Issuu on Google+


ขอเจริญพรกับทุกท่านและขออนุโมทนากับทุกคนที่ได้มาฟังธรรม ร่วมกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่มาใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ หากเราใช้เวลาโดย สูญเปล่า เราจะขาดทุนมาก เพราะว่าเราได้พลังงานมาฟรีๆ อยูต่ ลอดเวลา จากลมหายใจของเพือ่ นๆ รอบข้างเรา ทีห่ ายใจออกมาแล้วเราหายใจเข้าไป จากใบไม้หลายๆ ล้านใบ จากเมฆฝนกลายเป็นสายน้ำ� มีแต่ของที่เราได้ มาจากธรรมชาติฟรีๆ ทั้งนั้น จากแสงอาทิตย์ที่มีเตาปฏิกรณ์ปรมาณูอยู่ ใจกลางจักรวาลไกลโพ้นมาสัมผัสกับผนังโซล่าเซลล์ที่มีอยู่ในร่างกายเรา ไม่มีใครจ่ายค่าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ไม่มีใคร จ่ายค่าลมหายใจ แต่ถ้าเราได้พลังงานนี้มาแล้ว ไม่ใช้ชีวิตให้สมประโยชน์ เราจะขาดทุนมากเลย 6 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


เคยมีคนคิดว่าเกิดมาแล้วจะไม่ทำ�อะไร ไม่ทำ�งาน เพราะเขาเกิด มาเป็นลูกเศรษฐีในตระกูลใหญ่โต แล้วเขาก็ทำ�อย่างนั้นจริงๆ คือพยายาม ไม่ทำ�งานอะไรเลยทั้งชาติ ขนาดตัวเองก็ยังไม่อยากจะดูแลให้สะอาด เรียบร้อย ชีวิตจะค่อยๆ ตกต่ำ� จิตมันตกลง เพราะไม่คิดจะทำ�อะไร สิ่ง นี้น่าเสียดายกับเวลาในหนึ่งชาติของเขา ใครที่คิดว่าเกิดมาแล้วจะได้อะไร นี่ก็น่าหวาดเสียวมาก เมื่อสองวันก่อนมีคนโทรศัพท์มาจากต่างประเทศ คือเขาคิดว่าเขาทำ�งานล้มเหลวในชาตินี้ เพราะเขาไม่มีทรัพย์สินเงินทอง อะไรเลย ซึ่งเขาคิดผิดนะ ถ้าเขาคิดว่าเขาจะได้เขาล้มเหลวตั้งแต่ต้นแล้ว ล่ะ แต่ถ้าลองเปลี่ยนมุมมองใหม่แค่นิดเดียว คือถ้าเขาคิดว่าเขาจะให้และ เสียสละ เขาจะไม่ล้มเหลวเลย เขาจะชนะแล้วในชาตินี้ ความสำ�เร็จไม่ได้ หมายถึงการมีเงินมาก หรือมีหน้าที่การงานที่ดี หรือมีคู่ครองที่ดี ซึ่งมัน ไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมด หลวงพ่อรู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง เขารักกับผู้ชายที่เป็นโรคมะเร็งซึ่งจะ ต้องตายแน่นอน แต่ผู้หญิงตัดสินใจที่จะแต่งงานด้วยเป็นคนไทยนะ เขา ไม่ได้คิดแค่ว่า การมีคู่ครองที่ดีคือการที่คู่ต้องอำ�นวยให้เขาพบความสำ�เร็จ ร่ำ�รวยและคู่ครองจะต้องดูแลเขา แต่เขาแต่งงานเพื่อต้องการที่จะดูแลคน รักของเขา ชีวิตที่คิดว่าจะเสียสละเป็นชีวิตที่ประสบความสำ�เร็จ ถ้าเขา ตายลงในชาตินี้ เขาได้ทำ�หน้าที่ของการเสียสละ เขาได้มีจิตใจที่เบิกบาน ถ้าชีวิตเขายังต้องเดินทางต่อไป จิตใจเขาจะคะแนนสูงลิบเลย การที่เขาจะ มีชีวิตอยู่จากการได้รับพลังงานมาฟรีๆ สำ�คัญมาก เราได้ของฟรีมาทุกวัน ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 7


เราต้องจ่ายออกไปโดยการเสียสละ มันเป็นมุมมองที่ง่ายมาก ถ้าเรามัวแต่ ไปคิดว่าชาตินี้เราต้องได้อะไร เราจะล้มเหลว ถึงแม้ว่าเราจะร่ำ�รวย แต่เรา ไม่ได้เคยเสียสละอะไร เราจะรู้สึกตกใจในวันตายของเรา เราควรตั้งเป้าหมายให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นว่า เราจะมีชีวิตอยู่เพื่อ ใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์ตอ่ ผูอ้ น่ื เพราะว่าเราได้ของฟรีมา ของฟรีนถ้ี า้ เรา นำ�มาเปลี่ยนเป็นการทำ�ประโยชน์ เราจะได้ความสุขกลับมาเป็นอริยทรัพย์ ได้ความภาคภูมใิ จ ได้ศรัทธาต่อตัวเอง การศรัทธาต่อตัวเองเป็นเรือ่ งสำ�คัญ บางทีการอยู่ด้วยกันเราอาจจะคิดว่าเราจะได้อะไรจากเขา คิดอย่างนั้นมัน แพ้ตลอด แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราพลิกกลับมามองว่า เราจะเสียสละ มันจะ ปลุกเร้าศรัทธาที่มีต่อตัวเราให้เข้มแข็งขึ้นมาทันทีเลย แล้วศรัทธาที่คนอื่น มองเราก็จะได้รับกลับมาทั้งหมด ผู้ให้จะรู้สึกเบิกบาน อย่านึกว่าคนที่ ทำ�งานเสียสละเพือ่ ส่วนรวม เป็นคนแห้งแล้งห่อเหีย่ วหรือว่าเหงาๆ มันไม่ใช่ เลยนะ เขากลับเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างเบิกบานเปรียบเหมือนนายช่างผูร้ อ้ ย ดอกไม้ของแต่ละนาที บางทีปญั หามันเกิดมาจากการคิดปรุงแต่งของเราเอง ที่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นดั่งใจ ความคิดอย่างนั้นจะทำ�ให้รสู้ กึ แห้งแล้งแต่ ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า ปัญหาทำ�ให้เราได้พัฒนาตัวเรา ชีวิตมันจะสุก สกาวสดใส มันจะมองสิ่งรอบด้านอย่างท้าทาย มองว่าเราโชคดี ไม่ควรจะ หนีจากปัญหา เพราะปัญหามันท้าทายเรามาก ถ้าเราหนีมนั จะหมดรสชาติ ของชีวติ จะแห้งแล้งจริงๆ เลยนะ แต่ถา้ สามารถอยูก่ บั ปัญหาอย่างเบิกบาน ได้ จะเห็นว่าปัญหามันจะพัฒนาตัวเรา เราจะคลี่ม้วนแนวทางแก้ปัญหาที่ 8 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


จะทำ�ให้เกิดความสุขกับเราได้ ถ้าไม่มีปัญหาก็ไม่มีใครที่จะกล้าพูดคำ�ว่า ความสำ�เร็จได้จริงไหม มันจะพูดคำ�ว่าความสำ�เร็จได้อย่างไร ในเมื่อมัน ไม่เคยผ่านอะไรมาเลย ต่อเมื่อเราได้ผ่านปัญหามาเราถึงจะกล้าพูดได้ว่า เราสำ�เร็จแล้ว เพราะฉะนั้นความสำ�เร็จมันจะต้องผ่านกระบวนการที่เราได้ พบปัญหา อย่าหนีปญั หานะ จงภูมใิ จกับมันเหมือนกับนายช่างผูร้ อ้ ยดอกไม้ เราต้องทำ�ใจให้เบิกบานทุกสถานการณ์ ทุกปัจจุบันขณะ หลายคนคงเคยได้ยินคำ�ว่า “สติ” หรือคำ�ว่า “ปัจจุบันขณะ” หรือ คำ�ว่า “ทำ�ปัจจุบันให้ดีที่สุด” และอาจสงสัยว่าต้องทำ�อย่างไร ปัจจุบันมัน คืออะไร แล้วเราไม่ต้องมีอนาคตหรือ ไม่ต้องตั้งเป้าหมายหรือทำ�ปัจจุบัน ให้ดีที่สุดแล้วเป้าหมายมันอยู่ที่ไหนกัน บางทีเราไม่เข้าใจคำ�ว่าทำ�ปัจจุบัน ให้ดีที่สุดนั้นทำ�อย่างไร อันดับแรก เราต้องมีเป้าหมายอยู่ในตัว ถ้าไม่มี เป้าหมายหรือมีเป้าหมายไม่ชัดเจนก็ถือว่าล้มเหลวเหมือนกัน เพราะหาก เราตั้งเป้าหมายในชีวิตของเราไม่ชัดเจน นั่นเป็นข้อแรกของบาปแห่งความ ล้มเหลวเลย เพราะไม่รู้ว่าเราจะทำ�อะไร เพื่ออะไร เราจะล้มเหลวเพราะ เราไม่มีจุดเริ่มต้น แต่ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราจะทำ�สิ่งนี้ให้เป็นเหตุ เพื่อผลลัพธ์จะเป็นอย่างนี้ บางคนตั้งเป้าหมายอย่างคนขาดปัญญา คือ มองแต่วัตถุอย่างเดียว ลืมไปว่าร่างกายมีทั้งสองส่วน คือ ทั้งร่างกายและ จิตใจ เราจะตั้งเป้าหมายเพื่อไปปรนเปรอร่างกายอย่างเดียวไม่ได้ ถือว่า เป้าหมายผิดแล้วนะ เพราะว่ามันใช้ได้แค่ชว่ งขณะสัน้ ๆ ของชีวติ เท่านัน้ เอง แล้วพอถึงนาทีแห่งความตายเราจะล่มสลาย เพราะเราลืมตั้งเป้าหมายใน ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 9


