เริ่มตั้งแตเวลา 9.00 น.-17.30 น. และ สามารถสอบถามรายละเอียดขอมูลไดที่ ฝายประชาสัมพันธ โทร. 0 4404 2777, 0 4424 3224 และคุณกัญญา จันทรคลาย โทร. 08 5253 1444 Nakhon Ratchasima 71


เสนทางพบทองเที่ยวและกีฬาจังหวัด

นายอักษร แสนใหม

ทองเที่ยวและกีฬา จังหวัดนครราชสีมา ทางสํานักงานมีวิศัยทัศนอยางไรบาง สํานักงานทองเทีย่ วและกีฬาจังหวัดนครราชสีมามีวสิ ยั ทัศนคอื การ พัฒนาขีดความสามารถในการแขงขัน ดานการทองเที่ยว การกีฬาและ นันทนาการ เนนการทํางานแบบบูรณาการในทุกหนวยงาน เรื่องของนโยบายและการบริหารงานของสํานักงาน ดานการทองเที่ยว คือพัฒนาแหลงทองเที่ยวและบุคลากรดานการ ทองเที่ยว สวนดานการกีฬาพัฒนากีฬาขั้นพื้นฐานและกีฬามวลชนใหมี คุณภาพ นอกจากนี้เรามีนโยบายเชื่อมโยงแหลงทองเที่ยวใหสอดคลอง กับภูมภิ าค และประเทศเพือ่ นบาน เพราะจังหวัดนครราชสีมาเปนประตูสู อีสาน ซึง่ มีเสนทางทองเทีย่ วอารยธรรมขอม กลุม นครชัยบุรนิ ทร ประกอบ ดวย 4 จังหวัดคือ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดสุรินทร และ จังหวัดบุรีรัมย สถานที่ทองเที่ยว งานเทศกาลของจังหวัดที่โดดเดนที่เปนที่รูจักมี อะไรบาง นั ก ท อ งเที่ ย วทั้ ง ชาวไทยและชาวต า งชาติ ที่ ม าเที่ ย วในจั ง หวั ด นครราชสีมา สิ่งแรกที่ตองมาคือ สักการะทานทาวสุรนารีหรือคุณยาโม กอน ซึง่ ชวงวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน มีการจัดงานฉลองวันแหงชัยชนะ ของทาวสุรนารี หรืองานยาโม ถือวาเปนงานประเพณีทมี่ กี ารจัดประจํากัน ทุกป เพื่อเปนการรวมรําลึกวีรกรรมของวีรสตรีผูกอบกูเมืองนครราชสีมา รักษาบานเมืองอยูรอดปลอดภัยไวใหลูกหลานจวบถึงปจจุบัน แลวจึง จะไปวัดศาลาลอย ซึ่งเปนอีกวัดที่มีชื่อเสียงที่สําคัญ และยังเปนที่บรรจุ อัฐิทาวสุรนารีภายในวัด ทานไดนมัสการพระประธาน และพระบรม สารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจา ณ อุโบสถหลังเกา พรอมชมศิลปะ ประยุกต อุโบสถเรือสําเภาประดับดวยกระเบื้องดินเผาดานเกวียนดวย และจังหวัดนครราชสีมายังมีแหลงทองเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย เชน อุทยานประวัติศาสตรพิมาย ซึ่งในชวงเดือนพฤศจิกายนจะมีการ จัดงาน “เทศกาลเที่ยวพิมายนครราชสีมา” ซึ่งจัดไดยิ่งใหญอลังการใน ทุกๆ ป โดยเฉพาะการแสดงแสง สี เสียง ผานทวงทารายรําที่บอกเลา เรือ่ งราวจากภาพจาหลักในปราสาทหินพิมายในยุคของพระเจาชัยวรมัน ผูสรางปราสาทถายทอดเปนบทการแสดงที่ยิ่งใหญอลังการ ณ อุทยาน ประวัติศาสตรพาม และอุทยานแหงชาติเขาใหญ ซึ่งเปนมรดกโลก ชวยแนะนําสถานที่ทองเที่ยว หรือการทองเที่ยวรูปแบบใหมๆ ที่ โคราช จังหวัดนครราชสีมามีแหลงทองเที่ยวมากมาย แหลงทองเที่ยวทาง ธรรมชาติ เชน อุทยานแหงชาติเขาใหญ แหลงทองเที่ยวทางวัฒนธรรม 72


เชน ปราสาทหินพิมาย อนุสาวรียท า วสุรนารี แหลงทองเที่ยวอินเทรนด เชน ปาลิโอ พีบี วั ล เลย แหล ง ท อ งเที่ ย วเชิ ง เกษตร เช น จิม ทอมปสัน ฟารม ฟารมโชคชัย แหลง ทองเที่ยวดานกิจกรรม (Activity tourist attractions) เชน ทองสมบูรณคลับ ไลฟ พารค เดอะกรีนเนอรี รีสอรท บทบาทสําคัญของสํานักงานเกีย่ วกับกีฬา สํ า นั ก งานการท อ งเที่ ย วและกี ฬ า จังหวัดนครราชสีมา เปนหนวยงานที่ดูแล ในเรื่องของกีฬาพื้นฐาน ที่เกี่ยวของการการ แขงขันกีฬาของโรงเรียน และกีฬามวลชน ทีเ่ กีย่ วของกับประชาชาชน ซึง่ ทางสํานักงาน การทองเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ไดจัดมหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน “แชลเลนด เดย” ที่มีผูเขารวมกิจกรรมมากที่สุด และได รับรางวัลระดับประเทศ ทางสํานักงานมีนโยบายการเปดประเทศ เปน อาเซียน ในทางดานการทองเที่ยว มากแคไหน จังหวัดนครราชสีมามีความพรอมใน การตอนรับนักทองเที่ยว ซึ่งจังหวัดเราเปน ประตูสูภาคอีสาน ที่เชื่อมตอจากภูมิภาค อื่น สํานักงานการทองเที่ยวและกีฬาจังหวัด นครราชสี ม า มี ก ารประชาสั ม พั น ธ ก าร ท อ งเที่ ย ว กลุ  ม นครชั ย บุ ริ น ทร (จั ง หวั ด นครราชสมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย, สุรินทร) เพื่อ

โปรโมท สิ้นคาทางดานการบริการดานการ ทองเทีย่ ว รวมไปถึงสิน้ คาขึน้ ชือ่ หรือ OTOP ของทั้ง 4 จังหวัด ไปยังประเทศเพื่อนบาน ตามที่ ท  า นได ดํ า รงตํ า แหน ง อยู  ที่ นี่ มี รางวัลใดที่ทานภูมิใจบางคะ มีรางวัลมากมายทีไ่ ดรบั โลห ระหวางที่ ผมดํารงตําแหนงที่นี่ 1. เป น เจ า ภาพจั ด การแข ง ขั น และ นันทนาการผูส อู ายุแหงประเทศไทย ครัง้ ที่ 7 ระหวางวันที่ 14-16 มิถุนายน 2556 2. เปนเจาภาพจัด มหกรรมกีฬาทองถิน่ แหงประเทศไทย “ไทคัพ” ระดับเขตภาค อีสานตอนลาง 1 ประจําป 2554-2555 3. ได รั บ เกี ย รติ เ ป น หั ว หน า เขตการ จัดการแขงขันกีฬานักเรียน นักศึกษา แหง ประเทศไทย รอบคั ด เลื อ กตั ว แทนระดั บ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง 1 ในป พ.ศ. 2551 และ 2554 4. ไดรับเกียรติเปนบุคลากรดีเดนดาน กีฬาจังหวัดนครราชสีมา ประจําป 2556 5. ได รั บ รางวั ล ชนะเลิ ศ ลํ า ดั บ ที่ 1 การแข ง ขั น มหกรรมกี ฬ าเพื่ อ มวลชน แชลเลนดเดย ที่มีผูเขารวมออกกําลังกาย มากที่สุดระดับประเทศ ในป พ.ศ. 2551, 2553, 2554 และ 2556 6. การแขงขันกีฬานักเรียน นักศึกษา ศึ ก แห ง ชาติ ครั้ ง ที่ 43 ประจํ า ป 2556 ณ จังหวัดแพร “แพรเกมส” ไดรับรางวัล เหรียญทองลําดับที่ 2 ของประเทศ

ทานอยากฝากอะไรถึงผูอานใหเขามา ทองเที่ยวที่จังหวัดบางคะ ในฐานะที่ ผ มทํ า งานเกี่ ย วกั บ การ ทองเที่ยวและกีฬา ทางจังหวัดนครราชสีมา เองมี ค วามพร อ มในเรื่ อ งการท อ งเที่ ย วที่ หลากหลายทั้งแหลงทองเที่ยวเชิงธรรมชาติ แหลงทองเที่ยวประวัติศาสตร แหลงทอง เที่ยวมนุษยสรางขึ้น รวมไปถึงโรงแรม ที่พัก รานอาหาร ที่สามารถรองรับนักทองเที่ยว ไดทั้งชาวไทยและตางชาติ สวนในเรื่องของ ดานกีฬา จังหวัดนครราชสีมามีความพรอม ในการจัดการแขงขันกีฬาระดับประเทศได เพราะจังหวัดเรามีสนามกีฬาที่ไดมาตรฐาน ที่ ผ  า นการจั ด กี ฬ าซี เ กมส ม าแล ว ร ว มไป ถึงเรามีบุคลากรเจาหนาที่ที่มีความพรอม ในการจั ด การแข ง ขั น กระผมจึ ง ขอเชิ ญ ชวนพี่นองทั้งชาวไทยและตางชาติมาเที่ยว ที่ จั ง หวั ด นครราชสี ม า ทางผมยิ น ดี เ ป น อยางยิ่ง Nakhon Ratchasima 73


เสนทางพบวัฒนธรรมจังหวัด

สํ า นั ก งานวั ฒ นธรรมจั ง หวั ด นครราชสีมา เปนองคกรในสังกัดของ กระทรวง วั ฒ นธรรม ซึ่ ง ป จ จุ บั น มี นายสมพงษ วิ ริ ย ะจารุ ดํ า รงตํ า แหน ง วั ฒ นธรรม จังหวัดนครราชสีมา โดยดําเนินนโยบาย ให ส อดคล อ งกั บ วิ สั ย ทั ศ น ข องกระทรวง วัฒนธรรม ทีว่ า “เปนองคกรหลักในการสราง ความภาคภูมิใจในความเปนไทย ปลูกฝง ค า นิ ย มอั น ดี ง ามบนพื้ น ฐานคุ ณ ธรรม นําสังคมอยูเย็นเปนสุข”

วิสยั ทัศนสาํ นักงานวัฒนธรรมจังหวัด นครราชสีมา “เป น องค ก รในการบู ร ณาการด า น ศาสนา ศิ ล ปะและวั ฒ นธรรม นํ า สั ง คม อยูเย็นเปนสุขบนพื้นฐานคุณธรรม สงเสริม ภูมปิ ญ  ญาทองถิน่ สูก ารทองเทีย่ วอยางยัง่ ยืน” พันธกิจ 1. รักษา สืบทอดศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปญญาทองถิ่น 2. สงเสริมคุณธรรม จริยธรรม นําหลัก ธรรมทางศาสนาสูก ารปฏิบตั ใิ นการดํารงชีวติ 3. สงเสริมแหลงเรียนรู และการทองเทีย่ ว เชิงวัฒนธรรม 4. สร า งความร ว มมื อ ในการบริ ห าร จัดการองคความรูดานศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรม 74

ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม นําสังคม อยูเย็นเปนสุข ผลงานเดน 1. โครงการ “ผูวาฯ พาเยี่ยมวัด จังหวัด นครราชสีมา ประจําปงบประมาณ 2557 2. โครงการเจริญพระพุทธมนต เสริมสรางความเมตตา ปรารถนาดี ไมตรีจติ จังหวัด นครราชสี ม า ประจํ า ป ง บประมาณ 2557 (สวดมนตขามเดือน) 3. สงทายปเกาวิถีไทย ตอนรับปใหม วิถีพุทธ และวิถีธรรม ประจําปงบประมาณ 2557 (สวดมนตขามป) 4. โครงการ จัดงาน “รวมพลังศาสนิกชน ทุกศาสนา เทิดไทองคราชัน” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ เนื่องใน โอกาสมหามงคลเฉลิ ม พระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 5. โครงการโคราชเมื อ งสะอาด (วั ด / ศาสนสถาน) ประจําป 2556 6. โครงการรณรงคแตงกายผาไทย (ผา หางกระรอก)

โครงการผูวาฯ พาเยี่ยมวัด จังหวัดนครราชสีมา ประจําปงบประมาณ 2557

โครงการเจริญพระ พุทธมนต เสริมสรางความ เมตตา ปรารถนาดี ไมตรีจิต จังหวัดนครราชสีมา ประจําปงบประมาณ 2557 (สวดมนตขามเดือน)

สงทายปเกาวิถีไทย ตอนรับปใหมวิถีพุทธ และ วิถีธรรม ประจําปงบประมาณ 2557 (สวดมนต ขามป)

โครงการโคราชเมืองสะอาดอยางยั่งยืน ประจํา ปงบประมาณ 2556


เสนทางทองเที่ยว

ทาวสุรนารี…

วีรสตรีผูเปนที่รักยิ่งของชาวโคราช ....ทาวสุรนารี เปนผูที่เสียสละเพื่อใหประเทศชาติได อยูร อดปลอดภัย ควรทีอ่ นุชนรุน หลัง จะไดระลึกถึงคุณงาม ความดีของทาน บานเมืองทุกวันนี้เปนสิ่งที่ตองหวงแหน การหวงแหน คือ ตองสามัคคี รูจักหนาที่ ทุกฝายตอง ช ว ยกั น ชาวนครราชสี ม าได แ สดงพลั ง ต อ งการความ เรียบรอย ความสงบ เปนปจจัยสําคัญทําใหชาติกลับ ปลอดภัยอีกครั้งหนึ่ง แมวาสถานการณรอบตัวเราและ รอบโลก จะผั น ผวน และล อ แหลมมาก แต ถ  า ทุ ก คน เขมแข็ง สามัคคี กลาหาญ และเอื้อเฟอตอกันชาติก็จะ มั่นคง....

คื อ พระบรมราโชวาทซึ่ ง พระบาทสมเด็ จ พระเจาอยูหัว พระราชทานไวในคราวเสด็จฯ ทรง วางพวงมาลา ณ อนุ ส าวรี ย  ท  า วสุ ร นารี เมื่ อ วั น ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2524 นับเปนพระบรมราโชวาทที่ คนไทยในยุ ค นี้ พึ ง ตระหนั ก และช ว ยกั น ปกป อ ง ผื น แผ น ดิ น ไทยไว ดั ง วี ร กรรมของ “ท า วสุ ร นารี ” “คุณหญิงโม” หรือ “ยาโม” สตรีสามัญชนที่หาญกลา ลุกขึ้นปกบานปองเมืองจากอริราชศัตรู ดวยสติปญญา ที่เฉียบคมยิ่งกวาศาสตราวุธใดๆ จนนํามาซึ่งอิสรภาพ ของเมืองนครราชสีมา

Nakhon Ratchasima 75


วีรสตรีผูเปนที่รักยิ่งของชาวโคราช คุ ณ หญิ ง โม เกิ ด เมื่ อ พ.ศ.2315 ป เ ถาะ ในแผ น ดิ น พระเจาตากสินมหาราช บิดาชื่อนายกิ่ม มารดาชื่อนางบุญมา เมื่ออายุได 25 ป ทานเขาพิธีสมรสกับพระยาสุริยเดชวิเศษฤทธิ์ ทศทิศวิชัย ปลัดเมืองนครราชสีมา (ตอมาคือ เจาพระยามหิศราธิบดี ที่ปรึกษาราชการเมืองนครราชสีมา) ทานไมมีบุตรสืบสกุล แต ชาวเมืองตางพากันฝากตัวเปนลูกหลานทาน แลวเรียกทานวาแมดว ย ความเคารพรักยิ่ง ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2369 เจาอนุวงศแหงเวียงจันทน เปนกบฏตอ กรุงเทพมหานคร ยกกองทัพเขามายึดเมืองนครราชสีมา คุณหญิงโม นางสาวบุ ญ เหลื อ (ผู  ใ กล ชิ ด ที่ ท  า นรั ก ดุ จ ลู ก หลานแท ๆ ) และ หลวงณรงคสงคราม หัวหนาชาวเมือง ไดใชกลอุบาย ใหชาวเมือง เลี้ยงสุราอาหารแกทหารลาวที่ควบคุมตัวมา เมื่อทหารเจาอนุวงศ หลงกลกินเหลาเมายาจนขาดสติเกือบหมดกองทัพ เมื่อไดโอกาส เชลยศึกชาวโคราชก็เขาแยงอาวุธ แลวตอสูขับเคี่ยวจนทหารลาว ลมตายเปนจํานวนมากและไดรับชัยชนะ ณ ทุงสัมฤทธิ์ แขวงเมือง นครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2369 (ตอมาทางราชการ ไดถือเอาวันที่ 4 มีนาคมของทุกป เปน “วันไทยอาสาปองกันชาติ”)

76


พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยู  หั ว รั ช กาลที่ 3 จึ ง ทรงพระกรุ ณ า โปรดเกลาฯ สถาปนาคุณหญิงโม ขึ้นเปน “ท า วสุ ร นารี ” เมื่ อ วั น ที่ 30 ตุ ล าคม พ.ศ. 2370 ในขณะที่ ท  า นมี อ ายุ ไ ด 57 ป พร อ มกั บ พระราชทานพระราชทาน เครื่ อ งยศ ได แ ก ถาดทองคํ า ใส เ ครื่ อ ง เชี่ยนหมาก 1 ใบ จอกหมากทองคํา 1 คู ตลับทองคํา 3 ใบเถา เตาปูนทองคํา 1 ใบ คนโท และขันนํ้าทองคําอยางละ 1 ใบ อนุสาวรียทาวสุรนารี...สถิตยไวซึ่ง ความอาลัยรัก ทาวสุรนารี ถึงแกอสัญกรรม เมื่อป พ.ศ. 2395 สิริรวมอายุ 81 ป เจาพระยา มหิศราธิบดี ผูเปนสวามี ไดสรางเจดีย บรรจุอัฐิไว ณ วัดศาลาลอย ตอมาเมื่อ เจดียทรุดโทรมลง พระยากําธรพายัพทิศ (ดิส อินทรโสฬส) ผูวาราชการจังหวัด นครราชสี ม า นายพั น เอกพระเริ ง รุ ก ปจจามิตร (ทอง รักสงบ) ผูบังคับการ มณฑลทหารบกที่ 5 พรอมดวยขาราชการ และประชาชนชาวนครราชสีมา ไดพรอมใจ กันสรางอนุสาวรียทาวสุรนารี ซึ่งใตฐาน ไดบรรจุอัฐิของทาน และประดิษฐานไว ที่ ห น า ประตู ชุ ม พล ใจกลางเมื อ งโคราช ซึ่งนักทองเที่ยวและผูที่เดินทางผานไปมา มักจะตองมากราบสักการะทาน อนุ ส าวรี ย  ท  า วสุ ร นารี หล อ ด ว ย ทองแดงรมดํา สูง 1.85 เมตร หนัก 325 กิ โ ลกรั ม ตั้ ง อยู  บ นฐานไพที สี่ เ หลี่ ย มย อ มุ ม ไม สิ บ สอง แต ง กายด ว ยเครื่ อ งยศ พระราชทาน ในท า ยื น มื อ ขวากุ ม ดาบ ปลายดาบจรดพื้ น มื อ ซ า ยท า วสะเอว หันหนาไปทางทิศทีต่ งั้ ของกรุงเทพมหานคร อนุสาวรียย า โม ออกแบบโดย ศาสตราจารย ศิลป พีระศรี รวมกับ พระเทวาภินมิ มิตร (ฉาย เทียมศิลปไชย)

ความเชื่อความศรัทธา...ตอยาโม ดวยความรักความศรัทธาที่ชาวโคราชมีตอทาน ชาวโคราชหรือแมกระทั่ง นักทองเที่ยว มักจะมาบนบานศาลกลาวใหทานชวย บางก็มาสักการะเพื่อใหเกิด ขวัญกําลังใจในเรื่องตางๆ เชน ขอใหมีงานทํา ขอใหมีลูก ฯลฯ เมื่อสมหวังแลว จะแกบนดวยเพลงโคราช-เพลงพื้นเมืองที่ตองอาศัยไหวพริบปฏิภาณของผูเลน และเปนเพลงที่มีทวงทํานองการขับรองสัมผัสเปนภาษาพื้นบาน (ไทยโคราช) นับเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่คงคุณคาของชาวโคราช

ชวงระหวางวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน ของทุกป จังหวัดนครราชสีมา หนวยงานราชการ ตางๆ รวมทั้งชาวโคราช ไดรวมกันจัดงาน ประจําปของจังหวัดขึ้น เพื่อเปนการ สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณของ ยาโม และเหลาบรรพบุรุษที่สราง คุณูปการปกบานปองเมือง ใหลูก หลานชาวเมืองนครราชสีมาไดอยู อยางรมเย็นเปนสุขมาจนทุกวันนี้

Nakhon Ratchasima 77


เสนทางทองเที่ยว

บนเสนทางธรรมของ

คุณสรพงศ ชาตรี

ณ อุทยานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย (โต พรหมรังสี) อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา 78


“บุญไมเคยสราง ใครที่ไหนจะมาชวยเจา” คือเทศนาธรรมของ สมเด็ จ พระพุ ฒ าจารย (โต พรหมรังสี) พระมหาเถระแหงกรุงรัตนโกสินทร ผูเ ปย มดวย เมตตา บารมี และเปนทีศ่ รัทธายิง่ ในหมูพ ทุ ธศาสนิกชนไทย ทุกชนชั้น นับจากอดีตจวบจนปจจุบัน ดวยเหตุนี้เอง คุณกรีพงศ เทียมเศวต หรือ “คุณ สรพงศ ชาตรี ” ศิลปนแหงชาติ สาขาการแสดง และ คุณดวงเดือน จิไธสงค จึงอุทิศตนเพื่อสืบทอดและเผยแผ พระธรรมคําสอนของ สมเด็จพระพุฒาจารยโต ดวยการ กอตั้ง “มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย (โต พรหมรังสี) เมตตา บารมี” ขึ้น โดยมีคุณสรพงศเปนประธานมูลนิธิฯ แลวดําเนินการสราง “อุทยานมูลนิธสิ มเด็จพระพุฒาจารย (โต พรหมรังสี)” หรือที่คนทั่วไปรูจักกันในนามของ “วัด สรพงศ” ขึ้นบนถนนมิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่สุดแหงความอลังการของ “หลวงปูโต” บนพื้นที่กวา 150 ไร ของ อุทยานมูลนิธิสมเด็จ พระพุฒาจารย (โต พรหมรังสี) ไดรับการจัดภูมิทัศน โดยรอบไวสวยงาม สงบ รมรื่น และรมเย็น เหมาะกับการ พักผอนหยอนใจและการปฏิบัติธรรมอยางยิ่ง ซึ่งสิ่งที่เปน แรงดึ ง ดู ด ใจของพุ ท ธศาสนิ ก ชนให เ ดิ น ทางมาที่ นี่ ก็ คื อ รูปหลอ “หลวงปูโต” องคใหญที่สุดในโลก มีขนาดหนาตัก กวาง 8 เมตร 1 นิ้ว สูง 13 เมตร หนัก 61 ตัน มูลคาการ กอสรางเกือบ 10 ลานบาท ทวาราคาคางวดนัน้ หาไดมคี วาม สําคัญไม เมื่อเทียบกับเทศนาธรรมที่แฝงฝงไวในการหลอ องคพระตามแนวคิด

“ดีปฐม ดีมัธยม ดีอุดม” ดีอุดม หรือ ดีสวนยอด หมายถึง การบริหารจัดการสวนบุคคล และสวน รวมอย า งยอดเยี่ ย ม ทางมู ล นิ ธิ จึ ง ได จั ด พิ ธี เ ททองหล อ ส ว นศี ร ษะ ณ วั ด ระฆังโฆสิตาราม เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ดีมัธยม หมายถึงการศึกษา สัพพวิทยาอันเปนไปในสวนปริยัติปฏิบัติ ที่ แ จ ง ชั ด จึ ง ได จั ด พิ ธี เ ททองหล อ ส ว น องคหลวงปู ณ วัดบางขุนพรหม และ ดี ป ฐม หมายถึ ง ดี เ ริ่ ม แรกคื อ มี ปุ พ เพ กตบุ ญ ญตา ที่ บ ริ บู ร ณ พ ร อ มทั้ ง ผู  ใ ห กํ า เนิ ด และวงศาคณาญาติ บั น ดาล ให สํ า เร็ จ ประโยชน อ ย า งอเนกอนั น ต จึ ง ประกอบพิ ธี เ ททองหล อ ส ว นล า ง ตั้ ง แต ส ะเอวลงมา ณ วั ด เกตุ ไ ชยโย วรวิหาร จังหวัดอางทอง รวมการหลอ องคพระทั้ง 3 สวนจํานวน 127 ชิ้น แลว จึงนํามาประกอบเปนองคหลวงปูเสร็จ เรียบรอยเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2543 และได จั ด สร า งมหาวิ ห าร เป น แบบ กุฎาคาร (เรือนยอดเจดียเ พือ่ ประดิษฐาน พระพุทธรูป) ขึ้นถวายดวย

อุทยานลานบุญ Nakhon Ratchasima 79


นอกจากนี้ ยั ง มี สิ่ ง ปลู ก สร า งอื่ น ๆ อาทิ ศาลาทานบารมี หอแกว หอพระ สักทอง โดยลักษณะสถาปตยกรรมสวน ใหญเปนอาคารทรงไทยประยุกตแบบ ลานชาง ที่มีรายละเอียดงดงาม ประณีต หาชมได ย ากยิ่ ง โดยเฉพาะที่ ศาลา ทานบารมี ยั ง มี ลิ ฟ ท สํ า หรั บ บริ ก าร ผูทุพพลภาพและผูสูงวัย เพื่อใหทุกคนมี โอกาสในการแสวงบุญดวยความสะดวก สบาย และปจจุบันทางมูลนิธิฯ ไดดําเนิน การกอสราง “พระพุทธไสยาสน” หลอ จากทองสัมฤทธิ์ ขนาดยาวเกือบ 100 เมตร ซึ่งเปนพระนอนองคใหญที่สุดใน โลกดวย กิจกรรม-งานบุญของ “อุทยานมูลนิธิ สมเด็จพระพุฒาจารย” เพือ่ เปนการสานตอเทศนาธรรมของ หลวงปูโ ต ทางมูลนิธฯิ ไดจดั กิจกรรม-งาน บุญตางๆ มากมาย อาทิ การจัดบริการ ดานอาหารและหองนํ้า-หองสุขาฟรี การ ถวายรถใหวดั ตางๆ เพือ่ ใชในกิจของสงฆ การมอบทุนการศึกษาแกนักเรียนเรียน ดีแตยากจน การชวยเหลือสวนราชการ ตางๆ ที่ขอความอุปถัมภ การชวยเหลือ คนชราและคนไรญาติขาดที่พึ่ง การมอบ เงินชวยเหลือใหกับผูสูงอายุ การมอบ อุปกรณการศึกษาแกโรงเรียนตางๆ ทั้งนี้ พุทธศาสนิกชนสามารถเขารวมกิจกรรมงานบุญ และงานประจําปที่ทางมูลนิธิ จัดขึ้นทุกป ไดแก งานทําบุญครบรอบวันคลายวัน มรณภาพ สมเด็ จ พระพุ ฒ าจารย (โต พรหมรังสี) ซึ่งจะตรงกับวันเสาร ที่ 22 มิถุนายน ของทุกป ภายในงาน จะมีการบวงสรวงดวงวิญญาณสมเด็จ พระพุฒาจารย (โต พรหมรังสี) พระสงฆ ทรงสมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต ถวาย 80

วิหารหลวงพอพุทธชินราช

ภั ต ตาหารเพลแด พ ระสงฆ ทั ก ษิ ณ านุ ประทาน พระสงฆทรงสมณศักดิ์เจริญ พระพุทธมนต การจัดสวดมนตขามป ซึ่งจัดขึ้น ในวันสงทายปเกา ตอนรับปใหมของทุกๆ ป ภายในมหาวิหาร อุทยานมูลนิธสิ มเด็จ พระพุฒาจารย การสวดมนต ฟ  ง เทศน ทุ ก เย็ น วั น เสาร ซึ่งคุณสรพงศไดริเริ่มขึ้นเมื่อ ป 2549 เพื่อตองการใหเจาหนาที่กวา 200 ไดฟงธรรม สวดมนต รวมทั้งเรียนรู พุทธประวัติดวย ซึ่งทุกวันนี้ไดกลายเปน กิจวัตรประจําวันเสารของพุทธศาสนิกชน ชาวสีคิ้วไปโดยปริยาย คุณสรพงศ ชาตรี ประธาน มูลนิธิ สมเด็จพระพุฒาจารย (โต พรหมรังสี) เมตตา บารมี” กลาวทิ้งทายวา “หลวงปูโตเคยบอกวา...ลูกเอย เราตองหมัน่ ทําบุญไว หมัน่ สรางความ ดีไว เมือ่ ถึงเวลา เราก็จะไดสงิ่ ดีๆ กลับ คืนมา เหมือนการปลูกขาว จะรอพร

จากเทวดาคงไมได เราตองลงมือทํา จึงจะไดผลออกมา” ปจจุบัน “อุทยานมูลนิธิสมเด็จ พระพุฒาจารย” หรือ “วัดสรพงศ” กลาย เปนสถานที่ทองเที่ยวที่นักทองเที่ยว มักเดินทางมาไมขาดสาย โดยเฉพาะ ในวันเสารและอาทิตย อาจจะไดพบ กับคุณสรพงศ ชาตรี และ คุณดวงเดือน จิไธสงค คอยตอนรับนักทองเทีย่ วและ นักแสวงบุญ ดวยรอยยิม้ แหงความสุขใจ และดวยใบหนาที่อิ่มเอิบเบิกบานใน ธรรมอยูเ ปนนิจ


On the path to dhamma of

Sorapong Chatree

at Somdej Phra Puttajarn Foundation’s Park, Si Kiew, Nakornratchasima “No one can help if you help no one,” is a sermon of Somdej Phra Puttajarn (Toh Prommarungsee), Phra Maha Thera of Rattanakosin, a well-respected individual of compassion and paramitas among Thai laymen of all classes until the present time. Therefore. Kreepong Tiemsawet or “Sorapong Chatree”—a proclaimed national artist in performing arts—together with Duangduen Jitaisong are dedicated to passing on the sermons of Somdej Phra Puttajarn Toh through the establishment of “Somdej Phra Puttajarn Foundation (Toh Prommarungsee) of compassion and paramita” led by Sorapong himself as the president, who initiated the construction of “Somdej Phra Puttajarn (Toh Prommarungsee) Foundation’s Park”, or “Wat Sorapong” by locals on Mittraphap highway, Si Kiew, Nakornratchasima.

Nakhon Ratchasima 81


The majestic grandeur of Luang Pu Toh With its area over 150 rais, Somdej Phra Puttajarn (Toh Prommarungsee) Foundation’s Park is adorned with beautiful landscape, giving the sense of peace, shadiness and tranquility for a perfect recreational activity and dharma practice. The main attraction here for laymen includes “Luang Pu Toh”, the world’s biggest statue. This monumental sculpture is 8 meters wide, 13 meters tall, and weighs 10

82

tons with an investment of almost 10 million baht. Regardless of the fund, there is no considerable significance once compared to his sermons embodied within the casting of this statue under the motto “Primary, intermediate and higher virtues”. Higher virtue or excellence is of the excellence in your personal and common arrangements, thus leading to the casting of the head at Wat Rakang Kositaram on June 22, 1998, while intermediate virtue includes the study of Sapphawitthatya regarding distinct pariyat practice. This led to the casting of Luang Pu at Wat Bangkhunprom. Lastly, primary virtue reflects initial virtue of Buppe Katabunyata with the presence of parents and relatives, paving the way for a range of success. Therefore, another casting was seen under the waist region at Wat Ketchaiyoworawiharn, Ang Thong province, collectively forming the statue over 3 parts with 127 pieces in total, and fully assembling into the whole statue on April 1, 2000 as well as the establishment of the cathedral in kudakarn style-- a pyramidal roof on

the pagoda to enshrine the Buddha images. In addition to the aforementioned, the park also has other facilities including an almshouse, Ho Keaw and Ho Phra Sak Thong, mostly Influenced by the traditional Thai architecture of Lan Chang in an exquisite and


unparalleled effort. Moreover, there are elevators to facilitate people with disabilities and the elderly, allowing the pilgrims to perform at ease. Recently, the foundation has started the construction of “Phra Buddhasaiyas” madefrombronzewiththelength of almost 100 meters, to secure the title of world’s largest reclining Buddha. Activities and ceremonies of “Somdej Phra Puttajarn Foundation’s Park” In order to pass on the sermons of Luang Pu Toh, the foundation has held a range of activities and ceremonies, including free food and toilet provision, car offering for temples for monks’ matters, granting scholarships for under privileged children, providing help to the government offices, senior citizens and people without kith and kin and donating money to support the elderly as well as certain school materials for schools in need. Activitiesceremonies and annual events include:

Anniversary of the death of Somdej Phra Puttajarn (Toh Prommarungsee) is held annually on June 22 to appease the spirit of Somdej Phra Puttajarn (Toh Prommarungsee) with dignitary monks saying mantra, offer food to the monks and dedicate merit to the dead people while the dignitaries chant prayers.

sessions and educate an officer group of over 200 about the biography of Lord Buddha, which has become a Saturday routine among Si Kiew l aymen.

Sorapong Chatree, President of Somdej Phra Puttajarn Foundation (Toh Prommarungsee) of compassion New year’s eve chanting is held on and paramita, concluded every new year’s eve at the cathedral in Somdej Phra Puttajarn Foundation’s “Luang Pu Toh told me that… son, keep on making merit. Keep on Park doing good. When it’s high time, A Sermon for holy Saturday was those good deeds will return the commenced by Sorapong in 2006 to favor as if you are growing rice. You meet his need in providing dhamma can’t just wait for a miracle, you have to act out to enjoy the outcome.,” Now, “Somdej Phra Puttajarn Foundation’s Park” or “Wat Sorapong” has become a tourist attraction which is embracing the growth in tourist inflow, especially on Saturdays and Sundays. You may get to meet Sorapong Chatree and Duangduen Jitaisong giving warm welcome to tourists and pilgrims with their pleasant smiles and delightful faces of dhamma.

Nakhon Ratchasima 83


บทความพิเศษ

เรียนรูอดีต เขาใจปจจุบัน จินตนาการอนาคต…

ณ “พิพิธภัณฑไมกลายเปนหิน”

คงปฏิเสธไมไดวา การทองเที่ยว ที่ คุ  ม ค า กั บ เวลาและเม็ ด เงิ น ที่ เ สี ย ไป มากที่สุด คือการทองเที่ยวไปในแหลง เรียนรูตางๆ ซึ่งนอกจากจะไดรับความ สนุ ก สนานเพลิ ด เพลิ น แล ว ยั ง ได รั บ ความรู และแรงบันดาลใจติดตัวไปดวย “พิ พิ ธ ภั ณ ฑ ไ ม ก ลายเป น หิ น ” โดย สถาบันวิจัยไมกลายเปนหินและ ทรั พ ยากรธรณี ภ าคตะวั น ออกเฉี ย ง เหนื อ เฉลิ ม พระเกี ย รติ มหาวิ ท ยาลั ย ราชภัฎนครราชสีมา คือสถานที่ทองเที่ยว ซึง่ ททท. มอบรางวัลแหลงทองเทีย่ วยอดเยีย่ ม ประเภทนันทนาการเพื่อการเรียนรู และถูก จัดเปน 1 ใน 20 แหลงทองเที่ยวที่ดีที่สุดใน ป 2013 ดวย ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผูอ าํ นวยการสถาบันวิจัยไมกลายเปนหินฯ กลาว ถึงที่มาของพิพิธภัณฑไมกลายเปนหินวา... “จุ ด เริ่ ม ต น ของเราคื อ ผมได มี โอกาสไปเห็นคนกําลังขุดซากฟอสซิล ไม ท  อ นใหญ ๆ เพื่ อ นํ า ไปขาย ซึ่ ง ใน ประเทศใหญ ๆ ที่ เ จริ ญ ที่ พั ฒ นาแล ว 84

เขามี ก ารอนุ รั ก ษ กั น แต บ  า นเรากลั บ นําไปขาย มันเปนสถานการณวกิ ฤตของ โคราช ซึง่ มีซากฟอสซิสหรือไมกลายเปน หินจํานวนมาก ผมรูสึกเสียดาย จึงอยาก จะอนุรกั ษไว ทางผูว า ราชการจังหวัดใน ขณะนั้น (นายสุพร สุภสร) ก็เห็นดวย จึงจัดตั้งเปนโครงการของจังหวัด และ ของบประมาณผานกระทรวงตางๆ ใน ที่สุดไดรับการจัดสรรเงินจากกระทรวง อุตสาหกรรม สมัยรัฐมนตรี นายสุวัจน ลิปตพัลลภ จํานวน 95 ลานบาท เพื่อ

ตั้งพิพิธภัณฑ ที่ตําบลสุรนารี ซึ่งบริเวณ นัน้ มีไมหนิ อยูเ ปนจํานวนมาก มีพนื้ ที่ 80 กวาไร ไดอาคารทั้งหมด 17 หลัง” การจั ด แสดงนิ ท รรศการแบ ง เป น 3 พิพธิ ภัณฑ ไดแก พิพธิ ภัณฑไมกลายเปนหิน พิพิธภัณฑชางดึกดําบรรพ และ พิพิธภัณฑ ไดโนเสาร ซึ่งจัดแสดงแสงสีเสียงไวอยาง ตื่นตาตื่นใจ “เนื่ อ งจากว า เรามี พิ พิ ธ ภั ณ ฑ สามหลัง หลังแรกเราจัดแสดงเรื่องไม กลายเปนหิน ไดแก ไมหินอัญมณี และ ไมหินตระกูลปาลม ซึ่งถือเปนไฮไลต เพราะไมกลายเปนหินของเรา มีเนือ้ เปน อัญมณี ซึง่ จังหวัดอืน่ ไมคอ ยมี และไมหนิ ของเราก็ มี ค วามหลากหลายด า นอายุ ซึ่งโดดเดนกวาที่อื่น”


“หลั ง ที่ ส องเป น พิ พิ ธ ภั ณ ฑ ช  า ง ดึ ก ดํ า บรรพ เพราะเราพบไม หิ น ใกล กั บ ซากช า งโบราณด ว ย ซึ่ ง ช า งเป น สัญลักษณประจําชาติไทย จุดเดนใน หลั ง ที่ ส องนี้ คื อ เราจั ด แสดงซากช า ง โคราชซึ่งเปนชางดึกดําบรรพ แตกตาง จากชางสุรินทรซึ่งเปนชางปจจุบัน และ ที่นี่เรามีชางดึกดําบรรพถึง 9 สกุล จาก 43 สกุลทั่วโลก” “หลังที่สาม เราพบวามีซากกระดูก ไดโนเสารอยูใ กลแหลงไมหนิ ซึง่ เรารวม กับประเทศญี่ปุนเขามาขุดซากกระดูก ไดโนเสาร และคนพบวาเปนไดโนเสาร พันธุใหมของโลก จึงมีการตั้งชื่อใหม วา...“ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ” นอกเหนือจากการจัดแสดง ในพิพิธภัณฑแลว ทางสถาบัน ไมกลายเปนหินฯ ยังจัดบริการ วิชาการในรูปแบบตางๆ ทั้งใน และนอกสถานที่ อาทิ “เราจั ด ค า ยต า งๆ เช น คายฟอสซิล คายไดโนเสาร จัดอบรมทางดานธรณี หิน แร บางโรงเรียนก็ขอใหเราไปเปน

วิทยากรและพาออกภาคสนาม รวมถึง มี ก ารจั ด อบรมที่ พิ พิ ธ ภั ณ ฑ เ รื่ อ งการ อนุรกั ษ การไปชวยสรางพิพธิ ภัณฑ หรือ ไปชวยจัดนิทรรศการทีจ่ งั หวัดอืน่ ๆ รวม ถึงเราสงผูเชี่ยวชาญไปชวยตามจังหวัด ตางๆ ที่ตองการความชวยเหลือดวย” จากความโดดเดนของพิพิธภัณฑไม กลายเปนหิน ซึ่งเปนจุดดึงดูดนักทองเที่ยว ให ม าชมเป น จํ า นวนมากนี้ เ อง จึ ง ได รั บ รางวัลสําคัญๆ ระดับประเทศ อาทิ “เราเพิง่ ไดรบั รางวัลแหลงทองเทีย่ ว ระดับกินรีทอง จาก ททท. ในเรื่องของ การเป น แหล ง ท อ งเที่ ย วนั น ทนาการ เพื่ อ การเรี ย นรู  ย อดเยี่ ย มรวมถึ ง ได เกียรติบัตร เปนแหลงทองเที่ยว 1 ใน 20 ทีต่ ดิ อันดับทีด่ ที สี่ ดุ ในป 2013 ดวยครับ”

ก อ นจากกั น ผศ.ดร.ประเทื อ ง จินตสกุล ผูอํานวยการ สถาบันวิจัยไม กลายเปนหินฯ ไดกลาวเชิญชวนวา “ พิพธิ ภัณฑของเราเปนแหลงเรียน รูประเภทฟอสซิล ซึ่งถือเปนแหลงเรียน รูที่ประเทศที่เจริญหรือพัฒนาแลวให ความสํ า คั ญ มาก ผมจึ ง อยากจะเชิ ญ ชวนผูอาน ครู อาจารยใหพาเด็กๆ มา เยี่ ย มชม มาเรี ย นรู  เพื่ อ เสริ ม ทั ก ษะ กระบวนการคิดทางวิทยาศาสตร เพื่อ เสริ ม การเรี ย นรู  น อกห อ งเรี ย นให กั บ เด็กๆ รวมถึงเสริมสรางจิตสํานึกแหงการ อนุรกั ษใหกบั เยาวชนรุน ใหมๆ ดวยครับ” สําหรับทานทีส่ นใจเยีย่ มชมพิพธิ ภัณฑ ไม ก ลายเป น หิ น สอบถามรายละเอียด ได ที่ “สถาบั น วิ จั ย ไม ก ลายเป น หิ น ” เลขที่ 184 หมู  7 บ า นโกรกเดื อ นห า ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000 เบอรโทร : 044-370739-40 Nakhon Ratchasima 85


บทความพิเศษ

สตารเวลล...ชื่อที่การันตี คุณภาพทุกสินคาและบริการ “สตารเวลล” ชื่อที่คุนหูคุนตาคนไทย อย า งดี จากโฆษณาเครื่ อ งใช ไ ฟฟ า และ เครือ่ งใชในครัวเรือนคุณภาพ แตวนั นีช้ อื่ ของ “สตารเวลล” ไมไดจํากัดอยูแคนั้น แตยังมี ธุรกิจในเครืออีกนับไมถว น ภายใตการบริหาร ของนั ก ธุ ร กิ จ หนุ  ม ไฟแรง วั ย เพี ย ง 42 ป ที่ ก  า วย า งและเติ บ โตอย า งมั่ น คงด ว ย ลําแขงของตนเองอยางแทจริง เขาผูนั้นคือ “พ.ท.ดร.บุญมา อิ่มวิเศษ” ดร.บุ ญ มา อิ่ ม วิ เ ศษ เป น ชาวโคราช โดยกําเนิด เขามีความมุง มัน่ ขยันเรียนรูจ นสําเร็จ การศึ ก ษาระดั บ ปริ ญ าเอก บริ ห ารธุ ร กิ จ ดุ ษ ฎี บัณฑิต (D.B.A) จากมหาวิทยาลัย คอรลลินส (Corllins University of U.S.A) และมหาวิทยาลัย เวสเทิรน (Western University of THAILAND) ชี วิ ต การทํ า งานของเขาเริ่ ม จากพนั ก งานขาย ธรรมดาๆ จนเติ บ โตเป น เจ า ของธุ ร กิ จ ระดั บ พันลาน ในฐานะ “ประธานกรรมการ” หลาย บริษัท อาทิ สตาร เ วลล บิ ซิ เ นส 1998 (ธุ ร กิ จ ขาย ตรง จําหนายเครื่องไฟฟา/เครื่องใชในครัวเรือน/ สิ น ค า สุ ข ภาพ) สตาร เ วลล ลิ ส ซิ่ ง (บริการสินเชื่อบาน/ที่ดิน/รถยนต/ รถจั ก รยานยนต ) สตาร เ วลล เทรดดิ้ ง (ธุ ร กิ จ คาสงเครื่องใช ไฟฟา/เครื่องใชในครัวเรือน/สินคา สุ ข ภาพ) สตาร เ วลล ก าร เ ด น ท โฮม (บริ ก ารห อ งพั ก /จั ด เลี้ ย ง/ สั ม มนา/คาราโอเกะ/จั ด กิ จ กรรม ตางๆ/walk rally) สตารเวลล ซั ม มิ ท (ประเทศไทย) ( ธุ ร กิ จ นํ า เ ข  า / ค  า ป ลี ก เครื่ อ งใช ไ ฟฟ า /เครื่ อ งใช ในครัวเรือน/ จําหนายทาง modern trade) สตารเวลล บาหลี รีสอรท (รีสอรทหรู สไตลบาหลี ขนาด 93 หอง

54

ทามกลางธรรมชาติ อันสงบ รมรื่นเย็นสบาย พรอมบริการอาหารเลิศรสจากเชฟระดับ 5 ดาว หองประชุมสัมมนา หองคาราโอเกะและจัดเลีย้ ง) สตารเวลล แอสเซท (โครงการบานจัดสรร ภาย ใตชื่อ “หมูบาน ดิไอคอน” ในสไตล Modern Luxury ทีเ่ นนความหรูหรา ทันสมัย และคุม คาตอ การใชงาน) และสตารเวลลเทรดฮองกง (ธุรกิจ นําเขาและสงออกผลิตภัณฑแบรนดสตารเวลล สํานักงานตั้งอยูที่ฮองกง) พวงดวยการเปนที่ ปรึกษาใหกับหลายองคกร และการเปนอาจารย ประจํ า และอาจารย พิ เ ศษระดั บ ปริ ญ ญาโท และปริญญาเอกในหลายสถาบัน ดร.บุญมา กลาวถึงแนวคิดการทําธุรกิจวา “การทําธุรกิจเปนสิง่ ทีท่ า ทายสําหรับผม ตรงที่ไดเรียนรูสิ่งใหมๆ เพราะผมเปนคนที่ ไมหยุดนิ่งในการพัฒนา และจากการเรียน ดานบริหารธุรกิจมา การกระจายการลงทุน ในหลากหลายธุ ร กิ จ ถื อ เป น การลดความ เสี่ยง และเปนการเปดโอกาสใหพนักงาน เจริญเติบโตไปพรอมกับองคกร และทีส่ าํ คัญ คือ เปนพันธมิตรเปนการเกื้อกูลกันระหวาง ธุรกิจตอธุรกิจ” ดวยบทบาทหนาที่อันหลากหลายที่เขา ริเริ่มจนประสบผลสําเร็จดวยดี ทําใหได รับรางวัลเกียรติยศมากมาย อาทิ “หนึ่ง ในสุ ด ยอดผู  บ ริ ห าร ป 2555” จาก นิ ต ยสาร MBA “บุ ค คลคุ ณ ภาพแห ง ป 2012” จากมูลนิธิสภาวิทยาศาตรและ เทคโนโลยี เ ห ง ประเทศไทย “ผู  บริ ห ารแห ง ป 2556” และ รางวั ล นาคราช “บุ ค คล ดีเดนแหงป 2556” จาก สมั ช ชานั ก จั ด รายการ วิ ท ยุ โ ทรทั ศ น ห นั ง สื อ พิ ม พ แ ห ง ประเทศ ไทย เป น ต น ดร. บุญมา กลาวถึงปจจัย ที่ ทํ า ให เ ขาประสบ ความสําเร็จวา

“เกิดจากการปลูกฝงของบิดามารดา ที่ เฝาเนนยํ้า 2 หลักสําคัญคือ... “อดทนและ เป น ผู  ใ ห ” แม จ ะไม ไ ด เ กิ ด มารํ่ า รวย ไม มี ตนทุนชีวิต แตผมเชื่อวา...คนเราสามารถ สร า งบั้ น ปลายชี วิ ต ที่ สํ า เร็ จ ได และผมมี วั ฒ นธรรมขององค ก รคื อ “การเป น ผู  ใ ห ” ด ว ยการหยิ บ ยื่ น โอกาสให กั บ พนั ก งานมา ตลอด 19 ปที่ผานมา เวลาที่ผมจะเลือกคน ทํางาน ผมจะเลือกคนทีม่ ี “ทัศนคติบวก” กอน เพราะเขาจะมี “จิตอาสา” มีความเต็มที่และ เต็มใจ มองสวนรวมมากอนสวนตัว เอาใจ เขามาใสใจเรา และรูจักการใหอภัย ทําให ทุกๆ คนมองเห็นทิศทางและเปาหมายอยาง เดียวกัน สวนเรื่องความเกงนั้นเปนทักษะ ที่สามารถพัฒนาใหเกิดขึ้นไดทุกคน” ลาสุดเขาเริ่มมีความสนใจดานการเมือง อยางจริงจัง หลังจากอยูเบื้องหลังงานการเมือง มาชานาน ทั้งการเปนที่ปรึกษารองนายกฯ คณะ ทํางาน รมช.ศึกษา เลขานุการคณะกรรมธิการ การพลังงาน ทีป่ รึกษาประธานกรรมาธิการแกไข ปญหาหนี้สินแหงชาติ ฯลฯ ดวยมุงหวังจะไดมี สวนรวมในการพัฒนาผืนดินถิ่นเกิดอยางจริงจัง ดวยการสมัคร ส.ส บัญชีรายชือ่ ในนามของพรรค ชาติพัฒนา แหละนี่คือนักธุรกิจรุนใหมไฟแรง ที่ นิ ต ยสาร SBL ขอยกย อ งชื่ น ชมในความ สามารถของเขา “ดร.บุญมา สตารเวลล” หรือ “พท.ดร.บุญมา อิ่มวิเศษ” ผูที่จะเปน แรงบันดาลใจใหกบั ผูค นมากมาย ในสังคม


บทความพิเศษ

สํานักงานสหกรณจังหวัดนครราชสีมา

บนเสนทางการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ กับภารกิจการสงเสริมการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุขาวขาว ดอกมะลิ 105

นายพิเชษฐ วิริยะพาหะ สหกรณจังหวัดนครราชสีมา

สํานักงานสหกรณจงั หวัดนครราชสีมา สังกัด กรมสงเสริมสหกรณ กระทรวง เกษตรและสหกรณ ปจจุบนั มี นายพิเชษฐ วิรยิ ะพาหะ ดํารงตําแหนง สหกรณจงั หวัด นครราชสีมา ดําเนินงานภายใตวิสัยทัศน “เปนองคกรที่มุงสงเสริม และคุมครอง สหกรณและกลุม เกษตรกรใหมคี วามเขม แข็ง และเปนที่พึ่งของมวลสมาชิก” เพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ และกลุมเกษตรกรใหดีขึ้น สหกรณในจังหวัดนครราชสีมา รอยละ 65 เปนสหกรณในภาคการเกษตร สมาชิก สหกรณลวนมีอาชีพเกษตรกรรม ดังนั้น การ ดําเนินงานของ สํานักงานสหกรณจังหวัด นครราชสีมา เพื่อสนับสนุน สงเสริม ให สมาชิกสหกรณสามารถพัฒนาความเปน อยูตอไปไดอยางยั่งยืนนั้น การเสริมสราง

