Issuu on Google+

หัดเล่นอูคูเลเล่เบื้องต้น ISBN ราคา พิมพ์ครั้งที่ 1

978-616-527-242-1 160 บาท มิถุนายน 2554

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 โดยสำานักพิมพ์เอ็มไอเอส ห้ามนำาส่วนหนึ่งส่วนใด ของหนังสือเล่มนีไ้ ปลอกเลียนแบบ ทำาสำาเนา ถ่ายเอกสาร หรือนำาไปเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต และเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะในรูปแบบใดๆ นอกจากจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากทางสำานักพิมพ์เท่านั้น

ชื่อผลิตภัณฑ์และเครื่องหมายการค้าต่างๆ ที่อ้างถึงเป็นของบริษัทนั้นๆ

ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำานักหอสมุดแห่งชาติ National Library of Thailand Cataloging in Publication Data หัดเล่นอูคูเลเล่เบื้องต้น.-- กรุงเทพฯ : เอ็มไอเอส, 2554. 64 หน้า. 1. อูคูเลเล่. 2. เครื่องดนตรีฮาวาย. I. ชื่อเรื่อง. 787.89 ISBN 978-616-527-242-1 คณะผู้จัดทำ� บรรณ�ธิก�รสำ�นักพิมพ์ ชิดพงษ์ กวีวรวุฒิ เรียบเรียงเนื้อห� เอกรินทร์ ศุภรณ์พานิช, กัญญาณัฐ กรีประเสริฐกุล ออกแบบรูปเล่ม ไพโรจน์ บรรจงใจรักษ์ ออกแบบปก ประชา ธนะฤกษ์ พิสูจน์อักษร วารีรัตน์ แตงภู่ ประส�นง�นฝ่�ยผลิต ณัฐพงษ์ พยัคคง ประส�นง�นสื่อสิ่งพิมพ์ บุษกร กู้หลี ฝ่�ยก�รตล�ด ชลพิชา ครื้นจิต, มยุรี ศรีมังคละ พิมพ์ที่ บริษัท พิมพ์ดี จำากัด ผู้พิมพ์/ผู้โฆษณ� เสริม พูนพนิช

จัดพิมพ์โดย : สำานักพิมพ์เอ็มไอเอส 55, 57 ซอยพระรามที ่ 3 ซอย 53 ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ 0-2294-8777 (สายอัตโนมัติ) โทรสาร 0-2294-8787 www.MISbook.com

จัดจำ�หน่�ยโดย : บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำากัด (มหาชน) 1858/87-90 ชัน้ 19 อาคารเนชัน่ ทาวเวอร์ ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 โทรศัพท์ 0-2739-8222, 0-2739-8000 โทรสาร 0-2739-8356-9 www.se-ed.com

หากหนังสือเล่มนี้ผลิตไม่ได้มาตรฐาน อาทิ หน้ากระดาษสลับกัน หน้าซ้ำา หน้าขาดหาย สำานักพิมพ์ยินดีรับผิดชอบเปลี่ยนให้ใหม่ โดยส่งมาเปลี่ยนตามที่อยู่ด้านบน หรือติดต่อสำานักพิมพ์เอ็มไอเอส โทรศัพท์ 0-2294-8777 (สายอัตโนมัติ)

