Issuu on Google+


สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม บรรณาธิการ/เรียบเรียง : ไพยนต์ กาสี ออกแบบปก/รูปเล่ม : เสาวณีย์ เที่ยงตรง ภาพวาดประกอบ : อนันต์ กิตติกนกกุล, เทิดเกียรติ ปลูกปานย้อย พิมพ์ข้อมูล : ธนวรรณ ขันแข็ง พิสูจน์อักษร : ประดิษฐ์ เจาจารึก ISBN 978-616-268-238-4

สร้างสรรค์และลิขสิทธิ์ บริษัท สำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จำ�กัด 105/95-96 ถนนประชาอุทิศ ซอย 45 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140 โทรศัพท์/โทรสาร 02-872-7667 เชิญร่วมเผยแผ่เป็นธรรมทาน

สาขาทุ่งครุ : โทร. 02-872-9191, 02-872-8181, 02-872-7227, 02-872-9898 สาขาสำ�ราญราษฎร์ : โทร. 02-221-1050, 02-221-4446 Email : LC2YOU@GMAIL.COM, LC2YOU@HOTMAIL.COM WWW.LC2U.COM, WWW.พุทธะ.NET

พิมพ์ที่ : หจก. แอลซีพี ฐิติพรการพิมพ์ 105/110-112 ถนนประชาอุทิศ ซอย 45 กรุงเทพฯ 10140 โทรศัพท์/โทรสาร 02-872-9577 www.thitiporn.com


สวดมนต์ ดลเกิดประโยชน์สุขในชีวิต ภารกิจในชีวติ ประจำ�วันอย่างหนึง่ ซึง่ ขาดไม่ได้ คือ การอาบน�ำ้ ชำ�ระ ร่างกายให้สะอาดสะอ้าน นอกจากมันช่วยให้รสู้ กึ สดชืน่ แล้ว ยังเป็นการรักษา สุขภาพกายอีกทาง ดังคำ�ที่กล่าวว่า “สะอาดกาย เจริญวัย” จิตใจ ก็เช่นกัน ควรชำ�ระให้สดชืน่ แจ่มใสอย่างน้อยวันละครัง้ จะมีผลเป็นความสุข ดังคำ�ทีว่ า่ “สะอาดใจ เจริญสุข” การชำ�ระกายทำ�ได้ง่ายมาก แต่ที่ยุ่งยาก คือ การชำ�ระล้างจิตใจ ทั้งนี้ เนื่องจากคุณลักษณะของใจ เป็นนามธรรม จับต้องสัมผัสไม่ได้ มีการ ซัดส่ายไปมาไม่อยู่นิ่งด้วยมีสิ่งให้คิด และติดอยู่ในอารมณ์ต่างๆ ทั้งชอบ หรือชัง เมื่อติดค้างในอารมณ์ที่ชอบใจ ก็หลงใหลอยู่ในสิ่งนั้น หากตกอยู่ใน อารมณ์ชังยิ่งแล้วใหญ่เพราะมันจะทำ�ให้คิดแค้นเคืองขุ่น นำ�ความเดือดร้อน วุ่นวายทั้งกาย-ใจ มาสู่ตน พระพุทธศาสนา จึงให้ความสำ�คัญเรื่องการทำ�ใจ ถึงกับยกให้เป็น ส่วนหนึง่ ของคำ�สอนอันเป็นหัวใจของศาสนา ดังทีส่ อนไว้ในโอวาทปาฏิโมกข์วา่ “การไม่ทำ�ความชั่วทั้งหลาย การทำ�ความดีให้ถึงพร้อมและการ ทำ�จิตของตนให้ผ่องใส ธรรม ๓ อย่างนี้ เป็นคำ�สอนในพระพุทธศาสนา” วิธีชำ�ระล้างใจ นอกจากจะใช้ยาธรรมโอสถ ปฏิบัติตามคำ�สอน ของพระพุทธเจ้าแล้วนัน้ อีกวิธหี นึง่ ทีน่ ยิ มทำ� คือการสวดสาธยายคำ�สอน ทีพ่ ระพุทธเจ้าตรัสไว้ เรียกง่ายๆ ว่า “สวดมนต์” คนโบราณท่านสวดมนต์กนั ทุกวัน โดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ องค์สามเณร ถือเป็นกิจทีข่ าดไม่ได้ในวันหนึง่ ต้องสวดมนต์ถึง ๒ ครา เรียกว่า สวดมนต์ทำ�วัตรเช้า-วัตรเย็น


