Page 1

IS AM ARE

ยืน 8 กระบวนท่า ฆ่าโรคร้าย ปราชญ์เดินดิน แสวง บุญชัย

ห่วงโซ่ข้อแรก ‘มูลนิธิครอบครัวพอเพียง’ สานห่วงโซ่อย่างแน่นเหนียว ด้วยพลังเยาวชน ‘สังคมดี เริ่มต้นที่ครอบครัว’

พุธทรัพย์ มณีศรี กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิครอบครัวพอเพียง

“ถ้าเรานำาทฤษฎีในเรื่องของความพอเพียงมาใช้ ประเทศเราก็จะไม่วุ่นวายเหมือนทุกวันนี้”

กุมภาพันธ์ 2557

ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรขวัญใจคนยาก เจ้าของรางวัลรามอน แม็กไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจำาปี พ.ศ. 2552

ฉบั บ ที่ 73


..ชาตินั้นเปรียบได้กับชีวิตคน. กล่าวตามหลักความจริง คนเรา ประกอบด้วย ร่างกายส่วนหนึ่ง จิตใจส่วนหนึ่ง. ทั้งสองส่วนคุมกันอยู่ บริบูรณ์ชีวิตก็คงอยู่. ส่วนใดส่วนหนึ่งท�าลายไป ชีวิตก็แตกดับ เพราะ อีกส่วนหนึ่งจะต้องแตกท�าลายไปด้วย. ชาติของเรานั้นมีผืนแผ่นดินและ ประชากรอันรวมกันอยู่เป็นส่วนร่างกาย มีศิลปวิทยา มีธรรมเนียมประเพณี มีความเชื่อถือและความคิดจิตใจที่จะสามัคคีกันอยู่เป็นปกแผ่น ซึ่งรวมเรียก ว่า “ความเป็นไทย” เป็นส่วนจิตใจ. ชาติไทยเราด�ารงมั่นคงอยู่ก็เพราะยัง มีทั้งบ้านเมืองและความเป็นไทยพร้อม บริบูรณ์. แต่ถ้าความเป็นไทยของ เรามีอันต้องเสื่อมสลายไปด้วยประการใดแล้ว ชาติก็ต้องสิ้นสูญ เพราะถึง หากบ้านเมืองและผู้คนจะยังอยู่ ก็ไม่มีสิ่งใดประสานยึดเหนี่ยวให้รวมกัน อยู่ได้ จะต้องแตกแยกจากกันไปในที่สุด เหมือนส่วนต่างๆของร่างกายที่ ต้องแตกจากกันเมื่อสิ้นชีวิต...” พระบรมราโชวาท ในพิ ธี พ ระราชทานปริ ญ ญาบั ต ร ของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๒๑

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

3


EDITOR’S TALK

ฉบั บ นี้ ถื อ เป็ น ฉบั บ วาระครบรอบ ขึ้ น ปี ที่ ๗ ของ นิตยสาร IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง ๗ ปี ของการทำางาน ด้วยหัวใจ ด้วยจิตสำานึกของความเป็นผู้สื่อสาร ‘ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง’ เรื่องราวต่างๆที่ปรากฏในท้องถิ่นที่แตกต่าง ความเป็นอยู่ และการดำารงชีวิตที่มีหลักการคือความสำาเร็จของ ชุมชนที่ต่างบอกออกจากใจว่ามีความสุข และเป็นความสุขที่ สามารถส่งต่อไปยังชั่วลูก ชั่วหลาน ตลอดจนบทสัมภาษณ์ผู้ทรง คุณวุฒิ ผู้บริหารในทุกองค์กร รวมทั้งเยาวชนและประชาชนที่ ได้ดำารงตนภายใต้หลักปรัชญาฯ หลายต่อหลายบทสัมภาษณ์ ที่ได้รับการติดต่อ เพื่อติดตาม เพื่อเป็นต้นแบบและหลายต่อ หลายบทความที่กลายเป็นไอดอล ของเยาวชน สื่อนิตยสาร IS AM ARE ครอบครัวพอเพียงนี้ ยังเป็นสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของกลุ่มจิตอาสาครอบครัวพอเพียง ซึ่งเป็นกลุ่มจิต อาสาจากการรวมตัวของเด็ก และเยาวชนระดับมัธยมปลาย ทั้งภาครัฐและเอกชน อาชีวศึกษาและอุดมศึกษาที่มากที่สุดใน ประเทศ การรวมตัวของกลุ่มจิตอาสาหรือที่เราเรียกขานอีกใน นามหนึ่งคือ ทหารผู้กล้าแห่งพระราชา เมื่อเอ่ยถึงคำาว่า ‘ทหาร’ ก็ไม่ได้หมายความถึงความรุนแรงในการรบ แต่เป็นการรบกับ

จิตใจภายในตนเท่านั้น แรงศรัทธาของกลุ่มจิตอาสาเหล่านี้เกิด จากการที่เห็น ที่ได้ยินและได้สัมผัสกับโครงการในพระราชดำาริ กว่า ๔,๓๐๐ โครงการที่พระเจ้าอยู่หัว ทรงทำาให้ประชาชน ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน แรงบันดาลใจที่อยากจะเดินตามรอย พระยุคลบาท เพื่อสืบทอดในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงทำาไว้เป็นต้น แบบ ซึ่งล้วนแล้วมีคุณค่าและมีค่ามากมายต่อประชาชนคน ไทยทั้งประเทศ เมื่อการรวมตัวกันมากขึ้น ผู้ใหญ่ใจดีที่ได้คอย ช่วยเหลือพวกเรามาโดยตลอด คุณพุธทรัพย์ มณีศรี จึงได้ก่อตั้ง ‘มูลนิธิครอบครัวพอเพียง’ ขึ้นนั้นหมายถึงต่อแต่นี้ไปการร่วม มือร่วมใจกันในทุกภาคส่วน ที่ล้วนแล้วมีปรารถนาที่เหมือนกัน คือ ‘เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ของประชาชนอย่างแท้จริง’ ดั่งในพระราชดำารัส พระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมอบประทาน แก่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เมื่อครั้งเข้ารับตำาแหน่งเลขาธิการ สำ า นั ก งานคณะกรรมการพิ เ ศษ เพื่ อ ประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำาริ (สำานักงาน กปร.)

‘..ขอขอบใจที่จะมาช่วยงานฉัน แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า มาช่วยงานฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุข ที่จะมีร่วมกัน ในการท�าประโยชน์ให้กับผู้อื่น..’

ประธานกิตติมศักดิ์ : คุณหญิงพวงรัตน วิเวกานนท์, วิชัย ศรีขวัญ, ปรีชา วัชราภัย, เบญจวรรณ สร่างนิทร นนทิกร กาญจนะจิตรา (เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ : พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์, พุธทรัพย์ มณีศรี, ชมนาด พงศ์พนรัตน์, ดร.เสรี พงศ์พิศ, เกริกเกียรติ์ เอกพจน์, นงลักษณ์ หอตระกูล ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์, รังสิมา จารุภา, ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ประธานดำาเนินการ : ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษา : วริมา โพธิสมบัติ, วัลภา บุรุษพัฒน, ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน, ดร.ขนิษฐา สารพิมพา, ฌิชศีล ตันติเวชกุล, จริยา รอดเที่ยง, สุชานี แสงสุวรรณ บรรณาธิการ : อภีม คู่พิทักษ์ ศิลปกรรม : เอกรัตน์ คงรอด โรงพิมพ์ : pprint(2012)lp จัดจำาหน่าย : บริษัท เวิลด์ ออฟ ดิสทริบิวชั่น จำากัด สำานักงาน : นิตยสารครอบครัวพอเพียง 31/2 ซอยทองหล่อ 2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ : 0-2983-7312-3 โทรสาร : 0-2983-7314 เว็ปไซต์ : www.ariyaplus.com E-mail : ariyaplus@hotmail.com 4

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


CONTENTS มูลนิธิชัยพัฒนา จากฝั่งไทย....ข้ามฝั่งโขง พระมหากรุณาธิคุณแผ่ไพศาล ข้าวภัทรพัฒน์ปรุงสำ�เร็จ สำ�นักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ Am i abnormal? เด็กวันวาน...เด็กวันนี้ อ.พุธทรัพย์ มณีศรี ใบสมัครสมาชิก ธรรมะติดปีก เงาสะท้อนใจ ดวงชะตาแสนกล ความเป็นฅน ความเป็นครู เพื่อเด็ก เพื่ออนาคต หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน ทุนเรียนฟรี อาจารย์ปิงและครูสมศรี ตัวไกลหัวใจอยู่ใกล้ ดร.ไสว บุญมา

SPECIALSTORY

ห่วงโซ่ข้อแรก ‘มูลนิธิครอบครัวพอเพียง’ สานห่วงโซ่อย่างแน่นเหนียว ด้วยพลังเยาวชน ‘สังคมดี เริ่มต้นที่ครอบครัว’ หน้า

30

6 12 14 16 19 20 22 24 26 27 28

speacial story ห่วงโซ่แรก มูลนิธิครอบครัวพอเพียง สานห่วงโซ่อย่างเหนียวแน่ด้วยพลังเยาวชน IS AM ARE ตำ�บลลำ�สินธุ์ จังหวัดพัทลุง ปฎิบัติการชุมชนรักษ์น�้ำตามแนวพระราชด�ำริ คุยนอกกรอบ ปราชญ์เดินดิน แสวง บุญชัย ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว โดย Andrew Bigg BODYWISDOM นิทานโบราณคดี หนังสือหอหลวง Goodlife โรคซึมเศร้า ภัยเงียบอันตรายถึงชีวิต Coverstory กฤษณา ไกรสินธุ์ ผู้ปิดทองหลังพระ ROUNDABOUT GOODREADS

30 34 44 50 58 59 60 67 70 80 82

คุยนอกกรอบ COVERSTORY ปราชญ์เดินดิน ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ แสวง บุญชัยเดช’ เภสัชกรขวัญใจคนยาก จากเศษไม้สู่เก้าอี้มหัศจรรย์’ เจ้าของรางวัลรามอน แม็กไซไซ สาขาบริการสาธารณะ หน้า หน้า

50

70


6

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

7


8

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

9


10

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


เดินตามรอยเท้าพ่อ ฉันเดินตามรอยเท้าอันรวดเร็วของพ่อโดยไม่หยุด ผ่านเข้าไปในป่าใหญ่ น่ากลัว ทึบ แผ่ไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด มืดและกว้าง มีต้นไม้ใหญ่เหมือนหอคอยที่เข้มแข็ง พ่อจ๋า... ลูกหิวจะตายและเหนื่อยด้วย ดูซิจ๊ะ เลือดไหลออกมาจากเท้าทั้งสองที่บาดเจ็บของลูก ลูกกลัวงู เสือ และหมาป่า พ่อจ๋า... เราจะถึงจุดหมายปลายทางไหม ? ลูกเอ๋ย... ในโลกนี้ไม่มีที่ไหนดอกที่มีความรื่นรมย์ และความสบายส�ำหรับเจ้า ทางของเรามิได้ปูด้วยดอกไม้สวยๆ จงไปเถิด แม้มันจะเป็นสิ่งบีบคั้นหัวใจเจ้า พ่อเห็นแล้วว่า หนามต�ำเนื้ออ่อนๆ ของเจ้า เลือดของเจ้า เปรียบดั่งทับทิมบนใบหญ้าใกล้น�้ำ น�้ำตาของเจ้าที่ไหลต้องพุ่มไม้สีเขียว เปรียบดังเพชรบนมรกตที่แสดงความงดงามเต็มที่ เพื่อมนุษยชาติ... จงอย่าละความกล้า เมื่อเผชิญกับความทุกข์ ให้อดทนและสุขุม และจงมีความสุขที่ได้ยึดอุดมการณ์ที่มีค่า ไปเถิด... ถ้าเจ้าต้องการเดินตามรอยเท้าพ่อ พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากหนังสือ “มณีพลอยร้อยแสง” จัดพิมพ์โดยโรงเรียนจิตรลดา เมื่อปี ๒๕๑๙

นิตยสาร IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง ขอน้อมอัญเชิญบทความพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เผยแผ่ให้ปวงชนชาวไทยได้เรียนรู้และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และด�ำเนินตามรอยพระยุคลบาท โดยน�ำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศต่อไป


12

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

13


นพ. วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ

รองเลขาธิการสำานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

www.nhso.go.th

เรื่องที่จะพาดพิงถึงต่อไปนี้ เปนเรื่องที่ในทาง “ธรรมะ” และ “ธรรมชาติ” ถือว่าเปนความผิดปกติ เพราะนํามาซึ่ง ความเสื่อม, ความทุกข, ความเจ็บปวย และความเสียหาย แก่เจาตัว ซึ่งผมจะเนนในส่วนที่เปนปจเจกบุคคล แต่ก็จะมี พาดพิงไปถึงผลกับสังคมส่วนรวมดวยควบคู่กันไป

ผู้อ่านบางท่านอาจจะบอกว่า เส้นแบ่งระหว่าง ความ “ปกติ” กับ “ผิดปกติ” นั้น บางครั้งกำาหนดยาก มาก เช่น คนธรรมดาจะคุมสติอยู่ได้ แต่คนเมาสุรานั้นเอา ไว้ไม่อยู่ พูดจาเลอะเทอะ อย่างนี้ถือว่าผิดปกติหรือเปล่า ถ้าใช่ เรามีคนผิดปกติอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด เพราะ เห็นเมากันเปรอะไปทั่ว นอกจากนี้จุดแบ่งระหว่าง “ปกติ” กับ “ผิดปกติ” ยังเลื่อนไปเลื่อนมาได้ สังคมไทยเคยมองคนที่ทำาตัวลักเพศ (กระเทย, ตุ๊ด, ทอม, ดี้) เป็นพวกผิดปกติ น่ารังเกียจเมื่อ 30 ปีก่อน แต่ตอนนี้ คนมองเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่อง ปกติไปเสียแล้ว เอาว่าตัวอย่างที่ผมจะหยิบยกต่อไปนี้ ท่านผู้อ่าน ใช้วิจารณญาณพิจารณาดูเอาก็แล้วกันว่ามันเป็นปกติ หรือ ผิดปกติกันแน่ 14

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

1.การบูชาความเร็ว เราใช้ชีวิตเร่งรีบ กินอาหาร จานด่วน พูดกันสั้นๆแบบภาษาวิบัติ รีบร้อนเดินทาง ขับ รถเร็ว ใช้สื่อดิจิตอลที่เร็วมากขึ้นๆเรื่อยๆ เรียกว่าขอให้เร็ว ในทุกเรื่องถ้าทำาได้ จนทำาให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หายใจเร็วขึ้น ระบบประสาทอัตโนมัติ (Sympathetic) ถูกเร่งเร้าอยู่ ตลอดเวลา จนทำาให้คนกลายเป็นเครื่องจักร เป็นโรคความ ดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ เป็นโรคเครียดโรคบ้ากันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราก็หลอกตัว เองและคนอื่นว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่อง “ปกติ” 2.หนี้สิน ปี 2556 ที่ผ่านมา คนไทยมีหนี้ครัวเรือน และหนี้สินประชาชาติสูงมากผิดปกติ (แม้จะมีผู้ใหญ่บาง ท่านไม่ยอมรับก็ตาม) แต่เราก็ยังใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ใช้บัตรเครดิต เอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อน กู้หนี้ยืมสินกัน


เป็นว่าเล่น นี่ก็ถือว่า “ผิดปกติจน เป็นปกติ” 3.เด็กไทย (และผู้ใหญ่ด้วย) กิ น หวานมากผิ ด ปกติ เป็ น โรคติ ด “ความหวาน” ติดนำ้าอัดลม ทำาให้ อ้วน ฟันผุ และเป็นโรคเรื้อรังที่เป็น Metabolic ตามมา เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อ้วน เรานิยมการ รั บ ประทานอาหารว่ า ง (มื้ อ เบรค) ตามก้นฝรั่ง ทำาให้อ้วน ไขมันสูง ได้ แคลอรี่ เ กิ น และทำ า ให้ ชี ว เคมี ข อง ร่างกายสับสน นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผิด ปกติ จนเป็นปกติ 4.คนรุ ่ น ใหม่ โดยเฉพาะ เยาวชน จะนอนไม่เป็นเวลา นอนดึก มาก ทำาให้ร่างกายสับสน เสียสมดุลย์ หรือเสียศูนย์ เกิดสภาวะไม่มีสมาธิ ในการเรียน และการทำางาน เพราะ มั ว แต่ เ สพติด เกมส์ หรือสิ่งบัน เทิง ในคอมพิวเตอร์ ทำาให้เกิดโรคและ อาการใหม่ๆ แปลกๆ ที่ไม่เคยเจอ มาก่อนตามมา นี่ก็ผิดปกติจนเป็น ปกติเหมือนกัน 5.โรงพยาบาลรั ฐ บาล มี ที่ ดิ น แยะ มี ห มอพยาบาลก็ ไ ม่ ใช่ น้อยๆ (ยกเว้นโรงพยาบาลบางแห่ง ในต่างจังหวัดที่ขาดแคลนจริงๆ) แต่ ทำาไมคนไข้ยังแน่น คิวยาว รอนาน ที่จอดรถก็ไม่มี แต่ทำาไมโรงพยาบาล เอกชนมีที่ดินนิดเดียว ค่าจ้างหมอก็ แพง แต่สามารถบริหารให้เร็ว รอไม่ นาน บรรยากาศดี บริการประทับใจ ที่จอดรถพอเพียงได้ นี่ก็ผิดปกติจน เป็นปกติแล้วเช่นกัน 6.ปี 2556 ที่ผ่านมา เรามี โรคไข้เลือดออกมากผิดปกติ หมอ ที่เป็นนักวิชาการก็ดี นักบริหารก็ดี ถกเถียงกันไม่เลิกราว่าเป็นสภาวะ

ปกติ หรื อ ผิ ด ปกติ กั น แน่ บางคน บอกว่ า สภาวะโลกร้ อ นทำ า ให้ ยุ ง ไข่ แพร่พันธ์ได้ดีขึ้น จังหวัดบึงกาฬมีไข้ เลือดออกสูงมากที่สุดในภาคอิสาน มีคนอธิบายว่า เพราะสวนยางพารา กลายเป็ น แหล่ ง เพาะพั น ธ์ุ ยุ ง ลาย เป็นอย่างดี ปัญหาอย่างนี้เจ้าหน้าที่ สาธารณสุขต้องใส่ใจ ติดตาม ไม่ใช่ ยังทำางานไปเรื่อยๆตามปกติแบบที่ ผ่านๆมา 7.ที่ ผ ่ า นมา เราใช้ ส ารเคมี (ปุ๋ย, ยาฆ่าแมลง) กันในปริมาณที่ มหาศาลมาก มี ก ารสำ า รวจวิ จั ย ใน ต่างจังหวัด พบว่าในพื้นที่ 1 ตำาบล มี ป ริ ม าณการใช้ ย าฆ่ า แมลงกว่ า 100 ล้านบาทต่อปี ต่อตำาบล (ซึ่งมี ประชากรเฉลี่ยประมาณ 7,000 คน) และมีอัตราการเติบโตของการใช้สาร เคมีมากขึ้นเรื่อยๆ นี่มิใช่เรื่องที่แปลก ที่ว่าทำาไมตอนนี้มีคนตายจากมะเร็ง ปีละประมาณ 5-60,000 คน และ มีคนเป็นมะเร็งในกรุงเทพฯขณะนี้ ประมาณ 30,000 คน ที่เทียวรักษา ตัวกันอยู่ นี่ก็เป็นความผิดปกติ ที่เรา รู้สึกปกติกับมันมานานแล้ว 8 . ทุ ก วั น นี้ เร า จ ะ เ ห็ น ข้าราชการจำานวนหนึ่ง เดินตามก้น คอยรั บ ใช้ นั ก การเมื อ งอย่ า งสุ ด จิ ต สุ ด ใจ เพื่ อ หวั ง ผลประโยชน์ แ ละ ตำ า แหน่ ง ในหน้ า ที่ ก ารงาน ทำ า ให้ ระบบคุณธรรม ระบบธรรมาภิบาล ในแวดวงข้าราชการพังพินาศย่อยยับ นี่เป็นความผิดปกติที่ทำาให้ประเทศ ชาติเสียหายมาก เป็นความผิดปกติ ที่จำาเป็นต้องได้รับการเยียวยา แก้ไข โดยเร่งด่วนที่สุด 9.ขอลงท้ายด้วยเรื่องทุจริต คอรัปชั่น ที่ทุกวันนี้นักการเมืองและ

ข้าราชการยังปฏิบัติกันอยู่ทั้งฉ้อโกง กินตามนำ้ามากขึ้นเรื่อยๆ จนกลาย เป็นเรื่องปกติในสายตาของเยาวชน คนรุ่นใหม่ ผลการสำารวจดัชนี 2013 Corruption Perception Index ขององค์กรความโปร่งใสสากล เรา อยู่ที่ 102 ของโลก และได้คะแนน ความโปร่ ง ใสแค่ 35 คะแนนจาก เต็ม 100 หากเรามาช่วยกันใคร่ครวญ ชี้ช่อง และเสนอแนะทางแก้ปัญหา แต่ เ นิ่ น ๆ ไม่ ย อมจำ า นนปั ญ หา “ความผิ ด ปกติ ” ที่ ทำ า ให้ ช าติ และคนในชาติ เ สี ย หาย จะได้ ถู ก หยิบยกขึ้นมาพิจารณา และหาทาง ป้องกัน เยียวยาแก้ไข เพื่อมิให้มัน กลายเป็น “ความปกติ” ที่ใครๆก็ (ทำาใจ) รับได้ แบบฝืนมโนสำานึก ฝืน ศี ล ธรรมจรรยา และฝื น ธรรมชาติ แบบที่กำาลังเป็นอยู่ทุกวันนี้

บริการข้อมูล ให้คำาปรึกษาการใช้สิทธิ หลักประกันสุขภาพ 30 บาท ตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ประสานงานส่งต่อผู้ป่วย เพื่อเข้ารับการรักษา

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

15


เด็กวันวาน...เด็กวันนี้

พุธทรัพย์ มณีศรี กศ.บ. (เกียรตินิยม) M.P.A. อดีตที่ปรึกษาระบบราชการ (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์งานบุคคล ๑๐) ส�ำนักงาน ก.พ. puthsup@gmail.com

16

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ต้ น เดื อ นธั น วาคมปี ที่ แ ล้ ว ลุ ง ได้ เ ดิ น ทางไปพั ก ผ่ อ นที่ จั ง หวั ด เพชรบูรณ์ ไปรับลมหนาวทั้งที่ภูทับเบิก อุ ท ยานแห่ ง ชาติ หิ น ร่ อ งกล้ า และที่ อ�ำเภอเขาค้อ ลุ ง เป็ น คนที่ ช อบท่ อ งเที่ ย ว ทั้ ง ใ น แ ล ะ ต ่ า ง ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ลุ ง ก็ เ ห็ น ว่ า แหล่ ง ท่ อ งเที่ ย วใน เมื อ งไทยนั้ น หลายต่ อ หลายแห่ ง น่าท่องเที่ยวมากกว่าแหล่งท่องเที่ยว ในต่างประเทศเสียอีก ไม่ ว ่ า จะเป็ น ความสวยงาม ทางธรรมชาติ เช่น ภูมิประเทศและ ภู มิ อ ากาศ และความงดงามทาง วัฒนธรรม เช่น สถาปัตยกรรม ศิลปะ การและวิถีชีวิต เป็นต้น โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ม่ ผิดหวังเลยก็คือเรื่องอาหารการกิน หลาน ๆ อยากไป ท่องเที่ยวกัน ก็ท่องเที่ยวในเมืองไทย ให้เยอะๆนะลูกนะก่อนจะไปท่องเทีย่ ว ต่างประเทศ เพราะนอกจากจะได้ รู ้ จั ก เมื อ งไทยมากขึ้ น แล้ ว ยั ง ประหยั ด กว่ า การไปเที่ ย วต่ า งประเทศ อีกด้วย ลุงไปเที่ยวคราวนี้ได้พบเห็น สิ่งดี ๆ มาฝากหลานด้วย สิ่งนั้นคือ ความไว้วางใจและ ความซื่อสัตย์ ที่ บ ริ เ วณหน้ า ห้ อ งน�้ ำ ของ อุทยานแห่งชาติหินร่องกล้า มีสินค้า วางไว้ บ นชั้ น วางสิ น ค้ า เพื่ อ ขายไว้ หลายอย่าง และมีป้ายบอกราคาของ สินค้าแต่ละอย่างไว้ด้วย ชั้ น บนสุ ด มี ก ระป๋ อ งใส่ เ งิ น วางไว้ เขียนไว้ว่า “กระป๋องน�้ำใจ”

ความประทับใจของลุง ท�ำให้ ลุงเขียนในเฟสบุ๊ค (Facebook) ของ ลุงทันที โดยได้ โ พสต์ รู ป ข้ า งบนนี้ พร้อมกับเขียนข้อความว่า “ตัวอย่าง ความไว้วางใจของผู้ขายและความ ซื่อสัตย์ของคนซื้อ” และตั้ ง ใจว่ า จะเขี ย นเรื่ อ งนี้ ให้ลูกได้ทราบและน�ำไปปฏิบัติกัน เพื่อนของลุงได้ให้ความเห็น ในโพสต์ของลุงว่า ในหนังสือ The Speed of Trust - The One Thing that Changes Everything ซึ่งเขียน โดย Stephen M.R. Covey ได้ ยกตัวอย่างเรื่องความไว้วางใจของ ผู้ขายและความซื่อสัตย์ไว้ ลุงได้เข้าไปดูในรายละเอียด ก็พบว่า “คนขายของคนหนึ่ ง ชื่ อ จิ ม ซึ่ ง มี แ ผงลอยขายโดนั ท และกาแฟ หน้ า ส� ำ นั ก งานในช่ ว งเช้ า และ ช่วงกลางวัน จิ ม คงท� ำ อร่ อ ย จึ ง มี ลู ก ค้ า มายืนคอยเข้าคิวอยู่เป็นจ�ำนวนมาก จิ ม สั ง เ ก ตุ เ ห็ น ว ่ า ลู ก ค ้ า หลายคนก็เดินหนีไปร้านอื่นเพราะ

เบื่อหน่ายต่อการรอคอย จิ ม รู ้ ดี ว ่ า เหตุ ที่ เ ขาบริ ก าร ได้ช้า เพราะเขาท�ำคนเดียวทุกอย่าง ตั้งแต่ขายโดนัทและกาแฟ รวมทั้ง รับเงินและทอนเงินด้วย เขาจึ ง หาตะกร้ า พร้ อ มวาง เศษเหรียญรวมทั้งธนบัตรใบย่อยไว้ แล้ ว ขอให้ ลู ก ค้ า จ่ า ยเงิ น ในตะกร้ า และทอนเงินเอง หลายคนอาจคิดว่าลูกค้าคง ไม่จ่ายเงินหรืออาจทอนเงินผิดหรือ อาจหยิบเงินติดมือไปด้วย แ ต ่ จิ ม ก ลั บ ม อ ง ไ ป ใ น ทางตรงกั น ข้ า ม เพราะเขาได้ ใ ห้ ความไว้วางใจแก่ลูกค้า และก็เป็นจริง เพราะลูกค้า ส่ ว นใหญ่ ต อบสนองด้ ว ยความ ซื่อสัตย์ และบ่อยครั้งที่ลูกค้าได้ให้ เงินทิป (Tip) มากเป็นพิเศษ จิมได้ลูกค้าเพิ่มเป็นสองเท่า เพราะไม่ ต ้ อ งเสี ย เวลาทอนเงิ น อี ก ต่อไป ยิ่ ง กว่ า นั้ น จิ ม พบว่ า ลู ก ค้ า ชื่นชอบที่จิมให้ความไว้วางใจ ลูกค้า จึงแวะเวียนมาเป็นเจ้าประจ�ำ จิมมีรายได้เพิ่มเป็นสองเท่า

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

17


18

IS AM ARE

โดยไม่มีต้นทุนเพิ่ม แต่ประการใด” น อ ก จ า ก ที่ อุ ท ย า น แห่ ง ชาติ หิ น ร่ อ งกล้ า ลุ ง ได้ พ บว่ า ในปั จ จุ บั น มี ก ารด�ำเนิ น การใน

เอกวาดอร์ มอลโดว่า และปานามา เป็ น การถู ก ลดอั น ดั บ ลง จากปีที่แล้วถึง ๑๔ อันดับ ขณะที่ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ อยู่อันดับที่

ท�ำนองนี้ ห ลายแห่ ง เช่ น การขาย อาหารปลาถุงละ ๑๐ บาท หรือการ ซื้อของบางอย่างในวัด เป็นต้น ลุงอยากเห็น ความไว้ว างใจ และความซื่อสัตย์สุจริตเกิดขึ้นในหมู่ คนไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ คนไทยในชนบทส่ ว นใหญ่ ก็ เ ป็ น คนประเภทนี้ อ ยู ่ แ ล้ ว แต่ ที่ เปลี่ยนแปลงไปก็เพราะปัจจุบนั เรามี สังคมเมืองมากขึ้น จนความไว้วางใจ และความซื่อสัตย์สุจริตเลือนหายไป ผลก็คือการทุจริตคอร์รัปชั่น ของประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ องค์ ก รเพื่ อ ความโปร่ ง ใส นานาชาติได้ประกาศผลการส�ำรวจ ดั ช นี ช้ี วั ด ภาพลั ก ษณ์ ค อร์ รั ป ชั่ น (CPI) ประจ�ำปี ๒๕๕๖ ปรากฏว่า ไทยถูกลดอันดับลงอย่างต่อเนื่อง จากอันดับที่ ๗๘ ในปี ๒๕๕๓ เป็นอันดับที่ ๘๐ ในปี ๒๕๕๔ และ อันดับที่ ๘๘ ในปี ๒๕๕๕ ถึ ง ปี ๒๕๕๖ ตกมาอยู ่ ใ น อั น ดั บ ที่ ๑๐๒ ของโลก เท่ า กั บ

๕๐ และ ๙๔ ตามล�ำดับ แซงหน้า ประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว ลุ ง หมดความหวั ง ส�ำหรั บ เด็ ก วั น วาน..ไปแล้ ว เพราะท�ำ อย่างไรก็คงยาก แม้จะมีกฎหมาย ควบคุ ม ก็ ต าม แต่ ค นเหล่ า นี้ ใช้ วิ ธี การหลายรู ป แบบเพื่ อ หาทางเลี่ ย ง กฎหมาย ประกอบกับสันดานที่ฝังลึก ในเรื่องคอร์รัปชั่นยากที่จะขูดออก ไปได้ จึงยอมเสี่ยงที่จะท�ำการทุจริต ความหวั ง ของลุ ง จึ ง ฝากไว้ กับเด็กวันนี้.... หากเริ่ ม ฝึ ก ความไว้ ว างใจ และความซื่ อ สั ต ย์ ใ ห้ อ ยู ่ ใ นจิ ต ใจ ตั้งแต่เด็ก กิเลศของความอยากได้ อยากคอร์รัปชั่นก็จะไม่เกิดเมื่อโตขึ้น วิ ธี ก ารก็ ใ ช้ ตั ว อย่ า งจาก หนังสือ The Speed of Trust The One Thing that Changes Everything รวมทั้ ง ชั้ น วางสิ น ค้ า หน้ า ห้ อ งน�้ ำ ของอุ ท ยานแห่ ง ชาติ ภูหินร่องกล้านี่แหละ

www.ariyaplus.com

ลุงอยากให้หลานท�ำกันเอง ในห้องเรียน โดยการลงทุนร่วมกัน ซื้ อ สิ่ ง ของที่ จ�ำเป็ น ส�ำหรั บนั ก เรียน มาจ�ำหน่ายกันเอง หัวหน้าชั้นชี้แจงให้นักเรียน ทุ ก คนได้ ท ราบถึ ง วิ ธี ก ารฝึ ก ความ ไว้วางใจและความซื่อสัตย์ ทั้งนี้ โดย ให้ผู้ซื้อจ่ายเงินและทอนเงินเอง สุดสัปดาห์กส็ �ำรวจบัญชีกนั ดู ว่าครบถ้วนตามจ�ำนวนสินค้าที่ขาย ไปหรือไม่ หากจ�ำนวนเงิ น ขาดหายไป ก็ต้องประกาศให้ทราบทั่วกัน แล้ว ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลเป็นพิเศษว่า ผู้ใดที่เป็นแกะด�ำ ไม่มีความซื่อสัตย์ สุจริต วิธีการเช่นนี้จะท�ำให้แกะด�ำ เปลี่ ย นใจ และจะมี ค วามไว้ ว างใจ และความซื่อสัตย์ให้เพิ่มขึ้นในหัวใจ จากห้องสู่ห้อง จนอาจจะไป สู่ร้านค้าของโรงเรียนได้ สร้ า งให้ ค วามไว้ ว างใจและ ความซื่ อ สั ต ย์ ข องนั ก เรี ย นให้ เ ป็ น เอกลักษณ์ของโรงเรียนให้ได้ จากโรงเรียนสู่โรงเรียน ก็จะ ครอบคลุมไปทั่วประเทศ โรงเรี ย นใดท�ำได้ ส�ำเร็ จ ก็เขียนไปแจ้งให้ลุงทราบด้วย จะได้ ช่วยประชาสัมพันธ์ความดีของลูก ๆ ให้ประจักษ์ เด็กไทยวันนี้....นี่แหละ ที่จะ ช่วยกันสร้างความซื่อสัตย์ให้เกิดขึ้น ในตัวเองและบุคคลรอบข้าง อาจช่ ว ยท�ำให้ ดั ช นี ชี้ วั ด ภาพลั ก ษณ์ ค อร์ รั ป ชั น ของไทยใน ระยะยาวให้เขยิบขึ้นมาได้ ลุ ง ยั ง มี ค ว า ม ห วั ง จ า ก หลาน ๆ อยู่นะลูกนะ


IS AM ARE

ใบสมัครสมาชิก

• ข้อมูลผู้สั่งซื้อ

ชื่อ .......................................................................... นามสกุล .................................................................. หน่วยงาน/ โรงเรียน/ สถาบัน/ อื่นๆ ....................................................................................................................... สถานที่อยู่เลขที่ .................................. อาคาร/ หมู่บ้าน .................................. ตรอก/ ซอย .............................. ถนน .................................................... แขวง/ ตำาบล ....................................... เขต/ อำาเภอ .............................. จังหวัด ................................................ รหัสไปรษณีย์ ....................................... โทรศัพท์ ................................... โทรสาร ............................................... โทรศัพท์มือถือ ..................................... E-mail .....................................

