Page 1

วารสารจีนวิทยา Journal of Sinology

Vol. 8 August, 2014

ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

Sirindhorn Chinese Language and Culture Center Mae Fah Luang University


วารสารจีนวิทยา จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่บทความทางวิชาการและบทความ วิจัยทางจีนวิทยาของอาจารย์ นักศึกษา และนักวิชาการ เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน ความรู้และการวิจัยในวงวิชาการจีนวิทยา บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะผ่านการ กลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิทางจีนวิทยาเฉพาะทาง (Peer Review) และได้รับความ เห็นชอบจากกองบรรณาธิการ อย่างไรก็ตามความคิดเห็นและทัศนะในบทความเป็นของ ผู้เขียนแต่ละคน ไม่ถือเป็นของกองบรรณาธิการวารสารจีนวิทยาแต่อย่างใด

ผู้สนใจสั่งซื้อวารสารหรือส่งบทความ ติดต่อได้ที่ ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 333 หมู่ 1 ตำ�บลท่าสุด อำ�เภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57100 โทรศัพท์ 0-5391-7093 หรือ หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 127 อาคารปัญจภูมิ 2 ชั้น 7 ถนนสาทรใต้ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ 02-679-0038 ต่อ 5105


ที่ปรึกษากองบรรณาธิการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้อำ�นวยการศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร บรรณาธิการประจำ�ฉบับ ดร.ประพิณ มโนมัยวิบูลย์ กองบรรณาธิการ ดร.สุรางค์ศรี ตันเสียงสม ดร.นิตย์ บุญรัตนเนตร ดร.ปราณี โชคขจิตสัมพันธ์ ดร.อัษมา มหาพสุธานนท์ ดร.ศศิพร เพชราภิรัชต์ ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒิชัย ดร.ธีรวัฒน์ ธีรพจนี ดร.อภิสรา พรรัตนานุกูล ดร.กัลยา ขาวบ้านแพ้ว นางสาวศันสนีย์ เอกอัจฉริยา นางสาวชญนัฐ ศรีจรูญเรือง ศิลปกรรม แผนกออกแบบ โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร. 0-2218-3563


บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิ รินธร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มี พ นั ธกิ จ ในพัฒนาการเรี ย นการสอนภาษาจี น เสริ ม สร้ า งความ เข้า ใจและความร่ วมมื อทางวิช าการและศิล ปวัฒนธรรมระหว่า ง ไทย-จี น ตลอดจนเผยแพร่ ผ ลงานทางวิ ช าการและงานวิ จ ัย ที่ เกี่ ย วข้อ ง การจัด พิ ม พ์ว ารสารวิ ช าการเป็ นวิ ธี ก ารหนึ่ งในการ เผยแพร่ ผลงานทางวิชาการและงานวิจยั อีกทั้งจะได้เป็ นศูนย์กลาง แลกเปลี่ ยนความรู ้ ความคิดเห็ นสาหรับนักวิชาการ และเป็ นแหล่ง รวบรวมวิทยาการซึ่ งทันต่อสมัย สามารถจุดประกายให้มีการศึกษา ค้นคว้าและการตั้งโจทย์ใหม่หรื อโจทย์ที่อยู่ในกระแสปั จจุ บนั ใน สาขาวิชานั้นๆ วารสารจี น วิทยา ซึ่ งศู น ย์ภ าษาและวัฒ นธรรมจี นสิ ริ น ธร จัดพิมพ์ข้ ึนนี้ เป็ นความพยายามที่จะดาเนินการตามพันธกิจของศูนย์ คือ เผยแพร่ บทความวิชาการ บทความวิจยั และการศึกษาค้นคว้า ของอาจารย์ นัก ศึ ก ษา และนัก วิ ช าการทั่ว ไป เพื่ อ ให้ ผู ้ที่ ส นใจ การศึกษาค้นคว้าด้านนี้ สามารถติ ดตามความรู้ แนวทางการพัฒนา และงานค้นคว้าวิจยั ในวงวิชาการจีนวิทยา วารสารจีนวิทยา ฉบับปี ที่ 8 ได้รับเกียรติตีพิมพ์บทความของ ศาสตราจารย์ห ม่ า เจิ น คณะวิ ช าภาษาจี น มหาวิ ท ยาลัย ปั ก กิ่ ง สาธารณรั ฐ ประชาชนจี น ที่ ไ ด้บ รรยายในงานประชุ ม วิ ช าการ

i


ii

บทบรรณาธิการ

นานาชาติเฉลิ มฉลอง 40 ปี สาขาวิชาภาษาจีน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 ณ โรงแรม อิมพีเรี ยล ควีนส์ ปาร์ ค ในหัวข้อ “汉语教师要重视并善于运用比 ้ อนต้องให้ 较的方法”ซึ่ ง กล่ า วถึ ง แนวทางการสอนภาษาจี น ว่า ผูส ความสาคัญและมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์เปรี ยบเทียบ โดย ได้ ย กตัว อย่ า งการวิ เ คราะห์ เ ปรี ยบเที ย บค ากริ ยาวิ เ ศษณ์ ที่ มี ความหมายเหมือนกันหรื อใกล้เคียงกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึ งวิธีการ วิเคราะห์เปรี ยบเทียบอย่างเป็ นรู ปธรรม บทความที่ 2 เป็ นบทความของศาสตราจารย์หยาง เทียนเกอ คณะวิ ช าภาษาจี น มหาวิท ยาลัย ภาษาต่า งประเทศปั ก กิ่ ง ท่า นได้ กรุ ณามอบบทความที่บรรยายเนื่องในการเฉลมิฉลอง 40 ปี สาขาวชิา ภาษาจีน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน หั ว ข้ อ “全球化背景——汉语国际教育的机遇与挑战”ใ ห้ แ ก่ บรรณาธิ ก ารเพื่ อนามาตี พิ ม พ์ใ นวารสารจี นวิท ยา ซึ่ ง บทความ ดังกล่าวได้กล่าวถึงภาษาจีนในบทบาทนานาชาติว่ามีขอ้ ได้เปรี ยบ และข้อเสี ยเปรี ยบอย่างไร ซึ่ งเป็ นการวิเคราะห์อยู่บนพื้นฐานของ ลักษณะเฉพาะของภาษาจีน บทความที่ 3 เป็ นบทความของศาสตราจารย์ซุน ยฺ วี่ ชิง คณะ ภาษาจี น มหาวิทยาลัยจี้หนาน ซึ่ งเขี ยนร่ วมกับหลิ ว เยฺ ว่ นักศึ กษา


บทบรรณาธิการ

ปริ ญญาโท ในหั ว ข้ อ “中、高级留学生同音字书写偏误研究” บทความนี้ได้ศึกษาวิเคราะห์ขอ้ ผิดพลาดด้านตัวอักษรจีนพ้องเสี ยง ของผูเ้ รี ยนชาวต่างชาติในด้านต่างๆ อีกทั้งยังได้เสนอแนวทางใน การเรี ยนการสอนตัวอักษรจีนพ้องเสี ยงสาหรับผูเ้ รี ยนชาวต่างชาติ อีกด้วย ในวารสารจี น วิ ท ยาฉบับ นี้ ยัง มี บ ทความที่ ศึ ก ษาวิจ ัย ด้า น ภาษาจีนอีก 5 บทความ ดังนี้ บทความแรก คือ “泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习 研究” ผู ้วิ จ ัย ได้ ศึ ก ษาวิ จ ัย เกี่ ย วกั บ การเรี ยนค าที่ มี ค วามหมาย ใกล้เคี ย งกันในภาษาจี นของนักศึ ก ษามหาวิท ยาลัย อัส สั ม ชัญที่ มี ความรู้ ภาษาจีนอยู่ในระดับต้น โดยคัดเลือกคาที่ใช้ในการวิจยั จาก ตาราเรี ยนระดับต้น เพื่อนามาสรุ ปรู ปแบบข้อผิดพลาดและวิเคราะห์ หาสาเหตุของข้อผิดพลาดนั้นๆ บทความถั ด มา คื อ “การเปลี่ ย นแปลงทางเสี ยงและ ความหมายของคายืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จิ๋วกรุ งเทพ” บทความ นี้ เป็ นการรวบรวมข้อมูลคายืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จิ๋วกรุ งเทพ จากผูพ้ ูดทวิภาษาไทย-จี นในกรุ ง เทพมหานคร เพื่ อวิเคราะห์ก าร เปลี่ยนแปลงทางเสี ยงและความหมายของคาเหล่านั้น บทความถัด มา คื อ“现代汉语单音节颜色类形容词的句法 功能差别及其原因”บทความนี้ เน้ น ศึ ก ษาความแตกต่ า งของ

iii


iv

บทบรรณาธิการ

คาคุณศัพท์บอกสี พยางค์เดียวในระดับโครงสร้างประโยค จานวน 12 ค า โดยอาศัย แนวคิ ด ของทฤษฎี ภ าษาศาสตร์ ป ริ ช านในการ วิเคราะห์ความแตกต่างของความสามารถในการทาหน้าที่ต่างๆ ใน ประโยค อีกบทความหนึ่ง คือ “การศึกษาการเลือกใช้คาภาษาไทยเพื่อ เทียบเคียงความหมายกับส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลในภาษาจีนกลาง” ผูว้ ิจยั ได้พบปั ญหาการใช้ส่วนเสริ มบอกผลในภาษาจี นกลางของ ผูเ้ รี ยนชาวไทย จึงมุ่งศึกษาและวิเคราะห์ การเลื อกใช้คาภาษาไทย เพื่อเที ย บเคี ย งความหมายกับส่ วนเสริ ม กริ ย าบอกผลในภาษาจี น กลางที่มีความถี่ในการใช้สูง เพื่อเสนอเป็ นแนวทางอ้างอิงสาหรับ การเรี ยนการสอน บทความด้ า นภาษาจี น บทความสุ ดท้า ย คื อ “汉语“一 来„„二来„„”与泰语的 “ประการแรก......ประการที่ สอง......” 的对比”บทความนี้ เ น้น ศึ ก ษาเปรี ย บเที ยบความเหมื อ นและความ แตกต่างทางด้า นโครงสร้ า งและการใช้“一来„„二来„„”ใน ภาษาจีนกับ“ประการแรก......ประการที่สอง......” ในภาษาไทย นอกจากบทความด้านภาษาจีนแล้ว ในวารสารจีนวิทยาฉบับ นี้ ยงั ประกอบด้วยบทความด้านวัฒนธรรมจีนอีกหนึ่ งบทความ คือ “中国文化体验基地设置的可行性分析——以武当山为例”

บทความนี้ ก ล่า วถึ ง การออกแบบการเรี ย นการสอนภาษาจีน ส าหรับ ผูเ้ รี ย นต่ า งชาติ อ ย่า งมี ค วามคิ ด สร้ า งสรรค์ โดยการออก


บทบรรณาธิการ

สารวจพื้นที่จริ งเพื่อเรี ยนรู ้ วฒั นธรรมจีนในรู ปแบบต่างๆ ซึ่ งผูว้ ิจยั ได้ใช้ภูเขาอู่ตงั เป็ นกรณี ศึกษา นอกจากบทความทั้ง 9 บทแล้ว ในวารสารจีนวิทยาฉบับนี้ ยัง มีบทวิจารณ์ หนัง สื อเรื่ องหลุ นอี่ว์ : ขงจื่ อสนทนา ซึ่ งแปลและ เขียนบทนาโดยรองศาสตราจารย์ ดร. สุ วรรณา สถาอานันท์ อาจารย์ ประจาภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในส่ ว นของบทแปลนั้น เป็ นการแปลจากต้น ฉบับ ภาษาอัง กฤษ พร้ อมทั้ง ตรวจสอบกับ ต้นฉบับ ภาษาจี นและผูร้ ู้ ภาษาจี น ด้วย ทั้ง ยังให้เหตุผลในการแปลคาหรื อข้อความต่างๆ ประกอบไว้เพื่อความ ชัด เจน ในส่ ว นของบทน าก็ ไ ด้เ รี ย บเรี ย งประเด็ น เพื่ อ จัด ระบบ ความคิ ด พื้ น ฐานของผู ้อ่ า นก่ อ นที่ จ ะเข้ า สู ้ เ นื้ อหาหลั ก ต่ อ ไป นอกจากนี้ ท้ายเล่มยังมีตน้ ฉบับหลุนอี่วภ์ าษาจีนซึ่ งพิมพ์ดว้ ยอักษร จีนตัวเต็มเพื่อให้ผูอ้ ่านที่รู้ภาษาจีนสามารถอ่านเทียบกันไปได้อีก ด้วย คณะบรรณาธิการ ๑ สิ งหาคม ๒๕๕๗

v


สารบัญ บทบรรณาธิการ 汉语教师要重视并善于运用比较的方法 马真 全球化背景——汉语国际教育的机遇与挑战 杨天戈 中、高级留学生同音字书写偏误研究 孙玉卿 刘岳 泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究 Tawan Kangwansurakrai

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมายของคํายืมภาษาไทย ในภาษาจีนแต้ จวิ๋ กรุงเทพ ชัญญพร ปริญญาวุฒิชัย 现代汉语单音节颜色类形容词的句法功能差别及其原因 Warisa Asavaratana

1 11 20 44 65

98

การศึกษาการเลือกใช้ คําภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่ วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง ธีรวัฒน ธีรพจนี

123

汉语“一来……二来……”与泰语的 “ประการแรก......

151

ประการทีส่ อง......”的对比

Chatsaran Chatsanguthai


中国文化体验基地设置的可行性分析——以武当山为例 方琳

บทวิจารณ์ หนังสือ ปกรณ ศิวะพรประเสริฐ

168 215


≹䈝ᮉᐸ㾱䟽㿶ᒦழҾ䘀⭘∄䖳Ⲵᯩ⌅  傜ⵏ



᪈㾱 ∄䖳࠶᷀ˈᱟ䈝䀰⹄ウѝᴰสᵜⲴ࠶᷀᡻⇥ѻаˈᴤᱟ㲊䇽 ⹄ウᴰสᵜǃᴰᴹ᭸Ⲵа⿽࠶᷀᡻⇥DŽ֌Ѫа਽≹䈝ᮉᐸ㾱䟽㿶 ᒦழҾ䘀⭘∄䖳Ⲵᯩ⌅DŽ 䈝䀰⹄ウѝᡰ⭘Ⲵ∄䖳ཊ⿽ཊṧˈަѝ⭘ᗇᴰཊⲴᱟ਼ѹᡆ 㘵䈤䘁ѹ䇽䈝Ⲵ∄䖳DŽ䆜ྲ䈤࢟䇽Ā߰āˈᴹӪ䈤Ā߰ā⴨ᖃҾ 㤳ത࢟䇽Āਚāˈྲ˖߰亮⵰䈤䈍ˈᘈҶᰦ䰤ҶDŽ≈ ਚ亮⵰䈤 䈍ˈᘈҶᰦ䰤ҶDŽᴹӪ䈤Ā߰ā⴨ᖃҾ㤳ത࢟䇽Ā䜭āˈྲ˖䘉 аᑖ߰ᱟに⭠DŽ≈ 䘉аᑖ䜭ᱟに⭠DŽ䘉Ӌⴻ⌅ᘾѸṧ˛Ā߰āࡠ ᓅ㺘⽪ӰѸ䈝⌅᜿ѹ˛䘉ਚᴹ䙊䗷Ā߰āоĀਚāǃоĀ䜭āⲴ ާփ␡‫∄Ⲵޕ‬䖳᡽㜭㧧ᗇ䖳Ѫ┑᜿ⲴㆄṸDŽᵜ᮷֌ҶާփⲴ∄䖳 ࠶᷀ˈԕ↔䈤᰾䘀⭘∄䖳ᯩ⌅Ⲵᗵ㾱ᙗDŽ ൘䘀⭘∄䖳࠶᷀⌅ᰦˈᖰᖰ䴰㾱⌘᜿Ӿཊ䀂ᓖǃཊቲ䶒ǃཊ ᯩսᶕ㘳ሏ࠶᷀∄䖳ˈ䘉ṧ᡽㜭ᴤ⺞࠷ൠᢺᨑ਼ѹ䇽䈝ѻ䰤Ⲵᔲ ਼DŽ᮷ㄐ৸ԕĀᴮ㓿ā઼Āᐢ㓿āⲴ∄䖳࠶᷀Ѫֻᶕ䈤᰾ྲօާ փ䘀⭘∄䖳࠶᷀ᯩ⌅DŽ ‫ޣ‬䭞䇽˖∄䖳࠶᷀ǃ߰ǃਚǃ䜭ǃᴮ㓿ǃᐢ㓿



ᵜ᮷൘Āᒶ⾍ᵡ᣹䲶࣏བྷᆖ᮷ᆖ䲒ѝ᮷㌫ᡀ・  ઘᒤѝഭ䈝䀰о᮷ᆖᯠ㿶䟾ഭ 䱵Պ䇞ā˄ ᒤ  ᴸ  ᰕˈᑍഭⲷਾ‫ޜ‬ഝ依ᓇ˅кਁ㺘DŽ  ेӜབྷᆖѝ᮷㌫ᮉᦸDŽ

1

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


2

汉语教师要重视并善于运用比较的方法

བྷᇦ⸕䚃ˈ∄䖳࠶᷀ˈᱟ䈝䀰⹄ウѝᴰสᵜⲴа⿽࠶᷀᡻ ⇥ˈᴤᱟ㲊䇽⹄ウᴰสᵜǃᴰᴹ᭸Ⲵа⿽࠶᷀᡻⇥DŽ֌Ѫа਽≹ 䈝ᮉᐸ㾱䟽㿶ᒦழҾ䘀⭘∄䖳Ⲵᯩ⌅DŽл䶒ᡁԜሶ∄䖳є㓴࢟䇽 ᶕ࣐ԕ䈤᰾DŽ [ᇎֻа] ‫ޣ‬Ҿ࢟䇽Ā߰ā઼ĀਚāĀ䜭ā Āਚāᱟ㺘⽪䲀ࡦⲴ㤳ത࢟䇽ˈĀ䜭āᱟ㺘⽪ᙫᤜⲴ㤳ത࢟ 䇽DŽᆳԜⲴ᜿ѹǃ⭘⌅н਼ˈ䘉䈱䜭⸕䚃DŽਟਖᴹњ࢟䇽 Ā߰āˈᆳᱟ኎ҾĀਚā㊫઒䘈ᱟ኎ҾĀ䜭ā㊫઒˛ᴹӪ䇔Ѫˈ Ā߰āᴹᰦ⴨ᖃҾĀਚāˈᴹᰦ⴨ᖃҾĀ䜭āDŽѮⲴֻᆀᱟ˖ ˄˅߰亮⵰䈤䈍ˈᘈҶᰦ䰤ҶDŽ ˄˅Җᷦк߰ᱟ、ᢰҖ࠺DŽ 䘉аᑖ߰ᱟに⭠DŽ ֻ˄ ˅ሶĀ߰āᴤᦒѪĀਚāˈֻ˄ ˅ሶĀ߰āᦒѪ Ā䜭āˈ᜿ᙍสᵜнਈ˖ ˄ÿ˅ਚ亮⵰䈤䈍ˈᘈҶᰦ䰤ҶDŽ ˄ÿ˅Җᷦк䜭ᱟ、ᢰҖ࠺DŽ 䘉аᑖ䜭ᱟに⭠DŽ Ā߰āⵏⲴᰒ⴨ᖃҾĀਚāˈ৸⴨ᖃҾĀ䜭āੇ˛н࿘ሶᆳ Ԝ∄䖳алDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

2


马真

˄˅

ᆖ⭏ቡᴹазӪ

߰

ˇ

ˉ

ˉ

˄˅ᡁԜ

н䘋৫

ˉ

ˉ

ˇ

˄˅ԆԜ

ਲ਼係ཤ

ˇ

ˇ

ˇ

˄˅ԆԜ

ਲ਼Ҷањ係ཤ

ˇ

ˉ

ˇ

3

Ѫֻ˄˅ᱟ㾱䲀ࡦ䇑㇇ᮠ䟿Ⲵ㤳തˈᱮ❦ਚ㜭⭘Āਚāˈ н㜭⭘Ā䜭āˈҏн㜭⭘Ā߰āDŽਟ㿱Ā߰āнㅹҾĀਚāDŽ ֻ˄˅ᱟ㾱㺘⽪ᙫᤜѹˈਚ㜭⭘Ā䜭āˈн㜭⭘Āਚāˈ ҏн㜭⭘Ā߰āDŽਟ㿱Ā߰āҏнㅹҾĀ䜭āDŽ ֻ˄˅ĀਚāĀ䜭āĀ߰ā䜭㜭⭘ˈնᱟ᜿ᙍн਼DŽ⭘ Āਚā㺘⽪䲀ࡦˈ⭘Ā䜭ā㺘⽪ᙫᤜˈ⭘Ā߰āࡉ㺘⽪ᡰਲ਼Ⲵь 㾯ਚ኎Ҿ係ཤ䘉а㊫ˈᕪ䈳অаᙗDŽ Ā߰āⲴ䘉а᜿ѹ൘ֻ˄˅ѝ㺘⧠ᗇᴤ␵ᾊ——ֻ˄˅ Ā係ཤāࡽᴹᮠ䟿䇽ˈቡн㜭㺘⽪һ⢙Ⲵ㊫࡛ҶDŽ㘼Ā߰āᕪ䈳 ᡰᤷһ⢙኎Ҿ਼а㊫ˈާᴹঅаᙗˈ䘉ቡߣᇊ䘉䟼н㜭⭘ Ā߰āDŽ ѪҶ䘋а↕䈤᰾й㘵Ⲵ४࡛ˈ䈧޽ሩ∄л䶒Ⲵֻਕ˖ ਚ

߰

˄˅a 䘉њ㇡ᆀ䟼

ᱟҖDŽ

ˇ

ˇ

ˇ

b 䘉њ㇡ᆀ䟼

ᴹҖDŽ

ˇ

ˉ

ˉ

˄˅a 䘉Ӌ㇡ᆀ䟼

ᱟҖDŽ

ˇ

ˇ

ˇ

b 䘉Ӌ㇡ᆀ䟼

ᴹҖDŽ

ˇ

ˉ

ˇ

3

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


4

汉语教师要重视并善于运用比较的方法

ֻ˄˅ǃ˄˅䜭ᱟᆈ൘ਕDŽֻ˄˅Ⲵѫ䈝ᡀ࠶ᱟঅᮠˈ ֻ˄˅Ⲵѫ䈝ᡀ࠶ᱟ༽ᮠDŽ䴰㾱⌘᜿Ⲵᱟˈֻ˄˅ǃ˄˅Ⲵ a ਕ䜭ᱟĀᱟāᆇਕˈb ਕ䜭ᱟĀᴹāᆇਕDŽ ĀᱟāᆇਕᴹᧂԆᙗˈ㺘⽪䲔ҶҖ⋑ᴹ࡛Ⲵ˗Āᴹāᆇਕᰐ ᧂԆᙗˈ㺘⽪䲔ҶҖ䘈ਟ㜭ᴹ࡛Ⲵһ⢙DŽĀᱟāᆇਕⲴᧂԆᙗˈ 䐏Ā߰āᕪ䈳অаᙗ⴨а㠤ˈᡰԕĀ߰ā㜭⭘ҾĀᱟāᆇਕ˗ ĀᴹāᆇਕᰐᧂԆᙗ ˈ䐏 Ā߰ā㺘⽪অаᙗн ⴨а 㠤ˈᡰԕ Ā߰āн㜭⭘ҾĀᴹāᆇਕDŽ 㠣ҾѪӰѸĀਚā൘ഋњਕᆀ䟼䜭㜭⭘ˈĀ䜭āࡉн㜭⭘Ҿ ֻ˄˅b ਕˈ䘉བྷᇦ䜭ᇩ᱃᰾ⲭˈн⭘䀓䟺DŽ Ӿк䶒Ⲵ∄䖳࠶᷀ѝˈᡁԜਟԕ␵ᾊൠҶ䀓ˈĀ߰āᰒн਼ ҾĀਚāˈҏн਼ҾĀ䜭āˈᆳ㠚䓛ާᴹ⢩↺Ⲵ᜿ѹˈ䛓ቡᱟ㺘 ⽪অ㓟㘼⋑ᴹ࡛Ⲵˈᕪ䈳অаᙗˈণ኎Ҿ਼а㊫DŽ 䙊䗷к䶒Ⲵ∄䖳ˈਟԕሶĀ߰āĀਚāĀ䜭ā࠶䗘ᗇ␵␵ᾊ ᾊDŽ൘䘀⭘∄䖳࠶᷀⌅ᰦˈᖰᖰ䴰㾱⌘᜿Ӿཊ䀂ᓖǃཊቲ䶒ǃཊ ᯩսᶕ㘳ሏ࠶᷀∄䖳ˈ䘉ṧ᡽㜭ᴤ⺞࠷ൠᢺᨑ਼ѹ䇽䈝ѻ䰤Ⲵᔲ ਼DŽ л䶒ᡁԜቡԕĀᴮ㓿ā઼Āᐢ㓿āⲴ∄䖳࠶᷀Ѫֻˈᶕ࣐ԕ 䈤᰾DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

4


马真

5

[ᇎֻҼ] ‫ޣ‬Ҿ࢟䇽Āᴮ㓿ā઼Āᐢ㓿ā 俆‫ݸ‬ᗵ享Ҷ䀓ˈĀᴮ㓿āᱟᇊᰦᰦ䰤࢟䇽ˈᆳਚ㜭⭘ᶕ䈤䗷 ৫Ⲵһ˗㘼Āᐢ㓿ā኎Ҿнᇊᰦᰦ䰤࢟䇽ˈᆳᰒ㜭⭘ᶕ䈤䗷৫Ⲵ һˈҏ㜭⭘ᶕ䈤⧠൘ǃሶᶕⲴһDŽ䙊䗷л䶒ᇎֻⲴ∄䖳ᖸᇩ᱃䇔 䇶䘉а⛩DŽ䈧ⴻ˖ ˄˅৫ᒤˈᡁ ˄˅⧠൘Ԇ

[ᐢ㓿 / ᴮ㓿]

ⴻ䗷䘉ᵜҖDŽ

[ᐢ㓿 / *ᴮ㓿]

ⴻࡠ  亥ҶDŽ

˄˅᰾ཙ䘉ᰦ‫ى‬Ԇབྷᾲ

ⴻᆼҶDŽ

[ᐢ㓿 / *ᴮ㓿]

⧠൘ᴹњ䰞仈˖ᖃᆳԜ䜭⭘Ҿ䈤䗷৫ⲴһᰦˈҼ㘵䘈ᴹ⋑ᴹ ᐞ࡛઒˛ᐞ࡛൘ଚ䟼˛lj⧠ԓ≹䈝‫Ⲯޛ‬䇽NJ䈤ҶĀᴮ㓿ā઼Āᐢ 㓿ā⭘Ҿ䈤䗷৫ⲴһᛵᰦⲴᐞᔲ˖ ㅜаˈĀᴮ㓿ā㺘⽪Ӿࡽᴹ䗷Ḁ⿽㹼Ѫᡆᛵߥˈᰦ䰤а㡜н ᱟᴰ䘁DŽĀᐢ㓿ā㺘⽪һᛵᆼᡀˈᰦ䰤а㡜൘нѵԕࡽDŽ ㅜҼˈĀᴮ㓿āᡰ㺘⽪Ⲵࣘ֌ᡆᛵߥ⧠൘ᐢ㔃ᶏ˗Āᐢ㓿ā ᡰ㺘⽪Ⲵࣘ֌ᡆᛵߥਟ㜭䘈൘㔗㔝DŽ ㅜа⛩䈤⌅ᱟнᱟਟਆˈᡁԜҏਚᴹ䙊䗷䈝䀰һᇎⲴ∄䖳࠶ ᷀᡽㜭֌ࠪഎㆄDŽ䈧ⴻ˖ ˄˅a. ҼॱᒤࡽԆᴮ㓿ᆖ䗷⌅䈝DŽ

ǏӾࡽǐ

b. ҼॱᒤࡽԆᐢ㓿ᆖ䗷⌅䈝DŽ

ǏӾࡽǐ

˄˅a. књᴸᡁᴮ㓿৫䗷а䏏DŽ

Ǐ䗷৫ǐ

b. књᴸᡁᐢ㓿৫䗷а䏏DŽ

Ǐ䗷৫ǐ

5

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


6

汉语教师要重视并善于运用比较的方法

˄˅a. 䘉Ԧһˈ᱘ཙᡁᴮ㓿䰞䗷ԆˈԆ䈤н⸕䚃DŽǏᴰ䘁ǐ b. 䘉Ԧһˈ᱘ཙᡁᐢ㓿䰞䗷ԆˈԆ䈤н⸕䚃DŽǏᴰ䘁ǐ 䈝䀰һᇎ㺘᰾ˈ䈤Āᴮ㓿āᡰ⎹৺ⲴһᛵĀᰦ䰤а㡜нᱟᴰ 䘁āˈĀᐢ㓿āᡰ⎹৺ⲴһᛵĀᰦ䰤а㡜൘нѵԕࡽāˈ䘉䈤⌅ ᱮ❦нㅖਸһᇎDŽ ޽ⴻㅜҼ⛩䈤⌅DŽࡽॺਕᡰ䈤ⲴĀþᴮ㓿ÿᡰ㺘⽪Ⲵࣘ֌ᡆ ᛵߥ⧠൘ᐢ㔃ᶏāˈ䘉ᱟㅖਸᇎ䱵ⲴDŽਾॺਕᡰ䈤ⲴĀþᐢ㓿ÿ ᡰ㺘⽪Ⲵࣘ֌ᡆᛵߥਟ㜭䘈൘㔗㔝āˈ䘉䈤⌅ᘾѸṧ˛ᡁԜҏн ࿘ᶕሩ∄䈝䀰һᇎ˖ ˄˅ᡁᐢ㓿ㅹҶ֐йњሿᰦҶDŽ ĀㅹāⲴ㹼Ѫࣘ֌ᱟ੖㔗㔝ˈ䘉㾱ⴻ䈝ຳDŽ䈧ⴻ˖ ˄’˅ᡁᐢ㓿ㅹ֐йњሿᰦҶˈ֐ᘾѸ䘈нᶕ୺ʽ Ǐᢃ⭥䈍,ਟ䈤䘈൘㔗㔝ǐ ˄’’˅ᡁᐢ㓿ㅹ֐йњሿᰦҶˈ֐ᘾѸ⧠൘᡽ᶕ୺ʽ Ǐᖃ䶒䈤,ᱮ❦н൘㔗㔝ǐ ޽ྲ˖ ˄˅䛓ᵜҖˈᡁкњᴸᐢ㓿ᢺᆳ✗ҶDŽ ֻ˄˅ቡнྭ䈤Ā✗Җā䘉а㹼Ѫᡆᛵߥ䘈൘㔗㔝DŽ ਟ㿱ˈ䈤Āþᐢ㓿ÿᡰ㺘⽪Ⲵࣘ֌ᡆᛵߥਟ㜭䘈൘㔗㔝āˈ䘉н ᱟᖸ⺞࠷DŽ 䛓Ѹྲօ⺞࠷䈤᰾Āᴮ㓿ā઼Āᐢ㓿ā⭘Ҿ䈤䗷৫һᛵᰦⲴ ४࡛઒˛ᡁԜҏн࿘ሩ∄аӋᇎֻ˖

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

6


马真

7

˄˅a. ᡁᴮ㓿൘䘉䟼տ䗷йᒤDŽǏ⧠൘нտ䘉䟼Ҷǐ b. ᡁᐢ㓿൘䘉䟼տҶйᒤDŽǏ⧠൘䘈տ൘䘉䟼ǐ ˄˅a. ԆⲴ㛳књᴸᴮ㓿֌䗷Ựḕˈ䈤⋑䰞仈DŽ Ǐ䈤䈍Ӫ䇔Ѫˈ䈤ԆⲴ㛳⋑ᴹ䰞仈ˈ䛓ᱟ䗷৫ⲴһˈỰ ḕⲴһᐢ㓿䗷৫ˈỰḕⲴ㔃䇪Ӻཙнаᇊᴹ᭸ǐ b. ԆⲴ㛳књᴸᐢ㓿֌䗷Ựḕˈ䈤⋑䰞仈DŽ ǏỰḕⲴһ㲭❦ᐢ㓿䗷৫ˈն䈤䈍Ӫ䇔Ѫ䗷৫ⲴỰḕ㔃 䇪㠣Ӻᴹ᭸ˈԆⲴ㛳⧠൘нՊᴹ䰞仈ǐ ˄˅a. བྷ䰘ਓᴮ㓿⿽䗷єἥᷓṁDŽ Ǐ⿽ṁⲴһᐢᡀѪ䗷৫ˈ㘼ф⧠൘䛓ᷓṁҏ⋑ᴹҶǐ b. བྷ䰘ਓᐢ㓿⿽ҶєἥᷓṁDŽ Ǐ⿽ṁⲴһ㲭❦ᐢ㓿䗷৫ˈնᱟᷓṁ䘈൘ˈ㘼ф⧠൘ҏ нᗵ޽⿽ᷓṁǐ 䙊䗷ሩ∄ਟԕⴻࡠ˖ ⭘Āᴮ㓿āˈᡰ䈤ⲴһᛵᡆᛵߥᱟԕᖰⲴа⿽㓿শˈ᜿൘ᕪ 䈳Ā䗷৫аᓖྲ↔ˈ⧠൘нྲ↔Ҷāˈᡆ㘵䈤Ā䛓ᱟԕࡽⲴһ Ҷˈ⧠൘৸ᖃ࡛䇪āDŽ ⭘Āᐢ㓿āࡉ᜿൘ᕪ䈳Āᡰ䈤Ⲵһᛵᡆᛵߥ㲭൘Ḁњ⢩ᇊⲴ ᰦ䰤ѻࡽቡᡀѪһᇎˈ㘼ަ᭸ᓄоᖡ૽аⴤ֌⭘Ҿ䛓њ⢩ᇊᰦ䰤 ѻਾāDŽ ਟ㿱ˈĀᐢ㓿āਜ਼ᴹᔦ㔝ᙗ઼ᴹ᭸ᙗDŽ㘼Āᴮ㓿āਜ਼ᴹ䶎ᔦ 㔝ᙗ઼䶎ᴹ᭸ᙗDŽн䗷ˈн㾱ԕѪ䙊䗷к䶒Ⲵ∄䖳Āᴮ㓿ā઼

7

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


8

汉语教师要重视并善于运用比较的方法

Āᐢ㓿āⲴᔲ਼ቡ䜭䈤␵ᾊҶDŽ䈝䀰һᇎ㺘᰾ˈᆳԜ䘈ᴹ४࡛DŽ 䈧ⴻ˖ ˄˅Ԇᐢ㓿⢪⢢ҶDŽ ˄˅䛓аᒤˈԆᐢ㓿ࠪ⭏ҶDŽ ˄˅䛓ඇ⧫⪳ᐢ㓿ᢃ⺾ҶDŽ 䘉䟼ਚ㜭⭘Āᐢ㓿āˈн㜭⭘Āᴮ㓿āDŽࡽ䶒䈤Ⲵє⛩ᰐ⌅ 䀓䟺䘉а⧠䊑ˈ䴰㾱ᦒањ䀂ᓖᶕ∄䖳࠶᷀DŽ䲀Ҿᰦ䰤ˈ䘉䟼ቡ н㓶䈤ҶDŽ

৲㘳᮷⥞˖ ੅਄⒈. 1999. lj⧠ԓ≹䈝‫Ⲯޛ‬䇽NJ. ेӜ˖୶࣑ঠҖ侶. 傜ⵏ. 2004. lj⧠ԓ≹䈝㲊䇽⹄ウᯩ⌅䇪NJ. ेӜ˖୶࣑ঠҖ侶.

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

8


马真

9

ABSTRACT Teachers of Chinese Language Have to Pay Attention to and Become More Adept at Employing Comparative Method Professor Ma Zhen Comparative analysis is one of the most basic analytic tools in language studies. It is also the most fundamental and most effective means of analysis in the study of function words. As a Chinese language teacher, one has to pay attention to and be good at employing the comparative method. There is a variety of comparison being used in the studies of language. The most predominant among which is the comparison of synonyms or near synonyms. For instance in the case of the adverb “߰” some suggest that it is equivalent to the adverb of scope “ਚ” (only), and the sentence ߰亮⵰䈤䈍ˈᘈҶᰦ䰤Ҷ is more or less the same as ਚ亮⵰䈤䈍ˈᘈҶᰦ䰤Ҷ , meaning “Only caring about talking, one forgot about the time.” Still others believe that “߰”

is equivalent to the adverb of scope “䜭” (all), and the

sentence 䘉аᑖ߰ᱟに⭠ is more or less the same as 䘉аᑖ 䜭ᱟに⭠,

which means “These areas are all paddy fields.”

9

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


10

汉语教师要重视并善于运用比较的方法

So what about all these views? After all what really is the grammatical meaning of “߰”? It is only through a specific in-depth comparison of “߰” with “ਚ” and “䜭” that one can obtain a satisfactory answer. And this article has given a concrete comparative analysis of the above three words in order to explain the necessity of the use of the comparative method. When employing the comparative analysis method, one is often required to attentively examine, analyze the compare from multiple perspectives, multi-levels, and multi-facets. The article also provides another example of the comparative analysis between “ᴮ 㓿” and “ᐢ㓿 ” to illustrate how to employ concretely the method of comparative analysis. Keywords: Contrastive analysis, function word, jìng, zhǐ, dōu, céngjīng, yǐjing

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

10


‫ॆ⨳ޘ‬㛼Ჟ——≹䈝ഭ䱵ᮉ㛢Ⲵᵪ䙷о᥁ᡈ  ᶘཙᠸ



᪈㾱 ≹䈝ഭ䱵ᮉ㛢Ⲵᵪ䙷о᥁ᡈˈ൘ഭ䱵к᧘ᒯ≹䈝ˈᰒᴹᵪ䙷ˈ ৸ᴹ᥁ᡈDŽᵜ᮷ቡ≹䈝Ⲵࠐњ⢩⛩ᨀࠪ≹䈝൘ഭ䱵кⲴՈ઼࣯ᕡ ࣯DŽ≹䈝Ⲵࠐњ⢩⛩ਟ࠶࡛Ѫ˖ㅜаǃ≹䈝ᱟ䶎ᖒᘱ䈝䀰ˈㅜҼǃ ≹䈝ԕ㺘᜿᮷ᆇѪ䖭փˈㅜйǃ≹䈝ᱟ༠䈳䈝䀰DŽ਴њ⢩⛩䜭䇙 ≹䈝ӗ⭏ҶՈ࣯ᡆᕡ࣯DŽᵜ᮷ᾲᤜҶԕкⲴ⢩⛩ᒦ࣐к࠶᷀DŽ ‫ޣ‬䭞䇽˖≹䈝ǃ≹ᆇǃ䶎ᖒᘱ䈝ǃ༠䈳䈝䀰

ᴰ䘁㿱㖁к᮷ㄐˈ〠≹䈝ᴹަԆ䈝䀰нާ༷Ⲵ⤜⢩Ո࣯ˈᱟ ц⭼кᴰ‫ݸ‬䘋Ⲵ䈝䀰ˈᴹਟ㜭ਆԓ㤡䈝ᡀѪц⭼䈝DŽ䈫Ҷ䘉ṧⲴ ᮷ㄐˈ␡ਇ੟ਁˈ␡ਇ啃㡎DŽᡁнӵᱟањѝഭӪˈ㘼фᱟањ ᮉҖࠐॱᒤⲴ≹䈝㘱ᐸDŽᡰԕᡁн㜭н⌘᜿ࡠǃ㘳㲁ࡠһᛵⲴє њᯩ䶒˖аᯩ䶒ˈ≹䈝ǃ≹ᆇާᴹަԆ䈝䀰нާ༷ⲴᐘབྷՈ࣯ˈ ਖаᯩ䶒ˈᡁԜᗵ享᢯䇔˖≹䈝ᱟ∄䖳䳮ᆖⲴ䈝䀰˗≹ᆇᱟц⭼ к⴨ᖃ䳮ᆖⲴ᮷ᆇDŽᐤቿ㘱ᐸ㔉ᡁⲴ仈ⴞቡᖸ、ᆖ˖≹䈝ᰒᴹՈ ࣯ˈ৸ᆈ൘䳮⛩˗൘ഭ䱵к᧘ᒯ≹䈝ˈᰒᴹᵪ䙷ˈ৸ᴹ᥁ᡈDŽ 㤡䈝ᡀѪӺཙⲴц⭼䈝ˈᗇ࣋Ҿ㤡ǃ㖾єഭᕪབྷഭ࣋Ⲵ᧘ࣘDŽ ॱҍц㓚㤡ഭᡀѪĀᰕн㩭ᑍഭāˈਾᶕ㖾ഭᡀѪц⭼俆ᇼˈᐢ 

ᵜ᮷൘Āᒶ⾍ᵡ᣹䲶࣏བྷᆖ᮷ᆖ䲒ѝ᮷㌫ᡀ・  ઘᒤā˄ ᒤ  ᴸ  ᰕˈ ᵡ᣹䲶࣏བྷᆖ᮷ᆖ䲒˅кਁ㺘DŽ



ेӜཆഭ䈝བྷᆖѝ᮷㌫ᮉᦸDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

11


12

全球化背景——汉语国际教育的机遇与挑战

ᴹ㓖ⲮᒤⲴশਢDŽӺᒤѝഭ GDP ᐢࡇц⭼ㅜҼDŽ≹䈝ᓄ䈕ᡀѪ ӵ⅑Ҿ㤡䈝ⲴㅜҼ䟽㾱Ⲵഭ䱵䈝䀰ˈ䘉ᱟᡁԜᆖ≹䈝ǃᮉ≹䈝Ⲵ ӪⲴশਢ䍓ԫDŽ൘⌠ഭˈ䘈ᴹަԆаӋഭᇦˈ≹䈝ᐢ㓿ትӊߋᇍ ᓗҶDŽն䘈ᴹаӋഭᇦˈ䗷৫ᱟ㾯⨝⢉ǃ⌅ഭǃ᜿བྷ࡙Ⲵ⇆≁ൠ ฏ࣯࣋㤳തDŽ൘䛓䟼ˈ≹䈝нྲ㾯ǃ⌅ㅹ䈝䟽㾱DŽ䘈ᴹаӋ⿫ѝ ഭᖸ䘌Ⲵሿഭˈ䘈⋑ᴹӪ৫䛓䟼ᮉ≹䈝DŽնᖒ࣯བྷྭˈྲӺᆄᆀ ᆖ䲒ণሶ䙽ᐳ‫ޘ‬ц⭼DŽॱཊᒤࡽᡁ൘൏㙣ަˈаսབྷ୶Ӫࡠབྷᆖ ѝ᮷㌫䇢䈍ˈԆሩᆖ⭏Ԝ䈤˖Āᡁ⇿ࡠањഭᇦˈ䛓䟼Ⲵ୶Ӫቡ ሩᡁ䈤˖֐㾱‫⭏ڊ‬᜿ቡᓄ䈕৫ѝഭDŽᡰԕ֐Ԝᆖྭ≹䈝ᖸ䟽㾱ǃ ᖸᴹ⭘DŽā䘉њ୶ӪⲴ䈍ˈ∄ᡁ䘉њᮉᦸⲴ䈍ᴤᴹ⭘DŽ л䶒‫ݸ‬䈤䈤≹䈝˄≹ᆇ˅ⲴՈ࣯DŽަᇎ⇿⿽䈝䀰䜭нᱟਚᴹ Ո࣯⋑ᴹ㕪⛩DŽ≹䈝ҏаṧˈਚн䗷ᡁԜ䗷৫䈤≹䈝Ⲵ㕪⛩ཚཊ ҶˈࠐѾаᰐᱟ༴DŽӺཙᡁԜᓄ䈕␵䟂ൠ䇴ՠал≹䈝ᵜ䓛ⲴՈ ࣯DŽ⭡Ҿ≹䈝Ⲵ⢩⛩ˈӗ⭏Ҷ≹䈝ⲴՈ࣯˄ᡆ䶎Ո࣯/ᕡ࣯˅DŽ ≹䈝Ⲵ⢩⛩ѻаˈᱟ䶎ᖒᘱ䈝DŽᖒᘱˈᱟᤷ㺘⽪䈝⌅‫ޣ‬㌫Ⲵ 䇽ᖒਈॆDŽֻྲ㤡䈝Ⲵᰦᘱ˄tense˅ਈॆDŽ‫ۿ‬㤡䈝ǃᗧ䈝ǃ‫״‬䈝 䛓ṧⲴᖒᘱਈॆˈ≹䈝ᱟ⋑ᴹⲴDŽᴹӪᤷࠪ˖䈝䀰Ⲵᖒᘱਈॆᴹ Ӿ㑱ࡠㆰⲴਈॆ䎻ੁˈᒦഐ↔ᗇࠪ㔃䇪˖≹䈝Ⲵᖒᘱਈॆᴰቁˈ ഐ↔ᱟᴰ‫ݸ‬䘋Ⲵ䈝䀰DŽᱟ੖ᡰᴹⲴ䈝䀰䜭㓿শҶ䘉⿽ਈॆ˛ⴞࡽ 䘈нᮒ䈤DŽ≹䈝ᱟ੖ҏ㓿শҶ䘉њਈॆ˛ⴞࡽ䘈⋑ᴹ䇱ᦞDŽᦞᡁ ⸕䚃ˈਔ≹䈝ҏᱟ䶎ᖒᘱⲴDŽ⭊㠣ᴹӋ㊫լᖒᘱᡀ࠶ˈਔ≹䈝⋑ ᴹˈࡠ䘁ԓ≹䈝᡽ᔰ࿻ࠪ⧠DŽྲ㺘⽪਽䇽༽ᮠⲴĀԜāˈਔ≹䈝

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

12


杨天戈

13

⋑ᴹˈᱟᆻǃ‫ݳ‬ԕਾ᡽ᖒᡀⲴDŽྲᆄཛᆀ䈤ĀҼйᆀāˈቡᱟӺ ཙⲴĀ਼ᆖԜāDŽᆄᆀ⭘ᮠ䇽ᶕ㺘⽪༽ᮠˈ㘼н⭘ĀԜāDŽ ᴹ᮷ㄐ䈤˖≹䈝⋑ᴹᖒᘱਈॆˈᆳ∄ᖒᘱ䈝䀰ᴤ‫ݸ‬䘋ˈҏ∄ ᖒᘱ䈝䀰ᴤㆰঅǃᴤᇩ᱃ᦼᨑDŽ䘉䈍䈤ሩҶаॺDŽ ≹䈝⋑ᴹᖒᘱਈॆˈᆖ≹䈝ⲴӪн⭘㣡ᖸཊᰦ䰤৫䇠ᗶ༽ᵲ ⲴᙗǃᮠǃṬ઼ᰦᘱⲴਈॆ㿴ᖻDŽ൘ࡍǃѝ㓗䱦⇥ˈਟԕ䇙ᆖ⭏ ᦼᨑสᵜⲴ≹ᆇ઼䇽≷ˈᆖՊ≹䈝ⲴสᵜਕරˈቡਟԕኅᔰӔ䱵 ઼ሩ䈍ˈ䘉‫࠶ݵ‬փ⧠Ҷ≹䈝ⲴՈ࣯DŽᡁᆖєᒤ‫״‬䈝ˈᢺᖸ༽ᵲⲴ 䈝⌅㿴ࡉᆖҶа䙽ˈնнՊ䈤ˈӺཙ䘎䈝⌅ҏᘈҶDŽᡁԜᮉєᒤ ≹䈝ˈᓄ䈕∄ᮉєᒤ‫״‬䈝ᡀ㔙ᴤབྷDŽᡁԜᓄ䈕࡙⭘≹䈝ᵜ䓛ⲴՈ ࣯ˈਆᗇ≹䈝ᮉᆖⲴᴤྭᡀ㔙DŽ նᆖ≹䈝н㜭аⴤаᐶ仾亪ˈᡁԜҏՊ䙷ࡠഠ䳮઼᥁ᡈDŽᴹ ᮷ㄐ䈤ˈᆖ≹䈝н⭘৫䇠ᖸ༽ᵲⲴᰦᘱਈॆˈਚ㾱Պ⭘ањĀҶā ᆇቡਟԕҶDŽ↺н⸕㾱ሩ㾱ሩཆഭӪ䇢␵ĀҶāᆇⲴ㿴ࡉ઼⭘⌅ˈ ᵜ䓛ቡᱟᶱഠ䳮ǃᶱ哫✖ⲴһDŽሩҐᜟҶᖒᘱ䈝䀰ⲴӪˈ㾱᭩ਈ Ґᜟ৫⟏ᚹ≹䈝ˈഠ䳮ᱟᖸཊⲴDŽնࡍ↕ᦼᨑ≹䈝઼㋮䙊≹䈝ᱟ єഎһˈབྷཊᮠӪᆖ≹䈝䗮ࡠࡍ↕ᦼᨑቡਟԕҶDŽᡁԜᆼ‫ޘ‬ਟԕ 䚯㑱ቡㆰˈ䚯䳮ቡ᱃DŽֻྲĀҶāᆇˈᡁԜਚ੺䇹ᆖ⭏єᶑ˖аǃ ĀҶā⭘൘ࣘ䇽ਾ㺘⽪ࣘ֌Ⲵᆼᡀ˗Ҽǃ⭘൘ਕᵛ㺘⽪ਁ⭏Ҷਈ ॆ˄ĀཙӞҶDŽāĀл䴘ҶDŽāĀᡁᆖՊҶDŽā˅DŽ䘉⿽䀓䟺ᖃ ❦ᱟнᆼ༷ǃн㋮ᇶⲴDŽնᆳਟԕ䀓䟺 ⲴĀҶāᆇ⭘ֻDŽ ൘ࡍǃѝ㓗䱦⇥ˈᡁԜᆼ‫ޘ‬ਟԕ䚯ᔰ哫✖ቡਟԕ䗮ࡠᮉᆖ᭸᷌ˈ ᆼᡀᮉᆖԫ࣑DŽ䘉а⛩≹䈝ާᴹ᰾ᱮⲴՈ࣯DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

13


14

全球化背景——汉语国际教育的机遇与挑战

ሩҾ䈫⺅༛ǃঊ༛ˈᖃ≹䈝ᮉᐸⲴӪᶕ䈤ˈቡнਟ㜭䓢ᔰ哫 ✖ҶDŽ֐Ԝᓄ䈕ᆖՊ‫ۿ‬ѝഭӪаṧ৫ⴻҖⴻᣕǃੜᒯ᫝ᔰ⭥㿶ˈ ‫ۿ‬ѝഭӪаṧ䈤䈍ˈ‫ۿ‬ѝഭӪаṧᜣ䰞仈ˈ൘བྷ䟿Ⲵ䈝䀰ᇎ䐥ѝˈ 〟㍟ѠᇼⲴ≹䈝䈝ᝏ˄an instinctive feel for the language˅ˈᆖՊ ᧕ਇᒦҐᜟҾѝഭӪⲴ㺘䗮ᯩᔿDŽ ≹䈝ⲴㅜҼњ⢩⛩ᱟᆳԕ㺘᜿᮷ᆇѪ䖭փDŽѝഭӪ⭘≹ᆇᶕ 䇠ᖅ≹䈝DŽ≹ᆇⲴ⢩⛩փ⧠ҶˈᡆᑞࣙᖒᡀҶ≹䈝ⲴḀӋ⢩⛩DŽ ≹ᆇ൘ц⭼кᱟ⤜аᰐҼⲴˈᆳ⭊㠣⋑ᴹӢᡊ઼ᴻ৻DŽ˄⅗⍢਴ ⿽᮷ᆇ൘ц⭼кᱟањབྷᇦ᯿ˈަԆаӋн਼ഭᇦⲴ᮷ᆇਟԕᖬ ↔ُ䢤઼ᆖҐDŽ≹ᆇ᢮нࡠԫօо㠚ᐡ਼㊫ᡆӂ⴨ᖡ૽ǃُ䢤䗷 Ⲵ᮷ᆇDŽ˅শਢкˈഭ޵ཆˈሩ≹ᆇᴹӪ䈤ྭˈᴹӪ䈤ൿDŽ ≹ᆇᱟԕ䊑ᖒѪสᵜ᡻⇥Ⲵ㺘᜿᮷ᆇ˄䘉њ䈤⌅䖳ᰗˈնᡁ н᭮ᔳᆳ˅DŽᆳⲴᴰབྷ⢩⛩ᱟ㜭ཏ䎵䎺オ䰤઼ᰦ䰤Ⲵ⭼䲀˖н㇑ ৫ӰѸൠᯩǃ䈤ӰѸᯩ䀰ⲴѝഭӪˈ䜭㜭ⴻ៲≹ᆇ˗ᰐ䇪ཊѸਔ 㘱Ⲵ᮷⥞䜭ਟԕ䙊䗷≹ᆇ䘉ᢺ䫕ॉˈᔰ੟ǃ䀓᷀ަѠᇼⲴ޵⏥DŽ 䘉⿽࣏㜭ˈᱟᡰᴹⲴ㺘丣᮷ᆇᡰнާ༷ⲴDŽ ≹ᆇⲴㅜҼњ⢩⛩ˈᱟਟԕ⭘ᴰ㢲㓖Ⲵ᡻⇥৫वᇩǃ㺘䗮ᴰ ѠᇼⲴ޵ᇩDŽᴹӪ㔏䇑ˈ㦾༛∄ӊ‫ޘ‬䳶वਜ਼  зњঅ䇽ˈ䲿⽮Պǃ 、ᢰⲴ䘋↕ˈӺཙ㤡䈝Ⲵᙫ䇽≷䟿䘌䎵䗷  зDŽབྷ䟿ᱟ䇙ཆ㹼 㧛਽ަ࿉Ⲵ、ᢰᵟ䈝DŽնӺཙѝഭӪ䈫Җⴻˈ㲭❦наᇊ៲уъ ޵ᇩˈն᮷ᆇᒦ⋑ᴹ䱼⭏Ⲵᝏ㿹DŽഐѪᡁԜ㜭⭘ࠐॳ≹ᆇ㓴ਸᡀ ᰐᮠњ、ᢰᯠ䇽˖⭥㝁ǃ᡻ᵪǃк㖁ǃ༽ঠᵪĂĂ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

14


杨天戈

15

≹䈝Ⲵਖа⢩⛩ᱟ‫ᦞ׍‬䙫䗁ᆖⲴ࠶㊫ᶕ䙐䇽DŽԕањབྷⲴ⿽ ㊫਽䇽Ѫ䇽ṩ˄ṁ˅ˈ❦ਾ⭘䱴࣐ᡀ࠶䙐ࠪ䇨ཊሿ⿽㊫Ⲵ਽䇽 ˄ᶮṁǃ᷿ṁǃᶘṁǃḣṁĂĂ˅DŽ䘉⿽䙐䇽⌅Ⲵྭ༴ᱟਟԕ࣐ ᕪ䇠ᗶˈ਼ᰦ㺘᰾зॳһ⢙Ⲵ޵൘㚄㌫DŽᰕᵜᱟањ⎧ӗѠᇼⲴ ዋഭDŽᡁ൘ᰕᵜ依侶㿱аᕐ㓨DŽк߉ᮠⲮњ劬ᆇ‫ٿ‬ᯱⲴᆇˈᱟᰕ ᵜӪ䙐Ⲵ≹ᆇˈᡁањҏн䇔䇶DŽ䘉Ӌ劬Ⲵ਽ᆇ⭘ᰕ䈝䈤ࠪᶕ∛ ᰐ‫⛩਼ޡ‬ǃ∛ᰐ㚄㌫ˈнӵཆഭӪ䳮ᆖ䳮䇠˄勧ǃ䠁ᷚ劬ǃㄐ 劬˅DŽ䘎ᰕᵜӪҏ䳮ᆖ䳮䇠DŽᡁⲴᴻ৻ᱟߢ㔣Ӫˈྩ䈤ྩࡠьӜ ᖸཊᒤˈ᡽ᢺьӜൠ४Ⲵ劬਽䇠տDŽ ≹䈝Ⲵ䘉⿽䙐ᆇ⌅ⴻᶕҏᱟশਢк䙀↕ᖒᡀⲴDŽ≹ԓԕࡽⲴ ਔ≹䈝䘈⋑ᴹ䘉⿽ᯩ⌅ˈҏ‫ۿ‬ᰕᵜӪаṧˈ㔉਼⿽㊫Ⲵһ⢙䙐ࠪ 䇨ཊӂн⴨‫ޣ‬ǃ䳮ᆖ䳮䇠Ⲵ਽〠DŽл䶒ᕅ⭘≹ԓlj䈤᮷䀓ᆇNJⲴ 

ֻᆀ ˖ ˄⫉˅⦹ҏˈӾ⦻ˈ቎༠DŽOLjR ˄⬈˅⦹ҏˈӾ⦻ˈ䴊༠DŽ‡XiQ ˄⫕˅⦹ҏˈӾ⦻ˈᮜ༠DŽMnQ‡ ˄⩐˅⦹ҏˈӾ⦻ˈި༠DŽWL~Q ˄䬷˅⦹ҏˈӾ⦻ˈག༠ˈ䈫㤕ḄDŽQjR ˄䫑˅⦹ҏˈӾ⦻ˈ⇴༠ˈ䈫㤕兢DŽOn



ᵜ᮷ѝlj䈤᮷䀓ᆇNJֻᆀⲴമ⡷ᕅ⭘Ҿ www.shuowen.orgDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

15


16

全球化背景——汉语国际教育的机遇与挑战

˄⧂˅⦹ҏˈӾ⦻ˈᐕ༠DŽKqQ‡ ˄⨖˅⦹ҏˈӾ⦻ˈੁ༠DŽ[LiQ‡ ˄憁˅⦹ҏˈӾ⦻ˈࡼ༠DŽOi ˄⫀˅⦹ҏˈӾ⦻ˈ䐟༠DŽOs ĂĂ ԕк਴⿽⦹ˈ਴㠚ᴹӰѸ⢩⛩˛ᖬ↔ᴹӰѸ४࡛˛ӺཙⲴӪ  ᙅ䈱ҏ䈤н␵ᾊˈӺཙਚ䴰⺞ᇊањབྷ㊫ˈਛ⦹DŽл䶒޽࠶ˈ ቡᴹ઼⭠⦹ǃዛዙ⦹ǃ㔵⭨⦹ǃ㘑㘐ㅹDŽк䶒аབྷึਔᆇӺཙᐢ 㓿⋑ᴹ⭘ҶDŽ ≹䈝ӾӰѸᰦ‫ى‬䎧ᣋᔳҶ㘱Ⲵㅘ࣎⌅ˈ䟷ਆҶ䙫䗁࠶㊫Ⲵᯠ ᯩ⌅ᶕ䙐䇽˛ӰѸ৏ഐ‫׳‬ᡀҶ䘉⿽ਈॆ˛ᱟ੖ᶴ䇽⌅ਇҶ䙐ᆇ⌅ Ⲵᖡ૽˄䙐ᆇ⌅⭘਼а‫ٿ‬ᯱᶕ㔏⦷਼㊫һ⢙ˈᐢᔰ䙫䗁࠶㊫⌅ѻ ‫˛˅⋣ݸ‬䘉ᱟ≹䈝ਢк٬ᗇ⹄ウⲴ䈮仈DŽ ≹ᆇᖸҶн䎧ˈҏᖸ䳮DŽѝཆᆖ㘵൘ᜣ࣎⌅ˈⴻᘾѸ࣎≹ᆇ ᮉᆖਈᗇᇩ᱃а⛩DŽ 㑱ㆰᆇѻҹ䘈⋑ᴹ㔃᷌DŽ≹ᆇⲴশਢᱟ䙀↕ㆰॆ˄ 䴧˗

ǃ嗍ǃ⿻˗

ǃ嗒ǃ઼˗

䟷˅DŽ䳦Җᱟབྷㆰॆ˖ 䱍˗ 䟷ǃ

ǃ≥˗

ǃ ǃ䗦˗

ǃ䱍DŽㆰॆᆇᖸཊѫ᜿ᖸྭ˖≄ǃ ˗њǃ

ǃ䵱ǃ

ǃ䓺˗

ǃ

ǃ᡼˗

ǃ

˗Ӂǃ

˗

ˈㅹㅹDŽնҏᴹ‫ڊ‬ᗇнྭⲴ˖ল˄ᔐ˅DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

16


杨天戈

17

ᵜ䓛ᴹ䘉њᆇˈ䛃ǃ≹ǃ呑˄৸˖࠶࡛ԓ㺘ⲫǃืǃྊˈԫ᜿㘼 Ѫ˅DŽᘾѸ࣎˛ᖸ䳮㔏аˈਚᴹ⎧጑єየ㔏аҶˈєየⲴӪ≁ǃ ᆖ㘵ǃ᭯⋫ᇦ㣡བྷ࣋≄ᶕ䇘䇪ǃ⹄ウDŽ ≹䈝Ⲵㅜйњ⢩⛩ˈᱟ༠䈳䈝䀰DŽ≹㯿䈝㌫䜭ᴹ༠䈳ˈ⅗⍢ 䈝䀰สᵜк⋑ᴹ༠䈳ˈᰕ䈝њ࡛䇽ᴹ༠䈳DŽ⌠ഭᆖ⭏ᆖ≹䈝ˈഠ 䳮ቁᗇཊDŽ ⭡༠⇽઼严⇽㓴ਸ㘼ᡀⲴ㺘ѹ丣㢲ˈ࣐кഋ༠ˈަᙫᮠਟ㜭 ∄䶎༠䈳䈝䀰ཊഋ‫ؽ‬DŽ㺘ѹᡀ࠶䈱ᰲཊˈ㓴ᡀ䈝≷Ⲵᶀᯉཊˈ⇿ њ䈝≷㓴ਸㆰঅˈ䈤䎧ᶕᘛˈᙍ㔤ҏ䲿ѻᘛᦧDŽྲ㺘ѹ䈝丣ᡀ࠶ ቁˈ⭘∄䖳ቁⲴᡀ࠶㺘䗮ᖸ༽ᵲⲴ޵ᇩˈ㾱䘋㹼ཊ⅑৽༽DŽ䟽䘝 Ⲵᧂࡇ㓴ਸˈަ䈝≷ᶴᡀਟ㜭䮯㘼༽ᵲDŽ䈤䎧ᶕǃ⭘䎧ᶕᖸ哫✖DŽ ഐ↔ᴹ᮷ㄐ䇔Ѫˈ⭡Ҿ≹䈝Ⲵ༠䈳ഐ㍐ˈ֯ѝഭӪ㺘䗮৺ᙍ㘳ᴤ ᘛᦧ㘼ᴹ᭸⦷ˈഐ㘼ҏᴤ㚚᰾DŽ ⅗⍢ǃঠᓖˈवᤜ⌠ഭˈ䜭ӗ⭏䗷ՏབྷⲴ䈇ӪDŽնѝഭⲴṬ ᖻ䈇ˈᱟц⭼к⤜аᰐҼⲴDŽᆳ㋮㖾㔍ՖⲴᖒᡀ㖾ˈᔪ・൘≹䈝 䈝丣㔃ᶴⲴ⢩⛩ѻк˄߉лᶕ㔍ሩᮤ喀ˈ‫ࠐۿ‬օമᖒаṧˈੜ䎧 ᶕҏᱟᮤ喀Ⲵ˅ˈԕ৺༠䈳Ⲵਈॆ䘀⭘кDŽ ӺཙՊ߉Ṭᖻ䈇䇽ⲴӪ䎺ᶕ䎺ቁҶDŽնӺཙ䘈ᴹа⿽ᤕᴹᒯ ⌋㗔Շส⹰Ⲵ㢪ᵟᖒᡀˈ৲оࡋ֌઼⅓䍿⵰ˈ⎧޵ཆӪᮠՇཊˈ 䘉ቡᱟሩ㚄DŽᆳ㾱≲клਕᆇᮠ⴨ㅹˈս㖞⴨਼Ⲵᆇ䇽ᙗ⴨਼ ˄਽ሩ਽ǃࣘሩࣘǃ㲊ሩ㲊˅DŽаਕ޵єᆇаᦒᒣӴˈклਕᒣ Ӵ⴨৽DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

17


18

全球化背景——汉语国际教育的机遇与挑战

༠䈳ᴹᖸཊՈ⛩˄ྲкᡰ䘠˅ˈ਼ᰦ༠䈳ҏᱟᖸབྷⲴ䳮⛩DŽ ቔަᱟ䶎༠䈳⇽䈝ⲴӪᆖ≹䈝ˈሩ≹䈝Ⲵ༠䈳䳮ԕ⨶䀓ǃ䳮ԕ४ ࡛ǃ䳮ԕᦼᨑǃ䳮ԕᆖՊ˄ྲѝഭӪ࠶н␵䮯⸝丣аṧ˖བྷኡǃ ሿኡ˗㘱Ӫǃ励䗵——ᰕ䈝˅DŽ䘉а⛩ˈ㾱ੁ㖾ഭǃ⅗⍢Ⲵ≹䈝 㘱ᐸᆖDŽԆԜփՊᴰ␡ˈ࣎⌅ҏ䖳ཊDŽ ৲㘳᮷⥞˖ 䇨᝾lj䈤᮷䀓ᆇNJ>@ http://www.shuowen.org

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

18


杨天戈

19

ABSTRACT Background of the Globalization: Opportunity and Challenge in Chinese Language International Education Professor Yang Tiange The

opportunity

and

challenge

in

Chinese

Language International Education: to popularize Chinese language around the world also exist the opportunity and challenge. This article proposes the advantage and disadvantage

for

Chinese

Language

International

Education in major characteristics of Chinese language, which are: 1) Chinese language is a non-inflectional language; 2) Chinese characters are ideograms; 3) Chinese language is tonal language. Each characteristic becomes the advantage and disadvantage of Chinese language. This article sums up the above characteristics and also has the analysis in addition. Keywords: Chinese Language, Chinese Character, NonInflectional Language, Tonal Language 

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

19


ѝǃ儈㓗⮉ᆖ⭏਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟⹄ウ ᆉ⦹য



ࡈዣ



᪈㾱 ᮷ㄐѫ㾱Ӿ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝⲴᆇ仁᭸ᓄ৺ㅄ⭫ᮠ᭸ ᓄ傼䇱ˈ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝⲴ༠ᯱа㠤ᙗ᭸ᓄ઼⮉ᆖ⭏਼ 丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝⲴᖒᯱ᜿䇶ㅹйњᯩ䶒DŽ࠶᷀Ҷ⮉ᆖ⭏Ⲵ਼丣ᆇ Җ߉‫ٿ‬䈟ᛵߥˈᒦᨀࠪҶ⴨‫Ⲵޣ‬ᮉᆖㆆ⮕ˈԕᵏሩ⮉ᆖ⭏Ⲵ਼丣 ᆇᮉᆖᴹᡰُ䢤DŽ ‫ޣ‬䭞䇽˖⮉ᆖ⭏ǃ਼丣ᆇǃҖ߉‫ٿ‬䈟 䘁ᒤᶕˈᶕॾᆖҐⲴ⮉ᆖ⭏੸䙀ᒤкॷⲴ䎻࣯DŽᦞ㔏䇑ˈ൘ ᶕॾ⮉ᆖ⭏Ⲵ⭏Ⓚᶴᡀѝˈᴹ ཊᶕ㠚ѝഭઘ䗩ഭᇦ৺ൠ४ˈѫ 㾱ᱟ≹ᆇ᮷ॆസⲴ丙ഭǃᰕᵜǃ⌠ഭԕ৺ьইӊॾӪ㚊ት४DŽ ˄⦻ ≹ছˈ˅ሩҾ䘉䜘࠶⮉ᆖ⭏ˈ㺘䶒кⴻ≹ᆇሩҾԆԜᶕ䈤ᒦ нᱟཚ䳮ˈնᇎ䱵кᡁԜਁ⧠ˈ≹ᆇѝᲞ䙽ᆈ൘Ⲵ਼丣ᆇ⧠䊑ᡀ Ѫ≹ᆇ᮷ॆസ⮉ᆖ⭏ᆖҐⲴ䳮⛩ˈ൘Җ߉ѝᆈ൘⵰བྷ䟿Ⲵ䈟⭘ˈ ᒦф≹䈝≤ᒣ䎺儈ˈަ䈟⭘⧠䊑䎺ཊṧॆDŽᡁԜᴹᗵ㾱ሩ䘉а⧠ 䊑䘋㹼䖳‫ޘ‬䶒Ⲵ࠶᷀᧒䇘DŽ 

᳘ইབྷᆖॾ᮷ᆖ䲒ᮉᦸDŽ ᳘ইབྷᆖॾ᮷ᆖ䲒䈝䀰ᆖ৺ᓄ⭘䈝䀰ᆖуъ⹄ウ⭏ˈ⧠ቡ㙼Ҿᒯьߌᐕ୶㙼ъᢰ ᵟᆖ䲒DŽ 

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

20


孙玉卿 刘岳

21

⹄ウሩ䊑৺⴨‫޵ޣ‬ᇩ  ⹄ウሩ䊑 ᡁԜ‫ݸ‬᭦䳶Ҷа䜘࠶ࡍǃѝǃ儈йњн਼≤ᒣ⮉ᆖ⭏Ⲵ֌ъ ᶀᯉˈ࠶᷀ਁ⧠ࡍ㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇ‫ٿ‬䈟䖳ቁˈᡰԕˈᡁԜᢺ ⹄ウሩ䊑⺞ᇊ൘Ҷѝǃ儈㓗䘉єњ≤ᒣⲴ⮉ᆖ⭏DŽ ⹄ウ㤳ത ᡁԜⲴ਼丣ᆇᾲᘥѫ㾱䟷⭘㣿ษᡀⲴӾᆇ丣䀂ᓖࡂ࠶ࠪⲴᒯ ѹкⲴᔲᖒ਼丣ᆇˈণ༠⇽о严⇽⴨਼Ⲵᔲᖒ≹ᆇˈн㘳㲁༠䈳DŽ ᡁԜ䘹ਆⲴ㤳ത⺞ᇊ൘lj≹䈝≤ᒣ䇽≷о≹ᆇㅹ㓗བྷ㓢NJᡰ᭦ᖅ Ⲵ  њ≹ᆇѻѝDŽ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ࡉᱟ਼丣ᆇѻ䰤Ⲵ䈟߉ǃ䈟 ⭘ˈྲ˖৽˄৽ I~Q ᑨ˅ü⣟˄⣟ IiQ 㖚˅ ˈ䖘˄↓䖘‡X˅ü㿴 ˄↓㿴‡Xy˅ ˈᵪ˄ߌᵪ My˅üᢰ˄ߌᢰ Mn˅ㅹDŽ  ⹄ウ䈝ᯉ ⹄ウ䈝ᯉѫ㾱ᶕ㠚Ҿєњᯩ䶒˖ аᱟҖ䶒䈝䍴ᯉDŽѫ㾱ᶕⓀҾ᳘ইབྷᆖॾ᮷ᆖ䲒  ਽ѝǃ儈 㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏ањᆖᵏⲴ֌᮷ᶀᯉDŽҼᱟ䈝ᯉᓃ䍴ⓀDŽѫ㾱ᶕ㠚 ेӜ䈝䀰བྷᆖ +6. ࣘᘱ֌᮷䈝ᯉᓃ઼᳘ইབྷᆖॾ᮷ᆖ䲒Ⲵьইӊ ॾ㼄⮉ᆖ⭏Җ䶒䈝䈝ᯉᓃDŽަѝˈे䈝 +6. ࣘᘱ֌᮷䈝ᯉᓃ᭦䳶 Ҷ  ᒤ䜘࠶ཆഭ⮉ᆖ⭏儈ㅹ≹䈝≤ᒣ㘳䈅Ⲵ֌᮷䈅ধˈ

21

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


22

中、高级留学生同音字书写偏误研究

‫ޡ‬᭦‫ޕ‬䈝ᯉ  ㇷˈ ཊзᆇDŽ䈝ᯉᓃवᤜєњ䜘࠶˖а䜘࠶ ᱟӪᐕᖅ‫Ⲵޕ‬㘳⭏ㆄধᒦ㓿䗷Ӫᐕḷ⌘ࠪ਴⿽ѝӻ䈝‫ٿ‬䈟Ⲵ䈝ᯉ˗ 

а䜘࠶ᱟ㘳⭏৏࿻ㆄধⲴᢛ᧿ԦDŽ ॾ᮷ᆖ䲒ьইӊॾ㼄⮉ᆖ⭏Җ 䶒䈝䈝ᯉᓃ᭦䳶Ҷ  ᒤⲴॾ㼄⮉ᆖ⭏֌᮷ᶀᯉˈ‫ޡ‬䇑  

ཊзᆇˈѫ㾱वᤜ㘳䈅֌᮷઼䈮า֌ъѝⲴ֌᮷DŽ 䈝ᯉᓃӪᐕᖅ ‫⮉ޕ‬ᆖ⭏Ⲵ֌᮷৏Ԧ޵ᇩˈᒦ䈖㓶䇠ᖅҶ֌㘵Ⲵဃ਽ǃ≹䈝ㅹ㓗 ≤ᒣǃᒤ喴ǃഭ࡛ㅹؑ᚟ˈնᒦᵚሩ‫ٿ‬䈟䘋㹼ḷ⌘DŽ  ⹄ウᯩ⌅ 㔏䇑࠶᷀⌅ 俆‫ˈݸ‬䙀њ᢮ࠪҖ䶒ᶀᯉѝⲴ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ˈᖅ‫(&;( ޕ‬/ 㺘DŽ‫ᦞ׍‬ᵜ᮷ሶ㾱傼䇱Ⲵ⨶䇪ˈሩ‫ٿ‬䈟䘋㹼⴨ᓄⲴ࠶㊫㔏䇑DŽ ަ⅑ˈṩᦞ࠶㊫㔏䇑ਾᗇࠪⲴᮠᦞˈ֯⭘ (;&(/ 㺘ሶᮠᦞ䖜 ॆᡀḡ⣦മ઼മ㺘ᖒᔿˈᴤ࣐ⴤ㿲ൠኅ⽪н਼≤ᒣ⮉ᆖ⭏н਼㊫ ࡛‫ٿ‬䈟䰤ᆈ൘Ⲵᐞ䐍ˈԕ‫ׯ‬ᴤྭൠ䘋㹼࠶᷀DŽ 䰞ধ䈳ḕ⌅ ‫ᦞ׍‬৏࿻ᶀᯉⲴ࠶㊫㔏䇑㔃᷌ˈᡁԜ䘹ਆlj≹䈝≤ᒣ䇽≷о ≹ᆇㅹ㓗བྷ㓢NJѝⲴ≹ᆇ֌Ѫ㘳ḕሩ䊑䇮䇑ࠪ䈳ḕ䰞ধˈ䰞ধ䈳 ḕᰘ൘ሩ৏࿻ᶀᯉѝᗇࠪⲴ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟㿴ᖻ‫ڊ‬䘋а↕Ⲵᮠᦞ ᭟᫁ˈ໎ᕪ䈤ᴽ࣋DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

22


孙玉卿 刘岳

23

䇯䈸⌅ ᡁԜ䇯䈸Ҷа䜘࠶ॾ᮷ᆖ䲒Ⲵ⮉ᆖ⭏ˈҶ䀓ަ≹ᆇᆖҐⲴᘱ ᓖ઼Ґᜟ˗㘳ሏަሩ਼丣ᆇᆖҐⲴ䇔䇶DŽ

਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟࠶᷀ ᆇ仁᭸ᓄ৺ㅄ⭫ᮠ᭸ᓄⲴ傼䇱 ⮉ᆖ⭏൘≹ᆇ䇶࡛䗷〻ѝˈᆈ൘⵰ᆇ仁᭸ᓄDŽণࠪ⧠仁⦷儈 Ⲵᆇ∄ࠪ⧠仁⦷վⲴᴤᇩ᱃㻛䇶䇠઼Җ߉DŽਖཆˈ⹄ウ䇔Ѫᆇ仁 оㅄ⭫ᮠѻ䰤ҏᆈ൘⵰Ӕӂ‫ޣ‬㌫DŽ ṩᦞ↔⹄ウᡀ᷌ˈᡁԜሩ⮉ᆖ⭏䈝ᯉ䘋㹼Ҷ㔏䇑࠶᷀ˈԕ‫ׯ‬ ᴤ࣐㌫㔏ൠ㘳ሏᆇ仁᭸ᓄԕ৺ㅄ⭫ᮠ᭸ᓄ൘਼丣ᆇҖ߉䗷〻ѝⲴ ާփ㺘⧠DŽ ᡁԜ‫ᦞ׍‬lj⧠ԓ≹䈝仁⦷䇽ިNJѝⲴlj≹ᆇ仁⦷㺘NJˈሩ⮉ᆖ ⭏৏࿻䈝ᯉѝⲴ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟䘋㹼Ҷ䈖ቭⲴ㔏䇑࠶᷀ˈާփ᫽ ֌ྲл˖᢮ࠪ⇿њ‫ٿ‬䈟≹ᆇⲴާփᆇ仁ˈሶ㔏䇑㔃᷌࠶Ѫє㊫˖ վ仁儈仁˄վ仁ᆇ䈟⭘Ѫ儈仁਼丣ᆇ˅˖ল൪ǃ⴨ᜣǃ‫ڊ‬ ֌ǃ਴њDŽ 儈仁վ仁˄儈仁䈟⭘Ѫվ仁˅ ˖⇿⋑ǃ㘼‫ݯ‬ǃᛵ␵ǃᔪ‫ڕ‬DŽ ṩᦞ㔏䇑ᮠᦞˈᗇࠪമ ˖

