Issuu on Google+

การรักษา 1.การผ่าตัด สามารถทาได้สามวิธี ประกอบด้วย การผ่าตัด แบบอนุ รักษ์เต้านม การผ่าตัดเอาเต้านมออกหมด และการผ่าตัดเอาเต้านมออกหมดร่ วมกับการผ่าตัด เสริ มสร้างเต้านมขึ้นใหม่ ทั้งนี้ข้ ึนกับระยะของโรค และลักษะของก้อนมะเร็ งและลักษณะเต้านมของ ผูป้ ่ วยแต่ละราย (มะเร็ งระยะเดียวกันการรักษาทั้ง สามวิธีการพยากรณ์โรคไม่แตกต่างกัน) 2.การใช้รังสี รักษา (การฉายแสง) ให้ในกรณี ที่ ผ่าตัดแบบอนุ รักษ์เต้านมทุกราย อาจใช้ร่วมกับการ ผ่าตัดมะเร็ งเต้านมในระยะ2 และ 3 เพื่อลดอัตราการ เกิดซ้ าในรายที่มะเร็ งมีขนาดใหญ่หรื อลุกลามไป ต่อมน้ าเหลืองที่รักแร้หลายต่อม 3.การใช้ยาเคมีบาบัด 4.การใช้ยาต้านฮอร์ โมน 5.การรักษาแบบเฉพาะเจาะจง (Targeted therapy) 6.การตัดเอาแหล่งผลิตฮอร์ โมนออก เช่น ตัด รังไข่ หรื อฉายแสงให้รังไข่ฝ่อ ทั้งนี้แพทย์อาจจะใช้วธิ ีเดียวหรื อหลายวิธี ร่ วมกันก็ได้ตามความเหมาะสมในผูป้ ่ วยแต่ละราย

การป้องกัน การป้ องกันที่ดีที่สุดคือการค้นพบโรคในระยะเริ่ มแรก 1. ตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละ 1 ครั้งหลัง ประจาเดือน 7 วัน

2. ถ้าพบก้อนหรื อสิ่ งผิดปกติของเต้านมควรปรึ กษา แพทย์โดยเร็ ว เพราะมะเร็ งระยะแรกๆ รักษา หายขาดได้ 3. ควรไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง 4. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่หลีกเลี่ยงอาหาร ไขมันและแอลกอฮอล์ 5. ออกกาลังกายสม่าเสมอ 6. พักผ่อนและทาจิตใจให้สงบสบาย 7. ต้องใช้ความเข้าใจในการตรวจรักษา ผลข้างเคียง ต่างๆจะลดลง และหายไปเมื่อสิ้ นสุ ดการรักษา

สอบถามข้ อมูลเพิม่ เติมที่ 043-366919-20

หน่ วยรักษ์ ปทุม โรงพยาบาลศรีนครินทร์ รวบรวมโดย: ผศ.องอาจ โสมอินทร์ พว.คณิตา ชาดี พว.ธนาพร อรรจนางกูร มกราคม 2560


มะเร็งเต้ านม มะเร็ งเต้านมเป็ นมะเร็ งที่พบมากในสตรี เป็ น อันดับ 1 และมีอตั ราการเสี ยชีวติ เป็ นอันดับ 2 รองจาก มะเร็ งปากมดลูก ดังนั้นการดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ ยง ของการเกิดมะเร็ ง และการค้นพบมะเร็ งตั้งแต่ระยะ เริ่ มแรกในขณะที่กอ้ นมีขนาดเล็ก และก้อนมะเร็ งยังอยู่ เฉพาะที่เต้านม ยังไม่แพร่ กระจายไปต่อมน้ าเหลือง จึง เป็ นเรื่ องสาคัญ เพราะ จะมีโอกาสหายขาดมากขึ้น เมื่อ เทียบกับการตรวจพบก้อน มะเร็ งที่มีขนาดใหญ่ หรื อ กระจายไปต่อมน้ าเหลืองที่รักแร้แล้ว

