Issuu on Google+

จาริกแสวงบุญสู่อารามเบเนดิ๊กตินแห่ง Mont ecassi no โดย พ่อเล็ก

อารามที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลี ได้แก่ อารามเบเนดิก๊ ติน แห่งมอนเตคาสซิโน ตั้งอยูท่ างใต้ของกรุงโรม ไปทางเมืองเนเปิ้ล (Napol i ) ประมาณ 130 กิโลเมตร มีเหตุผลอยู่หลายประการทีท่ าให้อารามแห่งนีเ้ ป็นที่รู้จกั และเป็นที่แสวง บุญแห่งหนึ่ง ประการแรก อารามแห่งนี้กอ่ ตัง้ ขึ้นโดยนักบุญผู้ยงิ่ ใหญ่องค์หนึง่ ของพระศาสนจักร นัก บุญเบเนดิ๊ก นักบุญองค์นี้แหละ ที่พระสันตะปาปาของเราในพระศาสน จักร 16 องค์ ได้เลือกเป็นนักบุญองค์อปุ ถัมภ์ เพราะเหตุว่า เรามีพระ สันตะปาปาเบเนดิ๊กต์ ที่ 16 แล้ว ประการที่สอง ศพของท่านนักบุญเบเนดิก๊ ต์ และศพของท่านนักบุญสกอลัสติกา น้อง สาวฝาแฝดของท่านเอง ได้ฝังอยู่ในอารามแห่งนี้ ประการที่สาม ฤษีคณะเบเนดิ๊กตินได้รับการก่อตั้งขึ้นโดยท่านนักบุญเบเนดิ๊กต์ และ กฎเกณฑ์ในการดาเนินชีวิตฤษีของท่าน ก็นับว่าเป็นกฎเกณฑ์แม่แบบแห่ง การดาเนินชีวิตที่เคร่งครัด ใกล้ชิดกับพระเจ้า ประการที่สี่ ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านนักบุญเบเนดิ๊กต์และนักบุญสกอลัสติกา เป็นที่ รู้จักและยอมรับของบรรดาคริสตชนทั้งหลาย ทัง้ จากอัศจรรย์ที่เกิด ขึน้ มากมาย รวมถึงการที่ท่านได้รบั การแต่งตั้งให้เป็นผูอ้ ุปถัมภ์ของยุโรป องค์ อุปถัมภ์แห่งผู้ประสบโรคภัยต่าง ๆ และอืน่ ๆ อีกมาก ประการที่ห้า บรรดาฤษีทน ี่ ี่ นอกจากมีชีวิตที่เคร่งครัดตามระเบียบวินัยแล้ว พวกท่านยัง มีชื่อเสียงในเรื่องการทางาน ทั้งทางด้านวิชาการ การขับร้อง และการ ก่อสร้าง อารามแห่งนีม้ ีห้องสมุด และหอจดหมายเหตุทมี่ ีชื่อเสียงมาก เพราะเก็บรวบ รวมเอกสารเก่าแก่ของพระศาสนจักร เนื่องจาก สมาชิกของ อารามได้รับเลือกเป็นพระสันตะปาปาหลายพระองค์ นอกจากนี้ บรรดาฤษี ที่นี่ยงั มีวิชาการคัดลอกเอกสารและหนังสือด้วยมือ โดยมีศิลปะทีน่ ่าทึ่ง มากมายด้วย จึงนับว่าเป็นแหล่งทีค่ วรเรียนรูแ้ ห่งหนึ่ง บรรดาฤษียงั ได้ใช้ เวลาในการก่อสร้างอารามแห่งนี้สบื ต่อ ๆ กันมา ทั้งการสร้างถนนขึน้ มา บนภูเขาแห่งนี้ และการก่อสร้างอารามส่วนอืน่ ๆ ฤษีคณะนี้ยงั ได้รบั ชื่อว่า ขับร้องเพลงเกรโกเรียนได้ไพเราะมาก ๆ ประการที่หก ที่ตั้งของอารามเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารนาซียึดอารามแห่งนี้เป็นที่ตงั้ ที่เข้มแข็ง ทหารสัมพันธมิตรไม่ สามารถยึดได้ จากการต่อสู้ทางบก ต้องสูญเสียชีวติ ทหารไปเป็นจานวน


