Page 1

IS AM ARE

พอคือผูปูทางสรางชีวิต

เนรมิตแผนดินถิ่นสวรรค

ธันวาคม 2556

ฉบับที่ 71


เนื่องในโอกาสมหามงคล วันคลายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา

2

ดวยเกลาดวยกระหมอม ขอเดชะ ขาพระพุทธเจา คณะกรรมการ คณะผูบริหารและพนักงาน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จํากัด (มหาชน)

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


..ผู้หนักแน่นในสัจจะ พูดอย่างไร ท�าอย่างนั้น จึงจะได้ รับความส�าเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือ และความยกย่อง พ่อคืญอจากคนทุ ผู้ปูทางสร้กฝ่างชี เนรมิ สรรเสริ าย.วิตการพูดแล้ วท�ตา แผ่ คือนพูดิดนจริถิ่นงท�สวรรค์ าจริง จึง ธ รวมใจไทยใหญ่ อยชีวันงเสริมเกียพัรติ ฒนาสร้ างสรรค์ นั้นเเพื เป็นปัจจัยส�นาคั้อญยร้ในการส่ คุณของบุ คคลให้ ด่น่อชัใคร ด เพื่อประชาทวยราษฎร์ ไ ด้ ส ร้ า งสุ ข ด้ ว ยแนวทางพ้ น ทุ ก ข์ ว ิ ม ุ ต ติ และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและใส ไทยจะอยู ่คู่ไทยด้วพระบรมราโชวาท ยน�้าใจ าธารรินไหลไม่ญเหืญาบั อดดิตนร ส่วนรวม..." ในพิดัธ่งีพล�ระราชทานปริ ธ ทรงงานเหนื ่อยหนักมานานนั ก ย วันทรงพิ ักษ์แผ่นดิน๒๕๔๐ ถิ่นสวรรค์ ของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลั ที่ ๑๐ทกรกฎาคม ไทยทุกผู้ทั่วทุกภาคชื่นบานกัน สดุดีองค์ราชันพรรณพิไล ขอตอบแทนด้วยหัวใจข้าฯไพร่ฟ้า ขอเกิดมาชาติหน้าเป็นไทยให้ ขอซื่อสัตย์ต่อค�าสอนลุกาลไป น้อมดวงใจขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและทีมงาน นิตยสารครอบครัวพอเพียง ประพันธ์ : กรวิก อุนะพ�านัก

ภาพ : พีระ โภคทวี


·Ñ¡·Ò¡ѹ¡‹Í¹

สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุ ม ารี พระราชทาน ส.ค.ส. ปีใหม่ ๒๕๕๗ ซึ่งมีภาพวาดฝีพระหัตถ์รูป ม้า พร้อมข้อความอวยพรแก่ปวงชนชาวไทย

"ส.ค.ส. ๒๕๕๗ ปมะเมีย ปม้าเพื่อนผู้รู้ใจ ปมะเมียนั้นหรือคือปม้า หมายความว่า เรี่ยวแรงแข็งขัน เครื่องจักรนับเป็นแรงม้ามานานวัน เพราะม้านั้นเป็นพาหนะแต่โบราณ ม้าแสนรู้เรียกว่าม้าอาชาไนย เป็นเพื่อนใจส�าเหนียกดังเรียกขาน ถึงปม้าม้าพาให้เบิกบาน ด้วยทุกท่านชื่นจิตมีมิตรดี”

บริเวณ ใกล้คียง ก็ค่อนข้างจะอึกกระทึกกันเลยทีเดียว จะว่า ไปสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นก็ไปตรงกับโอวาทปาฏิโมกข์ของท่าน พุทธทาส ที่ว่า สพฺเพ ธมฺมา นาล� อภินิเวสาย (อ่านว่า สัพเพ ธัมมา นาลัง อะภินิเวสายะ) สรรพสิ่งทั้งหลาย ทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เมื่ อ ใดก็ ต ามผู ้ ที่ ถื อ ต� า แหน่ ง ‘ผู ้ น� า ’ ขาดสิ้ น ซึ่ ง ธรรมาภิบาล ไม่มีความพอเพียง ไม่พอประมาณต่ออ�านาจที่ ตนเองมี ขาดเหตุผลในหลักกฏข้อบังคับต่างๆ ลุต่ออ�านาจ และ ไม่มีแม้ภูมิคุ้มกันในจิตใจที่ดี และขาดความรู้ที่จะบริหารบ้าน เมืองให้ถูกต้อง ถูกธรรม และสุดท้ายไร้ซึ่งคุณธรรมต่อส่วนรวม หมกมุ่นแต่เรื่องของส่วนตัว ใช้บารมีจากอัตราจ้าง หรือสินบนว่า ถ้าผู้ใด เดินตาม จะได้รับต�าแหน่งที่จะสวมให้ เมื่อทุกอย่างเริ่ม ผิด เหมือนการติดกระดุมเม็ดแรกที่ผิด กระดุมเม็ดต่อๆไป ก็ไม่ อาจจะเข้ารูป เข้ารอยได้ฉันนั้น ก็ฝากมายังท่านผู้อ่านและสมาชิกครอบครัวพอเพียง ทุกท่านให้ จิต ของทุกท่านรู้ตื่นและเบิกบานกับความสุข ใน บริบทของท่านเอง และมีสุขภาพดีด้วยจิตใจที่ใสสะอาด หยุด การนินทา ว่าร้าย หยุดการกล่าวโทษ ผู้อื่น เพียงเพราะหูเบา เขลาปัญญา บารมีจากการหยุดนี้ จะสะสมรวมกับทานบารมี ส่งผลให้ทุกๆท่านมั่งมีความรวย ตลอดกาล ตลอดไปพบกัน อีกที ปีใหม่นะค่ะ.

ฉบับส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บก.ได้น้อมน�า ส.ค.ส. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน แก่ ป วงชนชาวไทย ในปี ใ หม่ ๒๕๕๗ เพื่ อ เป็ น มงคลต่ อ ท่านผู้อ่านและสมาชิกครอบครัวพอเพียงทุกท่านค่ะ จะว่าไป ขณะที่ก�าลังเขียนบทความนี้ สถานการณ์บ้านเมืองด้านนอก บริเวณถนนราชด�าเนินใน ราชด�าเนินนอก สะพานผ่านฟ้าและ ประธานกิตติมศักดิ์ : คุณหญิงพวงรัตน วิเวกานนท์, วิชัย ศรีขวัญ, ปรีชา วัชราภัย, เบญจวรรณ สร่างนิทร นนทิกร กาญจนะจิตรา (เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ : พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์, พุธทรัพย์ มณีศรี, ชมนาด พงศ์พนรัตน์, ดร.เสรี พงศ์พิศ, เกริกเกียรติ์ เอกพจน์, นงลักษณ์ หอตระกูล ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์, รังสิมา จารุภา, ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ประธานด�าเนินการ : ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษา : วริมา โพธิสมบัติ, วัลภา บุรุษพัฒน, ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน, ดร.ขนิษฐา สารพิมพา, ฌิชศีล ตันติเวชกุล, จริยา รอดเที่ยง, สุชานี แสงสุวรรณ บรรณาธิการ : อภีม คู่พิทักษ์ ศิลปกรรม : เอกรัตน์ คงรอด โรงพิมพ์ : pprint(2012)lp จัดจ�าหน่าย : บริษัท เวิลด์ ออฟ ดิสทริบิวชั่น จ�ากัด ส�านักงาน : นิตยสารครอบครัวพอเพียง 31/2 ซอยทองหล่อ 2 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ : 0-2983-7312-3 โทรสาร : 0-2983-7314 เว็ปไซต์ : www.ariyaplus.com E-mail : ariyaplus@hotmail.com 4

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


CONTENTS มูลนิธิชัยพัฒนา จากจิตศรัทธา...ประชาราษฎร์ ใบสมัครสมาชิก ธรรมะติดปีก การบริจาคอวัยวะ เกิดชาติหน้าอวัยวะไม่ครบ? ดวงชะตาแสนกล ความเป็นฅน ความเป็นครู จุดเริ่มต้นของชีวิตครู หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว โดย Andrew Bigg ส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 1330 ร้องเรียน ร้องทุกข์ รับฟัง เด็กวันวานเด็กวันนี้ อ.พุธทรัพย์ มณีศรี ตัวไกลหัวใจอยู่ใกล้ ดร.ไสว บุญมา ECONOMIXED เศรษฐศาสตร์ชาวนา IS AM ARE ต�าบลปากทรง ชุมพร หยุดภัยคุกคาม ให้คนอยู่ปายัง ด้วยวิธีพอเพียง ปฎิบัติการชุมชนรักษ์น�้าตามแนวพระราชด�าริ WORLDWISDOM นิทานโบราณคดี สืบพระศาสนาในอินเดีย ตอนที่ 2 ทุนเรียนฟรี อาจารย์ปิงและครูสมศรี คุยนอกกรอบ ท�านาไร่เดียว รวยเป็นแสน BONVOYAGE Do nothing in Pai ROUNDABOUT GOODREADS

6 19 20 22 24 26 27 28 30 34 36

40 54 59 60 67 68 78 80 82

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

5


6

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


จากเหตุการณน้ําทวมที่เกิดขึ้น ประชาชนหลายลานคนไดรับความเดือดรอนไมวาทั้ง เดือดรอนทั้งทางใจและทางกาย แตดวยเหตุการณนี้เองที่ทําใหเรารูวา เราคนไทย นั้นรักกันมากเพียงใด ไมวาจะเปนการรวมกันทุมเททั้งดานแรงเงินหรือแรงงานเพื่อ ชวยเหลือหรือแบงเบาความทุกขของกันและกันมูลนิธิชัยพัฒนาเองก็มีสวนชวยเหลือ ประชาชนที่ประสบกับอุทกภัยในครั้งนี้ดวย ไมวาจะเปนการตั้งศูนยชวยเหลือฟนฟู ผูประสบภัยน้ําทวมในจังหวัดตางๆ หรือการนําเรือเขาไปแจกถุงยังชีพพระราชทานใน พื้นที่ที่ประชาชนไมสามารถออกมาขอความชวยเหลือจากภายนอกได เจาหนาที่ทุก คนลวนแตทุมเทแรงกายแรงใจกันอยางเต็มที่ ซึ่งสิ่งที่สําคัญที่สุดที่ทําใหคนเราชวย เหลือกันไดมากขนาดนี้ นั่นคือ การมีจิตศรัทธาที่จะชวยเหลือผูอื่น

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

7


“ฉันดูในโทรทัศน์เห็นคนเอาที่ถวายให้ในหลวง ฉันก็ปิติน�้ำตาไหลทุกครั้ง เลยบอกกับลูกว่า แม่อยาก เอาที่ถวายในหลวง...มาวันนี้ได้เห็นการพัฒนาที่นี่แล้ว ฉันก็ปลื้มใจ ไม่เสียดายเลย มีแต่ปลื้มใจที่ได้ท�ำบุญ กับในหลวง” และไม่เพียงเท่านั้น... ครั้นสอบถามไปมาถึงแนวคิดว่า ท�ำไมถึงอยากบริจาคที่ดินให้มูลนิธิคุณยาย ก็ตอบเพียงสั้นๆ เพียงว่า

“ได้ยินในหลวงสอนเรื่องความพอเพียง เลย มาดูตัวเอง ตอนนี้ฉันพอแล้ว แบ่งที่ดินให้ลูกๆ แล้ว เลยขอลูกๆ ว่าแม่อยากเอาที่ดินถวายในหลวงอยาก ท�ำบุญกับในหลวง”

8

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

9


“ผมเข้ า มาตั้ ง แต่ แ รกเริ่ ม จั ด หาพื้ น ที่ ท� ำ โครงการ ได้ประสานงานกับทางผู้ช่วยลลิตจะต้องหา ที่ดินที่ไม่ท�ำให้วิถีชีวิตชาวบ้านเปลี่ยนแปลงคืออยู่ ใกล้ทะเล ติดต่อกับแผ่นดินใหญ่ซึ่งก็คือพื้นที่แห่ง นี้... ผมมีความภูมิใจในจุดหนึ่งคือการมอบโอกาส ที่ล�ำบากคือการเปลี่ยนแปลงชีวิตเขา แต่ตอนนี้ค่อน ข้างลงตัวผมคิดว่า ถ้าไม่มีการท่านคุระบุรีก็คงแย่ มาก ตอนนั้นคุระบุรีเป็นพืน้ ที่ห่างไกลความเจริญพอ สมควร เพราะไม่ มี ใ ครอยากอยู ่ สมมติ ถ ้ า ไม่ มี โครงการนี้คุระบุรีก็เหมือนโดนทอดทิ้งไม่มีอะไรเลย”

10

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

11


12

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


The recent floods in Thailand can be regarded as both crisis and opportunity. While suffering has been widespread, Thais have been reminded contributions to help lessen the suffering caused by the crisis. The Chaipattana Foundation has joined this wave of contributions by setting up flood relief centers in various provincial areas to provide shelter and aid to flood victims who had to evacuate from homes, as well as to those stranded in their own homes. Dedication and enthusiasm have also been apparent among the Foundation’s employees in this commitment to the flood relief efforts. The impressive flood relief efforts, including moral support, which the nation has witnessed are propelled by compassion and faith to rush to the aid of people in need.

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

13


“Watching people presenting land donations to His Majesty the King on TV always brings tears to my eyes. One day I said to my children that I wanted to donate our land to the King…Today I’m grateful for all the changes brought to the land, and don’t regret my decision. I’m very proud of being able to contribute to His majesty’s hard work.” When asked of the reason behind her decision to donate the land, Grandmother Prayad responded succinctly that:

“I heard of the King’s concept of sufficiency economy which gave me an opportunity to reflect. Now I live a sufficient life. My land was already divided and given to my children. Therefore, I asked them if I could present it to the king for merit-making ” 14

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

15


‘I just wanted to return the favour to Thailand ’ Moral and physical support is the other essential component of the work carried out by the Chaipattana Foundation. Its importance was underlined by the recovery program in the aftermath of the 2004 Tsunami 16

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

17


"พลังของเยาวชนคือพลังที่บริสุทธิ์" อริยาพลัสขอขอบคุณน�้าใสใจจริงจากน�้าดื่มสปริงเคิล


ข้อมูลผู้สั่งซื้อ

ชื่อ .............................................. นามสกุล ........................................................... หน่วยงาน/ โรงเรียน/ สถาบัน/ อื่นๆ ....................................................................... สถานที่อยู่เลขที่ .................................. อาคาร/ หมู่บ้าน .................................. ตรอก/ ซอย ...................................... ถนน .................................................... แขวง/ ต�าบล ....................................... เขต/ อ�าเภอ ...................................... จังหวัด ................................................ รหัสไปรษณีย์ ....................................... โทรศัพท์ ........................................... โทรสาร ............................................... โทรศัพท์มือถือ ..................................... E-mail .............................................

(กรณี)มีความประสงค์จะสั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียงมอบให้แก่

หน่วยงาน/ โรงเรียน/ สถาบัน/ อื่นๆ (โปรดระบุ)....................................................................... สถานที่จัดส่งนิตยสาร : (กรุณาเขียนตัวบรรจงให้ครบถ้วนชัดเจน) สถานที่อยู่เลขที่ .................................. อาคาร/ หมู่บ้าน .................................. ตรอก/ ซอย ...................................... ถนน .................................................... แขวง/ ต�าบล ....................................... เขต/ อ�าเภอ ...................................... จังหวัด ................................................ รหัสไปรษณีย์ ....................................... โทรศัพท์ ........................................... โทรสาร ............................................... โทรศัพท์มือถือ ..................................... E-mail ............................................. สั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียง ใบเสร็จสามารถนําไปลดหย่อนภาษีได้ 100% (ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) รายปี 1 ฉบับ/เดือน (รวม 12 ฉบับ 576 บาท)

ราย 3 ปี (1,728 บาท)

ราย 5 ปี (2,880บาท)

รายปี 5 ฉบับ/เดือน (รวม 60 ฉบับ 2,880 บาท)

ราย 3 ปี (8,640 บาท)

ราย 5 ปี (14,400 บาท)

เริ่มตั้งแต่ฉบับเดือน ...............................พ.ศ. ................... ( หากไม่ระบุฉบับเริ่มต้น จะจัดส่งฉบับเดือนถัดไป ) พร้อมได้โอนเงินเข้าบัญชีจ�านวนเงิน ............................. บาท ( ............................................................... บาท )

*ราคานี้รวมค่าจัดส่งแล้ว (ค่าจัดส่งไปรษณีย์เล่มละ 8 บาททั่วประเทศ)

ลงชื่อ ............................................................ ผู้สั่งซื้อ / ผู้มีอ�านาจลงนาม ( ................ / ............... / ............... )

สมัครสมาชิกวันนี้ แถมเสื้อครอบครัวพอเพียงฟรี!! ทันที

ช�าระเงินโดยโอนเข้าบัญชี ชื่อบัญชี มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด เพื่อโครงการใสสะอาดพอเพียงเพื่อพ่อ สู่สถาบันการศึกษาและชุมชน ธนาคารกรุงเทพ จ�ากัด (มหาชน) สาขา ส�านักงาน กพ. บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 201-0-34271-1 กรุณาส่ง FAX ใบสั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียง พร้อมหลักฐานการช�าระเงินมาที่มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด โทรศัพท์ 02-983-7312-3, โทรสาร 02-983-7314

หมายเหตุ : ใบเสร็จ (ทัสามารถน� าไปลดหย่อนภาษีได้ 100 % ้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ***ผู้สมัครจะได้รับใบเสร็จรับเงิน หลังจากสั่งซื้อนิตยสารประมา³ 1 เดือน***


ธรรมะติ ด ปี ก เรื่อง : พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี

»Ø¨©Ò "ºÃÔ¨Ò¤ÍÇÑÂÇÐ à¡Ô´ªÒµÔ˹ŒÒ ÍÇÑÂÇÐäÁ‹¤Ãº ?" 20

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


เพื่อนชวนไปบริจาคร่างกายให้เป็นการกุศล แก่โรงพยาบาล เพื่อเป็นประโยชน์แก่การศึกษาของ นักเรียนทางด้านการแพทยศาสตร์ ใจจริงก็เห็นดีเห็น งามไปกับเพื่อน เพราะเชื่อว่าคงได้บุญมาก แต่พี่ชาย ท้วงติงว่า คนที่บริจาคอวัยวะเป็นทาน เกิดมาชาติ หน้าจะมีอวัยวะไม่สมบูรณ์ ฟังแล้วชักใจคอไม่ดีเลย อยากทราบข้อเท็จจริงในเรื่องเป็นอย่างไร

วิสัชนา

การบริจาคอวัยวะเป็นทานถือว่าได้บุญมาก เพราะเป็นการท�ำบุญชั้นสูงอย่างหนึ่งที่เรียกว่าเป็นการ บ�ำเพ็ญ บารมี” (คุณธรรมอันยิ่งยวดที่จะเป็นเหตุให้ ได้บรรลุผลที่พึงประสงค์) ในพระพุทธศาสนาจัดการ บริ จ าคไว้ เ ป็ น หนึ่ ง ใน “บารมี 10 ประการ” (คื อ ทานบารมี) ที่พระโพธิสัตว์จะต้องบ�ำเพ็ญให้บริบูรณ์ จึงจะบรรลุสู่ความเป็นพระพุทธเจ้าได้ การบ�ำเพ็ญความดีที่ถือว่าเป็นบารมี มีอยู่ 3 ขั้น ขั้นที่ 1 เรียกว่า ขั้นสามัญ เช่น ให้วัตถุ หรือปัจจัยสี่เป็นทาน ขั้นที่ 2 เรียกว่า ขั้นปานกลาง เช่น ให้ อวัยวะ (บริจาคดวงตา เป็นต้น) เป็นทาน ขั้นที่ 3 เรียกว่า ขั้นสูงสุด เช่น ให้ชีวิต เป็ น ทาน การบริ จ าคเป็ น คุ ณ ธรรมอั น ส� ำ คั ญ อย่ า ง ยวดยิ่งที่ชาวพุทธควรฝึกท�ำให้ประณีตยิ่งๆ ขึ้นไปตาม ล�ำดับ ในพระไตรปิฎกมีพระพุทธศาสนสุภาษิตที่สอน ให้ ช าวพุ ท ธฝึ ก การบริ จ าคให้ สู ง ขึ้ น เพื่ อ ยกระดั บ คุณภาพจิตให้ประเสริฐกว่า กล่าวคือ “พึ ง สละทรั พ ย์ เ พื่ อ รั ก ษาอวั ย วะ พึ ง สละ อวัยวะเพื่อรักษาชีวิต พึ่งสละทรัพย์ อวัยวะ และ ชีวิตสิ้นทุกอย่าง เพื่อรักษาธรรม” ความเชื่อที่ว่า หากบริจาคอวัยวะแล้วเกิดมา อี ก ชาติ ห นึ่ ง จะมี อ วั ย วะที่ ไ ม่ ส มบู ร ณ์ นั้ น เป็ น ความ เชื่อที่ผิดไปจากความเป็นจริง เพราะหากเป็นเช่นนั้น แล้ว พระพุทธองค์คงมีลักษณาการที่ไม่สมประกอบ เป็ น แน่ แ ท้ เนื่ อ งจากเพราะในพระชาติ ห นึ่ ง ขณะ ยั ง เป็ น พระโพธิ สั ต ว์ อ ยู ่ พ ระองค์ เ สวยพระชาติ เ ป็ น “สิวิราชกุมาร” ในพระชาตินั้นทรงควักดวงพระเนตร