• (กรณี)มีความประสงค์จะสั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียงมอบให้แก่ หน่วยงาน/ โรงเรียน/ สถาบัน/ อื่นๆ (โปรดระบุ)................................................................................................................................................................

• สถานที่จัดส่งนิตยสาร

(กรุณาเขียนตัวบรรจงให้ครบถ้วนชัดเจน)

สถานที่อยู่เลขที่ .................................. อาคาร/ หมู่บ้าน .................................. ตรอก/ ซอย .................................ถนน ............................................... แขวง/ ตำาบล ....................................... เขต/ อำาเภอ ......................................จังหวัด ..............................................รหัสไปรษณีย์ ................................. โทรศัพท์ ....................................โทรสาร ................................... โทรศัพท์มือถือ ..................................E-mail ...............................................................

• สั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียง

*ราคานี้รวมค่าจัดส่งแล้ว (ค่าจัดส่งไปรษณีย์เล่มละ 8 บาททั่วประเทศ)*

☐ รายปี 1 ฉบับ/เดือน (รวม 12 ฉบับ 576 บาท) ☐ รายปี 5 ฉบับ/เดือน (รวม 60 ฉบับ 2,880 บาท)

☐ ราย 3 ปี (1,728 บาท) ☐ ราย 3 ปี (8,640 บาท)

☐ ราย 5 ปี (2,880 บาท) ☐ ราย 5 ปี (14,400 บาท)

เริ่มตั้งแต่ฉบับเดือน .........................................................พ.ศ. .......................................( หากไม่ระบุฉบับเริ่มต้น จะจัดส่งฉบับเดือนถัดไป ) พร้อมได้โอนเงินเข้าบัญชีจำานวนเงิน .........................................................................บาท ( ............................................................... บาท ) ลงชื่อ ........................................................... ผู้สั่งซื้อ / ผู้มีอำานาจลงนาม ( ................ / ............... / ............... )

• ช�าระเงินโดยโอนเข้าบัญชี

สมัครสมาชิกวันนี้

ชื่อบัญชี มูลนิธิครอบครัวพอเพียง ธนาคารกรุงเทพ จำากัด (มหาชน) สาขา สะพานขาว บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 109-072874-0 **กรุณาส่ง FAX ใบสั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียง พร้อมหลักฐานการช�าระเงินมาที่มูลนิธิครอบครัวพอเพียง โทรศัพท์ 02-983-7312-3, โทรสาร 02-983-7314**

แถมเสื้อครอบครัวพอเพียงฟรี!!

***ผู้สมัครจะได้รับใบเสร็จรับเงิน หลังจากสั่งซื้อนิตยสารประมาณ 1 เดือน***


ธรรมะติดปีก

20

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

เรื่อง : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี


เงาสะท้อนใจ เราใส่น�้ำเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องน�้ำ เราใส่พระพุทธรูปเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องพระ เราใส่เครื่องมือปรงอาหารเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องครัว เราใส่เครื่องนอนเข้าไป ก็จะกลายเป็นเครื่องนอน เราใส่ชุดรับแขกเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องรับแขก เราใส่บุคคลส�ำคัญเข้าไป ก็กลายป็นห้องวีไอพี ห้องแห่งหัวใจของเรา ก็ไม่ต่างอะไรกับห้องว่างเปล่าที่กล่าวมา เราใส่อะไรลงไปในหัวใจเราก็เป็นอย่างนั้น มหัศจรรย์แห่งจิต จิตเป็นนาย กายคือบ่าว เราคุมจิตได้ ถือว่าเยี่ยม “ชีวิตที่ไม่ผ่านการทดสอบ นับว่าเป็นชีวิตที่ไม่คุ้มค่าแก่กี่ด�ำรงอยู่” “มิตรที่ไม่เคยผ่านการทะเลาะ ย่อมยากจะหยั่งรากลึกเป็นมิตรแท้” “คนรักที่ไม่เคยฝ่าฟันความล�ำบากมาด้วยกันยากที่รักนั้นจะยั่งยืนเป็นนิรันดร์” “ทุกอย่างในโลกนี้มันถูกอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด”

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

21


ดวงชะตาแสนกล

โดย : ท่านย่าเฒ่า

»‚ªÇ´

¡Òçҹ ชีวิตการงานจะนำา

ความพอใจอย่างยิ่งมาให้คุณ คุณจะรู้สึกสร้างสรรค์และเกิดมีความคิดเข้า มาอย่างมากมายและรวดเร็ว ¸ØáԨ คุณเข้ากับทุกคนได้ดีเยี่ยมและสนุกกับ การทำ า งานร่ ว มกั บ ผู ้ อื่ น ที่ มี เ ป้ า หมายคล้ า ย กัน อันที่จริงแล้วการร่วมทางไปด้วยกันจะนำา ความพอใจมากขึ้นเป็นทวีคูณ ¤ÇÒÁÃÑ¡ คุณจะโดดเด่นเมื่ออยู่ในวงล้อมของ ผู้อื่น และทำาตัวเป็นจุดสนใจได้ไม่ยากไม่ว่าจะ อยู่ในกลุ่มรูปแบบไหน ตราบที่คุณยังคงเลือก ที่จะออกสังคม ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ก็ทำาสำาเร็จได้ ไม่ยาก อย่าปล่อยเวลาที่ดีนี้ให้สูญเปล่า โดยที่ ไม่ได้ยกระดับตัวเองให้เหนือกว่าเพื่อนร่วม ชั้นคนอื่นๆ จงทำาให้ได้ไม่ว่าจะต้องทุ่มเทแค่ ไหนก็ตาม

»‚à¶ÒÐ

¡ Ò Ã § Ò ¹ คุ ณ จะได้ รั บ การ สนั บ สนุ น จากเจ้ า นายและ ผู้ใหญ่ที่มีตำาแหน่งสูงกว่าคุณ จงใช้ความนิยม ชมชอบที่ผู้อื่นมีต่อคุณให้เป็นประโยชน์ ¸ØáԨ โชคในเดือนนี้อยู่ในเกณฑ์ดี และจะดี ยิ่งขึ้นอีกคุณรู้จักผู้คนในตำาแหน่งที่เหมาะสม ในตอนนี้การมีคนรู้จักที่ดีสามารถสร้างความ แตกต่างระหว่างความสำาเร็จและความล้มเหลว ได้เลยทีเดียว ¤ÇÒÁÃÑ ¡ ชาวปีเถาะที่มองหาความรักจะพบ ความเป็นไปได้ใหม่ๆ อย่าปล่อยให้เวลาผ่าน ไป เวลานี้คุณจะสามารถวิ่งตามความปรารถนา ของหัวใจได้โดยไม่ต้องกลัวเสียใจ ขอให้มีความ สุขกับเดือนนี้ ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์กับผู้ อุปถัมภ์ที่คุณอาจมีในชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด บอก เล่ า ถึ ง ความต้ อ งการของคุ ณ หากมี เรื่ อ งใด สงสัย ก็ควรถาม คุณต้องช่างซักถามเข้าไว้ใน เดือนนี้และยิมยอมให้ผู้อื่นชี้นำาคุณ 22

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ประจ�าเดือน กุมภาพันธ์ 2557

»‚©ÅÙ

¡Òçҹ คุณต้องรักษาความ

»‚¢ÒÅ

¡Òçҹ คุณมีโอกาสที่จะได้

พอดีระหว่างการทำางานและ การพักผ่อนเพราะร่างกายของคุณอาจตาม ไม่ทัน พยายามเป็นมิตรกับทุกคน การนินทา ไร้สาระมีแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้ ¸Ø à ¡Ô ¨ คุ ณ จะมี ร ายได้ ไ หลเข้ า มาอย่ า ง สมำ่ า เสมอ แค่ เ พราะมี เ งิ น เข้ า มาไม่ ไ ด้ หมายความว่ามันไม่ได้ทำากำาไรในทันที และ คุณมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกโกง ¤ÇÒÁÃÑ¡ เดือนนี้ดีสำาหรับความรักและความ สัมพันธ์ การแนะนำาผ่านทางกลุ่มคนที่ไม่คาด คิดอาจนำาไปสู่บางสิ่งที่พิเศษทีเดียว ¡ÒÃÈÖ ¡ ÉÒ จะได้รับผลดีจากโชคดีด้านการ ศึ ก ษาในเดื อ นนี้ ตราบที่ คุ ณ ยั ง คงสามารถ รั ก ษาความมุ ่ ง มั่ น เอาไว้ ไ ด้ อย่ า ให้ ตั ว เอง วอกแวกไปจากเป้าหมาย แต่ก็ไม่ควรหักโหม ทำางานนานหลายชั่วโมงเกินไป

โดดเด่ น ในที่ ทำ า งานเดื อ นนี้ ทางที่ดีคุณควรทำางานทีละชิ้นให้ดีจนกว่าจะ สำาเร็จลงอย่างสมบูรณ์ แทนที่จะรับปากมากๆ แล้วทำาให้คนอื่นผิดหวัง ¸ØáԨ โชคด้านเงินก้อนโตกำาลังรอให้คุณมา กอบโกย แต่ก็ต้องไม่ประมาทเพราะรางวัล ก้อนใหญ่จะมาพร้อมกับความเสี่ยงครั้งใหญ่ ¤ÇÒÁÃÑ¡ หากคู่รักของคุณเริ่มกดดันให้คุณ สานสัมพันธ์ให้ลึกยิ่งขึ้น สิ่งที่คุณจะทำาได้ดี ที่สุดคือ ใจเย็นให้มากขึ้นอีก ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ คุณจะทำาผลงานได้ดีในเดือนนี้ เมื่อ ความกระหายใคร่รู้ของคุณมาประจบพบกับ ครูผู้เหมาะสม ซึ่งเข้ามาในชีวิตของคุณในเวลา ที่เหมาะเจาะ จงใช้ประโยชน์จากเวลาแห่ง ขุมทรัพย์ในการเรียนรู้นี้ให้คุ้มค่าที่สุด

»‚ÁÐâç

»‚ÁÐàÊç§

สำ า เร็ จ ที่ ดี คุ ณ อาจเผชิ ญกั บ การต่ อ สู ้ แ ย่ ง ชิ ง ในการทำ า งาน อย่ า ยอม แพ้ แต่ ก็ ต ้ อ งรู ้ จั ก แสดงออกและพู ด อย่ า ง ประนีประนอม ¸ØáԨ คุณจะก้าวหน้าด้วยดีในเดือนนี้ แม้ว่า นี่จะไม่ใช่เวลาที่ดีเยี่ยมนักสำาหรับการเริ่มต้น สิ่งใหม่ คุณจึงควรให้ความสำาคัญกับการทำา โครงการต่างๆ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ถึงแม้ความสัมพันธ์จะน่าพึงพอใจ มาก แต่ก็อาจเอาแน่เอานอนไม่ได้ในเดือนนี้ เมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลงพร้อมๆ กับการเริ่ม ต้นความสัมพันธ์ใหม่ ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ จะประสบความสำาเร้จด้านวิชาการ ที่โรงเรียนในเดือนนี้คุณรู้สึกว่าคุณทำาความ เข้าใจแนวคิดใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดาย และผู้ ที่มีครูอาจารย์ดีๆ ก็จะสามารถก้าวหน้าไป ได้ไ กลจริ ง ๆ หากคุ ณ คอยกระตุ ้ น ให้ ตั ว เอง กระตือรือร้นไว้ได้ตลอด

ประทับใจ แต่ต้องระวังเพื่อน ร่วมง่านที่อิจฉาคุณ ความไม่พอใจอาจทำาให้ พวกเขาวิจารณ์คุณอย่างเสียหาย ¸ØáԨ คุณจะได้พบช่วงเวลาที่มีความสำาคัญ มากในด้ า นธุ ร กิ จ เดื อ นนี้ ข อให้ แ น่ ใจในการ ตัดสินใจ และต้องมั่นใจที่จะทำาให้ถึงที่สุด ซึ่ง เป็นสิ่งที่สำาคัญเสียยิ่งกว่าการเริ่มต้น หากคุณ มีแรงผลักดันที่จะทำาสิ่งต่างๆจนสำาเร็จ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ในด้านความสัมพันธ์ ขณะที่หลาย สิ่งอาจไม่ง่ายดายเสมอไปในเดือนนี้แต่ก็ไม่ ได้เลวร้ายเช่นกัน อย่าปฏิเสธโอกาสที่จะได้ เพื่อนใหม่ คนผู้นี้อาจกลายเป็นส่วนสำาคัญใน ชีวิตของคุณมากกว่าที่คุณคิดก็ได้ ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ เดือนที่เต็มไปด้วยกิจกรรม คุณจะ สามารถทำากิจกรรมต่างๆ ได้มากกว่าที่คุณ คิดคุณมีศักยภาพสูงที่จะพาตัวเองไปสู่ความ ก้าวหน้า ดังนั้น จงอย่ายอมแพ้ในสิ่งที่คุณจะ ต้องเสียใจภายหลัง

¡Òçҹ คุณมีโชคด้านความ

¡Òçҹ ผลงานของคุ ณ น่ า


»‚ÁÐàÁÕÂ

»‚ÁÐáÁ

ความขุ่นเคืองของเพื่อนร่วม งานขี้อิจฉาที่มองว่าตัวเองเป็นคู่แข่งโดยตรง ของคุณ แต่คุณสามารถชนะใจพวกเขาได้ด้วย ความเมตตา ¸ØáԨ คุณมีโชคดีรออยู่ โชคด้านชัยชนะโดด เด่น คุณจะสนุกกับการแข่งขันและในเดือนนี้ การนำาเสนอความคิดเห็นจะสนุกสนานและ ท้าทาย ¤ÇÒÁÃÑ¡ นี่คือเวลาที่รุ่มรวยสำาหรับการตามล่า เนื้อคู่คุณมีโชคดีและมีแนวโน้มที่จะเป็นฝ่ายที่ เหนือกว่าในความสัมพันธ์ตราบเท่าที่คุณยังไม่ สนิทสนมกันมากเกินไปในเวลาอันสั้น ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ เด็กปีมะเมียจะประสบความสำาเร็จ ที่โรงเรียนตอนนี้เป็นเวลาที่การมีส่วนร่วมใน ชั้นเรียนของคุณสำาคัญยิ่งขึ้น คุณมีช่องทางที่ ดีเยี่ยมที่จะสร้างความประทับใจ

อารมณ์ ข องคุ ณ จะลึ ก และ รุนแรงมากขึ้นในเดือนนี้ คุณต้องรับรู้ความ แตกต่างระหว่างคำาวิจารย์ที่สร้างสรรค์กับที่ มุ่งทำาลายความมั่นใจ ¸Ø à ¡Ô ¨ หลีกเลี่ยงการประชุมและการเจรจา หารือที่สำาคัญและอย่าได้ลงนามในเอกสาร สำาคัญเมื่อโชคของคุณตก ทางที่ดีจึงควรรอไป ก่อนแม้ว่าโอกาสดีๆ จะมีเข้ามา ¤ÇÒÁÃÑ¡ ไม่ใช่เดือนที่น่าชื่นใจนักในเรื่องความ รัก เมื่อคู่ครองของคุณพูดสิ่งที่ทำาร้ายจิตใจ หรือที่คุณไม่ชอบโดยไม่ได้ตั้งใจ ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ คุณอาจพบกับอุปสรรคบ้างในเดือน นี้ การเรียนเป็นกลุ่มจะช่วยเสริมกำาลังใจให้ คุณได้ และมิตรภาพที่ดีกับเพื่อนฝูงก็จะช่วย ให้คะแนนของคุณดีขึ้น ทั้งยังทำาให้การเรียน สนุกยิ่งขึ้นด้วยทุกสิ่งจะ “ลงตัว”

¡Òçҹ คุ ณ อาจเผชิ ญ กั บ

»‚ÃСÒ

¡Òçҹ เดือนนี้คุณจะได้พบกับ โอกาสใหม่เอี่ยมที่จะเปลี่ยนสิ่ง ที่คุณทำาอยู่ให้กลายเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่าง ยิ่ง ทั้งความสำาเร็จยังตามมาอย่างรวดเร็ว ¸ØáԨ มีช่องทางมากมายให้เติบโต และตอนนี้ ก็เป็นเวลาที่ต้องตัดสินใจเลือกสักทางสองทาง เพื่อเดินต่อไป อย่ากล้าๆ กลัวๆ ที่จะเสี่ยงแต่ แม้ว่าคุณจะกล้าเสี่ยง ก็ไม่ควรเดิมพันทั้งหมด กับอะไรเพียงอย่างเดียว ¤ÇÒÁÃÑ¡ เดือนนี้ดีมากสำาหรับชาวระกาที่กำาลัง หารัก ชาวปีระกาที่แต่งงานแล้วมีโอกาสจะได้ พบความสุขในแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อย คนใหม่ บ้านหลังใหม่ หรือแม้แต่งานอดิเรก ใหม่ ที่ทำาร่วมกับคู่ของคุณ ¡ÒÃÈÖ ¡ ÉÒ คุณมีโชคด้านการศึกษาที่ดีมาก จึงควรหาโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พลังงานของ เดื อ นนี้ ดี ต ่ อ เด็ ก นั ก เรี ย นปี ร ะกาที่ แ สวงหา ความรู้และศึกษาด้วยตนเอง คุณยังอาจได้ทุน การศึกษา หากคุณสมัครในช่วงนี้

¡Òçҹ การตอบสนองทาง

»‚¨Í

¡Òçҹ เดื อ นนี้ จ ะมี ช ่ ว ง ขึ้นๆ ลงๆ อยู่หลายครั้ง จง ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อทำาให้ผู้ที่ มีตำาแหน่งสูงกว่าและเพื่อนร่วมงานของคุณ ประทั บ ใจโดยที่ ไ ม่ ต ้ อ งใช้ ค วามพยายามให้ มากเกินไป ¸ØáԨ อาจมีเรื่องที่ทำาให้คุณเสียหน้า ความ มั่นใจคุณจึงอาจลดลงบ้างคุณขอคำาแนะนำา จากผู้อื่นบ่อยกว่าที่เคย การทำาเช่นนี้อาจช่วย ทำาให้อบอุ่นใจที่จะเดินหน้าทำาตามแผนการ ของตัวเอง ¤ÇÒÁÃÑ¡ การไม่เปิดใจให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับรู้ ปัญหาของคุณอาจไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะคู่ ของคุณอาจหันไปหาคนอื่นแทน ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ ตั้งใจเรียนต่อไปเรื่อยๆ แต่หากคุณ มีหลายเรื่องเกินไปก็ควรขอความช่วยเหลือ ครูอาจารย์ของคุณอาจช่วยเหลือคุณได้ อย่า กดดั น ตั ว เองจนเครี ย ดเกิ น ไปทุ ก ปั ญ หามี ทางออก

»‚ÇÍ¡

¡Òçҹ คุณมีบางคนหาทาง ขั ด ขวางความพยายามของ คุณ แต่แทนที่จะมัวเศร้าควรคิดเสียว่านี่คือ ปัญหาหนึ่งที่ต้องแก้ไข ¸ØáԨ เมื่อโชคของคุณไม่ค่อยดี ทางที่ดีควร อยู่เฉยๆ ไว้ก่อนและไม่ควรวางแผนให้การ เจรจาที่สำาคัญ การลงนาม การเปิดตัว และ เหตุการณ์สำาคัญต่างๆ อยู่ในเดือนนี้ ¤ÇÒÁÃÑ ¡ นี่ไม่ใช่เดือนที่ดีที่สุดสำาหรับความ สัมพันธ์และรักที่ร้อนแรง สาเหตุหลักเพราะ ตัวตนของคุณเปราะบางเหลือเกิน คุณคิดมาก ไปเสี ย ทุ ก เรื่ อ งและการโต้ เ ถี ย งเรื่ อ งไม่ เ ป็ น เรื่องกับคู่รักก็อาจทำาให้คุณรู้สึกน้อยเนื้อตำ่าใจ ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ การเรียนของคุณอาจเป็นไปอย่าง ช้าๆ อย่าหัวเสีย สิ่งต่างๆจะลงตัวไปเอง การ ทำางานเป็นกลุ่มอาจช่วยได้ การพูดคุยในเรื่อง วิชาที่เรียนยังช่วยให้การเรียนมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

»‚¡Ø¹

¡Òçҹ หลายสิ่งหลายอย่าง เกิดขึ้นในที่ทำางาน คุณต้อง ก้าวตามให้เร็วในเดือนนี้ หากคุณต้องการที่จะ ก้าวหน้าในอาชีพให้ได้ ปีนี้คุณจะสามารถก้าว กระโดดไปสู่อีกระดับได้หากคุณทุ่มเทเต็มที่ ¸Ø à ¡Ô ¨ สิ่งต่างๆ อาจไม่ราบรื่น แต่อย่าให้ อุ ป สรรคที่ เ กิ ด ขึ้ น มากดดั น ให้ คุ ณ ต้ อ งออก นอกเส้นทาง สัญญาที่คุณคิดว่าแน่นอนแล้ว อาจต้องคิดทบทวนกันใหม่ จงหนักแน่นสู้กับ ช่วงเวลาที่ยากลำาบากนี้ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ชีวิตด้านต่างๆ ของคุณอาจเดินไป อย่ า งรวดเร็ ว ชาวปี กุ น ที่ แ ต่ ง งานแล้ ว ต้ อ ง พยายามอย่าโกรธง่ายควรปฏิบัติต่อคู่ครอง ของคุณแบบเดียวกับที่คุณทำาต่อคนนอก ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ เด็กปีกุนจะมีความสุขกับการเรียน คนเดียวมากกว่าเรียนเป็นกลุ่มในเดือนนี้ คุณ ไม่รู้สึกอยากเข้าสังคมมากนัก ยิ่งหากต้องร่วม มือกับผู้อื่นที่โครงงานต่างๆ

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

23


ความเป็นคนความเป็นครู

เพื่อเด็ก – เพื่ออนาคต ข้ า พเจ้ า นางสาวชไมพร แซ่ ซ ง โครงการครู วิ ท ยาศาสตร์ คื น ถิ่ น ปัจจุบันรับราชการเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนบ้านปางตอง อ�ำเภอขุนยวม จังหวัด แม่ฮ่องสอน โรงเรียนมีจ�ำนวนครู 15 คน จ�ำนวนนักเรียน 246 คน ประกอบด้วย เด็กชนเผ่าม้ง กะเหรี่ยง และไทยใหญ่ และนักการภารโรง 1 คน เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 (โรงเรียนขยาย โอกาส) จุดเด่นของโรงเรียน คือ การมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีธรรมชาติที่ สวยงาม และห่างไกลจากอบายมุขต่างๆ

24

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ข้ า พเจ้ า ปฏิ บั ติ ก ารสอนในรายวิ ช า คณิตศาสตร์ ระดับช่วงที่ 3 (ม.1-ม.3) แม้ว่าจะ ยังไม่ได้สอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ก็ตาม แต่ การสอนคณิ ต ศาสตร์ ท�ำให้ มี ป ระสบการณ์ ใ น การสอนมากยิ่งขึ้น เป็นการพัฒนาและเพิ่มพูล ความรู้ของตนเอง ภาระหน้าที่จากที่ได้รับมอบหมาย เช่น การเป็นเจ้าหน้าที่ห้องสมุด การอยู่ฝ่ายวิชาการ การเป็นครูประจ�ำชั้น เป็นต้น ซึ่งจะต้องเรียนรู้ งานจากฝ่ายอื่นๆ อีกมากมาย นักเรียนที่นี่เป็นเด็กนักเรียนที่น่ารัก ว่า นอนสอนง่ า ย ตั้ ง ใจเรี ย น ให้ ค วามเคารพครู อาจารย์ หรือผู้ที่มาเยือน ว่าโรงเรียนจะอยู่ห่าง ไกล แต่สิ่งที่ได้รับนั่นคือ การศึกษาที่เท่าเทียม กัน และมีโอกาสได้เรียนฟรี 15 ปีทุกคน จึงท�ำให้ นักเรียนมีโอกาสในการศึกษาต่อมากขึ้น ใกล้ถึงช่วงเทศกาลทุ่งบัวตองบาน บน ดอยแม่ อู ค อ อ�ำเภอขุ น ยวม ระหว่ า งเดื อ น พฤศจิ ก ายน ถึ ง เดื อ นมกราคม ของทุ ก ปี โรงเรียนยินดีต้อนรับทุกท่านแวะมาท่องเที่ยว สั ม ผั ส ธรรมชาติ ที่ ส วยงามที่ โรงเรี ย นบ้ า นปาง ตอง และแวะใช้บริการของเรา อาทิ อาหาร เครื่ อ งดื่ ม กาแฟสด ที่ น อน ของที่ ร ะลึ ก จาก นักเรียน ท่านจะได้พบเจอความน่ารักและความ สามารถของเด็กนักเรียนที่นี่ ข้าพเจ้ารับรองว่า ท่านจะชื่นชอบและประทับใจ แม้แต่ตัวข้าพเจ้า เองก็ยังรักและประจับใจ นอกจากนี้รายได้ที่ได้ จะเป็นทุนการศึกษาและรายได้ให้นักเรียนเอง รวมทั้ ง ทุ ก ปี นั ก เรี ย นจะได้ ไ ปทั ศ นศึ ก ษา เช่ น การได้รับโอกาสไปเที่ยวทะเล จากรายได้ส่วน นี้ส่วนหนึ่ง การเป็นครู อาชีพที่สุจริต ที่มีผู้ยกย่อง สรรเสริญเชิดชู และให้เกียรติข้าพเจ้ารักและ ภูมิใจในอาชีพนี้ มีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ มีความ สุขกับความไร้เดียงสาของนักเรียน ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุ

มารีฯ ที่ได้ให้โอกาสครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตนี้ และ ข้าพเจ้าจะเป็นครูที่ดีของนักเรียน ของชุมชน และจะเป็นแบบอย่างที่ดีของนักเรียน เพื่อให้เขา ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีอนาคตในวันข้างหน้า

นางสาวชไมพร แซ่ซง ครูวิทยาศาสตร์คืนถิ่นทุนการศึกษา มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครูผู้ช่วยสอนโรงเรียนปางตอง อ.ขุนยวม

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

25


กว่า 5 ปีที่ผ่านมา IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง ได้นำาบทความ บท สั ม ภาษณ์ สรรสาระที่ ม ากด้ ว ยความรู ้ และความบันเทิง ความสุขมากมายที่ได้ รับจากการอ่านนิตยสารเพื่อสังคมฉบับ นี้ เพื่อเป็นการตอบแทนท่านผู้อ่านและ สมาชิกที่น่ารักทุกท่าน ตั้งแต่ฉบับนี้เป็นต้นไป บก.จะแจกของ สมนาคุณเล็กๆแก่ผู้ที่ตอบแบบสอบถามกันเข้า ของสมนาคุณที่ว่า คือ ปากกา SHEEFER จำานวน 3 รางวัล พร้อมสลักชื่อ-นามสกุล เรียบร้อย ซึ่งคำาถามในฉบับนี้คือ ความรู้ที่ได้จากบทความ “Am i abnormal” หน้า 14-15 จากสำานักงานหลักประกันสุขภาพ แห่ ง ชาติ ในฉบั บ ที่ ป รากฏ แล้วตัดส่งมากันนะค่ะ ในฉบับ หน้ า ของสมนาคุ ณ อาจมี ก าร เปลี่ยนแปลงตามคำาเรียกร้อง ของคนขี้ เ หงา ซึ่ ง น่ า จะเป็ น Furby เพื่อนช่างคุย ของเรา เอง แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า นะค่ะ

ร่วมตอบคําถามชิงปากกา SHEFFER ส่งมาที่นิตยสารครอบครัวพอเพียง นิตยสารครอบครัวพอเพียง 31/2 ซอยทองหล่อ 2 แขวงจอมพล เขตจตุจกั ร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 02-983-7312 แบบประเมินความพอใจผู้อ่าน 1. เนื้อหาเรื่อง Am i abnormal หน้า 14-15

1

2

3

4

5

-ให้ความรู้และมีสาระตามที่คาดหวัง -บทความมีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ -บทความจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ -บทความสร้างความตระหนักในเรื่องคุณธรรม 2.รูปเล่ม -มีการออกแบบที่สวยงาม ทันสมัย -จัดจัดเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ อ่านง่าย -ภาพประกอบและการนำาเสนอน่าสนใจ 3.ข้อเสนอแนะ

1.ไม่เป็นที่พอใจ 2. ควรปรับปรุง 3. พอใช้ 4.ดี/น่าสนใจ 5. ดีมาก/พอใจมาก 26

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

สายตรง กรมสงเสริมการสงออก

1169


·Ø¹àÃÕ¹¿ÃÕ!!¡ÑºÍÒ¨ÒϪ×èÍ´Ñ§ã¨´Õ อาจารยปง เจริญศิริวัฒน แหง สถาบันกวดวิชา Da’vance ...