INTRODUCTION ทุกคนคงรู้จักเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “กีต้าร์” กันเป็นอย่างดีแล้ว และหลายคนก็นิยมน�ามาเล่นเพื่อผ่อนคลาย ความเครียด แต่เครื่องดนตรีอีกประเภทหนึ่งที่ก�าลังเป็นที่สนใจ และมีคุณภาพเสียงดีไม่แพ้กีต้าร์เลยก็คือเครื่องดนตรีที่มีชื่อว่า “อูคูเลเล่” นั่นเอง เหตุผลที่ก�าลังเป็นที่นิยมกันในปัจจุบันเป็น เพราะอูคูเลเล่เป็นเครื่องดนตรีขนาดเล็กที่พกพาได้สะดวก และ แม้ว่าจะมีขนาดเล็ก แต่คุณภาพของมันก็สามารถท�าให้ผู้เล่นและ ผู้ที่ได้รับฟังเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีของมันได้ เนื่องจากเสียง ทีไ่ ด้จากเครือ่ งดนตรีชนิดนีใ้ ห้ความรูส้ กึ ผ่อนคลายสบายใจ และให้ บรรยากาศประหนึ่งเหมือนอยู่ชายทะเลเลยทีเดียว ทางส�านักพิมพ์ฯ ได้เห็นถึงความน่าสนใจในเครื่องดนตรี ดังกล่าว จึงได้จดั ท�าหนังสือเล่มนีข้ นึ้ เพือ่ เป็นประโยชน์สา� หรับผูท้ ี่ สนใจและต้องการฝึกอูคูเลเล่ โดยในหนังสือเล่มนี้ได้ให้ข้อมูล เกีย่ วกับประวัตคิ วามเป็นมาของอูคเู ลเล่ ความรูใ้ นเรือ่ งส่วนประกอบ และประเภทต่างๆ ของอูคูเลเล่ วิธีการตั้งเสียง วิธีการอ่านคอร์ด และการจับคอร์ด ตารางคอร์ดอูคเู ลเล่ พร้อมตัวอย่างเพลงส�าหรับ ฝึกการจับคอร์ด ส�านักพิมพ์เอ็มไอเอสหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้ จะให้ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ และกระตุ้นให้ผู้คนหันมาเล่นดนตรี กันมากขึ้น เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และช่วยผ่อน คลายความเครียดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ�าวันได้เป็นอย่างดี ส�ำนักพิมพ์เอ็มไอเอส

CONTENTS BASIC UKULELE 1 ประวัติความเป็นมาของอูคูเลเล่ 2 ความแตกต่างระหว่างกีต้าร์กับอูคูเลเล่ 3 ส่วนประกอบของอูคูเลเล่ 4 ประเภทของอูคูเลเล่แบ่งตามขนาดและระดับเสียง 6 ตัวโน้ตบนอูคูเลเล่ 7 การตั้งเสียง 8 การดูแลรักษา 9 อุปกรณ์เสริม 9 รู้จักกับโน้ตสากล 10 เครื่องหมายแปลงเสียง 10 ตัวอย่างเครื่องหมายแปลงเสียงบนโน้ต 11 ชื่อคอร์ดและสัญลักษณ์ 11 คอร์ด 14 ความหมายของคอร์ด 14 รากของคอร์ด 14 การสร้างคอร์ดพื้นฐาน 14 การอ่านคอร์ดและตัวอย่างการจับคอร์ด 14 ตัวอย่างการจับคอร์ด 16 แบบฝึกหัดการเล่นคอร์ด 18 เพลงหนูมาลี 19 เพลงแมงมุมลาย 20 วิธีการเล่นกับหนังสือเพลง 21 UKULELE CHORD CHART