ส่วนทีเ่ ป็นนามธรรมเอาไว้ดว้ ย เพราะฉะนัน้ เราต้องตัง้ เป้าหมายให้ดมี คี ณุ ค่า เรื่องนี้สำ�คัญมากและอย่าลืมว่าไม่มีใครที่ทำ�อะไรสำ�เร็จด้วยตัวคนเดียวได้ มันต้องอาศัยเหตุโครงสร้างหลายอย่างที่เป็นปัจจัยของความสำ�เร็จ อย่าง เช่น ความรัก การทำ�งานต้องมีความรัก ถ้าเราไม่มีคนที่รักเราก็ยากมาก ที่จะสำ�เร็จ ความรักมันเป็นเรื่องของนามธรรมแล้วเห็นไหม เราอย่าไปมอง ว่ามันเป็นเรื่องของเหตุผลเท่านั้นแล้วทิ้งส่วนที่เป็นนามธรรมไป อันนี้ถือว่า เราตั้งเป้าหมายไม่เป็น เพราะฉะนั้นเป้าหมายที่เราตั้งอยู่กับเพื่อนร่วมโลก อยู่กับเพื่อนร่วมงาน มันต้องมีความรัก หลวงพ่อขอเล่าเรือ่ งส่วนตัว สมัยเป็นฆราวาสได้มโี อกาสไปบรรยาย ธรรมที่เสถียรธรรมสถานกับพระอาจารย์ดุษฎี เจ้าอาวาสวัดทุ่งไผ่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี ท่านบวชมา 20 พรรษาแล้ว ท่านนัง่ ฉันกาแฟด้วยกันตอนเช้า หลวงพ่อเป็นฆราวาส ส่วนท่านเป็นพระผูใ้ หญ่ เรารับกาแฟกันเสร็จ ท่านก็ เก็บแก้วหลวงพ่อ (ซึ่งตอนนั้นเป็นฆราวาส) ไปล้างเลย หลวงพ่อรีบบอก พระอาจารย์ว���่ เดีย๋ วผมล้างเอง ท่านบอกไม่เป็นไร ใครล้างก็เหมือนกัน นี่ เป็นครั้งที่หนึ่งนะ โยมดูให้ดีนะ หลวงพ่อกำ�ลังชี้ให้เห็นว่า การกระทำ�มัน ไม่ใช่แค่ด้านวัตถุอย่างเดียว ความรู้สึกด้านจิตใจนั้นสำ�คัญมาก เราอย่า มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ หลวงพ่อสร้างงานศิลปะเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ขึ้น มานี้ ให้มีความสวยงาม แต่พอเป็นความงามมันไม่เล็กน้อยแล้วใช่ไหม เราก็รู้หลายๆ อย่างเกี่ยวกับความงามว่ามันมีค่าขนาดไหน ซึ่งมันเกิดจาก สิ่งเล็กๆ น้อยๆ นะ เมื่อกี้เล่าถึงท่าน พระอาจารย์ดุษฎีล้างแก้วหนึ่งใบ 10 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


ถามว่าได้อะไรจากการล้างแก้วกาแฟหนึ่งใบ โยมว่าได้อะไร พอจะมอง ออกไหม ได้ความรักไปเต็มเปี่ยมไงล่ะ ศาสนาพุทธสอนไว้ละเอียดมากเกีย่ วกับการอ่อนน้อม ถ่อมตน การ ขวนขวาย รับใช้นี้ก็ถือเป็นบุญนะ เพราะใจมันเบาและงาม เวลาเขาได้ ความรักเขาได้อะไรโยม เขาได้ทั้งหมด ทั้งชีวิตทั้งจิตใจของเราไป ล้างแก้ว กาแฟใบเดียว ถือว่าลงทุนน้อยมากเลย เราอย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ นี้

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 11


ดังนั้น เวลาเราตั้งเป้าหมาย เราอย่ามองแต่การกระทำ�ด้านวัตถุ หรือมองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไป หลวงพ่อมีโอกาสเจอท่านอาจารย์ ดุษฎีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้หลวงพ่อบวชแล้ว ไปบรรยายที่พุทธมณฑลด้วย กัน ทางผู้จัดได้เตรียมที่จำ�วัดเป็นแอร์อย่างดีเลย และมีห้องแอร์ห้องเดียว เพราะอีกห้องมันเสีย พอท่านอาจารย์เห็นหน้าหลวงพ่อ ท่านอาจารย์บอก ผมไม่ชอบนอนห้องแอร์ ผมชอบอยู่กับเด็กๆ และจะอยู่จนถึงตี 4 เลย พอเช้าขึ้นมาหลวงพ่อก็ได้ข่าวว่า ท่านถูกยุงกัด อากาศก็ร้อนมากเลย ท่าน ต้องไปเคาะห้องลูกศิษย์ขอเข้าไปหลบนอน นี่คือความเสียสละ ทำ�ให้ดูน่า รัก ทำ�ให้งดงาม ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่จะเสียสละให้ผู้น้อยไม่ได้ ไม่ใช่ว่าพระจะ เสียสละให้ญาติโยมไม่ได้ ตอนนัน้ หลวงพ่อเป็นฆราวาส ท่านเป็นพระผูใ้ หญ่ ท่านยังเสียสละ แค่ท่านล้างแก้วกาแฟหนึ่งครั้ง สละห้องให้หนึ่งครั้ง ท่าน ได้อะไรไป ท่านได้ความรักไปทัง้ หมดเลยทีเดียว ต่อมาไม่นาน ท่านอาจารย์ ดุษฎีปรารภจะพาทั้งพระทั้งโยมรวม 50 กว่าคน ไปที่เขาค้อ จังหวัด เพชรบูรณ์ เพื่อปฏิบัติธรรม ท่านเตรียมปัจจัยจะมาถวายค่าอาหาร แต่ หลวงพ่อบอกไม่ต้อง เพียงขอให้ท่านมาที่นี่ จะเตรียมทุกอย่างให้ เรื่อง ที่พัก อาหาร และอุปกรณ์ในการสอนศิลปะ นี่คือการที่ว่า เวลาได้ความรัก เราจะได้ทั้งหมดของชีวิต ได้ทั้งหมดของหัวใจ ได้ความรู้สึกที่ดีงาม นี่คือ เล็กๆ น้อยๆ ในการที่เราตั้งเป้าหมายให้ถูกต้อง เมือ่ เช้าก็มคี นมาถามเหมือนกันว่า สิง่ เหล่านีม้ นั ต้องฝึกหัดหรือเปล่า หลวงพ่อตอบว่าสิ่งเหล่านี้ มันฝึกหัดไม่ได้นะ ถ้าฝึกขึ้นมาก็จะเป็นของเก๊ 12 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


แล้วมันทำ�จากอะไร ถ้าไม่ฝึกหัด คือมันทำ�จากความจริงต่างหาก ทำ�จาก ความเข้าใจเรือ่ งความจริง เราต้องเข้าใจว่าจิตเราทุกดวงมันสวยงามเหมือนกัน มันประภัสสรเหมือนกัน สิ่งนี้เป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่เพราะความไม่รู้ ทำ�ให้เราแสวงหาสิ่งต่างๆ เพื่อความสุข แล้วบางทีเราก็ทำ�ผิดพลาด แต่ เมื่อเราเข้าใจสิ่งที่เป็นความจริง เราจะเกิดความเมตตาและให้อภัยกัน จน เกิดเป็นความรักขึ้นมา เราจะเกิดความเข้าใจที่ว่า เราทุกคนเคยเป็นสิ่ง เดียวกัน แต่เพราะว่าเราหลงทาง เราจึงทำ�อะไรที่มันไม่สมบูรณ์ในรูปแบบ ของแต่ละคน เมื่อเราเข้าใจเราจะเกิดความรักและให้อภัยได้ เราไม่มองที่ จะไปเพ่งโทษ ไม่มองที่จุดบอดของเขา แต่เราจะมองด้วยความเมตตา แทน เราจะเข้าใจว่าชีวิตทุกคนมันไม่สมบูรณ์ เมตตาจึงเกิดจากความ เข้าใจตามความเป็นจริง ไม่ใช่เกิดจากการสร้างและเสแสร้งขึ้นมา ทุกคนต้องทำ�งาน คนที่ไม่ได้ทำ�งานเขาจะอยู่ไม่ได้นะ มันจะอ่อน แรง ชีวิตไม่มีพลัง แล้วจะขาดทุนไปเลยในหนึ่งชาติ ถือว่าเป็นโมฆบุรุษ คือ เกิดมาแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เพราะฉะนั้นการทำ�งานมัน สำ�คัญ เราทำ�งานเพื่อเปลี่ยนพลังงานที่เราได้มาฟรีๆ เป็นทรัพย์ ทรัพย์นี่ สำ�คัญเหมือนกัน ถ้าเราไม่มีทรัพย์เราจะดูแลตัวเองไม่ได้ เราจะเป็นภาระ ให้กับคนอื่น อันนี้ไม่เอาไม่ดี คนบางคนเป็นภาระให้กับคนอื่นดูแลตัวเอง ไม่ได้ อันนี้ก็ขาดทุนเหมือนกันนะ ถ้าเราสามารถเปลี่ยนพลังงานของเรา มาเป็นทรัพย์และดูแลตัวเองได้ มีศักยภาพหรือมีส่วนเหลือที่จะแบ่งปันให้ กับผู้อื่นก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 13


14 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


เราควรอยู่อย่างนายช่างผู้ร้อยดอกไม้ ให้จิตแต่ละดวงที่เกิดในทุกขณะ คือ ดอกไม้ที่งดงาม เพราะจิตที่มีสติ รู้สึกตัวในปัจจุบันนั้นเป็นกุศล มีสันติสุข ขอให้ ใช้แต่ละนาทีของปัจจุบันในชีวิตให้ผลิแย้ม งอกงามเป็นคุณแก่ตน และเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 15


มีเรื่องจริงอีกเรื่องหนึ่งที่จะเล่าให้ฟัง คือ มีผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ทำ�งานอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ตัวผอมๆ ไม่สวยเลย หน้าตาตกกระ เดิน เสียงดัง ดูหยิ่งทะนงมาก หลวงพ่อมองแล้วคิดในใจว่า ผู้หญิงคนนี้ใช้ไม่ ได้ วันหนึ่งเห็นนักการเขาแบกโต๊ะลงมาจากชั้นสองอยู่คนเดียว ผู้หญิง หน้าตกกระคนนั้นเขาวิ่งขึ้นไปช่วย หลวงพ่อมองเห็นพอดี ความรู้สึก เปลี่ยนไปเลย จากที่เคยคิดว่า ผู้หญิงคนนี้ใช้ไม่ได้ มันงามขึ้นมาเลย มัน งามภายในใจ ฉะนั้นการที่จะเปลี่ยนพลังงาน มันไม่ใช่เรื่องของเราคน เดียว คนอื่นไม่เกี่ยว มันไม่ใช่นะ เมื่อกี้ที่หลวงพ่อบอกว่าเคล็ดลับ คือ เราควรอยู่อย่างนายช่าง ผู้ร้อยดอกไม้ ทุกขณะของเราคือดอกไม้ที่งดงาม ในแต่ละนาที แต่ละวินาที เราสามารถที่จะปรับเปลี่ยน แต่ต้องมีปฏิภาณ ไหวพริบนะ หลายคนพอพูดเรื่องนี้แล้วไม่ค่อยมีไหวพริบว่าจะใช้ชีวิตให้ งดงามได้อย่างไร จะอยู่ดูแลคนอื่นให้งดงามได้อย่างไร การที่อยู่ใน ปัจจุบันมันต้องมีปฏิภาณไหวพริบที่ไวมาก และเมื่อเราตั้งเป้าหมายจะ ทำ�ให้เราอยู่ในปัจจุบันได้อย่างมีจุดเริ่มต้น พอปัจจุบันเรามีจุดเริ่มต้นเราก็ จะสามารถใช้แต่ละนาทีของเราให้มันเกิดความงอกงาม เหมือนนายช่างผู้ ร้อยดอกไม้ที่ใช้ แต่ละนาทีของปัจจุบันให้เป็นความงาม