23

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


24

中、高级留学生同音字书写偏误研究

   

ѝ㓗 儈㓗

     վ仁儈仁

儈仁վ仁

മ ˖ѝǃ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ᆇ仁᭸ᓄമ

 ⭡മ  ਟ㿱˖ѝǃ儈㓗⮉ᆖ⭏Ⲵ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝվ仁儈仁 ㊫Ⲵ‫ٿ‬䈟∄䟽䜭儈Ҿ儈仁վ仁㊫DŽҏቡᱟ䈤ˈ൘ᮤњ਼丣ᆇҖ߉ 䗷〻ѝˈᆇ仁᭸ᓄ䎧⵰ᱮ㪇Ⲵᖡ૽֌⭘ˈ⮉ᆖ⭏ᇩ᱃䈟߉Ѫ֯⭘ 仁⦷儈Ⲵ਼丣≹ᆇDŽ ਖཆˈԕᖰ⹄ウ䇱᰾˖≹ᆇ֯⭘仁⦷儈ˈ⴨ᓄⲴㅄ⭫ᮠҏቁDŽ ⭡↔ˈᡁԜ䇔Ѫ൘਼丣ᆇҖ߉䗷〻ѝˈᆇ仁᭸ᓄⲴᆈ൘ˈаᇊ〻 ᓖкփ⧠Ҷㅄ⭫ᮠሩ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟Ⲵᖡ૽ˈণ൘≹ᆇҖ߉䗷〻 ѝˈ⮉ᆖ⭏ᇩ᱃䈟⭘Ѫㅄ⭫䖳ቁⲴ਼丣ᆇDŽѪ↔ˈᡁԜṩᦞ‫ٿ‬䈟 ṧᵜ㔏䇑Ҷѝǃ儈㓗⮉ᆖ⭏ཊㅄ⭫ᆇ䈟⭘Ѫቁㅄ⭫ᆇⲴ‫ٿ‬䈟ᛵߥˈ ᗇࠪമ ˖

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

24


孙玉卿 刘岳

25

   

ѝ㓗

 儈㓗

    䶎ᖒ༠ᆇ

ᖒ༠ᆇ

മ ˖ѝǃ儈㓗⮉ᆖ⭏਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝཊㅄ⭫ᆇ䈟⭘Ѫቁㅄ⭫ᆇⲴᛵߥ

 Ӿкമਟ᰾ᱮⴻࠪ˖ㅄ⭫ᮠ᭸ᓄ൘ᖒ༠ᆇѝⲴ֌⭘᰾ᱮˈ൘ ѝǃ儈㓗⮉ᆖ⭏਼丣ᖒ༠ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝᡰঐ∄ֻ࠶࡛Ѫ ઼ DŽ↔ཆˈӾṧᵜᶕⴻˈ൘ѝǃ儈㓗⮉ᆖ⭏਼丣ᖒ༠ᆇѝⲴཊ ㅄ⭫ᆇ䈟⭘Ѫቁㅄ⭫ᆇⲴ‫ٿ‬䈟ѝˈнਇᆇ仁ᖡ૽Ⲵ‫ٿ‬䈟㊫ර˄儈 仁ཊㅄ⭫ᆇ䈟⭘Ѫվ仁ቁㅄ⭫਼丣ᆇ˅∄ֻ࠶࡛Ѫ ઼ ˈ ྲ˖Āᜣü⴨āǃĀ㯟ü㖢āǃĀ㇑üᇈāǃĀᛵü␵āㅹDŽഐ ↔ˈਟԕ䈤ˈ൘਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝˈㅄ⭫ᮠ᭸ᓄ䍟クҾѝǃ儈㓗 ⮉ᆖ⭏Ⲵ਼丣ᆇҖ߉䗷〻ѝˈቔަ൘਼丣ᖒ༠ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝˈ䎧 ⵰ᱮ㪇Ⲵᖡ૽֌⭘ˈᒦ൘аᇊ〻ᓖк㝡⿫Ҷᆇ仁᭸ᓄⲴࡦ㓖DŽ ᖒ༠ᆇ༠ᯱа㠤ᙗ᭸ᓄ傼䇱 ൘≹ᆇ㌫㔏ѝˈᖒ༠ᆇঐᴹ䖳བྷⲴ∄ֻˈ࡙⭘ᖒ༠ᆇⲴ⢩⛩ ᴹ䪸ሩᙗൠ䘋㹼≹ᆇᮉᆖሶ䎧ࡠᖸྭⲴ‫׳‬䘋֌⭘DŽ↔ཆˈ⹄ウ㺘

25

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


26

中、高级留学生同音字书写偏误研究

᰾˖൘⮉ᆖ⭏Ⲵ䇶ᆇ䗷〻ѝᆈ൘⵰ᖒ༠ᆇ༠ᯱа㠤ᙗ᭸ᓄˈণ䈫 丣о༠ᯱа㠤Ⲵᖒ༠ᆇሩ⮉ᆖ⭏ᶕ䈤ᴤᇩ᱃䇶࡛DŽᡁԜ൘↔ᡀ᷌ Ⲵส⹰кˈሩ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝ਼丣Ⲵᖒ༠ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟䟽 ⛩࠶᷀ˈ⭘ԕ᧒ウ༠ᯱа㠤ᙗ᭸ᓄ൘਼丣ᆇҖ߉䗷〻ѝⲴާփ㺘 ⧠DŽ ᡁԜሶ਼丣ᖒ༠ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟࠶Ѫ༠ᯱа㠤ᙗ‫ٿ‬䈟˄ྲ˖Āᣵā 䈟⭘ѪĀնāǃĀḡā䈟⭘ѪĀṚāㅹ˅о༠ᯱна㠤ᙗ‫ٿ‬䈟˄ྲ˖ Āതā䈟⭘ѪĀ㔤āǃĀ䎦ā䈟⭘ѪĀᝏāㅹ˅є⿽ˈ㓿䗷㔏䇑 ࠶࡛䇑㇇ࠪє㊫‫ٿ‬䈟൘਼丣ᖒ༠ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝᡰঐⲴ∄ֻˈᗇࠪ മ ˖ ѝǃ儈㓗਼丣ᖒ༠ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ᛵߥ          

ѝ㓗 儈㓗

༠ᯱа㠤

༠ᯱна㠤

മ ˖ѝǃ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏਼丣ᖒ༠ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ᛵߥ

 ൘ѝǃ儈㓗਼丣ᖒ༠ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ᛵߥѝˈѝ㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏Ⲵ ༠ᯱа㠤ᙗ‫ٿ‬䈟ᡰঐ∄ֻѪ ˈна㠤ᙗ‫ٿ‬䈟ঐ ˗儈㓗

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

26


孙玉卿 刘岳

27

≤ᒣ⮉ᆖ⭏༠ᯱа㠤ᙗ‫ٿ‬䈟∄ֻѪ ˈна㠤ᙗ‫ٿ‬䈟Ѫ DŽ Ѫ䘋а↕傼䇱ᡁԜⲴ㔏䇑ᮠᦞˈᡁԜ䘈൘ѝǃ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ ⭏ѝਁ᭮Ҷ  ԭ䰞ধ˄㿱䱴ᖅ ˅ DŽ㔏䇑ᱮ⽪˖ѝǃ儈㓗⮉ᆖ⭏Ⲵ ༠ᯱа㠤ᙗ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ঐ ˈަѝˈࠪ⧠ᴰཊⲴ䈟⭘ᴹ˖ Ā侶ā䈟߉ѪĀᇈāǃĀ㇑āԕ৺Ā‫ؼ‬āˈĀ㨌ā䈟߉֌Ā䟷āˈ Ā‫؁‬ā䈟߉ѪĀ֓āᡆĀ⭜āˈĀᒣā䈟߉֌Ā䇴āˈĀ䍖ā䈟 ߉ѪĀ䍖āᡆĀᕐāㅹDŽ ᙫѻˈѝǃ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏༠ᯱа㠤Ⲵ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ᡰঐ ∄ֻ䜭᰾ᱮ儈Ҿ༠ᯱна㠤ᙗ‫ٿ‬䈟Ⲵ∄ֻDŽ䘉ҏቡ䈤᰾˖ሩ⮉ᆖ ⭏ᶕ䈤ˈ൘਼丣ᖒ༠ᆇҖ߉䗷〻ѝˈ༠ᯱа㠤Ⲵ਼丣ᖒ༠ᆇሩᆖ Ґ㘵ⲴҖ߉ᒢᢠ⴨ሩ䖳བྷˈᴤᇩ᱃ӗ⭏䈟⭘˗༠ᯱна㠤Ⲵ൘Җ ߉䗷〻ѝᒢᢠ䖳ሿˈ䈟⭘ҏ⴨ሩ䖳ቁDŽഐ↔ˈᡁԜ䇔Ѫ൘਼丣ᆇ Җ߉䗷〻ѝˈᆈ൘⵰༠ᯱа㠤ᙗ᭸ᓄDŽᆳо䇶ᆇ䗷〻ѝⲴ䘉а᭸ ᓄᚠྭ⴨৽˖൘਼丣ᆇҖ߉ᰦˈ䈫丣о༠ᯱа㠤Ⲵᖒ༠ᆇᴤᇩ᱃ ࠪ⧠‫ٿ‬䈟DŽ ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝᖒᯱ᜿䇶Ⲵ傼䇱 Ӿᖒ༠ᆇⲴᶴᖒᶕⴻˈ䲔༠ᯱ˄丣ㅖ˅ѻཆˈ䘈䴰㾱ᡁԜ‫ޣ‬ ⌘Ⲵᱟᖒᯱ˄᜿ㅖ˅ ˈަᒣ൷㺘ѹᓖ൘ DŽਖཆˈ൘⮉ᆖ⭏Ⲵ ≹ᆇᆖҐѝˈᲞ䙽䇔਼Ⲵ㿲⛩ᱟˈ䲿⵰⮉ᆖ⭏≹䈝≤ᒣⲴнᯝᨀ

27

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


28

中、高级留学生同音字书写偏误研究

ॷˈԆԜⲴ≹ᆇᖒᯱ㺘᜿᜿䇶൘䙀↕ൠ䗮ࡠ㠚ࣘॆ〻ᓖDŽ ᡁԜӾᖒᯱ‫ޕ‬᡻ˈ㔏䇑Ҷ༠ᯱᆇ䈟⭘Ѫ਼丣ᖒ༠ᆇⲴṧᵜDŽ 㔏䇑㔃᷌ྲл˖ 㺘 ˖ѝǃ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏༠ᯱᆇ䈟⭘Ѫ਼丣ᖒ༠ᆇ‫ٿ‬䈟ᛵߥ

‫ٿ‬䈟 ༠ᯱᆇ਼丣ᖒ༠ᆇ ⮉ᆖ⭏≤ᒣ

∄ֻ˄˅

‫ٿ‬䈟䟿˄њ˅

ѝ㓗





儈㓗





⌘˖㺘  ѝĀ༠ᯱᆇ਼丣ᖒ༠ᆇāᱟᤷਟ‫ڊ‬༠ᯱⲴ≹ᆇ䈟⭘Ѫ਼丣ᖒ༠ᆇⲴ‫ٿ‬䈟ˈ ྲ˖䟼⨶ǃ㊣䘧ǃѫտǃ∄∅ㅹDŽĀ∄ֻāᱟᤷ䘉⿽‫ٿ‬䈟൘䶎ᖒ༠ᆇ‫ٿ‬䈟ṧ ᵜ䟿ѝᡰঐⲮ࠶∄DŽ

 Ӿ㺘 ˈਟԕⴻࠪ˖ᮤփᶕ䈤ˈ㲭❦ѝǃ儈㓗⮉ᆖ⭏ѝ༠ᯱ ᆇ਼丣ᖒ༠ᆇ‫ٿ‬䈟ᡰঐ∄ֻ䜭⴨ሩ䖳ቁˈնӽ❦൘аᇊ〻ᓖк৽ ᱐ࠪ⮉ᆖ⭏൘≹ᆇᆖҐ䗷〻ѝᆈ൘⵰ᖒᯱ᜿䇶˗ҏਟਁ⧠˖儈㓗 ≤ᒣ⮉ᆖ⭏⭡Ҿᖒᯱᒢᢠཊˈ䈟⭘䖳ཊDŽ Ѫ䘋а↕Ự傼Ā儈㓗䱦⇥⭡Ҿᖒᯱᒢᢠཊˈሬ㠤䈟⭘ཊā䘉 а㔃䇪ˈᡁԜ൘ेӜ䈝䀰བྷᆖⲴ +6. ࣘᘱ֌᮷䈝ᯉᓃѝ䘹ਆҶ  њᖒᯱ≹ᆇ䘋㹼㘳ḕDŽ䘉а䈝ᯉᓃѝ֌᮷䍴ᯉ䜭ᶕⓀҾ儈㓗≤ᒣ ⮉ᆖ⭏DŽഐ↔ѪҶ㜭оѝ㓗⮉ᆖ⭏Ⲵ༠ᯱᆇ਼丣Җ߉‫ٿ‬䈟䘋㹼ሩ ∄ˈᡁԜԕ䘉  њᖒᯱ≹ᆇ‫ڊ‬Ѫ㘳ሏሩ䊑ˈ൘᳘ইབྷᆖॾ᮷ᆖ䲒

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

28


孙玉卿 刘岳

29

⮉ᆖ⭏Җ䶒䈝䈝ᯉᓃѝ㔏䇑ࠪѝ㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏Ⲵ⴨‫ޣ‬䈟⭘ᛵߥDŽ 俆‫ˈݸ‬൘lj≹䈝≤ᒣ䇽≷о≹ᆇㅹ㓗བྷ㓢NJѝ䘹ਆ  њާᴹ ԓ㺘ᙗⲴ༠ᯱᆇˈ 㾱≲䘉  њᆇᶴᆇ㜭࣋㾱ᕪᒦфᱟ⮉ᆖ⭏ᑨ㿱ǃ ᑨ⭘Ⲵ≹ᆇ˄൷ᶕ㠚ljབྷ㓢NJѝⲴ⭢㓗઼҉㓗ᆇ˅DŽᦞ↔ˈ൘ेӜ 䈝䀰བྷᆖ +6. ֌᮷䈝ᯉᓃѝ‫⅑׍‬䗃‫ޕ‬ᡰ䘹Ⲵ༠ᯱᆇDŽԕĀ᤹ᆇḕ 䈒ā઼Ā࡛ᆇ䭉䈟āѪᩌ㍒ᶑԦ䘋㹼Ự㍒ˈ㘳ሏ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏ Ⲵ‫ٿ‬䈟ᛵߥDŽỰ㍒㔃᷌㔏䇑ྲл˖ ᡀ˖Ự㍒㔃᷌ѝࠪ⧠਼丣Җ߉‫ٿ‬䈟Ⲵᴹ  њˈަѝ༠ᯱа㠤 Җ߉‫ٿ‬䈟Ѫ  њˈ䈟⭘ᆇѪ˖Ā䈊āǃĀ෾āǃĀⴋāDŽ ᇈ˖਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟‫ޡ‬Ự㍒ࠪ  њˈަѝ༠ᯱа㠤Ѫ  њˈ 䈟⭘Ѫ˖Ā㇑āǃĀ侶āˈԕ৺⭏䙐ᆇĀ

㇑āDŽ

ᯩ˖Ự㍒਼ࠪ丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟  њˈަѝ༠ᯱа㠤‫ٿ‬䈟Ѫ  њˈ䈟⭘ᆇᴹ˖Ā㣣āǃĀ䇯āǃĀ᭮āǃĀԯāǃĀൺāǃĀᡯāǃ Ā䱢āDŽ ‫਼˖ޡ‬丣ᆇ‫ٿ‬䈟Ự㍒㔃᷌Ѫ  њˈа㡜䈟⭘Ѫ˖ĀᐕāǃĀ‫ޜ‬ā ઼Ā‫׋‬ā˗༠ᯱа㠤䈟⭘Ѫ  њˈ䜭䈟⭘Ѫ˖Ā‫׋‬āDŽ ቔ˖Ự㍒਼ࠪ丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟  њˈа㡜䈟⭘Ѫ˖Ā⭡āǃ ĀՈāǃĀᴹāǃĀ⣩āǃĀ৸ā˗༠ᯱа㠤ᙗ‫ٿ‬䈟ᴹ  њDŽ 䶂˖਼丣࡛ᆇỰ㍒㔃᷌ᴹ  ᶑ䇠ᖅˈ༠ᯱа㠤Ⲵ䈟⭘ᴹ 

29

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


30

中、高级留学生同音字书写偏误研究

ᶑˈа㡜䈟⭘Ѫ˖Ā䈧āǃĀᛵāǃĀ␵āǃĀᲤāDŽ 䟷˖Ự㍒ਾˈ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟‫  ޡ‬ᶑ䇠ᖅˈ༠ᯱа㠤ᙗ‫ٿ‬䈟 ᴹ  ᶑˈ䈟⭘ᆇᴹ˖ĀᖙāǃĀ᧑āǃĀ䑙āǃĀ㨌āDŽ ᆀ˖਼丣࡛ᆇỰ㍒㔃᷌ᴹ  ᶑˈа㡜䈟⭘Ѫ˖ĀѻāǃĀᆇāǃ Āᆌā˗ަѝˈ༠ᯱа㠤ᙗ䈟⭘ᴹ  ᶑDŽ ≄˖Ự㍒਼ࠪ丣࡛ᆇ  ᶑˈа㡜䈟⭘Ѫ˖Ā⊭āǃĀ䎧āǃ ĀಘāǃĀҎāǃĀ≇˄↔ᆇ൘བྷ㓢ѻཆ˅āˈަѝˈ༠ᯱа㠤 ᙗ‫ٿ‬䈟ᴹ  ᶑ䇠ᖅDŽ ↓˖਼丣࡛ᆇỰ㍒㔃᷌Ѫ  ᶑˈަѝ༠ᯱа㠤ᙗ䈟⭘ᴹ  ᶑ 䇠ᖅˈ䈟⭘ᆇᴹ˖Ā䇱āǃĀᮤāǃĀ᭯āDŽ ަ⅑ˈሩѝ㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏Ⲵ༠ᯱᆇ਼丣Җ߉ᛵߥ䘋㹼㘳ሏо 㔏䇑DŽ൘᳘ইབྷᆖॾ᮷ᆖ䲒Ⲵ⮉ᆖ⭏Җ䶒䈝䈝ᯉᓃѝ䘹ਆѝ㓗≤ ᒣ⮉ᆖ⭏Ⲵᶀᯉ䘋㹼㘳ሏˈ࠶࡛䘹ਆ  ᶑỰ㍒㔃᷌䘋㹼ㆋ䘹ˈ ᖸ᰾ᱮൠਁ⧠ˈ䘉  њ༠ᯱᆇⲴ਼丣Җ߉‫ٿ‬䈟ቁѻ৸ቁDŽ㔏䇑㔃 ᷌ྲл˖ ᡀ˖ᵚ᢮ࡠѝ㓗⮉ᆖ⭏ᴹ‫ޣ‬Āᡀāᆇ਼丣Җ߉‫ٿ‬䈟DŽ ᇈ˖ӵ᢮ࠪє༴䈟⭘ˈ䜭䈟⭘ѪĀ㇑āDŽ ᯩ˖᢮ࠪഋ༴䈟⭘ˈ䈟⭘ѪĀ᭮āǃĀᡯā઼Ā䱢āDŽ ‫˖ޡ‬ᴹй༴䈟⭘ˈ䈟⭘ѪĀᐕāǃĀ‫ޜ‬āDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

30


孙玉卿 刘岳

31

ቔ˖ᴹє༴䈟⭘ˈ䈟⭘ѪĀᴹāǃĀՈāDŽ 䶂˖а༴䈟⭘ˈ⭘ѪĀ䖫ā 䟷˖ॱཊ༴䈟⭘ˈ䜭⭘ѪĀ㨌āDŽ ᆀ˖ᵚ᢮ࡠDŽ ≄˖ ༴䈟⭘ˈ䈟⭘ѪĀ⊭āDŽ ↓˖⋑ᴹ䭉䈟DŽ ᴰਾˈᡁԜሶ㔏䇑ѝǃ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏ᖒ༠ᆇ‫ٿ‬䈟ѝᤕᴹ਼ ༠ᯱᆇⲴ䈟⭘ᛵߥˈԕ↔ᶕ䘋а↕傼䇱⮉ᆖ⭏≹ᆇᆖҐѝⲴᖒᯱ ᜿䇶ˈᒦӾѝ᢮ࠪ䘉а᜿䇶൘਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ѝⲴާփ㺘⧠DŽ㔏 䇑㔃᷌ྲл˖ 㺘 ˖ѝǃ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏༠ᯱа㠤‫ٿ‬䈟ᛵߥ

‫ٿ‬䈟

༠ᯱа㠤‫ٿ‬䈟䟿

ঐ਼丣ᖒ༠ᆇ‫ٿ‬䈟

˄њ˅

Ⲵ∄ֻ˄˅

ѝ㓗





儈㓗





⮉ᆖ⭏≤ᒣ

⌘˖ਟԕⴻࠪˈ㺘  ᱟമ  Ⲵ༠ᯱа㠤䜘࠶ˈն൘↔༴ᱟѪҶ傼䇱਼丣ᆇҖ߉ѝ Ⲵᖒᯱ᜿䇶DŽ

Ӿ㺘ѝᮠᦞਟԕⴻࠪ↔⿽‫ٿ‬䈟ᡰঐⲴ∄ֻާᴹ㔍ሩՈ࣯DŽӾ ާփⲴ‫ٿ‬䈟ṧᵜᶕ࠶᷀ˈަѝᡰᴹⲴ‫ٿ‬䈟䜭ᱟᖒ䘁丣਼ᆇ䰤Ⲵ䈟

31

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


32

中、高级留学生同音字书写偏误研究

⭘ˈྲ˖“ᢺ-੗”ǃ“֓-ᤕ”ǃ“ն-ᣵ”ǃ“╛-ធ”ㅹDŽਖаᯩ䶒ˈ⭡ Ҿ䘉Ӌᖒ༠ᆇҏᱟ਼丣ᆇˈ⴨਼Ⲵ༠ᯱሩᖒᯱⲴᨀਆҏ䎧ࡠᣁࡦ ֌⭘ˈ৸ഐ⮉ᆖ⭏ሩ༽ᵲⲴᖒᯱ㺘ѹн㜭ᖸྭⲴᦼᨑˈ‫ׯ‬䙐ᡀҶ ᖒ䘁丣਼ᖒ༠ᆇ䰤ᖒᯱⲴ䭉⭘ˈ⭊㠣ᱟⴱ⮕ᖒᯱˈྲ˖“ԭ-࠶”ǃ“㯟 -㖢”ǃ“㨌-䟷”ǃ“䈅-ᔿ”ㅹDŽ 㔬кᡰ䘠ˈѝǃ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏൘਼丣ᆇҖ߉ѝ䜭ᐢާ༷Ҷ ᖒᯱ᜿䇶DŽަѝ൘儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏ѝˈᖒᯱ᜿䇶ᴤ༽ᵲˈᖒᯱⲴ 䈟⭘ҏᴤ࣐ཊṧॆDŽ

‫ٿ‬䈟৏ഐ࠶᷀  ≹䈝ѝ਼丣ᆇⲴ༽ᵲᙗ ˄˅≹ᆇѝ਼丣ᆇᮠ䟿ཊDŽ൘≹䈝Პ䙊䈍ѝ丣㢲ᮠ䟿བྷ㓖ᴹ  ཊњˈᑖ䈳丣㢲ᴹ  ཊњˈ൘  њ䙊⭘≹ᆇѝˈ⇿њ丣 㢲ᒣ൷ᴹ  њ䙊⭘≹ᆇDŽ ˄˅⇿㓴਼丣ᆇ᯿ѝⲴ≹ᆇˈᆳԜⲴ֯⭘仁⦷нቭ⴨਼DŽᡁ Ԝਟ䘹ਆljབྷ㓢NJѝⲴ਼丣ᆇᶕ䈤᰾ᆇ仁ᐞᔲⲴᆈ൘ˈ᤹ᆇ仁⭡ 儈ࡠվᧂࡇྲл˖ .H䈮˄⭢˅仇˄҉˅༣˄щ˅⼅˄б˅ 'DR‫ق‬ዋ䑸ᦓ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

32


孙玉卿 刘岳

33

;LDQ⧠㓯䲧ᕖ 7HQ‡⯬㞮㰔 ˄˅⇿㓴਼丣ᆇ᯿ѝⲴ≹ᆇᶴ䇽㜭࣋н਼ˈᴹⲴᶴ䇽㜭࣋ᕪˈ ྲ˖ĀᯩāǃĀൺāǃĀ࿘āѝⲴĀᯩāDŽᴹⲴᶴ䇽㜭࣋ᕡˈྲ˖ Ā䇠āǃĀণāǃĀᵪāѝⲴĀণāDŽሩ⮉ᆖ⭏ᶕ䈤ˈᶴ䇽㜭࣋ ᕪⲴ਼丣ᆇՊᴤᇩ᱃䇶࡛ˈҏᴤᇩ᱃ᕅਁҖ߉‫ٿ‬䈟DŽ ˄˅਼丣ᆇᶕⓀⲴ༽ᵲᙗDŽ㣿ษᡀⲴlj⧠ԓ≹ᆇᆖ㓢㾱NJ൘ Ā⧠ԓ≹ᆇⲴᆇ丣āаㄐѝⲴĀ਼丣ᆇāа㢲ѝᨀࡠҶ਼丣ᆇⲴ ᶕⓀ䰞仈ˈሶ਼丣ᆇⲴᶕⓀ࠶Ѫй㊫˖ ㅜа㊫˖‫ڦ‬ਸDŽ൘৏ᴹᆇⲴส⹰к᭩ᦒᖒᯱ㘼ᗇᶕᡆ㘵ਚᱟ ᯠ䙐ᆇо৏ᴹᆇ䈫丣⴨਼DŽࡽ㘵ྲ˖৏ᶕᴹĀᵥǃ䐪ǃ䓢āਾ䙐 Āଊā˗ਾ㘵ྲ˖৏ᴹĀ䈕ǃ᭩ǃⴆāਾ䙐Ā䫉āDŽ ㅜҼ㊫˖丣㌫ㆰॆᑖᶕⲴ਼丣ᆇDŽ ㅜй㊫˖਼ⓀᆇDŽ⭡਼ањᆇ˄а㡜ᱟ༠ㅖᆇ˅࠶ॆǃᆣ⭏ ࠪᶕⲴа㓴ᆇˈ〠Ѫ਼Ⓚᆇˈ䘉㓴ᆇ䈝ѹ⴨䙊ˈ䈫丣⴨䘁DŽྲ˖ ĀӔāᤷĀ䘎᧕ǃӔ৹āˈĀ㔎āᤷĀᢺє㛑ԕкⲴᶑ⣦⢙ᢝ൘ а䎧āDŽ ਼丣ᆇⲴ༽ᵲᙗ൘⮉ᆖ⭏Ⲵ਼丣ᆇᆖҐѝᴹ⵰༽ᵲⲴ֌⭘ˈ н㜭аᾲ㘼䇪DŽቡ਼丣ᖒ༠ᆇⲴ䗘䇶ᶕ䈤ˈᆖ⭏ُࣙ༠ᯱਟԕᴤ

33

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


34

中、高级留学生同音字书写偏误研究

ᘛ䙏߶⺞ൠ䇔䈫਼丣ᆇDŽቡ਼丣≹ᆇⲴҖ߉㘼䀰ˈ਼丣Ⲵᒢᢠሬ 㠤Ҷབྷ䟿Ⲵ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟DŽ ᮉᆖѝᆈ൘Ⲵ䰞仈 ˄˅ᮉⲴ䰞仈 䮯ᵏԕᶕˈሩཆ≹䈝ᮉᆖඊᤱԕษޫӔ䱵㜭࣋Ѫᇇᰘˈཊ‫ޣ‬ ⌘ਓ䈝৺䈝⌅ⲴᮉᆖDŽ䘉⿽‫ٿ‬䟽аᇊ〻ᓖк䱫⺽ҶоҖ䶒䈝ᴹ‫ޣ‬ Ⲵ≹ᆇᮉᆖˈሬ㠤ᆖ⭏≹ᆇ䇔䈫≤ᒣоҖ߉≤ᒣⲴнᒣ㺑ਁኅˈ ൘Җ߉≹ᆇᰦӗ⭏བྷ䟿‫ٿ‬䈟ˈᖡ૽㠚䓛≹䈝≤ᒣⲴᨀ儈DŽަѝ਼ 丣ᆇ‫ڊ‬Ѫ≹ᆇⲴа⿽⢩↺⧠䊑ˈᆳ൘≹ᆇփ㌫ѝ࠶ᐳⲴн൷रᙗˈ ԕ৺ᖸབྷа䜘࠶൘ᆇѹ઼⭘⌅к㕪ѿ㚄㌫ˈഐ↔ˈᖸ䳮ሩަ䘋㹼 ㌫㔏ൠᮉᆖDŽ ਖཆˈ਴儈ṑⲴ≹䈝ᮉᆖཊ䟷ਆ⨝㓗ᦸ䈮ࡦDŽ↔⿽ᮉᆖᯩᔿ а㡜᤹➗⮉ᆖ⭏Ⲵ≹䈝≤ᒣ䘋㹼࠶⨝ᦸ䈮ˈᆳᴹ㠚䓛ⲴՈ࣯ˈত ᰐ⌅亮৺ަԆᖡ૽ഐ㍐DŽྲˈᴹ≹ᆇ᮷ॆ㛼Ჟоᰐ≹ᆇ᮷ॆ㛼Ჟ ≹䈝ᆖҐ㘵䰤ᆈ൘Ⲵᐞᔲˈ䘉൘аᇊ〻ᓖк䱫⺽Ҷሩཆ≹䈝ᮉᆖDŽ ˄˅ᆖⲴ䰞仈 ൘ሩॾ᮷ᆖ䲒  ਽≹䈝⮉ᆖ⭏䘋㹼䇯䈸䗷〻ѝˈᡁԜਁ⧠ Ⲵᆖ⭏䇔Ѫ≹ᆇ䳮ᆖˈնਚᴹ Ⲵᆖ⭏㜭‫⇿ࡠڊ‬ཙ㓳Ґ≹ᆇҖ ߉DŽቡ਼丣ᆇᶕ䈤ˈཊᮠᆖ⭏㺘⽪ˈྲ᷌ਚᱟ䗘䇔ˈสᵜ⋑ᴹ䰞

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

34


孙玉卿 刘岳

35

仈ˈնᱟ㾱߉ࠪᶕቡᖸ䳮ˈн⸕䚃㾱䘹ᤙଚањDŽ䘉ቡ䈤᰾ᆖ⭏ ⋑ᴹޫᡀ㢟ྭⲴ≹ᆇᆖҐҐᜟˈሩ≹ᆇᆖҐ㕪ѿᓄᴹⲴ䟽㿶DŽ ൘оሩཆ≹䈝ᮉᐸⲴӔ⍱ѝˈᡁԜҶ䀓ࡠˈ䲿⵰ཊჂփᢰᵟ ൘䈝䀰ᮉᆖѝⲴᒯ⌋ᓄ⭘ˈ᤬丣䗃‫ޕ‬ᡀѪਇᆖ⭏⅒䗾Ⲵ≹䈝߉֌ ᐕާˈ㲭❦ᆳ㜭ᑞࣙᆖ⭏ᨀ儈≹䈝᤬丣≤ᒣ˗նҏᑖᶕҶᴤཊⲴ ਼丣ᆇ‫ٿ‬䈟DŽ䘉൘ᵜ᮷ᡰᩌ䳶Ⲵ৏࿻䈝ᯉ˄ᴹӋᆖ⭏Ⲵ֌᮷ᱟ :RUG ⡸Ⲵ˅ѝਟԕⴻࠪˈ൘儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏Ⲵаㇷሿ䈤ࡋ֌ѝᢺᵜᓄ 䈕ᱟĀ֐⧠൘ቡ䎠āⲴĀ⧠ā߉ᡀҶĀ俆‫ݸ‬āⲴĀ‫ݸ‬āDŽഐ↔ˈ ൘≹䈝߉֌ѝᓄਸ⨶֯⭘᤬丣䗃‫⌅ޕ‬DŽ ᮉᶀѝᆈ൘Ⲵ䰞仈 ሩཆ≹䈝‫ڊ‬Ѫа䰘ᒤ䖫Ⲵᆖ、ˈᮉᶀⲴ㕆ᧂ≤ᒣ൘⸝⸝  ཊ ᒤⲴᰦ䰤䟼ᐢ㓿ਆᗇҶ⴨ᖃབྷⲴ䘋↕ˈնሩᘛ䙏ਁኅⲴሩཆ≹䈝 ᮉᆖᶕ䈤ˈӽᆈ൘⵰ཊᯩ䶒Ⲵн䏣DŽ ᡁԜ䘹ਆॾ᮷ᆖ䲒⮉ᆖ⭏≹䈝ᮉᶀüüेӜ䈝䀰᮷ॆབྷᆖࠪ ⡸⽮Ⲵሩཆ≹䈝㌫ࡇᮉᶀlj≹䈝䰵䈫ᮉ〻NJ֌Ѫާփ࠶᷀ሩ䊑DŽ 俆‫ˈݸ‬ᡁԜਁ⧠൘ljᮉ〻NJѝࠪ⧠Ҷ਼丣ᆇⲴ䘹䇽㓳Ґˈྲ лമѝⲴㅜ˄˅仈DŽ

35

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


36

中、高级留学生同音字书写偏误研究

ቡ䈕㌫ࡇᮉᶀѝⲴ਼丣ᆇҐ仈䇮䇑ᶕⴻˈਚᴹаᒤ㓗аǃҼ ޼ѝࠪ⧠Ҷк䘠ᡰ䈤Ⲵ㘳ሏ਼丣ᆇ䗘䇶㜭࣋ⲴҐ仈ˈ൘Ҽǃйᒤ 㓗Ⲵ䰵䈫ᮉᶀѝˈ䘉⿽仈රн޽ࠪ⧠ˈਆ㘼ԓѻⲴᱟĀ䘹䇽ປオāǃ Ā਼ѹᆇ䇽䘹ᤙāԕ৺Ā䘹ᤙࡂ㓯䇽䈝Ⲵ↓⺞䀓䟺āDŽҏቡᱟ䈤ˈ ൘⮉ᆖ⭏≹䈝≤ᒣӾѝ㓗ࡠ儈㓗䗷⑑䱦⇥ˈᐢᢺ䟽⛩᭮൘Ҷ≹䈝 ᆇ䇽Ⲵ᜿ѹ⨶䀓оᦼᨑкDŽ䘉аᆹᧂᱮ❦нㅖਸㅜҼㄐѝᡰᗇࠪ Ⲵ਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟㿴ᖻˈণࡍ㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏ѝᖸቁࠪ⧠਼丣ᆇҖ ߉‫ٿ‬䈟ˈԆԜཊᱟᆇᖒкⲴ䭉䈟ˈ㘼൘ѝǃ儈㓗≤ᒣ⮉ᆖ⭏ѝབྷ 䟿ࠪ⧠਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟DŽ ަ⅑ˈ ljᮉ〻NJѝ≹ᆇᮉᆖ᮷ॆഐ㍐Ⲵ⑇䘿DŽаᒤ㓗Ⲵ䈮᮷ѝ ُࣙ⭢僘᮷ሩ≹ᆇ䘋㹼᮷ॆ䟺ѹDŽྲˈĀӪᆇˈ‫⵰חۿ‬䓛ᆀⲴӪ˗ ᵘᆇˈ‫ۿ‬ṁᵘⲴᖒ⣦˗ՁᆇˈӪ䶐⵰ṁˈ㺘⽪Ձ᚟āㅹㅹDŽӾҼ ᒤ㓗к޼ᔰ࿻ˈ㌫㔏ൠ⑇䘿Ҷ≹䈝᮷ॆⲴᮉᆖˈᴹ侞伏᮷ॆǃ㢲 ᰕ᮷ॆǃ⎸䍩Ґᜟǃ᯵⑨䍴Ⓚǃ≁仾Ґ؇ㅹDŽ ljᮉ〻NJѝⲴ᮷ॆഐ ㍐Ⲵ⑇䘿ˈᖸབྷ〻ᓖкᱟ൘᮷ॆѝ䘋㹼≹䈝Ⲵᮉᆖˈ䘉⿽ᯩᔿሩ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

36


孙玉卿 刘岳

37

ሩཆ≹ᆇᮉᆖᶕ䈤ˈᴹ仐‫ق‬ѫ⅑ѻჼˈ᮷ॆᮉᆖ᧙ⴆҶ⴨‫≹Ⲵޣ‬ ᆇᮉᆖˈ֯≹ᆇᮉᆖਈᗇ᭟⿫⹤⺾DŽ

ሩཆ≹ᆇѝⲴ਼丣ᆇᮉᆖㆆ⮕৺ަԆ  ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇᮉᆖㆆ⮕ Ӿ਼丣ᆇⲴᶕⓀࠪਁˈሩҾ‫ڦ‬ਸӗ⭏Ⲵ਼丣ᆇˈࠪ⧠䈟⭘ᰦˈ 㾱৺ᰦ䇢䀓є㘵Ⲵ᜿ѹ઼⭘⌅DŽྲ˖ĀᵥāоĀཊāˈ䇙ᆖ⭏᰾ ⺞ĀᵥāᱟĀ㣡ᵥāⲴᵥˈĀཊāᱟĀᖸཊāⲴཊDŽ ሩ਼Ⓚ਼丣ᆇਟԕ䟷ਆ⴨ሩ㌫㔏Ⲵᮉᆖᯩ⌅ˈҏቡᱟӾᆇⓀ ࠪਁˈᶕᮉᦸ਼༠ᯱⲴа㊫ᆇˈྲ˖о≹ᆇĀӔāᴹ‫਼Ⲵޣ‬丣ᆇ ᴹĀ㔎āǃĀ㜦āǃĀ䛺āDŽሩҾ䘉㓴ᆇ‫׍‬ᵜ᮷㿲⛩ਟ‫ྲڊ‬л䇢 䀓˖ ĀӔāᱟᤷ䘎᧕ǃӔ৹˖ĀӔ᧕ˈ⴨ӔҾа⛩āDŽ Ā㔎āᱟᤷᢺєњԕкⲴ㔣ᆀӔ৹ˈᡆᢝ൘а䎧˖Āаṩ㋇ Ⲵ㔣ᆀᱟ⭡ᖸཊ㓶Ⲵ㔣ᆀ㔎൘а䎧‫ڊ‬ᡀⲴāDŽ Ā㜦āᱟᤷᴹ哿ᙗⲴь㾯ˈਟԕⴻᡀഐѪཚ哿ˈ㠚ᐡⲴ᣷ᤷ ઼伏ᤷ䘎᧕൘а䎧ˈ࠶нᔰҶ˖Ā㜦ᢺᡁⲴ᡻ᤷ哿䎧ᶕҶāʽ Ā䛺āа㡜ᡁԜ䈤ˈĀ䛺ཆāᡆ㘵Ā䛺४āˈᱟᤷᐲ४оґ ᶁӔ৹ǃӔ⭼ⲴൠᯩDŽ

37

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


38

中、高级留学生同音字书写偏误研究

ަѝᓄ䈕⌘᜿Ⲵᱟ˖ ˄˅ ਼Ⓚ਼丣ᆇⲴᮉᆖᯩ⌅ˈҏᗵ享䚥ᗚਸ⨶৏ࡉˈн㜭ᜣ ᖃ❦ൠᖂѪа㊫DŽ ˄˅ ਼Ⓚ਼丣ᆇⲴ㌫㔏ᮉᆖ⌅䘲⭘Ҿ≤ᒣ䖳儈⮉ᆖ⭏Ⲵ਼ 丣ᆇᮉᆖ˗≤ᒣվⲴ⮉ᆖ⭏⭡Ҿ䇶ᆇ䖳ቁˈ↔ᯩ⌅䖳䳮 ᇎᯭDŽ Ӿ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇⲴҖ߉‫ٿ‬䈟⢩⛩ⴻˈ൘਼丣ᖒ༠ᆇ䰤ԕ৺ᖒ ༠ᆇо༠ᯱᆇ䰤Ⲵ䈟⭘ѝˈᆖ⭏Җ߉ᰦˈ༠ᯱਟԕ䎧ࡠᨀ⽪֌⭘ˈ նᱟতሩᖒᯱⲴᨀਆӗ⭏ᣁࡦˈഐ↔ˈ‫ׯ‬ӗ⭏Ҷབྷ䟿Ⲵ਼丣ᖒ༠ ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟ˈྲ˖ԭ࠶ǃᢺ੗ǃᡯᯩǃᛵ␵ㅹDŽሩҾ䘉㊫‫ٿ‬ 䈟ˈᓄᴹ䪸ሩᙗൠ䇢䀓ަᖒᯱ᜿ѹˈ䇙ᆖ⭏߶⺞४࠶↓ᆇо䈟⭘ ᆇє㘵ᖒᯱⲴн਼DŽਖཆˈҏਟԕሶ䘉Ӌᆇ᭮൘ާᴹ⴨਼ᖒᯱⲴ ᆇѝ䘋㹼ᮉᆖˈ䘋а↕ᐙപᆖ⭏ሩḀаᖒᯱ޵⏥Ⲵ䇔䇶DŽ ↔ཆˈᆇ仁᭸ᓄ੟ਁᡁԜˈሩ᱃䈟⭘਼丣ᆇ䘋㹼৽༽㓳Ґˈ ҏᱟ߿ቁ‫ٿ‬䈟Ⲵᴹ᭸䙄ᖴDŽ  ᮉᶀѝᴹ‫਼ޣ‬丣ᆇ޵ᇩ㕆ᧂⲴ᭩ழ ൘਼丣ᆇҐ仈䇮䇑кˈᓄ䚥ᗚ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟㿴ᖻˈ ൘ࡍ㓗ࡠ儈㓗Ⲵᮉᶀѝˈ䙀↕໎࣐㘳ሏ਼丣ᆇⲴ仈රDŽ ൘≹ᆇ᮷ॆഐ㍐Ⲵ⑇䘿ᯩ䶒ˈᓄ‫≹ᦞ׍‬ᆇѝ㮤ਜ਼Ⲵ᮷ॆഐ㍐

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

38


孙玉卿 刘岳

39

ᶕᔰኅ≹ᆇᮉᆖDŽྲˈᡁԜ䘹ਆਟԕ‫ڊ‬ᖒᯱⲴĀਓāᆇᶕ‫ڊ‬䱀䟺DŽ оĀਓāᴹ‫Ⲵޣ‬᮷ॆˈ俆‫ݸ‬ᜣࡠ侞伏᮷ॆDŽ⭡↔ˈਟԕᕅࠪᑖĀਓā Ⲵа㌫ࡇ≹ᆇˈྲĀ்āǃĀலāǃĀ੎āǃĀ೬āǃĀ૭āㅹˈ 䘉Ӌᆇ䜭ਟԕᙫ㔃ѪĀਲ਼ⲴᯩᔿāDŽ䘋а↕䇢ˈоĀਓāᴹ‫Ⲵޣ‬ Āણāਟԕᕅ⭣ࠪоĀણāᴹ‫Ⲵޣ‬Ā䞨āǃĀ⭌āǃĀ㤖āǃ Ā䗓āǃĀ૨āㅹDŽ䘉ṧਟ㚄㌫ࡠѝഭ‫ޛ‬བྷ㨌㌫Ⲵਓણ⢩㢢DŽ ᵜ᮷Ӿᆇ仁᭸ᓄǃㅄ⭫ᮠ᭸ᓄǃ༠ᯱа㠤ᙗ᭸ᓄԕ৺ᖒᯱ᜿ 䇶ㅹᯩ䶒࠶᷀Ҷ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇҖ߉‫ٿ‬䈟Ⲵ޵䜘㿴ᖻˈ᢮ࠪᕅ䎧‫ٿ‬ 䈟Ⲵ৏ഐˈᒦᴹ䪸ሩᙗൠᨀࠪҶ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇᮉᆖㆆ⮕ˈᵏᵋ㜭 ‫׳‬䘋ሩཆ≹ᆇᮉᆖⲴਁኅDŽ  ৲㘳᮷⥞˖ 䱸ᇍഭˈᆱ⡡ॾ≹ᆇ䇶࡛ѝⲴ਼丣ᆇ᭸ᓄ˖䈝丣ᖡ૽ᆇ ᖒ࣐ᐕⲴ䇱ᦞljᗳ⨶ᆖ᧒᷀NJˈㅜ  ᵏ 儈ᇊഭˈ䫏⇵ᒣᆇ仁ᖡ૽ᑨ⭘≹ᆇ䇔⸕䙏ᓖⲴᇎ傼⹄ウ ljᗳ⨶、ᆖNJˈㅜ  ᵏ 儈・㗔ˈᆏ߼ཆഭ⮉ᆖ⭏≹䈝䰵䈫ѝ丣ǃᖒؑ᚟ሩ≹ᆇ 䗘䇔Ⲵᖡ૽ljц⭼≹䈝ᮉᆖNJˈㅜ  ᵏ 䜝ѭ⮉ᆖ⭏਼丣ᆇҐᗇᛵߥㆰ᷀lj᮷ਢNJˈѝᰜ࠺ ഭᇦሩཆ≹䈝ᮉᆖ亶ሬሿ㓴࣎‫ޜ‬ᇔ≹䈝≤ᒣ㘳䈅䜘≹䈝 ≤ᒣ䇽≷о≹ᆇㅹ㓗བྷ㓢ेӜ˖ेӜ䈝䀰᮷ॆབྷᆖࠪ⡸⽮

39

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


40

中、高级留学生同音字书写偏误研究

䜍㖾⧢ˈ㡂ॾ༠ᯱ䈝丣ؑ᚟൘⮉ᆖ⭏≹ᆇᆖҐѝⲴ֌⭘ lj䈝䀰ᮉᆖо⹄ウNJˈㅜ  ᵏ ဌ᭿᭿༠ᯱᇦ᯿བྷሿ઼儈仁਼༠ᯱᆇሩ≹ᆇભ਽Ⲵᖡ૽ ljᗳ⨶ᆖ᧒᷀NJˈㅜ  ᵏ ᵾ㭺⮉ᆖ⭏ᖒ༠ᆇᖒᯱ᜿䇶ਁኅⲴᇎ傼⹄ウlj䈝䀰ᮉ ᆖо⹄ウNJˈㅜ  ᵏ ࡈѭ၏⧠ԓ≹䈝਼丣䈟⭘⧠䊑⹄ウ唁嗉⊏˖唁嗉⊏བྷ ᆖ⺅༛ᆖս䇪᮷ █‫ߋݸ‬ᖒᯱ㺘᜿࣏㜭൘⮉ᆖ⭏≹ᆇᆖҐѝⲴ䍏䗱〫৺ሩ ㆆlj≹ᆇ᮷ॆNJˈㅜ  ᵏ 䛥ᮜ᭿⧠ԓ≹䈝䙊䇪˄ㅜҼ⡸˅к⎧˖к⎧ᮉ㛢ࠪ⡸⽮ 㣿ษᡀ⧠ԓ≹ᆇᆖ㓢㾱˄‫؞‬䇒ᵜ˅ेӜ˖ेӜབྷᆖࠪ ⡸⽮ зъ俘⮕䇪ᖒ༠ᆇ༠ᯱоሩཆ≹ᆇᮉᆖljц⭼≹䈝ᮉ ᆖNJˈㅜ  ᵏ ⦻≹ছሩཆ≹䈝ᮉᶀѝⲴჂӻ䈝䰞仈䈅䈤ljц⭼≹䈝 ᮉᆖNJˈㅜ  ᵏ ⦻䘈ㅹ⧠ԓ≹䈝仁⦷䇽ިेӜ˖ेӜ䈝䀰ᆖ䲒ࠪ⡸⽮ˈ  ᕐӊᰝˈઘᲃ᷇ˈ㡂ॾˈ䛒㓒‫≹ޥ‬ᆇ䇶࡛ѝ༠ᯱоᮤᆇ 䈝丣◰⍫Ⲵ⴨ሩՈ࣯ljेӜབྷᆖᆖᣕ˄㠚❦、ᆖ⡸˅NJˈㅜ  ᵏ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

40


孙玉卿 刘岳

41

䱴ᖅ˖ 䈳ḕ䰞ধ ֐ྭʽ⅒䗾৲࣐↔⅑䰞ধ䈳ḕ⍫ࣘˈᡁԜᜣҶ䀓ал֐ᆖҐ≹ᆇ Ⲵᛵߥˈ䉒䉒֐Ⲵ䝽ਸDŽ ဃ਽ ѝ᮷ BBBBBBBBᙗ࡛BBB⨝㓗BBBBBBBBഭᇦBBBBBBBB ॾ㼄˖ᱟƶ੖ƶ  䈧ປ߉лࡇオṬ  ֐ᶕॾ᮷ᆖ䲒ཊѵҶ˛֐⸕䚃ॾ᮷ᆖ䲒䱴䘁ⲴBBBBBBB˄IiQ ‡X~Q˅൘ଚੇ˛֐ௌ⅒䛓䟼ⲴBBBBBBB FiL ੇ˛  ᆖ⭏˖㘱ᐸᛘྭˈк䈮Ⲵᰦ‫ˈى‬䘉њൠᯩᡁ⋑ੜ␵ᾊˈᛘ㜭 BBBBBBB˄]iL˅䈤а䙽ੇ˛ 㘱ᐸྭⲴDŽ  ࣋⌒൘എᇯ㠽Ⲵ䐟к䙷㿱Ҷ䈝䀰ᆖ䲒Ⲵᕐ㘱ᐸˈᕐ㘱ᐸ㔉ҶԆ аᕐBBBBBBB˄PoQ‡SLiQ˅к䶒ᴹൠ൰઼⭥䈍BBBBBBB KiR P~ DŽ  $˖䘉ᱟ֐ԜаᇦഋਓⲴ➗⡷ੇ˛ %˖ᱟⲴDŽ $˖䘉ᱟ֐Ⲵ⡨⡨˛ԆᱟBBBBBBB ]Xp ӰѸBBBBBBB˄‡|Q‡ ]Xp˅Ⲵ˛ %˖ᱟⲴˈԆᱟ५⭏DŽ  傜㘱ᐸ⇿ཙᰙк‫ॺ⛩ޝ‬൘BBBBBBB FvRFK~Q‡ ᮉᡁԜᢃཚᶱ ᤣDŽᆖҐཚᶱᤣⲴӪᖸཊˈᴹ㘱ᐸˈҏᴹᆖ⭏DŽ  ኡ⭠઼⧋ѭௌ⅒᯵㹼ˈ᳁‫Ⲵٷ‬ᰦ‫ˈى‬ԆԜ৲㿲Ҷᖸཊ਽㜌ਔ䘩ˈ ᴹेӜⲴ᭵ᇛǃ䮯෾ˈᶝᐎⲴ㾯⒆ˈ㾯ᆹⲴBBBBBBB˄EyQ‡P~ \€Q‡˅  ༿ཙˈBBBBBBB˄‡|Q‡\XjQ˅䟼ᴹᖸཊӪˈᴹⲴлỻˈᴹⲴᢃ ཚᶱᤣˈᴹⲴ㙺ཙǃ҈߹DŽ  ॾ᮷ᆖ䲒䘉‫Ⲵݯ‬Ӕ䙊ᶑԦн䭉ˈBBBBBBB IsMnQ ᴹൠ䫱ㄉǃ

41

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


42

中、高级留学生同音字书写偏误研究

ᐤ༛ㄉ䘈ᴹ⚛䖖ㄉˈࠪ』⊭䖖ҏнቁDŽ  ᕐॾӺཙ඀BBBBBBB˄‡|Q‡‡pQ‡TnFKw˅৫↓֣ᒯ൪Ҡь㾯ˈ ӾԆ䛓‫֣↓ࡠݯ‬ᒯ൪㾱඀  䐟䖖DŽ  བྷᆖ⭏䏣⨳䱏Ⲵᮉ㓳ᱟӾഭᇦ䱏ᶕⲴˈ䘉սᮉ㓳ᶕҶԕਾˈབྷ ᆖ⭏䱏ⲴBBBBBBB˄VKXSoQ‡˅ᨀ儈ⲴᖸᘛDŽ  кઘˈ઼਼ᆖࠪ৫⧙Ⲵᰦ‫ˈى‬ᡁⲴBBBBBBB ]KiR[LiQ‡My

ᔴൿҶDŽઘᵛˈᡁ㾱᤯৫‫⨶؞‬алDŽ  ൘ѝഭˈᡁԜ㿹ᗇ䘱ӰѸ⽬⢙н䟽㾱DŽӪԜᑨ䈤˗Ā⽬䖫ᛵ᜿ 䟽āˈ䟽㾱ⲴᱟBBBBBBB˄\€X\n˅ DŽ  Āᕏᆀнᗵнྲᐸˈᐸнᗵ䍔ҾᕏᆀDŽā䘉ਕ䈍Ⲵ᜿ᙍᱟˈᆖ ⭏наᇊнྲ㘱ᐸˈ㘱ᐸҏнаᇊ∄ᆖ⭏儈᰾DŽ㘱ᐸ઼ᆖ⭏ᓄ 䈕BBBBBBB˄Ks[LvQ‡˅ᆖҐDŽ  Ā〗ⅼāᱟѝഭेᯩⲴа⿽BBBBBBB˄PoQMLvQ˅㡎䑸DŽĀ〗 ⅼāⲴࣘ֌৸BBBBBBB˄ML~QGvQ˅৸ྭⴻˈሿᆙ‫ݯ‬ǃབྷခ၈ǃ ሿՉᆀǃ㘱Ӫ䜭ਟԕ䐣DŽ  ᱘ཙˈ ᡁ᭦ ࡠҶ ྸྸ Ⲵؑ DŽؑ߉ ᗇᖸ 䮯ˈ а‫ ޡ‬й BBBBBBB ]KvQ‡ 㓨DŽᡁҏ㾱㔉ྸྸഎаሱ䮯ؑˈᡁᴹᖸཊ䈍ሩྩ䈤DŽ  ਲ਼ᆼ依ਾˈᴽ࣑ઈᢺBBBBBBB˄]KiQ‡GvQ˅᤯Ҷкᶕˈ䘉њᰦ ‫ˈى‬བྷᇦ䜭ᣒ⵰෻অDŽ䘉⿽⧠䊑൘ѝഭᖸᑨ㿱DŽ བྷᆖഋᒤⲴ⭏⍫ᖸᘛ㾱㔃ᶏҶˈBBBBBBB˄En\kVKwQ‡˅Ԝ 䜭൘ᘉ⵰৫‫ޜ‬ਨᇎҐDŽ  ྲ ᷌ ֐ ᜣ ⸕ 䚃 ѝ ഭ Ⲵ а Ӌ བྷ һ ˈ ቡ ᓄ 䈕 ཊ ⴻ а ⴻ ѝ ഭ Ⲵ BBBBBBB EiR]K  ᕐйᴹᖸཊ⡡ྭˈ⢩࡛ௌ⅒㺘╄ˈԆᖸᜣ䈅䈅BBBBBBB˄]nM˅ ൘䘉ᯩ䶒ⲴBBBBBBB˄QlQ‡On˅ҾᱟˈԆ৫৲࣐Ҷ╄ઈᤋ㚈 㘳䈅DŽ ൘ѝഭᴹᖸཊ䍛ഠ⭏ˈԆԜкབྷᆖӔн䎧BBBBBBB [XlIkL  䴰㾱ഭᇦⲴᑞࣙDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557



42


孙玉卿 刘岳

43

ABSTRACT The Research on Overseas Students’ Errors of Homophone Writing Professor Sun Yuqing Liu Yue The paper mainly studies overseas students’ errors of homophone writing from three aspects. First, it verifies three disciplines about overseas students’ errors of homophone writing. Second, it analyzes the reasons of leading to homophone writing errors. Third, it puts forward related strategies to decrease overseas students’ errors of homophone writing. This study is aiming at improving homophone teaching of overseas students. Keywords: overseas students, homophone, writing errors 

43

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


⌠ഭ᱃йԃབྷᆖࡍ㓗≹䈝ᆖ䘁ѹ䇽ᆖҐ⹄ウ 

⊏ᥟ㤲  ᪈㾱 ᵜ᮷ԕ⌠ഭᴬ䉧᱃йԃབྷᆖࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵Ⲵ䘁ѹ䇽ᆖҐ Ѫ⹄ウሩ䊑DŽ䈕ṑⲴ≹䈝䈮〻䜭ᗵ享ԕ㤡䈝ᮉᦸDŽᵜ᮷Ӿ䈕ṑࡍ 㓗≹䈝ᮉᶀѝ䘹ਆ㾱⍻傼Ⲵ䘁ѹ䇽DŽ㔃᷌ਁ⧠⌠ഭᆖ⭏ሩ≹䈝䘁 ѹ䇽Ⲵ‫ٿ‬䈟㊫රᴹԕлࠐ⿽˖ᆖ⭏ᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽Ⲵ֯⭘㤳തǃᘭ ⮕Ҷ䘁ѹ䇽Ⲵ‫ח‬䟽⛩ǃᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽Ⲵᩝ䝽઼䘁ѹ䇽Ⲵਕ⌅࣏ 㜭DŽަ৏ഐѫ㾱Ѫ˖㤡䈝Ⴢӻ䈝Ⲵᖡ૽ǃ⌠䈝⇽䈝Ⲵᖡ૽઼ᆖ⭏ ሩ≹䈝䘁ѹ䇽ᆖҐⲴᯩ⌅㘼䙐ᡀⲴ‫ٿ‬䈟DŽ ‫ޣ‬䭞䇽˖ࡍ㓗ǃ≹䈝䘁ѹ䇽ǃ⌠ഭᆖ⭏ǃ‫ٿ‬䈟

䘹仈䎧Ⓚ 

䇽≷ᱟ䈝䀰ⲴᔪㆁᶀᯉDŽĀ⋑ᴹᔪㆁᶀᯉቡн㜭ⴆᡯ

ᆀˈ⋑ᴹ䇽≷ቡн㜭䙐ਕā˄哴՟㦓ǃᔆᒿь ˗亥 ˅ˈ н㜭䙐ਕቡᰐ⌅Ӕ䱵DŽ䇽䈝䘀⭘઼䙐ਕ൘ԫօа⿽䈝䀰䜭ᆈ൘བྷ 䟿᜿ᙍ⴨䘁Ⲵ䘁ѹ䇽ˈ䘉ᱟѪҶ㋮⺞Ⲵ㺘ᛵ䗮᜿DŽ⧠ԓ≹䈝䇽≷ ѝᆈ൘⵰བྷ䟿Ⲵ਼ѹ䇽઼䘁ѹ䇽ˈ䘉Ӌ਼ѹ䇽ǃ䘁ѹ䇽৸ᆈ൘⵰ ᐞᔲˈ㘼фᴹⲴᐞᔲᱟᖸ㓶ᗞⲴˈഐ㘼㔉ᆖ⭏ⲴᆖҐ઼֯⭘ᑖᶕ ҶаᇊⲴഠ䳮˄ᵾ᱕ẵ ˗亥 ˅DŽ൘ሩཆ≹䈝䇽≷ᮉᆖ

1

Mr.Tawan Kangwansurakrai ˄⊏ᥟ㤲˅,Faculty of Arts, Business Chinese Department, Assumption University

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

44


江振茂

45

ѝˈ䘁ѹ䇽ᱟ⮉ᆖ⭏ⲴᆖҐ䳮⛩ѻаDŽሩᆖҐ≹䈝Ⲵ⌠ഭᆖ⭏ᶕ 䈤ˈഐѪԆԜⲴ≹䈝≤ᒣǃ䈝ᝏㅹഐ㍐ˈᡰԕ䳮ԕ४࠶䘁ѹ䇽Ⲵ 䇽ѹᡆ⭘⌅˄য䴚ॾǃ⦻ઘ⚾ ˗亥 ˅DŽ 䘁ѹ䇽о਼ѹ䇽ᱟн਼㊫࡛Ⲵ䈤⌅ˈᰐ䇪޵ᇩྲօ⴨䘁ˈ ਟᱟ൘㢢ᖙᡆ㘵⭘⌅кᱟнਟӂ⴨ԓᴯⲴDŽ䘁ѹ䇽Ⲵ⢩⛩ቡᱟ᜿ ѹ⴨䘁ǃབྷ਼ሿᔲˈնᴯᦒਾՊᱟᤷн਼Ⲵһ⢙ˈ᜿ᙍҏՊᴹᡰ ਈॆDŽഐ↔ˈ䘁ѹ䇽ਟ㺘䗮䇽Ⲵн਼㢢ᖙˈ䘉㔉䇽о䇽ѻ䰤䙐ᡀ Ҷ㓶ᗞⲴᐞ࡛ˈᖃ❦ҏᱮ⧠Ҷ䇽≷Ⲵ⢩⛩ˈ䘉䇙䈝䀰ᴤ࣐⭏ࣘˈ 㘼ф㜭࣐ᕪ䈝䀰㺘䗮Ⲵ᭸᷌DŽᆏ⾕㤡 ǃઘ⦹ᰶ ǃઘ㦹 ǃ㜑Ӟ㢲 ǃᵾ䴚㤡 ǃᮆṲॾ ǃᯩ␵᰾ ǃ ⦻᰾ѭ  䜭䇔Ѫ≹䈝䘁ѹ䇽ᱟሩཆ≹䈝ᮉᆖѝⲴ䟽⛩઼䳮 ⛩DŽԆԜ䜭䇔ѪᡁԜᓄ䈕Ӿйњᯩ䶒䗘᷀≹䈝䘁ѹ䇽˖˅䇽Ⲵ ⨶ᙗ᜿ѹ˄वᤜ䈝ѹ䖫䟽н਼ǃ䇽ѹ㤳തབྷሿн਼઼‫ח‬䟽⛩н ਼˅˗˅㢢ᖙᯩ䶒˄वᤜᝏᛵ㢢ᖙ઼䈝փ㢢ᖙ˅˗˅⭘⌅ᯩ䶒 ˄वᤜ䇽ᙗн਼ǃᩝ䝽ሩ䊑н਼઼ਕ⌅࣏㜭н਼˅DŽ ൘䪸ሩ⌠ഭᆖ⭏Ⲵ≹䈝ᮉᆖѝˈㅄ㘵㓿ᑨਁ⧠ᆖ⭏䇽≷䘀 ⭘ᯩ䶒Ⲵ䇨ཊ‫ٿ‬䈟ˈަѝ䘁ѹ䇽Ⲵ֯⭘ᱟ䖳ѪケࠪⲴа㊫DŽ঒⠅ ˄˗亥 ˅ᤷࠪഐѪㅜҼ䈝䀰Ґᗇо⇽䈝Ґᗇн਼ǃ≹䈝 ᶴ䇽⌅Ⲵ⢩⛩઼ᮉᶀ⭏䇽䟺ѹнᖃˈ֯ᆖ⭏൘ሩཆ≹䈝䘁ѹ䇽ᆖ Ґк䙐ᡀ‫ٿ‬䈟DŽ ⴞࡽˈ൘⌠ഭⲴഭ䱵䈮〻ҏ䎺ᶕ䎺ਇᆖ⭏Ⲵ⅒䗾DŽ䈕ഭ䱵 䈮〻ᗵ享ԕ㤡䈝Ѫᮉᆖ䈝䀰ˈᒦ䶎֯⭘ᆖ⭏⇽䈝⌠䈝䘋㹼ᮉᆖDŽ

45

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


46

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究

ѪҶҶ䀓ഭ䱵䈮〻ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ᆖҐ䘁ѹ䇽‫ٿ‬䈟⦷Ⲵ儈վˈԕ ৺ਁ⭏䘁ѹ䇽Ⲵ‫ٿ‬䈟㊫ර઼৏ഐˈㅄ㘵ԕ᱃йԃഭ䱵བྷᆖаǃҼ ᒤ㓗  ਽ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵Ѫ⹄ウሩ䊑ˈᒦ䘋㹼䈳ḕDŽ䈳ḕ㔃᷌ ਁ⧠ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵䘁ѹ䇽Ⲵ‫ٿ‬䈟⦷儈䗮Ⲯ࠶ѻӄॱDŽԆԜਁ⭏ ‫ٿ‬䈟Ⲵ㊫රਟ࠶Ѫ˖ᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽Ⲵ֯⭘㤳തǃᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽Ⲵ 

‫ח‬䟽⛩ǃᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽Ⲵᩝ䝽઼䘁ѹ䇽Ⲵਕ⌅࣏㜭 DŽሩᆖ⭏䘁ѹ 䇽ᆖҐ઼䘀⭘ѝ࠶᷀ࠪӗ⭏‫ٿ‬䈟Ⲵ৏ഐѪ˖˅≹䈝ᵜ䓛Ⲵ䰞 仈˖≹䈝ѝ਼ѹ‫ޣ‬㌫ⲴᲞ䙽ᙗ઼Ѡᇼᙗ֯ᗇཆഭᆖ⭏൘䘹ᤙ઼֯ ⭘਼ѹ䇽䈝ᰦާᴹҶᴤབྷⲴ䳮ᓖ˗˅⇽䈝ᒢᢠ˖н਼䈝䀰Ⲵሩ ᓄ䇽䈝൘᜿ѹкᱟӂᴹӔ৹Ⲵˈ䘉⿽Ӕ৹ᴹᰦᖸ༽ᵲⲴˈᖸ䳮᢮ ࡠє⿽н਼䈝䀰ѝᆼ‫ޘ‬ሩㅹⲴ䇽䈝˗˅оᆖ⭏ⲴᆖҐㆆ⮕ᴹ ‫⌠˖ޣ‬ഭᆖ⭏ᆖҐ≹䈝㓿ᑨ䟷ਆഎ䚯ㆆ⮕˗˅оᮉᶀᴹаᇊⲴ ‫ޣ‬㌫˖ሩཆ≹䈝ᮉᶀѝа㡜ሩ⭏䇽㔉Ҹ㤡䈝каሩаᡆаሩཊⲴ 䀓䟺㘫䈁ˈ᜿ѹ⨶䀓䳮‫ݽ‬н߶⺞DŽ 



ᆖҐ㘵≹䈝䘁ѹ䇽ⲴᆖҐ⧠⣦ ㅄ㘵Ⲵ䰞ধ䇮䇑Ѫєབྷ䜘࠶ˈㅜа䜘࠶䰞ধ䈳ḕབྷᆖаǃ Ҽᒤ㓗  ਽ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ⲴᆖҐᛵߥ˗ㅜҼ䜘࠶䰞ধ䈳ḕࡍ 㓗≹䈝䘁ѹ䇽ᆖҐ㘵Ⲵ‫ٿ‬䈟䰞仈DŽㅄ㘵Ӿⴞࡽ⌠ഭ᱃йԃབྷᆖ୶ ࣑ѝ᮷㌫ⲴᲞ䙊≹䈝䈮〻֯⭘Ⲵѝ᮷ , ᮉᶀljᯠḷ߶≹䈝ˈࡍ㓗

 ഐѪ䈳ḕሩ䊑ᡰ֯⭘Ⲵ䈮ᵜк⋑ᴹ⎹৺ࡠ㢢ᖙᯩ䶒Ⲵ䘁ѹ䇽ˈᡰԕ൘ᵜ⹄ウѝ ቡ⋑ᴹ䘋㹼㢢ᖙᯩ䶒Ⲵ᧒䇘DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

46


江振茂

47

ㇷ  ޼NJ˄ेӜབྷᆖࠪ⡸⽮ˈ˅ѝ䘹ࠪ  㓴䘁ѹ䇽ˈᒦ 䇮䇑䈳ḕ䰞ধDŽл䶒ᱟㅜа䜘࠶䰞ধⲴ䈳ḕ㔃઼᷌䀓䟺DŽ˄ㅜҼ 䜘࠶䰞ধሶ൘ㅜҼㄐ䘋㹼䀓䟺˅ ൘ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ᆖҐᛵߥⲴㅜа䜘࠶䰞ধкⲴѫ㾱䰞仈 ᴹйњᯩ䶒˖˅ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ሩ䘁ѹ䇽ᆖҐⲴ䟽㿶〻ᓖ˗˅ ᆖ⭏৽᱐Ⲵᮉᐸሩ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖⲴ䟽㿶〻ᓖ˄वᤜ൘䈮าкⲴ 䘁ѹ䇽䇢䀓ㅹㅹ˅˗˅ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ྲօᆖҐ≹䈝䘁ѹ䇽DŽ ㅜањ䰞仈ᱟ˖ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ሩ䘁ѹ䇽ᆖҐⲴ䟽㿶〻 ᓖDŽᦞ䈳ḕ㔃᷌˄㿱㺘 ˅ਁ⧠˖%Ⲵࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ሩ䘁ѹ 䇽ᆖҐⲴ䟽㿶〻ᓖа㡜DŽ䘈ᴹ %Ⲵᆖ⭏Ⲵ䟽㿶〻ᓖվ˗%Ⲵ ᆖ⭏Ⲵ䟽㿶〻ᓖ儈DŽ䘉њᮠᆇ˄%Ⲵᆖ⭏˅㜭ᱮ⽪ࠪࡍ㓗≹䈝 ᆖҐ㘵а㡜⋑ᴹ᜿䇶ࡠ䘁ѹ䇽ᆖҐⲴ䟽㾱ᙗDŽ 㺘 ˖ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ሩ䘁ѹ䇽ᆖҐⲴ䟽㿶〻ᓖ

 ㅜҼњ䰞仈ᱟ˖ᆖ⭏৽᱐Ⲵᮉᐸሩ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖⲴ䟽㿶 〻ᓖ˄वᤜ൘䈮าкⲴ䘁ѹ䇽䇢䀓ㅹㅹ˅DŽ≹䈝䘁ѹ䇽ᱟ਴ഭ⮉ ᆖ⭏ⲴᆖҐ䳮⛩ˈ‫ݹ‬䶐ᆖ⭏㠚ᐡḕ䰵⴨‫ޣ‬Җ㉽ˈ㘼н䶐≹䈝ᮉᐸ Ⲵ䇢䀓ˈᆖ⭏ᖸ䳮ᆖྭ䘁ѹ䇽DŽ Ӿ䘉ᯩ䶒Ⲵ䈳ḕਁ⧠˄㿱㺘 ˅ˈ%Ⲵᆖ⭏䇔Ѫᮉᐸሩ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖ Ⲵ䟽㿶〻ᓖᱟа

47

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


48

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究

㡜˗%Ⲵᆖ⭏䇔Ѫᮉᐸሩ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖⲴ䟽㿶〻ᓖ儈˗% Ⲵᆖ⭏䇔Ѫᮉᐸሩ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖⲴ䟽㿶〻ᓖվDŽ 㺘 ˖ᆖ⭏৽᱐Ⲵᮉᐸሩ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖⲴ䟽㿶〻ᓖ

 ㅜйњ䰞仈ᱟ˖ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ྲօᆖҐ≹䈝䘁ѹ䇽DŽᆖ ⭏㠚ᐡⲴᆖҐᯩ⌅ᡆㆆ⮕ᴹᰦҏሩᆖҐ㘵ᵜ䓛ᴹᖸབྷⲴᖡ૽DŽӾ к䘠Ⲵ䈳ḕ㔃᷌ਁ⧠˄㿱㺘 ˅˖%ᆖ⭏Ⲵ䘁ѹ䇽ᆖҐᯩ⌅ᱟ ㅹ≹䈝ᮉᐸ䘋㹼䘁ѹ䇽Ⲵ䇢䀓˗%ᆖ⭏Ⲵ䘁ѹ䇽ᆖҐᯩ⌅ᱟⴻ ҖкⲴ䇽䈝⌘䟺˗%ᆖ⭏Ⲵ䘁ѹ䇽ᆖҐᯩ⌅ᱟḕ䰵ᐕާҖˈྲ 䇽ިㅹ˗%Ⲵᆖ⭏ᴹ㠚ᐡⲴ䘁ѹ䇽ᆖҐᯩ⌅ˈྲ˖䰞⡦⇽ǃ䰞 ᴻ৻ǃ䰞ᮉᐸǃḕ䰵⴨‫ޣ‬㖁ㄉㅹㅹDŽ 㺘 ˖ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ྲօᆖҐ≹䈝䘁ѹ䇽

 Ӿࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵䘁ѹ䇽ᆖҐйњᯩ䶒Ⲵᴰབྷᮠᆇк㺘 ⽪ˈ%Ⲵᆖ⭏нᖸ䟽㿶䘁ѹ䇽Ⲵᮉᆖ˗%Ⲵᆖ⭏䇔Ѫᮉᐸн

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

48


江振茂

49

ᖸ䟽㿶≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖ˗%Ⲵᆖ⭏䘁ѹ䇽ⲴᆖҐᯩ⌅ᱟㅹ㘱ᐸ 䘋㹼䘁ѹ䇽Ⲵ䇢䀓DŽл䶒ᙫ㔃ᆖ⭏䘁ѹ䇽ⲴᆖҐᛵߥDŽ аǃࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ᘭ⮕Ҷ≹䈝䘁ѹ䇽Ⲵ䟽㾱ᙗDŽ᱃й ԃབྷᆖ⌘䟽୶࣑䈮〻ˈ㘼䈮〻ᆹᧂ∄䖳㍗DŽᡰԕᆖ⭏Ⲵ≹䈝ᆖҐ ᰦ䰤ᴹ䲀DŽӾ㘼ᆖ⭏ᆖҐ≹䈝䘁ѹ䇽Ⲵᰦ䰤ҏ∄䖳ቁDŽ䘉֯ᗇࡍ 㓗≹䈝ᆖҐ㘵䳮ԕⵏ↓ൠҶ䀓䘁ѹ䇽Ⲵ᜿ᙍ઼⭘⌅ˈ䘋㘼ᘭ⮕䘁 ѹ䇽Ⲵ䟽㾱ᙗ઼䘁ѹ䇽Ⲵ䈝䀰࣏㜭DŽ Ҽǃࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ሩ䘁ѹ䇽ⲴᆖҐᘱᓖᱟ㻛ࣘⲴDŽӾ 䈳ḕ㔃᷌кⴻ %Ⲵᆖ⭏ਚㅹ㘱ᐸ䘋㹼䘁ѹ䇽Ⲵ䇢䀓ˈਖཆ % ਚⴻҖкⲴ䇽䈝⌘䟺DŽਟ㿱ˈᖃ䈮ᵜк㕪ѿ䘁ѹ䇽Ⲵ䀓䟺ᰦˈྲ ᷌ᆖ⭏䙷ࡠ䘁ѹ䇽Ⲵ䰞仈ˈҏнՊ㠚ᐡѫࣘ৫ḕ䰵⴨‫ޣ‬Җ㉽DŽᡰ ԕᆖ⭏ሩ䘁ѹ䇽Ⲵ⨶䀓ቡӗ⭏Ҷ䰞仈DŽ йǃᮉᐸሩ≹䈝䘁ѹ䇽Ⲵ䟽㿶〻ᓖ䖳վDŽӾ䈳ḕ㔃᷌к ⴻ˖%Ⲵᆖ⭏䇔Ѫᮉᐸሩ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖⲴ䟽㿶〻ᓖᱟа㡜ˈ ਖཆ %Ⲵᆖ⭏䇔Ѫᮉᐸሩ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖⲴ䟽㿶〻ᓖվDŽ ഋǃᡰ֯⭘ࡍ㓗≹䈝ᮉᶀ⋑ᴹ᰾⺞ᤷࠪ䇽䈝Ⲵ䘁ǃ਼ѹ 䇽࣏㜭DŽ䙊䗷ḕ䰵ਁ⧠ˈ䈕ᮉᶀн൘Ḁа䈮᭮䘋Ḁ㓴䘁ѹ䇽ˈ㘼 ⎹৺ࡠ᜿ѹ⴨䘁ⲴаӋ䘁ѹ䇽ˈ∄ྲ˖൘ㅜ  䈮ᴹĀᑞāüüㅜ  䈮ᴹĀᑞᘉāüüㅜ  䈮ᴹĀᑞࣙāㅹㅹDŽնᱟᮉᶀкᒦ⋑ᴹ 䀓䟺ࠪ䘉Ӌ䇽Ⲵн਼ѻ༴ˈ࣐кˈ⇿аࠪ⧠ĀᑞāĀᑞᘉāĀᑞ ࣙāⲴ䈮൘䈮ᵜк䜭㔉ᆳԜ䀓䟺Ѫ

help ˈҏ⋑ᤷࠪ⴨‫Ⲵޣ‬н਼

⭘⌅DŽࡽ䶒ᐢᤷࠪˈབྷ䜘࠶Ⲵᆖ⭏ਚ䶐㘱ᐸⲴ䇢䀓ˈഐѪҖк⋑

49

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


50

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究

ᴹ䈤᰾DŽնᱟ‫ݹ‬䶐㘱ᐸⲴᮉᆖˈҏ㾱⌘᜿ࡠ㾱ᱟ㘱ᐸҶ䀓≹䈝䈝 ⌅ˈ䘉ᖃ❦⋑ᴹ䰞仈DŽնᱟᴹⲴ㘱ᐸᴹᰦ‫ى‬ਚ䶐⇽䈝䈝ᝏᮉᆖˈ 㘼⋑ᴹ䶐↓㿴Ⲵ䈝⌅䘋㹼ᮉᆖDŽ䘉ҏਟ㜭֯ᆖ⭏൘ᆖҐкӗ⭏‫ٿ‬ 䈟⧠䊑DŽ  ᆖҐ㘵൘䘁ѹ䇽֯⭘кᑨ㿱Ⲵ‫ٿ‬䈟㊫ර࠶᷀ ᆖ㘵Პ䙽䇔Ѫ≹䈝䇽≷ᮉᆖ൘ㅜҼ䈝䀰ᮉᆖѝঐᴹ䟽㾱Ⲵ ൠսˈ䇽≷ᮉᆖᱟᮤњሩཆ≹䈝ᮉᆖ䗷〻ѝⲴ䟽㾱⧟㢲ˈ㘼䘁ѹ 䇽৸ᱟሩཆ≹䈝䇽≷ᮉᆖⲴ䟽㾱㓴ᡀ䜘࠶ˈᒦфҏᱟㅜҼ䈝䀰ᆖ Ґ㘵Ⲵ䟽⛩઼䳮⛩DŽ⮉ᆖ⭏䜭䇔Ѫ≹䈝䘁ѹ䇽ᖸ䳮४࠶ˈഐ↔൘ ᇎ䱵㺘䘠ᰦнਟ䚯‫Ⲵݽ‬ӗ⭏а㌫ࡇⲴ‫ٿ‬䈟DŽ ѪҶሩᆖ⭏䘁ѹ䇽֯⭘кᑨ㿱Ⲵ䰞仈䘋㹼㘳ሏˈㅄ㘵䙊䗷 ㅜҼ䜘࠶䰞ধ䈳ḕᶕ᭦䳶䘉ᯩ䶒Ⲵ䍴ᯉDŽ䈕䰞ধкⲴ䘁ѹ䇽㓴ᱟ Ӿljᯠḷ߶≹䈝ˈࡍ㓗ㇷ  ޼NJ˄ेӜབྷᆖࠪ⡸⽮ˈ˅ѝ 䘹ࠪ  㓴䘁ѹ䇽DŽᡰ䘹ࠪⲴ䘁ѹ䇽㓴ᱟㅄ㘵᤹➗lj≹䈝≤ᒣ㘳 䈅䇽≷о≹ᆇㅹ㓗བྷ㓢NJ˄㓿⍾、ᆖࠪ⡸⽮ˈ˅ᖂ㓣ࠪᶕ ⲴDŽ ਽ᆖ⭏ሩ  㓴䘁ѹ䇽֯⭘Ⲵ䭉䈟⦷Ѫ˖ 䘁ѹ䇽㓴 ‫ٿ‬䈟⦷ ᑞᑞᘉᑞࣙ % Ѯ㹼Ѯ࣎ % ԕѪ䇔Ѫ % 䇘䇪୶䟿 % ᯵㹼᯵⑨ % ᝏਇᝏ㿹 % 䍴ᯉᶀᯉ %