(ตา) ทั้งสองข้างถวายเป็นทาน ผลแห่งมหาทานครั้งนั้น ท�ำให้พระองค์ทรงได้ทิพยจักษุเป็นการตอบแทน มาใน ปัจจุบันชาติเล่าพระพุทธองค์ก็ทรงมีดวงเนตรสีด�ำสนิท และใสแจ๋วดังดวงเนตรของลูกโคที่เพิ่งคลอด ทั้งยังทรง มี “เบญจพิธจักษุ” (จักษุทั้ง 5) กล่าวคือ 1. มังสจักษุ คือทรงมี (ตาเนื้อ) พระเนตรอัน งดงาม มีอ�ำนาจแจ่มใส ไว และเห็นได้ไกล 2. ทิพยจักษุ คือทรงมีพระปรีชาชาญที่ล่วง รู้ความเป็นไปของสรรพสัตว์ด้วยอ�ำนาจของกฎแห่ง กรรม 3. ปัญหาจักษุ คือทรงมีปรีชาสามารถล่วง รู้อัธยาศัยและพื้นฐานความถนัดของสรรพสัตว์ อัน ท� ำ ให้ พ ระองค์ ท รงสามารถที่ จ ะเลื อ กวิ ธี ก ารและค� ำ สอนที่เหมาะสมส�ำหรับสัตว์ (คน) นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี 4. พุทธจักษุ คือทรงมีพระปรีชาสามารถ ล่วงรู้อัธยาศัยและพื้นฐานความถนัดของสรรพสัตว์ (คน) นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี 5. สมัตจักษุ คือทรงประกอบด้วยพระสัพ พัญญุตญาณ (ญาณหยั่งรู้ธรรมทั้งปวง) ในทั ศ นะของผู ้ เ ขี ย นเห็ น ว่ า คนที่ บ ริ จ าค อวัยวะเป็นทานจัดว่าได้ท�ำบุญอันยิ่งใหญ่ ควรได้รับ การยกย่ อ งว่ า เป็ น ผู ้ เ สี ย สละที่ ห าได้ ย ากถื อ ว่ า เป็ น ผู้ด�ำเนินอยู่ในวิถีทางของพระมหาโพธิสัตว์ เขาเสีย สละสิ่งสามัญเพื่อจักเสวยผลที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นหลายเท่า นัก ไม่ใช่สละอวัยวะเป็นทานแล้วจะกลายเป็นคนพิกล พิการในชาติหน้าก็หาไม่ (ถ้าผลแห่งมหาทานบรามีเป็น อย่างนี้ พระพุทธเจ้าจะทรงสอนให้คนสละอวัยวะเป็น ทานไปเพื่ออะไร)

"ใครที่เข้าใจอย่างนี้ควรรู้ไว้เสียด้วยว่า ตนก�ำลังเข้าใจผิด ถือผิด ซ�้ำยังคอยขัดขวาง ทางมหากุสลของคนอื่นเขาอีกต่างหาก"

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

21


ดวงชะตาแสนกล â´Â : ·‹Ò¹Â‹Òà²‹Ò »‚ªÇ´

¡Òçҹ คุ ณ ก� า ลั ง รู ้ สึ ก ดี

และสิ่ ง ต่ า งๆ ก็ เ ป็ น ไปด้ ว ย ดี ส� า หรั บ คุ ณ นี่ จึ ง เป็ น เวลาที่ คุ ณ ควรทุ ่ ม เท ความพยายามกับงานให้มากขึ้น เพราะผลที่ ได้จะคุ้มค่า ¸ØáԨ ตอนนี้ยังเป็นเวลาที่คุณสามารถสะสาง ความบาดหมางใจในอดีตได้อย่างสงบคุณจึง ปิดบัญชีเรื่องที่ค้างคาใจได้อย่างงดงามที่สุด เท่าที่จะท�าได้ ¤ÇÒÁÃÑ¡ นิสัยที่เปิดเผยของคุณท�าให้ทุกคน ชอบคุณ ในด้านความรักตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ แสนสุขส�าหรับคุณเช่นกัน ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ จงรับฟังค�าชี้แนะจากผู้ที่สามารถ ช่วยเหลือคุณได้ หากคุณก�าลังไขว่คว้าความ ส�าเร็จในด้านการเรียน ผู้ชี้น�าคนนี้อาจเป็นครู อาจารย์ หรือพ่อแม่ของคุณก็ได้

»‚à¶ÒÐ

¡Òçҹ คุณจะไปได้สวยกับ เรื่องงานในเดือนนี้ บุคลิกเปิด เผยและเข้ า สั ง คมของคุ ณ จะช่ ว ยให้ คุ ณ ได้ เพื่อนมากมาย ทั้งยังกลายเป็นสมบัติอันมีค่า ของบริษัท เพราะมนุษย์สัมพันธ์ของคุณล้วนๆ ¸Ø à ¡Ô ¨ หากคุณคุมหางเสือธุรกิจของตัวเอง ตอนนี้ คื อ เวลาที่ คุ ณ สามารถมั่ น ใจที่ จ ะเสี่ ย ง และลุยเข้าไปสู่ดินแดนใหม่ๆ จงเชื่อมั่นเมื่อมี โอกาสที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อเข้ามา แต่สุดท้ายจง เชื่อสัญชาตญาณตัวเองไว้ดีกว่า ¤ÇÒÁÃÑ¡ จะมีพลังที่ดีเยี่ยมมากมายรายล้อมตัว คุณ ซึ่งหมายถึงข่าวดีในเรื่องความรักและความ สัมพันธ์ เมื่อชีวิตด้านอื่นๆราบรื่น คุณก็สบายใจ จึงท�าให้คุณมีเสน่ห์มากขึ้นส�าหรับผู้อื่น ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ จดจ่อกับเป้าหมายของตัวเองไว้ และ หากคุณมั่นคงกับสิ่งที่ต้องการโอกาสที่คุณจะ ท�าสิ่งนั้นส�าเร็จมีสูงมาก ความส�าเร็จที่ยิ่งใหญ่ กว่าที่ฝันไว้เป็นไปได้ในเดือนนี้ ขอเพียงอย่า ท้อเท่านั้น 22

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ประจําเดือนธันวาคม 2556

»‚©ÅÙ

¡Òçҹ การท� า งานให้ ทั น

»‚¢ÒÅ

¡Òçҹ การท�างานเป็นทีม

ก� า หนดอาจต้ อ งอาศั ย การ วางแผนบ้าง นอกจากเรื่องนี้แล้วเรื่องอื่นใน ที่ท�างานก็น่ารื่นรมย์จริงๆ ¸Ø à ¡Ô ¨ มี อ ะไรมากมายให้ คุ ณ ต้ อ งสะสาง แต่ เ วลากลั บ ไม่ เ คยพอ ซึ่ ง อาจท� า ให้ คุ ณ จ� า เป็ น ต้ อ งมอบหมายอ� า นาจบางส่ ว นให้ ผู ้ ที่ มี ต� า แหน่ ง รองจากคุ ณ หรื อ ลู ก น้ อ งคนอื่ น ตัดสินใจแทน ¤ÇÒÁÃÑ ¡ นี่คือเวลาที่จะเดินหน้าก้าวส�าคัญ หากคุณหาทางท�าเช่นนั้นอยู่ ความรักที่มีเข้า มาไม่ขาดอย่างแน่นอนแต่ทุกอย่างจะเป็นไป ด้วยดีส�าหรับคนโสดที่มองหาความสัมพันธ์ ที่จริงจัง ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ คนที่มีสอบในเดือนนี้มีโอกาสจะ ท�าคะแนนได้ดี คุณจะซึมซับและจดจ�าความ รู้ได้ไม่ยาก

จะน่ า รื่ น รมย์ ก ว่ า ท� า งานคน เดียว คุณจะแสวงหาเพื่อนและชอบร่วมงาน กับผู้อื่นในเดือนนี้ ¸Ø à ¡Ô ¨ ตอนนี้ เ ป็ น เวลาแห่ ง ความสุ ข กั บ ครอบครัวและเพื่อนๆ ของคุณ สิ่งต่างๆ ใน บริษัทก�าลังเรียบร้อยดี แม้จะมีปัญหาบ้าง แต่ ก็จะคลี่คลายไปในไม่ช้า ¤ÇÒÁÃÑ¡ คุณสามารถติดต่อกับผู้อื่นได้อย่าง ลึกซึ้ง ท�าให้คุณมีเสน่ห์อย่างที่สุด ยากที่ใคร จะหนีไปจากคุณได้เมื่อติดกับของคุณเข้าแล้ว นี่ คื อ เวลาที่ จ ะเดิ น หน้ า ก้ า วส�า คัญ หากคุณ ต้องการเช่นนั้นมาตลอด ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ ในเดือนนี้มีโอกาสจะได้รับผลดีจาก ดาวมงคลนี้ การเรียนจะเป็นเรื่องง่ายและน่า สนุก และยิ่งคุณกระตือรือร้นกับการเรียนมาก เท่าไหร่คุณก็จะยิ่งเรียนได้ดีมากขึ้นเท่านั้น

»‚ÁÐâç

»‚ÁÐàÊç§

ดี ๆ มากมายเกิ ด ขึ้ น กั บ คุ ณ แต่พลังแห่งจิตใจของคุณยังต้องการอยู่เหนือ ทุกคน ¸ØáԨ ดาวแห่งความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต ช่วยให้เวลานี้ดีต่อการวางรากฐานเพื่อเตรียม ตัวส�าหรับแผนการในอนาคต คิดให้ไกลเมื่อ สร้างกลยุทธ์ แม้ว่าการท�าเช่นนี้อาจไม่ให้ผล ตอบแทนมากนักในระยะใกล้ ¤ÇÒÁÃÑ¡ คุณเข้ากับผู้อื่นได้ดีและสามารถชนะ ใจได้ทุกคนได้ด้วยเสน่ห์และพรสวรรค์ของคุณ เมื่อคุณหมายตาใครก็ตาม ก็ยากที่คนผู้นั้นจะ ตีตัวออกห่าง ตอนนี้จึงเป็นเวลาดีส�าหรับการ คบหากันอย่างจริงจัง ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ คุณอยากรู้อยากเห็นในทุกสิ่งและ อาจต้ อ งรั บ มื อ กั บ ภาระงานมากมายหลาย อย่างพร้อมๆกัน แต่คุณมีพลังกายและใจพอที่ จะรับไหว ดังนั้นหากต้องการเรียนรู้สิ่งใด ก็จง ตัดสินใจ และเริ่มเรียนได้เลย

สิ่งต่างๆ อย่างฉับพลัน คุณจึง รับผิดชอบงานได้มากขึ้น ¸Ø à ¡Ô ¨ การร่วมทุนแบบที่ต่างฝ่ายต่างได้รับ ผลประโยชน์ ก็ อ าจเป็ น ไปได้ จ ริ ง คุ ณ มี โชค แห่งความรุ่งเรืองที่ดี จงมองหาช่องทางราย ได้ใหม่ๆ และความเป็นไปได้ที่จะขยายไปสู่ ธุรกิจด้านอื่นๆ ¤ÇÒÁÃÑ¡ คุณรู้สึกเปี่ยมไปด้วยความรักและ ความอบอุ ่ น อย่ า งแท้ จ ริ ง คุ ณ จะได้ พ บกั บ เดื อ นที่ เ ต็ ม ไปด้ ว ยความสุ ข อย่ า งแท้ จ ริ ง ที่ แ ต่ ง งานแล้ ว ควรแบ่ ง เวลาให้ ง านและ ครอบครัว ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ คุณอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกสิ่ง จึงไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะทุ่มเทหมดใจกับสิ่ง ใด ตราบเท่าที่คุณได้รับค�าชมเรื่อยๆ บางที อาจได้เวลาหาเพื่อนที่จะคอยท�าหน้าที่นี้ให้ คุณ แล้วพวกคุณจะได้เริ่มตั้งกลุ่มเพื่อยกย่อง กันและกัน

¡Òçҹ ไม่เพียงแต่จะมีสิ่ง

¡Òçҹ คุณจะตอบสนองต่อ


»‚ÁÐàÁÕÂ

»‚ÁÐáÁ

อาจไม่ เ ป็ น ไปตามที่ คุ ณ ต้องการ ในเดือนนี้อยู่เงียบๆ ไว้จะเป็นการ ฉลาดกว่ า ปล่ อ ยให้ ผู ้ อื่ น ชนะบ้ า งเป็ น การ เปลี่ยนบรรยากาศ ¸ØáԨ คุณอาจเครียดและกังวลกว่าปกติ จึง ยากที่จะท�างานร่วมกับคนอื่นได้และยากเป็น พิเศษเมื่อคนอื่นต้องท�างานให้กับคุณ อย่าเอา ความทุ ก ข์ ห รื อ ความโกรธไปลงกั บ ลู ก น้ อ ง ¤ÇÒÁÃÑ¡ อย่าติดนิสัยโต้เถียงในเรื่องไร้สาระ กับคู่ของคุณ หรือท�าเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องคอ ขาดบาดตาย โชคของคุณก็ไม่ดีอยู่แล้ว จึงไม่ ควรหาเรื่องให้ล�าบากขึ้น ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ อย่าให้อุปสรรคเล็กน้อยท�าให้คุณ ถอดใจจากการไล่ตามความฝันทุกคนล้วนมี วันที่ไม่ดีกันทั้งนั้น ความขยันพากเพียรก็ไม่ เคยท�าร้ายใคร มีแต่จะท�าให้คุณแข็งแกร่งขึ้น

เพื่ อ นร่ ว มงานจ้ อ งแทงคุ ณ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง คุณจะก้าวหน้า ในด้ า นอาชี พ อย่ า งคงเส้ น คงวาหากคุ ณ มี ผู ้ สนับสนุน ¸ØáԨ พยายามอย่าท�าสิ่งใดที่แตกต่างจากเดิม เกินไปในเดือนนี้ คุณจะท�าผิดพลาดได้ง่ายๆ ในด้านที่คุณไม่คุ้นเคย ควรรักษาสถานภาพ ที่เป็นอยู่ไว้ก่อน อย่าเพิ่งเสี่ยงออกนอกเขตที่ คุณช�านาญ ¤ÇÒÁÃÑ¡ ทันทีที่ความสัมพันธ์เป็นไปในแบบที่ หวังผลตอบแทน สิ่งต่างๆ ก็จะไม่เหมือนเดิม อีกต่อไป คุณอาจเครียดเพราะเรื่องงาน ท�าให้ คุณเข้ากับผู้อื่นได้ยากขึ้น ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ เรื่องเรียนควรมาก่อนเรื่องสังคมใน เดือนนี้ มีลาภลอยมาให้ เดือนนี้จึงเป็นเวลา ดีส�าหรับการสอบและสมัครชิงทุน

¡Òçҹ สิ่งต่างๆ ในที่ท�างาน

»‚ÃСÒ

¡Òçҹ คุณจะเข้าไปพัวพันกับ การโต้เถียงและความเข้าใจผิด ได้อย่างง่ายดายในเดือนนี้ อย่าพูดหรือท�าสิ่ง ที่ไม่ควร ซึ่งอาจส่งผลเสียตามมาในภายหลัง ¸Ø à ¡Ô ¨ คุณอาจพบว่าตัวเองรู้สึกเครียดกว่า ปกติธุรกิจตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะรับผิดชอบ งานต่างๆมากเกินไป สิ่งที่ดีที่สุดส�าหรับคุณ ในตอนนี้คือหยุดไปเที่ยวพักผ่อนสบายๆและ ฟื้นตัว ¤ÇÒÁÃÑ¡ คุณจะฉุนเฉียวตลอดเวลา ซึ่งไม่เป็น ผลดีส�าหรับคุณเลยในด้านความสัมพันธ์และ ชีวิตส่วนตัว คุณต้องควบคุมอารมณ์และเก็บ ถ้อยค�าโต้กลับ ซึ่งคุณคงไม่ชอบใจ คุณอาจ ต้องรับศึกหนักกับอารมณ์บูดบึ้งของคุณ ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ การทะเลาะโต้เถียงกับเพื่อนอาจ ส่งผลกระทบต่อสมาธิการเรียนของคุณอย่า ปล่ อ ยให้ ป ั ญ หาเช่ น นี้ มี ผ ลกระทบต่ อ จิ ต ใจ มากเกินไป มิฉะนั้นผลการเรียนของคุณอาจ จะกระทบกระเทือนไปด้วย

¡Òçҹ อาจมี ศั ต รู ใ นกลุ ่ ม

»‚¨Í

¡Òçҹ คุณอาจรับไม่ไหวกับ ปริมาณงานที่ต้องท�าให้เสร็จ อย่าท�างานตัวคนเดียว การติดต่อกับผู้คนรอบ ข้างมีแต่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณ ¸ØáԨ ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายเพื่อนฝูงและ คนรู้จักเมื่อต้องการ เมื่อต้องการความช่วย เหลือในเดือนนี้ ¤ÇÒÁÃÑ¡ คุณจะพบว่าตัวเองพึ่งพาคนรักมาก ขึ้น และยิ่งอีกฝ่ายพร้อมที่จะเป็นที่พึ่งให้คุณ สายสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งคู่ก็จะลึกซึ้งยิ่งขึ้น จงเปิดใจให้กว้างเรื่องความสัมพันธ์ หากคุณ ต้องการพูดสิ่งใด ก็ไม่ควรรีรอ ÊØ ¢ ÀÒ¾ ดาวแห่งโรคภัยจะเป็นอันตรายต่อ สุขภาพของคุณหากคุณเป็นผู้สูงวัย หรือล้ม ป่วยง่ายกว่าคนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงทิศตะวัน ตกเฉียงเหนือในเดือนนี้ อย่าฝืนท�างานเพราะ สุภาพของคุณอาจทรุดหนักได้อย่างรวดเร็ว

»‚ÇÍ¡

¡Òçҹ คุณต้องรอบคอบใน การท� า งาน อย่ า เชื่ อ ใจใคร แม้แต่คนที่คิดว่าเป็นมิตรกับคุณก็อาจทรยศ คุณเพื่อประโยชน์ของตน ¸ØáԨ คุณจะท�าผิดพลาดได้ง่ายๆ ในเรื่องที่คุณ ไม่คุ้นเคย ดังนั้นเวลาที่ไม่แน่ใจว่าโชคของคุณ ดีเพียงใด ก็ควรรักษาสภาพที่เป็นอยู่ไปก่อน อย่าเสี่ยงออกนอกขอบเขตที่คุ้นเคย ¤ÇÒÁÃÑ ¡ คุณจะพบว่าความรักของคุณเป็น เหมื อ นคู ่ ท่ี แ ต่ ง งานไปแล้ ว แทนที่ จ ะเป็ น ข้าวใหม่ปลามัน หากคุณมองหาความรักที่ เร่าร้อน คุณเองต้องเป็นผู้เติมไฟให้กับความ สัมพันธ์ที่ยังโสด ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นให้ มากเกินไป ที่สุดแล้วผลการสอบที่ดีก็เป็นผล มาจากการตั้งใจและขยันเรียน

»‚¡Ø¹

¡Òçҹ หากมีเส้นตายส่งงาน ที่ยากจะท�าได้ทัน ลองหารือ กับเจ้านายของคุณดีกว่าจะเขี่ยๆ ท�าให้เสร็จ ไป คุณต้องรู้จักจัดเวลาการท�างานให้เป็นและ ต้องก�าหนดเส้นตายให้ตัวเองก่อน ¸ØáԨ คุณอาจได้รับโอกาสให้ร่วมงามกับคน ที่มีชื่อเสียงในเดือนนี้ และยังมีแนวโน้มจะได้ รับผลดีจากหุ้นส่วนที่มีอิทธิพลกับผู้คนในต�า แหน่งสูงๆ ¤ÇÒÁÃÑ ¡ คู่รักของคุณจะให้การสนับสนุนดี เยี่ยม คุณจะซึ้งใจที่มีใครสักคนที่พูดคุยด้วย ได้ หากคุณยังโสด ตอนนี้อาจเป็นเวลาดีที่จะ ได้ตกชิ้นปลามันสักที ÊØ ¢ ÀÒ¾ หากคุณเป็นชาวปีกุนสูงอายุหรือมี แนวโน้มจะล้มป่วยได้ง่ายกว่าปกติ ควรหลีก เลี่ยงการอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเดือน นี้ ควรหาเวลาพักฟื้น อย่าหักโหมท�างานไม่ว่า จะด้วยเหตุผลใด เพราะสุขภาพของคุณจะ ทรุดหนักอย่างรวดเร็วมาก ธันวาคม 2556 IS AM ARE

23


ความเป็นคนความเป็นครู

¨Ø´àÃÔèÁµŒ¹ ¢Í§ªÕÇÔµ¤ÃÙ

จุ ด เริ่ ม ต้ น ชี วิ ต ครู ข องข้ า พเจ้ า เริ่ ม ต้ น ขึ้ น ที่ นี่ โรงเรียนบ้านห้วยทราย โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่ง เป็นภูมิล�าเนาบ้านเกิดของข้าพเจ้าเอง โรงเรี ย นห้ ว ยทรายเป็ น โรงเรี ย นระดั บ ขยาย โอกาสเล็กๆ ในต�าบลแม่ยวม อ.แม่สะเรียง มีนักเรียน 211 คน ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนที่มาเรียน จะเป็นเด็กใน หมู่บ้านที่มีฐานะค่อนข้างยากจน เพื่ อ เป็ น การลดค่ า ใช้ จ ่ า ยในการเดิ น ทางไป เรียนในโรงเรียนของตัวอ�าเภอ ดังนั้นโรงเรียนแห่งนี้จึงเปิดสอนทุกระดับชั้น ตั้งแต่อนุบาลจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา... ข้าพเจ้ายังจดจ�าบรรยากาศวันแรกที่เข้ามาใน โรงเรียนแห่งนี้ได้ วันแรกของเราเริ่มต้นการเป็นครูแบบ เต็มตัว ตื่นเต้นไม่น้อยที่ต้องพบเจอกับบรรยากาศการ เรียนรู้แบบใหม่ การเรียนรู้ที่เราเองไม่ได้สวมบทบาท ของผู้เรียน แต่กลับต้องเปลี่ยนมาสวมบทบาทของผู้ที่ เป็นครูแทน ในใจก็เฝ้าคิดว่าเราต้องท�าให้ได้ ต้องท�า

24

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

หน้าที่ของการเป็นครูผู้เป็นผู้ให้ให้ดีที่สุด ก้าวแรกที่ได้เข้ามาภายในโรงเรียน ข้าพเจ้าได้ รั บ การต้ อ นรั บ เป็ น อย่ า งดี จ ากท่ า นผู ้ อ� า นวยการ ประเสริฐ อัยการ คณะครูและนักเรียนตัวน้อยๆ ด้วย รอยยิ้มที่เป็นมิตรและการทักทายอย่างเป็นกันเอง แรกเริ่มของการท�างานที่นี่ อาจจะเป็นเพราะ ตัวข้าพเจ้าเอง เป็นครูมือใหม่ประสบการณ์สอนอาจ จะไม่ เ พี ย งพอ ส� า หรั บ การจั ด การเรี ย นการสอนที่ เหมาะสมกั บ สภาพแวดล้ อ มที่ เ ปลี่ ย นไป ท� า ให้ ก าร เริ่มต้นของการท�างานค่อนข้างขลุกขลัก แต่ก็ได้พี่ๆ คณะครู คอยให้ค�าปรึกษาและค�าแนะน�าที่สามารถน�า มาปรับปรุงในด้านการท�างาน จวบจนวันนี้เป็นระยะเวลาเกือบ 4 เดือนแล้ว ที่ข้าพเจ้าได้มาท�างาน เป็นครูในโรงเรียนเล็กๆ ใน ต�าบลแม่ยวมแห่งนี้ ได้รู้ว่าการเป็นครูไม่ได้ง่ายอย่าง ที่ คิ ด ต้ อ งอาศั ย การทุ ่ ม เททั้ ง แรงกายและแรงใจ เนื่องจากนักเรียนมีผลการเรียนที่ค่อนข้างอ่อน