มาก บริเวณรอบ ๆ ภูเขานี้ จึงเป็นที่ตั้งของป่าช้าทหารโปแลนด์ และทหาร แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ จนในที่สุด สัมพันธมิตรจาเป็นต้องใช้ ยุทธวิธีทางอากาศ ได้ทาลายอารามแห่งนี้ ได้รบั ความเสียหายอย่างมาก ทหารนาซีถูกผลักดันให้ถอยทัพขึ้นเหนือ และในที่สุด ก็ถูกผลักดันให้ ออกจากกรุงโรม กลับประเทศเยอรมัน อย่างไรก็ตาม หลังสงครามแล้ว รัฐบาลประเทศอิตาลีและรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาได้ช่วยกันบูรณะอาราม แห่งนี้ขึ้นมาใหม่ ภายในอารามจึงมีนิทรรศการผลจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้เราได้ชมกันด้วย เรื่องที่ควรเรียนรู้จากอารามเบเนดิ๊กตินแห่งมอนเตคาสซิโน 1. ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญเบเนดิก๊ ต์และสกอลัสติกา น้องสาวฝาแฝด 2. เหรียญนักบุญเบเนดิก๊ ต์ 3. ข้อถกเถียงเกี่ยวกับอัฐิของนักบุญเบเนดิ๊กต์และนักบุญสกอลัสติกา 4. เยี่ยมชมอารามมอนเตคาสสิโน 1. ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญเบเนดิ๊กต์และสกอลัสติกา น้องสาวฝาแฝด นักบุญเบเนดิ๊กต์และสกอลัสติกา เกิดปี ค.ศ. 480 จากครอบครัวขุนนาง ซึ่งเป็นที่ รู้จักกันดีในเมือง Nursia ปัจจุบนั ชื่อ Norcia ตั้งอยู่ประมาณภาคกลางของประเทศ อิตาลี เบเนดิก๊ ต์ถูกส่งให้มาเรียนที่กรุงโรม แต่ท่านไม่ชอบวิถกี ารดาเนินชีวิตของชาว โรมเลย มีกระแสเรียกที่ต้องการชิดสนิทกับพระเจ้า ท่านจึงหลบไปดาเนินชีวิตโดด เดี่ยวทีอ่ ารามแห่งหนึ่งที่ Subiaco โดยดาเนินชีวิตอยู่ในถ้าแห่งหนึ่ง เป็นเวลา 3 ปี ตลอด 3 ปีนี้ ท่านดาเนินชีวิตเคร่งครัดจนเป็นทีย่ อมรับของบรรดาสมาชิกที่ Subiaco จนกระทั่งมีสมาชิกกลุ่มหนึ่งขอร้องให้ท่านเป็นผูน้ าพวกเขาทางด้านชีวิตจิต ท่านให้ สมาชิกดาเนินชีวิตเคร่งครัดมากจนมีลกู ศิษย์ลูกหามากมาย ที่นี่เอง ท่านได้ถูกวางยาพิษ ด้วยความอิจฉาของสมาชิกบางคน โดยวางยาพิษในแผ่นปังและถ้วยเหล้าองุ่นขณะที่ ท่านถวายบูชามิสซา แต่ด้วยอัศจรรย์ ขณะที่ท่านเสกปังและเหล้าองุ่นนั้น ถ้วยกาลิกส์ก็ แตกละเอียดไป สาหรับแผ่นปังนั้นมิได้กล่าวถึง แต่ก็มีตานานเล่าขานว่า นกกาได้บิน มาคาบเอาปังเหล่านัน้ ไป ปี ค.ศ. 529 ท่านและสมาชิกได้ย้ายมาที่ Montecassino ท่านได้ทาลายวิหารเก่า ของเทพเจ้า Apollo และสร้างอารามแห่งแรกขึน้ ที่นเี่ อง ตอนแรกก็เป็นห้องสวด ภาวนาหรือวัดน้อย (Or at or y) มอบถวายแด่ท่านนักบุญมาร์ติน เดอ ตูร์ส นักบุญที่ ท่านรักและชื่นชอบ และต่อมาท่านได้ตายที่วัดน้อยแห่งนี้ ในขณะทีก่ าลังยืน สรรเสริญพระเจ้า หลังการรับศีลมหาสนิทครัง้ สุดท้าย