94

ศั ก ยภาพการผลิ ต สิ น ค า เกษตรเพื่ อ การ บริโภคและใหสามารถแขงขันในตลาดได จึง เปนสิ่งที่มีความจําเปนอยางยิ่ง โดยเฉพาะ การที่ จ ะปรั บ ปรุ ง ประสิ ท ธิ ภ าพการผลิ ต พั ฒ นาสิ น ค า เกษตรให มี คุ ณ ภาพและได มาตรฐาน จะตองเนนการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตดวยการเพิ่มผลผลิตและลดตนทุน การผลิตใหได หนึ่งในภารกิจที่สํานักงาน สหกรณจังหวัดนครราชสีมา ไดรับมอบ หมายจากกรมส ง เสริ ม สหกรณ เพื่ อ สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผลผลิต สราง รายไดแกเกษตรกรสมาชิกและสหกรณภาค การเกษตร นั่นคือ “โครงการยกระดับการ ผลิตและการกระจายพันธุดีของสถาบัน เกษตรกร” สํานักงานสหกรณจงั หวัดนครราชสีมา จึ ง ได มุ  ง เป า ส ง เสริ ม สหกรณ ใ นการผลิ ต เมล็ดพันธุขาวขาวดอกมะลิ 105 ตามโครง การฯ เพื่อใหสหกรณเปนแหลงกลางในการ รับเทคโนโลยีและใหความชวยเหลือในการ ผลิต และสามารถกระจายเมล็ดพันธุที่มี คุณภาพสูสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป โดย ภาครัฐจะสนับสนุนเงินงบประมาณใหแก สหกรณเพื่อกอสรางโรงงานปรับปรุงเมล็ด พันธุ และเพื่อชดเชยสวนตางราคา และคา ใชจายในการบริหารการขายใหแกสหกรณ สหกรณจะดําเนินการผลิตเมล็ดพันธุโดย การคัดเลือกสมาชิกเพื่อเขารวมโครงการฯ โดยเนนการอบรมสมาชิกสหกรณผปู ลูกขาว ใหเขาใจ เพื่อใหนําไปสูการผลิตที่สามารถ ควบคุมได โดยเฉพาะการคัดเลือกแปลงใน การปลูก การตรวจแปลงนาอยางสมํ่าเสมอ การวางแผนการเก็บเกี่ยว การสงตัวอยาง เพื่อวิเคราะหและรับรองคุณภาพ ทั้งนี้ ก็

เพื่ อ ป อ งกั น การปลอมปนของเมล็ ด พั น ธุ  โดยสหกรณจะรับซื้อคืนเมล็ดพันธุขาวใน ราคาที่สูงกวาราคาทองตลาด เพื่อนํามา ปรับปรุงเปนเมล็ดพันธุขาวบริสุทธิ์ แลวนํา เมล็ดพันธุข า วไปจําหนายใหแกสมาชิกและ เกษตรกรทัว่ ไปเพือ่ นําไปปลูกในราคาตํา่ กวา ทองตลาด เพื่อเปนการสงเสริมและจูงใจ ใหเกษตรกรเลือกใชเมล็ดพันธุที่มีคุณภาพ แทนการเก็บเมล็ดพันธุไวใชเอง สํานักงาน สหกรณจงั หวัดนครราชสีมา จึงเนนใหการ ใชเมล็ดพันธุดีเปนแนวทางหนึ่งในการเพิ่ม ผลผลิตตอไร ลดตนทุนการผลิตตอหนวย และพัฒนาคุณภาพผลผลิตขาวของสมาชิก สหกรณ เนื่ อ งจากการผลิ ต และการกระจาย เมล็ดพันธุขาวพันธุดีมีคุณภาพ ยังไมเพียง พอกับความตองการของเกษตรกร อีกทั้ง แหล ง รวบรวมและขยายพั น ธุ  มี อ ยู  อ ย า ง จํากัด ดังนั้น จําเปนที่จะตองพัฒนาระบบ การผลิตและการกระจายเมล็ดพันธุใหมาก ขึ้ น ในส ว นของจั ง หวั ด นครราชสี ม า นั บ ตั้งแตป 2539 เปนตนมา มีสหกรณที่เขา ร ว มโครงการและได รั บ การสนับสนุนเงิน


นายพันธ แกวบาง

นายเขม ประทุมวิง

ประธานกรรมการสหกรณการเกษตรพิมาย จํากัด

ประธานกรรมการสหกรณการเกษตรบัวใหญ จํากัด

งบประมาณ เพื่อกอสรางโรงงานปรับปรุง เมล็ดพันธุ จํานวน 3 แหง ไดแก สหกรณ การเกษตรพิ ม าย จํ า กั ด สหกรณ การเกษตรสูงเนิน จํากัด และสหกรณ การเกษตรบัวใหญ จํากัด ปจจุบนั สหกรณ ทั้งสามแหงไดดําเนินการผลิตและกระจาย เมล็ดพันธุดีมีคุณภาพ พันธุขาวขาวดอก มะลิ 105 จําหนายใหแกสมาชิกสหกรณและ เกษตรกรทั่วไป นายพันธ แกวบาง ประธานกรรมการ สหกรณการเกษตรพิมาย จํากัด กลาววา สหกรณการเกษตรพิมาย จํากัด ไดเขารวม โครงการสงเสริมการผลิตและกระจายเมล็ด พันธุขาวและถั่วเหลืองพันธุดีแกเกษตรกร ในสถาบันเกษตรกร ตั้งแตป 2539 นับเปน เวลาเกือบ 20 ปที่สหกรณไดผลิตเมล็ดพันธุ ข า วคุ ณ ภาพดี อ อกจํ า หน า ย ซึ่ ง นอกจาก การจําหนายใหแกสมาชิกของสหกรณเอง แลว สหกรณยังไดมีการเชื่อมโยงเครือขาย ธุ ร กิ จ ระหว า งสหกรณ ด  ว ยกั น ทั้ ง ภายใน จังหวัดและนอกจังหวัด รวมทั้งจําหนายไป ยังองคการบริหารสวนตําบลตางๆ อีกดวย สิง่ ทีก่ ารันตีถงึ ความมีคณ ุ ภาพของเมล็ดพันธุ ขาวของสหกรณไดนนั้ นอกจากจะไดรบั การ รับรองมาตรฐานคุณภาพจากกรมการขาว แลว ปริมาณความตองการในการใชเมล็ด พันธุข า วของเกษตรกรทีม่ อี ยางตอเนือ่ งและ เพิม่ ขึน้ ทุกป นัน่ ยอมเปนสิง่ ทีส่ ามารถพิสจู น

ถึงความเปนเมล็ดพันธุที่ดี มีคุณภาพและ เปนทีย่ อมรับไดเปนอยางดี สําหรับเกษตรกร ที่สนใจสามารถสั่งซื้อเมล็ดพันธุขาวไดใน ชวงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ของแตละป ณ สหกรณการเกษตรพิมาย จํากัด เลขที่ 67 หมู 6 ตําบลในเมือง อําเภอพิมาย จังหวัด นครราชสีมา 30110 โทรศัพท 0-4447-1128 โทรสาร 0-4448-1766 สําหรับสหกรณการเกษตรบัวใหญ จํากัด ไดเขารวมโครงการฯ มาตัง้ แตป 2541 ดวยประสบการณการผลิตเมล็ดพันธุขาว มากวา 10 ป ทั้งนี้ ก็โดยการสนับสนุนจาก หนวยงานภาครัฐในสังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณหลายๆ หนวยงาน ซึง่ หนวยงาน ที่ มี บ ทบาทและเป น ผู  ส  ง เสริ ม สนั บ สนุ น ตั้ ง แต แ รกเริ่ ม ในการเข า ร ว มโครงการฯ และเปนพี่เลี้ยงมาตลอด ก็คือ สํานักงาน สหกรณ จั ง หวั ด นครราชสี ม า ซึ่ ง เป น ตัวกลางที่สําคัญในการจัดหาแหลงทุนเงิน กู  ด อกเบี้ ย ตํ่ า จากกองทุ น พั ฒ นาสหกรณ เพื่อใหแกสหกรณใชเปนทุนหมุนเวียนใน การดํ า เนิ น ธุ ร กิ จ เมล็ ด พั น ธุ  และเพื่ อ การ ดํ า เนิ น งานตามโครงการ การให ข  อ มู ล ขาวสารที่เกี่ยวของในการทําธุรกิจขาวและ เมล็ดพันธุ การประสานงานชวยเหลือใน ดานการตรวจสอบและรับรองคุณภาพขาว การเชื่ อ มโยงเครื อ ข า ยเมล็ ด พั น ธุ  ข  า วกั บ สหกรณภาคการเกษตร ตลอดจนการสราง

โอกาสในการประชาสั ม พั น ธ แ ละทํ า การ ตลาดใหสหกรณ ผานการออกนิทรรศการ จัดแสดงและจําหนายเมล็ดพันธุขาวในงาน ที่สําคัญตางๆ สงผลใหสหกรณมีตลาดการ จําหนายเมล็ดพันธุข า วในทัว่ ภาคตะวันออก เฉี ย งเหนื อ สํ าหรั บ ผู  สนใจสามารถสั่งซื้อ ไดที่ สหกรณการเกษตรบัวใหญ จํากัด เลขที่ 48 หมู  5 ถนนนิ เ วศรั ต น ตํ า บล ดานชาง อําเภอบัวใหญ จังหวัดนครราชสีมา 30120 โทรศัพท 0-4446-1520 โทรสาร 0-4429-2466 นายเขม ประทุมวิง ประธาน สหกรณการเกษตรบัวใหญ จํากัด กลาว ทิ้งทาย ตลอดระยะเวลารวม 20 ป ดวย ประสบการณในการผลิตเมล็ดพันธุขาว ขาวดอกมะลิ 105 ที่ไดรับการรับรอง มาตรฐานจากการมการข า ว ความ ต อ งการที่ มี อ ย า งต อ เนื่ อ งและเพิ่ ม ปริ ม าณในทุ ก ป จึ ง เป น เครื่ อ งพิ สู จ น และการันตีไดวา เมล็ดพันธุข า วขาวดอก มะลิ 105 จากสหกรณผูผลิตในจังหวัด นครราชสีมา เปนเมล็ดพันธุขาวที่ดี มี คุ ณ ภาพ ได ม าตรฐาน เป น ที่ ย อมรั บ และไว ว างใจของสมาชิ ก สหกรณ แ ละ เกษตรกรอยางแทจริง

Nakhon Ratchasima 95


บทความพิเศษ

สหกรณการเกษตรลําพระเพลิง จํากัด Lamphraphloeng Agricultural Cooperative Limited

นางสาวสุมาลี ทองธีระ ผูจ ดั การ ไดนาํ เสนอ เรือ่ งราวและการดําเนินธุรกิจสหกรณ สหกรณการเกษตรลําพระเพลิง จํากัด จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ พ.ศ. 2511 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2520 ประเภท สหกรณการเกษตร มีสํานักงานตั้งอยูเลขที่ 4 หมู 8 ถนนสืบศิริ ตําบลเมืองปก อําเภอปกธงชัย จังหวัดนครราชสีมา วั ต ถุ ป ระสงค ข องการจั ด ตั้ ง สหกรณ การเกษตรลําพระเพลิง จํากัด เพื่อชวยเหลือ เกษตรกรที่ มี พื้ น ที่ ทํ า การเกษตรอยู  ใ นเขต ชลประทานลําพระเพลิง ใหไดรับผลผลิตเพิ่ม ขึ้นและมีความเปนอยูที่ดีขึ้น มีพื้นที่ดําเนิน งานตามโซนสงนํา้ ลําพระเพลิงในเขต 3 อําเภอ คือ อําเภอปกธงชัย อําเภอโชคชัย อําเภอเมือง นครราชสีมา มีสมาชิกแรกตัง้ 194 คน ปจจุบนั มีสมาชิกสหกรณ จํานวน 2,094 คน แยกเปน สมาชิกสหกรณ จํานวน 1,738 คน สังกัด 40

96

กลุม, สมาชิกสมทบ จํานวน 356 คน สังกัด 1 กลุม ปจจุบันมีนายสามารถ ทรงศิล ดํารง ตําแหนงประธานกรรมการ ทั้งนี้ สหกรณการเกษตรลําพระเพลิง จํากัด มีผลการดําเนินธุรกิจ ณ 31 มีนาคม 2556 ดังนี้ มีปริมาณธุรกิจรวม 281,353,623.82 บาท จายเงินกูเพื่อใชเปนทุนใหกูแกสมาชิก 144,379,490.00 บาท เงินรับฝากจากสมาชิก 84,727,324.71 บาท จัดหาสินคามาจําหนาย 105,719,285.84 บาท รวบรวมผลิ ต ผล 32,415,752.00 บาท ความสามารถในการบริหารจัดการ 1. ทุนดําเนินงาน 215,159,139.67 บาท 2. ทุนเรือนหุน 71,497,080.00 บาท 3. ทุนสํารองและทุนอื่น 14,438,793.32 บาท 4. เงินรับฝาก 84,727,324.71 บาท 5. ปริมาณธุรกิจรวม 281,353,623.82 บาท 6. กําไรสุทธิ 4,938,979.41 บาท

วิสัยทัศนและพันธกิจของสหกรณฯ วิ สั ย ทั ศ น (VISION) : เป น สถาบั น การเรียนรู มุง สูค วามเปนเลิศในการบริหาร จั ด การ ตลอดจนดํ า รงไว ซึ่ ง เศรษฐกิ จ พอเพียง พันธกิจ (MISSIONS) พันธกิจที่ 1 บุคลากรมีจิตสํานึกที่ดีในการ ปฏิบัติงาน พันธกิจที่ 2 การบริหารจัดการสินเชื่อใหมี สภาพคลองทางการเงิน พั น ธกิ จ ที่ 3 พั ฒ นาการตลาดให มี ประสิทธิภาพ พันธกิจที่ 4 พัฒนาระบบการบริหารจัดการ ใหมีประสิทธิภาพ พันธกิจที่ 5 พัฒนาสถาบันการเรียนรูใหมี ประสิทธิผล


การบริหารงานภายใตหลักการสหกรณ เพื่อเปนแนวทางไปสูการปฏิบัติตามหลัก การสหกรณ 7 ประการ 1. การเปดรับสมาชิกทั่วไป และดวยความ สมัครใจ 2. การควบคุ ม โดยสมาชิ ก ตามหลั ก ประชาธิปไตย 3. การมีสว นรวมทางเศรษฐกิจโดยสมาชิก 4. การปกครองตนเองและความเปนอิสระ 5. การศึกษา การฝกอบรม และสารสนเทศ 6. การรวมมือระหวางสหกรณ 7. ความเอื้ออาทรตอชุมชน นโยบายหรือทิศทางการพัฒนาสหกรณ เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดแกสมาชิก การบริหารจัดการองคกรธุรกิจในปจจุบัน สหกรณ จํ า เป น อย า งยิ่ ง ที่ จ ะต อ งมี แ ผน ยุทธศาสตรในการพัฒนาสหกรณ ซึ่งนับวา

เปนหัวใจสําคัญในการปฏิบัติงานและดําเนิน ธุรกิจของสหกรณใหประสบผลสําเร็จ เพราะ นอกจากแผนยุทธศาสตรจะสามารถกําหนด ทิศทางและกิจกรรมตางๆ ที่สหกรณจะดําเนิน การใหเฉพาะเจาะจงในการแกไขปญหาตางๆ ที่ เ กิ ด ขึ้ น ในสหกรณ แ ล ว กิ จ กรรมต า งๆ ที่ ดําเนินการยังสามารถประเมินผลและวัดผล ไดเนื่องจากมีการกําหนดดัชนีผลการดําเนิน งาน (KPI) ไวอยางชัดเจน รวมทั้งมีกรอบเวลา ในการปฏิ บั ติ ง านที่ ชั ด เจนแน น อน แล ว ยั ง จะชวยใหสหกรณสามารถใชทรัพยากรของ สหกรณที่มีอยูอยางจํากัด ใหเกิดประโยชน และประสิทธิภาพสูงสุดไดเปนอยางดี หัวใจ ของแผนยุทธศาสตรพัฒนาสหกรณ จําเปน ตองมีขอมูลปญหาและอุปสรรคในสหกรณ และเนนการมีสวนรวมของสมาชิก เจาหนาที่ และคณะกรรมการ ตลอดจนสวนราชการที่ เกี่ยวของในการวางแผนใหมากที่สุด เพื่อให แผนยุทธศาสตรของสหกรณสอดคลอง กับ

ความตองการของสมาชิกและสามารถแกไข ปญหาตางๆ ของสหกรณไดอยางดีที่สุดเทา ที่จะเปนไปได โดยสอดคลองกับนโยบายของ สหกรณ หลักการบริหารบุคลากรและการจัดการ สหกรณ การบริหารจัดการบุคลากร สหกรณไดยึด หลักธรรมาภิบาล คือการกํากับดูแลกิจการ ที่ ดี การบริ ห ารจั ด การธุ ร กิ จ สหกรณ ด  ว ย หลัก 6 ประการ อันไดแก หลักนิติธรรม หลัก คุณธรรม หลักความโปรงใส หลักการมีสวน รวม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุม คา เพื่อนําไปสูการบริหารงานและการดําเนิน ธุ ร กิ จ ตามหลั ก ธรรมาภิ บ าลที่ มี ผ ลดี ต  อ ทุ ก ฝายใหไดรับประโยชนที่ยุติธรรม ทั้งผูบริหาร สหกรณ สมาชิกสหกรณ เจาหนาที่สหกรณ และไดกําหนดเปนวัฒนธรรมองคกรและฅน สหกรณ ดังนี้ วัฒนธรรมองคกร ยึดถือคุณธรรม สํานึกในความรับผิด ชอบ รวมพลังสามัคคี สูวิถีพอเพียง

Nakhon Ratchasima 97


การยกระดับคุณภาพชีวติ สมาชิกสหกรณ ฯ กําหนด .. ฅนสหกรณ มีคุณธรรม จริยธรรม รูจักชวยเหลือตนเอง ไมเบียดเบียนผูอื่น มีระเบียบวินัย รูจักควบคุม พฤติกรรม (ศีล) มีความซื่อสัตยสุจริต มีความ เสี ย สละ รู  จั ก เป น ผู  ใ ห มี ค วามรั บ ผิ ด ชอบ แสวงหาความรูในสายงานและอาชีพ มีความ สมัครสมานสามัคคี รูจักชวยเหลือซึ่งกันและ กัน มีความกระตือรือรนในการใหบริการอยาง รวดเร็วและถูกตอง มีความออนโยน มีสัมมา คารวะ รูจ กั ยับยัง้ ชัง่ ใจ มีความหนักแนน อดทน อดกลั้น ระงับความโกรธ มีการดําเนินชีวิตยึด หลักเศรษฐกิจพอเพียง สิทธิประโยชนและสวัสดิการของสมาชิก สหกรณฯ เพื่ อ ช ว ยเหลื อ และเป น ขวั ญ กํ า ลั ง ใจให แก ส มาชิ ก อี ก ทั้ ง เพื่ อ เป น การสร า งศรั ท ธา ใหสมาชิกมีความซื่อสัตยและจงรักภักดีตอ สหกรณ อันจะสงผลใหสมาชิกมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น และสหกรณยังไดเอื้อประโยชนใหแก สมาชิกตามควร เพื่อกระตุนเตือนการสราง จิตสํานึกในความเปนเจาของสหกรณ โดย สหกรณ ไ ด จั ด สวั ส ดิ ก ารให แ ก ส มาชิ ก และ ครอบครัว ดังนี้ สวัสดิการแกสมาชิกคลอด บุ ต ร, สวั ส ดิ ก ารทุ น ส ง เสริ ม การศึ ก ษาบุ ต ร สมาชิ ก , สวั ส ดิ ก ารร ว มทํ า บุ ญ บุ ต รสมาชิ ก บวช, สวั ส ดิ ก ารแก ส มาชิ ก สหกรณ ผู  สู ง อายุ, สวัสดิการจัดกระเชาเยี่ยมสมาชิกปวย, สวัสดิการใหกับสมาชิกและคูสมรสเสียชีวิต, สวัสดิการดานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะหแก สมาชิกและครอบครัว 98

โครงการสงเสริมการเลี้ยงหมูบนกาซ ชีวภาพ สหกรณตระหนักถึงการนอมนําแนวพระ ราชดํ า ริ “เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง” มาใช เ ป น แนวทางในการดําเนินชีวิตอยางเปนรูปธรรม จึงสงเสริมใหสมาชิกจัดทําบอแกสชีวภาพ ใช เปนพลังงานทดแทนภายในครัวเรือน มูลสัตว ที่ผานการหมักแลวใชเปนปุยอินทรียในการ ฟนฟูสภาพดิน ซึ่งจะชวยเพิ่มผลผลิตทางการ เกษตร ชวยลดตนทุนการผลิต และชวยในการ อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ดวย ทั้งยังเปนการชวยลดคาใชจายในครัว เรือน และชวยใหสมาชิกมีรายไดเสริมเพิ่มขึ้น ทัง้ นีส้ หกรณ ไดรบั ความชวยเหลือสนับสนุนบอ กาซชีวภาพจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชน จีน มอบบอกาซชีวภาพใหกับครัวเรือนสมาชิก สหกรณจํานวน 100 ราย ที่มีศักยภาพและมี ความเหมาะสมตามหลักเกณฑที่กําหนด ใน การดังกลาว สหกรณไดดําเนินกิจกรรมตาม โครงการสงเสริมการเลีย้ งหมูบนบอกาซชีวภาพ โครงการส ง เสริ ม การปลู ก ข า วแบบ ประณีต ขาวตนเดี่ยวโดยใชแหนแดง การปลูกขาวตนเดี่ยวโดยใชแหนแดงซึ่ง มีคุณสมบัติเปนปุยพืชสดและสามารถตรึง

ไนโตรเจนจากอากาศได จึงสามารถทดแทน การใชปุยเคมีไนโตรเจน สามารถประหยัดนํ้า เพราะใชนํ้าในปริมาณนอยในการเพาะปลูก (ระดับนํ้าลึก 2-5 เซนติเมตร) นอกจากนี้ยัง สามารถลดการเจริญเติบโตของวัชพืชในนา ขาวไดเปนอยางดี เปนการคืนชีวติ สูแ ผนดิน ลด ตนทุนการผลิต ใหสมาชิกสามารถพึง่ พาตนเอง อยูรวมกับธรรมชาติอยางมีความสุข นอกจาก นี้สหกรณยังรับซื้อผลผลิตในราคาประกัน ซึ่ง โครงการดังกลาวเปนการสงเสริมใหสมาชิก สหกรณผลิตอาหารปลอดภัยสูผูบริโภค โครงการ Farmers Market ตามที่ สหกรณ ก ารเกษตรลํ า พระเพลิ ง จํากัด ไดจัดสง นางสาวสุ ม าลี ทองธี ร ะ ผู  จั ด การสหกรณ ฯ เข า รั บ การอบรมและ ศึ ก ษาดู ง านที่ ป ระเทศญี่ ปุ  น ตามโครงการ พัฒนาผูน าํ กลุม อาชีพในสหกรณการเกษตรใน ประเทศไทย ปงบประมาณ 2551 นั้น สหกรณ จึงไดจัดทําโครงการพัฒนากระบวนการผลิต ผักและผลไมปลอดสารพิษ เนนความปลอดภัย ของผูผลิตและผูบริโภค สงเสริมใหมีการผลิต เอง บริโภคเอง อีกทั้งสหกรณไดกอตั้งตลาด ขายตรง FARMERS MARKET ภายใตชื่อ วา FARMERS CO-OP SHOP “รานตนขาว ตนนํ้า” เพื่อใหเกษตรกรนําสินคามาจําหนาย และเพื่อเปนการชวยเหลือเกษตรกร รองรับ ผลิตผลทางการเกษตร และเพิ่มมูลคาของ


สินคา รวมถึงเปนศูนยกระจายสินคาสหกรณ Cooperative Distribution Center : CDC จําหนายสินคาตามความตองการของสมาชิก เพื่อเปนการลดคาใชจายในครัวเรือนไดอีก ทางหนึ่ง โครงการสหกรณสดใสใสใจสุขภาพ เพื่อพัฒนาการดํารงชีวิตของสมาชิกให สามารถอยู  อ าศั ย อย า งปลอดภั ย ในสั ง คม ทองถิ่น สหกรณจึงจัดใหมีกิจกรรมเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตสมาชิกสหกรณ ในการจัดใหมี การตรวจสุขภาพ และอบรบการดูแลสุขภาพ กาย สุขภาพจิต แนะนําดานโภชนาบําบัด เพื่อใหสมาชิกสหกรณ เจาหนาที่และลูกจาง ของสหกรณ ไดรับความชวยเหลือดานการ ดูแลสุขภาพ ตามความจําเปน รูวิธีการใช ชีวิตไดอยางเหมาะสม และมีชีวิตที่ยืนยาว อยางมีความสุข สามารถดูแลตัวเองได ทําให ครอบครัวอยูรวมกันอยางมีความสุข อันจะ สงผลใหสหกรณมีบุคลากรที่มีคุณภาพชีวิต ที่ดี ซึ่งจะทําใหสามารถปฏิบัติงานไดอยางมี ประสิทธิภาพ สหกรณ กั บ การส ง เสริ ม กลุ  ม อาชี พ ของ สมาชิก เพือ่ สงเสริมฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ของสมาชิกและครอบครัว สหกรณไดสงเสริม กลุมอาชีพของสมาชิก ซึ่งมีผลิตภัณฑที่โดด เดน ดังนี้ กลุม อาชีพสหกรณผดั หมีเ่ มืองปก ผลิต หมี่โคราชพรอมนํ้าปรุงสําเร็จรูป ตราหาดาว ปจจุบันพัฒนาไปสูแบรนด เสนไทยคั่วหมี่ หมี่ โคราช เปนสูตรตนตํารับโคราช สุดยอดของดี เมืองปกของฝากจากเมืองโคราช ไดรับการ รับรองมาตรฐาน สมส, อย., พน., OTOP, มผช., innovative house by TRE ปจจุบันไดพัฒนา บรรจุภัณฑเตรียมความพรอมสู AEC

กลุมอาชีพสหกรณบานสําลาย ผลิตไข เค็มบานสําลาย ของฝาก จากปกธงชัย สูตร ดินสอพอง เสริมไอโอดีน และไดรับการรับรอง มาตรฐาน อย., Q, OTOP 5 ดาว มผช สหกรณกับการเตรียมพรอมสูประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน สหกรณ ไ ด จั ด ทํ า โครงการพั ฒ นาผู  บริ ห ารและเจ า หน า ที่ ต  น แบบ ไปสู  ก าร พั ฒ นาศั ก ยภาพการดํ า เนิ น ธุ ร กิ จ สหกรณ เพื่อเตรียมความพรอมสูประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (AEC) นั้น สหกรณไดเล็งเห็นถึง ความสํ า คั ญ ในการพั ฒ นากระบวนการ ทํางาน และการพัฒนาผูบริหารและเจาหนาที่ ตนแบบ เพื่อเปนการกําหนดบทบาทหนาที่ และความรับผิดชอบตองานสหกรณ ทั้งใน ฐานะผูบริหารสหกรณสมาชิกและเจาหนาที่ และลูกจางสหกรณ ใหพัฒนาตนเองไปสูการ เปนผูน าํ ทีม่ คี วามรอบรู ควบคูค ณ ุ ธรรม มีพลัง ภาวะผูนํา ขับเคลื่อนสหกรณไปสูความเปน สหกรณที่เขมแข็งอยางแทจริง รางวัลแหงความสําเร็จของสหกรณฯ นั บ ตั้ ง แต อ ดี ต จวบจนป จ จุ บั น สหกรณ ประสบผลสําเร็จจากการดําเนินงานมา โดยได รับรางวัลตางๆ มากมาย อาทิ สหกรณตน แบบ ประจําป 2548, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “นวัตกรรมใหมเชิงสรางสรรคเพื่อชุมชนของ สหกรณการเกษตร” จากการเขารวมแขงขัน “เกมสหกรณ” ป 2552,รางวัลสหกรณที่มีผล งานดีเดนระดับ 1 จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2553, สหกรณที่มีผลงานดีเดน ระดับภาค ตะวันออกเฉียงเหนือประจําป 2553-2554, ผูจ ดั การไดรบั รางวัลบุคคลเพือ่ อุทศิ ตนเพือ่ งาน สหกรณ ป 2554 ,ผูชวยผูจัดการไดรับรางวัล คนดีศรีสหกรณ ในงานวันสหกรณแหงชาติ ป 2555, รางวัลสหกรณที่มีคุณคาแหงป 2555 ประเภทสหกรณการเกษตร, ผูจัดการไดรับ รางวัลเกษตรกรสตรีตวั อยาง รางวัล Award for

Outstanding Achievement ประจําป 2555, โล ร างวั ล เกี ย รติ ย ศ “หลั ก ศิ ล าจารึ ก พ อ ขุ น รามคําแหงมหาราชทองคํา” ประจําป 2556 ในดานองคกรบริหารการจัดจําหนาย และให บริการดีเดนยอดเยี่ยมแหงป ฯลฯ จากสหกรณฯ ถึงสมาชิก ปรัชญาสหกรณ คือการชวยเหลือตนเอง และช ว ยเหลื อ ซึ่ ง กั น และกั น โดยยึ ด หลั ก ประชาธิปไตย ความเสมอภาค ความเทาเทียม และความรับผิดชอบรวมกัน การรวมกันเปน นํ้าหนึ่งใจเดียว และพึ่งพาอาศัยกัน โดยยึด หลักคุณธรรมและจริยธรรมอันดีงาม เพื่อให เกิดประโยชนแกสมาชิกและสวนรวมทั้งทาง ดานเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นความสําเร็จ ของสหกรณ ไมไดยิ่งใหญไปกวาการไดเห็น สมาชิกสหกรณมคี วามเปนอยูท ดี่ ี มีความสุขใน การดําเนินชีวิต โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง ภายใตความรัก ความสามัคคี และมี ความศรัทธาตอสหกรณ

สอบถามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ สหกรณการเกษตรลําพระเพลิง จํากัดโทรศัพท 0-4444-1060, 0-4445-1639 โทรสาร ตอ 108 มือถือ 081-1702494 หรือเว็บไซต : http://www.cooplpp.com อีเมล: cooplpp@hotmail.com Nakhon Ratchasima 99


บทความพิเศษ

สหกรณออมทรัพยครูนครราชสีมา จํากัด สหกรณ อ อมทรั พ ย ค รู น ครราชสี ม า จํากัด ไดเริ่มกอตั้งและจดทะเบียนตามพระ ราชบัญญัติสหกรณฯ ตั้งแตวันที่ 12 มกราคม 2500 ปจจุบัน สํานักงานสหกรณออมทรัพย ครู น ครราชสี ม า จํ า กั ด ตั้งอยูเลขที่ 669 หมู 5 ถนนราชสีมา-ปกธงชัย ตําบลปรุใหญ อําเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000 บนพื้ น ที่ จํ า นวน 8 ไร เป น อาคาร ที่ทําการที่โอโถง สงางาม เพียบพรอมดวย เครื่ อ งมื อ และอุ ป กรณ สํ า นั ก งานที่ ทั น สมั ย สามารถใหบริการแกสมาชิกไดอยางรวดเร็ว และไดรับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น มี อาคารหอประชุมขนาด 1,000 ที่นั่ง ที่พรอม อํานวยความสะดวกใหกับสมาชิก และเพื่อน ครูในการจัดประชุมสัมมนา หรือจัดงานอัน เปนประโยชนตอสาธารณชน ปจจุบัน ณ สิ้นป 2556 มีสมาชิกจํานวน 24,581 คน 100

วิสยั ทัศน และพันธกิจของสหกรณออมทรัพย ครูนครราชสีมา จํากัด วิสัยทัศน “สหกรณออมทรัพยครูนครราชสีมา จํากัด มีเจตนารมณอนั แนวแน เพือ่ ใหบริการอันเปน เลิศ ดวยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย ยกระดับ การดําเนินงานใหเปนสหกรณทมี่ นั่ คง โปรงใส บริการฉับไว” พันธกิจ 1. สงเสริมใหสมาชิก ออมทรัพย และ อยูดี กินดี 2. สงเสริมใหสมาชิกชวยเหลือซึ่งกันและ กัน 3. สงเสริมและสนับสนุนขบวนการสหกรณ และชวยเหลือชุมชน 4. พัฒนาการบริหารจัดการใหมปี ระสิทธิภาพ และประสิทธิผล 5. รวมมือกับทางราชการ และสหกรณอนื่ ๆ เพือ่ สงเสริมและปรับปรุงกิจการของสหกรณฯ


สิทธิประโยชน และสวัสดิการของสมาชิก 1. สิทธิประโยชน 1.1 เงินปนผล ตามหุนที่ชําระแลวตาม สวนแหงระยะเวลาในอัตราไมเกินกวา กฎ กระทรวงกําหนด โดยที่สมาชิกไมตองเสีย ภาษีเงินได 1.2 เงิ น เฉลี่ ย คื น เฉลี่ยคืนดอกเบี้ยที่ สมาชิกเสียใหกับสหกรณฯ ในระหวางป 2. สวัสดิการ 2.1 ทุนการศึกษาบุตรสมาชิก 2.2 เงินบําเหน็จสมาชิก 2.3 โครงการสวัสดิการพิเศษการประกัน ชีวิตกลุม 2.4 เงินชวยเหลือสมาชิกและครอบครัว กรณีเสียชีวิต 2.5 เงินชวยเหลือสมาชิกและครอบครัว กรณีประสบภัยพิบัติตางๆ 2.6 เงินสวัสดิการสงเคราะหสมาชิกผูสูง อายุ รูปแบบการบริการ 1. ดานเงินฝาก สหกรณฯ ใหบริการรับฝากเงินจากสมาชิก เพื่อตอบสนองทุกความตองการ โดยยึดตาม วัตถุประสงคของการจัดตั้งสหกรณ และมอบ ผลตอบแทนใหสมาชิกที่คุมคาที่สุด ซึ่งให บริการรับฝากเงิน 6 ประเภท ดังนี้ 1. ประเภทออมทรัพย รอยละ 2.50 ตอป 2. ประเภทออมทรัพย ATM รอยละ 2.50 ตอป 3. ประเภทออมทรัพยพิเศษ รอยละ 4.00 ตอป 4. ประเภทฝากประจํา 6 เดือน รอยละ 4.20 ตอป

5. ประเภทฝากประจํา 12 เดือน รอยละ 4.40 ตอป 6. ประเภทออมทรัพยพิเศษ 24 เดือน รอยละ 4.50 ตอป 2. ดานสินเชื่อ (ดอกเบี้ยเงินกู 6.75% ตอป) สหกรณออมทรัพยครูนครราชสีมา จํากัด ใหบริการเงินกูแกสมาชิกตามความจําเปน ประเภทตางๆ ดังนี้ 1. เงิ น กู  เ พื่ อ เหตุ ฉุ ก เฉิ น กู  ไ ด ไ ม เ กิ น 150,000 บาท สงชําระสูงสุด 100 งวด 2. เงินกูส ามัญ กูไ ดไมเกิน 3,000,000 บาท สงชําระสูงสุด 240 งวด 3. เงิ น กู  ส ามั ญ เพื่ อ ส ง เสริ ม การศึ ก ษา ศึกษาดูงาน เลื่อนวิทยฐานะ และสวัสดิการ กูไดไมเกิน 300,000 บาท สงชําระสูงสุด 100 งวด 4.เงินกูพิเศษ กูไดไมเกิน 6,000,000 บาท กูไมเกิน 4,000,000 บาท สงชําระสูงสุด 360 งวด กูเกิน 4,000,000บาท สงชําระสูงสุด 400 งวด

เพราะฉะนั้นบุคคลเหลานี้จึงเปนทั้งเจาของ สหกรณ แ ละเป น ผู  ใ ช บ ริ ก าร การกํ า หนด เปาหมาย แนนอนวาสหกรณจะมุงเนนที่จะ ตองสนองตอบุคคลทีเ่ ปนเจาของสหกรณฯ ใน ทางเศรษฐกิจและสังคมเปนหลัก เปาหมายหรือทิศทางในทางเศรษฐกิจ สหกรณฯ มุงเนนที่จะสนองตอบสมาชิกใน ทางเศรษฐกิจโดยยึดหลัก “ยามมีก็มาฝาก ยามยากก็มากู” สหกรณฯ จึงมีเปาหมายทีจ่ ะ ระดมทุนจากสมาชิกทีม่ ฐี านะทางการเงินพอที่ จะมาฝากได ใหนําเงินฝากไวกับสหกรณและ เมื่อสมาชิกมีความเดือดรอนก็มากูเงินเพื่อนํา ไปลงทุนตามความจําเปน ตามอุดมการณของ สหกรณ “ชวยเหลือตนเองและชวยเหลือซึง่ กันและกัน” สหกรณฯ ไมไดเปนองคกรการกุศล และ ไม ใ ช รู ป แบบธุ ร กิ จ ที่ แ สวงหากํ า ไรมาแบ ง ปนกันในหมูสมาชิก รูปแบบสหกรณจึงเปน รูปแบบเฉพาะการวางเปาหมาย จึงมุงเนนที่ การมีสวนรวมของสมาชิกเปนหลัก และการ มี ส  ว นร ว มกั น ในรู ป แบบสหกรณ จึ ง ส ง ผล ใหสมาชิกมีความ “อยูดีกินดี” นั้น ผมถือวา สหกรณฯ เราประสบความสําเร็จแลว เปาหมายหรือทิศทางทางสังคม เราตอง ยอมรับวาจังหวัดนครราชสีมา เปนจังหวัด ที่ ใ หญ ม าก และมี บุ ค ลากรทางการศึ ก ษา จํานวนมาก และสงผลใหมีสมาชิกสหกรณ มากตามไปดวย

ทิศทางการพัฒนาของสหกรณออมทรัพย ครูนครราชสีมา จํากัด กอนอื่นอยากจะทําความเขาใจกอนวา สหกรณออมทรัพยครูนครราชสีมา จํากัด จัดตั้งมาโดยครูและบุคลากรทางการศึกษา Nakhon Ratchasima 101


7. โครงการพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากร ทางการศึกษา เปนโครงการสนับสนุนการทํา กิจกรรมของเขตพื้นที่การศึกษา และกิจกรรม ของสมาชิกในแตเขตการศึกษา เนือ่ งจากการจัดทําโครงการตางๆ โดยตรง แลว สหกรณฯ ยังไดพฒ ั นาองคกรครูผา นทาง สายงานบังคับบัญชาอีกทางหนึ่งดวย โดย การจัดสรรงบประมาณประจําของสหกรณ สนับสนุนสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาตางๆ เพื่อจัดทําโครงการพัฒนาบุคลากรทางการ ศึกษา และยังใหการสนับสนุนไปถึงโรงเรียน ตางๆ ทีมีกิจกรรมของโรงเรียนและยังขาดงบ ประมาณดวยบางสวน สหกรณฯ ไดเขาไปชวย เหลือสังคมในระดับครอบครัวอีกสวนหนึง่ ก็คอื ยามมีภยั พิบตั ิ เชนนํา้ ทวม หรือไฟไหม เปนตน

สหกรณจึงมีบทบาทสําคัญในการแกไข ป ญ หาทางสั ง คม หรื อ การสร า งสั ง คมให ดี ขึ้ น ได ส  ว นหนึ่ ง สหกรณ ฯ ตระหนั ก อยู  เสมอวาการชวยเหลือเพื่อนครู ใหมีสังคมดี ต อ งเข า ไปช ว ยเหลื อ ที่ ตั ว ครู หรื อ สถาบั น ครอบครัวของเพื่อนครู สหกรณ จึงไดจัดการ สนับสนุนในดานตางๆ มากมายรวมทั้งการ จัดสวัสดิการ ซึ่งผมจะกลาวในโอกาสตอไป โครงการเพือ่ การยกระดับคุณภาพชีวติ ครู ในจังหวัดนครราชสีมา ตามที่ผมไดกลาวมาแลว การยกระดับ คุณภาพชีวิตครู จะตองมีการยกระดับควบคู กันทั้งในทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดระยะ เวลาทีผ่ า นมา สหกรณไดดาํ เนินโครงการตางๆ เพื่อสนับสนุนแนวคิด คือ 1. โครงการมอบทุนใหกับบุตรสมาชิกทั้ง ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และใน ระดับอุดมศึกษา เพือ่ เปนกําลังใจและบรรเทา ความเดือดรอน 2. โครงการจัดสวัสดิการ โดยการจัดทํา ประกันชีวิตใหสมาชิกฟรี คนละ 300,000 บาท และจัดการทําโครงการประกันชีวิตกลุม สมาชิกที่กูยืมเงิน เพื่อชวยเหลือครอบครัว สมาชิ ก ผู  กู  และสมาชิ ก ผู  คํ้ า ประกั น ไม ใ ห เดือดรอน 3. โครงการใหการศึกษาอบรมสมาชิก สหกรณ เพือ่ จัดทําผลงานในการยกระดับทาง วิชาชีพครูใหสูงขึ้น ทําใหครูสามารถพัฒนา ตนเองไดเปนอยางดี 102

4. โครงการจัดอบรมผูแ ทนสมาชิก เนือ่ งจาก สหกรณมีสมาชิกจํานวนมาก การเผยแพร ข า วสาร การประชาสั ม พั น ธ หรื อ การรั บ ทราบขอมูลจากสมาชิกคอนขางจะทําไดยาก สหกรณจึงไดมีผูแทนสมาชิก และจัดการให องคความรู เพื่อสามารถสื่อสารกับสมาชิกได เปนอยางดี ทําใหสหกรณลดปญหาความไม เขาใจกับสมาชิกไดเปนอยางมาก 5. . โครงการอบรมสมาชิกเขาใหม เพื่อให สมาชิกทราบวัตถุประสงคของสหกรณ และ ใหสมาชิกไดทราบบทบาทหนาที่ของสหกรณ 6. โครงการอบรมใหความรูส มาชิก เพือ่ ให สมาชิกไดรบั ขาวสาร และเปนการแลกเปลีย่ น ความคิดเห็นระหวางสหกรณ กับสมาชิก

โครงการทีค่ าดวาจะดําเนินการในอนาคต คณะกรรมการสหกรณ พ ยายามที่ จ ะ มุง เนนในดานการพัฒนาการใหบริการสมาชิก ใหมากขึ้น โดยผานชองทางอิเล็กทรอนิกส เพราะพืน้ ทีข่ องจังหวัดนครราชสีมากวางใหญ มาก หากมีการพัฒนาทางดานนี้จะลดภาระ และลดการสูญเสียใหสมาชิกไดมากขึ้น เชน การฝากเงิน การกูเ งิน หรือทําธุรกรรมทางดาน การเงินอื่นๆ ผานตู ATM หรือ หนาเคานเตอร ของธนาคารในพื้นที่เพราะที่ผานมาเราทํา อยูในสวนของเงินกูฉุกเฉินผานตู ATM ของ ธนาคารเทานัน้ จึงคาดวาในอนาคตเราจะตอง มีการพัฒนาใหมากขึ้น สําหรับอนาคตอันใกลนี้ประเทศไทยจะ เขารวม AEC แนนอน การเขารวม AEC จะ ต อ งมี ผ ลกระทบต อ เศรษฐกิ จ ทั้ ง ทางบวก และทางลบ ฉะนั้น สหกรณฯ ก็เปนสวนหนึ่ง ของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ยอมที่จะ ตองกระทบไปดวย คณะกรรมการสหกรณฯ ได เ ล็ ง เห็ น ในข อ นี้ และได จั ด ทํ า โครงการ ที่จะพัฒนาเจาหนาที่ของสหกรณใหพรอม รั บ กั บ สถานการณ ก ารเปลี่ ย นแปลง ส ว น สมาชิกโครงการที่จะทําตอเนื่องไป ก็คือการ ใหเงินกูยืมเพื่อการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู สมาชิกใหมากขึน้ กวาเดิม หรือหาชองทางทีจ่ ะ ดําเนินการในสวนอื่นๆ เพื่อพรอมรับการเขาสู AEC


แนวทางในการบริหารจัดการสหกรณ เพือ่ ใหเกิดประโยชนสูงสุดแกสมาชิก ผมตระหนั ก อยู  ต ลอดเวลาว า สหกรณ มี ส มาชิ ก เป น เจ า ของร ว มกั น ความคาด หวังของสมาชิก คือการ ใหบริการที่ดี เมื่อ สมาชิกมาติดตอ การบริหารจัดการสหกรณมี องคประกอบ คือ 1. ดานเงินทุน ซึ่งสหกรณเองนอกจาก มีทุนของตนเอง จากการถือหุน และจากการ สะสมทุนตาง ๆ แลว สหกรณยังระดมทุน จากการรับเงินรับฝากจากสมาชิก และการ กูยืมเงินจากสถาบันการเงินตางๆ การจัดการ ในดานนี้คณะกรรมการจะตองจัดการใหเกิด ความสมดุ ล และไม เ กิ ด ภาวะความเสี่ ย ง หรือจะกลาววาตองสรางความมั่นคงใหกับ สหกรณใหดีที่สุด เพราะสหกรณเปนสถาบัน การเงิน จึงมีความเคลื่อนไหวอยางมากหาก สมาชิกผูฝากเงินหรือเจาหนี้ เห็นวาสหกรณ มีภาวะความเสี่ยงสูงไมได เราซึ่งตองมีการ ปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อใหเหมาะตอภาวะ การณตลอดเวลา เชนปที่ผานมา ภาพรวม ของสหกรณในประเทศไทย การดําเนินธุรกิจ ของบางสหกรณ ทํ า ให ส ถาบั น การเงิ น ของ สหกรณในภาพที่ลบ สงผลตอวงเงินกูยืมและ อัตราดอกเบีย้ ใหสหกรณกยู มื เหตุการณเชนนี้ สงผลกระทบตอสหกรณของเราไปดวย คณะ กรรมการก็ไดปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อรองรับ สถานการณที่เกิดขึ้น ผลทําใหเราสามารถ ดํ า เนิ น ธุ ร กิ จ กั บ สมาชิ ก ได ต ามปกติ และ ชวยเหลือสมาชิกไดอยางตอเนื่อง ในรอบปที่ผานมา สถาบันการเงินหลาย แหงไดมีการปรับอัตราดอกเบี้ยที่ใหสหกรณ กูยืมเงินสูงขึ้นมาก แตสหกรณฯ ไมไดขึ้น ดอกเบี้ยกับสมาชิกแตอยางใด เพราะเราเล็ง

เห็นถึงความเดือดรอนของสมาชิก สหกรณฯ จึงตองรัดเข็มขัดมากขึ้น โดยใชนโยบายการ ประหยัดแทนการหารายได 2. ดานบุคลากร สหกรณฯ มีบุคลากร ประกอบดวย กรรมการ และเจาหนาที่ คณะ กรรมการเปนตัวแทนสมาชิกที่ไดรับการเลือก ตั้ ง เข า มาบริ ห ารงานสหกรณ แ ทนสมาชิ ก ทั้งหมด คณะกรรมการจึงตระหนักในขอนี้ อย า งดี จึ ง ได พ ยายามหาแนวทางที่ ส นอง ตอบต อ ความต อ งการของสมาชิ ก อย า งดี ที่สุด แตในบางครั้งก็ไมสามารถที่สนองตอบ ความตองการของบางทานได เพราะคณะ กรรมการต อ งการบริ ห ารในภาพรวม การ กําหนดนโยบายจึงอาจจะกระทบตอความ พึงพอใจของสมาชิกบางทานบาง แตคณะ กรรมการตองทําเนื่องจากตองรักษาความ มั่นคงขององคกร และสมาชิกสวนใหญเปน หลั ก แต อ ย า งใดก็ ต ามคณะกรรมการได บริ ห ารจั ด การโดยหลั ก วิ ช าการและการมี สวนรวมของสมาชิกตลอดมา เชน การจัด อบรมผูแทนสมาชิกเพื่อฟงความคิดเห็น และ นอกจากนั้นก็มีที่ปรึกษาในระดับปฏิบัติการ โดยแตงตั้งจากสมาชิกที่มีองคความรูในดาน ตางๆ คอยใหคําปรึกษาในแนวทางปฏิบัติ และสหกรณ ฯ ยั ง มี ที่ ป รึ ก ษาที่ ล  ว นแต มี ประสบการณอีก 1 ชุด ก็คือคณะกรรมการที่ ปรึกษากิตติมศักดิ์ ซึง่ ประกอบดวยผูบ งั คับบัญชา ระดับสูง ที่คอยใหคําปรึกษาหารือในระดับ นโยบายและความเหมาะสมในการดําเนินการ

3. ด า นงานบริ ก ารสมาชิ ก สหกรณ สมาชิ ก สหกรณ อ อมทรั พ ย ค รู น ครราชสี ม า จํากัด ลวนแตเปนครูและบุคลากรทางการ ศึกษา จึงถือไดวาเปนสหกรณที่มีสมาชิกมี ความรูทั้งสิ้น การใหบริการจึงมีความจําเปน อย า งยิ่ ง ที่ ต  อ งสร า งความพึ ง พอใจให กั บ สมาชิก ไมวาในดานของการใหกูเงิน การับ ฝากเงิน หรือการจัดสวัสดิการตางๆ ลวนแต ไดรับการแนะนําจากเพื่อนสมาชิก ความเปน ผูรูของเพื่อนสมาชิกจึงเปนประโยชนอยาง ยิ่งตอการบริหารงานสหกรณในดานการให บริการ เพราะหากสมาชิกมีปญหาใดๆ ก็จะ สะทอนกลับมาใหเห็นโดยผานผูแทนในพื้นที่ หรือกรรมการดําเนินการทําใหคณะกรรมการ ได ห ยิ บ ยกขึ้ น มาพิ จ ารณาปรั บ ปรุ ง แก ไ ข ตลอดเวลา ผมตองขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ ไดใหคําแนะนําทั้งทางสวนตัว ผานกรรมการ หรือผานที่ประชุมใหญ ในวันที่ 18 มกราคม 2557 ที่ผานมา คณะกรรมการไดหยิบยกขึ้น มาพิจารณาและปรับเปลี่ยนไปแลวในบาง ประเด็น หรือประเด็นอื่นๆ ที่ยังไมดําเนินงาน ก็อยูระหวางที่กําหนดแนวทางที่เหมาะสม เพื่อใหเกิดประโยชนสูงสุดตอสมาชิกโดยไม กระทบตอความมั่นคงของสหกรณ Nakhon Ratchasima 103


ผมขอยืนยันวาแนวคิดในการใหบริการ ของผมคือ “การเห็ น รอยยิ้ ม ของครู คื อ ความสุ ข ของผม” การบริหารงานในภาพ รวม เราตองการใหสมาชิกและบุคคลที่ทํา หนาที่ใหไดรับบริการ “อยูดีมีสุข” นั่นแหละ คือกําไรของเรา ผลการดําเนินงานของสหกรณในปทผี่ า นมา ผลการดําเนินงานเปรียบเทียบระหวาง ป 2555 กับ ป 2556 ตารางแสดงผลการดําเนินงานเปรียบ เทียบระหวาง ป 2555 กับ ป 2556

