Issuu on Google+

โดย คุณพ่อ สุรสิทธิ์ ชุ่มศรีพันธุ์ คุณพ่อ สุรชัย ชุ่มศรีพันธุ์


“แม่พระแห่งลูกประคำ” นำมนี้มีกำเนิดขึ้นมำตั้งแต่ เมื่อใด ไม่มีใครทรำบแน่ชัด อำจกำเนิดขึ้นมำตั้งแต่ ปลำยศตวรรษที่ 8 มีกำรสวดบท “ข้ำแต่พระบิดำ” ซ้ำไปซ้ำมำ โดยใช้รูปประคำ 150 บท ตำมจำนวน บทสดุดีในพระคัมภีร์ แล้วต่อมำ บท “วันทำมำรี อำ” ท่อนแรกมำใช้แทนบท “ข้ำแต่พระบิดำ”


สำยประคำนำชีวิต อำวุธคูก่ ำยของบรรดำคริสตัง หลำยคนมีมำกกว่ำหนึ่งสำยและสวดมำกกว่ำหนึ่งสำย


“แม่พระลูกประคำ” เกี่ยวโยงกับกำรประจักษ์ของแม่พระต่อนักบุญดอมินิโก ใน ปี ค.ศ. 1208 นักบุญดอมินิโกกำลังต่อสู้กับอิทธิพลอันใหญ่หลวงของลัทธิ เฮเรติก ท่ ำ นรู้สึ ก ถึ งควำมท้ อ แท้ เพรำะกำรท ำงำนของท่ ำ นไร้ ผล แม่พ ระ ประจักษ์มำและทรงสอนท่ำนว่ำ “อย่าแปลกใจเลย ที่การทางานของลูกไร้ผล ลูกกาลังทางานบนผืนดินที่แห้งแล้ง โดยไม่รดนาด้วยพระหรรษทาน เมื่อพระ เจ้าทรงประสงค์จะเนรมิตแผ่นดินขึนใหม่นัน พระองค์เริ่มด้วยการส่งฝนแห่ง ความเจริญงอกงาม นั่นคือ การแจ้งสารของเทวทูต (คาทักทายว่า “วันทามารี อา”) ฉะนัน ลูกจึงเผยแพร่การสวดคาทักทายของเทวทูตนี 150 ครัง และบท “ข้าแต่พระบิดา” 15 ครัง แล้วลูกจะเก็บเกี่ยวได้อย่างอุดมสมบูรณ์”


พระแม่แห่งสำยประคำ ปอมเปอี นักบุญโดมินโิ ก และคำเทรีนำแห่งซีเอนำรับสำยประคำ


นักบุญดอมินิโก เริ่มต้นเผยแพร่ควำมศรัทธำต่อกำรสวดลูกประคำ ที่สุดท่ำน ได้รับชัยชนะ ในสมัยของ Alan de Rupe (1428-1475) ซึ่งได้ฉำยำว่ำ “อัคร สำวกผู้ยิ่งใหญ่แห่งลูกประคำ” เป็นผู้จุดประกำยให้เห็นควำมเกี่ยวข้องของ นักบุญดอมินิโกและลูกประคำ และได้เผยแพร่กำรสวดลูกประคำ จนเป็นที่ นิยมไปทั่วทุกแห่งหน ในวันที่ 7 ตุ ลำคม 1571 สมำชิกแห่ งแนวร่วมในกำรสวดสำยประค ำ ร่ว ม ชุมนุมสวดสำยประคำ เพื่อขอพรสำหรับกองทัพคริสตัง ที่กำลังสู้รบกับพวก เติร์กมุสลิม ที่เมือง Lepanto พระสันตะปำปำ ปีโอ ที่ 5 ทรงร่วมสวดด้วย และที่สุดกองทัพคริสตังได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งช่วยให้ยุโรปรอดพ้น จำกกำรยึดครองของมุสลิม พระสันตะปำปำ ปีโอ ที่ 5 จึงกำหนดให้วันที่ 7 ตุลำคม ค.ศ.1571 เป็นวันรำลึกถึงแม่พระลูกประคำประจำปีตั้งแต่นั้นมำ


พระแม่แห่งสำยประคำใน รูปแบบต่ำงๆเกิดจำกควำม ศรัทธำทีม่ ีต่อแม่พระ ผ่ำนทำงพระแม่ คำภำวนำ ของเรำมุ่งไปสู่พระเยซูเจ้ำ