2


ที่อารามแห่งแรก ท่านได้เขียนกฎเกณฑ์ของอารามเบเนดิ๊กตินขึน้ เป็นกฎเกณฑ์ ที่เคร่งครัด และนาไปสู่ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ท่านได้สง่ ลูกศิษย์ออกไปเผยแพร่การดาเนิน ชีวิตแบบนี้ และก่อตัง้ อารามต่าง ๆ เพิม่ ขึน้ อีก 12 แห่ง (มีตัวเลขที่นา่ สนใจด้วยว่า ในขณะทีอ่ ารามฤษีเบเนดิ๊กตินเฟื่องฟูมาก ๆ ระหว่างคริสตศตวรรษที่ 11-17 นั้น มี อารามฤษีประมาณ 40,000 แห่งในยุโรป) ความศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญเบเนดิ๊กต์นั้นมีอยู่หลายประการ ท่านได้รับการกล่าว ขานว่า เป็นผู้ที่อ่านใจคนได้ ท่านทานายหลายสิ่งได้ถูกต้อง ไล่ผีให้กบั ชาวบ้าน และ เคยทา ให้คนตายกลับคืนชีพได้ พระสันตะปาปา เกรโกรี่ ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นคนแรกที่ เขียนประวัติของท่าน ได้กล่าวว่า ท่านอ่านมโนธรรมของคนบาป ท่านทาให้น้าออก จากหิน ให้ศิษย์ของท่านเดินบนน้า และให้น้ามันออกจากขวดที่ว่างเปล่า เป็นต้น ส่วนนักบุญสกอลัสติกา น้องสาวฝาแฝดของท่าน ก็ได้ดาเนินชีวติ ตามแบบอย่าง ของพี่ชาย และก็เป็นผู้บกุ เบิกชีวิตนักพรตหญิง เธอก่อตัง้ อารามขึน้ ที่ Subiaco ใกล้ ๆ กับที่พี่ชายเธออยู่ เมื่อเบเนดิ๊กต์ย้ายไปอยูท่ ี่ Montecassino นั้น เธอก็ย้ายอารามของ เธอไปอยู่ทใี่ กล้ ๆ นัน้ ด้วย ห่างออกมากว่า 5 กิโลเมตร ที่นเี่ อง เบเนดิก๊ ต์ได้เป็นผู้ดูแล ระเบียบวินัยของนักพรตทั้งชายและหญิง โดยใช้กฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดมาก การพบกันครั้งสุดท้าย ในปี ค.ศ. 543 เบเนดิ๊กต์เคร่งครัดมาก อนุญาตให้น้องสาวมาเยี่ยมได้เพียงปีละ 1 ครั้ง และไม่อนุญาต ให้มาเยี่ยมที่อาราม แต่เป็นบ้านหลังหนึ่ง กลางทาง ระหว่างอารามทั้งสอง สกอลัสติ การอคอยการเยีย่ มนี้ด้วยความร้อนรนทุกปี เพราะเป็นเวลาที่สามารถสนทนาในเรื่อง ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพระเจ้าและชีวิตวิญญาณได้ นักบุญเกรโกรี่เล่าเรื่องนี้ไว้ในประวัติว่า ทั้งสองใช้เวลาสนทนาด้วยใจศรัทธา หลังอาหารค่าแล้ว เบเนดิ๊กต์จาเป็นต้อง กลับอารามตามกฎเกณฑ์ แต่น้องสาวขอร้องให้อยูส่ นทนากันต่อจนถึงเช้า (เธอรู้ตัว ว่าครั้งนีจ้ ะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะพบกันในโลกนี้) เบเนดิ๊กต์ตกใจอย่างมาก เมือ่ ได้ยนิ คาขอร้องนี้ เพราะเป็นการผิดกฎระเบียบที่ตั้งไว้ และไม่สามารถยอมตามทีน่ ้องสาว ขอร้องได้ สกอลัสติกาจึงได้กม้ หน้าลงที่โต๊ะภาวนาขอต่อพระเจ้าเพือ่ ให้เป็นไปตามที่ เธอต้องการ ทันใดนัน้ ก็เกิดฟ้าร้องและพายุแรงกล้ามาก จนว่าเบเนดิ๊กต์และผู้ติดตาม ไม่สามารถออกไปจากบ้านหลังนั้นได้ เบเนดิ๊กต์จงึ ตัดพ้อกับน้องสาวว่า “ขอให้พระ เจ้ายกโทษให้เธอด้วย เธอทาอะไรลงไป” น้องสาวตอบว่า “ฉันขอร้องพี่แล้ว แต่พี่ ปฏิเสธ ฉันจึงขอร้องต่อพระผู้เป็นเจ้า และพระองค์กป็ ระทานให้” ทั้งสองจึงได้สนทนาต่อจนถึงเช้า พายุจึงสงบลง และนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งสอง ได้พบกัน เพราะอีก 3 วันต่อมา ขณะที่เบเนดิ๊กต์กาลังภาวนาอยู่ในห้องเล็ก ๆ ของ ท่าน ท่านได้เห็นวิญญาณของน้องสาวในรูปของนกพิราบบินขึ้นสวรรค์ไป ท่านให้ 3


