Issuu on Google+

ครอบครัวพอเพียง

นิตยสารเพื่อคนไทย รูจริง ทำจริง แกจน

โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์

คุปองสวนล

ด 30 บาท

จิตอาสาผมมาด้วยใจ โอฬาร สุคนนคร

โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย

๓ ปี โครงการรักษ์ ป่าสร้างคน ๘๔ ต�ำบล วิธีพอเพียง

52 พฤษภาคม 2555


“...ความคิดนั้นเปนแม่บทใหญ่ของค�าพูดและการกระท�า เพราะกิจที่จะท�า ค�าที่จะพูดทุกอย่างล้วนส�าเร็จจากความคิด การคิดก่อนพูดและคิดก่อนท�าจึง ช่วยให้บุคคลสามารถยับยั้งค�าพูดที่ไม่สมควร หยุดยั้งการกระท�าที่ไม่ถูกต้อง พูดและท�าแต่สิ่งที่จะสัมฤทธิ์ผลเปนประโยชน์และเปนความเจริญ...” คัดตัดตอนจำกพระบรมรำโชวำท ในพิธีพระรำชทำนปริญญำบัตรแก่นิสิต จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ณ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กรกฎำคม ๒๕๔๐


โครงการอางเก็บนํ้าหวยผากอันเนื่องมาจากพระราชดําริ อําเภอทายาง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๒๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชด�าเนินทอดพระเนตรฝายเก็บกักน�้าห้วย ทรายและบริเวณต้นน�้าของห้วยสามพันนาม ในเขตอ�าเภอชะอ�า จังหวัดเพชรบุรี ได้ทรงพระราชทานค�าแนะน�าให้กรมชลประทาน พิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน�้าห้วยผากโดยเร่งด่วน เพื่อจัดหาน�้าให้ราษฎรริมห้วยผากให้สามารถมีน�้าใช้เพื่อการเพาะ ปลูกและอุปโภคบริโภคได้ตลอดปี และช่วยบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝน นอกจากนั้นยังช่วยสนับสนุนโครงการชลประทานเพชรบุรีให้ได้ ผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส�านักชลประทานที่ ๑๐ (เดิม) ได้ให้กองวางโครงการศึกษาและจัดท�ารายงานเบื้องต้น และต่อมากองวางโครงการ ได้จัดท�ารายงานวางโครงการแล้วเสร็จ เมื่อเดือน กันยายน ๒๕๓๗ ผลการศึกษาสรุปว่า พื้นที่ที่เหมาะส�าหรับการก่อสร้างอ่างเก็บน�้า ห้วยผากอยู่ในเขต บ้านยางชุม หมู่ที่ ๖ ต�าบลกลัดหลวง อ�าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๖ หมู่บ้านยางชุม ต�าบลกลัดหลวง อ�าเภอท่ายาง จังหวัด เพชรบุรี แผนที่มาตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ระวาง ๔๙๓๔ IV พิกัด ๔๗ PNQ ๗๓๒-๑๒๐

• ใช้เป็นแหล่งเก็บกักน�้าส�าหรับช่วยเหลือการเพาะปลูกในฤดูฝนและฤดูแล้ง ของราษฎรที่อยู่บริเวณด้านท้ายอ่างฯ • ใช้เป็นแหล่งเก็บกักน�้าส�าหรับการอุปโภค บริโภคในฤดูแล้งของราษฎรและสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่ในเขตโครงการและ บริเวณใกล้เคียง ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน�้าในฤดูแล้งเป็นประจ�าทุกปี • ช่วยสนับสนุนโครงการชลประทานเพชรบุรีที่อยู่ทางด้านท้ายน�้าให้ได้ผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วย 4 : ครอบครัวพอเพียง


• งานเตรียมการเบื้องต้น (งานปฏิบัติการจิตวิทยาและประชามสัมพันธ์โครงการ และงานก่อสร้างที่ท�าการและบ้านพัก) ผล การด�าเนินงาน ๑๐๐% • งานก่อสร้างเขื่อนหัวงานและอาคารประกอบ ประกอบด้วย ท�านบดินหัวงาน อาคารระบายน�้าลงล�าน�้าเดิม (River Outlet) อาคารส่งน�้า (Canal Outlet) อาคารระบาย น�้าล้น (Spillway)ปัจจุบันระหว่างด�าเนินการก่อสร้าง • งานก่อสร้างระบบส่งน�้าและอาคารประกอบ งานก่อสร้างระบบส่งน�้าและอาคารประกอบ เป็นระบบส่งน�้าด้วยท่อส่งน�้า ความยาวประมาณ ๑๘.๕๒๕ กิโลเมตร วางแผน ด�าเนินงานในปีงบประมาณ ๒๕๓๔ – ๒๕๕๔ ปัจจุบันออกแบบแล้วเสร็จ • ส่งน�้าช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในฤดูฝนประมาณ ๔,๑๐๐ ไร่ และฤดูแล้งประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่ • สามารถใช้น�้าในอ่างฯ เพื่อการอุปโภคบริโภคของราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงได้ • สามารถใช้ตัวอ่างฯ เป็นแหล่งแพร่ เพาะ และขยายพันธุ์ปลาน�้าจืด และเป็นแหล่งจับปลาของราษฎรที่อยู่ในบริเวณใกล้ เคียง ท�าให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่งด้วย • ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของราษฎรบริเวณใกล้เคียงโครงการ ที่มา : กลุ่มประสานงานโครงการพื้นที่ภาคกลาง ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด : มกราคม ๒๕๕๒

ครอบครัวพอเพียง : 5


นพ. วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ

รองเลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ทุกข์ของคนเมือง

ปราชญ์ชาวบ้านท่านหนึ่ง กล่าวไว้ว่า สังคมไทยทุกวันนี้ อยู่ในสภาพ “เศรษฐีเข้าป่า ขี้ข้าเข้าเมือง” ปรากฏการณ์นี้ฉาย ให้เห็นจากสภาพของคนกรุงเทพ และคนเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะ กลุ่มที่มีเศรษฐานะดีหน่อย จะขับรถออกนอกเมืองไปพักผ่อน, ไป หาอากาศบริสุทธิ์หายใจ, ไปคลายเครียดในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์, บางรายลงทุนไปซื้อบ้านรับรอง หรือคอนโดมิเนียมอยู่ทางหัวเมือง หรือแม้กระทั่งresort บนป่าดอย ส่วนคนจน, คนชั้นล่าง, ผู้ใช้แรงงาน กลับกระเสือก กระสนกันเข้ามาอยู่ในเมือง เพราะนัยว่าหางานท�าได้ง่าย หาเงิน ได้ง่าย มีรายได้ดีกว่าอยู่ในถิ่นฐานบ้านเดิมในชนบท ในประเทศอังกฤษคนมีฐานะ มีการศึกษา จะพยายาม หนีไปอยู่ชานกรุงลอนดอน และในเขตชนบท บางรายมีที่ดิน มี คฤหาสน์ใหญ่โตเป็นของตัวเอง มีฟาร์มเกษตร และปศุสัตว์ ส่วน คนที่ยังอยู่ในเมือง ในกรุงลอนดอน คือ คนไม่มีหนทางไป ต้องทน ท�างานเป็นมนุษย์เงินเดือน เป็นลูกจ้างบริษัท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานะด้านสุขภาพอนามัย คน ไทยเรา ๖๗ ล้านคนทั่วประเทศขณะนี้ อาศัยอยู่ในเขตเมือง, เขต เทศบาล ประมาณ ๔๖% และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหลือ 6 : ครอบครัวพอเพียง

อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตชนบทแค่ ๕๔%เท่านั้นเอง ซึ่งผิดกับเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อนที่ตอนนั้นคนไทยอาศัยอยู่ในชนบทถึง ๗๐-๘๐% เวลาเกิดการเจ็บไข้ได้ป่วย หลายท่านอาจจะมองแบบ ผิวเผินว่าคนในเมืองน่าจะได้รับความสะดวกสบาย และบริการ สาธารณสุขที่ดีกว่า ซึ่งผมคิดว่าความคิดแบบนี้น่าจะถูกต้องสัก ครึ่งหนึ่ง เพราะขึ้นอยู่กับว่าท่านมีสิทธิ์รักษาพยาบาลแบบไหน (สิทธิ์ข้าราชการ, ประกันสังคม, บัตรทอง หรือประกันเอกชน) ขึ้นอยู่กับว่าท่านมีคนรู้จัก, มีพรรคพวกท�างานอยู่ในโรงพยาบาล หรือเปล่า (เพื่อช่วยลัดคิว, ช่วยอ�านวยความสะดวก และช่วยให้ พบแพทย์ที่ฝีมือดี, เชื่อถือได้) และท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับว่า ท่านเป็น โรคอะไร เฉียบพลัน หรือเรื้อรัง ความยากง่ายในการรักษา หาก ท่านป่วยเป็นโรคยากๆ เช่น เส้นโลหิตในสมองแตก, มะเร็ง หรือ โรคที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัย และรักษา แน่นอนว่า ศักยภาพของหน่วยบริการในเมืองน่าจะดีกว่า และท่านมีโอกาส ได้รับการบ�าบัดเยียวยาที่เร็วกว่า, สะดวกกว่า แต่ถ้าท่านป่วยเป็นโรคธรรมดา เช่น ไข้หวัด, เจ็บคอ, ท้องเสีย หรือเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องการการบ�าบัดดูแลในระยะยาว หรือต้องใช้บุคลากรจากสหวิชาชีพ เช่น เป็นโรคเบาหวาน, ความ


ดันโลหิตสูง, โรคเกาต์, โรคไทรอยด์, โรคอัมพาตอัมพฤกษ์ ผมคิดว่าทุกวันนี้คนต่างจังหวัดได้รับการดูแลโดยภาพรวมดีกว่า คนกรุงเทพ ด้วยเหตุผลนานัปการ ดังที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ๑. คนกรุงเทพฯและคนเมืองใหญ่ มักต้องใช้ความคิด วิจารณญาณมากพอสมควรว่าจะไปรับการรักษาที่ไหนดี (คลินิค ใกล้บ้าน, โรงพยาบาลตามสิทธิ์บัตรทอง, โรงพยาบาลเอกชน ใกล้บ้าน, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย) ถึงจะลงตัวกับการเดินทาง, เงื่อนไขเวลา, ค่าใช้จ่าย และคุณภาพของการรักษา ๒. การเดินทางที่ต้องใช้เวลา เผื่อรถติด, ปัญหาการ จราจร, ที่จอดรถ ท�าให้มีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ๓. การต้องรอตรวจเป็นเวลานาน ท�าให้ต้องไปแต่เช้า กว่าจะได้พบแพทย์ ๔. แพทย์มีงานล้นมือ ท�าให้มีเวลาตรวจดูแลสั้นๆ บาง ครั้งแค่ ๒-๓ นาที ๕. การกระจายตั ว ของสถานพยาบาลในเขตเมื อ ง มักมีน้อย ไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง ยกตัวอย่าง ๕๐ เขตของ กรุงเทพมหานคร บางเขตไม่มีโรงพยาบาลของรัฐบาลอยู่ในพื้นที่ เลย ท�าให้เป็นปัญหาเรื่องความเลื่อมล�้าไม่เสมอภาคในการเข้าถึง ๖. การส่งต่อผู้ป่วยที่ยังเป็นปัญหาในกรุงเทพมหานคร การส่งต่อข้ามสังกัด บางครั้งก็ประสานงานกันยังไม่ดี ปัญหาเตียง เต็มเป็นปัญหาใหญ่ที่คาราคาซังมาโดยตลอด ๗. ความสัมพันธ์ฉันท์ญาติมิตรระหว่างผู้ให้บริการและ ประชาชนจะมีน้อย เนื่องจากข้อบีบรัดจากบริบททางสังคม มิติ ด้านความสัมพันธ์จะมีลักษณะแข่งขันกับเวลา และกระด้างดิบ ๘. คนกรุงเทพฯจะมีโอกาสได้รับสิทธิประโยชน์ด้าน สร้างเสริมสุขภาพ เช่น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรี การจัดกิจกรรมออกก�าลังกายในชุมชน การลดปัจจัยเสี่ยงต่อสาร เคมี ด้อยกว่าในต่างจังหวัด ๙. งานเยี่ยมบ้าน (Home Health Care) ซึ่งช่วยสร้าง มิติความสัมพันธ์ประดุจญาติมิตรระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย จะ ท�าได้น้อยกว่าในกรุงเทพและเขตเมืองใหญ่ๆ ๑๐. ทัศนคติและจิตใฝ่บริการ (Service Mind) ของผู้ ให้บริการในต่างจังหวัดดีกว่าคนในเมือง ความคิดแบบ outside in approach ส�าหรับบุคลากรในกทม. จะมีน้อยกว่า ๑๑. การเข้าถึงบริการสาธารณสุขส�าหรับผู้สูงอายุ และ คนพิการ จะมีอุปสรรคปัญหามากกว่า และต้องเผชิญกับความ ยากล�าบากนานัปการ เช่น ความแออัด, การติดเชื้อภายในโรง

พยาบาล ๑๒. ญาติผู้ป่วยในต่างจังหวัด มักมีโอกาสและส่วนร่วม ในการดูแลผู้ป่วยได้มากกว่า เช่น การได้นอนเฝ้าใกล้ชิดเป็นเพื่อน ผู้ป่วย, การดูแลเรื่องอาหารการกินให้ผู้ป่วย ทั้งหมดที่หยิบยกมานี้ คือ “ทุกข์ของคนเมือง” ใน ยามเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ กรุงเทพมหานครก�าลังมีแผนงานโครงการจะสร้างโรงพยาบาล ใหม่ๆ อีก ๓-๔ แห่ง ให้กับคนกรุงเทพใน ๑-๒ ปี ข้างหน้านี้ แต่ดู เหมือนว่าสภาพปัญหาจะขยายและวิ่งเร็วกว่ามาตรการแก้ปัญหา ของกรุงเทพมหานคร.. ส� า นั ก งานหลั ก ประกั น สุ ข ภาพแห่ ง ชาติ ได้ จั ด ให้ มี ระบบบริการปฐมภูมิขึ้นในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเขต เมืองใหญ่ โดยรับคลินิกเอกชนที่มีความพร้อมเข้าร่วมในโครงการ ในชื่อว่า “คลินิกชุมชนอบอุ่น” เพื่อช่วยลดความแออัดและเพิ่ม ความเข้าถึงแก่ประชาชน ในขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุข ก็ก�าลังเตรียมการเปิดศูนย์แพทย์ชุมชนในเขตเมือง ในทุกจังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อช่วยรองรับแก้ปัญหาความไม่สะดวกสบายทั้ง ปวง ในการเข้ารับบริการในสถานพยาบาลของรัฐ เทศบาลและ องค์ ก ารบริ ห ารส่ ว นจั ง หวั ด หลายแห่ ง ก็ เ ริ่ ม ขยั บ มาลงทุ น ด้ า น โครงสร้าง และบุคลากรสนับสนุน เช่น สร้างโรงพยาบาล, ศูนย์ แพทย์เขตเมือง....

หวังใจว่ำอีกไม่ช้ำไม่นำน ทุกข์ของ คนเมืองเมื่อยำมเจ็บปวย จะได้รับกำร เยียวยำได้ดีกว่ำที่ผ่ำนๆ มำ

ครอบครัวพอเพียง : 7


สวัสดีคะ่ สมาชิกครอบครัวพอเพยี งและแฟนคลับ FB ครอบครัวพอเพยี งทุกท่าน เผลอเดยี๋ วเดยี วครึง่ ปีแล้ว ผู้เขียนก็ก้มหน้าก้มตาหาบทความ แหล่งข่าวเพื่อน�ำมาเขียนเรื่องราวให้เพื่อนพ้องและน้องพี่ ได้อ่านได้ รับทราบเรื่องราวดีๆกัน ก็อดเป็นห่วงพี่น้องและผองเพื่อนไม่ได้ เพราะช่วงนี้อากาศแปรปรวนมาก ไม่เคยร้อน ขนาดนี้ ก็ร้อนจนเสียชีวิตกันไปแล้ว ถึง ๒ ราย ในจังหวัดล�ำปางและจังหวัดอุบลราชธานี และในภาวะเศรษฐกิจ ทีท่ ำ� ให้อากาศร้อนยิง่ ขึน้ นัน้ คือ การว่างงาน ตกงาน และทีส่ าหัสยิง่ ขึน้ เมอื่ ราคาอาหาร น�ำ้ ดืม่ และเครือ่ งอุปโภค บริโภคตลอดจนค่าน�้ำ-ค่าไฟ เดินหน้าขึ้นราคาอย่างพร้อมเพรียง เหลียวมองไปรอบตัวก็ท�ำให้รู้สึกหดหู่ และยิ่ง สะเทอื นใจมากขึน้ เมอื่ ได้รบั ทราบจากน้องๆแกนน�ำครอบครัวพอเพยี งบางคน บอกว่าจะไม่ได้เรยี นต่อแล้ว เพราะ ต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาช่วยที่บ้านท�ำงานหารายได้เลี้ยงปากท้อง บางคนบอกว่า ไม่สามารถเรียนต่อได้ เพราะทางบ้านไม่มีรายได้พอที่จะส่งให้ได้รับการศึกษาต่อไป ที่ส�ำคัญไม่ใช่แค่ หนึง่ หรือสองครอบครัว แต่เป็น จ�ำนวนถึงสิบหรือร้อยครอบครัว ที่เรายังไม่ได้รับข่าวคราว

“เมื่อผู้บริหารประเทศไม่ท�ำหน้าที่” การบริหารบ้านเมืองเพื่อประชาชนยังมีอยู่จริงหรือ ก็หวังเพียงว่าขอให้มีผลกระทบน้อยที่สุดกับประชาชนทั้งประเทศ จากการบริหารประเทศที่ ล้มเหลว สิ้นเชิงของรัฐบาลชุดนี้ แต่ก็ยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว เพราะยังพอได้เห็นรอยยิ้มจาก “ครอบครัวพอเพียง” อยู่บ้าง แม้จะเป็นยิ้มที่ไม่เบ่งบานนัก “เมื่อสังคมยังเป็นทุกข์ ท่านสุขจริงหรือ” ยังเรียกร้องต่อผู้ที่ “อิ่ม” แล้วให้รู้จัก “ปันทรัพย์ส่วนที่เหลือใช้” ให้กับคนที่อ่อนแอกว่าต่อไป .

ประธานกิตติมศักดิ์ : คุณหญิงพวงรัตน วิเวกานนท์, ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด, ปรีชา วัชราภัย,เบญจวรรณ สร่างนิทร นนทิกร กาญจนะจิตรา (เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ : พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์, พุธทรัพย์ มณีศรี, ชมนาด พงศ์พนรัตน์, ดร.เสรี พงศ์พิศ, เกริกเกียรติ์ เอกพจน์, นงลักษณ์ หอตระกูล ดร.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์, ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์, ปภพ อารยะศาสตร์, ชัยสิทธิ์ ดอนท้วม, ดวงฤดี รัตนโอฬาร, ชาญยุทธ นนทิวิรุฬห์ นารีรัตน์ ทองประพาฬ, สุดาพร บุญโนทก, ปรีดาวรรณ ทนยิ้ม, เสริมสกุล คล้ายแก้ว, พินิจ ค�ำปู่, วิสุทธิ์ ชินนาพันธ์, วิรวรรณ เหรียญนาค วรรณดี นาคสุขปาน, ผศ.พวงเพชร รัตนรามา, วนิดา โรจจวัฒน์, วิวัธน์ชัย คงล�ำธาร, ผศ.(พิเศษ) ดร.ศิริพงศ์ พฤธิพันธุ์ ไพศาล คัจฉสุวรรณมณี, ดร.แสงโฉม ถนอมสิงห์, สุรศักดิ์ อัตตะสาระ,ประเสริฐ หอมดี, นิตยา ชีวะพฤกษ์, สมหญิง ธาดาธิเบศร์ ชริตว์จาร์ คล่องการยิง, รังสิมา จารุภา, ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ประธานด�ำเนินการ : ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษา : วริมา โพธิสมบัติ, วัลภา บุรุษพัฒน, ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน, ดร.ขนิษฐา สารพิมพา, ฌิชศีล ตันติเวชกุล, จริยา รอดเที่ยง บรรณาธิการ : ศุภกร ม่วงแพรศรี, อภีม คู่พิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ : ภาวัช ครูซ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ : ชัชชัย สุขขาวดี, พุฒิพัฒน์ กมลจรัสพงศ์, สุพิชฌาย์ กมลจรัสพงศ์ ผู้อ�ำนวยการฝ่ายการตลาด : รัชดาภรณ์ ศรีนวลสุข ฝ่ายการตลาด : นุชนาถ คันธธาศิริ ศิลปกรรม : เอกรัตน์ คงรอด ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย : ส�ำนักงานกฎหมาย พิทยาเพชรพลอย โรงพิมพ์ : บริษัท ฐานการพิมพ์ จ�ำกัด จัดจ�ำหน่าย : บริษัท โอเชี่ยน บุ๊คมาร์ท จ�ำกัด ส�ำนักงาน : นิตยสารครอบครัวพอเพียง ๓๑/๒ ซอยทองหล่อ ๒ แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทรศัพท์ : ๐-๒๙๘๓-๗๓๑๒-๓ โทรสาร : ๐-๒๙๘๓-๗๓๑๔ เว็ปไซต์ : www.ariyaplus.com E-mail : ariyaplus@hotmail.com

8 : ครอบครัวพอเพียง


ส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ชีวิตพอเพียง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เด็กวันวาน...เด็กวันนี้ อ.พุธทรัพย์ มณีศรี ธรรมะติดปีก ว.วชิรเมธี Play to Game ความเปนตน ความเปนครู Tip Today ตัวไกลหัวใจอยู่ใกล้ ดร.ไสว บุญมา พลังเยาวชน พลังของแผ่นดิน โอฬาร สุคนนคร ๓ ปีโครงการรักษ์ป่า สร้างคน คุยกับดาว ดรุณี เจริญพานิช Good little space กิจกรรม ปฎิบัติการชุมชนรักษ์น�้า สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�้าและการเกษตร How to Health รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ��� เกษตรพอเพียง ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์ ครัวพอเพียง ตื่นเถิดชาวไทย สุรศิลป อมรสุรศิริ ปราชญ์ชาวบ้าน Andrew biggs เราจะสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิตได้อย่างไร โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ รอบคอบรู้คิดพิชิตมะเร็ง Social news เที่ยวทั่วไทย สไตล์พอเพียง โฟกัสอาชีพ

๖ ๑๐ ๑๒ ๑๖ ๑๘ ๒๐ ๒๒ ๒๔ ๒๖ ๓๐ ๓๖ ๔๐ ๔๒ ๔๔ ๔๖ ๕๐ ๕๕ ๕๖ ๖๐ ๖๓ ๖๔ ๖๘ ๗๐ ๗๒ ๗๔

พลังเยำวชน พลังของแผ่นดิน โอฬำร สุคนนคร

P. ๒๖ กิจกรรม ครอบครัว พอเพียง P. ๔๒ คุยกับดำว

หนูเล็ก ก่อนบ่ำย ขอขอบคุณทุกคนที่ให้โอกำส

P. ๓๖ ๓ ปี โคงกำรรักษ์ปำ สร้ำงคน ๘๔ ต�ำบลวิธีพอเพียง

P. ๓๐

เรำจะสร้ำงควำมยั่งยืน ให้กับชีวิตได้อย่ำงไร?

โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซำเวียร์ คอนแวนต์

P. ๖๔

เที่ยวทั่วไทย สไตล์พอเพียง หมู่เกำะสิมิลัน

P. ๗๒ ครอบครัวพอเพียง : 9


เด็กวันวาน....เด็กวันนี้ ในสมัยที่เราเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ นั้น ยังไม่อาจท�าอะไรได้ ด้วยตนเองแม้แต่อย่างเดียว เป็นหน้าที่ของพ่อแม่หรือพี่เลี้ยงที่ต้องคอยช่วยเหลือ และดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้ ง ป้ อ นข้ า ว ป้ อ นน�้ า แต่ ง ตั ว รวมทั้ ง อาบน�้ า และ ท�าความสะอาดต่าง ๆ ให้ เมื่อโตขึ้น ก็ได้รับการสั่งสอนให้ช่วยตัวเอง ตั้งแต่การ หัดคลาน หัดเดิน และหัดจับสิ่งของ เริ่มให้จับช้อนตักข้าวใส่ปาก ยิ่งโตมากขึ้น ก็ได้รับการสั่งสอนให้ช่วยเหลือตัวเองมาก ขึ้นเป็นเงาตามตัว ทั้งการเล่น การเรียน การเขียนและการอ่าน ส่วนใหญ่เมื่อนักเรียนไปโรงเรียนในชั้นประถมศึกษานั้น ก็สามารถช่วยเหลือตนเองได้แล้วเกือบทุกเรื่อง 10 : ครอบครัวพอเพียง

แม้ว่าเคยอ่านข่าวว่ามีแม่คนหนึ่งต้องไปคอยป้อนข้าว ให้ลูกสาวในขณะที่ก�าลังเรียนในระดับปริญญาตรี นั่นเป็นเพียงหนึ่งในล้านละกระมัง ความส� า เร็ จ ในการศึ ก ษาเล่ า เรี ย นของแต่ ล ะคน ก็ เป็นการกระท�าของตัวบุคคลผู้นั้นเอง บิดามารดา ครูบาอาจารย์ หรือเพื่อน ๆ เป็นเพียงส่วน ประกอบหรือเพียงมีส่วนช่วยเหลือเท่านั้น เมื่อส�าเร็จการศึกษาและเข้าท�างาน งานที่ส�าเร็จได้ก็ ด้วยการปฏิบัติงานของตัวเราเอง หลายต่อหลายคนได้กล่าวว่า เทคนิคและวิธีการเพื่อ การสร้างความส�าเร็จในการท�างานด้วยตนเอง ก็คือการ ปฏิบัติตามค�าว่า DEVELOP หรือ การพัฒนา คือ D = Development พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง E = Endurance มุ่งเน้นความอดทน


V = Versatile มีความสามารถหลากหลาย E = Energetic มีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ L = Love รักงานที่ท�า O = Organizing มีการจัดการเป็นเลิศ P = Positive Thinking คิดทางบวก หากมี D-E-V-E-L-O-P อยู่ในตัว การท�างานด้วยตัวเอง ก็จะยิ่งประสบความส�าเร็จ สถาบันการศึกษาบางแห่ง ยังใช้คติพจน์ว่า อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ซึ่งหมายถึง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หรือการพัฒนาตัวเอง ด้วยตนเอง หรือความเพียรพยายามที่ต้องฝึกฝนตัวเองให้ได้ดี อย่างไรก็ตาม คนบางคนนั้น เมื่อก่อนก็ท�าอะไรด้วย ตนเองได้อยู่หรอก แต่เมื่อมีต�าแหน่งสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานราชการหรือ งานเอกชน ก็ท�าเรื่องต่าง ๆ ไม่ได้แล้ว ที่พูดถึงนี้เป็นเรื่องส่วนตัวนะ ไม่ใช่งานในหน้าที่ เพราะนั ก บริ ห ารที่ ดี ก็ คื อ ผู ้ ที่ ม อบงานให้ ผู ้ ใ ต้ บั ง คั บ บัญชาปฏิบัติและติดตามงานจนประสบผลส�าเร็จ การท�าเรื่องส่วนตัวด้วยตนเองไม่เป็นของผู้ที่มีต�าแหน่ง สูงขึ้นนั้น นอกจากเป็นการแสดงความใหญ่ของตนเองแล้ว ยังมีสาเหตุมาจากการที่ลูกน้องชอบเอาใจ และท�าอะไร ให้นายทุกอย่างจนเกิดความเคยตัว มีเรื่องอยู่เรื่องหนึ่งที่ลูกน้องเอาใจเจ้านายจนเกินเหตุ

เป็นที่ฮือฮากันพอสมควร และลุงก็ยังจดจ�ามาจนถึงทุกวันนี้ สมั ย ลุ ง เป็ น ผู ้ อ� า นวยการสถาบั น พั ฒ นาข้ า ราชการ พลเรือน ส�านักงาน ก.พ. ซึ่งดูแลนักบริหารที่เข้าฝึกอบรมใน หลักสูตรนักบริหารระดับสูง เมื่อต้องเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างจังหวัด รองอธิบดี ท่านหนึ่ง ต้องมีลูกน้อง ๒ คน เดินทางติดตามไปด้วย โดยการ ขับรถตู้ไปล่วงหน้า เพราะเจ้านายนั่งเครื่องบินไป เฉพาะเท่าที่เห็นนะ ลูกน้อง ๒ คน นี้ ไปคอยบริการให้ นาย โดยการส่งบุหรี่ให้ จุดไฟเช็คให้ และรินเหล้าให้ ผลจากการที่ท�าเรื่องส่วนตัวของตัวเองไม่เป็นของรอง อธิ บ ดี ค นนี้ ท� า ให้ เ กษี ย ณอายุ ร าชการในต� า แหน่ ง รองอธิบดีนี่ แหละ ลุงเคยเห็นผู้ที่มีต�าแหน่งสูง ๆ หลายคน ที่ชอบท�าเรื่อง ส่วนตัวด้วยตนเอง ลูกน้องคนไหนมาพะเน้าพะนอหรือท�าอะไรให้ ก็จะห้าม เกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็ยังมีความสุขดี เพราะได้ ท�าอะไรด้วยตนเองจนเคยชินแล้ว จึงอยากเห็นหลาน ๆ ทุกคน ได้หัดที่จะท�าเรื่องส่วนตัว ด้วยตนเอง โดยท�าให้เป็นนิสัย ใครเห็นก็จะมีแต่คนสรรเสริญ ว่าเป็นคนติดดิน ข้อสําคัญที่สุด ก็คือความภาคภูมิใจของเรา ซึ่งไม่มี ใครแย่งจากเราไปได้ และจะคงอยู่กับเราตลอดไป

ครอบครัวพอเพียง : 11


“พระมหากษัตริย์อันเป็นที่รัก” “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์ สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

หากคนไทยมองพระเจ้าอยู่หัวฯ ฟังพระองค์ ใช้สติปัญญาในการตีความ เราจะได้ความรู้ ความรู้สึกมากมายจากพระองค์ท่าน 12 : ครอบครัวพอเพียง


เริ่มจากพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดิน โดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ดร.สุเมธ กล่าวว่า ไปที่ไหนก็เจอ ในห้องนิทรรศการห้องแรกก็มีประโยคนี้ ความเป็นจริงหลายคนอาจจะเกิดไม่ทันด้วยซ�้ำไป ตอนที่เสด็จ ขึ้นครองราชย์ และรับสั่งประโยคนี้ ดร.สุเมธก็เพิ่งอายุ ๗ ขวบ เท่านั้นเอง “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่ง มหาชนชาวสยาม” ก็มีการแปล แต่คิดว่าไม่มีใครมองลึกซึ้งลงไป ผมสังเกตว่า พวกเราชอบเห็นพระเจ้าอยู่หัวฯ แต่ไม่เคย “มอง” พระเจ้าอยู่หัวฯ ชื่นอกชื่นใจกับการเห็น แต่ไม่เคยไถ่ถามตัวเอง ว่า เหตุที่ทรงท�ำมาตลอดระยะเวลา ๖๕ ปีนั้นมีความหมายอะไร มีความต้องการอะไร เราควรเข้าใจอะไรบ้าง ไม่เคยมีการถาม ชอบจริง ๆ เมื่อพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชกระแสรับสั่งทางใด ก็เงี่ยหูได้ยินพระสุรเสียง ชื่นอกชื่นใจ ตั้งอกตั้งใจ แต่ไม่เคยฟัง พระเจ้าอยู่หัวฯ รับสั่งปั๊บถามปุ๊บว่าเมื่อกี้รับสั่งว่าอะไร ไม่รู้ซิ มั่ว แต่ซาบซึ้งใจ น�้ำหูน�้ำตาไหล น่าเสียดายทรงสอนมา ๖๕ ปี พวก เราถ้าเป็นนักเรียน ไม่รู้จะได้เกรดเท่าไรน่าสงสัยอยู่” ในฐานะนักรัฐศาสตร์เต็มตัว เพราะท่านส�ำเร็จปริญญา ตรี-ปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์ จากประเทศฝรั่งเศส ดร.สุเมธบอก

ว่า รู้สึกฉงนใจและประทับใจกับประโยคแรก ที่ทรงรับสั่งว่า “เรา จะครองแผ่นดินโดยธรรม ...” ทรงใช้ค�ำว่า “ครอง” แทนค�ำว่า “ปกครอง” ซึ่งไม่ได้มีมิติของอ�ำนาจเลยแม้แต่นิดเดียว หากแต่มี มิติของจิตใจ ความรู้สึก ความเคารพ ความนับถือและเหนือสิ่งอื่น ใด นั้นคือ ความรัก ซึ่งเหนือกว่าการปกครองด้วยซ�้ำ เพราะการ ปกครองไม่ต้องใช้ความรู้สึก ความรักก็ได้ แค่ใช้อ�ำนาจอย่างเดียว

ครอบครัวพอเพียง : 13


“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม... ณ วันนั้นทรงประกาศ ค�ำว่า Good Governance แล้ว ก่อนฝรั่ง ๕๐ ปี คนไทยต้องมา รอให้เกิดวิกฤติต้มย�ำกุ้งเสียก่อน แล้วลุกขึ้นมาพูดค�ำว่า Good Governance ธรรมาภิบาลตามฝรั่ง ความจริงพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงประกาศมาก่อนตั้ง ๕๐ ปี เราจะครองแผ่นโดยธรรม ค�ำว่า ธรรมะนี้คือ ธรรมาภิบาล ภาษาอังกฤษ คือ Good Governance นี่ถึงบอกว่าถ้าเรามองพระเจ้าอยู่หัวฯ เราฟังพระองค์ท่าน ใช้สติ ป���ญญาในการตีความ เราจะได้ความรู้ ได้ความรู้สึกอย่างมากมาย จากพระองค์ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม พระองค์ท่านทรงปฎิบัติ มาตลอด อย่างเหน็ดเหนื่อย พระวรกายบอบช�้ำทุกวันนี้เพราะ อะไร ๖๕ ปีนะครับ ผมยังมีโอกาสได้ถวายงานเพียง ๓๔ ปี ครึ่ง เดียว ผมยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหลือประมาณ.... ตลอดระยะเวลา ๖๕ ปี ถ้าใครมาถามผมว่า พระองค์ ทรงท�ำอะไร พระองค์ทรงรักษาแผ่นดินไว้ให้เราอยู่ ทรงรักษา ดิน น�้ำ ลม ไฟ ซึ่งหมายถึงปัจจัยแห่งชีวิตไว้ให้เราให้ลูกหลานเราได้ อยู่อย่างมีความสุข ตามพระราชปณิธาน ที่พระองค์ท่านได้ทรง รับสั่งไว้ว่า.... เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ตลอดระยะเวลา ๖๕ ปี เหงื่อหยดแล้ว หยดซ�้ำ เพื่อ รักษาแผ่นดิน รักษาชีวิตเราไว้ให้อยู่อย่างประโยชน์สุข บนฐาน ของความสมบูรณ์ และมีกิน หากเราช่วยกันท�ำคนละมือคนละไม้ เพื่อรักษาแผ่นดินนี้ ในหลวงคงเหนื่อยน้อยกว่านี้เยอะ”

14 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง

นิตยสารเพื่อคนไทย รูจริง ทำจริง แกจน

ข้อมูลผู้สั่งซื้อ

ชื่อ .............................................. นามสกุล ........................................................... หน่วยงาน/ โรงเรียน/ สถาบัน/ อื่นๆ ....................................................................... สถานที่อยู่เลขที่ .................................. อาคาร/ หมู่บ้าน .................................. ตรอก/ ซอย ...................................... ถนน .................................................... แขวง/ ต�ำบล ....................................... เขต/ อ�ำเภอ ...................................... จังหวัด ................................................ รหัสไปรษณีย์ ....................................... โทรศัพท์ ........................................... โทรสาร ............................................... โทรศัพท์มือถือ ..................................... E-mail .............................................

(กรณี)มีความประสงค์จะสั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียงมอบให้แก่

หน่วยงาน/ โรงเรียน/ สถาบัน/ อื่นๆ (โปรดระบุ)....................................................................... สถานที่จัดส่งนิตยสาร : (กรุณาเขียนตัวบรรจงให้ครบถ้วนชัดเจน) สถานที่อยู่เลขที่ .................................. อาคาร/ หมู่บ้าน .................................. ตรอก/ ซอย ...................................... ถนน .................................................... แขวง/ ต�ำบล ....................................... เขต/ อ�ำเภอ ...................................... จังหวัด ................................................ รหัสไปรษณีย์ ....................................... โทรศัพท์ ........................................... โทรสาร ............................................... โทรศัพท์มือถือ ..................................... E-mail ............................................. สั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียง ใบเสร็จสามารถน�ำไปลดหย่อนภาษีได้ ๑๐๐% (ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) รายปี ๑ ฉบับ/เดือน (รวม ๑๒ ฉบับ ๓๑๒ บาท) ราย ๓ ปี (๙๓๖ บาท) ราย ๕ ปี (๑,๕๖๐ บาท) รายปี ๕ ฉบับ/เดือน (รวม ๖๐ ฉบับ ๑,๕๖๐ บาท) ราย ๓ ปี (๔,๖๘๐ บาท) ราย ๕ ปี (๗,๘๐๐ บาท) รายปี ๑๐ ฉบับ/เดือน (รวม ๑๒๐ ฉบับ ๓,๑๒๐ บาท) ราย ๓ ปี (๙,๓๖๐ บาท) ราย ๕ ปี (๑๕,๖๐๐ บาท) เริ่มตั้งแต่ฉบับเดือน ...............................พ.ศ. ................... ( หากไม่ระบุฉบับเริ่มต้น จะจัดส่งฉบับเดือนถัดไป ) พร้อมได้โอนเงินเข้าบัญชีจ�ำนวนเงิน ............................. บาท ( ............................................................... บาท ) *ราคานี้รวมค่าจัดส่งแล้ว (ค่าจัดส่งไปรษณีย์เล่มละ ๖ บาททั่วประเทศ)

ลงชื่อ ............................................................ ผู้สั่งซื้อ / ผู้มีอ�ำนาจลงนาม ( ................ / ............... / ............... ) ช�ำระเงินโดยโอนเข้าบัญชี ชื่อบัญชี มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด เพื่อโครงการใสสะอาด พอเพียงเพื่อพ่อ สู่สถาบันการศึกษาและชุมชน รายชื่อทานปัญญา ธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) สาขา ส�ำนักงาน กพ. ศิลา ปิยธรรมรัตน์ บัญชีออมทรัพย์เลขที่ ๒๐๑-๐-๓๔๒๗๑-๑ กรุณาส่ง FAX ใบสั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียง มอบทานปัญญาแก่ พร้อมหลักฐานการช�ำระเงินมาที่ โรงเรียนวัดสามัคคีทรงธรรม มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด โทรศัพท์ ๐๒-๙๘๓-๗๓๑๒-๓, ๐๘๕-๐๖๕-๑๕๑๑, ๐๘๗-๘๐๕-๗๑๑๖ โทรสาร ๐๒-๙๘๓-๗๓๑๔ หมายเหตุ : ใบเสร็จ สามารถน�ำไปลดหย่อนภาษีได้ ๑๐๐ % (ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ครอบครัวพอเพียง : 15


คิชีวดิตบวก บวก เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่านี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่านี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่านี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการด�าเนินชีวิต เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่านี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) เวลาเจอค�าต�าหนิ ให้บอกตัวเองว่านี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ เวลาเจอค�านินทา ให้บอกตัวเองว่านี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่านี่คือวิธีที่ธรรมชาติก�าลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่านี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่านี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่านี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

16 : ครอบครัวพอเพียง


เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่านี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่านี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง เวลาเจอภาวะหลุดจากอ�านาจ ให้บอกตัวเองว่านี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่านี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่านี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์ เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่านี่คือค�าเตือนว่าจงอย่าประมาทซ�้าอีกเป็นอันขาด เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่านี่คือบททดสอบว่าที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด” เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่านี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส” เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่านี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่านี่คือฉากสุดท้ายที่จะท�าให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

ครอบครัวพอเพียง : 17


4

วิธีเล่น

1

เติมตัวเลข 1 - 9 ในช่องว่างของตารางโดย

ตัวเลขจะต้องไม่ซ�้ำกันทั้งแนวตั้ง แนวนอนรวมทั้งในตาราง ย่อย 3 x 3 และเส้นทแยงมุมที่ตัดผ่านตารางหรือ ตัว X จะต้องเติมตัวเลข 1 - 9 ไม่ให้ซ�้ำกันอีกด้วย

4 6 8

3 7

9 4

U B O N J M D D F B V N

18 : ครอบครัวพอเพียง

S R U K L A E F T S F O

T O T S E H E T W H S S

A W H H J D D O E Y R E

C Y D A M G R U D J H A

H I B P D B C K C A T F

E E Y E C S V J I R J R

R S V A G A B R T Y B S

T H D M W O R B E Y E G

7

8

2 2 5

4 6

cheek tongue tooth gums neck chin lip shoulder breast arm wrist thumb

2

4

= = = = = = = = = = = =

............ ............ ............ ............ ............ ............ ............ ............ ............ ............ ............ ............

9 3

5

วิธีเล่น วงหาค�ำศัพท์ที่ก�ำหนดให้ และหาความหมายของค�ำศัพท์ O U M P S V A Y D O B I

3

7

9

M O L R X A O G J F S U

6

6

7

K E Y E L A S H E S G T

2

6 1


3 2 4 7 5 1 9 8 6

1 7 6 9 8 4 2 3 5

9 8 5 2 6 3 1 7 4

4 3 2 1 7 5 8 6 9

6 5 8 4 9 2 3 1 7

7 9 1 8 3 6 5 4 2

8 6 7 3 2 9 4 5 1

5 4 9 6 1 8 7 2 3

รายชื่อผู้โชดีประจ�าฉบับที่ 51

2 1 2 5 4 7 6 9 8

กมลเนตร แปนวงศ์ รุจิรำ เดชบวรอมร ปวีนำ ศักดำเพชรศิริ สมศักดิ์ โคกอมร

สมุทรปรำกำร อยุธยำ อุบลรำชธำนี หนวงคำย

เฉลย ฉบับที่ 51 K E Y E L A S H E S G T

M O L R X A O G J F S U

O U M P S V A Y D O B I

U B O N J M D D F B V N

S R U K L A E F T S F O

T O T S E H E T W H S S

A W H H J D D O E Y R E

C Y D A M G R U D J H A

H I B P D B C K C A T F

E E Y E C S V J I R J R

R S V A G A B R T Y B S

T H D M W O R B E Y E G

body shape hair head eye eyelash brow eyebrow brows nose mouth moustache

= = = = = = = = = = = =

ร่างกาย,ล�าตัว รูปร่าง,ทรวดทรง ผม,ขน หัว ตา ขนตา หน้าผาก ขนคิ้ว คิ้ว(ทั้งสองข้าง) จมูก ปาก หนวด(ที่ริมฝีปากบน)

ร่วมสนุกตอบปัญหาชิงรางวัลคอมพิวเตอร์ตั้งโตะ จ�านวน 4 รางวัล โดยเล่นเกม SUDOKU และ CROSSWORD ให้ถูกต้องและครบถ้วน ส่งมาที่ นิตยสาร IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง

31/2 ซอยทองหล่อ 2 ถนนวิภาวดี แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

**หมำยเหตุ หมด���ขตร่วมสนุกชิงรำงวัลประจ�ำเดือน พฤษภำคม ภำยในวันที่ 31 พฤษภำคม 2555 **พร้อมประกำศรำยชื่อผู้โชคดีในนิตยสำรเดือนถัดไป ครอบครัวพอเพียง : 19


ู ร ค น  ป เ ความ

ควำมเป็นฅน

ประสบการณ์แห่งชีวิต

๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เป็นวันแรกของการเริ่มต้นอาชีพ ครูอย่างเต็มตัวของข้าพเจ้า โรงเรี ย นที่ ข ้ า พเจ้ า มี โ อกาสเข้ า มาท� า งานนี้ คื อ โรงเรี ย นมั ธ ยมพระราชทานเฉลิ ม พระเกี ย รติ ตั้ ง อยู ่ ที่ อ� า เภอ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน โรงเรียนแห่งนี้อยู่ห่างจากอ�าเภอ เมืองน่านประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร ตั้งอยู่บนภูเขาสูง เส้นทางที่ ใช้เดินทางเป็นเขาสูงชัน และคดโค้ง เด็กที่เข้ามาเรียนที่โรงเรียนนี้ส่วนใหญ่เป็นเด็กด้อย โอกาสในทุกๆด้าน และเป็นเด็กที่มีความแตกต่างกันในด้านภาษา การแต่งกายและวัฒนธรรม ความเชื่อ ความคิด เพราะเด็กเหล่า นี้มาจากหลายชนเผ่า ได้แก่ เผ่าลื้อ เผ่าขมุ เผ่าลัวะ เผ่าเมี้ยน และคนเมือง จ�าได้ว่าวันแรกที่เข้ามาสอนโรงเรียนนี้ได้รับการต้อนรับ ที่อบอุ่นมากจากทั้งเพื่อนครู และนักเรียน ท�าให้ข้าพเจ้ามีความ สุขและมีก�าลังใจในการท�างานให้โรงเรียนอย่างเต็มความสามารถ การที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้ามาสอนในโรงเรียนที่อยู่ ไกลและทุรกันดาร และมีเด็กนักเรียนที่มีโอกาสทางการศึกษา ด้อยกว่าเด็กในเมืองหรือเด็กบนพื้นราบ นับว่าเป็นโชคดีของ ข้าพเจ้า ถึงแม้จะมีใครหลายคนบอกว่าโชคร้ายมากกว่า แต่ในความคิดของข้าพเจ้า การที่ตัวของข้าพเจ้าเป็น 20 : ครอบครัวพอเพียง