ถาม – ทางออกของปญหาการศึกษาคืออะไรครับ ตอบ – ตองมาจากครอบครัวที่ดีนะ / อาจารยมหาวิทยาลัยหลาย คนมีนะที่เปนหวงเด็ก ทําไมไดเกรดเทานี้ละลูก ความรักไงที่คุณตองใหเขา ไมใชวิชาการอยางเดียว คนที่ใหแตวิชาการอยางเดียว ควรจะเรียกตัวเองวานัก วิชาการ ที่มาสอน อยาเรียกเลยวาเปนครู ครูตองใหความรักนักเรียน ตองมี ความเอื้ออาทรตอเด็ก ถาม – นั่นหมายความวา ไมวาจะเรียนในหองเรียนมากขนาดไหน บางทีการออกมากวดวิชา แลวมาเจออาจารยที่เปนอยางอาจารย ที่ใหความรัก ตอเด็ก อาจารยกําลังจะสะทอนใชไหมครับวานี่ไงทางออกของการศึกษาไทย คือการที่ครูใหความรัก ความเมตตาตอเด็ก เขาใจเด็ก ตอบ – ครูไมเคยสะทอนหรอกคะ นี่คือตัวครูเองจริงๆ ครูไมคิด หรอกคะ วาครูทุกคนตองเปนแบบครู แตครูเพียงแคอยากจะบอกวา เด็กหลาย คนเขาขาดความอบอุนจากอาจารยเคยรูบางไหม ทั้งที่โรงเรียน ทั้งมหาวิทยาลัย คุณเปนแคนักวิชาการที่มาสอน แลวคุณก็ชมกันเองใหเปนอาจารยดีเดน คุณสอนเด็กอยู ๔๐ คน แลวคุณสอนสําเร็จอยู ๑๐ คน แลวก็เอาเด็ก ๑๐ นี้มาโออวดตลอดเวลา แลวอีก ๓๐ คนที่เหลือละ เคยดูแลเขาบางหรือเปลา โทษแตเด็กที่เรียนเลขไมรูเรื่อง แลว เคยคิดที่จะไปสอนเขาบางหรือเปลาแทนที่จะไปโทษเขา นี่ครูมาพูดแทนเด็กหลายๆ คน เด็กหลายๆ คนที่บางทีตั้งใจนะ แตเรียน ไมรูเรื่อง เคยสงสารเขาบางไหม คําพูดของคุณถาไปบาดจิตใจเขาใหเปนแผลลึกๆ อยูในใจตั้งแตตอนประถม จนเขาไมตั้งใจเรียนมา จนถึงมัธยม เคยรูบางไหม ..วาเปนเพราะคุณ .... The Tanpisit : http://www.oknation.net/blog/tanpisit

จากศิษยครูสมศรี

- ชอบ “คุณครูสมศรี” มากคะ ครูไมไดสอนแคความรู แตสอนคุณธรรมดวย อยากใหครูรูวามีนักเรียนคนหนึ่งที่ปลื้ม และ รักคุณครูมากๆๆๆ คําพูดของคุณครูทําใหมีกําลังใจ พี่เสื้อสมนารัก มากนี่คือกวดวิชาที่แรกและที่เดียวที่มีคนดูแลอยางดีเยี่ยม / รัก ครูมากคะ - วันแรกที่ผมไดมาเรียนกับ “คุณครูสมศรี” ครูเปนครูที่ เฮฮา นารัก ทําใหผมมีมุมมองที่ตางไปจากเดิมทําใหมีความรักใน วิชาภาษาอังกฤษ ยอมที่จะลงทุนทองศัพททุกเย็น (ซึ่งปกติไมเคย คิดจะทํา) / รักครูมากครับ “คุณครูสมศรี” ครูไทย...ที่เขาใจหัวใจเด็กไทย

¡µÔ¡Ò§‹ÒÂæà¾×èÍ¡ÒÃÃѺ·Ø¹àÃÕ¹¿ÃÕ

Ê‹§àÃ×èͧÃÒÇ ‘¨ÔµÍÒÊÒ’ ã¹´ŒÒ¹µ‹Ò§æ ໚¹àÃ×èͧÃÒǢͧµ¹àͧËÃ×ͼٌÍ×è¹ ¡ÅØ‹Á¤³Ðã´æ ¡çä´Œ ·Õè »ÃзѺ㨠¨íҹǹ 1 ËÃ×Í 2 ˹ŒÒ ¢¹Ò´ A4 ¾ÃŒÍÁÃÙ»¶‹Ò ÃѺÊÔ·¸ÔìàÃÕ¹¿ÃÕ 1 ¤ÍÃÊ ·Ñ¹·Õ (Çѹ àÇÅÒ ¤ÍÏÊã´ ·Õè ä˹ ¹ŒÍ§àÅ×Í¡àÃÕ¹àͧ) ËÒ¡¹ŒÍ§æÊ‹§ÁÒ¨íҹǹÁÒ¡ ¡çµŒÍ§ÃͤÔǡѹ˹‹Í¹Ф‹Ð กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE Ê‹§º·¤ÇÒÁä´Œ·Õè e-mail :Mookkarsa@gmail.com Êͺ¶ÒÁÃÒÂä´Œ·Õè 02-983-7312

27


ตัวไกลหัวใจอยู่ใกล้

เรื่อง : ดร.ไสว บุญมา (คนไทยในอเมริกา)

อาหารขยะชั้นเยี่ยม ค�ำว่าอาหารขยะแปลมาจากค�ำภาษาอังกฤษ Junk Food เนื่องจากอาหารเป็นสิ่งจ�ำเป็นพื้น ฐาน การใช้ค�ำว่าอาหารขยะจึงดูจะขัดกันในตัว แต่ฝรั่งตั้งค�ำนั้นขึ้นมาเพราะการรับประทานอาหาร หลากหลายอย่างที่มีขายในบ้านเมืองของเขาอาจมีผลร้ายต่อสุขภาพ อาทิเช่น ความอ้วนเกินพอดี ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง ผลร้ า ยเหล่ า นั้ น เกิ ด จากอาหารมี ส ่ ว นประกอบ จ�ำพวกแป้ ง ไขมั น และเกลื อ สู ง มากเกิ น ปกติ อาหาร จ�ำพวกนี้มักมีต้นก�ำเนิดในอเมริกาและเป็นอาหารจ�ำพวก ที่ เรี ย กกั น ว่ า “จานด่ ว น” ทั้ ง นี้ เ พราะจะเห็ น ว่ า ร้ า น อาหาร 10 ชื่อที่มีสาขามากที่สุดในโลกเป็นอาหารจาน ด่วนอเมริกันน�ำโดยแมคโดนัลด์ ตามด้วยเคเอฟซี ซับเวย์ พิซซ่าฮัท สตาร์บัคซ์ เบอร์เกอร์คิง โดมิโนซ์พิซซ่า ดังคิน โดนัท เดียรี่ควีน และปาปาจอห์น 28

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

หลั ง จากการศึ ก ษาพบว่ า อาหารของร้ า น จ�ำพวกนีอ้ าจมีผลร้ายต่อสุขภาพหากรับประทานเป็นประจ�ำ เจ้าของส่วนหนึ่งจึงพยายามปรับปรุ่งรายการอาหารบ้าง งดใช้ส่วนประกอบที่มีผลร้ายสูงบ้างและปรับเปลี่ยนส่วน ประกอบบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ผลดีอย่างมีนัยส�ำคัญโดยเฉพาะ ในประเทศก�ำลังพัฒนาที่ร้านอาหารจานด่วนจ�ำพวกนั้น เข้าไปแพร่ขยายและมีส่วนท�ำให้ประชาชนอ้วนจนเกินพอดี มากขึ้นอย่างน่าตกใจ


1

อย่างไรก็ตาม อาหารขยะมิได้จ�ำกัดอยู่ที่อาหาร จานด่วนจากเมืองฝรั่งของร้านดังกล่าวเท่านั้น อาหารใน บ้านเมืองเราโดยเฉพาะจ�ำพวกบะหมี่กึ่งส�ำเร็จรูปก็เป็น อาหารขยะด้วยเช่นกันเพราะมันมีเกลือและผงชูรสสูงมาก ยิ่งกว่านั้น มันยังมักมีคุณค่าทางอาหารต�่ำกว่าอาหารจาน ด่วนฝรั่งและยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการปรับปรุงให้มีคุณค่า ต่อสุขภาพมากขึ้น เมื่อไม่นานมานี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารที่มีค�ำว่า ขยะเกี่ยวข้องด้วยตีพิมพ์ในนิตยสารชั้นน�ำเช่นไทม์ อาหาร ที่เขาน�ำมารายงานเป็นอาหารชั้นดีที่ท�ำจากส่วนประกอบที่ ก�ำลังจะเป็น “ขยะ” อย่าเพิ่งตกใจ ที่ไปที่มาของอาหารดังกล่าวเป็น ดังนี้ อเมริกาและประเทศก้าวหน้าทั้งหลายทิ้งอาหารดิบ สูงมากไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ เนื้อ หรือนม ทั้งนี้เพราะสิ่ง เหล่านั้นมักมีต�ำหนิ หรือใกล้หมดอายุผู้ซื้อจึงไม่สนใจส่งผล ให้ผู้ขายต้องน�ำไปทิ้งเป็นขยะ (ภาพที่ 2) ในสหรัฐอเมริกา เพียงประเทศเดียว อาหารดิบราว 40% ซึ่งมีมูลค่าถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์ถูกน�ำไปทิ้งทุกปี ความสูญเปล่าแบบนี้มี ผู้มองเห็นและพยายามน�ำไปท�ำอาหารแจกให้ผู้ขาดแคลน

2

นอกจากนัน้ ตอนนีเ้ ริม่ มีผตู้ อ้ งการตัง้ กิจการจ�ำพวก แสวงหาก�ำไรขึ้นมาเพื่อน�ำอาหารจ�ำพวกนี้ไปขายต่อ หรือ ไปท�ำอาหารขายในภัตตาคาร ในอเมริกา หนึ่งในบรรดาผู้ บุกเบิกได้แก่ ดักลาส รอช (ภาพที่ 3) เขามีประสบการณ์ ยาวนานกับการท�ำร้านซูเปอร์มาร์เก็ตและเป็นประธาน ผู ้ บ ริ ห ารของร้ า นเทรเดอร์ โจอยู ่ ถึ ง 14 ปี ตอนนี้ เขามี โครงการรับอาหารซึ่งร้านซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปจะทิ้งเป็น ขยะแล้วน�ำมาคัดเลือกใหม่เพื่อน�ำส่วนหนึ่งไปขายต่อใน ราคาถูกและอีกส่วนหนึ่งไปประกอบเป็นอาหารส�ำเร็จรูป เพื่อขายในภัตตาคาร โครงการของเขาชื่อว่า Daily Table

3 4

5

มิ ใช่ ช าวอเมริ กั น เท่ า นั้ น ที่ พ ยายามน�ำอาหารดิ บ ดั ง กล่ า วมาท�ำอาหารขายในภั ต ตาคาร ในเดนมาร์ ก ก็ มี ผู ้ ท�ำเช่ น กั น และภั ต ตาคารนั้ น ก�ำลั ง เริ่ ม มี ชื่ อ เสี ย งชื่ อ Rub og Stub (ภาพ 4 และ 5) ภาพ 4 เป็นทางเข้า ภัตตาคารในศูนย์การค้า ส่วนภาพ 5 เป็นการน�ำอาหาร และเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของอาหารไปเสนอตามตลาดนัด ของชาวไร่ชาวนาเพื่อเป็นการโฆษณาพ้อมกับรณรงค์ให้ลด การโยนอาหารทิ้งด้วย

เรื่องราวที่เล่ามานี้จึงน่าจะชี้ว่า ถ้าได้ยินค�ำ ว่าอาหารขยะ ไม่ควรหยุดอยู่แค่การศึกษาว่าอะไร ควรรั บ ประทานอะไรไม่ ค วรรั บ ประทานเท่ า นั้ น หากควรนึกถึงเรื่องดี ๆ ที่จะน�ำไปสู่การลดการ ทิ้งอาหารให้สูญไปโดยเปล่าประโยชน์ด้วย

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

29


ห่วงโซ่ข้อแรก ‘มูลนิธิครอบครัวพอเพียง’ สานห่วงโซ่อย่างแน่นเหนียว ด้วยพลังเยาวชน ‘สังคมดี เริ่มต้นที่ครอบครัว’ โซ่เพียงหนึ่งข้อที่เกิดขึ้นมาโดยหวังที่จะรัด มัด ดึง หรือน�ำ คงท�ำไม่ได้หากไม่มีห่วงโซ่ ที่สอง สาม สี่ ห้าและอีกนับไม่ถ้วน ที่จะมาถักทออย่างเหนียวแน่นและแข็งแรง ด้วยหัวใจ ‘พอเพียง’ วิถีเร่งรีบของคนในสังคมปัจจุบันบ่อยครั้งที่ท�ำให้ ไม่ มี เ วลาให้ กั บ สิ่ ง ที่ อ ยากกระท�ำเช่ น การรวมตั ว เป็ น “มูลนิธิครอบครัวพอเพียง” ที่สมาชิกหลายๆ คนก้าว เข้ า สู ่ วั ย เกษี ย ณอายุ ร าชการแล้ ว แต่ ยั ง คงมี ค วามมุ ่ ง มั่ น ตั้ ง ใจที่ จ�ำท�ำงานเพื่ อ ประโยชน์ ข องสั ง คม จึ ง หั น มา ท�ำรวมตั วกัน กระท�ำภารกิจครั้งส�ำคัญ สร้า งครอบครั ว พอเพียงเพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ เยาวชนรุ่นใหม่เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวผ่านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พุธทรัพย์ มณีศรี กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิ ครอบครัวพอเพียง ซึ่งเป็นมูลนิธิที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่หมาด จดทะเบียนเป็นมูลนิธิเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2556 เล่าถึงที่ 30

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

มาของการก่อตั้งมูลนิธิว่า เกิดจากความตั้งใจมานานแล้ว ของสมาชิกที่อยากท�ำงานเพื่อประโยชน์ต่อสังคม หลายๆ คนเกษียณอายุราชการแล้ว จึงมีเวลามากขึ้นที่จะท�ำตาม ความฝัน “แรงจู ง ใจส�ำคั ญ ที่ สุ ด มาจากพระราชด�ำรั ส ของพระบาทสมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว ฯ ครั บ เป็ น จุ ด ร่ ว มส�ำคั ญ ของผม กรรมการและผู ้ เ กี่ ย วข้ อ งทุ ก ท่าน เริ่มมาจากสมัยราชการ ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรเนือ่ งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ พระต�ำหนักจิตรลดา รโหฐานเป็นประจ�ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 จนถึงปี พ.ศ.


SPECIALSTORY 2545 พระองค์ทรงมีพระราชด�ำรัส เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ได้น้อมน�ำ มาใช้ ใ นชี วิ ต ประจ�ำวั น รวมทั้ ง ได้ เผยแพร่ แ นวคิ ด ไปยั ง ครอบครั ว และบุคคลรอบข้างโดยเฉพาะ ‘ให้ รู้จักพอ’ แรงจูงใจส่วนที่สองมาจาก ข้าราชการของกระทรวงการพัฒนา

โครงการใสสะอาดพอเพี ย งเพื่ อ พ่ อ สู ่ ส ถานศึ ก ษาและชุ ม ชน โครงการ อาชี ว ะรุ ่ น ใหม่ หั ว ใจพอเพี ย ง เป็นต้น และน�ำมาซึ่งชื่อเสียงที่รู้จัก กั น ในนามกลุ ่ ม จิ ต อาสาครอบครั ว พอเพียง เป็นกลุ่มจิตอาสาที่มีสมาชิก มากที่ สุ ด ในประเทศ และต่ อ มาได้ จัดท�ำ นิตยสาร IS AM ARE ครอบครัว

สั ง คมและความมั่ น คงของมนุ ษ ย์ ซึ่ ง รั บ ผิ ด ชอบเกี่ ย วกั บ ครอบครั ว โดยตรงส่ ว นที่ ส ามจากคุ ณ อริ ย สิ ริ พิพัฒน์นรา ศิษย์เก่าโรงเรียนสามัญ ราชวินิต ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก คุณหญิงพวงรัตนวิเวกานนท์ อดีต ครูใหญ่โรงเรียนสามัญราชวินิต ที่ได้ เล่าให้ศิษย์เก่าฟังว่า สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงถามคุณหญิงว่า “ลูกๆ ราชวินิต ไปไหนกันหมด ท�ำอะไรกันบ้าง” คุ ณ อ ริ ย สิ ริ จึ ง ไ ด ้ ส ร ้ า ง มาสคอต ‘ครอบครั ว พอเพี ย ง’ ครอบครั ว ที่ มี ค วามหมาย มี คุ ณ ค่ า มากมายตามพระราชด�ำรั ส ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรื่อง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ ได้ เริ่ ม ท�ำกิ จ กรรมหลายอย่ า ง อาทิ

พอเพียง และรับหน้าที่บรรณาธิการ บริหาร และได้ใช้นิตรสารดังกล่าวเพื่อ เผยแพร่กิจกรรมที่ท�ำ และมีบทความ ที่ชวนอ่านมากมายจากนักเขียนชื่อดัง จากแรงจูงในทั้งสามส่วน จึงได้เกิด มูลนิธินี้ขึ้น พุธททรัพย์ กล่าวว่า นับเป็น เกี ย รติ ที่ มู ล นิ ธิ ค รอบครั ว พอเพี ย งมี นายวั ล ลภ พลอยทั บ ทิ ม อดี ต ปลั ด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้รอบรู้และ เชี่ยวชาญเกี่ยวกับงานด้านครอบครัว เป็นอย่างมาก รับเป็นมูลนิธิ ท่านได้ ให้แนวคิดและสนับสนุนรวมทั้งช่วย เหลือในด้านการประสานงานหาทุน ประเดิมในการก่อตั้งมูลนิธิ มี ดร. สุ เ มธ ตั น ติ เ วชกุ ล เลขาธิ ก ารมู ล นิ ธิ ชั ย พั ฒ นา ซึ่ ง

กรวิก อุนะพ�ำนัก fosefpr@yahoo.com มี ค ว า ม รู ้ ค ว า ม เข ้ า ใจ แ ล ะ มี ประสบการณ์ เ กี่ ย วกั บ หลั ก ปรั ช ญา ของเศรษฐกิ จ พอเพี ย งอย่ า งลึ ก ซึ้ ง ท่านรับเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของ มู ล นิ ธิ แ ละยั ง มี ข ้ า ราชการและอดี ต ข้าราชการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หลายท่านรวมทั้งบุคคลอื่นๆ มาร่วม กันเป็นกรรมการ ส่ ว นการจั ด กิ จ กรรม มู ล นิ ธิ จะมุ ่ ง เน้ น ไปที่ เ ด็ ก และเยาวชน ตลอดจนประชาชนให้มีความรู้ความ เข้ า ใจในหลั ก ปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ พอเพี ย ง จนสามารถน�ำไปปรั บ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้เป็น อย่างดี เพื่อเป็นการปลุกจิตส�ำนึกให้ กับคนรุ่นใหม่โดยมีทีมงานที่มีความรู้ มีประสบการณ์เป็นก�ำลังหลักส�ำคัญ บนพื้นฐานของความพอเพียง “เป้าหมายสุดท้ายคืออยาก ให้ เ ด็ ก ๆ เยาวชนและประชาชน

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

31


7883 หรื อ อาจสแกนส่ ง ทางอี เ มล์ ที่ fosefpr@yahoo.com โดยทาง มูลนิธิจะจัดส่งใบเสร็จรับเงินไปให้ หรือติดตามได้จากนิตยสาร IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง ซึ่งวาง จ�ำหน่ายตามแผงหนังสือชั้นน�ำทั่วไป เช่น นายอินทร์ B2S แพร่พิทยา ซีเอ็ด เป็ น ต้ น หรื อ ติ ด ต่ อ ขอเป็ น สมาชิ ก ได้ ที่ www.ariyaplus.com ทาง ไลน์ที่ 081-935-8899 หรือเฟซบุ๊ค ที่ http://www.facebook.com/ fosefpr หรือติดตามได้ทางเว็บไซต์ ของมูลนิธิที่ www.fosef.or.th ช่ ว ยกั น คนละมื อ คนละไม้ สร้ า งเยาวชนรุ ่ น ใหม่ ใ ห้ มี จิ ต อาสา หัวใจพอเพียง

ทุกคน ยึดมั่นในพระราชด�ำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรื่อง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็น เสมื อ นรากฐานของชี วิ ต รากฐาน ความมั่ น คงของแผ่ น ดิ น เปรี ย บ เสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้าน เรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้าง จะมั่ น คงได้ ก็ อ ยู ่ ที่ เ สาเข็ ม แต่ ค น ส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืม เสาเข็ม เสียด้วยซ�้ำ” แล้วน�ำไปปรับ ใช้ในชีวิตประจ�ำวันด้วย ดั ง นั้ น ไม่ ว ่ า จะอี ก 10 ปี 100 ปี เด็กและเยาวชนทุกคนที่เกิด มาและเติ บ โตขึ้ น ต้ อ งเรี ย นรู ้ แ ละ เข้ า ใจในหลั ก ปรั ช ญาของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปรียบเหมือนที่ คนไทยได้รู้ซึ้งในรสพระธรรมขององค์ 32

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

สัมมาสัมพุทธเจ้าฉันใดฉันนั้น ส�ำหรับงบประมาณสนับสนุน กรรมการและเลขาธิ ก ารมู ล นิ ธิ คนเดี ย วกั น นี้ บ อกว่ า มาจากทั้ ง ภาครัฐและเอกชน และส่วนหนึ่งมา จากผู ้ มี จิ ต กุ ศ ลซึ่ ง เห็ น ความส�ำคั ญ ของครอบครั ว โดยส่ ว นใหญ่ จ ะ น�ำมาสนั บ สนุ น เป็ น ค่ า ใช้ จ ่ า ยด้ า น วิ ท ยากร ค่ า เดิ น ทางและค่ า อาหาร ของเด็ก เยาวชนและประชาชนที่เข้า ร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะสนับสนุน สามารถโอนเงิ น เข้ า บั ญ ชี ข องมู ล นิ ธิ โดยตรงที่ ธนาคารกรุ ง เทพ สาขา สะพานขาว บัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่ 109 072874 0 พร้อมทั้งเขียนชื่อ และที่ อ ยู ่ ใ นใบโอนเงิ น ไปให้ มู ล นิ ธิ ทางโทรสารที่ ห มายเลข 0-2282-

: บทความจากการ สั ม ภาษณ์ คุ ณ พุ ธ ทรั พ ย์ มณี ศ รี ลงใน หนั งสื อพิ ม พ์ มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2557


“เป้ า หมายสุ ด ท้ า ยคื อ อยากให้ เ ด็ ก ๆ เยาวชน แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น ทุ ก ค น ยึ ด มั่ น ใ น พ ร ะ ร า ช ด� ำ รั ส ข อ ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงที่ว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเสมือน รากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบ เสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่ เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็ม เสียด้วยซ�้ำ”

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

33


34

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

35


36

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


สภาพแวดล้อม ต�ำบลล�ำสินธุ์ มีพื้นที่ประมาณ 36,209 ไร่ ประกอบด้วย 9 หมู่บ้าน ชุ ม ชนตั้ ง ถิ่ น ฐานอยู ่ ที่ ล าดชั น และที่ ร าบลุ ่ ม แอ่ ง กระทะระหว่ า งภู เขาใน เขตภูมิอากาศแบบคาบสมุทร จึงได้รับอิทธิพลจากมรสุมทั้งจากฝั่งทะเล อันดามันและฝั่งอ่าวไทย ท�ำให้พื้นที่ในชุมชนต�ำบลล�ำสินธุ์มีปริมาณน�้ำฝน อยู่ในเกณฑ์สูงจึงส่งผลต่อการด�ำรงชีวิตของชาวต�ำบลล�ำสินธุ์ที่เกี่ยวข้อง กับอาชีพด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะการท�ำสวนยางพาราและ สวนผลไม้ ที่ต้องอาศัยน�้ำฝนและคุณภาพของดินลูกลังถึงร่วนปนทรายใน การเกษตรกรรม และมีบางส่วนที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป วิถีชีวิตของชาวบ้านต�ำบลล�ำสินธุ์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ บาง ส่วนนับถือศาสนาอิสลาม ลักษณะสังคมมีความสัมพันธ์แบบเครือญาติ มี การช่วยเหลือเกื้อกูลกันสูง ส่วนงานประเพณีหรือวัฒนธรรมต่างๆนั้นก็จะ เป็นเหมือนสังคมพุทธทั่วไป ในอดีตมีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน จน เมื่อกระแสวัฒนธรรมภายนอกแพร่เข้ามาและขาดการสานต่อทางบุคคลา กร ท�ำให้สถาบันศาสนาลดบทบาทลง แต่ก็ยังมีงานบุญที่ถือเป็นประเพณี ปฏิบัติอยู่เป็นประจ�ำ

ความเป็นมา ต�ำบลล�ำสินธุ์ถือเป็นชุมชนที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งที่สามารถ พึ่งพาตนเองได้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักจึงมีการรวมตัวกันท�ำงานในลักษณะกลุ่มกิจกรรมต่างๆ และ ประสานช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นเครือข่าย ซึ่งพัฒนาการของต�ำบลสามารถแบ่งออกเป็นยุกได้ ดังนี้

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

37


พ.ศ. 2515-2527 ยุควิกฤติสงครามทางความคิดและเศรษฐกิจพืชเชิงเดี่ยว เป็ น ช่ ว งเวลาที่ แ นวคิ ด ในการเปลี่ ย นแปลงสั ง คมของพรรค คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่เริ่มแผ่ขยาย ชาวบ้านในต�ำบลบางคนก็ได้ รับแนวคิดการ “เข้าป่า” เพราะสถานการณ์รุกเร้าที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ของ รัฐ ความรุนแรงทางการเมืองท�ำให้หมู่บ้านอยู่ในภาวะที่มีความทุกข์ ผู้ชาย จ�ำนวนมากหนีไปเป็นแนวร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ พื้นที่นจี้ งึ ถูกก�ำหนดให้เป็น พื้นที่สีแดงที่มีปัญหาทางการเมืองพื้นที่หนึ่ง แต่สถานการณ์ดังกล่าวก็ท�ำให้ เกิดการรวมกลุ่มกนแก้ไขปัญหาของชาวบ้านที่เหลืออยู่โดยใช้ความรัก สติ ปัญญา และทุนเดิมที่มีอยู่เช่น ความเป็นเครือญาติ วัฒนธรรม มากกว่าการ เรียกร้องจากภายนอกเข้ามาดูแล ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงในวิถีเกษตรชุมชนเริ่มปลูกไม้เชิงเดี่ยวคือ ยางพารา และใช้ยาฆ่าแมลง สารเคมีปุ๋ยเคมี เพื่อเร่งผลผลิตเพิ่มขึ้นซุ่งส่ง ผลให้ดินเสื่อมสภาพ กระทบถึงปลาในล�ำห้วยและคลอง พอถึงหน้าแล้ง บางปีก็เกิดปลาเน่าตายจ�ำนวนมาก ท�ำให้แหล่งอาหารของชุมชนถูกท�ำลาย อย่างรวดเร็ว ส่วนผลผลิตยางก็ลดน้อยลงมากพื้นที่ จึงเกิดการทับซ้อนกับ ที่ดินสาธารณะที่นายทุนปลูกพืชเศรษฐกิจและพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเขา ปู่เขาย่า ท�ำให้เกิดมีเหตุการณ์พิพาทเรื่องที่ดินทับซ้อนชุมชนก็ได้รับผลกระ ทบ คือไม่สามารถตัดไม้ใช้สอยมาใช้ได้อีก เพราะชาวบ้านไม่มีสิทธิ์ในการใช้ ประโยชน์ จึงเกิดการขับเคลื่อนให้ความรู้เก็บข้อมูลที่ดินท�ำกิน จนชุมชน สามารถรับเอกสารสิทธ์ภายหลัง เมื่อความรุนแรงทางการเมืองเริ่มเรียกว่า “กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” บ้านที่ร้างเริ่มมีคนเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ่น

