Page 1

ครอบครัวพอเพียง

นิตยสารเพื่อคนไทย รูจริง ทำจริง แกจน

คุปองสวนล

ด 30 บาท

เนื่องในวโรกาสคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

51 เมษายน 2555


อาเศียรวาท

งามเอยงามอ่อนไท้ งามพระกิจหลากริน งามสรรพศึกษาสิน งามพิทย์พระเพาะกล้า พระกรุณพรูพร่างเพี้ยง วางรากหลักเรียนสอน ผองดรุณสิกขาบวร แตกยอดต่อใบสล้าง บ�ำเพ็ญเพียรพระพ้น เกิดก่อปวงวิทยา ผิวพันธุ์เผ่าภาษา หยดทิพย์หยาดจากไท้ จ�ำรูญวิโรจน์เรื้อง เก็จก่องปัญญาภัสร์ วิวิธศาสตร์สืบวิวัฒน์ วิจัยก่อวิจักขณ์แก้ว เทิดนามพระมิ่งเกล้า เทิดปิ่นอวยอ�ำรุง เทิดเกียรติเกริกผดุง เทิดศิระเพราะพระป้อง

เทพินทร์ รื่นหล้า สรรค์สู่ พสกแฮ เกิดแจ้งวิญญู พรหมพร สฤษฏ์สร้าง แววสวัสดิ์ เลิศรู้เนาเสถียร อุปมา แหล่งไร้ แผกต่าง โลกร้างมลายสูญ เรืองรัฐ เพริศแพร้ว วาวรุ่ง กอบกู้ขวัญสยาม มณีกรุง ราษฎร์ซ้อง เผด็จราพณ์ ปกฟ้าห่มดิน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ผู้บริหาร และทีมงาน นิตยสารครอบครัวพอเพียง นายนรุตม์ คุปต์ธนโรจน์ ร้อยกรอง


“...การที่จะให้งานประสานกันนั้นหลักส�าคัญอยู่ว่า ทุกฝ่ายจะต้องไม่ แบ่งแยกกัน ไม่แย่งประโยชน์ ไม่แย่งความชอบกัน แต่ละฝ่ายแต่ละคนต้อง ท�างานด้วยบริสุทธิ์ใจ มุ่งหวังผลส�าเร็จในการงานเป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น...” คัดตัดตอนจากพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้ส�าเร็จการศึกษาสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ วันศุกร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ เป็นประธาน เปิดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “๘๔ พรรษา ประโยชน์สุขสู่ปวงประชา”

วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๕ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�าเนินเป็นประธานในพิธีเปิด งานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “๘๔ พรรษา ประโยชน์สุขสู่ ปวงประชา” ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือของส�านักราชเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา ส�านักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ และส�านักงบประมาณ มี วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณ พระปรีชาสามารถ ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�าริที่มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของ ประเทศกว่า ๔,๑๐๐ โครงการ ที่ส่งผลส�าเร็จ และสร้างประโยชน์ สุขให้แก่ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน โอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราช กุมารี ได้พระราชทานถ้วยรางวัลส�าหรับผู้ที่ชนะเลิศการประกวด ผลงานตามแนวพระราชด�าริ ๔๙ ราย ประกอบด้วย การประกวด 4 : ครอบครัวพอเพียง

ผลงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ ๒ จ�านวน ๑๐ ประเภท ได้แก่ ประเภทประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและกันดาร ๒.ประชาชนทั่วไป ๓.ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ๔.เกษตรทฤษฎี ใหม่ ๕.กลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่ ๖.หน่วยงานองค์กรภาครัฐ ส่วนกลาง ๗.หน่วยงานองค์กรภาครัฐ ส่วนภูมิภาค ๘.ธุรกิจ ขนาดใหญ่ ๙.ธุรกิจขนาดกลาง ๑๐.ธุรกิจขนาดย่อม การประกวด เกษตรกรต้นแบบหมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมา จากพระราชด�าริ การประกวดชุมชนรักษ์ป่าไม้ การประกวดการ บริหารจัดการน�้า การประกวดขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ การ ประกวดชุดภาพถ่าย “ความสุขของแผ่นดิน” การประกวดผลิต สื่อวีดิทัศน์ประกอบเพลง “ร้อยมือ ล้านใจ” จากนั้ น ได้ เ สด็ จ พระราชด� า เนิ น ไปยั ง ห้ อ งแสดง นิ ท รรศการเฉลิ ม พระเกี ย รติ “๘๔ พรรษา ประโยชน์ สุ ข สู ่


ปวงประชา” เพื่ อ ทรงเปิ ด นิ ท รรศการฯ และทอดพระเนตร นิทรรศการ และร้านค้าที่จ�าหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการอันเนื่อง มาจากพระราชด�าริ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “๘๔ พรรษา ประโยชน์สุขสู่ปวงประชา” ประกอบด้วย การประมวลภาพการ ทรงงานด้านการพัฒนา ๘๔ ภาพ ความประทับใจที่หาชมได้ยาก ภาพยนตร์ ๔ มิติ “ดิน น�้า ป่า อาชีพ สร้างสมดุลที่ยั่งยืน” ด้วย ระบบ แสง เสียง และเทคนิคต่างๆให้ความรู้สึกสมจริงในขณะชม ภาพยนตร์ ผลส�าเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ กว่า ๔,๑๐๐ โครงการ การพัฒนาในโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด�าริ ๔ ภาคทั่วประเทศ อาทิ ภาคกลาง การท�าเกษตร ทฤษฎีใหม่ การใช้หญ้าแฝก พืชมหัศจรรย์แก้ปัญหาดิน และน�้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชมสัตว์เศรษฐกิจ ๓ ด�า ที่มีชื่อเสียง และหาชมได้แห่งเดียวที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมา จากพระราชด�าริ จังหวัดสกลนคร ได้แก่ วัวด�าภูพาน ไก่ด�า และ หมูด�าภูพาน และวิธีการประกอบอาชีพให้ยั่งยืน ภาคเหนือ การ จัดการป่าต้นน�้าล�าธาร การปลูกป่าสร้างฝาย และเรื่องเล่าจาก โครงการหลวงจากกาแฟต้นเดียว และภาคใต้ การแก้ไขปัญหา ดินเปรี้ยว และ ๔ น�้า ๓ รส การสร้างอาชีพจากที่ที่หลากหลาย เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้ชมความส�าเร็จจากแนวพระราชด�าริ ที่ ได้น�าไปขยายผลสู่ประชาชน และเยาวชนในรูปของสื่อประกอบ ภาพยนตร์การ์ตูน ๓ มิติ ชุด พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ รวมถึงการเผย แพร่และน�าเข้าข้อมูลจากล้านภาพ ล้านถ้อยค�าล้านเรื่องราว ที่ เล่าขานงานของในหลวง และการถ่ายทอดเรื่องราวการน้อมน�า แนวพระราชด�าริ น�้า ป่าไม้ การประกอบอาชีพ ทฤษฎีใหม่ และ เศรษฐกิจพอเพียง ไปขยายผลสู่ครอบครัว ชุมชน เยาวชนและ สถาบันการศึกษาในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้เสด็จพระราชด�าเนินไปเยี่ยมชม การ จ� า หน่ า ยผลิ ต ภั ณ ฑ์ ใ นโครงการอั น เนื่ อ งมาจากพระราชด� า ริ และผลิ ต ภั ณ ฑ์ จ ากผู ้ ช นะการประกวดผลงานตามปรั ช ญาของ เศรษฐกิจพอเพียง อาทิ ร้านภัทรพัฒน์ ร้านภูฟ้า ร้านสายใจ ไทย ร้านจิตรลดา ร้านศิลปาชีพ มูลนิธิพระดาบส โครงการสวน จิตรลดา โครงการฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ โครงการศึกษา วิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี โครงการ พัฒนาพื้นที่หนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ โครงการพัฒนา ลุ่มน�้าห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ โครงการ พัฒนาพื้นที่ดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ โครงการหลวง (มก.) บริษัท พิบูลย์ชัยน�้าพริกเผาไทยแม่ประนอม จ�ากัด บริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต) จ�ากัด บริษัท นิธิฟู้ดส์ จ�ากัด ไชโป๊วแม่ตังกวย จังหวัดราชบุรี โอกาสนี้นับเป็นวาระอันดีที่ประชาชนจะได้ร่วมชื่นชม พระปรีชาสามารถในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผ่านการแสดง ในงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “๘๔ พรรษา ประโยชน์สุข สู่ปวงประชา” ให้ได้ประจักษ์โดยทั่วกัน อีกทั้งจะได้ร่วมกันสาน ต่อพระราชปณิธานให้แพร่หลายตลอดไป

ครอบครัวพอเพียง : 5


นพ. วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ

รองเลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

หัวใจแห่(Human งความเป น มนุ ษ ย์ Heart) ผมเคยไปราชการที่ จั ง หวั ด หนองคาย เมื่ อ หลายปี ก่อน......กว่าจะไปถึงก็ค่อนข้างดึกแล้ว โรงแรมที่พรรคพวกกัน จองไว้ให้อยู่ทางไหนก็ไปไม่ถูก ก็เลยจอดรถแวะถามทางคุณป้า ข้างทาง คุณป้ายิ้มแล้วก็บอกว่า “ออคุณ…..อยู่ไม่ไกลหรอก ประมาณสักกิโลหนึ่งจากนี้ เดี๋ยวจะขับรถน�าหน้าพาไป….คุณ ขับรถตามมานะ” ....ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นคร่อมรถเครื่อง ขี่ช้าๆ ออก น�าหน้าไป พอถึงหน้าโรงแรมป้าก็ฉีกยิ้มหวานแล้วเลี้ยวกลับไป ทางเดิม.... ....ผมยังรู้สึกประทับใจ ในน�้าจิตน�้าใจของคุณป้าเมือง หนองคาย ติดตราตรึงใจมาโดยตลอด ตราบเท่าทุกวันนี้.... ...ผมไม่ คิ ด ว่ า ผมจะมี โ อกาส เจอคนมี หั ว ใจและ มิตรไมตรีแบบนี้ในกรุงเทพ หรือเมืองใหญ่ๆที่เต็มไปด้วยความระ แวดระวังภัย และสิ่งแวดล้อมที่หยาบกระด้าง... ....นี่คือตัวอย่างของ Human Heart ในสังคมไทย..... หมอรุ่นเก่าๆบางคน ดูแลรักษาคนไข้ที่ฐานะยากจน 6 : ครอบครัวพอเพียง

นอกจากจะไม่ได้คิดเงินกับคนไข้แล้ว ยังควักเงินแถมค่ารถค่า ข้าวกลับบ้านไปให้ด้วย คนไข้วันหลังก็ตอบแทนน�้าใจด้วยกล้วย น�้าหว้าบ้าง มะละกอท้ายสวนบ้าง พร้อมด้วยรอยยิ้มที่จริงใจและ ดวงตาที่อบอุ่น... ...นี่ก็เป็นตัวอย่างของ Human Heart อีกเรื่องหนึ่ง... ....หลวงพ่อสมัย (พระครูอุปการพัฒนกิจ) แห่งวัดหนอง หญ้านาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี หมอไทยดีเด่นแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ เล่าว่าตอนติดตามครูบาอาจารย์ไปรักษาเยียวยาคนไข้ ครูต้อง ทดสอบนิสัยใจคอ และความอดทนของลูกศิษย์ด้วยค�ากล่าวที่ ว่า “มึงจะเรียนหมอ ไม่ใช่เป็นนายคนนะ มึงต้องเป็นขี้ข้าคน ต้องเสียสละ มีความเมตตา มีพรหมวิหาร ในใจต่อคนป่วย เขา ตามไปยามใด มึงต้องไปหายามนั้น คนยากดีมีจน ไม่เลือกชั้น วรรณะ มึงต้องรักษาทุกคน จะไปเลือกปฏิบัติไม่ได้ จะเห็นแก่ ตัวไม่ได้ จะไปเห็นแก่สินจ้างรางวัลไม่ได้ มึงจะเรียนได้หรือไม่! ” นี่ เ ป็ น ปรั ช ญาในการให้ บ ริ ก ารดู แ ลผู ้ ป ่ ว ยที่ มี คุ ณ ค่ า ยิ่งนัก ในด้านจิตวิญญาณอันสูงส่ง จุดเด่นอย่างหนึ่งของบริการ


แพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้าน คือ ความมีหัวใจบริการต่อ เพื่อนมนุษย์ (Human Heart) ซึ่งการแพทย์แผนปัจจุบันดูเหมือน จะอ่อนด้อยถอยหลังเข้าคลองไปทุกวันทุกวัน ที่อเมริกา เมื่อ ๒-๓ ปีก่อน เคยมีเรื่องโด่งดัง อื้อฉาว ไปทั่วโลก คือ เรื่องผู้ป่วยรายหนึ่งไปนั่งรอตรวจอยู่ที่แผนกผู้ป่วย นอกของโรงพยาบาลในย่านคนจนแห่งหนึ่งถึง ๘ ชั่วโมง แล้วก็ เป็นลมล้มฟุบอยู่ตรงนั้น โดยที่มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเดินเฉย ผ่านไปผ่านมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนผู้ป่วยรายนั้นเสียชีวิต ไปในที่สุด ระบบบริการสาธารณสุขของอเมริกา เป็นระบบที่เน้น “แพทย์พาณิชย์” และเอาเงินน�าหน้า จนแทบหาคุณค่าของ เรื่อง Human Heart ไม่ได้เลย กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ มาจนตราบเท่าทุกวันนี้ย่างเข้า ๑๐ ปีแล้ว มีปรัชญาแห่ง การบริหารระบบ คือ “เน้นการเข้าถึงบริการ พัฒนาคุณภาพ และประสิทธิภาพของระบบ” โดยพยายามเพิ่มสิทธิประโยชน์ ลดช่องว่างและข้อขัดข้องต่างๆในระบบบริการ จนล่าสุดในการ จัดงานมอบรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจ�าปี ๒๕๕๕ (Prince Mahidol Award) ได้รับการยกย่องและชื่นชมจากนานาประเทศ ทั่วโลก และมูลนิธิรอคกี้เฟลเลอร์ ได้มอบทุนให้เป็นแหล่งศึกษา ดูงาน และการเรียนรู้ส�าหรับผู้สนใจทั่วโลกเป็นจ�านวน ๑๘ ล้าน บาท นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลยอดเยี่ยมกองทุนที่มีการด�าเนิน งานดีเด่น จากกระทรวงการคลัง ในบรรดากองทุนย่อยต่างๆร้อย กว่ากองทุนทั่วทั้งประเทศ เป็นปีที่ ๔ ติดต่อกัน.... โปรดช่วยกันปกป้อง พิทักษ์รักษาปรัชญาแห่ง Human Heart ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่ให้เสื่อมคลาย และเจือจางลงไป จากกระแสแพทย์พาณิชย์และระบบทุนนิยม ที่หวังผลประโยชน์ส่วนตัว หรือเฉพาะกลุ่ม ตลอดจนการบริหาร จัดการที่ขาดซึ่งธรรมาภิบาล

ครอบครัวพอเพียง : 7


สวัสดีปีใหม่ไทย..ตรุษไทย วันสงกรานต์ เดือนแห่งความสุข เมษายนของทุกปี นอกจากในเดือนนี้ จะเป็นวันตรุษไทยแล้ว เดือนนี้ยังมีวันที่ส�ำคัญอีกหนึ่งวันคือ วันคล้ายวันพระราชสมภพของ “พระองค์หญิงน้อย” หรือสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ วันที่ ๒ เมษายน และในปีนี้ ทรงมีพระชันษา ครบ ๕๗ ปี ตลอดระยะเวลากว่า ๕๐ ปีที่ผ่านมา เราจะได้พบเห็นภาพของ “พระองค์หญิงน้อย” ตามเสด็จพระราชบิดา หรือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปในทุกๆที่ทั่วประเทศ ภาพพระราชกรณียกิจ (การท� ำงาน)ที่ทรงท�ำในทุก พื้นที่ ทั่วประเทศนั้น ล้วนแล้วแต่ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ประชาชนทั้งสิ้น “พระราชาไม่ทรงให้เงิน แต่พระราชาทรงให้ชีวิตที่ สมบูรณ์และยั่งยืน” บนพื้นฐานของอาชีพ คือเกษตรกร ถ้าจะถามว่าคนไทยมีอาชีพได้เฉพาะการเกษตรเท่านั้นหรือ แล้วค�ำตอบ ตอบว่าใช่ คงไม่ผิด เพราะกว่า ๖๓ เปอร์เซนต์ แรงงาน ส่วนใหญ่ของไทยอยู่ในภาคเกษตรกรรม โดยมีข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำ� คัญที่สุดของประเทศ และส่งออกข้าวเป็นอันดับ ๑ ของโลก ประเทศไทยมีพื้นที่ซึ่งเหมาะต่อการเพาะปลูกกว่า ๒๗.๒๕% ซึ่งในจ�ำนวนนี้กว่า ๕๕% ใช้ส�ำหรับการปลูกข้าว ส่วนพืชผลทางการเกษตร อื่น ๆ ได้แก่ ยางพารา ผักและผลไม้ต่าง ๆ รวมไปถึงมีการเพาะเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น วัว สุกร เป็ด ไก่ สัตว์น�้ำทั้งปลาน�้ำจืด ปลาน�้ำเค็มใน กระชัง การท�ำนากุ้ง การเลี้ยงหอย รวมไปถึงการประมงทางทะเล เนื่องจากประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ด้านพืชพรรณธัญญาหาร ตลอดปี จึงได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ส�ำคัญของโลก และเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลกเป็นอันดับที่ ๕ แผ่นดินไทยแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรที่มีค่ามากมายที่อยู่ในดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเพียรพยายาม ให้คนไทยรู้ และทรงท�ำเป็นตัวอย่าง ดังเช่น วันพืชมงคล พิธีแรกนาขวัญ พระองค์ทรงเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง ทรงให้ความส�ำคัญแก่ ประชาชนที่มีอาชีพ ท�ำนา และทรงเป็นชาวนาด้วยพระองค์เอง ที่ประทับ(ที่อยู่) พระราชวังสวนจิตรลดา มีแปลงนา มีการเกี่ยวข้าวและ พระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ชาวนา ทุกปี

“พระองค์หญิงน้อย” หรือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯก็ทรงมีพระราชจริยวัตร (ท�ำตามที่พ่อสอน) เช่นนัน้ และทรงมีความเป็นห่วงประชาชนคนไทย ดั่งเช่นพระราชบิดา ทุกประการ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ๒ เมษายน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ประธานกิตติมศักดิ์ : คุณหญิงพวงรัตน วิเวกานนท์, ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด, ปรีชา วัชราภัย,เบญจวรรณ สร่างนิทร นนทิกร กาญจนะจิตรา (เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ : พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์, พุธทรัพย์ มณีศรี, ชมนาด พงศ์พนรัตน์, ดร.เสรี พงศ์พิศ, เกริกเกียรติ์ เอกพจน์, นงลักษณ์ หอตระกูล ดร.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์, ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์, ปภพ อารยะศาสตร์, ชัยสิทธิ์ ดอนท้วม, ดวงฤดี รัตนโอฬาร, ชาญยุทธ นนทิวิรุฬห์ นารีรัตน์ ทองประพาฬ, สุดาพร บุญโนทก, ปรีดาวรรณ ทนยิ้ม, เสริมสกุล คล้ายแก้ว, พินิจ ค�ำปู่, วิสุทธิ์ ชินนาพันธ์, วิรวรรณ เหรียญนาค วรรณดี นาคสุขปาน, ผศ.พวงเพชร รัตนรามา, วนิดา โรจจวัฒน์, วิวัธน์ชัย คงล�ำธาร, ผศ.(พิเศษ) ดร.ศิริพงศ์ พฤธิพันธุ์ ไพศาล คัจฉสุวรรณมณี, ดร.แสงโฉม ถนอมสิงห์, สุรศักดิ์ อัตตะสาระ,ประเสริฐ หอมดี, นิตยา ชีวะพฤกษ์, สมหญิง ธาดาธิเบศร์ ชริตว์จาร์ คล่องการยิง, รังสิมา จารุภา, ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ประธานด�ำเนินการ : ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษา : วริมา โพธิสมบัติ, วัลภา บุรุษพัฒน, ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน, ดร.ขนิษฐา สารพิมพา, ฌิชศีล ตันติเวชกุล, จริยา รอดเที่ยง บรรณาธิการ : ศุภกร ม่วงแพรศรี, อภีม คู่พิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ : ภาวัช ครูซ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ : ชัชชัย สุขขาวดี, พุฒิพัฒน์ กมลจรัสพงศ์, สุพิชฌาย์ กมลจรัสพงศ์ ผู้อ�ำนวยการฝ่ายการตลาด : รัชดาภรณ์ ศรีนวลสุข ฝ่ายการตลาด : นุชนาถ คันธธาศิริ ศิลปกรรม : เอกรัตน์ คงรอด ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย : ส�ำนักงานกฎหมาย พิทยาเพชรพลอย โรงพิมพ์ : บริษัท ฐานการพิมพ์ จ�ำกัด จัดจ�ำหน่าย : บริษัท โอเชี่ยน บุ๊คมาร์ท จ�ำกัด ส�ำนักงาน : นิตยสารครอบครัวพอเพียง ๓๑/๒ ซอยทองหล่อ ๒ แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทรศัพท์ : ๐-๒๙๘๓-๗๓๑๒-๓ โทรสาร : ๐-๒๙๘๓-๗๓๑๔ เว็ปไซต์ : www.ariyaplus.com E-mail : ariyaplus@hotmail.com

8 : ครอบครัวพอเพียง


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ Department of Intellectual Property 44/100 ถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02 547 4621-25 สายด่วน 1368 www.ipthailand.go.th


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เจ้าฟามหาจักรี สิรินธร ผูตามรอยเบื้องพระยุคลบาท

กล่าวได้ว่า ไม่มีผืนแผ่นดินไทยส่วนไหนที่สมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะไม่เคยย่างพระบาท ไปถึง ไม่ว่าที่นั้นจะเป็นเขาสูง หรือทุ่งกว้าง ผืนน�้าหรือพื้นราบ ที่โล่งหรือพงป่า ภูมิประเทศอันน่ารื่นรมย์ หรือดงทาก ใต้ถุน บ้านผุพังในชนบท หรือกลางดงน�้าเน่าในแหล่งเสื่อมโทรม หาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯ ไปปรากฏพระองค์อยู่ ณ ที่ใด สมเด็จพระเทพฯ ก็จะเสด็จฯ ตามไปด้วย ติดพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไม่เคยห่าง นอกจากนี้ ยังเสด็จพระราชด�าเนินด้วยพระองค์เองไป ตามล�าพัง จนทั่วทุกตารางนิ้วของประเทศ ทั้งพระราชกิจอัน เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชด�าริของพระบาท สมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว ฯ และโครงการพั ฒ นาเพื่ อ สงเคราะห์ พสกนิกรในส่วนของพระองค์เอง ซึ่งเป็นงานที่ล้วนแล้วแต่มี 10 : ครอบครัวพอเพียง

วัตถุประสงค์บั้นปลาย เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนชาวไทย ทั้งสิ้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ ทรงเป็นพระผู้ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ไปบนเส้นทางสายเดียว กับที่พระราชชนกชนนี เสด็จพระราชด�าเนินไป โดยแท้ น้อยครั้งนัก ที่ขบวนเสด็จพระราชด�าเนินของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขณะออกไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกร และ ทรงงานพัฒนาในท้องถิ่นทุรกันดารในชนบท จะไม่มีสมเด็จพระ เทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ติดตามไปด้วย และในความรู้สึกของ บรรดาข้าราชบริพาร ข้าราชการและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ ต้องตามขบวนเสด็จฯ เพื่อถวายงานนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งขบวน เสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ฉะนั้นความมุ่งมั่นพระราชหฤทัยในการที่ทรงรับพระ


ราชภาระในการสนองพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อย่าง เข้มงวดและจริงจังนั้น ประจักษ์ชัดในความรู้สึกของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถวาย งานต่างๆ และพสกนิกรโดยทั่วหน้า พระผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญชาวสยามพระองค์นี้ ไม่ เคยเหนื่อยหน่าย ย่อท้อ และหยุดยั้งงานที่ยากล�ำบากตรากตร�ำไม่ว่าพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จฯ พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชด�ำเนิน ไป ณ หนใด สมเด็จพระเทพรัตนฯ ประทับอยู่ ณ หนนั้น นับเนื่องมานานจวบจน กาลปัจจุบันและที่จะเป็นไปในอนาคต พระวิ ริ ย ะอุ ต สาหะในการทรงงานนั้ น เป็ น ที่ ลื อ เลื่ อ งว่ า ไม่ เ คยทรง หยุ ด นิ่ ง แม้ แ ต่ ชั่ ว ครู ่ ย าม ทรงหายพระทั ย เป็ น งานโดยตลอด ครั้ ง หนึ่ ง ขณะที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ด�ำรงต�ำแหน่ง เลขาธิการ กปร. ในขณะนั้น ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ และภาระรับผิดชอบในการตามเสด็จฯ และเฝ้าถวายงานแด่พระราชวงศ์ทุกพระองค์ ได้เล่าให้ฟังด้วยความชื่นชมเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในการเสด็จพระราชด�ำเนินไปทรงงาน ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างที่คอยเสด็จพระราชด�ำเนินโดย เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง จากนครเวียงจันทน์สู่หลวงพระบาง เช้าวันนั้นทัศนวิสัยไม่ เอื้ออ�ำนวยแก่การบิน จึงต้องคอยอยู่ที่เวียงจันทน์เป็นเวลา ๒-๓ ชั่วโมง การรอคอย เฉยอยู่โดยไม่มีอะไรจะท�ำแม้ชั่วเวลาอันสั้นนั้น มิใช่วิสัยของสมเด็จพระเทพรัตนฯ อย่างแน่นอน ดังนั้นแทนที่จะเสียเวลาเปล่าระหว่างคอยฟ้าเปิดเพื่อน�ำเครื่องบินขึ้น กลับทรงน�ำคณะไปเยี่ยมชมสถานที่และวัดเก่าแก่ต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียงเป็นการ ศึกษาศิลปะ โบราณคดี และวัฒนธรรมไปในตัวเป็นการดีกว่าอยู่เฉยๆ และตลอดเวลา นั้นก็ได้ทรงทักทายปราศรัยกับประชาชนชาวเวียงจันทน์อย่างเป็นกันเอง และไม่ถือ พระองค์ เป็นที่ประทับใจผู้คนพี่น้องชาวลาวอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นที่กล่าวขาน กันในนครเวียงจันทน์มานับจนบัดนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นั้น ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนบูชา ไม่เฉพาะในหมู่พสกนิกรชาวไทยแต่ประการเดียว เท่านั้น หากแต่ยังทรงเป็นที่ชื่นชมรักใคร่ในหมู่ประชาชนของประเทศเพื่อนบ้าน และ ประเทศในภูมิภาคอื่นๆ เป็นอย่างยิ่งอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการที่เสด็จฯ เยือน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว ดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นนั้น ปรากฏว่าประชาชน ชาวลาวทุกหมู่เหล่าได้พากันห้อมล้อมรับเสด็จฯ ไม่ว่าจะเสด็จพระราชด�ำเนินไป ณ จุดใดเป็นจ�ำนวนมากมายมหาศาล อย่างที่ไม่เคยปรากฏในการต้อนรับบุคคล ส�ำคัญ ซึ่งเป็นแขกเมืองต่างประเทศครั้งใดมาก่อนเลย กิตติศัพท์และพระเกียรติคุณ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นั้น ขจรไกลไพศาลมา ช้านานในหมู่ชาวต่างประเทศ ครั้นได้มาชื่นชมพระบารมีเข้าจริงๆ ประกอบกับ พระจริยาวัตรอันงดงาม น่าชื่นชม ความไม่ถือพระองค์ การแสดงออกซึ่งพระเมตตา กรุณาที่มีต่อบุคคลทุกชั้นที่ได้พานพบ ความเอาพระทัยใส่ในพระราชภารกิจทั้งปวง ตลอดจนพระอารมณ์ขันและความเข้าพระทัยในมวลมนุษยชาติ ซึ่งมีความแตกต่าง หลากหลายในขนบธรรมเนียมประเพณี แต่ก็ทรงพยายามที่จะเรียนรู้และสอดคล้อง เข้าได้กับผู้คนทุกหมู่เหล่า ทุกชาติ ศาสนา เหล่านี้เอง จึงเป็นเหตุผลที่ท� ำให้ได้มี การถวายการต้อนรับและชื่นชมยินดีอย่างเอิกเกริกจากใจจริงที่มิได้เสแสร้งจาก ประชาชนทั่วทุกมุมโลกและจากทุกชาติทุกภาษา