สิง่ ทีท่ า นตองการฝากไปยังบรรดาสมาชิก สหกรณออมทรัพยครูนครราชสีมา จํากัด ผมในฐานะตั ว แทนของคณะกรรมการ สหกรณ มีเรื่องที่จะฝากไปยังเพื่อนๆ สมาชิก สหกรณอยู 3 ประเด็น ดวยกัน ประเด็นที่ 1 ดานการสรางความมัน่ คง ของสหกรณ ขอใหทานสมาชิกไดไววางใจ และเชื่อมั่นตัวผม กรรมการสหกรณและฝาย

104

จัดการวา การดําเนินการทุกยางกาวของเรา คิดถึงความมั่นคงของสหกรณเปนหลัก และ หากสหกรณมั่นคง สมาชิกของเราก็มั่นคง ดวย ที่ผานมาเราเจอปญญามากมายโดย เฉพาะทางดานการเงินที่ธนาคารพาณิชยได ปรับอัตราดอกเบีย้ สูงขึน้ เกือบทุกธนาคาร และ ชะลอการปลอยกูใ หกบั สหกรณทวั่ ประเทศ ผล คือเกิดปญหากับสหกรณออมทรัพยครูเกือบ ทุกสหกรณทั่วประเทศ แตสหกรณฯ ของเรา มีการปรับนโยบาย และยังไมปรับดอกเบี้ย เงินใหกูกับสมาชิก และสุดทายเราสามารถ ประชุมใหญปนผลใหสมาชิกรอยละ 6 และ เฉลี่ยคืนรอยละ 13 จึงขอใหสมาชิกไววางใจ ในการดําเนินการของคณะกรรมการชุดนี้ วา จะรักษาผลประโยชนใหกับสมาชิกทุกคนให ไดมากที่สุด และเปนไปอยางมั่นคงตลอดไป ประเด็นที่ 2 การวางแผนการใชเงิน ของสมาชิก ตองยอมรับวาการวางแผนการ ใชเงินของสมาชิกสหกรณ มีผลกระทบตอการ บริหารงานของสหกรณพอสมควร ผมอยากจะ ฝากไปยังสมาชิกทุกคนนะครับวา ทานชวย วางแผนการใชเงินและการกูเงินจากสถาบัน การเงิน รวมถึงสหกรณดวยนะครับ เพราะเรา เปนขาราชการ รายไดจํากัด หากเรามีการกู เงินเต็มวงเงินกูห รือกูห ลายสถาบันแลว ทําให การชําระคืนจะมีปญ  หากับตัวสมาชิกเอง และ สงผลกระทบตอสหกรณและสถาบันการเงิน อื่น ๆ เชน ปจจุบันนี้สมาชิกบางรายกูสหกรณ แล ว ก็ไปกูธนาคารออมสินดวย ทําใหการ ชําระหนี้มีปญหาจนเจาหนี้ทั้ง 2 ฝาย ตองหา แนวทางแกไขปญหา หรือสมาชิกบางทาน ชําระไดปกติ แตเมือ่ เกิดเหตุจาํ เปนตองใชเงิน ก็กูเพิ่มไมไดเพราะไมไดวางแผนการใชเงิน เมื่อยามจําเปนไวทําใหสภาพคลองทางการ เงินในครัวเรือนขาดสภาพคลองไป บางราย ตองหันไปกูนอกระบบ ทําใหมีภาระผูกพัน ที่ไมสามารถแกไขปญหาไดในระยะสั้น ผม จึงอยากขอรองนะครับวาอยางไรเสียเราเปน สมาชิกสหกรณ เปนครูดวยกัน ไมอยากเห็น ความยากลําบากของเพื่อนครูที่เกิดจากไมได วางแผนใชเงินของครอบครัว ประเด็นที่ 3 การสือ่ สารระหวางสมาชิก สหกรณ ผมและคณะกรรมการสหกรณ

ขอขอบคุณสมาชิกหลายๆ ทาน ที่ชี้แนะและ บอกกลาวกันมาตลอด ชวยกันสรางสรรค งานสหกรณ ความคิดเห็นที่แตกตางถือเปน เรื่องปกติธรรมดา ทางคณะกรรมการยินดี รับฟง แตความคิดตางนั้น ขอใหเปนไปใน ทางสร า งสรรค ที่ เ กิ ด ประโยชน ต  อ สหกรณ อยาใหเปนเหตุในการทําลายองคกร ทีบ่ รรพบุรษุ สรางมา เพื่อหวังผลประโยชนสวนตน เรื่อง ของการบริหารกับการจัดการในระบบสหกรณ ยอมมีปญหาอุปสรรคทุกองคกร ขึ้นอยูกับ คณะกรรมการ ฝายจัดการ และสมาชิกทุกคน รวมมือรวมใจกันแกไขปญหานั้น ใหผานพน ไปดวยดี ดังนั้น การสื่อสารที่ใหเกิดความ เขาใจกัน เปนหนาที่ของพวกเราทุกคน ที่ จะผลึกกําลัง รวมมือกันพัฒนาสหกรณให เจริญกาวหนาและมีความมั่นคงสืบไป


บทความ

วังขนาย…

นํ้าตาลที่ไมเหมือนใคร 30 ป แหงการกอตั้งโรงงานนํ้าตาลวังขนาย ณ ตําบลวังขนาย อําเภอทามวง จังหวัดกาญจนบุรี ตองผานบทพิสูจนมากมายกวาจะกลายเปน ผู  ผ ลิ ต นํ้ า ตาลรายใหญ ข องประเทศ และ ทุ ก วั น นี้ ชื่ อ ของ “นํ้ า ตาลวั ง ขนาย” ก็ ถู ก ผูบริโภคจดจําไดในฐานะของ “นํ้าตาล ทางเลือกใหม” ทีไ่ มเพียงแตจะปลอดภัย ตอสุขภาพเทานัน้ แตในทุกขัน้ ตอนการ ผลิตยังใสใจตอคุณภาพของสิง่ แวดลอม และใสใจตอชีวิตความเปนอยูของ พี่นองเกษตรกรและชุมชนโดยรอบ ดวย คุ ณ ธั ญ รั ก ษ ณ วั ง ขนาย หรือ “คุณธัญญา” ผูอ าํ นวยการฝายประชาสัมพันธ “กลุม วังขนาย” ทีเ่ กิดมาพรอมๆ กับการกอตัง้ โรงงาน คุณธัญญาเลาถึงความเปนมาของกลุมวังขนายวา “ตัวบริษทั เองกอตัง้ มาขึน้ ปที่ 40 แตโรงงาน เราเปดมาได 30 ป โดยเริ่มจากกลุมชาวไรรวม ตัวกันเพื่อที่จะสรางโรงงาน แตสมัยกอนมี กฎหมาย มีขอจํากัดมากมาย และตองเขาใจ วาทุนคือกู 100% กวาจะมาเปนกลุมวังขนาย อยางทุกวันนี้ไดคะ”

112

จากปรั ช ญาของกลุ  ม วั ง ขนายที่ ว  า “มุงมั่น สรางสรรค ความแตกตาง” นําไป สูน โยบายการผลิตของกลุม วังขนาย ทีท่ าํ ให ผูบริโภคมีทางเลือกมากขึ้น “เราเป น ผู  ผ ลิ ต นํ้ า ตาลที่ ใ ส ใ จถึ ง สุ ข ภาพและก็ สิ่ ง แวดล อ มรอบตั ว คื อ เราใช ร ะบบส ง เสริ ม การปลูกออย ใน รูปแบบการใชสารเคมีนอยที่สุดจนถึง ไมมีเลย เปน Low Chemical เราก็พัฒนา เปนตัวของเราที่เรียกวา Organic ก็คือ นํ้าตาลอินทรีย ที่ไดรับการรับรองทั้งใน ประเทศและนานาชาติ มีทั้งจาก EU, USDA และจากญี่ปุน เพื่อรับรองวาเปน สินคา ออรแกนิค 100% คือเราจะได สินคาออกมาเปน 2 กลุม คือ กลุมสินคา ธรรมดาแต Low Chemical ที่มีราคาขาย ตามรัฐกําหนด และนํ้าตาลพิเศษก็คือ ตัวออรแกนิคของเรา” นอกเหนือจากฉลากรับรองคุณภาพ ดังกลาวขางตนแลว นํ้าตาลวังขนายยังได ฉลากคารบอน ซึ่งแสดงวาเปนผลิตภัณฑ ที่ปลอยมลภาวะนอย และรางวัล Green Industry จากกระทรวงอุตสาหกรรมดวย “ทุ ก อย า งตั้ ง แต ป ลู ก ที่ ไ ม เ อาเคมี เขาไปอยูในระบบนํ้าและระบบดิน นํ้า จากโรงงานของเราไมมีการปลอยกลับ ลงไปในแหลงธรรมชาติเด็ดขาด เรามี บ อ พั ก นํ้ า พื้ น ที่ ใ หญ ก ว า โรงงานเราอี ก หลายบอ เราปรับสภาพนํ้าไปเรื่อยๆ จนถึงนํ้าบอสุดทายสามารถนํามาใชกิน


ใชดื่มไดตามปกติ รวมถึงกากออยจาก การผลิตเราก็เอาไปปนไฟ กากตะกอน ก็เอาไปทําปุยปรับปรุงดินในไรออยตอ ทุ ก อย า งมั น จะต อ งเกี่ ย วข อ งกั น หมด เรียกวา Zero Waste ไมมีการทิ้งอะไร ออกจากระบบแมแตอยางเดียว คนรอบ ตัวเราจะไมไดรบั ผลกระทบทีอ่ าจจะเกิด ขึ้นได ซึ่งเราไมไดเรียกวาเปนนโยบาย แตเปนความเชื่อและเปนจิตสํานึกของ อุ ต สาหกรรมนี้ ที่ เ ราจะต อ งทํ า ให ไ ด เรามีหนาที่พัฒนาใหคนรอบตัวเราดีขึ้น มีความสุขขึ้น ไมใชสรางความลําบาก ใหเขา” ปจจุบันกลุมวังขนายมีโรงงานทั้งสิ้น 4 แหง ไดแก โรงงานนํา้ ตาลวังขนาย (บริษทั นํ้ า ตาลวั ง ขนาย จํ า กั ด ) ป จ จุ บั น ได ย  า ย โรงงานไปที่ อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

กํ า ลั ง การผลิ ต 15,453 ตั น อ อ ยต อ วั น , โรงงานอุ ต สาหกรรมนํ้ า ตาล ที . เอ็ น . (บริษัท อุตสาหกรรมนํ้าตาล ที.เอ็น. จํากัด) กํ า ลั ง การผลิ ต 18,000 ตั น อ อ ยต อ วั น , โรงงานนํา้ ตาลอุตสาหกรรมอูท อง (บริษทั นํ้ า ตาลรี ไ ฟน ชั ย มงคล จํ า กั ด ) กํ า ลั ง การ ผลิต 17,731 ตันออยตอวัน และ โรงงาน นํ้ า ตาลราชสี ม า (บริ ษั ท อุ ต สาหกรรม อางเวียน จํากัด) กําลังการผลิต 36,000 ตัน ออยตอวัน โดยทุกโรงงานสามารถผลิตไฟฟา จากกากออยใชเองได 100% “ขอดีตรงนีค้ อื ชวยลดตนทุน คือเรา จะไดไมเอาตนทุนการผลิตไปใหผบู ริโภค ถาเราตามขาวชวงนี้โรงงานขนาดเล็กๆ ทางบราซิล ตองปดตัวลงไปเปนเพราะ โรงงานพวกนีไ้ มสามารถปน ไฟฟาใชเอง ได แตเราปนใชไดทั้งป”

นอกเหนือจากเรื่องจิตสํานึกรักษสิ่งแวดลอมของกลุมวังขนายแลว คุณธัญรักษ ไดกลาวถึงหัวใจสําคัญทีก่ ลุม วังขนายยึดมัน่ เสมอมาวาตั้งแตกอตั้งโรงงานวา “เราไมไดมองชาวไรวาเปนคนสง ออยใหเรา เรามองวาเขาคือครอบครัว ของเรา คือพอแมของเรา ปูยาของเรา พวกเราเองก็ คื อ คนที่ ผ ลิ ต แล ว คนที่ บริโภคก็คืออีกสวนในครอบครัว ทุกคน รวมตัวเปนครอบครัว แลวเราก็จะดูแล เกษตรกรของเราในรูปแบบครอบครัว ตามทีบ่ อก เราเริม่ ตนจากชาวไร คือกลุม ชาวไรรวมตัวกันเพื่อที่จะสรางโรงงาน เรายังยึดตรงนี้อยูวาทุกวันนี้บานยาเอง ก็ยังปลูกออย เรายังไมทิ้งพื้นที่ของเรา และเราก็จะไมมีวันทิ้งคนในพื้นที่ของ เรา สวนการชวยเหลือสังคมอื่นๆ เรา ก็ทํามานานมาก ตั้งแตสมัยกอนที่จะมี คําวา CSR คะ” ปจจุบันกลุมวังขนาย ไดสรางสรรค ผลิ ต ภั ณ ฑ นํ้ า ตาลคุ ณ ภาพหลากหลาย ชนิด อาทิ นํ้าตาลทรายแดง, นํ้าตาลกรวด, นํ้าตาลคาราเมล, นํ้าตาลทรายขาว, นํ้าตาล ทรายขาวบริสทุ ธิ,์ นํา้ ตาลธรรมชาติ, นํา้ ตาล ดีเมอเรรา และนํ้าตาลเสริมแคลเซียม ซึ่ง นํา้ ตาลทัง้ หมดนีก้ ารันตีไดในความปลอดภัย ตอผูบริโภค ที่ใสใจในการดูแลสุขภาพของ ตัวเอง นึ ก ถึ ง ความหวานครั้ ง ใด...นึ ก ถึ ง “นํ้าตาลวังขนาย”

Nakhon Ratchasima 113


AD ¤ÍÅÑÁÍÒËÒÃ1µèÍ20â¤ÃÒª2.pdf 1 17/2/2557 16:28:57

TeruTerubozuyakinku

น  ุ ป ่ ี ญ  ล ไต ส ง า  ย ง   ป ร า ห รานอา

เมนูบุฟเฟตตางๆกวา 30 รายการ

ราคาทานละ450บาท/net

ฟรี

เด็กสวนสูงตํ่ากวา110ซม. เวลาเปด-ปด 11.00-22.00น.

โทร 085-6611447, 081-6162262 facebook: TeruTerubozuyakinku สถานที่ คลังวิลลา ชั่น1 ถ.สุรนารายณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

ÌҹÍÒËÒÃÃÍÂÂÔéÁ

¶¹¹Ã¶ä¿ 1 ºÑÇãËÞ‹ , ºÑÇãËÞ‹ , ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30120 â·Ã.044-461 640 »ÃÐàÀ· ÍÒËÒÃä·Â , Ìҹ¡Òá¿

Brande

7/1 ËÁÙ‹ 10¶¹¹¡Ø´¤ÅŒÒ-¼‹Ò¹ÈÖ¡ ËÁÙÊÕ »Ò¡ª‹Í§ , ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ â·Ã.083-544-6336 »ÃÐàÀ· Ìҹ¡Òá¿ , àºà¡ÍÃÕè ऌ¡

ä˫ѺÊÁºÙó & ÃÕÊÍÏ·

99 ËÁÙ‹ 14 ¶¹¹ÁÔµÃÀÒ¾ ¡Á.90 µ.ÅÒ´ºÑÇ¢ÒÇ Í.ÊÕ¤ÔéÇ ¨.¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30340 â·Ã.044-323170 , 088-1143001 www.raisubsomboon.com »ÃÐàÀ·ÍÒËÒà ÍÒËÒþ×é¹àÁ×ͧ ¼Ñ´ËÁÕèâ¤ÃÒª-䡋‹ҧ / ä·Â / Êàµç¡

ÌҹÅÙ¡äÁŒá´§

307 «.ÊÇÒÂàÃÕ§ ¶.ÁØ¢Á¹µÃÕ µ.ã¹àÁ×ͧ Í.àÁ×ͧ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30000 (ËÅѧâŵÑʹ¤ÃÃÒªÊÕÁÒ) â·Ã.089-844-4554 »ÃÐàÀ· ÍÒËÒÃä·Â

ÊǹÍÒËÒà ºŒÒ¹à¤Ã×èͧ»˜œ¹ ¶.ÃÒªÊÕÁÒ-⪤ªÑ µ.´‹Ò¹à¡ÇÕ¹

Í.⪤ªÑÂ, ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30190 â·Ã. 044338152,0804125755

¤ÃÑÇÅاªØº

¶¹¹¸¹ÐÃѪµ ËÁÙÊÕ , »Ò¡ª‹Í§ , ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ (â¤ÃÒª) 30130 â·Ã.044297366, 093-368-8893

â¤ÃÒªªÇ¹ªÔÁ


AD ¤ÍÅÑÁÍÒËÒÃ1µèÍ20â¤ÃÒª.pdf 1 13/2/2557 11:42:17

¹‹Ò¹¹íéÒ ¤Ñ¹·ÃÕâÎÁ ÃÕÊÍÏ· & ¤ÃÑǹ‹Ò¹¹íéÒ 109/1 ¶.ÁÔµÃÀÒ¾ µ.˹ͧÊÒËËÒ Í.»Ò¡ª‹Í§ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30130

â·Ã 0-4431-6666, 0-4431-6800, 0-4431-4543 www.nannam.com : nannamresort pakchong »ÃÐàÀ· : ÌҹÍÒËÒà ÃÕÊÍÏ· ÃÔÁ¹íéÒ

Roma Sausage Khao Yai

¶¹¹¸¹ÐÃѪµ ËÁÙÊÕ , »Ò¡ª‹Í§ , ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ (â¤ÃÒª) â·Ã. 044-297-177, 081-833-1933 »ÃÐàÀ· ¾Ô««‹Ò , ÍÒËÒÃä·Â , ÍÒËÒÃÍÔµÒàÅÕ¹

Shabu Indy

Ê׺ÈÔÃÔ «Í 24 Í.àÁ×ͧ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ â·Ã. 081-492-8684 ,084-283-6668 »ÃÐàÀ· ªÒºÙ Å´ 10% ÍÒËÒà ʋǹâ»ÃâÁªÑ蹢ͧ·Õè¾Ñ¡Ãº¡Ç¹´Ùã¹ www.jungleview.info

jungle view

«.ä·ÂÊÒÁѤ¤Õ11 Í.Çѧ¹íéÒà¢ÕÂÇ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ

081-257-4462 / 081-376-5929

Ìҹ¤Ò࿆¤Ò»Ù

Cafe' Capu

(ËÁÙ‹ºŒÒ¹àǹԪ ¾ÒϤ ¶¹¹ÊØÃÐ2) µ.ã¹àÁ×ͧ Í.àÁ×ͧ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30000 â·Ã. 044-918901,083-1006663

www.facebook.com/cafecapu Coffee shop & Thai-German Restaurant The Barn - House and Restaurant ÌҹàºÔ¡ºÒ¹ ºŒÒ¹ÍÒËÒÃÊíÒËÃѺ¤Ãͺ¤ÃÑÇ 969/1 ËÁÙ‹ 5 Ê׺ÊÔÃÔ 36 µ.˹ͧ¨Ðº¡ Í. àÁ×ͧ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30000 â·ÃÈѾ· 089-501-7289

µÔ´µ‹Í»ˆÍ» 0846636638

Ma Mokka

7/1 ËÁÙ‹ 10 ¶¹¹¡Ø´¤ÅŒÒ-¼‹Ò¹ÈÖ¡ µ.ËÁÙÊÕ Í.»Ò¡ª‹Í§ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ â·Ã. 087-102-1212 Website : www.facebook.com/mamokka

Ìҹ¤Ø³ÂÒÂàÁÕ´

ÃÐàºÕ§à¤Õ§¹íéÒ

¤ÃÑÇÍÔèÁÊØ¢ ÃÕÊÍÏ·

ºŒÒ¹´Ç§¾Ã ÃÕÊÍÏ·

9/12 µ.¤Åͧ3 Í.¤ÅͧËÅǧ »·ØÁ¸Ò¹Õ 12120 â·Ã.089-502-5719 »ÃÐàÀ· ÍÒËÒõÒÁÊÑè§ 7 ËÁÙ‹15 µ.Çѧ¹íéÒà¢ÕÂÇ Í.Çѧ¹íéÒà¢ÕÂÇ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30370 â·Ã. 082-156-2793 »ÃÐàÀ· ÍÒËÒÃä·Â

¡Ãе‹Ò¢ÒÇ«Õ¿Ùˆ´ (ÊÒ¢Òà·¤â¹)

1811 ËÁÙ‹1 µ.ËÑÇ·ÐàÅ Í.àÁ×ͧ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30000 â·Ã. 085-635-4455 »ÃÐàÀ· ´¹µÃÕÊ´ , ÍÒËÒÃä·Â à¢ÒãËÞ‹ ¡Á.·Õè20 ¶¹¹¸¹ÐÃѪµ µ.ËÁÙÊÕ Í.»Ò¡ª‹Í§

¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30130 ÊâÅ᡹...ÊÐÍÒ´ ʧºÃ‹ÁÃ×è¹ ÊдǡʺÒ ¿ÃÕ wi fi â·Ã.044 297 074 ,089 721 5772 www.duangponresort.com

¡Ãе‹Ò¢ÒÇ«Õ¿Ùˆ´ (ÊÒ¢ÒÊ׺ÈÔÃÔ)

â·Ã. 044-341247,081-0763399 »ÃÐàÀ· ÍÒËÒÃä·Â

184/1 ¶.Ê׺ÈÔÃÔ µ.ã¹àÁ×ͧ Í.àÁ×ͧ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30000 044-354717,081-2663578,081-9662711 »ÃÐàÀ· ÍÒËÒÃä·Â

¤ÃÑÇÃÔÁ¹íéÒºŒÒ¹äË ¨ÍÁ·Í§ÃÕÊÍÏ·

¡Òá¿ÅÐÁع á͹´ÅÐÁÑÂàºà¡ÍÃÕè

1135/10 ¶.ÊØùÒÃÒ³ µ.ã¹àÁ×ͧ Í.àÁ×ͧ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30000

¨Ø´ªÁÇÔǡѧËѹÅÁ 389 ËÁÙ‹1 µ.ˌǺ§ Í.´‹Ò¹¢Ø¹·´ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ â·Ã. 087-5092815 »ÃÐàÀ· Ìҹã¹âçáÃÁ , ÍÒËÒÃàÇÕ´¹ÒÁ

110 ¶¹¹ÊØùÒÃÕ Í.àÁ×ͧ ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ 30000 â·Ã. 089-844 5534 »ÃÐàÀ· Ìҹ¡Òá¿ , àºà¡ÍÃÕè ऌ¡ , ¹íéÒ¼ÅäÁŒ

â¤ÃÒªªÇ¹ªÔÁ


เสนทางพบเทศบาลตําบล (อ.เมือง)

เทศบาลตําบลโคกสูง ไดรบั การยก ฐานะจาก องคการบริหารสวนตําบล โคกสูง เปน เทศบาลตํ า บลโคกสู ง เมือ่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 มีทที่ าํ การ ตั้ ง อยู  ห มู  ที่ 10 ต.โคกสู ง อ.เมื อ ง นครราชสีมา จ.นครราชสีมา ตั้งอยูทาง ทิศเหนือของอําเภอเมืองนครราชสีมา อยูห า งจากทีว่ า การอําเภอประมาณ 15 กิโลเมตร ปจจุบันมี นายแหลมทอง วัฒนา ดํารงตําแหนง นายกเทศมนตรี ตําบลโคกสูง ขอมูลทั่วไป ตําบลโคกสูง มีเนื้อที่ ประมาณ 30.56 ตารางกิโลเมตร หรือ 19,100 ไร แบงการปกครองออกเปน 11 หมูบาน ดังนี้ บานโคกสูง บานหนองโพธิ์ บาน

120

เทศบาลตําบลโคกสูง

สองใต บานระงม บานหัวสระ บานระงม พัฒนา บานมะมวงพัฒนา บานสองเหนือ บานลําเชิงไกร บานสําคัญบานหนอง กระชาย ในป พ.ศ. 2556 ตําบลโคกสูง มีประชากรทัง้ สิน้ ประมาณ 10,028 คน แยกเปนชาย 4,809 คน หญิง 5,219 คน จํ า นวนครั ว เรื อ นทั้ ง ตํ า บลมี ป ระมาณ 3,400 ครัวเรือน ขนาดสมาชิกโดยเฉลีย่ ครัวเรือนหนึง่ ประมาณ 3,002 คน ผลการดําเนินงานของ ทต.โคกสูง เทศบาลตํ า บลโคกสู ง ดํ า เนิ น กิจกรรมตางๆ อาทิ • โครงการฝกอบรมเพิม่ ประสิทธิภาพ และวิสัยทัศน แกสมาชิกเทศบาล ผูนํา ชุ ม ชน พนั ก งานเทศบาล กลุ  ม อาชี พ และผูนําองคการชุมชน ประจําป 2556

ณ จั ง หวั ด ตาก ระหว า งวั น ที่ 14-16 สิงหาคม 2556 • โครงการแหเทียนพรรษา ประจํา ป 2556 บรรยายธรรมโดยพระพยอม กัลลยาโน ถวายเทียนจํานําพรรษา และ ผาอาบนํา้ ฝน วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 • โครงการแบงปนนํา้ ใจใหผสู งู อายุ และผูดอยโอกาส ประจําป 2556 ณ จังหวัดพิษณุโลก และจั ง หวัด สุ โ ขทัย ระหวางวันที่ 4-5 สิงหาคม 2556 นายกฯ ตําบลโคกสูง ชวนเที่ยว ตําบลโคกสูง มีสถานที่ทองเที่ยวที่ สําคัญ 2 แหง ไดแก อนุสรณสถานนางสาวบุญเหลือ กอสรางขึ้นเมื่อป พ.ศ.2523 ตั้งอยูที่ โรงเรี ย นบุ ญ เหลื อ วิ ท ยานุ ส รณ ถนน


สุรนารายณ ม.10 ต.โคกสูง เนื่องจาก นางสาวบุญเหลือ ไดรวมกอบกูเมือง นครราชสี ม ากั บ ท า วสุ ร นารี ซึ่ ง ใน ครั้ ง นั้ น เมื่ อ กองทั พ ลาวและเชลยศึ ก ชาวโคราชเดิ น ทางมาถึ ง ทุ  ง สั ม ฤทธิ์ แขวงเมื อ งพิ ม าย ได ตั้ ง ค า ยพั ก แรม คุณหญิงโมกับชาวเมืองนครราชสีมา ไดกําหนดแผนการกอบกูอิสรภาพขึ้น โดยจัดสุราอาหารปรนเปรอทหารลาวให เปนที่สําราญและตายใจ สวนนางสาว บุญเหลือคือผูที่คุณหญิงโมไววางใจให ปรนนิบัติเพี้ยรามพิชัย--นายทหารลาว ผูเปนหัวหนาควบคุมทหารและเชลย จากการตั ด สิ น ใจด ว ยปฏิ ภ าณอั น หาวหาญเด็ดเดีย่ วของนางสาวบุญเหลือ เมื่อเพี้ยรามพิชัยดื่มกินจนเมามาย ก็ได สั ง หารเพี้ ย รามพิ ชั ย ทั น ที เป น ผลให คุณหญิงโมบัญชาการรบกอบกูอ สิ รภาพ จนไดรับชัยชนะอยางเด็ดขาด วีรกรรม อันนาสรรเสริญของนางสาวบุญเหลือได ประทับแนนอยูในความทรงจําของชาว นครราชสีมาไมมีวันลืม นางไดปฏิบัติ หนาที่อยางอุกฤษฏ ดวยปฏิภาณอัน กลาหาญ และหาวหาญอยางยิ่ง พิพธิ ภัณฑซากดึกดําบรรพ บาน โคกสูง จากการค น พบซากดึ ก ดํ า บรรพ ในพื้นที่บอทราย บานโคกสูง อ.เมือง นครราชสี ม จ.นครราชสี ม า กรม ทรัพยากรธรณี โดย ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ดร.เยาวลักษณ ชัยมณี และ คณะไดทําการศึกษาตัวอยางดังกลาว พบวา เปนกรามชางที่สมบูรณ พรอม ดวยฟนชางโบราณ--สเตโกดอน หลัง จากนั้ น กรมทรั พ ยากรธรณี ร ว มกั บ องคการบริหารสวนตําบลโคกสูง ได สํารวจพบซากดึกดําบรรพจํานวนมาก ที่บานโคกสูง ตําบลโคกสูง โดยพบใน

บอทรายที่ระดับความลึกประมาณ 5 เมตร มีความหลากหลายสูง โดยพบซาก ชางโบราณ--สเตโกดอน ซากสัตวเลี้ยง ลูกดวยนมมากกวา 5 ชนิด จําพวก วัว ควาย เกง กวาง เตาอยาง ตะพาบนํา้ จระเข และซากตนไมกลายเปนหินอีก เปนจํานวน ซากชางโบราณ--สเตโกดอน ที่ สํารวจพบนี้เปนชางที่มีอายุอยูในสมัย โอซีนตอนปลาย (ประมาณ 10 ลาน ป) และสูญพันธุไปในสมัยโฮโลซีนตอน ปลาย (ประมาณ 15,000 ป) จากการ ศึ ก ษาเปรี ย บเที ย บลั ก ษณะฟ น ของ

ชางที่พบมีพัฒนาการสูง และจากการ ศึกษาความหลากหลายของซากสัตว เลี้ ย งลู ก ด ว ยนมที่ พ บนี้ กั บ ซากสั ต ว เลี้ ย งลู ก ด ว ยนมที่ เ คยมี ก ารศึ ก ษาใน ชุดหินศิวะ ประเทศปากีสถาน คาดวา ซากดึกดําบรรพแหงนี้ มีอายุสมัยไพล สโตซีนตอนตน หรือราว 2 ลานป และ จากการคนพบซากดึกดําบรรพหลาย ชนิ ด นี้ ทํ า ให ส ามารถสั น นิ ษ ฐานได วา บริเวณบานโคกสูงเปนทางนํ้าและ หนองนํ้ า ขนาดใหญ มี แ หล ง อาหาร อุดมสมบูรณ และมีปา ซึง่ เปนอาหารของ สัตวใหญอยูโดยรอบ ทําใหมีสัตวชุกชุม ในพื้นที่แถบนี้ การเดินทาง อาคารพิพิธภัณฑ ซากดึกดําบรรพ บานโคกสูง ตั้งอยู ที่บริเวณที่ทําการเทศบาลตําบลโคกสูง เสนทางหลวงหมายเลข 205 (จอหอโนนไทย) อยูห า งจากศาลากลางจังหวัด นครราชสีมา ประมาณ 14 กิโลเมตร

Nakhon Ratchasima 121


เสนทางพบเทศบาลตําบล

เทศบาลตําบลไชยมงคล

“ไชยมงคลเป น ตํ า บลน า อยู  การบริ ห ารจั ด การ โปรงใสมีศกั ยภาพ สงเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ประชาชน มีสวนรวมในการพัฒนา” คือวิสัยทัศนของ เทศบาลตําบลไชยมงคล ตั้งอยูเลขที่ 171 หมูท ี่ 1 ตําบลไชยมงคล อําเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา อยูหางจากตัวอําเภอเมืองฯ ประมาณ 15 กิโลเมตร โดยผาน ถนนหลวงหมายเลข 304 ราชสีมา – ปกธงชัย ปจจุบันมี นายสมโภชน นามประสิทธิ์ ดํารงตําแหนง นายกเทศมนตรี ตําบลไชยมงคล ขอมูลทั่วไป เทศบาลตํ า บลไชยมงคล ได รั บ การยกฐานะจาก องคการบริหารสวนตําบล เปนเทศบาลตําบล เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2556 ครอบคลุมพืน้ ทีร่ บั ผิดชอบจํานวน 6 หมูบ า น มี เนื้อที่รับผิดชอบประมาณ 60.18 ตร.กม. ตําบลไชยมงคลเปน แหลงทีอ่ ยอู าศัยทีท่ นั สมัย สะดวกสบาย ใกลสถานศึกษาชือ่ ดัง คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

122


นายก ทต.ไชยมงคล ชวนเที่ยว-ชวนชอป ตําบลไชยมงคล มีสถานที่ทองเที่ยวสําคัญของจังหวัด นครราชสีมาคือ สวนสัตวนครราชสีมา ซึ่งเปนสวนสัตว 1 ใน 5 แหง ขององคการสวนสัตวในพระบรมราชาชูปถัมภ ตั้งอยูในพื้นที่บานไชยมงคล หมูที่ 1 ตําบลไชยมงคล มีขนาด พื้นที่ 545 ไร ถือเปนแหลงทองเที่ยวที่สําคัญของจังหวัด นครราชสีมา มีลักษณะเปนแบบซาฟารี แตมีการรูปแบบ

จัดสรางสวนสัตวที่ทันสมัยสะดวกสบายและปลอดภัยใน การเที่ยวชม ทําใหไดรับความสนใจจากนั ก ท อ งเที่ ย วทั้ ง ชาวไทยและชาวตางชาติเปนอยางมาก นอกจากนี้ ตําบลไชยมงคล ยังมีสินคาโอท็อปชื่อดัง คือ กลุม ดอกไมประดิษฐ ตัง้ อยูห มูท ี่ 6 บานไชยมงคลพัฒนา เปนสินคาที่เหมาะแกการซื้อเปนของฝากในทุกโอกาส และ เปนการสรางรายไดใหกับชุมชนอยางมั่นคง จากใจนายกเทศมนตรี ผมต อ งขอกราบขอบพระคุ ณ ประชาชนชาวตํ า บลไชยมงคล ที่ มอบความไว ว างใจให ผ มมาดู แ ล ทุ ก ข สุ ข ของชาวตํ า บลไชยมงคล ซึ่ ง ผมตั้ ง ใจจะดํ า เนิ น งานในการ แก ไ ขป ญ หาในตํ า บลไชยมงคล อย า งเต็ ม ความสามารถ แต ก าร พั ฒ นานั้ น จะเกิ ด ขึ้ น ไม ไ ด ห าก ไม ไ ด รั บ ความร ว มมื อ จากทุ ก ภาค สวน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ดั ง นั้ น ผมจึ ง ขอความร ว มมื อ จาก ทุกภาคสวน ในการดําเนินงานเพื่อ ช ว ยกั น ส ง เสริ ม และพั ฒ นาตํ า บล ไชยมงคลใหยั่งยืนสืบตอไป กราบ ขอบพระคุณ ติดตอ “เทศบาลตําบลไชยมงคล” ไดที่โทร/โทรสาร 044–993251 หรือ www.chaimongkon.go.th Nakhon Ratchasima 123


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.เมือง)

องคการบริหารสวนตําบลจอหอ มีสํานักงานตั้งอยูเลขที่ 105 หมู 12 บาน สระตาราช ตํ า บลจอหอ อํ า เภอเมื อ ง นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา อยู หางจากทีว่ า การอําเภอเมืองนครราชสีมา ไปทางทิ ศ เหนื อ 13 กิ โ ลเมตร มี พื้ น ที่ ประมาณ 26.97 ตารางกิโลเมตรหรือ ประมาณ 16,865 ไร ไดปรับเปนองคการ บริหารสวนตําบลขนาดใหญ เมื่อป 2554 ปจจุบันมี นายบุ ญ เที ย ม ถิ่ น โคกสู ง ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหาร สวนตําบลจอหอ

องคการบริหารสวนตําบลจอหอ

สองคํ า นี้ ม ารวมกั น เกิ ด คํ า ใหม ขึ้ น เป น “จอหอ” แตเนือ่ งจากใชมานานและความ วิสัยทัศน อบต.จอหอ นาอยู เชิดชูคุณธรรม ไม เ คยชิ น กั บ นิ สั ย คนไทย วรรณยุ ก ต มุ  ง หน า พั ฒ นา การศึ ก ษาดี สุ ข ภาพดี บางตัวจึงหายไป กรอนเหลือไวเฉพาะ ถวนหนา รักษาสิ่งแวดลอม พรอมใจมี คําวา “จอหอ” ดังปรากฏใหเห็นอยูทุก วันนี้ สวนรวม

ประวัติความเปนมา คํ า ว า “จอหอ” ดร.เจ า พระคุ ณ อริยานุวัตร เขมะจารี ศิลปศาสตรดุษฎี บัณฑิต กิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ อธิบายวา จอหอ เปน ภาษาจี น มาจากคํ า สองคํ า คื อ คํ า ว า “จอจอ” และคําวา “หอหอ” เมื่อเอาคํา 126

สภาพทั่วไป อบต.จอหอ หมู6 บานระกาย มีนาย ฟา บุญสราง เปนกํานันตําบลจอหอ หมู7 บานบึงทับชาง มีนายสุขมุ พิมพาชาติ เปน ผูใหญบาน หมู 8 บานสระธรรมขันธ มี นายจํานงค ขัดโพธิ์ เปนผูใหญบาน

ประชากร มีจํานวนราษฎร ชาย 6,251 คน หญิง 6,797 คน รวม 13,048 บาท จํานวน 4,970 ครัวเรือน (ขอมูล จากสํ า นั ก ทะเบี ย นราษฎร อ.เมื อ ง นครราชสีมา จ.นครราชสีมา ณ 2 พ.ค. 2556)


สภาพเศรษฐกิจ ประชากรสวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรมเปนหลัก เชน การทํานา เพาะ ปลูกพืชไร ผักสวนครัว และผลไม เมื่อวางจากภาคเกษตรกรรมจะเดินทางไป ประกอบอาชีพเปนแรงงานรับจางทัว่ ไป ตามพืน้ ทีเ่ กษตรกรรม โรงงานอุตสาหกรรม และเดินทางเขาไปในเมืองเปนแรงงาน ชางฝมือ ดังนั้นประกรสวนใหญภายใน พื้นที่ขององคการบริหารสวนตําบลจอหอ จึงประกอบอาชีพเกษตรกรรมควบคูกับ การับจางทั่วไป นอกจากนี้ยัง ประกอบอาชีพคาขายและอาชีพอื่นๆ รวมทั้งอาชีพ เสริมที่ทําเปนอุตสาหกรรมในครัวเรือน เชน การจักสาน ทอเสื่อ ทอผา แปรรูป อาหารประเภทตางๆ จนกลายเปนสินคาโอท็อปของ อบต.จอหอที่ขึ้นชื่อ ไดแก การทําแคบหมู ที่ทอดสดๆ ใหมๆ ทุกวัน ที่หมู 10 บานหนองออก และการ ทําไขเค็ม-นํ้าพริกไขเค็ม ที่หมู 2 บานกลวย

การมีสวนรวมกับทองถิ่น องคการบริหารสวนตําบลจอหอ ได จัดกิจกรรมรวมกับประชาชน และภาคสวน ตางๆ มากมาย อาทิ • จัดโครงการอุปสมบทหมู 5 ธันวา มหาราช เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช รวมกับวัด ประมวลราษฎรและประชาชนในเขต อบต. จอหอ โดยนําชาวบานจาก 9 หมูบานในเขต พื้นที่จํานวน 99 คน อุปสมบทหมู • พัฒนาทองถิ่น-ดูแลสวนปา นายก องคการบริหารสวนตําบลจอหอ ใหความ สนใจพัฒนาทองถิน่ ทองทีท่ กุ ดานโดยเฉพาะ การปลูกตนไม การดูแลบํารุงรักษาตนไมให เจริญเติบโตยิ่งขึ้น การดูแลสวนปาโดยรอบ อบต.จอหอ ใหสะอาด ปลอดโปรง ปองกัน อั น ตรายจากอาชญากรรมและป อ งกั น การเปนแหลงมั่วสุมของวัยรุนในชุมชนจาก ยาเสพติด • กีฬาทองถิ่นสัมพันธ 24 ม.ค. 2557 • รวมนํ้าใจตานภัยหนาว มอบผาหม กันหนาวแกราษฎร ผูประสบภัยหนาว • งานวันเด็กแหงชาติ มอบขนมใหแก โรงเรียนใน-นอกเขตพื้นที่ อบต.จอหอ • โครงการ อบต.จอหอ สดใสใสใจ สิง่ แวดลอม (Big Cleanning Day) รวมพลัง ผูบริหารสภา สมาชิก อบต เจาหนาที่ อบต. จอหอ เก็บขยะมูลฝอยในพื้นที่ อบต.จอหอ เพื่อเปนแบบอยางของประชาชน และสราง วัฒนธรรมการรักษาความสะอาดของทองถิน่ ตามนโยบายของนายกองคการบริหารสวน ตําบลจอหอ และสนองตอบนโยบายระดับ จังหวัด “โครงการโคราชเมืองสะอาด” • จัดงานประเพณีวันสงกรานต • โครงการออกเก็บภาษีภาษีเคลือ่ นที่ ตามหมูบาน Nakhon Ratchasima 127


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.เมือง)

องคการบริหารสวนตําบลหนองกระทุม “มุงมั่นพัฒนาตําบลหนองกระทุม สูความเปนหนึ่งอยางยั่งยืน” คือวิสัยทัศนของ องคการบริหาร ส ว นตํ า บลหนองกระทุ  ม ซึ่ ง ตั้ ง อยู  เลขที่ 199 หมู  ที่ 3 บ า นพระ ตํ า บล หนองกระทุม อําเภอเมืองนครราชสีมา จั ง หวั ด นครราชสี ม า มี ร ะยะห า งจากที่ ว า การอํ า เภอเมื อ งนครราชสี ม า และ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 4 กิโลเมตร ปจจุบนั มี นางสุทนิ ชาติพดุ ซา ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหาร สวนตําบลหนองกระทุม 128

ประวัติของชื่อตําบลหนองกระทุม ตําบลหนองกระทุมแยกออกมาจากตําบลหมื่นไวย โดย มีนายชวน เข็มทอง กํานันตําบลหนองกระทุม เปนผูกอตั้ง สวนชื่อ “หนองกระทุม” มาจากบริเวณนั้นมีหนองนํ้าที่มีตน กระทุมเยอะ และอยูติดกับวัดหนองกระทุม ขอมูลทั่วไป ตําบลหนองกระทุม ไดจัดตั้งเปน องคการบริหาร สวนตําบลหนองกระทุม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2542 มี หมูบานในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จํานวน 9 หมูบาน มีประชากร ทั้งสิ้น 7,400 คน แยกเปนเพศชาย จํานวน 3,541 คน และ เพศหญิง 3,859 คน ประชากรสวนใหญมีอาชีพทําการเกษตร เนื่องจากมีลํานํ้าที่สําคัญ ไดแก ลําบริบูรณ ลําเหมืองหลวง


การศึกษา ผูส งู อายุ ผูด อ ยโอกาส ผูพ กิ าร และกลุม อาชีพตางๆ ใหไดรับความสะดวกสบาย ควบคูไปกับการพัฒนาบุคลากร พรอมทัง้ สรางความมัน่ คงใหกบั คุณภาพชีวติ ในทุกๆ ดาน ตาม หลักธรรมาภิบาล ทํางานดวยความถูกตอง โปรงใส ยึดมัน่ ตาม ระเบียบและกฎหมาย ประชาชนสามารถตรวจสอบได ภายใต วิสัยทัศนการพัฒนาองคการบริหารสวนตําบลหนองกระทุมที่ วา... มุงมั่นพัฒนาตําบลหนองกระทุม สูความเปนหนึ่ง อยางยั่งยืน” นายกอบต.หนองกระทุม ชวนเที่ยว-ชวนชอป รวมสัมผัสการดําเนินชีวิต และกิจกรรมของชุมชนตําบล หนองกระทุม ตามคําขวัญที่วา “เจดี ย  ใ หญ วั ด หนองหญ า งาม ลื อ นามลอดช อ ง หนองกระทุ  ม เหนี ย วนุ  ม ขนมจี น บ า นพระ แหล ง ศิ ล ปะ โบราณคดีโรงเรียนสุรนารีวิทยา 2” และอบต.หนองกระทุม ขอเชิญสนับสนุนผลิตภัณฑ (คลองชาง) เปนแหลงนํ้าที่หลอเลี้ยงเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่ง สวนใหญรอยละ 60 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม จากพื้นที่ OTOP และบริการของชาวหนองกระทุม ซึ่งมีการรวมกลุม ทั้งหมด 4,075 ไร หรือประมาณ 18.50 ตารางกิโลเมตร อาชีพ อาชีพตางๆ ไดแก กลุมอาชีพการทํากังหันไมไผ กลุมปลาสม รองคือรับจางทั่วไป อาชีพคาขาย อาชีพรับราชการ และอื่นๆ สมุนไพร นโยบายการบริหารงานของอบต.หนองกระทุม นางสุทนิ ชาติพดุ ซา นายกองคการบริหารสวนตําบล หนองกระทุม กลาวอยางภาคภูมิใจวา “การพัฒนาตําบลหนองกระทุม ถือเปนหนาที่อันทรง เกียรติของดิฉันและคณะผูบริหารฯ ตลอดจนเจาหนาที่และ ขาราชการทุกคน โดยยึดหลักการทํางานเปนทีม ดิฉนั ไดพฒ ั นา ตําบลหนองกระทุมของเราใหมีความพรอมในทุกๆ ดาน ดิฉัน และผูนําทั้งฝายทองที่และทองถิ่นทุกทาน ไดมุงพัฒนาตําบล หนองกระทุมใหไปในทิศทางเดียวกัน เชน ถนน ไฟฟา ประปา

Nakhon Ratchasima 129


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.โชคชัย)

องคการบริหารสวนตําบลทุงอรุณ “ พั ฒ น า คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต บนแนวคิดของการมีสวนรวม สงเสริมการรวมกลุมการผลิต ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ลดความเสี่ ย งด ว ยเกษตร อินทรีย” คือวิสัยทัศนของ องคการบริหารสวนตําบลทุงอรุณ อําเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยูทางทิศใตของ ที่วาการอําเภอโชคชัย หางจากตัวอําเภอโชคชัยประมาณ 15 กิ โ ลเมตร และอยู  ห  า งจากตั ว จั ง หวั ด นครราชสี ม า ประมาณ 45 กิโลเมตร ปจจุบนั มี นายประเสริฐ ดันกระโทก ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหารสวนตําบลทุงอรุณ ผลการดําเนินงานในปที่ผานมา โครงการอบรมทัศนศึกษาดูงานแกบคุ ลากร ผูบ ริหาร ขอมูลทั่วไป สมาชิกสภา อบต. และผูนําทองถิ่น ขององคการบริหารสวน ตําบลทุงอรุณ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 43,125 ไร หรือ ตําบลทุงอรุณ ระหวางวันที่ 2-5 เมษายน 2556 ณ จังหวัด ประมาณ 69 ตารางกิโลเมตร จํานวนหมูบานในเขต อบต. อุบลราชธานี ทั้งหมดมี 15 หมู มีประชากรทั้งสิ้น 7,649 คน แยกเปนชาย 3,776 คน หญิง 3,873 คน มีความหนาแนนเฉลี่ย 111 คน / ตารางกิโลเมตร ประชากรในตําบลทุงอรุณ สวนใหญจะประกอบอาชีพ เกษตรกรรม คือ ทํานา ทําไร ทําสวน เลี้ยงสัตว ซึ่งเปนอาชีพ หลักของคนในพื้นที่ สวนคนหนุมสาวนั้นสวนใหญ จะทํางาน ในโรงงานอุตสาหกรรม และอาชีพอืน่ ๆ เชน คาขาย รับราชการ และรับจางทั่วไป พันธกิจ • สงเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชน • สงเสริมการมีสวนรวมของประชาชนในทุกๆ ดานตาม แนวทางประชาธิปไตย โดยการจัดเวทีประชาคมในรูปแบบ ตางๆ • สงเสริมการประกอบอาชีพของประชาชน และการรวม กลุมการผลิต ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง • สงเสริมการทําเกษตรอินทรียเพื่อการพัฒนาคุณภาพ ชีวิต อาชีพและรายได • พัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต 130

โครงการรักษลํานํ้ามูล ครั้งที่ 5 วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 ณ บ า นโค ง กระโดน หมูที่ 6 ตําบลทุงอรุณ อําเภอ โชคชัย จังหวัดนครราชสีมา


ร ว มรณรงค ป ลู ก ป า เฉลิ ม พระเกี ย รติ 12 สิ ง หา มหาราชินี วันที่ 14 สิงหาคม 2556 บริเวณสระนํ้าบานโกรก นํา้ ใส หมูท ี่ 2 ตําบลทุง อรุณ อําเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

โครงการควบคุมการระบาดโรคไขเลือดออกตําบล ทุงอรุณ

โครงการฝกอบรมเพิม่ ประสิทธิภาพของคณะกรรมการ หมูบานและผูนําชุมชนตําบลทุงอรุณ ระหวางวันที่ 18-20 กันยายน 2556 ณ จังหวัดปราจีนบุรี,จังหวัดฉะเชิงเทรา และ จังหวัดระยอง

รวมการฝกอบรม หลักสูตรความรูเรื่อง การจั ด การด า นการ ปองกันและระงับอัคคี ภั ย วั น ที่ 17 กั น ยายน 2556 ณ บริ ษั ท ไทย ชวยเหลือผูประสบภัยนํ้าทวมวันที่ 28 ตุลาคม 2556 อาซาฮี จํากัด บานโคงกระโดน หมูที่ 6ตําบลทุงอรุณ อําเภอโชคชัย จังหวัด นครราชสีมา Nakhon Ratchasima 131


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.โชคชัย)

องคการบริหารสวนตําบลทาอาง

โบสถ หมูที่ 2, บานดอนพราหมณ หมูที่ 5, บานหนองเสาเดียว หมูท ี่ 7, บานหนองโสน หมูที่ 8, บานหนองไผพัฒนา หมูที่ 9, บาน หนองเสาเดียวใหมพัฒนา หมูที่ 10) และ จํานวนหมูบานในเขตองคการบริหารสวน ตําบลทาอางบางสวนจํานวน 3หมูบาน (บานทาอาง หมูที่ 3, บานทาอาง หมูที่ 4, บานทาอาง หมูที่ 6) จากสถิติทะเบียน ราษฎรในเขตองคการบริหารสวนตําบลทา อาง มีจํานวนประชากรทั้งสิ้น 4,236 คน แบงเปนชาย 2,030 คนและหญิง 2,206 คน มีจํานวนครัวเรือน ทั้งสิ้น 2,220 ครัวเรือน