38

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


พ.ศ. 2528-2550 ยุคเรียนรู้และร่วมมือกอบกู้ชุมชน เป็นยุคการเมืองแบ่งแยกสิ้นสุดลง ชาวบ้านที่หนีเข้าป่า ทยอยกลับสู่ชุมชน และเริ่มมีกิจกรรมการพัฒนาชุมชน แต่การ รวมกลุ่มกันยังไม่เข้มแข็งขาดการจัดการที่ดี และการมีส่วนร่วม ยังน้อยอยู่ชาวบ้านจึงต้องมีการร่วมกันคิดวางแผนวิเคราะห์ เพื่อพัฒนากลุ่มกัน จนท�ำให้การพัฒนากลุ่มองค์กร เช่น กลุ่ม ออมทรัพย์ กองทุนข้าวสารเพื่อแก้ไขปัญหาด้านปากท้อง กลุ่ม อสม. กลุ่มสตรีพัฒนา เป็นต้น และมีการประสานงานกับหน่วย งานและภาคีต่างๆ ท�ำให้การขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชนมีความ ต่อเนื่อง มีการพัฒนาและยกระดับการท�ำงานอย่างเป็นกระ บวนการ และเป็นรูปธรรมจนหลายกิจกรรมด�ำเนินมาจนถึง ปัจจุบัน

ทุนต�ำบล เมื่อทบทวนถึงวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตก และกระแสพระราชด�ำรัสเรื่องแนวทางเศรษฐกิจพอ เพียง ท�ำให้หลายชุมชนเริ่มตระหนักและสร้างภูมิ ต้านทานให้กับชุมชน เพื่อรู้เท่าทันกับกระแสโลกา ภิ วั ต น์ ล�ำสิ น ธุ ์ ก็ เ ป็ น ต�ำบลหนึ่ ง ที่ ห ลอมรวมความ สามัคคี ร่วมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนโดยใช้ ทุนต่างๆ ด�ำเนินการขับเคลื่อนงานพัฒนาเพื่อการ พึ่งตนเอง ได้แก่ ทุ น กลุ ่ ม องค์ ก รและเครื อ ข่ า ยสิ น ธุ ์ แ พร ทอง เกิดและพัฒนาขึ้นหลังเหตุการณสู้รบทางการ เมื อ งระหว่ า งรั ฐ บาลกั บ พรรคคอมมิ ว นิ ส ต์ แ ห่ ง ประเทศไทยสงบลง ชุ ม ชนมี ก ารจั ด ตั้ ง กลุ ่ ม ต่ า งๆ มากมายต่อมาหลายกลุ่มประสบปัญหา จึงมีแกนน�ำ

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

39


จ�ำนวนหนึ่งพยายามแก้ไขปัญหาด้วย การแลกเปลี่ ย นเรี ย นรู ้ ท บทวนการ ท�ำงานของกลุ่มต่างๆ ที่ผ่านมา ทั้งยัง รื้อฟื้นสร้างกระบวนการหนุนเสริมให้ มีกลุ่มที่มีอยู่มีความเข้มแข็งในหลักคิด และแนวทางการด�ำเนินงาน ยึดหลัก การเรียนรู้และการพึ่งพาตนเองและ ระหว่างกัน กลุ่มองค์กรต่างๆ จึงมี การเติ บ โตขยายฐานกิ จ กรรมด้ า น อื่นๆ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาที่มา จากกระบวนการแผนชุมชนต�ำบลล�ำ สินธุ์ และเป็นต้นทางที่ส�ำคัญในการ ท�ำงานพัฒนาด้านต่างๆและเกิดเป็น เครือข่ายการท�ำงานขึ้น ทุ น ด้ า นความรู ้ ภู มิ ป ั ญ ญา เพื่ อ จั ด การตนเอง ชาวล�ำสิ น ธุ ์ ส ่ ว น 40

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่พึ่ง พิ ง วิ ถี ชี วิ ต ธรรมชาติ ผ ลกระทบจาก การพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติท�ำให้วิถีการผลิต ดั้งเดิมของชุมชนต�ำบลเปลี่ยนไป ต้อง หั น มาพึ่ ง พาสารเคมี เ พื่ อ การเกษตร ส่ ง ผลต่ อ ระบบเศรษฐกิ จ ครั ว เรื อ น ปั ญ หาหนื้ สิ น เพิ่ ม มากขึ้ น ชุ ม ชนจึ ง ร่ ว มกั น หาทางออกเพื่ อ กระตุ ้ น และ สร้างฐานคิดเรื่องการท�ำเกษตรแบบ ใหม่โดยมี “โรงเรียนเกษตรกร”เป็น สถานที่สร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่อง การท�ำเกษตรอินทรีย์ ทุ น เศรษฐกิ จ ชุ ม ชน เป็ น ร ะ บ บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ที่ เ กิ ด ขึ้ น จ า ก รากฐานทั้งทุนภูมิปัญญาและทุนทาง

วั ฒ นธรรม ซึ่ ง เป็ น เรื่ อ งที่ เ กี่ ย วข้ อ ง กั บ วิ ถี ก ารผลิ ต การจ�ำหน่ า ย และ การบริโภคของคนในชุมชน เป็นการ น�ำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ โดยคนในชุมชน เพื่อคนในชุมชน และ ท�ำโดยคนในชุ ม ชน และตามความ ต้องการของชุมชนให้สามารถด�ำเนิน วิถีชีวิตอยู่ได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน เริ่มจากการจัดตั้ง “กลุ่มออมทรัพย์” เพื่อช่วยเหลือกันในด้านการเงินและ สะสมเงินไว้ในแต่ละ ครัวเรือน ขยาย ต่อยอดเป็นกิจกรรมต่างๆ ที่ใช้ฐาน ออมทรัพย์ในการขับเคลื่อนงาน เช่น “กองทุนข้าวสาร” ที่เล็งเห็นถึงความ ส�ำคัญในเรื่องการกินอยู่ด้านอาหาร ของชาวบ้าน “บริษัทลอยฟ้า” เพื่อ


การผลิ ต กลุ ่ ม แม่ บ ้ า นสตรี กลุ ่ ม แปรรูปโรงเรียนเกษตรกร และกิจกร รมอื่นๆ รวมถึง “วิสาหกิจชุมชนบ้าน ล�ำสินธุ์” ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ก้าวเดิน ด้วยความ พอเพียง ต�ำบลล�ำสินธุ์เข้าร่วมโครงการ รั ก ษ์ ป ่ า สร้ า งคน 84 ต�ำบล วิ ถี พอเพียง ระยะที่ 2 ในช่วงปี พ.ศ. 2551 โดยได้ รั บ การเสนอชื่ อ เข้ า สู ่ การพิจารณาคัดเลือกกับโครงการฯ จากวิ ท ยาลั ย การจั ด การทางสั ง คม (วจส.) เพราะต�ำบลล�ำสิ น ธุ ์ มี ค วาม โดดเด่ น ของกระบวนความคิ ด ทาง ยุทธศาสตร์ และมีการท�ำงานพัฒนา เพื่อชุมชนที่เข้มแข็งเป็นระบบ มีวิธี การท�ำงานแบบรวมหมู่คณะหรือเป็น ที ม นั บ เป็ น ต�ำบลต้ น แบบแห่ ง หนึ่ ง ส�ำหรับงานพัฒนาชุมชน ทางต�ำบล เองก็มองเห็นว่า แนวทาง เป้าหมาย และหลั ก การท�ำงานของโครงการฯ มีความสอดคล้องกับแนวทางพัฒนา ตามยุทธศาสตร์ของต�ำบล จึงตัดสิน ใจเข้าร่วมโครงการฯ พร้อมกับคาด หวังว่า โครงการฯ จะมาเติมต่อยอด ในสิ่งที่ต�ำบลล�ำสินธุ์ก�ำลังขับเคลื่อน งานภายใต้ ยุ ท ธศาสตร์ ก ารพั ฒ นา ต�ำบลอยู ่ ใ ห้ เข้ ม แข็ ง ขึ้ น และมี เรื่ อ ง ใหม่ๆ เช่นพลังงาน ชุมชนเกิดขึ้น จน เป็นแบบอย่างในพื้นที่ ต�ำบลล�ำสินธุ์ มีเครือข่ายแพร ทองเป็ น ศู น ย์ ป ระสานการท�ำงาน จากทุกหน่อยงานที่จะเข้ามาในพื้นที่ เครื อ ข่ า ยมี ร ะบบคิ ด และมี ก ารแบ่ ง หน้าที่ความรับผิดชอบการท�ำงานที่ ชัดเจน นับว่าเป็นแบบอย่างที่ดี คือ มีผู้ประสานงานเครือข่าย มีการท�ำ

เวทีเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนและหา ข้อสรุป โดยมองถึงประโยชน์ในเชิง การพัฒนาที่ชุมชนจะได้รับเป็นหลัก การด�ำเนินงานของโครงการฯ จึงต้องมีความสอดรับกับทิศทาง เป้า หมาย และพื้นที่กลยุทธ์การท�ำงาน ของคณะกรรมการฯ ใช้ ก ารเชื่ อ ม โยงขับเคลื่อนงานองค์รวมของเครือ ข่ า ยสิ น ธุ ์ แ พรทอง ซึ่ ง ทุ ก เรื่ อ งทุ ก ครั้ง คณะท�ำงานต้องมีการประเมิณ สถานการณ์ และเตรียมความพร้อม ด้ ว ยการก�ำหนดวิ ธี ก ารท�ำงานให้ รัดกุมก�ำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และเชื่อมโยงกับกระบวนการพัฒนา ทั้งระบบในพื้นที่ซึ่งมีหลายภาคคีหรือ หน่วยองค์กรที่เกี่ยวข้องด้วย ในระ ยะแรกๆ การด�ำเนินงานยังไม่สะดุด นั ก แต่ เ นื่ อ งจากเป็ น การท�ำงานใน แบบบูรณาการในหลายๆ เรื่องท�ำให้ มีงานล้นมือต้องทบทวนการท�ำงาน และเน้นในสิ่งส�ำคัญจริงๆ ด้วยการ หันมาทบทวนโดยค�ำนึงถึงเป้าหมาย คือการท�ำให้ชุมชนเข้มแข็ง ต่อยอด ในสิ่งที่ชุมชนมีอยู่หรือขาดในส่วนที่ยัง ไม่ได้รับการสนับสนุน เช่น การสร้าง อาคารศูนย์การเรียนรู้ต�ำบลล�ำสินธุ์ การยกระดับกระบวนการ�ำงานของ เครือข่ายเพื่อเป็นพื้นที่การฝึกอบรม ให้ความรู้กับคนที่มาดูงานหรือเข้ามา เรียนรู้ในพื้นที่ เช่น ฝึกอบรมลูกค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตรในเนื้อหาที่สอดคล้องกับ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หากมีเรื่องใดกิจกรรมใดเมื่อ คณะกรรมการโครงการฯ และเครือ ข่ า ยได้ พิ จ ารณาร่ ว มกั น แล้ ว ว่ า ต้ อ ง ปรับเปลี่ยนหรือบูรณาการร่วมกันไป กั บ งานอื่ น หรื อ มี ภ าคี อื่ น ด�ำเนิ น อยู ่

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

41


แล้วและ “ซ�้ำเติมได้แต่ไม่ซ�้ำซ้อน” แต่ต้องเสริมพลัง ก็ต้องมีการจัดการ ที่ชัดเจนทั้งในด้านเนื้อหาและการใช้ งบประมาณที่ไม่ซ�้ำซ้อนกัน หรือบาง กิ จ กรรมอาจไม่ จ�ำเป็ น ต้ อ งใช้ ง บแต่ อย่ า งใด และเมื่ อ กิ จ กรรมเสร็ จ สิ้ น คณะท�ำงานมี ก ารสรุ ป บทเรี ย นและ คิดต่อไปเพื่อเชื่อมโยงไปยังประเด็น ต่างๆ ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ท�ำให้ โครงการฯ ได้คิดวิเคราะห์อย่างรอบ ด้าน ซึ่งเป็นจุดเด่นการขับเคลื่อนงาน ของต�ำบลล�ำสินธุ์ การด�ำเนินงานพัมนาเป็นไป ตามจังหวะก้าว ประสบการณ์ที่เรียก ว่ า “ทุ น ในตั ว คน” เป็ น ทุ น ความ รู ้ ห รื อ ทุ น ชี วิ ต ที่ ยื น หยั ด ท�ำงานมา อย่ า งต่ อ เนื่ อ งมากกว่ า 10 ปี จน สามารถพั ฒ นาเชื่ อ มโยงขึ้ น เป็ น ระบบเครื อ ข่ า ยการเรี ย นรู ้ มี พื้ น ที่ เพื่อจัดกระบวนการเรียนรุ้ได้ 12 จุด น�ำไปบู ร ณาการได้ ทั้ ง ในระดั บ ครั ว เรื อ น กลุ ่ ม บ้ า น ชุ ม ชน เมื่ อ ได้ รั บ การสนั บ สนุ น จากโครงการรั ก ษ์ ป ่ า สร้างคน 84 ต�ำบล วิถีพอเพียง ผ่าน กระบวนการจัดท�ำตามแผนต�ำบลวิถี พอเพียง สนับสนุนงบประมาณสมทบ จ�ำนวนหนึ่งให้กับต�ำบล สนับสนุนการ ด�ำเนินงานของกลไกในพื้นที่ ซึ่งได้แก่ คณะกรรมการโครงการฯ และครั ว เรือนพอเพียงอาสา เชื่อมโยงจัดการ ศูนย์การเรียนรู้ที่มีแม่ข่าย คือเครือ ข่ายสินธุ์แพรทองกับลูกข่ายในพื้นที่ จ�ำนวน 12 จุดเรียนรู้ ประกอบด้วย ครัวเรือนต้นแบบ สวนไม้ผลต้นแบบ สวนผสมผสาน ประวัติศาสตร์ถังแดง แปรรูปผลิตภัณฑ์ จากกล้วย และขนม พื้นบ้าน ศูนย์สื่อผสมผสาน การแก้ไข ปั ญ หาที่ ดิ น ท�ำกิ น แบบส่ ว นร่ ว มทุ ก ภาคส่วน และพลังงานทดแทน 42

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

การกระบวนการท�ำแผน แม่ บ ทชุ ม ชน ท�ำให้ ชุ ม ชนได้ เ ก็ บ ข้อมูลด้านต่างๆ และน�ำมาวิเคราะห์ ปัญหาเพื่อออกแบบวิธีการแก้ไข พบ ว่ า ปั ญ หาหนึ่ ง ของชุ ม ชน คื อ ครั ว เรื อ นมี ร ายจ่ า ยสู ง กว่ า รายได้ โ ดย สาเหตุมาจากหนี้สิน จึงน�ำมาสู่การ ร่วมออกแบบหาทางออกและป้องกัน หนี้ สิ น ด้ ว ยการลดรายจ่ า ย จนเกิ ด รู ป ธรรมหลายอย่ า ง เช่ น การท�ำ ปุ ๋ ย ชี ว ภาพด้ ว ยวั ส ดุ ท ้ อ งถิ่ น การ ปลูกผักพื้นบ้านไว้กิน การลดละเลิก อบายมุ ข การออกก�ำลั ง กายลดค่ า ใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล การ ท�ำและใช้ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ ผ ลิ ต ได้ เ องใน ท้ อ งถิ่ น เพื่ อ ใช้ เ ป็ น หลั ก แห่ ง การ ด�ำรงชีพอย่างพอเพียงและพึ่งตนเอง และน�ำมาสู่แผนชุมชนต�ำบล ต่อมา ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เข้ามาสนับ สนุนโครงการครอบครัวเข้มแข้งผ่าน ทางเครื อ ข่ า ยสิ น ธุ ์ แ พรทอง โดยมี กระบวนการด�ำเนินกิจกรรมครัวเรือน ต้นแบบ จ�ำนวน 80 ครัวเรือนหลัง การด�ำเนินโครงการแล้วมีครอบครัว ต้นแบบที่ผ่านเกณฑ์จ�ำนวน 30 ครัว เรื อ น ซึ่ ง เป็ น การจุ ด ประกายขยาย ผลครั ว เรื อ นต้ น แบบในเวลาต่ อ มา โครงการฯ ได้เข้ามาสนับสนุนต้นทุน ครัวเรือนต้นแบบให้เกิดรูปธรรมมาก ขึ้น โดยมีกระบวนการพัฒนาตั้งแต่ ในระดั บ คนต้ น แบบ ครั ว เรื อ นพอ เพียงอาสา ขยายสร้างการเรียนรู้ทั้ง ภายในชุมชนและนอกชุมชน มีการ จัดการองค์ความรุ้และจัดท�ำหลักสูตร การเรี ย นรู ้ โดยกิ จ กรรมการพั ฒ นา คนต้ น แบบและครั ว เรื อ นต้ น แบบ ประกอบด้วย การจัดเวทีสร้างความ เข้ า ใจแกนน�ำครั ว เรื อ นต้ น แบบเพื่ อ

สร้างความเข้าใจ ข้อตกลง และความ เป็นมารวมถึงข้อตกลงของการพัฒนา ครัวเรือนต้นแบบให้เป็นไปในทิศทาง เดียวกัน และสามารถขยายความให้ กับสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ 1.การจัดเวทีสร้างความเข้าใจ ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯด้วยการเล่า ถึงที่มาที่ไปของโครงการฯ ครัวเรือน ต้นแบบ ข้อตกลงและแนวทางการ ด�ำเนินงานของครอบครัวตนเอง 2.การจั ด เวที แ ลกเปลี่ ย น ความรู้เพื่อประเมินและติดตามความ คืบหน้าของครัวเรือนต้นแบบตามตัว ชี้วัดที่ได้ก�ำหนดร่วมกัน 3.การสรุปการด�ำเนินงานและ ถอดความรู ้ เ พื่ อ การปรั บ ปรุ ง สู ่ ก าร พัฒนากระบวนการในชั้นตอนต่อไป ผลจากการหนุ น เสริ ม โครง การฯ ท�ำให้มีครัวเรือนต้นแบบเพิ่ม ขึ้น เป็นต้นแบบด้านสุขภาวะที่มีการ ด�ำเนิ น ชี วิ ต แบบวิ ถี พ อเพี ย งมี ค วาม อบอุ่น และมีความเข้มแข็ง สามารถ ลดรายจ่ า ยและเพิ่ ม รายได้ ใ นครั ว เรือน ท�ำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ ในระดับครัวเรือนในการด�ำเนินชีวิต อย่างเป็นระบบ บนหลักของความพอ เพียงที่มีฐานของการของการอยู่ร่วม กับธรรมชาติอย่างเกื้อกูล การพึ่งพิง อิงอาศัยทรัพยากรธรรมชาติเป็นฐาน ชีวิตอย่างเคารพ เช่น เกษตรกรรม ยั่งยืนสร้างการ เรียนรู้ผ่านโรงเรียน เกษตรกร สร้างคนเข้มแข็งที่ยึดมั่น ในวิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชนผ่านการ เรียนรู้จากโรงเรียนผู้น�ำ 3 แถวเชื่อม โยงคน 3 รุ่น 3 วัย แต่ใจเดียวกัน คือ ใจที่มีส�ำนึกรักบ้านเกิดภูมิใจใน ประวั ติ ศ าสตร์ แ ละภู มิ ป ั ญ ญาของ ชุมชน เป็นต้น


กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

43


ปฎิบัติการชุมชนรักษ์น�้ำตามแนวพระราชด�ำริ

44

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

45


46

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

47


48

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


สนับสนุนโดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทรศัพท์ : 0 2642 7132 www.haii.or.th


50

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


คุยนอกกรอบ

เรื่อง-ภาพ : กรวิก อุนะพ�ำนัก korawik_unapamnak22@hotmail.com

ปราชญ์เดินดิน

แสวง บุญชัยเดช’

จากเศษไม้สู่เก้าอี้มหัศจรรย์’ เช้านี้ผมมีนัดกับบุคคลต้นแบบด้านปราชญ์ชาวบ้านส่งเสริมสุขภาพ จากกรมอนามัยประจ�ำปี 2555 ผู้มองเห็นเศษท่อนไม้จากข้างถนน สู่การ สืบสานภูมิปัญญาต่อจากบรรพบุรุษรุ่นปู่ย่า ชุบชีวิต “เก้าอี้เพื่อสุขภาพ” ขึ้น มา หรือที่หลายท่านรู้จักในชื่อ “เก้าอี้มหัศจรรย์” ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต, ในยุคนี้ไม่ว่าจะใช้ชื่อไหน หรือใครขายก็ตาม ภูมิปัญญาที่มีประโยชน์และ มูลค่าชนิดนี้มีแม่เดียวกัน คือชายวัย 80 ปี “แสวง บุญชัยเดช”

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

51


ทว่าระยะทางอันเหยียดยาว ของชีวิตต่างหาก หล่อหลอมคนให้ก�่ำ ไหม้ด้วยประสบการณ์ ราวกับเมล็ด กาแฟที่ ผ ่ า นกระบวนการเก็ บ เกี่ ย ว คั่วบดซ�้ำแล้วซ�้ำเล่า กว่าจะได้กาแฟ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับ เก้าอี้ของคุณตาแสวง ที่เป็นเสมือน ตัวแทนของแกเอง แทนระยะทางที่ ผ่านมายาวนานเหล่านั้น

เก้าอี้ในความทรงจ�ำ คุ ณ ต า ยั ง แ ข็ ง แ ร ง ยั ง 52

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

คล่องแคล่ว พูดคุยสนุกสนาน และยัง ท�ำเก้าอี้อยู่เนืองๆ รอยสีทาไม้กระเด็น ติดกางเกงขาก๊วยเห็นเป็นจุดๆ ดวงๆ กับเสื้อเก่าขาดวิ่น คืออาภรณ์ประจ�ำ ตัวแกในวันที่ผ่านร้อนหนาวมาแล้ว อย่างโชกโชน “สังคมทุกวันนี้เราได้รับโรค เข้ามาเยอะ เนื่องจากว่าอาหารการ กินมันเป็นพิษ คนอายุ 30 กว่าๆ เดี๋ยวนี้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตกันแล้ว คนเราอยากรวยอยากสวยทุกคน แต่ ของที่ น�ำมาใช้ มัน ไม่ ดี เช่ น น�้ ำ ยา

โกรกผม น�้ำยาทาเล็บ ลิปสติกอะไร พวกนี้ มั น มี ส ารตะกั่ ว และเด็ ก ทุ ก วันนี้เกิดมาเป็นออทิสติก เนื่องจาก คุณแม่ได้รับสาร เราสงสารเด็กพวก นี้มาก เพราะผู้ท�ำธุรกิจสมัยนี้ฉวย โอกาสมุ ่ ง แต่ ก�ำไร ไม่ นึ ก ถึ ง ผลที่ ผู ้ บริ โ ภคจะได้ รั บ ” ตาแสวงเกริ่ น ถึ ง แรงบั ล ดาลใจบางอย่ า ง ที่ เร้ า เตือน ให้อยากท�ำอะไรเพื่อสังคมบ้างในช่วง ชีวิตบั้นปลาย ปลายปี 38 บทบาทหน้ า ที่ ข้าราชการกระทรวงคมนาคมที่เคย ท�ำมาก็ ต ้ อ งเกษี ย นตั ว ลง หากมั น เป็ น วั น วั ย แห่ ง การคื น ชี พ ของเก้ า อี้ เพื่ อ สุ ข ภาพ ที่ ก ๋ ง ของตาแสวงซึ่ ง เป็ น ซิ น แสประจ�ำต�ำบลเคยท�ำใช้ เองให้เห็นตั้งแต่ยังเล็กๆ แน่นอนว่า ภูมิปัญญานี้มีเชื้อสายมาจากชาวจีน ไม่ต�่ำกว่า 3 ชั่วอายุคน มันคือเก้าอี้ ไม้เตี้ยๆ ประจ�ำบ้าน ใช้ส�ำหรับยืนบน แผ่นไม้ที่ปรับให้เอียงขึ้นราว 45-50 องศา หากปฏิ บั ติ ต ามท่ า ต่ า งๆ จะ ช่วยแก้ปวดหลัง ปวดเอว ปวดต้นคอ ไมเกรน อัมพฤกษ์ อัมพาต ท้องผูก นิ้ว ล็อก และช่วยยืดกระดูก ฯลฯ “โอ้โห...ช่วยได้เยอะขนาด นั้นเลยเหรอ” ผมอุทาน “แล้วท�ำไม จู่ๆ ตาถึงสร้างมันขึ้นมาล่ะครับ” ใ น วั น เว ล า ข อ ง ก า ร เ ป ็ น ข้ า ราชการบ�ำนาญใหม่ ๆ ตาแสวง ออกวิ่งทุกเช้าไปตามริมคลองล�ำลูกกา ซึ่งตัดผ่านหน้าบ้าน วันหนึ่งแกไปพบ กั บ เศษลั ง ไม้ เ ก่ า ริ ม ทางเท้ า ให้ นึ ก เสียดายจึงเก็บกลับมาที่บ้าน แล้วมา นั่ ง นึ ก ว่ า “มั น จะเอาไปท�ำอะไรได้ บ้าง” ฉับพลัน ค�ำตอบก็วิ่งเข้ามาใน ความคิดเหมือนทุกอย่างถูกก�ำหนดไว้ แล้วจากเบื้องบน เก้าอี้ที่ก๋งเคยท�ำให้


เห็ น ในวั ย เด็ ก กลั บ ผุ ด พลายแจ่ ม ชั ด ขึ้นมาในความทรงจ�ำของชายวัย 60 ปี พร้อมๆ กับอาการปวดเมื่อยจาก ความแก่ชราเริ่มถามหา “พออายุ ม ากขึ้ น ก็ เ ริ่ ม มี อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ก็เลย มาคิ ด วิ ธี ที่ จ ะออกก�ำลั ง กล้ า มเนื้ อ ยื ด เส้ น ยื ด สายแบบที่ ไ ม่ รุ น แรง หรื อ หนั ก เกิ น ไปส�ำหรั บ คนสู ง อายุ ที่ ส�ำคั ญ คื อ ให้ ค นแก่ ๆ สามารถ ท�ำอะไรด้วยตนเองได้ ไม่ต้องเป็น ภาระให้ลูกหลานต้องคอยป้อนข้าว ป้อนน�้ำ” 47 วันให้หลัง เก้าอี้ในความ ทรงจ�ำก็ ก ่ อ รู ป ขึ้ น มาเป็ น ตั ว แรก ก่อนจะมีผู้ฉวยโอกาสทางการตลาด มากมายเข้ามาให้ความสนใจ และเส้น ทางของเศษไม้ลังเก่าผุไร้ค่านอนตาย อยู่ริมทางเท้านั้น ก็ทอดยาวมาไกล เกินกว่าที่ผู้สร้างมันจะคาดถึง “เมื่ อ ปลดเกษี ย นมาแล้ ว บอกตรงๆ เลยว่าเหงา ทีแรกผมคิด แค่ว่าเมื่อเกษียนตัวแล้วจะท�ำยังไง ให้ชีวิตบั้นปลายนี้มีประโยชน์ เก้าอี้

ตัวนี้ผมตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือ คนเจ็บป่วย ไม่ได้คิดท�ำธุรกิจเพราะ ผมแก่แล้ว ใจก็คิดว่าถ้าใครอยากจะ ต่อยอด อยากจะมาเรียนผมก็สอนให้ ขอค่ายกครูงานไม้คนละ ‘หกสลึง’ พร้อมดอกไม้ธูปเทียน ที่มาจากต่าง จังหวัดทั้งหมดก็ร้อยเจ็ดสิบสองคน ตั้งแต่ปัตตานียันเชียงรายเลยครับ”

ไอ้คนไม่เอาไหน

เมื่อครั้งรับราชการ ไม่ว่าเจ้า นายหรื อ เพื่ อ นฝู ง ชวนไปสั ง สรรค์ ที่ไหนแกก็ไปกับเขาได้ทุกที่ สามารถ อยู่ได้ยันสว่างแบบถึงไหนถึงกัน แต่ ตาแสวงไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ เป็นคน รักสุขภาพตั้งแต่หนุ่มๆ นิสัยนี้ได้มา จากคนรุ่นปู่ย่าตายายซึ่งรักษาสุขภาพ มาก ประเภทของทะเลจากตลาดนี้ ไม่ให้เอาเข้าบ้านเพราะกลัวฟอร์มา ลีน กระทั่งน�้ำมันหมูและผงชูรสก็ไม่

ถึ ง วั น นี้ ในจ�ำนวนผู ้ ที่ ไ ด้ รั บ ประโยชน์จากการถ่ายทอดภูมิปัญญา ของตาแสวงไม่ได้หยุดอยู่ที่ร้อยกว่า คน คนทุกระดับเข้ามาขอให้แกช่วย สอน แกก็ไม่หวงห้าม ลูกศิษย์ลูกหา มีตั้งแต่สามล้อยันรัฐมนตรี ลูกศิษย์ น�ำไปผลิตขายที่ไหนยังไงก็ไม่ว่า ได้ ดิ บ ได้ ดี ไ ปก็ ห ลายคน แกว่ า แกเป็ น คนไม่มีความรู้อะไร ไม่มีพิษมีภัยกับ ใคร อาศัยอยู่บนโลกนี้มานานเท่านั้น “เพื่อนชอบด่าผมว่า ไอ้คน ไม่เอาไหน” ตาแสวงยิ้มพลายชวน ให้ผมสงสัย “ท�ำไมครับตา” ผมติดกับ ยอมแตะต้ อ ง พื ช ผั ก ที่ กิ น ก็ เ น้ น ผั ก สวนครัวซึ่งปลูกเอง กอปรกับบุคลิก ส่วนตัวของแกเป็นคนอ่อนน้อมถ่อม ตน เข้าได้กับคนทุกระดับโดยไม่สร้าง ก�ำแพงชนชั้นฐานะ หมายความว่าแก ปฏิบัติกับทุกคนเท่าเทียมกัน ระหว่ า งที่ ผ มนั่ ง คุ ย กั บ ตา แสวงก็จะเห็นคนโน้นคนนี้แวะเวียน มาที่บ้านแกอยู่เรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็น ลูกค้าจากโรงพยาบาลมารับถึงที่ บ้าง แวะมาเยี่ยมเยียนและซื้อติดมือไป “เพื่อนด่าผมว่าไอ้แหวงมัน ไม่เอาไหนเลย เหล้าก็ไม่กิน บุหรี่ก็ ไม่สูบ การพนันก็ไม่เล่น เที่ยวก็ไม่

