Issuu on Google+

IS AM ARE

จุมพิตรำชินีแห่งขุนเขำ กิ่วแม่ปำน

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย

มำท�ำควำมเข้ำใจพัฒนำกำรของวัยรุ่นกันเถอะ!!

99.5 คลื่นพลเมืองดี วรพล ทักษิณพิลำ

โรคจิตหรือเปล่ำ...เอำให้แน่ คุณอำจจะเป็นโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้

มีนำคม 2557

ฉบั บ ที่ 74

FREE EDITION www.fosef.or.th


เปิดตัวเวปไซด์ของมูลนิธิครอบครัวพอเพียงอย่างเป็นทางการ ท่านสามารถเข้ามาอ่านบทความ นิตยสาร IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง หรือข่าวสารดี ๆ ได้แล้ววันนี้ โดยไม่เสียค่าใช่จ่าย และท่านยังสามารถสมัครเป็นสมาชิกของมูลนิธิครอบครัวพอเพียง เพื่อรับข่าวสารจากทางมูลนิธิครอบครัวพอเพียงได้ก่อนใคร โดยท่านสามารถดาวน์โหลดใบสมัครเพื่อเป็นสมาชิกได้ที่

www.fosef.or.th


.การที่จะให้งานประสานกันนั้นหลัก ส�ำคัญอยู่ว่า ทุกฝ่ายจะต้องไม่แบ่ง แยกกัน ไม่แย่งประโยชน์ไม่แย่งความชอบกัน แต่ละฝ่ายแต่ละคนต้องท�ำงาน ด้วยบริสุทธิ์ใจ มุ่งหวังผลส�ำเร็จในการงานเป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น... “ คัดตัดตอนจากพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ ผุ้ส�ำเร็จการศึกษาสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ วันศุกร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒

ภาพ : พีระ โภคทวี


EDITOR’S TALK ทักทายกันเช่นเคยกับ มวลหมู ่ ค นรั ก การอ่ า นและ สมาชิ ก ครอบครั ว พอเพี ย ง ทุ ก ท่ า น การเปลี่ ย นแปลง เพื่อให้เข้ากับยุคไฮเทคโนโลยี นิตยสาร IS AM ARE ครอบครัว พอเพียงในรูปแบบ e-magazine คงไม่มีใครในสังคมปัจจุบัน ที่ ไ ม่ มี โ ทรศั พ ท์ เ คลื่อนที่หรือที่เรียกกัน ว่ามือถือ และในกลุ ่ ม นักรักการอ่านก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก e-magazine พูดถึงตรง นี้ ห ลายคนปรบมื อ ถู ก ใจกั น ใหญ่ เย้ เ ย้ ! ! ดี ใจไม่ ต ้ อ งไปแอบ ยื น อ่ า นตามร้ า นหนั ง สื อ ชั้ น น� า อี ก ต่ อ ไปแล้ ว เพราะทุ ก วั น ที่ ๑ ของเดือน ก็สามารถหาอ่านได้ในมือถือทุกรุ่น หรือ Note book หรื อ เครื่ อ ง PC ในทุ ก ที่ แถมยั ง copy บทความ ข้อความ ภาพสวยงามหรือภาพถ่าย เยาวชนหญิงชาย จาก หลายสถานศึกษาทั่วประเทศ ทั้งมัธยมศึกษา, อาชีวะศึกษา และอุ ด มศึ ก ษา ภาครั ฐ และเอกชน ที่ ม าร่ ว มกั น ท� า กิ จ กรรม ความดี เ พื่ อ ประโยชน์ ต ่ อ สาธารณะในวั น หยุ ด ตามสถานที่ ต่างๆ ความงดงามของภาพถ่ายที่ถูกบันทึกไว้ให้เราได้จดจ�าจะ มีในทุกฉบับ ทุกเดือน และหากสมาชิกท่านใดมีเรื่องราวหรือ กิจกรรมใดที่อยากจะเผยแพร่ก็ส่งมาได้เช่นกัน สมาชิกผู้อ่าน และสมาชิกครอบครัวพอเพียงหลายล้านคนที่คอยติดตามความ เคลื่อนไหวของเราอยู่เป็นประจ�าจะได้รับรู้รับทราบไปพร้อมกัน และครอบครัวใดอยากจะสมัครเป็นสมาชิกครอบครัวพอเพียง เชิญกดมาได้ที่ www.fosef.or.th หรือเข้า google แล้วกด ครอบครัวพอเพียง แหล่งความสุขทางใจที่สามารถสัมผัสได้อย่าง เป็นรูปธรรมง่ายนิดเดียว มาบรรทัดนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเขียนความในใจ ความเสียใจ อย่ า งสุ ด ซึ้ ง กั บ ชี วิ ต ที่ บ ริ สุ ท ธิ์ ข องเด็ ก เล็ ก ๆ ที่ ต ้ อ งจากไปใน

เหตุการณ์ที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะหนักหนาสาหัสถึงขนาดนี้ทั้งที่ จังหวัดตราด และกรุงเทพฯ ๔ ชีวิตในขณะที่ บก.เขียนนี้ และ จะอีกกี่ชีวิตที่ต้องจากไป น�้าตานองหน้าใจแทบสลาย แต่สิ่งหนึ่ง ที่คิดคือ อะไรเป็นเหตุจูงใจที่สามารถท�าให้เกิดเหตุการณ์เยี่ยง นี้ได้ ถ้าไม่ใช่ “ควำมไม่รู้จักพอ” ของคนกลุ่มเดียว ค�าเพียง ๕ ค�านี้ ความหมายช่างกว้างไกลและไม่สามารถหยั่งรู้ความลึก ของความหายนะจากจิตใต้ส�านึกที่ยึดแต่ ตัวกู ของกู และที่แน่ๆ ยังไม่จบ ยังอีกยาวไกลนักกับความล่มสลาย ทั้งทางจิตใจและ เศรษฐกิจของ “คนไทย” ทั้งชาติ เลือกที่จะสวดมนต์ไหว้พระตั้งจิตภาวนาและอาราธนา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระคู่บ้าน คู่เมือง พระสยามเทวาธิราช พระแก้ว มรกต พระพรหมชั้นฟ้า เทพอารักษ์ทั้งหลาย ได้โปรดมอบแสง สว่างให้เหล่าทุรชน ตาสว่างเห็นธรรม รู้ดีรู้ชั่ว รู้ตื่นและเบิกบาน ว่าตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ควำมดี” และก้ ม กราบขอพระบารมี ใ นองค์ พ ระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงคุ้มครองให้ผู้ที่รู้และกตัญูต่อแผ่นดินเกิด อยู่รอดปลอดภัย สุขกาย สุขใจตลอดกาลและตลอดไป.

ประธำนกิตติมศักดิ์ : คุณหญิงพวงรัตน วิเวกานนท์, วิชัย ศรีขวัญ, ปรีชา วัชราภัย, เบญจวรรณ สร่างนิทร นนทิกร กาญจนะจิตรา (เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ที่ปรึกษำกิตติมศักดิ์ : พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์, พุธทรัพย์ มณีศรี, ชมนาด พงศ์พนรัตน์, ดร.เสรี พงศ์พิศ, เกริกเกียรติ์ เอกพจน์, นงลักษณ์ หอตระกูล ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์, รังสิมา จารุภา, ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ประธำนด�ำเนินกำร : ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษำ : วริมา โพธิสมบัติ, วัลภา บุรุษพัฒน, ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน, ดร.ขนิษฐา สารพิมพา, ฌิชศีล ตันติเวชกุล, จริยา รอดเที่ยง, สุชานี แสงสุวรรณ บรรณำธิกำร : อภีม คู่พิทักษ์ ศิลปกรรม : เอกรัตน์ คงรอด ส�ำนักงำน : นิตยสารครอบครัวพอเพียง 31/2 ซอยทองหล่อ 2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ : 0-2983-7312-3 โทรสำร : 0-2983-7314 เว็ปไซต์ : www.ariyaplus.com E-mail : ariyaplus@hotmail.com 4

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


CONTENTS มูลนิธิชัยพัฒนา สูตรอำหำรจำกสวนหลังบ้ำน ส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไร้ตมก็ไร้บัว เด็กวันวาน...เด็กวันนี้ อ.พุธทรัพย์ มณีศรี ใบสมัครสมาชิก ธรรมะติดปีก ใครลิขิตชีวิตเรำ ดวงชะตาแสนกล ความเป็นฅน ความเป็นครู รินหลั่งน�้ำพระทัย หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน ทุนเรียนฟรี อาจารย์ปิงและครูสมศรี ตัวไกลหัวใจอยู่ใกล้ ดร.ไสว บุญมำ ปฎิบัติการชุมชนรักษ์น�้าตามแนวพระราชด�าริ

IS AM ARE ต�ำบลคลองเรือ จังหวัดสระบุรี GOODLIFE โรคจิตเภท EAT AM ARE COVERSTORY วรพล ทักษิณพิลำ ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว โดย Andrew Bigg นิทานโบราณคดี หนังสือหอหลวง ตอนที่ 2 บทความพระราชทาน GOOD TO KNOW กำรเข้ำใจพัฒนำกำรของวัยรุ่น BONVOYAGE กิ่วแม่ปำน ROUNDABOUT GOODREADS

6 14 16 19 20 22 24 26 27 28 30

34 44 48 50 57 58 66 68 72 80 82

GOODLIFE

COVERSTORY

BONVOYAGE

‘ก�ำลังใจและควำมเชื่อมั่นจำก คนใกล้ตัวเป็นส่วนส�ำคัญที่ ท�ำให้ผู้ป่วยเข้ำสู่และคงอยู่ใน กำรรักษำได้ต่อเนื่อง’

คลื่นพลเมืองดี FM 99.5 สถำนีจรำจรเพื่อสังคม

จุมพิตรำชินีแห่งขุนเขำ ที่กิ่วแม่ปำน

หน้ำ

44

หน้ำ

50

หน้ำ

70

มีนาคม 2557 IS AM ARE

5


6

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

7


8

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

9


10

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

11


12

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

13


นพ. วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ

รองเลขาธิการส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

www.nhso.go.th

ไร้ตมก็ไร้บัว

“หนึ่ง…หนึ่ง” ไปช่วยแม่ในสวน หน่ อ ยนะ…วั น นี้ ” คุ ณ แม่ วั ย กลางคน ตะโกนบอกลูกชายที่นั่งจ้องตาเขม็ง อยู่ บนจอคอมพิวเตอร์… “ไม่ไปได้ไหมแม่…” ลูกชายแย้ง “ท�ำไมล่ะ” “ร้ อ น…เหนื่ อ ย…ไม่ อ ยากไป” ลูกชายต่อรอง แล้วสองแม่ลูกก็เกิดวิวิทะ ทางวาจาตมมา จนคุณพ่อต้องเข้ามาหย่า ศึกในท้ายที่สุด……………. ปรากฏการณ์ 14

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

แบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยมาก ได้ยินได้ฟังจน คุ้นหูและหลายคนก็มีค�ำถามตามมาว่า เกิดอะไรขึ้นกับเด็กรุ่นใหม่ เยาวชนของ ชาติทุกวันนี้ มีคนตั้งข้อสังเกตว่า กิจการธุรกิจ ของครอบครั ว หลายๆครอบครั ว ที่ เ คย เห็นมา • ช่วงรุ่นปู่ย่า จะเป็นช่วงก่อ ร่างสร้างตัว ต้องเหนื่อยยากล�ำเค็ญกว่า จะตั้งตัวได้

• ช่วงรุ่นพ่อแม่ จะเป็นช่วง

เริ่มตั้งหลักได้ เริ่มมีความมั่นคง เก็บเกี่ยว เกิดการเจริญเติบโตหรือทรงตัว เพราะ เคยมี ส ่ ว นรู ้ เ ห็ น และเกี่ ย วข้ อ งกั บ ความ ยากล�ำบาก • ช่ ��� งรุ ่ น หลาน จะเริ่มไม่รู้ ร้อนรู้หนาว จะหลงระเริงกับความมั่นคง ของกิ จ การ ท� ำ ให้ ข าดแรงจู ง ใจ ความ อดทนบากบั่ น กิ จ การจะเริ่ ม ตกต�่ ำ ลง หรือขาดทุน


• ช่วงรØ่นเหลน จะเป็นรุ่มท�า จนท�าให้ผลึกคาร์บอนกลายสภาพเป็น พังหรือเลิกกิจการไปเลย พระอาจารย์พุทธทาส เคยกล่าว ไว้ ว ่ า “เหงื่ อ นั้ น ดี ก ว่ ำ น�้ ำ มนต์ ” เป็ น คติ ธ รรมสอนใจว่ า ความยากล� า บาก นั้นมีคุณค่า เปรียบเสมือนเป็นปุ๋ยหล่อ เลี้ ย งการเจริญ เติบ โตของคน เท่าที่อยู่ ในแวดวงการแพทย์สาธารณสุขมาเกือบ 40 ปี ผมพบว่า หมอดีๆ มักไม่มีฐานะ ร�่ารวยมากนัก ส่วนใหญ่จะพออยู่พอกิน พอเลี้ยงตัวเองได้และมักพบเห็นในชนบท หรือต่างจังหวัดมากกว่าในเมืองใหญ่และ กรุงเทพ คุณครูดีๆก็เช่นเดียวกัน.. พ ร ะ ภิ ก ษุ ที่ มี วั ต ร ป ฏิ บั ติ ดี น่ า เลื่ อ มใสศรั ท ธา มั ก เป็ น พระสายวั ด ป่ า มากกว่ า วั ด ในเมื อ งและมี ชี วิ ต อยู ่ อย่ า งสมถะพอเพี ย ง สมกั บ ดั่ ง ค� า พู ด ของพระอาจารย์สายพุทธมหายาน ติช นั ท ฮั น ท์ แห่ ง หมู ่ บ ้ า นพลั ม ประเทศ ฝรั่งเศสที่ว่า “ไร้ตมก็ไร้บัว” (No mud ,No Lotus) ดอกบัวนัน้ เป็นดอกไม้ประจ�า ชาติของประเทศเวียดนาม ในทางพุทธ ศาสนา เราถือว่า ดอกบัว เป็นสัญลักษณ์ ของการตื่ น รู ้ การเบิ ก บาน เรื่ อ งการ เติ บ โตทางวุ ฒิ ภ าวะ อารมณ์ ข องคน โดยมี ค วามทุ ก ข์ บ ากล� า บากเป็ น เครื่ อ ง หล่ อ เลี้ ย ง หล่ อ หลอมนั้ น เข้ า ได้ กั บ ปรัชญาทางฝ่ายยุโรปที่ว่า No Pain, No Gain ไม่มีการเจ็บปวด ก็ไม่มีการได้ผล ประโยชน์ เหมือนเราอยากมีฟันดี ฟัน และเหงือกแข็งแรง ก็ต้องไปหาหมอฟัน มีเจ็บบ้าง เสียวบ้าง เลือดออกบ้างเป็น เครื่องแลกเปลี่ยน หรืออีกข้อคิดหนึ่งที่ว่า No Pressure ,No Diamond เปรียบเปรยว่า เพชรก่ อ เกิ ด ขึ้ น ได้ จากแรงอั ด แรงบี บ

ธาตุเพชรได้ ดอกบัวแห่งสุขภาพวะ จะ เกิ ด แก่ บุ ค คลใดบุ ค คลหนึ่ ง ได้ จะต้ อ ง ประกอบด้วยปัจจัยเกื้อกูลดังต่อไปนี้ 1.ร่างกายดี มีการบริหารกาย ไม่ ใ ห้ เจ็ บ ป่ ว ย ใส่ ใจต่ อ การดู แ ลบ� า รุ ง รั ก ษา รู ้ จั ก เลื อ กอาหารการกิ น บริ โ ภค รู้จักพักผ่อน 2.จิ ต ใจดี ไม่ เ ครี ย ด ไม่ ร ้ อ น ทุรนทุราย มองโลกในแง่บวก 3.สิ่ ง แวดล้ อ มดี อยู ่ ใ นที่ ซึ่ ง สัปปายะ มีอากาศดี น�้าดี อาหารดี ไม่มี มลภาวะ มีความใกล้ชิดธรรมชาติ 4.ความสั ม พั น ธ์ ดี เช่ น มี ครอบครั ว อบอุ ่ น มี กั ล ยาณมิ ต ร มี สัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนบ้านและเพื่อน ร่วมงาน มีชุมชนอบอุ่น

ที่ไหนมีบัวอยู่ ที่ไหนมีสุขสม ที่ไหนบัวชูช่อ อันยาดีมีรสขม และนั่นคือความจริงแท้ อุปสรรคสู้ฟัน½่า และเมื่อใดที่มีทุกข์ อย่าหวั่นไหวอย่ากลัวเกรง

5.จุ ด มุ ่ ง หมายดี โดยเฉพาะ จุดมุ่งหมายชีวิต เป็นคนมีคุณธรรม เป็น คนเข้ า ใจคุ ณ ค่ า และความหมายชี วิ ต มี ห ลั ก ยึ ด มี ทั ศ นคติ ต ่ อ เรื่ อ งเงิ น ทอง หน้าที่การงาน ลาภยศชื่อเสียงในทางที่ ถูกต้อง ทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการ ฝึกฝน กล่อมเกลา ตั้งแต่อายุยังน้อยๆ ให้ เ ป็ น คนขยั น มี น�้ า อดน�้ า ทน มี ค วาม วิริยะพากเพียร ไม่กลัวความยากล�าบาก อาบเหงื่ อ ต่ า งน�้ า ได้ ไม่ ก ลั ว ร้ อ นกลั ว หนาว ซึ่งตรงกันข้ามกับแนวโน้มของคน ยุคใหม่นี้ที่ติดสุขนิยม ติดความสะดวก สบาย อยากท�างานเบาๆ น้อยๆ รังเกียจ การใช้แรงงานหรืออาชีพที่อยู่กลางแจ้ง ร้อนเหงื่อไหล และเน้นบริโภคนิยมแบบ สุดๆ

ก็ย่อมรู้มีโคลนตม ก็ย่อมมีทุกข์ปนแ½ง ก็ล้วนหล่อเลี้ยงด้วยตม แต่เยียวยารักษาได้ อย่าผันแปรหนีปัญหา และหาญกล้าท้ายืนหยัด ให้ปลุกปลอบใจตนเอง หากไร้ตมก็ไร้บัว

บริการข้อมูล ให้ค�าปรึกษาการใช้ สิทธิหลักประกันสุขภำพ 30 บำท ตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ประสานงานส่งต่อผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษา

มีนาคม 2557 IS AM ARE

15


เด็กวันวาน...เด็กวันนี้

พุธทรัพย์ มณีศรี กศ.บ. (เกียรตินิยม) M.P.A. อดีตที่ปรึกษาระบบราชการ (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์งานบุคคล ๑๐) ส�ำนักงาน ก.พ. puthsup@gmail.com

ทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่านักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยากว่า ๓๐๐ คน รวมตัวเป่านกหวีดใส่ ผู้อ�ำนวยการโรงเรียน เพราะไม่พอใจที่โรงเรียนบังคับให้เดินรณรงค์เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ถือเป็นการน�ำนักเรียนมาเป็นเครื่องมือ ข่ า วบางกระแสแจ้ ง ด้ ว ยว่ า การเป่ า นกหวี ด ดั ง กล่ า วเป็ น การเป่ า นกหวีดไล่ผู้อ�ำนวยการโรงเรียนด้วย ลุงอ่านข่าวนี้แล้ว ได้ความรู้สึกหลาย ๆ ประการ ประการแรก ลุงเป็นเด็กวันวาน....จึงไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะ นักเรียนซึ่งเป็นเด็ก รวมตัวกันเป่านกหวีดใส่ผู้อ�ำนวยการซึ่งเป็นผู้ใหญ่ ประเพณีไทยถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสมนัก 16

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


แ ต ่ เ มื่ อ ท ร า บ ว ่ า เ ห ตุ ที่ ผู ้ อ� ำ นวยการโรงเรี ย นได้ ท� ำ ไป เช่ น นั้ น ก็ เ พราะผู ้ ใ หญ่ สั่ ง มาให้ ด�ำเนินการอีกชั้นหนึ่ง และเมื่อผู้อ�ำนวยการได้แจ้ง สาเหตุให้แก่นักเรียนทราบ นักเรียน ก็เข้าใจและสลายตัวไปในที่สุด ก็ เ ป ็ น เรื่ อ ง ดี ที่ นั ก เรี ย น มี เหตุมี ผ ล เข้าใจความจ�ำเป็น ของ ผู้อ�ำนวยการ แ ล ะ เ รื่ อ ง นี้ ก็ ค ง เ ป ็ น อุทาหรณ์ให้กับผู้ใหญ่อีกหลายต่อ หลายคนว่ า การกระท� ำ เรื่ อ งใด ก็ ต ามต้ อ งอยู ่ บ นพื้ น ฐานของเหตุ และผล อย่ า กลั ว ผู ้ ใ หญ่ ที่ มี อ� ำ นาจ เหนื อ กว่ า ให้ ม ากนั ก จนลื ม นึ ก ถึ ง ความควรหรื อ ไม่ ค วรหรื อ ความมี เหตุมีผลไป ผู้ใหญ่ก็อาจจะโดนเด็กถอน หงอกได้เช่นกัน ประการที่สอง รู้สึกดีใจเป็น อย่ า งมากที่ ไ ด้ เ ห็ น เด็ ก มี ค วามคิ ด ความอ่านเป็นของตนเอง เคยเขี ย นบทความเกี่ ย วกั บ ครูไว้ว่า ครูวันนี้.......สอนนักเรียน ให้ท่องจ�ำเพราะสอนได้ง่ายกว่า แต่ ไม่ค่อยสอนให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ และหาเหตุผล ท�ำให้เด็กวันนี้....ของเรา คิด อ่านกันไม่ค่อยเป็น เพราะเรียนโดย การท่องจ�ำแบบนกแก้วนกขุนทอง การที่ นั ก เรี ย นในจั ง หวั ด พระนครศรี อ ยุ ธ ยากว่ า ๓๐๐ คน ได้มีความคิดว่าการบังคับให้นักเรียน เดิ น ขบวนรณรงค์ ใ ห้ มี ก ารเลื อ กตั้ ง ในขณะที่ มี ค วามขั ด แย้ ง ทางความ

คิดอย่างหนักนั้น ไม่น่าจะเป็นการ กระท�ำที่ถูกต้อง จึงได้แสดงออกดังกล่าว และ ในกรณีนี้เป็นการแสดงออกที่สมควร เพราะผู้ใหญ่ไม่ได้ท�ำตัวเป็นผู้ใหญ่ ที่ดี ความคิ ด วิ เ คราะห์ ข อง นักเรียนที่ท�ำได้ด้วยตนเอง โดยไม่มี การชักน�ำ หรืออีกนัยหนึ่งไม่ต้องถูก จูงจมูกเหมือนกับคนหลาย ๆ คน ในปัจจุบันเช่นนี้ เป็ น เรื่ อ งที่ ดี ควรส่ ง เสริ ม และสนับสนุน เพราะนั ก เรี ย นย่ อ มต้ อ งมี ศักดิ์ศรี รวมทั้งต้องมีความคิดเห็น เป็นของตนเองและเป็นอิสระด้วย ค ว า ม คิ ด ที่ ว ่ า นั ก เ รี ย น มีหน้าที่เรียนอย่างเดียวโดยไม่ต้อง ยุ่งเรื่องอื่น รวมทั้งเรื่องการเมืองด้วย นั้น ปัจจุบันเป็นเรื่องที่ล้าสมัยไปแล้ว เพราะนั ก เรี ย นอยู ่ ใ นสั ง คม จึงจ�ำเป็นต้องคิดเป็น พูดเป็นและ ท�ำเป็นในเรื่องรอบตัว อยากเห็นเด็กวันนี้.....ทุกคน คิดวิเคราะห์เป็นในทุก ๆ เรื่อง การคิ ด วิ เ คราะห์ ท� ำ ได้ โ ดย การรวบรวมข้อมูล การสังเกตการณ์ ประสบการณ์ หลักแห่งเหตุและผล หรือการสื่อความหมาย การคิ ด วิ เ คราะห์ ต ้ อ งใช้ เหตุ ผ ล หลั ก ฐานและตรรกะมา วิ เ คราะห์ ใ ห้ แ น่ ชั ด ก่ อ นที่ ล งความ เห็นหรือตัดสินใจ ที่ ส� ำ คั ญ ก็ คื อ ต้ อ งใช้ ข ้ อ มู ล หลายด้ า น เพราะคนที่ ถู ก จู ง จมู ก ส่วนใหญ่ เป็นคนที่รับฟังข้อมูล เพียง ด้านเดียว

ฟ���งอยู่ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน สิ่งที่ เขาโกหกทุกวัน ก็เชื่อว่าเป็นความ จริง พระพุทธองค์จึงได้ใช้วิธีการ สอนที่เรียกว่า “ปุจฉาวิสัชนา” โดย การให้พระสงฆ์ใช้ “วิจารณญาน” ถามตอบซักไซ้ไล่เลียงค้านกันไปมา จนได้ค�ำตอบ ซึ่ ง อาจถื อ ได้ ว ่ า เป็ น การคิ ด วิเคราะห์ โดยใช้หลักแห่งความเชื่อ ที่ไม่งมงายไว้ในพระสูตรชื่อ กาลาม สูตร ดังนั้น หากลูก ๆ ใช้การคิด วิเคราะห์บอ่ ย ๆ โดยท�ำอยูเ่ ป็นประจ�ำ จะท�ำให้สมองท�ำงานทุกวัน การคิด วิเคราะห์ต่าง ๆ ก็จะง่ายขึ้น และช่วยให้การกระท�ำใด ๆ ก็ตาม ประสบผลส�ำเร็จ โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์ จะช่วยให้การเรียนของลูก ๆ ดีขึ้น ดั ง นั้ น หากลู ก ๆ ยั ง คิ ด วิเคราะห์ไม่เป็น จงเริ่มคิดวิเคราะห์ เป็นตั้งแต่วันนี้นะลูกนะ ลู ก ๆ จะประสบความ ส�ำเร็จในชีวิต

มีนาคม 2557 IS AM ARE

17


18

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

19


ธรรมะติดปีก

เรื่อง : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี

...ใครลิขิตชีวิตเรา...

