Issuu on Google+

อุทยาน​แหงชาติ​หมูเกาะ​สุรินทร

แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล ปี พ.ศ.2554

โครงการ​พัฒนา​เครือขาย​รวม​ระหวาง​ชุมชนมอ​แกน​และ​อุทยาน​แหงชาติ​หมูเกาะ​สุรินทร ​เพื่อ​ดูแล​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​ทางทะเลใน​พื้นที่​อนุรักษ


คณะ​ที่ปรึกษา นายธำ�​รงค เจริญ​กุล ผู​วาราชการ​จังหวัด​พังงา นายส​มาน ​สะแต ผู​อำ�นวยการ​ส�ำ นักงาน​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่งแวดลอม​จังหวัด​พังงา นาย​พุทธ​พจน คู​ประสิทธิ์ หัวหนา​อุทยาน​แหงชาติ​หมูเกาะ​สุรินทร นาย​มรกต จันทร​ไทย ผูชวย​หัวหนา​อุทยาน​แหงชาติ​หมูเกาะ​สุรินทร นาย​โสภณ เพ็ง​ประพันธ อดีต​หัวหนา​อุทยาน​แหงชาติ​หมูเกาะสุ​รินทร นาย​วิสูตร ศรี​สงวน อดีต​ผูชวย​หัวหนา​อุทยาน​แหงชาติ​หมูเกาะ​สุรินทร คณะ​ผูจัดทำ� กรอง​แกว สู​อำ�พัน เสาวภา อาศน​ศิลา​รัตน ภาพวาด​ประกอบ ​วิชุตร ​ลิมังกูร ชางภาพ เด็กมอ​แกน บัง​เอ​นก โจ พี่​ตั้ม พี่​อารต พี่​ปอนด พี่​ฮั่น Mathana&Andreas Maketa&Martin&Pepa

พิมพ​ที่ โรงพิมพ อำ�นวยการ​พิมพ 73/12 ถนน​เทศบาล​บำ�รุง อำ�เภอ​เมือง จังหวัด​พังงา โทร. 076-460655 ป​ที่​พิมพ ตุลาคม พ.ศ.2554 จำ�นวน 120 ​เลม

โครงการ​พฒ ั นา​เครือขาย​รว ม​ระหวาง​ชมุ ชนมอ​แกน​และ​อทุ ยาน​แหงชาติ​หมูเ กาะ​สรุ นิ ทร​เพือ่ ​ดแู ลรักษา​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​ ทาง​ทะเลใน​พน้ื ที​อ่ นุรกั ษ ภายใต​แผน​ปฏิบตั ​ริ าชการ ประจำ�​ปง บประมาณ พ.ศ.2554 จังหวัด​พงั งา สำ�นักงาน​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่งแวดลอม​จังหวัด​พังงา ​กระทรวง​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่งแวดลอม อุทยาน​แหงชาติ​หมูเกาะ​สุรินทร กรม​อุทยาน​แหงชาติ สัตวปา และ​พันธุพืช

PLIMO Protect Local Intelligence and Marine Organism email: kaewya@gmail.com


1

บทนำ�

Introduction

ชายหาด​เปน​ระบบนิเวศ​หนึ่ง​ที่​มี​คุณคา​และ​มี​ความ​สำ�คัญตอ​เตา​ทะเล โดยเฉพาะ​ใน​ฤดู​ ผสม​พันธุ​ชายหาด​ถูก​ใช​เปน​สถานที่​สำ�หรับ​เตา​ทะเล​ขึ้น​วางไข​และ​สำ�หรับ​ลูก​เตา​เจริญ​ เติบโต​และ​ฟก ตัว กอน​ลง​สท​ู ะเล เมือ่ ล​ กู เ​ตาถ​ งึ ว​ ยั เ​จริญพ​ นั ธุจ​ ะ​กลับม​ า​ทช​ี่ ายหาด​อกี ครัง้ ​ เพือ่ ข​ นึ้ ว​ างไข สภาพ​ชายหาด​ทเ​ี่ ปนแ​ หลงว​ างไขข​ อง​เตาท​ ะเล​จงึ ส​ �ำ คัญตอพ​ ฒ ั นาการ​เจริญ​ เติบโต และ​สืบ​ถอด​เผาพันธุ ซึ่ง​ปจจุบัน​สภาพ​ภูมิอากาศ​ที่​แปรปรวน พายุ​คลื่น​ลม​ที่เกิด​ ถีข​่ นึ้ แ​ ละ​รนุ แรง​ไมส​ ามารถ​คาดการณไ​ดท​ วั่ โลก​สง ผลกระทบ​ตอ ก​ าร​เปลีย่ นแปลง​สณ ั ฐาน​ ของ​ชายหาด​หลาย​แหง​ที่​เปน​แหลง​วางไข​ของ​เตา​ทะเล​ทำ�ใหเกิด​การ​กัดเซาะ​ชายหาด​ รุนแรง และ​ระดับน​ �้ำ ทะเล​ขนึ้ ส​ งู สุดส​ งู ถ​ งึ แ​ นวปาท​ �ำ ใหพ​ นื้ ทีช​่ ายหาด​ส�ำ หรับก​ าร​ขนึ้ ว​ างไข​ หายไป จน​สงผลตอ​ความ​ปลอดภัย​ของ​รังไข​และ​ลูก​เตา​ ​ทำ�ให​อัตรา​รอด​ของ​เตา​ทะเล​ ลดลง แนวทาง​จดั การ​เพือ่ ร​ บั มือก​ บั ส​ ภาพ​ภมู อิ ากาศ​ทเ​ี่ ปลีย่ นแปลง​จน​สง ผลตอแ​ หลงว​ าง​ ไขเตา​ทะเล คือ การ​พยายาม​ติดตาม​การ​เปลี่ยนแปลง​สัณฐาน​ของ​ชายหาด​เพื่อ​ศึกษา​ ความ​เหมาะสม​ของ​ชายหาด​ส�ำ หรับก​ าร​ขนึ้ ว​ างไขใ​น​ระยะยาว และ​หา​วธิ ปี อ งกันร​ งั ไขใ​น​ กรณี​เสี่ยงภัย และ​ปองกัน​ไม​ให​มี​ภัย​คุกคาม​ที่​ทำ�ให​ชายหาด​เสียหาย​เพิ่มเติม เชน การ​ พัฒนา​ชายหาด​เพือ่ ป​ ลูกส​ งิ่ ก​ อ สราง การ​ประกอบ​กจิ กรรม​ตา งๆ ทีท​่ �ำ ใหเกิดแ​ สงไฟ การ​ ขุด​ทราย​หรือ​ปะการัง การ​ทำ�ลาย​รื้อถอน​พรรณ​พืช​ชายหาด​ที่​ชวย​ดักจับ​มวล​ทราย รวมถึง​ประชา​สัมพันธ​ให​ประชาชน​ตระหนักถึง​ความ​สำ�คัญ​ของ​การ​รักษา​ชายหาด​เพื่อ​ เปนการ​อนุรักษ​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล และ​เตา​ทะเลใน​ระยะยาว

เตา​ทะเล​มี​ชีวิต​อยู​มา​นาน​มากกวา​ รอย​ลาน​ป​ผาน​ชวงเวลา​ที่​ระดับ​น้ำ� ทะเล​เปลี่ยนแปลง​ขึ้น​ลง และแผน ดิน​สวนใหญ​จม​ลึก​อยู​ใต​น้ำ� จึงอาจ​ เปนไปได​วา​เตา​ทะเล​​อาจจะ​ปรับตัว​ อยู  ร อด​ไ ด ​อี ก ครั้ ง ​เ มื่ อ ​โ ลก​กำ � ลั ง ​มี ​ อุณหภูมิ​สูงขึ้น และ​ชายหาด​หลาย​ แหง​กำ�ลัง​ถูก​น้ำ�ทะเล​ทวม​เหมือน​ที่​ เกิดขึ้น​ในอดีต การ​หา​พื้นที่​ใหม​ สำ�หรับใ​ชเ​ปนแ​ หลงว​ างไข หรือ ปรับ​ เปลี่ยน​ฤดู​ผสม​พันธุ​และ​วางไข​อาจ​ เปนการ​ปรับตัว​วิธี​หนึ่ง​แต​คงตอง​ใช​ ระยะ​ยาวนาน​สิบ​ป​หรือ​รอย​ป​เพื่อ​ ใหการ​ปรับตัวเ​ขากับส​ ภาพแวดลอม​ ใหม​ของ​เตา​ทะเล​คงที่ Heather and Coyne, 2007.


2

สารบัญ

Contents

บทนำ� บทสรุป​ผู​บริหาร บท​ที่ 1 การ​ขึ้นว​ างไข

สถานที่​และ​เวลา ประวัติการ​ขึ้น​วางไข พฤติกรรม สภาพ​รังไข อันตราย ​สิ่ง​รบกวน

บท​ที่ 2 ฟกตัว​และ​ลง​สู​ทะเล ความ​ปลอดภัย​ของ​รังไข ​พัฒนาการ​ระยะ​สุดทาย​กอน​ฟก อัตรา​การ​ฟก สิ่ง​ผิด​ปกติ​ระหวาง​พัฒนาการ​เจริญ​เติบโต สิ่ง​รบกวน ภัย​คุกคาม

บท​ที่ 3 ช​ ายหาด​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล

1 3 5

12

20

เกาะ​มังกร เกาะ​สตอรค ไม​งาม​เล็ก อาว​ปอ หาดทราย​แดง หาด​ทรายขาว หาด​ทรายขาว​เล็ก ​อาว​บอน​เล็ก

บท​ที่ 4 ค​ วาม​เหมาะสม​ของ​แหลงว​ างไข

​ความ​ไมเ​ หมาะสม​ของ​ชาย​หาด

บท​ที่ 5 เครือขาย​รวม​เฝา​ระวัง​แหลง​วางไข​เตา​ทะเล แนวทาง​การ​อนุ​รักษณ​ใน​ปจจุบัน แนวทาง​การ​อนุ​รักษณ​ใน​อนาคต การ​มี​สวนรวม​ใน​การ​อนุรักษ​และ​การ​จัดการ

ความ​ชุกชุม​ของ​เตา​ทะเล กิตติ​กรรม​ประกาศ ​เอกสาร​อางอิง

29 36

40 43 43


3

บทสรุป​ผูบริหาร

Executive Summary

สภาพ​ภูมิอากาศ​แปรปรวน​ใน​ป พ.ศ.2552-2554 สงผลตอ​การ​เปลี่ยนแปลง​สภาพ​ สมุทรศาสตร และ​สถานภาพทรั​ยา​กร​ชาย​ฝงทะเล​อันดามัน​ ​เตา​ทะเล​และ​แหลง​วางไข​ ของ​เตา​ทะเล​คือ​หนึ่ง​ใน​ทรัพยากร​ที่​ไดรับ​ผล​กระทบ​และ​เกิด​การ​เปลี่ยนแปลง​จน​อาจ​ มีผลตอ​วัฏจักร​ความ​สมดุล​และ​ความ​สามารถ​ใน​การ​ดำ�รง​เผาพันธุ โดย​ตั้งแต​ปลายป พ.ศ.2553 เปนตนมา​ปรากฎ​การณล​ า​นญ ี า ท​ �ำ ใหอ​ ณ ุ หภูมข​ิ อง​น�้ำ ท​ ะเล​เย็นล​ ง ฝน​ตกหนัก​ ติดตอกัน​หลาย​วัน​ทำ�​ให​สภาพ​ชายหาด​ไม​เหมาะสม​ตอ​การ​เปน​แหลง​วางไข และ​มี​ แนวโนม​ที่​ทุก​ชายหาด​จะ​สูญเสีย​ความ​เหมาะสม​ที่​เคย​มี​ปกอน​ไป​โดยเฉพาะ​ใน​ฤดูแลง​ แต​การ​ขึ้น​วางไข​ของ​เตา​ทะเล​กลับ​มี​ทิศทาง​ตรงขาม​ โดย​ตั้งแต​เดือน​ธันวาคม ป พ.ศ.2553 ถึง​เดือน​เมษายน ป พ.ศ.2554 มี​เตา​ทะเล​ขึ้น​วางไข​ที่​หาด​เกาะ​มังกร และ​ หาดทราย​แดง ทั้งหมด 25 รัง เ​ปน​เตากระ (Eretmochelys imbricata) 3 รัง และ​ เตาตนุ (Chelonia mydas) 22 รัง มี​จำ�นวน​ไข​ทั้งหมด 1,561 ฟอง (เตากระ 355 ฟอง เตาตนุ 1,206 ฟอง) ไข​เตากระ​มี​ระยะเวลา​ฟก 62 วัน ไขเตาตนุ​มี​ระยะ​ฟก 58-67 วัน ฟก​เปนตัว​ทั้งหมด 981 ตัว มี​อัตรา​การ​ฟก​เฉลี่ย​คิด​เปน รอยละ 63 ของ​ทั้งหมด (ต่ำ�สุด รอยละ 0 มาก​สุด รอยละ 98) รังท​ ี่​มี​อัตรา​การ​ฟก​ต่ำ�​อาจ​มี​สาเหตุจาก​การ​ติดเชื้อ​ทาง​น้ำ�​ ลาย และ​เล็บ​ของ​ตะกวด​ระหวาง​รื้อ​รัง เตา​ทะเล​ที่​ขึ้น​วางไข​เปน​เตากระ 1 ตัว เตาตนุ 5 ตัว วิเคราะห​ได​จาก​ระยะหาง​ระหวาง​การ​ขึ้น​วางไข​แตละครั้ง พฤติกรรม และ​ขนาด​ ของ​ไข​ โดย​เตา​ทะเล​บาง​ตัว​มี​ความ​เปนไปได​สูง​ที่​เคย​ขึ้น​วางไข​ที่​หมูเกาะ​สุรินทร​ใน​ชวง 5 ปกอน สภาพ​เม็ดทราย อุณหภูมิ และ​ความชื้น​ภายใน​รังไข​ของ​แตละ​ชายหาด​ แตกตางกัน แตท​ กุ ร​ งั เ​ปนไปไดส​ งู ท​ จี่ ะ​ไมส​ ามารถ​ผา น​ชว ง​ระยะ​ฟก ตัว (ประมาณ 3 เดือน) จาก​แนวโนม​ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​สูง​ถึง​แนวปา​และ​การ​กัดเซาะ​ชายหาด​ที่​รุนแรงขึ้น​ ทำ�ให​ตอง​ใช​วิธี​จัดการ​โดย​การ​ยาย​รังไข ซึ่งว​ ิธีการ​นี้​ทำ�ให​ไขเตา รอยละ 97 ปลอดภัย​ จาก​น้ำ�​ทะเล​ทวม​รัง อยางไร​ก็ตาม ลูก​เตาที่​ฟก​ออกมา​บางตัว​ตอง​เผชิญกับ​ภัย​คุกคาม​ จาก​กิจกรรม​ของ​มนุษย​และ​ธรรมชาติ เชน แสงไฟ​รบกวน​จาก​เรือ​ที่​จอด​อยู​ใน​บริเวณ​ แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล และ​การ​เปลี่ยนแปลง​สภาพ​ชายหาด

การ​ติดตาม​เฝาระวัง​ทรัพยากร​โดย​ เครื อ ข า ย​ร  ว ม​เ ฝ า ระวั ง ​แ หล ง ​ว าง​ ไขเตา​ทะเล ห​ รือ M ​ ​a​r​i​n​e​ ​M​o​n​i​t​o​r​i​n​g​​ N​e​t​w​o​r​k​,​​M​M​N​​​ตั้ง​แต​ป ​พ.​ศ.​2​5​5​2​ -​2​5​5​4​ ​ทำ�​ให​ได​รับทราบ​ขอมูล​การ​ เปลี่ยน​แปลง​ของ​ทรัพยากร​ครั้งนี้​ อยาง​ครบถวน​สมบูรณ​และ​สามารถ​ จัดหา​แนวทาง​การ​จัดการ​ได​อยาง​มี​ ประสิทธิภาพ​โดย​ยึด​หลักการ​ตาม​ นโยบาย​การ​อนุรักษ​แหลง​วาง​ไขเตา​ ทะเล​ของ​กรม​อุทยาน​แหงชาติ ส​ ัตว​ ปา​และ​พันธุ​พืช ​และ​ดวย​การ​มี​ สวนรวม​ใน​การ​เฝาระวัง​ทรัพยากร​ จาก​กลุม​ผู​ใช​ประโยชน​ทุก​กลุม​ทั้ง​ จาก​เ จ า หน า ​ที่ ​อุ ท ยาน​แ ห ง ชาติ ​ หมูเ กาะ​สรุ นิ ทร ช​ มุ ชนมอ​แกน บ​ ริษทั ​ ทัวร​ นัก​ทองเ​ที่ยว ​และ​หนวยงาน​ ราชการ​อื่นๆ​​ใน​และ​นอก​พื้นท​ ี่​ทำ�​ให​ เครือ​ขาย​การ​ทำ�งาน​มี​ความ​เขม​แข็ง​ และ​มค​ี วาม​สา​มา​รถ​ใน​การ​ดแ​ู ล​แหลง​ วาง​ไขเตา​ทะเล​มากขึ้น


4

ขอ​เสนอแนะ

Recommendation

ระดับ​นโยบาย

ระดับ​ปฏิบัติ

1) ควร​ออก​ขอบังคับ หรือ ขอปฏิบัติ​สำ�หรับ​เรือ​ทุก​ประเภท​ที่​เขามา​จอด​บริเวณ​ อุทยานฯ ใน​ฤดูว​ างไขข​ อง​เตาท​ ะเล​เพือ่ ป​ อ งกันก​ จิ กรรม​บน​เรือร​ บกวน​การ​ขนึ้ ว​ างไข​ ของ​เตา​ทะเล หรือ การ​วา ยน้ำ�​ออก​สู​ทะเล​ดา นนอก​ของ​ลูก​เตา

1) พัฒนา​ความ​สามารถ​ของ​ เจาหนาที่​ใน​การ​เฝาระวัง​แหลง​ วาง​ไขเตา​ทะเล​และ​การ​ประชา​ สั ม พั น ธ ​ค วามรู  ​ใ ห ​แ ก ​นั ก​ ทองเที่ยว​ให​มี​มาตรฐาน

2) กอน​ด�ำ เนินการ​ปลูกส​ งิ่ ก​ อ สราง​ควร​ศกึ ษา​ผล​กระทบ​ดา น​สงิ่ แวดลอม​ใหค​ รบ​ทกุ ​ ดาน​ทงั้ ใ​น​ระยะสัน้ แ​ ละ​ระยะยาว และ​ควร​ด�ำ เนินการ​รอื้ ถอน หรือ จัดร​ ะเบียบ​วสั ดุ​ อุปกรณ สิ่ง​กอสราง​ที่​สราง​ผล​กระทบ​กับ​การ​ขึ้น​วางไข​ของ​เตา​ทะเล​บริเวณ​ ชายหาด 3) ควร​มี​การ​บังคับใช​กฎหมาย​อยาง​เครงครัด​กับ​บุคคล หรือ เรือ​ที่​กอ​ให​เกิด​ความ​ เสียหาย​กับ​ชายหาด​แหลง​วางไข​ และ​แนว​ปะการัง​ซึ่ง​เปน​แหลง​หากิน ที่​อยูอาศัย และ​ผสม​พันธุ​ของ​เตา​ทะเล​และ​สัตว​อื่นๆ 4) ควร​ใหการ​สนับสนุนภ​ ารกิจก​ าร​อนุรกั ษท​ รัพยากร​ธรรมชาติซ​ งึ่ ถ​ อื เปนส​ มบัตข​ิ อง​ ประเทศชาติ​โดย​เนน​การ​ปฏิบัติ​การ​เชิง​รุก คือ ตอง​ดูแล ตรวจตรา เฝาระวัง​อยาง​ จริงจังเ​พือ่ ป​ อ งกันป​ ญ  หา​ไมใ​หเ​กิดขึน้ ไมค​ วร​เพิกเฉย หรือ ปลอยปละ​ละเลย​จน​เกิด​ ปญหา​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​ใน​พื้นที่​อนุรักษ​เสื่อมโทรม 5) สนับสนุนง​ บประมาณ และ​การ​ท�ำ ง​ านวิจยั ร​ ว มกันร​ ะหวาง​อทุ ยาน​ตา งๆ ใน​พนื้ ที​่ แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล​เพื่อให​เกิด​เครือขาย​การ​ทำ�งาน​และ​นำ�​ขอมูล​ที่​ได​มา​เพิ่ม​ ประสิทธิภาพ​ใน​การ​จัดการ