พระวิริยะอุตสาหะ ในการทรงงานนัน้ เป็นที่ลือเลื่องว่าไม่เคย ทรงหยุดนิง่ แม้แต่ ชั่วครู่ยาม ไม่เคยเหนื่อยหน่าย ย่อท้อ และหยุดยั้งงานที่ ยากล�ำบากตรากตร�ำไม่ ว่าพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินนี าถ จะ เสด็จพระราชด�ำเนินไป ณ หนใด ครอบครัวพอเพียง : 11


เด็กวันวาน....เด็กวันนี้

ในวันท�างานลุงจะรับประทานอาหารเช้านอกบ้านเป็น ประจ�า ซึ่งส่วนใหญ่มีร้านประจ�าอยู่ ๒-๓ ร้าน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าวัน นั้นลุงไปท�างานที่ไหน แต่ในวันหนึ่ง ร้านอาหารประจ�ายังไม่เปิดขาย อาจเป็น เพราะว่าวันนั้นลุงไปถึงเช้าผิดปกติ เมื่อร้านประจ�ายังไม่เปิดขาย จึงจ�าเป็นต้องเข้าร้านขาย อาหารร้านอื่น ซึ่งเป็นร้านอาหารตามสั่ง ร้านนี้มีผู้ชายอายุประมาณ ๔๐ ปีกว่า เป็นคนปรุง อาหารและเป็นคนเก็บเงินด้วย เป็นประเภท One man show นั่นแหละ สิ่งที่ท�าให้ลุงประหลาดใจมากเป็นพิเศษ คือเมื่อลุงส่ง เงินให้ตามค่าอาหาร ก่อนที่จะรับเงินผู้ชายคนนั้นไหว้ลุง เหตุ ที่ ป ระหลาดใจ ก็ เ พราะมี ร ้ า นอาหารไม่ ม ากนั ก หรอกที่คนเก็บเงินไหว้ผู้ที่มารับประทานอาหาร ที่ส�าคัญก็คือ ในปัจจุบันคนไทยรวมทั้งเด็กวันนี้....หลาย 12 : ครอบครัวพอเพียง

ต่อหลายคน ไหว้ใครไม่ค่อยเป็นแล้ว แม่ของลุงไม่เคยเรียนหนังสือด้วยซ�้า แต่สอนลุงให้หัด ไหว้คนที่มีบุญคุณ คนที่มีอายุสูงกว่าหรือต�าแหน่งสูงกว่าให้เคยชิน ให้ติดเป็นนิสัย แม่สอนว่ามือสิบนิ้วนั้น ไม่ต้องซื้อต้องหา ไหว้เขาไป เถอะ ไม่เสียหายอะไร ลุงจึงเป็นคนที่ไหว้คนง่ายพอสมควร ลูกน้องของลุงบางคนที่มีอายุมากกว่าลุง ในสถานที่ ท�างานเขาไหว้ลุง แต่เมื่อลุงมีธุระไปหาเขาที่บ้าน ลุงก็ไหว้เขา หมอพยาบาลที่ลุงไปหา มีอายุน้อยกว่าลุง ลุงก็ไหว้ เพราะเขามีบุญคุณกับลุง ผู ้ บั ง คั บ บั ญ ชาของลุ ง ที่ มี อ ายุ น ้ อ ยกว่ า ลุ ง ก็ ไ หว้ เ ขา เพราะให้เกียรติที่เขาเป็นผู้บังคับบัญชา พระเณรที่มีอายุน้อยกว่าลุง ลุงก็ไหว้ท่าน เพราะท่าน อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา


อย่างไรก็ตาม แม้การไหว้จะไม่ต้องซื้อต้องหา แต่คน ไทยในปัจจุบันก็ไหว้ยากขึ้นทุกวัน หลายคนเคยบ่นให้ลุงฟังว่า เข้าไปในธนาคารบางแห่ง พนักงานของธนาคารนั้นวางตัวยังกับว่า เขาเข้าไปเพื่อกู้เงินอย่าง นั้นแหละ แทนที่คิดว่าผู้ที่เข้าไปในธนาคารนั้น คือผู้ที่มีบุญคุณ กับธนาคาร เพราะหากไม่มีคนเข้าไปในธนาคาร ธนาคารนั้นก็ อยู่ไม่ได้ โชคดีของลุงไปที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของธนาคารแห่งนั้น ธนาคารที่ลุงใช้บริการ ซึ่งมี ๒ ธนาคารนั้น เจ้าหน้าที่ที่ ให้บริการจะยกมือไหว้ลุงทุกครั้งที่ถึงคิวเข้าใช้บริการ ที่จริงก็อยากระบุชื่อธนาคารของลุงไว้ด้วย เพราะทราบ ว่า ทั้งสองธนาคารนั้น ได้สร้างกฎเกณฑ์ให้เป็นวัฒนธรรมของ องค์กรว่า พนักงานของธนาคารแห่งนี้ จะต้องทักทายผู้เข้ามาใช้ บริการทุกคน โดยการกล่าวค�า “สวัสดี” หรือ “ไหว้” หรือกล่าว ค�าขอบคุณ เมื่อให้บริการแล้วเสร็จ แต่ ที่ ไ ม่ ร ะบุ ก็ เ พราะไปใช้ บ ริ ก ารของธนาคารที่ มี วั ฒ นธรรมองค์ ก รเช่ น นี้ ที่ ส าขาอื่ น ก็ ไ ม่ ป รากฏว่ า พนั ก งานได้ ปฏิบัติตามวัฒนธรรมองค์กรที่ได้วางไว้ แม้แต่ธนาคารที่ลุงใช้บริการ ๒ ธนาคาร นั้น หากเป็น พนักงานใหม่ เขาก็ไม่ได้ไหว้ลุง ก็เลยถึงบางอ้อว่า ที่เขาไหว้เพราะเขารู้จักลุงนั่นเอง

ร้านสะดวกซื้อบางแห่ง เขาก็ได้สร้างวัฒนธรรมองค์กร ในการไหว้อย่างเคร่งครัด เรียกว่าให้ไหว้ลูกค้าทุกคนว่างั้นเถอะ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าบางคนไหว้แบบสักแต่ว่าได้ไหว้ กล่าว คือเพียงแค่ยกมือขึ้นพนมเท่านั้น หรื อ เรี ย กได้ ว ่ า ไหว้ เ ฉพาะกายเท่ า นั้ น ไม่ ไ ด้ ใ ส่ จิ ต วิญญาณของการไหว้เข้าไปด้วย หลาน ๆ คงทราบนะว่าไหว้โดยใส่จิตวิญญาณ คืออะไร ก็คือไหว้ด้วยความอ่อนน้อม ด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ถ้าเจอการไหว้แบบนี้ ลูกค้าก็จะประทับใจ และจะได้ มาใช้บริการอีก คนต่างชาติติดใจ ประทับใจและหลงเสน่ห์คนไทย ก็ เพราะการไหว้ที่อ่อนน้อมและหน้าตาแจ่มใสของคนไทยด้วยเป็น ประการส�าคัญ ถึงได้ชื่อว่า “ยิ้มสยาม” ไงละ ก็ฝากความหวังไว้กับหลาน ๆ ซึ่งเป็นเด็กวันนี้.....ด้วย รั ก ษาวั ฒ นธรรมประเพณี ที่ ดี เ รื่ อ งการไหว้ ไ ว้ ด ้ ว ยนะ ลูกนะ อย่าให้ค�าว่า “ยิ้มสยาม” หายไปเลย หัดไหว้ผู้อื่นโดยใส่จิตวิญญาณลงไปด้วย ใครเห็นใครรักและให้ความเมตตา แล้วจะส่งผลดีต่อตัวของหลานเอง

ครอบครัวพอเพียง : 13


ส�านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ชีวิตพอเพียง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เด็กวันวาน...เด็กวันนี้ อ.พุธทรัพย์ มณีศรี ธรรมะติดปีก ว.วชิรเมธี Play to Game ความเปนตน ความเปนครู รอยพระบาทขัตติยนารี ตัวไกลหัวใจอยู่ใกล้ ดร.ไสว บุญมา พลังเยาวชน พลังของแผ่นดิน ปยากร เลี่ยนกัตวา How to Health รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คุยกับดาว ดรุณี เจริญพานิช กิจกรรม Good little space ปฎิบัติการชุมชนรักษ์น�้า สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�้าและการเกษตร เสียงเรียกหาจากเกาะช้างใต้ เกษตรพอเพียง ผศ.ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์ ครัวพอเพียง ตื่นเถิดชาวไทย สุรศิลป อมรสุรศิริ ปราชญ์ชาวบ้าน Andrew biggs พอเพียงอย่างไร ให้ใจมีสุข โรงเรียนวัดบวรนิเวศ รอบคอบรู้คิดพิชิตมะเร็ง Social news เที่ยวทั่วไทย สไตล์พอเพียง โฟกัสอาชีพ

๖ ๑๐ ๑๒ ๑๖ ๑๘ ๒๐ ๒๔ ๒๘ ๓๒ ๓๖ ๓๘ ๔๒ ๔๔ ๔๖ ๕๒ ๕๕ ๕๖ ๖๐ ๖๓ ๖๔ ๖๘ ๗๐ ๗๒ ๗๔

พลังเยาวชน พลังของแผ่นดิน ปิยากร เลี่ยนกัตวา

P. ๓๒ กิจกรรม ครอบครัว พอเพียง P. ๔๒ คุยกับดาว

ณัฎฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้อมรับความเห็นผู้อื่น เพื่อพัฒนาตนเอง

P. ๓๘

เสียงเรียกหา จากเกาะช้างใต้

กับความฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อม

P. ๔๖ ความพอเพียง ในความหมายของ ตัวเราเอง โรงเรียนวัดบวรนิเวศ

P. ๖๔ เที่ยวทั่วไทย สไตล์พอเพียง ย�่าวันวานที่เพลินวาน

P. ๗๒ 14 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง

นิตยสารเพื่อคนไทย รูจริง ทำจริง แกจน

ข้อมูลผู้สั่งซื้อ

ชื่อ .............................................. นามสกุล ........................................................... หน่วยงาน/ โรงเรียน/ สถาบัน/ อื่นๆ ....................................................................... สถานที่อยู่เลขที่ .................................. อาคาร/ หมู่บ้าน .................................. ตรอก/ ซอย ...................................... ถนน .................................................... แขวง/ ต�ำบล ....................................... เขต/ อ�ำเภอ ...................................... จังหวัด ................................................ รหัสไปรษณีย์ ....................................... โทรศัพท์ ........................................... โทรสาร ............................................... โทรศัพท์มือถือ ..................................... E-mail .............................................

(กรณี)มีความประสงค์จะสั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียงมอบให้แก่

หน่วยงาน/ โรงเรียน/ สถาบัน/ อื่นๆ (โปรดระบุ)....................................................................... สถานที่จัดส่งนิตยสาร : (กรุณาเขียนตัวบรรจงให้ครบถ้วนชัดเจน) สถานที่อยู่เลขที่ .................................. อาคาร/ หมู่บ้าน .................................. ตรอก/ ซอย ...................................... ถนน .................................................... แขวง/ ต�ำบล ....................................... เขต/ อ�ำเภอ ...................................... จังหวัด ................................................ รหัสไปรษณีย์ ....................................... โทรศัพท์ ........................................... โทรสาร ............................................... โทรศัพท์มือถือ ..................................... E-mail ............................................. สั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียง ใบเสร็จสามารถน�ำไปลดหย่อนภาษีได้ ๑๐๐% (ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) รายปี ๑ ฉบับ/เดือน (รวม ๑๒ ฉบับ ๓๑๒ บาท) ราย ๓ ปี (๙๓๖ บาท) ราย ๕ ปี (๑,๕๖๐ บาท) รายปี ๕ ฉบับ/เดือน (รวม ๖๐ ฉบับ ๑,๕๖๐ บาท) ราย ๓ ปี (๔,๖๘๐ บาท) ราย ๕ ปี (๗,๘๐๐ บาท) รายปี ๑๐ ฉบับ/เดือน (รวม ๑๒๐ ฉบับ ๓,๑๒๐ บาท) ราย ๓ ปี (๙,๓๖๐ บาท) ราย ๕ ปี (๑๕,๖๐๐ บาท) เริ่มตั้งแต่ฉบับเดือน ...............................พ.ศ. ................... ( หากไม่ระบุฉบับเริ่มต้น จะจัดส่งฉบับเดือนถัดไป ) พร้อมได้โอนเงินเข้าบัญชีจ�ำนวนเงิน ............................. บาท ( ............................................................... บาท ) *ราคานี้รวมค่าจัดส่งแล้ว (ค่าจัดส่งไปรษณีย์เล่มละ ๖ บาททั่วประเทศ)

ลงชื่อ ............................................................ ผู้สั่งซื้อ / ผู้มีอ�ำนาจลงนาม ( ................ / ............... / ............... ) ช�ำระเงินโดยโอนเข้าบัญชี ชื่อบัญชี มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด เพื่อโครงการใสสะอาด พอเพียงเพื่อพ่อ สู่สถาบันการศึกษาและชุมชน รายชื่อทานปัญญา ธนาคารกรุงเทพ จ�ำกัด (มหาชน) สาขา ส�ำนักงาน กพ. รศ.ดร.เอมอร-คุณประเสริฐ อังสุรัตน์ บัญชีออมทรัพย์เลขที่ ๒๐๑-๐-๓๔๒๗๑-๑ กรุณาส่ง FAX ใบสั่งซื้อนิตยสารครอบครัวพอเพียง มอบทานปัญญาแก่ พร้อมหลักฐานการช�ำระเงินมาที่ โรงเรียนวัดใหม่ราษฎร์ทรงธรรม มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด โทรศัพท์ ๐๒-๙๘๓-๗๓๑๒-๓, ๐๘๕-๐๖๕-๑๕๑๑, โรงเรียนวัดสระงาม ๐๘๗-๘๐๕-๗๑๑๖ โทรสาร ๐๒-๙๘๓-๗๓๑๔ หมายเหตุ : ใบเสร็จ สามารถน�ำไปลดหย่อนภาษีได้ ๑๐๐ % (ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ครอบครัวพอเพียง : 15


๓๐

ค�าคมธรรมะ ตอนที่ ๒

๑๖. อ่านหนังสือเล่มนอกมากมายอาจท�าให้รู้จักใครทั่ว ทั้งโลก แต่ไม่รู้วิธีดับทุกข์ในใจตัวเองส่วนการอ่านหนังสือเล่มใน แม้ท�าให้ไม่รู้จักใครอย่างกว้างขวางแต่น�าไปสู่การรู้จักตนอย่าง ลึกซึ้ง ดับทุกข์ได้อย่างเด็ดขาด ๑๗. ในตั ว เรามี ทั้ ง ๓ ฤดู เ มื่ อ ความโกรธเข้ า ครอบง� า จิ ต ใจร้ อ นเป็ น ไฟดั่ ง ฤดู ร ้ อ น เมื่ อ ใดความโลภเข้ า ครอบง�าอยากได้ จิตใจก็เพลิดเพลินเหมือนฤดูฝนเย็นฉ�่า เมื่อใด ความหลงเข้าครอบง�าจิตใจ ก็มืดมนไหวสะท้านเหมือนเดินอยู่ กลางฤดูหนาว ๑๘. แม้ประตูคุกปิดล็อกอย่างแน่นหนา แต่คนพาล มากมายทยอยสู่ที่คุมขังความเลวร้ายประดาในชีวิตเรา ไม่ได้เกิด จากมือที่มองไม่เห็นดลบันดาลให้เป็นไปแต่เกิดจากตัวเราพาตัว เข้าไปแส่หาด้วยความขลาดเขลาเบาปัญญาทั้งสิ้น ๑๙. ชีวิตแสนสั้นอยู่กันไม่นานก็ลาจากชีวิตเหมือน น�้าค้างสดใสในยามเช้า พอยามสายก็หายไปชีวิตเหมือนพยับแดด 16 : ครอบครัวพอเพียง

มองไกล ๆ เหมือนมีตัวตนน่าสนใจแต่พอเข้าไปใกล้กลับเหมือน แต่ความว่างเปล่า ๒๐. นิ้วทั้ง ๕ ไม่เท่ากันฉันใด ความสามารถของแต่ละ คนมีไม่เท่ากันฉันนั้นธรรมชาติต้องการสอนให้เราอยู่ร่วมกันอย่าง ถ้อยทีถ้อยอาศัยบางสิ่งที่เขาขาด เราอาจมี บางสิ่งที่เขาดี เราอาจ ด้อยเราเกิดมาเพื่อเติมเต็มกันและกัน ๒๑. ในใจเรามี ทั้ ง ตั ว สร้ า งและตั ว เสื่ อ มตั ว สร้ า งคื อ ธรรมมะ ตัวเสื่อมคือกิเลส เวลาอยากท�าอะไรดี ๆ นั่นคือบทบาท ของตัวสร้าง แต่ในขณะที่เราอยากท�าดีกลับรู้สึกว่าไม่ควรจะท�า นั่นคือบทบาทของตัวเสื่อม ๒๒. วิกฤตมีเพื่อพิสูจน์ปัญญา ปัญหามีเพื่อพิสูจน์ความ สามารถสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราล้วนมีความหมาย ไม่มีสิ่งใด เกิดขึ้นมาอย่างว่างเปล่าถ้าใช้ปัญญาพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะเห็น คุณค่าของทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิต ๒๓. น�้าที่ไหลแรงที่สุดคือน�้าใจ น�้าใจที่ปรารถนาจะ


ช่วยคน ท�าให้คนจ�านวนมากข้ามน�้าข้ามทะเลไปช่วยเพื่อนมนุษย์ ที่ตกยากได้อย่างไม่กลัวเหนื่อยล้า พรมแดนของประเทศก็ไม่ สามารถขัดขวางน�้าใจคน ๒๔. ไฟจากเตาเผาไหม้มีแค่บางเวลา แต่ไฟกิเลสเผา ไหม้อยู่ในใจตลอดเวลา ไฟที่ร้ายแรงที่สุดจึงเป็นไฟแห่งกิเลส กล้องที่ส่องได้ไกลที่สุดคือ กล้องปัญญา ที่ส่องทะลุทะลวงไปถึง อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ๒๕. นัยอันลึกล�้าของค�าว่าขอบคุณ ขอบคุณความไม่มี ที่ท�าให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้ ขอบคุณความยากจน ที่ท�าให้เป็นคนมุมานะ ขอบคุณความล้มเหลว ที่ท�าให้เกิดความเชี่ยวชาญ ๒๖. คนที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของความ โกรธ ต่อให้นอนบนเตียงราคาแพงลิบลิ่ว ปูด้วยพรมขนสัตว์ที่มี ลวดลายบุปผชาติประดับไปทั้งผืน ก็ไม่อาจท�าให้หลับตาลงอย่าง เป็นสุขได้เลย ตลอดรัตติกาลอันยาวนาน ๒๗. นัยอันลึกล�้าของค�าว่าขอบคุณ ขอบคุณความผิด

พลาด ที่ท�าให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม ขอบคุณความริษยา ที่ท�าให้กล้า สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ขอบคุณค�าวิพากษ์วิจารณ์ ที่ท�าให้ผลิบาน อย่างไร้ข้อต�าหนิ ๒๘. แก้วที่คว�่าอยู่กลางสายฝน ต่อให้ฝนตกกระหน�่าทั้ง คืนก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน�้า คนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้ ต่อให้คลุกคลี อยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืน ก็ยังคงโง่เท่าเดิม ๒๙. นัยอันลึกล�้าของค�าว่าขอบคุณขอบคุณความไม่รู้ ที่ท�าให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์ขอบคุณความผิดหวัง ที่ท�าให้ ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นใหม่ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ท�าให้รู้ว่าเรายัง ไม่ใช่มืออาชีพ ๓๐. อยู่ให้คนเขารัก จากไปให้คนเขาอาลัย ล่วงลับไป ให้คนเอ่ยอ้างถึง อยู่ให้คนรัก คืออยู่อย่างผู้ให้ จากไปให้คนอาลัย คือก่อนจาก สร้างสรรค์แต่สิ่งมีคุณค่า ล่วงลับไปให้คนระลึกถึง คือ เวลามีชีวิต ท�าแต่คุณงามความดีจนเป็นที่จดจ�า.

ครอบครัวพอเพียง : 17


1 1

วิธีเล่น

เติมตัวเลข 1 - 9 ในช่องว่างของตารางโดย

ตัวเลขจะต้องไม่ซ�้ำกันทั้งแนวตั้ง แนวนอนรวมทั้งในตาราง ย่อย 3 x 3 และเส้นทแยงมุมที่ตัดผ่านตารางหรือ ตัว X จะต้องเติมตัวเลข 1 - 9 ไม่ให้ซ�้ำกันอีกด้วย

7

4

6 9 7

M O L R X A O G J F S U

O U M P S V A Y D O B I

U B O N J M D D F B V N

18 : ครอบครัวพอเพียง

S R U K L A E F T S F O

T O T S E H E T W H S S

A W H H J D D O E Y R E

C Y D A M G R U D J H A

H I B P D B C K C A T F

E E Y E C S V J I R J R

R S V A G A B R T Y B S

T H D M W O R B E Y E G

1

1

5 3

2 3 7

6 9

วิธีเล่น วงหาค�ำศัพท์ที่ก�ำหนดให้ และหาความหมายของค�ำศัพท์ K E Y E L A S H E S G T

6

8 4 6

8

7 9

body shape hair head eye eyelash brow eyebrow brows nose mouth moustache

= = = = = = = = = = = =

................ ................ ................ ................ ................ ................ ................ ................ ................ ................ ................ ................