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

50


江振茂

ᒤ㓚ᒤ喴 ሩҾ‫ޣ‬Ҿ ޽৸

51

% % %

᤹➗䘁ѹ䇽Ⲵ䗙᷀ᯩ⌅ˈㅄ㘵ਁ⧠ࡍ㓗≹䈝䘁ѹ䇽ᆖҐ㘵 ᡰ‫ٿⲴࠪڊ‬䈟㜭࠶Ѫєњᯩ䶒˖˅⨶ᙗ᜿ѹ˄वᤜ䇽ѹ㤳തབྷ ሿн਼઼‫ח‬䟽⛩н਼˅˗˅⭘⌅ᯩ䶒˄वᤜᩝ䝽ሩ䊑н਼઼ਕ ⌅࣏㜭н਼˅DŽԕлⲴ䀓䟺ㅄ㘵‫ᦞ׍‬lj⧠ԓ≹䈝䇽ިNJǃlj ሩ䘁ѹ䇽䈝⭘⌅ሩ∄NJǃlj⧠ԓ≹䈝‫Ⲯޛ‬䇽NJǃlj⧠ԓ≹⌠䇽 ިNJǃljཆഭӪᆖ≹䈝䳮⛩䟺⯁NJǃljሩཆ≹䈝ᮉᆖ䈝⌅䟺⯁  ֻNJǃljሩཆ≹䈝ᑨ⭘䇽䈝ሩ∄ֻ䟺NJㅹᐕާҖ֌Ѫ৲㘳DŽ  ⨶ᙗ᜿ѹ 䇽Ⲵ⨶ᙗ᜿ѹ৸ਛᾲᘥѹDŽᆳᱟ䇽ѹѝⲴṨᗳ䜘࠶ˈᱟ䇽 ѹⲴՇཊᡀ࠶ѝᴰ䟽㾱Ⲵᡀ࠶ˈᆳ㜭৽᱐Ⲵᱟᇒ㿲ሩ䊑Ⲵ䟽㾱⢩ ᖱˈᱟ⭢䇽ѹ४࠶҉䇽ѹⲴⲴ‫ޣ‬䭞ᡰ൘DŽ䇽ѹᡀ࠶ѝнਟ㕪ѿ⨶ ᙗѹˈᆳᱟަԆ䇽ѹᡀ࠶Ⲵส⹰DŽᴹӋ䇽䈝㲭❦⨶ᙗ᜿ѹ⴨਼ᡆ ⴨䘁ˈնަ䶎⨶ᙗ᜿ѹਟ㜭наṧ˗ቡᱟ䈤䇽Ⲵ⨶ᙗ᜿ѹⲴ䘲⭘ 㤳തǃ‫ח‬䟽⛩ǃ䈝ѹ䖫䟽ㅹਟԕнаṧDŽᡰ䘋㹼䈳ḕⲴ  㓴䘁 ѹ䇽㓴ˈ኎Ҿ⨶ᙗ᜿ѹᯩ䶒Ⲵ‫ٿ‬䈟ᴹєњ৏ഐ˖˅ᆖ⭏ᘭ⮕䘲 ⭘㤳തབྷሿн਼㘼䈟⭘˗˅ᆖ⭏ᘭ⮕‫ח‬䟽⛩н਼㘼䈟⭘DŽ ᆖ⭏ᘭ⮕䘲⭘㤳തབྷሿн਼㘼䈟⭘ 䘁ѹ䇽⨶ᙗ᜿ѹⲴ㤳തབྷሿн਼ˈᤷⲴᱟᆳԜ൘⭘ҾӪᡆ 㘵⭘Ҿ⢙˗⭘Ҿ࡛Ӫᡆ㘵⭘Ҿ㠚ᐡ˗⭘Ҿ⭧༛䘈ᱟ⭘Ҿྣ༛˗⭘

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

51


52

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究

Ҿ䶂ቁᒤ䘈ᱟ⭘Ҿѝ㘱ᒤӪ˗⭘Ҿާփһ⢙ᡆ㘵⭘Ҿᣭ䊑һ⢙ˈ ᡆ㘵ᛵߥєਟㅹㅹᯩ䶒ᱮ⽪䈝䀰ⲴᐞᔲDŽ ൘ᆖ⭏ᘭ⮕䘲⭘㤳തབྷሿн਼㘼䈟⭘ᯩ䶒ˈ䰞ধкᴰᴹԓ 㺘ᙗⲴቡᱟĀᑞüüᑞᘉüüᑞࣙā䘉а㓴䇽䈝DŽ൘ԕкᡰᨀ ࠪⲴᐕާҖѝᡰ㔉ⲴᇊѹѪ˖ Āᑞā൘ljሩཆ≹䈝ᑨ⭘䇽䈝ሩ∄ֻ䟺NJѝ䀓䟺Ѫ ˗亥   Ā㔉Ҹᨤࣙˈ֯᩶㝡ഠ䳮ˈа㡜ཊ⭘Ҿ⢙䍘кⲴᡆާփⲴᑞ ࣙˈ䈝ຳѝᡆਕѝᴹ㺘⽪ާփ‫Ⲵڊ‬һᛵDŽā Āᑞᘉā൘lj ሩ䘁ѹ䇽䈝⭘⌅ሩ∄NJ઼lj⧠ԓ≹䈝䇽ިNJѝ 䀓䟺Ⲵสᵜ⴨਼Ѫ˄˗亥 ˅˄˗亥 ˅Āᑞ࡛ࣙӪ ‫ڊ‬һˈ⌋ᤷ൘࡛Ӫഠ䳮Ⲵᰦ‫ى‬㔉Ҹᑞࣙ‫ڊ‬һDŽā Āᑞࣙā൘ljሩཆ≹䈝ᑨ⭘䇽䈝ሩ∄ֻ䟺NJѝ䀓䟺Ѫ  亥  Āа䇽ѝਜ਼ᴹþॿࣙÿ䘉⿽ሩҾ䶎ާփһᛵⲴᑞࣙⲴ᜿ ᙍˈഐ↔㺘⽪ㅬ㔏ⲴᑞࣙⲴ᜿ѹᰦˈ㾱⭘þᑞࣙÿDŽā ᑞüüᑞᘉüüᑞࣙ൘lj⧠ԓ≹⌠䇽ިNJ㘫䈁Ѫ ˄˗亥

ช่วย, ช่วยเหลือā˗൘ljᯠḷ߶≹䈝ˈࡍ㓗ㇷ

˅Ā

 ޼NJᆖ

⭏ 䈮 ᵜ ѝ 㘫 䈁 Ѫ ˄  ˗ а ޼ 亥  ˈ Ҽ ޼ 亥  ˅ Ā help,

assistāDŽਟ㿱൘⌠䈝⇽䈝઼㤡䈝ᮉᆖჂӻ䈝ᖃѝҏᱟ਼ṧⲴ㘫 䈁ˈᒦ⋑ᴹ䀓䟺ࠪ䘉Ӌ䇽Ⲵ䘲⭘㤳തⲴн਼ѻ༴DŽն൘≹䈝䘁ѹ 䇽ᖃѝᡰᤷ⨶ᙗ᜿ѹⲴ㤳തབྷሿᴹᡰн਼DŽᡰԕᆖ⭏ᖸ䳮४࠶ˈ 㘼ӗ⭏Ҷ‫ٿ‬䈟DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

52


江振茂

53

ԕлᱟᆖ⭏൘䘁ѹ䇽⨶ᙗ᜿ѹⲴ䘲⭘㤳തབྷሿн਼Ⲵ‫ٿ‬䈟 ⯵ਕˈֻྲ˖ ᑞüüᑞᘉüüᑞࣙ

ֻ  ֐㾱৫䛞ተˈ亪‫ׯ‬ᑞࣙᡁҠࠐᕐ㓚ᘥ䛞⾘DŽ ᓄ᭩Ѫˈ֐㾱৫䛞ተˈ亪‫ׯ‬ᑞᡁҠࠐᕐ㓚ᘥ䛞⾘DŽ

ֻ  ྲ᷌ᡁ㠚ᐡ㜭䀓ߣ䘉њ䰞仈ˈᡁн᢮֐ᑞ஖DŽ ᓄ᭩Ѫˈྲ᷌ᡁ㠚ᐡ㜭䀓ߣ䘉њ䰞仈ˈᡁн᢮֐ᑞᘉ஖DŽ

ֻ  ൘㘱ᐸ઼ᴻ৻Ⲵᑞᘉлˈ䘉ԭᐕ֌㜭ཏ亪࡙ൠᆼᡀDŽ ᓄ᭩Ѫˈ൘㘱ᐸ઼ᴻ৻Ⲵᑞࣙлˈ䘉ԭᐕ֌㜭ཏ亪࡙ൠᆼᡀDŽ ᆖ⭏ᘭ⮕‫ח‬䟽⛩н਼㘼䈟⭘ ᴹӋ≹䈝䘁ѹ䇽ᴹањ⴨਼Ⲵ䈝㍐ˈն‫ח‬䟽⛩наṧDŽ䘉 ᱟᆖ⭏४࠶䘁ѹ䇽ᯩ䶒Ⲵањ䳮⛩DŽ䘉Ӌ䘁ѹ䇽䇽ѹ‫ח‬䟽⛩н਼ 㘼䘉њ⴨਼䈝㍐֯ᆖ⭏䈟⭘DŽ ⧠ԓ≹䈝䇽≷ᮉᆖᢺ䇽䈝࠶Ѫঅ㓟䇽઼ਸᡀ䇽є⿽DŽঅ㓟 䇽⭡ањ䈝㍐㓴ᡀⲴˈ㺘䗮Ⲵ䇽≷ѹ઼䈝㍐ѹᱟа㠤ⲴDŽਸᡀ䇽 ⭡䇽ṩ࣐к䇽ṩ˄䇽㔰˅㓴ᡀⲴˈᆳवਜ਼ҶєњᡆєњԕкⲴ䈝 ㍐ˈ㺘䗮Ⲵ䇽≷᜿ѹ㲭❦нᱟ⇿њ䈝㍐᜿ѹⲴㆰঅ⴨࣐ˈնᱟᴹ ⴨਼Ⲵ䇽ṩⲴਸᡀ䇽ˈਖањ䈝㍐൘४࡛ᮤњ䇽Ⲵ᜿ѹᰦҏ䎧ࡠ Ҷ䖳Ѫ᰾ᱮⲴ֌⭘DŽн਼Ⲵ䈝㍐㔃ਸ䎧ᶕᶴᡀн਼Ⲵ䇽ˈഐ↔≹ 䈝Ⲵ䇽䈝䲿⵰䈝㍐㓴ਸⲴн਼㘼ᖒᡀн਼Ⲵ䇽DŽഐ↔а䇽ṩ㺘 ᰾䇽Ⲵ‫ח‬䟽⛩н਼ˈᒦ㜭㺘⽪ࣘ֌㹼Ѫᡆᙗ䍘⣦ᘱᖰᖰᆈ൘⵰䇽 ѹⲴ‫ח‬䟽⛩кⲴᐞᔲDŽ

53

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


54

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究



൘ᆖ⭏ᘭ⮕‫ח‬䟽⛩н਼㘼䈟⭘ᯩ䶒ˈ䰞ধкᴰᴹԓ㺘ᙗⲴ

ቡᱟĀѮ㹼üüѮ࣎ā䘉а㓴䇽䈝DŽ൘ԕкᡰᨀࠪⲴᐕާҖѝ ᡰ㔉ⲴᇊѹѪ˖ ĀѮ㹼ā൘ljሩཆ≹䈝ᑨ⭘䇽䈝ሩ∄ֻ䟺NJѝ䀓䟺Ѫ˄˗亥 ˅Ā䟽Ҿ䘋㹼ˈަѫ䈝ਟԕᱟþѮ㹼ÿⲴਇһˈᖃѫ䈝 ᱟþѮ㹼ÿⲴਇһᰦˈѮ࣎অսᡆѮ࣎㘵а㡜нࠪ⧠ˈնᱟত∄ 䖳ᕪ䈳Ѯ㹼Ⲵ൪ᡰǃᰦ䰤ǃᛵߥㅹDŽā ĀѮ࣎ā൘ljሩཆ≹䈝ᑨ⭘䇽䈝ሩ∄ֻ䟺NJѝ䀓䟺Ѫ˄˗亥 ˅Ā䟽൘þ࣎⨶ÿˈᡰԕ䙊ᑨ⿫нᔰѮ࣎অսᡆѮ࣎ 㘵DŽഐ↔ˈ൘а㡜Ⲵ䇠ਉᡆ䈤᰾ਕѝˈѫ䈝䙊ᑨᱟ㺘⽪Ѯ࣎অս ᡆѮ࣎㘵Ⲵā Ѯ㹼üüѮ࣎൘lj⧠ԓ≹⌠䇽ިNJ㘫䈁Ѫ˄Ѯ㹼˅˄˗亥

ทําการ ,เปิ ด ˄ประชุมแข่งขัน เป็ นต้น˅ ā  ˄ Ѯ ࣎ ˅ ˄˗亥 ˅Āเปิ ด ,จัด, ดําเนิ น ˄กิจการงาน เป็ นต้น˅ā˗  ˅ Ā

൘ljᯠḷ߶≹䈝ˈࡍ㓗ㇷ  ޼NJᆖ⭏䈮ᵜѝ㘫䈁Ѫ˄˗亥 ˈ˅Āhold,

conductāDŽᡁԜ㜭ⴻࠪ䘉Ӌ䇽н㇑൘㤡䈝Ⴢӻ

䈝ᡆ㘵⌠䈝⇽䈝Ⲵ㘫䈁䀓䟺ѝਚ㔉᜿ᙍˈн䀓䟺䇽Ⲵ‫ח‬䟽⛩DŽ֯ ᆖ⭏ᖸ䳮४࠶ᔰє䇽Ⲵн਼ൠᯩˈ㘼‫ٿࠪڊ‬䈟DŽ൘⌠䈝ᖃѝ˄Ѯ 㹼üüѮ࣎˅⋑ᴹ४࠶˄Ѯ㹼üüѮ࣎˅Ⲵᇮ䈝ᡆ㘵ሩ䊑DŽᡰԕ ⌠ഭᆖ⭏Պ䙐ࠪԕлⲴਕᆀDŽֻྲ˖ Ѯ㹼üüѮ࣎ ֻ *ᴹӪ䰞ᡁˈлᱏᵏⲴୡⅼ∄䎋㾱൘ଚ‫ݯ‬Ѯ࣎DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

54


江振茂

55

ᓄ᭩ѪˈᴹӪ䰞ᡁˈлᱏᵏⲴୡⅼ∄䎋㾱൘ଚ‫ݯ‬Ѯ㹼DŽ ֻ *ᵡ᣹䲶࣏བྷᆖᡀ࣏ൠѮ㹼ㅜаቺᆖᵟ⹄䇘ՊDŽ ᓄ᭩Ѫˈᵡ᣹䲶࣏བྷᆖᡀ࣏ൠѮ࣎ㅜаቺᆖᵟ⹄䇘ՊDŽ

 ⭘⌅ᯩ䶒 ൘≹䈝ᮉᆖᖃѝ䘁ѹ䇽Ⲵ⭘⌅ᮉᆖᱟᮉᆖѝⲴ䟽⛩઼䳮 ⛩ˈᴹӋ䘁ѹ䇽ᆖ⭏н䳮⨶䀓ᆳԜⲴสᵜ䇽ѹˈնᱟ㾱䇢␵ᾊᆳ Ԝ൘䇽ѹкⲴ४࡛⺞ᇎнᇩ᱃ⲴˈഐѪᆳԜⲴ४࡛ѫ㾱㺘⧠൘⭘ ⌅кˈѫ㾱㺘⧠൘䇽䈝ᩝ䝽кDŽᡰ䘋㹼䈳ḕⲴ  㓴䘁ѹ䇽㓴ˈ ኎Ҿ⭘⌅ᯩ䶒Ⲵ‫ٿ‬䈟ᴹєњ৏ഐ ˅ᆖ⭏ᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽䇽䈝ᩝ䝽 Ⲵн਼㘼䈟⭘˗˅ᆖ⭏ᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽Ⲵਕ⌅࣏㜭㘼䈟⭘DŽ ᆖ⭏ᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽䇽䈝ᩝ䝽Ⲵн਼㘼䈟⭘ ൘䘁ѹ䇽ᮉᆖѝᡁԜՊਁ⧠ᴹа䜘࠶䘁ѹ䇽Ⲵ䇽≷᜿ѹส ᵜ⴨਼ˈն൘ާփ֯⭘ѝ਴㠚ᩝ䝽ሩ䊑н਼ˈн㜭ӂ⴨ᴯᦒˈҏ н㜭䲿᜿ൠ᭩ਈDŽᆖ⭏Ҷ䀓䘉ӋสᵜⲴᩝ䝽㿴ࡉˈᴹࣙҾ߶⺞֯ ⭘ᯠ䇽ˈ䘈ਟԕᑞࣙԆԜษޫаᇊⲴ䈝ᝏˈሩ䈝⌅Ⲵ⨶䀓ҏՊ࣐ ᕪDŽ ൘ᆖ⭏ᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽䇽䈝ᩝ䝽Ⲵн਼㘼䈟⭘ᯩ䶒ˈ䰞ধк ᴰᴹԓ㺘ᙗⲴቡᱟĀ᯵㹼üü᯵⑨ā䘉а㓴䇽䈝DŽ൘ԕкᡰᨀ ࠪⲴᐕާҖѝᡰ㔉ⲴᇊѹѪ˖ Ā᯵㹼ā൘lj ሩ䘁ѹ䇽䈝⭘⌅ሩ∄NJ઼lj⧠ԓ≹䈝䇽ިNJѝ 䀓䟺Ⲵสᵜ⴨਼Ѫ˄˗亥 ˅˄˗亥 ˅ĀѪҶ

55

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


56

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究

࣎һᡆ⑨㿸ˈӾањൠᯩࡠਖањൠᯩ˄ཊᤷ∄䖳䘌Ⲵൠᯩ˅ˈ þ᯵㹼ÿਟ㓴ᡀ᯵㹼㔃ႊǃ᯵㹼⽮ǃ᯵㹼ഒ⴨ᩝ䝽DŽ ā Ā᯵⑨ā൘lj ሩ䘁ѹ䇽䈝⭘⌅ሩ∄NJ઼lj⧠ԓ≹䈝䇽ިNJѝ 䀓䟺Ⲵสᵜ⴨਼Ѫ˄˗亥 ˅˄˗亥 ˅Āþ᯵ ⑨ÿᤷⲴᱟࠪཆ᯵㹼઼⑨㿸ˈнᤷࠪ࣎һѻ᜿ˈþ᯵⑨ÿਟ㓴ᡀ ᯵⑨ഒǃ᯵⑨㜌ൠǃ᯵⑨ᰪᆓ⴨ᩝ䝽DŽ ā ᯵㹼üü᯵⑨൘lj⧠ԓ≹⌠䇽ިNJ㘫䈁Ѫ˄˗亥 ˅ Ā

ท่องเที�ยว, การเดินทางā˗൘ljᯠḷ߶≹䈝ˈࡍ㓗ㇷ

 ޼NJ

ᆖ⭏䈮ᵜѝ㘫䈁Ѫ˄˗亥 ˈ˅ĀtravelāDŽ ԕлᱟᆖ⭏൘䘁ѹ䇽⭘⌅ᯩ䶒Ⲵ䘁ѹ䇽䇽䈝ᩝ䝽н਼Ⲵ‫ٿ‬ 䈟⯵ਕˈֻྲ˖ ᯵㹼üü᯵⑨ 

ֻ  *ᡁԜᓄ䈕ࡠ᯵⑨⽮Ҡ伎ᵪ⾘ˈ䘈ᱟ൘㖁кҠྭ઒˛

ᓄ᭩ѪˈᡁԜᓄ䈕ࡠ᯵㹼⽮Ҡ伎ᵪ⾘ˈ䘈ᱟ൘㖁кҠྭ઒˛ ֻ 

*֐Ԝ䇔Ѫѝഭᴰ┲ӞⲴ᯵㹼Ჟ⛩ᱟଚ䟼Ⲵ˛

ᓄ᭩Ѫˈ֐Ԝ䇔Ѫѝഭᴰ┲ӞⲴ᯵⑨Ჟ⛩ᱟଚ䟼Ⲵ˛ ᆖ⭏ᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽Ⲵਕ⌅࣏㜭㘼䈟⭘ ਕ⌅࣏㜭ѫ㾱वᤜ䘁ѹ䇽൘䈝⌅⢩ᖱǃ㓴ਸ࠶ᐳ৺ਕරਕ ᔿкⲴᐞᔲDŽ䈝⌅⢩ᖱᱟ⭡䈝⌅ᖒᔿ㺘⽪Ⲵ৽᱐䇽䈝Ⲵ㓴ਸᯩ ᔿǃ㓴ਸ࣏㜭ǃ㺘䘠࣏㜭ㅹⲴ儈ᓖᣭ䊑Ⲵ᜿ѹDŽ⭡Ҿ਴䈝䀰Ⲵ⭘ ⌅ᒦн⴨਼ˈ⋑ᴹᦼᨑྭᡆ㘵㕪ѿй⿽䈝䀰↓⺞Ⲵ⭘⌅ˈᆖҐ㘵 ቡՊ㠚❦⣟ࠪн਼Ⲵ‫ٿ‬䈟䰞仈DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

56


江振茂

57

൘ᆖ⭏ᘭ⮕Ҷ䘁ѹ䇽Ⲵਕ⌅࣏㜭㘼䈟⭘ᯩ䶒ˈ䰞ধкᴰᴹ ԓ㺘ᙗⲴቡᱟĀ޽üü৸ā䘉а㓴䇽䈝DŽ൘ԕкᡰᨀࠪⲴᐕާ Җѝᡰ㔉ⲴᇊѹѪ˖ Ā޽ā൘lj ሩ䘁ѹ䇽䈝⭘⌅ሩ∄NJǃ lj⧠ԓ≹䈝䇽ިNJ઼ljཆ ഭӪᆖ≹䈝䳮⛩䟺⯁NJѝ䀓䟺Ⲵสᵜ⴨਼Ѫ˄˗˅ ˄˗亥 ˅˄˗亥 ˅Ā㺘⽪਼᜿ࣘ֌Ⲵ 䟽༽˄䘉⿽䟽༽䘈⋑ᴹᇎ⧠˅˗㺘⽪ᴤ࣐˗㺘⽪ྲ᷌㔗㔝л৫Պ ᘾṧ˗㺘⽪ањࣘ֌ਁ⭏൘ਖཆањࣘ֌㔃ᶏѻਾ˗þ޽ÿ㺘⽪ ᧘ᔦˈ᧘㝡Ⲵ᜿ᙍˈþ৸ÿ⋑ᴹ䘉њ⭘⌅˗þ޽ÿ㺘⽪䇑ࡂǃᢃ ㇇ǃᔪ䇞ㅹˈþ৸ÿ⋑ᴹ䘉њ⭘⌅DŽþ޽ÿ㺘⽪਼аࣘ֌䟽༽ᡆ㔗 㔝ˈ㺘⽪ᵚ❦ⲴᛵߥDŽ ā Ā৸ā൘lj ሩ䘁ѹ䇽䈝⭘⌅ሩ∄NJǃ lj⧠ԓ≹䈝䇽ިNJ઼ljཆ ഭ Ӫ ᆖ ≹ 䈝 䳮 ⛩ 䟺 ⯁ NJ ѝ 䀓 䟺 Ⲵ ส ᵜ ⴨ ਼ Ѫ ˄  ˗  ˅˅˄˗亥 ˅˄˗亥 ˅Ā㺘⽪䟽༽ ᡆ㔗㔝˄䘉⿽䟽༽ᐢ㓿ᇎ⧠˅˗㺘⽪᜿ᙍкᴤ䘋аቲ˗㺘⽪ࠐ⿽ ᛵߥᡆᙗ䍘਼ᰦᆈ൘˗㺘⽪ᴹ⸋⴮ⲴєԦһᛵ˄ཊ䟽⭘˅˗㺘⽪ ൘Ḁњ㤳തѻཆᴹᡰ㺕‫˗ݵ‬㺘⽪ᮤᮠѻཆ޽࣐䴦ᮠDŽĀ৸ā㺘⽪ ᜿ᙍкᴤ䘋аቲˈᴹĀ㘼фāⲴ᜿ᙍ˗Ā৸ā㺘⽪ࠐ⿽ᛵߥᡆᙗ 䍘਼ᰦᆈ൘ˈĀ޽ā⋑ᴹ䘉⿽⭘⌅˗Ā৸ā㺘⽪є⿽⸋⴮Ⲵһᛵ਼ ᰦᆈ൘ˈĀ޽ā⋑ᴹ䘉њ⭘⌅˗Ā৸ā㺘⽪һᛵᴹ㿴ᖻⲴࠪ⧠ˈ Ā޽ā⋑ᴹ䘉њ⭘⌅˗Ā৸āⲴࡽਾ⭘ᮠ䟿䇽ˈ㺘⽪ࣘ֌䟽༽ਁ ⭏ᡆᛵߥнᯝࠪ⧠ˈĀ޽ā⋑ᴹ䘉њ⭘⌅DŽ ā

57

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


58

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究

޽ ü ü ৸ lj ⧠ ԓ ≹ ⌠ 䇽 ި NJ 㘫 䈁 Ѫ ˄  ˗ 亥  ˈ

อีกā˗൘ljᯠḷ߶≹䈝ˈࡍ㓗ㇷ  ޼NJᆖ⭏䈮ᵜѝ㘫

˅Ā

䈁Ѫ˄˗亥 ˅Āagain, moreā ԕлᱟᆖ⭏൘䘁ѹ䇽⭘⌅ᯩ䶒䘁ѹ䇽Ⲵਕ⌅࣏㜭Ⲵ‫ٿ‬䈟⯵ ਕˈֻྲ˖ ޽üü৸ ֻ  *ྲ᷌֐䴰㾱䘉Ⅾь㾯ˈ֐㜭н㜭৸ㅹєཙDŽ ᓄ᭩Ѫˈྲ᷌֐䴰㾱䘉Ⅾь㾯ˈ֐㜭н㜭޽ㅹєཙDŽ ֻ  *ѪҶ৲࣐䘉⅑བྷ㘳䈅ˈԆ޽ҠҶа᭟ᯠㅄDŽ ᓄ᭩ѪˈѪҶ৲࣐䘉⅑བྷ㘳䈅ˈԆ৸ҠҶа᭟ᯠㅄDŽ

 ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵䘁ѹ䇽‫ٿ‬䈟䰞仈৺ަ৏ഐ ᵜㄐ䱸䘠ࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵䘁ѹ䇽ⲴᆖҐสᵜᛵߥˈᆖ⭏ሩ ≹䈝䘁ѹ䇽Ⲵ䰞仈৺⯵ਕDŽѪҶ䇙ᵜ⹄ウሩഭ䱵䈮〻Ⲵ≹䈝ᮉᆖ ᴹᡰᑞࣙ৺䗮ࡠᮉᆖ᭸᷌ˈㅄ㘵䙊䗷䈳ḕਾ࠶᷀ᆖ⭏䘁ѹ䇽‫ٿ‬䈟 Ⲵ৏ഐᙫ㔃ྲл˖ аǃᆖ⭏㕪ѿᆖҐ≹䈝䘁ѹ䇽ⲴѫࣘᙗDŽӾ㔏䇑ᮠᆇк ⴻˈ%ᆖ⭏Ⲵ䘁ѹ䇽ᆖҐᯩ⌅ᱟㅹᖵ㘱ᐸ䘋㹼䘁ѹ䇽Ⲵ䇢䀓DŽ ൘䈮าкˈ㾱ᱟ㘱ᐸн䇢䀓䘁ѹ䇽Ⲵᐞ࡛ˈབྷ䜘࠶Ⲵᆖ⭏ҏнՊ ѫࣘᨀࠪ⴨‫Ⲵޣ‬䰞仈ˈ㘼ᱟаⴤᑖ⵰䘉Ӌ䰞仈ˈᒦ⋑ᴹᗇࡠ↓⺞ Ⲵ䀓ㆄDŽ%Ⲵᆖ⭏ਚⴻҖкⲴ䇽䈝⌘䟺DŽㅄ㘵䙊䗷䈮ᵜⲴḕ䰵

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

58


江振茂

59

઼࠶᷀ਾਁ⧠ˈ䈮ᵜкᒦ⋑ᴹ䏣ཏⲴ䘁ѹ䇽䀓䟺઼䘁ѹ䇽ֻਕDŽ ഐ㘼ᆖ⭏ቡᇩ᱃␧⭘䘁ѹ䇽ˈᖒᡀ‫ٿ‬䈟DŽ Ҽǃ⌠䈝⇽䈝઼㤡䈝Ⴢӻ䈝Ⲵᖡ૽DŽࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵ᱟ䙊 䗷≹⌠㤡й⿽䈝䀰৫ᆖҐ≹䈝䘁ѹ䇽ˈ⭡Ҿ਴⿽䈝䀰Ⲵ⭘⌅ᒦн ⴨਼ˈ൘≹⌠㤡й⿽䈝䀰䇽䈝᜿ѹⲴሩᓄкᱟᴹӔ৹ⲴDŽ࣐кᆖ ⭏㕪ѿ≹䈝䘁ѹ䇽Ⲵ᜿ѹ઼⭘⌅ᯩ䶒Ⲵ⸕䇶ˈ⋑ᴹᦼᨑྭᡆ㘵㕪 ѿй⿽䈝䀰↓⺞Ⲵ⭘⌅ˈ֯ᆖ⭏⋑ᴹҶ䀓ࡠ䘁ѹ䇽Ⲵ㓶ᗞᐞ࡛ˈ ਚ㜭ᢺ⇽䈝Ⲵ⸕䇶྇⭘൘≹䈝֯⭘ѝˈӾ㘼ӗ⭏䭉䈟DŽ йǃᮉᶀǃᐕާҖሩ䇽䈝Ⲵ㘫䈁䀓䟺DŽⴞࡽˈㅄ㘵ᡰ䈳ḕ Ⲵࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵֯⭘Ⲵᮉᶀਚᴹljᯠḷ߶≹䈝NJ˄ेӜབྷᆖࠪ ⡸⽮ˈ˅DŽᮉᶀкᢺ䘁ѹ䇽࠶ᮓࡠн਼Ⲵ䈮ྲ˖൘ㅜ  䈮ᴹ Āᑞāüüㅜ  䈮ᴹĀᑞᘉāüüㅜ  䈮ᴹĀᑞࣙāㅹㅹDŽ࣐ кᮉᶀк⋑ᴹ䀓䟺ࠪ䘉Ӌ䇽н਼ѻ༴ˈ൘䈮ᵜкਚ䀓䟺Ѫ

helpˈҏ⋑ᴹ䈤᰾⴨‫⌅⭘ޣ‬DŽਖཆˈ൘⌠䈝ᐕާҖкҏ⋑ᴹ䀓䟺 䇽Ⲵн਼ѻ༴DŽഐ↔䘁ѹ䇽ᮉᆖਚ㜭䶐ᮉᐸⲴ䇢䀓ѪѫˈഐѪҖ к⋑ᴹ䈤᰾DŽն䶐ᮉᐸⲴᮉᆖˈ㾱ᱟᮉᐸҶ䀓≹䈝䇽≷䈝⌅ᖃ❦ ⋑䰞仈ˈնᴹⲴᮉᐸнᱟ≹䈝ᮉᆖуъˈਚ䶐⇽䈝䈝ᝏᮉᆖˈ㘼 ᆖ⭏ਚ㜭‫׍‬䎆ᮉᐸᡰᮉᆖҐ≹䈝ˈ䘉ҏᱟᆖ⭏ࠪ⧠‫ٿ‬䈟Ⲵ৏ഐѻ аDŽ ᙫѻˈ⭡Ҿԕкࠐњ৏ഐ֯ᗇࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵൘≹䈝䘁ѹ 䇽䘀⭘ѝࠪ⧠‫ٿ‬䈟DŽӾ㘼ਁ⧠ࡍ㓗≹䈝ᮉᆖѝᡰᆈ൘Ⲵ䰞仈DŽㅄ

59

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


60

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究

㘵Ӿ䈳ḕ䰞ধ㔃᷌ᡰਁ⧠Ⲵ䰞仈৺‫ٿ‬䈟䘋㹼࠶᷀ਾˈ‫ࠪڊ‬ሩࡍ㓗 ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖкⲴаӋᔪ䇞˖ аǃࡍ㓗≹䈝ᮉᐸ൘䘋㹼≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖᰦˈᓄ䈕ੁᆖ⭏ 䇢䀓≹䈝䘁ѹ䇽䗘᷀Ⲵㆰঅᯩ⌅ˈሩᆖ⭏৽༽ൠ䇢䀓≹䈝䘁ѹ䇽 Ⲵ⭘⌅ˈԕ৺н਼䈝䀰䈝ѹкⲴᐞ࡛ˈᒦ䇙ᆖ⭏㓳Ґԕ䘁ѹ䇽䙐 ਕˈԕ⺞ᇊᆖ⭏㜭ཏᦼᨑᮉᆖ޵ᇩDŽ ҼǃѪҶ䇙ᆖ⭏㜭ཏҶ䀓≹䈝䘁ѹ䇽Ⲵ䗘᷀ᯩ⌅઼Ґᜟަ ⭘⌅ˈᮉᐸᓄ䈕䇮䇑ࠪ䪸ሩ≹䈝䘁ѹ䇽Ⲵ⴨‫֌Ⲵޣ‬ъ઼㓳ҐDŽ йǃᮉᶀ㕆߉অսᓄ䈕᜿䇶ࡠሩཆ≹䈝䘁ѹ䇽ᮉᆖⲴ䟽㾱 ᙗԕ৺䘁ѹ䇽ሩ⮉ᆖ⭏Ⲵ䳮⛩ˈӾ㘼䇮䇑ࠪ䘲ᖃⲴሩཆ≹䈝ᮉᆖ ⲴᮉᶀDŽ㾱⌘䟽ㆰঅൠ࠶᷀≹䈝䘁ѹ䇽ˈᨀ‫≹׋‬䈝䘁ѹ䇽Ⲵֻਕ ৺ަ⭘⌅઼䘲ਸᆖ⭏Ⲵ≹䈝≤ᒣⲴ≹䈝䘁ѹ䇽㓳Ґ仈DŽ ഋǃ⎧ཆሩཆ≹䈝ᮉᐸнӵ㠚ᐡ㾱нᯝൠ‫ݵ‬ᇎ≹䈝ᵜփᯩ 䶒Ⲵ⸕䇶ˈ䘈㾱Պ䇮䇑䘲ਸн਼ᆖҐ㘵Ⲵ⚥⍫Ⲵᮉᆖᯩ⌅˗↔ ཆˈഭ޵Ⲵሩཆ≹䈝ᮉᆖ㘵ҏᗵ享нᯝൠ⹄ਁᯠⲴᇎ⭘ᮉᆖᯩ⌅ ઼ษޫ䎤⎧ཆሩཆ≹䈝ᮉᐸ઼ᘇᝯ㘵DŽ ᐼᵋᵜ⹄ウሩ⌠ഭ਴ᡰ䇮ᴹѝ᮷㌫Ⲵབྷᆖᡆ≹䈝ᮉᆖঅս Ⲵᮉᆖˈ⢩࡛ᱟ䪸ሩ⌠ഭࡍ㓗≹䈝ᆖҐ㘵Ⲵᮉᆖˈԕ৺≹䈝ᮉᶀ Ⲵ㕆߉ㅹާᴹ৲㘳ԧ٬઼ُ䢤֌⭘DŽ

  

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

60


江振茂

61

৲㘳᮷⥞˖ 哴՟㦓ǃᔆᒿьlj⧠ԓ≹䈝NJेӜ˖儈㓗ᮉ㛢ࠪ⡸⽮ ঒⾿⌒ljሩཆ≹䈝ᑨ⭘䇽䈝ሩ∄ֻ䟺NJेӜ˖ेӜ䈝䀰 བྷᆖࠪ⡸⽮ ੅਄⒈lj⧠ԓ≹䈝‫Ⲯޛ‬䇽NJ ໎䇒ᵜ ेӜ˖୶࣑ঠҖ侶 ᶘᇴ⍢ǃ䍮≨㣜lj ሩ䘁ѹ䇽䈝⭘⌅ሩ∄NJेӜ˖े Ӝ䈝䀰བྷᆖࠪ⡸⽮

กทม.˄ ᴬ 䉧 ˅˖บริ ษทั รวม

ᶘ ≹ ᐍ  lj ⧠ ԓ ≹ ⌠ 䇽 ި NJ 

สาส์น  จํากัด ᯩ䬝ljᯠḷ߶≹䈝ˈࡍ㓗ㇷ  ޼NJेӜेӜབྷᆖࠪ⡸ ⽮ ഭᇦ≹䈝≤ᒣ㘳䈅ငઈlj≹䈝≤ᒣ㘳䈅䇽≷о≹ᆇㅹ㓗བྷ 㓢NJेӜ㓿⍾、ᆖࠪ⡸⽮ ਦ⴬Ӂǃ੤ѝՏljཆഭӪᆖ≹䈝䳮⛩䟺⯁NJेӜ˖ेӜ 䈝䀰བྷᆖࠪ⡸⽮ ѝഭ⽮Պ、ᆖ䲒䈝䀰⹄ウᡰ䇽ި㕆䗁ᇔ㕆lj⧠ԓ≹䈝䇽 ިNJㅜӄ⡸ेӜ˖୶࣑ঠҖ侶 ᮆṲॾljሩཆ≹䈝䘁ѹ䇽䗘᷀ᮉᆖሩㆆNJьेᐸ㤳བྷᆖ ᯩ␵᰾ljሩཆ≹䈝ᮉᆖѝ䘁ѹ䇽䗘᷀ᯩ⌅䘠䇴NJᲟᗧ䭷 儈уᆖᣕ 㜑Ӟ㢲lj䖞ሩཆ≹䈝ᮉᆖѝⲴ䘁ѹ䇽䗘᷀NJӁইᐸ㤳བྷ ᆖᆖᣕ

61

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


62

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究

ᵾ䴚㤡lj䘁ѹ䇽䗘᷀Ⲵࠐњ࠷‫⛩ޕ‬NJ᮷ᆖᮉ㛢 ঒⠅ljሩཆ≹䈝ᮉᆖѝ䘁ѹ䇽䈟⭘৏ഐ৺ሩㆆNJ⦹᷇ᐸ 㤳ᆖ䲒ᆖᣕ ᆏ⾕㤡lj䈸ሩཆ≹䈝ᮉᆖѝⲴ䘁ѹ䇽䗘᷀NJཙ⍕ᐸབྷᆖ ᣕ য䴚ॾǃ⦻ઘ⚾lj⌠ഭᆖ⭏ᆖҐ≹䈝䘁ѹ䇽ᑨ㿱‫ٿ‬䈟࠶ ᷀NJ䍥ᐎ≁᯿ᆖ䲒ᆖᣕ˄ଢᆖ⽮Պ、ᆖ⡸˅ ⦻᰾ѭljྲօ४࠶৺ᦼᨑ䘁ѹ䇽üüԕ≹䈝֌ѪㅜҼ䈝䀰 Ⲵᆖ⭏ѪֻNJਹ᷇ⴱᮉ㛢ᆖ䲒ᆖᣕ ઘ㦹ljሩཆ≹䈝ᮉᆖѝⲴ䘁ѹ䇽䗘᷀NJਹ᷇བྷᆖ᮷ᆖ䲒 ઘ⦹ᰶlj⧠ԓ≹䈝䘁ѹ䇽⹄ウ䇴䘠NJᆱ༿བྷᆖᆖᣕ˄Ӫ ᮷⽮Պ、ᆖ⡸˅  

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

62


江振茂

63

ABSTRACT The Research on Chinese Synonyms Learning in Foundation Chinese at Assumption University Tawan Kangwansurakrai The

target

of

this

research

was

Thai

undergraduates from Assumption University who study foundation Chinese courses. The focus is on Chinese synonyms studying at Assumption University which is an international University which means all courses are taught in English. The study has chosen certain synonyms from the foundation Chinese textbooks used in the university. The research finding shows that the students’ errors in synonyms usage can be classified into 4 types: the negligence of the synonym’s scope of usage, the overlook of the synonym’s emphasis points, the mismatch of collocation terms and the negligence of the synonym’s syntax function. The main causes for such errors are the influence of English as a medium of the instruction, the influence of mother tongue (Thai) and the methods student applied to Chinese synonyms learning.

63

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


64

泰国易三仓大学初级汉语学近义词学习研究

Keywords: Foundation, Chinese synonyms, Thai students, Errors

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

64


การเปลีย� นแปลงทางเสี ยงและความหมายของคํายืม การเปลีย่ภาษาไทยในภาษาจี นแปลงทางเสี ยงและความหมายของคํ นแต้ จวิ� กรุงเทพ 1 ายืม ภาษาไทยในภาษาจีนแต้ จวิ๋ กรุ งเทพ 1

ดร.ชั ญญพร ปริญญาวุฒิชัย 2 ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒิชัย 2 บทคัดย่อ บทคัดย่ อ งานวิจยั นี� มีวตั ถุ ประสงค์เพื�อวิเคราะห์การเปลี�ยนแปลงทาง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพืา่อยืวิมเภาษาไทยในภาษาจี คราะหการเปลี่ยนแปลงทาง เสี ย งและทางความหมายของคํ น แต้จิ� ว เสี า ยื ม ภาษาไทยในภาษาจี น แต จิ๋ วน กรุยงงและทางความหมายของคํ เทพ ข้อมูลของงานวิจยั นี�รวบรวมมาจากผู พ้ ูดทวิภาษาไทย-จี กรุ งเทพ ขอมูลของงานวิ จัยนี้รจวบรวมมาจากผู ูดทวิภาษาไทย-จี น ในกรุ งเทพมหานคร ผลการวิ ยั พบว่าการเปลี�ยพนแปลงทางเสี ยงใน ในกรุ เทพมหานคร จัยพบว าการเปลี ่ยนแปลงทางเสี ยงใน คํายืมงปรากฏทั วยเสี ยงพยั ญชนะ หน่วยเสี ยงสระและหน่ วย � งในหน่ผลการวิ คํเสีายืยมงวรรณยุ ปรากฏทั วยเสี� คยาํงพยั หนมีวคยเสี ยงสระและหนวย กต์้งในหน นอกจากนี ยืมส่ญวชนะ นใหญ่ วามหมายแคบลงจาก เสี กต นอกจากนี้คําใ้ ยืห้มสวนใหญมีความหมายแคบลงจาก คํายเดิงวรรณยุ มที�ยมื มาจากภาษาของผู คําเดิมที่ยืมมาจากภาษาของผูให คําสํ าคัญ คํายืม ภาษาไทย ภาษาจีนแต้จิ�ว กรุ งเทพ คําสํ าคัญ คํายืม ภาษาไทย ภาษาจีนแตจิ๋ว กรุงเทพ

                                                            11

งานวิจจัยัยชิชิ้น� นนี้นีป� รัเป็บนส่ นหนึ�ฒงของการศึ คํา ยื ม ภาษาไทยในชุ ชนแต้ จิ� ว งานวิ ปรุงวและพั นามาจากสกวษาเรื นหนึ� อง ่งของการศึ กษาเรื่อง คํายื มมภาษาไทย กรุ งมเทพมหานคร ได้รับการสนับผูวสนุ จากทุ นพับฒสนุ นาอาจารย์ กองทุนรั ชใดาภิ ษก ในชุ ชนแต้ จิ๋วกรุ งเทพมหานคร ิจัยนขอการสนั นจากทุนใพัหม่ ฒนาอาจารย หมแเละ สมโภชน รัจุชฬดาภิ าลงกรณ์ มหาวิทยาลั ผูว้ ิจยั ขอขอบคุ รองศาสตราจารย์ ดร. ประพิณ รวมทั มโนมั้ งย กองทุ เ ษกสมโภช จุ ฬยาลงกรณ ม หาวิ ทณยาลั ย (RES560530083-HS) วิบูลย์ สําหรับคําปรึดร. กษาและข้ รองศาสตราจารย ประพิอณเสนอแนะที มโนมั ย วิ�เบป็ ู ลนยประโยชน์ สํ า หรั บ คํ า ปรึ ก ษาและข อ เสนอแนะที่ 2 ่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชาภาษาจีน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปผูนช้ ประโยชน 2 ผูชวยศาสตราจารย สาขาวิชาภาษาจีน คณะอักษรศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

65

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


66

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

1. บทนํา ประเทศไทยและประเทศจีนมีความสัมพันธกันมาชานาน ชาวจีนเริ่มเดิน ทางเขามาในประเทศไทยตั้งแตสมัยสุโขทัย และ บางสวนอพยพเขามาตั้งถิ่นฐานในสมัยอยุธยา (ประพิณ มโนมัย วิบูลย, 2554:1) แมวาความสัมพันธระหวางสุโขทัยและอยุธยากับ จีนจะเปนไปในรูปแบบทางการเมืองในระบบบรรณาการควบคูกับ การคา แตในสมัยอยุธยาไทยก็ไดอาศัยสิทธิพิเศษทางการคาที่ไดรับ จากจี น ในการสร า งความเจริ ญ ทางเศรษฐกิ จ ของประเทศ (ประภัสสร เสวิกุล, 2548:27-37) ชาวจีนที่เดินทางเขามาในประเทศ ไทยนี้สวนใหญมาจากทางตอนใตของจีน ซึ่งสามารถจําแนกตาม กลุมภาษาและภู มิ ลํ า เนาได เ ป น 5 กลุ ม ดั ง นี้ กลุมชาวจีนแตจิ๋ว จากตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกวางตุง กลุมชาวจีนฮกเกี้ยน จากตอนใต ของมณฑลฝู เจี้ ยน กลุมชาวจีนไหหลําจากตะวันออก เฉียงเหนือของเกาะไหหลํา กลุมชาวจีนกวางตุงจากตอนกลางของ มณฑลกวางตุ ง และกลุมชาวจีนแคะจากตอนเหนือของมณฑล กวางตุง ในบรรดาชาวจีนกลุมตางๆ ชาวจีนแตจิ๋วมีจํานวนมากที่สุด แ ล ะ ช า ว จี น แ ต จิ๋ ว เ ห ล า นี้ ส ว น ใ ห ญ จ ะ ตั้ ง ถิ่ น ฐ า น อ ยู ใ น กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และฉะเชิงเทรา (สุภางค จันทวานิชและ คณะ, 2539) ตามสถิติที่รวบรวมในป ค.ศ. 1937-1938 พบวารอยละ 74 ของชาวจีนที่อพยพมาอยูที่ประเทศไทยเปนชาวจีนแตจิ๋ว และใน

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

67

ปั จจุบนั มีลูกหลานชาวจีนแต้จิ�วอย่างน้อยกว่า 4 ล้านคนในประเทศ ไทย (หลิน หลุนหลุน ᷇ՖՖ, ����:��) ผู้วิ จ ัย ในฐานะที� เ ป็ นบุ ค คลในชุ ม ชนทวิ ภ าษาไทย-จี น สังเกตเห็ นว่ามี คาํ จํานวนหนึ� งในภาษาจีนแต้จิ�วที�ไม่ปรากฏใช้ใน ภาษาจีนแต้จิ�วที�ประเทศจีน แต่กลับปรากฏใช้อย่างแพร่ หลายใน ภาษาพูดของชุมชนชาวแต้จ�ิวในประเทศไทย คําเหล่านั�นมีแนวโน้ม ว่าเป็ นคํา ที� ยืม มาจากภาษาไทยผ่านการสั ม ผัส ภาษา (language contact) ตัวอย่างคํายืมภาษาไทยที�ปะปนอยูใ่ นชี วิตประจําวันของผู้ พู ด ทวิ ภ าษาไทย-จี น แต้ จิ� ว ที� อ าศั ย อยู่ ใ นกรุ งเทพ เช่ น คํา ว่ า /tak55lak55/ ଂ஖  และ /?uak22/ 䎺 มาจากคําว่า “ตลาด” และ “วัด” ในภาษาไทยตามลําดับ การรับคํายืมจากภาษาไทยมาใช้ก็มิใช่ ว่าจะรับมาใช้โดยตรง หากแต่มีการปรับเสี ยงให้เข้ากับระบบเสี ยง ในภาษาจีนแต้จ�ิว นอกจากนี� คํายืมบางคํายังมีความหมายต่างไปจาก ความหมายเดิมที�ใช้ในภาษาไทยด้วย �.ทฤษฎีเกีย� วกับการยืม �.� คําจํากัดความของการยืม การยืมภาษา (linguistic borrowing) หมายถึง ปรากฏการณ์ที� ภาษาหนึ� งยืมตัวอักษร เสี ยง ความหมาย หน่วยคํา คํา สํานวน ฯลฯ จากภาษาอื�นมาใช้ แม้วา่ การยืมจะไม่จาํ กัดแค่การยืมคําศัพท์ แต่การ ยืมคําศัพท์กลับเป็ นที� กล่ าวถึ งมากที�สุดเพราะรั บไปใช้ได้ง่ายและ

67

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


68

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

เกิ ด การยื ม มากที� สุ ด ภาษาที� ใ ห้ ยื ม เรี ยกว่ า ‘ภาษาผู้ใ ห้ ’ (donor language) ส่ วนภาษาที� เป็ นผูย้ ืมเรี ยกว่า ‘ภาษาผูร้ ับ ’ (recipient language) (สํ า นั ก งานคณะกรรมการการศึ ก ษาขั� นพื� น ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, ����: ���) แพรวโพยม บุณยะผลึก (����: �) ได้กล่าวถึงการยืมภาษาว่า เป็ นกระบวนการเปลี�ยนแปลงภาษาเชิงวัฒนธรรม โดยภาษาผูร้ ับรับ เอาลักษณะบางประการของภาษาต้นแบบมาใช้เพื�ออธิ บายสิ� งใหม่ หรื อ ประสบการณ์ ใ หม่ ที� ไ ม่ มี ใ นภาษาของตน การยืม จึ ง ถื อ เป็ น อิทธิ พลของภาษาหนึ� งที�มีต่ออีกภาษาและนับเป็ นผลพวงที�ได้จาก ติดต่อสื� อสารร่ วมกันทางการค้า เทคโนโลยี หรื อวัฒนธรรม วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์ (����: ���-���) อธิ บายว่า การยืม ทําให้เกิดการเปลี�ยนแปลงทางภาษาไม่ว่าจะเป็ นทางด้านเสี ยงหรื อ ไวยากรณ์ โดยแบ่งได้เป็ น � ระดับ คือ การยืมคํา การยืมเสี ยง และ การยืมไวยากรณ์ ป ระโยค การยืมคํา (lexical borrowing) เป็ น ปรากฏการณ์ที�พบเห็นได้ง่ายที�สุด โดยคําที�ยืมจะถูกดัดแปลงเสี ยง ให้เข้ากับภาษาผูร้ ับ เช่น คนไทยมักคิดว่าคําว่า ‘เดิน’ ‘บันได’ ‘จมูก’ ‘สํา คัญ’ ‘ประสม’ เป็ นต้น ที�ยืมมาจากภาษาเขมรเป็ นคําไทยแท้ ส่ วนการยืมเสี ยง (phonological borrowing) เป็ นผลพวงจากการยืม คํา การยืมเสี ยงนี� จะเกิดขึ�นยากกว่าการยืมคํา และบางครั�งก็อาจเกิด เสี ยงใหม่ข� ึนในภาษา เช่น เสี ยง [fr-] เป็ นต้น เช่นเดียวกันกับการยืม

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

68


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

69

เสี ยง การยืมไวยากรณ์ประโยคก็เป็ นผลพวงที�มาจากการยืมคํา เช่ น ในคํา ว่า ‘อัครมหาเสนาบดี ’ และ ‘ราชธิ ดา’ นั�น คํา ว่า ‘เสนาบดี ’ และ ‘ธิ ดา’ เกิ ดตามหลังคําว่า ‘อัคร’ และ ‘ราช’ ซึ� งเป็ นคําขยาย ตําแหน่ งการวางคําขยายเช่ นนี� ผิดแปลกไปจากคําไทยแท้ที�คาํ นาม ต้องวางไว้หน้าคําขยาย เช่ น ในคําว่า ลูกผูห้ ญิง บ้านสี เขียว คําว่า ‘ลูก’ และ ‘บ้าน’ เป็ นคํานามที�วางไว้หน้าคําขยาย ส่ วนคํายืมนั�นหลี� ไท่เฉิ� ง ᵾ⌠ⴋ, ����:��  อธิ บายว่าใน ภาษาจีนกลางเรี ยกคํายืมว่า ُ䇽 MLkFo หรื อ ཆᶕ䇽ZiLOjLFoเป็ น ปรากฏการณ์ทางภาษาที�เกิดจากภาษาต่างกันมีอิทธิ พลต่อกัน ทําให้ เกิ ดการยืมคําศัพท์เข้าไปในระบบคําของอีกภาษา ในการรับเอาคํา ยืมเข้าไปใช้ในภาษา ผูเ้ ขียนมองว่าบางชนชาติมีความคิดที�เปิ ดกว้าง เมื� อเห็ นว่า คํา ยืม มี ค วามแปลกใหม่ ก็รับเข้า มาใช้ใ นภาษาของตน ทันที จากคําจํากัดความข้างต้นอาจสรุ ปได้วา่ การยืมภาษา คือ การที� ภาษาใดภาษาหนึ� งรับเอาลักษณะบางประการของอีกภาษาหนึ� งมา ใช้ ใ นภาษาของตน การยื ม สามารถเกิ ด ขึ� นได้ก ับ เสี ย ง คํา และ ไวยากรณ์ประโยค อย่างไรก็ดี การยืมคําศัพท์เป็ นการยืมซึ� งพบมาก ที�สุด

69

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


70

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

�.� การเปลีย� นแปลงของคํายืม ในเรื� องการเปลี� ยนแปลงของคํายืมมีผูศ้ ึกษาไว้มากมาย เช่ น ประยูร ทรงศิลป์ (����) วิไลศักดิ� กิ�งคํา (����) (พระยาอนุมานราช ธน, ����) ประยูร ทรงศิลป์ (����, ��-��) กล่าวว่าสาเหตุของการ เปลี� ย นแปลงของภาษาที� เ กิ ด ขึ� นมากที� สุ ดในกระบวนการ เปลี�ยนแปลงคือ การยืม โดยการเปลี�ยนแปลงที�เกิดขึ�นสามารถแยก ออกเป็ น � ประเภทใหญ่ ๆ คื อ การเปลี� ย นแปลงทางเสี ย ง การ เปลี� ยนแปลงทางศัพท์ การเปลี� ยนแปลงทางความหมายของศัพ ท์ และการเปลี�ยนแปลงทางการเรี ยงคําดังนี� �. การเปลี�ยนแปลงทางเสี ยง หมายถึง เสี ยงของคําในภาษาอื�นที�ยืม มาใช้เปลี�ยนแปลงไปจากเสี ยงเดิม ตัวอย่างเช่น �.� การกลมกลื น เสี ย ง (Assimilation) คื อ การที� เ สี ย ง เปลี�ยนไปเพื�อให้มีสภาพที�เหมือนหรื อคล้ายคลึงกับเสี ยงที�อยู่ แวดล้อ ม เช่ น กลมกลื น กัน เรื� อ งฐานกรณ์ ข องเสี ย ง หาก ลักษณะการกลมกลืนนี� เปลี�ยนไปตามเสี ยงที�ใกล้เคียงที�นาํ มา ข้างหน้า จะเรี ยกว่า Progressive Assimilation เช่น สิ บเอ็ด ออกเสี ยงเป็ น ‘สิ บเบ็ด’, หนวกหู ออกเสี ยงเป็ น ‘หนวกขู’ หากเสี ยงเปลี�ยนไปเพราะอิทธิ พลของเสี ยงที�ตามมาข้างหลัง

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

70


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

71

เรี ยกว่า Regressive Assimilation เช่น มนิ ลา ออกเสี ยงเป็ น ‘มลิลา’, เต้าเจี�ยว ออกเสี ยงเป็ น ‘เจ้าเจี�ยว’ �.� การผลั ก เสี ยง (Dissimilation) เป็ นกระบวนการ เปลี� ย นแปลงทางเสี ยงที� ตรงกันข้า มกับ การกลมกลื นเสี ย ง กล่าวคือ เดิ มเสี ยงมี ลกั ษณะที�คล้ายกัน แต่เมื�อเปลี� ยนแปลง แล้วทําให้เสี ยงแตกต่างจากเสี ยงเดิ ม เช่ น ภภูว เปลี� ยนเป็ น บภูว“ได้เป็ นแล้ว”, ธธา เปลี�ยนเป็ น ทธา “ได้ให้แล้ว” �.� การสับเสี ยง (Matathesis) การเปลี�ยนแปลงของเสี ยงบาง คําเกิดขึ�นโดยเสี ยงในคําสับเปลี�ยนตําแหน่งกัน เช่ น ตะกรุ ด (ไทยมาตรฐาน) กลายเป็ น กะตุ ด (ไทยถิ� น อี ส าน) ตะไกร (ไทยมาตรฐาน) กลายเป็ น กะไต (ไทยถิ�นอีสาน) เป็ นต้น �.� การตัดเสี ยง (Loss of sound) เป็ นกระบวนการที�ตรงกัน ข้ามกับการเพิ�ม เสี ยง เช่ น รั บประทาน เปลี� ยนเป็ น รั บทาน ทาน, ตะคลับตะคล้าย เปลี�ยนเป็ น คลับคล้าย �.� การเปลี�ยนเสี ยงวรรณยุกต์ (Tone Perturbation) คือ การ เปลี�ยนแปลงเสี ยงวรรณยุกต์ของคําเมื�อรวมเข้ากับคําอื�น เช่ น [kiàm chàay] หมายถึง “ผักเค็ม” มาจาก [kiâm]+[chàay] �. การเปลี�ยนแปลงทางศัพท์ คือ เกิดศัพท์ข� ึนใหม่ใช้ในภาษาซึ� งอาจ สร้ า งขึ� น มาใช้ เ องหรื อ ยื ม มาจากภาษาอื� น นอกจากศัพ ท์ใ หม่ ที� เกิ ด ขึ� นยัง มี ก ระบวนการตรงกัน ข้า มคื อ การสู ญ หายของศัพ ท์

71

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


72

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

เนื�องจากขาดความนิยมในการใช้ เช่น คําว่า ‘มดาย’ ในภาษาเขมร ที� แปลว่า “แม่” นั�นมีความนิยมในการใช้ลดลง โดยเปลี�ยนมาใช้คาํ ว่า ‘แม่’ แทน �.การเปลี�ยนแปลงทางความหมายของศัพท์ หมายถึง ความหมาย ของคําศัพท์ในภาษาอื�นที�ยืมมาใช้เปลี�ยนแปลงไปจากเดิม สามารถ แบ่งเป็ น � ประเภทคือ �. ความหมายกว้างออก หมายถึง สิ� งที�คาํ ๆนั�นอ้างถึงเดิม มีประเภท จํานวนหรื อปริ มาณน้อย แต่ต่อมากลับมีประเภท จํานวน หรื อปริ มาณเพิ�มมากขึ�น เช่น คําว่า ‘แฟ้ บ’ เดิมหมายถึง “ผงซักฟอก ยีห� อ้ หนึ�ง” ปัจจุบนั ใช้หมายถึง “ผงซักฟอกทุกชนิด” �. ความหมายแคบเข้า หมายถึ ง สิ� ง ที� ค าํ ๆนั�นอ้า งถึ ง เดิ ม มี ประเภท จํานวน หรื อปริ มาณมาก แต่ต่อมากลับมีประเภท จํานวน หรื อปริ มาณลดลง เช่น คําว่า ‘บ้าน’ เดิมหมายถึง “เรื อนหรื อบ้าน หลายหลังรวมกัน ซึ� งจะพบได้จากชื�อหมู่บา้ น” ปั จจุบนั ใช้หมายถึง “บ้านของบุคคลใดบุคคลหนึ�งเท่านั�น” �. ความหมายย้ายที� หมายถึง ความหมายเปลี�ยนแปลงไปจาก เดิ มโดยไม่ คงเค้าความหมายเดิ ม อยู่ เช่ น คําว่า ‘แพ้’ เดิ มหมายถึ ง “ชนะ” ต่ อ มาเมื� อ ภาษาไทยยื ม คํา ว่ า ‘ชนะ’ จากภาษาเขมรใช้ ความหมายของคํา ว่า ‘แพ้’ จึ งเปลี� ยนไป กลายเป็ นความหมายว่า “แพ้”

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

72


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

73

�. การเปลี�ยนแปลงด้านการเรี ยงคํา หมายถึง การที�มีคาํ ตั�งแต่ � คํา ขึ�นไปมารวมกันเพื�อสื� อความหมาย ในภาษาไทยพบการเรี ยงคําที� แตกต่างจากปั จจุ บนั เช่ น เสี ยวหวาด (ปั จจุบนั ใช้ว่า ‘หวาดเสี ยว’) เฉียวฉุน (ปัจจุบนั ใช้วา่ ‘ฉุนเฉียว’) วิไลศักดิ� กิ�งคํา (����, ��-��) สรุ ปลักษณะการเปลี�ยนแปลง ของคํา ยื ม ว่ า ประกอบด้ ว ยการเปลี� ย นแปลงทางเสี ย งและการ เปลี� ย นแปลงทางความหมาย ทั�ง นี� การเปลี� ย นแปลงทางเสี ย ง ประกอบด้วย ก.การเปลี�ยนแปลงเสี ยงสระ (Vowel change) เช่ น ‘มุนิ’ (บาลี+สันสกฤต) ไทยใช้ ‘มุนี’, sign (อังกฤษ) ไทยใช้ ‘เซ็น’ ข.การเปลี� ยนแปลงเสี ยงพยั ญ ชนะ (Consonant change) เช่น ‘ขจร’ (เขมร) ไทยใช้ ‘กําจร’, chassis (อังกฤษ) ไทย ใช้ ‘คัสซี� ’ ค.การตัดคํา (Chipping words) เช่น ‘อดิเรก’ (บาลี+ สันสกฤต) ไทยใช้ ‘ดิเรก’, football (อังกฤษ) ไทยใช้ ‘บอล’ ง.การเพิ�มเสี ยง (Add of sound) แบ่งเป็ น � ลักษณะ ดังนี� เติมเสี ยงหน้า (Prosthesis) เช่ น ‘สตรี ’ (สันสกฤต) ไทยใช้ อิสตรี เติมเสี ยงกลาง (Epenthesis) เช่น ‘วัดวาอาราม’ ‘รบราฆ่าฟัน’ และเติมเสี ยงท้าย (Paragoge) เช่น ‘เยาว’ (สันสกฤต) ไทยใช้ ‘เยาว เรศ’(พระยาอนุมานราชธน ����: ���)

73

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


74

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

จ.การลากเข้า ความ (Popular Etymology)พระยา อนุ มานราชธน (����: ���) กล่าวถึงการลากเข้าความว่าเป็ นการ กลายเสี ยงเพราะความจงใจ ไม่สามารถแปลเอาความหมายได้ โดย มักจะแปลงเสี ยงเพื�อลากเข้าความให้แปลความหมายได้ ส่ วนมาก มักจะเป็ นคํานาม เช่น ‘เจ้าสัว’ มาจากภาษาจีน ‘จ้อซัว’, เถ้าแก่ มา จากภาษาจีน ‘เถ้าเก’, ‘กงสุ ล’ มาจากภาษาอังกฤษ ‘consul’ ในด้านการเปลี�ยนแปลงทางความหมาย (Meaning change) พระยาอนุมานราชธน (����: ���) อธิ บายว่าการเปลี�ยนแปลงทาง ความหมายเป็ นผลมาจากการเปลี� ยนแปลงทางเสี ยง สิ� งที�แตกต่าง จากการเปลี�ยนแปลงทางเสี ยงก็คือ การเปลี�ยนแปลงทางความหมาย เป็ นการเปลี�ยนแปลงภายใน ซึ�งสามารถจําแนกได้ � ลักษณะดังนี�คือ ก. ความหมายแคบเข้า คือ คําเดิมมีความหมายหลายอย่าง แต่ เมื�อนํามาใช้กลับมีความหมายเจาะจงเพียงบางอย่าง เช่น ‘ชรา’ เป็ น คํายืมจากภาษาบาลี -สันสกฤต เดิ มแปลว่า “ความแก่ ความเสื� อม” ไทยใช้กล่าวถึงเฉพาะ “แก่ทางกาย” ข. ความหมายกว้างออก คําเดิมมีความหมายเฉพาะอย่าง แต่ เมื�อนํามาใช้กลับใช้หลายอย่าง เช่ น ‘วิตถาร’ เป็ นคํายืมจากภาษา บาลี-สันสกฤต เดิมแปลว่า “กว้าง ละเอียด” ไทยใช้หมายถึง “กว้าง ละเอียด แปลกพิสดาร”

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

74


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

75

ค. ความหมายย้ายที� คือ คําเดิมมีความหมายอย่างหนึ�ง แต่เมื�อ นํามาใช้กลับใช้ในอีกความหมายหนึ�ง เช่น ‘อาวุโส’ เป็ นคํายืมจาก ภาษาบาลี-สันสกฤต เดิมแปลว่า “ผูม้ ีอายุนอ้ ยกว่า” ปั จจุบนั ใช้เรี ยก “ผูม้ ีอายุมากกว่า” ในเรื� องการเปลี� ย นแปลงทางความหมายนั�น บลู ม ฟิ ลด์ (Bloomfield, 1979: 426-427) ได้จาํ แนกเอาไว้อย่างละเอียดดังนี� �. ความหมายแคบเข้า เช่ น คําว่า ‘mete’ ในภาษาอังกฤษ โบราณมี ค วามหมายว่า “อาหาร” แต่ ปั จ จุ บ ัน ใช้ ‘meat’ ใน ความหมายว่า “เนื�อสัตว์” �. ความหมายกว้างออก เช่น คําว่า ‘dogge’ ในภาษาอังกฤษ ยุคกลางหมายถึง “สุ นขั ที�ได้รับการเลี�ยงดู” แต่ปัจจุบนั ใช้ ‘dog’ ใน ความหมายว่า “สุ นขั ” �. ใช้ความหมายของคําใหม่แทนคําเดิมซึ� งมีความหมายหรื อ มโนทัศน์ที�ใกล้เคียงกัน เช่น คําว่า ['bitraz] ในภาษาเยอรมันยุคต้น หมายถึง “การกัด” แต่ปัจจุบนั ใช้ ‘bitter’ ในความหมายว่า “รสขม” การเปลี�ยนแปลงทางความหมายจาก “การกัด” เป็ น “รสขม” มีมโน ทัศน์ที�สัมพันธ์กนั กล่าวคือ คําทั�งสองเกี� ยวข้องกับอวัยวะในช่ อง ปาก โดยการกัดใช้ฟันกดอาหารและลิ�นทําหน้าที�รับรู ้ รสชาติของ อาหารนั�น

75

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


76

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

�. นําคําที�มีความหมายใกล้เคียงกันมาแทนที�กนั เช่ น คําว่า [‘cēace] ในภาษาอังกฤษโบราณ หมายถึง “ขากรรไกร” แต่ปัจจุบนั ใช้ในความหมายว่า “แก้ม” �. ความหมายใหม่สัมพันธ์กบั ความหมายเดิมบางส่ วนหรื อ โดยรวม เช่น คําว่า ['tu:naz] ในภาษาเยอรมันยุคต้น หมายถึง “รั�ว” แต่ปัจจุบนั ใช้ในความหมายว่า “เมือง” �. ความหมายใหม่ใ ห้ความรู้ สึกที�อ่อนลง เช่ น คําว่า ‘extonāre’ ในภาษาฝรั�งเศสยุคต้น หมายถึง “ฟ้ าผ่า” แต่เมื�อรับเข้ามาใช้ ในภาษาอังกฤษกลับใช้ในความหมายว่า “ประหลาดใจ” �. ความหมายใหม่ ใ ห้ ค วามรู ้ สึ กที� แ รงขึ� น เช่ น คํา ว่ า ['kwalljan] ในภาษาอังกฤษยุคต้น หมายถึง “ทรมาน” แต่เมื�อรับเข้า มาใช้ในภาษาอังกฤษโบราณกลับใช้ในความหมายว่า “ฆ่า” �. ความหมายแย่ลง เช่ น คําว่า ‘cnafa’ ในภาษาองกฤษ ั โบราณ หมายถึ ง “เด็ ก ผู้ ช าย คนรั บ ใช้ ” แต่ปั จ จุ บ นั กลับ ใช้ใ น ความหมายว่า “คนไม่ดี” �. ความหมายดีข� ึน เช่น คําว่า ‘cniht’ ในภาษาอังกฤษโบราณ หมายถึง “เด็กผูช้ าย คนรับใช้” แต่ปัจจุบนั กลับใช้ในความหมายว่า “อัศวิน” จากแนวคิดในเรื� องการเปลี�ยนแปลงของคํายื มข้างต้นจะเห็น ได้ว่าประยูร ทรงศิลป์ (����) และวิไลศักดิ� กิ�งคํา (����) ให้

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

76


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

77

ความสําคัญกับการเปลี� ยนแปลงทางเสี ยง โดยประยูร ทรงศิล ป์ (����) ให้ค วามสํา คัญกับเสี ย งที� อ ยู่แวดล้อมว่า มี อิท ธิ พ ลต่ อการ เปลี� ยนแปลงทางเสี ยงอย่างไร สิ� งที�วิไลศักดิ� กิ�งคํา กล่าวถึ งในเรื� อง ของการเปลี�ยนแปลงทางเสี ยงที�ต่างจากประยูร ทรงศิลป์ ก็คือ การ จํา แนกประเภทของการเปลี� ย นแปลงทางเสี ยงออกเป็ นการ เปลี�ยนแปลงทางเสี ยงพยัญชนะ สระ และการลากเข้าความ ส่ วนการ เปลี�ยนแปลงทางความหมายนั�น ประยูร ทรงศิลป์ (����) และวิไล ศักดิ� กิ�งคํา (����) จําแนกการเปลี�ยนแปลงทางความหมายออกเป็ น � ประเภทเช่นเดียวกัน กล่าวคือ ความหมายแคบเข้า ความหมาย กว้างออก และความหมายย้ายที� ในขณะที�บลูมฟิ ลด์ (Bloomfield, ����) จํา แนกออกเป็ น � ประเภท คื อ ความหมายแคบเข้า ความหมายกว้างออก ใช้ความหมายของคําใหม่แทนคําเดิ มซึ� งมี ความหมายหรื อมโนทัศ น์ที� ใ กล้เคี ย งกัน นํา คําที� มี ความหมาย ใกล้เคียงกันมาแทนที�กนั ความหมายใหม่สัมพันธ์กบั ความหมาย เดิมบางส่ วนหรื อโดยรวม ความหมายใหม่ให้ความรู้สึกที�อ่อนลง ความหมายใหม่ ใ ห้ ค วามรู ้ สึ ก ที� แ รงขึ� น ความหมายแย่ ล ง และ ความหมายดีข� ึน �. การเปลีย� นแปลงทางเสี ยงของคํายืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้ จิ�ว การยื ม นับ เป็ นสาเหตุ ใ หญ่ ป ระการหนึ� งที� ท ํา ให้ เ กิ ด การ เปลี� ยนแปลงทางภาษา คํายืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จิ�วกรุ งเทพมี

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

77


78

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

การเปลี� ย นแปลงของหน่ ว ยเสี ย งพยัญ ชนะ สระและวรรณยุ ก ต์ เพื�อให้สอดคล้องกับระบบเสี ยงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ใน ภาษาจีนแต้จ�ิว3 ดังนี� �.� การเปลีย� นแปลงของหน่ วยเสี ยงพยัญชนะ หน่วยเสี ยงพยัญชนะในภาษาไทยมีท� งั สิ� น �� หน่วยเสี ยง ใน จํานวนนี�มีหน่วยเสี ยงพยัญชนะ � หน่วยเสี ยงที�แตกต่างจากภาษาจีน แต้จิ�ว กล่าวคือ ภาษาไทยมี หน่ วยเสี ยง [d], [tɕ], [tɕh], [f], [r] ในขณะที�หน่วยเสี ยงดังกล่าวไม่มีในภาษาแต้จิ�ว ในทางตรงกันข้าม ภาษาแต้จิ�วมีหน่วยเสี ยง [ts], [tsh], [g] แต่ในภาษาไทยไม่มี ดังนั�น ในการออกเสี ยงคํายืมภาษาไทย ผูพ้ ูดภาษาจีนแต้จิ�วจึงนําเอาหน่วย เสี ยงในภาษาจีนแต้จ�ิวมาใช้ ดังรายละเอียดต่อไปนี� �.�.� พยัญชนะต้ น �.�.�.� หน่ ว ยเสี ยงพยัญ ชนะระเบิ ด [d] หน่ ว ยเสี ยง พยัญชนะกึ�งสระ [r] หรื อหน่วยเสี ยงพยัญชนะนาสิ ก [n] เปลี�ยนเป็ น พยัญ ชนะข้า งลิ� น [l] ซึ� งมี ฐ านกรณ์ ก ารเกิ ด เสี ย งที� ปุ่ มเหงื อ ก เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น 3

ระบบเสี ยงภาษาไทยที� นาํ เสนอในที�น� ี ผูว้ ิจยั ดัดแปลงมาจากกาญจนา นาคสกุล (����) และปราณี กายอรุ ณสุ ทธิ� (����) สําหรับระบบเสี ยงภาษาจีนแต้จิ�วนั�น ผูว้ ิจยั อ้างอิงจาก งานวิจยั ของปราณี กายอรุ ณสุ ทธิ� (����) อย่างไรก็ดี ระบบเสี ยงภาษาจี น แต้จิ�วมีความ แตกต่างกันไปตามถิ�นต่างๆในการศึกษาผูว้ ิจยั ได้เลื อกเอาระบบเสี ยงของภาษาถิ� นเตี�ยเอี� ย เพียงระบบเดียว เพราะการอิงเกณฑ์เดียวสะดวกและง่ายต่อการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

78


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

79

ไฮโดรเยน /haj33-do33-je:n41/ >4 /haj33-lo33-jen51/ โซดา

/so:33-da33/

> /so:33-la33/, /su33-la33/

ดอกทอง /dɔ:k22-thɔ:ŋ33/ > /lok22-thoŋ51/ คลอรี น/khlɔ:33-ri:n33/ > /khɔ:33-li:n33/, /khɔ:33-li:ŋ33/ ไร่