2) ตรวจตรา​และ​ควบคุม​สิ่ง​ รบกวน​ตางๆ ที่​สราง​ผล​กระทบ​ จน​อาจ​กอ​ให​เกิด​ความ​เสียหาย​ กับ​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล และ​ เตา​ทะเล 3) ประชา​สัมพันธ​เขต​การ​ใช​ ประโยชน​ของ​อุทยานฯ ให​นัก​ ทองเที่ยว​ได​ปฏิบัติ​ตามอยาง​ เครงครัด ไมใ​หม​ ก​ี าร​รกุ ล�้ำ เ​ขาไป​ ทำ�​กิจกรรม​นันทนาการ​ใน​เขต​ คุมครอง​โดย​เฉพาะที่​เปน​แหลง​ วาง​ไขเตา​ทะเล 4) เพิ่ม​โจทย​งานวิจัย​เกี่ยวกับ​ ประชากร การ​ด�ำ รงชีวติ ข​ อง​เตา​ หญ า ​บ ริ เวณ​ห มู  เ กาะ​สุ ริ น ทร และ​ภัย​คุกคาม


5

บท​ที่ 1 การ​ขึ้น​วางไข NESTING


6

1 สถานที่ และ​เวลา ใ​ นอดีตก​ าร​ตดิ ตาม​การ​ขนึ้ ว​ างไขข​ อง​เตาท​ ะเล​ยงั ไ​มมร​ี ะบบ​การ​จดั การ​ขอ มูลท​ ด​ี่ ส​ี ง ผลให​ มีข​ อ มูลบ​ างสวน​ขาด​หายไป ไมค​ รบถวน​สมบูรณ จนกระทัง่ ใ​น ป พ.ศ.2552 ระบบ​จดั เก็บ​ เอกสาร​ถูก​จัด​ระเบียบ​ใหม​อีกครั้ง​ทำ�ให​พบ​ขอมูล​สำ�คัญ​หลายอยาง​เกี่ยวกับ​เตา​ทะเล​ บริเวณ​หมูเกาะ​สุรินทร โดยเฉพาะ​ประวัติการ​ขึ้น​วางไข ตั้งแต​ป พ.ศ.2549 พบ​เตากระ​ และตนุข​ ึ้น​วางไข เกือบ​ตลอด​ทั้งป จำ�นวน​มากกวา 12 รัง ที​ห่ าด​ทรายขาว หาดทราย​ แดง อาว​ปอ และ​เกาะ​มังกร ใน​ป พ.ศ.2552 พบ​เตาตนุ​ขึ้นว​ างไข ตลอด​ทั้งป จำ�นวน​ มากกวา 30 รัง ที่​หาด​เกาะ​สตอรค หาด​ทรายขาว​เล็ก หาดทราย​แดง หาด​อาว​ปอ หาด​ ไมง​ าม หาด​ไมง​ าม​เล็ก อาวบอน​เล็ก และ​หาด​เกาะ​มงั กร และ​แมจ​ ะ​ขาด​ขอ มูลใ​น​ระหวาง​ ป พ.ศ.2550-2551 แตก​ ท​็ �ำ ใหท​ ราบ​ถงึ ค​ วาม​ชกุ ชุมข​ อง​เตาท​ ะเล​ทข​ี่ นึ้ ว​ างไขบ​ น​ชายหาด​ ของ​หมูเกาะ​สุรินทร​วา​มี​มาก​เพียงใด โดย​ปจจุบัน ใน​ป พ.ศ.2553 ถึง พ.ศ.2554 พบ​วา​ เตาท​ ะเล​ยงั คง​ขนึ้ ว​ างไขใ​ น​หลาย​พนื้ ทีข​่ อง​หมูเ กาะ​สรุ นิ ทรเ​ชนเ​ ดิม ทัง้ ด​ า น​ทศิ เหนือ และ​ ทิศตะวันตก​สงผลใหม​ รี​ ังไข​มากกวา 25 รัง จาก​เตา​ทะเล 2 สายพันธุ คือ เตากระ (Eretmochelys imbricata) และ​เตาตนุ (Chelonia mydas) โดย​สามารถ​ระบุ​เพิ่ม​ไดว​ า​ เปนร​ ังไข​จาก​แม​เตากระ 1 ตัว และ​แม​เตาตนุ 5 ตัว เดือน​ธันวาคม ป พ.ศ.2553 เตากระ 1 ตัว ​ขึ้น​วางไข​ท​หี่ าด​เกาะ​มังกร (วางไข​ทั้งหมด 3 รัง) เดือน​กุมภาพันธ ป พ.ศ.2554 เตาตนุ 1 ตัว ขึ้น​วางไข​ทหี่​ าด​เกาะ​มังกร (วางไข​ทั้งหมด 7 รัง) ​เดือน​เมษายน ป พ.ศ.2554 เตาตนุ 1 ตัว ขึ้น​วางไข​ทหี่​ าด​เกาะ​สตอรคแ​ ตกลับล​ ง​ทะเล​ไป​โดย​ไมว​ างไข เตาตนุ 1 ตัว ​เริ่มขึ้นว​ างไข​ทหี่​ าด​เกาะ​มังกร (วางไข​ทั้งหมด 6 รัง) เตาตนุ 1 ตัว ​เริ่มขึ้น​วางไข​ทหี่​ าดทราย​แดง (วางไข​ทั้งหมด 7 รัง) เตาตนุ 1 ตัว ​เริ่มขึ้น​วางไข​ทหี่​ าดทราย​แดง (วาง​ไข​ไป​แลว 2 รัง) ​

เกาะ​บริวาร​ทาง​ทิศเหนือ​ของ​หมูเกาะ​ สุรินทร​คือ เกาะ​สตอรค​ที่​ไดชื่อ​ตาม​ ภาษามอ​แกน​แปลเปน ​ภาษาไทย​วา “หาด​ไขเตา” เนื่องจาก​เปนช​ ายหาด​ที่​ เตา​ทะเล​ขึ้นว​ างไข​ทุกป เกาะ​ทาง​ทศิ ตะวันตก คือ เกาะ​มงั กร ที่​ ใน​ปพ.ศ.2553-2554 มี​เตา​ทะเล​ขึ้น​ วางไข​มาก​ที่สุด

การ​ขนึ้ ว​ างไขใ​ น ป พ.ศ.2553 หายไป​ ระยะ​หนึ่ง​ตั้งแต​เดือน​มกราคม​ถึง​ เดื อ น​พ ฤศจิ ก ายน​ทำ � ให ​มี ​ก าร​ตั้ ง​ ขอสังเ​ กต​ถงึ ค​ วาม​ผดิ ป​ กติน​ ไ​ี้ วว​ า อ​ าจ​ เปนจ​ าก​อณ ุ หภูมอ​ิ ากาศ​และ​น�้ำ ท​ ะเล​ ท���่​สูงขึ้น​จาก​ปรากฎ-​การณ​เอลนีโญ​ สงผล​กบั ​ฤดู​ผสม​พนั ธุแ​ ละ​วางไขข​ อง​ เตา​ทะเล​ให​เกิดช​ า​ขึ้น หรือ อาจ​เปน​ เพี ย ง​ก ระบวนการ​ที่ ​เ กิ ด ขึ้ น ​ต าม​ ธรรมชาติ​ที่ยังไมใช​ฤดูว​ างไข​ของ​เตา​ ทะเล


7

ปฏิทิน​พระจันทร​แสดง​บันทึกส​ ถานที​แ่ ละ​ป​ทเี่​ ตา​ทะเล​ขึ้นว​ างไข

1 2 3 4 5 6 7 8* 9 10 11 12 52

เกาะ​สตอรค

54

หาด​ทรายขาว​เล็ก อดีต

อดีต

49

อดีต

อดีต

52 54

49 อดีต

54

54 อดีต

หาด​ไม​งาม​เล็ก 52

52

52

54

52 54

49 54

52

52 อดีต อดีต

หาดทราย​แดง

อดีต

อดีต

อดีต

52

52

52

อดีต

49

อดีต

อดีต

อดีต

อาว​บอน​เล็ก อดีต

อดีต

54

54

เกาะ​มังกร อดีต

มิถุนายน - กรกฎาคม - สิงหาคม

พฤษภาคม - มิถุนายน

52 เมษายน - พฤษภาคม

มีนาคม - เมษายน

กุมภาพันธ์ - มีนาคม

มกราคม - กุมภาพันธ์

ธันวาคม - มกราคม

พฤศจิกายน - ธันวาคม

52

52 54

54

หาด​ไมง​ าม

คำ�​อธิบาย​ตาราง :

52 อดีต

อาว​ปอ

52

53

อดีต

หาด​ทรายขาว

49

อดีต

อดีต

อดีต

มี​การ​ขึ้นว​ างไข​ในอดีต

มี​การ​ขึ้นว​ างไข​ใน​ปจจุบันแ​ ละ/​หรือใ​ นอดีต

54

แสดง​ป พ.ศ. ที​ข่ ึ้นว​ างไข

มี​การ​ขึ้นว​ างไข​เฉพาะ​ในอดีต มี​การ​ขึ้นห​ าด​แต​ไมมกี​ าร​วางไข

พฤศจิกายน - ธันวาคม

52

อดีต

ตุลาคม - พฤศจิกายน

อดีต

52 54

อดีต

กันยายน - ตุลาคม

52

อดีต

สิงหาคม - กันยายน

อดีต


8

2 ป​ ระวัติการ​ขึ้น​วางไข ชื่อ แม​เตากระ ส1 แหลง​วางไข เกาะ​มังกร​หาด​ขวา เกาะ​มังกร​หาด​ซาย วันที่​วางไข ธ.ค.53-ม.ค. 54 กระดอง​กวาง รอยเทา​กวาง 80 ซม. พฤติกรรม ชอบ​ทำ�รัง​ใกลแ​ นวปาโ​ ดย​ตี​เพียง​แปลง​ทราย​แปลง​เดียว ระยะหาง​จาก​รัง ถึง​แนวปา 1.5-6.0 ม. ถึง​แนว​น้ำ�ขึ้น 1–12.8 ม. จำ�นวน​การ​วางไข​ใน 1 ฤดูกาล 3 ครั้ง ระยะหาง 13–16 วัน/ครั้ง ไขท​ ั้งหมด 476ฟอง รัง​ละ 150–174ฟอง/รัง รัง​ลึก 50-55 ซม. รัง​กวาง 25-30 ซม. ชื่อ แม​เตาตนุ ส6 แหลง​วางไข เกาะ​มังกร​หาด​ขวา เกาะ​มังกร​หาด​ซาย วันที่​วางไข ก.พ.–เม.ย. 54 กระดอง​กวาง (แนว​โคง) 84ซม. รอยเทา​กวาง 100–125 ซม. พฤติกรรม ชอบ​ทำ�รัง​บริเวณ​ทเี่​ปน​ทราย​ลวนๆ โดยเฉพาะ​บริเวณ​ริม ชายหาด​ฝง​ซาย​และ​ฝง​ขวา เมื่อ​วาง​เสร็จ​จะ​กลบ​รัง​เปนระยะ ทาง​ยาว (มาก​สุด 4 เมตร) ระยะหาง​จาก​รัง ถึง​แนวปา 0.0–2.1 ม. ถึง​แนว​น้ำ�ขึ้น 0.0–6.0 ม. จำ�นวน​การ​วางไข​ใน 1 ฤดูกาล 7 ครั้ง ระยะหาง 9–14 วัน/ครั้ง ไข​ทั้งหมด 811 ฟอง รัง​ละ 103–135ฟอง/รัง รัง​ลึก 60–90 ซม. รัง​กวาง 25–45 ซม. ชื่อ แม​เตาตนุ ส9 แหลง​วางไข หาดทราย​แดง วันทีว่​ างไข เม.ย.-มิ.ย. 54 กระดอง​กวาง รอยเทา​กวาง 90-110 ซม. พฤติกรรม ชอบ​ทำ�รัง​บริเวณ​แนว​พุมไม​ชายหาด โดย​ขึ้น​ชายหาด​ฝง​ขวา กอน​ทุกครั้ง​เพื่อท​ ำ�รัง​แต​สภาพ​หาด​ไมเหมาะ จึง​มา​ท�ำ รัง​กลาง ชายหาด เมื่อ​วางไขเ​สร็จ​จะ​กลบ​รัง​เห็นเ​ปน​เนิน​ทราย​ขนาดใหญ ระยะหาง​จาก​รัง ถึง​แนวปา 0-0.3 ม. ถึง​แนว​น้ำ�ขึ้น 5–6 ม. จำ�นวน​การ​วางไข​ใน 1 ฤดูกาล 7 ครั้ง ระยะหาง 10–13 วัน/ครั้ง ไขท​ ั้งหมด 693 ฟอง รังล​ ะ 99 ฟอง/รัง รัง​ลึก 70 ซม. รัง​กวาง 30 ซม.

ชื่อ แม​เตาตนุ ส7 แหลง​วางไข เกาะ​สตอรค วันทีว่​ างไข เม.ย. 54 กระดอง​กวาง รอยเทา​กวาง 100 ซม. พฤติกรรม ชอบ​ทำ�รัง​บริเวณ​แนวปา​โดย​ส�ำ รวจ​บน​หาด​ทั้ง​ฝง​ซาย​และ​ขวา แต​เปลี่ยน​ทิศทาง​กระ​ทัน​หันกลับล​ ง​ทะเล(อาจ​ถูก​รบกวนระหวาง​ตีแปลง​ทราย) และ​ไม​ขึ้น​วาง​ไข​ที่เกาะ​สตอรคอ​ ีก ระยะหาง​จาก​รัง ถึง​แนวปา - ม. ถึง​แนว​น้ำ�ขึ้น – ม. จำ�นวน​การ​วางไขใ​ น 1 ฤดูกาล - ครั้ง ระยะหาง – วัน/ครั้ง ไข​ทั้งหมด - ฟอง รัง​ละ – ฟอง/รัง รัง​ลึก - ซม. รัง​กวาง – ซม. ชื่อ แม​เตาตนุ ส8 แหลง​วางไข เกาะ​มังกร​หาด​ซาย วันทีว่​ างไข เม.ย.-มิ.ย. 54 กระดอง​กวาง รอยเทา​กวาง 85–100 ซม. พฤติกรรม ชอบ​ทำ�รัง​บริเวณ​หิน โดยเฉพาะ​ริม​ชายหาด​ฝง​ขวา ระยะหาง​จาก​รัง ถึง​แนวปา 0.9–1.5 ม. ถึง​แนว​น้ำ�ขึ้น 3.0–5.4 ม. จำ�นวน​การ​วางไขใ​ น 1 ฤดูกาล 6 ครั้ง ระยะหาง 10–13 วัน/ครั้ง ไข​ทั้งหมด 684 ฟอง รัง​ละ 108 ฟอง/รัง รัง​ลึก 60–80 ซม. รัง​กวาง 30 ซม. ชื่อ แม​เตาตนุ ส10 แหลง​วางไข หาดทราย​แดง วันทีว่​ างไข เม.ย.-ส.ค. 54 กระดอง​กวาง รอยเทา​กวาง 110 ซม. พฤติกรรม ชอบ​ท�ำ รัง​บริเวณ​ดานหลัง​แนว​พุมไม​ชายหาด โดยเฉพาะ​ริม ชายหาด​ฝง​ซาย​แต​เมื่อ​สภาพ​หาด​เปลี่ยนไป​ไมเหมาะ จึง​มา​ขึ้น​ริม ฝง​ขวา​โดย​ทิ้ง​ระยะหาง​ไป​นาน 1 เดือน ระยะหาง​จาก​รัง ถึง​แนวปา 0.9–1.5 ม. ถึง​แนว​น้ำ�ขึ้น 3.0–5.4 ม. จำ�นวน​การ​วางไขใ​ น 1 ฤดูกาล > 2 ครั้ง ระยะหาง – วัน/ครั้ง ไข​ทั้งหมด - ฟอง รัง​ละ - ฟอง/รัง รัง​ลึก – ซม. รัง​กวาง - ซม.

เมื่อ​พิจารณาขอมูล​สถานที่ ​ชวง​ฤดูว​ าง​ไข พฤติกรรม​เฉพาะ และ​ระยะหาง​ระหวาง​ฤดู​ วางไข​แตละครั้ง​ตั้งแต​อดีต​จนถึง​ปจจุบัน มี​ความ​เปนไปไดส​ ูงว​ า​เตา​ทะเล​บาง​ตัว​ใน​กลุม​ นี้​คือ​ตัวเ​ ดียว​กับท​ ี่​ขึ้นว​ างไข​เมื่อ​ป พ.ศ.2549-2551 แลว​สามารถ​รอดชีวิตห​ ลังจาก​การ​ ขึ้นว​ างไข​ในอดีต และ​​กลับม​ า​วางไข​ที่​แหลงว​ างไข​เดิม อยางไร​ก็ตาม ​เทคโนโลยี​ที่​ทันสมัย​ จะชวย​ใหส​ ามารถ​ติดตาม​การ​เดินทาง พฤติกรรม ของ​เตาท​ ะเล​ไดอ​ ยาง​มป​ี ระสิทธิภาพ ถูกตอง แมนยำ� เพือ่ น​ �ำ ข​ อ มูลม​ า​ศกึ ษา​ชวี ติ ร​ วมถึง​ นำ�มา​ประเมิน​จำ�นวน​ประชากร​เตา​ทะเล​ที่​ใช​พื้นที่​หาด​หมูเกาะ​สุรินทร​สำ�หรับ​วางไข​วา​ มี​แนวโนม​เพิ่มม​ ากขึ้น​หรือล​ ด​จำ�นวน​ลง


9

3 ​พฤติกรรม

เวลา ชวงเวลา​ที่​ระดับ​น้ำ�ทะเล​กำ�ลัง​เริ่มขึ้น​ใน​ตอนกลางคืน คือ ชวงเวลา​ทเี่​ ตา​ทะเล​จะ​ ขึ้นม​ า​บน​ชายหาด​เพื่อว​ างไข​มาก​ที่สุด ซึ่ง​ชวง​เวลานี​ค้ ือ​ชวง​ที่​โลก​กำ�ลังเ​ คลื่อนทีเ่​ขาใกล​ ดวงจันทรม​ าก​ที่สุด โดย​แรงดึงดูดท​ ี่​มี​ผล​กับ​ระดับ​น้ำ�ทะเล​ทำ�ใหเ​ ตา​ทะเล​ตัดสินใจ​ไดว​ า​ จะ​ขนึ้ ม​ า​วางไขเ​วลาใด และ​มกั ก​ ลับล​ ง​ทะเลใน​เวลา​ทร​ี่ ะดับน​ �้ำ ทะเล​ก�ำ ลังเ​ริม่ ล​ ง อยางไร​ ก็ตาม ชวงเวลา​ทเ​ี่ ตาท​ ะเล​ขนึ้ ม​ า​บน​ชายหาด​เพือ่ ว​ างไขม​ ค​ี วาม​แตกตาง​ไดต​ าม​พฤติกรรม​ ซึ่งเ​ ปนล​ ักษณะ​เฉพาะ​ของ​เตา​ทะเล​แตละตัว ตำ�แหนง​รังไข พฤติก​ รรมการ​เลือก​ตำ�แหนง​เพื่อ​ทำ�รังว​ าง​ไขเตา​ทะเล​จะ​เลือก​เพียง​หาด​ เดียว​ใน​บริเวณ​ทเ​ี่ ฉพาะ​เจาะจง ไมก​ ระจัดก​ ระจาย​เพือ่ ว​ างไขต​ ลอด​ฤดูกาล โดย​จะ​ตแี ปลง​ เพื่อ​ขุดท​ ราย​ดวย​ครีบ​คห​ู นาห​ า​ตำ�แหนงทีเ​่ หมาะสม​กอน​ใช​ครีบ​ค​หู ลัง​ขุดห​ ลุม เตา​ทะเล​ บาง​ตัวอ​ าจ​ขุดเ​ พียง 1 แปลง หรือ​ อาจ​มาก​ถึง 3 แปลง ใน​บาง​ตัว จน​พบ​ตำ�แหนงที่​ เหมาะ​ที่สุด โดย​เตา​ทะเล​ทุก​ตัว​จะ​แสดง​พฤติกรรม​นี้​ตลอด​ฤดู​วางไข​ของ​มัน ใน​กรณีท​ี่ พื้นทีบ่​ ริเวณ​นั้น​ไม​เหมาะสม​เตา​ทะเล​บาง​ตัว​จะ​กลับ​ลง​ทะเล​ไป​กอน โดย​กลับ​ไป​กอน​ที่​ น้ำ�ทะเล​จะ​ลง​ต่ำ�สุด​แลว​ขึ้นม​ า​ใหม​ใน​อีก 1 คืน หรือ​อาจ​นาน​ไป​อีก 1 ​เดือน