แต่ปัญหาที่พบนี้ ข้าพเจ้า เองคิ ด ว่ า อาจเป็ น เพราะเด็ ก นักเรียนในชุมชนแห่งนี้ขาดโอกาส การเรี ย นรู ้ ที่ ดี สั ง เกตได้ จ าก พฤติกรรมการเรียน เด็กนักเรียน สามารถพัฒนาและฝึกฝนได้ เพียง แต่ที่ผ่านมา อาจจะยังไม่มีใครมอง เห็ น และหยิ บ ยื่ น โอกาสในการ พัฒนาตนเองให้ ข้าพเจ้าจึงคิดว่า ข้าพเจ้า เคยได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดี จากทุนการศึกษาสมเด็จพระเทพ รั ต นราชสุ ด าฯ ข้ า พเจ้ า จึ ง อยาก ตอบแทนพระคุ ณ พระองค์ ท ่ า น โดยการแบ่ ง ปั น โอกาสทางการ ศึกษาที่ดีให้กับนักเรียนเหล่านี้ โดย การฝึกฝนพัฒนาความสามารถของ การเรียนรู้ให้ได้รับการพัฒนาอย่าง ต่ อ เนื่ อ งและเหมาะสมที่สุด เท่าที่ ตัวของข้าพเจ้าจะท�าได้ ซึ่งงานแรกที่ข้าพเจ้าได้รับ ความไว้วางใจจากท่าน ผู ้ อ� า นวยการให้ เ ป็ น ผู ้ ด� า เนิ น การ จั ด กิ จ กรรมนี้ คื อ โครงการค่ า ย วิชาการโครงงานสร้างสรรค์ เป็น กิจกรรมที่เน้นฝึกให้นักเรียนได้ฝึก ทักษะการคิด วิเคราะห์ และแก้ ปั ญ หาด้ ว ยตนเอง เพื่ อ ให้ เ กิ ด กระบวนการเรียนรู้อย่างสูงสุด กิ จ ก ร ร ม ค ่ า ย วิ ช า ก า ร โครงงานสร้างสรรค์นี้ จัดขึ้นในวัน ที่ 13-14 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา โดยจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียน รู ้ แ ละฝึ ก ทั ก ษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ที่ถือว่าเป็นวิธีการแก้ ปั ญ หาขั้ น พื้ น ฐาน ทั้ ง นี้ เพื่ อ น� า ทั ก ษ ะ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง วิทยาศาสตร์นี้ไปช่วยในการแก้ไข

ปัญหาจากสิ่งที่นักเรียนต้องศึกษา และเรียนรู้ เพื่อจะน�าไปสู่การท�า โครงงาน โดยให้ผู้เรียนเป็นผู้ออก ไปส�ารวจ สืบเสาะปัญหาตามความ สนใจ ซึ่งถือว่าการเรียนรู้ด้วยเน้น ผู้เรียนเป็นส�าคัญจริงๆ วัตถุประสงค์ที่ข้าพเจ้าจัด ค่ายวิชาการโครงงานสร้างสรรค์นี้ ขึ้นมาก็เพื่อต้องการให้ผู้เรียนได้ฝึก คิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหา โดยใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ผ่าน การสร้างสรรค์ออกมาเป็นโครงงาน ทั้ ง นี้ เ พื่ อ แก้ ไ ขปั ญ หาการท� า โครงงาน หากมีครูเป็นผู้คิดหัวข้อ ให้นักเรียน ซึ่งคงไม่ดีนัก หากเรื่อง ที่ ศึ ก ษาไม่ ไ ด้ เ รื่ อ งที่ นั ก เรี ย น ต้องการเรียนรู้จริงๆ ซึ่งความรู้และ ทั ก ษะก็ จ ะไม่ เ กิ ด กั บ ตั ว นั ก เรี ย น อย่างแท้จริง ผลของการจั ด กิ จ กรรม ครั้ ง นี้ ค ่ อ นข้ า งเป็ น ที่ น ่ า พอใจ นั ก เรี ย นสามารถคิ ด โครงงานที่ หลากหลายได้ถึง 28 โครงงาน ซึ่ง ล้วนแล้วแต่เป็นโครงงานที่น่าสนใจ ทั้งสิ้น มี ทั้ ง โครงงานในระดั บ ประถมศึ ก ษาตอนต้ น จนถึ ง มั ธ ยมศึ ก ษาตอนปลาย เป็ น ที่ น ่ า ภาคภู มิ ใ จเป็ น อย่ า งยิ่ ง ที่ ไ ด้ เ ห็ น เด็กๆ ในชุมชนเล็กๆ แห่งนี้สามารถ เรียนรู้และพัฒนาได้ จากกิ จ กรรมนี้ เ ป็ น เพี ย ง ก้าวแรกของการพัฒนาทักษะการ คิ ด วิ เ คราะห์ การแก้ ป ั ญ หาด้ ว ย ตนเอง และเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ การพัฒนาชุมชนแห่งนี้ ข้าพเจ้าเชื่อ ว่ า อี ก ไม่ น านชุ ม ชนแห่ ง นี้ จ ะถู ก พั ฒ นาโดยลู ก หลานของคนใน

ชุ ม ชนอย่ า งแน่ น อน โดยการฝึ ก และหล่อหลอมทักษะ การเรียนรู้ อย่างเหมาะสม ข้าพเจ้าในฐานะครูคนใหม่ ของชุมชนแห่งนี้ ก็หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าข้าพเจ้าจะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ของการพั ฒ นาทั้ ง การศึ ก ษาของ เด็กเองและการพัฒนาฃุมฃนแห่งนี้ ให้กลายเป็นชุมชนเข้มแข็ง กิจกรรมดังกล่าวที่ข้าพเจ้า ได้กล่าวมา อาจเป็นเพียงก้าวแรก ของการพัฒนา ซึ่งผลจะเป็นเช่นใด นั้น มิอาจทราบได้ในตอนนี้ ต้อง อาศัยเวลาช่วยในการตอบค�าถามนี้ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้า ทราบแต่ เ พี ย งว่ า ข้ า พเจ้ า รั ก ใน อาชีพครูนี้ไปเสียแล้วและไม่เสียใจ เลยที่ ตั ด สิ น ใจมาเป็ น ครู ใ นชุ มชน บ้านห้วยทรายแห่งนี้ พร้อมจะทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจทั้งหมดให้กับทุกวันของ การท�างานการสอน ให้ ทุ ก ๆ วั น เป็ น วั น ที่ ดี ส� า หรั บ นั ก เรี ย น หากเปรี ย บการ ท� า งานของข้ า พเจ้ า ในตอนนี้ คงเปรี ย บเสมื อ นตอนนี้ ข ้ า พเจ้ า ก� า ลั ง ปลู ก เมล็ ด พั น ธุ ์ ใ หม่ ๆ ไว้ ณ ชุมชนแห่งนี้ เพื่อสักวันจะได้เห็นถึงการ เจริญเติบโตงอกงามที่ดีของเมล็ด พั น ธุ ์ ที่ ข ้ า พเจ้ า ได้ ล งมื อ ปลู ก เอง อย่างเต็มความสามารถ

นางสาวฝนทิพย์ ธนชัยสิทธิกุล ครูวิทยาศาสตร์คืนถิ่นทุนการศึกษาสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา จังหวัดแม่Î่องสอน ครูผู้ช่วยโรงเรียนห้วยทราย ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง ธันวาคม 2556 IS AM ARE

25


กว่า 5 ปีที่ผ่านมา IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง ได้น�าบทความ บท สั ม ภาษณ์ สรรสาระที่ ม ากด้ ว ยความรู ้ และความบันเทิง ความสุขมากมายที่ได้ รับจากการอ่านนิตยสารเพื่อสังคมฉบับ นี้ เพื่อเป็นการตอบแทนท่านผู้อ่านและ สมาชิกที่น่ารักทุกท่าน ตั้งแต่ฉบับนี้เป็นต้นไป บก.จะแจกของ สมนาคุณเล็กๆแก่ผู้ที่ตอบแบบสอบถามกันเข้า ของสมนาคุณที่ว่า คือ ปากกา SHEEFER จ�านวน 3 รางวัล พร้อมสลักชื่อ-นามสกุล เรี ย บร้ อ ย ซึ่ ง ค� า ถามในฉบั บ นี้ คื อ ความรู ้ ที่ ไ ด้ จ ากบทความ “1330” หน้า 28-29 จากส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่ง ชาติ ในฉบั บ ที่ ป รากฏ แล้ ว ตั ด ส่ ง มากั น นะค่ ะ ในฉบั บ หน้ า ของสมนาคุ ณ อาจมี ก าร เปลี่ยนแปลงตามค�าเรียกร้อง ของคนขี้ เ หงา ซึ่ ง น่ า จะเป็ น Furby เพื่อนช่างคุย ของเรา เอง แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า นะค่ะ

รวมตอบคําถามชิงปากกา SHEFFER ส่งมาที่นิตยสารครอบครัวพอเพียง นิตยสารครอบครัวพอเพียง 31/2 ซอยทองหล่อ 2 แขวงจอมพล เขตจตุจกั ร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 02-983-7312 แบบประเมินความพอใจผู้อ่าน 1. เนื้อหาเรื่อง 1330

1

2

3

4

5

-ให้ความรู้และมีสาระตามที่คาดหวัง -บทความมีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ -บทความจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ -บทความสร้างความตระหนักในเรื่องคุณธรรม 2.รูปเล่ม -มีการออกแบบที่สวยงาม ทันสมัย -จัดจัดเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ อ่านง่าย -ภาพประกอบและการน�าเสนอน่าสนใจ 3.ข้อเสนอแนะ

1.ไม่เป็นที่พอใจ 2. ควรปรับปรุง 3. พอใช้ 4.ดี/น่าสนใจ 5. ดีมาก/พอใจมาก 26

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

สายตรง กรมสงเสริมการสงออก

1169


Fun กับ Funny ต่างกันอย่างไร ค�ำว่า fun กับ funny ต่างกันอย่างไรครับ มงคล ผมจะอธิบายให้เพราะเท่าที่สังเกตคนไทยยังสับสนเรื่องนี้ เล็กน้อย สวัสดีค่ะ ค�ำว่า at all ที่ตามหลังประโยคปฏิเสธมีความ สรุปว่า อะไรที่ท�ำให้คุณหัวเราะเรียกว่า funny อะไรที่ หมายว่าอย่างไรคะ แล้วอย่างเช่นว่า I don’t like it. กับ สนุกสนานเรียกว่า fun I don’t like it at all. สองประโยคนี้ประโยคไหนน่าฟังกว่าคะ? ขอยกตัวอย่างครับ ส�ำหรับหนู คิดว่าถ้าไม่มี at all มันดูห้วนๆ ยังไงก็๋ไม่รู้ มันเกี่ยวกัน Pet Chernyim is funny. มั๊ยคะ? (เป็ดเชิญยิ้มตลกมาก … ท�ำให้ฉันหัวเราะ ) Tipsuda Learning English with Ajarn Somcheng is fun. (การเรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์ส้มเช้งสนุก … เราอาจไม่ คงเกี่ยวมั่งครับ แต่ผมว่า at all ให้น�ำหนักมากกว่าครับ ใน หัวเราะแต่รู้สึกเพลิดเพลินเวลาเรียนกับเธอ ) ประโยคที่คุณยกมา at all ให้ความหมายคล้าย ๆ กับค�ำว่า “เลย” ดังนั้นรายการที่มีชื่อว่า Funny Golf Funny Game นั้น ซึ่งเน้นความหมายใช่ไหมครับ อย่างเช่นหนูไม่ชอบ กับ หนูไม่ นอกจากว่าเป็นชื่อเช๊ยเชยก็ยังผิดอยู่ด้านความหมายครับ กีฬากอล์ฟ ชอบเลย ทั้งสองใช้ได้ครับแต่ประโยคที่สองให้ความหมายทางอารมณ์ ไม่ใช่กีฬาที่ท�ำให้เราหัวเราะ (ยกเว้นเวลาเล่นกับผมเพราะผมเล่นไม่ เป็น … คุณจะต้องหัวเราะไม่หยุดเลย) แต่อาจเป็นกีฬา(และรายการ มากกว่า โทรทัศน์ ) ที่ท�ำให้คุณรู้สึกเพลิดเพลิน งั้นรายการนี้น่าจะมีชื่อว่า Fun ซึ่งในตัวอย่างที่คุณยกมา I don’t like it. ไม่ถือว่าผิด ไม่ห้วนด้วย เพียงแต่ว่า I don’t like it at all. ท�ำให้เรา Golf Fun Game มองภาพชัด ๆ ว่า เธอไม่ชอบจริง ๆ ประเด็นต่อไปส�ำคัญครับคือ at all นี้ใช้ในประโยคปฏิเสธ เท่านั้น เราไม่สามารถพูดว่า I love you at all! แต่เราพูด ว่า I don’t love you at all! ได้ สรุปได้เลยว่า at all หมายถึง เลย ในประโยคปฏิเสธ เท่านั้นเลยครับ ไม่ใช่หนองคาย หรืออุดรครับ

at all ใช้อย่างไร


1330 โทร.

ร้องเรียน ร้องทุกข์ รับฟัง สิทธิหลักประกัน สุขภาพ 30 บาท

บริการข้อมูล ให้คำาปรึกษา การใช้สิทธิ

หลักประกันสุขภาพ 30 บาท

ตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ประสานงานส่งต่อผู้ป่วย เพื่อเข้ารับการรักษา

“1330 ยินดีให้บริการค่ะ”

วิธีการ โทร. 1330 ใช้บริการระบบอัตโนมัติ

กด 1 รับฟังข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ สิทธิหลักประกันสุขภาพ 30 บาท กด 2 ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลอัตโนมัติ กด 1330 แล้วโทรออก

กด 3 รับฟังการแก้ไขสิทธิไม่ตรงตามจริง กด 4 รับฟังการใช้สิทธิสวัสดิการพนักงานส่วนท้องถิ่น กด 5 รับฟังการใช้สิทธิฉุกเฉิน 3 กองทุน กด 0 ติดต่อเจ้าหน้าที่ กด # ฟังซ้ำา

สำ�นักง�นหลักประกันสุขภ�พแห่งช�ติ เลขที่ 120 หมู่ 3 อ�ค�รรัฐประศ�สนภักดี “ศูนย์ร�ชก�รเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษ� ๕ ธันว�คม ๒๕๕๐” ชั้น 2-4 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุง่ สองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร. 0 2141 4000 โทรส�ร 0 2143 9730

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

29


เด็กวันวานเด็กวันนี้

เรื่อง : พุธทรัพย์ มณีศรี อดีตที่ปรึกษาระบบราชการ (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์งานบุคคล ๑๐) ส�ำนักงาน ก.พ. puthsup@gmail.com

30

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


แม้ ว ่ า ลุ ง จะมี โ อกาสได้ เขี ย นเรื่ อ งเกี่ ย วกั บ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เพียงปีละครั้ง คือฉบับเดือนธันวาคมของแต่ละปี เพราะได้ถือโอกาสถวายพระพรชัยมงคลเนื่อง ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาด้วย แต่ลุงก็ได้ติดตามข่าวของพระองค์ท่านมาโดย ตลอด และตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๒ ซึ่งเป็น วันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงประชวร และ เสด็จเข้ารับการรักษาพระวรกายที่โรงพยาบาลศิริราช ลุงยิ่งติดตามข่าวของพระองค์ท่านด้วยความใจ จดใจจ่อ โดยเฉพาะแถลงการณ์ของส�ำนักพระราชวัง รวมทั้งข่าวจากสื่อต่าง ๆ ด้วย หลังจากวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันที่ พระองค์ท่านได้เสด็จพระราชด�ำเนินเพื่อทรงพักผ่อน พระราชอิรยิ าบถ ให้ทรงมีพระวรกายแข็งแรงขึน้ และ มีความเกษมส�ำราญ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน มีความรู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนักที่ได้ทราบข่าว ว่ า พระองค์ ท ่ า นทรงมี พ ระพลานามั ย ดี ขึ้ น และมี ความเกษมส�ำราญมากขึ้น ในระหว่างเวลาที่พระองค์ทรงประชวรนั้น แม้ ว ่ า พระองค์ ไ ม่ ไ ด้ เ สด็ จ พระราชด� ำเนิ น ไป ปฏิ บัติ พ ระราชกรณียกิจเพื่อบ�ำบัดทุก ข์บ�ำรุงสุข แก่ พสกนิกร ดังทีพ่ ระองค์ได้ทรงปฏิบตั ิมาโดยตลอดก็ตาม แต่พระองค์ก็ทรงงานหนักเหมือนเดิม เช่ น พระราชทานพระราชด� ำ ริ เ กี่ ย วกั บ การ ป้ อ งกั น และแนวทางแก้ ไขปั ญ หาน�้ ำ ท่ ว มเมื่ อ ปลาย ปี ๒๕๕๔ และต้นปี ๒๕๕๕ ผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เสด็จพระราชด�ำเนินออกเปิดงานและติดตาม โครงการต่ า ง ๆ เช่ น เสด็ จ เปิ ด ประตู ร ะบายน�้ ำ คลองลัดโพธิ์ อ�ำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ท ร ง ติ ด ต า ม ค ว า ม คื บ ห น ้ า ก า ร ด� ำ เ นิ น โครงการอั น เนื่ อ งมาจากพระราชด� ำ ริ แก้ ม ลิ ง ณ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ทุ่งมะขามหย่อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทรงเปิ ด พระบรมราชานุ ส าวรี ย ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร บริเวณสวนหลวงพระราม ๘ เชิงสะพาน พระราม ๘ เขตบางพลัด พระราชด�ำเนินทางชลมารคโดยเรือพระที่นั่ง อังสนา จากโรงพยาบาลศิริราช ไปตามล�ำน�้ำเจ้าพระยา จนถึงเกาะเกร็ด เพื่อเปิดโครงการชลประทานอันเนื่อง มาจากพระราชด�ำริ ๕ แห่ง ที่มีพระราชด�ำริให้สร้าง ขึ้น เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาขาดแคลนน�้ำเพื่อการ อุปโภค บริโภคและน�้ำเพื่อการเกษตรของราษฎรใน ๕ พื้นที่โครงการฯ เสด็ จ พระราชด� ำ เนิ น ไปทอดพระเนตร พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ เ ฉลิ ม พระเกี ย รติ สมเด็ จ พระศรี น คริ น ทราบรมราชชนนี ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จ พระศรี น คริ น ทราบรมราชชนนี พระนิ ว าสถานเดิ ม วัดอนงคาราม ฯลฯ ทั้ ง นี้ ตั้ ง แต่ พ ระองค์ ไ ด้ เ สด็ จ ขึ้ น ครองราชย์ สมบัติเป็นต้นมา พระราชกรณี ย กิ จ ที่ ส� ำ คั ญที่ สุ ด ของพระองค์ น่าจะเป็นการเสด็จเยี่ยมเยียนประชาชน เพื่อบ�ำบัด ทุกข์บ�ำรุงสุขของราษฎรสมดังพระราชปณิธานที่ทรง ตั้งไว้

คงจะพูดได้เต็มปากว่าไม่มีจังหวัดใดที่พระองค์ ท่านเสด็จพระราชด�ำเนินไปไม่ถึง ไม่ว่าท้องถิ่นจะทุรกันดารซักเท่าไร แม้ว่าถนน มีฝุ่นตลบมากน้อยเพียงใด หรือแม้ไม่มีถนน มีแต่ทางเดินเท้าเล็กๆ ก็ยัง ธันวาคม 2556 IS AM ARE

31


ทรงพระราชด�ำเนินต่อไป ทราบว่าพระองค์ท่านเคยห้ามมิให้ทางราชการ ไปฉี ด น�้ ำ ลงบนถนนลู ก รั ง ก่ อ นเสด็ จ พระราชด� ำ เนิ น ด้วยซ�้ำ พระองค์ไปทุกแห่ง รู้เรื่องราวในท้องที่ต่าง ๆ มากกว่าคนที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ เสียอีก ส� ำ หรั บ ในภาคใต้ น้ั น พระองค์ ท ่ า นได้ เ สด็ จ พระราชด� ำ เนิ น เยี่ ย มเยี ย นประชาชนในจั ง หวั ด ชุ ม พร ซึ่ ง เป็ น บ้ า นเกิ ด ของลุ ง เป็ น ครั้ ง แรก ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ลุงได้เขียนถึงการเสด็จพระราชด�ำเนิน ในครั้งนั้น รวมทั้งพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ในจังหวัดชุมพร มากมายหลายเรื่อง นอกจากจังหวัดชุมพร พระองค์ท่านได้เสด็จ พระราชด� ำ เนิ น เยี่ ย มเยี ย นประชาชนทุ ก จั ง หวั ด ใน ภาคใต้ ผลจากการเสด็ จ พระราชด� ำ เนิ น ท� ำ ให้ มี โครงการตามแนวพระราชด�ำริส�ำหรับประชาชนชาว ภาคใต้หลายประการ นอกจากความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและ สังคมแล้ว ยังท�ำให้ภาคใต้ร่มเย็นอีกด้วย หากหลานได้อ่านหนังสือ “พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ กับงานจัดการทรัพยากรน�้ำ” โดย ส�ำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน�้ำแห่งชาติ ซึ่ ง กล่ า วถึ ง เหตุ ก ารณ์ อั น เป็ น จุ ด เริ่ ม ต้ น ของ โครงการพัฒนาพื้นที่พรุแฆแฆ หลานจะได้ เ ห็ น ถึ ง ความวิ ริ ย ะอุ ต สาหะและ ความไม่เกรงกลัวต่อภยันตรายใด ๆ ของพระองค์ท่าน ในอันที่จะช่วยเหลือประชาชนชาวไทย และเหตุการณ์ในวันนั้น ท�ำให้พระองค์ทรง ได้พบกับชายไทยมุสลิมคนหนึ่ง ซึ่งแม้แต่เสื้อก็ไม่ได้ สวมใส่ นุ่งเพียงกางเกงชาวเลลักษณะขาก๊วย พร้อม กับมีผ้าขาวม้าคาดพุงผืนหนึ่ง ซ�้ำยังไม่สามารถพูดภาษาไทยได้อีกด้วย พระองค์ ท ่ า นได้ ท รงซั ก ถามถึ ง ประวั ติ ว ่ า ชื่ อ อะไร ประกอบอาชี พ อะไร สภาพพื้ น ที่ แ ถบนี้ เป็ น อย่ า งไร การประกอบอาชี พ ของชาวบ้ า นเป็ น อย่างไรบ้าง น�้ำท่วมมากแค่ไหน โดยผ่านล่าม 32