ประการหนึ่ง การไหว้พระสวดมนต์ ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามหลัก ไตรสิกขา คือ ขณะสวดมนต์ ผู้สวดสำ�รวมความคึกคะนองทางกาย วาจากล่าว แต่คำ�สวดที่เป็นวาจาสุภาษิต เรียกว่า ศีล ขณะกล่าวคำ�สวดมนต์ ใจของผู้สวดจดจ่อกับบทสวดมิเช่นนั้น จะทำ�ให้สวดผิดสวดถูก จึงทำ�ให้เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวคือ การสวดมนต์ เรียกว่า สมาธิ ในการสวดมนต์ ผูส้ วดมีความเพียรทีจ่ ะละสิง่ เป็นอกุศล (อาตาปี) นึกถึงแต่สิ่งดีงาม (สติมา) รู้ตัวว่ากำ�ลังทำ�ความดี (สัมปชาโน) ทำ�ให้รู้ว่า ความดีเป็นสิ่งควรทำ� ความชั่ว เป็นสิ่งควรเว้น เรียกว่า ปัญญา หนังสือ สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม เล่มนี้ ผูเ้ รียบเรียงมุง่ หวังให้ทา่ นได้ทราบถึงผลดีของการสวดมนต์ ว่าสามารถปรับเปลีย่ น พฤติกรรมในชีวติ ตนให้ดขี น้ึ ได้ แต่ไม่วา่ ท่านสวดมนต์แล้วพบผลดีแตกต่างกันไป อย่างไร สิ่งหนึ่งที่อยากให้ท่านเชื่อมั่นว่า การสวดมนต์ เป็นมงคลชีวิต อย่าง แน่แท้ ซึง่ มีแต่จะนำ�ความสุข ความเจริญก้าวหน้ามาให้ ทัง้ ได้รบั ความคุม้ ครอง รักษาชีวิตให้ปลอดภัยในโลกนี้ และยังมีท่พี ่งึ อันประเสริฐสุดในโลกหน้าเมื่อถึง เวลาสิ้นอายุขัย เพราะใจของท่านยึดมั่นในคุณพระรัตนตรัยอยู่ทุกขณะจิต นั่นเอง ขอความเจริญในพระสัทธรรมจงมีแด่ทุกท่าน น.ธ.เอก, ป.ธ. ๖, พธ.บ., น.บ. บรรณาธิการ สำ�นักพิมพ์ แอล ซี พี เด็กดีมีบุญ


สวดมนต์ไหว้พระบรมครู ด้วยบูชาพระรัตนตรัย ปลูกพืชพันธุธ์ ญ ั ญาหารยังต้องมีการเตรียมดินให้ดี เพือ่ ให้มสี ารอาหาร หล่อเลีย้ งพืชผล การสวดมนต์บชู าพระรัตนตรัย ก็เป็นการเตรียมสภาพจิตใจ ของผูส้ วดเพือ่ รองรับความดีทส่ี งู ยิง่ ๆ ขึน้ ไป เพราะสารอาหารใจทีไ่ ด้รบั เป็น เบื้องต้นของมนต์หมวดนี้คือความสงบเย็น

บทบูชาพระรัตนตรัย อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ. อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ. อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ.

บทกราบพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. (กราบ) ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ. (กราบ)

บทขอขมาพระรัตนตรัย วันทามิ พุทธัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต. วันทามิ ธัมมัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต. วันทามิ สังฆัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต. บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

5


คำ�สมาทานศีล ๕ ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ. สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ.

ชุมนุมเทวดา ผะริต๎วานะ เมตตัง สะเมตตา ภะทันตา, อะวิกขิตตะจิตตา ปะริตตัง ภะณันตุ, สัคเค กาเม จะ รูเป คิริสิขะระตะเฏ จันตะลิกเข วิมาเน, ทีเป รัฏเฐ จะ คาเม ตะรุวะนะคะหะเน เคหะวัตถุมหิ เขตเต, ภุมมา จายันตุ เทวา ชะละถะละวิสะเม ยักขะคันธัพพะนาคา, ติฏฐันตา สันติเก ยัง มุนิวะระวะจะนัง สาธะโว เม สุณันตุ, ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา. ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา. ธัมมัสสะวะนะกาโล อะยัมภะทันตา.

บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ. (สวด ๓ จบ)

6

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


บทไตรสรณคมน์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ. สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ. ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ. ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ. ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ. ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

บทสรรเสริญพระพุทธคุณ อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ.

บทสรรเสริญพระธรรมคุณ ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ. บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

7


บทสรรเสริญพระสังฆคุณ สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุ เ นยโย ปาหุ เ นยโย ทั ก ขิ เ ณยโย อั ญ ชะลิ กะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ. วันไหนกลุ้มใจก็สวดมนต์เสีย ว่าเรื่อยไป สวดๆ ไป สักพักใจก็สบาย แล้วเราก็คิดถึง ปัญหา ทุกข์เรื่องอะไร ร้อนใจเรื่องอะไร มานง่ั คิดพิจารณาแยกแยะวิเคราะห์วจิ ยั ไป ไม่เท่าใดก็ปลงได้ วางได้ อ๋อ เท่านี้เ���งไม่น่าจะกลุ้มใจให้เสียเวลา มันได้ประโยชน์ การทำ�อย่างนั้นเป็นเรื่องดี คนโบราณเขาจึงใช้ เขาปฏิบัติในชีวิตประจำ�วัน หลวงปู่ปัญญานันทภิกขุ

8

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


ดำ�เนินชีวิตในหลักมงคล ดลพบสุขเกษมสานต์ การเรียนรูว้ ชิ าการทางโลกในแขนงวิชาต่างๆ เป็นต้นว่า คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี เขาก็มีสูตรให้เรานำ�ไปเป็นหลักในวิธีคิด สูตรการพัฒนาชีวิตให้ มีความรู้คู่คุณธรรมก็เช่นกัน พระพุทธเจ้าก็ทรงวางหลักการให้เรานำ�ไปคิด ไปปรับใช้ ดังบทสวดที่ท่านกำ�ลังจะสวดลำ�ดับต่อไปนี้ ที่ท่านชี้แนะวิธีสร้าง มงคลด้วยการไม่คบคนพาล เป็นต้น เรือ่ ยไปจนถึงการฝึกหัดใจให้หา่ งไกลจาก กิเลสนั่นแล หากทำ�ได้ชีวิตจะมีแต่ความดีงามตามสมควรแก่การปฏิบัติ

บทมงคลสูตร อะเสวะนา จะ พาลานัง ปูชา จะ ปูชะนียานัง ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ สุภาสิตา จะ ยา วาจา มาตาปิตุอุปัฏฐานัง อะนากุลา จะ กัมมันตา ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ อะนะวัชชานิ กัมมานิ

ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา เอตัมมังคะละมุตตะมัง. วินะโย จะ สุสิกขิโต เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ปุตตะทารัสสะ สังคะโห เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ญาตะกานัญจะ สังคะโห เอตัมมังคะละมุตตะมัง. บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

9


อาระตี วิระตี ปาปา มัชชะปานา จะ สัญญะโม อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ เอตัมมังคะละมุตตะมัง. คาระโว จะ นิวาโต จะ สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ขันตี จะ โสวะจัสสะตา สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ตะโป จะ พ๎รัห๎มะจะริยัญจะ อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ อะโสกัง วิระชัง เขมัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง. เอตาทิสานิ กัต๎วานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ. พระพุทธมนต์ทุกบท มีความหมายงดงาม ศักดิ์สิทธิ์สูงส่ง ล้วนสอนความเปน็ คนดี มีปัญญาในระดับต่างๆ อันให้ผลเป็น ความสุข มากบ้าง น้อยบ้าง จนถึงระดับ สูงสุดที่ให้บรมสุข ตามสมควรแก่ สติปัญญาและความปฏิบัติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

10

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


ป้องกันตนจากเจ้าถิ่นฐาน ด้วยการปรารถนาดีต่อเขา ความเชื่ออย่างหนึ่งที่มีอยู่ในสังคมไทย คือ เรื่องเจ้าถิ่นเจ้าที่ จึงมี พิธกี รรมต่างๆ มากมาย แต่ผเู้ รียบเรียงว่ายังไม่รา้ ยเท่าเจ้าถิน่ ทีเ่ ป็นมนุษย์ดว้ ยกัน ดังนัน้ หากปรารถนาความสงบสุขในชีวติ ไม่ถกู ปองร้ายก็ตง้ั จิตปรารถนาดี สวดภาวนามนต์บทนี้ แผ่ให้เขามีความสุขเถิด จักบังเกิดพลังบุญย้อนคืนมา สู่ตัวผู้สวดภาวนาเอง