รอย​แปลง​ทราย​กลบ​รงั แ​ บบ​ทาง​ ยาว 4 เมตร ของ​เตาตนุ รอย​แ ปลง​ท ราย​ก ลบ​รั ง ​เ ป น​ วงกลม​ของ​เตาตนุ​โดย​ใช​ครีบ​คู​ หน า ป ด ​ท ราย​ไ ป​ด  า นหลั ง​ พร อ มกั บ ​ห มุ น ตั ว ​ไ ป​ม า​ก  อ น​ หันหนา​ออก​ทะเล​

รอย​คลาน เตาท​ ะเล​บาง​ตวั ข​ นึ้ ห​ าด​มา​แตไ​ มว​ างไขท​ �ำ ใหสณ ​ั นิษ​ ฐาน​ไดย​ า​กวาเ​ ปนเ​ ตาท​ ะเล​สายพันธุไ​ หน การ​สงั เกต​ดร​ู อย​ดนั ​ ทราย​ของ​ครีบ​คู​หนา​จะ​สามารถ​บอก​ได โดย​เตาตนุ รอย​จะ​ สมมาตร​ซา ย​ขวา สันข​ อบ​ชดั เจน กด​ลกึ ล​ ง​ไป​บน​พนื้ ทราย และ​ มัก​มี​ขนาดใหญ​ตาง​จาก​เตากระ​ที่​รอย​ไมสมมาตร​เพราะ​ ลักษณะ​การ​คลาน​ของ​เตา 2 ​สายพันธุ​ตางกัน

ทำ � ​รั ง เต า ​ท ะเล​ สวนใหญ​จะ​ทำ�รัง​และ​ กลบ​อยาง​ดี​ดวย​ความ​ เงียบ​โดย​ขดุ ห​ ลุมค​ วาม​ ลึกเ​ หมาะกับจ​ �ำ นวน​ไข สวนใหญข​ ดุ จ​ นถีงก​ อ น​ หินด​ า นลาง ดังนั้น รัง​ ของ​เตากระ​ซึ่ง​มี​ขนาด​ ไขเ​ ล็กจ​ งึ ต​ นื้ ก​ วาร​ งั ข​ อง​ เตาตนุ เมือ่ ต​ อ ง​กลบ​รงั ​ จะ​ตแี ปลง​ทราย​เพือ่ ถ​ ม​ จน​ไ ม เ หลื อ ​ร  อ งรอย​ เปน​วงกลม หรือ ทาง​ ยาว

ความ​ปลอดภัย พฤติกรรม​ของ​เตา​ ทะเล​ข ณะ​ขึ้ น ​ว างไข ​มี ​ค วาม​ ระมัดระวัง​สูง คอยๆ เปนไป​อยาง​ เชื่องชา และ​เงียบ​ที่สุด ถา​พบ​ความ​ ผิ ด ​ป กติ ​เ กิ ด ขึ้ น ​ใ น​ท ะเล​ห รื อ ​บ น​ ชายหาด เชน มีเสียง​จาก​เครื่องยนต​ เรือ แสง​ไฟฉาย กลิ่น​ที่​ผิด​ไป​จะ​ เปลี่ ย น​ทิ ศ ​ก ลั บ​ล ง​ท ะเล​ทั น ที​ด  ว ย​ ความ​รวดเร็ว มักจะ​เห็น​รอย​คลาน​ ขึ้น​ทำ�​มุม​หัก​ศอก​กับ​รอย​คลาน​ลง​ที่​ มุงเ​ ปน​เสนตรง​ลง​ทะเล

รอย​แปลง​ทราย​เพื่อ​ทำ�รัง​ของ​เตาตนุ ที่​หาดทราย​แดง

ระหวาง​รอ​พัก​วางไข เตา​ทะเล​จะ​ อาศั ย ​ห า​กิ น อยู  ​ใ น​แ นว​ป ะการั ง​ บริเวณ​ชายหาด​ทข​ี่ นึ้ ​วางไข เปนร​ ศั มี​ ประมาณ 6 กิโลเมตร ​ทำ�ใหส​ ามารถ​ พบเห็น​เตา​ทะเล​ไดง​ าย​ใน​บริเวณ​นี้


10

4 ​สภาพ​รังไข เตา​ทะเล​แตละ​ตัวเลือก​ทำ�รัง​ใน​สภาพ​พื้นที่​ตางกัน​สภาพ​ภายใน​รังไข​จึง​แตกตางกัน​ไป​ ดวย เชน หาด​เกาะ​มงั กร สภาพ​ภายใน​รงั ไขม​ อ​ี ณ ุ หภูมต​ิ �่ำ เ​มือ่ เ​ทียบกับห​ าด​อนื่ คือ เฉลีย่ อ​ ยูร​ ะหวาง 26.0 – 27.0°ซ ลักษณะ​เม็ดท​ รายขาว​ละเอียด รวน ความชืน้ ป​ านกลาง ถาย​ งิ่ ใ​ กลแ​ นวปา​ จะ​มร​ี ากไมเ​ ยอะ สามารถ​ขดุ ล​ ง​ไป​ไดล​ กึ ม​ ากกวา 80 ซม. ดานลาง​รงั ไขเ​ ปนกอน​หนิ หรือ รากไม​สำ�หรับห​ าด​ฝงซ​ า ย เม็ดทราย​ละเอียด รวน ความชื้น​เล็กนอย ถึง​แหงโ​ ดยเฉพาะ​ บริเวณ​ผวิ ท​ ราย สามารถ​ขดุ ล​ ง​ไป​ไดล​ กึ ม​ ากกวา 80 ซม. ดานลาง​รงั ไขเ​ปนกอน​กนิ ส​ �ำ หรับ​ หาด​ฝงข​ วา หาดทราย​แดง สภาพ​ภายใน​รังไข​มี​อุณหภูมิ​เฉลี่ย​ใกลเคียง​กับห​ าด​เกาะ​มังกร ลักษณะ​ เม็ดทราย​เม็ดใ​ หญ หยาบ รวน​มาก ไม​จับตัวก​ ัน สามารถ​ขุด​ลง​ไป​ไดล​ ึกม​ ากกวา 80 ซม. ชั้นท​ ราย​ดานบน​มัก​พบ​รากไม หาด​อาวบอน​เล็ก (หาด​สำ�หรับ​การ​ยาย​รังไข) สภาพ​ภายใน​รังไข​มี​อุณหภูมิ​เฉลี่ย​อยู​ ระหวาง 26.34 – 27.88°ซ ลักษณะ​เม็ดทราย​ละเอียด อัด​ตัว​แนนก​ วา​หาด​อื่นๆ มี​ดิน​ และ​ตะกอน​สีดำ�ผ​ สม ความชื้น​เล็กนอย สามารถ​ขุด​ลง​ไป​ได​ลึก​ไมเ​ กิน 80 ซม. ​รากไม​ เยอะ​ สภาพ​ภายใน​รัง​ที่​แตกตางกัน​เชนนี้​สงผล​โดย​ตรง​ตอ​ตัวออน​ที่อยู​ภายใน​รังไข อุณหภูมิ​ใน​ระหวาง​การ​ฟก มีผลตอ​เพศ​ของ​ลูก​เตา ระยะเวลา​ใน​การ​ฟก​ออก​เปนตัว และ​อัตรา​การ​ฟก ลักษณะ​เม็ดทราย และ​ความชื้น​มี​ผล​ตอก​ าร​แลกเปลี่ยน​ถายเท​แกส​ ของ​ตัวออน​ภายใน​ไข​ตลอด​ถึงพ​ ัฒนาการ​เจริญเ​ ติบโต และ​อัตรา​การ​ฟก หาด​เกาะมังกรฝั่งซาย(ใกลแ​นวปา) ​หาดเกาะมังกรฝั่งซาย(ไกลแนวปา)

​หาดเกาะมังกรหาดขวา

ไข​ของ​เตากระ มี​ขนาด​เล็กมาก​เสน​ ผาศ​ ูนยกลาง​เฉลี่ยย​ าว​เพียง 3.4 ซม. เมื่ อ ​เ ที ย บกั บ ​ไ ข ​ข อง​เ ต า ตนุ ​ที่ ​มี ​ ขนาดใหญ​กวา​มี​เสน​ผา​ศูนยกลาง​ เฉลี่ย​ยาว 4.2 ซม. ขนาด​ตัว​ของ​ลูก​ เตา​เมื่อ​ฟกอ​ อกมา​จึงต​ า งกัน

​หาดทรายแดง

หาดอาว​บอน​เล็ก

ไขเ​ ตากระ​ทห​ี่ าด​เกาะ​มงั กร​หลังจาก​เตา​ ทะเล​ปลอย​ไข​ไม​เกิน 2 ชม. เปลือกไข​ เต็มไปดวย​เมือก นิ่ม บาง​ใส​ทั้ง​ฟอง ขนาด​เสนผ​ า ​ศูนยกลาง 3 ซม.


11

5 อันตราย ​สิ่ง​รบกวน

เตาท​ ะเล​หลาย​ตวั ข​ นึ้ ม​ า​วางไขแ​ ตอ​ าจ​ถกู ร​ บกวน​จาก​สาเหตุต​ า งๆ โดยเฉพาะ​จาก​กจิ กรรม​ ของ​มนุษย แมแต​ใน​พื้นที่​คุมครอง​การ​รบกวน​สามารถ​เกิดขึ้นไ​ ดท​ ั้ง​บน​ชายหาด และ​ใน​ ทะเล​ถา​ผูใช​ประโยชน​ไมมคี​ วาม​เขาใจ​หรือ ไม​ไดรับก​ าร​ประชา​สัมพันธ​ที่​ดี

แสงไฟ แสงไฟ​บริเวณ​แหลง​วางไข​มี​ผล​กระทบ​อยาง​มาก​ตอ​เตา​ทะเล เพราะ​สามารถ​ทำ�ให​เตา​ ทะเล​ไม​วางไข หรือ หนีไป​จาก​บริเวณ​ชายหาด​ที่​เคย​ขึ้นว​ างไข​เพราะ​กลัวอ​ ันตราย หรือ ทำ�ใหเ​ ตา​ทะเล​สับสน​ทิศทาง​กลับ​สู​ทะเล​ดา นนอก​หลังจาก​วางไข​เสร็จ (กรณี​นี้​ยังไ​ มเคย​ เกิดขึน้ บ​ ริเวณ​หมูเ กาะ​สรุ นิ ทร) แหลงกำ�เนิดข​ อง​แสงไฟ​มา​ไดจ​ าก​ทงั้ บ​ น​ชายหาด เชน คน​ ขึ้น​ไป​ทำ�​กิจกรรม​บน​ชายหาด​ที่​ไมใช​เขต​นันทนาการ ​ใชไ​ ฟฉาย หรือ กอ​กองไฟ และ​ใน​ ทะเล เชน เรือ​นักท​ องเที่ยว หรือ ​เรือประมง​ที่​จอด​เปดไฟ​อยู​ใกลช​ ายหาด การ​พัฒนา​สิ่ง​ปลูกสราง​ริม​ชายหาด บริเวณ​ชายหาด​ดา นหลังเ​ ปนพ​ นื้ ท​ ท​ี่ ด​ี่ ส​ี �ำ หรับว​ างไขข​ อง​เตาท​ ะเล​เนือ่ งจาก​ชว ย​ลด​ความ​ เสี่ยง​จาก​น้ำ�ทะเล​ทวม​ถึง แต​สิ่ง​กอสราง​และ​สิ่ง​อำ�นวย​ความ​สะดวก​ใน​เขต​บริการ​ของ​ พื้นทีอ​่ ุทยานฯ เชน ลาน​กิจกรรม​ที่ท​ ำ�​ดวย​แผน​ปูน อิฐ​ตัวห​ นอน​ที่​สราง​กีดขวาง​บริเวณ​ นี้​ทำ�ให​เตา​ทะเล​ไม​สามารถ​ขุด​ทราย​ลึก​ลง​ไป​เพื่อ​ทำ�รัง​ โดยเฉพาะ​ใน​ฤดูมรสุม​ที่​เตา​ ทะเล​ใช​ชายหาด​ชวง​ที่​ไมมี ​มนุษย​รบกวน​เปน​แหลง​วางไข

การ​รื้อถอน​พรรณไม​ปา​ชายหาด ปา​ชายหาด​เปนแนว​กันชน​สำ�คัญ​ ช ว ย​ล ด​แรง​ป ะทะ​ข อง​ค ลื่ น ​ที่ ​เข า​ กัดเซาะ​แผนดิน และ​คอย​รักษา​ สมดุล​ของ​ชายหาด โดย​เฉพาะกลุม​ พืช​บุกเบิก และ​กลุม​ไมพุม​ที่อยู​ บริเวณ​ชายหาด​ดาน​หนาที่​ทำ�หนาที่​ ตรึง​มวล​ทราย​ให​สะสม​ไว​ใต​ลำ�ตน เกิด​เปน​สันทราย​และ​พื้นที่​สำ�หรับ​ วางไข​ของ​เตา​ทะเล แต​การ​ทำ�ลาย​ รื้ อ ถอน​ตั ด ​ฟ  น ​ต  น ไม ​ทิ้ ง ​เ พื่ อ ​ทำ �​ กิจกรรม​นันทนาการ​บน​ชายหาด​ที่​ ไมใชเ​ขต​นันทนาการ โ​ดยเฉพาะ​การ​ กาง​เตนท​ ส​ ง ผล​ใน​ระยะยาว​ตอ ค​ วาม​ เหมาะสม​ของ​ชายหาด​ตอ​การ​เปน​ แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล


12

บท​ที่ 2 ฟกตัว​ลง​สู​ทะเล HATCHLING


13

ตัวออน​ภายใน​รังไข​จะ​ใชเวลา​ฟกตัว​อยู​ใต​พื้นทราย ประมาณ 55-65 วัน โดย​คอยๆ เริ่มมี​ พัฒนาการ​หลังจาก​เตา​ทะเล​ปลอย​ไข เริ่มจาก​การ​แบง​เซล​และ​เริ่ม​ยึด​เกาะ​ติดกับ​เยื่อ​เปลือกไข​ บริเวณ​สวนบน​ของ​ไข จากนั้น​จึง​พัฒนา​สวนหัว​โต ลูกตา หัวใจ และ​อวัยวะ​ภายใน จน​เริ่มมี​ กระดูก​สันหลัง เกล็ดบ​ น​กระดอง ขา​หนาขา​หลัง และ​อวัยวะ​ทุก​สวน​เจริญ​ครบถวน​สมบูรณ​ใน​ ชวง​ใกล​ฟก​ออก​เปนตัว เมื่อ​สภาพ​ชายหาด​ไม​เจอ​กับ​ภัย​คุกคาม​ใดๆ รังไข​ที่​ใต​พื้นทราย​ก็​ไม​ถูก​รบกวน การ​พัฒนา​ของ​ ตัวออน​จะ​คอย​เปนไปตาม​ขั้นตอน โดย​มี​เพียง​ความ​รอน​จาก​แสง​อาทิตย และ​ความชื้น​ที่​ เหมาะสม​ใต​พื้นทราย​เปน​ตัวกำ�หนด​ให​เปนไปตาม​ธรรมชาติ ตาม​ธรรมชาติ​เตา​ทะเล​จะ​เลือก​วางไข​บริเวณ​แนว​พุมไม แนวหิน หรือ แนวปา​ซึ่ง​อยู​สูง​เหนือ​ ระดับน​ �้ำ ทะเล​ขนึ้ ส​ งู สุดเ​พือ่ ป​ อ งกันร​ งั โ​ดน​น�้ำ ทวม แตใ​น​ชว งเวลา​ตงั้ แต ป พ.ศ.2553-2554 รังไข​ สวนใหญ​กลับ​อยู​ตรง​ตำ�แหนงที่​ไม​เหมาะสำ�หรับ​วางไข เนื่องจาก​ระดับ​น้ำ�ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​สูง​ มากกวาเ​ดิม โดยเฉพาะ​ชว ง​ทม​ี่ ค​ี ลืน่ ล​ ม พายุร​ นุ แรง​ตวั ออน​ใน​ระยะ​ฟก ท​ ใ​ี่ ชเวลา​นาน​มากกวา 2​ เดือน จึงไ​ม​ปลอดภัย ศัตร​ผูลา​ทาง​ธรรมชาติ​ที่​นากลัว​ของ​เตา​ทะเล​ในขณะ​เปน​ไข​จน​ฟก​เปนตัว คือ ตะกวด สัตว​กิน​ ซาก​ทอ​ี่ อก​หากินต​ อน​เชาตรู กลิน่ ค​ าว​เมือก​ทป​ี่ ลอย​ออกมา​ขณะ​เตาท​ ะเล​ปลอย​ไข หรือ กลิน่ ล​ กู ​ เตาท​ เ​ี่ พิง่ ฟ​ ก อ​ อกจาก​ไขท​ �ำ ใหต​ ะกวด​คน หา​รงั ไขท​ อี่ ยูล​ กึ ล​ ง​ไป​ใตพ​ นื้ ทราย​เจอ​และ​กนิ เ​ปนอ​ าหาร ตะกวด​หนึ่ง​ตัว​กิน​ไข ครั้ง​ละ​ไม​เกิน 100 ฟอง แต​จำ�นวน​ตะกวด​ใน​แตละ​ชายหาด​ที่​มี​มากกวา​ หนึ่ง​ตัว และ​เชื้อ​แบคทีเรีย​ที่​มี​ใน​น้ำ�ลาย​และ​เล็บ​ทำ�ให​ตัวออน​ใน​ระยะ​ฟก​ไม​ปลอดภัย

ชาย​หาด​เกาะ​มังกร​ถูก​น้ำ�ทะเล​ทวม​ถึง​ แนวปาห​ นิ ด​ า นหลัง หาด​สว น​ทน​ี่ �้ำ ทะเล​ ทวม​ไม​ถึง​กำ�ลัง​ถูก​กัด​เซาะ​จน​ปรากฎ​ สันทราย​

รอย​เ ล็ บ ​แ ละ​เ ศษ​เ ปลื อ ก​ห ลั ง จาก​ ตะกวด​ขุด​และ​กิน​ไข​ภายใน​รัง​ที่​มีอายุ​ 2 วัน


14

หาด​อา วบอน​เล็กถ​ กู เ​ลือก​ใหเ​ปนห​ าด​ส�ำ หรับ​ การ​ยาย​รังไข​ดวย​เหตุ​ที่​เปน​อาว​ที่ตั้ง​ใน​ที่อับ​ คลื่ น ​ล ม ชายหาด​ย าว พื้ น ที่ ​ห าด​มี ​ค วาม​ เหมาะสม​ตอ​การ​เปน​แหลง​วางไข​มาก​ที่สุด​ เมือ่ เ​ทียบกับห​ าด​อนื่ ไ​มมส​ี ตั วอ​ นื่ ร​ บกวน​และ​ งาย​ใน​การ​ติดตาม​ขอมูล​และ​เฝาระวัง