“สาธารณูปโภคพรอม สิง่ แวดลอม ไรมลพิษ เศรษฐกิจดี คนมีคณ ุ ธรรม นํา สังคมสงบสุข” คื อ วิ สั ย ทั ศ น ก ารบริ ห ารงานของ องคการบริหารสวนตําบลทาอาง ซึ่ง ตั้ ง อยู  เ ลขที่ 69หมู  ที่ 8 ตํ า บลท า อ า ง อํ า เภอโชคชั ย จั ง หวั ด นครราชสี ม า อยู  หางจากถนนราชสีมา-โชคชัย ประมาณ 200 เมตร อยูหางจากตัวอําเภอโชคชัย ประมาณ 6 กิ โ ลเมตร และห า งจากตั ว จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 22 กิโลเมตร นโยบายการพัฒนาตําบลทาอาง ปจจุบันมี นายสวิด ฝายกระโทก ดํารง 1. นโยบายดานโครงสรางพื้นฐาน ตํ า แหน ง นายกองค ก ารบริ ห ารส ว น 1.1 จะใหการสนับสนุนงบประมาณ ตําบลทาอาง และประสานขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากสวนราชการ เพื่อมาทําการกอสราง ขอมูลทั่วไป ถนนลาดยางหรือถนนคอนกรีตทุกหมูบ า น องคการบริหารสวนตําบลทาอาง มี และพื้ น ที่ ทํ า การเกษตร ของพี่ น  อ งชาว พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 29.42 ตาราง ตําบลทาอาง เพื่อความสะดวกในการเดิน กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตําบลทาอาง ทางไปทําไรทํานา และขนผลผลิตทางการ จํานวน 10 หมูบาน จํานวนหมูบานใน เกษตรออกสูทองตลาด เขตองคการบริหารสวนตําบลทาอางเต็ม 1.2 จะใหการสนับสนุนงบประมาณ จํานวน 7 หมูบาน (บานไร หมูที่ 1, บานกุด หรื อ ประสานงานกั บ หน ว ยงานราชการ

132

หางบประมาณมาทํ า การติ ด ตั้ ง ไฟฟ า สาธารณะประจําหมูบาน 1.3 จะใหการสนับสนุนงบประมาณ หรือประสานงานกับหนวยงานราชการหา งบประมาณมาขยายเขตประปาหมูบาน เพื่อใหมีนํ้าอุปโภค-บริโภคและเพื่อใชใน การเกษตรอยางทั่วถึง 2. นโยบายดานสวัสดิการสังคม สงเคราะห 2.1 ส ง เสริ ม การจั ด ตั้ ง กองทุ น เพื่ อ ชวยเหลือผูส งู อายุ เด็ก และคนพิการ อยาง ทั่วถึงและเปนธรรม โดยการจายเงินเบี้ย ยังชีพเปนประจําทุกเดือนภายในวันที่ 3 ของแตละเดือน และจะใหบริการสงมอบ เงินดวยความสะดวกรวดเร็ว 2.2 จะจัดตั้งเงินกองทุนไวดูแลชวย เหลือ อปพร. และตํารวจบานของตําบล ทาอาง เพื่อเปนขวัญและกําลังใจในการ ทํ า หน า ที่ ใ ห ค วามช ว ยเหลื อ พี่ น  อ งชาว ตําบลทาอาง 3. นโยบายดานคุณภาพชีวิต 3.1 จะใหการสนับสนุนงบประมาณ ในการกอสรางลานสุขภาพและอุปกรณ การออกกําลังกายไวประจําหมูบาน เพื่อ เปนการสงเสริมใหพี่นองชาวตําบลทาอาง มีสุขภาพที่ดี ไดมีสถานที่ออกกําลังกาย สรางความแข็งแรงใหกับรางกาย 3.2 จะใหการสนับสนุนงบประมาณ ในการศึกษาดูงานดานเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนเขมแข็ง ดานสิ่งแวดลอมใหกับกลุม ผูนําหมูบานในตําบลทาอาง เพื่อนําความ รูมาพัฒนาหมูบานของตนเอง


3.3 จะใหการสนับสนุนงบประมาณ โครงการด า นสาธารณสุ ข ต า งๆ เพื่ อ ให ประชาชนมีสุขภาพรางกายแข็งแรง และ สนับสนุนการแกไขปญหายาเสพติด 4. นโยบายดานเศรษฐกิจ 4.1 จะใหการสงเสริมและสนับสนุน อาชีพทําหินทรายใหมีความสะดวกสบาย ในการค า ขาย โดยให ผู  ป ระกอบอาชี พ หินทรายไดมีสวนรวมในการแกไขปญหา และพัฒนาบริเวณสถานทีค่ า ขายหินทราย 4.2 จะใหการสนับสนุนงบประมาณ กลุ  ม อาชี พ เพื่ อ ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น ให ประชาชนมีรายไดเพิ่ม ลดรายจาย 5. นโยบายดานการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและกีฬา 5.1 จะใหการสนับสนุนงบประมาณ โครงการด า นวั ฒ นธรรมประเพณี ต  า งๆ เชน งานประเพณีสงกรานต เปนตน เพื่อ เป น การอนุ รั ก ษ แ ละสื บ สานวั ฒ นธรรม ประเพณีอันดีงามของทองถิ่นใหคงอยูสืบ ตอไป 5.2 พัฒนาศูนยพัฒนาเด็กเล็กใหนา อยูและใหมีประสิทธิภาพ 5.3 สงเสริมกิจกรรมการกีฬาใหหลาก หลายและทั่วถึง

และผูส นใจมาศึกษาดูงานเปนจํานวนมาก นอกจากนี้ยังมีรานจําหนายผลิตภัณฑอิฐ บล็อกดินประสานอีก จํานวน 20 ราน แผนที่ไปศูนยประติมากรรมหินทราย บานหนองโสน Í.¤ÃºØÃÕ

¨.ºØÃÕÃÑÁ

Í.⪤ªÑÂ

Í.»˜¡¸§ªÑÂ

áËÅ‹§¼ÅÔµÀѳ±ËÅ‹ÍËÔ¹·ÃÒºŒÒ¹Ë¹Í§âʹ

Í.⪤ªÑÂ

ͺµ.·‹ÒÍ‹Ò§

ºÃÔÉÑ· ¤ÒÇÒ«ÙÁÔ

ºÃÔÉÑ· ä·Ââ¿Á

ÊǹÊѵǏ¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ

¨.¹¤ÃÃÒªÊÕÁÒ

• ชวยเหลือและบรรเทาความเดือด ร อ นแก พี่ น  อ งประชาชนซึ่ ง อยู  อ าศั ย ใน พื้นที่บานไร หมูที่ 1 จํานวน 78 ครัวเรือน , สํานักสงฆบานไร และบานทาอาง หมูที่ 3 จํานวน 1 ครัวเรือน • ร ว มโครงการปลู ก ป า ถาวร เฉลิมพระเกียรติ 81 พรรษา มหาราชินี ณ ศูนยสาธิตมาตรฐานสินคาโอท็อปชุมชน บานหนองโสน, ที่สาธารณประโยชนโคก หนองเสาเดียว และทีส่ าธารณประโยชนโนน กระถิน 30 สิงหาคม 2556 • รวมพิธีมอบบานทองถิ่นไทย เทิด ไทองคราชัน บานเลขที่ 44 หมูที่ 8 ตําบล ทาอาง อําเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา บานนายสายัณห แพทยจะโปะ 4 กันยายน 2556 • รวมกิจกรรมรณรงคตอ สูเ อาชนะโรค ไขเลือดออก ณ ซุมประตูทางเขาหมูบาน ผลการดําเนินงานของ อบต.ทาอาง หนองโสน หมูที่ 8 (ลานอยูยืน) 4 ตุลาคม นายสวิ ด ฝ า ยกระโทก นายก 2556 องคการบริหารสวนตําบลทาอาง พรอม ที ม ผู  บ ริ ห ารและสมาชิ ก สภาองค ก าร ชวนเที่ ย ว “ศู น ย ร วมประติ ม ากรรม บริหารสวนตําบลทาอาง ไดดาํ เนินกิจกรรม หินทรายแหลงใหญที่สุด” ตางๆ อาทิ ในเขตองคการบริหารสวนตําบล ทาอาง มีหมูบานหนองโสน หมูที่ 8 เปน หมูบาน OTOP เพื่อการทองเที่ยวดาน ศิลปหัตถกรรม ไดรับคัดเลือกเปน 1 ใน 8 ของหมูบาน OTOP เพื่อการทองเที่ยว ในป 2552 เปนศูนยรวมประติมากรรม หินทรายแหลงใหญที่สุดในประเทศไทย มี รานคาจําหนายผลิตภัณฑถงึ 279 ราน โดย มีผลิตภัณฑหลอหินทรายหลากหลายรูป แบบและขนาด ตั้งแตเล็กๆ นารักๆ จนถึง ขนาดใหญมหึมา ปจจุบันมีนักทองเที่ยว

ªØÁª¹´Ô¹à¼Ò´‹Ò¹à¡ÇÕ¹

ªØÁª¹´Ô¹à¼Ò´‹Ò¹à¡ÇÕ¹

Nakhon Ratchasima 133


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.ดานขุนทด )

เทศบาลตําบลหนองกราด “หนองกราดเมืองนาอยู คูเ กษตร อินทรีย สุขภาพดีถว นหนา เศรษฐกิจ กาวไกล ใสใจสิง่ แวดลอม เพียบพรอม สาธารณูปโภค ชุมชนเขมแข็ง มีการ ศึกษา ประชาชนสุขอยางวิถีไทย” คือวิสยั ทัศนการพัฒนาของ เทศบาล ตํ า บลหนองกราด ซึ่ ง ตั้ ง อยู  ที่ ถ นน ด า นขุ น ทด-บํ า เหน็ จ ณรงค อํ า เภอ ดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด นครราชสีมา หางจากอําเภอดานขุนทด 20 กิ โ ลเมตร และห า งจากจั ง หวั ด นครราชสีมา ประมาณ 80 กิโลเมตร และหางจากกรุงเทพมหานครโดยทาง รถยนตตามหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ประมาณ 250 กิ โ ลเมตร เทศบาล ตําบลหนองกราด ไดรับการยกฐานะ จากสุ ข าภิ บ าลหนองกราด ตั้ ง แต วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2542

134

ขอมูลทั่วไป เทศบาลตํ า บลหนองกราด มี พื้นที่ 8.24 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม พื้นที่บางสวนของ 1 ตําบล จํานวน 6 หมูบานของอําเภอดานขุนทด ดังนี้ หมู ที่ 3, 4, 13, 14, 15, 16 ไดแก ชุมชน ที่ 1 ชุมชนหนองกราด หมูที่ 3, ชุมชนที่ 2 ชุมชนปากนํ้าสามัคคี หมูที่ 3, ชุมชน ที่ 3 ชุมชนโกรกสมอ หมูที่ 4, ชุมชนที่ 4 ชุมชนหนองยายหอม หมูที่ 13, ชุมชน ที่ 5 ชุ ม ชนหนองกราดพั ฒ นา หมู  ที่ 13, ชุมชนที่ 6 ชุมชนสุขสันต หมูที่ 14, ชุมชนที่ 7 ชุมชนใหมแหลมทอง หมูที่ 15, ชุมชนที่ 8 ชุมชนเทวานิมิต หมูที่ 16 ประชากรสวนใหญจะประกอบอาชีพ เกษตรกรรม เชน ทําไร ทํานา ทําสวน ผลไม ปลูกผัก

ดวงตราสัญลักษณ เทศบาลตํ า บลหนองกราด มี ดวงตราสัญลักษณเปน “ตนกราดใหญ ริมนํ้าที่สะพรั่งดวยดอกบัวหลวง” ซึ่ง แสดงถึ ง ความอุ ด มสมบู ร ณ ร ม เย็ น แวดลอมไปดวยธรรมชาติ ยุทธศาสตรและแนวทางการพัฒนา เทศบาลตําบลหนองกราด ได วิเคราะหสภาพปญหา จุดแข็ง จุดออน โอกาสและอุ ป สรรค ในการพั ฒ นา เทศบาลตําบลหนองกราด จึงไดกาํ หนด ยุ ท ธศาสตร แ ละแนวทางการพั ฒ นา ไว 10 ยุ ท ธศาสตร ซึ่ ง สอดคล อ ง กั บ ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาจั ง หวั ด นครราชสีมา และความต อ งการของ ชุมชนในเขตเทศบาล ดังนี้


1. ยุทธศาสตรดานการสานตอแนวทางพระราชดําริ 2. ยุทธศาสตรดานการพัฒนาการศึกษา 3. ยุทธศาสตรดานการพัฒนาการเกษตร 4. ยุทธศาสตรดานการพัฒนาสังคม 5. ยุทธศาสตรดานการพัฒนาสาธารณสุข 6. ยุทธศาสตรดานการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน 7. ยุทธศาสตรดานการพัฒนาการทองเที่ยว ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และกีฬา 8. ยุทธศาสตรดานการบริหารจัดการบานเมืองที่ดี 9. ยุทธศาสตรดานการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพยสิน 10. ยุทธศาสตรดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ทต.หนองกราดกับการสืบสานความเปนไทย เ ท ศ บ า ล ตํ า บ ล ห น อ ง ก ร า ด ได ใ ห ค วามสํ า คั ญ กั บ การสื บ สาน ภูมิปญญาพื้นบาน ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนวันสําคัญแหงชาติมา โดยตลอด การสื บ สานมรดกทางวั ฒ นธรรมและภู มิ ป  ญ ญาพื้ น บ า นของ ทต. หนองกราด เชน การทอผาพื้นบาน และการทําบายศรีสูขวัญ นอกจากนี้ ทต. หนองกราด ยังมีแหลงเรียนรูดานศาสนา ประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมทองถิ่น ไดแก หองสมุดประชาชนหนองกราด และศูนยการเรียนชุมชน ทต.หนองกราด

จากใจนายกเทศมนตรี ตําบลหนองกราด กระผมพันจาเอกสมหวัง แผงฤทธิ์ ตําแหนง ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหนาที่ นายกเทศมนตรี ตํ า บลหนองกราด ขอขอบคุ ณ พี่ น  อ งประชาชน ที่ ใ ห ความร ว มมื อ ในการพั ฒ นาเทศบาล ให มี ค วามเจริ ญ ท า ยสุ ด นี้ กระผม ขออวยพรใหพอแมพี่น  อ งที่ เ คารพรั ก ทุกทาน ประสบแตความสุข ความเจริญ มีสุขภาพ พลานามัยสมบูรณ แข็งแรง เจริ ญ ในหน า ที่ ก ารงาน ตลอดป แ ละ ตลอดไป

Nakhon Ratchasima 135


เสนทางพบเทศบาลตําบล (อ.ดานขุนทด)

เทศบาลตําบลหนองบัวตะเกียด

เทศบาลตําบลหนองบัวตะเกียด ตั้ ง อยู  บ ริ เ วณถนนสายสี คิ้ ว -ชั ย ภู มิ หมูที่ 1 ตําบลหนองบัวตะเกียด อําเภอ ดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ ตั้ ง อาคารสํ า นั ก งาน จํ า นวน 52 ไร หางจากตัวที่วาการอําเภอดานขุนทด ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร มีเนื้อที่ ประมาณ 70.73 ตารางกิ โ ลเมตร มี จํานวน 15 หมูบาน ประชากร 8,748 คน เปนชาย 4,250 คน เปนหญิง 4,498 คน จํานวนครัวเรือน 1,825 หลังคาเรือน ปจจุบันมี นายวุฒิพงษ ชนะเกียรติ ดํารงตําแหนง นายกเทศมนตรีตําบล หนองบัวตะเกียด จากใจนายกเทศมนตรีตําบลหนองบัวตะเกียด “กระผม จะนํานโยบายไปสูการ ปฏิบตั อิ ยางจริงจังและทันที เกิดรูปธรรม มากที่สุด มีการบริหารกิจการบานเมือง ที่ดี ชุมชนมีความสุขและอบอุน สังคม มี คุ ณ ธรรม ทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ

136

สิ่งแวดลอมที่ยั่งยืน เพื่อใหประชาชนใน เขตเทศบาลมีความสุขอยางถวนหนา ผมและทีมผูบริหารจะรวมกันผลักดัน นโยบายทั้งหมดนี้ใหมีความสําเร็จมาก ทีส่ ดุ เพือ่ เทศบาลตําบลหนองบัวตะเกียด จะไดพัฒนาอยางยั่งยืนตลอดไป” นโยบายหลักในการบริหารงานและ พัฒนา ทต.หนองบัวตะเกียด 1. นโยบายดานการเมืองและ การบริหาร ยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหาร งานและพัฒนาเทศบาลตําบลหนองบัวตะเกียด ใหเปนหนวยงานที่ยึดหลักการ บริหารจัดการบานเมืองที่ดี มีมาตรฐาน ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น ด า นศึ ก ษาให แ ก สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล และลู ก จ า ง และพนั ก งานจ า ง เพื่ อ เปนการพัฒนาศักยภาพและยกระดับ ความรูความสามารถในการปฏิบัติงาน ซึ่งบุคคลเหลานี้ถือเปนทรัพยากรบุคคล ที่เปนกําลังสําคัญของเทศบาลตําบล

หนองบัวตะเกียด อีกทั้งจะพัฒนาระบบ การบริ ก ารสาธารณะที่ ดี มี ม าตรฐาน ลดขั้นตอนการปฏิบัติใหมีความรวดเร็ว สามารถสนองต อ ความต อ งการของ ประชาชนไดอยางตรงเปาหมาย และ เกิดประโยชนสูงสุดตอประชาชนและ ชุมชนใหมากที่สุด 2. นโยบายดานสวัสดิการสังคม และคุณภาพชีวิต ดูแลเด็ก ผูสูงอายุ ผูพิการ ผูยากไร และผู  ด  อ ยโอกาสให มี คุ ณ ภาพชี วิ ต ที่ ดีขึ้น รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณให เพียงพอในการจัดสวัสดิการเบี้ยยังชีพ แกผูสูงอายุ ผูพิการ ผูปวยเอดส ใหทั่ว ถึงและเทาเทียมกัน 3. นโยบายดานการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และกีฬา สงเสริมสนับสนุนการพัฒนาทาง การศึกษา เนนการบริหารจัดการทางการ ศึกษาศูนยพฒ ั นาเด็กเล็กเทศบาลตําบล หนองบัวตะเกียด สงเสริมใหนักเรียน ศู น ย พั ฒ นาเด็ ก เล็ ก เทศบาลตํ า บล หนองบั ว ตะเกี ย ดมี ค วามพร อ มทาง อารมณ และความพรอมทางวิชาการ ที่ จ ะสามารถศึ ก ษาในระดั บ ต อ ไป อยางมีคุณภาพ รวมถึงการสนับสนุน งบประมาณทางการศึ ก ษา ทางการ กีฬา และการเรียนรูนอกสถานศึกษา ใหกับโรงเรียนที่อยูในเขตเทศบาล จัด สวัสดิการทางการศึกษาใหกบั ผูป กครอง


ของนักเรียนศูนยพฒ ั นาเด็กเล็กเทศบาล ตํ า บลหนองบั ว ตะเกี ย ดไม ใ ห เ กิ ด เดื อ ดร อ นและลํ า บากกั บ ภาวะทาง เศรษฐกิจของครอบครัว ทุกคนสามารถ ส ง บุ ต รหลานเข าเรี ยนในศู น ย พั ฒ นา เด็กเล็กเทศบาลตําบลหนองบัวตะเกียด ไดเทาเทียมกัน ใหมกี ารจัดสรรงบประมาณ ที่ เ พี ย งพอในด า นการสนั บ สนุ น วั ส ดุ สื่อการเรียนการสอนที่เพียงพอ รวมถึง อาหารเสริมนม อาหารกลางวันใหเพียง พอใหกับโรงเรียนที่อยูในเขตเทศบาล และศูนยพัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตําบล หนองบัวตะเกียด 4. นโยบายดานการสาธารณสุข และสิ่งแวดลอม ส ง เสริ มการดําเนินกิจกรรมดาน สุขภาพของประชาชน และการบริการ สาธารณสุ ข ขั้ น พื้ น ฐาน เพื่ อ เป น การ คั ด กรองการเจ็ บ ป ว ยของประชาชน เบื้องตน เนนการปองกันโรค และการ ดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยกลุมอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน เขตเมื อ ง (อสม.)โดยมี ก องทุ น หลั ก ประกันสุขภาพโดยมีงบประมาณของ เทศบาลสนับสนุนอีกสวนหนึ่งเพื่อเปน

ทุนในการดําเนินงานในการดูแลสุขภาพ ของประชาชนอยางทัว่ ถึง คลอบคลุมทุก วัยทุกชุมชน ควบคุมปองกันการเผยแพร ระบาดของโรคติดตอ และโรคไมติดตอ ที่เปนอันตรายตอประชาชนและชุมชน เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชน 5. นโยบายดานการเกษตร สงเสริมกลุมและสนับสนุนเมล็ด พันธุพืช เชน ขาว ขาวโพด พริก ซึ่ง เป น ผลผลิ ต หลั ก ทางการเกษตรของ ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงพันธุสัตวและ พันธุหญาเลี้ยงสัตว และอื่นๆ ที่เปน ความตองการและสามารถแกไขปญหา ใหกับประชาชนในพื้นที่ และสงเสริมให ความรูด า นการเกษตร และพัฒนาอาชีพ ดาน กสิกรรม ปศุสัตว การประมง และ การศึกษาดูงานจากองคกรหรือทองถิ่น ที่เปนตนแบบดานการเกษตร เพื่อนํา ความรูมาพัฒนาดานการเกษตรกรรม ของประชาชนในพื้ น ที่ เ ทศบาลตํ า บล หนองบัวตะเกียด 6. นโยบายดานการสงเสริมอาชีพ สงเสริม และพัฒนาอาชีพ ทีเ่ หมาะสม กับสภาวะทองถิน่ ปจจุบนั ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง เพื่ อ ให ป ระชาชน อยูในทองถิ่นของตนเอง สนับสนุนให มีการรวมกลุมของประชาชนในชุมชน เพื่อสรางอาชีพ และรายไดใหกับตนเอง และชุมชน อีกทั้ง ยังเปนการสรางความ อบอุน และสรางรั้วเพื่อปองกันภัยให กับครอบครัวของประชาชนในชุมชนอีก ทางหนึ่ง

7. นโยบายการพัฒนาโครงสราง พื้นฐาน ปรับปรุงระบบ โครงสรางพืน้ ฐานให ไดมาตรฐาน และทั่วถึง เชน ถนน ทาง ระบายนํา้ ไฟฟาสาธารณะ กอสรางถนน ภายในชุมชน/หมูบ า น ถนนเชือ่ มหมูบ า น และถนนลูกรังในพื้นที่การเกษตร ขยาย เขตไฟฟ า ให ทั่ ว ถึ ง และแสงสว า งให เพียงพอ และ มีระบบนํา้ ประปาทีส่ ะอาด พรอมแหลงนํ้าสํารอง

Nakhon Ratchasima 137


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.ดานขุนทด)

องคการบริหารสวนตําบลหินดาด

“การศึ ก ษาก า วไกล ใส ใ จพั ฒ นา คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจรุงเรือง พัฒนา ต อ เนื่ อ ง เฟ  อ งฟู วั ฒ นธรรม น อ มนํ า นโยบาย” คือวิสยั ทัศนของ องคการบริหารสวน ตําบลหินดาด อ.ดานขุนทด ตั้งอยูทางทิศ ตะวันตกเฉียงใตหา งจากตัวอําเภอประมาณ 22 กิ โ ลเมตร ป จ จุ บั น มี นายประพั น ธ เชาวนดี ดํารงตําแหนง นายกองคการ บริหารสวนตําบลหินดาด นโยบายการบริหารงานของ นายก อบต.หินดาด นโยบายขอที่ 1 การปฏิรปู การบริหาร จัดการ อบต.หินดาด ที่มุงเนนการพัฒนา ศักยภาพองคกร ใหสอดคลองกับทิศทางการ ทํางานภายใตหลักธรรมาภิบาล เพื่อพัฒนา ไปสูความเปนองคกรที่มีความโปรงใส และ เปนที่พึงพอใจของสังคม 1.1 สงเสริมการพัฒนาและปรับปรุง วิธีการพรอมทั้งกระบวนการทํางานดวยการ บริหารงานเชิงรุก อยางมีประสิทธิภาพอัน กอใหเกิดประโยชนแกประชาชนโดยตรง ดวยความสะดวก รวดเร็วและเปนธรรมโดย ทั่วถึงกัน

138

1.2 พัฒนาและยกระดับการทํางาน และการให บ ริ ก าร เพื่ อ ให เ ป น องค ก รที่ มี ความโปรงใสและตรวจสอบไดทุกขั้นตอน โดยเนนความพึงพอใจของประชาชนและ สังคมโดยรวม 1.3 สงเสริม ปรับปรุง และพัฒนาระบบ การบริหารงานบุคคล ตลอดจนการพัฒนา ศักยภาพของบุคลากรใหมีประสิทธิภาพตอ การปฏิบตั หิ นาที่ อันจะนําไปสูค วามเปนเลิศ ในการบริการประชาชน นโยบายขอที่ 2 สงเสริมการบริหาร จัดการดานสิ่งแวดลอม ที่สงผลตอความ ยั่งยืนของทองถิ่น 2.1 พัฒนาแหลงนํ้าที่ตื้นเขินใหมีคุณ ประโยชน ดวยการขุดลอกคูคลอง และจัด ทําฝายกั้นนํ้าเพื่อเปนแหลงเก็บกักนํ้าไวใช ฤดูแลง 2.2 ศึกษาและสํารวจแหลงนํา้ ธรรมชาติ ที่มีอยูทั่วทั้งตําบลหินดาด เพื่อที่จะพัฒนา และปรับปรุงใหประชาชนสามารถทีจ่ ะไดใช ประโยชนรวมกัน 2.3 สงเสริมการพัฒนาแหลงนํ้าใหเกิด ประโยชน เพื่อการบริโภค อุปโภค และเพื่อ การเกษตร ของพี่นองประชาชนในระยะยาว

และใหเกิดความยั่งยืนตอไป นโยบายขอที่ 3 สงเสริมและพัฒนา การศึกษาทั้งในระบบ และนอกระบบ เพื่อนําไปสูความเปนเลิศทางการศึกษาใน ระดับทองถิ่น 3.1 สงเสริมและพัฒนาศูนยพฒ ั นาเด็ก เล็ก ใหเปนศูนยพัฒนาเด็กเล็กที่นาอยู และ พัฒนาไปสูความเปนเลิศดานพัฒนาการ ของเด็ก ในมิติตางๆ อาทิ เชน ดานรางกาย อารมณ จิตใจ สังคมสิ่งแวดลอม และสติ ปญญา เปนตน 3.2 สนั บ สนุ น และส ง เสริ ม การจั ด ประสบการณการเรียนรูของเด็กเล็กในศูนย พัฒนาเด็กเล็กทีม่ อี ยู เปนรูปแบบการบริการ ที่ไมคิดมูลคา ผูปกครองจะตองไมแบกรับ ภาระดานคาใชจาย 3.3 สงเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษา ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนที่ มีอยูในเขตตําบลหินดาด ใหสามารถพัฒนา ทางการเรียน การสอน ใหมีคุณภาพ และ ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3.4 สงเสริมและสนับสนุนการศึกษา นอกระบบใหกับเยาวชน และประชาชนได มีโอกาสเขาศึกษาเรียนรูโดยเฉพาะอยางยิ่ง


การประสานเชื่อมโยงกับศูนยการเรียนรูข อง ตําบล และระดับอําเภอ นโยบายขอที่ 4 สงเสริมการพัฒนา งานทางดานโครงสรางพื้นฐาน 4.1 จัดลําดับความสําคัญในการพัฒนา โครงสรางพืน้ ฐานโดยใหประชาชนมีสว นรวม 4.2 สนับสนุนใหประชาชนมีสว นรวมใน การทําแผนพัฒนาตําบล เพือ่ เปนแนวทางใน การพัฒนาตําบลใหตรงตามความตองการ ของประชาชน 4.3 จัดใหมีระบบไฟฟาสาธารณะและ ไฟฟ า ประจํ า บ า นอย า งทั่ ว ถึ ง ตามลํ า ดั บ ความสําคัญ 4.4 ปรั บ ปรุ ง เส น ทางคมนาคมให สามารถรองรั บ การขยายตั ว ของหมู  บ  า น และพื้นที่ตางๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบใน ตําบลหินดาด และรอยตอระหวางทองถิ่น ใหสามารถสัญจรไปมาไดอยางสะดวก ทาง เชื่อมระหวางตําบล เพื่อขนสงพืชผลทาง การเกษตร นโยบายขอที่ 5 พัฒนาประสิทธิภาพ ในการสงเสริมงานสุขภาพและสวัสดิการ ทางสังคม 5.1 สงเสริมสนับสนุนใหมีการบริการ สาธารณสุขเคลื่อนที่ และการบริการดาน สุขภาพในเชิงรุก ทั้งในเรื่องการปองกันโรค ติดตอและโรคไมตดิ ตอ แตเปนอันตรายหรือ

มีผลกระทบตอสุขภาพของพี่นองประชาชน จัดใหมีการบริการสาธารณสุขแกประชาชน อยางทั่วถึงในทุกหมูบานและชุมชน 5.2 สงเสริมสนับสนุนการจัดทําแผน พัฒนาสุขภาพของ อบต.หินดาด ใหสามารถ เปนแผนพัฒนาสุขภาพที่เชื่อมโยงกับแผน การพัฒนาสุขภาพ ของจังหวัดนครราชสีมา 5.3 จัดใหมีสวัสดิการทางดานสุขภาพ อนามัย การชวยเหลือผูตกอยูในสภาวะยาก ลําบาก เชน การสนับสนุนเบี้ยยังชีพแกผู สูงอายุ คนพิการและผูปวยเอดส ใหเกิดขึ้น อยางตอเนื่อง เปนธรรม และมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น นโยบายขอที่ 6 พัฒนาและสงเสริม การกีฬาและนันทนาการในระดับหมูบ า น ตําบล อําเภอ และจังหวัด พัฒนาการกีฬาและกิจกรรมนันทนาการ ทุกหมูบ า นใหกา วสูร ะดับอําเภอ และจังหวัด โดยจะดําเนินการประสานงานกับสมาคม กีฬาจังหวัดนครราชสีมา และการกีฬาแหง ประเทศไทย นโยบายขอที่ 7 สงเสริมสนับสนุน กิจกรรมกลุม สตรี เยาวชน และประชาชน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น กิ จ กรรมกลุ  ม สตรี เยาวชน อสม. อปพร. และกลุมอาชีพตางๆ ใหบริหารจัดการอยางมีระบบอยางตอเนื่อง

และยั่ ง ยื น โดยให มี ก า รบริ ห าร และการ จัดการกันเองอยางมีประสิทธิภาพโดยยึด หลักเศรษฐกิจพอเพียง นโยบายขอที่ 8 บํารุงรักษาศิลปะ จารี ต ประเพณี ภู มิ ป  ญ ญาท อ งถิ่ น และ วัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น สงเสริมการทํานุบํารุงและรักษาศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและ ภู มิ ป  ญ ญาท อ งถิ่ น พร อ มทั้ ง ฟ  น ฟู ต  อ ยอด แหลงเรียนรูทางวัฒนธรรม เพื่อสงเสริมการ เรี ย นรู  ข องประชาชนโดยเฉพาะเด็ ก และ เยาวชน นโยบายขอที่ 9 เสริมสรางความ สมานฉันทและความสามัคคีของประชาชน ในทองถิ่น ส ง เสริ ม ให ผู  บ ริ ห ารท อ งถิ่ น สมาชิ ก สภาองค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บล พนั ก งาน ส ว นตํ า บล และพนั ก งานจ า ง ทุ ก คน ยึ ด หลั ก ธรรมาภิ บ าล มี คุ ณ ธรรมและ จริ ย ธรรม บริ ห ารราชการตามหลั ก การ มี ส  ว นร ว มในการสร า งความสมานฉั น ท ของทุกภาคสวน เพื่อใหเกิดความสามัคคี เชื่อมโยงเปนเครือขายการพัฒนาทองถิ่น ใหมั่นคงและยั่งยืน

Nakhon Ratchasima 139


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.ดานขุนทด)

2. พัฒนาระบบการศึกษาและสาธารณสุข ตลอดจนอนุรักษศิลปวัฒนธรรมอันดีงามและ ภูมิปญญาของทองถิ่น 3. พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการ บริหารจัดการองคการเพื่อบริการประชาชนตาม หลักธรรมาภิบาล 4. พั ฒ นาชุ ม ชน ส ง เสริ ม คุ ณ ภาพชี วิ ต ตลอดจนความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพยสินของประชาชน 5. สงเสริมและสนับสนุนการมีสว นรวมและ ความรวมมือของหนวยงานตางๆ และประชาชน เพื่อพัฒนาทองถิ่นที่ยั่งยืน 6. เพิ่มศักยภาพในการจัดหาแหลงนํ้าให เพียงพอกับการทําการเกษตรกรรม และปองกัน ปญหาภัยแลง “คุณภาพชีวิตที่ดี เศรษฐกิจกาวหนา พัฒนาการคมนาคม สังคม 7. สงเสริมและสนับสนุนใหมีการพัฒนา ประชาธิปไตย กาวไกลสูแหลงพลังงานทดแทน และการทองเที่ยวอยาง และรักษาสิ่งแวดลอมเพื่อการทองเที่ยวอยาง ยั่งยืน” ยั่งยืน คือวิสัยทัศนการพัฒนาของ องคการบริหารสวนตําบลหวยบง ซึ่งตั้ง อยูเลขที่ 219 หมูที่ 15 ตําบลหวยบง อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา หางจากที่วาการอําเภอดานขุนทด 33 กม. มีพื้นที่ประมาณ 200.97 ตร.กม. หรือประมาณ 125,605 ไร แบงการปกครองออกเปน 25 หมูบาน ปจจุบันมี นายเจริญ บัวหลวงงาม ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหารสวนตําบลหวยบง

องคการบริหารสวนตําบล

หวยบง

8 พันธกิจของ อบต.หวยบง 1. ปรับปรุงพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสรางพื้นฐาน ใหได มาตรฐานเพียงพอตอความตองการของประชาชน เพื่อรองรับการขยายตัวทาง เศรษฐกิจในอนาคตของทองถิ่น 140


8. สงเสริมพัฒนาศักยภาพในดาน 2. เสริ ม สร า งและเพิ่ ม ทั ก ษะการ การทองเที่ยวและบริการเพื่อใหเกิดการ ประกอบอาชี พ ของครั ว เรื อ นและกลุ  ม จางงานและยกระดับคุณภาพชีวิตและ อาชีพ ความเปนอยูของประชาชน 3. ยุทธศาสตรการพัฒนาคุณภาพ ชีวิต 6 ยุทธศาสตรการพัฒนาของ อบต. แนวทางการพัฒนา หวยบง 1.การพัฒนา สงเสริม และสนับสนุน แผนยุทธศาสตรการพัฒนาตําบล ด า นคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม วั ฒ นธรรม สามป (พ.ศ. 2557-2559) มีรายละเอียด ประเพณีทองถิ่น ดังนี้ 2. การพัฒนาสงเสริมและสนับสนุน 1. ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาด า น ดานการศึกษา โครงสรางพื้นฐาน 3. การพัฒนาสงเสริม และสนับสนุน แนวทางการพัฒนา ดานสุขภาพและอนามัย 1. กอสราง ปรับปรุง บํารุงรักษา 4. การพัฒนาสงเสริม และสนับสนุน ถนน สะพาน ทางเทา ทอระบายนํ้า และ ดานสวัสดิการชุมชนและสังคมสงเคราะห รางระบายนํ้า 5. การพัฒนาสงเสริม และสนับสนุน 2. ก อ สร า ง ปรั บ ปรุ ง บํ า รุ ง รั ก ษา ดานการกีฬาและการนันทนาการ แหลงนํ้า เหมือง ฝาย บอบาดาลประปา 6. การพัฒนาสงเสริม และสนับสนุน 3. ก อ สร า ง ขยายเขต ปรั บ ปรุ ง ดานการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ซอมแซม ไฟฟา ไฟฟาสาธารณะ เสียง 7. สงเสริมและสนับสนุนดานการ ตามสายและบริการสาธารณะที่พึงไดรับ ปองกันและแกไขปญหาการแพรระบาด 2. ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาด า น ของยาเสพติด เศรษฐกิจ 4. ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาด า น แนวทางการพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 1.สงเสริมศักยภาพและขีดความส แนวทางการพัฒนา ามารถในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษต 1. ปรับปรุง ฟน ฟูทรัพยากรธรรมชาติ รอินทรียและการแปรรูปผลิตภัณฑทาง และสิ่งแวดลอม การเกษตร 2. บริหารจัดการและรณรงคการ

กําจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลอยางมี ประสิทธิภาพ 5. ยุทธศาสตรการบริหารจัดการ บานเมืองที่ดี แนวทางการพัฒนา 1. สงเสริมประชาธิปไตยและการมี สวนรวมของประชาชนและองคกรทุกภาค สวนในการพัฒนาทางการเมืองและสังคม 2. ส ง เสริ ม การเพิ่ ม ศั ก ยภาพของ บุ ค ลากรและองค ก รให มี ขี ด ความ สามารถในการพั ฒ นา ปรั บ ปรุ ง การ บริหารงานเพื่อการบริการประชาชนตาม มาตรฐานสากล 3. การพัฒนารายได 6. ยุทธศาสตรการพัฒนาการทอง เที่ยวและบริการ แนวทางการพัฒนา 1. พัฒนาประชาสัมพันธและตลาด ทองเที่ยว 2. พัฒนามาตรฐานการบริการและ บุคลากรการทองเที่ยว 3. พั ฒ นาแหล ง ท อ งเที่ ย วใหม ปรับปรุงแหลงทองเที่ยวเดิม

Nakhon Ratchasima 141


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.ดานขุนทด)

องคการบริหารสวนตําบล

บานเกา

“ชุมชนนาอยู มีความเขมแข็ง สิ่ง แวดล อ มดี คู  เ กษตรอิ น ทรี ย  คนมี คุ ณ ภาพ การบริ ห ารจั ด การที่ ดี มี ส  ว น รวมจากทุกภาคสวน” คือวิสัยทัศนการพัฒนาของ องคการ บริ ห ารส ว นตํ า บลบ า นเก า อํ า เภอ ดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู ห า งจากที่ ว  า การอํ า เภอด า นขุ น ทด เป น ระยะทาง 6 กิ โ ลเมตร ไปตามถนนสาย ด า นขุ น ทด – หนองแวง ป จ จุ บั น มี นาย มงคล ออนพันธ ดํารงตําแหนง นายก องคการบริหารสวนตําบลบานเกา

สภาพทั่วไปและขอมูลพื้นฐาน ตํ า บลบ า นเก า มี พื้ น ที่ ป ระมาณ 88.29 ตารางกิ โ ลเมตร หรื อ ประมาณ 55,180 ไร มีประชากร รวมทั้งสิ้น 7,428 คน แยก เปนชาย 3,668 คน หญิง 3,760 คน จํานวน ครัวเรือน 1,873 ครัวเรือน ประชากรสวน ใหญประกอบอาชีพดานการเกษตร รองลง

142

มา คืออาชีพรับจางและคาขาย การทําการ เกษตร ไดแก การทํานา การทําไรขาวโพด ไรมันสําประหลังและการปลูกผักตางๆ เชน คะนา ผากาด ผักชี ถัว่ ฝกยาว การปลูกไมผล ตางๆ เชน มะมวง ขนุน มะละกอ นอกจาก นี้ยังมีการเลี้ยงสัตวเพื่อจําหนวยเปนราย ไดอีกดวย สัตวที่เลี้ยงกันมากไดแก สุกร เปด ไก วัว และกระบือ สําหรับนอกภาค เกษตรกรรมนั้นพบวา ประชากรของตําบล บานเกา ผูท ปี่ ระกอบอาชีพรับจางสวนใหญ จะไปทํางานในโรงงานอุตสาหกรรมตางๆ ยุทธศาสตรหลักและแนวทางการ พัฒนาป 2557-2559 1. ยุทธศาสตรการบริหารราชการ ใหมีประสิทธิภาพคุณภาพ 1.1 สงเสริมศักยภาพของทองถิ่นใน ทุกๆ ดาน ตามหลักการบริหารจัดการที่ดี 1.2 การพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากร ขององคกรใหมีความเหมาะสมสอดคลอง 1.3 การสื่อสารประชาสัมพันธเพื่อให

ประชาชนมีสวนรวมรับรูและติดตามการ ทํางานขององคกรตนเอง 2. ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาด า น สาธารณสุข 2.1 จั ด ระบบส ง เสริ ม สุ ข ภาพภาค ประชาชนเพื่ อ การพึ่ ง พาตนเองของ ประชาชน สู  ก ารมี สุ ข ภาพที่ ดี (คุ  ม ครอง ผูบริโภค/การควบคุมปองกันโรคติดตอ/ไม ติดตอ/การฟนฟูสุขภาพประชาชน/อนามัย โรงเรียน) 3. ยุทธศาสตรการพัฒนาดานการ ศึกษา 3.1 สงเสริมสนับสนุนการศึกษารวมถึง การศึกษา ทั้งในและนอกระบบโรงเรียน ทั้ง ระดับกอนวัยเรียน ประถม มัธยมและระดับ


ปริญญาตรี ภาคประชาชน โดยประสานการ สนับสนุนงบประมาณและพัฒนาศูนยการ เรียน/ศูนยพัฒนาเด็กเล็ก 3.2 จัดหาสื่อการเรียนการสอนในศูนย เด็กและสถานศึกษาระดับตาง ๆ 4. ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาด า น สวัสดิการสังคม 4.1 พัฒนาคุณภาพชีวิตผูสูงอายุ โดย สนับสนุนเบี้ยยังชีพผูสูงอายุ อยางทั่วถึง และเปนธรรม 4.2 การสั ง คมสงเคราะห แ ละการ พัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก สตรี คนชรา ผูดอย โอกาสและผูติดเชื้อ H.I.V 4.3 สนับสนุนกลุมเด็ก สตรี คนชรา ผูดอยโอกาส ผูปวยเรื้อรัง ดานรายได เขาถึง บริการของรัฐอยางทั่วถึงเปนธรรม 5. ยุทธศาสตรการพัฒนาดานเศรษฐกิจ พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม 5.1 สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม (สอช.) และพัฒนาวิสาหกิจชุมชน 6. ยุทธศาสตรดานเกษตรกรรม 6.1 เสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน โดยใชเกษตรอินทรีย 6.2 พัฒนาความรูดานวิชาการ เพื่อสง เสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการ เกษตร สนับสนุนศูนยการเรียนรู/และแหลง เรียนรูดานพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม 6.3 สงเสริมการดําเนินงานพลังงาน ทดแทนจากผลผลิ ต เกษตร,นํ้ า ,ลม,แสง อาทิ ต ย แ ละการเผาขยะ เศษวั ส ดุ เป น พลังงาน 7. ยุทธศาสตรการกีฬาและนันทนาการ 7.1 สงเสริมกีฬาและนันทนาการระดับ

เยาวชนและประชาชน เพื่อแกปญหายา เสพติดและใชเวลาวางใหเกิดประโยชน 8. ยุทธศาสตรการพัฒนาทรัพยากร และสิ่งแวดลอม 8.1 รณรงคแกไขปญหาภาวะโลกรอน/ สงเสริมการประหยัดพลังงาน 9. ยุทธศาสตรโครงสรางพื้นฐาน 9.1 สงเสริมเชื่อมโยงการชลประทาน กอสรางฝาย ทํานบนํา้ ขุดลอก ขุดสระพัฒนา แหลงนํ้า คลองนํ้า ระบบประปา และการ กระจายการใชประโยชน 9.2 การจัดใหมแี ละบํารุงรักษาโครงสราง พื้นฐาน ทางบก ทางนํ้าและทางระบายนํ้า และการปรับปรุงบํารุงรักษาในเขตชุมชน และทองถิ่น 10. ยุทธศาสตรสง เสริมศาสนาและ วัฒนธรรม 10.1 รือ้ ฟน คุณคา วัฒนธรรมประเพณี ของชุมชน เชน ชาติพันธ วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปญญาทองถิ่น 11. ยุ ท ธศาสตร ด  า นความมั่ น คง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน

การปองกันและบรรเทาสาธารณภัย/ ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน/ ลดอุบัติเหตุจราจรทางบก/ทางนํ้า 2. เสริมสรางความเขมแข็งของชุมชน ในดานความมั่นคงและความปลอดภัย โดย สงเสริมและสนับสนุน ตํารวจบาน/ อปพร. ใหทํางานอยางมีคุณภาพ จากใจนายก อบต.บานเกา องคการบริหารสวนตําบลบานเกา ถือไดวาเปนองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่ ใกลชดิ กับประชาชน และมีภารกิจสําคัญใน การใหบริการสาธารณะแกประชาชนในพืน้ ที่ เพือ่ ทําใหประชาชนมีคณ ุ ภาพชีวติ ความเปน อยูที่ดีขึ้น ภารกิจที่มีอยู ไมวาจะเปนเรื่อง การพัฒนาองคการบริหารสวนตําบล การ ใหบริการพี่นองประชาชนที่เนนดานความ สะดวกกับผูที่มาติดตอราชการ บริหารงาน ดานโครงสรางพืน้ ฐานสิง่ แวดลอม เศรษฐกิจ คุ ณ ภาพชี วิ ต การศึ ก ษา วั ฒ นธรรมและ ภูมิปญญาทองถิ่น ซึ่งเปนภารกิจที่สําคัญ อย า งยิ่ ง ที่ จ ะเน น คุ ณ ภาพชี วิ ต ของพี่ น  อ ง ประชาชนใหยงั่ ยืนขึน้ ตอไป ตลอดระยะเวลา ที่ผานมา องคการบริหารสวนตําบลบานเกา ไดมองแนวทางการบริหารอยางยั่งยืน และ ปฏิบัติงานภายใตกรอบนโยบายการบริหาร งานตามยุทธศาสตรการพัฒนาทั้ง 11 ดาน ซึ่งทําใหการดําเนินงานในสวนตางๆบรรลุ เปาหมายเปนทีน่ า พอใจ โดยดําเนินงานภาย ใตวิสัยทัศนที่วา “ชุมชนนาอยู มีความเขม แข็ง สิ่งแวดลอมดี” ในฐานะนายกองคการ บริหารสวนตําบลบานเกา ตองขอขอบคุณ ทุกภาคสวนที่ใหความรวมมือรวมใจในการ ดําเนินงานเปนอยางยิ่งครับ

Nakhon Ratchasima 143


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.ดานขุนทด)

องคการบริหารสวนตําบลพันชนะ

“กาวหนาทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ที่ดี มีความปลอดภัย ประชาธิปไตยยั่งยืน” คือวิสัยทัศนของ องคการบริหารสวน ตําบลพันชนะ ตั้งอยูเลขที่ 99 ถนนกําลังเอก หมูที่ 3 บานหนองพลวง ตําบลพันชนะ อําเภอ ดานขุนทด อยูหางจากจังหวัดนครราชสีมาไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต ระยะทาง 67 กม. หางจากอําเภอดานขุนทดประมาณ 11 กม. มีขนาดพื้นที่ประมาณ 89.277 ตร.กม. หรือ ประมาณ 56,475 ไร มีประชากรจํานวน 6,325 คน ปจจุบนั มี นายจเร เสขุนทด ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหารสวนตําบลพันชนะ คําขวัญตําบลพันชนะ พริ ก แกงเลื่ อ งชื่ อ นามระบื อ หนอง ไมตาย ธารนํ้าใสหวยสามบาท ปุยธรรมชาติ หนองมะคา ภูมิปญญาปาชุมชน เทิดทูลลน พระเจาตากสิน ยุทธศาสตรการพัฒนาและแนวนโยบาย ของผูบริหารกรณีเรงดวน ดานการพัฒนาดานโครงสรางพืน้ ฐาน เพื่ อ ก อ สร า งและซ อ มแซม ปรั บ ปรุ ง โครงสรางพื้นฐานในเขตองคการบริหารสวน ตําบลใหมีความสะดวกและไดมาตรฐาน เพื่อ สนับสนุนยุทธศาสตรดา นอืน่ ๆ ใหประสบความ สําเร็จ โดยไดดําเนินการดังนี้ 1. ขยายเขตติดตั้งไฟฟาสาธารณะ ทั้ง ตําบล จํานวน 11 หมูบาน โดยใชงบประมาณ จํานวน 496,386.39 บาท เพือ่ ใหมแี สงสวางใน ถนนสาธารณะอยางทั่วถึง 2. ในป 2556 อบต.พั น ชนะ ดํ า เนิ น การขยายเขตประปาหมูบาน โดยไดรับการ 144

สนั บ สนุ น งบประมาณจากการประปาส ว น ภูมิภาค อําเภอดานขุนทด ในการวางทอเมน และทาง อบต.ไดใชงบประมาณในการขยาย เส น รองเข า ชุ ม ชน หมู  ที่ 2 ใช ง บประมาณ จํานวน 319,606 บาท และในป 2557 ได ดําเนินการเพิ่มเติม โดยขยายเขาหมูที่ 1 หมูที่ 4 และหมูที่ 5 เนื่องจากระบบประปาผิวดินเปน นํ้าเค็ม ใชในการอุปโภคไมได สําหรับหมูอื่นๆ ใชนํ้าจากอางเก็บนํ้าหมูที่ 6 บานโนนสงา จาก โครงการพระราชดําริ ดานการสงเสริมการเรียนรู ระบอบ ประชาธิ ป ไตย และการรั ก ษาความสงบ เรียบรอย เพื่อสงเสริมประชาธิปไตย สนับสนุนการ พัฒนาประชาธิปไตยภาคพลเมือง การพัฒนา ศักยภาพผูนําชุมชน เพื่อสรางความเขมแข็ง ความมั่ น คงของชุ ม ชนให เ กิ ด ความสงบสุ ข ภายในชุมชน การจัดอบรมครู ก ครู ข การ รณรงคใหประชาชนเขาใจและมีสว นรวมในการ เลือกตั้งทุกระดับ ดานการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย เพิม่ จํานวน อปพร. ใหไดจาํ นวนรอยละ 10 ของประชากรในพื้นที่ ดานการบริหารจัดการและการอนุรกั ษ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอม

สรางจิตสํานึกและความตระหนักในการ อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยไดดําเนินการตามแนวทางพระราชดํารัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว “การที่ จะมีตนนํ้าลําธารไปชั่วกาลนานนั้น สําคัญ อยูที่การรักษาปาและการปลูกปาตนนํ้า” โดย อบต.พันชนะ ไดดําเนินการปลูก ปาตามพระราชดําริและพระราชเสาวนีย ดังนี้ 1. ป า สาธารณประโยชน ห นองไม ต าย หมูท ี่ 4 บานมาบกราด หมูท ี่ 6 บานโนนสงา และ หมูที่ 11 บานโนนสงาสามัคคี 2. ปาชุมชนบานหนองพลวง หมูท ี่ 3 ตําบล พันชนะ ปจจุบันตําบลพันชนะมีพื้นที่สาธารณะ ประโยชน จํานวน 621 ไร และไดปลูกมเหสักขสักสยามินทร จํานวน 1,100 ตน พืน้ ที่ 11 ไร เพือ่ ถวายแดองค พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ที่ หมูที่ 4 โดยใหทุกหมูบานรับผิดชอบดูแลรักษา หมูบานละ 100 ตน จากจํานวน 11 หมูบาน และดูแลรักษาปาอยางตอเนื่องทุกป ดานศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถิ่น อนุรักษขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี การถวายเทียนพรรษา การรดนํา้ ขอพรผูส งู อายุ


