Issuu on Google+

สมาคมทองคำฝันไกล ดันแผนผลิตทองให้จีน


สารบัญ Contents

คุยกับนายกสมาคมฯ

10

เรื่องจากปก

38

สัมภาษณ์พิเศษ

48

คุยกับนายกสมาคมฯ จับตาระยะเปลี่ยนผ่าน ของตลาดทองคำไทย แวดวงทองคำ กม.ฟอกเงินใหม่ คุมเพิ่ม 9 อาชีพ มีผลกลาง พ.ย. นี้ “ทองธงฟ้า” ดึงกำลังซื้อ เพิ่มกำลังขาย จี้สมาคมฯ ประสานร้านค้าส่ง ใช้กม.ลิขสิทธิ์เล่นงานกลุ่มมิจฉาชีพ โกลบอลโกลด์ ข่าวคราวความเคลื่อนไหวแวดวงทองคำในต่างประเทศ ตารางราคาทองคำ อัตราซื้อขายทองคำในประเทศ ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ จับตาการเมืองญี่ปุ่น ทำเอเชียแน่นแฟ้น รอบรู้เรื่องทองคำ เยือนถิ่นกระทุ่มแบน ต้นกำเนิด “เบญจรงค์” เรื่องจากปก สมาคมทองคำฝันไกล ดันแผนผลิตทองให้จีน ระเบียงทองคำ เปิดตำนานทองคำ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย สัมภาษณ์พิเศษ 6 เดือน โกลด์ ฟิวเจอร์ส น่าพอใจ TFEX เตรียมเซ็นต์สัญญา 10 บาท ขยายตลาด มุมสุขภาพ วันนี้คุณดูแลดวงตาของคุณดีเพียงไร “WINE” เลือกให้เป็น... ดื่มให้คุ้ม... 5 นาทียามบ่าย Break ออกกำลังกายง่าย ๆ

• • • •

10

• • • • • • •

20

• • •

52 54 58

14 16 18

28 31 34 38 42 42


บท บ.ก. Editor Talk

หลังจากที่เงียบเหงามานาน เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาราคาทองคำในตลาด โลกก็ได้ขึ้นไปทดสอบราคา พันดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ตลาดการซื้อขายทั้งในส่วนทองคำ แท่งและตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส ได้คึกคักกันอีกรอบ แต่ทว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ในตลาดโลกคงจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีกระแสการเคลื่อนไหวของกลุ่มเฮดฟันด์ อย่างต่อเนื่อง และการขึ้นลงของราคากลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์หลายครั้งยังเหนือการคาดหมาย วารสารทองคำในฉบับนี้ มีหลายเรื่องที่น่าติดตาม ทั้งความเคลื่อนไหวที่ได้นำเสนอใน ฉบับนี้ และจะติดตามความเคลื่อนไหวมานำเสนอในฉบับต่อ ๆ ไป ทั้งเรื่องการเสนอตัวของ สมาคมค้าทองคำ ให้ไทยเป็นฐานการผลิตทองคำเพื่อป้อนให้ตลาดจีน ซึ่งหากโครงการนี้ สำเร็จเชื่อว่าจะเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญของวงการทองคำไทย เพราะนอกจากจะช่วยสร้าง งานสร้างเงินแล้ว ยังมีผลพลอยได้อื่น ๆ ตามมา โดยเฉพาะเรื่องของแก๊งมิจฉาชีพที่ออก หลอกลวงร้านค้าและสถานธนานุบาล ขณะที่ตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส แม้ว่าจะเปิดดำเนินการมาได้ 6 เดือน แต่การตอบรับ ถือว่าน่าพอใจ ซึ่งในฉบับนี้ คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่จะพูดถึงความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา รวมไปถึงแผนงานใน ช่วงต่อ ๆ ไป สำหรับคอลัมน์ ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ จะมาดูความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจโลก หลังครบรอบ 1 ปี วิกฤตการณ์ แฮมเบอร์เกอร์ ดีซีส ที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลก มา ถึงวันนี้หลายสำนักฟันธงตรงกันได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วจากนี้ไปจะเข้าสู่ยุคฟื้นตัว จากนั้นไป คงจะต้องจับตากันว่ารัฐบาลของประเทศไหนจะมีฝีมือมากกว่ากัน และขั้วอำนาจทาง เศรษฐกิจของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ส่วนคอลัมน์อื่น ๆ ทั้งระเบียงทองคำ แวดวงทองคำ ก็ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจให้ ติดตามเช่นเคย...

เจ้าของ

ดำเนินการโดย

ออกแบบรูปเล่ม

สมาคมค้าทองคำ เลขที่ 9/1 อาคาร 3 ชั้น 2 ถนนเสือป่า แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100 โทรศัพท์ 0-2623-2301-3 โทรสาร 0-2623-2305

บริษัท วิเสจ จำกัด 23/1 ซอยอินทามระ 3 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2616-6749-50 โทรสาร 0-2615-4941

บริษัท แอร์บอร์น พรินต์ จำกัด 1519/21 ซอยลาดพร้าว 41/1 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ 0-2939-9700 โทรสาร 0-2512-2208


คุยนายกสมาคมฯ กับ

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ

จับตาระยะเปลี่ยนผ่านของ

ตลาดทองคำไทย

10

ทองคำ

วารสาร


การ

แกว่งตัวของราคาทองคำในปีนี้ ถือว่ายังน้อยกว่าปีที่ผ่าน มา ที่มีความผันผวนตลอดทั้งปีถึง 11 ครั้ง ขณะที่ในปีนี้ เพิ่งจะเห็นราคาทองแกว่งตัวขยับขึ้นในระดับสูงสุดเพียง 2 ครั้ง คือช่วง เทศกาลตรุษจีนเมื่อเดือน ก.พ. และเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย. โดยเฉพาะ เมื ่ อ วั น ที ่ 8 กั น ยายน ที ่ ร าคาทองคำในตลาดโลกปรั บ ตั ว มาอยู ่ ท ี ่ 1,006.75 เหรียญสหรัฐ หรือในบ้านเราทองรูปพรรณขายออกบาทละ 16,500 บาท อย่างไรก็ตามเชื่อว่าอีกไม่นานยังมีแนวโน้มที่ราคาทองคำ จะขยับขึ้นสูงอีกครั้ง ทั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่มาเกื้อหนุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นักลงทุน ในจีนลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐ และหันมาลงทุนในทองคำแทน นอกจากนั้นกลุ่มเฮดฟันด์ได้โยกเงินจากการเก็งกำไรน้ำมันมาลงทุนใน ตลาดทองคำอีกครั้ง พร้อมกันนี้ยังเชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้ ราคาทองคำอาจ ขยับขึ้นทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 1,050-1,060 เหรียญ

สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งจะทำให้ราคาซื้อขายในบ้านเราขยับไปที่บาทละ 16,500-16,600 บาท เมื่อเทียบกับไฮท์ปี 51 ที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ 1,034 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ “จากสภาวะการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในปีนี้ อาจจะมองว่า ช่วยให้ทำงานง่าย แต่หากจะมองในเรื่องการซื้อขายแลกเปลี่ยนแล้ว ถือว่าแย่กว่าปีที่ผ่านมา ที่ราคาค่อนข้างผันผวนทำให้มีการเสนอซื้อ เสนอขายกันตลอด แต่ปัจจุบันจากที่ราคาทองยังคงสูง สภาพเศรษฐกิจ ก็ไม่ดี ผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่าย และไม่มีเงินเก็บ ทำให้การซื้อ ขายทองคำก็ต้องเงียบเป็นธรรมดา อย่างไรก็ตามก็หวังว่าครึ่งปีหลังราคา ทองอาจจะมีการปรับตัวขึ้นลง เพื่อให้มีการเสนอซื้อเสนอขายกันมากขึ้น อย่างน้อยได้กำไรจากการซื้อขายทองคำแท่งบ้างก็ยังดี” นายกสมาคมค้าทองคำกล่าวต่อไปว่า ในขณะนี้ต้องยอมรับว่า

ผู้ประกอบการร้านทองตอนนี้เจอศึกหลายด้าน ทั้งเรื่องของยอดขายทอง

ทองคำ

วารสาร

11


รูปพรรณที่ปรับตัวลดลงมานานแล้ว ส่วนการฝากขายก็ต้องระมัดระวัง มากขึ้น เนื่องจากแก๊งมิจฉาชีพได้ตระเวนออกปฏิบัติการในหลากหลาย รู ป แบบในหลายพื ้ น ที่ ขณะที่การซื้อขายทองคำแท่งเอง ก็ ม ี ต ลาด โกลด์ ฟิวเจอร์ส เข้ามาแบ่งลูกค้าไปส่วนหนึ่ง ซึ่งจากการประเมิน เชื่อว่ามีลูกค้าจากร้านทองไหลไปที่ตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส ไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะดูได้จาก สัญญาการซื้อขายที่โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้น่าเป็นห่วงว่าร้านทอง ต่อไปในอนาคตจะลำบาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในช่วงที่มีการผันผวน ของทองคำในตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมา ทำให้การซื้อขายของโกลด์ ฟิวเจอร์สทะลุไปกว่า 2 พันสัญญา ลองคิดดูว่า 1 สัญญา เท่ากับ 50 บาททองคำ มู ล ค่ า จะสู ง ขนาดไหน ซึ ่ ง ยอดขายตรงจุ ด นี ้ ต ้ อ ง ยอมรับว่าถูกดึงจากร้านทองไป ไม่เพียงเท่านั้น ในอนาคต ตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส ก็จะต้องพัฒนา มากขึ้น โดยอาจจะเปิดให้กองทุนซื้อขายทองคำจากต่างประเทศเข้ามา ทำตลาด และจะลดขนาดของสั ญ ญาการซื ้ อ ขายให้ ม ี ข นาดเล็ ก ลง 12

ทองคำ

วารสาร

เหลือเพียง 10 บาทต่อสัญญา เพื่อขยายกลุ่มนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น

รวมทั้งเปิดโอกาสให้กลุ่มหน้าใหม่ที่สนใจได้มีโอกาสทดลองลงทุน ในตลาดโกลด์ ฟิ ว เจอร์ ส มากขึ ้ น อย่ า งไรก็ ต ามในประเด็ น ของ การปรับสัญญาให้มีขนาดเล็กลง ทางสมาคมก็ได้เสนอให้ทาง TFEX ให้ ท บทวนอี ก ครั ้ ง เพราะการปรั บ เปลี ่ ย นในครั ้ ง นี ้ อาจจะกระทบ ร้ า นขายทองเร็ ว เกิ น ไป ทั ้ ง นี ้ ห ากจะลดขนาดสั ญ ญาลง ���็ ค ่ อ ย ๆ ปรับ ไม่ควรปรับครั้งเดียว เพราะอาจจะส่งผลกระทบกับการค้าทองคำ แท่งในตลาดทองคำของประเทศ จากการขยายตัวของโกลด์ ฟิวเจอร์ส เชื่อว่าในอนาคตร้านทองจะ ต้องปรับตัวขนานใหญ่ เนื่องจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาแทรกแซง ตลาดไปแล้ว นายห้าง เถ้าแก่ทั้งหลายที่มีเงินเยอะ กลุ่มนี้อายุก็ค่อย ๆ มากขึ้น และจะผ่องถ่ายกิจการมาให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่หันไปสนใจพวก เทคโนโลยี ก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมา และกลุ่มนี้ก็จะหันเข้าไปเล่นในตลาด โกลด์ ฟิวเจอร์ส และอาจจะไปตลาด ETF อีกบางส่วน


นอกจากนั้นที่มาของรายได้ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนที่มาจากทองคำแท่ง เพิ่มมากขึ้น แต่ก็จะต้องถูกแบ่งไปโดยตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส ก็จะทำให้ รายได้ส่วนนี้ลดลง จะหวังเพียงรายได้จากการขายฝาก หรือทำรูปพรรณ ก็ยังยาก เพราะทิศทางราคายังคงเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง การที่จะทำให้คน ยอมรับราคาในจุดนี้ เศรษฐกิจต้องดีมาก ๆ แต่จนถึงขณะนี้แล้วต้อง ยอมรับยังมองไม่เห็นฝั่ง ซึ่งเชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกระยะ ยังไม่มีใครบอก ได้ว่านานเพียงไร แต่ในปีนี้คงไม่ดีขึ้นแน่ และมีแนวโน้มที่จะเลยไปถึง ครึ่งปีหน้า แม้ว่ารัฐบาลจะฉีดเงินเข้าระบบนับแสนล้านบาทก็ตาม โดย ปัจจัยหลักน่าจะอยู่ที่เรื่องของการเมืองที่ยังคงมีปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ในเรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างสูง เพราะจะเป็นจุดที่สร้างความเชื่อ มั่นให้กับนักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่น เรื่องการจับจ่ายใช้สอยให้กับประชาชนด้วย นอกจากนั้นยังคงมีปัจจัย แวดล้อมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ รวมไปถึง สภาพดินฟ้าอากาศที่ค่อนข้างจะแปรปรวนจากสภาวะโลกร้อนด้วย ขณะที่ปัจจัยจากนอกประเทศก็น่าห่วง โดยเฉพาะกลุ่มเฮดฟันด์ ต่าง ๆ ที่มีรูปแบบการลงทุนที่ยากจะคาดเดา เพราะหากมองจากภาพ การลงทุนในอดีต จะเห็นได้ว่า ทิศทางการลงทุนมักจะคาดเดาได้ โดย เฉพาะในกลุ่มโภคภัณฑ์ หากมีสินค้าตัวใดตัวหนึ่งขึ้นที่เหลือจะต้อง ปรับลดสวนทางเพื่อคานกัน แต่ตอนนี้เหมือนกับขึ้นก็ขึ้นพร้อมกัน ลงพร้อมกัน โดยไม่มีเหตุผล และไม่เป็นธรรมชาติ มันเป็นการปั่นราคา ทำให้คาดการณ์ลำบาก ทางออกทำได้อย่างเดียวคือเกาะติดสถานการณ์ ใกล้ชิด ต้องทำให้เป็นผู้ที่พร้อมจะซื้อและพร้อมที่จะขาย ตลาดการค้าทองคำได้มีวิวัฒนาการ และการปรับเปลี่ยนมาอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาตลาดส่วนใหญ่ยังเป็นการซื้อขาย เพื่อใช้เป็นเครื่อง ประดับส่วนหนึ่ง และเป็นการเก็บออม แต่ในปัจจุบันอย่างที่รับรู้กัน ตลาดได้พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ การซื้อขายทองได้ก้าวเข้าสู่การ ลงทุนอย่างเต็มตัว มีรูปแบบการลงทุนแบบใหม่ให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ บริการ และคาดว่าจะยิ่งมีมากขึ้นในอนาคต หากภาครัฐได้เปิดเสรี อย่างเต็มตัว และคาดว่าในอนาคตก็จะมีต่างชาติเข้ามามากขึ้น โดย เฉพาะในกลุ่มธนาคาร ซึ่งในขณะนี้ส่วนใหญ่ต่างชาติก็เข้ามาเทคโอเวอร์ เกือบหมดแล้ว ฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาตลาดทองคำ จึงอยาก วิงวอนให้ภาครัฐ ค่อย ๆ ปรับ ค่อย ๆ เปลี่ยน อย่าพัฒนาเร็วเกินไป เพราะว่าลักษณะคนไทยกับต่างประเทศมันไม่เหมือนกัน ซึ่งหากว่า ปล่อยให้ทุกอย่างถูกควบคุมโดยระบบการค้าเสรี คาดว่าต่างชาติเอาไป กินหมด ซึ่งจะเหมือนกับธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ข้ามชาติ ที่บรรดายี่ปั๊ว ซาปั๊ว ค่อย ๆ หายไป และหากตลาดทองคำพัฒนาเร็วเกินไปอีกหน่อย ก็แบบเดียวกัน

ทองคำ

วารสาร

13


แวดวง

ทองคำ

กม.ฟอกเงินใหม่ คุมเพิ่ม 9 อาชีพ มีผลกลาง พ.ย. นี้

ข่าว

สารใน ”แวดวงทองคำ” ฉบับนี้ มีหลากหลายเรื่องราวที่คนใน วงการทองคำจะต้ อ งติ ด ตามอย่ า งใกล้ ช ิ ด เพราะจะมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยตรง และทางทีมงานก็จะพยายามเกาะติด นำความคืบหน้าของแต่ละเรื่องมานำเสนอใน โอกาสต่ อ ไป มาเริ ่ ม กั น ด้ ว ยเรื ่ อ งราวของ กฎหมายที ่ จ ะเข้ า มาเกี ่ ย วข้ อ งกั บ การทำ ธุรกรรมของวงการทองคำ โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2552 ได้ ป ระกาศในราชกิ จ จานุ เ บกษาแล้ ว และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 120 วัน หรือ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 สาระสำคัญ ของกฎหมายฉบับนี้คือ การกำหนดให้เพิ่ม ธุรกรรมในอาชีพอีก 9 ประเภท ซึ่งใช้เงินสด เกินจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือเป็น ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ผู้เกี่ยวข้องจะ ต้องรายงานรายละเอียดของธุรกรรมนั้นแก่ 14

ทองคำ

วารสาร

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำหรับอาชีพทั้ง 9 ประเภท ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการดำเนิน การ การให้คำแนะนำ หรือการเป็นที่ ปรึกษาในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับการลงทุน หรือการเคลื ่ อ นย้ า ยเงิ น ทุ น ตามกฎหมายว่ า ด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ไม่ใช่ สถาบันการเงิน เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ที่ทำหน้าที่ให้คำ ปรึกษาทางด้านการลงทุน ผู ้ ป ระกอบอาชี พ ค้ า อั ญ มณี เพชร พลอย ทองคำ หรือเครื่องประดับที่ ประดับด้วยอัญมณี เพชรพลอย หรือทองคำที่ เป็นนิติบุคคล ผู้ประกอบอาชีพค้าหรือให้เช่าซื้อรถยนต์ ที่เป็นนิติบุคคล

1. 2. 3.

4. 5. 6.

ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับนายหน้าหรือ ตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น นิติบุคคล ผู้ประกอบอาชีพค้าของเก่า ตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมการขายทอดตลาด และค้าของเก่าที่เป็นนิติบุคคล ผู ้ ป ระกอบอาชี พ เกี ่ ย วกั บ สิ น เชื ่ อ ส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับสำหรับ ผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน ตาม ประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการประกอบ ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับหรือ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน


7. 8. 9.

ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่มิใช่ สถาบันการเงินตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการ ประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามกฎหมายว่าด้วย ธุรกิจสถาบันการเงิน (เช่น  บัตรกดเงินสดอิออน) ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน ตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต หรือตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน เช่น บัตรเครดิตอิออน บัตรเครดิตจีอี ผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระ เงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส สบายเพย์)

เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยที่มีพยานหลักฐานอันสมควรว่า มีการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องหรืออาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงิน สำนักงาน ปปง. มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือ ให้ผู้ประกอบอาชีพค้าอัญมณี เพชรพลอย ทองคำ  ค้าหรือให้เช่าซื้อ รถยนต์ นายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ค้าของเก่า ซึ่งมิได้ เป็นนิติบุคคลรายงานธุรกรรมต่อสำนักงาน ปปง. ก็ได้ นอกจากนั้น พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฉบับใหม่ ยัง บัญญัติให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพเป็นที่ปรึกษาการลงทุน (ข้อ 1) และผู้รับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (ข้อ 9) ต้องกำหนดนโยบาย การรับลูกค้า การบริหาร���วามเสี่ยงที่อาจเกี่ยวกับการฟอกเงินของลูกค้า และต้องดำเนินการตรวจสอบ เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า เมื่อเริ่ม ทำธุรกรรมครั้งแรก โดยต้องตรวจสอบเป็นระยะจนสิ้นสุดดำเนินการ เมื่อ มีการปิดบัญชีหรือยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า ทั้งนี้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฉบับที่ใช้อยู่ใน ปัจจุบัน กำหนดให้กิจการประเภทดังต่อไปนี้ต้องรายงานการทำธุรกรรม แก่ ปปง.  ได้แก่ 1. ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์  และธนาคารตามที่มี กฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ 2. บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเออร์ และบริษัทหลักทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 3. บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและบรรษัทเงินทุน อุตสาหกรรมขนาดย่อม 4. บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัย 5. สหกรณ์ซึ่งมีมูลค่าหุ้นรวมกันตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไป และมี วัตถุประสงค์ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการรับฝากเงิน ให้กู้ ให้สินเชื่อรับ จำนองหรือรับจำนำทรัพย์สิน หรือจัดให้ได้มาซึ่งเงินและทรัพย์สินต่าง ๆ โดยวิธีใด ๆ

ทองคำ

วารสาร

15


แวดวง

ทองคำ

“ทองธงฟ้า”

ดึงกำลังซื้อ เพิ่มกำลังขาย

เรื่อง

ต่อมาเป็นความคืบหน้าของการจัดทำโครงการทองธงฟ้า หลังจาก ที่กรมการค้าภายในได้ร่วมมือกับสมาคมค้าทองคำ จัดโครงการ ดังกล่าวขึ้น โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะลดค่ากำเหน็จทองรูปพรรณลงบาทละ 100 บาท จากปัจจุบันเฉลี่ยค่ากำเหน็จที่บาทละ 400-700 บาท เพื่อช่วยให้ผู้บริโภค ได้ซื้อทองรูปพรรณในราคาถูกลง มีมาตรฐานและน้ำหนักเที่ยงตรง พร้อมกันนั้นก็ จะเป็นการกระตุ้นยอดขายในส่วนของทองรูปพรรณให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ผู้บริหารของกรมการค้าภายใน ได้เดินทางมาเปิดโครงการดังกล่าวที่ร้านทองใน เยาวราช โดยได้ติดสติกเกอร์ทองธงฟ้าให้กับร้านค้าที่ร่วมโครงการ พร้อมกันนั้นได้ แจกจ่ายสติกเกอร์ของโครงการให้กับร้านค้าทองที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มี ร้านค้าทองคำแจ้งความจำนงที่จะเข้าร่วมโครงการกว่า 140 แห่ง และคาดว่าจะมี เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อมาได้ที่สมาคมผู้ค้าทองคำ ทั้งนี้ เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาซื้อทองรูปพรรณมากขึ้น ซึ่งทองรูปพรรณขณะนี้มียอดซื้อลดลงมาก เหลือเพียง 5% จากเดิมมีสัดส่วน 95%  16