กะระณียะเมตตะสูตร (ย่อ) เมตตัญจะ สัพพะโลกัส๎มิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง ติฏฐัญจะรัง นิสนิ โน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ พ๎รหั ม๎ ะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ. แผ่เมตตา หมายถึง การตั้งจิตปรารถนาให้ผู้อื่น มีความสุข และการแผ่เมตตาเป็นการเจริญกรรมฐาน อย่างหนึ่ง ด้วยการให้อภัยคนอื่น ปล่อยวาง ความโกรธ ความอาฆาตในบุคคลและสัตว์ ทั้งปวงโดยไม่จำ�กัด แล้วตั้งจิตปรารถนาให้เขา อยู่เย็นเป็นสุข ไม่เดือดร้อนนอนทุกข์ทั้งกายและใจ พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙, ราชบัณฑิต) บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

11


ปัดเป่าลางร้าย ด้วยใช้อานุภาพพระรัตนตรัย หมอหรือพยาบาลเวลาทำ�การรักษา แม้ทราบว่าเขาเป็นโรคร้ายก็ยัง ให้กำ�ลังใจคนไข้ ไม่ให้กลัวตกใจ อาจรักษาชีวิตเขาให้ยืนยาวได้ การสวดมนต์ ในยามเจอลางสังหรณ์ร้ายๆ ก็เช่นกัน ย่อมชักนำ�ใจให้เลื่อมใสในคุณ พระรัตนตรัย เป็นโอกาสได้คดิ ทำ�บุญกุศล มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา บุญกุศลที่ทำ�นี้เอง จะช่วยปกปักรักษา ปัดเป่าลางร้ายนั้นให้หมดไป

อะภะยะปะริตตัง ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ. ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ. ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ. สวดมนต์ เป็นยาทา วิปัสสนา เป็นยากิน ถ้าทั้งกินทั้งทา ท่านจะมีความสุขสบายไปตลอดถึงลูกหลาน พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ิตธมฺโม)

12

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


ตั้งจิตสวดให้ถึงธรรม ทำ�ให้หายป่วยไข้ พระพุทธมนต์บทนี้ จะช่วยให้ผสู้ วดภาวนาคลายความกังวลใจ ผูป้ ว่ ย บางรายไม่ได้เป็นอะไรมาก หากแต่กังวลหนักเกินไปทำ�ให้หายช้า หรือว่า ป่วยหนักกว่าเดิม มาเพิ่มเติมพลังบุญ พลังปัญญา ให้แก่ตนด้วยมนต์บทนี้ ด้วยวิธีคิดที่ว่า “กายป่วย ใจอย่าป่วยตาม”

โพชฌังคปริตร โพชฌังโค สะติสังขาโต วิริยัมปีติปัสสัทธิ- สะมาธุเปกขะโพชฌังคา มุนินา สัมมะทักขาตา สังวัตตันติ อะภิญญายะ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ เอกัส๎มิง สะมะเย นาโถ คิลาเน ทุกขิเต ทิส๎วา เต จะ ตัง อะภินันทิต๎วา เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ เอกะทา ธัมมะราชาปิ จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ สัมโมทิต๎วา จะ อาพาธา เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ ปะหีนา เต จะ อาพาธา มัคคาหะตะกิเลสา วะ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ ๑

ธัมมานัง วิจะโย ตะถา โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร สัตเตเต สัพพะทัสสินา ภาวิตา พะหุลีกะตา นิพพานายะ จะ โพธิยา โสตถิ เต๑ โหตุ สัพพะทา. โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ โสตถิ เต๑ โหตุ สัพพะทา. เคลัญเญนาภิปีฬิโต ภะณาเปต๎วานะ สาทะรัง ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส โสตถิ เต๑ โหตุ สัพพะทา. ติณณันนัมปิ มะเหสินัง ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง โสตถิ เต๑ โหตุ สัพพะทา.