/raj41/

นักเลง /nak55-le:ŋ33/

> /laj22/ > /lak55-leŋ33/

�.�.�.� หน่ ว ยเสี ย งพยัญ ชนะข้า งลิ� น [w] เปลี� ย นเป็ น พยัญ ชนะระเบิ ด [ʡ] ซึ� งมี ฐ านกรณ์ ก ารเกิ ด เสี ย งที� เ ส้ น เสี ย ง ตัวอย่างเช่น วัด /wat453/ > /ʡuak22/ �.�.�.� หน่ วยเสี ยงพยัญชนะควบกลํ�า [kr-] เปลี� ยนเป็ น พยัญชนะระเบิด ไม่กอ้ ง ไม่มีลม [k] ซึ� งมีฐานกรณ์การเกิดเสี ยงที� เพดานอ่อน ตัวอย่างเช่น กระถิน /kraʡ33-thin24/ > /kaʡ 2-thin24/ ไส้กรอก /saj41-krɔ:k 22/ > /saj51-kɔ:k11/ กระเป๋ า /kraʡ22-paw24/ > /kap55-paw24/ กระท้อน /kraʡ22-thɔ:n55/ > /ka33-thɔ:n55/, 2

4

เครื� องหมาย > ในงานวิจยั นี� ใช้แทนการเปลี�ยนแปลงทางเสี ยงจากเสี ยงอ่านในภาษาไทย เป็ นเสี ยงอ่านของคํายืมภาษาไทยที�พดู โดยผูพ้ ดู ทวิภาษาไทย-จีนแต้จิ�ว

79

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


80

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

/ka33-thɔ:ŋ55/ �.�.�.� หน่วยเสี ยงพยัญชนะควบกลํ�า [pl-] เปลี� ยนเป็ น พยัญชนะระเบิด ไม่กอ้ ง ไม่มีลม [p] ซึ� งมีฐานกรณ์การเกิดเสี ยงที�ริม ฝี ปาก ตัวอย่างเช่น นํ�าปลา /nam55-pla:33/ > /nam55-pa:33/ ปลาร้า /pla:33-ra:453/ > /pa:33-la:55/ ปลาทู /pla:33-thu:33/ > /pa:33-thuʡ55/ นํ�าปลาหวาน /na:m453-pla:33-wa:n24/ > /nam453pa33-wa:n24/ จากการนําเสนอข้า งต้นเกี� ยวกับ การเปลี� ยนแปลงของเสี ย ง พยัญ ชนะต้น ภาษาไทยในภาษาจี น แต้จิ� ว สามารถสรุ ปผลการ วิเคราะห์ได้ตามตารางดังนี� หน่วยเสี ยงในภาษาไทย ห น่ ว ย เ สี ย ง ข อ ง คํ า ยื ม ภาษาไทยในภาษาจีนแต้จ�ิว [d], [r],[n] > [l] [w] > [ʡ] [pl-] > [p] ตาราง � การเปลี�ยนแปลงของเสี ยงพยัญชนะต้นของคํายืม

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

80


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

81

ś.ř.Ś พยัญชนะท้ าย 3.1.2 ภาษาแต้จ๋ิ�วมีหนน่วยเสี ยงพยัญชนะท้ ภาษาแต ชนะทาย �7 หน่ หนววยเสี ยเสียงย ง[-p],[-p],[k], [-, [-ʡ]ʡ], [-w] , [-w], [-j] , [-j], ,[-m] [-m]และ และ[-[-ŋŋ]]ในขณะที ในขณะที�ภภ่ าษาไทยมี �9 หน่ หนวยเสียง [-k] กล่าวคือ มี 7� หน หน่วยเสียงที่เ� หมือนกันกับภาษาแต ภาษาแต้จิ๋ว� และต และต่างกัน 2� กล หน่ วยเสี ยง คือ [-t] และ [-n] ดังนั�น้ เสี ยงพยัญชนะท้ หน ชนะทายของคํายืม ภาษาไทยในภาษาแต้จิ�ว๋ ที� ม่มีพีพยัยัญญชนะท้ และ [-n] จึงมีการ ภาษาไทยในภาษาแต ชนะทาายย [-t] [-t] และ เปลี่ �ยนแปลงทางเสี ยง ดังตัวอย อย่าง �.�.�.� หน หน่วยเสียงพยั งพยัญชนะท ชนะท้าย [-t] เปลี เปลี่ย�ยนเป นเป็ นนเสี 3.1.2.1 เสียง 5 ชนะท้าย [-k] พยัญชนะท ลอดช่อง /lɔ:t22 -tɕh ɔ:ŋ22 / > /lok22 -tshoŋ22 / ลอดช > /luk22/ หลุด /lut22/

กะรัต /ka33-rat22/ เมตร /me:t 55/ ขวด /khuat 22/

> /ka33-rak22/ > /mek 55/ > /kuak 55/

ตลาด /taʡ22 -la:t22 / ลูกศิษยย์ /lu:k41 -sit22/

> >

/tak55 -lak55 / /luk55 -sik22 /

มังคุด /maŋ33-khut55/ > /maŋ22-khuk22/ 55

อย่างไรก็ดี ผูว้ ิจัยพบเพียง 1� จากการศึกษาพบการเปลี�ย่ นแปลงของหน่ นแปลงของหนวยเสี ยง p > k ด้ดวย อย 55 55 เท่านั้น� คือ คํคําวว่า ปปี� บ /pi:p / > / pik / คํคําเท

81

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


82

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

�.�.�.� หน่ วยเสี ยงพยัญชนะท้าย [-n] เปลี� ยนเป็ นเสี ยง พยัญชนะท้าย [-ŋ] 6 ทําบุญ /tham33-bun33/ > /thiam21-buŋ21/ สงกรานต์ /soŋ24-kra:n33/ > /soŋ55-kra:ŋ33/ เปอร์เซนต์ /pə:33-sen33/ > /p ɔ:33-seŋ33/ กระท้อน

/kraʡ22-th ɔ:n55/ > /ka33-thɔ: ŋ55/

หมอนทอง /m ɔ:n24-th ɔ: ŋ33/ > /mɔ:ŋ24-th ɔ:ŋ33/ โอวัลติน

/ʡo:33-wan33-tin33/ > /ʡo33-leŋ33-teŋ33/

เสมียน

/saʡ22-mian24/ > /sim33-hiaŋ55/

จากผลการศึ กษาที� พบเกี� ยวกับ การเปลี� ยนแปลงของหน่ วย เสี ยงพยัญชนะท้ายในคํายืมภาษาไทยในภาษาแต้จ�ิว สามารถสรุ ปได้ ดังตารางต่อไปนี�

6

ในการออกเสี ยงผูบ้ อกภาษาที�เข้ารับการศึ กษาในโรงเรี ยนไทยไม่เปลี� ยนเสี ยงพยัญชนะ ท้าย [-n] เป็ น [-ŋ] เช่น คําว่า ‘สงกรานต์’ ออกเสี ยงว่า /soŋ24-kra:n33/, ‘เปอร์ เซนต์’ ออก เสี ยงว่า /pə:33-sen33/, ‘กระท้อน’ ออกเสี ยงว่า /ka33-thɔ:n55/, ‘หมอนทอง’ ออกเสี ยงว่า /mɔ:n24-thɔ:ŋ33/, ‘โอวัลติน’ ออกเสี ยงว่า /ʡo:33-wan33-tin33/

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

82


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

83

หน่วยเสี ยงในภาษาไทย

หน่ ว ยเสี ยงของคํา ยื ม ภาษาไทยในภาษาจี น แต้จิ�ว [-t],[-p] > [-k] [-n] > [-ŋ] ตาราง 2 การเปลี�ยนแปลงของเสี ยงพยัญชนะท้ายในคํายืม �.� การเปลีย� นแปลงของหน่ วยเสี ยงสระ หน่ ว ยเสี ย งสระในภาษาไทยมี ท� งั สิ� น �� หน่ ว ยเสี ย ง คื อ หน่ วยเสี ยงสระเดี�ยว �� หน่ วยเสี ยงและหน่ วยเสี ยงสระประสม � หน่วยเสี ยง ส่ วนภาษาจีนแต้จ�ิวมี �� หน่วยเสี ยง คือ หน่วยเสี ยงสระ ธรรมดา � หน่วยเสี ยงและหน่วยเสี ยงนาสิ ก � หน่วยเสี ยงและหน่วย เสี ยงสระประสม � หน่วยเสี ยง �.�.� หน่ วยเสี ยงสระเดี�ยว �.�.�.� หน่วยเสี ยงสระ [u:] เปลี�ยนเป็ นเสี ยงสระ [u] หรื อ [o] ลูกศิษย์ /lu:k41-sit22/ > /luk55-sik22/ ลูกเงาะ /lu:k41-ŋɔʡ55/

>

ลูกจ้าง /lu:k41-tɕa:ŋ41/ >

/luk22-ŋɔʡ55/ /lok22-tsiaŋ22/

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

83


84

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

�.�.�.� หน่วยเสี ยงสระ [o:] เปลี�ยนเป็ นเสี ยงสระ [ɔ:] หรื อ [a:] โรตี /ro:33-ti:33/ > /rɔ:33-ti33/ โหล /lo:24/

>

/l ɔ:55/

ชอกโกแลต/tɕhɔk55-ko:33-lɛ:t55/ > /tshok55-ka:33lek55/, /tshok55-ka:33-let55/ �.�.�.� หน่วยเสี ยงสระ [a] เปลี�ยนเป็ นเสี ยงสระ [a:] หรื อ [i] ละคร /laʡ55-khɔ:n33/ > /la:33-khɔ:n33/ บังกะโล /baŋ33-kaʡ 2-lo:33/ > /baŋ33-ka:33-lo:33/ 2

เสมียน /saʡ22-mian24/

> /sim33-hiaŋ55/

�.�.�.� หน่วยเสี ยงสระ [i:] เปลี�ยนเป็ นเสี ยงสระ [i] ปี� บ /pi:p55/ > /pik55/ �.�.�.� หน่วยเสี ยงสระ [ɛ:] เปลี�ยนเป็ นเสี ยงสระ [e] แกงส้ม /kɛ:ŋ33-som41/ > /keŋ33-som51/ �.�.�.� หน่วยเสี ยงสระ [a:] เปลี�ยนเป็ นเสี ยงสระ [o] สาคู /sa:24-khu:33/ > /sok55-khu:33/

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

84


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

85

�.�.� หน่ วยเสี ยงสระประสม จากการวิเคราะห์ พบการเปลี� ย นแปลงของหน่ วยเสี ยงสระ เดี�ยว [ɔ:] เปลี�ยนเป็ นเสี ยงสระประสม [ou] และหน่วยเสี ยง [a] เป็ น เสี ยงสระประสม [ia] ในคํายืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จิ�วกรุ งเทพ ตัวอย่างเช่น ออฟฟิ ศ /ʡɔ:p55-fit55/ > /ʡou33-pik55/ ทําบุญ /tham33-bun33/

> /thiam21-buŋ21/

ตามที� ไ ด้ นํ า เสนอผลการศึ ก ษาไปข้ า งต้ น เกี� ย วกับ การ เปลี�ยนแปลงของหน่วยเสี ยงสระนั�นสามารถสรุ ปผลได้ดงั ตาราง � หน่ ว ยเสี ยงใน หน่ ว ยเสี ย งของคํา ยืม ภาษาไทยใน ภาษาไทย ภาษาจีนแต้จ�ิว [u:] > [u] หรื อ [o] [o:] > [ɔ:] หรื อ [a:] [a] > [a:] [i:] > [i] [ɛ:] > [e] [a:] > [o] [ɔ:] > [ou] [a] > [ia] ตาราง 3 การเปลี�ยนแปลงของเสี ยงสระในคํายืม

85

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


86

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

�.� การเปลีย� นแปลงของเสี ยงทีเ� พิม� ขึน� หรือลดลง นอกจากการเปลี� ยนแปลงที�เกิ ดขึ� นกับหน่ วยเสี ยงพยัญชนะ และหน่วยเสี ยงสระดังที�ได้นาํ เสนอไปข้างต้นแล้ว การเปลี�ยนแปลง ทางเสี ยงอาจเป็ นไปในลักษณะที�วา่ มีเสี ยงเพิ�มขึ�นหรื อลดลงได้ �.�.� เสี ยงเพิม� ขึน� ในคํายืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จ�ิว อาจพบการเพิม� เสี ยงใน คําบางคํา โดยเสี ยงที�เพิ�มขึ�นมามักมีฐานกรณ์เหมือนกันกับเสี ยงที�มี อยูเ่ พื�อให้กลมกลืนกับเสี ยงข้างเคียง ทั�งนี�การเปลี�ยนแปลงที�เกิดขึ�น จะเป็ นไปในลักษณะเปลี�ยนตามเสี ยงที�ตามมาข้างหลัง จากการ วิเคราะห์พบการเพิ�มขึ�นของหน่วยเสี ยง � หน่วยเสี ยง คือ [p] และ [k] เช่น กะปิ /kaʡ33-piʡ33/ > /kap55piʡ55/ กระเป๋ า /kraʡ22-paw24/ > /kap55-paw24/ ตลาด /taʡ22-la:t22/

> /tak55-lak55/

สาคู /sa:24-khu:33/

> /sok55-khu:33/

�.�.� เสี ยงลดลง จากการเปรี ยบเทียบคํายืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จิ�วและคํา ไทยแล้วพบว่าเกิดการสู ญเสี ยงในพยางค์แรกของคํา คือ ขนม /khaʡ33 nom24/ > /nom24/

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

86


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

87

เช่นเดียวกันกับคําว่า ขนมเค้ก /nom24-kek55/, ขนมชั�น /nom24tshan55/, ขนมถ้วย /nom24-thue51/, ขนมครก /nom24-kok55/, ขนมปั ง /nom24-paŋ33/ หมูสเต๊ะ /mu:24-saʡ22-teʡ55/ > /mu:24-te55/ �.� การเปลีย� นแปลงของหน่ วยเสี ยงวรรณยุกต์ �.�.� วรรณยุกต์ สามัญ (��) วรรณยุกต์ โท (��) หรือวรรณยุกต์ ตรี (��) เปลีย� นเป็ นเสี ยงวรรณยุกต์ เอก (��,��)7 ทําบุญ /tham33-bun33/ > /thiam21- buŋ21/ ธรรมเนียม /tham33-niam33/ > /thiam21-niam51/ ต้ม

/tom41/

> /tom22/

ถ้วย

/thuaj41/

> /thue21/

ลูกจ้าง /lu:k41-tɕa:ŋ41/ > /lok22-tsiaŋ22/ นักเลง /nak55-le:ŋ33/

> /lak22-leŋ33/

�.�.� วรรณยุกต์ สามัญ (��) วรรณยุกต์ เอก (��) หรือวรรณยุกต์ จัตวา (��) เปลีย� นเป็ นเสี ยงวรรณยุกต์ ตรี (��) ภาษี /pha:j33-si:24/ > /pha:55-si:33/ ขวด

/khuat22/

> /kuak55/

7

หน่วยเสี ยงวรรณยุกต์ต�าํ ระดับแทนด้วยระดับเสี ยง �� และหน่วยเสี ยงวรรณยุกต์ต�าํ ตก แทนด้วยระดับเสี ยง ��

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

87


88

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

เสมียน /saʡ22-mian24/ > /sim33-hiaŋ55/ จากผลการศึ ก ษาเกี� ยวกับ การเปลี� ย นแปลงของหน่ วยเสี ย ง วรรณยุกต์ขา้ งต้น สามารถสรุ ปผลได้ดงั ตาราง 4 หน่วยเสี ยงในภาษาไทย ห น่ ว ย เ สี ย ง ข อ ง คํ า ยื ม ภาษาไทยในภาษาจีนแต้จ�ิว วรรณยุกต์สามัญ โท > วรรณยุกต์เอก หรื อตรี วรรณยุกต์สามัญ > วรรณยุกต์ตรี เอกหรื อจัตวา ตาราง 4 การเปลี�ยนแปลงของเสี ยงวรรณยุกต์ในคํายืม �. การเปลี�ยนแปลงทางความหมายของคํายืมภาษาไทยในภาษาจีน แต้ จิ�วกรุงเทพ คํายืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จ�ิวกรุ งเทพส่ วนใหญ่เป็ นคําทับ ศัพท์ โดยมี การยืมและปรั บเสี ยงให้เข้ากับระบบเสี ยงในภาษาจีน แต้จิ�ว แต่ยงั คงความหมายเดิมที�ยืมมา อย่างไรก็ดี จากการสัมภาษณ์ ผูพ้ ูดทวิภาษาไทย-จี นแต้จิ�ว พบการเปลี� ย นแปลงทางความหมาย ของคํายืมใน � ลักษณะ คือ ความหมายแคบเข้า และความหมาย ใหม่สัมพันธ์กบั ความหมายเดิมบางส่ วนหรื อโดยรวม ดังนี�

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

88


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

89

�.1 ความหมายแคบเข้ า จากการศึ ก ษาพบว่าคํา ยืม ภาษาไทยในภาษาจี นแต้จิ�วส่ วน ใหญ่มีความหมายแคบเข้า ชุ ด /tɕhut55/ > /tshuk55/ /tɕhut55/ “ลักษณนามใช้กบั เสื� อผ้า คณะกรรมการ การแสดง, สิ� งของที�จดั เข้ากันเป็ นสํารับ เช่น ชุ ดนํ�าชา ชุ ดรับแขก” (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ����: ���-���) /tshuk5/ “ลักษณนามใช้กบั เสื� อผ้า”8 /tak55-lak55/ ตลาด /taʡ22-la:t22/ > /taʡ22-la:t22/ “ที�ชุมนุมเพื�อซื�อขายต่างๆ, สถานที�ซ� ึง ปรกติ จ ัด ไว้ใ ห้ ผู ้ค ้า ใช้เ ป็ นที� ชุ ม นุ ม เพื� อ จํา หน่ า ยสิ น ค้า ประเภท เนื� อสั ตว์ ผัก ผลไม้ หรื ออาหาร อันมีสภาพเป็ นของสด ประกอบ หรื อปรุ งแล้ว หรื อของเสี ยง่ า ย ทั�ง นี� ไม่ว่าจะมี ก ารจําหน่ า ยสิ นค้า ประเภทอื�นด้วยหรื อไม่ก็ตาม และหมายความรวมถึงบริ เวณซึ� งจัด ไว้สาํ หรับให้ผคู ้ า้ ใช้เป็ นที�ชุมนุมเพื�อจําหน่ายสิ นค้าประเภทดังกล่าว เป็ นประจําหรื อเป็ นครั�งคราวตามวันที�กาํ หนด, ที�ชุมนุมเพื�อซื� อขาย ของต่างๆซึ�งมิได้ต� งั อยูป่ ระจํา จัดให้มีข� ึนเฉพาะในวันหรื อสถานที�ที� 8

การอธิ บายความหมายของคํายืมทั�งหมดในบทนี� ผูว้ ิจยั อิงคําจํากัดความของคําที� ให้ไว้ โดยราชบัณฑิตยสถาน (2554) เพื�อเปรี ยบเทียบกันว่าคํานิ ยามและตัวอย่างใดที�ไม่ปรากฏ การใช้ในภาษาจีนแต้จิ�วกรุ งเทพ

89

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


90

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

กําหนดเท่านั�น เช่ น ตลาดนัด, ตลาดหรื อสถานที� อนั เป็ นศูนย์กลาง ในการซื� อขายหลักทรัพย์ เช่ น ตลาดหลักทรัพย์, ตลาดที�ซ�ื อขายกัน ลับๆโดยหลี กเลี� ยงข้อกําหนดที� ท างการได้ว างไว้ เช่ น ตลาดมื ด ” (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ����: ���) /tak55-lak55/ “ที�ชุมนุมเพื�อซื� อขายต่างๆ, สถานที�ซ� ึง ปรกติ จ ัด ไว้ใ ห้ ผู้ค ้า ใช้ เ ป็ นที� ชุ ม นุ ม เพื� อ จํา หน่ า ยสิ น ค้า ประเภท เนื� อสั ตว์ ผัก ผลไม้ หรื ออาหาร อันมี สภาพเป็ นของสด ประกอบ หรื อปรุ งแล้ว หรื อของเสี ยง่ า ย ทั�ง นี� ไม่ ว่าจะมี ก ารจําหน่ า ยสิ นค้า ประเภทอื�นด้วยหรื อไม่ก็ตาม และหมายความรวมถึ งบริ เวณซึ� งจัด ไว้สาํ หรับให้ผคู ้ า้ ใช้เป็ นที�ชุมนุมเพื�อจําหน่ายสิ นค้าประเภทดังกล่าว เป็ นประจําหรื อเป็ นครั�งคราวตามวันที�กาํ หนด” ต้ ม /tom41/ > /tom22/ /tom41/ “ทําให้ของเหลว เช่น นํ�าหรื อสิ� งอื�นที�อยู่ ในของเหลวร้อน เดือดหรื อสุ ก , ทําให้สะอาด เช่ น ต้มผ้า, ทําให้สุก ปลัง� ด้วยวิธีใส่ น� าํ ผสมสารเคมีบางอย่างแล้วทําให้ร้อน เช่น ต้มทอง, ล่อลวงให้หลงเชื� อได้สําเร็ จ เช่ น ต้มจนสุ ก” (พจนานุ กรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน, ����: ���) /tom22/ “ทําให้ของเหลว เช่น นํ�าหรื อสิ� งอื�นที�อยู่ ในของเหลวร้อน เดือดหรื อสุ ก , ทําให้สะอาดเช่ น ต้มผ้า, ทําให้สุก ปลัง� ด้วยวิธีใส่ น� าํ ผสมสารเคมีบางอย่างแล้วทําให้ร้อน เช่น ต้มทอง”

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

90


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

นักเลง /nak55-le:ŋ33/

91

> /lak22-leŋ33/

/nak55-le:ŋ33/ ‘“ฝักใฝ่ ในสิ� งนั�นๆ เช่น นักเลงการ พนัน, ผูเ้ กะกะระราน เช่น เขาเป็ นนักเลงมีลูกน้องมาก, มีใจกว้าง กล้า ได้กล้าเสี ย เช่ น ใจนักเลง” (พจนานุ กรมฉบับราชบัณฑิ ตยสถาน, ����: ���) /lak22-leŋ 33/ “ผูเ้ กะกะระราน” รับ

/rap55/ > /lap22/

/rap55/ “ยืน� มือออกถือเอาสิ� งของที�ผอู ้ ื�นส่ งให้ เช่น รับของ รับเงิน, การไปพบเพื�ออํานวยความสะดวกหรื อพาไปสู่ ที�พกั เช่น รับเพื�อน, ตอบรับ เช่น รับผิด รับสารภาพ” (พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน, ����: ���) /lap22/ “ยืน� มือออกถือเอาสิ� งของที�ผอู ้ ื�นส่ งให้ เช่น รับของ รับเงิน,ไปพบเพื�ออํานวยความสะดวกหรื อพาไปสู่ ที�พกั เช่น รับเพื�อน” หลุด /lut22/ > /luk22/ /lut22/ “ออกจากที�ที�ติดอยู่ เช่น พลอยหลุดออกจาก หัว แหวน, พ้น ออกจากความควบคุ ม เช่ น หลุ ด จากที� คุ ม ขัง ” (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ����: ����) /luk22/ “ออกจากที�ที�ติดอยู่ เช่น พลอยหลุดออกจาก หัวแหวน”

91

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


92

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

/ʡoŋ33/ > /ʡoŋ33/ /ʡoŋ33/ “ลักษณนามใช้เรี ยกสิ� งที�เคารพบูชา บางอย่างในทางศาสนา เช่น พระพุทธรู ป � องค์ พระเจดีย ์ � องค์ 9, ลัก ษณนามใช้เรี ยกภิ ก ษุ ส ามเณร เช่ น ภิ กษุ � องค์” (พจนานุ ก รม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ����: ����) /ʡoŋ33/ “ลักษณนามใช้เรี ยกสิ� งที�เคารพบูชา บางอย่างในทางศาสนา เช่น พระพุทธรู ป � องค์, ลักษณนามใช้เรี ยก ภิกษุสามเณร เช่น ภิกษุ � องค์” องค์

�.� ความหมายใหม่ สัมพันธ์ กบั ความหมายเดิมบางส่ วน ห้ อง /hɔ:ŋ41/ > /hɔ:ŋ22/ /hɔ:ŋ41/ “ส่ วนของเรื อนหรื อตึกเป็ นต้น ที�มีฝากั�น เป็ นตอนๆ” (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ����: ����) /hɔ:ŋ22/ “ลั ก ษณนามที� ใ ช้ เ รี ยกที� อ ยู่ อ าศั ย เช่ น ตึกแถว” �. สรุป คํายืมภาษาจีนแต้จ�ิวในภาษาไทยมีการเปลี�ยนแปลงทั�งหน่วย เสี ยงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ โดยการเปลี�ยนแปลงดังกล่าวมี ระบบและสามารถอธิ บ ายได้ดัง นี� ด้า นหน่ ว ยเสี ย งพยัญ ชนะใน 9

แม้วา่ จะใช้คาํ ลักษณนาม ‘องค์’ กับพระพุทธรู ปหรื อพระสงฆ์ แต่ผบู ้ อกภาษาอธิ บายว่า ไม่สามารถใช้คาํ ลักษณนามดังกล่าว กับ ‘พระเจดีย’์ ได้

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

92


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

93

ภาษาไทยมี �� หน่วยเสี ยง มีหน่วยเสี ยงพยัญชนะ � หน่วยเสี ยงคือ หน่วยเสี ยง [d], [tɕ], [tɕh], [f], [r] ที�ไม่มีในภาษาจีนแต้จิ�ว ในการ ออกเสี ยงคํายืมภาษาไทย ผูพ้ ูดภาษาจีนแต้จิ�วจึงนําเอาหน่วยเสี ยงใน ภาษาจีนแต้จิ�วมาปรับใช้ การเปลี� ยนแปลงของเสี ยงพยัญชนะต้นที� พบจากการศึกษามีดงั นี� [d], [r],[n] > [l] , [w] > [ʡ], [kr] > [k] และ [pl-] > [p] ในด้านหน่ วยเสี ยงพยัญชนะท้ายของภาษาแต้จิ�วมี มากกว่าของภาษาไทย � หน่ วยเสี ยง คือ [-t] และ [-n] ดังนั�นเสี ยง พยญชนะท ั า้ ยของคาย ํ ื มภาษาไทยในภาษาแต จ้ ิ�วที�มีพยญชนะท ั าย ้ [-t] และ [-n] จึงเกิ ดการเปลี�ยนแปลงทางเสี ยงดังนี� [-t], [-p] > [-k] และ [-n] > [-ŋ] ส่ วนการเปลี�ยนแปลงของหน่วยเสี ยงสระในคํายืม นั�น พบว่ามีรูปแบบการเปลี�ยนแปลงที�หลากหลาย เช่น [u:] > [u], [o:] > [ɔ:] และ [a] > [a:], [i], [ia] เป็ นต้น นอกจากนี�ยงั พบว่าเสี ยง ของคํา ยืมภาษาไทยในภาษาจี นแต้จิ�วมี ท� งั เสี ย งเพิ�มขึ� นและลดลง สําหรับหน่วยเสี ยงวรรณยุกต์ในภาษาไทยมี � หน่วยเสี ยง ในขณะที� ภาษาจีนแต้จิ�วมี � หน่วยเสี ยง รวมทั�งเมื�อสนธิ เสี ยงแล้วก็จะทําให้ ออกเสี ยงพยางค์แรกเปลี� ยนไป การเปลี� ยนแปลงของหน่วยเสี ยง วรรณยุกต์ที�พบคือ วรรณยุกต์สามัญ วรรณยุกต์โทหรื อวรรณยุกต์ ตรี > วรรณยุกต์เอก, วรรณยุกต์สามัญ วรรณยุกต์เอกหรื อวรรณยุกต์ จัตวา > วรรณยุกต์ตรี

93

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


94

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

นอกจากนี� ในเรื� องการเปลี�ยนแปลงทางความหมายของคํายืม ภาษาไทยในภาษาจีนแต้จ�ิวนั�นพบว่าคํายืมส่ วนใหญ่เป็ นคําทับศัพท์ ที�ผา่ นกระบวนการปรับเสี ยงให้เข้ากับระบบเสี ยงในภาษาจีนแต้จิ�ว แต่ยงั คงไว้ซ� ึ งความหมายเดิมที�ยืมมา อย่างไรก็ดี มีคาํ ส่ วนหนึ� งที�มี การเปลี�ยนแปลงทางความหมายใน � ลักษณะคือ ความหมายแคบ เข้าและความหมายใหม่สัมพันธ์กบั ความหมายเดิมบางส่ วน บรรณานุกรม กาญจนา นาคสกุล. (����).ระบบเสี ยงภาษาไทย. กรุ งเทพฯ: โรง พิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ประพิณ มโนมัยวิบูลย์. (����). ชุ มชนจีนในประเทศไทย: หลากหลายสํ าเนียงจีน. วารสารราชบัณฑิตยสถาน. ��(�): ���-���. ประภัสสร เสวิกุล. (����).จากฮวงโหสู่ เจ้ าพระยา. กรุ งเทพฯ: โรง พิมพ์อมั ริ นทร์ พริ� นติง� แอนด์พบั ลิซซิ�ง. ประยูร ทรงศิลป์ . (����). การเปลีย� นแปลงของภาษา: คํายืมใน ภาษาไทย. ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ วิทยาลัยครู ธนบุรี.

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

94


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

95

ปราณี กายอรุ ณสุ ทธิ� . (����). คํายืมภาษาจีนในภาษาไทยปัจจุบัน. วิทยานิพนธ์ปริ ญญามหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. แพรวโพยม บุณยะผลึก. (����). คํายืมภาษาฝรั�งเศสในภาษาไทย ปัจจุบัน. กรุ งเทพฯ:โครงการเผยแพร่ ผลงานทางวิชาการ คณะ อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ราชบัณฑิตยสถาน.(����). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุ งเทพฯ: ศิริวฒั นาอินเตอร์พริ นท์. วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์. (����). ภาษาและภาษาศาสตร์ . กรุ งเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ . วิไลศักดิ� กิ�งคํา. (����). ภาษาต่ างประเทศในภาษาไทย. กรุ งเทพฯ: สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ . สุ ภางค์ จันทวานิชและคณะ. (����). รายงานการวิจัยเรื�อง ชาวจีน แต้ จิ�วในประเทศไทยและในภูมิลาํ เนาเดิมทีเ� ฉาซัน: สมัยทีห� นึ�ง ท่าเรือจางหลิน (����-����). กรุ งเทพฯ: ศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั�นพื�นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (����). บรรทัดฐานภาษาไทย เล่มที� �. กรุ งเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค.

95

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


96

การเปลีย่ นแปลงทางเสียงและความหมาย ของคำ�ยืมภาษาไทยในภาษาจีนแต้จว๋ิ กรุงเทพ

อนุมานราชธน, พระยา. (����). นิรุกติกศาสตร์ . กรุ งเทพฯ: ศูนย์ การทหารราบ. Bloomfield L. (1979). Language. Great Britain: George Allen & Unwin. ᵾ⌠ⴋ⌠䈝ѝ▞ᐎ䈍ُ䇽৺ަ䇽ѹᅇਈ䈤⮕⊅ཤབྷᆖᆖ ᣕ(Ӫ᮷⽮Պ、ᆖ⡸)   ᷇ՖՖ▞⊅ᯩ䀰઼⌠䈝Ⲵৼੁُ䇽৺ަ╄ਈਁኅ≁᯿䈝 ᮷                   

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

96


ดร.ชัญญพร ปริญญาวุฒชิ ยั

97

ABSTRACT Sound and Semantic Changes of Thai Loanwords in Bangkok Chaozhou Assist. Prof. Chanyaporn Parinyavottichai, Ph.D. The objective of this research is to analyze the sound and semantic changes of Thai loanwords in Bangkok Chaozhou. The data was collected from bilingual ThaiChaozhou in Bangkok. The result reveals that sound change occurs in consonants, vowels, and tones. Additionally, the meanings of most Thai loans have become narrower than those of the words in the donor language. Keywords: Loanwords, Thai, Chaozhou, Bangkok

 

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

97


⧠ԓ≹䈝অ丣㢲仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵ ਕ⌅࣏㜭ᐞ࡛৺ަ৏ഐ Warisa Asavaratana, Ph.D. 1  ᨀ㾱 仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ަ޵䜘㲭❦䜭ਟԕ⭘ᶕᖒᇩһ⢙ˈնᱟԄ㓶ൠ Ӿн਼Ⲵ䀂ᓖᶕⴻՊਁ⧠ᆳԜⲴᐞ࡛DŽᵜ᮷ᢃ㇇᧒䇘Ⲵঅ丣㢲仌 㢢㊫ᖒᇩ䇽ᴹĀⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍ǃ㔯ǃ⚠ǃ㍛ǃ㊹ǃ₉ǃ ἅǃ㽀āа‫ॱޡ‬ҼњDŽѫ㾱Ӿਕ⌅ቲ䶒㘳ሏᆳԜ‫ݵ‬ᖃਕ⌅ᡀ࠶Ⲵ 㜭࣋ԕ৺䟽ਐਾⲴਕ⌅࣏㜭ㅹࠐњᯩ䶒Ⲵᐞ࡛DŽ䙊䗷㘳ሏਁ⧠ṩ ᦞਕ⌅࣏㜭Ⲵᕪᕡн਼ˈਟԕབྷᾲൠᢺᆳԜ࠶Ѫഋ㓴ণĀⲭǃ 唁ǃ㓒ā˗Ā哴ǃ㬍 ǃ㔯 ā˗Ā⚠ǃ㍛ǃ㊹ā ઼Ā ₉ǃἅǃ 㽀āDŽӾ䇔⸕䈝䀰ᆖⲴ䀂ᓖᶕⴻˈ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ᴹྲ↔Ⲵਕ⌅࣏ 㜭ᐞ࡛ਟԕӾ❖⛩㢢Ⲵケᱮᙗ઼৏ර㤳⮤Ⲵ䘎㔝ᙗ઼⁑㋺ᙗᶕ䀓 䟺DŽ ‫ޣ‬䭞䇽˖অ丣㢲仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ǃਕ⌅ቲ䶒ǃ䇔⸕䈝䀰ᆖ

˄а˅ᕅ䀰 仌㢢䇽ᱟབྷཊᮠ䈝䀰‫ޡ‬ᴹⲴа㊫䇽䈝ˈᱟӪԜ⭘ᶕ㺘䗮һ⢙ Ⲵᙗ⣦Ⲵа⿽৽᱐DŽ⇿⿽䈝䀰ਟ࠶䗘ࠪᶕⲴ仌㢢наṧˈնᱟ⇿ њ䈝䀰Ⲵสᵜ仌㢢བྷ㠤⴨਼DŽ㤕᤹➗䈝䀰н਼Ⲵቲ⅑ᶕⴻˈԕᖰ ሩ㺘仌㢢䇽䈝Ⲵ⹄ウѫ㾱Ӿ䇽≷ቲ䶒Ⲵ਴њ䀂ᓖᶕ㘳ሏDŽྲ˗仌 

傜᱕䵆ǃк⎧ᐸ㤳བྷᆖ᮷ᆖঊ༛DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

98


Warisa Asavaratana, Ph.D.

99

㢢䇽Ⲵᶴ䇽⹄ウ˄ࡈ䫗ᶠˈ˗ㅖ␞䶂ˈ˗⦻ٙٙˈ ㅹ˅ǃ⹄ウ仌㢢䇽Ⲵ⁑㋺ᙗ˄Խ䫱ᒣˈ˗੤⦹⪻ˈ˗㣞 ᲃ⧞ˈ ㅹ˅ǃ仌㢢䇽Ⲵᕅ⭣᜿ѹᡆ㘵䊑ᖱ᜿ѹ˄ᕐᰪ⟩ˈ ˗䫏ᆸ┑ˈ˗哴⠅⠅ˈ˗䱸᳼ˈ ㅹ˅ǃӾ≹䈝 仌㢢䇽оཆ䈝⴨ᓄ䇽䈝Ⲵ䊑ᖱ᜿ѹо䐘᮷ॆⲴ‫ޣ‬㌫ǃ˄༽ਸ仌㢢 䇽Ⲵ˅ᶴ䇽ᯩᔿㅹࠐњ䀂ᓖ∄䖳⹄ウ˄䇨儈⑍ˈ˗ᶘ≨᷇ˈ ˗⦴䍎လˈ˗ᕐ⾍⾕઼ᶌࠔ‫˗ˈޠ‬Ԉ⌱ˈ˗ ᵾᚙလ઼ᵾ᷿Ԕˈ ㅹ˅DŽ⧠ᴹ⹄ウᖸቁᢺ仌㢢䇽ᕅ䘋ࡠਕ ⌅ቲ䶒 ᶕ⹄ ウ ˈ ᐢᴹ ᡀ᷌ Ⲵѫ㾱 ᴹࡈ ѩ䶂 ˈ  ˗⸣∃Ც ˈ ˗ᕐ⡡≁ˈ˗儈≨ཷˈ˗ᵾ㓒ঠˈǃ ㅹDŽ ⭡↔ˈѪҶሩ仌㢢䇽Ⲵ⹄ウᴤ࣐ᆼழˈᵜ᮷ᢃ㇇Ӿਕ⌅ቲ䶒‫ޕ‬᡻ ᶕ᧒䇘ᆳԜ޵䜘Ⲵ࣏㜭ᐞ࡛DŽ а㡜ᶕ䈤仌㢢䇽⭘ᶕᖒᇩһ⢙ᵜ䓛ާᴹⲴ኎ᙗˈӾᆳⲴ࣏㜭 ᶕⴻᱟ኎Ҿᖒᇩ䇽Ⲵањ⿽㊫DŽ⇿ањ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽㲭❦䜭⭘ᶕ ᖒᇩһ⢙Ⲵᙗ䍘ˈնᱟ䙊䗷Ӫ㊫Ⲵ䇔䇶࣐ᐕԕਾн㇑Ӿଚњቲ䶒 ᶕⴻᆳԜ䜭ᆈ൘⵰ᐞ࡛DŽᵜ᮷⵰䟽Ҿਕ⌅Ⲵ䈝䀰ቲ䶒ᶕ㘳ሏ仌㢢 ㊫ᖒᇩ䇽޵䜘Ⲵᐞ࡛ˈབྷᾲⲴ޵ᇩवᤜ˄˅㘳ሏ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽 ‫ݵ‬ᖃн਼ਕ⌅ᡀ࠶Ⲵ࣏㜭ᐞ࡛˗˄˅㘳ሏᆳԜ䟽ਐਾⲴ࣏㜭ᐞ ࡛˗˄˅Ӿ䇔⸕䈝䀰ᆖⲴ䀂ᓖሩަᐞᔲⲴ৏ഐ䘋㹼ࡍ↕䀓䟺DŽ ᮷ㄐ䟼ᡰѮⲴֻਕᶕ㠚ҾेӜབྷᆖѝഭ䈝䀰ᆖ⹄ウѝᗳ˄CCL˅ 䈝ᯉᓃDŽ ˄Ҽ˅仌㢢㊫ᖒᇩ䇽൘ਕ⌅ቲ䶒кⲴ޵䜘ᐞ࡛  ਕ⌅࣏㜭Ⲵᐞ࡛

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

99


100

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

 ‫ݵ‬ᖃᇊ䈝 ˄A˅о਽䇽ᩝ䝽Ⲵࡦ㓖 ᖃ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽‫ݵ‬ᖃᇊ䈝ᰦˈᆳоਾ䶒Ⲵ਽䇽Ⲵᩝ䝽䘹ᤙᱟ ਇࡠࡦ㓖ⲴˈнᱟᡰᴹⲴ਽䇽䜭㜭䐏仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ᩝ䝽ⲴDŽ⴨ ৽ˈ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ҏн㜭䜭䐏ᡰᴹⲴ਽䇽ᩝ䝽DŽᵾ㓒ঠ˄˖ ˅ُ⭘lj਼ѹ䇽䇽᷇NJሩ≹䈝䇽ѹⲴ࠶㊫ˈᤷࠪᴰ㜭о 仌㢢䇽㓴ਸⲴ⿽㊫ᱟĀ⢙ā㊫˄Ā⢙ā㊫䘈ਟ࠶Ѫॱ‫ޛ‬ሿ㊫˅㘼 Āᰦ䰤оオ䰤āǃĀࣘ֌āǃĀᣭ䊑һ⢙āㅹ⿽㊫нབྷਟ㜭о仌 㢢䇽㓴ਸDŽ㲭❦ྲ↔ˈնᡁԜ䘈ᱟਁ⧠ቁᮠ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ਟԕо ަԆ㊫䇽䈝˄ྲĀᣭ䊑һ⢙āㅹ˅㓴ਸˈྲ˗ⲭ˄ⲭᡈ˅˗唁 ˄唁ᰕᆀ˅˗㓒˄㓒᯵˅˗哴˄哴ሩ㚄˅ǃ㬍˄㬍⽮Պ˅ǃ㔯 ˄㔯⭏⍫˅ㅹDŽн䗷ˈ䴰㾱ᕪ䈳Ⲵᱟ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽о䘉а㊫਽䇽 㓴ਸҶԕਾˈަ᜿ѹਁ⭏㲊ॆˈ䘉ᱟ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽઼਽䇽ѻ䰤ӂ ࣘⲴањ᭸᷌DŽ ˄B˅о㔃ᶴࣙ䇽ĀⲴā਼⧠ অ丣㢲仌㢢㊫ᖒᇩ䇽‫ݵ‬ᖃᇊ䈝ᰦˈа㡜ਟԕⴤ᧕‫؞‬侠ѝᗳ 䈝ˈѝ䰤н࣐㔃ᶴࣙ䇽ĀⲴāDŽֻྲ˖ⲭ⚟ǃ唁∋㺓ǃ㓒⚟ㅬǃ 哴ᱏǃ㬍㼉ᆀǃ㔯㥹ㅹ˄⭡Ҿ൘ᆳԜѝ䰤⋑ᴹĀⲴāˈഐ↔䛓Ӌ ᑨᑨ㋈൘а䎧Ⲵєњ䈝㍐ᖸᇩ᱃ᡀѪањ䇽DŽྲ˗ⲭᶯǃ唁✏ǃ 㓒⡼ㅹ˅DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

100


Warisa Asavaratana, Ph.D.

101



㠣ҾĀ㍛ǃ⚠ǃ㊹ǃ₉ǃ㽀ǃἅā ㅹᖸቁоѝᗳ䈝㍐㋈⵰ ൘а䎧ˈ㘼ᑨᑨ‫ݸ‬о䈝㍐Ā㢢ā㔃ਸ❦ਾ޽оѝᗳ䈝㓴ਸˈྲ˗ Ā₉㢢✏㣡āǃĀ㊹㢢デᑈāǃĀ㽀㢢Ⲵ㗵㞰āǃĀἅ㢢Ⳟ㺓ā ㅹDŽᡆ㘵оањสᵜ仌㢢㚊ਸ˄ᑨᑨо⭡ᆳ␧ਸ㘼ᶕⲴєњสᵜ 

仌㢢ᖃѝⲴањ仌㢢䇽㚊ਸ ˅ˈྲ˗Ā₉āᱟ⭡哴઼㓒єњ仌㢢 ␧ਸ㘼ᶕⲴˈ䘉єњ仌㢢оĀ₉āਟԕ㓴ᡀĀ₉哴Ⲵᣭ⋩ᵪāǃ Ā₉㓒亶ᑖāㅹDŽ  ‫ݵ‬ᖃ䉃䈝 ᴹ䜘࠶ 仌 㢢 ㊫ ᖒᇩ 䇽 㜭 ‫ ݵ‬ᖃ䉃 䈝 ণ Ā 㓒 ǃⲭ ǃ 唁 ā ㅹDŽ Ā⚠ā઼Ā㍛āҏਟԕ‫ݵ‬ᖃ䉃䈝նᱟֻਕᖸቁDŽ䈖㓶޵ᇩྲл˖

˄ A ˅Ā㓒ǃⲭǃ唁ǃ哴ǃ㬍ǃ㔯ǃ⚠ǃ㍛ā仌㢢㊫ᖒᇩ䇽 ਟԕ‫ݵ‬ᖃ䉃䈝ˈਟᱟ൘

CCL 䈝ᯉᓃᖃѝˈᵚਁ⧠Ā㊹ǃ₉ǃ

ἅǃ㽀ā‫ڊ‬䉃䈝ⲴֻਕDŽֻྲ˖ ˄˅䴘≤㶽઼⵰㹰≤ˈ㓒Ҷаൠˈオ≄ѝ亯ᰦᕕ╛⵰ઋӪ Ⲵ㹰㞕ણDŽ˄ljѝഭߌ≁䈳ḕNJ˅ ˄˅ԆԜ䈤˖Āԕࡽ䘈ᴹаॺᱟ唁Ⲵ઒ˈቡ䘉Ѹࠐཙ֐Ⲵ ཤਁ‫ⲭޘ‬ҶDŽā ։ॾlj⍫⵰NJ 



˄˅䘉њሿ䱏Ⲵሿ䱏䮯䓛儈փ㜆ඇཤབྷˈ㝨唁ᗇ߂⋩DŽ ˄ߟᘇlj᭼ਾ↖ᐕ䱏NJ˅



൘䈝ᯉᖃѝˈᡁԜਚਁ⧠Āἅ˄ཤ˅ਁāⲴֻᆀDŽ



㠣Ҿєњสᵜ仌㢢䇽㓴ਸⲴสᵜ㿴ᖻ઼⿽㊫ਟԕ৲ⴻ儈≨ཷ˄˅DŽ

101

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


102

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

˄˅Ԇ䈤㠚ᐡᒤ㓚н┑ഋॱˈ⵬࣋ᐞҶˈཤਁ⚠Ҷˈ⢉喯 ࣘ ᩷ Ҷ ˈ ਚ   ሯ ભ 䳮 ‫ ˈ ؍‬ĂĂ DŽ ˄ lj 䈫 Җ NJ ?YRO ˅ ˄˅᡻哫Ҷˈ㝨㍛Ҷˈ䛓ᶑнੜ֯୔Ⲵਣ㞯ԯ֋ᐢ㓿ཡᦹ ҶˈԆ‫׍‬ᰗа䙽৸а䙽ൠ㛼⵰DŽ˄ljӪ≁ᰕᣕNJ ? ᒤ? ᴸԭ D˅ Ӿк䶒Ⲵֻਕਟԕⴻࠪ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽‫ݵ‬ᖃ䉃䈝ᰦਾ䶒ਟԕ࣐ᰦᘱ ࣙ䇽ĀҶāྲֻ˄˅ǃ˄˅ǃ˄˅઼˄˅ˈᡆ㘵൘ᆳਾ䶒ᴹ 㔃ᶴࣙ䇽Āᗇāྲֻ˄˅DŽ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽㜭о䘉ࠐњᡀ࠶ᩝ䝽 Ⲵ䘉Ӌֻਕਟԕ䇱᰾ᆳԜާᴹ䉃䈝Ⲵ࣏㜭DŽ ˄ B ˅㜭‫ڊ‬䉃䈝Ⲵঅ丣㢲仌㢢㊫ᖒᇩ䇽བྷ䜘࠶ਟо〻ᓖ࢟䇽 



Ā䶎ᑨǃᖸǃᴹ⛩ǃᴹӋ āㅹᩝ䝽ˈਚᴹቁ䜘࠶ণĀ⚠ ǃ㍛ā а㡜н࣐ᡆ㘵䶎ᑨቁ࣐〻ᓖ࢟䇽DŽֻྲ˖ ˄˅䘉ᰦᡁ᡽ਁ⧠ᶮ䴘Ⲵ⵬ⶋᖸ㓒ˈ㔍ሩнᱟ⵬ࡽⲴ⌚≤ ⮉лⲴঠ䘩DŽ˄ᆹ亯lj㔍ሩ䳀⿱NJ˅ ˄˅㘱ᐸⲴ㝨䶎ᑨⲭˈⴹ∋ত৸ᇭ৸唁DŽ˄⦻ሿ⌒ljⲭ䬦 ᰦԓNJ˅



ᦞᵜ᮷㘳ሏⲴ䈝ᯉˈ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽‫ݵ‬ᖃ䉃䈝а㡜н㜭⭘〻ᓖ࢟䇽Āᴰā‫؞‬侠ˈ

❦㘼ᖃᆳ‫ݵ‬ᖃᇊ䈝ᰦа㡜䜭ਟ⭘〻ᓖ࢟䇽Āᴰā‫؞‬侠DŽ 

ᦞᵜ᮷㘳ሏⲴ䈝ᯉˈĀ⚠ā࣐ҶĀᖸā઼Ā䶎ᑨāѻਾа㡜н㺘⽪仌㢢Ҷˈ㘼

㺘⽪䊑ᖱ⎸⊹ǃ⋞їDŽֻྲ˖ᡁࡠ㖾ഭѻࡍᗳᛵ䶎ᑨ⚠ˈᖃᰦᡁᐢ㓿⿫ႊҶˈᡁ ൘ѝഭ䛓ඇ൏ൠкᐢ㓿⋑ᴹӰѸਟ⢥ᤲⲴҶˈĂDŽ˄֌ᇦ᮷᪈??$?䱸⠅ ࿞ljѕⅼ㤃˖㍛㢢Ⲵц⭼NJ˅

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

102


Warisa Asavaratana, Ph.D.

103

˄˅㺱ᡀⲴⱖ㝨ᵜᶕᴹ⛩唁ˈ⧠൘ᱮᗇᴤ唁ҶDŽ˄ᐤ䠁 ljᇦNJ˅ ˄˅Ԇ䍏䗷ॱ⅑Քˈཡ㹰ཊˈⱖἡἡⲴ㝨ᴹӋ哴DŽ˄ᶌ呿 〻lj‫؍‬ছᔦᆹNJ˅ ˄˅ཙᖸ㬍ˈࠍ⵨䰤ˈ䚀ᜣ‫ྲׯ‬伈㡎ⲴӁDŽ ˄ljӪ≁ᰕᣕNJ? ᒤ? ᴸԭ˅ ˄˅㥹ᴹӋ㔯Ҷˈᴤ㔯Ҷüüⴋ༿ᶕࡠDŽ˄lj䈫㘵˄ਸ 䇒ᵜ˅NJ˅ Ӿк䶒ⲴֻਕਟԕⴻࠪĀ㓒ǃ唁ǃⲭǃ哴ǃ㬍ǃ㔯āਟ⭘〻ᓖ࢟ 䇽Ā䶎ᑨǃᖸǃᴹ⛩ǃᴹӋā‫؞‬侠DŽ  ‫ݵ‬ᖃ⣦䈝 ൘ᡰḕⲴ䈝ᯉᓃᖃѝ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽‫ݵ‬ᖃ⣦䈝Ⲵֻਕ䶎ᑨቁDŽ ަ৏ഐ൘Ҿ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵสᵜ࣏㜭ᱟ⭘ᶕᖒᇩާփⲴһ⢙Ⲵˈ 䐏਽䇽˄ާփһ⢙˅ᩝ䝽᡽ᱟ㠚❦ⲴDŽ⣦䈝Ⲵս㖞оਾ䶒Ⲵ䉃䈝 Ⲵ‫ޣ‬㌫ᖸᇶ࠷ˈᡰԕ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽а㡜н㜭䘋‫ޕ‬⣦䈝ս㖞DŽ  ‫ݵ‬ᖃ㺕䈝 ˄ A ˅ᴹⲴ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ਟԕ‫ݵ‬ᖃ㺕䈝ˈᴹⲴн㹼DŽ㜭‫ݵ‬ᖃ 㺕䈝Ⲵ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽བྷᾲᴹĀⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍ǃ㔯ǃ㍛āDŽ ᆳԜ‫ݵ‬ᖃ㺕䈝Ҷԕਾˈа㡜н࣐ĀᗇāDŽֻྲ˖ ˄˅ 䓛փ⎸ⱖҶˈⳞ㛔ᲂ唁Ҷˈ⋑ᴹࠪ䗷а⛩ᐞ䭉ˈ㘼 фⴱਲ਼‫ˈ⭘؝‬Ѫᐕল㢲㓖ᔰ᭟䘁Ⲯз‫ݳ‬DŽ˄ljӪ≁ ᰕᣕNJ? ᒤ? ᴸԭ˅

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

103


104

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

˄˅‫ޘ‬ഭ䀓᭮ҶˈᡁṩᦞԆⲴ᜿ᙍˈᢺᮤњѝഭⲴൠമ 䜭⭘㓒໘≤⎲㓒ҶDŽ˄ઘ㘼༽ljк⎧ⲴᰙᲘNJ˅ ˄˅ ‫≤֯ݹ‬⍷нᯭ㋚ˈՊ䜭ᢺᒴぬ⍷哴Ҷˈ㜭䮯ࠪӰѸ ྭᒴぬʽ㾱ᯭ㋚ଚᴹ䛓Ѹཊ㋚㛕ʽā˄ằᮼlj㓒ᰇ 䉡NJ˅ ˄˅ ᱘ཌлҶа൪䴘ˈ⍇㬍Ҷཙˈ⍇ⲭҶӁˈ⍇㔯Ҷ㣿 ቬ⢩བྷ㥹৏DŽ˄ljᣕ࠺㋮䘹NJ? ᒤ?˅ к䶒ֻ˄˅ѝⲴĀ唁ā‫ڊ‬㺕䈝‫؞‬侠䉃䈝ĀᲂāDŽֻ˄˅ѝⲴ Ā㓒ā‫ڊ‬㺕䈝‫؞‬侠䉃䈝Ā⎲āDŽֻ˄˅ѝⲴĀ哴ā‫ڊ‬㺕䈝‫؞‬侠 䉃䈝Ā⍷āDŽֻ˄˅ѝⲴĀ㬍āǃĀⲭā઼Ā㔯ā‫ڊ‬㺕䈝‫؞‬侠 䉃䈝Ā⍇āDŽഋњֻਕѝⲴĀᲂ唁āǃĀ⎲㓒āǃĀ⍷哴ā઼ Ā⍇㬍ⲭ㔯āᶴᡀ䘠㺕‫ޣ‬㌫DŽ ˄B˅䜘࠶仌㢢㊫ᖒᇩ䇽˄ণĀ㓒ǃ唁ǃⲭǃ哴ā˅‫ڊ‬㺕䈝ᰦ ަࡽ䶒ਟ࣐〻ᓖ࢟䇽Āᖸā‫؞‬侠DŽн䗷ˈྲ᷌൘仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ࡽ 䶒࣐〻ᓖ࢟䇽ĀᖸāˈᆳԜਾ䶒䜭㾱࣐㔃ᶴࣙ䇽ĀᗇāDŽֻྲ˖ ˄˅Ԇ䇠ᗇԆⴻ㿱Ҷаሩ᰾ӞⲴ⵬ⶋ઼є⡷⎲ᗇᖸ㓒Ⲵ ౤ଷDŽ˄ᕐ䍔Ӟlj⚥о㚹NJ˅ ˄˅Ḍк᩶⵰ࠐњⴈᆀˈⴈѝ൷ᱟབྷඇⲴ㚹ˈ➞ᗇ ᖸ ⲭDŽ˄։ॾljਔި⡡ᛵNJ˅ ˄˅䘉ս㇑สᔪⲴ࢟ᐲ䮯ˈ儈བྷⲴ䓛䓟㍟ᗇᴹ⛩ᕟ㛼 Ҷˈ㝨ᲂᗇᖸ唁DŽ˄ljᣕ࠺㋮䘹NJ? ᒤ?˅ ֻ˄˅ѝⲴĀ㓒āᑖ〻ᓖ࢟䇽Āᖸāԕਾ઼䉃䈝Ā⎲āᶴᡀ䘠 㺕㔃ᶴDŽֻ˄ ˅ѝⲴĀ ⲭāᑖ〻ᓖ࢟䇽Āᖸ āԕ ਾ઼䉃䈝

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

104


Warisa Asavaratana, Ph.D.

105

Ā➞āᶴᡀ䘠㺕‫ޣ‬㌫DŽֻ˄˅ѝⲴĀ唁āᑖ〻ᓖ࢟䇽Āᖸāԕ ਾ䐏䉃䈝Āᲂāᶴᡀ䘠㺕‫ޣ‬㌫DŽ⇿њֻਕѝⲴ䘠䈝઼㺕䈝ѝ䰤䜭 㾱࣐㔃ᶴࣙ䇽ĀᗇāDŽ ↔ཆˈᡁԜ䘈ਁ⧠ቁᮠ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽࣐Ҷ〻ᓖ࢟䇽Ā䶎ᑨā ઼Āᴰāԕਾ㜭‫ݵ‬ᖃ㺕䈝ˈֻྲ˗ ˄˅ྩⲴ౤ଷ⎲ᗇ䶎ᑨ㓒ˈ䘈ᴹ〽䇨ਓ㓒↻⮉൘⢉喯 кDŽ˄ছភljк⎧ᇍ䍍NJ˅ ˄˅䳮ᙚ䳶Պᰦᙫ㿱ҍ䘎Ⲵ‫ޥ‬㝨ᲂᗇᴰ唁ˈ㺓ᴽ⼘ᗇᴰ ⹤DŽ˄ljӪ≁ᰕᣕNJ? ᒤ? ᴸԭ˅ к䶒ֻ˄˅ѝⲴĀ㓒āᑖ〻ᓖ࢟䇽Ā䶎ᑨāԕਾ‫ݵ‬ᖃĀ⎲āⲴ 㺕䈝DŽֻ˄˅ѝⲴĀ唁āᑖ〻ᓖ࢟䇽Āᴰāԕਾ‫ݵ‬ᖃĀᲂāⲴ 㺕䈝DŽ ˄C˅仌㢢㊫ᖒᇩ䇽‫ݵ‬ᖃ㺕䈝ਾ‫ަڊ‬Ԇਕ⌅ᡀ࠶ ᴹӋ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ণĀⲭǃ唁ǃ㓒ā‫ڊ‬㺕䈝ਾᮤњࣘ㺕㔃ᶴ 㜭‫ݵ‬ᖃᇊ䈝DŽ↔ཆˈቁᮠⲴĀ哴ǃ㬍ǃ㍛ā仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ҏᴹ↔ ࣏㜭DŽֻྲ˖ ˄˅ྩਚク㔟䵎㢢ᣩ㜨ˈ⎧㬍㢢ᐮ㚹⸝㼔ˈ┿オⲭⳞ䶻 䟼䵢ࠪ⎲㓒Ⲵᤷ⭢DŽ˄䫡䫏Җljത෾NJ˅ ˄˅ྩॱ࠶‫ཻޤ‬Ҷˈ ᲂ唁Ⲵ㝨к‫┑ݵ‬㹰ˈ㛰ᗇ䙊㓒DŽ ˄⅗䱣ኡlj㤖ᯇNJ˅ ˄˅䘉⿽ॺ䘿᰾㓷⢙䘈н੨᭦✝䟿ˈᲂⲭⲴ㈧亦㜭ᢺ  ˋ Ⲵཚ䱣䗀ሴ✝৽ሴᦹDŽ˄lj䈫㘵NJ˄ਸ䇒 ᵜ˅˅

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

105


106

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

к䶒ֻ˄ ˅ѝⲴĀ㓒ā 䐏䉃䈝Ā⎲ā㓴ᡀ䘠 㺕⸝ 䈝DŽ❦ਾ Ā⎲㓒ā‫ݵ‬ᖃĀᤷ⭢ āⲴ ᇊ䈝DŽֻ˄  ˅ѝⲴĀ唁 ā䐏䉃䈝 Āᲂā㓴ᡀ䘠㺕⸝䈝 DŽ❦ ਾĀ ᲂ唁ā‫ݵ‬ᖃĀ㝨 āⲴ ᇊ䈝DŽֻ ˄˅ѝⲴĀⲭā䐏䉃䈝Āᲂā㓴ᡀ䘠㺕⸝䈝DŽ❦ਾĀᲂⲭā‫ݵ‬ ᖃĀ㈧亦āⲴᇊ䈝DŽ൘ᡰ㘳ሏⲴ䈝ᯉᖃѝਚ᢮ࡠĀ唁ǃⲭǃ㓒ā йњ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽‫ݵ‬ᖃ㺕䈝ਾ‫ڊ‬ᇊ䈝ⲴֻਕDŽ䘉㺘᰾䘉й㊫仌㢢 ㊫ᖒᇩ䇽Ⲵਕ⌅⍫ࣘ䖳⍫䏳DŽ ᙫѻᡁԜਟԕᢺ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵਕ⌅࣏㜭ᙫ㔃Ѫྲл㺘Ṭ˖ 㺘 ˖仌㢢㊫ᖒᇩ䇽޵䜘Ⲵਕ⌅࣏㜭ᐞ࡛ CA

㓒 ⲭ 唁 哴 㬍 㔯 ㍛ ⚠ ㊹ ₉ ἅ 㽀

SF ᇊ䈝

     

f

f

f

䉃䈝

     

f

f

   

⣦䈝

           

㺕䈝

           

f

f

f



CA 仌㢢㊫ᖒᇩ䇽SF ਕ⌅࣏㜭Āā㺘⽪ާᴹ䈕ਕ⌅࣏㜭 Āfā㺘⽪㲭❦㜭ᖃ䈕ਕ⌅ᡀ࠶նᱟަ࣏㜭䖳ᕡ Āā㺘⽪⋑ᴹ䈕ਕ⌅࣏㜭 Ӿк䶒ሩ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䘋㹼ਕ⌅࣏㜭Ⲵ㘳ሏˈਟਁ⧠ަ޵䜘 ާᴹ࣏㜭Ⲵᕪᕡѻ࡛ DŽਕ ⌅࣏㜭䖳ᕪⲴ仌㢢㊫ ᖒᇩ 䇽བྷᾲᴹ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

106


Warisa Asavaratana, Ph.D.

107

Ā㓒ǃ唁ǃⲭǃ哴ǃ㬍ǃ㔯āㅹDŽਕ⌅࣏㜭䖳ᕡⲴ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽 བྷᾲᴹĀ₉ǃ㽀ǃἅāDŽл䶒ˈᵜ᮷Ӿਕ⌅ቲ䶒Ⲵਖཆањᯩ䶒 ᶕ㘳ሏ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽޵䜘Ⲵᐞ࡛DŽ  䟽ਐⲴ࣏㜭ᐞ࡛ ṩᦞ

CCL 䈝ᯉᓃˈ㜭䟽ਐⲴ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ᴹĀ唁ǃⲭǃ

㓒ǃ㔯ǃ哴ǃ㬍āDŽ↔ཆˈ൘ᡰ㘳ሏⲴॱҼњ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ᖃѝ ਚᴹĀ₉ǃἅǃ㽀ā仌㢢㊫ᖒᇩ䇽⋑ᴹ䟽ਐᖒᔿˈ㘼Ā⚠ǃ㍛ǃ 

㊹ā㲭❦ਟԕ䟽ਐ ˈն֯⭘仁⦷н儈DŽ∄ྲ˗ Ā㍛∋㺓ā



Ā㍛㍛Ⲵ∋㺓ā

Ā⚠䐁䶻 ā 

Ā⚠⚠Ⲵ䐁䶻ā







Ā㊹˄౤˅ଷ ā

Ā㊹㊹Ⲵ౤ଷ ā

Ā₉ଷ㞿 ā 



Ā ₉₉Ⲵଷ㞿ā

Ā㽀⵬ⶋā 

Ā 㽀㽀Ⲵ⵬ⶋā

ĀἅⳞ㛔ā 

Ā ἅἅⲴⳞ㛔ā

⸣ ∃ Ც ˄  ˈ  ˖  ˅ 䇘 䇪 䗷 ↔ 䰞 仈 ˈ ⸣ ᮷ ˄˅ṩᦞ㜭੖⭘〻ᓖ࢟䇽Āᴹ⛩ǃᖸǃཚǃॱ࠶ǃᴰā࠶䟿 㓗ˈਟԕᢺ⧠ԓ≹䈝অ丣㢲Ⲵ仌㢢䇽࠶Ѫ䶎ᇊ䟿䇽઼ᇊ䟿䇽є 

㊫DŽࡽ㘵㜭⭘ᮤњ〻ᓖ䇽ᒿࡇ‫؞‬侠 ˈ㘼ਾ㘵н㜭DŽӾ䈝ѹкⴻˈ 

⸣∃Ც˄ˈ˖˅䇔ѪĀ⚠ǃ㍛āㅹ仌㢢䇽н㜭䟽ਐˈྲн㜭䈤Ā

㍛㍛ⲴॆāǃĀ ᐳ⚠⚠ⲴāㅹDŽ㺘䶒кլѾ䐏ᡁԜ䈤Ⲵ⴨৽ˈնᱟަᇎ䘉⿽⧠ 䊑㺘⽪Ҷє⿽ᛵߥ˖˄˅ᆳԜਇࡠⲴ䲀ࡦ∄Ā㓒ǃ唁āㅹ仌㢢䇽ཊ˗˄˅䲿⵰ ᰦ䰤Ⲵ⍱䙍ˈᆳԜⲴ࣏㜭⑀⑀ൠ‫ੁٮ‬ҾĀ㓒ǃ唁āㅹ仌㢢䇽DŽ 

ᶕ㠚Ҿ䉧ⅼӂ㚄㖁DŽ



⸣∃Ც˄˖˅ᤷࠪާᴹ䶎ᇊ䟿ᙗⲴᖒᇩ䇽ᴰቁ㜭⭘Āᴹ⛩ǃᖸǃ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

107


108

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

䶎ᇊ䟿仌㢢䇽Ⲵ䈝ѹ㤳തᇭ˗⴨৽ˈᇊ䟿仌㢢䇽Ⲵ䈝ѹ㤳തᖸ ゴDŽഐ↔ᆳԜ൘֯⭘仁⦷кᆈ൘ᐞᔲণ䶎ᇊ䟿仌㢢䇽Ⲵ֯⭘仁⦷ ᴤ儈DŽ൘ਕ⌅кˈє㘵ᴹ᰾ᱮⲴਕ⌅ሩ・DŽަѝˈᴹањᱟ‫ޣ‬Ҿ 䟽ਐᔿⲴሩ・ˈণ䶎ᇊ䟿仌㢢䇽ᴹĀAA ⲴāⲴ䟽ਐᔿ㘼ᇊ䟿仌 㢢䇽ত⋑ᴹDŽ䲔↔ѻཆˈ⸣᮷䘈䙊䗷Ҷࠐ⿽Ṭᔿᶕ傼䇱䶎ᇊ䟿仌 㢢䇽઼ᇊ䟿仌㢢䇽Ⲵሩᓄ㺘⧠ˈ㔃᷌ਁ⧠䶎ᇊ䟿仌㢢䇽㜭䘋‫Ⲵޕ‬ Ṭᔿ∄ᇊ䟿ⲴཊDŽഐ↔ਟᙫ㔃Ѫᇊ䟿Ⲵ仌㢢䇽Ⲵ䈝ѹ㤳തゴˈᆳ Ⲵਕ⌅ṬᔿਇࡠҶ䲀ࡦ˗䶎ᇊ䟿仌㢢䇽Ⲵ䈝ѹ㤳തᇭˈᆳⲴਕ⌅ ṬᔿཊDŽ ԕᖰⲴ⹄ウᐢ㓿ሩᖒᇩ䇽สᔿ઼ަ䟽ਐᔿ֌䗷Ҷਕ⌅䈝ѹ∄ 䖳ˈ⹄ウਁ⧠ᖒᇩ䇽䟽ਐҶԕਾަਕ⌅䈝ѹਁ⭏ਈॆDŽሩ䘉аᯩ 

䶒‫ڊ‬䗷⹄ウѫ㾱ᴹᵡᗧ⟉˄ ˅ǃ঎㿹䶎˄˅ǃ䜝ᘇ㢟 ˄˅ǃ⸣∃Ც˄˅ǃ喀⋚ᢜ઼⦻⡡㓒˄˅ǃᵾ֣ ˄˅ㅹDŽ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐҶԕਾˈަਕ⌅࣏㜭к਼ṧҏо สᔿᆈ൘ᐞ࡛DŽ䛓Ѹˈ䘉⿽ᐞ࡛ᱟ੖Պ‫֯׳‬仌㢢㊫ᖒᇩ䇽޵䜘Ⲵ ਕ⌅࣏㜭ᐞ࡛ਁ⭏᭩ਈDŽ䈧ⴻл䶒˖  ‫ݵ‬ᖃᇊ䈝 ᖃ䘉Ӌᖒᇩ䇽䟽ਐਾоѝᗳ䈝ᶴᡀᇊѝ㔃ᶴᰦˈᆳԜԕᑖ㔃 ᶴࣙ䇽ĀⲴāѪѫˈྲĀ唁唁Ⲵ㝨āǃĀ㬍㬍Ⲵབྷ⎧āǃĀ㓒㓒 Ⲵശ⛩āㅹDŽնᱟᴹӋ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐҶԕਾ൘Ḁњਕ⌅⧟ຳ ᖃѝҏਟԕн࣐ĀⲴāDŽྲл䶒Ⲵֻਕ˖ ᴰāйњ〻ᓖ䇽‫؞‬侠DŽ䛓Ӌਚ㜭⭘Ḁњ⢩ᇊ〻ᓖ䇽‫؞‬侠Ⲵᖒᇩ䇽ˈ䘈ᱟᇊ䟿ⲴDŽ 

ᵡᗧ⟉‫⭏ݸ‬൘  ᒤ俆⅑ਁ㺘䘉ㇷ᮷ㄐDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

108


Warisa Asavaratana, Ph.D.

109

˄˅ᡁԜ䟷䇯Ⲵᰦ‫↓ˈى‬䎦кߌ≁Ӕ୞⮚㤴ᆓ㢲ˈ┑䖭 ⵰㓒㓒⮚㤴Ⲵᤆ᣹ᵪˈ൘ᐕল䰘ਓᧂ⵰䮯䱏DŽ ˄ljӪ≁ᰕᣕNJ? ᒤ?ㅜ  ᆓᓖ˅ ˄˅൘ই⋉ˈᡁԜ⇿кањ⼱๑䟷䇯ˈᙫᱟⴻ㿱аս䓛 փ༞ᇎǃ唁唁㝨㟋Ⲵᒤ䖫ߋᇈˈㅜањሶ㺕㔉㡩䘀 ᶕⲴ㺕㔉૱ᢋࡠ⼱кˈĂĂDŽ ljӪ≁ᰕᣕNJ? ᒤ?ㅜ  ᆓᓖ  ˄˅ ྩᐢ〽〽᭵ᘱ༽㨼ˈн༽哴哴㝨‫ݯ‬クа䓛ࡦᴽDŽ ˄ᶘ㔋lj⍇◑NJ˅ ˄˅ ྩᗳᛵྲᲤཙ㡜ᔰᵇˈ㘱ᜣବⅼ㘱ᜣㅁˈᚦᗳᝏ⎸ ཡᗇᰐᖡᰐ䑚ˈᜣ䎧⧠൘кᐲⲴ㓒㓒㾯㓒ḯ㔯㔯ሿ ⲭ㨌ᗳ䟼ቡ㡂ᴽDŽ˄⊐㦹ljཚ䱣ࠪцNJ˅ Ӿк䶒Ⲵֻਕਟԕ⌘᜿ࡠа⛩ቡᱟྲ᷌㺘仌㢢㊫ᖒᇩ䇽઼ᆳ ᡰ‫؞‬侠Ⲵ਽䇽ਾ䶒䘈ࠪ⧠ਖཆањ਽䇽㘼䈕਽䇽оࡽ䶒Ⲵ⸝䈝ҏ ާᴹᇊѝ‫ޣ‬㌫ˈ䛓Ѹ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽઼ᆳ‫؞‬侠Ⲵ਽䇽ѻ䰤ਟԕн࣐ ĀⲴāྲֻ˄˅઼ֻ˄˅࠶࡛ѪĀ˄┑䖭⵰˅㓒㓒⮚㤴Ⲵᤆ ᣹ᵪā઼Ā唁唁㝨㟋Ⲵᒤ䖫ߋᇈāㅹDŽ൘㘳ሏⲴॱҼњ仌㢢㊫ᖒ ᇩ䇽䟼䟽ਐԕਾਟԕн࣐ĀⲴāⲴᴹ˖㓒ǃⲭǃ唁ǃ哴ǃ㬍ǃ 㔯DŽ㘼তᵚਁ⧠Ā㍛ǃ⚠ǃ㊹ā䟽ਐҶԕਾਟԕн࣐㔃ᶴࣙ䇽 ĀⲴāⲴֻਕDŽ  ‫ݵ‬ᖃ䉃䈝 仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐҶԕਾˈᴹ䜘࠶㜭‫ڊ‬䉃䈝ণĀ㓒ǃⲭǃ 唁ǃ哴ǃ㬍ǃ㔯āDŽֻྲ˖

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

109


110

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

˄˅н⸕ᱟ䗷Ҿ‫ཻޤ‬ǃ䘈ᱟ≄⑙ཚվˈ‫ݯ‬ᆀⲴ㝨㳻㓒㓒 Ⲵˈሿ᡻ҏ߫ᗇн⚥⍫Ҷˈ㿱↔⣦ᡁн⾱བྷㅁˈ‫ݯ‬ ᆀҏᔰᗳൠҀҶDŽ˄ljӪ≁ᰕᣕNJ? ᒤ? ᴸ ԭ˅ ˄˅ྩ䓛儈ਚᴹ  ㊣  ᐖਣˈ䶒哴㚼ⱖˈ㝆ᆀǃ㜨㝟唁 唁Ⲵˈⴻ䎧ᶕ㠣ቁࠐњᴸ⋑⍇◑Ҷ DŽ˄ljᣕ࠺㋮ 䘹NJ? ᒤ?˅ ˄˅デཆ⚠⚠Ⲵˈཙ⑀⑀䱤↫Ҷˈཚ䱣㛶ᙟൠ䓢䘋ҶӁ 

ቲDŽ ˄֌ᇦ᮷᪈??$?䈸ⅼljབྷল 䘎䖭ѻ ഋ NJ˅ Ӿк䶒ⲴֻਕਟԕⴻࠪᆳԜ䟽ਐҶԕਾԕᑖ䈝≄ࣙ䇽ĀⲴāѪѫ ྲֻ˄˅ǃ˄˅઼˄˅DŽ ↔ཆˈ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐҶԕਾа㡜н㜭⭘〻ᓖ࢟䇽‫؞‬侠ˈ ֻྲ˖Ā ཙᖸ㬍㬍āǃĀ ཤਁᖸ唁唁āǃĀ 㝨䶎ᑨⲭⲭā䜭 н㜭䈤DŽн䗷ˈ䈤仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐҶԕਾн㜭ਇ〻ᓖ࢟䇽‫؞‬侠 ҏнᱟ㔍ሩⲴˈഐѪ൘䈝ᯉᓃѝᡁԜҏਁ⧠Ҷл䶒Ⲵֻਕ˖ ˄˅ 㘱ઘⲴ㝨㢢ᐢᴹӋ㓒㓒ⲴҶˈਟᱟ⦻ᕪⲴ㝨㢢⋑ᴹ ਈˈਚᱟаৼ唁⵬䟼ᴹ⛩≤┹┹ⲴDŽ˄⸕‫א‬lj䫱䚃 ⑨ࠫ䱏NJ˅



↔ཆˈᡁԜ൘䈝ᯉᓃ䟼䘈᢮ࡠ‫ۿ‬Ā䱸ተ䮯㝨⚠⚠ൠ᭮Ҷ⭥䈍DŽā䘉⿽ਕᆀˈն

ᱟ䟼䶒ⲴĀ⚠⚠āн㺘仌㢢DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

110


Warisa Asavaratana, Ph.D.