16 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


เมื่อเราตั้งเป้าหมายแล้ว ต้องคำ�นึงถึงนามธรรมด้วย อย่าเอาแค่ รูปธรรมอย่างเดียว มันต้องมีความสุขทางจิตใจลงไปด้วย อย่างนามธรรม ที่พูดไปเมื่อกี้ คือ เรื่องความรัก หลายคนบอกว่ามันสร้างยากมาก การ ทำ�ให้คนอื่นอยู่อย่างมีความรักจริงๆ หลวงพ่อว่ามันง่ายนะ มันง่ายมาก ตรงที่ว่าเราแค่เริ่มต้นรักก่อน รักคนอื่นเป็นก่อน เป็นความรักที่บริสุทธิ์ เพราะเราคิดว่าเรามีจิตใจที่ประภัสสรเหมือนกัน มันทำ�ให้เกิดความรัก ความรักที่เป็นความเข้าใจ ตรงนี้เป็นเป้าหมายด้านนามธรรม เราจะมีชีวิต อยู่อย่างไม่แห้งแล้ง ไม่ใช่อยู่อย่างรอคอยความรัก หรือคิดว่า ถ้าเราไม่มี คนรักเราจะไม่มีความสุข หรือต้องการให้คนมารักเราอย่างนั้นไม่ใช่นะ เรามีชีวิตอยู่ด้วยความรัก ด้วยเราเข้าใจว่าจิตทุกดวงมีธรรมชาติเหมือนกัน ไม่ใช่เป็นสิง่ ทีเ่ ราสร้างขึน้ มา แต่���นั เป็นความรักทีเ่ กิดจากปัญญาทีเ่ ห็นจริงๆ สำ�หรับโยมบางคนที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องพุทธศาสนาอาจจะไม่เข้าใจ เรื่องตรงนี้ เรื่องของจิตเดิมที่มันประภัสสร ที่เท่าเทียมกันทุกดวงเหมือน สรรพสัตว์ทั้งหลายก็เท่าเทียมกับเรา นี่ถึงทำ�ให้เกิดความเข้าใจในเวลาที่ เราแผ่เมตตาไปให้สรรพสัตว์เหล่านี้ เพราะเราเข้าใจว่าจิตทุกดวงมันเหมือน กัน มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์เหมือนกัน เมื่อตอนหลวงพ่อสิบกว่าขวบเคยอ่าน หนังสือท่านอาจารย์พุทธทาสแปลของอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านแปลไว้ว่า ธรรมชาติของจิตเดิมไม่มีความแตกต่างระหว่างสัตว์ที่ต่ำ�ต้อยกับพุทธเจ้า ที่ตรัสรู้แล้ว โยมที่ไม่เคยฟังจะตกใจ โยมจะคิดว่าจิตของพระพุทธเจ้า คือ จิตทีส่ งู ส่งจะมาเทียบกับสัตว์ได้อย่างไร แต่เราหมายถึงจิตเดิมต่างหากธรรมชาติ ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 17


ของจิตมันมันไม่ต่างกัน มีความบริสุทธิ์เหมือนกัน เพียงแต่ว่าสรรพสัตว์ หรือพวกเราไม่สามารถเข้าไปเห็นถึงตรงนี้ได้ เราแตกต่างกัน แค่ความคิด แต่เนื้อแท้ข้างในมันเหมือนกัน หลวงพ่อขยายความนิดหนึง่ เวลาทีเ่ ราเห็นจริงว่าจิตเดิมทุกคนเหมือนกัน ก็จะเกิดความรักหรือความเมตตา ทำ�ให้การมีชีวิตของเราไม่แห้งแล้งและ ทำ�ให้เราเกิดความรักได้ทุกขณะกับทุกชีวิตกับทุกสรรพสัตว์ นี่คือการตั้ง เป้าหมายของเรา เราต้องตั้งให้ชัดเจนก่อน เราถึงจะใช้ชีวิตได้อย่าง มีความสุขอย่างเบิกบาน ต่อจากนัน้ เราจะใช้ชวี ติ ในปัจจุบนั ได้อย่างมีความ สุข เพราะในช่วงที่เรารู้สึกตัวในปัจจุบันขณะ นี่คือสติ คือขณะที่เรา รู้สึกตัว รู้ว่ามือเราอยู่ที่ไหน รู้ว่าพยักหน้าอยู่ นี่คือปัจจุบันขณะ ปัจจุบัน ขณะที่เรารูส้ กึ ตัวนีค้ อื สติ สตินเ่ี ป็นสิง่ ทีเ่ ป็นจิตกุศล จิตทีเ่ ป็นกุศลเป็นจิตทีม่ ี ความสุข คือ มีโสมนัสเวทนา พระพุทธเจ้าสอนให้เรารู้สึกตัว รู้ทุกขณะไป เรื่อยๆ เพราะมันเป็นสิง่ ทีข่ ยับตลอดเวลา ขยับมือรู้ ขยับเท้ารู้ รูท้ ลี ะขณะ การ รูส้ กึ ตัว และจิตเป็นกุศล มีความสุขเหมือนนายช่างผูร้ อ้ ยดอกไม้ไหม เพราะ ทุกขณะมันคือความสุข มีสันติสุขแล้วทุกขณะมันก็ผลิแย้มไปเรื่อยๆ เป็น ดอกไม้ดวงใหม่เราก็ถกั ทอไปเรือ่ ยๆ เป็นดอกไม้ดวงใหม่เหมือนนายช่างผูร้ อ้ ย ดอกไม้ เพราะฉะนัน้ แต่ละขณะมันจะไม่เท่ากัน ช่วงไหนมีสติเราเห็นความงาม ผุดพรายขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนน บางทีมองเห็นคนตัดต้นไม้บนถนน มันจะมีความงามที่เกิดขึ้น ให้โยมลองนึกว่าเหมือนภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ก็ได้ มองให้เป็นเหมือนหนังที่เรื่องนี้พิเศษตรงที่ว่าเราเข้าไปอยู่ในฉากหนัง 18 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


นั้นจริงๆ เหมือนเราเป็นแขกรับเชิญของโลกนี้ก็ได้ แต่ถ้าเราไปใช้อารมณ์ แบบจำ�เจ จมอยู่กับความไม่สมหวัง ชีวิตมันจะแห้งแล้งมาก ก่อนหลวงพ่อ จะต้องผ่าตัดหัวใจ หมอให้อดอาหารเทีย่ งคืนถึงเทีย่ งวัน ปากแห้งมากพูดก็ไม่ ถนัด อยูๆ่ ก็มคี นโทรศัพท์เข้ามาร้องไห้ บอกอาจารย์ชว่ ยพูดให้หนูสบายใจ หน่อย หนูอยู่ในเมืองผู้คนหนาแน่น แต่เหมือนไม่มีตัวตน ไม่มีคนเห็น หนูเลย ช่วยพูดให้กำ�ลังใจหน่อย เราก็เลยแนะนำ�ไปว่า รู้จักให้สิ่งอื่นไป ก่อน แทนการรอคอยให้เขาเอามาให้ ให้เรามองเห็นความงามของคนอื่น หากเราเปลี่ยนมุมมองใหม่ เป็นการให้คนอื่นได้ประโยชน์ เราจะเป็นผู้เสีย สละอย่างแท้จริง คือเราจะมีคณุ ค่าขึน้ พอพูดให้เขาฟัง เขาก็หาย แล้วหลวง พ่อเลยบอกเขาไปว่าจะไปผ่าตัด อาการหนักกว่าเขาอีก เขาแค่รสู้ กึ เหมือน ไม่มคี นอืน่ มองเห็น แต่หลวงพ่ออาจจะไม่มีคนเห็นต่อไปอีกเลย เพราะอาจ จะตายก็ได้ การมองเห็นความงามในคนอื่น ในสิ่งรอบตัว จะทำ�ให้จิตใจเบิก บาน ที่กุฏิมีนกกางเขนคู่หนึ่งพยายามมาทำ�รังในกุฏิ ส่วนใหญ่นกตัวผู้มัน จะต้องหาญกล้าเป็นด่านหน้าเข้ามาเพราะมีคนอยู่ในกุฏิ มันจะเข้ามาลอง ร้องดังๆ ให้เรามอง เราก็มอง พอรู้ว่าเราไม่ทำ�อะไรมันก็ไปชวนภรรยา มาบอกว่าเข้ามาเลย ไม่มีอันตราย และไปคาบหญ้าคาบฟางมาทำ�รัง เห็น ไหมว่าชีวิตที่เราอยู่ด้วยกันอย่างเอื้อเฟื้อมันงดงาม แม้แต่กับ สรรพสัตว์ กับผู้คนที่ทำ�งานรอบตัวเหมือนกัน ที่เขาค้อมีคนทำ�งานเยอะเหมือนกันถึง 30-40 คน เวลาหลวงพ่อมองไปก็เห็นแต่ความงาม ไม่เคยเห็นคนงานเลย ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 19


เห็นแต่นางฟ้า อันนี้ไม่ได้เสแสร้งนะ คือเวลาเห็นคนทำ�งานด้วยหัวใจ มัน มีความสุข ค่าแรงอาจจะแค่วันละร้อยกว่าบาทแต่เขามีความสุข ความสุข ที่เกิดขึ้นมาในหัวใจเขา ช่วงที่ผ่านมานี้เขาทำ�งานหนักมากเลย หลวงพ่อ กับหลวงพ่อยงยุทธก็เลยตกลงกันให้ปัจจัยหนึ่งพันบาท รุ่งขึ้นเขาเอามาคืน เขาบอกว่าเขาทำ�ด้วยหัวใจ เขาอยากทำ�บุญทั้งๆ ที่เขาก็ไม่มีเงินนะ ไม่ได้ ร่ำ�รวยอะไร จึงบอกว่าบางทีไม่ได้เห็นคนงานแต่เห็นนางฟ้า เห็นจิตใจที่สุก สกาว เห็นจิตใจที่มีความสุขอยู่เบื้องหลัง พวกเราก็เป็นนางฟ้าได้เหมือนกันนะ พวกเราอย่าไปคิดว่าการทีเ่ รา จะเป็นนางฟ้าหรือการทำ�บุญต้องไปทำ�ที่วัดมันไม่ใช่เลยนะ รู้จักอาหมวย ลูกเถ้าแก่คนหนึ่ง ชอบไปเดินจงกรมที่วัด ตอนเช้าวันเสาร์อาทิตย์พ่อแม่ ชวนให้กินข้าวด้วยกันก่อน ก็บอกพ่อแม่ว่าไม่ได้ๆ จะรีบไปเดินจงกรมที่วัด และรีบออกจากบ้านแต่เช้ามืดเลย ในขณะขับรถก็ทั้งแซงทั้งปาด ใครจะ แซงหน้าก็จะโกรธเพราะจะรีบไป เมื่อถึงวัดแล้วรีบแย่งที่จอดรถเพื่อเดิน จงกรม พอนึกภาพออกไหมโยม วันก่อนหลวงพ่อไปบรรยายธรรมก็ถามว่า มีใครเดินจงกรมเป็นบ้าง ขออาสาสมัครมาเดิน เขาก็ลกุ ออกมาก้าวพรวดๆ 20 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