ครู เ พิ่ ง จบการศึ ก ษาได้ ไ ม่ น านแล้ ว เข้ า มาท� า งานในโรงเรี ย นที่ ทุรกันดารนั้นถือเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกความอดทนในการเดินทางตามทาง สูงชันคดเคี้ยวอันยากล�าบากโดยเฉพาะวันที่ฝนตกเพื่อมาสอน อดทนใช้ชีวิตท่ามกลางป่าเขาที่เงียบสงบโดยเฉพาะยามค�่าคืน อดทนต่อความหนาวเหน็บในฤดูหนาว แต่ก็ไม่ได้ท�าให้ข้าพเจ้า ท้อใจ เพราะที่นี่ข้าพเจ้าได้รับความอบอุ่นและมิตรภาพความมี น�้าใจที่ดีจากเพื่อนครูนักเรียนมาก


เป็ น ที่ ท ราบกั น ดี ว ่ า โรงเรี ย นที่ อยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร จะเป็นที่เริ่ม ต้ น ของคนที่ เ ข้ า มาบรรจุ รั บ ราชการครู ฉะนั้นครูในโรงเรียนเหล่านี้ก็จะเป็นครูที่ จบใหม่ อายุยี่สิบต้นๆ และวัยใกล้เคียง กัน โรงเรียนที่ข้าพเจ้าสอนก็เช่นกัน ก็จะมี เพื่อนครูมีวัยใกล้เคียงกับข้าพเจ้า ท�าให้มี ความคิดและวิสัยทัศน์ที่ใกล้เคียงกัน และ เนื่องจากแต่ละคนก็ต้องพักอยู่บ้านพักครู และส่ ว นใหญ่ ยั ง ไม่มีครอบครัว ท�าให้มี เวลาในการท�ากิจกรรมร่วมกันมาก เช่น การเล่นกีฬาร่วมกัน การท�าอาหารร่วม กัน หรือท�ากิจกรรมกลุ่มร่วมกัน ท�าให้ตัว ข้าพเจ้าได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่น จากที่เล่นเปตองไม่เป็นเลยก็เล่นเป็นที่นี่ โดยมีเพื่อนครูคอยช่วยสอน จากการที่เป็น คนร้องเพลงไม่ค่อยเป็น ก็ได้โรงเรียนแห่ง นี้เป็นสนามฝึกปรือ และประสบการณ์ที่ส�าคัญที่สุด ในการใช้ชีวิตบนที่สูงแห่งนี้ก็คือ การได้มา สอนเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เด็ก เหล่านี้บางคนสามารถเรียนรู้และเข้าใจ ได้ ถึงแม้จะไม่เทียบเท่าเด็กในเมืองใหญ่ แต่พวกเขาก็มีความพยายาม ตัวข้าพเจ้าก็ ต้องมีการปรับวิธีการสอนให้มีความเหมาะ สมกับเด็กเหล่านี้ จากที่เคยสอนเด็กใน เมืองกรุง ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้เร็ว กล้า แสดงออก มีความมั่นใจ ซึ่งมีความแตก ต่างจากเด็กที่ข้าพเจ้าสอนมาก เด็กที่นี่ไม่ กล้าพูด กล้าคิด กล้าท�า และเรียนรู้ได้ช้า ข้าพเจ้าก็ต้องพยายามหาวิธีให้เด็กเหล่านี้

เข้าใจให้ได้ เนื่องจากตัวข้าพเจ้าเองสอน ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ซึ่งบางครั้งต้องมี การสอนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้สูตร และการคิดค�านวณ จะพบว่าเด็กนักเรียน ส่วนใหญ่คิดเลขไม่ได้ บวก ลบ คูณ หาร ตัวเลขไม่ได้ ท่องสูตรคูณไม่ได้ บางคน เขียนหนังสือไม่ได้ บางคนเขียนหนังสือผิด บางคนมีพัฒนาการช้ากว่าเด็ก ในวัยเดียวกัน ซึ่งปัญหาเหล่นี้ข้าพเจ้าก็ พยายามแก้ไข เช่น จากที่เคยสอนบวก ลบ คูณ หาร เลขจ�านวนมาก เช่น ๓๐, ๕๐, ๘๐ ก็เปลี่ยนเป็นเลข ๒, ๔, ๘ แทน หรือใน บางครั้งนักเรียนบางห้องท�าไม่ได้จริงๆ ตัว ข้าพเจ้าเองก็ต้องมาเริ่มสอนวิธีการบวก ลบ คูณ หารตัวเลข ให้เด็กเหล่านี้ก่อน ซึ่งวิธีการเหล่านี้ท�าให้เด็กสามารถเรียน รู้ได้มากขึ้น และเมื่อเด็กสามารถท�าได้ก็ จะเกิ ด ความภู มิ ใ จในตนเองและมี ค วาม กระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น และตัว ข้ า พเจ้ า เองนั้ น ก็ ดี ใ จที่ ส ามารถช่ ว ยเด็ ก เหล่านี้ให้สามารถเกิดการเรียนรู้ได้ ถึงแม้ จะต้องใช้ความพยายามและความอดทน มากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว แต่ก็นับว่า คุ้มค่าเพราะรางวัลที่ได้มาคือรอยยิ้มและ แววตาที่สดใสเข้าใจในสิ่งที่ข้าพเจ้าสอน ไม่ใช่แววตามึนงงไม่เข้าใจอะไรเลย อย่าง น้อย สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ท�าอาจจะมีค่าเพียง น้อยนิด แต่ข้าพเจ้าก็ภูมิใจเพราะได้ช่วย ให้เด็กเหล่านี้ให้ดีขึ้นในอนาคตอีกด้วย ทุกวันนี้ข้าพเจ้ามีความสุขและ ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาท�างานที่โรงเรียน มัธยมพระราชทานเฉลิมพระเกียรติแห่ง

นี้ โรงเรี ย นที่ อ ยู ่ ใ นพื้ น ที่ โ ครงการของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรม ราชกุมารี ซึ่งก็นับเป็นการตอบแทนพระ มหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรง เมตตาพระราชทานทุ น การศึ ก ษาแก่ ข้าพเจ้า ท�าให้ข้าพเจ้าได้เป็นครูและได้ น�าความรู้มาพัฒนาเด็กจังหวัดน่านบ้าน เกิดของข้าพเจ้า ประสบการณ์ ที่ ข ้ า พเจ้ าได้พบ เจอมีมากกว่าที่เขียนลงในกระดาษแผ่นนี้ แต่ข้าพเจ้าอยากให้คนที่อยาก เริ่มต้นมาเป็นครูทุกคน ได้มาสัมผัส ได้ มารับรู้ประสบการณ์อันมีค่าเหล่านี้ก่อน จะท�าให้ตัวเราแข็งแกร่งพร้อมที่จะสู้ทุก ปัญหาที่เข้ามาได้อย่างเต็มความสามารถ สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าอยากให้ก�าลัง ใจกั บ เพื่ อ นครู ทุ ก คนที่ ไ ด้ รั บ โอกาสหรื อ มีโอกาสได้สอนโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร อย่าท้อถอยจงสู้ต่อไป จงคิดเสมอว่า เรา ได้รับประสบการณ์อันมีค่ายิ่งแล้วที่ได้มา เป็ น ครู และท� า ให้ เ ด็ ก และเยาวชนของ ชาติได้รับความรู้เพื่อพัฒนาชาติของเรา ต่อไป.... นางสาวสุนิสา อินทรังสี บัณฑิตคืนถิ่น ครูวิทยาศาสตร์ คืนถิ่น จังหวัดน่าน

ครอบครัวพอเพียง : 21


การซื้อสินค้าทาง Internet อย่างไร ไม่ให้โดนหลอก

ทุกวันนี้มนุษย์เรามีทางเลือกในการจับจายซื้อของมากขึ้น internet ก็เป็นอีกหนึง่ ทาง เลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีหลากหลายปัญหาตามมาจากการซื้อของ ผ่านทางเวปไซด์ เช่น สินค้าไม่ได้คุณภาพ หรือถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงเป็นต้น วันนี้ เรามี วิธีคัดกรอง ร้ายขายสินค้าออนไลน์เบื้องต้นมาฝากกันครับ • การจดทะเบียนชื่อเวป ถ้าเป็น .com , .net บุคคลธรรมดาทั่วไปสามารถจดได้ แต่ถ้าเป็น .co.th ต้องเป็นบริษัทจ�ากัด จึงจะจดทะเบียนนามสกุลนี้ได้ • มีเบอร์ติดต่อได้สะดวก ชัดเจน มีทั้งเบอร์ออฟฟิตหรือเบอร์บ้าน เพราะลูกค้าสามารถโทรตรวจสอบได้ที่ ๑๑๓๓ ว่าเปิด มานานหรือยัง • ถ้าไม่มีเบอร์ออฟฟิต ให้ดูที่เบอร์มือถือว่าจดทะเบียนมานานหรือยัง สามารถโทรตรวจสอบกับศูนย์บริการได้ • สามารถเข้าดูใน Web board ว่ามีการ update อย���่ตลอดหรือไม่ • สอบถามลูกค้าที่ซื้อสินค้าใน Web board ว่าทางบริษัทนี้เป็นอย่างไร • Search ใน Google ว่ามีลูกค้าเข้าชมเยอะหรือไม่ มีลูกค้าเคยโดนหลอกหรือไม่ • มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่ • Search ชื่อผู้ขายหรือบริษัทว่าเคยมีประวัติการขายใน Google หรือไม่ • สามารถติดต่อรับสินค้าที่ สถานที่ตั้งของผู้ขาย บริษัทหรือโรงงาน ได้ ว่ามีตัวตนหรือไม่ • ถ้าเป็นบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนจ�ากัด สามารถตรวจสอบได้ที่ www.dbd.go.th เป็นเวปของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่า จดทะเบียน จริงหรือไม่

22 : ครอบครัวพอเพียง


ดร.ไสว บุญมา (คนไทยในอเมริกา)

ปัจจัยที่ท�ำให้เกิดความสุข

เนื่องจากความสุขกายสบายใจเป็นเป้าหมายส�ำคัญของ ชีวิต เราทุกคนจึงมักกระเสือกกระสนแสวงหากันอย่างทั่วถึง ส่วน นักวิชาการก็พยายามค้นหาว่าอะไรเป็นปัจจัยหลัก เมื่อปลายปีที่ ผ่านมา การวิจัยของมูลนิธิเศรษฐกิจใหม่ในอังกฤษสรุปว่า หลัง จากมีปัจจัยเบื้องต้นเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว การใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อหาสรรพสิ่งมาเพิ่มจะไม่ท�ำให้เกิดความสุข กายสบายใจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยที่ท�ำให้เกิดความสุขหลัง

จากร่างกายมีทุกอย่างเพียงพอแล้วประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจ แยกออกได้เป็น ๕ หมวดหมู่ด้วยกันคือ การมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ที่อยู่รอบข้างและการมี เพื่อน ความสัมพันธ์เป็นฐานของการมีชีวิตอันอบอุ่นและมั่นคง รวมทั้งความสัมพันธ์กับสมาชิกในครอบครัว ญาติ เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงานและเพื่อนทั่วไปในชุมชน นอกจากจะสร้างความ สุขกายสบายใจแล้ว ความสัมพันธ์อันแนบแน่นยังเป็นเกราะก�ำบัง

ครอบครัวพอเพียง : 23


มิให้เกิดปัญหาที่มาจากโรคจ�ำพวกการซึมเศร้าเหงาหงอยอีกด้วย การมี ค วามเคลื่ อ นไหวอยู ่ เ ป็ น นิ จ ความเคลื่ อ นไหว มีหลายชนิด จากการออกก� ำลังกายอย่างเข้มข้นไปจนถึงการ เคลื่อนไหวจ�ำพวกเดิน เต้นร�ำ และท�ำสวนครัว นอกจากจะสร้าง ความสุขกายสบายใจแล้ว การเคลื่อนไหวอยู่เป็นนิจยังมีความ ส�ำคัญต่อการลดความกระสับกระส่าย ช่วยเสริมสร้างพลังทาง สมองของเด็ก และป้องกันการถดถอยของมันสมองในผู้สูงวัย อีกด้วย การมี ค วามช่ า งสั ง เกต การสั ง เกต รวมทั้ ง การมอง เห็นความเป็นไปภายนอก จ�ำพวกสภาพของท้องถนน การแต่ง กายของฝูงชนตามศูนย์การค้า สีหน้าของผู้ที่อยู่ใกล้ๆ และการ ตระหนักถึงความรู้สึกภายในจิตใจของตนเอง เป็นที่น่าสังเกต ว่า ผลการศึกษาในสังคมตะวันตกตรงกับการปฏิบัติจ�ำพวกการ วิปัสสนาของพุทธศาสนาที่ ฝึกให้ผู้ปฏิบัติมีสติสัมปชัญญะ ซึ่งเป็น ปัจจัยของการท�ำให้เกิดความสุขกายสบายใจเพิ่มขึ้น ยิ่งกว่านั้น การมีสติสัมปชัญญะยังเป็นปัจจัยที่ท�ำให้บุคคลเลือกกระท�ำในสิ่ง ที่ตรงกับหลักคุณธรรม หรือฐานในการด�ำเนินชีวิตมากขึ้นอีกด้วย การเรียนรู้อยู่เป็นนิจ การเรียนรู้มีความส�ำคัญต่อการมี ความสุขส�ำหรับคนทุกรุ่นทุกวัย ในวัยเด็ก การเรียนรู้มีความส�ำคัญ ต่อการพัฒนาด้านมันสมองและด้านการเข้าสังคม ในวัยผู้ใหญ่การ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและการสร้างความสัมพันธ์ กับผู้อื่น การเรียนรู้อาจท�ำได้หลากหลายวิธี รวมทั้งการรื้อฟื้นสิ่งที่ เราเคยมีความสนใจในอดีต การลงทะเบียนเรียนวิชาใหม่ๆ ทั้งใน และนอกสถานศึกษา การฝึกเล่นเครื่องดนตรีที่ไม่เคยเล่นมาก่อน การท�ำอาหารจานแปลกๆ การหัดท�ำตุ๊กตาและการตัดเย็บเสื้อผ้า

24 : ครอบครัวพอเพียง

เอง การอาสาท�ำงานใหม่ๆในส�ำนักงานก็เป็นการเรียนรู้อยู่เป็นนิจ การให้ การให้ในที่นี้มีขอบเขตกว้างมาก จากกิจกรรม ง่ายๆจ�ำพวกการส่งยิ้มให้คนอยู่ใกล้ๆ และการกล่าวค�ำขอบคุณ การแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อยู่รอบข้างไปจนถึงการสละเวลาออก ไปอาสาช่วยงานในชุมชน และการทดแทนคุณแผ่นดิน กิจกรรม เหล่านี้ท�ำให้ผู้ท�ำรู้สึกว่า ตนเองมีค่าและชีวิตมีความหมาย ซึ่ง เป็นปัจจัยที่ท�ำให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจในตัวเอง ในวัยเด็ก การ ให้ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการร่วมมือกับผู้อื่นมีความส� ำคัญต่อ การพัฒนาด้านการเข้าสังคม ในวัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน


วัยทอง การแบ่งปันและการให้ในรูปแบบต่างๆดังกล่าวเหล่านี้ ท�ำให้ชีวิตมีความหมายยังผลให้อายุยืนยาวขึ้น นอกจากปัจจัยที่แยกได้เป็น ๕ หมวดหมู่นั้นแล้ว การ ศึกษายังพบปัจจัยที่ควรได้รับการพิจารณาอีก ๓ ด้านด้วยกันคือ ด้านอาหาร ซึ่งควรประกอบด้วยอาหารที่มีความจ�ำเป็น ต่อร่างกายและในปริมาณที่มีความสมดุล ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งการ ศึกษาพบว่าผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมีความสุขกายสบายใจ มากกว่าผู้ที่อยู่ไกลธรรมชาติ และด้านงาน ซึ่งการศึกษาพบว่า การท�ำงานที่มีความพึงพอใจท�ำให้เกิดความสุขเพิ่มขึ้น การเรียน รู้อยู่เป็นนิจและการสร้างเครือข่าย เพิ่มโอกาสในการได้งานที่ พอใจมากขึ้นด้วย การวิจัยชิ้นนี้เป็นงานชิ้นล่าสุดที่ยืนยันว่า เมื่อคนเรามี ปัจจัยเบื้องต้นที่ร่างกายต้องการเพียงพอแล้ว การมีเงินส� ำหรับ ซื้ อ หาสรรพสิ่ ง มาเพิ่ ม ขึ้ น ไม่ ท� ำ ให้ มี ค วามสุ ข กายสบายใจเพิ่ ม ขึ้น ก่อนการศึกษาชิ้นนี้ มีหนังสือหลายเล่มที่มีข้อสรุปในแนว เดียวกัน ยิ่งกว่านั้นบางเล่มมีข้อมูลที่ยืนยันว่า การมีเงินจนเกิน ไปอาจท�ำให้ความสุขลดลง สองเล่มเขียนโดยชาวอเมริกันชื่อ Gregg Easterbrook ซึ่งตั้งชื่อเรื่องว่า The Progress Paradox : How Life Gets Better While People Feel Worse และ Barry Schwartz ซึ่งตั้งชื่อเรื่องว่า The Paradox of Choice : Why More Is Less อีกเล่มหนึ่งเขียนโดยชาวอังกฤษชื่อ Richard Layard ซึ่งตั้งชื่อเรื่องว่า Happiness : Lessons from a New Science เล่มนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้ว ข้อมูลต่างๆที่อ้างถึงเหล่านี้ ชี้ให้เห็นเป็นอย่างดีอีกครั้ง หนึ่งว่า แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น มีฐานทางวิทยาศาสตร์

อันแข็งแกร่งรองรับอยู่ และการด�ำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอ เพียง จะน�ำไปสู่ความสุขกายสบายใจ การด�ำเนินชีวิตในแนวดัง กล่าวมีโอกาสน�ำสังคมไปสู่ความยั่งยืนสูงกว่าการด�ำเนินชีวิตตาม แนวเศรษฐกิจกระแสหลัก ซึ่งใช้การบริโภคเพิ่มขึ้นแบบไม่มีที่สิ้น สุดเป็นหัวจักรขับเคลื่อน การด�ำเนินชีวิตแบบนี้มีความโลภเป็น ฐานจึงน�ำไปสู่การแย่งชิงทรัพยากรกันอย่างเข้มข้น จนก่อให้เกิด การละเมิดกฎหมายและการท�ำลายจรรยาบรรณ เหตุการณ์ต่างๆที่เราเห็นอยู่ ณ วันนี้ ล้วนมีที่มาจาก การแย่งชิงทรัพยากรกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติการเมืองในไทย สงครามกลางเมืองในหลายประเทศในแอฟริกา สงครามระหว่าง ประเทศในอิรักและอัฟกานิสถาน หรือวิกฤติเศรษฐกิจโลก วิกฤติ เหล่านี้มีแต่ผลร้ายซึ่งบ่อนท�ำลายความสุข แต่มันจะเกิดขึ้นต่อไป ตราบใดที่เรายังไม่รู้จัก “พอ”

ครอบครัวพอเพียง : 25


ด.เด็กช่ำงคิด

โอฬาร สุ ค นนคร โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย 26 : ครอบครัวพอเพียง


จิตอาสาผมมาด้วยใจ

“งานจิตอาสาเป็นงานที่เราต้องท�าด้วยใจอย่างแท้จริง และในการปฏิบัติก็ ต้องยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม ผนวกเข้าไปด้วย เพื่อสร้างตนเองให้ เป็นเยาวชนที่ดีพร้อม สิ่งที่ส�าคัญก็ควรจะท�าตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่พวก เพื่อนๆ และรุ่นน้อง เราจึงจะไปสอนน้องๆ ให้เชื่อถือตามเราได้” เป็นค�ากล่าวอันหนักแน่นของ โอฬ���ร สุคนนคร “โอ” นักเรียนชั้น ม.๖/๔ แกนน�าเยาวชนครอบครัวพอเพียง โรงเรียน สันติราษฎร์วิทยาลัย เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครของชมรมครอบครัว พอเพียงมากว่าสามเดือนแล้ว โดยมีจุดเริ่มมาจากความต้องการ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และมีข้อแม้กับตัวเองว่าประโยชน์ นั้นต้องเกิดกับผู้อื่นเท่านั้น “คนละพ่อ คนละแม่ เรามารวมกัน ผูกสัมพันธ์ รวม กันวันนี้ ต่างก็มีจุดหมายเดียวกัน ร่วมสร้างสรรค์ สังคมห่างไกล ความล�าบาก เราไม่ย่อท้อ เพราะมีคนรอ เราอยู่มากมาย จะอยู่ แสนไกลกันดารเพียงไหน พวกเราจะไป ช่วยกันพัฒนา คนค่าย อาสา อาสาพัฒนา ร่วมใจกันมา ช่วยกันท�างาน คนค่ายอาสา อาสาพัฒนา ร่วมใจกันมา เราราชมงคล เราร่วมมือ เราร่วมใจ ประสานมือไว้ จะอยู่หนใดพร้อมใจกันสามัคคี เปนพี่เปนน้อง… ร่วมสถาบัน…จับมือกันพลัน ร่วมกันพัฒนา”

และนี่ ก็ เ ป็ น เสี ย งเพลงที่ โ อ จ� า ขึ้ น ใจมาโดยตลอดใน การท�างานจิตอาสา ช่วงแรกๆ โอ ได้ร่วมงานจิตอาสากลับชมรม ครอบครัวพอเพียงจากเหตุการณ์น�้าท่วมที่ผ่านมาโดยการไปช่วย แพ็คของบริจาค น�าสิ่งของไปบริจาคให้กับประชาชนผู้เดือดร้อน ก็ เ กิ ด ติ ด ใจขึ้ น มาหลั ง จากนั้ น ก็ เ ลยมาเป็ น จิ ต อาสาของชมรม ครอบครัวพอเพียงอย่างเต็มตัว จากเหตุการณ์น�้าท่วมที่ผ่านมา ผมรู้สึกภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นตัวแทนน�ารอยยิ้มจากเหล่าอาสาสมัครไปมอบให้กับ ชาว บ้านในพื้นที่ประสบภัย ถึงแม้ความช่วยเหลือจะไม่ได้ขจัดทุกข์ให้ หายไป แต่เชื่อว่าอย่างน้อยจะช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ลงได้ บ้าง และสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ได้รับตอบแทนกลับมาคือ รอยยิ้มจาก ชาวบ้านที่มอบให้กับเหล่าอาสาสมัคร พวกเราเชื่อว่า น�้าใจเพียง เล็กน้อยที่เหล่าอาสาสมัคร น�าไปมอบให้นั้น สามารถสร้างก�าลัง ใจให้พวกเขามีแรงสู้ต่อจนกว่าเรื่องร้ายๆ จะผ่านพ้นไป พวกเรา