111

ֻ˄˅ѝⲴĀ㓒㓒āਟԕ⭡〻ᓖ࢟䇽ĀᴹӋāᶕ‫؞‬侠DŽ㜭ਇ〻 ᓖ࢟䇽‫؞‬侠Ⲵ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐᔿ൘ᡁԜ㘳ሏᖃѝਚᴹĀ㓒āа њ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽DŽ  ‫ݵ‬ᖃ⣦䈝 ྲкᡰ䘠ˈ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽а㡜н‫ݵ‬ᖃ⣦䈝DŽ㲭❦ྲ↔ˈᴹⲴ অ丣㢲仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐҶԕਾ㜭‫ݵ‬ᖃ⣦䈝ˈᛵߥྲл˖ ˄а˅൘⣦䈝઼ѝᗳ䈝ѻ䰤࣐Āൠā 

ਚᴹቁ䜘࠶仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐᔿ˄唁ǃ㓒ǃ㔯 ˅㜭‫ݵ‬ᖃ⣦ 䈝ˈ㘼фа㡜䜭㾱࣐㔃ᶴࣙ䇽ĀൠāDŽֻྲ˗ ˄˅ 䮯઼ॱҼ਽ᇚ‫ˈޥ‬䜭ᱟ‫↖࢟ޘ‬㻵Ⲵˈਾ䶒䘈ᷦ⵰а ᥪ䖫ᵪ‫ޣ‬ᷚˈᷚਓ唁唁ൠߢ⵰བྷᇦDŽ˄֌ᇦ᮷᪈ ??%?䉒ᥪᆷlj৫ഭ 䘎䖭ѻй NJ˅ ˄˅ ᜣ⭡↔ਈᗇ߿䖫ӋⲴ傜㘱ཚཚ൘᣶㓯ᰦਁ⧠л⵬㝨 ѕ䟽ཆ㘫ˈ㓒㓒ൠ㙧᣹⵰DŽ˄ljᣕ࠺㋮䘹NJ? ᒤ?˅ ˄˅н 㾱 ࢢ ˈ ֐ ਛ ᆳ 㔯 㔯 ൠ 䮯 ⵰ DŽ ˄ ᕐ 䍔 Ӟ lj 㔯 ॆ ṁNJ˅



ᴹє⛩㾱䈤᰾˖˄˅བྷ䜘࠶ⲴĀⲭāᰐ䇪ᱟสᔿ䘈ᱟ䟽ਐᔿ‫ڊ‬⣦䈝ਾਈᡀ࢟

䇽ˈྲ˗Ā㔨ᆀⲴⴂᆀᷚˈ⤐⤐ൠࠫ⵰້кⲴ⹆ඇ䈤˖Ā֐ੰˈ֐ੰˈሿᆀˈ֐ ⲭᆖҶ⌅ᖻ஖ʽā˄ᶘ⋛lj䶂᱕ѻⅼNJ˅ᡆĀ䘎к৅ᡰⲴࠐ࠶䫏ᰦ䰤ˈԆҏӾн ⲭⲭൠ⎚䍩ᦹDŽā˄lj䈫㘵˄ਸ䇒ᵜ˅NJ˅DŽ˄˅Ā⚠⚠ā‫ݵ‬ᖃ⣦䈝ᰦˈަ᜿ ѹа㡜н㺘⽪仌㢢ˈ㘼㺘⽪⎸⊹ǃ⋞ї᜿ѹDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

111


112

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

к䶒ֻ˄˅ѝⲴĀ唁唁ā‫ڊ‬⣦䈝‫؞‬侠Āߢ⵰āDŽֻ˄˅ѝⲴ Ā㓒㓒ā‫ڊ‬⣦䈝‫؞‬侠Ā㙧᣹⵰āDŽֻ˄˅ѝⲴĀ㔯㔯ā‫؞‬侠 Ā䮯⵰āDŽ  ‫ݵ‬ᖃ㺕䈝 অ丣㢲仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐҶԕਾˈа㡜ਚᴹĀⲭǃ唁ǃ㓒ǃ 哴ǃ㬍ǃ㔯ǃ㍛āਟԕ‫ݵ‬ᖃ㺕䈝ˈ㘼ф䜭㾱࣐㔃ᶴࣙ䇽Āᗇāˈ ֻྲ˖ ˄˅⇿ཙ㝊ᶯ䜭䇙䵢≤⌑ᗇⲭⲭⲴˈ䎠ҶᖒDŽ˄lj䈫㘵 ˄ਸ䇒ᵜ˅NJ˅ ˄˅ྩᐢ㓿ᜣࡠਟԕ⭘ᣕ㓨ˈᰙቡᢺデᡧ㋺ྭҶDŽᣕ㓨 к⭘໘≱⎲ᗇ唁唁ⲴDŽ˄㘱㠽ljഋц਼าNJ˅ ˄˅ሂ仾ሶԆԜⲴሿ㝨㳻੩ᗇ㓒㓒ⲴˈਟԆԜ‫❦׍‬൘ሂ 仾ѝㅹᖵˈĂĂDŽ˄ljӪ≁ᰕᣕNJ? ᒤ? ᴸԭ D˅ ˄˅ᮠҍ䲶ߜˈᩝ䖖എᶕⲴ⠅ᆀˈཤਁ઼㺓㼣ᤲ┑ⲭⲭ Ⲵߠ䵌ˈ㝨߫ᗇ㍛㍛Ⲵˈ䘋ቻˈ䈍䜭䈤нࠪᶕҶDŽ ˄ᲃᵡljेབྷ㦂␡༴Ⲵ⇽⡡NJ?֌ᇦ᮷᪈ ??$˅







к䶒ֻ˄ ˅ѝⲴĀⲭⲭ ā઼䉃䈝Ā ⌑āᶴᡀ 䘠㺕 㔃ᶴDŽֻ ˄˅ѝⲴĀ唁唁ā઼䉃䈝Ā⎲āᶴᡀ䘠㺕㔃ᶴDŽֻ˄˅ѝⲴ Ā㓒㓒ā઼䉃䈝Ā੩āᶴᡀ䘠㺕㔃ᶴDŽֻ˄˅ѝⲴĀ㍛㍛ā઼ 䉃䈝Ā߫āᶴᡀ䘠㺕㔃ᶴDŽ⇿њֻਕⲴ䘠䈝઼㺕䈝ѝ䰤㾱࣐㔃ᶴ ࣙ䇽ĀᗇāDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

112


Warisa Asavaratana, Ph.D.

113

㲭❦Ā㍛āਟԕ䟽ਐնᱟоĀ㓒ā⴨∄ˈާᴹнᒣ㺑⧠䊑˖ Ā㓒㓒ā‫ݵ‬ᖃ㺕䈝∄ަԆ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ཊ˗Ā㍛㍛āਚᴹࠐњֻ ਕDŽ ↔ཆˈਚᴹĀⲭǃ唁ǃ㓒ā仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵ䟽ਐᔿ‫ڊ‬㺕䈝ਾ ਟԕ޽‫ݵ‬ᖃᇊ䈝DŽֻྲ˖ ˄˅ྩ䛓㻛ཚ䱣ᲂᗇ㓒㓒Ⲵ㝨ᓎǃ৸唁৸ശⲴབྷ⵬ⶋˈ ᴹ⵰а⿽শѵн㺠Ⲵ㖾DŽ˄ᕐ⛌lj᷿ភNJ˅ ˄˅‫ޛ‬њ਼ṧᣩᗇ唁唁Ⲵሿခ၈൘դ㡎ˈ䲿⵰ⅼ༠֌⿽ ⿽ᛢ᝔Ⅲ㔍⣦DŽ˄⦻ᵄljᠥ❦ᰐ⸕NJ˅ ˄˅᡻㞅ка䚃␡␡ⲴࢢⰅDŽ㹰ᐢ㓿⍱ᒢҶˈє⡷⌑ᗇ ⲭⲭⲴ㚹㘫䎧ᶕˈ‫ۿ‬ሿᆙⲴཡ㹰Ⲵ౤ଷDŽ˄⭥㿶⭥ ᖡ?ljߜ㠣NJ˅ к䶒ֻ˄˅ѝⲴĀ㓒㓒ā䐏䉃䈝Āᲂā㓴ᡀ䘠㺕⸝䈝DŽ❦ਾ Ā˄㻛ཚ䱣˅ᲂᗇ㓒㓒ā‫ݵ‬ᖃĀ㝨ᓎāⲴᇊ䈝DŽֻ˄˅ѝⲴ Ā唁唁ā‫ݸ‬䐏䉃䈝Āᣩā㓴ᡀ䘠㺕⸝䈝DŽ❦ਾĀ˄਼ṧ˅ᣩᗇ唁 唁ā‫ݵ‬ᖃĀሿခ၈āⲴᇊ䈝DŽֻ˄˅ѝⲴĀⲭⲭā‫ݸ‬䐏䉃䈝 Ā⌑ā㓴ᡀ䘠㺕⸝䈝ˈ❦ਾĀ˄є⡷˅⌑ᗇⲭⲭā‫ݵ‬ᖃĀ㚹āⲴ ᇊ䈝DŽ ᡁԜਟᢺ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐᔿⲴਕ⌅࣏㜭Ⲵᐞ࡛ᙫѪྲл㺘 Ṭ˖   

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

113


114

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

㺘 ˖仌㢢㊫ᖒᇩ䇽䟽ਐᔿⲴਕ⌅࣏㜭ᐞ࡛ CA 㓒 ⲭ 唁 哴

㬍 㔯 ㍛ ⚠ ㊹ ₉ ἅ 㽀

SF ᇊ䈝

     

䉃䈝

           

⣦䈝

f f

㺕䈝

     

f

 

f

f

f

f

  

      f

    



CA 仌㢢㊫ᖒᇩ䇽SF ਕ⌅࣏㜭 Āā㺘⽪ާᴹ䈕ਕ⌅࣏㜭 Āfā㺘⽪㲭❦㜭ᖃ䈕ਕ⌅ᡀ࠶նᱟަ࣏㜭䖳ᕡ Āā㺘⽪⋑ᴹ䈕ਕ⌅࣏㜭

ᙫѻˈ䙊䗷к䶒ਕ⌅кⲴ᧒䇘ˈਟਁ⧠а⿽ᖸ᰾ᱮⲴሩ・⧠ 䊑ˈণĀⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍ǃ㔯ā൘ਕ⌅࣏㜭кᰐ䇪ᱟสᔿ䘈 ᱟ䟽ਐᔿ䜭∄Ā㍛ǃ⚠ǃ㊹ǃ₉ǃἅǃ㽀āᕪˈਇࡠⲴ䲀ࡦҏ䖳 ቁDŽ㤕ᴤԄ㓶ൠⴻˈҏՊਁ⧠Ā唁ǃⲭǃ㓒ā䘉йњ仌㢢㊫ᖒᇩ 䇽н㇑൘สᔿ䘈ᱟ䟽ਐᔿަ࣏㜭䜭∄ަԆ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ᕪDŽ㘼 Ā㍛ǃ⚠ǃ㊹ā㲭❦ਕ⌅кⲴ㺘⧠䜭∄Āⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍ǃ 㔯āᕡˈնᱟ㤕оĀ₉ǃἅǃ㽀ā⴨∄ˈަਕ⌅࣏㜭ᴤᕪDŽ ↔ཆˈṩᦞк䶒ሩ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵਕ⌅࣏㜭䘋㹼࠶᷀ˈᡁԜ ਟԕབྷᾲൠᢺ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽࠶Ѫഋ㓴ˈণ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

114

A 㓴⭡Āⲭǃ唁ǃ


Warisa Asavaratana, Ph.D.

115

㓒ā㓴ᡀ˗B 㓴⭡Ā哴ǃ㬍ǃ㔯ā㓴ᡀ˗C 㓴⭡Ā⚠ǃ㍛ǃ㊹ā 㓴ᡀ˗D 㓴⭡Ā₉ǃἅǃ㽀ā㓴ᡀDŽᦞк䶒ᡰᗇࠪᶕⲴ㔃᷌ˈਟ ᢺ䘉ഋ㓴Ⲵ࣏㜭Ӿᕪࡠᕡᧂᡀањᒿࡇ˗㘼ф

A 㓴઼ D 㓴สᵜ

кᴹሩ・Ⲵ‫ޣ‬㌫DŽ 䘉Ӌਕ⌅кⲴᐞ࡛৽᱐ࠪӪ㊫ሩ਼а㊫ᖒᇩ䇽Ⲵн਼Ⲵ䇔 䇶DŽ䛓ѸˈĀⲭǃ唁ǃ㓒ā൘ਕ⌅࣏㜭кѪօ∄ަԆ仌㢢㊫ᖒᇩ 䇽ᴤᕪDŽл䶒ᵜ᮷ᢃ㇇Ӿ䇔⸕Ⲵ䀂ᓖᶕࡍ↕ൠ䀓䟺仌㢢㊫ᖒᇩ䇽 ൘ਕ⌅ቲ䶒㺘⧠ⲴᐞᔲDŽ ˄й˅仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵ䇔⸕䀓䟺

 ❖⛩㢢Ⲵケᱮᙗ Ӿ⭏⨶Ⲵ䀂ᓖᶕⴻĀⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍āᱟ㓟仌㢢Ⲵˈഐ ↔ᆳԜᓄ䈕ᱟӪ㊫ᇩ᱃⌘᜿ࡠⲴ仌㢢DŽ㠣ҾĀ㔯ǃ⚠ǃ㍛ǃ㊹ǃ ₉ǃἅǃ㽀āഐѪӾ⭏⨶кⴻᱟ␧ਸ仌㢢ˈᱟ⭡єњ㓟㢢␧ਸ㘼 ᶕⲴˈᡰԕӪԜሩ䘉Ӌ仌㢢䇽Ⲵ⺞ᇊᙗн儈ˈᴹᰦՊ࠶䗘н␵DŽ ሩн⺞ᇊⲴь㾯ӪԜ֯⭘ᰦቡՊ⣩䊛ˈ㘼ሩᖸᇩ᱃䗘࡛Ⲵ仌㢢䇽 ӪԜ㠚❦㘼❦ҏՊ֯⭘ᗇ∄䖳ཊDŽ䘉ᱟѪӰѸĀ㓒ǃ唁ǃⲭǃ 哴ǃ㬍ā仌㢢㊫ᖒᇩ䇽˄ᡆ㺘㢢䈝㍐˅൘ਕ⌅䈝ѹ࣏㜭઼ᶴ䇽㜭 ࣋к䜭ᖸᕪⲴ৏ഐDŽĀ㔯ā਼ṧҏᱟ␧ਸ㢢ˈնᱟᆳⲴਕ⌅࣏㜭 ઼ᶴ䇽㜭࣋‫ੁٮ‬ҾĀⲭǃ唁ǃ㓒āㅹ仌㢢䇽ˈሩ䘉њ䰞仈ᡁԜਟ ԕ⭘л䶒аӋ㿲⛩ᶕ䀓䟺DŽ

 仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵ䇔⸕৏රüü䘎㔝ᙗ઼⁑㋺ᙗ Ӿ䇔⸕Ⲵ䀂ᓖᶕⴻˈ仌㢢䇽ਟԕ޽࠶Ѫ㓟㢢઼␧㢢DŽᡁԜ䘉 Ѹ࠶㊫ᱟഐѪᆳԜⲴӗ⭏ᶕⓀҾн਼Ⲵ䇔⸕ส⹰DŽ㓟㢢˄ᡆส㢢

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

115


116

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

ᡆঅ㢢˅ᱟঅаⲴ仌㢢ˈ⋑ᴹᵲ㢢DŽ㘼␧㢢ᱟ⭡єњ㓟㢢㓴ᡀⲴ ᯠ仌㢢DŽӪԜᗳ䟼ሩ仌㢢䇽䘉⿽н਼Ⲵ䇔⸕Պ৽᱐൘䈝䀰Ⲵ㺘䗮 кDŽቡᱟ䈤ሩᗳ⨶кᖸ᰾ᱮǃᖸケࠪⲴ仌㢢䇽Պ⭘ᗇ∄䖳ཊ˗㘼 ⁑㋺ǃн᰾⺞Ⲵ仌㢢䇽⭘ᗇቁDŽ ⇿њᡀઈ㜭ࠪ⧠൘਼ањ㤳⮤䜭㾱⴨ӂ㚄㌫ˈቡᱟ䈤਴њᡀ ઈѻ䰤㾱ᴹᇦ᯿⴨լᙗ᡽Պ኎Ҿ਼ањ㤳⮤DŽᴹⲴᡀઈ∄䖳䶐䘁 㤳⮤Ⲵѝᗳ˗ᴹⲴᡀઈ䶐䘁㤳⮤Ⲵ䗩⭼DŽ䶐䘁ѝᗳⲴᡀઈ‫ੁٮ‬Ҿ ިරᡀઈˈަケᱮᙗ䖳儈˗⿫ѝᗳ䎺䘌Ⲵᡀઈ䎺‫ੁٮ‬Ҿ䶎ިරⲴ ᡀઈˈަ⁑㋺ᙗ䖳儈DŽഐѪ㤳⮤ᵜ䓛ᴹ⁑㋺Ⲵ䗩⭼ˈᡰԕսҾ䗩 ⭼Ⲵᡀઈа㡜нՊ㻛ケᱮˈнᇩ᱃䗘࡛ˈՊ֯ӪԜሩ਼ањһ⢙ 

Ⲵᙗ⣦ਟ㜭Պᴹн਼Ⲵⴻ⌅ DŽ仌㢢㤳⮤ҏᱟྲ↔DŽ 㤕ᢺ仌㢢㤳⮤᭮൘ᴤབྷⲴ䇽㊫㤳⮤䟼ᶕⴻˈ仌㢢䇽ҏਟ㇇ᱟ ᖒᇩ䇽㤳⮤䟼䶒Ⲵᡀઈ˄⭡Ҿᵜ᮷ਚу⌘仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ˈഐ↔Ჲ ᰦн⎹৺ࡠަԆᖒᇩ䇽˅ˈᱟᖒᇩ䇽㤳⮤䟼Ⲵ⅑㤳⮤DŽ⇿њ仌㢢 ㊫ᖒᇩ䇽൘㤳⮤䟼ഐᡰާᴹⲴ኎ᙗ⢩ᖱⲴᮠⴞн਼ˈ㘼սҾн਼ Ⲵս㖞DŽṩᦞк䶒ሩ仌㢢䇽Ⲵਕ⌅㜭࣋Ⲵ㘳ሏˈᆳԜѻ䰤Ⲵᐞ࡛ ਟԕ൘㤳⮤䟼ᗇࡠ䀓䟺ˈণĀ㓒ǃ唁ǃⲭā઼Ā哴ǃ㬍ǃ㔯ā኎ Ҿᖒᇩ䇽㤳⮤䟼䖳䶐䘁㤳⮤ṨᗳⲴˈ㘼Ā⚠ǃ㍛ǃ㊹ā઼Ā₉ǃ ἅǃ㽀āⲴս㖞䶐䘁㤳⮤Ⲵ䗩㕈ˈ䐏਽䇽㤳⮤ᴹӔ৹DŽ



仌㢢䇽ⲴⲴ⁑㋺ᙗ䘈㺘⧠൘ᆳԜⲴᕅ⭣᜿ѹDŽণ⴨਼Ⲵ仌㢢䇽൘н਼Ⲵ䈝䀰ᖃ

ѝਟ㜭ާᴹн਼Ⲵᕅ⭣᜿ѹ઼䊑ᖱ᜿ѹDŽ㘼ᆳԜҏо਴≁᯿Ⲵ⽮Պ⭏⍫ᴹ‫˄ޣ‬੤ ⦹ㄐˈ˅DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

116


Warisa Asavaratana, Ph.D.

117

㤕ਚⴻ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵ਴њᡀઈˈᡁԜՊਁ⧠Ā㓒ǃ唁ǃ ⲭǃ哴ǃ㬍ǃ㔯ā㠣ቁ൘≹䈝Ⲵ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵ䇽㊫㤳⮤ᖃѝ‫ٮ‬ ੁҾިරᡀઈ˗㘼Ā⚠ǃ㍛ǃ㊹ǃ₉ǃἅǃ㽀ā኎Ҿ䶎ިරᡀઈ ˄ਾ䶒й㘵∄ࡽ䶒й㘵ᴤ‫ੁٮ‬Ҿ䗩㕈ᡀઈ˅DŽնᱟ‫ࡽۿ‬䶒ᨀࡠⲴ аṧˈ਴њᡀઈѻ䰤ާᴹ䘎㔝ᙗˈഐ↔䘉њ४࠶нᱟ㔍ሩⲴˈ㻛 ࠶Ѫ䶎ިර仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ⲴаӋᡀઈҏՊᴹḀ⿽ਕ⌅䈝ѹ࣏㜭о ިර仌㢢㊫ᖒᇩ䇽⴨լˈྲĀ⚠ǃ㍛āㅹDŽ䛓Ѹṩᦞ㤳⮤Ⲵ䘎㔝 ᙗᡁԜਟԕࡍ↕ൠ䀓䟺ѪӰѸĀ㔯ā਼ṧᱟ␧ਸ㢢ˈ൘ਕ⌅䈝ѹ ࣏㜭кতоĀ㓒ǃⲭǃ唁ǃ㬍āⲴਕ⌅࣏㜭⴨լ˄ᖃ❦ަ㜭࣋Պ ∄ᆳԜᕡᗇཊ˅DŽ 㤕Ԅ㓶㿲ሏ‫ੁٮ‬Ҿިර仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ⲴĀ㓒ǃ唁ǃⲭǃ哴ǃ 㬍ǃ㔯āˈᡁԜՊਁ⧠ˈ൘‫ޝ‬њ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ᖃѝˈĀ㓒āⲴਕ ⌅࣏㜭ᴰᕪˈᴰቁਇࡠ䲀ࡦDŽ⭡↔ᡁԜਟԕࡍ↕᧘䇪Ā㓒ā൘≹ 䈝Ⲵ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ᖃѝᱟᴰިරᡀઈˈ㘼Ā唁ǃⲭǃ哴ǃ㬍ǃ 㔯āᱟ⿫ިරᡀઈ䖳䘁ⲴᡀઈDŽ ᡁԜਟԕᢺ≹䈝Ⲵ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵ⅑㤳⮤བྷ㠤ᙫ㔃Ѫлമ˖

മа˖仌㢢㊫ᖒᇩ䇽൘⅑㤳⮤ѝⲴս㖞

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

117


118

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

˄ഋ˅㔃䇪઼։䇪 অ丣㢲仌㢢㊫ᖒᇩ䇽㲭❦䜭㜭⭘ᶕᖒᇩһ⢙Ⲵᙗ䍘ˈնᱟᆳ Ԝ൘н਼Ⲵਕ⌅ᖒᔿкᆈ൘ᐞ࡛DŽ∄ྲˈаӋ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽ণ Āⲭǃ唁ǃ㓒ā‫ڊ‬㺕䈝ਾᮤњࣘ㺕㔃ᶴ㜭‫ݵ‬ᖃᇊ䈝DŽ৸ྲˈ᤹➗ ᱟ੖㜭䟽ਐᶕⴻˈĀ㓒ǃ唁ǃⲭāㅹᖒᇩ䇽䜭㜭䟽ਐˈնĀ₉ǃ ἅǃ㽀āᖒᇩ䇽а㡜н㜭䟽ਐDŽ޽ྲˈ䛓Ӌ㜭䟽ਐⲴ仌㢢㊫ᖒᇩ 䇽ˈᴹⲴ‫ݵ‬ᖃਕ⌅ᡀ࠶Ⲵ㜭࣋䖳ᕪˈণĀ㓒ǃ唁ǃⲭā˗ᴹⲴ‫ݵ‬ ᖃਕ⌅ᡀ࠶Ⲵ㜭࣋䖳ᕡˈণĀ㍛ǃ㊹ǃ⚠āDŽ䙊䗷䘉Ӌਕ⌅кⲴ ᐞᔲˈᡁԜਟԕབྷᾲ ൠᢺ অ丣㢲仌㢢㊫ᖒᇩ䇽 ࠶Ѫ ഋ㓴ˈণ Ā㓒ǃⲭǃ唁āˈĀ哴ǃ㬍ǃ㔯āˈĀ㍛ǃ⚠ǃ㊹ā઼Ā₉ǃ ἅǃ㽀āDŽ Ӿ䇔⸕Ⲵ䀂ᓖᶕⴻབྷᾲਟԕሩк䶒Ⲵਕ⌅࣏㜭Ⲵᐞ࡛֌ࠪԕ лⲴ䀓䟺˄˅Āⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍āᱟ㓟仌㢢ˈᆳԜ൘ӪԜ ᗳ⨶ѝާᴹケᱮᙗˈӪԜሩ᰾ᱮᡆ⺞ᇊⲴ仌㢢䇽㠚❦㘼❦Պ⭘ᗇ ∄䖳ཊˈᖒᔿᴤཊṧDŽഐ↔ˈ൘ਕ⌅к䘉Ӌᖒᇩ䇽Ⲵ㜭࣋䖳ᕪ˗ ˄˅Ā㔯āнᱟ㓟仌㢢ˈնᱟᆳⲴਕ⌅࣏㜭‫ੁٮ‬ҾĀ唁ǃⲭǃ 㓒āㅹ仌㢢䇽DŽ䘉ਟ㜭ᱟഐѪӾ৏ර㤳⮤ᶕⴻˈĀ㔯ā኎Ҿ䶐䘁 ިරᡀઈⲴᡀઈˈ㘼ᡀઈоᡀઈѻ䰤ާᴹ䘎㔝ᙗˈഐ↔Ā㔯āⲴ 

аӋ࣏㜭ਟоިරᡀઈⲴĀ唁ǃⲭǃ㓒ā⴨լ DŽ



ᦒਕ䈍䈤ˈ㲭❦Ā㔯āн‫ۿ‬Āⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍āаṧᱟ㓟仌㢢ˈնᱟ⇿њ

㤳⮤䜭ާᴹ䘎㔝ᙗˈ㘼ф㤳⮤䟼Ⲵ਴њᡀઈՊᴹаӋ⴨լⲴ⢩ᖱ˄ྲˈਕ⌅࣏ 㜭˅ˈഐ↔ᴹⲴᰦ‫ى‬н㜭ᢺᡀઈоᡀઈѻ䰤࠶ᗇᖸ␵ᾊDŽ⭡ҾĀ㔯āⲴ䜘࠶⢩ᖱ ‫ۿ‬Āⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍āㅹ㓟仌㢢˄ྲĀ㔯āн㇑ᱟ䘈⋑䟽ਐѻࡽ䘈ᱟ䟽ਐѻ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

118


Warisa Asavaratana, Ph.D.

119

ᵜ᮷ਚᱟӾਕ⌅Ⲵ䈝䀰ቲ䶒ᶕ㘳ሏ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵ࣏㜭ᐞ ࡛ˈަᇎ䲔Ҷਕ⌅ቲ䶒ѻཆˈ൘䇽≷ቲ䶒кᆳԜ਼ṧҏᆈ൘⵰ᐞ ࡛DŽ↔ཆˈн਼≁᯿ሩ仌㢢䇽Ⲵ֯⭘ᛵߥՊ〽ᗞᴹᐞ࡛DŽ䘉Ӌ䰞 仈ᴹᖵ䘋а↕⹄ウ઼᧒䇘DŽ ৲㘳᮷⥞˖ ঎㿹䶎Āþᒢ߰ÿ઼þᒢᒢ߰߰ÿ৺ަᆳāˈlj≹䈝ᆖ ҐNJˈㅜ  ᵏ˖ 䱸᳼Ā䇪≹䈝㢢ᖙ䇽Ⲵ䴦ᓖ઼‫⿫ٿ‬ālj䈝᮷ᆖ࠺NJㅜ  ᵏ˖ ㅖ߶䶂Ā≹䈝㺘Ā㓒āⲴ仌㢢䇽㗔࠶᷀ л āˈlj䈝᮷ ⹄ウNJˈㅜ  ᵏ˖ Ԉ⌱Ā⍵᷀仌㢢䇽൘н਼ഭᇦѝᆈ൘䊑ᖱ᜿ѹᐞᔲⲴ৏ ഐāˈlj⧠ԓ䈝᮷ 䈝䀰⹄ウ⡸ NJˈㅜ  ᵏ˖ 儈≨ཷĀ⧠ԓ≹䈝สᵜ仌㢢䇽㓴ਸᛵߥ㘳ሏāˈlj䀓᭮ ߋཆഭ䈝ᆖ䲒ᆖᣕNJˈㅜ  ᵏ˖ 䜝ᘇ㢟Āᴹ‫ޣ‬þ$$%%ÿ䟽ਐᔿⲴࠐњ䰞仈āˈlj䈝䀰ᮉ ᆖо⹄ウNJˈㅜ  ᵏ˖

ਾ䜭㜭‫ݵ‬ᖃ䉃䈝˅ˈ㘼䜘࠶⢩ᖱҏ‫ۿ‬Ā⚠ǃ㍛ǃ㊹ǃ₉ǃἅǃ㽀āㅹ␧ਸ㢢˄ྲ ˈ⭡єњ㓟仌㢢㓴ᡀ˅ˈഐ↔ᆳᰒ㜭ᖂࡠĀⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍āа㓴ˈ৸㜭ᖂ ࡠĀ⚠ǃ㍛ǃ㊹ǃ₉ǃἅǃ㽀āа㓴DŽᵜ᮷⵰䟽Ҿ仌㢢㊫ᖒᇩ䇽Ⲵਕ⌅࣏㜭ˈྲ ᷌Ӿ൘ਕᆀ䟼‫ݵ‬ᖃਕ⌅ᡀ࠶Ⲵ㜭࣋ԕ৺䟽ਐⲴ㜭࣋ᶕⴻˈቡՊਁ⧠Ā㔯āⲴ࣏㜭 ‫ੁٮ‬ҾĀⲭǃ唁ǃ㓒ǃ哴ǃ㬍ā䘉а㓴DŽᡰԕᡁԜᲲᰦᢺᆳᖂࡠĀⲭǃ唁ǃ㓒ǃ 哴ǃ㬍ā㓴䟼䶒DŽ



วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

119


120

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

哴⠅⠅Ā仌㢢䇽Ā㓒āⲴ᮷ॆ޵⏥৺ަ䇽ѹ╄ਈ āˈ lj⧠ԓ䈝᮷˄䈝䀰⹄ウ⡸˅NJˈㅜ  ᵏ˖ ᵾᚙလˈᵾ᷿ԔĀ≹丙Āⲭā઼Ā䧂┺āⲴ䊑ᖱ࣏㜭ሩ ∄⹄ウāˈlj⧠ԓ䈝᮷˄䈝䀰⹄ウ⡸˅NJ ˈㅜ  ᵏ˖  ᵾ㓒ঠĀ≹䈝㢢ᖙ㤳⮤Ⲵ㺘䗮ᯩᔿālj䈝䀰ᮉᆖо⹄ ウNJˈㅜ  ᵏ˖ üüülj⧠ԓ≹䈝仌㢢䇽䈝ѹ࠶᷀NJˈेӜ˖୶࣑ঠҖ 侶DŽ ᵾ֣Āᖒᇩ䇽䟽ਐᔿ֌㺕䈝Ⲵ 9Āᗇā䘠㺕㔃ᶴāˈlj⧠ ԓ䈝᮷NJˈㅜ  ᵏ˖ ࡈ䫗ᶠĀ仌㢢䇽Ⲵᶴᡀāˈlj䈝䀰ᮉᆖо⹄ウNJˈㅜ  ᵏ˖ ࡈѩ䶂Ā⧠ԓ≹䈝สᵜ仌㢢䇽Ⲵᮠ䟿৺ᒿࡇāˈljইӜᐸ བྷᆖᣕ ⽮Պ、ᆖ⡸ NJˈㅜ  ᵏ˖ 喀⋚ᢜˈ⦻⡡㓒Āᖒᇩ䇽ᙗ⸝䈝оᖒᇩ䇽Ⲵ࣏㜭∄䖳āˈ lj≹䈝ᆖҐNJˈㅜ  ᵏ˖     㣞ᲃ⧞ĀӾ䇔⸕䀂ᓖ䈸仌㢢䇽Ⲵ⁑㋺ᶕⓀāˈlj⧠ԓ䈝 ᮷ 䈝䀰⹄ウ⡸ NJˈㅜ  ᵏ˖ ⸣∃ᲪĀ⧠ԓ≹䈝仌㢢䇽Ⲵ⭘⌅āˈlj≹䈝ᆖҐNJˈㅜ  ᵏ˖ üüüĀ䈅䇪≹䈝Ⲵਕ⌅䟽ਐāˈlj䈝䀰⹄ウNJˈㅜ  ᵏ   üüülj㛟ᇊ઼੖ᇊⲴሩ〠онሩ〠˄໎䇒ᵜ˅NJे Ӝ˖ेӜ䈝䀰᮷ॆབྷᆖࠪ⡸⽮

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

120


Warisa Asavaratana, Ph.D.

121

⦻ٙٙĀ≹䈝仌㢢䇽ᶴ䇽࠶᷀āˈlj䈝᮷ᆖ࠺NJˈㅜ  ᵏ˖ ੤ ⦹ ㄐ   Ā Ӿ শ ᰦ ઼ ‫ ޡ‬ᰦ ሩ ∄ Ⲵ 䀂 ᓖ ⴻ 仌 㢢 䇽 Ⲵ ⁑ ㋺ ᙗāˈljཆഭ䈝˄к⎧ཆഭ䈝ᆖ䲒ᆖᣕ˅NJˈㅜ  ᵏ  Խ䫱ᒣĀ䇪仌㢢䇽৺ަ⁑㋺ᙗ䍘āˈlj䈝䀰ᮉᆖо⹄ ウNJˈㅜ  ᵏ˖ 䇨儈⑍Ā≹‫༽״‬ਸ仌㢢䇽ᶴᡀሩ∄āˈljཆഭ䈝˄к⎧ ཆഭ䈝ᆖ䲒ᆖᣕ˅NJˈㅜ  ᵏ˖ ⦴䍎လĀ≹ᵍ仌㢢䇽㗔䙐䇽㊫රሩ∄āˈljᔦ䗩བྷᆖᆖ ᣕ˄⽮Պ、ᆖ⡸˅NJˈㅜ  ᵏ˖ ᶘ ≨ ᷇   Ā 㢢 ᖙ 䈝 ⸱ ⹄ ウ а Ⲯ ᒤ ā ˈ lj ཆ 䈝 ᮉ ᆖ о ⹄ ウNJˈㅜ  ᵏ˖ ᕐ⡡≁Āᖒᇩ䇽䟽ਐᔿ֌⣦䈝о֌ަᆳᡀ࠶Ⲵ∄䖳āˈ lj䈝䀰ᮉᆖо⹄ウNJˈㅜ  ᵏ˖ ᕐ⾍⾕ˈᶌࠔ‫ޠ‬Ā㤡≹สᵜ仌㢢䇽Ā唁āǃĀⲭāⲴ䇔 ⸕䈝ѹ࠶᷀āˈljཆ䈝оཆ䈝ᮉᆖNJˈㅜ  ᵏ˖ ᕐᰪ⟩Ā㢢ᖙ䇽䈝㚄ᜣ᜿ѹࡍ䇪āˈlj䈝䀰ᮉᆖо⹄ ウNJˈㅜ  ᵏ˖ 䫏ᆸ┑Ā仌㢢䇽Ⲵ䈝ѹ䇔⸕઼䈝ѹ㔃ᶴ āˈljཆ䈝ᮉ ᆖNJˈㅜ  ᵏ˖ ᵡᗧ⟉ lj⧠ԓ≹䈝䈝⌅⹄ウNJˈेӜ˖୶࣑ঠҖ侶   

121

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


122

现代汉语单音节颜色类形容词的 句法功能差别及其原因

ABSTRACT The Differences of Color Adjectives in Modern Chinese and its Cause Warisa Asavaratana, Ph.D. Color adjectives (CA) are normally used to describe the colors of objects. But while taking a look at lexical level and syntactic level, we found that each of them has many differences. The purpose of this research is to find the differences of twelve monosyllabic adjectives of colors, in terms of syntactic, focusing on their abilities to reduplicate, their syntactic functions (SF) before and after reduplicating. The result shows that these twelve color adjectives have the different syntactic functions. These differences can initially be explained by adopting cognitive linguistics theory, which are the prominence of focal color and the prototype category theory. Keywords: monosyllabic adjectives of colors, syntactic level, cognitive linguistics

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

122


การศึกษาการเลือกใช้ คาํ ภาษาไทยเพื� อ่ เทียบเคียงความหมายกับ ส่ วนเสริมกริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง ดร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี 1 0

บทคัดย่อ ในการใชส่ วนเสริ นเสริมกริ กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง ปัปญหาหนึ� ่งในการใช้ นไมสามารถจัดการกับความหมายย่ ความหมายยอย ของผูเ้ รีรียนชาวไทย คือ ผูเ้ รีรียนไม่ ของภาษาจี นและไม่ และไม ส ามารถหาคํ า มาเที ย บเคี ยงความหมายได้ งความหมายได ้ งยังอาจไม่ อาจไมสามารถเลื อกใช้ กใชส่ ว นเสริ นเสริมกริ กริยาที� ม่ ี นอกจากนี� ้ บางครั� งยั ความหมายใกลเคี ย งกันได้ ได บทความนี� จึ้ จงึ มุ่ ง ศึ ก ษาและวิเคราะห์ คราะห ความหมายใกล้ ความหมายย อ ยและการเลื อกใช้ กใช คํ า ภาษาไทยเพื� ่ อ เที ย บเคี ย ง ความหมายย่ นเสริมกริ กริยาบอกผลภาษาจีนกลางที�ม่ ีความถี� ใ่ น ความหมายกับส่สวนเสริ การใชสูง เพื� ่อเสนอเป็ เสนอเปนแนวทางอ้ นแนวทางอางอิงสําหรับการสอนส่ การสอนสวนเสริ นเสริม การใช้ กริยาบอกผลภาษาจีนกลางให้ กลางใหแก่กผเู้  รีรียนชาวไทย กริ นเสริมกริ กริยาบอกผล การเลือกใช้ กใชคาํ ภาษาไทย คําสํ าคัญ ส่สวนเสริ ภาษาจีน-ไทย �.1. บทนํา นเสริมกริ กริยาบอกผลในภาษาจีนกลางที� ่มีความถี� ่ในการใช้ นการใช ส่สวนเสริ นคํากริ กริยาหรื าหรือคําคุ ณศัพท์ทที�ม่ ีความหมายย่ วามหมายยอยหลากหลาย สู งมักเป็เปนคํ 11

พจนี อาจารย์ อาจารยประจําสาขาวิ สาขาวิชชาภาษาจี าภาษาจีนน ภาควิชาภาษาตะวันนออก ออก ดร. ธีธีรวัฒน์น ธีธีรพจนี ษรศาสตร จุฬาลงกรณ์ าลงกรณมหาวิทยาลัย คณะอักษรศาสตร์

123

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


124

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

ส่ วนเสริ มกริ ยาบางตัวมักเกิดร่ วมกับคํากริ ยาบางคําบ่อยครั�งจนอาจ เรี ย ก ว่ า ได้ เ ข้ า สู่ กระบวนการกลายเป็ นคํ า ( lexicalization) เมื�อเป็ นเช่ นนี� แล้ว ความหมายก็ อาจจะขยายหรื อเคลื� อนไปจนไม่ เหลือเค้ามูลความหมายเดิม ต้องพึ�งพิงบริ บทเพื�อศึกษาความหมายที� ถูกต้อง �. การศึ กษาคําที�สามารถทํา หน้ าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลใน ภาษาจีนกลางทีม� ีความถี�ในการใช้ สูง ผูว้ ิจยั ได้ศึกษาทบทวนวรรณกรรมที�เกี�ยวข้องพบว่า คํากริ ยา ที�สามารถทําหน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลในภาษาจีนกลางได้มี จํานวน ��� คํา (䱸ᐗӁ, ����: ��) ถึง ��� คํา (⦻㓒ᰇ, ����) ส่ วน คํา คุ ณ ศัพ ท์ที� ส ามารถทํา หน้า ที� เ ป็ นส่ ว นเสริ ม กริ ย าบอกผลได้มี จํานวน ��� คํา (傜ⵏǃ䱶‫؝‬᰾, ����: �) ถึง ��� คํา (⦻㓒ᰇ, ����) ในงานวิจยั ของ 傜ⵏ และ 䱶‫؝‬᰾ (����: �) ยังได้ระบุอีกด้วยว่าใน จํานวนคําคุณศัพท์ ��� คํานี� แบ่งเป็ นคําคุ ณศัพท์สองพยางค์ �� คํา และคําคุณศัพท์พยางค์เดียว ��� คํา ข้อมูลหลักที�นาํ มาใช้ศึกษาในบทความนี� อา้ งอิงจากงานวิจยั ของ ઘ㣣 (����) เรื� อง lj䶒 ੁ ሩ ཆ ≹ 䈝 ᮉ ᆖ Ⲵ 㺕 䈝 ⹄ ウNJ (การศึ ก ษาส่ ว นเสริ มกริ ยาที� ใ ช้ ใ นงานด้า นการเรี ยนการสอน ภาษาจีนเป็ นภาษาต่างประเทศ) ซึ� งได้ดึง “คํากริ ยาและคําคุณศัพท์ที� ทํา หน้ า ที� เ ป็ นส่ ว นเสริ มกริ ยาบอกผล” ออกมาจากคลัง ข้อ มู ล วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

124


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

125

หนังสื อพิมพ์ljӪ≁ᰕᣕNJ(สุ่ มข้อมูลข่าวทั�งหมดในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. ����) และคลังข้อมูลภาษาพูดภาษาปั กกิ� งljेӜ䈍ਓ䈝䈝 ั นอกจากนี� ยงั ได้ ᯉᓃNJ เพื� อใช้เ ป็ นกรอบข้อ มูล ภาษาในการวิจ ย ศึกษาการเกิ ดร่ วมของส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลเหล่านั�นกับคํากริ ยา อื�นๆ จากพจนานุ กรมการเกิ ดร่ วมของคํากริ ยากับส่ วนเสริ มกริ ยา บอกผลในภาษาจีนกลาง (lj≹䈝ࣘ䇽-㔃᷌㺕䈝ᩝ䝽䇽ިNJ) ของ ⦻⹊ߌ ที� พิมพ์ในปี ค.ศ. ���� พจนานุ กรมฉบับนี� ได้ให้ขอ ้ มูลทั�งคู่ คําที�เกิดร่ วม และประโยคตัวอย่างที�ใช้ศึกษาในงานวิจยั นี� ผลการวิจยั ของ ઘ㣣 (����) พบว่าคู่คาํ กริ ยา-ส่ วนเสริ มกริ ยา บอกผลในคลังข้อมูลหนังสื อพิมพ์ ljӪ≁ᰕᣕNJมีท� งั สิ� น �,��� คู่ ในจํานวนนี� มีคาํ ที�ทาํ หน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลทั�งสิ� น �� คํา ประกอบด้วยคํากริ ยา �� คํา และคําคุณศัพท์ �� คํา ส่ วนคู่คาํ กริ ยาส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลในคลังข้อมูลภาษาพูดภาษาปั กกิ�งljेӜ䈍 ਓ䈝䈝ᯉᓃNJ มีท� งั สิ� น �,��� คํา มีคาํ ที�ทาํ หน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยา บอกผลทั�งสิ� น �� คํา ประกอบด้วยคํากริ ยา �� คํา และคําคุณศัพท์ �� คํา ข้อมูล ข้า งต้นเป็ นข้อมูล ที� ระบุ อยู่ในงานต้นฉบับ แต่ผูว้ ิจยั พบว่า เมื� อ ศึ ก ษาข้อ มู ล ดิ บ ที� ઘ 㣣 (����) นํา เสนอไว้น� ัน มี ข้อแตกต่างดังนี� คําที�สามารถทําหน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผล จากคลังข้อมูลหนังสื อพิมพ์ ljӪ≁ᰕᣕNJมีท� งั สิ� น ��� คํา มากกว่า ที� ง านวิจ ัย ข้า งต้น ระบุ ไ ว้ � คํา ซึ� งส่ ว นต่ า ง � คํา นี� เป็ นคํา กริ ย า

125

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


126

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

ส่ วนคํา ที� ส ามารถทํา หน้ า ที� เ ป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลจาก คลังข้อมูลภาษาพูดภาษาปั กกิ� งljेӜ䈍ਓ䈝䈝ᯉᓃNJมี ท� งั สิ� น �� คํา น้อยกว่าที�งานวิจยั ข้างต้นระบุไว้ � คํา ซึ� งส่ วนต่าง � คํานี� ตอ้ งหัก ออกจากส่ วนของคําคุณศัพท์ ดังที�ได้แสดงไว้ในตารางต่อไปนี� ตารางที� �: ตารางแสดงคํากริยาและคําคุณศัพท์ ที�สามารถทําหน้ าที�เป็ นส่ วนเสริมกริยาบอก ผลในภาษาจีนกลางได้ จากงานวิจัยของ ઘ㣣(����)

คํา

คลังข้ อมูล

คุณศัพท์

คลังข้ อมูลljӪ≁ᰕᣕNJ ྭǃ┑ǃབྷǃ߶ǃ␵ᾊǃ␵ǃ ⹤ǃ儈ǃ㍗ǃཊǃᒢǃཏǃ ␧ǃ䙊ǃ䘿ǃ㛯ǃⲭǃ䭉ǃ վǃ৽ǃ㛕ǃᇼǃ‫ݹ‬ǃ唁ǃ 㓒ǃ━ǃൿǃ䘁ǃ㋮ǃオǃ ⛲ǃ㍟ǃߧǃӞǃ㔯ǃធǃ 䳮ǃ㜆ǃ䮯ǃᒣǃ喀ǃᕪǃ 䖫ǃェǃ䖟ǃ␡ǃ⒯ǃⱖǃ ⺾ǃ↚ǃᲊǃっǃ㓶ǃሿǃ ѕǃ⺜ǃ䘌ǃ㜿ǃ㌏ǃᰙǃ ゴǃ↓ǃ⁑㋺ǃᒢ߰ǃᮤ喀

�� คํา

กริยา

รวม

คลังข้ อมูลljेӜ䈍ਓ䈝䈝ᯉᓃNJ ⸞ǃᡱǃ᜘ǃ侻ǃ䮯ǃ䭉ǃ བྷǃվǃሩǃཊǃᒢǃ儈ǃ ‫ݹ‬ǃྭǃ唁ǃ㓒ǃൿǃᙕǃ ㍗ǃ䘁ǃᰗǃᘛǃ⛲ǃ㍟ǃ Ӟǃҡǃ┑ǃធǃ㜆ǃ‫ٿ‬ǃ ᒣǃ⹤ǃ喀ǃ␵ǃ䖫ǃェǃ ‫ޘ‬ǃ✝ǃ䖟ǃ۫ǃ ᶮǃ䞕ǃ ⺾ǃ䘿ǃ↚ǃᕟǃっǃ䘌ǃ 㜿ǃⴤǃⲭǃᒢ߰ǃ㋺⎲ǃ ᰾ⲭǃ␵ᾊ

�� คํา

ᡀǃᆼǃտǃᦹǃ‫ޕ‬ǃࡠǃ 䎠ǃᡀѪǃՔǃ↫ǃՊǃ‫ق‬ǃ ૽ǃᇊǃ៲ǃ㘫ǃ⍫ǃᯝǃ ቭǃ㩭ǃ㻲ǃ⚝ǃ᰾ⲭǃ䐁ǃ 䘰ǃᆼ∅ǃ䟂ǃ䎒ǃ⵰ǃ֌ǃ ‫ڊ‬ǃ࿕ǃ⟏ǃѪǃ㿱

�� คํา ��� คํา

ࡠǃᡀǃ‫ق‬ǃᦹǃᇊǃ៲ǃ ᯝǃ㘫ǃཏǃՊǃ␧ǃ⍫ǃ 䐁ǃ⹤ǃ‫ޕ‬ǃՔǃ↫ǃ䙊ǃ 䘰ǃᆼǃ૽ǃ䟂ǃ֌ǃ‫ڊ‬ǃ 㿱ǃ⵰ǃђǃ᰾ⲭ

�� คํา �� คํา

เมื�อรวมข้อมูลข้างต้นแล้วจะเห็นได้ว่าคําที�สามารถทําหน้าที� เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลที�ดึงออกมาจากคลังข้อมูลมีท� งั สิ� น ��� คํา แต่ในจํานวนนี� มีคาํ ที� ซ� าํ กันอยู่จาํ นวนหนึ� ง เมื�อตัดคําที�ซ� าํ ออก

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

126


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

127

แล้วจะเหลือเพียง ��� คํา ประกอบด้วยคําคุณศัพท์ �� คํา และ คํากริ ยา �� คํา และมีคาํ ควบสองหน้าที� � คํา (ได้แก่ ཏǃ␧ǃ ᰾ⲭǃ⹤ และ 䙊) คําที�ปรากฏอยูใ่ นคลังข้อมูลทั�งสองคลังมี �� คํา คําที�ปรากฏเฉพาะในคลังข้อมูลหนังสื อพิมพ์ ljӪ≁ᰕᣕNJมี �� คํา และคําที�ปรากฏเฉพาะในคลังข้อมูลภาษาพูดภาษาปั กกิ�ง ljेӜ䈍 ਓ䈝䈝ᯉᓃNJมี �� คํา ซึ� งเราอาจอนุ มานได้วา่ คําทั�ง �� คําที�ปรากฏ อยู่ในทั�ง สองคลังข้อมูล นี� จ ะเป็ นคําที� มี ความถี� ในการใช้สูง ทั�ง ใน ภาษาพูดและภาษาเขีย น ส่ วนคําที� ป รากฏอยู่เฉพาะในคลังข้อมูล หนังสื อพิมพ์ฯ จํานวน �� คํานั�นจะเป็ นคําที�มีความถี�ในการใช้สูง เฉพาะในภาษาเขียน และคําที� ปรากฏอยู่เฉพาะในคลังข้อมูลภาษา พูดภาษาปั กกิ�ง จํานวน �� คํานั�นจะเป็ นคําที�มีความถี�ในการใช้สูง เฉพาะในภาษาพูด (ดูตารางที� �) นอกจากนี� ࿘ⰾ (����) ยังได้วิเคราะห์ความถี�ในการใช้ของ คําทั�งหมดจากทั�งสองคลังข้อมูล โดยคัดเลือกคําที�มีความถี�ในการใช้ สู ง �� อันดับแรกของแต่ละคลังข้อมูล ซึ� งผูว้ ิจยั พบว่ามีคาํ ที�ปรากฏ ซํ�าอยู่ในทั�งสองคลังข้อมูลจํานวน � คํา เรี ยงลําดับตามความถี�จาก

127

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


128

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

ตารางที� �: ตารางแสดงคําที�ทําหน้ าที�เป็ นส่ วนเสริมกริยาบอกผล ในภาษาจีนกลางที�แบ่ งตามระดับภาษา คํา คําที�ทําหน้ าที�เป็ นส่ วนเสริมกริยาบอกผล ระดับภาษา ในภาษาจีนกลาง คําที�มีความถี�ในการใช้ สูงทั�ง ในภาษาพูดและภาษาเขียน (�� คํา) คําที�มีความถี�ในการใช้ สูง เฉพาะในภาษาเขียน (�� คํา) คําที�มีความถี�ในการใช้ สูง เฉพาะในภาษาพูด(�� คํา)

ⲭǃ䮯ǃᡀǃ䭉ǃབྷǃ‫ق‬ǃࡠǃվǃᦹǃᇊǃ ៲ǃᯝǃཊǃ㘫ǃᒢǃᒢ߰ǃ儈ǃཏǃ‫ݹ‬ǃ ྭǃ唁ǃ㓒ǃൿǃՊǃ␧ǃ⍫ǃ㿱ǃ㍗ǃ䘁ǃ ⛲ǃ㍟ǃӞǃ┑ǃធǃ᰾ⲭǃ㜆ǃ䐁ǃᒣǃ ⹤ǃ喀ǃ䖫ǃ␵ǃ␵ᾊǃェǃ‫ޕ‬ǃ䖟ǃՔǃ ↫ǃ⺾ǃ䙊ǃ䘿ǃ䘰ǃ↚ǃᆼǃっǃ૽ǃ䟂ǃ 䘌ǃ㜿ǃ⵰ǃ֌ǃ‫ڊ‬ ᡀѪǃ৽ǃ㛕ǃᇼǃ━ǃቭǃ㋮ǃオǃߧǃ 㻲ǃ㔯ǃ㩭ǃ⚝ǃ⁑㋺ǃ䳮ǃᕪǃ␡ǃ⒯ǃ ⱖǃ⟏ǃ࿕ǃᆼ∅ǃᲊǃѪǃ㓶ǃሿǃѕǃ 䎒ǃ⺜ǃ㌏ǃᰙǃゴǃᮤ喀ǃ↓ǃ㛯ǃտǃ ߶ǃ䎠 ⸞ǃᡱǃ᜘ǃ侻ǃђǃሩǃ㋺⎲ǃᙕǃᰗǃ ᘛǃҡǃ‫ٿ‬ǃ‫ޘ‬ǃ✝ǃ۫ǃᶮǃ䞕ǃᕟǃⴤ

สู ง ไปตํ�า ได้ ดัง นี� ࡠǃྭǃᆼǃᡀǃ㿱ǃᦹǃ↫ǃ⹤ǃ␵ᾊ ทั�ง � คํานี� ผูว้ ิจยั ขออนุ มานว่าเป็ น “คําที�สามารถทําหน้าที�เป็ นส่ วนเสริ ม กริ ยาบอกผลในภาษาจีนกลางที�มีความถี�ในการใช้สูงทั�งในภาษาพูด และภาษาเขียน” และจัดว่าเป็ นคําที�มีความถี�ในการใช้สูงระดับที� � (ต่อไปจะเรี ยกว่า “กลุ่ม �”) ส่ วนที�เหลืออีก �� คํา ซึ� งปรากฏเฉพาะ ในคลัง ข้อ มู ล ภาษาพู ด หรื อภาษาเขี ย นอย่า งใดอย่า งหนึ� ง เท่ า นั�น ผูว้ ิจยั จัด ให้เป็ นคํา ที� มีค วามถี� ใ นการใช้สู งระดับที� � (ต่อ ไปจะ เรี ยกว่า “กลุ่ม �”) ได้แก่ տǃ┑ǃ⵰ǃབྷǃཊǃൿǃ‫ޕ‬ǃ‫ڊ‬ǃ䭉ǃ ߶ǃ䎠ǃՊǃ␵ǃᡀѪǃ‫ق‬ǃ䟂ǃᒢ߰ǃՔǃ儈ǃ‫ݹ‬ǃᯝ และ ཏ จากนั�น จึ ง นํา คํา ทั�ง หมดมาศึ ก ษาวิ เ คราะห์ ด้า นการเลื อ กใช้ ค ํา

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

128


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

129

ภาษาไทยเพื�อเที ยบเคี ยงความหมายกับส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลใน ภาษาจีน ขั�นตอนต่อมา ผูว้ ิจยั ได้ศึกษาการเกิดร่ วมระหว่างคํากริ ยากับ คําที�ทาํ หน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลจากพจนานุกรมlj≹䈝ࣘ 䇽ü㔃᷌㺕䈝ᩝ䝽䇽ިNJแต่ พ บว่า มี ค าํ � คํา ในกลุ่ ม � คื อ ‫ޕ‬ǃ‫ڊ‬ และ ᡀѪ ที� ไ ม่ ไ ด้บ รรจุ อ ยู่ ใ นพจนานุ ก รมฉบับ ดัง กล่ า ว จึ ง ไม่ สามารถนําคําทั�ง � คํานี�มาวิเคราะห์การเกิดร่ วมของคําได้ จึงต้องลด จํานวนคําจากกลุ่ม � นี� เหลื อเพียง �� คํา เมื�อศึกษาการเกิดร่ วมของ คําแล้วพบว่า คําที�ทาํ หน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลทั�ง �� คํานี� มีคู่คาํ กริ ยาที�เกิดร่ วมกันทั�งสิ� น �,��� คู่ และคําที�มีคู่คาํ เกิดร่ วมมาก ที�สุด คือ คํา “ࡠ” มีจาํ นวน ��� คู่ จากผลการศึก ษา ผูว้ ิจยั พบว่าทั�ง ภาษาจี นและภาษาไทยใช้ โครงสร้ างการแสดงผลของกริ ยาในลักษณะเดี ยวกัน คือ ใช้กริ ยา (หรื อคุณศัพท์) สองคําเป็ นตัวสื� อความหมาย ซึ� ง กริ ยาตัวแรกจะเป็ น กริ ยาแสดงเหตุ และกริ ยาตัวหลัง จะเป็ นกริ ยาแสดงผล แต่ท� งั สอง ภาษาก็ มี ค วามแตกต่ า งอยู่ ที� ก ริ ยาทั�ง สองตัว ในภาษาจี น กลาง ประกอบขึ�นสนิ ทติดกันเป็ น “โครงสร้างกริ ยา-ส่ วนเสริ มกริ ยาบอก ผล” (resultative verb construction) ส่ ว นภาษาไทยไม่ ไ ด้มี การประกอบเป็ นโครงสร้ า งที� แ นบสนิ ท แต่ จ ะอยู่ ใ นรู ป แบบ โครงสร้างกริ ยาเรี ยง (serial verb construction) ซึ� งกริ ยาแต่ละตัว

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

129


130

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

สามารถมีกรรมตามท้ายได้ ดังนั�น เมื�อทั�งสองภาษาต่างก็ใช้กริ ยาตัว ที� ส องเพื� อ แสดงผล ทํา ให้ ส ามารถกํา หนดคํา เพื� อ เที ย บเคี ย ง ความหมายระหว่างกันในทั�งสองภาษาได้ อย่า งไรก็ ต าม เนื� องจากภาษาไทยและภาษาจี นเป็ นคนละ ภาษากัน ทั�งสองภาษาย่อมมีการเลือกใช้คาํ ที�แตกต่างกันและมีการ เกิ ดร่ วมของคําที� เป็ นอิสระต่อกัน คําภาษาจีนที�ทาํ หน้าที� เป็ นส่ วน เสริ ม กริ ย าบอกผลมัก มี ค วามหมายย่อ ยหลากหลาย อาจต้อ งใช้ คําภาษาไทยหลายคําเพื� อเทียบเคียงความหมาย แต่ในขณะเดี ยวกัน คําภาษาไทยบางคําก็อาจใช้เทียบเคียงความหมายกับคําภาษาจีนได้ หลายคําเช่นกัน เมื� อ ผู้วิ จ ั ย นํ า คํา ภาษาจี น ทั� งสองกลุ่ ม ข้ า งต้ น มาศึ ก ษา เปรี ยบเทียบส่ วนคล้ายและส่ วนต่างกับการใช้คาํ ในภาษาไทยแล้ว ได้ผลการศึกษาดังนี� �. การเลือกใช้ คําภาษาไทยเทียบเคียงความหมายกับคําภาษาจีนได้ ตรงตัว จากการศึกษาพบว่าคําทั�ง � คําที�ทาํ หน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยา บอกผลกลุ่ม � ไม่สามารถใช้คาํ ภาษาไทยเพียงคําเดียวมาเทียบเคียง ความหมายได้ค รบถ้ว นสมบู รณ์ แต่ มี ค าํ ในกลุ่ ม � จํา นวน � คํา สามารถใช้คาํ ภาษาไทยมาเทียบเคียงความหมายได้ตรงตัว ได้แก่

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

130


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

131

“䭉” กับ “ผิด” “䎠” กับ “ไป” “䟂” กับ “ตื�น” “儈” กับ “สู ง” และยัง มีอีก � คําที�ถือว่าสามารถใช้คาํ ไทยคําเดียวเพื�อเทียบเคียงได้ แต่ดว้ ย ระดับภาษาอาจทําให้มีการเปลี�ยนแปลงได้บา้ งเล็กน้อย คือ “‫ ”ݹ‬ที� เมื� อ ทํา หน้า ที� เ ป็ นส่ ว นเสริ ม กริ ย าบอกผลจะสื� อ ความว่ า “หมด เกลี�ยง” (ไม่มีเหลือ) ซึ�งเราอาจแยกออกมาเป็ นสองคําได้ คือ ใช้คาํ ว่า “หมด” เที ย บเคี ย งทั�ง ในภาษาพู ด และภาษาเขี ย น และบางครั� ง ถ้า ความในภาษาจี น ใช้อยู่ใ นบริ บทระดับ ภาษาพูดก็ ควรใช้ค าํ ว่า “เกลี�ยง” เทียบเคียงแทนจะเหมาะสมและได้อรรถรสมากกว่า อีกคํา หนึ� งคือ “ཏ” ซึ� งเมื�อใช้เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลจะมีความหมาย ย่อ ย � ความหมายคื อ “พอ” และ “เบื� อ ” เราอาจใช้ค ํา ว่า “พอ” เพื� อ เที ย บเคี ย งความหมายย่อ ยทั�ง สองก็ ไ ด้ แต่ ถ้า เราจะเลื อ กใช้ คําว่า “เบื�อ” ก็ จะทําให้ความหมายตรงและชัดเจนมากยิ�ง ขึ�น เช่ น “ਲ਼ཏҶ” อาจเที ย บเคี ย งด้ว ย “กิ นจนพอแล้ว ” หรื อ “กิ นจนเบื� อ แล้ว” ก็ได้ข� ึนอยูก่ บั บริ บท �. การเลือกใช้ คําภาษาไทยเทียบเคียงความหมายกับคําภาษาจีนได้ ใกล้เคียง การเลือกใช้คาํ ภาษาไทยเทียบเคียงความหมายได้ใกล้เคียงนี� แบ่งได้เป็ น � ลักษณะ ดังนี�

131

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


132

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

�.� การใช้ คําภาษาไทยหลายคําเทียบเคียงความหมายกับคําภาษาจีน คํ า เดี ย วซึ� ง คํ า ภาษาไทยแต่ ล ะคํ า นั� น มี ค วามหมายเกี� ย วโยง สั มพันธ์ กนั คําที�ทาํ หน้าที� เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลลักษณะนี� คือ “ྭ” ซึ� งเที ย บเคี ย งความหมายกับ ภาษาไทยได้ว่า “เสร็ จ เรี ย บร้ อ ยดี ” เราอาจแบ่งย่อยความหมายออกเป็ น � ความหมาย ดังนี� (�) “เสร็ จ” (2) “เสร็ จเรี ยบร้อย” (3) “เรี ยบร้อย” (4) “เรี ยบร้อยดี ” และ (�) “ดี ” ความหมายย่ อ ยต่ า งๆ นี� มี ล ัก ษณะพัฒ นาการที� ส อดคล้อ งและ ต่อเนื� องกัน คือ ใช้เพื�อระบุวา่ การกระทําหนึ�งได้ “เสร็ จ” หรื อจบลง แล้ว เมื� อ เสร็ จแล้ว จึ ง ได้ป ระเมิ นลัก ษณะผลการกระทํา ว่า อยู่ใ น เกณฑ์ “เรี ยบร้อย” จากนั�นจึงประเมินค่าโดยให้ความคิดเห็นว่า “ดี” ซึ�งคํา “ྭ” นี� สามารถใช้สื�อความดังกล่าวครอบคลุมได้ครบทุกช่วง ระดับ �.� การใช้ คําภาษาไทยหลายคําเทียบเคียงความหมายกับคําภาษาจีน คําเดี ยวซึ� งคํ าภาษาไทยแต่ ล ะคํ านั� น มี ความหมายแยกไปตาม ความหมายย่อยของคําภาษาจีน คําที�ทาํ หน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลลักษณะนี� มี � คํา ได้แก่ “ࡠ” “ᆼ” และ “ᡀ”

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

132


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

133

คํา แรกคื อ “ ࡠ” มี ค วามหมายย่ อ ย � ความหมาย แต่ ล ะ ความหมายจะใช้คาํ ภาษาไทยมาเทียบเคียงต่างกันไปตามความหมาย ย่อยดังกล่าว ดังนี� (�) ความหมายย่ อ ยที� สื� อว่ า การกระทํ า หนึ� งสามารถ เคลื�อนย้ายคนหรื อวัตถุจากสถานที�หนึ�ง (หรื อตําแหน่งหนึ� ง) ไปยัง อี ก สถานที� ห นึ� ง อัน เป็ นการแสดงถึ ง การเคลื� อ นย้า ยในมิ ติ ข อง สถานที� และโดยมากจะใช้ใ นหน้า ที� ข องคํา บุ พ บท (เพราะมัก ใช้ ร่ วมกับกริ ยา ᶕ และ ৫) คําภาษาไทยที�ใช้เทียบเคียงความหมายย่อย นี�คือคําว่า “ที�” และเมื�อใช้ร่วมกับกริ ยา ᶕ และ ৫ ก็จะใช้วา่ “มาที�” หรื อ “ไปที�” เช่ น “࠶䝽ࡠ䘉ᡰ५䲒ᶕҶ” ซึ� งเทียบเคียงภาษาไทย ได้วา่ “ส่ งแยกออกมาประจําทีโ� รงพยาบาลแห่ งนีแ� ล้ว” (�) ความหมายย่อยที� แสดงความหมายในมิติของเวลาหรื อ ระดับ ก็จะใช้คาํ ภาษาไทย “(มา/ไป)จน(ถึง)” เป็ นคําเทียบเคียง ทั�งนี� ต้องพิจารณาจากความหมาย กล่ าวคือ หากเป็ นเหตุการณ์ ที�เกิดขึ� น ในอดีตแล้วคงอยูม่ าจนถึงปัจจุบนั ก็จะใช้วา่ “มาจนถึง” แต่หากเป็ น เหตุการณ์ที�เกิ ดขึ� นในอดี ตหรื อในปั จจุบนั แล้วคงสภาพถึ งอนาคต ก็จะใช้ว่า “ไปจนถึ ง” ซึ� งคํา “จน” ในที�น� ี สามารถสื� อความในเชิ ง แสดงจุ ด สิ� นสุ ดของเวลา เช่ น “ ‫؍‬ᆈࡠ⧠൘” ซึ� งเที ย บเคี ย ง ความหมายได้วา่ “เก็บรักษา(มา)จน(ถึง)ปัจจุบัน”

133

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


134

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

(�) ความหมายย่อยที� สื�อว่าได้บรรลุ วตั ถุ ประสงค์หรื อเสร็ จ สิ� นภารกิจแล้ว ก็จะใช้คาํ ภาษาไทย “ได้” เป็ นคําเทียบเคียง คําว่า “ได้” นี� ก็ มี หลายความหมาย ลําดับ คํา ก็อาจแตกต่า งกัน กล่ าวคื อ อาจจะปรากฏอยู่หน้า หรื อหลัง คํา กริ ย าก็ไ ด้ หากปรากฏอยู่หน้า คํากริ ยาจะแสดงความหมายว่าการกระทําได้เสร็ จสิ� นลงแล้ว หาก ปรากฏอยู่ ด้ า นหลั ง คํ า ก ริ ยาก็ จ ะแสดงความหมายในเชิ ง ความสามารถ ความเป็ นไปได้ ห รื อได้ ถึ ง ระดั บ ที� ต้ อ งการ ในความหมายย่อยที� � ที�แสดงความหมายว่าบรรลุวตั ถุประสงค์หรื อ เสร็ จสิ� นภารกิจจะใช้คาํ “ได้” แบบอยูห่ น้ากริ ยา จํานวน �� คํา และ ใช้คาํ “ได้” แบบอยู่หลังกริ ยา จํานวน �� คํา แบบที�ปรากฏอยู่หน้า คํากริ ยานั�นโดยส่ วนมากจะเกิดร่ วมกับคํากริ ยาที�มีความสัมพันธ์กบั ประสาทสั ม ผัส เช่ น “ ⴻࡠ (ได้เ ห็ น )” “ 㿱ࡠ (ได้ พ บ)” “ 䰫ࡠ (ได้ก ลิ� น)” “ ૱ቍࡠ (ได้ลิ� มลอง)” เป็ นต้น ส่ ว นแบบที� ป รากฏอยู่ ด้ า นหลั ง กริ ยามัก จะสื� อไปในความหมายว่ า “ได้ ถึ ง ระดับ ที� ต้องการ” หรื อแสดงว่าภารกิจได้เสร็ จสิ� นแล้ว เช่น “࣎ࡠ (ทําได้)” “Ҡࡠ (ซื� อได้)” หนึ� งในนี� มีคาํ คู่หนึ� งที�ได้กลายเป็ นคําแล้ว และใน ภาษาไทยก็ใช้เป็ นคําคําเดียว ไม่ได้อยูใ่ นรู ปกลุ่มคําเช่นเดียวกัน นัน� ก็คือคําว่า “䗮ࡠ” ซึ�งใช้คาํ ว่า “บรรลุ” มาเทียบเคียงความหมาย (�) ความหมายย่ อ ยที� แ สดงการตกอยู่ ใ นเงื� อ นไขหรื อ สถานการณ์ที�หนักหนาสาหัส ก็จะใช้คาํ ภาษาไทย “จน(ถึง)” เป็ นคํา

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

134


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

135

เทียบเคีย ง ความหมายย่อยนี� จะมีโครงสร้ า งการใช้ที�ใกล้เคี ยงกัน ระหว่างภาษาจีนกับภาษาไทย หลังคํา “ࡠ” สามารถตามด้วยวลีหรื อ อนุประโยคได้ ซึ� งการใช้ในลักษณะโครงสร้างแบบนี� ภาษาไทยจะ ถื อ ว่ า คํ า “จน(ถึ ง)” เป็ นคํ า เชื� อม เพราะได้ เ ชื� อมวลี หรื อ อนุ ประโยคอื�นเข้าไว้ดว้ ยกัน แต่ไวยากรณ์ภาษาจีนกลางจะเห็ นว่า ส่ วนนี�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผล เช่น “⯵ࡠ䎧нҶᒺ (ป่ วยจนลุก ขึ�นจากเตียงไม่ไหว)” นอกจากนี� จากการวิเคราะห์ขอ้ มูลประโยค ตัวอย่างพบว่า การใช้คาํ “ࡠ” ในความหมายย่อยนี�มกั จะเกิดร่ วมกับ “〻ᓖ” หรื อ “䘉⿽ൠ↕” รวมเป็ น “ࡠĂĂⲴ〻ᓖ” และ “ࡠĂĂ䘉 ้ ิจยั เสนอว่าอาจ ⿽ൠ↕” ตามลําดับ ซึ� งการใช้ร่วมทั�งสองแบบนี� ผูว ใช้คาํ ว่า “ขั�น” มาเทียบเคียงความหมายเพิ�มเติมได้ เช่น “ᚦॆࡠҶᰐ ⌅ᥭഎⲴ〻ᓖҶ (ร้ า ยแรงจนถึ ง ขั�น ไม่ มี ท างที� จ ะฉุ ด รั� ง กลับ คื น มา ได้แล้ว)” (�) ความหมายย่อยที�แสดงการอยูร่ ่ วมในที�แห่งเดียวกันจะใช้ คําภาษาไทย “กัน(ที�)” หรื อ “ไว้ด้วยกัน(ที�)” เป็ นคําเทียบเคีย ง แต่แท้ที�จริ ง แล้ว “ࡠ” ไม่ส ามารถแสดงความหมายนี� ไ ด้ส มบูรณ์ เพราะหากต้อ งการแสดงความหมายลัก ษณะเช่ น นี� ก็ จ ะต้อ งใช้ ร่ วมกับคําว่า “а䎧” และ “аඇ” ถึงจะได้ความดังกล่าว เช่น “㕐ࡠ а䎧Ҷ (พันกันแล้ว)”

135

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


136

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

(�) แสดงความหมาย “เกี� ยวพัน” หรื อ “สัมพันธ์” จะใช้คาํ ภาษาไทย “กับ” หรื อ “ถึง” เป็ นคําเทียบเคียง การใช้ตามความหมาย ย่อยนี� ค่อนข้า งตายตัว ข้อมูล ประโยคตัวอย่า งที� ใ ช้วิเคราะห์ น� ันมี เพียง � ประโยค ซึ� งคํา “ࡠ” ในความหมายนี� จะเกิ ดร่ วมกับกริ ยา “‫ޣ‬㌫” และ “⢥⎹” และทั�งสองคํานี� อาจใช้คาํ ภาษาไทย “เกี�ยวพัน” หรื อ “เกี� ย วโยง” มาเที ย บเคี ย ง เมื� อ นํา ทั�ง สองคํา นี� ไปค้น หาใน คลังข้อมูลภาษาไทยแห่ งชาติพบว่ามักเกิดร่ วมกับคําว่า “กับ” เป็ น หลัก และรองมาจึงเป็ นคําว่า “ถึง” การใช้คาํ “ࡠ” ในหน้าที�ของส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลมีความถี� ในการใช้ค่อนข้างสู ง และสามารถเกิ ดร่ วมกับ คํากริ ยาอื�นได้มาก อีกทั�งยังมีความหมายย่อยที�หลากหลาย ความหมายย่อยที� (�) และ (�) ยัง คงรั ก ษาลักษณะการใช้ข องความหมายดั�ง เดิ มที� สามารถ เป็ นได้ท� งั กริ ย าและบุ พบทเอาไว้ ซึ� งอาจดู เหมื อนเป็ นการใช้เพื� อ บอกทิ ศ ทางหรื อ ใช้ใ นลัก ษณะกริ ยาเรี ย ง (ทํา กริ ย าหลายอย่า ง ต่อเนื� องกัน) ความหมายย่อยที� (�) จะเน้นเรื� องการเคลื�อนย้ายในมิติ ของสถานที� ส่ วนความหมายย่อยที� (�) จะเป็ นการเคลื�อนย้ายในมิติ ของเวลา ผูว้ ิจยั เห็ นว่าหากแบ่งเป็ นตามหมวดความหมายเรื� องมิติ ของเวลาและสถานที�แล้วนั�น ความหมายย่อยที� (�) ก็ควรอยู่ใน หมวดนี�ดว้ ยเช่นกัน ส่ วนการใช้คาํ “ࡠ” ในความหมายย่อยที� (�) (�) และ (�) นั�นถือเป็ นการใช้ในความหมายที�ขยายออกไป ความหมาย

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

136


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

137

ย่อยที� (�) จะแสดงการ “ถึง” ในระดับที�ใจต้องการ หรื อการสัมผัส ได้ “ถึ ง” บางสิ� งโดยใช้ประสาทสัมผัส ความหมายย่อยที� (�) จะ แสดงว่าการกระทําได้พฒั นาไปจน “ถึง” ระดับหนึ� ง (ที�ปรากฏเป็ น ผลอย่างใดอย่างหนึ� งออกมา) และสุ ดท้าย ความหมายย่อยที� (�) จะ แสดงหรื อชี�เป้ าหมายหรื อวัตถุที�เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ�งได้เกี�ยว โยงเกี�ยวพันไป “ถึง” คําต่อมา คือ “ᆼ” มีความหมายย่อย � ความหมาย ได้แก่ (�) ความหมายย่อยที�แสดงการสําเร็ จเสร็ จสิ� น จะใช้คาํ “เสร็ จ” เป็ นคํา เทียบเคียง เช่น “䝽ᆼҶ⵬䮌 (ตัดแว่นเสร็ จ)” (�) ความหมายย่อยที� แสดงการสิ� นสุ ด จะใช้คาํ “จบ” เป็ นคําเทียบเคียง เช่น “ⴻᆼ⭥㿶ᯠ 䰫㢲ⴞ (ดู ร ายการข่ า วโทรทัศ น์ จ บ)” และ (�) ความหมายย่ อ ยที� แสดงการใช้จนหมดสิ� น จะใช้คาํ ว่า “หมด” เป็ นคําเทียบเคียง เช่น “ 䫡㣡ᆼҶ (ใช้เงินหมดแล้ว)” เป็ นต้น คําสุ ดท้าย คือ “ᡀ” มีความหมายย่อย � ความหมาย ได้แก่ (�) ความหมายย่อ ยที� แ สดงการกลายสภาพ จะใช้ค าํ “เป็ น” เป็ นคํา เที ย บเคี ย ง เช่ น “ ᭩ᡀє⛩ॺ (แก้ เ ป็ นสองโมงครึ� ง)” และ (�) ความหมายย่อยที�แสดงการประสบความสําเร็ จ ก็จะใช้คาํ “สําเร็ จ” เป็ นคํา เที ย บเคี ย ง เช่ น “ ⋑৫ᡀ (ไปไม่ สํ า เร็ จ)” แต่ ก ระนั� น คําเที ยบเคี ยงทั�ง � คํานี� ไม่สามารถใช้เทียบความหมายกับคํา “ᡀ” ได้ทุกกรณี ถื อว่าใช้ได้เป็ นส่ วนใหญ่เท่านั�น ยังมีปรากฏข้อยกเว้น

137

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


138

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

บ้าง บางครั�งก็สามารถละคําไทยที�ควรปรากฏในตําแหน่งส่ วนเสริ ม กริ ย าได้ เช่ น “ 䑒ᡀᒣተ (เตะเสมอ)” หรื อ บางครั� งอาจต้อ งใช้ รู ป แบบประโยคอื� นๆ เพื� อเที ย บเคี ย งความหมายให้ใ กล้เคี ย งกับ ความในภาษาจีน เช่น “䛓䚃້ᱟ⭘⺾⹆ෂᡀⲴ (กําแพงนี�ใช้เศษอิฐ ก่อขึ�นมา / กําแพงนี�ก่อขึ�นมาจากเศษอิฐ)” ซึ� งในข้อยกเว้นส่ วนน้อย นี�ก็จะมีลกั ษณะใกล้เคียงกับแบบที� �.� ดังจะกล่าวต่อไปนี� �.� การใช้ คํา ภาษาไทยหนึ�งคํา เป็ นหลัก เทียบเคี ยงความหมายกับ คํ า ภาษาจี น แต่ คํ า ภาษาไทยคํ า นั� น มี ข อบเขตความหมาย ไม่ เท่ากับคําภาษาจีนทีไ� ปเทียบเคียงจึงปรากฏข้ อยกเว้น คําที�ทาํ หน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลในลักษณะนี� มี � คํา ดังนี� �) คํา “㿱” โดยหลักแล้ว จะใช้คาํ “เห็ น” มาเทียบเคียง เช่ น “ ⴻ㿱 (มองเห็ น )” แต่ ค ํ า “เห็ น ” ก็ จ ะใช้ ก ั บ กริ ยาประเภท จักษุประสาทเท่านั�น เมื�อจะใช้ร่วมกับคําว่า “ੜ” เป็ น “ੜ㿱” ก็ไม่ สามารถใช้ว่า “ฟั ง เห็ น ” ได้ ต้องยกเว้นเป็ น “ได้ยิน ” หรื อ “ ⻠㿱 (ปะทะเห็น)” หรื อ “䙷㿱 (เจอเห็ น)” ก็จะใช้คาํ ว่า “เจอ” แทนตาม ข้อจํากัดนี� �) คํา “ ↫” โดยหลัก แล้ว ใช้ค ํา “ตาย” มาเที ย บเคี ย ง เช่ น “ ᢃ↫ (ตี ( จน)ตาย)” ซึ� งการใช้ ค ํา “ ↫” ส่ ว นใหญ่ จ ะเกี� ย วกั บ ความตายในความหมายพื�นฐานจริ งๆ (เสี ยชี วิต) แต่ท� งั สองภาษาก็มี