นาศพของน้องสาวมาฝังไว้ในหลุมศพที่ท่านเตรียมไว้สาหรับตนเอง ที่ Montecassino “ทั้งสองไม่ได้ถก ู แยกจากกันเลย แม้กระทั่งในหลุมฝังศพ” สาหรับเบเนดิ๊กต์เอง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 547 อายุได้ 67 ปี เป็นไข้และ ตายขณะที่ยืนภาวนาขอบคุณพระเจ้าหลังการรับศีลมหาสนิท โดยมีผู้ช่วยคอยพยุง ท่านไว้ ภายในวัดน้อยมาร์ตนิ เดอ ตูร์ส อารามแห่งแรกที่ท่านได้สร้างขึน้ Feast Day ของ Benedict : 21 มีนาคม 547 Feast Day ของ Scholastica : 10 กุมภาพันธ์ 543 Benedi ct เป็นองค์อป ุ ถัมภ์ - ผู้ที่มีผื่นคัน ผู้กาลังจะตาย ผู้ถูกยาพิษ ผู้ที่เป็นไข้ เป็นโรคผิวหนังและไต - ผู้ถูกผจญล่อลวง องค์อปุ ถัมภ์แห่งบรรดาฤษีและนักพรตทั้งหลาย ต่อสู้กับเวท มนตร์ไสยศาสตร์ - 24 ตุลาคม 1964 Pope Paul VI ในโอกาสเสกวัดที่ได้รับการบูรณะขึน้ ใหม่ ประกาศให้นักบุญเบเนดิ๊กต์เป็นองค์อุปถัมภ์แห่งทวีปยุโรป Schol ast i ca เป็นองค์อป ุ ถัมภ์ - ต่อต้านฝนและพายุ - บรรดานักพรตหญิง - เด็ก ๆ ที่มีอาการสัน่ กระตุก 2. เหรียญนักบุญเบเนดิ๊กต์ คริสตชนนิยมใช้รปู พระ เหรียญ กางเขน ภาพวาด รูปปั้น เพือ่ เป็นการระลึกถึง พระและความช่วยเหลือต่าง ๆ พระศาสนจักรตะวันออกจะมีความศรัทธาในเรือ่ ง เหล่านีเ้ ป็นพิเศษ ในประวัตินกั บุญเบเนดิก๊ ต์ ที่เขียนโดยพระสันตะปาปาเกรโกรี่ เราทราบว่า ท่าน มีความศรัทธาเป็นพิเศษต่อไม้กางเขน และอัศจรรย์ได้เกิดขึน้ โดยอาศัยเครื่องหมาย กางเขน บรรดาฤษีเบเนดิ๊กตินก็มีความศรัทธาต่อไม้กางเขน ความศรัทธานี้ได้ปรากฏ อยู่ในเหรียญของนักบุญเบเนดิ๊กต์ ในเหรียญนี้จะมีรูปภาพท่านนักบุญกาลังถือไม้ กางเขนในมือขวา และกฎระเบียบของอารามในมือซ้าย ต่อมา ได้มีการเพิ่มเติม ข้อความภาษาลาตินบริเวณขอบของเหรียญ “Eius in obitu nostro praesentia muniamur” แปลว่า ให้เราได้รับพละกาลังจากการสถิตอยู่ของพระองค์ในชั่วโมง แห่งความตาย ข้อความทางซ้ายมือ ซึ่งกาลังถือกฎระเบียบของอารามนั้น มีใจความ สรุปว่า “จงเดินในหนทางของพระเจ้า โดยมีพระวรสารเป็นเครื่องนาทาง” บริเวณ ฐานของรูป ทางซ้ายเป็นรูปนกกา ซึ่งคาบเอาแผ่นปังอาบยาพิษออกไป ส่วนทางขวา นั้นจะเป็นรูปถ้วยกาลิกส์ซึ่งใส่ยาพิษเช่นกันได้แตกละเอียดไป หลังจากที่ท่านทา 4