2 8 7 7

2

3


5

4 3

1 2

9

9

8

9

4

2

5 9 1

8 6

7

เนอื่ งจากเกิดความผิดพลาดในโจทย์เกมส์ Sudoku ประจ�าฉบับที่ 50 ทางนิตยสาร Is am are ครอบครัวพอเพยี ง ต้องขออภัยท่านผูร้ ว่ มสนุก ทุก ๆ ท่าน ไว้ ณ ที่นี้และขอขอบคุณ ส�าหรับ จดหมายติชม เพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้นต่อไป

6

1

1

กองบรรณาธิการ

6 5

C H I C K E N S A D Q A

O A V B B N R A B O R B

M G T N M E W R E L A I

R U C U G J A H L P U R

8

3

D Q D I V E D F I H O D

R A T O E T O J O I E X

เฉลย ฉบับที่ 50 S X F D A W G A N N Z F

H Y J G E Q S D H T A S

O F I A H Z R T R D B A

R P H S V X T I B B A R

S L K X N Q E U X Z Q Y

E P L G P E N G U I N U

Cat Dog Chicken Pig penguin Bird Rat Rabbit Tiger Lion Dolphin Horse

= = = = = = = = = = = =

แมว สุนัข ไก่ หมู นกเพนกวิน นก หนู กระต่าย เสือ สิงโต ปลาโลมา ม้า

ร่วมสนุกตอบปญหาชิงรางวัลคอมพิวเตอร์ตั้งโตะ จ�านวน 5 รางวัล โดยเล่นเกม SUDOKU และ CROSSWORD ให้ถูกต้องและครบถ้วน ส่งมาที่ นิตยสาร IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง

31/2 ซอยทองหล่อ 2 ถนนวิภาวดี แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 **หมายเหตุ หมดเขตร่วมสนุกชิงรางวัลประจ�าเดือน เมษายน ภายในวันที่ 30 เมษายน 2555 **พร้อมประกาศรายชื่อผู้โชคดีในนิตยสารเดือนถัดไป

ครอบครัวพอเพียง : 19


ู ร ค น  ป เ ความ

ความเป็นฅน

เรื่องเล่าจากภูเขา By : อ�านาจ เย็นสบาย

ผมเคยเดิ น ทางไปจั ง หวั ด น่ า น ครั้งแรกเมื่อราวปี ๒๕๐๘ หรือเมื่อ ๔๐ กว่าปีที่แล้ว ยั ง จ� า ได้ ว ่ า การนั่ ง รถโดยสาร จากสถานีรถไฟเด่นชัยเพื่อไปหาเพื่อนใน ช่วงเวลานั้น ภาพบางภาพยังอยู่ในความ ทรงจ�าชัดเจน โดยเฉพาะภาพรถโดยสาร โครงสร้ า งไม้ ห ลั ง คาเตี้ ย ที่ วิ่ ง คดเคี้ ย ว ขั บ ไต่ ภู เ ขาลู ก แล้ ว ลู ก เล่ า ไปตามถนน ลาดยางขนาดรถสองคันพอแล่นสวนกัน ได้ ท่ า มกลางต้ น ไม้ ใ หญ่ ห นาทึ บ เกื อ บ

20 : ครอบครัวพอเพียง

ตลอดเส้นทาง การเดิ น ทางที่ ย าวนานกว่ า จะ ถึงที่หมาย ซึ่งเป็นเวลาค�่ามืด ต้องเผชิญ กับอากาศที่หนาวเย็นและหมอกหนา จน ดวงไฟตามเสาไฟ ส่องสลัวลางตลอดทาง ที่ตามหาจุดหมาย จากนั้น ผมก็ไม่มีโอกาสกลับไป ที่จังหวัดน่านอีกเลย พร้อมทั้งไม่เคยคาด คิดว่า ผมจะต้องหวนกลับไปที่จังหวัดน่าน อีกในเวลาต่อมา อย่ า งไรก็ ต าม เรื่ อ งราวของ จั ง หวั ด น่ า นหลั ง จากการเดิ น ทางไปครั้ ง แรกของผมก็ ไ ม่ มี เ รื่ อ งใดอื่ น ที่ ท� า ให้ ผ ม ต้ อ งสะดุ ด ใจมากไปกว่ า ช่ ว งเวลาหลั ง เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เนื่องเพราะเหตุการณ์ที่รุนแรง ครั้ ง นั้ น ได้ ส ่ ง ผลท� า ให้ ลู ก ศิ ษ ย์ ลู ก หา วั ย หนุ ่ ม สาวทั้ ง หญิ ง และชายหลายคน ต้ อ งเดิ น ทางจากเมื อ ง เพื่ อ เข้ า ป่ า ร่ ว ม ขบวนการต่อสู้กับอ�านาจรัฐ จนน�ามาซึ่ง ความสูญเสียของทั้ง ๒ ฝ่าย ที่มีความเชื่อที่

แตกต่าง ทั้งๆ ที่เป็นสายเลือดไทยด้วยกัน แต่ก็ต้องหันกระบอกปืนเข้าใส่กันทุกพื้นที่ ชายขอบรอบประเทศโดยพืน้ ทีจ่ งั หวัดน่าน ถือเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการสู้รบที่รุนแรงและ มีการสูญเสียเกิดขึ้นทั้ง ๒ ฝ่าย หลังจากปี พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๒๖ สถานการณ์ ห วนคื น สู ่ ส ภาวะปกติ ด ้ ว ย หลายเหตุ ป ั จ จั ย ลู ก ศิ ษ ย์ ลู ก หาของผม หลายคนกลับคืนสู่เมือง ในขณะที่อีกหลาย คนก็ จ ากผมจากพ่ อ จากแม่ จากญาติ พี่ น้องไปอย่างนิรันดร์ อันไม่ต่างจากฝ่าย เจ้าหน้าที่ของรัฐอีกจ�านวนมาก ที่ถูกพราก ชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ... แล้วปี ๒๕๔๗ ผมมีเหตุให้ต้อง เดิ น ทางไปจั ง หวั ด น่ า นอี ก ครั้ ง ในฐานะ ประธานยุ ท ธศาสตร์ ก ารจั ด การความรู ้ เพื่อสังคม เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายโครงการ ต้ น แบบโพธิ วิ ช ชาลั ย มหาวิ ท ยาลั ย ศรีนครินทรวิโรฒ อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ กับเครือข่ายพื้นที่ อ.ภูเพียง ( ต.น�้าแก่นต.น�้าเกี๋ยน ) จ.น่าน ควบคู่ไปกับการ เข้ า ไปเกี่ ย วข้ อ งกั บ โครงการบั ณ ฑิ ต คื น ถิ่น ในฐานะฝ่ายเครือข่ายการเรียนรู้ใน เวลาต่อมา ก า ร ที่ ผ ม มี โ อ ก า ส เ ข ้ า ไ ป เกี่ ย วข้ อ งตามยุ ท ธศาสตร์ แ ละนโยบาย ของมหาวิทยาลัยซึ่งมีทั้งที่ จ.น่าน จ.เลย จ.อุ ต รดิ ต ถ์ จ.สระแก้ ว จ.สุ พ รรณบุ รี จ.ชลบุรี และ จ.ชุมพร (ในเวลาอันใกล้) โดยหากกล่าวเฉพาะที่ จ.น่าน ในโครงการ บั ณ ฑิ ต คื น ถิ่ น ท� า ให้ ผ มและผู ้ บ ริ ห าร มหาวิทยาลัยหลายคนได้มีโอกาสพบกับ นิ สิ ต ในโครงการ ได้ แ ลกเปลี่ ย นเรี ย นรู ้ กับนิสิตในโครงการ รวมทั้งมีโอกาสเดิน ทางไปเยี่ ย มเยื อ นบั ณ ฑิ ต คื น ถิ่ น ที่เข้ารับ ราชการครูหลายคนและหลายโรงเรียน การได้ มี โ อกาสแลกเปลี่ ย น เรียนรู้ ได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตการท�างาน ของบัณฑิตคืนถิ่นที่เป็นครูสอนเด็กๆ ไทย ภูเขา รวมทั้งเด็กพื้นที่ราบ การได้รับรู้เรื่อง ราวการเดินทางเพื่อไปสอนเด็กๆโดยการ เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ไปตามพื้นที่


ภูเขาที่ร้างผู้คนในตอนเช้า ว่างเปล่าผู้คน ในตอนเย็น การเดินทางไปสอนเด็กๆ ใน เช้าวันจันทร์ด้วยรถกระบะเปิดท้าย บรรจุ จอบ บุ้งกี๋ ส�าหรับขนดินหินถล่มขวางทาง ช่วงฤดูฝนและต้องพักอยู่ที่โรงเรียน จนถึง วั น ศุ ก ร์ จึ ง เดิ น ทางกลั บ ไปพบครอบครั ว เช่นนี้เป็นกิจวัตร หรือการเดินเท้าเพื่อ ไปสอนเด็ ก ในโครงการศู น ย์ ก ารเรี ย นรู ้ บ้านหนูอยู่ไกล ที่แม้เส้นทางการเดินเท้า

กว่า ๒ ชั่วโมงและกว่า ๓ ชั่วโมง เนื่อง เพราะต้องเดินเท้าข้ามภูเขาสูงชันลูกแล้ว ลู ก เล่ า เพื่ อ ไปให้ ถึ งโรงเรียนในโครงการ บ้านหนูอยู่ไกล เรื่องเหล่านี้ จึงท�าให้ผมต้องการ สัมผัสเรียนรู้ โดยเฉพาะสุริชาติ ค�าแคว่น ครูเดินสอนอยู่ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาว ไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านป่าก�า หมู่๕ ต.พงพญา อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และประยง ใจปิง ครูเดินสอนศูนย์การเรียนชุมชนชาว ไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านขุนน�้าจอน อ.บ่อเกลือ จ.น่าน แล้ ว วั น หนึ่ ง ผมก็ มี โ อกาสเดิ น ทางร่ ว มกั บ ผู ้ อ� า นวยการส� า นั ก หอสมุ ด กลาง พร้อมกับสุริยชาติ ค�าแคว่น ,ประยง ใจปิง, ศตพร พนะสัน และสุริชาติ อุปจักร ตามวันเวลาที่นัดหมาย เราเริ่มต้นกันที่ริมถนนที่รถผ่าน “จากที่ นี่ ไ ปถึ ง ศู น ย์ ก ารเรี ย น บ้านป่าก�ากี่กิโลฯ” ผมถามสุริชาติ “ราว ๕ กิโลฯ ครับ” “๕ กิโลฯ ใช้เวลานานไหม” “เดิ น ไม่ ห ยุ ด ก็ ซั ก ๒ ชั่ ว โมง

กว่า แต่ถ้าเดินๆ หยุดๆ ก็ ๓ ชั่วโมงกว่า” “เส้นทางเป็นยังไง” “ก็เป็นทางขึ้นภูเขา – ถึงยอด ดอยลูกโน้น แล้วลงเขาจึงจะถึงครับ” ผมก็ไม่แน่ใจลูกโน้นมันลูกไหน กันแน่ จึงต้องซักถามไล่เรียงสุริชาติอีกครั้ง ซึ่งเมื่อได้ค�าตอบแน่ชัด ก็พอจะได้ค�าตอบ ในใจว่า น่าจะสาหัสเอาการ “แล้วบ้านขุนน�้าจอนล่ะ ไกล ไหม” ผมหันมาถามประยง “ไกลกว่ า บ้ า นป่ า ก� า อี ก ๒ กิ โ ลฯ กว่ า ครั บ ” ประยงตอบผมด้ ว ย สีหน้ายิ้มแย้ม การเดิ น ทางสู ่ จุ ด หมายเริ่ ม ต้ น แล้ ว โดยครู เ ดิ น สอนแต่ ล ะคนช่ ว ยกั น สะพายสัมภาระทั้งข้าวทั้งน�้าและสิ่งของ จ�าเป็นต้องใช้ระหว่างทาง ซึ่งระยะทาง เริ่มต้นสั้นๆ เป็นพื้นราบ ที่เป็นรอยทาง เดินของผู้คนเลี้ยวเลาะไปตามตีนเขา เคียง ขนานไปกับธารน�้าใสที่ไหลลงมาจากภูเขา โดยมีฝายชะลอน�้าขวางกั้นเป็นบางตอน ผมเดินตามครูเดินสอนโดยคิด ว่าท�าไมไม่เดินให้เร็วกว่านี้ แต่ผมก็ไม่ได้ ถามทว่าใจก็ต้องการเร่งการเดินของพวก เขาด้วยการเดินแซงน�าหน้า ท�าให้ครูเดิน สอนเร่งเดินตามผมเร็วขึ้น และเมื่อเส้น

หายใจของผมเริ่ ม แรงถี่ ก ระชั้ น มากขึ้ น ทั้งๆ ที่การเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้น แต่ก็ส่ง ผลท�าให้ผมเห็นคล้อยตาม ผมค่อยๆ ลดระดับความรีบเร่ง ลง ยิ่งเมื่อการเดินทางเริ่มสู่เส้นทางที่สูง ชัน ผมก็ดูจะเชื่อฟังค�าเตือนของครูเดิน สอนมากขึ้น ขณะเดียวกันผมก็ยิ่งสัมผัสได้ กับชีวิตการเดินทางของครูเดินสอนอย่าง เป็นรูปธรรม เรายังคงโน้มตัวไปข้างหน้า ก้าว เดินขึ้นไปตามเส้นทางที่มีรอยเท้าเดิน ไป ตามขั้นบันไดหินที่ธรรมชาติสร้างให้ ไป ตามแนวไม้ที่ดูแลเงา ไปตามล�าต้นที่ยื่น กิ่ ง ให้ เ ราจั บ ยึ ด เพื่ อ โน้ ม ดึ ง และประคั บ ประคองเรามิให้พลัดตกจากเนินเขา... ในยามนี้ท�าให้เราได้รู้สึกถึงการ อยู่ร่วม การพึ่งพาอาศัย และความเป็นอัน หนึ่งอันเดียวกันระหว่างเรากับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น “อาจารย์ครับ จะหยุดพักซัก หน่อยมั๊ยครับ” ประยงหันมาถามผมด้วย ความห่วงใย “ซักหน่อยก็ดี” ผมตอบพร้อม กับก้าวเดินไปนั่งที่โขดหินใต้ร่มไม้พร้อม หยิบขวดน�้าที่มีน�้าเหลือไม่ถึงครึ่งมาดื่มแก้ กระหาย ขณะเดียวกัน ผมก็ได้เห็นภาพที่

ในยามนีท้ �าให้เราได้รู้สึกถึงการอยู่ร่วม การ พึ่งพาอาศัย และความเป็นอันหนึง่ อันเดียวกันระหว่าง เรากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทางเริ่มเลี้ยวเลาะขึ้นเนินสูงขึ้น ผมก็ยัง คงรั ก ษาจั ง หวะก้ า วให้ เ ป็ น ปกติ ร าวกั บ เดินทางเรียบ เพี ย งเวลาผ่ า นประมาณ ๑๐ นาที ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ท�าไมครูเดินสอน จึงเดินแบบออมแรงเพื่อใช้แรงออมส�าหรับ การเดินทางที่ยาวไกล “อาจารย์ครับ ไม่ต้องเดินเร่ง ก็ได้ครับ” ประยง พูดเปรยกับผมแบบ ห่วงใย ซึ่งก็คงเป็นเพราะได้ยินเสียงลม

งดงามเมื่อมองไปยังเบื้องล่าง ภาพนั้นก็คือ ภาพของสุริชาติ ซึ่งเป็นครูเดินสอนก�าลัง ยื่นมือให้ผู้อ�านวยการส�านักหอสมุดกลาง ยึดเกาะก้าวปีนสู่บริเวณที่สูงชัน ในขณะ ที่ ศตพร พนะสัน แม้สะพายย่ามบรรจุ อาหารหนักอึ้งก็ช่วยอยู่ข้างๆ.... ทุกคนพักเหนื่อยที่มิใช่พักครั้ง แรกอยู่ใต้ต้นไม้เพียงชั่วครู่ ก็ต้องตัดสิน ใจเดินทางต่อไป เพราะใกล้เที่ยงแล้วแต่ ยังมาไม่ได้ครึ่งทาง

ครอบครัวพอเพียง : 21


ผมยั ง คงเดิ น ตามหลั ง ครู เ ดิ น สอนที่ ส ลั บ กั น ไปมา และยั ง คงเดิ น ไป ตามเส้นทางเดินที่สูงขึ้นๆ จนถึงเพิงพัก ครึ่ ง ทาง ครู เ ดิ น สอนจึ ง หยุ ด พั ก เพื่ อ รั บ ประทานอาหารกลางวัน “เห็ น ยอดเขาลู ก นั้ น มั๊ ย ครั บ ถึงตรงนั้นแล้วก็เดินลงอีกหน่อยก็ถึงกัน แล้ ว ” สุ ริ ช าติ บ อกกั น เราทุ ก คน ซึ่ ง ผม ไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้ารับ พร้อมกับรีบ จัดการธุระอาหารมื้อเที่ยง จากนั้นพวก เราทั้งหมดก็เดินทางต่อ “นั่ น เสี ย งอะไร” ผมถามครู

พวกเรายังคงก้าวเดินต่อไป ลัด เลาะไปตามไหล่เขา และเข้าสู่พื้นที่ร่มเย็น ที่เราสังเกตเห็นตัวทากชูคอเตรียมดีดตัว กระโดดใส่ผู้เดินผ่านเพื่อยังชีพ “ถ้าเป็นฤดูฝน ทากจะเต็มไป หมด ขนาดไม้เท้าถือยัน มันยังดีดตัวมา เกาะ” ประยงเล่าพลางเดินพร้อมกับคุย เรื่องป่าที่ มี เ รื่ อ งเล่ า มากมาย จนผมเอง ก็ไม่รู้ว่า เมื่อคุยกันไปคุยกันมา แล้วเหตุ ไฉนผมจึ ง ถามถึ ง ชี วิ ต ครอบครั ว พ่ อ แม่ ของเขามาได้ “อดี ต พ่ อ ของผมเป็ น ทหาร

พ่อผมบอกว่า สหายของเขาที่ชวนเขาเข้าป่า แล้วกลับสู่เมือง รวยกันหลายคน ไปเป็นรัฐมนตรี ไป เป็นนักการเมืองในหลายพรรค เดินสอน

“เสียงไฟไหม้ป่า” แล้วเสียงคล้ายแก้วระเบิดแว่วๆ “เป็ น เสี ย งล� า ไผ่ ร ะเบิ ด ครั บ เดินไปอีกหน่อยก็คงเห็น” จริงตามที่ประยงพูด เพราะเมื่อ เดินขึ้นเนินอีกขั้นหนึ่ง ก็มองเห็นควันไฟสี เทาทึบหม่น ม้วนลอยตัวสู่ท้องฟ้า ในขณะ ที่เบื้องล่าง มองเห็นแนวไฟสีแดง ลุกลาม ดาหน้ า เป็ น แนวยาวและขยายแนวออก ไปทุกด้าน ผมยืนมองและเก็บภาพไว้โดย มิได้ตั้งค�าถาม ทั้งที่มีค�าถามมากมายอยู่ ในใจ...

22 : ครอบครัวพอเพียง

ปลดแอกของ พคท.” ประยงพูดถึงอดีต ของพ่ อ ซึ่ ง ก็ อ ดไม่ ไ ด้ ที่ ท� า ให้ ผ มคิ ด ถึ ง พันโทโพยม จุลานนท์ ผู้บัญชาการกองทัพ ปลดแอกประชาชนแห่ ง ประเทศไทย ผู ้ เป็ น บิ ด าของพลเอกสุ ร ยุ ท ธ์ จุ ล านนท์ องคมนตรี “ก่อนเข้าป่า พ่อผมมีนามีที่ดิน ท�ากิน แต่พอออกจากป่า ที่นาที่ดินของ พ่อคนอื่นเอาไปหมด พ่อผมต้องเริ่มต้น ใหม่จากศูนย์....” ผมซั ก ถามเรื่ อ งราวของผู ้ เ ป็ น พ่อของประยง ครูเดินสอนอีกหลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่ประยงพูดอย่างชัดถ้อยชัด ค�าก็คือ “พ่อผมบอกว่า สหายของเขา ที่ชวนเขาเข้าป่าแล้วกลับสู่เมือง รวยกัน หลายคน ไปเป็นรัฐมนตรี ไปเป็นนักการ เมืองในหลายพรรค พรรคฝ่ายรัฐบาล ก็ไปอยู่ พรรคฝ่ายค้านก็มี อยู่ในม็อบ ที่ก�าลังสู่กันก็มีมาก ไปอยู่หนังสือพิมพ์ คนละฝ่ายก็ยังจ�ากันได้ พ่อของผม....” ที่ครูเดินสอนยังคงเล่าเรื่องราว ของพ่อและเรื่องราวที่ผมซักถาม ที่รับรู้รับ ทราบจากพ่อให้ผมฟังอย่างเปิดเผยต่อไป

อีกมาก พร้อมกับการก้าวเดินสู่จุดหมาย ด้วยความมุ่งมั่น ราว ๓ ชั่วโมงจาก ๑๐.๓๐ น. จนถึง ๑๓.๓๐ น. พวกเราทุกคนจึงเดิน ทางมาถึงศูนย์เรียนรู้ บ้านหนูอยู่ไกลซึ่งอยู่ ในศูนย์เรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้า หลวง” บ้านป่าก�า หมู่ ๕ ต.ดงพญา อ.บ่อ เกลือ จ.น่าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขา ชนเผ่าม้ง เราได้ไปที่โรงเรียน เยี่ยมห้อง สมุด ดูห้องเรียน ชมสนามฟุตบอลที่เคย เป็นสนามส�าหรับเฮลิคอปเตอร์ และเยือน บ้านพักครูที่อยู่ด้านหลังซึ่งมี สภาพความ สะดวกสบายพอๆกับความสะดวกสบาย ของการเดินทาง... และช่ ว งเวลาหนึ่ ง ของการพู ด คุยระหว่างผมกับสุริชาติ ณ บ้านพักบนภู สูงในอีกหลายเรื่องราว จนกระทั่ง... “ผมนอนที่นี่ ผมอยู่บนนี้ เวลา

ยามค�่าคืน ผมเห็นแสงไฟจากรถยนต์วิ่ง อยู่ลิบๆ ผมเห็นเขา แต่ผมคิดว่า พวก เขาคงมองไม่ เ ห็ น ผมที่ อ ยู ่ ใ นความมื ด บนที่นี่” สุ ริ ช าติ พู ด กั บ ผมโดยไม่ ม อง หน้า ขณะที่สายตาของเขาเหม่อมองไกล ไปในที่ที่ผมไม่รู้จุดหมายของสายตา เราทั้ ง สองนิ่ ง เงี ย บ ราวกั บ บริเวณนั้นร้างผู้คน จนหลายคนๆเดินมา สมทบ... ถึงเวลานี้ ขณะนี้ แม้ผมจะกลับ คืนสู่เมืองมาหลายวันแล้ว แต่ก็แปลก ที่ เวลานี้ ผมยังได้ยินเสียงของเขากังวานแว่ว อยู่ในความรู้สึกตลอดเวลา....


ทุกคนคงเคยได้ยินค�าว่า “รัฐวิสาหกิจ” หลายคนคงรู้จัก “รัฐวิสาหกิจ” บางคนคงรู้ว่า “รัฐวิสาหกิจ” ของไทยมีอะไรบ้าง แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จะรู้ว่า...รัฐบาลที่ท�าหน้าที่ผู้ถือหุ้นภาครัฐนั้น ก�ากับ ดูแล “รัฐวิสาหกิจ”อย่างไร ในวันนี้ นกปีกฟ้าขอน�าเสนอเรื่องราวของ การก�ากับดูแลรัฐวิสาหกิจของภาครัฐ โดยหน่วยงานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วย ความตั้งใจและการท�างานอย่างมีประสิทธิภาพ ชื่อว่า “ส�านักงานคณะ กรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ” หรือ เรียกกันสั้นๆ ว่า สคร. ภาครั ฐ มี ก ารก� า กั บ ดู แ ลรั ฐ วิ ส าหกิ จ ผ่ า นทางกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ และนโยบายของรัฐบาลทีส่ ง่ ผ่านมาทางแนว นโยบายผู้ถือหุ้นภาครัฐ (Statement of Directions : SOD) นอกจากนี้ ยังน�าระบบการประเมินผลการด�าเนินงานมาใช้เป็นกลไกและเครื่องมือ ในการประเมินผลการด�าเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่ ปี ๒๕๓๘ เป็นต้นมา โดยจะมุ่งก�ากับไปที่ผลการด�าเนินงานของรัฐวิสาหกิจและ คุณภาพระบบการบริหารจัดการเป็นหลัก ถามว่าระบบการประเมินผลการด�าเนินงานรัฐวิสาหกิจช่วย ก�ากับดูแลรัฐวิสาหกิจได้อย่างไร...?

ประชาชนทั่วไปได้ทราบ และเป็นขวัญและก�าลังใจให้กับรัฐวิสาหกิจ ที่ มี ผ ลการด� า เนิ น งานในด้ า นต่ า งๆ อยู ่ ใ นระดั บ ดี เช่ น เดี ย วกั บ ที่ ภาคเอกชนมีการมอบรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) และรางวัล SET Awards ส�าหรับองค์กรที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น จะมีการพัฒนาให้ระบบการประเมินผลการด�าเนินงานให้ มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร...? จนถึงปัจจุบันนี้ ภาครัฐใช้ระบบการประเมินผลการด�าเนิน งานรัฐวิสาหกิจมาเป็นเวลากว่า ๑๖ ปีแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีการ ปรั บ ปรุ ง เปลี่ ย นแปลงเพื่ อ ให้ ทั น กั บ สภาวะการณ์ ก ารเปลี่ ย นแปลง ของโลกในยุ ค ปั จ จุ บั น สคร. ได้ พั ฒ นาระบบประเมิ น ผลมาอย่ า ง ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการก�าหนดตัวชี้วัดในการประเมินผลเพิ่มเติม โดยน�าเรื่องของระบบบริหารจัดการเพื่อสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ (EVM) เพือ่ ผลักดันให้เกิดสร้างมูลค่าเพิม่ ให้กบั องค์กร โดยทีไ่ ม่ได้มองเพียง แค่ก�าไรทางด้านบัญชีเพียงอย่างเดียว และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ของรัฐวิสาหกิจ (Synergy) เพื่อลดการใช้ทรัพยากรที่ซ�้าซ้อนกันของ

สคร. ก�ากับดูแลรัฐวิสาหกิจอย่างไร...? ตอนที่ ๑ : ปฐมบทของการก�ากับดูแลและพัฒนาคุณภาพรัฐวิสาหกิจ

ระบบการประเมินผลการด�าเนินรัฐวิสาหกิจนั้น จะประเมิน รัฐวิสาหกิจใน ๓ ด้านด้วยกัน ด้านแรก ด้านการด�าเนินงานตามนโยบาย นโยบายในที่นี้ ก็หมายถึงนโยบายของรัฐบาลที่ให้รัฐวิสาหกิจด�าเนินการในกิจกรรม ต่างๆ ที่สอดคล้องกับ SOD ด้ า นที่ ส อง ด้ า นผลการด� า เนิ น งานของรั ฐ วิ ส าหกิ จ จะประเมินจากผลการด�าเนินของรัฐวิสาหกิจทั้งทางด้านการเงินและ มิใช่การเงิน หรือเรียกง่ายๆ ว่า ดูที่ผลประกอบการขององค์กรนั่นเอง ด้านที่สาม ด้านการบริหารจัดการองค์กร พิจารณาใน ๖ เรื่องดังนี้ ๑. บทบาทของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ๒. การบริหาร ความเสี่ยง ๓. การควบคุมภายใน ๔. การตรวจสอบภายใน ๕. การ บริหารจัดการสารสนเทศ และ ๖. การบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งจะครอบคลุมการด�าเนินงานของรัฐวิสาหกิจในภาพรวม และสะท้อนประสิทธิภาพการด�าเนินงานของรัฐวิสาหกิจได้อย่างชัดเจน รัฐวิสาหกิจจะได้อะไรจากการประเมินผลการด�าเนินงาน...? ในการประเมินผลการด�าเนินงานรัฐวิสาหกิจนั้น จะมีผล ตอบแทนให้กับรัฐวิสาหกิจตามระดับคะแนนจากการประเมินผลการ ด�าเนินงานของรัฐวิสาหกิจ โดยรางวัลที่เป็นตัวเงินจะอยู่ในรูปของ โบนัสของกรรมการรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของ รัฐวิสาหกิจ และรางวัลที่ไม่ได้อยู่ในรูปตัวเงิน คือ การผ่อนคลาย กฎระเบียบหรือนโยบายต่างๆ ที่เป็นกฎควบคุมให้แก่รัฐวิสาหกิจ และ สุดท้ายคือรางวัลที่ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติภูมิของ รัฐวิสาหกิจ คือ รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ซึ่งจัดให้มีขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นการประกาศผลงานของรัฐวิสาหกิจให้

รัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการพัฒนาระบบประเมินผลการด�าเนิน งานรัฐวิสาหกิจจาก “ระบบประเมินผลการด�าเนินงานรัฐวิสาหกิจ” ไปสู่ “ระบบการประเมินคุณภาพรัฐวิสาหกิจ (State Enterprise Performance Appraisal” หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “ระบบ SEPA” เป็นการพัฒนาระบบประเมินผลการด�าเนินงานให้มีประสิทธิภาพและ ได้มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น โดยน�าระบบการประเมินตนเอง (Self Assessment) และเกณฑ์การประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA) มาประยุกต์เชื่อมโยงเข้ากับระบบประเมินผลในปัจจุบัน ซึ่งได้เริ่มน�ามา ใช้อย่างเต็มรูปแบบกับรัฐวิสาหกิจบางแห่งแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงปฐมบทเท่านั้น ในตอนถัดไป นกปีกฟ้า จะพาไปรู้จักกับระบบประเมินผลการด�าเนินงานรัฐวิสาหกิจในราย ละเอียด ให้รู้กันไปเลยว่าท�าไมเจ้าเครื่องมือนี้ถึงได้ก�ากับและดูแล รัฐวิสาหกิจไทย มาได้ยาวนานถึง ๑๖ ปี และเป็นกลไกส�าคัญในการที่ จะผลักดันและพัฒนาให้รัฐวิสาหกิจไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขัน กับองค์กรอื่นได้อย่างยั่งยืนได้อย่างไรบ้าง โปรดติดตามได้ในบทความ ตอนต่อไป...

