Issuu on Google+


HOT PRODUCTS ออราเคิลเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ SPARC M6-32 และ SuperCluster M6-32

ออราเคิลเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป SPARC M6 ที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยเปิดตัวมาพร้อมกันสองรุ่นได้แก่ SPARC M6-32 และ SuperCluster M6-32 SPARC M6-32 รองรับซีพียูสูงสุด 32 ซ็อกเก็ต โดยชิปแต่ละตัวมี 12 คอร์ รวม 384 คอร์ รองรับหน่วยความจำสูงสุด 32TB ใช้ Oracle Solaris สำหรับ SuperCluster M6-32 คือ SPARC M6-32 ที่ขายคู่กับเซิร์ฟเวอร์สตอเรจ Exadata ออราเคิลระบุว่าเซิร์ฟเวอร์ทั้งสองตัวออกแบบมาสำหรับการประมวลผลฐานข้อมูลใน หน่วยความจำโดยเฉพาะ และหากใช้ Oracle VM Server for SPARC ก็จะสามารถ แบ่งเครื่องออกมาได้ถึง 128 เครื่องต่อโดเมน

Woörthersee e-Bike

ดูเหมือนช่วงนี้ ใครๆ ก็ฮิตการขี่จักรยานกันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ปัญหาของมันก็คือ

ถ้าให้ขี่ ไปทำงานคงต้องเหนื่อยแทบอาบเหงื่อต่างน้ำ คงจะดีถ้ามีจักรยานที่ ได้ทั้ง

ปั่นออกกำลังและไปไหนมาไหนด้วยพลังบางอย่างที่อยู่ ในนั้น (ที่ ไม่ต้องเป็นเจน ญาณทิพย์) ก็สัมผัสได้ Worthersee e-Bike จักรยานไฟฟ้าที่ออกแบบและพัฒนา โดย Audi ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก รายละเอียดอื่นๆ คุณคงไม่สนใจมาก เท่าไหร่เพราะแค่ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ธรรมดา

W/Me wristband

มันคือสายรัดข้อมือสุดไฮเทคที่ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน ซึ่งจะช่วย แสดงผลตามอารมณ์ของผู้สวมใส่ ใช้เซ็นเซอร์ที่จับสัญญาณจากระบบ ประสาททีค่ วบคุมกล้ามเนือ้ หรือระบบประสาทอัตโนมัติ ทำงานไปควบคูก่ บั ระบบประมวลผลที่จะวัดค่าต่างๆ เช่น ชีพจร หรือการเต้นของหัวใจ แล้วประมวลผลออกมาเป็นอัตราของอารมณ์แย่หรือดี ซึ่งผลนี้จะแสดง บนสมาร์ทโฟนของคุณ ช่วยให้คุณรู้ระดับอารมณ์ในช่วงนั้นๆ ได้ และถ้า ผลออกมาไม่ดีตัวแอพบนสมาร์ทโฟนก็จะให้คำแนะนำกับเราได้ด้วย

ว่าควรจะจัดการกับอารมณ์นั้นอย่างไร เช่น ให้เราหายใจช้าๆ หรือสูด หายใจเข้าลึกๆ เป็นต้น

Kiwi WiFi iPhone Car Diagnostic Kit

สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ระบบสั่งการทั้งหลายกลายเป็นคอมพิวเตอร์

ไปหมดเสียแล้ว มุมหนึ่งนั้นมันก็ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อเพื่อจะ รับรู้ข้อมูลต่างๆ ในการทำงานของเครื่องยนต์ แต่สองสิ่งที่ต้องมีก็ คือเครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่ถูกต้อง Kiwi WiFi iPhone Car Diagnostic Kit เป็นชุดเครื่องมือที่เมื่อติดตั้งแล้วคุณจะสามารถ เข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องยนต์ของคุณบน iPhone ของคุณผ่าน การเชื่อมต่อแบบ WiFi โดยที่มันจะมีแอพพลิเคชั่นพร้อมให้ ได้

โหลดมาใช้

4

G-MagZ IT MAGAZINE


HOT PRODUCTS

Magic Pencil Earphone

แม้ว่ามือถือทุกเครื่องเดี๋ยวนี้จะแถมชุดหูฟังมาให้ด้วยอยู่แล้ว แต่บางคนก็ ต้องการความแปลกและแตกต่างจากคนอื่น ถ้าตัดเรื่องความหูทองของ แต่ละคนออกไป Magic Pencil Earphone คือชุดหูฟังที่แปลกและแตกต่าง จากที่คุณเห็นมาก่อนแน่ เพราะใครเห็นก็ต้องถามว่าไปเอาดินสอมาทำหูฟัง ได้อย่างไร สำหรับการใช้งานก็ ไม่ต่างจากชุดหูฟังสำหรับมือถือทั่วไป แต่เชื่อ ซิว่ามันทำให้คุณแตกต่างจากคนอื่นแน่นอน

Zipboard Roll-up Travel Whiteboard

ปั ญ หาหนึ่ ง ที่ ห ลายคนที่ มี ค รอบครั ว หรื อ ต้ อ งรั บ มื อ กั บ มารตั ว

น้อยๆ อย่างเด็กๆ ก็คือ เมื่ออยากให้เด็กน้อยเหล่านี้อยู่นิ่งด้วย การวาดรูประบายสี บางสถานการณ์นั้นกลับหาทั้งกระดาษและ ปากกาสีมาได้ยาก Zipboard Roll-up Travel Whiteboard กลายเป็นอุปกรณ์ที่จะเข้ามาช่วยให้ชีวิตคุณรอดพ้นมาจากความ วุ่นวายของเด็กๆ ได้ เพราะนอกจากมันจะเป็นกระดานสำหรับ วาดเขียนอะไรได้แล้ว ยังลบออกได้ง่ายแถมยังม้วนเก็บพกพา ไปไหนต่อไหนได้ง่าย

Self Stirring Mug

แม้ว่าการชงกาแฟจะเป็นเรื่องง่าย แต่หลายคนก็ยังขี้เกียจที่จะหาช้อนเอา มาคนกาแฟหรือ เครื่อ งดื่ ม ร้อ นของตั วเอง ถ้า คุ ณ เป็ น คนอย่ า งนั้ น Self Stirring Mug อุปกรณ์อีกตัวที่จะเข้ามาเสริมความขี้เกียจของคุณด้วยพลัง มอเตอร์พร้อมใบพายที่ติดอยู่ภายในแก้ว เพียงแค่เทส่วนผสมของเครื่องดื่ม เติมน้ำร้อนแล้วก็เปิดให้ระบบคนให้ส่วนผสมเข้ากัน

T-Shirt Folder

คุณเคยไหมว่าจะมีคนทำอุปกรณ์สำหรับการพับเสือ้ ยืดให้หน้าตา เหมือนกับที่วางขายในห้างวันนี้มันมีออกมาแล้วจริงๆ T-Shirt Folder คือแผ่นแบบสำหรับช่วยให้คุณพับเสื้อยืดได้เหมือนกับ เสื้อยืดที่วางขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป โดยหน้าตาของมัน ก็เหมือนแผ่นพลาสติกขนาดประมาณเสื้อยืด วิธีการใช้ก็คือนำ เอาเสื้อยืดวางบนแผ่นนี้แล้วก็พับตามลำดับที่เขียนไว้บนนั้น ด้วยการพับตามขั้นตอนเพียง 3 ครั้ง ผลงานคุณก็ ไม่ต่างจาก พนักงานขายตามห้าง G-MagZ IT MAGAZINE

5


IT NEWS Oracle Cloud ทิศทางของโลกซอฟต์แวร์องค์กรในรอบ 2-3 ปีหลังนี้ชัดเจนมากว่า ซอฟต์แวร์องค์กรชื่อดังๆ เริ่มออกเวอร์ชั่นใช้งานบนกลุ่มเมฆ เพื่อเป็น ทางเลือกนอกเหนือจากการใช้งานแบบติดตั้งในองค์กร (on premise) ลักษณะเดิม ค่าย Oracle เริ่มผลักดันยุทธศาสตร์กลุ่มเมฆของตัวเองในชื่อแบรนด์ Oracle Cloud ตั้งแต่ปีที่แล้ว (เจาะยุทธศาสตร์ Oracle Cloud) และปี นี้ก็ประกาศบริการเพิ่มอีก 10 ตัว บริการทั้ง 10 ตัวแบ่งกลุ่มได้เป็นบริการประมวลผลลักษณะเดียวกับ Amazon Web Services, ฐานข้อมูลบนกลุ่มเมฆ, WebLogic บนกลุ่ม เมฆ และบริการแอพพลิเคชั่น ERP ต่างๆ ที่รันบนกลุ่มเมฆ 1. Compute Cloud : บริการลักษณะเดียวกับ Amazon EC2 2. Object Storage Cloud : บริการลักษณะเดียวกับ Amazon S3 3. Database Cloud : ยกฐานข้อมูล Oracle Database ไว้บนกลุ่ม

เมฆ ถือเป็นครั้งแรกที่ Oracle Database ให้บริการแบบ SaaS 4. Java Cloud : บริการเซิร์ฟเวอร์ Oracle WebLogic สำหรับรัน

แอพพลิเคชั่น Java 5. Business Intelligence Cloud : ยกซอฟต์แวร์ด้าน BI ของบริษัท

ขึ้นมาบนกลุ่มเมฆ

6. Documents Cloud : งานด้านการแชร์ไฟล์ ซิงก์ข้อมูลระหว่าง

เดสก์ท็อปกับมือถือ 7. Mobile Cloud : บริการสนับสนุนการทำงานของแอพพลิเคชั่น

องค์กรผ่านอุปกรณ์พกพา 8. Database Backup Cloud : ถือเป็นบริการที่น่าสนใจมากของ

บริษัทในปีนี้ ลูกค้าสามารถแบ็คอัพฐานข้อมูลของ Oracle ขึ้นมาเก็บ

ไว้บนกลุ่มเมฆของ Oracle ได้โดยตรง 9. Billing and Revenue Management Cloud : ยกซอฟต์แวร์

ด้านการออกบิลไว้บนกลุ่มเมฆ 10. Cloud Marketplace : ตลาดกลางสำหรั บ พาร์ ท เนอร์ ด้ า น

ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาแอพบน Oracle Cloud นอกจากนี้ Oracle ยังประกาศว่าฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ด้านประมวลผล Oracle Exalogic จะทำงานร่วมกับ OpenStack API ได้แล้ว ช่วยให้ ลูกค้าทีส่ ร้างกลุม่ เมฆบน OpenStack (ซึง่ กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม ไปแล้ ว ) สามารถย้ า ยระบบข้ า มไปมาระหว่ า งกลุ่ ม เมฆกั บ เซิ ร์ ฟ เวอร์ Exalogic ได้ง่ายขึ้น ที่มา : Oracle Press

ใช้ “สมาร์ทโฟน” ตรวจจับแผ่นดินไหว ทีมนักวิจัยจากสถาบันภูเขาไฟวิทยาและธรณีฟิสิกส์แห่งชาติ (เอ็นไอจีวี) ของอิตาลี ประสบความสำเร็จในการทดสอบใช้เซ็นเซอร์ ซึ่งมีอยู่ ใน โทรศัพท์สมาร์ทโฟนทั้งหลายมาประยุกต์ใช้ในการตรวจจับแผ่นดินไหว เซ็นเซอร์ดังกล่าวเรียกว่า “ไมโคร อิเลคโตร เมคานิคอล ซิสเต็ม” หรือ “เมมส์” ซึ่งเป็นตัววัดสภาวะของโทรศัพท์ในแบบ 3 มิติ ที่จะไปกำหนด ให้หน้าจอโทรศัพท์เปลี่ยนกลับไปกลับมาระหว่างแนวนอนกับแนวตั้งได้ โดยอัตโนมัติ ตามสภาพของโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของเรา เซ็นเซอร์ตัว เดียวกันนี้มีใช้อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คจำนวนหนึ่ง เช่นเดียวกัน แต่จะทำหน้าที่ปิดการทำงานของฮาร์ดดิสก์โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการ เสียหายของข้อมูลเมื่อเครื่องร่วงลงจากโต๊ะหรือหลุดมืดหล่นลงพื้น นักวิจัยของเอ็นไอจีวี ทดสอบขีดความสามารถของเมมส์ ด้วยการนำ เอาเซ็นเซอร์แบบเดียวกับที่ติดตั้งอยู่ในไอโฟน 4 และไอโฟน 5 ไปติด เข้ากับอุปกรณ์อ่านค่าซึ่งใช้กันอยู่ในเครื่องวัดความรุนแรง���องแผ่นดิน ไหวทั่วไป จากนั้นก็ติดตั้งทั้งชุดเข้ากับโต๊ะทดสอบ ซึ่งจะถูกเขย่าด้วย ความรุนแรงในระดับต่างๆ กัน เพื่อตรวจสอบว่าเมมส์สามารถอ่านค่า ของแรงสั่นสะเทือนได้ถูกต้องหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องมืออ่าน ค่าแผ่นดินไหวปกติทั่วไป ผลการทดสอบปรากฏว่าชิปเมมส์สามารถเก็บข้อมูลการสั่นสะเทือนได้ เทียบเท่ากับอุปกรณ์ที่ใช้กันอยู่ แต่สามารถตรวจจับข้อมูลที่แม่นยำได้ ในการเขย่าที่เทียบเท่ากับการเกิดแผ่นดินไหวปานกลางไปจนถึงขนาด ใหญ่ที่มีความรุนแรงสูง กล่าวคือตั้งแต่ระดับ 5 ริกเตอร์ขึ้นไป โดยมี ข้อแม้ว่าเซ็นเซอร์ดังกล่าวต้องอยู่ ไม่ ไกลจากบริเวณจุดศูนย์กลางของ การ เกิดแผ่นดินไหว

6

G-MagZ IT MAGAZINE

นายอันโตนิโน ดาเลสซานโดร หนึ่งในทีมวิจัยและเป็นผู้เขียนรายงานการ วิจยั ครัง้ นี้ ระบุวา่ ทีมนักวิจยั จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาก็อาศัยแนวความคิดในการใช้ประโยชน์จากเมมส์เช่นเดียวกันนี้ ทดลองสร้างเครือข่ายแผ่นดินไหวขึ้นมา กระทั่งเริ่มต้นจัดตั้งเครือข่าย อาสาสมัครนานาชาติเพือ่ ตรวจจับและรายงานแผ่นดินไหวผ่านอินเทอร์เน็ต ทีเ่ รียกว่า “เควก-แคทเชอร์ เน็ตเวิรค์ ” ขึน้ มาแล้ว แต่นายดาเลสซานโดร