น่าสังเกตว่า ท�ำไมสังคมไทยของเรา จึงเชื่อหมอดูมากกว่า ปัญญาชน,นักวิชาการ ในทางพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าตรัสถึงลัทธินอกพุทธศาสนาสามอย่างที่เป็นชนวนของ ความ “ยอมจ�ำนนต่อปัญหา” ท�ำให้มนุษย์ไม่ก้าวไปข้างหน้า ลัทธิที่ว่านั้นก็คือ 20

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


(1) ลั ท ธิ ก รรมเก่ า เชื่ อ กั น ว่ า ความเป็นไปในชีวิตของคนเป็นผลมาจาก กรรมเก่าล้วนๆ (2) ลัทธิเทพเจ้าบันดาล เชื่อกัน ว่า ชีวิตของคนจะเป็นไปอย่างไร “พระ พรหม” ท่านลิขิตไว้หมดแล้ว (3) ลัทธิบังเอิญ เชื่อกันว่า ชีวิต ของคนจะเป็น ไปอย่างไร ถึงเวลามัน ก็ เป็นของมันอย่างนั้นเอง ไม่มีที่มา ไม่มีที่ ไป อะไรจะเกิดมันก็เกิด ลั ท ธิ ก รรมเก่ า น� ำ ไปสู ่ ภ าวะ “ยอมจ�ำนน” ต่อปัญหาเช่น เกิดมาจน ก็ก้มหน้ารับความจน ถูกเขาโกง ก็บอก ตั ว เองว่ า ชาติ ที่ แ ล้ ว ไปโกงเขาไว้ เ ยอะ พออธิบายอย่างนี้ คนโกงก็เลยลอยนวล สบาย ไม่มีความผิด และถ้าเป็นเช่นนั้น คนไทยชาติ ที่ แ ล้ ว คงเป็ น ขโมยกั น ค่ อ น ประเทศ ชาติ นี้ จึ ง ถู ก เขาโกงพร้ อ มกั น ทั้งชาติอย่างซ�้ำซาก หรือบางทีมีวิกฤติ การเมื อ งตี บ ตั น ก็ อ ธิ บ ายกั น ว่ า เป็ น เพราะกรรมเก่าของประเทศ ดังนั้น จึง ต้องแก้กรรมด้วยการท�ำบุญประเทศ แต่ แล้วยิ่งท�ำบุญประเทศ ยิ่งกรรมหนัก จน คนน�ำท�ำบุญประเทศ แทบไม่มีประเทศ ให้อยู่ ลัทธิเทพเจ้าบันดาล น�ำไปสู่ภาวะ “ไม่พึ่งตนเอง” และ “ปัดความรับผิด ชอบ” เช่ น เวลามี ป ั ญ หาขึ้ น มาแทนที่ จะมองหาวิ ธี แ ก้ ป ั ญ หา กลั บ มองหาวิ ธี บวงสรวง สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ปั้น เทพขึ้นมาบูชา แล้วก็รอให้เทพมาช่วย ซึ่งถ้าเทพมีอานุภาพจริง เมืองไทยไม่มี ทางเข้าสู่วิกฤติเลย เพราะประเทศไทย เป็ น ประเทศที่ มี เ ทพมากที่ สุ ด แห่ ง หนึ่ ง ในโลก (แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยปัญหามาก ที่สุดเช่นกัน)

ลัทธิบังเอิญ น�ำไปสู่ภาวะ “หลัก ลอยทางความเชื่ อ ” และ “ไม่ มุ ่ ง มั่ น ท� ำ การ” ไม่ เชื่ อ มั่ น ในสติ ป ั ญ ญาของ มนุษย์ เน้นการ “พึ่งพาอัศวินขี่ม้าขาว” มาโปรด เช่น เวลามีปัญหาเกิดขึ้น มักอธิบาย สิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นโชค เวลามีวิกฤติ เกิด ขึ้นมักอธิบายว่าเป็นเคราะห์ พอถามต่อ ไปว่า เคราะห์และโชคเกิดจากอะไร ก็ ตอบไม่ได้ ลัทธินี้เห็นชัดมาก ในช่วงใกล้ วันหวยออก คนไทยจึงชอบ “เสี่ยงดวง” ใครจะดวงดี ใครจะดวงตก ไม่มีใครรู้ล่วง หน้า ถ้าดวงดีดีเพราะอะไร ถ้าดวงตก ตกเพราะอะไร ก็อธิบายล�ำบาก ลัทธินี้ ครอบง�ำสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และ ก�ำลังอหังการสุดๆ ในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่าน มานี้ เพราะคนที่เชื่อลัทธินี้ ล้วนแต่เป็น แม่ทัพนายกอง และผู้อยู่ในอ�ำนาจในการ บริหารราชการแผ่นดิน เ ป ็ น เรื่ อ ง น ่ า เ ศ ร ้ า ส� ำ ห รั บ ประเทศไทย เพราะในระยะเวลาที่ ลั ท ธิ ด วงดาว โชคชะตาราศรี ก� ำ ลั ง รุ ่ ง ในประเทศไทยในสี่ ห ้ า ปี ม านี้ เ อง ประเทศเพื่ อ นบ้ า นอย่ า งเวี ย ดนาม ได้ กลายเป็ น ประเทศที่ น ่ า ลงทุ น ที่ สุ ด ใน อาเซียน มาเลเซียร่วมมือกับรัสเซีย ส่ง ยานดาวเที ย มไปเยื อ นห้ ว งอวกาศ จี น ส่งนักบินขึ้นไปโคจรในอวกาศได้ส�ำเร็จ เป็นครั้งที่สองในรอบสองปี สิงคโปร์เป็น ประเทศที่มีอ�ำนาจทางธุรกิจครอบคลุม ไปทั่วโลก ฮ่องกงเป็นประเทศที่เป็นต้น แบบในการปราบคอรัปชั่น อินเดีย เป็น มหาอ�ำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แห่งเอเชียและของโลก หั น ไปมองประเทศเพื่ อ นบ้ า น เหล่านี้สิ เขามีเทพเยอะเหมือนเมืองไทย หรือเปล่า เขามีหมอดูไว้เป็นที่ปรึกษาของ

การบริหารราชการแผ่นดินเยอะเหมือน เมืองไทยหรือไม่ เขาเอาแต่มอมเมากัน ด้วยหวยและเกจิอาจารย์เหมือนพวกเรา ไหม ประเทศเหล่านั้นเคยท�ำบุญประเทศ ปีละหลายๆ ครั้งหรือเปล่า เขาไม่ท�ำอะไรเหมือนเราคนไทย สักอย่าง แต่ท�ำไมวิกฤติต่างๆ จึงคลี่คลาย ออกไปจากประเทศเหล่านั้น จนค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่ “พัฒนาแล้ว” โดยล�ำดับ ในขณะที่ประเทศไทย ท�ำไม จึงถอยหลังกลับไปเป็นประเทศที่ “ด้อย พัฒนา” ยิ่งๆ ขึ้น ความจริ ง ของสรรพสิ่ ง ในโลกนี้ มีอยู่ว่า “ใดๆ ในโลกล้วนด�ำเนินไปใน ลักษณะตามเหตุตามปัจจัย เหตุดี ก่อให้ เกิดผลดี เหตุเสีย ก่อให้เกิดผลเสีย” ไม่มี หรอกมือที่มองไม่เห็นที่คอยเนรมิตอะไร ต่อมิอะไรให้ตามที่เราวิงวอน บวงสรวง มี ก็แต่ “มือที่มองเห็น” ของมนุษย์เราด้วย กันเท่านั้น ที่จะสามารถบันดาลอะไรต่อมิ อะไรได้ทั้งสิ้น ยั ง จ� ำ ได้ ไ หม พระพุ ท ธเจ้ า ตรั ส ว่า “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ” ตนเป็น ที่พึ่งแห่งตน ความจริงของโลกและชีวิตอย่างนี้มี สอนอยู่ในพุทธศาสนา และเป็นที่รับรอง กันทั่วโลกของปัญญาชนทั้งหลาย น่ า แปลกว่ า พุ ท ธศาสนามั่นคง ที่สุดก็ในเมืองไทย แต่ แ ล้ ว ท� ำ ไม คนไทย จึ ง ไม่ (ค่ อ ย) ได้ รั บ อิ ท ธิ พ ลของแนวค� ำ สอน เช่นนี้เลย น่าแปลกว่า ท�ำไม ของดีๆ ที่มีอยู่ เราจึงไม่สามารถหยิบยกมากู้วิกฤติของ สังคมไทยได้ เพชรอยู่ในมือ แต่ท�ำไมเรา กลับไปเชิดชูก้อนกรวดก้อนหินก็ไม่รู้

มีนาคม 2557 IS AM ARE

21


ดวงชะตำแสนกล

โดย : ท่ำนย่ำเฒ่ำ

»‚ªÇ´

¡Òçҹ การงานต่างๆ อาจ

ไม่ราบรื่นอย่างที่คุณต้องการ คุ ณ อาจพบว่ า เป็ น เรื่ อ งยากเหลื อ เชื่ อ ที่ จ ะ ตกลงกั น ได้ แ ม้ จ ะเป็ น เรื่ อ งที่ แ สนธรรมดา ก็ตาม ¸Ø à ¡Ô ¨ ตอนนี้ เ ป็ น เวลาดี ที่ จ ะเสริ ม สร้ า ง รากฐานและวางกลยุทธ์เพื่ออนาคต รอจนถึง เวลาที่ดีกว่านี้จึงค่อยลงมือ ปรับปรุง ¤ÇÒÁÃÑ¡ คุณมีแนวโน้มที่จะให้เรื่องเล็กกลาย เป็นเรื่องใหญ่ในเดือนนี้ ซึ่งท�าให้ยากที่ใคร จะรับมือคุณได้ พยายามอย่าระบายอารมณ์ ขุ่นเคืองทั้งหลายของคุณใส่คู่ครองหรือคนรัก ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ คุณจะท�าผลงานได้ดีที่สุดในเดือนนี้ หากเรียนด้วยตัวเอง และใช้เวลาตักตวงความ รู้ให้มากขึ้น อ่านให้มากกว่าที่หลักสูตรก�าหนด เพื่อที่คุณจะได้มีโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น

»‚à¶ÒÐ

¡Òçҹ ตอนนี้เป็นช่วงที่คุณไม่ อาจหลี ก เลี่ ย งที่ จ ะท� า ผิ ด หรื อ ล่วงเกินผิดคนได้เลย อย่ารับปากเรื่องใดหรือ กับใครโดยไม่คิด ¸ØáԨ จงรู้จักตัดสินใจอย่างพอเหมาะพอควร การเสี่ยงตอนนี้เป็นเรื่องไม่ฉลาดเอาเสียเลย คุณควรหลีกเลี่ยงการลงทุนด้วยเงินมหาศาล หรือเปลี่ยนวิธีการท�างานของคุณ ¤ÇÒÁÃÑ¡ การโต้เถียงเพียงเล็กน้อยอาจลุกลาม เป็นเรื่องราวใหญ่โตและทะเลาะวิวาทกันโดย ไม่ จ� า เป็ น คุ ณ ควรเข้ า ใจผู ้ อื่ น ให้ ม ากขึ้ น จะ เป็นการคุ้มค่าหากคุณท�าตัวให้ใจกว้างมาก���ึ้น ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ อย่าเสียใจเกินไปหากสิ่งต่างๆ ผิด พลาด คุณควรปรึกษาพ่อแม่หรือเพื่อนสนิท หากคุณมีเรื่องหนักใจ อย่าพยายามแก้ปัญหา ด้วยตัวคนเดียว บางครั้งการได้ระบายสิ่งต่างๆ ออกไปบ้าง ก็ช่วยให้คุณคิดได้ว่าสิ่งที่คุณเผชิญ อยู่ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นเลย 22

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ประจ�ำเดือน มีนำคม 2557

»‚©ÅÙ

¡Òçҹ ชีวิตการงานของคุณ

»‚¢ÒÅ

¡Òçҹ เดือนที่ดีรอคอยชาว

น่าปลื้มใจในเดือนนี้ คุณอาจ ได้รับโอกาสให้รับผิดชอบโครงการบางอย่าง ที่ท้าทาย ตอนนี้เป็นเวลาดีที่จะทุ่มเทความ พยายามทั้งหมดให้กับสิ่งที่คุณก�าลังท�า ¸ØáԨ คุณอาจได้พบกับเพื่อนเก่าหรือคนรู้จัก โดยบังเอิญ ซึ่งอาจน�าไปสู่โอกาสที่น่าตื่นเต้น ส�าหรับคุณ และท�าให้คุณได้ความคิดใหม่ๆ ที่ยอดเยี่ยม ¤ÇÒÁÃÑ ¡ อย่าพยายามวางแผนให้ทุกอย่าง สมบูรณ์แบบไปเสียหมด เปิดโอกาสให้ความ บังเอิญบ้าง อาจลงเอยราวกับความฝันอย่าง แท้จริงส�าหรับชาวปีฉลู ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ คุณสามารถท�าสิ่งต่างๆ ให้เสร็จได้ ในเวลาไม่นาน ตราบที่คุณไม่ผลัดวันประกัน พรุ่ง และเริ่มลงมือท�างานชาวปีฉลูบางคนจะ สนุกกับการเป็นเด็กเรียนสักหน่อย

ปี ข าลที่ มี อ าชี พ การงานอยู ่ เดือนนี้น�าโอกาสมาให้คุณมากขึ้นในการก้าว เข้าสู่การเป็นผู้น�าในทุกสิ่งที่คุณก�าลังท�าอยู่ คุณเป็นผู้ร่วมงานที่ดี ¸ØáԨ คนที่อยู่ในวงการธุรกิจจะพบว่าตอนนี้ เป็นเวลาดีส�าหรับการขยับขยายไปสุ่ทิศทาง ใหม่ แต่ก็ควรหาเวลาเพื่อท�าให้ดีขึ้นไปอีก ¤ÇÒÁÃÑ¡ คนที่คิดจะแต่งงานหรือหมั้นหมาย สามารถวางแผนงานแต่งงานได้ในเดือนนี้ ชาว ปีขาลที่แต่งงานแล้วจะรุ้สึกว่าเวลานี้คู่ครอง ของคุณคอยสนับสนุนคุณอย่างดียิ่ง ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ พยายามถามตัวคุณเองเป็นอันดับ แรกก่อนที่จะขอความคิดเห็นจากคนอื่น ขอ ค� า ชี้ แ นะจากผู ้ ที่ คุ ณ คิ ด ว่ า สู ง วั ย และฉลาด กว่าคุณ แต่อย่าให้สิ่งที่พวกเขาบอกมาบดบัง วิจารณญาณและความรุ้สึกของคุณเอง

»‚ÁÐâç

»‚ÁÐàÊç§

ดีซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณดูดี ในสายตาของคนที่ส�าคัญเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ คุณได้เพื่อนและมิตรในที่ท�างานอีกด้วยและ จะสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายได้อย่างดี ¸ØáԨ คุณสามารถสร้างโอกาสมากมายให้ ตั ว เองได้ ใ นเดื อ นนี้ กลุ ่ ม เป้ า หมายของคุ ณ จะตอบรั บ ความคิ ด ที่ คุ ณ เสนอด้ ว ยความ กระตือรือร้น จงไขว่คว้าโอกาสนั้นมาทุกอย่าง จะลงตัวอย่างน่าพอใจ ¤ÇÒÁÃÑ¡ คุณมีช่วงเดือนที่น่ายินดีให้เฝ้ารอใน เรื่องความรัก คุณรู้สึกพอใจกับชีวิตขึ้นมาก รวมไปถึงคู่รักของคุณผู้ที่จะชื่นชอบอารมณ์ ที่สดใสร่าเริงของคุณ ¡ÒÃÈÖ ¡ ÉÒ ตอนนี้เป็นเวลาที่ดียิ่งจะพัฒนา ความสัมพันธ์กับครูอาจารย์ และผู้อื่นที่อยู่ ในฐานะที่จะช่วยเหลือคุณได้ คุณมีความสุข กับช่วงเวลาที่ได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ ของคุณ

ประทับใจ แต่ต้องระวังเพื่อน ร่วมง่านที่อิจฉาคุณ ความไม่พอใจอาจท�าให้ พวกเขาวิจารณ์คุณอย่างเสียหาย ¸ØáԨ คุณจะได้พบช่วงเวลาที่มีความส�าคัญ มากในด้ า นธุ ร กิ จ เดื อ นนี้ ข อให้ แ น่ ใจในการ ตัดสินใจ และต้องมั่นใจที่จะท�าให้ถึงที่สุด ซึ่ง เป็นสิ่งที่ส�าคัญเสียยิ่งกว่าการเริ่มต้น หากคุณ มีแรงผลักดันที่จะท�าสิ่งต่างๆจนส�าเร็จ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ในด้านความสัมพันธ์ ขณะที่หลาย สิ่งอาจไม่ง่ายดายเสมอไปในเดือนนี้แต่ก็ไม่ ได้เลวร้ายเช่นกัน อย่าปฏิเสธโอกาสที่จะได้ เพื่อนใหม่ คนผู้นี้อาจกลายเป็นส่วนส�าคัญใน ชีวิตของคุณมากกว่าที่คุณคิดก็ได้ ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ เดือนที่เต็มไปด้วยกิจกรรม คุณจะ สามารถท�ากิจกรรมต่างๆ ได้มากกว่าที่คุณ คิดคุณมีศักยภาพสูงที่จะพาตัวเองไปสู่ความ ก้าวหน้า ดังนั้น จงอย่ายอมแพ้ในสิ่งที่คุณจะ ต้องเสียใจภายหลัง

¡Òçҹ คุณท�างานเป็นทีมได้

¡Òçҹ ผลงานของคุ ณ น่ า


»‚ÁÐàÁÕÂ

»‚ÁÐáÁ

ป่วยบ่อยกว่าปกติในเดือนนี้ แต่โชคในภาพรวมก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ดัง นั้ น จึ ง ไม่ มี อ ะไรที่ ต ้ อ งกลั ว ในระยะยาวสิ่ ง ที่ ไม่ดีของเดือนนี้จะเป็นไปแค่ชั่วคราวเท่านั้น ¸ØáԨ ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น เมื่อคุณสามารถ บรรลุข้อสรุปที่น่ายินดีของภารกิจโครงการ หรือกิจกรรมต่างๆ โชคด้านความมั่งคั่งก็สวย สดเช่นกัน ¤ÇÒÁÃÑ¡ เดือนที่แสนวิเศษส�าหรับคนที่ทุ่มเท พลั ง งานให้ กั บ ความรั ก ตอนนี้ เ ป็ น เวลาดี ส�าหรับคู่รักใหม่ที่จะประกาศความสัมพันธ์ อย่างเป็นทางการที่ยังโสดจะได้พบรัก ¡ÒÃÈÖ ¡ ÉÒ คุณอาจอยากเข้าร่วมกิจกรรม ต่างๆ มากมายที่โรงเรียน อย่าฝืนตัวเองเกินไป ปล่อยให้ดาวแห่งโรคภัยไข้เจ็บที่จรมาผ่านพ้น ไปก่อน แล้วคุณจะรู้สึกแจ่มใสขึ้น

ในการท� า งานหากงานที่ ท� า ซ�้าซากจ�าเจ แต่หากอาชีพของคุณต้องใช้การ คิดที่ไม่ซ�้าใคร คุณก็จะไปได้สวย ¸ØáԨ คุณจะมีอิทธิพลเมื่อเสนอความคิดเห็น จึงได้เปรียบในการเจรจาต่อรอง จงใช้เวลานี้ ขยายเครือข่ายคนรู้จัก และใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรบุคคลของคุณ ¤ÇÒÁÃÑ¡ เรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ จะเป็นประเด็น หลักของเดือนนี้ อาจมีมากกว่าหนึ่งรายที่หา ทางดึงดูดความสนใจจากคุณ แต่ความรักสาม เส้าทุกรูปแบบไม่ใช่สิ่งที่ดี ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ คุณจะเป็นนักสื่อสารที่เก่งกาจและ ถ่ายทอดได้อย่างชัดค�าและตรงไปตรงมาตอน นี้เป็นเวลาดีที่จะสร้างความประทับใจให้แก่ ครูอาจารย์ของคุณด้วยความคิดสร้างสรรค์ และความเฉลียวฉลาดของคุณ

¡Òçҹ แม้ว่าคุณอาจรู้สึก

»‚ÃÐ¡Ò ¡Òçҹ

ผู้คนที่ร่วมงานกับคุณต่างก็ชื่น ชอบคุ ณ และหากคุ ณ ตั้ ง ใจจะสร้ า งที ม ที่ มี ประสิทธิภาพ คุณก็มีโอกาสที่จะท�าได้ อย่า พยายามท�าทุกอย่างตัวคนเดียว ¸ØáԨ คุณจะมีงานล้นมือแต่ก็ยังพร้อมที่จะ ท�าให้มากขึ้นอีก คุณจะทุ่มเทหมดใจให้กับสิ่ง ที่ท�าแต่ชาวปีระกาบางคนอาจอดใจไม่ไหวที่ จะท�าให้มากขึ้นอีก ¤ÇÒÁÃÑ¡ ชีวิตรักของคุณจะเร่าร้อนยิ่งขึ้น แต่ ไม่ควรปล่อยให้อารมณ์เตลิดจนเกินควบคุม คุณก�าลังมีอารมณ์ส�าหรับความรัก และพลังที่ อยู่รอบตัวคุณในเดือนนี้ก็ยิ่งท�าให้คุณตกหลุม รักได้อย่างง่ายดาย ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ ชาวปีระกาที่ใช้พลังงานไปกับการ เรียนได้อย่างมีประสิทิภาพจะประสบความ ส�าเร็จอย่างดีเยี่ยมในเดือนนี้แต่พลังของเดือน นี้ก็อาจท�าให้คุณไม่อยากหยุดนิ่งได้

¡Òçҹ คุณอาจขาดสมาธิ

»‚¨Í

¡Òçҹ ในด้านการงานสิ่ง ต่างๆ ดูสดใสขึ้น ตอนนี้เป็น เวลาที่ คุ ณ จะเริ่ ม ขยายวิ สั ย ทั ศ น์ ข องตนเอง คุณจะค้นพบวิธีการใหม่ๆ ที่จะท�าตัวให้เป็น ประโยชน์และในที่สุดก็เริ่มรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง กับทีม ¸Ø à ¡Ô ¨ การลงทุนที่เริ่มต้นในตอนนี้มีโอกาส สูงที่จะประสบความส�าเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ดัง นั้นเมื่อมีโอกาสดีๆ เข้ามา จงตักตวงให้เต็มที่ คุณจะมีความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมกับผู้ท่ีคุณร่วม งานด้วย จงพัฒนามิตรไมตรีนี้ให้ดียิ่งขึ้นอีก ¤ÇÒÁÃÑ ¡ ตอนนี้เป็รเดือนที่น่ายินดีในเรื่อง ความสัมพันธ์ คุณเข้ากับผู้อื่นได้อย่างวิเศษ ดังนั้นควรเลือกคนที่คุณคบหาด้วยให้ดี คุณ อาจเหนื่อยหากยังคงต้องเดินสายไม่หยุดกับ ชีวิตสังคม ชาวปีจอที่แต่งงานแล้วอาจพบว่า คู่ครองของคุณให้ความรักและคอยสนับสนุน อย่างดียิ่ง

»‚ÇÍ¡

¡Òçҹ คุณก�าลังอยู่ในช่วง ไร้กังวล คนที่ท�างานในด้านที่ ต้องการความคิดสร้างสรรค์ คุณจะไปได้สวย คุณมีแรงบันดาลใจและการสร้างความคิดสด ใหม่ก็เป็นสิ่งที่คุณท�าได้เยี่ยมเดือนนี้ ¸ØáԨ คุณจะเข้ากับคนอื่นได้ดี เพราะเสน่ห์ ตามธรรมชาติ ซึ่ ง คุ ณ จะหาทางน� า มาใช้ ใ ห้ เกิดประโยชน์ได้ดี ทักษะในการติดต่อสื่อสาร ท�าให้คุณได้เปรียบมาก จึงควรตักตวง ¤ÇÒÁÃÑ ¡ หากคุ ณ มี ค วามสุ ข กั บ ชี วิ ต คู ่ ใ น ปัจจุบัน แม้ว่าจะทุลักทุเลบ้าง คุณก็ควรยับยั้ง ห้ามใจในบางเรื่อง แม้ว่าหัวใจของคุณจะเป็น ใหญ่เหนือสมอง คุณต้องมีสติบ้าง ¡ÒÃÈÖ ¡ ÉÒ เดือนที่ดีเยี่ยมส�าหรับเด็กชาวปี วอก ซึ่งมีดาวแห่งการศึกษาคอยหนุนหลังจง ตักตวงโชคดีนี้ให้เต็มที่ ด้วยการให้ความสนใจ และกระตือรือร้นไว้เสมอ

»‚¡Ø¹

¡Òçҹ อนาคตของคุ ณ ดู ส ดใส ทั้ ง สถานการณ์ ใ น ปัจจุบันของคุณก็น่าพอใจ ผลงานของคุณก็ อาจได้รับค�าชมหรือเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้ที่ มีอ�านาจ ¸ØáԨ หากคุณคิดมาตลอดที่จะขยายธุรกิจ หรื อ หั น ไปจั บ ธุ ร กิ จ อย่ า งอื่ น เพิ่ ม ตอนนี้ เ ป็ น เวลาดีที่จะท�าตามแผน มีสายธารความมั่งคั่ง ขนาดใหญ่รอให้ตักตวงอยู่และตอนนี้ ¤ÇÒÁÃÑ¡ เดือนนี้ดีเยี่ยมส�าหรับความรักหาก คุ ณ เห็ น เป้ า หมายของหั ว ใจแล้ ว ตอนนี้ เ ป็ น เดือนที่ให้โชคแก่การหมั้นหมายและแต่งงาน ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ เด็กปีกุนจะเปียมด้วยความเชื่อ มั่นและหนักแน่น คุณซึมซับความรุ้ได้รวดเร็ว กว่าที่ผู้สอนจะป้อนให้ทัน ลองอ่านสิ่งอื่นๆ นอกหลักสูตรบ้างเพื่อเพิ่มความรู้ และเพื่อที่ คุณจะได้ไม่เบื่อห้องเรียนที่สอนช้าเกินความ สามารถของคุณ

มีนาคม 2557 IS AM ARE

23


ความเป็นคนความเป็นครู

หนูจะท�ำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด สามารถ หนูจะตั้งใจเรียน เป็นลูกที่ดี มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม เป็นคนดีของสังคม และประเทศชาติสืบไป