ออกมาถึงก็มายืนตรงนี้ ตั้งท่าเตรียม หลวงพ่อบอกไม่ต้องเดินแล้ว เขาก็ เดินกลับไปพรวดๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะนั่งหลวงพ่อบอกว่าทำ�ไมไม่เดิน จงกรมมา แล้วเวลาเดินกลับ ทำ�ไมไม่เดินจงกลมกลับด้วย การเดินจงกรม คือการเดินอย่างมีสติ คนเราชอบลืมสติ ทำ�ไมเวลาเดินที่บ้าน เดินจาก เตียงนอนไม่เดินอย่างมีสติล่ะ มันต้องไปรอเดินจงกรมที่วัด ถึงจะได้บุญ หรือ เราเดินที่ไหนก็ได้ใช่ไหม ตื่นเช้ามาเดินไปห้องน้ำ� เดินอย่างมีสติคือ รู้สึกตัวนั่นเอง เราต้องร้อยดอกไม้ทุกขณะ ไม่ใช่ว่าต้องไปร้อยที่วัดนะ ตื่นเช้ามา ก็ร้อยดอกไม้เลย ต้องร้อยทุกขณะ ตื่นขึ้นมามันงัวเงียรู้สึกว่ามันขี้เกียจไม่ อยากจะลุกก็ขยับขึ้นมานั่ง อารมณ์ก็จะเปลี่ยน พออารมณ์เปลี่ยนดอกไม้ ดอกใหม่บานขึ้นแล้วนะ มันเปลี่ยนทุกขณะ พอเข้าห้องน้ำ�แปรงฟันออก จากบ้านเสร็จเจอคนเยอะแยะ เหมือนเปิดซาวด์แทร็คเลย ภาพยนตร์เรื่อง ใหม่กำ�ลังเล่นแล้ว ตัวเอกกำ�ลังเดินออกจากประตูบ้าน และให้มีความรู้สึก ของความใหม่สดขึ้นมาเลย อย่าใช้ชีวิตอย่างจำ�เจทุกวันให้รู้ตัว ให้ตื่นตัว และเบิกบานใจ หลวงพ่อเดินบิณฑบาตทุกวันยังไม่เคยรู้สึกเก่าเลย บรรยากาศมัน แตกต่างแปรเปลี่ยนไปทุกวัน ไม่เคยเบื่อพระอาทิตย์ขึ้นเพราะมันจะเปลี่ยน ฉากไปเรื่อยๆ บางวันมันตามก้อนเมฆเป็นชั้นๆ บางวันเป็นเส้นสีทอง บางวันเป็นหมอกบางๆ ทุกวันมันจะมีความตื่นของฉากใหม่ๆ ในชีวิต ทุกวันมันจะมีความงามไม่ซ้ำ�กันนี่คือปัจจุบันขณะ ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 21


บางคนไม่เข้าใจว่าปัจจุบันขณะคืออะไร มันคือทีละขณะ อย่าง หลวงพ่อขยับมือมันเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ซ้ำ�ที่เก่า มันเปลี่ยนไปทีละขณะที่ เรามีสตินั่นคือความงามคือความสุข เราสามารถนำ�มาใช้ได้กับการงาน ของเรา ที่วัดจะสอนตรงนี้มากเกี่ยวกับการทำ�งาน สอนให้ทำ�งานอย่างมี ความสุข คนปลูกต้นไม้ขนาดฝนตกยังใส่เสื้อกันฝนไปปลูกต้นไม้กัน นี่มัน เป็นความขยันนะโยม มองให้มันเป็นความงาม หลวงพ่อกำ�ลังจะเน้นว่า การทำ�งานอย่างมีความสุขในปัจจุบันขณะ มันสำ�คัญมากที่เราจะมองมัน ให้เหมือนดอกไม้ที่บานใน แต่ละขณะ ซึ่งจะบานไม่ซ้ำ�กันในแต่ละนาที ก็ เหมือนกับการทำ�งานของเรา เราสามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างนี้ให้มีความสุข โดยที่ไม่ต้องไปรอว่าเดี๋ยวเลิกงานจะมีความสุข เดี๋ยวพระหยุดเทศน์จะมี ความสุข สมัยก่อนตอนเด็กๆ วันศุกร์ก่อนกลับบ้านเขาจะให้สวดมนต์นะ ก็คดิ ว่าเมือ่ ไหร่สวดมนต์จะเสร็จ จะได้มคี วามสุขเพราะได้กลับบ้าน วันหนึง่ หลวงพ่อไปเจอหนังสือโบราณที่เขาใช้สวดมนต์ตอนเย็น รู้สึกว่าเพราะมาก อยากจะกลับไปสวดมนต์ตอนเย็นอีก นั่นเป็นตัวอย่างที่เราสูญเสียความสุข ในปัจจุบันขณะไป โดยไปรอว่ากลับบ้านเราจะมีความสุข ขอให้เรารู้จักอยู่กับความสุขในปัจจุบัน รู้จักต้อนรับคนรอบข้างเรา ให้เป็น เพราะทุกคนเป็นคนใหม่ในทุกขณะ เขาไม่เคยเป็นคนเดิมเลย อารมณ์ก็ไม่ซ้ำ�กัน ไม่เคยมีใครเหมือนเดิมเลย คนที่เคยอยู่ในช่วงวิกฤติให้ ใช้วกิ ฤตินน่ั ให้เป็นโอกาส ปัญหานัน้ หลวงพ่อคิดว่าเป็นสิง่ ทีม่ คี า่ ทีช่ ว่ ยพัฒนา ตัวเรา ใครที่คิดว่าเจอปัญหานั้นไม่ดี นั่นเป็นความคิดที่ผิด แต่ถ้าใครคิด 22 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


ว่าปัญหานั้นเป็นการพัฒนาตัวเรามันจะมีค่ามหาศาลเลยทีเดียว เพราะ เวลาที่เสียอย่างหนึ่ง มันจะได้อีกอย่างหนึ่ง หลวงพ่อเคยถูกรถชนเหมือน จะตายเลย รถพังหัวแตก แต่อีกใจหนึ่งคิดว่ามันจะต้องเกิดโชคดีขึ้นกับเรา เพราะมันมีโชคร้ายมาแล้ว แล้วใช้โอกาสนั้นเป็นการพัฒนา เช่น ตอน ประสบอุบัติเหตุได้พัฒนาหลายอย่างดีมาก หนึ่งได้พัฒนาการปล่อยวาง การทิ้งความกังวล การปล่อยจิตใจไม่ให้ไปคิดเรื่องความเจ็บ ทำ�ให้จิตใจ เราเข้มแข็ง เราต้องอย่าไปโอดครวญหรืออยากให้มันหายเจ็บ พยายาม ต่อสู้กับความเจ็บปวดให้เป็น เพราะฉะนั้นใครที่ประสบอุบัติเหตุหรือพบสิ่ง ทีไ่ ม่สมหวังหรือสิง่ ทีเ่ ป็นวิกฤติตอ้ งถือว่ากำ�ลังจะโชคดี คือ ได้พฒั นาตัวเอง แน่นอน ยิ่งถ้ามีความทุกข์เกิดขึ้นในใจให้รีบดูเลย แสดงว่าเรากำ�ลังวางใจ วางจุดยืนหรืออะไรสักอย่างผิดไปแน่นอน มันถึงได้เกิดความทุกข์ในใจขึ้น มาอย่างนี้ แต่ถ้าไม่เกิดความทุกข์ เราจะไม่รู้เลยว่าเราวางจิตวางใจผิดจุด ไปหรือเปล่า หลายคนคิดว่าชีวิตนี้ทำ�อะไรจะต้องได้เปรียบคนอื่น ไปไหนก็จะ ต้องได้ พบกับใครจะต้องได้ มาเพื่อจะมาขุดทองหรือว่าต้องได้อะไร สักอย่างกลับไป โยมลองนึกภาพดูถ้าเจอคนที่เข้ามาหาเราที่ไม่รู้จักกันเลย โยมเห็นแววตา เห็นสิง่ ทีเ่ ขาทำ�ว่าจะต้องได้อะไรสักอย่าง อย่างนีม้ นั น่ากลัว ไหม แล้วเขาจะไม่รู้ตัวเลยจนกว่าเขาจะเริ่มเจ็บตัว เมื่อเขาเกิดความทุกข์ เขาถึงจะเริ่มรู้ว่าเขาไปผิดทางแล้ว เขาตั้งศูนย์กลางไว้ผิดทำ�ให้เขาได้รับ ความทุกข์ ไม่ได้รับความรักจากคนอื่น ไม่ได้ความไว้วางใจ ความเชื่อถือ ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 23


24 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


การแบ่งชีวิตเป็นช่วงสั้นๆ มีช่วงทำ�งาน ช่วงครอบครัว ช่วงส่วนตัว ช่วงปฏิบัติธรรม เราอาจพลาดทำ�ความดี และพบสุขในปัจจุบันขณะไปได้ อย่าทิ้งทุกหยาดมณีของมัน ทำ�ชีวิตให้มีความสุข ทั้งการงานและการปฏิบัติธรรม ทำ�ชีวิตให้เป็นการเอื้อเฟื้อ มีความรักทุกขณะ หากเข้าถึงได้ตลอดเวลา แต่ละวันมันจะไม่น่าเบื่อเลย