C C#/Db D D#/Eb E F

24 26 30 32 36 39

23

F#/Gb G G#/Ab A A#/Bb B

41 45 47 51 53 57

BASIC UKULELE

ประวัติความเป็นมาของอูคูเลเล่ อูคูเลเล่ (Ukulele) เป็นเครื่องดนตรีประเภทลิวท์ (Lute) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทดีดที่อยู่ในตระกูลเดียวกันกับกีต้าร์ มี ถิ่นก�าเนิดอยู่ที่ฮาวาย อูคูเลเล่จึงเป็นค�าที่มาจากภาษาฮาวาย ส่วน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Ukelele หรือเรียกสัน้ ๆ ว่า “อูค๊ ” (Uke) แปลว่า Jumping Flea ซึ่งในภาษาไทยหมายถึงเห็บกระโดด โดยเป็น การเปรียบเทียบท่าทางการเล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้ในขณะที่จับ คอร์ด ว่ามีลักษณะคล้ายกับเห็บก� าลังกระโดดนั่นเอง หรืออีก ความหมายหนึ่งในภาษาฮาวายคือ “อูคู” หมายถึงของขวัญ และ “เลเล่” หมายถึงการมา อูคูเลเล่จึงหมายถึงของขวัญที่ได้มา (จาก ชาวโปรตุเกส) แม้ว่าอูคูเลเล่จะมีถิ่นก�าเนิดอยู่ที่หมู่เกาะฮาวาย แต่แท้จริง แล้วเครื่องดนตรีชนิดนี้ได้ถูกดัดแปลงมาจากเครื่องดนตรีของชาว โปรตุเกส โดยในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ชาวโปรตุเกสคนหนึง่ ได้ น�าเครือ่ งดนตรีทเี่ รียกว่า คาวากวิโย (Cavaquinho) และมาเชเต้ (Machete) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของชาวโปรตุเกสไปเล่นที่ หมูเ่ กาะฮาวาย ท�าให้ชาวฮาวายเกิดความสนใจและน�าเครือ่ ง ดนตรีทั้ง 2 ชนิดนั้นมาประยุกต์ใหม่จนกลายเป็นอูคูเลเล่ใน ปัจจุบัน

2

BASIC UKULELE

วัตถุดิบในการท�าอูคูเลเล่ที่เป็นที่นิยมและมีคุณภาพคือ ไม้โคอา (Koa) ซึง่ เป็นไม้ทไี่ ด้จากต้นโคอาทีพ่ บในหมูเ่ กาะฮาวาย ต้นโคอาเป็นต้นไม้ทขี่ นึ้ ในบริเวณทีเ่ คยเป็นภูเขาไฟมาก่อน จึงเรียก ได้ว่าเป็นไม้หายากที่มีราคาสูง เหตุผลที่นิยมน�ามาท�าอูคูเลเล่ เป็ น เพราะไม้ โ คอาจะให้ เ สี ย งใสและก้ อ งกั ง วาน อี ก ทั้ ง ยั ง มี ลวดลายไม้ที่สวยงาม จึงนิยมน�ามาประกอบเป็นเครื่องดนตรี นั่นเอง โดยกว่าที่จะน�ามาท�าเป็นเครื่องดนตรีได้ จะต้องเก็บไม้ ไว้ประมาณ 6-7 ปีก่อน เพื่อให้ไม้แห้งและเกิดความคงทน แล้ว จึงสามารถน�ามาประกอบเป็นอูคูเลเล่ได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันไม้ โคอาก�าลังจะสูญพันธุไ์ ป จึงได้นา� ไม้ชนิดอืน่ มาใช้ในการผลิตแทน เช่น ไม้มะม่วง ซึ่งเป็นไม้ที่พบได้ในหมู่เกาะฮาวายเช่นเดียวกัน หรืออาจเป็นไม้ประเภทเดียวกับที่น�ามาประกอบกีต้าร์ เช่น ไม้ มะฮอกกานี เป็นต้น ซึ่งกล่าวกันว่าไม้มะม่วงเป็นไม้ที่มีเสียง คล้ายคลึงกับไม้โคอามากที่สุด

ความแตกต่างระหว่างกีต้าร์กับอูคูเลเล่ ความแตกต่างระหว่างกีต้าร์กับอูคูเลเล่ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือจ�านวนสาย โดยกีต้าร์จะมี สายทั้งหมด 6 สาย ส่วนอูคูเลเล่จะมี 4 สาย นิยมท�าด้วยสายไนลอน ท�าให้ไม่เจ็บนิ้วในขณะจับ คอร์ด การจับคอร์ดของกีตา้ ร์และอูคเู ลเล่จงึ แตกต่างกัน อีกทัง้ วิธกี ารตัง้ สายและเสียงทีด่ งั ออกมา ก็จะแตกต่างกันด้วย