“นกปกฟา”(นางสาวเบญจวรรณ ชุ่มชูบุญ) ...ส�านักก�ากับและประเมินผลรัฐวิสาหกิจ สคร.


รอยพระบาท ขัตติยนารี

สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา เจา้ ฟ้ามหาจักรีสริ นิ ธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปน็ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ ๓ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินนี าถ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๘ ณ พระที่นงั่ อัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ด้วยเหตุที่ทรงบ�าเพ็ญพระราชกิจจานุกิจนานัปการอัน เป็นประโยชน์แก่แผ่นดินและราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู ่ หั ว ฯ จึ ง มี พ ระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่ อ ม ให้ ส ถาปนาพระราชอิ ส ริ ย ยศ และพระราชอิ ส ริ ย ศั ก ดิ์ เป็ น สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด า เจ้ า ฟ้ า มหาจั ก รี สิ ริ น ธร รั ฐ สี ม า คุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ในการพระราชพิธีเฉลิม พระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐ และจากพระ วิริยะอุตสาหะในการทรงศึกษาหาความรู้และบ�าเพ็ญพระราช กิจนานัปการ พระเกียรติคุณ เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้ง ทั้งในราช อาณาจั ก ร และนานาชาติ จึง ทรงรั บพระราชทานเครื่ อ งราช อิสริยาภรณ์ แห่งราชอาณาจักรไทย และทรงรับการทูลเกล้า ฯ ถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

การศึกษา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเริ่ ม ต้ น การศึ ก ษาระดั บ อนุ บ าล เมื่ อ พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๐๑

24 : ครอบครัวพอเพียง

ณ โรงเรียนจิตรลดา ในเขตพระราชฐาน พระต�าหนักจิตรลดา รโหฐาน พระราชวังดุสิต โดยทรงศึกษา ต่อเนื่องไปจนถึงระดับ มัธยมศึกษา ตลอดระยะเวลาที่ทรงศึกษา ทรงเอาพระทัยใส่ใน การเรียน โปรดการอ่าน และการศึกษาวรรณคดี ทั้งของไทยและ ต่างประเทศ ทรงเริ่มแต่งค�าประพันธ์ต่าง ๆ ทั้งร้อยแก้ว และร้อย กรอง ตั้งแต่ยังทรงศึกษา ในชั้นประถมศึกษา โปรดการเข้าร่วม กิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ทั้งด้านกีฬา ดนตรี บันเทิง และ กิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ หลังจากทรงส�าเร็จการศึกษา ประโยคมัธยมศึกษาตอน ปลาย ในแผนกศิลปะ จากโรงเรียนจิตรลดา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๖ สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด า ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสอบเข้าศึกษาต่อ ในระดับอุดมศึกษา ณ คณะอักษรศาสตร์ จุ ฬ าลงกรณ์ ม หาวิ ท ยาลั ย แม้ จ ะมี พ ระราชภารกิ จ โดยเสด็ จ พระราชด�าเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จ พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ไปเยี่ยมราษฎรในภูมิภาค ต่าง ๆ แต่ก็ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ ในการเรียนอย่างยิ่ง และ


ยังทรงร่วม กิจกรรมของคณะ และของมหาวิทยาลัย เช่นเดียว กับนิสิตทั่วไป ในปีการศึกษา ๒๕๑๙ ทรงส�ำเร็จการศึกษา และ ทรงเข้ารับพระราชทานปริญญา อักษรศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยม อันดับหนึ่ง เหรียญทอง สาขาวิชาประวัติศาสตร์ ในพุทธศักราช ๒๕๒๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสมัครเข้าศึกษาต่อ ระดับมหาบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมกัน ทั้งสองแห่ง ทรงส�ำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา วิชาจารึกภาษาตะวันออก จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปีการ ศึกษา ๒๕๒๒ หลังจากนั้น ทรงส�ำเร็จการศึกษา อักษรศาสตรมหา บัณฑิต สาขาวิชาภาษาบาลี - สันสกฤต จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยในปีการศึกษา ๒๕๒๔ ต่อมา ด้วย ความสนพระทัยงานด้านการพัฒนา โดย อาศั ย หลั ก วิ ช าการศึ ก ษา หรื อ การ เรียนรู้เป็นแกน จึงทรงสมัครเข้า ศึกษาต่อในระดับดุษฎีบัณฑิต ณ มหาวิ ท ยาลั ย ศรีนครินทรวิโรฒ ทรงส�ำเร็จ การศึกษา และรับพระราชทาน ปริญญา การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ใน ปีการศึกษา ๒๕๒๙ หลั ก คิ ด ในการใช้ ก าร ศึกษาเป็นปัจจัยหลักในการสร้าง และ พัฒนาความรู้ ความคิดของประชาชน และ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน และสังคม ที่

ทรงบ�ำเพ็ญพระราชกิจจานุกิจนานัปการ อันเป็นประโยชน์แก่แผ่นดินและราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรด กระหม่อม ให้สถาปนาพระราชอิสริยยศ และพระราชอิสริยศักดิ์ เป็น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากร ปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

ทรงได้รับจากการศึกษา ในระดับดุษฎี บัณฑิต ผนวกกับประสบการณ์ ที่ ทรงเรี ย นรู ้ จากการโดยเสด็ จ พระราชด�ำเนิน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ จึงเป็นพื้นฐาน ความรู้ที่แข็งแกร่ง ในการทรง งานพัฒนา ของพระองค์เอง ใน เวลาต่อมา จวบจนปัจจุบัน น อ ก เ ห นื อ จ า ก ก า ร ศึ ก ษาในระบบ สมเด็ จ พระเทพ รัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยังสนพระทัยศึกษาเพิ่มเติม ดูงาน ประชุม สัมมนา และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มพูน ทั ก ษะ ความรู ้ ในวิ ช าการด้ า นอื่ น ๆ อี ก หลายด้ า น เช่ น ภู มิ ศ าสตร์ ก ายภาพ อุ ท กศาสตร์ พฤกษศาสตร์ การจั ด การ ทรัพยากรดินและน�้ำ รีโมตเซนซิ่ง ระบบภูมิสารสนเทศ แผนที่ โภชนาการ เป็นต้น ด้วยมีพระราชประสงค์ ที่จะน�ำความรู้ที่ได้ จากวิชาการเหล่านี้ ไปประยุกต์ใช้ในการทรงงานพัฒนาชุมชน และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร

การรับราชการ

หลังจากทรงส�ำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาแล้ว ใน พุทธศักราช ๒๕๒๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม ราชกุ ม ารี ทรงเข้ า รั บ ราชการเป็ น อาจารย์ ก องวิ ช ากฎหมาย และสั ง คมศาสตร์ ส่ ว นการศึ ก ษา โรงเรี ย นนายร้ อ ยพระ จุลจอมเกล้า ทรงสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทยและสังคมวิทยา ต่อมาในพุทธศักราช ๒๕๓๐ ได้มีการตั้งกองวิชาประวัติศาสตร์ ขึ้ น ใหม่ โดยสมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด า ฯ สยามบรมราช กุมารี พระยศ พันเอก ทรงด�ำรงต�ำแหน่งหัวหน้ากอง (ซึ่งต่อ

ครอบครัวพอเพียง : 25


เป็นต้น

มาได้มีการขยายต� ำแหน่งเป็นผู้อ� ำนวยการกองในพุทธศักราช ๒๕๓๒ พร้ อ มกั บ กองอื่ น ๆ) ทรงเป็ น ผู ้ อ� ำ นวยการกองวิ ช า ประวัติศาสตร์พระองค์แรกจนถึงปัจจุบัน มีพระราชภารกิจ ทั้ง การบริหาร การสอน และงานวิชาการอื่น ๆ ต่อมา ทรงได้รับ พระราชทานพระยศ พลเอก ในพุทธศักราช ๒๕๓๙ และทรง ได้รับโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ (อัตราจอมพล) ใน พุทธศักราช ๒๕๔๓ นอกจากนี้ ยังได้ทรงรับเชิญเป็นอาจารย์พเิ ศษ บรรยายวิชาการ ณ สถาบันการศึกษาต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยศิลปากร

พระราชกิจ

นอกเหนือจากพระราชภารกิจในหน้าที่ราชการ สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราช กรณียกิจด้านต่าง ๆ ครอบคลุมงานส�ำคัญ ๆ อันเป็นประโยชน์ หลักของบ้านเมือง เกือบทุกด้าน และทรงได้รับความไว้วางพระ ราชหฤทัย ให้ทรงปฏิบัติ พระราชกรณียกิจที่ทรงสืบสาน ต่อ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ มอบหมาย โดยเฉพาะการทรงงาน ด้านการบริหารองค์การ และมูลนิธิ เพื่อ สาธารณกุ ศ ล ทรงด� ำ รงต� ำ แหน่ ง ประธานกรรมการมู ล นิ ธิ ชั ย พั ฒ นา ประธานมู ล นิ ธิ ร างวั ล สมเด็ จ เจ้ า ฟ้ า มหิ ด ล อุ ป นายิ ก า ผู้อ�ำนวยการสภากาชาดไทย รวมทั้งการเสด็จพระราชด�ำเนิน แทนพระองค์ และการปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ใน โอกาสต่าง ๆ เช่น การพระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะบุคคล ต่าง ๆ เฝ้า ฯ การพระราชทานปริญญาบัตร การถวายผ้าพระกฐิน 26 : ครอบครัวพอเพียง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจัดตั้งโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน ผู้ยากไร้ในชนบท โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพอนามัย และ แก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการ ทรงเห็นว่าเด็กจะเรียนหนังสือ ไม่ ไ ด้ ถ้ า ท้ อ งหิ ว หรื อ เจ็ บ ป่ ว ย จึ ง ทรงริ เ ริ่ ม โครงการเกษตร เพื่ออาหารกลางวัน ในโรงเรียนต�ำรวจตระเวนชายแดน ตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๕๒๓ ทรงเห็นความส�ำคัญของการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ก่อสร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ศูนย์การเรียนชุมชนส�ำหรับชาวไทยภูเขา ห้องเรียนเคลื่อนที่ ทั้ง พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นค่าตอบแทนครูผู้สอน และทรง จัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนพระราชทาน เพื่อให้เยาวชนมี โอกาสได้รับการศึกษาที่เหมาะสม จะได้มีความสามารถในการ พึ่งตนเอง และเป็นที่พึ่งของครอบครัวได้ในอนาคต ทรงติดตาม การด�ำเนินงาน โครงการตามพระราชด�ำริอย่างใกล้ชิด และเสด็จ พระราชด�ำเนินเยี่ยมราษฎรในโครงการ ด้วยพระองค์เองเสมอ จากการทีม่ ปี ระชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทลู เกล้า ฯ ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศล หรือสมทบทุนด� ำเนินงาน โครงการพัฒนาต่าง ๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้น�ำเงิน ที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายดังกล่าวมาจัดตั้งเป็นกองทุน ทุนการกุศล สมเด็จพระเทพฯ เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนผู้ทุกข์ ยากเดือดร้อน หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์อื่น ๆ นอกเหนื อ จากงานพั ฒ นา สมเด็ จ พระเทพรั ต นราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนพระทัยงานศิลปวัฒนธรรมไทย เป็นอย่างยิ่ง มีพระราชด�ำริว่า ควรจะมีการถ่ายทอดงานด้าน วัฒนธรรมไปสู่เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ ผ่านกระบวนการจัดการ


ศึกษาอบรม ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และ การศึ ก ษาตามอั ธ ยาศั ย เพื่ อ ให้ ค นรุ ่ น ใหม่ เ หล่ า นี้ ไ ด้ เ รี ย นรู ้ ตระหนักความส�ำคัญ รักและผูกพันในศิลปวัฒนธรรมของชาติ สามารถสืบทอดเพื่อการอนุรักษ์และอาจพัฒนาเป็นอาชีพได้ ทรง สนับสนุนการด�ำเนินกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์และสืบทอดมรดกทาง ศิลปวัฒนธรรมของไทย พระอุตสาหะในการปฏิบัติกิจการอัน เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองและประชาชน เป็นที่ประจักษ์แก่พสก นิกรทั่วหน้า จึงทรงได้รับการทูลเกล้า ฯ ถวายรางวัลเกียรติยศ พระเกียรติคุณ ต�ำแหน่งเกียรติยศ และปริญญากิตติมศักดิ์ จาก สถาบั น หน่ ว ยงานและองค์ ก ร ทั้ ง ในราชอาณาจั ก รและต่ า ง ประเทศจ�ำนวนมาก พระราชจริยาวัตรที่ประชาชนทั่วไปได้เห็นประจักษ์ คือ พระเมตตาและความเอาพระทัยใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ของ ประชาชน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชปณิธานที่จะช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยาก เดือดร้อนโดยไม่ เลือกชั้นวรรณะ เผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ ศาสนา พสกนิกรต่างยกย่อง และชื่นชมในพระบารมี ดังนั้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติที่ทรงมี คุณูปการต่อชาติบ้านเมืองในด้านต่าง ๆ มาโดยตลอด จึงมีบุคคล หน่วยงาน สมาคม และองค์กรต่าง ๆ ทั้งในราชอาณาจักรและ ในต่างประเทศ ขอพระราชทานอัญเชิญพระนามาภิไธย และขอ พระราชทานนาม ไปเป็นชื่อพรรณพืช และสัตว์ที่ค้นพบใหม่ใน โลก รวมทั้งสถานที่ และสิ่งต่าง ๆ เป็นจ�ำนวนมาก เพื่อเป็นการ เฉลิมพระเกียรติและเป็นสิริมงคลสืบไป นอกจากนี้ ยังได้ทรง พระกรุณารับสมาคม สถาบัน และองค์กรต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตาม แนวพระราชด�ำริ หรือที่มีวัตถุประสงค์ด�ำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่ทรงให้การสนับสนุน ซึ่งล้วนเป็นไปเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ขาดแคลน หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ไว้ในพระราชูปถัมภ์

งานอดิเรก

ยามที่ ท รงว่ า งจากพระราชกิ จ สมเด็ จ พระเทพรั ต น ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพักผ่อนพระอิริยาบถโดย ทรงมี งานอดิเรกที่สนพระทัย หลายประเภท เช่น ดนตรี งาน ศิลป์ กีฬา งานสะสม การทัศนศึกษา การอ่านและสะสมหนังสือ ทรงมีหอสมุดส่วนพระองค์ที่จัดเก็บหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งที่ทรงเลือกซื้อด้ วยพระองค์เองและที่มี ผู้ทูลเกล้า ฯ ถวาย และดังเช่นเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการ เรียงร้อยอักษร จึงทรงพระราชนิพนธ์ร้อยแก้วและร้อยกรองไว้ เป็นจ�ำนวนมาก มีทั้งประเภทบทความ เรื่องสั้น ความเรียง ค�ำน�ำ บทกวี บทเพลง เรื่องแปล และสารคดี เป็นต้น รวมทั้งพระราช นิพนธ์ชุดเสด็จพระราชด�ำเนินเยือนต่างประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือน “บันทึกการเดินทาง” ที่ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินแก่ ผู้อ่าน ในปัจจุบัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม ราชกุมารี ยังสนพระทัยศึกษาและฝึกฝนเรียนรู้ทักษะภาษาและ วิชาการต่าง ๆ อยู่มิได้ขาด เช่น ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาจีน เทคโนโลยีสารสนเทศ ดาราศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ เป็ น ต้ น พระปรี ช าสามารถด้ า นภาษา เป็ น ที่ ป ระจั ก ษ์ โดยทั่ว หน้า นอกจากนี้ ยังสนพระทัยเข้าร่วมการประชุม แลกเปลี่ยน ข้อคิดเห็น ทรงศึกษาดูงาน และทรงพบปะสนทนากับปราชญ์ ด้านต่าง ๆ อยู่เป็นประจ�ำ เพื่อทรงรับความรู้ใหม่ ๆ และทัน สมัยอยู่เสมอ

: อริยสิริ

ครอบครัวพอเพียง : 27


ดร.ไสว บุญมา (คนไทยในอเมริกา)

เพราะอะไรจึงต้องไป

ดวงจันทร์และดาวอังคาร ? หลังเข้ารับต�ำแหน่งไม่ถึงสองปี ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศว่ า นโยบายในด้ า นการส� ำ รวจอวกาศของ สหรัฐอเมริกามีเป้าประสงค์ที่จะส่งมนุษย์อวกาศไปลงบนดาว อังคารในเวลาอีกราว ๒๐ ปีข้างหน้า แต่เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเบื้อง หลังของการส่งคนไปดาวอังคาร เมื่อไม่นานมานี้ ผู้หวังเข้าชิง ต�ำแหน่งประธานาธิบดีจากบารัค โอบามา ชื่อ นูท กิงริช ประกาศ ว่า ถ้าเขาได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะเริ่มโครงการเร่งด่วนขนาด ยักษ์เพื่อส่งคนอเมริกันกลับไปลงบนดวงจันทร์อีกครั้งหลังยุติส่ง คนไปที่นั่นมาเป็นเวลา ๔๐ ปี การส่งคนกลับไปดวงจันทร์คราว นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อไปท�ำเหมืองแร่ที่นั่นแล้วน�ำทรัพยากรกลับมา เสริมทรัพยากรโลกที่ร่อยหรอลง จุดมุ่งหมายหนึ่งของการส�ำรวจ อวกาศจึงประจักษ์ออกมาว่าเป็นการแสวงหาทรัพยากร อีกจุดมุ่งหมายหนึ่งซึ่งรัฐบาลอเมริกันไม่ได้ประกาศออก มาแต่สามารถอ่านได้จากนโยบายที่จะส่งคนไปลงบนดาวอังคาร ทั้งที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นอยู่ไกลจากโลกกว่าดาวศุกร์ว่า ต้องการ จะหาทางส่ ง คนไปตั้ ง อาณานิ ค มบนดาวอั ง คารเนื่ อ งจากมั น มี บรรยากาศคล้ายโลกมากที่สุด ต่างกับดาวเคราะห์ดวงอื่นซึ่งถ้า 28 : ครอบครัวพอเพียง

ไม่ร้อนจนเผาเราให้เป็นจุลก็หนาวจนคนเราแข็งตายทันที เรื่อง การไปตัง้ อาณานิคมนอกโลกในแนวนีม้ อี ยูใ่ นห้วงความคิดของชาว ตะวันตกมาเป็นเวลานานและเป็นฐานของการสร้างภาพยนตร์ นักสืบหัวเห็ดเจมส์ บอนด์ เมื่อปี ๒๕๒๒ เรื่อง Moonraker ภาพยนตร์เรื่องนี้มีรอเจอร์ มัวร์ รับบทเจมส์ บอนด์

(รูปดาวอังคารที่ถ่ายจากยานอวกาศไวกิ้งของสหรัฐอเมริกา)


(กระสวยอวกาศที่น�ำมนุษย์ไปท่องอวกาศของสหรัฐอเมริกาซึ่ง ภาพยนตร์เรื่อง Moonraker จ�ำลองมาเป็นพาหนะที่ใช้ส่งคนไป ตั้งอาณานิคมนอกโลก) เพราะอะไรสหรัฐอเมริกาจึงต้องการไปตั้งอาณานิคม บนดาวเคราะห์? จุดมุ่งหมายมีหลายอย่างรวมทั้งการไปจับจอง ทรัพยากรเพื่อน�ำกลับมาใช้บนโลกและการโยกย้ายประชากรไป ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนที่นั่นทั้งนี้เพราะทรัพยากรโลกร่อยหรอลงไป ทุกทีในขณะที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้มีจ�ำนวนเกิน ๗ พันล้านคนและเริ่มจะล้นโลกแล้ว คงเป็นที่ทราบกันดีว่า จ�ำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นไป แบบไม่หยุดยั้งสร้างปัญหาเรื่องความยากจนค่นแค้นอย่างแพร่ หลายและในปัจจุบันชาวโลกราว ๑ พันล้านคนต้องหิวโหยทุกวัน เนื่องจากอาหารมีไม่พอ การขาดแคลนอาหารเป็นที่รู้กันมานาน แล้ว จึงเกิดการวิจัยที่น�ำไปสู่การผลิตพืชอาหารซึ่งได้ผลผลิตสูง แบบก้าวกระโดดเมื่อหลายสิบปีก่อน อาทิเช่น ข้าวโพด ข้าวเจ้า และข้าวสาลี แต่ตอนนี้เทคโนโลยีใหม่ไม่สามารถเพิ่มผลผลิตให้ พืชเหล่านั้นได้อีกแล้ว ฉะนั้น บิล เกตส์ อภิมหาเศรษฐีซึ่งมีใจบุญ จึงสนุบสนุนด้วยจ�ำนวนเงินมหาศาลเพื่อท�ำการวิจัยและค้นคว้า หาเทคโนโลยีใหม่ที่จะท�ำให้พืชอาหารอื่น ๆ ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น แบบก้าวกระโดดด้วยเช่นกันรวมทั้งมันส�ำปะหลังและข้าวฟ่างซึ่ง เป็นพืชอาหารส�ำคัญของชาวแอฟริกา

(พันธุ์ข้าวที่ได้จากการวิจัยให้ผลผลิตสูงมาก มาเป็นเวลานานแล้ว)

(อภิมหาเศรษฐี บิล เกตส์ สนับสนุนการวิจัยใน ด้านการผลิตพืชอาหารเป็นเงินจ�ำนวนมหาศาล)

(การศึกษาวิจัยในไร่มันส�ำปะหลัง)

ครอบครัวพอเพียง : 29


เรื่องที่เล่ามานี้บ่งชี้ว่า แนวคิดในสหรัฐอเมริกาที่จะ แก้ปัญหาเกี่ยวกับประชากรล้นโลกในขณะที่มีทรัพยากรน้อยลง ประกอบด้วย ๓ ด้านด้วยกันคือ ไปน�ำทรัพยากรมาจากโลกอื่น ส่ง คนไปอยู่โลกอื่นและแสวงหาเทคโนโลยีใหม่เพื่อจะผลิตสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่การที่โลกนี้ยังมีคนหิวโหยทุก วันอยู่ราว ๑ พันล้านคนแล้วหมายความว่าแนวคิดนั้นไม่ได้ผล ในการแก้ปัญหามากนัก ฉะนั้น จะต้องมีการพิจาณาหาทางออก เพิ่ม ทางออกที่จะช่วยลดปัญหาได้แก่การจ�ำกัดจ�ำนวนประชากร และการลดการบริโภคเกินความจ�ำเป็นลง แต่สองด้านนี้ยังไม่ค่อย มีชาวอเมริกันสนใจเท่าไรนักทั้งที่ชาวอเมริกันใช้ทรัพยากรและ บริโภคมากกว่าชาวโลกจนอ้วนถึงขนาดเป็นอันตรายอยู่ทั่วไป แล้ว ผู้ที่เข้าใจเรื่องนี้ดีจึงควรจะมีลูกน้อยลงพร้อมกับบริโภคสิ่ง ที่เกินความจ�ำเป็นน้อยลงด้วย (ข้าวฟ่างก�ำลังเป็นที่สนใจของนักวิจัยที่ได้เงินสนับสนุน จากบิล เกตส์)

(การบริโภคมากเกินไปท�ำให้อ้วนจนเป็นอันตรายของหญิงชายอเมริกัน)

30 : ครอบครัวพอเพียง


เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการภารกิจของส�านักงานคลังจังหวัด ณ จังหวัดเพชรบูรณ์

สํานักงานคลังจังหวัด กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง มีอ�านาจหน้าที่ภายใต้การก�ากับดูแลของส�านักงานคลังเขต ในการ (๑) ด�าเนินการเกี่ยวกับการก�ากับ ตรวจสอบ และอนุมัติการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ ของส่วนราชการและ รัฐวิสาหกิจ (๒) จัดท�ารายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง การใช้จ่ายเงินงบประมาณ และรายงานการเงินของจังหวัด (๓) ให้ค�าปรึกษาด้านการบัญชี การตรวจสอบภายใน กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ด้านการเงิน การคลัง และการ พัสดุภาครัฐแก่ส่วนราชการ (๔) เร่งรัดและติดตามการใช้จ่ายเงินของจังหวัด (๕) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย เปนศูนย์บริการประชาชนกระทรวงการคลังประจําจังหวัด (ONE STOP SERVICE) คลังจังหวัดได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าศูนย์เพื่ออ�านวยความสะดวกให้กับประชาชน ในการขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงาน ภาครัฐและสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึง่ เป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชนทัว่ ไป และลูกค้าสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึง่ มีทงั้ เกษตรกร ผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อม และรายย่อยทั่วไป บทบาทคลังจังหวัดในการบริหารเศรษฐกิจการคลังในส่วนภูมิภาค คลังจังหวัดในบทบาทนักบริหารเศรษฐกิจการคลังจังหวัด (Chief Financial Officer : CFO) มีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ การคลังจังหวัดแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และสนับสนุนการบริหารงานจังหวัดในส่วนภูมิภาค โดยส�านักงานคลังจังหวัดจะเป็นศูนย์ข้อมูลด้านการเงิน การคลัง การบัญชี การพัสดุ และเศรษฐกิจของจังหวัด รวมทั้งสนับสนุนข้อมูล วิเคราะห์ เสนอแนะด้านการคลังและเศรษฐกิจ เพื่อประกอบการพิจารณาในการก�าหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน ชุมชน และธุรกิจในจังหวัดให้มีความอยู่ดีกินดี และมีความสุขยิ่งขึ้น รวมทั้งวัดผลสัมฤทธิ์ของ การด�าเนินนโยบายและความมั่งคั่งของจังหวัด เพิ่มประสิทธิภาพระบบ GFMIS กรมบัญชีกลางได้น�าเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการบริหารงาน การเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบ GFMIS โดยครอบคลุมด้านงบประมาณ การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ การรับและน�าเงิน ส่งเป็นรายได้แผ่นดิน การบัญชี และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยส�านักงานคลังเขตและส�านักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ เป็นหน่วยงานสังกัด กรมบัญชีกลางที่รับผิดชอบงานตามระบบ GFMIS เพื่อให้บริการแก่ส่วนราชการต่าง ๆ ในภูมิภาค ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและ คล่องตัว พร้อมทั้งเป็นที่ปรึกษาแนะน�าและช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อสนับสนุนการวางนโยบายการบริหารเศรษฐกิจ การคลังของจังหวัด ขยายขอบเขตระบบ GFMIS โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบ e-LAAS (Electronic Local Administrative Accounting System) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้ากับระบบ GFMIS ของกระทรวงการคลัง เพื่อให้ระบบ GFMIS สามารถแสดง ผลการเบิกจ่ายเงินของ อปท. และแสดงฐานะการเงินการคลังของประเทศได้อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งพัฒนาระบบการรับและน�าส่งเงินให้แก่ อปท. ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การน�าส่งเงินรายได้จากการจัดเก็บภาษีต่าง ๆ ให้แก่ท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติก�าหนดแผนและขั้นตอนการ กระจายอ�านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและบุคลากร กรมบัญชีกลาง