ทองคำ

วารสาร


“ต้องยอมรับว่าจากการปรับตัวขึ้นของราคาทอง ทำให้ยอดขายทอง รูปพรรณลดลง การจัดโครงการนี้ขึ้นก็คงจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ใน ระดับหนึ่ง ซึ่งคงต้องรอให้ภาพรวมของเศรษฐกิจดีกว่านี้ เพราะปัจจุบัน คนมี เ งิ น ออมน้ อ ยลง และส่วนหนึ่งก็หันไปออมในรูปแบบอื ่ น แทน นอกจากนั้นคงจะต้องรอให้ราคาทองปรับตัวลงมาเล็กน้อย ซึ่งเชื่อว่าจะ กระตุ้นให้ยอดขายทองรูปพรรณดีขึ้น แต่ราคาทองก็คงจะไม่ลดลง เหมือนอย่างเช่นในอดีตแน่นอน ในทางกลับกันในช่วงปลายปีอาจจะเห็น ราคาทองคำดีดตัวขึ้นอีกรอบก็เป็นได้” นายจิตติ กล่าวและว่า

อย่างไรก็ตามจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นก็จะส่งผลทางอ้อมต่อช่างที่ ผลิตทอง ที่จะมีงานทำมากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นการระบายทอง รูปพรรณในสต๊อกของผู้ค้าส่ง ทำให้ไม่ต้องนำกลับไปหลอมเป็น ทองแท่ง ซึ่งจะทำให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ทองคำ

วารสาร

17


แวดวง

ทองคำ

จี้สมาคมฯ ประสานร้านค้าส่ง ใช้กม.ลิขสิทธิ์เล่นงานกลุ่มมิจฉาชีพ

แวด

วงทองคำ มาปิดท้ายกันที่ความเดือดร้อนของบรรดาผู้ค้า ปลีก เพราะช่วงที่ผ่านมาได้มีกลุ่มมิจฉาชีพออกตระเวน นำทองปลอม ทองยั ด ไส้ มาจำหน่ า ยเป็ น จำนวนมาก และกระทำกั น

เป็นขบวนการและทำในหลายพื้นที่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่บรรดา ผู ้ ป ระกอบการได้ เ ร่ ง ให้ ผู ้ ค ้ า ส่ ง และสมาคมค้ า ทองคำได้ ด ำเนิ น การใน เรื่องลิขสิทธิ์ในตราสินค้าอย่างจริงจัง เนื่องจากหากจะเอาผิดเรื่องการ ฉ้อโกงอย่างเดียว บทลงโทษไม่รุนแรงพอ และทางกลุ่มมิจฉาชีพก็ได้ตั้งทีม ทนายเพื่อต่อสู้คดีเรื่องนี้ ทางทีมงานได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณสุทธิโชค สัมพันธ์วิวัฒน์ ร้านทองตั้งเชียงเฮง ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นหนึ่ง ในผู้ ที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำทองปลอมมาจำหน่ายทำให้สูญเสียทรั พย์สิ น ไปจำนวนหนึ่ง คุณสุทธิโชค กล่าวว่า ในพื้นที่บ้านโป่งมีแก๊งต้มตุ๋นกันมานานแล้ว ที่ผ่านมาบรรดาผู้ค้าได้รวมตัวกันเป็นชมรม หากมีการเคลื่อนไหวของแก๊ง มิจฉาชีพเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ก็จะมีการแจ้งข่าวกัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากการนำทองมาขายฝาก ซึ่งมักจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ค้า เพราะต้องใช้ ประสบการณ์เท่านั้นในการตรวจสอบ และกลุ่มมิจฉาชีพจะเข้ามาเป็นทีม และทำหลายร้านพร้อม ๆ กัน ซึ่งกว่าที่ผู้ค้าจะรู้ตัวแก๊งดังกล่าวก็หลบหนีไป แล้ว โดยผู้ค้าจะทำได้เพียงแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐาน หลังจากนั้นก็ดำเนิน การตามกฎหมายไป “ต้องยอมรับว่าของที่แก๊งมิจฉาชีพนำมาขายฝากแนบเนียนมาก ซึ่ง ส่วนใหญ่จะมาลักษณะของปลอมยี่ห้อหรือตัดต่อ จึงอยากจะขอความร่วมมือ จากทางสมาคมฯ และร้านค้าส่ง ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะเมื่อมีปัญหา เวลาเราเอาผิด มันมีการเอาผิดเฉพาะของค้าปลีก แต่จริง ๆ ความผิดมันมี ความผิดในการปลอมโลโก้และยี่ห้อ ซึ่งหากร้านค้าส่งให้ความร่วมมือจะทำให้ โทษเบาเป็นโทษหนัก การป้องปรามถึงจะมีบทบาทขึ้นมา เพราะว่าทุกวันนี้ บทบาทของร้านค้าปลีกฝ่ายเดียว ผมเชื่อว่า พวกนี้มันมีการทำที่เป็นรูปแบบ เพราะว่าถ้าเกิดไม่ใช่ช่างทำไม่ได้ ถึงช่างทำนี่ยังไงมันก็ไม่ประณีตที่น้ำหนักได้ ลวดลายได้ ใช่เลย ที่สำคัญคือโลโก้ ความเนียนมันเหมือนผู้ประกอบการ ร้านค้าถึงโดนกันเยอะขนาดนี้” คุณสุทธิโชค กล่าว 18

ทองคำ

วารสาร


ในส่วนของผู้ประกอบการเอง ที่ผ่านมาเชื่อว่าทุกคนพยายามอย่างเต็มที่ ในการตรวจสอบ เพราะหากถูกหลอกขึ้นมาจะเกิดความเสียหายอย่างมาก ซึ่ง กลุ่มมิจฉาชีพเอง นอกจากจะทำของอย่างแนบเนียนแล้ว มักจะเลือกลงมือ ทุกที่ทุกเวลา กว่าร้านค้าจะรู้ตัวก็อาจจะเข้ามาตอนที่ร้านมีลูกค้าเข้ามาพร้อม กันหลายราย ทำให้มีความผิดพลาดทางด้านการตรวจสอบ นอกจากนั้น ก็จะ ขอหลักฐาน คือขอบัตรประชาชน แล้วขอจดรายละเอียด หากกลุ่มมิจฉาชีพ ใช้บัตรปลอม ตรงนี้มันก็จะเป็นอีกคดีนึงในการปลอมแปลงเอกสารราชการ ซึ่งโทษก็จะหนักมากขึ้น อย่างไรก็ดีในเรื่องของการขอหลักฐานบางแห่งก็ ละเลย ก็ทำให้เกิดช่องว่างให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีลงมือได้ง่าย คุณสุทธิโชค กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันแก๊งมิจฉาชีพได้พัฒนาขึ้นไปมาก ทั้งตัวสินค้าที่นำมาหลอก สมัยก่อนยังไม่เนียนเท่านี้ ช่วงนี้ผมมีความรู้สึกว่า มันมีการพัฒนารูปแบบการปลอมเนียนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตัดต่อหัว ท้าย โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะรู้ว่าร้านทองจะตรวจสอบจุดใดบ้าง ก็จะหาวิธีการ แก้ทำให้ของเหมือนจริงมากที่สุด นอกจากนั้นก็จะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ หากรูปแบบใดถูกจับได้ ก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่งทันที ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด ทำงานร่วมกับชมรมค้าปลีก เพื่อหาทางดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทุกฝ่าย ต้องร่วมมือกัน รวมทั้งตำรวจ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพจะทำงานกันเป็นทีมมี ทนายคอยให้ความช่วยเหลือเมื่อถูกจับกุม ทำให้หลาย ๆ คดีก็ต้องหลุดไป และในการทำคดีในลักษณะนี้ต้องมีชุดเฉพาะกิจขึ้นมาดำเนินการ เพื่อคอย ติดตามความคืบหน้าของคดีตลอดเวลา เนื่องจากต้องใช้เวลาการดำเนินงาน ค่อนข้างยาวนาน พร้อมกันนั้นจะต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ เพิ่มโทษสำหรับกลุ่มมิจฉาชีพที่มาหลอกลวง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งในกลุ่มผู้ค้าส่งก็ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้และกำลังหาวิธีที่จะร่วมมือกัน ดำเนินงาน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าจากสภาวะการซื้อขายทองรูปพรรณที่ลดลง อย่างมาก ได้ส่งผลกระทบต่อช่างผลิตทองคำ โดยหลายคนต้องว่างงาน หรือ รายได้ลดลง ทำให้เป็นช่องว่างที่กลุ่มมิจฉาชีพมาร่วมมือกับช่างทองทำของ ปลอมขึ้นมา ซึ่งมีทุกรูปแบบ และตอนนี้ที่กำลังเป็นปัญหาก็คือโรงรับจำนำ หรือร้านทองที่มีการฝากขาย เพราะไม่สามารถตรวจสอบทองที่ลูกค้านำมา ดำเนินธุรกรรมได้

ทองคำ

วารสาร

19


โกบอล

โกลด์

การผลิตทองคำของรัสเซียเพิ่มขึ้น 2.1% ในปี 2552 สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานสถิติของสหภาพนักอุตสาหกรรมทองคำรัสเซีย ที่แสดงให้เห็นว่า รัสเซียผลิตทองคำได้ 101.77 ตัน ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม ขณะที่ช่วงเดียวกันของปี ที่ผ่านมาสามารถผลิตได้เพียง 84.13 ตัน  ปัจจุบันรัสเซียเป็นประเทศผู้ผลิตทองคำใหญ่ที่สุดอันดับ 5 ของโลก โดยสามารถผลิตทองคำได้คิดเป็น 8% ของผลผลิตทองคำโลกในปี 2551 และทองส่วนมาก ผลิตจากเหมืองในส่วนตะวันออกไกลของประเทศ ในปี 2550 ปฏิบัติการเหมืองทองคำถูกเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งที่เหมืองคูปอล อาร์กติก มูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเฟื่องฟูในผลประโยชน์ที่ได้จาก การผลิตทองคำในช่วงไม่กี่ปีมานี้ของประเทศ

จีนกำลังกลายเป็นอภิมหาอำนาจทองคำ

ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งกล่าวว่า อำนาจการใช้จ่ายที่ขยายตัวอย่าง รวดเร็ ว ของผู ้ บ ริ โ ภคชาวจี น พร้ อ มด้ ว ยผลผลิ ต ที ่ พุ ่ ง สู ง ขึ ้ น จากอุตสาหกรรมเหมืองทองคำ ของจีน กำลังเปลี่ยนจีนให้กลาย เป็นหนึ่งในอภิมหาอำนาจทองคำของโลก ลอว์เรนซ์ รัลสตัน กล่าวว่า ปัจจุบันจีนกำลังทำเหมืองทองคำ และซื้อทองคำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ผลผลิตทองคำในจีนพุ่งสูง ขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และในปี 2550 จีนแซงหน้า แอฟริกาใต้ขึ้นมาเป็นผู้ผลิตโลหะสูงค่าหมายเลขหนึ่งของโลก เนื่องมาจากเศรษฐกิจของจีนยังคงเติบโตต่อไปในอัตราประมาณ 8% ต่อปี ผู้บริโภคจึงยังคงมีอำนาจการใช้จ่ายมากมาย ผลที่ตาม มาก็คือ ผู้คนจำนวนมากกำลังซื้อทองคำมากขึ้น ทำให้ความ ต้องการเครื่องทองรูปพรรณเพิ่มขึ้น มีปริมาณมากกว่าการผลิต ทองคำภายในประเทศ ซึ ่ ง สภาวการณ์ ด ั ง กล่ า วอาจต้ อ งการ เก็งกำไร และซื้อเพื่อการลงทุน นายรัลสตัน กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการ สำรวจและพัฒนาทองคำกำลังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก นักลงทุน และบริษัทเหล่านี้เริ่มที่จะอยู่ที่ขอบชั้นนำของเคลื่อนไปสู่ ราคาที่สูงขึ้น ตามรายงานการสำรวจการผลิตทองคำปี 2009 โดย GFMS จีนยังคงเป็นผู้ผลิตทองคำอันดับหนึ่งของโลกในปี 2551 โดยมีสหรัฐอเมริกาขยับเข้ามาอยู่อันดับสอง 20

ทองคำ

วารสาร

การซื้อขายทองคำในอินเดีย เพิ่มขึ้นแม้ราคาจะสูงลิบ ตลาดทองคำอินเดียในช่วงฤดูกาลนักขัตฤกษ์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว นายประกาศ โตกานี คนขายส่งเครื่องเพชรพลอย กล่าวกับ อิโคโนมิก ไทม์ส ว่า ยอดขายทองคำดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น เป็นเพราะผู้บริโภคกำลัง

ปรับตัวเองให้เข้ากับข้อเท็จจริงที่ว่า ราคาจะไม่ลดลงมามากจากระดับ ปัจจุบัน ในภาคขายส่ง ยอดขายทองคำเพิ่มขึ้นระหว่าง 10-15% ตลอด ช่วงกลางเดือนสิงหาคม ขณะยอดขายปลีกทองคำในเมืองมุมไบพุ่งสูงขึ้นถึง 200% ในช่วงเดียวกัน สุเรศ ฮุนเดีย ประธานสมาคมทองแท่งบอมเบย์ให้ความเห็นว่า การซื้อ ทองคำปกติจะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนเทศกาล ตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึง เดื อ นพฤศจิ ก ายน เมื ่ อ โบนั ส ประจำปี แ ละการแต่ ง งานกระตุ ้ น การซื ้ อ ฤดูกาลเทศกาลของอินเดียเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วย เทศกาลรักษาพันธาน เมื่อไม่นานมานี้ชาวอินเดียยังฉลองวันประสูติของ พระกฤษณะ นอกจากนั้นยังมีวันประสูติของพระคเณศ และนวราตรี ซึ่ง เป็นช่วงแห่งการเต้นรำ และพิธีกรรมทางศาสนาที่จะเริ่มในเดือนกันยายน ซึ่งจะไปถึงจุดสูงสุดในเทศกาลดิวาลีในเดือนตุลาคม รอยเตอร์ส รายงานว่า กว่า 1 ใน 5 ของความต้องการเครื่องทอง รูปพรรณทั่วโลกมาจากอินเดียเมื่อปีที่แล้ว หัวหน้าโต๊ะทองแท่งของบริษัท พาร์คเกอร์ แอ็กโกรเคม เอ็กซพอร์ตส์ ที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองอาห์เมดาบัด บอกกับรอยเตอร์ส ว่า ผู้บริโภคที่แท้จริงจะซื้อในช่วงนักขัตฤกษ์


เปรัค อาจกลายเป็นผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย รัฐเปรัคของมาเลเซีย ในที่สุดแล้วอาจกลายเป็นผู้ผลิตทองคำ สำคัญของประเทศ ดร.ซัมบรี อับดุล คาเดียร์ หนึ่งในสมาชิกสภา บริหารของรัฐเปรัค กล่าวว่า รายงานเบื้องต้นที่รวบรวมโดยคณะทำงาน เฉพาะกิจว่าด้วยศักยภาพในการทำเหมืองทองคำของเขตดังกล่าวของ รัฐบาล ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีกองโลหะสูงค่าที่สุดในรัฐเปรัค สำนั ก ข่ า วเบอร์ น ามา รายงานว่ า แม้ เ ขาจะปฏิ เ สธที ่ จ ะบอก ผู้สื่อข่าวว่า กองโลหะสูงค่าเหล่านั้นตั้งอยู่ที่ไหน แต่ ดร.คาเดียร์ กล่าว ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญด้านนี้คนหนึ่ง เพื่อประเมิน ความเป็นไปได้ของการทำเหมืองทองคำของรัฐเปรัค ตามตัวเลขจากสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา มาเลเซีย

ผลิตทองคำได้ 2,913 กิโลกรัม โดยผ่านปฏิบัติการทำเหมืองใน ปี 2550 ทองคำเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากเหมืองเป็นจอม ในรัฐปาหัง และโครงการทองคำขนาดเล็กอื่น ๆ ในรัฐกลันตัน ปาหัง และ ตรังกานู

เปลี่ยนช่างทำเครื่องประดับเพชรพลอยและทองคำเป็นยี่ห้อดัง ความต้องการเครื่องทองรูปพรรณกำลังช่วยเปลี่ยนร้านเครื่องทอง เครื่องทองรูปพรรณสีเหลือง รูปพรรณที ่ครอบครัวเป็นเจ้าของต่าง ๆ ให้เป็นยี่ห้อเติบโตเต็มที่ ผสมผสาน ชาชีพที่สูงและความมั่นใจในคุณภาพกับความจงรักภักดีต่อลูกค้า เทรนด์ ใหม่ของฤดูใบไม้ร่วง มาตรฐานวิ ที่มีมาแต่ดั้งเดิม เครื่องทองรูปพรรณสีเหลือง กำลังได้รับความนิยมใน แฟชั่นล่าสุดสำหรับฤดูใบไม้ร่วง นิตยสาร อินสไตล์ ระบุว่า เครื่องทองรูปพรรณสำหรับ ฤดูใบไม้ร่วงนี้ ควรจะคละกันไป สุกปลั่งเป็นทอง และงดงาม สิ่งเลือกเฟ้นสุดยอดสำหรับฤดูใบไม้ร่วงของอินสไตล์ ซึ่ง ทั้งหมดจะทำจากทองคำ 18 กะรัต จะรวมถึงจี้ทองคำจาก SOPHIA FLORE ราคา 6,000 ปอนด์ และเข็มกลัดผีเสื้อ ทองคำราคา 16,000 ปอนด์ จาก STEPHEN WEBSTER ที่ ประดับด้วยเพชร แก้วภูเขาไฟ (OBSIDIAN) และโกเมน สำหรับบัญชีรายชื่อที่กำลังได้���ับความนิยมของอินสไตล์ ใบไม้ร่วงนี้ ก็คือกำไลมือทองคำ และ ควอร์ตซ์ จาก TOUS ราคา 1,232 ปอนด์ สร้อยคอปรุรอยทองคำและเพชรจาก BOODLES ราคา 3,300 ปอนด์ และสร้ อ ยคอแมงป่ อ ง ทองคำสวยจับตา ที่ออกแบบโดย ELSA PERETTI ให้กับ TIFFANY & CO ซึ่งติดป้ายราคา 4,600 ปอนด์ ตามทรรศนะของฮิลารี อเล็กซานเดอร์ ผู้อำนวยการ แฟชั่นของเทเลกราฟ เครื่องทองรูปพรรณสำหรับฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาวปีนี้ ควรจะใหญ่ โดดเด่นเห็นชัด และสวย โดย มีชิ้นที่สำคัญต่าง ๆ ซึ่งก็รวมถึงกระดุมข้อมือเสื้อ ปลอกคอ เสื้อ และสร้อยคออย่างเป็นพิธี

กัลกัตตา เทเลกราฟ รายงานว่า เพื่อสนองตอบต่อเอกลักษณ์ยี่ห้อที่ กำลั ง เติ บ โตขึ ้ น ของผู ้ ค ้ า ช่ า งทำเครื ่ อ งประดั บ เพชรพลอยและทองคำที ่ ครอบครัวดำเนินกิจการจำนวนหนึ่ง ได้ริเริ่มการฝึกอบรมภายในบ้าน และ เครื่องแบบสำหรับพนักงาน ตลอดจนใบรับรองคุณภาพของพวกเขา นายซูเบียร์ เซน ผู้อำนวยการของ บีซี เซน จูเอิลเลอร์ส กล่าวว่า

เครื่องทองรูปพรรณของเราทั้งหมดมีตราประทับรับรองคุณภาพ เอ็ม สีการ แอนด์ ซันส์ ยี่ห้อครอบครัวอีกยี่ห้อหนึ่ง ก็ได้นำตราประทับ รับรองคุณภาพเครื่องทองรูปพรรณของตนมาใช้ ซึ่งเป็นบางสิ่งที่หายากในหมู่ บริษัทเครื่องทองรูปพรรณขนาดเล็กกว่า แม้แต่เมื่อ 5 ปีก่อน เอกลักษณ์ยี่ห้อ ที่เติบโตขึ้นต่าง ๆ ยังได้นำแนวความคิดใหม่ต่าง ๆ อย่างเช่น แฟรนไชส์ การ รับรองของผู้มีชื่อเสียง การแต่งตู้โชว์หน้าร้านเป็นหัวข้อต่าง ๆ และการสร้าง ความตระหนักของผู้บริโภคมาใช้ด้วย นายนาวิน ซาดารังกานา ผู้ประกอบการที่มีสำนักงานอยู่ในเมืองมุมไบ กล่าวว่า รูปลักษณะโดยรวมใหม่ของร้านเครื่องทองรูปพรรณ จะผสมผสาน ผลประโยชน์ของความจงรักภักดี และ ความไว้ใจที่ช่างทำเครื่องประดับเพชร พลอยและทองคำจะได้ ร ั บ กั บ ความ ทรงจำในยี่ห้อ ยี่ห้อเครื่องทองรูปพรรณ ใหญ่ที่สุดของอินเดีย คือ ตานิศก์ ซึ่งมี 91 ร้านใน 64 เมือง

ทองคำ

วารสาร

21


โกบอล

โกลด์

โดย อดัม แฮมิลตัน CPA

นัก

ลงทุนทองคำรุ่นใหม่ บ่อยครั้งจะประหลาดใจที่เรียนรู้ ว่า ราคาทองคำมีเรื่องของห้วงเวลาเข้ามาเป็นส่วน ประกอบ และฤดูกาลของทองคำจะถูกผลักดันจากอุปสงค์ทั่วโลก การเพิ ่ ม ขึ ้ น อย่ า งพรวดพราดของความต้ อ งการทองคำจะรวม กระจุกเป็นรอบ ๆ โดยมีเงินสดส่วนเกิน ฤดูนักขัตฤกษ์ และ การเงินช่วงสิ้นปี เป็นปัจจัยที่สำคัญ และสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ ปรากฏการณ์ของทวีปเอเชียเท่านั้น แต่รวมถึงในโลกตะวันตก ซึ่ง เป็นที่รู้กันว่าในช่วงปลายปีทองคำจะสร้างกำไรเป็นพิเศษ