เมื่อกล่ำวถึงแม่พระแห่งลูกประคำ เรำคิดถึงเหตุกำรณ์ที่แม่พระประจักษ์มำ ให้แก่ท่ำนนักบุญดอมินิโก และสอนให้ท่ำนเผยแพร่กำรสวดลูกประคำ จิตรกร จึงมักวำดรูปแม่พระแห่งลูกประคำเป็นรูปแม่พระอุ้มพระกุมำร และมอบสำย ประคำให้แก่นักบุญดอมินิโก แต่ด้วยควำมศรัทธำที่คริสตชนมีต่อนักบุญคำทำรีนำ แห่งซีเอนำ (1347-1379) ซึ่งเป็นสมำชิกขั้นที่ 3 ของคณะดอมินิกัน นักบุญคำทำรีนำแห่งซีเอนำ ซึ่งเป็น นักบุญผู้ยิ่งใหญ่ของคณะดอมินิกันก็ว่ำได้ ในเรื่องของควำมศักดิ์สิทธิ์ และ สำมำรถช่วยให้พระสันตะปำปำกลับมำอยู่กรุงโรมได้ อีกครั้ง ในสมัยนั้น ที่ พระสันตะปำปำต้องจำกกรุงโรมไปอยู่ที่ Avignon ประเทศฝรั่งเศส ชำวอิตำ เลี ย นยั ง ถื อ ว่ ำ นั ก บุ ญ คำทำรี น ำแห่ ง ซี เ อนำเป็ น นั ก บุ ญ องค์ อุ ป ถั ม ภ์ ข อง ประเทศอิตำลี คู่กับนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี อีกด้วย ฉะนั้น เมื่อจิตรกรวำด ภำพแม่พระลูกประคำ จึงมักมีรูปของนักบุญ คำทำรีนำแห่งซีเอนำอยู่คู่กับ นักบุญดอมินิโกด้วยนั่นเอง


พระสันตะปำปำเปำโลที่ 6 ประดับมงกุฎถวำยเกียรติแด่ พระเยซูเจ้ำ และพระนำงมำรีอำ ปี 1965


รูปแม่พระอุ้มพระกุมำรกำลังประทำนสำยประคำแก่นักบุญทั้งสองนี้ เกิดขึ้นมำเมื่อไร แน่ หรือมีชื่อเรียกรูปนี้ว่ำอะไร ไม่มีบันทึกแน่ชัด เป็นที่รู้จักแพร่หลำย และได้รับนำม ว่ำ “แม่พระแห่งลูกประคำ” ก็ในปลำยศตวรรษที่ 19 โดยเริ่มต้นที่เมือง Campania ใน หุบเขำปอมเปอี รูปนี้จึงได้รับชื่ออีกชื่อหนึ่งว่ำ “แม่พระแห่งปอมเปอี” ที่น่ำสังเกตก็คือ “รูปแม่พระแห่งปอมเปอี” นี้ เป็นรูปแม่พระอุ้มพระกุมำรด้วยพระหัตถ์ขวำ ส่วนพระ หัตถ์ซ้ำยของแม่พระยื่นสำยประคำให้แก่นักบุญคำทำรีนำแห่งซีเอนำ ขณะที่พระกุมำร เองหันพระพักตร์ไปยังนักบุญดอมินิโก และใช้พระหัตถ์ส่งสำยประคำให้นักบุญดอมินิ โก ส่วนรูปแม่พระพระองค์ใหญ่ เหนือพระแท่นในวัดกำลหว่ำของเรำ ซึ่งเป็นรูปปั้น ตั้งอยู่ในตำแหน่งอันเป็นองค์อุปถัมภ์ของวัด เป็นรูปแม่พระอุ้มพระกุมำรด้วยพระหัตถ์ ซ้ำย แล้วใช้พระหัตถ์ขวำส่งสำยประคำให้นักบุญดอมินิโก ขณะที่พระกุมำรหันพระ พักตร์ไปยังนักบุญคำทำรีนำแห่งซีเอนำ และส่งสำยประคำให้นักบุญคำทำรีนำแห่งซีเอ นำ นั่นคือ สลับกันนั่นเอง ฉะนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่ำสนใจสำหรับเรำเหมือนกัน ที่จะรู้จักควำมเป็นมำของรูปแม่ พระแห่งปอมเปอี นี้สักหน่อย