24

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


รินหลั่งน�้ำพระทัย

เมื่อพูดถึงผ้าขาว ใครๆ ก็มักนึกถึงผ้าที่สะอาด บริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังใช้แทนความบริสุทธิ์ทั้งหลาย แต่ เมื่อผ้าขาวถูกแต่งเติมด้วยสี ผ้าขาวมักถูกมองว่า สกปรก ไม่สะอาด หรือมีมลทิน แต่เรื่องราวผ้าขาวที่หนูเล่า การแต่งเติมด้วยสี ต่างๆ ที่สดใส จะเป็นสิ่งที่ดี อาจเป็นการแต่งแต้มไปด้วย โอกาส ความรู้ และประสบการณ์ ซึ่งสีสันที่ถูกแต่งเติม จะท�ำให้ผ้าขาวผืนนี้มีความหวัง มีก�ำลังใจ และมีคุณค่า ในชีวิตมากขึ้น หนูเป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง หนูมีพี่น้อง 3 คน พี่ สาวเรียนจบแค่ ม.6 เพราะพ่อแม่ไม่มีเงินส่งเรียน ถ้าหาก จะบอกว่ากู้เงินเรียนก็ได้ แต่ตอนแรกที่จะเข้าเรียนต้อง เสียค่าชุด ค่าเทอม ซึ่งพ่อแม่ก็ไม่มีเงินจะส่งเรียน พี่สาว เลยไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้เรียนทั้งที่อยากเรียนต่อมาก จะโทษว่าเป็นความผิดของใครก็ไม่ได้ พี่สาวได้ หางานท�ำและได้ท�ำงานที่อ�ำเภอเงินเดือนไม่กี่พันบาท เพราะวุฒิ มัธยมศึกษาปีที่ 6 พอมาถึ ง พี่ ช ายจบมั ธ ยมศึ ก ษาปี ที่ 6 พี่ ส าวก็ ให้เงินส่วนหนึ่งในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษาของพี่ ชาย โดยพี่ชายได้อยู่หอพัก กะเหรี่ ย งโปว์ ที่ เชี ย งใหม่ ได้ กู ้ ยื ม เงิ น เพื่ อ การศึ ก ษา และมาถึ ง ตั ว ดิ ฉั น เอง พอ จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขณะ เดียวกันพี่ชายก็ยังไม่จบ ท�ำให้หนูคิดว่าคงไม่มีโอกาส ได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พี่สาวเปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัว ช่วงที่เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่รู้ว่าชีวิตจะ เป็นอย่างไร จะมีโอกาสได้เรียนต่อเหมือนคนอื่นหรือ เปล่า แต่โชคก็เข้าข้าง เมื่อรู้ว่าอาจารย์จากมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโวฒมาที่โรงเรียนเพื่อที่จะรับนักเรียนเป็น นิสิตในโครงการครูวิทยาศาสตร์คืนถิ่นของ สมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ณ ตอนนั้นหนู

เริ่มมีก�ำลังใจ มีความหวังที่จะได้เรียนต่อมากขึ้น คิดในใจว่าขอให้ได้ศึกษาต่อ และทางครอบครัว ก็เอาใจช่วย ผลการสัมภาษณ์ออกมาว่าสอบได้ หนูดีใจที่สุดเลย ถ้าเปรียบกับผ้าขาว ณ ตอนนี้ เริ่มที่จะมีสีสันขึ้นมา ซึ่งสีสันในที่นี้คือการได้รับโอกาส ที่ใครหลายๆ คนไม่ได้รับ ถือว่าหนูและเพื่อนๆ ที่ได้รับ โอกาสนี้โชคดีที่สุดแล้ว ห นู ก็ ไ ด ้ รั บ เ ข ้ า ศึ ก ษ า ใ ร ม ห า วิ ท ย า ลั ย ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ผ่านมาแล้วเกือบ 3 ปี ที่ได้ใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานคร ใช้ชีวิตในรั้วเทาแดง สิ่งต่างๆ ที่ได้รับไม่ว่าจะ เป็นความรู้ ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้รับในรั้วเทา แดงแห่งนี้ เมื่อเปรียบกับผ้าขาว ท�ำให้ผ้าขาวมีสีสัน ขึ้นมาเรื่อยๆ (การที่มีความรู้ ประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา) มาถึงตอนนี้หนู ขอขอบคุณอาจารย์ทุกๆ ท่านที่มีส่วนช่วยให้ผ้าขาวอย่าง หนู มีสสี นั สวยงามขึน้ มา ขอบคุณอาจารย์ทดี่ แู ลโครงการ ครูวิทยาศาสตร์คืนถิ่น แ ล ะ ที่ ส� ำ คั ญ ขอขอบพระคุ ณ ในน�้ ำ พระทัยมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็ จ พระเทพฯ ที่ พ ระองค์ ท รงจั ด ตั้ ง โครงการนี้ ขึ้ น มา ท� ำ ให้ พ วกหนู ไ ด้ รั บ โอกาสทางการ ศึกษาที่ดีที่สุด วันนี้ ถึงแม้หนูจะยังไม่ส�ำเร็จการศึกษา แต่หนูจะ ท�ำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดตามก�ำลังและความสามารถ หนู จะตั้งใจเรียน เป็นลูกที่ดี เป็นศิษย์ที่ดี มีความซื่อสัตย์ มี คุณธรรม เป็นคนดีของสังคม และประเทศชาติสืบไป นางสาวพิชามญชุ์ ก�ำลังละการ โครงการบัณฑิตคืนถิ่น ครูวิทยาศาสตร์คืนถิ่น อ�ำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

มีนาคม 2557 IS AM ARE

25


กว่า 5 ปีที่ผ่านมา IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง ได้น�าบทความ บท สั ม ภาษณ์ สรรสาระที่ ม ากด้ ว ยความรู ้ และความบันเทิง ความสุขมากมายที่ได้ รับจากการอ่านนิตยสารเพื่อสังคมฉบับ นี้ เพื่อเป็นการตอบแทนท่านผู้อ่านและ สมาชิกที่น่ารักทุกท่าน ตั้งแต่ฉบับนี้เป็นต้นไป บก.จะแจกของ สมนาคุณเล็กๆแก่ผู้ที่ตอบแบบสอบถามกันเข้า ของสมนาคุณที่ว่า คือ ปากกา SHEEFER จ�านวน 3 รางวัล พร้อมสลักชื่อ-นามสกุล เรียบร้อย ซึ่งค�าถามในฉบับนี้คือ ความรู้ที่ได้จากบทความ “ไร้ ตมก็ไร้บัว” หน้า 14-15 จากส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่ง ชาติ ในฉบั บ ที่ ป รากฏ แล้ ว ตั ด ส่ ง มากั น นะค่ ะ ในฉบั บ หน้ า ของสมนาคุ ณ อาจมี ก าร เปลี่ยนแปลงตามค�าเรียกร้อง ของคนขี้ เ หงา ซึ่ ง น่ า จะเป็ น Furby เพื่อนช่างคุย ของเรา เอง แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า นะค่ะ

ร่วมตอบคําถามชิงปากกา SHEFFER ส่งมาที่นิตยสารครอบครัวพอเพียง นิตยสารครอบครัวพอเพียง 31/2 ซอยทองหล่อ 2 แขวงจอมพล เขตจตุจกั ร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 02-983-7312 แบบประเมินความพอใจผู้อ่าน 1. เนื้อหำเรื่อง ไร้ตมก็ไร้บัว หน้ำ 14-15

1

2

3

4

5

-ให้ความรู้และมีสาระตามที่คาดหวัง -บทความมีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ -บทความจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ -บทความสร้างความตระหนักในเรื่องคุณธรรม 2.รูปเล่ม -มีการออกแบบที่สวยงาม ทันสมัย -จัดจัดเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ อ่านง่าย -ภาพประกอบและการน�าเสนอน่าสนใจ 3.ข้อเสนอแนะ

1.ไม่เป็นที่พอใจ 2. ควรปรับปรุง 3. พอใช้ 4.ดี/น่ำสนใจ 5. ดีมำก/พอใจมำก 26

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

สายตรง กรมสงเสริมการสงออก

1169


·Ø¹àÃÕ¹¿ÃÕ!!¡ÑºÍÒ¨ÒϪ×èÍ´Ñ§ã¨´Õ อาจารยปง เจริญศิริวัฒน แหง สถาบันกวดวิชา Da’vance ...

ถาม – ทางออกของปญหาการศึกษาคืออะไรครับ ตอบ – ตองมาจากครอบครัวที่ดีนะ / อาจารยมหาวิทยาลัยหลาย คนมีนะที่เปนหวงเด็ก ทําไมไดเกรดเทานี้ละลูก ความรักไงที่คุณตองใหเขา ไมใชวิชาการอยางเดียว คนที่ใหแตวิชาการอยางเดียว ควรจะเรียกตัวเองวานัก วิชาการ ที่มาสอน อยาเรียกเลยวาเปนครู ครูตองใหความรักนักเร���ยน ตองมี ความเอื้ออาทรตอเด็ก ถาม – นั่นหมายความวา ไมวาจะเรียนในหองเรียนมากขนาดไหน บางทีการออกมากวดวิชา แลวมาเจออาจารยที่เปนอยางอาจารย ที่ใหความรัก ตอเด็ก อาจารยกําลังจะสะทอนใชไหมครับวานี่ไงทางออกของการศึกษาไทย คือการที่ครูใหความรัก ความเมตตาตอเด็ก เขาใจเด็ก ตอบ – ครูไมเคยสะทอนหรอกคะ นี่คือตัวครูเองจริงๆ ครูไมคิด หรอกคะ วาครูทุกคนตองเปนแบบครู แตครูเพียงแคอยากจะบอกวา เด็กหลาย คนเขาขาดความอบอุนจากอาจารยเคยรูบางไหม ทั้งที่โรงเรียน ทั้งมหาวิทยาลัย คุณเปนแคนักวิชาการที่มาสอน แลวคุณก็ชมกันเองใหเปนอาจารยดีเดน คุณสอนเด็กอยู ๔๐ คน แลวคุณสอนสําเร็จอยู ๑๐ คน แลวก็เอาเด็ก ๑๐ นี้มาโออวดตลอดเวลา แลวอีก ๓๐ คนที่เหลือละ เคยดูแลเขาบางหรือเปลา โทษแตเด็กที่เรียนเลขไมรูเรื่อง แลว เคยคิดที่จะไปสอนเขาบางหรือเปลาแทนที่จะไปโทษเขา นี่ครูมาพูดแทนเด็กหลายๆ คน เด็กหลายๆ คนที่บางทีตั้งใจนะ แตเรียน ไมรูเรื่อง เคยสงสารเขาบางไหม คําพูดของคุณถาไปบาดจิตใจเขาใหเปนแผลลึกๆ อยูในใจตั้งแตตอนประถม จนเขาไมตั้งใจเรียนมา จนถึงมัธยม เคยรูบางไหม ..วาเปนเพราะคุณ .... The Tanpisit : http://www.oknation.net/blog/tanpisit

จากศิษยครูสมศรี

- ชอบ “คุณครูสมศรี” มากคะ ครูไมไดสอนแคความรู แตสอนคุณธรรมดวย อยากใหครูรูวามีนักเรียนคนหนึ่งที่ปลื้ม และ รักคุณครูมากๆๆๆ คําพูดของคุณครูทําใหมีกําลังใจ พี่เสื้อสมนารัก มากนี่คือกวดวิชาที่แรกและที่เดียวที่มีคนดูแลอยางดีเยี่ยม / รัก ครูมากคะ - วันแรกที่ผมไดมาเรียนกับ “คุณครูสมศรี” ครูเปนครูที่ เฮฮา นารัก ทําใหผมมีมุมมองที่ตางไปจากเดิมทําใหมีความรักใน วิชาภาษาอังกฤษ ยอมที่จะลงทุนทองศัพททุกเย็น (ซึ่งปกติไมเคย คิดจะทํา) / รักครูมากครับ “คุณครูสมศรี” ครูไทย...ที่เขาใจหัวใจเด็กไทย

¡µÔ¡Ò§‹ÒÂæà¾×èÍ¡ÒÃÃѺ·Ø¹àÃÕ¹¿ÃÕ

Ê‹§àÃ×èͧÃÒÇ ‘¨ÔµÍÒÊÒ’ ã¹´ŒÒ¹µ‹Ò§æ ໚¹àÃ×èͧÃÒǢͧµ¹àͧËÃ×ͼٌÍ×è¹ ¡ÅØ‹Á¤³Ðã´æ ¡çä´Œ ·Õè »ÃзѺ㨠¨íҹǹ 1 ËÃ×Í 2 ˹ŒÒ ¢¹Ò´ A4 ¾ÃŒÍÁÃÙ»¶‹Ò ÃѺÊÔ·¸ÔìàÃÕ¹¿ÃÕ 1 ¤ÍÃÊ ·Ñ¹·Õ (Çѹ àÇÅÒ ¤ÍÏÊã´ ·Õè ä˹ ¹ŒÍ§àÅ×Í¡àÃÕ¹àͧ) ËÒ¡¹ŒÍ§æÊ‹§ÁÒ¨íҹǹÁÒ¡ ¡çµŒÍ§ÃͤÔǡѹ˹‹Í¹Ф‹ Ð 2557 IS AM ARE มีนาคม Ê‹§º·¤ÇÒÁä´Œ·Õè e-mail :Mookkarsa@gmail.com Êͺ¶ÒÁÃÒÂä´Œ·Õè 02-983-7312

27


ตัวไกลหัวใจอยู่ใกล้

เรื่อง : ดร.ไสว บุญมา (คนไทยในอเมริกา)

ไม่เร็วไม่ช้าเกินไปที่จะให้ทาน เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ นิตยสาร “จดหมายเหตุการกุศล” (The Chronicle of Philanthropy) ได้ ประกาศรายชื่อของชาวอเมริกันที่บริจาคทรัพย์สินเพื่อการกุศลมากที่สุดในปี 2556 ตามธรรมดา รายชื่อ เดิม ๆ มักจะปรากฏ เมื่อปีที่ผ่านมาก็เช่นกัน อย่างไรก็ดี คราวนี้ผู้บริจาคมากที่สุดได้แก่มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก และภรรยา ซึ่งสร้างความฉงนใจไม่น้อยเพราะทั้งสองอายุเพียง 29 ปีและบริจาคทรัพย์สินที่มีมูลค่าถึงกว่า 992 ล้านดอลลาร์ให้แก่มูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ชื่อ Silicon Valley Community Foundation 28

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ส� ำ หรั บ ผู ้ ที่ ติ ด ตามความเป็ น มา ของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เรื่องดังกล่าวคง ไม่สร้างความฉงนใจด้วยปัจจัย 2 อย่าง ด้วยกัน นั่นคือ ในเบื้องแรก มาร์ค ซัก เคอร์ เ บิ ร ์ ก ร�่ ำ รวยจากการสร้ า งสั ง คม ออนไลน์เฟสบุ๊คซึ่งมีสมาชิกทั่วโลกกว่า 1.2 พันล้านคนและเพิ่มขึ้นทุกวัน เข้าถือ หุ้นของบริษัทเฟสบุ๊คอยู่ 28 เปอร์เซ็นต์ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ หุ้นของบริษัท นั้นมีมูลค่า 1.34 แสนล้านดอลลาร์ นั่น หมายความว่า ทรัพย์สินของ มาร์ค ซัก เคอร์เบิร์ก มีมูลค่ากว่า 37,500 ล้าน ดอลลาร์ ทรัพย์สินนี้ไม่รวมอย่างอื่น เขา น่าจะมีอีกมากเนื่องจากตอนบริษัทเฟส บุ๊คเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อสองปีที่ผ่าน มา เขาขายหุ้นไปส่วนหนึ่งซึ่งได้เงินถึง 1.15 พันล้านดอลลาร์

อี ก ประการหนึ่ ง การบริ จ าค ทรัพย์ก้อนใหญ่ ๆ มิใช่ของใหม่ส�ำหรับ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ย้อนไปเมื่อปี 2553 เขาบริจาค 100 ล้านดอลลาร์ให้แก่เมือง เนวาร์ ค ในรั ฐ นิ ว เจอร์ ซี เ พื่ อ น� ำ ไปใช้ ใ น ด้านการศึกษา ต่อมาเมื่อปี 2555 เขา บริจาคถึง 500 ล้านดอลลาร์ให้มูลนิธิ Silicon Valley Community Foundation ยิ่งกว่านั้น มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ยั ง ได้ เข้ า ร่ ว มเป็ น สมาชิ ก ขององค์ ก ร ชื่ อ Givingpledge อี ก ด้ ว ย องค์ ก รนี้ ก่อตั้งโดยอภิมหาเศรษฐีบิล เกตส์ และ

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เมื่อปี 2553 ตอนนี้มี มหาเศรษฐีเป็นสมาชิกอยู่ 122 คน ผู้ที่ จะเป็นสมาชิกได้จะต้องให้ค�ำมั่นสัญญา ต่ อ สาธารณชนว่ า จะบริ จ าคอย่ า งน้ อ ย กึ่ ง หนึ่ ง ของทรั พ ย์ สิ น ของตนเพื่ อ ช่ ว ย เหลือเพื่อนมนุษย์ การบริจาคจะท�ำใน ระหว่างที่มีชีวิตอยู่ หรือเมื่อถึงแก่กรรม ก็ได้ สมาชิกส่วนใหญ่เริ่มบริจาคตั้งแต่ ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งบิล เกตส์ และวอร์เรน บั ฟ เฟตต์ ได้ บ ริ จ าคทรั พ ย์ สิ น ไปแล้ ว จ�ำนวนมาก อาจเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้ว ว่าตอนนี้ บิล เกตส์ อายุ 58 ปีและร�่ำรวย จากการก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เขาได้ ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศลขึ้นมาตั้งแต่เขา อายุ 42 ปีและบริจาคทรัพย์สินให้มูลนิธิ นั้นเรื่อยมาจนในขณะนี้มูลนิธิมีทรัพย์สิน อยู่กว่า 38,000 ล้านดอลลาร์แล้ว ทุก ปี มูลนิธินั้นจะบริจาคเงินหลายพันล้าน ดอลลาร์ให้แก่โครงการต่าง ๆ เพื่อช่วย เหลื อ เพื่ อ นมนุ ษ ย์ ทั่ ว โลก เมื่ อ ปี ที่ แ ล้ ว บิล เกตส์ บริจาค 181 ล้านดอลลาร์ซึ่ง ไม่มากนักหากเทียบกับปีก่อน ๆ แต่ก็ มากเป็นล�ำดับที่ 14 ของชาวอเมริกันที่ บริ จ าคทรั พ ย์ สิ น เพื่ อ การกุ ศ ลมากที่ สุ ด ในปี 2556 ทางด้าน วอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่ง

ตอนนี้อายุ 83 ปีและมีทรัพย์สินอยู่กว่า 58,000 ล้ า นดอลลาร์ จ ากการลงทุ น ในกิจการต่าง ๆ มาเป็นเวลานาน การ ลงทุ น ของเขาประสบความส� ำ เร็ จ สู ง มากจนเขามั ก ได้ รั บ การยกย่ อ งว่ า เป็ น ปราชญ์แห่งการลงทุน ไม่มีรายงานว่า เขาบริ จ าคเท่ า ไรในปี 2556 แต่ เ มื่ อ ปี ก ่ อ นนั้ น เขาบริ จ าคกว่ า 3 พั น ล้ า น ดอลลาร์ให้แก่มูลนิธิเพื่อการกุศลต่าง ๆ รวมทั้งมูลนิธิของบิล เกตส์ ด้วย วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้ให้ค�ำมั่นสัญญาว่าจะบริจาค 99% ของทรัพย์สินเพื่อการกุศลและได้ ทยอยบริจาคไปมากแล้ว ต่อไปเขาจะยก ทรัพย์สินส่วนใหญ่ให้มูลนิธิของบิล เกตส์ น�ำไปบริหารจัดการเพื่อให้ได้ประสิทธิผล สูงสุด เขามิได้ให้ทานในรูปของทรัพย์สิน เท่านั้น หากยังมักให้ในรูปของค�ำแนะน�ำ ในด้ า นการบริ ห ารจั ด การเงิ น และการ ลงทุนอีกด้วย ผู ้ บ ริ จ าคทรั พ ย์ สิ น จ� ำ นวนมาก เพื่อการกุศลเหล่านี้มีแรงบันดาลใจต่าง กั น พวกเขาเขี ย นไว้ สั้ น ๆ ในเว็ บ ไซต์ ขององค์กร Givingpledge ผู้สนใจอาจ เข้าไปอ่านได้ที่ www.givingpledge.org แนวคิดและแรงบันดาลใจของพวกเขาน่า จะช่วยเปิดตาเปิดใจให้คนส่วนใหญ่ได้ไม่ มากก็น้อย

มีนาคม 2557 IS AM ARE

29


ปฎิบัติการชุมชนรักษ์น�้ำตามแนวพระราชด�ำริ

30

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

31


32

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

33


34

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

35


สภาพแวดล้อม พื้นที่ดั้งเดิมของต�ำบลคลองเรือในอดีตนั้นคือป่าผืนเดียวกับเทือกเขา ใหญ่ ซึ่งมีอาราเขตกว้างขวางเพราะรวมพื้นที่แนวเทือกเขาของหลายจังหวัด เช่น ปราจีนบุรี นครนายก และสระบุรี ช่วงแรกๆ ของการตั้งชุมชนมีการอพยพ ชาวบ้านจากจังหวัดอุบลราชธานี ในตอนนั้นมีเพียง 10 กว่าหลังคาเรือน โดยได้ เข้ามาตัดไม้เผาถ่าน บางส่วนมาหาของป่า และเริ่มท�ำนาปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมือง เช่น เจ๊กเชย และ���ขียวเหลือง หลังจากนั้นได้มีกลุ่มคนจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครนายก และสระบุรี ได้อพยพเข้ามาอยู่ในต�ำบลคลองเรือและได้น�ำวิธีของชาว ลาวพวนเข้ามาในชุมชนอีกด้วย ซึ่งวิถีชาวลาวพวนที่นิดตัวมาได้แก่ การท�ำนาใน ที่ลุ่ม การปลูกผักสวนครัว และการปลูกผลไม้ในที่ดอน ต�ำบลคลองเรือตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของอ�ำเภอวิหารแดง จังหวัด สระบุรี โดยแบ่งการปกครองออกเป็น 10 หมู่บ้าน มีลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็น ที่ราบค่อนข้างเรียบถึงลูกคลื่นลอน ตอนบนของต�ำบลจรดเทือกเขาป่าสงวนแห่ ชาติ ป่ามวกเหล็ก และป่าทับกวาง มีแหล่งน�้ำที่ส�ำคัญ ได้แก่ คลองห้วยกรวด และคลองหัวช้าง ไหลมาบรรจบกันเป็นคลองวิหารแดงในเขตหมู่ที่ 9 โดยไหล จากทิศตะวันออกลงสู่ทิศตะวันตกของต�ำบล สภาพพื้นที่โดยทั่วไปจึงเหมาะสห รับการเกษตรและปศุสัตว์ มีประชากรประมาณ 6800 คน อาชีพส่วนใหญ่ คือ 36

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


“รักสามัคคี และเรียนรู้ร่วมกันฉันท์พี่น้อง ด้วยต้นทุนของท้องถิ่น ขับเคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อแก้ปัญหาหนีสิ้น สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้ชาวคลองเรือ อยู่ดี กินดี”

มีนาคม 2557 IS AM ARE

37


38

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


การท�ำนา ท�ำไร่ข้าวโพด ท�ำไร่อ้อยและสวนผลไม้ เช่น มะม่วง กระท้อน มะไฟ และหมาก ส่วนอาชีพเสริมที่ เป็นรายได้ส�ำคัญของต�ำบลคลองเรือ ได้แก่ เพาะเห็ดฟาง ท�ำน�้ำสลัด ชีวภาพ เลี้ยงโคนม จักสาน รับจ้างท�ำงานใน โรงงาน และค้าขาย

พ.ศ. 2536 – 2542 ยุคขายที่ดิน

ช่วงเวลานี้กระแสการซื้อขายที่ดิน เข้ามาในพื้นที่โดยมีนายทุนเริ่มเข้ามากว้าน ซื้อที่ดินจ�ำนวนมากและให้ราคาดี จึงดึงดูด ชาวบ้านในต�ำบลให้อยากขายที่ดิน และ ความเป็นมา มีช าวบ้ านหลายคนตัด สิ น ใจขายที่ ท�ำกิน ค�ำว่า “คลองเรือ” น่าจะมาจากในสมัยก่อน ไปเพราะไม่มีคนท�ำอาชีพเกษตรกรรมต่อ การท�ำมาค้าขายของพื้นที่แห่งนี้ต้องใช้คลองและใช้เรือ ด้วยค่านิยมที่ปลูกฝังกันมา ต่อมาเมื่อกระแสการปลูกยู ในการขนส่งสินค้า โดยมีคลองในพื้นที่มากมาย ได้แก่ คาลิปตัส เริ่มเข้ามาปลูกในพื้นที่ ท�ำห้ชาวบ้านเจ้าชอง คลองไทร คลองขาครีม คลองไทรย้อย คลองวิหารแดง ที่ดินกลับต้องกลายเป็นลูกจ้างในการปลูกยูคาลิปตัส และคลองยาง แต่เมื่อเวลาผ่านไปพื้นที่ต�ำบลคลองเรือ ผลกระทบจากการปลูกยูคาลิปตัสประมาณ 2 ปี ท�ำให้ มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงโดยสามารถแบ่งเป็นยุค ผืนแผ่นดินเกิดความแห้งแล้ง ยิ่งซ�้ำเติมความเสื่อมโทรม ต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้ ของพื้นดินและผืนป่า

พ.ศ. 2500 – 2535 ยุควิกฤติ จากการสัมปทานป่าไม้และหนี้ สินสะสม แต่เดิมสภาพพื้นที่ต�ำบลคลองเรือ เป็นป่าที่ อุดมสมบุรณ์ มีต้นยาง ต้นตะแบก ต้นอินทนิล และป่า หวายจ�ำนวนมาก เมื่อมีการสัมปทานป่าไม้โดยคนงาน ที่รับจ้างสัมปทานจะน�ำต้นไม้เล็กๆ ไปเผ่าถ่าน ทาง นายทุนได้สัมปทานจะน�ำต้นไม้ใหญ่ไปขาย ไม้ขนาดใหญ่ ที่ตัดแล้วจะใช้วัวควายลากซุงแล้วน�ำไปล่องจากคลอง หนองหมู เรื่อยไปจนถึงคลองไทรและคลองวิหารแดง เพื่อส่งไปจ�ำหน่าย ทั้งนี้การตัดไม้เพื่อการสัมปทานของ นายทุนและการตัดไม้เพื่อเผาถ่านของชาวบ้านส่งผลให้ พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาชาวคลองเรือ เริ่มปลูกอ้อยควบคู่ไปกับการท�ำนา ก่อให้เกิดปัญหา หนี้สะสม เพราะการปลูกอ้อนต้องลงทุนจ�ำนวนมากอีก ทั้งในระยะหลังมีโรงงานเซรามิคมาเปิดในพื้นที่ใกล้ๆ ต�ำบลคลองเรือ ท�ำให้คนในต�ำบลออกไปท�ำงานที่โรงงาน เซรามิคจ�ำนวนหนึ่งในช่วงแรกเพราะยังมีจ�ำนวนไม่มาก นัก แต่เมื่อเริ่มมีค่านิยมในการท�ำอาชีพเกษตรที่มองว่า อาชีพนี้ล�ำบากยากจน จึงส่งผลไปยังชาวคลองเรือมีการ ปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆ อยากให้ลูกหลานได้ดีมีงานท�ำข้าง นอก ไม่อยากให้ท�ำการเกษตรสืบต่อจากตนเอง

ยุครวมตัวเพื่อพัฒนา จากอดีตที่ผ่านมา ชาวคลองเรือประสบปัญหา ดินและป่าเสื่อมโทรม ท�ำให้เกิดค่านิยมที่ได้ดีต่ออาชีพ เกษตรกรรม เมื่อดินและป่าเสื่อมโทรมมากยิ่งขึ้น จึง เกิดการรวมตัวกันเพื่อแก้ปัยหา โดยมีผู้ใหญ่บ้านร่วม กับคณะกรรมการหมู่บ้านแลกเปลี่ยน พูดคุยและเริ่ม คิดเรื่องปัยหาอาชีพเพราะเห็นว่าอาชีพชาวคลองเรือ