GOLD BULL SEASONAL 4 ในวันนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงฤดูกาลที่แข็งที่สุดของทองคำ ฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงที่ดีที่สุด ของปี เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับบรรดานักลงทุน และนักเก็งกำไรที่ปรารถนา สิ่งใดก็ตามในโลหะสูงค่า พละกำลังของทองคำ และทุกความเคลื่อนไหวของทองคำ รวม ถึงหุ้นทองคำ ดังนั้นทุกปีเมื่อใกล้จะถึงฤดูใบไม้ร่วง ผมจะไปปรับปรุงความต่อเนื่องของ การวิจัยภาวะตามฤดูกาลทองคำ โดยอยากจะรู้ว่าปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรเปลี่ยนแปลง ไปบ้าง และทำให้ภาวะตามฤดูกาลของทองคำแข็งแกร่งขึ้น หรืออ่อนแอลง ตอนนี้มีความ สำคัญมากกว่าครั้งอื่นใด เพราะภาวะผันผวนของทองคำอย่างรุนแรงของปีที่แล้ว ที่เป็น ผลกระทบจากเงินดอลลาร์สหรัฐ ความตื่นตระหนกเรื่องหุ้น ผลักดันให้เกิดการแกว่งไป แกว่งมาของทองคำอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ส่วนใหญ่ เมื่อพวกเขาศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล พวกเขา จะเลือกช่วงเวลาที่ยาวนานมากช่วงหนึ่ง อย่างเช่น ตลอดช่วง 15 หรือ 20 ปี เพื่อขบคิดถึง ตัวเลข ผมชอบแนวทางสลับสับเปลี่ยนมากกว่า ราคาจะแสดงพฤติกรรมที่ค่อนข้างจะ แตกต่างในช่วงทำมาค้าขึ้นตลอดไปมากกว่าในช่วงซบเซาตลอดไป ดังนั้นผมจึงสนใจในสิ่ง ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลที่ปรับตัวสูงขึ้นของทองคำ ที่ไม่ถูกทำให้เจือจางในช่วงที่ปรับตัวลง ก่อนหน้านี้ และผมทำการวิจัยนี้เพื่อช่วยให้ผมทำการค้าได้เหนือกว่า

22

ทองคำ

วารสาร


วิธีของผมก็ง่าย ๆ นับแต่ปี 2543 พฤติการณ์ของทองคำของแต่ละปี ถูกทำดัชนีค้นคำเป็นรายปี การปิดตลาดครั้งแรกในเดือนมกราคมของแต่ละ ปี จะถูกกำหนดค่าเท่ากับ 100 โดยมีการเปลี่ยนแปลงเปอร์เซ็นต์ในส่วน ที่เหลือของปี และจะเคลื่อนดัชนีไปตามนั้น การทำดัชนีค้นคำจะทำให้การ เปลี่ยนแปลงเปอร์เซ็นต์ของทุกปี สามารถเปรียบเทียบกันได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่คำนึงถึงระดับราคาทั่วไปที่เพิ่มขึ้นของทองคำ แล้วจากนั้น ดัชนี ประจำปีเหล่านี้จะถูกถัวเฉลี่ยเข้าด้วยกัน ค่าเฉลี่ยที่ได้จะถูกเขียนไว้ทั่วทั้งปีปฏิทิน เนื่องจากแต้มข้อมูลแต่ละวัน ที่แท้จริงมีความสำคัญยิ่งกว่าเส้นที่ต่อเชื่อมพวกมันเข้าด้วยกัน ผมจึงแสดง ให้พวกเขาดูด้วยจุดขนาดใหญ่ นอกจากนี้แถบการเบี่ยงเบนมาตรฐานยังถูก รวมไว้ด้วย ยิ่งการเบี่ยงเบนมาตรฐานใหญ่ขึ้นเท่าใด ข้อมูลที่เป็นรากฐาน ยิ่งกระจัดกระจายเสียจนทำให้มันมีค่าทำนายน้อยลง นับตั้งแต่ผลกระทบของความตื่นตระหนกเรื่องหุ้นที่มีต่อทองคำได้ สร้างความไม่ต่อเนื่องที่มีลักษณะเป็นมหากาพย์ขึ้นตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ผม จึงกำลังรวมแผนภูมิ 2 ชุดเข้าไว้ในบทความสั้น ๆ ชิ้นนี้ แผนภูมิชุดแรก ซึ่ง แสดงราคา “ปีที่แล้ว” มาจาก GOLD BULL SEASONAL 3 ที่มีข้อมูล ติดต่อกันไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2551 พวกมันเป็นกลุ่มควบคุมก่อน ความตื่นตระหนก แผนภูมิชุดที่สอง เป็นแผนภูมิใหม่ในเวลานี้จะถึงเดือน กรกฎาคม 2552 ซึ่งก็รวมถึงช่วงความตื่นตระหนกบ้าบอ ความเปลี่ยนแปลง ง่ายของความตื่นตระหนกวิกลจริตได้เปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ไม่ เหมือนกับที่สิ่งใดเคยทำมาก่อน แรกสุ ด เรามาพิ จ ารณาอิ ท ธิ พ ลของปี ต ื ่ น ตระหนกที ่ ม ี ต ่ อ ภาวะตาม ฤดูกาลของการซื้อทองคำเพื่อเก็งกำไรกันดีกว่า แม้แนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามฤดูกาลทั่วไปจะยังคงอยู่อย่างมาก ความโน้มเอียงของบางเดือนก็ยังถูก ทำให้บิดขี้เกียจและผิดรูปไป โดยความตื่นตระหนก การฟื้นตัวตามฤดูกาล เดื อ นกุ ม ภาพั น ธ์ เ ติ บ โตใหญ่ ข ึ ้ น มาก โดยถู ก ขยายออกไปโดยการซื ้ อ HEDGE-FUND GLD เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ การฟื้นตัวของเดือน พฤษภาคมก็ถูกขยายออกไปด้วย โดยเริ่มจากฐานที่อยู่ต่ำกว่าเล็กน้อย และ ฟื้นตัวขึ้นไปถึงขีดสูงสุดเฉลี่ยที่สูงกว่า ความหงอยเหงาช่วงฤดูร้อนที่ขาดพลังยังคงอยู่ แต่การฟื้นตัวเดือน กันยายนก็ถูกเปลี่ยนอย่างมาก โดยการเปลี่ยนแปลงง่ายของทองคำอย่าง บ้าคลั่งของเดือนกันยายนปีที่แล้ว ตอนนี้ทองคำขยับเข้ามาในเดือนกันยายน ค่อนข้างต่ำ เดือยแหลมเดือนกันยายนของมันเริ่มช้ากว่าเล็กน้อย แต่แล้ว จากนั้นมันก็พุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนถึงเวลาหยุดพักปลายเดือนกันยายน ของมันสูงเร็วกว่ามาก และการถอนกลับเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนการซื้อ ตามฤดูกาลครั้งใหญ่เดือนพฤศจิกายนและธันวาคมก็เด่นชัดมากกว่ามาก

ทองคำ

วารสาร

23


การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจดูเหมือนจะละเอียดอ่อนขณะที่คุณ ศึกษาแผนภูมิทั้งสอง แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นก็น่าสนใจจริง ๆ อิทธิพลของมันปกติจะมีน้อยเกินไปกว่าที่จะมีผลกระทบต่อค่าเฉลี่ย ระ���ะยาว แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรุนแรงจากการตื่นตระหนก ครั้งใหญ่มากของทองคำ ทั้งการร่วงลงอย่างผิดหลักของมันไปพร้อม ตลาดหุ้น และการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วที่ตามมาของมันจนถึงระดับก่อน ความตื่นตระหนก ได้เปลี่ยนค่าเฉลี่ยอย่างมากตลอดช่วงปีที่ผ่านมา แม้กระนั้น ภาวะตามฤดูกาลเชิงวิวัฒน์ของทองคำก็ไม่ได้มีผล กระทบกลวิธีการค้าที่เป็นผลตามมามากมายเลย แนวโน้มตามฤดูกาล ทุกแนวโน้มที่เราได้เล่นกับความสำเร็จมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยัง คงมีอยู่ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะอยู่ในรูปทรงที่เปลี่ยนไปก็ตาม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่จะเพิ่มตำแหน่งยาวใหม่ในโลหะสูงค่า จะ เปลี่ยนแปลงภายใน 1 หรือ 2 สัปดาห์เท่านั้น ยังคงมีช่วงเวลาเหมาะสม ที่สุดตามฤดูกาลอีก 5 ช่วงที่จะซื้อของทองคำ เงิน และหุ้นโลหะสูงค่า ตามที่ให้ข้อสังเกตไว้ข้างบน ความหงอยเหงาช่วงฤดูร้อน ยังคงเป็นช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุดของ ปีสำหรับทองคำ เมื่อมันมีแนวโน้มจะรวบรวมกำลังกันเฉไฉไปจากข้าง หนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง และฤดูใบไม้ร่วงก็ยังเป็นช่วงเวลาที่เข้มแข็งที่สุด ของปีสำหรับทองคำ เมื่อการซื้อสำคัญรวมกันทั่วโลก ซึ่งมีแนวโน้มจะ ผลักดันการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงเชิงกลวิธี ที่สำคัญหนึ่งที่ผมได้ทำเนื่องจากผลกระทบที่มีต่อภาวะตามฤดูกาลของปี ที่แล้ว คือการแบ่งการฟื้นตัวของฤดูใบไม้ร่วงครั้งใหญ่ของทองคำออก 24

ทองคำ

วารสาร

เป็น 2 ส่วนประกอบ แทนที่จะเป็นเพียงส่วนประกอบเดียวที่ถูกขาย ออกไป ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา การฟื้นตัวเดือนกันยายนของทองคำ และการถอนกลับเดือนตุลาคมของทองคำสุดขั้วน้อยลง และพวกมัน อาจจะสุดขั้วน้อยลงอีกครั้งในอนาคตด้วย เนื่องจากผลกระทบของ ความตื่นตระหนกที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของทองคำใน เดือนกันยายนและตุลาคมของปีที่แล้ว ผิดปกติแบบวิปลาสเกินไป แต่ สำหรับตอนนี้การถอนกลับตามฤดูกาลเดือนตุลาคมเติบโตขึ้นเป็นการ แก้ไขให้ถูกต้องตามฤดูกาลเดือนตุลาคม ดังนั้นผมจึงกำลังแยกย่อยการ ฟื้นตัวเดือนตุลาคมออกเป็นการฟื้นตัวของทองคำตามฤดูกาลครั้งที่ 3 ระหว่างกลางเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนกันยายน ทองคำมีแนว โน้มจะฟื้นตัว 5% โดยเฉลี่ยตลอดช่วง GOLD BULL ตลอดไปนี้ นี่ เป็นการฟื้นตัวที่ใหญ่เป็นพิเศษสำหรับช่วงระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ และ ควรค่าต่อการเล่น ตัวผลักดันด้านอุปสงค์ที่สำคัญของมันคือการเก็บ เกี่ยวพืชผลของเอเชีย ทั้งหมดของภาคพื้นทวีปเอเชียตั้งอยู่ในซีกโลก ภาคเหนือ ดังนั้นมันจึงได้รับประโยชน์จากฤดูกาลพืชผลทางการเกษตร เช่นเดียวกับที่เราได้รับประโยชน์ในสหรัฐอเมริกา หลังจากเกษตรกร เอเชียขายพืชผลทางการเกษตรของพวกเขา และคิดคำนวณว่ารายได้ ส่วนเกินที่พวกเขาทำได้ในปีนี้มีเท่าไร บ่อยครั้งพวกเขาจะออมเงินบาง ส่วนของพวกเขาไว้ในรูปของทองแท่ง น่าโมโหที่การฟื้นตัวตามฤดูกาลตามแบบอย่างในปีนี้จะมีราคา ดีกว่าปกติ ทำไมน่ะหรือ การแย่งซื้อเดือนกันยายน 5% จะส่งเสริม


ทองคำไปอยู่ที่เพียงแค่ต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น และทันทีที่ ทองคำทะลุแน่นอนขึ้นไปอยู่เหนือ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นหลัก ไมล์ทางจิตวิทยาที่ใหญ่ในตะวันตก การซื้อขายการลงทุนกระแสหลักจะ หลั่งไหลเข้ามา เป็นเรื่องน่าทึ่งอย่างมากที่จะพิจารณาว่า การซื้อทองคำ จากรายได้ส่วนเกินจากการขายพืชผลทางการเกษตรอย่างกว้างขวางแม้ จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยในอีกซีกโลกหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป สามารถจะ ผลักดันอุบัติการณ์ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่รอคอยมานานของฤดู ใบไม้ร่วงนี้ได้ พอสิ้นเดือนตุลาคม ส่วนใหญ่ของการซื้อเพื่อลงทุนหลังการเก็บ เกี่ยวนี้จะริบหรี่ลงก่อนหน้าความตื่นตระหนก การร่วงลงของราคา ทองคำต้นเดือนตุลาคม ไม่ใช่สิ่งที่น่าตื่นเต้นอะไร และการร่วงลงอย่าง ฮวบฮาบ 20% ที่โหดร้ายภายในเวลาไม่ถึง 4 สัปดาห์ ในเดือนตุลาคม ของปีนี้ ที่ทำให้เส้นโค้งภาวะตามฤดูกาลนี้เฉไฉไปอีกทางหนึ่ง ไม่มีอะไร เกี่ยวข้องกับการเก็บเกี่ยวในเอเชีย แค่ทองคำกำลังดิ่งลงเนื่องจากความ กลัวตลาดหุ้นสุดขั้วกำลังผลักดันการซื้อดอลลาร์เพื่อใช้เป็นที่หลบภัย ดังนั้นในช่วงอีกหลายปีในอนาคต การแก้ไขให้ถูกต้องต้นเดือนตุลาคมที่ จมลึกลงไปใหม่นี้ อาจจะค่อย ๆ ทำให้เป็นกลางทีละน้อย การฟื้นตัวของทองคำตามฤดูกาลที่ใหญ่ที่สุด ถูกจุดให้ลุกโชนใน ช่วงกลางเดือนตุลาคม และจะดำเนินไปโดยไม่มีการหยุดพักชั่วคราว จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เป็นฤดูกาลนักขัตฤกษ์ของโลก เป็นช่วง เวลาที่ทองคำถีบตัวถึง 11.9% สูงกว่าค่าเฉลี่ย นับแต่ปี 2543 อย่างน้อย ในทางสถิติคุณก็สามารถจับได้ส่วนใหญ่ของกำไรของทองคำ สำหรับ ตลอดทั้งปีโดยไม่มีใครรบกวนด้วยการถูกบอกให้แปรแถวตลอด แต่ใน ช่วงซื้อง่ายขายคล่องอันน่าประทับใจในปีนี้อาจจะเป็นช่วงที่น่ารังเกียจ หนึ่งของฤดูกาลนักขัตฤกษ์ เนื่องจากมี 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ แขวน ถ่วงดุลอยู่ ฤดูกาลนักขัตฤกษ์จะเริ่มขึ้นในอินเดีย ผู้บริโภคทองคำใหญ่ที่สุด ในโลก การแต่งงานในอินเดียเป็นงานใหญ่ และงานแต่งงานส่วนใหญ่จะ จัดโดยครอบครัว คู่รักจะแต่งงานกันในช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง ชาว อินเดียเชื่อว่าการแต่งงานหน้านี้จะทำให้มีอายุยืนยาว มีความสุข และ โชคดี โดยในการแต่งงานจะมีสินสอดเป็นเครื่องทองรูปพรรณ 22 กะรัต ที่ประณีตบรรจง ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องตกแต่งประดับประดาที่งดงาม แล้ว ค่าในเนื้อแท้ของทองคำยังจะช่วยรับประกันอนาคตทางการเงินและ ความเป็นอิสระภายในครอบครัวของสามีของเจ้าสาว แต่ ท ว่ า ในปี น ี ้ อุ ป สงค์ ท องคำของอิ น เดี ย ลดลงมาอย่ า งมาก เนื่องจากชาวอินเดียอ่อนไหวในเรื่องราคามาก และชอบที่จะซื้อในช่วง ถอนกลับ แต่ทองคำก็ยังคงทรงตัวอยู่ที่ 900 ดอลลาร์สหรัฐมาตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์บางคนอ้างเหตุผลว่าอุปสงค์ทองคำอินเดีย

ทองคำ

วารสาร

25


จะยังคงลดลงต่อไป แต่ผมไม่แน่ใจในเรื่องนี้จริง ๆ ถ้าคุณรู้ว่าการ แต่งงานนั้นสำคัญอย่างไร และเนื่องจากมีประชาชน 1,200 ล้านคน จึง ไม่มีการขาดแคลนครอบครัวที่จะซื้อทองคำเพื่องานแต่งงานของลูกสาว สุดที่รักของพวกเขา ในช่วงปีปกติ 40% ของอุปสงค์ทองคำประจำปีทั้งหมดของอินเดีย จะเกิดขึ้นในระหว่างฤดูกาลแต่งงานช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่สั้น และในปีนี้ เนื่องจากการซื้อทองคำของอินเดียเบาบาง และความโกลาหลของตลาด สุดขีดของปีที่แล้ว แน่นอนว่าจะต้องเลื่อนแผนจัดงานแต่งงานบางงาน ออกไปอีก 1 ปี ผมคาดหวังที่จะเห็นการเพิ่มขึ้นมากอย่างทันทีทันใด ครั้งใหญ่ในการซื้อเพื่อตามให้ทัน ผมไม่เคยหยุดทึ่งที่สินสอดของ เจ้าสาวชาวอินเดียเป็นเครื่องผลักดันตามฤดูกาลที่ใหญ่ที่สุดของการ ลงทุนทองคำในโลก ขณะที่ฤดูกาลแต่งงานของชาวอินเดียเลื่อนหายไปในช่วงปลาย เดือนพฤศจิกายน ฤดูกาลวันหยุดก็เริ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ซึ่ง จะมีการใช้จ่ายอย่างมีดุลพินิจประจำปีของฝั่งตะวันตก โดยจะเกิดขึ้น ระหว่างวันขอบคุณพระเจ้ากับวันคริสต์มาส ทำให้อุปสงค์ของทองคำ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โ���ยเงินดอลลาร์จะไหลเข้าไปในของขวัญที่เป็น เครื่องทองรูปพรรณสำหรับภรรยา แฟนสาว ลูกสาว และมารดา ที่รวม เข้าไว้ในเดือนธันวาคมเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบการ ลงทุนอีกอย่างหนึ่ง ใกล้สิ้นปี โบนัสจะถูกจ่าย และเหมือนกับเกษตรกร

26

ทองคำ

วารสาร

เอเชีย พวกเขาจะคิดคำนวณว่าเรามีแนวโน้มจะเหลือรายได้ส่วนเกินมาก เท่าไร แล้วจากนั้นส่วนหนึ่งของชาวตะวันตก ที่แม้จะเล็กแต่ก็กำลังเพิ่ม ขึ้น จะซื้อทองคำด้วยเงินส่วนเกินนี้ของพวกเขา แต่การฟื้นตัวตามฤดูกาลนี้จะไม่ตายหลังวันคริสต์มาสและช่วงต้น ปีถัดไป เพราะจะเป็นช่วงปีใหม่ของชาวจีน หรือที่รู้จักกันในนามของวัน ตรุษจีน ซึ่งจะอยู่ในช่วงระหว่างปลายเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และทองคำเป็นส่วนที่ใหญ่มากหนึ่งในการฉลองตรุษจีน การฟื้นตัวตาม ฤดูกาลที่มโหฬารจะยังคงมีต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทองคำจะถูก มอบเป็นของขวัญ และเครื่องทองจะถูกใช้ในการประดับตกแต่งบ้าน สำหรับงานรื่นเริงต่าง ๆ พลังทางวัฒนธรรมที่น่าทึ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะรวมเข้าด้วยกัน โดย เฉพาะอย่างยิ่งส่วนเหลือสิ้นปีทางการเงิน และเทศกาลต่าง ๆ จะจับกัน ฟื้นตัวตามฤดูกาลที่ใหญ่ที่สุดของปีนี้ ถ้าทองคำถอยมาอยู่ที่แค่ 950 ดอลลาร์สหรัฐ ในการถอนกลับเดือนตุลาคมในปีนี้ของมัน การฟื้นตัว เฉลี่ย 11.9% ปกติจะนำไปอยู่ที่ 1,065 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณนั้น ภายในเดือนกุมภาพันธ์ และคุณสามารถแทงพนันออนซ์สุดท้ายของคุณ ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นอย่างทันทีทันใดในอุปสงค์การลงทุนของตะวันตก ตอนใดที่ทองคำทะลุขึ้นไปอยู่เหนือ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นการ ฟื้นตัวตามฤดูกาลฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ อาจจะเป็นหนึ่งในการฟื้นตัวที่ดี ที่สุดเท่าที่เคยมีมาก็ได้ นอกจากนั้นจะมีการฟื้นตัวของทองคำตามฤดูกาลอีกครั้งระหว่าง ต้นเดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤษภาคม แม้ว่านี่จะมีตัวผลักดันทาง วัฒนธรรมที่ชัดเจนเหมือนการฟื้นตัวในฤดูใบไม้ร่วง ในการสังเกตและ ซื้อขายตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าตามปกติแล้วอุปสงค์การ ลงทุนของตะวันตกจะเป็นตัวผลักดัน ขณะที่ฤดูใบไม้ผลิเริ่มต้นขึ้นหลัง ฤดูหนาวที่ยาวนาน ผู้ค้ามีแนวโน้มจะมองโลกในแง่ดีมากขึ้นต่อตลาด ดังนั้นพวกเขาจะเริ่มซื้อและขับดันทุกสิ่งให้สูงขึ้น ซึ่งก็รวมถึงทองคำ การฟื ้ น ตั ว เฉลี ่ ย 3.9% ของมั น แม้ จ ะไม่ เ หมื อ นกั บ การฟื ้ น ตั ว ใน ฤดูใบไม้ร่วง แต่ก็ยังมีค่าควรแก่การซื้อขาย