รูปแม่พระแห่งปอมเปอีที่วัดกาลหว่าร์ แต่ไม่เหมือนกัน ต่างกันตรงไหน จงอธิบายพอสังเขป


1. แม่พระลูกประคำ แม่พระแห่งปอมเปอี ปอมเปอี เป็นชื่อเมืองๆ หนึ่งที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เพรำะใน ปี ค.ศ. 79 ภูเขำไฟวิสุเวียสได้เกิดระเบิดขึ้น และลำวำของภูเขำไฟ พร้อมทั้งฝุ่นเถ้ำภูเขำ ไฟ ได้ถล่มลงมำและกลบเมืองๆ นี้ไว้ แบบชนิดที่ว่ำประชำชนไม่ได้ตั้งตัว เป็น ควำมหำยนะแบบฉั บ พลั น ทั น ที รวดเร็ ว มำก หลั ง จำกผ่ ำ นพ้ น ไปหลำย ศตวรรษ จึงได้มีกำรขุดค้นเมืองนี้ขึ้นมำ ทำให้เมืองเก่ำแก่โบรำณนี้มีคุณค่ำ อย่ำงยิ่งทำงด้ำนโบรำณคดี ประวัติศำสตร์ และวัฒนธรรมโบรำณ พ่อขอนำพวกเรำไปแสวงบุญยังสถำนที่สำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่ำงจำกซำก ปรักหักพังดังกล่ำวนี้ ประมำณ 5 นำทีขับรถเท่ำนั้น เมืองนี้มีชื่อว่ำ คัมปำเนีย (Campania) อยู่ในหุบเขำ Pompeii (Valle de Pompeii) ที่นี่มีวัดอยู่แห่งหนึ่ง อุทิศให้กับ “แม่พระลูกประคำ” ได้รับกำรขนำนนำมว่ำ “แม่พระแห่งปอมเป อี ” ดั ง นั้ น จึ งเป็ น เรื่ อ งควำมศรั ท ธำพิ เ ศษ และควำมมหั ศ จรรย์ จำกควำม ศรัทธำที่มีต่อลูกประคำ เรำมำรู้จักสถำนที่นี้กันเลย


กำรระเบิดของภูเขำไฟเวซูเวียส เถ้ำฝุ่นและลำวำทำลำยเมือง ปอมเปอีชนิดที่ชำวเมือง ไม่ทันตั้งตัว


ปอมเปอีมีวิหำรเทพเจ้ำต่ำงๆมำกมำย เทพอะปอลโล เทพวีนัส ฯลฯ สนำมกีฬำ ภำพบน ชำวเมืองเสียชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว


ศิ ล ปะและสิ่ ง ก่ อ สร้ ำ งต่ ำ งๆแสดงถึ ง ควำมเจริ ญ รุ่ ง เรื อ งของปอมเปอี อำณำจักรโรมันได้รับอิทธิพลอย่ำงมำกจำกอำณำจักรกรีกโบรำณ


2. วัดประจำเมือง บันทึกเก่ำแก่ทำให้เรำทรำบว่ำ ในศตวรรษที่ 4 วัดใหญ่หลังหนึ่งถวำยเกียรติแด่ พระผู้ไถ่ ได้รับกำรก่อตั้งขึ้น ในศตวรรษที่ 11 ฤษีคณะเบเนดิ๊กตินเป็นผู้ดูแลวัดนี้ ปี ค.ศ. 1659 โรคมำเลเรียได้ทำลำยชีวิตคนเมืองนี้ไปเป็นจำนวนมำก เหลือ เพียงคนส่วนน้อยเท่ำนั้น

ปี ค.ศ. 1740 วัดใหญ่ “พระผู้ไถ่” พังลงมำ จึงสร้ำงวัดเล็กๆ หลังหนึ่งขึ้นมำ แทน มีสัตบุรุษเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ดูแลโดยพระสงฆ์อำวุโสองค์หนึ่งเท่ำนั้น สภำพของวัดเสื่อมโทรมลง ประชำชนหันมำเชื่อนอกรีต (Superstition) มีกำรก่อ อำชญำกรรม และคนจำนวนมำกได้กลำยเป็นโจรผู้ร้ำย จนกระทั่งบริเวณนี้ถูก เรียกว่ำ Pompeii เป็นบ้ำนพักของโจรผู้ร้ำย สภำพของปอมเปอีนี้ดำเนินเช่นนี้จนกระทั่งมำถึงช่วงเวลำของ Bartolo Longo