ตั้ ง ข้ อ สั ง เกตว่ า เครื อ ข่ า ยดั ง กล่ า วแม้ จ ะยั ง ประโยชน์ ม หาศาล แต่ ไ ม่

อาจนำมาใช้งานอย่างได้ผลใน พืน้ ทีซ่ ง่ึ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต มีน้อย หรือไม่สามารถเข้าถึง ได้ จึ ง เสนอให้ มี ก ารพั ฒ นา อุ ป กรณ์ ที่ ใ ช้ ชิ ป เมมส์ ขึ้ น มา

เพื่อการตรวจจับแผ่นดินไหว โดยเฉพาะสำหรับเก็บรวบรวม ข้ อ มู ล ด้ า นนี้ แล้ ว แจกจ่ า ย อุปกรณ์ดงั กล่าวผ่านทีมจัดการ สถานการณ์ ฉุ ก เฉิ น ในพื้ น ที่

ทีเ่ กิดภัยแผ่นดินไหวบ่อย เพือ่ นำไปติดตั้งในจุดที่ทีมเห็นว่า เหมาะสมต่อไป คุณประโยชน์สำคัญของอุปกรณ์ดังกล่าว มาจากข้อเท็จจริงที่ว่าการกู้ภัย และบรรเทาทุกข์ในภาวะแผ่นดินไหวนั้น จุดสำคัญอยู่ตรงที่การชี้จุดที่เกิด แผ่นดินไหวรุนแรงให้ ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เพราะจุดที่ แผ่นดินไหวรุนแรงมากดังกล่าวจะมีผู้ประสบภัยมากที่สุด การชี้จุดได้เร็ว ทำให้การช่วยเหลือทำได้เร็วและตรงจุดซึ่งจะได้ผลดีกว่ามาก


IT NEWS

ผลสำรวจเผยคนไทยเข้าเน็ตมากขึ้น แต่ฟรีไวไฟยังใช้น้อย ETDA เผยผลสำรวจพฤติกรรมคนไทย พบเริม่ ใช้อนิ เทอร์เน็ตเพิม่ ขึน้ จากเดิม เป็น 32 ชัว่ โมงต่อสัปดาห์เมือ่ เทียบกับ 12 ปีกอ่ นที่ใช้เพียง 18 ชัว่ โมง และ เริ่มมีการใช้งานผ่านโมบายมากขึ้น ชี้โซเชียลมีเดียได้รับความนิยมสูงสุดใน การใช้งาน โดยเฉพาะการเข้าเฟสบุ๊ค รวมไปถึงการซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้ เริม่ สูงขึน้ เผยฟรีไวไฟของไอซีทยี งั ไม่คอ่ ยมีคนใช้และกว่าครึง่ ที่ใช้ไม่พอใจใน ประสิทธิภาพ ส่วนปัญหายังวนเวียนกับเรื่องเดิม ทั้งความล่าช้า ค่าใช้จ่าย และความไม่ทวั่ ถึง นางสาวสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA กล่าวว่า ETDA ได้ทำการสำรวจ พฤติกรรมของผู้ใช้อนิ เทอร์เน็ตในประเทศไทยจากกลุม่ ตัวอย่างทัง้ สิน้ 23,907 คน พบว่าในปัจจุบันคนไทยมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น จากเดิมในปี 2544 มีการใช้งาน 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนในปี 2556 นี้มีการใช้งาน

เพิม่ ขึน้ เป็น 32 ชัว่ โมงต่อสัปดาห์ แสดงให้เห็นว่าอินเทอร์เน็ตเริม่ มีอทิ ธิพล ต่อคนไทยเพิม่ ขึน้ แต่การใช้งานดังกล่าวยังคงกระจุกตัวอยูใ่ นพืน้ ทีท่ ม่ี โี ครงสร้าง พืน้ ฐานทีด่ กี ว่า โดยหากแบ่ ง เป็ น การใช้ ง านผ่ า นพฤติ ก รรมการใช้ อิ น เทอร์ เ น็ ต แล้ ว นั้ น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยังเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานบ่อยที่สุด 45.0% คอมพิวเตอร์

พกพา 25.3% สมาร์ทโฟน 22.7% และแท็บเล็ตพีซี 6.8% แต่อัตราการ

ใช้งานอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่มีสัดส่วนที่สูงขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการใช้งาน

อินเทอร์เน็ตไม่ได้ถกู จำกัดด้วยเวลาและสถานทีท่ ี่ใช้งานอีกต่อไป ทางด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ตในโครงการ Free Wi-Fi ของกระทรวงไอซีที พบว่ายังมีการใช้งานทีค่ อ่ นข้างน้อยคือ 35.3% ในขณะทีผ่ ู้ไม่เคยใช้งานมีถงึ 64.8% ทีน่ า่ สนใจคือในจำนวนผู้ใช้งานนัน้ มีถงึ 44.5% ไม่พอใจกับการใช้งาน หรือเกือบครึง่ เมือ่ เทียบกับส่วนทีพ่ อใจมี 55.5% และการใช้งานจะสวนทางกับ อายุของผู้ใช้ กล่าวคือ สัดส่วนการใช้จะลดลงเมือ่ อายุมากขึน้ ซึง่ เด็กจะมีการ ใช้งานมากกว่าผู้ใหญ่ เนือ่ งด้วยเด็กและเยาวชนจะมีความเข้าใจในการใช้งาน เทคโนโลยีรปู แบบใหม่ๆ มากกว่ากลุม่ ผู้ใหญ่

สำหรับกิจกรรมยอดนิยมในการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตพบว่า กิจกรรม

ยอดนิยมสามอันดับแรก คือ การรับส่งอีเมล ค้นหาข้อมูล และการใช้งาน เครือข่ายสังคม โดยในผู้ใหญ่นั้นจะเน้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อรับส่ง

อีเมล ส่วนเด็กและเยาวชนจะเน้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นเกม ออนไลน์ และดาวน์โหลด โดยสามารถแบ่งเป็นประเภทได้ดงั นี้ การใช้งาน เครือข่ายสังคม 33.2% อ่านข่าวหรือหนังสือพิมพ์อเิ ล็กทรอนิกส์ 31.7% การดูโทรทัศน์และฟังวิทยุออนไลน์ 21% ดาวน์โหลด 16.5% เล่นเกม ออนไลน์ 13.2% การทำธุรกรรมทางการเงิน 12.8% การซื้อสินค้าและ บริการ 10.2% ดูขา่ วสารหุน้ 7.6% ซือ้ ตัว๋ โดยสารออนไลน์ 7.3% ทั้งนี้ หากเจาะลึกลงไปถึงการใช้งานโซเชียลมีเดียแล้วพบว่า จากกลุ่ม ตัวอย่างมีการใช้งานโซเชียลมีเดียถึง 93.8% ซึ่งเหตุผลของการใช้งาน ส่วนใหญ่จะใช้ในการพูดคุย แบ่งปันความรู้ 85.7% อัพเดตข้อมูลข่าวสาร 64.6% แชร์รปู ภาพและวิดโี อ 60.2% ซือ้ สินค้าและบริการ 21.8% และใช้ ในการหาเพือ่ น 19.7% ซึง่ จากผลการสำรวจการใช้งานโซเชียลมีเดียพบว่า มีถงึ 49.7% ทีเ่ คยซือ้ สินค้าและบริการ โดยมีผลิตภัณฑ์อย่างแฟชัน่ เสือ้ ผ้า รองเท้า กระเป๋า เป็นประเภทสินค้าทีซ่ อื้ มากทีส่ ดุ ถึง 59% ส่วนปัญหาจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตนัน้ พบว่าปัญหาความล่าช้าของการ สือ่ สารยังคงเป็นปัญหาหลักมีถงึ 44.1% รองลงมาเป็นเรือ่ งภาระค่าใช้จา่ ย 34.5% และการบริการอินเทอร์เน็ตยังไม่ทวั่ ถึง 33% และเป็นทีน่ า่ สนใจว่า กลุม่ เด็กและเยาวชนอายุตำ่ กว่า 15 ปีไปจนถึง 19 ปี เริม่ ให้ความสำคัญ ต่อปัญหาการระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์ ปัญหาการเผยแพร่สื่อลามก อนาจารทางอินเทอร์เน็ต ปัญหาการหลอกลวงบนอินเทอร์เน็ต และปัญหา ด้านภาษามากกว่าคนกลุม่ อืน่ ๆ

โครงการ MOBILITHON CONTEST FOR ACADEMIC INITIATIVE ชิงเงินรางวัล 1 ล้านบาท โครงการ MOBILITHON CONTEST FOR ACADEMIC INITIATIVE : CROSS - PLATFORM MOBILE DEVELOPMENT BY IBM WORKLIGHT STUDIO เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ แห่งชาติ (องค์การมหาชน) บริษทั ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด สมาคม อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย และกลุม่ พันธมิตร ทีเ่ ล็งเห็นว่าปัจจุบนั การเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ในเมือง ไทยมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับความพร้อมของการให้บริการ 3G บนคลืน่ ความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ส่งผลให้ตลาดแอพพลิเคชัน่ บนมือถือ แบบสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในเมืองไทยเติบโตขึ้นอย่างมาก แต่จากการ สำรวจพบว่ายังมีแอพพลิเคชั่นสำหรับอุตสาหกรรมไม่มากนัก จึงทำให้ ไม่ สามารถนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้ นอกจากนี้ ยั ง เล็ ง เห็ น ถึ ง ความสำคั ญ ในการพั ฒ นาบุ ค ลากรตั้ ง แต่ ใ นรั้ ว

มหาวิ ท ยาลั ย ทั้ ง ที่ ��� ป็ น นั ก ศึ ก ษาที่ ก ำลั ง ศึ ก ษาอยู่ ใ นระดั บ ปริ ญ ญาตรี

ปริญญาโท ตลอดจนบุคลากรในสถานศึกษาต่างๆ เพือ่ เปิดโอกาสให้มเี วที ที่แสดงถึงศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ รวมถึงร่วมสร้างแนวคิดในการพัฒนา

แอพพลิเคชั่นให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมด้วยการให้การ อบรมการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชั่นแบบ Cross-Platform การอบรม

เชิงปฏิบตั กิ ารบนแพลตฟอร์มของไอบีเอ็ม การให้คำปรึกษาในด้านเทคนิค และอุตสาหกรรมโดยผูเ้ ชีย่ วชาญทีม่ ปี ระสบการณ์โดยตรง เพือ่ เฟ้นหาผูม้ ี แนวความคิดเป็นเลิศเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สู่การเป็น

นักพัฒนารุน่ ใหม่ทเี่ ข้าใจความต้องการของอุตสาหกรรม สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนที่ http://www.thaimobilithon.com/ คลิ๊กเมนู University Registration เพื่อยืนยันการเข้าร่วมแข่งขันภายในวันที่ 23 กันยายน - 31 ตุลาคม 2556 G-MagZ IT MAGAZINE

7


G-NEWS จีเอเบิล ร่วมงาน CA Expo 2013

บริษัท จีเอเบิล จำกัด ได้ร่วมกิจกรรมออกบูธในงานสัมมนา CA Expo 2013 ภายใต้แนวคิด GO BIG IT with IMPACT ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจสิ กรุงเทพฯ โดยภายในงานทาง

บริษทั ฯ ได้นำเสนอ CA LISA ซึ่งเป็น Product ที่สามารถ จำลองสภาพแวดล้อมการทำงานของระบบ ทั้ง Software และ Hardware โดยไม่มขี อ้ จำกัดด้าน Application System, Database และ Network นอกจากนี้ CA LISA ยังมีเครือ่ งมือ สำหรับทดสอบระบบ (Test) การค้นหา Defect (Path Finder) รวมถึงการ Deploy (Release Automation) เพือ่ ให้สามารถ Delivery Application ตาม SDLC Process ได้รวดเร็ว พร้อมทั้งลดต้นทุนในการพัฒนาระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ งานดังกล่าวฯ ยังได้มีการจำลองสถานการณ์ (Demo) เพือ่ ให้ได้เห็นภาพรวม วิธกี ารต่างๆ รวมถึงขัน้ ตอนการทำงาน อย่างเป็นระบบของ CA LISA ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้า ร่วมสัมมนาเป็นจำนวนมาก

G-ABLE จับมือ Red Hat จัดสัมมนา “Red Hat JBoss Middleware Foundation for Agility and Innovation”

บริษัท จีเอเบิล จำกัด ร่วมกับบริษัท Red Hat Asia Pacific จัดงานสัมมนา ในหัวข้อ Red Hat JBoss Middleware Foundation for Agility and Innovation โดยมีคุณรุ่งโรจน์ เจริญวิสุทธิวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ส่วนธุรกิจ G-Sourcing บริษัท จีเอเบิล จำกัด ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน ณ ห้องประชุม สตูดโิ อ 6 ชัน้ 4 โรงแรมเรเนอซอง กรุงเทพฯ Red Hat JBoss Middleware เป็น Product ทีช่ ว่ ยเพิม่ ประสิทธิภาพ รวมถึงศักยภาพในการเขียนโปรแกรม

ให้มีความรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยพัฒนาต่อยอดในระบบ IT ให้มีมาตรฐาน มากยิ่งขึ้น บริษัท Red Hat เป็นบริษัทซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สบริษัทเดียวที่มี ยอดขายเกินพันล้านดอลลาร์ ปัจจุบนั เน้นตลาดซอฟต์แวร์องค์กร โดยผลักดันให้ ใช้ระบบไอทีกบั งานระดับ Mission Critical และได้รบั รางวัลบริษทั นวัตกรรม อันดับ 4 ของนิตยสาร

G-ABLE & SCB ร่วมจัดงานโบว์ลิ่งกระชับมิตร

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท จีเอเบิล จำกัด นำทีมโดยคุณสุวัฒน์ มีมุข ผู้จัดการทั่วไป ส่วนธุรกิจ G-Integration Banking ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่รัชโยธิน นำทีมโดยคุณตรัยรัตน์ สุวรรณประทีป ผู้จัดการส่วนบริหาร เทคโนโลยีสารสนเทศ จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งกระชับมิตรระหว่าง G-ABLE & SCB 2013 ขึ้น ณ ลาน Blu-O เมเจอร์รัชโยธิน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีและกระชับมิตรระหว่าง บุคลากรทั้ง 2 ฝ่าย โดยภายในงานทีมทัพนักกีฬาทั้ง 2 ฝ่าย