เครื่องหมายกางเขนเหนือถ้วยกาลิกส์ เหนือถ้วยมีใจความภาษาลาตินว่า “Crux S. Patris Benedicti” แปลว่า กางเขนของบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์เบเนดิ๊กต์ ฤษีเบเนดิ๊กตินใช้ เหรียญนี้เพื่อระลึกว่า นักบุญเบเนดิ๊กต์เป็นผู้อุปถัมภ์ในเวลาแห่งความตาย ใต้เท้าของนักบุญมีข้อความ “ex SM Cassino MDCCC LXXX” แปลว่า “จาก มอนเตคาสซิโนศักดิ์สิทธิ์ 1880” ระลึกถึงครบรอบ 1400 ปีวนั เกิดนักบุญเบเนดิ๊กต์ อีกด้านหนึง่ ของเหรียญ เป็นรูปกางเขนตรงกลาง แนวตั้งของกางเขนมีอกั ษรย่อ CSSML : Crux sacra sit mihi Lux : ขอให้กางเขนศักดิ์สท ิ ธิ์จงเป็นแสงสว่าง ของข้าพเจ้า แนวขวางของกางเขน มีอักษรย่อ NDSMD : Nunquam draco sit mihi dux : ขออย่าให้มังกรได้เป็นผู้นาข้าพเจ้าเลย ตัวอักษรย่อในวงกลม มุมกางเขนทัง้ 4 CSPB : Crux sancti Patris Benedicti แปลว่า กางเขนของบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์เบเนดิก๊ ต์ เหนือกางเขน มีขอ้ ความ Pax : สันติสุข เป็นคาขวัญของคณะเบเนดิก๊ ติน ตัวอักษรย่อรอบ ๆ VRSNSMV-SMQLIVB : Vade retro Satana! Nunquam suade mihi vana! Sunt mala quae libas. Ipse veneva bibas! : ซาตาน จง ไปให้พ้น อย่าล่อลวงเราด้วยความยะโสของเจ้า สิ่งที่เจ้าเสนอนั้นชั่วร้าย เจ้าจงดื่มยา พิษเองเถิด การใช้ : เราสามารถสวดภาวนาพร้อมกับเหรียญนี้ เพือ่ การขับไล่ผีและการประจญ ล่อ ลวง เพือ่ สันติภาพของโลก และสันติสุขภายในจิตใจ เพื่อการละทิง้ ความชั่ว และขอความกล้าหาญที่จะดาเนินชีวิตตามพระวรสาร หมั่นราพึงถึง ความหมายของข้อความในเหรียญนี้ 3. ข้อถกเถียงเกี่ยวกับอัฐิของนักบุญเบเนดิ๊กต์และนักบุญสกอลัสติกา อารามฤษีเบเนดิก๊ ตินที่ Fleury ในประเทศฝรั่งเศส อ้างว่า ที่อารามแห่งนี้ เป็นที่ เก็บอัฐิของนักบุญเบเนดิก๊ ต์และนักบุญสกอลัสติกา นักวิชาการผู้หนึง่ ชื่อ Mabillon ได้พิมพ์เอกสารเก่าแก่อายุประมาณ 900 ปี เอกสารชิ้นนี้ได้รับการตีพมิ พ์ ปี ค.ศ. 1685 ดังนั้น เอกสารนีเ้ ป็นเอกสารในราวศตวรรษที่ 8 ได้เล่าว่า : “สงฆ์เบเนดิ๊กตินกับชาวฝรัง่ เศสเดินทางไปอิตาลี เพื่อค้นหากระดูกของท่าน นักบุญ เนือ่ งจากอารามมอนเตคาสซิโนได้ถกู พวก Longobar do ทาลายลงใน ปี ค.ศ. 580 และรกร้างอยูจ่ นกระทัง่ ปี ค.ศ. 718 สงฆ์องค์นี้พยายามค้นหาแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งท่านและผู้ติดตามได้จาศีลอดอาหารเป็นเวลา 3 วัน พวกเขาจึงพบหลุมศพ ที่มีแผ่นหินอ่อนจารึกว่าเป็นที่ฝังศพของนักบุญทั้งสอง พวกเขาได้ล้างและเอาผ้า 5