ควำมสวยงำมของสักกำระสถำนแม่พระแห่งปอมเปอียำมค���ำคืน ถ้ำ ภำพชัดจะสวยกว่ำนี้มำก


สถำนที่นี้เหมำะ แก่กำรแสวงบุญ อย่ำงยิ่ง เป็น สักกำระสถำนขึ้น ตรงต่อ สันตะสำนัก (Pontifical Shrine)


บุญรำศี บำรโตโล ลองโก คนบำปกลับใจ เปี่ยมไปด้วย ควำมศรัทธำต่อแม่พระแห่ง สำยประคำ เป็นผูร้ ิเริม่ สักกำระสถำน ก่อตั้งงำนด้ำนเมตตำต่ำงๆ เป็นผู้แสวงหำพระรูปแม่พระ แห่งสำยประคำ ท่ำนเปลี่ยน รูปนักบุญโรซำ เป็นนักบุญ คำทำรีนำแห่งซีเอนำ


3. ต้นกำเนิด ประวัติศำสตร์ในปี ค.ศ. 1891 บันทึกว่ำ “วัดนี เมือ่ 20 ปี ก่อน เล็กและทรุดโทรม ยากจน จนไม่อาจมีโรงเรียน ชาวบ้านก็ เป็นพวกนอกรีตและนอกกฎหมาย หลายคนเป็นขโมย” Bartolo Longo ผู้ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้ำของ Valle de Pompeii เป็นผู้ก่อสร้ำงสักกำรสถำนแม่พระลูกประคำ เกิดใน ปี ค.ศ.1841 เป็นลูกชำยนำยแพทย์ ท่ำนเรียนกฎหมำย ระหว่ำงที่ เรียนได้เข้ำร่วมกับนิกำยนอกรีตนิกำยหนึ่ง จนได้บวชเป็นสงฆ์ แห่งซำตำน เวลำนั้น ท่ำนพยำยำมอย่ำงที่สุดทีจ่ ะทำลำยอิทธิพล ของคำทอลิก


แท่นกลำงของสักกำระสถำน เหนือแท่นเป็นรูปแม่พระแห่งปอมเปอี


ควำมสวยงำมภำยในสักกำระสถำน ศิลปะที่โดมและ ภำยในทำให้เกิดบรรยำกำศกำรภำวนำ


ที่สุด เพื่อนที่ดีคนหนึ่งแนะนำท่ำนให้รู้จักกับพระสงฆ์ดอมินิกันคนหนึ่ง ชื่อ Alberto Radente ซึ่งศรัทธำเป็นพิเศษต่อแม่พระ และส่งเสริมควำม ศรัทธำต่อลูกประคำ เมื่อ Bartolo กลับใจล้ำงบำป ท่ำนได้เลือกชื่อล้ำงบำปว่ำ Maria เพรำะ ท่ำนสำนึกว่ำ ท่ำนเป็นคนบำป และแม่พระคือ “ที่หลบภัยของคนบำป” และเพื่อใช้โทษบำปในอดีต ท่ำนสัญญำที่จะทำงำนเพื่อคนยำกจน และ ท่ำนยังได้พิมพ์สำรที่เรียกว่ำ “The Rosary of New Pompei” อีกด้วย

เย็นวันหนึ่ง ขณะที่ท่ำนอยู่ใกล้วัดที่ทรุดโทรม มีหนูและสัตว์เลื้อยคลำนวิ่ง เพ่นพ่ำนอยู่ ท่ำนพบกับประสบกำรณ์ที่ลึกลับ ท่ำนเขียนไว้ว่ำ


บุญรำศี บำรโตโล ลองโก ในชุดสมำชิก ชั้น 3 คณะโดมินิกัน ซึ่งมีควำมศรัทธำ พิเศษต่อแม่พระแห่ง สำยประคำ