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

53


เที่ยว มันไม่เอาอะไรเลย” ว่าจบแกหัวเราะชอบใจค�ำพูด ตัวเอง “เพราะผมเป็นคนไม่เอาโรคเข้าตัว” “มิน่าล่ะ ผมถามวินมอเตอร์ไซค์ย่านสายไหม รู้จักบ้านแกทั้งนั้น” ผมคิดในใจ จริงๆ เรื่องชื่อเสียงของตาแสวงและสรรพคุณของ ภูมิปัญญาชนิดนี้คงไม่ต้องสาธยายมาก ได้รับการรับรอง จากส�ำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวง สาธารณสุขแล้ว ในแง่ของการเป็นเครื่องมือเพื่อสุขภาพที่ ช่วยเหลือผู้คนได้ทุกเพศทุกวัย เป็นที่รู้จักในวงการแพทย์ และผู้ป่วย มีโรงพยาบาลต่างๆ รับไปจ�ำหน่าย เช่น โรง พยาบาลภูมิพลฯ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาล รามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลวชิรพยาบาล และลูกค้าปลีกย่อยจากทั่วสารทิศ เป็นต้น “ถ้าเริ่มใช้เก้าอี้นี้ตั้งแต่ย่างเข้าสู่วัยทองโอกาสที่ จะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตนั้นไม่มีเลย เพราะเส้นสายมัน หย่อน ทีนี้ถามว่าแล้วคนเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตอยู่แล้ว จะมีโอกาสหายได้ไหม อันนี้ผมไม่รับรองว่าหายหรือไม่ แต่อย่างน้อยถ้าใช้เป็นประจ�ำทุกวัน ก็ท�ำให้แขนขามี เรี่ยวแรงมากขึ้น” ไม่ว่าใครจะน�ำวิชาความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดจาก 54

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

คุ ณ ตาไปต่ อ ยอดหรื อ จ�ำหน่ า ยในราคาสู ง เพี ย งใดก็ ต าม เก้าอี้ของตาแสวงก็ขายในราคาตัว 300 บาทเท่านั้น และ แกก็ ค ้ า นทุ ก เสี ย งที่ แ นะน�ำให้ ขึ้ น ราคาหรื อ ปรั บ เปลี่ ย น รูปแบบ เพราะบนห้างฯ ขายกันในราคาตั้งแต่ 6 ร้อย จนถึงหลักพัน ในขณะที่เก้าอี้ของตาแสวงต้องการให้คน ทุกระดับเข้าถึง เพื่อคงเจตนาเดิมไว้คือช่วยเหลือคนตาม หลักเศรษฐกิจพอเพียงที่แกยึดไว้เป็นแนวทางในการใช้ชีวิต “บางท่านเมื่อได้วิชาไปแล้วก็กลับมาโจมตีผม ว่าไม้ไม่ดีบ้าง ไม่สวยบ้าง ไม่ได้มาตรฐานบ้าง ผมไม่ได้ เน้นตรงนั้น ผมท�ำเพื่อรักษาโรคไม่ได้ต้ังใจจะเอาไว้โชว์ ใคร มีในกลุ่มของผมเองนะเขาจะท�ำถวายในหลวง เขา ก็เรียกประชุม ผมเป็นประธาน คนนั้นก็ออกไอเดียว่าจะ ใช้ไม้สักทอง คนนั้นบอกว่าจะใช้ไม้พยุง เขาบอกถวาย ในหลวงใช้ไม้ธรรมดาไม่ได้ ผมจึงยกมือในที่ประชุมเลย ว่า ไม่ถูกต้องครับ ท่านไม่รู้จักในหลวงเลย ในหลวงท่าน เป็นคนประหยัดนะ วัสดุเหลือใช้ท่านท�ำให้เกิดประโยชน์ ได้ ส�ำหรับท่านแล้วท่านใช้ทองค�ำท�ำยังได้เลย ผมจึงบอก ว่าเอาไม้อย่างนี้แหละไปท�ำ ถ้าท่านถามเราจะได้อธิบาย ได้ว่าเราเอาไม้มาจากไหนยังไง ราคาเท่าไหร่ เพราะ ท่านเป็นคนละเอียดมาก และพ่อแม่ปู่ย่าตายายของผม


สอนไว้เลยว่า ต้องรักพ่อแม่ ต้องรัก ในหลวง” ที่ ผ ่ า น ม า ต า แ ส ว ง ยั ง รั บ หน้ า ที่ เ ป็ น วิ ท ยากรของกระทรวง สาธารณสุข ให้ค�ำแนะน�ำเกี่ยวกับการ ดูแลรักษาสุขภาพ ให้กับผู้ที่สนใจอีก ด้วย แต่เนื่องด้วยความชราภาพและ สั ง ขารท�ำให้แ กต้องหยุด เดิน ทางไป ไหนมาไหนเสียที

ยืน 8 กระบวนท่า ฆ่าโรคร้าย เก้ า อี้ ที่ เ ห็ น คงไม่ เ หมื อ นกั บ เก้าอี้ทั่วไป เพราะมันเป็นเครื่องมือ ที่ใช้รักษาโรคในแบบของคนโบราณ ซึ่งเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยคุณภาพ และความเชื่ อ ในเรื่ อ งของการ “ลง ครูงานไม้” บนเก้าอี้ทุกตัวเพื่อความ เป็นศิริมงคล จะเห็นได้จากทองเปลว ที่ จ ารึ ก อยู ่ บ นเก้ า อี้ และผู ้ ที่ ซื้ อ ไปก็

สามารถปฏิ บั ติ ต ามท่ า ต่ า งๆ ง่ า ยๆ ดังนี้ เริ่มจากท่าแรก คือขึ้นไปยืน เฉยๆ ให้ส้นเท้าชิดติดด้านหลังขอบ ของเก้าอี้ ปลายเท้า 2 ข้างแยกออก จากกันเล็กน้อย หายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ 10 ครั้ง ท่านี้ใช้ส�ำหรับแก้ปวด เข่า เป็นตะคริว, ท่าที่ 2 เป็นท่าเปิด ชีพจร ให้กางมือคว�่ำลง แกว่งแขนไป มาประมาณ 5-10 ครั้ง เป็นการเปิด ชีพจร จากนั้นแกว่งแขนทั้ง 2 ข้างไป ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนใหญ่ แล้วจะท�ำประมาณ 50-100 ครั้ง แต่ ก็ขึ้น อยู ่ กับก�ำลั ง ของแต่ ล ะคน บาง คนแกว่งแค่ 30-40 ครั้งรู้สึกเมื่อยตึง ต้องรีบหยุด อย่าฝืนเพราะจะท�ำให้ เป็นอันตราย ท่าที่ 3 เป็นท่าอุ้มแตง แก้ปวด เอว ปวดหลัง, ท่าที่ 4 ท่านกบิน กาง แขนออก ยกขึน้ แตะกันเหนือศีรษะแก้ ปวดบ่า ไหล่, ท่าที่ 5 ยกไหล่ เอียงคอ ซ้าย-ขวาทีละ 10 ครั้ง แก้ปวดต้นคอ ตกหมอน, ท่าที่ 6 แก้ปวดหลัง ให้ เอามือ 2 ข้างไปก�ำไว้ข้างหลัง บิดตัว ไปทางซ้าย และทางขวาข้างละ 10 ครั้ง, ท่าที่ 7 เรียกว่า ท่ายิงปืน เป็น ท่าบริหารสายตา คือให้จ้องที่ปลาย นิ้ว แล้วหมุนตัวตาม, ท่าที่ 8 แก้โรค นิ้ ว ล็ อ ก ให้ ก างนิ้ ว ออกทุ ก นิ้ ว สลั ด นิ้ว 10 ครั้ง ส�ำคัญที่สุดคือ ทุกท่าที่ท�ำ ต้องยืนบนเก้าอี้ หากเกิดอาการเจ็บ ตึงที่แผ่นหลังและน่องมากๆ ให้หยุด พักทันที ห้ามฝืนเด็ดขาด

คนยังคงยืนเด่นโดย ท้าทาย พื้นเพของตาแสวง บุญชัยเดช

เป็นคนวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เติ บ โตมาจากท้ อ งไร่ ท ้ อ งนา ไม่ มี พี่ น้ อ ง พ่ อ แม่ เ สี ย ตั้ ง แต่ อ ายุ ยั ง น้ อ ย อาศัยได้อยู่กับน้าแท้ๆ เลี้ยงดูมาตั้งแต่ จ�ำความได้ ทว่าเมื่อเริ่มโตเป็นหนุ่ม น้อย จิตใจแห่งการแสวงหาก็เริ่มเบ่ง บานขึ้น พร้อมๆ กับปมชีวิตที่เริ่มผุด พลายขึ้นในใจดุจกัน “ผมใช้ เ วลา 5 ปี ก ว่ า จะ เรี ย นจบ ป.4 เพราะไม่ ค ่ อ ยได้ ไ ป สอบต้องช่วยน้าท�ำนา พอเรียนจบ ผมก็มาคิดว่าชีวิตเราจะช่วยท�ำนา เลี้ ย งควายอยู ่ อ ย่ า งนี้ เ หรอ ความ เป็ น หนุ ่ ม มั น ท�ำให้ อ ยากเผชิ ญ โลก อยู่เหมือนกัน” แต่ ใ นเวลาเดี ย วกั น ที่ ค วาม คิดอยากเผชิญโลกก�ำลังจะก่อตัวขึ้น ในห้ ว งของวั ย หนุ ่ ม ตาแสวงได้ รั บ ข่าวจากทางญาติบ้านใกล้เรือนเคียง ว่าที่นากว่า 70 ไร่ที่แกช่วยน้าท�ำอยู่ ทุกวี่วันนั้นมันเป็นของพ่อแม่แกเอง เป็ น เรื่ อ งที่ ต าแสวงเองก็ ไ ม่ เ คยรู ้ ม า ก่ อ น และที่ ส�ำคั ญ น้ า แท้ ๆ ของแก เองก็ ไ ม่ เ คยบอกเรื่ อ งนี้ ใ ห้ แ กทราบ เลยแม้แต่น้อย “พอเราไปถามน้าเรื่องที่นา เท่านั้นแหละ เขาโกรธเราเป็นฟืน เป็นไฟ หาว่าเราจะมาทวงคืนต่างๆ นาๆ พาลไม่ พู ด ไม่ คุ ย กั บ เราดี ๆ เสียอีก ข้าวปลาไม่ยอมเรียกเรากิน เหมือนเคย เราก็มาคิดว่าเป็นไงเป็น กัน ตัดสินใจออกจากบ้านโดยไม่ได้ บอกใคร” ตาแสวงเหลียวมองผืนนาเป็น ครั้งสุดท้าย เหลียวมองบ้านที่เคยหล่อ เลี้ยงให้ที่ซุกหัวนอนตั้งแต่เด็กๆ บัดนี้ กาลเวลามาถึงแล้ว รอยเท้าของคน หนุ ่ ม จ�ำเป็ น ต้ อ งออกย�่ ำ สู ่ โ ลกกว้ า ง

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

55


‘ทุกวันนี้ผมอิ่มบุญ อิ่มใจที่ได้ช่วยเหลือคน ผมสอนลูกสอนหลานว่าคนเราต้องมีสี่อย่าง ก็คือ ต้องขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน เก้าอี้ที่เราท�ำไม่ว่าจะขายได้มากได้น้อย เราก็ไม่ขึ้นราคา หรือฉวยโอกาส’

56

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


เพื่อแสวงหาอนาคตด้วยตัวเอง ตาม อย่ า งชื่ อ ที่ น ายสะอาด บุ ญ ชั ย เดช ผู้พ่อตั้งให้ก่อนสิ้นลมจากไป “ก่อน ออกจากบ้ า นผมลากระทั่ ง หมายั น ต้ น ไม้ เ ลยนะ วั ว ควายที่ เ คยเลี้ ย ง มาผมลาหมด ชี วิ ต ผมเป็ น คนที่ ด้ อ ยโอกาสไม่มีพ ่อ แม่พี่น้อ งมาตั้ง แต่เด็กๆ ไร่นาสาโทก็ถูกเขาโกงไป หมด ผมก็มาคิดว่าเราลูกผู้ชายจะ มาดักดานอยู่อย่างนี้ท�ำไม ไปตาย เอาดาบหน้าดีกว่า” ภาพของคนที่ ก�ำลั ง ร�่ ำ ลา สภาพแวดล้ อ มรอบบ้ า นของตั ว เอง อยู่ในใจ โดยที่ในกระเป๋าตัวเองไม่มี ตั ง ค์ สั ก สลึ ง เดี ย ว ทั้ ง ยั ง ไม่ รู ้ จ ะไป ที่ ไ หนด้ ว ยซ�้ำ เป็น ความโศกเศร้าที่ ยากจะหาค�ำใดมาอธิบาย ตาแสวงเริ่ม เล่าด้วยน�้ำเสียงสั่นเครือถึงเหตุการณ์ ที่ต้องนั่งมองไก่ท่ีตัวเองน�ำมาเลี้ยงให้ ข้ า วตั้ ง แต่ ยั ง เป็ น ลู ก เจี๊ ย บจนเติ บ โต ออกลู ก หลายตัว บัด นี้ แกก�ำลังขอ ชี วิ ต พวกมั น เพื่ อ น�ำไปขายเป็ น ค่ า ใช้ จ ่ า ยในการเดิ น ทางเข้ า กรุ ง เทพ และเงิน 5 บาท 75 สตางค์แลกกับ ชีวิตน้อยๆ เหล่านั้น ก็คือต้นทุนชีวิต ใหม่ในการเผชิญโลกของเด็กหนุ่มผู้ ก้าวออกจากบ้านอย่างเงียบๆ ทว่าไม่ หวนกลับอีกเลย “ผมนอนอยู่ที่แผงตลาดท่า เตียนอยู่สองคืนเพราะไม่รู้จะไปไหน จนเจ้าของแผงเขามาถามว่าไอ้หนู มานอนท�ำไมตรงนี้ ผมบอกผมไม่มี บ้าน ญาติพี่น้องก็ไม่มี เขาสงสาร ก็เลยให้ผมช่วยเข็นผัก ยกของ ให้ งานผมท�ำ” และนั่นก็คือจุดเริ่มต้น ของชีวิตตาแสวง ชายผู้ก�ำเงิน 5 บาท เดินขึ้นเรือเมล์หนีจากบ้าน สู่เส้นทาง ชีวิตที่ทอดยาวมาไกลสุดลูกหูลูกตา

“ผมไม่ มี วั น ลื ม บุ ญ คุ ณ ของ ไก่เล้านั้นเลย” พอสิ้นค�ำ หยาดน�้ำตา ของแกก็ไม่อาจกลั้นอยู่อีกต่อไป ผมสารภาพกับตัวเองในนาที นั้นว่า ชีวิตเรายังสบายกว่าตาแสวง ตั้งเยอะ แม้จะขาดโน้นขาดนี่ไปบ้าง แต่ ค นที่ ข าดโอกาสยิ่ ง กว่ า เราขนาด ต้องซบหน้าลงกับแผงผักในตลาด เขา ยังคงยืนหยัดท้าทายอยู่ได้ด้วยความ อดทน ชนิดที่ว่า ‘พระเจ้ายังอาย’

ส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่น ป ั จ จุ บั น ต า แ ส ว ง ใช ้ ชี วิ ต บั้นปลายอาศัยอยู่ที่บ้านแถวล�ำลูกกา คลอง 3 ซึ่งเป็นบ้านที่ใช้ผลิตเก้าอี้ กั บ ลู ก หลานในครั ว เรื อ น เป็ น บ้ า น เล็ ก ๆ ซึ่ ง มี ค วามเป็ น อยู ่ ที่ เรี ย บง่ า ย แวดล้อมไปด้วยสุนัขหลายตัว แน่นอน ว่าภูมิปัญญาที่แกเคยถ่ายทอดให้ผู้คน มากมายทั่วประเทศไทย บัดนี้ก็ได้ส่ง ต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานเป็นที่เรียบร้อย แล้ ว มั น หมายถึ ง อาชี พ ในรู ป ของ ธุรกิจครัวเรือน เป็นสิ่งที่ตาแสวงทิ้ง ไว้ ใ ห้ ลู ก หลานสานต่ อ เป็ น ตั ว แทน ของแกเอง “ทุ ก วั น นี้ ผ มอิ่ ม บุ ญ อิ่ ม ใจ ที่ได้ช่วยเหลือคน ผมสอนลูกสอน หลานว่ า คนเราต้ อ งมี สี่ อ ย่ า งก็ คื อ ต้องขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน เก้าอี้ที่เราท�ำไม่ว่าจะขายได้มากได้ น้อยเราก็ไม่ขึ้นราคา หรือฉวยโอกาส ผมจะเอาไม้พยุงมาท�ำก็ได้ ขายตัว ละสามพั น แต่ สิ่ ง ที่ ผ มเน้ น ก็ คื อ ประโยชน์กับประหยัด นั่นคือหัวใจ” หลั ก ที่ ต าแสวงใช้ ใ นการ ด�ำเนินชีวิตก็คือความพอเพียง แกไม่ ยอมใช้ของเกินความจ�ำเป็น เห็นได้ จากเสื้อผ้าที่แกสวมใส่ ทั้งเก่าทั้งขาด

สิ้นดี ประหนึ่งจะสอนลูกหลานเป็น นัยถึงความประหยัด ใช้ประโยชน์จาก สิ่งของให้คุ้มค่า เพราะสิ่งที่แกทิ้งไว้ให้ ลูกหลานต่อยอดนั้น แท้จริงมาจาก เศษไม้ข้างถนน เป็นการใช้ประโยชน์ จากสิ่งรอบตัวให้คุ้มค่า “เห็นลูกหลานใช้ของกันเกิน ความจ�ำเป็นแล้วผมก็เหนื่อยใจนะ ผมกินกาแฟแก้วไม่กี่ตังค์ แต่เห็นเขา กินกันแก้วเป็นร้อย อย่างโทรศัพท์ มือถือมีเครื่องเดียวไม่พอต้องซื้ออีก เครื่อง ถามว่ามีความจ�ำเป็นอะไร ผมเห็ น โทรศั พ ท์ ห ลานหล่ น กั บ พื้ น หั ว อกคนเป็ น พ่ อ เป็ น แม่ เ สี ย ดาย แทน นี่ไม่เกี่ยวกับมีเงินหรือไม่มีนะ มันเกี่ยวกับความฟุ่มเฟือยเกินความ จ�ำเป็ น กั บ ยุ ค สมั ย ที่ เ ปลี่ ย นแปลง ไป” ในเรื่ อ งของการจดลิ ข สิ ท ธิ์ เก้าอี้เพื่อสุขภาพหรือเก้าอี้มหัศจรรย์ นั้น ตาแสวงพูดอย่างภูมิใจว่า ตัวเขา ไม่ต้องการจดหรือแสดงความเป็นเจ้า ของใดๆ เพราะสิ่ ง นี้ เ ป็ น ภู มิ ป ั ญ ญา ที่ ค นรุ ่ น ก่ อ นทิ้ ง ไว้ ใ ห้ อยากให้ เ ป็ น ภูมิปัญญาส�ำหรับทุกคนต่อไป ใครจะ เอาไปท�ำขายหรือท�ำใช้เองที่ไหนก็สุด แล้วแต่ ไม่มีหวงห้าม “ผมภู มิ ใจมากที่ ไ ด้ ท�ำเพื่ อ สั ง คม ชี วิ ต ผมหมดห่ ว งแล้ ว ” ตา แสวงเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ก่อนจะ ฉีกยิ้มให้โลกอีกครั้ง ผู ้ ส น ใ จ ส า ม า ร ถ ข อ ร า ย ละเอี ย ดได้ ที่ นั ย นา บุ ญ ชั ย เดช (ลู ก สาว) 23/5 ม.8 ต.ลาดสวาย อ.ล�ำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150 โทร. 08-9044-5415 หรื อ 08-65171985

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

57


Avenge, revenge

“อย่านอนดึกนะ ระวังตื่นสาย” สวัสดีค่ะคุณแอนดรูว์ เมื่อเร็ว ๆ นี้หนูอ่านคอลัมน์ของคุณที่คุณสอนว่า นอนตื่น สายแปลว่า sleep in หนูอยากทราบว่าถ้าจะพูดว่า “อย่านอนดึก นะ ระวังจะตื่นสาย” จะพูดว่า อย่างไรคะ?? จาก A+ จ�ำได้แม่นครับ to sleep in แปลว่า นอนตื่นสาย (sleep late พอใช้ได้แต่ไม่ ธรรมชาติครับ) ส่วนประโยคที่คุณต้องการคือ to go to bed late หมาย ถึง นอนดึก เช่น Last night Kanok went to bed late, so he’s in an irritable mood today. (เมื่อคืนกนกนอนดึกวันนี้เขาก็เลย หงุดหงิด) Don’t go to bed late, or else you might sleep in. (อย่านอนดึกนะ ไม่อย่างนั้นอาจตื่นสาย) ส่วนผู้ที่ตั้งนาฬิกาปลุกแต่สามารถนอนต่อ (ณ ข้าพเจ้าเอง) การกระท�ำอย่างนี้เรียกว่า sleep through your alarm clock (นอนทะลุนาฬิกาปลุก … ฟังแล้วน่ารัก ดีใช่ไหมครับ) เช่น Sorry I’m late! I slept through my alarm clock. (ขอโทษทีที่มาสาย หนูตั้งนาฬิกาปลุกแต่ลุกไม่ขึ้น)

58

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

สวัสดีครับคุณแอนดรูว์ ผมอยากทราบว่า avenge กับ revenge ต่างกันอย่างไร Thank you and have a good day, Attaphol S. วั น นี้ เราคุ ย เรื่ อ งแก้ แค้ น สนุ ก จั ง สองค�ำที่ เ กี่ ย วข้องคือ avenge กับ revenge ซึ่งแตกต่างกันในการใช้ ส่วนใหญ่แล้ว avenge เป็นกริยา และ revenge เป็นนาม ส่วน avenge เราใช้อย่างนี้ครับ เช่น Bakkhoi has vowed to avenge his father’s death. (บักข่อยสาบานว่าจะแก้แค้นให้พ่อที่ตาย) I must avenge all those people who voted against me. (ผมจะต้องแก้แค้นพวกเขาที่ไม่ได้เลือกผม) อย่างที่บอกไปแล้วว่า revenge แปลว่า การแก้แค้น Revenge is sweet. (การแก้แค้นเป็นสิ่งที่ท�ำแล้วรู้สึกสะใจ … เป็นสุภาษิตครับแต่ไม่ต้องท�ำตาม) The best revenge is no revenge. (การแก้แค้นที่ดีที่สุด คือ … ไม่แก้แค้น เป็นสุภาษิตด้วยเช่นกัน) นอกจาก to avenge ในกริยาที่ให้ความหมายว่า แก้ แค้นนั้นยังใช้วลี to take revenge on กับส�ำนวน to get even with เช่น When Banana split up with Somcheng, she took revenge (on him) by burning his CD collection. (เมื่อกล้วย เลิกกับส้มเช้ง เธอก็แก้แค้นเขาโดยเผาแผ่น CD ทั้งหลายของเขา) I’ll get even with you when you least expect it. (ผมจะแก้แค้นคุณอย่างที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน)


BODYWISDOM ความจริงของร่างกายคนเราที่คุณอาจไม่เคยรู้ ตอนที่ 2 9. ลมที่ออกมาจากปากเวลาจาม มีความเร็วไม่ต�่ำกว่า 160 กิโลเมตรต่อ ชั่วโมง เลยไม่แปลกที่เมื่อคุณอุดจมูกหรือ ปากเวลาจาม ลมก็จะหาทางออกทางอื่น และท�ำให้หูอื้อได้ 10. เส้นเลือดในร่างกายของคน เรามีความยาวรวมทั้งหมดราว 96,500 หรือเกือบแสนกิโลเมตร ขณะที่หัวใจของ เราท�ำงานหนักมากในแต่ละวัน เพราะ ต้องสูบฉีดเลือดถึงวันละ 2,000 แกลลอน เลยทีเดียว 11. แม้น�้ำลายจะอยู่ภายในปาก เล็ก ๆ ของเรา แต่เชื่อไหมว่าในช่วงชีวิต หนึ่งของคนเรา ผลิตน�้ำลายมากพอที่จะ เติมเต็มสระว่ายน�้ำได้ 2 สระเลยล่ะ

12. ในช่วงอายุ 60 ปี ผู้ชายกว่า 60% และผู้หญิง 40% จะนอนกรน และ เสี ย งกรนปกติ จ ะดั ง ประมาณ 60 เดซิ เบล และสามารถดังได้มากกว่า 80 เดซิ เบลด้วยซ�้ำในบางคน 13. คนที่ มี ผ มบลอนด์ จ ะมี จ�ำนวนผมมากกว่ า คนที่ มี ผ มสี อื่ น โดย ในขณะที่คนผมสีด�ำและน�้ำตาลจะมีผม ประมาณ 100,000-110,000 เส้น แต่คน ผมบลอนด์จะมีผมมากถึง 146,000 เส้น เลยทีเดียว ส่วนคนผมแดงนั้นมีผมน้อยสุด ที่ประมาณ 86,000 เส้น 14. ยิ่งคนเราตัดเล็บบ่อย เล็บก็จะ ยิ่งยาวเร็วขึ้น และนั่นคือเหตุผลว่าท�ำไม เราตัดเล็บมือบ่อยกว่าเล็บเท้า

15. ศี ร ษะคนเราจะมีค วามยาว 1 ส่วน 4 ของล�ำตัวเมื่อแรกเกิด แต่เมื่อ เติบโตขึ้น ศีรษะคนเราจะยาวเพียง 1 ส่วน 8 ของความสูงเท่านั้น 16. คนเราสามารถนอนหลับโดย ไม่ กิ น อะไรเลยได้ ติ ด ต่ อ กั น นานถึ ง 11 วัน แต่ถ้าหากกินแล้วไม่ได้นอนติดต่อกัน 11 วัน วันที่ 12 คุณจะนอนหลับไหลโดย ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกเลย และทั้งหมดนี่ก็คือทั้ง 16 ความ จริ ง ที่ เ อามาฝากกั น เชื่ อ เลยว่ า ต้ อ ง มี ห ลายข้ อ เลยที่ ห ลายคนไม่ เ คยรู ้ ม า ก่อน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์และจุด ประกายให้หลาย ๆ คนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ร่างกายของตัวเองเพิ่มมากขึ้น ยังไงก็เป็น สิ่งที่อยู่กับเราไปตลอดชีวิต

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

59


นิทานโบราณคดี

เรื่อง : พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ

นิทานเรื่องที่ 9 เรื่องหนังสือหอหลวง

หอหลวง เป็นที่เก็บรักษาหนังสือซึ่งเป็นแบบฉบับต�ำรับต�ำราและจดหมายเหตุ ราชการบ้านเมือง(ที่เรียกว่า “หอหลวง” เห็นจะเป็นค�ำย่อมาแต่ “หอหนังสือหลวง”) มีในพระราชวังมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ก็มีหอหลวง อยู่ในพระราชวังเช่นเดียวกัน ฉันเคยเห็นเป็นตึกชั้นเดียวหลังหนึ่ง อยู่ริมถนนตรง หน้าที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ยีงมีรูปภาพตึกนั้นเขียนไว้ในพระวิหารหลวงวัดราช ประดิษฐ์(ห้องที่เขียนการพิธีท�ำขนมเบื้องเลี้ยงพระ) อาลักษณ์เป็นพนักงานรักษา หนังสือหลวงจึงท�ำการของกรมอาลักษณ์ที่ตึกนั้นด้วย เป็นเหตุให้คนทั้งหลายเรียก ตึกนั้นว่า “ห้องอาลักษณ์”ด้วยอีกอย่างหนึ่ง

ในรั ช กาลที่ 5 (ดู เ หมื อ นในปี ช วด พ.ศ.2419) เมื่ อ สร้ า งพระที่ นั่ ง จั ก รี ม หา ปราสาท โปรดฯให้รื้อตึกหอหลวงกับตึกส�ำหรับ ราชการกรมอื่นๆทีรายเรียนอยู่แถวเดียวกันลง เพื่อจะสร้างใหม่ให้งามสมกับพระที่นั่งจักรีมหา ปราสาท ก็ในเวลารื้อตึกสร้างใหม่นั้น จ�ำต้อง ย้ายของต่างๆ อันเคยอยู่ในตึกแถวนั้นไปไว้ที่ อื่น สมัยนั้นกรมหลวงบดินทร์ไพศาลโสภณยัง ด�ำรงพระยศเป็นกรมหมื่นอักษรสารโสภณ ทรง บัญชาการกรมอาลักษณ์ หาที่เก็บหนังสือหอ 60

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

หลวงไม่ได้จึงให้ขนเอาไปรักษาไว้ที่วังของท่าน อันอยู่ต่อเขตวัด พระเชตุพนฯไปข้างใต้ หนังสือ หอหลวงก็ไปอยู่ที่วังกรมหลวงบดินทร์ฯ แต่นั้น มาหลายปี เมื่อ พ.ศ. 2424 มีงานฉลองอายุพระนคร ครบ 100 ปี ในงานนั้นมีการแสดงพิพิธภัณฑ์ เรียกกันในสมัยนั้นตามภาษาอังกฤษว่า “เอ็กซ์หิ บิเชน” สร้างโรงชั่วคราวเป็นบริเวณใหญ่ในท้อง สนามหลวง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว ด�ำรัสชวนบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ