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 25


จากคนอื่น ไม่ได้รับอะไรที่มนุษย์ควรจะได้จากกันและกัน สรุปโดยย่อในเบือ้ งต้นว่าคนเราต้องมีเป้าหมายชัดเจน ต้องมีความเชือ่ ทีถ่ กู ต้อง ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า ศรัทธาคือความเชือ่ อย่างมีเหตุผล จึงจะสามารถตั้งเป้าหมายได้ การมีความเชื่ออย่างมีเหตุผล ชีวิตถึงจะมี จุดเริม่ ต้น เพราะฉะนัน้ การใช้ชวี ติ อย่างนีส้ �ำ คัญมากเลยต้องใช้ทง้ั ชีวติ พิสจู น์ ไม่ใช่ใช้แค่บางเรือ่ งบางช่วง หลายคนชอบแบ่งชีวติ เป็นตอนๆ เป็นช่วงสัน้ ๆ ว่า อันนี้เป็นการงาน อันนี้เป็นชีวิตส่วนตัว อันนี้เป็นการปฏิบัติธรรม แต่ ถ้าสามารถใช้ทั้งสามได้จะดี อย่าไปมักน้อย ให้เราเป็นคนมักมากในความ ดีในความสุขในปัจจุบันขณะ โดยที่จะไม่ทิ้งทุกหยาดมณีของมัน ทำ�ชีวิต ให้มคี วามสุขทัง้ ด้านการงาน ทัง้ การปฏิบตั ธิ รรม ทำ�ชีวติ ให้เป็นการเอือ้ เฟือ้ ทำ�ชีวิตให้มีความรักได้ด้วยทุกขณะเลย การแบ่งชีวิตเป็นช่วงๆ ช่วงการ ทำ�งาน ช่วงครอบครัว ช่วงเวลาส่วนตัว อย่างนี้ล้มเหลว ต้องทำ�ให้เป็น อย่างเดียวกัน ถ้าใครสามารถเข้าถึงตรงนี้ได้ตลอดเวลาของแต่ละวันมันจะ ไม่นา่ เบือ่ ไม่ตอ้ งไปรอคอยว่าเดีย๋ วจบเทศน์ถงึ จะมีความสุข จะได้กลับบ้าน จะได้ไปหาของกิน แต่ถ้าเราเริ่มเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เริ่มหาความน่าสนใจจาก สิ่งรอบข้าง อย่ามัวแต่มองว่าจะได้นะโยม ลองคิดในมุมกลับกันก็ได้ว่า ถ้า ใครสักคนเข้ามาหาเราด้วยสายตาอย่างนั้น เราจะคิดยังไงกับเขา เราจะ มองเขาด้วยสายตาแบบไหน เช่น ในฐานะผู้ชาย ถ้าผู้หญิงเข้าไปคบผู้ชาย เพราะคิดว่าจะต้องได้อะไร เช่น ได้ความดูแลเอาใจใส่ ได้ความรัก ผู้ชาย คนนั้นจะรู้สึกเหมือนเขาเป็นวัตถุก้อนหนึ่ง บางทีเรามองข้ามสิ่งนี้ไป แล้ว 26 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


เขาจะรู้สึกเหมือนเป็นภาระที่เขาจะต้องตอบแทนกับสิ่งที่ผู้หญิงนั้นมุ่งหวัง มา แต่ถ้าเราเข้าไปในอีกจุดหนึ่ง คือมาเป็นผู้ดูแล ผู้ให้ ผู้เสียสละ ชีวิต ก็ไม่ล้มเหลว มีจุดยืนจากการเป็นผู้ให้ อันนี้หลวงพ่อถือเป็นคติประจำ�วัน มาตั้งแต่เด็กๆ เลย มีความเชื่อฝังใจว่า พลังงานทุกอย่างเราได้มาฟรี เพราะฉะนั้น เราจะไม่เก็บมันไว้กับตัว ต้องเอาไปเผื่อแผ่ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดกับคนส่วนใหญ่ เพราะมันไม่มีของเราเลย มีแต่ของฟรี ส่วนปัญหา หรือวิกฤตนีม่ นั ดีเพราะมันทำ�ให้เราได้พฒั นา ถ้าเราคิดอย่างนีเ้ ป็นเราจะใช้ ชีวิตอย่างคุ้มค่ามาก และเวลาที่เจอใครเราจะไม่คิดว่า เราจะได้อะไรจาก เขา แต่เราจะคิดว่าเราจะแบ่งปันอะไรให้เขาได้มากกว่า

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 27


พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราใช้ชีวิตเหมือนนายช่างผู้ร้อยดอกไม้ หลวงพ่อจำ�ฝังใจจึงใช้ชวี ติ อย่างนีม้ าตลอด คือจำ�ทุกขณะจิตทีใ่ ช้ชวี ติ เพราะ ความงามเหล่านั้นมันจะไม่หวนกลับมาอีก แม้แต่หยาดน้ำ�ตาที่เราเสีย มัน ก็มีความงามซ่อนอยู่ มีอัญมณีบนหยาดน้ำ�ตาบนแก้มของเรา แล้วไม่ใช่มัน จะกลับมาอีกบ่อยนะ มีใครอกหักบ่อยๆ ไหม มันมีคุณค่ามีความงามนะ เรียนรู้มันไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยอกหัก ใครที่เคยอกหักจะรู้ว่าช่วง นั้นมันจะเป็นช่วงสุกงอม เพราะก่อนหน้านั้นมันยังจะไม่สุก มันจะสุกงอม ตรงช่วงการพลัดพรากพอดีเลย เราจะไม่โวยวาย ถ้าเรารูจ้ กั เก็บเกีย่ วทุกขณะ ให้เป็น แ���้แต่การหกล้มหรืออะไรก็ตามมันมีความงามซ่อนอยู่หมดเลย ใครเคยรู้บ้างว่าแสงสว่างเปิดเผยความงามจริงหรือเปล่า เช้าๆ แสงสว่างเจิดจ้าเปิดเผยความงามจริงหรือเปล่า ไม่จริงนะ แสงสว่างไม่ได้ เปิดเผยทุกอย่าง แต่มนั ปกปิดความมืดทีง่ ดงามเอาไว้ ใครเชือ่ บ้าง ความมืด มีความงดงาม อย่างน้อยก็มีดวงดาว หิ่งห้อย แมลงที่ออกหากินกลางคืน เพราะฉะนั้น ชีวิตเราก็เหมือนกัน มันมีทั้งรุ่งอรุณและมีทั้งราตรี เราต้อง ต้อนรับรัตติกาลและใช้ชีวิตให้เป็น อันนี้สำ�คัญมาก พอช่วงรัตติกาลมาถึง 28 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


ต้องต้อนรับเลย เพราะมันทำ�ให้เราได้เรียนรู้ ในขณะที่ราตรีเข้ามาในชีวิต เราไม่ต้องรู้สึกตกใจกลัว ให้ทำ�ใจว่าไม่นานหรอก อีกสักพักหนึ่งตะวันจะ เข้ามาทำ�ลายความมืดให้หมดไป ทุกอย่างทุกขณะ เวลาที่เรามองย้อนไปในอดีตอย่าไปมองหาแต่ ความเศร้าสร้อยหรือความผิดหวัง ให้หาสิ่งดีๆ เราจะมีกำ�ลังใจในการชีวิต เราจะก้าวไปอย่างมั่นคง ในชีวิตการงานเราก็เหมือนกัน ถ้าเราสามารถหา สิ่งดีออกมาได้ มองเพื่อนร่วมงานว่าเป็นสิ่งที่มีค่า รู้ไหมว่าการเกิดมามัน มีค่าและยากขนาดไหน พระพุทธเจ้าตรัสว่า เหมือนเต่าตาบอดว่ายอยู่ใน มหาสมุทรร้อยปีขึ้นมาหายใจผิวน้ำ�ครั้งหนึ่ง ถ้าเจอห่วงยางเมื่อไหร่จะได้ เกิดขึ้นมาเป็นคน หลวงพ่อเลยมีเคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งว่าการเกิดเป็นคน มันยากแสนยากจริงๆ และการพบกัน มันยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้น เราควรจะต้องต้อนรับการพบกันอย่างคุ้มค่า แล้วทำ�ไมเราจะต้องมาทำ�สิ่ง ไม่ดีต่อกัน ทำ�ไมไม่มอบสิ่งที่ดีงามต่อกันและกัน ชีวิตรอบตัวเรามีสรรพสัตว์มากมาย เฉพาะมดก็มีเป็นล้านๆ ตัว เลยรอบกุฏิ เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าการเกิดมาเป็นคนนั้นมันยากจริงๆ แล้ว ชีวิตมันก็ไม่ได้มีเวลามากอะไรแค่ 80 ปี เดี๋ยวนี้ไม่ถึงแล้วเหลือ 65-66 ปี แล้ว พวกเราก็เข้ามาใกล้แล้วใช่ไหม ดีมากเลยที่ยอมรับความจริง ถ้าคิด อย่างนีเ้ ป็น เราจะใช้เวลาทีเ่ หลืออย่างคุม้ ทีส่ ดุ คนทีอ่ ยูร่ อบๆ ตัวเราขณะ นีไ้ ม่มีคำ�ว่าบังเอิญนะที่ได้มาเจอกัน มีแต่เหตุปัจจัยที่มันพอเหมาะ พอดี เพราะฉะนั้น ให้เรารู้จักที่จะเปลี่ยนมุมมองบางอย่างที่เศร้าหมอง ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 29


ปรับให้เป็นความงดงาม คิดง่ายๆ ว่า ถ้าเราตายไปเมื่อวานแล้วให้กลับมา ใหม่ เราจะทำ�อะไรบ้าง อย่างน้อยคนที่เราไม่ชอบหน้า เราจะมองเขาอีก มุมมองหนึ่งได้ เราจะเริ่มมองเห็นความงามของเขา แต่เพราะเราอยู่อย่าง ประมาท อยู่อย่างชินชาจึงมองคนรอบข้างไม่เป็น ถ้ารู้จักมองให้เป็น ทุกๆ วันก็จะใหม่ตลอดเวลา ตัวเราก็ใหม่ คนรอบข้างเราก็ใหม่ไม่ซ้ำ�นะ จิตใจ ก็ไม่ซ้ำ�ทุกขณะ เพราะฉะนั้นการอยู่ร่วมกันสำ�คัญมาก ควรอยู่ด้วยกันด้วย ความเอื้ออาทร มีน้ำ�ใจทุกขณะในทุกเรื่อง บางคนอาจจะนึกว่า ชีวติ นักบวชแห้งแล้ง จริงๆ ไม่เป็นอย่างนัน้ เลย เมื่อเช้าตอนหลวงพ่อจะมาตอนตี 5 ฝนตกพรำ�ๆ หัวใจก็ไม่ค่อยจะดี ควานหาร่มได้ก็ค่อยๆ ปีนขึ้นบันไดอย่างระมัดระวังเพราะตี 5 ยังมืดอยู่ แต่ซักเดี๋ยวเดียวที่บันไดมีแสงไฟสว่าง ปรากฏว่าเพราะอาจารย์ยงยุทธ์ ท่านถือร่มและไฟฉายมาให้อีกหนึ่งกระบอก ท่านเป็นห่วงเลยเอาร่มและ ไฟฉายมาให้ เห็นไหมว่าชีวิตพระไม่ได้แห้งแล้งนะ ยังมีความงดงามใน การอยูร่ ว่ มกัน แม้แต่ตอนฉันข้าวด้วยกัน ถ้าหลวงพ่อตักอะไร พระอาจารย์ ก็จะไม่ค่อยตัก พอหลวงพ่อลุกแล้วค่อยตัก คือเริ่มรู้แล้วว่าท่านคอยสังเกต เราตลอดเวลา เห็นไหมว่านักบวชไม่ได้แห้งแล้งนะ เอาใจใส่กันทุกขณะ ถ้าโยมสามารถใช้ชีวิตทางโลกด้วยกันอย่างนี้ได้มันจะมีความสุขมาก เราอย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ สิ่งเล็กน้อยนี้สร้างความสวยงาม แต่ความงามไม่ใช่สิ่งเล็กน้อย แล้วชีวิตเราจะมีความสุขมากเลย เวลาที่เรา รู้จักแบ่งปันหัวใจมันจะแช่มชื่นขึ้นมา ถึงจะดูโง่ในสายตาเขาก็ยอม 30 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