มีนาคม 2557 IS AM ARE

39


ประสบปัญหาไม่มั่นคงและการท�ำนาไม่ ได้ผลผลิตเท่าที่ควร จึงควรมีอาชีพเสริม เพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวคลองเรือด้วยการ เร่มต้นจากไปดูงานทอผ้าเช็ดเท้า เพราะ การทอผ้ า เช็ ด เท้ า นั้ น เป็ น ภู มิ ป ั ญ ญา ดั้งเดิมของคนอีสานที่ย้ายเข้ามาอาสัยอยู่ ในต�ำบลคลองเรือ ใ น ช ่ ว ง แร ก นี้ ก า ร ป ร ะ ชุ ม หมู ่ บ ้ า นยั ง มาเข้ ม ข้ น นั ก เนื่ อ งจากการ ประชุมหมู่บ้านยังไม่ได้ก�ำหนดวันเวลาที่ แน่นอน บางครั้งผู้ใหญ่บ้านไม่ว่าง หรือ ลูกบ้านไม่ว่างก็ต้องเลื่อนไป เมื่อเริ่มมี เรื่ อ งกองทุ น หมุ ่ บ ้ า นเข้ า มา เริ่ ม น� ำ เอา เงิ น มาหมุ น เวี ย นเป็ น ทุ น ให้ ช าวบ้ า นกู ้ 40

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ยืม จนสามารถจดทะเบียนพรมเช็ดเท้า เป็น OTOP ระดับ 2 ดาว ท�ำให้เริ่มมี การประชุมอย่างจริงจังในวันที่ 6 ของ ทุ ก เดื อ น ชาวบ้ า นได้ มี แ นวคิ ด ในเรื่ อ ง ของการท�ำอาชีพที่หลากหลายและผสม ผสานมากขึ้นมีการไปดูงานแลกเปลี่ยน ความรู้ หรือมีการเชิญวิทยากรเข้ามาใน พื้นที่บ้าง จากกิจกรรมต่างๆ ที่ชาวบ้าน ร่วมแรงร่วมใจกัน จนท�ำให้บ้านคลองหัว ช้างหมู่ 10 ได้รับรางวัลหมู่บ้านอยู่เย็น เป็ น สุ ข อั น ดั บ 1 ของจั ง หวั ด สระบุ รี จากการประกวดหมุ่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข smart Village ของกรมการพัมนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้ต�ำบลคลอง

เรือเป็นที่เชื่อถือแก่บุคคลภายนอก และ เริ่มมีการแลกเปลี่ยนกับบุคคลภายนอก เช่น ลาวและกัมพูชา ที่เดินทางมาดูงาน เรื่ อ งการทอผ้ า ถื อ เป็ น แรงกระตุ ้ น กั บ คนในชุมชนได้มีการปรับขยายพื้นที่ และ ศูนย์การเรียนรู้ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ทุนต�ำบล ทุนทางทรัพยากรท้องถิ่น ทรัพยากรน�้ำ ลั ก ษณะสภาพทั่ ว ไปของต� ำ บล พื้นที่บริเวณหมู่ 4 และหมู่ 10 มีสภาพ เป็นผืนป่า โดยมีลักษณะเป็นที่ราบเชิง เขาส่วนหมู่ 1 2 3 5 6 7 8 และ 9 มี


ลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม ภายใน ต�ำบลยังมี แหล่งน�้ำธรรมชาติ 7 แห่ง ได้แก่ คลองสี เสียด คลองห้วยกรด คลองหัวช้าง คลอง เรือ คลองหนองไทร คลองวิหารแดง และ มีอ่างเก็บน�้ำเขาแก้ว เป็นแหล่งน�้ำที่สร้าง ขึ้ น ใช้ เ พื่ อ การบริ โ ภคในครั ว เรื อ น การ ท�ำการเกษตรและอยู่ระหว่างการพัฒนา เป็ น แหล่ ง ท่องเที่ยว ซึ่งอ่างเก็บ น�้ำเขา แก้ ว มี ทั ศ นี ย ภาพที่ ส วยงาม และเป็ น แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทรัพยากรป่า ผืนป่าเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง เทื อกเขาใหญ่ ซึ่งประกอบด้ว ยจังหวัด นครนายก สระบุรี และปราจีนบุรี จึง อุ ด สมบู ร ณ์ ไ ปด้ ว ยพรรณไม้ น านาชนิ ด เช่ น ตะแบก อิ น ทนิ ล และต้ น หวาย จ� ำ นวนมากในอดี ต แต่ เ นื่ อ งจากมี ก าร ท� ำ สั ม ปทานป่าไม้ ท�ำให้ไ ม้ใหญ่ถูก ตัด ท� ำ ลาย จนเหลื อ พื้ น ที่ ที่ เ ป็ น ป่ า ชุ ม ชน

ที่สุดท้ายของต�ำบล คือป่าเข้าแก้ว ซึ่งอยู่ ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติพระพุทธ ฉาย อาจกล่ า วได้ ว ่ า ป่ า เขาแก้ ว เป็ น เพี ย งผื น ป่ า ที่ เ หลื อ เพี ย งแห่ ง เดี ย วของ ต�ำบลคลองเรือ เมื่อมีการส�ำรวจพรรณ ไม้ ที่ อ ยู ่ บ ริ เ วณป่ า เขาแก้ ว พบว่ า ส่ ว น ใหญ่ ป ระกอบด้ ว ย ต้ น ประดู ่ อิ น ทนิ ล จามจุรี นนทรี มะกอก และไม้ไผ่ต่างๆ อีกจ�ำนวนมาก

ทุ น ท า ง ป ร ะ เ พ ณี แ ล ะ วัฒนธรรม วั ด เป็ น ศู น ย์ ร วมของบุ ค คลใน ชุมชนในการประกอบกิจกรรมต่างๆ ทาง พระพุ ท ธศาสนา สั ง คมชาวคลองเรื อ มี ความสัมพันธ์อย่างญาติพี่น้อง ผู้เยาว์ใน ความเคารพนับถือผู้อาวุโส และมีความ เป็นอยู่แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมี ประเพณีงานท�ำบุญกลางบ้าน โดยจัดให้ มีช่วงเดือนเมษายนของทุกปีเพื่อสืบสาน

วัฒนธรรม นอกจากนี้ เอกลักษณ์ที่เป็น ศิลปวัฒนธรรมของชาวต�ำบลคลองเรือ อีกเรื่องหนึ่งคือ กลองยาวประยุกต์ ซึ่ง เป็นผลมาจากการตีกลองยาว แต่เมื่อกาล เวลาเปลี่ยนไป ได้มีการรวมคนในชุมชน และจั ด ตั้ ง เป็ น กลุ ่ ม กลองยาวประยุ ก ต์ เพื่อใช้ในงานมงคลต่างๆ ของต�ำบล เช่น งานบวช การแห่ขนั หมาก แห่พระ งานขึน้ บ้านใหม่ เพราะเป็นการร่ายร�ำที่สวยงาม และยังคงไว้ซึ่งพิธีกรรมหรือประเพณีการ ไว้ครูกลองยาว ซึ่งจัดขึ้นในวันขึ้น 6 ค�่ำ เดือน 6 ของทุกปี

ทุนทางด้านศักยภาพชุมชน ต� ำ บลคลองเรื อ มี ก ารจั ด ตั้ ง กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จากการมรารั ฐ บาลสนั บ สนุ น กองทุ น หมู ่ บ ้ า น ท� ำ ให้ มี ก ารออมเงิ น สมทบกองทุนหมู่บ้าน นอกจากนั้นยังมี การประกอบอาชีพ เช่น การพัฒนาจาก การปลูกเห็ดในครัวเรือนมาสู่การเพาะ เห็ดในโรงเรือน การทอผ้าเช็ดเท้าและ การหมั ก ปุ ๋ ย ชี ว ภาพใช้ เ องเป็ น ต้ น จน ท� ำ ให้ เ กิ ด การรวมกลุ ่ มในหมู่บ ้า น เช่น

มีนาคม 2557 IS AM ARE

41


กลุ่มหญ้าแฝก กลุ่มปุ๋ยชีวภาพ กลุ่มทอผ้าเช็ดเท้า จนสามารถจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ทุกวันนี้ชาวต�ำบลคลองเรือจึงมีการขับ เคลื่อนงานร่วมกันของชุมชนอย่างต่อเนื่อง องค์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการประกอบอาชีพของต�ำบลคลองเรือมีอยู่มากมาย เช่น การท�ำน�้ำสกัดชีวภาพ จากหอยเชอรี่ ผลไม้ พืช ไข่ และนมสด เพื่อป้องกันและก�ำจัดศัตรูพืช รวมท้งภูมิปัญญาด้านจักสาน เช่น กระด้ง ตะกร้า กระบุง แห ข้อง และไซ

การอนุรักษ์และดูแลรักษา ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจ ป่าชุมชน พอเพียงบ้านคลองหัวช้าง เนื่องจากปัจจุบันป่าเขาแก้วอยู่ ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติพระพุทธ ฉาย ซึ่งมีกฏข้อห้ามของอุทยานฯ ที่ไม่ให้ คนในชุมชนเข้าไปตัดต้นไม้ในเขตอุทยา นฯ แต่สามารถน�ำผลผลิตที่เกิดจากป่า เช่นหน่อไม้ ใบย่านาง เห็ด ไข่มดแดง และผลมะกอก ไปใช้ป ระโยชน์ไ ด้ แต่ ขณะเดี ย วกั น คนในชุ ม ชนต้ อ งช่ ว ยกั น ดูแล อนุรักษ์ และป้องกันไฟป่าด้วยทั้งนี้ คนในชุมชนบริเวณรอบๆ ป่าเขาแก้ว ได้มี การปลูกต้นไม้เพิ่มในป่าด้วยเช่นกัน เช่น ไผ่ตรง ไม้รวก ไม้เลี้ยง ขนุน และมะม่วง

42

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

หมู่ 10 ได้รับการคัดเลือกหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ในโครงการ หมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข (Smart village) อั น ดั บ 1 ของสระบุ รี ของกระทรวง มหาดไทย ใน พ.ศ. 2549 ได้ รั บ ถ้ ว ย พระราชทานจากสมเด็ จ พระเทพฯ นอกจากนั้นยังได้รับรางวัลเขียวขจีดีเด่น เนื่องจากในชุมชนมีการปลูกต้นไม้ มีการ จัดระเบียบ มีความสะอาด และมีการจัด ภูมิทัศน์ที่สวยงาม หลังจากได้รับรางวัล ก็เริ่มมีคนมาดูงานมากขึ้น รางวัลที่ได้รับ นี้เป็นผลจากการปลูกไม้ล้อมพื้นที่บ้าน การหมักปุ๋ยชีวภาพการปลูกพืชผักสวน


ครัวและการเพาะเห้ดโรงเรือน นอกจากนี้ ชุมชนยังได้มีการจัดท�าธนาคารต้นไม้โดยการปลูก ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ชุมชนเชื่อว่าการปลูกป่าได้ประโยชน์ หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการให้ความร่มเย็นและให้อากาศที่บริสุทธิ์ ทั้ง ยังเป็นการปลูกจิตส�านึกคนในชุมชนร่วกันปลูกป่าและรักษาพันธุ์ไม้ โดยมีแนวคิดว่า พออยู่ โดยปลูกไม้เศรษฐกิจไว้ขาย สร้างที่อยู่อาศัย พอกิน พืชเกษตร สมุนไพร ที่เป็นอาหาร เป็นยา พอใช้ ใช้สอยโดยตรง (ท�าฟืน ท�าถ่าน) เช่น ไม้ยูง ไม้ไผ่ เป็น ประโยชน์ต่อระบบนิเวศ สร้างความสมบูรณ์ก่อให้เกิดความหลากหลาย ทางชีวภาพในพื้นที่ป่า

ก้ำวเดินด้วยควำมพอเพียง ต�าบลคลองเรือเข้าสู่โครงการฯ ในระยะที่ 2 พ.ศ. 2551 โดยเป็น พื้นที่ที่รู้ตักกับบริษัท ปตท. จ�ากัด (มหาชน) มาก่อน เนื่องจากมีแนว ท่อก๊าซพาดผ่านบริเวณหมู่ 2 4 และ 10 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ทีมแนวท่อก๊าซของ ปตท. วังน้อย ต�าบลคลองเรือถือเป็นพื้นที่น�าร่อง ในเรื่องภูมิปัญญาแผ่นดินขยายผลสู่ปวงชนชาวไทยที่เน้นเรื่องชุมชน เข้มแข็ง มีการขยายผลภูมิปัญญาแผ่นดินด้านเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่ ประชาชนในจังหวัด ท�าให้ชุมชนมีการด�าเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และภาค เอกชน อีกทั้งตัวชุมชนเองก็มีความเข้มแข็งทางด้านการมีส่วนร่วมใน การแก้ปัญหา ดังจะเห็นได้จากการที่ชุมชนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วม กันบ่อยครั้งจากปัญหาต่างๆ สิ่งนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นท�าให้ชุมชนคลอง เรือ “กล้ำคิด กล้ำท�ำ” ทั้งยังมีการท�างานเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้แผนการพัฒนาต�าบลเป็นไปตามเป้าหมาย และมีจุดมุ่งหมาย เดียวกับโครงการฯ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

มีนาคม 2557 IS AM ARE

43


GOODLIFE

44

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

เรื่อง : แพทย์หญิงจามรี ณ บางช้าง


โรคจิตเภท

ฉากสุดท้ายในภาพยนตร์เรื่อง A Beautiful mind (2001) คือฉาก ที่ตัวเอกเดินออกจากหอประชุม พร้อมกับภรรยา หลังจากเข้ารับ รางวัล Nobel Prize โดยที่ไม่สนใจตัว ละครอื่นที่ปรากฎอยู่ แม้ว่าตัวละคร เหล่านั้นจะพยายามทักทายเขาก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่า ฉากที่ปรากฎนี้ หมายความว่าอย่างไร มีนาคม 2557 IS AM ARE

45


หากย้อนไปตอนต้น จะพบว่าตัวเอกซึ่งมีความสามารถ ด้านคณิตศาสตร์ถึงระดับอัจฉริยะ มีความเชื่อว่าตนเองถูกมอบหมาย ให้ติดตามกลุ่มผู้ก่อการร้าย โดยอาศัยทักษะความสามารถ ทางวิทยศาสตร์ เพื่อถอดรหัสลับต่างๆ รวมถึงเริ่มมีความเชื่อว่า ผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นเริ่มรู้ตัวและพยายามจะท�ำร้ายเขา

“ก�ำลังใจและความเชื่อมั่น จากคนใกล้ตัวเป็นส่วนส�ำคัญ ที่ท�ำให้ผู้ป่วยเข้าสู่และคงอยู่ใน การรักษาได้ต่อเนื่อง”

46

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ความเชื่ออย่างหนักแน่นในสิ่งที่ผิดไปจากความเป็นจริง ส่งผลให้พฤติกรรม เขาเปลี่ยนแปลงหมกมุ่นอยู่กับการถอดรหัสลับ และเริ่มหวานระแวงคนรอบตัว โดย มีตัวละครอีก 3 ตัวประกบติดเขาอยู่ตลอดเวลา และคอยย�้ำให้เขาท�ำพฤติกรรม เหล่านี้ ซึ่งเขาก็เชื่อว่าเขาก�ำลังท�ำในสิ่งที่ถูกต้องและนี่คือความจริงที่ปรากฎอยู่ ตรงหน้า พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนรอบข้าง ส่งผลกระทบต่อเรื่องงาน จนกระทั่งต้องการเข้ารับการรักษา เมื่อได้รับการรักษา บวกกับความเชื่อมั่นและก�ำลังใจจากคนใกล้ตัว ท�ำให้อาการของเขาดีขึ้นตามล�ำดับ เขาเริ่มตระหนักรู้ว่า ความเชื่อตั้งแต่ต้นนั้นไม่เป็นจริง รวมถึงตัวละครทั้ง 3 ที่คอยติดตามเขาไปทุกที่ และคอยบอกให้เขาท�ำอะไรต่างๆ นั้น...ไม่มีอยู่จริง ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะมองผ่านตัวละครเหล่านั้นดังฉากที่ปรากฎในท้าย เรื่อง เขาอาจจะยอมรับว่าตัวละครเหล่านั้นมีอยู่ แต่เลือกที่จะไม่สนใจ และใช้ชีวิต ต่อไปข้างหน้า และเป็นชีวิตที่ประสบความส�ำเร็จอย่างน่าชื่นชม ตัวเอกในเรื่องได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) ซึ่ง อาการของโรคนี้ได้แก่ • ความเชื่อในบางสิ่งที่ผิดไปจากความเป็นจริง โดยเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นเป็น เรื่องจริง (Delusion) ส่งผลให้พฤติกรรมหรือค�ำพูดเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ เช่น ตัวเอกในเรื่องที่ระมัดระวังตัวมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่ามีคนคอยติดตามจะท�ำร้าย หรือฉากที่พยายามจะเอา Micro ship ออกจากตัวโดยท�ำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเชื่อว่ามี Micro ship ฝังอยู่ในตัวจริงๆ ในบางครั้งความเชื่อนี้อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของคนรอบข้าง เช่น ผู้ป่วยมีความเชื่อว่าคนในครอบครัวคิดร้ายต่อตนเอง ท�ำให้ผู้ป่วยก้าวร้าวหรือ ท�ำร้ายครอบครัวได้ • อาการอื่นๆ ได้แก่ มีหูแว่ว (Auditory hallucination) หรือเห็นภาพ หลอน (Visual hallucination) คือการได้ยินเสียงหรือเห็นภาพในสิ่งที่คนทั่วไป ไม่ได้ยินหรือไม่ได้เห็น • บางคนอาจมีลักษณะอาการที่แตกต่างออกไป เช่น พูดน้อยลง (Alogia) หรืออยู่เฉยๆ ไม่อยากท�ำอะไร (Avoliation)


การด�ำเนินโรค พบว่ า อายุ เ ฉลี่ ย ที่ ผู ้ ป ่ ว ยชายจะ เริ่ ม มี อ าการคื อ 10-25 ปี ผู ้ ป ่ ว ยหญิ ง 25-35 ปี หลั ง จากมี อ าการครั้ ง แรก เมื่ อ เข้าสู่การรักษาอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น ผู้ ป่ ว ยจะสามารถกลั บ มาท� ำ งานหรื อ ใช้ ชีวิตประจ�ำวัน ในบางรายอาจมีอาการ หลงเหลืออยู่บ้าง แต่ผู้ป่วยจะรู้ตัวและ จัดการกับอาการได้ดีขึ้น ดังเช่นที่ตัวเอก ในเรื่อง A Beautiful Mind เลือกที่จะไม่ สนใจภาพที่เห็นในท้ายเรื่อง

สาเหตุ

Dopamine ถูกปล่อยออกมามากเกินไป ในสมองส่วน Limbic pathway ท�ำให้ผู้ ป่วยมีอาการดังกล่าว นอกจากนี้ปัจจัยเรื่องครอบครัวที่ มีลักษณะการใช้อารมณ์ต่อกันสูง (High emotional expression) เช่น มีการ ต�ำหนิวิพากวิจารณ์รุนแรง (Criticism) มีการใช้ความรุนแรง (Hostility) หรือ Emotional over involvement เหล่า นี้ มี ส ่ ว นท� ำ ให้ ผู ้ ป ่ ว ยมี อ าการก� ำ เริ บ ได้ ง่ายขึ้น

การรักษา

ใช้การรักษาด้วยยาเป็นหลัก เพื่อ ปั จ จุ บั น เชื่ อ ว่ า สารสื่ อ ประสาท ปรับสมดุลสารสื่อประสาท Depamine

ร่ ว มกั บ การท� ำ จิ ต บ� ำ บั ด แบบประคั บ ประคอง หรือการท�ำ Social skill training, Vocaional skill training เพื่อท�ำให้ ผู้ป่วยกลับไปท�ำงานและใช้ชีวิตประจ�ำวัน ได้ตามปกติ

ท�ำอย่างไรหากคนใกล้ตัวมี อาการ การพาผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาโดย เร็วในช่วงที่เริ่มมีอาการ ส่งผลท�ำให้การ พยากรณ์โรคดี และมีโอกาสที่จะหายได้ เร็วขึ้น ก�ำลังใจและความเชื่อมั่นจากคน ใกล้ตัวเป็นส่วนส�ำคัญที่ท�ำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ และคงอยู่ในการรักษาได้ต่อเนื่อง

มีนาคม 2557 IS AM ARE

47


EAT AM ARE

ส้มต�า...เมนÙสุดÎิต

‘พิชิตâรคร้าย’

48

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


เมื่อนึกถึงเมนู “ส้มต�ำ” หลายคนก็เกิดอาการน�้าลายสอขึ้นมาทันที อาหารชนิดนี้เป็นที่โปรดปรานของทั้งคนไทยและชาว ต่างชาติไม่น้อย สามารถประยุกต์ดัดแปลงเป็นส้มต�าหลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นๆ ผู้รับประทานจะได้ประโยชน์ จากพืชผักต่างๆ ความเปรี้ยว ความเผ็ด ความหวาน ความมัน และความเค็ม คละเคล้ารวมกัน ภาษาอิสานเรียกว่า “แซบ” ใน ความแซบนั้นยังแฝงสารอาหารและคุณประโยชน์ในการต่อต้านโรคร้ายได้อีกด้วย

ส้มต�ามีส่วนประกอบหลัก ๆ ได้แก่ มะละกอ มะเขือเทศ ถั่ว½ักยาว พริกขี้หนูสด กระเทียม น�้าตาลปีบ มะนาว น�้าปลา ซึ่งล้วนมีสรรพคุณทางสมุนไพรไทยแทบทั้งสิ้น 1.มะละกอ มีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก ช่วยป้องกันและ รักษาโรคหวัด โรคเลือดออกตามไรฟัน และใต้ ผิ ว หนั ง ช่ ว ยไม่ ใ ห้ แ ก่ ก ่ อ นวั ย ท�าให้กระดูกและฟันแข็งแรง และเป็นยา ระบายอ่อน ๆ 2.มะเขื อ เทศสี ด ำ มี ส ารต้ า น อนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชรา 3.พริ ก ขี้ ห นู ส ด ให้ วิ ต ามิ น ซี เบต้ า -แคโรที น และความเผ็ ด จากสาร แคปไซซินช่วยต้านอนุมูลอิสระขัดขวาง การก่อมะเร็งไม่ให้ท�าร้ายเซลล์ แก้ลมจุก เสียด แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ ขับผายลม ช่วย ในการเจริญอาหาร ขับเหงื่อ 4.กระเที ย ม มี ส ารออร์ แ กโน ซัลเฟอร์ สามารถต้านการเจริญเติบโต ของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อมะเร็งได้ ช่วยขับ ลม ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ลด ระดับไขมัน คอเลสเตอรอล และน�้าตาล ในเลือด 5.มะกอก มีรสเปรี้ยวฝาด หวาน ชุ่มคอ แก้อาการแน่นท้อง อึดอัด เรอ แสบร้ อ นกลางอก คลื่ น ไส้ บางครั้ ง อาเจียน โดยน�้าดีไม่ปกติ และมีประโยชน์ แก้โรคบิดได้ด้วย 6.ถั่ ว ฝั ก ยำว มี เ บต้ า -แคโรที น และวิ ต ามิ น ซี ช ่ ว ยป้ อ งกั น อนุ มู ล อิ ส ระ มี ใ ยอาหารดั ก จั บ สารพิ ษ ให้ แ ร่ ธ าตุ แคลเซียม ฟอสฟอรัส มีวิตามินซี มีกาก

เพลง “ส้มต�ำ” เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุ มารี ทรงนิ พ นธ์ ขึ้ น โดยมี ก ารใส่ ท ่ ว งท� า นองในรู ปแบบเพลงลูกทุ่ง บรรเลงครั้งแรกโดยวง อ.ส. วันศุกร์ โดยทรงขับร้องด้วยพระองค์เอง ใยอาหารที่สามารถละลายในน�้าได้ เป็น ยาบ�ารุงไตและม้าม แก้ร้อนใน ช่วยลด คอเลสเตอรอล 7.ถั่วลิสง ให้รสชาติความมัน ลด โคเลสเตอรอล ป้ อ งกั น หลอดเลื อ ดตี บ ป้องกันโรคหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิต สูง กระตุ้นกระดูกให้ผลิตเกล็ดเลือด 8.น�้ ำ ตำลปี  บ มี วิ ต ามิ น เช่ น

แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก 9.มะนำว มีวิตามินซี สารขมจาก ผิวมะนาว คือ ดี-ลิโมนีน ช่วยต้านการ เกิดมะเร็งได้ มีฤทธิ์แก้อักเสบ ช่วยย่อย อาหาร สกัดสารพิษ และกรดซิตริก ช่วย ให้หลอดเลือดแข็งทนทาน 10.น�้ำปลำ เป็นแหล่งโปรตีนและ กรดอะมิโน

มีนาคม 2557 IS AM ARE

49


BONVOYAGE เรื่อง-ภำพ : กรวิก อุนะพ�ำนัก korawik_unapamnak22@hotmail.com

คลื่นพลเมืองดี FM 99.5 สถานีจราจรเพื่อสังคม

กรุงเทพมหานคร คือเมืองที่มีรถติดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วย สภาพการจราจรที่แออัด ตามติดมาด้วยปัญหาอุบัติเหตุ ปัญหาระหว่าง ผู้ใช้รถกับประชาชนริมทางเท้า การปล้นจี้ในรถแท็กซี่ อาชญากรรม รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ และอีกมากมายปัญหาที่มาพร้อมกับการ จราจรติดขัด เหล่านี้เป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ สิ่งที่พอท�าได้คือบรรเทา ความเดือดร้อนต่างๆ ให้คลี่คลายลง โดยผู้คนในสังคมเองต้องมีส่วน ช่วยเหลือกันตามก�าลังที่ตนมี จึงจะสามารถอยู่กับปัญหาเหล่านั้นได้ อย่างปกติสุข นี่จึงเป็นที่มาของ สถานีจราจรเพื่อสังคม คลื่น FM 99.5 MHz ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมีเจตนารมณ์ในการเป็น “สื่อกลาง” รองรับ ภารกิจรายงานการจราจร แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ภายใต้การดูแลของ วรพล ทักษิณพิลา เจ้าของสถานี ผู้คลุกคลีอยู่ ในวงการวิทยุมาทั้งชีวิต! 50