ตลอดจนคฤหบดีที่มีใจจะช่วย ให้จัดของต่างๆอันควรอวด ความรู้และความคิด กับทั้งฝีมือช่างของไทยมาตั้งให้คนดู จัดที่แสดงเป็นห้องๆต่อกันไปตามประเภทสิ่งของ ครั้ ง นั้ น กรมหลวงบดิ น ทร์ ฯ ทรงรั บ แสดงหนั ง สื อ ไทยฉบับเขียน เอาสมุดในหอหลวงที่มีมาแต่โบราณ มาตั้ง อวดห้องหนึ่ง นาย ก.ส.ร.กุหลาบ รับอาสาแสดงหนังสือ ไทยสมัยเมื่อแรกพิมพ์หน้องหนึ่ง อยู่ต่อกับห้องกรมหลวง บดินทร์ฯ ด้วยเป็นของประเภทเดียวกัน ฉันเคยไปดูทั้ง 2 ห้อง และเริ่มรู้จักตัวนายกุหลาบเมื่อครั้งนั้น เรื่องประวัติ ของนายกุหลาบคนนี้กล่าวกันว่า เดิมรับจ้างเป็นเสมียน อยู่ในโรงสีไฟของห้างมากวลด์ จึงเรียกกันว่า “เสมียน กุหลาบ” ท�ำงานมีผลจนตั้งตัวได้ก็สร้างบ้านเรือนอยู่ริม แม่น�้ำข้างใต้วัดราชาธิวาสฯ นายกุหลาบเป็นผู้มีอุปนิสัย รักรู้โบราณคดี ได้พยายามหาหนังสือฉบับแรกพิมพ์ เช่น หมายประกาศที่พิมพ์เป็นใบปลิว และหนังสือเรื่องต่างๆ ที่ พิมพ์เป็นเล่มสมุด ในรัชกาลที่ 4 รวบรวมไว้ได้มากกว่าผู้อื่น จึงกล้ามารับแสดงหนังสือฉบับพิมพ์ในงานครั้งนั้น ก็การ แสดงพิพิธภัณฑ์เปิดให้คนดูอยู่นาน นายกุหลาบมีโอกาส เข้าไปดูหนังสือหอหลวงได้ทุกวันเพราะห้องอยู่ติดกัน ต่อ เมื่อได้เห็นหนังสือหอหลวง มีเรื่องโบราณคดีต่างๆ ที่ตัว ไม่เคยรูอยู่เป็นอันมากก็ติดใจอยากได้ส�ำเนาไปไว้เป็นต�ำรา เรียน จึงตั้งหน้าตั้งตาประจบประแจงกรมหลวงบดินทร์ ตั้งแต่ที่ท้องสนามหลวงจนเลิกงานแล้ว ก็ยังตามไปเฝ้าแหน ที่วังต่อมา จนกรมหลวงบดินทร์ทรงเมตตา นายกุหลาบ ทูลขอคัดส�ำเนาหนังสือหอหลวงบางเรื่อง แต่กรมหลวง บดินทร์ฯ ไม่ประทานอนุญาติ ตรัสว่าหนังสือหอหลวงเป็น ของต้องห้ามมิให้ใครคัดลอก นายกุหลาบจนใจจึงคิดท�ำกล อุบายทูลขออนุญาติเพียงขอยืมไปอ่านแต่ครั้งละเล่มสมุด ไทย และสัญญาว่าพออ่านแล้วจะส่งคืนในวันรุ่งขึ้น กรม หลวงบดินทร์ ไม่ทรงระแวงก็ประทานอนุญาติ นายกุหลาบ จึงไปว่าจ้างนายทหารมหาดเล็กที่รู้หนังสือเตรียมไว้สอง สามคน สมัยนั้นฉันเป็นผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก รู้จักตัวผู้ที่ไปรับจ้างนายกุหลาบคนหนึ่ง ชื่อนายเมธ นาย เมธนั้นมีชื่ออย่างหนึ่งว่า “เมธะ” และมีชื่อ สร้อยต่อไปยาว เป็นบุตรของจ่าอศวราชฯ ตั้งชื่อลูกเป็น บทกลอนอย่างแปลกประหลาด ฉันจ�ำได้จึงจดฝากไว้ให้ ผู้อื่นรู้ด้วยในที่นี้ 1.อาทิก่อน แม่ “กลีบ” เรณู

2.เมธะ แปลว่ารู้ นาย “เมธ” ปะสิมา 3.“กวี” ปรีชาปิยบุตรที่สาม 4.“ฉวี” ผิวงามบุตรแม่พริ้งแรกเกิด 5.“วรา” ประเสริฐ ที่สองงามสม 6.“ก�ำดัด” ทรามชม กัลยาล�ำยอง 7.“สาโรช” บัวทอง พิศพักตร์ประไพ 8.“สมุน” สุมาลัย เยาวลักษณ์นารี 9.“บรม” แปลว่ามี ปรมังลาภา 10.“ลิขิต” เลขาบุตร บุตรพัลลภ 11.“สุพรรณ” วรนพ พคุณสริรา ที่เรียกกันแต่ตามค�ำที่หมาย “.........” ไว้ ลูกผู้ชาย รู้หนังสือไทยดีทุกคน พอนายกุ ห ลาบได้ ห นั ง สื อ จากวั ง กรมหลวง บดินทร์ฯ ก็ลงเรือจ้างที่ท่าเตียน ข้ามฟากไปยังวัดอรุณฯ ตามค�ำพวกทหารมหาดเล็ ก ที่ รั บ จ้ า งมาเล่ า ว่ า เอาเสื่ อ ผืนยาวปูที่ในระเบียง และเอาสมุดคลี่วางบนเสื่อตลอด เล่ม ให้คนคัดแบ่งกันคัดคนละตอนคัดหน้าต้นแล้วพลิก เอาสมุดหน้าปลายขึ้นคัดพอเวลาบ่ายก็คัดส�ำเนาให้นาย กุหลาบ ได้หมดทั้งเล่ม แต่พวกมหาดเล็กที่ไปรับจ้างคัดก็

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

61


62

IS AM ARE

ไม่รู้ว่านายกุหลาบได้หนังสือมาจาก ไหน และจะคัดลอกเอาไปท�ำไม เห็น แปลกที่ ใ ห้รีบ คัด ให้หมดเล่ม ภายใน วันเดียวได้ค่าจ้างแล้วก็แล้วกัน แต่

ความต้นฉบับเดิมหมดทุกเรื่อง ถึ ง พ.ศ. 2426 นายกุ ห ลาบ เอาหนังสือซึ่งลักคัดจากหอหลวงไป ดั ด แปลงส�ำนวนเสร็ จ แล้ ว เรื่ อ งหนึ่ ง

ฉันได้ยินเล่าก็ไม่เอาใจใส่ ในสมัยนั้น นายกุหลาบลักคัดส�ำเนาหนังสือหอ หลวงด้วยอุบายอย่างนี้มาช้านานเห็น จะกว่าปี จึงได้ส�ำเนาหนังสือต่างๆ ไป จากหอหลวงมาก แต่ดูเหมือนจะชอบ คัดแต่เรื่องเนื่องด้วยโบราณคดี แม้จน พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้ ง 4 รั ช กาล ซึ่ ง พระบาทสมเด็ ก พระจุ ล จอมเกล้ า เจ้ า อยู ่ หั ว โปรดฯ ให้ เจ้ า พระยาทิ พ ากรวงศ์ แ ต่ ง นาย กุหลาบก็ลักคัดส�ำเนาเอาไปได้ แต่เมื่อ นายกุหลาบได้ส�ำเนาหนังสือหอหลวง ไปแล้ว เกิดหวาดหวั่นด้วยรู้ตัวว่า ลัก คัดส�ำเนาหนังสือฉบับหลวงที่ต้องห้าม เกรงว่าถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ในราชการเห็น เข้าจะเกิดความจึงคิดอุบายป้องกัน ภัยด้วยแก้ไขถ้อยค�ำส�ำนวน หรือเพิ่ม เติ ม แทรกลงไปในส�ำเนาที่ คั ด ไว้ ใ ห้ แปลจากต้นฉบับเดิม เมื่อเกิดความจะ ได้อ้างว่าเป็นหนังสือฉบับอื่นต่างหาก มิใช่ฉบับหลวง เพราะฉะนั้นหนังสือ เรื่องต่างๆ ที่นายกุหลาบคัดไปจาก หอหลวง เอาไปท�ำเป็นฉบับใหม่ขึ้น จึงมีความที่แทรกเข้าใหม่ระคนปนกับ

ส่ ง ไปให้ ห มอสมิ ธ ที่ บ างคอแหลม พิมพ์ นายกุหลาบตั้งชื่อหนังสือเรื่อง นั้นว่า “ค�ำให้การขุนหลวงหาวัด” คื อ ค�ำให้ ก ารของพระเจ้ า อุ ทุ ม พร กับ ข้ า ราชการ ไทยที่ พ ม่ า กวาดเอา ไป เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา ไปเล่า เรื่องพงศาวดารและขนบธรรมเนียม ไทยแก่พม่า พอหนังสือเล่มนั้นพิมพ์ ออกจ�ำหน่าย ใครอ่านก็พากันพิศวง ด้วยฉบับเดิมเป็นหนังสือซ่อนอยู่ใน หอหลวงลับลี้ไม่มีใครเคยเห็น และ ไม่มีใครรู้ว่านายกุหลาบได้มากจาก ไหน นายกุหลาบเริ่มมีชื่อเสียงว่าเป็น ผู ้ รู ้ โ บราณคดี แ ละมี ต�ำรั บ ต�ำรามาก แต่หนังสือเรื่องค�ำให้การขุนหลวงหา วัดฉบับที่นายกุหลาบให้พิมพ์นั้น มี ผู ้ ช�ำนาญวรรณคดี สั ง เกตุ เ ห็ น ว่ า มี ส�ำนวนแทรกใหม่ ป นอยู ่ ใ นนั้ น แม้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัวก็ทรงสังเกตุเห็นเช่นนั้น จึงทรง ปรารภในพระราชพนธ์ เรื่ อ ง “พระ ราชพิ ธี สิ บ สองเดื อ น” ตอนพิ ธี ถื อ น�้ำว้า “แต่ส่วนจดหมายขุนหลวงหา วัด(ฉบับพิมพ์) นั้นก็ยกความเรื่อง

www.ariyaplus.com

ถือน�้ำไปว่านอกพระราชพิธี มีเค้ารูป ความคล้ายคลึงกับที่ได้ยินเล่ากันมา บ้าง แต่พิสดารฝั่นเฝือเหลือเกิน จน จั บ ได้ ชั ด เสี ย แล้ ว ว่ า มี ผู ้ แ ทรกแซม ถวายบังคมถือน�้ำพิพัฒน์สัจจาถึงวัด ไม่ พึ่งจะมาเกิดธรรมเนียมนี้ขึ้นเมื่อ ในรัชกาลที่ 4 กรุงรัตนโกสินทร์ จน แต่งตัวแต่งชนและมีเสด็จโดยขบวน พยุหยาตราวุ่นวายมากไปซึ่งไม่เคย มีมาแต่ก่อเลยดังนี้ ก็เห็นว่าเป็นอัน เชื่ อ ไม่ ไ ด้ ใ นตอนนั้ น พึ่ ง มี ป รากฏ ในฉบับพิมพ์นี้ฉบับเดียว ส�ำนวนที่ เรียงก็ผิดกับอายุขุนหลวงหาวัด ถ้า ของเดิมขุนหลวงหาวัดได้กล่าวไว้ ถึงเรื่องนี้จริงเมื่อนเราได้อ่านทราบ ความก็จะเป็นที่พึงใจ เหมือนหนึ่ง ทองค�ำเนื้อบริสุทธิ์ซึ่งเกิดจากต�ำบล บางตะพาน เพราะท่ า นเป็ น เจ้ า แผ่นดินเอง ท่านกล่าวเองก็ย่อมจะ ไม่คลาดเคลื่อน แต่นี่เมื่อมีผู้ส่งทอง ให้ ร๑ บอกว่าทองบางตะพาน แต่ มีธาตุอื่นๆ เจือปนมากจนเป็นทอง เนื้อต�่ำ ถึงว่าจะมีทองบางตะพาน เจือปนอยู่บางจริงๆ จะได้รับหรือว่า ทองทั้งก้อนนั้นเป็นทองบางตะพาน ผู้ซึ่งท�ำลายของแท้ให้ปนด้วยของ ไม่แท้เสียเช่นนั้น ก็เหมือนหนึ่งปล้น ลั ก ทรั พ ย์ ส มบั ติ ข องเราทั้ ง ปวงซึ่ ง ควรจะได้รับแล้วเอาสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ ลงเจื อ ปนเสี ย จนขาดประโยชน์ ไ ป เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก ไม่ควรเลย ที่ผู้ใดซึ่งรู้สึกตัวว่าเป็นผู้ลักหนังสือ จะประพฤติเช่นนี้ หนังสือนี้จะคลาด เคลื่อนมาจากแห่งใดก็หาทราบไม่ แต่ ค งเป็ น ของที่ ไ ม่ บ ริ สุ ท ธิ์ ซึ่ ง เห็ น ได้ถนัด “ดังนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า นายกุหลาบเป็นผู้ดัดแปลงส�ำนวน เพราะไม่ มี ใ ครรู ้ ว ่ า นายกุ ห ลาบได้


หนั ง สื อ เรื่ อ งนั้ น ไปจากที่ ไ หน และ ต้ น ฉบั บ เดิ ม ถ้ อ ยค�ำส�ำนวนเป็ น อย่ า งไร จนมาถึ ง รั ช กาลที่ 6 ใน เวลานั้ น ฉั น เป็ น นายกกรรมการ หอพระสมุ ด ส�ำหรั บ พระนคร ได้ หนั ง สื อ ค�ำให้ ก ารขุ น หลวงหาวั ด เป็นสมุดไทยมาเมื่อพ.ศ. 2454 อีก ฉบับหนึ่งเดิมเป็นของเจ้าฟ้าฯกรม สมเด็จพระบ�ำราบปรปักษ์ เรื่องชื่อ หนังสือนั้นว่า “พระราชพงศาวดาร แปลจากภาษารามั ญ ” และมี บ าน แพนกอยู่ข้างต้นว่า “พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้ า เจ้ า อยู ่ หั ว โปรดฯ ให้ ก รมหลวงวงศาธิ ร าชสนิ ท ทรง จั ด การแปลหนั ง สื อ นั้ น เป็ น ภาษา ไทย” ก็ เ ป็ น อั น ได้ ห ลั ก ฐานว่ า นาย กุ ห ลาบเอาไปเปลี่ ย นชื่ อ เสี ย ใหม่ ว ่ า “ค�ำให้ ก ารขุ น หลวงหาวั ด ” เอา หนังสือ 2 ฉบับสอบทานกันก็เห็นได้ ว่าแก้ความเดิมเสียมาก สมดังสมเด็จ พระพุทธเจ้าหลวงทรงพระราชปรารภ เมือ่ นายกุหลาบมีชอื่ เสียงขึน้ ด้วยพิมพ์ หนั ง สื อ ค�ำให้ ก ารขุ น หลวงหาวั ด นั้ น ประจวบกับเวลาตั้งโปลิศท้องน�้ำ ซึ่ง โปรดฯให้เจ้าพระยานรรัตนราชมานิต (โต) เป็นผู้บัญชาการ เจ้าพระยานร รั ต นฯ เห้ น ว่ า นายกุ ห ลาบเป็ น คน กว้างขวางทางท้องน�้ำ และมีความรู้ ผู้คนบันหน้าถือตา จึงเอามาตั้งเป็น “แอดชุ แ ตนท์ ” (ยศเสมอนายร้ อ ย เอก) ในกรมโปลิศท้องน�้ำ นายกุหลาบ จึงได้เข้าเป็นข้าราชการแต่นั้นมา สมั ย นั้ น หอสมุ ด พระวชิ ร ญาณเพิ่งแรกตั้ง (ชั้นเมื่อยังเป็นหอ พระสมุ ด ของพระราชโอรสธิ ด าใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว รวมกันเป็นเจ้าของ) นายกุหลาบ ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกเจ้านายที่เป็น

กรรมการทราบกันแต่ว่านายกุหลาบ เป็นผู้รับหนังสือ ก็รับเข้าเป็นสมาชิก หอพระสมุดฯตามประสงค์นั้นตั้งแต่ นายกุ ห ลาบได้ เ ป็ น สมาชิ ก หอพระ สมุดฯ ก็มีแก่ใจให้หนังสือฉบับเขียน เรื่ อ งต่ า งๆที่ ไ ด้ ลั ก คั ด ส�ำเนาจากหอ หลวงเอาไปแปลเป็นฉบับใหม่ เป็น ของก�ำนัลแก่หอพระสมุดฯ หลายเรือ่ ง กรมพระสมมตอมรพันธ์กับตัวฉันเป็น กรรมการหอพระสมุดฯ ก็ไม่เคยเห็น หนังสือในหอหลวงมาแต่ก่อน และ ไม่รู้ว่าย้ายหนังสือไปเก็บไว้ที่วังกรม หลวงบดิ น ทร์ ฯ เป็ น แต่ พิ จ ารณาดู หนังสือที่นายกุหลาบให้หอพระสมุดฯ เห็นแปลกที่เป็นส�ำนวนเก่าแกมใหม่ ระคนปนกั น หมดทุ ก เรื่ อ ง ถามนาย กุหลาบว่าได้ต้นฉบับมาจากไหน นาย กุหลาบก็อ้างแต่ผู้ตายเช่น พระยาศรี สุนทรฯ(ฟัก)และกรมสมเด็จพระมา นุชิตชิโนรส เป็นต้น อันจะสอบสวน ไม่ ไ ด้ จึ ง เกิ ด สงสั ย ว่ า ที่ เ ป็ น ส�ำนวน ใหม่น่าจะเป็นของนายกุหลาบแทรก ลงเองจึงมี ความเท็จอยู่มาก แต่ตอน นั้ น เป็ น ส�ำนวนเดิ ม นายกุ ห ลาบจะ ได้ต้นฉบับมาจากไหนก็ยังคิดไม่เห็น กรมพระสมมตฯจึงตรัสเรียกหนังสือ เหล่ า นั้ น ว่ า “หนั ง สื อ กุ ” เพราะ จะว่ า แท้ จ ริ ง หรื อ เท็ จ ไม่ ไ ด้ ทั้ ง สอง สถาน กรมพระสมมตใครจะทอด พระเนตรหนังสือพวกนั้นให้หมด จึง ทรงผูก พั น ทางไมตรี กั บนายกุ ห ลาบ เหมื อ นอย่ า งไม่ รู ้ เ ท่ า นายกุ ห ลาบ เข้าใจว่ากรมพระสมมตอมรพันธ์ทรง นับถือ ก็เอาหนังสือฉบับที่ท�ำขึ้นมา ถวายถอดพระเนตรจนถึงพงศาวดาร กรุ ง รั ต นโกสิ น ทร์ ( ตอนรั ช การที่ 3) ซึ่ ง เจ้ า พระยาทิ พ ากรวงศ์ แ ต่ ง ก็ หนังสื อ เล่ มนั้ น เป็ น หนั ง สื อ แต่ ง ใหม่

ในรัชกาลที่ 5 ส�ำนวนฉบับเดิมมีอยู่ ในหอพระสมุดฯ เมื่อได้ฉบับนั้นของ นายกุหลาบมา เอาสอบกับฉบับเดิม ก็ จั บ ได้ ว ่ า นายกุ ห ลาบแทรกลงตรง ไหนๆบ้าง กรมพระสมมตฯกราบทูล สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงให้ทรงทราบ ด�ำรัสเรียกเอาไปทอดพระเนตร ทรง จั บ ได้ ต ่ อ ว่ า ความที่ แ ทรกนั้ น นาย กุ ห ลาบคั ด เอามาจากหนั ง สื อ เรื่ อ ง ไหนๆ ก็ เ ป็ น อั น รู ้ ไ ด้ ชั ด ว่ า ที่ ห นั ง สื อ ฉบั บ ของนายกุ ห ลาบผิ ด กั บ ฉบั บ เดิ ม เป็ น เพราะนายกุ ห ลาบแก้ ไข แทรงลงทั้งนั้น สมเด็จพระพุทธเจ้า หลวงทรง “มันไส้” ถึงเขียนลายพระ ราชหัตถเลขาลงในต้นฉบับของนาย กุหลาบ ทรงชี้ให้เห็นตรงที่แทรกบ้าง บางแห้ ง ก็ ท รงเขี ย นเป็ น ค�ำล้ อ เลี ยน หรื อ ค�ำบริ ภ าษแทรกลงบ้ า ง แล้ ว

พระราชทานคื น ออกมายั ง กรมพระ สมมตฯ ต้องให้อาลักษณ์เขียนตาม ฉบั บ ของนายกุ ห ลาบขึ้ น ใหม่ ส ่ ง คื น ไปให้ เจ้ า ของ เอาหนั ง สื อ ของนาย กุหลาบทีมีลายราชหัตถเลขารักษาไว้ ในหอสมุดวชิรญาณจนบัดนี้ ต่ อ มานายกุ ห ลาบต้ อ งออก จากต�ำแหน่ง (แอดชุแดตนท์) โปลิศ

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

63


64

IS AM ARE

ท้องน�้ำ ก็เลยออกจากสมาชิกหอพระ สมุดวชิรญาณไปด้วย นายกุหลาบจึง ไปคิดออกหนังสือพิมพ์วารสารเรียก ชื่อว่า “สยามประเภท” เหมือนอย่าง หอพระสมุ ด ฯ ออกหนั ง สื อ “วชิ ร ญาณ” ท�ำเป็นสมุดออกขายเป็นราย เดือน เอาเรื่องต่างๆ ที่คัดไปจากหอ หลวงและไปดัดแปลงดังว่านั้น พิมพ์ ในหนังสือสยามประเภทและเขียนค�ำ อธิบายปดว่าได้ฉบับมาจากไหนๆ ไป ต่างๆ เว้นแต่กรมหลวงบดินทร์ฯนั้น มิได้ออกพระนามให้แพร่งพรายเลย คนทั้ ง หลายพากั น หลงเชื่ อ ก็ นั บ ถื อ นายกุหลาบ จึงเรียกกันว่า “อาจารย์ กุหลาบ” ก็มี ครั้นจ�ำเนียรกาลนานมา เมื่อ นายกุหลาบหมดเรื่องที่ได้ไปจากหอ

พระนามว่า “พระจุลปิ่นเกษ” เสวย ราชย์ ไม่มีความสามารถจึงเสียบ้าน เมือง สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรง ทอดพระเนตรเห็ น หนั ง สื อ ตรั ส ว่ า เพียงแต่นายกุหลาบเอาความเท็จมา แต่งลวงว่าความจริงก็ไม่ดีอยู่แล้ว ซ�้ำ บังอาจเอาพระนามพระจอมเกล้าและ พระจุลจอมเกล้าไปแปลงเป็นพระปิ่น เกษ และพระจุลปิ่นเกษ เทียบเคียงใส่ โทษเอาตามใจ เกินสิทธิในการแต่ง หนังสือ จังโปรดฯให้เจ้าพระยาอภัย ราชา(ม.ร.ว. ลภ สุทัศน์) เมื่อยังเป็น พระยาอิ ท ราธิ บ ดี สี ห ราชรองเมื อ ง เรี ย กตั ว นายกุ ห ลาบมาสั่ ง ให้ ส ่ ง ต้ น ต�ำราเรื่ อ งพงศาวดารเมื อ งสุ โขทั ย ที่ อ้างว่า มีนั้นมาตรวจ นายกุหลาบก็ ต้องรับสารภาพว่าตัวคิดขึ้นเองทั้งนั้น

หลวง ก็ต้องแต่งเรื่องต่างๆแต่งโดย เดาขึ้นในหนังสือสยามประเภท แต่ อ้ า งว่ า เป็ น เรื่ อ งพงศาวดารแท้ จ ริ ง แต่ ก็ ยั ง ไม่ มี ใ ครทั ก ท้ ว งประการใด จนนายกุ ห ลาบเล่ า เรื่ อ งพงศาวดาร กรุ ง สุ โขทั ย ตอนเมื่ อ จะเสี ย กรุ ง แก่ กรุงศรีอยุธยา พิมพ์ในหนังสือสยาม ประเภทว่า เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรง

พระเจ้าอยู่หัวตรัสว่าจะลงโทษอย่าง จริ ต ผิ ด ปรกติ โปรดฯให้ ส ่ ง ตั ว นาย กุหลาบไปอยู่กับผู้จัดการในโรงเลี้ยง บ้าสัก 7 วัน แล้วก็ปล่อยไป นายกุหลาบเข็ดไปหน่อย ถึง ร.ศ. 119 (พ.ศ. 2443) เมื่องานพระ เมรุสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้า ฟ้าวชิรุณหิศ ก็แต่งอธิบายแบบแผน

www.ariyaplus.com

งานพระบรมศพครั้ ง กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา ในหนั ง สื อ สยามประเภท เป็ น ที่ ว ่ า งานพระเมรุ ที่ ท�ำในครั้ ง นั้ น ยั ง ไม่ ถู ก ต้ อ งตามแบบแผน และอ้ า งว่ า ตั ว มี ต�ำราเดิมอยู่ พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งให้ ข้าหลวงเรียกตัวนายกุหลาบมาถาม ก็สารภาพว่าเป็นแต่งคิดแต่งขึ้นอวด ผู้อื่น หากมีต�ำรับต�ำราอย่างอ้างไม่ ครั้ ง นี้ เ ป็ น แต่ โ ปรดฯให้ ป ระกาศใน หนังสือราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 มี น าคมปี นั้ น หาได้ ล งโทษนาย กุ ห ลาบอย่ า งใดไม่ พอถึ ง งานพระ เมรุสมเด็จพระสังฆราช(ปุสฺเทว สา) วั ด ราชประดิ ษ ฐ์ ร.ศ. 119 นั่ นเอง นายกุ ห ลาบแต่ ง ประวั ติ ส มเด็ จ พระ สังฆราชพิมพ์อีกเรื่องหนึ่ง อ้างว่าจะ ทู ล เกล้ า ฯถวายส�ำหรั บ แจกคราวนี้ อวดหลักฐานเรื่องต่างๆ ที่ตนกล่าว อ้ า งว่ า ล้ ว นได้ ม าจากนั ก ปราชญ์ ซึ่ ง ทรงเกียรติคุณ คือ กรมสมเด็จพระ ปรมานุ ชิ ต ฯ โดยเฉพาะตนได้ เ คย เป็นสัทธิวิหาริก สมเด็จพระพุทธเจ้า หลวงทรงพระราชด�ำริว่า ถ้าเฉยอยู่ นายกุหลาบจะพาให้คนหลงเชื่อเรื่อง พงศาวดารเท็ จ ที่ น ายกุ ห ลาบแต่ ง มากไป จึงโปรดฯให้มีกรรมการทรง อาราธนาสมเด็จพระสมณะเจ้า กรม พระวชิ ร ญาณวโรรส (เมื่ อ ยั ง ด�ำรง พระยศเป็นกรมหมื่น) เป็นประธาน สอบสวน ก็ได้ความตามค�ำสารภาพ ของนายกุ ห ลาบที่ ว ่ า เคยเป็ น ศิ ษ ย์ กรมสมเด็ จ พระปรมานุ ชิ ต ชิ โ นรสก็ เป็นความเท็จ ครั้งนี้ก็เป็นแต่โปรดฯ ให้ ป ระกาศรายงานกรรมการมิ ใ ห้ ลงโทษนายกุหลาบอย่างใด ส�ำนวน การไตร่ ส วนครั้ ง นั้ น หอพระสมุ ด ฯ พิ ม พ์ เ ป็ น เล่ ม ล่ า สุ ด เมื่ อ พ.ศ.2472 ยังปรากฏอยู่


ต่ อ มาเมื่ อ นายกุ ห ลาบหมดทุ น ที่ จ ะออกหนั ง สื อ สยามประเภทต่อไปแล้ว ไปเช่าตึกแถวที่อยู่ถนนเฟื่องนคร ตรงวั ด ราชบพิ ต รฯ เป็ น แต่ ยั ง รั บ เป็ น ที่ ป รึ ก ษาของคน หาความรู้ เช่น ผู้ที่อยากรู้ว่านามสกุลของตนจะสืบชั้น บรรพบุรุษถอยหลังขึ้นไปถึงไหน ไปไถ่ถามนายกุหลาบ ก็ รับค้นคิดสมมุติขึ้นไปให้เกี่ยวข้องกับผู้มีศักดิ์เป็นบรรพบุรุษ สมั ย กรุ ง ศรี อ ยุ ธ ยา ก็ ยั ง มี ค นนั บ หน้ า ถื อ ตาว่ า มี ค วาม รู้มากอยู่ไม่ขาด ถึงปลายรัชกาลที่ 5 เมื่อ ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2451) นายกุหลาบยัง”พ่นพิษ”อีกครั้งหนึ่ง ในสมัยเมื่อ มีหอสมุดส�ำหรับพระนครแล้ว จะเอามาเล่าเสียด้วยให้ เสร็จไปในตอนนี้ เพราะเกี่ยวกับประวัติหนังสือหอหลวง ด้วย วันหนึ่งฉันไปหอพระสมุดเห็นใบปลิวซึ่งนายกุหลาบ พิมพ์โฆษณา ส่งมาให้หอพระสมุดฯฉบับหนึ่ง อวดว่าได้ ค้นหนังสือกฎหมายฉบับหลวงครั้งกรุงศรีอยุธยามาเล่ม หนึ่ง และหนังสือนั้นเขียนเมื่อปีชวดจุลศักราช 1066 ใน รัชกาลพระเจ้าท้ายสระมีตราพระราชสีห์ คชสีห์ และตรา บัวแก้วประทับเป็นส�ำคัญ ถ้าใครไม่เชื่อไปพิสูจน์ให้เห็น จริงด้วยตาตนเองก็ได้ ความประสงค์ของนายกุหลาบที่โฆษณาดูเหมือน จะใคร่ขายหนังสือนั้น แต่ตามโฆษณามีพิรุธเป็นข้อส�ำคัญ อยู่อย่างหนึ่ง ด้วยตามปฏิทินจุลศักราช 1066 เป็นปีวอก มิใช่ปีชวดดังนายกุหลาบอ้าง เวลานั้นฉันเป็นสภานายก หอพระสมุดส�ำหรับพระนคร คิดสงสัยจึงกระซิบสั่งพระยา ปริยัติธรรมธาดา(แพ ตาละลักษณ์) ให้ไปขอดูเหมือนอย่าง ตัวอยากรู้เห็นเอง พระยาปริยัติฯกลับมาบอกว่าหนังสือที่ นายกุหลาบได้ไว้นั้นเป็นสมุดไทยกระดาษ ขาว เขียนเส้น หมึกดูเป็นของเก่า มีตราประทับ 3 ดวงและมีการก�ำหนด ว่าปีชวด จุลศักราช 1066 ตรงตามนายกุหลาบอ้าง แต่พระ ยาปริยัติฯสังเกตดูตัวเลขที่เขียนศักราชตรงตัว 0 เหมือนมี รอยขูดแก้ ฉันได้ฟังก็แน่ใจว่านายกุหลาบได้กฎหมายฉบับ หลวงครั้งรัชกาลที่ 1 ไปจากที่ไหนแห่งหนึ่ง ซึ่งในบาน แพนกมีก�ำหนดว่า “ปีชวดศักราช 1166” นายกุหลาบขูด แก้เลข 1 แปลงเป็น 0 ปลอมศักราชถอยหลังขึ้นไป 10 ปี ด้วยไม่รุว่าจุลศักราช 1066 นั้นเป็นปีวอกมิใช่ปีชวด ปล่อย ค�ำ “ปีชวด” ไว้ให้เห็นชัดว่าไม่ใช่ต้นฉบับครั้งกรุงศรีอยุธยา ดังอ้างในค�ำโฆษณา ฉับกราบทูลสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง จึงตรัสสั่งเจ้าพระยาอภัยราชา ซึ่งเคยเป็นหมอความนาย กุหลาบมาแต่ก่อน ให้ไปเรียกสมุดกฎหมายเล่มนั้นมาถวาย