“ข้า พเจ้า มี ค วามรู้ สึ ก ถึง ความสิ นหวั ง และเกื อ บจะฆ่ า ตั วตาย ทัน ใดนั น ข้าพเจ้าได้ยินเสียงสะท้อนในหู เป็นเสียงของคุณพ่อ Alberto ที่ยาคาพูดของ แม่พระว่า ‘ถ้าลูกต้องการแสวงหาความรอด จงเผยแพร่การสวดลูกประคา แม่สัญญา’ คาพูดนี ส่องสว่างวิญญาณของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคุกเข่าลง และ พูดว่า หากเป็นจริงแล้ว ลูกจะไม่ไปจากหุบเขานี จนกว่าการเผยแพร่สวด ลูกประคาจะสาเร็จ” Bartolo ชัก ชวนชำวบ้ ำ นให้ม ำช่ว ยกั นทำควำมสะอำดวัด แห่ง นี้ แล้วก็ชวนให้มำสวดลูกประคำด้วยกัน ในเย็นวันหนึ่ง มีเด็กไม่กี่คนเท่ำนั้น ที่มำ Bartolo จึงออกเยี่ยมทุกบ้ำน แจกลูกประคำ รูปพระ และเชิญชวน แต่ก็ได้ผลไม่มำกนัก ชำวบ้ำนถึงแม้จะรักและเคำรพ Bartolo แต่พวกเขำไม่ เข้ำใจ และไม่สนใจที่จะรู้จักกับลูกประคำ


บุญรำศี บำรโตโล ลองโกถวำยวัดหลังใหม่แด่ พระสันตะปำปำเลโอเนที่ 13 และภำพห้องพักเล็กๆของท่ำน เหตุกำรณ์ ยิ่งใหญ่เกิดจำกคนบำปธรรมดำคนหนึ่ง


Bartolo ออกทุน จัดงำนเทศกำลฉลองลูกประคำศักดิ์สิ ทธิ์ ใน ปี ค.ศ. 1873 ครั้งแรกล้มเหลว นอกจำกฝนตกแล้ว ผู้เทศน์ก็เทศน์ เป็นภำษำ อิตำเลียนทำงกำร ไม่ใช่ภำษำท้องถิ่นที่ชำวบ้ำนเข้ำใจ ปี ต่ อ มำ ก็ ยั ง ไม่ ป ระสบควำมส ำเร็ จ มำกนั ก แต่ บ ำงคนก็ เ ริ่ ม สวด ลูกประคำเป็นแล้ว ปีที่สำม ท่ำนเชิญพระสงฆ์คณะพระมหำไถ่มำ เทศน์มิชชั่น 2 สัปดำห์ ท่ำนถือโอกำสบูรณะวัดใหม่ Bartolo เริ่มโครงกำรหำรูปแม่พระแห่งลูกประคำ รูปที่ท่ำนมีอยู่ เป็ นเพี ยงรูป ภำพสีน้ ำมัน บนกระดำษ ในเวลำนั้น กฎหมำยของ พระศำสนจักรกำหนดให้ภำพศักดิ์สิทธิ์ต้องวำดด้วยสีน้ำมันบน ผ้ ำ ใบ หรื อ บนไม้ เ ท่ ำ นั้ น มี ค นบอก Bartolo ว่ ำ มี รู ป แม่ พ ระ ลูกประคำเก็บไว้ในอำรำมแห่งหนึ่ง ซึ่งซื้อมำจำกร้ำนซอมซ่อแห่ง หนึ่งในรำคำ 3,40 ลีร์ Bartolo เขียนอธิบำยไว้ว่ำ