3

ส่วนประกอบของอูคูเลเล่ 1. Head

2. Tuners 3. Nut

4. Neck

6. Frets

5. Fretboard 7. Position Markers

9. Sound Hole 8. Body 10. Saddle 11. Bridge

4

BASIC UKULELE

1. Head เป็นส่วนหัวของอูคูเลเล่ ซึ่งตัว Tuners จะติดอยู่ที่ส่วนนี้ 2. Tuners คือ ส่วนที่ใช้ปรับสายเพื่อตั้งเสียงให้ถูกต้อง หรือเรียกอีกอย่าง ว่าลูกบิดนั่นเอง 3. Nut เป็นส่วนที่อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างหัวกีต้าร์ (Head) และตัว เฟร็ตบอร์ด (Fretboard) ท�าจากวัสดุแข็ง เช่น กระดูก มีลักษณะเป็นแท่ง ยาวและมีรอยบาก 4 ช่องที่มีขนาดพอดีกับสายแต่ละเส้น ใช้ส�าหรับพาด สายให้ตรงตามแนวของคอและแบ่งระยะห่างระหว่างสาย 4. Neck เป็นส่วนที่ใช้ในการจับคอร์ด โดยเริ่มตั้งแต่นัทลงมาจนถึงบอดี ้ แต่ยังไม่นับรวมในส่วนของบอดี้ 5. Fretboard หรือ Fingerboard คือไม้แผ่นบางๆ ที่ติดอยู่บนคออูคูเลเล่ ยาวไปถึงล�าตัว เป็นส่วนที่ใช้ส�าหรับกดสาย 6. Frets คือเส้นโลหะบางๆ ที่พาดตามแนวขวางบน Fretboard เมื่อ กดสายที่ต�าแหน่งต่างๆ บน Fretboard สายจะไปพาดอยู่บนเฟร็ต ท�าให้ ระดับเสียงเปลี่ยนไป 7. Position Markers หรือ Dot Inlays จุดหรือสัญลักษณ์เล็กๆ ที่อยู่บน Fretboard ใช้บอกต�าแหน่งของ Fretboard ว่าเป็นช่องที่เท่าไร 8. Body หรือล�าตัว เป็นส่วนก�าเนิดเสียงของอูคูเลเล่ 9. Sound Hole คือช่องเสียงหรือโพรงเสียง เป็นส่วนที่เสียงจะดังก้อง ออกมาจากในบอดี้ 10. Saddle เป็นชิ้นส่วนส�าหรับพาดสาย ท�าหน้าที่เหมือนนัท (Nut) โดย อยู่ที่ปลายสายที่อยู่ด้านตรงข้าม 11. Bridge คือส่วนทีใ่ ช้ยดึ Saddle กับล�าตัวอูคเู ลเล่ มักท�าจากไม้เนือ้ แข็ง เพื่อความทนทาน