ทอดพระเนตร เจ้าพระยาอภัยราชาได้ไปถวายในวันรุ่งขึ้น สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงเปิดออกทอดพระเนตรตรัส ว่า “ไหนว่าศักราช 1066 อย่างไรจึงเป็น 1166 ” เจ้า พระยาอภัยราชาก็ตกใจ กราบทูลเล่าถวายว่า เมื่อตอน เช้าวันนั้นจะไปศาลากระทรวงนครบาล เมื่อผ่านหน้าห้อง

แถวที่นายกุหลาบอยู่ได้แวะเข้าไปเรียกสมุดกฎหมายนั้น ออกมาเปิดดู สังเกตเห็นในบายแพนกลงปีชวด จุลศักราช 1066 ตรงดังนายกุหลาบอ้าง เจ้าพระยาอภัยราชาบอก นายกุหลาบว่า “พระเจ้าอยู่หัวจะทอดพระเนตร” นาย กุหลาบก็แสดงความยินดี เลยว่าถ้าต้องพระราชประสงค์ ก็ ทู ล เกล้ า ฯถวาย เจ้ า พระยาอภั ย ราชาจะไปท�ำงานที่ กระทรวงเสียก่อน จึงบอกนายกุหลาบว่า เวลาบ่ายวันนั้น เมื่อจะไปเฝ้าที่สวนดุสิต จะไปรับหนังสือ เวลาไปรับนาย กุหลาบก็เอาหนังสือมามอบให้เรียบร้อย เจ้าพระยาอภัย ราชากราบทูลสารภาพรับผิดที่ประมาท มิได้เอาสมุดมา ด้วยเสียตั้งแต่แรก นายกุหลาบจึงมีโอกาสขูดแก้ศักราช ในเวลาเมื่อคอยส่งหนังสือให้เจ้าพระยาอภัยราชานั่นเอง สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงได้ฟัง ก็ทรงพระสรวลด�ำรัส ว่า “พระยารองเมืองไปเสียรู้นายกุหลาบเสียแล้ว” แล้ว พระราชทานสมุ ด กฎหมายเล่ ม นั้ น มาไว้ ใ ห้ ห อพระสมุ ด ส�ำหรับพระนคร รอยที่นายกุหลาบขูดแก้ยังปรากฏอยู่ ประวั ติ ห นั ง สื อ หอหลวงมี เรื่ อ งหลายตอน ที่ เ ล่ า มาแล้วเป็นตอนที่คนทั้งหลายจะรู้เรื่องต่างๆอันลับลี้อยู่

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

65


ในหอหลวง เพราะเหตุที่นายกุหลาบ ลักคัดส�ำเนาไปแก้ไขออกโฆษณา จึง ต้องเล่าประวัติของนายกุหลาบด้วย ยื ด ยาว ยังมีเรื่องประวัติหนังสือหอ หลวง เมื่ออยู่ท่ีวังกรมหลวงบดินทร์ ต่อไปอีกด้วยการที่จะสร้างหอหลวง ใหม่ เริ ด ร้ า งมาอยู ่ ม าช้ า นาน จนถึ ง สมั ย จั ด กระทรวงต่ า งๆ ใน พ.ศ. 2435 โปรดฯให้รวมกรมอาลักษณ์ เข้ า ในกระทรวงมุ ร ธาธร กรมพระ สมมตอมรพันธ์เมื่อยังเป็นกรมหมื่น ได้ ท รงบั ญ ชาการกรมอาลัก ษณ์ จึง ให้ ไ ปรั บ หนั ง สื อ หอหลวงจากกรม บดินทร์ฯ เพื่อจะเอามาเก็บเข้ารักษา ไว้ ใ นพระบรมมหาราชวั ง อย่ า งเดิ ม เวลาเมื่อจะส่งหนังสือหอหลวงคืนมา นั้น มีคนในส�ำนักกรมหลวงบดินทร์ฯ จะเป็นผู้ใดไม่ปรากฏชื่อ แต่ต้องเป็น มู ล นายมี พ รรคพวก ลอบแบ่ ง เอา หนั ง สื อ หอหลวงยั ก ยอกไว้ ไ ม่ ส ่ ง คื น มาทั้งหมด มาปรากฏชื่อภายหลังว่า ยั ก ยอกเอาหนั ง สื อ ช่ า งฝี มื อ ซึ่ ง ฝี มื อ เขียนดีและเป็นเรื่อง ส�ำคัญๆไว้มาก 66

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

เพราะในเวลานั้ น ไม่ มี บั ญ ชี ห นั ง สื อ หอหลวงอยู่ที่อื่น นอกจากที่วังกรม หลวงบดินทร์ฯ อันผู้ยักยอกอาจเก็บ ซ่อนหรือท�ำลายเสียได้โดยง่าย แต่ การยักยอกหนังสือหอหลวงนั้นกรม บดินทร์ฯ คงไม่ทราบ พวกอาลักษณ์ ที่ ไ ปรั บ หนั ง สื อ ก็ ค งไม่ รู ้ ได้ ห นั ง สื อ เท่าใดก็ขนมาแต่เท่านั้นหนังสือหลวง จึงแตกเป็น 2 ภาค กลับคืนเข้ามา พระบรมมหาราชวังภาคหนึ่ง พวกที่ วังกรมหลวงบดินทร์ ยักยอกเอาไป ซ่ อ นไว้ ที่ อื่ น อี ก ภาคหนึ่ ง ต่ อ มาเมื่ อ กรมหลวงบดิ น ทร์ สิ้ น พระชนม์ แ ล้ ว ชะรอยคนที่ ไ ด้ ห นั ง สื อ หอหลวงไว้ จะยากจนลง จึ ง เริ่ ม เอาหนั ง สื อ ที่ มี รูปภาพและฝีมือเขียนงามๆออกขาย โดยอุ บ ายแต่ ง ให้ ค นชั้ น บ่ า วไพร่ ไ ป เที่ยวบอกขายทีละเล่มสองเล่ม มีฝรั่ง ซื้อส่งเข้าหอสมุดในยุโรปบ้าง ไทยที่ ชอบสะสมของเก่ารับซื้อไว้บ้าง ฉั น เริ่ ม ทราบว่ า หนั ง สื อ ฉบั บ หอหลวงแตกกระจายไป เมื่อไปเห็น ที่ต�ำหนักหม่อมเจ้าปิยภักดี นาถ เธอ

มีอยู่ในตู้หลายเล่ม ถามเธอว่าอย่างไร จึงได้หนังสือหอหลวงเหล่านั้นไว้ เธอ บอกว่ า มี ผู ้ เ อาไปขาย เธอเห็ น เป็ น หนังสือของเก่าก็รับซื้อไว้ ด้วยเกรง ว่าฝรั่งจะซื้อเอาไปเสียจากเมืองไทย แต่ใครเอาไปขายให้เธอ หรือหนังสือ เหล่านั้นมาจากที่ไหน เธอหาบอกไม่ บางที เ ธออาจไม่ รู ้ เ องก็ เ ป็ น ได้ เกิ ด ลือกันขึ้นครั้งหนึ่งว่า มีผู้เอาหนังสือ ไตรภูมิฉบับหลวงเขียนประสานสีเมื่อ ครั้ ง กรุ ง ธนบุ รี ไ ปขายให้ เ ยอรมั น คน หนึ่ง ซื้อส่งไปยังหอสมุดหลวงที่กรุง เบอร์ลิน เป็นราคาถึง 1,000 บาท แล้วก็เงียบไปกรณีจึงรู้กันเพียงว่ามีผู้ เอาหนังสือฉบับหลวงออกขาย เพราะ หนังสือฉบับหลวงย่อมมีชื่ออาลักษณ์ ผู้เขียนและผู้ทานอยู่ข้างต้น และมีค�ำ ว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” น�ำหน้าชื่อทุก เล่ม ใครซื้อไปก็มักปกปิดด้วยกลัวถูก จับ แต่ก็ยังไม่ปรากฏว่าหนังสือฉบับ หลวงเหล้ า นั้ น แตกไปจากที่ ไ หนอยู ่ ช้านาน


GOODLIFE

นายแพทย์ปราโมทย์ สุคนิชย์ แพทยศาสตรบัณฑิต ร.พ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

โรคซึมเศร้า

ภัยเงียบอันตรายถึงชีวิต โรคซึมเศร้าหรือ Major Depressive Disorder คือโรคที่ผู้ป่วยจะมีอารมณ์ ผิดไปจากปกติ ร่วมกับอาการทางร่างกายอีกหลายอย่าง ที่มีความรุนแรงจนไม่ สามารถปฏิบัติงานตามปกติได้นานต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ลักษณะอารมณ์ ที่ผิดไปจากปกติ คือผู้ป่วยอาจรู้สึกเศร้าหรือเบื่อหน่าย ท้อแท้ เซ็งๆ แย่ๆ บางคน บอกว่ารู้สึก “แห้งๆ” ไม่อยากท�ำอะไร เฉื่อยๆ หรือหงุดหงิด ดูทุกอย่างแย่ไปหมด ทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

67


โรคซึมเศร้าคืออะไร อาการทางร่ า งกายที่ เ กิ ด ใน โรคนี้ อ าจได้ แ ก่ อ าการนอนไม่ ห ลั บ หรือนอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เหนื่อยล้า ความต้องการ ทางเพศลดลง เบื่ อ อาหารหรื อ บาง รายอาจกลับ เป็น อยากอาหาร โดย เฉพาะกลุ่มอาหารแป้งมากกว่าปกติ คิดอ่านตัดสินใจได้ช้า ลังเล จนบางคน ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ จนนำาไปสู่การ พยายามฆ่าตัวตาย ส่วนอาการอื่นๆ ทีอ่ าจพบในผูป้ ว่ ยบางรายก็คอื อาการ ปวดตามร่างกาย การขับถ่ายผิดปกติ จะเห็นได้ว่า 1.ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อาจไม่มี อารมณ์ซึมเศร้าที่ชัดเจน แต่อาจบอก หรือแสดงความรู้สึกอื่นๆ ก็ได้ 2.ผู ้ ที่ มี อ ารมณ์ เ ศร้ า ก็ มิ ไ ด้ แปลว่ า ก� า ลั ง ป่ ว ยเป็ น โรคนี้ ทุ ก ราย เนื่องจากต้องเกิดร่วมกับอารมณ์อื่นๆ อี ก รวมทั้ ง ต้ อ งมี ค วามรุ น แรงและ ยาวนานพอ จึงควรให้แพทย์ตรวจประเมิน ก่อนวินิจฉัย ไม่อาจวินิจฉัยกันเองด้วย ความรู้สึกหรือใช้แบบสอบถามทั่วไป ซึ่งมีไว้สำาหรับเบื้องต้นเท่านั้น

ใครๆ ก็เป็นโรคซึมเศร้า หรือ ? ตามสถิติขององค์การอนามัย โลก ชั่ ว ชี วิ ต แต่ ล ะคนมี โ อกาสป่ ว ย เป็นโรคนี้ราวร้อยละ 12 ในเพศหญิง ส่วนชายราวร้อยละ 5 ซึ่งจะเห็นได้ ว่ามีจำานวนไม่น้อย และเมื่อป่วยแล้ว จะเกิดความทุกข์ทรมานและเสียหาย ของเศรษฐกิจแก่ทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และการงานอย่างมาก 68

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

โรคซึมเศร้าพบมากใน 2 ช่วง อายุคือ 30 – 40 ปี และอีกช่วงคือช่วง สูงอายุ แต่สามารถพบว่าเด็กวัยเรียน วัยรุ่นก็ป่วยโรคนี้ได้ อีกทั้งสถานะทาง สังคมและการเงินที่สูงหรือตำ่า ก็ไม่ได้ เป็ น ปั จ จั ย ที่ คุ ้ ม ครองหรื อ เพิ่ ม ความ เสี่ยงต่อการป่วยเพราะสาเหตุของโรค มีหลายอย่าง ดังจะกล่าวต่อไป

ท�าไมถึงเป็นโรคนี้ งานวิ จั ย ปั จ จุ บั น เชื่ อ ว่ า โรค นี้ มี ส าเหตุ ม าจากปั จ จั ย หลายอย่ า ง ประกอบกันได้แก่ 1.กรรมพั น ธุ ์ มียีนหลายตัว ที่ทำาให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ ไม่ได้ ตรงไปตรงมาเหมือนกรรมพันธุ์แบบ ปลู ก ต้ น ถั่ ว สู ง เตี้ ย ที่ เ คยเรี ย นกั น ใน สมั ย มั ธ ยม ที่ ก รณี นั้ น มี ยี น ของถั่ ว ที่ ค วบคุ ม ความสู ง ของต้ น เพี ย งยี น เดียว การมีหรือไม่มียีนจึงมีผลต่อการ

แสดงออกชัดเจน แต่ถ้ามียีนเสี่ยงโรค ซึมเศร้าเพียงยีนเดียวก็อาจป่วยหรือ ไม่ป่วยก็ได้ คำาอธิบายนี้ จะนำาไปสู่คำาถาม ที่ ผู ้ ป ่ ว ยหรื อ ครอบครั ว มั ก ถามก็ คื อ หมอบอกว่าเป็นกรรมพันธุ์แต่ไม่เห็น ญาติป่วยเลย คำาตอบก็คือ ญาติแต่ละ คนที่ผ่านมาอาจมียีนแฝงไม่ครบที่จะ ป่วย แต่หลังจากการแต่งงาน มีการ แลกเปลี่ยนยีนกันหลายรอบจนได้ยีน เสี่ยงมาครบที่จะป่วยได้ในตัวผู้ป่วยจึง แสดงอาการขึ้น 2.การเปลี่ ย นแปลงการ ทำางานของสมอง ปัจจุบันงานวิจัย พบความผิดปกติของสมองของผู้ป่วย โรคนี้ได้ในระดับสารเคมีสื่อนำากระแส ประสาท ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติ ของยีนเองดังที่กล่าวแล้ว, การป่วย ของสมอง อย่างโรคลมชัก โรคสมอง เสื่อม หรือโรคหลอดเลือดสมอง, การ


ได้รับยาหรือสารเคมีบางอย่างที่เข้าไป รบกวนการทำางานของระบบดังกล่าว ในสมอง เช่น สารเสพติด ยารักษาโรค หรือแม้แต่สารอาหารบางชนิด และที่ สำาคัญคือการกระตุ้นจากเหตุการณ์ ต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต 3.สภาพภายในจิ ต ใจของ คนๆ นัน้ ซึง่ เป็นผลรวมของกรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อมอย่างประสบการณ์ จากในครอบครัว ชุมชน โรงเรียน การ งาน วัฒนธรรมของชีวิตแต่ละคน ซึ่ง จิตใจจะเป็นผู้รับรู้ ตีความและตอบ สนองกับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามา 4.เหตุ ก ารณ์ แ วดล้ อ มที่ กระตุ้นการเกิดโรค • แม้ว่าเหตุการณ์ที่มักกระตุ้น การเกิดโรคครั้งแรกๆ ในทั่วไปจะเป็น เหตุ ก ารณ์ ใ นทางลบที่ รุ น แรง แต่ ก็ พบว่าเหตุการณ์ที่คนทั่วไปคิดว่าเป็น เรื่องในทางบวกอย่างการแต่งงาน มี ลูก ได้เลื่อนตำาแหน่ง อาจเป็นเหตุก ระตุ้นได้เช่นกัน • เหตุการณ์มักเกิดก่อนการ เกิ ด อาการในราวสั ป ดาห์ ห รื อ ไม่ กี่

เดือน แต่หลายเหตุการณ์ที่ดูเรื้อรังไม่ จบสิ้นเป็นเวลานาน ก็อาจทำาให้ป่วย ได้ เช่น การเจ็บป่วยที่เรื้อรัง • การป่ ว ยครั้ ง ต่ อ ๆ ไปของ โรคซึ ม เศร้ า จะเกิ ด ได้ โ ดยอาจมี เหตุ ก ระตุ ้ น เพี ย งเล็ ก น้ อ ยหรื อ ไม่ มี เลย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การป่วยครั้ง แรกได้สร้างการเปลี่ยนแปลงภายใน สมองอันได้แก่ ระบบการทำางานของ สารสื่อนำาประสาทไว้ดังที่กล่าวแล้ว • โดยสรุ ป การป่ ว ยโรคนี้ แต่ละคน แต่ละครั้ง อาจเกิดขึ้นจาก ปั จ จั ย หลายอย่ า งที่ มี นำ้ า หนั ก ไม่ เ ท่ า กัน จึงเป็นความเข้าใจผิดที่ว่าโรคนี้ จะเกิดเฉพาะหลังความเครียด ป่วย เพราะจิตใจอ่อนแอหรือเพียงเพราะ มียีนเกิดโรคนี้เท่านั้น

โรคซึมเศร้ามีกี่ลักษณะ แบ่งกว้างๆ เป็น 3 ลักษณะคือ 1.โรคซึ ม เศร้ า แบบรุ น แรง หรือ Major Depressive Disorder คือลักษณะของโรคที่เล่ามาข้างต้น ซึ่ง เกิดการป่วยซำ้าๆ แต่ละครั้งอาจห่าง

กั น เป็ น เดื อ นหรื อ ปี หรื อ กลายเป็ น ลักษณะที่ 2 ต่อไปได้ 2.โรคซึ ม เศร้ า แบบเรื้ อ รั ง หรื อ Dysthymic Disorder มั ก มี อาการไม่รุนแรงแต่เรื้อรังนานกว่า 2 ปี ทำาให้ผู้ป่วยไม่อาจทำางานได้เต็ม ความสามารถ และอาจเกิ ด อาการ หนักลักษณะที่ 1 สลับกลับไปมา 3.โรคซึ ม เศร้ า ที่ เ ป็ น เพี ย ง ช ่ ว ง ขั้ ว ห นึ่ ง ข อ ง โร ค อ า ร ม ณ ์ แปรปรวนแบบสองขั้ ว (Bipolar Disorders) ซึ่งอีกขั้วหนึ่งคือ mania ที่ มี อ าการพลุ ่ ง พล่ า น คื อ พู ด มาก แต่ไม่ต่อเนื่อง คิด และตัดสินใจเร็ว ใจร้อน โกรธง่าย โอ้อวด ใช้จ่ายมาก ความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น นอน น้อย และมักไม่รู้ตัวหรือไม่เชื่อและไม่ เดือดร้อนกับอาการของตน เนื่องจาก กำาลังพอใจตัวเองมาก

สรุป โรคซึ ม เศร้ า เป็ น โรคที่ อารมณ์ผิดปกติร่วมกับอาการ ทางกายหลายอย่ าง มี สาเหตุ หลายประการที่ ส ่ ง ผลต่ อ กั น และแตกต่ า งกั น ไปในแต่ ล ะคน แต่ ส ่ ง ผลเสี ย หายแก่ ผู ้ ป ่ ว ย และคนรอบข้างอย่างมาก บาง รายอาจถึงกับ¦่าตัวตาย การ วิ นิ จ ฉั ย และการรั ก ษาควรท� า โดยจิ ต แพทย์ ผู ้ เ ชี่ ย วชาญทั้ ง ในแง่การวินิจฉัยและการรักษา ซึ่ ง ได้ แ ก่ ก ารท� า จิ ต บ� า บั ด และ การให้ยา

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

69


กฤษณา ไกรสินธุ์

ผู้ปิดทองหลังพระ

70

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


COVERSTORY

เรื่อง: ก.เมธากร ภาพ: มหาวิทยาลัย รังสิต korawik_unapamnak22@hotmail.com

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

71


‘ดิฉันต้องการให้พวกเขาท�ำเองให้พึ่งตนเอง ถ้าเขาอยากกินปลา เราก็ควรสอนเขาตกปลาเอง ไม่ใช่ว่าเอาปลาไปให้เขากิน เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะไม่มีวันพึ่งตัวเองได้’

เภสัชกร ขวัญใจคนยาก ศาสตราจารย์ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เจ้าของรางวัลรามอน แม็กไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ประจ�ำปี พ.ศ. 2552 ประเทศ ฟิลิปปินส์ กล่าวถึงปณิธานอันแน่วแน่เมื่อครั้งที่เธอตัดสินใจลาออก จากต�ำแหน่งผู้อ�ำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา เพื่อไปช่วยเหลือ ชาวแอฟริกาก่อสร้างโรงงานผลิตยาต้านโรคเอดส์และยารักษาโรค มาลาเรีย

72

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ซึ่ ง เป็ น โรคที่ ค ร่ า ชี วิ ต ผู ้ ค น มากที่สุดในทวีปแอฟริกา พร้อมทั้ง ถ่ายทอดความรู้และฝึกสอนบุคลากร ของโรงงานผลิตยา โรงพยาบาล และ สถาบั น วิ จั ย และควบคุ ม คุ ณ ภาพยา แห่งชาติในทวีปแอฟริกา 15 ประเทศ ให้สามารถผลิตยาต้านเอดส์และยา รักษาโรคมาลาเรีย เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย ชาวแอฟริกาอีกหลายล้านคนโดยไม่ หวังผลก�ำไร ปัจจุบันเธออายุ 61 ปี เป็น คนเกาะสมุยโดยก�ำเนิด จบการศึกษา ระดั บ ปริ ญ ญาตรี ด ้ า นเภสั ช ศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2518 ระดั บ ปริ ญ ญาโทด้ า นเภสั ช วิเคราะห์ (Pharmaceutical Analysis) จากมหาวิทยาลัย Strathclyde สหราชอาณาจั ก รในปี พ.ศ. 2521 และระดับปริญญาเอกด้านเภสัชเคมี (Pharmaceutical Chemistry) จาก มหาวิทยาลัย Bath สหราชอาณาจักร ในปี พ.ศ. 2524 ในช่วงระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เธอท�ำงานในอุตสาหกรรม ยาในหลายบทบาท อาทิ การควบคุม คุณภาพยา การผลิตยา การวิจัยและ พั ฒนายา การพัฒนาธุรกิจเพื่อการ ค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีและ ผลิตภัณฑ์เภสัชธรรมชาติ “ดิฉันเป็นคนเกาะสมุย พ่อ เป็นหมอ แม่เป็นพยาบาล คุณตา เป็นหมอแผนโบราณ คุณยายเป็นแม่ ชี ดิฉันอยู่ในแวดวงนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ ว ก็ ม าเรี ย นคณะเภสั ช ศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ได้ อยากเรี ย นเภสั ช ฯ เท่ า ไหร่ ห รอก อยากเรียนทางศิลป์มากกว่า เพราะ เราก็ชอบดนตรี ละคร อะไรต่างๆ แต่ ที่ บ ้ า นก็ ทิ ศ ทางนี้ พอเรี ย นจบ

(ปริ ญ ญาโท สาขาเภสั ช วิ เ คราะห์ ม.สตราห์ ไ คลด์ และปริ ญ ญาเอก สาขาเภสั ช เคมี ม.บาธ ประเทศ อังกฤษ) ก็กลับมาเป็นอาจารย์อยู่ ม.สงขลานครินทร์ 2 ปี จึงลาออก มาท�ำงานอยู่ที่องค์การเภสัชกรรม” เหตุผลในการลาออกจากการ เป็ น อาจารย์ ข องเธอก็ คื อ “เบื่ อ ” เพราะยั ง ไม่ ไ ด้ ใช้ วิ ช าความรู ้ ที่ มี อ ยู ่ ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มที่ กอรปกับ นโยบายขององค์ ก ารเภสั ช กรรม นั้ น ตรงกั บ ปณิ ธ านของเธอเองคื อ ท�ำงานเพื่อผลประโยชน์ของรัฐและ ประชาชน และอีกประการส�ำคัญคือ เธอต้องการผลิตยาที่มีคุณภาพให้กับ คนไทยตามที่เธอได้ร�่ำเรียนมา

ผลิตยาเพื่อคนทั้ง ประเทศ โรคเอดส์ พ บในไทยครั้ ง แรกราวปี พ.ศ.2526 และเริ่มแพร่ กระจายไปสู ่ ผู ้ ที่ ไ ม่ รู ้ อิ โ หน่ เ หน่ เ พิ่ ม มากขึ้ น เรื่ อ ยๆ จนถึ ง ปี พ.ศ.2535 เช่ น ผู ้ ห ญิ ง บางคนติ ด เชื้ อ จากสามี แล้วแพร่ไปสู่ลูกในท้อง เหล่านี้เป็น ที่สงสารและหดหู่ใจแก่ผู้พบเห็นรวม ถึง ดร.กฤษณา เองด้วย เธอจึงตัดสิน ใจที่ จ ะช่ ว ยเหลื อ เด็ ก โชคร้ า ยเหล่ า นั้นด้วยเหตุผล “เด็กคืออนาคตของ ชาติ” หลังจากนั้นเธอจึงใช้เวลาศึกษา คิดค้นอยู่ 3 ปี กว่าจะส�ำเร็จได้ในปี พ.ศ.2538 ส่งผลให้ประเทศไทยเป็น ประเทศแรกของโลกที่สามารถผลิต ยาสามัญชื่อว่า “ยาเอดส์” ได้ “กว่าจะศึกษาและผลิตยา ขึ้นมาได้ก็ต้องเจอกับอุปสรรคหลาย อย่าง ตั้งแต่วัตถุดิบที่เราต้องน�ำเข้า มาจากต่างประเทศและน�ำมาพัฒนา

ให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับยาที่ผลิต จากต่างประเทศ ต้องไปเจอกับคนที่ ขัดขวางเราเกี่ยวกับการผลิตยาตัวนี้ ทั้งในองค์การเภสัชฯ เอง รวมทั้งใน ต่างประเทศด้วย ซึ่งชื่อของดิฉันถูก บรรจุอยู่ในแบล็กลิสต์ของบริษัทยา เกือบทุกบริษัท มีคดีต้องขึ้นโรงขึ้น ศาลกั บ บริ ษั ท ยาด้ ว ย ซึ่ ง คิ ด ว่ า คง มาจากเรื่องของผลประโยชน์ เพราะ ถ้าดิฉนั ผลิตยาได้ส�ำเร็จยอดขายของ ผู ้ ผ ลิ ต รายอื่ น ๆ ก็ ต ้ อ งตกแน่ น อน เพราะว่าราคาต่างกันค่อนข้างมาก” ยาตัวแรกที่เธอผลิตได้ คือ ZIDOVUDINE (AZT) เป็นยาที่ช่วย ลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก จากราคา เดิมแคปซูลละ 40 บาท แต่เธอผลิต เองได้ในราคา 7 – 8 บาทเท่านั้น จึง เป็ น ที่ ม าของเรื่ อ งราวการฟ้ อ งร้ อ ง จากบริษัทยา เพราะยาบางตัวเดิมที ขายอยู่ที่แคปซูลละ 284 บาท แต่เธอ ก็ท�ำในสิ่งไม่คาดฝันว่าจะผลิตออกมา ขายได้ในราคาแคปซูลละ 8 บาท ด้วยราคายาทีถ่ กู ลงจึงท�ำให้ ปริมาณผู้เข้าถึงยาในประเทศไทยเพิ่ม มากขึ้น จากเดิมที่รัฐบาลให้ความช่วย เหลื อ เรื่ อ งการแจกจ่ า ยยาแก่ ผู ้ ป ่ ว ย โรคเอดส์ จ�ำนวนพั น คน ก็ ส ามารถ เพิ่มได้ถึงหมื่นคน ลดค่าใช้จ่ายยาต้าน เอดส์ของผู้ป่วยจากเดือนละ 20,000 ถึง 30,000 บาทต่อคน เหลือเพียง เดือนละ 1,200 บาทต่อคนเท่านั้น

ร่อนเร่ผลิตยาเพื่อคน ทั้งโลก เมื่ อ เห็ น ว่ า การช่ ว ยเหลื อ คนในประเทศไทยในด้ า นยาต้ า น เอดส์เป็นไปอย่างน่าพอใจแล้ว เธอจึง คิดถึงประเทศเล็กๆ ผู้ด้อยโอกาสใน