ร่ำงกำยของท่ำนอยู่ใต้แท่นวัดน้อย ภำยในสักกำระสถำนแห่งใหม่


“รูปภาพนีไม่เพียงแต่ถูกหนอนกินเท่านัน แต่พระหัตถ์ของแม่พระ ยังเป็นเหมือนหญิงชาวบ้านที่หยาบกระด้าง ผ้าใบส่วนหนึ่งที่อยู่ เหนือศีรษะของแม่พระก็หายไป เสือคลุมก็มีรอยแตก ไม่ต้องพูด ถึงความน่าเกลียดของรูปส่วนอื่นๆ นักบุญดอมินกิ ดูแล้วเหมือน คนมอมแมมข้างถนน ทางซ้ายมือของแม่พระคือนักบุญโรซา ต่อมา ข้าพเจ้าได้เปลี่ยนภาพนีให้เป็นนักบุญคาทารีนาแห่งซีเอ นา ข้าพเจ้าลังเลที่จะเอารูปนีหรือไม่เอา ที่สุด ข้าพเจ้าเอา” Bartolo ให้จิตรกรสมัครเล่นคนหนึ่งซ่อมแซมภำพนี้ และ ที่สุด ตั้งไว้ในวัด เมื่อ 13 กุมภำพันธ์ 1876 ต่อมำ ใน ปี ค.ศ.1880 จิตรกรที่มีชื่อเสียงชำวอิตำเลียนชื่อ Federico Madlarelli เสนอ ตัวซ่อมแซมภำพนี้อีกครั้ง ที่สุด จิตรกรจำกวำติกันได้ซ่อมแซม อีกครั้งเมื่อ ปี ค.ศ. 1965


ท่ำนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ตุลำคม 1926 อำยุ 85 ปี


4. อัศจรรย์ หลังจำกตั้งรูปนี้ในวัดครั้งแรก ก็มีแผนที่จะสร้ำงวัดใหญ่ที่เหมำะสม กับแม่พระลูกประคำ ชำวบ้ำน 300 คน ช่วยอดออมเงินหนึ่งเพนนีต่อเดือน เพื่องำนของแม่พ ระนี้ ที่สุ ดได้วำงศิลำฤกษ์ เมื่ อวันที่ 8 พฤษภำคม 1876 ภำยในเดือนนั้นเอง ก็เริ่มมีอัศจรรย์เกิดขึ้นที่สักกำรสถำนแห่งนี้ นั่นคือ มี บันทึก ว่ำ คนป่วย 4 คน ได้ รับ กำรรัก ษำให้หำย และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมำ ระหว่ำงปี ค.ศ. 1891-1894 มีอัศจรรย์นับร้อยเกิดขึ้น และได้รับกำรบันทึกไว้ ที่สักกำรสถำนแห่งนี้ เมื่อกำรก่อสร้ำงแล้วเสร็จใน ปี ค.ศ.1883 Bartolo เรียกร้องต่อชำวบ้ำนว่ำ “ ณ สถานที่ แ ห่ ง นี ซึ่ ง ถู ก เลื อ กไว้ ส าหรั บ อั ศ จรรย์ ม ากมาย เรา ปรารถนาที่จะทิงอนุสาวรีย์ของราชินีแห่งชัยชนะไว้ให้กับชนรุ่นปัจจุบัน และอนาคต อนุส าวรี ย์ที่คู่ ค วรมากขึนต่อ ความยิ่ง ใหญ่ของพระนาง แต่ คู่ควรยิ่งกว่าต่อความเชื่อและความรักของเรา”


ใน ปี ค.ศ.1891 Bartolo และภรรยำ ได้ ถ วำยวั ด หลัง ใหม่ ใ ห้ แ ก่ พ ระ สั น ตะปำปำเป็ น ผู้ ป กครองดู แ ล และในวั น เปิ ด สั ก กำรสถำนแห่ ง ใหม่ นี้ รูปภำพก็ได้รับกำรประดิษฐำนอย่ำงยิ่งใหญ่ ใน ปี ค.ศ.1965 หลังจำกกำรบูรณะรูปภำพเป็นครั้งที่สำม พระสันตะปำปำ เปำโล ที่ 6 ตรัสในระหว่ำงบทเทศน์ว่ำ “เฉกเช่นเดียวกับที่รูปภาพของพระ นางมารีอาพรหมจารีนีได้รับการบูรณะ และประดับประดา ขอให้พระฉายา ของพระนางมารีอาที่เราคริสตชนต้องมีอยู่ในชีวิตของเรา ได้รับการบูรณะ และประดับประดาให้ใหม่และสวยงามนีด้วย” ในโอกำสนี้ พระสันตะปำปำ ได้ ประดั บมงกุ ฎบนศีร ษะของพระเยซู เจ้ ำ และพระนำงมำรี อำ มงกุ ฎ ที่ บรรดำสัตบุรุษได้ถวำยนั่นเอง


สภำพระสังฆรำชแห่งประเทศ ไทยแสวงบุญโอกำสเข้ำเฝ้ำ Ad Limina ระหว่ำงเดือน พฤษภำคม 2008 พระคำร์ดินัล มีชัย กิจบุญชู เป็นประธำนในสักกำระสถำน