ด.เด็กช่างคิด

ปโรงเรียากร เลี ่ ย นกั ต วา ยนโยธินบูรณะ


มัธยมคนอาสากับการค้นหา ว่า…“จิตอาสาคืออะไร” หากมีคนมาถามว่า จิตอาสาคืออะไร? วิธีแรกที่จะท�าคือ? เปิดหนังสือเกี่ยวกับ เรื่องราวจิตอาสาสัก ๑๐๐ เล่ม ค้นหาค�าว่าจิตอาสาผ่าน Google Search สัก ๑,๐๐๐ เว็บไซต์ หรือนัง่ คุยกับจิตอาสาสัก ๑๐,๐๐๐ คน

เราคงไม่ จ� า เป็ น ต้ อ งเสี ย เวลามากมายถึ ง ขนาดนั้ น เพราะเพียงแค่เรายอมสละเวลาเพียงแค่ ๑๐ นาที เพื่อลงมือ ปฏิบัติ ไม่แน่คุณอาจจะตอบค�าถามที่กล่าวมาได้ก่อนใคร นางสาวปิยากร เลี่ยนกัตวา หรือแป้ง แกนน�าจิตอาสา ชมรมครอบครัวพอเพียง โรงเรียนโยธินบูรณะ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๔ เด็กสาวหน้าใสวัย ๑๖ ปี สาวน้อยคนนี้เธอยอมทุ่มเท ทั้งแรงกายแรงใจท�างานอาสา ทั้งยังเป็นก�าลังส�าคัญที่ช่วยสาน พลังจิตอาสาให้เกิดขึ้นภายในโรงเรียนด้วย “จิตอาสาคือการให้ การสละเวลา แรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ ตลอดจนตัวเราเอง เพื่อสาธารณประโยชน์ ด้วย ความสนใจในการท�างานด้านจิตอาสา เธอจึงรวมตัวกับเพื่อนๆ เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ โดยที่ผ่านมาก็ได้ร่วมกิจกรรม จิตอาสาหลายๆ กิจกรรม เช่น บรรจุถุงยังชีพที่สภากาชาดไทย โครงการกล้า...ดี” มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯให้แก่ผู้ประสบภัยน�้าท่วม โครงการปลูกต้นกล้ายุคใหม่ (สอนหนังสือให้นักเรียนศูนย์ศึกษา พระพุ ท ธศาสนาวั น อาทิ ต ย์ วั ด ราชาธิ ว าส เป็ น วิ ท ยากรให้ แ ก่ โรงเรียนต่างๆ ด้านเศรษฐกิจพอเพียง เช่น โรงเรียนทีปังกรณ์ วิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชินูปถัมภ์ และโรงเรียนราชวินิต บางเขน

เมื่อรู้ว่าชมรมครอบครัวพอเพียง จะมาจัดกิจกรรมที่ โรงเรียน ก็รีบสมัครเข้ามาเป็นแกนน�าเลยค่ะ ตอนแรกก็รู้สึกสนุก ที่ได้ร่วมท�ากิจกรรมกับพี่ๆ ครอบครัวพอเพียง ที่มาให้ทั้งความรู้ ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากให้ความรู้แล้วก็ยังมี ทั้งร้อง เล่น เต้น ร�า ก็เป็นกิจกรรมที่ดีและไม่น่าเบื่อ และก็ตื่น เต้นที่จะได้ร่วมท�ากิจกรรมต่างๆ จนกระทั่งได้มาร่วมท�ากิจกรรม จิตอาสากับครอบครัวพอเพียงอย่างจริงจังก็มีความสุขเมื่อได้ร่วม เป็นส่วนหนึ่งของจิตอาสาและเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุขเราก็จะมี ความสุขไปด้วย” น้องแป้งเล่า “แป้งโชคดีที่ ได้รบั แรงบันดาลใจ และการสนับสนุนการ ท�าความดีเพื่อสังคมนั้น เกิดจากครอบครัว สมาชิกของครอบครัว แป้ง ก็มีอยู่ด้วยกัน ๔ คน ก็คือ คุณพ่อเสรี เลี่ยนกัตวา ปัจจุบัน เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฝ่ายช่างการบินไทย) คุณแม่พิณทอง เลี่ยนกัตวา เป็นพยาบาลอยู่ที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แป้ง เป็นลูกคนโต และมีน้องสาวอีกหนึ่งคน ด.ญ.พรจิรา เลี่ยนกัตวา โรงเรียนโยธินบูรณะ เช่นกันค่ะ และปัจจุบันก็มีสมาชิกของ ครอบครัวเพิ่มมาอีกหนึ่งคนก็คือ พี่สาวคนโต Lisa Tosi ซึ่งเป็น นักเรียนแลกเปลี่ยน ของโรงเรียนโยธินบูรณะมาเป็นส่วนหนึ่งของ ครอบครัวเราด้วย

ครอบครัวพอเพียง : 33


แม้ แ ป้ ง จะเหน็ ด เหนื่ อ ยกั บ การเรี ย นและการท�ำ งาน อาสาเพื่อคนอื่น แต่สิ่งที่แป้งทุ่มเทท�ำไปก็นับว่าน้อยนิด เมื่อเทียบ กับสิ่งที่เธอได้รับจากการท�ำงานจิตอาสา “ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ถึงเหนื่อยก็คุ้ม เพราะเราได้ อะไรหลายอย่างกับงานตรงนี้ หนึ่งเราได้ความสบายใจ เพราะ เราสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับคนอื่นได้ ท�ำให้เรารู้สึกภูมิใจใน ตัวเอง สองเราได้ประสบการณ์ เพราะคิดว่าการเรียนไม่เพียง พอ ส�ำ หรั บ จะท�ำให้คนเก่งได้ ดังนั้นเราต้องท�ำ กิจ กรรมไป ด้วย แล้วเมื่อเราเจอคนเยอะจะท�ำให้เรามองคนอื่นอย่างเปิด ใจ อย่างที่สามคือมิตรภาพ ท�ำให้ได้มิตรภาพระหว่างเพื่อน และรู้จักมิตรภาพจากนอกโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นคนแก่ เพื่อน นักเรียนต่างโรงเรียน หรือเด็กๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี ที่เราจะ ได้กลับมาเต็มๆ ” แป้งก็อยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งชมรม ครอบครัวพอเพียง เพราะชมรมครอบครัวพอเพียงนี้จะท�ำให้เรา ทุกคนรู้จักการให้ รวมทั้งยังมีกิจกรรมดีๆ เกี่ยวกับความพอเพียง ต่างๆมากมายที่เราสามารถจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้ ก็อยากให้ทุก คนมาเป็นครอบครัวเดียวกัน มาเป็นครอบครัวพอเพียงด้วยกัน นะคะ อยากให้เพื่อนๆลองคิดว่าก่อนที่เราจะเป็นผู้รับก็ย่อมต้อง มีผู้ให้ ในทางกลับกันหากเราได้เป็นผู้ให้บ้าง จะเวลาไหน ตอน ไหนก็ได้ เพียงแค่หันไปยิ้มให้เพื่อนเราคนข้างๆเรามีความสุข เขา มีความสุขแค่นี้ก็เป็นผู้ให้ได้แล้ว ซึ่งการเป็นจิตอาสานั้นไม่เพียง แต่เราจะเป็นแต่ผู้ให้แล้วเรายังเป็นผู้รับด้วยเพราะเรายังได้รับ ความรู้ใหม่ๆ ประสบการณ์ชีวิต เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ฝึกทั้งกาย และใจของเราด้วย 34 : ครอบครัวพอเพียง

น้ อ งแป้ ง เล่ า ว่ า งานจิ ต อาสาสามารถเปลี่ ย นเธอได้ นอกจากงานจิตอาสาจะเปลี่ยนลักษณะนิสัยส่วนตัวของเธอได้ อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนเธอได้นั่นคือ ความคิด “เมื่อก่อน แป้งคิดว่า ไม่เป็นไรไม่มีเราคนอื่นเขาก็ท�ำได้ ช่วยงานคนอื่น บ้างเป็นครั้งคราว แต่ตอนนี้หนูคิดว่า งานอาสาเราต้องร่วม มือกัน อย่างพวกเราเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ก็สามารถช่วยกันได้ แค่บางส่วน แต่ว่าเราทุกคนร่วมกันเปลี่ยนความคิดให้เป็นจิต สาธารณะ และหัดท�ำกิจกรรมเพื่อคนอื่นให้มากขึ้น สังคมก็จะ มีความสุขมากกว่านี้ เพราะหัวใจหลักของการท�ำจิตอาสาก็คือ การพยายามลดความเห็นแก่ตัว มองตนเองให้น้อยลง และหัน มาท�ำเพื่อคนอื่น หรือมองคนอื่นมากขึ้น” ก็คงจะสนับสนุนค�ำพูดของท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ได้เป็นอย่างดี ที่ว่า “สังคมดีเริ่มต้นที่ครอบครัว” เราหวังเป็น อย่างยิ่งว่าจากหลายๆ บทสัมภาษณ์ของน้องจิตอาสาเหล่านี้จะ ช่วยท�ำให้เกิด ครอบครัวพอเพียง ครอบครัวจิตอาสาได้มากขึ้น เพิ่มขึ้น เพราะทุกครอบครัวคงไม่อยากเห็นบุตรหลาน ที่ก�ำลัง เจริญเติบโต เป็นเด็กที่ดีแต่เรียน เรียนเก่งแต่เห็นแก่ตัว ฉลาด หลักแหลมพร้อมกับความเอารัดเอาเปรียบคนรอบข้าง แล้งน�้ำใจ เพราะสุดท้าย เมื่อไม่มีพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง เด็กที่ว่ามานั้นจะอยู่ ร่วมกับสังคมไม่ได้ หรืออยู่ได้แบบอยู่ไปวันๆ หาเพื่อนและคนรัก ไม่ได้ ถึงหาได้ก็จะอยู่เพียงในระยะเวลาสั้นๆเพราะสังคมรังเกียจ ร่วมกันนะค่ะเปิดโอกาสให้เด็กๆได้เรียนรู้ กับกิจกรรม ที่ดี ซึ่งมีอยู่มากมาย สุดท้ายทุกอย่างไม่ใช่เพื่อใคร ก็เพียงเพื่อคน ที่เรารักนะคะ


เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ด้วยเกล้ ยกระหม่ อมขอเดชะ ข้าพระพุ ทธเจ้าด้าว นายจิ รากร โกศั ยเสวี ข้าพระพุอธิทธเจ้ ้บริหารและเจ้าหน้าที่ บดีาก คณะผู รมวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร


มีความสมดุลพอดี รู้จักพอประมาณ การมีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน และรู้เท่าทันโลก ซึ่งถ้ามองในด้านสุขภาพแล้วก็คงไม่พ้นค�ำว่า “สุขภาพพอเพียง” ซึ่งอาจยึดกับหลักการต่อไปนี้คือ ๑. มีรากฐานที่เข้มแข็งจากการมีความพอเพียงทาง สุขภาพในระดับครอบครัวและชุมชน ๒. มีความรอบคอบและรู้จักประมาณอย่างมีเหตุผลใน ด้านการเงินการคลังเพื่อสุขภาพในทุกระดับ ๓. มี ก ารใช้ เ ทคโนโลยี ที่ เ หมาะสมและใช้ อ ย่ า ง รู้เท่าทันโดยเน้นภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยและการพึ่ง ตนเอง ๔. มีบูรณาการด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล ฟื้นฟูสภาพและคุ้มครองผู้บริโภค ๕. มี ร ะบบภู มิ คุ ้ ม กั น ที่ ใ ห้ ห ลั ก ประกั น และคุ ้ ม ครอง สุขภาพ ๖. มีคุณธรรม จริยธรรม คือ ซื่อตรง ไม่โลภมาก และ รู้จักพอเพียง หลักการดังกล่าวจะสอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพ ปัจจุบันเราคงคุ้นเคยกับค�ำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” แห่งชาติ ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๕-๒๕๔๙) ที่ผ่านมาและคาดว่าจะ และพยายามเข้ า สู ่ ยุคของการพึ่งพาตนเองของประเทศเราให้ ยิ่งเน้นการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพมากขึ้นในแผนพัฒนาสุขภาพ มากที่สุดบนพื้นฐานของปรัชญาที่ประกอบด้วย การยึดสายกลาง แห่งชาติฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๔) แต่ประเด็นส�ำคัญ

สุขภาพพอเพียง ตามวิถีไทย

ปวดท้อง บอกอะไร สาเหตุของอาการปวดท้องเฉียบพลัน

เป็นหวัด เป็นไข้ อาจไม่ต้องรี่เข้าไปโรงหมอ แต่ถ้าขึ้น ชื่อว่า “ปวดท้อง” หลายๆ คนขอเลือกที่จะตรงไปยังโรงพยาบาล ซึ่งเจ้าอาการที่ว่านี้ จะบ่งบอกอะไรได้บ้าง เราลองมาตามติดกัน ดูดีกว่า ปวดท้อง เป็นอาการน�ำที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์บ่อยเป็น อันดับต้นๆ ซึ่งมีสาเหตุได้หลากหลาย ความส�ำคัญอยู่ที่อาการปวด ท้องเป็นเฉียบพลันหรือเรื้อรัง เพราะหากเป็นเฉียบพลัน บางโรค อาจเป็นสาเหตุที่อันตรายถึงชีวิตได้อย่างรวดเร็ว จ�ำเป็นต้องรีบ มาพบแพทย์อย่างเร่งด่วน ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นโรคทางศัลยกรรม และทางสูติ-นรี 36 : ครอบครัวพอเพียง

หากปวดบริเวณท้องด้านขวาบน อาจเป็นจากโรคถุง น�้ำดีอักเสบ นิ่วถุงน�้ำดี ตับอักเสบ กรวยไตอักเสบ งูสวัด ปอด อักเสบ ล�ำไส้เล็กส่วนต้นอักเสบ หรือตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น หากปวดบริเวณท้องด้านขวาล่าง อาจเป็นจากไส้ติ่ง อักเสบ ต่อมน�้ำเหลืองในช่องท้องอักเสบ ท้องนอกมดลูก ปีก มดลูกอักเสบ เยื่อบุผนังมดลูกเจริญผิดที่ นิ่วในท่อไตและไต กรวย ไตอักเสบ ไส้เลื่อน กะเปาะที่ผนังล�ำไส้ใหญ่อักเสบ ล�ำไส้ทะลุ เส้นเลือดโป่งพองในช่องท้องมีการรั่วซึม ถ้ า ปวดบริ เ วณท้ อ งด้ า นซ้ า ยบน อาจมี ส าเหตุ จ าก กระเพาะอาหารอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ม้ามโตหรือแตก กรวยไต อักเสบ นิ่วไต งูสวัด กล้ามเนื้อหัวใจตาย ปอดอักเสบ ล�ำไส้อักเสบ ปวดบริเวณท้องด้านซ้ายล่าง เป็นได้จาก กะเปาะที่ผนัง ล�ำไส้ใหญ่อักเสบ ล�ำไส้อุดตัน ล�ำไส้อักเสบ เส้นเลือดโป่งพองใน ช่องท้องมีการรั่วซึม ท้องนอกมดลูก ปีกมดลูกอักเสบ เยื่อบุผนัง มดลูกเจริญผิดที่ กรวยไตอักเสบ นิ่วในท่อไตและไต


คื อ จะท� ำ อย่ า งไรที่ จ ะน� ำ องค์ ค วามรู ้ ด ้ า นการแพทย์ แ ผนไทย บูรณาการเข้าสู่ระบบสุขภาพของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมใน ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล ฟื้นฟูสภาพ และการคุ ้ ม ครองผู ้ บ ริ โ ภค ในทุ ก ระดั บ ของหน่ ว ยการบริ ก าร สุขภาพโดยเฉพาะระดับสถานีอนามัย ศูนย์สุขภาพชุมชน และ โรงพยาบาลชุมชนระดับอ�ำเภอ ซึ่งเป็นสถานที่ให้บริการสุขภาพ ของรัฐที่มีมากที่สุดของประเทศอันจะช่วยให้สามารถกระจาย การให้บริการถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงโดยเน้นหนักไปที่การ ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้งบประมาณด้าน สุขภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก ๑๖,๒๒๕.๑ ล้านบาท (๔.๘ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณประจ�ำปี) ใน พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็น ๗๗,๗๒๐.๗ ล้าน บาท ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ (๘.๑เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณประจ�ำปี) การใช้งบประมาณที่เพิ่มขึ้นมีผลดีต่อการกระจายการให้บริการ ด้ า นสุ ข ภาพแก่ ป ระชาชนได้ ม ากขึ้ น แต่ ถ ้ า มองอี ก ด้ า นหนึ่ ง ก็ เท่ากับว่าต้นทุนในการให้บริการด้านสุขภาพสูงขึ้นทุกปี ซึ่งเป็น ปัญหาของประเทศเราที่มีงบประมาณจ�ำกัด ค�ำถามคือจะท�ำ อย่างไรจึงจะสามารถลดต้นทุนด้านสุขภาพ? ซึ่งค�ำตอบที่ส�ำคัญ คือ การปรับระบบสุขภาพเข้าสู่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกัน โรคให้มากขึ้นโดยเน้นวิธีการที่จะท�ำให้ประชาชนมีสุขภาพดี แข็ง

แรงและห่างไกลจากโรคมากที่สุด แทนที่การเน้นการรักษาโรค เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งท�ำวให้มีค่าใช้จ่ายสูงเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เป็น ผลพวงจากการที่ประเทศเราต้องพึ่งพายารักษาโรค เครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีราคาแพงจากต่างประเทศเป็นหลัก อีก ด้านหนึ่งที่เป็นค�ำตอบที่ส�ำคัญคือ การพึ่งพาตนเองด้วยการแพทย์ แผนไทย ซึ่งเป็นศาสตร์การแพทย์ที่รักษาชีวิตบรรพบุรุษของเรา และอยู่คู่กับประเทศไทยมาโดยตลอด ในสภาวการณ์ปัจจุบัน นับเป็นโอกาสที่ดีที่จะพลิกฟื้นภูมิปัญญาการแพทย์นี้ขึ้นมาและ น�ำไปใช้กับประเทศเราได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้เพราะการแพทย์ แผนไทยมีจุดแข็งในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ส�ำหรับในด้านการรักษาโรคเราก็สามารถปรับใช้เพื่อทดแทนหรือ ผสมผสานกับระบบการแพทย์แผนปัจจุบันได้ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในเรื่องยาสมุนไพรซึ่งมีราคาถูกกว่าและหาได้ในประเทศ การ พัฒนาการแพทย์แผนไทยเข้าสู่ระบบสุขภาพของชาตินั้นจ�ำเป็น ต้องปรับให้เข้ากับยุคสมัย และเน้นการใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง และถูกทิศทาง

ปวดบริเวณลิ้นปี่ อาจเป็นเพราะแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ล�ำไส้เล็กส่วนต้นอักเสบ ไส้ติ่งอักเสบระยะแรก เส้นเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ถุง น�้ำดีอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย ปวดรอบสะดือ อาจเป็นไส้ตงิ่ อักเสบระยะแรก กระเพาะ อาหารล�ำไส้อักเสบ ตับอ่อนอักเสบ ล�ำไส้อุดตัน เส้นเลือดในช่อง ท้องอุดตัน เส้นเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง ปวดบริ เ วณท้ อ งน้ อ ย สาเหตุ ที่ พ บได้ แ ก่ กระเพาะ ปัสสาวะอักเสบ กะเปาะที่ผนังล�ำไส้ใหญ่อักเสบ ไส้ติ่งอักเสบ โรค ของต่อมลูกหมาก ปีกมดลูกอักเสบ ไส้เลื่อน ช่องเชิงกรานอักเสบ ท้องนอกมดลูก ล�ำไส้อักเสบ ล�ำไส้อุดตัน ส่วนสาเหตุของอาการปวดท้องเรื้อรัง ถ้าเป็น โรคที่มี สาเหตุชัดเจน ได้แก่ ล�ำไส้อักเสบชนิด Inflammatory bowel disease ล� ำ ไส้ ข าดเลื อ ด เบาหวานลงเส้ น ประสาท แผลใน กระเพาะอาหาร ผังผืดในช่องท้อง เนื้องอกในช่องท้อง ตับอ่อน อักเสบเรื้อรัง เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ นิ่วในถุงน�้ำดี ไส้เลื่อน ล� ำ ไส้ อุ ด ตั น กระเพาะอาหารล�ำ ไส้ อั ก เสบ และช่ อ งเชิ ง กราน อักเสบ

หาสาเหตุ

แพทย์จะอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายของผู้ป่วย ในการพิจารณาเลือกวิธีการตรวจเพิ่มเติม หรือในรายที่อาการ ปวดท้องไม่ชัดเจนหรือเป็นเรื้อรัง ซึ่งอาการไม่เปลี่ยนแปลงอาจ ให้การวินิจฉัยโดยให้การรักษาและติดตามอาการ หากผู้ป่วยตอบ สนองต่อการรักษาดี อาจให้การวินิจฉัยในขั้นต้นได้ แต่หากไม่ ตอบสนองต่อการรักษาหรืออาการมีการเปลี่ยนแปลงไป จ�ำเป็น ต้องมีการตรวจเพิ่มเติม ซึ่งการตรวจเพิ่มเติมนี้ขึ้นกับสาเหตุของ อาการปวดท้องที่แพทย์สันนิษฐาน ได้แก่ การตรวจเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ การตรวจทางรังสี การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร หรือการตรวจชิ้นเนื้อ เป็นต้น

ครอบครัวพอเพียง : 37


“ผมก็น้อมรับค�าติชมของคนอื่นเสมอเพื่อน�ามาปรับใช้ ในเรื่องของการท�างาน” 38 : ครอบครัวพอเพียง


ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา คุ

ยกับดาวฉบับเดือนเมษายน เดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทยฉบับนี้เรามาคลายร้อนกับพระเอก หน้าหยก ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กันดีมั๊ยคะ เพราะหนุ่มณัฏฐ์คนนีด้ ิฉนั แอบได้ยินสาวน้อย สาวใหญ่ทั้งวงการและนอกวงการที่มีโอกาสได้สัมผัสกับตัวจริงเสียงจริงของเขามาแล้วนัน้ บอกว่า หนุ่มณัฏฐ์คนนี้ ใครที่มีโอกาสได้คุยด้วยแล้วจะมีความรู้สึกว่าสบายอกสบายใจ ร้อนก็หายร้อนทันที เพราะเขาเปน็ หนุม่ ใจเย็น อารมณ์เย็น สุภาพ อ่อนโยน แม้วา่ จะเปน็ หนุม่ ทีม่ าจากตระกูลไฮโซก็ตาม ถึ ง แม้ ห นุ ่ ม คนนี้ จ ะเป็ น หนุ ่ ม ไฮโซ แต่การวางตัว อุปนิสัย ความน่ารัก เป็นกันเองของเขานั้นท�ำให้ชื่อเสียงของ หนุ่มณัฏฐ์ ขึ้นท�ำเนียบหนุ่มเนื้อหอมขวัญ ใจสาวๆ ไปอีกคนในเวลานี้ กับเรื่องราว ของหนุ ่ ม เนื้ อ หอมคนนี้ ก็ บ อกให้ ท ราบ คร่าวๆ เอาไว้บ้าง ก่อนที่จะอ่านเรื่องราวที่ ละเอียดยิบของเขาเป็นน�้ำจิ้มไปก่อนละกัน ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มีชื่อ เรียกเล่นๆที่คุณพ่อคุณแม่เรียกมาตั้งแต่ ลืมตาดูโลกคือ ภูมิ หนุ่มไฮโซที่ก้าวเข้ามา สู ่ ว งการบั น เทิ ง จากการไปแคสโฆษณา เดิ น แฟชั่ น โชว์ รวมถึ ง การถ่ า ยหนั ง สื อ ถ่ายโฆษณาบัตรเครดิตของธนาคารแห่ง หนึ่ง จากนั้นทางเอ็กแซ็กท์เรียกให้เข้าไป แคสงานแสดง กั บ ผลงานเรื่ อ งแรกของ เขาคือ “เปลือกเสน่หา” ซึ่งท�ำให้หนุ่มภูมิ แจ้งเกิดในวงการบันเทิงทุกรูปแบบมาจน ทุกวันนี้นั่นเอง เมื่อมีโอกาสได้คุยกับเขา หนุ่มอารมณ์ดีคนนี้เล่าให้ฟังว่า “จริ ง ๆแล้ ว ผมมี ชื่ อ เล่ น ๆ กั บ เขาเหมือนคนอื่นๆ นะครับ แต่น้อยคนที่ จะเรียกชื่อ ภูมิ ก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือน กัน จริงๆ แล้วชื่อผมออกจะเรียกง่ายนะ ครับ แต่ผมมาคิดว่าอาจจะชื่อจริงๆ ของ ผมเป็นชื่อสั้นๆ คือ ณัฏฐ์ พอผมเข้าวงการ มาก็มีแต่คนเรียกชื่อ ณัฏฐ์ เป็นส่วนใหญ่ นอกจากคนที่สนิทกันมากๆ เท่านั้นอย่าง

คนในครอบครัวที่บ้านทุกคนจะเรียกผมว่า ภูมิ ทุกคน แต่คนในวงการแล้วส่วนใหญ่ก็ จะเรียก ณัฏฐ์ เป็นส่วนใหญ่ไม่มีใครเรียก ภูมิสักคนเดียว เจอหน้าก็ณัฏฐ์ ก็เรียกว่า เป็นมาตั้งแต่เข้าวงการมาแหละครับเพราะ ชื่อจริงผมมันสั้นกว่าไม่ต้องลากเสียงยาว เหมือน ภูมิ ผมว่านะ แต่ก็ดีเหมือนกันแล้ว แต่คนจะเรียกผมว่าอะไรจะ ณัฏฐ์ หรือว่า ภูมิ ก็ไม่ว่ากันครับ เอาเป็นว่าความถนัด ก็แล้วกันซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมว่ามัน ดูเป็น Top Secret คือเรื่องหนึ่งในใจที่ ผมสงสัยว่าท�ำไมเขาไม่เรียกผมว่า ภูมิ กัน ส่ ว นเรื่ อ งที่ ห ลายๆคนมาถาม ผมว่ า เข้ า วงการมาก็ เ ล่ น ละครเลยเหรอ จริงๆแล้วผมไม่ได้เข้าวงการมาปุ๊บก็มาเล่น ละครเลยอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ จริงๆ แล้วผมเดินแบบมาก่อน ก็คงเหมือนๆ กับ ดาราหลายๆคนที่เข้ามามีขั้นตอนกว่าจะ