สมัยก่อนเวลาใครจะมองหลวงพ่อว่า ผู้ชายคนนี้โง่มาก เรากลับ ไม่รู้สึกอย่างนั้นเรากลับรู้สึกสดชื่นอยู่ภายใน เพราะในขณะที่ดอกไม้มันผลิ แย้มบานในแต่ละวินาที มันมีความงามเกิดขึ้นในใจของเราเอง ที่เราเรียก ว่าศรัทธา ศรัทธาต่อตนเองนี้สำ�คัญมากนะ ถ้าศรัทธาต่อตัวเองได้จะอยู่ ที่ไหนเราก็มีความสุข

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 31


เมื่อก่อนอยู่แถวพุทธมณฑลมีหมาขี้เรื้อนเยอะ เวลาเดินผ่านหมา ก็จะนึกว่าตัวนีอ้ าจเคยเป็นญาติเรามาก่อนชาติใดชาติหนึง่ ชาตินน้ี า่ สงสาร มากเกิดมาอาภัพ คือมองด้วยความรักไม่ได้รังเกียจ เขาเรียกว่าอันนี้เป็น แยบคายในหัวใจว่าเราจะพลิกมุมมองอย่างไรที่จะมองให้เกิดความรัก ความสงสาร ชีวิตมันจะไม่แห้งแล้ง สมกับที่พระพุทธเจ้าสอนว่าให้เราอยู่ อย่างนายช่างผู้ร้อยดอกไม้ ร้อยในทุกขณะของชีวิตให้งดงาม เราใช้ชีวิต อย่างคุม้ ค่า เราจะเริม่ มีเป้าหมายว่าเราจะใช้ชวี ติ อยูอ่ ย่างไรทัง้ รูปธรรมและ นามธรรม สิ่งที่เราได้มามันฟรีทั้งนั้น เราต้องรู้จักแบ่งปันให้กับผู้อื่นบ้าง ทำ�ให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชนในวงกว้าง อย่างเช่น งานของพุทธศาสนา ทำ�ไมหลวงพ่อถึงเปลี่ยนตัวเองจากปัจเจกชน จากศิลปินอิสระที่เคยได้รับ เชิญเป็นแขกไปต่างประเทศ เวลาเดินทางไปไหนมาไหนก็ฟรีหมด แต่ กลับมาใช้ชีวิตนักบวชก็เพราะเห็นว่ามันมีประโยชน์ในวงกว้างมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำ�สอนของพระพุทธเจ้าที่มีค่ามากเลยและมันยากมาก ทีจ่ ะมีค�ำ สอนทีถ่ กู ต้องเกิดขึน้ ในโลก พระพุทธเจ้าใช้เวลาประมาณสีอ่ สงไขย กับแสนกัลป์ในการตรัสรู้ ครูอาจารย์นกั ปราชญ์บอกว่าหนึง่ อสงไขย เท่ากับ การเกิดและดับของจักรวาลหนึ่งครั้ง กว่าจะสะสมคำ�สอนต่างๆ นี้มาได้ มันยากมาก จะเห็นว่าเรามีคำ�สอนที่ผิดๆ มากมาย แต่เดิมก่อนที่ พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ หลายคนเชือ่ ว่าชีวติ เกิดมาเพราะว่าพระเจ้าเป็นคนสัง่ บางคนบอกว่าเกิดมาเพือ่ ใช้กรรมเก่า บางคนบอกว่าเกิดมาไม่มกี รรมหรอก จะทำ�อะไรก็ได้ ขอให้ใช้ชีวิตสมใจอยากของเราแล้วกัน ถ้าใครจะทำ�ให้ใคร 32 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


เสียหายก็ไม่เป็นไร เพราะไม่มีกรรม กว่าที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ความจริง ตรงนี้มันยากมากเลย เพราะฉะนั้นการมาเป็นผู้สืบทอดความจริงตรงนี้ให้ คนรุ่นหลังเป็นหน้าที่สำ�คัญอันหนึ่งของชาวพุทธเรา หลวงพ่อจึงสำ�นึกใน บุญคุณของพุทธบริษัททั้งสี่ คืออุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ สามเณรที่ได้ช่วย รักษาคำ�สอนที่ดีงามเหล่านี้จนมาถึงรุ่นพวกเรา ปัจจุบนั นี้ หลวงพ่อคิดว่าทุกวันนีเ้ วทีได้กลับมาอยูใ่ นมือของเราแล้ว เราจะทำ�อย่างไรเท่าที่กำ�ลังความสามารถเรามี ถึงจะได้ใช้ความสามารถ ที่เรามี ให้เกิดประโยชน์เต็มที่ ตอนเป็นนักวาดก็อธิษฐานนะว่า ขอใช้ชีวิต เป็นพู่กันและหยดหมึกที่จะเผยแผ่ คำ�สอนที่ถูกต้องและดีงาม และเราได้ ลิ้มรสชาติอมตธรรมนั้นเหมือนเราได้ชิมน้ำ�ทิพย์สักหยดหนึ่งที่มีรสชาติ ประณีต สุขุมลุ่มลึกและก็มีความจริงมีสัจธรรมมาก เราอยากจะแบ่งปันไป ยังคนอืน่ ๆ เหมือนเราไปเทีย่ วทีส่ วยๆ เราจะคิดถึงคนทีเ่ รารัก คิดถึงพ่อแม่ อยากให้เขามาเห็นบ้าง มันก็แบบเดียวกัน ความรู้สึกหลวงพ่อก็ไม่ต่างกับ เวลาได้พบคำ�สอนนี่มีค่า เรารู้สึกว่ามันมีประโยชน์สูงสุดต่อหัวใจเราต่อ ชีวิตของเรา ทำ�ให้เราเลือกใช้ชีวิตอย่างนี้ และอยากถ่ายทอดในทุกรูปแบบ ให้คนอื่นรับรู้ คำ�สอนที่มีคุณค่านั้นๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำ�เนินชีวิต ของเขาต่อไป

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 33


34 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


การที่เราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ให้มองว่า ทุกคนปรารถนาความสุขเหมือนกัน มีความทุกข์เหมือนกัน หากกระทบกระทั่งกัน เราควรให้อภัย และเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันให้เป็น

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 35


เพราะฉะนั้น ในชีวิตหน้าที่การงานเราก็เหมือนกัน คนทำ�งาน สามารถปฏิบัติธรรมได้ และสามารถใช้ชีวิตการทำ�งานกับการปฏิบัติธรรม ให้มันสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกันได้ เพราะชีวิตเป็นกระแสสัมพันธ์ที่เป็น หนึ่งเดียวกันได้ เหมือนลมหายใจจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ลมหายใจที่ ไหลเข้าไหลออกมีแต่กระแสหายใจที่เป็นหนึ่งเดียวกัน คนเราชอบไปมอง เปลือกที่บอกถึงความแตกต่างกัน แต่จริงๆ ข้างในเหมือนกันนะ จิตใจ เหมือนกัน ความรูส้ กึ ทีเ่ หมือนกัน มีใครทีข่ าถูกพืน้ อยูบ่ า้ ง ระหว่างเท้าถูก พืน้ จิตจะเป็นผู้รู้สึก แต่ละคนจะรู้สึกเท่ากันนะ รู้สึกเสมอภาคกัน รู้สึก ได้เหมือนกันถ้าไม่เติมคำ�ว่า “เรา” ลงไป เพราะฉะนั้นการทำ�งานของเรา กับธรรมะมันสอดคล้องกัน เพราะว่าเรามีร่างกายที่เป็นรูปธรรม ธรรมะ คือเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นกระแสสัมพันธ์ มีนามธรรมเหมือนกัน เราอยู่กับ ธรรมะตลอดเวลาเห็นไหม กับการทำ�งานก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรา ต้องใช้ให้มันสอดคล้องกัน ไม่ใช่ใช้ชีวิตอย่างแห้งแล้ง หรือมีเป้าหมาย แค่เรื่องวัตถุอย่างเดียว การมีแค่เป้าหมายที่จะตอบสนองความต้องการ ของตัวเองนั้นแห้งแล้ง ไม่มีใครที่จะอยู่คนเดียวในโลกได้ ไม่มีใครจะ ประสบความสำ�เร็จได้ด้วยตัวเอง มันต้องมีสายสัมพันธ์โดยเฉพาะความรัก มันสำ�คัญมาก เรารักจิตใจที่มันเป็นความบริสุทธิ์เหมือนกัน แต่เปลือกคือ ความแตกต่าง อย่าไปมองที่เปลือกที่แตกต่าง เปลือกของความแตกต่าง เราจะประสานมันด้วยความเข้าใจ ด้วยการให้อภัย ด้วยการเรียนรู้ การทำ�งานก็ เหมือนกัน เราต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เรื่องนี้มีความสำ�คัญมาก 36 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