ครอบครัวพอเพียง :27


เชื่อเสมอว่า ฟ้าหลังฝนจะสดใสเสมอ ถึงแม้ว่าพวกเราอาจเป็นแค่ส่วนเล็กๆ แต่ก็ยินดีท�ำเพื่อ สังคมและประเทศไทยของเรา อย่างน้อยก็ท�ำให้เยาวชนรุ่นใหม่ ได้ตระหนักถึงความมีน�้ำใจ ความสามัคคีและเห็นความส�ำคัญ ของการช่วยเหลือคนไทยด้วยกันในยามเดือดร้อน แม้ว่าตอนนี้ เราอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้เดือดร้อน หรือได้รับผลกระทบอะไร แต่ผู้ ประสบภัยเหล่านั้นต้องล�ำบากมากกว่าหลายเท่า ก็อยากให้ช่วย กันท�ำประโยชน์กับสังคมให้มากที่สุด และอย่ า งน้ อ ยเราก็ ไ ด้ มี ส ่ ว นช่ ว ยเหลื อ ผู ้ ป ระสบภั ย แม้ว่าผมเองจะไม่มีก�ำลังทรัพย์มากมายที่จะส่งไปช่วยเหลือ แต่ เราก็มีก�ำลัง มีแรงที่จะท�ำงาน ส่งของไปช่วยผู้ประสบภัย ดีกว่า นั่งดูทีวีฟังข่าวน�้ำท่วมอยู่กับบ้านเฉยๆ หลังจากได้เรียนรู้จากการเป็นจิตอาสา ท�ำให้ตัวผมเอง รู้ว่าจิตใจของตัวผมอ่อนโยนมากขึ้น สามารถลดเรื่องการพูดเสียง ดังของตัวเองลงได้ เพราะเมื่อก่อนจะเป็นคนพูดเสียงดังมาก กลาย เป็นคนที่ใจเย็น มีสมาธิ มีสติ มีความเรียบร้อย จากที่เคยเป็นม้า ดีดกะโหลกก็รู้สึกว่าตัวเองนิ่งขึ้น โอบอกว่า เมื่อท�ำอะไรเพื่อคนอื่น จิตใจตัวเองก็อิ่มเอม ซ�้ำยังอยากแบ่งปันให้กับคนอื่นได้รับรู้ เพื่อนจะได้มีความสุขเช่น เดียวกับผม โดยผมจะเน้นเสมอว่า “ใจ” ต้องมาเป็นอันดับแรก ต้องมาด้วยใจครับ เพราะของแบบนี้เราจะมาท�ำเล่นๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์ เป็นการฝืนตัวเองเปล่าๆ หากมาด้วยใจ เราจะ ได้ทั้งความภาคภูมิใจและความสุข ก็ถือเป็นการท�ำบุญอย่างหนึ่ง 28 : ครอบครัวพอเพียง

ไม่ใช่ด้วยเงินทอง แต่เราใช้ก�ำลัง ความสามารถ ใช้หัวใจไปสร้าง ความสุขผลที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสักสองสามชั่วโมงที่ได้สร้างรอย ยิ้ม ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แล้วครับ “ในอนาคตก็อยากจะท�ำกิจกรรมนี้ต่อไปเรื่อย หรือ ไม่ก็อาจจะไปท�ำงานด้านสังคมสงเคราะห์ หรืองานทาง ด้าน มูลนิธิ แต่รับรองว่าจะไม่ทิ้งกิจกรรมจิตอาสาแน่นอน”


ความเชื่อ

ในชีวิตประจ�ำวัน ความเชื่อของคนสมัยก่อน ใน การน�ำผลไม้ขึ้นหิ้งบูชาหรือไหว้เจ้าที่นั้น จะต้ อ งคั ด สรรผลไม้ ที่ มี ชื่ อ อั น เป็ น มงคล ส่วนผลไม้ที่มีชื่อไม่เป็นมงคลนั้น ห้ามน� ำ ขึ้นบูชาบนเด็ดขาด ดังนี้ ๑. ละมุด เชื่อกันว่า ท�ำอะไรแล้ว มักไม่โดดเด่น ปิดๆ ซ่อนๆ ๒. มั ง คุ ด เชื่ อ กั น ว่ า ท�ำ อะไร แล้วไม่ได้ดีเท่าที่ควร ไปไม่ถึงที่สุด มันกุด ๆ ด้วน ๆ ไม่โดดเด่น ๓. พุทรา เชื่อกันว่า ท�ำอะไรแล้ว ดีในช่วงแรกๆ ช่วงหลังๆ ซาซา

ความเชื่อของคนสมัยก่อน เกี่ยวกับผลไม้ต้องห้าม

๔. มะเฟือง เชื่อกันว่า ท�ำอะไร แล้ว มักฝืดเคือง ไม่อะไรก็อะไร สักอย่าง ๕. มะไฟ เชื่ อ กั น ว่ า ท� ำ อะไร อะไรแล้ว ได้ผลสมบรูณ์เพียงน้อยนิด มี แล้วมักต้อง เร่งๆ รีบๆ เหมือนไฟลน ไม่ อุปสรรคปัญหา ได้คุณภาพ ๘. มะตูม เชื่อกันว่า ท�ำอะไรแล้ว ไม่เจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกับชื่อที่ตูมอยู่ ตลอด ไม่ก้าวหน้า ไปไม่ได้ไกล ๙. มะขวิด เชื่อกันว่า ท�ำอะไร แล้วมักจะประสบปัญหา วัสดุอุปกรณ์ หรือ สิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ครบ ขาดโน่น ขาดนี่เสมอ ท�ำอะไรแล้ว มักจะไม่ยั่งยืน ๑๐. ลูกพลับ เชื่อกันว่า ท�ำอะไร แล้ว ผลงานต้องโดนเก็บใส่ลิ้นชัก ไม่ได้ แสดงผลงาน ๑๑. ลูกท้อ เชื่อกันว่า ท�ำอะไร ๖. น้อยหน่า เชื่อกันว่า ท�ำอะไร แล้ว มักมีปัญหา อุปสรรค เล็กน้อย จุกๆ แล้ว ท้อแท้ เบื่อหน่าย ไม่มีก�ำลังใจ ๑๒. ระก�ำ เชื่อกันว่า ท�ำอะไร จิกๆ อยู่เสมอๆ ท�ำแล้วได้ผลเพียงน้อยนิด ๗. น้ อ ยโหน่ ง เชื่ อ กั น ว่ า ท� ำ แล้ว มักจะไม่ประสบความส�ำเร็จ

๑๓. กระท้อน เชื่อกันว่า ท�ำอะไร แล้ว สิ่งที่ดีๆ ที่ต้องการเผยแพร่ออกไป กลับ สะท้อนมายังจุดเดิม ๑๔. ลางสาด เชื่อกันว่า เป็นผล ไม้ที่มียาง ท�ำอะไรแล้วมักจะมีเรื่อง ยุ่งยาก วุ่นวาย

ครอบครัวพอเพียง : 29


ÈØÀ¡Ã Á‹Ç§á¾ÃÈÃÕ

30 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง :31


32 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง : 33


34 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง : 35


การที่หนูมีชื่อเสียงโด่งดังท�าให้คนรู้จักหนู มากมายในเวลานี้หนูก็ต้องขอขอบคุณทุกๆคน ที่ให้โอกาสหนู 36 : ครอบครัวพอเพียง


เพ็ญศรี ปนทอง (หนูเล็ก ก่อนบ่าย)

คงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีกับดาวตลกดวงใหม่ที่มาพบกับท่านผู้ชมทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ในรายการ “ก่อนบ่ายคลายเครียด” ทางไทยทีวีสีช่อง ๓ ก่อนข่าวภาคเที่ยงที่เรา อยากเขียนเรื่องราวของเธอให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันอย่างสบายอารมณ์ จากฉายาของเธอที่ รู้จักกันในวงการตลกว่า หนูเล็ก ก่อนบ่าย..ก่า..กา จากเด็ ก บ้ า นนอกที่ ไ ม่ เ คยคิ ด เคยฝันมาก่อนว่าวันหนึ่งเธอจะได้มามีชื่อ เสียงอยู่ในวงการบันเทิงในทุกวันนี้ จะฝัน อย่างไรนั้นคนเราถ้ามีความฝันและมีความ ตั้งใจสิ่งที่หวังไว้ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม ทุกวันนี้ เธอมายืนโดดเด่นในวงการบันเทิงได้อย่าง สง่างามเลยทีเดียวเราก็ต้องยกนิ้วให้กับ เธอหญิ ง แกร่ ง คนนี้ ที่ ไ ม่ เ คยกลั ว แต่ เ ธอ กลับกล้าที่จะแสดงออกงั้นเรามาติดตาม เรื่องราวของเธอที่เราได้มีโอกาสได้ฟังเรื่อง ราวของเธอเอามาถ่ายทอดให้คุณผู้อ่านได้ อ่านกันนะคะ ก่อนอื่นหนูก็ต้องขอแนะน�าตัว หนูก่อนะ ก่าก๊า ว่าหนูชื่อเล่นว่า หนูเล็ก ที่พ่อแม่หนูตั้งชื่อให้มาตั้งแต่เกิดเพราะว่า หนูเป็นน้องคนเล็กของพี่ๆอีก ๗ คน หนู เป็นคนท���่ ๘ ชื่อจริงว่า เพ็ญศรี นามสกุล ปิ่นทอง หนูเกิดที่สงขลา อ�าเภอกระแส สินธุ์ ที่บ้านมีอาชีพท�านา ตอนแรกพ่อกับ แม่คิดว่าจะมีลูกแค่ ๗ คน เขาลืมไปว่า จะต้องมีหนูอีกคนเลยทิ้งช่วงห่างจากพี่ๆ หลายปีจนใครๆเรียกหนูว่า ลูกหลง หนูเลย มีโอกาสเกิดมาเรื่องตามล�าดับเป็นลูกสาว คนที่ ๘ ของครอบครัว ในขณะที่พี่ๆทุก คนเขาก็แยกบ้านกันไปแทบหมดแล้ว แม่ ถึงได้มีหนู มันก็เลยเหมือนว่าหนูต้องอยู่ โดดเดี่ยวกับพ่อแม่เพราะพี่ๆเขาไปท�างาน

ต่างจังหวัดกันหมดค่ะ หนูเริ่มเรียนอนุบาลจนจบ ป.๖ ที่โรงเรียน บ้านรัฐปูน แล้วต่อชั้นมัธยมที่ โรงเรียน กระแสสินธุ์วิทยา สมัยเรียนมัธยม หนูเป็นนักกิจกรรมของโรงเรียน เชื่อไหม ว่าหนูหน้าตาไม่สวยอย่างนี้แหละแต่เป็น ดรัมเมเยอร์ไม้ ๑ ของโรงเรียนมาตลอดค่ะ ถามว่าชีวิตหนูล�าบากมั้ย โอย... ล�าบากมาตั้งแต่เด็กๆเลยค่ะ เพราะที่บ้าน ไม่มีเงิน พ่อแม่ยากจนมาก พี่ๆพอเรียน จบ ป.๖ ก็จะมีคนมารับตัวไปท�างานคือ รับจ้างเย็บเสื้อผ้าโหลที่ต่างจังหวัดกันหมด กรุงเทพฯบ้าง จันบุรีบ้าง สกลนครบ้าง เรียกว่ากระจัดกระจายไปท�ามาหากินกัน ที่ต่างจังหวัดกันหมดทุกคน มีหนูคนเดียว ที่ อ ยู ่ กั บ พ่ อ แม่ เ พราะหนู ยั ง เด็ ก และไม่ มี ใครอยู่กับพ่อแม่เลยค่ะหนูเลยต้องเรียน หนังสืออยู่ที่นั่น หนูจบ ม.๓ ที่โรงเรียนกระแส สินธุ์แล้วมาต่อ ปวช.ที่วิทยาลัยการอาชีพ ที่สมเด็จเจ้าพะกะ ซึ่งเป็นโรงเรียนอาชีวะ

ย่อยๆที่ออกมาจาก อาชีวะสงขลา แล้ว ก็ เ ลยคิ ด ว่ า จะเรี ย นต่ อ ที่ ไ หนดี เพื่ อ นก็ พาไปสมัครที่อาชีวะสงขลา ไปสมัครมา เรียบร้อยแล้ว แต่พ่อไม่ให้มาเรียน เพราะ ที่นั่นไม่มีญาติเลยพ่อเขาเป็นห่วงเพราะ กลัวว่าหนูจะอยู่ไม่ได้ก็เลยไม่ได้เรียนที่นั่น พี่ ส าวหนู เ ขามาท� า งานเย็ บ ผ้ า โหลอยู่ที่กรุงเทพฯหนูขอพ่อมาเรียนต่อที่ กรุงเทพฯและมาอยู่กับพี่สาวเขาก็เลยให้ มา ตอนแรกๆที่เข้ากรุงเทพฯก็มีเพื่อนคน หนึ่ ง เขาก็ ไ ปไหนมาไหนกั บ หนู ต ลอดจน ท�าให้หนูได้รู้จักกรุงเทพฯมากขึ้นแล้วมา ตอนหลังเขาก็เงียบไปหนูเลยต้องไปไหน มาไหนคนเดียว ไปสมัครเรียนก็ไปคนเดียว

หนูเกิดที่สงขลา อ�าเภอกระแสสินธุ์ ที่บ้านมีอาชีพท�านา ตอนแรกพ่อกับแม่คิดว่าจะมีลูกแค่ ๗ คน เขาลืมไปว่าจะต้อง มีหนูอีกคนเลยทิ้งช่วงห่างจากพี่ๆหลายปีจนใครๆเรียกหนูว่า ลูกหลง ครอบครัวพอเพียง : 37


แต่ต้องคอยบอกกับประเป๋ารถเมล์ว่าถ้า ถึงหน้ามหาวิทยาลัยจันทร์เกษมแล้วช่วย บอกหนูด้วยเพราะหนูจะลงเขาก็บอกหนู เลยได้ไปสมัครที่นั่นคนเดียว ตอนที่เข้าเรียนใหม่ๆหนูอาศัย อยู่กับพี่สาวคนโตและมีหลานๆอยู่ด้วยพี่ สาวก็ส่งให้เรียนพอดีเศรษฐกิจในช่วงนั้น มั น แย่ ม ากพี่ ส าวต้ อ งปิ ด ร้ า นเพราะงาน ไม่มีหนูเลยไม่อยากรบกวนพี่สาวหนูเลย ออกมาอยู ่ กั บ เพื่ อ นที่ ห อพั ก ตามประสา วัยรุ่น เพื่อนเช่าหอพักอยู่คนเดียวเดือนละ สามพันบาทก็เลยไปช่วยเขาแชร์กันออก ค่าเช่าหอคนละครึ่ง ทีแรกพี่สาวก็ไม่ยอม ให้ออกจากบ้าน หนูเลยโทรไปปรึกษาพ่อ แม่พี่ชายว่าจะขอออกไปอยู่เองเพราะหนู ไม่ชินกับคนอยู่เยอะๆอยากมีความส่วน ตัวบ้างเพราะตอนที่อยู่บ้านนอกหนูก็อยู่ กันสามคนพ่อแม่ละตัวหนูเพราะฉะนั้นหนู จะชินกับตรงนี้มากกว่า ก็เลยตัดสินใจออก จากบ้านพี่สาวซึ่งพี่เขาก็ร้องไห้ไม่อยากให้ หนูไปอยู่ที่อื่น พอหนูออกมาจากบ้านพี่สาวหนู ก็ต้องหาเงินเรียนเอง พอดีพ่อแม่ขายที่พี่ สาวซื้อให้เขาเลยขายให้หนูสองหมื่นบาท เพื่อไว้เป็นทุนในการเรียน หนูเลยต้องไป หางานท� ำเพระกลั วเงินจะไม่พอ กินอยู่ อย่างประหยัดมากเลย หนูกินข้าวกับไข่ เจียวทุกวันเลย กินไปร้องไห้ไปเพราะไม่ คิ ด ว่ า ตั ว เองจะล� ำ บากมากมายอย่ า งนี้ เรียนหนังสือเสร็จก็ไปท�ำงานที่โลตัส ใน ช่วงเย็นหนูได้ค่าตอบแทนชั่วโมงละ ๒๕ บาท บางวันได้ท�ำ ๖ ชั่วโมงแล้วพี่เขาจะ ให้งาน บางวันก็ท�ำแค่ ๔-๕ ชั่วโมงก็พอ จะมีเงินซื้อข้าวกินข้าว และถ้าวันไหนวัน หยุดท�ำงานหนูก็จะไปขายเสื้อผ้ามือสอง

ก็ขายดีมากคือหนูจะท�ำทุกอย่างที่ได้เงิน มาเพื่อยังชีพค่ะ ตอนที่มาอยู่หอพักกับเพื่อน เขา ก็ ช วนไปกู ้ เ งิ น เพื่ อ การศึ ก ษาก็ ไ ด้ เ งิ น มา จ่ายค่าเทอม แต่เราก็ต้องท�ำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เช้าไปเรียน เย็นท�ำงาน วัน หยุดก็ไปขายเสื้อผ้ามือสองกลับบ้านก็ดึก จะท�ำแบบนี้ตลอดไม่เวลาพักผ่อนเลย ถ้า ทางบ้านถามว่าหนูเป็นยังไงบ้าง หนูจะ บอกเขาว่าหนูสบายดีไม่ต้องห่วงเพราะไม่ อยากให้ทุกคนเป็นห่วง ไม่อยากให้พ่อแม่ คิดมากแม้ว่าเราจะล�ำบากแค่ไหนแต่เราก็ ไม่อยากให้เขารู้ มี อ ยู ่ วั น หนึ่ ง หนู ข ายเสื้ อ ผ้ า ได้ เงิ น ๑,๓๐๐ บาท หนู ส ่ ง เงิ น ไปให้ พ ่ อ ๑,๐๐๐ บาท พ่อดีใจมาก แต่พอวันรุ่งขึ้น หนูโทรไปถามพ่อว่าพ่อใช้เงินหมดหรือยัง หนูสตังค์ไม่พอขอยืมก่อน พ่อก็เลยส่งเงิน ๑,๐๐๐ บาท กลับมาให้พอวันหลังหนูจะส่งไป ให้อีก ๕๐๐ บาท พ่อรีบบอกมาว่าไม่ต้อง

การที่หนูมีโอกาสเข้ามาในวงการบันเทิงได้ ต้องเรียกว่า ดวง มากกว่า ก็คือมีอยู่วันหนึง่ หนูนงั่ ดูทีวีอยู่ห้องกับเพื่อน ตอนนัน้ เรียนอยู่ปีสุดท้าย พอดีทางช่อง ๓ เขามีโครงการ ค้นคว้าหาดาวของ อาเป็ด เชิญยิ้ม หนูดูรายการอยู่ก็เลย บอกเพื่อนว่าอยากสมัคร 38 : ครอบครัวพอเพียง

ส่งให้หรอก เก็บไว้เถอะ คงกลัวหนูจะขอ คืนอีกมั้งเลยบอกไม่ต้องส่งไปให้ หนูท�ำงานที่โลตัสมาปะมาณ ๓ ปี จนหนูเรียนจบปริญญาตรี เรียกว่าส่งเสีย ตัวเองเรียนจนจบก็นับเป็นความภูมิใจเป็น อย่างมากที่เรียนหนังสือจบได้ การที่ ห นู มี โ อกาสเข้ า มาใน วงการบันเทิงได้ ต้องเรียกว่า ดวง มากกว่า ก็ คื อ มี อ ยู ่ วั น หนึ่ ง หนู นั่ ง ดู ที วี อ ยู ่ ห ้ อ งกั บ เพื่อนตอนนั้นเรียนอยู่ปีสุดท้าย พอดีทาง ช่อง ๓ เขามีโครงการค้นคว้าหาดาวของ อาเป็ ด เชิ ญ ยิ้ ม หนู ดู ร ายการอยู ่ ก็ เ ลย บอกเพื่อนว่าอยากสมัคร เพื่อนก็เลยบอก ว่ า ลองโทรไปดู สิ ก็ เ ลยโทรเข้ า ไปถามพี่ เขาว่าพี่ค่ะ หนูไม่สวย ไม่มีความสามารถ แต่อยากเข้าไปประกวด จะท�ำยังไงดี พี่ เขาเลยบอกว่าถ้าเรามีความมั่นใจก็ให้ไป ถ่ายรูปที่สตูดิโอ ซึ่งหนูไม้รู้จักเลยว่าสตู ดิโอเป็นยังไง แล้วเขาไปถ่ายกันที่ไหนก็ ปรึกษาเพื่อนเพื่อนเขาบอกว่าคนอื่นเขา จะไปเป็นดาว เป็นนางแบบสวยๆ แล้ว มึ ง จะไปเป็ น ตลกหรอ ก็ ม านั่ ง นึ ก ท้ อ อยู ่ เหมือนกัน ชวนใครไปก็ไม่มีใครไปเลยไป คนเดียวดีกว่า เพราะพี่เขาบอกว่าถ้าเรามี ความมั่นใจก็พอแล้วก็เลยฮึดสู้ขึ้นมาลอง ไปสมัครดูดีกว่า จากนั้ น พอมาถึ ง สถานที่ ๆ รั บ สมัคร เห็นคนแห่กันมาสมัครตั้ง ๓๐๐๔๐๐ คน ก็ เ ลยมาคิ ด ว่ า จะมี โ อกาส หรือเปล่าเนี่ย ก็เข้าไปสมัครเลย พอถึง เวลาประกวดเขาให้ผู้ประกวดโชว์ความ สามารถว่าท�ำอะไรได้บ้างหนูเลยแต่งชุด


มโนราห์มาโชว์ อาเป็ดถามว่า ร�ำมโนราห์ เป็นหรือเปล่า หนูบอกว่าไม่เป็น อาเป็ด เลยดุ ว ่ า แล้ ว มึ ง สมั ค รท� ำ พ่ อ มึ ง หรอ หนู บอกว่าหนูร้องกลอนได้ แกบอกว่างั้นแกไป เยี่ยวดีกว่า จากนั้นหนูก็ขึ้นเวทีร้องกลอน มโนราห์พอแกได้ยินแกก็วิ่งออกมาหนูลืม สังเกตไปว่าแกรูดซิปกางเกงหรือเปล่า แก มายืนดูหนูร้องกลอนมโนราห์ จากนั้นพอ เสร็จหนูก็กลับเพื่อไปท�ำกิจวัตประจ�ำวัน หนูต่อเพราะคิดว่าคงไม่ผ่านแน่นอน จากนั้นประมาณ ๑ อาทิตย์ อา เป็ดก็ให้คนโทรมาบอกว่า ผ่าน หนูดีใจ มากแต่ ต ้ อ งไปเรี ย นการแสดงเกื อ บปี ถึ ง ได้มาออกรายการ ก่อนบ่ายคลายเครียด ซึ่งหนูพอได้ออกรายการ ก่นบ่ายครั้งแรก เลยได้เงินค่าตัวมา ๒,๐๐๐ บาทดีใจสุดๆ ท�ำงานแค่ไม่กี่ชั่วโมงได้เงินมาตั้ง ๒,๐๐๐ บาทดีใจมากถึงมากที่สุด แต่จริงๆแล้วหนู ดีใจที่ได้เข้าวงการมากกว่าเรื่องได้เงิน หลัง จากนั้นก็มีงานก่อนบ่ายฯมาเรื่อยๆจนทุก วันนี้ ส่วนรายได้ก็เพิ่มขึ้นเรียกว่าความเป็น อยู่ดีขึ้นกว่าเก่าเยอะ แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ ได้เลือดตาแทบกระเด็นเชียวแหละ จากงานที่เราประจ�ำคือ รายการ ก่อนบ่ายฯ คราวนี้ก็มาถึงงานละคร พี่ปิ่น เจ้าของค่ายทีวีชื่น เขาเห็นหนูในรายการ เขาก็ติดต่อให้หนูมาเล่นละครเรื่อง สะใภ้ เจ้าสัว รับบทคนใช้ บทคนใช้ในเรื่องนี้เรต