แบบในตอนนั้นผมเรียนหนังสืออยู่เลยครับ อีกอย่างหุ่นของผมในตอนนั้นก็ไม่ได้เป็น อย่างนี้ด้วย หุ่นงี้อ้วนกลมเลย ตัวหนาแล้ว ก็ล�่ำๆ หุ่นยังไม่ดีครับ แต่ด้วยความที่ผมสูง มันเลยช่วยได้ เลยมีโอกาสมาเดินแบบกับ เขาได้ นั่นแหละครับคือ ที่มาที่ไปของการ ที่ผมได้เดินเข้ามาสู่วงการบันเทิงของผม มันเริ่มมาจากตรงนี้ก่อนแล้วค่อยๆ ขยับ ไปทีละขั้นไม่ใช่โดดเข้ามาเล่นละครเลย อันนี้ผมขอชี้แจงให้ทราบนะครับผมไม่ได้ มีเส้นสายอะไรก็เข้ามาด้วยตัวเองและท�ำ ตามขั้นตอนเหมือนนักแสดงส่วนใหญ่ครับ จริงๆแล้วชีวิตผมไม่ค่อยมีอะไร มากนะ ไม่ ค ่ อ ยมี วี ร กรรมอะไรมากมาย ชีวิตทุกวันนี้ก็แบบเดิมๆ ไม่มีอะไรโลดโผน หวือหวา จริงๆแล้วชีวิตผมเรียบง่ายมากไป ตามสเต็ปไปทีละขั้นตอนจริงๆ อย่างผม เดินแบบแล้วก็มีมาถ่ายแบบ ในนิตยสาร

จริงๆแล้วผมมีชื่อเล่นๆ กับเขาเหมือนคนอื่นๆ นะครับ แต่น้อยคนที่จะเรียกชื่อ ภูมิ จริงๆ แล้วชื่อผม ออกจะเรียกง่ายนะครับ ได้ เ ข้ า มาเล่ น ละคร ก็ ผ ่ า นงานถ่ า ยแบบ เดินแบบ ถ่ายโฆษณามาก่อนแล้วทั้งนั้น ใครเขาจะให้ ผ มเข้ า เล่ น ละครเลย ไม่ มี หรอกครับ มันเป็นความเข้าใจผิด ผมเดิน

บ้าง จนกระทั่งผมมีโอกาสเข้ามาแคสติ้งใน เอ็กแซ็กท์ ในช่วงแรกๆผมก็ไม่ได้งานหรอก ครับ อาจจะเป็นเพราะว่า ตอนนั้นอาจจะ ยังไม่เหมาะกับตัวละครไหนเลยก็เป็นได้

ครอบครัวพอเพียง : 39


อีกอย่างตัวผมก็ยังไม่ได้เฟิร์ม ร่างกายก็ ยังอ้วนๆอยู่ ดีแค่ส่วนสูงเพียงอย่างเดียว เท่านั้นซึ่งมันก็ยังไม่ได้อยู่ดีก็เลยได้มาถ่าย โฆษณาแทน ตอนนั้นก็เป็นช่วงที่ผมเรียน จบและท�ำงานได้ถ่ายโฆษณาบัตรเครดิต นิตยสารอาจจะเป็นช่วงนั้นครับที่หลายๆ คนมองว่าเรามาจากถ่ายโฆษณา และยัง มีอีกหลายๆคนที่คิดว่าผมเดินเข้ามาเล่น ละครเลย ส่วนสาเหตุที่ผมผอมลงนั้น ตอน ที่ ผ มท� ำ งานเยอะๆน�้ ำ หนั ก ตั ว ลดลงมาก พอสมควร แต่ ไ ม่ ไ ด้ ล ดน�้ ำ หนั ก นะครั บ มั น ลดของมั น เองโดยอั ต โนมั ติ พอหุ ่ น ผอมลงเวลาผมดู ก ระจกมั น ก็ จ ะเหมื อ น อีกคน เออ...มันดูดีว่ะ ผมก็ดีใจนะที่ผม ลดหุ่นลงได้เพราะความอ้วน ความผอม เนี่ ย มั น ท� ำ ให้ ผ มยิ้ ม ได้ เ หมื อ นกั น และ จั ง หวะนั้ น เองที่ ท างเอ็ ก แซ็ ก ท์ เ รี ย กผม เข้าไปแคสติ้งอีกรอบ และในขณะนั้นเขา ก็เห็นพัฒนาการของผมคือผอมลงแล้วไง ครับ และเรียนจบแล้วด้วย ท� ำงานแล้ว ทางเอ็กแซ็กท์จึงตัดสินใจให้ผมเล่นละคร เรื่องแรกคือเรื่อง “เปลือกเสน่หา” ซึ่งมัน เป็นงานละครเรื่องแรกในชีวิตของผม มัน ท�ำให้ผมตื่นเต้นที่สุดเลยที่เดียว ทั้งเกร็ง ทั้งตื่นเต้น แต่ก็มีความตั้งใจว่าเราจะต้อง ท�ำงานชิ้นนี้ให้ดีที่สุด และในการที่ผมได้มีโอกาสเข้า มาเล่ น ละครก็ มี ข ่ า วออกมาว่ า ผมเป็ น ไฮโซที่เข้ามาในวงการ เพราะพื้นเพชีวิต ครอบครัวของผมนั้นมาจากตระกูลทหาร 40 : ครอบครัวพอเพียง

ตั้งแต่คุณปู่มาจนถึงคุณพ่อ แต่ผมไม่เคย เอาชื่อคุณปู่ที่ใครๆ เขารู้จักกันเป็นอย่างดี มาอ้างในวงการก็อย่างที่ผมบอกว่าผมเข้า มาในวงการด้วยตัวของผมเองจริงๆ ใคร จะมองผมอย่ า งไรไม่ ซี เ รี ย สครั บ เพราะ ตั้งแต่ผมเข้ามาในวงการผมโดนมาเยอะ มากกับข่าวต่างๆ อย่างหลายคนที่มองว่า ผมใช้ความเป็นไฮโซเข้ามาในวงการ คือ ผมนะไม่คิดอะไรเลยจริงๆ และคนเขาจะ พูดยังไง เราคงไปห้ามเขาไม่ได้ เขาจะหวัง ดีหรือว่าประสงค์ร้ายอะไรกับผมหรือเปล่า นั้นผมก็ไม่ทราบ ไม่ว่าเราจะเป็นไฮโซหรือ เป็นอะไรผมก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดา เหมือน คนทั่วไป ไม่เคยใช้ชีวิตหรูหรา ฟู่ฟ่า อาจ จะมีบ้าง ผมก็ยอมรับว่ามี แต่เราก็ไม่ได้ เว่อร์อะไรขนาดนั้น ซึ่งผมยอมรับว่าผมเกิด ในตระกูลที่เป็นไฮโซ เป็นที่รู้จักของสังคม ส่วนใหญ่ เลยท�ำให้มีคนจับตามอง แต่ผม ขอบอกนะครับ ผมก็คือคนธรรมดาๆ ทั่วไป ใช้ชีวิตเป็นปกติครับ การที่ผมเข้ามาท�ำงานในวงการ บันเทิงมีคนถามผมว่า ผมต้องปรับเปลี่ยน อะไรเยอะไหม แล้ ว ผมจะชอบวงการนี้

ใช้ ชี วิ ต ปกติ ธ รรมดาเพี ย งแต่ ใ นเรื่ องการ วางตัวในที่สาธารณะอาจจะต้องระวังมาก ขึ้น เพราะเราต้องเป็นแบบอย่างให้แก่เด็ก และเยาวชน แล้วในเรื่องใช้ชีวิตก็เป็นอย่าง ปกติครับไม่หวือหวาเลย มีคนว่าผมท�ำตัวเป็นคุณหนู ตรง นี้ผมขอชี้แจงว่า ผมเคยท�ำตัวเป็นคุณหนู แต่ไม่ได้เสแสร้งนะครับ นั่นมันสมัยที่ผม ยังเด็กๆ เพราะสมัยที่ผมยังเด็กเล็กอยู่นั้น แน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่เขาก็ต้องเลี้ยงดู เราเป็นอย่างดี ทะนุถนอม ที่บ้านเลี้ยงแบบ ตามใจจนกระทั่งผมเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ถึงตอนนั้นผมก็ยังติดสบาย แต่ว่าที่บ้านผม ก็ไม่ได้ให้รถมานะ จะนั่งรถเมล์ตลอด จะ นั่งแท็กซี่ก็ไม่ได้ ค่าขนมไม่พอ ตอนนั้นผมเรียนที่มหาวิทยาลัย มหิดล ศาลายา ค่อนข้างไกลมาก เลยเรียน รู้ที่จะต้องขึ้นรถเมล์ตั้งแต่ปี ๑ ถึงปี ๓ ผม จะนั่งรถเมล์ตลอดจนเริ่มเรียนปี ๓ ปลายๆ เทอมถึงมีโอกาสได้รถมือสองมาขับ ตอน นั้นผมจึงได้รู้ว่าชีวิตคนเราไม่ได้โรยด้วย กลีบกุหลาบและเราเองก็ไม่ได้เป็นคุณหนู เมื่อเราโตขึ้น เราจะเป็นคุณหนูเฉพาะตอน

ผมก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดา เหมือนคนทั่วไป ไม่ เคยใช้ชีวิตหรูหรา ฟู่ฟ่า อาจจะมีบ้าง ผมก็ยอมรับว่า มี แต่เราก็ไม่ได้เว่อร์อะไรขนาดนัน้ เหรอ ไม่ใช่เพราะว่าอยากดังเลยเข้ามาใน ที่เราเด็กๆเท่านั้น ส ่ ว น ร ถ ที่ ไ ด ้ ใ ช ้ ก็ ไ ม ่ ใ ช ่ ร ถ ระยะสั้นๆแล้วก็ออกไปนะ ผมบอกได้เลย ว่าตัวผมเองก็มีที่ต้องปรับเปลี่ยนแต่ไม่ได้ เฟอรารี่ก็เป็นรถมือสองเมื่ออยากได้อะไร อะไรมากมายแค่นิดหน่อยเท่านั้น แต่ก็ยัง ก็ต้องท�ำเอง ที่บ้านผมเขาจะสอน อย่าง นี้ ซึ่งจริงๆที่บ้านผมเขาจะมีพร้อมอยู่แล้ว แต่ผมก็อยากสร้างอะไรที่เป็นของตัวเอง อยากแบ่งเบาภาระทางบ้านด้วย ซึ่งผม คิดว่าเมื่อเรามีโอกาสได้ท�ำงานหารายได้ ด้วยตัวเองนั้นมันเป็นความภูมิใจในตัวเอง เป็นอย่างมาก ที่เราไม่ต้องแบมือขอเงิน ทางบ้านใช้และคุณพ่อคุณแม่ก็แอบภูมิใจ เล็กๆที่เราสามารถหาเงิน ด้วยน�้ำพักน�้ำ แรงของตัวเองได้อย่างนี้ซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดว่า


เราจะหาเงินเองจากงานแสดงที่จริงๆแล้ว ทางบ้านก็ไม่ค่อยให้การสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะเขากลัวว่าเมื่อผมเข้ามาในวงการนี้ แล้วจะหลงแสงสีและท�ำตัวส�ำมะเลเทเมา จะใช้เงินจนลืมตัว แต่ ผ มจะมี ค วามคิ ด ว่ า เมื่ อ เรา ท� ำ งานได้ มี ร ายได้ ม าโดยล� ำ แข้ ง ของตั ว เองนั้นผมกลับคิดว่าการที่คนเราได้ท�ำงาน อะไรสักอย่างที่มันสุจริตแล้วเงินแต่ละบาท แต่ ล ะสตางค์ นั้ น มั น มี ค ่ า ส� ำ หรั บ ผมมาก มันท�ำให้ผมเห็นคุณค่าของเงินที่หามาได้ ถึงแม้ว่าผมเรียนจบปริญญาตรีแล้วผมจะ เรี ย นต่ อ ทางบ้ า นยิ่ ง ให้ ก ารสนั บ สนุ น ผม แต่ผมคิดว่าผมขอท�ำงานตรงนี้ก่อนและ ผมไม่เคยท�ำตัวให้เสียหายกลับต้องระวัง ตัวมากขึ้น จะท�ำอะไรนึกถึงชื่อเสียงของ ครอบครัวก่อนสิ่งอื่นใดเพราะถ้าผมท�ำให้ ชื่อเสียงพังผมคงอยู่ในวงการบันเทิงต่อไป ไม่ได้แน่นอนครับ การที่ผมเข้ามาในวงการบันเทิง มั น ไม่ ใ ช่ ค วามฝั น ของผมเลยนะ เพราะ ตอนแรกๆก็ไม่เคยคิดว่าจะเข้ามาเลยจริงๆ นะครับเพราะผมคิดว่าหน้าตาอย่างผมจะ เข้ามามีบทบาทในวงการได้อย่างไร เพราะ เมื่อก่อนนี้ผมจะอยู่ในส่วนของโฆษณาที่ลง ในนิตยสารเท่านั้นคือ เป็นการถ่ายภาพนิ่ง ซึ่ ง ในตอนนั้ น บริ ษั ท ที่ ผ มท� ำ งานเขาเปิ ด ออร์กาไนเซอร์ผมก็จะดูทุกโปรเจ็กต์ที่เข้า มาในบริษัท ผมต้องเป็นครีเอทีฟต้องคิด ต้องท�ำตั้งแต่ต้นจนจบงานที่ผมท�ำในตอน นั้นมันค่อยข้างหนักมากหนักอยู่สักระยะ หนึ่ง จนผมมีความรู้สึกว่าชักไม่ไหวแล้ว

ขอท�ำแบบที่เป็นพาร์ทไทม์ดีกว่า แต่ พ อผมมี โ อกาสเข้ า มาเดิ น แบบผมหลุ ด จากงานเบื้ อ งหลั ง มาถ่ า ย ละครเลยค้นพบตัวเองว่านี่แหละเป็นงาน ที่เราชอบล่ะ ผมก็เลยตัดสินใจหันมาเอาดี กับงานเบื้องหน้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาซึ่งก็ มองตัวเองตลอดว่าเราต้องพัฒนานะ เรา ต้องท�ำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆงานที่เราท�ำต้อง

อยากให้ผมเรียนให้จบก่อนเท่านั้น ซึ่งผม ก็โอเคนะ ทุกอย่างเป็นไปตามสเต็ป ตอน นี้ผมคิดว่าผมเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นนะครับ ส�ำหรับของสะสมผมชอบสะสม รองเท้ามากที่สุดคือรองเท้าผมจะมีเยอะ มากและไอ้ความที่มีเยอะก็กลายเป็นของ ที่ผมมีมากที่สุด ถ้าพูดถึงณัฏฐ์ต้องนึกถึง รองเท้าเพื่อนๆ ผมจะรู้เลยว่าผมมีรองเท้า

ส่วนเรื่องการเรียนของผม ผมขอบอกเลยว่า จริงๆ ผมเป็นเด็กเรียนนะและผมก็จะมีความพยายาม และมีความตั้งใจมากเรื่องของการเรียน

มีคุ ณภาพซึ่ ง ผมก็ น ้ อ มรั บ ค� ำ ติ ช มของคน อื่นเสมอเพื่อน�ำมาปรับใช้ในเรื่องของการ ท�ำงาน ผมเชื่อในค�ำติของแต่ละจุดงานที่ เราท�ำออกมาผมไม่โกรธเวลาที่ใครติและ ค�ำแนะน�ำผมต้องขอขอบคุณด้วยซ�ำ้ เพราะ คนที่เขาติชมเรามาคือกระจกบานใหญ่ที่ ส่องตัวเราให้รู้ว่ามุมไหนดีหรือไม่ดี ส่วนเรื่องการเรียนของผม ผม ขอบอกเลยว่ า จริ ง ๆผมเป็ น เด็ ก เรี ย นนะ และผมก็ จ ะมี ค วามพยายามและมี ค วาม ตั้งใจมากเรื่องของการเรียน เพราะว่าทาง บ้านผมด้วยละครับที่เขาบอกว่าเราต้อง เน้นเรื่องการเรียนมาก่อนสิ่งอื่นใด เรียน จบแล้วค่อยว่ากัน ผมว่ามันก็เป็นเหมือนๆ กันทุกบ้านนะอย่างผมเองก็จบปริญญาตรี ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัย มหิดล(อินเตอร์) จบมาปุ๊บผมก็อยากท�ำ อะไรทางบ้านก็ไม่เคยว่าอะไรเพียงแต่เขา

เยอะมากเลยครับ ส่ ว นอาหารทุ ก อย่ า งเป็ น ไปได้ เสมอ ผมจะบ้าทานอาหารญี่ปุ่นมาก ที่ ส�ำคัญที่ผมชอบทานอาหารญี่ปุ่นเพราะผม ชอบทานปลา พวกปลาแซลมอน ปลาหิมะ ปลาไหล เพื่อนๆผมเขาจะแซวว่าผมไทยๆ แต่ชอบทานอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ส� ำ หรั บ ผลงานของผมก็ มี ท าง ช่อง ๕ ที่เป็นงานหลักคือละครซีรีส์เรื่อง เซน...สื่อรักสื่อวิญญาณ ส่วนละครยาวก็ คือละครที่เล่นให้ในค่ายสังกัดเอ็กแซ็กท์ และรับงานละครทางช่อง ๓ บ้าง ช่อง ๗ บ้าง แต่ทั้งนี้ก่อนจะรับงานละครช่องอื่นๆ ก็ต้องปรึกษาคุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ก่ อนทุ ก ครั้ ง เพราะผมถื อ ว่ าผมเกิดจาก ที่นี่ เพราะฉะนั้นงานทุกชิ้นผู้ใหญ่เขาจะ พิจารณาให้ก่อนทุกครั้งครับ” เป็ น ไงคะพอจะหายร้ อ นกั น บ้างหรือเปล่ากับเรื่องราวที่เราไปคุยกับ ดาวดวงนี้มาให้อ่านกันในฉบับนี้ และใน เทศกาลสงกรานต์ในเดือนนี้ขอให้ทุกคน สนุกสนานกับการท�ำบุญสรงน�้ำพระและ อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขนะคะ... สวัสดีปีใหม่ไทยอีกครั้งค่ะ

ครอบครัวพอเพียง : 41


www.facebook.com/ครอบครัวพอเพียง และ www.ariyaplus.com

“ชีวิตสดใสด้วยใจอาสา Good life by Good volunteer” ชมรมครอบครั ว พอเพี ย งได้ จั ด กิ จ กรรมภายใต้ แนวคิด “ชีวิตสดใสด้วยใจอาสา” ณ ลานกิจกรรม Good Little Space สยามสแควร์ซอย๖ พื้นที่เล็กๆที่เปิดโอกาส ให้เหล่าจิตอาสาได้แสดงความสามารถอย่างสร้างสรรค์และ แบ่งปันความรู้ความสามารถของตนเองให้กับเพื่อนๆเหล่า จิตอาสาได้รับรู้ ยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์เหล่าจิตอาสาของ ชมรมครอบครัวพอเพียงได้มารวมตัวกันที่สยามสแควร์ซอย๖ เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆที่สร้างชีวิตให้สดใสด้วยใจอาสา โดยกิจกรรมเริ่มต้นขึ้นจากนักดนตรีจิตอาสาจากโรงเรียน เทพศิรินทร์ ที่มาโชว์น�้าเสียงเพราะและลีลาโฟล์คซองให้กับ จิตอาสาจากโรงเรียนอื่นๆได้รับฟังกันอย่างเพลิดเพลิน

อย่าลืมกด Like ให้เราด้วยนะครับ

ครอบครัวพอเพียง

วันที่สองของกิจกรรมน้องๆเหล่าจิตอาสาได้เรียนรู้วิธีการ “ดัดลูกโป่ง” จาก “ครอบครัวเผ่า ใสสะอาดพอพียงเพื่อสู่สถานศึกษาและชุมชนปีที่ ๓ ที่ได้เสียสละเวลามากันทั้งครอบครัว ในการมาโชว์ก สอนวิธีการดัดลูกโป่งให้กับเหล่าจิตอาสาที่เข้าร่วมงานและประชาชนทั่วไปอีกด้วย นับว่างานนี้เป็นอีกงานหนึ่งที่ชมรมครอบครัวพอเพียงได้จัด “พื้นที่เล็กๆ” ให้แก่เยาวชนได้แสด เพื่อที่เขาจะได้เติบโตไปเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งและมีใจอาสาในอนาคต 42 : ครอบครัวพอเพียง


ตามมาด้วยการแสดงมายากลของจิตอาสาโรงเรียน มัธยมวัดมกุฎกษัตริย์ ที่หมั่นฝึกฝนมานานถึง ๗ ปี จนช�านาญ ขนาดผู้ใหญ่หลายๆคนยังต้องทึ่งในความสามารถ ทั้งลีลาการ เล่นและลีลาในการดึงดูดผู้ชมที่เดินผ่านไปผ่านมาได้อย่างน่า สนใจ มาถึ ง ในช่ ว งบ่ า ยเหล่ า จิ ต อาสาก็ ไ ด้ พ บกั บ เพื่ อ น “กุลบุตร – กุลธิดา สภากาชาดไทย ประจ�าป ๒๕๕๕” จิต อาสา จากส�านักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ที่ได้ให้เกียรติ มาร่วมโชว์บทเพลงอันไพเราะและแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ ในการเป็นจิตอาสาให้แก่น้องๆที่เข้าร่วมงาน และกิจกรรม ในวั น แรกก็ จ บลงการแสดงดนตรี จ ากจิ ต อาสาโรงเรี ย น สันติราษฎร์วิทยาลัย ร่วมกับโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ที่สามารถ ร้องคู่กันได้อย่างไพเราะและลงตัว

าวงศา” แกนน�าเยาวชนดีเด่นโครงการ การดัดลูกโป่งในรูปแบบต่างๆและยังได้

ดงความรู้ความสามารถอย่างสร้างสรรค์

ครอบครัวพอเพียง : 43


ปฎิบัติการชุมชนรักษ์น�้ำตามแนวพระราชด�ำริ โดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�้ำและการเกษตร

44 : ครอบครัวพอเพียง


สนับสนุนโดย สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน�้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทรศัพท์ : ๐ ๒๖๔๒ ๗๑๓๒ www.haii.or.th

ครอบครัวพอเพียง : 45


ÈØÀ¡Ã Á‹Ç§á¾ÃÈÃÕ

46 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง :47


48 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง : 49


50 : ครอบครัวพอเพียง


ครอบครัวพอเพียง : 51


ตามรอยพระยุคลบาทเพื่อการพัฒนา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร

“ข้าพเจ้าโตขึ้นมาในช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหา หลายอย่ า งโดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง ในแง่ ที่ ว ่ า ประชาชนพี่ น ้ อ งร่ ว ม ชาติในเขตทุรกันดารห่างไกลการคมนาคมมีความเป็นอยู่ที่ยาก ล�าบาก ได้รับบริการของรัฐน้อย ต้องประสบอันตรายจากโจร ผู้ร้ายและการสู้รบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรมราชิ นี น าถทรงใช้ เ วลาส่ ว นใหญ่ เ สด็ จ พระราชด�าเนินไปเยี่ยมท้องที่เหล่านี้เพื่อพระราชทานพระบรม ราชานุเคราะห์แก่ราษฎรในด้านต่าง ๆ เช่น การประกอบอาชีพ เพื่อให้เกิดรายได้ การรักษาพยาบาล การศึกษา การแก้ไขปัญหา ขัดข้องต่าง ๆ ฯลฯ ข้ า พเจ้ า มี ห น้ า ที่ ใ นการสั ม ภาษณ์ ป ระชาชนเพื่ อ พระราชทานความช่วยเหลือ มีผู้ตั้งค�าถามว่าทราบได้ อย่างไร ว่าคนนั้นเป็นคนยากจนจริง อาจจะมากราบบังคมทูลความเท็จ สวมเสื้อผ้าปอน ๆ ให้ดูยากจน เราใช้เกณฑ์ว่าสิ่งใดที่เราพอจะ ช่วยเหลือเขาได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อนกับคนอื่นเราก็ช่วย รายที่ต้องช่วยก่อน คือรายที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เพราะมองเห็น 52 : ครอบครัวพอเพียง

ได้พอสมควร ถ้าพอมีประสบการณ์ก็จะทราบว่าคนไหนเจ็บป่วย เรื่องนี้เสแสร้งได้ยากการที่ได้รู้เห็นอย่างกว้างขวางเช่นนี้ท�าให้ ข้าพเจ้าตั้งความหวังว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะต้อง มีส่วนร่วมในการ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ได้…” พระราชนิพนธ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารีเกี่ยวกับต�ารวจตระเวนชายแดน พ.ศ. ๒๕๕๑ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุ ม ารี ได้ ท รงเริ่ ม งานพั ฒ นาของพระองค์ ตามพระราชปณิธานเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ที่ได้ตามเสด็จพระบาท สมเด็ จ พระเจ้ า อยู ่ หั ว ฯ และสมเด็ จ พระนางเจ้ า ฯ พระบรม ราชินีนาถไปทรงงานในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ทรงเริ่มงานพัฒนา เด็กและเยาวชนก่อน ด้วยทรงตระหนักว่าเด็กและเยาวชนเป็น พลั ง ส� า คั ญ ของประเทศในอนาคต โดยเริ่ ม จากทรงทดลองท�า โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนต�ารวจตระเวน ชายแดน ๓ แห่งในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และประจวบคีรีขันธ์ โดยทั้งสามจังหวัดที่ทรงริเริ่มโครงการนี้ล้วนเป็นจังหวัดที่มีชาว


กะเหรี่ยงตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นจ�ำนวนมาก ใน ด้านการส่งเสริมด้านโภชนาการ ทรงให้ ความส�ำคัญกับการเรียนรู้วัฒนธรรมการ กินของแต่ละชนเผ่าดังพระราชนิพนธ์เกี่ยว กับต�ำรวจตระเวนชายแดนตอนหนึ่งว่า “การที่ มี เ ด็ ก หลายเผ่ า ใน โรงเรี ย นท� ำ ให้ ก ารส่ ง เสริ ม โภชนาการ ยาก วัฒนธรรมการกินของแต่ละเผ่าต่าง กัน เราต้องไปลองกินอาหารกับชาวบ้าน เพื่อให้ทราบรสนิยมของเขาและดัดแปลง เติมของมีประโยชน์เข้าไป ปัจจุบันไม่สู้ เป็ น ปั ญ หามากนั ก นั ก เรี ย นปรั บ ตั ว ใน เรื่องการบริโภคได้ดีขึ้น” เมื่ อ ครู ผู ้ ป กครองและนั ก เรี ย น

ที่ ร ่ ว มโครงการมี ค วามรู ้ แ ละทั ก ษะด้ า น เกษตรแผนใหม่ สามารถท� ำ การเกษตร ในโรงเรี ย นและรู ้ จั ก น� ำ ผลผลิ ต ที่ ไ ด้ ม า ประกอบเป็นอาหารกลางวันรวมทั้งมีภาวะ โภชนาการและสุ ข ภาพดี ยิ่ ง ขึ้ น ในปี ต ่ อ มาจึงทรงขยายงานไปยังโรงเรียนต�ำรวจ ตระเวนชายแดนทั่วประเทศ ด้วยทรงเห็น ว่ า โรงเรี ย นต� ำ รวจตระเวนชายแดนคื อ ตัวแทนของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ด้ ว ยพระราชปณิ ธ านแห่ ง องค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารีจะทรงมุ่งที่จะช่วยเหลือผู้ยากไร้ โดยเสมอภาค ไม่ เ จาะจงเฉพาะกลุ ่ ม ชาติพันธุ์ใดชาติพันธุ์หนึ่ง

พระราชกรณี ย กิ จ ด้ า นการ พัฒนาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุ ม ารี ที่ มี ต ่ อ ผู ้ ย ากไร้ ใ น ถิ่ น ทุ ร กั น ดารที่ ท รงด� ำ เนิ น ผ่ า นโครงการ ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ ท�ำให้ ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ไม่ใช่ความ แตกต่างกันระหว่างผู้ที่ตั้งถิ่นฐานร่วมกัน บนผื น แผ่ น ดิ น ไทย หากผู ้ มี โ อกาสต่ า ง ช่ ว ยเหลื อ เกื้ อ กู ล ผู ้ ด ้ อ ยโอกาสตามรอย พระยุ ค ลบาทแห่ ง พระองค์ สั ง คมไทยก็ คงจะเป็ น สั ง คมที่ น ่ า อยู ่ สงบ สั น ติ แ ห่ ง หนึ่งของโลก...