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

138


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

139

การใช้ค าํ นี� ในความหมายขยายด้ว ย เช่ น “ประตู น� ี ปิ ดตายแล้ว ” ภาษาจี นก็ มี ก ารใช้ที� ใ กล้เคี ย งกัน คื อ “ᢺ䘉њ䰘๥↫Ҷ (อุ ดตาย ประตูน� ีเลย)” ซึ� งความหมายขยายดังกล่าว คือ การทําให้วตั ถุหยุดนิ� ง อยู่กบั ที�ไม่เคลื� อนไหวหรื อเปลี�ยนแปลง แต่ความหมายขยายที�ว่านี� มีขอบเขตความหมายไม่เท่ากันในภาษาไทยและภาษาจีน กล่าวคือ ภาษาจีนมีขอบเขตการใช้ที�กว้างกว่า เราอาจพบการใช้วา่ “֐䐏Ԇ䈤 ั หรื อยัง)” แต่ภาษาไทยจะไม่พูด ↫Ҷ⋑ᴹ˛ (เธอพูดกับเขาให้แน่ชด ว่า “เธอพูดกับเขาให้ตายหรื อยัง” �) คํา “ ␵ᾊ” ใช้ ค ํา “ชัด เจน” เที ย บเคี ย งเป็ นหลัก เช่ น “䇢␵ᾊ (พูด(ให้)ชัดเจน)” “ⴻ␵ᾊ (มอง(เห็น)ชัดเจน)” “߉␵ᾊ (เขียน(ให้)ชัดเจน)” “䀓䟺␵ᾊ (อธิ บาย(ให้)ชัดเจน)” แต่คาํ “␵ᾊ” นี�มีความหมายที�กว้างกว่าคํา “ชัดเจน” ในภาษาไทย คือ สามารถสื� อ ถึ งผลของการกระทําที� “มัน� ใจว่าถู กต้องแน่ นอน” ในภาษาจีนจึ ง ปรากฏการใช้ว่า “ ᩎ␵ᾊ” “ 䇠␵ᾊ” “ ᜣ␵ᾊ” ซึ� ง ไม่ ส ามารถใช้ ภาษาไทยเทียบเคียงว่า “ทําชัดเจน” “จําชัดเจน” หรื อ “คิดชัดเจน” ได้ ควรกล่าวว่า “(ทํา)ให้แน่ใจ” “จําให้แม่น” “คิดได้” แทน �) คํา “ ┑” ใช้ค าํ “เต็ ม ” เที ย บเคี ย งเป็ นหลัก แต่ ค าํ “ ┑” มี ข อบเขตความหมายที� ก ว้า งกว่า คํา ว่า “เต็ม ” เช่ น “ ┑” ยัง สื� อว่า “ถึงเวลา” หรื อ “ถึงกําหนด” ได้ ซึ�งในกรณี น� ี เราอาจใช้คาํ ภาษาไทย ได้อี ก คํา หนึ� ง คื อ คํา ว่า “ครบ” เช่ น “ տ┑йњᴸ (อยู่ “เต็ม ”

139

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


140

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

สามเดื อน / อยู่ “ครบ” สามเดื อน)” นอกจากนี� คํา “ ┑” ยังสื� อว่า “กระจายไปทัว� ” ได้อีกด้วย เช่ น “ 䠁㢢Ⲵ䱣‫ݹ‬⍂┑ҶབྷൠDŽ(แสง ตะวันสี ทองสาดส่ อง “เต็ม” มหาปฐพี / แสงตะวันสี ทองสาดส่ อง “ไปทัว� ” มหาปฐพี)” �) คํา “ཊ” ใช้คาํ “มาก” เทียบเคียงเป็ นหลัก เมื�อใช้ในความ เชิ ง เปรี ย บเที ย บอาจต้อ งใช้ร่ ว มกับ คํา “ไป” “ขึ� น ” “กว่า ” เป็ น “ ม า ก ไ ป ” “ ม า ก ขึ� น ” “ ม า ก ก ว่ า ” อ า จ ล ะ คํ า เ ห ลื อ เ พี ย ง คํา ว่า “กว่า ” หรื อ ใช้ว่า “ได้ม าก” อี ก ด้ว ย เช่ น “ ᆖ⭏Ⲵ⯵ਕᭂཊ Ҷˈа䎧㔉ᆖ⭏࠶᷀DŽ(ประโยคผิด พลาดของนัก เรี ย นเก็ บ ได้ม าก แล้ว ก็ให้นกั เรี ยนวิเคราะห์ดว้ ยกัน)” �) “Պ” ใช้คาํ “(จน)เป็ น” เทียบเคียงเป็ นหลัก เช่น “㓳Պ (ฝึ ก จนเป็ น)” “ᆖՊ (เรี ยนจนเป็ น)” แต่สําหรับ “㛼Պ (ท่องจนเป็ น)” อาจใช้วา่ “ท่องได้” แทนในบางกรณี จะเหมาะสมกว่า เช่น “㛼ՊҶ ੇ˛” ก็ควรจะใช้วา่ “ท่องได้หรื อยัง” แทน “ท่องจนเป็ นหรื อยัง?” �) “‫ ”ق‬ใช้คาํ “ล้ม” เทียบเคียงเป็ นหลัก เช่ น “᣹‫( ق‬ดึงจน ล้ม)” “᰿‫( ق‬หมดสติลม้ (ลง))” แต่ขอบเขตความหมายของคํา “ล้ม” กับ “‫ ”ق‬ก็ไม่เท่ากัน เช่น ภาษาจีนสามารถใช้วา่ “⢉喯䜭ਲ਼‫ ”ق‬ก็ไม่ สามารถใช้คาํ “ล้ม” มาเทียบเคียงความหมายเป็ น “กิ นจนฟั นล้ม” ได้ เพราะความที�แท้จริ งของข้อความนี�คือ “กินจนเข็ดฟัน”

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

140


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

141

จะเห็นได้ว่าคําภาษาไทยที�ใช้เป็ นหลักนั�นเป็ นคําเทียบเคียง ความหมายพื�นฐานของคําภาษาจี นแต่ ละคํา แต่ด้วยข้อจํากัดทาง ความหมายของคํา ภาษาไทยที� นํา มาใช้เ ที ย บเคี ย งนั�น ทํา ให้ ไ ม่ สามารถใช้คาํ ไทยเพียงคําเดียวมาเทียบเคียงคําภาษาจีนได้ทุกกรณี �. การเลือกใช้ คําภาษาไทยที�ไม่ สามารถเทียบเคียงความหมายกับ คําภาษาจีนได้ โดยตรง การใช้คาํ ภาษาไทยเทียบเคียงความหมายในลักษณะนี�แบ่งได้ � ประเภท ดังนี� �.� คํ า ภาษาจี น ที� ทํ า หน้ า ที� เ ป็ นส่ วนเสริ ม กริ ย าบอกผลซึ� ง ไม่ มี คํ า ภาษาไทยที�ส ามารถเทีย บเคี ย งความหมายแบบระบุ คํา ได้ ต้ องอาศั ยบริ บทของคํากริ ยาหลักในภาษาไทยเป็ นตัวกําหนด การเลือกใช้ คํา จากการศึ ก ษาพบว่า คํา ภาษาจี นที� ท าํ หน้า ที� เ ป็ นส่ ว นเสริ ม กริ ย าบอกผลที� มี ค วามถี� ใ นการใช้ สู ง ทั�ง �� คํา มี อ ยู่ � คํา ที� ไ ม่ สามารถใช้คาํ ภาษาไทยเทียบเคียงความหมายแบบระบุคาํ ได้ ต้องใช้ บริ บ ทของคํา กริ ยาหลัก ในความภาษาไทยเป็ นตัว กํา หนดคํา ที� เหมาะสมด้วยข้อจํากัดด้านขอบเขตความหมายของคําที�เกิดร่ วมกัน ได้ คําทั�ง � คํานี� ได้แก่ ᦹǃ⹤ǃտǃ⵰ǃབྷǃൿǃ߶ และ ␵

141

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


142

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

คําภาษาไทยที� สามารถใช้เที ยบเคียงความหมายกับคํา “ᦹ” ได้มีความเป็ นไปได้ � คํา ดังนี� (�) ออก (�) หลุด (�) ขาด (�) ตก (�) ทิ�ง (�) หาย (�) แหว่ง (�) หมด คํา ภาษาไทยที� ใ ช้เที ยบเคี ย งความหมายกับ คํา “⹤” มี � คํา ได้แก่ (�) เป็ นแผล (�) เป็ นรู (�) ขาด (�) พัง คํา ภาษาไทยที� ใ ช้เที ยบเคี ย งความหมายกับ คํา “տ” มี � คํา ได้แก่ (�) มัน� (�) แน่ น (�) อยู่ (�) ไว้ (�) ค้าง (�) ไปเลย (คําเสริ ม นํ�าเสี ยง) คําภาษาไทยที�ใช้เทียบเคียงความหมายกับคํา “⵰” มี � คํา คือ (�) ได้(สําเร็ จ) (�) เจอ (�) โดน (�) ไหม้ (�) ติด (�) หลับ คํา ภาษาไทยที�ใ ช้เที ยบเคี ย งความหมายกับ คํา “བྷ” มี � คํา ดังนี� (�) ใหญ่ (�) หลวม (�) แรง (�) กว้าง (�) โต (�) ดัง คําภาษาไทยที�ใช้เทียบเคียงความหมายกับคํา “ൿ” มี � คํา คือ (�) เสี ย (�) พัง (�) ไม่ดี (�) ขาด (�) แตก (�) พลาด (�) แย่ (�) แทบ ตาย คํา ภาษาไทยที� ใ ช้เที ยบเคี ย งความหมายกับคํา “߶” มี � คํา ได้แก่ (�) ถูก (�) ตรง (�) แม่น (�) ชัดเจน คําภาษาไทยที�ใช้เทียบเคียงความหมายกับคํา “␵” มี � คํา คือ (�) แม่น (�) แน่ชดั (�) แน่ใจ (�) ชัดเจน (�) ครบ (�) หมด

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

142


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

143

�.� คําภาษาจีนที�ทําหน้ าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลนั�นเกิดร่ วม กับคํากริยาหลักในลักษณะเฉพาะเจาะจงจนกลายเป็ นคําคําเดียว งานวิจยั นี�ได้ศึกษาการเกิดร่ วมของคํากริ ยาและคําที�ทาํ หน้าที� เป็ นส่ ว นเสริ ม กริ ย าบอกผลในภาษาจี น ที� มี ค วามถี� ใ นการใช้สู ง จํานวน �,��� คู่คาํ พบว่ามีเพียง �� คู่คาํ เท่านั�นที�จดั เป็ นการเกิดร่ วม ที�สนิ ทจนกลายเป็ นคํา (ได้รับบรรจุเป็ นคําในพจนานุ กรม) ได้แก่ 䗮ࡠǃᖃᡀǃ࠶ᡀǃ‫׳‬ᡀǃⴻ㿱ǃ⻠㿱ǃ⷗㿱ǃੜ㿱ǃ䙷㿱ǃ ђᦹǃᒢᦹǃᘈᦹǃ᫁↫ǃᢃ⹤ǃ䈤⹤ǃ᭮བྷǃᕐབྷǃ֯ൿǃ

และ ᨀ儈 ซึ� ง คิ ดเป็ นร้ อยละ �.�� จากทั�งหมด ซึ� งทั�ง �� คู่ ค ํา นี� บางส่ ว นก็ ใ ช้ ค วามระดับ “คํา ” มาเที ย บเคี ย ง ความหมาย บางส่ ว นก็ ใ ช้ ค วามระดับ “กลุ่ ม คํา ” มาเที ย บเคี ย ง ความหมาย บางส่ ว นก็ มี ค วามเป็ นไปได้ท� งั สองกรณี ข ้างต้น ดัง แสดงในตารางที� � แม้ว่ากลุ่มคํากริ ยา-ส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลในภาษาจีนจะได้ กลายเป็ นคําคําเดียวแล้ว แต่โครงสร้างที�ใช้เทียบเคียงความหมายใน ภาษาไทยบางส่ วนยังคงอยู่ในรู ปแบบ “กลุ่มคํา” ซึ� งการเทียบเคียง ความหมายโดยใช้ค วามระดับ “กลุ่ ม คํา ” นี� ยัง สะท้อ นแนวคิ ด การสร้ า งคํา โดยการเกิ ด ร่ ว มของกลุ่ ม คํา ที� ค ล้า ยคลึ ง กัน ระหว่า ง ภาษาจีนกับภาษาไทย ส่ วนการเทียบเคียงความหมายโดยใช้ความ ระดับ “คํา” นั�นก็แสดงให้เห็นถึงการกลายเป็ นคําได้อย่างชัดเจน ⶴ߶ǃ䘳䎠ǃᢃ‫ق‬

143

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


144

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

ตารางที� 3: ตารางแสดงการใช้ คําหรือกลุ่มคําภาษาไทยเพือ� เทียบเคียงความหมายกับคําที�ทํา หน้ าที�เป็ นส่ วนเสริมกริยาบอกผลภาษาจีน การเทียบเคียงโดยใช้ ความระดับ “คํา” ภาษาจีน ђᦹ ⴻ㿱 ⻠㿱 ᕐབྷ ⶴ߶ 䗮ࡠ ࠶ᡀ ⷗㿱 ੜ㿱 ᒢᦹ

ทิ�ง เห็น พบ, เจอ ขยาย เล็ง บรรลุ แบ่งส่ วน เห็น ได้ยนิ กําจัด

ช่วยทําให้สาํ เร็ จ

ⶴ߶ ᖃᡀ 䘳䎠 ֯ൿ ᢃ‫ق‬

ทําลาย ขยาย พบ, เจอ, เห็น ลืม, ลืมเลือน ยกระดับ, พัฒนา

ᨀ儈

‫׳‬ᡀ

ᕐབྷ

ᢃ⹤

ᘈᦹ

䈤⹤

⻠㿱

2

ภาษาไทย ตกหาย มองเห็น พบเห็น ขยายใหญ่ เล็งให้แม่น ถือเป็ น หนีไป คิดร้าย โค่นล้ม พูดหมดเปลือก

ⴻ㿱

อย่างมาก

䙷㿱

ภาษาจีน ђᦹ

᫁↫

᭮བྷ

2

ภาษาไทย

การเทียบเคียงโดยใช้ ความระดับ “กลุ่มคํา”

เช่น “䘉ᵜҖ᫁↫ҏቡഋॱඇDŽ(หนังสื อเล่มนี�อย่างมากก็แค่ �� หยวน)”

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

144


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

145

5.3 การเกิ ด ร่ ว มของ “คํ า ภาษาจี น ที่ ทํ า หน้ า ที่ เ ป็ นกริ ย าหลั ก กั บ ส่ วนเสริมกริยาบอกผล” ทีไ่ ม่ ปรากฏในภาษาไทย จากการวิ เ คราะห พ บว า มี คํ ากริ ย าภาษาจี น ประเภทหนึ่ ง ที่ ไมปรากฏรูปแบบการเกิดรวมลักษณะเดียวกันในภาษาไทย ซึ่งก็คือ กริยา “长(zhǎnɡ)” แปลวา “งอก” และ “变” แปลวา “เปลี่ยน(แปลง)” กริยาทั้งสองคํานี้สามารถเกิดรวมกับคําคุณศัพทอื่นๆ ได เชน 长成 (กลายเปน) 长大 (เติบโต) 长高 (สูง(ขึ้น )) 变大 (ใหญ( ขึ้น)) 变软 (นุม(ขึ้น)) เปนตน ซึ่งกริยาทั้งสองคํานี้เมื่อประกอบรวมกับคํากริยา หรื อ คํ า คุ ณ ศั พ ท อื่ น ที่ ทํ า หน า ที่ เ ป น ส ว นเสริ ม กริ ย าบอกผลแล ว เที ย บเคี ย งความภาษาไทยจะละคํ า กริ ย าหลั ก และคงไว เ ฉพาะ คํากริยาหรือคําคุณศัพทตัวที่สองที่แสดงผลเทานั้น 5.4 คํ า ภาษาไทยหนึ่ ง คํ า สามารถเที ย บเคี ย งความหมายกั บ คําภาษาจีนทีท่ าํ หน้ าทีเ่ ป็ นส่ วนเสริมกริยาบอกผลได้ หลายคํา จากการวิ เ คราะห เ ปรี ย บเที ย บจะเห็ น ได ว า ขอบเขต ความหมายของคําภาษาไทยกับคําภาษาจีนไมเทากัน คําภาษาจีน จํ า นวนมากมี ข อบเขตความหมายกว า งกว า ภาษาไทยมาก เช น คํา “大” ตองใชคําภาษาไทยหลายคํามาเทียบความหมาย แตในทาง

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


146

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

กลับกันก็มีคาํ ภาษาไทยบางคําที�สามารถเทียบเคียงความหมายกับคํา ภาษาจี น ได้ห ลายคํา คํา ภาษาไทยเหล่ า นี� ได้แ ก่ “ขาด” “หมด” “ชัดเจน” “พัง” “แน่น” และ “เสร็ จ” คํา “ขาด” สามารถเทียบความหมายกับคําภาษาจีนได้ 4 คํา ได้แก่ “ᦹ” “⹤” “ൿ” และ “ᯝ” ทั�ง � คํานี� มีความหมายร่ วมกัน คือ แสดงถึง “ความเสี ยหาย” คํา “ขาด” นี� จะเป็ นการเสี ยหายที�เกิดขึ�น จากการดึง ตัด หรื อฉี กอันจะทําให้วตั ถุแยกออกจากกัน ดังนั�น หาก ความเสี ยหายที�เกิดขึ� นจากกริ ยา “ᦹ” “⹤” “ൿ” และ “ᯝ” เข้าข่าย การเสี ย หายที� ท ํา ให้ ว ัต ถุ แ ยกตัว ออกจากกัน ก็ ใ ช้ ค ํา “ขาด” มา เทียบเคียงความหมายได้ท� งั หมด คํา “หมด” สามารถเทียบเคียงความหมายกับคําภาษาจีนได้ 4 คํา ได้แก่ “ᆼ” “ᦹ” “␵” และ “‫ ”ݹ‬ซึ� งทั�ง 4 คํานี� ลว้ นมีความหมาย ย่อ ยที� แสดงความหมายว่า “ไม่ เ หลื อ ” จึ ง ทํา ให้ ท� งั 4 คํา จึ ง ใช้ค าํ “หมด” มาเทียบเคียงความหมายได้ คํา “ชัดเจน” สามารถเที ยบเคี ยงความหมายกับ คําภาษาจี น “ ␵ᾊ” “ ߶” และ “ ␵” ซึ� งคํ า “ชั ด เจน” นี� มั ก ใช้ เ ที ย บเคี ย ง ความหมายกับ คํา “␵ᾊ” และ “␵” เป็ นหลัก ส่ วนคํา “߶” ที�ใช้คาํ “ชัดเจน” มาเทียบเคียงได้จะเป็ นเพียงความหมายย่อยหนึ�งเท่านั�น คํา “พัง” เมื� อสื� อความด้วยภาษาจี น มักใช้คาํ ว่า “ ⹤ൿ” มา เทียบเคียงความหมาย แต่คาํ “⹤” และ “ൿ” นั�นสามารถใช้แยกกัน

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

146


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

147

เพื�อทําหน้าที�เป็ นส่ วนเสริ มกริ ยาบอกผลได้ท� งั คู่ ดังนั�น คํา “พัง” จึง สามารถนําไปใช้เทียบเคียงความหมายกับคําทั�งสองนี�ได้ ความหมายพื� น ฐานของคํา “แน่ น ” คื อ การที� ติ ด กัน ไม่ เคลื�อนที�ไปจากตําแหน่ งเดิม ซึ� งความหมายพื�นฐานนี�ใช้เทียบเคียง ความหมายกับคําภาษาจีน “↫” และ “տ” ซึ� งมีความหมายย่อยที�สื�อ ความในลักษณะเดียวกันได้ คํา “เสร็ จ ” ใช้สื� อความว่า การกระทํา ได้ยุติล งเมื� อถึ ง จุ ด ที� กําหนด คําภาษาจีนที�มีความหมายย่อยสื� อความในลักษณะนี�มี � คํา คือ “ྭ” และ “ᆼ” ซึ� งคําทั�งคู่น� ี สามารถใช้คาํ “เสร็ จ” มาเทียบเคียง ความหมายได้ �. บทสรุป ในขอบเขตของคําทั�ง �� คําที�ผวู ้ ิจยั ได้นาํ มาวิเคราะห์น� ีพบว่า มี ค ํา � คํา ที� ส ามารถใช้ค ํา ภาษาไทยเพี ย งคํา เดี ย วมาเที ย บเคี ย ง ความหมายได้สมบูรณ์ มีคาํ �� คําที�ตอ้ งใช้คาํ ภาษาไทยหลายคํามา เทียบเคียงความหมาย โดยแต่ละคําจะมีกฎเกณฑ์การใช้ที�แน่นอน ชัด เจน มี ค ํา � คํา ที� ไ ม่ ส ามารถระบุ ค ํา ภาษาไทยที� แ น่ น อนมา เทียบเคียงความหมายได้ ต้องพึ�งบริ บทเพื�อช่ วยเที ยบเคียงเท่านั�น นอกจากนี� ลัก ษณะการใช้ค าํ ที� แ ตกต่ า งระหว่ า งคํา ภาษาจี น กับ ภาษาไทยนั�นยังมีประเด็นเรื� องการใช้ความระดับ “คํา” หรื อ ความ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

147


148

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

ระ ดั บ “ ก ลุ่ ม คํ า ” ม า เ ที ย บ เ คี ย ง ค ว า ม ห ม า ย อั น จ ะ ทํ า ใ ห้ การเลื อกใช้คาํ ภาษาไทยมี ความแตกต่างจากรู ปคําเดิ มในภาษาจี น มาก และอีกลักษณะหนึ�งคือการไม่ปรากฏลักษณะการเกิดร่ วมแบบ ภาษาจีนในภาษาไทย รวมถึงการที�คาํ ภาษาไทยหนึ� งคําสามารถใช้ เทียบเคียงความหมายคําภาษาจีนได้หลายคํา ผูว้ ิ จ ัย เห็ น ว่ า สิ� ง ที� จ ะเป็ นปั ญ หาต่ อ ผู้เ รี ย นชาวไทยมี เ พี ย ง ประเด็ น เดี ย ว คื อ การที� คาํ ภาษาไทย � คํา สามารถเที ย บเคี ย ง ความหมายคําภาษาจีนได้หลายคํา แม้ว่าการใช้คาํ ภาษาไทยเพีย ง คําเดี ยวเทียบเคียงคําภาษาจี นได้หลายคําจะช่วยให้ผเู้ รี ยนชาวไทย เข้า ใจความหมายภาษาจี น ได้ไ ม่ย าก แต่ล ัก ษณะเช่ นนี� จ ะไม่ช่ ว ย ส่ ง เสริ ม ผูเ้ รี ย นในด้า นทัก ษะผลิ ต กล่ า วคือ ผูเ้ รี ย นจะไม่สามารถ แยกแยะและเลื อกใช้ค าํ ภาษาจี น ที� เ หมาะสมตามสถานการณ์ ไ ด้ อันอาจจะทําให้ผเู้ รี ยนเลือกใช้แต่คาํ ภาษาจีนเพียงคําเดี ยวเพื�อแทน การใช้ค ํา ภาษาจี น อื� น ๆทั�ง หมด ปั ญ หานี� อาจแก้ไ ขได้ โ ดยการ ยกตัวอย่างเปรี ยบเทียบลักษณะความหมายของคําต่างๆ ที�อาจสื� อ ความได้เหมือนกันเพราะมีความหมายย่อยที�ทบั ซ้อนความหมายกัน อยู่ ผู ้ วิ จ ั ย จึ ง ขอเสนอให้ ใ ช้ วิ ธี ชี� แจงความหมาย ย่ อ ยอื� น ๆ ประกอบด้วยเพื�อให้ผเู ้ รี ยนได้ตระหนักถึ งความแตกต่าง และควร ฝึ กหัดให้ผเู้ รี ยนใช้คาํ หลากหลายให้ถูกต้องตามสถานการณ์ ต่างๆ อย่างเหมาะสม

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

148


ดfi ร. ธีรวัฒน์ ธีรพจนี

149

บรรณานุกรม 䱸ᐗӁˊˊࣘ䇽‫ڊ‬㔃᷌㺕䈝ᛵߥ᧒᷀ˈljᯠґᐸ㤳儈ㅹу、 ᆖṑᆖᣕNJˈˈDŽ 傜ⵏǃ䱶‫؝‬᰾ˊˊᖒᇩ䇽֌㔃᷌㺕䈝ᛵߥ㘳ሏ˄а˅ˈlj≹ 䈝ᆖҐNJˈDŽ ⦻㓒ᰇˊˊࣘ㔃ᔿ䘠㺕㔃ᶴ䝽ԧ⹄ウˈlj⧠ԓ≹䈝䝽ԧ䈝⌅ ⹄ウNJˈेӜ˖ेӜབྷᆖࠪ⡸⽮DŽ ⦻⹊ߌㅹ㕆ˊˊlj≹䈝ࣘ䇽ˉ㔃᷌㺕䈝ᩝ䝽䇽ިNJˈेӜ˖ ेӜ䈝䀰ᆖ䲒ࠪ⡸⽮DŽ ઘ㣣ˊˊ䶒ੁሩཆ≹䈝ᮉᆖⲴ㺕䈝⹄ウˈेӜབྷᆖঊ༛ᆖս 䇪᮷DŽ                       

149

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


150

การศึกษาการเลือกใช้ค�ำ ภาษาไทยเพือ่ เทียบเคียงความหมายกับส่วนเสริม กริยาบอกผลในภาษาจีนกลาง

ABSTRACT A Study of Using Thai Words in Comparing with the Meaning of Chinese Resultative Complements Theerawat Theerapojjanee, Ph.D. One of Thai learners’ problems in using Chinese resultative complements is that Thai learners are neither able

to

cope

with

the

sub-meaning

in

Chinese

complements nor able to look for the suitable word to compare with Thai, and sometimes they cannot select the close meaning complements to use. This article aims to study the sub-meaning and the using of Thai words comparing

with

high-frequency Chinese

resultative

complements, in order to propose the guideline in teaching Chinese resultative complements to Thai learners. Keywords: Resultative complement, Thai equivalents selection, Chinese-Thai language

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

150


≹䈝ĀаᶕĂĂҼᶕĂĂāо⌠䈝Ⲵ Āประการแรก......ประการทีส � อง......āⲴሩ∄ Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D.1 ᨀ㾱 ≹䈝ⲴĀаᶕĂĂҼᶕĂĂāо⌠䈝Ⲵ

“ประการแรก......

ประการที�สอง......”ᰐ䇪ᱟ൘᜿ѹк઼࣏㜭к䜭ᆈ൘аӋᔲ਼DŽҼ 㘵Ⲵ᜿ѹ઼࣏㜭สᵜкᱟ⴨਼Ⲵˈа㡜䜭⭘ᶕֻѮḀһ⢙Ⲵ৏ ഐǃⴞⲴᡆᶑԦDŽн䗷ҏՊࠪ⧠ᐞᔲᙗ൘⌠䈝ѝ㺘⽪ཊ⿽৏ ഐǃⴞⲴᡆᶑԦᰦ∄≹䈝Ⲵᴤ⚥⍫˗䐏Āประการแรกāᩝ䝽֌⭘ Ⲵ䇽䈝ᑖᴹ⚥⍫ᙗˈਟԕᶴᡀн਼Ⲵਕᔿˈн䗷≹䈝ⲴĀаᶕā ত⋑ᴹ䘉⿽⢩↺DŽ≹䈝ĀаࡉĂĂҼࡉĂĂāĀа㘵ĂĂҼ㘵ā Ӗ ֌ Ā а ࡉ Ă Ă ޽ ࡉ Ă Ă ā ˈ ᜿ ѹ ઼ ⭘ ⌅ 䐏 Ā а ᶕ ĂĂ Ҽ ᶕĂĂāสᵜ⴨਼ˈཊ⭘ҾҖ䶒䈝˗ĀаᶕĂĂҼᶕĂĂāˈव ᤜĀаᶕĂĂаᶕĂĂāާᴹਓ䈝㢢ᖙ˗⌠䈝ⲴĀประการแรก…

ประการที�สอง… āоަԆ᜿ѹ⴨լⲴਕᔿ൘ਓ䈝઼Җ䶒䈝ᱟ䙊⭘ ⲴDŽ ‫ޣ‬䭞䇽˖аᶕĂĂҼᶕĂĂǃ

ประการแรก......ประการที� ส อง

......ǃ≹䈝ǃ⌠䈝ǃሩ∄ Lecturer, Department of Business Chinese, Faculty of Arts, Assumption University

1

151

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


152

汉语“一来……二来……”与泰语的 “ประการแรก......ประการทีส่ อง......” 的对比

≹ 䈝 Ā а ᶕ ĂĂ Ҽ ᶕ ĂĂ ā о ⌠ 䈝 Ⲵ

“ประการแรก.....

ประการที�สอง......”Ⲵሩ∄ѫ㾱࠶Ѫєњᯩ䶒वᤜ᜿ѹሩ∄ǃ䘎᧕ оਕ⌅Ⲵ࣏㜭ሩ∄ㅹDŽ 

᜿ѹሩ∄ ĀаᶕĂĂҼᶕĂĂāо

“ประการแรก…ประการที�สอง…”⭘

ᶕֻѮḀһ⢙Ⲵ৏ഐǃⴞⲴᡆᶑԦDŽ a) ‫ݸ‬䈤ᛵߥˈ޽ֻѮ৏ഐᡆⴞⲴDŽֻྲ:  ԆаഎࡠᇦቡⶑˈаᶕᱟഐѪ㍟ҶаཙˈҼᶕᱟഐ Ѫྩ⭏⯵ҶDŽ

7v\yKXoGiRMLvMLsVKXn\yOjLVKn\yQZkL OkLOH\yWLvQkUOjLVKn\yQZkLWvVKwQ‡EnQ‡ OH

พอเขากลั บ ถึ ง บ้ า นก็น อน ประการแรกเป็ นเพราะ เหนื�อยมาทั�งวัน ประการที�สองเป็ นเพราะเขาไม่ สบาย  ᡁнᜣҠˈаᶕཚ䍥 Ҽᶕа⛩䜭нྭⴻDŽ

:€Es[L~Q‡P~L\yOjLWiL‡XnkUOjL\yGL~Q G|XEsK~RNiQ

ฉั นไม่ อยากจะซื � อ ประการแรก(เพราะ)แพงเกิ นไป ประการที�สอง(เพราะ)ไม่ สวยเลย

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

152


Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D





153

การไปท่ องเที� ยวในครั� งนี � ประการแรกคุณจะสามารถ เรี ยนรู้ โลกกว้ างมากขึน� ประการที� สองคุณจะสามารถ ผ่ อ นคลายจิ ต ใจที� เ หนื� อ ยล้ ามานาน (ฐานข้ อมู ล ภาษาไทยแห่ งชาติ) เขาตั�งใจจะเก็บเรื� องนี �ไ ว้ เป็ นความลับ ประการแรก เ พ ร า ะ ไ ม่ ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ ม า ร ด า ที� กํ า ลั ง ป่ ว ย กระเสาะกระแสะมี เ รื� องต้ อ งกระทบกระเทื อ นใจ ประการที� ส องเขาต้ องการสื บหาความจริ งให้ ได้ เสี ยก่ อน (ฐานข้ อมูลภาษาไทยแห่ งชาติ)

b)‫ֻݸ‬Ѯ৏ഐˈ޽䈤᰾㔃᷌DŽֻྲ  аᶕᡁⲴ䫡нཏ Ҽᶕᡁ⋑ᰦ䰤ˈᡰԕᡁⵏⲴн㜭 䐏֐৫DŽ

<yOjLZ€GHTLjQEs‡pXkUOjLZ€PlLVKoMLvQ VX€\Z€]KwQGHEsQlQ‡‡wQQTs

ประการแรกผมมี เ งิ นไม่ พ อ ประการที� ส องผมไม่ มี เวลา ดังนั�นผมไปกับคุณไม่ ได้ จริ งๆ   аᶕཙ≄ߧˈҼᶕᰦ䰤ᰙˈ䐟кᖸቁ㹼ӪDŽ

<yOjLWLvQTnOxQ‡kUOjLVKoMLvQ]~ROsVKiQ‡ KxQVK~R[oQ‡UlQ

153

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


154

汉语“一来……二来……”与泰语的 “ประการแรก......ประการทีส่ อง......” 的对比

ประการแรก(เพราะ)อากาศหนาว ประการที� ส อง (เพราะ)ยังเช้ าอยู่ บนถนนจึงมีผ้ คู นน้ อยมาก  

ประการแรกเพราะทํางานหนักมากเกินไป ประการที� สองเพราะได้ รับสารอาหารไม่ เพี ยงพอ ดังนั� นเขาจึ ง ล้ มป่ วยลง (ฐานข้ อมูลภาษาไทยแห่ งชาติ)

 ĀаࡉĂĂҼࡉĂĂāӖ֌ĀаࡉĂĂ޽ࡉĂĂāˈ᜿ѹ઼ ⭘⌅䐏ĀаᶕĂĂҼᶕĂĂāสᵜ⴨਼DŽཊ⭘ҾҖ䶒䈝 ੅਄⒈

“ประการแรก…ประการที�สอง…”ᴹᰦҏਟԕ䈤 ᡀ“ประการที� ห นึ� ง …ประการที� ส อง…”“ประการแรก…ประการ ต่อมา…”“ประการแรก…อี กประการหนึ� ง …”“ประการหนึ� ง...อี ก ประการหนึ�ง... ”

 DŽ⌠䈝

ֻྲ˖   Ԇᒦ⋑ᴹՔᇣྩⲴᗳᙍˈԆ䘉ṧ䈤ˈᰐ䶎аࡉ䈅᧒ྩⲴ ᗳˈҼࡉᣕ༽ྩⲴߧ␑DŽ˄ᐤ䠁ljᇦNJ˅

6āDìP ‡ OéK[ǒWUJāP ‡JàK Vā FG ZīPUī Vā \Jè[àP‡ UJWō YúHēK[ī\éUJìVàPVā FG ZīP èT\é DàQHù Vā FGNěP‡FàP $ā,īPlj,KāNJ 

เขาไม่ ไ ด้ ทํา ร้ ายจิ ต ใจของเธอหรอก ที� เ ขาพู ด เช่ นนี � ประการแรกเป็ นเพี ย งแค่ ต้องการลองใจเธอ ประการที� สอง(เพื�อ)ตอบโต้ ความเย็นชาของเธอ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

154


Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D

155

  Ӿ↔ˈᡁ‫ׯ‬ᑨᑨ䇯䰞䘎⇣৫DŽаࡉˈ㠚❦ᱟഐѪᰐ㙺 䎆˗ҼࡉˈഐѪੜӪ䈤ˈԆ‫ق‬ᖸӢ䘁ཡ᜿ⲴӪⲴˈ㲭❦ ㍐ᙗ䘉ѸߧDŽ˄lj励䗵‫ޘ‬䳶NJҼধ ˅ 

%óP‡EǐYǒDKàPEJáP‡EJáP‡HǎP‡YèP.KáP5JūSù ;ī\é \ìTáP UJì [īPYèK YúNKáQ NàK èT\é [īPYèK VīP‡TéPUJWōVāFàQJěPSīPLìPUJī[ìFGTéPFG UWīTáP UùZìP ‡  \JèOG NěP ‡  lj .ǔZùP SWáPLí NJ èT LWǎP 

จากนี �เป็ นต้ นมา ฉั นมักไปเยี� ย มเยี ยนเหลี ยนซู่ อยู่บ่อยๆ ประการแรก แน่ นอนว่ าเป็ นเพราะเบื� อ ประการที� ส อง เพราะได้ ยินว่ าเขาผิดหวังกับคนใกล้ ชิดแม้ ว่าเขาจะดูเยือก เย็นเช่ นนีก� ต็ าม  བྷᇦ䜭䎠нࣘҶˈаᶕཙཚ✝ˈҼᶕᰙ依⋑ᴹਲ਼価DŽ

&àLKā FōW \ǒW Dù FòPI NG [īNáK VKāP VàK Tè èTNáK\ǎQHàPOéK[ǒWEJīDǎQ

ทุกคนเดิ นไม่ ไหวแล้ ว ประการหนึ� ง (เพราะ)อากาศร้ อน มาก อีกประการหนึ�ง(เพราะ)กินข้ าวเช้ าไม่ อิ�ม การเคลื�อนไหวในประเด็นนีย� งั คงมีอยู่มาก และไม่ ใช่ เรื� อง ง่ ายที� จะทําให้ บรรลุความสําเร็ จ ประการแรกเพราะขาด เอกภาพของการเคลื� อนไหว โดยการเคลื� อนไหวของแต่

 

155

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


156

汉语“一来……二来……”与泰语的 “ประการแรก......ประการทีส่ อง......” 的对比

ล ะ อ ง ค์ ก ร จ ะ เ ป็ น ไ ป ใ น ลั ก ษ ณ ะ ต่ า ง ฝ่ า ย ต่ า ง เคลื� อน ประการต่ อ มาเพราะไม่ สามารถที� จ ะอธิ บ ายให้ ผู้บริ โภคเห็นด้ วยกับการเคลื�อนไหว (ฐานข้ อมูลภาษาไทย แห่ งชาติ) ĀаࡉĂĂҼࡉĂĂāҏਟԕ߉ᡀĀа㘵ĂĂҼ㘵āˈཊ⭘ ҾҖ䶒䈝 ⦻㠚ᕪ DŽֻྲ˖  ᖃ❦ˈ㜭ཏਚᱟ䘱ࠪ৫ˈҏн㇇ൿһᛵˈа㘵㿱ᗇѠᇼ Ҽ㘵㿱ᗇབྷᓖ2DŽ˄励䗵lj᤯ᶕѫѹNJ˅

&āP ‡ TáP PéP ‡ ‡ òW \JǐUJì UòP ‡  EJūSù [ě Dù UWàP JWàKUJìSíP‡[ī\JěLKàPFeHēP‡Hù èT\JěLKàPFe FàFù .ǔ:ùPlj0áNáK\Jǔ[ìNJ 

แน่ นอน ย่ อมสามารถทําได้ เพี ยงแค่ ส่งออกไป และก็ไม่ นับว่ าเป็ นเรื� องไม่ ดี ประการแรกแสดงว่ ารวย ประการที� สองแสดงว่ าใจกว้ าง ᴹᰦ‫ˈى‬㺘⽪ཊ⿽৏ഐǃⴞⲴᡆᶑԦˈਟԕ䘎⭘ĀаᶕĂĂ ҼᶕĂĂйᶕĂĂāĀаࡉĂĂҼࡉĂĂйࡉĂĂā˗൘⌠䈝ѝ ҏ਼ṧ㺘⽪ཊ⿽৏ഐǃⴞⲴᡆᶑԦⲴ߉⌅∄䖳⚥⍫ˈਟԕ߉ᡀ

 䘉ᱟ৽䈝䇭ࡪˈĀѠᇼāᱟⅪцᜁՇⲴ㠚ཨˈ჊ཆ≲㦓ⲴُਓDŽĀབྷᓖāᱟ Āឧā≁᯿࡙⳺ѻĀមāⲴ䍕ᇦᆀ㹼ᖴDŽ 䈮〻ᮉᶀ⹄ウᡰ˖Ӫ≁ᮉ㛢ࠪ⡸⽮ 

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

156


Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D

157

“ประการแรก....ประการที�สอง...ประการที�สาม” “ประการแรก... ประการที� ส อง...ประการที� ส าม...ประการที� สี� ....ประการที� ห้า”“ประการแรก...ประการต่อมา...ประการสุ ดท้าย”ㅹਕᔿDŽֻ ྲ˖  Ԇ৸ᚒ༽ҶԆⲴㅁⲴ⭏⍫˖аᶕ㿱ᐸ⇽䟂䗷ᶕˈ⋑ⵏ↫ Ҷ˗Ҽᶕⴻᵾᓄᒦ⋑㻛㘱ᕐᢃՔ˗йᶕ㿹ᗇӺཙ䘉а ᢃˈᇎ൘∄ᒣᰕᆖ⭏ᥘᢃᴹ䏓ᗇཊDŽ 㘱㠽 

6ā[òWJWīHùNGVāFGZKàQFGUJēP‡JWó[īNáKLKàP UJīOǔ ZǐP‡ ‡WòNáK OéK \JēP Uǐ NG èTNáK MàP .ǐ ;īPI DìP‡ OéK DèK .ǎQ <JāP‡ Fǎ UJāP‡ UāPNáK LWéFeLīPVKāP\Jè[īFáUJí\àKDǐRíP‡TìZWéUJeP‡ āKFǎ[ǒWSùFGFWō .ǎQ5Jě 

เขากลับมามีชีวิตที�มีเสี ยงหัวเราะอีกครั� งหนึ�ง ประการแรก (เพราะ)อาจารย์ แ ม่ ไ ด้ ฟื� นขึ �น มา ไม่ ไ ด้ เ สี ยชี วิ ต จริ งๆ ประการที� ส องหลี� อิ ง ก็ ไ ม่ ไ ด้ ถู ก หล่ าวจางทํา ร้ ายจน บาดเจ็บ ประการที� สามรู้ สึ กว่ าการต่ อสู้ ในวันนี �น่าสนใจ กว่ าที� นักเรี ยนปกติตีกันมากเลย  བྷᇦሩௌᇼⲴ᜿㿱ˈᨀаॳᶑҏᴹˈਟᱟаᶕ⋑ᴹ߶ ༷ˈҼᶕ⺽Ҿ㘱ᚂ‫Ⲵݳ‬䶒ᆀˈйᶕᐞнཊ䜭ᙅௌᇼሶᶕ 䇠ӷˈഐ↔⋑ᴹӪᮒ傜кࠪཤᶕᨀˈਚᱟӔཤ᧕㙣୶ 䟿DŽ lj䎥ṁ⨶䘹䳶NJ 

157

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


158

汉语“一来……二来……”与泰语的 “ประการแรก......ประการทีส่ อง......” 的对比

'iMLvGXn;IsGH\nMLiQWo\yTLvQWLjR\x\€X NxVKn\yOjLPlL\€X]KQEkLkUOjLiL\t/~R+lQ‡ \XjQ GH PLiQ]L VvQOjL FKiEsGX| G|X Si ;Is MLvQ ‡ OjL MnFKqX \yQF PlL\€X UlQ ‡ ~Q P~VKiQ ‡ FK}WqXOjLWo]KVKnMLvRWqXMLw xUVKvQ‡OLjQ‡ lj=KiR6KsO;X~QMoNJ 

ทุ ก คนล้ วนมี ค วามคิ ดเห็ น มากมายเกี� ย วกั บ สี� ฟ่ ู แต่ ทว่ า ประการแรก(เพราะ)ไม่ ไ ด้ เตรี ยมตัวมา ประการที� ส อง (เพราะ)เห็ นแก่ หน้ าของเหล่ า เหิ งหยวน ประการที� ส าม (เพราะ)เกรงว่ าสี� ฟ่ ูจะเคี ยดแค้ น ด้ วยเหตุนีจ� ึ งไม่ มีใครกล้ า พูดออกมาทันทีได้ แต่ เพียงกระซิ บปรึ กษาหารื อกัน 

รองปลัดกระทรวงการคลัง ให้ สัมภาษณ์ ถึงความเป็ นจริ ง ของพั นธบั ตรดัง กล่ า วว่ า คิ ดว่ า ไม่ ใ ช่ ของจริ ง เพราะมี หลายเรื� องที� บอกว่ าไม่ ใช่ ของจริ ง ประการแรกคื อมูลค่ า พันธบัตรคื อมีค่ากว่ า 25,000 ล้ านเหรี ยญสหรั ฐฯ จํานวน มากมหาศาลเที ย บกั บเงิ นทุนสํา รองในขณะนี �ป ระมาณ 32,000 ล้ านบาท น้ อยกว่ า นิ ดเดี ยว…… ประการที� สอง พันธบัตรออกเมื� ออายุ 30 ปี สมัยนั�นอเมริ กาเป็ นยุคที� เศรษฐกิจตกตํา� ลามไปทั�วโลกแล้ วเศรษฐกิจตกตํา� จะออก พันธบัตรระยะยาวมันไม่ มีใครซื �อ แม้ แต่ หนังสื อรั บรองก็

 

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

158


Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D

159

เยอะเกิ นจริ ง ประการที� ส าม พั นธบัต รครบกํา หนดไถ่ ถอนในปี 1964 (ฐานข้ อมูลภาษาไทยแห่ งชาติ) ประการแรกคื อสร้ างขึ น� เป็ นสั ญลักษณ์ หรื อเครื� องหมาย ทางศาสนา ประการต่ อ มาสร้ างขึ �น เพื� อ เป็ นแหล่ ง นํ�า ใช้ ป ระ กา รสุ ด ท้ า ย คื อ ส ร้ าง ขึ � น เ ป็ น สิ� งป ระ ดั บ (ฐานข้ อมูลภาษาไทยแห่ งชาติ)

 

 ൘⌠䈝⿽ˈֻѮḀһ⢙ⲴᶑԦᰦˈᴹᰦ‫ى‬ҏՊᢺ

“เริ� มจาก”⭘

൘ㅜа亩࠶ਕⲴᔰཤDŽֻྲ˖

นักกี ฬ ายัง ต้ องเพี ยบพร้ อมด้ วยคุณสมบัติครบถ้ วน เริ� ม จากต้ อ งเป็ นนั ก ขี� ม้ า เชี� ย วชาญทั� ง การเร่ งฝี เท้ า และการ บั ง คั บ เคลื� อ นไหวรอบตั ว ประการที� ส องต้ องเสมอ นั ก ก อ ล์ ฟ ที� แ ม่ น ใ น ก า ร ตี แ ล ะ บั ง คั บ ทิ ศ ท า ง ลู ก บอล ประการที� สาม อึ ดและ เล่ นเป็ นที มเช่ นนั ก รั กบี � ประการสุดท้ าย คื อใช้ สมองแก้ และวางกลยุทธ์ การ เล่ นตลอดเวลา (ฐานข้ อมูลภาษาไทยแห่ งชาติ)

 

≹䈝Ā޽ࡉāо⌠䈝

“อีกประการหนึ�ง”䜭ਟԕঅ⭘ˈ㺕‫ࡽݵ‬

䗩ᐢ㓿䈤ࡠⲴ৏ഐㅹDŽֻྲ˖

159

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


160

汉语“一来……二来……”与泰语的 “ประการแรก......ประการทีส่ อง......” 的对比

 ᮷㢪ᐕ֌㘵ᗵ享䮯ᵏൠ⭏⍫൘ᐕߌ㗔Շѝˈ᡽㜭㧧ᗇࡋ ֌ⲴⓀ⋹˗޽ࡉˈҏᴹ࡙Ҿц⭼㿲Ⲵ᭩䙐DŽ lj⧠ԓ≹ 䈝㲊䇽ֻ䟺NJ 



:lQ\n‡|Q‡]Xp]KxEn[}FKjQ‡ToGnVKwQ‡KXq]iL ‡|Q‡QqQ‡TtQ]KpQ‡]K|Q‡FjLQlQ‡KXpGlFKXiQ‡]Xp GH \XjQTXjQ ]iL]l \x \€X On\t VKnMLk ‡ XvQ GH ‡~L]iR lj;LiQGiL+iQ\;}Fo/nVKnNJ 

ศิลปิ นผู้สร้ างสรรค์ วรรณกรรมจําเป็ นต้ องอาศัยอยู่ร่วมกับคนงาน และชาวบ้ านในระยะยาวจึ งจะสามารถเข้ าถึงแหล่ งที� มาของข้ อมูล อีกประการหนึ�ง ยังช่ วยเปลี�ยนแปลงการมองโลกอีกด้ วย ֻѝĀᗵ享䮯ᵏൠ⭏⍫ĂĂāⲴࡽ䶒ਟԕ㺕кĀаࡉā 



ผ้ ชู ายที�ต้องการทําเสน่ ห์มีไม่ มากนัก เพราะสั งคมสมัยนั�น ถื อว่ า ผู้ชายเป็ นใหญ่ สามารถมี ภรรยาได้ หลายคน ส่ วน ผู้หญิ งไม่ มีโอกาสเลื อกคู่ครองด้ วยตนเอง ผู้ใหญ่ จะเป็ น ผู้ จั ด การเลื อกคู่ ครองที� เหมาะสมให้ อี กประการ หนึ�ง ผู้ชายอาจจะรู้ สึ กว่ าทะนงตนให้ ผ้ หู ญิงรั กด้ วยตนเอง ดี ก ว่ า ใช้ เวทมนต์ เพราะตนเองมี โ อกาสเลื อ กผู้ ห ญิ ง อื� นๆ ได้ อีกมาก การที� ชายใดได้ หญิงมา โดยหญิ งนั�นไม่ เต็มใจ ไม่ ยินยอมพร้ อมใจ คติสังคมมักดูแคลนว่ าชายนั�น ไร้ ศักดิ�ศรี (ฐานข้ อมูลภาษาไทยแห่ งชาติ)

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

160


Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D





161

“เพราะสังคมสมัยนั�นถือว่ าผู้ชายเป็ นใหญ่ ……”Ⲵࡽ 䶒ਟԕ㺕к“ประการแรก” ֻѝ

ĀаࡉĂĂ޽ࡉĂĂāҏਟԕ䈤ᡀĀаࡉĂĂаࡉĂĂāˈ

֌⭘⴨ᖃҾĀаᯩ䶒ĂĂаᯩ䶒ĂĂā ᕐᮼ   ˗⌠䈝

“ประการหนึ�ง...ประการหนึ�ง...” “ประการหนึ�ง...อีกประการหนึ�ง”

ᴹᰦ‫ى‬ҏᑖᴹĀаᯩ䶒ĂĂаᯩ䶒ĂĂāⲴ᜿ѹˈ⭘Ҿ䘎᧕㺘⽪ ᣭ䊑᜿ѹⲴᡀ࠶DŽֻྲ˖  аࡉ ‫ ׯ‬Ҿᓄ Ԉ ਟ㜭 Ⲵ һਈ ˈ а ࡉ ֯࠶ ᮓ ᢗ㹼 Ⲵ ԫ࣑ lj∋⌭ь䘹䳶NJ 

<y]lELiQ\t\nQ‡IsNxQlQ‡GHVKnELiQ\y]lVK IwQViQ]Ko[oQ‡GHUkQZs lj0jR=lG|Q‡;X~QMoNJ  

ด้ านหนึ�งเพื�อง่ ายต่ อการรั บมือเหตุการณ์ ที�อาจเกิดขึน� ด้ าน หนึ�งเพื�อกระจายอํานาจการจัดการ ประการหนึ� งเพื� อง่ ายต่ อการรั บมือเหตุการณ์ ที�อาจเกิ ดขึน� ประการหนึ�งเพื�อกระจายอํานาจการจัดการ 

 ≹䈝ĀаᶕĂĂҼᶕĂĂāоĀаࡉĂĂҼࡉĂĂā൘᜿ѹ ઼⭘⌅кᱟสᵜ⴨਼ⲴDŽн਼༴൘ҾˈĀаᶕĂĂҼᶕĂĂāˈ वᤜĀаᶕĂĂаᶕĂĂāާᴹਓ䈝㢢ᖙ˗ĀаࡉĂĂҼ ࡉĂĂāˈवᤜĀаࡉĂĂ޽ࡉĂĂāǃĀа㘵ĂĂҼ㘵āཊ

161

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


162

汉语“一来……二来……”与泰语的 “ประการแรก......ประการทีส่ อง......” 的对比

“ประการแรก…ประการที� สอง…”“ประการที� ห นึ� ง…ประการที� ส อง…”“ประการแรก… ประการต่ อ มา…”“ประการแรก…อี ก ประการหนึ� ง …”“ประการ หนึ�ง...อีกประการหนึ�ง... ”ਓ䈝઼Җ䶒䈝䜭䙊⭘DŽ

⭘ҾҖ䶒䈝 ᕐᮼ  DŽ⌠䈝Ⲵ



䘎᧕оਕ⌅Ⲵ࣏㜭ሩ∄ ≹䈝ĀаᶕĂĂҼᶕĂĂāо⌠䈝

“ประการแรก…ประการที�

สอง…”䘎᧕࠶ਕˈĀаᶕā⭘൘࠶ਕⲴᔰཤˈ֌ѪᒦࡇⲴㅜа 亩DŽ᧕л৫⭘ĀҼᶕāㅹ‫ֻ⅑׍‬ѮDŽྲ᷌ᱟє亩ᒦࡇˈҏਟԕ⭘ є њ Ā а ᶕ ā ˈ ᶴ ᡀ Ā а ᶕ Ă Ă а ᶕ Ă Ă ā Ⲵ ਕ ᔿ ᕐ ᮼ   ˗ ൘ ⌠ 䈝 ѝ ˈ ྲ ᷌ 䘎 ᧕ є 亩 ᒦ ࡇ ˈ а 㡜 н 㜭 ⭘

“ประการแรก” 㘼 㾱 ⭘ “ประการหนึ�ง”  䈤 ᡀ Āประการหนึ�ง... ประการหนึ�ง...”ㅹਕᔿDŽ  Ԇߣᇊ⿫ᔰ䘉њ‫ޜ‬ਨˈаᶕԆнௌ⅒䘉њᐕ֌ˈаᶕᐕ 䍴ཚվҶDŽ

 7v MXlGnQ ‡  OoNvL ]Kk ‡ H ‡ |Q ‡ Vy \yOjL Wv Es [KXDQ]Kk‡H‡|Q‡]Xp\yOjL‡|Q‡]yWiLGyOH

เขาตัดสิ นใจออกจากบริ ษัทนี � ประการหนึ�ง(เพราะ)เขาไม่ ชอบงานนี � ประการหนึ�ง(เพราะ)เงินเดือนน้ อยมาก

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

162


Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D

163

“ประการแรก” ᴹ ᰦ ‫ ى‬ਟ ԕ 䐏 ‘และ’‘นอกจากนี� ’ ‘นอกจากนั�น’ ㅹ 䇽 䈝 ᩝ 䝽 ֌ ⭘ ˈ ᶴ ᡀ “ประการแรก...และ...” “ประการแรก...นอกจากนี�...”ㅹਕᔿDŽ≹䈝ⲴĀаᶕāᡆĀаࡉā

 ൘ ⌠ 䈝 ѝ

⋑ᴹ䘉⿽֌⭘DŽֻྲ˖

สาเหตุ ที� แบ่ งพื � น ที� นาให้ ตํ า รวจปลู ก ข้ าว ประการ แรก เพื� อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน ของตํารวจ โรงพักนี � ซึ� งเป็ นตํารวจที� ไม่ มี โรงพักเป็ นของตัวเอง ต้ อง อาศั ย ศาลากลางหมู่บ้ า นเป็ นที� พั ก พิ ง ไม่ มี ต ลาด ไม่ มี ร้ านอาหาร การกิ นอยู่ลาํ บากแร้ นแค้ น และเพื� อเป็ นการ ลดค่ าใช้ จ่ายต่ างๆ ของตํารวจในโรงพัก จึ งได้ มอบที� นาไว้ ให้ ทาํ กิน (ฐานข้ อมูลภาษาไทยแห่ งชาติ)  ธปท.มี การจับตาการเบิ กจ่ ายเงิ นในเดื อนนี � เป็ นกรณี พิเศษ เพราะ คาดว่ าจะมีการเบิกจ่ ายเงินมากเป็ นพิเศษ ประการ แรก เนื� องจากเป็ นช่ วงเทศกาลเฉลิ ม ฉลองส่ งท้ า ยปี เก่ า ต้ อ นรั บ ปี ใหม่ และมี ก ารจ่ า ยเงิ น โบนั ส เงิ น พิ เ ศษของ บริ ษัท การเบิกจ่ ายเงินจะมากขึน� นอกจากนั�นยังเป็ นเวลา ในการซื �อเสี ยงจริ ง เพราะเข้ าใกล้ ช่วงการเลื อกตั�งมากขึน�  (ฐานข้ อมูลภาษาไทยแห่ งชาติ)    



วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

163


164

汉语“一来……二来……”与泰语的 “ประการแรก......ประการทีส่ อง......” 的对比

㔃䈝 ĀаᶕĂĂҼᶕĂĂāо

“ประการแรก…ประการที�สอง…”

а 㡜 ⭘ ᶕ ֻ Ѯ Ḁ һ ⢙ Ⲵ ৏ ഐ ǃ ⴞ Ⲵ ᡆ ᶑ Ԧ DŽ  Ā а ࡉ Ă Ă ҼࡉĂĂāǃĀаࡉĂĂ޽ࡉĂĂā᜿ѹ઼⭘⌅䐏ĀаᶕĂĂҼ

“ประการแรก… ประการที�สอง…” ਟ ԕ 䈤 ᡀ “ประการที�หนึ�ง…ประการที� สอง…”“ประการแรก…ประการต่อมา…”“ประการแรก…อีก ประการหนึ�ง…” “ประการหนึ�ง...อีกประการหนึ�ง…”ˈਓ䈝઼Җ䶒

ᶕ ĂĂā ส ᵜ ⴨ ਼ DŽ ཊ ⭘ Ҿ Җ 䶒 䈝 DŽ ⌠ 䈝 Ⲵ

䈝䜭䙊⭘DŽ↔ཆˈĀаࡉĂĂ޽ࡉĂĂāҏਟԕ䈤ᡀĀаࡉĂĂ аࡉĂĂāˈ֌⭘⴨ᖃҾĀаᯩ䶒ĂĂаᯩ䶒ĂĂā˗⌠䈝Ⲵ

“ประการหนึ�ง...ประการหนึ�ง...” “ประการหนึ�ง...อีกประการหนึ�ง” ᴹᰦ‫ى‬ҏ਼ṧᑖᴹĀаᯩ䶒ĂĂаᯩ䶒ĂĂāⲴ᜿ѹˈ⭘Ҿ䘎᧕ 㺘⽪ᣭ䊑᜿ѹⲴᡀ࠶DŽ ൘ 䘎 ᧕ о ਕ ⌅ Ⲵ ࣏ 㜭 к  Ā а ᶕ ĂĂ Ҽ ᶕ ĂĂā о

“ประการแรก…ประการที�สอง…”䜭䘎᧕࠶ਕˈĀаᶕā⭘൘࠶ਕ Ⲵᔰཤˈ֌ѪᒦࡇⲴㅜа亩DŽ᧕л৫⭘ĀҼᶕāㅹ‫ֻ⅑׍‬Ѯˈҏ ਟԕ⭘єњĀаᶕāˈᶴᡀĀаᶕĂĂаᶕĂĂāⲴਕᔿ˗൘⌠

“ประการแรก” 㘼 㾱 ⭘ “ประการหนึ�ง”  䈤 ᡀ “ประการหนึ�ง...ประการหนึ�ง...” ㅹ ਕ ᔿ DŽ 䲔 ↔ ѻ ཆ ˈ “ประการแรก” ᴹ ᰦ ‫ ى‬ਟ ԕ 䐏 ‘และ’‘นอกจากนี� ’

䈝ѝˈྲ᷌䘎᧕є亩ᒦࡇˈа㡜н㜭⭘

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

164


Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D

165

‘นอกจากนั�น’ㅹ䇽䈝ᩝ䝽֌⭘ˈ≹䈝ⲴĀаᶕāᡆĀаࡉāᒦ⋑ ᴹ䘉⿽֌⭘DŽ  ৲㘳᮷⥞

ภาษาไทย ฐานข้อ มู ล ของโครงการคลัง ข้อ มู ล ภาษาไทยแห่ ง ชาติ ใ นพระ ราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดาฯ สยามบรมราชกุมารี คณะ อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาษาจีน ‫ן‬ᆖ䎵lj⧠ԓ≹䈝㲊䇽䇽ިNJेӜ˖ेӜབྷᆖҖ⡸⽮ ੅਄⒈lj⧠ԓ≹䈝‫Ⲯޛ‬䇽NJेӜ୶࣑ঠҖ侶 ⦻㠚ᕪlj⧠ԓ≹䈝㲊䇽䇽ިNJк⎧к⎧䗎Җࠪ⡸⽮ ᕐᮼlj⧠ԓ≹䈝㲊䇽䇽ިNJेӜ˖୶࣑ঠҖ侶        

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

165


166

汉语“一来……二来……”与泰语的 “ประการแรก......ประการทีส่ อง......” 的对比

ABSTRACT A Comparative Study of “yīlái…èrlái…” in Chinese and “ประการแรก...ประการทีส � อง...” in Thai Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D. There are some similarities and differences between “yīlái…èrlái…” in Chinese and “ประการแรก...ประการที� สอง

...” in Thai.

In terms of meanings and functions they are

basically the same, “yīlái…èrlái…” and

“ประการแรก...

ประการที�สอง...” both stated reasons, aims or conditions of matters or things. However, there are some differences too. For example, the ways to state reasons, aims or conditions in Thai are more flexible than in Chinese, “ประการแรก” can be matched with other words while “yīlái” cannot. In Chinese, “yīlái…èrlái…” can be replaced with “yīzé…èrzé…” “yīzhě…èrzhě…” and “yī zé…zài zé…”, often used in written language while “yīlái…èrlái…” and “yīlái…yīlái…” often used in spoken language. “ประการแรก...ประการที�สอง...” in Thai can be used in both spoken and written language.

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

166


Chatsaran Chatsanguthai, Ph.D

Keywords: yīlái…èrlái…,

167

ประการแรก...ประการที� สอง...,

Chinese, Thai, comparative study

167

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


ѝഭ᮷ॆփ傼สൠ䇮㖞Ⲵਟ㹼ᙗ࠶᷀ ü üԕ↖ᖃኡѪֻ ᯩ⩣  

ᨀ㾱 ᵜ᮷䪸ሩሩཆ≹䈝ᮉᆖѝⲴѝഭ᮷ॆ䈮䘋㹼Ҷࡋᯠᙗ䇮䇑ˈ ሩㅖਸ㾱≲Ⲵѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴ䇮㖞䘋㹼Ҷ᧒㍒DŽ 䙊䗷ሩĀᆄᆀᆖ䲒྆ᆖ䠁⭏᮷ॆփ傼⍫ࣘā㓿傼Ⲵُ䢤ˈᵜ ᮷䘹ਆҶާᴹ勌᰾ѝഭ᮷ॆԓ㺘ᙗⲴ↖ᖃኡ֌Ѫ⹄ウṸֻDŽ䙊䗷 ሩ↖ᖃኡⲴᇎൠ㘳ሏ઼ѝཆሩ∄ˈሩ↖ᖃ᮷ॆѝާᴹѝഭ᮷ॆԓ 㺘ᙗⲴ䜘࠶䘋㹼Ҷㆋ䘹оᙫ㔃DŽᵜ᮷࠶࡛Ӿ↖ᖃኡⲴᇇᮉоؑԠǃ ኡ≤оᔪㆁ઼↖ᵟоޫ⭏йњᯩ䶒䘋㹼࠶᷀о䇪䇱DŽ 䲔Ҷሩ↖ᖃኡᵜ䓛᮷ॆ޵ᇩкⲴ㘳䟿ཆˈᵜᣕ੺䘈ሩ↖ᖃኡ Ⲵส⹰䇮ᯭǃ᮷ॆՐ᫝઼оሩཆ≹䈝ᮉᆖⲴ㔃ਸ〻ᓖ䘋㹼Ҷ‫ޘ‬䶒 䇴ՠˈԕ↔䇪䇱↖ᖃኡᱟ੖ާ༷ᡀѪѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴਟ㹼ᙗDŽ ᵜ᮷ԕ↖ᖃኡѪֻˈሩሩཆ≹䈝ᮉᆖѝⲴѝഭ᮷ॆ䈮ᨀࠪҶ ᯠⲴᙍ㘳ˈᒦሩѝഭ᮷ॆփ傼สൠྲօᔪ䇮ǃᔪ䇮᜿ѹǃᔪ䇮ᯩ ⌅‫ࠪڊ‬Ҷа⅑䘋㹼᧒㍒DŽ



ⲷཚਾབྷᆖ≹䈝ᮉᐸᘇᝯ㘵ˈ≹䈝䀰᮷ᆖᆖ༛ˈ≹䈝ഭ䱵ᮉ㛢⺅༛DŽᵜ᮷ѳ֌㘵 ⺅༛ᆖս∅ъ䇪᮷ѻ㕙᭩⡸DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

168


方琳

169

‫ޣ‬䭞䇽˖ሩཆ≹䈝ᮉᆖǃѝഭ᮷ॆ䈮ǃփ傼ᔿᮉᆖǃ↖ᖃኡ аǃ㔚䇪 ൘ཆ䈝ᮉᆖѝˈ᮷ॆᮉᆖᓄ䈕ᱟ䈝䀰Ґᗇ䗷〻ѝнਟᡆ㕪Ⲵ а䜘࠶DŽᆖҐㅜҼ䈝䀰ⲴӪˈྲ᷌ᜣ㾱㧧ᗇ㢟ྭⲴ䐘᮷ॆӔ䱵㜭 ࣋,нӵ㾱⟏㓳ᦼᨑⴞⲴ䈝Ⲵ䈝䀰ᖒᔿˈ䘈ᓄ䈕ᆖҐⴞⲴ䈝ഭᇦⲴ ᮷ॆDŽഐ↔ˈ൘≹䈝֌ѪㅜҼ䈝䀰Ⲵᮉᆖ䗷〻ѝ䇮㖞᮷ॆᮉᆖⲴ ⧟㢲ᱟ䶎ᑨᴹᗵ㾱ⲴDŽ ㅄ㘵㠚ᐡ൘ⲷཚਾབྷᆖ䇢ᦸ≹䈝䈮〻ᰦˈਁ⧠䇨ཊ⌠ഭᆖ⭏ ሩѝഭ᮷ॆⲴ⨶䀓བྷ䜭⍱ҾㅖਧᖒᔿDŽ൘кljѝഭᾲߥNJԕ৺ljѝ ഭশਢNJ䘉є䰘䈮〻ࡽˈᖃ䰞৺ᆖ⭏ሩĀѝഭ᮷ॆāԕ৺Āѝഭ শਢāⲴঠ䊑ᰦˈԆԜਚ㜭ㆰঅൠ䈤ࠪĀ᱕㢲ǃ侪ᆀǃཚᶱᤣǃ ѝഭ㔃ǃҖ⌅āѻ㊫Ⲵ᮷ॆㅖਧ˗㘼ሩҾ䘉Ӌ᮷ॆㅖਧᡰԓ㺘Ⲵ Ⲵ᮷ॆ᜿ѹˈԕ৺ѝഭ᮷ॆѝᴰṨᗳⲴᙍᜣ㿲ᘥˈ䜭ᱟ⸕ѻ⭊ቁDŽ ᆖ⭏ሩ≹䈝઼ѝഭ᮷ॆⲴփ傼བྷཊнཏ・փॆ઼⭏ࣘॆˈণ֯ሩ ѝഭ᮷ॆᴹањᮤփᙗⲴ䇔⸕ˈҏᖸ䳮⨶䀓ѝഭ᮷ॆѝव㮤⵰Ⲵ ঊབྷ޵⏥DŽᘾṧᑞࣙཆഭᆖ⭏Ԝᴤྭൠ⨶䀓ѝഭ᮷ॆ˛ᘾṧ⭘ঊ བྷ㋮␡Ⲵѝഭ᮷ॆ৫◰ਁᆖ⭏ᆖҐ≹䈝Ⲵ✝ᛵ˛䘉Ӌᱟ䇨ཊሩཆ ≹䈝ᮉᐸ䜭൘ᙍ㘳Ⲵ䰞仈DŽ

169

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


170

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

䈝䀰ⲴᆖҐᒦ䶎ӵ䶐ᯩረ䇢าⲴՐᦸⲴаࣣ≨䙨ˈ᮷ॆⲴҐ ᗇྲ᷌ӵ䶐ҖᵜⲴᆖҐ઼䈮าⲴ♼䗃਼ṧᰐ⌅ਆᗇԔӪ┑᜿Ⲵ㔃 ᷌DŽ㖾ഭⲴ Moran ᮉᦸᴮᨀࠪ䗷Ā᮷ॆփ傼⨶䇪ā(The Cultural Experience)઼Āփ傼ᔿᆖҐⲴᗚ⧟⁑ᔿ⨶䇪ā(Experiential Learning Cycle)DŽㅄ㘵䇔Ѫˈ䘉⿽᮷ॆփ傼ᔿᮉᆖѪѝഭ᮷ॆ䈮ᨀ‫׋‬ҶᯠⲴ ਁኅᯩੁDŽ䇮・ањᴹԧ٬Ⲵѝഭ᮷ॆփ傼สൠˈਟԕᶱབྷൠѠ ᇼሩཆ≹䈝ᮉᆖⲴᮉᆖ᡻⇥઼ᮉᆖ޵ᇩDŽ ᵜ᮷ԕ↖ᖃኡѪԓ㺘Ⲵѝഭᇇᮉ᮷ॆѪᇎֻˈኅ⽪Ҷ䇮・а њ᮷ॆփ傼สൠᓄ䈕㘳䟿Ⲵ޵ᇩ઼䇴ՠⲴᔪ䇞DŽ↖ᖃኡᱟ傠਽⎧ ޵ཆⲴѝഭ䚃ᮉ਽ኡˈᆳশਢᛐѵˈӪ᮷≄᚟⎃৊˗↖ᖃኡਔᔪ ㆁ㗔৸ᱟ㚄ਸഭᮉ、᮷㓴㓷ࡇ‫ޕ‬ljц⭼᮷ॆ䚇ӗ਽ᖅNJⲴՈ⿰ਔ ԓᔪㆁ䚇䘩ˈᱟѝഭ㿲าᓉᆷᔪㆁ㢪ᵟⲴᆼ㖾փ⧠˗↖ᖃ↖ᵟᤕ ᴹཚᶱᤣǃ޵ᇦᤣǃཚᶱࢁㅹᶱާԓ㺘ᙗⲴ྇䐟ˈ㻛䇔Ѫᱟѝॾ ↖ᵟѻ↓ᇇDŽਟԕ䈤ˈ↖ᖃኡާᴹѝॾՐ㔏᮷ॆⲴ⤜⢩สഐDŽሶ ↖ᖃኡ֌Ѫѝഭ᮷ॆփ傼สൠˈ㜭ሶѝഭՐ㔏᮷ॆⲴ兵࣋ᴹᵪ㘼 儈᭸ൠⲴ䘋㹼ᮤਸоՐ᫝DŽ ᵜ᮷ԕ↖ᖃኡѪֻˈሩѝഭ᮷ॆփ傼สൠᔪ䇮Ⲵᯩ⌅ǃᔪ䇮 ᜿ѹǃᔪ䇮ᯩ⌅‫ࠪڊ‬Ҷа⅑᧒㍒DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

170


方琳

171

Ҽǃ↖ᖃኡᾲ䘠᳘ԕަѪṧᵜⲴ᮷ॆփ傼สൠⲴਟ㹼ᙗ  ᮷ॆփ傼สൠᾲ䈤 ᮷ॆփ傼ᱟ㖾ഭ䐘᮷ॆӔ䱵ᆖ㘵㧛‫(ޠ‬Moran)ᨀࠪᶕⲴањᾲ ᘥˈԆሶ᮷ॆփ傼ᇊѹᡀᱟӪоਖа⿽⭏⍫ᯩᔿⲴ⻠ᫎDŽ൘䈝䀰 ᆖҐѝˈᮉᐸՊ൘䈝䀰ᮉᆖѻ։ˈѪᆖ⭏䇢䀓ྲⴞⲴ䈝ഭᇦⲴ᮷ ॆ㛼Ჟˈ丣Ҁǃ᮷ᆖǃ⭥ᖡㅹ㢪ᵟᖒᔿˈ㺓伏տ㹼Ⲵ⭏⍫Ґ؇ㅹ 2

⸕䇶DŽ Ԇ䇔ѪˈਚӾ᮷ॆᵜ䓛৫Ҷ䀓ⴞⲴ䈝ഭᇦᱟᆈ൘н䏣Ⲵˈ ᓄ䈕ᕅሬᆖ⭏৫䘋㹼〟ᶱൠ䘋㹼⴨‫Ⲵޣ‬Ā᮷ॆփ傼āˈ൘᮷ॆփ 傼ѝᇎ⧠Āփ傼ᔿᆖҐᗚ⧟āDŽ ൘ሩཆ≹䈝⹄ウѝˈ䎺ᶕ䎺ཊⲴᆖ㘵ᕪ䈳᮷ॆᮉᆖᱟ䈝䀰Ґ ᗇ䗷〻ѝнਟᡆ㕪Ⲵа䜘࠶DŽㅜҼ䈝䀰ⲴᆖҐ㘵ˈ൘⟏㓳ᦼᨑⴞ Ⲵ䈝䈝䀰⸕䇶Ⲵ਼ᰦˈ䘈ᓄ䈕⌘䟽ᆖҐⴞⲴ䈝ഭᇦⲴ᮷ॆˈ൘᮷ ॆփ傼ѝ৫ᨀॷ䘀⭘ཆ䈝Ⲵᇎ䱵Ӕ䱵㜭࣋DŽഐ↔ˈѪ≹䈝ഭ䱵ᮉ 㛢уъ䇮㖞⴨‫Ⲵޣ‬ѝഭ᮷ॆփ傼สൠᱟᗵ㾱ⲴDŽ ᘾṧ᡽ᱟањਸṬⲴ᮷ॆփ傼สൠ઒˛俆‫ˈݸ‬᮷ॆփ傼สൠ Ⲵ䇮㖞ᓄ䈕㘳䟿䈕สൠⲴส⹰䇮ᯭˈণ㘳䟿ަส⹰䇮ᯭᱟ੖ᆼ༷ˈ ᱟ੖ާ༷᢯䖭ѝഭ᮷ॆփ傼⍫ࣘⲴ㜭࣋˗ㅜҼˈ㾱㘳䟿᮷ॆփ傼

2

Patrick R. Moran,Teaching Culture:Perspectives in Practice,Foreign Language Teaching and Research Press,2004,95.