ต่างโชว์ฝีมือกันอย่างเต็มที่ และนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเกมส์

คั่ น ช่ ว งเวลาการแข่ ง ขั น รวมถึ ง การจั บ สลากชิ ง รางวั ล ต่ า งๆ มากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างสีสันและความสนุกสนานซึ่งได้รับการ ตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

8

G-MagZ IT MAGAZINE


G-NEWS

CDGM จับมือสองยักษ์ ใหญ่ EMC-VMware นำทุกองค์กรสัมผัสการทำงานที่อิสระแบบไร้ขีดจำกัด

CDGM นำเสนอโซลูชั่นด้าน Enterprise File Sharing ด้วย เทคโนโลยีล่าสุด VMware Horizon Suite (VMware Horizon View และ VMware Horizon Workspace) พร้อมกับโชว์ ประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันที่ลงตัวผ่าน EMC VSPEX ที่ให้ ความมัน่ ใจได้สงู สุดในเรือ่ งความปลอดภัย และลดค่าใช้จา่ ยองค์กร ด้วยทางเลือกที่พร้อมรับมือและจัดการกับความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นบนสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย พร้อมกับนำทุกองค์กร

ได้พบกับประสบการณ์ใหม่ที่เพิ่มความอิสระในการทำงานแบบ

ไร้ขีดจำกัด ในโลกยุคที่ต้องทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาในคอนเซปต์ EUC (End User Computing) มุ่งให้ User สามารถทำงาน

ได้อย่างรวดเร็วสะดวกในการรับส่งหรือเข้าถึงข้อมูลของตนเอง ได้จากทุกที่ทุกเวลาอย่างแท้จริง ณ ห้องรอยัล มณียา A ชั้น M โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

CDGM คว้า 3 รางวัลใหญ่จาก EMC ประกาศการเป็นตัวแทนขายชั้นเยี่ยม

ขอแสดงความยินดีกับบริษัทซีดีจี ไมโครซีสเต็มส์ จำกัด กับอีกก้าวแห่งความสำเร็จใน การพิชิต 3 รางวัลใหญ่ประจำปี 2013 จาก EMC อย่างน่าภาคภูมิใจ • Signature Velocity Solution Provider July 2013: ผู้ให้บริการด้าน Solution ในระดับ Signature ซึ่งพรั่งพร้อมไปด้วยทีมงานมืออาชีพ

ด้าน 1. Consolidation 2. Advanced Consolidation 3. Backup and Recovery

Solutions • Best “Incremental Deals Achievement” Partner For 1H2013: ตัวแทนขายยอดเยี่ยม ด้านการบริหารจัดการกับลูกค้า Project และสร้างยอดขาย

ได้อย่างต่อเนื่อง • Best “Specialty” Partner For 1H2013: ตัวแทนขายยอดเยี่ยม ในความเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยได้รับเกียรติจาก คุณอนุกูล ปิยะธนานุกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัทซีดีจีเอ็มได้ให้เกียรติ

เป็นตัวแทนรับมอบรางวัลใหญ่จาก EMC ท่ามกลางความยินดีของแขกผู้มีเกียรติ ภายในงาน “Drive to Profitability: EMC 2H2013 Partner Update & Performance Night” ณ Sheraton Grande Sukhumvit

First Logic จับมือ AIS สานสัมพันธ์-ปันน้ำใจ สู่ “สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด”

เฟิร์ส ลอจิก เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ โดยบริษัทเฟิร์ส ลอจิก จำกัด ภายใต้ G-ABLE Group Professional IT Services จัดกิจกรรม “First Logic – AIS สานสัมพันธ์ – ปันน้ำใจ” ร่วมมอบเงิน จำนวน 8,000 บาท และสิ่งของจำเป็น ให้แก่ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นการสานสัมพันธ์เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกอบรมเฟิร์ส ลอจิก เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ และศูนย์ฝึกอบรมทางเทคนิค บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (AIS) ทั้งนี้ ได้เยี่ยมชม บรรยากาศภายในสถานสงเคราะห์ อาทิ ศูนย์พัฒนาการ เด็ก อาคารพยาบาล โรงอาหาร โรงครัว อาคารนอนเด็ก และโรงผสมนม เป็ น ต้ น ณ สถานสงเคราะห์ เ ด็ ก อ่ อ น

ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุร ี G-MagZ IT MAGAZINE

9


G-NEWS

เฟิร์ส ลอจิก ผนึก ออราเคิล โชว์ประสิทธิภาพ “SPARC T5 Servers”

บริษัทเฟิร์ส ลอจิก จำกัด ร่วมกับบริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศ ไทย) จำกัด จัดงานสัมมนา “Come experience the extreme performance of Oracle’s SPARC T5 Servers” สู่กลุ่มพาร์ทเนอร์ของเฟิร์ส ลอจิก โดยเน้นการโชว์ประสิทธิภาพการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ SPARC T5 ซึ่ง เป็นรุ่นใหม่จาก Oracle ใช้ชิปประมวลผลไมโครโปรเซสเซอร์ ที่ได้รับการ พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และมีนวัตกรรมเหนือคู่แข่ง ซึ่งได้รับการยอมรับว่า เป็นไมโครโปรเซสเซอร์ที่เร็วที่สุดในโลก โดยวัดผลทดสอบจากองค์กรกลาง สามารถทำลายสถิติเอาชนะคู่แข่งทุกราย ยืนยันด้วย 17 ผลการทดลองที่ ได้รับการยอมรับ ทั้งงานทดสอบ งานวัดผลการให้บริการฐานข้อมูล และ งานแอพพลิเคชั่นที่สำคัญในธุรกิจองค์กร ณ GMT Room I-II, 33rd Floor, The Continent Hotel, Bangkok

TCS เปิดโลกนวัตกรรมด้านไอซีทีจัดงาน TCS Solution Day 2013

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เดอะ คอมมูนิเคชั่น โซลูชั่น จำกัด (TCS) จัดงานสัมมนา TCS Solution Day 2013 ภายใต้หัวข้อ “The World of Tomorrow, Today” เพือ่ เปิดโลกนวัตกรรมแห่งอนาคต ให้กับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านระบบเครือข่าย ICT (Information and Communication Technology) โดยภายใน งาน คุณไตรรัตน์ ใจสำราญ (Chief Product & Infrastructure

Solutions Officer) ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานสัมมนา และมอบของที่ระลึกให้กับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่ ให้เกียรติมา ร่วมเสวนาพร้อมชี้แนะแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงภาคธุรกิจไอที เพือ่ เตรียมความพร้อมให้กบั หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ภายใน งานมีบริษัทชั้นนำต่างๆ มาร่วมออกบูธนำเสนอโซลูชั่น พร้อม ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดทำให้ ได้รับความสนใจ จากผู้เข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ ได้เป็นอย่างดี

10

G-MagZ IT MAGAZINE

TCS ปลื้ม คว้ารางวัล Communication Partner of the year 4 ปีซ้อน

เมื่อเร็วๆ นี้ นายกริช เลิศวลีรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะ คอมมูนิเคชั่น

โซลูชั่น จำกัด (TCS) เข้ารับรางวัล Communication Partner of the year 2013 เพือ่ เชิดชูเกียรติความสำเร็จให้กบั บริษทั ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ที่ได้รบั รางวัล การันตีความมีศกั ยภาพในการดำเนินธุรกิจอย่างสูงมาโดยตลอด ในพิธมี อบรางวัล Microsoft Partner Awards 2013 ภายใต้ธมี “เกียรติยศและความภาคภูมใิ จใน ความสำเร็จของคูค่ า้ ไมโครซอฟท์” (Prestige and Pride of Microsoft Partner Success) ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ จัดโดยบริษทั ไมโครซอฟท์ (ประเทศ ไทย) จำกัด สำหรับรางวัล Microsoft Partner Awards 2013 สาขา Communication บริษทั TCS ได้รางวัลนีม้ าอย่างต่อเนือ่ งเป็นเวลาถึง 4 ปีซอ้ นด้วยกัน 1. Microsoft Partner Awards 2009 : Microsoft Unified Communication Partner of the year 2009 2. Microsoft Partner Awards 2011 : Microsoft Unified Communication Partner of the year 2011 3. Microsoft Partner Awards 2012 : Microsoft Communication Partner of the year 2012 4. Microsoft Partner Awards 2013 : Microsoft Communication Partner of the year 2013


SOLUTIONS เอมอร บุญชูสกุลเจริญ

5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลัง สูญเสียการควบคุมสภาพแวดล้อม เดสก์ท็อปของคุณ เนือ่ งจากการดำเนินงานด้านไอทีในปัจจุบนั มีความซับซ้อนและมีขนาดใหญ่ ดังนัน้ การจัดการสภาพแวดล้ อม เดสก์ท็อปจึงอาจกลายเป็นปัญหาท้าทายที่สำคัญ ทุกวันนี้ คุณอาจต้องจัดการดูแลอุปกรณ์เชื่อมต่อ

หลายร้อยหรือหลายพันเครื่องเลยทีเดียว ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบทั้งหมดนี้ จึงเป็นเรื่องง่าย ที่คุณจะสูญเสียอำนาจในการควบคุม แต่คุณจะบอก ได้อย่างไรว่าเมือ่ ไรคุณและทีมงานของคุณกำลังดำเนิน งานในสภาพแวดล้อมที่ขาดเสถียรภาพ ขณะที่จำนวนอุปกรณ์ ของผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง? ต่อไปนี้คือสัญญาณ 5 ข้อที่ คุณควรเฝ้าระวัง:

1

คุณไม่รู้ว่าตอนนี้มีอุปกรณ์เชื่อมต่อ อยู่กี่เครื่อง

2

การโยกย้ายระบบใช้เวลาหลายเดือน หรือมากกว่าหนึ่งปี

การตรวจสอบติดตามอุปกรณ์เชือ่ มต่อเคยเป็นเรือ่ งง่ายสำหรับ ทีมงานของคุณ แต่ตอนนี้คุณอาจประสบปัญหาในการตอบ คำถามง่ายๆ แต่สำคัญอย่างยิ่ง เช่น มีอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่ ทั้งหมดกี่เครื่อง อุปกรณ์เหล่านั้นใช้โปรแกรมอะไรบ้าง และมี การติดตั้งแพตช์และโปรแกรมอัพเกรดอะไรบ้าง หลายๆ องค์กรยังคงอยู่ในขั้นตอนของการวางแผนเกี่ยวกับ การโยกย้ายไปสู่ Windows 7 แต่หากเราไม่สามารถกำกับ

ดูแลรายการแอพพลิเคชั่นอย่างเหมาะสม ก็อาจต้องใช้เวลา นานมากในการทดสอบความเข้ากันได้ การผนวกรวมระบบ และการเริ่มต้นใช้งาน แม้กระทั่งการอัพเกรดโปรแกรมบราวเซอร์ก็อาจส่งผลกระทบต่อแอพพลิเคชั่นรุ่นเก่า ยิ่งไปกว่านั้น การตัดสินใจว่าจะติดตั้งระบบใหม่ ให้กับผู้ ใช้รายใดเป็นกลุ่ม แรก รวมถึงวิธีฝึกอบรมการใช้ OS รุ่นใหม่ อาจทำให้การ โยกย้ายระบบต้องใช้เวลาเพิ่มเติมอีกหลายเดือน

3

ผู้ ใช้ร้องเรียนเพิ่มมากขึ้น

4

ไม่มีเวลาเหลือให้กับงานที่สำคัญมากๆ สำหรับธุรกิจ

แผนกของคุณเคยเป็นที่พึ่งพาเวลาที่คนอื่นๆ พบ เจอปัญหาเกีย่ วกับระบบไอที และปัญหาก็ ได้รบั การแก้ไขอย่าง ง่ายดายและดูเหมือนว่าจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ แต่ตอนนี้ คุณ เริ่มที่จะประสบความยากลำบากในการแก้ ไขปัญหาบางอย่าง โดยทีมงานของคุณไม่สามารถตรวจพบปัญหาง่ายๆ ได้ เพราะ คุณไม่สามารถตรวจสอบอุปกรณ์เชื่อมต่อได้อย่างทั่วถึง และ ผลที่ตามมาก็คือ ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับแผนกไอทีของคุณมี จำนวนเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากปัญหาทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ คุณและทีม งานของคุณจึงไม่มีเวลาที่จะทำงานที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ ขณะทีค่ ณ ุ ใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการแก้ปญ ั หา การโยกย้าย ระบบ และการจัดการ คุณจึงพบว่าตนเองไม่สามารถจัดการ งานอื่นได้ เช่น เมื่อซีไอโอตัดสินใจที่จะจัดทำเว็บพอร์ทัลใหม่ สำหรับคู่ค้าทั่วโลก หากทรัพยากรทั้งหมดของคุณถูกใช้ ไปกับ งานด้านบริการสนับสนุนและการจัดการระบบ ก็อาจถึงเวลา แล้วที่คุณควรจะพิจารณาเดสก์ท็อปรูปแบบอื่น

G-MagZ IT MAGAZINE

11


SOLUTIONS

5

คุณกำลังใช้โซลูชั่นความปลอดภัยแบบ ติดตั้งเพิ่มเติมเพื่อรองรับโมบิลิตี้

กระแสการนำเอาอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ ในที่ทำงาน (Bring-

Your-Own-Device) ก่อให้เกิดปัญหาท้าทายเพิ่มมากขึ้น โดย ปั จ จุ บั น นอกจากคุ ณ จะต้ อ งกั ง วลเกี่ ย วกั บ จำนวนอุ ป กรณ์