แม้ จ ะมี ค วามผั น ผวนของทองคำที ่ ถู ก ผลั ก ดั น จากความตื ่ น ตระหนกอย่างบ้าคลั่ง เดือนกันยายน พฤศจิกายน และธันวาคม ก็ยัง คงรักษาจุดสูงที่สุด 3 จุด สำหรับเดือนปฎิทินที่ดีที่สุดสำหรับทองคำ การฟื้นตัวประจำเดือนตามฤดูกาลเหล่านี้ แท้ที่จริงทั้งหมดจะเติบโต ใหญ่ขึ้นไปอีก เนื่องจากอิทธิพลของความตื่นตระหนกอย่างบ้าคลั่งดัง กล่าว และการถอนกลับเดือนตุลาคมของการฟื้นตัวกลางฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งถูกทำให้บิดเบือนจากความตื่นตระหนกจะเติบโตลึกกว่ามาก ในฐานะ ค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลน่าสนใจที่เดือนเมษายนแย่งตำแหน่งเดือนมกราคม ในฐานะเดือนตามฤดูกาลที่ดีที่สุดเดือนที่สี่ ช่วงเวลาตามฤดูกาลที่เหมาะที่สุด แต่ละช่วงที่เอื้ออำนวยต่อ สถานะของทองคำที่ยาวนานจากแผนภูมิแรก ยังถูกแสดงไว้ที่นี่ใน แผนภูมิประจำเดือนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลประจำเดือน แน่นอนว่า จะต้องยืนยันสนับสนุนสิ่งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลประจำปี ถ้าคุณอยากจะ เพิ่มตำแหน่งยาวนานของโลหะสูงค่าใหม่ต่าง ๆ เข้าไป การแทงพนัน ตามช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณก็คือ การซื้อในช่วงต้นเดือนมกราคม ต้น เดือนเมษายน กลางเดือนมิถุนายน กลางเดือนสิงหาคม หรือกลางเดือน ตุลาคม เมื่อถ่วงดุลกันแล้ว นักลงทุนและนักเก็งกำไรจะได้รางวัล ตอบแทนอย่างมากในการซื้อง่ายขายคล่องนี้ ด้วยการใส่ใจในสิ่งที่เกิด ขึ้นตามฤดูกาลนี้ ก่อนที่ผมจะสร้างแผนภูมิใหม่ ผมไม่แน่ใจว่าจะคาดหวังอะไรเกี่ยว กับผลกระทบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลของทองคำของปีตื่นตระหนกนี้

มันมีผลกระทบอย่างแน่นอนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลของทองคำมาก กว่าปีอื่นใดที่ผมเคยเห็นมา แต่ผมก็รู้สึกยินดีที่เห็นปีที่ตื่นตระหนก ไม่ เปลี่ยนช่วงเวลาการซื้อขายที่เหมาะที่สุดตามฤดูกาลภายในมากกว่า 1 หรือ 2 สัปดาห์อย่างมากที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลของทองคำยังคง เป็นพลังทุติยภูมิที่สำคัญ ลมส่งท้ายที่เป็นประโยชน์ที่นักลงทุนและนัก เก็งกำไรโลหะสูงค่าทุกคนจำเป็นต้องพิจารณา เส้นก้นบึ้งก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลของการซื้อง่ายขายคล่อง ทองคำ ยังคงไม่บุบสลาย แม้จะมีภาวะผันผวนของทองคำที่ถูกผลักดัน จากความตื่นตระหนกอย่างบ้าคลั่งตลอดช่วงปีที่ผ่านมา แม้รูปทรงของ การฟื้นตัวตามฤดูกาลขนานใหญ่จะถูกทำให้เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ ไม่ ม ี ก ลวิ ธ ี ท ี ่ เ ป็ น แก่ น ของการซื ้ อ ขายอิ ท ธิ พ ลตามฤดู ก าลเหล่ า นี ้ เปลี่ยนแปลง ที่ช่วงเวลาต่าง ๆ ของปี เมื่อทองคำ (รวมถึงหุ้นเงิน และ โลหะสูงค่า) มีแนวโน้มจะยังคงเลวร้าย และช่วงเวลาอื่น ๆ เมื่อพวกมัน มีแนวโน้มจะเจริญขึ้น เราสามารถขี่พลังเหล่านี้ และวันนี้เราบังเอิญกำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงเวลาตามฤดูกาลที่ทำ กำไรที่สุดของปีสำหรับโลหะสูงค่า การซื้อทองคำอย่างขนานใหญ่ทั่วโลก ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ผลักดันทองคำสูงขึ้นประมาณ 14% โดยเฉลี่ยตลอดช่วงเวลานี้ ระหว่างการซื้อง่ายขายคล่องตลอดไปนี้ แม้แต่ถ้าเราได้เพียงแค่หนึ่งของทั้งหมดในปีนี้ จากเหตุผลบางประการ มันก็ยังคงจะผลักดันทองคำอย่างเด็ดขาดให้อยู่เหนือ 1,000 ดอลลาร์ สหรัฐ ซึ่งจะปลดปล่อยทุกชนิดของอุปสงค์การลงทุนกระแสหลัก

ทองคำ

วารสาร

27


28

วารสาร

ทองคำ

วันที่

1/7/09 2/7/09 3/7/09 4/7/09 6/7/09 7/7/09 9/7/09 10/7/09 11/7/09 13/7/09 14/7/09 15/7/09 16/7/09 17/7/09 18/7/09 20/7/09 21/7/09 22/7/09 23/7/09 24/7/09 25/7/09 27/7/09 28/7/09 29/7/09 30/7/09 31/7/09

ทองคำแท่ง รับซื้อ ขายออก 96.50% 90% บาทละ บาทละ กรัมละ บาทละ กรัมละ 15,000.00 15,100.00 975 14,781.00 877.50 15,100.00 15,200.00 982 14,887.12 883.80 15,050.00 15,150.00 978 14,826.48 880.20 15,050.00 15,150.00 978 14,826.48 880.20 15,000.00 15,100.00 975 14,781.00 877.50 14,950.00 15,050.00 972 14,735.52 874.80 14,750.00 14,850.00 959 14,538.44 863.10 14,700.00 14,800.00 956 14,492.96 860.40 14,750.00 14,850.00 959 14,538.44 863.10 14,700.00 14,800.00 956 14,492.96 860.40 14,850.00 14,950.00 965 14,629.40 868.50 14,950.00 15,050.00 972 14,735.52 874.80 15,000.00 15,100.00 975 14,781.00 877.50 15,000.00 15,100.00 975 14,781.00 877.50 15,000.00 15,100.00 975 14,781.00 877.50 15,150.00 15,250.00 985 14,932.60 886.50 15,150.00 15,250.00 985 14,932.60 886.50 15,150.00 15,250.00 985 14,932.60 886.50 15,250.00 15,350.00 991 15,023.56 891.90 15,200.00 15,300.00 988 14,978.08 889.20 15,200.00 15,300.00 988 14,978.08 889.20 15,250.00 15,350.00 991 15,023.56 891.90 15,250.00 15,350.00 991 15,023.56 891.90 15,000.00 15,100.00 975 14,781.00 877.50 15,000.00 15,100.00 975 14,781.00 877.50 15,050.00 15,150.00 978 14,826.48 880.20 บาทละ 13,302.90 13,398.41 13,343.83 13,343.83 13,302.90 13,261.97 13,084.60 13,043.66 13,084.60 13,043.66 13,166.46 13,261.97 13,302.90 13,302.90 13,302.90 13,439.34 13,439.34 13,439.34 13,521.20 13,480.27 13,480.27 13,521.20 13,521.20 13,302.90 13,302.90 13,343.83

ทองรูปพรรณรับซื้อ 50% 40% กรัมละ บาทละ กรัมละ 439 6,655.24 341 442 6,700.72 344 440 6,670.40 342 440 6,670.40 342 439 6,655.24 341 437 6,624.92 340 432 6,549.12 336 430 6,518.80 335 432 6,549.12 336 430 6,518.80 335 434 6,579.44 338 437 6,624.92 340 439 6,655.24 341 439 6,655.24 341 439 6,655.24 341 443 6,715.88 345 443 6,715.88 345 443 6,715.88 345 446 6,761.36 347 445 6,746.20 346 445 6,746.20 346 446 6,761.36 347 446 6,761.36 347 439 6,655.24 341 439 6,655.24 341 440 6,670.40 342

ราคาทองคำตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ (เพื่อใช้ในการคำนวณภาษี) ประจำเดือน กรกฎาคม 2552

บาทละ 5,169.56 5,215.04 5,184.72 5,184.72 5,169.56 5,154.40 5,093.76 5,078.60 5,093.76 5,078.60 5,124.08 5,154.40 5,169.56 5,169.56 5,169.56 5,230.20 5,230.20 5,230.20 5,260.52 5,245.36 5,245.36 5,260.52 5,260.52 5,169.56 5,169.56 5,184.72

99.99% กรัมละ บาทละ 1,010 15,311.60 1,018 15,432.88 1,013 15,357.08 1,013 15,357.08 1,010 15,311.60 1,007 15,266.12 994 15,069.04 991 15,023.56 994 15,069.04 991 15,023.56 1,000 15,160.00 1,007 15,266.12 1,010 15,311.60 1,010 15,311.60 1,010 15,311.60 1,021 15,478.36 1,021 15,478.36 1,021 15,478.36 1,027 15,569.32 1,024 15,523.84 1,024 15,523.84 1,027 15,569.32 1,027 15,569.32 1,010 15,311.60 1,010 15,311.60 1,013 15,357.08

หน่วย:บาท


วารสาร

ทองคำ

29

วันที่

1/8/09 3/8/09 4/8/09 5/8/09 6/8/09 7/8/09 8/8/09 10/8/09 11/8/09 13/8/09 14/8/09 15/8/09 17/8/09 18/8/09 19/8/09 20/8/09 21/8/09 22/8/09 24/8/09 25/8/09 26/8/09 27/8/09 28/8/09 29/8/09 31/8/09

ทองคำแท่ง รับซื้อ ขายออก 96.50% 90% บาทละ บาทละ กรัมละ บาทละ กรัมละ 15,200.00 15,300.00 988 14,978.08 889.20 15,250.00 15,350.00 991 15,023.56 891.90 15,200.00 15,300.00 988 14,978.08 889.20 15,350.00 15,450.00 998 15,129.68 898.20 15,350.00 15,450.00 998 15,129.68 898.20 15,300.00 15,400.00 995 15,084.20 895.50 15,250.00 15,350.00 991 15,023.56 891.90 15,300.00 15,400.00 995 15,084.20 895.50 15,200.00 15,300.00 988 14,978.08 889.20 15,300.00 15,400.00 995 15,084.20 895.50 15,300.00 15,400.00 995 15,084.20 895.50 15,200.00 15,300.00 988 14,978.08 889.20 15,100.00 15,200.00 982 14,887.12 883.80 15,100.00 15,200.00 982 14,887.12 883.80 15,050.00 15,150.00 978 14,826.48 880.20 15,150.00 15,250.00 985 14,932.60 886.50 15,100.00 15,200.00 982 14,887.12 883.80 15,250.00 15,350.00 991 15,023.56 891.90 15,250.00 15,350.00 991 15,023.56 891.90 15,200.00 15,300.00 988 14,978.08 889.20 15,200.00 15,300.00 988 14,978.08 889.20 15,150.00 15,250.00 985 14,932.60 886.50 15,250.00 15,350.00 991 15,023.56 891.90 15,300.00 15,400.00 995 15,084.20 895.50 15,300.00 15,400.00 995 15,084.20 895.50 บาทละ 13,480.27 13,521.20 13,480.27 13,616.71 13,616.71 13,575.78 13,521.20 13,575.78 13,480.27 13,575.78 13,575.78 13,480.27 13,398.41 13,398.41 13,343.83 13,439.34 13,398.41 13,521.20 13,521.20 13,480.27 13,480.27 13,439.34 13,521.20 13,575.78 13,575.78

ทองรูปพรรณรับซื้อ 50% 40% กรัมละ บาทละ กรัมละ 445 6,746.20 346 446 6,761.36 347 445 6,746.20 346 449 6,806.84 349 449 6,806.84 349 448 6,791.68 348 446 6,761.36 347 448 6,791.68 348 445 6,746.20 346 448 6,791.68 348 448 6,791.68 348 445 6,746.20 346 442 6,700.72 344 442 6,700.72 344 440 6,670.40 342 443 6,715.88 345 442 6,700.72 344 446 6,761.36 347 446 6,761.36 347 445 6,746.20 346 445 6,746.20 346 443 6,715.88 345 446 6,761.36 347 448 6,791.68 348 448 6,791.68 348

ราคาทองคำตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ (เพื่อใช้ในการคำนวณภาษี) ประจำเดือน สิงหาคม 2552

บาทละ 5,245.36 5,260.52 5,245.36 5,290.84 5,290.84 5,275.68 5,260.52 5,275.68 5,245.36 5,275.68 5,275.68 5,245.36 5,215.04 5,215.04 5,184.72 5,230.20 5,215.04 5,260.52 5,260.52 5,245.36 5,245.36 5,230.20 5,260.52 5,275.68 5,275.68

หน่วย:บาท

99.99% กรัมละ บาทละ 1,024 15,523.84 1,027 15,569.32 1,024 15,523.84 1,034 15,675.44 1,034 15,675.44 1,031 15,629.96 1,027 15,569.32 1,031 15,629.96 1,024 15,523.84 1,031 15,629.96 1,031 15,629.96 1,024 15,523.84 1,018 15,432.88 1,018 15,432.88 1,013 15,357.08 1,021 15,478.36 1,018 15,432.88 1,027 15,569.32 1,027 15,569.32 1,024 15,523.84 1,024 15,523.84 1,021 15,478.36 1,027 15,569.32 1,031 15,629.96 1,031 15,629.96


30

วารสาร

ทองคำ

วันที่

1/9/09 2/9/09 3/9/09 4/9/09 5/9/09 7/9/09 8/9/09 9/9/09 10/9/09 11/9/09 12/9/09 14/9/09 15/9/09 16/9/09 17/9/09 18/9/09 19/9/09 21/9/09 22/9/09 23/9/09 24/9/09 25/9/09 26/9/09 28/9/09 29/9/09 30/9/09

ทองคำแท่ง รับซื้อ ขายออก 96.50% 90% บาทละ บาทละ กรัมละ บาทละ กรัมละ 15,250.00 15,350.00 991 15,023.56 891.90 15,300.00 15,400.00 995 15,084.20 895.50 15,650.00 15,750.00 1,017 15,417.72 915.30 15,750.00 15,850.00 1,024 15,523.84 921.60 15,850.00 15,950.00 1,030 15,614.80 927.00 15,800.00 15,900.00 1,027 15,569.32 924.30 16,000.00 16,100.00 1,040 15,766.40 936.00 15,850.00 15,950.00 1,030 15,614.80 927.00 15,750.00 15,850.00 1,024 15,523.84 921.60 15,950.00 16,050.00 1,037 15,720.92 933.30 16,000.00 16,100.00 1,040 15,766.40 936.00 15,850.00 15,950.00 1,030 15,614.80 927.00 15,900.00 16,000.00 1,034 15,675.44 930.60 16,100.00 16,200.00 1,047 15,872.52 942.30 16,100.00 16,200.00 1,047 15,872.52 942.30 16,050.00 16,150.00 1,043 15,811.88 938.70 15,950.00 16,050.00 1,037 15,720.92 933.30 15,850.00 15,950.00 1,030 15,614.80 927.00 16,050.00 16,150.00 1,043 15,811.88 938.70 16,000.00 16,100.00 1,040 15,766.40 936.00 15,950.00 16,050.00 1,037 15,720.92 933.30 15,850.00 15,950.00 1,030 15,614.80 927.00 15,800.00 15,900.00 1,027 15,569.32 924.30 15,750.00 15,850.00 1,024 15,523.84 921.60 15,750.00 15,850.00 1,024 15,523.84 921.60 15,800.00 15,900.00 1,027 15,569.32 924.30 บาทละ 13,521.20 13,575.78 13,875.95 13,971.46 14,053.32 14,012.39 14,189.76 14,053.32 13,971.46 14,148.83 14,189.76 14,053.32 14,107.90 14,285.27 14,285.27 14,230.69 14,148.83 14,053.32 14,230.69 14,189.76 14,148.83 14,053.32 14,012.39 13,971.46 13,971.46 14,012.39

หน่วย:บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 50% 40% 99.99% กรัมละ บาทละ กรัมละ บาทละ กรัมละ บาทละ 446 6,761.36 347 5,260.52 1,027 15,569.32 448 6,791.68 348 5,275.68 1,031 15,629.96 458 6,943.28 356 5,396.96 1,054 15,978.64 461 6,988.76 358 5,427.28 1,061 16,084.76 464 7,034.24 361 5,472.76 1,067 16,175.72 462 7,003.92 359 5,442.44 1,064 16,130.24 468 7,094.88 364 5,518.24 1,078 16,342.48 464 7,034.24 361 5,472.76 1,067 16,175.72 461 6,988.76 358 5,427.28 1,061 16,084.76 467 7,079.72 363 5,503.08 1,075 16,297.00 468 7,094.88 364 5,518.24 1,078 16,342.48 464 7,034.24 361 5,472.76 1,067 16,175.72 465 7,049.40 362 5,487.92 1,071 16,236.36 471 7,140.36 366 5,548.56 1,085 16,448.60 471 7,140.36 366 5,548.56 1,085 16,448.60 469 7,110.04 365 5,533.40 1,081 16,387.96 467 7,079.72 363 5,503.08 1,075 16,297.00 464 7,034.24 361 5,472.76 1,067 16,175.72 469 7,110.04 365 5,533.40 1,081 16,387.96 468 7,094.88 364 5,518.24 1,078 16,342.48 467 7,079.72 363 5,503.08 1,075 16,297.00 464 7,034.24 361 5,472.76 1,067 16,175.72 462 7,003.92 359 5,442.44 1,064 16,130.24 461 6,988.76 358 5,427.28 1,061 16,084.76 461 6,988.76 358 5,427.28 1,061 16,084.76 462 7,003.92 359 5,442.44 1,064 16,130.24

ราคาทองคำตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ (เพื่อใช้ในการคำนวณภาษี) ประจำเดือน กันยายน 2552


ทอล์ค

ออฟ เดอะ ทาวน์

จับตาการเมืองใหม่ญี่ปุ่น

ทำเอเชียแน่นแฟ้น

แม้

ว่าในประเทศไทยจะมีเรื่องราวหลายหลากให้น่าติดตาม แต่ คอลัมน์ “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” ในฉบับนี้ขอเอาใจ ผู้คนที่อยู่ในแวดวงเศรษฐกิจ และการเมือง ด้วยการโฟกัสไปที่ผลการ เลือกตั้งญี่ปุ่น ซึ่งได้เสร็จสิ้นไปเมื่อไม่นานนี้ และถือเป็นการเปลี่ยนขั้ว อำนาจทางการเมืองการปกครองครั้งใหญ่ จากพรรคแอลดีพีที่ผูกขาด มานานกว่า 50 ปี มาเป็นพรรคฝ่ายค้านประชาธิปไตย หรือ ดีพีเจ ภายใต้การนำของนายยูกิโอะ ฮาโตยามะ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความ ต้องการเปลี่ยนแปลงของชาวญี่ปุ่น ที่รู้สึกเบื่อหน่าย และไม่พอใจกับ การทำงานของพรรคแอลดีพี ของอดีตนายกฯ ทาโร อาโซะ ท่ามกลาง ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรงที่สุดตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งก็สอดคล้องกับการหาเสียงของพรรคดีพีเจที่ประกาศจะนำความ เปลี่ยนแปลงมาสู่ญี่ปุ่น จากผลการเลือกตั้งที่ออกมาทำให้ทั่วโลกต่างเฝ้าจับตาถึงการ เปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในทุก ๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นในด้านมิติทางสังคม และเศรษฐกิจภายในแดนอาทิตย์อุทัย รวมไปถึงมิติทางด้านการค้าและ การลงทุนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ สำคัญในลำดับต้น ๆ ของโลก ลองมาดูนโยบายสำคัญของดีพีเจ ที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นเทคะแนนให้ อย่างถล่มทลาย ส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องของการให้ความสำคัญกับ นโยบายทางสั ง คมในประเทศ มี ต ั ้ ง แต่ ก ารขยายสวั ส ดิ ก ารสั ง คม

การตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น ลดขั้นตอนยุ่งยากของระบบราชการ ที่ สำคัญยังเน้นเปลี่ยนนโยบายที่มุ่งให้ความสำคัญกับรูปแบบเศรษฐกิจที่ มีศูนย์กลางอยู่ที่ภาคธุรกิจ มาเน้นให้ประโยชน์ประชาชนทั่วไปแทน อย่างไรก็ตามสิ่งท้าทายที่ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องเผชิญก็คือ จะต้องทำให้ญี่ปุ่นหลุดพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอย และแก้ปัญหาอัตรา ว่างงานที่พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 5.7 โดยหลังจากคว้า ชัยชนะ ฮาโตยามะ ก็เร่งจัดตั้งรัฐบาลทันที หลายฝ่ายจับตาไปที่ตัว รัฐมนตรีคลัง ซึ่งถือเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังมี ปัญหาไปทั่วโลก ขณะที่นโยบายที่หลายฝ่ายจับตามองเป็นพิเศษ ก็คือ เรื่องที่นายฮาโตยามะ ประกาศจะปรับเปลี่ยนนโยบายด้วยการลดการ พึ่งพาสหรัฐฯ หลังจากได้รับบทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจที่ญี่ปุ่นต้อง เผชิญจากภาวะถดถอยของสหรัฐฯ โดยจะเข้าไปใกล้ชิดเพื่อนบ้านอย่าง จีนและเกาหลีใต้ ซึ่งหมายถึงการพึ่งพากันเองภายในเอเชียมากขึ้น อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่า ฮาโตยามะ ไม่น่าจะทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีต่อสหรัฐฯ ได้แบบฉับพลัน ที่สำคัญพวกหัว อนุรักษ์นิยมในดีพีเจเองก็ต้องการให้ญี่ปุ่นคงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ไว้เหมือนเดิม ซึ่งก็ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะนำ ความเปลี่ยนแปลงมาสู่ญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน และจะสามารถปรับตัว เข้ากับสถานภาพใหม่ในบทบาทพรรครัฐบาลได้ดีเพียงไร หลังจาก เล่นบทฝ่ายค้านมานานกว่าครึ่งศตวรรษ