5

ประเภทของอูคูเลเล่แบ่งตามขนาดและระดับเสียง ขนาดมาตรฐานของอูคูเลเล่มีทั้งหมด 4 ขนาดด้วยกัน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ท�าให้เสียงที่ได้ มีความแตกต่างกัน 1. โซปราโน (Soprano) เป็นอูคเู ลเล่ขนาดดัง้ เดิมทีม่ ขี นาดเล็กทีส่ ดุ มีความยาวประมาณ 21 นิ้ว โดยทั่วไปจะมีจ�านวนเฟร็ต (Fret) อยู่ที่ 12 เฟร็ตจากนัท (Nut) ถึงตัวบอดี้ (Body) บางตัวอาจมีถึง 14 เฟร็ต แต่เนื่องจากโซปราโนมีขนาดเล็ก จึงไม่นิยมให้มีเฟร็ตจ�านวนมาก เพราะจะท�าให้จับคอร์ดยาก วิธีการจูนสาย (C Tuning) เป็นแบบ GCEA โดยจะไล่ตั้งแต่สายที่ 4 (สายบนสุด) ลงไปจนถึงสายที่ 1 (สายล่างสุด) 2. คอนเสิร์ต (Concert) มีขนาดใหญ่กว่าโซปราโนเล็กน้อย คือมีความยาวประมาณ 23 นิ้ว และมีจ�านวนเฟร็ตตั้งแต่ 14-17 เฟร็ต หรือมากกว่า โดยจ�านวนเฟร็ตจากนัทถึงบอดี้มี 14 เฟร็ต ที่เหลือจะอยู่ในส่วนของบอดี้ วิธีการจูนสายเป็นแบบ GCEA เช่นเดียวกัน 3. เทนเนอร์ (Tenor) มีความยาวประมาณ 26 นิ้ว และมีจ�านวนเฟร็ตประมาณ 17-19 เฟร็ต ซึ่งจ�านวนเฟร็ตจากนัทถึงบอดี้มี 14 เฟร็ต และที่เหลือก็จะอยู่ในส่วนของบอดี้เช่นเดียวกัน เทนเนอร์เป็นอูคูเลเล่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีเสียงที่ใกล้เคียงกับกีต้าร์ แต่ก็ยังคง รักษาเอกลักษณ์ของอูคูเลเล่ไว้ โดยเทนเนอร์จะใช้วิธีการจูนสายแบบ GCEA เหมือนกับขนาด อื่นๆ แต่บางครั้งก็ใช้การจูนสายแบบ gCEA คือการให้สายที่ 4 (สายบนสุด) เป็นเสียง G ต�่า นั่นเอง 4. บาริโทน (Baritone) เป็นอูคเู ลเล่ทมี่ ขี นาดใหญ่ทสี่ ดุ มีความยาวประมาณ 30 นิว้ และ มีจา� นวนเฟร็ตจากนัทถึงบอดีป้ ระมาณ 19-21 เฟร็ต บาริโทนเป็นอูคเู ลเล่ทไี่ ม่คอ่ ยได้รบั ความนิยม เท่าขนาดอื่นๆ เนื่องจากมีความแตกต่างจากอูคูเลเล่ขนาดอื่นๆ มาก โดยเฉพาะวิธีการจูนสาย เพราะบาริโทนมีการจูนสายแบบ DGBE ซึง่ เป็นลักษณะเดียวกับการจูนสายใน 4 สายล่างของกีตา้ ร์ และเพราะบาริโทนมีขนาดใหญ่ที่สุด บางคนจึงคิดว่าเป็นการเสียเอกลักษณ์ของอูคูเลเล่ที่มีขนาด เล็กและพกพาสะดวกไป ท�าให้บาริโทนไม่เป็นที่นิยมนัก หมายเหตุ : เนื้อหาเกี่ยวกับโน้ตและคอร์ดในสื่อการสอนเล่มนี้ ใช้ส�าหรับอูคูเลเล่แบบโซปราโน คอนเสิร์ต และเทนเนอร์ เท่านั้น เพราะเป็นที่นิยมและมีการตั้งสายแบบเดียวกัน

6

BASIC UKULELE

ตัวโน้ตบนอูคูเลเล่ ตัวโน้ตเป็นสิ่งที่ส�าคัญส�าหรับการเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิด พื้นฐานของดนตรีจะมีตัวโน้ต อยู่ทั้งหมด 12 ตัว โดยเรียกชื่อทางชาร์ป (#) ได้แก่ C, C#, D, D#, E, F, F#, G, G#, A, A#, B, C หรือเรียกชื่อทางแฟล็ต (b) ได้แก่ C, Db, D, Eb, E, F, Gb, G, Ab, A, Bb, B, C ส�าหรับอูคูเลเล่ นั้นมีตัวโน้ตตามสายและเฟร็ตต่างๆ ดังนี้