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

51


ความบังเอิญและพรแสวง วรพล ทักษิณพิลา เรียนจบคณะ บริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฎในจังหวัด โคราช ซึ่ ง เป็ น บ้ า นเกิ ด ของเขาเอง ปี 2532 ได้ เริ่ ม ต้ น ท� ำ งานในสถานี วิ ท ยุ ทหารอากาศ 05 กองบิน 53 อ.เมือง ประจวบคีรีขันธ์ คลื่น 91.25 ซึ่งไม่ตรง กับสิ่งที่เรียนมานัก แต่ด้วยความบังเอิญ ท� ำ ให้ เขาได้ รั บ โอกาสที่ ไ ม่ ถ นั ด เอาซะ เลย “ผมเริ่ ม งานตั้ ง แต่ วั น ที่ 8 สิงหาคม ประมาณปี 2532, ประมาณ

งานมาจนถึงวันนี้” เมื่อไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับวิทยุมาก นัก วรพลใช้วิธีสังเกตรุ่นพี่ที่เป็นดีเจ ใช้ หลักการจดจ�ำสิ่งต่างๆ ซึ่งมีรายละเอียด ค่อนข้างมาก สมัยนั้นยังไม่มีอีเมล์ใช้ใน การติดต่อลูกค้า มีเพียงเพจเจอร์ เป็นการ ท�ำงานวิทยุแบบแผ่นเสียง เปรียบให้เห็น ภาพก็ คื อ ยุ ค ที่ โ ทรศั พ ท์ มื อ ถื อ ยั ง เป็ น เครื่ อ งใหญ่ ๆ เรี ย กขานกั น ว่ า โทรศั พ ท์ รุ่นกระดูกหมา ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ รองรับที่ทันสมัยเหมือนทุกวันนี้ แต่วรพล ก็พิสูจน์ว่า พรแสวงนี่แหละท�ำให้คนก้าว

นึกออกไหม เคยเห็นเข็มแล้วแผ่น เสียงที่เราจะต้องวางเป็นร่องๆ มันยาก นะ มันจะมีเทินเทเบิลที่เปิดแผ่นเสียง 2 อันวาง แล้วมีเทปรีล คล้ายม้วนฉายหนัง สมัยก่อน แล้วก็ตั้งสปอร์ต 30 วิ มันมี 2 อันสลับ เราตั้งสปอร์ตไว้ 2 ตัว พอเรา เพลอันนี้เสร็จ เตรียมที่จะเปิดตัวนี้ พอ สปอร์ตตัวนี้หยุด เอาตัวนี้ออกรีบเอาตัว ใหม่ขึ้นมาใส่ แล้วก็เพลงก็เหมือนกัน ตั้ง เพลงนี้ไว้พอเปิดเพลงนี้ก็ต้องรีบหยิบอีก เพลง เหมือนมันใช้ความช�ำนาญต้องท�ำ คนเดี ย ว เพราะไม่ ไ ด้ มี ค อนโทรลแบบ ทุกวันนี้ มีทีมงานเป็นสิบ คือมันเอื้อให้ เราเยอะ”

บอกลาแม่ บอกลางาน

20 กว่าปีแล้ว คือจบมาก็ท�ำอาชีพนี้มา โดยตลอด ไม่ได้ตั้งเป้าว่าเราอยากเป็น ดี เจ คื อ คนในครอบครั ว ก็ ไ ม่ มี ใ ครท� ำ อาชีพนี้อยู่แล้ว แต่มันเป็นเรื่องความ บังเอิญ ตอนนั้นบริษัทมีสถานีวิทยุทั่ว ประเทศ เพื่อนก็ชวนไปสมัครหลังจาก จบใหม่ๆ ซึ่งเราไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องได้ เพราะเราท�ำไม่เป็น มันไกลตัวเรามาก เกินไป ถามว่าฟังวิทยุไหมยุคนั้น วิทยุ ชุมชนไม่มี วิทยุ FM มีน้อยไม่กี่คลื่น ก็ ฟังอยู่แล้ว ติดมาก คือวิทยุเป็นสื่อทุก วั น นี้ ก็ เ ที ย บได้ กั บ TV สมั ย นั้ น อายุ ประสบการณ์ชวี ติ ก็พออยู่ ผมจบบริหาร จากราชภัฏต่างจังหวัด (โคราช) ก็เริ่ม 52

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ผ่านความยากล�ำบากได้ “หลายคนอาจจะคิ ด ว่ า ไม่ ช อบ ท�ำไมไม่เปลี่ยนงาน อาจจะบังเอิญชอบ หรือยังไงไม่แน่ใจ จากไม่เป็นมาเป็น ทีนี้ พอเรารู้สึกชอบจากพรแสวงก็พยายาม ฝึกฝน ผมเข้าท�ำรายการครั้งแรกผมเขียน ตั้งแต่สวัสดีเลย เพราะว่าท�ำสคริปต์ ฟัง แล้วก็มานั่งแกะ รุ่นพี่เขาเข้าท�ำงานเข้า รายการเขาพูดอะไรบ้าง พูดถึงอะไรบ้าง คนไม่เป็นมันต้องใช้วิธีจดบันทึก เขียน เสร็จแล้วสักพักเราก็หาเทป สมัยนั้นยัง เป็นยุคเทป ผมจัดรายการตั้งแต่ยุคแผ่น เสียง ไม่มีซีดีด้วย ต้องบอกว่า ดีเจยุคแผ่น เสียงโคตรเก่งเลยนะ

หลังจากท�ำงานมาได้ 7 ปี วรพล เรียนรู้โลกแห่งวงการวิทยุมากมาย ตั้งแต่ จดสคริปต์ เป็นคนเปิดแผ่นเสียง และ เริ่มได้พูดเข้ารายการ พูดข่าว ตามล�ำดับ ก่อนจะได้เป็นผู้จัดสถานีสกายไฮบริษัท ในเครือ อสมท. น�ำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้ง ส�ำคัญ “ผมอยู่บริษัทเดิมประมาณสัก 7 ปีกว่า ก่อนที่จะมาเปลี่ยนบริษัท ก็ต้อง ยอมรับว่าถูกซื้อตัว แต่ก็ไม่ดังถึงขนาด นั้นแต่ว่าในยุคนั้นเงินเดือนหมื่นกว่าบาท มันเยอะมากนะ เพราะยุคนั้นอย่าลืมว่า สกายไฮ จ้างเงินเดือนพนักงานแค่ 5 พัน ในยุคที่ เอไทม์ เงินเดือนไม่ถึงหมื่นบาท ยุคนั้นเขาจ่ายแค่ชั่วโมงละ 150 บาท จุ ด เปลี่ ย นผมก็ คื อ ผมขึ้ น มาเป็น ผู ้ จั ด สถานี (สกายไฮ) ผมอาจจะดวงไม่ ดีหน่อย คุณแม่มาเสีย ก่อนท่านจะเสีย ท่านป่วยเป็นอัมพฤกษ์หวั่นเป็นอัมพาต ผมโทรไปลางานไปดู แ ม่ ผมก็ ล าบ่ อ ย คนเป็นลูกคงจะเข้าใจ ทีนี้เขาก็บอกค�ำที่


ขึ้นมาทันที แล้วเราจะไหวไหม คิดเยอะ มาก เมื่อมองย้อนกลับไปก็เหมือนรักตัว เองตรงที่ตัดสินใจตรงนี้ เพราะถ้าเราไม่ กล้าตัดสินใจ ณ วันนั้น เราก็ไม่มี ณ วัน นี้เหมือนกัน”

ผักบุ้งแถวสถานีเตียนหมด วรพลครองชีวิตโสด ไม่ได้แต่งงาน มีครอบครัว คุณแม่เสียตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ส่ ว นคุ ณ พ่ อ ก็ มาจากไปตั้ ง แต่ตัวเขาเอง อยู่ ม.2 ภาระหน้าที่ของเขาก็คือการส่ง เสียให้หลานๆ เรียนหนังสือ ชีวิตที่ผ่าน มาของเขาไม่ต่างกับคนทั่วไปที่ต้องดิ้นรน ผมฝังใจมาทุกวันนี้ เขาถามว่า “เราเป็น หมอเหรอ” ไปแล้วรักษาได้หรือ เราเถียง ก็ไม่ได้ เราแค้นเลยนะ ถ้ามีโอกาสเมื่อ ไหร่ต้องไปเมื่อนั้น ก็เก็บมาโดยตลอด แม่ เสียไม่มีขอแสดงความเสียใจ หรีดก็ไม่มี เวลางาน 7 ปี จึงท�ำให้เราตัดสินใจออก จากงานตรงนั้นมา เราไม่ได้ใจเขาเลย พอ ตัดสินใจออกเสร็จก็มาอยู่กับบริษัทของ เอกชนได้ประมาณ 10 ปีกว่าได้ ก่ อ นที่ จ ะถึ ง จุ ด เปลี่ ย นมาถึ ง ยุ ค วิทยุชุมชนเข้ามาละ เราก็เหมือนอยาก โตก็เลยตัดสินใจ แต่ก่อนที่จะออกผมก็ ซื้อเวลาเยอะซื้อคลื่นโน่นคลื่นนี้ไว้แล้ว ก็ วิ่งจัดแล้ว มีน้องๆในทีมไปช่วยจัด พอดู ว่าเราเริ่มจะแข็งแรง มีช่องทางก็เลยมา ยืนด้วยตัวเราเองดีกว่า เลยลุกขึ้นมาท�ำ สถานีตัวเอง”

ไม่ตัดสินใจวันนั้น ไม่มีวันนี้ ทว่า การลุกขึ้นมาเปิดสถานีด้วย ตนเองไม่ใช่งานง่าย ทั้งยังใช้ต้นทุนมาก พอสมควร จึงจะได้มาซึ่งเครื่องมือต่างๆ ที่จ�ำเป็นต้องใช้ อีกทั้งความเสี่ยงที่จะไป ไม่รอดก็มีสูง นั่นหมายความว่าหนี้สินจะ

ตามติดมาเป็นจรวดเลยทีเดียว แต่ก็นั่น แหละ ประสบการณ์จะสอนคนเองว่าควร จะท�ำอะไร ไม่ควรท�ำอะไร “ผมเองพอมี โ อกาสทุ น ก็ ไ ม่ มี หรอก เพราะตัวคนเดียวผมไม่มีหุ้นส่วน ด้วย ครั้งแรกในชีวิตคุยกับแบงค์เพื่อที่ จะกู ้ ผ มเดิ น เข้ า ไปกู ้ ผ มไม่ มี ค วามมั่ น ใจ เลย แต่ผมเดาว่าที่ได้เพราะว่าเขาคงไม่ ได้มองในแง่ธุรกิจ เพราะเขาเห็นมานาน เขาก็ ค ่ อ นข้ า งจะรู ้ จั ก เรา รู ้ เ ครดิ ต ส่ ว น ตัวเรา ก็เลยปล่อยกู้เราออกมา ผมก็มา จัดสร้างซื้ออุปกรณ์การท�ำวิทยุ คือจริงๆ แล้วผมหาข้อมูล ศึกษาข้อมูลแล้วก็มาท�ำ ตอนท�ำนั้นผมก็มีทีมงานประมาณเกือบๆ ยี่สิบคน ผมก็จะมี 2 คลื่น คลื่นลูกทุ่งคลื่น หนึ่ง คลื่นสตริงคลื่นหนึ่ง แยกกันเลย ไม่ มารวมกัน กลุ่มคนฟังก็แยกเลย ก่อนที่จะก้าวมาอยู่ตรงนี้คือเรา ไม่เคยท�ำ เป็นลูกน้องเขามาทั้งชีวิต นาน นะ กลัวมาก ถ้าเราท�ำไม่ได้ อันดับแรก เลย มันไม่ขาว มันจะด�ำๆ มาก่อน มา เป็นเทาๆ แล้วเราจึงตัดสินใจได้ เราไม่คิด ว่าเราจะประสบความส�ำเร็จได้ เราคิดว่า ถ้าเราอยู่ไม่ได้เราจะท�ำยังไง หนี้เราจะมี

เพื่อแสวงหาช่องทาง โอกาส ภายใต้ความ อดทนไร้ขีดจ�ำกัด “เมื่อก่อนอยู่ที่สถานีเพราะเป็น สถานีหลักกองบินสถานีวิทยุทหารอากาศ 05 กองบิน 53 อ.เมือง ประจวบคีรีขันธ์ คลื่ น 91.25 มี รุ ่ น พี่ เ ป็ น ผู ้ ห ญิ ง เป็ น คน พะเยา อยู ่ กั บ ผม 2 คน ทางบริ ษั ท มี ข้าวสารให้ บ้านพักให้ แต่เงินไม่พอ จะ ใช้ฟุ่มเฟือยไม่ได้เลย ผมส่งกลับบ้านเดือน ละ 1 พันบาท พี่ผมบอกเก็บไว้ใช้เหอะ ผมเข้ า ท� ำ งาน 3 วั น ผมได้ จั ด รายการเลย การจัดรายการยากมากมัน ต้องไปฝึกก่อน แล้วเมื่อก่อนไม่ได้สบาย

มีนาคม 2557 IS AM ARE

53


กว่าจะเป็นทุกวันนี้ไม่ใช่ท�ำงาน 3 ปี 5 ปี 7 ปี แล้วเป็นทุกวันนี้มันไม่ใช่ มันนานกว่านั้นเยอะเลย กว่าจะเป็นเจ้าของสถานี เกือบๆ 20 ปี ใช้ทุกอย่างเวลาประสบการณ์ ฉะนั้นท�ำอะไรก็แล้วแต่เราต้องมีความรู้เรื่องนั้นมากเลย

54

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


และไม่ได้เข้าไปท�ำเลยนะครับ เช้ามาต้อง ไปปัดกวาด ล้างห้องน�้ำ เช็ดกระจก เปิด เพลงเปิดแผ่นให้เขาแล้วค่อยพัฒนามา เป็นคนคอนโทรล ดีขึ้นมาหน่อยมานั่ง อ่านข่าวต้นชั่วโมง ประกาศข่าว ได้จัด รายการเวลาคนฟังเริ่มน้อยก่อน ผมจัด รายการเดือนเดียวมีลูกค้าเข้ามาซื้อเวลา เราก็ จ ะได้ รั บ ค่ า จั ด ก็ โชคดี ไ ด้ เ งิ น เพิ่ ม เติมขึ้นมาหน่อย เดือนหนึ่งก็ได้ประมาณ 3 พันกว่าบาท ผมเคยอุ ด หนุ น น�้ ำ พริ ก พี่ จ อร์ น (ตลกแคระ) ผมนับถือในการสู้ชีวิตเพราะ หลังจากที่สามี และลูกเขาเสีย เขากลับสู้ ชีวิต และผมมองว่าการรักคนอื่นง่ายกว่า รักตัวเอง และผมอยากให้คนเราหันกลับ มารักตัวเอง ดูแลตัวเอง ผมบอกกับตัว เอง ว่าอย่ามีมุมท้อนะ เพราะชีวิตผมมา น้อยกว่าคนอื่นเขา สักวันหนึ่งถ้าเราล้ม จะมี ค นคอยช่ว ยพยุงเราเอง สมัยก่อน ผมท�ำงานตั้งแต่ชั่วโมงละ 8 บาท วันละ 8 ชั่วโมง เงินเดือน 1,950 บาท ผักบุ้ง แถวสถานีเตียนหมด มาม่าซื้อทีเป็นลัง ผมกล้าพูดเพราะผมเคยท�ำมา กว่าจะเป็นทุกวันนี้ไม่ใช่ท�ำงาน 3 ปี 5 ปี 7 ปีแล้วเป็นทุกวันนี้มันไม่ใช่ มัน นานกว่านั้นเยอะเลย กว่าจะเป็นเจ้าของ สถานี เ กื อ บๆ 20 ปี ใช้ ทุ ก อย่ า งเวลา ประสบการณ์ ฉะนั้นท�ำอะไรก็แล้วแต่เรา ต้องมีความรู้เรื่องนั้นมากเลย คลื่นธุรกิจ ไม่เหมือนคลื่นจิตอาสา เพราะคลื่นจิต อาสาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ได้ใส่ใจเรื่อง ธุรกิจมากมาย”

ช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้ สายด่วน 1255 ในกรณีที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อได้ที่ 02-288-5050 หัวใจ ของการท�ำงานจิตอาสาทีแ่ ท้จริงหลายคน อาจไม่ทราบ เพราะงานจิตอาสามีหลาย ประเภท แต่ในงานวิทยุ วรพลให้ความ หมายของจิตอาสาไว้ว่า “อย่าท�ำให้คน หมดหวัง”

จราจรเป็นอันดับ 1. (70%) 2. เรื่อง สังคม (30%) สิ่งที่เราเจอคือ อารมณ์ หงุดหงิดของผู้ที่โทรมาแจ้งเรื่อง เช่น เวลามีรถติดเพราะการจอดในพื้นที่ห้าม จอดเวลากลางคืน เราก็ต้องคิดแทนทั้ง 2 ฝ่ า ยเพื่ อ ความสบายใจของผู ้ ที่ โ ทร มาแจ้ง ปัญหาต่างๆของพี่แท็กซี่ เช่น ผู้โดยสารไม่จ่ายค่าแท็กซี่ การจอดรถ

พอเรารู้สึกชอบจากพรแสวงก็พยายามฝึกฝน ผมเข้า ท�ำรายการครั้งแรกผมเขียนตั้งแต่สวัสดีเลย เพราะว่า ท�ำสคริปต์ ฟังแล้วก็มานั่งแกะ รุ่นพี่เขาเข้าท�ำงานเข้า รายการเขาพูดอะไรบ้าง พูดถึงอะไรบ้าง “หลักการท�ำจิตอาสา ผมใช้การ สื่อสารในการช่วยเหลือคน เพราะผมจะ ท�ำหน้าที่ประสานงาน ผมคิดว่าท�ำยังไง ถึงให้คนอยากท�ำดี ท�ำยังไงเพื่อให้คน อยากช่วยเหลือกัน ต้องท�ำให้คนรู้จัก เราให้มาก 99.5 สถานีจราจรเพื่อสังคม เกิดมา 3 ปีกว่า คนก็ยังรู้จักเราน้อย ทาง คลื่นไม่ได้ท�ำโฆษณา ไม่ได้ท�ำธุรกิจ นี่คือ ความแตกต่างจาก จส. 100 และ สวพ. เพราะที่นี่เป็นคลื่นจิตอาสา จะเน้นเรื่อง

ในจุดเสีย่ งต่ออุบตั เิ หตุและอาชญากรรม การประสานงานท�ำคลอดบนรถ และ การท� ำ จิ ต อาสาต้ อ งท� ำ ให้ ค นมี ค วาม หวังอย่าท�ำให้คนหมดหวัง” ส�ำหรับผู้ที่ท�ำงานสื่อสารมวลชน หรือวิทยุนั้น สิ่งที่ต้องค�ำนึงถึงให้มากก็ คือการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เพื่อส่งสาร ไปถึงผู้ฟังอย่างถูกต้อง และเป็นตัวอย่าง แนวทางให้กับคนวิทยุรุ่นใหม่ที่ก�ำลังจะ ก้าวขึ้นมาได้ศึกษา ส�ำหรับคนวิทยุที่ได้

หัวใจของจิตอาสา 99.5 สถานี จ ราจรเพื่ อ สั ง คม เป็ น อี ก ช่ อ งทางหนึ่ ง ที่ ผู ้ ใช้ ร ถใช้ ถ นน และประชาชนทั่ ว ไปสามารถขอความ

มีนาคม 2557 IS AM ARE

55


รับรางวัลการใช้ภาษาไทยดีเด่น ถือเป็น ความภาคภูมิใจในอาชีพอย่างสูง “เมื่อปีที่แล้วประมาณวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผมได้รับรางวัลผู้ใช้ภาษาไทย ดีเด่นประจ�ำปี ได้รับรางวัลที่ศูนย์วิจัย จุฬาพร เขาจัดงานกันที่นั่น ผู้ประกาศ ข่าวดีเจทั่วประเทศก็เข้ารับ รุ่นผมก็จะมี คนที่รับด้วยกันเท่าที่จ�ำได้ มีคุณช่อผกา เป็นรางวัลของ กสทช. มีใบผู้ประกาศ มีมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน รุ่นปัจจุบันจะเป็น บัตรสีทองที่ออกโดย กสทช. ผมก็ได้รับ มาเมื่อตอนได้รับรางวัล เหมือนเป็นอะไร ที่ท�ำให้เราได้มีความสุขในสายงาน เป็น รางวัลที่เรายินดีด้วย เพราะผมคิดเสมอ ว่าเราเป็นคนไทย รักษาภาษาไทย ค�ำนี้ จริงๆ แล้วต้องรู้ว่าควรออกเสียงยังไงเป็น ห่วงถึงขั้นซีเรียสมาก บางทีต้องพึ่งราชบัณฑิตยสถาน คื อ พอไม่ รู ้ ก็ เ ปิ ด ดู แล้ ว โทรไปถามเจ้ า หน้าที่ ค�ำนี้อ่านว่ายังไงค�ำไทยที่เราเคย ได้ ยิ น มา แต่ เราไม่ มั่ น ใจเยอะอยู ่ พ อ สมควร ผมว่ามันเป็นเรื่องที่เราจะต้อง ห่ ว งกั น นะ วิ ท ยุ มั น ไม่ มี ภ าพมั น ฟั ง แต่ เสี ย งถ้ า เราให้ ข ้ อ มู ล ที่ ผิ ด ไปคนก็ จ� ำ แต่ ข้อมูลผิดๆ แต่ทุกวันนี้คลื่นบันเทิงเขาไม่ ได้เน้น เอามัน เอาฮา เขาพูดได้หมดทุก อย่าง แต่เวลาผมอ่านข่าวผมจะเน้นเป็น พิเศษ ผมจะสะพานกระเป๋ามาท�ำงาน ทุ ก วั น เพราะในกระเป๋ า ผมมี คู ่ มื อ ราช บัณฑิตต้องติดตัว พอเห็นค�ำไหนไม่ได้ก็ จะเปิดขึ้นมาดู เพราะบางที google ก็ ช่วยเราไม่ได้ มันไม่ได้มีค�ำอ่านอันไหนที่ เกินก�ำลังเรา”

ตามรอยเท้าพ่อ จงพอใจใน สิ่งที่ตนมี นอกจากนี้ 99.5 ยังน�ำเสนอพระ 56

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ราชด� ำ รั ส ของในหลวงออกอากาศเป็ น ประจ� ำ ว่ า ด้ ว ยเรื่ อ งความพอเพี ย ง ใน หลากหลายมุมมอง เพื่อให้คนเมืองหรือ ผู้ที่รับฟังได้ฉุกคิด ถึงการปรับตัวให้เข้า กับสังคมในปัจจุบัน เสริมสร้างก�ำลังใจให้ ผู้ฟัง เราลองมาฟังแนวคิดที่เขาใช้พูดใน รายการเพื่อส่งต่อไปยังผู้คนดูครับ “พวกเราที่ นี่ น� ำ เสนอพระราช ด�ำรัสของในหลวงและคิดเป็นตอนๆออก อากาศอยู่แล้ว ในเรื่องความพอเพียง เรา อย่าเปรียบเทียบตัวเรากับใครเขาในแง่ที่ จะท�ำให้เราเสียก�ำลังใจไป เขามีบ้านหลัง ใหญ่ มีรถหรูขับเราจะไปมองไม่ได้ จะ ท�ำให้เราท้อ เราต้องมองไปที่คนที่แย่กว่า เรา มองคนพิการ ขอทาน ทางเลือกใน ชีวิตเขาน้อย โอกาสเขาน้อยกว่าเรามาก ส่วนเราโอกาสในสังคมเราเยอะมาก คือ เราอย่าไปมองอะไรที่มาบั่นทอนเสียก�ำลัง ใจ แล้วจงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี มีความ สุขกับมันให้ได้ เราท�ำอะไรก็ได้ที่สามารถ ท�ำได้แล้วมีความสุขเท่านั้นพอ ท�ำแล้วไม่ เบียดเบียนคนอื่นก็ท�ำไป เพื่ อ นบ้ า นก็ ส� ำ คั ญ ทั ก กั น บ้ า ง คุยกันบ้าง เจอกันทักก่อนได้ เพื่อเราจะ ได้ มิ ต รภาพกลั บ มา ผมว่ า ไม่ มี ใ ครเก่ ง รอบด้าน พร้อมทุกอย่าง 100% ผมเชื่อ ว่าไม่มี ฉะนั้นต้องมีสังคมเพื่อไว้เติมเต็ม ในสิ่ ง ที่ เราขาด คนที่ เขามี ก็ ม าเติ ม เต็ ม ให้เรา แต่ในสิ่งที่เรามีเราก็ต้องแบ่งปัน เขาด้วย มันเติมกันได้ แต่ถ้าสังคมไม่มี การเติมเต็มช่วยเหลือกันเลย ผมว่าน่า เป็นห่วง ยิ่งถ้ามานั่งจับผิดกัน คุณก็จะ รู้ว่าไม่มีใครดีเลย คนที่ไม่ดีเอง คนที่ผิด พลาดเอง ต้องเปิดใจยอมรับฟังแล้วมา นั่งมองในสิ่งที่เขาพูดว่าจริงไหม ทุกวันนี้ ผมยังต้องเอารายการใส่ทัมบ์ไดรฟ์ คนที่ ท�ำรายการถ้าไม่กลับมามองตัวเอง เราจะ

ไม่รู้เลยว่าเราท�ำเอียงหรือตรง ดีหรือไม่ดี เราจะปรับอะไรมากน้อยยังไง การปรับ จ�ำเป็นครับ แต่เราฟังเองดีกว่าให้คนอื่น บอก แต่ก็ต้องรับฟัง” และนีก่ ค็ อื สถานีวทิ ยุจติ อาสาเพือ่ สังคม 99.5 กับกลุ่มคนที่อุทิศตัวเพื่อช่วย เหลือสังคมในแบบที่ตนท�ำได้ ยังมีเครือ ข่ายหน่วยงาน และสมาชิกอีกนับหมื่น คนที่ พ ร้ อ มใจไปช่ ว ยเหลื อ ผู ้ เ ดื อ ดร้ อ น ในที่เกิดเหตุ ตามที่แจ้งมาทางหมายเลข 1255 คลื่น 99.5 จึงเป็นเสมือนแหล่ง รวมพลเมืองดี รวมน�้ำใจเพื่อสร้างสรรค์ สั ง คมให้ น ่ า อยู ่ ช่ ว ยกั น บรรเทาปั ญ หา ต่างๆ คนละไม้ละมือ ไม่จ�ำเป็นจะต้อง รู้จักกันเลย แค่รู้ว่าอยู่สังคมเดียวกันก็พอ “การโกง การคอร์ รั ป ชั่ น ถ้ า มี จิ ต อาสาในตั ว คุ ณ จะละอายไปเอง แล้วจะไม่กล้าท�ำ” วรพล ทักษิณพิลา กล่าวทิ้งท้าย พบเห็ น อะไรก็ แ ล้ ว แต่ ใ นสั ง คม ของหาย เก็บของได้ อุบัติเหตุ รถชน ขอ ความช่วยเหลือ ฯลฯ สามารถแจ้งมาได้ที่ สายด่วน 1255 ติดตามสถานีจราจรเพื่อสังคม FM 99.5 MHz ได้ตลอด 24 ชม. เลขที่ : 33 – 35 ถนนพิษณุโลก แขวง ดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2288-5050 หมายเลขโทรสาร : 0-2628-7224 SMS : 452 2500 อีเมล์ : trs99.5@hotmail.com เว็บไซต์ : WWW.TRS995.COM เฟสบุ๊ค http://www.facebook. com/fm995 ทวิสเตอร์ http://twitter.com/ fm995radio