1ความ​ปลอดภัยข​ อง​รังไข พื้นที่​วางไข​ที่อยู​ใน​สภาวะ​เสี่ยง​จาก​ภัย​คุกคาม​ที่​รุนแรง​ทาง​ธรรมชาติ​จน​ทำ�ให​รังไข​ตอง​ เจอ​กบั ป​ ญ  หา​ระหวาง​ฟก ตัวน​ าน​มาก​กวา 2 เดือน เชน ปญหา​การ​กดั เซาะ​ชายหาด​รนุ แรง​ จน​สงผล​เสียหาย​ตอ​รังไข ปญหา​การ​ติดเชื้อ​จาก​ความชื้น​ภายใน​รัง​ที่​มี​มากเกิน หรือ ปญหา​ถูก​กิน​จาก​สัตว​อื่น​จน​อัตรา​การ​ฟก​ลดลง​หรือ​เปน​ศูนย เปน​ปญหา​ของ​ความ​ไม​ เหมาะสม​ของ​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเลใน​ปจจุบัน การ​จัดการ​เพื่อให​รังไข​มี​ความ​ปลอดภัย เชน การ​ยา ย​ต�ำ แหนงร​ งั ค​ อื ห​ นึง่ ใ​น​วธิ กี าร​โดย​ตอ ง​อยูภ​ ายใตก​ าร​ควบคุมอ​ ยาง​ใกลช​ ดิ จ​ าก​ ผูเ​ชี่ยวชาญ​และ​ผาน​การ​พิจารณา​อยาง​รอบคอบ​แลว การ​ยาย​รัง​อยูภ​ ายใต​ขอ​ควร​คำ�นึง ดังนี้ 1) ยาย​รังไขภ​ ายใน 24 ชั่วโมง (ปลอดภัย​ที่สุด​ควร​อยูภ​ ายใน 3-6 ชั่วโมง) หลังจาก​เตา​ ทะเล​ปลอย​ไข เพื่อ​ปองกัน​ตัวออน​เสียชีวิต หรือ พิการ​จาก​ไขแดง​ทับ​หรือ​ทอ​เชื่อม​ตอ​ ระหวาง​ไขแดง​กับต​ ัวออน​ขาด​ออก​จากกัน​จาก​การ​เคลื่อน​ยาย 2) หา​สถานที่​สำ�หรับ​หลุม​ใหม​โดย​พิจารณา​หาด​เดิม​กอน​เพื่อ​คงสภาพ​ภายใน​และ​ ภายนอก​รงั ไขท​ เ​ี่ ตาท​ ะเล​เลือก​ไวแ​ ลวโ​ ดย​เลือก​ทท​ี่ อี่ ยูส​ งู ถัดข​ นึ้ ​ไป นอกจากนัน้ ความ​รอ น​ จาก​แสง​อาทิตย ความชื้น​ใตพ​ ื้นทราย และ​อุณหภูมใิ​ น​ระหวาง​การ​ฟก​ตอง​เหมาะสม ใต​ พื้นทราย​ไมมรี​ ากไม​ฝอย และ​ปลอดภัยจ​ าก​การ​รบกวน​ของ​สัตว​อื่น (ศึกษา​วิธีการ​ยา ย​รังไ​ ขเตา​จาก​คูมือ​สำ�รวจ​และ​เฝาระวัง​รังไ​ ขเตา​ทะเล อุทยาน​แหงชาติ​ หมูเกาะ​สุรินทร) รังไข​ที่​ยาย​มา​จะ​ถูก​ลอม​รังเ​ พื่อ​ปองกัน​สัตวอ​ ื่นร​ บกวน โดยเฉพาะ​ศัตรูผ​ ูลา เชน ตะกวด และ มนุษย โดย​ใน​ชว ง 50 วันแรก​จะ​ลอ ม​ต�่ำ จากนัน้ เ​ปลีย่ น​มา​ลอ ม​สงู จ​ น​ลกู เ​ตาโ​ ผลส​ ว น​ใด​สว นหนึง่ ​ พน​ขึ้น​มา​ดานบน ที่​ลอม​จะ​ถูก​นำ�​ออก​รอ​จนกระทั่ง​ลูก​เตา​ทุก​ตัว​พรอม​และ​คลาน​ลง​สู​ ทะเล

รังไข​บาง​รัง​ไม​สามารถ​ฟก​ที่​ชายหาด​ เดิมไ​ ดเ​ นือ่ งจาก​สภาพ​หาด​ไมเ​ หมาะสม​ จึง​จำ�เปน​ตอง​ยาย​รังไข​ไป​หาด​อื่น


15

รังไข​ที่​ไดรับก​ าร​ปองกันแ​ บบ ลอม​ต่ำ� จะ​ถูก​คลุมด​ วยอวน​ตาขาย ขนาด​ตา 2 นิ้ว ปลาย​ ตาขาย​ถกู ​เก็บล​ ง​ไป​ใตพ​ นื้ ทราย​ลกึ ​พอที​ส่ ตั ว​อนื่ จ​ ะ​คยุ ​ขนึ้ ม​ า​ไมได ดานบน​ของ​รงั ไขม​ ต​ี รา​ เครื่องหมาย​อุทยานฯ ระบุ​ขอมูล​เบื้องตน​ของ​รังไข ดังนี้ ลำ�ดับที่​ของ​รัง วัน​เดือน​ป ภาษาไทย​และ​ภาษา​อังกฤษ แบบ​ลอม​สูง จะ​ถูก​ลอม​ดวย​ผา​ตาขาย​ยึด​ดวย​ไม 4 มุม สูง​จาก​พื้นทราย​ขึ้นม​ า 30 ซม. ปลายผา​ตาขาย​ถูก​เก็บ​ลง​ไป​ใตพ​ ื้นทราย ดานบน​คลุม​ดวยอวน​ตาขาย ขนาด​ตา 2 นิ้ว ทุก​รัง​มี​การ​เก็บ​บันทึก​ขอมูล​อุณหภูมิ​ใต​พื้นทราย และ​อากาศ​ดวย​เทอรโมมิเตอร​ วัดอุณหภูมิ

1) ยาย​ไขอ​ อก​จาก​รงั ล​ ง​กลอง​โฟม​ไป​ยงั ​ รังไข​รัง​ใหม 2) ลอม​รัง​ต่ำ� 3) ลอม​รัง​ สูง​

ระดับน​ �้ำ ทะเล​ขนึ้ ส​ งู สุดข​ นึ้ สูงเ​ปนสาเหตุห​ ลักท​ ท​ี่ �ำ ใหร​ งั ไขจ​ �ำ นวน​มาก​กวาค​ รึง่ ถ​ กู ย​ า ย​เพือ่ ​ ปองกันน​ �้ำ ทวม ซ​ งึ่ ก​ าร​ยา ย​รงั ส​ ว น​ใหญจ​ ะ​ท�ำ การ​ยา ย​ตงั้ แตแ​ รก​หลังเ​ตาท​ ะเล​ปลอย​ไข​มี​ เพียง​บาง​รงั ท​ จ​ี่ �ำ เปนต​ อ ง​ยา ย​หลังจาก​พน ร​ ะยะ​ฟก ตัวไ​ป​แลวห​ ลาย​เดือน​เนือ่ งจาก​สภาพ​ อากาศ​แปรปรวน​สภาพ​ชาย​หาด​ถูก​ทำ�ให​เปลี่ยนแปลง​ไ​ม​สามารถคา​ด​การณ​ได รังที่ รังที่ 1 - 7 รังที่ 8 - 12 รังที่ 13 รังที่ 14 รังที่ 15 รังที่ 16 รังที่ 17-18

สาเหตุที่ย้าย

หาดเดิม

หาดใหม่

น้ำ�ทะเล น้ำ�ทะเล

เกาะมังกร

เกาะมังกร

เกาะมังกร

อ่าวบอนเล็ก

ไม่ได้ย้าย ไข่ถูกตะกวดกิน หาดทรายแดง น้ำ�ทะเล เกาะมังกร ตะกวด น้ำ�ทะเล

อ่าวบอนเล็ก

หาดทรายแดง

อ่าวบอนเล็ก

เกาะมังกร

เกาะมังกร

ไม่ได้ย้าย หาดทรายแดง ไข่ถูกตะกวดกิน เกาะมังกร

-

รังที่ 19

ตะกวด

หาดทรายแดง หาดทรายแดง

รังที่ 20 - 25

ไม่ได้ย้าย

เกาะมังกร หาดทรายแดง

-


16

2 ​พัฒนาการ​ระยะ​สุดทาย​กอน​ฟก พัฒนาการ​ระยะ​สดุ ทาย​กอ น​ฟก (ประมาณ 10 วัน) ของ​ลกู เ​ตาท​ ะเล​สามารถ​สงั เกต​จาก​ การ​เปลี่ยนแปลง​ของ​เปลือกไข​ภายนอก​ได วันที่ 1 ​ในขณะที่​ลูก​เตา​มี​อวัยวะ​ทุก​สวน​ ครบ และ​มี​สีสัน​เหมือน​ลูก​เตา​แรกเกิด แต​ตัว​ยัง​บาง​นิ่ม​และ​ยัง​ใช​อาหาร​จาก​ไขแดง​อยู เปลือกไข​ภายนอก​จะ​มี​ลักษณะ​เตง รูปราง​เบี้ยว มีส​ ีขาว​ขุน และ​สามารถ​มองเห็น​กลุม​ เสนเลือด และ​มี​ลูก​เตา​สีดำ�​อยูภ​ ายใน (บางกรณี​อาจ​พบ​วา​เปลือกไข​ไม​เตง สี​ไม​ขาว​ขุน น้ำ�​หนัก​เบา และ​มองเห็น​ลูก​เตา​ภายใน​ไม​ชัดเจน) วันที่ 2-3 บน​เปลือกไข​จะ​เริ่มมี​รอย ราว​และ​รอยราว​จะ​คอยๆ ยาว​ขึ้น​ทุกวัน วันที่ 4 รอยราว​อาจ​วั���​ได​ยาว​ถึง 2 ซม. และ​ สามารถ​สมั ผัสไดว​ า ล​ กู เ​ตาเ​คลือ่ นไหว​อยูภ​ ายใน วันที่ 5 ปลาย​ปาก​แหลมคม​ทอี่ ยูด​ า นลาง​ จมูก​ของ​ลูก​เตา​เจาะ​ผาน​เปลือกไข​ขึ้น​มา วันที่ 6 ลูก​เตา​ตัว​แรก​ของ​รัง​ออก​มาจาก​ เปลือกไข วันที่ 7 ลูก​เตา​ที่อยู​ชั้นบน​ชั้นเดียว​กับ​ลูก​เตา​ตัว​แรก​ออกจาก​เปลือกไข​ตาม​ มา​เพิ่ม ในขณะที่​ไข​ฟอง​ที่อยู​ชั้นลาง​ลง​ไป​เริ่ม​เห็น​รอย​เจาะ​ที่​เปลือกไข วันที่ 8 ลูก​เตา​ ชั้นบนๆ ทุกต​ ัว​ออก​มาจาก​เปลือกไข​ทั้งหมด แตละตัว​มี​พฤติกรรม​อยูนิ่ง เมื่อ​ถูก​รบกวน​ จะ​คลาน​หนีล​ ง​ไป​ดา นลาง​ของ​รงั ยังมีไ​ขฟ​ อง​ทอี่ ยูช​ นั้ ลาง​ทย​ี่ งั ไ​มฟ​ ก แตละ​ฟอง​มร​ี อย​เจาะ​ ทีเ​่ ปลือกไข วันที่ 9 ลักษณะ​หลุมด​ า นบน​ตรงกลาง​รงั เ​สนผ​ า ศ​ นู ยกลาง​ประมาณ 15 ซม. ยุบลง​ไป 5 ซม. (บางกรณีอ​ าจ​สงั เกตไดย​ า​กวาห​ ลุมย​ บุ ห​ รือไม) ภายใน​รงั ด​ า นลาง​ลกู เ​ตา​ เกือบ​ทงั้ หมด​ออก​มาจาก​เปลือก​แลว แตย​ งั คงมีพ​ ฤติกรรม​คลาน​หนีล​ ง​ไป​ดา นลาง​เมือ่ ถ​ กู ​ รบกวน วันที่ 10 (ตอนเชา) ลักษณะ​หลุม​ดานบน​ยุบ​เพิ่มอีก 5 ซม. (ตอนบาย) พบ​ สวนบน​ของ​หัว​ลูก​เตา 1 ตัว โผลข​ ึ้น​มา​ดา นบน จากนั้น มีส​ วน​จมูก​และ​ปาก​โผล​ตาม​ขึ้น​ มา (ตอนเย็น) ลูก​เตา​ตัว​อื่น​เริ่ม​โผล​อวัยวะ​บางสวน​ตาม​ขึ้น​มา​ (ตอน​หัวค่ำ�) ลูก​เตา​ จำ�นวน​มากขึ้น​มา​ดานบน​ตามร​ู​ที่​ลูก​เตา​ตัว​แรกๆ ใช​ขึ้น​มา

ไขเตาตนุ​อายุ 58 วัน ไข​เตง ​สีขาว​ขุน​ทั้ง​ฟอง

ลูก​เตากระ​โผล ดานบน​ของ​หัว และ​จมูก​ขึ้น​มา จาก​พื้นทราย

ลูก​เตา​ทุก​ตัว​มุงหนา​สู​ทะเล​อยาง​ กระฉับกระเฉง มีล​ กู เ​ตาเ​พียง​บาง​ตวั ​ ทีไ​่ มพ​ รอม หรือ ออนแอ​ยงั อยูภ​ ายใน​ รั ง ​แ ละ​อ าจ​ขึ้ น ​ม า​ด  า นบน​ใ น​วั น​ ถัดไป

เปลือกไข​เตากระ มี​รอย​เจาะ และ เปลือก​มี​รอย ​กระเทาะ​ออก

ลูก​เตาตนุ​ตัว​แรก ขึ้น​มา​ดานบน​กอน คลาน​ลง​สู​ทะเล ​ดานนอก

ลูกเ​ตากระ จำ�นวน 164 ตัว ฟกอ​ อกจาก​ รัง​และ​คลาน​มุงหนา​สู​ทะเล ใน​วันที่ 1 มี.ค 2554 เวลา 19:00 น. ที่​หาด​ เกาะ​มังกร หลังจาก​ใชเวลา​ฟก​อยู​ใต​ พืน้ ทราย 62 วัน มีอ​ ตั รา​การ​ฟก รอยละ 94.25 ของ​ทั้งหมด


17

3 ​อัตรา​การ​ฟก

ลูก​เตากระ​ตัว​แรก​ที่​ขึ้น​มา​ดา นบน มีต​ ัว​สีดำ� กระดอง​สีน้ำ�ตาลแดง ขนาด​ตัว​ความ​ยาว 5 ซม. ความ​กวาง 3 ซม. มี​ไขแดง​สีดำ�​เหมือน​สี​ตัว​ที่​ทอง​เสน​ผา ​ศูนยกลาง 0.3 ซม.

ไขเตาท​ ะเล​จ�ำ นวน 1,561 ฟอง จาก​รงั ไข 25 รัง (เตากระ 355 ฟอง เตาตนุ 1,206 ฟอง) มี​ระยะ​ฟก 62 วัน (เตากระ) 58-67 วัน (เตาตนุ) ฟก​เปนตัว​ทั้งหมด 981 ตัว มี​อัตรา​ การ​ฟกค​ ิด​เปน รอยละ 63 ของ​ทั้งหมด ต่ำ�สุด รอยละ 0 มาก​สุด รอยละ 98 โดย​แบง​ เปนของ​เตากระ​มอ​ี ตั รา​การ​ฟก ค​ ดิ เ​ปน รอยละ 85 เตาตนุม​ อ​ี ตั รา​การ​ฟก ค​ ดิ เ​ปน รอยละ 60 ของ​ทั้งหมด รัง​ที่​มี​อัตรา​การ​ฟก​ต่ำ�​ทุก​รัง​โดน​คุกคาม​จาก​ตะกวด ซึ่ง​มี​มาก​ถึง 4 รัง และ​มี​อัตรา​การ​ ฟก คิด​เปน​รอยละ 0-27 ของ​ทั้งหมด​เทานั้น

ลูก​เตากระ​มี​ขนาด​ตัว​เฉลี่ย กวาง 3 ซม. ยาว 4 ซม. ลูก​เตาตนุ​มขี​ นาด​ตัว​ เฉลี่ย กวาง 3.7 ซม. ยาว 4.8 ซม. ลู ก ​เ ต า ตนุ ​มี ​ลำ � ตั ว ​ด  า นบน​สี ดำ � ดานลาง​สีขาว กระดอง​สีดำ� ไขแดง​ สีสม​แตกตางจาก​เตากระ


18

4 ​สิ่ง​ผิด​ปกติ​ระหวาง​พัฒนาการ​เจริญ​เติบโต

ไข​จำ�นวน​หนึ่ง​ใน​รัง​ไม​ฟก​เปนตัว​ได​จาก​หลาย​สาเหตุ การสัง​เกต​ลักษณะ​การ​ตาย และ​ ชวงเวลา​ที่​ตาย​ของ​ตัวออน​ หรือ ​ลูก​เตา​ถือเปน​กุญแจ​สำ�คัญ​นำ�ไปสู​คำ�​ตอบ​ของ​สาเหตุ​ การ​ตาย ไม​มี​การ​ปฏิสนธิ ไม​พบ​ตัวออน​ใน​ไข ไขแดง​และ​ไขขาว​ยัง​คง​สภาพ​เดิม หรือ ​อาจ​เสีย​ สภาพ​เปนกอน​แข็ง ตาย​ใน​ระยะ​ตัวออน 1) พบ​ตัวออน​อายุ​ไมเ​ กิน 5 วัน ความ​ยาว 0.5 ซม. ยัง​ไม​ทราบ​สาเหตุ​การ​ตาย​ 2) พบ​ตัวออน​ที่​มี​อวัยวะ​ทุกอยาง​ครบ​สมบูรณ ไมเห็น​หาง​แลว เริ่มมี​การ​แบง​เกล็ด​บน​กระดอง ตัวออน​บาง​นิ่ม สี​ใส​ไม​เขม ไขแดง​มี​ ขนาดใหญ ขนาด​ตัว​มคี​ วาม​ยาว 1-1.5 ซม. สาเหตุ​การ​ตาย​เกิดร​ ะหวาง​การ​ยา ย​รังช​ วง 1 เดือน หลังจาก​เตา​ทะเล​ปลอย​ไข 3) พบ​ตัวออน​อายุ ระหวาง 40 – 50 วัน ความ​ยาว 3 ซม. มี​อวัยวะ​ทุก​สวน​ครบ เกล็ด​บน​กระดอง​ชัดเจน​มี​สี​เหมือน​ลูกเ​ ตา ไขแดง​มขี​ นาด 0.5 – 3 ซม. สภาพ​ไขภ​ ายนอก​สี​ดำ�คล้ำ�​เปนด​ า งๆ เปลือง​ไข​ไมเ​ ตงตึง พบ​การ​ตาย​ใน​ ระยะนีเ​้ กือบ​ทกุ ร​ งั ย​ งั ไ​ มท​ ราบ​สาเหตุก​ าร​ตาย 4) ตัวออน​อายุต​ งั้ แต 50 วัน ขึน้ ไ​ ป เปลือก ไขฉ​ ีกขาด แต​ตัวออน​ยังอยูใ​ น​ถุง​น้ำ�คร่ำ� มี​อวัยวะ​ทุก​สวน​ครบ และ​มสี​ ีซีดจาง​กวา​ปกติ ยัง​ไมท​ ราบ​สาเหตุ​การ​ตาย เชื้อรา 1) มี​จุดส​ ีชมพู หรือ สีขาว​ขึ้นก​ ระจาย​อยู​ทเี​ ปลือกไข ไขแดง และ​ไขขาว มองเห็นต​ วั ออน​ไดย​ าก ตอง​ใชก​ ลอง​จลุ ทรรศนท​ �ำ ใหไ​ มท​ ราบ​ชว งเวลา​ ที่​ตัวออน​ตาย สาเหตุ​การ​ติดเชื้อ​เกิด​ใน​ชวง​ที่​รังโ​ ดน​น้ำ�ทะเล​ทวม หรือ ชวง​ฝน​ตกหนัก​ ติดตอกัน​ทำ�ให​น้ำ�​จาก​กอง​ใบไม​ไหล​ลง​ไป​ใน​รัง​ซึ่ง​ใน​กรณี​นี้​เปลือกไข​มี​ลักษณะ​รอน​บาง และ​กระ​เทาะ​ออกไป​บางสวน รากไม 1) ไขส​ ว นใหญเ​สียส​ ภาพ ไขแดง​มล​ี กั ษณะ​เปนกอน​ แข็ง ไขขาว​เหลว​ขน​

ลูก​เตาตนุ​ อายุ​ไม​เกิน 57 วัน ตาย​ หลัง​ฟก​ออก​จาก​ไข​และ​กำ�ลัง​รอ​ขึ้น​ จาก​หลุม​เพื่อ​ลง​สู​ทะเล ​เนื้อ​บริเวณ​ คอ​หาย​ไป สาเหตุ​การ​ตาย​เกิด​จาก​ ถูก​สัตว​อื่น​กิน เชน ปู