GCEA

DGBE

Ab Db

F

Bb

Eb Ab

C

A

D

Gb

B

E

A

Db Gb

Bb Eb

G

C

F

Bb

D

B

E

Ab Db

Gb

B

Eb Ab

C

F

A

G

C

E

A

Db Gb Bb Eb

Ab Db

F

Bb

D

D

F

G

G

B

E

A

D

Gb

B

Eb Ab

C

F

Bb Eb

G

C

E

A

Db Gb

B

E

Ab Db

F

Bb

D

C

F

A

Gb

B

Eb Ab

Db Gb Bb Eb

G

C

E

D

G

A

โน้ตบน Fretboard ของอูคูเลเล่ แบบโซปราโน คอนเสิรต์ และเทนเนอร์

G

B

D

E

โน้ตบน Fretboard ของอูคูเลเล่ แบบบาริโทน

7

การตั้งเสียง การตั้งเสียงเป็นสิ่งที่ส�าคัญมากส�าหรับเครื่องดนตรีทุกประเภท เพราะหากไม่มีการตั้ง เสียงให้ถูกต้อง ก็อาจท�าให้เสียงเพี้ยนหรือไม่ได้เสียงตามต้องการ ส�าหรับการตั้งเสียงของอูคูเลเล่ นั้นสามารถท�าได้หลายวิธี ดังนี้ 1. การเทียบเสียงกับเปียโนหรือคีย์บอร์ด หากใครที่มีประสบการณ์ในการเล่นเปียโนหรือ คียบ์ อร์ด หรืออาจมีความรูเ้ กีย่ วกับตัวโน้ตต่างๆ ก็สามารถเทียบเสียงอูคเู ลเล่ให้ถกู ต้องได้ โดยโน้ต ของอูคูเลเล่ไล่ตั้งแต่สาย 4 (สายบนสุด) ถึงสาย 1 (สายล่างสุด) คือเสียง G C E A ตามล�าดับ โดยให้เทียบเสียงในต�าแหน่งที่เป็น Middle C ของเปียโน ตัวอย่างโน้ตบนเปียโน

Octave F# G# A# Gb Ab Bb

C# D# Db Eb

Lower

C

D

Octave

E

F

G

A

C# D# Db Eb

B

C

D

F# G# A# Gb Ab Bb

E

220 Hz

F

G

A

B

Higher

440 Hz Middle C สายที่ 3 E สายที่ 2

C

สายที่ 4 A สายที่ 1

G

2. การตั้งเสียงโดยใช้เครื่องดิจิทัลจูนเนอร์ ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้าน ขายเครือ่ งดนตรี โดยติดเครือ่ งดิจทิ ลั จูนเนอร์ไว้ทสี่ ว่ นเฮดของอูคเู ลเล่ วิธกี ารเช็กเสียงคือดูทหี่ น้าปัด ของเครื่องดิจิทัลจูนเนอร์ เช่น เมื่อดีดสายที่ 4 หรือสายบนสุดซึ่งมีเสียง G หากเสียงที่ออกมาตรง และถูกต้องแล้ว หน้าปัดจะมีตัวอักษรขึ้นว่า “G” 3. หากไม่สามารถเทียบเสียงได้จากเปียโน และไม่มเี ครือ่ งดิจทิ ลั จูนเนอร์ เราก็สามารถตัง้ เสียงได้ด้วยความสามารถของเราเองตามขั้นตอนต่อไปนี้ 8

BASIC UKULELE 3.1 ขั้นตอนแรกคือ ปรับสายที่ 1 (สายล่างสุด) ให้ตึงในระดับหนึ่ง โดยตั้งให้เป็น เสียงสูง เนื่องจากสายที่ 1 เป็นสายที่มีเสียงสูงที่สุด หรือหากสามารถฟังเสียงของตัวโน้ตได้ ให้ตั้ง สายที่ 1 เป็นเสียง A 3.2 ตั้งสายที่ 2 โดยกดที่เฟร็ต 5 ของสายที่ 2 แล้วดีดให้เสียงตรงกับสายที่ 1 ที่ เป็นสายเปิดโดยไม่ต้องกดสายที่ 1 (เสียง A) 3.3 ตั้งสายที่ 3 โดยกดที่เฟร็ต 4 ของสายที่ 3 แล้วดีดให้เสียงตรงกับสายที่ 2 ที่ เป็นสายเปิดโดยที่ไม่ต้องกดสายที่ 2 (เสียง E) 3.4 ตั้งสายที่ 4 โดยกดที่เฟร็ต 2 ของสายที่ 4 แล้วดีดให้เสียงตรงกับสายที่ 1 ที่ เป็นสายเปิดโดยที่ไม่ต้องกดสายที่ 1 (เสียง A) เมือ่ ตัง้ เสียงเรียบร้อยแล้ว ตัวโน้ตในแต่ละสายตัง้ แต่สายบนสุดถึงสายล่างสุดจึงเป็น G C E A เพียงรูต้ วั โน้ตทีถ่ กู ต้องเพียงสายเดียว ก็สามารถตัง้ สายให้ถกู ต้องได้ทกุ สายจากการเทียบเสียงด้วย วิธีข้างต้น