ทองคำ

วารสาร

31


ทางด้านนักวิเคราะห์จากสื่อชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นรอยเตอร์ส เอพี และเอเอฟพี ต่างได้ออกมาชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ผลการเลือกตั้งดังกล่าว น่าจะก่อให้เกิดการผ่อนคลายความตึงเครียดขึ้นในภูมิภาค สืบเนื่องจากแนว นโยบายใหม่ของพรรคดีพีเจที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้มีส่วนเอื้อต่อการปรับ ความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคให้ดีขึ้นได้ อย่างน้อยที่สุดการที่ นายฮาโตยามะประกาศชัดเจนแล้วว่า จะไม่เดินทางไปคารวะสุสานวีรบุรุษ ยาสุกูนิ ก็แสดงให้เห็นว่าปัญหาขัดแย้งในเชิงประวัติศาสตร์สืบเนื่องจาก เหตุการณ์ในส���ครามโลกครั้งที่ 2 จะถูกลดความสำคัญลง เพื่อสร้างเอกภาพใน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์จากหลายค่ายเห็นตรงกันว่า ในระยะแรก รัฐบาลใหม่ของนายฮาโตยามะจำเป็นต้องมุ่งเน้นเรื่องภายในประเทศเป็นหลัก เพื่อพิสูจน์ต่อประชาชนให้ได้ว่า รัฐบาลดีพีเจสามารถบริหารบ้านเมืองได้อย่างที่ คาดหวัง โดยมีระยะเวลาในการพิสูจน์ตัวเองไม่เกิน 1 ปี เพราะจะมีการเลือก ตั้งสมาชิกสภาสูงญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคมปีหน้า แม้ว่าในขณะนี้พรรคดีพีเจและ พรรคพันธมิตรเล็ก ๆ อีก 2 พรรคจะครองเสียงข้างมากอยู่ก็ตาม หากการ บริหารงานในช่วงแรกไม่ประสบผล จะส่งผลให้พรรคแอลดีพีกลับมาครอง เสียงข้างมากในสภาสูง และจะยิ่งกดดันการทำงานของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น ต่อ เมื่อสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนญี่ปุ่นได้แล้วเท่านั้น จึงจะสามารถ ปรับปรุงความสัมพันธ์กับทั้งโลกได้ มาดูมุมมองของคนในแวดวงทางการเงินของประเทศไทย ต่อนโยบายของ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ที่ประกาศกร้าวจะลดการพึ่งพิงสหรัฐฯ โดย ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์เศรษฐกิจและ ธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า คำถามคือ ใครจะมาทดแทน เพราะเท่าที่ดู สหรัฐฯ เป็นตัวนำเข้า และบริโภคหลักของโลก มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ถึง 14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่จีนเพียง 4 ล้านล้านเหรียญ เท่านั้น ที่สำคัญจีน

มีการออมมากกว่าสหรัฐฯ ซึ่งหากการบริโภคสหรัฐฯ หายไป 1% จีนจะต้อง บริโภคเพิ่ม 6% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ และเมื่อหันดูประเทศในเอเชีย ส่วนใหญ่ก็ยัง เกินดุลการค้า คือ ผลิตมากกว่าความต้องการ มีเพียงอินเดีย และเกาหลี เท่านั้น ที่ขาดดุล แต่ทั้งสองประเทศเมื่อเทียบขนาดเศรษฐกิจยังเล็กมาก ดร.เศรษฐพุฒิมองว่าเศรษฐกิจโลกยังต้องพึ่งพิงสหรัฐฯ โดยยกตัวอย่าง ใกล้ตัว อย่างไทย ซึ่งที่ผ่านมาบอกกันตลอดว่าจะลดการพึ่งพิงการส่งออก แต่ ที่ผ่านมา สัดส่วนการส่งออกต่อจีดีพียังเพิ่มขึ้นตลอด โดยสัดส่วนได้เพิ่มขึ้น จาก 23% เมื่อปี 93 เป็น 64% ในปัจจุบัน และเมื่อดูจีดีพีเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง พบว่าจะโตเฉลี่ย 4.7% ซึ่งในจำนวนนั้น เป็นส่งออกสูงถึง 2% แต่หากญี่ปุ่น ทำได้จริง ก็จะส่งผลดีต่อการค้า-การลงทุนในภูมิภาค ที่จะทำให้การค้าการ ลงทุนมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น

32

ทองคำ

วารสาร


ขณะที่ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันเอเชียเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอยู่แล้ว การที่ญี่ปุ่นหันมาให้ ความสำคัญ และขยายการลงทุนในเอเชียมากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้เอเชียเข้มแข็ง และการที่ญี่ปุ่นหันมาสู่เอเชีย ก็จะทำให้การรวมตัวเป็นกลุ่มเป็นก้อนของ เอเชีย เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป ก็จะเพิ่มพลังมากขึ้นในส่วนของกลุ่ม อาเซียน เชื่อว่าจะได้ประโยชน์ เพราะลำพังอาเซียนเองจะเข้มแข็งด้วยตัวเอง คงลำบาก ต้องอาศัยญี่ปุ่น และจีน ซึ่งการผนึกกำลังระหว่างจีนกับญี่ปุ่น 2 ยักษ์ใหญ่ของเอเชีย ก็จะเชื่อมโยงห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น ดร.สมภพ ยังมองว่าขณะที่ไทยก็น่าจะได้ประโยชน์ เพราะญี่ปุ่นเข้ามา ลงทุนในไทยมากที่สุดในโลก ค้าขายกับไทยอยู่ในอันดับต้น ๆ แต่ก็ขึ้นอยู่ กับไทยว่าจะใช้ประโยชน์จากรัฐบาลใหม่ของญี่ปุ่นได้มากน้อยแค่ไหน โดย เฉพาะการสานต่อเจเทปป้า (JTEPA) ที่เป็นโอกาสที่จะทำให้เข้มแข็งขึ้น อย่างไรก็ดี ดร.สมภพ มองว่าญี่ปุ่นคงไม่ถอยห่างสหรัฐฯ โดยสิ้นเชิง แต่ จ ะเป็ น การถอยห่ างทางด้ านการเมื องและทหารมากกว่ า โดยเฉพาะ ดร.สมภพมองว่าปัญหาใหญ่ของรัฐบาลญี่ปุ่น คือการฝ่าฟัน นโยบายการส่งทหารไปรักษาสันติภาพในตะวันออกกลาง หรือการลดกำลัง เศรษฐกิ จ ในประเทศ โดยจะต้ อ งมี ก ารทบทวนนโยบายเดิ ม ทหารที่เกาะโอกินาวา โดยเฉพาะการเน้นการลงทุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานในประเทศ ที ่ ท ำให้ ว ั น นี ้ ห นี ้ ส าธารณะสู ง เกื อ บ 200% โดย ดร.สมภพ เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลใหม่ ที่จะเข้าหาประชาชนมากขึ้น เช่น การดูแลเกษตรกร คนแก่ หรือนักเรียน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดู

ให้สมดุล เพราะหากเน้นโครงการประชานิยมมากเกินไป จะทำให้ เกิดความขัดเเย้งกับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจเเบบสรี ที่ญี่ปุ่นยึดถือ มาตลอด จนทำให้ญี่ปุ่นยืนอยู่เหนือประเทศอื่นได้ ขณะที่ ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ อาจารย์ประจำคณะ รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าการประกาศนโยบาย ของผู้นำคนใหม่ของญี่ปุ่น น่าจะส่งผลดีต่อการค้าในประเทศกลุ่ม

อาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มเอเชียตะวันออก ที่จะเป็นกลุ่มประเทศ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจในอนาคต และการที่นายกฯ คนใหม่ของ ญี่ปุ่นประกาศชัดเจนว่าจะให้ความสำคัญกับประเทศในแถบนี้ ก็เชื่อ ว่าอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งอาจจะออกมา ในรูปของการใช้เงินสกุลใดสกุลหนึ่งของเอเชียเป็นสกุลหลักแทน เงินดอลลาร์ รวมถึงการร่วมมือทางการค้า และการลงทุนที่อาจจะมี เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ดร.สมชาย ยังให้จับตาการประชุมกลุ่มสุดยอดผู้นำ อาเซียน บวก 3 และบวก 6 ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งรัฐบาลใหม่ ของญี่ปุ่นอาจจะแสดงท่าที หรือจุดยืนใหม่เกี่ยวกับการกระชับ ความสัมพันธ์ในมิติต่าง ๆ กับกลุ่มประเทศในแถบนี้ด้วย

ทองคำ

วารสาร

33


รอบรู้

เรื่องทองคำ

เยือนถิ่นกระทุ่มแบน

ต้นกำเนิด “เบญจรงค์” “กระทุ่มแบน” เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาคร ที่นักสะสมข้าวของเครื่องใช้สวยงามมักจะ ขับรถมาเยือนบ่อยครั้ง เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมของ “เครื่องเบญจรงค์” ลวดลายวิจิตรตระการตา หรือ อาจกล่าวได้ว่าเป็นดินแดน “ต้นกำเนิดเบญจรงค์” ก็ว่าได้ แม้ที่นี่จะมีแหล่งขายเบญจรงค์อยู่มากมายเกือบ 80 ร้าน แต่ทว่าแต่ละร้านนั้นต่างก็มีเอกลักษณ์ เป็นของตัวเอง เฉกเช่น ร้าน “ไชยกวัฒน์ เบญจรงค์” ของ คุณไชยกวัฒน์ วรวงษ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ 17/1 ม.8 ถ.เศรษฐกิจ ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ที่ให้ความสำคัญกับการเขียนลวดลาย และมีจุดเด่นของเบญจรงค์อยู่ที่ “ทอง” กับ “สี” คุณไชยกวัฒน์ บอกว่า ตอนนี้เบญจรงค์ที่กำลังเป็นที่นิยม คือทองด้าน ซึ่งทองด้านก็มาจากทอง เงานั่นเอง ทุกร้านจะแข่งขันกัน ถ้าของใครล้าสมัยก็ตกยุค ขายไม่ออก ส่วนทอง 18 K (ทอง 12 K นำ มาทำให้ด้าน) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน เพราะมีเนื้อทองเยอะกว่า 12 K นอกจากทองด้านซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่แล้ว เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าติดใจ เบญจรงค์ของร้านคุณไชยกวัฒน์ ก็คือที่นี่มีการแบ่งเกรดสินค้าแต่ละประเภทเป็น 3 เกรด เพื่อให้ลูกค้า สามารถเลือกซื้อได้ตามกำลังทรัพย์ และทุกครั้งก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อ คุณไชยกวัฒน์ก็จะสอน วิธีการดูเบญจรงค์ให้กับลูกค้าด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่รายได้ต่อเดือนของที่ร้านเฉลี่ยแล้วประมาณล้าน กว่าบาท เม็ดเงินนี้ยังไม่รวมกับออเดอร์ที่ทำส่งตลาดนัดจตุจักร นารายภัณฑ์ และร้านที่เปิดอยู่ สยามพารากอน “ผมขายเบญจรงค์มาเกือบ 20 ปี แต่มาเปิดร้านที่นี่ประมาณ 4 ปี ผมขายของผมไม่เคยหลอก ลูกค้า สอนทุกครั้งว่าการดูเบญจรงค์ต้องดูที่ลาย อย่าหวัด อย่าเฉ ช่องไฟต้องสม่ำเสมอ ดูควา��� ละเอียดของลาย แล้วก็ดูกระเบื้องที่มีความบาง อย่างที่ร้านของผมนำเข้ากระเบื้องจากจีน เพราะของเขา ได้คุณภาพ เจ้าชายจากประเทศบรูไนยังมาซื้อเบญจรงค์ที่ร้านของผมเลย 10 กว่าล้าน ผมมั่นใจเบญจรงค์เรามากกว่าของจีน เพราะการเขียนของจีนอ่อนแบบใบไผ่ แต่ของคนไทยอ่อน แบบอ่อนช้อย การเขียนลายละเอียดกว่า ถ้าเราจะขายต่างประเทศต้องปรับปรุงลายให้โมเดิร์นหน่อย จะ สังเกตเห็นว่าเดี๋ยวนี้คุณภาพเบญจรงค์ของคนจีนเริ่มด้อยลง เพราะเขาหันมาใช้สติกเกอร์แทนการเขียน ลายกันแล้ว” 34

ทองคำ

วารสาร


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณไชยกวัฒน์ จะจบการศึกษาเพียงชั้น ม.6 และเคยเสียหลัก ธุรกิจเบญจรงค์เจ๊งเมื่อปี 2536 เพราะไม่มีความรู้ในการคำนวณต้นทุนและราคาขาย ซ้ำร้ายคนงานยังโก่งค่าแรง แต่ก็ไม่ได้ทำให้คุณไชยกวัฒน์ท้อถอย หมั่นฝึกเขียนลาย จนเก่งขึ้น ลงมือทำทุกอย่างทุกขั้นตอนด้วยตนเอง จนทำให้รู้ว่าต้นทุนของแต่ละชิ้น ราคาเท่าไหร่ และเริ่มตระเวนหาร้านเช่าเพื่อขายเอง แทนการทำส่งอย่างเดียว จนทำให้ ประสบความสำเร็จจนทุกวันนี้ ในอนาคต คุณไชยกวัฒน์ ยังได้วางแผนเอาไว้ว่าจะพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ เบญจรงค์ให้มีความหลากหลาย โดยคิดที่จะทำเครื่องประดับจากเบญจรงค์ เช่น พวก โคมไฟเบญจรงค์ ตู ้ โ ชว์ เ บญจรงค์ พร้ อ มกั บ การเปิ ด โชว์ รู ม ขายส่ ง เบญจรงค์ ท ี ่ จ.นครราชสีมา เจาะลูกค้าตลาดอินโดจีน ซึ่งคุณไชยกวัฒน์เชื่อว่าน่าจะได้รับความนิยม เพราะที่นั่นไม่มีคู่แข่ง โดยจะยึดคอนเซ็ปต์สวนทางกับเบญจรงค์จากต่างประเทศ กล่าว คือ ต่างประเทศทำหยาบ เพื่อรักษาปริมาณการขาย แต่เบญจรงค์ของคุณไชยกวัฒน์จะ ยังคงรักษามาตรฐานความละเอียดของลาย โดยไม่สนใจสนนราคาว่าจะแพงกว่าคนอื่น และแม้ว่าในปัจจุบันจะมีผู้ที่รู้จักและให้ความสนใจเบญจรงค์เพียงแค่ 30% เท่านั้น แต่ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการเบญจรงค์มากว่า 20 ปีอย่างคุณไชยกวัฒน์ มองว่า ตลาดของคนทำเบญจรงค์จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และในอีก 5 ปีข้างหน้า คนจะเริ่มรู้จัก เบญจรงค์และเริ่มชอบมากขึ้น ผลิตภัณฑ์เบญจรงค์ก็ต้องเร่งพัฒนารูปแบบให้สามารถ ใช้งานได้จริงมากกว่าการเก็บไว้โชว์เพียงเพื่อแค่สวยงาม “ในต่างประเทศ เขายังไม่รู้จักเบญจรงค์มากนัก เพียงแค่ซื้อไปเป็นของฝาก ไม่ได้ ใช้เอง เพราะลวดลายของไทยมากไป ต่อไปเราต้องศึกษา เพื่อทำให้ตลาดนอกรู้จัก เบญจรงค์ ภายใน 6 ปี ผมจะทำให้ต่างประเทศรู้จักเบญจรงค์ที่กระทุ่มแบนให้ได้ เพราะที่นี่มีอยู่ประมาณ 80 แห่ง ที่นี่ถือเป็นต้นกำเนิดเบญจรงค์ โดยในเบื้องต้นผมจะ ทำตลาด เอาเบญจรงค์ ม ารวมกั น ให้ ไ ด้ ก ่ อ น 7-8 โรงงานมารวมกั น ขายให้ เ ป็ น ตลาดเลย และจะบอกให้ทุกคนรับรู้ว่า เบญจรงค์ ไม่ใช่มีแค่ 5 สี มันพัฒนาไปไกล สำหรับผม เบญจรงค์คือการเขียนบนเคลือบเท่านั้น ส่วนลายครามเป็นการเขียนใต้ เคลือบ ที่เราเห็นมีการนำทองเหลืองมาเดินขอบนั้น เขาเรียกเป็นงานลายคราม ไม่ใช่ เบญจรงค์ ”

ทองคำ

วารสาร

35


และสำหรับใครที่กำลังสนใจที่จะลองสะสมหรือทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ เบญจรงค์ ก็นับว่าเป็นข่าวดี เพราะคุณไชยกวัฒน์ บอกว่า ต่อไปในอนาคต ทองที่จะนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นทองเงา ทองด้าน หรือทอง 18 K จะมีราคาถูก ลง จากเดิมที่เคยนำเข้าขวดละ 18,000 บาท อนาคตจะลดลงเหลือเพียงขวด ละ 7-8 พันบาท และในเมื่อทองซึ่งเป็นส่วนประกอบถูกลง ต่อไปเครื่อง เบญจรงค์ คนจนก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ส่วนใครที่กังวลถึงผลข้างเคียงที่จะได้รับจากการใช้ผลิตภัณฑ์ เบญจรงค์ เนื่องจากทองที่นำมาเป็นส่วนประกอบนั้น มีสารตะกั่ว โคบอลต์ และดีบุกเจือปน คุณไชยกวัฒน์ บอกว่า ให้สบายใจได้ เพราะสารเหล่านั้นได้ มีการเผาระเหยไปแล้ว เหลือแต่ทองคำแท้ หากอยากพิสูจน์ในสิ่งที่คุณไชยกวัฒน์ กล่าวมาข้างต้นว่าจริงเท็จ แค่ไหน เชิญได้ที่ “กระทุ่มแบน” ดินแดนแห่งต้นกำเนิดเบญจรงค์ตัวจริง เสียงจริง


เปดวันอาทิตย สัปดาหที่ 1 และ 3 ของเดือน

121/2-3 ศูนยการคาดิโอลดสยาม ชั้น 1 ฝงพาหุรัด บูรพาภิรมย พระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท 0-2623-9787 แฟกซ 0-2225-0330


เรื่อง

จากปก

สมาคมทองคำฝันไกล ดันแผนผลิตทองให้จีน ใน การเดินทางเยือนประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และ เจรจาการค้า เมื่อไม่นานมานี้ นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ ได้มี โอกาสร่วมคณะไปด้วย และในการเจรจาการค้าครั้งนั้น มีเรื่องที่น่าสนใจ คือทาง สมาคมค้าทองคำไทย ได้หารือกับผู้อำนวยการของกระทรวงพาณิชย์ และสมาคม ผู้ค้าทองคำของประเทศจีน เสนอที่จะรับจ้างผลิต (OEM) ทองรูปพรรณให้แก่ ประเทศจีน หลังจากที่พบว่าการผลิตทองคำในจีนยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของผู้บริโภคในประเทศ ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวจะให้ทางจีนส่งทองคำเข้า มาพร้อมกับว่าจ้างให้ช่างทองประเทศไทยเป็นผู้ออกแบบ และผลิต จากนั้นส่งกลับ ไป ซึ ่ ง ทางประเทศจี น ให้ ค วามสนใจกั บ แนวคิ ด ดั ง กล่ า ว และจะรั บ ไปศึกษา โครงสร้างภาษี รวมไปถึงเรื่องของการนำเข้าและส่งออก

38

ทองคำ

วารสาร


“ตอนนี้ทองรูปพรรณของจีนขายดีมากจนผลิตไม่ทัน และรูปแบบไม่หลาก หลาย ซึ่งเป็นผลมาจากประเทศจีนไม่ได้ปล่อยเสรีการค้าทองมานาน ฉะนั้นการ พัฒนาในด้านต่าง ๆ ยังคงล่าช้ากว่าที่อื่น ๆ แต่ทว่าประเทศจีนตอนนี้กลับมีเหมือง ทองคำที่ใหญ่ และสามารถผลิตทองคำได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก ดังนั้นหาก ประเทศจีนส่งวัตถุดิบมาให้เราผลิตเป็นทองรูปพรรณ แล้วส่งกลับไป ก็จะช่วยให้ เปิ ด ประโยชน์ ก ั บ วงการค้ า ทองคำทั ้ ง สองประเทศ” นายกสมาคมค้ า ทองคำ กล่าวและว่า ทั้งนี้แผนงานดังกล่าวหากสามารถเกิดได้จริง จะเกิดประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านต่ออุตสาหกรรมการผลิตทองในประเทศไทย เพราะการทำงานในรูปแบบ รั บ จ้ า งผลิ ต จะช่ ว ยลดต้ น ทุ น ทางภาษี น ำเข้ า และส่ ง ออกได้ ม ากกว่ า 50% เนื่องจากหากไทยส่งออกเป็นทองรูปพรรณไปขาย จะเสียภาษีในอัตราที่สูงมาก ไม่ ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากรและอื่น ๆ อีก นอกจากนั้นยังจะช่วยสร้างงานให้แก่ช่างทองของประเทศไทย หลังจากที่ต้อง ประสบกับปัญหาการขาดรายได้มาเป็นเวลานาน หลังจากที่ยอดขายทองรูปพรรณ หดตัวลงอย่างมาก อันเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ประกอบกับราคา ทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้น ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้พยายามเข้าไปช่วยเหลือ แรงงานในส่วนนี้ให้มีงานทำ เพราะแรงงานกลุ่มนี้ถือว่าเป็นแรงงานที่มีฝีมือ ที่ต้องรักษาไว้ เพื่อรองรับกับตลาดที่อาจจะกลับมาขยายตัวอีกครั้งในอนาคต “ลองคิดดูหากว่าจีนได้ปล่อยทองออกมาผลิตนอกประเทศสัก 100 ตันต่อปี และเรามีส่วนแบ่ง 10-20 เปอร์เซ็นต์ ก็เยอะแล้ว แต่หากจะมองถึงความพร้อม ฝีมือแรงงาน ความหลากหลาย และราคาค่าจ้างแล้ว ประเทศไทยถือว่าได้เปรียบ ประเทศอื่น ๆ มาก ซึ่งเป้าหมายจริงเรายังหวังว่าจะได้ 40-50% ด้วยซ้ำ และถ้าได้ ตามนั้น แรงงานนับแสนคนมีงานทำอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดปัญหาสังคมก็จะ ลดน้อยลง เพราะเมื่อทุกคนมีรายได้ มีงานทำ ช่างทองที่หันไปช่วยมิจฉาชีพ ทำงาน ด้วยการยัดไส้การทำทองปลอมก็จะลดน้อยลง” นายจิตต���กล่าว