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

คาดว่าหลาน ๆ คงเคยได้ยินชื่อชายไทยมุสลิม คนนี้ เขาชื่อนายวาเด็ง ปูเต๊ะ ความเคารพรั ก ความห่ ว งใยและความ เอื้ออาทรของนายวาเด็ง ปูเต๊ะ ที่มีต่อพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ นั้น มีอย่างล้นเหลือ น่าชื่นใจยิ่งนัก น่าที่คนไทยทุกคน โดยเฉพาะหลาน ๆ จะได้น�ำมา เป็นเยี่ยงอย่าง จนต่อมานายวาเด็ง ปูเต๊ะ ได้รับการกล่าวขาน กันว่าเป็นพระสหายแห่งสายบุรี หลาน ๆ ลองเข้าไปดูได้ที่ http://www.oknation.net/blog/print.php?id=295021 ก็ได้นะ เพราะนอกจากได้เห็นถึงความวิริยะอุตสาหะ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ความสัมพันธ์ที่ สะท้อนถึงความไม่ถือพระองค์และความเป็นเพื่อนที่ ไม่ถือชั้นวรรณะแล้ว ยังได้รู้จักตัวตนของนายวาเด็ง ปูเต๊ะ มากยิ่งขึ้นด้วย อ่านแล้วประทับใจมาก นอกจากนั้ น ยั ง ได้ เ ห็ น ความสามารถของ พระองค์ท่านว่าทรงมีวิธีครองใจคนอย่างไร จึงสามารถครองใจคนได้ทุกหมู่ทุกเหล่า ไม่ว่า เชื้อชาติใด สัญชาติใด ความสามารถในการครองใจคนของพระองค์ ท่านนี่แหละที่เป็นส่วนส�ำคัญที่สุด ที่ท�ำให้ปักษ์ใต้ บ้านเรา ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ไม่เหมือนกับ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ หลาน ๆ จงพยายามเรียนรู้วิธีการครองใจคน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เถิด โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง นั ก การเมื อ งด้ ว ยแล้ ว ควรศึ ก ษาและน� ำ วิ ธี ก ารครองใจคนของพระองค์ ท่านมาใช้มากที่สุด แต่ไม่ใช่ครองใจคนแบบประชานิยม เพื่อหวัง ผลทางการเมือง แบบที่ใช้กันพร�่ำเพรื่ออย่างในปัจจุบัน นะ เพราะนั่นไม่ใช่วิธีการครองใจคนของพระองค์ท่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองใจ คนโดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น


หากทุ ก คนเรี ย นรู ้ แ ละปฏิ บั ติ ต ามรอย พระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเราจะเจริญ มากยิ่งขึ้นมากกว่าในปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน เ นื่ อ ง ใ น ว โ ร ก า ส ที่ พ ร ะ อ ง ค ์ ท ร ง มี พระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา ในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ ขอกราบแทบเบื้องพระยุคลบาท

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ขอทรงมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ และแข็งแรง เป็นขวัญและก�าลังใจให้แก่ประชาชนชาวไทยสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

33


ตัวอยู่ไกลหัวใจอยู่ไกล้ เรื่อง : ดร.ไสว บุญมา (คนไทยในอเมริกา)

¼ÅäÁŒ·ÕèËÅ‹¹äÁ‹ä¡ÅµŒ¹

นิ ต ยสาร Fortune ประจ�าวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่าน มาพิมพ์บทความสั้น ๆ เกี่ยว กั บ หลานของอภิ ม หาเศรษฐี วอร์เรน บัฟเฟตต์ 2 คนซึ่งน่า สนใจเป็ น พิ เ ศษ คนหนึ่ ง ชื่ อ อะเลกซ์ โรเซค ซึ่งเป็นหลาน ชายของพี่ ส าวของเขา แม้ ยายของอะเลกซ์จะไม่ร�่ารวย เท่ า น้ อ งชาย แต่ ก็ มี ฐ านะดี และมี ใ จบุ ญ เช่ น กั น ฉะนั้ น งานส� า คั ญ ยิ่ ง ของอะเลกซ์ ได้ แ ก่ ก ารแสวงหาวิ ธี ที่ จ ะท� า อย่างไรให้เงินบริจาคของยาย ได้ประสิทธิผลสูงสุด เมื่อตา วอร์เรน เริ่มบริจาคทรัพย์สิน เพื่ อ การกุ ศ ลมากขึ้ น อะเลก ซ์มองว่าเขาคนเดียวคงท�าไม่ ไหว จึ ง ไปชวนผู ้ มี ฐ านะเป็ น น้องชายชื่อเฮาเวิร์ด ดับเบิลยู. บัฟเฟตต์ มาร่วมด้วย เฮาเวิร์ด ดับเบิลยู. เป็นลูกชาย ของเฮาวาร์ด จี. บัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นลูกชาย ของวอร์ เรน บั ฟ เฟตต์ ปั จ จั ย ที่ ท� า ให้ อะเลกซ์ ไ ปชั ก ชวนเฮาเวิ ร ์ ด ดั บ เบิ ล ยู . เพราะฝ่ายหลังนี้มีความสนใจในด้านการ บริ ห ารจั ด การเงิ น บริ จ าคเพื่ อ การกุ ศ ล ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดอยู่แล้ว เขาเป็น อาจารย์สอนทางด้านบริหารจัดการอยู่ใน มหาวิทยาลัยโคลัมเบียและเพิ่งร่วมเขียน หนังสือเรื่อง Forty Chances: Finding Hope in a Hungry World กับพ่อของ 34

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

(ปกหนังสือของสองพ่อลูก) เขาออกมาสด ๆ ร้อน ๆ หนั ง สื อ เรื่ อ งนี้ มี แ ก่ น ความคิ ด ที่เฮาเวิร์ด จี. ได้มาจากการเป็นชาวไร่ นั่ น คื อ โดยทั่ ว ไปชาวไร่ มี โ อกาสปลู ก พืชได้ 40 ฤดูกาลเพื่อท�าให้ชีวิตมีความ มั่ น คง ชี วิ ต ของคนทั่ ว ไปก็ เ ป็ น เช่ น นั้ น ทุ ก คนต่ า งมี โ อกาส 40 ครั้ ง ว่ า จะท� า อะไรให้ บ รรลุ เ ป้ า หมายที่ จ ะท� า ให้ ชี วิ ต ดีขึ้น เฮาเวิ ร ์ ด จี . มี ท รั พ ย์ สิ น ในระดั บ มหาเศรษฐี แ ละมี แ นวคิ ด เช่ น เดี ย วกั บ พ่อของเขาในด้านการบริจาคทรัพย์สิน

เพื่ อ ช่ ว ยเหลื อ เพื่ อ นมนุ ษ ย์ ในชีวิตที่เหลืออยู่ เขาตั้งเป้า จะใช้เงิน 3 พันล้านดอลลาร์ ให้ เ กิ ด ประโยชน์ สู ง สุ ด ต่ อ เพื่อนมนุษย์ทั่วโลกโดยเฉพาะ เรื่องการผลิตอาหารและการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อ า จ เ ป ็ น ที่ ท ร า บ กั น ดี แ ล้ ว ว่ า ตอนนี้ วอร์ เรน บัฟเฟตต์ มีทรัพย์สินอยู่เกือบ 6 หมื่นล้านดอลลาร์หลังจาก ที่ยกให้ภรรยาและลูก ๆ ไป คนละหลายพันล้านดอลลาร์ แล้ ว เขาบอกว่ า จะบริ จ าค 99% ของทรัพย์สินที่เหลืออยู่ นั้นเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เขาบอกว่าการท�าเงินนั้นง่าย แต่การใช้เงินเพื่อการกุศลให้ เกิดประสิทธิผลสูงสุดยากกว่า หลั ง จากมองหาวิ ธี ว ่ า จะท� า อย่างไร เขาจะบริจาคทรัพย์ ให้มูลนิธิของบิล เกตส์ เพื่อน�าไปบริหาร จัดการต่อ จะเห็นว่า เขาไม่ยอมให้หลาน บริหารจัดการเพราะคงมองว่าหลานยัง มีความสามารถไม่เท่าบิล เกตส์ ผู้สร้าง อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ชื่อไมโครซอฟท์ มีผู้ถามวอร์เรน พัฟเฟตต์ เรื่อง เคล็ดลับในการบริหาร การลงทุนและการ ด�าเนินชีวิตของเขา จากหนังสือและข้อ เขียนจ�านวนมาก ค�าตอบของเขาอาจย่อย ออกมาได้คร่าว ๆ เป็น 6 ข้อคือ


เฮาเวิร์ด ดับเบิลยู. บัฟเฟตต์ และ อะเลกซ์ โรเซค

ด้านรายได้ - อย่าอาศัยรายได้จากแหล่งเดียว จงลงทุนให้เกิดรายได้เป็นแหล่งที่สอง ด้านการใช้จ่าย - หากท่านเอาแต่ซื้อสิ่งที่ไม่จ�ำเป็น อีกไม่นานท่านจะต้องขายสิ่งที่จ�ำเป็น ด้านการเก็บออม - อย่าเก็บออมส่วนที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่จงใช้จ่ายส่วนที่เหลือจากการเก็บออม ด้านการบริหารความเสี่ยง - อย่าท�ำอะไรโดยไม่เตรียมหา ทางหนีทีไล่ไว้ก่อน ด้านการลงทุน - อย่าทุ่มจนหมดหน้าตักลงไปในสิ่งเดียว ด้านความคาดหวัง - ความซื่อสัตย์เป็นของขวัญที่มีราคาสูง จงอย่าหวังว่าจะได้จากคนต�่ำ ๆ

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

35


ECONOMIXED เรื่อง : ลาภ สิงห์โตโรจน์

คณิตศาสตร์ชาวนา เชื่อหรือไม่ ข้าวเปลือกเมล็ดเล็กๆ นี้จะให้ผลผลิตได้ถึง 1,000 เท่า ใน 1 ฤดูกาล อย่างไรฤๅ จากข้าวเปลือก 1 เมล็ดเพาะเป็นต้นกล้าได้ 1 ต้น จากต้นกล้า 1 ต้น น�ำไปปักด�ำ ต้นกล้าก็จะแตกกอมีจ�ำนวนต้นข้าว 5 - 15 ต้นใน 1 กอ เฉลี่ยประมาณ 10 ต้นใน 1 กอ ต้นข้าว 1 ต้นเมื่อได้อายุ หรือ ถึงเวลาก็จะออกรวงมา 1 รวง รวงข้าว 1 รวงมีเมล็ดข้าว 50 – 150 เมล็ด เฉลี่ย 100 เมล็ดใน 1 รวง

36

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ดังนั้น เมื่อสิ้นฤดูกาล ก็คาด หวังได้ว่าชาวนาจะเก็บเกี่ยวข้าวได้ 1,000 เมล็ด จากข้าว 10 รวง รวง ละ 100 เมล็ด ถ้ า ชาวนาเก็ บ ข้ า วเปลื อ ก 1,000 เมล็ดจากฤดูกาลแรกไว้ปลูก ต่อ เมื่อสิ้นฤดูกาลที่ ๒ ชาวนาก็ควร จะเก็บเกี่ยวข้าวได้ถึง 1,000,000 เมล็ด ในหลั ก การเดี ย วกั น ถ้ า ชาวนาเริ่ ม ต้ น ปลู ก ข้ า วด้ ว ยเมล็ ด พ้นธุ์เพียง 1 กิโลกร้ม ก็ควรจะได้ ผลผลิต 1,000,000 กิโลกร้ม หรือ 1,000 ต้น ภายใน 2 ฤดูกาล ถึงตอนนี้ ถ้าชาวนาจะเอา ผลผลิ ต 1,000 ตั น ไปจ� า น� า กั บ รัฐบาล ในราคาตันละ 15,000 บาท ชาวนาก็จะมีเงินถึง 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาท) โอ้แม่เจ้า แล้วท�าไมชาวนา ไม่รวย

ปัจจัยแห่งผลผลิตและ รายได้ ตอนที่แล้วได้พูดจาพาฝัน ถึงรายได้ 15 ล้านบาทต่อฤดูกาล ตอนนี้ เราจะมาดู กั น ว่ า อะไรเป็ น เหตุเป็นปัจจัยถึงผลได้นั้น นึ ก ถึ ง เมื่ อ ครั้ ง ตอนเรี ย นปี 2 มีวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน Fundamental Mathematics ชื่อวิชา เขียนย่อๆ ว่า Fund. Math. พวก เราก็เรียกกันเล่นๆ ว่า Math for fun หรือถ้าใครสอบไม่ได้ก็เรียกกัน ว่า math โดนฟัน บทเรียนหนึ่งคือการพิสูจน์ โดยการแจงกรณี หรือ proof by

case ซึ่ ง เป็ น การพิ สู จ น์ ก ารอ้ า ง เหตุ ป ั จ จั ย ทั้ ง หลายที่ ก ่ อ ให้ เ กิ ด ผลลัพธ์ เขียนเป็นรูปประโยคทาง ตรรกศาสตร์คือ (p(1) v p(2) v p(3) v ... v p(n)) q มีความหมายว่าผลลัพธ์ q นั้นเป็นผลจากปัจจัยต่างๆ ปัจจัย ใดปั จ จั ย หนึ่ ง หรื อ หลายปั จ จั ย หรื อ ทุ ก ปั จ จั ย ตั้ ง แต่ ป ั จ จั ย ที่ 1 หรือ p(1) จนกระทั่งปัจจัยสุดท้าย หรือ p(n) เวลาเราจะพิสูจน์ เราก็ต้อง พิสูจน์ว่าแต่ละปัจจัย p ต่างๆ นั้น ก่อให้เกิดผลลัพธ์ q ในทุกๆปัจจัย หรือพิสูจน์ว่า (p(1)  q) ^ (p(2) q) ^ (p(3)  q) ^ ... ^ (p(n)  q) นั่นเอง ข้อก�าหนดก็มีเพียง 1. ต้องยกปัจจัยให้ครบทุก กรณี และครอบคลุมทุกค่าที่เป็นไป ได้ของแต่ละปัจจัย 2. อย่ า ยกเมฆปั จ จั ย ใด ปัจจัยหนึ่งที่ไม่มีความเป็นไปได้ใน การก่อให้เกิดผลล้พธ์ q ห า ก จ ะ ย ก ป ั จ จั ย แ ห ่ ง ผลผลิตข้าวมาพูดกัน ก็จะขอใช้รูป แบบของบทพระสวดที่เราอาจเคย ได้ยินพระท่านสวดเวลาค�่าๆ กัน อยู่บ่อยๆ ตามหลัก อิทัปปัจจยตา ดังนี้ นะครับ พันธุ ปัจจโย เขตต ปัจจโย ธาตุ ปัจจโย อุทก ปัจจโย

อากาส ปัจจโย อุตุ ปัจจโย กาล ปัจจโย ตตุ ปัจจโย ปติปท ปัจจโย ธน ปัจจโย วิปัตติ ปัจจโย อนิจจ ปัจจโยยยย... คราวนี้ เรามาดู 2 ปั จ จั ย แรกก่อน

พันธุ ปัจจโย แปลว่า พันธุ์ เป็นเหตุเป็น ปัจจัย ข้ า วต่ า งสายพั น ธุ ์ นั้ น ให้ ผลผลิ ต ต่ อ ไร่ ต ่ า งๆ กั น ไป อย่ า ง ข้าวหอมมะลิ 105 นั้นก็ให้ผลผลิต ต่อไร่ไม่มากนัก ก็ประมาณ 250 400 ก.ก. ต่อไร่ ข้ า วที่ ป รั บ ปรุ ง พั น ธุ ์ ข อง หน่ ว ยราขการหลายๆ พั น ธุ ์ ก็ ใ ห้ ผลผลิ ต ต่ อ ไร่ สู ง ถึ ง 600 - 800 ก.ก. ต่อไร่ ยิ่งไปกว่านั้นพันธุ์ข้าวของ บริษัทเอกชนก็มีการปรับปรุงสาย พันธุ์จนได้ผลผลิต 1,200 - 2,000 ก.ก. ต่อไร่ ถ้ า เราให้ ป ั จ จั ย แรกเขี ย น แทนด้วย p(1) โดยรวมแล้ว โดยที่ ยังไม่สนใจว่าเป็นข้าวพันธุ์อะไรเรา ก็ จ ะได้ ป ระโยคทางคณิ ต ศาสตร์ ดังนี้ p(1) {R |250≤p(1)≤2,000} แต่ ถ ้ า เราพิ จ ารณาว่ า มี โอกาสที่ข้าวพันธุ์ที่เราก�าลังจะเอา ไปปลูกนั้นอาจได้ผลผลิตน้อยกว่า ลั ก ษณะประจ� า พั น ธุ ์ ห รื อ อาจจะ ธันวาคม 2556 IS AM ARE

37


ไม่ได้ผลผลิตเลยเราก็ต้องเปลี่ยน 1,000,000 ก.ก. ประโยคทางคณิ ต ศาสตร์ ใ ห้ เ ป็ น ถ้ า เราให้ จ� ำ นวนผลผลิ ต ดังนี้ เขี ย นแทนด้ ว ย q เราก็ จ ะได้ p(1) {R | ๐≤p(2) ≤2,000} ประโยคทางคณิ ต ศาสตร์ อี ก 1 ประโยคดังนี้ ปัจจัยที่สอง q  {R | q≥1,000,000} เขตต ปัจจโย เรารู้ว่าปริมาณผลผลิตข้าว เขตต หมายถึง ที่นาหรือ เกิดจากอัตราผลผลิตข้าวต่อไร่ X ที่ดิน ในที่นี้เราจะหมายถึงบริเวณ ขนาดที่ ดิ น ที ใช้ ป ลู ก ข้ า ว(หน่ ว ย หรือความกว้างใหญ่ของที่นาหรือ เป็ น ไร่ ) เราก็ ส ามารถเขี ย นเป็ น ที่ดินที่ใช้ในการปลูกข้าว ประโยคทางคณิ ต ศาสตร์ แ สดง ชาวนาคนหนึ่ ง มี ที่ น าได้ ความสัมพันธ์ของปัจจัยทั้งสองดังนี้ ตั้ ง แต่ เ พี ย งน้ อ ยนิ ด จนถึ ง ใหญ่ โ ต q  {(p(1),p(2)) RXR มหาศาล ถ้าเราให้ปัจจัยที่ 2 นี้แทน | ๐≤p(1)≤2,000, p(2)>๐ , ด้วย p(2) เราสามารถเขียนประโยค p(1)*p(2)≥q , q≥1,000,000} ทางคณิตศาสตร์แสดงการถือครอง ง ่ า ย ก ว ่ า นี้ ก็ เขี ย น เ ป ็ น ที่ดินของชาวนาแต่ละคนได้ดังนี้ อสมการได้ดังนี้ p(2)  {R | p(2)>๐} p(1) * p(2) ≥ 1,000,000 ก.ก. เราใช้แ ค่ 2 ปัจจัยนี้ก็พอ คราวนี้ เ รามาดู กั น ว่ า ถ้ า จะค�ำนวณได้แ ล้ว ว่าถ้าจะให้ไ ด้ ชาวนาใช้ พั น ธุ ์ ข ้ า วที่ ใ ห้ ผ ลผลิ ต ผลผลิ ต หรื อ รายได้ ต ามที่ ช าวนา สูงสุดที่ 2,000 ก.ก. ต่อไร่ ชาวนา คาดหวังล่ะก็ จะต้องมีปัจจัยทั้งสอง ต้องใช้ที่นากี่ไร่จึงได้ผลผลิตไม่น้อย เป็นจ�ำนวนเท่าไร กว่าที่ต้องการ ถ้ า ชาวนาตั้ ง ความหวั ง ว่ า 2,000*p(2) ≥ 1,000,000 จะได้รายได้ไม่ต�่ำกว่า 15 ล้านบาท p(2) ≥ 1,000,000/2,000 (รวยเลยทีเดียว) ชาวนาก็ต้องได้ p(2) ≥ 500 ไร่ ผลผลิตไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน หรือ

ไม่ ธ รรมดาเลยใช่ มั้ ย ครั บ กั บ การที่ ช าวนาคนหนึ่ ง จะมี ที่ น า มากกว่า 500 ไร่ ถ้าชาวนาเป็นชาวนา ธรรมดาล่ะ ชาวนาก็จะมีที่นากัน คนละประมาณ 10 - 50 ไร่เท่านั้น ในกรณีที่มี 50 ไร่แล้วใช้พันธุ์ข้าวที่ ให้อัตราผลผลิตสูงสุด 2,000 ก.ก. ต่อไร่ ชาวนาก็อาจท�ำผลผลิตได้ถึง 100,000 ก.ก. หรือ 100 ตัน และ ท�ำเงินได้ถึง 1,500,000 บาท ใน 1 ฤดูกาล ถ้าปัจจัยอื่นๆ อ�ำนวย อาจ ท�ำนาได้ถึง 3 ครั้งใน 1 ปี แล้วก็มี รายได้ปีละ 4,500,000 บาท พอใช้ได้ใช่มั้ยครับ ที นี้ เ รามาดู ช าวนาเป็ น ชาวนาข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นข้าวที่ คุณสมบัติดี แต่ให้อัตราผลผลิตไม่ สูง และเป็นพันธุ์ข้าวไวแสงอีกต่าง หาก หมายความว่าข้าวจะออกดอก ก็ต่อเมื่อกลางวันเริ่มสั้นกว่ากลาง คืน ความหมายโดยอ้อมก็คือปลูก ได้ ป ี ล ะครั้ ง เดี ย วเท่ า นั้ น และถ้ า ชาวนามี ที่ น าน้ อ ย คื อ ประมาณ 10 ไร่ ชาวนาก็จะได้ผลผลิตเพียง อย่างมากปีละ 4 ตัน หรือตีเป็น เงินประมาณ 60,000 บาท เท่านั้น

เริ่มไม่ไหวแล้วใช่มั้ยครับ เรื่องนี้บอกอะไรเรา? โปรดติดตามตอนต่อไป

38

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


เจ้าต้นข้าวเอ๋ย เคยเป็นข้าวเปลือก แม่หาบจากบ้าน ไปหว่านกลางนา ขอนมจากดิน มาให้เจ้าดื่ม ขอรุ้งเจ็ดสี มาอยู่อาศัย ค่อยเติบค่อยโต เป็นต้นเป็นกอ จะเป็นข้าวเหนียว หรือเป็นข้าวเจ้า