19

ลูก​เตา​ตนุ​รัง​ที่ 20 ฟกอ​ อก​จาก​หาด​ อาว​บอน​เล็ก เวลา 19:20 น. วายน้ำ�​ หลง​ทิศทาง​เขาหา​แสง​ไฟ​จาก​เรือ​ที่​ จอด​บริเวณ​อา ว​ชอ ง​ขาด​และ​วนเวียน​ อยู​เปนเวลา​นาน​หลาย​ชั่วโมง​ 5 ​สิ่ง​รบกวน ภัยค​ ุกคาม ลูกเ​ ตา​ทกี่​ ำ�ลัง​ฟก​เปนตัวอ​ อกจาก​รัง​และ​คลาน​ลง​ส​ทู ะเล​ตอง​เผชิญกับอ​ ันตราย​มากมาย​ จาก​สภาพอากาศ​แปรปรวน​ทส​ี่ ง ผล​กบั ส​ ภาพ​ชายหาด​ทเ​ี่ ปนแ​ หลงว​ างไข ศ​ ตั รูผ​ ลู า ท​ ม​ี่ อ​ี ยู​ ตาม​ธรรมชาติ ​และ​กิจกรรม​ของ​มนุษย์ที่​รบกวน​บริเว​ณ​แหลงว​ างไข ก​ าร​กดั เซาะ​ชายหาด ค​ ลืน่ ก​ ดั เซาะ​เอา​มวล​ทราย​บริเวณ​หาด​ดา นหนาอ​ อกไป​จน​เปลีย่ น​ เปนกอน​หิน ​กอน​ปะการัง​แทน​หาดทราย​เดิม ​เปน​อุปสรรค​กับ​ลูก​เตา​ตอง​ใชเวลา​นาน​ ขึ้น​ขณะ​คลาน​ลง​ทะเล​ทำ�​ให​เสี่ยง​กับก​ าร​ถูก​ศัตรูผ​ ูลา ​ตาม​ธรรมชาติ​จับ​กิน ​ศัตรู​ผูลา​ตาม​ธรรม​ชาติิ เวลา​ที่​ลูกเ​ ตา​ขึ้นจ​ าก​หลุม​และ​ลง​สทู​ ะเล​เปน​ชวงเวลา​กลางคืน​ ทำ�​ให​ลูก​เตา​รอดพน​จาก​ศัตรู​ผูลา​กลุม​ใหญ​ที่​ออก​หากิน​ใน​เวลา​กลางวัน​เหลือ​แต​ผูลา​ ตอนกลางคืน​ที่​มไี​ มมาก​นัก​บน​ชายหาด ​เชน ​ปูลม ​หรือ ใน​ทะเล ​เชน ​ลูกฉ​ ลาม ​ปลาไหล​ ปลา​ชนิด​อื่นๆ​ ท​ ราย​อดั แ​ นน ทราย​ดา นลาง​อดั แ​ นนเ​ กินไป​อาจ​มส​ี ว น​ท�ำ ใหล​ กู เ​ ตาท​ อ​ี่ ยูต​ �ำ แ​ หนง​ลา งสุด​ ของ​รัง​มี​ลักษณะ​ผิด​ปก���ิ ​เชน ​กระดอง​เบี้ยว กระดอง​นูน​สูง ​หรือ มี​ลำ�ตัว​กลม ​บาง​ ตัวออนแอ​ไมส​ ามารถ​ดันท​ ราย​ขึ้นม​ า​ดา นบน​ ​แสงไฟ ​เรือ​จำ�นวน​มาก​ที่​จอด​อยู​บริเวณ​ หมูเ กาะ​สรุ นิ ทร เ​ชน เ​รือท​ อ งเ​ทยี่ ว เ​รือประมง​ ที่​จอด​เพื่อ​หลบ​ลมพายุ และ​เรืออัปป​ าง​ที่​จอด​ เพื่ อ ​กู  ​ซ าก​ทุ ก ​ลำ � ​จ ะ​เ ป ด ไฟ​ทำ � ​กิ จ กรรม​ใ น​ ตอนกลางคืน​ซึ่ง​ใน​ฤดู​วางไข​ของ​เตา​ทะเล​ แสงไฟ​นี้​เปน​ปญหา​อยาง​มาก แสงไฟ​จาก​เรือ​ ทีจ​่ อด​บริเวณ​แหลงว​ างไข ห​ รือ ใน​เสนทาง​การ​ วาย​ออก​สู​ทะเล​ลึก​ดานนอก​ของ​ลูก​เตา​จะ​ ดึงดูด​ให​ลูก​เตา​หลง​ทิศทาง​วาย​เขาหา​ซึ่ง​ไม​ ปลอดภัย​ เชน ​ลูก​เตา​อาจ​หมด​แรง​จาก​การ​ วายน้ำ�​และ​ถูกผ​ ูลา​ใน​ทะเล​กิน ​หรือ ​บาดเจ็บ​ จาก​ใบพัด​เรือ ​หรือ ​ถูก​จับ​โดย​เรือ​ที่​ลา​เตา​ ทะเล​อยาง​ผิดก​ ฎหมาย

ลักลอบ​ขโมย และ​เก็บเ​ตาท​ ะเล​และ​ ไข​ของ​เตา​ทะเล แหลง​วาง​ไขเตา​ ทะเล​ที่​กระจาย​อยู​ไกล​จาก​ที่ทำ�การ​ อุทยานฯ เปน​อุปสรรค​สำ�คัญ​ใน​ บางครั้ง​ตอ​การ​เฝาระวัง​ตรวจตรา​ ทรัพยากรฯ รัง​ไขเตา​ทะเล​ทุก​รัง​เมื่อ​ ใกล​เวลา​ฟก​เครื่อง​ปองกัน​รัง​จะ​ถูก​ นำ�​ออก​เพื่อ​ปองกัน​ลูก​เตา​ติด​ขณะ​ คลาน​ขึ้น​ดานบน​จน​ไดรับ​บาดเจ็บ และ​ไ ด ​ล ง​สู  ​ท ะเล​ทั น ที ที่ ​ขึ้ น ​ม า​ ดานบน​ทำ�ให​เปน​โอกาส​เหมาะกับ​ กลุมคน​ที่​ลักลอบ​ขโมย​และ​หา​ผล​ ประโยชน​จาก​เตา​ทะเล


20

บท​ท่ี 3 ชายหาด​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล NESTING AREA


21

ใน​ปจจุบัน​ชายหาด​ที่​เปน​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล​บริเวณ​หมูเกาะ​สุรินทร​ที่อยู​ภายใต​การ​ ติดตาม​และ​เฝาระวังก​ าร​ขนึ้ ว​ างไขม​ ท​ี งั้ หมด 7 หาด คือ หาด​เกาะ​มงั กร หาด​เกาะ​สตอรค หาด​ไม​งาม​เล็ก หาด​อาว​ปอ หาด​ทรายขาว​เล็ก หาด​ทรายขาว และ​หาด​อาวบอน​เล็ก ทุกช​ ายหาด​ไมอ​ นุญาต​ให​มกี​ าร​ทำ�​กิจกรรม​นันทนาการ​ใดๆ เพื่อก​ าร​ทองเที่ยว​โดย​หาด​ เกาะ​มังกร หาด​ทรายขาว หาดทราย​แดง และ​หาด​อาว​ปอ​มี​การ​ติดตาม​การ​ขึ้น​วางไข​ เปนพิเศษ ตาม​ประวัตกิ าร​ขนึ้ ว​ างไข​ใน​ป พ.ศ.2549 เพือ่ ต​ าม​ดก​ู ารก​ลบั ม​ า​วางไขอ​ กี ค​ รัง้ ​ ของ​เตา​ทะเล การ​ตดิ ตาม​การ​เปลีย่ นแปลง​สภาพ​ชายหาด หรือ รูปราง​ชายหาด ใน​ป พ.ศ.2552-2553 ของ​กรม​อุทยาน​แหงชาติ สัตวปา​และ​พันธุพืช​แสดง​ขอมูล​ลักษณะ​รูปราง​ชายหาด (สัณฐาน​ชายหาด) แตละ​แหง​ไวอ​ ยาง​ชัดเจน เชน ความ​กวาง​ยาว ความ​ชัน ระดับ​น้ำ�​ขึ้น​ ลง ลักษณะ​ทั่วไป​ใตพ​ ื้นทราย สังคม​พืชช​ ายหาด อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ที่​มี​ตอช​ ายหาด และ​แนวโนม​การ​เปลี่ยนแปลง​ใน​ป​ถัดไป โดย​ใน​ป พ.ศ.2554 ​ขอมูล​ถูก​นำ�มาใช​เพื่อ​ คาดการณ​การ​เปลี่ยนแปลง​ชายหาด​เดือน​ตอ​เดือน​พรอมกับ​เก็บ​ขอ​มูล​ที่​เปน​ปจจุบัน​ เพิ่มเติมเ​ พื่อเตรียมวางแผน​จัดการ​แหลงว​ าง​ไขเตา​ทะเล

สภาพ​ความ​ลาด​ชัน​หาด​จัด​ระดับ​ตาม​ วิธีการ​แปล Slope Analysis Technique ซึ่ง​แบง​เปน 4 ระดับ ไดแก ที่ราบ (ความ​ชัน นอยกวา 5%) ที่​ลาดชัน​นอย (ความ​ชัน 5-10%) ที่​ลาดชัน​ปานกลาง (ความ​ชัน 10-25%) ที่​ลาดชัน​มาก (ความ​ลาดชัน​สูงกวา 25%)


22

1 เกาะ​มังกร หาด​เกาะ​มังกร หาด​ที่ 1 (หาด​ขวา) ใน​เดือน​ธันวาคม ป พ.ศ.2553 ถึง​เดือน​เมษายน​ ป พ.ศ.2554 ส​ ภาพ​หาด​มค​ี วาม​ลาดชันน​ อ ย (ความ​ลาดชัน 5-10%) ถึงป​ านกลาง (ความ​ ลาดชัน​ปานกลาง 10-25%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันออก​เฉียง​เหนือ​ที่​มี​กำ�ลัง​ มาก​สงผลให​พายุ​คลื่น​ลม​แรง และ​ฝน​ตกหนัก​ติดตอกัน โดยเฉพาะ​เดือน​มกราคม กุมภาพันธ แ​ ละ​เมษายน​ความ​รนุ แรง​ของ​คลืน่ ท​ �ำ ใหป​ รากฎ​สนั ทราย​สงู บ​ ริเวณ​หาด​ดา น หนาต​ ลอด​ทงั้ ช​ ายหาด แ​ ละ​หาด​ฝง ข​ วา​สดุ ถ​ กู น​ �้ำ ท​ ะเล​กดั เซาะ​ลกึ ล​ ง​ไป​ถงึ ช​ นั้ ก​ อ น​หนิ ก​ อ น​ ปะการัง​ดา นลาง​ ระดับ​น้ำ�​ขึ้น​สูงสุดส​ ูง​ถึงห​ าด​ดานหลัง​ทั่ว​ทั้งห​ าด เดือน​พฤษภาคม​ถึง​เดือน​กรกฎาคม​สภาพ​หาด​มี​ความ​ลาดชัน​นอย (ความ​ลาดชัน 5-10%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันตก​เฉียง​ใต มี​มวล​ทราย​สะสม​ตั้งแต​เดือน​ พฤษภาคม​ถึง​เดือน​กรกฎาคม​ทำ�ให​ชั้นท​ ราย​ทั่วห​ าด​สูงขึ้น ประมาณ 40 ซม. ถม​กอน​ หินก​ อน​ปะการังบ​ ริเวณ​หาด​ฝงข​ วา​ทั้งหมด ระดับน​ �้ำ ท​ ะเล​ขึ้นส​ ูงสุดส​ ูงถ​ ึงห​ าด​ดานหลัง​ ทำ�ให​ปรากฎ​สันทราย​ที่แ​ นวปา​หิน

การ​ส�ำ รวจ​ตงั้ แต ป​  พ.ศ.2552-2554 แสดง​การ​กัดเซาะ​ชายหาด​ที่​รุนแรง​ มากขึ้น และ​ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​ ไม​แตกตางกัน

หาด​ที่ 2 (หาด​ซาย) ใน​เดือน​ธันวาคม ป พ.ศ.2553 ถึง​เดือน​เมษายน​ ป พ.ศ.2554 สภาพ​หาด​ม​คี วาม​ลาดชันป​ านกลาง (ความ​ลาดชัน 10-25%) จาก​อทิ ธิพล​ของ​ลมมรสุม​ ตะวันออก​เฉียง​เหนือ ไม​ปรากฎ​สันทราย ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​สูง​ไมถึงห​ าด​ดานหลัง เฉพาะ​เดือน​เมษายน​ทมี่​ ฝี​ น​ตกหนัก​ติดตอกัน​หลาย​วัน​ทำ�ให​ระดับ​น้ำ�​ทะเล​สูง​ถึง​แนวปา และ​น้ำ�​จืด​ที่​ไหล​ลง​มาจาก​ภูเขา​เซาะ​ทราย​กลาง​หาด เดือน​พฤษภาคม​ถึง​เดือน​กรกฎาคม​สภาพ​หาด​มี​ความ​ลาดชัน​ปานกลาง (ความ​ลาดชัน 10-25%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันตก​เฉียง​ใต​ทำ�ให​ปรากฎ​เปน​สันทราย​บริเวณ​ ฝง​ซาย​ของ​หาด ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​สูง​ถึงห​ าด​ดานหลัง ยกเวน​เดือน​พฤษภาคม​ที่​ บริเวณ​ฝงข​ วา​ของ​หาด​น้ำ�​ทะเล​สูง​ไมถึง

​การ​สำ�รวจ​ตั้งแต​ป 2552-2554 แสดง​การ​กัดเซาะ​ชายหาด และ​ ระดับน​ ้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​เพิ่มม​ ากขึ้น


23

2 เกาะ​สตอรค หาด​เกาะ​สตอรค หาด​ที่ 1 (หาด​ซาย) ใน​เดือน​มกราคม​ถึง​เดือน​เมษายน​สภาพ​หาด​มี​ ความ​ลาดชันน​ อ ย (ความ​ลาดชัน 5-10%) จาก​อทิ ธิพล​ของ​ลมมรสุมต​ ะวันออก​เฉียง​เหนือ ปรากฎ​สันทราย​เดิม​จาก​การ​กัดเซาะ​ของ​น้ำ�​ทะเล มี​มวล​ทราย​สะสม​ทำ�ให​ชั้น​ทราย​ทั่ว​ หาด​สูงขึ้น ระดับ​น้ำ�​ขึ้น​สูงสุดส​ ูง​ไมถึงห​ าด​ดา นหลัง ยกเวน​เดือน​เมษายน​ที่​มี​ฝน​ตกหนัก​ ติดตอกัน

เดือน​พฤษภาคม​ถึง​เดือน​สิงหาคม​สภาพ​หาด​มี​ความ​ลาดชัน​ปานกลาง (ความ​ลาดชัน 10-25%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันตก​เฉียง​ใต น้ำ�​ทะเล​กัดเซาะ​บริเวณ​ฝง​ซาย ขวา และ​หาด​ดานหนา​ลึก​ลง​ไป​ถึง​ชั้น​กอน​หิน​กอน​ปะการัง บริเวณ​แนวปา​ปรากฎ​ สันทราย​สูง หาด​สวน​ที่เหลือ​มี​มวล​ทราย​สะสม​เพิ่มขึ้นอ​ ยาง​ตอเนื่อง ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​ สูงสุดส​ ูง​ไมถึงห​ าด​ดานหลัง​ยกเวน​เดือน​สิงหาคม

การ​ส�ำ รวจ​ตงั้ แต ป​  พ.ศ.2552-2554 แสดง​ก าร​ถ ม​ก ลั บ ​ข อง​ม วล​ท ราย​ เพิ่มขึ้น​อยาง​ตอเนื่อง และ​ระดับ​น้ำ�​ ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​ไม​แตกตางกัน

หาด​ที่ 2 (หาด​ขวา) ใน​เดือน​มกราคม​ถึง​เดือน​เมษายน​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันออก​ เฉียง​เหนือ​ทำ�ให​ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​สูง​ถึง​แนวหิน ไม​ปรากฎ​ชายหาด ใน​เดือน​ กรกฎาคม​อทิ ธิพล​ของ​ลมมรสุมต​ ะวันตก​เฉียง​ใตเ​ริม่ ส​ ง ผลใหม​ ก​ี าร​ถม​กลับข​ อง​มวล​ทราย​ จน​ปรากฎ​ชายหาด​ขึ้น​มา ส���าพ​หาด​มี​ความ​ลาดชัน​ปานกลาง (ความ​ลาดชัน 1025%)

การ​ส�ำ รวจ​ตงั้ แต ป​  พ.ศ.2552-2554​ แสดง​พื้นที่​หาด​ลดนอยลง


24

3 หาด​อาว​ไม​งาม​เล็ก

ตลอด​ทั้งป (เดือน​ธันวาคม ป พ.ศ.2553 ถึง​เดือน​พฤษภาคม​ ป พ.ศ.2554) ​สภาพ​หาด​ มีค​ วาม​ลาดชันป​ านกลาง (ความ​ลาดชัน 10-25%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันออก​ เฉียง​เหนือแ​ ละ​ตะวันตก​เฉียง​ใต ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุดส​ ูง​ไมถึงห​ าด​ดานหลัง มี​การ​ถม​ กลับ​ของ​ทราย​ตั้งแต​เดือน​มกราคม​ชาๆ อยาง​ตอเนื่อง

การ​ส�ำ รวจ​ตงั้ แต ป​  พ.ศ.2552-2554 แสดง​ก าร​ถ ม​ก ลั บ ​ข อง​ม วล​ท ราย​ เพิ่มขึ้น​อยาง​ตอเนื่อง

4 หาด​อาว​ปอ

ใน​เดือน​ธนั วาคม ป​  พ.ศ.2553 ถึงเ​ดือน​เมษายน​ป พ.ศ.2554 สภาพ​หาด​มค​ี วาม​ลาดชัน​ ปานกลาง (​ค​ วาม​ลาดชัน 1​ 0​ -​ 2​ 5​ % ​ )​​จ​ าก​อทิ ธิพล​ของ​ลมมรสุมต​ ะวันออก​เฉียง​เหนือ ระดับ​ น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​สูง​ไมถึงห​ าด​ดา นหลัง​ยกเวน​เดือน​เมษายน​ที่​ฝน​ตกหนักต​ ิดตอกัน ​

การ​ส�ำ รวจ​ตงั้ แต ป​  พ.ศ.2552-2554​ ไมมี​การ​เปลี่ยนแปลง​ใน​ชวง​ 3 ป


25

5 หาดทราย​แดง

ใน​เดือน​ธนั วาคม ป พ.ศ.2553 ถึงเ​ดือน​เมษายน ป พ.ศ.2554 อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ ตะวันออก​เฉียง​เหนือ​ที่​รุนแรง​ทำ�ให​สภาพ​หาด​มี​ความ​ลาดชัน​ปานกลาง (ความ​ ลาดชัน 10-25%) เฉพาะ​ตรงกลาง​ของ​หาด​มสี​ ภาพ​หาด​เปนท​ ี่ราบ (ความ​ลาดชัน​ นอยกวา 5%) ปรากฎ​สนั ทราย​สงู จ​ าก​การ​กดั เซาะ​ของ​น�้ำ ท​ ะเล​มีร​ อ งน�้ำ ข​ นาดใหญ มวล​ทราย​ถูก​พัด​ออก​ทะเล ชั้น​ทราย​ลดลง​จนถึงร​ ากไม​ดานลาง ระดับ​น้ำ�ท​ ะเล​ขึ้น​ สูงสุดส​ ูง​ถึงห​ าด​ดานหลัง​เฉพาะ​เดือน​เมษายน​ที่​มี​ฝน​ตกหนัก​ติดตอกัน ​เดือน​พฤษภาคม​ถึง​เดือน​กรกฎาคม​สภาพ​หาด​มี​ความ​ลาดชัน​ปานกลาง (ความ​ ลาดชัน 10-25%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันตก​เฉียง​ใต มี​การ​ถม​กลับ​ของ​ มวล​ทราย​อยาง​รวด​เร็วมาก​ภายใน​หนึ่ง​เดือน​โดยเฉพาะ​หาด​ตรงกลาง​และ​หาด​ฝง​ ขวา ระดับน​ ้ำ�ท​ ะเล​ขึ้น​สูงสุดไ​ มถึงห​ าด​ดานหลัง

การ​สำ � รวจ​ตั้ ง แต ​ป  พ.ศ.2552-2554 ​แสดง​แนวโนม​ การ​กั ด เซาะ​ช ายหาด​ที่ ​รุ น แรง​ มากขึ้น


26

6 หาด​ทรายขาว

ใน​เดือน​ธันวาคม ​ป ​พ.​ศ.​2​5​5​3​ ​ถึง​เดือน​เมษายน ​ป ​พ.​ศ.​2​5​5​4​ สภาพ​หาด​มคี​ วาม​ ลาดชัน​ปานกลาง (​ความ​ลาดชัน ​1​0​-​2​5​%​)​ ​จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันออก​ เฉียง​เหนือ เ​ ดือน​ธนั วาคม ถ​ งึ เ​ ดือน​มกราคม​ฝง ซ​ า ย​ของ​หาด​มก​ี าร​ถม​กลับข​ อง​มวล​ ทราย​โดยเฉพาะ​บริเวณ​แนว​พมุ ไมช​ ายหาด ​เดือน​กมุ ภาพันธ​คลืน่ ​ลม​เริม่ รุน​แรง​น�้ำ ​ ทะเล​กัดเซาะ​ถึง​ดานหนา​แนว​พุมไม​ชายหาด ​ปรากฎ​สันทราย​ที่​หาด​ฝง​ซาย​และ​ ขวา ​เดือน​เมษายน​ฝน​ตกหนักต​ ดิ ตอก​ นั ห​ ลาย​วนั ท​ �ำ ใ​ หค​ ลืน่ ล​ มรุนแ​ รง​สง ผล​ใหร​ ะดับ​ น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​สูง​ถึง​ใต​แนว​พุมไม​ชายหาด​แต​ไม​ถึง​หาด​ดานหลัง​เซาะ​เอา​มวล​ ทราย​ออกไป​จน​ปรากฎ​สนั ทราย​สงู ม​ วล​ทราย​แนว​พมุ ไมช​ ายหาด​ถกู เ​ซาะ​ออก​เห็น​ รากไม​ดานลาง​ชัดเจน ​บริเวณ​หาด​ดานหนา​มวล​ทราย​ถูก​คลื่นเ​ซาะ​จน​ถึงด​ า นลาง​ เห็น​กอน​ปะการัง​ระเกะระกะ ​เดือน​พฤษภาค​ถึง​เดือน​กรกฎาคม​ อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันตก​เฉียง​ ใต​ทำ�​ให​สภาพ​หาด​มี​ความ​ลาดชัน​ เพิ่มขึ้น ​ปรากฎ​สันทราย​บริเวณ​ฝง​ ซาย​ของ​หาด​ ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​ สูงสุด​สูง​ถึง​แนว​พุมไม​ชายหาด ​แต​ ไม​ถึง​หาด​ดา นหลัง