ในวันสงกรานต และสงเสริมสนับสนุน การจัด กิจกรรมของชมรมผูสูงอายุ ดานการสงเสริมอาชีพ ในเขตพื้ น ที่ มี ก ลุ  ม พริ ก แกงซึ่ ง ขึ้ น ชื่ อ ใน ระดับอําเภอ ของหมูที่ 4 บานมาบกราด กลุม ทอเสื่อกก หมูที่ 1 บานพันชนะ และกลุมปุย ชีวภาพในระดับตําบล ซึ่งไดรับการสนับสนุน งบประมาณจากรัฐและอบต. สมทบสวนหนึ่ง โดยใหเกษตรกรกูยืมหมุนเวียน ลดการใชสาร เคมีในพืชเกษตร นโยบายทีส่ าํ คัญของรัฐบาลและของผูบ ริหาร เพื่อแกไขและปองกันปญหายาเสพติด โดยยึดหลักนิติธรรมในการปราบรามลงโทษ ผู  ผ ลิ ต ผู  ค  า ผู  มี อิ ท ธิ พ ล และผู  ป ระพฤติ มิชอบโดยบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด ดวยการแสวงหาความรวมมือเชิงรุกกับผูนํา ชุมชน กลุมเสี่ยง ผูปกครอง วัด โรงเรียน ทั้ง ดํ า เนิ น การป อ งกั น กลุ  ม เสี่ ย งและประชาชน ทั่ ว ไป ไม ใ ห เ ข า ไปเกี่ ย วข อ งกั บ ยาเสพติ ด ดวย การรวมพลังทุกภาคสวนตามนโยบาย ของรั ฐ บาล โดยการดํ า เนิ น การร ว ม ศพส. อ.ดานขุนทด อยางตอเนื่องทุกป กิจกรรมโดดเดน อบต.พันชนะ รวมกับหนวยงานราชการ และประชาชนในพื้ น ที่ ตํ า บลพั น ชนะ จึ ง ได ร ว มกั น สร า งอนุ ส รณ ส ถานศาลสมเด็ จ พระเจ า ตากสิ น มหาราช ขึ้น ณ หมูบาน พันชนะ หมูท ี่ 1 ตําบลพันชนะ อําเภอดานขุนทด เพื่อนอมรําลึกถึง สมเด็ จ พระเจ า ตากสิ น มหาราช ที่ทรงเดินทัพผานตําบลพันชนะ เพื่อ ตีชุมนุมเจาเมืองพิมาย ปจจุบันอนุสรณสถาน ศาลสมเด็จพระเจาตากสินมหาราช เปนสถานที่

ยึ ด เหนี่ ย วจิ ต ใจ ของเหล า ประชาชนในเขต ตําบลพันชนะ และประชาชนทั่วไป โดยทุก วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกป เหลาขาราชการ และประชาชนทุกหมูเหลาจะจัดพิธีบวงสรวง สั ก การะอนุ ส รณ ส ถานศาลสมเด็ จ พระเจ า ตากสินมหาราช สรางบานกาชาด ตามโครงการสราง บาน “กาชาดจังหวัดนครราชสีมา” เพื่อเทิด พระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัต นราชสุ ดา สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกา ผูอํานวยการ สภากาชาดไทย ใหกับครอบครัวของ นางยวง คงภู ราษฎรหมูที่ 11 บานโนนสงาสามัคคี โดย ใชงบประมาณของกาชาดจังหวัดนครราชสีมา และงบประมาณของอบต.พันชนะ โดยมีวัด โรงเรียน ผูนําชุมชน ไดบริจาคสิ่งของ เครื่องใช และรวมกันกอสรางจนแลวเสร็จ การชวยเหลือผูประสบภัยหนาว ใน ป 2557 โดยอบต.พันชนะ จัดซื้อผาหมกัน หนาวจํานวน 346 ผืน และเหลากาชาดจังหวัด นครราชสีมา สนับสนุนจํานวน 300 ผืน เพื่อ ชวยเหลือผูส บภัยหนาวในพืน้ ทีต่ าํ บลพัน ชนะ โดยเฉพาะกลุม เปาะบางกลุม ผูส งู อายุ ผูพ กิ าร ผูด อ ยโอกาส ผูมีฐานะยากจนในพื้นที่

จากใจ นายก อบต.พันชนะ “นายจเร เสขุนทด” ตลอดระยะเวลา 2 ปกวา ที่กระผมได ทํ า งานร ว มกั น ในฐานะนั ก การเมื อ งท อ งถิ่ น กระผมและคณะผู  บ ริ ห าร อบต.พั น ชนะ ทั้งฝายสภาฯ ขาราชการประจํา ไดรวมกัน แกไขปญหาตามความตองการของประชาชน และรวมกันพัฒนา ซึ่งผูบริหารไดนําแนวคิด ขอเสนอของทุกฝายมาปรับปรุงในการบริหาร งาน โดยไมไดยดึ ติดกับตําแหนงหรือแบงพรรค แบงพวก การยอมรับความคิดเห็น และขอเสนอ ของทุกฝาย ถือวาทุกทานมีสวนรวมในการ พัฒนา มีจดุ มุง หมายเดียวกันเพือ่ ตองใหตาํ บล พันชนะของเราพัฒนายิ่งขึ้น โดยยึดประชาชน เปนหลักในการบริหารงาน ในสวนขาราชการ พนักงานจาง กระผม ขอให ทุ ก คนรั บ ผิ ด ชอบต อ หน า ที่ คํ า นึ ง ถึ ง ประชาชนใหบริการเสมือนหนึง่ คนในครอบครัว เดียวกัน โดยการรวมมือ รวมใจ รูรักสามัคคี ตามพระบรมราโชวาทขององค พ ระบาท สมเด็ จ พระเจ า อยู  หั ว ภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช มหาราช


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.ดานขุนทด)

องคการบริหารสวนตําบลกุดพิมาน

“ตํ า บลน า อยู  สาธารณู ป โภค ครบครั น สื บ สานประเพณี คนดี กุดพิมาน นําการเกษตร” คือวิสัยทัศนของ องค ก ารบริ ห าร สวนตําบลกุดพิมาน ซึง่ มีสาํ นักงานตัง้ อยู หมูที่ 7 ตําบลกุดพิมาน อําเภอดานขุนทด จังหวัดนครราชสีมา อยูหางจากอําเภอ ด า นขุ น ทดประมาณ 15 กม. และห า ง จากจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 80 กม. ปจจุบันมี นางนาฏธยาน แสนประสิทธิ์ ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหารสวน ตําบลกุดพิมาน

สภาพเศรษฐกิจและสังคม อบต.กุ ด พิ ม าน มีพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งหมด 62,.05 ตร.กม. มีหมูบานในเขต อบต. 15 หมู มีประชากรทั้งสิ้น 9,543 คน แยกเปนชาย 4,712 คน หญิง 4,831 คน มีบานเรือนจํานวน 2,420 หลังคาเรือน ประชากรสวนใหญมีอาชีพทางการเกษตร รอยละ 70 อาชีพปศุสัตวรอยละ 10 อาชีพ รับจางรอยละ 15 และอาชีพดานบริการ ร อ ยละ 5 มี ร ายได เ ฉลี่ ย ของประชากร คิดเปน 38,033.- บาท/คน/ป 146

ในตําบลกุดพิมาน มีศูนยพัฒนาเด็ก เล็ก 5 แหง โรงเรียนประถมศึกษา 5 แหง โรงเรียนมัธยมศึกษา 3 แหง มีประเพณี ที่ สํ า คั ญ ของท อ งถิ่ น ได แ ก ประเพณี สงกรานต ประเพณีบุญเดือนหก ประเพณี งานวันเขาพรรษา ประเพณีออกพรรษา และมีการจัดงานวันแมและวันพอแหงชาติ ประจําทุกป ปจจุบันในเขต อบต.กุดพิมาน มี สถานที่ทองเที่ยว 2 แหงคือ วัดบานไร (หลวงพอคูณ ปริสุทโธ) และ บริเวณ บึงถนนหักใหญ ซึง่ เปนทีร่ จู กั ทัง้ ในอําเภอ ดานขุนทดและจังหวัดใกลเคียง 5 จุดมุงหมายการพัฒนาของ อบต.กุดพิมาน 1. การไดรับบริการสาธารณะดาน โครงสรางพื้นฐานใหมีความสะดวก และ ทั่วถึง 2. ดําเนินการยกระดับความเปนอยู คุณภาพชีวิต ความรูเทาทันสังคม พรอม กับอยูในสังคมโดยมีความรักสามัคคี มี คุณธรรม จริยธรรม

3. ดําเนินการเพือ่ ความมัน่ คง ปลอดภัย ในชีวติ และทรัพยสนิ ของประชาชน รวมทั้ง ปองกันและแกไขปญหายาเสพติด 4. ดําเนินการจัดการดานทรัพยากร ธรรมชาติ และสังคม 5. สงเสริมและสนับสนุนใหเกิดความ รวมมือ ระหวางประชาชน หนวยงานภาค รัฐ เอกชน และอื่นๆ เพื่อใหบรรลุจุดหมาย ที่ตองการ 6 แผนยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาตํ า บล กุดพิมาน 1. ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาด า น โครงสรางพื้นฐาน 1. การจัดใหมีและบํารุงรักษาทางบก ทางนํา้ และทางระบายนํา้ และการปรับปรุง บํารุง รักษาในเขตชุมชนและทองถิ่น 2. การสาธารณูปโภคและการกอสราง อื่นๆ 3. การสรางและบํารุงรักษาทางบก และทางนํ้าที่เชื่อมตอระหวาง อปท. อื่นๆ 4. การผังเมืองของทองถิน่ และผังเมือง รวมของจังหวัด 5. การขยายเขตไฟฟ า และไฟฟ า สาธารณะ 6. การขยายเขตการบริการประปา 2. ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาด า น เศรษฐกิจ 1.ส ง เสริ ม ศั ก ยภาพและขี ด ความ สามารถในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อิ น ทรี ย  แ ละการแปรรู ป สิ น ค า ทางการ เกษตร


2. เสริมสรางและเพิม่ ทักษะอาชีพของ ครัวเรือนและกลุมอาชีพ 3. รณรงค แ ละประชาสั ม พั น ธ ใ ห เกษตรกรมีความเชื่อมั่นในการใชเกษตร อินทรียไรสารพิษแทนปุยวิทยาศาสตร 3. ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาด า น สรางสังคมใหมีคุณภาพชีวิตที่ดี 1. การพัฒนา สงเสริม และสนับสนุน ดานคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรมประเพณี 2. การพัฒนา สงเสริม และสนับสนุน ดานการศึกษา และภูมิปญญาทองถิ่น 3. การพัฒนา สงเสริม และสนับสนุน ดานสุขภาพและอนามัย 4. การพัฒนา สงเสริม และสนับสนุน ดานสวัสดิการชุมชนและสังคมสงเคราะห 5. การพัฒนา สงเสริม และสนับสนุน ดานกีฬาและการนันทนาการ 6. การพัฒนา สงเสริม และสนับสนุน ดานการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย

7. สงเสริม และสนับสนุนดานการ ปองกันและแกไขปญหาการแพรระบาด ของยาเสพติด 4. ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาด า น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 1. บริ ห ารจั ด การทรั พ ยากรนํ้ า , ทรัพยากรปาไม และสิ่งแวดลอมอยางมี ประสิทธิภาพ 2. บริ ห ารจั ด การและรณรงค ก าร กํ า จั ด ขยะมู ล ฝอยและสิ่ ง ปฏิ กู ล อย า งมี ประสิทธิภาพ 3. รณรงคประชาสัมพันธใหทองถิ่น รักษสงิ่ แวดลอมและการประหยัดพลังงาน 5. ยุทธศาสตรการบริหารราชการ ตามหลักการบริหารบานเมืองที่ดี 1.สงเสริมประชาธิปไตยและการมีสว นรวมของภาคประชาชนและองคกรทุกภา คสวนในการพัฒนาทางการเมืองและสังคม 2. ส ง เสริ ม การเพิ่ ม ศั ก ยภาพของ

บุคลากรใหมีขีดความสามารถที่เหมาะสม และสอดคลอง 3. สงเสริมศักยภาพของทองถิ่นใน ทุก ๆ ดาน ตามหลักการบริหารจัดการที่ดี 6. ยุ ท ธศาสตร ต ามแผนการ กระจายอํานาจใหแกองคกรปกครอง ส ว นท อ งถิ่ น และแนวนโยบายของ รัฐบาล 1. การถ า ยโอนงานกิ จ การจั ด การ ศึกษา 2. สงเสริมอัตราการปองกันเฝาระวัง รักษาบําบัดผูเ สีย่ งติดยาเสพติด และรักษา ชุมชนใหเขมแข็ง 3. สงเสริมระบบความปลอดภัยใน ชีวิตและทรัพยสินใหสามารถลดปญหา ความรุ น แรงจากอุ บั ติ เ หตุ อุ บั ติ ภั ย อาชญากรรมและสาธารณภัยตางๆ 4. ส ง เสริ ม สร า งโอกาสการเข า กั บ บริการสาธารณสุข

Nakhon Ratchasima 147


เสนทางทองเที่ยว

วิหารเทพวิทยาคม วัดบานไร

“กําหนดเเลวเสร็จตุลาคมนี้ ฉลองหลวง พอคูณ 90 ป” วัตถุประสงคในการสรางก็เพื่อใหวัด บ า นไร เป น สถานที่ทองเที่ยวเชิงศาสนา วัฒนธรรม เเละศิลปกรรมอีกเหงหนึ่งของ จ.นครราชสีมา จัดสรางขึน้ ดวยเจตนาบริสทุ ธิ์ ของบรรดาศิษยานุศิษยที่มีศรัทธาอันมั่นคง ตอเจตนารมณ เเละวัตรปฏิบัติซึ่งรักษาเเละ ธํารงไวซงึ่ หลักธรรมของพระพุทธเจาเเละมุง เผยเเพรพระพุทธศาสนาของหลวงพอคูณ พระสงฆผูมีทานบารมีสูงสง รูปทรงของสถาปตยกรรมอันวิจิตร วิหารเทพวิทยาคมหรือวิหารปริสุทธ ป ญ ญา เป น อุ ท ยานธรรมกลางบึ ง นํ้ า ขนาดใหญของวัดบานไร กอสรางขึ้นดวย วัตถุประสงคที่ตองการจะใหเปนมหาวิหาร แห ง พระไตรป ฎ ก หรื อ อี ก นั ย หนึ่ ง คื อ ดิ น

148

แดนที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และ พระธรรมคําสอนขององคสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจาที่ทรงแสดงไวทั้งหมด เพื่อจรรโลงพระศาสนาใหเปนไปตาม ปจฉิมวาจาของพระพุทธองคกอนเสด็จดับ ขันธปรินิพพานที่วา แทจริงแลววินัยที่เรา ไดบัญญัติแกทานทั้งหลายก็ดี ธรรมที่เราได แสดงแลวแกทา นทัง้ หลายก็ดี เมือ่ เราลวงไป แลว ธรรมและวินัยเหลานั้นจะเปนศาสดา ของทานทั้งหลาย ดังนี้ มหาวิหารแหงนี้จึง เปนสถานที่แหงแรกและแหงเดียวในโลกที่ นําเอาพระไตรปฎกมาแสดงและใหความรู แกประชาชนทั่วไป กาวสูวิหาร “กูจะทําใหชาวบาน เพื่อตอบแทนขาว นํ้า ที่เขาใหกูกินทุกวัน” จากปณิธานของหลวงพอ ที่ตองการ ให ช าวบ า นมี กิ น มี ใ ช มี ง านทํ า ตลอดไป

วิ ห ารเทพวิ ท ยาคมแห ง นี้ นอกจากจะ เป น สถานที่ ที่ ใ ห พุ ท ธมามะกะทุ ก คน ได สัมผัสธรรมะของพระพุทธเจา ในลักษณะ ปริศนาธรรม และเรื่องราวแหงพระไตรปฎก ผ า นหลากหลายศาสตร แ ห ง ศิ ล ป ทั้ ง สถาป ต ยกรรม วิ ศ วกรรม จิ ต รกรรม ประติ ม ากรรม และศิ ล ปะเซรามิ ก โมเสก ดวยศรัทธาอันเเรงกลา บารมีของหลวงพอ คูณ ปริสุทโธ เเละองคสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจา ลานอธิษฐาน “สะพานพญานาค 2 ตน ทอดกาย เปนสะพานใหผมู จี ติ ศรัทธาเดินขามผาน โลกเเหงมนุษยสูโลกเเหงธรรม” สะพาน พญานาค 2 ตนโอบอุมชู หอเทพวิทยาคม หอพระไตรปฎกกลางนํา้ ไว เปรียบดัง่ โอบอุม โลกเเหงพระธรรมคําสัง่ สอนของพระพุทธเจา เอาไวอยางมั่นคง


ชั้นใตดินของวิหารเปนสวนจัดเเสดง เเละใหผูเขาชมไดเลือกรับของที่ระลึกจาก เงินทําบุญของทานผูเขาชมเอง บรรยากาศ โดยรอบจัดตกเเตงใหเสมือนทานไดอยูใน ทองนที อันศักดสทิ ธิ์ หรือโลกใตบาดาล โดย ของทีร่ ะลึกอันเปนมงคลนัน้ ผูเ ขาชมสามารถ เลือกไดตามความหมายอันเปนสิริมงคล ตามที่ทานตองการ ซุมของที่ระลึก เเบงอ อกเปน 2 สวนหลักๆ สวนเเรก คือบริเวณ โถงกลาง เรียกวา ซุมของที่ระลึก เพชร 7 สี มณี 7 เเสง เปนการบูชาลูกปดสีตางๆ โดย เลือกเสี่ยงทายตามสถานะหรืออาชีพการ งานของบุคคลนั้นๆ สวนที่ 2 รายลอมโซน เพชร 7 สี มณี 7 เเสง ประกอบไปด ว ย เจ็ ด สิ่ ง นํ า โชคในโลกใต บ าดาล อั น มี ความหมายมงคลตามความเชื่ อ จาก หลากหลายประเทศในโลก ไดแก ๑. มังกร +ลูกแกว : เรื่อง ความมีโชคลาภ วาสนา ๒. พญานาค : เรื่อง รํ่ารวยเงินทอง ๓. ปลา อานนท : เรือ่ งสุขภาพ ความแข็งแรง มีกาํ ลัง ๔. จระเข : เรื่องการสะสมบุญ ความเมตตา เพื่อจะไดรับเมตตาจากเจานาย เเละเปน ทีร่ กั ๕. พญาเตา : เรือ่ งอายุยนื ๖. ปลามานํา้ : เรื่องชีวิตคูยาวนาน สันติภาพ มิตรภาพ ๗. ปะการังแดง : เรื่อง เดินทางปลอดภัย

ชั้น 1 “ภาพพุทธประวัติ เเละ ตนโพธิ อธิฐาน“ เพดาน ภายในหองจัดเเสดงภาพ พระพุทธประวัติ เเละตนโพธิอธิฐาน เเสดง ถึงบารมีเเหงพระพุทธองค เมือ่ ทรงตรัสรูเ เลว เเผไพศาลไปทั่วจักรวาลบรรยากาศ คอยๆ สูงขึน้ จนเหนือชัน้ ฟาเหนือเมฆ ไปจนอสงไขย ไมมีที่สิ้นสุด ชั้ น 2 “พระวินัยปฎก นิทรรศการ พระราชาผู  ท รงธรรม เเละห อ งโถงเเห ง ธรรม“ โดยนําเสนอเรื่องราวของพระวินัย ปฎก เเละวิวัฒนาการพระพุทธศาสนา หลัง จากพระพุทธเจาเสด็จดับขันธปรินิพพาน อาทิ ศีล 227 ขอ เเละเรื่องราวของนิกาย ต า งๆ ที่ เ กิ ด ขึ้ น จากการตี ค วามพระวิ นั ย เเละพระธรรมคําสอนในหลากหลายเเงมุม สวนพื้นที่สงบเงียบตรงกลางนั้นเปน พื้นที่ โลงใหสาธุชนไดอธิฐานจิต เพื่อเปนกุศลเเก ตนเอง สวนหองบริเวณเศียรชางเปนหอง พระราชาผูทรงธรรม อันจะเนรมิตรใหเปน นิ ท รรศการเพื่ อ เทิ ด พระเกรี ย ติ พระบาท สมเด็จพระเจาอยูหัวของพวกเรา ซึ่งทานคือ ผูนําเเนวทางเเหงอริยสัจ 4 มาดําเนินเพื่อ ใหประชาชนชาวไทยไดพนทุกข อันจะได เห็นจากโครงการในพระราชดําริ ที่เกิดขึ้น มากมายเพื่อใหปวงชนไดพนจากความจน

มาเปนความ “พอ” ชั้น 3 “เรื่องราวของพระธรรมปฎก พระธรรมขันธ“ พระธรรมของพระพุทธเจา ที่ เ ผยเเพร ต ามจริ ต ของผู  ฟ  ง เเบ ง ได เ ป น 84,000 พระธรรมขันธจัดเเสดงหมุนเวียน ตลอดวลา เพื่อใหผูเขาชม ไดเขาใจหลัก พระธรรมตามธรรมขันธตางๆ “จิตรกรรมบนเพดาน 84,000 ใบโพธิ์” จิตรกรรมวิจิตร บนเพดานชั้น 3 เปน ใบโพธมากกวา 84,000 ใบ นี้เพื่อสอดเเทรก คําสอนเรื่องของความเพียร เรียนรูพระธรรม เเละยังเปนเครื่องเตือนใจพุทธศาสนิกชนวา พระองค มิไดมุงเเตถายทอดเเกนพระธรรม ตามที่พระองค ทรงตรัสรู หากเเตสั่งสอน พระธรรมตามจริตของผูส ดับธรรมนัน้ ๆ ดวย ดังนัน้ พระธรรมของพระพุทธเจา ทัง้ 84,000 พระธรรมขันธนนั้ เพือ่ สัง่ สอนผูค นตามจริตซึง่ จริตของเเตละปจจเจกนัน้ มิไดเหมือนกันเปน เเบบเเผนเดียวกัน ชั้ น ดาดฟ า “ณ ชั้ น บนสุ ด ของหอ เทพวิทยาคม ประดิษฐานพระพุทธรูป เเละ รูปหลอหลวงพอคูณปดทองคํา มองสูเบื้อง ลางเพือ่ ประสาทพร เเกสาธุชนชัว่ กาลนาน “

เหรียญหลวงพอคูณ รุน 90 (ฉลองวิหารเทพวิทยาคม) พิมพเล็กเต็มองค ขนาด 2.5 ซ.ม.

วัตถุประสงคในการจัดสรางเพื่อนําเงิน ทูลเกลาทูลกระหมอมถวาย พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ สมทบทุน มูลนิธิหลวงพอคูณปริสุทโธ ซื้อที่ดินสรางวัดบานไร 2 (วัดบุไผ) อ.วังนํ้าเขียว จ.นครราชสีมา

ติดตอสอบถาม วัดบานไร info@watbaanrai.com บริษัท เพ็นซิล จํากัด ๐๒ ๖๘๓ ๓๓๕๖ คุณ ภาวิดา ๐๘๑ ๘๒๘ ๗๖๑๖ phavida@hotmail.com คุณวนิดา ๐๘๑ ๖๓๗ ๕๔๔๐ vanida@pencil.co.th คุณอรอนงค ๐๘๖ ๙๐๙ ๙๘๔๖ ornanong@pencil.co.th Nakhon Ratchasima 149 ติดตอรวมทําบุญ คุณ ปริญญา ๐๘๑ ๖๑๗ ๒๑๒๒ kap_centerlaw@yahoo.com


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.ดานขุนทด)

องคการบริหารสวนตําบลหนองไทร

“ประเพณี สื บ สาน การศึ ก ษา กาวหนา ปลอดยาเสพติด เศรษฐกิจ ชุมชนดี ทุกชีวปี ลอดโรค สาธารณูปโภค ครบครัน สมบูรณพรรณสิ่งแวดลอม” คือวิสัยทัศนของ องค ก ารบริ ห าร ส ว นตํ า บลหนองไทร ซึ่งตั้งอยูหมูที่ 9 ตําบลหนองไทร อําเภอดานขุนทด จังหวัด นครราชสีมา หางจากตัวที่วาการอําเภอ ดานขุนทด ประมาณ 23 กิโลเมตร ปจจุบัน มี นายเขียว กอสันเทียะ ดํารงตําแหนง นายกองค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บล หนองไทร สภาพทั่วไปและขอมูลพื้นฐาน องคการบริหารสวนตําบลหนองไทร มีพื้นที่ประมาณ 65.18 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 27,772 ไร ครอบคลุมพื้นที่ 11 หมูบาน ดังนี้ หมูที่ 1 บานโคกสามัคคี หมูที่ 2 บานหนองกระโดน หมูที่ 3 บาน หนองแดง หมูที่ 4 บานหนองไทร หมูที่ 5 บานหนองสะแก หมูที่ 6 บานดอนปาโอบ หมูที่ 7 บานดอนแตว หมูที่ 8 บานหัวนา

150

หมูที่ 9 บานไทรงาม หมูที่ 10 บานใหม ประชาสรรค หมูท ี่ 11 บานโคกสามัคคีใหม ป จ จุ บั น องค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บล หนองไทร มีประชากรทั้งสิ้น 5,054 คน แยกเปน เพศชาย จํานวน 2,514 คน เพศ หญิง จํานวน 2,540 คน เปนครัวเรือน จํานวน 1,273 ครัวเรือน มีความหนาแนน ของประชากรเฉลี่ยตอพื้นที่เทากับ 75 คน ตอตารางกิโลเมตร ประชากรสวนใหญ ประกอบอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรม คือ ทําไรขาวโพด มันสําปะหลัง ออย สวนผัก เชน ผักคะนา มะเขือ พริก รับจางทั่วไป และคาขาย ยุทธศาสตรการพัฒนา ยุ ท ธศาสตร ก ารพั ฒ นาระบบ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ 1. จัดหาบริการพืน้ ฐานทีส่ ะดวก และ เพียงพอ จําเปนแกการดําเนินชีวิต และ ความเปนอยูของประชาชน 2. ปรับปรุง และซอมแซม ถนน คลอง และสระเก็บกักนํ้า

ยุทธศาสตรดานการพัฒนาระบบ การศึกษา และการบริหารการพัฒนาบุคคล 1. จัดหาบริการพื้นฐานและคุณภาพ ชีวิต เพื่อใหเกิดการพัฒนาประชากร การ ศึ ก ษาและสภาพความเป น อยู  ทั้ ง ระดั บ บุคคล ชุมชน และสังคม 2. การฝกอบรมใหความรูแ กพนักงาน สวนตําบล และพนักงานจางในการปฏิบตั งิ าน 3. การเผยแพรขอมูลขาวสาร การให ความรูก บั ประชาชนในระบอบการปกครอง แบบประชาธิปไตย และ สิทธิเสรีภาพ และ ความรูตางๆ 4. เสริมสรางความรู และจิตสํานึก การมีสวนรวมของประชาชน และชุมชน ในตําบล 5. พัฒนาเครือ่ งมือเครือ่ งใช และระบบ การบริหารการจัดการใหมีประสิทธิภาพ สูงสุด ยุทธศาสตรดานการจัดการดาน เศรษฐกิจ และสงเสริมการประกอบ อาชีพของประชาชน 1. พัฒนาศักยภาพดานการจําหนาย ในรูปแบบตางๆ 2. สงเสริมอาชีพและภูมิปญญาทอง ถิ่ น พั ฒ นาฝ มื อ ในการประกอบอาชี พ ตลอดจนการค า การพาณิ ช ย และการ อุตสาหกรรม 3. สนับสนุน และสงเสริมการทองเทีย่ ว ของทองถิ่นใหเปนที่นิยมอยางแพรหลาย


ยุทธศาสตรดานสาธารณสุข พัฒนาสุขภาพอนามัย ความปลอดภัย ในชีวิต และ ทรัพยสิน สวัสดิการ และ เบี้ ย ยั ง ชี พ สภาพความเป น อยู  ทั้ ง ระดั บ บุคคล ชุมชน และสังคม ยุทธศาสตรดานยาเสพติด การ พั ฒ นาศั ก ยภาพ และความเข ม แข็ ง ของชุมชน 1. พัฒนาใหเปนแหลงสุขภาพ 2. พัฒนาคน ชุมชน และสังคม ใน ดานการจัดการพัฒนาสังคม งานพัฒนา คุณภาพชีวิต งานฝกอบรมประชาชน งาน พัฒนาเด็ก เยาวชน สตรี งานสงเคราะห ประชาชน และงานสวัสดิการสังคม 3. การรักษาความสงบเรียบรอยของ ชุ ม ชน ลดอาชญากรรม และการแก ไ ข ปญหา ยาเสพติด เพื่อใหเปนเมืองนาอยู ยุทธศาสตรดา นทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม 1. ปลูกจิตสํานึกใหประชาชนตะหนัก ถึงคุณคา และมีสวนรวมในการเฝาระวัง ป อ งกั น และ แก ไ ขป ญ หาขยะ นํ้ า เสี ย มลพิษ มลภาวะ และสภาพแวดลอมตางๆ 2. ดูแลใหมีการใชประโยชนที่ดินให เหมาะสม ยุทธศาสตรดานการสงเสริมศิลป วัฒนธรรมทองถิ่น 1. พัฒนาใหเปนแหลงทองเที่ยวเชิง วัฒนธรรม การสงเสริมการสรางเครือขาย ประเพณีทองถิ่นรวมทั้งสงเสริมภูมิปญญา ทองถิ่น

ผลการดํ า เนิ น งาน ของ อบต.หนองไทร องคการบริหาร สวนตําบลหนองไทร ได จัดทําโครงการแขงขัน กี ฬ าต า นยาเสพติ ด ตําบลหนองไทร ประจํา ป 2556 ครั้งที่ 5 ขึ้นเมื่อ วันที่ 25 ถึง 27 เมษายน 2556 ณ สนามกี ฬ า ชั่วคราวองคการบริหาร สวนตําบลหนองไทร โดยไดรับเกียรติจาก ทานนายอําเภอดานขุนทด มาเปนประธาน ในพิธเี ปดการแขงขันกีฬาดังกลาว ซึง่ ไดรบั ความรวมมือเปนอยางดีจากผูนําหมูบาน ประชาชนและเยาวชนตํ า บลหนองไทร เปนอยางดี องคการบริหารสวนตําบลหนอง ไทร ได จั ด งานประเพณี วั น สงกรานต เพื่ อ แสดงออกถึ ง ความรั ก ความกตั ญ ู ต อ ผู  สู ง อายุ และสื บ สานประเพณี ไ ทย ขึ้ น ณ ที่ ทํ า การองค ก ารบริ ห ารส ว น ตํ า บลหนองไทร โดยมี ท  า น สจ.ธวั ฒ น ศิ ริ ป ริ ญ ญานั น ท มาเป น ประธานในพิ ธี โดยได รั บ ความร ว มมื อ เป น อย า งดี จ าก ประชาชนชาวตําบลหนองไทร ผูน าํ หมูบ า น และรวมถึงการแสดงของผูส งู อายุมากมาย บนเวที มีการประกวดรองเพลง และอื่นๆ อีกมากมาย โครงการรวมใจปลูกปาบนหลังคา โคราชเฉลิมพระเกียรติ “เนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554” องคการบริหารสวน ตําบลหนองไทร อําเภอดานขุนทด จังหวัด นครราชสีมา โครงการมอบเสื้ อ กั น หนาวแก ผู  สู ง วั ย ตามที่ สํ า นั ก งานป อ งกั น และ บรรเทาสาธารณภัย ไดประกาศใหอําเภอ ดานขุนทดเปนเขตภัยหนาว อบต.หนอง ไทร ไดจดั ทําโครงการมอบเสือ้ กันหนาวแก ผูสูงวัย เพื่อบรรเทาปญหาความเดือดรอน จากภัยหนาว ใหกับผูสูงอายุในเขตพื้นที่

ตําบลหนองไทร จํานวน 225 คน อบต.หนองไทร ไดจัดการแขงขัน ชกมวยศึกหนองไทรมหากุศล เพื่อหาเงิน สมทบในการจั ด ซื้ อ รถกู  ชี พ กู  ภั ย EMS 1669 ขึ้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2554 ณ สนามกีฬาประจําตําบลหนองไทร ซึ่งได รับเกียรติจากทานรองสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท มาเปนประธานในพิธีเปดการ แขงขันในครั้งนี้ อบต.หนองไทร ได จั ด กิ จ กรรม ซอมแซมถนนลาดยางสายบานดอนปา โอบถึ ง อบต.หนองไทร ระยะทางกว า 3 กิ โ ลเมตร โดยขอรั บ การสนั บ สนุ น งบประมาณ จากอดีต ส.ส. และ ส.จ. ในเขต พื้นที่ โดยใหสมาชิกสภา อบต.ทุกหมูบาน รวมกันดําเนินกิจกรรม ดังกลาว จนเสร็จ เรียบรอย กองทุนหลักประกันสุขภาพ องคการ บริหารสวนตําบลหนองไทรไดดําเนิน โครงการรอยยิม้ สดใสเด็กไทยฟนดี ประจํา ป 2556 และโครงการควบคุมปองกันโรค ไขเลือดออก ประจําปงบประมาณ 2556 โครงการพัฒนาเครือขายควบคุมปองกัน โรคติดตอตําบลหนองไทร โครงการสราง เครื อ ข า ยผู  นํ า หมู  บ  า น/ชุ ม ชนเข ม แข็ ง เอาชนะยาเสพติดตําบลหนองไทร ประจํา ป 2556

Nakhon Ratchasima 151


เสนทางพบเทศบาลตําบล (อ.ปกธงชัย)

เทศบาลตําบลลํานางแกว

“ลํ า นางแก ว น า อยู  ผู  ค นมี คุณธรรม นําชุมชนเขมแข็ง แหลง เกษตรอิ น ทรี ย  มี ก ารบริ ห ารแบบ ธรรมาภิ บ าล การท อ งเที่ ย วเชิ ง อนุ รั ก ษ หลั ก เศรษฐกิ จ พอเพี ย ง พัฒนาอาชีพ สิ่งแวดลอมมีคุณภาพ ทรั พ ยากรธรรมชาติ ยั่ ง ยื น ฟ  น ฟู วัฒนธรรมทองถิ่น ” คื อ วิ สั ย ทั ศ น  ก า ร พั ฒ น า ข อ ง เทศบาลตํ า บลลํ า นางแก ว ซึ่ ง มี สํ า นั ก งานตั้ ง อยู  เ ลขที่ 123 หมู  ที่ 7 ตํ า บลลํ า นางแก ว อํ า เภอป ก ธงชั ย จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยูทางทิศตะวัน ตกเฉี ย งใต ข องอํ า เภอป ก ธงชั ย และ มี ร ะยะทางห า งจากอํ า เภอป ก ธงชั ย ประมาณ 35 กิ โ ลเมตร ป จ จุ บั น มี นายสมหวัง เจตนา ดํารงตําแหนง นายกเทศมนตรีตําบลลํานางแกว

152

พันธกิจ 1. สนับสนุนพัฒนาใหความรูแก เกษตรกร และกลุมอาชีพภายในตําบล เพื่อใหมีรายไดเพิ่มขึ้น 2. สนับสนุนสื่อการเรียนการสอน สถานศึกษาภายในตําบลลํานางแกว จั ด ตั้ ง ศู น ย กี ฬ าหมู  บ  า นพร อ มให ก าร สนั บ สนุ น งบประมาณและสนั บ สนุ น ประเพณีตางๆภายในตําบลลํานางแกว 3. สนับสนุนพัฒนาศักยภาพผูนํา ชุมชน และใหการสนับสนุนในการดูแล สวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิตและ ทรั พ ย สิ น ของประชาชน และการให บริการกับผูร บั เบีย้ ยังชีพ ผูพ กิ าร ภายใน ตําบล ตลอดจนสนับสนุนใหมกี ารจัดตัง้ อินเตอรเน็ตตําบล 4. เนนการบริการจัดการองคกร ตามหลักธรรมาภิบาล 5. ให ก ารสนั บ สนุ น พั ฒ นาด า น โครงสรางพื้นฐาน 6. เนนการบริหารจัดการในเรื่อง ขยะ การจัดกิจกรรมสาธารณสุขมีการ ปองกันโรคติดตอทุกชนิด ไดอยางทัว่ ถึง และทันเหตุการณ

7. เนนใหมีการอนุรักษทรัพยากร ธรรมชาติ ดานปาไม แหลงนํ้า และ คุณภาพสิ่งแวดลอมเพื่อใชประโยชน อยางยั่งยืน ยุทธศาสตรการพัฒนา 1. ดานเศรษฐกิจ 1.1 จะสนับสนุนพัฒนากลุมอาชีพ เชน กลุมผลิตปุยอินทรียชีวภาพ ใหมี รายไดเพิ่มขึ้น 1.2 จะสนับสนุนใหมนี กั วิชาการให ความรูเ กีย่ วกับการเกษตรครัวเรือนและ กลุมอาชีพ 2. ดานการศึกษา วัฒนธรรม และประเพณี 2.1 จะสนับสนุนสื่อการเรียนการ สอนใหกับทุกโรงเรียน 2.2 จะพั ฒ นาศู น ย พั ฒ นาเด็ ก เล็ ก เทศบาลตํ า บลลํ า นางแก ว ให ไ ด มาตรฐานผูปกครองพึงพอใจ 2.3 จะสนับสนุนตั้งศูนยกีฬาทุก หมู  บ  า น พร อ มอุ ป กรณ กี ฬ าและงบ พัฒนากีฬาหมูบาน


2.4 จะสนับสนุนประเพณี วัฒนธรรม ตาง ๆ เชน งานสงกรานต งานลอย กระทง และงานพิธีตางๆ รวมทั้งรัฐพิธี ใหเปนแบบอยางในการรักษาวัฒนธรรม ของไทย 3. ด า นสั ง คม และสวั ส ดิ ก าร สังคมสงเคราะห 3.1 จะสนั บ สนุ น เบี้ ย ยั ง ชี พ ผู  สู ง อายุ ผูพิการ อยางทั่วถึงและมอบถึง บันไดบาน 3.2 จะสนับสนุนใหผนู าํ ทองที,่ กลุม สตรีแมบาน, อสม., อปพร., ตชต., กลุม เยาวชนและทุกคนในเขตเทศบาลตําบล ลํานางแกวรวมจัดกิจกรรมทางสังคม 3.3 จะสนั บ สนุ น งบประมาณให กับตํารวจสายตรวจตําบล ในการดูแล สวัสดิภาพ ความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพยสินของประชาชน 3.4 จะสนับสนุนใหมีการจัดตั้ง อินเตอรเน็ตความเร็วสูง พรอมติดหอง แอร บริการฟรี 4. ดานพัฒนาดานการเมืองการ ปกครองและการบริหารงานเทศบาล 4.1 จะเนนใหพนักงานสวนทองถิน่ บริการประชาชนตามหลักธรรมาภิบาล 5. ดานโครงสรางพื้นฐาน 5.1 จะสนับสนุนใหมีการกอสราง ถนนลาดยาง ถนนคอนกรี ต ภายใน หมูบาน ตามตรอกซอยใหทั่วถึง

7. ดานทรัพยากรธรรมชาติและ พัฒนาแหลงทองเที่ยว 7.1 จะสนับสนุนใหมีการอนุรักษ ทรั พ ยากรธรรมชาติ ป า ไม แม นํ้ า ลําคลองและสรางฝายเพื่อชะลอนํ้า นํา นํ้ามาใชกับภาคการเกษตรใหพอเพียง 7.2 จะสนับสนุนจัดหาที่สาธารณะ เปนแหลงนํ้าขนาดใหญแกภัยแลง กัน นํ้าทวม พรอมใหเปนสถานที่ทองเที่ยว 5.2 จะสนับสนุนใหมีการกอสราง สร า งปอดสร า งสุ ข ภาพให ช าวตํ า บล ซ อ มแซม และบํ า รุ ง รั ก ษา ทั้ ง ไฟฟ า ลํ า นางแก ว โดยประสานขอรั บ การ ประปา ให ไ ด ม าตรฐานเพี ย งพอต อ สนับสนุนงบประมาณจากระดับจังหวัด ความตองการของประชาชน และระดับชาติ 5.3 จะสนับสนุนใหมีรถนํ้า แกไข ภัยแลง รถดับเพลิงระบบเหตุไฟไหม จากใจนายกเทศมนตรี ทันตอเหตุการณ กระผม ขอเรี ย นว า กระผมจะ 6. ด า นสาธารณสุ ข และสิ่ ง - ปฏิ บั ติ ห น า ที่ ด  ว ยความมุ  ง มั่ น และ แวดลอม ตั้งใจ ใหสมกับที่ไดรับความไววางใจ 6.1 จะสนับสนุนใหมีการปองกัน จากพีน่ อ งประชาชน ใหเขามาทําหนาที่ โรคติ ด ต อ ทุ ก ชนิ ด ให เ พี ย งพอ ทั่ ว ถึ ง เปนผูบริหาร กระผมมีความมุงมั่นที่จะ ทันเหตุการณ เขามาพัฒนาเทศบาลตํ า บลลํ า นาง 6.2 จะสนั บ สนุ น กลุ  ม อสม. ใน แกว ใหมีความเจริญกาวหนา โดยจะ เขตเทศบาลตําบลลํานางแกวรวมจัด คํานึงถึงความถูกตอง ความเปนธรรม กิจกรรมดานสาธารณสุขและนําออก และมีการบริหารงานทีโ่ ปรงใส สามารถ กําลังกาย ตรวจสอบได และที่สําคัญ จะยึดเอา 6.3 จะสนั บ สนุ น หน ว ยกู  ชี พ ประโยชนสุข และความตองการของพี่ (EMS) รับ-สง ผูปวยในเขตเทศบาลให นองประชาชนเปนสําคัญ รวดเร็วทั้ง ๙ หมูบาน 6.4 จะสนั บ สนุ น จั ด หารถขยะ พรอมจัดเก็บขยะทั่วถึงทั้ง 9 หมูบาน

Nakhon Ratchasima 153


เสนทางพบเทศบาลเมือง

Pakchong Cowboy City

เทศบาลเมืองปากชอง อําเภอปากชอง จังหวัดนครราชสีมา ภายใตการบริหารโดย “นายคมกฤษณ ลิ้มปญญาเลิศ” นายก เทศมนตรี เ มื อ งปากช อ ง ผูมี วิสัยทัศน ในการนําพาเมืองใหพัฒนาและกาวไปสู อนาคต ภายใตแนวคิดการสรางอัตลักษณ ใหเมืองปากชองเปน Cowboy City เพื่อ สงเสริมการทองเที่ยว ควบคูกับการพัฒนา คุ ณ ภาพชี วิ ต และความเป น อยู  ข องชาว ปากช อ งให ดี ขึ้ น ผ า นกิ จ กรรมสํ า คั ญ ๆ มากมาย อาทิ Pakchong Cowboy City Countdown ปากชอง คาวบอย ซิตี้ เคาทดาวน เปนงานเทศกาลสงทายปเกา-ตอนรับปใหม ซึง่ เทศบาลเมืองปากชอง จัดขึน้ เปนประจํา

ทุกป ณ สวนสาธารณะเขาแคน อ.ปากชอง โดยท า นนายกฯคมกฤษณ พร อ มด ว ย คณะผูบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหนา สวนราชการ และพนักงานขาราชการทุกคน ไดเนรมิตสวนสาธารณะเขาแคนใหกลาย เปนเมืองคาวบอย ที่มีกลิ่นอายแบบลูกทุง ตะวันตกมาไวใหนกั ทองเทีย่ วและชาวโคราช ได สั ม ผั ส ตามแนวคิ ด การพั ฒ นาเมื อ ง ปากชองใหเปนเมืองแหงการทองเที่ยว Pakchong Cowboy City Countdown ประกอบด ว ยสี สั น ของกิ จ กรรมที่ จั ด ขึ้ น ภายในงานมากมาย อาทิ การแสดงดนตรี แนวเพลง Country ทีผ่ กู พันกับคาวบอยมา แตชา นาน สรางบรรยากาศคึกคักสนุกสนาน ท า มกลางสายลมหนาว การแสดงโชว คาวบอย (Wild West Show) อีกหนึ่งการ แสดงที่นักทองเที่ยวตางใหความสนใจ และ เขารวมเปนสวนหนึ่งของการแสดงได การ แสดงพื้นเมืองของชนเผาอินเดียนแดง 154


ที่มีความเกี่ยวของกับคาวบอยอเมริกันใน อดีต การประกวดหนูนอยคาวบอย ที่จะ เรียกรอยยิ้มจากความไรเดียงสาของเด็ก นอย และ การประกวด Cowboy/Cowgirl/ Cowboy พรางชมพู ซึ่งเปนกิจกรรมสราง สีสันที่จะทําใหผูชมงานไมอาจละสายตา จากความหลอลํ่าของคาวบอย ความสวย เซ็กซีข่ องคาวเกิรล และความฮาจากคาวบอย แนวหวานๆ พรอมชมคอนเสิรตจากศิลปน ระดับแนวหนาของเมืองไทยมากมาย และ ปดทายงานดวยความยิ่งใหญอลังการของ คืนวันที่ 31 ธันวาคม ดวยการนับถอยหลัง จาก 10…9…8…7 จนถึง 0 กอนที่พลุนับ รอยลูกจะถูกยิงขึน้ ไปบนทองฟา สรางความ ประทับใจใหจารึกอยูในความทรงจํามิอาจ ลืมเลือน อี ก ทั้ ง ภายในงานนี้ นั ก ท อ งเที่ ย ว สามารถเดินเลือกซื้อสินคา ผลิตภัณฑไส ตลคาวบอย หรือเลือกรับประทานอาหาร นานาชาติ ซึง่ ภายในพืน้ ทีก่ ารจัดงานทัง้ หมด จะอบอวลด ว ยบรรยากาศแบบลู ก ทุ  ง ตะวันตก ไมวาจะเปนอาหาร การแตงกาย สัตวเลี้ยง อันไดแก มา วัว สภาพพื้นที่แบบ ฉบับทุงเลี้ยงสัตวที่มีอาณาเขตกวางขวาง สุดลูกหูลูกตา สงผลใหภาพโดยรวมภายใน งาน ไดรบั การตอบรับดวยดีจากนักทองเทีย่ ว ทั้งในประเทศและตางประเทศ ทั้งนี้ การจัด งานปากชองคาวบอยซิตี้ นับเปนอีกหนึ่ง กลยุทธในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ ของจังหวัด และของพื้นที่ ภายใตการดูแล และสรางสรรคงานโดยผูบริหารองคกรฯ อยางนายกฯ คมกฤษณ ลิ้มปญญาเลิศ นายกเทศมนตรีเมืองปากชอง

“เดิน-วิ่งสุขใจชมไพรปากชอง” เทิดไทองคราชันย ครั้งที่ 8 นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรี ว า การกระทรวงอุ ต สาหกรรม เป น ประธานในพิธีเปดการแขงขันเดิน-วิ่งเทิด พระเกี ย รติ ในโครงการ “เดิ น -วิ่ ง สุ ข ใจ ชมไพรปากช อ ง เทิ ด ไท อ งค ร าชั น ย มิ นิ ฮ าล ฟ มาราธอน ครั้ ง ที่ 8” โดยมี นายคมกฤษณ ลิ้ ม ป ญ ญาเลิ ศ นายก เทศมนตรีเมืองปากชอง และ ชมรมเดิน วิ่งเพื่อสุขภาพ อําเภอปากชอง รวมกันจัด ทําโครงการขึน้ เมือ่ วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 ณ สวนสาธารณะเขาแคน อ.ปากชอง โดยมีนกั วิง่ จากทัว่ ประเทศและทุกเพศทุกวัย เขารวมการแขงขันกวา 2,000 คน โครงการ “เดิ น -วิ่ ง สุ ข ใจชมไพร ปากชอง เทิดไทองคราชัน มินิฮาลฟ มาราธอน ครั้ ง ที่ 8” มี วั ต ถุ ป ระสงค เพื่อเทิดพระเกียรติแด พระบาทสมเด็ จ พระเจ า อยู  หั ว เนื่ อ งในวโรกาสเจริ ญ พระชนมายุ 86 พรรษา พรอมทัง้ เพือ่ เปนการ สงเสริมประชาชนและเยาวชน ใหสนใจใน การออกกําลังกายเพื่อสุขภาพและตอตาน ยาเสพติ ด อี ก ทั้ ง เป น การประชาสั ม พั น ธ แหลงทองเที่ยวในอําเภอปากชองและใกล เคียง เพื่อใหทุกคนไดรูจักรักและหวงแหน ทรัพยยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอุทยาน แหงชาติเขาใหญ และเปนการจัดหาทุนการ ศึกษาใหแกนกั เรียนทีม่ คี วามสามารถในการ เดินวิ่งจากโรงเรียนตางๆ และสําหรับใชใน การสาธารณะกุศลตางๆ ในอําเภอปากชอง

เมืองปากชองรวมกับกลุมไมขีดไฟ จัดมหกรรม “เดิ่นนี้ดีจัง” นายยุทธนา เกียรติขจรไกล รองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองปากชอง เปนประธานในการเปดงาน มหกรรม “เดิน่ นี้ดีจัง” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 ณ สวนสาธารณะเขาแคน อ.ปากชอง เดิ่นนี้ดีจัง เปนกิจกรรมซึ่งจัดขึ้นโดย กลุ  ม ไม ขี ด ไฟ เพื่ อ เสริ ม สร า งการเรี ย น รู  สํ า หรั บ เด็ ก และเยาวชน นอกจากนี้ ยั ง เปนการเปดโอกาสใหครอบครัวไดมกี จิ กรรม ที่ทํารวมกัน อาทิ การจัดแสดงภาพเกาของ อําเภอปากชอง การวาดภาพ-ระบายสี การ ประดิษฐของเลนจากวัสดุเหลือใช การสอน ทําของเลนโบราณ การสานของเลนจาก ใบมะพราว การประดิษฐของเลนจากกาน กล ว ย นอกจากนี้ ยั ง มี ป ระชาชนร ว มนํ า สิ่งของตางๆ รวมไปถึงอาหารโบราณ เชน ขาวโปง ไขยางในกระทงใบตอง มาใหนองๆ ได ร  ว มประกอบอาหารและอิ่ ม อร อ ยกั บ อาหารที่ทําขึ้นเอง โดยในงานนี้มีประชาชน และเด็กๆ เขารวมงานกวา 500 คน

Nakhon Ratchasima 155


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล(อ.ปากชอง)

องคการบริหารสวนตําบลปากชอง ขายสินคาขนาดใหญรวมกวา 15 แหง ซึง่ สรางงานสรางรายไดใหกบั ประชาชน ในเขตตําบลปากชอง ไดเปนอยางดี

“ประหยัด โปรงใส มีประสิทธิภาพ เปนธรรม มุงมั่นพัฒนา ประชามี สวนรวม” คือวิสัยทัศนของ องคการบริหาร ส ว นตํ า บลปากช อ ง ซึ่ ง มี ที่ ทํ า การ องค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บลปากช อ ง ตั้งอยูหมูที่ 5 บานหนองมะคา ตําบล ปากชอง จังหวัดนครราชสีมา ปจจุบัน มี นายเสกสันต ทองสวัสดิ์วงศ ดํารง ตําแหนง นายกองคการบริหารสวน ตําบลปากชอง ซึ่งมีวิสัยทัศนในการ บริหารงาน อบต.ปากชองทีว่ า “ประหยัด โปร ง ใส มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ เป น ธรรม มุงมั่นพัฒนา ประชามีสวนรวม คิดดี ทํา ดี ประชามีสวนรวม คิดดี ทําดี ประสาน สามัคคี นําสิง่ ทีด่ สี ชู มุ ชน สังคมกาวหนา เศรษฐกิจกาวไกล ประชาสุขใจ รวมใจ พัฒนา”