เชือ่ มต่อแล้ว เครือข่ายของคุณยังจะต้องรองรับอุปกรณ์หลาย ประเภทอีกด้วย ทุกวันนี้ พนักงานชอบที่จะเข้าถึงข้อมูลเกี่ยว กับงานผ่านทางสมาร์ทโฟน แล็ปท็อป หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ สาธารณะมากกว่า (หากข้อมูลถูกเก็บไว้ในระบบคลาวด์) ถ้า หากคุ ณ ต้ อ งขยายบริ ก ารสนั บ สนุ น ไปสู่ อุ ป กรณ์ พ กพาที่ หลากหลายเพิ่มมากขึ้นอย่างที่คุณไม่เคยคาดคิดมาก่อน คุณ ก็อาจประสบปัญหาคอขวด (Bottleneck) ในเรือ่ งประสิทธิภาพ การทำงานของบุคลากรที่ทำงานนอกสถานที่ โชคดีที่ว่าคุณยังคงสามารถปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่มีอยู่เพื่อ รองรับบุคลากรที่ทำงานนอกสถานที่ รวมทั้งขยายระบบให้ ครอบคลุมแอพพลิเคชั่นและอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น และ เพิม่ ความคล่องตัวในการดำเนินงาน ด้วยการปรับใช้เทคโนโลยี เวอร์ชวลไลเซชั่น (Virtualization) โครงสร้างพื้นฐานเดสก์ท็อปแบบเวอร์ชวลไลซ์ที่แข็งแกร่ง และปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น จะช่วยขยายและเพิ่มพูนคุณ ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการลงทุนของคุณในเทคโนโลยี เวอร์ชวลไลเซชั่น หากคุณได้เริ่มต้นทำเวอร์ชวลไลซ์ให้กับ ระบบเซิร์ฟเวอร์แล้ว ขั้นตอนถัดไปก็คือควรจะต้องทำการย้าย ไคลเอ็นต์เดสก์ท็อปไปยังเซิร์ฟเวอร์ด้วย การดำเนินการดัง กล่าวจะช่วยให้ผู้ ใช้สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ได้หลากหลาย มากขึ้น โดยยังคงได้รับประสบการณ์ที่สอดคล้องกัน และใน เวลาเดียวกัน การรวมศูนย์สภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปจะช่วย เพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการระบบ และยกระดับการ คุ้มครองข้อมูลให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

12

G-MagZ IT MAGAZINE

ก่อนที่ปัญหาเกี่ยวกับระบบเดสก์ท็อปจะลุกลามมากไปกว่านี้ จนกินเวลาของคุณไปหมด คุณควรจะเริ่มต้นวางแผนเกี่ยวกับ การทำเวอร์ชวลไลซ์ให้กับระบบเดสก์ท็อปของคุณ เพื่อให้คุณ มีเวลาเพิ่มมากขึ้นสำหรับการจัดสมดุลระหว่างการทำงานและ การใช้ชีวิตส่วนตัวของคุณ โดยตอบโจทย์การวางแผนการทำ เวอร์ชวลไลซ์ให้กบั ระบบเดสก์ทอ็ ปของคุณด้วย EMC VSPEX และ VMware View ที่ให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด ช่วยให้บริหารจัดการจากส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้ง ในด้านของเดสก์ท็อป แอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมไปถึงข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้ใช้งานด้วย ทำให้คณ ุ มัน่ ใจได้ในเรือ่ งประสิทธิ-

ภาพและในขณะเดี ย วกั น ก็ ช่ ว ยให้ ส ามารถปฏิ บั ติ ง านตาม แนวทางกฎระเบี ย บข้ อ บั ง คั บ และมี ค วามปลอดภั ย ทั้ ง ยั ง

ลดต้นทุนโดยรวมทั้งหมดของการดำเนินงานขององค์กรได้ อย่างดีอีกด้วย

จุดเด่นของ EMC VSPEX และ VMware View for Virtual Desktop Infrastructure

• Simple: โซลูชั่นที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ช่วยให้สามารถ

ทำงานได้อย่างสะดวกและง่ายดายด้วยการ���ริหารจัดการ

สตอเรจด้วย EMC UniSphere รวมไปถึงการพัฒนาขีด

ความสามารถร่วมกันร่วมกันระหว่าง EMC และ VMware

ที่ช่วยให้การจัดการระบบสามารถทำงานได้อย่างง่ายดาย

ในขณะที่ EMC Avamar ช่ ว ยให้ ผู้ ดู แ ลระบบสามารถ

สำรองข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้ใช้งานสามารถ

กู้คืนข้อมูลได้ด้วยตนเอง • Efficiency: ด้วย Flash Drive ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ

ของสตอเรจให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้งาน

ระบบโดยรวมได้สูงสุดถึง 90% ในขณะที่เทคโนโลยี Thin

Provisioning และ Compression ช่วยลดค่าใช้จ่ายใน

การจัดซื้อจัดหาสตอเรจได้สูงสุดถึง 50% ส่วนเทคโนโลยี

FAST Cache นั้ น ทำให้ ค วามต้ อ งการใช้ ง านจำนวน

ฮาร์ดดิสก์ของสตอเรจลดลงในขณะที่ยังคงประสิทธิภาพ

ได้เท่าเดิมหรือดีกว่าเดิมอีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่า

ไฟฟ้าและเช่าพื้นที่ในศูนย์คอมพิวเตอร์ • Flexible: ตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่หลากหลาย

สามารถขยายหรื อ ลด Configuration ทั้ ง ในด้ า นของ

เซิร์ฟเวอร์ ระบบเน็ตเวิร์ก สตอเรจ รวมไปถึงระบบสำรอง

ข้อมูล ให้เหมาะสมได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ซีดีจี ไมโครซีสเต็มส์ จำกัด Call Center โทร +66(0) 685-9333


SOLUTIONS วิบูลย์ ชัยจิราภรณ์

เรื่องต้องรู้ ของ Performance Testing ถ้าพวกเราย้อนเวลากลับไปในอดีต เมื่อสักราวๆ 5 ปีก่อน หลายท่านคงไม่เคยได้ยินคำว่า Performance Testing และหลายบริษัทก็ ไม่ ได้ ให้ความสำคัญกับการทำ Test แบบนี้ ส่วนมาก SA, Developer รวมทั้ง Tester เอง มักจะให้ความสำคัญในเรื่องของการทำ Functional Testing เพื่อดูการทำงานของ Software นัน้ ว่าทำงานได้ถกู ต้องตาม Requirement หรือทำตาม Business ได้หรือไม่ โดยไม่ ได้ตระหนักถึงประสิทธิภาพ ของ Software และมองข้ามในเรื่องจำนวนผู้เข้าใช้งานจำนวนมากมาย และ/หรือ พร้อมๆ กันในเวลาเดียวกัน

ผลของการมองข้ามเรื่องของ Performance จะมามีผลก็ตอนที่ Resource ของระบบมีไม่เพียงพอ และ/หรือ ไม่สามารถรองรับการเข้าใช้งานมากๆ หรือพร้อมๆ กัน สุดท้ายก็จบลงที่คำว่า Service Down นี่ยังไม่นับถึง ผลกระทบด้านธุรกิจที่จะเกิดขึ้นตามมาหากเกิด Service Down หรือระบบไม่เสถียร • เมื่อต้องการทราบ Response Time ที่แท้จริงของระบบ

ในแต่ละการทำงาน แต่ละหน้าจอ ในช่วงเวลาปกติ หรือ

ช่วงเวลา Peak Hour ว่าตรงตามที่ User หรือลูกค้า

ต้องการหรือไม่ • ต้ อ งการหาคอขวด (Bottlenecks) ใน Multi-User

Environment • ต้ อ งการทราบจำนวนผู้ เ ข้ า ใช้ ง านมากที่ สุ ด ที่ ร ะบบจะ

รองรับได้ โดยระบบไม่พัง • ต้องการทราบว่า จะเกิดปัญหาขึ้นหรือไม่ เมื่อทำการโหลด

ข้อมูลขนาดใหญ่ • ต้องการทราบว่า ระบบจะรองรับอัตราการ Growth Rate

ของข้อมูล ภายใน 3-5 ปี ได้หรือไม่ • ต้องการทำปรับจูนระบบ (Tunning System) ให้ทำงานได้

อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนขึ้นใช้งานจริง (Go Live)

ควรทำ Performance Testing เมื่อไหร่

หลายบริษัทที่ ไม่เคยทำ Performance Test จะมี

คำถามว่า แล้วเมือ่ ไหร่ถงึ จะต้องทำ ถ้าจะตอบให้ชดั เจน คงยากครับ แต่ถ้าแต่ละบริษัทมีความต้องการ ดังด้านขวามือ ผมก็เห็นว่าถึงเวลาแล้วทีบ่ ริษทั ของท่านจะต้องทำ Performance Test

G-MagZ IT MAGAZINE

13


SOLUTIONS

ทำ Manual Performance Testing ได้หรือไม่

ก่ อ นจะตอบคำถามนี้ ผม

ขออธิ บ ายก่ อ นว่ า Manual Performance Testing ก็คือ การทำ Performance Testing โดยใช้คนทำรายการกับเครือ่ ง คอมฯ ตามเงื่อนไขที่ต้องการ เช่น ต้องการทราบการเข้าใช้ งานพร้อมกัน 100 คน ก็ต้องใช้คน 100 คน มาทำรายการ กับเครื่องคอมฯ จำนวน 100 เครื่องและทำพร้อมกัน หลังจากทุกท่านทราบความหมายแล้ว ผมขอตอบคำถามว่า สามารถทำได้ครับ แต่การทำด้วย Manual ก็อาจจะมีปัญหา หรือข้อจำกัด ที่อยากให้ทุกท่านทราบก่อนตัดสินใจกันก่อน ครับ • ต้ อ งใช้ ค นมาทำรายการพร้ อ มๆ กั น เป็ น จำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังเปลือง Resource ต่างๆ เช่น เครื่องคอมฯ

การติดตั้ง Software ต่างๆ Setup Config และอื่นๆ ให้

เหมื อ นกั น และต้ อ งตรงตามเงื่ อ นไข ที่ ต้ อ งการจะทำ

Performance Testing • สิ้นเปลืองเวลา ในการนำข้อมูลของแต่ละเครื่องคอมฯ มา

รวมกันเพื่อทำรายงานสรุปผล (Test Summary Report) • ยากแก่การทำ Test ยกตัวอย่างเช่น ต้องการให้ User เข้า

มาใช้งานพร้อมๆ กัน 100 คน เวลา Test ก็จะต้องกด

แป้นคีย์บอร์ด โดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งเป็นเรื่องยาก หรือ

อาจจะเป็นไปไม่ได้ • ถ้าจะทดสอบซ้ำก็จะสิ้นเปลือง Resource มาก • ผลลัพธ์ที่ ได้ก็จะคลาดเคลื่อน ไม่แม่นยำ เป็นผลมาจาก

ขั้นตอนการทดสอบที่ไม่สอดคล้องกัน (Synchonize) และ

การจัดเก็บ (Collect) ผลลัพธ์มารวบรวมเพื่อทำรายงาน

Automation Performance Testing (APT)

ถ้าใช้คนมาทำทดสอบที่ยุ่งยาก แล้วยังต้องพบเจอกับปัญหาที่ กล่าวด้านบน ผมขอแนะนำให้ใช้เครื่องมือ (Test Tool) เข้า มาช่วยในการทดสอบจะดีกว่า ประโยชน์ที่จะได้รับ อย่างเช่น • การจำลองผู้เข้าใช้งานระบบ (Virtual User) แทนการใช้

คนจำนวนมากเข้ามาทำทดสอบ • ประหยัดเครื่องคอมฯ ที่จะใช้ทำ Performance Testing • รวดเร็วกว่าการใช้คนทำทดสอบ ลดระยะเวลาการทำงาน

ไปได้เยอะ

14

G-MagZ IT MAGAZINE

• มีตัว Controller ที่จะคอยตรวจตรา (Monitor) ดูการ

ทำงานและการจัดการต่างๆ • ออกสรุปผลรายงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และหลากหลาย

รูปแบบ ทั้งแบบกราฟต่างๆ ข้อมูล ตาราง และบทสรุป

ที่ช่วยในเรื่องการปรับจูนให้ง่ายขึ้น • การทำทดสอบซ้ำๆ (Repeat Test/Regression Test) ได้

โดยง่าย รวดเร็ว โดยใช้ Test Script เดิม

Key Benefits of APT

• ลดค่ า ใช้ จ่ า ยที่ เ กิ ด จาก Application DownTime อั น

สืบเนื่องมาจากประเด็นเรื่องประสิทธิภาพของระบบที่อยู่

ใน Production เช่น บางบริษัทที่มี Database Server

ที่ใช้งานมาแล้ว 8 ปี และต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ก็อาจ

จะมีความกังวลว่าระบบจะล่มเมือ่ ไหร่ ถึงจะมีการ Backup

Database ทุกวัน ก็ขอแนะนำให้ทำ Performance Test

เพื่อเพิ่มความมั่นใจครับ • สนับสนุนการทำ Performance Testing ในระบบงานใหม่

รวมถึงการ Test ร่วมกับระบบที่เขียนด้วยภาษาโบราณ

(Legacy System/Application) • ผลการทดสอบที่แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบระบบงาน

WEB บน Internet หรือ ระบบงานที่ ท ำงานผ่ า นมื อ ถือ

(Mobile Application) • ลดความเสี่ยงจากการ Deploy ระบบที่ ไม่ ได้ประสิทธิ-

ภาพตาม SLA (Service-Level Agreements) ที่บริษัท

กำหนด เช่น บางบริษัทอาจจะมี SLA ว่า การ Query

สอบถามข้อมูลให้ ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที ในการแสดง

ผลลัพธ์ออกมา • ลดค่าใช้จ่ายของ Software และ Hardware เนื่องมาจาก

การทำ Performance Testing ที่จะช่วยทำนายเรื่องการ

ปรับขนาดของระบบได้ตามภาระของงาน (Scalability)

และขนาดความจุที่ควรเป็นของระบบ (Capacity) • ช่วยในเรื่องการประมาณการค่าของ SLA (Service-Level

Agreements) ที่ควรจะเป็นของระบบ ก่อนที่จะนำขึ้น Go

Live • ลดระยะเวลาของ Test Cycles สำหรับการนำส่งระบบขึ้น

Production • ลดค่าใช้จ่ายของการพบเจอข้อผิดพลาด (Defect) หรือ

Error ต่างๆ


SOLUTIONS

ตัวอย่างของ Performance Testing Tool ในท้องตลาด • LoadRunner (HP) • Rational Performance Test (IBM) • Silk Performer (Silk) • QA Load (Compuware) • Web Load (Radview)

• Durability Test

ประเภทของ Performance Testing

เราแบ่งประเภทของ Performance Test ได้ ดังนี้ • Load Test

เป็นการทดสอบว่า เมื่อระบบทำงานไปนานๆ แล้วจะเกิดข้อ ผิดพลาดขึ้นหรือไม่ เช่น การทดสอบว่ามี Memory Leak หรือไม่ การทดสอบให้ทำงานเพียงระยะเวลาสั้นๆ อาจจะไม่ พบสิ่งผิดปกตินี้ ได้ • Reliability Test

เพื่อใช้ในการดูการทำงานจริงของระบบ เช่น เราคาดไว้ว่าจะ มีคนเข้ามาใช้งานระบบของเราประมาณ 200 คน เราก็สร้าง หรือจำลอง User เพื่อเข้าไปใช้พร้อมๆ กัน แล้วมาดูว่าระบบ จะทำงานได้ช้าลง เมื่อมี User เข้ามาใช้งานพร้อมๆ กัน 100 คนหรือไม่ • Capacity Test/Stress Test