ก​ าร​สำ�รวจ​ตั้งแ​ ต ​ป ​พ.​ศ.​2​5​5​2​-​2​ 5​5​4​ ​แสดง​แนวโนม​การ​ถม​กลับ​ ของ​ม วล​ท ราย​แ ละ​ส ะสม​ไ ว​ บริเวณ​แนว​พุมไม​ชายหาด ​และ​ การ​กัดเซาะ​บริเวณ​หาด​ดานหนา​ เพิ่มขึ้นส​ งผล​ใหค​ วาม​ลาดชันห​ าด​ เพิ่ม​มากกวา​เดิม ​โดยเฉพาะ​หาด​ ฝง​ซาย


27

7 หาด​ทรายขาว​เล็ก

ใน​เดือน​ธันวาคม ป พ.ศ.2553 ถึงเ​ดือน​เมษายน ป พ.ศ.2554 สภาพ​หาด​มีค​ วาม​ ลาดชันป​ านกลาง (ความ​ลาดชัน 10-25%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุมต​ ะวันออก​ เฉียง​เหนือ มี​การ​ถม​กลับข​ อง​มวล​ทราย​บริเวณ​หาด​ดานหลัง ระดับ​น้ำ�ท​ ะเล​ขึ้น​ สูงสุดส​ ูงไ​ มถึงห​ าด​ดานหลังเ​วนห​ าด​ฝงซ​ าย​สุดแ​ ละ​ขวา​สุด สันทราย​ปรากฏ​เฉพาะ​ เดือน​เมษายน​ที่ม​ ีฝ​ น​ตกหนักต​ ิดตอกัน​นาน​ทำ�ใหค​ ลื่นล​ ม​รุนแรง​และ​น�้ำ ท​ ะเล​ขึ้น​ สูงสุด​ขึ้นสูง​เซาะ​มวล​ทราย​บริเวณ​หาด​ดานหนา

เ​ดือน​พฤษภาคม​ถงึ เ​ดือน​กรกฎาคม​สภาพ​หาด​มค​ี วาม​ลาดชันป​ านกลาง (ความ​ลาด ชัน 10-25%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันตก​เฉียง​ใต ระดับ​น้ำ�ท​ ะเล​ขึ้น​สูงสุด​ สูง​ถึงห​ าด​ดานหลัง​เวน​ตรงกลาง​ของ​หาด​

การ​สำ � รวจ​ตั้ ง แต ​ป  พ.ศ.2552-2554 แสดง​แนวโนมท​ ี่​ ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​เพิ่ม​สูงขึ้น มี ​ก าร​กั ด เซาะ​ม าก​ทำ � ให ​ค วาม​ ลาดชัน​หาด​เพิ่ม และ​ยัง​ไมมี​ แนวโน ม ​ก าร​ถ ม​ก ลั บ ​ข อง​ม วล​ ทราย​บริเวณ​หาด​ฝงซ​ าย


28

8 หาด​อาว​บอน​เล็ก

ใน​เดือน​ธันวาคม ป พ.ศ.2553 ถึง​เดือน​เมษายน ป พ.ศ.2554 สภาพ​หาด​มคี​ วาม​ ลาดชัน​ปานกลาง (ความ​ลาดชัน 10-25%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันออก​ เฉียง​เหนือ ระดับน​ ้ำ�ท​ ะเล​ขึ้น​สูงสุดส​ ูงไ​ มถึง​แนว​พืช​บุกเบิก เดือน​พฤษภาคม​ถึง​เดือน​สิงหาคม​สภาพ​หาด​มี​ความ​ลาดชัน​ปานกลาง (ความ​ ลาดชัน 10-25%) จาก​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันตก​เฉียง​ใต มี​การ​ถม​กลับ​ของ​ มวล​ทราย​และ​สะสม​ไวบ​ ริเวณ​แนว​พมุ ไมช​ ายหาด ระดับน​ �้ำ ท​ ะเล​ขนึ้ ส​ งู สุดข​ นึ้ สูงถ​ งึ ​ ดานหนา​แนว​พุมไมช​ ายหาด​จน​เกิดก​ าร​กัดเซาะ​ปรากฎ​เปนส​ ันทราย

การ​สำ � รวจ​ตั้ ง แต ​ป  พ.ศ.2552-2554 แสดง​แนวโนม​ การ​ถม​กลับข​ อง​มวล​ทราย​และ​การ​ กัดเซาะ​ชายหาด​นอยลง


29

บท​ท่ี 4 ความ​เหมาะสม​ของ​แหลง​วางไข SUITABILITY OF NESTING AREA


30

โดย​ธรรมชาติ​วัฏจักร​ของ​ชายหาด​จะ​มี​การ​เคลื่อน​ยาย​และ​ทับถม​เปน​วงจร​ที่​มี​ความ​ สมดุล ใน​ฤดูมรสุมท​ ราย​จะ​ถูกพ​ ัดพา​ตามกระแส​คลื่น​และ​ลม​ออกไป​ดานนอก​และ​กลับ​ มา​ทบั ถม​เปนช​ ายหาด​อกี ครัง้ ใ​ น​ฤดูล​ ม​สงบ บาง​ปน​ อ ย​บาง​ปม​ าก​ขนึ้ กับร​ อบ​ของ​ธรรมชาติ ใน​ชวง​สภาพอากาศ​แปรปรวน พายุ​เกิดผ​ ดิ ช​ วงเวลา ฝนตก​มากกวาป​ กติ ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ เพิ่มขึ้น กระแสน้ำ�​เปลี่ยน​ก็​จะ​ทำ�ใหเกิดค​ วาม​ไม​สมดุล​ของ​การ​เคลื่อนที่​ของ​ทราย​ซึ่งถ​ า ​ ความ​ไม​สมดุล​นี้​เกิด​ใน​ชวงเวลา​ที่​ยาวนาน หรือ เกิด​ซ้ำ�​ติดกัน​ก็​อาจ​สงผลตอ​การ​ เปลี่ยนแปลง​วัฏจักร​ตาม​ธรรมชาติ​ของ​ชายหาด​อยาง​ถาวร ​สงผลกระทบ​โดย​ตรง​ตอ​ ความ​เหมาะสม​ของ​ชายหาด​ใน​การ​ทำ�หนาที​เ่ ปน​แหลงว​ างไข​ของ​เตา​ทะเล

หมูเกาะ​สุรินทร​เปน​หมูเกาะ​ไกลฝง​ใน​ทะเล​ลึก​แถบ​อันดามัน ประกอบดวย​กลุม​เกาะ​ ขนาดใหญ​และ​เล็ก​ตั้งอยู​ใน​แนว​ทิศเหนือ​ใต มี​ชายหาด​ตั้งอยู​รอบ​ทั้ง​ทิศตะวันออก​และ​ ตะวันตก ลักษณะเดนค​ อื เ​ ปนช​ ายหาด​ทเี่ กิดใ​ น​อา ว​เปด (pocket beach) ท​ �ำ ใหช​ ายหาด​ ไดรบั อ​ ทิ ธิพล​อยาง​มาก​จาก​การ​เปลีย่ นแปลง​สภาพ​ภมู อิ ากาศ โดยเฉพาะ​ใน​ป พ.ศ. 25532554 ทีม​่ ���​ี รากฏการณล​ า​นญ ี า (La Nina) รุนแรง เปนผลใหส​ ามารถ​เห็นก​ าร​เปลีย่ นแปลง​ สภาพ​ชายหาด​ชัดเจน เชน เกิด​การ​พัดพา​ทับถม​ของ​มวล​ทราย​ผิด​ไป​จาก​เดิม หรือ เกิด​ การ​พังทลาย​ของ​ชั้น​ทราย​จาก​ฝน​ที่​ตกใน​ปริมาณมาก​และ​คลื่น​ลม​ที่​รุนแรง ชายหาด​ หลาย​แหง​เกิด​ความ​เสื่อมโทรม​จาก​การ​พัดพา​มวล​ทราย​บริเวณ​ที่​คลื่น​เขา​ปะทะ โดยเฉพาะ​ชวง​ที่​มี​ฝน​ตกหนักต​ ิดตอกัน มวล​ทราย​บริเวณ​หนาห​ าด​จะ​ถูก​คลื่น​ลม​ดึง​ออก​ และ​ไม​สามารถ​ถม​กลับ​ได​ทัน​ใน​ชวง​ที่​คลื่น​ลม​สงบ​สงผลให​หาด​ลาดชัน เห็น​สันทราย​ บริเวณ​หนาห​ าด และ​หาด​หด​สนั้ ข​ นึ้ น�้ำ จ​ ดื ท​ ไ​ี่ หล​จาก​ยอดเขา​ลง​สท​ู ะเลใน​ปริมาณมาก​ยงั ​ ชะ​เอา​มวล​ทราย​ชั้นบน​ลึก​ลง​ไป​ถึง​ชั้น​รากไม หิน หรือ กอน​ปะการัง​ดานลาง​จาก​ดาน หลังห​ าด​ออก​สู​ทะเล​ไป​ดวย สงผลให​ชั้น​มวล​ทราย​ลดลง มี​รองน้ำ�ข​ นาดใหญ ลึก กวาง และ​มี​สิ่ง​กีดขวาง​เพิ่มขึ้น​ใน​หลาย​หาด​รอบ​หมูเกาะ​สุรินทร บน​ชายหาด​แหง​เดียวกัน​ สามารถ​พบ​ทั้ง​การ​กัดเซาะ​พังทลาย​กิน​พื้นที่​ลึก​เขาไป​ถึง​แนวปา​และ​การ​ถม​กลับ​ของ​ ทราย​เพื่อ​กอตัวเ​ ปนช​ ั้นท​ ราย​ใหม​เพิ่มส​ ูงขึ้น บาง​ชายหาด​ใชเวลา 1 เดือน สามารถ​กอ​ เปนช​ ั้น​ทราย​สูง​ไดถ​ ึง 1 เมตร และ​บาง​ชายหาด​ใชเวลา​เพียง​ขามคืน​คลื่นส​ ามารถ​เซาะ​ เอา​ทราย​ออก​สู​ทะเล​หลาย​ลูกบาศก​เมตร การ​เปลี่ยนแปลง​สภาพ​ภูมิอากาศ​ที่​ทำ�ให​ ชายหาด​เปลีย่ นแปลง​เชนนีส​้ ง ผลกระทบ​ตอ ค​ วาม​เหมาะสม​ของ​การ​เปนแ​ หลงว​ าง​ไขเตา​ ทะเล ความ​เหมาะสม​ของ​ชายหาด​ของ​การ​เปน​แหลงว​ าง​ไขเตา​ทะเล ใน​ชวง 2 ป ตั้งแต พ.ศ.2553-2554 แสดงใหเห็นก​ าร​เปลี่ยนแปลง​ระดับค​ วาม​เหมาะสม​อยาง​ฉับพลัน​ และ​ไม​แนนอน​อยาง​ชัดเจน

แหลงว​ าง​ไขเตาท​ ะเล คือ แหลงท​ เ​ี่ ตา​ ทะเล​ขนึ้ ม​ า​วางไขต​ าม​ธรรมชาติอ​ ยาง​ สม่�ำ เสมอ ซึง่ ห​ มายถึงบ​ ริเวณ​ชายหาด​ ทีเ่​ ตา​วางไข บริเวณ​ทเี่​ ตา​ทะเล​ใช​พัก​ ระหวาง​การ​วางไขแ​ ละ​บน​ชายฝง ท​ ม​ี่ ​ี ผล​ก ระทบ​ต  อ ​ก าร​ว างไข (กรม​ ทรั พ ยากร​ท าง​ท ะเล​แ ละ​ช ายฝ  ง , 2551)

เกณฑ​ประเมิน​ความ​เหมาะสม​ของ​ แหล ง ​ว างไข ​พิ จ ารณา​เรื่ อ ง​ค วาม​ ปลอดภัย​ของ​รังไข​ตามลำ�ดับ ดังนี้ อันดับ 1 ประเมินพ​ นื้ ทีห​่ าด หรือ เนิน​ ทราย​ดานหนา​ที่เหลือ​เมื่อ​น้ำ�ทะเล​ ขึ้นส​ ูงสุด อันดับ 2 ความ​หนาแนน​ของ​รากไม หรือ กอน​หิน​ใต​พื้นทราย​ใน​ระดับ​ ความ​ลึก​ของ​รังไข อันดับ 3 ระดับ​การ​กัดเซาะ


31

1 ​ความ​ไม​เหมาะสม​ของ​ชายหาด การ​ถม​กลับ​ของ​ทราย มวล​ทราย​ปริมาณมาก​พัด​ถม​กลับ​มา​ใน​ชวง​ระยะเวลา​สั้น​ที่​คลื่น​ลม​สงบ​หลังจาก​ฝน​ ปริมาณมาก​ไดพ​ ดั เ​ อา​มวล​ทราย​ออกไป การ​พดั ถ​ ม​กลับใ​ น​ลกั ษณะ​นท​ี้ �ำ ใหเกิดก​ าร​กอ ตัว​ ของ​ชั้นท​ ราย​สูง​มากกวา 1 เมตร​บริเวณ​หาด​ดานหลัง​ของ​หาดทราย​แดง​ใน​คราว​เดียว​ และ​เพิ่ม​สูงขึ้นเ​รื่อยๆ ใน​เดือนถัดม​ า ลักษณะ​การ​พัด​ถม​กลับ​เชนนีแ้​ ม​จะ​เปนว​ งจร​ตาม​ ธรรมชาติข​ อง​ชายหาด​แตก​ ส​็ ราง​ผล​กระทบ​ทางออม​ตอ ค​ วาม​เหมาะสม​ของ​ชายหาด​ตอ ​ การ​เปน​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล เชน เพิ่ม​ความ​เสี่ยง​ให​กับ​รังไข​ใน​ระยะ​ฟกตัว หรือ ลด​ อัตรา​การ​รอดชีวติ ข​ อง​ลกู เ​ ตาท​ ฟ​ี่ ก อ​ อก​สธ​ู รรมชาติเ​ พราะ​เมือ่ แ​ มเ​ ตาว​ างไขใ​ น​ชว งเวลา​ท​ี่ มวล​ทราย​ถกู พ​ ดั อ​ อกไป รังไขจ​ ะ​อยูใ​ ตท​ ราย​ลกึ ล​ ง​ไป​เพียง 60-90 เซนติเมตร ซึง่ ร​ ะยะเวลา​ ประมาณ 2 เดือน ทีไ​่ ขก​ �ำ ลังฟ​ ก ตัวอ​ ยูด​ า นลาง​นช​ี้ นั้ ท​ ราย​ถกู เ​ พิม่ ส​ งู ขึน้ เ​รือ่ ยๆ ตลอด​เวลา อุณหภูมแ​ิ ละ​ความชืน้ ภ​ ายใน​รงั อ​ าจ​มก​ี าร​เปลีย่ นแปลง​จน​ไมเ​หมาะสม​ตอ พ​ ฒ ั นาการ​การ​ เจริญเ​ ติบโต ซึง่ ถ​ า ต​ วั ออน​สามารถ​มพ​ี ฒ ั นาการ​จน​เจริญข​ นึ้ เ​ ปนตัวแ​ ละ​ออกจาก​ไขไ​ ด ลูก​ เตาต​ อ ง​ออกแรง​คลาน​ขนึ้ ม​ าสูด​ า นบน​ซงึ่ จ​ �ำ นวน​ลกู เ​ ตาท​ ฟ​ี่ ก เ​ ปนตัวพ​ รอมกันอ​ าจจะ​ชว ย​ สงแ​ รงดันใ​ หข​ นึ้ ส​ ด​ู า นบน​ไดเ​ พราะ​เม็ดทราย​ของ​หาดทราย​แดง​ไมอ​ ดั ต​ วั ก​ นั แ​ นนม​ าก แต​ ใน​กรณีทม​ี่ จ​ี �ำ นวน​ลกู เ​ตาฟ​ ก เ​ปนตัวน​ อ ย​อตั รา​การ​รอดชีวติ อ​ าจ​ลดลง​ตาม​ไป​จาก​การ​ตาย​ ใน​ระหวาง​คลาน​ขึ้น​สดู​ านบน

เม.ย.54

ลักษณะ​การ​กัดเซาะ​พังทลาย และ​การ​ถม​ กลับข​ อง​ชนั้ ท​ ราย​ใหมส​ งู ขึน้ ป​ ระมาณ 1 เมตร ภายใน​ระยะเวลา​เพียง 1 เดือน ​บริเวณ​ หาดทราย​แดง พ.ค.54