ทองคำ

วารสาร

39


อย่างไรก็ตามปัญหาที่เราต้องเร่งดำเนินการขณะนี้ คือการโน้มน้าวให้จีนหันมา ใช้ทอง 96.5 จากที่ปัจจุบันใช้ทอง 99.99 อยู่ เนื่องจากทอง 99.99 ตัวเนื้อทองจะ อ่อน ยืดตัวง่าย ซึ่งแตกต่างจาก 96.5 เพราะจากการศึกษาพบว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ทอง ที่ดีที่สุด เนื้อทองมีความเหมาะสมที่จะผลิตทองในรูปแบบต่าง ๆ โดยที่สีของทองคำ ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านก็จะมีการผลิตทอง 99.99 และ 91.5 ซึ่งทอง 91.5 สีจะเปลี่ยนไม่สุกใสเหมือนทอง 96.5 ซึ่งทางเราได้พยายามนำเสนอ ให้กับทางการจีนได้รับรู้ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ CCTV ที่ได้เข้ามาถ่ายทำสารคดี เกี่ยวกับประเทศไทย เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยนอกจากจะถ่ายทำ เรื่องของท่องเที่ยวแล้ว ยังได้มาถ่ายทำวิถีชีวิตและการค้าขายทองคำบนถนน เยาวราชด้วย นอกจากนั้นทางสมาคมฯได้พาทีมงานจาก CCTV ไปถ่ายทำถึงโรงงานผลิต ทองรูปพรรณ เพื่อให้ชาวจีนได้เห็นวิธีการทำทองรูปพรรณของประเทศไทย มีจุดเด่น ที่ลวดลายสวยงาม ฝีมือประณีต และค่าแรงงานถูก ทำให้ราคาขายไม่แพงมากนัก เมื่อเทียบกับทองรูปพรรณที่ขายในจีนและฮ่องกง แม้เปอร์เซ็นต์ทองคำของไทย จะน้อยกว่า คืออยู่ที่ 96.5% แต่จีนกับฮ่องกงจะประมาณ 99% แต่ก็เหมาะเป็น

ของฝากและเป็นเครื่องประดับที่สวยงามกว่า “การเข้ามาถ่ายทำสารคดีของสถานีโทรทัศน์ CCTV จะช่วยประชาสัมพันธ์ ตลาดทองของประเทศไทย ให้ชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นและสนใจที่จะเข้ามาซื้อ ทองคำในไทยมากขึ้น และยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวจีนในชุมชนเยาวราช ซึ่งป็นไชน่า ทาวน์แหล่งใหญ่ มีของกินของใช้มากมาย ผมก็พาไปถ่ายทำวัดไตรมิตร พระพุทธรูป ทองคำยังไม่เสร็จดี แต่ว่าขออนุญาตเข้าไปถ่ายทำ แล้วก็พาเข้าไปดูโรงงานผลิต ให้ เห็นทุกขั้นตอน จริง ๆ โรงงานมันเป็นความลับนะ ไม่ให้ใครถ่ายทำเลย แต่เพื่อการ ประชาสัมพันธ์ประเทศ เราเปิดให้ เราหวังให้ตลาดโต ซึ่งโอกาสมีนะผมกำลังทำการ บ้าน อยู่ในวงการค้าทอง เราก็ต้องชูธุรกิจของเรา และเพื่ออาชีพของคนไทย เพื่อ ช่างทองไทย” นายกสมาคมค้าทองคำกล่าวทิ้งท้าย 40

ทองคำ

วารสาร


มาตรฐานการผลิตทองคำไทย ก้าวไกลเทียบเท่าระดับสากล ที่ผ่านมามีคำถามมากมายว่าเหตุใดราคาค่ากำเหน็จทองคำใน ประเทศไทยถึงได้มีราคาสูง และได้พยายามหาวิธีการที่จะกำหนด ราคาค่ า กำเหน็ จ เป็ น มาตรฐานเดี ย วกั น แต่ ห ากได้ ไ ปเห็ น กระบวนการผลิตที่กว่าจะออกมาเป็นทอง 1 ชิ้นแล้ว จะรู้ว่าสมราคา ซึ่งราคาค่ากำเหน็จทองคำในประเทศไทยถือว่าต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ที ่ ค ิ ด เป็ น เปอร์ เ ซ็ น ต์ ข องการซื ้ อ ขาย เฉลี ่ ย จะตกประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ หรืออย่างที่ประเทศอิตาลี คิดค่ากำเหน็จกรัมละ 150 บาท หรือบาทละเกือบ 3 พันบาท ทั้งนี้ กองบรรณาธิการ วารสารทองคำ ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยม ชมโรงงานผลิตทองคำ เช่นเดียวกับทีมงานของ CCTV ของประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งความจริงแล้ว โรงงานผลิตทองคำถือเป็น ความลับที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำเด็ดขาด และในครั้งนี้เราก็ได้ เห็นถึงกระบวนการผลิตทองคำทุกรูปแบบ ทั้งที่เป็นทองแท่ง และ ทองรูปพรรณ ซึ่งกระบวนการผลิตของไทยถือว่าได้มาตรฐานสากล แต่สิ่งที่เหนือว่าประเทศอื่น ๆ คือลวดลาย และความประณีตของงาน เราลองมาดูกระบวนการผลิตทองคำในแต่ละประเภทกัน เริ่ม จากทองคำแท่ง ซึ่งกระบวนการ ขั้นตอน จำนวนแรงงาน และเวลา จะน้อยกว่าการผลิตทองรูปพรรณมาก ทำให้ค่ากำเหน็จทองคำแท่ง จึงต่ำกว่า อย่างไรก็ตามกว่าจะมาเป็นทองคำแท่งขนาดต่าง ๆ พร้อม มีลวดลาย และยี่ห้อของร้านทองปรากฏลงในทองคำแท่งนั้น มีอยู่ หลายขั้นตอนทีเดียว เนื่องจากทองคำในประเทศไทย ที่ใช้ทองคำ 96.5 ขั ้ น ตอนแรกต้ อ งนำทอง 99.99 มาผสมกั บ เงิ น เพื ่ อ ให้ เปอร์เซ็นต์ลดลงเหลือ 96.5 ซึ่งทองในเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวจะมีความ แข็งกว่าทอง 99.99 แต่ยังคงความเงางามเช่นเดิม จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการหลอม โดยจะนำทองที่ได้เทลง เบ้าที่เตรียมไว้ เมื่อได้ทองเป็นก้อนตามที่กำหนดไว้ จากนั้นก็จะนำ ไปสู่กระบวนการรีด เพื่อให้ได้ความหนาตามที่ต้องการ ซึ่งในขั้น ตอนนี้ช่างจะต้องใช้ความละเอียด และความชำนาญ จากนั้นก็จะเข้า

สู่กระบวนการตัดกรรไกรขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมขนาดก่อนเข้าสู่การ ปั๊มด้วยเครื่องจักร ซึ่งขั้นตอนนี้จะได้ทองที่มีขนาดและน้ำหนักตามที่ ต้องการ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการปั๊มลวดลายและตราของแต่ละ ยี่ห้อ จากนั้นจะนำมาทำความสะอาดเพื่อเตรียมออกวางจำหน่ายต่อไป ส่วนการผลิตทองรูปพรรณนั้น ถือว่ามีขั้นตอนและรายละเอียด การทำงาน รวมถึงใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมากในการผลิตในแต่ละ ขั้นตอน ซึ่งการเริ่มต้นก็จะเหมือนกับการผลิตทองคำแท่ง คือ กระบวนการหลอม จากนั ้ น ก็ น ำทองมารี ด จนเป็ น เส้ น ลวดเพื ่ อ

ให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ ซึ่งกระบวนการนี้ก็ต้องใช้ช่างฝีมือที่มี ประสบการณ์สูง เมื่อได้ทองเส้นตามขนาดแล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของ การม้วน เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตตามที่ออกแบบไว้ ซึ่งมีหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการตัด แต่ง ม้วน การร้อย การเชื่อม การต่อ การตัดลาย การขัดสี เพื่อให้ทองเหลืองอร่าม การทำตะขอ จนกระทั่งถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการทำความสะอาด และการอบ ก่อนที่จะเตรียมพร้อม โดยในกระบวนการทั้งหมด การขึ้นรูปถือว่า ยากที่สุด จะเห็นได้ว่ากว่าจะได้ทองเพื่อจำหน่ายตามหน้าร้าน 1 เส้น

ต้ อ งใช้ แ รงงาน และช่ า งฝี ม ื อ มากมาย ขณะที ่ ค ่ า กำเหน็ จ เพี ย ง 400 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมาก และค่ากำเหน็จราคาทองในประเทศ กว่ า จะขยั บ แต่ ล ะครั ้ ง ต้ อ งรอเวลา ซึ ่ ง ในช่ ว งทองราคาบาทละ 7,000-8,000 บาท ค่ากำเหน็จตกบาทละ 200 บาท เมื่อราคาทอง ขยั บ ขึ ้ น เป็ น บาทละ 10,000 บาท ค่ า กำเหน็ จ ก็ ข ยั บ ขึ ้ น เป็ น บาทละ 300 บาท และล่ า สุ ด ที ่ ร าคาทองคำขยั บ ขึ ้ น เป็ น บาทละ 12,000 บาท ราคาค่ากำเหน็จจึงขยับขึ้นเป็นบาทละ 400 บาท ซึ่งการขยับค่ากำเหน็จแต่ละครั้ง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการผลิตทอง ได้ขยับเพิ่มสูงขึ้น เพราะโรงงานจะมีอัตราการสูญเสียทองในระหว่าง กระบวนการผลิตอยู่จำนวนหนึ่ง และร้านค้าเองก็ต้องมีค่าใช้จ่ายใน การดำเนินงานด้วย

ทองคำ

วารสาร

41


ระเบียง

ทองคำ

เปิดตำนานทองคำ

เมืองแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย “ระเบียงทองคำ” ฉบับนี้ ขอนำทุก ๆ ท่านเดินทาง สู่ดินแดนฝั่งตะวันตกของประเทศไทย โดยจุดหมายของ เรา คือ “กาญจนบุรี” จังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ความ เป็นมาอันยาวนาน ทั้งเคยเป็นเมืองหน้าด่านการทำศึก สงครามกับประเทศพม่า แต่ในปัจจุบันถือเป็นอีกพื้นที่ เศรษฐกิจสำคัญในภาคตะวันตก เนื่องจากมีสภาพภูมิ ประเทศเต็มไปด้วยภูเขา ป่าไม้นานาพันธุ์ ทำให้หลาย อำเภอของกาญจนบุรีมีการทำเหมืองแร่ เหมืองพลอย นอกจากนั้นจากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และ จากการที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ยังทำให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่สำคัญ มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลาก หลายประเภท ให้นักท่องเที่ยวต่างถิ่นได้เข้ามาสัมผัส อาทิ แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น น้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ถ้ำดาวดึงส์ และการล่องแก่ง เป็นต้น ขณะที่แหล่งท่องเที่ย���เชิงประวัติศาสตร์ ก็จะมี อาทิ สะพานข้ามแม่น้ำแคว อุทยานประวัติศาสตร์สงคราม เก้าทัพ และสุสานทหารสัมพันธมิตร เป็นต้น แหล่งท่อง เที ่ ย วที ่ ม นุ ษ ย์ ส ร้ า ง เช่ น เขื ่ อ นวชิ ร าลงกรณ เขื ่ อ น ศรีนครินทร์ และวัดต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีการ ทำเกษตรกรรมเป็นจำนวนมาก โดยมีพืชเศรษฐกิจที่ สำคัญคือ อ้อย ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด พืชผัก และ ผลไม้

คุณมนัส มนัสปิยะเลิศ ประธานชมรมร้านทอง จ.กาญจนบุรี

42

ทองคำ

วารสาร


สิ่งเหล่านี้ทำให้ จ.กาญจนบุรี มีสภาพเศรษฐกิจที่ดีติด อั น ดั บ ต้ น ๆ ของประเทศ และด้ ว ยระยะทางห่ า งจาก กรุ ง เทพมหานคร เพี ย ง 129 กิ โ ลเมตร ตามเส้ น ทางสาย นครปฐม-บ้านโป่ง- กาญจนบุรี จึงนับว่าเป็นจังหวัดที่มีความ

น่าสนใจ และน่าทำความรู้จักยิ่งนัก เราจึงไม่รอช้า แวะไปเยี่ยม เยียน ชมรมร้านทอง จ.กาญจนบุรี ที่มีคุณมนัส มนัสปิยะเลิศ เป็นประธานชมรม และเจ้าของร้านทองทรัพย์ทวี มาถ่ายทอด ประสบการณ์ คุ ณ มนั ส ย้ อ นอตี ต ว่ า กว่ า จะถึ ง วั น นี ้ ร ้ า นทองในเมื อ ง กาญจนบุรีมีมากว่า 3 ชั่วอายุคนแล้ว โดยยุคแรกที่มาบุกเบิก เป็นช่วงก่อนปี พ.ศ. 2500 มีร้านทองเปิดอยู่ 4 ร้าน ด้วยความที่ ช่วงนั้นเมืองกาญจนบุรียังไม่เจริญมากนัก และยังเป็นเมืองปิด ไม่ค่อยมีคนต่างถิ่นเดินทางเข้ามามากเหมือนยุคนี้ จึงอาศัยคน พื้นที่เป็นลูกค้าหลัก และยุคนั้นมีเหมืองแร่ เจ้าของเหมืองแร่จึง นิยมซื้อทองให้กับแรงงานชาวพม่าด้วย สมัยนั้นร้านทองรวมตัวอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน คนท้องถิ่น จึงเรียกกันติดปากว่า “เยาวราชน้อย” เถ้าแก่ร้านทองเป็นช่าง ทำทองเอง ถึงจะเปิดร้านทองได้ แต่ช่วงหลัง ๆ เมื่อธุรกิจเจริญ รุ่งเรืองขึ้น มีลูกค้าสั่งสินค้ามากขึ้น เถ้าแก่ทำทองไม่ทันตาม ความต้องการของลูกค้า จึงต้องรับเด็กฝึกงานมาเป็นลูกน้อง สมัยนั้นเรียกเด็กฝึกงานว่า ซิน ตึ้ง มาฝึกงานทำทอง แต่ยุคนั้น อาชีพทำทองถือว่าเป็นอาชีพที่เจ้าของหวงแหน ก่อนจะทำทอง ได้ จะไม่ได้มีโอกาสจับทองง่าย ๆ เหมือนสมัยนี้ ต้องเริ่มจาก

พ่อครัว เช็ดถูร้าน ทำทุกอย่างให้เถ้าแก่เกิดความไว้วางใจ โดย เริ่มฝึกจากเงินมาก่อน ทั้งเข็มขัดเงิน สร้อยเงิน ทำจนฝีมือดี มี ความชำนาญ ถึงค่อยเลื่อนขึ้นมาทำทอง

ส่วนทองยุคนั้นเป็นทอง 96.5% สมัยนั้นลูกค้าเรียกทอง 100% ซึ่งมี 2 ลักษณะด้วยกัน คือ ทองรูปพรรณ ที่นำไปกัดมา เป็นทอง 96.5% และทองกิมซั่ว ซึ่งเป็นทองคำแท่งจากเหมือง ราคาจะแพงขึ้นไปอีกเล็กน้อย จุดเปลี่ยนที่ทำให้ จ.กาญจนบุรี มีเศรษฐกิจเฟื่องฟู คือ พ.ศ. 2514 ที่รัฐบาลสมัยนั้นเล็งเห็นว่า จ.กาญจนบุรี เป็นเมือง หน้ า ด่ า น มี ช ายแดนติ ด กั บ ประเทศพม่ า และเป็ น เมื อ งที ่ ม ี ประวัติศาสตร์อันยาวนาน จึงได้ตั้งกองพลทหารราบที่ 9 ขึ้น ทำให้ประชากรในจังหวัดมีจำนวนมากขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ จึงเกิด ขึ้น เศรษฐกิจจึงเติบโตเป็นเงาตามตัว นอกจากนี้การสร้างเขื่อนแม่กลอง ซึ่งเป็นเขื่อนแห่งแรกของ จังหวัด ก็มีส่วนทำให้เศรษฐกิจขยายตัวยิ่งขึ้น เพราะเมื่อมีการ ก่อสร้างเขื่อน ทำให้มีงบประมาณจากภาครัฐลงมาจำนวนมาก มีคนรวยจากการก่อสร้างเขื่อน และคลองชลประทาน ในยุ ค สมั ย พลเอกชาติ ช าย ชุ ณ หะวั ณ เป็ นนายก รัฐมนตรี เศรษฐกิจบูมมาก ๆ จึงทำให้มีคนสนใจเปิดร้านทอง กันกว่า 10 ร้าน ซึ่งเจ้าของเป็นทั้งคนในพื้นที่ ที่เป็นลูกหลาน เป็นญาติช่างทำทองมาแตกสาขาให้กันในหมู่ญาติพี่น้อง บาง คนไปฝึกทำทองมาโดยตรงและมาเปิดร้านเป็นของตัวเองก็มี และบางคนอาศัยมีเงินทุนจึงเปิดร้านทองด้วย ซึ่งส่วนใหญ่รับ ทองจากเยาวราชเป็นหลัก ช่วงนั้นเศรษฐกิจดี มีร้านทองทยอยกันเปิดมากขึ้น ลูกค้า แน่นร้านมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่าง ๆ บางร้านเถ้าแก่ขาย จนเป็นโรคไขข้อไปเลย เพราะต้องยืนขายทั้งวัน ไม่มีเวลาได้

นั่งพักเลยทีเดียว จากวันนั้นถึงวันนี้ จ.กาญจนบุรี มีร้านทองร่วม 100 ร้าน กระจายไปทั่วทุกอำเภอ โดยเฉพาะที่ อ.ท่ามะกา อ.ท่าเรือ ซึ่งมีโรงงานอ้อย เมื่ออ้อยได้ราคา ทองก็จะขายดี

ตามไปด้วย

ทองคำ

วารสาร

43


ด้านการตลาด ทุก ๆ ร้านพยายามเอาใจลูกค้า ให้การบริการเกิดความประทับใจ และสิ่งสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเกิดความศรัทธา ไว้เนื้อเชื่อใจ คือความซื่อสัตย์สุจริตโดยเฉพาะในเรื่องของเปอร์เซ็นต์ทองคำต้องได้มาตรฐาน จึงจะทำให้ร้านอยู่ได้ และมีลูกค้า ประจำ ส่วนที่มาที่ไปของชมรมร้านทอง จ.กาญจนบุรี นั้น เริ่มมีการรวมตัวก่อตั้งเป็นชมรมตั้งแต่ พ.ศ. 2515 ช่วงแรกมีร้านทองรวมตัว กันประมาณ 10 ร้าน โดยมีคุณมาโนช ถนอมทรัพย์ ส.จ.สมัยนั้นเป็นประธานชมรม เพราะในอดีตอาชีพเดียวกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจ กันมีน้อย จึงต้องอาศัยคนกลางมาประสาน และชมรมมีการพัฒนาเรื่อยมาพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดที่ว่า คน อาชีพเดียวกันต้องรวมตัวกัน จะได้รักษาผลประโยชน์ในอาชีพของเราได้ จนปัจจุบันมีร้านทองสมัครเป็นสมาชิกกว่า 40 ร้าน การรวมตัวกันเป็นชมรมนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานราชการ เช่น กรมสรรพากรเรื่องภาษี สถานีตำรวจเรื่องการป้องกันการขโมย การถูกต้มตุ๋น หรือหน่วยงานระดับจังหวัดต่าง ๆ และยัง เป็นการสร้างความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อดำเนินธุรกิจไปสู่เป้าหมายเดียวกันโดยไม่มีใครเอาเปรียบใคร ส่วนการบริหารจัดการ ทางชมรมจัดให้มีการประชุมกันทุกเดือน เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน นอกจากนี้เมื่อเทคโนโลยีมีการพัฒนา การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์มือถือจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก รวมทั้งทางชมรมจะเก็บค่า สมาชิกร้านละ 4,000 บาทต่อปี เพื่อเอาไปใช้ในสาธารณประโยชน์ และการกุศล คุณมนัสเล่าเสริมว่า “ช่วงนี้ทองมีราคาสูง จึงมีพวกสิบแปดมงกุฎนำทองยัดไส้มาจำนำ การติดกล้องวงจรปิดจึงเป็นการแก้ ปัญหาอีกหนึ่งทาง เพื่อช่วยตำรวจจับผู้ร้ายได้เร็วขึ้น และนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่ยืนยันถึงรูปพรรณสัณฐานของผู้ร้ายไปกระจาย ให้ร้านค้าทองตามอำเภอต่าง ๆ ได้คอยระวัง และเป็นหูเป็นตาช่วยกันระวังภัยต่อไป” 44

ทองคำ

วารสาร


ºŸâº≈‘µ·≈–®”Àπà“¬∑Õß√Ÿªæ√√≥ 96.5% µ“¡¡“µ√∞“π  §∫. √Ÿª·∫∫·≈–≈«¥≈“¬À≈“°À≈“¬ √“§“·≈–°“√∫√‘°“√∑’ˇªìπ°—π‡Õß ∫√‘…—∑ ∑Õ߇ªï¬‡´âß ®”°—¥ 180-182 ∂.‡®√‘≠°√ÿß ¢. —¡æ—π∏«ß»å °∑¡ 10100 Tel. 02-226-5885 Fax 02-226-4727 http://psgold.spaces.live.com


สัมภาษณ์ พิเศษ คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

6โกลด์เดืฟิอวเจอร์ น ส น่าพอใจ

TFEX เตรียมเซ็นต์สัญญา 10 บาทขยายตลาด หลังจากที่โกลด์ ฟิวเจอร์สในประเทศไทย ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX ทำหน้าที่เป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาล่วงหน้าและดูแลการซื้อขาย มีโบรกเกอร์ 41 ราย แบ่งเป็นโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตให้บริการ ซื้อ-ขายหุ้น และสินค้าในตลาดอนุพันธ์ได้ทั้งหมด จำนวน 36 ราย และกลุ่มร้านค้าทองในประเทศไทย 5 ราย ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก แม้จะไม่หวือหวานัก แต่ก็เติบโตได้เหนือการคาดหมาย ซึ่งคอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ ฉบับนี้มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้ จัดการบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ถึงผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และทิศทางการพัฒนาตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์สในอนาคต

ภาพรวมตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าน่าพอใจเพียงไร สมาชิกส่วนใหญ่บอกว่าได้รับการตอบรับดี โกลด์ ฟิวเจอร์ส มีการซื้อขายต่อวันดีพอสมควร เฉลี่ยประมาณ 600 สัญญาต่อวัน รวมจนถึงต้น เดือนกันยายนรวมกว่า 90,000 สัญญา และเคยทำสถิติสูงสุดที่ประมาณ 3,300 สัญญาต่อวัน เนื่องมาจากนักลงทุนจะรู้จักทองคำดีอยู่แล้ว เพียงแต่ อาจจะต้องมาทำความเข้าใจกับตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์สเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามจากยอดของสัญญาในปัจจุบัน ก็เหนือจากการคาดการณ์เอาไว้ ทั้งนี้ หากว่าตลาดได้เปิดซื้อขายในช่วงที่ราคาทองมีความผันผวนอย่างเช่นปีที่ผ่านมา ก็น่าจะทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงุทนมากกว่านี้