เสด็จพระราชด�ำเนินบ้านป่าหมาก Visiting Ban Pa Mak

เสด็จพระราชด�ำเนินทอดพระเนตรการ ทอผ้ากี่เอวที่บ้านหม่องกั๊ว

เสด็จพระราชด�ำเนินบ้านถ�้ำเสือ Visiting Ban Tham Suea

ทอดพระเนตรวัตถุดิบที่น�ำมาประกอบอาหารของชาวกะเหรี่ยง Fresh ingredients for Karen cooking

เสด็จพระราชด�ำเนินบ้านแม่หละคี จ.ตาก Visiting Ban Mae La Khi, Tak Province

เสด็จพระราชด�ำเนินบ้านเลเคาะ จ.ตาก Visiting Ban Le Kho, Tak province

ทอดพระเนตรระบ�ำเกลียวเชือกของชาวกะเหรี่ยง Watching the Thread Strands Dance by the Karen

ครอบครัวพอเพียง : 53


ความกตัญญู

ครอบครัวพอเพียง ขอส่งเสริม “ความกตัญญู” ในสังคมไทย ที่งดงามและเป็นสิ่งที่ส�ำคัญยิ่งของ “ครอบครัว”

สายตรง กรมสงเสริมการสงออก

1169


บัวลอยน�้าขิงงาด�า

เมนูขนมร้อนๆ เพื่อสุขภาพ ที่มีสารอาหารของน�้าขิงที่ช่วยขับลม และ งาด�าที่ช่วยบ�ารุง เสริมแคลเซียมให้สุขภาพ วิธีการ ท�าไม่ยากเหมาะกับส�าหรับญาติผู้ใหญ่ได้รับประทานทั้งครอบครัวได้เลยค่ะ ขนมบัวลอยน�้าขิง เป็นขนมที่มีมานาน ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีขายกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น เพราะเป็น ขนมเพื่อสุขภาพที่มี สมุนไพรต่างๆนานา เหมาะส�าหรับท�าทานในครอบครัว ให้ญาติผู้ใหญ่ต้องชอบเป็นพิเศษแน่ๆ ลองมาดูวิธีการท�าง่ายไม่ยุ่งยาก ช่วย กันท�าทั้งครอบครัว ได้กิจกรรมท�ายามว่างที่ดีเลยทีเดียว มาเริ่มกันค่ะ

ส่วนประกอบ

๑.แป้งข้าวเหนียว ๓ ถ้วย ๒.แป้งข้าวจ้าว ๑ ถ้วย ๓.น�้าสะอาด ส�าหรับผสมแป้ง ๔.งาด�าประมาณ ๑๕๐ – ๒๐๐ กรัม ๕.น�้าตาลทรายขาวประมาณ ๑ – ๒ ถ้วย ๖.น�้าตาลทรายแดงประมาณ ๑ ถ้วย ๗.น�้าตาลปิป ๒ ช้อนโตะ ๘.ขิงแก่ ๑ แหง่งใหญ่ ๙.น�้าสะอาด ส�าหรับผสมแป้ง และต้มน�้าขิง

วิธีท�า

๑.เริ่มด้วยการต้มน�้าขิงก่อน ใช้น�้าสะอาดประมาณ ๑ ลิตร อาจจะเกินนิดหน่อย ต้มให้เดือดพร้อมกับทุบขิงแก่ลงไปด้วย เติมน�้าตาลทรายแดง และน�้าตาลทรายขาวลงไป แล้วรอให้เดือด ใครชอบหวานมากน้อย ก็จัดกันไปค่ะ ๒.เมื่อต้มน�้าขิงเสร็จแล้ว ก็ให้พักไว้ก่อนคั่วงาด�า แล้ว ป่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่น หรือจะต�าเอาแบบก็ได้ (สะดวกดี แต่ไม่ละเอียดมาก) ๓.ตั้งกระทะ ใส่น�้าตาลปิปประมาณ ๒ ช้อนโตะ แล้ว

เติมน�้าลงไปนิดหน่อย รอให้น�้าตาลเหนียว ให้ใส่งาด�าที่คั่วแล้ว ลงไป ใส่น�้าตาลทรายตามไปด้วยประมาณ ๓ ช้อนโตะ (รสหวาน ตามชอบ)ค่อยๆคน ใช้ไฟอ่อน เห็นว่าเหนียวดีแล้วพักไว้ น�าไป เข้าตู้เย็น ประมาณ ครึ่งชั่วโมง เพื่อจะได้สามารถปั้นงาเป็นเม็ด กลมๆได้ง่าย ๔.ระหว่างที่รองาด�าในตู้เย็น เราก็มาเริ่มผสมแป้งกัน โดยผสมแป้งข้าวจ้าว และแป้งข้าวเหนียว เข้าด้วยกัน อัตราส่วน แป้งข้าวเหนียว ๒ ถ้วย แป้งข้าวจ้าว ๑ ถ้วย แล้วค่อยๆ เติมน�้า สะอาด ลงไปผสมแป้งกับน�้าให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วปั้นเป็นลูก กลมๆ ขนาดประมาณ ลูกปิงปอง ๕.หลังจากที่ปั้นงาด�าเรียบร้อย ให้แผ่แป้งออก แล้วใส่ งาด�าลงไปตรงกลางเพื่อเป็นไส้ แล้วปั้นปิดให้สวยงาม ๖.มาถึงขั้นตอนการลวกบัวลอย ให้ลวกบัวลอยกับน�้า เดือด รอจนแป้งลอยขึ้น แล้วตักแช่น�้าเย็นไว้ ๗.เมื่อเสร็จแล้ว น�าใส่ถ้วยแล้วเติมน�้าขิงร้อนๆ แค่นี้ก็ เป็นอันเสร็จ ลองท�ากันดูค่ะ รับรองไม่ยากหรอกค่ะ ท�าเองประหยัด สามารถควบคุมคุณภาพได้อีกด้วย ใครมีญาติผู้ใหญ่ก็เบาๆรส หวาน ยิ่งหน้าหนาวได้ซดน�้าขิงร้อนๆ ได้กินบัวลอยอร่อยๆ ก็ สดชื่นยิ่งขึ้นค่ะ

ครอบครัวพอเพียง : 55


สังคมที่ไม่รับผิดชอบ ๒ อยากเห็นท่านที่อยู่บนหอคอยงาช้าง ผู้ที่มีหน้าที่รับผิด ชอบ นักกฎหมาย นักวิชาการ และองค์กรต่างๆ ช่วยกันหยิบยก เอา “ผลตอบแทนที่พลเมืองดีจะได้รับ” มาพิจารณาและผลัก ดันให้ “มีข้อก�าหนดที่เป็นรูปธรรมอย่างแจ้งชัด” เพื่อให้เป็น บรรทัดฐานในการช่วยเหลือพลเมืองดีถ้าเรามีพลเมืองดีมากๆ โจรผู้ร้ายหรือคนเลวๆ ที่ประพฤติมิชอบ โกงชาติ โกงประชาชน จะได้ลดน้อยลง หรือไม่ชอบพลเมืองดี อย่าให้เขาต�าหนิได้ว่า คอยแต่จะช่วยเหลือพรรคพวก และบริวารอันธพาลของตัวเอง ด้วยการหาทางออกสารพัด พ.ร.บ เพื่อล้างมลทิน เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ที่ถูกสอบสวนหาความผิด ประพฤติชั่วท�าตัวเป็นอันธพาล ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง สังคมทีเ่ สือ่ มทรามลงทุกวันนี้ อันเนือ่ งมาจากพฤติกรรม เบี่ยงเบนของคนที่ไม่รับผิดชอบ เห็นแก่ตัว โดยเฉพาะประพฤติผิด ทางเพศไม่เพียงแต่เกิดจากสามัญชนคนธรรมดาเท่านั้น ยังเกิดกับ ผู้รักษาศีล เช่น พระภิกษุสงฆ์ และแม่ชีที่อยู่ตามวัด และส�านัก 56 : ครอบครัวพอเพียง

วิปัสสนาต่างๆ ที่ประพฤติและปฏิบัติตนนอกรีต นอกกรอบวินัย ของสงฆ์ ไม่ปฏิบัติตามค�าสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงบัญญัติ ไว้ แต่กลับพากันเที่ยวและดื่มของมึนเมา เสพเมถุน มั่วเซ็กส์ ทั้งสีกาและชี อย่างเช่น พระเสงี่ยมชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงที่ เข้ามาหาในกุฏิ ลูบคล�าสีกายังไม่พอ แถมมีเพศสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ แม่ชีในวัดแทบทุกคืน ในสังคมไทยทุกวันนี้ ยังมีพระสงฆ์ทปี่ ระพฤติและปฏิบตั ิ ตนไม่เหมาะสม และผิดทางวินัยอยู่มากมาย ไม่ว่าจะผิดทางเพศ โกงเงินวัด อาศัยผ้าเหลืองชักน�าให้ผู้อื่นหลงศรัทธาบริจาคเงิน และ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดรอเพียงเมื่อไร พระองค์ไหนจะตกเป็นข่าวขึ้น มาให้เห็นสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงเป็นมอดกัดไม้ เป็นภัยร้ายแรงที่ก�าลัง บ่อนท�าลายพระพุทธศาสนาเท่านั้น ยังท�าลายเศรษฐกิจและสังคม ส่วนรวมให้ย่อยยับลงไปอีกด้วย ในเมื่อประชาชนเสื่อมศรัทธา ศาสนาก็จะไม่เจริญดังค�าพุทธท�านายที่ว่า “ศาสนาเรียวลง” พฤติกรรมของพระบางองค์ ลักลอบขายยาบ้าจนรวย


พระระดับหัวหน้าเจ้าคณะต�าบล ยังพาพระลูกวัดลอยเรือส�าราญ ท่องกลางทะเลสาบดอยเต่า เชียงใหม่ ฉลองวัดเกิดด้วยการดื่ม เหล้านอก เรื่องที่ชาวพุทธต้องเก็บเอาไปคิดหนักเห็นจะเป็นการ จับเจ้าคุณเจ้าอาวาสวัดประดู่ฉิมพลี และพระปลัดเป เลขานุการ เจ้าอาวาส ร่วมกันโกงเงินที่ชาวบ้านเอามาท�าบุญหลวงปู่โตะเพื่อ น�าทูลเกล้าถวายในหลวงเป็นจ�านวนเงินทั้งหมดถึง ๘๐ ล้านบาท พระดังๆ ที่อาศัยผ้าเหลืองท�าลายพระพุทธศาสนา ด้วย การหลอกลวงประชาชนให้หลงผิด มีจิตศรัทธามอบเงินทองให้ และหลงมัวเมาพากันประกอบกามกิจกับสีกา หลายคนได้หลุด พ้นจากการเป็นพระไปแล้ว แต่ชื่อเสียงของพวกท่านยังอยู่ใน ความทรงจ�าของประชาชนทั่วไป เกิดอะไรขึ้นกับศิษย์ของพระตถาคตเจ้าที่ประพฤติและ ปฏิบัติตัวเพี้ยนไปจากข้อบัญญัติพระธรรมวินัย ดูจะเป็นโชคร้าย ของประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย ที่มีมารศาสนามาคอย บ่อนท�าลายอยู่เสมอและต่อเนื่อง ด้วยการอาศัยผ้าเหลืองมาเป็น ยันต์กันผี เพื่อน�าไปเป็นใบเบิกทางในการหาเงิน ประกอบกามกิจ และการท�าความชั่วอื่นๆ นอกจากพระที่ประพฤติผิดทางกามและวินัยสงฆ์แล้ว ยังมีพวกที่มาจากนรกเอาผ้าเหลืองมานุ่ง มาห่มประกอบกรรม ชั่ว หากินหลอกลวงชาวบ้าน อย่างแกง ๕ เหลือง ที่มาจาก จังหวัดชัยภูมิ ที่ลงทุนโกนหัวแต่งชุดพระและชี ออกเรี่ยไรหากิน ไปทั่วกรุงเทพฯ จนต�ารวจสน.ประชาชื่นรวบตัวได้ทั้งแกง พร้อม ของกลาง การที่ ป ระชาชนอาศั ย ผ้ า เหลื อ งหากิ น หรื อ เกาะผ้ า เหลืองกินนั้น ไม่เพียงแต่คนไทยภายในประเทศเท่านั้น คนนอก ประเทศก็ มี ใ ห้ เ ห็ น อย่ า งที่ จั ง หวั ด เชี ย งราย ภาคเหนื อ ของ ประเทศไทย มีพระเณรเถื่อนที่เป็นคนต่างชาติ พากันมาเรี่ยไรเงิน ค้าของเถื่อน เป็นอาชญากรข้ามชาติ ทั้งปล้นทั้งจี้ชิงทรัพย์ และ

ค้าหญิงโสเภณี ประจานระบบการบริหารจัดการของรัฐบาลไทย กรมการศาสนา และเถระสมาคมที่ไม่มีความสามารถที่จะปราบ ปรามภัยสังคม และขจัดมารศาสนาที่ก�าลังคุกคามและท้าทาย อ�านาจรัฐอยู่ในขณะนี้ได้ ความผิดอันเนื่องมาจากความเป็นคน ที่ขาดจิตส�านึก รับผิดชอบต่อการกระท�า และความละอายต่อบาปของพระคุณ ท่านทั้งหลาย ท�าให้คนในสังคมไทยทุกวันนี้ ไม่ยอมรับรู้เรื่อง คุณธรรมความดี และดูจะเลือนหายไปทุกขณะจะมีเหลืออยู่แต่ ความ “อยาก” ความอยากตัวนี้เป็นตัวอันตรายที่สุด ในเมื่อทุก คนอยากมั่งอยากมี อยากศรี อยากสุข อยากสนุก อยากสบาย อยากเป็นใหญ่เป็นโต อยากเป็นรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และ ฯลฯ ความที่อยากเป็นใหญ่ นายสมบุญ ลิ้ม อายุ ๗๐ ปี อ้าง ตัวเป็นสาวกพระศรีอาริย์ มียศเป็นเจ้าอยู่หัวสวรรค์ มาจัดตั้ง ส�านักงาน “คณะรัฐมนตรีสวรรค์” มีลูกเมียเป็นบริวาร พร้อม กับระดมสาวก โฆษณาให้ประชาชนมาเป็นสมาชิก พร้อมทั้งจัด ให้มีการฝากเงินกับ “ธนาคารสวรรค์” ได้รับดอกออกผลกิน ไปตลอดชีวิต มีคนหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกและสาวกของลัทธิ อุบาทว์เป็นจ�านวนไม่น้อย การเป็นสมาชิกต้องท�าบัตรโอชิน เสียเงินคนละ ๓๙๒

ครอบครัวพอเพียง : 57


การสร้างวัตถุ พระจึงต้องคิดถึงวิธีหาเงิน ความคิดในเชิงการค้า จึงเกิดขึ้น หรือที่เรียกกันว่า “พุทธพาณิชย์” โดยเกาะผ้าเหลือง และเอาศาสนามาเป็นเครื่องมือหากิน วัดพระธรรมกาย มีกิจกรรมเน้นไปในการสร้างวัตถุ ต้ อ งใช้ เ งิ น เป็ น จ� า นวนมาก จึ ง ใช้ วิ ธี ก ารชั ก ชวนให้ ป ระชาชน บริจาคเงินสร้าง “พระธรรมกายประจ�าตัว” มีจ�านวนถึง ๑ ล้าน องค์ ในราคาองค์ละ ๑๐,๐๐๐ บาท และชักชวนให้ประชาชนน�า เงินมาท�าบุญมากๆ จะได้บุญมากไปด้วย เช่น โครงการ “บ้าน กัลยาณมิตร” เพื่อให้บรรดาสาวกร่วมท�าบุญและมีผู้น�าบุญเดิน ถือพานพร้อมหาบเงินหาบทอง เพื่อเรี่ยไรเงินกับสมาชิกที่เข้า มาร่วมท�าบุญในวัด จนกระทั่งเกิดปัญหามีคนหลงทางน�าเงินไปท�าบุญจน บาท “สมาชิกใหม่ ต้องเช่ารูปหล่อพระศรีอาริย์ไว้บูชาประจ�า หมดตัว โดยหวังว่าจะได้บุญมากๆ จะได้เป็นผู้เกาะบุญไปนิพพาน ครอบครัว” ราคาตั้งแต่ ๙๙ บาท ไปจนถึง ๑ แสนบาท ตามแต่ และหายจากโรคภัยไข้เจ็บตามที่วัดโฆษณาชวนเชื่อ แต่เหตุการณ์ ก�าลังศรัทธา และประการส�าคัญต้องการเอาเงินฝากไว้กับธนาคาร ปรากฏกลับตรงกันข้าม โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่หาย แถมยังท�าให้ สวรรค์ ใครเจ็บป่วยห้ามไปรักษาที่โรงพยาบาล เพราะคนในลัทธิ ครอบครัวต้องแตกแยก สามีภรรยาทะเลาะกัน เพราะภรรยาน�า เงินไปท�าบุญจนหมด บางคนเอาเงินค่าเล่าเรียนลูกที่ฝากไว้ใน ล้วนแต่เป็นเทพ มียาทิพย์จากสวรรค์รักษา ห้ามเข้าวัด ห้ามกราบไหว้พระพุทธพระสงฆ์ กราบไหว้ ธนาคาร ถอนเอาไปท�าบุญจนหมดเช่นกัน จนเกิดการกล่าวโทษ ได้เพียงพระศรีอาริย์เท่านั้น แม้แต่จะกราบไหว้พ่อแม่ ครูอาจารย์ ร้องทุกข์ต่อเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีว่า วัดธรรมกายหลอกลวง การมี ที่ ดิ น ไว้ ใ นครอบครองบริ เ วณวั ด ถึ ง ๓,๐๐๐ ก็ไม่ได้ เพราะเป็นคนละชั้นกัน เนื่องจากคนที่เป็นสมาชิก ได้กลาย ไร่ เป้ า หมายของวั ด ต้ อ งการมี เ อาไว้ ท� า อะไร ประกอบกั บ สภาพเป็นเทพไปแล้ว การโฆษณาชวนเชื่ อ ของบริ ว ารสวรรค์ เพื่ อ ชั ก ชวน การกล่าวอ้างถึงสวรรค์นิพพาน ดูจะเป็นการเกินกว่าเหตุ ในที่สุด ประชาชนให้เข้าเป็นสมาชิก ด้วยการพูดโน้มน้าว อ้างถึงเศรษฐกิจ ได้มีการกล่าวโทษธัมชโยเจ้าอาวาสวัดธรรมกายว่า มีพฤติกรรม ที่ย�่าแย่ ทุกคนจึงต้องพึ่งพระศรีอาริย์ ทวยเทพบนสวรรค์ต่างก็ แสวงหาผลประโยชน์ ร ่ ว มกั บ พรรคพวกในการเรี่ ย ไรเงิ น จาก เห็นใจมนุษย์ จึงได้ตั้งธนาคารสวรรค์ขึ้นมารับฝากเงิน เพื่อจะได้ ญาติโยมเพื่อน�าไปสร้างสถานที่ปฎิบัติธรรมกว้างขวางใหญ่โต มีดอกออกผลไว้เก็บกินไปตลอดชีวิต จากธนาคารสวรรค์ ก็มาถึง “มหาธรรมกายเจดีย์” แห่งวัดพระธรรมกายของท่านธัมชโย เป็นวัดที่ก�าลังสร้างความ สับสนให้แก่ประชาชน และก�าลังถูกคนในสังคมพากันวิพากษ์ วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่ชอบมาพากล ในหลักค�าสอนของวัด พระธรรมกายเรื่อง “นิพพาน” เป็น “อัตตา” มีตัวตนจับต้อง ได้ เพื่อเป็นการดึงดูดคนให้เข้าวัดมากๆ มีการเรี่ยไรเงิน และ ทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินส�าหรับใช้ในการสร้างความยิ่งใหญ่อัน เป็นวัตถุถาวรขึ้นในวัดพระธรรมกายที่เรียกว่า “มหาธรรมเจดีย์” การเป็นวัดหรือพระไม่จ�าเป็นต้องสร้างความยิ่งใหญ่ พระควรจะอยู่อย่างเรียบง่ายตามโอวาทปาติโมกข์ อยู่ในที่สงัด รู้จักประมาณการบริโภค กินน้อย ใช้น้อย ปฎิบัติตนให้อยู่ในศีล ส�ารวมกายวาจาและใจ หน้าที่ของพระ คือต้องเป็นผู้น�าในทาง สติปัญญา ท�าการสั่งสอนประชาชนให้เข้าใจธรรมะ เพื่อยกระดับ จิตใจให้สูงขึ้น แผ่เมตตาให้แก่ญาติโยมผู้ยากไร้ ให้เป็นที่พึ่งของ สัตว์โลกทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และตายไปเป็นศพมาพึ่งที่วัด เมื่อพระสงฆ์ผู้มีศีล น�าพาตนเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับ 58 : ครอบครัวพอเพียง


เกินความจ�าเป็น เป็นการเกาะผ้าเหลืองและพุทธศาสนาหากิน ต้องอาบัติปาราชิก ได้ มี บุ ค คลหลายฝ่ า ยออกมาแสดงความคิ ด เห็ น ขั ด แย้งกันแต่สมเด็จพระสังฆราชทรงพระลิขิตชัดเจนว่า “การโกง สมบัติของผู้อื่นตั้งแต่ ๕ มาสกขึ้นไป คือประมาณ ๓๐๐ บาท ในปัจจุบัน ภิกษุจะต้องอาบัติปาราชิก ฐานผิดพระธรรมวินัย ต้องพ้นจากการเป็นพระทันที” ดังนั้น ตามนัยแห่งพระธรรมวินัยดังกล่าว พระธัมชโย เจ้ า อาวาสวั ด พระธรรมกาย จึ ง กลายเป็ น อดี ต เจ้ า อาวาสวั ด พระธรรมกายไปโดยปริยาย เป็นเพียงบุคคลธรรมดาที่ชื่อ นาย ไชยบูลย์ สุทธิผล กระทรวงศึกษาธิการ กรมศาสนา และมหาเถระสมาคม ซึ่งเป็นองค์กรการปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ เป็นผู้ที่มีหน้าที่ และอ�านาจโดยตรงในการสนองงานองค์กรปกครองสงฆ์ กลับไม่มี ใครกล้าวินิจฉัยหรือกล้าตัดสินใจท�าอะไรลงไปให้เด็ดขาด ให้สม กับเป็นผู้ที่หน้าที่รับผิดชอบดูแลคณะสงฆ์ แต่กลับโยนความรับผิด ชอบไปให้พ้นตัวทั้งๆ ที่สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระลิขิตพร้อม ลายพระหัตถ์ถึง ๔ ฉบับ สั ง คมที่ ไ ม่ รั บ ผิ ด ชอบ เป็ น สั ง คมของคนพิ ก ารทาง สมองและจิตใจ เป็นคนแล้งน�้าใจ ไม่มีจิตส�านึก รับผิดชอบช่วย เหลือประเทศชาติและประชาชนที่ก�าลังป่วยหนัก ทั้งๆ ที่ตัวเอง มีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องช่วยเหลือบ�าบัดทุกข์ บ�ารุงสุข ให้แก่ ประชาชนได้ด�าเนินชีวิตไปตามควรแก่ฐานะภายใต้กติกาของ สังคม กติกาที่สังคมยอมรับ กติกาที่ไม่มีอ�านาจใฝ่ต�่าเบี่ยงเบน

ไปจากความเป็นจริง คิดช่วยเหลือสังคมด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม อย่างแท้จริงช่วยกันเป็นหูเป็นตา เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติที่จะเป็นภัย หรือบุคคลที่จะมาท�าลายความสงบสุขของสังคมส่วนรวม อย่างปัญหาเศรษฐกิจ การเงิน และการธนาคาร ที่ผู้ บริหารธนาคารชาติ อนุมัติเงินกองทุนฟื้นฟูไปช่วยเหลือธนาคาร กรุงเทพ-พาณิชยการ หรือแบงก์บีบีซี เป็นเงินสูงถึง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติเงินทุนส�ารองต่างประเทศของไทย ที่มีอยู่จ�านวน ๓๙,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ เอาไปปกป้องค่าเงินบาทล่วงหน้า แข่ง กับนักค้าเงินระดับโลกโดยน�าเงินส�ารองของประเทศไปผูกพันกับ ฟอร์เวิล์ดคอนแทรก Forward Contract จนเสียหาย และเหลือ เงินคงคลังแค่ ๕๐๐ ล้านดอลลาร์ การอนุมัติใช้กองทุนฟื้นฟู ไปช่วยอุ้ม ๕๘ ไฟแนนซ์ เป็น เงิน ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะขาดสภาพคล่องทางการเงิน จน ในที่สุดก็สั่งปิดตายไป ๕๖ ไฟแนนซ์ แล้ว ปรส.ก็น�าเอาทรัพย์สิน ของ ๕๖ ไฟแนนซ์ไปประมูลขายให้ฝรั่งในราคาถูกๆ ความเสียหายอันเนื่องมาจากสถาบันการเงินเหล่านี้ ที่ น�าเอาเงินฝากของประชาชนไปให้พรรคพวกและเครือญาติกู้ยืม โดยใช้เครดิตบุคคลค�้าประกัน และมีทรัพย์ค�้าประกันบ้าง แต่ ไม่เพียงพอกับเงินที่กู้ไป เมื่อปล่อยเงินกู้ออกไปแล้ว แต่เงินไม่ ไหลกลับคืนมาใช้หนี้ตามที่ก�าหนดไว้ จึงกลายเป็นหนี้สูญ หรือ หนี้เอ็นพีแอล