ติ้งดีมากเลยค่ะท�ำให้คนรู้จักหนูเพิ่มขึ้นอีก อาปิ่นใจดีเห็นว่าหนูท�ำได้เลยให้เล่นละคร อีกสองเรื่องคือเรื่อง สะใภ้ ไม่ไร้ศักดินา กับ เรื่อง ผมไม่อยากเป็นสายลับ ของแม่ก้อย แล้ ว อี ก เรื่ อ งเป็ น ละครของพี่ ก ล้ ว ยกั บ พี่ ก้อยเรื่องแฝดนะยะ แล้วก็มาหนังของอา เป็ดเรื่อง ผู้ชายลัลล้า เรียกว่าหนูไม่มีเวลา พักเลยแต่ไม่เป็นไรเพื่อเงินเราต้องท�ำให้ ได้แต่พอหนูเข้ามาท�ำงานตรงนี้หนูรู้สึกรัก และชอบกับมันมากค่ะ พอหนู ไ ด้ เ งิ น จากละครเรื่ อ ง สะใภ้เจ้าสัว หนูก็เอาเงินไปซื้อที่นอนนุ่มๆ ส่งไปให้พ่อกับแม่ที่บ้านนอกและตัดสินใจ เอาเงินไปดาวน์รถนิสสันป้ายแดงราคาสี่ แสนกว่าๆมาขับเพราะหนูไปเรียนขับรถ มา ๒ ชั่วโมงเวลานี้ก็ขับคล่องขึ้นแล้วจะ ได้ไม่ต้องเสียค่าแท็กซี่ทุกวันก็เอาเงินตรง นั้นมาผ่อนรถเดือนละ ๕,๐๐๐ บาทดีกว่า มันจะได้คล่องตัวกว่าเพราะบางครั้งเราจะ ต้องหอบของใช้มีรถเองก็สะดวกขึ้นมากค่ะ หนู คิ ด ว่ า ถ้ า หนู เ ก็ บ เงิ น ได้ มากกว่ า นี้ ห นู จ ะซ่ อ มแซมบ้ า นที่ บ ้ า น นอกให้ ดู ส วยงามกว่ า นี้ เ พราะบ้ า นเก่ า แล้ว อยากท� ำบ้านให้พ่อแม่อยู่ให้สบาย กว่านี้ หนูไม่เคยลืมตัวเลยว่าเรามาจาก ไหน การที่เราได้เข้ามาในวงการแสดงก็ นับว่าเก่งมากแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิต หนูจะก้าวเข้ามาตรงนี้ได้ หนูว่ามันเป็น

ดวงของหนู ม ากกว่ า มั น เหมื อ นฝั น เลย นะคะ ทุกวันนี้หนูยังไม่เชื่อเลยว่ามันเป็น ความจริง เพราะความที่เราเป็นเด็กบ้าน นอก เด็กต่างจังหวัดที่เหมือนอยู่หลังเขา แต่สามารถเข้ามาในวงการนี้ได้ก็ถือว่ามัน เป็นอะไรที่วิเศษสุดๆจริงๆ ตัวหนูเองคิด ว่าเรียนจบแล้วก็มีงานท�ำเงินเดือนสี่ซ้าห้า พันก็พอแล้ว แต่เมื่อโอกาสมาถึงเราก็ได้ท�ำ ตรงนี้ก็เรียกได้ว่าดวงหนูดีมากๆหนูว่านะ การที่หนูมีชื่อเสียงโด่งดังท�ำให้ คนรู้จักหนูมากมายในเวลานี้หนูก็ต้องขอ ขอบคุณทุกๆคนที่ให้โอกาสหนูอย่าง อา เป็ด อาปิ่น อาก้อย พี่กล้วย พี่ก้อย ที่ยื่น ละครให้หนูเล่นท� ำให้หนูได้เรียนรู้และมี ประสบการณ์มากขึ้น ก็จะตั้งใจท�ำงานที่ ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด จากนิสัยที่หนูเป็นคนตรง และ เป็นคนพูดห้วนๆถ้าเป็นคนปักษ์ใต้เขาจะ เรียกว่าเป็นคนหยาบหนูก็จะพยายามลด ตรงนี้ให้น้อยลง แต่ความที่เป็นคนซื่อ หนู ก็จะรักษาระดับความซื่อตรงนี้เอาไว้ตลอด และขอบคุ ณ พี่ ๆ นั ก ข่ า วทุ ก ๆคนที่ เมตตา หนูตวั เล็กคนนีท้ มี่ ขี า่ วดีๆในหนังสือของพีๆ่ หนูก็จะท�ำตัวให้เป็นที่รักของพี่ๆนักข่าวทุก คนนะค่ะรับประกัน ก่าก๊า..” นั่นคือเรื่องราวของ หนูเล็ก ตลก สาวหน้าชื่อจากรายการ ก่อนบ่ายคลาย เครียด ที่มาเป็นแขกรับเชิญในคอลัมน์ คุย กับดาว ประจ�ำเดือน พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ตรงกับหน้าฝนพอดี ฝนตกหนักๆอย่าง นี้อย่าไปเครียดรับรองปีนี้น�้ำไม่ท่วมมาก เหมือนปีก่อนแน่ ปูเอาอยู่ค๊า....

ครอบครัวพอเพียง : 39


40 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง : 41


www.facebook.com/ครอบครัวพอเพียง และ www.ariyaplus.com โรงเรียนโยธินบูรณะ

โครงการใสสะอาดพอเพียงเพื่อพ่อสู่สถานศึกษาและชุมชน ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กิจกรรมสร้างสรรค์ เยาวชนเป็นพลเมืองเข้มแข็งใจอาสาปีที่ ๓ โดยโรงเรียนโยธินบูรณะ ซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องและสร้างแกนน�าเยาวชนอย่างเข้มแข็ง ตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่ “มุ่งมั่นจัดระบบการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม สู่คุณภาพมาตรฐานสากล”

โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย

อย่ำลืมกด Like ให้เรำด้วยนะครับ

ครอบครัวพอเพียง

นับเป็นครั้งแรกเช่นกันที่โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัยได้เข้าร่วมโครงการใสสะอาดพอเพียงเ รับจากนักเรียนเป็นอย่างดี สามารถสร้างแกนน�าเยาวชนในปีแรกได้อย่างเข้มแข็ง ตามค�าขวัญของโรงเร กตัญู รู้หน้าที่” 42 : ครอบครัวพอเพียง


โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม

มาถึงโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯเป็นครั้งแรกแต่สามารถสร้างแกนน�าเยาวชนได้อย่างเข้มแข็ง คือ โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม ที่มีเป้าหมายในการ “สร้างนักเรียนให้เปนคนดี มีความรอบรู้ เปนอยู่อย่างไทย รักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปนประมุข มีความ สุขอย่างยั่งยืน” เชื่อได้ว่าจะสามารถสร้างแกนน�าเยาวชนที่จะเติบโตต่อไปเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งและมีใจอาสาในการท�าประโยชน์เพื่อสังคม อย่างยั่งยืนในอนาคตแน่นอน

เพื่อพ่อสู่สถานศึกษา โดยได้รับการตอบ รียนที่ว่า “ประพฤติดี เรียนดี มีวินัย ใจ

ครอบครัวพอเพียง : 43


ปฎิบัติการชุมชนรักษ์น�้ำตามแนวพระราชด�ำริ โดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�้ำและการเกษตร

44 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง : 45


46 : ครอบครัวพอเพียง


สนับสนุนโดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทรศัพท์ : ๐ ๒๖๔๒ ๗๑๓๒ www.haii.or.th

ครอบครัวพอเพียง : 47


โรคต่างๆ ที่เกิดจากการบริโภค น�้าตาลมากเกินไป

ผลจากการบริโภคน�้าตาลมากเกินไปโดยเฉพาะการรับ ประทานอาหารพวกแป้งหรือกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเกินความจ�าเป็น จะเป็นสาเหตุก่อโรคที่เป็นกันมาก ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเริ่มจาก อ้วนหรือน�้าหนักเกิน ตามมาด้วยความดันโลหิตสูงและระดับ โคเลสเตอรอลสูง ในที่สุดก็จะมีความเสี่ยงของโรคหัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมอง ส�าหรับกลุ่มที่ ๒ เริ่มจากอ้วนหรือน�้า หนักเกิน ตามด้วยระดับน�้าตาลคือกลูโคสในเลือดสูงและในที่สุด ก็เกิดโรคเบาหวานตามมา

๑. ทุโภชนาการ

ในภาวะปัจจุบัน มีคนกลุ่มหนึ่งที่รับประทานมากเกินไป แต่อยู่ในสภาพขาดสารอาหารคือ “ทุโภชนาการ” คนเหล่านี้จะ ไม่ปรับสมดุลของสารอาหาร กล่าวคือไปเน้นการบริโภคแป้งหรือ คาร์โบไฮเดรตมากเกินไปและมักขาดสารอาหารในกลุ่มไวตามินบี ธาตุโครเมียม สังกะสี แม็กนีเซียมและแคลเซียม ด้วยเหตุนี้จึงเกิด ธุรกิจการขายผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น แป้ง แล้วมีการเติมเพิ่มสาร อาหารต่างๆให้เพียงพอที่จะป้องกันการเกิดโรคขาดสารอาหาร ชนิดอื่นๆที่ไม่มีองค์ประกอบอยู่ในแป้ง วิธีการเติมเพิ่มเช่นนี้ เรียก ว่า การฟอร์ติฟาย (fortified) ส�าหรับอีกกระบวนการหนึ่งมีการ เติมสารอาหารในอาหารนั้นๆ การเติมลงไปเพื่อทดแทนส่วนที่ พร่องไป เรียกกระบวนการเช่นนี้ว่า เอ็นริชเม้นท์ (enrichment)

“กาแฟ”ดื่มดีได้ดื่มร้ายเสี���ประโยชน์ ส�าหรับใครหลาย ๆ คน กาแฟ อาจเป็นส่วนหนึ่งของ ชีวิตไปแล้ว ต้องดื่มทุกวัน วันละหลาย ๆ แก้ว ดื่มแล้วหูตาสว่าง สดชื่น ความคิดแจ่มใส แต่ก็มีอีกหลายคนที่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับ คาเฟอีน ที่เกรงจะก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย ปัจจุบันมีผลวิจัยด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และยา ในต่างประเทศจ�านวนมาก พบว่า การดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะ สมนั้น ปลอดภัย และส่งผลดีต่อสุขภาพได้ หากดื่มอย่างถูกต้อง โดยผู้ที่ดื่มกาแฟไม่ควรดื่มเกิน ๒ แก้วต่อวัน การได้ รับปริมาณคาเฟอีนในระดับหนึ่ง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะ สมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระใน กาแฟยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับแข็ง และมะเร็งในเซลล์ตับ คาเฟอีนในกาแฟยังสามารถเพิ่มความเร็วในการเผา ผลาญไขมัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทที่ ๒ โรคอ้วน มีส่วนช่วยเพิ่มความจ�าระยะสั้น และเพิ่มไอคิวด้วย 48 : ครอบครัวพอเพียง


๒. โรคอ้วนและน�้าหนักเกิน

๕. ระดับน�้าตาลในเลือดต�่าหรือไฮโปไกลซีเมีย (hypoglycemia)

ความอ้วนและน�้าหนักเกินเกิดจากการบริโภคอาหาร ที่มีพลังงานมากเกินไป และจะก่อให้เกิดโรคยอดฮิตที่เสียชีวิต การที่ ร ะดั บ น�้ า ตาลในเลื อ ดลดลงมากกว่ า ปกติ เ ป็ น กันมาก ๕ ใน ๑๐ โรค คือโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองหรือ ระยะๆในผู้ป่วยเบาหวานจะรบกวนการท�างานของฮอร์อินซูลิน สโตรก เบาหวาน โรคเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร และมะเร็ง กลูคากอน คอร์ติซอล และฮอร์โมนที่เร่งการเจริญเติบโต ผลอัน นี้เป็นสาเหตุของการอยากรับประทานน�้าตาลมากขึ้น

๓. โรคหัวใจและหลอดเลือด

อาการต่างๆที่เกิดขึ้นคือ ความดันโลหิตสูง การแข็งตัว ๖. โรคอักเสบต่างๆ ของเลือดซึ่งก่อให้เกิดการอุดตันหลอดเลือดได้ง่าย การอักเสบ การบริโภคน�้าตาลมากเกินไปจะท�าให้โรคที่เกิดจากการ ภายใน หัวใจล้มเหลวและโรคหลอดเลือดสมอง อักเสบมีอาการหนักมากขึ้น เช่น ไขข้ออักเสบ หอบหืด การระคาย เคืองในช่องท้องและโรคหัวใจ

๔. เบาหวาน

โรคเบาหวานที่เป็นกันมาก โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ที่อายุ เกิน ๔๐ ปีขึ้นไป คือชนิดที่ ๒ ซึ่งพบว่าคนอเมริกันเป็นถึง ๑๖ ล้านคน และในภาพรวมของ โลกคาดว่าในอีก ๒๕ ปีข้างหน้า จะ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากโรคนี้ จาก ๑๖ ล้านคนในปีปัจจุบัน เป็น ๕๐ ล้านคนต่อปี และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายใน การรักษาโรค มหาศาล ทั้งๆที่โรคชนิดนี้สามารถป้องกันได้โดยการเลือกอาหาร ที่ถูกต้อง และควบคุมปริมาณแป้งหรือกลุ่มคาร์โบไฮเดรตไม่ให้ มากเกินไป

๗. โรคที่เกี่ยวกับการย่อยอาหาร

ผลจากการเกิดการอักเสบในร่างกายและจากการที่เชื้อ แบคทีเรียที่ไม่ดีบางชนิดก่อให้เกิดการหมักของน�้าตาลในระบบ การย่อยอาหาร เป็นสาเหตุก่อให้เกิดนิ่ว แผลในกระเพาะ ท้อง ผูก ล�าไส้โป่งอักเสบ เชื้อยีสระบาด และอาการปวดท้องชนิด ปวดๆหายๆ ซึ่งบางทีเรียกว่า โรคประสาทเครียดของกระเพาะ หรือล�าไส้ (ต่อฉบับหน้า)

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรรับ คาเฟอีน อย่างน้อย ๔ ชั่วโมง ก่อนนอน รวมถึงผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะกาแฟมีผลต่อการเพิ่มความดันโลหิต แม้ กาแฟ จะมี ข้อดี ที่เป็นเหตุผลให้คนส่วนใหญ่นิยม ดื่ม แต่การบริโภคคาเฟอีนในปริมาณเข้มข้นอย่างยิ่ง และมาก เกินไป ก็เปรียบเสมือนยาพิษได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรดื่มให้เป็น

ครอบครัวพอเพียง : 49


ย่างก้าวชาวนาไทย....กับชีวิตแบบไร้สาร ท้องทุ่งนาอันเขียวชอุ่ม...นกน้อยก�ำลังกระพือปีกเพื่อ บินกลับสู่รังของตน แสงอาทิตย์สีส้มนวลก�ำลังลับขอบฟ้า เป็น ภาพเดิม ๆ ที่เคยได้สัมผัสมาตั้งแต่จ�ำความได้ เพราะเกิดมาใน ครอบครัวกึ่งเกษตรกร กึ่งค้าขาย ท�ำให้ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่หลาก หลายตั้งแต่ชีวิตแบบเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่และการด�ำเนินธุรกิจตามสไตล์ชาวจีนแบบเสื่อ ผืนหมอนใบ

50 : ครอบครัวพอเพียง

แต่สิ่งที่น่าประทับใจมากที่สุด นั่นคือ อาชีพชาวนา ของบรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย สืบทอดมาสู่รุ่นพ่อ รุ่น แม่ อาชีพที่เลี้ยงผู้คนได้ทั้งประเทศ ผนวกกับภูมิล�ำเนาในอ�ำเภอ บางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ไป ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น�้ำ จึงส่งผลให้ชีวิตของชาวนาไทย ในพื้นที่นี้เปี่ยมไปด้วยความสุขเพราะเป็นพื้นที่ที่มักจะรอดพ้น จากภัยธรรมชาติ ต่าง ๆ แล้วจะมีสักกี่คนที่ทราบว่าเบื้องหลังความสุขนี้ ชีวิต ชาวนาจะต้องจมอยู่กับสารพิษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาปราบศัตรู พืชหรือยาฆ่าแมลง ชาวนาบางคนต้องล้มทั้งยืนในขณะที่ฉีดยา ฆ่าหญ้าบนแปลงนาของตนนั่นเอง วิกฤติการณ์ที่มุ่งฆ่าชีวิตชาวนา ไทยเช่นนี้ ใครจะเอื้อมมือเข้ามาช่วยผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ


เหล่านี้ได้

ความสุขที่กลับกลายเป็นความทุกข์และความเจ็บปวด ของชาวนา นอกจากเรื่องของสุขภาพแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม มากขึ้น ส่งผลให้ชาวนาต้องเป็นหนี้สินจ�านวนมาก อีกทั้งปัญหา เรื่องสิ่งแวดล้อมถูกท�าลาย ดินแข็งมากขึ้น ซึ่งท�าให้ต้องยิ่งใส่ ปุ๋ยเคมีมากขึ้น อีกทั้งยังต้องใช้ยาฆ่าแมลง สิ่งมีชีวิตในท้องนา ต้องตายและระบบนิเวศถูกท�าลายจนเสียสมดุล ดังนั้นบทเรียน ที่ส�าคัญของชาวนาไทย คือ การลด ละ เลิกการใช้สารเคมีใน ระบบเกษตรทั้งหมด ส่งผลให้เกิดการรวมตัวกันของชาวนาที่ ต้องการจะปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์มาสู่การท�าการเกษตรแบบ ปลอดสารพิษ จากแนวคิดนี้จึงเกิดโรงเรียนขึ้นโรงเรียนหนึ่ง นั่น คือ โรงเรียนชาวนา หลาย ๆ คนอาจยังไม่คุ้นเคยกับ “โรงเรียนชาวนา” โรงเรียนชาวนาเกิดขึ้นจากมูลนิธิข้าวขวัญ ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนา เอกชน ตั้งอยู่ในต�าบลท่าเสด็จ อ�าเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมี พันธกิจที่ส่งเสริมให้ชาวนาพัฒนา ปรับปรุงและอนุรักษ์พันธุ์ ข้าวไทยมาอย่างยาวนาน ร่วมมือกับสถาบันส่งเสริมการจัดการ ความรู้เพื่อสังคม (สคส.) จัดโครงการ “ส่งเสริมการจัดการความ รู้ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน จ.สุพรรณบุรี” และจัดกิจกรรม โรงเรียนชาวนาขึ้น โดยการรวบรวมกลุ่มชาวนาใน ๕ พื้นที่ รอบ ๆ จังหวัดสุพรรณบุรี ในการศึกษาเรียนรู้ถึงระบบของธรรมชาติ

ในแปลงนาและใช้วิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันภายในกลุ่ม เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการพัฒนาการท�านาของตน โดยหวังให้ หลุดพ้นจากการถูกครอบง�าทางความคิดของการโฆษณาชวนเชื่อ ในเรื่องของการใช้สารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาวะของ ชาวนาเองและความสมดุลของระบบนิเวศด้วย การเรียนการสอนในโรงเรียนชาวนาจะเป็นลักษณะ ของการพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยการน�าของ เจ้ า หน้ า ที่ ป ฏิ บั ติ ก ารภาคสนามหรื อ ชาวนาแกนน� า ในพื้ น ที่ นั้ น ๆ ชาวนาทุกคนจะถูกเรียกว่า “นักเรียนชาวนา” สถานที่เรียน จะเรียนกันที่วัดบ้าง โรงเรียนบ้าง แปลงนาบ้าง เพราะบ่อยครั้ง นักเรียนชาวนาจะยกขบวนกันไปเรียนในภาคปฏิบัติที่แปลงนา สาธิตของเพื่อนนักเรียนด้วยกัน

กระบวนการเรียนรู้เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร... ด้วย กระแสของแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการความรู้หรือ Knowledge Management ที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามอัธยาศัย ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งผลให้มูลนิธิข้าวขวัญได้น�าแนว���ิด มาออกแบบกระบวนการเรียนรู้ โดยเริ่มจากการศึกษาปัญหาที่ เกิดขึ้นชาวนาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีแล้วถอดบทเรียนออก มาเป็น ๓ หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรเรื่องแมลง หลักสูตรเรื่องดิน และหลักสูตรการพัฒนาพันธุ์ข้าว สุดท้ายแล้วนักเรียนชาวนาจะ สามารถผสมพันธุ์ข้าวได้เอง กระบวนการขับเคลื่อนที่ท�าให้กิจกรรมโรงเรียนชาวนา ประสบความส�าเร็จได้ คงไม่พ้นเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งนับว่า

ครอบครัวพอเพียง : 51


ท�านาที่เอื้ออาทรต่อธรรมชาติและวัฒนธรรมการเคารพบูชาแม่ ธรณี-แม่โพสพ ที่ตนด�าเนินมาโดยตลอดนั้นมิใช่เรื่องงมงาย แต่ เป็นความเชื่อที่เชื่อมโยงวิถีการท�านาที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เข้าด้วยกันอย่างแยบยล ไม่เฉพาะการเรียนรู้เรื่องลด เลิก ใช้สาร เคมีจากโรงเรียนชาวนาเท่านั้น ยายปิ่นทองยังเชื่อมโยงวัฒนธรรม ที่เปลี่ยนไปหลังจากการผลิตแบบเร่งด่วนให้กลับเข้ามาเป็นวิถี ของชุมชนเหมือนเดิม เป็นปัจจัยหลักของกิจกรรมนี้ โดยเฉพาะการสื่อสารที่เกิดจาก “ตะเกี ย งเจ้ า พายุ ” เด็ ก รุ ่ น ใหม่ ค งไม่ รู ้ จั ก กั น แล้ ว เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการภาคสนามที่สื่อสารกับนักเรียนชาวนา การ สื่ อ สารผ่ า นกระบวนการเรี ย นรู ้ ภ ายในกลุ ่ ม ซึ่ ง จะน� า ไปสู ่ ก าร ปฏิบัติที่กลายเป็นพฤติกรรมที่ถาวรหรือแม้กระทั้งเนื้อหาสารที่ ต้องการสื่อไปยังนักเรียนชาวนาทุกคน ล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อหาที่ เกิดจากปัญหาต่าง ๆ ที่ชาวนาประสบ การก้ า วไปข้ า งหน้ า แบบก้ า วกระโดดไม่ ส ามารถไม่ สามารถท� า ให้ ทุ ก สิ่ ง ทุ ก อย่ า งประสบความส� า เร็ จ ได้ หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกับวิถีชีวิตชาวนาที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นจะเป็นตัวเชื่อมประสานเพื่อให้วิถีชีวิตชาวนา ไทยแบบดั่งเดิมกับวิถีชีวิตแบบชาวนาไทยสมัยปัจจุบันที่ได้รับ อิทธิพลนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ “ประเพณีรับขวัญข้าว” โดยยายปิ่นทอง ... ยายปิ่นทอง นักเรียนชาวนาวัย ๗๐ ปี คือ หนึ่งใน ชาวนาที่ผ่านการลองผิด ลองถูก กระทั่งพบว่าหนทางรอดของ ชาวนามิใช่การพึ่งพายาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี หากแต่เป็นการ 52 : ครอบครัวพอเพียง