คำ�ที่ขีดเส้นใต้นิยมว่า ถ้าสวดให้ตนเอง เปลี่ยน เต เป็น เม บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

13


หนี้เวรกรรมร้าย บรรเทาได้ด้วยเมตตา นำ้�เย็นใสใช้ด่ืมกินก็ช่ืนใจ ใช้ชำ�ระสิ่งใดก็ช่วยให้สะอาดดี ใจที่มี เมตตาธรรมก็เช่นกัน เป็นใจที่เย็นใส แผ่ไปให้ผู้ใดไม่ว่าจะเป็นศัตรู มิตร เจ้ากรรมนายเวร ย่อมทำ�ให้เขามีจติ ใสคิดหันกลับมาผูกมิตรกับเราเป็นแม่นมัน่

เมตตานิสังสะสุตตะปาฐะ (มหาเมตตาใหญ่) เอวัมเม สุตัง ฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม ฯ ตัต๎ระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ภิกขะโวติ ฯ ภะทันเตติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง ฯ ภะคะวา เอตะทะโวจะ :เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ อะนุฏฐิตายะ ปะริจติ ายะ สุสะมารัทธายะ เอกาทะสานิสงั สา ปาฏิกังขา ฯ กะตะเม เอกาทะสะ ฯ สุขัง สุปะติ, สุขัง ป���ฏิพุชฌะติ, นะ ปาปะกัง สุปินัง ปัสสะติ, มะนุสสานัง ปิโย โหติ, อะมะนุสสานัง ปิโย โหติ, เทวะตา รักขันติ, นาสสะ อัคคิ วา วิสัง วา สัตถัง วา กะมะติ, ตุวะฏัง จิตตัง สะมาธิยะติ, มุขะวัณโณ วิปปะสีทะติ, อะสัมมุฬ๎โห กาลัง กะโรติ, อุตตะริง อัปปะฏิวิชฌันโต พ๎รัห๎มะโลกูปะโค โหติ ฯ เมตตายะ ภิกขะเว เจโตวิมุตติยา อาเสวิตายะ ภาวิตายะ พะหุลีกะตายะ ยานีกะตายะ วัตถุกะตายะ

14

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


อะนุฏฐิตายะ ปะริจิตายะ สุสะมารัทธายะ อิเม เอกาทะสานิสังสา ปาฏิกังขา ฯ อัตถิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ อัตถิ โอธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ อัตถิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ กะตีหากาเรหิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ กะตีหากาเรหิ โอธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ กะตีหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ ปัญจะหากาเรหิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ สัตตะหากาเรหิ โอธิิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมตุ ติ ฯ ทะสะหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมตุ ติ ฯ กะตะเมหิ ปัญจะหากาเรหิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ ๑) สัพเพ สัตตา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ รอบต่อไปสวดเหมือนข้อ ๑ เปลีย่ นแต่ค�ำ ทีข่ ดี เส้นใต้ไปตามลำ�ดับ ดังนี้

๒) ปาณา... ๓) ภูตา... ๔) ปุคคะลา... ๕) สัพเพ อัตตะภาวะปะริยาปันนา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตูติ ฯ อิเมหิ ปัญจะหากาเรหิ อะโนธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ กะตะเมหิ สัตตะหากาเรหิ โอธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

15


๑) สัพพา อิตถิโย อะเวรา อัพย๎ าปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ รอบต่อไปสวดเหมือนข้อ ๑ เปลีย่ นแต่ค�ำ ทีข่ ดี เส้นใต้ไปตามลำ�ดับ ดังนี้

๒) สัพเพ ปุริสา... ๓) สัพเพ อะริยา... ๔) สัพเพ อะนะริยา... ๕) สัพเพ เทวา... ๖) สัพเพ มะนุสสา... ๗) สัพเพ วินิปาติกา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตูติ ฯ อิเมหิ สัตตะหากาเรหิ โอธิโส ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ กะตะเมหิ ทะสะหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ ๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ สัตตา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

รอบต่อไปสวดเหมือนข้อ ๑ เปลีย่ นแต่ค�ำ ทีข่ ดี เส้นใต้ไปตามลำ�ดับ ดังนี้

๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ ปาณา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

16

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สั พ เพ ปุ รั ต ถิ ม ายะ ทิ ส ายะ ภู ต า อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ ปุคคะลา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สัพเพ ปุรตั ถิมายะ ทิสายะ อัตตะภาวะปะริยาปันนา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

17


๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สัพพา ปุรัตถิมายะ ทิสายะ อิตถิโย อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ ปุริสา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ อะริยา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ...