ลินินห่อกระดูกเหล่านั้น และนากลับไปฝรั่งเศส ระหว่างทางได้มีเลือดของท่าน นักบุญติดกับผ้าลินินที่ห่อกระดูกเหล่านั้นด้วย อัศจรรย์มากมายได้เกิดขึ้นสาหรับผู้ที่ สวดภาวนาของท่านนักบุญที่ Fl eur y แห่งนี้” คุณพ่อ Robert F. McNamara ผู้ดูแลด้านจารีตพิธีกรรม และสอนที่มหาวิทยาลัย ที่โรม เป็นผู้ตอบคาถามด้านต่าง ๆ เกีย่ วกับเรือ่ งนี้ ได้อธิบายว่า มีความเป็นไปได้ที่ กระดูกของนักบุญทั้งสองจะถูกนาไปอยู่ที่ Fleury แต่ในศตวรรษที่ 11 อธิการคณะชื่อ Desiderius ของ Montecassino ยืนยันว่า พระธาตุทั้งหมดฝังอยู่ที่ Montecassino ในระหว่างสงครามโลกครัง้ ทีส่ อง บริเวณที่ฝังศพของท่านนักบุญทัง้ สองมิได้ถูก ระเบิด ทัง้ จากปืนใหญ่และจากเครื่องบิน ลูกระเบิดตกลงด้านหน้าของที่ฝังศพ แต่ไม่ ระเบิด ระหว่างการบูรณะอารามหลังสงคราม มีการเปิดหลุมฝังศพ และอัฐิได้ถูกนา ขึ้นมาตรวจ สอบ ทั้งทางการแพทย์และทางกฎหมายของพระศาสนจักร และได้มกี าร รับรองความเที่ยงแท้ของอัฐิของนักบุญทัง้ สอง อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าอัฐินี้จะอยู่ที่ใด ที่ Fleury หรือ Montecassino ท่านนักบุญ ทั้งสองได้ยินคาภาวนาของเราเสมอ 4. เยี่ยมชมอารามมอนเตคาสสิโน Cl oi st er ทางเข้า ลานทางเข้าทีม่ ีทางเดินโดยรอบ เราเรียกว่า Cloister ที่นี่เคยเป็นวิหาร Apollo ที่ท่านนักบุญได้ทาลาย และทาเป็นวัดน้อยถวายแด่นักบุญมาร์ตนิ เดอ ตูร์ส นักบุญ เบเนดิก๊ ต์ตายภายในวัดน้อยแห่งนีข้ ณะกาลังยืนอยู่ โดยมีผู้ชว่ ยพยุงแขนไว้ ขณะที่ ท่านโมทนาคุณพระหลังการรับศีลมหาสนิท Cl oi st er of Br amant e