Awesome แปลว่าอะไร สวัสดีครับคุณแอนดรูว์ ค�ำว่า awesome แปลว่าอะไรครับ เพื่อนชาวต่างชาติตอบ ด้วยค�ำนี้ เมื่อหนูถามเขาว่า อาหารเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งอาหารนั้น หนูท�ำกับข้าวเอง ขอบคุณค่ะ Nokkie แสดงว่าฝีมือดีครับน้อง ผมเคยแนะน�ำมาก่อนว่า ส�ำหรับ คนไทยแล้ ว วิ ธี ค บฝรั่ ง ที่ ง ่ า ยที่ สุ ด คื อ ท� ำ กั บ ข้ า วไทยให้ เขากิ น เขาต้องชอบมาก ๆ แต่ระวัง … อาจเกิดหลงรักคุณด้วยเหมือน ตัวอย่างนี้ awesome ส�ำนวนในเชิงแสลงในความหมายว่า เยี่ยมมาก สุดยอด ใช้กับทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงอาหาร เช่น This food is awesome! Did you really make it yourself? (อาหารมื้อนี้สุดยอด น้องท�ำเองจริง ๆ หรือ) นอกจากอาหารแล้ว ก็ใช้กับ ทุก สิ่งทุก อย่างไม่ ว ่ า จะเป็ น บุคคลหรือสิ่งของเช่น Thailand is awesome! I’m coming back! (เมืองไทย เยี่ยมไปเลย เดี๋ยวต้องกลับมา) Somcheng, you are awesome. Will you marry me? (ส้มเช้งเธอเป็นคนดีที่สุด เธอจะแต่งงานกับผมไหม)

Backed out of the deal หมายถึงอะไร สวัสดีคะคุณแอนดูรว์ On Monday I was supposed to finish the paper work required to sell my apartment but the buyers backed out of the deal. เพื่อนฝรั่งของดิฉันส่งอีเมลมา อยากถามว่าประโยคดัง กล่าว ข้างต้น ค�ำว่า backed out of the deal หมายถึงอะไรคะ จาก Suwalak to back out of (something) ในภาษาธุรกิจหมายถึง ถอนตัว หรือ ถอยหลัง ใช้ในสถานการณ์ที่คุณได้คุยกับอีกฝ่ายหนึ่งมาก พร้อมที่จะ ตกลงกัน แต่บังเอิญอีกฝ่ายหนึ่งตัดสินใจอย่างกะทันหันที่จะไม่เซ็น หรือไม่ร่วมธุรกิจ เช่น Banana and Bakkhoi said they’d help me move house, but on the day they backed out. (กล้วยกับบักข่อย บอกว่าจะมาช่วยผมย้ายบ้าน แต่ในวันย้ายเขา ทั้งสองคนนี้ก็ถอน ตัว บอกว่ามาช่วยไม่ได้) ในตัวอย่างที่คุณยกมา จากแฟนทาง email หมายความว่า เมื่อวันจันทร์ที่แล้วผมพร้อมที่จะปิดเรื่องท�ำการขาย อพาทเม้นท์ ของผมแต่ เผอิญผู้ซื้อถอนตัวอย่างกะทันหัน

สุดท้ายนี้เรื่องการออกเสียง มันคือ ออ-ซ�ำ ครับ

มีนาคม 2557 IS AM ARE

57


นิทำนโบราณคดี

เรื่อง : พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้ำบรมวงศ์เธอกรมพระยำด�ำรงรำชำนุภำพ

นิทานเรื่องที่ 9 เรื่องหนังสือหอหลวง ตอนที่ 2

58

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


เมื่ อ พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็ จ พระจุ ล จอมเกล้ า เจ้ า อยู ่ หั ว มี พ ระราชประสงค์ ส ร้ า งอนุ ส รณ์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว เมื่อจ�านวนปีแต่พระราชสมภพครบ 100 ปี เป็นอภิ ตกาล จึงโปรดฯให้รวมหนังสือในหอมนเทียรธรรม หอสมุดวชิรญาณและหอสมุดพุทธศาสนสังคหะเข้าด้วย กัน ตั้งเป็นหอพระสมุทรส�าหรับพระนคร ขนานนามตามพระสมณามาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว “หอพระสมุดวชิรญาณ ส�าหรับพระนคร” และให้มีกรรมการจัดหอพระสมุดฯนั้นคือ พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เป็นสภานายก กรมพระสมมตอมรพันธ์และ ตัวฉันกับทั้งพระยาประกิจกรจักร(แช่ม บุนนาค)และพระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) เป็นกรมกา รสัมปาทิก รวมกัน 5 คนเป็นพนักงานจัดการหอพระสมุทรส�าหรับพระนครมาแต่แรกตั้ง เมื่ อ รวมหนั ง สื อ ทั้ ง 3 แห่ ง เข้ า ด้วยกันแล้วถึงชั้นที่จะหาหนังสืออื่นมา เพิ่มเติม กรมการปรึกษากันเห็นว่าควร จะหาหนั ง สื อ ฝรั่ ง ต่ า งชาติ แต่ เ ฉพาะ ที่ แ ต่ ง ไว้ ด ้ ว ยเมื อ งไทยตั้ ง แต่ โ บราณมา รวบรวมก่ อ น หนั ง สื อ พวกนี้ พ วกนี้ จ ะ สั่ ง ไปให้ ซื้ อ ในยุ โรปและอเมริ ก า ส่ ว น หนั ง สื อ ไทยจะรวบรวมหนั ง สื อ ซึ่ ง เป็ น ฉบั บ เขี ย น อั น มี ก ระจั ด กระจายอยู ่ ใ น พื้ น เมื อ ง เอามารวบรวมไว้ ใ นหอพระ สมุดก่อนหนังสือพวกอื่น เพราะหนังสือ ไทยที่เป็นจดหมายเหตุ และต�ารับต�ารา วิ ช าการกั บ ทั้ ง วรรณคดี ยั ง มี แ ต่ เ ป็ น ฉบั บ เขี ย นโดยมาก ถ้ า ทิ้ ง ไว้ ไ ม่ เ อามา รวบรวมไว้ ใ นหอพระสมุ ด ฯ วิ ช าความ รู ้ อั น เป็ น สมบั ติ ข องชาติ ก็ จ ะเสื่ อ มสู ญ ไปเสี ย วิ ธี ที่ จ ะหาหนั ง สื อ ฉบั บ เขี ย นใน เมื อ งไทยนั้ น ตกลงกั น ให้ ส มมตฯ ทรง ตรวจดู ห นั ง สื อ ในหอหลวง ซึ่ ง มิ ไ ด้ โ ป รดฯให้โอนเอามารวบรวมในหอพระสมุด ส� า หรั บ พระนคร ก็ ท รงให้ คั ด ส� า เนาส่ ง มา กรมพระสมมตฯทรงหาได้หนังสือดีๆ และเรียบเรียงประทานให้หอพระสมุดฯ พิ ม พ์ ปรากฏอยู ่ เ ป็ น หลายเรื่ อ ง ส่ ว น หนังสือฉบับเขียนซึ่งมีอยู่ที่อื่นนอกจาก หอหลวงนั้น ฉันหาหนังสือด้วยประการ ต่างๆ จึงรู้เรื่องประวัติหนังสือหอหลวง สิ้ น กระแสความดั ง จะเห็ น ต่ อ ไปข้ า ง หน้ า หนั ง สื อ ไทยฉบั บ เขี ย นของเก่ า

นั้ น ลั ก ษณะต่ า งกั น เป็ น 3 ประการ ถ้าเป็นหนังสือส�าหรับอ่านกันเป็นสามัญ เขียนในสมุดไทยสีขาวด้วยเส้นหมึกบ้าง เขียนในสมุดไทยสีด�าด้วยดินสอข้าวบ้าง หรื อ เส้ น ฝุ ่ น หรื อ เส้ น หรดาลหรื อ วิ เ ศษ เขี ย นด้ ว ยเส้ น ทองก็ มี เขี ย นตั ว อั ก ษร บรรจงทั้งนั้น ต่อเมื่อร่างหรือส�าเนาจึง เขี ย นอั ก ษรหวั ด ด้ ว ยเส้ น ดิ น สอ แต่ ว ่ า ล้วนเขียนในสมุดไทย ประเภท 1 ถ้าเป็น ต�ารับต�ารา เช่น ต�าราเลขยันต์หรือคาถา อารมณ์ เป็นต้น อันเจาของจะซ่อนเร้น ไว้แก่ตัวมักจารลงในใบลานขนาดสั้นสัก ครึ่งคัมภีร์พระธรรม ร้อยเชือกเก็บไว้ แต่ ล้วนเป็นหนังสือคัมภีร์ใบลาน ประเภท 1 ถ้าเป็นจดหมายไปมาถึงกัน แม้ท้อง ตราและใบบอกในราชการ ก็เขียนลงใน กระดาษข่ อ ยด้ ว ยเส้ น ดิ น สอด� า ม้ ว ยใส่ กระบอกไม้ไผ่ส่งไป เมื่อเสร็จกินแล้วก็ เอาเชือกผูกเก็บไว้เป็นมัดๆ มักมีแต่ตาม

มีนาคม 2557 IS AM ARE

59


ส�านักราชการ ประเภท 1 หนั ง สื อ ไทยฉบั บ เขี ย นทั้ ง 3 ประเภทที่ว่ามา ประเภทที่เขียนในสมุด ไทยมี ม ากกว่ า อย่ า งอื่ น แต่ ที่ นั บ ว่ า เป็ น ฉบั บ ดี ๆ เพราะตั ว อั ก ษรเขี ย นงามและ สอบทานถูกต้องประกอบกัน นอกจาก หนังสือหอหลวง มักเป็นหนังสือซึ่งเจ้า นายและขุ น นางผู ้ ใ หญ่ ใ นรั ช กาลก่ อ นๆ สร้างไว้ แล้วแบ่งกันเป็นมรดกตกอยู่ใน เชื้อพระวงศ์เป็นแห่งๆ ก็มี ผู้ที่รับมรดก รักษาไว้ไม่ได้ แตกกระจัดกระจายไปตก อยู ่ ที่ อื่ น แห่ ล ะเล็ ก ละน้ อ ยก็ มี หนั ง สื อ ที่จารลงใบลานมีน้อย ถ้าอยู่กับผู้รู้วิชา นั้นมักหวงแหน แต่ก็ได้มาบ้าง มักเป็น เรื่องแปลกเช่น ลายแทงคิดปริศนาและ ต�าราพิธีอันมิใคร่มีใครรู้ แต่มักไม่น่าเชื่อ คุ ณ วิ เ ศษที่ อ วดอ้ า งในหนั ง สื อ นั้ น แต่

ความประสงค์ ผิดกับพวกนั้น (ที่) หา หนังสือ “งำม” คือที่มีรูปภาพหรือที่มี ฝีมือเขียนอักษรงาม แต่จะเป็นหนังสือ เรื่องอย่างไรไม่ถือเป็นส�าคัญ ฝ่ายตัวฉัน หาหนังสือ “ดี” คือถือเอาเรื่องหนังสือ เป็นส�าคัญ ถ้าเป็นเรื่องที่มีดื่น ถึงฉบับจะ เขียนงามก็ไม่ถือว่าดี ถ้าเป็นเรื่องแปลก ฉบับเขียนเขียนถูกต้อง ถึงจะเขียนไม่งาม หรือที่สุดเป็นแต่หนังสือตัวเขียนหวัดก็ซ้ือ และให้ราคาแพงกว่าหนังสือที่มีดื่น วิธีที่ฉันหาหนังสือนั้น เมื่อรู้แหล่ง หนั ง สื อ มี อ ยู ่ ที่ ไ หน ฉั น ก็ ไ ปเองหรื อ ให้ ผู ้ อื่ น ไปบอกเจ้ า ของหนั ง สื อ ให้ ท ราบ พระราชประสงค์ ซึ่งทรงตั้งหอพระสมุด ส�าหรับพระนคร และขอดูหนังสือที่เข้า มี อ ยู ่ เ จ้ า ของจะถวายก็ ไ ด้ จ ะขายก็ ไ ด้ หรื อ เพี ย งอนุ ญ าตให้ คั ด ส� า เนาหนั ง สื อ

เมื่อฉันออกจำกต�ำแหน่งนำยกรำชบัณฑิตยสภำ พ้นจำกรำชกำรทั้งปวงแล้ว ออกไปส�ำรำญอิริยำบถ ตำมประสำคนแก่ชรำอยู่เมืองปีนัง เพรำะว่ำทำง กรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงระเบียบรำชกำรรำชบัณฑิตย สภำหลำยอย่ำง เป็นต้นว่ำตั้ง ‘รำชบัณฑิตยสภำ’ หนังสือซึ่งเขียนในกระดาษเพลามักมีแต่ ของหลวงอยู่ตามส�านักราชการ ฉันเป็น เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยอยู่ด้วย ให้ ส่งหนังสือพวกที่มีอยู่ในกระทรวง และ ที่ พ บตามหั ว เมื ��� งไปยั ง หอพระสมุ ด ฯ ทั้งหมดแต่ในสมัยเมื่อฉันหาหนังสือฉบับ เขียนส�าหรับหอพระสมุดฯนั้น พวกฝรั่ง และพวกเล่นสะสมของเก่า เช่น หม่อม เจ้าปิยภักดีนาถ เป็นต้น ก็ก�าลังหาซื้อ หนั ง สื อ ไทยฉบั บ เขี ย นแข่ ง อยู ่ อี ก ทาง หนึ่ง ผิดกันแต่พวกนั้นต้องหาโดยปกปิด ฉั น หาได้ อ ย่ า งเปิ ด เผย และเลื อ กโดย 60

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

เรื่ อ งนั้ น มาก็ ไ ด้ ตามใจเจ้ า ของหนั ง สื อ ไม่มีใครขัดขวาง อย่างหวงแหนก็เพียง ขอต้ น ฉบั บ ไว้ ย อมให้ คั ด ส� า เนามา แต่ ที่เต็มใจถวายต้นฉบับที่เดียวมีมากกว่า อย่างอื่น บางแห่งก็ถึง “ยกรัง” หนังสือ ที่ ไ ด้ เ ก็ บ รั ก ษาไว้ ถ วายเข้ า หอพระสมุ ด ส�าหรับพระนครทั้งหมด เพราะมีการซึ่ง หอสมุดฯท�าอย่างหนึ่งเป็นปัจจัยให้คน นิยม คือแต่เดิมมาในงานศพเจ้าภาพมัก พิมพ์เทศนาหรือค�าแปลภาษาบาลี เป็น สมุ ด เล่ ม เล็ ก ๆแจกผู ้ ไ ปช่ ว ยงาน ครั้ น งานพระศพกรมขุนสุพรรณภาควดี เมื่อ

พ.ศ.2447 สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรง พระราชด�าริว่าหนังสือแจกซึ่งเป็นธรรม ปริยายลึกซึ้ง คนมิใคร่ชอบอ่าน จึงโปรดฯ ให้แปลนิทานนิบาตชาดกตอนต้นพิมพ์ พระราชทานเป็นของแจก และทรงพระ พระราชนิพนธ์เล่าเรื่องประวัติของคัมภีร์ ชาดก กับทั้งทรงแนะน�าไว้ในค�าน�าหน้า ต้นว่า หนังสือแจกควรพิมพ์เรื่องต่างๆ ให้ ค นชอบอ่ า น แต่ นั้ น เจ้ า ภาพงานศพ ก็มักมาขอเรื่องหนังสือ ซึ่งจะพิมพ์แจก ต่อกรรมการหอพระสมุดฯ กรรมการคิด เห็นว่า ถ้าช่วยอุดหนุนการพิมพ์หนังสือ แจกจะเกิดประโยชน์หลายอย่าง เป็นต้น แต่สามารถจะรักษาเรื่องหนังสือเก่าไว้มิ ให้สูญ และให้มหาชนเจริญความรู้ยิ่งขึ้น กว่าแต่ก่อน จึงรับธุระหาหนังสือพิมพ์ แจกทุ ก รายที่ ม าขอ และเลื อ กหนั ง สื อ ซึ่งเป็นหนังสือน่าอ่าน เอามาช�าระสอบ ทานให้ ถู ก ต้ อ ง ทั้ ง แต่ ง อธิ บ ายว่ า ด้ ว ย หนังสือเรื่องนั้นไว้ในค�าข้างต้น แล้วจึง ให้ไปพิมพ์แจก จึงเกิด “หนังสือฉบับหอ พระสมุด” ขึ้น ใครได้รับไปก็ชอบอ่าน เพราะได้ความรู้ดีกว่าฉบับอื่น เจ้าของ หนังสือฉบับเขียนเห็นว่าหอพระสมุดฯได้ หนังสือไปท�าให้เป็นประโยชน์ ยิ่งกว่าอยู่ กับตน ก็เต็มใจถวายหนังสือดังกล่าวมา การหาเรื่องหนังสือให้ผู้อื่นพิมพ์แจก จึง เลยเป็นธุระส่วนใหญ่อันหนึ่งจองหอพระ สมุดส�าหรับพระนครสืบมา และเป็นเหตุ ให้หนังสือไทยเรื่องต่างๆ พิมพ์ข้ึนปีละ มากๆ จนบัดนี้การหาหนังสือฉบับเขียน ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง ไม่ยากเหมือนหนังสือ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในพื้นเมือง เพราะรู้ ไม่ได้ว่าหนังสือจะมีอยู่ที่ไหนบ้าง พบเข้า ก็มีแต่แห่งละเล็กแห่งละน้อย ทั้งเจ้าของ ก็มักเป็นชั้นที่ไม่รู้จักคุณค่าของหนังสือ ฉันจึงคิดวิธีอย่างหนึ่งด้วยแรงของพวก


พนักงานในหอพระสมุดฯ ให้ช่วยกันเที่ยว หาในเวลาว่างราชการ ไปพบหนังสือเรื่อง ดี มี ที่ ไ หนก็ ใ ห้ ข อซื้ อ เอามา หรื อ ถ้ า ไม่ แน่ใจก็ชวนให้เจ้าของเอามาให้ฉันดูก่อน บอกแต่ว่าถ้าเป็นหนังสือดี ฉันจะซื้อด้วย ราคาตามสมควร หาโดยกระบวนการนี้ บางทีได้หนังสือดีอย่างแปลกประหลาด จะเล่าเป็นตัวอย่าง ดังครั้งหนึ่งพระยา ปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษณ์) เมื่อ ยังเป็นหลวงประเสริฐอักษรนิติ ไปเห็น ยายแก่ ก� า ลั ง เอาสมุ ด ด� า รวมใส่ ก ระชุ ที่ บ้านแห่งหนึ่ง ถามว่าจะเอาไปไหน แก บอกว่าจะเอาไปเผานั้น ออกปากว่าอยาก ได้ ยายแกก็ไม่ให้หวงแหน พระยาปริยัติ ธรรมธาดาเอาสมุดเล่มนั้นมาให้ฉันดู เมื่อ พิ จ ารณาดู เ ห็ น เป็ น หนั ง สื อ พงศาวดาร ความเก่าแต่งก่อนเพื่อน เรื่องและศักราช ก็แม่นย�าผิดกับอีกฉบับอื่นทั้งหมด ฉันจึง ให้เรียกว่า “พระรำชพงศำวดำรฉบับ หลวงประเสริ ฐ อั ก ษร” ให้ เ ป็ น เกี ย รติ แก่ พ ระยาปริ ยั ติ ฯ และได้ ใช้ เ ป็ น ฉบั บ สืบสวนมาจนบัดนี้ แต่เจ้าของบางคนก็ เห็นคุณค่าของหนังสือของตนอย่างวิปริต ดังแห่งหนึ่งอวดว่ามีหนังสือเขียวตัวทองอ ยูเรื่องหนึ่งตั้งราคาแพงมาก ผู้ไปพบจะ

ขอดูไม่ให้ดู ฉันให้กลับไปถามเพียงชื่อ เรื่องหนังสือนั้น บอกว่า “เรื่องพระลอ” ซึ่ ง มี ฉ บั บ เขี ย นอยู ่ ใ นหอพระสมุ ด ฯแล้ ว หลายเล่มทั้งเป็นเรื่องพิมพ์แล้วด้วย ก็ เป็นเลิกกันเพียงนั้น แต่เมื่อคนรู้กันแพร่ หลายว่าหอพระสมุดฯหาซื้อหนังสือฉบับ เขียน ก็เริ่มมีคนเอาหนังสือมาขายที่หอ พระสมุ ด ฯ ชั้ น แรกดู เ หมื อ นจะเป็ น แต่ พวกราษฎรต่อมาเจ้าของที่เป็นผู้แต่งให้ คนมาขายก็มี ที่สุดถึงมีพวก “นายหน้า เที่ ย วหาหนั ง สื อ มาขายหอพระสมุ ด ฯ เนืองนิตย์จนจ�าหน้าได้ พวกนายหน้านี้ เป็นคนจ�าพวกเดียวกับที่หาหนังสือฉบับ

ผิดกับทรัพย์สินอย่างอื่น ด้วยอาจจะต้อง คัดส�าเนาไว้ได้ โดยจะเป็นของโจรลักเอา เมื่อเจ้าของมาพบ คืนต้นฉบับให้เขา ขอ ตัดส�าเนาไว้ก็เป็นประโยชน์สมประสงค์ ไม่ เ สี ย เงิ น เปล่ า ฉั น จึ ง สั่ ง พนั ก งานรั บ หนังสือว่าถ้าใครเอาหนังสือมาขาย อย่า ให้ไถ่ถามอย่างอื่นนอกจากราคาที่ขาย แล้วเขียนราคาลงในเศษกระดาษเหน็บ กับหนังสือส่งมาให้ฉันดูที่เดียว ฉันเลือก ซื้อด้วยเอาเรื่องหนังสือเป็นใหญ่ดังกล่าว มาแล้ว บางทีเป็นหนังสือเขียนงาม แต่ ฉันไม่ซื้อหรือไม่ยอมให้ราคาเท่าที่จะขาย เพราะเป็นหนังสือเรื่องดื่นก็มี บางทีเป็น แต่สมุดเก่าๆ เขียนด้วยเส้นดินสอ ผู้ขาย ตีราคาเพียงเล่มละบาทหนึ่งสองบาท แต่ เป็นเรื่องที่ไม่เคยพบหรือหายาก ยังไม่มี ในหอพระสมุดฯ ฉันเห็นว่าเจ้าของตีราคา ต�่าเพราะไม่รู้จักคุณค่าของหนังสือ จะซื้อ ตามราคาที่บอกขาย ดูเป็นเอาเปรียบคน รู้น้อยหาควรไม่ ฉันจึงเพิ่มราคาให้เป็น เล่มละ 4 บาท หรือ 5 บาทบ้าง ให้บอก เจ้ า ของว่ า ราคาที่ ตั้ ง มายั ง ไม่ ถึ ง ค่ า ของ หนังสือ พวกคนขายหนังสือได้เงินเพิ่ม เนืองๆ ก็เชื่อถือความยุติธรรมของหอพระ สมุดฯ จนไม่มีใครตั้งราคาขายบอกแต่ว่า

วิธีที่ฉันหำหนังสือนั้น เมื่อรู้แหล่งหนังสือมีอยู่ที่ไหน ฉันก็ไปเองหรือให้ผู้อื่นไปบอกเจ้ำของหนังสือให้ทรำ บพระรำชประสงค์ หลวง และของประหลาดไปขายฝรั่ง เขา ว่าของที่ได้มามักทุจริต แต่จะไถ่ถามถึง กรรมสิทธิ์ของผู้มาขายหนังสือเสียก่อน ก็ คงเกิดหวาดหวั่นไม่มีใครกล้าเอาหนังสือ มาขายหอพระสมุดฯ ฉันนึกขึ้นว่าหนังสือ

“แล้วแต่จะประทาน การซื้อหนังสือใน พื้นเมืองก็สะดวก จึงซื้อมาได้ด้วยอย่าง นั้นเป็นนิตย์ แต่ ค วามที่ ก ล่ า วไว้ ข ้ า งต้ น นิทานนี้ ที่นายกุหลาบได้ส�าเนาหนังสือ

มีนาคม 2557 IS AM ARE

61


หอหลวงไปจากวั ง กรมหลวงบดิ น ทร์ ฯ ก็ ดี ที่ ว ่ า คนในวั ง กรมหลวงบดิ น ทร์ ยั ก ยอกหนังวือหลวงไว้ และต่อมาเอาออก มาขายแก่ ฝ รั่ ง และผู ้ เ ล่ น สะสมของเก่ า ก็ ดี ไม่ มี ใ ครรู ้ ม ากว่ า 20 ปี เค้ า เงื่ อ น เพิ่ ง มาปรากฏขึ้ น เมื่ อ ฉั น ซื้ อ หนั ง สื อ เข้ า หอพระสมุ ด ฯ ดั ง พรรณนามาเวยวั น หนึ่งเอาหนังสือพระราชพงศาวดารเป็น ฉบับเขียนเส้นดินสอมาขาย 2 เล่มสมุด ไทย ฉันเห็นลายพระราชหัตถเลขาของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นดินสอสีเหลือง ทรงเขียนแก้ไขเพิ่ม เติมเป็นแห่งๆไปตลอดทั้งเล่มฉันตีราคา ให้เล่มละ 10 บาท แต่ไม่บอกว่ามีพระ ราชหั ต ถเลขาอยู ่ ใ นนั้ น ผู ้ ข ายก็ พิ ศ วง บอกหนักงานรับหนังสือว่า หนังสือเรื่อง นั้นยังมีจะเอามาขายอีก แล้วเอามาขาย ทีละ 3 เล่ม 4 เล่ม ฉันก็ให้ราคาเล่มละ 10 บาทเสมอทุกครั้ง ได้หนังสือพระ���าช พงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขามาถึง 22 เล่ ม จนผู ้ ข ายบอกว่าหมดฉบับ แต่ เพียงเท่านั้น ฝ่ายตัวฉันตั้งแต่ได้หนังสือพระ ราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขามา 2 เล่มก็เกิดพิศวงด้วยเห็นชัดว่าหนังสือ ฉบั บ นั้ น เป็ น ของหลวงอั น อาลั ก ษณ์ รั ก ษาไว้ ใ นหอหลวง เหตุ ไ ฉนจึ ง ตกมา เป็นของชนชั้นราษฎรเอาออกเที่ยวขาย 62