เจ้าถูกคัดเลือก จากเมล็ดข้าว ขอน�้ำจากฟ้า ขอรักจากดาว ขอยืมใบตอง มาป้องกันหนาว ปลูกบ้านใกล้ใกล้ ดวงใจสีขาว นะแม่นะพ่อ จะรอหุงข้าว ก็จะเป็นข้าว ของแผ่นดินเอย จากหนังสือภาษาพาที ธันวาคม 2556 IS AM ARE

39


40

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

41


42

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

43


44

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

45


46

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

47


พ.ศ.2500-2528 ยุคปาถูกบุกรุก คุกคาม จากนโยบายการพัฒนาของ ภาครัฐ จากจุ ด เริ่ ม ต้ น เมื่ อ พื้ น ที่ ป ่ า จ� า นวนหนึ่ ง ถู ก ท� า ลายไปจากการเป็ น เหมืองขุด เนื่องจากรัฐมีการสัมปทานให้บริษัทเอกชนเข้ามาท�าเหมืองแร่ดีบุก และแร่วุลแฟรม มีการตัดไม่ในพื้นที่การท�าเหมืองแร่และสร้างถนน จนในปี พ.ศ. 2518 เริ่มปลูกพืชเศรษฐกิจ ประเภทพืชเชิงเดี่ยว เช่น กาแฟ ยางพารา ปาล์ม น�้ามัน ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง เพื่อทดแทนการท�าเกษตรแบบสวนโบราณ ที่มีพืช พรรณไม้หลากหลาย จึงท�าให้มีการบุกรุกป่าจับจองที่ดินกันมากขึ้น รวมทั้งมีการ ใช้สารเคมีอีกด้วย จากนั้นในปี พ.ศ.2528 รัฐให้บริษัทเอกชนเข้ามาสัมปทานป่า ไม้ ท�าให้มีการบุกรุกท�าลายป่าอย่างรุนแรง ส่งผลท�าให้สภาพพื้นที่ป่าลดลงอย่าง รวดเร็วภายในเวลา 6-7 ปี จึงเปลี่ยนสภาพมาท�าเป็นสวนกาแฟ

48

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


พ.ศ.2529-2531 ยุคของคนต่างถิ่น การเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยของคนต่างพื้นที่ การเปิดพื้นที่สัมปทานป่าไม้ด้านอุตสาหกรรมท�ำให้พื้นที่ป่าลดลงอย่างรวดเร็ว เกิดการเข้ามาของแรงงานนอกพื้นที่ป่า ลดลงอย่างรวดเร็ว เกิดการเข้ามาของแรงงานนอกพื้นที่ ต่อมาเมื่อมีความสัมพันธ์กับคนพื้นที่ จึงเริ่มจับจองซื้อที่ดิน ในขณะที่รัฐส่ง เสริมการปลูกกาแฟและมีราคารับซื้อที่สูงขึ้น ท�ำให้มีการชักชวนญาติพี่น้องเข้ามาจับจองซื้อที่ท�ำกิน รวมทั้งมารับจ้างเป็นแรงงาน ในสวนกาแฟ เกิดแรงงานอพยพมากขึ้น ทั้งคนในภาคใต้เอง และคนจากภาคอีสาน รวมทั้งการเพิ่มปริมาณการใช้สารเคมีในการ ท�ำลายวัชพืช แมลง และปุ๋ยเคมีส่งผลให้เกิดสารตกค้างในดินและน�้ำ

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

49


พ.ศ.2537-2550 ยุคพึ่งตนเอง และเครือข่ายน้อมน�ำร่วมสร้างรูปธรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพียง ปีพ.ศ.2537 กรมการพัฒนาชุมชน ได้เข้ามาจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เป็นการด�ำเนินงานด้านการออมเงินและ การกู้ยืม ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน�้ำพะโต๊ะ เริ่มด�ำเนินการขับเคลื่อนงานพัฒนาตามแนวทางทฤษฎี เศรษฐกิจพอเพียงด้วย

50

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


“กระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ” จนกระทั่ง ในปี พ.ศ.2537 ได้มีการจัดตั้งกลุ่มสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากปัญหาการ ตัดไม้ท�าลายป่าต้นน�้า จัดท�าโครงการ “คนอยู่-ปายัง” จัดตั้งคณะกรรมการ โครงการฯ โดนท�าหน้าที่ยกร่างกฎกติกาของชุมชน น�าไปสู่การปฎิบัติ ท�าให้การ บุกรุกท�าลายป่าชะลอลง นอกจากนี้กรมการพัฒนาชุมชนยังมีการตั้งโครงการ แก้ไขปัญหาความยากจน โดยมีเงินทุนสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และโครงการจัดตั้งกลุ่มสตรีอาสาพัฒนาและกลุ่มกิจกรรมพัฒนาสตรี ชุมชนมีการเริ่มจัดท�าแผนแม่บทชุมชน ในปี พ.ศ.2539 ด้วยการจัดเก็บ ข้อมูล การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน วิเคราะห์ สังเคราะห์ จนเกิดเป็นแผน พัฒนาหมู่บ้าน และได้ด�าเนินโครงการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และการรวม กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้ครัวเรือนสมาชิกด�าเนินชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจ พอเพียง ในปี พ.ศ.2540 ต่อเนื่องมาถึงปี พ.ศ.2541 จึงเกิดการท่องเที่ยวเชิง นิเวศบ้านคลองเรือ ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดจิตส�านึกในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และจัดการจัดตั้งกลุ่มธนาคารต้นไม้ จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเศรษฐกิจพอเพียงใน พื้นที่ของหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน�้าพะโต๊ะ ในปี พ.ศ.2548 การด�าเนินงานของหน่วยอนุรกั ษ์และจัดการต้นน�า้ พะโต๊ะ ส่งผลให้ชุมชนเกิดจิตส�านึกในการหวงแหนป่าต้นน�้า และทรัพยากรธรรมชาติที่ มีอยู่ได้อย่างถาวร และเครือข่ายศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ได้สร้างศูนย์เรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียง คนอยู่กับป่า เพื่อเป็นแหล่งพัฒนาทักษะความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

51


ทุนต�าบล เนื่องจากผลกระทบจากอดีตที่ผ่านมา ท�าให้ชุมชนต�าบลปากทรง มีความเปลี่ยนแปลงจากสภาพพื้นที่ป่าไม้และธรรมชาติที่ถูกท�าลาย การ ผสมผสานวิถีชีวิตของผู้คนที่เข้ามาจากต่างถิ่น แต่ด้วยการเข้ามาของ หน่วยจัดการและอนุรักษ์ป่าพะโต๊ะ ที่ต้องการเข้ามาช่วยเหลือจึงเป็น ก�าลังส�าคัญร่วมกับชุมชนในการฟื้นฟูและจัดการอนุรักษ์ป่า จึงกลาย เป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางเพื่อการพัฒนาที่ถือได้ว่า เป็นทุนดั้งเดิมที่ ต�าบลปากทรงได้ด�าเนินการมาแล้วทั้งในด้านการจัดป่าชุมชนและการ จัดทรัพยากรธรรมชาติโดยมีการท�ากิจกรรมการอนุรักษ์ป่าร่วมกับชุมชน ท�าให้ชาวบ้านได้ใช้สอยประโยชน์จากป่าอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยัง มีการจัดการด้านกองทุน และสวัสดิการ ส�าหรับสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ แต่ละหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อให้สมาชิกได้กู้ยืมเงินไปลงทุน ประกอบอาชีพ สร้างความเข็มแข็งพัฒนาเข้าสู่ระบบวิสาหกิจชุมชน รวม ทั้งทุนด้านกลุ่มอาชีพ ซึ่งได้ร่วมงานกับกรมพัฒนาชุมชน ท�าให้เกิดกลุ่ม สตรีอาสาพัฒนาและมีกลุ่มกิจกรรมพัฒนาสตรี (กองทุนปุ๋ย) เพื่อใช้เป็น ทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพสตรี และทุนเดิมด้านความรู้ ภูมิปัญญา ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็น การท�าเกษตร 4 ชั้น เลียนแบบป่าธรรมชาติอย่าง บูรณาการ การท�าประปาภูเขาที่ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน

52

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ศูนย์ฝึกอบรมเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อชุมชนคนอยู่กับป่าและปราชญ์ ผู้รู้ แกนน�าชุมชน ที่ขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาในด้านต่างๆ ด้วยการจัดการพึ่งพา ตนเองจากฐานทรัพยากรและภูทิปัญญาของท้องถิ่น ทุนดั้งเดิมของต�าบลปากทรงที่เกิดจากการร่วมมือร่วมใจ และการเล็ง เห็นความส�าคัญของการน�าแนวคิดในการพัฒนาแบบเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามา ใช้ในชุมชนนี้ จึงการเป็นแนวนโยบายสานต่อก่อให้เกิดความเป็นรูปธรรม และ เป็นแผนน�าร่องสู่โครงการอื่นๆ ในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นอย่างเข็มแข็ง จน สามารถพึ่งตนเองและเป็นแบบอย่างให้กับชุมชนอื่นได้ในเวลาต่อมา

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

53


ปฎิบัติการชุมชนรักษนํ้าตามแนวพระราชดําริ โดย สถาบันสาระสนเทศทรัพยากรน�้าและการเกษตร

54

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

55


56

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

57


สนับสนุนโดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทรศัพท์ : 0 2642 7132 www.haii.or.th 58

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


WORLDWISDOM

1

. โลกหมุนรอบตัว เองด้ ว ยความเร็ ว 1 , 6 7 0 กิ โ ล เ ม ต ร ต่ อ ชั่ ว โมง แต่ ถึ ง จะ เ ป ็ น อ ย ่ า ง นั้ น นั ก วิ ท ยาศาสตร์ ไ ด้ ศึ ก ษา พบว่ า โลกเราน่ า จะ ห มุ น ร อ บ ตั ว เ อ ง ช ้ า ลงเรื่ อ ย ๆ จากเมื่ อ หลายล้ า นปี ก ่ อ น โลก เคยหมุนเร็วกว่านี้จน 1 วันบนโลกน่าจะมีเพียง 20 ชั่ ว โมงเท่ า นั้ น แต่ ปั จ จุ บั น 1 วั น บนโลก อยู่ที่ 23 ชั่วโมง 56 นาที 4 วินาที (หรือที่เราปัด เป็น 24 ชั่วโมง) และใน อีกหลายล้านปีข้างหน้า เวลา 1 วันบนโลกอาจ ยาวไปเป็น 27 ชั่วโมง เลยทีเดียว

2

. โลกเคลื่อนที่รอบ ดวงอาทิ ต ย์ ด ้ ว ย ความเร็ ว ราว 1 แสน กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ อย่ า งที่ รู ้ กั น ดี ว ่ า กว่ า ที่ โ ลกจะโคจรรอบดวง อาทิตย์ 1 รอบ ต้องใช้ เวลาถึง 1 ปี ลองคิดดูสิ ว่าในปีหนึ่งโลกของเรา จะต้ อ งโคจรเป็ น ระยะ ทางไกลแค่ไหน . โลกมี ร ะยะห่ า ง จากดวงอาทิ ต ย์ เฉลี่ ย ประมาณ 150 ล ้ า น กิ โ ล เ ม ต ร แ ต ่ กระนั้ น แสงแดดยั ง คง ท�าให้ผิวเราไหม้ได้ เลิก จิ น ตนาการได้ เ ลยว่ า ดวงอาทิตย์จะร้อนและ มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร แค่ไหน

3

4

. พืน้ ผิวโลกมีสว่ นที่ เป็นน�้ามากถึง 71 เปอร์ เซ็ น ต์ ข องทั้ ง หมด แต่ ที่ เรายั ง ต้ อ งรณรงค์ ประหยัดน�้าอยู่เรื่อย ๆ ก็ เ พราะน�้ า ที่ ใช้ อุ ป โภค บริ โ ภคได้ นั้ น มี แ ค่ 3 เปอร์ เซ็ น ต์ เ ท่ า นั้ น อี ก 97 เปอร์ เซ็ น ต์ นั้ น เป็ น น�้าเค็มทั้งหมด . โลกใบนี้ มี สิ่ ง มี ชีวิตอยู่ 8.7 ล้าน สายพันธุ์ โดยแยกเป็น สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนบก 6.5 ล้ า นสายพั น ธุ ์ ส่ ว นอี ก 2.2 สายพันธุน์ นั้ อยูใ่ นน�า้ ทั้งนี้ยังไม่นับรวมกับสิ่ง มีชีวิตอีกหลายสายพันธุ์ ที่เรายังไม่ค้นพบอีกต่าง หาก

5

6

. โลกมีอายุราว 4.5 พันล้านปีแล้ว แต่ ถึ ง อย่ า งนั้ น สิ่ ง มี ชี วิ ต บนโลกเพิ่งจะถือก�าเนิด ขึ้นมาได้ประมาณ 150200 ล้านปีที่แล้ว หรือ คิดเป็น 5-10 เปอร์เซ็นต์ ของอายุโลก . ทุ ก ๆ วั น จะมี อุ ก กาบาตตกรวม แล้ ว กว่ า 100 ตั น ทั่ ว โลก แต่ไม่ได้ท�าอันตราย ใด ๆ ให้กับคนบนโลก เพราะมันเผาไหม้บนชั้น บรรยากาศไปก่อนตกสู่ พื้นผิวโลกแล้ว . โลกมี ภู เ ขาไฟ ม า ก ก ว ่ า ที่ เ ร า คิ ด ไ ว ้ เ ย อ ะ แ ล ะ มี ภู เ ข า ไ ฟ ร ะ เ บิ ด อ ยู ่ บ่อย ๆ แต่ภูเขาไฟกว่า 90 เปอร์ เซ็ น ต์ บ นโลก นั้น อยู่ใต้มหาสมุทรลึก

7 8

9

. แ ก น โ ล ก มี อุ ณ หภู มิ สู ง มาก ประมาณ 5,500 องศา เซลเซียส พอ ๆ กับความ ร้ อ นพื้ น ผิ ว ดวงอาทิ ต ย์ เลยที เ ดี ย ว และที่ แ กน โลกนั้นดูเหมือนจะเป็น ขุ มทองแหล่งใหญ่ที่สุด ในโลก โดยทอง 99 เปอร์เซ็นต์ของโลกอยู่ที่ แกนโลกนั่นเอง . ม นุ ษ ย ์ ส� า รวจท้ อ ง ทะเลได้ เ พี ยงไม่ถึง 10 เปอร์ เซ็ น ต์ ของพื้ น ที่ มหาสมุทรทั้งหมด และ อาจต้องใช้เวลาอีกหลาย ร้อยปีกว่าจะส�ารวจผืน น�้าได้ทั่วโลก

10

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

59


นิทานโบราณคดี

เรื่อง : พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาด�ารงราชานุภาพ

¹Ô·Ò¹·Õ่ 7

àÃ×่ͧÊ׺¾ÃÐÈÒʹÒã¹ÍÔ¹à´Õ µÍ¹·Õ่ 2

60

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


เรื่องมหาโพธิสมาคม ในครั้งนั้น เผอิญฉันต้องไปรับรู้เรื่องตั้งมหา โพธิสมาคมอันเนื่องกับเจดียสถานที่พุทธคายาจะเลย เล่าไว้ในที่นี้ด้วย เมื่อฉันออกจากเมืองคายามาพักอยู่ ที่เมืองกัลป์กัดดา มีชายหนุ่มเป็นชาวลังกาเซีย “ธรรม ปาละ” มาหาฉันด้วยกันกับพ่อค้าพม่าคนหนึ่ง นาย ธรรมปาละบอกว่าพวกเขาคิดจะฟื้นพระพุทธศาสนา ให้กลับมานับถือกันในอินเดียดังแต่เดิม ความคิดที่ พวกเขาจะท�ำการนั้น เขาจะเอาที่พระมหาเจดีย์พุทธ คายาตั้ ง เป็ น แหล่ ง แล้ ว ชวนพุ ท ธศาสนิ ก ชนทั่ ว ทุ ก ชาติทุกภาษา ให้ร่วมมือช่วยกันจัดการสอนพระพุทธ ศาสนาให้มีคนนับถือแพร่หลายในอินเดีย ต่อนั้นไป ก็จะได้ท�ำนุบ�ำรุงพระเจดียสถานต่าง ๆ ให้พระพุทธ ศาสนากลับเป็นส่วนใหญ่อันหนึ่ง ในศาสนาต่าง ๆ ที่ ในอินเดีย และเอาเป็นที่ประชุมของพุทธศาสนิกชน ทั่วโลก ในเวลานั้นมีชาวลังกาและพม่าเข้าร่วมมือกับ เขาหลายคนแล้ว จึงตั้งเป็นสมาคมให้ชื่อว่า “มหา โพธิ” ตามนามมหาเจดีย์ ณ พุทธคายา ที่เขาจะเอา เป็นแหล่งฟื้นพระพุทธศาสนา แต่มีความขัดข้องเกิด ขึ้นอย่างหนึ่ง ด้วยพวกพราหมณ์มหันต์อ้างว่าที่ดิน ต�ำบลพุทธคายากับทั้งมหาเจดียสถานเป็นสมบัติของ ตน ไม่ยอมให้สมาคมมหาโพธิ์ไปตั้งสถานี ณ ที่นั้นจะ ขอซื้อเฉพาะตรงที่วัดก็ไม่ขาย นายธรรมปาละมาหา ฉันด้วยเห็นว่าเป็นเจ้านายประเทศไทยอันเป็นประเทศ ส�ำคัญที่นับถือพระพุทธศาสนาประเทศหนึ่ง เพื่อจะขอ ให้ฉันช่วยพูดจากกับอุปราช VICEROY อินเดีย ให้ใช้ อ�ำนาจรัฐบาลบังคับพวกพราหมณ์มหันต์ให้มอบวัด พระมหาโพธิอันเป็นวัดในพระพุทธศาสนา คือให้เป็น วัดของพวกพุทธศาสนิกชนตามเดิม ฉันตอบว่าที่พวก เขาคิดจะฟื้นพระพุทธศาสนาในอินเดียนั้น ฉันก็ยินดี อนุโมทนาด้วย แต่ที่จะให้ไปพูดกับอุปราชในเรื่องวัด พระมหาโพธินั้น ฉันเห็นจะรับธุระไม่ได้ ด้วยการนั้น เป็นการภายในบ้านเมืองของอินเดีย ตัวฉันเป็นชาว ต่างประเทศ ทั้งเป็นแขกของรัฐบาลที่จะเอื้อมเข้าไป พู ด จาร้ อ งขอถึ ง กิ จ การภายในบ้ า นเมื อ งของเขาไม่ สมควรจะพึ่ ง ท� ำ ฉั น พู ด ต่ อ ไปว่ า ธรรมะเป็ น ตั ว พระ ศาสนา อิฐปูนไม่ส�ำคัญอันใด สอนพระธรรมที่ไหนก็

สอนได้ ท�ำไมจึงจะเริ่มฟื้นพระศาสนาด้วยตั้งวิวาท แย่งวัดกันดูไม่จ�ำเป็นเลย นายธรรมปาละคงไม่พอใจ ในค�ำตอบ พูดกันเพียงเท่านั้น ต่อมานายธรรมปาละ เข้ามากรุงเทพฯ ได้แสดงปาฐกถาชวนไทยให้ร่วมมือ หลายครั้ง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เงินไปจากเมืองไทยสัก เท่าใดนักเพราะมีคนฟังปาฐกถาภาษาอังกฤษเข้าใจไม่ มากนัก แม้คนที่ฟังเข้าใจก็มิใคร่มีใครชอบปฏิภาณของ นายธรรมปาละด้วย แกชอบใช้โวหารชวนให้แค้นพวก มิจฉาทิฐิที่ได้พยายามท�ำลายพระพุทธศาสนามากกว่า 700 ปี ท�ำให้เห็นความประสงค์ที่จะไปฟื้นพระพุทธ ศาสนาแปรไป คล้ายกับจะไปแก้แค้นพวกมิจฉาทิฐิยิ่ง กว่าไปท�ำบุญ ก็มักมิใคร่มีใครเลื่อมใส เมื่อนายธรรม ปาละพยายามไปเที่ยวขอความช่วยเหลือตามประเทศ ต่าง ๆ ที่ถือพุทธศาสนา ได้เงินพอเป็นทุนก็ใช้นามมหา โพธิสมาคม ฟ้องขับไล่พวกพราหมณ์มหันต์เป็นความ กันในศาลเมืองกัลกัตตา ศาลตัดสินให้มหาโพธิสมาคม แพ้คดี ด้วยอ้างว่าพวกพราหมณ์มหันต์ได้มีกรรมสิทธิ์ ปกครองที่ ดิ น มาหลายปี แ ล้ ว และวั ด พุ ท ธคายานั้ น พวกพราหมณ์มหันต์ก็ได้ดูแลรักษานับถือ ว่าเป็นวัดใน ศาสนาของเขาเหมือนกัน นายธรรมปาละไม่ได้วัดพุทธ คายาสมประสงค์ จึงเปลี่ยนที่ไปตั้งสถานีที่มฤคทายวัน ณ เมืองพาราณสีท�ำนองที่วัดในมฤคทายวันจะเป็นที่ หลวง จึงได้รับความอุดหนุนของรัฐบาลอินเดีย มหา โพธิสมาคมก็สามารถตั้งสถานี ณ ที่นั้นสร้างวัดขึ้น ใหม่ขนานนามว่าวัด “มูลคันขกุฎีวิหาร” และต่อมา ไปท�ำทวงไมตรีดีกับพวกพราหมณ์มหันต์ ได้ยอมให้ มหาโพธิ ส มาคมสร้ า งที่ พั ก ของพวกพุ ท ธศาสนิ ก ชน ขึ้น ใกล้กับบริเวณวัดพุทธคายานั้น จึงมีสถานีอันเป็น ของพุทธศาสนิกชนเกิดขึ้นในอินเดีย 2 แห่ง เป็นที่พัก อาศัยของพุทธศาสนิกชนทุกชาติ แม้พระภิกษุไทยไป ก็ได้อาศัยมาจนบัดนี้ เป็นอันสมประสงค์ของนายธรรม ปาละที่จะฟื้นพระศาสนาเพียงเท่าที่สามารถจะเป็นไป ได้ แต่น่าชมความศรัทธาและอุตสาหะของนายธรรม ปาละ ว่าเป็นอย่างยอดเยี่ยม ด้วยได้พยายามมากกว่า 30 ปี ในระหว่างนั้นสู้สละทรัพย์สมบัติบ้านเรือนออก เป็นคนจรจัด เรียกตนเองว่า “อนาคาริกะ” ขวนขวาย ท�ำแต่การที่จะฟื้นพระพุทธศาสนาในอินเดียอย่างเดียว ธันวาคม 2556 IS AM ARE