32

ระดับ​น้ำ�ทะเล​ขึ้น​สูงสุด ​พื้น​ที่​หาด ​หรือ ​เนิน​ทราย​ระหวาง​ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ขึ้น​สูงสุด​กับแ​ นวปา​คือ​พื้น​ที่​ที่​มี​ขนาด​ เปลี่ยน​แปลง​ขึ้นกับ​ระดับ​น้ำ�​ขึ้นส​ ูงสุด ​ณ ​เวลา​นั้นๆ​ ​โดย​อิทธิพล​ของ​ลมมรสุม​ตะวันตก​ เฉียง​ใตใ​ น​ฤดูฝน​จะ​มผ​ี ล​ตอ ก​ าร​เปลีย่ นแปลง​ขนาด​พนื้ ท​ ห​ี่ าด​มากกวาล​ มสร​สมุ ต​ ะวันออก​ เฉียง​เหนือ​ใน​ฤดู​แลง ​ชวง​ระยะเวลา ​6​ ​เดือน​จึง​ทำ�​ให​มี​พื้น​ที่​หาด​ขนาด​กวาง​เพียงพอ​ สำ�หรับใ​ หแ​ มเ​ ตาว​ างไข โ​ ดย​รงั ไขม​ ค​ี วาม​ปลอดภัยส​ งู แ​ ละ​ไมเ​ สีย่ ง​กบั ป​ ญ  หา​น�้ำ ท​ ว ม ห​ รือ​ การ​ติดเชื้อ ​ดังเชนห​ าด​ทรายขาว ​หาด​ทรายขาว​เล็ก ​และ​หาด​เกาะ​มังกร​ที่​โดย​ปกติ​แลว​ ระดับ​น้ำ�​ขึ้น​สูงสุด​ไม​สูงมาก​แม​ใน​ชวง​ที่​มี​คลื่น​ลมรุน​แรง​ทำ�​ให​มี​พื้น​ที่​หาด​สำ�หรับ​วางไข​ ตลอด​ทงั้ ป แ​ ตจ​ าก​อทิ ธิพล​ของ​ลมมรสุมต​ ะวันออก​เฉียง​เหนือท​ ม​ี่ ก​ี �ำ ลังแ​ รง​มากกวาป​ กติ​ เกิดย​ าว​ตอเนื่อง​ติดตอ​กันใ​ น​ปนี้ ​สงผล​ให​มี​คลื่นล​ ม ​พายุ​ที่รุนแ​ รง ​ระดับ​น้ำ�​ทะเล​ที่​ขึ้น​ถึง​ ชายหาด​โดยเฉพาะ​ชวง​น้ำ�​เกิด​จึง​ไถล​ขึ้น​ไป​ไกล​ถึง​แนว​เดิม​ทเี่​ ปน​จุดว​ างไข ​หรือ ​ถึงแ​ นว​ พุม ไม แ​ ละ​ปา ด​ า นหลังท​ �ำ ใ​ หส​ ญ ู เสียพ​ นื้ ท​ ห​ี่ าด​เดิมท​ เ​ี่ คย​เหมาะสม​ตอ ก​ าร​เปนแ​ หลงว​ างไข​ ใน​ฤดูแ​ ลงไ​ ป ​โดย​หาด​ทรายขาว ​และ​หาด​ทรายขาว​เล็ก​เหลือ​พื้นห​ าด​ลดลง​จาก​การ​เสีย​ พื้น​ที่​หาด​ดานหนา ​และ​พื้นท​ ี่​ใต​แนว​พุมไม​บางสวน​คงเหลือ​เพียง​แต​พื้น​ที่​หาด​ดานหลัง​ ติดกับแ​ นวปาห​ นิ ข​ อง​เกาะ​แตย​ งั คงมีค​ วาม​เหมาะสม​ตอ ก​ าร​เปนแ​ หลงว​ างไขต​ ลอด​ระยะ เวลา ​6​เ​ ดือน ​สว น​หาด​เกาะ​มงั กร​ระดับ​น�้ำ ข​ นึ้ ​สงู สุด​ท�ำ ​ให​พนื้ ​ทห​ี่ าด​อยูต​ ดิ กับแ​ นวปา​หนิ ​ มากขึ้น​และ​มี​ความ​เหมาะสม​ตอ​การ​เปน​แหลง​วางไข​ใน​ชวง​ระยะเวลา​สั้นๆ​ ​เพียง ​1​-​8​ สัปดาห ​ซึ่ง​มคี​ วาม​ผัน​แปร​สูง​ตลอด​ฤดูแ​ ลง ​จะ​มีผลตอก​ าร​เปลี่ยน​แปลง​ขนาด ฝน ​ฝน​ที่​ตก​ใน​ปริมาณมาก​ติดตอ​กันน​ าน​หลาย​วันท​ ำ�​ให​เกิด​มี​มวล​น้ำ�​ไหล​ออก​สู​ทะเล​พรอม กับน​ �ำ ม​ วล​ทราย​ชายหาด​ออกไป​ล​ กั ษณะ​ขอ​งม​ วล​น�้ำ ส​ ามารถ​แบงออก​เปน 3​ ​ล​ กั ษณะ ค​ อื 1​ ​)​ ​มวล​น้ำ�​ลน​ทะลักจ​ าก​แหลงน้ำ�ธ​ รรมชาติ ​2​)​ ​มวล​น้ำ�​จาก​ภูเขา​ลง​สหู​ าด 3​)​ มวล​น้ำ�จ​ าก​ฝน​ที่​ตก​ลงมา​ (​ลักษณะ​ที่ ​1​)​ มวล​น้ำ�​ลนท​ ะลัก​จะ​ไหล​รวม​ทาง​เดียว ​เมื่อป​ ริมาณ​น้ำ�​มมี​ าก​ก็​สงผล​ให​มี​ ความ​แรง​เชี่ยวกราก ​และ​มพี​ ลังงาน​สูงส​ ามารถ​ขุด ​เซาะ ​หรือ ​พัดพา​เอา​มวล​ทราย​ปริ มาณมากๆ​ ​ออก​ตาม​ไป​ใน​เวลา​อันร​ วดเร็ว ​สภาพ​รองน้ำ�​ที่​เกิดขึ้นท​ หี่​ าดทราย​แดง ​และ​ หาด​ทรายขาว​จึง​มี​ลักษณะ​ลึกม​ ากกวา ​1​ ​เมตร ​และ​กวาง​มากกวา ​2​ ​เมตร ​โดยเฉพาะ​ ที่​หาดทราย​แดง​รองน้ำ�​ขนาด​ใหญ​ที่​เกิดขึ้น​ตัด​แบง​ชายหาด​ออก​เปน​สองสวน ​สงผล​ทา งออม​ตอ​ความ​เหมาะสม​ตอ​การ​เปน​แหลงว​ างไข ​เมื่อ​แม​เตา​ทะเล​ใช​พื้น​ที่ห​ าด​บริเวณ​นี้​ สัญจร​ผาน​ไดย​ ากลำ�บาก ​และ​ตอง​เสี่ยง​กับอ​ ันตราย​มาก​ยิ่งขึ้น

ลักษณะ​มวล​น้ำ�​ที่​แตกตาง​กัน​สงผล​ ให​ชาย​หาด​เกิด​การ​เปลี่ยนแปลง​ใน​ รูปแบบ​ตางกัน

หาดทราย​แดง

หาด​ทรายขาว


33

(​ลกั ษณะ​ที่ 2​ )​​มวล​น�้ำ จ​ าก​ภเู ขา​ไหลผาน​จาก​แนวปาด​ า นบน​ลงมา​หล​ ายทาง โ​ ดย​จ�ำ นวน​ ทางน�้ำ จ​ ะ​เพิม่ ขึน้ ถ​ า ฝ​ นตก​ลงมา​ใน​ปริมาณมาก ค​ วาม​แรง​ของ​น�้ำ ไ​ มมาก​เมือ่ เ​ทียบกับม​ วล​ น้ำ�​ลักษณะ​ที่ ​1​ ​เพราะ​ปริมาณ​น้ำ�บ​ างสวน​ถูก​ตนไมห​ รือ​ดิน​บน​ภูเขา​ชวย​ดูดซับไ​ วป​ ลาย น�้ำ จ​ งึ ม​ กั ไ​ หล​ซมึ ล​ ง​หาด​ไมไ​ หล​ออก​สท​ู ะเล​โดย​ตรง ม​ วล​ทราย​จงึ ย​ งั คง​อยูบ​ น​ชายหาด​เพียง​ แตย​ าย​ทเี่​ ทาน​ ั้น ส​ ภาพ​ทางน้ำ�​ทหี่​ าด​เกาะ​มังกร​หลัง​ฝน​ตกหนัก​ติดตอ​กันห​ ลาย​วันส​ งผล​ โดย​ตรง​ตอ​ความ​เหมาะสม​ของ​การ​เปน​แหลง​วางไข​เนื่องจาก​เกิด​มี​ทางน้ำ�​ใหม​เพิ่มขึ้น​ บริเวณ​ทเ​ี่ ปนพืน้ ท​ ห​ี่ าด​ส�ำ หรับว​ างไข ท​ �ำ ใ​ หพ​ นื้ ท​ ห​ี่ าด แ​ ละ​ไขบ​ าง​ฟอง​ไดรบั ค​ วาม​เสียหาย​ จาก​น้ำ�​ที่​ไหล​ซึมภาย​ใน​รัง

เกาะ​มังกร หาด​ซา ย

เกาะ​มังกร หาด​ซา ย

มวล​น้ำ�​จาก​ฝน​ที่​ตก​ลงมา​ ​(​ลักษณะ​ที่ ​3​)​ แม​มี​ความ​แรง​ต่ำ�​แต​มวล​น้ำ�​จะ​คอยๆ​ ​ชะ​เอา​ มวล​ทราย​ชั้นบน​ของ​ชายหาด​ออกไป ​ซึ่ง​ชายหาด​สามารถ​ฟนฟูสภาพ​เอง​ได​ในขณะ​ สภาพอากาศ​ปกติ แ​ ตฝ​ น​ทต​ี่ ก​ลงมา​ตดิ ตอก​ นั ท​ �ำ ใ​ หม​ วล​ทราย​บริเวณ​แนว​พมุ ไมช​ ายหาด​ ที่​หาด​เกาะ​มังกร ​และ​หาด​อาวบอน​ถูก​ชะ​เพิ่ม​ออกไป​จาก​เดิม​จน​เห็น​รากไม​ชัดเจน​ โดยเฉพาะ​บริเวณ​หลัง​แนว​พุมไมช​ ายหาด​ทหี่​ าด​ทรายขาว ​หาดทราย​แดง ​และ​หาด​อา ว​ ปอ​ซงึ่ เ​ คย​เปนพืน้ ท​ ​หี่ าด​ทม​ี่ ​ีความ​เหมาะสม​ตอ ก​ าร​เปนแ​ หลง​วางไขเ​ นือ่ งจาก​อยูไ​ กล​จาก​ ระดับน​ �้ำ ข​ นึ้ ส​ งู สุด แ​ ละ​มส​ี ภาพ​ทวั่ ไป​เหมาะสม ม​ วล​ทราย​ชนั้ บน​หายไป​ลกึ ถ​ งึ ช​ นั้ ดินอ​ ยาง​ ถาวร​สงผล​ให​พื้น​ที่​หาด​สำ�หรับ​วางไข​เลื่อน​มา​อยู​เฉพาะ​บริเวณ​ดานหนา​แนว​พุมไม​ซึ่ง​ เสี่ยง​ตอป​ ญหา​น้ำ�​ทวม​มากขึ้น

หาดทราย​แดง

หาดทราย​แดง

อดีตเ​ตาส​ ามารถ​ขนึ้ ว​ างไขบ​ น​เนินท​ ราย​ หลัง​พุมไม​ได ซึ่ง​เปน​จุด​ที่​ไม​เสี่ยง​ตอ​น้ำ� ทวม​รัง (รูป​ซาย) เนิน​ทราย​บริเวณ​หลัง​พุม​ไม​ถูก​น้ำ�​ชะ​ เอา​มวล​ทราย​ออกไป เตา​ทะเล​จึง​ไม​ สามารถ​ขึ้น​วางไข​ได และ​จำ�เปน​ตอง​ เลือก​วางไขบ​ ริเวณ​หนาพ​ มุ ไม ซึง่ เ​ปนจ​ ดุ ​ ที่​เสี่ยง​ตอ​ปญหา​น้ำ�ทวม​รัง (รูป​ขวา)


34

รากไม พืช​ชายหาด​ที่​พบ​บริเวณ​พื้นที่​หาด​สำ�หรับ​วางไข​มี​ทั้ง​พรรณ​พืช​กลุม​บุกเบิก กลุม​ไมพุม และ​กลุมไ​ มยืนตน ยกตัวอยาง​เชน ผัก​บุงทะเล (Ipomoea pescaprae (L.) R.Br.) รัก​ ทะเล (Scaevola taccada (Gaertn.)) ปอ​ทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) เตยทะเล (Pandanus odoratissimus L.f.) และ​จิกท​ ะเล (Barringtonia asiatica (L.) Kurz) ซึง่ เ​ ปนพ​ ชื ท​ ม​ี่ ร​ี ะบบ​ราก​สานกันเ​ ปนร​ า งแห​แผกระจาย​กวาง​ใตท​ ราย ถาร​ าก​ขาด​สามารถ​ งอก​ได​ใหม​อยาง​รวดเร็ว ที่​หาด​อาวบอน​เล็ก และ​หาด​เกาะ​มังกร​ชั้น​ทราย​บริเวณ​แนว​ พุมไม​มี​นอย​ทำ�ให​ราก​ไมเปน​ปญหา​สำ�คัญตอ​ความ​เหมาะสม​ตอ​การ​เปน​แหลง​วางไข เนื่องจาก​รงั ไขจ​ ะ​ถกู ​ลอ มรอบ​ดวย​รากไม​แทน​มวล​ทราย และ​มคี​ วาม​เสี่ยง​สูง​ที่​ไขภ​ ายใน​ รัง​จะ​ถูกร​ ัด รางแห​ของ​รากไม​ที่​แผกระจาย​หนาแนน​บริเวณ​ชั้น​ทราย​ดานบน​เปน​อุปสรรค​สำ�คัญ​ สำ�หรับล​ ูก​เตา​ขณะ​คลาน​ขึ้น​สดู​ านบน กอน​หิน กอน​ปะการัง มวล​ทราย​บน​ชายหาด​ทถ​ี่ กู พ​ ดั อ​ อกไป​ใน​ชว ง​ทค​ี่ ลืน่ ล​ ม​รนุ แรง​และ​ไมส​ ามารถ​ถม​กลับท​ นั ​ ใน​ชวง​ที่​คลื่น​ลม​สงบ ทำ�ให​สภาพ​ชายหาด​เปลี่ยน​เปนกอน​หิน กอน​ปะการัง​แทน​ หาดทราย​เดิม เปนผลใหเ​ สียพ​ นื้ ทีห​่ าด​ส�ำ หรับว​ างไขเ​ พราะ​แมเ​ ตาไ​ มส​ ามารถ​ขดุ ท​ ราย​ลง​ ไป​เพือ่ ท​ �ำ รังว​ างไขไ​ ด พืน้ ทีห​่ าด​ส�ำ หรับว​ างไขเ​ ดิมข​ อง​เกาะ​มงั กร​ฝง ข​ วา และ​เกาะ​สตอรค (เฉพาะ​พื้นทีห่​ าด​ฝงข​ วา) มี​มวล​ทราย​ที่​ถูกเ​ซาะ​ลึก​ถึงแ​ นวปา​ดา นหลัง​นาน​กวา 7 เดือน และ 2 ป ตามลำ�ดับ โดย​ที่​มวล​ทราย​ยัง​ไม​ถม​กลับ​คืนม​ า ซึ่ง​กระบวนการ​ถม​กลับ​เพื่อ​ รักษา​สมดุล​ชายหาด​ที่​ตอง​ใช​ระยะเวลา​นาน​นี้​มี​ผล​กระทบ​โดย​ตรง​กับ​ความ​เหมาะสม​ ของ​การ​เปนแ​ หลงว​ างไข โดยเฉพาะ​ใน​ชว ง​ทม​ี่ ก​ี าร​ขนึ้ ว​ างไขข​ อง​เตาท​ ะเล​มาก พืน้ ทีห​่ าด​ มี​ไมเ​ พียงพอ ขยะ​ทะเล ขยะ​ทล​ี่ อย​มา​ตดิ เ​ กย​ชายหาด​ทงั้ ข​ นาดเล็ก ขนาดใหญล​ ว น​มท​ี ม​ี่ าจาก​กจิ กรรม​ของ​มนุษย พลาสติก แกว โฟม เศษ​เครื่องมือป​ ระมง ขยะ​มพี​ ิษ หรือ​แม​กระ​ทั้งเ​ สื้อผา​รองเทา​คือ​ ขยะ​ประเภท​ติดอันดับ​ที่​สามารถ​พบ​ได​ทุก​ชายหาด​เหนือ​แนว​น้ำ�​ขึ้น​สูงสุด​ซึ่ง​เปน​พื้นที่​ สำ�หรับ​วางไข พื้นที่​หาด​หลาย​หาด​ตอง​เสียไป​ไม​เหมาะสม​ตอ​การ​เปน​แหลง​วางไข​ เนือ่ งจาก​มก​ี อง​ขยะ​ปริมาณมาก​ทบั ถม​กดี ขวาง​การ​ขนึ้ ม​ า​วางไขข​ อง​แมเ​ตาท​ ะเล โดย​หาด​ เกาะ​สตอรคเ​ปนห​ าด​ทม​ี่ ป​ี ญ  หา​การ​สญ ู เสียพ​ นื้ ทีส​่ �ำ หรับว​ างไขจ​ าก​ปญ  หา​ขยะ​ทเ​ี่ ขามา​เกย​ ติด​บน​หาด​มาก​ที่สุด ขยะ​ใน​ปริมาณ​มากกวา 150 กิโลกรัม สามารถ​สะสม​ไดใ​ น​เวลา​ไม​ เกินห​ นึ่งเ​ ดือน และ​สะสม​เพิ่มขึ้น​อีกเ​รื่อยๆ วัน​ละ​มากกวา 5 กิโลกรัม ขยะ​พวก​นี้​ไมได​ สราง​ผล​กระทบ​เฉพาะ​กับ​แม​เตา​ทะเล​ที่​ขึ้น​หาด​มา​เพื่อ​วางไข​เทานั้น​แต​ยัง​สราง​ผล​ กระทบ​กบั ช​ วี ติ ข​ อง​สตั วท​ ะเล​ตวั อ​ นื่ รวมถึงเ​ตาท​ ะเล​ทอี่ ยูร​ ะหวาง​พกั ร​ อ​วางไขใ​ น​บริเวณ​ แนว​ปะการังเ​มือ่ บ​ างสวน​ของ​ขยะ​ถกู พ​ ดั อ​ อกไป​สท​ู ะเล​และ​กลาย​สภาพ​เปนก​ บั ดักส​ งั หาร​ สัตว​ทุกชนิด​ทเี่​ขามา​ติดพัน หรือ ​เขาใจ​วา ​เปนอ​ าหาร

เกาะ​สตอรค เม.ย.54

ขยะ​ชายหาด


35

แผนที่​เปรียบเทียบ​ความ​เหมาะสม​ของ​ชายหาด​ตอ​การ​เปน​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเลใน​รอบ 12 เดือน ระหวาง ป พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2554

9

5

1

3

เกาะสตอรค 9

5

1 1

9

5

9

5

1

4 5

6

เกาะสุรินทรเหนือ

9

5

1

7

9

5

1

8

9

5

1

1 2

1 1

9

5

9

5

เกาะมังกร

9

เกาะสุรินทร ใต

เกาะตอรินลา

9

5

1

x

ป พ.ศ.2554 (วงนอก สีเขม) ป พ.ศ.2553 (วงใน สีจาง) แถบสีแสดงความเหมาะสมของชายหาด ตอการเปนแหลงวางไขเตาทะเล ในรอบ 12 เดือน

เหมาะสมตอการวางไขมาก

มีเนินทรายใหวางไข

1 4 7

เกาะมังกร(ขวา) หาดทรายขาวเล็ก อาวปอ

เริ่มมีความเสื่อมโทรม

2 5 8

เกาะมังกร(ซาย) หาดทรายขาว หาดไมงามเล็ก ไมมีขอมูล

3 6 9

เกาะสตอรค หาดทรายแดง อาวบอนเล็ก


36

บท​ที่ 5 เครือขาย​รวม​เฝาระวัง แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล

MARINE MONITORING NETWORK


37

1​​แนวทาง​การ​อนุรักษ​ใน​ปจจุบัน “เครือขาย​รวม​เฝาระวัง​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล” หรือ Marine Monitoring Network , MMN ​ใน​พื้นที่​อุทยาน​แหงชาติ​หมู​เกาะ​สุรินทร​เริ่ม​ปฏิบัติ​ภารกิจ ต​ ั้ง​แต ​ป พ.ศ. 2552​ โดย​มี​จุด​ประสงค​หลัก คือ ​การ​ปกปอง​และ​คุมครอง​เตา​ทะเล​และ​ระบบนิเวศ​ของ​เตา​ ทะเล​ที่​ประกอบดวย​แหลง​อาหาร แหลง​อาศัย​และ​แหลง​วางไข​โดย​ปลอย​ให​ลูก​เตา​ได​ เกิด​จาก​หลุม​ที่​แม​เตา​เลือก​และ​วางไข​และ​ได​ลง​สู​ทะเล​ทันทีที่​ออกจาก​รัง​ตาม​ธรรมชาติ พรอมกับ​สราง​และ​พัฒนา​เครือขาย​รวม​ระหวาง​ชุมชนมอ​แกน​และ​เจาหนาที่​อุทยานฯ เพื่อ​ทำ�งาน​เฝาระวัง​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​ทาง​ทะเล​ตาม​นโยบาย​ที่ได​รับ​มอบหมาย​จาก​ กรม​อุทยาน​แหงชาติ สัตว​ปา ​และ​พันธุ​พืช ป​ จจุบัน​เครือขาย​รวมฯ ยังคง​ดำ�เนิน​ภารกิจ​ เพือ่ ก​ าร​เฝาระวังแ​ ละ​ตดิ ตาม​การ​เปลีย่ นแปลง​ของ​ทรัพยากร​เพือ่ ใหท​ นั ก​ บั ส​การณส​ ภาพ​ ภูมิอากาศ​โลก​แปรปรวน​และ​สงผล​ตอ​ความ​เสื่อมโทรม​ของ​ทรัพยากร โดย​ใน ป พ.ศ.2554 เครือขาย​รวมฯ มี​เปาหมาย​ใน​การ​ขยาย​เครือ​ขาย​การ​ทำ�งาน​ให​ครอบคลุม​ กลุม​ผูใช​ประโยชน​ไมจำ�กัด​เฉพาะ​คนใน​พื้นที่ โดย​เนน​กลุม​นัก​ทองเที่ยว​เพื่อ​ประชา​ สัมพันธค​ วามรูแ​ ละ​สง เสริมใ​หเ​กิดก​ าร​ทอ งเทีย่ ว​เชิงอ​ นุรกั ษ น​ กั ท​ อ งเทีย่ ว​ทม​ี่ า​ตอ ง​ไดรบั ​ ขอมูล​ความรู​เกี่ยวกับ​แหลง​วางไข​เตา​ทะเล​อยาง​ถูกตอง และ​ตอง​มี​กิจกรรม​ที่​สามารถ​ รวม​เปน​สวนหนึ่ง​ของ​การ​ปฏิบัติ​งาน​เพื่อ​การ​อนุรักษ​ของ​เครือขาย​รวมฯ ซึ่ง​จะ​นำ�​ไป​สู​ การ​มี​จิตสำ�นึก​ดาน​การ​อนุ​รักษ​อยาง​แทจริง​ในอ​นาค​ต