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ได้ ต ามใจ จึ ง เรี ย กหั ว หน้ า พนั ก งานรั บ หนั ง สื อ มากระซิ บ สั่ ง ให้ สื บ ว่ า ผู ้ ที่ เ อา มาขายท� า การงานอย่ า งไรและมี ส� า นั ก หลักแหล่งอยู่ที่ไหน เขาสืบได้ความจาก ผู้รู้จักว่าคน 2 คนที่เอาหนังสือพระราช พงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขามาขาย นั้น เดิม เป็ น มหาดเล็ ก อยู ่ ใ นวั ง กรมหล วงบดินทร์ฯ แต่เมื่อกรมหลวงบดินทร์ฯ สิ้นพระชนม์แล้ว เที่ยวร่อนเร่อยู่จะส�านัก ที่ไหนหาทราบไม่ พอฉันได้ยินว่าคนที่เอา หนั ง สื อ มาขายเคยเป็ น มหาเล็ ก อยู ่ ที่ วั ง กรมหลวงบดินทร์ฯ ก็รู้สึกเหมือนอย่าง ว่ า มี ใ ครเปิ ด แสงไฟ ให้ แ ลเห็ น เรื่ อ งหอ หลวงทันที ยิ่งคิดไปถึงกรณีต่างๆที่ได้รู้ เห็นมาแต่ก่อนก็ยิ่งตระหนักแน่ชัด ด้วย เป็ น เรื่ อ งติ ด ต่ อ สอดคล้ อ งกั น มาตั้ ง แต่

ถึงเวลาเมื่อขนหนังสือหอหลวงกลับคืน เข้าไปในวังตามเดิม มีคนที่วังกรมหลวง บดินทร์ฯยักยอกหนังสือหอหลวงไว้ แล้ว ผ่อนขายแก่พวกฝรั่งและผู้สะสมของเก่า จึงปรากฏว่ามีหนังสือฉบับหลวงที่ออก เที่ยวขาย จนถึงที่สุดถึงเอาขายแก่ตัวฉัน จึงรู้ว่าล้วนแต่ออกมาจากวังกรมหลวง บดินทร์ฯทั้งนั้นแต่ผู้ขายไม่รู้ว่าฉันให้สืบ เมื่อขายหนังสือพระราชพงศาวดารฉบับ พระราชหั ต ถเลขาได้ ห มดแล้ ว ยั ง เอา หนังสือกฏหมายฉบับหลวงครั้งราชกาล ที่ 1 ซึ่งประทับตรา 3 ดวงมาขายที่หอ พระสมุดอีก 2 เล่ม ฉันตีราคาให้เล่มละ 20 บาท เลยได้รับความรู้อยู่ข้างขบขัน ด้ ว ยผู ้ ข ายใจดี อ อกปากแก่ พ นั ก งานรั บ หนังสือ ว่าเสียดายไม่รู้ว่าหอพระสมุดฯ จะให้ราคาถึงเท่านั้น เคยเอาไปบอกขาย นายกุหลาบเล่มหนึ่ง นายกุหลาบว่าจะ ให้ 20 บาท ครั้นเอาหนังสือไปให้ได้เงิน แต่ 2 บาทนอกนั้นทวงเท่าใดก็ไม่ได้ ที่ ว่ากฏหมายเล่มที่นายกุหลาบเอาไปแก้ ศักราชนั้นเอง ก็ได้ไปจากวังกรมหลวง บดิ น ทร์ ฯ เหมื อ นกั น เมื่ อ ขายกฏหมาย แล้ ว ผู ้ ข ายบอกว่ า หนั ง สื อ ซึ่ ง เพี ย งขาย หมดเพียงเท่านั้น ก็เห็นจะเป็นความจริง

รัฐบำลได้โอนหนังสือหอหลวงบรรดำที่อยู่ ในกรมรำชเลขำธิกำร (คือที่กรมอำลักษณ์รักษำแต่เดิม) ส่งไปไว้ในหอสมุดแห่งชำติทั้งหมด กรมหลวงบดินทร์ฯ เอาหนังสือหอหลวง ไปรั ก ษาที่ วั ง แล้ ว เอาออกอวดให้ ค นดู เมื่องาน 100 ปี นายกุหลาบได้เห็นจึง พยายามขอยืมจากกรมหลวงบดินทร์ ไป ลอบจ้างนายทหารมหาดเล็กให้คัดส�าเนา เอาไปดั ด แปลงส� า นวนออกพิ ม พ์ ครั้ น

เพราะคนขายได้เงินมากพอและหอพระ สมุดฯก็มิท�าให้หวาดหวั่นอย่างใด ถ้ายัง ใหนังสือคงเอามาขายอีก จึงเห็นจะอ้างได้ ว่าเก็บหนังสือหอหลวงซึ่งยังตกค้างอยู่ใน แหล่งกลมหลวง บดินทร์กลับมาได้สิ้นเชิง เมื่อฉันซื้อหนังสือเข้าหอพระสมุดส�าหรับ


พระนคร แต่ตัวฉันยังมีกิจเกี่ยวข้องกับ หนังสือหอหลวงซึ่งพลัดพรายไปอยู่ที่อื่น ต่อ มาอีก ด้วยเมื่อ พ.ศ. 2472 ฉันไป อยู่ยุโรปครั้งหนึ่ง เมื่อไปถึงกรุงลอนดอน ฉันนึกขึ้นได้ว่าเป็นโอกาสที่จะตรวจดูให้ รู้ว่าอังกฤษได้หนังสือไปจากเมือง ไทย สักเท่าใด ฉันจึงให้ไปบอกที่หอสมุดของ รัฐบาล (British Museum Library) ว่า ฉั น อยากจะเห็ น หนั ง สื อ ไทยฉบั บ เขี ย น ที่มีอยู่ในหอสมุดนั้น ถ้าหากเข้ายังไม่ได้ ท�าบัญชีจะให้ฉันช่วยบอกเรื่องให้ลงบัญชี ด้วยก็ได้ ฉันหมายว่าถ้าพบเรื่องที่ไม่มี ฉันอยู่ในเมืองไทยก็จะขอคัดส�าเนาด้วย รูปฉาย เอากลับมา ฝ่ายอังกฤษเขาเคย ได้ยินชื่อว่าฉันเป็นนายกหอสมุด ก็ยินดีที่ ฉันจะไปบอกอย่างนั้น ครั้นถึงวันนัด เขา ขนสมุดไทยบรรดามีมารวมไว้ในห้องหนึ่ง และให้พนักงานท�าบัญชีมาคอยรับฉันไป นั่งตรวจ และบอกเรื่องแปลภาษาอังกฤษ ให้เขาลงบัญชีทุกเล่ม ต้องไปนั่งอยู่ 2 วัน จึงตรวจหมด ด้วยในหอสมุดนั้นมีหนังสือ ไทยมากกว่าที่อื่น แต่ล้วนเห็นเป็นเรื่อง ที่มีในหอพระสมุดฯทั้งนั้นก็ไม่ต้องขอคัด ส� า เนามาเมื่ อ ฉั น ไปยั ง กรุ ง เบอร์ ลิ น ให้ ไปบอกอย่างเช่นที่กรุงลอนดอน รัฐบาล เยอรมันก็ให้ฉันตรวจหนังสือด้วยความ ยิ น ดี อ ย่ า งเดี ย วกั น หนั ง สื อ ไทยในหอ สมุดกรุงเบอร์ลินมีน้อยกว่าหอสมุดกรุง

ลอนดอน แต่เป็นหนังสือฉบับหลวงซึ่ง ได้ไปจากหอหลวงในกรุงเทพฯโดยมาก เขาเชิ ด ชู ห นั ง สื อ ไตรภู มิ ฉ บั บ หลวงครั้ ง กรุงธนบุรีซึ่งซื้อราคาถึง 1000 บาทนั้น เหมือนอย่างว่าเป็นนายโรง แต่ประหลาด ที่หนังสือไตรภูมิฉบับนั้นมี 2 ฉบับสร้าง ก็ ค รั้ ง กรุ ง ธนบุ รี ด ้ ว ยกั น และเหมื อ นกั น ทั้งตัวอักษรและรูปภาพ ขนาดก็เท่ากัน ฉบับหนึ่งคุณท้าววรจัทร์(เจ้าจอมมารดา วาดในรั ช กาลที่ 4 ) ได้ ม าจากไหนไม่

เคยอยู่ในราชบัณฑิตยสภามาก่อน ส่วน กรมการต่ า งๆนั้ น แผนกหอพระสมุ ด ส� า หรั บ พระนครคงเป็ น แผนกอยู ่ อ ย่ า ง เดิ ม เรี ย กว่ า “หอพระสมุ ด แห่ ง ชำติ ” แผนกพิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ ส ถานคงอยู ่ อ ย่ า งเดิ ม เรี ย กว่ า “พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ ส ถำนแห่ ง ชำติ ” แผนกศิ ล ปากรคงอยู ่ อ ย่ า งเดิ ม เอากรม มหรสพเพิม่ เข้าไปอีกแผนกหนึง่ เรียกทัง้ 4 แผนกรวมกันว่า “กรมศิลปำกร” มีอธิบดี เป็ น ผู ้ บั ง คั บ การทั่ ว ไป จะว่ า แต่ เ ฉพาะ

ฉันจึงคิดวิธีอย่ำงหนึ่งด้วยแรงของพวกพนักงำน ในหอพระสมุดฯ ให้ช่วยกันเที่ยวหำในเวลำว่ำงรำชกำร ไปพบหนังสือเรื่องดีมีที่ไหนก็ให้ขอซื้อเอำมำ ทราบ แต่ทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อจะตั้งหอ พุทธศาสนาสังคหะ แล้วโอนมาเป็นของ หอพระสมุดว�าหรับพระนคร จึงใส่ตู้ไว้ให้ คนชมอยู่ในหอพระสมุดวชิรญาณ เพราะ ฉะนั้ น เยอรมั น เอาไปเสี ย ฉบั บ หนึ่ ง ก็ ห า สู ญ สิ้ น จากเมื อ งไทยไม่ แม้ เรื่ อ งอื่ น ๆที่ เยอรมันได้ไป เรื่องก็ยังมีอยู่ในเมืองไทย จึงไม่ต้องขอคัดส�าเนามา นึกเสียดายที่ ไม่ได้ตรวจในหอสมุดฝรั่งเศษในครั้งนั้น ด้วยเพราะเมื่อไปถึงกรุงปารีส ฉันยังไม่ ได้คิดถึงเรื่องตรวจหนังสือไทย จึงผ่านไป เสียแต่แรกแล้วก็ไม่มีโอกาสอีก เมื่อฉันออกจากต�าแหน่งนายก ราชบั ณ ฑิ ต ยสภา พ้ น จากราชการทั้ ง ปวงแล้ ว ออกไปส� า ราญอิ ริ ย าบถตาม ประสาคนแก่ ช ราอยู ่ เ มื อ งปี นั ง เพราะ ว่ า ทางกรุ ง เทพฯเปลี่ ย นแปลงระเบี ย บ ราชการราชบั ณ ฑิ ต ยสภาหลายอย่ า ง เป็นต้นว่าตั้ง “รำชบัณฑิตยสภำ” เป็น คณะผู้รู้ แยกออกจากกรมการต่าง ๆซึ่ง

ที่ เ นื่ อ งด้ ว ยหนั ง สื อ หอหลวง ทราบว่ า หอสมุดแห่งชาติซื้อหนังสือมรดกหม่อม เจ้าปิยนาถภักดี ได้หนังสือหอหลวงซึ่ง ไปตกอยู่ที่หม่อมเจ้าปิยนาถภักดีมาเข้า หอสมุดแห่งชาติหมด และรัฐบาลได้โอน หนังสือหอหลวงบรรดาที่อยู่ในกรมราช เลขาธิการ (คือที่กรมอาลักษณ์รักษาแต่ เดิม) ส่งไปไว้ในหอสมุดแห่งชาติทั้งหมด เป็นสมุดฉบับเขียนหลายพันเล่ม เดี๋ยว นี้ อ าจจะอ้ า งได้ ว ่ า หนั ง สื อ หอหลวงซึ่ ง กระจั ด พลั ด พรายแยกย้ า ยอยู ่ ต าม ที่ ต่างๆ มากกว่า 50 ปี กลับคืนมาอยู่ใน ที่อันเดียวกันแล้ว ถึงต้นฉบับจะสูญไป เสียบ้าง เช่น ถูกฝรั่งซื้อเอาไปไว้เสียต่าง ประเทศ ฉันได้ไปตรวจก็ปรากฏว่า เรื่อง ของหนั ง สื อ เป็ น ตั ว วั ท ยสมบัติของบ้า ��� เมืองมิได้สูญไปด้วยที่จะสูญทั้งต้นฉบับ และตัวเรื่องเห็นจะน้อย เพราะฉะนั้น ถึง ตัวฉันจะพ้นกิจธุระมาอยู่ภายนอกแล้วก็ ยังมีความยินดีด้วยเป็นอันมาก

มีนาคม 2557 IS AM ARE

63


64

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


บทความพระราชทาน

66

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


“...ข้าพเจ้าตั้งใจจะหาอาชีพให้ชาวนาที่ยากจนเลี้ยงตัวเองได้เป็นเบื้องต้น ทั้งนี้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสโอกาส ตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปเยี่ยมราษฎรตามชนบทมาหลายสิบปี ได้พบว่าราษฎรส่วนใหญ่ เป็นชาวนาชาวไร่ที่ต้องท�ำงานหนัก และต้องเผชิญอุปสรรคจากภัยธรรมชาติมากมาย... ท�ำให้ชาวนาชาวไร่มัก ยากจน การน�ำสิ่งของไปแจกราษฎรผู้ประสบภัยธรรมชาติ เป็นเพียงบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปรารภว่าเป็นการช่วยเหลือที่ไม่ยั่งยืน ควรจะหาวิธีอื่นที่ช่วยให้ราษฎร พึ่งตนเองได้...”

ทรงมุ่งพัฒนาชนบทห่างไกล ให้อยู่ได้ด้วยตนเองอย่างมีความสุข พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรม ราชิ นี น าถ ทรงห่ ว งใยทุ ก ข์ สุ ข ของ ราษฎรทั่ ว ประเทศ โดยเฉพาะในพื้ น ที่ ชนบทห่างไกลและทุรกันดาร จึงเสด็จ พระราชด� ำ เนิ น ในท้ อ งถิ่ น ต่ า งๆ เพื่ อ พัฒนาบ้านเมืองให้เจริญเท่าที่จะท�ำได้ และข้ อ ส� ำ คั ญ คื อ เมื่ อ เวลาเสด็ จ ออก พัฒนา พระองค์จะต้องไปทอดพระเนตร ให้เห็นพื้นที่จริงๆ จะต้องทรงรู้เสียก่อน ว่ า พื้ น ที่ นั้ น ในด้ า นภู มิ ศ าสตร์ แ ละภู มิ สังคมเป็นอย่างไร โดยตรัสว่าการเสด็จ ด้ ว ยพระองค์ เ องนั้ น เป็ น สิ่ ง ที่ ส� ำ คั ญ มาก จะได้มีความรู้สึกต่อพื้นที่นั้น และ พระราชทานความช่วยเหลือได้ตรงกับ ความต้องการของประชาชน รวมทั้งช่วย ให้ พ ระองค์ ท รงทราบสภาพพื้ น ที่ ข อง ประเทศไทยเป็นอย่างดี นอกจากนี้ พระบาทสมเด็ จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงสอนผู้ตามเสด็จฯ ให้รู้จักดูแผนที่และสังเกตภูมิประเทศ ดู ภูเขา ทางน�้ำ ต้นไม้ ซักถามผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ให้ทราบข้อมูลมากที่สุด การพัฒนานั้น

ไม่ใช่ว่าพระองค์จะเข้าไปในหมู่บ้านแล้ว โปรดเกล้าฯ ว่าควรท�ำอะไร ซึ่งสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถก็ทรง งานในลั ก ษณะเดี ย วกั น คื อ จะซั ก ถาม ข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่โดยจะเน้น ในการพั ฒ นาตั ว บุ ค คล อาทิ การดู แ ล รักษาสุขภาพอนามัย และการส่งเสริม อาชีพช่างฝีมือ งานหลั ก ของพระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว คื อ พั ฒ นาปั จ จั ย ในการ ผลิ ต เพื่ อ การกิ น อยู ่ ข องคนในท้ อ งถิ่ น ปัจจัยที่ส�ำคัญที่สุด คือการหาน�้ำให้เพียง พอแก่การเพาะปลูก โดยทรงเล็งเห็นว่า น�้ำเป็นส่วนส�ำคัญที่สุดของชีวิต และเป็น ปัจจัยในการผลิตพืชผลต่างๆ รวมทั้งทรง ท�ำพร้อมกันในทุกด้าน เพื่อให้ประชาชน สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยพึ่งพา ปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะท�ำได้ พระองค์ทรงมีพระราชด�ำรัสอยู่ เสมอว่ า จะต้ อ งให้ ป ระชาชนมี สุ ข ภาพ อนามั ย ดี จึ ง ทรงช่ ว ยรั ก ษาพยาบาล อุปการะผู้เจ็บป่วย นอกจากนั้น ทรงเห็น ความส�ำคัญว่าต้องช่วยให้ประชาชนได้

มีโอกาสเข้ารับการศึกษา มีความรู้อย่าง น้อยให้อ่านออกเขียนได้ สามารถอ่าน เอกสารของทางราชการ และเพื่อให้รับ ความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ดังนั้น ตั้งแต่เกิดมาจ�ำความได้ จึง เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็ จ พระศรี น คริ น ทราบรมราชชนนี ทรงคิดหาวิธีต่างๆ ที่จะยกฐานะความ เป็นอยู่ของคนไทยให้ดีขึ้น และได้ตาม เสด็ จ ฯ เห็ น ความทุ ก ข์ ย ากล�ำบากของ พี่ น ้ อ งเพื่ อ นร่ ว มชาติ ก็ คิ ด ว่ า ช่ ว ยอะไร ได้ควรช่วย ไม่ควรนิ่งดูดาย เห็นจะเป็น เพราะความเคยชิน เมื่อโตขึ้นพอมีแรง ท�ำอะไรได้ก็ท�ำอย่างอัตโนมัติ และเป็น เหตุ ที่ ท� ำ ให้ ช อบการพั ฒ นาช่ ว ยเหลื อ ประชาชน รวมทั้งเป็นหน้าที่ของสถาบัน พระมหากษั ต ริ ย ์ ต ้ อ งท� ำ ประจ�ำอยู่แล้ว และอีกประการหนึ่งรู้สึกเสมอว่าการเป็น เจ้าฟ้านั้นได้เปรียบผู้อื่นหลายอย่าง จึง ควรน�ำข้อได้เปรียบนั้นมาท�ำประโยชน์ แก่ผู้อื่น

บางแง่มุมแห่งความคิดค�ำนึง. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสัมภาษณ์พิเศษวารสารเศรษฐกิจ และสังคม ฉบับพิเศษ ธันวาคม ๒๕๒๘ หน้า ๕

มีนาคม 2557 IS AM ARE

67


GOODTOKNOW เรื่อง : แพทย์หญิงนวพร หิรัญวิวัฒน์กุล วิชัยยุทธจุลสาร

การเข้าใจ

พัฒนาการของวัยรุ่น 68

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

69


การเปลี่ยนแปลงด้านพัฒนาการที่ส�ำคัญในวัยรุ่นที่ต้องค�ำนึงเพื่อ ท�ำความเข้าใจและเป็นแนวทางในการดูแลและเข้าถึงใจวัยรุ่น คือ 1. การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย วั ย รุ ่ น จะอ่ อ นไหวต่ อ ภาพลั ก ษณ์ ข อง ตนเองในสายตาผู้อื่นมาก ต้องมีรูปร่าง หรื อ การแต่ ง กายที่ ทั น หรื อ น� ำ กระแส สังคม ซึ่งปัจจุบันนิยมรูปร่างที่เพรียวผอม บาง วัยรุ่นที่ขาดความมั่นใจหรือความ ภาคภูมิใจในตนเอง จึงเกิดความหวั่นไหว เมื่อถูกเพื่อนทักว่าอวบหรืออ้วน เสี่ยงที่ จะเกิดปัญหาการกิน (eating disorder) และการใช้ยาผิดประเภท เช่น ยาระบาย จ�ำนวนมากๆ เพื่อให้ขับถ่าย และลดน�้ำ หนักอย่างรวดเร็ว รวมถึงสารกระตุ้นใน การออกก�ำลังเพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อ 2. การมี เ อกลั ก ษณ์ เ ป็ น ของ ตนเอง เพื่อเตรียมตัวเติบโตแยกจากพ่อ แม่โดยไม่ต้องพึ่งพิงทางใจ เพื่อนจะเป็น สิ่งยืนยันความสามารถในการเป็นอิสระ จากพ่ อ แม่ เพื่ อ นเปรี ย บเสมื อ นทุ ่ น ที่ ช่ ว ยให้ วั ย รุ ่ น เกาะพั ก พิ ง ตั้ ง หลั ก พั ฒ นา ความเชื่อมั่นศรัทธาต่อตนเองก่อนที่จะ โตเป็นผู้ใหญ่ต่อไป บ้านเป็นสังคมอันดับ แรกที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้พัฒนาทักษะขั้น พื้ น ฐานทั้ ง ทางร่ างกาย จิต ใจ อารมณ์ ภาษาและสั ง คม โดยมี พ ่ อ แม่ พี่ น ้ อ ง และสมาชิ ก ในครอบครั ว คนอื่ น ๆ ช่ ว ย บ่มเพาะ ขัดเกลา ให้เด็กมีความพร้อม ที่จะไปเผชิญในโลกภายนอก โรงเรียน เป็ น สั ง คมอั น ดั บ สอง โดยมี คุ ณ ครู แ ละ เพื่อนๆ นักเรียนรุ่นพี่ นักเรียนรุ่นน้อง เป็ น ตั ว ฝึ ก ฝนกระตุ้น พัฒนาทัก ษะด้าน ต่างๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น การแก้ไข ปั ญ หา การจั ด การความเครี ย ด การ แสดงออกถึงความเชื่อมั่นในตนเอง การ เป็ น ที่ ย อมรั บ ของคนหมู ่ ม าก อิ ท ธิ พ ล 70

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ของเพื่อน จึงเป็นพลังอ�ำนาจที่ยิ่งใหญ่ ทั้ ง ด้ า นบวกและลบที่ ส ่ ง ผลกระทบต่ อ การพั ฒ นาเอกลั ก ษณ์ ในขณะที่ อิ ธิ พ ล ของครอบครัวเริ่มอ่อนแรงลง ดังนั้นวัย รุ่นจึงมีความกังวลและใส่ใจต่อท่าทีความ รู้สึกของเพื่อนมากกว่าของตัวเอง เมื่อถูก เพื่อนวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากต้องการให้ เพื่อนยอมรับจะได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงสู่ ความเป็นผู้ใหญ่ 3. การเติบโตทางกระบวนการ ความคิ ด (cognitive maturity) เปลี่ยนจากในเชิงรูปธรรมง่ายๆ (concrete) มาเป็นเชิงนามธรรม (formal operational thinking) มากขึ้น โดยคิดถึง อนาคต สามารถคิดคาดคะเนล่วงหน้า ได้ แต่จะคิดเพียงผลในระยะสั้น และยึด ความคิดของตนเองเป็นหลัก ขาดความ ยืดหยุ่น และเหมารวมเอาเองว่าผู้อื่นก็คง คิด รู้สึก รับรู้และกระท�ำเช่นเดียวกับตน หากเผชิญปัญหาแบบเดียวกัน

สังคม มักประเมินความรุนแรงของปัญหา น้อยกว่าความเป็นจริง คิดไม่รอบด้าน และคิดเอาเองว่าตนควบคุมสถานการณ์ ได้ จึงเกิดปัญหาการตั้งครรภ์ของแม่วัย รุ่น การคลอดแล้วทิ้งเด็กทารกไว้ การ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อจากการมีเพศ สัมพันธ์ 5. การที่สมองส่วนคิดด้วยเหตุ และผลยังพัฒนาไม่เต็มที่ วันรุน่ จึงคิดและ ตัดสินใจท�ำด้วยสมองส่วนอารมณ์ สิ่งใดที่ วัยรุ่นรู้สึกว่าชอบ ใช่ ถูกใจ หรือที่บอกว่า “โดนใจ” ไม่มีเหตุผลก็ลงมือท�ำหรือเชื่อ โดยไม่มีสาเหตุ ตัดสินใจด้วยความวู่วาม หุ น หั น พลั น แล่ น ไม่ ร อบคอบ ขี้ โ มโห ฉุนเฉียวง่าย และแปลการแสดงออกทาง สีหน้าท่าทางของผู้อื่นไปในทางลบโดย เฉพาะพ่อแม่ การที่สมองส่วนอารมณ์น�ำ สมองส่วนคิดมีผลดีอยู่บ้าง คือ วัยรุ่นกล้า ที่จะเผชิญโลกภายนอก ก้าวออกจากอก พ่อแม่ กล้าตัดสินใจ กล้าที่จะแสดงความ

ผู้ใหญ่จึงควรตั้งสติ สงบใจเย็น นุ่มนวลแต่มีความหนัก แน่น ไม่หงุดหงิดหวั่นไหวไปกับกิริยากวนใจของวัยรุ่น แสดงท่าทีรับฟังความคิดเห็นด้วยความจริงใจ ใช้ค�ำ พูดเชิงบวกกระตุ้นเสริมให้วัยรุ่นบอกเล่าออกมา การ สื่อสารต้องกระชับ ตรงประเด็นไม่เยิ่นเย้อ 4. การขาดประสบการณ์ในชีวิต จริง ท�ำให้มีข้อจ�ำกัดในการคิดถึงสาเหตุ สิ่งที่ได้กระท�ำลงไป และผลกระทบของ ปั ญ หา ท� ำ พฤติ ก รรมเสี่ ย งตาย ไม่ เชื่ อ ฟังค�ำเตือน ท้าทายต่อต้าน เพื่อทดสอบ อ�ำนาจและความสามารถของตนเองกับ

เป็นตัวของตัวเอง มีความกระตือรือร้น กล้าคิดนอกกรอบ จนสามารถประดิษฐ์ นวัตกรรมใหม่ๆได้ ขณะเดียวกันก็เป็น จุดด้อยที่จะถูกชักจูงง่าย ท�ำอะไรไม่ยั้ง คิด


ผู้ใหญ่ควรยอมรับว่าวัยรุ่น แต่ละคนมีความแตกต่างใน บุคลิก อุปนิสัย คุณลักษณะ เด่นด้อย หรือศักยภาพ ที่ไม่เหมือนและทัดเทียมกัน Irwin และ Millstein ได้กล่าว ถึงพฤติกรรมนอกแนวต่างๆ ของวัยรุ่น เช่น การแข่งรถมอเตอร์ไซด์ การฝ่าฝืน กฎเกณฑ์ของสังคม การทะเลาะเบาะแว้ง ต่างกลุ่ม ว่าเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการ วัยรุ่น เพื่อเป็นการตอบสนองความพึง พอใจหรือความเชื่อมั่นในตนเองในด้าน ต่อไปนี้ • ความส�ำเร็จ • บทบาทการเป็นผู้ใหญ่ • การผูกพันกับเพื่อน • การเป็นอิสระจากพ่อแม่ • เรื่องทางเพศ • เอกลักษณ์ • ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่าง บุคคล • การหาเหตุและผล • เพิ่มภาพลักษณ์