156

ศั ก ยภาพขององค ก ารบริ ห ารส ว น ตําบลปากชอง องคการบริหารสวนตําบลปากชอง เปนตําบลหนึ่งที่มีขนาดใหญ มีเนื้อที่ทั้ง สิน้ จํานวน 148.96 ตารางกิโลเมตร หรือ 93,118 ไร ประกอบดวย 22 หมูบาน ตั้ง อยูระหวางตําบลหนองสาหราย ตําบล ขนงพระ ตําบลจันทึก ตําบลกลางดง และอํ า เภอมวกเหล็ ก จั ง หวั ด สระบุ รี ประชาชนส ว นใหญ ป ระกอบอาชี พ ทางการเกษตรกรรม เชน ทําไร ทําสวน เลี้ ย งสั ต ว และทํ า งานเป น ลู ก จ า งใน สถานประกอบการดานการทองเที่ยว และลู ก จ า งในโรงงานอุ ต สาหกรรมที่ ตั้ ง อยู  ใ นเขตของตํ า บลปากช อ งและ ตํ า บลใกล เ คี ย ง เนื่ อ งจากมี โ รงงาน อุตสาหกรรมถึง 9 แหง และมีโรงแรม รีสอรท สนามกอลฟ รานอาหาร และราน

นโยบายขององค ก ารบริ ห ารส ว น ตําบลปากชอง ดานเศรษฐกิจ - สงเสริมและสนับสนุนการจัดตั้ง กลุมวิสาหกิจชุมชนโดยสงเสริมอาชีพ และพัฒนาฝมือแรงงานตามความถนัด เพื่อเพิ่มรายไดใหประชาชนเปนหลัก - สงเสริมและสนับสนุนการแปรรูป ผลิตผลการเกษตรและผลิตภัณฑชมุ ชน สูส ากล-สงเสริมและสนับสนุนการจัดตัง้ สถานที่จําหนายสินคา เปนตลาดกลาง จําหนายพืชผลการเกษตรแปรรูปและ ผลิตภัณฑชุมชน - สงเสริมและสนับสนุนการทําการ เกษตรตามทฤษฎี เศรษฐกิจพอเพียง - สงเสริมดานปศุสัตว การเลี้ยงโค แพะ แกะ ฯลฯ เพื่อเปนอาชีพเสริม


ดานสังคม - เสริ ม สร า งความเข ม แข็ ง ของ ครอบครั ว และชุ ม ชน เช น การจั ด ตั้ ง กองทุนสุขภาพ ดูแลประชาชนในชุมชน ตั้งแตเกิด แก เจ็บ จนกระทั่งเสียชีวิต - ส ง เสริ ม การพั ฒ นาสตรี เด็ ก เยาวชน ผูสูงอายุ และผูพิการ - สงเสริมและสนับสนุนกิจกรรม ของโรงพยาบาลและสถานีอนามัย -สงเสริมและสนับสนุนการปองกัน โรคและระงับโรคติดตอ - สงเสริมสนับสนุนกิจกรรมเสริม สรางสุขภาพ การออกกําลังกายภายใน ชุมชน - สงเสริมสนับสนุนกิจกรรมเชิดชู ผูส งู อายุ อํานวยความสะดวกดานสถาน ที่และอุปกรณที่จําเปนและจัดตั้งชมรม ผูสูงอายุ - สงเสริมและสนับสนุนกิจกรรม เสริมสรางทักษะเด็กวัยกอนเรียน - สงเสริมสนับสนุนเยาวชนดานการ กีฬาและนันทนาการอยางตอเนื่อง - สงเสริมใหชุมชนไดตระหนักถึง พิษภัยของยาเสพติดและรวมปองกัน แกไข - ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น และเพิ่ ม ประสิทธิภาพตํารวจอาสาสมัครหมูบ า น เพือ่ บรรเทาสาธารณภัย รักษาความสงบ เรี ย บร อ ยความปลอดภั ย ในชี วิ ต และ ทรัพยสิน ในชุมชน

- สงเสริมสนับสนุนกิจกรรมของ ตํารวจเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพยสินในตําบล - จัดตั้งและสนับสนุนงานปองกัน และบรรเทาสาธารณภัย ดานการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม - สนับสนุนคาใชจา ยดานการศึกษา เชน อุปกรณการเรียนและทุนการศึกษา - ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น การก อ สร า ง ศูนยเด็กเล็กเพิ่มขึ้น - สงเสริมและสนับสนุนการขยาย โอกาสทางการศึกษาแกผูดอยโอกาส และพัฒนาฝมือแรงงานในชุมชน - สงเสริมและสนับสนุนกิจกรรม ทางศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีและ ภูมิปญญาทองถิ่น - สงเสริมและสนับสนุนสรางเตา เผาขยะไรมลภาวะใหกบั วัดทีอ่ ยูใ นชุมชน ดานโครงสรางพื้นฐาน และสาธารณูปโภค - จั ด ทํ า ข อ มู ล แผนที่ ภู มิ ศ าสตร (GIS) พื้นที่องคการบริหารสวนตําบล ในการพัฒนา - สนับสนุนการกอสรางและปรับปรุง ซอมแซมถนน ทอระบายนํา้ รางระบายนํา้ และขยายไหลถนนตามลักษณะแผนที่ ภูมศิ าสตรของพืน้ ทีต่ ามความเหมาะสม และไดมาตรฐาน

- สงเสริมและสนับสนุนการจัดการ บําบัดนํ้าเสียอยางมีระบบ - สนั บ สนุ น การปรั บ ปรุ ง ไฟฟ า สาธารณะทุกหมูบาน ขยายเขตไฟฟา แรงตํ่า แสงสวางรายทางและประปา ทุกหลังคาเรือน - สงเสริมสนับสนุนใหประชาชนเขา มามีสวนรวมในการจัดสรรงบประมาณ การกอสรางดานแรงงาน การตรวจสอบ และกํากับดูแล ดานสิ่งแวดลอม - สงเสริมสนับสนุนการคุมครอง ดูแล และบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม - เพิ่มมาตรการในการกําจัดขยะ มูลฝอยและสิง่ ปฏิกลู ใหเกิดประสิทธิภาพ สูงสุด - สงเสริมการรักษาความสะอาด และจัดความสวยงามบริเวณบานทุก หลั ง คาเรื อ นอย า งต อ เนื่ อ งเพื่ อ ความ เปนระเบียบรวมกัน เกิดความสามัคคี รวมมือรวมใจกันในเขตองคการบริหาร สวนตําบล Nakhon Ratchasima 157


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล

องคการบริหารสวนตําบลหนองสาหราย

“ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เรียบเรียงปญหาชาวประชา พัฒนาคุณภาพชีวติ ประชาชนรวมคิดรวมตัดสินใจ” คือวิสัยทัศนของ องคการบริหารสานตําบลหนอง สาหราย ซึง่ มีสาํ นักงานตัง้ อยูท ถี่ นนนิคมลําตะคอง อ.ปากชอง จ.นครราชสีมา 30130 ปจจุบันมี นายมิชา พงษสวาง ดํารง ตําแหนง นายกองคการบริหารสานตําบลหนองสาหราย ประวัติความเปนมา ในอดีตพื้นที่บริเวณตําบลหนองสาหรายมีสภาพเปน ปาดงดิบ มีกลุมบุคคลอพยพมาตั้งถิ่นฐานบานเรือนใกล หนองนํ้า ซึ่งมีสาหรายสีเขียวจํานวนมาก จึงไดตั้งชื่อตําบล แหงนีว้ า “หนองสาหราย” เดิมทีอยูใ นเขตตําบลจันทึก อําเภอ สีคิ้ว ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2516 ไดแยกตัวออกจากตําบล จันทึก มาเปนตําบลหนองสาหราย ขึ้นกับอําเภอปากชอง 158

จังหวัดนครราชสีมา ตอมาไดจดั ตัง้ เปน องคการบริหารสวน ตําบลหนองสาหราย เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2538 นโยบายการพัฒนาของผูบริหารทองถิ่น นโยบายการบริหารราชการขององคการบริหารสวน ตําบลหนองสาหราย ไดกําหนดไว 8 ดาน ดังนี้ คือ 1. ดานการศึกษา จัดใหมีศูนยการเรียนรู เพื่อกระตุนใหประชาชนมีความ รูสูความเปนเลิศควบคูกับคุณธรรม จัดใหมีหองสมุดประจํา อําเภอ โรงเรียนในฝน เพื่อความรูความเขาใจในขบวนการมี สวนรวมของประชาชนในทุกดาน ตั้งแตนักเรียนจนถึงภาค ประชาชน 2. ดานการอนุเคราะหทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดลอม


เน น ความคุ  ม ค า ในการใช ป ระโยชน ใ นทรั พ ยากรที่ มี อยู จัดหาภาชนะเก็บนํ้าฝนใหเพียงพอในโครงการนํ้าแกจน ตามพระราชดําริสรางปาชุมชน ใหเกิดปาถาวร ดูแล จัดการ สิ่งแวดลอมที่เปนมลพิษใหหมดไป 3. ดานสังคม จัดการเรียนรู ขบวนการประชาธิปไตยระดับทองถิ่น จัด ระเบียบชุมชนในสังคมใหความรู ความเขาใจ สิทธิของความ เปนมนุษย จัดใหมีขบวนการชวยเหลือบรรเทาสาธารณภัย และสั ง คมสงเคราะห เพื่ อ ช ว ยเหลื อ บรรเทาสาธารณภั ย สังคมสงเคราะห และชวยเหลือผูดอยโอกาส 4. ดานบริหารโครงสรางพื้นฐาน ด า นซ อ มบํ า รุ ง ให ป รั บ ปรุ ง เครื่ อ งมื อ ที่ มี อ ยู  แ ละหา เครื่องจักรกลที่จําเปน ในการปฏิบัติงานใหเพียงพอ ทั้งจัดหา บุคลากรที่มีประสิทธิภาพ กอสรางถนน ที่สะดวกปลอดภัย จัดหาแหลงนํา้ ในโครงการนํา้ แกจน ใหเพียงพอ และจัดสถาน บริการเพื่อนันทนาการและที่พักผอนออกกําลังกาย 5. ดานคุณภาพชีวิต เนนสรางคนใหสมบูรณทั้ง 3 ดาน ดานที่ 1 การติดอาวุธทางปญญา ดานที่ 2 การสรางจิตใจใหอบอุนเขมแข็ง ดานที่ 3 การเสริมสรางรางกายใหแข็งแรง หางไกลยา เสพติด และโรคภัยไขเจ็บ 6. ดานเศรษฐกิจ เพื่อสรางรายไดขององคการบริหารสวนตําบลหนอง

สาหราย สูครัวเรือนเขมแข็ง สงเสริมการใช วัสดุและทรัพยากรทีม่ อี ยูใ นทองถิน่ พัฒนา ใหเกิดรายได โดยใชภมู ปิ ญ  ญาของทองถิน่ ทีส่ ะสมไว นํามาพัฒนาประยุกตใหเกิดเปน รายได สรางหนึง่ ผลิตภัณฑ หนึง่ หมูบ า น ไป สูความเปนเลิศอยางครบวงจร เปนสินคา สงออก เพื่อสรางรายไดสูจังหวัด 7. ด า นศิ ล ปะ วั ฒ นธรรม จารี ต ประเพณี แ ละ ภูมิปญญาทองถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถิ่น ถือวาเปนมรดกอันลํา้ คาของมนุษยชาติ จึงตองรวมมือสืบสาน และรักษาไวอยางมั่นคง 8. ดานกีฬา สงเสริม สนับสนุน การจัดกิจกรรม การแขงขันกีฬาเพื่อ พัฒนาสุขภาพ และพัฒนาการกีฬาไปสูความเปนเลิศระดับ ตําบล อําเภอ จังหวัด และชาติ จากใจนากยกฯ ถึงชาวหนองสาหราย สวัสดีครับพอแมพี่นองชาวตําบลหนองสาหรายที่เคารพ รักทุกทาน กระผมนายมิชา พงษสวาง นายกองการบริหาร สวนตําบลหนองสาหราย ขอกราบขอบพระคุณทานไดให ความไววางใจ และใหโอกาสกระผมไดเขามาสานงานตอ กองานใหม และรับใชทา นในตําแหนงนายกองคการบริหาร ส ว นตํ า บลหนองสาหร า ย นั บ ตั้ ง แต วั น ที่ ก ระผมเข า รั บ ตําแหนงจนถึงปจจุบัน กระผมไดดําเนินการบริหารงานตาม นโยบายตางๆ และตามเจตนารมณที่แถลงไวตอสภาฯ และ พอแมพี่นองชาวตําบลหนองสาหราย ซึ่งขณะนี้การบริหาร งานของเรากํ า ลั ง ดํ า เนิ น ไปด ว ยดี แ ละต อ เนื่ อ ง ทั้ ง นี้ ด  ว ย การสนับสนุนของทีมงานและคณะผูบริหาร สมาชิกสภาฯ เจาหนาที่ทุกคน และผูมีสวนสําคัญยิ่งในการสนับสนุน ให กําลังใจในการทํางานของกระผมตลอดมา นั้นก็คือ พอแม พี่นองชาวหนองสาหรายที่เคารพรักทุกครับ

Nakhon Ratchasima 159


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล

องคการบริหารสวนตําบลหนองนํ้าแดง องคการบริหารสวนตําบลหนองนํ้าแดง ตั้งอยูหมู ที่ 11 ถนนธนะรัชต ตําบลหนองนํ้าแดง อําเภอปากชอง จังหวัดนครราชสีมา ระยะหางจากอําเภอปากชองประมาณ 10 กิโลเมตร และระยะหางจากจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 90 กิโลเมตร ปจจุบันองคการบริหารสวนตําบลหนองนํ้าแดง มี นายสุทิน บางประสิทธิ์ ดํารงตําแหนง นายกองคการ บริหารสวนตําบลหนองนํ้าแดง

กิจกรรมบูรณาการสรางสรรคเพื่อปวงชน โครงการบานธารนํ้าใจ ทุกๆ ป องคการบริหารสวนตําบลหนองนํ้าแดง จะมี การมอบบานธารนํ้าใจใหแกผูยากไร จํานวนปละ 6 – 12 หลัง โดยไดรับการสนับสนุนจากบริษัท ศิลาสากลพัฒนา จํากัด ตั้งแตป 2550 – ป 2556 ไดสรางบานและมอบบานธารนํ้าใจ ใหแกประชาชนไปแลว จํานวน 56 หลัง

โครงการซีพีคืนสุขแดผูสูงอายุ วิสัยทัศน องคการบริหารสวนตําบลหนองนํา้ แดง ไดบรู ณาการ “หนองนํา้ แดง แหลงทองเทีย่ วเชิงอนุรกั ษ ประชาชน รวมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑอาหาร จํากัด (มหาชน) มีคุณภาพชีวิตที่ดี มอบเบี้ยยังชีพใหผูสูงอายุที่ยากไรทุกเดือน หมูบานละ 2 ราย ดวยหลักเศรษฐกิจพอเพียง เคียงคูก ารบริหารกิจการ รายละ 2,000 บาท จํานวน 22 ราย บานเมืองที่ดี”

160


โครงการแบงปนนํ้าใจตานภัยหนาว ในเดือนธันวาคมของทุกป องคการบริหารสวนตําบล หนองนํ้าแดง ไดมอบผาหมกันหนาวใหกับประชาชน โดย ไดรับการสนับสนุนผาหมกันหนาวจาก สนามกีฬาชนไก มหาลาภ และภาคเอกชน ปละไมนอยกวา 1,000 ผืน โครงการแบงปนนํ้าใจถุงยังชีพแดผูยากไรและผู ดอยโอกาส ในเดือนเมษายนของทุกป องคการบริหารสวนตําบล หนองนํา้ แดง ไดมอบถุงยังชีพใหกบั ประชาชน โดยไดรบั การ สนับสนุนถุงยังชีพจาก สนามกีฬาชนไกมหาลาภ และภาค เอกชนปละไมนอยกวา 1,000 ชุด

ท อ งเที่ ย วในตํ า บลหนองนํ้ า แดง ท า นจะได สั ม ผั ส แหล ง ท อ งเที่ ย วเชิ ง นิ เ วศน ม ากมาย ในบรรยากาศของหุ บ เขา ธรรมชาติงดงาม การเดินทางสะดวก และมีศาสนสถาน เชน วัดถํ้าหลายแหงที่เงียบสงบ รมเย็น ใหทานไดพักผอน ทางจิตใจ และที่สําคัญการทองเที่ยวในตําบล ยังไดชวย สงเสริมเศรษฐกิจของชุมชนใหเขมแข็งและยั่งยืนดวยครับ

นายกฯ ชวนเที่ยวหนองนํ้าแดง กระผมนายสุทนิ บางประสิทธิ์ นายกองคการบริหาร สวนตําบลหนองนํ้าแดง ขอเชิญทานเขามาพักผอนและ

Nakhon Ratchasima 161


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.ปากชอง)

องคการบริหารสวนตําบลพญาเย็น

“พญาเย็นเมืองนาอยู โดยมีเศรษฐกิจ ดี การศึ ก ษาเด น การคมนาคมสะดวก สิง่ แวดลอมสดใส ประชาชนมีพลานามัย สมบูรณ และมีสว นรวมในการพัฒนา” คือวิสัยทัศนการพัฒนาของ องคการ บริหารสวนตําบลพญาเย็น ซึง่ ตัง้ อยูใ นพืน้ ที่ หมูท ี่ 7 บานหัวโกรก ตําบลพญาเย็น อําเภอ ปากชอง จังหวัดนครราชสีมา ปจจุบนั มี นาย จําลอง แกวมี ดํารงตําแหนง นายกองคการ บริหารสวนตําบลพญาเย็น

ขอมูลทัว่ ไปของอบต.พญาเย็น ในอดีต ต.พญาเย็น ขึน้ ตรงตอ ต.กลางดง ตลอดมา จนเมื่อป พ.ศ.2528 ไดแบงการ ปกครองจาก ต.กลางดง โดยมี นายเหมือน นอยศิลา เปน กํานันคนแรก ตอมากํานัน เหมือน นอยศิลา เกษียณอายุราชการในป 2536 และนายจําลอง แกวมี ไดรับเลือก ใหเปนกํานัน ต.พญาเย็น จนถึงปจจุบัน จน กระทั่งตําบลพญาเย็นไดยกระดับเปน อบต. พญาเย็น ในป พ.ศ.2539

162

องคการบริหารสวนตําบลพญาเย็น ประกอบดวย 14 หมูบ า น มีจาํ นวนครัวเรือน ทั้งหมด 1,537 ครัวเรือน มีจํานวนประชากร ดังนี้ ชาย จํานวน 3,406 คน หญิง จํานวน 3,332 คน รวมประชากร จํานวน 6,738 คน นโยบายการพัฒนาของ อบต.พญาเย็น 1. นโยบายดานโครงสรางพืน้ ฐาน 1. จะดําเนินการกอสราง และปรับปรุง ถนนสายหลักและสายรอง และซอยตางๆ ให เชือ่ มโยงถึงกัน 2. ดํ า เนิ น การก อ สร า งและปรั บ ปรุ ง ซอมแซมการประปาใหมคี ณ ุ ภาพไดมาตรฐาน ทั่วถึงทุกหมูบานในเขตองคการบริหารสวน ตําบลพญาเย็น 3. ดําเนินการติดตัง้ และขยายเขตไฟฟา สาธารณะ ในแหลงชุมชนขององคการบริหาร สวนตําบลพญาเย็น เพื่อความปลอดภัยใน ชีวติ และทรัพยสนิ ของประชาชน 4. ดําเนินการกอสรางหรือปรับปรุงสนาม กีฬา ทีม่ อี ยูใ นพืน้ ทีอ่ งคการบริหารสวนตําบล

พญาเย็น ใหสามารถใชเปนสถานทีอ่ อกกําลัง กายของประชาชนได 5. วางแผนการใชที่ดินวางเปลาของ องคการบริหารสวนตําบลพญาเย็น ใหกลุม อาชีพ, ชมรมและสหกรณที่อยูในพื้นที่ของ องคการบริหารสวนตําบลพญาเย็น ใชในการ ดําเนินกิจกรรมหรือกิจกรรมใดๆ ของกลุม อาชีพ, ชมรมและสหกรณ 6. จัดการบริหารผังเมืองใหเปนระบบ สวยงาม นาอยู และรองรับการขยายตัวของ ชุมชนอยางมีระบบ 7. ดําเนินการกอสรางและซอมบํารุง แหลงนํ้า ใหสามารถนําไปใชประโยชนตาม ความตองการของประชาชนในพื้นที่ไดอยาง เหมาะสม 8. จัดใหมีตลาดชุมชน เพื่อจําหนาย ผลผลิตและผลิตภัณฑทผี่ ลิตไดในตําบลพญา เย็น หรือพืน้ ทีใ่ กลเคียง 2. นโยบายดานสิง่ แวดลอมและทรัพยากร ธรรมชาติ 1. จัดใหมีระบบการเก็บและกําจัดขยะ ในพืน้ ทีช่ มุ ชน ขององคการบริหารสวนตําบล พญาเย็นอยางเหมาะสม 2. อนุรักษฟนฟู และบูรณะทรัพยากร ธรรมชาติและสิง่ แวดลอม เชน ปาไม แหลงนํา้ ธรรมชาติ และทีด่ นิ เสือ่ มโทรม 3. จะสงเสริมปรับปรุงทรัพยากรธรรมชาติ ที่ มี อ ยู  ใ นพื้ น ที่ ใ ห เ ป น แหล ง ท อ งเที่ ย วเช น นํา้ ผุดบานหนองยาง, ปาเขาใหญ บานซับใต, หินฟอสซิล บานหัวโกรก, นํา้ ตกเจ็ดสาวนอย นํา้ ตกมวกเหล็ก ฯลฯ ใหมศี กั ยภาพ เปนแหลง ทองเทีย่ วสามารถรองรับนักทองเทีย่ วไดอยาง สมบูรณ


4. ปรับปรุงทิวทัศนในเขตองคการบริหาร สวนตําบลใหสะอาดสวยงาม 5. สงเสริมและสนับสนุนใหประชาชนใน ชุมชน มีสว นรวมในการดูแลรักษาและจัดการ อนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมล 6. สนับสนุนใหมสี ถานทีส่ าธารณะ เพือ่ ใหประชาชนไดพกั ผอนและออกกําลังกาย 7. สงเสริมภูมปิ ญ  ญาชาวบานใหสอดคลอง กับชีวติ และสิง่ แวดลอม เพือ่ เปนเครือ่ งมือใน การทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม 3. นโยบายดานการพัฒนาเศรษฐกิจ 1. สนับสนุนการจัดตั้งกลุมอาชีพ และ สงเสริมดานการบริหารจัดการกลุม ใหสามารถ ดําเนินกิจการอยางมีระบบ เกิดประโยชน สูงสุดแกสมาชิกและชุมชน 2. สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน ในดานการ บริหารจัดการ และเงินทุนใหเปนวิสาหกิจชุมชนที่ มีขดี ความสามารถในการพัฒนาตนเอง 3. จัดใหมีการฝกอบรมใหความรูแก เกษตรกร, ผูป ระกอบกิจการผลิตแปรรูป และ จัดจําหนาย, กลุม อาชีพ และวิสาหกิจชุมชน 4. สนับสนุนใหจัดตั้งสหกรณและราน คาชุมชน 5. พัฒนาที่ดินและการจัดการที่ดินให เหมาะสมเพือ่ ใชในการเกษตร 6. พัฒนาแหลงนํา้ ใหสามารถใชประโยชน ในการประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม 4. นโยบายดานการพัฒนาสังคม 4.1 การพัฒนาศักยภาพความเขมแข็ง ของชุมชน คุณภาพชีวิตและความปลอดภัย ในชีวติ และทรัพยสนิ 1. สงเสริมและสนับสนุนตํารวจชุมชน พญาเย็น ใหสามารถปฏิบตั หิ นาทีร่ กั ษาความ สงบเรียบรอยในเขตองคการบริหารสวนตําบล พญาเย็นไดอยางมีประสิทธิภาพ

2. สงเสริมความรูความเขาใจ รวมทั้ง หามาตรการควบคุมปองกันและปราบปราม ปญหายาเสพติดอยางจริงจังและตอเนือ่ ง 3. สงเสริมและพัฒนาเด็ก เยาวชน สตรี ผูส งู อายุ คนชรา และคนพิการ 4. ส ง เสริ ม และสนั บ สนุ น ให มี เ วที ประชาคมในระดับหมูบ า น และระดับตําบล 5. สงเสริมการรวมกลุม ของประชาชนใน หมูบ า นในการทํากิจกรรมรวมกัน 6. สนับสนุนการสราง/ขยายเครือขาย ชุมชนเข็มแข็ง 7. ปลูกจิตสํานึกใหประชาชนมีความขยัน หมั่นเพียร อดทน ประหยัด อดออม ละเลิก อบายมุข เชิดชูคนดี รักษาศีลธรรมอันดี และ มีความเอือ้ อาทรตอกัน 8. จัดฝกอบรม/ถายทอดความรูใหแก ผูน าํ ชุมชน การจัดเวทีประชาคม ใหมศี กั ยภาพ ทีจ่ ะสรางกระบวนการเรียนรูใ หแกผนู าํ ชุมชน 4.2 ด า นการพั ฒ นาระบบการศึ ก ษา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา และสาธารณสุข 1. สงเสริมอุปกรณการเรียนการสอน อาหารกลางวัน นมโรงเรียนแกโรงเรียนในพืน้ ที่ องคการบริหารสวนตําบลพญาเย็น 2. สงเสริมและพัฒนาศูนยพัฒนาเด็ก เล็ก ในเขตพืน้ ทีอ่ งคการบริหารสวนตําบล 3. สงเสริมการทองเที่ยวงานประเพณี และศิลปวัฒนธรรมอันดีของประชาชน 4. สงเสริมใหมกี ารจัดตัง้ ศูนยการศึกษา ชุมชนในหมูบ า น 5. สงเสริมและสนับสนุนการจัดการจัด งานสําคัญของราชการ และงานประเพณีศลิ ป วัฒนธรรมของทองถิน่ 6. สงเสริมและสนับสนุนการกีฬาแก เยาวชนและประชาชน เพื่อเปนการสงเสริม สรางสุขภาพทีด่ ี และปองกันปญหายาเสพติด

7. ส ง เสริ ม และสนั บ สนุ น การพั ฒ นา อาสาสมัครสาธารณสุขหมูบานใหสามารถ ปฏิบัติงานดานสาธารณสุขแกชุมชนไดอยาง มี ประสิทธิภาพ 8. สงเสริมการปองกันโรค และใหความรู ดานสาธารณสุขมูลฐานแกประชาชน 5. นโยบายดานการเมือง การบริหาร 1. สงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมใน การบริหารงาน และแกปญหาของปญหา ขององคการบริหารสวนทองถิ่น โดยจัดเวที ประชาคมระดับหมูบ า น เพือ่ จัดทําแผนพัฒนา หมูบ า นและเวทีประชาคมระดับตําบล เพือ่ จัด ทําแผนพัฒนาตําบล 2. จะปรั บ ปรุ ง และพั ฒ นาบุ ค ลากร ขององคการบริหารสวนตําบลพญาเย็น ให สามารถบริหารแกประชาชนใหไดรับความ สะดวกรวดเร็วและเปนธรรม 3. จะปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัด เก็บรายได ภาษีอากรใหทวั่ ถึงครบถวน ถูกตอง และเปนธรรมแกประชาชน 4. จะสงเสริมการใชจา ยเงินงบประมาณ ขององคการบริหารสวนตําบลพญาเย็นใหเกิด ประโยชนสงู สุด และตอบสนองความตองการ ของประชาชนอยาง แทจริง 5. ปรับปรุงพัฒนาและจัดหาเครือ่ งมือใช วัสดุสาํ นักงานทีจ่ าํ เปน เพือ่ ใหการปฏิบตั งิ าน ไดสะดวกรวดเร็ว 6. สงเสริมการสัมมนา ศึกษาอบรม เพิม่ เติมความรูแกพนักงานองคการบริหารสวน ตําบลสมาชิกสภาองคการบริหารสวนตําบล คณะผูบ ริหารและคณะกรรมการหมูบ า น 7. ปรั บ ปรุ ง ระบบข อ มู ล ข า วสารของ องคการบริหารสวนตําบล ใหประชาชนหรือ ผูเ กีย่ วของกันไดรบั ทราบอยางทัว่ ถึง

Nakhon Ratchasima 163


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล

องคการบริหารสวนตําบลโปงตาลอง “ชุมชนนาอยู สิ่งแวดลอมดี ประเพณีดีงาม คนมี คุณภาพและการบริหารจัดการที่ดี แบบมีสวนรวมทุก ภาคสวน” คือวิสยั ทัศนการพัฒนาของ องคการบริหารสวนตําบล โป ง ตาลอง ซึ่ ง ตั้ ง อยู  ห  า งจากอํ า เภอปากช อ ง ประมาณ 50 กิโลเมตร มีสํานักงานตั้งอยูเลขที่ 444 หมูที่ 4 บานปอหู ตําบลโปงตาลอง อําเภอปากชอง จังหวัดนครราชสีมา ปจจุบนั มี นายทองหลอ ชางสีทา ดํารงตําแหนง นายกองคการ บริหารสวนตําบลโปงตาลอง ขอมูลทั่วไป องคการบริหารสวนตําบลโปงตาลอง มีเนือ้ ที่ ประมาณ 108.69 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 67,932.50 ไร สภาพ พื้นที่ของตําบลโปงตาลอง เปนที่ราบสูง ที่ราบเอียง ลอนคลื่น มีภูเขาอยูทางดานเหนือของตําบล ซึ่งมีความสูงประมาณ 164

500 เมตรขึ้นไป สวนทางดานใตเปนเขตอุทยานแหงชาติเขา ใหญ ซึ่งเปนแหลงตนนํ้าลําธารสายตางๆ ที่ไหลผานตําบล ไดแก คลองปูน คลองปอหู คลองเดื่อ เขตการปกครอง ในเขตพื้นที่ขององคการบริหารสวนตําบลโปงตาลอง แบงเขตการปกครองเปน 13 หมูบาน ไดแก บานโปงตาลอง บานหนองคุม บานโปงไทร บานปอหู บานหนองซอม บาน หนองจอก บานสระนํ้าใส บานตะเคียนงาม บานมอตะเคียน บานหนองกรวด บานเนินทอง บานเทพนิมิต บานโปงฉนวน ประชากร องคการบริหารสวนตําบลโปงตาลอง มีจาํ นวน 2,654 ครัวเรือน มีประชากรทัง้ สิน้ 5,190 คน แบงเปนเพศชาย 2,573 คน เพศหญิง 2,617 คน (ขอมูล ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 โดยสํานักทะเบียนอําเภอปากชอง)


นโยบายในการพัฒนาของนายกฯ โปงตาลอง นโยบายในการพัฒนาของ นายทองหลอ ชางสีทา นายกองคการบริหารสวนตําบลโปงตาลอง ยึดหลักการ มี ส  ว นร ว มของประชาชน หลั ก การบริ ห ารบ า นเมื อ งที่ ดี หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มากําหนดเปนนโยบายเพื่อ พัฒนา แกไขปญหา เสริมสรางความเขมแข็ง ความเจริญ ความสามัคคีในตําบลโปงตาลอง ดังมีนโยบายดังตอไปนี้ นโยบายด า นโครงสร า งพื้ น ฐาน จะพั ฒ นาระบบ โครงสรางพื้นฐานและสาธารณูปโภค กอสรางและปรับปรุง บํารุงรักษาถนน ทางระบายนํ้า ปรับปรุงซอมแซมถนนทั้ง สายหลักและสายซอย เพื่อใหประชาชนมีเสนทางคมนาคมที่ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ขยายเขตประปา ปรับปรุงและ พัฒนาแหลงนํ้า เพื่อใหประชาชนมีนํ้าเพียงพอตอการอุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตร ติดตั้งไฟฟาสาธารณะ และไฟ สองสวางในซอยตางๆ ครอบคลุมพื้นที่ตําบลโปงตาลอง นโยบายด า นการบริ ห าร มี ก ารบริ ห ารตามหลั ก ธรรมมาภิบาลโดยยึดหลักคุณธรรมและนิติธรรม หลักความ รับผิดชอบ หลักความโปรงใสและตรวจสอบได หลักการมี สวนรวม และหลักประสิทธิภาพและประสิทธิผล นโยบายด า นเศรษฐกิ จ จะส ง เสริ ม สนั บ สนุ น และ ผลั ก ดั น ให มี ก ระบวนการสร า งรายได ล ดรายจ า ยให กั บ ประชาชน โดยสงเสริมตั้งแตกระบวนการผลิต การจําหนาย ส ง เสริ ม ผู  ป ระกอบการธุ ร กิ จ ขนาดกลางและขนาดเล็ ก เพื่อเสริมสรางกระบวนการสรางรายไดใหกับประชาชน

นโยบายด า นการอนุ รั ก ษ แ ละพั ฒ นาทรั พ ยากร ธรรมชาติและสิง่ แวดลอม มีนโยบายในดานการอนุรกั ษฟน ฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยยึดหลักการมีสวน รวมของประชาชนและชุมชนในตําบล สงเสริมและสนับสนุน การมีสวนรวมของประชาชนโดยการสรางจิตสํานักในการ อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม นโยบายดานสังคม สงเสริมและสนับสนุนใหตําบล โปงตาลอง เปนชุมชนที่ปลอดภัย นาอยู และพัฒนาเกี่ยวกับ คุณภาพชีวิตของประชาชนและเยาวชนในตําบลใหมีชุมชน ที่ ป ลอดภั ย น า อยู  และพั ฒ นาเกี่ ย วกั บ คุ ณ ภาพชี วิ ต ของ ประชาชนและเยาวชนในตําบลใหมีความเปนอยูที่ดีขึ้น และ สรางโอกาสใหทุกคนไดรับการบริการอยางเทาเทียมกัน เชน สงเสริมและสนับสนุนการศึกษา สงเสริมและสนับสนุนการ สังคมสงเคราะห ผูสูงอายุ คนพิการ ผูชวยเอดส ผูดอยโอกาส ทางสังคม สงเสริมและสนับสนุนดานกีฬา เปนตน นโยบายดานการทองเที่ยว สงเสริมและสนับสนุนให มีการปรับปรุงและพัฒนาแหลงทองเที่ยวเชิงอนุรักษ และ เชิงนิเวศน ฝกอบรมมัคคุเทศก เพื่อเผยแพรการทองเที่ยวใน ตําบลโปงตาลองใหมีความหลากหลาย

กลุมวิสาหกิจชุมชนปลูกพุทรานมสด

วิสาหกิจชุมชนปลูกมะมวงนํ้าดอกไมสงออก

กลุมสงเสริมอาชีพ สตรีแมบาน (ถักกระเปาเชือกรม)

กลุมสงเสริมอาชีพนวดแผนไทย Nakhon Ratchasima 165


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.ปากชอง)

องคการบริหารสวนตําบลจันทึก

“ไมมีปญหาใด ที่เราแกไขไมได”

จากใจนายกองคการบริหารสวนตําบลจันทึก นางสาวมี ล า พงษ ส ว า ง นายกองค ก ารบริ ห าร สวนตําบลจันทึก มีความมุงมั่นตั้งใจและทุมเททั้งแรงกาย แรงใจ ทีจ่ ะพัฒนาตําบลจันทึกใหกลายเปนตําบลนาอยูอ ยาง ยั่งยืน เพื่อใหเปนไปตามวิสัยทัศนการพัฒนา วิสัยทัศนการพัฒนาทองถิ่น “ตําบลจันทึกนาอยู ชุมชนเขมแข็ง สิ่งแวดลอมที่ดี คนมีคุณภาพ ยึดหลักธรรมาภิบาล” นางสาวมี ล า พงษ ส ว า ง กลาวดวยความมุงมั่นวา องคการบริหารสวนตําบลจันทึก ไดใหความสําคัญกับ

166

การดําเนินงานเพื่อใหสอดรับกับนโยบายการพัฒนาในดาน ตางๆ ดังนี้คือ 1. การพัฒนาดานแหลงนํ้า 2. การพัฒนาดานโครงสรางพื้นฐาน 3. การพัฒนาดานเศรษฐกิจ 4. การพัฒนาดานคุณภาพชีวิต 5. การพัฒนาดานสาธารณสุขชุมชน 6. การพัฒนาดานสังคม 7. การพัฒนาดานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 8. การพัฒนาดานการเมือง การบริหาร 9. การพัฒนาดานการจัดการปญหาเรื่องที่ดิน


แกไขปญหาความยากจนของจังหวัดนครราชสีมา • เพื่อเสริมสรางทักษะของคนภายในชุมชน ทั้งทางดาน จิตใจ ดานการศึกษา ดานศาสนา วัฒนธรรม ดานการกีฬา และนันทนาการ ดานสวัสดิการและสังคมใหมีคุณภาพและ พึ่งพาตนเองได • เพือ่ พัฒนาชุมชนใหมกี ารสาธารณสุขชุมชนทีด่ ี ทัง้ ทาง ดานสุขภาพอนามัย ที่อยูอาศัยและสิ่งแวดลอมในดานตาง ๆ • เพื่อเปนการสงเสริมการสรางความเขมแข็งแกชุมชน การมีสว นรวมของประชาชนในดานตาง ๆ เพือ่ ใหชมุ ชนมีความ สงบสุขนาอยู นาอาศัย • เพื่อพัฒนาระบบการจัดการดานทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดลอม อันพึงปรารถนารวมกันไมใหมปี ญ  หาภายใน ชุมชน ซึ่งเปนไปตามแนวทางยุทธศาสตรการพัฒนาจังหวัด • เพื่อสนับสนุนประชาชนทุกภาคสวนใหมีสวนรวมใน การพัฒนาและตรวจสอบการทํางานของภาครัฐ และเพิ่ม ประสิทธิภาพการทํางานขององคกร • เพื่ อ ให มี ก ารทรั พ ยากรที่ ดิ น เกิ ด ประโยชน สู ง สุ ด และเกิดความมั่งคงในชีวิตของตนเองในการอยูอาศัย และ เสถียรภาพของครอบครัว จุดมุงหมายเพื่อการพัฒนา • เพือ่ ใหประชาชนในทุกหมูบ า น มีแหลงนํา้ ไวใชเพือ่ การ อุปโภค บริโภคและเพื่อการเกษตรอยางทั่วถึงและเพียงพอ • เพื่อกอสรางและปรับปรุงโครงสรางพื้นฐาน ในเขต องคการบริหารสวนตําบลใหมีความสะดวกและมีมาตรฐาน เพื่อเปนการสนับสนุนยุทธศาสตรดานอื่นๆ ใหประสบความ สําเร็จ โดยเฉพาะอยางยิ่งดานคมนาคมขนสง และการติดตอ สื่อสารตาง ๆ • เพื่อสนับสนุนเสริมสรางความเขมแข็ง ของชุมชนทางเศรษฐกิจระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชนในทองถิน่ โดยเฉพาะผลิตผลทางการ เกษตรอิ น ทรียและการแปรรูปสินคาทางการ เกษตรให มี ค วามสามารถและทั ก ษะในการ พัฒนาฝมือการผลิต เพิ่มมูลคาของสินคาและ สามารถขยายการตลาดไปสูตลาดกลาง ซึ่งเปน ไปตามยุทธศาสตรการพัฒนาเกษตรอินทรีย และ การแปรรูปสินคาเกษตร และยุทธศาสตรสราง ความสามารถในการแขงขันทางเศรษฐกิจ และ

ทายนี้ นางสาวมีลา พงษสวาง นายกองคการบริหาร สวนตําบลจันทึก ไดกลาววา “สิ่ ง ที่ อ ยากเห็ น และอยากให เ กิ ด ขึ้ น มากที่ สุ ด ใน ตําบลจันทึกคือประชาชนมีการดําเนินชีวิตตามวิถีชีวิต ที่พอเพียง มีความรักใครสามัคคีปรองดอง อยูรวมกัน แบบพีน่ อ งและคนในครอบครัวเดียวกัน ปราศจากโรคภัย ไขเจ็บและเนนพี่นองชาวตําบลจันทึก อยูดี มีสุขคะ”

Nakhon Ratchasima 167


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.สีคิ้ว)

องคการบริหารสวนตําบลดอนเมือง “มุงสูเศรษฐกิจการเกษตร สงเสริมแหลงทองเที่ยวผาบุคา พัฒนา คุณภาพชีวิต นอมนําเศรษฐกิจพอเพียง” คือวิสัยทัศนของ องคการบริหารสวนตําบลดอนเมือง ซึ่งตั้งอยูเลขที่ 19 หมูที่ 14 บานเดิ่นพัฒนา ตําบลดอนเมือง อําเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา อยูทาง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอําเภอสีคิ้ว หางจากจังหวัดนครราชสีมา 85 กม. และ หางจากทีว่ า การอําเภอสีควิ้ 41 กม. ปจจุบนั มี นายพะนม ดีจนั ทึก ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหารสวนตําบลดอนเมือง ขอมูลทั่วไป องคการบริหารสวนตําบลดอนเมือง มีพื้นที่ประมาณ 123 ตร.กม. หรือ ประมาณ 76,875ไร มีหมูบานทั้งสิ้น 16 หมูบาน ไดแก หมู 1 บานไพรสาลี หมู 2 บานหนองแวง หมู 3 บานบุคา หมู 4 บานดอนเมือง หมู 5 บานนาหวา หมู 6 บานซับกระสังข หมู 7 บานลาดใหญ หมู 8 บานปางโก หมู 9 บานซับพยุง หมู  10 บ า นสุ ข สํ า ราญ หมู  11 บ า นผาแดง หมู  12 บ า นผาชมภู หมู  13

168

บานหนองปรือ หมู 14 บานเดิ่นพัฒนา หมู 15 บานเลิศมงคล หมู 16 บานลาดอุดม ประชาชน สวนใหญประกอบอาชีพทํานา ทําไร เลี้ยงสัตว และคาขาย ดังนั้นรายไดสวนใหญจึงขึ้นอยูกับ ผลผลิตทางการเกษตรเปนหลัก นโยบายการพัฒนาของผูบริหารทองถิ่น นายพะนม ดีจนั ทึก นายกองคการบริหาร สวนตําบลดอนเมือง ไดจัดทํารายงานแสดงผล การปฏิบัติงานประจําปงบประมาณ พ.ศ.2556 ตามนโยบายที่ไดแถลงไว ตอสภาองคการบริหาร สวนตําบลดอนเมือง โดยมีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้ 1. ดานบํารุงรักษาทางบกและทางนํ้า - ให มี แ หล ง นํ้ า เพื่ อ การเกษตร ถนนเพื่ อ การเกษตร และเสนทางสายหลักใหเปนถนนปลอด ฝุน โดยเปนถนนลาดยางตลอดสาย 2. ดานรักษาความสะอาดของถนน ทาง นํา้ ทางเดิน และทีส่ าธารณะรวมทัง้ กําจัดขยะ มูลฝอยและสิ่งปฏิกูล - ใหมกี ารรักษาความสะอาด โดยอาจจัดใหมี การทําความสะอาดตําบลดอนเมือง 1 วัน 3. ด า นการป อ งกั น โรคและระงั บ โรค ติดตอ


-มีการจัดงบประมาณ เพื่อปองกันโรค และโรคติดตอ เชน ปองกันไขเลือดออก โรคพิษสุนัขบาและโรคติดตออื่นๆ ที่มีความ จําเปน 4. ดานการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย - ใหมีการปองกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีการสงเสริม จัดอบรมอาสาสมัครปองกันภัยและงบประมาณฉุกเฉินคอยชวย เหลือประชาชนผูเดือดรอน และความเสียหายดานตางๆ 5. ดานการสงเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม - มีการสงเสริมโครงการที่สถานศึกษาขออุดหนุนโดยเปน โครงการที่เปนประโยชนตอนักเรียน มีการสงเสริม ศาสนา โดยจัด กิจกรรมตามวันสําคัญทางศาสนา โดยจะมีการจัดตั้งศูนยพัฒนา เด็กเล็ก เพื่อใหสามารถใหบริการครอบคลุมทั้งตําบล 6. ดานสงเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผูสูงอายุ และผูพิการ - สงเสริมพัฒนาสตรี โดยมีการจักศึกษาดูงานกลุมสตรีตางๆ - สงเสริมเด็ก โดยจัดใหมีกิจกรรมวันเด็ก - สงเสริมเยาวชน โดยใหมีการแขงขันกีฬาตานยาเสพติด ทุกๆ ป - สงเสริมผูส งู อายุโดยใหมกี จิ กรรมวันผูส งู อายุและทัศนศึกษา นอกสถานที่เชนโครงการไหวพระตามวัดตางๆ - สงเสริมผูพิการโดยจัดใหมีอุปกรณที่จําเปนในการอํานวย ความสะดวกแกผูพิการเชนรถผูพิการและอื่นๆ 7. ดานคุม ครองดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม - จัดใหมีโครงการปลูกปาเฉลิมพระเกียรติ 8. ดานบํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมปิ ญ  ญาทองถิน่ และวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่น - สงเสริมศิลปะ จารีตประเพณีทอ งถิน่ เชน ประเพณีบญ ุ บัง้ ไฟ และประเพณีอื่นๆ 9. ดานการบํารุงการไฟฟา หรือแสงสวาง จัดใหมกี ารซอมแซมบํารุงไฟฟาสาธารณะและการสงเสริมให มีไฟฟาบริการแกประชาชนดานตางๆ 10. ปฏิบัติหนาที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายตาม ความจําเปน และสมควร

“ผาบุคาโฮมสเตย” แหลงทองเที่ยวของตําบลดอนเมือง “ผาบุคาโฮมสเตย” เปนสถานที่ทองเที่ยวที่เหมาะสําหรับ ผูที่รักธรรมชาติ ดวยกิจกรรมเดินปา ปนผา โรยตัว ชมทัศนียภาพ บนระยะทางแนวหนาผากวา 10 กิโลเมตร พรอมบริการที่พักแบบ โฮมสเตย ซึ่งเกิดขึ้นจากนํ้าพักนํ้าแรงของนิสิตคายอาสาพัฒนา ชนบท และความรวมมือรวมใจของชาวบานหมูบานบุคาเปน ระยะเวลาแรมป จนประสบความสําเร็จไดรับรางวัล “มาตรฐาน โฮมสเตยไทย” ป 2550 และ ป 2556 จาก สํานักพัฒนาการ ทองเที่ยว กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา ทั้งนี้ “ผาบุคา โฮมสเตย” ไดจัดโปรแกรม “ทองเที่ยวเพื่อสุขภาพผาบุคา” โดยมีโปรแกรมทัวรดังนี้ ชวงเชา-นัง่ รถอีแตกชมวิถชี วี ติ ชาวบาน กอนไปชมทัศนียภาพ บนริมหนาผา หลังจากนั้นเดินเทาขึ้นเนินเขาเพื่อไปกราบไหว ศาลเจาพอดําใหญ กับแนวหิน “ผาบุคา” ชวงสาย-กิจกรรม ป น ผาและโรยตั ว ที่ ส นุ ก สนานท า ทายความสามารถ โดยมี ผูเชี่ยวชาญดานความปลอดภัยซึ่งไดรับการฝกอบรมจากกลุม มืออาชีพ ชวงเทีย่ ง-รับประทานอาหารเทีย่ งทีศ่ นู ยบริการทองเทีย่ ว แลวไปสัมผัสประสบการณใหมๆ กับกิจกรรมเดินปาลงเขาเพื่อ สุขภาพพรอมๆ กับเรียนรูพืชสมุนไพรที่หลากหลายสูเปาหมาย สักการะพระพุทธรูป ณ วัดธารนํ้าทิพย ซึ่งผานซับนํ้าทิพยและ ศาลซับนอย ชวงเย็น-ปนจักรยานเพื่อสุขภาพบริการครบครันของ ศูนยบริการทองเที่ยว ขามหมูบานไปพักเหนื่อยกันที่ผาไทรงาม รอชมพระอาทิตยตกดิน วันรุง ขึน้ -สัมผัสวิถชี วี ติ ชาวบานหมูบ า นผาชมภู ชมทัศนียภาพ เชิงธรณีวิทยา แนวหนาผา ภูเขาและเทือกเขาครอบคลุมหลาย จังหวัด แลวแวะปลูกปาในพื้นที่ปาเสื่อมโทรมคนละตนกอนกลับ ชวงบาย เรียนรูบ า นสาธิตเศรษฐกิจพอเพียง แลวเลือกชมเลือก ซือ้ สินคาผลิตภัณฑจากหินทีแ่ ปลกใหมนา สนใจของผาบุคาหลาก หลายรูปแบบ อาทิ กรอบรูปหิน ดรัมเบลหิน แผนรองนวดเทาเพื่อ สุขภาพ เปนตน สนใจติ ด ต อ ได ที่ ศู น ย บ ริ ก ารท อ งเที่ ย วผาบุ ค า โทร. 089-2823213,02-4025376 หรือ www.pabukahomestay.com Nakhon Ratchasima 169


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.สีคิ้ว)

องคการบริหารสวนตําบลมิตรภาพ “การคมนาคมสะดวก สาธารณู ป โภคทั น สมั ย คุณภาพชีวิตดีไมมียาเสพติด สิ่งแวดลอมไมเปนพิษ ทุกชีวิตปลอดภัย” คือวิสัยทัศนการพัฒนาของ องคการบริหารสวน ตําบลมิตรภาพ ซึ่งตั้งอยูทางทิศตะวันตกของอําเภอสีคิ้ว หางจากอําเภอเปนระยะทาง 6 กิโลเมตร ปจจุบันมี นาย พุทธพงศ สงสกุลวงศ ดํารงตําแหนง นายกองคการ บริหารสวนตําบลมิตรภาพ

ขอมูลทั่วไป องค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บล มิ ต รภาพ มี เ นื้ อ ที่ โ ดยประมาณ 62 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 38,750 ไร มี ห มู  บ  า นในเขตความรั บ ผิ ด ชอบ ทั้งหมด 9 หมูบาน ไดแก หมู 4 บานกุด ชะนวน หมู 5 บานหนองจอก หมู 6 บาน มอจะบก หมู 7 บานไร หมู 8 บานหนอง ขาม หมู 10 บานทาขาม หมู 11 บาน โรงงาน หมู 12 บานทุงพนมวัง หมู 13 บานชัยพัฒนา อบต.มิตรภาพ มีประชากรในพื้นที่ รวมทัง้ สิน้ 6,954 คน แยกเปน ชาย 3,513 คน หญิง 3,441 คน ประชากรสวนใหญ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมาณ รอยละ 75 ของประชากรทั้งหมด โดยมี ทัง้ รับจางทํางานในโรงงานอุตสาหกรรม รับจางทําการเกษตร นอกจากนี้ ยั ง มี ประกอบอาชีพคาขายอีกเล็กนอย ฯลฯ จุดเดนของพื้นที่ อบต.มิตรภาพ พื้ น ที่ ข ององค ก ารบริ ห ารส ว น ตําบลมิตรภาพ จะเปนลักษณะกึง่ เมือง

170


กึ่งชนบท จะแบงเขตพื้นที่ไดเปน 2 โซน คือ โซนภาคเกษตรกรรม ที่ประชาชน ส ว นใหญ ป ระกอบอาชี พ ภาคเกษตร เชน ทํานา ทําไรขาวโพด มันสําปะหลัง และเลี้ยงสัตว สวนในโซนบริเวณติดตอ ถนนมิตรภาพ หรือถนนสีคิ้ว-ชัยภูมิ จะ มีภาคการประกอบธุรกิจ เชน โรงงาน อุตสาหกรรม หรือ การประกอบธุรกิจที่ เกี่ยวเนื่องกับภาคการทองเที่ยว