18

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ อะนะริยา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ เทวา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... ๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ มะนุสสา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

19


๑) สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ วินิปาติกา อะเวรา อัพ๎ยาปัชฌา อะนีฆา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ ๒) ปัจฉิมายะ ทิสายะ... ๓) อุตตะรายะ ทิสายะ... ๔) ทักขิณายะ ทิสายะ... ๕) ปุรตั ถิมายะ อะนุทสิ ายะ... ๖) ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ... ๗) อุตตะรายะ อะนุทสิ ายะ... ๘) ทักขิณายะ อะนุทิสายะ... ๙) เหฏฐิมายะ ทิสายะ... ๑๐) อุปะริมายะ ทิสายะ... สัพเพสัง สัตตานัง ปีฬะนัง วัชเชต๎วา อะปีฬะนายะ อุปะฆาตัง วัชเชต๎วา อะนุปะฆาเตนะ สันตาปัง วัชเชต๎วา อะสันตาเปนะ ปะริยาทานัง วัชเชต๎วา อะปะริยาทาเนนะ วิเหสัง วัชเชต๎วา อะวิเหสายะ สัพเพ สัตตา อะเวริโน โหนตุ มา เวริโน สุขิโน โหนตุ มา ทุกขิโน สุขิตัตตา โหนตุ มา ทุกขิตัตตาติ อิเมหิ อัฏฐะหากาเรหิ สัพเพ สัตเต เมตตายะตีติ เมตตา ฯ ตัง ธัมมัง เจตะยะตีติ เจโต ฯ สัพพะพ���ยาปาทะปะริยุฏฐาเนหิ มุจจะตีติ วิมุตติ ฯ เมตตา จะ เจโตวิมุตติ จาติ เมตตาเจโตวิมุตติ ฯ มนต์บทมหาเมตตาใหญ่ มีอานิสงส์มาก ผู้ใดสวด ทุกคืนก่อนนอนแล้ว เกิดมงคลกับทุกคนในบ้านนั้น ศัตรูจะแพ้ภัย มีแต่เมตตาธรรม ทำ�ให้คนร้ายกลาย เป็นคนดีได้ บุตรธิดามีแต่เมตตาต่อกัน จิตใจจะเป็น บุญกุศล อยู่เย็นเป็นสุขตลอดกาล ไม่มีอบายภูมิ แน่นอน คิดอะไรสมความปรารถนาทุกประการ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ิตธมฺโม)

20

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


อารักขาตนจากสิ่งไม่เห็นด้วยตา ด้วยมหามนต์ป้องกันภัย คาถานีน้ ยิ มสวดเพือ่ ป้องกันอันตรายจากอำ�นาจลีล้ บั สัตว์รา้ ย ปีศาจ พระกรรมฐานสายหลวงปูม่ น่ั ท่านนิยมสวดเวลาออกธุดงค์ตามป่า และนิยม สวดคาถามงคลครอบจักรวาลควบคู่ไปด้วย

คาถาป้องกันภัย ๑๐ ทิศ ๑) บูรพารัส๎มิง พระพุทธะคุณัง บูระพารัส๎มิง พระธัมเมตัง บูรพารัส๎มิง พระสังฆานัง ทุกขะโรคะภะยัง วิวัญชัยเย สัพพะทุกข์ สัพพะโศก สัพพะโรค สัพพะภัย สัพพะเคราะห์ เสนียดจัญไร วิวัญชัยเย สัพพะธะนัง สัพพะลาภัง ภะวันตุ เม รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ ๒) อาคเนย์รัส๎มิง... ๓) ทักษิณรัส๎มิง... ๔) หรดีรัส๎มิง... ๕) ปัจฉิมรัส๎มิง... ๖) พายัพรัส๎มิง... ๗) อุดรรัส๎มิง... ๘) อีสานรัส๎มิง... ๙) อากาศรัส๎มิง... ๑๐) ปฐวีรัส๎มิง... * ข้อ ๒-๑๐ ที่เหลือสวดเหมือนข้อ ๑ เปลี่ยนเฉพาะที่ขีดเส้นใต้