ตะเกียงเจ้าพายุเป็นตะเกียงที่ให้แสงสว่างในการนวดข้าวในลาน โดยใช้แรงงานวัว ควาย ท�ำเช่นนี้จนกว่าข้าวจะหมด ข้าวที่ได้จะ เก็บไว้ในยุ้ง หากจะขายก็มีพ่อค้ามาซื้อจากยุ้ง หากชาวบ้านไม่ พอใจในเรื่องราคา ชาวบ้านก็จะเกี่ยวข้าวเอาไว้ก่อน ผักหญ้าก็ เก็บเอาจากหนอง คลอง บึง อาหารสดก็มาจากแม่น�้ำที่เมื่อก่อน ยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก ประการสุ ด ท้ า ยคงปฏิ เ สธไม่ ไ ด้ เ ลยว่ า กิ จ กรรมทุ ก อย่ า งในสั ง คมจะไม่ ส ามารถขั บ เคลื่ อ นไปได้ ถ ้ า ขาดการมี ส ่ ว น ร่วม โรงเรียนชาวนาเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เกิดจากการรวมตัว กันและชาวนาได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ทั้งใน ภาคทฤษฎีและการปฏิบัติในแปลงนาสาธิต รวมทั้งการมีส่วน ร่วมในการด�ำเนินงานในกิจกรรมต่าง ๆ ถ้ามองออกไปในมุมที่ กว้างกว่านั้น เราจะพบว่าได้มีปัจจัยอีกหลายประการที่ส่งผลต่อ การเข้ามามีส่วนร่วมของนักเรียนชาวนา ไม่ว่าจะเป็นกระบวน การเรียนรู้ ตัวเจ้าหน้าที่ที่เข้าถึงชาวนาอย่างใกล้ชิด ทัศนคติหรือ กระบวนทัศน์ของชาวนา ประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากเข้ามาเรียน ในโรงเรียนชาวนา การส่งเสริมจากครอบครัวหรือแม้กระทั้งปัจจัย ด้านการสนับสนุนจากภายนอกชุมชน ทั้งในเรื่องของงบประมาณ วิทยาการความรู้ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็น ปัจจัยที่ส่งเสริมให้นักเรียนชาวนาเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม โรงเรียนชาวนาทั้งสิ้น

วิถีชีวิตชาวนาแบบนี้ห่างหายไปนาน แต่ปัจจุบันวิถี ดั้งเดิมแบบนี้ได้เริ่มกลับมาแล้ว นับว่าเป็นก้าวที่ส�ำคัญของชีวิตชาวนาไทย ส�ำหรับการ หันหลังกลับมาหาธรรมชาติ ซึ่งเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ สอนเรื่องการ ท�ำนาแบบปลอดสารพิษ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้และการมี ส่วนร่วมของนักเรียนชาวนาทุกคน สิ่งเหล่านี้น�ำมาซึ่งผลผลิตที่ ไร้สาร การลดค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพ ความสมดุลของ ระบบนิ เ วศและชี วิ ต ของชาวนาจะมี แ ต่ ค วามสุ ข มี แ ต่ ร อยยิ้ ม ถึงแม้ว่าภาระงานที่อยู่ตรงหน้าจะหนักหน้าสักเพียงใดก็ตาม... เพราะชาวนาไทยยังคงเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นแกนหลัก ของการด�ำเนินชีวิตของคนไทยทุกคนและจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป ตราบนานเท่านาน

ครอบครัวพอเพียง : 53


ความกตัญญู

ครอบครัวพอเพียง ขอส่งเสริม “ความกตัญญู” ในสังคมไทย ที่งดงามและเป็นสิ่งที่ส�ำคัญยิ่งของ “ครอบครัว”

สายตรง กรมสงเสริมการสงออก

1169


ไก่ทอด ซอสโยเกิร์ต

สุขภาพดี ย่อยง่าย มีประโยชน์โภชนาการซอสโยเกิร์ตราดรวมกับไก่ทอด เมนูอร่อยได้คุณค่า สารอาหารโยเกิร์ตมีประโยชน์ต่อล�าไส้ วิธีท�า ส่วนผสม เนื้ออกไก่หรือสันในไก่ ลูกกระวานเทศ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ขิงขูดละเอียด น�้ามันมะกอก หอมใหญ่สับ เกลือสมุทร พริกไทยด�าป่น เมล็ดอัลมอนด์ อบ

๕๐๐ ๒ ๑ ๑ ๒ ๑ ๑/๔ ๑/๔ ๑/๔

กรัม เม็ด ถ้วย ช้อนชา ช้อนโต๊ะ หัว ช้อนชา ช้อนชา ถ้วย

๑. ล้างเนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นพอค�า ใส่ลงในอ่างผสม พักไว้ ๒.ทุ บ ลู ก กระวานให้ แ ตกเอาเมล็ ด ด้ า นในคั่ ว กระทะ ด้วยไฟอ่อนพอหอม ปิดไฟ น�าไปโขลกพอแตกและมีกลิ่นหอม ใส่ถ้วยเตรียมไว้ ๓. ผสมโยเกิร์ต เมล็ดลูกกระวานเทศที่คั่ว และขิง เข้า ด้วยกันในอ่างผสม พักไว้ ๔. ผัดหอมใหญ่ในกระทะน�้ามันด้วยไฟอ่อนจนสุกนุ่ม ใส่เนื้อไก่ลงผัดจนเหลืองและมีสีน�้าตาลเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผัดพอทั่ว เติมน�้า เคี่ยวนานประมาณ ๒๐-๒๕ นาที หรือ เนื้อไก่สุกนุ่มและน�้างวดลง ปิดไฟ ๕. ใส่โยเกิร์ตที่ท�าลงในหม้อไก่ คนให้เข้ากัน ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพาร์เลย์หรือผักกาดคอส โรยอัลมอนด์ เสิร์ฟ

ครอบครัวพอเพียง : 55


สังคมที่ไม่รับผิดชอบ ๒

มาดู ก ารเปรี ย บเที ย บความเสี ย หายของป่ า ไม้ ที่ ถู ก ท�าลายลง เพราะพวกนายทุนและผู้มีอิทธิพล กับการวางท่อก๊าซ ของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย อย่างไหนจะมีความเสียหาย มากกว่ากัน ปตท.มี ช ่ วงที่ต้องวางท่อก๊าซผ่านพื้นที่ป่าสงวนเป็ น ระยะทางเพี ย ง ๔๕.๕ กิ โ ลเมตร และท่ อ ก๊ า ซที่ ว างมี เ ส้ น ผ่ า ศูนย์กลาง ๔๒ นิ้ว กินพื้นที่เพียงเล็กน้อย ถ้าคิดเป็นเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ ๗๐๐ ไร่เท่านั้น แต่ทาง ปตท. ก็จะท�าการปลูกต้นไม้ ทดแทนให้ พร้อมทั้งฟื้นฟูสภาพป่าไม้ให้สมบูรณ์กลับคืนมาอย่าง เก่า ส่วนพวกนายทุนและผู้มีอิทธิพลได้ท�าลายป่าไม้ของ ชาติไปมากมาย โดยไม่มีกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติคนไหนออกมาต่อ ต้านเลยตามสถิติที่กรมป่าไม้บันทึกไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เมือง กาญจนบุรีมีพื้นที่ป่า ๗,๗๖๐,๖๒๕ ไร่ พอตกถึงปี พ.ศ.๒๕๓๘ มีเนื้อที่เป็นป่าเหลือ ๖,๖๗๐,๗๘๒ ไร่ ระยะเวลา ๑๓ ปี ป่าไม้ เมืองกาญจน์ถูกท�าลายไป ๑,๐๘๙,๘๔๓ ไร่ (หนึ่งล้านแปดหมื่น เก้าพันแปดร้อยสี่สิบสามไร่)เฉลี่ยแล้วถูกนายทุนและผู้มีอิทธิพล ท�าลายป่าเมืองกาญจน์ไปปีละ ๘๓,๘๐๐ กว่าไร่ (แปดหมื่นสาม พั น แปดร้ อ ยไร่ ) ทุ ก วั น นี้ ป ่ า ไม้ เ มื อ งกาญจน์ ก็ ยั ง ถู ก ท� า ลายไป 56 : ครอบครัวพอเพียง

เรื่อยๆ แม้แต่บุกรุกเข้าไปปลูกบ้าน ๓ หลังในเขตป่าสงวนริม เขื่อนศรีนครินทร์แต่ไม่เห็นมีแมวกลุ่มไหนออกมาเรียกร้องหร���อ ท�าการต่อต้าน ความผิดของอาชญากรที่ท�าลายป่า และป่าไม้ที่เป็นต้น น�้าล�าธาร ซึ่งประกอบไปด้วยนักธุรกิจนายทุน ข้าราชการ กลุ่ม อิทธิพลที่ยอมเสียสละทุ่มทุนเล่นการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและ ระดับชาติด้วยการอ้างเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาของชาติ แล้วก็หาทาง ถอนทุนคืนในภายหลัง ด้วยการคิดค้นหาเหลี่ยมคู และแผนการ ลักลอบตัดไม้ท�าลายป่าได้อย่างแนบเนียน ท�าให้ป่าไม้เตียนโล่ง ไปเป็นแสนเป็นล้านไร่ แต่เป็นเรื่องที่แปลก ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือหน่วย งานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ แม้แต่ผู้แทนราษฎรประจ�าจังหวัด ที่อาสามาเป็นปากเสียงแทนประชาชน และท�าเพื่อชาติบ้านเมือง ตลอดจนกลุ่ม เอ็น จี โอ ที่เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ หายหัวไป ไหนหมด ท่านไม่รู้เรื่องที่เขาตัดและขนไม้กันเลยหรือ ผิดกับชาวบ้านธรรมดา ตัดต้นไม้เข้าสักต้น ไม่ต้องอยู่ ในเขตป่าสงวนหรอก เอาแค่ในที่ของตัวเอง ที่เป็นต้นไร่ปลายนานี่ แหละ จะมีผีกระสือเวียนมาเยี่ยมเยียนและข่มขู่อยู่ตลอดเวลา ข้อ อ้างก็คือ “ท�าผิดกฎหมาย” “ถ้าไม่เสียเงินก็จะถูกจับกุม” อะไร


คือความถูกต้อง อะไรคือ ความเป็นธรรม และ “ความส�านึกรับ ผิดชอบ” หรือชอบเลือกปฏิบัติ อย่างกรณีกากสารพิษที่มาบตาพุด จังหวัดชลบุรี ที่ มีคนมักง่ายน�าเอามาทิ้งไว้ในถังขยะของชาวบ้าน และที่คลอง สาธารณะให้ไหลลงสู่ทะเล แม้กระทั่งสารเคมี รังสีโคบอลค์ ๖๐ ที่มีคนน�าเอามาทิ้งไว้ในที่ไม่ปลอดภัย ได้คร่าชีวิตหนุ่มซาเล้งและ เจ้าของร้านรับซื้อของเก่าย่านพระประแดงเมื่อหลายปีที่แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๔-๒๕ เม.ย. ๒๕๔๓ มีผู้ไม่รับผิดชอบ และมักง่ายได้น�าถุงบรรจุสารโซลเวนท์ ซึ่งเป็นสารที่มีอันตรายต่อ ร่างกาย น�ามาทิ้งไว้ที่ซอยวัชรพล หมู่บ้านปิยพร แขวงท่าแร้ง เขต บางเขน กทม. มีจ�านวนถึง ๑๖๑ ถัง และในเวลาไม่ห่างกัน ก็พบ สารโซลเวนท์ ชนิดเดียวกันอีก ๑๕๐ ถัง แต่ละถังมีขนาด ๒๐๐ ลิตร เอามาทิ้งไว้ที่ อ.ล�าลูกกา จ.ปทุมธานี เรื่องความไม่รับผิดชอบนั้น มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในสังคม ไทย “โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐ” อย่างเช่น ไฟไหม้ป่าในปี พ.ศ.๒๕๔๑ เหตุเกิดที่ห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ไฟไหม้ป่า ที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ไฟไหม้ป่าที่เขาใหญ่ จังหวัด นครราชสีมา และไฟไหม้ป่าที่โต๊ะพรุแดง จังหวัดนราธิวาส ไฟ ไหม้ป่าทั้ง ๔ แห่งดังที่กล่าว เหตุเกิดในวันดังและเวลาต่างกัน แต่ ความเสียหายคล้ายๆ กันคือ ทั้งป่าไม้และสัตว์ป่าถูกไฟเผาผลาญ ไปมากมายมหาศาล ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น อาจจะเกิดจากความ ประมาทหรือเกิดจากความตั้งใจของใครบางคนก็ตาม บางแห่ง ไฟได้ไหม้ป่ามาหลายวันแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพิ่งจะรายงานให้ผู้ใหญ่ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบสูงกว่าทราบ และหว่าท่านจะออกค�าสั่งเพื่อ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือขอ ความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นให้มาช่วยเหลือได้ก็เสียเวลาไป

หลายวัน บางหน่วยงานก็ไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ ท่านถือว่า ไม่ใช่หน้าที่ หรืออาจจะเกิดจากการไม่ตื่นตัวอันเป็นวัฒนธรรม ของข้าราชการไทย ที่ท่านรักษาเอกลักษณ์เอาไว้ได้อย่างเคร่งครัด ส�าหรับองค์กร เอ็น จี โอ หรือกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ และมลภาวะสิ่งแวดล้อมเป็นพิษนั้น จากเหตุการณ์ที่คนเอาน�า มาเอาสารพิษมาทิ้ง และไฟไหม้ป่าทั้ง ๔ แห่ง ท�าให้คนตาย ป่า ไม้และสัตว์ป่านานาชนิดสูญเสียไปมหาศาลตามข่าว แต่ไม่เห็นมี ข่าวกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือเอ็น จี โอ เข้าไป ช่วยดับไฟ หรือหาทางป้องกันสัตว์ป่าที่จะถูกฆ่าตาย ตลอดจนหา ทางแก้ไข หรือหาตัวการที่น�ากากสารพิษไปทิ้งก่อนที่ประชาชน จะได้รับอันตรายจากสารพิษ กลุ่มบุคคลที่คิดหาผลประโยชน์จากประเทศไทยและ คนไทยที่รวมตัวและร่วมมือกันประกอบอาชญากรรมเพื่อหาทาง เอารัดเอาเปรียบ กอบโกย โกงกิน และสารพัดที่จะโกงซึ่งมีทั้ง พ่อค้า นายทุน ข้าราชการและนักการเมือง ที่ท�าร้ายประชาชน และไม่รับผิดชอบ ตั้งแต่อาหาร ยารักษาโรค โดยเฉพาะยาเสพ ติด ซึ่งเป็นมารร้ายที่คอยท�าลายคุณภาพชิวิตและสภาพของความ เป็นคนให้สูญสิ้นไป เหลือไว้แต่ความบ้าคลั่งป่าเถื่อนเหมือนสัตว์ ป่า ฆ่าคนไม่เลือกหน้า รวมไปถึงแหล่งผลิตสินค้าปลอม อาหารที่ มีสารปนเปื้อน ยารักษาโรค และฯลฯ สินค้าปลอมที่มีขายกันเกลื่อนเมืองไทยในขณะนี้ มี มากมายหลายชนิด ไม่ตั้งแต่สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย บาง อย่างส่งไปตีตรายี่ห้อในต่างประเทศ แล้วส่งย้อนคืนมาขายใน ประเทศไทย หรือสินค้าชายแดนด้านมาเลเซีย โดยเฉพาะเขมร “น�าสินค้าใส่รถวิ่งไปถึงชายแดน ไทย-กัมพูชา แล้ววิ่งกลับ มาพร้อมของในรถอย่างเก่า หรือเพิ่มของชายแดนปนมาด้วย มีทั้งของเขมรและของจีนแดง” แล้วก็อ้างว่าเป็นสินค้ามาจาก จีนแดงและเขมร เช่นเดียวกับจุดผ่านแดนอื่นๆ ระหว่างไทย-พม่า และ ไทย-ลาวโดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงราย จุดนี้มีทุกรูปแบบ ถ้าเส้น ทางจากบ้านบ่อแก้วของลาว ที่ก�าลังสร้างไปยังคุนหมิงในภาค ใต้ของจีนเสร็จ จะเอาสินค้าอะไรล่ะ สินค้าเถื่อนมีทั้ง “คนและ

ครอบครัวพอเพียง : 57


สิ่งของ”

เมื่อเปิดให้เด็กดื่ม ปรากฏว่าเป็นนมบูดเกือบทั้งหมด และก็ไม่มี ส� า หรั บ สิ น ค้ า ที่ ป ลอมปนภายในประเทศโดยเฉพาะ ใครรับผิดชอบตามเคย สินค้าประเภทบริโภคที่มีคุณภาพต�่า คุณภาพไม่ดี น�าเอามาผสม แบบเดียวกับแม่บ้านที่เคยร้องเรียนเรื่องนมกล่องยี่ห้อ กับของคุณภาพดี แล้วขายในราคาแพง ซึ่งเป็นการเอาเปรียบ หนึ่ง เป็นนมรสจืด บนฝากล่องระบุไว้ยังไม่ถึงวันหมดอายุเมื่อเท ผู้บริโภค ตัวอย่างข้าวสารคนละชนิด เอามาผสมปนปลอมแล้ว ออกมาใส่ขวดเพื่อให้หลานดื่ม ปรากฏว่าบูดเป็นก้อนแข็ง จึงเอา บรรจุถุงหรือกระสอบขายตามท้องตลาดทั่วไป เป็นต้น นมกลับไปร้านที่ซื้อมา คนขายกลับพูดจาไม่สุภาพและไม่รับผิด สินค้าชนิดอื่นๆ ที่จ�าเป็นต่อการบริโภคเป็นของกิน ชอบฝ่ายโฆษณาของกรมฯ และบริษัทผู้ผลิต ต่างช่วยกันโฆษณา ของใช้ในครัวเรือนที่ต้องใช้ปรุงอาหารประจ�าวัน เช่น น�้าปลา ให้เด็กดื่มนมเพื่อสุขภาพ ตามฝ่ายปกป้องคุ้มครองผู้บริโภค กลับ ปลอม นอกจากไม่สะอาดและมีสารปนเปื้อนแล้ว ยังเป็นอันตราย ไม่ช่วยกันดูแลปล่อยให้พ่อค้านายทุนเอาเปรียบผู้บริโภคเรื่อย ต่อร่างกายอีกด้วยรวมทั้งอาหารผสมสี ฟอร์มาลีนที่แช่ปลาและ มา แล้วจะไปร้องหาความรับผิดชอบและความยุติธรรมจากใคร เนื้อ และ ฯลฯ อย.หรือ น�้าบรรจุขวดที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีสารปนเปื้อน หรือ ส�าหรับยารักษาโรคบางชนิด ที่เป็นชุดและไม่เป็นชุด ที่ บางรายเปิดน�้าประปาบรรจุลงไปเลย โดยไม่ต้องผ่านการกลั่น มีขายตามร้านขายยาหมอตี๋ ซึง่ ชาวบ้านต้องพึง่ พาอาศัยเป็นประจ�า กรองหรือกรรมวิธีใดๆ ปั้มตราและยี่ห้อลงไปหน่อย หรือใช้ขวด เพราะถู ก และสะดวกดี ก ว่ า ไปโรงพยาบาลของรั ฐ ไปให้ น าง เก่าก็ใช้ได้แล้วเห็นยังมีคนเดินขายตามสถานีขนถ่ายผู้โดยสาร พยาบาลตวาดเอา ชื้อยาชุด หรือชนิดแคบซูลและชนิดน�้า ส่วน ทั่วประเทศ มากร้านขายยาไม่คอ่ ยมีเภสัชกรคอยควบคุม ท���ง้ ๆที่มกี ฎกระทรวง ส� า หรั บ น�้ า บรรจุ ข วดที่ ค ณะกรรมการอาหารและยา ออกมาบังคับใช้ ถ้าเกิดไปซื้อยาที่ไม่มีคุณภาพในการรักษา หรือ หรือ อย.ได้ตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่ง เป็นยาปลอม นอกจากจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ยังจะ มีบางบริษัทผลิตน�้าดื่มที่ไม่สะอาดพอ ผลจากการตรวจพบเชื้อ เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วยแล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ จุลินทรีย์ ที่ท�าให้เกิดโรคคลอสตอริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ อาจ ตัวอย่างเพียงเล็กน้อยทั้งอาการและยาดังที่ได้กล่าว ท�าให้ผู้บริโภคมีอาการอุจจาระร่วง ท้องเดิน คลื่นไส้ มาแล้ ว นั้ น ต้ อ งถื อ ว่ า เป็ น อาชญากรที่ ท� า ลายคุ ณ ภาพชี วิตของ การขายน�้าบรรจุขวด เป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ก�าไร ประชาชน ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของการสร้างชาติ พัฒนาคนฉบับ มากปัจจุบันตามร้านอาหารบางแห่งได้เอาเปรียบลูกค้า โดยไม่ ที่ ๘ ข้อ ๑ ที่ระบุว่า “ต้องการเสริมสร้างศักยภาพของคนทุก ยอมขายน�้าแข็งใส่น�้าชาหรือน�้าเปล่าที่สะอาด แต่ยัดเยียดให้ซื้อ คน ทั้งในด้านร่างกายและสติปัญญา มีสุขภาพพลานามัยแข็ง น�้าบรรจุขวดแทน นอกจากจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จ�าเป็น แรง มีความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ แล้ว ยังไม่เห็นมีใครออกมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเลย และสามารถปรับตัวให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง ในด้าน ปัญหาที่เรื้อรังมานานและยังแก้ไม่ตกคือ ปัญหานม เศรษฐกิจ สังคม และการปกครอง” เด็กนักเรียน ที่ตัวแทนส่งไปตามโรงเรียนต่างๆ และเกิดขัดแย้ง นอกจากสิ น ค้ า ที่ ป ลอมขายกั น ภายในประเทศแล้ ว กันในเรื่อผลประโยชน์ จนเคยตกเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ นั้น บางครั้ง อาชญากรที่ท�าลายชาติเหล่านี้ ยังมีการปลอมปนสินค้าที่ส่งไป 58 : ครอบครัวพอเพียง