2. แหล ง ตั ด หิ น โบราณ (หิ น ตัด) ตั้งอยูบนถนนมิตรภาพ (ทางหลวง หมายเลข 2) บริเวณกม.ที่ 207 ติดกับ สถาบันพัฒนาฝมือแรงงานภาค 5 หาง จากตัวเมืองนครราชสีมาประมาณ 50 กม. ดานซายมือบริเวณแหลงหินตัด เปน เนินเขาที่มีหินทรายสีขาวอยูทั่วบริเวณ ปรากฏร อ งรอยการสกั ด หิ น เป น แท ง สี่เหลี่ยมขนาดตางๆ และยังทิ้งรองรอย ของคมสิ่วที่ใชเปนเครื่องมือในการสกัด นักโบราณคดีสนั นิษฐานวาเดิมคงจะนํา หินทรายบริเวณนี้ ไปสรางปราสาทหิน ที่อยูในบริเวณใกลเคียง เชน ปราสาท เมืองแขก ปราสาทโนนกู ปราสาทหิน เมืองเกา ในอําเภอสูงเนิน ซึ่งหางออก ไป 20 กม. 3. นํ้ า ตกหิ น เพิ ง ตั้ ง อยู  ห มู  ที่ 5 (ชุ ม ชนคลองนอก) ตํ า บลมิ ต รภาพ อําเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

แหลงทองเที่ยวสําคัญ ในพื้นที่ของ องคการบริหารสวน ตํ า บลมิ ต รภาพ มีแหลงทองเที่ยวที่ สําคัญ 3 แหง คือ 1. อางเก็บนํ้าหวยซับประดู ที่ กอสรางขึ้นเพื่อการเก็บกักนํ้าเพื่อการ เพาะปลูกเปนสําคัญ แตในบริเวณอาง เก็บนํ้าซับประดู นี้ จะเปนแหลงพักผอน หยอนใจเปนอยางดี มีที่พัก รีสอรท ราน อาหาร เรียงรายตามแนวอางจํานวน มาก ที่ผูมาเยี่ยมเยือนสามารถนั่งกัน แหลงเรียนรูสําคัญ ศูนยวทิ ยาศาสตรเพือ่ การศึกษา ไดตามอัธยาศัย พบกับอาหารสดอรอย นครราชสีมา สังกัด สํานักงานสงเสริม และสายลมพัดมาอยางตอเนื่อง การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย สํานักงานปลัดกระทรวง ศึ ก ษาธิ ก าร เป น แหล ง เรี ย นรู  ต าม

อั ธ ยาศั ย ที่ ใ ห บ ริ ก ารในเขตพื้ น ที่ 5 จังหวัด ไดแก ศรีษะเกษ สุรินทร บุรีรัมย ชัยภูมิ และนครราชสีมา กิจกรรมของ อบต.มิตรภาพ • จัดการแขงขันกีฬาตานยาเสพติด “มิตรภาพเกมส” เพื่อรณรงคใหเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปหางไกล จากยาเสพติด • กิจกรรมการปลูกตนไม ป 2555 เพิ่มพื้นที่สีเขียวใหกับตําบลมิตรภาพ ลดภาวะโลกรอน • ประชุมประชาคมเพื่อจัดทําแผน สามป (2556-2558) • ถวายเทียนเขาพรรษา ประจํา ป 2555 โครงการทีอ่ ยูร ะหวางการดําเนินการ • โครงการปรับปรุงและกอสราง อาคารอเนกประสงคสําหรับผูพิการ • โครงการกอสรางถนนคอนกรีต เสริมเหล็ก หมูที่ 5-หมูที่ 6 • โครงการปรับปรุงระบบประปา บานโรงงาน หมู 11 • โครงการปรับปรุงศาลาประชาคม บานมอจะบก หมูที่ 6 • โครงการกอสรางรางระบายนํ้า คอนกรีตเสริมเหล็ก หมู 13 บานชัยพัฒนา • โครงการกอสรางถนนหินคลุก หมู 5 บานหนองจอก Nakhon Ratchasima 171


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.สีคิ้ว)

1. ยุทธศาสตรการพัฒนาทางดาน โครงสรางพื้นฐาน 2. ยุทธศาสตรการพัฒนาทางดาน เศรษฐกิจ 3. ยุทธศาสตรการพัฒนาทางดาน การพัฒนาคุณภาพชีวิต 4. ยุทธศาสตรการพัฒนาทางดาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 5. ยุทธศาสตรการพัฒนาทางดาน การเมืองและการบริหาร 6. ยุทธศาสตรการพัฒนาตามแผน และขั้นตอนในการกระจายอํานาจให แกองคกรปกครอง สวนทองถิ่น

องคการบริหารสวนตําบล หนองบัวนอย “การศึกษาดี วัฒนธรรมเดน เปน ชุมชนเกษตรกาวหนา การคมนาคม สะดวก สาธารณสุ ข และสวั ส ดิ ก าร สังคมทั่วถึง ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมพรอมพัฒนาอยางยั่งยืน” คือวิสยั ทัศนการพัฒนาของ องคการ บริหารสวนตําบลหนองบัวนอย อําเภอ สี คิ้ ว จั ง หวั น ครราชสี ม า ป จ จุ บั น มี นายสุ พ รรณ เอื้ อ ศิ ล ามงคล ดํ า รง ตํ า แหน ง นายกองคการบริหารสวน ตําบลหนองบัวนอย สภาพทัว่ ไปและขอมูลพืน้ ฐานทีส่ าํ คัญของ องคการบริหารสวนตําบลหนองบัวนอย สภาพทั่วไปขององคการบริหาร สวนตําบลหนองบัวนอย องค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บลหนองบัวนอย อําเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ตั้ ง อยู  ที่ บ  า นหนองบั ว น อ ยหมู  ที่ 5 ตําบลหนองบัวนอย อําเภอสีคิ้ว จังหวัด นครราชสีมา อยูท างทิศเหนือ ของทีว่ า การ อํ า เภอสี คิ้ ว และห า งจากอํ า เภอสี คิ้ ว 172

ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร หางจาก จังหวัดนครราชสีมา ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ไดรับการยกฐานะขึ้น เปน องคการบริหารสวนตําบล เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2539 เปนองคการบริหารสวน ตําบลขนาดกลาง มีทั้งหมด 12 หมูบาน มีเนื้อที่ประมาณ 76.64 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 110,400 ไร สรุปยุทธศาสตรและแนวทางการพัฒนา นโยบายการพัฒนาของผูบริหาร องคการบริหารสวนตําบลหนองบัวนอย

กิจกรรมขององคการบริหารสวนตําบล หนองบัวนอย การบริหารงานภายในองคการบริหาร สวนตําบลหนองบัวนอย ของ นายสุพรรณ เอื้อศิลามงคล นายกองคการบริหารสวน ตําบลหนองบัวนอยและคณะผูบริหาร นั้น มีการดําเนินการพัฒนาตําบลหนองบัวนอยในทุกๆ ดานทั้งดานคุณภาพชีวิต สังคม เศรษฐกิจ การชวยเหลือสงเคราะห และโครงสรางพื้นฐาน โดยแตจะเนนใน การทีจ่ ะสรางโอกาสใหกบั พีน่ อ งชาวตําบล หนองบัวนอย ในดานการเกษตร เพาะใน พืน้ ทีต่ าํ บลหนองบัวนอยจะเปนพืน้ ทีใ่ นการ ทําเกษตรกรรม เปนหลัก แตเนือ่ งจากใน เขตตําบลหนองบัวนอยเปนพืน้ ทีส่ งู ทําให การกักเก็บนํ้าไวใชในพื้นที่คอนขางเปน ไปอยางลําบาก นํา้ ไหลผานอยางรวดเร็ว ทําใหเกิดปญหาในการกักเก็บนํ้า ดวย


นโยบายนายสุพรรณ เอือ้ ศิลามงคล นายก องคการบริหารสวนตําบลหนองบัวนอย จึงไดดําเนินการจัดทําโครงการตางๆ ที่ สามารถชวยเหลือประชาชนในดานของนํา้ ทีใ่ ชในการอุปโภคบริโภค เชน การสรางฝาย กักเก็บนํ้า กอสรางโรงสูบนํ้า รวมถึงการ บริหารจัดการระบบประปาหมูบ า น เปนตน กิ จ กรรมอี ก ประการที่ ถื อ ว า เป น ประเพณี วั ฒ นธรรมของชาวตํ า บล หนองบัวนอย คือ การรําบวงสรวงทาน ทาวสุรนารี (ยาโม) ซึง่ เปนขนบธรรมเนียม ประเพณีทชี่ าวตําบลหนองบัวนอยปฏิบตั ิ ตอเนื่องกันมาสืบทอดเปนเวลายาวนาน โดยหากผูใ ดไดเขารวมในการรําบวงสรวง ทานทาวสุรนารี (ยาโม) ก็ถอื วาเปนศิรมิ งคล กับตนเองและครอบครัวดวย โดยองคการ บริหารสวนตําบลหนองบัวนอยก็จะไดจดั ขึน้ ทุกป

ของดีตาํ บลหนองบัวนอย กระดิง่ ทอง กระดิ่งทอง ในการผลิตของตําบล หนองบัวนอย แตเดิมมีการผลิตเพือ่ แขวน คอโค กระบื อ เพื่ อ ให ไ ด ยิ น เสี ย งขณะ ตอนออกทุง เปนเสียงทีไ่ พเราะกองกังวาล ต อ มาได มี ก ารถ า ยทอดการผลิ ต สู  รุ  น ลูกหลาน มีการผลิตแพรหลาย มีการพัฒนา รูปแบบใหมๆ มีการนําไปใชประโยชนอนื่ อีกหลายประการเชน การนําไปประดับใน วัด ประดับสถานทีต่ า งๆ รวมถึงการนําไป เปนของขวัญของฝากอีกดวย กระดิ่งที่ผลิตจากการสืบทอดของ ตําบลหนองบัวนอยจะมีรปู ทรงทีส่ วยงาม อีกทั้งยังมีเสียงที่กังวาลในเมื่อยามที่มี กลุมกอน ไมแตกแยกกระจัดกระจาย การกระทบกัน ซึ่งเปนคุณสมบัติเดนของ ซึ่ ง เป น การผสมผสาน ๓ ส ว น ได แ ก กระดิง่ ตําบลหนองบัวนอยอีกดวย ธรรมชาติ ประสบการณ และนําความ รูทางวิทยาศาสตรและเทคโนโยลีมาใช ผาซิน่ ญวณ ในการออกแบบลวดลายผาทอ ผาทอ ผาซิ่นยวนเปนผลิตภัณฑหัตถกรรม ของกลุมทุกชิ้นสีไมตก ทอเนื้อผาแนน ไทย ที่ผูกพันกับการดํารงชีวิตของชาว ฝมือปราณีต บางชิ้นทอจากสีธรรมชาติ ไทย–ยวน อําเภอสีควิ้ มาเกือบ ๒๐๐ ป แต ผายวนจะมีสีสันที่สดใส สวยงาม เชน กอนนัน้ ผายวนจะเปนผาทีใ่ ชนงุ เฉพาะใน สี แ ดง สี เ หลื อ ง สี เ ขี ย ว สี ฟ  า สี นํ้ า เงิ น งานวันสําคัญตางๆ ของหมูบาน/ชุมชน สีนาํ้ ตาล ลวดลายของผามีความละเอียด เทานั้น ผลิตภัณฑผายวน เปนผลิตภัณฑ สวยงาม จนไดรบั รางวัล OTOP ผลิตภัณฑ ที่ สื บ ทอดภู มิ ป  ญ ญาของบรรพบุ รุ ษ มา ระดับสี่ดาว ประเภทผาเครื่องแตงกาย ตั้งแตสมัยโบราณ ตามโครงการ คัดสรรสุดยอดหนึ่งตําบล ลั ก ษณะที่ โ ดดเด น ของผ า ซิ่ น ยวน หนึ่งผลิตภัณฑ ป พ.ศ. 2547, 2549, ของกลุ  ม ทอผ า บ า นหนองกก ตํ า บล 2553, 2556จาก อีกดวย ผูที่สนใจของดี หนองบัวนอย คือสีและลวดลายของผา ตําบลหนองบัวนอยสามารถติดตอไดที่ จัดสวนประกอบใหนาสนใจ เชน การเนน องคการบริหารสวนตําบลหนองบัวนอย ดวยเสนดาย รูปทรง รูปราง แสง เงา สี อําเภอสีควิ้ จังหวัดนครราชสีมา หมายเลข ลักษณะพื้นผิวมาประกอบกันใหเปนอัน โทรศัพท 044-756422 หนึ่งอันเดียวกัน เมื่อมองดูแลวทําใหเกิด

Nakhon Ratchasima 173


เสนทางพบเทศบาลตําบล (อ.สูงเนิน)

“พัฒนาคน พัฒนาเมือง พัฒนาระบบ” คือวิสัยทัศนของ นายนคร กิติพูลธนากร นายกเทศมนตรี ตํ า บลสู ง เนิ น อําเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ผูมีวิสัยทัศน มีความมุงมั่น ตั้ ง ใจ และทุ  ม เทใหกับการดูแ ลสารทุกข สุกดิบ ของพี่ น  อ งชาวตํ า บลสู ง เนิ น ด ว ยนโยบายการ บริหารงานเทศบาลตําบลสูงเนินที่วา “บานเมือง ต อ งสวยงาม ประชาชนต อ งเป น สุ ข ชี วิ ต และทรัพยสินตองปลอดภัย ”ซึ่งประกอบดวย นโยบาย 8 ดาน ดังนี้ 1. นโยบายดานการเมือง เทศบาลจะส ง เสริ ม การปกครองระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยท รงเปนประมุข ของประเทศ และไมเพียงใหประชาชนมีสวนรวม ในการพัฒนาเทศบาล แตจะใหประชาชนมีสวน รั บ ผิ ด ชอบในเทศบาลของเรา โดยการจั ด ให มี การประชุมสภากรรมการชุมชน ซึ่งเรียกวา “สภา ประชาชนเทศบาลสูงเนิน” และใหถือมติของ สภาประชาชนเปนนโยบายทีจ่ ะตองปฏิบตั ิ และถือ เปนนโยบายที่จะตองทําตาม ตลอดจนเทศบาลมี นโยบายอะไรจะตองนําเรียนใหสภาประชาชนทราบ และตองไดรบั ความยินยอมจากสภาประชาชนดวย

174

เทศบาลตําบลสูงเนิน นอกจากนั้นจะจัดใหมีกิจกรรมเทศบาลพบประชาชนทุกป โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ เยี่ยมเยือนและรับทราบปญหาของทองถิ่นอยางเปนกันเองในทุกชุมชน 2. นโยบายดานการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน ตองใหการบริการดานโครงสรางพื้นฐานแกประชาชนอยางทั่วถึง เหมาะสม เปนธรรมและมีคณ ุ ภาพทีด่ นี อกจากนัน้ เทศบาลตําบลสูงเนิน จะตองเปนศูนยกลาง และเชื่อมตอไปยังทองถิ่นที่อยูขางเคียงอยางมีคุณภาพ 3. นโยบายดานเศรษฐกิจและสังคม “การพัฒนาตองกาวไป ความเปนไทยตองยังอยู” • เทศบาลตําบลสูงเนินตองยึดถือพระราชดํารัสขององคในหลวงของเราเรื่อง “รูรักสามัคคี” และ “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยมุงเนนไปที่ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุมกันในตัวที่ดี ใหสามารถลดรายจายเพิ่มรายไดและ ขยายโอกาส • ตองเสริมสรางความรักความเขาใจ “ตองรูร กั สามัคคี” ทําใหเทศบาลตําบล สูงเนินเปนครอบครัวทีม่ คี วามรัก ความเขาใจซึง่ กันและกัน อบรมสรางความเขาใจ ในครอบครัวอยางครอบคลุม • ตองสงเสริมอบรมใหความรูเรื่องการทํางานและพัฒนาอาชีพ ใหการ สนับสนุนกลุมอาชีพโดยเฉพาะกิจการ หนึ่งชุมชนหนึ่งผลิตภัณฑของเทศบาลเพื่อ ใหเกิดความยัง่ ยืนและจัดกิจกรรมเพือ่ สงเสริมการขายและการตลาดอยางเปนธรรม • เทศบาลจะพัฒนาระบบสินเชื่อทองถิ่นของโรงรับจํานํา ใหมีประสิทธิภาพ เพื่อแบงเบาภาระใหกับผูปกครองและผูขาดแคลนอยางเปนธรรม และจะบริหาร ใหเปนโรงรับจํานําเพื่อประชาชนมากกวาหวังผลกําไรเพื่อการพาณิชย • เทศบาลจะตองใหการดูแล เด็กเยาวชน ผูสูงอายุ ผูพิการ ดวยความหวงใย และเอื้ออาทร • เทศบาลจะพัฒนาภูมิทัศนของลําตะคลองเพื่อใหเปนปอด ที่พักผอนและ สงเสริมการทองเทีย่ วทางธรรมชาติของอําเภอสูงเนิน เพือ่ ใหสอดคลองกับนโยบาย การสงเสริมการทองเที่ยวเชิงอนุรักษของการทองเที่ยวแหงประเทศไทย เพื่อสราง รายไดใหกับประชาชน • เทศบาลจะพัฒนาและจัดระบบการคา การขาย ใหมมี าตรฐานเปนระเบียบ และเปนธรรมกับผูซื้อและผูขายสินคาภายใตการมีสวนรวมของทุกภาคสวน เพื่อ รองรับการเจริญเติบโตทัง้ ทางเศรษฐกิจและสังคมอันเนือ่ งมาจากการยายฐานการ ผลิต และการจัดตั้งศูนยอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น และรองรับการเขาสูประชาคม อาเซียน ในป ๒๕๕๘


4. นโยบายดานสาธารณสุขและสิ่งแวดลอม • เทศบาลจะตองเนนการปองกันมากกวาการแกไข โดยสงเสริมใหประชาชน ตระหนักและใหความสําคัญในการออกกําลังกายอยางประหยัดและสมํ่าเสมอและ ตองรูจักการปองกันตนเองและครอบครัวจากโรคภัยไขเจ็บ สงเสริมใหมีโครงการเกษตร อินทรีย และโครงการสงเสริมการปลูกและแปรรูปสมุนไพร เพื่อการอนุรักษการบริโภค และยารักษาโรคในลักษณะแพทยทางเลือก • เทศบาลตองเพิ่มสนามกีฬาสะดวกและสนามกีฬามาตรฐาน ใหทั่วถึงนอกจาก นั้นยังตองอํานวยความสะดวกในการเขาถึงสนามกีฬาและอุปกรณกีฬาใหกับทุกคนใน เทศบาล • เทศบาลจะตองเปนแกนนําในการจัดการแขงขันกีฬา เพือ่ ใหผมู คี วามสามารถได แสดงศักยภาพดานกีฬาออกมาเพื่อสงเสริม เพื่อมีโอกาสใชกีฬานําพาชีวิตได เพื่อเปน ทางเลือกเพิ่มขึ้นนอกจากความสามารถในดานการศึกษา • เทศบาลจะใชกีฬานําการพัฒนา เพื่อปลูกฝงใหชาวเทศบาลทุกคนมีนํ้าใจเปน นักกีฬารูจักการอยูรวมกัน ทํางานรวมกัน รูหนาที่ของตนเองในสังคม และรูจักการรักษา กฎ กติกา มารยาท ทั้งในการกีฬาและการอยูในสังคม • ดานสิ่งแวดลอมตองใหประชาชนรับทราบขอมูลที่แทจริงของปญหาสิ่งแวดลอม ของเทศบาล ในปจจุบันและอนาคต เพื่อรวมกันระดมความคิดและรวมกันแกปญหาที่ จะเกิดขึ้นอยางเปนระบบและยั่งยืน เชน โครงการถนนปลอดถังขยะ โครงการหนาบาน นามอง โครงการกอสรางศูนยจัดการขยะแบบครบวงจร โครงการกอสรางระบบบําบัด นํา้ เสียรวม ตลอดจนการแยกขยะเพือ่ ทําปุย อินทรีย และจะเชิญหนวยงานราชการ สถาบัน การศึกษาและเอกชนเขารวมโครงการเพื่อใหมีประสิทธิภาพ และสามารถติดตามผล อยางเปนรูปธรรม 5. นโยบายดานการใหบริการ ประชาชนตองไดรับการบริการอยาง รวดเร็วเปนธรรมทั่วถึง และเมื่อมีปญหา ใด ผู  ใ ห บ ริ ก ารต อ งร ว มเป น เพื่ อ นเพื่ อ หาแนวทางการแกไ ขอยางดียิ่ง ตองนํา เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาบริการประชาชน เพื่อใหเกิดความรวดเร็วในการใหบริการ ประชาชน ตองลดขัน้ ตอนของการขอรับการ บริการใหลดนอยลงเพื่อความรวดเร็วและ สะดวกของประชาชน นั่นก็คือทําทุกอยาง เพือ่ ประชาชน โดยนําแนวทาง ONE STOP SERVICE มาใชเปนแนวทางปฏิบัติงาน 6. นโยบายดานความปลอดภัยใน ชีวติ และทรัพยสนิ และปลอดจากปญหา ยาเสพติด เทศบาลจะตองคํานึงถึงความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพยสินของทุกคน ประสาน งานกับทุกหนวยงานที่มีหนาที่รับผิดชอบ เพื่อใหเกิดประโยชนสุขกับประชาชน ไม เพียงแตชาวเทศบาลตําบลสูงเนิน ผูอยู

อาศัยในเทศบาลเทานั้น นักทองเที่ยวหรือ ผูคนที่ผานไปมาตองไดรับความสะดวกและ ปลอดภัย เพื่อกาวไปสูเมืองนาอยู เมืองนา เที่ยวอยางยั่งยืน 7. นโยบายดานการศึกษา เทศบาลจะตองจัดใหมีการศึกษาและ เพิม่ ทางเลือกใหกบั ผูม ที กั ษะทางอืน่ นอกจาก การเรียนตามหลักสูตร ไมวาจะเปนดานกีฬา ดนตรี ศิลปะ สงเสริมการจัดกิจกรรมนอก โรงเรียนทั้งการศึกษาระบบสามัญการศึกษา วิชาชีพการศึกษาตามอัธยาศัย และสงเสริม ใหเกิดการเรียนรูต ลอดชีวติ และสงเสริมความ รัก ความสามัคคี ปลูกจิตสํานึกรักบานเกิดให กับเยาวชน สงเสริมความรักภายในครอบครัว และปลู ก ฝ ง การเสี ย สละการทํ า งานเพื่ อ สวนรวม เนนตัวอยางมากกวาการเลานิทาน เนนของจริงมากกวาเพอฝน และตองสงเสริม ใหทุกคน ไดมีโอกาสศึกษาหาความรูตาม นโยบายของรัฐบาล 8. นโยบายดานการสงเสริมการทอง เที่ยว เทศบาลตองปรับปรุงภายในเทศบาลให มีความสวยงาม เพือ่ ผลักดันใหอาํ เภอสูงเนิน เป น เมื อ งท อ งเที่ ย ว และจั ด กิ จ กรรมเพื่ อ สงเสริมการทองเที่ยวเชิงอนุรักษ เชน การ สงเสริมประเพณีกนิ เขาคํา่ เพือ่ ประชาสัมพันธ อําเภอสูงเนินใหเปนที่รูจักกันทั่วไป จากใจนายกเทศมนตรี การบริ ห ารเทศบาลตํ า บลสู ง เนิ น นั้ น กระผมจะยึ ด หลั ก โปร ง ใส มี คุ ณ ธรรม มี เมตตาธรรม และการมี ส  ว นร ว มของทุ ก ภาคสวน เราจะคอยๆ พัฒนาอยางมัน่ คง และ จะรอประชาชนดวยความเขาใจ เพื่อที่เราจะ กาวไปดวยกันอยางมั่นคงและเปยมสุข และ ดวยความมุง หวังวาทุกชีวติ ในเทศบาลจะเต็ม ไปดวยความรักและความสุขตลอดไป สมกับ คําขวัญที่วา “ถาหมูใ ดมีความพรอมเพรียงกัน ใน หมูนั้นก็เจริญเพลิดเพลินผล กอเกิดสุข สมหมายคลายกังวล เพราะทุกคนสามัคคี ดีตอกัน” Nakhon Ratchasima 175


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.สูงเนิน)

สภาพทั่วไปของขอมูลพื้นฐาน ตําบลสูงเนิน มีเนื้อที่ ประมาณ 73.57 ตร.กม. หรือ 45.981 ไร เปน เนื้ อ ที่ ข ององค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บล สูงเนิน ประมาณ 59.02 ตร.กม. หรือ 36,887 ไร มีจํานวนหมูบานในองคการ บริหารสวนตําบลสูงเนิน มีจํานวน 14 หมูบาน มีประชากรอยู  ใ นเขต อบต. สูงเนิน จํานวน 8,918 คน แยกเปนชาย 4,265 คน หญิง 4,653 คน ประชากร แฝง 20,000คน ประชากรในเขต อบต. สวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทํานา ทําไร เลี้ยงสัตว และประกอบ อาชีพอืน่ ๆ เชน ทํางานในภาคอุตสาหกรรม ซึ่ ง กํ า ลั ง ขยายตั ว เพิ่ ม ขึ้ น เนื่ อ งจากมี โรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นหลายแหง ในเขต อบต.สูงเนิน ซึ่งในอนาคตพื้นที่ ของ อบต.สูงเนิน จะเปนพื้นที่รองรับ “พัฒนาโครงสรางพืน้ ฐาน ยกระดับคุณภาพชีวติ ประชาชน สงเสริมอาชีพ การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและ ประชาชน อนุรักษทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ประชาชนมีสวนรวม ประชาชนในวัยแรงงานมีรายไดหลัก จากการประกอบอาชีพรับจางในโรงงาน ในการบริหารพัฒนา” คือวิสัยทัศน ของ องคการบริหารสวนตําบลสูงเนิน ตั้งอยูเลขที่ 111 หมู อุตสาหกรรม ที่ 5 บานหนองโสน ตําบลสูงเนิน อําเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา อยูหางจาก ที่ทําการอําเภอสูงเนินประมาณ 7 กิโลเมตร ปจจุบันมี นายเชิดชาย จงรั้งกลาง ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหารสวนตําบลสูงเนิน ซึ่งไดรับรางวัล องคกร ปกครองสวนทองถิ่นดีเดน ผูนําทองถิ่นดีเดน ครั้งที่ 12 ประจําป 2556 “พลังแผนดิน ขับเคลื่อนการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม” โดยมี ฯพณฯ อําพล เสนารณรงค องคมนตรี เปนประธานในพิธี ตรา หรือสัญลักษณของตําบลสูงเนิน เดิมทีเปนรูป “ธรรมจักร” เชนเดียวกับตําบลเสมาและอําเภอสูงเนิน และ ป จ จุ บั น ได เ ปลี่ ย นตราสั ญ ลั ก ษณ อ งค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บลสู ง เนิ น ใหม เ ป น “รูปปราสาทบานบุใหญมรี ปู ดอกบัวอยูใ ตฐานปราสาท” และสีประจําองคการบริหาร สวนตําบลสูงเนิน คือ สีฟา-ขาว ความเปนมาของ อบต.สูงเนิน องคการบริหารสวนตําบลสูงเนิน ไดรับการยกฐานะจากสภาตําบลเปน องคการบริหารสวนตําบลตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 2 มีนาคม 2538 ตามนัยมาตรา 40 , 95 แหง พรบ. สภาองคการบริหารสวนตําบล พ.ศ. 2537 ปจจุบนั อบต. สูงเนินจัดระดับชั้นอยูในระดับใหญ

องคการบริหารสวนตําบลสูงเนิน

176


พันธกิจของ อบต.สูงเนิน 1. พั ฒ นาระบบบริ ห ารและการ บริ ก ารสาธารณะ ให ส ามารถแก ไ ข ปญหาความเดือดรอนและสนองตอบ ความตองการของประชาชน ไดอยางมี ประสิทธิภาพและทันสมัย 2. สงเสริมทุกภาคสวนใหมีสวน ร ว มในการบริ ห าร เพื่ อ ความถู ก ต อ ง โปรงใส และเปนธรรม 3. เสริ ม สร า งความเข ม แข็ ง ของ ชุ ม ชนในพื้ น ที่ เพื่ อ เป น รากฐานการ พัฒนาอยางยั่งยืน

ผลการดํ า เนิ น งานของ อบต. สูงเนิน • แก ไ ขป ญ หานํ้ า ท ว ม นาย เชิดชาย จงรั้งกลาง นายก อบต.สูงเนิน ออกพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดรอน ของประชาชนจากปญหานํา้ ทวม บริเวณ ปากทาง ป.แพทยเหนือ หมู 8 สุขาวดี • มอบรถเข็ น นั่ ง นายเชิดชาย จงรัง้ กลาง นายก อบต.สูงเนิน พรอมดวย นายชรินทร หารินไสล เลขาฯ มอบรถเข็น นั่งใหแก นายชวย ระแวง • แกปญหานํ้าทวม ม.7 บาน บุ ใ หญ (หน า โรงงานไฟฟ า ) นาย เชิดชาย จงรั้งกลาง นายก อบต.สูงเนิน ออกพื้นที่เพื่อบรรเทาความเดือดรอน ของประชาชนในพื้นที่ • โครงการแข ง ขั น กี ฬ าตํ า บล สูงเนินตานยาเสพติด ครัง้ ที่ 14 ประจํา ป 2556 นายเชิดชาย จงรั้งกลาง นายก อบต.สู ง เนิ น พร อ มทั้ ง คณะผู  บ ริ ห าร และสมาชิก อบต.สูงเนิน จัดการแขงขัน กี ฬ าประจํ า ป 2556 ตาม “โครงการ

แขงขันกีฬาตําบลสูงเนินตานยาเสพติด ครั้งที่ 14 ประจําป 2556” ระหวางวัน ที่ 10-24 กุมภาพันธ 2556 ณ โรงเรียน กิริวัฒนศักดิ์ • มอบบานคนจนจํานวน 3 หลัง นําโดย นายกเชิดชาย จงรั้งกลาง นายก อบต.สูงเนิน ทานรองนายก ทานประธาน สภา ท า นปลั ด พร อ มกั บ ข า ราชการ ลูกจาง อบต.สูงเนิน มอบบานคนจน จํ า นวน 3 หลั ง บ า นหนองโสน ม.5 บานดอนกอก ม.6 บานปรางแต ม.13 ให กั บ ประชาชนในเขต อบต.สู ง เนิ น เพือ่ ชวยเหลือประชาชนในพืน้ ทีท่ มี่ ฐี านะ ยากจนใหมีที่อยูอาศัย • กิจกรรมอนุรักฟนฟูลําตะคอง และทําความสะอาดไหลถนน วันที่ 20 กันยายน 2555 • โครงการปลูกตนไม 1 หมูบาน 1 ชุมชน 80 ตน 80 พรรษา เมื่อวัน ที่ 8 สิงหาคม 2555 ณ บานญาติเจริญ หมูที่ 10 ตําบลสูงเนิน อําเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา Nakhon Ratchasima 177


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.สูงเนิน)

องคการบริหารสวนตําบลมะเกลือใหม “กาแฟเลือ่ งชือ่ นามระบือโคนม ถิน่ อุดมไมดอก วัดเหนือยอดภูผา ศรีสงา ธรรมสถาน เดนตระการหุนเหล็ก” คือคําขวัญประจําตําบลมะเกลือใหม ซึง่ อยูใ นการปกครองของ องคการบริหาร สวนตําบลมะเกลือใหม ซึ่งตั้งอยูเลขที่ 89 หมูที่ 11 บานอางแกว ตําบลมะเกลือ ใหม อําเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา อยู หางจากอําเภอสูงเนินๆปทางทิศตะวันตก เฉียงใตประมาณ 8 กิโลเมตร ปจจุบันมี นายสมพงษ ไชยเฉลิม ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหารสวนตําบล วิสัยทัศนของ อบต.มะเกลือใหม “เศรษฐกิจมั่นคง สังคมกาวหนา พา สูคุณธรรม” พันธกิจ และจุดมุงหมายการพัฒนา 1. เพิ่มขีดความสามารถในการผลิต การแปรรูป และการตลาดสินคาการเกษตร และอุตสาหกรรม เพื่อการพัฒนาชุมชนให เกิดความเขมแข็งและยั่งยืน 2. พั ฒ นาสั ง คมส ง เสริ ม คุ ณ ภาพ ชีวิต และแกไขปญหาความเดือดรอนของ ประชาชน เพื่อใหประชาชนมีคุณภาพชีวิต ที่ดี มีคุณธรรมและมีความโอบออมอารี ชวยเหลือซึ่งกันและกัน 3. พัฒนากระบวนการเรียนรู พัฒนา องคกรชุมชนใหเขมแข็งและและยัง่ ยืน เพือ่ พัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน มีอาชีพ และมีรายไดในการดํารงชีพอยางเพียงพอ และอยูในสังคมไดอยางมีความสุข 178

4. เพิ่ ม ศั ก ยภาพแหล ง ท อ งเที่ ย ว สินคาและการใหบริการ เพื่อเพิ่มรายได ใหกับชุมชน 5. สงเสริมใหชุมชนลดรายจายเพิ่ม รายไดและขยายโอกาสในระดับครัวเรือน เพือ่ สรางภูมคิ มุ กันใหกบั ชุมชน ใหสามารถ ดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางมีความสุข 6. สงเสริมการอนุรักษ คุมครอง และ บริ ห ารจั ด การทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละ สิ่งแวดลอม เพื่อเสริมสรางศักยภาพใน การอนุรักษ คุมครอง และบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 7. พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพ การบริ ห ารจั ด การภาครั ฐ เพื่ อ ให มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริการ ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาล สภาพทั่วไป มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 124.68 ตร.กม. หรือประมาณ 77,924 ไร แบงเปน พื้นที่ปาสงวนแหงชาติ จํานวน 17,959 ไร มีนํ้าตกสายสั้นๆ หลายสาย และมีสาย ยาวที่สุดหนึ่งสายชื่อ นํ้าตกวะภูแกว เปน สถานที่ ท  อ งเที่ ย วที่ มี ชื่ อ เสี ย งของตํ า บล มะเกลือใหม มีลําตะคองเปนลํานํ้าสาย หลักของเกษตรกรทีอ่ าศัยอยูท างตอนเหนือ ประชากร มี ป ระชากรรวมทั้ ง สิ้ น 7,978 คน แยกเปนชาย 3,946 คน หญิง 4,032 คน มีจํานวนครัวเรือนรวมทั้งสิ้น 2,888 ครั ว เรื อ น (ข อ มู ล เดื อ นเมษายน 2556)

อาชีพ ประชากรรอยละ 75 ประกอบ อาชี พ ทางการเกษตรกรรม ได แ ก การ ทํ า นา ทํ า ไร การเลี้ ย งสั ต ว ทํ า ฟาร ม โคนม ฯลฯ ผลผลิตที่สําคัญ ไดแกขาว ขาวโพด มันสําปะหลัง การเลีย้ งสัตว ไดแก การเลี้ยงโคเนื้อ โคนม การเลี้ยงไก ฯลฯ นอกนั้ น ประกอบอาชี พ ด า นอื่ น เช น ประกอบธุรกิจสวนตัว คาขาย รับราชการ รั บ จ า งและขายแรงงาน ทั้ ง ในภาค อุตสาหกรรม การพาณิชย การบริการ OTOP ตําบลมะเกลือใหม สิ น ค า หนึ่ ง ตํ า บล หนึ่ ง ผลิ ต ภั ณ ฑ ของกลุมแมบานตําบลมะเกลือใหม ที่ขึ้น ชื่อและสามารถสงออกจําหนายตามราน คาทั่วไป ไดแก กลุมผลิตไมกวาด และ กลุมเย็บผากันเปอน หมูที่ 4 กลุมทํา ดอกไมจันท หมูที่ 1, หมูที่ 2 และหมู ที่ 6 กลุมเย็บผาทอมือ หมูที่ 6 กลุมไม ตัดดอก (เบญจมาศ) หมูที่ 9 กลุมกาแฟ ดงมะไฟ หมูที่ 8 สถานที่ ท  อ งเที่ ย วโดดเด น ของตํ า บล มะเกลือใหม Robot World (Dragon Coffee) เป น ร า นกาแฟที่ มี ค วามโดดเด น นาเขาไปลิ้มลอง เนื่องจากมีหุนเหล็กที่ ประดิษฐจากเศษอะไหลเกาหลากหลาย รู ป แบบตั้ ง โชว อ ยู  บ ริ เ วณหน า ร า น โดย เฉพาะหุนเหล็กรูปมังกรขนาดสูง 15 เมตร นั้น มีรูปทรงสงางามนาเกรงขามคลายกับ หลุดออกมาจากฉากภาพยนตรฮอลลีวูด ใหแอคชั่นถายภาพได


กรุงเทพฯ มากที่สุด เพียง 250 กิโลเมตร เทานั้น ใชระยะเวลาการเดินทางไมเกิน 3 ชั่วโมงก็ถึงแลว ชาวดงมะไฟขอเชิ ญ นมั ส การพระ อรหั น ต 28 องค และปฏิ บั ติ ธ รรมที่ วั ด ป า ภู ผ าสู ง พร อ มเที่ ย วชมธรรมชาติ ที่ บ า นดงมะไฟ สู ด โอโซนบริ สุ ท ธิ์ เที่ ย ว ชมสวนกาแฟอาราบิ ก  า และมะคาเด เมีย สัมผัสแหลงเรียนรู การปลูกเกษตร ที่สูงที่คุมสองดาว หมูบานดงมะไฟ โดย สมาชิกเกษตรกร ไดนอมนําหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง มาใชในการดําเนินชีวิต ประจําวัน และประพฤติ ปฏิบัติจริง ตาม แผนแม บ ทชุ ม ชน บั ญ ญั ติ 10 ประการ หมูบานดงมะไฟ สนใจติดตอ วิ ส าหกิ จ ชุ ม ชนกาแฟอาราาบิ ก  า และมะคาเด เมี ย แบบประชาอาสาบ า นดงมะไฟ 256 หมู 8 คุมสองดาว หมูบานดงมะไฟ โทรศัพท 044-249-499 หรือติดตอประธาน วิ ส าหกิ จ ชุ ม ชนฯ นายนพดล ม ว ง แกว (COFFEE MAN) 082-342-1122

วิ ส าหกิ จ ชุ มชน ประชาอาสาบานดง มะไฟ เป น กลุ  มที่มีการผลิตและจําหนาย กาแฟอาราบิ ก  า และมะคาเดเมี ย แบบ ประชาอาสา มี ส มาชิ ก ร ว มโครงการ มากกวา 40 ครัวเรือน มีพื้นที่การปลูก กาแฟอาราบิกา ประมาณ 120 ไร เปน สิ น ค า ชุ ม ชนที่ มี คุ ณ ภาพ ของจั ง หวั ด นครราชสีมา มีรสชาติกลมกลอม ผลิตดวย กาแฟอาราบิกาแท 100% ปลอดสารพิษ (ORGANIC) นับเปนความภาคภูมิใจของ ชาวดงมะไฟ เนือ่ งจากเปนแหลงทีป่ ลูก เก็บ เกี่ยว แปรรูป และลงบรรจุภัณฑในแหลง ผลิตเดียวกัน (Roasted at the source) และที่สําคัญบานดงมะไฟ เปนแหลงปลูก กาแฟอาราบิกา สายพันธุ F-7 ที่อยูใกล

ฟารมโคนมของชาวตําบลมะเกลือใหม ชาวบานตําบลมะเกลือใหมมีอาชีพ เสริมคือการเลี้ยงโคนม เพราะสรางรายได ใหกับชาวบานเปนอยางมาก เนื่องจาก มีแหลงรับซื้อนํ้านมดิบคือสหกรณโคนม ไทยเดนมารค สูงเนิน จํากัด ผูสนใจเยี่ยม ชมฟารมโคนมติดตอไดที่อบต.มะเกลือ ใหม อ.สูงเนิน

วัดวะภูแกว วัดวะภูแกว ตั้งอยู ณ ต.มะเกลือใหม อ.สู ง เนิ น จ.นครราชสี ม า เป น สถานที่ ปลูกฝงคุณธรรมแกเยาวชนไมนอยกวา ปละหมื่นคน วัดนี้ริเริ่มสรางขึ้นในป พ.ศ. 2523 เนื่องจากพระสุวรรณ อินฺทสีโล ได เดินธุดงคมาปกกลดโปรดชาวบานบริเวณ นํ้าตกวะภูแกว ชาวบานเกิดความศรัทธา เลื่อมใส จึงอาราธนานิมนตทานใหสราง วั ด ขึ้ น ท า นจึ ง ได นํ า ความไปปรึกษากับ พระอาจารย คื อ หลวงพ อ พุ ธ ฐานิ โ ย ขณะนั้ น ท า นดํ า รงตํ า แหน ง ที่ พระชิ น วงศาจารย เมื่อหลวงพอไดฟงคํากราบ เรียนจากพระสุวรรณนั้นแลว จึงไดออก ไปสํารวจดูสถานที่แตยังไมไดตกลงใจที่ จะเลื อ กบริ เ วณที่ จ ะสร า งวั ด จนกระทั่ ง ชาวบานวะภูแกวมาแสดงความจํานงขอ ถวายที่ ดิ น ของตนเพื่ อ ใชเปนสถานที่ขอ สรางวัด และปวารณาตัวทีจ่ ะชวยหลวงพอ สร า งวั ด หลวงพ อ จึ ง ตอบตกลงโดยให พระสุวรรณทําหนาทีเ่ ปนหัวหนาสํานักสงฆ และมีองค หลวงพอเปนประธานสงฆ การเดินทาง นั่งรถโดยสารที่สถานี หมอชิต สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ลง ที่สีคิ้ว (* ตองระบุที่ลงตั้งแตตอนซื้อตั๋ว*) เมื่อมาถึง อ.สีคิ้ว เลย วัดหลวงพอโต ของ สรพงษ ชาตรี มาประมาณ 3 กิโลเมตร เหมารถรั บ จ า งที่ ป ากทางสี คิ้ ว ไปวั ด วะภูแกว (ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร) คาโดยสารประมาณ 200 บาท Nakhon Ratchasima 179


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.สูงเนิน)

รับไฟพระประทีปพระราชทาน

ประกวดนางนพมาศงานลอยกระทง พระประทีปพระราชทาน

องคการบริหารสวนตําบลเสมา ด.ต.ธาดา หิรัญภูวนาถ นายกองคการบริหารสวนตําบลเสมา

“เศรษฐกิ จ การอาชี พ ชุ ม ชน เขมแข็ง พัฒนาแหลงโบราณสถาน ประชาชนมี ก ารศึ ก ษา สุ ข ภาพดี ถวนหนา บริการสาธารณเพียบพรอม สิ่งแวดลอมไมเปนพิษ” คื อ วิ สั ย ทั ศ น  ก า ร พั ฒ น า ข อ ง องคการบริหารสวนตําบลเสมา ซึ่ง ไดยกฐานะขึน้ เปน “องคการบริหารสวน ตําบลเสมา” โดยมีประกาศกระทรวง มหาดไทย ลงวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2539 องคการบริหารสวนตําบลเสมา ตั้งอยูในอําเภอสูงเนิน ซึ่งอยูดานทิศ ตะวันตกหางจากจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 37 กิ โ ลเมตร ป จ จุ บั น มี ด.ต. ธาดา หิรญ ั ภูวนาถ ดํารงตําแหนง นายกองคการบริหารสวนตําบลเสมา ขอมูลทั่วไป องคการบริหารสวนตําบลเสมา ตัง้ อยูเ ลขที่ 99 หมูท ี่ 2 ตําบลเสมา อําเภอ สู ง เนิ น จั ง หวั ด นครราชสี ม า มี เ นื้ อ ที่ ประมาณ 80.4 ตารางกิโลเมตร ประกอบ ด ว ยหมู  บ  า นจํ า นวน 16 หมู  บ  า น มี ประชากรทัง้ สิน้ 9,227 คน แยกเปนชาย 180

ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา

4,459 คน และหญิง 4,768 คน (ขอมูล 4. พัฒนาเศรษฐกิจ พาณิชกรรม 5. สงเสริมระบบสาธารณสุขมูลฐาน จาก สํานักทะเบียน อําเภอสูงเนิน ณ 6. พัฒนาสังคมสูร ะบบสังคมเขมแข็ง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2556) ประชากรสวน 7. สงเสริมการกีฬา ใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไดแก 8. อนุรกั ษโบราณสถาน แหลงทอง ปลูกขาว ปลูกขาวโพด มันสําปะหลัง เทีย่ ว และบํารุงรักษาศิลปะ วัฒนธรรม ออย รับจางในภาคอุตสาหกรรม ฯลฯ ประเพณี 9. สรางสังคมทีม่ สี งบและปลอดภัย พันธกิจการพัฒนาทองถิ่น 10. กําจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล 1. พัฒนาระบบโครงสรางพื้นฐาน ใหไดมาตรฐาน และนํ้าเสีย 2. สงเสริมการทําการเกษตรกรรม 11. บริหารงานดวยหลักธรรมา3. สงเสริมการทองเที่ยวในพื้นที่ ภิบาล

พิธีตอไฟพระประทีปพระราชทาน


พระนอนวัดธรรมจักรเสมาราม

ชวนเที่ยววัดพระนอนหินทราย ...เกาแกและใหญที่สุดในไทย วัดธรรมจักรเสมาราม (วัดพระ นอน) เมืองเสมา เปนวัดเล็กๆ ที่เรียบ งาย และสงบ แตมากดวยคุณคาทาง ประวัตศิ าสตร เพราะในอดีตเรียกบริเวณ เมืองดังกลาววา เมืองศรีจนาศะปุระและ “เมืองโคราฆปุระ” ตอมาไดเรียกเพี้ยน เปน “เมืองโคราช” อันเปนตนกําเนิด เมืองโคราชหรือนครราชสีมาในปจจุบัน โบราณวั ต ถุ สํ า คั ญ ที่ พ บภายใน วัดคือ พระพุทธรูปปางไสยาสน หรือ พระพุ ท ธรู ป ปางเสด็ จ ปริ น พพาน มี พุทธลักษณะแบบทวาราวดี พระพักตร หันไปทางทิศตะวันออกตามขนบของ ศาสนสถานในศาสนาพุ ท ธ องค พ ระ กอดวยหินทรายหลายๆ กอน มีความ เกาแกและใหญที่สุดของประเทศไทย มีความยาวประมาณ 13.30 เมตร สูง 2.80 เมตร อายุกวา 1,300 ป เนื่องจาก ในอดีตบริเวณนี้เปนศาสนสถานสมัย ทวารวดี ในป พ.ศ.2533 กรมศิลปากรได

ประเพณีลําเดือนหา

ทําการขุดแตงและบูรณะขึ้น เนื่องจาก เกิดการแตกหักและผุพัง ตอมา ป พ.ศ. 2538 ไดมีการสรางอาคารและหลังคา คลุมองคพระนอน เพื่อกันแดดกันฝน นอกจากนี้ ใ นบริ เ วณวั ด ยั ง พบ ธรรมจักรโบราณ ชนิดเดียวกันกับที่ พบบริ เ วณพระปฐมเจดี ย  เป น ศิ ล ปะ ยุคทวารวดี มีลักษณะคลายลอเกวียน ทําจากศิลาแลงขนาดใหญ มีหนากวาง ทั้ ง 2 ด า น เส น ผ า ศู น ย ก ลาง 1.41 เมตร ขนาดเสนผาศูนยกลางดุมลอ 31 เซนติเมตร ตอนลางมีสลักคลายหนา พนัสบดี ซึ่งมีลักษณะผสมสัตวหลาย ชนิด คือ มีเขาเหมือนโค มีปากเปนครุฑ มีปกเหมือนหงษ สัตวเหลานี้ลวนเปน พาหนะของเทพให ศ าสนาพราหมณ หรื อ ฮิ น ดู ส ว นพนั ส บดี เ ป น พาหนะ ของพระพุ ท ธเจ า ตามความเชื่ อ ของ พุทธฝายมหายาน และไมไกลนักยังมี โบราณสถานทีเ่ ปนเทวสถานของศาสนา พราหมณ คือ ปราสาทหินเกาแกสมัย พระเจาชัยวรมันที่ 7 ไดแก ปราสาทหิน เมืองแขก ปราสาทหินโนนกู ผูสนใจสามารถเขาชมโบราณวัตถุ ลํ้าคาเหลานี้ไดที่ วัดธรรมจักรเสมา ราม บานคลองขวาง ตําบลเสมา อําเภอ สู ง เนิ น เป ด ให เ ข า ชมเวลา 06.0017.00 ทุ ก วั น (ข อ มู ล จากสํ า นั ก งาน ประชาสัมพันธจังหวัดนครราชสีมา )

เมืองเสมา

ธรรมจักรโบราณ

ประเพณีที่สําคัญ องคการบริหารสวนตําบลเสมา ให ค วามสํ า คั ญ กั บ การอนุ รั ก ษ แ ละ สงเสริมศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณี ที่ ดี ง ามให สื บ ต อ เป น มรดกของชน รุ  น หลั ง โดยการจั ด กิ จ กรรมสื บ สาน ประเพณี สํ า คั ญ ๆ อาทิ ประเพณี ลอยกระทงพระประที ป พระราชทาน ประเพณีลาํ เดือนหา และประเพณีรดนํา้ ดําหัวผูสูงอายุ เปนตน Nakhon Ratchasima 181


p.187ͺµ.⤡ÊÇÒÂ.pdf 1 21/2/2557 11:17:20


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.โนนไทย)

องคการบริหารสวนตําบลสําโรง

ซึ่งเปนผลผลิตจากเกษตรกรพอที่จะนํา มาแปรรูปเปนผลิตภัณฑได นอกจากนี้ ยังมีมันสําปะหลัง เปนพืชเศรษฐกิจอีก ชนิดหนึ่งของตําบลสําโรง ที่สรางรายได ใหกับประชาชน

“ลํ า เชี ย งไกรไหลผ า น ตํ า นาน หลวงพอทอง ลิ้มลองไขนกกระทา มากคุณคาปุยอินทรีย ประเพณีแขง เรืออีโปง” คือคําขวัญของตําบลสําโรง ซึ่งอยูในความดูแลขององคการบริหาร สวนตําบลสําโรง อําเภอโนนไทย จังหวัด นครราชสี ม า ป จ จุ บั น มี นายมงคล ศรี บ งกช หรือที่ชาวบานรูจักดีในนาม “นายกหนุ  ย ” ดํ า รงตํ า แหน ง นายก องคการบริหารสวนตําบลสําโรง ขอมูลทั่วไป อบต.สําโรง ตั้งอยูบริเวณดานตะวัน ออกเฉียงเหนือของอําเภอโนนไทย หาง จากที่วาการอําเภอโนนไทยประมาณ 9 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 29,066.88 ไร หรือประมาณ 50.085 ตร.กม. มีหมูบาน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ อบต.สําโรง จํานวน 17 หมูบาน มีประชากรทั้งสิ้น 5,853 คน แยกเปนชาย 3,383 คน หญิง 3,566 คน มีความหนาแนนของประชากร เฉลี่ย 150 คน/ตร.กม. ประชาชนสวนใหญประกอบอาชีพ เกษตรกรรม เลี้ยงสัตวเปนอาชีพเสริม จากการเพาะปลูก และรับจางทั่วไปโดย ตําบลสําโรงมีศักยภาพและมีทรัพยากร ธรรมชาติ ที่ สํ า คั ญ คื อ ข า วหอมมะลิ 188