เพื่อดูว่าระบบของเรารองรับการโหลดข้อมูลขนาดใหญ่เช่น รองรับ 50,000 Transaction ได้โดยระบบไม่ล่ม หรือเมื่อ เพิ่ม User ทีละ 10 คน เพิ่มทุกๆ 10 นาทีจนถึง 1,000 คน เพ���่อดูว่าระบบ หรือโปรแกรมจะล่มตอนไหน หรือจำลองช่วง เวลาที่ User จะ Peak ขึ้นมา เช่น ระบบค้าหลักทรัพย์

จะมีลูกค้าเข้าระบบมากช่วง 9:45 - 10:00 (ก่อนตลาดเปิด)

12:25 - 12:30 (ช่วงพักกินข้าว) 14:25 - 14:30 (ช่วงเปิด บ่าย) 16:25 - 16:40 (ก่อนปิดตลาด) เป็นต้น ทำให้เราสามารถ Test ระบบ Load Balancing ได้ว่ารองรับการทำงานได้จริง หรือไม่

ทดสอบความน่าเชื่อ ถือ ของระบบ ทำการทดสอบว่าระบบ สามารถทำงานได้ตลอดเวลา โดยไม่เกิดปัญหาขึ้น กรณีที่ทำ Execution ข้อมูลปริมาณมากเข้าไปในระบบแล้วระบบไม่ล่ม หรือถ้าล่มก็จะได้เตรียมแผนในการกู้คืนระบบกลับคืนมาได้ โดยข้อมูลทุกอย่างยังถูกต้อง ถึ ง ตรงนี้ ผ มหวั ง ว่ า ผู้ อ่ า นจะพอเข้ า ใจถึ ง ความหมาย และ ประโยชน์ของการทำ Performance Testing ที่จะมีผลต่อ ระบบของท่าน รวมถึงสามารถเลือกวิธีทดสอบที่เหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นแบบใช้คน หรือแบบใช้ Test Tool เข้ามาร่วม ทดสอบ พบกันฉบับหน้าครับ กับการทำ Functional Testing โดย ใช้ Test Tool ครับ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท จีเอเบิล จำกัด Call Center โทร +66(0) 2685-9333 ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : 1. http://www.welovebug.com 2. http://www.wiki.nectec.or.th/setec/Knowledge/WebLoad 3. คุณ Sudeepta Guchhait G-MagZ IT MAGAZINE

15


TECH&TREND ณรงค์ฤทธิ์ มโนมัยพิบูลย์

The Big Data Job Boom ทุกวันนี้ ไม่ว่าเราจะไปไหน ทำอะไรอยู่ รู้หรือไม่ว่าเราอาจกำลังสร้างข้อมูลอยู่ เช่นเดียวกับคนอื่น รอบๆ ตัวเรา การใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ พฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต เส้นทางถนนที่คุณขับ ผ่านไป ความถี่ ในการซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้ ได้รับการบันทึก และสามารถนำ มาใช้ประโยชน์โดยบริษัทต่างๆ ทั่วโลก ข้อมูลที่มีลักษณะการเติบโตทั้งขนาด ความหลากหลาย และ ความถี่เหล่านี้ ได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า “Big Data”

ลักษณะการเติบโตของข้อมูลแบบข้างต้นทำให้เกิดความ ต้องการบุคลากรที่สามารถจัดการข้อมูลเพิ่มขึ้นตามไป ด้วย และความเป็นจริงก็คือเรากำลังขาดแคลนบุคลากร กลุ่มนี้ ตามการคาดการณ์จาก McKinsey ในสหรัฐฯ จะมีการ ขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้มากถึง 140,000 ถึง 190,000 คนในอีกห้าปีข้างหน้า และ Gartner ได้ประมาณการณ์ว่าทั่ว โลกจะมีแรงงานทางด้านไอทีที่ต้องสนับสนุนงานทางด้าน Big Data มากถึง 4.4 ล้านคนในปี 2015 คงต้องใช้ความพยายาม กันอย่างมากเพื่อเฟ้นหาคนที่สามารถทำงานในสายนี้ ได้จริง

ข้อมูลมากเกินไป แต่ไม่มีคนช่วยสนับสนุน

16

G-MagZ IT MAGAZINE

แต่เราจะหาบุคลากรกลุ่มนี้มาจากไหน ในเมื่อบุคลากรทางด้าน ไอทีสว่ นใหญ่ในทุกวันนีย้ งั คุน้ เคยกับโซลูชน่ั แบบเดิมๆ โดยเฉพาะ ทางด้าน Infrastructure ไม่ว่าจะเป็น Server Storage หรือ Security ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่านักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists) ซึ่ ง เป็ น ที่ ต้ อ งการอย่ า งมากนั้ น เป็ น กลุ่ ม ที่ ห าได้

ยากมาก

มร.ริชาร์ด รอดทส์ ผู้จัดการหลักสูตรฝึกอบรมด้านการวิเคราะห์ ข้อมูลของไอบีเอ็ม (IBM) ได้กล่าวว่า “การที่จะจัดการ Big Data ได้ดีนั้นต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญ ทางด้านเทคนิคร่วมกับคุณลักษณะของผู้เชี่ยวชาญนั้นๆ ในทาง เทคนิค เราจำเป็นต้องเข้าใจโซลูชั่นหรือเทคโนโลยีที่ใช้ ในการ อ่านข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล จนสามารถสร้างรูปแบบที่ใกล้เคียง หรือน่าเชื่อถือในการทำนายหรือคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นให้กับ องค์กร” นอกเหนือจากนั้น เรายังต้องเข้าใจรูปแบบธุรกิจ และ วัฒนธรรมองค์กรหรือลูกค้าด้วย เพื่อที่คุณจะรู้ว่าควรตั้งคำถาม อะไรเพื่อนำไปสู่การได้ข้อมูลที่ต้องการ มร.รอดทส์ ยังกล่าว เพิม่ เติมว่า “ส่วนด้านคุณลักษณะของผูเ้ ชีย่ วชาญก็มหี ลากหลาย ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดในเชิงกลยุทธ์ ความสามารถ ในการทำงานร่วมกับผูอ้ น่ื จากต่างสายงานหรือธุรกิจ ความสามารถ ในการสื่อสาร ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้จะช่วยเสริมให้คุณสามารถ หาข้อมูลจากบุคคลที่เราต้องการได้ง่ายขึ้น” จะเห็นว่าบุคลากร แบบนี้จะเชี่ยวชาญในหลายด้าน ซึ่งไม่สามารถหาวิธีผสมผสาน กันได้อย่างชัดเจน


TECH &TREND

แล้วคนทำงานทางด้าน Big Data เขาทำอะไรกัน

ถ้าจะพูดถึงต้นกำเนิดของ Big Data ก็จะได้พบกับคำๆ หนึ่งที่ เราๆ คุ้นเคยกันนั่นคือ Business Intelligence หรือ BI มี

ผูก้ ล่าวว่าแท้จริงแล้ว Big Data ก็คอื รูปแบบหนึง่ ของ Business Intelligence คนที่ทำงานด้าน BI อยู่แล้วก็สามารถทำด้าน Big Data ได้ด้วย เพียงแต่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับกลุ่มข้อมูลขนาดใหญ่ กว่า และมีโครงสร้างซับซ้อนมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือทีมนักวิเคราะห์จะเป็นทีมงานที่คอยวิเคราะห์ข้อมูลขนาด มหึมา เพื่อให้ ได้ข้อมูลเบื้องลึกซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรทั้ง ในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ การป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ก่อนที่ มันจะก่อให้เกิดผลเสีย ลักษณะงานทางด้าน Big Data อาจ แตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์กรหรือโครงการ ปัจจุบันมีหลายงานใน Big Data ที่ยังไปไม่ถึงงานทางด้านการ วิเคราะห์จริงๆ เพราะส่วนใหญ่จะติดอยู่กับการจัดการข้อมูลจาก ระบบที่ล้าสมัย กล่าวคือหลายองค์กรอาจจะมีการจัดเก็บข้อมูล แยกๆ กันในหลายระบบ และเป็นแบบนี้มานานหลายปี นี่คือ อุปสรรคสำคัญต่อ Big Data หลายองค์กรไม่มีความพร้อมใน การทีจ่ ะเอาข้อมูลจากหลายๆ ระบบมาใช้รว่ มกันให้เกิดประโยชน์ องค์กรจะไม่สามารถไปถึงจุดหมายของ Big Data ได้หากยังติด อยู่กับระบบที่เป็นอยู่แบบนี้

จะเริ่มยังไง

หลายมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ได้พัฒนาหลักสูตรใหม่เพื่อตอบ สนองความต้องการบุคลากรทางด้าน Big Data ยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัยเทนเนสซี่ (University of Tennessee) มีหลักสูตร ทางด้าน Big Data ที่ประกอบด้วยเนื้อหาทางด้านเทคโนโลยี และทางด้านธุรกิจคู่กัน ดร.เคนเน็ท กิลเบิร์ต ซึ่งเป็นหัวหน้า ศูนย์วิเคราะห์ทางธุรกิจของมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่า “นักศึกษา ควรมีความเชีย่ วชาญทางด้านเทคนิค ขณะเดียวกันก็ควรมีความรู้ ทางด้านธุรกิจควบคู่ไปด้วย และควรมีความเข้าใจในความสำคัญ ของการมีความเชีย่ วชาญเฉพาะด้าน (Subject-Matter Expertise) ในการตัดสินใจเลือกวิธีรวบรวมข้อมูล และวิธีวิเคราะห์มันได้” สำหรับตัวเนือ้ หาของหลักสูตร ดร.โอลลี่ ดาวน์ส ซึง่ เคยร่วมพัฒนา หลั ก สู ต รทางด้ า นวิ ทยาศาสตร์ข้อมูลที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน

(University of Washington) ได้กล่าวว่า “เนื้อหาควรเริ่มจาก กลุม่ วิชาทางด้านสถิติ เสริมด้วยการเรียนรูเ้ ทคนิคการประมวลผล

แบบกระจาย (Distributed Computation) ผ่านการใช้เครือ่ งมือ อย่าง Hadoop รวมถึงฝึกทักษะการเขียนโปรแกรมภาษา Python และ R พอถึงจุดนี้พวกเขาก็สามารถที่จะเข้าถึงตัวข้อมูล และ ค้นหาสิง่ ทีอ่ ยูข่ า้ งในได้แล้ว” ขัน้ ต่อไปก็คอื การเริม่ ทำความเข้าใจ และพยายามแสดงผลลั พ ธ์ ใ นรู ป แบบที่ เ ข้ า ใจง่ า ยโดยการใช้ แผนภาพ (Visualization) เข้ามาประกอบ ซึ่งจะทำให้ผู้จัดการ หรือผู้ที่จะนำผลลัพธ์ไปใช้มีความเข้าใจได้ง่ายและเร็วขึ้น การทำงานกับ Big Data จะใช้เครื่องมือตัวใดตัวหนึ่งอย่างเดียว ไม่ ได้ (ไม่เหมือนกับในอดีตที่เราคุ้นกับการใช้เครื่องมือตัวใด

ตัวหนึ่งในการทำงานกับข้อมูล) คุณควรมีความรู้และสามารถใช้ เครื่องมือหลายตัวด้วย เพราะว่าคุณต้องเกี่ยวพันกับงานหลาย ส่ ว น และต้ อ งมี ค วามหลากหลายมากขึ้ น ในตั ว เอง ความ หลากหลายในที่นี้เป็นประสบการณ์สะสมจากการที่ได้พบปะพูด คุยกับผูเ้ ชีย่ วชาญด้านข้อมูลต่างๆ พยายามพาตัวเองเข้าไปเรียนรู้ ในสิ่งใหม่ๆ ทำแบบนี้อย่างต่อเนื่องเสมือนเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มี วันจบ

แล้วจะยังไงต่อไปดี

แม้ว่าองค์กรต่างๆ จะมีเครื่องมือในการช่วยตัดสินใจได้มากขึ้น กว่าแต่ก่อนมาก แต่เราก็ต้องรอดูผลกระทบของ Big Data ที่มี ต่อองค์กรต่อไป มันอาจจะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ทีอ่ ยูเ่ หนือ จินตนาการของเราก็เป็นได้ เรื่อง Big Data อาจจะมีการเติบโต ที่เร็วที่สามารถสร้างความสั่นสะเทือนทั้งโลกในไม่กี่ปีจากนี้ แต่ ในบางประเด็นก็เป็นเรื่องใหม่และต้องการความลงตัวมากกว่านี้ การขยายตัวอย่างรวดเร็วมีส่วนก่อให้เกิดการขาดแคลนแรงงาน ทางด้านนี้ตามการคาดการณ์ข้างต้น บทบาทหน้ า ที่ ข องนั ก วิ ท ยาศาสตร์ ข้ อ มู ล ยั ง ต้ อ งพั ฒ นาต่ อ ไป แม้ว่าตอนนี้หน้าที่หลักของพวกเขาจะอยู่ที่การสร้างรูปแบบการ คำนวณสำหรับข้อมูล และนำเสนอมันออกมาก็ตาม ในอนาคต เชื่อว่านักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอาจมีส่วนช่วยสร้างซอฟต์แวร์ชิ้น สำคัญที่สามารถนำไปประกอบในระบบงานขนาดใหญ่ อีกเรือ่ งหนึง่ ทีจ่ ะเป็นประเด็นสำคัญถัดไปคือ ระบบความปลอดภัย สำหรับ Big Data เนื่องจากข้อมูลที่เกิดจากการวิเคราะห์มีความ สำคัญมากและองค์กรจะมีข้อมูลประเภทนี้มากขึ้นในอัตราที่เร็ว ขึ้น มีผู้ทำนายว่า ระบบความปลอดภัยสำหรับ Big Data จะ เป็นเรื่องใหญ่อันถัดไปที่มาพร้อมโอกาสทางธุรกิจไอที จากการศึกษา McKinsey ซึ่งได้กล่าวถึงการขาดแคลนแรงงาน ทางด้าน Big Data ในตอนต้นไปแล้ว ยังกล่าวถึงการขาดแคลน ผู้จัดการที่มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลถึง 1.5 ล้านตำแหน่งไว้ด้วย บทความจาก IEEE-USA Today’s Engineer Online G-MagZ IT MAGAZINE