61


เที่ยวชักชวนหาคนช่วยไปตามประเทศน้อยใหญ่จน รอบโลกครั้นการส�ำเร็จตั้งสถานีของพุทธศาสนิกชน ได้ในอินเดียแล้ว นายธรรมปาละก็ออกอุปสมบทเป็น พระภิกษุอยู่จนตราบเท่าถึงมรณภาพ ควรนับว่าเป็น วีรบุรุษได้ชนิดหนึ่ง

เสาะหาพระพุทธเจดีย์ นอกจากไปบูชามหาเจดียสถานทั้ง 2 แห่งที่ พรรณนามาแล้ว เมื่อไปอินเดียฉันได้เสาะหาของที่ เนื่องกับพระพุทธศาสนา มาถวายสมเด็จพระพุทธเจ้า หลวงด้วยหลายสิ่ง จะเล่าถึงเรื่องที่หาสิ่งของเหล่านั้น ต่อไป

พระบรมธาตุ แต่ก่อนฉันไปอินเดียหลายปี เห็นจะเป็นใน ราว พ.ศ. 2428 เมื่อครั้งกรมพระนเรศวรฤทธิ์ เป็น ต� ำ แหน่ ง ราชทู ต ไทยอยู ่ ใ นกรุ ง ลอนดอน มี ข ่ า วเข้ า มาถึ ง กรุ ง เทพฯ ว่ า รั ฐ บาลอิ น เดี ย พบพระบรมธาตุ 62

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

พระพุ ท ธเจ้ า ที่ ใ นพระเจดี ย ์ โ บราณ แล้ ว ส่ ง ไปไว้ พิพิธภัณฑสถาน BRITISH MUSEUM ณ กรุงลอนดอน เมื่อกรมพระนเรศวร ฯ เสด็จกลับมากรุงเทพ ฯ กรม สมเด็จประปวเรศวริยาลงกรณ์ตรัสถามว่า พระบรม ธาตุที่อังกฤษพบในอินเดียนั้น ลักษณะเป็นอย่างไร กรมพระนเรศวร ฯ ทูลว่าไม่ได้ไปทอดพระเนตร กรม สมเด็จพระปวเรศร ฯ ตรัสบ่นว่ากรมพระนเรศร ฯ ไม่ เอาพระทัยใส่ในพระพุทธศาสนา เมื่อฉันไปยุโรป ไป ถึงกรุงลอนดอนก่อนมาอินเดียนึกขึ้นถึงเรื่องนั้น วัน ฉันไปดูพิพิธภัณฑสถาน จึงขอให้เจ้าพนักงานเขาพา ไปดูพระบรมธาตุพระพุทธเจ้าที่ได้ไปจากอินเดีย ไป เห็นก็เกิดพิศวงด้วยพระบรมธาตุที่ว่านั้นเป็นกระดูก คน มิใช่ธาตุที่คล้ายกับปูนเช่นเรานับถือกันในเมือง ไทย ฉั น เห็ น พระธาตุ ที่ เขาได้ ไ ปมี ม ากประมาณสั ก ฝ่ า มื อ หนึ่ ง นึ ก ว่ า ถ้ า ฉั น ขอแบ่ ง เอามาเมื อ งไทยสั ก สองสามชิ้ น รั ฐ บาลอั ง กฤษก็ เ ห็ น จะให้ จึ ง ถามเจ้ า พนักงานพิพิธภัณฑสถานว่าที่อ้างว่าเป็นพระบรมธาตุ พระพุทธเจ้านั้นมีหลักฐานอย่างไร เขาบอกว่าที่ผ้าห่อ


พระธาตุมีหนังสือเขียนบอกไว้เป็นส�ำคัญ ว่าเป็นพระ ธาตุพระพุทธเจ้า ผู้บอกเขาเป็นนักเรียนโบราณคดี บอกต่อไปว่าหนังสือที่เขียนไว้นั้นเป็นแบบตัวอักษรซึ่ง ในอินเดียเมื่อราวศตวรรษที่ 6 แห่งคริสตศก หรือถ้าว่า อีกอย่างหนึ่งคือแบบตัวหนังสือซึ่งใช้กันในอินเดียเมื่อ ราว พ.ศ. 1000 ฉันได้ฟังก็ยั้งใจ ด้วยจ�ำนวนศักราช ส่อให้เห็นว่าพระบรมธาตุนั้นน่าจะเป็นของตกต่อกัน มาหลายทอด แล้วเชื่อถือกันตามที่บอกเล่าต่อ ๆ มา ว่าเป็นพระบรมธาตุพระพุทธเจ้าถึง 1000 ปีแล้ว จึง ได้เอาเข้าบรรจุพระเจดีย์องค์ที่อังกฤษพบพระธาตุ อีก ประการหนึ่ง ปริมาณพระธาตุก็ดูมากเกินขนาดที่พระ ราชามหากษัตริย์เช่นพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นต้น จะ แบ่งประทานผู้ใดผู้หนึ่ง หรือให้ไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์ องค์ใดองค์หนึ่งถึงเท่านั้น ดูน่าจะเป็นของที่สับปุรุษใน ชั้นหลังรวบรวมพระธาตุที่พบในพระเจดีย์หักพัง ณ ที่ ต่าง ๆ บรรดาอ้างเป็นพระบรมธาตุพระพุทธเจ้าเอา มาบรรจุไว้ด้วยกัน ปริมาณพระธาตุจึงได้มากถึงเพียง นั้ น ฉั น ไม่ แ น่ ใจว่ า จะเป็ น พระบรมธาตุ พ ระพุ ท ธเจ้ า ทั้งหมด คิดดูเห็นว่าที่ไทยเราบูชาพระธาตุอย่างคล้าย หินตามคติลังกา หากจะมิใช่พระบรมธาตุแท้จริงก็ผิด เพียงบูชาก้อนหิน แต่พระธาตุอินเดียเป็นกระดูกคน ถ้าองค์ที่ขอแบ่งเอามามิใช่พระธาตุพระพุทธเจ้า จะ กลายเป็นมาชวนให้ไทยไหว้กระดูกใครก็ไม่รู้จึงเลิก ความคิดที่จะขอพระธาตุมาจากลอนดอนเมื่อฉันมาถึง อินเดียไปดูพิพิธภัณฑสถานแห่งใดก็ตั้งใจจะพิจารณา ดูพระธาตุที่พบในอินเดีย อันมีอยู่ในพิพิธภัณฑสถาน ทุกแห่งมาได้ความรู้เป็นยุติว่าพระธาตุที่พบในอินเดีย เป็ น กระดู ก คนทั้ ง นั้ น มี ห นั ง สื อ เขี ย นที่ ห ่ อ ผ้ า ว่ า พระบรมธาตุพระพุทธเจ้าก็มี ว่าพระธาตุพระสารีบุตร ก็มี พระโมคคัลลานะก็มี แต่เหตุที่เป็นข้อสงสัยก็ยัง มีอยู่ด้วยเครื่องประกอบเป็นหลักฐาน เช่นตัวอักษร ก็ดี สิ่งของที่บรรจุไว้ด้วยกันกับพระธาตุเช่นเงินตรา เป็นต้นก็ดี ล้วนเป็นของเมื่อล่วงพุทธกาลตั้ง 1000 ปี แล้วทั้งนั้น และยังมีเหตุเพิ่มความรังเกียจขึ้น ด้วยคิด ดูปริมาณพระธาตุที่มีอยู่ในพิพิธภัณฑสถานทุกแห่ง ถ้า รวมแต่ที่อ้างว่าเป็นพระบรมธาตุพระพุทธเจ้าเข้าด้วย กันทั้งหมด พระพุทธองค์เห็นจะใหญ่เกินขนาดมนุษย์

มากทีเดียว ไม่พบพระบรมธาตุที่สิ้นสงสัย ฉันจึงไม่ได้ พระบรมธาตุมาจากอินเดียในครั้งนั้น

พระศรีมหาโพธิ ฉั น ได้ เ ล่ า มาแล้ ว ว่ า เมื่ อ ไปถึ ง เมื อ งคยา มิสเตอร์เคียสัน เจ้าเมืองคยาได้เตรียมต้นโพธิ์พันธุ์ พระศรมหาโพธิ์ไว้ให้ฉัน 3 ต้น เดิมฉันนึกว่าจะไม่รับ เอามาเพราะเห็นว่าต้นยังอ่อนนักคงมาตายกลางทาง แต่นึกขึ้นว่าแต่ก่อนมา เมืองไทยยังไม่เคยได้ต้นโพธิ์ พันธุ์ พระศรีมหาโพธิ์มาจากต้นเดิมที่พุทธคายา น่า จะลองเอามาดูสักทีเผื่อจะรอดได้ ถ้าไปตายกลางทาง ก็แล้วไป ฉันจึงให้ต่อหีบหลังกระจกใส่กระบอกต้นโพธิ์ 3 ต้นนั้นเอาติดตัวมาด้วย เมื่อมากลางทางเห็นต้นโพธิ์ แตกใบอ่อนก็เกิดคติ ด้วยจะได้เป็นผู้น�ำต้นโพธิ์พระ ศรีมหาโพธิ์ตรงมาจากพุทธคายา เข้ามายังเมืองไทย เป็นครั้งแรก ต้ น โพธิ์ พ ระศรี ม หาโพธิ์ มี ใ นเมื อ งไทยมาแต่ โบราณล้วนได้พันธุ์มาจากต้นพระเจ้าอโศกมหาราช ส่งไปปลูกไว้ที่เมืองอนุราชบุรีในลังกาทวีปทั้งนั้น ครั้ง ที่ สุ ด ปรากฏในพงศาวดารกรุ ง รั ต นโกสิ น ทร์ เ ล่ า เมื่ อ รัชกาลที่ 2 พระอาจารย์เทพผู้เป็นนายกสมณทูตไทย กลับจากลังกาเมื่อ พ.ศ. 2361 ได้ต้นโพธิ์จากเมือง อนุราชบุรี มาถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลาน ภาลัย 3 ต้นโปรดให้ปลูกไว้ในวัดมหาธาตุ ฯ ต้นหนึ่ง วัดสุทัศน์ ฯ ต้นหนึ่ง และวัดสระเกศ ฯ ต้นหนึ่ง ยัง ปรากฏอยู่จนบัดนี้ แต่พันธุ์ พระศรีมหาโพธิ์ที่เมือง

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

63


และพระราชทานให้เจ้าพระยายมราช (เฉย ต้นสกุล ยมาภัย) ไปปลูกที่วัดมณีชลขันธ์เมืองลพบุรีต้นหนึ่ง เมื่ อ ฉั น กลั บ มาถึ ง กรุ ง เทพฯ น� ำ ต้ น พระ ศรี ม หาโพธิ์ ที่ ไ ด้ ม าจากพุ ท ธคยา ไปถวายสมเด็ จ พระพุทธเจ้าหลวงที่เกาะสีชัง เวลานั้นก�ำลังทรงสร้าง วัดอิษฏวงคนิมิต โปรดให้ปลูกไว้ที่วัดอัษฏางคนิมิต ต้นหนึ่ง อีกสองต้นโปรดให้ช�ำไว้ในเขตพระราชฐานที่ เกาะสีชังครั้นทรงสร้างวัดเบญจมบพิตรโปรดให้ย้ายมา ปลูกไว้ที่วัดเบญจมบพิตรต้นหนึ่ง ที่เหลื่ออยู่อีกต้นหนึ่ง จะยังอยู่ที่เกาะสีชัง หรือเป็นอย่างไรฉันหาทราบไม่

รอยพระพุทธบาท ไทยได้ตรงมาแต่พุทธคายา เพิ่งปรากฏว่าได้มาเมื่อ รัชกาลที่ 4 ด้วยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว ทรงศึกษาทราบเรื่องพุทธเจดีย์ในอินเดียก่อนผู้อื่น ทรงขวนขวายหาพันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคายา ได้ เมล็ดมายังเมืองไทยเป็นครั้งแรกเจ้าพระยาทิพากร วงศ์กล่าวไว้ในหนังสือพงศาวดารรัชกาลที่ 4 ตอนว่า ด้วยบูรณปฏิสังขรณ์ พระปฐมเจดีย์ (ฉบับพิมพ์หน้า 441) ว่าต้นโพธิ์ท่ีโปรดให้ปลูกไว้ 4 มุมบริเวณนั้น “ได้ผลมาแต่เมืองพุทธคายาบุรีว่าเป็นหน่อเดิมที่ พระได้ตรัส พระมหาโพธิ์นั้นมีพระระเบียงล้อมถึง 7 ชั้น พวกพราหมณ์หวงแหนอยู่แน่นหนา เจ้าเมือง (คือไวสรอย) อังกฤษจึงไปขอเอาผลและใบถวาย เขามา”แล้วเล่าต่อไปว่า พระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าฯ ทรงเพาะเมล็ดพระศรีมหาโพธิ์นั้นขึ้นเป็นต้น พระราชทานไปปลูกตามวัดหลวง จะเป็นวัดไหนบ้างไม่ กล่าวไว้ แต่ฉันจ�ำได้ในเวลานี้ ปรากฏอยู่ที่วัดมหาธาตุฯ (ต้นอยู่ข้างหน้าพระวิหารโพธิลังกา) ต้นหนึ่ง ที่วัดบวร นิเวศฯ ต้นหนึ่งที่ปฐมเจดีย์ 4 ต้น และยังมีเรื่องต่อไป ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงแบ่งเมล็ดพระ ศรีมหาโพธิ์พุทธคยาที่ได้มาครั้งนั้นพระราชทานสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าฯ รับไปทรงเพาะด้วย ถึงรัชกาลที่ 5 โปรดให้ปลูกพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยาที่ทรงเพาะ นั้น ที่วัดเทพศิรินทร์ต้นหนึ่ง วัดนิเวศธรรมประวัติต้น หนึ่งวัดอุภัยราชบ�ำรุงคือวัดญาณที่ตลาดน้อยต้นหนึ่ง 64

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ฉันพบศิลาจ�ำหลักเป็นรอยพระพุทธบาท เบื้อง ขวาขนาดยาวสักศอกเศษอยู่ที่วัดพุทธคยาแผ่นหนึ่ง สังเกตดูเป็นของเก่ามาก น่าจะสร้างแต่สมัยพระเจ้า อโศกมหาราชหรือแม้ภายหลังมาก็ไม่ช้านัก ด้วยมีหลัก ฐานปรากฏอยู่เป็นส�ำคัญว่า เมื่อก่อน พ.ศ. 500 ที่ใน อินเดียห้ามมิให้ท่าพระพุทธรูปเจดียสถานต่างๆ ที่ท�ำ ลวดลายจ�ำหลักศิลาเป็นเรื่องพุทธประวัติ ตรงไหนที่ จะต้องท�ำพระพุทธรูป ย่อมท�ำเป็นรูปของสิ่งอื่นแทน พระรูปตอนก่อนตรัสรู้มักท�ำเป็นรอยพระบาท ตรง เมื่อตรัสรู้มักท�ำเป็นรูปพระพุทธบัลลังก์ท�ำต้นโพธิ์ ตรง เมื่อทรงประกาศพระศาสนาท�ำเป็นรูปจักรกับกวาง ตรงเมื่อเสด็จเข้านิพพานท�ำเป็นรูปพระสถูป จนล่วง พุทธกาลกว่า 500 ปีแล้ว พวกโยนก (ฝรั่งชาติกรีกที่ เข้ารีตถือพระพุทธศาสนา) ชาวคันธารราฐทางปลาย


แดนอินเดียด้านตะวันตกเฉียงเหนือคิดท�ำพระพุทธรูป ขึ้น แล้วชาวอินเดียชนชาติอื่นเอาอย่างไปท�ำบ้าง จึง เป็นเหตุให้เกิดมีพระพุทธรูปสืบมา รอยพระพุทธบาท นั้นคงเป็นของสร้างขึ้นบูชาแทนพระพุทธเจ้า แต่ใน สมั ย เมื่ อ ยั ง ไม่ มี พ ระพุ ท ธรู ป ฉั น ออกปากขอ มหา พราหมณ์มหันต์ก็ให้โดยเต็มใจ จึงได้มาถวายสมเด็จ พระพุทธเจ้าหลวงอีกสิ่งหนึ่ง รอยพระพุทธบาทนั้น โปรดให้ ป ระดิ ษ ฐานไว้ ใ นมณฑปบนยอดเข้ า พระ จุลจอมเกล้าฯ ที่เกาะสีชัง

พระพุทธรูป เวลาฉั น เสาะหาของโบราณที่ เ นื่ อ งด้ ว ย พระพุทธศาสนา เจ้าพนักงานกรมตรงโบราณคดีของ รั ฐ บาลอิ น เดี ย เขาสงเคราะห์ ม าก ของโบราณเช่ น พระพุทธรูปเป็นต้น ที่ยังไม่ได้ส่งเข้าพิพิธภัณฑสถาน ฉันไปพบสิ่งใดอยากได้เขาก็ให้ แต่ก็ต้องเกรงใจเขา เลือกเอามาบ้างแต่พอสมควร ฉันได้พระพุทธรูปปาง ลีลาแบบสมัยคุปตะราว พ.ศ. 1000 มาจากมฤคทายวัน องค์หนึ่งและมาได้รอยพระพุทธบาทที่กล่าวมาแล้ว กับ ทั้งพระพุทธรุปและพระสถูปขนาดน้อยที่พุทธคยาอีก หลายสิ่ง ของเหล่านั้นฉันเอามาถวายพระเจ้าอยู่หัวเดิม โปรดไว้ให้ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามภายหลังย้าย

ไปไว้ในพิพิธภัณฑสถาน ยังอยู่ที่นั่ทั้งนั้น มีพระพุทธ รูปองค์หนึ่งซึ่งควรจะกล่าวถึงโดยเฉพาะด้วยเมื่อฉัน กลับจากพุทธคยา ได้ปรารภแก่เจ้าพนักงานกรมตรวจ โบราณคดี วาฉันสังเกตุดูพระพุทธรูปโบราณในอินเดีย มีหลายแบบอย่าง ฉันอยากเห็นพระพุทธรูปที่นับว่า ฝีมือท�ำงามที่สุดที่ได้พบในอินเดีย เขาจะช่วยหารูป ฉายให้ฉันได้หรือไม่ เขารับว่าจะหาดูเมื่อได้จะส่งตาม มาให้ ฉันกลับมาถึงกรุงเทพฯ ได้สักสองเดือน เขาก็ส่ง พระพุทธรูปมาให้องค์หนึ่งว่าเป็นของรัฐบาลอินเดียให้ ฉันเป็นที่ละลึก แต่มิใช่รูปฉายเช่นฉันขอ เป็นพระพุทธ รูปขนาดหน้าสักศอกหนึ่งซึ่งเขาพิมพ์จ�ำลองพระศิลา ด้วยปูนปลาสเตอร์ แล้วปิดทองค�ำเปลวตั้งในซุ้มไม้ ท�ำเป็นรูปเรือนแก้ว ส�ำหรับยึดองค์พระไว้ให้แน่ใส่ หีบส่งมา พระนั้นเป็นรูปพระพุทธองค์เมื่อยังเป็นพระ โพธิสัตว์ก�ำลังกระท�ำทุกกรกิริยา ช่างโยนกคิดประดิษฐ์ ท�ำที่ในคัธารราชเมื่อราว พ.ศ. 900 ท�ำเป็นพระนั่ง สมาธิ แต่พระองค์ก�ำลังซูบผอมถึงอย่างว่า “มีแต่หนัง ธันวาคม 2556 IS AM ARE

65


หุม้ กระดูก” แลเห็นโครงพระอัฐแิ ละเส้นสายท�ำเหมือน จริง ผิดกับพระพุทธรูปสามัญ แลเห็นก็รู้ทันทีว่าเป็น รูปพระพุทธองค์เมื่อทรงบ�ำเพ็ญเพียรหาโมกขธรรม ท่าดีน่าพิศวง เขาบอกมาว่าพระพุทธรูปองค์นี้แหละ เป็นชั้นยอดเยี่ยมทั้งความคิด และฝีมือช่างโยนก พบ แต่องค์เดียวเท่านั้น รัฐบาลให้รักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ สถานเมืองลออ แต่ฉันไม่ได้ขึ้นไปถึง จึงไม่ได้เห็น เมื่อ วันพระองค์นั้นมาถึงกรุงเทพฯ เวลานั้นฉันยังอยู่ในวัง เก่าใกล้สะพานด�ำรงสถิตเผอิญพระพุฒาจารย์ (มา) วัด จักรวรรดิราชาวาส เมื่อยังเป็นที่พระมงคลทิพมุนีไปหา พอท่านเห็นก็เลื่อมใส ว่าพระอย่างแปลกประหลาดน่า ชมนักไม่มีใครเห็นมาแต่ก่อน ท่านขอให้ฉันไปตั้งไว้ที่วัง ให้คนบูชาสัก 3 วันก่อนแล้วจึงค่อยถวาย ฉันก็ยอมท�ำ ตามจัดที่บูชาตั้งพระไว้ศาลาโรงเรียนที่ในวัง พอรุ่งขึ้น มีคนส�ำเพ็งที่ทราบข่าวจากพระพุฒาจารย์ พากันมา ก่อนแล้วก็เกิดเรื่องเล่าลื่อกันต่อไปเรียกกันว่า “พระ ผอม” ถึงวันที่สองสาม คงยิ่งมากขึ้นแน่นวังยันค�่ำ ถึง มีพวกขายธูปเทียนและทองค�ำเปลวมานั่งขายเหมือน อย่างงานไหว้พระตามนัด แต่ฉันขอเสียอย่าให้ปิดทอง เพราะของเดิมปิดมาแต่อินเดียแล้ว ถึงวันที่ 4 ต้องให้ ปิดประตูวังเพราะยังมีคนไปไม่ขาด สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง โปรดให้ประดิษฐาน พระองค์นั้นไว้บนจุดฐานชุกชีบุษบกด้านหนึ่งในพุทธ ปรางค์ปราสาทที่วัดพะศรีรัตนศาสดาราม มีผู้ศรัทธา ไปขอจ�ำลองหล่อ “พระผอม” ด้วยทองสัมฤทธิ์มีขึ้น แพร่หลายและท�ำหลายขนาด องค์ใหญ่กว่าเพื่อนขนาด หน้าตักสักสองศอก ผู้สร้างถวายสมเด็จพระพุทธหลวง เป็นพระระเบียงวัดเบญจมบพิตร และยังมีอยู่ตามวัด อีกนับไม่ถ้วน แต่องค์เดิมที่จ�ำลองสั่งมาจากอินเดียนั้น เป็นอันตรายเสีย เมื่อไฟไหม้พุทธปรางค์ปราสาทแต่ใน รัชกาลที่ 5 หากมีผู้ศรัทธาหล่อจ�ำลองไว้ แบบ “พระ ผอม” จึงมีอยู่ในเมืองไทยจนทุกวันนี้