ขายยังต่างประเทศอีกด้วย เช่นข้าวหอมที่ชาวต่างประเทศนิยม บริโภคกันมาก และเป็นสินค้าส่งออกที่ท�ารายได้เข้าประเทศ เป็นจ�านวนมาก ต้องมาถูกโจรที่อยู่ในคราบของพ่อค้านายทุน ที่เห็นแก่ตัว เอาข้าวหอมมะลิอย่างดี ไปผสมกับข้าวคุณภาพต�่า กว่าแล้วส่งไปขายให้ลูกค้าในต่างประเทศ จนเกิดเป็นข่าวมา แล้วหลายครั้ง เมื่อก่อนที่จะมีการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสินค้า ส่งออกเคยมีผู้ส่งออกบางรายส่งสินค้าที่มีคุณภาพต�่ากว่าที่ตกลง กันไว้ โดยปลอมปนคุณภาพสินค้าส่งไปให้ผู้ซื้อต่างประเทศ เช่น เอาวัตถุอื่นเจือปนลงไปในผลิตภัณฑ์มันส�าปะหลัง ท�าให้การส่ง ออกของไทยพลอยเสียหายไปด้วย ปัจจุบัน ถึงแม้จะมีการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน สินค้าส่งออก ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าส่งออก พ.ศ. ๒๕๐๓ จะต้องจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และขอ ใบรับรองมาตรฐานสินค้าก่อนน�าสินค้าออกนอกประเทศ ถึงแม้ จะมีกฎหมายฉบับนี้ออกมา แต่ก็ไม่สามารถจะป้องกันได้ทั้งหมด เพราะกองควบคุมมาตรฐานสินค้า ไม่พยายามติดตามขบวนการ ปลอมปนสินค้าอย่างใกล้ชิดและจริงจัง ประกอบกั บ ผู ้ ต รวจสอบสิ น ค้ า หรื อ ที่ เ รี ย กกั น ว่ า เซอร์เวเยอร์ (Surveyer) อาจจะสมยอมกับผู้ส่งออกและทุจริต ต่อหน้าที่ โดยปล่อยให้มีการส่งสินค้าที่มีคุณภาพต�่ากว่ามาตรฐาน และความชื้นเกินกว่าที่ก�าหนดไว้ออกไปต่างประเทศ “นี่ก็เปน สาเหตุหนึ่งที่คนบางคนใช้เปนเครื่องมือหากิน” แบบเดียวกับ ความชื้นของข้าว ที่พวกพ่อค้าและนายทุน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ รับผิดชอบ มีทั้งข้าราชการและนักการเมือง รู้เห็นเป็นใจกันเอา รัดเอาเปรียบชาวไร่ชาวนาที่ไม่มีโอกาสรู้เห็นกลวิธีในทางที่ไม่ ยุติธรรม ตั้งแต่สหัสวรรษ ๒๐๐๐ เป็นต้นไปคุณภาพสินค้าส่ง ออกของไทย ต้ อ งถื อ ปั จ จั ย ส� า คั ญ ของการรั ก ษาตลาดในต่ า ง ประเทศ เนื่องจากสินค้าไทย ทั้งด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม ยังมีคุณภาพเฉลี่ยปานกลาง ไม่ดีมากนัก เมื่อเทียบกับสินค้าต่าง

ประเทศ ส่วนข้าวนั้นต้องถือว่ามีคุณภาพดีที่สุด และมีผู้นิยมมาก ที่สุด เกษตรกรชาวนาควรจะพยายามรักษาคุณภาพมาตรฐาน อันนี้ไว้ แต่น่าเป็นห่วงตรงที่ผู้ส่งออกไม่พยายามรักษาคุณภาพ สินค้า ต่อไปคู่แข่งอย่างเวียดนามอาจจะแซงหน้าแย่งตลาดส่ง ออกของไทยไปก็ได้ แต่ยังมีอาชญากรขี้โกงที่เป็นพ่อค้าผู้ส่งออกอีกประเภท หนึ่งที่ไม่มีความส�านึกรับผิดชอบต่อการกระท�าของตนเองได้ ที่ ท�าพิธีการผ่านกรมศุลกากรได้แสดงรายการไว้ในคอนเทนเนอร์ เลย กลายเป็นคอนเทนเนอร์เปล่าเป็นการขาย “อากาศ” จุด ประสงค์ของผู้ส่งออกคือ “ต้องการขอคืนดีเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม” จากรัฐบาลด้วยมูลค่าสินค้าร้อยละ ๕ บาท ๕% ถ้ายอดมูลค่าส่ง ออกเป็นเงิน ๑๐๐ ล้าน ๑,๐๐๐ ล้านบาทจะสามารถขอคืนเงิน ภาษีมูลค่าเพิ่มได้เท่าไร ผลจากการปลอมปนสินค้า และส่งสินค้าที่มีคุณภาพต�่า กว่าที่ก�าหนดไว้ไปต่างประเทศที่ผ่านมา มีสินค้าบางอย่างถูกส่ง กลับคืนมาหรือไม่ก็ถูกพ่อค้าต่างประเทศตัดราคา นอกจากท�าให้ ผู้ส่งออกขาดทุนแล้ว ยังเป็นการท�าลายชื่อเสียงและเศรษฐกิจของ ประเทศให้เสียหาย พฤติกรรมของคนชอบโกง ซึ่งมีวิธีการโกงและการโกง ตามสายเลือด อย่างพวกปลอมปนสินค้า ท�าใบก�ากับภาษีปลอม เป็นขบวนการเดียวกับพวกโกงภาษี โดยจ่ายไม่เป็นไปตามความ เป็นจริง เช่นร้านค้า บริษัท และ ฯลฯ ส่วนมากจะมอบให้คนกลาง รับช่วงไปด�าเนินการเสียภาษีเอง โดยเหมาจ่ายกันเป็นรายปีรวม ทั้งเงินภาษีและเงินค่าบริการค�านวณการเสียภาษีให้น้อยที่สุด มี บางบริษัทจะมอบให้พนักงานบัญชีแต่งบัญชีตามสั่ง ให้มีรายจ่าย มากว่ารายรับ ผลงบดุ ล ที่ อ อกมาคื อ บริ ษั ท ขาดทุ น หรื อ ไม่ ก็ ไ ม่ มี ก�าไรน้อยที่สุดท�าให้รัฐขาดรายได้ไปปีละหลายหมื่นล้านบาท มันเป็นการท�าลายระบบภาษีอากร ส่งผลเสียหายไปถึงระบบ เศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตามส�านักงาน หรือบริษัทตรวจสอบบัญชีและหน่วยงานของสรรพกร น่าจะรู้ เรื่องดีกว่าใคร เพราะมีเครือข่ายโยงใยถึงกันมากมาย

ครอบครัวพอเพียง : 59


ไผ่หวาน สวนเพชรน�้าผึ้ง รถจักรยานจอดตรงหน้าพร้อมเสียงกล่าวค�าต้อนรับ ชายรูปร่างผอมใส่แว่นท่าทางใจดีคนนี้คงเป็นใครไปไม่ได้ “พี่เปีย วรรณบดี รักษา” เจ้าของสวนไผ่หวานเพชร น�้าผึ้งที่เราได้นัดหมายเพื่อมาเยี่ยมชมสวน เป้าหมายเพื่อมาพูดคุยขอความรู้เรื่องไผ่บงหวานเพชร น�้าผึ้ง ที่พี่เปียคัดสายพันธุ์เป็นเวลาหลายปีกว่าจะได้สายพันธุ์ที่ นิ่งไม่กลายพันธุ์ การรับประทานหน่อไผ่บงหวานเป็นที่นิยมของคนไทย มาเป็นเวลานานแล้ว สามารถน�ามาปรุงอาหารได้หลายหลาก และราคาไม่แพง แต่ ห น่ อ ไผ่ บ งหวานเพชรน�้ า ผึ้ ง มี ลั ก ษณะพิ เ ศษคื อ ให้ผลผลิตดก หน่อใหญ่อวบอ้วน ที่ส�าคัญไม่มีรสขื่นหรือฝาด สามารถรับประทานดิบได้เลย มีรสชาติออกหวานนิด เวลาปรุงอาหารไม่ต้องต้มน�้าทิ้งเหมือนหน่อไผ่พันธุ์อื่น เวลาต้มหน่อบงหวานเพชรน�้าผึ้งเมื่อใกล้สุก จะมีกลิ่นหอมเหมือน ข้าวโพดสวิทต้มเลยทีเดียว เมื่อพูดคุยสักพักจึงรู้ถึงชีวิตเพียงของเกษตกรผู้นี้ 60 : ครอบครัวพอเพียง

พี่ เ ปี ย เป็ น คนกรุ ง เทพโดยก� า เนิ ด จบการศึ ก ษาจาก คณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาพืชสวน (ขยายพันธุ์ผัก) ได้สมรสกับ “พี่ผึ้ง” ล�าพึง รักษา บัณฑิษจาก


���ั้ว มช.เช่นเดียวกัน เมื่อตอนศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย พี่เปียได้หาเงินส่งเสีย ตัวเองโดยตลอดไม่รบกวนทางบ้าน ด้วยการช่วยงานร้านอาหาร ในหอพัก เพื่อแลกกับค่าอาหารทั้ง ๓ มื้อโดยที่ไม่รับเงิน ช่วงเวลาว่างจากเรียน ขอรับนมวัวจากชมรมสัตว์บาล ไปขายตามที่ต่าง และยังน�าเห็ดพร้อมผักปลอดสารพิษจากสาขา วิชาพืชสวนไปขาย ท�าให้มีรายได้จากส่วนต่างจนจบการศึกษา เมื่อจบการศึกษาได้ท�างานเป็นลูกจ้างบริษัทเมล็ดพันธุ์ ผักจากไต้หวันได้ประมาณ ๒ปี บริษัทเลิกโครงการในประเทศไทย พี่ เ ปี ย จึ ง ย้ า ยไปท� า งานเป็ น นั ก วิ ช าการเกษตรอยู ่ ที่ สถาบันวิจัยพืชไร่ที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จากนั้นการออกมา รับจ้างดูแลสวนที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เบื่ออาชีพรับจ้างกินเงินเดือน จึงลาออกมาท�าสวนส้ม สายผึ้งที่ก�าลังนิยมในขณะนั้น ลงส้มสายน�้าผึ้งเต็มพื้นที่ ๙ไร่ซึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการท�าเกษตรเชิงเดียว เจอปัญหาโรคระบาด และแมลง อีกทั้งปญหาราคาตลาดตกต�่า ท�าให้พี่เปียหันหลังให้สวนส้มสายน�้าผึ้ง มุ่งเข้าสู่วิถี เกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน ปลูกพืชหลากหลายชนิดที่เนื้อที่ เดียวกัน ไม่พึ่งยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี ลงมือปลูกฝรั่งกิมจู พุทธายักษ์ น้อยหน่า ชมพู่ทับทิม จันทร์ มะม่วงชนิดต่างๆ ชมพู่ กล้วยไข่ กล้วยน�้าหว้า มะยงชิด มะละกอ ผักหวานป่า ชะอมฯลฯ ซึ่งสามารถสร้างรายได้รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี สามารถด�ารงชีวิตได้ไม่เดือดร้อน อีกทั้งเป็นคนอดออม ไม่ ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและการพนัน จนวันหนึ่งพี่เปียอ่านเรื่องราวของไผ่ที่ชิมดิบได้ไม่ขม จากหนังสือวารสารรักษ์เกษตร เจ้าของเรื่องราวอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ จึงตามไปดูและซื้อต้นพันธุ์มาปลูก ๒๐๐ ต้น ผ่านไป ๑-๒ ปี พี่สาวของภรรยาซึ่งมีอาชีพค้าขายลองขุดหน่อไผ่บงหวาน ไปต้มขายที่ตลาดในหมู่บ้าน ปรากฏว่าขายดีลูกค้าติดใจ จะไปซื้อพันธุ์มาปลูกเพิ่มเติมปรากฏว่าเจ้าของสวนคน

ครอบครัวพอเพียง : 61


เก่าไม่ได้ท�าสวนแล้ว เผอิญมีลูกค้าคนหนึ่งของพี่สาวไปค้าขาย ทางอีสาน แนะน�าว่าทาง จ.เลย มีไผ่แบบนี้อยู่ ไปได้ต้นที่เพาะจากเมล็ดจาก กม.๑๙ มาปลูกส่วนหนึ่ง ครั้งต่อมามีคนบอกว่าที่ภูเรือมีไผ่หวานอีกชนิดหนึ่งที่หน่อใหญ่ และรสชาติดี ไม่ขม จึงลองเข้าไปเสาะหาดูตามบ้านชาวบ้าน จึงได้เมล็ด ไผ่บงหวานมาอีกสายพันธุ์หนึ่งพร้อมกับไผ่ที่ชาวบ้านเรียกว่าไผ่ หกหวาน พี่เปียจึงเริ่มศึกษาและแสวงหาพันธุ์ไผ่ที่รสชาติหวาน ตั้งแต่นั้นมา ใช้เวลาหลายปีพัฒนาสายพันธุ์ไผ่บงหวานป่าให้มี คุณลักษณะคงที่ทั้งขนาด รสชาติที่ไม่ขม ไม่ว่าจะท�าแบบเป็นอาชีพหลัก หรือเป็นอาชีพเสริม สามารถมาหาความรู้ได้จากพืชต่างๆที่ทดลองปลูก การปรับปรุง ดิน การให้น�้าแบบต่างๆ การท�าปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง และเรื่องอื่นๆเป็นต้น สามารถขอศึกษาดูงานได้ที่ สวนไผ่หวานเพชรน�้าผึ้ง ๙๑ ม. ๔ ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ๕๔๑๐๐ โทร. ๑๘๓-๒๖๖๓๐๙๖ , ๐๘๗-๘๓๘-๗๓๓๔

62 : ครอบครัวพอเพียง


Bet เป็นส�ำนวนหรือไม่ สวัสดีค่ะ คุณแอนดรูว์ หนูมีข้อสงสัยมานานมาแล้วค่ะ ค�ำว่า Bet นอกจาก จะแปลว่า พนัน แล้ว ยังใช้เป็นส�ำนวนได้อีกใช่ไหมคะ หนูอยาก ทราบรายละเอียด ความหมายต่าง ๆ รบกวนคุณแอนดรูว์ช่วย ตอบให้ทีนะคะ Nareuporn (สงขลา) ไม่ ร บกวนเลยครั บ น้ อ ง หั ว ข้ อ นี้ เ หมาะมากเพราะ ก�ำลังจะเข้าช่วงเวลาของ ฟุตบอลโลกซึ่งอาจจะเรียกอย่างอื่น ว่า มหกรรมการพนันระดับชาติ ส่วนผมเองก็ไม่สนหรอกเพราะทีมชาติออสเตรเลียไม่ ได้เข้ามาเล่น นอกจากนั้น ผมไม่ค่อยชอบการเล่นพนันเพราะ ขี้เหนียวเหลือเกินครับ เล่น ๑๐๐-๒๐๐ บาทก็ได้ แต่ถ้าถึง ๕๐๐ บาทก็เริ่มรู้สึกอึดอัดทันที กลัวจะต้องทานข้าวคลุกน�้ำปลาเป็น อาทิตย์ หนูพูดถูกแล้วครับ bet แปลว่า พนัน แต่ถูกใช้บ่อยมากในวลีซึ่งเป็นการแสดงว่าคุณแน่ใจ เรื่องอะไรบางอย่าง จะอยู่ในรูป I bet you ซึ่งน่าจะแปลว่า ผม มั่นใจว่า ... เช่น I bet you it’ll rain this afternoon. (ผมมั่นใจว่า เย็นนี้ฝนจะตก) Bucknut says he’ll be ordained as a monk this year. I bet you he’d doesn’t. (บักนัดบอกว่าปีนี้จะ บวช แต่ผมว่าเขาไม่ท�ำ) I bet you anything Kanok will wear his ugly jacket to my party tonight. (ผมมั่นใจว่ากนกจะใส่เสื้อแจ๊ก เก็ตที่น่าเกลียดมากเวลาไปปาร์ตี้บ้านผมคืนนี้) ในตัวอย่างสุดท้ายนี้ I bet you anything ให้ความ หมายว่า ผมมั่นใจขนาดกล้าพนัน เท่าไรก็ได้

advice หรือ advise กันแน่?

วันนี้ผมได้รับ email จากเพื่อนซึ่งก�ำลังมีปัญหากับ แฟน ปกติผมไม่ยุ่งกับคู่รัก ที่มีปัญหาอย่างนี้เพราะเชื่อค�ำขวัญ ที่ว่า Let the pendulum swing between a man and a woman (ให้ลูกตุ้มแกว่งไปมาระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ... แปล ว่า อย่าไปยุ่งกับคู่รักคู่อื่นตอนที่เขามีปัญหา) แต่ในสถานการณ์นี้ผมฝืนสุภาษิตนี้และก็ให้ค�ำแนะน�ำ ซึ่งในตอนล่างของ email เพื่อนเขียนว่า “Thank you for your advise.” เพื่อนผมเก่งภาษาอังกฤษแต่ในประโยคนี้เขาใช้ advise ในเชิงไม่ถูก advise เป็นกริยาหมายถึง แนะน�ำ ให้ค�ำปรึกษา เช่น Can you advise me on what to do? (คุณช่วย แนะน�ำอะฮั้นว่าควรท�ำอย่างไรได้ไหมฮะ) I advised Bucknut not to have two girlfriends at the same time. (ผมแนะน�ำบักนัดว่าไม่ควรมีแฟนสอง คนในเวลาเดียวกัน) สังเกต preposition ที่ว่า on ไหมครับ ภาษาอังกฤษ จะ advise on (a topic, problem) ครับ มีอีกค�ำหนึ่งคือ advice ซึ่งเป็นค�ำนาม หมายถึง ค�ำ แนะน�ำ ครับ What’s your advice? (คุณมีค�ำแนะน�ำอะไรบ้าง) Kanok paid no attention to my advice and went to the function in a purple suit. (กนกไม่ได้สนใจ กับค�ำแนะน�ำของผมและไปงานในสูทสีม่วง) จ�ำได้ไหม … advise เป็นกริยา ส่วน advice เป็น ค�ำนาม ดั ง นั้ น เพื่ อ นอกหั ก ของผมควรจะปิ ด email ด้ ว ย ประโยคนี้ครับ Thank you for your advice. (ขอบคุณส�ำหรับ ค�ำแนะน�ำที่คุณให้)

ครอบครัวพอเพียง : 63


Cover Story เราจะสร้าง ความยั่งยืนให้กับชีวิต ได้อย่างไร? โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซำเวียร์คอนแวนต์

ชนัญชิดำ ชำญอุไร

นวียำ ขุนนำม

หนูจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและน�าความรู้ที่มีอยู่ ไปใช้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการพัฒนาตนเอง สังคม และ ประเทศชาติให้ขับเคลื่อนไปในทางที่ดีและสร้างสรรค์ เพื่อ สร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับชีวิตของเราค่ะ

64 : ครอบครัวพอเพียง

หนู คิ ด ว่ า ตอนนี้ ก ารศึ ก ษาเป็ น สิ่ ง ส� า คั ญ ที่ สุ ด ค่ ะ ไม่ ว ่ าวิ ช าอะไรก็ จ ะตั้ ง ใจเรี ยนให้ดี ที่ สุ ดอย่ าไปคิดว่าเรียน ไปก็คงไม่ได้ใช้นะคะ แล้วนอกจากการเรียนแล้วกิจกรรม นอกห้องเรียนก็ส�าคัญด้วย ซึ่งตัวหนูจะได้รับผิดชอบงาน หลายๆอย่าง ได้เรียนรู้การท�างาน การแก้ปัญหา การแบ่ง เวลา ซึ้งในอนาคตหนูเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะสร้างความยั้งยืน ให้ชีวิตหนูได้ค่ะ


สำยลดำ สิงคำรวำนิช

ในความคิดของหนู การสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิต เป็นสิ่งที่ง่ายๆ โดยสามารถท�าได้โดยเริ่มต้นจากชีวิตประจ�าวัน ของเรา ดเช่น การตั้งใจเรียนหนังสือ เพื่อสร้างความมั่นคงใน อนาคต การท�าบัญชีรายรับ รายจ่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เพียงแค่นี้ ก็ สามารถสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้แล้วคะ

ชมพูนชุ ตรีโชควิพุธ

หนูคิดว่าการสร้างความยั่งยืนคือการวางแผนในการ ท�าสิ่งต่างๆ เพื่อท�าสิ่งต่างๆให้ถูกต้องและเกิดความรู้ใหม่ๆ เพื่อ น�าไปใช้ในการด�าเนินชีวิต โดยน�าความรู้และประสบการณ์ จากการท�างาน การเรียน มาสร้างความยั่งยืนเพื่อตนเองและ ประเทศชาติสืบไป

ครอบครัวพอเพียง :65


เราจะสร้าง ความยั่งยืนให้กับชีวิต ได้อย่างไร? โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซำเวียร์คอนแวนต์

ฝนทอง ชุรินทรพรรณ

ส�าหรับตัวหนู การสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิต คือ การตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ณ ปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะหากวัน นี้หนูมีความรู้ที่ดี มีการศึกษาที่มีประโยชน์ สามารถต่อยอด ได้ อนาคตของหนูก็จะก้าวไกล และหนูก็จะสามารถท�าความ ฝันของหนูให้ส�าเร็จได้ค่ะ

พิมพ์ชนก อักษวงศ์

การสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่ยากและ ทุกคนสามารถท�าได้ โดยที่หนูในฐานะนักเรียนสิ่งที่หนูพอจะ สร้างความยั่งยืนของชีวิตได้นั้น คือการตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่อปูทางไปสู่อาชีพที่มั่นคง และเก็บออมเงินไว้เพื่อเป็นเงิน ส�ารองในอนาคต ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ถือว่าเราได้เก็บออม ไว้แล้วเช่นกันค่ะ

66 : ครอบครัวพอเพียง


กมลชนก วีระสกุลทอง

ในความคิดของหนู การจะสร้างความยั่งยืนในชีวิตได้ เราต้อง รู้จักการวางแผนในเรื่องต่างๆ และในตอนนี้เรื่องที่จ�าเป็นในการวางแผน มากที่สุดคือ การวางแผนเรื่องเรียน เพื่อจะเข้ามหาวิทยาลัยที่หวังไว้ได้ และจะได้มีอนาคตที่ดี

ปุณฑรีก์ เทียนทอง

ในชีวิตประจ�าวันเราจ�าเป็นต้องท�าให้ชีวิตของเรามี ความมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเราสามารถท�าได้ไม่ยาก แต่ขณะ นี้ ห นู เ ป็ น นั ก เรี ย น สิ่ ง ที่ ค วรท� า มากที่ สุ ด คื อ การตั้ ง ใจเรี ย น หนังสือให้ได้ดีที่สุด เพื่อในอนาคต จะได้มีอาชีพที่ดี และเมื่อ มีเงินเดือนที่มากพอ ก็ควรจะมีการเก็ยออมเงินไว้เพื่อชีวิตใน วัยชราต่อไป