คาถามงคลครอบจักรวาล อิมสั ม๎ งิ มงคลจักรวาลทัง้ แปดทิศ ประสิทธิจงมาเป็น กำ�แพงแก้วทั้งเจ็ดชั้น มาป้องกันห้อมล้อมรอบครอบทั่ว อะนัตตา ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะสะหัสสานิ ๑) พุทธะชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรกั ขันตุ. * เที่ยวต่อๆ ไปให้เปลี่ยนเฉพาะที่ขีดเส้นใต้ไว้นั้น

บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

21


๒) ธัมมะชาละปะริกเขตเต ๓) ปัจเจกะพุทธะชาละปะริกเขตเต ๔) สังฆะชาละปะริกเขตเต

เสริมบารมีในชีวิต ด้วยจิตบำ�เพ็ญมหาบารมี ๓๐ ทัศ คาถานีเ้ ป็นบทสวดทีค่ รูบาเจ้าศรีวชิ ยั ใช้สวดภาวนาเป็นประจำ� คนทัว่ ไป จึงนิยมนำ�มาสวดเพือ่ ให้เกิดเสน่หเ์ มตตามหานิยม เสริมบารมีชวี ติ ให้กบั ตนเอง

คาถาบารมี ๓๐ ทัศ ทานะปาระมี สัมปันโน ทานะอุปะปาระมี สัมปันโน ทานะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ สีละปาระมี สัมปันโน สีละอุปะปาระมี สัมปันโน สีละปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ เนกขัมมะปาระมี สัมปันโน เนกขัมมะอุปะปาระมี สัมปันโน เนกขัมมะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ ปัญญาปาระมี สัมปันโน ปัญญาอุปะปาระมี สัมปันโน

22

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


ปัญญาปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ วิริยะปาระมี สัมปันโน วิริยะอุปะปาระมี สัมปันโน วิริยะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ ขันติปาระมี สัมปันโน ขันติอุปะปาระมี สัมปันโน ขันติปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ สัจจะปาระมี สัมปันโน สัจจะอุปะปาระมี สัมปันโน สัจจะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ อะธิฏฐานะปาระมี สัมปันโน อะธิฏฐานะอุปะปาระมี สัมปันโน อะธิฏฐานะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ เมตตาปาระมี สัมปันโน เมตตาอุปะปาระมี สัมปันโน เมตตาปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ อุเปกขาปาระมี สัมปันโน อุเปกขาอุปะปาระมี สัมปันโน อุเปกขาปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ ทะสะปาระมี สัมปันโน ทะสะอุปะปาระมี สัมปันโน บริษัท สํำ�นักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์ จํำ�กัด

23


ทะสะปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา ฯ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ, สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ, นะมามิหัง ฯ

ขจัดความตกต่ำ� ด้วยบริกรรมภาวนายอดพระกัณฑ์ คาถาบทนี้ เป็นพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดสวดภาวนาอยู่เป็นประจำ� ่ ทุกคำ�เช้าไซร้ ชีวิตจะไม่ตกต่ำ� เทวดาก็ร่วมอนุโมทนาคอยรักษาให้ปลอดภัย

ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก ๑. อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง วะตะ โส ภะคะวา. อิติปิ โส ภะคะวา สัมมาสัมพุทโธ วะตะ โส ภะคะวา. อิติปิ โส ภะคะวา วิชชาจะระณะสัมปันโน วะตะ โส ภะคะวา. อิติปิ โส ภะคะวา สุคะโต วะตะ โส ภะคะวา. อิติปิ โส ภะคะวา โลกะวิทู วะตะ โส ภะคะวา. อะระหันตัง สะระณัง คัจฉามิ. อะระหันตัง สิระสา นะมามิ. สัมมาสัมพุทธัง สะระณัง คัจฉามิ. สัมมาสัมพุทธัง สิระสา นะมามิ. วิชชาจะระณะสัมปันนัง สะระณัง คัจฉามิ. วิชชาจะระณะสัมปันนัง สิระสา นะมามิ.

24

สวดมนต์ภาวนา ทางเกิดบุญ หนุนพ้นเวรกรรม


สวดมนต์ภาวนาทางเกิดบุญหนุนพ้นเวรกรรม