17


TECH&TREND ฉัตรชัย กองมณี

ยืดหยุน่ คล่องตัว SOA และ BPM ช่วยได้ ในอดีตที่ผ่านมาองค์กรต่างๆ มักประสบปัญหาจากการทำงานร่วมกันโดยใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์มากมายที่ เวลานี้ ไม่ ได้มีการเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน อยู่กันแบบแยกส่วน (Silos) ทำให้การแบ่งปันข้อมูลร่วมกันระหว่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์มีความไม่สะดวก เพราะว่าความแตกต่างกันในด้านแพลตฟอร์ม (Platform) ของ เทคโนโลยีและแบบจำลองของข้อมูล (Data Model) ในกรณีของซอฟต์แวร์ประยุกต์เชิงการจัดการกระบวนการ ธุรกิจ ปรากฏว่ายังมีเทคโนโลยีการบูรณาการแบบเชื่อมต่ออย่างแนบแน่น (Tight Coupling) ระหว่าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์ทางธุรกิจต่างๆ เมื่อใดก็ตามที่กระบวนการธุรกิจเปลี่ยน เทคโนโลยีการบูรณาการย่อม เปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น การเชื่อมต่อแบบแนบแน่นนี้ทำให้ยากต่อการเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้จึงมีความต้องการมาตรฐานเพื่อทำให้การติดต่อสื่อสารและทำงานร่วมกันขององค์กรได้สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งมาตรฐานกลางนั้น คือ Web Service Web Service เป็นเทคโนโลยีทถ่ี กู นำมาใช้ในการพัฒนาอย่าง แพร่หลาย เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ผ่านทางเครือข่าย อินเทอร์เน็ต และด้วยคุณสมบัติที่ไม่ขึ้นกับแพลตฟอร์ม และ รูปแบบของภาษา ทำให้ Application ต่างๆ นั้นสามารถติดต่อกันได้ โดยใช้ XML Language เป็นภาษากลางในการสื่อสาร ทำให้สามารถ ทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดยผ่านทางโปรโตคอล HTTP ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นมีการนำ Web Service ที่มีอยู่แล้วมาประกอบรวมกัน แต่เนื่องจาก Web Service มีการเปลี่ยนแปลง Business Logic อยู่บ่อยครั้ง ทำให้การนำ Web Service ต่างๆ มาประกบรวมกันด้วย การเขียนโปรแกรมในรูปแบบเดิมนัน้ จึงไม่เหมาะกับการสร้าง Business Process ใหม่ จึงทำให้เกิดสถาปัตยกรรมเชิงบริการ (Service Oriented Architecture หรือ SOA) ขึ้น และเมื่อไม่นานมานี้หลายๆ บริษัท กำลังเริ่มที่จะมุ่งเน้นในการสร้างเครื่องมือในการสร้างองค์ประกอบ ต่างๆ ของซอฟต์แวร์ประยุกต์ของกระบวนการธุรกิจให้ใช้งานได้และ มีผลเชิงยุทธศาสตร์ ตัวอย่างเช่น Microsoft ได้เพิ่มความสามารถใน เชิงการจัดการเข้าไปในโปรแกรม Visual Studio, IBM ได้สง่ ซอฟต์แวร์ เครือ่ งมือด้านกระบวนการธุรกิจออกมาภายใต้ผลิตภัณฑ์ WebSphere อีกทั้ง Oracle และ SAP ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นไปในทิศทางของ

18

G-MagZ IT MAGAZINE

การจัดการกระบวนการธุรกิจด้วย ทำให้เกิดการทำงานในลักษณะการ จัดการกระบวนการธุรกิจขึ้น ที่เรารู้จักกัน คือ Business Process Management หรือ BPM ซึ่งเราจะมารู้จักกับ SOA และ BPM กัน ต่อไป

SOA คืออะไร

สถาปัตยกรรมเชิงบริการ (Service Oriented Architecture หรือ SOA) เป็นแนวคิดที่อยู่บนพื้นฐานของหลักการพัฒนาการให้บริการ

(Services) ที่นำกลับมาใช้ ใหม่ ได้ (Reusable) และหลักการสร้าง การประยุกต์การใช้งาน (Applications) แทนที่จะสร้างซอฟต์แวร์ เดีย่ วๆ ขึน้ มาเพือ่ ใช้งานเฉพาะอย่าง ทีจ่ ริงแล้ว SOA ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการลดช่องว่างระหว่างธุรกิจและ IT ผ่านทางกลุ่มของการ บริการด้าน IT ที่ถูกปรับให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจ ด้วยการ ใช้กลุ่มของหลักการในการออกแบบ รูปแบบ (Pattern) เทคนิคต่างๆ

BPM คืออะไร

Business Process Management หรือ BPM เป็นวิธกี ารทีม่ าพร้อมกับ ชุดของเครือ่ งมือทีจ่ ะทำให้วสิ าหกิจ (Enterprise) หรือองค์กรสามารถ กำหนดขั้นตอนแต่ละขั้นของกระบวนการธุรกิจได้ BPM กำหนดว่า องค์ ก รจะบ่ ง ชี้ ก ระบวนการธุ ร กิ จ ได้ อ ย่ า งไร จะสร้ า งแบบจำลอง กระบวนการ พัฒนา และแปรไปสู่การปฏิบัติและจัดการกระบวนการ ธุรกิจเหล่านั้นอย่างไร ซึ่งจะรวมถึงระบบ IT และการมีปฏิสัมพันธ์ ของมนุษย์ในการนำเอา IT มาใช้งาน กระบวนการธุรกิจหลายกระบวนการล้มเหลวในการใช้งานบนหลาย ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซึ่งจะทำให้มีผลกระทบต่อซอฟต์แวร์ประยุกต์ ทั้งหมดที่ใช้งานอยู่ด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ที่มีผลกระทบต่อซอฟต์แวร์และ การเชื่ อ มต่ อ ทั้ ง หลายจะต้ อ งถู ก ปรั บ ปรุ ง ให้ มี ค วามเหมาะสมกั บ กระบวนการธุรกิจที่เปลี่ยนไป BPM ที่ไม่มีระบบการบริการจะทำให้


TECH &TREND

เกิดความซับซ้อนและเปราะบาง เพราะการเข้าถึงซอฟต์แวร์ประยุกต์ ธุรกิจขั้นพื้นฐานโดยตรงจะต้องดำเนินการผ่านระดับชั้นกระบวนการ (Process Layer) ภาวการณ์เหล่านี้ ได้สร้างปัญหาให้กระบวนการ ธุรกิจด้วยรายละเอียดที่เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ประยุกต์โดยไม่มีความ จำเป็น ในขณะเดียวกัน SOA กลับสามารถปฏิบัติงานอยู่ได้โดยไม่จำเป็นที่ จะต้องมี BPM และ BPM เองก็สามารถให้ประโยชน์ได้โดยไม่จำเป็นที่ จะต้องมีความเข้าใจใน SOA เช่นกัน แต่ถ้าทั้ง BPM และ SOA สามารถทำงานร่วมกันได้ก็น่าจะมีประโยชน์มากขึ้น การบริการหลายๆ บริการมาร่วมกัน การดำเนินงานบนกระบวนการธุรกิจทีม่ คี วามซับซ้อน และความหลากหลาย SOA ทำให้เกิดการลดช่องว่างระหว่างการ วิเคราะห์กระบวนการธุรกิจและการพัฒนาทางด้าน IT กระบวนการ ธุรกิจและข้อมูลอาจจะถูกพิจารณาและถูกออกแบบไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากการเข้าถึงซอฟต์แวร์ประยุกต์และฐานข้อมูล

รูปที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างระดับชั้นกระบวนการธุรกิจและระดับชั้น การบริการของ SOA และ BPM

การรวมตัวกันของ BPM และ SOA จะไม่ให้ประโยชน์เลย ถ้าไม่มี โครงสร้างพื้นฐานของการจัดการกระบวนการธุรกิจ BPM ซึ่งถือว่า เป็นองค์ประกอบหลักของการพัฒนาเชิงการให้บริการของซอฟต์แวร์ ประยุกต์ (SODA : Service-Oriented Development Application) โดย BPM ถูกใช้บ่อยครั้งในการสร้างซอฟต์แวร์ประยุกต์ใหม่ เพราะ การนำ SOA และ BPM มาทำงานควบคู่กันไปโดย SOA เสนอการ ให้บริการในซอฟต์แวร์ประยุกต์ต่างๆ (Applications) ส่วน BPM ต้องการใช้บริการที่ทำให้การไหลของกระบวนการมีความสมบูรณ์ ซึ่ง ทาง SOA ได้จัดเตรียมการบริการต่างๆ ที่จะช่วยให้ BPM สามารถที่ จะเข้าถึงและเป็นหนึ่งเดียวกับกระบวนการธุรกิจ ไม่ว่าวิธีการนี้จะ ซั บ ซ้ อ นหรื อ ไม่ ก็ ต าม แต่ ก ารไหล (Flow) นี้ จ ะเป็ น สิ่ ง ที่ บ่ ง บอก กระบวนการที่สำคัญของธุรกิจ จุดใหญ่ของการนำเอา SOA มาใช้งานก็เพื่อสร้างแพลตฟอร์มในการ บูรณาการแบบหลวมๆ (Loosely Coupling) ซึ่งทำให้องค์ประกอบ ของซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถที่จะเปลี่ยนและวิวัฒน์โดยปราศจาก ผลกระทบกั บ เทคโนโลยี ห ลั ก ในกรณี เ ดี ย วกั น การปรั บ เปลี่ ย น กระบวนการที่ต้องการซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่แตกต่างกันเพื่อที่สื่อสาร กันจะได้ ไม่ต้องเปลี่ยนเทคโนโลยีสำหรับการบูรณาการ (Integration Technology) หลัก รวมทั้งองค์ประกอบของซอฟต์แวร์ กระบวนการ

รูปที่ 2 ความสัมพันธ์ BPM และ SOA

และการบริการที่เป็นอิสระต่อกันนี้จะช่วยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ ดี ร ะหว่ า งการสร้ า งแบบจำลองกระบวนการธุ ร กิ จ และการนำเอา ซอฟต์แวร์ประยุกต์ไปใช้งาน จากรูปภาพ BPM จะทำการสร้างแบบ จำลอง (Model) สร้างสถานการณ์ (Simulation) และออกแบบ กระบวนการใหม่ (Redesign) ส่วนโครงสร้างของ SOA จะอำนวย การกระบวนการธุรกิจและเป็นคนกลางสำหรับผู้ให้บริการหรือซอฟต์แวร์ ประยุกต์ต่างๆ การบริการทั้งหลายถูกทำให้เป็นที่ประจักษ์และถูกนำ มาใช้ในกระบวนการที่หลากหลาย การเปลี่ยนแปลงการบริการต่างๆ ไม่ ค วรจะมี ผ ลกระทบต่ อ กระบวนการทั้ ง หลาย การเปลี่ ย นแปลง กระบวนการทั้งหลายนำเอาการบริการที่หลากหลายมาใช้ ใหม่ตามที่ จำเป็น

บทสรุปของ SOA และ BPM

จากบทความที่ ก ล่ า วไปแล้ ว ข้ า งต้ น และประสบการณ์ ใ นการ Implementation SOA และ BPM ทั้งของ Oracle และ IBM กับ หลายประเภทธุรกิจของบริษัท การนำ SOA และ BPM มาใช้ในการ บริหารจัดการระบบต่างๆ ภายในองค์กร เป็นการรวมตัวกันอย่าง สมบูรณ์แบบสำหรับระบบคอมพิวเตอร์หรือ IT ขององค์กร โดย BPM จะให้รายละเอียดของกระบวนการธุรกิจในรูปแบบของระดับ นามธรรม (Level of Abstraction) ที่สูงกว่าแบบจำลองอื่นๆ พร้อมๆ กับความสามารถที่สำคัญอื่นๆ ในการเฝ้าตรวจตรา (Monitoring) และการจัดการกระบวนการ ส่วนการบริการ (Services) นั้นจะมีหน้า ที่ซึ่งสนับสนุนกระบวนการเหล่านี้ SOA จะนำความสามารถในการบริการต่างๆ มารวมตัวกัน และมี ความสามารถในการสนับสนุนและสร้างธุรกิจที่มีความคล่องตัวและมี ความยืดหยุ่น BPM ที่ปราศจาก SOA จะมีประโยชน์แค่ในการสร้าง ซอฟต์แวร์ประยุกต์เท่านั้น SOA ที่ปราศจาก BPM จะมีประโยชน์ก็ แค่สำหรับการสร้างสรรค์การบริการที่สม่ำเสมอและที่สามารถกลับนำ มาใช้ใหม่ได้ (Reusable) ดังนั้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการเปลี่ยน การบริการไปสู่องค์กรที่คล่องตัวและสามารถปรับปรุงกระบวนการ ทางธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจได้ SOA และ BPM จึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการไปพร้อมๆ กันอย่างยิ่ง G-MagZ IT MAGAZINE

19


TECH&TREND โอฬาร อึงอำนวยพร Software Research Consultant

รูจ้ กั กับ Leap Motion กันดีกว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวไปเร็วมาก มีบริษัทเกิดใหม่มากมายและหลายบริษัทก็สร้างสิ่งใหม่ๆ ที่ ไม่เคยมีมา ก่อนหรือสิ่งนั้นแค่ปรากฏอยู่ ในภาพยนต์เท่านั้น ซึ่ง Leap Motion Inc. ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เกิดใหม่และ คิดค้นสินค้าแบบใหม่ที่น่าสนใจทีเดียว สามารถระดมทุนผ่าน KickStarter ได้ ในเวลาไม่นาน สินค้าของ บริษัทนี้ก็คือ Leap Motion ครับ

Leap Motion คืออะไร

Leap Motion เป็นอุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ ใช้เพื่ออ่านการเคลื่อนไหวของมือทั้งสองข้างของเรา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ ใช้สามารถสั่งงานคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมด้วยวิธีใหม่ๆ นอกเหนือไปจากการใช้ Mouse, Keyboard หรือหน้าจอแบบสัมผัส (Touch Screen) อย่างที่ เราคุ้นเคยกันอยู่ และเพื่อให้นักพัฒนามีไอเดียใหม่ๆ ในการ คิดค้นการสัง่ งานคอมพิวเตอร์ในแบบทีล่ งตัวกว่าการใช้อปุ กรณ์ ต่อพ่วงอย่างที่มีในปัจจุบัน คุณเคยดูภาพยนต์เรือ่ ง Minority Report หรือเปล่าครับ ที่ทอม ครู ซ แสดงเป็ น ตั ว เอก และ