ครอบครัวพอเพียง :67


น�้าพริกมะขามพร้อมผักจิ้ม

หากพูดถึง “น�้าพริก” คนไทยต้องรู้จักเป็นอย่างดี แม้ว่าแต่ละภาคอาจจะเรียกชื่อแตก ต่างกันไปบ้าง เช่น ภาคใต้เรียก “น�้าชุบ” ภาคอีสาน มี “ป่น” “แจ่ว” แต่ ไม่ว่าจะเรียกชื่อต่าง กันแค่ ไหนส่วนประกอบหลักๆ ของน�้าพริกมีคล้ายคลึงกัน แถมยังต้องกินกับผักเครื่องเคียง หลากหลายชนิด ที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการและปองกันโรคภัยต่างๆ ได้ด้วย และในฉบับนี้ เราจะขอเสนอน�้าพริกมะขามพร้อมผักจิ้ม เมนูน�้าพริกที่น่าลิ้มลอง

ส่วนประกอบในการท�าคล้ายคลึงกับน�้าพริกกะปิ เพียงแต่เพิ่มและตัดองค์ประกอบบางอย่างออก การปรุงท�าโดยน�ามะขาม อ่อนหลายฝักมาขูดผิวออกแล้วโขลกให้แตก ผสมกับกะปิเผา กระเทียม พริกและกุ้งแห้งป่น น�าส่วนที่ได้ไปผัดกับน�้ามันถั่วเหลืองก่อน แล้วจึงปรุงรสด้วยน�้าปลาและน�้าตาบปึกจนแห้ง กินคู่กับรวม เช่น แตงกว่า ถั่วฝักยาว ขมิ้นขาว ถั่วพู สายบัว เป็นต้น

68 : ครอบครัวพอเพียง


วิเคราะห์ฤทธิ์ต้านมะเร็งของ น�้าพริกมะขามพร้อมผักจิ้ม มะขามอ่อน มีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมการท�างานของระบบภูมิต้านทาน เพิ่มการดูดซึม ของเหล็กช่วยในการก�าจัดอนุมูลอิสระ จึงเกี่ยวข้องกับการต้านมะเร็ง กระเทียม ให้สารออร์แกโนซัลเฟอร์ สามารถต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย บางชนิดที่ก่อมะเร็งได้สามารถกระตุ้นระบบท�าลายสารพิษจึงสามารถต้านฤทธิ์สารก่อ มะเร็งได้ ถั่วพู มีวิตามินซีสูง มีสารฟลาโวนอยด์ สารแคโรทีน นอยด์ สารแคโรทีนอยด์ สารคอลดโรฟิลล์ที่ให้สีเขียว ทั้งหมดนี้สามารถป้องกันอนุมูลอิสระ กระตุ้นระบบ ท�าลายสารพิษในร่างกาย สามารถด้านมะเร็งได้

ขมิ้นขาว มีสาระส�าคัญออกฤทธิ์ชื่อเคอร์คูมิน ซึ่งมีข้อมูลการวิจัยว่าป้องกันมะเร็งได้

ผักจิ้มอื่นๆ ให้เบต้า-แคโรทีน วิตามินซี ช่วนในการต้านอนุมูลอิสระ สารคอลโรฟิลล์ ที่ช่วยในการดักจับสารพิษและสารต้านมะเร็งอื่นๆ มากมาย รวมถึงใยอาหารที่ได้เพิ่ม เติมจากการกินผักช่วยดักจับสารพิษ หรือสารก่อมะเร็งได้

ครอบครัวพอเพียง : 69


“ท่องเที่ยวเรียนรู้ ห้องสมุดมุมท่องเที่ยว” Rally Excited Inter Kite Cha-Am HuaHin

ฤดูรอนนี้...การทองเที่ยวแหงประเทศไทย(ททท.) ภูมิภาคภาคกลางจัดกิจกรรมดีๆภายใตโครงการ “โครงการทอง เที่ยวเรียนรู หองสมุดมุมทองเที่ยว” กับกิจกรรมRally Excited Inter Kite Cha-Am HuaHinเสนทางกรุงเทพฯ – ชะอํา – หัวหิน กิจกรรมแรลลีท่ สี่ นุกกันไดทงั้ ครอบครัว แถมยังมีโอกาสรวมทําความดีเปดโอกาสใหนกั ทองเทีย่ วทีร่ ว มเดินทางทํากิจกรรม CSR สรางมุมทองเที่ยวอีกดวย แปดโมงกวาขบวนแรลลี่กวา 40 คันเริ่มเคลื่อนตัวออกจากททท.สํานักงานใหญโดยเริ่มสตารทจากทางดวนดาน ถ.เพชรบุรี ตัดใหม สิน้ สุดทางดวนที่ ถ.พระรามที่ 2 สนุกสนานกับกิจกรรมแฟมิลแี่ รลลีต่ ลอดเสนทาง กอนแวะทีศ่ าลพันทายนรสิงห เพือ่ เลมเกมส พรอมทัง้ สักการะสิง่ ศักดิส์ ทิ ธิ์ ประจําจังหวัดสมุทรสาคร หลังจากออกเดินทางตอไปยังจุดทีส่ อง ทีโ่ รงเรียนอรุณประดิษฐ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อทานกวยเตี๋ยวเมืองเพชร และขนมจีนรสเด็ด พรอมเพลิดเพลินไปกับการแสดงที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นมาเพื่อตอนรับ ตอดวยกิจกรรมมอบชั้นหนังสือตามโครงการ “ทองเที่ยวเรียนรู หองสมุดมุมทองเที่ยว” โดยนายสมชาย ชมพูนอย ผู อํานวยการภูมิภาคภาคกลางเปนตัวแทนมอบชั้นหนังสือและหนังสือ ณ หอง สมุด โรงเรียนอรุณประดิษฐ จังหวัดเพชรบุรีซึ่งงานนี้ได ความรวมมือและการสนับสนุนจากพันธมิตรใจดีมากมาย อาทิ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จํากัด (มหาชน)ไดรวมมอบหนังสือดีๆให กับหองสมุดในครั้งนี้ เปนตนซึ่งถือเปนการเปดโอกาสใหนักทองเที่ยวที่รวมเดินทางทํากิจกรรม CSR สรางมุมทองเที่ยว หรือ หอง สมุดทองเที่ยวเพื่อเปนการปลูกฝงความคิดดานการทองเที่ยวเชิงสรางสรรคและเพิ่มมูลคา คุณคาทางจิตใจแกนักทองเที่ยวอันจะนําไป สูการทองเที่ยว อยางยั่งยืน เริม่ ตนออกเดินทางอีกครัง้ โดยใชเสนทางเลียบหาดหาดเจาสําราญ พรอมหา RC ไปยัง“คายพระราม ๖ (คายมฤคทายวัน)” เพื่อเขาชม “งานวาวไทยและการแขงขันวาวนานาชาติครั้งที่ ๑๒ (KITEFE ST ๒๐๑๒)เพื่อชมวาวนานาชาติจากทั่วทุกมุม โลก มีวาวหลากชนิดแตงแตมทองฟาอยางตื่นตาตื่นใจ กอนกลับที่พัก ณ โรงแรม “ibis hunhin” หลังจากพักใหหายเหนื่อยลา ก็มารวมกิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรคใน Theme White Partyรวมกิจกรรมการจับรางวัล พรอม ทั้งลุนวาใครจะเปนผูชนะของงาน กิจกรรมดีๆไมหมดเพียงเทานี้ กอนกลับกรุงเทพคาราวานแรลลี่ยังออกเดินทางไปทํากิจกรรมมอบชั้นหนังสือและหนังสือใน โครงการ “ทองเที่ยวเรียนรู หองสมุดมุมทองเที่ยว” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนยหัวหินอีกแหง

เรียกว่ำสนุกแถมยังได้ร่วมโครงกำรดีๆ อีกด้วย 70 : ครอบครัวพอเพียง


เอสซีจี ขยายธุรกิจวัสดุก่อสร้างต่อเนื่อง เปดร้าน SCG Authorized Dealer ในพม่า

นายกลินท์ สารสิน (ที่ ๓ จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง จ�ากัด ในเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น พร้อม Mr. Win Myint (ที่ ๒ จากขวา) รัฐมนตรีกระทรวงการค้า สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า และ Ms. Aye Aye Han (ที่ ๒ จากซ้าย) เจ้าของร้านวัสดุ ก่อสร้าง ZIN HTET ร่วมพิธีเปิด SCG Authorized Dealer ร้านผู้แทนจ�าหน่ายของเอสซีจีแห่งแรกในเมืองเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่ง สหภาพพม่า เอสซีจี เทรดดิ้ง วางแผนเปิดร้าน SCG Authorized Dealer เพิ่มอีก ๔ ร้านในปี ๒๕๕๕ และตั้งเป้า ๑๕ ร้าน ครอบคลุม พื้นที่หลักของพม่าภายในปี ๒๕๕๘ นอกจากนี้ ยังวางแผนขยายเครือข่ายและช่องทางการขายสินค้าวัสดุก่อสร้างในประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ อีกด้วย โ���ยร้านผู้แทนจ�าหน่ายที่เข้าร่วมพัฒนาร้านค้าให้เป็น SCG Authorized Dealer จะได้รับสิทธิ พิเศษด้านบริการ กิจกรรมส่งเสริมการขาย การพัฒนาพนักงาน ความรู้ด้านการบริหารจัดการ และแผนการด�าเนินธุรกิจร่วมกันเพื่อ การเติบโตอย่างยั่งยืน

ฉลองครบรอบ ๕ ปี ศูนย์การค้าจังซีลอน

ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต จัดงานฉลองครบรอบ ๕ ปีในงาน “Jungceylon 5th Anniversary” ภายใต้แนวคิด “Amusea Celebrations” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการคืนก�าไรและมอบความสุขให้กับกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงจะได้ร่วมสัมผัสกับความสุข และสีสันแห่งความสนุกสนาน ผ่านกิจกรรมความบันเทิงมากมาย โดยได้รับเกียรติจาก นายจ�าเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานภายใน งาน พร้อมด้วยสุชาติ เจียรานุสสติ ประธานกรรมการ บริษัท ภูเก็ต สแควร์ จ�ากัด ประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าจังซีลอน มร.พอล โรแชล ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าจังซีลอน พร้อมด้วยแคทลียา อิงลิช และทีมคิดบวกสิปป จากเวทีไทย แลนด์ ก๊อต ทาเล้นท์ ร่วมงาน ณ โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เมื่อเร็วๆนี้

ครอบครัวพอเพียง : 71


เรื่อง : หนูมีสุข

ชมแสงสุดทาย ของแดนสยาม ที่สิมิลัน หมูเกาะสิมิลัน พังงาณ จุดชมวิว จุดสุดทายของแผนดินไทย ที่จะไดเห็น พระอาทิตยลบั ขอบฟา บนเกาะสีข่ องสิมลิ นั ดื่มดํ่ากับความรูสึก ทามกลาง แสงทองสุดทาย ที่อาบพราวระยิบของทอง ทะเลอันดามัน… ณ จุดสูงสุดของยอดเกาะ สี่… สิมิลันเกาะสวรรคกับความงามที่ไม เคยสูญสิ้นไปตามกาลเวลา ชมแสงสุดทาย ของแดนสยามที่ สิมิลัน หมูเกาะสิมิลัน พังงาบนหาดทราย ขาวทีท่ อดตัวยาวสูก ลางทะเลสีฟา ใส ปลอย ใหกลิ่นอายของความสุขคลุกเคลาไปกับ สายลม บรรยากาศแบบนี้เกิดขึ้นไดที่ หมู เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา หมูเกาะที่ขึ้นชื่อ วา มีปะการังนํ้าลึกที่สวยที่สุดแหงหนึ่งใน ประเทศไทย สิมิลัน เปนภาษายาวี แปล วา เกา หมายถึงหมูเกาะทั้งเกาที่เรียงตัว อยูดวยกันกลางทะเลอันดามันแหงนี้… และมีนองใหมคือ เกาะตาชัย และเกาะ บอน ที่เพิ่งเขาเปนสมาชิกของหมูเกาะสิมิ ลัน เมื่อไมนาน ไมใชแคความงามบนพื้น ดิน บนผิวนํ้าที่มองเห็นและสัมผัสไดดวย ตาเปลาก็ใสราวกับกระจกและงดงามอยาง นาอัศจรรย ความสมบูรณของปะการัง และ สัตวนํ้าใตทองทะเลของสิมิลัน ยังเปนที่ เลือ่ งชือ่ ลือชาในหมูน กั ดํานํา้ ทัว่ โลกวาตอง มาดูใหเห็นกับตาสักครั้ง

72 : ครอบครัวพอเพียง

ชมแสงสุดท้ายของแดนสยามที่สิมิลัน

หมู่เกาะสิมิลัน พังงา


ชมแสงสุดทาย ของแดนสยามที่สิมิลัน หมูเกาะสิมิลัน พังงารูกอนเดินทาง ปดเกาะ ตั้งแตวันที่ 16 พฤษภาคม – 15 พฤศจิกายน ของทุกป แตหากมี มรสุมเขากอนกําหนด ทางอุทยานจะประกาศปดเกาะกอน ขอใหตรวจเช็คอีกครั้ง โทร. 076 595 045หรือ โทร. 076 595 210 เกาะที่สามารถพักคางแรมไดคือ เกาะสี่ และ เกาะแปด จะมีบานพัก เตนทและ รานคาสวัสดิการไวบริการ

ยามบ า ยคล อ ย กิ จ กรรมที่ น  า สนใจที่สุด คือการไดไปนั่งทอดอารมณ ทบวนความคิด ความรูสึกอาบแสงทอง ชมพู และชมพระอาทิตยลับขอบฟา ณ จุด ชมวิว จุดสุดทายของแผนดินไทย ที่จะได เห็นพระอาทิตยลับขอบฟา บนเกาะสี่ ของ สิมิลัน หรือถาอยูบนเกาะแปด ก็ใหปนขึ้น ไปบนหินเรือใบ จะไดเห็นภาพหมูเกาะ นอยใหญและทะเลอันดามันไกลสุดลูกหู ลูกตา ทั่วอณูของทองฟากวาง ทั่วขอบเขต ของทองทะเลไทย ถึงแมจะเต็มไปดวยการ อําลาอาลัย แตนั่นคือสัญญาณของการเริ่ม ตนใหมที่กําลังจะตามมา…

อร่อยประจ�าถิ่น

บนเกาะสี่ และเกาะแปด มีราน อาหารสวั ส ดิ ก ารคอยบริ ก ารตั้ ง แต เวลา 8.00 – 20.00 น. ทุกวัน ถาใหดีลองชิม อาหารพื้นเมืองทางใต เชน แกงสม (แกง เหลือง) กับไขเจียว รับรองจะติดใจ

ครอบครัวพอเพียง : 73


เศษหนั ง ฟอกที่ เ หลื อ จากร้ า นท� ำ เบาะรถยนต์ นั้ น สามารถน�ำมาประยุกต์ประดิษฐ์เป็นสินค้าได้หลากหลาย อยู่ที่ว่า เราจะท�ำอะไรกับมัน ซึ่งผลที่ได้ก็คืออาชีพ หรือรายได้เสริมให้กับผู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นเงินได้เป็นอย่างดี คุณศิริลักษณ์ เกตุอินทร์ เจ้าของผลงานการน�ำเศษ หนังมาตัดเย็บเป็นกระเป๋า เล่าว่า เรียนจบมาทางด้านศิลปะ เรียนเกี่ยวกับศิลปะไทยการวาดภาพไทย ๆ หลังจากที่จบมาก็

หนึ่ง ก็น�ำมาต่อกัน โดยการน�ำเศษหนังแต่ละชิ้นมาวางทับซ้อน กันประมาณ ๑ เซนติเมตร ยึดติดกันด้วยกาวสองหน้า ท�ำต่อไป เรื่อย ๆ จนได้หนังแผ่นใหญ่พอที่จะน�ำมาท�ำกระเป๋า แล้วก็ใช้เชือก เทียนเย็บตามรอยต่อให้แน่นหนาอีกทีหนึ่ง ก่อนใช้เชือกเทียนเย็บ นั้นเราจะต้องใช้ตัวตอกน�ำรูตอกน�ำก่อน เวลาเย็บก็จะเย็บง่ายขึ้น ๓.หลังจากที่ท�ำการต่อหนังและเย็บยึดติดเรียบร้อย ก็ น�ำแพตเทิร์นที่เตรียมไว้มาทาบและวาดแบบลงบนหนัง จากนั้น ก็ใช้กรรไกรตัดตามแบบ เวลาตัดแบบให้ตัดเผื่อไว้ส� ำหรับเย็บ ประมาณ ๑ เซนติเมตร ให้ตัดตามแบบจ�ำนวน ๒ ชิ้น จากนั้นก็น�ำ แพตเทิร์นวางบนผ้าแล้วตัดตามแบบอีก ๒ ชิ้น ไว้สำ� หรับรองด้าน ในกระเป๋า เมื่อตัดหนังและผ้าตามแบบที่ต้องการแล้ว ก็ทำ� การติด ผ้าลงบนแผ่นหนังด้านในทั้ง ๒ ชิ้น วิธีติดก็คือ น�ำแผ่นหนังมาติด กระดาษกาวสองหน้าลงตามขอบด้านในของแผ่นหนัง จากนั้นก็ น�ำผ้ามาวางทับติดให้แน่น หลังจากติดผ้ากับหนังแล้วก็มาถึงขั้น ตอนการเย็บเป็นกระเป๋า ให้น�ำแบบหนังทั้ง ๒ ชิ้น มาประกบกัน

‘กระเป๋าหนัง’ จุดขายงานฝีมือ สร้างรายได้เสริมได้อย่างดี ท�ำงานด้านนี้โดยตรง คือรับวาดภาพจิตรกรรมตามโบสถ์ของวัด ต่างจังหวัด ส�ำหรับงานเย็บกระเป๋าหนังนั้นเป็นงานที่ท� ำเป็นงาน อดิเรก ท�ำเป็นอาชีพเสริมมาได้ ๑ - ๒ ปี เริ่มจากการเห็นเพื่อน น�ำหนังมาเย็บเป็นกระเป๋าใช้ ก็เกิดความชอบ เพราะชอบงานหนัง เป็นส่วนตัวอยู่แล้ว จึงเกิดความคิดที่จะท�ำดูบ้าง หนังที่น� ำมาใช้ก็จะใช้เป็นเศษหนัง น� ำมาต่อกันแล้ว น�ำมาตัดเย็บท�ำกระเป๋า เป็นคอนเซปต์ของเราด้วยที่ใช้เศษหนัง เพราะเป็นการน�ำเศษวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์เป็นชิ้นงาน เป็นการ สร้างมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ เจ้าของงานกล่าว วัสดุอุปกรณ์ในการท�ำหลัก ๆ ก็มี... เศษหนังฟอก, ตัว เจาะรู, เข็มเย็บ (เข็มไหมพรม), กระดุม, กระดาษกาวสองหน้าชนิด บาง, ห่วงเหล็ก, กรรไกร, กระดาษ, ดินสอ เป็นต้น

ขั้นตอนการท�ำ :

๑.เริ่ ม จากการออกแบบทรงกระเป๋าที่ต้องการจะท� ำ แล้วก็ท�ำแพตเทิร์นขึ้นมาก่อน โดยท�ำการวาดแบบที่ต้องการลง บนกระดาษ เมื่อวาดแบบเรียบร้อยก็ตัดกระดาษตามแบบที่วาด ไว้ ก็จะได้แพตเทิร์นทรงกระเป๋า ๒.การท�ำเศษหนังที่รับซื้อมาจากร้านท�ำเบาะรถยนต์ ให้เป็นหนังผืนใหญ่พอที่จะน�ำมาตัดเป็นกระเป๋า ซึ่งจะใช้วิธีการ ติด-ต่อเศษหนัง ท�ำการเลือกสีตามที่ต้องการ ซึ่งสีของหนังที่ต่อกัน จะต้องดูให้สีกลมกลืนเข้ากันด้วย เมื่อคัดเลือกเศษหนังได้จ�ำนวน 74 : ครอบครัวพอเพียง

โดยให้ด้านหน้าของแผ่นหนังติดกัน จากนั้นก็ใช้ตัวตอกน�ำรูตอก ให้รอบ แล้วท�ำการเย็บติดกันด้วยเชือกเทียน ด���วยวิธีการเย็บแบบ ด้นถอยหลัง เย็บจนรอบแล้วก็ท�ำการกลับด้านในออกมา ก็จะได้ เป็นรูปทรงกระเป๋าตามต้องการ ๔.ท�ำฝาปิดกระเป๋า ก็ออกแบบได้ตามต้องการ จะเป็น แบบสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ครึ่งวงกลม ก็แล้วแต่ เมื่อตัดฝากระ เป๋าได้แล้วก็เย็บติดไว้ตรงขอบด้านบนที่เป็นด้านหลังของกระเป๋า เมื่อเย็บเรียบร้อยก็ทดลองพับปิดลงมา แล้วท�ำการวัดระยะมาร์ก จุดที่จะติดกระดุม จะเป็นแบบกระดุมติดหรือกระดุมแม่เหล็กก็ได้ ท�ำการเจาะติดกระดุมเรียบร้อย ๕.สุดท้ายเป็นการติดสายสะพาย โดยน�ำเศษหนังมา ตัดเป็นเส้นยาว แต่เนื่องจากเป็นเศษหนังบางครั้งความยาวไม่ พอ ก็จะใช้วิธีการน�ำห่วงมาเป็นตัวต่อเชื่อม ก็คือการน�ำสายหนัง คล้องในห่วงแล้วตอกด้วยตาไก่ยึด แล้วใช้หนังอีกเส้นต่อแบบ เดียวกันอีกด้านหนึ่งของห่วง เมื่อได้ความยาวตามที่ต้องการก็ ติดตัวส�ำหรับไว้ร่นสายเข้าไป แล้วก็น�ำไปเย็บติดกับกระเป๋าให้ เรียบร้อย เท่านี้ก็จะได้กระเป๋าสะพายตามที่ต้องการแล้วและ กระเป๋าหนังของศิริลักษณ์นั้นมีอยู่หลายแบบด้วยกัน ราคาขาย ๓๙-๕๐๐ บาท ขึ้นอยู่ที่รูปแบบและขนาดกระเป๋า ส�ำหรับผู้ที่สนใจ “กระเป๋าหนังงานฝีมือ” อย่างของ คุณศิริลักษณ์ แวะไปดูชิ้นงานกันได้ที่ตลาดนัดจตุจักร ๒ มีนบุรี หรือจะสั่งออร์เดอร์ไปขายต่อเพื่อเป็นรายได้เสริมอีกทาง ก็ดีไม่ น้อย สอบถามได้ที่ โทร. ๐๘๑-๐๗๐-๒๗๖๗ | ๐๘๖-๘๗๓-๕๖๒๘


พิธีลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

กรมป่ า ไม้ จั ด พิ ธี ล งนามถวายพระพรสมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุ ม ารี เนื่ อ งในโอกาสวั น คล้ า ย วันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๕๗ พรรษา วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยมีนายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานกล่าวค�าถวายพระพร และลงนามถวายพระพร พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานกรมป่าไม้ ณ อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้

ครอบครัวพอเพียง : 75



Is am are may 55