เมื่อทุกคนเข้ามาในสายพานการใช้ชีวิต ทุกคนต้องแบกภาระอย่าง หนึ่ง คือแบกภาระความขัดแย้งของธาตุทั้งสี่ในร่างกายอันได้แก่ ดิน น้ำ� ลม ไฟ ที่มันไม่สมดุลกัน มีความทุกข์ที่เป็นภาระอยู่แล้วในตัว เวลา มองไปทีค่ นหนุม่ คนสาวให้มองเห็นความป่วยเฒ่า แล้วก็มองเห็นว่าทุกคนมี ความทุกข์เหมือนกัน บางคนไปนัง่ สมาธิพจิ ารณาแล้วก็เกิดความสลดสงสาร เกิดความรัก ความรักที่เกิดจากความเมตตา เป็นความปรารถนาที่ทำ�ให้ เขาพ้นทุกข์ อยากให้เขามีความสุข เพราะรู้ว่าจิตมันเหมือนกัน เพียงแต่ มันเป็นจิตทีห่ อ่ หุม้ ด้วยความไม่รู้ มันบอบช้�ำ หรือกำ�ลังหลงทางอยู่ การที่เรา เป็นเพือ่ นร่วมงานกันก็เหมือนกัน สิง่ นีจ้ �ำ เป็นมาก ให้มองว่าทุกคนก็ปรารถนา ความสุขเหมือนกัน ทุกคนก็มีความทุกข์เหมือนกัน หากกระทบกระทั่งกัน เราควรจะให้อภัยกันก่อน เอือ้ เฟือ้ กัน แบ่งปันกันให้เป็น อีกสิง่ หนึง่ ทีต่ ามมา คือวาจาหรือคำ�พูด เพราะวาจาหรือคำ�พูดมันจะต้องปลิวเป็นละอองเกสร ออกไปตลอด และบางทีมนั อาจจะเป็นละอองเกสรเพลิงลุกไหม้ เชือดเฉือนกัน เป็นละอองเกสรที่เป็นแก้วทิ่มแทงก็มี เพราะฉะนั้นคำ�พูดนี่นา่ กลัวมากเลย บางคนอยูด่ ว้ ยกันสองคน คนหนึง่ ขีบ้ น่ อีกคนขีโ้ มโห เข้าคูก่ นั แล้วพอดีเลย มันจะต้องทะเลาะกันตลอดเวลา อีกคนจะบ่นเรือ่ ยเลย อีกคนพอได้ยนิ เสียง บ่นแล้วจะหงุดหงิด นี่มันอันตรายมาก ถ้าเราไม่เข้าใจตรงนี้จะลำ�บากมาก ทุกข์มาก ลองปรับดูนะว่า เขาเป็นคนขี้บ่น เราจะเป็นคนดูแลคนขี้บ่น ถ้า เขาขี้โมโห เราจะเป็นคนดูแลคนขี้โมโห อย่าไปคิดว่าเราจะต้องชนะเขา มันจะแพ้ทั้งคู่ สงครามครั้งนี้มันจะย่อยยับมีแต่ความหายนะเกิดขึ้น ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 37


38 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


เขาไม่ได้ทำ�ให้เราทุกข์ ความไม่ชอบเขาในใจเราต่างหากที่ทำ�ให้เกิดทุกข์

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 39


คนทีอ่ ยูด่ ว้ ยกันคำ�พูดนัน้ สำ�คัญมากเลย หลวงพ่อเจอหลายคนโทรมาบ อกว่ามีปัญหาเรื่องที่ทำ�งาน คำ�ถามที่เจอบ่อยคือทำ�อย่างไรถึงจะอบรม หัวหน้าให้มีธรรมะ หัวหน้าเอาแต่ใจ ขี้บ่น ขี้โมโห ขี้หงุดหงิด ในนี้ไม่รู้จะ มีหรือเปล่านะ ฉะนัน้ เวลาเราเจอเรือ่ งแบบนีใ้ ห้เราปรับมุมมองใหม่ อย่าไป คิดว่าเราต้องเอาชนะหรือเขาเป็นศัตรูของเรา ให้คิดว่าเราจะดูแลเขา อย่างน้อยคิดต้นทางให้ถูกก่อน เพราะว่าความทุกข์ของเราไม่ได้เกิดจาก เขาทำ� บางคนคิดว่าอยู่กับหัวหน้าคนนี้แล้วทำ�ให้เราเกิดทุกข์ เลยย้ายงาน ไปเรื่อย ย้ายกี่ที่ก็ไม่มีความสุขหรอก เพราะหัวหน้าก็เป็นอย่างนี้ต้องดูแล ทุกคน ภาระหนักนะ ต้องรับผิดชอบมาก บางคนจะย้ายงานจนไม่ทำ�งาน เลยเพราะไม่อยากมีหัวหน้า จริงๆ แล้วเราหนีไม่พ้น เราหนีปรากฏการณ์ ไม่พ้น เราหนีคนขี้บ่น คนขี้หงุดหงิด คนปากมากไม่พ้น หนีคนโกงคนที่ ถามอะไรไร้สาระไม่พ้น หนีได้อย่างเดียวคือความไม่ชอบในใจเรา ความ ไม่ชอบทำ�ให้เราทุกข์ ตกลงไม่ใช่คนปากมาก คนขี้บ่นทำ�ให้เราทุกข์ เรา ไม่ชอบคนปากมาก คนขี้บ่น ทุกข์ของเราไม่ใช่เขาทำ�นะ เราต้องจัดการ ตัวเราเอง สรุปเลยว่าเราไปห้ามเขาไม่ได้ ไปห้ามไม่ให้ขี้บ่นหรือหงุดหงิด ไม่ได้ เราต้องดูแลใจเรา เมื่อเราเริ่มดูแลใจเราความอัศจรรย์มันจะเกิดขึ้น ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นแล้วสำ�หรับโยมที่ได้เจอคนขี้บ่นขี้โมโหให้ลองคิดใหม่ ดูแลตัวเราใจเราก่อนโดยไม่โกรธไม่ตอบโต้ เขาจะเริ่มทึ่ง เขาจะงงว่าเรา ทำ�ได้ยังไงที่เราไม่ตอบโต้ แต่กลับเป็นฝ่ายดูแลแทน เขาจะเริ่มศรัทธาว่า ทำ�ได้ยงั ไง เมือ่ เริม่ ศรัทธาแล้วจะเริม่ ละอายใจ และไม่กล้าทำ�สิง่ ไม่ดอี อกมา 40 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


ความละอายใจเป็นสิ่งมีค่ามาก แต่คนเริ่มต้นนี่สำ�คัญที่สุดคือต้อง เริม่ เปลีย่ นตนเองให้เป็นผูเ้ สียสละ ในทีท่ �ำ งานนีเ้ ราลองเปลีย่ นมุมมองใหม่ดู เปลี่ยนเป็นผู้เสียสละแทนแล้วกัน อย่างน้อยเรตติ้งตอนตายกระฉูดแน่นอน บนสวรรค์จดคะแนนไว้เรียบร้อยแล้ว เสียสละครัง้ หนึง่ นีไ่ ม่ใช่ธรรมดานะ เรา เคยได้ยินบ่อยๆ ใช่ไหมว่าเวลาคนทำ�ความดีพระอินทร์ที่นั่งจะร้อน เทวดา ทีน่ ง่ั ร้อน โยมว่าจริงหรือเปล่า พิสจู น์ดว้ ยตัวเองก็ได้นะ สมมติวา่ เราไปเห็น เด็กทีเ่ ป็นคนดีคนหนึง่ ทีเ่ อือ้ เฟือ้ เผือ่ แผ่ เรารูส้ กึ ทนไม่ได้แล้วเราต้องหารางวัล ให้เขา ก็เหมือนกับที่อาสนะของพระอินทร์ร้อน สมัยเป็นฆราวาสหลวงพ่อ เคยเจอหมา มันร้องทั้งคืนเพราะมันหิวและมันไม่มีแม่ ถูกปล่อยทิ้งไว้ เลย ขับรถไปซื้อข้าวมาให้มันกิน ตอนนั้นก็มีหมาวิ่งโซเซเข้ามาจะขอส่วนแบ่ง แต่เราไม่ให้มนั ให้แต่ลกู หมาตัวนีเ้ พราะมันหิวมาทัง้ คืน พอลูกหมากินหมด เจ้าหมาผอมโซตัวนัน้ เดินเลยไป ลูกหมาก็เดินตามไปจะกินนม หมาตัวเมียนัน้ นมก็ไม่มี แต่กน็ อนให้ลกู หม���กินนม หลวงพ่อมองแล้วหัวใจแหลกสลาย ทีน่ ง่ั เทวดาร้อนอีกแล้ว ขับรถไปซือ้ ข้าวมาอีกเทีย่ วหนึง่ พอมาถึงไม่เจอ แม่หมา หายไปแล้ว รู้สึกว่าเสร็จแน่ถ้าวันนี้ไม่เจอมัน พยายามไปตามหาเรียกมัน จนไปเจอและรูส้ กึ ค่อยยังชัว่ หน่อย ดังนัน้ เทวดาทีน่ ง่ั ร้อนมันมีจริงนะ อย่างที่ หลวงพ่อบอกว่าแม้แต่หมาทีผ่ อมโซมันยังสามารถแบ่งปันได้ ความดีทเ่ี กิดขึน้ มันไม่ใช่สง่ิ เล็กน้อยอีกแล้วนะ แค่สง่ิ เล็กน้อยก็สร้างความงาม แต่ความงาม ไม่ใช่สง่ิ เล็กน้อย แล้วมันจะกระเทือนไปถึงสรวงสวรรค์ สรวงสวรรค์ในจิตใจ ของมนุษย์ด้วยกันก่อน ต่อไปถึงสรวงสวรรค์ในสิ่งที่สูงส่งกว่าเราก็ยังมีนะ ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 41


42 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


บางทีปัญหาเกิดจากการคิดปรุงแต่งของเราเอง ที่ต้องการให้ทุกอย่างเป็นดั่งใจ ความคิดอย่างนั้นจะแห้งแล้ง หากเปลี่ยนมุมมองว่า ปัญหาทำ�ให้เราได้พัฒนา ชีวิตมันจะสุกสกาวสดใส