สายที่ 1

สายที่ 2

สายที่ 3

สายที่ 4

การดูแลรักษา เมื่อเล่นอูคูเลเล่เสร็จแล้วให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดท�าความสะอาด และเก็บไว้ในเคสอย่างดี ระวัง อย่าวางไว้ในบริเวณทีถ่ กู แสงแดด หรือในทีท่ มี่ อี ากาศร้อนอบอ้าวจนเกินไป และไม่ควรให้อคู เู ลเล่ โดนน�้า

อุปกรณ์เสริม 1. External Pickup เป็นเครื่องมือส�าหรับต่อเพื่อขยายเสียง สามารถติดไว้ที่บอดี้ของ อูคูเลเล่ได้เลยโดยไม่ต้องเจาะ 2. Digital Tuner เป็นเครื่องมือส�าหรับตั้งสายและระดับเสียงให้ถูกต้อง 3. Capo เป็นตัวหนีบทีใ่ ช้เพือ่ เปลีย่ นระดับเสียงของสายเป���ดในขณะทีเ่ ปลีย่ นการจับคอร์ด 4. Strap คือ สายคล้อง ใช้ส�าหรับผู้ที่ต้องการสะพายอูคูเลเล่ 9



รู้จักกับโน้ตสากล

ก่อนที่เราจะมารู้จักกับคอร์ด เรามารู้จักกับโน้ตสากลที่เป็นพื้นฐานของดนตรีกันก่อน

โน้ตสากลจะใช้แทนด้วยอักษรภาษาอังกฤษเพียง 7 ตัวเท่านั้น คือ A B C D E F G แต่ จะมีโน้ตจริงๆ ทั้งหมด 12 ตัว คือจะมีโน้ตคั่นกลางระหว่างโน้ตพวกนี้ด้วย ยกเว้นระหว่าง B กับ C และระหว่าง E กับ F และเขียนได้ 2 แบบดังนี้

b b

1. A-A#-B-C-C#-D-D#-E-F-F#-G-G#

2. A-Bb-B-C-Db-D-Eb-E-F-Gb-G-Ab

b

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าโน้ตที่อยู่ระหว่างกลางเหล่านี้เป็นโน้ตตัวเดียวกัน แต่มีได้ 2 ชื่อ โดยทีม่ เี ครือ่ งหมายบางอย่างก�ากับอยู ่ เครือ่ งหมายเหล่านีเ้ รียกว่า “เครือ่ งหมายแปลงเสี  ยง” นัน่ เอง

  เครื่องหมายแปลงเสียง

        

b

    

     

          ป) ท�าให้เสียงสูงขึ้น ½ เสียง  Sharp (ชาร์      Flat (แฟล็   ต) ท�าให้เสียงต�่าลง ½ เสี   ยง    บเบิลชาร์ป) ท�าให้เสียงสูงขึ้น 1 เสียง Double Sharp (ดั    บเบิลแฟล็ต) ท�าให้เสียงต�่าลง 1 เสียง Double Flat (ดั     Natural (เนเชอรัล) ท�าให้เสียงกลับเป็นปกติ ถ้าก�ากับโน้ตตัวไหน  ตัวนั้นเป็นตัวปกติ  ก็กดโน้ต

b

ใช้บังคับโน้ตให้มีเสียงสูงขึ้นหรือต�่าลง ดังนี้

  

 