ผูอ้ อกแบบและวิศวกรผู้ยงิ่ ใหญ่ออกแบบกว้างใหญ่ แต่สวย บ่อน้าแปดเหลีย่ มเพื่อ ใช้ในอาราม จากระเบียงทีน่ ี่ เราจะมองเห็นป่าช้าทหารชาวโปแลนด์ ซึ่งเสียชีวิตใน ระหว่างการบุกยึดอารามจากพวกนาซี ปี ค.ศ. 1944 ที่ป่าช้ามีเสา Obelisco บันทึกข้อความไว้ว่า “พวกเราทหารชาวโปแลนด์ มอบ ร่าง กายของเราแด่ประเทศอิตาลี มอบหัวใจแก่ประเทศโปแลนด์ และมอบวิญญาณ ของเร���แด่พระผู้เป็นเจ้า เพือ่ เสรีภาพของเรา และของประชาชนทั้งหลาย” ทางขึ้นบันได จะมีรูปปัน้ นักบุญเบเนดิก๊ ต์ บันทึกข้อความเป็นภาษาลาตินว่า : “Benedictus qui venit in nomine Domini” – เป็นบุญของผู้ที่มาในนาม ของพระผู้เป็นเจ้า

6


และมีรูปของนักบุญสกอลัสติกา บันทึกข้อความไว้วา่ : “Veni columba mea, veni, coronaberis” – จงมาเถิด นกพิราบของฉัน จงมา เถิด ท่านจะได้รับการสวมมงกุฎ Basi l i ca

ถูกสร้างขึน้ ใหม่โดยใช้หินอ่อนเก่าเท่าที่ยังคงเหลืออยู่ ภาพ Fresco ที่แห่งนี้ทา ขึ้นใหม่ใน ปี ค.ศ. 1979 เพราะของเก่าถูกทาลายหมดสิ้น พระแท่นกลางถูกสร้างขึน้ ใหม่ทงั้ หมด Cr upt และที่ฝังศพ มีจารึกบันทึกไว้ว่า : “เบเนดิ๊กต์และสกอลัสติกาไม่เคยแยกจากกันทางจิตใจในขณะที่มีชีวิต และไม่ เคยแยกจากกันทางร่างกาย แม้ในความตาย” อารามแห่งนี้ถูกทาลายถึง 4 ครั้ง ครั้งแรก โดยพวก Longobardo ใน ปี ค.ศ. 577 ครั้งที่สอง โดยพวก Saracens ใน ปี ค.ศ. 883 ครั้งที่สาม โดยแผ่นดินไหว ใน ปี ค.ศ. 1349 ครั้งที่สี่ โดยการทิง้ ระเบิด เมือ่ 15 กุมภาพันธ์ 1944 __________________________________________________________________________

ขอแนะนา หากมีโอกาส อย่าลืมไปสวดภาวนาหน้าหลุมศพของนักบุญผู้ยงิ่ ใหญ่ทงั้ สองนี้ และท่านจะไม่ผิดหวัง

7


Montecassino