ในเรื่ อ งจะมี ร ะบบที่ เ รี ย กว่ า PreCrime ที่สามารถมองเห็น อนาคตได้ ว่ า ใครกำลั ง จะก่ อ อาชญากรรมโดยมี ผู้ มี พ ลั ง จิ ต

3 คนเป็นแกนของระบบ (หนัง เรื่องนี้สนุกมาก ถ้ายังไม่เคยดู

20

G-MagZ IT MAGAZINE

แนะนำว่ า ให้ ห ามาดู ค รั บ ) ช่ ว งแรกที่ ตั ว เอกกำลั ง ใช้ ร ะบบ PreCrime เพื่อดูว่าใครเป็นคนก่อเหตุนั้น ตัวเอกจะใส่ถุงมือ แล้วทำมือเหมือนกับกำลังจับสิ่งที่อยู่บนจอ และระบบก็ตอบ สนองตามท่าทางที่ตัวเอกกำลังสั่งงาน เช่น หมุนภาพ เลื่อน ซ้ายขวา ขยายย่อ เป็นต้น โดยที่ ไม่ต้องจับ Mouse หรือ Keyboard เลย ตอนที่หนังเรื่องนี้ฉายก็เป็นที่ฮือฮามาก มาถึง วันนี้ทำได้แล้วครับ ไม่ต้องใช้ถุงมือด้วย ใช้ Leap Motion อ่านการเคลื่อนไหวที่มือตรงๆ เลยครับ


TECH &TREND

ปลายเดือนกรกฎาคม 56 ทีผ่ า่ นมานีเ้ อง พอมีขา่ ววางจำหน่ายที่ ราคาเพียง $79 และส่งถึงประเทศไทย ผมก็ ไม่รอช้า สั่งมา ทดสอบก่อนเลย 1 ชุดครับ สนใจก็ไปดูเพิม่ เติมทีน่ ค่ี รับ https:// store.leapmotion.com

ถ้าใครรู้จักอุปกรณ์ของ Microsoft ที่ชื่อ Kinect ก็จะนึกออก ครับ Kinect เป็นอุปกรณ์ที่ใช้คู่กับ Xbox เพื่อเล่นเกมส์ที่ต้อง ออกท่าทางของร่างกายประกอบกับเกมส์ เช่น เกมส์ตีเทนนิส เกมส์ ก็ จ ะกำหนดให้ ผู้ เ ล่ น ต้ อ งทำท่ า เหมื อ นตี เ ทนนิ ส จริ ง ๆ เป็นต้น โดยที่ Kinect นัน้ จะใช้กล้อง 2 ตัวพร้อมกับอินฟาเรด ทำการ Scan ร่างกายของเราทั้งตัว ซึ่งหลักการของ Leap Motion ก็เป็นแบบเดียวกันครับ แต่จะเน้นจับการเคลื่อนไหว ของมือและนิว้ ทัง้ 10 นิว้ ของเราเท่านัน้ เพือ่ ให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูวิดีโอแนะนำที่นี่ครับ https://www.leapmotion.com

ทำไมต้องมีอุปกรณ์แบบใหม่ แล้วเมาส์กับ คีย์บอร์ดไม่ดีตรงไหน

ก็ ไม่ใช่ว่าไม่ดีครับ แต่บางครั้งถ้าเราสามารถคิดค้นการสั่งงาน คอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมที่เหมาะสมกว่า และเป็นธรรมชาติ มากกว่าการใช้เมาส์และคีย์บอร์ด ระยะเวลาในการเรียนรู้การ ใช้งานระบบก็จะลดลง และนักพัฒนาก็สามารถสร้างสรรค์สิ่ง ใหม่ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลกับข้อจำกัดหรือกรอบแบบเดิมๆ นั่นเอง ยกตั ว อย่ า งเช่ น ในจอคอมพิ ว เตอร์ ก ำลั ง แสดงภาพหั ว

กระโหลกสามมิติ แล้วเราต้องหมุน ภาพนั้นทุกทิศทางเพื่อ วิเคราะห์อะไรบางอย่าง การใช้เมาส์ลาก (Drag) เพื่อหมุน ภาพก็พอทำได้อยู่ แต่เมาส์ไม่ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุม ภาพ 3 มิติ มันถูกออกแบบมาเพื่อเป็น Pointer สำหรับภาพ 2 มิติและเคลื่อนที่ ได้เพียงแกนแนวตั้งและแนวนอนเท่านั้น ไม่สามารถเคลื่อนที่ในแนวลึกได้ ลองจินตนาการดูว่าจะดีกว่า ไหมถ้าเราสามารถทำมือเหมือนกับหมุนหัวกะโหลก แล้วภาพ ในจอคอมพิวเตอร์หมุนตามการเคลือ่ นไหวของมือเรา สามารถ เอือ้ มมือไปหยิบวัตถุเสมือนทีอ่ ยูล่ กึ เข้าไปในหน้าจอบน Space แบบสามมิติได้ด้วย งานแบบนี้แหละครับที่เราสามารถนำ Leap Motion ไปใช้ ได้ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา แทน Mouse และ Keyboard ครับ

แกะกล่อง Leap Motion

Leap Motion Inc. เป็นบริษัทที่ระดมทุนผ่าน KickStarter เพราะฉะนั้นช่วงแรกจึงไม่มีสินค้าวางขายเพราะต้องส่งมอบ ให้ผู้ระดมทุนก่อน แต่ก็เปิดวางขายเต็มรูปแบบได้เร็วทีเดียว ซึ่ง Leap Motion เปิดให้สั่งซื้อได้ทั่วโลก (Online) ในช่วง

ในกล่องไม่มีอะไรมาก ตามที่เห็นในรูปเลยครับ คู่มือไม่บอก อะไรเลย (ตามสไตล์สินค้า IT ยุคใหม่ประมาณว่าสั่งซื้อมา แสดงว่าต้องรู้ว่ามันคืออะไรใช้ยังไง) วัสดุเป็นอลูมิเนียมดูหรู ทีเดียว (เอาไปวางกับเครื่อง Mac ก็เข้ากันดีทีเดียว ^^) โดยทีด่ า้ นบนจะเป็นพลาสติกแข็งเรียบเงาสีดำใช้เพือ่ ปิดกล้อง และอินฟาเรด (แส���ทะลุได้ เพื่อ Filter ภาพให้จับได้ชัดเจน หลักการเหมือน Wii Mote ของเครื่อง Nintendo Wii เลย) ส่วนพืน้ ด้านล่างจะเป็นยางทำให้เกาะยึดกับพืน้ ผิวได้ดี นอกจาก นั้นสายที่ ให้มาเป็นแบบ USB 3.0 จำนวน 2 เส้นสำหรับ

วางใกล้ๆ คอมและวางห่างจากตัวเครื่อง โดยรวมแล้วดูดี ทีเดียวครับ G-MagZ IT MAGAZINE

21


TECH &TREND

เริ่มทดสอบการใช้งาน ในการใช้ ง าน เราต้ อ งไป Download Software มาจาก Website ของ Leap Motion ก่อนครับ (ทีน่ ี่ https://www. leapmotion.com/setup รองรับทั้ง Windows และ Mac ส่วน Linux จะมี Library ให้แต่ยงั ไม่มตี วั Binary ให้ ต้อง ลงแรงเยอะหน่อย) เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็จะมี App ทำงาน เป็น Background คอยรับคำสั่ง รวมถึงจะมีโปรแกรมชื่อ Airspace ติดตั้งมาด้วย ซึ่ง Airspace ก็คือ App Store ของ Leap Motion นั่นเองครับ

เมื่ อ เริ่ ม Run โปรแกรมครั้ ง แรก มั น จะเปิ ด โปรแกรม Orientation ขึ้นมาก่อนเพื่อให้ทำความคุ้นเคยกับการใช้งาน จากที่ทดสอบก็พบว่า Leap Motion จับการเคลื่อนไหวของ มือทั้งสองข้างและนิ้วทั้ง 5 ได้ดีทีเดียว การทำงานลื่นไหล มาก (ผมทดสอบบน Macbook Pro 15” 8, 2-Early 2011) และยังรู้ด้วยว่ามือของผมคว่ำลงหรือหงายขึ้น สามารถจับได้ ว่าผมชีน้ ว้ิ 1 นิว้ หรือ 2, 3, 4, 5 นิว้ ได้ดว้ ย สามารถแยกแยะได้ ระหว่างนิ้วมือกับอุปกรณ์แบบแท่งยาวๆ ที่เราถือ เช่น ปากกา พู่กัน หรือไม้ และตัวซอฟต์แวร์ยังบอกได้ด้วยว่าเซ็นเซอร์ เลอะนะ ถ้าเช็ดออก Leap Motion จะทำงานได้ดีขึ้น (คือจับ จนรอบนิ้วมือเปรอะไปหมด) ก็ถือว่าประทับใจทีเดียว

Airspace

จุดทีผ่ มคิดไม่ถงึ ว่าทาง Leap Motion Inc. จะมีกค็ อื Airspace ครับ ผมคิดว่าอย่างดีก็มีแค่ตัวอย่าง App 1-2 ตัวเท่านั้น แต่ ไม่ครับ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า Airspace คือ App Store และมันก็เป็น App Store จริงๆ คือเมื่อเปิด Airspace Store ก็จะพบหน้า Web ที่คล้ายกับ App Store หรือ Google

22

G-MagZ IT MAGAZINE

Play ที่มี App ให้เลือกมากมายทั้งฟรีและเสียเงิน เมื่อเรา เลือกติดตั้ง โปรแกรม Airspace ก็จะ Download App ตัว นั้นมาติดตั้งในเครื่องเราให้เลย ในกรณีที่เป็น App แบบเสีย เงิน ก็มีระบบผูกบัตรเครดิตเข้ากับบัญชีของเราแบบ App Store ทำให้การซื้อและติดตั้งทำได้ง่ายเหมือนกับของ Apple และ Google เลย นั่นหมายความว่า Leap Motion สามารถ สร้าง Eco System ของตัวเองได้แบบเดียวกับที่ Google และ Apple ทำ นอกเหนือไปจากแค่ขายอุปกรณ์เท่านั้น บน Airspace Store ก็มี App หลากหลายครับ ตั้งแต่ Games, Music & Entertainment, Productivity & Utilities ไปจนถึง Science และ App แบบทดลองทำในกลุ่ม Experimental ก็ มี ลองไปดูได้ครับ ที่ https://airspace.leapmotion.com

ตัวอย่าง App ที่น่าสนใจ

ใน Airspace ก็จะมีตัวอย่าง Application ที่น่าสนใจให้เรา เห็นภาพว่าจะเอา Leap Motion ไปใช้ทำอะไร ตัวอย่างเช่น CyberScience ที่เราสามารถศึกษาโครงสร้างของหัวกะโหลก มนุษย์ว่าประกอบด้วยชิ้นกระดูกแบบไหนและแต่ละชิ้นเรียก ว่าอะไร เหมาะสำหรับนักศึกษาแพทย์ที่กำลังศึกษาเรื่องกาย วิภาคมากเลย หรืออีก Application หนึ่งชื่อ Molecules ที่ แสดงภาพของ DNA และโมเลกุลของสิ่งต่างๆ เป็นโมเดล สามมิติและใช้ Leap Motion หมุนให้เห็นภาพโครงสร้างของ โมเลกุลแต่ละแบบทำให้เราเข้าใจการจับตัวของโครงสร้างได้ ดีขึ้น หรือแม้แต่ App แนวแผนที่อย่างเช่น Google Earth ก็มเี ช่นกัน สามารถทำงานบน Web ได้ดว้ ย (Web ต้องรองรับ) อย่างเช่น Here Map ของ Nokia ครับ ลองดูทนี่ คี่ รับ http://

here.com/leap


TECH &TREND

อีกตัวอย่างนึงก็คือการนำ Leap Motion ไปหมุนภาพสามมิติ แบบโฮโลแกรม อธิบายยาก เอาเป็นว่าลองไปดูวีดีโอเองดี กว่ า ที่ นี่ ค รั บ http://vimeo.com/59377788 ทำให้ ผ มนึ ก

ภาพยนต์ อี ก เรื่ อ งคื อ Iron Man ในเวลาที่ Tony Stark ออกแบบชุด Iron Man หรือสร้างธาตุตัวใหม่ร่วมกับ Javis เลย การสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวแบบนี้คงอีกไม่ ไกลครับ

(ส่วน Javis นี่คงอีกนานเลย ^_^)

นอกจากนั้นยังมีเกมส์ดังๆ ด้วยนะ อย่างเช่น Cut The Robe ครับ แต่พอลองเล่นแล้วก็จะรู้สึกไม่คุ้นเคยและบังคับยาก นิดหน่อย ก็อย่างที่บอกไปแล้วครับ ถ้าเอามาแทน Mouse เมื่ อ ไหร่ จ ะรู้ สึ ก ไม่ ค่ อ ยเหมาะทั น ที แต่ คิ ด ว่ า เด็ ก ๆ น่ า จะ

ชอบครับ

ตัวอย่างระบบงานที่นำ Leap Motion ไปใช้จริง

จากที่ผมติดตามข่าวสารของ Leap Motion ก็พบว่าเริ่มมีการ นำ Leap Motion ไปใช้ในงานจริงๆ กันแล้ว ตัวอย่างแรกคือ นำ Leap Motion ไปใช้ในห้องผ่าตัด (ที่นี่ครับ http://www. youtube.com/watch?v=1dc8G5lTVtI ในตัวอย่างเป็น Dental Implan) คือ เมือ่ แพทย์กำลังผ่าตัดคนไข้ การจับอุปกรณ์อย่าง อื่นในระหว่างผ่าตัดมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้คนไข้เกิดการติด เชื้อได้ เค้าจึงนำ Leap Motion ไปใช้กับเครื่องมือแสดง ทำให้แพทย์สามารถหมุนซูมภาพ หมุนภาพหรืออะไรก็แล้วแต่ ได้โดยไม่ต้องแตะต้องอุปกรณ์ใดๆ เลย