การ​สำ�รวจ​เฝาระวัง​แหลง​วางไข​และ​การ​ขึ้น​วางไข​ของ​เตา​ทะเล​ปฏิบัติ​ตาม​กรอบ​การ​ ดำ�เนินงาน​และ​เวลา​อยาง​ตอเนื่อง คือ ทุก 1 เดือน​มี​การ​บันทึก​ขอมูล​สัณฐาน​ชายหาด​ ทุก 1 ​สัปดาห หรือ ทุกครั้งเ​มื่อ​ไดรับ​แจง​การ​พบ​การ​ขึ้น​วางไข​มี​การ​บันทึก​ขอมูล​รังไข​ และ​ตดิ ตาม​ไป​จนกระทัง่ ก​ �ำ หนด​ฟก ผล​ทไ​ี่ ดน​ �ำ มา​วเิ คราะหค​ วาม​เหมาะสม​ของ​ชายหาด​ ใน​การ​เปน​แหลง​วางไข สภาพ​รัง อัตรา​การ​ฟก ปญหา ภัยค​ ุกคาม และ​แผนการ​จัดการ​ แหลง​วางไข พรอมกับ​พัฒนา​กิจ​กรรมการ​อนุรักษ​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล​สำ�หรับ​การ​มี​ สวนรวม​ของ​นัก​ทองเที่ยว โดย​นัก​ทองเที่ยวสา​มาถ​เลือก​เขารวม​ใน​แตละ​กิจกรรม​ที่​จัด​ ขึ้น​ตาม​ความ​สนใจ​และ​ความ​เหมาะสม​ของ​ตน​เอง เชน กิจกรรม​สำ�รวจ​เตา​ทะเล (Sea Turtle Watch) กิจกรรม​สำ�รวจ​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล (Sea Turtle Beach Watch) กิจกรรม​เสนทาง​ศึกษา​ธรรมชาติ​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล (Sea Turtle Nesting Nature Trail) และ​กิจกรรม​เก็บ​ขยะ​ชายหาด​แหลง​วาง​ไขเตาท​ ะเล (Sea Turtle Beach Clean Up) โดย​บริเวณ​อาคาร​นิทรรศการ​อาว​ชอง​ขาด และ​ตูหนังสือ​อาว​ชอง​ขาด ไม​งาม​ จัดแสดง​ขอมูล ขาวสาร​ใน​รูปแบบ​ที่​นาสนใจ โดยเฉพาะ​นิทรรศการ​กลาง​แจง​เสนทาง​ ศึกษา​ธรรมชาติฯ ที่​เปนความ​รวมมือ​ระหวาง​อุทยานฯ และ​ชุมชนมอ​แกน​ใน​การ​ผลิต​ สื่อ​ความ​หมาย​เกี่ยวกับ​การ​เดินทาง​ของ​เตา​ทะเลใน​ฤดู​วางไข


38

2 ​แผนการ​อนุรักษ​ใน​อนาคต ตั้งแต ป พ.ศ.2552-2554 ภารกิจ​ของ​เครือขาย​รวม​เฝาระวัง​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเลใน​ การ​อนุรกั ษแ​ หลงว​ าง​ไขเตาท​ ะเล​ไดด​ �ำ เนินการ​จน​มก​ี รอบ​และ​กระบวน​ทช​ี่ ดั เจน​สามารถ​ นำ�ไป​ประยุกต​ใชกับ​พื้นที่​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล​ที่​สำ�คัญ​อื่นๆ มี​ขอมูล​ทรัพยากร​ที่​มี​ ประโยชนส​ ามารถ​ใชเ​พือ่ ก​ าร​จดั การ​ไดอ​ ยาง​มป​ี ระสิทธิภาพ และ​มส​ี มาชิกเ​ครือขาย​รว มฯ ที่​ครอบคลุม​กลุม​ผูใช​ประโยชน และ​เขาใจ​ใน​การ​อนุรักษ​ทรัพยากร​อยาง​แทจริง โดย​ เครือขาย​รวมฯ ยังคง​ตอง​พัฒนา​ศักยภาพ​ใน​การ​ทำ�งาน​ตอไป​ให​มี​ระบบ​การ​ทำ�งาน​ที่​ ชัดเจน​และ​ไดมาตรฐาน​เพื่อให​สามารถ​ถายทอด​ความรู และ​ประสบการณ​ตอ ปจจุบนั แ​ หลงว​ างไขเ​ตาท​ ะเล​เริม่ เ​ผชิญกับภ​ ยั ค​ กุ คาม​จาก​กจิ กรรม​มนุษยท​ เ​ี่ สีย่ ง​ตอ ค​ วาม​ เสียหาย​และ​ความ​ปลอดภัยท​ ห​ี่ นักหนวง​มากขึน้ ​แนวทาง​การ​จดั การ​แหลงว​ างไขใ​น​ภาวะ​ เสี่ยง​เพื่อ​ลด​การ​สูญเสีย​ใน​อนาคต​จึง​จำ�เปน​ตอง​พัฒนา​อยาง​เรงดวน โดย​อาจ​จัดทำ�​ใน​ รูปแบบ​ขอตกลง หรือ ขอปฏิบัติ​ที่​ชัดเจน และ​เปน​ที่ยอมรับ​ กิจ​กรรมการ​อนุรักษ​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล​โดย​การ​มี​สวนรวม​ที่​จัด​ขึ้น​เปน​ป​แรก​ไดรับ​ ความ​สนใจ​อยาง​มาก​จาก​นกั ท​ อ งเทีย่ ว​ทงั้ ช​ าวไทย​และ​ชาว​ตา งชาติ ซึง่ ย​ งั พ​ บ​ขอ บกพรอง​ อยูบ​ า ง​ทต​ี่ อ ง​แกไข โดยเฉพาะ​จ�ำ นวน​เจาหนาทีท​่ ใ​ี่ หค​ วามรูท​ ต​ี่ อ ง​มใ​ี หเ​พียงพอกับจ​ �ำ นวน​ นัก​ทองเที่ยว​ที่​เขารวม​กิจกรรม และ​ความ​สามารถ​ใน​การ​ถายทอด​ความรู และ​การ​ สื่อสาร​ภาษา​อังกฤษ​กับ​ชาว​ตา งชาติ 3​การ​มี​สวนรวม​ใน​การ​อนุรักษ​และ​การ​จัดการ เครือขาย​รวม​เฝาระวัง​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล​เริ่มตน​จาก​ความ​รวมมือ​ระหวาง​ชุมชนมอ​ แกน​และ​เจาหนาทีอ​่ ทุ ยาน​แหงชาติห​ มูเ กาะ​สรุ นิ ทร โดย​ความ​รว มมือจ​ าก​ชมุ ชนมอ​แกน​ ใน​การ​อนุรักษ​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเลพัฒนา​ขึ้น​อยาง​ตอเนื่อง แม​พบ​การ​ลักลอบ​บริโภค​ เนือ้ หรือ ซือ้ ขาย​เครือ่ ง​ประดับจ​ าก​เตาท​ ะเลบ้าง แตช​ มุ ชน​มส​ี ว น​ใน​การ​ส�ำ รวจ​เฝาระวัง​ แหลง​วางไข และ​การ​ขึ้น​วางไข​ของ​เตา​ทะเลเป็นประจำ� เชน แจง​ขอมูล​เมื่อ​พบเห็น​การ​ ขึ้น​วางไข บันทึก​ขอมูล​และ​ติดตาม​สภาพ​รังไข​จนกระทั่ง​ฟกตัว สำ�รวจ​ติดตาม​การ​ เปลี่ยนแปลง​ชายหาด​ที่​เปน​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล ​เปน​อาสาสมัคร​สำ�รวจ​เตา​ทะเล นอกจากนี้ ยังร​ ว ม​ออกแบบ​และ​ผลิตส​ อื่ ค​ วาม​หมาย​ใน​เสนทาง​เดินศ​ กึ ษา​ธรรมชาติ​เชน​ วาดภาพ และ​ปนรูป​จำ�ลอง​เรื่องราว​ของ​เตา​ทะเลใน​ฤดู​วางไข ​พรรณไม และ​สัตวปา​ ภาค​การ​ทอ งเ​ทยี่ ว บริษทั ท​ วั รจ​ าก​ทกุ บ​ ริษทั ไ​ดแก กรีนว​ วิ ซ​ า​บน​ี า  บ​ าราคูด​ า  เ​ม็ดทราย​ ไดมอนต​ทัวร ​และ ​ทอม​แอนด​แอมมี​บทบาท​สำ�คัญ​อยางยิ่ง​ที่​ทำ�ให​ทุก​ภารกิจ​ของ​ เครือขาย​รวมฯ บรรลุ​เปาหมาย โดยเฉพาะ​ผูบริหาร​ของ​ทุก​บริษัท​ทัวร​ที่​ให​ความ​สำ�คัญ​ เรื่อง​การ​มี​สวนรวม​ใน​กิจกรรม​อนุรักษ และ​ใหการ​สนับสนุน​และ​เอื้อเฟอ​อุปกรณ​เพื่อ​ ดำ�เนิน​ภารกิจ ​หนวยงาน​ราชการ ​(​ใน​พื้น​ที่)​ ​ได​แก ​หนวย​รักษา​ความ​ปลอดภัย​ทาง​ทะเล ​ฝงทะเล​ อันดามัน ​(​ทหารเรือ)​ ​และ​หนวย​ปอง​กัน​และ​ปราบปราม​ประมงทะเล​อันดามัน ​(​กรม​ ประมง)​เขารวม​เปน​สวนหนึ่ง​ใน​การ​สำ�รวจ​เฝาระวัง​แหลง​วางไข และ​การ​ขึ้น​วางไข​ของ​ เตาท​ ะเล เชน รวม​บนั ทึกข​ อ มูลแ​ ละ​ตดิ ตาม​สภาพ​รงั ไขจ​ นกระทัง่ ฟ​ ก ตัว และ​รว ม​ส�ำ รวจ​ เตา​ทะเล​หมูเกาะ​สุรินทร ​ (​นอก​พื้น​ที่)​ ​ได​แก ​สถาบันวิจัย​และ​พัฒนา​ทรัพยากร​ทาง​ทะเล ​ชาย​ฝงทะเล ​และ​ ปาชายเลน ​จังหวัด​ภูเก็ต

นั ก ​ท  อ งเที่ ย ว​ช าวไทย​แ ละ​ช าว​ ต า งชาติ ​มี ​ส  ว นร ว ม​ใ น​ก าร​สำ � รวจ​ เฝาระวัง​แหลง​วางไข และ​การ​ขึ้น​ วางไข​ของ​เตา​ทะเล​ผาน​กิจกรรม​ ตางๆ ที่​จัด​ขึ้น เชน กิจกรรม​สำ�รวจ​ เตา​ทะเล (Sea Turtle Watch) กิจกรรม​ส�ำ รวจ​แหลงว​ าง​ไขเตาท​ ะเล (Sea Turtle Beach Watch) และ​ กิจกรรม​เก็บ​ขยะ​ชายหาด​แหลง​วาง​ ไขเตา​ทะเล (Sea Turtle Beach Clean Up) ​ปจจุบัน​สมาชิก​เครือขาย​รวมฯ ​มี​ จำ�นวน​ทั้งสิ้น ​173​​คน ​เปน​เจาหนา​ ที่​อุทยานฯ ​56​ ​คน ​มอ​แกน ​30​ ​คน​ นัก​ทองเ​ที่ยว​และ​เจาหนา​ที่​บริษัท​ ทัวร 6​ 8​ค​ น เ​จาหนาท​ จ​ี่ าก​หนวยงาน​ ราชการ​ใน​พื้น​ที่​และ​นอก​พื้น​ที่ ​19​​ คน ​


39


40

ความ​ชุกชุม​ของ​เตา​ทะเล SEA TURTLE เกาะสตอรค

หินราบ

อาวจาก เกาะสุรินทรเหนือ อาวปอ

อาวไทรเอน

อาวไมงาม อาวกระทิง อาวสุเทพ

เกาะมังกร

รองน้ำชองขาด อาวชองขาด

เกาะสุรินทร ใต

อาวแมยาย

อาวบอน อาวสัปปะรด หินกอง อาวเตา

อาวผักกาด

เกาะตอรินลา บริเวณที่มีโอกาสในการพบเห็นเตาทะเล มากที่สุด

พื้นที่แนวปะการัง

มาก ปานกลาง

พื้นที่แนวหญาทะเล บริเวณที่ไมมีสัญลักษณใดๆ แสดงถึง ไมมีการพบเห็นเตาทะเล หรือ ไมมีการเขาถึงพื้นที่

นอย


41

ผล​สำ�รวจ​เตา​ทะเล​บริเวณ​หมูเกาะ​สุรินทร​ใน​กิจกรรม Sea Turtle Watch ตั้งแต​เดือน​มกราคม ถึง เดือน​กันยายน พ.ศ.2554 พบ​เตา​ทะเล​จำ�นวน 58 ครั้ง เปน​เตากระ เตาตนุ และ​เตา​หญา​ใน​บริเวณ​แนว​ปะการัง​และ​แนว​หญา​ทะเล​มาก​ที่สุด เชน ​เกาะ​ส ตอรค และ​รองน้ำ�​ชอง​ขาด โอกาส​ใน​การ​พบ​เตา​ทะเล แบง​เปน 4 ระดับ คือ 1. บริเวณ​ที่​มี​โอกาส​ใน​การ​พบ​เตา​ทะเล​มาก​ที่สุด เกาะ​สตอรค ​รองน้ำ�​ชอง​ขาด 2. บริเวณ​ที่​มี​โอกาส​ใน​การ​พบ​เตา​ทะเล​มาก เกาะต​อริน​ลา อาว​ปอ เกาะ​มังกร อาว​ ผักกาด อาว​สับปะรด 3. บริเวณ​ที่​มี​โอกาส​ใน​การ​พบ​เตา​ทะเล​ปานกลาง อาว​เตา อาวบอน อาว​ไทร​เอน หิน​ ราบ 4. บริเวณ​ที่​มี​โอกาส​ใน​การ​พบ​เตา​ทะเล​นอย อาว​ชอง​ขาด อาว​กระทิง และอา​วสุ​ เทพ *​การ​ส�ำ รวจ​เตาท​ ะเล​บริเวณ​หมูเ กาะ​สรุ นิ ทรส​ �ำ รวจ​เฉพาะ​ใน​เขต​นนั ทนาการ และ​เขต​ศกึ ษาวิจยั ​ เทานั้น *การ​จัด​ระดับ​โอกาส​ใน​การ​พบ​เตา​ทะเล​คิด​จาก​อันดับ​ความ​นาจะเปน​ใน​การ​พบ และ​ อันดับ​จำ�นวน​เตา​ทะเล​ที่​พบ​ตอ​ครั้ง

จำ�นวน จำ�นวน​เตา​ทะเล​ที่​พบ​มาก​สุด​ตอ​ครั้ง​ใน​แตละ​บริเวณ คือ รองน้ำ�​ชอง​ขาด พบ 4 ตัว เกาะ​สตอรค พบ 3 ตัว เกาะต​อริน​ลา เกาะ​มังกร และ​อาว​ปอ พบ​ที่​ละ 2 ตัว บริเวณ​ อื่นๆ พบ​ที่​ละ 1 ตัว พฤติกรรม พบ​เตา​ทะเลใน​อิริยาบถ​ตางๆ เชน วายน้ำ�​หายใจ​ที่​ผิวน้ำ�​กินอาหาร อยูนิ่ง และ​เปน​เตาตนุ 1 คู กำ�ลัง​ผสม​พันธุ​บริเวณ​รองน้ำ�​ชอง​ขาด​ชวงตน​เดือน​กุมภาพันธ เ​ดือน​กนั ยายน​พบ​เตาห​ ญาต​ าย​ขนึ้ ม​ า​เกย​หาด​อา ว​กระทิง อวัยวะ​ภายนอก​ครบ​มีบ​ าดแผล​ บริเวณ​โคน​ครีบห​ นาด​ า นซาย​จาก​การ​ถกู ร​ ดั พบ​เศษ​เชือก​จาก​เครือ่ ง​ประมง​พนั อ​ ยูบ​ ริเวณ​ บาดแผล

ตั้งแต​ป พ.ศ.2549-2551 พบ​เตา​ หญาต​ าย หรือ บาดเจ็บจ​ าก​เครือ่ งมือ​ ประมง​ทุกป ป​ละ 1 ตัว


กิตติ​กรรม​ประกาศ

Acknowledgement

ขอ​ขอบคุณ บริษัท​ทัวร​กรีน​วิว ซา​บี​นา ​บาราคูดา เม็ดทราย ​ไดมอนต​ทัวร และ​ทอม​ แอนดแอม หนวย​รกั ษา​ความ​ปลอดภัยท​ าง​ทะเล​ฝง ทะเล​อนั ดามัน (ทหารเรือ) และ​หนวย​ ปองกัน​และ​ปราบปราม​ประมงทะเล​อันดามัน (กรม​ประมง) และ​นัก​ทองเที่ยว​ทุกๆ คน​ ทีช่​ วยกัน​ดูแล​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล​และ​เตา​ทะเล​ของ​หมูเกาะ​สุรินทร​อยาง​เขมแข็ง ขอบคุณ รอง​ศาสตราจารยท​ นั ตแพทยส​ รุ นิ ทร สูอ​ �ำ พัน​ทีช​่ ว ยเหลือง​ บประมาณ​เพือ่ ก​ าร​ ดำ�เนินงาน​ของ​เครือขาย​รวม​เฝาระวัง​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล และ​พี่​โก ผูบริหาร​บริษัท​ บาราคูดาไดฟ​วิ่ง จำ�กัด​ ที่​เอื้อเฟอ​ยานพาหนะ​สำ�หรับ​ภารกิจ​ตรวจตรา​เฝาระวัง​แหลง​ วาง​ไขเตา​ทะเล ขอ​ขอบคุณ ดร.กอง​เกียรติ กิตติ​วัฒนา​วงศ และ​เจาหนาที่​วิจัย​หลายๆ ทาน​จาก​ สถาบันวิจัย​และ​พัฒนา​ทรัพยากร​ทาง​ทะเล ชาย​ฝงทะเล​และ​ปาชายเลน​จังหวัด​ภูเก็ต​ที่​ คอย​ใหคำ�ปรึกษา ขอมูล และ​ภาพถาย​ที่​มี​คา ขอ​ขอบคุณ นาย​เยี่ยม​สุริยา อดีต​ผู​วาราชการ​จังหวัด​พังงา​ที่​ให​ความ​สำ�คัญ​เรื่อง​การ​ อนุรักษ​แหลง​วาง​ไขเตา​ทะเล และ​การ​มี​สวนรวม​ของ​ชุมชนมอ​แกน​ใน​การ​อนุรักษ​ ทรัพยากร​ธรรมชาติ และ​ขอ​ขอบคุณ​ขาราชการ​ทุกทาน​ที่​ปฏิบัติ​หนาที่​ดวย​ความ​ซื่อสัตย​สุจริต และ​เขมแข็ง​ เพื่อ​ปกปอง​รักษา​ทรัพยากร​ของ​ประเทศชาติ

​เอกสาร​อางอิง

References

สุ​พจน จันทรา​ภรณ​ศิลป. 2544. ชีววิทยา​และ​การ​อนุรักษ​เตา​ทะเล​ไทย เอกสาร​ ประกอบการสอน​วชิ า​นเิ วศวิทยา​ทาง​ทะเล​ภาคฤดูรอ น ป 2544. สถาบันวิจยั ​ชวี วิทยา​และ​ประมงทะเล สถาบันวิจยั ​ชวี วิทยา​และ​ประมงทะเล. สมบูรณ พร​พิเนต​พงศ และ​คณะ. 2554. หาดทราย มรดก​ทาง​ธรรมชาติ​ที่​นับวัน​ จะ​สูญสิ้น. โครงการ​ขับ​เคลื่อน​นโยบาย​สาธารณะฯ : กรณี​การ​ใช​ ประโยชน​หาดทราย​และกา​รอนุ​รักษ คณะ​เศรษฐศาสตร มหาวิทยาลัย​ สงขลา​นครินทร. สมปรารถนา ฤทธิ์​พริ้ง และ​คณะ. 2554. หาดทราย คุณคา...ชีวิต​ที่​ถูก​ลืม. โครงการ​ขับ​เคลื่อน​นโยบาย​สาธารณะฯ : กรณี​การ​ใช​ประโยชน​ หาดทราย​และกา​รอนุ​รักษ คณะ​เศรษฐศาสตร มหาวิทยาลัย ​สงขลา​นครินทร. Heather, C. and Coyne, M. 2007. Scientists Debate Climate Change Impact on Sea Turtles. International Sea Turtle Society.


Mu Ko Surin National Park

Sea Turtle Nesting Area


2554 แหล่งวางไข่เต่าทะเล อช.หมู่เกาะสุรินทร์