อธิบายท่อนท้าย ฉันเขียนความรู้เห็นในอินเดียเป็นนิทาน 3 เรื่อง ด้วยกัน เรื่องที่หนึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ไปอินเดีย ยังมี เรื่องตอนเมื่อก่อนกลับจากอินเดียอีกบ้าง ถ้าไม่กล่าว 66

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ถึงคราวที่เล่าในเรื่องแรกจะเขินอยู่ จึงเขียนเรื่องตอน ท้ายพ่วงไว้ในนิทานเรื่องนี้ ฉันออกจากเมืองคยามายังเมืองกัลกัตตา อัน เป็นเมืองหลวงของอินเดียในสมัยนั้น ลอร์ดแลนสดาว์น เป็นอุปราช รับให้ไปอยู่ด้วยกันที่เกาวอนเมนต์เฮาซ์ น่า แปลว่า “วังอุปราชา” ยิ่งกว่าเรือนรัฐบาลตามศัพท์ มี การเลี้ยงเวลาค�่ำพร้อมด้วยพวกกรมการผู้ใหญ่ ให้เป็น เกียรติยศคนหนึ่ง มีการราตรีสโมสรให้ฉันพบกับพวกมี เกียรติทั้งฝรั่งและชาวอินเดียวันหนึ่ง ลอร์ด เบิต ยังเป็น เซอร์เฟรเดอริก โรเบิต นายพลเอกผู้บังคับบัญชาการ ทหารทั่วทั้งอินเดีย เชิญไปเลี้ยงพร้อมกันกับพวกนาย ทหารที่ป้อมวิลเลียมคืนหนึ่ง อยู่เมืองกัลกัตตา 4 วัน แล้วไปยังเมืองดาชิลิง บนเขาหิมาลัย หรือถ้าใช้ค�ำ โบราณของไทยเราก็คือไปเที่ยวดูป่าหิมพาต์ 4 วัน แล้วย้อนกลับมาเมืองกัลกัตตา ลงเรือออกจากอินเดีย มาเมืองพม่า ซึ่งในสมัยนั้นยังนับว่าเป็นส่วนหนึ่งใน อาณาเขตของอินเดียขึ้นพักอยู่ที่จวนกับเซอร์ อเล็ก ซานเดอร์ แมกแกนซี เจ้าเมืองพม่า แต่ฉันมาถึงเมือง พม่าเมื่อต้นเดือนมีนาคมเข้าฤดูร้อนเสียแล้ว ทั้งตัวฉัน ก็ได้เที่ยวมายุโรปและอินเดีย ถึง 9 เดือน ได้ดูอะไรต่อ อะไรจนแทบจ�ำไม่ได้ มาถูกอากาศร้อนก็ออกเบื่อการ เดินทาง จึงพักอยู่เพียงเมืองร่างกุ้งเพียง 4 วันได้ไปบูชา พระเกศธาตุ และเที่ยวดูสิ่งอื่นๆ ในเมืองนั้น แล้วลงเรือ ผ่านทางเมืองทวาย เห็นแต่ปากน�้ำไม่ได้ขึ้นไปถึงเมือง เพราะเขาว่าอยู่ไกลเข้าไปมาก แต่ได้แวะขึ้นดูเมือง มริดแล้วมายังเมืองระนอง ขึ้นทางบกข้ามกิ่วกระมาลง เรือหลวงที่ออกไปรับ ณ เมืองชุมพรกลับกรุงเทพฯ สิ้น เรื่องไปอินเดียเพียงเท่านั้น


คุยนอกกรอบ เรื่อง : ก.เมธากร

ท�ำนาไร่เดียวรวยเป็นแสน 68

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


"...ส�ำหรับเรื่องข้าวนั้น ก็เป็นเรื่องส�ำคัญ เพราะไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และ คนไทยรับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก ข้าวไทยมีหลายชนิดล้วนแต่อร่อย และ เป็ น พลั ง งานที่ มี ป ระโยชน์ ต ่ อ ร่ า งกาย มากกว่ า พลั ง งานจากอาหารประเภท แป้งชนิดอื่น อย่างเช่น โอลิมปิก เดี๋ยวนี้ เขาประกาศแล้วว่านักกีฬาทั้งหลายของ โอลิมปิกจะต้องรับประทานข้าว เพราะ ข้าวเป็นอาหารแป้งที่ดีมาก และก็ไม่อ้วน ไม่เพิ่มน�้ำหนัก ดังนั้น สถาบันที่รัฐบาลจะ จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลเรื่องข้าว ก็คงจะเป็นที่ พึ่งที่หวังของชาวนาได้ต่อไป..." พ ร ะ ร า ช เ ส า ว นี ย ์ ข อ ง ส ม เ ด็ จ พ ร ะ น า ง เจ้ า ฯ พระบรมราชิ นี น าถ เนื่ อ งในวโรกาสวั น เฉลิ ม พระชนมพรรษา 73 พรรษา พ.ศ. 2548

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

69


จากข้อความข้างต้น ข้าว เป็นพืชที่มีประโยชน์มากในระดับ สากล และผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นก็คือ ชาวนาผู้หล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศมา อย่างยาวนานจนถึงยุคปัจจุบัน ยุค ที่โครงการ “รับจ�ำน�ำข้าว” ของ รัฐบาลท�ำเอาชาวนาน�้ำตานองหน้า เพราะสู ้ อุ ต สาหะทะนุ ถ นอมต้ น ข้าว กู้หนี้ยืมสินหวังได้เงินก้อนมา จุนเจือครอบครัวให้ลืมตาอ้าปาก แต่ทุกอย่างก็ “ล้มตึง” ไม่เป็นท่า ดังที่เราๆ ท่านๆ ได้เห็นแล้วตาม สื่อต่างๆ ชาวนาก็คือชาวนา ผู้ที่ปลูก ข้าวให้เรากินโดยไม่เคยคิดจะเอา เปรียบผู้ใดในประเทศทั้งสิ้น มีแต่ ผู ้ แ สวงหาผลประโยชน์ ทั้ ง นั้ น เข้ า มาพัวพันในชีวิตพวกเขา ทั้งพ่อค้า นายทุนต่างๆ ล้วนไม่เคยท�ำให้ชีวิต ชาวนาลื ม ตาอ้ า ปากได้ ส มฐานะ “กระดูกสันหลังของชาติ” แม้แต่ น้อย – ค�ำถามคือ มีวิธีใดเล่าจะ ช่วยให้ชาวนาพึ่งพาตนเองได้อย่าง มี อิ ส ระ โดยไม่ ต ้ อ งตกเป็ น เหยื่ อ นายทุนจนปวดร้าวซ�้ำซากอีกต่อไป

โครงการ ท�ำนา 1 ไร่ ได้ เงิน 1 แสนบาท หากคุณผ่านไปทาง 45/8 หมู่ 3 ถนน 345 บางตะไนย์ ต.คลอง พระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แล้วเหลือบไปเห็นป้าย “ท�ำนา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสนบาท” ก็อย่าเพิ่ง ตกใจนะครับ เพราะทุกคนที่เห็นก็ เกิดค�ำถามเดียวกันว่า “ท�ำได้จริง หรือ ?” ค�ำตอบก็คือ อย่าเสียเวลา สงสั ย เลี้ ย วเข้ า ไปดู เ ลยครั บ ไป ศึกษาให้เห็นกับตา 70

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

ท�ำนา 1 ไร่ได้เงิน 1 แสน บาท เป็นโครงการที่หอการค้าไทย จั บ มื อ กั บ บริ ษั ท เกษตรสนอง แผ่นดิน โดยมีนายอดิศร พวงชมภู เป็ น ประธานโครงการด� ำ เนิ น การ ภายใต้ ป รั ช ญา “เกษตรทฤษฎี ใหม่” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวฯ แปลงนาที่อยู่ในโครงการ ได้รับการออกแบบใหม่ ให้เป็นไป ตามสัดส่วนที่ก�ำหนดไว้ในเรื่องการ จั ด การพื้ น ที่ ต ามแนวทางเกษตร ทฤษฎีใหม่ คือแบ่งพื้นที่ออกเป็น สัดส่วน 30:30:30:10 คือ พื้นที่ น�้ำ : นา : สวน : บ้าน นั่นเอง ดังนั้น ในพื้นที่ 1 ไร่ เราก็จะได้พื้นที่เป็น ตารางเมตร ดังนี้ คือ น�้ำ : 480 ตารางเมตร นา : 480 ตารางเมตร สวน : 480 ตารางเมตร และบ้าน : 160 ตารางเมตร นั่นเอง “การปรับสัดส่วนใหม่เช่น นี้ ท�ำให้เราได้พบเรื่องราวใหม่ๆ อีกมากมายที่เราเองก็ไม่เคยคาด คิดมาก่อน เช่น ปลูกผักได้มาก ขึ้นกว่าเดิม เลี้ยงปลาได้มากกว่า เดิมอีกมาก เกษตรกรเองเมื่อกลับ มาค�ำนวณผลผลิตที่จะได้แล้วมัน ไปได้ไกลกว่า 1 ไร่ 1 แสน อีก หลายเท่า ตอนนี้เราเชื่อมั่นว่ายัง มี ค วามลั บ ชั้ น ดี ที่ เราคาดไม่ ถึ ง อีกมากมายในเกษตรทฤษฎีใหม่ อย่างแน่นอน” นายอดิศรกล่าว “เกษตรทฤษฎีใหม่” เป็น สิ่งที่คนไทยทุกคนสามารถเรียนรู้ ได้ ไม่ก�ำหนดว่าจะต้องเป็นชาวนา มืออาชีพเสมอไป ทั้งนักศึกษา นัก ธุรกิจ และคนหนุ่มสาวไฟแรงที่ไม่ เคยท�ำนามาก่อนก็สามารถเข้าร่วม โครงการได้เลย

นายอดิศรอธิบายไว้อย่างนี้ ครับ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จะถูกก�ำหนดให้มีเป้าหมายเพิ่มขึ้น มากกว่าเดิมทุกด้าน กล่าวคือ ด้าน กสิกรรม มีการปลูกพืชได้มากกว่า 50 ชนิด ด้านประมง เลี้ยงกุ้ง หอย ปู ปลา กบ ครบทุ ก ชนิ ด ด้ า น ปศุสัตว์ นอกจากเลี้ยงเป็ดไข่แล้ว ยังเลี้ยงไก่ไข่ และยังมีการเลี้ยงหมู “เหมยซาน” อีก 2 ตัวทุกแปลง สิ่ ง ที่ ค ้ น พบใหม่ น� ำ ความ ตื่ น เต้ น มาให้ อ ย่ า งยิ่ ง และด้ า น กสิกรรมมีการปลูกพืชที่หาได้ยาก หลายอย่ า งเป็ น ผลส� ำ เร็ จ เช่ น ฟั ก ทองด� ำ การปลู ก ข้ า วโพดที่ สามารถสร้างรายได้จากพืชอื่นก่อน เก็บข้าวโพด,การประมง มีการเลี้ยง “ปลาบึก” 10 ตัวให้เติบโตดีในนา ข้าว เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครท�ำมา ก่อน มีการเลี้ยงปลาแรดแปลงละ 20 ตัว ปลาสลิด 25,000 ตัว ที่ น่าทึ่งก็คือ ในบริเวณเดียวกันมีท้ัง ปลาดุกและปลาช่อน แต่ปลาสลิด ก็อยู่ได้ด้วยปราการธรรมชาติที่น่า อัศจรรย์ การเลี้ยงกบในนาได้ราคา ดี เลี้ยงกบ 2,000 ตัว จึงนับเป็น รายได้อีกทาง เมื่ อ ถามว่ า หากมี แ มลง มารบกวนแปลงนา จะฉีดยาอะไร? ประธานโครงการของเราโบกมื อ “ไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง เพราะว่า มีกบ กบหนึ่งตัวกระโดดกินแมลง ได้เป็นเมตร กบหนึ่งตัวกินแมลง ได้ 4,800 ตัว มีกบอยู่ 2,000 ตัว ช่ ว ยกิ น แมลงได้ ฤ ดู ล ะเกื อ บ 10 ล้านตัว จะเอายาฆ่าแมลงมาฉีด อะไร”


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

71


จากข้อมูลสถิติของหน่วยงานข้าวใน อเมริ ก าระบุ ว ่ า คนที่ ป ลู ก ข้ า วได้ ผ ลผลิ ต สู ง ที่สุดในโลกคือชาวอียิปต์ ปลูกได้เฉลี่ย 1,667 กิโลกรัมต่อไร่ ข้อมูลนี้แสดงว่าองค์ความรู้ใน การปลูกข้าวของคนอียิปต์ก็สูงที่สุดในโลกด้วย ตามด้วยอเมริกา เปรู สเปน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี จีน คือกลุ่มที่สามารถปลูกข้าวได้ผลผลิต สูงกว่า 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ลาวปลูกข้าวได้ เฉลี่ย 557 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ไทยเราปลูก ข้าวได้เฉลี่ย 448 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้นเอง ค� ำ ถามคื อ ชาวนาอียิป ต์เป็น ชาวนา เทวดาหรื อ ? จึ ง ปลู ก ข้ า วได้ ม ากกว่ า เรา 4 เท่า! ชาวนาลาวเก่งกว่าเราหรือ? จึงปลูกข้าว ได้มากกว่าเราถึง 109 กิโลกรัมต่อไร่! ชาวนา ไทยไม่ได้แพ้อียิปต์! 72

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

“องค์ความรู้ในการท�ำนา “สรรพสิ่ง” ท�ำให้ชาวนาได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ทุกปี มีชาวนาที่อ�ำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ที่ท�ำต่อไร่ได้ 1,526 กิโลกรัมต่อไร่ในฤดูปี 2554 สามารถเพิ่มเป็น 1,612 กิโลกรัมต่อไร่ได้ในฤดูปี 2555 ก�ำลังรอดูผลผลิตฤดูปีต่อๆ ไปอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร สิ่งที่น่าสนใจมากกว่า นั้นก็คือ ขณะที่ผลผลิตสูงขึ้น ต้นทุนในการท�ำนากลับลดลงเป็นอันมาก จาก การลงมือท�ำจริงของอาจารย์เสถียร ทองสวัสดิ์ พบว่า การบ�ำรุงดินให้ค่าความ เป็นกรดด่างคงที่เป็นกลางได้ตลอดเวลา มีผลต่อการเพิ่มผลผลิตข้าวต่อไร่เพิ่ม ขึ้นชัดเจน การค้นพบครั้งนี้ท�ำให้ทีมงานมั่นใจว่า การจะเพิ่มผลผลิตข้าวให้ได้ อย่างอียิปต์นั้น เป็นไปได้แน่นอน”

เปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นนักธุรกิจสาขาเกษตรกรรม หัวใจส�ำคัญของการด�ำเนินโครงการดังกล่าว คือการน้อมน�ำปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่มุ่งให้คนไทยมี ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้ เกษตรกรก็ไม่ต้องแบมือรับความช่วยเหลือจาก โครงการประชานิยมที่รัฐบาลเป็นผู้ก�ำหนด แนวพระราชด�ำริเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่คือทฤษฎีแห่งการใช้น�้ำและ การบริหารงานพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชด�ำริขึ้นและพระราชทานไว้แก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อแก้ไขปัญหา เกษตรกรรมไม่ได้ผลในเขตแห้งแล้งขาดแคลนน�้ำในการเกษตรโดยเฉพาะการ ประกอบอาชีพทางการเกษตรที่อาศัยน�้ำฝนเป็นหลักจะมีความเสี่ยงสูงมากใน การขาดแคลนน�้ำ กรณีฝนทิ้งช่วงและปริมาณน�้ำฝนไม่เพียงพอในฤดูปลูก โดย


เฉพาะการท� ำ นาจะท� ำ ให้ ผ ลผลิ ต ข้าวไม่เพียงพอต่อการบริโภค “ทฤษฎีใหม่” คือแนวทาง ที่ จ ะท� ำ ให้ เ กษตรกรรายย่ อ ยที่ มี ที่ดินจ�ำนวนน้อยสามารถเลี้ยงตัว เองได้ เน้ น การผลิ ต ข้ า วให้ เ พี ย ง พอต่อการบริโภคตลอดทั้งปี โดย ให้มีพืชผักและอาหารโปรตีนจาก การเลี้ยงปลา เป็ด ไก่ ไว้บริโภคได้ ตลอดทั้งปีเช่นกัน น า ย อ ดิ ส ร อ ธิ บ า ย ว ่ า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะถูก ผลักดันให้มีการท�ำเกษตรแบบผสม ผสาน ท�ำนา ปลูกพืชเสริม และ เลี้ยงสัตว์เพื่อเอาไว้บริโภคและขาย เป็นรายได้ แต่อย่างไรก็ตามชาว บ้ า นต้ อ งขยั น ขึ้ น เหนื่ อ ยขึ้ น แต่ หากท�ำได้ตามแนวทางที่แนะน�ำ ใน ระยะยาวก็จะมีความสุขขึ้น ถือเป็น โครงการเริ่มต้นที่จะช่วยลดความ เหลื่ อ มล�้ ำ บนความรู ้ ข องปรั ช ญา เศรษฐกิจพอเพียง “เราจะต้องเปลี่ยนชาวนา ให้ เ ป็ น เกษตรกร ต่ อ มาก็ จ ะ เปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นนักธุรกิจ สาขาเกษตรกรรม ผมเคยถาม ชาวนาว่า เคยรู้บ้างไหมว่าท�ำไม พวกพ่อค้าที่รับซื้อข้าวถึงรวยกว่า เรา ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่มักคิดว่าที่ พ่อค้ารวยเพราะใช้วิธีกดราคารับ ซื้ อ กั บ ชาวนา ซึ่ ง ก็ ต ้ อ งยอมรั บ ว่าเรื่องนี้เป็นความจริง แต่ไม่ใช่ ทั้ ง หมด เพราะเมื่ อ พ่ อ ค้ า รั บ ซื้ อ ข้าวเปลือกไปแล้ว สิ่งที่เขาน�ำไป ขายต่อคือ ข้าวสาร แกลบ ร�ำ ซึ่ง มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นสิ่งส�ำคัญ อีกเรื่องหนึ่ง คือการสอนแนวคิด

เรื่องการท�ำธุรกิจให้ชาวนา ให้เขา มองเห็นผลผลิตทางการเกษตรทั้ง ในแง่ของคุณค่าและมูลค่าในเวลา เดียวกัน”

3 แนวคิ ด พลิ ก ผื น นา ล่าเงินแสน ก่ อ นอื่ น เกษตรกรต้ อ ง ยอมรับก่อนว่าตนเองเป็นหนี้จาก การท� ำ เกษตร เนื่ อ งจากมี ต ้ น ทุ น สูง ผลผลิตต�่ำ สินค้าไม่มีความโดด เด่นด้านคุณค่า ดังนั้นวิธีปลอดหนี้ คือ ต้องลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและ เพิ่มเรื่องราวสินค้า เพื่อคุณค่าของ สินค้า และเพิ่มสรรพคุณของสินค้า ในขณะเดี ย วกั น เกษตรกรที่ เข้ า ร่วมโครงการจะได้รับการปลูกฝัง แนวคิดใหม่ ได้แก่ แนวความคิดที่ 1 คือการ คิดแบบพ่อค้าว่าการท�ำนา 1 ไร่ ควรได้เงินสูงสุดเท่าไร แนวความคิดที่ 2 ปุ๋ยเคมี ท� ำ ให้ ร ะบบนิ เวศน์ เ สี ย หาย และ ในที่ สุ ด การท� ำ นาจะเหลื อ เพี ย ง การปลูกข้าวอย่างเดียว ไม่สามารถ สร้างผลผลิตอย่างอื่นได้ แนวความคิดที่ 3 การท�ำนา แท้จริงแล้ว คือการประยุกต์ใช้ 3 วิชา คือ วิชากสิกรรม ประมง และ ปศุสัตว์ มาบูรณาการเป็นสหวิชา จะเห็ น ได้ ว ่ า แนวคิ ด ที่ 3 คื อ กระบวนการท� ำ การเกษตร แบบผสมผสาน อันเป็นภูมิปัญญา ชาวบ้ า นที่ มี อ ยู ่ ดั้ ง เดิ ม นั บ แต่ ใ น อดีตที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ เกษตรกรในวันนี้ จะย้อนกลับไปท�ำ เกษตรแบบที่บรรพบุรุษไทยเคยท�ำ

รวมสหวิชา บนที่นา 1 ไร่ แรกเริ่ม เกษตรกรต้องแบ่ง พื้นที่ 1 ไร่ ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ส�ำหรับเป็นพื้นที่ ท�ำนา โดยวิธีการเตรียมแปลงนา ใช้ วิ ธีก ารไถหมั กหญ้า ก่ อนไถจะ รดน�้ำหมักจุลินทรีย์ก่อนจึงค่อยไถ หมัก ระหว่างการไถหมักให้เตรียม กล้ า โดยการเพาะกล้ า ในแปลง นาและน�ำกล้ามาเลี้ยงในถาดปลูก ต่อมาจึงโยนกล้าโดยปล่อยให้น�้ำ ขึ้นมาที่ระดับ 5 ซม.เพื่อบ�ำรุงต้น ข้าว ให้ต้นข้าวมีการแตกกอ และ ยังเป็นการสกัดไม่ให้เม็ดหญ้าเจริญ เติบโต หลังจากนั้นปล่อยลูกปลา และกุ้งลงไปพร้อมกันเพื่อไม่ให้เกิด การกินกันเองเมื่อปลาโตขึ้น ส่ ว นที่ 2 ใช้ เ ป็ น พื้ น ที่ ประมง โดยการขุ ด ร่ อ งน�้ ำ รอบ แปลงนาขนาดกว้าง 1 เมตร ลึก 1 เมตร ส� ำ หรั บร่ อ งนี้ จ ะควบคุ ม ระดับน�้ำที่ใช้กับทั้งการประมงและ การปลูกพืชน�้ำ อาทิ การเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงกบ เลี้ยงหอย ซึ่งมูล สัตว์ทั้งหมดจะเป็นปุ๋ยแก่ข้าว โดย น�้ำในร่องน�้ำจะเป็นตัวกลางในการ ถ่ายของเสียจากสัตว์มาเป็นปุ๋ยแก่ ต้นข้าว ส่วนบริเวณคันนา จะต้อง ปรับให้กว้าง 1.5 เมตร เพื่อปลูก พืชเสริมประกอบตามความเหมาะ สม อาทิ พริก มะนาว มะรุม เป็นต้น ซึ่ งพื ช ที่ ปลู ก บนคั น นาจะสามารถ สร้ า งอาชี พ เสริ ม ให้ แ ก่ เ กษตรกร หรื อ พื ช ผั ก สวนครั ว ทุ ก ชนิ ด ที่ กิ น ได้ เหลือแล้วน�ำไปท�ำพืชสมุนไพร ป้องกัน-ก�ำจัดศัตรูพืช และยังเป็น ธันวาคม 2556 IS AM ARE