สัดส่วนผลการดำเนินงานระหว่างโบรกเกอร์ร้านทองกับโบรกเกอร์อื่น ๆ เป็นอย่างไร ในช่วงแรก ๆ ร้านทองยังมีปริมาณไม่มาก แต่ตอนนี้พบว่าโบรกเกอร์ในกลุ่มร้านทองบางรายขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top Five ถือว่ามีฐานลูกค้าพอ สมควร หากคิดจากมูลค่าตลาดแล้ว จะเป็นส่วนของกลุ่มร้านทองประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นของ กลุ่ม บล. ซึ่งในกลุ่ม บล.เองบางแห่งก็ มาจากกลุ่มธุรกิจทองคำเหมือนกัน

48

ทองคำ

วารสาร


สัดส่วนระดับนี้ถือว่าน่าพอใจหรือไม่ ก็พอสมควร แต่จริง ๆ บริษัทที่ดำเนินการคงจะคาดหวังมากกว่านี้ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าการลงทุนในโกลด์ ฟิวเจอร์ส มันไม่ใช่การซื้อ ขายทองคำแบบปกติ คนที่เข้ามาลงทุนในส่วนนี้ต้องกล้าที่จะเสี่ยง ซึ่ง อาจจะขาดทุนได้ ไม่เหมือนการซื้อทองแท่ง หากราคาขาดทุนก็เก็บไว้ ฉะนั้นลูกค้าที่มาลงทุนในโกลด์ ฟิวเจอร์สจะอยู่ในกลุ่มที่เคยเล่นหุ้นมา ก่อน ฉะนั้นนักลงทุนทั้ง 2 กลุ่มน่าจะแยกจากกัน แต่หากว่านักลงทุน เข้าใจเรื่องของการลงทุนในตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์สมากขึ้น ก็อาจจะหันมา ลงทุนในส่วนนี้เพิ่ม

แผนการพัฒนาตลาดหลังจากนี้ เป็นอย่างไร TFEX ในฐานะที่ดูแล ก็อยากจะให้โบรกเกอร์ทุกรายอยู่รอด จึง พยายามที่จะหาสินค้าเพิ่ม โดยจะนำโกลด์ ฟิวเจอร์ส สัญญาทองคำ 10 บาท มาขาย และในอนาคตจะพยายามเพิ่มสินค้าในกลุ่มทองคำเพิ่ม เติมอีก อาจจะเป็นสัญญา 1 กิโล แต่ในส่วนของสัญญา 10 บาทคาดว่า จะสามารถดำเนินการได้ในเร็ว ๆ นี้ และเชื่อว่าจะช่วยให้ตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส มีการขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากจะมีกลุ่มนักลงทุนในส่วนที่ อยากจะมาลงทุน แต่เห็นว่าสัญญาในปัจจุบันมูลค่าสูงเกินไป แต่หาก มูลค่าของสัญญาลดลงเหลือเพียง 10 บาททองคำ เชื่อว่าจะทำให้ตลาด ขยายตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามทาง TFEX จะต้องประเมินความต้องการ ของตลาด และหารือกับทางสมาคมค้าทองคำ พร้อมกับตรวจสอบ เรื่องการลงทุนในเรื่องของซอฟต์แวร์การซื้อขายอีกครั้ง ก่อนที่จะ กำหนดวันที่จะเริ่มการซื้อขายสัญญาในส่วนนี้

หลายฝ่ายเห็นด้วยกับการดำเนินงานในส่วนนี้ ในส่ ว นของนั ก ลงทุ น ก็ ไ ด้ ส อบถามถึ ง เรื ่ อ งสั ญ ญา 10 บาท เพราะอยากจะทดลองลงทุนในตลาดนี้ดูแต่หากจะให้ซื้อสัญญา 50 บาท ไม่ไหวไปซื้อทองแท่งดีกว่า ขณะที่ในกลุ่มของโบรกเกอร์ในฝั่ง

หลั ก ทรั พ ย์ เ องก็ ม ี ค วามต้ อ งการในส่ ว นนี ้ เ ช่ น กั น แต่ ใ นส่ ว นของ คนทำงาน เรายั ง ต้ อ งรอความพร้ อ ม เพราะหากจะเปิ ด ให้ ซ ื ้ อ ขาย ในส่วนนี้ เราทำหลายอย่าง ต้องจัดการเรื่องของระบบการซื้อขายกับ

โบรกเกอร์ ว ่ า ทำได้ ไ หม และสิ ่ ง สำคั ญ มาก ๆ คื อ ต้ อ งโฆษณา ประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนได้รับทราบ ไม่ได้ทำเงียบ ๆ หากทุกอย่าง พร้อมจะประกาศอย่างเป็นทางการ จากนั้นก็จะประเมินสถานการณ์ ก่อนที่จะออกสินค้าตัวต่อ ๆ ไป

ทองคำ

วารสาร

49


ความต่างระหว่างตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์สในไทย กับตลาดชั้นนำในเอเชีย สิ่งที่มองเห็นได้คือ ขนาดสัญญา ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีความ ต่างกัน ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการใช้งานของประเทศนั้น ๆ อย่างใน อินเดียมีสัญญ ขนาด 8 กรัม เพราะว่าอินเดียมีหน่วยทองเป็น กินนี

ที่คนเขาซื้อเล็กที่สุด และก็ออกสัญญา 100 กรัม และสัญญา 1 กิโล ดังนั้น 100 กรัมเขาจึงขายดีมากที่สุด ขนาดที่เราตลาดยังใหม่ และมี คอนแทคเดียว แต่ในอนาคตมันก็สามารถขยายได้ สิ่งที่แตกต่างที่สองก็ คือ อย่างในอินเดียหรือนิวยอร์คตลาดล่วงหน้าเขาทำมานาน มีปริมาณ ซื้อขายมาก นอกจากนั้นยังมีเรื่องของสภาพคล่องซึ่งเรายังมีไม่มากพอ ส่วนเรื่องที่นักลงทุนถามถึงเรื่องการเทรดช่วงกลางคืน หรือว่าขยายเวลา เทรดออกไปจนถึ ง 2 ยาม เพราะกลางวั น ตลาดเคลื ่ อ นไหวน้ อ ย ขอชี้แจงว่า เราได้ช่วยกันคิดแล้ว ว่าค่าใช้จ่ายที่จะต้องมีคนมาอยู่ทั้ง ตลาดเอง ทั้งโบรกเกอร์มันมีปริมาณมาก จะคุ้มหรือไม่ แต่ถ้าตลาดมัน ขยายมากจนเห็นว่าคุ้มก็อาจจะขยายเวลาก็เป็นได้

นอกจากเตรียมออกสัญญา ขนาด 10 บาททองคำแล้ว จะมีอะไรอีกบ้าง นอกเหนือจากการออกสัญญาขนาดเล็กลงแล้ว ก็ยังมีเรื่องของการ ดึงนักลงทุนในส่วนของสถาบัน หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทองคำมา ใช้ประโยชน์ในส่วนนี้ เพราะถ้าตลาดมีแต่นักลงทุนที่เน้นเก็งกำไรตลาด มันไม่โต และไม่มีเสถียรภาพ แต่ในกลุ่มนักลงทุนในสถาบัน อาจจะใช้ ทอง 99.99 หรือจะต้องใช้สัญญาขนาดใหญ่ อย่างเช่น 1 กก. ซึ่งเราก็ อาจจะต้องออกสินค้าเพื่อมารองรับในส่วนนี้ แต่ก็ต้องศึกษาถึงความ เป็นไปได้ก่อนที่จะลงมือทำ ซึ่งมันจะต้องทำงานเป็นสเต็ป ๆ ไป โดยจะ ทำในส่วนที่ตลาดมีความต้องการมากก่อน

แสดงว่าในอนาคตจะมีสัญญาการซื้อขาย ที่หลากหลายมากขึ้น ถูกต้อง เพราะว่าในตลาดอย่างในอินเดียที่ไปดูงานกันมา มีตั้ง 4 สัญญา เพื่อสนองตอบความต้องการของนักลงทุนที่แตกต่างกันไป ขณะ ที่ของเรามีแค่ 1 สัญญา และตลาดอินเดียมีการซื้อขายวันนึงเป็น

แสน ๆ สัญญา ถือเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ในส่วนของไทยเอง เราก็ พยายามจะขยายสินค้าให้มากขึ้นแต่ทว่าก็ต้องทำแบบเป็นขั้นเป็นตอน แต่เราก็มีแพลนที่จะทำสินค้าหลายตัวอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นสัญญา 10 บาท สัญญา ขนาด 1 กิโล ทอง 99.99 แต่อะไรจะออกมาก่อน-หลัง ก็ต้องดูความต้องการของนักลงทุน และตัวโบรกเกอร์ด้วย

50

ทองคำ

วารสาร


การเปิดตัวของโกลด์ ฟิวเจอร์สในไทย เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดชั้นนำแล้วต่างกันมากหรือไม่ ถ้าดูถึงจำนวนซื้อขายน่ะ เราต่ำกว่าแน่นอน ตลาดที่อื่นเริ่มต้นซื้อขายก็หลายพันสัญญาต่อวันแล้วก็เปลี่ยนไปหลายหมื่นภายในไม่กี่ป ี

ก็เป็นหลายแสน เพราะฉะนั้นเรื่องของจำนวนเราน้อยกว่า มันก็คล้ายกับตลาดหุ้น เราเทรดมา 34 ปี เราก็ได้ประมาณแค่นี้ แต่ของเค้าเนี่ย

ได้เยอะกว่าเราหลายเท่า

นักลงทุนในตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์สเป็นกลุ่มไหน เราไม่สามารถบอกได้น่ะว่าเขาเป็นใคร แต่บอกได้ว่าเป็นรีเทล 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหมือนกับตลาดทุกประเภท คือว่าเริ่มต้นจากสเปกกูเรเตอร์ ก่อน แล้วพอไปสักพักนึงผู้ลงทุนสถาบันก็จะเข้ามา

นักลงทุนที่ ไปซื้อทองกับคนที่มาเล่นตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์สเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ คนที่ซื้อทองก็เพราะอยากเห็นทอง ก็ต้องซื้อทอง ก็คงไม่มาเล่นตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส ซึ่งจะคล้ายกับคนที่เล่นหุ้น เมื่อเราเปิดซื้อขาย เกี่ยวกับหุ้นฟิวเจอร์ส ลูกค้าหุ้นยังไม่มาเลย เพรา���ซื้อหุ้นเค้าก็ได้หุ้นได้ปันผล แต่การลงทุนในตลาดฟิวเจอร์สต้องหนักแน่น ต้องตัดสินใจได้ เพราะมีความเสี่ยง ฉะนั้นการที่จะไปเปลี่ยนใจคนที่ซื้อทองคำให้มาลงทุนในตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์สไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งในต่างประเทศก็เป็นเช่นนี้

คือลักษณะชอบลงทุนแล้วเห็นอะไรอยู่ในมือ แต่การที่มาลงทุนในตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส มันเป็นเรื่องของการจัดการในการลงทุน

มองตลาดในช่วงที่เหลือของปียังไงบ้าง มันก็คงจะอยู่ประมาณนี้ คิดว่าทั้งปีโดยเฉลี่ยต่อวันก็ยัง 600 สัญญา 700 สัญญา ไม่มากไปกว่านี้ ยกเว้นวันไหนราคาทองคำในตลาดโลก มีความผันผวนมาก ก็อาจจะเพิ่มเป็นหลายพันสัญญาต่อวัน แต่ต้องยอมรับว่าการเคลื่อนไหวของทองคำในต่างประเทศไม่หวือหวามาก ประกอบ กับสภาพเศรษฐกิจ และสภาพคล่องโดยรวมก็ยังไม่มีพอ ซึ่งต้องยอมรับว่ามูลค่าการลงทุนในทองคำจะสูงกว่าการลงทุนประเภทอื่น ๆ ถ้าคิดราคา ต่อหน่วย อย่างไรก็ตามหากจะไปเปรียบเทียบกับสินค้าตัวอื่น ๆ แล้ว ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ทองคำ

วารสาร

51


มุมสุขภาพ

วันนี้คุณดูแล

ดวงตาของคุณ

ดีเพียงไร

ดวงตา ถือเป็นอีกอวัยวะที่ถูกใช้งานอย่างหนักตลอดทั้งวัน เพราะทันทีที่สติถูกเรียกเข้าสู่

ร่างกาย ดวงตาก็จะถูกเริ่มใช้งานในทันที และการทำงานจะเสร็จสิ้นลงก็ต่อเมื่อเราพักผ่อน เพราะฉะนั้น การที่ถูกใช้งานหนักเช่นนี้ เราก็ควรจะมีวิธีที่จะ ถนอมดวงตาของเราให้สดใส เป็นประกายอยู่ตลอด ซึ่งวิธีการก็ไม่ยาก เพียงแค่หลีกเลี่ยงการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะทำให้ดวงตาได้รับ บาดเจ็บ หรือการรับประทานอาหารที่จะช่วยให้ดวงตาของเรามีความ แข็งแรง และสดใส เรามาดูกันว่าจะมีวิธีใดบ้าง ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมใส่แว่นกันแดดเสมอ เพื่อป้องกันทั้ง

ลม แดด ฝุ่นละออง และเชื้อโรค ที่จะแท็กทีมกันมาทำร้ายสายตาที่รัก ของเรา สวมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดดอย่างเดียวอาจจะสู้กับแดดแรง มหาร้อนอย่างบ้านเราไม่ไหว หมวกปีกกว้างจึงเป็นอุปกรณ์เสริมอีกอย่าง ที่ขาดไม่ได้ เพื่อป้องกันรังสียูวีที่อาจจะเล็ดลอดเข้ามาทางด้านบนของ แว่นกันแดด

• •

52

ทองคำ

วารสาร


• ขณะขับรถ ปรับช่องแอร์ในรถให้ต่ำลง อย่าให้ลมเย็นพ่นเข้าตา

โดยตรง เพราะลมเย็นพวกนี้จะเป็นสาเหตุให้ตาแห้ง ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ กระจกตาก็อาจจะถลอกจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังได้ อย่าเพ่งมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเกินไป แม้การอ่านหนังสือก็ควร ถอนสายตามองออกไปที่ไกล ๆ ทุก ๆ 30 นาที เพื่อพักสายตาไม่ให้ เพลียหรือล้าถาวร กินผักใบเขียวเป็นประจำทุกวัน ผักใบเขียวเป็นแหล่งรวมของ สารลูเทอินและซีอาแซนธินที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อกระจกและยิ่ง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในกระบอกตาได้ด้วย ผักบีตสด ๆ เป็นของขวัญชั้นดีที่จะมอบให้ดวงตาของตัวเองได้ ผักชนิดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยปกป้องหลอดเลือดในกระบอก ตา ทำให้ตาคุณมีเลือดไปเลี้ยงอย่างสมบูรณ์ ทำให้ตาคุณสวยและใส เลิกกินอาหารที่เค็มจัด เพราะคนที่ติดรสเค็มจะมีโอกาสเป็นโรค ต้อกระจกมากกว่าคนที่ชอบอาหารรสจืด บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ดีต่อสายตามาก ๆ และหาซื้อได้ไม่ยาก เลย แค่ซื้อแยมบลูเบอร์รี่มาทาขนมปังกิน คุณก็จะได้รับสารอาหาร แอนโธไซยาโนไซด์ ซึ่งช่วยบำรุงสายตาแล้ว อย่ามองข้ามมันเทศ ของดีราคาย่อมเยาที่พ่อค้าเขาเดินขาย วิตามินในมันเทศจะช่วยปรับสายตาของคุณให้เห็นได้ชัดในที่มืด กินผักโขมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผักชนิดนี้มีสารลูเทอิน ซึ่งจะช่วย ป้องกันต้อกระจกและภาวะศูนย์กลางประสาท เวลาทำกับข้าวอย่าลืมใส่หัวหอมแดงลงไปด้วย เพื่อให้สารต้าน อนุมูลอิสระเคอร์ซิทินในหอมแดงช่วยป้องกันต้อหินให้คุณ กินปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดโอเมก้า-3 ที่จำเป็นสำหรับบำรุงสายตา

• • • • • • • • •

• ลดขนมหวาน ๆ และอาหารมันจัด อาหารพวกนี้เกิดมาเพื่อเป็น

ศัตรูกับสุขภาพ รวมทั้งสายตาของคุณด้วย อย่าขี้เกียจเดิน เพราะผลการวิจัยบอกว่าเดินอย่างน้อยสัปดาห์ ละ 4 ครั้ง จะช่วยลดความดันในกระบอกตา ทำให้สายตาเป็นปกติ ตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำทุกเดือน ความดันที่ผิดปกติ มีผลโดยตรงต่อสายตามาก จึงไม่ควรมองข้ามการวัดความดัน ถ้ามี อะไรไม่ชอบมาพากลจะได้รักษาได้ทันท่วงที หมั่นซักผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัวบ่อย ๆ เพื่อให้ผ้าส่วนตัวของคุณ สะอาด ปราศจากเชื้อโรค ที่สำคัญ ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับใคร เพราะในผ้าพวกนั้นอาจจะมีเชื้อโรคตาแดงซ่อนอยู่ อย่ า ละเลยการทำความสะอาดดวงตาด้ ว ยน้ ำ ยาล้ างเครื่อ ง สำอางทุกคืน เพื่อป้องกันไม่ให้มาสคาร่าที่อาจจะเหลือตกค้างอยู่เข้าไป หมักหมมอยู่ในดวงตาจนเกิดการติดเชื้อ เปลี่ยนมาสคาร่าขวดใหม่ทุก ๆ 3 เดือน ทุกครั้งที่มาสคาร่า สัมผัสตาคุณ จะต้องมีความสกปรกเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมาด้วย เมื่อมา หมักหมมปนกันนานเกิน 3 เดือนขึ้นไป มาสคาร่าขวดโปรดของคุณก็จะ กลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคไปโดยปริยาย น้ำหอมกลิ่นมะลิ วานิลลา หรือเปปเปอร์มินต์ มีสรรพคุณช่วย กระตุ้นระบบลิมบิกในสมอง ซึ่งจะไปกระตุ้นเซลล์รูปแท่งในจอตาอีกต่อ หนึ่ง ทำให้คุณมองเห็นในที่มืดได้ชัดขึ้น แค่หยดน้ำหอมกลิ่นใดกลิ่น หนึ่งไว้ที่แขนเสื้อ ก็จะมีสายตาดีขึ้นได้แล้ว

• • • • • •

เชื่อว่าในหลายวิธีข้างต้นมีคนที่ทำอยู่เป็นประจำแล้ว ส่วน ที่เหลือหากจะทำเพิ่มก็คงจะทำให้ดวงตาของเรามีความสดใส และเป็นประกาย สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่จ้องมองเป็น แน่แท้...

ทองคำ

วารสาร

53


มุมสุขภาพ

“WINE”

เลือกให้เป็น... ดื่มให้คุ้ม...

54

ทองคำ

วารสาร


“ไวน์”

ถือเป็นเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมในวงสังคม เพราะการดื่มไวน์ในปริมาณที่เหมาะสมจะ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งจะดีกว่าการดื่มวิสกี้ หรือเบียร์ และ หลาย ๆ ครั้งผู้ที่ไม่ใช่คอไวน์ หรือคอไวน์มือใหม่ มักกระอักกระอ่วน เมื่อต้องถูกให้เลือกไวน์ เพราะไม่มั่นใจว่าจะเลือกไวน์อะไรดี การเลือก ไวน์ในร้านอาหารไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกินไป ซึ่งมีข้อแนะนำดังนี้ ก่อนอื่น ให้เลือกว่าอยากได้ไวน์แดงหรือไวน์ขาว โดยให้ถามตัวเอง และเพื่อนร่วมโต๊ะว่าชอบแบบไหน ถ้ามาหลายคนแล้วชอบไม่เหมือนกัน อาจเลือกทั้งไวน์แดงและขาวอย่างละขวด และให้สังเกตว่าส่วนใหญ่สั่ง อาหารอะไร ถ้าเลือกไวน์ที่เข้ากันได้ก็จะเป็นการดี จำง่าย ๆ ไว้ว่าไวน์ ขาวไปได้ดีกับอาหารเบาหรือพวกเนื้อขาว ไวน์แดงหนาเข้มเหมาะกับ พวกเนื้อแดงหรืออาหารที่มีซอสเข้มข้น ส่วนไวน์แดงแบบเบาและมี

ผลไม้สูง ไปกันได้กับอาหารเกือบทุกชนิด การเลือกไวน์ที่มาจากท้องถิ่นเดียวกับอาหารก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ ทำให้ผิดหวัง เช่น พิซซ่าหรือพาสต้าเหมาะกับไวน์อิตาลี ขณะที่อาหาร ฝรั่งเศสไปได้ดีกับไวน์ฝรั่งเศสมากกว่าไวน์สเปน อย่างนี้เป็นต้น ที่ สำคัญ ต้องรู้ว่ามีงบประมาณให้ไวน์เท่าไหร่สำหรับอาหารมื้อนี้ ในบางร้านก็จะมีผู้รู้เรื่องไวน์อย่างดีมาบริการ แต่บางแห่งก็อาจมี แค่บริกรซึ่งรู้เรื่องไวน์พอสมควรมาคอยรับคำสั่ง ซึ่งเราสามารถคุยกับ เขาและปรึกษาถึงไวน์ในเมนู บอกลักษณะไวน์ที่เราอยากได้ เช่น ไวน์ แ���ง หนัก เข้ม เข้ากับสเต๊กได้ดี ราคาประมาณ 3 พันบาท อย่างนี้ เป็นต้น ให้เขาแนะนำว่าไวน์ตัวไหนเหมาะ

เมื่อตัดสินใจเลือกไวน์แล้ว บริกรจะไปเอาไวน์ที่เราเลือกมาให้ดู ก่อนจะเปิดต้องตรวจตราฉลากไวน์ว่ายี่ห้อและปีเป็นไปตามที่เราเลือกไว้ หรือไม่ จากนั้นบริกรก็จะเปิดไวน์ ถึงขั้นนี้มีผู้รู้แนะนำว่า ต่อนี้ไปอย่าให้ ไวน์ขวดที่เลือกอยู่ในที่ลับตาเราเป็นอันขาด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดขวด หรือรินใส่ดีแคนเตอร์ เพราะอาจมีรายการย้อมแมวอีกครั้งได้ เมื่อเปิด ขวดไวน์แล้ว บริกรจะนำจุกก๊อกมาให้ ต้องตรวจดูว่าจุกไม่แห้ง ไม่มี รอยฉีกแยก ไม่ฉ่ำเยิ้มเกินไปจนมีสัญญาณว่าจะเน่าเสีย

ทองคำ

วารสาร

55


บริกรจะรินไวน์ใส่แก้วเล็กน้อยให้เราในฐานะคนเลือกเพื่อทดสอบ ให้ดมดูว่าไม่มีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรงจนรับไม่ไหว เช่น กลิ่น น้ำส้มสายชูหรือกลิ่นไข่เน่า เป็นต้น หากไม่แน่ใจให้ดมอีกครั้งหรือ ปรึกษาบริกรว่าได้กลิ่นเช่นว่าเหมือนเราหรือไม่ ถ้าเรื่องกลิ่นสอบผ่าน ให้ จิบไวน์เล็กน้อยเพื่อชิมว่าไม่มีรสอะไรที่แปลกประหลาดจนไม่สามารถ ดื่มได้หรือรู้สึกว่าดื่มแล้วทรมานตัวเอง ก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ อร่อยหรือ ไม่อร่อย ชอบหรือไม่ชอบเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อดมและชิมไวน์แล้วรู้ว่าไม่เสีย ไม่ต้องขอเปลี่ยนขวดใหม่ ให้ ผงกศีรษะรับหรือพูดว่าใช้ได้ครับ เพื่อบอกบริกรให้เสิร์ฟไวน์ได้ บริกร จะรินไวน์ให้คนอื่นในโต๊ะก่อน แล้วกลับมารินเพิ่มให้เราอีกเป็นคน สุดท้าย เป็นอันเสร็จพิธีกรรมของการเลือกไวน์ในที่สุด จากนั้นเรามาดูถึงเรื่องการ ดื่มไวน์ให้คุ้มราคา จะดื่มไวน์ให้คุ้มค่า อยู่ที่การเก็บเกี่ยวสิ่งที่ได้จากการดื่ม โดยเฉพาะพวกไวน์แพง...บางคน เขาให้ ดู ดม ดื่ม แต่ก็มีอีกหลายคนให้ ดู ดม อม กลืน แต่การดื่ม แบบอย่างหลังจะได้ภาพขั้นตอนการดื่มตั้งแต่ต้นจนจบชัดเจน โดย ไวน์ขวดละ 100 ให้ดู 10 ดม 30 อม 40 และกลืน 20 ลองพิจารณาอย่างละเอียดในการดื่ม...ใช้แก้วบาง ๆ ไม่มี   เหลี่ยมไม่มีลาย แล้วมองเนื้อไวน์ผ่านแสงไฟที่สว่างพอควร ...จะเห็นมิติของไวน์แต่ละตัว บุคลิกของไวน์แต่ละขวด... สดใสร่าเริงเป็นประกายของเบอร์กันดี เข้มลึกดุดันของบอร์โดซ์ .ตะแคง แล้วหมุนแก้วให้น้ำไวน์กลิ้งตามความมนของแก้ว จะเห็นน้ำไวน์เกาะติด ผิวไหลย้อยเป็นเส้นสายที่ฝรั่งเรียก Tear มั่ง Leg มั่ง รูปร่างสารพัด ตามความเข้มของแอลกอฮอล์...และเวลาแกว่งแก้ว จะเห็นน้ำไวน์วิ่ง ตามกันเป็นขบวนเหมือนมีชีวิต...