• เพิ่มสมรรถภาพทางกาย

การเข้าถึงใจวัยรุ่น เ มื่ อ ท ร า บ ถึ ง พั ฒ น า ก า ร ที่ เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติก็ไม่ยากที่ จะเข้าถึงใจวัยรุ่น ผู้ใหญ่ควรยอมรับว่า วัยรุ่นแต่ละคนมีความแตกต่างในบุคลิก อุ ป นิ สั ย คุ ณ ลั ก ษณะเด่ น ด้ อ ย หรื อ ศั ก ยภาพ ที่ ไ ม่ เ หมื อ นและทั ด เที ย มกั น การเข้าถึงวัยรุ่นจึงควรวางตัวเป็นกลาง ไม่ ตั ด สิ น ถู ก ผิ ด โดยที่ ยั ง ไม่ ทั น ได้ รู ้ จั ก ท�ำความคุ้นเคยกัน ขจัดอคติหรือความ คิดในเชิงลบเกี่ยวกับวัยรุ่น อารมณ์ของ วั ย รุ ่ น ขึ้ น ลงเปลี่ ย นแปลงง่ า ย ฉุ น เฉี ย ว วูบวาบไม่แน่นอน จนยังไม่เข้าใจอารมณ์ ที่แท้จริงของตน ผู้ใหญ่จึงควรตั้งสติ สงบ ใจเย็น นุ่มนวลแต่มีความหนักแน่น ไม่ หงุดหงิดหวั่นไหวไปกับกิริยากวนใจของ

วัยรุ่น แสดงท่าทีรับฟังความคิดเห็นด้วย ความจริงใจ ใช้ค�ำพูดเชิงบวกกระตุ้นเสริม ให้วัยรุ่นบอกเล่าออกมา การสื่อสารต้อง กระชับ ตรงประเด็นไม่เยิ่นเย้อ อย่าพร�่ำ บ่ น ที่ ไ ม่ รู ้ วั ต ถุ ป ระสงค์ ข องการพู ด คุ ย เพราะบรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นการดุด่า ต�ำหนิติเตียน พฤติกรรมที่ไม่ถูกใจพ่อแม่ จนวั ย รุ ่ น ไม่ ย อมฟั ง เหตุ ผ ลที่ เ หมาะสม หากวัยรุ่นมีท่าทีต่อต้านไม่รับฟังความ คิดเห็นผู้อื่น อย่าบังคับให้เขาเชื่อฟังเดี๋ยว นั้น รอให้บรรยากาศสงบแล้วจึงพูดคุย โดยไม่ใช้อารมณ์กันอีกครั้งว่าเกิดอะไร ขึ้น พ่อแม่มีเจตนาอะไร เขาคิดเห็นเช่น ใด ปรึกษาหารือร่วมกันหาข้อสรุปหรือ ทางออกหลายๆ ทางที่ เ ป็ น ไปได้ โดย เคารพในความคิด ยอมรับการตัดสินใจ ของเขา แล้ววัยรุ่นของเราก็จะเติบโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ที่มั่นคงในอนาคต

มีนาคม 2557 IS AM ARE

71


BONVOYAGE เรื่องและภาพ : กรวิก อุนะพ�ำนัก

เยือนถิ่นก�ำเนิดสายน�้ำ จุมพิตราชินีแห่งขุนเขา

‘กิ่วแม่ปาน’

72

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

73


74

รถตู้ข้างหน้าวิ่งหายลับไปกับสาย หมอกต่อหน้าต่อตา ใครบางคนเตือนให้ ผมขับอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจาก หมอกสี ข าวนวลหนาทึ บ แล้ ว สองข้ า ง ทางก็มองไม่เห็นอื่นใดเลยนอกจากถนน พร่าเลือนที่ทอดยาวขึ้นไป

เคยเห็ น แต่ ใ นภาพข่ า วต่ า งๆ ไม่ คิ ด ว่ า สถานที่จริงจะหนาวเอาตายขนาดนี้ เป็น อันว่า “ฟินสมใจ” บ้างเป็นกลุ่มนักเรียน มาทัศนศึกษาธรรมชาติกับอาจารย์ และ จุดหมายของพวกเขาคือ “ป่าต้นน�้ำกิ่ว แม่ปาน”

ป่าที่นี่มีโครงสร้างที่สมบูรณ์ค่อนข้างมาก จึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนอนเต็นท์ ค้างแรม แต่เปิดให้เที่ยวชมตั้งแต่ 6 โมง เช้าถึง 4 โมงเย็นเท่านั้น คุ ณ เก่ ง ไกด์ ห นุ ่ ม เชื้ อ สายไทย ภูเขาผู้ช�ำนาญทางเดินป่า เล่าถึงความ

ลมหนาวเดื อ นมกราคมพั ด มา อีกครา เสื้อกันหนาวตัวเก่ากับรองเท้า ผ้ า ใบคู ่ ใจก็ ถึ ง เวลาเดิ น ทางอี ก ครั้ ง เรา มีจุดหมายที่ ‘กิ่วแม่ปาน’ ป่าต้นน�้ำบน ดอยอินทนนท์ บนความสูงเหนือระดับ น�้ ำ ทะเลกว่ า 2,565 เมตร เช้ า นี้ เวลา 6.00 น.อุณหภูมิอยู่ที่ 3 องศาเซลเซียส ความหนาวเย็นในช่วงนี้เป็นฤดูกาลของ ดอกไม้ แ ละพรรณไม้ เ มื อ งหนาวหลาก หลายชนิดซึ่งผลิบานอวดโฉมผู้มาเยือน อย่างเต็มที่ หนาวครับ หมอกปกคลุมไปทั่ว อาณาบริเวณตั้งแต่ต้นทางขึ้นจนถึงลาน จอดรถ, ร้านค้าเล็กๆ ขายเครื่องกันหนาว และของฝาก หน้าสถานีรายงานดอยอิน ทนนท์กองทัพบกคลาคล�่ำไปด้วยผู้คนใน ชุดกันหนาวหลากสีจากทั่วสารทิศ แวะ เวี ย นไปเติ ม ความอบอุ ่ น กั น บ้ า งนั่ ง รถ ทัวร์มาจากอุดรฯเป็นหมู่คณะ สอบถาม ได้ใจความว่าเป็นการมาครั้งแรก ปกติ

แม้ พิ ษ การเมื อ งอาจท� ำ ให้ นั ก ท่องเที่ยวต่างชาติหายไป แต่คนไทยก็ยัง หนาตาเป็นที่คึกคักอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม ไมตรี น่าแปลก ในเวลาที่ผู้คนต่างมุ่งหน้า ออกจากเมืองเพื่อมาเที่ยวชมธรรมชาติ พวกเขามั ก จะแสดงน�้ ำ ใจต่ อ กั น ท� ำ ให้ ทราบว่าพื้นฐานคนไทยจริงๆ แล้วไม่ใช่ คนเย่อหยิ่ง หากเป็นคนที่สุภาพอ่อนน้อม และอัธยาศัยดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เลยก็ว่าได้ เพียงแต่ความเป็นอยู่ในเมือง ที่มีการแข่งขันสูงอาจท�ำให้คนไม่มีทาง เลือกมากนัก ภาพที่เราเห็นจึงมีแต่ความ แออัดยัดเยียดต่างคนต่างอยู่ กิ่วแม่ปานเป็นป่าต้นน�้ำสูงที่สุด ของประเทศไทย มี เ ส้ น ทางธรรมชาติ ความยาว 3.2 กิโลเมตร ผู้มาเยือนต้อง ใช้ เวลา 2-4 ชั่ ว โมงเดิ น เท้ า ขึ้ น ไปชม ทัศนียภาพอันงดงามด้วยตัวเอง โดยมี ไกด์ประจ�ำพื้นที่เป็นผู้น�ำทาง ภายใต้การ ดูแลของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

เป็ น มาของเส้ น ทางศึ ก ษาธรรมชาติ ป ่ า ต้ น น�้ ำ กิ่ ว แม่ ป านว่ า แต่ เ ดิ ม เป็ น เส้ น ทางลาดตระเวนตรวจป่าของเจ้าหน้าที่ อุ ท ยานแห่ ง ชาติ ด อยอิ น ทนนท์ ต่ อ มา จึ ง ใช้ เ ป็ น เส้ น ทางเดิ น ศึ ก ษาธรรมชาติ เนื่องจากมีธรรมชาติที่หลากหลาย มีจุด ชมทิ ว ทั ศ น์ ที่ ส วยงาม เมื่ อ อุ ท ยานแห่ ง ชาติ ด อยอิ น ทนนท์ ไ ด้ รั บ การสนั บ สนุ น จากกลุ ่ ม บริ ษั ท ผลิ ต ไฟฟ้ า จึ ง พั ฒ นา เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เพื่อ ให้ เ ป็ น ห้ อ งเรี ย นธรรมชาติ เ กี่ ย วกั บ ระบบนิ เ วศน์ ข องป่ า ต้ น น�้ ำ สู ง สุ ด ของ ประเทศไทย น� ำ ไปสู ่ ก ารเรี ย นรู ้ และ ตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้ล�ำธาร จะได้ ช่วยกันดูแลรักษาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป สภาพป่าปกคลุมด้วยเมฆหมอก ตลอดทั้ ง ปี พรรณไม้ น านาชนิ ด เกื อ บ ทั้ ง หมดเป็ น ไม้ เ มื อ งหนาว เช่ น เฟิ น โบราณ ซึ่งมีขนาดความหนาของใบตั้งแต่ หนึ่งเซลไปจนถึงเฟินใบขนาด 1-2 เมตร

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


มีนาคม 2557 IS AM ARE

75


ระหว่างนั่งพักเหนื่อยจากการเดินขึ้นเขา หากคุณได้อยู่กับตัวเองในความเงียบสงบของป่า คุณก็คงได้ยินเสียงร้องของธรรมชาติ เสียงใบไม้หล่น เสียงลมพัดยอดไม้สูง ส่ายกิ่งไกว เสียงน�้ำไหลผ่านซอกหิน เสียงนกร้องและแมลงกรีดปีกในความสงัด

76

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


รวมทั้งเฟินหายากอย่างกูดเกี๊ยะหรือเฟิน ทนไฟที่ดูเผินๆ แล้วราวกับทุ่งหญ้าที่แห้ง ตายไปทั่วอาณาบริเวณลาดเขา ธรรมชาติ สร้างให้มันมีใบหนาแข็งเพื่อลดการคาย น�้ำ ทั้งยังซ่อนล�ำต้นไว้ใต้ดินเพื่อหนีความ ร้อนจากไฟป่าอีกด้วย นี่จึงเป็นอีกหนึ่ง กลไกที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ให้สรรพ สิ่งมีวิธีเอาชีวิตรอดในรูปแบบของตนเอง โดยไม่ต้องเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น ระหว่ า งทางเดิ น ขึ้ น ไปเราพบ กั บ รอยเล็ บ หมี ซึ่ ง จารึ ก ไว้ กั บ โคนต้ น ทะโล้ขนาด 2 คนโอบ สอบถามจากไกด์ น�ำทางท�ำให้รู้ว่าที่นี่ยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วย นมอาศัยอยู่ เช่น หมี กวางผา และเสือ เป็นต้น จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ท�ำให้ทาง อุทยานไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวพักแรม ภายในป่าเด็ดขาด เพราะเป็นห่วงเรื่อง ความปลอดภัย อีกทั้งในอดีตเคยมีผู้เดิน เที่ ย วชมธรรมชาติ อ ย่ า งเพลิ ด เพลิ น จน หลงป่ามาแล้ว ด้วยสภาพอากาศที่หนาวชื้น ลม แรง ปกคลุ ม ด้ ว ยเมฆหมอกตลอดทั้ ง ปี

ท�ำให้การย่อยสลายของใบไม้เป็นไปได้ ยาก ดินจึงมีความเป็นกรดสูง สภาพเช่น นี้ท�ำให้ป่าดูโปร่ง ไม้พื้นล่างและไม้สูงแยก จากกันเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน พันธุ์ไม้ ที่ คุ ้ น เคยกั บ อากาศร้ อ นชื้ น ไม่ ส ามารถ อยู่ได้ จึงมีแต่ไม้เมืองหนาวอย่าง ก่อ ทะ โล้ หว้า กุหลาบพันปี กุหลาบขาว และ กล้วยไม้ เฟิน มอส ซึ่งขึ้นคลุมตามล�ำต้น และกิ่งก้านไม้ใหญ่อย่างหนาแน่น ที่นี่จึง ถูกขนานนามว่า “ป่าเมฆ” ในฤดู ห นาวช่ ว งเดื อ นธั น วาคมมกราคม ผู ้ ม าเยื อ นจะได้ พ บกั บ พื ช หา ยากอีกชนิดหนึ่งนั่นคือ “ขนุนดิน” รูป ร่ า งหน้ า ตาแปลกประหลาดคล้ า ยกั บ เห็ ด สี แ ดงต้ น เล็ ก ๆ โผล่ ขึ้ น มาจากดิ น เป็ น สั ญ ลั ก ษณ์ ข องป่ า ต้ น น�้ ำ ที่ มี ค วาม อุดมสมบูรณ์สูง นอกจากนี้ยังได้พบกับ ต้ น พญาเสื อ โคร่ ง ที่ ผ ลิ ด อกสี ช มพู - ขาว บานสะพรั่งเต็มต้น ท�ำให้หลายคนนึกถึง ความสวยงามของดอกซากุระในประเทศ ญี่ปุ่น และซากุระเมืองไทยอย่างต้นพญา เสือโคร่งนี้จะอวดโฉมความงามเฉพาะต้น

ฤดูหนาวของทุกปีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินขึ้นไปถึง ยอดเขาแล้ ว เราจะพบต้ น กุ ห ลาบพั น ปี ซึ่ ง ยื น เด่ น ตระหง่ า นอยู ่ ริ ม หน้ า ผาสู ง ดอกสี แ ดงสดเบ่ ง บานจนม่ า นหมอกไม่ อาจบดบั ง ความงามได้ ทั้ ง นี้ ก็ เ พื่ อ ให้ เป็นที่ต้องตาของหมู่แมลงและนกในการ ดื่มด�่ำน�้ำหวานและผสมเกสร, บนความ สูงเหนือระดับน�้ำทะเล 2,200 เมตร คง มีเพียงนกและแมลงบางชนิดเท่านั้นที่ได้ จุมพิตเธอ ไกด์ น� ำ ทางของเราให้ ฉ ายาว่ า “ราชิ นี แ ห่ ง ขุ น เขา” เพราะมี ค วาม โดดเด่น สามารถปรับตัวเองท่ามกลาง สถาพอากาศหนาวเย็ น และลมแรงได้ ใบเป็นแผ่นหนาและเหนียว มีขนเล็กๆ เพื่อลดการคลายน�้ำ กิ่งก้านโปร่งเพื่อให้ ลมแรงพัดผ่านสะดวก ที่โคนต้นยังมีตา ส�ำรองไว้พร้อมขยายพันธุ์ในกรณีโดนไฟ ป่ารบกวน เมื่อขึ้นมาถึงที่นี่แล้วหากไม่พูดถึง ต้นน�้ำที่สูงที่สุดของประเทศไทยคงไม่ได้

มีนาคม 2557 IS AM ARE

77


เพราะถือเป็นสัญลักษณ์ของกิ่วแม่ปาน เลยทีเดียว ตาน�้ำเล็กๆ หลากหลายสาขา ทั่ ว ผื น ป่ า ไหลรวมกั น ลงมาเป็ น น�้ ำ ตก ขนาดย่อมที่ถูกปกคลุมไปด้วยมอสและ เฟิน ธารน�้ำเหล่านี้เป็นต้นก�ำเนิดสายน�้ำ ที่บริสุทธิ์สะอาด เต็มไปด้วยออกซิเจน และธาตุอาหารสูงซึ่งธรรมชาติสรรค์สร้าง ไว้เพื่อหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์สัตว์ป่า จากยอด เขา ล�ำห้วยทุกสายในป่าจะไหลลงสู่แม่น้�ำ ปิงพื้นล่าง ก่อนจะไหลไปรวมเป็นแม่น�้ำ เจ้าพระยาต่อไป หล่อเลี้ยงผู้คนนับล้าน ทั่วภาคกลางของประเทศไทย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแม่น�้ำสายใหญ่ ไหลเชี่ยวกรากที่เราเห็นมาชั่วนาตาปี จะ มี จุ ด ก� ำ เนิ ด จากล� ำ ห้ ว ยเล็ ก ๆ ในป่ า ซึ่ ง ไหลเอื่อยและตื้นเขิน ตาน�้ำน้อยๆ จาก ทั่วทุกสาขาภายในป่า ก่อเกิดสายน�้ำยิ่ง ใหญ่ท่ีใครก็ไม่สามารถหยุดยั้งได้ หาก เปรียบกับคนเรา ถ้าท�ำอะไรด้วยความ สมัคสมานสามัคคีแล้ว ไม่มีทางที่สิ่งนั้น 78

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

จะไม่ส�ำเร็จแน่นอน ท่ามกลางป่าเขาที่ถูกเมฆหมอก โอบล้ อ ม อบอวลไปด้ ว ยแมกไม้ น านา ชนิด กิ่วแม่ปานเป็นป่าดงดิบแห่งหนึ่ง ในจ� ำ นวนพื้ น ที่ ป ่ า ดงดิ บ ทั้ ง หมด 0.3 เปอร์ เซ็ น ต์ ข องผิ ว โลก(5 แสนตาราง กิ โ ลเมตร) ส่ ว นใหญ่ จ ะพบเห็ น ได้ ต าม เทื อ กเขาแอนดิ ส ในทวี ป อเมริ ก ากลาง และอเมริกาใต้ เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขา สูงในมาเลเซีย ในประเทศไทยพบป่าดง ดิบระดับสูงจนมีเมฆหมอกปกคลุมนาน หลายเดือนน้อยแห่ง เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยเชียงดาว ดอยผาห่มปก ในจังหวัด เชียงใหม่ เป็นต้น ระหว่ า งนั่ ง พั ก เหนื่ อ ยจากการ เดิ น ขึ้ น เขา หากคุ ณ ได้ อ ยู ่ กั บ ตั ว เองใน ความเงียบสงบของป่า คุณก็คงได้ยินเสียง ร้องของธรรมชาติ เสียงใบไม้หล่น เสียง ลมพัดยอดไม้สูงส่ายกิ่งไกว เสียงน�้ำไหล ผ่านซอกหิน เสียงนกร้อง และแมลงกรีด

ปีกในความสงัด ฯลฯ ทุกส�ำเนียงผสม ผสานกันราวกับดนตรีวงใหญ่ สอดรับกับ เสียงหัวใจเต้นแรงเพราะความเหนื่อยล้า และจางหายไปกับจังหวะที่เราก้าวเดิน จากไป ปล่อยให้ความสวยงามทุกอย่าง เป็นเพียงภาพถ่ายและความทรงจ�ำ ไม่ หยิ บ สิ่ ง ใดออกมาจากป่ า เด็ ด ขาด เพื่ อ รักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ให้ผู้อื่นได้ผ่าน มาสัมผัสบ้าง

ธรรมชาติ ส อนคนให้ เ ริ่ ม จากจุดเล็กๆ ด้วยความพอดีพอ ประมาณ ความเกื้ อ กู ล ซึ่ ง กั น และกั น เพราะทุ ก สิ่ ง ทุ ก อย่ า งใน ป่ า มี ส ่ ว นอาศั ย พึ่ ง พากั น ตลอด เวลา ไม่มีไม้ต้นใดหรือสัตว์ชนิด ไหนอาศั ย อยู ่ ผู ้ เ ดี ย วในป่ า ได้ นี่ คื อ ความจริ ง แท้ ต ามธรรมชาติ . .. สวัสดีกิ่วแม่ปาน


เหตุผลที่ใช้ชื่อ ‘ราชินีแห่งขุนเขา’ เพราะมีความโดดเด่น สามารถปรับตัวเอง ท่ามกลางสถาพอากาศหนาวเย็น และลมแรงได้

มีนาคม 2557 IS AM ARE

79


ROUNDABOUT

เรื่อง : เจ้าจุก

โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ “สถานศึกษาที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานสากล โดยเน้น คุณธรรมน�ำความรู้ นิยมความเป็นไทย ยึดหลักประชาธิปไตย ปฏิบัติ ตนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมความมีส่วนร่วม ของชุมชน” คือวิสัยทัศน์ของโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ ที่มุ่งมั่นสร้างเยาวชน ให้เติบโตไปอย่างเข้มแข็ง และในปีการศึกษานี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้เข้า ร่วมโครงการใสสะอาดพอเพียงเพื่อพ่อสู่สถานศึกษาและชุมชน เชื่อได้ว่า สถานศึกษาแห่งนี้จะเป็นแหล่งผลิตจิตอาสาที่ดีได้อย่างแน่นอน

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา “ทรงปั ญ ญา ศรั ท ธาธรรม น� ำ สั ง คม” ปรัชญาอันทรงคุณค่าของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ราชภั ฏ สวนสุ นั น ทา ที่ ไ ด้ เ ข้ า ร่ ว มโครงการกั บ ครอบครั ว พอเพี ย งมาสู ่ ป ี ที่ ๓ ด้ ว ยความเข้ ม แข็ ง และเต็มไปด้วยจิตอาสาที่พร้อมจะมอบรอยยิ้มให้กับ ทุกๆคนตลอดเวลา

กิจกรรมต่อยอดปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพียงสู่ระดับประถมศึกษาโรงเรียนวัด หนองจอก กิ จ กรรมต่ อ ยอดปรั ช ญาเศรษฐกิ จ พอเพี ย งสู ่ ระดับประถมศึกษา ณ โรงเรียนวัดหนองจอก ในครั้งนี้จัด โดยพี่ๆแกนน�ำเยาวชนครอบครัวพอเพียงจากโรงเรียน มัธยมวัดหนองจอก ที่พกพารอยยิ้มและความสนุกมา มอบให้กับน้องๆอย่างเต็มที่ผ่านกิจกรรมสันทนาการ สอดแทรกองค์ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง งานนี้จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนานอย่างมิ อาจลืมได้เลย

80

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


รอยยิ้มจำกแววตำ หลากหลายสถานที่ ทั้ ง ในกรุ ง เทพฯ และต่างจังหวัดที่ทีมงาน “นิตยสำร is am are ครอบครัวพอเพียง” เดินทางไปแจก หนังสือให้กับผู้ด้อยโอกาส ซึ่งยังรอคอยการ เติ ม เต็ ม จากสั ง คมภายนอก ไม่ ว ่ า จะเป็ น หนั ง สื อ ดี ๆ ข้ า วของเครื่ อ งใช้ อาหารและ ขนมต่างๆ หรือแม้แต่ทุนบริจาคก็ตาม ล้วน เป็นก�าลังใจส�าคัญที่ท�าให้พวกเขารู้สึกว่ายัง มีผู้โอบอุ้มและดูแลกันอยู่ สิ่งที่ทีมงานได้รับกลับมาก็คือ “รอย ยิ้ ม จำกแววตำ” มั น เป็ น ความปิ ติ ข องทั้ ง ผู ้ ใ ห้ แ ละผู ้ รั บ ภาพรอยยิ้ ม ของหญิ ง ชรา ที่ ส ถานสงเคราะห์ ค นชราเฉลิ ม ราชกุ ม ารี (หลวงพ่อเปินอุปถัมภ์) สะท้อนถึงความดีใจ ที่เห็นเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานแวะเวียนมาเยี่ยม เยี่ยน พูดคุย เอาหนังสือมาให้ เรารู้ว่าแกไม่ ได้ดีใจที่ได้รับหนังสือ แต่แกดีใจที่ “คนไทย ยั ง มี น�้ ำ ใจต่ อ กั น ” แม้ จ ะอยู ่ ใ นยุ ค สมั ย อั น

ขัดสนอลม่านก็ตาม ยังมีเด็กๆ และคนชราอีกมากมายที่ถูก ทอดทิ้งให้อยู่ในสถานสงเคราะห์ บางคนเกิด มาก็อยู่ในสถานสงเคราะห์แล้ว บางคนถูกลูก หลานแท้ๆ เอามาทิ้งไว้ ไร้ญาติขาดมิตร ขาด โอกาสจากโลกภายนอกเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ มี ที่ สิ้ น สุ ด คุ ณ ยายท่ า นหนึ่ ง บอกกั บ เราว่ า “ชีวิตต้องมีควำมหวังนะลูก อย่ำท้อ” แกพูด ในฐานะผู้อยู่ในรั้วสถานสงเคราะห์มายาวนาน

เต็มทีท�าให้เราถึงกับอึ้ง และบอกกับตัวเองว่า เราจะท้อไม่ได้เด็ดขาด ขนาดคนที่ขาดโอกาส ยิ่งกว่าเรามากมาย เขายังไม่ท้อเลย เหล่ า นี้ เ ป็ น ก� า ลั ง ใจที่ ส ะท้ อ นกลั บ มาหาเราเองในฐานะผู้ให้ แม้จะเป็นสิ่งของ เพียงเล็กน้อย ก็ไม่ได้หมายความว่าการให้ จะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ เรายังคงเดินหน้าไป ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อส่งต่อความรู้และเติม เต็มแก่ผู้ด้อยโอกาสต่อไป

มีนาคม 2557 IS AM ARE

81


GOODREADS

...ทุกชีวิตมีเวลาจ�ำกัด อย่างมากไม่เกินร้อยปี ก็จะต้องละร่างนี้ ละโลกนี้ไป อย่าผลัดวันประกันพรุ่งที่จะท�ำความดี เพราะถ้าสายเกินไปเมื่อไร ก็ตนเองนั่นแหละ จะต้องได้เสวยผลของการไม่กระท�ำกรรมดี ไม่มีผู้ใดอื่นจะรับผลของความดีความชั่วที่ตนเองท�ำไว้ เจ้าตัวเองเท่านั้น จักเป็นผู้รับผลของความดีความชั่วที่ตนท�ำ... (สมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก)

82

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


แ จ ก ฟ รี ! !

เสื้อยืดสุดเท่ เสื้อยืดครอบครัวพอเพียง Limited Edition ส�ำหรับผู้ที่สมัครสมาชิกมูลนิธิครอบครัวพอเพียง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด่วน!!..มีจ�ำนวนจ�ำกัด กรุณาส่ง FAX ใบสมัครสมาชิกครอบครัวพอเพียงมาที่ มูลนิธิครอบครัวพอเพียง โทรศัพท์ 02-983-7312-3, โทรสาร 02-983-7314 www.ariyaplus.com

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรานะครับ!! มีนาคม 2557 IS AM ARE

83


"พลังของเยาวชนคือพลังที่บริสุทธิ์" อริยาพลัสขอขอบคุณน�้ำใสใจจริงจากน�้ำดื่มสยาม


Is am are mar57