73


ส่วนที่ 4 ผลผลิตพืชน�้า ซึ่งเป็นพืชที่ไม่มีต้นทุน พื้นที่เลี้ยงเป็ดไข่ ซึ่งจะปล่อยเป็ดไข่ไปหาอาหารตาม แปลงนาได้ โดยพื้นที่ 1 ไร่นี้จะล้อมรอบด้วยมุ้งสีฟ้า การปลูก อาทิ ผักเทา ผักแว่น ผักแขยง ส่วนที่ 5 ผลผลิตจากเป็ดไข่ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยง ประกอบ รายได้ 5 ส่วน ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ด�าเนินการไปแล้ว ส่วนที่ 1 ผลผลิตข้าวจากนาข้าว เกษตรกร สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายข้าวสาร ปลาย บนพื้นที่น�าร่องที่บ้านหนองแต้ บ้านบ่อ บ้านกุดเชียง ข้าว แกลบ ร�า และฟางข้าว แต่รายได้จะเกิดขึ้นอย่าง ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งเกษตรกรใน เต็มเม็ดเต็มหน่วยในกรณีที่เกษตรกรรวมกลุ่มกันท�า ชุมชนที่ท�าแล้วประสบความส�าเร็จ จะท�าหน้าที่เป็นต้น ในลักษณะโรงสีชุมชน ซึ่งจะช่วยให้เกิดอ�านาจการต่อ แบบจากการปฏิบัติในเชิงประจักษ์ ซึ่งจะได้ถ่ายทอด ประสบการณ์ให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ ที่สนใจต่อไป รองเพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกษตรกรได้รับจากการปรับ ส่วนที่ 2 ผลผลิตจากการประมง อาทิ ปลาดุก พื้นที่ 1 ไร่ ไปสู่การท�าเกษตรแบบผสมผสานนั้น นอก กุ้ง กบ ปู หอย ส่วนที่ 3 ผลผลิตจากพืชประกอบที่ปลูกบน เหนือจากรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นแล้วยังเป็นการฟื้นฟูและ คันนา อาทิ ตะไคร้ สะเดา พริก มะนาว ข่า ตะไคร้ สร้างระบบนิเวศน์ให้เป็นพื้นที่เกษตรที่มีความอุดม สมบูรณ์ตามธรรมชาติ ช่วยขจัดต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายาได้ มะเขือ หอมแดงหรือมะรุม

74

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


อย่างเห็นผลและยังเป็นการเรียกขวัญและก�าลังใจให้ กลับคืนมา ซึ่งจะช่วยสานต่ออาชีพเกษตรกรไทยให้ ยังคงอยู่ต่อไปได้ “การที่ ห อการค้ า ไทยซึ่ ง เป็ น องค์ ก รธุ ร กิ จ ได้เข้ามามีส่วนร่วมและช่วยเหลือภาคการเกษตร ของไทย เนื่องจากภาคเอกชนเป็นภาคส่วนที่ส�าคัญ ในการเป็ น ทั พ หน้ า คอยขั บ เคลื่ อ นเศรษฐกิ จ ของ ประเทศ ในขณะเดียวกันยังมีความสัมพันธ์กับภาค การเกษตรและเกษตรกรทั้ ง ทางตรงและทางอ้ อ ม โดยผ่านกระบวนการผลิตและการตลาดในเชิงหุ้น ส่วนธุรกิจที่พึ่งพากัน จึงจ�าเป็นอย่างยิ่งที่ภาคเอกชน ต้ อ งหั น กลั บ มาให้ ค วามส� า คั ญ กั บ ภาคการเกษตร ฐานราก เพราะหากไม่มีเกษตรกร นักธุรกิจก็คงไม่มี สินค้าที่จะน�าไปขาย โครงการภูมิปัญญาไทย นา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน จึงเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ภาคเอกชน จะแสดงถึงการมีมิตรไมตรีเอื้อเฟอเกื้อกูลกัน ตาม ประเพณี ข องสั ง คมไทยที่ สื บ ทอดกั น มายาวนาน”

นายอดิศรกล่าวทิ้งท้าย โครงการนี้ น อกจากจะเป็ น การช่ ว ยเหลื อ ชาวนาในระยะยาวแล้ว ยังเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ ทุกคนสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามก�าลังที่มี นี่คือเรื่อง ที่ประเทศไทยควรพัฒนามากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ หา ใช่รถไฟฟ้าความเร็วสูง หรือการแก้ พ.ร.บ.ไม่ อย่างไร ก็ตาม โครงการท�านา 1 ไร่ได้เงิน 1 แสนบาท ความ จริงไม่ใช่สิ่งใหม่ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันชวนเชื่อ หากเป็น “ทางรอด” ที่บรรพบุรุษไทยได้เพียรท�ามานานแล้ว เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรเอาใจใส่สนับสนุนเพื่อชาวนาและ ประชาชนทุกคนได้อยู่ดีกินดีตามวิถีเดิมของตน เรา อาจจะแหงนมองท้องฟ้าหรือดวงดาวมากเกินไป จน ลืมคุณประโยชน์ของผืนดินที่ก�าลังเหยียบอยู่ ถึงเวลา แล้วหรือยังที่เราจะกลับมามองตัวเอง ว่าพื้นฐานเรา เป็นใครมาจากไหน ภายใต้ “คาถาชีวิต” ที่พ่อมอบ ไว้ให้ “ พอ ” ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ โครงการสอนให้เป็น “ชาวนาอัจฉริยะ” ความรู้ “ท�างาน 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสนบาท” 400 วิชา 153/52 ม.3 หมู่บ้านเรสซิเด้นท์พาร์ค 4 ซอยคู้บอน 27 แยก 11 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.11220 โทร.087503-0526, 08-7794-7557 คุณอรพิน เยาวรัตน์(ต้อ)

ธันวาคม 2556 IS AM ARE

75


BONVOYAGE เรื่องและภาพ : ชนกวสุ

ผมถามคนที่เคยไปปายว่า ปายมีดีตรงไหนเห็นชอบ ไปกันจัง ค�ำตอบที่ได้ยินประจ�ำคือ "ไม่มีอะไรเลย แต่ชอบ" อืมม Do Nothing in Pai จริงๆ

76

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

77


ปาย

เป็นชื่อของอ�ำเภอขนาดพื้นที่กระทัดรัดทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส�ำคัญอันดับต้นๆของประเทศ พื้นที่ เพียงสองพันกว่าตารางกิโลเมตรที่รายล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ ท�ำให้ปายกลายเป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ว่าต้องมาสักครั้งให้ได้ก่อนจะหมดลมหายใจ ครั้งแรกที่ปายได้ต้อนรับคนแปลกหน้าจากแดนไกลคือ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวทหารญี่ปุ่นใช้อ�ำเภอปายเป็น เส้นทางการขนส่งจากเชียงใหม่ไปถึงพม่า จากวันนั้นถึงวันนี้ ชาวอ�ำเภอปายได้ต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนไกล นักท่องเที่ยว กับเป้บนหลังที่มาจากทุกมุมของโลก พวกเขาเหล่านั้นต่างมา แสวงหา "ปาย"จะว่าไปแล้วมื่อก่อนปายนั้นเป็นเพียงแค่ที่พัก กลางทางของฝรั่งที่ต้องการไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนเท่านั้น เพราะ เส้น ทางไปแม่ ฮ ่ องสอนนั้น ช่างคดเคี้ยวเลี้ยวลดและไกลแสน ไกลเสียเหลือเกิน ปายจึงเริ่มมีเกสต์เฮาส์และบริการต่างๆเพื่อมารองรับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเหล่านั้น ด้วยความที่ตั้งอยู่ระหว่าง เชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอนและเป็นเมืองเล็กๆที่ราคาที่ดินยังไม่ แพงเท่าไรนักจึงมีเหล่าผู้คนเมืองที่ต้องการหลีกลี้หนีโลกที่แสน จะสับสนและวุ่นวายไปตั้งรกรากหากินกับฝรั่ง เปิดเกสต์เฮ้าส์ เล็กๆ เปิดร้านเหล้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และด้วยความที่ ต้องการให้เข้ากับท้องถิ่นชนบทที่แสนจะบริสุทธิ์ การตกแต่ง ของร้านเหล่านี้จึงออกมาเรียบง่ายและมีศิลปะแฝงในตัวจึงกลาย เป็นเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ของเมืองปายในที่สุด การที่ปายเป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา นักท่อง เที่ยวฝรั่งเหล่านั้นที่กะว่าจะมาพักครึ่งทางในครั้งแรก พอมาเจอ กับบรรยากาศที่แสนจะเรียบง่ายของเมืองและผู้คนที่อัธยาศัย ดี น�้ำใจงามตามแบบชนบท ก็เลยเริ่มอยู่หลายวันขึ้นๆ หมก ตัวตามร้านเหล้า พี้กัญชา ซื้อทัวร์เดินป่าไปสูบฝิ่นตามหมู่บ้าน ชาวเขา สีสันของเมืองก็เลยเริ่มเพ้อฝัน และอารมณ์ศิลปินมาก ขึ้นไปทุกขณะ จนมีสโลแกนของเมืองปายขึ้นมาว่า "Notting in pai" คือมันเป็นเมืองที่ไม่มีอะไรเลย เหมาะสมกับการมาท�ำตัวนิ่งๆ มาชาร์จชีวิตและจิตวิญญาณให้เต็มมากกว่าแต่ก็นี่แหละครับที่ เป็นเสน่ห์ของปาย จนท�ำให้ปายเป็นปายอย่างที่เราเห็นมาจนถึง ปัจจุบันนอกจากธรรมชาติและวัฒนธรรมอันงดงามของปายจะ เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนแล้ว

78

IS AM ARE

www.ariyaplus.com

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือร้านกาแฟน่ารักๆ ร้าน ขายของที่ระลึกเก๋ๆ ที่ใครผ่านมาก็มักจะต้องถ่ายรูปไว้เป็นหลัก ฐาน ส�ำหรับร้านกาแฟนั้นมีอยู่แทบทุกมุมในตัวเมืองหรือแม้แต่ นอกเมืองปาย ส่วนร้านขายของที่ระลึกนั้นจะมีมากในถนนชัย สงคราม เราสามารถมาเลือกซื้อของฝากประเภทเสื้อยืด กระเป๋า โปสต์การ์ด พวงกุญแจ ฯลฯ ไปฝากคนทางบ้านได้ และในตอน เย็นย�ำ่ ไปจนถึงค�ำ่ มืดถนนสายนีก้ จ็ ะจัดเป็นถนนคนเดิน นอกจาก ร้านรวงต่างๆ แล้ว ชาวบ้านและชาวเขาต่างก็น�ำของที่ระลึกมา วางขายแบบแบกะดินให้เลือกซื้อกันตามอัธยาศัย จริงๆแล้วปาย ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เรามักจะมองข้ามไปอีกมาก ปายไม่ได้มีแค่วัดฮู หรือ หมู่บ้านสันติชล ชุมชนชาวจีน ยูนานที่อพยพลี้ภัยคอมมิวนิสต์เข้ามาอยู่ในประเทศไทย หรือโป่งน�้ำร้อนท่าปายเท่านั้นแต่ปายยังมีสถานที่ที่น่า สนใจที่ผมอยากให้ทุกคนลองมาสัมผัส นั่นคือ “ไฮ่อุ๊ยต๋าค�ำ ปาย” ค�ำว่าไฮ่ ก็มาจากค�ำว่าไร่นั่นเอง ไฮ่อุ๊ยต๋าค�ำปายนั้นอยู่ ในต�ำบลทุ่งยาว ซึ่งออกนอกเมืองไปไม่ไกล ที่นี่เปิดเป็นโฮมสเตย์และป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ที่พึ่งพิงธรรมชาติ ไม่พึ่งพิงเทคโนโลยี นอกจากนั้นที่นี่ยังปลูก ข้าว ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ไว้กินเอง สร้างบ้านจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นที่ชื่นชมของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก จึงมีฝรั่งหลายๆ คนมาอยู่อาศัยที่นี่และมาเรียนรู้การใช้ชีวิตกับ ธรรมชาติ และใกล้ๆ กับไฮ่อุ๊ยต๋าค�ำปายนั้น เป็นผืนนาขนาด ใหญ่ที่สุดในเมืองปาย คือมีพื้นที่กว่า 200 ไร่ เป็นที่นาของชาว บ้านหลายๆ ครอบครัวที่อยู่ติดกัน ซึ่งเราจะหาผืนนาขนาดใหญ่ กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะหลายๆพื้นที่ได้เปลี่ยนไปเป็นรีสอร์ท เป็นเกสต์เฮ้าส์ไปหมดแล้ว ถึงแม้ว่าปายในทุกวันนี้จะมีความเจริญทางวัตถุจะเข้า มาจนท�ำให้บางครั้งเรารู้สึกแปลกๆ ไปบ้าง แต่ผมก็เชื่อว่าทุกๆ การเดินทางต่างก็มีข้อดีของมัน ถ้าหากเราเดินทางไปยังประเทศที่ดีกว่า เราอาจได้เรียน รู้ว่าจะพัฒนาประเทศของตัวเองอย่างไร แต่ถ้าหากเราเดินทางไปยังที่ที่เลวร้ายกว่า เราก็อาจ ได้เรียนรู้ว่าจะอยู่กับมันอย่างมีความสุขได้อย่างไรเช่นเดียวกัน

ก็เพราะว่า"ชีวิตคือการเดินทาง"มิใช่หรือ


การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อมาปายด้วยรถประจ�ำทางนั้น ไม่มีรถตรงจากกรุงเทพฯ มายัง อ.ปาย หรือจากจังหวัดอื่นมายังปาย นอกจากต้องมาขึ้นรถที่จังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น ซึ่งเราสามารถเลือกใช้บริการ ได้ทั้งรถตู้ และรถบัสประจ�ำทาง จากเชียงใหม่ รถประจ�ำทางเส้นทางสายเชียงใหม่ - ปาย รถออกจากขนส่งอาเขตเชียงใหม่วันละ 5 เที่ยว เวลา 07.00 น., 09.30 น., 10.30 น., 12.30 น., 16.00 น. นอกจากนั้นเรายังสามารถขับรถไปเอง ด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 107 และเลี้ยวซ้ายสู่ทางหลวงหมายเลข 1095 ถนนที่มีจ�ำนวนโค้งทั้งหมด 762 โค้งเพื่อมุ่งหน้าสู้อ�ำเภอปาย ธันวาคม 2556 IS AM ARE

79


ROUNDABOUT เรื่อง : เจ้าจุก

กิจกรรมสอนหนังสือน้องในชุมชน ร่วม กับ กลุ่ม ซ.โซ่อาสา กิจกรรมสอนหนังสือน้องในชุมชน ร่วมกับ กลุ่ม ซ.โซ่อาสา ณ ชุมชนรถไฟติกแดง บางซื่อ นั้น นับว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีความส�ำคัญมากกับแกน น� ำ เยาวชนครอบครั ว พอเพี ย งทุ ก ๆคน เพราะเป็น กิจกรรมที่น้องๆแกนน�ำจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ทุกๆเดือน เนื่องจากไม่เพียงแต่ไปสอนน้องๆในชุมชน เท่านั้น แต่ประสบการณ์ที่ได้ไปนั้นถือเป็นการเรียนรู้ ที่ยิ่งใหญ่ ที่ได้เห็นความจริงและความหมายของชีวิต

ศึกษาดูงานบ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แกนน�ำเยาวชนครอบครัวพอเพียงได้เดิน ทางไปศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑ์บ้านม.ร.ว.คึก ฤทธิ์ ปราโมช สถานที่ส�ำคัญทางประวัติศาสตร์ของ การเมืองไทย นับว่าเป็นการเรียนรู้ครั้งส�ำคัญที่ได้ เรียนรู้จากสถานที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และยังเป็นสถานที่ที่มีความงดงามและร่มรื่นมาก อีกด้วย

ซิตี้ดึงซิโก้และโค้ชทีมชาติ จัดคลินิกฟุตบอล ติวเข้มลูกหนังแข้งจิ๋ว ความฝันที่ทีมชาติไทยจะเป็นจ้าวแห่งกีฬา นั้นไม่ไกลเกินเอื้อม เมื่อนักกีฬาทีมชาติไทยรุ่นใหม่ๆ เริ่ มสร้ า งชื่ อ เสี ย งให้ กั บประเทศ ไม่ ว ่ า จะเป็ น กีฬา แบดมินตัน หรือวอลเล่ย์บอล ที่สามารถโค่นแชมป์ อย่างจีนและญี่ปุ่นลงได้ จนกลายเป็นขวัญใจคอกีฬา ทั่วโลก ปัจจัยของความส�ำเร็จมาจากการปั้นนักกีฬา เหล่านี้ตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยการสนับสนุนและให้โอกาส แก่เยาวชนผู้สนใจด้านกีฬา เพื่อเฟ้นหาสุดยอดของ นักกีฬาแต่ละประเภท กีฬาที่น่าจับตามองต่อไปก็คือ “ฟุตบอล” ที่ไทยเรามีดีกรีเป็นถึงอดีตแชมป์ซีเกมส์หลายสมัย ซึ่งเร็วๆ นี้ ทีมชาติไทยชุด ซีเกมส์รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนโดยซิตี้แบงก์ โชว์ฟอร์มเอาชนะทีขาดลอยทีมชาติจีนในนัดอุ่นเครื่อง ด้วย ประตู 5-1 และในปลายปีนี้ กองเชียร์ชาวไทยจะได้มาร่วมลุ้นกับทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 2013 ที่มี "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน และมี “ซิตี้แบงก์” เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ 80

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


เชฟรอนและเอไอทีจับมือส่งเสริมการศึกษาด้านส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่งเพื่อตอบสนองการ เติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานไทยอย่างยั่งยืน บริษัท เชฟรอนประเทศไทยส�ำรวจและผลิต จ�ำกัด และบริษัทร่วมทุน ได้มอบทุนสนับสนุนจ�ำนวน 1,005,000 บาท แก่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือเอไอที เพื่อเป็นการส่งเสริมการศึกษาในสาขาการส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่ง โดยนาย ไพโรจน์ กวียานันท์ ได้เป็นตัวแทนในการมอบทุนสนับสนุนแก่ศาสตราจารย์ วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่ง เอเชีย และนายเกรกอรี่ ชิว อาจารย์ประจ�ำภาควิชาการบริหารและเทคโนโลยีด้านการปฏิบัติงานนอกชายฝั่ง สถาบันเทคโนโลยี แห่งเอเชีย โครงการสนับสนุนการศึกษานี้เป็นความร่วมมือระหว่างเชฟรอนประเทศไทย และบริษัทร่วมทุน ได้แก่ บริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซ์โปลเรชั่น จ�ำกัด บริษัท ปตท. ส�ำรวจและผลิตปิโตรเลียม จ�ำกัด (มหาชน) บริษัทเฮสส์ (ไทยแลนด์) จ�ำกัด และบริษัท พลัง โสภณ จ�ำกัด โดยร่วมกับสถาบันเอไอที เพื่อ มอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาปริญญาโท ในภาควิชาการบริหารและเทคโนโลยีด้าน การปฏิบัติงานนอกชายฝั่งที่มีผลการศึกษา ดี เ ด่ น จุ ด ประสงค์ ข องโครงการนี้ คื อ เพื่ อ สนับสนุนเอไอทีในการพัฒนาบุคลากรที่มี ศักยภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของ อุตสาหกรรมการส�ำรวจและผลิตพลังงาน ในประเทศไทย

(จากซ้ายไปขววา) : นายเกรกอรี่ ชิว อาจารย์ประจ�ำสถาบัน เทคโนโลยีแห่งเอเชีย; นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการ บริหาร เชฟรอนประเทศไทย; และศาสตราจารย์ วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

สตาร์วูดสานต่อกิจกรรมเพื่อการกุศล จัด“วิ่งเพื่อน้อง” มินิ มาราธอน ครั้งที่ 9 เพื่อหารายได้สมทบทุนให้กับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เมื่อเร็วๆ นี้ สตาร์วูด โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ในกรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม “วิ่งเพื่อน้อง” มินิ มาราธอน ครั้งที่ 9 ระยะทาง 10 กิโลเมตร ณ สวนหลวง ร.9 เพื่อหารายได้สมทบ ทุนให้กับองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) โดยมี ผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 1,700 คน และระดมทุนได้จ�ำนวน มากกว่า 450,000 บาท ส�ำหรับมอบให้กับโครงการด้านการศึกษาของ ยูนิเซฟ (UNICEF’s Education Program) โดยคณะผู้บริหารจากสตาร์วูด และผู้บริหารจากโรงแรม ต่างๆ ภายใต้เครือสตาร์วูด ในกรุงเทพฯ น�ำโดย มร.โลธ่าร์ เพลล์ (ที่ 5 จากขวา) รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการภาคพื้น เอเชียแปซิฟิก พร้อมด้วย มร. โจชัว ลี (ขวาสุด) ผู้อ�ำนวยการ ฝ่ายขายและการตลาดประจ�ำประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา และ มิสจูน อึ้ง(ที่ 3 จากขวา) ผู้อ�ำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล ประจ�ำ ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา สตาร์วูด โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย ธันวาคม 2556 IS AM ARE

81


GOODREADS

ฟ้ามีความสูงของฟ้า ผืนดินมีความลึกหนาของมันไม่ต้องไปเทียบ เหมือนคนแต่ละคนก็มีข้อดีของตัวเอง ลมมีอิสระของลม เมฆมีความอ่อนโยนของเมฆ ไม่จ�ำเป็นต้องเลียนแบบกัน คนก็มีบุคคลิกของตัวเอง สิ่งที่เห็นว่าสนุกก็ไปตามหา สิ่งที่เห็นว่าคุ้มค่าก็ไปเฝ้ารอ สิ่งที่เห็นว่าเป็นความสุขก็ควรหวงแหนไว้ ปฏิบัติตามจิตได้ ก็ไม่เสียใจในชาตินี้ 82

IS AM ARE

www.ariyaplus.com


ธันวาคม 2556 IS AM ARE

83


Is am are dec 56  
Is am are dec 56  
Advertisement