ดู

ดม

  สำคัญสุดที่สัมผัสไวน์ได้มาก ดมแล้วไม่สิ้นเปลือง จะ   ดมกี่ครั้งกลิ่นก็ยังอยู่ บางคนดมแล้วดมอีก ของตัว

เองหมด ยืมของเพื่อนมาดมก็ไม่น่าเกลียด กว่าไวน์เข้าปากแต่ละครั้ง แกว่งดม แกว่งดม 5-6 ครั้งก็ไม่มีใครว่า คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่มาก ใช้การดมนี่แหละเป็นหลักให้เสพไวน์กับพรรคพวก 3-4 ชั่วโมงได้อย่าง มีความสุข วิธีการดม รอบแรกให้ดมผ่าน ๆ ก่อน จะได้กลิ่นอย่างหนึ่ง พอแกว่งให้น้ำไวน์กระจายในแก้ว กลิ่นจะฟุ้งออกมา สูดดมลึก ๆ จะได้ กลิ่นอีกอย่างหนึ่ง ยิ่งน้ำไวน์สัมผัสอากาศมากขึ้น พัฒนาการของกลิ่น

จะแปรเปลี่ยนไปอีก ดมแล้วให้จินตนาการถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เคยประสบ พบมา ดอกไม้ ใบหญ้า ดิน น้ำ ลม ไฟ สัตว์โลก ผู้หญิง อารมณ์ แล้ว แต่จะว่ากันไป 56

ทองคำ

วารสาร


อม

  เป็นการสัมผัสเนื้อน้ำของไวน์จริง ๆ การอมสำคัญมาก   เป็ น ขั ้ น ตอนที ่ ไ ม่ ค วรข้ า มเด็ ด ขาด เวลาเขาชิ ม ไวน์ จำนวนมาก จะมีกระโถนหรือถังแช่ไวน์วางอยู่ด้านข้าง สำหรับบ้วนไวน์ ทิ้งหลังอมเสร็จ เห็นแล้วไม่ต้องเสียดายนะครับ เพราะเขาซึมซับเอา ความพิสดารของไวน์ตอนอมจนสะใจไปแล้ว เขาไม่กลืนต่อ เพราะถ้า กลืนไวน์ทุกตัวที่ชิม คงเมาพับไปก่อน การอมจะได้มิติมากมาย ทั้ง เปรี้ยวหวานมันเค็มของรส ละเอียดหยาบกระด้างของเนื้อ เข้มข้นดุดัน บางใสของแอลกอฮอล์ แร่ธาตุผลไม้ ความสดชื่นหลากชนิด โครงสร้าง และความสมดุล ความหนักแน่นนุ่มนวลกลมกล่อม เป็นต้น ไวน์บางตัว กลมกล่อมกลืนเป็นเนื้อเดียวจนไม่รู้ว่ามีอะไรผสมอยู่ บางตัวต่างคนต่าง มารู้เปรี้ยวรู้ขมชัดเจน ยังมีสารพันของกลิ่นอีก กลิ่นไม่ได้มาเฉพาะ ตอนดม อมนี่ก็มาและเป็นกลิ่นอีกมิติหนึ่ง ขึ้นจากเพดานบนของปาก ทะลุถึงโพรงจมูก การอมไวน์ ไ ม่ เ หมือนเด็กอมข้าวหรือลูกอม ในปากเรามี ต ่ อ ม ประสาทมากมาย กระจายทั่วช่องปากและลิ้น แต่ละต่อมรับรู้ได้ต่างกัน เร็วช้าไม่เท่ากัน ดังนั้น ต้องให้น้ำไวน์กระจายสัมผัสต่อมทั้งหมดเพื่อรับ รู้สิ่งที่มีในเนื้อไวน์ จึงจะเห็นความพิสดารและจินตนาการได้เป็นเรื่อง ราว มีเคล็ดแนะนำคอไวน์ใหม่ไม่ต้องไปฝึกดุนลิ้นโยกปากให้ลำบาก เอาง่าย ๆ ทำเหมือนเวลาใช้น้ำยาบ้วนปาก แต่ต้องช้า นุ่มนวล และ สุภาพ ไม่ใช่กลั้วคอ

กลืน

  ใครกลืนไวน์ลงคอไปเลย ดื่มน้ำตามทันทีก็มี   ขอให้เปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วน กลืนให้มีราคา ต้องให้น้ำไวน์ไหลผ่านคอช้า ๆ หายใจตามเข้าไปเบา ๆ แล้วจับความ รู้สึกว่าเนื้อไวน์เกาะอยู่ในปากและลิ้นอีกนานไหม บางตัวอยู่นานถึง 3 นาที บางตัวหายไปเลย เซียนไวน์เขาเรียกหางสั้นหางยาว จบสวย ไม่สวยกันตรงนี้ แล้วจับกลิ่นที่กรุ่นในโพรงจมูกด้วยว่าอยู่ยาวแค่ไหน นอกจากนั้นยังมีเรื่องของแทนนินที่ค้างในปากคอ สารที่สร้างความฝาด เพื่อดุลกับความเปรี้ยวของกรดในน้ำไวน์ ไวน์แดงแต่ละตัวมีความฝาด ต่างกันตามพันธุ์องุ่น ปีผลิต และวิธีเก็บบ่ม มีทั้งละเอียดเนียนลิ้น ดุดันหยาบกร้าน ฝาดติดลิ้นติดปากจนถึงขั้นฝืดติดคอ

ทองคำ

วารสาร

57


มุมสุขภาพ

5 นาทียามบ่าย

Break ออกกำลังกายง่าย ๆ

58

ทองคำ

วารสาร


ลายคนมักจะมีข้ออ้างเรื่องการไม่มีเวลาในการออกกำลังกายเสมอ ทั้งที่ความจริงแล้ว คุณสามารถออกกำลังกายได้ทุกที่ทุกเวลา ขึ้น อยู่กับว่าคุณสนใจที่จะทำมันมากน้อยเพียงไร ซึ่งความจริงแล้ว การออก กำลังกายนอกจากจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง สามารถต้านทานโรค ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีแล้ว หากเราเจียดเวลาในช่วงบ่ายเพียงเล็กน้อยมา ออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ก็จะช่วยให้การทำงานในช่วงเวลาที่เหลือของ วัน เต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉง และมีประสิทธิภาพอย่างมาก เหมือนกับเราได้มารีสตาร์ทการทำงานของร่างกายและสมองอีกครั้ง ซึ่ง เรามาดูว่าจะมีการออกกำลังกายในลักษณะใดบ้าง ที่สามารถทำได้ง่าย ในออฟฟิศ และใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที เริ่มจากการวอร์มร่างกายโดย มือและแขน กำมือและเกร็งแขนให้ แน่นจนรู้สึกเกร็งมากที่สุด เกร็งไว้ 10 นาที แล้วค่อย ๆ คลายออก ถ้า คุณมีปัญหาปวดมือ เมื่อยนิ้ว ให้บีบนวดตามมือและแขนให้ทั่ว นวดขึ้น ลงตั้งแต่ข้อศอกถึงนิ้วมือ ทำสลับทั้งสองข้าง แล้วนวดนิ้วมือจากโคนไป

ปลายนิ้วทุกนิ้ว นวดเสร็จ ก็บีบปลายนิ้วทุกนิ้ว ทำให้สบายมือขึ้นเยอะ จากนั ้ น บริ ห ารแขนด้ ว ยการนั ่ ง ตั ว ตรง ยกแขนสองข้ า งขึ ้ น ตรง ๆ ประสานนิ้วมือ แล้วพลิกมือคว่ำหงาย 10 ครั้ง ยืดตัวสูดลมหายใจ ปล่อยมือ แล้วยืดแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้า ท่าบริหารนี้ช่วยลดความ เมื่อยขบที่แขน ใบหน้า ย่นหน้าผาก คิ้ว ตา และจมูกให้มากที่สุด ค้างไว้สักครู่ หนึ่ง แล้วค่อยคลายออก จากนั้นเ���ยียดริมฝีปากออกไปให้มากที่สุด พร้อมทั้งให้กดลิ้นที่เพดานปากให้แน่นที่สุด คุณจะรู้สึกตึงบริเวณลำคอ ริมฝีปาก ขากรรไกร ลิ้น เกร็งไว้ 10 วินาที แล้วจึงค่อยผ่อนคลาย  คอ บริหารคอ โดยนั่งในท่าที่ถูกต้อง ยืดคอให้ตรง อย่าเกร็งหัว ไหล่ เอียงหูด้านขวาเข้าหาหัวไหล่ขวา รักษาระดับหัวไหล่ทั้งสองข้างให้ เท่ากัน ยกมือขวาขึ้นแตะที่หูข้างซ้ายและค่อย ๆ กดลงเบา ๆ ในช่วงนี้ จะเป็นการยืดกล้ามเนื้อช่วงศีรษะ ทำซ้ำเช่นเดิมโดยสลับข้างซ้ายแทน

ทองคำ

วารสาร

59


ใบหู เริ่มจากนั่งสบาย ๆ แตะปลายนิ้วทั้งสองข้างที่ใบหู เคลื่อนนิ้วไปยังส่วนบน ของหู จากนั้นบีบนวดและคลี่รอยพับของใบหูทั้งสองข้างออก ค่อย ๆ เคลื่อนนิ้วลงมา นวดบริเวณอื่น ๆ ของใบหู ดึงเบา ๆ เมื่อถึงติ่งหู ดึงลง ทำซ้ำกัน 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วย กระตุ้นการได้ยิน และทำให้ความเข้าใจดีขึ้น เพราะเป็นการคลายเส้นประสาทบริเวณ ใบหูที่เชื่อมสมอง  หน้าอก นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ มองไปข้างหน้า ผสานมือจับกันไว้ด้านหลัง ดึงแผ่น หลังบริเวณหัวไหล่เข้าหากัน ค้างไว้ 10-30 วินาที หลังและไหล่ หายใจเข้าลึก ๆ และกลั้นหายใจไว้สักครู่ คุณจะรู้สึกคลายความ ตึงเครียดได้ ส่วนใครที่มีอาการปวดหลังเป็นประจำ ให้นั่งตัวตรง ประสานนิ้วมือไว้ ตรงท้ายทอย แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมแอ่นอกผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ กลับ มาในท่าเดิม  หน้าท้องและก้น แขม่วท้อง ทำท้องให้แฟบมากที่สุด เกร็งไว้สักครู่แล้วค่อยผ่อน คลาย ทีนี้ให้ท้องพองออกมากที่สุด เกร็งไว้สักครู่แล้วค่อยผ่อนคลาย ส่วนท่าบริหาร บริเวณก้นให้ใช้วิธีขมิบก้นแล้วคลาย  ขา นั่งนาน ๆ ควรลุกขึ้นยืนบ้าง เลือกเก้าอี้เหมาะ ๆ วางมือบนพนักเก้าอี้ที่ อยู่นิ่ง ไม่วิ่งไถลไปด้วยลูกล้อแสนลื่น แล้วยืนหลังตรง ย่อเข่าและตัวช้า ๆ ค่อย ๆ ยืดขึ้น ทำซ้ำหลายครั้ง หายใจเข้าออกตามจังหวะย่อและยืดตัว หรือเพิ่มการเขย่ง ปลายเท้าขึ้นลงตามไปด้วย จะช่วยคลายความตึงไปทั้งขา   เท้า กดปลายเท้าทั้งสองข้างลงกับพื้นให้มากที่สุด คุณจะรู้สึกตึงบริเวณกล้าม เนื้อน่อง เกร็งไว้สักครู่แล้วจึงค่อยผ่อนคลายตลอดทั้งตัว ระหว่างทำงานควรลุกจาก โต๊ะไปดื่มน้ำเข้าห้องน้ำบ้าง เพราะการเดินจะช่วยคลายความอ่อนล้า ยิ่งเดิน สุขภาพ ยิ่งดี เดินไปแผนกอื่นบ้าง แทนที่จะยกหูโทรศัพท์หรือส่งเมลสั่งงานตลอดเวลา เดิน รอบตึกออฟฟิศหากสถานที่อำนวย วันหนึ่งถ้าเดินได้ถึงหมื่นก้าวจะยอดเยี่ยมที่สุด บริหารร่างกายครบทุกกระบวนท่าตามนี้แล้ว ลองหาน้ำเปล่า หรือชาเย็น ๆ สัก แก้ววางไว้ใกล้ ๆ จิบทีละน้อย ช่วยให้ร่างกายและจิตใจตื่นตัวตลอดเวลา สมอง เปิดว่าง รับข้อมูลได้ดี เพราะน้ำช่วยปรับสารเคมีที่สำคัญในสมองและระบบประสาท เคล็ดลับดี ๆ เช่นนี้ ลองทำกันดู หากช่วยได้ดีจะบอกต่อกับคนข้าง ๆ ก็ไม่ว่ากัน 60

ทองคำ

วารสาร


ë ‡æ◊ËÕ§«“¡√Õ∫√Ÿâ·«¥«ß∑Õߧ” ë ‡æ◊ËÕ∑—π ∂“π°“√≥å¢à“« “√ §«“¡‡§≈◊ËÕπ‰À« µ≈“¥∑Õߧ” ë ‡æ◊ÕË ·≈°‡ª≈’ˬπ¢âÕ¡Ÿ≈¢à“« “√´÷Ëß°—π·≈–°—π ë ‡æ◊ËÕ‡æ‘Ë¡§«“¡√Õ∫√Ÿâ „π‡√◊ËÕß ”§—≠ Ê ∑’ˇ°’ˬ«¢âÕß°—∫µ≈“¥∑Õߧ” ¢Õ‡™‘≠ºŸâº≈‘µ·≈–ºŸâ§â“∑Õߧ” ∑—Èß √“¬„À≠à √“¬‡≈Á° ∑’ËÕ¬Ÿà „π °∑¡.·≈– µà “ ß®— ß À«— ¥ ‡¢â “ √à « ¡‡ªì π  ¡“™‘ ° ç ¡“§¡§â “ ∑Õߧ”é ‚¥¬‡ ’ ¬ §à “  ¡“™‘°·√°‡¢â“ 10,000 ∫“∑ ·≈–§à“  ¡“™‘°√“¬ªï 1,200 ∫“∑ ‡æ◊ËÕ√à«¡ °—π √â“ß∫∑∫“∑¢Õß ¡“§¡§â“∑Õߧ” „Àâ·¢Áß·°√àß¡“°¬‘Ëߢ÷Èπ

 π„® √’∫ ¡—§√¥à«π∑’Ë

ç ¡“§¡§â“∑Õߧ”é

‡≈¢∑’Ë 9/1 Õ“§“√ 4 ™—Èπ 2 ∂ππ‡ ◊ժɓ ·¢«ßªÑÕ¡ª√“∫»—µ√Ÿæà“¬ ‡¢µªÑÕ¡ª√“∫»—µ√Ÿæà“¬ °∑¡. 10100 ‚∑√. 0-2623-2301-3 ‚∑√ “√ 0-2623-2305 À√◊Õ∑’Ë www.goldtraders.or.th «“√ “√∑Õߧ”

61


„∫ —Ëß®Õß≈ß‚¶…≥“ «“√ “√∑Õߧ” ‚¥¬ ¡“§¡§â“∑Õߧ”

‡≈¢∑’Ë 9/1 Õ“§“√ 4 ™—Èπ 2 ∂ππ‡ ◊ժɓ ·¢«ßªÑÕ¡ª√“∫»—µ√Ÿæà“¬ ‡¢µªÑÕ¡ª√“∫»—µ√Ÿæà“¬ °√ÿ߇∑æœ 10100 ‚∑√»—æ∑å 0-2623-2301-3

‡π◊ÈÕ∑’Ë®Õß ❑ ❑ ❑

À¡“¬‡Àµÿ

‡µÁ¡Àπâ“ ’Ë ’ 12,000 - 17,000 ∫“∑ §√÷ËßÀπâ“ ’Ë ’ 8,000 ∫“∑  ’‡¥’¬« 3,000 ∫“∑ (°√–¥“…ªÕπ¥å§√÷ËßÀπâ“)

1. ºŸâ —Ëß®Õß‚¶…≥“®–µâÕß™”√–‡ß‘π¡—¥®” 30% ¢Õß§à“‚¶…≥“„π«—π∑’Ë ∑” —≠≠“ ·≈–®à“¬‡ªìπ‡™Á§ —ßË ®à“¬„ππ“¡ ç ¡“§¡§â“∑Õߧ”é ‚¥¬ ‰¡à≈ß«—π∑’Ë≈à«ßÀπâ“ 2. √“§“π’Ȭ—߉¡à√«¡¿“…’¡Ÿ≈§à“‡æ‘Ë¡ 7%

µ”·ÀπàßÀπâ“„π‚¶…≥“ (AD) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7.

Back Cover Inside Back Cover Inside Front Cover Facing Inside Back Cover Facing Inside Front Cover Facing Contents Regular Page

ª°À≈—ß·¬° ª°À≈—ß„π ª°Àπâ“„π µ√ߢⓡª°À≈—ß„π µ√ߢⓡª°Àπâ“„π (Àπâ“ 3) µ√ߢⓡÀπâ“ “√∫—≠ (Àπâ“ 4) Àπâ“∏√√¡¥“ (·∑√°µ“¡§Õ≈—¡πåµà“ßÊ): ·∫à߇ªìπ§√÷ËßÀπâ“ ‰¥â®”π«π 10 Àπâ“

√“¬≈–‡Õ’¬¥°“√æ‘¡æå ®”π«πæ‘¡æå ¢π“¥Àπ—ß ◊Õ

4,000 ‡≈à¡ °√–¥“… A4

≈—°…≥–Àπ—ß ◊Õ ë Àπ—ß ◊Õ√«∫√«¡¢âÕ¡Ÿ≈‡°’¬Ë «°—∫∑Õߧ” ·≈–¢à“« “√ ®“°®—ßÀ«—¥µà“ß Ê ·≈–¿“§µà“ß Ê ë ª°°√–¥“…Õ“√åµ ’Ë ’ 160 ·°√¡

°”Àπ¥°“√ °”Àπ¥ àßÕ“√嵇«‘√å°·≈⫇ √Á® . . . . . . . . . . . . . . °”Àπ¥ß“πÀπ—ß ◊Õ·≈⫇ √Á® . . . . . . . . . . . . . . . .

4  ’ 4  ’ 4  ’ 4  ’ 4  ’ 4  ’ 4  ’

17,000 15,000 15,000 15,000 15,000 15,000 12,000

∫“∑ ∫“∑ ∫“∑ ∫“∑ ∫“∑ ∫“∑ ∫“∑

8,000 ∫“∑

À“°√â“π∑Õß√â“π„¥  π„®≈ß‚¶…≥“ °√ÿ≥“√–∫ÿ√“¬≈–‡Õ’¬¥ ¥—ßπ’È ™◊ËÕ√â“π∑Õß .................................................................................. ™◊ËÕ‡®â“¢Õß√â“π∑Õß .................................................................. ‚∑√.................................................................................................. µ”·ÀπàߢÕßÀπâ“‚¶…≥“ ....................................................... *  ¡“§¡œ¢Õ ß«π ‘∑∏‘Ï„π°“√‡≈◊Õ°≈ßÀπâ“ ∂â“À“° µ”·Àπàߥ—ß°≈à“«‡µÁ¡



ทองคำ Vol.21