171

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


172

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

สൠⲴ᮷ॆ≋തˈণަᱟ੖ާᴹ勌᰾Ⲵѝഭ᮷ॆԓ㺘ᙗⲴDŽਟԕ ৲㘳ᖃൠ᯵⑨㩕䬰ⲴՐ᫝㓿傼ˈҶ䀓ଚӋ᯵⑨ӗ૱ᱟᴤާਟ㹼ᙗ ઼੨ᕅ࣋Ⲵ˗ㅜйˈ㾱㘳㲁ⴞⲴൠ൘о㊫լⲴ᮷ॆփ傼สൠѻ䰤 Ⲵ਼սㄎҹѝާᴹᘾṧⲴ᮷ॆՈ࣯˗ㅜഋˈ㾱㘳䟿䈕᮷ॆփ傼亩 ⴞоሩཆ≹䈝ᮉᆖ㔃ਸⲴਟ㹼ᙗ˗ᴰਾˈ䘈ᓄሩ䈕ൠⲴਁኅࡽᲟ ઼᭯ㆆ᭟ᤱㅹᯩ䶒䘋㹼⴨‫ޣ‬㘳䟿DŽ  ↖ᖃኡᾲ䘠 ↖ᖃኡսҾ⒆ेⴱॱ๠ᐲˈᱟབྷᐤኡⲴ࠶᭟ˈᆳⲴѫጠཙḡ ጠ⎧ᤄ㓖Ѫ  ㊣DŽ↖ᖃኡᴹгॱҼጠΥйॱ‫ޝ‬ዙΥҼॱഋ⏗Υ ॱа⍎Υй▝Υҍ⋹Υॱ⊐ΥҍӅΥॱ⸣ΥҍਠㅹᲟ⛩ˈ㠚❦仾 ‫⿰ݹ‬ѭDŽ↖ᖃኡ਽ᆇਆ㠚Ā䶎⦴↖н䏣ԕᖃѻā䈤ˈᤷⲴᱟ⦴↖ ൘䘉䟼ᗇ䚃ॷཙਾˈ䲔Ҷ⦴↖⋑ᴹӪਟԕᖃ䘉ᓗኡⲴѫ⾎DŽ↖ᖃ ኡкަԆⲴ  ጠ䜭‫❠⚛ۿ‬аṧੁѫጠཙḡጠ‫ٮ‬ᯌˈ≁䰤Ր䈤↖ᖃ ኡᱟഐѪᴹ≤⾎Ā⦴↖ā൘ѫጠк඀䭷ˈᡰԕ঻տҶ䘉а⡷བྷ⚛ 㡜ⲴኡጠDŽ ↖ᖃኡᱟѝഭഋབྷ䚃ᮉ਽ኡѻ俆DŽӾୀᵍᔰ࿻ˈ↖ᖃኡᡀѪ ਽ኡˈࡠ᰾ᵍᰦ↖ᖃኡⲴൠս䗮ࡠ亦ጠˈ㻛䇔Ѫᱟ ĀԉኡāDŽ䘉 њൠսⲴ⭡ᶕо↖ᖃኡⲴൠ⨶⧟ຳ઼ⲷᇔⲴ৊⡡ᇶнਟ࠶DŽᦞ↖ ᖃኡᘇ䇠䖭ˈ↖ᖃኡⲴਔᔪㆁ㗔ᴰᰙᔪҾ≹ᵍˈୀᵍᔰ࿻ᴹⲷᑍ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

172


方琳

173

лᰘᮅᔪᇛ㿲ˈᆻᵍǃ‫ݳ‬ᵍᰦҏᴹ㔝ᔪDŽࡠ᰾≨Ҁᒤ䰤ˈेᔪ᭵ ᇛˈই‫↖؞‬ᖃˈ൘䘉䟼‫ޡ‬ᔪᡀ  ᇛ  㿲ǃ ᓥาǃ ዙ઼  ཊ ᓗӝਠǃഋॱཊᓗẕằˈ֯↖ᖃኡᡀѪ᰾ᵍⲴⲷᇔᇦᓉ઼‫ޘ‬ഭ㿴 ⁑ᴰབྷⲴ䚃ᮉ൓ൠDŽ



↖ᖃኡⲴᔪㆁ㗔བྷ䜭䚥ᗚ㠚❦㿴ᖻˈ᤹➗ኡ࣯Ⲵ⢩⛩ᔪ䙐DŽ ᐕॐԜ֯㠚❦Ჟ㿲઼ᔪㆁ㢪ᵟᐗ࿉㶽ਸˈᔪ䙐ࠪҶĀ⩬䰱ԉຳā Ⲵ᭸᷌DŽ↖ᖃኡⲴᔪㆁᰐ䇪ᱟᆿ㿲кⲴᐳተ䘈ᱟ㓶㢲кⲴᐕ㢪ˈ 䜭ᱟѝഭᔪㆁਢк⤜аᰐҼⲴ֣֌DŽ↖ᖃኡ⧠൘ᴹӄ༴ᇛ㿲㻛ഭ ࣑䲒ࡇѪ‫ޘ‬ഭ䟽⛩‫؍‬ᣔঅսˈ↖ᖃኡਔᔪㆁ㗔ҏ൘  ᒤ㻛ࡇ‫ޕ‬ Ҷ㚄ਸഭᮉ、᮷㓴㓷Ⲵljц⭼䚇ӗ਽ᖅNJDŽ↖ᖃኡⲴѫ㾱ᇛ㿲ᴹ˖ ⦹㲊ᇛǃ㍛䴴ᇛǃཚᆀඑǃইዙǃ㍛䠁෾ǃ䠁亦DŽ ↖ᖃኡഐަཷ⢩䳴ՏⲴ㠚❦仾ᲟˈоཊṧॆⲴӪ᮷Ჟ㿲ˈ㻛 䂹Ѫāӈਔᰐৼ㜌ຳˈཙлㅜаԉኡāDŽ᰾ᵍⲴ≨ҀⲷᑍĀेᔪ ᭵ᇛˈই‫↖؞‬ᖃāⲴབྷ࣋᧘ጷˈᴤ֯↖ᖃኡа䏳ᡀѪҶĀⲷᇔᇦ ᓉāDŽ㘼᰾ᵍⲴ䚃༛ᕐйѠࡋࡦҶ↖ᖃᤣоཚᶱᤣˈҏ֯↖ᖃ↖ ᵟ䎠кҶѝॾ↖ᵟⲴᏵጠˈ䙐ቡа⇥Րཷ᭵һDŽ䚃ᮉᱟᡁഭᵜ൏ ӗ⭏Ⲵᇇᮉˈᆳवਜ਼བྷ䟿≁䰤ؑԠ઼⾎ԉᯩᵟˈ䚃ᮉᵜ䓛ቡᱟᶱ



䖜ᕅ㠚ᶘ・ᘇˈ↖ᖃ᮷ॆᾲ䇪ˈ⽮Պ、ᆖ᮷⥞ࠪ⡸⽮ˈ ᒤ  ᴸ⡸ˈㅜ  亥DŽ

173

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


174

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ާѝॾ᮷ॆԓ㺘ᙗⲴDŽᰐ䇪ᱟ↖ᖃኡо䚃ᮉՐཷ㡜Ⲵ␺Ⓚˈ䘈ᱟ ↖ᖃኡк䛓Ӌо㠚❦Ჟ㿲ᆼ㖾㶽ਸⲴӪ᮷ᔪㆁˈ䜭䇙↖ᖃኡᡀѪ Ҷѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴ㢟ྭ䘹ᤙDŽ ᵜ䇪᮷䈅Ӿ↖ᖃኡⲴᇇᮉоؑԠǃ↖ᖃኡⲴᔪㆁоኡ≤઼↖ ᖃ↖ᵟоޫ⭏йњᯩ䶒ᶕ䇪䘠↖ᖃኡਟԕ֌Ѫѝഭ᮷ॆփ傼สൠ Ⲵ⢩䍘DŽ  ↖ᖃኡṧᵜⲴᇇᮉоؑԠ  ѝഭᇇᮉᾲ䘠оཆᶕᇇᮉѝഭॆ ᇇᮉᱟ‫ޣ‬Ҿ䎵Ӫ䰤ǃ䎵㠚❦࣋䟿Ⲵа⿽⽮Պ᜿䇶ˈԕ৺ഐ↔ 㘼ሩѻ㺘⽪ؑԠ઼ጷᤌⲴ㹼Ѫˈᱟ㔬ਸ䘉⿽᜿䇶઼㹼Ѫᒦ֯ѻ㿴 

㤳ॆǃփࡦॆⲴ⽮Պ᮷ॆփ㌫DŽ ᖂṩ㔃ᓅˈӪሩᇇᮉⲴؑԠˈሩ ⾎ⲴጷᤌˈަᇎᱟӪሩᕪབྷⲴ㠚❦࣋Ⲵа⿽ጷᤌˈᱟӪሩ㓸ᶱ‫ޣ‬ ᘰⲴᗳ⨶䴰≲DŽഐ↔ᇇᮉᑨᴹаӋ䚃ᗧ߶ࡉˈ⭘ᶕ䈳ᮤӪ㊫㠚䓛 㹼ѪDŽ ѝഭᱟањᴹཊ⿽ᇇᮉᒦᆈⲴഭᇦˈ֋ᮉǃ䚃ᮉǃԺᯟ‫ޠ‬ᮉǃ สⶓᮉǃཙѫᮉᱟѝഭᇇᮉᗂᡰؑԠⲴࠐབྷᇇᮉDŽᦞнᆼ‫ޘ‬㔏䇑ˈ ѝഭ⧠ᴹ਴㊫ᇇᮉؑᗂаӯཊӪˈᇇᮉ⍫ࣘ൪ᡰ‫ޛ‬з։༴ˈᇇᮉ



䖜ᕅ㠚੅བྷਹˈᇇᮉᱟӰѸц⭼ᇇᮉ⹄ウˈ ᒤ⡸ˈㅜ  亥DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

174


方琳

175

ᮉ㙼Ӫઈ㓖йॱзӪˈᇇᮉഒփйॳཊњDŽᖡ૽ѝഭ᮷ॆᴰ␡Ⲵ ᱟ֋ᮉо䚃ᮉDŽ 㔬㿲ѝഭ਴བྷᇇᮉⲴՐ᫝ᛵߥˈн䳮ਁ⧠ԫօањཆᶕᇇᮉ ൘ѝഭⲴ⭏ṩоਁኅ䜭⿫нᔰᇇᮉѝഭॆⲴ䗷〻DŽ ަѝˈ֋ᮉՐ‫ޕ‬ѝഭⲴশਢᐢᴹєॳ։ᒤ֋ᮉ൘Ր‫ޕ‬ѝഭࡽˈ ѝഭᐢᴹԕ݂ᇦѪѫሬⲴᙍᜣ᮷ॆփ㌫DŽ֋ᮉ䘉⿽ཆᶕᇇᮉ㜭൘ ѝഭ⭏ṩਁኅቡᱟഐѪ֋ᮉ㶽ਸҶ݂ᇦ᮷ॆDŽ݂ᇦ᮷ॆᮉሬӪ㾱 ‫ޕ‬цˈĀ‫؞‬䓛ǃ喀ᇦǃ⋫ഭǃᒣཙлāⲴ⨶䇪оঠᓖ֋ᮉᮉѹ⴨ ᐞ⭊䘌ˈնѝഭ᮷ॆ൘о֋ᮉ⴨㶽ਸⲴ䗷〻ѝˈ֋ᮉ൘ѝഭ䎠ੁ Ҷц؇DŽĀһੋһӢˈҏ㜭ᡀ֋āቡᱟᴰྭⲴ䈤᰾DŽо਼ṧᱟ⭡ ཆഭՐ‫֋ޕ‬ᮉⲴ⌠ഭ⴨∄ˈ⌠ഭⲴ֋ᮉᱟሿ҈֋ᮉˈ֋ᮉՐ‫ˈࡽޕ‬ ⌠ഭᒦ⋑ᴹྲѝഭ݂ᇦᆖ䈤䘉ṧⲴ᮷ॆѫሬ‫ޘ‬ഭˈ޽࣐кሿ҈֋ ᮉԕ㠚ᡁᆼழо䀓㝡Ѫᇇᰘˈᡰԕ֋ᮉ൘⌠ഭⲴՐ᫝ᒦ⋑ᴹྲѝ ഭ㡜ᵜ൏ॆ〻ᓖྲ↔ѻ儈Ⲵ⧠䊑DŽ Ժᯟ‫ޠ‬ᮉӾ䱯᣹՟Ր‫ޕ‬ѝഭˈ㠣ӺᴹаॳйⲮཊᒤⲴশਢDŽ Ժᯟ‫ޠ‬ᮉ࠶Ѫ䘺ቬ⍮઼Ӱਦ⍮єབྷᇇ⍮ˈѝഭⲴԺᯟ‫ޠ‬ᮉᗂѫ㾱 ᱟ䘺ቬ⍮DŽԺᯟ‫ޠ‬ᮉՐ‫ޕ‬ѝഭਾˈоѝഭѫ⍱᮷ॆ݂ᇦ᮷ॆਁ⭏ ◰⛸Ⲵߢケˈ൘ߢケ䗷〻ѝнᯝ੨᭦≹᮷ॆⲴഐ㍐ˈ᭩䙐㠚䓛ˈ

175

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


176

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ᖒᡀҶѝഭഎᮉDŽѝഭⲴԺᯟ‫ޠ‬ᮉؑᗂཊ㚊ት൘ᯠ⮶㔤੮ቄ㠚⋫ ४઼ᆱ༿എ᯿㠚⋫४DŽ สⶓᮉӾ‫  ݳޜ‬ц㓚ࡍՐ‫ޕ‬ѝഭˈᒦ൘呖⡷ᡈҹѻਾᗇࡠབྷ 㿴⁑Ր᫝DŽสⶓᮉⲴѝഭॆ䗷〻о֋ᮉ઼Ժᯟ‫ޠ‬ᮉⲴѝഭॆ䗷〻 ᵜ䍘к⴨䘁DŽᮉՊѪҶ䇙สⶓؑԠ㜭⭏ᆈҾн਼≁᯿ǃൠ४઼᮷ ॆ⧟ຳѻѝˈ‫ࠪڊ‬䇨ཊ䘲ᓄѝഭⲴࣚ࣋DŽสⶓᮉᗂҏᗵ享࡙⭘䓛 䗩Ⲵѝഭ᮷ॆ䍴Ⓚᶕ㺘䗮޵ᗳؑԠDŽ ѝഭॆⲴᇇᮉሩѝഭ᮷ॆⲴᖡ૽ᱟ䱦⇥ᙗⲴDŽ 兿ᱻ䲻ୀᰦᵏⲴ֋ᮉሩѝഭ᮷ॆⲴᖡ૽ᴰ␡DŽьᱻᰦᵏˈ⭡ Ҿ䘎ᒤⲴᡈҡˈ֋ᮉ䘋‫ޕ‬Ҷ൘ѝഭᘛ䙏Ր᫝Ⲵ䱦⇥ˈབྷ䟿Ⲵ≁䰤 ؑԠ㻛㶽‫ަޕ‬ѝDŽѝഭⲴᵜ൏᮷ॆоঠᓖՐ‫֋Ⲵޕ‬ᮉ᮷ॆ൘᭯⋫ǃ 㓿⍾ǃଢᆖ઼ᇇᮉ䇪⨶ᯩ䶒ࠪ⧠Ҷ◰⛸Ⲵ⸋⴮ߢケDŽՇཊ䰘⍮‫ޤ‬ 䎧ˈሩ㓿ҖⲴབྷ䇘䇪઼᮷ॆབྷ䇪ᡈㅹһԦ᧘ࣘҶѝഭ᮷ॆⲴਁኅDŽ ࡠ䲻ୀᰦᵏˈഐѪഭ࣋ᕪⴋǃ᮷ॆӔ⍱ѻ仾‫ޤ‬䎧ˈ֋ᮉҏ൘ѝഭ ॆⲴ䗷〻䟼࠶ࠪҶ䇨ཊᇇ⍮ˈྲཙਠᇇǃᖻᇇǃॾѕᇇǃᇶᇇǃ ⾵ᇇㅹˈަѝаӋᇇ⍮㻛Ր᫝ࡠᰕᵜǃᵍ勌ˈሩьӊൠ४Ⲵ᮷ॆ ӗ⭏ҶᐘབྷⲴᖡ૽DŽ ‫ݳ‬᰾ᰦᵏԺᯟ‫ޠ‬ᮉሩѝഭ᮷ॆⲴᖡ૽ᴰ␡DŽ䲿⵰㫉ਔ⊇ഭⲴ 㾯ᖱˈབྷ䟿ⲴԺᯟ‫ޠ‬ᮉഭᇦⲴ؈㱿㻛ᑖഎѝഭˈ↔ਾ㠚ᝯᶕѝഭ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

176


方琳

177

Ⲵ୶ӪǃՐᮉ༛ǃ᯵㹼ᇦ઼ᆖ㘵ҏ㓧㓧ࡠᶕDŽ䘉ӋԺᯟ‫ޠ‬ᮉᮉᗂ ሶ䱯᣹՟Ⲵ、ᆖ᮷ॆᑖࡠҶѝഭDŽ䇨ཊぶᯟ᷇ᆖ㘵൘वᤜཙ᮷ǃ শ⌅ǃ५㦟ǃᔪㆁǃߋһǃ᮷ᆖǃ㢪ᵟㅹᯩ䶒ˈѪѝഭⲴ、ᢰਁ ኅ઼᮷ॆѠᇼ〻ᓖᑖᶕҶᯠⲴ⭏ᵪDŽ ᰾␵৺䘁ԓⲴสⶓᮉሩѝഭ᮷ॆⲴᖡ૽ᴰ␡DŽสⶓᮉⲴՐᮉ ༛ԜᱟĀкᑍⲴ֯㘵āˈ᰾␵ᰦᶕࡠѝഭՐ䚃DŽ਼ᰦˈԆԜ৸ᱟ ൘⢩ᇊশਢ⧟ຳл㾯ᯩ⇆≁㘵Ⲵ‫ݸ‬䚓䜘䱏ˈ㾯ᯩ⇆≁㘵Աമ൘↖ ࣋‫⮕ץ‬ѻࡽ‫ݸ‬䘋㹼᮷ॆк਼ॆDŽ↔ཆˈԆԜ䘈ᱟь㾯ᯩєབྷ᮷᰾ ѻ䰤ⲴӔ⍱֯㘵ˈԆԜሶѝഭި㉽㘫䈁ᡀ㾯ᯩ᮷ᆇˈᢺਔ㘱Ⲵь ᯩ᮷᰾ӻ㓽ࡠҶ䚕䘌Ⲵ⅗⍢˄Āьᆖ㾯Րā˅DŽ਼ᰦˈԆԜҏሶ 㾯ᯩ᮷ॆ㪇֌ԕ৺аӋ‫ݸ‬䘋Ⲵ、ᢰᑖࡠҶ䘈༴Ҿሱᔪ⽮ՊⲴѝഭ ˄Ā㾯ᆖь⑀ā˅DŽสⶓᮉⲴࡠᶕˈѪѝഭ᮷ॆⲴਁኅᨀ‫׋‬Ҷа ⿽ᯠⲴᖒᔿ઼ᯩੁˈ᧘䘋Ҷѝഭ䘁ԓॆⲴ䙏ᓖDŽ  ѝഭ䚃ᮉ 䚃ᮉ䎧ⓀҾѝഭˈᱟѝഭ൏⭏൏䮯Ⲵᇇᮉˈ䐍Ӻᐢᴹ  ཊ ᒤশਢDŽ䚃ᮉѫᰘᱟ䘭≲䮯⭏н↫ǃᗇ䚃ᡀԉ઼⍾цᮁӪDŽ䚃ᮉ ᴰࡍ੨ਆҶབྷ䟿Ⲵ䚃ᇦᆖ䈤Ѫสᵜᮉѹˈ䇢䘠Ҷа㌫ࡇᴹ‫ޣ‬ᆷᇉǃ з⢙䎧Ⓚ৺䘀ࣘ৏ഐⲴ㿲ᘥ˗਼ᰦҏ㺘䗮Ҷሩ⾎ԉⲴؑԠ઼ሩӪ ㊫⽮ՊⲴ⨶ᜣˈ䇢䘠ҶሩӪ⭏ԧ٬Ⲵа㌫ࡇѫᕐㅹDŽ

177

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


178

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

㓿ਢᆖᇦ㘳䇱ˈ䚃ᮉⓀ㠚ь≹ᰦᵏᕐ䚃䲥ࡋ・ⲴĀӄᯇ㊣䚃āˈ Ԇཹ㘱ᆀѪᮉѫˈᮉሬӪԜ㾱ሺ䚃ᛄ䗷ˈᒦ⭘㠚ࡦⲴㅖ≤㔉Ӫ⋫ ⯵DŽ䘉њᰦᵏⲴ䚃ᮉˈ䲿⵰ᖃᰦ䓢䚯ᡈҡⲴӪԜˈ䗵䙏Ր᫝ᔰᶕDŽ 兿ᱻԕਾˈ䚃ᮉⲴᮉѹǃᯩᵟǃԚᔿ䜭ᰕ䎻ᆼ༷DŽୀᆻᰦᵏˈⲷ ᇔሩ䚃ᮉབྷ࣐ሺጷ֯䚃ᮉᴹҶ䖳བྷⲴਁኅDŽࡠҶ䗭䠁ᰦᵏˈ䚃ᮉ 䙀⑀ࡂ࠶ѪĀ↓аāǃĀ‫ⵏޘ‬āєབྷ⍮࡛DŽ᰾ᵍᰦˈ⭡ҾᕐйѠ Ⲵሩ䚃ᮉⲴਁኅ઼᰾ᡀ⾆ᵡἓሩ⦴↖Ⲵጷᮜˈ⒆े↖ᖃኡⲴ↖ᖃ 䚃‫ޤ‬䎧DŽ␵ᵍԕਾˈ䚃ᮉ䘋‫ޕ‬㺠㩭ᵏDŽ ѝഭӪࡋ䙐Ҷ䚃ᮉˈ䚃ᮉⲴ㠚❦⾎ؑԠⴤ᧕ᶕⓀҾ䘌ਔ⾎䈍ˈ ‫؞‬㹼оᡂᖻᶕⓀҾ֋ᮉˈᆳӾṩᵜк৽᱐ѝഭDŽഐѪ䚃ᮉ޵൘Ⲵ ᵜ൏ᙗˈᡰԕ䚃ᮉؑԠⲴ޵ᇩ‫৽࠶ݵ‬᱐Ҷ≹≁᯿Ⲵশਢ઼᮷ॆ⢩ 䍘DŽ䚃ᮉ኎Ҿཊ⾎ᮉጷᤌⲴᇇᮉˈ䚃ᮉ⴨ؑц⭼кⲴᡰᴹһ⢙䜭 ᴹ⾎ǃᴹ⚥ˈ⭊㠣䘎ӪփⲴ਴њಘᇈ䜭ᴹ⾎⚥DŽ䚃ᮉሩѝഭӪؑ ԠⲴц؇ॆⲴ⭏ࣘ㺘⧠ˈᴰⵏᇎൠ৽᱐ѝഭӪ޵ᗳ䇹≲DŽѝഭӪ ሩ䍒⾎ǃ䰘⾎ǃ෾䲽ǃ൏ൠ⡧ǃ⚦⾎ǃ⾿⾴ሯ⾎ㅹ䚃ᮉ⾎⚥Ⲵጷ ᤌᒯ⌋ᆈ൘DŽ൘ѝഭⲴьই⋯⎧઼⑟◣ਠൠ४ˈሩҾྸ⾆ⲴؑԠ ᴤᱟᒯ⌋ᆈ൘DŽ 䚃ᮉ֌Ѫ൏⭏൏䮯Ⲵᇇᮉˈᆳ⭏Ҿॾ༿ˈ䮯Ҿॾ༿ˈᆳоᡁ ഭՐ㔏᮷ॆⲴ䇨ཊ亶ฏ䜭ᴹ䳮ԕ࠶ࢢⲴ‫ޣ‬㌫ˈᱟѝഭᮤњᙍᜣ᮷

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

178


方琳

179

ॆⲴ䟽㾱㓴ᡀ䜘࠶DŽ䚃ᮉ৽᱐ҶѝഭDŽ䚃ᮉ൘䮯ᵏⲴਁኅѝˈᴮ ሩѝഭⲴᙍᜣ᮷ॆ઼⽮Պ⭏⍫ӗ⭏䗷␡䘌Ⲵᖡ૽˖ 俆‫ˈݸ‬൘ѝഭᆖᵟᙍᜣਢкˈᴹᖸཊⲴ䚃ᮉᆖ㘵DŽ∄ྲ㪋⍚ǃ 䲦ᕈᲟǃᡀ⦴㤡ǃ੤㆐ㅹDŽୀᵍᰦᵏⲴ䚃ᮉ䶎ᑨ䟽㿶⦴ᆖˈ䘉ᰦ Ⲵ䚃ᮉ൘⨶䇪ᙍ䗘кབྷ‫ڊ‬᮷ㄐˈᡀѪҶᖃᰦ䟽㾱Ⲵଢᆖ⍱⍮ѻаDŽ ‫ޤ‬ҾୀˈⴋҾᆻ᰾Ⲵ䚃ᮉ޵ѩᗳᙗ䇪ˈ৸ᱟѝഭਔԓᗳᙗଢᆖⲴ 䟽㾱а⧟DŽ䲔↔ѻཆˈ䚃ᮉо֋ᮉǃ݂ᇦᆖ䈤Ⲵ⴨ӂ㶽ਸˈ৸‫׳‬ 䘋ҶѝഭᆖᵟᙍᜣⲴਁኅˈྐᇊҶᮤњѝഭ᮷ॆˈѳ㠣ьӊ᮷ॆ സⲴѫ㾱ᙍᜣส⹰DŽ ަ⅑ˈ䚃ᮉᖡ૽ҶѝഭਔԓⲴ᮷ᆖǃ㔈⭫઼丣Ҁ㢪ᵟDŽ൘ѝ ഭশԓⲴ᮷ᆖ֌૱䟼ˈԕ䚃ᮉѪ仈ᶀᡆ⎹৺䚃ᮉ޵ᇩⲴ᮷ᆖ֌૱ ঐҶаᇊⲴ∄䟽ˈ㘼ਇࡠ䚃ᮉ᮷ॆᖡ૽Ⲵ᮷Ӫ僊ᇒᴤᱟн㜌᷊ѮDŽ ֻྲ兿ᱻᰦᵏⴋ㹼Ⲵԉ⑨䈇ˈᆻᵍᰦ⮉лⲴྲljѤ⊏ԉNJǃljᵋ ԉ䰘NJǃlj╷⒈⾎NJㅹ䇽⡼਽ˈഋབྷ਽㪇ǃljሱ⾎ῌNJljь⑨䇠NJ ѝҏнѿо䚃ᮉ⾎ԉ᭵һᴹ‫ޣ‬㚄Ⲵㇷᑵ˗൘㔈⭫ᯩ䶒ˈԕ⾎ԉѪ ѫⲴ㔈⭫൘≁䰤ؑԠⲴ᭟ᤱлˈਁᢜ‫ݹ‬བྷˈ䰘⾎ǃ⚦⾎ǃ䍒⾎ǃ ⾿⾴ሯйᱏㅹ䜭ᴹ⵰⎃䛱Ⲵ䚃ᮉ㢢ᖙ˗൘丣Ҁᯩ䶒ˈ䚃ᮉᮻ䟞Ԛ ᔿѝⲴ丣Ҁˈᴹ啃Ҁǃ੩ᢃҀǃ⤜ୡǃ੏ୡǃ喀ୡㅹ㺘⧠ᖒᔿDŽ ަ㺘⧠Ⲵᴢᔿ⵰䟽Ҿ㺘⧠⾎ԉ᜿ຳˈ仾ṬཊਈDŽ

179

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


180

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ਖཆˈ䚃ᮉሶĀ␵߰ᰐѪā֌Ѫ䀓ߣ䰞仈Ⲵ㓸ᶱᯩṸˈ䘉⿽ Āᆸѝā㋮⾎ˈᇎ䍘кᱟ࣍䈛ӪԜᓄ䈕䚯‫ݽ‬؇цⲴ㓧ᢠˈ䘭≲޵ ᗳⲴ䘽䚕о⍂㝡DŽ䘉↓ᱟѝഭӪ僘ᆀ䟼ᴰṩ␡㪲പⲴ㋮⾎ᛵᝏDŽ 䚃ᮉ൘ѝഭ≁䰤࿻㓸ԕޫ⭏ǃ५ᵟǃ≄઼࣏ᯩᵟㅹ㺘⧠ᖒᔿࠪ⧠ˈ ൘ѝഭᴹ⵰ᒯ⌋Ⲵᖡ૽DŽ 䚃ᮉ൘ѝഭⲴՐ᫝䗷〻ѝᴮӗ⭏䗷н਼ⲴṨᗳDŽୀᵍԕࡽԕ 㤵ኡѪѝᗳˈ㤵ኡ䚃ሶ֋䚃о䚃ᇦ਴⍮Ⲵᇇ㾱⴨㶽ਸˈ‫ݳཹ׋‬࿻ ཙሺѪᴰ儈⾎ˈԕՐҐljк␵བྷ⍎ⵏ㓿NJѪѫˈ‫⛬؞‬䈥㓿ᙍ⾎Ѫ ѫˈ਼ᰦ‫؞‬Ґ⚥ᇍǃйⲷ৺ཙᐸ䚃Ⲵ䜘࠶㓿ᡂ⌅ᵟDŽ↔ᰦⲴ㤵ኡ 䚃ᗇࡠ㔏⋫㘵ⲴӢⶀ઼᧘ጷDŽୀԓⲴ䚃ᮉՐ᫝ѝᗳ൘ᾬ㿲ਠо㓸 ইኡDŽᾬ㿲⍮‫⾆Ⲵཹ׋‬ᐸ⡧Ѫ㘱ᆀ઼ቩௌˈѫ㾱ՐҐй⍎㓿ިDŽ ަ䚃⌅ਇইᯩк␵ǃ⚥ᇍ⍮ᖡ૽ˈެ‫؞‬䈥㓿ᙍ⾎ǃ⛬ѩᴽ侥ǃㅖ ㇃ᮻ䟞ㅹᯩᵟDŽ㓸ইኡᱟ䚃ᮉ‫ⵏޘ‬⍮ⲴਁⓀൠDŽ㓸ইኡⲴ‫ⵏޘ‬⍮ ൘㔗᢯ѝഭՐ㔏䚃ᮉᙍᜣⲴส⹰кˈሶㅖ㇃ǃ⛬ѩǃᮻ䟞ㅹ޵ᇩ 䘋㹼Ҷ䟽ᯠᮤ⨶ˈ㻛䂹Ѫԓ㺘ц⭼䚃ᮉ↓ᇇDŽୀԓ᮷Ӫጷ䚃ǃቊ ֋ǃԕ৺䘭≲䳀䙨Ⲵᙍ▞о㓸ইኡ䜭ᴹᇶнਟ࠶Ⲵ‫ޣ‬㌫DŽᆻԓԕ ਾ䶂෾ኡо嗉㱾ኡⲴ䚃ᮉ‫ޤ‬䎧DŽ䶂෾ኡսҾഋᐍⴱˈᱟᕐཙᐸ൘ 㴰ൠࡋᮉѻ༴ˈҏ኎‫ⵏޘ‬а⍮ˈഐୀ⦻ᵍ⾏ཹ䚃ᮉˈ⢩࡛ᱟୀ‫܆‬ ᇇⲴ᧘ጷˈ䶂෾ኡ䚃ᮉ䘋‫ޕ‬㑱ⴋᰦᵏDŽ㠣↔ˈѝഭ䚃ᮉਁኅ䘋‫ޕ‬

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

180


方琳

181

唾ⴋᰦᵏDŽࡠҶ᰾ԓˈ↖ᖃኡഐѪ᰾ᡀ⾆ᵡἓⲴ৊⡡㘼ᡀѪ䚃ᮉ Ր᫝ⲴѝᗳDŽԕла㢲ሶ䟽⛩ӻ㓽↖ᖃኡⲴ䚃ᮉ᮷ॆDŽ  ↖ᖃኡⲴ䚃ᮉ᮷ॆ ↖ᖃ䚃ᮉᱟĀԕ↖ᖃኡѪᵜኡˈԕؑԠⵏ↖üü⦴↖ˈ䟽㿶 ޵ѩ‫ˈ⛬؞‬᫵䮯䴧⌅৺ㅖ㇃⿣ˈᕪ䈳ᘐᆍՖ⨶ǃйᮉ㶽ਸѪѫ㾱 

⢩ᖱⲴāа⿽䚃ᮉ⍮࡛DŽ ᮤњ↖ᖃኡ䜭оĀⵏ↖āᇶнਟ࠶DŽ൘ ѝഭᴰ৏࿻Ⲵᇇᮉѝˈԓ㺘ेᯩⲴ⾎⚥⦴↖ᒫॆᡀҶ䚃ᮉѝⲴĀⵏ ↖⾎āDŽ൘䚃ᮉՐ䈤ѝˈⵏ↖৏ᵜᱟ䶉ҀഭⲴཚᆀˈնԆᒦн䘧 ᙻⲷᵳˈ・ᘇᯙ࿆䲔冄ˈҾ  ኱ᰦ⿫ᔰᇦ䘋ኡ‫؞‬㹼ˈশᰦഋॱ։ ᒤˈ㓸Ҿᗇ䚃ᡀԉDŽⵏ↖བྷᑍ൘↖ᖃኡѝ‫⛬؞‬ᗇ䚃ˈ᭵↖ᖃኡҏ ԕᮜཹĀⵏ↖བྷᑍā㘼㪇〠ҾцDŽⵏ↖⾎㻛ກ䙐ᡀѪ仈ර‫⺅ڕ‬ǃ ᝸ⴹழⴞṧˈ㓿ᑨᱟᣛਁ䐓䏣ˈᴹⲴク⵰䚃㺽ˈᴹⲴᣛ⵰䬐⭢ˈ 䘈ᴹⲴཤᡤ߅ߐˈກ‫ۿ‬ཊ↓㾏ড඀ˈᴹ嗏о㳷⴨դᐖਣDŽ Ӿୀᵍ䍎㿲ᒤ䰤ᔪӄ嗉⾐ᔰ࿻ˈশᵍশԓ䜭ሩ↖ᖃኡⲴ⇯ᆷ 䘋㹼䗷‫؞‬ᔪо‫؞‬㕞DŽࡠҶ᰾ԓˈഐѪ᰾ᡀ⾆ؑཹⵏ↖ˈ↖ᖃᇛ㿲 ᗇࡠབྷ㿴⁑ൠ‫ޤ‬ᔪˈ↖ᖃ䚃ᮉ䗮ࡠ唾ⴋᵏDŽ ↖ᖃኡ䘈ᱟ䇨ཊ㪇਽Ⲵԉ㗱‫⛬؞‬ѻ༴ˈྲѝഭӪ⟏⸕Ⲵ੅⍎ ᇮǃᕐйѠǃᆉᙍ䚸ǃ䲦ᕈᲟㅹDŽ↖ᖃኡ⍱Ր䗷Ⲵ䚃ᮉᇇ⍮ѫ㾱 

䖜ᕅ㠚↖ᖃኡ䚃ᮉᾲ䘠ˈѝഭ↖ᖃ䚃ᮉॿՊˈ ᒤ  ᴸ  ᰕ⡸DŽ

181

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


182

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ᴹ˖к␵㤵ኡ⍮ˈইᆻ㓽‫ॱޤ‬аᒤ  㤵ኡ␵䍎㿲䚃༛ᆉ‫ݳ‬᭯ ᶕት↖ᖃˈՐᦸк␵㓿⌅ˈᔰ↖ᖃӄ嗉ѻ⍮㜹˗␵ᗞ䚃ˈ‫ࡍݳ‬䚃 ༛ᕐ䚃䍥ㅹᐸ␵ᗞᇇᐸ哴㡌⭣ˈᗇ␵ᗞк⌅ˈᔰ↖ᖃ␵ᗞ⍮˗᰾ ࡍˈ‫ⵏޘ‬嗉䰘䚃༛䛡⦴␵‫↖ޕ‬ᖃˈᗇਇйѠ‫⭏ݸ‬ѻ䚃ˈՐ޵ᇦᤣ 

ᢰǃ䟽㿶޵ѩ‫ˈ⛬؞‬ц〠↖ᖃ䚃DŽ ൘↖ᖃኡ⍱ՐⲴᇇ⍮ѝˈ↓а ⍮઼‫ⵏޘ‬⍮ˈ㲭㓿⌅ᴹᡰᐞᔲˈն䜭ᰐаֻཆൠ‫↖ⵏཹ׋‬བྷᑍˈ ᆳԜа䎧ᶴᡀҶ⢩⛩勌᰾Ⲵ↖ᖃ䚃ᮉDŽྲӺˈ൘↖ᖃኡкՐ㹼Ⲵ ѫ㾱⍮࡛ᴹ˖嗉䰘⍮ǃ↖ᖃ⦴↖⍮઼↓а␵ᗞ⍮DŽ ൘᰾ԓˈഐѪ᰾ᡀ⾆Ⲵ᧘ጷˈ‫ޘ‬ഭሺཹ⦴ᑍⲴ仾≄䶎ᑨ⎃৊ˈ ‫ޘ‬ഭ਴ൠᇛ㿲䜭‫⦴ཹ׋‬ᑍ⾎‫ۿ‬DŽ᰾ᡀ⾆ُⵏ↖Ⲵᖡ૽㩕䙐ࠪҶੋ ᵳ⾎ᦸⲴ᭸᷌ˈ֯ᗇᖃᰦⲴӪԜ⴨ؑԆ‫ׯ‬ᱟⵏ↖唈䇨Ⲵ᰾ੋDŽ൘ 䘉⿽ᙍᜣⲴᖡ૽лˈ᰾ᡀ⾆ⲴᑍսᗇࡠҶᐙപˈ↖ᖃኡⲷᇔᇦᓉ ⲴൠսҏṩἽҾӪ≁ᗳѝDŽ᰾ᵍ㪇਽ሶ亶䜁ᡀ࣏ҏᱟ⦴ཙкᑍⲴ ؑ༛ˈԆ൘᭦༽ਠ⒮ᰦˈҏሶ⦴ᑍ⾎‫ۿ‬ᑖࡠҶਠ⒮DŽ᰾␵єᵍˈ ↖ᖃኡкᴮཊ⅑⍮ӪлኡՐ䚃ˈ䘉֯ᗇ↖ᖃ䚃ᮉ൘ᖃᰦᗇࡠҶᒯ ⌋ⲴՐ᫝DŽ ↖ᖃኡ⧠൘ሩઘ䗩ൠ४઼४ฏ⽮ՊⲴᖡ૽ˈѫ㾱䙊䗷ᵍኡ䘋 俉ㅹ≁؇⍫ࣘᶕփ⧠DŽᦞ㔏䇑ˈ↖ᖃኡ䚃ᮉॿՊ㠚аҍ‫ޛ‬ഋᒤᡀ 

䖜ᕅ㠚↖ᖃኡᘇ㕆㒲ငઈՊˈ↖ᖃኡᘇˈᯠॾࠪ⡸⽮ˈˈㅜ  亥DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

182


方琳

183

・ԕᶕˈᐢ‫ݸ‬ਾ᧕ᖵഭ޵ཆ俉ᇒǃ⑨ᇒ  ཊзӪ⅑ˈަѝࡠ↖ ᖃኡ㘳ḕⲴуᇦǃᆖ㘵䗮  ॳཊӪˈᴹᯠ࣐එǃঠᓖǃ⌠ഭǃᰕ ᵜǃ㖾ഭǃ㤡ഭǃ⌅ഭǃ࣐᤯བྷǃ⪎ިǃঠቬㅹഭⲴ  ཊњᇇᮉ ഒփDŽ⢩࡛ᱟ㠚аҍ‫ޛޛ‬ᒤ㠣аҍҍҼᒤⲴӄᒤ䰤ˈࡠ↖ᖃኡᵍ ൓䉂⾆Ⲵਠ⒮ؑ༛઼уᇦǃᆖ㘵䎺ᶕ䎺ཊDŽ˄䍴ᯉ㔏䇑ᡚ→  ᒤ˅ᦞнᆼ‫ޘ‬㔏䇑ˈⴞࡽᐢᴹ  ཊњਠ⒮ⴱᵍ൓䉂⾆ഒᶕ↖ᖃ 

ኡ䘋俉DŽ ↖ᖃኡⲴ䚃ᮉˈ⧠൘ਟ䉃ᱟ㚄㌫ц⭼ॾӪ㋮⾎ᇦഝⲴа ᶑ䟽㾱㓭ᑖˈ⑟◣ਠǃьইӊⲴॾӪ䉂⾆ഒ䘋ኡᵍᤌˈнӵ໎ᕪ Ҷ⎧ཆॾ‫Ⲵט‬ᖂ኎ᝏˈҏ໎࣐Ҷѝॾ≁᯿Ⲵࠍ㚊࣋DŽ ↖ᖃኡഐⲷᇔⲴ৊⡡㘼༠਽བྷಚˈ䘉ᖸᇩ᱃䇙Ӫ㚄ᜣࡠ਼ṧ ഐⲷᇔሺጷ㘼䰫਽ҾцⲴ⌠ኡDŽ⌠ኡˈսҾኡьⴱˈѫጠ⦹ⲷ亦 ⎧ᤄ  ㊣DŽ⌠ኡ≄࣯⻵⽤ˈኡ࣯っ‫ˈڕ‬㻛䂹ѪĀӄዣ⤜ሺāDŽ ≁䰤ᴹ؇䈝Ā⌠ኡᆹˈഋ⎧ⲶᆹāⲴ䈤⌅DŽӾ〖࿻ⲷ‫ ࡽݳޜ‬ 

ᒤ ൘⌠ኡሱ⾵䎧ˈࡠ␵ᵍѪ→ˈᴹᑍ⦻ࡽᶕ⌠ኡሱ⾵઼⾝⽰‫ ޡ‬ ⅑DŽ䘉Ӌᑍ⦻൘⌠ኡклᔪᓉກ⾎ˈ࡫⸣仈ᆇˈԕ㩕䙐㠚ᐡੋᵳ ⾎ᦸⲴDŽ᮷Ӫ໘ᇒԜᴤᱟሩ⌠ኡច਽㘼ᶕˈ੏䈇֌䍻DŽ⌠ኡк⮉ лҶ  ։༴ਔᔪㆁ㗔ˈ ։༴⻁⻓⸣࡫DŽഐѪ݂ᇦᆖ䈤аⴤᱟ



䖜ᕅ㠚ᶘ・ᘇˈ↖ᖃ᮷ॆᾲ䇪ˈ⽮Պ、ᆖ᮷⥞ࠪ⡸⽮ˈ ᒤ  ᴸ⡸ˈㅜ  亥DŽ



ᾬᒶ㾯ˈѝഭਔᔪㆁҼॱ䇢ˈ⭏⍫g䈫Җgᯠ⸕й㚄Җᓇˈ ᒤ⡸ˈㅜ  亥DŽ 

183

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


184

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ѝഭⲴѫሬᙍᜣˈᆳᱟੋ⦻ਟԕ⭘ᶕ⋫ഭⲴՖ⨶㓢ᑨDŽᡰԕ⌠ኡ 㜭ཏਇࡠশᵍশԓੋ⦻ԜⲴ䟽㿶DŽަਁኅާᴹ䘎䍟ᙗ઼а㠤ᙗDŽ ⴨∄ѻлˈ↖ᖃኡ֌Ѫ䚃ᮉ਽ኡˈަਁኅᛵߥ࿻㓸о䚃ᮉⲴ ਁኅᛵߥ㍗ᇶ⴨䘎DŽ᰾ᵍӾ᰾ᡀ⾆ᵡἓᔰ࿻ⲴєⲮཊᒤ޵ˈশԓ ᰾ᵍੋ⦻䜭ሩ↖ᖃ䚃ᮉҸԕҶ䟽㿶оᢦἽDŽ᰾ᡀ⾆Ӿִ‫ݯ‬ᔪ᮷ᑍ ༴ཪᗇⲷսѻਾˈ㠚䈙Ѫⵏ↖䖜цˈ൘↖ᖃኡкབྷ‫ޤ‬൏ᵘDŽ᰾ᵍ ⲴⲷᑍԜ䘈䟷ਆҶа㌫ࡇ᧚ᯭᶕ᧘ࣘ↖ᖃ䚃ᮉⲴਁኅDŽྲˈ᰾ᵍ ⲴⲷᑍԜⲫสࡽˈ䜭㾱⍮у֯ᶕ↖ᖃኡ⾝⽰˗ⲷᇔབྷ࣋‫؞‬ᔪᇛ㿲ˈ ભߋ≁‫؞‬㪪ᢃᢛ˗ⲷᇔӾ‫ޘ‬ഭ਴ൠ䘹ᤄ儈䚃ᡀѪᗑ⭘⾎㙼Ӫઈࡽ ᖰ↖ᖃኡՐ䚃˗ࡦ䙐བྷ䟿⾎‫઼ۿ‬㓿ҖDŽ᰾ⲷᇔሩ䚃ᮉⲴ䶂ⶀѪ↖ ᖃኡᑖᶕҶⓀⓀнᯝⲴࣘ࣋DŽ൘␵ᵍᰦˈ⭡Ҿ┑᯿‫ޣޕ‬ѻࡽᐢ㓿 ؑԠҶ㯿Ր֋ᮉˈᡰԕ␵ᵍᒦн⌘䟽䚃ᮉⲴਁኅDŽཡ৫Ҷⲷᵳᚙ ᇐⲴ↖ᖃ䶐≁䰤ؑᗂ㔗㔝ਁኅ䚃ᮉDŽ␵ࡍˈᖸཊ᰾ᵍ䚇㘱‫↖ޕ‬ᖃ ‫؞‬䚃ˈԆԜཊ⅑лኡ൘‫ޘ‬ഭ㤳ത޵䘋㹼Ր䚃⍫ࣘˈ≁䰤俉ᇒⲴ䘋 俉⍫ࣘҏӽ൘㔗㔝DŽ␵ѝᲊᵏˈᖸཊ䚃༛ਚ㜭䙊䗷ཆࠪ‫⌅ڊ‬ǃঌ খ㇇ભǃ㹼५䘱㦟ㅹᯩᔿᶕ㠚㔉㠚䏣DŽ⹄ウ↖ᖃˈሩҾ⹄ウ᰾ਢ ާᴹ䟽㾱Ⲵ㺕‫ݵ‬᜿ѹDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

184


方琳

185

 ↖ᖃ䚃ᮉ᮷ॆ֌Ѫѝഭ᮷ॆփ傼亩ⴞⲴਟ㹼ᙗ ㅜаˈส⹰䇮ᯭ㘳䟿DŽᦞ↖ᖃኡᘇ䇠䖭ˈ↖ᖃኡᔪㆁ㗔ᴰᓎ བྷᰦᤕᴹᇛ㿲㓖  ։䰤ˈ൘শ㓿ᡈ⚛৺ࣘҡਾˈ䇨ཊᇛ㿲ᦏ ⇱DŽⴞࡽˈ↖ᖃኡ⧠ᆈᔪㆁ㗔  њˈᔪㆁ䶒〟㓖Ѫ  ᒣᯩ㊣DŽ ㍛䴴ᇛǃཚᆀඑǃইዙᇛǃῄẵ⾐ㅹᇛ㿲Ⲵ‫؞‬㕞ᐕ֌䘋ኅ㢟ྭDŽ ㅜҼˈ᮷ॆՐ᫝ᛵߥ㘳䟿DŽӾᆻᵍᔰ࿻ˈ↖ᖃኡ൘⇿ᒤⲴй ᴸй䜭ՊѮ㹼ⴋབྷⲴ⌅һ⍫ࣘᶕ⾝⽰ⵏ↖Ⲵ⭏ᰕ,≁䰤ؑ༛Ԝ䜭Պ ൘䘉аཙⲫк↖ᖃᶕ⾝⽰DŽ䘉њ⍫ࣘаⴤᔦ㔝ࡠ⧠൘ˈ⇿ᒤⲴй ᴸйˈ䜭Պᴹц⭼਴ൠⲴ䚃ᮉؑՇࡽᶕDŽ↔ཆˈ↖ᖃ䚃ᮉॿՊᡀ ・ԕਾˈሩՐ㔏ᇇᮉ⍫ࣘⲴⲴਁኅ‫ࠪڊ‬ҶᐘབྷⲴ䍑⥞DŽ䙊䗷Ѯ࣎ 䚃ᮉ㓿ᗿ䳶䇝⨝ǃзኡᮻ䟞Ԛᔿㅹᯩᔿ㿴㤳↖ᖃ䚃ᮉ⍫ࣘDŽ䲿⵰ ѩ⊏ਓ≤ᓃⲴᔪ䇮ˈই≤े䈳ᐕ〻Ⲵ᧘䘋ˈѝഭሩҾ↖ᖃኡⲴ‫؍‬ ᣔоᔰਁ࣋ᓖབྷབྷ໎ᕪDŽሩই≤े䈳ᐕ〻ⲴᇓՐҏ‫׳‬䘋Ҷ↖ᖃ䚃 ᮉ᮷ॆⲴᇓՐоՐ᫝DŽ ㅜйˈоሩཆ≹䈝ᮉᆖⲴ㔃ਸ〻ᓖDŽ䚃ᮉ֌Ѫѝഭᵜ൏Ⲵᇇ ᮉˈоഭཆⲴᇇᮉᴹ⵰ᖸབྷⲴᐞᔲDŽնᱟ൘ॾӪц⭼䟼ˈӪԜሩ Ҿ䚃ᮉѝⲴḀӋ⾎ԉⲴጷᤌӾᵚ᭩ਈDŽ䰘к䗏䛚Ⲵ䮌ᆀǃ䰘к䍤 Ⲵ䰘⾎ǃቻ޵‫Ⲵཹ׋‬䍒⾎ㅹㅹˈ䜭ᱟ≁䰤ؑԠ䚃ᮉⲴ㺘⧠ᖒᔿDŽ ᕅሬᆖ⭏৫ਁ⧠⭏⍫ѝ䚃ᮉⲴ㺘⧠ᖒᔿˈਟԕ◰ਁԆԜ䘋㹼ਁ⧠

185

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


186

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ᔿᆖҐˈҏਟԕᑞࣙ↓൘ᆖҐ≹䈝Ⲵཆഭᆖ⭏Ԝᴤྭൠ⨶䀓ѝഭ Ⲵ≁䰤ؑԠDŽ ൘↖ᖃኡ䘋㹼ĀᇇᮉоؑԠā᮷ॆփ傼ᮉᆖˈਟԕ⭘ࡠⲴᯩ ⌅ѫ㾱ᴹ˖ ৲㿲ᔿᮉᆖ⌅DŽ㿲ⴻ䚃ᮉ⌅һ⍫ࣘˈᤌՊ↖ᖃ䚃ӪˈҶ䀓 ↖ᖃ䚃Ӫ⭏⍫ˈ⅓䍿䚃ᇦ丣ҀDŽᑖ䱏㘱ᐸਟԕᕅሬᆖ⭏㿲ሏ䚃ᮉ ѝⲴ䚃༛ԜⲴᴽ侠ǃԚᔿ〻ᒿǃᡰᤌⲴ⾎⚥ǃ䚃ᮉ丣Ҁㅹ⢩↺ѻ ༴DŽᆖ⭏ᖸᇩ᱃ቡ㜭ਁ⧠ѝഭ䚃༛оަԆᇇᮉؑᗂнཚаṧⲴṧ 䊼઼ᢃᢞ˖儈㙨Ⲵਁ儫ǃ㓶䮯Ⲵ㜑享ˈク㍐䳵Ⲵ䚃㺽ǃⲭᐳ㻌ԕ ৺ӁንDŽਟԕӾ䘉䟼‫ޕ‬᡻ˈ䇢䀓䚃ᮉᱟѝഭᵜ൏ӗ⭏Ⲵᇇᮉˈᆳ Ⲵ⨶䇪ᱟ䇢ウ䚃⌅㠚❦ǃཙӪਸаˈᡰԕ䚃༛Ⲵᢃᢞㆰঅᵤ㍐ˈ ਁ享䜭㠚❦⭏䮯˗൘㿲ⴻ䚃ᮉⲴԚᔿⲴ䗷〻ѝˈᆖ⭏Պⴻࡠ䓛⵰ ‫ޛ‬খᴽⲴ䚃༛ԜDŽ䱤䱣‫ޛ‬খമᱟިරⲴѝഭ᮷ॆㅖਧˈᆖ⭏Ԝሩ ᆳаᇊнՊ䱼⭏ˈᮉᐸਟԕቡ↔䇢䀓䚃ᇦⲴĀ䱤䱣䖜ॆāᙍᜣˈ ᒦ੺⸕Ā䱤䱣ᙍᜣāሩѝഭӪⲴᖡ૽ѻ␡࡫ˈ䘈ਟԕᮉᦸаӋྲ Ā⴨⭏⴨‫ݻ‬āǃĀ੖ᶱ⌠ᶕāǃĀຎ㗱ཡ傜ˈ✹⸕䶎⾿ā䘉ṧⲴ ᡀ䈝ˈ㺕‫ݵ‬ᆖҐ䈝䀰䈮Ⲵ䇽≷˗ᆖ⭏൘৲㿲䚃㿲ᰦˈн䳮ਁ⧠⇿ њ䚃㿲ѝ䜭‫ཹ׋‬Ҷ਴⿽਴ṧⲴ⾎ˈᮉᐸਟԕੁᆖ⭏䀓䟺ഐѪ䚃ᮉ ޵൘Ⲵᵜ൏ᙗˈᡰԕ䚃ᮉؑԠⲴ޵ᇩ‫৽࠶ݵ‬᱐Ҷ≹≁᯿Ⲵশਢ઼

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

186


方琳

187

᮷ॆ⢩䍘DŽ䚃ᮉ኎Ҿཊ⾎ᮉጷᤌⲴᇇᮉˈ䚃ᮉ⴨ؑц⭼кⲴᡰᴹ һ⢙䜭ᴹ⾎ǃᴹ⚥DŽ㘼фˈ䚃ᮉ‫࠶ݵ‬㺘⧠ҶѝഭӪؑԠⲴц؇ॆˈ ᴰⵏᇎൠ৽᱐ѝഭӪ޵ᗳ䇹≲DŽ∄ྲˈѝഭӪௌ⅒ᤌ䍒⾎ǃ䰘⾎ǃ ෾䲽ǃ൏ൠ⡧ǃ⚦⾎ǃ⾿⾴ሯ⾎ㅹㅹˈ䘉Ӌ䜭ᱟ䚃ᮉ᤹Ӫ޵ᗳⲴ 䇹≲㘼‫⾎Ⲵཹ׋‬DŽ ԫ࣑රᮉᆖ⌅DŽ䚃ᮉⲴᮉѹ⦴ѻ৸⦴ˈ䚃ᮉѝ‫؞‬ԉⲴ᭵һ Ѡᇼ㘼ཊᖙDŽᑖ䱏㘱ᐸਟԕᨀࡽ߶༷аӋሿ㓨ᶑˈ߉каӋо䚃 ᮉᴹ‫Ⲵޣ‬⢩↺䇽≷ˈֻྲĀ䚃⌅㠚❦āǃĀཙӪਸаāǃĀѩ唾 ⍮āǃĀㅖ㇃⍮āǃĀ䫱ᶥ⼘䪸āǃĀؑ⢙ᔰ‫ݹ‬āㅹDŽ❦ਾ䇙ᆖ ⭏㠚㹼࠶㓴ˈ᤹ᨀ⽪৫ራ᢮䚃㿲ˈ䈧䚃Ӫᡆ⑨Ӫ䇢䀓ˈ᢮ࡠㆄṸ ਾ޽䳶ਸ䇘䇪DŽ䘉ṧⲴ⍫ࣘ䚯‫ݽ‬Ҷ䇢ᦸ⸕䇶Ⲵঅаᙗ઼ᆖ⭏ᆖҐ Ⲵ㻛ࣘᙗˈ㜭◰ਁᆖ⭏㠚ѫᆖҐⲴ㜭࣋ˈᑞࣙԆԜ৫ਁ⧠䰞仈ǃ ራ᢮ㆄṸDŽ਼ᰦˈ൘оӪⲴ⋏䙊ѝ৫ᆖҐˈнӵ䭫⛬Ҷਓ䈝ˈᴤ ࣐␡Ҷᆖ⭏ሩѝഭ᮷ॆ⸕䇶Ⲵ⨶䀓ˈ◰ਁҶԆԜⲴᆖҐ‫ޤ‬䏓DŽ  ↖ᖃኡṧᵜⲴኡ≤оᔪㆁ  ѝཆኡ≤оᔪㆁ ኡ≤᮷ॆᱟᤷӪ൘ሩ㠚❦ኡ≤Ⲵᇑ㖾ѝˈнᯝൠ᥆ᧈ㠚❦Ⲵ 㖾ˈ᭩䙐਽ኡབྷᐍǃབྷ⊏བྷ⋣ˈሶᔪㆁоኡ≤㶽ਸˈᒦ⭘㔈⭫ǃ 䈇᮷ǃ⑨䇠ǃ丣Ҁㅹᯩᔿ䇤ⅼ㠚❦ǃᢈ⢙䀰ᘇⲴ᮷ॆ⧠䊑DŽ

187

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


188

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ኡ≤᮷ॆ⹄ウⲴ޵⏥઼᜿ѹփ⧠൘ᆳᱟሩՐ㔏᮷ॆⲴ㔗᢯о ਁኅDŽ俆‫ˈݸ‬ሩኡ≤᮷ॆⲴ␡‫⹄ޕ‬ウᴹࣙҾӪԜᴤ␡‫ޕ‬ൠҶ䀓ኡ ≤᮷ॆⲴ⢩⛩ˈӾ㘼ᤷሬӪԜ䘋㹼ᴤᴹ᭸Ⲵ䍴Ⓚ࡙⭘оᔰਁDŽ䘉 ᱟኡ≤᮷ॆ䖜ॆѪ୶ъԧ٬Ⲵ‫ޣ‬䭞⛩DŽӾኡ≤᮷ॆ⹄ウѝˈᖸᇩ ᱃ᙫ㔃ࠪ਴њᰦԓⲴӪሩҾኡ≤᮷ॆⲴᇑ㖾ਆੁˈ㔬ਸ䘉Ӌᇑ㖾 ਆੁˈቡ㜭ᴹ䪸ሩᙗൠሩኡ≤᮷ॆ䘋㹼ᴹ᭸Ⲵ䍴Ⓚᔰਁˈ䇙ኡ≤ ᮷ॆᡀѪާᴹ୶ъԧ٬Ⲵӗ૱DŽަҼˈኡ≤᮷ॆ⹄ウ㜭໎ᕪӪԜ ‫؍‬ᣔ᮷ॆ䚇ӗⲴ᜿䇶ˈ⹄ウኡ≤᮷ॆнӵӵᓄ䈕ਚᱟᨀ儈ӪԜⲴ ᇑ㖾ᛵ䏓ˈᴤᓄ䈕ᨀ⽪ӪԜᓄ䈕ᰦ࡫䜭ᴹ‫؍‬ᣔ⾆‫ݸ‬䚇ӗⲴ᜿䇶DŽ ൘㾯ᯩ᮷ॆѝˈኡ≤᮷ॆᴤ⌘䟽‫⮉؍‬ኡ≤৏⭏ᘱⲴṧ䊼DŽᔪ ㆁ㢪ᵟࡉ䇢ウњփⲴᆿՏо䳴༞ˈ✝㺧Ҿᔪ䙐ࠪ༽ᵲⲴᒣ䶒ᶴᡀ ઼䳴ՏⲴཆ㿲ᖒ䊑DŽ❦㘼ˈ㾯ᯩᔪㆁоኡ≤ᒦᰐѕṬ᜿ѹкⲴ㶽 ѪаփDŽ ൘ѝഭˈኡ≤᮷ॆⲴᖒᡀ઼ਁኅᴹަᗵ❦ᙗDŽѝഭᑵઈ䗭䱄ˈ ൠᖒཊਈˈᆈ൘䇨ཊާᴹ⢩↺ൠ䊼⢩ᖱⲴᲟ㿲ˈ䘉Ѫѝഭኡ≤᮷ ॆⲴᖒᡀ઼ਁኅᨀ‫׋‬Ҷ䶎ᑨՈ䎺Ⲵ㠚❦ᶑԦDŽ↔ཆˈӪоኡ≤Ⲵ ‫ޣ‬㌫Ӿᴰ৏࿻Ⲵสᵜ䴰㾱ᔰ࿻ቡᐢ㓿ᇶнਟ࠶DŽѝഭⲴኡ≤Ჟ㿲 ѝˈ⍱ՐлᶕҶ䇨ཊѝॾ≁᯿࡙⭘㠚❦ǃ᭩䙐㠚❦Ⲵ䚇䘩оՐ䈤DŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

188


方琳

189

俆‫ˈݸ‬ѝഭਔᔪㆁ㢪ᵟѫ㾱㺘⧠൘ᔪㆁ㗔փᡰ㺘⧠ࠪᶕⲴঊ 

བྷо༞㿲DŽ ѝഭӪ✝㺧Ҿ൘਽ኡབྷᐍѝ‫؞‬ᔪᆿՏⲴᔪㆁ㗔ˈྲᴢ 䱌йᆄ˄ኡьᴢ䱌˅ǃ᭵ᇛ˄ेӜ˅ǃዡᓉ˄ኡь⌠ኡ˅ǃ䚯᳁ ኡᒴ˄⋣े᢯ᗧ˅ㅹˈ䙊䗷㗔փᔪㆁоኡ≤ⲴᮤփᲟ㿲᭸᷌ᶕᕕ 㺕њփᔪㆁփරн儈Ⲵн䏣DŽ ㅜҼˈѝഭӪⲴᔪㆁ㢪ᵟᴤ‫ۿ‬ᱟа⿽᮷ॆଢᆖⲴཆॆ㺘⧠ᖒ ᔿDŽ൘ѝഭˈӄॳᒤᶕⲴশਢ䮯⋣ѝᴹ⵰㔊⛲ѠᇼⲴՐ㔏ᔪㆁ˖ Ӿ㍛⾱෾ࡠႪⓀ≁ትˈӾ᭵ᇛⲴᇛ䰘ǃ䚃㿲ሪᓉѻ䰘ࡠᗭᐎ≁ት Ⲵ䰘デˈᯇᤡǃằǃḡˈ޽ሿࡠа⹆ǃа⬖ǃа⸣ǃа࡫ˈަѝ Ⲵ⇿ањ㓶㢲ˈ䜭փ⧠⵰ѝᔿⲴՐ㔏ᙍᜣˈ䜭㮤㯿⵰ঊབྷ㋮␡Ⲵ ᮷ॆଢ⨶DŽ൘ѝഭⲴਔިᔪㆁѝˈԕབྷѪ㖾Ⲵᇛ⇯ǃᓉา઼տᆵ 䜭ᗵ享ѕṬ᤹➗ሱᔪ⽬ࡦᶕփ⧠ᐳተⲴѕᮤᴹᒿDŽ∄ྲˈѝᔿᔪ ㆁѝᑨ㿱ѝ䖤㓯ሩ〠Ⲵᆹᧂˈᗵ❦ᱟԕѝ䖤ѻսѪкˈᴰ䟽㾱ᔪ ㆁ䜭Պ㻛ᆹᧂ൘䘉䟼ˈ䘉ቡᱟѝഭᔪㆁ༞䱄䳴༞Ⲵ᮷ॆଢ⨶Ⲵփ ⧠DŽ ㅜйˈѝᔿᔪㆁҏ䶎ᑨ䇢ウ仾≤᜿䇶઼䱤䱣㿲ᘥˈ‫⌘ޣ‬Ӫо 㠚❦ⲴĀཙӪਸаāˈѫᕐᓄ䈕亪ᓄ㠚❦㿴ᖻⲴਁኅDŽަާփ㺘



䖜ᕅ㠚ᾬᒶ㾯ˈѝഭਔᔪㆁҼॱ䇢ˈ⭏⍫g䈫Җgᯠ⸕й㚄Җᓇˈ ᒤ⡸ˈ ㅜ  亥DŽ

189

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


190

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

⧠ᖒᔿᱟĀ䘲ᓄ㠚❦⧟ຳ㘼ᔪ䙐ᖒ⣦āоĀ⌘䟽㔤ᣔ㠚❦Ჟ㿲Ⲵ ৏⭏ᖒᘱāDŽѝഭⲴਔᔪㆁᒦнᱟᆔ・ᆈ൘ˈᆳ䇢ウоኡǃ≤ǃ Ἵ⢙ѻ䰤ⲴબᓄˈᔪㆁᐸԜᑨᑨᱟᐗُ㠚❦ѻᲟˈ֯ᔪㆁо㠚❦ ᶴᡀ઼䉀㔏аⲴᮤփˈᶴ䙐ࠪާᴹ⭏≄ⲴᲟ㿲DŽ  ↖ᖃኡⲴኡ≤оᔪㆁⲴ⢩⛩ ↖ᖃኡे䙊〖ዝˈই᧕བྷᐤኡˈኡ࣯㔥ᔦ䎧Կˈѫጠཙḡጠ аḡ᫾ཙˈ⭡  ᓗኡጠᤡᤌˈᴹĀзኡᶕᵍāⲴ≄࣯DŽ↖ᖃኡⲴ 㠚❦仾‫ݹ‬㻛㪇਽Җ⌅ᇦ㊣㣮〠ѪĀཙлㅜаኡāDŽ൘㔥ᔦⲴ㗔ኡ ѻѝˈྲօᔪ䙐㜭փ⧠ⲷေⲴᆿՏᔪㆁ઒˛ ↖ᖃኡⲴᔪㆁ㗔䘹ᤙ䚥ᗚ㠚❦㿴ᖻˈ᤹➗ኡ࣯Ⲵ⢩⛩ᔪ䙐ᓎ བྷⲴᔪㆁ㗔DŽᐕॐԜ֯㠚❦Ჟ㿲઼ᔪㆁ㢪ᵟᐗ࿉㶽ਸˈ൘аⲮཊ ‫ޜ‬䟼Ⲵਔ⾎䚃⋯㓯ˈṩᦞⵏ↖‫؞‬ԉⲴՐ䈤ˈᔪ䙐Ҷ਴ᔿ਴ṧⲴᔪ ㆁ㗔㓴ˈ㩕䙐ࠪҶĀ⩬䰱ԉຳāⲴ᭸᷌DŽ↖ᖃኡⲴᔪㆁᰐ䇪ᱟᆿ 㿲кⲴᐳተ䘈ᱟ㓶㢲кⲴᐕ㢪ˈ䜭ᱟѝഭᔪㆁਢк⤜аᰐҼⲴ֣ ֌DŽ↖ᖃኡ⧠൘ᴹӄ༴ᇛ㿲㻛ഭ࣑䲒ࡇѪ‫ޘ‬ഭ䟽⛩‫؍‬ᣔঅսˈ↖ ᖃኡਔᔪㆁ㗔ҏ൘  ᒤ㻛ࡇ‫ޕ‬Ҷ㚄ਸഭᮉ、᮷㓴㓷Ⲵljц⭼䚇 ӗ਽ᖅNJDŽ 䇢ࡠኡ࣯Ⲵཷ࿉оᔪㆁⲴᐗ࿉ˈᡁԜᖸᇩ᱃ᜣࡠ਼ṧᱟԕኡ ≤ཷ㿲㘼䰫਽ҾцⲴ᮷ॆ਽ኡüüॾኡDŽॾኡսҾ䲅㾯ⴱˈᱟ〖

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

190


方琳

191

ዝⲴ࠶᭟DŽॾኡ㍐ԕ䲙ጫ㪇〠ˈĀ㠚ਔॾኡаᶑ䐟ā䇢Ⲵⲫкॾ ኡਚᴹୟаⲴаᶑⲫኡ䚃ˈᡰᴹⲴᲟ⛩䜭൘䘉ᶑⲫኡ䚃Ⲵ⋯㓯DŽ ॾኡⲴ㔍໱кᴹ  ։㓗Ⲵॳቪᒒˈ䴰⑨Ӫ᡻ᨑ䫱㍒൘ᛜፆкᬰ ⲫDŽ㝊лᱟ䲑ጝⲴᛜፆˈཤ亦ਚⴻᗇࡠа㓯ཙ‫ݹ‬DŽ䘉ṧⲴᲟ⛩䇮 㖞ˈᐗ࿉ൠ࡙⭘Ҷॾኡኡ࣯䲙ጫⲴ⢩⛩DŽॾኡⲴ䚃㿲ᔪㆁ䜭սҾ ⤝ゴⲴኡ㜺⋯㓯ѻкˈྲᐘ嗉㡜㔥ᔦ䎧ԿDŽ оॾኡ⴨∄ˈ↖ᖃኡਔᔪㆁ㗔ᴹԕл⢩⛩˖ ㅜаˈᔪㆁ㿴⁑ᆿབྷˈᱟѝഭ⧠ᆈᴰབྷⲴ䚃ᮉᇛ㿲ᔪㆁ㗔DŽ ᦞ↖ᖃኡᘇ䇠䖭ˈ↖ᖃኡᔪㆁ㗔ᴰᓎབྷᰦᤕᴹᇛ㿲㓖  ։䰤ˈ ൘শ㓿ᡈ⚛৺ࣘҡѻਾˈ↖ᖃኡ⧠ᆈᔪㆁ㗔  њˈᔪㆁ䶒〟㓖Ѫ  ᒣᯩ㊣DŽ ㅜҼˈᆹᧂਸ⨶ˈᇛ㿲ᔪㆁ⴨ӂ➗ᓄDŽ↖ᖃኡᮤњᔪㆁ㗔ԕ ཙḡጠⲴ䠁⇯ѪѝᗳˈަԆኡጠкⲴᇛ㿲བྷ䜭ᔪ൘ኡጠⲴ䖤㓯кˈ 䘉ṧⲴᐳተ䇙ᮤњ↖ᖃኡᔪㆁ㗔ᖒᡀҶањᴹ㚄㌫ⲴᮤփDŽケᱮ зኡᶕᵍⲴⲷᵳ䳴ေDŽ ㅜйˈᔪㆁ䇮䇑ᐗ࿉ˈ༴༴փ⧠䚃ᮉ㿲ᘥDŽ↖ᖃኡⲴ⇿њᔪ ㆁ㗔䜭ᱟ亪ᓄ㠚❦㘼ᔪˈн⹤ൿኡփˈ䘉ᱟ䚃ᮉ䘭≲ⲴĀ䚃⌅㠚 ❦āᇇᰘⲴփ⧠DŽаӋᔪㆁⲴᐳተҏ޵ਜ਼Ā䱤䱣ā⨶䇪DŽlj䚃ᗧ 㓿NJ䟼䈤ˈĀӪ⌅ൠˈൠ⌅ཙˈཙ⌅䚃ˈ䚃⌅㠚❦āˈ䚃ᮉᴰጷ

191

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


192

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ቊⲴቡᱟĀ㠚❦āDŽᰐ䇪ᱟབྷ㠚❦䘈ᱟ⽮Պˈ䜭ᓄ䈕亪ᓄᆳԜᵜ 䓛Ⲵ㠚❦ᙗˈнᓄ䈕⭘ཆ࣋৫᭩ਈᆳⲴᵜ䍘DŽ䚃ᮉ䇔ѪˈĀᰐѪā ᱟ䀓ߣ䰞仈ᴰྭⲴ㢟ᯩˈҏቡᱟӰѸ䜭亪ᓄ㿴ᖻˈሺ䟽㠚❦ˈሺ 䟽㿴ᖻDŽ↖ᖃኡⲴ⇿њᔪㆁ䜭ᱟ亪ᓄ㠚❦㘼ᔪˈн⹤ൿኡփˈ䘉 ᱟ䚃ᮉ䘭≲ⲴĀ䚃⌅㠚❦āᇇᰘⲴփ⧠DŽ ԕཚᆀඑⲴᔪㆁѪֻDŽཚᆀඑսҾаඇᒦнᔰ䱄Ⲵኡ㞠ᒣൠ кˈᖸ䳮ᔪ䙐ࠪ≄࣯ᚒᕈⲴ⇯ᆷDŽ䚃ᮉ䇢ウĀ䚃⌅㠚❦āˈ䇔Ѫ ԫօӪ઼һ䜭ᓄ䈕亪ᓄ㠚❦Ⲵ㿴ᖻDŽᡰԕѝഭਔԓⲴ㜭ᐕᐗॐԜ ൘ཚᆀඑкˈ亪⵰䎧ԿⲴኡ࣯ᔪ・Ҷєᓗ㓒້˖䘉є䚃້儈վ䎧 Կˈ䐏ѝॾ≁᯿Ⲵ⇽Ӣ⋣哴⋣аṧ㵯㵂ᴢᣈˈᡰԕ䈕້㻛ભ਽Ѫ Āҍᴢ哴⋣້āDŽ䘉є䚃້㓒້㔯⬖ˈᴹ⵰ⲷᇔᔪㆁ⤜ᴹⲴေѕ བྷ≄˗є䚃້㵯㵂䎧Կˈ৸ᴹ⵰⾎嗉᩷᩶㡜ⲴࣘᝏDŽՐ䈤ѝⲴⵏ ↖ˈᴮ൘↔䈫ҖˈᡰԕᐕॐԜቡ‫؞‬ㆁҶ䘉ṧⲴє䚃ᴢᣈ້ᶕ᳇⽪ ⵏ↖≲ᆖǃ≲䚃ѻ䐟Ⲵ㢠䗋DŽਾᶕᴹᖸཊӪᶕ䘉䟼Ѫ㠚ᐡᡆ㘵ᆙ ᆀⲴᆖъ⽸⾿DŽ 䲔Ҷᔪㆁоኡ࣯ⲴĀཙӪਸаāⲴ㶽ਸཆˈ↖ᖃኡ޵䘈ᴹᖸ ཊ≤ᲟⲴ䇮䇑ˈҏ᳇㯿䱤䱣䈳઼Ⲵ⦴ᵪDŽѝഭਔԓⲴଢᆖᇦ൘ሩ 㠚❦Ⲵ㿲ሏѝˈਁ⧠Ҷᖸཊሩ・⴨⭏Ⲵ⧠䊑ˈ∄ྲཙоൠˈᰕо ᴸˈⲭཙ઼ᲊкˈߜཙо༿ཙˈ⭧ӪоྣӪㅹDŽ䚃ᇦ䇔ѪˈĀᆔ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

192


方琳

193

䱤н⭏ˈ⤜䱣н䮯āDŽ᜿ᙍᱟ䈤ˈঅ⤜Ⲵ䱤ᙗᱟᰐ⌅⭏ᆈⲴˈঅ ⤜Ⲵ䱣ᙗҏᱟнਟ㜭⭏䮯Ⲵˈ䱤䱣㲭❦⴨ӂሩ・ˈত৸⴨ӂаረˈ ӂ⴨䖜ॆDŽ≤ᱟ኎Ҿ䱤ᙗⲴˈ㘱ᆀ䈤Āкழ㤕≤ˈ≤ழ࡙з⢙㘼 

нҹDŽā ᜿ᙍᱟ䈤ˈц⭼кᴰྭⲴь㾯ቡ‫≤ۿ‬аṧˈ≤ਟԕ⓻⏖ ц⭼кⲴᡰᴹь㾯ˈնӾᶕн䐏࡛Ⲵь㾯࠶儈վǃҹ਽≄DŽ≤Ⲵ 䘉⿽⢩ᙗˈ֯ᗇᆳᡀѪҶ䈳઼䱤䱣ˈ৸ᖠᱮ䚃ᮉ䘭≲Ⲵԓ㺘DŽഐ ↔ˈ൘↖ᖃኡ䟼ᙫн䳮ਁ⧠䐏≤ᴹ‫Ⲵޣ‬Ჟ㿲DŽ ൘㍛䴴ᇛⲴབྷ䰘ਓˈᴹањ䶎ᑨབྷⲴ仾≤⊐ˈ޵ᴹ⦴↖ᴰ৏ ࿻Ⲵᖒᘱüü嗏㳷㕐㔅‫ۿ‬㖞ҾަѝDŽ⊐ᆀ޵໱к䴅ᴹĀ‫ޛ‬খāㅖ ਧ˖

˄Ү˅ˈ

˄⿫˅ˈ

˄ൾ˅ˈ

˄㢞˅ˈ

˄䴷˅ˈ

˄ᐭ˅ˈ

˄ඔ˅ˈ ˄‫˅ށ‬DŽ㍛䴴ᇛ䘉ṧⲴᐳተ↓ᱟѝഭӪ䇔

ѪⲴĀ仾≤ᇍൠāDŽ㘱ᆀ䈤ˈĀз⢙䍏䱤㘼ᣡ䱣ˈߢ≄ԕѪ઼DŽā ѝഭⲴ仾≤⨶䇪䇔Ѫˈᇍൠаᇊ㾱Ā䍏䱤ᣡ䱣ˈ㛼ኡ䶒≤āˈ᜿ ᙍᱟ䈤ˈ仾≤ᴰྭⲴᔪㆁ⢙аᇊ㾱㛼䶐⵰аᓗኡˈ䶒ሩ⵰а⡷≤DŽ ྲ᷌‫ڊ‬ᴤ㓶㠤Ⲵ㾱≲ˈ䘈ᗵ享ᱟᐖ䗩ᴹ䶂嗉ˈਣ䗩ᴹⲭ㱾ˈࡽᲟ 㿶䟾ᔰ䱄ˈ䘌Ჟᴹ䶂ኡDŽ㍛䴴ᇛቡᱟ䘉ṧˈ㛼䶐⵰ኅᰇጠˈᡰᴹ Ⲵᇛ䲒䜭ྭ‫ۿ‬඀൘ኅᰇጠ䘉ṧⲴаᓗᇍἵкDŽਖཆˈ㍛䴴ᇛᔪㆁ



䖜ᕅ㠚˄兿˅⦻ᕬˈ㘱ᆀ䚃ᗧ㓿⌘ṑ䟺ˈѝॾҖተˈ ᒤ  ᴸ⡸ˈㅜ  亥DŽ

193

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


194

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

㗔ࡽ䶒䶒ሩ⵰‫ޛ‬খ⊐ˈᴰཆ䶒䇮㖞Ҷ嗉㱾⇯DŽ䘉ṧⲴᐳተᰒ亪ᓄ Ҷ㠚❦Ⲵኡ࣯ˈ৸փ⧠䇮䇑㘵䘭≲Ā仾≤āⲴᐗᙍ࿉ᜣDŽ ㍛䴴ᇛ䟼᳇㯿ᰕᴸ⦴ᵪDŽ൘㍛䴴ᇛ޵ᴹєᓗᖒ⣦ᖸ⢩࡛Ⲵ≤ ⊐˖བྷ⇯Ⲵࡽ䶒ˈᴹаᓗശᖒ≤⊐ˈᴹⲭ㢢⸣ḿˈ䘉䟼㻛〠֌ᰕ ⊐˗⡦⇽⇯ᯱˈᴹаᓗᴸ⢉ᖒⲴ≤⊐ˈ㻛〠Ѫᴸ⊐DŽ䘉єᯩ≤Ӆ Ⲵᆹᧂ䊑ᖱҶ䚃ᮉ䇢ウⲴ䱤о䱣⴨⭏⴨‫⨶Ⲵݻ‬䇪DŽᰕ⊐оᴸ⊐Ⲵ ᆈ൘ˈᱟ䚃ᮉሩĀ䱤䱣䈳઼āⲴ㖾ྭ⽸≲DŽ 䲔Ҷ仾≤⊐઼ᰕᴸ⊐ԕཆˈ㍛䴴ᇛ䰘ਓⲴĀ䠁≤⑐āҏབྷᴹ ᶕཤDŽ䘉ᓗ䠁≤ẕ⁚䐘൘䠁≤⑐ѻкˈᖒࡦоेӜཙᆹ䰘ࡽⲴ䠁 ≤ẕ⴨ԯˈ䘉䈤᰾Ҷ䘉䟼↓ᱟⲷᇔⲴᇦᓉDŽ亪⵰≤⍱Ⲵᯩੁਟԕ 㿱ࡠаᓗᇍ⨐ጠˈ⋣≤⁚クᇍ⨐ጠˈ⍱䘋⿩䘩⊐ˈᖒᡀҶĀ䬦㓯 ク⨐āⲴᲟ㿲DŽ⿩䘩⊐ഐѪ൘㍛䴴ᇛⲴই䜘ˈഐ↔㻛䇔Ѫᱟ㍛䴴 ᇛⲴᵡ䳰⊐ˈӪԜ䜭⴨ؑˈᆳᱟ㚊䳶㍛䴴ᇛ⚥≄Ⲵаᯩ仾≤⊐DŽ ҏᴹӪ䇔ѪˈӾᆿ㿲Ⲵ䀂ᓖᶕⴻˈ㍛䴴ᇛ䟼Ⲵ䠁≤⑐䊑ᖱҶӪփ Ⲵ㓿㔌ˈ䴦ᱏ࠶ᐳⲴ‫ޛ‬খӝǃ䫏啃ᾬǃ⻁ӝǃ䎀ࢁਠǃзᶮӝㅹ 䊑ᖱӪփⲴイսDŽ㍛䴴ᇛⲴᮤփᐳተ‫ۿ‬ᶱҶаᕐ⭏ࣘ・փⲴlj‫؞‬ ⵏമNJDŽ11