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

73


ทวีปแอฟริกา หากพวกเขาได้รับการ ถ่ายทอดวิธีการผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ ด้วยตนเอง จะสามารถช่วยเหลือผู้คน ได้ ม ากขึ้ น เมื่ อ คิ ด ดั ง นั้ น เธอจึ ง ยื่ น เจตนารมณ์ไปยังองค์การอนามัยโลก หลั ง จากองค์ ก ารอนามั ย โลกทราบถึ ง เจตนารมณ์ จึ ง เชิ ญ ดร.กฤษณา ไปที่แอฟริกาทันที เพื่อ ก�ำหนดทิ ศ ทางว่ า จะสามารถช่ ว ย เหลือประเทศใดได้บ้าง อย่างไรก็ตาม รั ฐ มนตรี ก ระทรวงสาธารณสุ ข ของ ไทยในเวลานั้นก็ได้กล่าวแสดงความ ช่วยเหลือต่อที่ประชุมองค์การอนามัย โลกไปแล้ ว ก่ อ นหน้ า นี้ ท�ำให้ ท วี ป แอฟริกาพากันชื่นชมประเทศไทยกัน ยกใหญ่ เมื่อ ดร.กฤษณา กลับมาถึง เมืองไทย เธอถูกเรียกไปสอบถามว่า “องค์การเภสัชฯ จะได้อะไรจากการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีครั้งนี้?” ค�ำตอบ ของเธอก็คือ “ไม่ได้อะไรเลย ที่ดิฉัน อยากท�ำก็ เ พราะมั น เป็ น เรื่ อ งของ มนุษยธรรมและการช่วยเหลือเพื่อน มนุษย์ด้วยกัน” “เมื่อรู้ว่าไทยสามารถท�ำยา ต้ า นเอดส์ ไ ด้ นั ก การเมื อ งก็ อ ยาก ให้ประเทศไทยและตัวเองมีชื่อเสียง เขาไปประกาศในที่ประชุมองค์การ อนามั ย โลกที่ เ มื อ งเจนี ว า สวิ ต เซอร์แลนด์ว่า ประเทศไทยจะช่วย เหลื อ ประเทศแถบแอฟริ ก าในการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตยาต้าน เอดส์ พูดไปทัง้ ๆ ทีย่ งั ไม่รวู้ า่ ใครจะท�ำ เราในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบเพราะ เป็นคนเขียนโครงการช่วยเหลือ ก็ คิ ด ว่ า เราควรจะรั บ ผิ ด ชอบในค�ำ สัญญาถึงแม้ตัวเองจะไม่ได้สัญญา เลยลาออกแล้วเดินทางไปแอฟริกา 74

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

จริงๆ ก็ไม่ได้มีอุดมคติอะไรมากมาย เราท�ำหน้าทีท่ มี่ นุษย์คนหนึง่ พึงจะท�ำ คือช่วยเหลือคนอื่นเมื่อมีโอกาส นี่ เป็นค�ำสอนของคุณยายตั้งแต่เด็กๆ” ในที่สุด กันยายน พ.ศ.2545 ดร.กฤษณา จึงตัดสินใจลาออกจาก ต�ำแหน่ ง ผู ้ อ�ำนวยการสถาบั น วิ จั ย และพัฒนา เพื่อไปช่วยเหลือแอฟริกา อย่างเต็มตัว ทว่า การตัดสินใจในครั้ง นั้น ไม่มีใครเห็นด้วยกับเธอเลย แม้ รั ฐ มนตรี เ องก็ ไ ม่ ย อมเซ็ น ใบอนุ มั ติ ให้ ทั้ ง ยั ง ยื่ น ข้ อ เสนอให้ เ ธอเปลี่ ย น ต�ำแหน่งมาเป็นที่ปรึกษาองค์กร แล้ว น�ำยาไปขายในทวีปแอฟริกาแทน แต่ ก็ นั่ น แหละ เธอปฏิ เ สธทุ ก ข้ อ เสนอ แน่วแน่ ไม่เปลี่ยนแปลง... “ทวีปแอฟริกามีทั้งหมด 54 ประเทศ ที่ท�ำไปแล้ว 16 ประเทศ ซึ่ ง เป็ น ประเทศที่ ย ากจนที่ สุ ด ของ โลกเป็ น อั บ ดั บ หนึ่ ง จนถึ ง อั น ดั บ สี่ เราจะเลือกประเทศด้อยพัฒนาที่มี รายได้ ป ระชาชาติ ต�่ ำ มาก ต�่ ำ กว่ า 200 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี บ้านเรา 3,000-4,000 เหรียญ เราท�ำงาน ของเราเองก็ไม่ต้องพึ่งใคร ไม่ต้อง ให้คนโน้นคนนี้สั่งถึงท�ำ” แต่ เ ดิ ม ออกจากประเทศ ไทยใหม่ ๆ เธอได้ ท�ำงานในองค์ ก ร นานาชาติของยุโรป แต่ด้วยความรู้สึก ที่ว่า บางทีบางครั้งเธอต้องท�ำตามที่ เขาบอกให้ท�ำ ซึ่งบางทีอาจไม่จ�ำเป็น ส�ำหรับประเทศนัน้ ๆ เลย เธอจึงตัดสิน ใจท�ำโครงการส่วนตัวอย่างอิสระ ด้วย ความคิดว่าเธอเองสามารถพึ่งพาตัว เองได้ สามารถเดินทางไปไหนโดยไม่ ต้องของบประมาณจากใคร กว่า 10 ปี แล้วที่เธอท�ำโครงการส่วนตัวเพื่อช่วย เหลือประเทศต่างๆ

เหยียบแผ่นดินแอฟริกา “เมื่ อ ไปถึ ง ก็ ถ ามว่ า ไหน ล่ะ จะให้ท�ำยาตรงไหน เพราะมอง ไปก็ มี แ ต่ เ นิ น เขาเต็ ม ไปหมด นั่ น หมายความว่า เราต้องเริ่มตั้งแต่วาด แปลนโรงงานที่จะใช้ผลิตยากันเลย ปลุกปล�้ำอยู่ 3 ปี” การเดิ น ทางไปสอนวิ ธี ก าร ผลิ ต ยาที่ แ อฟริ ก าของเธอนั้ น มี จุ ด หมายปลายทางที่ประเทศ “คองโก” เป็นประเทศแรก เป็นการเดินทางที่ ต้องใช้ค�ำว่า “ไปตายเอาดาบหน้า” เพราะไปอย่างไม่รู้อะไรเลย หน�ำซ�้ำ ยั ง ไปคนเดี ย วอี ก ต่ า งหาก หลั ง จาก อยู ่ ที่ ค องโกได้ ไ ม่ น าน ก็ มี ค นมา ติดต่อให้เธอไปช่วยท�ำยา เนื่องจาก ทราบข่ า วการท�ำงานของเธอผ่ า น ทางหนั ง สื อ พิ ม พ์ ชื่ อ ดั ง ของประเทศ เยอรมันฉบับหนึ่ง และเธอสัญญาว่า จะไปช่วยสอนให้ตามค�ำขอ ด ้ ว ย ค ว า ม ที่ ก า ร ผ ลิ ต ย า ในทวี ป แอฟริ ก านั้ น ด�ำเนิ น ไปได้ อย่ า งเชื่ อ งช้ า หากรออย่ า งเดี ย วก็ คงเสี ย เวลาเปล่ า ในเวลาเดี ย วกั น ดร.กฤษณา จึ ง ต้ อ งเดิ น ทางไปที่ ประเทศด้ อ ยพั ฒ นาทั้ ง หลายทั่ ว ทั้ ง ทวีป เพื่อจะสอนให้คนในประเทศนั้น ผลิตยาเองได้ เพื่อจะน�ำมาช่วยเหลือ ผู้ป่วยภายในประเทศของตนเอง ไม่ ต้องเสียเวลารอความช่วยเหลือจาก ประเทศยักษ์ใหญ่ “บางคนมองว่าดิฉันบ้าหรือ เปล่ า ที่ จ ะไปสอนให้ ค นแอฟริ ก า ท�ำยา ความจริ ง มั น ท�ำได้ เพราะ แอฟริ ก าไม่ ไ ด้ มี แ ต่ ค นโง่ ทั้ ง ทวี ป ดิฉันเคยทะเลาะกับคนใหญ่คนโตที่


กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

75


เป็นชาวแอฟริกัน เนื่องจากเขามาพูดกับดิฉันว่า ‘เธอ ไม่มีทางท�ำอะไรในแอฟริกาได้ส�ำเร็จ เพราะเธอไม่ใช่ คนแอฟริกัน เธอไม่รู้จักคนแอฟริกันดี’ ดิฉันโกรธมาก เพราะรู ้ สึ ก ว่ า เขาเป็ น คนแอฟริ กั น แท้ ๆ ยั ง ดู ถู ก พวก เดียวกันเอง เลยสวนกลับไปว่า ‘ถ้าฉันท�ำยาได้ส�ำเร็จ เมื่อไหร่คุณเป็นคนแรกที่ฉันจะบอก’ แล้วดิฉันก็บอกเขา เป็นคนแรกจริง ๆ” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ายาต้านไวรัสเอดส์ ชื่อ AFRIVIR ซึ่งมีส่วนผสมเหมือนกับยาที่ประเทศไทยทุกอย่างจะถูก ผลิตขึ้นได้ส�ำเร็จในประเทศที่มีความขัดแย้งมากที่สุดใน โลก คือประเทศคองโก “ทวีปแอฟริกา” เป็นแห่งแรก หลายคนอาจสงสัยว่าตัวยาก็เหมือนกัน ท�ำไมไม่เอายาจาก ประเทศไทยไปขายเสียเลย – ค�ำตอบของเธอชัดเจนครับ “ดิ ฉั น ต้ อ งการให้ พ วกเขาท�ำเองให้ พึ่ ง ตนเอง ดิฉันเชื่อว่า ถ้าเขาอยากกินปลา เราก็ควรสอนเขาตก ปลาเอง ไม่ใช่ว่าเอาปลาไปให้เขากิน เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะไม่มีวันพึ่งตัวเองได้” ยาตัวแรกที่ ดร.กฤษณา เป็นคนคิดค้นและผลิต เองได้ในปี 2546 ที่ทวีปแอฟริกา คือ ยามาลาเรีย เพราะ อัตราการเสียชีวิตของคนแอฟริกันใน 1 ปี จะเสียชีวิตด้วย 76

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

โรคมาลาเรียกว่า 2 ล้านคน และเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ ราว 1 ล้านคน ยามาลาเรียจึงจ�ำเป็นอย่างมาก กอรปกับ เมืองไทยเคยวิจัยยาต้านมาลาเรียจากสมุนไพรจีนมาแล้ว เธอจึงน�ำความรู้ตรงนี้มาช่วยเหลือ ส่งผลให้ยามาลาเรีย เป็ น ยาที่ ข ายดี ที่ สุ ด ในประเทศ “แทนซาเนี ย ” ชื่ อ ยา THAI-TANZUNATE ซึ่งเป็นยามาลาเรียที่ราคาถูกที่สุดใน โลก เดิมบริษัทยาอื่นขายกันที่ราคาเม็ดละ 8 ยูโร ประมาณ 360 บาท แต่ราคาที่เธอผลิตได้อยู่ที่ราคาเม็ดละ 80 เซ็นต์ คือ 36 บาทเท่านั้น “เนื่ อ งจากไปท�ำงานในประเทศที่ ด ้ อ ยพั ฒ นา มากเพราะฉะนั้นก็เริ่มต้นจากศูนย์ เราก็เป็นจุดเล็กๆ ที่ ไปช่วยสร้างให้คนมีความรู้ความสามารถ ยกตัวอย่าง ประเทศโมซัมบีค มีประชากร 22 ล้านคน มีเภสัชกรทั้ง ประเทศแค่ 80 คน มีเภสัชกรรุ่นแรกที่จบมาเกือบ 10 ปี แค่ 3 คน ฉะนั้นไม่มีนักวิจัยหรอก เราก็ไปเริ่มงานกับใคร ก็ได้ไม่จ�ำเป็นต้องเป็นเภสัชกร ทุกคนก็ท�ำได้ทั้งนั้นแหละ ก็ต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสถานที่นั้นๆ บางที่ เราก็ต้องดัดแปลงเพื่อท�ำยาให้ได้ในสภาวะที่ขาดแคลน วัตถุดิบใช้จากประเทศจีน ตัวเองเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ นั่นเลยได้ซื้อวัตถุดิบในราคาที่ถูกมาก บางที่จีนก็บริจาค


เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตยามาให้ ด้วย”

เส้นบางๆ ระหว่างอุทิศ ชีวิตกับเสี่ยงชีวิต ท่ า มกลางกลิ่ น อายความ รุ น แรงที่ ยั ง ไม่ เ จื อ จางในคองโก ปรากฏแสงสว่างวาบขึ้นราวกับแสง อาทิ ต ย์ แจ่ ม จ้ า ในยามค�่ ำ คื น , เธอ ตื่ น ขึ้ น กลางดึ ก ด้ ว ยความแปลกใจ ว่ า ท�ำไมเช้ า นี้ จึ ง มาถึ ง เร็ ว กว่ า ปกติ นัก นั่นเป็นความเข้าใจผิด มันไม่ใช่ ปรากฏการณ์ ใ ดๆ หากเป็ น ระเบิ ด ที่ ถู ก ยิ ง มาตกข้ า งๆ บ้ า นพั ก ของ ดร.กฤษณา ซึ่ ง เป็ น ความผิ ด พลาด ของผู้ยิง เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือ บ้านของเธอเอง “ ร ะ เ บิ ด ที่ เข า ยิ ง ม า มี เป้ า หมายที่ บ ้ า นพั ก ของดิ ฉั น แต่ เขากะพลาดไปหน่ อ ย เลยไปตก ข้างๆ บ้านแทน คิดว่าคงเป็นฝีมือ ของพวกที่ เขาคิ ด ว่ า ดิ ฉั น เป็ น ศั ต รู นั่นแหละค่ะ” มีหลายเหตุหลายปัจจัยที่เธอ อาจถูกมองว่าไม่น่าไว้วางใจในทวีปที่ แร้นแค้น แต่ประการส�ำคัญก็คือการ ที่เธอมาช่วยสอนผลิตยา ท�ำให้ราคา ยานั้ น ถู ก ลงอย่ า งน่ า ใจหาย สร้ า ง ความเสี ย หายแก่ บ ริ ษั ท ยาที่ ข ายอยู ่ เดิม แต่จุดประสงค์ในการท�ำงานของ เธอมีอย่างเดียวคือ “ช่วยเหลือเพื่อน มนุ ษ ย์ ” แม้ จ ะอยู ่ ท ่ า มกลางความ รุนแรงและโรคติดต่อต่างๆ นาๆ ในวันที่ร้อนอบอ้าวขนาดเอา สเปรย์ฉีดหน้าแล้วระเหยไปในทันใด ดร.กฤษณาได้ รั บ ค�ำเชื้ อ เชิ ญ จากผู ้ อ�ำนวยการองค์การเภสัชฯ ว่าอยาก ให้ เ ธอไปช่ ว ยเหลื อ เรื่ อ งการผลิ ต ยา

ในประเทศ “ซู ด าน” ณ เวลานั้ น ประเทศซู ด านมี ค วามขั ด แย้ ง ทาง ศาสนาอย่ า งรุ น แรงทางตอนเหนื อ และตอนใต้ ซึ่ ง มี ก ารสู ้ ร บกั น ตลอด เวลา, เธอจึงถามผู้เชื้อเชิญว่า “ถ้าให้ ดิฉันไปช่วยประเทศซูดานทางเหนือ จะท�ำยาแล้วส่งไปช่วยทางใต้ได้หรือ เปล่า?” ค�ำตอบที่เธอได้รับคือ ‘ไม่ได้’ เธอจึ ง ปฏิ เ สธการช่ ว ยเหลื อ ในทันที “จุดประสงค์ของดิฉัน คือ อยากให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้ยา แต่ ถ้าเขายังมาแบ่งแยกกันอยู่ว่า ถ้า นับถือศาสนานี้จะไม่แบ่งยาให้ เราก็ ไม่อยากที่จะไปสอนให้เขาท�ำ” ครั้งหนึ่งที่ไนจีเรีย ดร.กฤษณา ถูกเชิญไปบรรยายและช่วยเหลือด้าน อุตสาหกรรมยา เธอเดินทางไปเพียง คนเดี ย วเหมื อ นกั บ หลายครั้ ง ที่ ผ ่ า น มา แต่การเดินทางไปถึงสนามบินใน ยามวิกาลนับเป็นอันตรายอย่างมาก แล้ ว เหตุ ก ารณ์ ไ ม่ ค าดฝั น ก็ เ กิ ด ขึ้ น ระหว่างทาง “ปกติในตอนกลางวัน ที่นั่น ก็อัน ตรายมากอยู ่ แล้ ว แต่ ดิ ฉัน เดิ น ทางไปถึงสนามบินตี 1 ครึ่ง ไปคน เดียวด้วย ไม่มีใครมารับ ก็น่ังแท็กซี่ ไป ถูกคนเอาปืนมาจี้ 5 ครั้ง แต่ดิฉัน ไม่มีทรัพย์สินอะไรติดตัวไปเลย มีแต่ เสื้อผ้ากับเงินอีก 100 เหรียญ ก็บอก เขาไปว่า ‘ฉันมาช่วยคนในประเทศ เธอนะ อยากได้อะไรก็เอาไปเลย’ สรุ ป ว่ า ทั้ ง 5 ครั้ ง ที่ มี ค นมา จี้ ไ ม่ มี ใ ครเอาเงิ น ของดิ ฉั น ไปเลยสั ก เหรียญเดียว แต่ระยะทาง 20 กม.ต้อง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เพราะมัวแต่เสียเวลาโดนจี้ เดินขึ้นลงรถ พูดค�ำเดิมอยู่นั่นแหละ เขาขู่

เราด้วยค�ำเดิมๆ เราก็ตอบไปเหมือน เดิม ไม่รู้ด้วยว่าคนที่จี้หน้าตาเป็นยัง ไง เพราะมั น มื ด มาก เห็ น แต่ ลู ก ตา กับฟัน”

เก็บเกี่ยวระหว่าง ทางชีวิต ตลอดระยะเวลาแห่ ง การ ท�ำงานทั้ ง ในไทยและแอฟริ ก า มี รางวั ล เกี ย รติ ย ศผ่ า นเข้ า มาในชี วิ ต เธอมากมาย เธอว่ามันไม่ใช่เป้าหมาย ของชีวิต ซ�้ำยังไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับ รางวัลที่ได้รับแม้แต่น้อย

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

77


78

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


“ไม่ ไ ด้ รู ้ สึ ก ดี ใจตื่ น เต้ น กั บ รางวัลที่ได้รับ อันนี้เป็นมานานแล้ว ตั้ ง แต่ เรี ย นหนั ง สื อ จนจบปริ ญ ญา ตรี-โท-เอก ไม่เคยไปรับปริญญาสัก ใบ คนเราจะมีคุณค่าอยู่ที่การกระ ท�ำไม่ใช่ปริญญา แต่ก็ขอบคุณที่เขา เห็นคุณค่าเรา ปีท่ีได้รางวัลแมกไซไซ สาขาบริ ก ารสาธารณะ ประจ�ำปี 2552 ปีนั้นได้รับรางวัล 19 รางวัล บางรางวั ล ก็ ส ่ ง คนอื่ น ไปรั บ แทน เพราะไปไม่ไหว ต้องเดินทาง งานก็ ต้องท�ำ ทุกรางวัลก็ส่งกลับบ้าน ไม่ ได้อยู่ที่ตัวเอง” หลายคนอาจสงสัยว่าอะไรกัน ที่สร้างให้ผู้หญิงคนหนึ่งกล้าคิด กล้า ท�ำได้ถึงขนาดนี้ เส้นทางระหว่างชีวิต ของเธอยาวเหยียดและเร่ร่อน ต้องไป อาศัยใช้ชีวิตในถิ่นที่กันดาร อันตราย และไม่ มี ค วามแน่ น อนใดๆ ทั้ ง ไม่ มี เครื่ อ งอ�ำนวยความสะดวกเหมื อ น ที่ บ ้ า นตนเองแม้ แ ต่ น ้ อ ย มั น ไม่ ใช่ การไปเที่ยวเพียง 1 หรือ 2 สัปดาห์ หากมันกินระยะเวลายาวนานหลาย ปี วันนี้เธออาจอยู่ประเทศนี้ วันพรุ่ง นี้เธออาจต้องไปอีกประเทศหนึ่งก็ได้ เป็นการท�ำงานอย่างอิสระก็จริง แต่ ต้องใช้ความเพียรและและความอุสา หะเป็นอย่างมากในการอุทิศตัวเพื่อ มนุ ษ ยธรรม จนเธอเองได้ รั บ ฉายา จากชาวแอฟริกันว่า “เภสัชกรยิปซี” “ความเพี ย รเนี่ ย ดิ ฉั น คิ ด ว่ า ไม่ มี ใ ครสู ้ ใ นหลวงได้ เ ลย ท่ า น ไม่ ใช่ ค นแล้ ว นะคะ ท่ า นเป็ น เทพ ไปแล้ว ท่านเป็นต้นแบบของทุกๆ อย่ า ง เวลาเราท้ อ เวลาเราเหนื่ อ ย ถ้าเรานึกถึงในหลวงเราคงท้อไม่ได้ หรอก สิ่งที่เราท�ำมันน้อยมากเลยถ้า เทียบกับสิ่งที่ท่านท�ำ โครงการของ

พระองค์ เ องตั้ ง สี่ พั น กว่ า โครงการ ของดิ ฉั น มี ไ ม่ กี่ โ ครงการเอง ท่ า น เป็ น ต้ น แบบที่ ดี ใ ห้ แ ก่ เ ราทุ ก คน ต้นแบบของความเพียรที่ไม่รู้จักจบ สิ้น เหมือนที่ท่านบอกว่าเราควรปิด ทองหลังพระเยอะๆ เดี๋ยวมันก็ล้นมา ข้างหน้าเอง” การนึ ก ถึ ง พระเจ้ า อยู ่ หั ว นึ ก ถึ ง สิ่ ง ที่ พ ระองค์ ท�ำเป็ น แรงผลั ก ดันให้ ดร.กฤษณา ท�ำงานได้โดยไม่รู้ สึกท้อ เป็นเสมือนตัวอย่างและแรง บั น ดาลใจสู ง สุ ด ให้ เ ธอใช้ ชี วิ ต อย่ า ง พอเพียงและมุ่งท�ำเพื่อผู้อื่นตามก�ำลัง และความสามารถของตน “ถ้าเราน�ำทฤษฎีในเรื่องของ ความพอเพี ย งมาใช้ ประเทศเรา ก็ จ ะไม่ วุ ่ น วายเหมื อ นทุ ก วั น นี้ เรา เป็ น ประเทศการเกษตร เราก็ ไ ม่ รู ้ จะเน้นอุตสาหกรรมไปท�ำไม ถ้าเรา ไม่ มุ ่ ง เน้ น วั ต ถุ นิ ย มมากนั ก เราก็ จ ะ ไม่เดือดร้อน เราก็อยู่แบบพอเพียง ของเรา ซึ่งประเทศไทยมีทรัพยากร เยอะแยะไปหมดเลย แต่เราอาจจะ ต้องการวัตถุมากเกินไปรึเปล่า เรา ถึงล�ำบากอย่างนี้ เราไม่ค่อยมีความ พอเพียงเท่าไหร่” ดร.กฤษณา เผยว่ า การเดิ น ทางท�ำให้เธอรู้จักตัวเองมากขึ้น ทั้ง ยังแข็งแรงขึ้นในด้านของร่างกายและ จิตใจ มีความสุขได้ง่าย เข้าหาธรรมะ ได้ง่ายขึ้น พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี “เรา ไปอยู ่ กั บ คนจนอย่ า คิ ด ว่ า เขาจน แล้วจะมีความทุกข์ เรามีความทุกข์ มากกว่ า เพราะยึ ด ติ ด กั บ วั ต ถุ ม าก เกินไป พอไปอยู่ที่นั่นเหมือนเป็นการ ไปปฏิ บั ติ ธ รรม เหมื อ นไปเข้ า ค่ า ย อะไรอย่างนั้น รู้สึกตัวเองโชคดี แล้ว คิดว่าจะเอาอะไรกันนักหนา เรามี

ชีวิตอยู่วันหนึ่งก็พอแล้ว เราก็ท�ำวัน นี้ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง” ท้ า ยนี้ ขอน้ อ มน�ำพระราช ด�ำรั ส ในหลวงมาเป็ น บทสรุ ป ที่ ว ่ า “การท�ำงานด้วยน�้ำใจรัก ต้องหวัง ผลงานนั้ น เป็ น ส�ำคั ญ แม้ จ ะไม่ มี ใครรู้ใครเห็น ก็ไม่น่าวิตก เพราะผล ส�ำเร็จนั้น จะเป็นประจักษ์พยานที่ มั่นคง ที่พูดเช่นนี้ เหมือนกับสอน ให้ปิดทองหลังพระ การปิดทองหลัง พระนั้น เมื่อถึงคราวจ�ำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบ ปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่า ไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิด ทองแต่ ข ้ า งหน้ า ไม่ มี ใ ครปิ ด ทอง หลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งาม บริบูรณ์ไม่ได้”

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

79


ROUNDABOUT

เรื่อง : เจ้าจุก

โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม นับเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม สถานศึกษาที่สร้างบุคคลส�ำคัญระดับประเทศมาหลายต่อหลายคน กิจกรรมขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในครั้งนี้ได้รับความสนใจ จากน้องๆสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกันเป็นจ�ำนวนมาก

กิจกรรมต่อยอดปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่ ระดับประถมศึกษา ครั้ ง แรกในปี ก ารศึ ก ษานี้ กั บกิ จ กรรมต่อย อดปรั ช ญาของเศรษฐกิ จ พอเพี ย งสู ่ ร ะดั บประถม ศึกษา ณ โรงเรียนมหาวีรานุวัตร ซึ่งด�ำเนินกิจกรรม โดยน้องๆแกนน�ำจากโรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย ซึ่ง บรรยากาศของกิจกรรมในครั้งนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสนุกสนานตลอดกิจกรรม

ดร.ทรงพร กล่าวถึงกิจกรรม Drive For Fun บนเส้ น ทาง 77 กิ โ ลเมตรว่ า เป็ น การทดสอบความคล่ อ งตั ว อั ต รา การออกตั ว ของเครื่ อ งยนต์ บนเส้ น ทาง มอเตอร์เวย์ มุ่งสู่อ�ำเภอสามโคก จังหวัด ปทุมธานี เพื่อเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ที่ทันสมัยของโรงงานน�้ำดื่มสยามแห่งที่ 2 ต่อด้วยการท�ำบุญไหว้พระ เพื่อความเป็น สิริมงคลที่วัดโบสถ์ เสร็จแล้วไปทานอาหาร กลางวัน เมนูกุ้งนักเลงโต ในบรรยากาศ ชายน�้ำ ริมฝั่งแม่น�้ำเจ้าพระยา พร้อมแวะ จิบกาแฟ จากนั้นเดินทางกลับ ด้วยเส้น ทางบางพูนขาเข้ากรุงเทพฯ

80

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


โสสุโก้ร่วมสนับสนุนการสร้าง กระปุกหมูลูกโป่ง ระดมทุนช่วย เหลือผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาล รามาธิบดี บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จ�ำกัด ผู้จัดจ�ำหน่ายกระเบื้องเซรามิกปูพื้นและบุผนังโส สุโก้ ร่วมสนับสนุนเงินทุนจ�ำนวน 500,000 บาท แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ในการสร้างกล่องรับบริจาค รูปกระปุกหมูจ�ำนวน 2 ตัว จากทั้งหมด 21 ตัว ซึ่งได้น�ำไปจัดวางอยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลา ซา 21 สาขาทั่วประเทศ ในกิจกรรม “ทุกพื้นที่ มีการให้...ไม่สิ้นสุด” เพื่อระดมเงินบริจาคจาก ประชาชนสมทบทุนโครงการพัฒนาอาคารและจัดหาเครื่องมือแพทย์เพื่อผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วัน นี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 กิตติชัย ไกรก่อกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (จ�ำกัด) กล่าวว่า “ภายใต้แนวคิดในการด�ำเนินธุรกิจที่ว่า ‘ใส่ใจทุกเรื่อง กระเบื้องโสสุโก้’ นั้น นอกจากการใส่ใจในเรื่องคุณภาพของสินค้า และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้ว โสสุโก้ยังใส่ใจในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม ในโอกาสนี้บริษัทฯ จึงได้บริจาคเงิน 500,000 บาท ส�ำหรับการผลิต กล่องรับบริจาคเงินรูปกระปุกหมูลูกโป่งขนาด 90×160×90 ซม. โดยกระปุกหมูที่โสสุโก้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิตนั้น ตั้งอยู่ ที่เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต และเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว”

โรงเรียนราชวินิตบางแคปานข�ำ

กิจกรรมวันเด็กร่วมกับสภากาชาดไทย

อุดมวิชา ศรัทธาคุณธรรม กิจกรรมเสริมส่ง คือ ปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนราชวินิตบางแคปานข�ำ ที่ได้ เข้าร่วมกิจกรรมกับ “ครอบครัวพอเพียง” โดยน้องๆให้ ความสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจ�ำนวนมาก

เป็นประจ�ำทุกๆปีกับกิจกรรมวันเด็กร่วมกับสภากาชาดไทย ที่ต้องมีครอบครัวพอเพียงไปสร้างสีสันให้กับงานและมอบความสนุก ให้กับน้องๆที่มาร่วมงาน รวมไปงานในปีนี้ที่ทางนิตยสาร Is Am Are ได้ไปมอบนิตยสารให้กับน้องๆและท่านผู้ปกครองในงานวันเด็ก อีกด้วย

กุมภาพันธ์ 2557 IS AM ARE

81


GOODREADS

It does not matter how slowly you go So long as you do not stop.

82

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


แ จ ก ฟ รี ! !

เสื้อยืดสุดเท่ เสื้อยืดครอบครัวพอเพียง Limited Edition ส�ำหรับผู้ที่สมัครสมาชิกนิตยสาร Is Am Are ครอบครัวพอเพียง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด่วน!!..มีจ�ำนวนจ�ำกัด *รายละเอียดการสมัครสมาชิกหน้า 19* ช�ำระเงินโดยโอนเข้าบัญชี มูลนิธิครอบครัวพอเพียง ธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) สาขา สะพานขาว บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 109-072874-0 กรุณาส่ง FAX ใบสั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียงพร้อมหลักฐานการช�ำระเงินมาที่ มูลนิธิครอบครัวพอเพียง โทรศัพท์ 02-983-7312-3, โทรสาร 02-983-7314 www.ariyaplus.com

มภาพันธ์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวกุเรานะครั บ!! 2557 IS AM ARE

83


84

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

Is am are feb 57  
Is am are feb 57  
Advertisement