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 43


ถ้าเรามีความเชือ่ แบบนี้ ชีวติ เราจะมีเป้าหมายทีช่ ดั เจนขึน้ หลวงพ่อ บอกไว้แล้วว่าตั้งแต่เด็กๆ มีเป้าหมายว่าจะใช้ชีวิตเพื่อมหาชน ใช้เป็นพูก่ นั ของพุทธองค์ที่จะฝากไว้ให้กับคนรุ่นหลังเมื่อเราตายไปแล้ว คนรุ่นหลัง เกิดมายังต้องเรียนรู้ต่อ ฉะนั้น ในงานบางอย่างมันจะเป็นงานในระดับลึก เชิงปัญญาเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเราทำ�อย่างงมงาย แต่เราทำ�อย่างลึกซึ้ง ที่ เมตตาเกิดจากปัญญา ไม่ใช่เมตตาที่เสแสร้งหรือสร้างขึ้นมา ฉะนั้นการอยู่ ด้วยการเอื้อเฟื้อ ด้วยการมีคำ�พูดที่ดีงามและให้อภัยกัน มอบดอกไม้ที่ งดงามในคำ�พูดให้กัน เรียกว่า เป็นลาวัลย์สำ�หรับหูแล้วกัน ดีกว่าเป็น เศษแก้วที่ทิ่มแทงกัน ฉะนั้น คำ�พูดนี่สำ�คัญนะบางทีทำ�ร้ายจิตใจกันได้ ถ้า อีกคนขี้บ่น อีกคนขี้หงุดหงิดมักจะต้องต่อสู้กันมากเลย ถ้าคนหนึ่งเปลี่ยน เป็นคนเสียสละ เปลี่ยนเป็นคำ�พูดที่จะไม่ระรานกัน ชีวิตจะมีความสุขมาก เปลีย่ นมุมมองใหม่เป็นผูเ้ สียสละ หนึง่ คือเป็นผูเ้ อือ้ เฟือ้ เผือ่ แผ่ สองคือเสียสละ เหมือนอย่างที่หลวงพ่อเล่าว่าเห็นเขาแบกโต๊ะก็ไปช่วยเขาแบกอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็ไปช่วยเขา อย่าไปตั้งเวลาว่าชั่วโมงนี้ชั่วโมงหน้าจะทำ�อะไร ชีวิต ไม่มีล่วงหน้านะ อะไรที่เกิดในปัจจุบันขณะเราต้องมีตลอดเวลา พร้อมที่ จะเสียสละทุกขณะ พยายามต้องลึกซึง้ ด้วยไม่ใช่ทอ่ื ๆ คนเมตตาไม่ใช่ทอ่ื ๆ ต้องระวังคำ�พูดด้วย คนมีเมตตาต้องถนอมน้�ำ ใจกัน ทำ�ให้สามัคคี ให้อภัย และการทีเ่ ราเอาตัวเราเข้าไปเป็นผูก้ ระทำ� เขาทำ�อะไรเราต้องไปมีสว่ นร่วม อย่าดูดาย ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เวลาคนไปวัดหลวงพ่อเห็นแล้วรู้เลย บางคนเห็นคนปลูกต้นไม้ก็ไปช่วยเขา บางคนเดินผ่านแค่ชมดอกไม้และ 44 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


ผิวปาก ทัง้ ๆ ทีไ่ ปกลุม่ เดียวกัน ก็มองเห็นความแตกต่าง ถึงบอกว่า การใช้ ชีวติ ในปัจจุบนั ขณะต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ บางคนทือ่ ๆ ไม่คอ่ ยมีไหวพริบ ว่า เราจะหาโอกาสที่จะเก็บความงาม หรือเก็บบุญกุศลที่เกิดขึ้นจาก การใช้ชวี ติ ในแต่ละวันของเราได้อย่างไร ต้องหาโอกาสให้เป็น แต่บางคนที่ ไม่รู้จักใช้โอกาสปล่อยให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ อีกอย่างหนึ่ง คือการที่เราไม่ถือตัวว่าเราใหญ่กว่า การอ่อนน้อม ถ่อมตนลงมาหาผู้น้อยเป็นความงามที่น่าประทับใจ เหมือนอย่างท่าน อาจารย์ดุษฎี ที่หลวงพ่อเล่าว่า นำ�แก้วของฆราวาสไปล้างให้ ท่านได้ ความรักไปทัง้ หมด ลงทุนน้อยจริงๆ เลย ทำ�ให้ตอ้ งมานัง่ บรรยายความงาม ของท่านไม่สิ้นสุด ฉะนั้นการไม่ถือตัวการอ่อนน้อมลงมา ถ้าทำ�ได้จะนำ�ความรักมา สู่ตัวเราได้ง่ายดาย เป็นการลงทุนน้อย แต่ผลมันยิ่งใหญ่มหาศาล ดังนั้น ก็ขอฝากให้พวกเราใช้ธรรมะในการทำ�งาน ใช้ธรรมะในการอยู่ด้วยกัน เป็นเครือ่ งเหนีย่ วนำ�ในการอยูร่ ว่ มกัน ในการทีจ่ ะทำ�ให้เกิดความสุขเอือ้ เฟือ้ กัน เมตตาทั้งกาย วาจา ใจ เอาตัวเราเข้าไปสมาน ไม่ใช่แค่สั่งคนอื่นหรือใช้ คนอืน่ ทำ� จงเข้าไปเป็นส่วนหนึง่ ของการกระทำ� เอาแรงกายทีเ่ ราได้มาฟรีๆ เปลี่ยนเป็นประโยชน์ เปลี่ยนเป็นสวนดอกไม้แห่งความรัก ปลูกในใจคน รอบข้างแล้วให้ไปบานบนสวรรค์ ใครเคยมีความรักไหม เวลาคนมีความ รักมันจะมีต้นรักในหัวใจงอกคนละต้น ต้นรักของผู้ชายที่งอกงามใครเป็น คนรดน้ำ� ใครเป็นคนปลูก ผู้หญิงใช่ไหม เพราะฉะนั้น เราต้องเป็นคนปลูก ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 45


ต้นรักในหัวใจเขา กติกาง่ายๆ เลย ถ้าเราเอาน้ำ�ร้อนไปรดมันตายแน่นอน น้ำ�ร้อน คือ คำ�หยาบคาย ความหึงหวงอะไรต่างๆ รดไปนิดเดียวตายเลย บางคนไปวัดหลวงพ่อเป็นสามีภรรยามีปญั หากัน ภรรยาไม่รตู้ วั เลยว่าตัวเอง มีปัญหาอะไร ทำ�ไมสามีไม่มีความสุขเลยที่อยู่กับเขา เขาหาสาเหตุไม่เจอ หลวงพ่อมองไปก็พบเลยเพราะว่าเขาชอบใช้น�ำ้ ร้อนรด เขาไม่รวู้ า่ เขาใช้น�ำ้ ร้อน รดอยู่ ทำ�ให้อีกฝ่ายหนึ่งดูต่ำ�ต้อย ทำ�ให้เขาไม่มีความสุข สิ่งนี้สำ�คัญมาก

46 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


การที่เราเริ่มทำ�ความดีมันกระเทือนไปถึงสรวงสวรรค์ สวรรค์ใน จิตใจคนอื่นๆ ด้วย และสิ่งเล็กน้อยก็สร้างความสวยงาม อย่าคิดว่าต้องไป ทำ�โครงการใหญ่ๆ ใครกินกาแฟก็คอยล้างแก้วกาแฟให้ดีล่ะกัน การอยู่ ด้วยกันต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมตตาทั้งกาย วาจา ใจ เอาตัวเข้าสมานด้วย การทำ�ความดีในหัวใจเขา เราต้องหาทุกโอกาสทุกขณะที่ทำ�ความดี ให้ใช้ ชีวิตประดุจนายช่างผู้ร้อยดอกไม้นั่นเอง

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 47


รูป

ศาลาปฏิบัติธรรม

ณ พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

48 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


มีคณะผู้ปฏิบัติธรรมมาจากวิทยุชุมชนกรุงเทพฯ ขับรถฝ่าสายฝน ขึ้นมาถึงสำ�นักพุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว เขาค้อ เดินมาบอกด้วยความ ตื่นเต้นว่าสถานที่แห่งนี้งามตระการตา เพลิดเพลินใจ นี่คืออานุภาพของ ธรรมชาติที่งดงาม สามารถบันดาลให้รู้สึกเบิกบานในจิตใจเป็นเบื้องต้น และจะค่อยๆ อำ�นวยให้เกิดการซึมซับความสงบสุขในส่วนลึกของจิตใจ ซึ่งเมื่อเกิดภาวะนั้นแล้ว ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความรัก ความเอื้อเฟื้อ เกื้อกูลจะแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ จากนั้น ใจที่ประณีตนุ่มนวลนั้น ก็จะ สามารถสัมผัสสัจธรรมจากธรรมชาติได้ ธรรมชาติทผ่ี าซ่อนแก้ว จะแสดงสัจธรรมการเกิดของดอกไม้ การตัง้ อยู่ไม่ได้และร่วงหล่นของใบไม้ เมฆที่แปรเปลี่ยนเป็นฝน พระอาทิตย์ที่ให้ พลังงานแบบให้เปล่าแก่สรรพชีวิต มีคนงาน มีนก มีมดเป็นล้านๆ ตัวให้ เราเห็นทุกข์ ความไม่เที่ยง และตระหนักถึงความไม่ประมาทที่จะใช้ชีวิต ทุกหยาดหยดอย่างเกิดประโยชน์ต่อตนเอง และเพื่อนร่วมทุกข์ เพียงแต่ รู้จักเรียนรู้จากธรรมชาติ มองไปอย่างซื่อๆ ตรงๆ ใจก็จะสว่างด้วยปัญญา

อำ�นาจ โอภาโส

ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 49


แผนที่สำ�นักพุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

æÿ∑∏∏√√¡ ∂“π º“´àÕπ·°â«

“π Õπÿ √≥ºå “∂‡¡◊Õß π ÿ ¢ æàÕ

«

∑“

≈° ‰ªæ‘…≥ÿ‚ ‰ªæ‘…≥

·¥ß ∑À“ß

∫â“π

∫â“πºŸâ„À≠à

∑“ßÀ≈«ß

“°≈“ß

 π“¡°’Ã

-21

√ √° ‘°ªá π “ § “ ¡ ∏π ¢“·§  “

≥ÿ‚≈°

à“  π“¡√∫∫‘πŸ√‡°≥å) ™ (‡æ

ÕßΩ √â“π¢

—π ªíö¡π∑È”.¡‡°à“ ªµ

‰ªæ‘…

ÿ‚≈°

“°

‰ªπÈ”Àπ“

ßÀ≈«ß-12

Ÿ√æ“ ‚√ß·√¡∫

‰ª‡¢“§âÕ

ªíö¡πÈ”‡∑¡Á°—π´å §“≈ ���

‰ªæ‘®‘µ√

‰ª™—¬¿Ÿ¡ ÷ß “¡æ—π

√–∫ÿ√’

¡“®“°  ’

«‘‡™’¬√∫ÿ√

www.pahsornkaew.com 50 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้


พระเจดีย์ผาซ่อนแก้วสิริราชธรรมนฤมิตร

ขณะนี้พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว กำ�ลังดำ�เนินโครงการก่อสร้าง พระเจดีย์ผาซ่อนแก้วสิริราชธรรมนฤมิตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2551

ขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำ�บุญสร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสครบรอบ 60 ปี ของการครองสิริราช สมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ และเพื่อสืบสาน พระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย สมทบบุญปัจจัยได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาตลาดห้วยไผ่ เพชรบูรณ์ ชื่อบัญชี ธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 429-2 17989-3 ดุจวิถี นายช่างร้อยดอกไม้ 51



ดุจวิถี,,นายช่างร้อยดอกไม้