      10      



gf

BASIC UKULELE

ตัวอย่างเครื่องหมายแปลงเสียงบนโน้ต 1. โน้ต A จะอยู่บนสายที่ 2 เฟร็ตที่ 5 2. ถ้าใส่เครื่องหมาย # เป็น A# ก็จะได้โน้ต A# อยู่บนสายที่ 2 เฟร็ตที่ 6 หรือก็คือเลื่อน นิ้วเข้าหาล�าตัวอูคูเลเล่ 1 เฟร็ต 3. ถ้าใส่เครื่องหมาย b เป็น Ab จะได้โน้ต Ab อยู่บนสายที่ 2 เฟร็ตที่ 4 หรือก็คือเลื่อน นิ้วออกไปทางหัวอูคูเลเล่ 1 เฟร็ต 4. ในกรณีที่เราจับคอร์ดที่ต้องกดทุกสาย เช่น คอร์ด Gm ที่เฟร็ตที่ 5 แล้วเราไปเจอคอร์ด G#m ในเพลง เราก็จับคอร์ดเหมือน Gm แต่เลื่อนนิ้วทั้งหมดมาทางล�าตัว 1 เฟร็ต หรือก็คือเริ่ม จับคอร์ดจากเฟร็ตที่ 6 นั่นเอง A

A#

Ab

Gm

G#m 5fr

5fr 6fr

Ab A A#

หมายเหตุ : การเลื่อนนิ้วให้ใช้กับคอร์ดที่กดทุกสายเท่านั้น

ชื่อคอร์ดและสัญลักษณ์ ชือ่ คอร์ดและสัญลักษณ์ (Chord Symbol) จะประกอบด้วยอักษรตัวใหญ่และอักขระหรือ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่น�ามาต่อท้าย (Suffix) โดยใช้แบบย่อเพื่อให้กระชับ เช่น

C ต่อท้ายด้วย “m” เป็น Cm C ต่อท้ายด้วย “+” เป็น C+

11

ในตารางจะมีชื่อเต็มแสดงไว้ เช่น

Cm คือ C Minor C+ คือ C Augmented

ส�าหรับคอร์ด Major ไม่ต้องมีค�าต่อท้าย เช่น C หมายถึง C Major ตารางต่อไปนี้เป็นตัวอย่างชื่อคอร์ดส�าเร็จรูป ซึ่งการใช้อาจแตกต่างกันไปบ้าง ขึ้นอยู่กับ ความถนัด ความสะดวก ความเข้าใจของผู้เล่นและผู้เขียนในการสื่อสารกัน หรือตามลักษณะของ สื่อต่างๆ เช่น สิ่งพิมพ์ โปรแกรมดนตรี ฯลฯ ที่ต้องการผลลัพธ์ทางวิชาการ หรือแม้แต่ทางการค้า ในแบบที่นิยมกันมากที่สุด Suffix

Chord Type

Suffix

Chord Type

no suffix

major

m7, min7, -7

minor seventh

m, min, -

minor

m(maj7), m(+7)

minor major seventh

+, aug, (#5)

augmented

maj7(b5), maj7(-5)

major seventh flat fifth

sus4, sus

suspended fourth

m7(b5), m7(-5)

minor seventh flat fifth

(add9)

added ninth

+7, 7(#5)

augmented seventh

m(add9)

minor added ninth

7(b5), 7(-5)

seventh flat fifth

5, (no3)

fifth (a.k.a “power chord”) 7(b9), 7(-9)

seventh flat ninth

6

sixth

7(#9), 7#9

seventh sharp ninth

m6, -6

minor sixth

+7(b9)

augmented seventh flat ninth

6/9

sixth added ninth

9

ninth

m6/9

minor sixth added ninth

maj9, M9

major ninth

7, dom7

seventh

m9, min9

minor ninth

7, dim7, dim

diminished seventh

11

eleventh

7sus4, 7sus

seventh suspended fourth m11, min11

minor eleventh

maj7, M7

major seventh

13

thirteenth

, dim

diminished

12


หัดเล่นอูคูเลเล่ เบื้องต้น