คงดีไม่น้อยหำกพวกเรำ จะมีโอกำสถวำยบูชำมิสซำ ที่นี่บ้ำง คงมีสักวัน คงมีสักวัน


พระสังฆรำช Liberati ประจำเขตปอมเปอี ถ่ำยภำพร่วมกับสมณทูต Salvatore Pennacchio และสภำพระสังฆรำชแห่ง ประเทศไทย พ่อผู้ดูแลสักกำระสถำน นำชมและอธิบำยให้ควำมรู้ เกี่ยวกับสักกำระสถำนและ ชีวิตของบุญรำศี


บรรดำพระสังฆรำช ให้ควำมสนใจอย่ำง มำก ไม่มีใครหลับใน ห้องเรียนเลย พบพ่อองค์นี้โดยบังเอิญ ท่ำนเคยอยู่ที่ บ้ำนเรำ ปัจจุบัน ประจำที่สักกำระสถำน พ่อปีโอที่ Giovanni Rotondo


ในระหว่ำงที่กำลังก่อสร้ำงวัดเพื่อกำรแสวงบุญอยู่นนั้ Bartolo Maria Longo ก็เริ่มทำงำนมำกมำยด้ำนกำรกุศล ท่ำนและภรรยำได้สร้ำงบ้ำนสำหรับเด็กหญิงกำพร้ำ พวก แรก มีเด็กกำพร้ำเล็���ๆ 15 คน เท่ำกับ 15 ทศของสำยประคำ ท่ำนยังตั้งบ้ำนพักสำหรับเด็กชำย ลูกๆ ของนักโทษ และ บ้ำนพักสำหรับเด็กหญิง ท่ำนเป็นผูก้ ่อตั้งคณะ Daughters of the Holy Rosary of Pompei นักบวชหญิง เพื่อดูแลสักกำรสถำน และบ้ำนเพื่อ กำรศึกษำ ทีต่ ิดอยู่กับสักกำรสถำน ท่ำนยังตั้งคณะดอมินิกัน ชั้นที่สำมใกล้ ๆ กับสักกำรสถำนด้วย


งำนด้ำนกำรกุศลของสักกำระสถำนมีมำกมำย สถำนเลี้ยง เด็กและโรงเรียน มีเด็กๆในควำมอุปกำระกว่ำ 400 คน ทั้งนี้เป็นไปตำมจิตตำรมณ์ของท่ำนบุญรำศี


วันที่ 21 ตุลำคม 1979 พระสันตะปำปำ ยอห์น ปอล ที่ 2 เสด็จเยี่ยม Pompei ในโอกำสแสวงบุญแห่งชำติ วันที่ 26 ตุลำคม 1980 พระสันตะปำปำ ยอห์น ปอล ที่ 2 ได้ สถำปนำท่ำนเป็นบุญรำศี พระองค์ทรงเรียกท่ำนว่ำ “บุรุษแห่งพระ มำรดำ” และ “อัครสำวกแห่งลูกประคำ” พระสันตะปำปำยอห์นปอลที่ 2 เสด็จจำริกแสวงบุญที่ปอมเปอี วันที่ 7 ตุลำคม 2003 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ทรงประกำศเป็นปีแห่งสำย ประคำ พระสันตะปำปำเบเนดิ๊กที่ 16 เสด็จจำริกแสวงบุญที่ปอมเปอี วันที่ 19 ตุลำคม 2008 ทรงภำวนำต่อรำชินีแห่งสำยประคำเพื่อกำร ประชุมสมัชชำพระสังฆรำชในหัวข้อ พระคัมภีร์ในชีวิตของพระศำ สนจักร ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ที่กรุงโรมในขณะนั้น


ภำพแห่งควำมทรงจำ และประทับใจ พระสันตะปำปำยอห์นปอลที่ 2 ทรงภำวนำสำยประคำต่อหน้ำพระรูป


พระสันตะปำปำเบเนดิ๊กที่ 16 เสด็จจำริกแสวงบุญ 19 ตุลำคม 2008


ทรงภำวนำต่อหน้ำหลุมศพบุญรำศี แบบอย่ำงแห่งควำมเชื่อควำมศรัทธำ ดังนั้น เรำควรไปสักครั้ง


Pompeii new11