11

䖜ᕅ㠚㜑Ṳ‫ˈޠ‬ᵡሿ⦹ˈઘᘇ‫ˈ׺‬䈅䇪↖ᖃኡ᯵⑨䍴Ⓚѻ䚃ᮉ᮷ॆˈ䟽ᒶᐕᆖ

䲒ᆖᣕˈㅜ  ধㅜ  ᵏDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

194


方琳

195

 ↖ᖃኡኡ≤оᔪㆁ֌Ѫѝഭ᮷ॆփ傼亩ⴞⲴਟ㹼ᙗ ㅜаˈส⹰䇮ᯭ㘳䟿DŽ↖ᖃኡⲴ㠚❦仾‫׺ݹ‬㖾ˈгॱҼጠྲ ᵍᤌ㡜ൠᵍੁѫጠˈ䘉ṧⲴኡ࣯൘ѝഭⲴ਽ኡѻѝӵ↔аᓗDŽц ⭼䚇ӗငઈՊሩ↖ᖃኡⲴ䇴ԧᱟĀ↖ᖃኡਔᔪㆁѝⲴᇛ䱉ᓉᆷ䳶 ѝփ⧠Ҷѝഭ‫ݳ‬ǃ᰾ǃ␵йԓц؇઼ᇇᮉᔪㆁⲴᔪㆁᆖ઼㢪ᵟᡀ ቡDŽਔᔪㆁ㗔඀㩭൘⋏༁㓥⁚ǃ仾Ჟྲ⭫Ⲵ⒆ेⴱ↖ᖃኡ哃ˈ൘ ᰾ԓᵏ䰤䙀⑀ᖒᡀ㿴⁑ˈަѝⲴ䚃ᮉᔪㆁਟԕ䘭ⓟࡠ‫ݳޜ‬гц㓚ˈ 䘉Ӌᔪㆁԓ㺘Ҷ䘁ॳᒤⲴѝഭ㢪ᵟ઼ᔪㆁⲴᴰ儈≤ᒣDŽā↖ᖃኡ Ჟ४ᔪㆁ‫؞‬㕞઼⧟ຳ‫؍‬ᣔ↓਼ᰦ䘋㹼DŽᲟ४Ⲵⴈኡ‫ޜ‬䐟‫؞‬ᔪᗇᰒ ᆹ‫ޘ‬৸㖾㿲DŽᲟ४޵བྷᐤǃ㔶䖖Ⲵ䇮㖞о䈳ᓖ䜭䖳Ѫ、ᆖDŽ↔ཆˈ ୶ъ↕㹼㺇ǃ᯵ᇒѝᗳǃ䞂ᓇǃ≁؇᮷ॆᶁǃ↖ᖃঊ⢙侶ǃ↖ᖃ ╄㢪ѝᗳㅹส⹰䇮ᯭᔪ䇮ҏ൘ᰕ䎻ᆼழDŽ↖ᖃኡ䫱䐟઼‫ޜ‬䐟Ӕ䙊 ‫ˈᦧׯ‬ഋ䙊‫ޛ‬䗮DŽ䲿⵰⚛䖖Ⲵᨀ䙏઼ᵪ൪Ⲵᔪ䇮ˈ↖ᖃኡᲟ४Ⲵ Ӕ䙊ᶑԦሶᗇࡠᴤབྷⲴ᭩ழDŽ ㅜҼˈ᮷ॆՐ᫝ᛵߥ㘳䟿DŽ↖ᖃኡⲴਔᔪㆁ㗔ᐢ㓿㻛ࡇ‫ޕ‬Ҷ 㚄ਸഭᮉ、᮷㓴㓷Ⲵljц⭼䚇ӗ਽ᖅNJˈਇࡠҶуᇦԜⲴ㛟ᇊDŽ ↖ᖃኡⲴ䚃ᮉᔪㆁᔪ൘оኡጠⓚ⏗ᐗ࿉㶽ਸⲴս㖞ѻкˈᔪㆁо ኡ≤⴨ᗇ⳺ᖠDŽ↖ᖃኡⲴᔪㆁഐѪ৽᱐Ҷ䚃ᮉᔪㆁ઼ⲷᇦᔪㆁⲴ ⢩⛩ˈަ਽༠䲿↖ᖃ䚃ᮉⲴՐ᫝㘼ѪцӪᡰ⟏⸕DŽᰐ䇪ᱟѮцᰐ

195

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


196

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ৼⲴইዙ㔍໱Ā嗉ཤ俉āǃ䘈ᱟĀे‫؞‬᭵ᇛˈই‫↖؞‬ᖃāⲴ㔍儈 ൠսˈሩ⎧޵ཆ⑨ᇒ䜭ᴹаᇊⲴ੨ᕅ࣋DŽ ㅜйˈоሩཆ≹䈝ᮉᆖⲴ㔃ਸ〻ᓖDŽѝᔿᔪㆁо㾯ᯩᔪㆁ⴨ ∄ˈ⢩⛩䶎ᑨケࠪDŽѝഭӪሩᔪㆁоኡ≤Ⲵᇑ㖾ᛵ䏓ҏᱟ㾯ᯩᡰ ⋑ᴹⲴDŽᡰԕѝᔿⲴኡ≤оᔪㆁᱟާ༷ѝഭ᮷ॆԓ㺘ᙗⲴDŽྲ᷌ ԕ↖ᖃኡⲴኡ≤оᔪㆁ֌Ѫ᮷ॆփ傼亩ⴞˈਟԕᑞࣙཆഭᆖ⭏Ԝ Ҷ䀓൘䚃ᮉ᮷ॆᖡ૽лⲴѝഭӪሩҾኡ≤ᔪㆁⲴᇑ㖾ᛵ䏓ˈҏ㜭 ᑞࣙԆԜ⨶䀓аӋኡ≤ᔪㆁѝⲴѝഭᔿଢᆖDŽ ൘↖ᖃኡ䘋㹼Āኡ≤оᔪㆁā᮷ॆփ傼ᮉᆖˈਟԕ⭘ࡠⲴᯩ ⌅ѫ㾱ᴹ˖ ৲㿲ᔿᮉᆖ⌅DŽሩҾ↖ᖃኡኡ≤оᔪㆁⲴᆖҐˈᴰⴤ㿲ᴹ ᭸Ⲵᯩ⌅ቡᱟ৲㿲DŽᮉᐸਟԕᆹᧂᆖ⭏৲㿲ഐኡ࣯㘼ᔪⲴཚᆀඑˈ ᑖ亶ᆖ⭏૱ણĀҍᴢ哴⋣້ā൘ተ‫׳‬オ䰤޵࡙⭘㿶㿹ᢙབྷオ䰤ᝏ Ⲵ⤜ާॐᗳˈԕ৺᳇௫ཚᆀ≲ᆖѻ䐟ᴢᣈ㘼㢠䗋Ⲵ␡࡫ሃ᜿˗䘈 ਟԕᆹᧂᆖ⭏ⲫইዙˈ৲㿲⸣⇯о䲙㾱Ⲵ嗉ཤ俉ˈ㿲ⴻᐕ֌Ӫઈ ൘ᛜፆጝ໱к⛩嗉ཤ俉ˈᝏਇؑ䚃ѻӪⲴ㲄䈊ѻᗳDŽইዙᱟ䇢䀓 гॱҼጠᵍབྷ亦ཷ⢩ኡ࣯Ⲵ㔍֣ൠ⛩ˈаՇኡጠ䜭լ➺➺⚛❠ˈ ‫ੁٮ‬ᴰ儈ⲴཙḡጠDŽইዙкⲴ嗉ཤ俉ҏᵍ⵰ཙḡጠⲴᯩੁ亦⽬㟌 ᤌˈᔪㆁоኡ࣯ⲴཙӪਸаˈ嗉ཤ俉ཷ㿲о⿰㖾Ჟ㢢Ⲵᐗ࿉㶽ਸˈ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

196


方琳

197

䘉䜭ᱟѝഭᔿኡ≤оᔪㆁⲴཷ࿉ѻ༴˗൘㍛䴴ᇛˈਟԕѪᆖ⭏䇢 䀓䚃ᮉ⢩ᴹⲴ‫ޛ‬খ仾≤ᆖˈ㍛䴴ᇛⲴ仾≤⊐ǃᰕᴸ⊐ǃ䠁≤⑐ˈ 䜭‫࠶ݵ‬ൠ৽᱐Ҷ䚃ᇦழҾ⭘≤㩕䙐仾≤ⲴᔪㆁᐳተDŽ 䇘䇪ᔿᮉᆖ⌅DŽᆹᧂᆖ⭏৲㿲↖ᖃኡ㍛䠁෾઼䠁亦ᔪㆁ㗔ˈ ൘৲㿲ᰦˈᨀ䟂ᆖ⭏⮉ᗳ㍛䠁෾઼䠁亦ᔪㆁᱟᘾṧփ⧠ѝഭ⤜ᴹ Ⲵኡ≤оᔪㆁ᮷ॆⲴDŽ৲㿲ᆼਾˈоᆖ⭏а䎧䇘䇪↔ൠ⤜⢩Ⲵ䚃 ᮉᔪㆁ␡᜿DŽᮉᐸ䘈ਟԕѪᆖ⭏䇢䀓᰾ᡀ⾆ᵡἓо↖ᖃኡⲴ᭵һˈ ੺䇹ᆖ⭏Ԝ↖ᖃኡᔪㆁ㗔ᱟ᤹➗ⵏ↖‫؞‬ԉⲴ᭵һ৫ᆹᧂо‫؞‬ᔪ Ⲵˈ⇿ањ䚃㿲Ⲵᆹᧂ䜭᳇ਜ਼Ҷ䚃ᇦ䇮䇑ᐸԜⲴ㢟㤖⭘ᗳDŽ䘉ṧ 䇘䇪о䇢䀓⴨㔃ਸⲴᯩᔿˈਟԕⶓ‫׳‬ᆖ⭏औࣘ㝁ˈѫࣘൠ৲оࡠ ᆖҐѝˈਁ⧠ᴤཊᴹ䏓Ⲵ⸕䇶DŽ  ↖ᖃኡṧᵜⲴ↖ᵟоޫ⭏  ѝॾ↖ᵟᾲ䘠 ѝॾ↖ᵟ䎧ⓀҾ৏࿻⽮ՊˈᖃᰦⲴӪ㊫֯⭘ỽἂㅹᐕާо䟾 ޭᨿᯇˈӾ㘼䙀⑀〟㍟ࠪаӋ᭫䱢㓿傼DŽ⭡Ҿѝഭൠฏᇭᒯ઼শ ਢᛐѵⲴ㕈᭵ˈ൘⾎ᐎབྷൠк⍱Ր⵰䇨ཊн਼↖ᵟ⍱⍮DŽ൘ljѝ ഭབྷⲮ、‫ޘ‬Җgփ㛢NJѝˈ䈤↖ᵟĀަ޵ᇩᱟᢺ䑒ǃᢃǃ᪄ǃ᤯ǃ

197

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


198

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

䏼ǃࠫǃࢸǃࡪㅹࣘ֌᤹➗аᇊ㿴ᖻ㓴ᡀᗂ᡻Ⲵ઼ᵪỠⲴ਴⿽᭫ 䱢Ṭᯇ࣏ཛǃ྇䐟઼অ࣯㓳ҐDŽā



ᡁԜ⸕䚃ˈ䲔Ҷѝഭԕཆˈ䘈ᴹ䇨ཊⲴഭᇦⲴփ㛢亩ⴞҏᴹ ᭫䱢ࠫᢰⲴ⢩⛩ˈ∄ྲᤣࠫǃ᪄䐔ǃࠫࢁǃḄ䚃ㅹDŽѝॾ↖ᵟо ഭཆⲴаӋ᭫䱢ࠫᢰ⴨∄ˈᴹ⵰ԕлࠐ⿽⢩⛩˖ ㅜаˈѝॾ↖ᵟⲴ㺘⧠ᖒᔿᴰѪཊṧ˖ሩᣇǃ྇䐟ǃᗂ᡻ǃ ಘỠǃঅӪǃཊӪㅹDŽѝഭ↖ᵟⲴಘỠҏᱟ⭡ҾൠฏⲴᐞᔲ㘼Ѡ ᇼཊṧˈྲӪԜ⟏⸕Ⲵॱ‫ޛ‬㡜‫ޥ‬ಘüü࠰ǃᷚǃࢁǃᡏǃᯗǃ䫪ǃ 䫙ǃ৹ǃ䷝ǃ䬿ǃ䭔ǃ᥍ǃ䭻ǃỽǃῺǃἂǃᤀǃ⍱ᱏ䭔DŽ ㅜҼˈѝॾ↖ᵟⲴ޵ᇩॱ࠶ѠᇼˈՇཊᤣ⿽‫ޡ‬ᆈҾцDŽ㘼а њᤣ⿽৸ਟ࠶Ѫཊњ࠶᭟ˈ᭵ѝॾ↖ᵟ⿽㊫㑱ཊǃᇼҾਈॆDŽ ㅜйˈѝॾ↖ᵟާᴹ勌᰾Ⲵ≁᯿᮷ॆ⢩⛩ˈѝॾ↖ᵟѝवਜ਼ Ҷᴹ‫ޣ‬փ㛢ǃ‫ڕ‬䓛ǃ઼ѝഭ↖ᵟ⤜ᴹѻ≄࣏ǃ৺ޫ⭏ㅹ䟽㾱޵ᇩDŽ  ↖ᵟоѝഭ᮷ॆⲴ‫ޣ‬㌫ ѝॾ↖ᵟփ⧠ᒦ‫׳‬䘋Ҷѝॾ≁᯿ࡊ‫ڕ‬ᴹѪⲴ≁᯿᮷ॆ㋮⾎DŽ ѝഭⲴ≁᯿᮷ॆ㋮⾎ཊ⿽ཊṧˈᕐዡᒤǃ〻ᇌኡ‫⭏ݸ‬䇔ѪˈĀѝ ഭ᮷ॆѠᇼཊᖙˈѝഭᙍᜣঊབྷ㋮␡ˈഐѪѝഭ᮷ॆⲴสᵜᙍᜣ ҏнᱟঅ㓟Ⲵˈ㘼ᱟањवਜ਼䈨ཊ㾱㍐Ⲵ㔏аփ㌫DŽ䘉њփ㌫Ⲵ 

䖜ᕅ㠚ѝഭབྷⲮ、‫ޘ‬Җgփ㛢ˈѝഭབྷⲮ、‫ޘ‬Җࠪ⡸⽮ˈ ᒤ⡸ˈㅜ  亥DŽ 

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

198


方琳

199

㾱㍐ѫ㾱ᴹഋ˖˄˅ࡊ‫ڕ‬ᴹѪˈ˄˅઼оѝˈ˄˅ጷᗧ࡙⭘ˈ ˄˅ཙӪॿ䈳ĂĂ㘼ࡊ‫ڕ‬ᴹѪᙍᜣࡉᱟ༴⨶਴⿽‫ޣ‬㌫ⲴӪ⭏ᙫ৏ ࡉDŽഋ㘵ԕࡊ‫ڕ‬ᴹѪᙍᜣѪ㓢ˈᖒᡀѝഭ᮷ॆสᵜᙍᜣⲴփ㌫DŽā 

ѝഭӪᢺ⭏ભⲴ㺘⧠࣋᭮൘㠣儈Ⲵս㖞ˈ䇔Ѫᰐ䇪ᱟଚ⿽㢪ᵟᡆ

ᱟ᮷ॆˈਚᴹ㺘䗮ࠪᕪ࣢Ⲵ⭏ભ࣋ᰦˈ᡽Պኅ⧠ࠪ㠣㖾Ⲵ‫ݹ‬㣂ˈ ᡰԕѝഭӪ㠚࿻㠣㓸䜭䘭≲⵰ࡊ‫ڕ‬ᴹѪⲴ㋮⾎仾䊼DŽ↖ᵟᱟа⿽ ࠫᢰ䘀ࣘˈᴹㄎҹቡ᜿ણ⵰㾱䘭≲㠤㜌DŽ↖ᵟ䘀⭘Ҿᡈҹᒤԓণ ᱟྲ↔ˈ∄ྲ᰾ᵍᰦⲴᣇٝ਽ሶᡊ㔗‫ˈݹ‬Ԇ䇝㓳ᡊᇦߋࣷᖰⴤࡽǃ Ѫഭ᭸ᘐⲴࡊ‫ڕ‬ᴹѪ㋮⾎DŽѝഭӪ⌘䟽䱣ࡊѻ≄ˈ䇔ѪҐ↖ѻӪ ᗵ❦㾱ᴹа⿽аᖰᰐࡽǃ亭ᕪ᤬ᨿⲴཻਁѻ≄DŽሩҾҐ↖ѻӪᶕ 䈤ˈ䓛փкⲴ↖ᵟࣘ֌ᓄ䈕ᴹࡊⴤѻ䊼ˈ㘼޵ᗳ␡༴Ⲵ⣦ᘱҏᓄ 䈕㺘⧠ࠪѝഭӪ⢩ᴹⲴ䱣ࡊѻ≄DŽ䘉ᱟа⿽ሩ⭏ભⲴⅼ亲о䎎㖾DŽ ↖ᵟሩ઼䉀Ⲵ䘭≲֯ѝഭଢᆖሩཙӪਸаⲴ䘭≲ᴹҶާփⲴ 㺘⧠DŽҐ↖ѻӪ䘭≲ᵜփоབྷ㠚❦Ⲵ઼䉀㔏аDŽԆԜ䇔Ѫˈྲ᷌ 㓳Ґ↖ᵟਚঅ㓟ൠ䘭≲Āᢰᵟāˈᴰ㓸ҏਚᱟ㓳ҐࡠҶ↖ᵟⲴⳞ ∋ˈਚᴹ䇔䇶ҶཙӪਸаⲴ䚃⨶ˈ亪ᓄҶ㠚❦Ⲵਈॆ㿴ᖻˈ㧧ᗇ Ҷ⢙ᡁਸаǃ޵ཆެ‫ˈ؞‬᡽Պ䗮ࡠ↖ᵟⲴ㠣儈ຳ⭼DŽ䲔↔ѻཆˈ



䖜ᕅ㠚ᕐዡᒤˈ〻ᇌኡˈѝഭ᮷ॆо᮷ॆҹ䇪ˈѝഭӪ≁བྷᆖࠪ⡸⽮ˈ ᒤ ⡸ˈㅜ  亥DŽ

199

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


200

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

Ґ↖ѻӪ䶎ᑨ⌘䟽ᐸ⌅㠚❦DŽԆԜሩབྷ㠚❦Ⲵ㿲ሏˈԆԜՊሶࣘ ⢙ǃἽ⢙৺㠚❦⭼Ⲵਈॆ㶽‫ࡠޕ‬㠚ᐡⲴ↖ᵟѻѝˈ䙊䗷⁑ԯǃ᭩ 㢟Ⲵᯩᔿˈ㧧ᗇᯠⲴ⚥ᝏDŽ∄ྲӪԜ⟏⸕ⲴĀ㷣㶲ᤣāǃĀ⥤ᤣā ㅹˈቡᱟԕ㷣㶲ǃ⥤ᆀ䘉є⿽ࣘ⢙Ⲵࣘ֌Ѫส⹰ˈ㔃ਸަԆᤣᵟ ࡋ䙐㘼ᡀDŽ  ↖ᖃ↖ᵟᱟѝॾ↖ᵟⲴ䟽㾱⍱⍮ ѝഭՐ㔏≄࣏ᆖˈⓀ㠚Ҿ䚃ᮉⲴĀ޵ѩᵟāˈ≄࣏䇢≲⛬≄ о⛬⾎ˈާᴹᖸ儈Ⲵ、ᆖԧ٬઼ᇎ⭘ԧ٬DŽ䚃ᮉ↖ᵟ൘ѝഭ↖ᵟ ѝ࡛ާаṬˈц〠Āेᇇቁ᷇ˈইሺ↖ᖃāDŽӾ䚃ᮉ䘭≲䮯⭏н ↫ˈᗇ䚃ᡀԉⲴᮉѹкⴻˈ䚃ᮉⲴ䘭≲оѝഭӪሩ⭏ભⲴ⧽㿶ˈ 䘭≲⳺ሯᔦᒤ઼䘭≲‫ڕ‬ᓧⲴᙍᜣн䈻㘼ਸDŽ䚃ᮉⲴᕅሬᵟ઼ޫ⭏ ᵟҏ൘ѝഭᲞ䙊ⲮဃⲴ㓳ҐѝᗇࡠҶᶱབྷⲴՐ᫝DŽ ↖ᖃ↖ᵟѝᴰ㻛цӪ⟏⸕ⲴᱟĀཚᶱᤣāˈཚᶱᤣⲴࡋ䙐㘵 ᱟ᰾ᵍᰦⲴᕐйѠDŽՐ䈤ˈ↖ᖃ䚃ӪᕐйѠˈᴹа⅑ⴻࡠ㳷઼呏 ⴨ᯇⲴ൪䶒ਇࡠ੟ਁˈҾᱟ⁑ԯ䘉њᢃᯇ൪Ჟˈᒦфᢺlj᱃㓿NJǃ lj䚃ᗧ㓿NJ઼ljᒴᆀNJѝⲴᙍᜣо䚃ᮉⲴᕅሬᵟ㶽ਸ䘋৫ˈࡋ䙐 Ҷԕཚᶱᤣǃᖒ᜿ᤣǃ‫ޛ‬খᦼѪѫփⲴ↖ᖃ↖ᵟDŽ ↖ᖃ䚃ᮉ↖ᵟޫ⭏Ⲵѫ㾱㿲⛩ѫ㾱ᴹĀཙӪਸаⲴ㶽ਸ㿲āǃ Ā䱤䱣ሩ・Ⲵ㔏а㿲āǃĀᖒ⾎ެ༷ᮤփ㿲āǃĀࡊḄ⴨⍾Ⲵᒣ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

200


方琳

201

㺑㿲ā઼Āࣘ䶉㔃ਸⲴ‫ޘ‬䶒㿲āDŽާփᶕ䈤ˈ↖ᖃ↖ᵟᴹԕлࠐ њ⢩⛩˖ ㅜаˈԕ↖ᵟᶕ㺘⧠䚃DŽ↖ᖃ↖ᵟᶕⓀҾ䚃ӪԜሩཙӪਸаǃ ‫ⲫ⛬؞‬ԉⲴ⑤ᵋDŽ䚃ᮉᢺӪփᖃ֌ᱟањሿᆷᇉˈ‫ⴞⲴ⛬؞‬ḷቡ 

ᱟ㾱䇙ӪփⲴሿᆷᇉ઼ц⭼Ⲵབྷᆷᇉ⴨㶽ਸDŽ ᡰԕ൘㓳࣏Ⲵᰦ ‫ˈى‬䶎ᑨ䇢ウ䱤䱣䈳઼DŽ᭫ࠫⲴᤋᔿ䇢ウԕḄ‫⭊ˈࡊݻ‬㠣ᤋᮠ਽ ᆇҏᶕ㠚Ҿlj᱃㓿NJ઼lj䚃ᗧ㓿NJDŽ↖ᖃ↖ᵟᱟ䚃ᇦǃ䚃ᮉ⨶䇪 Ⲵ⭏ࣘփ⧠DŽ ㅜҼˈ⛬≄Ѫѩˈ‫؞‬䓛ޫᙗDŽ䚃ᮉ⛬ѩᴹ⛬ཆѩ઼޵ѩⲴ࠶ ࡛DŽཆѩᤷ⭘㥹㦟ㅹ㦟⢙⛬ᡀਟԕਲ਼Ⲵ㦟Ѩˈ㘼ཆѩᤷⲴᱟᢺ㠚 ᐡⲴ䓛փᖃ֌⛬ѩ⚹ˈᢺ㠚ᐡⲴ㋮≄㿶Ѫ㦟⢙ˈ⭘䱤䱣৫䈳઼‫؞‬ ⛬ˈ‫؍‬ᤱᒣ઼Ⲵᛵ㔚ᶕޫ≄ˈᴰ㓸‫؞‬䚃ᡀԉDŽ↖ᖃⲴ↖ᵟ䘀⭘᡻ ࣯↕⌅઼਴⿽ࣘ֌ᶕ䈳઼㹰≄ˈ㡂ㅻ⍫㔌ˈ䇙↖ᵟ઼ޫᙗᖸྭൠ 㶽ਸ൘Ҷа䎧ˈᡰԕ↖ᖃ↖ᵟᴹᖸᕪⲴޫ⭏֌⭘DŽ ㅜйˈԕ䶉ࡦࣘˈԕḄ‫ࡊݻ‬DŽц⭼к↖ᵟ䜭ᱟ䜭䘭≲ࣘ֌Ⲵ ࣋䟿ǃ䙏ᓖ઼ᕪᓖˈӪԜҏᲞ䙽䇔Ѫ࣋䟿ሿⲴǃ䙏ᓖធⲴаᇊ∄ н䗷࣋䟿བྷǃ䙏ᓖᘛⲴDŽ㘼↖ᖃⲴ↖ᵟਁ᰾Ҷԕ䶉ࡦࣘǃԕḄ‫ݻ‬



䖜ᕅ㠚㜑Ṳ‫ˈޠ‬ᵡሿ⦹ˈઘᘇ‫ˈ׺‬䈅䇪↖ᖃኡ᯵⑨䍴Ⓚѻ䚃ᮉ᮷ॆˈ䟽ᒶᐕᆖ 䲒ᆖᣕˈㅜ  ধㅜ  ᵏDŽ

201

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


202

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ࡊⲴᢃ⌅ˈ䇢ウ઼ُ࣋䖜ॆˈਟԕഋєᤘॳᯔˈ䘉䜭Ѫ↖ᵟ᮷ॆ ᨀ‫׋‬Ҷᯠᙍ䐟DŽ о਼Ѫ↖᷇㠣ሺⲴĀቁ࣏᷇ཛā⴨∄ˈ↖ᖃ↖ᵟоቁ࣏᷇ཛ ᴤ䘲ᇌᲞ䙊ӪᆖҐDŽቁ࣏᷇ཛᱟᤷ൘⋣ই᎙ኡቁ᷇ሪ޵ˈԕ֋ᮉ ؑԠѪส⹰ǃփ⧠֋ᮉ⾵ᇇᲪភⲴՐ㔏᮷ॆⲴ↖ᵟփ㌫DŽቁ࣏᷇ ཛᱟѝ৏↖ᵟѝশਢᴰᛐѵǃᤣ⿽䰘㊫ᴰཊⲴ↖ᵟ⍱⍮DŽᴰࡍ‫؞‬ Ґቁ࣏᷇ཛⲴ䜭ᱟቁ᷇ሪⲴ‫ܗ‬Ӫˈ䘉Ӌ‫ܗ‬Ӫԕ⾵‫ˈ↖ޕ‬Ґ↖‫⾵؞‬DŽ ቁ᷇↖ᵟᴹгॱҼ㔍ᢰˈࡊ࣢ေ⥋ˈሩҐ↖㘵Ⲵ↖ᵟส⹰ᴹ⴨ᖃ 儈Ⲵᢰᵟ㾱≲DŽ㘼↖ᖃ⍮ᱟ޵ᇦѻᇇˈᕪ䈳޵࣏‫ˈ⛬؞‬ԕ᜿䘀≄ˈ ԕ≄䘀䓛DŽ↖ᖃ↖ᵟⲴ޵ᇦᗳ⌅㻛Շཊ࡛⍮↖ᵟ੨᭦ُ䢤ˈᡀҶ ѝഭ↖ᵟ㓳≄޵ᇦѻᇇDŽ䲔↔ѻཆˈ↖ᖃ↖ᵟጷቊ㠚❦Ⲵᤣ⌅ˈ ާᴹᖸ儈Ⲵޫ⭏ԧ٬઼‫ڕ‬䓛ԧ٬DŽ↖ᖃᤣ⌅㾱≲ԕḄ‫ࡊݻ‬ǃԕ䶉 ࡦࣘˈҏᴤ䘲ਸᲞ䙊Ӫ㓳Ґˈ‫≁ޘ‬৲оDŽ㘼↖ᖃഐ↔ˈ㓳Ґཚᶱ ᤣⲴӪ䙽ᐳ‫ޘ‬ഭ਴ൠDŽ  ↖ᖃ↖ᵟ֌Ѫѝഭ᮷ॆփ傼亩ⴞⲴਟ㹼ᙗ ㅜаˈส⹰䇮ᯭ㘳䟿DŽ↖ᖃኡк↖侶Շཊˈ↖ᵟᮉᆖѫ㾱⭡ ↖ᖃ↖ᵟՐӪ઼儈㓗↖ᵟᮉ㓳ӢՐ䓛ᦸDŽᮉᆖสൠⲴส⹰䇮ᯭ઼ ᮉᆖ亩ⴞᆼழ〻ᓖᐢ⴨ᖃᡀ⟏DŽⴞࡽˈ↖ᖃኡ↖ᵟഒփ઼䇝㓳ส ൠᐢᔰ䇮Ⲵᮉᆖ䈮〻ѫ㾱࠶Ѫ↖ᵟ㊫઼ޫ⭏㊫є⿽DŽ↖ᵟ㊫䈮〻

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

202


方琳

203

वᤜ↖ᖃཚᶱᤣǃᖒ᜿ᤣǃ‫ޛ‬খᦼǃ↖ᖃཚ҉ӄ㹼ᤣǃ↖ᖃཚ҉ 䘽䚕ᦼǃ↖ᖃࢁǃ↖ᖃཚ҉ᣲቈǃ↖ᖃ⦴↖ỽㅹࠐॱ྇⧽䍥↖ᵟ ྇䐟࣏⌅DŽޫ⭏㊫䈮〻ѫ㾱ᴹ↖ᖃཚᶱᤣǃ↖ᖃ䚃䰘ӄ㹼ޫ⭏〈 ࣏ǃ᱃ㅻ࣏ǃ↖ᖃӄᖒޫ⭏࣏ǃ‫⇥ޛ‬䭖ǃҍᇛ᯻䖜ॱҼ⌅ǃẙ࣏ ㅹࠐॱ྇ѝഭՐ㔏Ո⿰Ⲵޫ⭏࣏⌅DŽ ㅜҼˈ᮷ॆՐ᫝ᛵߥ㘳䟿DŽᨀࡠѝഭ࣏ཛˈ⋑ᴹӪ㜭ᘭ㿶↖ ᖃ↖ᵟⲴൠսDŽཚᶱᤣᱟ㔃ਸ䱤䱣ӄ㹼ѻਈॆ઼ѝ५㓿㔌ᆖⲴ⨶ 䇪⸕䇶ˈ޽࣐кਔԓⲴሬᕅᵟ઼ੀ㓣ᵟ㘼ᖒᡀⲴа⿽ᤣᵟDŽѝഭ Ӫ䇔Ѫˈ‫⛬؞‬ཚᶱᤣˈ㜭ཏ⽸⾧‫؞‬䓛ޫᙗǃᕪ䓛‫ڕ‬փⲴ֌⭘DŽཆ ഭӪ䇔Ѫ䘉⿽㜭ഋєᤘॳᯔⲴ↖ᵟ⦴࿉㘼⾎ཷˈҾᱟ↖ᖃኡкᙫ н䳮ਁ⧠↓൘▌ᗳ䫫⹄↖ᵟⲴཆഭӪDŽӾཚᶱᤣশᶕ㻛֌Ѫѝഭ བྷර⍫ࣘᔰᒅᔿ㺘╄㢲ⴞ৺ѝഭ਴ൠ൷ᴹ㓳ҐཚᶱᤣⲴ仾≄ᶕ ⴻˈཚᶱᤣ㔍ሩᱟᴰާѝഭ᮷ॆ⢩㢢Ⲵԓ㺘ѻаDŽ ㅜйˈоሩཆ≹䈝ᮉᆖⲴ㔃ਸ〻ᓖDŽ൘䇨ཊᔰ䇮Ҷ≹䈝ഭ䱵 ᮉ㛢уъⲴ儈ṑ䟼ˈ䈮〻䇮㖞ѝᗵ❦Պᴹѝഭ᮷ॆ㊫䈮〻ˈ䇨ཊ ᆖṑ䜭ᔰ䇮Ҷཚᶱᤣ䈮DŽഐѪཚᶱᤣᱟа⿽ࣘ֌∄䖳Ḅ㕃Ⲵѝഭ ↖ᵟˈᡰԕᮉ㓳൘ᮉᦸ䗷〻ѝ∄䖳ᇩ᱃᫽֌ˈᆖ⭏㓳Ґ䎧ᶕҏ⴨ ሩᇩ᱃DŽҼᶕˈ↖ᵟሩཆഭӪ࿻㓸ާᴹᐘབྷⲴ੨ᕅ࣋ˈྲ᷌㜭䇙

203

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


204

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ཆഭᆖ⭏ԜᆖҐаӋཚᶱ䈮〻ˈаᇊ㜭◰ਁԆԜᆖҐѝഭ᮷ॆⲴ ✝ᛵˈ਼ᰦҏ㜭ᨀ儈ԆԜⲴ≹䈝≤ᒣDŽ ൘↖ᖃኡ䘋㹼Ā↖ᵟоޫ⭏ā᮷ॆփ傼ᮉᆖˈѫ㾱࡙⭘㿲᪙ ⌅DŽ↖ᖃኡкᴹᖸཊ㋮ᖙⲴ↖ᵟ㺘╄ˈ䘉Ӌ㺘╄ᶱާᝏḃ࣋DŽփ 傼⍫ࣘਟԕᆹᧂᆖ⭏⅓䍿↖ᖃ↖ᵟ㺘╄ˈ䇙ᆖ⭏փણѝॾ↖ᵟⲴ ⾎ཷDŽ䲔Ҷ↖ᵟ㺘╄ѻཆˈ↖ᖃኡк䘈ᴹབྷ䟿Ⲵ↖侶ᨀ‫↖׋‬ᵟᮉ ᆖᤷሬˈᆖ⭏ਟԕ൘䘉ӋൠᯩᆖҐㆰᔿཚᶱᤣⲴ྇䐟ᤋᔿDŽᮉᐸ 㾱ᑞࣙᆖ⭏ᦼᨑཚᶱᤣⲴ㓳Ґ㾱亶ˈᒦᨀ䟂ᆖ⭏⌘᜿ੀ᭵㓣ᯠⲴ ᯩ⌅DŽ䲔↔ѻཆˈ䘈ਟԕѪᆖ⭏䇢䀓䚃ᮉ‫޵⛬؞‬ѩⲴᇇᰘ઼ᮉѹˈ ᑞࣙᆖ⭏亶Պ↖ᖃኡĀ↖ᵟоޫ⭏āⲴ᮷ॆⵏ䉋DŽ൘䈝䀰ᆖҐᯩ 䶒ˈᮉᐸҏᓄ䈕ሩĀੀ᭵㓣ᯠāǃĀ‫؞‬䓛ޫᙗāǃĀԕḄ‫ࡊݻ‬āǃ Āഋєᤘॳᯔāㅹ䇽ਕ䘋㹼䇢䀓ˈᑞࣙᆖ⭏〟㍟ᴤཊⲴ≹䈝䇽≷DŽ йǃᔪ・ѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴ↕僔о᜿ѹ  ᔪ・ѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴ↕僔ᾲ䘠 ѝഭᴹᖸཊ㪇਽Ⲵ仾Ჟ਽㜌ˈ䘉Ӌ䜭ਟԕ֌Ѫ᮷ॆփ傼⍫ࣘ Ⲵ༷䘹สൠDŽ❦㘼ˈᒦнᱟ⇿ањᲟ㿲䜭㜭Ѫѝഭ᮷ॆփ傼⍫ࣘ ᨀ‫ާ׋‬ᴹ勌᰾ѝഭ᮷ॆԓ㺘ᙗⲴփ傼DŽ䘉ቡ䴰㾱ᡁԜ൘ᔪ䇮ѻࡍˈ 䘋㹼‫ޘ‬ᯩսǃཊ䀂ᓖⲴࡽᵏ䇴ՠˈㆋ䘹ࠪ䛓Ӌ㜭㔬ਸփ⧠ѝഭ᮷ ॆⲴᲟ४DŽㅜҼˈُ䢤аӋᐢ㓿ᔰኅ䗷Ⲵѝഭ᮷ॆփ傼⍫ࣘⲴ㓿

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

204


方琳

205

傼ˈሩѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴᇎ䱵ᔪ䇮䘋㹼а㌫ࡇⲴ㿴ࡂˈ᢮ࡠ㜭 оሩཆ≹䈝ᮉᆖᆼ㖾㔃ਸⲴᯩᔿˈᙍ㘳᧘ᒯᯩṸˈራ≲оᔰ䇮Ҷ ≹䈝ഭ䱵ᮉ㛢уъⲴ儈ṑਸ֌DŽԕлሶӾѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴࡽ ᵏ䇴ՠ઼ᔪ䇮᧘ᒯйњᯩ䶒ᶕ䇪䘠ᔪ・ѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴ᧚ᯭ о↕僔DŽ  ࡽᵏ䇴ՠ ൘᥁䘹ѝഭ᮷ॆփ傼สൠᰦˈᓄ䈕ᰦ࡫ᢺĀӰѸ᡽ᱟާᴹѝ ഭ᮷ॆԓ㺘ᙗⲴ޵ᇩā֌Ѫ᥁䘹ⲴṨᗳDŽ㾱䙊䗷⁚ੁⲴ∄䖳ˈণ ሩ䈕᮷ॆ޵ᇩ൘ѝഭⲴ㺘⧠ᖒᔿоཆഭⲴ㺘⧠ᖒᔿ䘋㹼ሩ∄ˈԕ ↔ᶕ᰾⺞ӰѸ᡽ᱟᴰާѝഭ⢩㢢Ⲵ㾱㍐DŽྲᵜᣕ੺൘ሩṧᵜ↖ᖃ ኡⲴ䇴ՠ䗷〻ѝˈ䙊䗷оഭཆኡᐍⲴ∄䖳ˈਁ⧠Ҷ↖ᖃ᮷ॆѝⲴ ѝഭᇇᮉǃѝഭኡ≤оᔪㆁǃѝഭ↖ᵟᱟ࡛ާѝഭ᮷ॆ⢩㢢Ⲵ޵ ᇩ˗❦ਾˈ৸൘ᓄ䈕൘㓥ੁⲴ∄䖳ѝˈ޽⅑৫䇪䇱DŽ∄ྲˈ൘ᇇ ᮉᯩ䶒ˈ᤯↖ᖃኡо⌠ኡ⴨∄ˈᗇࠪҶ↖ᖃኡ⤜аᰐҼⲴǃ勌᰾ Ⲵ䚃ᮉ᮷ॆ⢩⛩˗൘ኡ≤оᔪㆁᯩ䶒ˈሶ↖ᖃኡ઼ॾኡ䘋㹼∄䖳ˈ ᗇࠪ↖ᖃኡнӵᱟ‫➗׍‬ኡփⲴ䎠࣯ˈᆼ‫ޘ‬䚥ᗚ㠚❦㿴ᖻൠᔪ䙐ᔪ ㆁ㗔ˈ㘼ф䘈൘ᔪㆁѝ᳇ਜ਼Ҷ⤜⢩Ⲵኡ≤ଢᆖˈԕ৺ⵏ↖᮷ॆDŽ ൘↖ᵟᯩ䶒ˈ᤯↖ᖃኡо᎙ኡ∄䖳ˈᗇࠪҶ↖ᖃ↖ᵟሩ‫؞‬Ґ㘵Ⲵ 㾱≲䖳վˈާᴹᲞ䘲ᙗ઼ޫ⭏ᙗⲴ⢩⛩DŽ

205

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


206

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ާփⲴ䇴ՠᯩṸˈྲк᮷ሩ↖ᖃኡⲴ䇴ՠ䗷〻DŽ俆‫ˈݸ‬ᓄᖃ 㘳䟿᮷ॆփ傼สൠⲴส⹰䇮ᯭˈণ㘳䟿䈕ൠᱟ੖ާ༷᢯䖭ѝഭ᮷ ॆփ傼⍫ࣘⲴ㜭࣋ˈᱟ੖ᴹᔰኅѝഭ᮷ॆ⍫ࣘⲴѠᇼ㓿傼˗ㅜҼˈ 㾱㘳㲁ⴞⲴൠ൘о㊫լⲴ᮷ॆփ傼สൠѻ䰤Ⲵ਼սㄎҹѝާᴹᘾ ṧⲴ᮷ॆՈ࣯ˈ᰾⺞ⴞⲴൠⲴ⢩⛩઼ㄎҹ࣋˗ㅜйˈ㾱㘳䟿䈕᮷ ॆփ傼亩ⴞоሩཆ≹䈝ᮉᆖ㔃ਸⲴਟ㹼ᙗˈণᱟ੖㜭੨ᕅཆഭᆖ ⭏ԜⲴ‫ޤ‬䏓ˈᱟ੖ާᴹՐ᫝ѝഭ᮷ॆⲴ᜿ѹㅹ˗ᴰਾˈ䘈ᓄሩ䈕 ൠⲴਁኅࡽᲟ઼᭯ㆆ᭟ᤱㅹᯩ䶒䘋㹼⴨‫ޣ‬㘳䟿DŽ  ᔪ䇮᧘ᒯ 俆‫ˈݸ‬ᓄ䈕൘ᐢ㓿ᔰਁᡀ⟏Ⲵ᯵⑨䍴Ⓚѝˈ䇮㖞㜭ケᱮสൠ ѝഭ᮷ॆ⢩⛩ⲴⲴփ傼亩ⴞDŽਟԕ৲㘳ᖃൠ᯵⑨㩕䬰Ⲵ㓿傼ˈҶ 䀓ଚӋ᯵⑨ӗ૱ᱟᴤާਟ㹼ᙗ઼੨ᕅ࣋ⲴˈҶ䀓⑨ᇒሩҾⲴᇑ㖾 ‫઼ੁٮ‬ᇑ㖾䴰≲DŽ䘈ਟԕُ䢤ᐢ㓿൘࡛༴Ѯ㹼䗷Ⲵѝഭ᮷ॆփ傼 ⍫ࣘⲴ㓿傼ˈᶕ䇮䇑ཊ⿽ཊṧⲴ⍫ࣘˈԕ໎ᕪ᮷ॆփ傼亩ⴞⲴ৲ оᙗDŽᆼழสൠⲴӔ䙊ᔪ䇮઼᧕ᖵ㜭࣋DŽ൘สൠᔰኅާᴹѝഭ᮷ ॆ⢩㢢Ⲵ㺘╄⍫ࣘㅹDŽ ራ≲ѝഭഭᇦ≹࣎ⲴᑞࣙˈᆖҐഭᇦ≹࣎൘᧘ᒯ≹䈝䗷〻ѝ Ѯ࣎⍫ࣘⲴ㓿傼DŽ⌘᜿㔃ਸᵜൠ⢩㢢ᶕᔪ䇮ѝഭ᮷ॆփ傼สൠDŽ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

206


方琳

207

ਟԕ᤯ࠪᔪ䇮ᯩṸˈ䈧≲ഭᇦ≹࣎൘᭯ㆆкⲴ᭟ᤱоᇓՐˈ䝽ਸ ≹࣎Ѯ㹼⴨‫Ⲵޣ‬᮷ॆփ傼⍫ࣘDŽ оᔰ䇮≹䈝ഭ䱵ᮉ㛢уъⲴ儈ṑ䘋㹼⋏䙊ˈਟԕѪ儈ṑ൘᮷ ॆ⍫ࣘ᧘ᒯᨀ‫׋‬⍫ࣘㆆࡂǃࡽᵏ䇢ᓗ䍴ᯉㆩ༷ǃփ傼⍫ࣘ㹼〻ᆹ ᧂ৺亴㇇ㅹᑞࣙDŽ  ᔪ・ѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴ᜿ѹ ᔪ・ѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴ᜿ѹՇཊˈㅜањ᜿ѹ൘Ҿ˖ᆳᴹ ࣙҾѝॾ᮷ॆⲴՐ᫝DŽ䲿⵰ѝഭ㓿⍾Ⲵ㞮伎ˈѝഭ᮷ॆ䎠ഭ䰘ҏ 䲿ѻ䶒Ѥѕጫ᥁ᡈDŽഭ䱵⽮ՊሩҾѝഭ᮷ॆⲴ䇔⸕䘈∄䖳┎ਾDŽ བྷ䜘࠶Ӫሩѝഭ᮷ॆⲴ䇔䇶‫⮉ڌ❦׍‬൘аӋㆰঅⲴ䈨ྲĀ侪ᆀāǃ ĀㆧᆀāǃĀҖ⌅āǃĀཚᶱᤣā䘉ṧⲴ᮷ॆㅖਧкˈᴹӋӪ⭊ 㠣䇔Ѫѝഭ䘈ᴹབྷ䜘࠶Ӫ⋑ਲ਼к依DŽྲօ䚯‫ݽ‬䘉Ӌ᮷ॆкⲴ䈟䀓 ઒˛ѝഭᓄ䈕ԕᔰ᭮Ⲵ㜨㾏᧘ࣘѝഭ᮷ॆ䎠ࠪ৫ˈ⧠ԓӪᓄ䈕ᙍ 㘳ᘾṧ䇙ѝഭⲴՐ㔏᮷ॆ❅ਁᯠⲴ‫ݹ‬ᖙDŽᔪ䇮ѝഭ᮷ॆփ傼สൠ ቡᱟањާᴹਟ㹼ᙗⲴਁኅ⁑ᔿDŽ㔃ਸ⧠ԓӪⲴᇑ㖾ḷ߶ˈ䇮䇑 ᯠ仆Ⲵփ傼ᯩᔿˈሩՐ㔏᮷ॆⲴ䟽ᯠợ⨶઼व㻵ˈᴰབྷ䲀ᓖൠ໎ ᕪ᮷ॆփ傼亩ⴞⲴ੨ᕅ࣋DŽ ᮷ॆփ傼สൠⲴᔪ䇮ˈᴹࣙҾᔰኅཊ⑐䚃ཊᖒᔿཊቲ⅑ሩཆ ᮷ॆӔ⍱DŽ൘勌᰾Ⲵ᮷ॆሩ∄лˈ䇙ѝഭՐ㔏᮷ॆᴹᵪՊ৲оц

207

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


208

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

⭼᮷᰾ሩ䈍ˈ‫׳‬䘋ѝഭ᮷ॆоц⭼ަԆ≁᯿᮷ॆⲴ⴨ӂᆖҐDŽਟ ԕᆖҐഭཆ‫؍‬ᣔՐ㔏᮷ॆⲴ㓿傼ˈҏਟԕᆖҐഭཆՐ᫝Ր㔏᮷ॆ Ⲵ㓿傼DŽ䘉ṧⲴ⴨ӂᆖҐ㜭ཏ໎ᕪѝॾ᮷ॆ൘ц⭼кⲴᝏਜ઼࣋ ᖡ૽࣋ˈ䇙ц⭼ᴤҶ䀓ѝഭDŽ䇙ц⭼⸕䚃ˈѝഭ൘㔗᢯Ր㔏᮷ॆ Ⲵ਼ᰦˈ࿻㓸⋑ᘈ䇠㾱нᯝࡋᯠ઼оᰦ‫ء‬䘋ˈѝഭ䘉њᤕᴹ⵰ц ⭼ᴰਔ㘱᮷᰾Ⲵഭᇦ‫❦׍‬ᱟ⭏ᵪࣳࣳDŽ ㅜҼˈᔪ䇮ѝഭ᮷ॆփ傼สൠˈਟԕѠᇼሩཆ≹䈝ᮉᆖѝⲴ ᮷ॆ䈮〻DŽሩཆ≹䈝ᮉᆖᱟᖃл↓✝Ⲵуъѻаˈަ⹄ウᯩੁਟ ԕᴤཊ‫ˈݳ‬ᴤоᰦ‫ء‬䘋ˈ䘉䴰㾱བྷ䟿ᆖ㘵Ⲵ‫਼࣋ࣚޡ‬DŽӾһሩཆ ≹䈝ᮉᆖⲴ㘱ᐸԜнӵ㾱ᑞࣙᆖ⭏Ԝ䇝㓳≹䈝֌ѪㅜҼ䈝䀰ᮉᆖ Ⲵ⟏㓳ᢰ㜭ˈᴤᓄ䈕ษޫ䈕уъⲴཆഭᆖ⭏Ԝ⨶䀓ѝഭ᮷ॆǃᴹ ᭸Ր᫝ѝഭ᮷ॆⲴ㜭࣋DŽᡰԕ⹄ウྲօᔪ䇮ѝഭ᮷ॆփ傼สൠᱟ 䶎ᑨᗵ㾱ⲴDŽ䘉ṧⲴ⹄ウ㜭ཏ໎ᕪᆖ、Ⲵᇎ⭘ᙗˈ㜭ᑞࣙษޫঅ սษޫࠪᴤㅖਸ⽮Պ䴰㾱Ⲵу䰘රӪ᡽DŽ   ㅜйˈ⹄ウྲօᔪ・ѝഭ᮷ॆփ傼สൠਟԕ䎧ࡠԕ᮷‫׳‬ᮉⲴ ֌⭘DŽሩҾཆഭӪ㘼䀰ˈѝ᮷ᱟ䶎ᑨ䳮ᆖⲴа䰘䈝䀰ˈнӵ≹ᆇ 䳮ᆖˈ䇽䈝㛼ਾⲴ᮷ॆ޵⏥ҏ⴨ᖃ༽ᵲDŽঊབྷ㋮␡Ⲵѝഭ᮷ॆн ᱟᲞ䙊ᆖҐ㘵㜭ཏ䖫ᶮᦼᨑⲴˈᡰԕᆖҐѝഭ᮷ॆᱟᖸᴹᗵ㾱ⲴDŽ ѝഭ᮷ॆփ傼⍫ࣘᵜ䓛ᱟᶱާ੨ᕅ࣋ˈѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴᆈ൘ˈ

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

208


方琳

209

㜭ᑞࣙփ傼㘵൘᮷ॆփ傼ѝ㧧ᗇⴤ㿲Ⲵᝏਇˈሩѝഭ᮷ॆ⸕䇶ӗ ⭏ާփⲴᝏᜣˈ࣐␡ԆԜሩѝഭՐ㔏᮷ॆⲴ␡‫⨶ޕ‬䀓DŽփ傼ᔿᮉ ᆖ∄Ր㔏Ⲵປ呝ᔿᮉᆖᴤ㜭ཏ◰ਁᆖҐ㘵ሩѝഭ᮷ॆⲴᆖҐ✝ ᛵˈᴹҶᆖҐ᮷ॆⲴ✝ᛵቡᗵ❦㜭◰ਁᆖҐ≹䈝Ⲵ〟ᶱᙗDŽѝഭ ᮷ॆփ傼สൠѪփ傼ᔿᆖҐᨀ‫׋‬Ҷਟ㜭ˈѪ䈮าⲴཊṧᙗᨀ‫׋‬Ҷ ਟ㜭DŽ ㅜഋˈᔪ・ѝഭ᮷ॆփ傼สൠ㜭ཏ‫׳‬䘋᮷ॆ㠚ⴱDŽሩҾสൠ ᵜ䓛㘼䀰ˈਟԕᆼழสൠⲴส⹰䇮ᯭᔪ䇮઼᮷ॆ䍴ⓀⲴᔰਁˈҏ Ѫ⹄ウަ㠚䓛ਁኅⲴਟ㜭ᙗᨀ‫׋‬ҶᯠⲴᙍ䐟DŽᖃањ᮷ॆփ傼ส ൠᔪᡀਾˈਟԕ᧘ࣘᖃൠ᯵⑨㓿⍾Ⲵᘛ䙏ਁኅDŽնᱟᡁԜ⧠൘ᑨ ᑨ㿱ࡠ䘉ṧⲴа⿽ᛵߥˈᲟ४᮷ॆнཏᴹ੨ᕅ࣋ˈᲟ४㓚ᘥ૱ॳ ㇷаᖻˈᲟ४བྷ࣋ᔰਁᯠⲴ᯵⑨䍴ⓀˈնᯠᲟ⛩ᰐ⌅оՐ㔏Ჟ⛩ ᴹ᭸㶽ਸˈ৽㘼⹤ൿҶ৏ᴹ䍴ⓀⲴ㖾ᝏDŽ䘉Ӌ䜭ᱟᲟ४䗷ᓖ୶ъ ॆᑖᶕⲴᔺㄟDŽᔪ䇮ѝഭ᮷ॆփ傼สൠˈ䴰㾱Ჟ४ᢺᴰާѝഭ᮷ ॆԓ㺘ᙗⲴ亩ⴞ᤯ࠪᶕ䘋㹼ᔰਁоᇓՐˈ䘉ᴹ࡙Ҿ৫᧘ࣘᲟ४㇑ ⨶㘵ᙍ㘳㠚䓛ᴰ⢩࡛ǃᴰާ᮷ॆԧ٬Ⲵ᯵⑨䍴Ⓚˈ䚯‫ݽ‬ഐਚ䘭≲ ୶ъԧ٬㘼ᘭ㿶Ჟ४޵Ṩԧ٬Ⲵᛵߥਁ⭏DŽ

209

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


210

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

ഋǃᙫ㔃 䘉ԭਟ㹼ර࠶᷀ᣕ੺ُ䢤Ҷ䘁ࠐᒤᶕѝഭ਴བྷ儈ṑѮ࣎Ⲵ Āᆄᆀᆖ䲒྆ᆖ䠁⭏᮷ॆփ傼ā⍫ࣘⲴᇍ䍥㓿傼ˈሩѝഭ᮷ॆ䈮 ⍫ࣘ䘋㹼Ⲵࡋᯠᙗ䇮䇑DŽ䇪᮷ԕ↖ᖃኡѪֻˈ൘㔬ਸҶབྷ䟿᮷⥞ оу㪇Ⲵࡽᨀлˈᨀ⛬Ҷ↖ᖃኡᡰ㮤ਜ਼Ⲵԕⵏ↖བྷᑍѪṨᗳⲴ䚃 ᮉ᮷ॆǃ⤜аᰐҼⲴኡ≤᮷ॆǃĀཙӪਸаāⲴᔪㆁ᮷ॆԕ৺䱤 䱣⴨⭏Ⲵ↖ᵟ᮷ॆDŽሩ↖ᖃኡѝ䘉Ӌާᴹ勌᰾ѝഭ᮷ॆԓ㺘ᙗⲴ փ傼㾱㍐䘋㹼Ҷ㌫㔏Ⲵ࠶᷀˖൘ᇇᮉ᮷ॆкˈ↖ᖃኡᱟ䚃ᮉഋབྷ ਽ኡѻ俆ˈᱟĀ䚃ᮉā䘉аѝഭᵜ൏ᇇᮉⲴՈ㢟䖭փ˗൘ኡ≤кˈ ↖ᖃኡެާĀзኡᶕᵍāⲴ≄઼࣯ኡ≤⴨ਸⲴ⿰㖾˗൘ᔪㆁкˈ ↖ᖃኡਔᔪㆁ㗔㿴⁑ᆿབྷˈ㿲ຈᾬ䰱⴨ӂ➗ᓄˈ䇮䇑䘹൰઼䉀ᐗ ࿉ˈᆼ㖾䈐䟺ҶĀཙӪਸаāǃĀ䚃⌅㠚❦āⲴ䚃ᮉ㿲ᘥ˗൘↖ ᵟкˈ↖ᖃ↖ᵟ䰘㊫喀‫ޘ‬ǃ޵ཆެ‫؞‬ǃԕ䶉ࡦࣘǃԕḄ‫ࡊݻ‬DŽ⭡ ↔ˈ޽䘋㹼㓶㠤Ⲵሩ∄⹄ウ˖䙊䗷ѝഭՐ㔏ᇇᮉоᵜ൏ॆਾⲴཆ ᶕᇇᮉⲴ⢩⛩ሩ∄ˈ↖ᖃኡоॾኡⲴኡ≤ѻ࣯оᔪㆁ⢩㢢Ⲵሩ∄ˈ ↖ᖃ↖ᵟоቁ࣏᷇ཛⲴሩ∄ˈㅹㅹˈࠨᱮҶ↖ᖃኡ֌Ѫѝഭ᮷ॆ փ傼สൠⲴ⤜⢩Ո࣯üüᆳᱟՐ㔏≁䰤ᇇᮉкⲴ㓟⌱ᙗǃኡ≤ᔪ ㆁ᮷ॆкⲴԓ㺘ᙗ઼↖ᵟ޵⏥Ⲵ⤜⢩ᙗⲴᆼ㖾㔃ਸˈᱟ䘋㹼ѝഭ ᮷ॆփ傼ⲴаᯩᇍൠDŽ൘↔ส⹰кˈᵜ᮷䘈ሩ↖ᖃኡ֌Ѫѝഭ᮷

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

210


方琳

211

ॆփ傼สൠⲴส⹰䇮ᯭǃ᮷ॆ≋തǃՐ᫝㓿傼઼਼սㄎҹㅹᯩ䶒 䘋㹼Ҷཊᯩս䇴ՠˈᒦሩ⴨‫ޣ‬᮷ॆⲴᮉᆖᯩ⌅ᨀࠪҶᔪ䇞ˈᴰਾ ᗇࠪ㔃䇪DŽ㔃䇪䇔Ѫˈ↖ᖃኡ֌Ѫѝഭ᮷ॆփ傼สൠᱟᆼ‫ޘ‬ਟ㹼 ⲴDŽᴰਾˈᵜ᮷᧒䇘Ҷᔪ・ѝഭ᮷ॆփ傼สൠⲴ↕僔ˈᨀࠪҶਸ ⨶ᔪ䇞ˈᒦᙫ㔃Ҷᔪ・ѝഭ᮷ॆփ傼สൠሩሩཆ≹䈝ᮉᆖⲴ᜿ѹDŽ          

211

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


212

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

৲㘳᮷⥞ 〻㼅⾟ljѝഭ᮷ॆ㾱⮕NJཆ䈝ᮉᆖо⹄ウࠪ⡸⽮ 䱸≤Ӂljѝഭኡ≤᮷ॆNJ↖≹བྷᆖࠪ⡸⽮ ᴩѭ၏䚃ᮉཆѩᵟоѝഭਔԓ㦟⢙ᆖljኡь५、བྷᆖᆖᣕ ⽮Պ、ᆖ⡸ NJ 㜑Ṳ‫ˈޠ‬ᵡሿ⦹ˈઘᘇ‫׺‬䈅䇪↖ᖃኡ᯵⑨䍴Ⓚѻ䚃ᮉ᮷ॆˈ lj䟽ᒶᐕᆖ䲒ᆖᣕNJㅜ ধㅜ  ᵏ ᾬᒶ㾯ljѝഭਔᔪㆁҼॱ䇢NJ⭏⍫g䈫Җgᯠ⸕й㚄Җᓇ ੅བྷਹᇇᮉᱟӰѸˈц⭼ᇇᮉ⹄ウ ˄兿˅⦻ᕬlj㘱ᆀ䚃ᗧ㓿⌘ṑ䟺NJѝॾҖተ ᶘ・ᘇlj↖ᖃ᮷ॆᾲ䇪NJ⽮Պ、ᆖ᮷⥞ࠪ⡸⽮ ˄᰾˅ᶘ᝾ljॷᓥ䳶NJк⎧ਔ㉽ࠪ⡸⽮ ᕐዡᒤˈ〻ᇌኡljѝഭ᮷ॆо᮷ॆҹ䇪NJѝഭӪ≁བྷᆖࠪ ⡸⽮ ↖ᖃኡᘇ㕆㒲ငઈՊlj↖ᖃኡᘇNJᯠॾࠪ⡸⽮ ֊਽ ᒤ  ᴸ  ᰕ䎠䘋ц⭼᮷ॆ䚇ӗ↖ᖃኡਔᔪㆁlj⒆े ᰕᣕNJ ѝഭ↖ᖃ䚃ᮉॿՊlj↖ᖃኡ䚃ᮉᾲ䘠NJ

Patrick R. Moran.2004.Teaching Culture:Perspectives in Practice.Foreign Language Teaching and Research Press.

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

212


方琳

213

ABSTRACT The Feasibility Analysis of Chinese Experimental Cultural Sites Setting ——A Case Study of Wudang Mountain Fang Lin This article introduces an innovative course design on Chinese culture in teaching Chinese as a foreign language by means of exploring some experimental cultural sites which meet the Chinese experimental cultural sites setting requirement. According to the experiences from the activity of Confucius Institute Scholarship holders on Chinese culture, this paper selects Wudang Mountain, which vividly has the representiveness of Chinese culture, as the case study. After the field investigation and the contrast of Wudang culture, this paper screens out and sums up some perspectives which can symbolize Chinese culture, including religion, landscape and buildings, and martial arts.

213

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


214

中国文化体验基地设置的可行性分析 — —以武当山为例

Moreover this paper provides an overall evaluation on infrastructure and culture dissemination, which is dealing with Teaching Chinese as a Foreign Language, to verify the feasibility to become a Chinese culture experimental site. Finally, as the Wudang Mountain case study, this article provides further suggestion on Chinese culture teaching, and survey on Chinese experimental sites construction. Keywords: Teaching Chinese as a Foreign Language, Chinese culture course, Experiential approach, Wudang Mountain.

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

214


บทวิจารณ์ หนังสื อ ปกรณ์ ศิวะพรประเสริฐ1 สุ วรรณา สถาอานั น ท์ (แปลและเขี ย นบทนํ า ). (2551). หลุนอี�ว์ : ขงจื� อสนทนา. กรุ งเทพฯ : สํานักพิมพ์แห่ งจุ ฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. “หากจะกล่า วว่า เราไม่ อาจเข้าใจ “ความเป็ นจี น ” ได้โดยไม่ศึ กษา ปรัชญาขงจื� อ เราก็จะกล่าวได้เช่นกันว่า เราไม่อาจเข้าใจปรัชญาขงจื� อ ได้อย่างจริ งจังหากไม่ศึกษาหลุ่นอี�ว”์ (สุวรรณา สถาอานันท์)

หลุนอี�ว์ (䇪䈝) จัดเป็ นคัมภีร์พ�ืนฐานของสํานักปรัชญาขงจื�อ เป็ นคัม ภีร์รวมบทสนทนาที� เหล่ า ศิษ ย์สํา นักขงจื� อ ได้รวบรวมขึ� น หลัง มรณกรรมของขงจื� อ หลุ นอี�ว์ฉ บับ ปั จจุบนั 2แบ่งออกเป็ น �� เล่ม (แต่ละเล่มแบ่งออกเป็ นบทย่อยๆหลายบท3) ชื� อของแต่ละเล่ม

1

อาจารย์ประจําหมวดวิชาศึกษาทัว� ไป คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ก่อนจะเป็ นหลุนอี�วฉ์ บับปั จจุบนั เคยมีการค้นพบฉบับอื�นๆมาแล้ว ซึ� งแต่ละฉบับมีการ แบ่ ง บท และมี จ ํา นวนบทแตกต่ า งกั น เล็ ก น้ อ ย ผู้ ส นใจศึ ก ษารายละเอี ย ดได้ จ าก

2

http://en.wikipedia.org/wiki/Analects 3

หนังสื อแปลหลุนอี�วแ์ ต่ละเล่มอาจจะใช้ลกั ษณนามไม่เหมือนกัน บางเล่มอาจจะแบ่งเป็ น ‘บท’ และ ‘ตอน’ ตามลําดับ ในที�น� ี จะเรี ยกตาม สุ วรรณา สถาอานันท์ คือ ‘เล่ม’ และ ‘บท’ ตามลําดับ

215

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


216

บทวิจารณ์หนังสือ

เรี ยกตามอักษรสองหรื อสามตัวแรกของบทที�หนึ�งในเล่มนั�นๆ มิได้ เป็ นการตั�งชื�อเล่มเพื�อสื� อความหมายแต่อย่างใด ข้อความส่ วนมากในหลุ นอี�วเ์ ป็ นบันทึกการสนทนาระหว่าง ขงจื�อกับบุคคลต่างๆ ไม่วา่ จะเป็ น ลูกศิษย์ เจ้าเมือง ขุนนาง ผูห้ ลีกลี� สั ง คม นายด่ า น หรื อกระทั�ง คนบ้า โดยขงจื� อ มี บ ทบาทเป็ นผู้ สนทนาหลักซึ� งถ่ายทอดความคิดหรื อคําสอนให้กบั คู่สนทนา (มีอยู่ ไม่กี�บทเท่านั�นที�ผสู้ นทนาหลักไม่ใช่ขงจื�อ แต่เป็ นศิษย์ซ� ึ งภายหลัง ได้รับยกย่องให้เป็ นอาจารย์ในสํานัก4 เช่น เจิงจื�อ ᴮᆀ กับ โหยวจื�อ ᴹᆀ) เป็ นที�น่าสังเกตว่าใน �� เล่มของหลุ นอี�วน์ � นั มีเพียงเล่มที� �� เท่ า นั� นที� ไ ม่ มี ล ัก ษณะเป็ นบทสนทนาแต่ เ ป็ นการบรรยายถึ ง บุคลิกภาพการวางตัวของขงจื�อต่อบุคคล พิธีกรรม และสถานการณ์ ต่างๆ ด้วยความแตกต่างทั�งในด้านรู ปแบบของเนื�อหาและกลวิธีใน การถ่ ายทอดของเล่ ม ที� �� นี� เองทํา ให้นัก วิช าการหลายท่านแบ่ง หลุ น อี� ว์เ ป็ น � ส่ ว น และเสนอวิ ธี ก ารอ่ า นหลุ น อี� ว์แ ตกต่ า งกัน ออกไป

4

จากบทเหล่านี�เองทําให้มีผสู ้ นั นิษฐานว่า บางข้อความในหลุนอี�วแ์ ต่งขึ�นจากศิษย์รุ่นหลัง (ไม่ใช่ ศิษย์โดยตรง) และหลุ นอี�วฉ์ บับปั จจุบนั นี� น่าจะเกิ ดจากการรวบรวมข้อเขี ยนของ ศิษย์หลายรุ่ น (ผูท้ ี�สนใจสามารถศึกษาเพิ�มได้จาก Andrew Zhonghu Yan . (2011). An

Existential Reading of the Confucian Analects. New York: Cambria Press.)

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

216


ปกรณ์ ศิวะพรประเสริฐ

217

ลัก ษณะของตัว บทที� ร วบรวมไว้ใ นหลุ น อี� ว์ไ ม่ มี ร ะบบ ระเบี ย บที� ชัดเจน ไม่ ได้เรี ย งตามเหตุก ารณ์ ไม่มีก ารจัดหมวดหมู่ เนื� อหา แม้วา่ อาจมีบางเล่มที�มีประเด็นเกาะกลุ่มกันแต่ก็ไม่สามารถ อ่านร้อยเรี ยงเป็ นเรื� องราวไปโดยตลอด ประเด็นของเนื�อหาที�กระจัด กระจายไปตามบทต่ า งๆ มี ท� งั เรื� องสั ง คม การเมื อ งการปกครอง จารี ตประเพณี วัฒนธรรม ศีลธรรม การศึกษา ตลอดจนสุ ขอนามัย ในที� น� ี ผเู้ ขียนจะขอกล่าวถึ งหลุ นอี�วฉ์ บับภาษาไทยเล่มหนึ� ง คือ “หลุนอี�ว์ : ขงจื� อสนทนา” ที�แปลและเขียนบทนําโดย สุ วรรณา สถาอานันท์ ซึ� งเป็ นหนึ� งในหนังสื อแปลหลุ นอี�วท์ ี�มีความสมบูรณ์ ในทางวิชาการอย่างมาก ในส่ ว นของการแปล ผูแ้ ปลเริ� ม ต้น จากฉบับ แปล และใช้ เกณฑ์การแบ่งบท5ของ เจมส์ เล็กเก็ต (James Legge) ซึ� งเป็ นสํานวน แปลภาษาอังกฤษอันเป็ นที�นิยมในทางวิชาการสากล ทั�งนี� ผูแ้ ปลยัง ได้เที ยบเคี ยงกับสํานวนแปลอื� นๆอี ก � สํานวน ซึ� งเป็ นที�ย อมรั บ ในทางวิชาการ ได้แก่ สํานวนของ ดีซี เลา (D.C. Lau), อาร์ เธอร์ แว ลีย ์ (Arthur Waley), รอเจอร์ เอมส์ กับ เฮนรี� โรสมองต์ (Roger T. Ames and Henry Rosemount, Jr.), และบรุ คส์ กับ บรุ คส์ (E. Bruce Brooks and A. Taeko Brooks) พร้อมทั�งตรวจสอบกับต้นฉบับ 5

หลุ นอี�ว์ ที�แปลเป็ นสํานวนต่างๆนั�น มีการแบ่งเล่ มเป็ น �� เล่ มเท่ากันทุกสํานวน แต่ ภายในแต่ละเล่มอาจมีการแบ่งเป็ นบทย่อยๆต่างกันไปบ้าง การแบ่งแบบเจมส์ เล็กเก็ตเป็ น ที�นิยมในแวดวงวิชาการมากที�สุด

217

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


218

บทวิจารณ์หนังสือ

ภาษาจีน6กับผูร้ ู้ภาษาจีนหลายท่าน การเลือกใช้คาํ แปลต่างๆก็ได้ให้ เหตุผลประกอบ ข้อความที�มีการแปลไปมากกว่าหนึ�งความหมายก็ ได้รวมรวบอธิ บ ายไว้ใ นเชิ ง อรรถท้า ยบทโดยไม่ไ ด้ล ะเลย ส่ ว น ความบางตอนที�คลุมเครื อก็แปลโดยทิ�งความไว้แค่น� นั ไม่ได้ต่อเติม โดยพลการ “หลุนอี�ว์ : ขงจื� อสนทนา” ฉบับนี� จึงจัดได้ว่าเป็ นฉบับ แปลภาษาไทยที�สมบูรณ์อย่างยิง� นอกจากบทแปลภาษาไทยแล้ว ในหนังสื อยังมี บทนํา ที�ได้ เรี ยบเรี ยงประเด็นสําคัญในหลุนอี�วไ์ ว้ โดยเริ� มจากสิ� งที�ผอู้ ่านควรจะ มีพ�ืนฐานเพื�อง่ายต่อการแสวงหาความเป็ น “ระบบ” หรื อ “หนึ� งใช้ เรี ยงร้อยสรรพสิ� ง” ในปรัชญาขงจื�อ ด้วยการกล่าวถึงบุคลิกลักษณะ และบทบาทของคู่สนทนาสําคัญที�จะพบในหลุนอี�ว์ เช่ น เหยียนหุ ย (仌എ) จื�อก้ง (ᆀ䋒) จื�อลู่ (ᆀ䐟) ไจ๋ หว่อ (ᇠᡁ) เป็ นต้น7 จากนั�น จึ ง ไล่ เ รี ย งประเด็ น ไปจาก สภาพความเสื� อ มของ ความสัมพันธ์ ระหว่างมนุ ษย์ในระดบัต่างๆที� ปรากฏอยู่ในหลุ นอี�ว์ 6

ภายในเล่มได้แยกต้นฉบับหลุนอี�วภ์ าษาจีน(เขียนด้วยอักษรตัวเต็ม)ไว้ดา้ นหลังต่างหาก ซึ� งเป็ นฉบับ ที� มีก ารแบ่ง บทต่ า งจาก เจมส์ เล็ ก เก็ต เล็ ก น้อย ผูอ้ ่ านที� มีค วามรู้ ภ าษาจี น สามารถอ่านเทียบเคียงกันไปได้ 7 บุคคลเดี ยวกันในหลุนอี�วบ์ างครั�งอาจจะเรี ยกด้วยฉายานาม เช่ น เหยียนหุ ย ในบางบท อาจจะเรี ยกว่า เหยียนหยวน (仌␥) หรื อ หยวน (␥) หรื ออย่าง จื�อก้ง ก็จะเรี ยกว่า ซื� อ (䌌) เรื� องชื�อ ฉายา พร้อมประวัติของศิษย์แต่ละคนที�ปรากฏในหลุนอี�วส์ ามารถหาอ่านเพิ�มเติม ได้จาก อมร ทองสุ ก (แปลและเรี ยบเรี ยง). (����). คัมภีร์หลุนอวี�. ปทุมธานี : สํานักพิมพ์ ชุณหวัตร.

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

218


ปกรณ์ ศิวะพรประเสริฐ

219

ทั�งระดับผูป้ กครองที�ใช้ขนบจารี ต (⽬ หลี�) อย่างฉ้อฉล ระดับสังคม โดยรวมที� ค วามชั� ว ร้ า ยของคนมี ม ากขึ� น มาตรฐานทางสั ง คม เปลี� ย นแปลงไป(ในทางที� เ ลวลง) และระดับ ครอบครั ว ที� ค วาม กตัญ�ูเหลือเพียงเปลือกนอก ในสถานการณ์เช่นนี� คนบางกลุ่มก็เข้า ร่ วมฉกชิ งผลประโยชน์ บางกลุ่ มก็ละทิ�งหน้าที�ทางสังคม อันเป็ น เหตุให้ขงจื�อต้องนําเสนอทางออกให้กบั ยุคสมัย โดยหนังสื อเล่มนี� ได้จ ับ เอาประเด็ น สํา คัญ ในปรั ช ญาขงจื� อ มานํา เสนอ � ประเด็ น ได้แก่ 1. มนุ ษยธรรม ( ӱ เหริ น)ว่า ด้ว ยคุ ณ สมบัติเบื� องต้นแห่ ง ความเป็ นมนุษย์ 2. ความรัก ความเกลียด ว่าด้วยความรู้สึกที�ถูกต้องดีงาม 3. ขนบจารี ต (⽬ หลี�) ว่าด้วยการแสดงออกเชิ งสัญลักษณ์ แห่งความเป็ นมนุษย์ 4. วิญ�ูชน (ੋᆀ จวินจื�อ) ว่าด้วยมนุษย์ผพู้ ฒั นามาดีแล้ว 5. การเดินทางกับความรู ้ทางปรัชญา ว่าด้วยความเชื�อมโยง ของความรู้และอุดมการณ์ 6. รัฐธรรม ว่าด้วยปรัชญาการปกครอง และเนื� อหาส่ วนสุ ดท้ายของบทนํา ก็จบลงด้วย คําตอบของคําถาม ที�วา่ แท้จริ งแล้วขงจื�อเป็ นนักอนุรักษ์นิยมหรื อไม่?

219

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557


220

บทวิจารณ์หนังสือ

แม้หนังสื อเล่มนี� จะเป็ นหลุ นอี�วฉ์ บับแปลที�มีความสมบูรณ์ พร้อมทั�งมีการจับประเด็นไว้ให้อย่างเป็ นระบบ แต่ประเด็นที�ผแู้ ปล นําเสนอก็เป็ นเพียงแนวความคิดส่ วนหนึ� งที�มีอยู่ในหลุ นอี�วเ์ ท่านั�น ภูมิปัญญาอันลึ กซึ� งของขงจื�อไม่อาจถูกจํากัดได้ดว้ ยคัมภีร์เพียงเล่ม เดียว ปัจจุบนั ยังมีอีกหลายประเด็นที�ตอ้ งการการตีความ ขยายความ และทําความเข้าใจ ในการ“ร่ วมวงสนทนา”กับหลุ นอี�ว์ ผูอ้ ่านแต่ละคนสามารถ เลือกพิจารณาประเด็นที�ตนสนใจ หรื อ ขยายความเข้าใจของตนด้วย การอ่านฉบับแปลสํานวนอื�นๆ หรื อกระทัง� การอ่านหนังสื อปรัชญา จีน โบราณสํานักอื� นๆที� มีป ฏิ สั มพันธ์ กนั ทั�ง ทางตรงและทางอ้อม เช่น เต้าเต๋ อจิง ม่อจื�อ เมิ�งจื�อ หานเฟยจื�อ แล้วผูอ้ ่านก็จะเข้าใจ “ความ เป็ นจีน” ได้มากขึ�น เอวัง...

วารสารจีนวิทยา ◆ ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

220

Profile for Mae Fah Luang University

วารสารจีนวิทยา ปีที่ 8 สิงหาคม 2557  

วารสารจีนวิทยา ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

วารสารจีนวิทยา ปีที่ 8 สิงหาคม 2557  

วารสารจีนวิทยา ปีที่ 8 สิงหาคม 2557

Profile for imu-mfu