ครอบครัวพอเพียง : 59


การปลูก ผักหวานปา ผักหวานป่าเปน็ ผักทีห่ ายากและเพาะ พันธุไ์ ด้ยาก เปน็ ทีต่ อ้ งการของตลาด จึง ท�าให้มรี าคาแพง มีคณ ุ ค่าทางโภชนาการ สูง สามารถน�าไปประกอบอาหารได้หลาย อย่าง โดยเฉพาะเมนูสา� หรับเดก็ ไม่วา่ จะเปน็ ผัด หรือต้ม เพราะเมอื่ ปรุงสุกอาหารจะ มีรสชาติหวานเปน็ ทีโ่ ปรดปราน ทีส่ า� คัญ สามารถปลูกได้ในทุกครัวเรือน 60 : ครอบครัวพอเพียง


๒.น�าเมล็ดพันธุ์ที่เตรียมไว้มาล้างด้วยน�้าสะอาด ล้าง เปลือกและเมือกออกให้หมด แล้วน�าไปผึ่งลมให้แห้ง ๒ วัน ๓.เตรียมทรายที่สะอาดเกลี่ยลงในกระบะ หรือภาชนะ ที่จะท�าการเพาะเมล็ด โดยให้ทรายมีความหนาประมาณ ครึ่งฟุต เพราะรากของผักหวานจะเจริญเติบโตเร็วและยาวมาก ๔.น�าเมล็ดพันธุ์มาเพาะลงในกระบะทรายที่เตรียมไว้ โดยกลบทรายให้มิดเมล็ดเพียงเล็กน้อย จากนั้นคลุมด้วยกระสอบ ป่าน รดน�้าให้ชุ่มทุกวัน ๕.วันที่ ๒๐ เปิดกระสอบป่านออก เมล็ดพันธุ์เริ่มแทง รากและเริ่มโผล่เมล็ดขึ้นมาเหนือทราย ๖.ประมาณวันที่ ๒๕ เริ่มแทงยอด สามารถน�าไปปลูก ได้ โดยไว้ในที่ร่ม เช่น ใต้ต้นกล้วย หรือคลุมด้วยผ้าสแลน ๔๐%

วัสดุอุปกรณ์

๑.เมล็ดพันธุ์ผักหวานป่า ๒.ภาชนะเพาะเมล็ด ๓.ทรายสะอาด ๔.กระสอบป่าน ๕.ใยมะพร้าว ๖.ขวดพลาสติก

วิธีเพาะพันธุ์ผักหวานป่า

๑.เตรียมเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่า โดยเลือกเมล็ดที่สุก ภายใน ๑ อาทิตย์แรก หากสุกจัดกว่านั้นอัตราการรอดของต้น ผักหวานก็จะน้อยลง

ครอบครัวพอเพียง : 61


เพราะภายใน ๒ ปีแรกของผักหวานป่า จะไม่ชอบแสงแดดมาก ผักหวานจะตายได้ง่าย

การดูแลรักษา

ควรปล่อยให้ผักหวานป่าเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะ เป็นพืชที่มีความทนทานต่อโรคและแมลงได้เป็นอย่างดี การรดน�้า จะไม่มีผลต่อการเจริญเติบโตหรือการแตกยอด ของผักหวานป่า การพรวนดินจะท�าให้รากขาดง่าย เพราะรากของผักหวานป่าจะ หากินบริเวณผิวดิน ส่วนการใส่ปุยเคมี หรือฮอร์โมนใดๆ จะท�าให้ ต้นผักหวานป่า แคระแกรน และอาจตายในที่สุด

62 : ครอบครัวพอเพียง


ทรงพระเจริญ

เนื่องในโอกาสมหามงคล วันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๕๕ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการ คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท กรุงเทพประกันภัย จ�ากัด (มหาชน) ครอบครัวพอเพียง : 63


Cover Story

ความพอเพียง ในความหมายของ ตัวเราเอง โรงเรียนวัดบวรนิเวศ

นายณธีพัฒน์ สมบัติรักษ์ถาวร (บอส)

ความพอเพียงในความหมายของตัวผม คือ การใช้ เงินให้ประหยัด ไม่ใช้ซื้อของที่ไม่มีประโยชน์ในการด�าเนิน ชีวิตประจ�าวันของตัวผม

นายธงชัย นิธิสีลตานันท์ (โด้)

ความพอเพียงในความหมายของตัวผม คือ ความ พอประ มาณ ความป ระหยั ด รู ้ จั ก ใช้ เ งิ น ใช้ เ งิ น ให้ เ กิ ด ประโยชน์แก่ตัวเราไม่ใช่ใช้อย่างฟุ่มเฟือย

64 : ครอบครัวพอเพียง


นายธีริศรา นกยูง (มิกซ์)

ความพอเพียงในความหมายของตัวผม คือ การใช้ ชีวิตแบบพอใจในสิ่งที่ตนมี ไม่ใช้จ่ายเกินตัว และใช้แต่ของที่ จ�าเป็นต่อการด�าเนินชีวิต

นายสิรภพ วีระตานนท์ (ดรีม)

ความพอเพียงในความหมายของตัวผม คือความ พออยู่พอกินไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย พอกินพอใช้

ครอบครัวพอเพียง : 65


ความพอเพียง ในความหมายของ ตัวเราเอง โรงเรียนวัดบวรนิเวศ

นายภาณุรุจ อุระชื่น (เนส)

ความพอเพียงในความหมายของผมคือ ใช้น้อยไม่ ฟุ่มเฟือยอดออมประหยัด ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องอด แต่จะต้อง รู้จักพอดีพอประมาณ ไม่มากไม่น้อยเกินไป แต่ขอ ให้ได้แค่เศษเสี้ยวของในหลวงก็พอ

นายปิยวัฒน์ พรพรรณจิระกุล (บอลลูน)

ความพอเพียงในความหมายของตัวผม คือ การใช้ ชีวติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเนือ่ งมาจากพระราชด�าริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

66 : ครอบครัวพอเพียง


นายอภิเดช สาเกต (เต้ย)

ความพึงพอใจในความคิดของผมคือ การที่เรารู้จักชีวิตอย่าง พอเพียง มีความสุข ในสิ่งที่ตนเองมี และรู้ว่าสิ่งที่ตนเอง มีส�าคัญแค่ไหน และรักษาของส�าคัญของตัวเองไว้ก็พอแล้ว

นายธวัช ทวีพัฒน์ (บอล)

ความพอเพียง ในความคิดของผม คือ การรู้จัก ออมและรู้จักพอ ในสิ่งที่ตนเองมี มันก็แค่นั้น เป็นความรู้จัก ตัวเองที่ดี

ครอบครัวพอเพียง : 67


เต้าเจี้ยวหลน

เนื่องจากในการศึกษาอาหารประเภทนี้ ได้ตัดส่วนประกอบของผักที่ใช้เป็นเครื่องเคียงออกไป เพื่อให้ได้เห็นผลจากเครื่อง จิ้มโดยเฉพาะ จึงพบว่าศักยภาพในการยับยั้งการเกิดสารก่อกลายพันธุ์นั้นไม่สูงนัก เป็นอาหารที่บริโภคพร้อมผักจิ้มต่างๆ ทั้งสดและลวกสุกปรุงโดยใช้เต้าเจี้ยวขาวโขลกกับหอมแดงสับ ต้มให้เข้ากันพร้อม กะทิ เติมน�้าตาลปึก น�้ามะขามเปียก เกลือ เคี่ยวจนนิ่มแล้วใส่หมูสับ หอมซอย และพริกชี้ฟ้า หลนจนเกือบแห้ง เติมกะทิพอขลุกขลิก องค์ประกอบจากสารสกัดที่ได้สามารถลดฤทธิ์การเกิดสารก่อกลายพันธุ์ได้ในระดับหนึ่ง

วิเคราะห์ฤทธิ์ต้านมะเร็งของเต้าเจี้ยวหลน เต้าเจี้ยว มีสารฟลาโวนนอยด์ที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้ แสดงฤทธิ์ต้านการกลาย พันธุ์ได้ต�่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการหมัก หอมแดง จัดเป็นเครื่องเทศอยู่ในกลุ่มเดียวกับกระเทียม มีสารออร์แกซัลเฟอร์ สามารถต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่ก่อมะเร็งได้ สามารถ กระตุ้นระบบท�าลายสารพิษจึงต้านฤทธิ์สารก่อมะเร็งได้ พริก ให้วิตามินซี เบต้า-แคโรทีน และความเผ็ดจากสารแคปไซซิน สารเหล่า นี้มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและช่วยขัดขวางสารก่อมะเร็งไม่ให้ท�าร้ายเซลล์

น�้ามะขามเปียก ท�าหน้าที่ปรุงรสส�าคัญ โดยให้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีช่วย ป้องกันอนุมูลอิสระ 68 : ครอบครัวพอเพียง


ศุภวารกาลสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนบรมราชกุมารี ๒ เมษายน มงคลมาศ กรมการแพทย์น้อมเกล้าฯ อัญชุลี

ทวยราษฎร์ประณตนบบทศรี ในองค์ภูบดีภูมิพล วโรกาสคล้ายวันประสูติพระทรงศรี ขอองค์สยามบรมราชกุมารีทรงพระเจริญ

ดวยเกลาดวยกระหมอมขอเดชะ ขาพระพุทธเจา คณะผูบริหารและเจาหนาที่ กรมการแพทย


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตาม การด�าเนินงาน ศูนย์ชัยพัฒนาการเกษตร สิรินธร ของมูลนิธิชัยพัฒนา

วั น จั น ทร์ ที่ ๑๒ มี น าคม ๒๕๕๕ สมเด็ จ พระเทพรั ต นราชสุ ด าฯ สยามบรมราชกุ ม ารี ทรงติ ด ตามการด� า เนิ น งาน ศูนย์ชัยพัฒนาการเกษตร สิรินธร ของมูลนิธิชัยพัฒนา อ�าเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชด�าริให้มูลนิธิชัยพัฒนา น�าที่ดินที่นางจรัสศรี จินดาสงวน น้อมเกล้าฯ เนื้อที่ ๙๑-๒-๔๔ ไร่ ตั้งอยู่ที่บ้านสะพานยาว ต�าบลเนินมะกอก อ�าเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร เพื่อใช้ประโยชน์ในการ สร้างศูนย์พัฒนาการเกษตร ผลิตพันธุ์พืชที่ดี เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง และใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรส�าหรับพื้นที่ที่มีปัญหา อุทกภัย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อโครงการว่า “ศูนย์ชัยพัฒนาการเกษตร สิรินธร” 70 : ครอบครัวพอเพียง


ครบรอบ 20 ปกรมพัฒนาฝมือแรงงาน

นายประพันธ์ มนทการติวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานเนื่องในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมพัฒนาฝีมือ แรงงาน ครบรอบ ๒๐ ปี ณ บริเวณอาคารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาฝีมือ แรงงานและศักยภาพของก�าลังแรงงานและผู้ประกอบกิจการ เพื่อให้ก�าลังแรงงานมีฝีมือได้มาตรฐานในระดับสากล มีความสามารถ ในการประกอบอาชีพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ และเพื่อส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบ กิจการที่มีความสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

วันชัย เฟอร์รี่ “ง่ายๆกับอาหารจีนระดับภัตตาคาร”

วุฒิชัย รัตนสุมาวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจนเนอรัล มิลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จ�ากัด ผู้ผลิตและ จ�าหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งส�าเร็จรูป วันชัย เฟอร์รี่ เปิดตัวแคมเปญใหม่ “ง่ายๆกับอาหารจีนระดับภัตตาคาร” พร้อมแนะน�า เมนูสุดฮิต บะหมี่แช่แข็ง ๔ รสชาติ เนื้อตุนและบรอคโคลี หมูตุนและบรอคโคลี ไก่ตุนและเห็ดหอม กุ้งและเห็ดหอม โดยมี พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ มาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ ณ โรงแรมเซี่ยงไฮ้ แมนชั่น ถนนเยาวราช

ครอบครัวพอเพียง : 71


เรื่อง : หนูมีสุข

ย�่าวันวานที่เพลินวาน พิพิธภัณฑ์มีชีวิต

จุดเริ่มต้นของเพลินวานเกิดขึ้น มาจาก...ความเชื่อ เชื่ อ ในการท� า ธุ ร กิ จ ที่ อ ยู ่ บ น พื้นฐานของการให้มากกว่าผลก�าไร ให้... เพื่อได้ให้...ไม่มีสิ้นสุด เชื่อในความสุขที่ได้จากการคิด ดี...ท�าดี และ เชื่อว่า...ถ้าเรามีความตั้งใจ แล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นจริงได้ ก้ า วแรก...บนความแตกต่ า ง

หากเดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็ไม่มีวันมีรอย เท้าเป็นของตัวเอง คิ ด ต่ า ง...เพลิ น วาน ถู ก สร้ า ง ขึ้ น เพื่ อ ให้ เ ป็ น ศู น ย์ ร วมความสุ ข สถาน ที่ ห ยุ ด เวลา เรื่ อ งราวมากมายในอดี ต ไว้ เพื่อให้ความทรงจ�าดีๆของวันวาน ย้อน คืนกลับมาสร้างความอิ่มเอมใจให้กับผู้คน ยุคนี้ สมัยนี้ อีกครั้ง...ก่อนที่สิ่งเหล่านี้ จะ เลือนลางและจางหายไปตามกาลเวลา ท�าต่าง...เพลินวาน เป็นเสมือน

“พิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Life Museum) ของ ย่านการค้าวันวาน” ...ที่ซึ่งเป็นมากกว่า สถานที่ หรือ สิ่งก่อสร้างสวยงามย้อนยุค ตามสมัยนิยม แต่สิ่งส�าคัญคือ ที่แห่งนี้มี จิตวิญญาณ มีการด�ารงอยู่ของผู้คนอย่าง แท้จริง ให้ . ..ที่ แ ตกต่ า ง เพลิ น วานมี ความมุ่งมั่นด�าเนินธุรกิจ โดยยืนหยัดอยู่บน พื้นฐานของการให้ในเชิงคุณภาพ มากกว่า เน้นการขายในเชิงปริมาณ

ท�าไมต้องเพลินวาน

หัวใจหลักในการด�าเนินงานของ เพลินวาน อยู่ที่การสนับสนุนให้คนในทุกๆ พื้นที่ตั้งของเพลินวาน มีอาชีพ มีรายได้ และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการพัฒนา ร่วมกัน เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าหรือ ต้นทุนเดิมที่มีอยู่แล้วของคนพื้นถิ่น โ ด ย เ ฉ พ า ะ วิ ถี ชี วิ ต ริ ม ท า ง ฟุ ต บาทที่ ทุ ก วั น นี้ แ ทบจะ ไม่ มี ที่ ท� า กิ น รวมถึงธุรกิจโชว์ห่วยที่นับวันเริ่มจางหาย

72 : ครอบครัวพอเพียง


ไปในยุคปัจจุบัน เพลินวานเชื่อว่าหาบเร่ แผงลอยเมื่อสมัยคุณทวด ณ วันนี้มีหลาย เจ้าที่สามารถเลื่อนขั้นไปเป็นธุรกิจที่มียอด ขายหลายร้อย หลายพันล้าน เพลินวาน จึงเลือกที่จะให้โอกาส ทั้งกับผู้ประกอบการ พ่อค้า-แม่ขาย หาบเร่ แผงลอย โชว์ ห ่ ว ย ได้ เ ข้ า มาจั บ จอง เช่าพื้นที่ค้าขายภายในโครงการ ทั้งยัง เป็ น การเปิ ด โอกาสให้ แ ก่ ค นรุ ่ น ใหม่ ไ ด้ เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านเมื่อ ครั้งเก่า อันเป็น รากฐานของความเจริญทางด้านสังคมและ การค้าในยุคปัจจุบัน ถึ ง แ ม ้ เ พ ลิ น ว า น จ ะ ต ้ อ ง แบกรับต้นทุนในระดับสูง เนื่องเพราะที่ แห่งนี้ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงแค่ร้านขาย อาหาร ร้านขายของเล่น ร้านเสื้อผ้า หรือ ร้านขายไอศครีมทั่วไป แต่เราเป็นเหมือน Live Museum พิพิธภัณฑ์มีชีวิต จึงต้องมี การสร้างบรรยากาศแวดล้อมและอารมณ์ ร่วม ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ว่า จะเป็นรูปแบบการตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ ของร้านค้าทุกร้าน การออกแบบรถเข็น ขายสินค้าและอาหารที่มีอยู่ภายในบริเวณ สิ่ ง เหล่ า นี้ คื อ ความพยายามและความ ทุ่มเทที่คุณสามารถสัมผัสได้เมื่อมาถึงยัง... เพลินวาน เ พ ลิ น ว า น ตั้ ง อ ยู ่ บ น ถ น น เพชรเกษม ด้านฝั่งขาเข้ากรุงเทพ ระหว่าง ซอยหัวหิน ๓๘ และ ๔o เยื้องวังไกลกังวล อ�าเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยจะมีรถออกจากหัวหินทุกๆ ๔๐ นาที ระหว่างเวลา ๐๓.๐๐ - ๒๑.๐๐ น.

รถตู้

สามารถใช้บริการรถตู้ โดยเลือก ขึ้นที่ท่ารถแถวถนนข้าวสาร และอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ

รถไฟ การเดินทางมาเพลินวาน รถยนต์ส่วนตัว

ได้ ๒ เส้นทาง สายธนบุรี - ปากท่อ (ทางหลวง ห ม า ย เ ล ข ๓ ๕ ) ผ ่ า น ส มุ ท ร ส า ค ร สมุ ท รสงคราม แล้ ว เลี้ ย วซ้ า ยเข้ า ถ.เพชรเกษม(ทางหลวงหมายเลข ๔) ผ่านเพชรบุรี เข้าหัวหิน ใช้เวลาประมาณ ๒.๓๐ ชั่วโมง สายพุทธมณฑล ผ่านนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง

จากสถานี ร ถไฟหั ว ล� า โพง มี ขบวนรถไฟสายใต้ผ่านหัวหิน ปราณบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ ทุกวัน โทร. ๐๒ ๒๓๓ ๗๐๑๐ , ๐๒ ๒๓๓ ๗๐๒๐

เพลินวานมีความมุ่งมั่นด�าเนินธุรกิจ โดยยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานของการให้ในเชิงคุณภาพ มากกว่าเน้นการขายในเชิงปริมาณ รถโดยสารประจ�าทาง ปรับอากาศ

รถโดยสารประจ� า ทางปรั บ อากาศมี ๒ ประเภท คือ ชั้น ๑ และ ชั้น ๒ ออกเดินทางจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ กรุงเทพ ฯ-หัวหิน ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น ๓ ชั่วโมง โดยจะออกรถทุกๆ ๓๐ นาที ระหว่างเวลา ๐๕.๐๐ - ๒๒.๐๐ น. ส่วนสถานีเดินรถประจ�าทางใน หั ว หิ น อยู ่ บ ริ เ วณโรงแรมสิ ริ เ พชรเกษม บริเวณถนนสระสรง ใกล้ๆถนนเดชานุชิต

ครอบครัวพอเพียง : 73


อีกหนึ่งอาชีพท�าเงินที่คัดกรอง มาจากความคิ ด สร้างสรรค์ แปรเปลี่ยน เป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพอิสระที่สามารถ สร้างจุดขายได้ไม่จ�ากัด ตามกระแสความ นิยม สร้างรายเป็นกอบเป็นก�า เหมือน

-ลูกกลิ้ง หรือขวดแก้วเล็กๆ -น�้ายาเคลือบ -ผ้าคอตตอน -กระดาษทิชชู และไดร์เป่าผม วิธีเลือกเคสโทรศัพท์มือถือ ต้อง เลือกกรอบแบบเรียบ เพราะถ้าเป็นแบบ มีรูมากๆ ท�าให้พื้นที่ในการยึดติดระหว่าง กระดาษทิชชูกับเคสมีน้อย การใช้ระยะ ยาวไม่ น ่ า จะดี คื อ ร่ อ นได้ ง ่ า ย ส่ ว นเคส ซิ ลิ โ คน เวลาแปะกระดาษทิ ช ชู จ ะร่ อ น ได้ง่าย เคสพื้นเรียบดีที่สุด มันเงาไม่มาก เคสนี้ก็หาซื้อได้ตามท้องตลาด ที่เป็นเนื้อ พลาสติก เน้นสีขาวเพราะไม่ต้องลงสี ส ่ ว น ก ร ะ ด า ษ ทิ ช ชู ที่ ใ ช ้ เป็นกระดาษทิชชูที่น�าเข้าจากต่างประเทศ ขนาดมี ๔ ไซด์นิยม คือ ๒๕ x ๒๕ ซม. หรือ ๓๓ x ๓๓ ซม.และ ๔๐ x ๔๐ ซม. ราคา

๒.ทากาวเสร็ จ แล้ ว เป่ า ให้ แ ห้ ง แต่ไม่ต้องแห้งสนิท แค่หมาดๆ เกือบแห้ง คือกะให้เวลาวางกระดาษทิชชูลงบนเคส โทรศัพท์มือถือแล้ว ยังสามารถดึงออกได้ โดยที่กระดาษทิชชูไม่ขาด ๓.กะขนาดกระดาษทิชชูให้ใหญ่ กว่าเคสโทรศัพท์ห่างจากขอบ ๑ นิ้ว เสร็จ แล้วลอกกระดาษทิชชู ชั้นที่ ๒ และ ๓ ออก ใช้ชั้นบนสุด โดยวงกระดาษทิชชูลงบนเคส โทรศั พ ท์ แ ล้ ว ใช้ มื อ กด แล้ ว รี ด กระดาษ ทิชชูให้เรียบ ๔.ตัดมุมเพื่อตัดมุมให้เรียบ แล้ว ใช้มือกด ต่อมาใช้ผ้าคอตตอนที่มีขนาด ใหญ่ ก ว่ า กระดาษทิ ช ชู น� า ไปชุ บ น�้ า ให้ หมาดกึ่งเปียก แล้วดึงให้ตึง แล้วคลุมไป ที่ เ คสโทรศั พ ท์ เ พื่ อ ผนึ ก ให้ ก ระดาษทิ ช ชู กับเคสติดแน่น เสร็จแล้วใช้ขวดกลิ้งบน

แผ่นละ ๒๕ บาท กระดาษทิชชูนี้มี ๓ ชั้น แต่ใช้ด้านบนสุดที่มีลายเท่านั้น ส่วนลาย ยอดนิยม คือ -ลายดอกไม้ -ลายผลไม้ -ลายตุกตา กระดาษทิชชู ๑ แผ่น ท�าเคส ได้ ๔ ชิ้น เพราะกระดาษทิชชู ๑ แผ่น มี ๔ บล็อก และขนาดที่นิยมคือขนาด ๓๓ x ๓๓ ซม.

ผ้าจากล่างขึ้นบน (อย่ากลิ้งกลับไปกลับ มา) แล้วก็กลิ้งขวาง หลังจากนั้นใช้ไดร์ เป่าให้แห้ง ๕.น� า ผ้ า คอตตอนคลุ ม สั น ของ เคสโทรศัพท์ แล้วใช้นิ้วชี้กลิ้งเพื่อผนึกสัน ของเคสโทรศัพท์ แล้วใช้ไดร์เป่า ๖.ตัดกระดาษทรายขนาด ๑ x ๑ นิว้ น�ากระดาษทรายมาท�าการตัดขอบ โดย รูดจากด้านนอนเข้าด้านใน จนกระดาษ ทิ ช ชู ข าดออกจากขอบ จากนั้ น ใช้ น�้ า ยา เคลือบ ๕ - ๖ ชั้น โดยทาแต่ละชั้นเสร็จ แล้วต้องเป่าให้แห้ง ๗.เช็ดท�าความสะอาดด้านในที่ เปื ้ อ นกาวและน�้ า ยาเคลื อ บเป็ น อั น เสร็ จ ราคาขายต่อชิ้นอยู่ที่ ๖๙๐ – ๘๙๐ บาท ต้นทุนไม่เกิน ๕๐๐ บาท อาชีพเสริมรายได้ดีๆ อย่างการ “ตกแต่งเคสมือถือ” ที่ขายได้เรื่อยๆ จาก ไอเดียของเราแบบนี้ เป็นข้อได้เปรียบที่ดี ดีเลยทีเดียว หากท่านใดสนใจรายละเอียด เพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทร ๐๘๕ – ๑๒๓ - ๔๗๘๐

ไอเดียสุดล�้า “ตกแต่งเคสมือถือ” เทรนด์ท�าเงินสร้างจุดขายได้ไม่จ�ากัด

กับการประดิษฐ์งานผนึกวัสดุ (กระดาษ ทิชชู) ลงบน “เคสโทรศัพท์มือถือ” เรา มาดูรายละเอียดกันเลย คุณวิไลพร เอี่ยมวุฒิกร หรือ คุณโอ เจ้าของงานศิลปะแนทกิ้น เดคูเพจ การผนึ ก ทิ ช ชู ล งบนวั ต ถุ (napkin decoupage) เล่าถึงที่มาที่ไปของการผนึก วัสดุ (กระดาษทิชชู) ลงบนเคสโทรศัพท์ มือถือ โดยเฉพาะเคสไอโฟน เพราะเป็น ที่นิยมอยู่ในขณะนี้ โดยส่วนตัวเป็นคนที่ ชอบงานเกี่ยวกับกล่อง แต่เคสโทรศัพท์ มือถือปัจจุบันเป็นที่นิยม เป็นแฟชั่น คน เปลี่ยนเคสโทรศัพท์มือถือเหมือนเปลี่ยน เสื้อผ้าเลย พอท�าแล้วได้ผลตอบรับดี ก็จึง ท�าเป็นอาชีพ ที่สร้างรายได้และเปิดสอน ได้อีกด้วย

อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้

-เคสโทรศัพท์มือถือสีขาว -กระดาษทรายน�้า เบอร์ ๔๐๐ -กาวลาแท็กซ์ -แปรง

74 : ครอบครัวพอเพียง

ขั้นตอนการท�า

๑.เริ่ ม ที่ ก ารใช้ ก ระดาษทราย เบอร์หยาบ เบอร์ ๔๐๐ ขัดเคสโทรศัพท์ รอบๆ ให้เป็นรอย วิธีขัดคือเป็นวงกลม ขัดเพื่อเกิ ดร่ อง เวลาทากาวแล้ วกาวจะ ติดตามร่อง โดยเฉพาะตามมุมต้องขัดให้ เยอะ เพราะต้องยึดกาวเยอะๆ ขัดเพื่อ ให้ทากาวติด เพราะโทรศัพท์จะตกบ่อย มาก กระดาษทิชชูจะกะเทาะออกได้ง่าย เพื่อยึด แนทกิ้นให้ติดกับวัสดุ ขัดเสร็จก็ ปัดฝุ่นออก


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทย


Is am are april 55  

นิตยสาร IS AM ARE ครอบครัวพอเพียง ฉบับประจำเดือนเมษายน 2555

Read more
Read more
Similar to
Popular now
Just for you