การตรวจวินิจฉัย 1. แพทย์ซกั ประวัติ 2. ตรวจเต้านมและต่อมน้ าเหลือง 3. การเอกซเรย์เต้านมด้วยการทาแมมโมแกรม วินิจฉัยได้ถูกต้องประมาณ 85-90 เปอร์เซ็นต์ 4. การผ่าตัดเอาชิ้นเนื้ อส่ งตรวจ 5. การใช้เข็มเจาะดูดเซลล์ส่งตรวจ

6. การเจาะเลือดตรวจเพื่อประเมินดูวา่ มะเร็ งกระจาย ไปที่ต่อมน้ าเหลืองและตับหรื อไม่ สาเหตุ มะเร็ งเต้านมยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน สตรี ที่มีโอกาสเป็ นมะเร็ งเต้านมได้มาก คือ 1. สตรี ที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป 2. เป็ นโสดหรื อแต่งงานแล้วไม่มีบุตรหรื อมีบุตรน้อย กว่า 2 คน 3. ไม่เคยเลี้ยงบุตรด้วยน้ านมตนเอง 4. มีประวัติในครอบครัวว่ามารดาหรื อพี่นอ้ งเป็ นมะเร็ ง เต้านม 5. มีประวัติเป็ นมะเร็ งเต้านมข้างหนึ่งมาก่อน 6. คลอดบุตรคนแรกเมื่ออายุ 30 ปี ขึ้นไป 7. มี ป ระวัติป ระจาเดื อนครั้ งแรกอายุน้อยกว่า 12 ปี และหมดประจาเดือนช้าหลังอายุ 55 ปี 8. ผูท้ ี่ได้รับการรักษาด้วยฮอร์ โมนมากกว่า10-15 ปี 9. ผูท้ ี่ รับประทานอาหารประเภทไขมันหรื อเครื่ องดื่ ม ประเภท แอลกอฮอล์มาก 10.ผูท้ ี่มีภาวะเครี ยดและไม่ออกกาลังกาย 11.ผูท้ ี่อยูท่ ่ามกลางเชื้อโรค รังสี หรื อสารเคมีต่างๆ

อาการ 1. มี ก้ อ นลั ก ษณะแข็ ง คล าขอบเขตได้ ไ ม่ ชั ด เจน ส่ วนมากไม่เจ็บปวด 2. มีการดึ งรั้งของผิวหนังเกิดเป็ นรอยบุ๋มหรื อมีการดึ ง รั้งของหัวนม 3. อาการบวมซึ่ งเกิ ด จากเนื้ องอกอุ ด กั้ นทางเดิ น น้ าเหลือง ผิวหนังบวมหนาขึ้น ขรุ ขระเหมือนผิวส้ม ก้ อ นแข็ ง บวมแดง แสดงว่ า มี ก ารกระจายมาที่ ผิวหนัง ซึ่งเป็ นลักษณะมะเร็ งระยะที่ 3 4. ต่อมน้ าเหลืองที่รักแร้โต 5. คันบริ เวณหัวนมหรื อหัวนมแดงผิดปกติ 6. มีน้ าสี แดงจากหัวนม 7. ถ้าเจ็บแสดงว่าอยู่ใ นระยะหลังของมะเร็ ง ถ้าปวด หลัง แสดงว่ากระจายไปกระดูกสันหลัง ถ้าไอแสดง ว่ากระจายไปปอด 8. อาการผิวเต้านมแตกเป็ นแผลมัก พบในระยะหลัง ของมะเร็ ง บางรายก้ อ นมะเร็ ง โต ทะลุ ผิ ว หนั ง ออกมา เกิ ดการติดเชื้ อมีน้ าเลื อดน้ าหนองไหลจาก แผลที่แตกทาให้มีกลิ่นเหม็น


โรคมะเร็งเต้านม