ผลการดําเนินงานทีโ่ ดดเดนของ อบต. สําโรง พัฒนาและปรับปรุงโครงสราง พื้นฐาน ในป 2556 อบต.สําโรง ไดดําเนินการพัฒนา กอสราง ปรับปรุงโครงสรางพื้นฐานครบ ทุกหมูบาน จากงบประจําป เชน กอสราง สะพาน คสล. กอสรางถนน คสล. กอสราง ปรับปรุงถนนหินคลุกในหมูบ า น ทางเชือ่ ม หมู  บ  า น ส ว นโครงการที่ เ กิ น ศั ก ยภาพ เชนขุดคลอง ซอมสรางถนนเชื่อมตําบล ก็ไดรับการชวยเหลืออยางดียิ่งจากทาน สจ.มนัส ศรีบงกช สจ.เขตอําเภอโนนไทย

ก อ สร า งบ า นกาชาดมอบให แ ก ผู  ยากไร ในป 2556 อบต.สําโรงรวมกับ กาชาดจังหวัดนครราชสีมา กอสรางบาน กาชาดมอบใหแก นายประกอบ เมือง สันเทียะ (ผูยากไรขาดแคลนที่อยูอาศัย) บานสําโรง หมูที่ 2 จํานวน 1 หลัง การ สู บ นํ้ า เข า แหล ง เก็ บ นํ้ า ทั้ ง ตํ า บลเพื่ อ ปองกันภัยแลง และการชวยเหลือบรรเทา ทุกขผูประสบอุทกภัย

จัดแขงขันกีฬาเชือ่ มความสามัคคี ในป 2556 อบต.สําโรง ไดจัดกิจกรรม การส ง เสริ ม กี ฬ าเพื่ อ เชื่ อ มความสมั ค ร สมานสามัคคีภายในตําบล ซึง่ จัดขึน้ อยาง ตอเนี่องเปนประจําทุกป


จั ด ศู น ย ก ารเรี ย นรู  เ ศรษฐกิ จ พอเพี ย ง อบต.สํ า โรง ได ใ ห ก ารสนั บ สนุ น โรงเรียนบานนารายณ (โรงเรียนดีศรีตําบล) โดยสงเสริมการจัดศูนยการเรียนรู เศรษฐกิจพอเพียง ไดรับรางวัลมากมายทั้งระดับเขตและระดับประเทศ ซึ่งศูนยฯ นีม้ คี ณ ุ ครูสชุ าติ แพทยเกาะ นายสุชาติ รักทํา คณะครู ผูป กครอง และผูน าํ ชุมชนโดยการ อํานวยการของผอ.นิลชัย ดาดี ดําเนินงานศูนยสาธิตการทํานาปลอดสารพิษ ศูนยอนุรกั ษ ควายไทย การเลีย้ งหมูหลุม การเลีย้ งไกไข การเลีย้ งปลาดุก ปลานิล การปลูกผักปลอด สารพิษ พลังงานทดแทนจากลม พลังงานแกสชีวภาพ ฯลฯ นอกจากนั้นในตําบลสําโรง ยังมีศูนยการเรียนรูเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถ ถายทอดใหกับประชาชนทั่วไปไดเรียนรูเศรษฐกิจพอเพียง คือ ศูนยโรงเรียนโนนไทย คุรุอุปถัมภ 2 สาธิตการเพาะพันธุปลานํ้าจืด การเลี้ยงไขไก การสรางบานดิน การเพาะ ขยายพันธุไมดอกไมประดับ โดยการทุมเทเอาใจใสของคณะครูนักเรียนผูปกครอง โดยมีนายบุญสืบ พรมทองหลาง รองผอ.รร.เปนผูประสานงานอยางดียิ่ง การสงเสริมอาชีพ ตําบลสําโรง มีสินคาผลิตภัณฑชุมชนเดนๆ อยูหลาย ชนิด แตในทีน่ ขี้ องยกตัวอยางสินคาทีป่ ระสบผลสําเร็จดานการตลาด 2 กลุม คือ 1. ผลิตภัณฑจากลวดบานสําโรง จัดตั้งในรูปแบบกลุมวิสาหกิจชุมชน โดย นายสังเวียน คําสันเทียะ และสมาชิกกลุมที่เขมแข็ง มีผลิตภัณฑจากลวดนานาชนิด เชน ไมแขวนเสื้อ ไมปงอลูมิเนียม ชั้นวางกระถาง ตระแกรงลวด ฯลฯ สรางรายไดเฉลี่ย ครัวเรือนละ 50,000-100,000 บาทตอป สนใจแวะชมเลือกซื้อหรือสั่งสินคาโดยตรง ที่ทําการกลุม หรือที่ทําการ อบต.สําโรง โทร. 044-249159 2. ระนาดเอกจิ๋ว สินคา OTOP ตําบลสําโรง มีนายวันชัย นพวรรณ ภูมิปญญา ทองถิ่น ดานการประดิษฐเครื่องดนตรีไทยยอสวนระนาดเอกจิ๋ว โดยไดสืบทอดการทํา ระนาดเอกจากรุนปู โดยเปนธุรกิจในครัวเรือน สร า งรายได ป ระมาณ 20,000 บาท/เดื อ น/ ครัวเรือน สนใจติดตอโทรศัพท 081-0702917, 044-249159 จัดตั้งพิพิธภัณฑทองถิ่นเพื่อรวบรวม วัตถุโบราณตําบลสําโรง ปงบประมาณ 2557

อบต.สํ า โรง ดํ า เนิ น การก อ สร า งและ จัดตัง้ พิพธิ ภัณฑทอ งถิน่ เพือ่ รวบรวมวัตถุ โบราณที่กระจัดกระจายอยูทั่วไป เพื่อ เป น แหล ง สื บ ค น ประวั ติ ศ าสตร ชุ ม ชน ตําบลสําโรง เนื่องจากมีการขุดคนพบ วั ต ถุ โ บราณหลายยุ ค หลายสมั ย เช น การคนพบโครงกระดูกมนุษย ที่บานโพธิ์ หมูที่ 11 เมื่อปลายป 2556 ซึ่งสํานักงาน ศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา ไดคํานวณ อายุโครงกระดูกและวัตถุโบราณพบวาอยู ในยุคกอนพุทธกาล (กอนประวัติศาสตร) นอกจากนั้นยังมีการขุดคนพบ ศิวลึงค สัญลักษณของพระศิวะเทพเจาในศาสนา ฮิ น ดู อายุ ร าวสมั ย พุ ท ธศตวรรษที่ 12 หรือกวา 1,300 ปมาแลว พรอมกับวัตถุ โบราณอีกมากมายตอเนื่องมาจนถึงยุค รัตนโกสินทร ซึ่งคนพบที่บานตูม หมูที่ 13 ตําบลสําโรง อําเภอโนนไทย จังหวัด นครราชสีมา Nakhon Ratchasima 189


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ. หนองบุญมาก)

“บริหารงานโปรงใส ใสใจทุกปญหา พั ฒ นาคุ ณ ภาพชี วิ ต สร า งเศรษฐกิ จ ที่มั่นคง ดํารงไวซึ่งคุณธรรม นอมนํา เศรษฐกิจพอเพียง” คือวิสัยทัศนของ องคการบริหาร สวนตําบลบานใหม ซึ่งตั้งอยูที่หมู 2 บาน ใหม อุ ด ม ตํ าบลบานใหม อําเภอหนอง บุ ญ มาก จั ง หวั ด นครราชสี ม า ห า งจาก ตัวอําเภอหนองบุญมากไปทางทิศตะวัน ออกเฉียงเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร ตาม ทางหลวงแผนดินสายโชคชัย -เดชอุดม บริเวณกิโลเมตรที่ 24-26 ปจจุบันมี นายสี ทอง จิรวัฒนเศรษฐ ดํารงตําแหนง นายก องคการบริหารสวนตําบลบานใหม ขอมูลทั่วไป องค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บลบ า น ใหม มีเนื้อที่ประมาณ 21,790 ไร หรือ 34.87 ตร.กม. แบงเขตการปกครองออก เปน 9 หมูบาน มีประชากรประมาณ 5,042 คน มีจํานวนครัวเรือน 1,077 ครัวเรือน ประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพทางดาน เกษตรกรรม และมีสินคาที่เปนการสราง อาชีพเปนรายไดหลักใหแกประชาชนบาง หมูบาน คือประติมากรรมหินทราย ไมดอก ไมประดับ เฟองฟา ลีลาวดี เปนตน นโยบายการพัฒนา นายสีทอง จิรวัฒนเศรษฐ นายก องค ก ารบริ ห ารส ว นตํ า บลบ า นใหม 190

องคการบริหารสวนตําบลบานใหม มีนโยบายการพัฒนาแยกออกเปน 2 สวน ไดแก สวนที่ 1 คือการพัฒนาดานโครงสราง พื้นฐานและการพัฒนาดานเศรษฐกิจ สวนที่ 2 ดานสวัสดิการชุมชน โดยการ กําหนดนโยบายของทองถิน่ อาศัยขอมูลพืน้ ฐาน ความตองการของประชาชนในตําบล เปนหลัก ประกอบกับกรอบยุทธศาสตร การพัฒนาขององคกรปกครองสวนทอง ถิ่น และแนวนโยบายอื่นๆ ของรัฐบาลที่ มุงหวังใหประชาชนไดรับความสุข มีความ เป น อยู  ดี ขึ้ น ตามแนวทางเศรษฐกิ จ พอ เพี ย งพระราชดํ า ริ ข องพระบาทสมเด็ จ พระเจาอยูหัว และการบริหารราชการ เปนไปตามกระบวนการบริหารจัดการบาน เมืองที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล สถานที่ทองเที่ยวและงานประเพณี -ปราสาทหิ น ถนนหั ก ตั้งอยูที่หมู 4 บ า นถนนหั ก ตํ า บลบ า นใหม เป น

ปราสาทแบบเขมรสร า งด ว ย ศิ ล าแลง จากโบราณวัตถุทพี่ บ เปนหลักฐานบงบอก วาใชประกอบพิธกี รรมทางศาสนาฮินดูหรือ พราหมณลัทธิมหานิกาย กอสรางขึ้นเมื่อ ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 16


- การจั ด งาน “วั น เฟ  อ งฟ า งาม สืบสานประติมากรรมหินทราย กราบ ไหว ป ราสาทหิ น เยื อ นถิ่ น หนองบุ ญ มาก” จะมี ขึ้ น ประมาณเดื อ นธั น วาคมเดือนมกราคม ของทุกป ณ สนามหนาที่ ทําการองคการบริหารสวนตําบลบานใหม วัตถุประสงคในการจัดงาน เพื่อเปนการ สรางรายไดใหกับประชาชนในพื้นที่ และ เปนการประชาสัมพันธของดีในตําบลบาน ใหม ซึ่งในงานไดมีกิจกรรมการประกวด ไม ดั ด เฟ  อ งฟ า ประกวดงานหิ น ทราย ประกวดสวนสวย พรอมทั้งจําหนายไมดัด เฟองฟา และงานหินทราย ที่สวยงามให ทานไดเลือกสรรตามตองการ ในภาคคํ่า ไดมีกิจกรรม “กินเขาแลง” เปนการรับ ประทานอาหารเย็นนั่งขันโตกพรอมเสิรฟ อาหารขึน้ ชือ่ ของจังหวัดนครราชสีมา พรอม กับชมการแสดงแสงสีเสียง ณ บริเวณโดย รอบปราสาทหินบานถนนหัก - งานเขาปริวาสกรรมวัดปาสมบูรณ หมูที่ 3 ตําบลบานใหม ไดกําหนดจัดงาน

ขึน้ ประมาณเดือนตุลาคม ของทุกป เปนการ เข า ปฏิ บั ติ เ พื่ อ ดํ า รงธรรมวิ นั ย ให ยั่ ง ยื น โดยมีพระเถระชั้นผูใหญมาใหความรู ทาง ธรรม ทั้งดานปริยัติธรรมและการปฏิบัติ ธรรม และยังเปดโอกาสใหนักปฏิบัติธรรม ไดเจริญ สมถะ-วิปสสนากรรมฐาน โดยมี พระภิกษุและผูสนใจเขารวมเปนจํานวน มากทุกป การสงเสริมกลุมวิสาหกิจชุมชน - กลุมเฟองฟา ไมดอกไมประดับ ตั้งอยูที่ หมู 2 บานใหมอุดม จัดไดวาเปน อีกหนึ่งพื้นที่ที่มีการปลูกเฟองฟาและไม ดอกไมประดับแหลงใหญอีกจุดหนึ่งของ ภาคอีสาน โดยกลุมเกษตรกรผูปลูกเฟอง ฟารวมตัวกันจัดตั้งกลุม เฟองฟา โดยมี กิจกรรมออมทรัพยเปนเครื่องมือเชื่อมรอย และจัดสวัสดิการใหแกสมาชิก การบริหาร จัดการในลักษณะกลุม ยังชวยใหสามารถ กําหนดราคาเฟอ งฟาตามทีก่ ลุม กําหนดได นอกจากตลาดภายในประเทศยังสงออกไป ยังตางประเทศอีกดวย - กลุมเพาะเลี้ยงเห็ดนางฟาและ เห็ดโคนญี่ปุน เกษตรกรในพื้นที่สามารถ ผลิตกอนเห็ดและดอกเห็ด ออกจําหนาย ใหกับตลาดในพื้นที่และจังหวัดใกลเคียง เป น การสร า งรายได เ ป น อย า งดี ใ ห กั บ ประชาชนในพื้นที่ - กลุมหินทราย ตั้งอยูที่ หมู 4 บาน ถนนหัก โดยเปนอุตสาหกรรมในครัวเรือน สรางรายไดใหกับชุมชน มีพอคาคนกลาง เขามารับซื้อถึงในหมูบาน ชางสามารถ ออกแบบและผลิ ต ตามรู ป แบบที่ ลู ก ค า ตองการไดในราคาที่เปนกันเอง เพราะเปน สินคาจากผูผลิตโดยตรง - กลุ  ม การผลิ ต ข า วตั ง เป น การ รวมตัวกันของกลุมแมบานที่สรางอาชีพ และสรางรายไดเสริมใหกับตนเอง โดย การพัฒนาผลิตภัณฑของกลุม คือขาวตัง หมูหยอง และสงขายภายใตชื่อ “วิภาขาว ตังรสทิพย” ชือ่ ทีต่ ดิ ตากับรสชาติทตี่ ดิ ลิน้

สรางความประทับใจใหกบั ผูท ไี่ ดลมิ้ รส จน ทําใหผลิตภัณฑของกลุมเปนที่รูจัก และมี ชองทางการตลาดที่รองรับกําลังการผลิต ของกลุมอยางตอเนื่องตลอดมา Nakhon Ratchasima 191


เสนทางพบองคการบริหารสวนตําบล (อ.เทพารักษ)

องคการบริหารสวนตําบลบึงปรือ โดยการนําของนายก

“พัฒนาตอเนื่อง เรื่องคมนาคม แหลง นํ้ า มั่ น คง อนามั ย สมบู ร ณ ใช จ  า ยอย า ง ประหยั ด การศึ ก ษาเคร ง ครั ด เศรษฐกิ จ พอเพียง” คื อ วิ สั ย ทั ศ น ข อง องค ก ารบริ ห ารส ว น ตําบลบึงปรือ อําเภอเทพารักษ ซึง่ ตัง้ อยูท างทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือ หางจากจังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 105 กิโลเมตร ปจจุบันมีหมูบานใน เขตปกครองทั้งสิ้นจํานวน 11 หมูบาน และมี นายศุภโชค ภูมโิ คกรักษ ดํารงตําแหนง นายก องคการบริหารสวนตําบลบึงปรือ

ยุทธศาสตรการพัฒนาตําบลบึงปรือ

ยุทธศาสตรที่ 1 ยุทธศาสตรดา นโครงสราง พื้นฐาน แนวทางที่ 1.1 งานดานการคมนาคมและ การขนสง (1) โครงการถนนปลอดภัย โดยใชแรงงาน ราษฎรในตําบลพัฒนางานถนน เปนการกอสราง ถนนและซอมแซมถนนทุกหมูบานภายในตําบล เพือ่ ตองการใหประชาชนในตําบลขนถายผลผลิต ทางการเกษตรออกสูตลาดไดโดยสะดวกและ ปลอดภัย (2) การพัฒนางานไฟฟา เชน ขยายเขตไฟฟา ติ ด ตั้ ง ไฟฟ า สาธารณะในหมู  บ  า นทุ ก หมู  บ  า น อยางเพียงพอ แนวทางที่ 1.2 งานดานสาธารณูปโภค (1) การพัฒนาแหลงนํ้าเชน ขุดลอกคลอง ธรรมชาติ ทําฝายหินทิ้ง ฯลฯ เพื่อตองการให 192

ประชาชนในตําบลไดมีแหลงนํ้าสําหรับกักเก็บ นํ้าไวใชในฤดูแลง (2) การพั ฒ นานํ้ า ประปา เช น เจาะบ อ บาดาล ซอมแซมบอบาดาล พัฒนาระบบนํ้า ประปา ฯลฯ เพื่อตองการใหประชาชนไดมีนํ้า สําหรับอุปโภค-บริโภค ยุทธศาสตรที่ 2 ยุทธศาสตรดานงาน สงเสริมคุณภาพชีวิต แนวทางที่ 2.1 งานด า นการส ง เสริ ม อาชีพ (1) สงเสริมอาชีพเศรษฐกิจชุมชนในตําบล บึงปรือ ตองการใหประชาชนมีเงินทุนหมุนเวียน ในกลุ  ม เพื่ อ เป น การสร า งอาชี พ และสร า ง รายได ใ ห กั บ ครอบครั ว เป น การรวมกลุ  ม การ ประกอบอาชี พ และการบริ ห ารจั ด การกลุ  ม ที่ เขมแข็ง (2) ส ง เสริ ม กลุ  ม อาชี พ ต า งๆ ในตํ า บล บึงปรือใหมีความเขมแข็ง เชน กลุมสตรีแมบาน ตํ า บลบึ ง ปรื อ กลุ  ม อาสาสมั ค รสาธารณสุ ข (อสม.) และกลุมสินคา OTOP เพื่อตองการให กลุมอาชีพตางๆ ไดพัฒนามีการพัฒนากลุมให มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แนวทางที่ 2.2 งานดานสวัสดิการสังคม การสงเสริมและพัฒนาผูสูงอายุ (1) ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น เบี้ ย ยั ง ชี พ สํ า หรั บ ผูสูงอายุในตําบลบึงปรือ ที่ตองไดรับการดูแล เอาใจใส จากภาครั ฐ อย า งสมํ่ า เสมอ เพื่ อ ตองการใหผูสูงอายุในตําบลบึงปรือ มีเบี้ยยังชีพ สามารถเลีย้ งดูตวั เองได อบต.บึงปรือ ก็สนับสนุน

สวั ส ดิ ก ารตามกํ า ลั ง งบประมาณที่ ส ามารถ ชวยเหลือได (2) โครงการตานภัยหนาว เพื่อตองการให ผู  สู ง อายุ ผู  พิ ก ารในตํ า บลบึ ง ปรื อ มี สุ ข ภาพ รางกายที่แข็งแรง โดยการแจกเสื้อกันหนาวใน ชวงฤดูหนาว (ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย) การสงเสริมและพัฒนาผูพิการในทองถิ่น (1) สงเสริมสนับสนุนเบี้ยยังชีพสําหรับคน พิ ก ารในตํ า บลบึ ง ปรื อ ที่ ต  อ งได รั บ การฟ  น ฟู สมรรถภาพ ใหสามารถชวยเหลือตนเองได โดย ได รั บ สวั ส ดิ ก ารจากงบประมาณที่ เ หมาะสม ของอบต. การส ง เสริ ม และพั ฒ นาผู  ป  ว ยเอดส ใ น ทองถิ่น (1) สงเสริมสนับสนุนสวัสดิการผูปวยโรค เอดสในตําบลบึงปรือ ตองการชวยเหลือผูปวย เอดสใหมีสวัสดิการที่พอเลี้ยงชีพได ไดรับการ สงเสริมสนับสนุนจากงบประมาณที่เหมาะสม ของอบต. การสงเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนใน ทองถิ่น (1) สนั บ สนุ น วั ส ดุ ท างการศึ ก ษาเด็ ก เล็ ก สําหรับศูนยพัฒนาเด็กเล็กตําบลบึงปรือ ทั้ง 2 ศูนย (2) สงเสริมอาหารกลางวัน ทั้งโรงเรียนและ ศูนยในตําบลบึงปรือ ตองการใหเด็กในตําบล บึงปรือ มีสุขภาพรางกายที่แข็งแรงและไดรับ สารอาหารครบ 5 หมู


(3) สงเสริมอาหารเสริม (นม) เด็ก โรงเรียน และศู น ย ใ นตํ า บลบึ ง ปรื อ ต อ งการให เ ด็ ก มี สุขภาพรางกายที่แข็งแรงและสมบูรณ การสงเสริมดานที่พักอาศัยใหแกผูยากไร ผูดอยโอกาส ผูยากจน ใหมีที่อยูอาศัย (1) ผูดอยโอกาส ที่ยากไร โดยการกอสราง บานใหผูที่ยากจนปละ 1 หลังตามโครงการสราง บานเทิดไทองคราชันย ใหผูที่ยากจน ในตําบล บึงปรือไดมีบานอยู แนวทางที่ 2.4 งานดานสาธารณสุข งานการปองกันและระงับการระบาดของ โรคติดตอ (1) พัฒนางานสาธารณสุขมูลฐานตําบล บึงปรือ เพือ่ พัฒนาหมูบ า นใหประชาชนในตําบล บึงปรือมีสุขภาพดีถวนหนา (2) จั ด โครงการอบรมอาหารปลอดภั ย ตองการใหประชาชนมีสุขภาพอนามัยที่ดีและ รู  จั ก เลื อ กรั บ ประทานอาหารที่ ป ลอดภั ย จาก สารพิษ (3) รณรงคปองกันโรคพิษสุนัขบา เปนการ ปองกันโรคพิษสุนัขบาในตําบลบึงปรือ (4) รณรงคปองกันโรคไขเลือดออก เพื่อ ควบคุมและปองกันโรคไขเลือดออกไมใหแพร ระบาดในตําบลบึงปรือ งานสงเสริมสุขภาพพลามัยของประชาชน (1) สนับสนุนอุปกรณกีฬาประจําหมูบาน เพื่ อ ต อ งการให ทุ ก หมู  บ  า นได มี วั ส ดุ อุ ป กรณ กีฬาออกกําลังกายในหมูบาน และประชาชนมี สุขภาพรางกายที่แข็งแรง (2) ส ง เสริ ม การจั ด การแข ง ขั น กี ฬ าต า น ยาเสพติดในตําบลบึงปรือ ตองการใหประชาชน และเยาวชนทุกหมูบานมีสุขภาพที่แข็งแรงและ หางไกลยาเสพติด (3) จัดตั้งคณะกรรมการกีฬาตานยาเสพติด ระดับตําบล เพือ่ คอยชวยเหลือประสานงานดาน กีฬาใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยุทธศาสตรที่ 3 ยุทธศาสตรดานการจัด ระเบียบชุมชน/สังคม และการรักษาความ สงบเรียบรอย แนวทางที่ 3.1 งานดานการปองกันและ บรรเทาสาธารณภัย (1) ฝกอบรมและทบทวนความรูอาสาสมัคร ปองกันภัยฝายพลเรือน (อปพร.) ใหมีความรู และใหบริการประชาชนเกีย่ วกับการรักษาความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินใหกับประชาชน (2) โครงการชวยเหลือผูประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง กรณีเกิดภัยพิบัติ

แนวทางที่ 3.2 งานดานการรักษาความ สงบเรียบรอย (1) ฝกอบรมตํารวจบาน เพื่อตองการให ตํารวจบานเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินของประชาชน มากยิ่งขึ้น ยุทธศาสตรที่ 4 ยุทธศาสตรดานการ วางแผน การสงเสริมการลงทุน พาณิชยกรรม และการทองเที่ยว แนวทางที่ 4.1 งานด า นการส ง เสริ ม การเกษตร (1) อบรมให ค วามรู  กั บ ชาวเกษตรกรรม ในตําบลบึงปรือ เชน อบรมการทําปุยอินทรีย ชี ว ภาพ, อบรมเกษตรกรผู  ป ลู ก พริ ก , มั น สําปะหลัง, ขาวโพด, ฯลฯ (2) จัดหาแหลงนํ้าเพื่อการเกษตรอยางทั่ว ถึง ตองการใหเกษตรกรไดมีแหลงนํ้าที่ใชใน การเกษตรอยางเพียงพอ แนวทางที่ 4.2 งานดานการทองเที่ยว (1) ปรับปรุงภูมทิ ศั น แหลงทองเทีย่ วเขาดอย เจดียใหเปนที่รูจักอยางแพรหลาย (2) สนับสนุนการจัดกิจกรรมการทองเที่ยว เชิ ง วั ฒ นธรรม ประเพณี ภู มิ ป  ญ ญาท อ งถิ่ น ภายในตําบล เชน ประเพณีดูพระอาทิตยตกดิน ตรงชองเขาขาด สักการะรูปหลอหลวงพอคูณ ตองการอนุรักษวัฒนธรรมประเพณีใหการอยู ตลอดไป (3) สงเสริมจัดใหมแี หลงทองเทีย่ วของตําบล อยางยั่งยืน ยุทธศาสตรที่ 5 ยุทธศาสตรการบริหาร จัดการและการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอม แนวทางที่ 5.1 งานดานการบริหารจัดการ (1) จัดทําประชาคมระดับหมูบาน ในการ กําหนดแผนการพัฒนาของหมูบานปละ 1 ครั้ง (2) จั ด ทํ า ประชาคมระดั บ ตํ า บล ในการ กําหนดแผนการพัฒนาตําบลปละ 1 ครั้ง แผน พัฒนาตําบล 3 ป และแผนยุทธศาสตรพัฒนา (แผน 5 ป) (3) โครงการศึกษาดูงานนอกเขตพืน้ ทีต่ าํ บล บึ ง ปรื อ เพื่ อ ต อ งการพั ฒ นาศั ก ยภาพในการ ดําเนินงานใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (4) อบต.สัญจร ในตําบลบึงปรือ เพีอ่ ตองการ รับทราบปญหา ความตองการของประชาชนใน ตําบลบึงปรือ แนวทางที่ 5.2 งานด า นการอนุ รั ก ษ ทรัยพากรธรรมชาติ

(1) โครงการปลูกปาถาวรเฉลิมพระเกียรติ เพือ่ ตองการใหประชาชนอนุรกั ษปา และเปนการ ปลูกปาทดแทนปาที่ถูกทําลาย (2) โครงการปลูกหญาแฝกตามโครงการ พระราชดําริของในหลวง เพื่อตองการรักษาหนา ดินไมใหเกิดการพังทลาย (3) โครงการจัดการสิง่ แวดลอม จัดหาถังขยะ หมูบ า น เพือ่ ตองการใหทกุ หมูบ า นไดมถี งั ขยะใน การทิง้ ขยะและหมูบ า นมีความสะอาดมากยิง่ ขึน้ (4) โครงการสงเสริมการปลูกปาทดแทน และอนุรักษปาอยางยั่งยืน ยุทธศาสตรที่ 6 ยุทธศาสตรดานศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปญญา ทองถิ่น (1) สงเสริมงานประเพณีทางศาสนา เขา พรรษา ออกพรรษา ลอยกระทง แห เ ที ย น วันปยะมหาราช วันแมแหงชาติ 12 สิงหาคม วันพอแหงชาติ 5 ธันวาคม วันสงกรานตและ วันสําคัญทางศาสนา (2) จั ด ตั้ ง คณะกรรมการวั ฒ นธรรมและ ประเพณี ใ นระดั บ ตํ า บล เพื่ อ ติ ด ต อ ประสาน งานงานด า นวั ฒ นธรรมและประเพณี ใ ห มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยุทธศาสตรที่ 7 ยุทธศาสตรที่สําคัญ ของรัฐบาล งานกําหนดใหการแกไขและปองกันปญหา ยาเสพติดเปน “วาระแหงชาติ” ฝกอบรมการปองกันปญหายาเสพติภายใน หมูบาน และระดับตําบล Nakhon Ratchasima 193


เส้นทางพบเทศบาลต�าบล (อ.พระทองค�า)

เทศบาลตําบลพระทองคํา “นามสามีหญิงกล้า กล้วยนํ้าว้า เลิ ศ รส เจริ ญ พรตโบสถ์ ไ ม้ งาม วิไลผ้าทอมือ เลื่องลือศิลปน ถิ่นนี้ พระทองคํา” คื อ ค� า ขวั ญ ของอ� า เภอพระทอง ค�า ที่ตั้งของ เทศบาลต�าบลพระทอง ค�า ซึ่งมีส�านักงานตั้งอยู่เลขที่ 549 หมู่ ที่ 1 ต�าบลสระพระ อ�าเภอพระทองค�า จังหวัดนครราชสีมา ริมถนนทางหลวง หมายเลข 205 ถนนสุรนารายณ์ เส้นทาง สายหนองบัวโคก – นครราชสีมาอ�าเภอ พระทองค�า เทศบาลต� า บลพระทองค� า มี เนื้ อ ที่ ทั้ ง หมดประมาณ 7.5 ตาราง กิ โ ลเมตร หรื อ ประมาณ 4,688 ไร่ ปจจุบนั มี นางอิสริยา เพ็ญจันทร์ ด�ารง ต�าแหน่ง นายกเทศมนตรีเทศมนตรี ต�าบลพระทองค�า นายจันทร์แดง ตั้ง ศิริวัฒนวงศ์ และ นายไพโรจน์ เพ็ญ จันทร์ เป็น รองนายกเทศมนตรี โดย 194

มี นายบุญเลิศ กอบกาญจนพฤติ เป็น เทศบาล การจัดท�างบประมาณ การจัด ซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบและประเมิน ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี ผลการปฏิบตั งิ าน รวมทัง้ จะท�างาน โดย ค�าแถลงนโยบายของนายกเทศมนตรี เปดเผยข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบ อย่างทั่วถึง ซึ่งมีแนวทางในการบริหาร ต�าบลพระทองค�า นางอิสริยา เพ็ญจันทร์ นายก งานเทศบาลด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. ด้ า นโครงสร้ า งพื้ น ฐาน เทศมนตรีต�าบลพระทองค�า ซึ่งได้รับ การเลือกตัง้ เมือ่ วันที่ 6 ตุลาคม 2556 ได้ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ ถนน แถลงนโยบายการบริหารงานเทศบาล หนทาง 1.1 พั ฒ นาปรั บ ปรุ ง ระบบและ ต�าบลพระทองค�าว่า “ดิ ฉั น จะด� า เนิ น งานตามอ� า นาจ น�้าประปาในเขตบริการเทศบาล ต�าบลพระทองค�า หน้ า ที่ ข องเทศบาล ตามที่ ก ฎหมาย 1.2 ขุดลอกขยายแหล่งกักเก็บน�้า ก�าหนดไว้ และรับผิดชอบต่อการบริหาร งานเทศบาลให้ เ ป็ น ไปตามกฎหมาย เพื่อรองรับการขยายตัวของ ชุมชน ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติ และ 1.3 ผลั ก ดั น โครงการก่ อ สร้ า ง นโยบายทีก่ า� หนดขึน้ ทัง้ นี้ ในการบริหาร งานจะด�าเนินการเพื่อประโยชน์สุขของ ส�านักงานเทศบาลต�าบลพระทองค�า 2. ด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมกลุ่ม ประชาชน โดยใช้วิธีการบริหารกิจการ บ้านเมืองทีด่ ี เปดโอกาสให้ประชาชนเข้า อาชีพ กลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน อสม. มามีส่วนร่วมกับการจัดท�าแผนพัฒนา อปพร.


3. ด้านการศึกษา เพื่อก้าวเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน (AEC) 4. ด้านสังคม เพื่อดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส 5. ด้ า นการกี ฬ า นั น ทนาการ ต่อต้านยาเสพติด 6. ด้ า นสาธารณสุ ข และสิ่ ง แวดล้อม การจัดเก็บขยะอย่างเป็น ระบบ 7. ด้านความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ส่ ง เสริ ม วั ฒ นธรรม ประเพณี ภูมปิ ญ ั ญาท้องถิน่ ภายใต้หลักเศรษฐกิจ พอเพี ย ง ตามหลั ก ธรรมาภิ บ าล ให้ ประชาชนมี ส ่ ว นร่ ว มในการบริ ห าร จัดการ “นโยบายที่ดิฉันได้แถลงต่อสภา เทศบาลต�ำบลพระทองค�ำในวันนี้ เป็น นโยบายที่อยู่บนพื้นฐานของการน�ำมา ปฏิบัติได้จริง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ รั บ การสนั บ สนุ น การด� ำ เนิ น งานตาม นโยบายด้ ว ยดีจากท่านประธานสภา เทศบาล และสมาชิกสภาเทศบาลต�ำบล พระทองค�ำทุกๆ ท่าน ตลอดระยะเวลา ในการด�ำรงต�ำแหน่งตามวาระ ทั้งนี้ก็ เพื่อให้สมาชิกสภาเทศบาลทุกท่านได้

มั่ น ใจว่ า ดิ ฉั น จะบริ ห ารงานเทศบาล ให้ เ กิ ด ประสิ ท ธิ ภ าพ มี ค วามโปร่ ง ใส สามารถตรวจสอบได้ และที่ส�ำคัญคือ งบประมาณเทศบาลทุกบาททุกสตางค์ ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาเทศบาล ต�ำบลพระทองค�ำก่อนเสมอ เป็นไปตาม เจตนารมณ์ และเป็นไปตามค�ำปฏิญาณ ของพวกเราทุกคนในการท�ำหน้าที่เป็น ผู้แทนปวงชนในเขตเทศบาลแห่งนี้ เพื่อ สร้างความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน ทัง้ ความผาสุก อยูด่ ี กินดี มีคณ ุ ภาพชีวติ ที่ดีของประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกสาขา อาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย ในเขตเทศบาล ต�ำบลพระทองค�ำ อันเป็นที่รักยิ่งของ พวกเราทุกคนสืบไป”

ประวัตคิ วามเป็นมาของเทศบาล ต�ำบลพระทองค�ำ

เทศบาลต� ำ บลพระทองค� ำ แต่ เดิ ม คื อ สุ ข าภิ บ าลปะค� ำ และได้ เปลี่ ย นแปลงฐานะเป็ น เทศบาล ต�ำบลพระทองค�ำ เมื่อปี พ.ศ. 2542 ประกาศในราชกิ จ จานุ เ บกษา ลงวั น ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542 โดยมีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่ วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นมา

อาณาเขตและเขตการปกครอง

เทศบาลต� ำ บลพระทองค� ำ มี พื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 3 หมู่บ้าน แยก ออกเป็น 6 ชุมชน คือ หมู่ที่ 1 บ้านปะค�ำ ซึ่ง เป็ น พื้ น ที่ คาบเกี่ยวกับองค์การบริหารส่วนต�ำบล สระพระ ประกอบด้วยชุมชน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนตะวันออกพัฒนา ชุมชนตะวันตก พัฒนา และชุมชนทักษินารายณ์ หมู่ที่ 7 บ้านหนองปล้อง ซึ่งเป็น พื้นที่คาบเกี่ยวกับ อบต.สระพระ มี 1 ชุมชน คือ ชุมชนหนองปล้องพัฒนา หมู่ที่ 10 บ้านปะค�ำใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ คาบเกี่ยวกับ อบต.สระพระ ประกอบ ด้วยชุมชน 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนสุข สบาย (เดิม คือ ตะวันออกทองพัฒนา) ชุมชนปะค�ำทอง (เดิม คือ ตะวันตกทอง พัฒนา) มีประชากรรวมทั้งหมด 4,493 คน จ�ำนวนครัวเรือนทัง้ หมด 1,374 ครัวเรือน (แหล่งที่มา : ส�ำนักงานทะเบียน ท้ อ งถิ่ น เทศบาลต� ำ บลพระทองค� ำ อ�ำเภอพระทองค�ำ จังหวัดนครราชสีมา) (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2556

สภาพเศรษฐกิจและสังคม โดยรวม

ด้านเศรษฐกิจ 1. ด้านการเกษตร ประชากรส่วน ใหญ่ร้อยละ 91.9 มีอาชีพท�ำการเกษตร คือ ท�ำนา ท�ำไร่ ท�ำนาปีละ 1 ครั้ง ตาม ฤดูกาล คือ เริ่มในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม ส่วนการท�ำไร่ ได้แก่ มัน ส�ำปะหลัง ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย ปอ แก้ว ละหุ่งและพริก เป็นต้น

Nakhon Ratchasima 195


2. ด้านการพาณิชยกรรม ประชาชน ในเขตพื้นที่ประกอบการพาณิชยกรรม เป็นเพียงส่วนน้อย และจะเป็นร้านขาย ของช�าตามสี่แยกมุมถนน ลักษณะเป็น ร้านเล็ก ๆ 3. ด้านการอุตสาหกรรม มีเพียง ส่วนน้อย และจะเป็นอุตสาหกรรมขนาด เล็ก เช่น โรงสีข้าว โรงตากมัน โรงซ่อม รถยนต์ เป็นต้น 4. ด้านการบริการ มีเพียงส่วน น้ อ ย และจะเป็ น ธุ ร กิ จ บริ ก ารขนาด เล็ ก เช่ น บริ ก ารขนส่ ง ประชาชน รถ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง (สามล้อ) เป็นต้น ด้านการศึกษา เทศบาลต�าบลพระทองค�า มีสถาน ศึกษาอยู่ 3 แห่ง คือ 1. โรงเรียนประถมศึกษา จ�านวน 1 แห่ง คือ โรงเรียนถนนสุรนารายณ์ (คุรรุ ฐั ประชาสรรค์) 2. โรงเรียนมัธยม จ�านวน 1 แห่ง คือ โรงเรียนพระทองค�า

196

3. ศูนย์พฒ ั นาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ด้านการสังคมสงเคราะห์และ เทศบาลต�าบลพระทองค�า จ�านวน 1 แห่ง สวัสดิการสังคม เทศบาลต� า บลพระทองค� า มี ด้านการศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม จ�านวนผู้สูงอายุที่มีสิทธิ์ได้รับเบี้ยยังชีพ ประชาชนส่ ว นใหญ่ ใ นพื้ น ที่ เ ขต จ�านวนทั้งสิ้น 597 คน แยกเป็นช่วงอายุ เทศบาลต�าบลพระทองค�า นับถือศาสนา 60-69 ปี จ�านวน 310 คนๆ ละ 600 บาท/ พุทธ 100% มีพุทธสถานอยู่ 1 แห่ง คือ เดือน ช่วงอายุ 70-79 ปี จ�านวน 199 วัดปะค�า มีพื้นที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางชุมชน คนๆ ละ 700 บาท/เดือน ช่วงอายุ 80-89 บ้ า นปะค� า มี พื้ น ที่ ป ระมาณ 29.23 ปี จ�านวน 77 คนๆ ละ 800 บาท/เดือน ไร่ ประชาชนในพื้นที่ยังคงด�ารงไว้ซึ่ง และช่วงอายุ 90 ปีขนึ้ ไป จ�านวน 11 คนๆ ประเพณี วั ฒ นธรรมที่ ดี ง าม สั ง เกต ละ 1,000 บาท/เดือน จ�านวนผู้พิการที่มี ได้ จ ากในเทศกาลวั น ส� า คั ญ ต่ า งๆ สิทธิไ์ ด้รับเบี้ยยังชีพมีจ�านวนทัง้ สิน้ 105 ประชาชนให้ความร่วมมือและให้ความ คนๆ ละ 500 บาท/เดือน และผูป้ ว่ ยเอดส์ ส�าคัญเป็นอย่างมาก ไปท�าบุญตักบาตร ทีม่ สี ทิ ธิไ์ ด้รบั เบีย้ ยังชีพมีจา� นวนทัง้ สิน้ 1 ในเทศกาลต่างๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วัน คน เป็นเงิน 500 บาท/เดือน (ข้อมูล ณ เข้าพรรษา วันลอยกระทง วันสงกรานต์ วันที่ 1 พฤษภาคม 2556) ป จ จุ บั น ในพื้ น ที่ เ ทศบาลต� า บล เป็นต้นและยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของ คนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว เป็นที่พบปะ พระทองค�า ยังไม่มีสนามกีฬาอย่างเป็น สังสรรค์ของคนในชุมชน ผูน้ า� ชุมชนควร สัดส่วนยังคงใช้สนามกีฬาของโรงเรียน มีส่วนร่วมสนับสนุนจัดกิจกรรมต่างๆ พระทองค�าวิทยา สนามกีฬาโรงเรียน เพือ่ เป็นการสืบทอดและอนุรกั ษ์ไว้ให้คง ถนนสุ ร นารายณ์ สนามกี ฬ าหน้ า ที่ ว่าการอ�าเภอพระทองค�า และสนามวัด อยู่คู่สังคมไทยตลอดไป ปะค� า เป็ น สนามแข่ ง ขั น กี ฬ าประเภท ต่ า งๆ ประจ� า ทุ ก ปี โดยสนั บ สนุ น ให้ เยาวชนรักการเล่นกีฬา เพื่ อ เป็ น การ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่หันไป พึ่งยาเสพติด และยังจะช่วยเสริมสร้าง พัฒนาการด้านสุขภาพทางกายและใจ ให้เยาวชนเป็นคนดีเป็นก�าลังส�าคัญใน การพั ฒ นาประเทศชาติ ต ่ อ ไป จั ด หา อุ ป กรณ์ กี ฬ าให้ จั ด กิ จ กรรมกี ฬ าใน โอกาสต่ า งๆ จั ด การแข่ ง ขั น กี ฬ าเพื่ อ เชื่อมสัมพันธ์ของคนในชุมชน สนามเด็กเล่น ในปจจุบันมี 2 แห่ง อยู ่ ใ นความรั บ ผิ ด ชอบของเทศบาล 1 แห่ง ปจจุบันตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ติดกับ สระน�้าสาธารณะ ซึ่งเป็นที่ออกก�าลัง กายในความดู แ ลของเทศบาลต� า บล


พระทองค�ำ และอีกที่หนึ่งตั้งอยู่บริเวณ โรงเรียนถนนสุรนารายณ์ ควรสร้างให้ อยู่ใกล้กับชุมชนที่ประชาชนอยู่กันหนา แน่น อนาคตจะมีการสร้างสนามกีฬา สนามอเนกประสงค์ ลานกีฬา ส�ำหรับ การออกก�ำ ลั ง กาย และจะมี อุ ป กรณ์ ของสนามเด็กเล่น เพื่อส่งเสริมให้ความ ส� ำ คั ญ กั บ เด็ ก และจั ด กิ จ กรรมต่ า งๆ ให้ เช่น กิจกรรมวันเด็ก เพื่อเสริมสร้าง พั ฒ นาการให้ กั บ เด็ ก ให้ เ ป็ น คนกล้ า แสดงออก เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้าง หน้าทีม่ คี ณ ุ ภาพ มีสขุ ภาพจิตทีด่ ี แจ่มใส ร่าเริง เป็นคนดี และเข้มแข็ง พร้อมที่จะ เผชิญกับโลกต่อไปในอนาคต

**การจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจ�ำปี พ.ศ. 2556 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 นายไพฑูรย์ เพ็ญจันทร์ สมาชิกสภาจังหวัดเขตอ�ำเภอพระทองค�ำ และ เทศบาลต�ำบลพระทองค�ำ น�ำโดย นางอิสริยา เพ็ญจันทร์ นายกเทศมนตรีตำ� บล พระทองค�ำ ได้รว่ มพิธขี อขมาพระแม่คงคา เนือ่ งในโอกาสงานประเพณีลอยกระทง

**จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจ�ำ ปี 2557 วันที่ 10 มกราคม 2557 โดย นาง อิสริยา เพ็ญจันทร์ นายกเทศมนตรี ต�ำบลพระทองค�ำ กล่าวเปิดรายงาน ผลการด�ำเนินงานที่ผ่านมา ความเป็ น มา และวั ต ถุ ป ระสงค์ ก าร **การประชุมสภาเทศบาลต�ำบล จัดงานวันเด็กแห่งชาติต่อนายอ�ำเภอ พระทองค�ำ สมัยแรก ประจ�ำปี 2556 พระทองค�ำประธานในพิธ และมอบของ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 โดย นาย รางวัลให้กับเด็กที่แสดงบนเวที สุรสิทธิ์ สิทธิกรวานิช นายอ� ำเภอ พระทองค�ำ ได้เป็นประธานในการเปิด ประชุม กล่าวให้โอวาท และประดับ อินธนูให้กับ นางอิสริยา เพ็ญจันทร์ แก่ นายกเทศมนตรีต�ำบลพระทอง ค�ำ และสมาชิกสภาเทศบาลต�ำบล พระทองค�ำ ทั้ง 12 คน

**โครงการป้องกันและบรรเทา สาธารณภั ย (ภั ย หนาว) ประจ� ำ ปี ง บประมาณ 2557 โดยท่ า นนายก เทศมนตรีต�ำบลพระทองค�ำ ได้พบปะ พูดคุยกับพีน่ อ้ งประชาชนทีไ่ ด้รบั ผลกระ ทบจากภัยหนาว พร้อมมอบผ้าห่มกัน หนาวให้ผู้ประสบภัยหนาว

Nakhon Ratchasima 197


เสนทางสุขภาพ

สุขภาพจิต กับวิกฤตการเมือง

สถานการณความขัดแยงทางความคิดของประชาชน จนเกิด เปนวิกฤตทางการเมืองนั้น กอเกิดเปนอารมณและความเครียด โดยไมอาจหลีกเลี่ยงได จนอาจพัฒนาสูกลุมอาการเครียดจาก การเมือง หรือ Political Stress Syndrome (PSS) ซึ่งอาการของ โรคเหลานี้ จะสงผลกระทบตอชีวิตเราไปในระยะยาวเลยทีเดียว กลุ  ม อาการเครี ย ดจากการเมื อ ง (Political Stress Syndrome : PSS) เปนปฏิกิริยาของอารมณและจิตใจ ที่เกิดขึ้น กับผูที่มีสวนเกี่ยวของ ที่มีความสนใจปญหาทางการเมือง ติดตาม สถานการณการเมืองอยางใกลชิด หรือเอนเอียงไปทางกลุมใด กลุม หนึง่ จนทําใหมอี าการทางกาย จิตใจ และกระทบตอสัมพันธภาพ กับผูอื่น ที่สําคัญคือ ความคิดคาดการณที่นําไปสูความรูสึกวิตก

กังวล หรือกังวลตอเหตุการณในอนาคต (Anticipatory Anxiety) เปนความ หวัน่ วิตกทีแ่ ฝงอยูใ นใจคนสวนหนึง่ โดยเฉพาะคนทีค่ ลัง่ ไคลการเมือง คอยติดตาม ขาวสารและไดรบั ขอมูลการวิเคราะหเจาะลึกอยูเ นืองๆ ทัง้ ขอมูลทีผ่ า นและไมผา น การกลั่นกรอง ซึ่งพบอุบัติการณ 1 ใน 4 ของประชากร ขณะนี้ มีปญหาสุขภาพ จิตจากการเมือง ลักษณะกลุมอาการเครียดจากการเมือง 1. อาการทางกาย เชน ปวดศีรษะ ปวดกลามเนือ้ ตึงบริเวณขมับ ตนคอหรือ ตามแขน ขา นอนไมหลับ หลับๆ ตื่นๆ หรือหลับแลวตื่นกลางคืนไมสามารถหลับ ตอได ใจสั่น หัวใจเตนเร็วผิดปกติทั้งๆ ที่อยูในสภาพปกติ หายใจไมอิ่ม อึดอัดใน ชองทอง แนนทอง ปวดทอง ชาตามรางกาย 2. อาการทางใจ เชน วิตกกังวล ครุนคิดอยูตลอดเวลา หงุดหงิดงาย โกรธ ฉุนเฉียว กาวราว เบื่อหนาย ทอแท หมดหวัง สิ้นหวัง รูสึกไมมีทางออก สมาธิไมดี ฟุงซานหรือหมกมุนมากเกินไปบันทึกครั้งลาสุดโดย 3. ปญหาพฤติกรรมและสัมพันธภาพกับผูอื่น มีการโตเถียงกันกับผูอื่น หรือแมแตบุคคลในครอบครัว โดยใชอารมณตั้งแตปานกลางถึงรุนแรง โดยไม สามารถยับยั้งตนเองได มีความคิดที่จะตอบโตโดยใชกําลังในการเอาชนะ มี การลงมือทํารายรางกายเพื่อตอบโต มีการเอาชนะทางความคิด กับคนที่เคยมี สัมพันธภาพที่ดีมากอน จนทําใหเกิดปญหาดานสัมพันธภาพอยางรุนแรง หากพบวาคุณมีอาการเหลานี้ทั้งใน 3 กลุมอาการ แนะนําใหปฏิบัติ ดังนี้ 1. หันเหความสนใจไปเรื่องอื่นๆ 2. ลดความสําคัญของปญหาลงมาชั่วขณะ ใหความสําคัญกับเรื่องเรงดวน ตามหลักอื่นๆ บาง 3. หาทางระบายออกโดยเลือกผูที่มีแนวคิดใกลเคียงกัน 4. ออกกําลังกายและพักผอน 5. ฝกวิชาผอนคลายตนเอง เชน ฝกสติและสมาธิ ฝกโยคะ ฝกผอนคลาย กลามเนื้อ เชน กําหนดลมหายใจ เขา-ออก 6. หันหาวิธีการที่ทําใหสงบ อาจจะใชศาสนามาชวยขัดเกลาจิตใจเพื่อ ปลอยวาง อาการดังกลาวจะหายไปไดเอง เมื่อสถานการณคลี่คลายลง หรือละ ความสนใจในเรื่องอื่นบาง หากมีอาการทั้งหมดเกินกวา 1 สัปดาห ควร ปรึกษาผูเชี่ยวชาญทางจิตวิทยา หรือจิตแพทย ขอขอบคุณขอมูลจาก สํานักสงเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต

Rayong

1


ที่พักสะอาด บรรยากาศสไตลบาหลี ราคาเปนกันเอง เริ่มตน

200-600 บ.


ครัวโชคชัยโฮเต็ล & รีสอรท

สเต็ก อาหารไทย อีสาน ใต เลิศรส

มีคาราโอเกะ พรอมรับจัดเลี้ยง

ติดตอ 089-7214664

083-1012343 081-2557779

159 หมู 1 ถนนโชคชัย-ปกธงชัย ตําบลพลับพลา อําเภอโชคชัย นครราชสีมา จากแยกโชคชัยไปปกธงชัย 5 กม. ตั้งอยูระหวางโรงงานคารกิลและ CP


อนิ ณธนา มาตา ºŒÒ¹ÊǹÃÕÊÍÏ·

อนิ ณ ธนา มาตา ºŒÒ¹ÊǹÃÕÊÍÏ·


Ratchasima  
Ratchasima  
Advertisement