สรุปจากการทดลองเล่นระยะหนึ่ง ใน Airspace มี App ตัวหนึง่ ชือ่ BetterTouchTool (มีเฉพาะ Mac OS X เท่านั้น) ซึ่งช่วยให้เราสามารถกำหนด Action เพื่อใช้ Leap Motion สั่งงานไปยังโปรแกรมต่างๆ ได้ เช่น ใช้งานคู่กับ MS PowerPoint โดยตั้งค่าให้การปัดมือ (5 นิ้ว) จากขวาไปซ้ายเป็นการเปิดสไลด์ถัดไประหว่างการ Present งาน เป็นต้น มันก็ดรี ะดับหนึง่ ครับ แต่มนั ไม่คอ่ ยลืน่ ไหลเท่าไหร่ มี Error เยอะพอสมควร เมือ่ เทียบกับการใช้ Remote Control แล้วผมว่า Remote ก็ยังเวิร์คกว่าอยู่ดี อาจต้องอาศัยการ แก้ ไขและปรับแต่งโดยนักพัฒนาอีกระยะ เพราะจนถึงวันที่ เขียนบทความนี้ BetterTouchTool ก็ยังเป็น Beta อยู่เลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่า Leap Motion เหมาะกับการนำไป ทำสิง่ ใหม่ๆ ทีก่ ารใช้อปุ กรณ์ตอ่ พ่วงแบบเดิมๆ ไม่ตอบโจทย์ หรือนำไปใช้งานในสถานการณ์ท่ี ไม่สามารถหยิบจับอุปกรณ์ ต่ อ พ่ ว งได้ แบบนั้ น จะเวิ ร์ ค กว่ า มาก คราวนี้ ก็ ขึ้ น อยู่ กั บ

นักพัฒนาแล้วล่ะครับว่าจะนำ Leap Motion ไปทำอะไร ซึ่งทาง Leap Motion Inc. ก็มีทั้ง SDK/API รวมถึง Airspace ให้นักพัฒนาได้สร้างสรรค์งานใหม่ๆ ได้ คงต้อง รอดูกันต่อไปครับ G-MagZ IT MAGAZINE

23


BIZ&CONSULT ปิยะ ตั้งสิทธิชัย Head of Software Reserch

Customer Experience Management ผมได้มีโอกาสเข้าฟังการสัมมนากลุ่มย่อยของบริษัท Gartner เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้มีการพูด ถึงเรื่อง Customer Experience (CX) ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจจากฟากของเทคโนโลยี สารสนเทศ หลังจากนั้นผมได้เดินทางไปเข้าร่วมงาน Oracle Openworld 2013 ที่ประเทศสหรัฐ อเมริกา เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็พบว่าภายในงานได้ ให้ความสำคัญกับ Customer Experience เช่นกัน โดยการจัดโซนสำหรับ Customer Experience ไว้เป็นโซนเฉพาะ จะเห็นได้ว่า Customer Experience นี้เป็นเรื่องที่ทางเทคโนโลยีสารสนเทศให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในปี 2014

เรื่องราวเกี่ยวกับ Customer Experience ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่การดำเนินธุรกิจตามปกติได้ให้ความสำคัญเป็น

อันดับแรกอยู่แล้ว แม้แต่ในการเรียนการสอนในหลักสูตร MBA ก็ ได้มีการเน้นย้ำเรื่อง Customer Experience เป็นอย่าง มากในวิชาพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งมีกรณีศึกษาในเรื่อง Nordstrom Way ที่ได้สร้างความประทับใจในบริการของห้างสรรพสินค้า และ ทำให้ลูกค้าหวนกลับมาใช้บริการของห้างสรรพสินค้าเป็นประจำ

(รายละเอียดท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากอินเทอร์เน็ตด้วย การค้นหาคำว่า Nordstrom Way) แต่ทว่าในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน มากขึ้ น ช่ อ งทางในการติ ด ต่ อ สื่ อ สารที่ มี ห ลากหลายรู ป แบบ

ความรวดเร็วของข้อมูลข่าวสารได้ทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าถูก ก่อร่างสร้างตัวขึ้นด้วยแนวทางใหม่ๆ ที่ ไม่ใช่รูปแบบเดิมๆ ที่เกิด จากการพบปะกันแบบตัวต่อตัวอีกต่อไป ดังนั้นองค์กรต่างๆ จึง ต้องจัดหาเทคโนโลยีมาช่วยในการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า

24

G-MagZ IT MAGAZINE

จากหลากหลายช่องทางการสือ่ สาร และต้องกระทำด้วยความรวดเร็ว และสามารถปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่าง รวดเร็ว Consumer Experience Management อาจจะมีหล���กหลาย

คำนิ ย าม แต่ อ ย่ า งไรก็ ต ามความมุ่ ง หมายเพี ย งหนึ่ ง เดี ย วของ Consumer Experience Management ก็คือความพยายามที่จะ ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้เหนือความคาดหวังทีล่ กู ค้า

มีอยู่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความสำเร็จทางธุรกิจ ผู้บริหารทางด้านการ ตลาดจะต้องพยายามชักจูงและสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้กับ ลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ความเชื่อมั่นในตราสินค้า และส่งผลให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้ให้ขององค์กร การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในยุคของข้อมูลข่าวสาร ก็คือ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าผ่านทางสื่อที่ หลากหลาย (rich media) เพื่อให้ลูกค้าทราบถึงข้อมูลข่าวสารของ


BIZ& CONSULT

สินค้าและบริการทีล่ กู ค้าต้องการและกำลังสนใจ ตามความต้องการ ของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดการปฏิสัมพันธ์กับองค์กร และข้อมูล ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นท่องเว็บเพื่อหาข้อมูล ดูภาพนิ่งหรือ วิดีโอ หรือการเลือกซื้อสินค้า จนกลายเป็นการสร้างความเชื่อมโยง

ให้เกิดขึ้นกับทุกคนในองค์กรของคุณกับลูกค้า พาร์ทเนอร์ หรือ

นักลงทุน พฤติกรรมในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคในปัจจุบันนั้นแตกต่าง จากในอดีต ในอดีตลูกค้าจะเดินเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้า หรือ ห้างสรรพสินค้า การได้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการนั้นส่วน ใหญ่ ได้มาจากการสอบถามจากพนักงานขายหรือใบแนะนำสินค้า เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าและเกิดความพึงพอใจในสินค้าก็บอกต่อกับ เพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง แต่ในปัจจุบันลูกค้าจะทำการค้นหาข้อมูล สินค้าและบริการจากอินเทอร์เน็ต ได้ดทู ง้ั ภาพนิง่ และภาพเคลือ่ นไหว ศึกษาข้อดีและข้อบกพร่องจากทางสังคมออนไลน์ทั้ง Twitter, Facebook เมือ่ ได้ขอ้ มูลเพียงพอแล้วจึงสัง่ ซือ้ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรืออาจจะเดินไปที่ร้านค้าเพื่อดูสินค้าให้แน่ใจแล้วจึงสั่งซื้อ และ เมื่อลูกค้าได้ประสบการณ์จากการใช้สินค้าและบริการแล้ว ลูกค้า จะบอกต่อผ่านทางสังคมออนไลน์ด้วยเช่นกัน และด้วยอิทธิพลของ สั ง คมออนไลน์ ผู้ ที่ ไ ด้ รั บ ข้ อ ความประสบการณ์ นี้ ไ ม่ เ ป็ น เพี ย ง พรรคพวกเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้องอีกต่อไป และเป็นใครก็ ได้ที่ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ดังนั้นการที่องค์กรจะสร้างประสบการณ์ที่ดี ให้เกิดขึ้นกับลูกค้าได้ นั้น องค์กรต้องมีความเข้าใจที่ดีถึงความต้องการของลูกค้า โดย ไม่ใช่การสื่อสารในวงกว้าง แต่จำเป็นต้องรู้ถึงความต้องการและ ความสนใจที่เข้าถึงแต่ละบุคคล และนำเสนอข้อมูลข่าวสารไปยัง ลูกค้าให้แม่นยำทันต่อเหตุการณ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีเหนือ ความคาดหวังของลูกค้าและทำให้ลูกค้าจดจำและหวนกลับมาใช้ สินค้าและบริการขององค์กรอีกในอนาคต หนทาง วิธีการ หรือเครื่องมือที่จะนำมาใช้สร้างประสบการณ์ให้กับ ลูกค้าในยุคข้อมูลข่าวสารนี้จำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือที่หลากหลาย ผ่านช่องทางต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย และจะต้องดำเนินการให้สำเร็จ ในเวลาอันจำกัด แน่นอนว่าไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับการทำ Customer Experience Management ดังนั้นองค์กรต่างๆ จึง ต้ อ งดิ้ น รนเพื่ อ หาแนวทางของตนเองในการสร้ า ง Customer Experience Management อย่างไรก็ตามผมขอนำเสนอแนวทาง ต่างๆ ที่มีการใช้กันในปัจจุบัน เพื่อเป็นตัวอย่างให้ท่านพิจารณานำ ไปประกอบใช้สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของท่าน ซึ่งได้แก่ Rich Media, Social Media, Big Data, Mobility

Rich Media

ในโลกปัจจุบันทุกผู้คนเป็นทั้งนักสร้างภาพยนตร์และนักวิจารณ์ไป

ในตัว ทุกคนสามารถอัดคลิปวิดีโอของตนเองและส่งขึ้น Youtube เพื่อให้คนอื่นๆ ได้รับชมและวิพากษ์วิจารณ์ และแนะนำต่อไปให้ คนอืน่ ๆ ได้รบั ชมด้วย นอกจากนีเ้ อกสารต่างๆ ไม่วา่ เป็นแคตตาล็อก คู่มือ รูปภาพ ก็ถูกสร้างขึ้นและแจกจ่ายกันเป็นจำนวนมากมายใน

อัตราที่รวดเร็ว การจัดเก็บและบริหารสื่อในรูปแบบต่างๆ เหล่านี้ เป็นภาระของหน่วยงานไอทีที่จะต้องเข้ามาดูแลภายใต้ต้นทุนและ ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

Social Media

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ดังนั้นมนุษย์จึงต้องการการติดต่อสื่อสาร เพื่อส่งต่อความคิดเห็นและความรู้สึกให้กับผู้อื่นได้รับรู้ และด้วย เทคโนโลยีในปัจจุบัน LinkedIn, Facebook, Twitter, Line ได้เข้า มีบทบาททำให้มนุษย์เชื่อมต่อถึงกันได้ตลอดเวลา โอกาสสำคัญ ทางธุรกิจคือการนำเรื่องราวของบริษัทออกไปสู่กลุ่มเป้าหมายอย่าง ต่อเนื่อง เรื่องราวที่ดีและมีพลังจะอยู่เหนือสิ่งรบกวนต่างๆ และจะ ถูกกระจายออกไปอย่างกว้างขวาง ในขณะเดียวกันการนำเอาข้อความ ต่างๆ ทีป่ รากฏอยู่ในสังคมออนไลน์มาคิดวิเคราะห์ ไม่วา่ จะเป็นการ ตำหนิ หรือคำชม เพือ่ นำมาแก้ปญ ั หาให้กบั ลูกค้า และสร้างผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ จะเป็นการใช้ประโยชน์จากสังคมออนไลน์ได้อย่างดีเยี่ยม

Big Data

ข้อมูลต่างๆ ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบและไม่สามารถจัดการ ได้ด้วยวิธีการแบบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของเนื้อหา ขนาด และความรวดเร็ว การบันทึกข้อมูลที่มีความหลากหลายเหล่านี้ ทำการติดป้ายเพื่อบ่งบอกความหมายและความเชื่อมโยงต่างๆ จะ นำไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรในการสร้าง pattern recognition และการจั ด ทำคำแนะนำสำหรั บ บุ ค คล

(recommendation) ตัวอย่างการนำ Big Data มาใช้ตวั อย่างหนึง่ คือ สมาคมด้านสุขภาพ แห่งหนึ่งได้เก็บรวบรวมข้อมูลการรักษาพยาบาลในอดีตและได้ สร้ า งการจดจำรู ป แบบของการเข้ า รั บ การรั ก ษาเพื่ อ สร้ า งระบบ

เตือนภัย ระบบสามารถตรวจพบการระบาดของโรคหวัดและแจ้ง เตือนไปยังบุคลากรทางการแพทย์เพื่อให้เตรียมตัวรับมือได้อย่าง ทันท่วงที

Mobility

อุ ป กรณ์ สื่ อ สารในปั จ จุ บั น มี ห ลากหลายรู ป แบบไม่ ว่ า จะเป็ น

สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต อุปกรณ์เหล่านี้สร้างความคล่องตัวให้กับการ ทำงานและการสื่อสาร นอกเหนือไปจากข้อความ รูปภาพ หรือ ภาพเคลื่อนไหวที่ส่งไปมาหากัน ภายในเครือข่ายสังคมของลูกค้า แล้ว อุปกรณ์เหล่านีย้ งั ส่งข้อมูลสถานทีอ่ อกมาได้ดว้ ย ข้อมูลเหล่านี้ สามารถนำมาใช้ประกอบการนำเสนอเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงไปใน แต่ละบุคคล เช่น บริษัทสามารถนำเสนอสินค้าและบริการ และ สามารถแนะนำให้ลกู ค้าเข้าถึงสินค้าและบริการจากสาขาของบริษทั

ที่ใกล้ลูกค้าที่สุด สำหรับฉบับนี้ ผมขอยุตเิ รือ่ งราวเกีย่ วกับ Customer Experience Management ไว้เพียงเท่านี้ ในฉบับหน้าผมจะนำเสนอเรือ่ งราว เกี่ยวกับ Customer Experience Management ต่อในส่วนที่ เหลือนะครับ G-MagZ IT MAGAZINE

25


THE IDEA

3D Printer : The Next Disruption หลายคนน่าจะเคยได้ยินเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ หรือ 3D Printer กันมาบ้าง ฟังเผินๆ อาจ เหมือนคำตลาดทั่วไป แต่จริงๆ แล้วเทคโนโลยีนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลก และอาจทำให้หลาย อุตสาหกรรมเข้าขั้นหายนะได้เลยทีเดียว แบบเดียวกับที่เทคโนโลยีเคยทำให้กล้องฟิล์ม หรือ เครื่องพิมพ์ดีด หายไปจากโลกนี้มาแล้ว

แฟชั่น

มันสามารถทำเครื่องประดับตกแต่งบ้าน หรือประดับร่างกาย ที่ให้เราเลือกช้อปปิ้งแบบออนไลน์ ถูกใจก็พิมพ์ออกมา หรือ เห็นเพื่อนใช้แล้วชอบ ก็แชร์แบบจากเพื่อนมาพิมพ์ได้เลย

26

สั้นๆ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ก็คือเครื่องพิมพ์ที่ทำให้เรา สามารถพิมพ์วัตถุ 3 มิติออกมาเป็นชิ้นงานได้จริงๆ ซึ่งจะว่าไปก็ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สาเหตุที่มันเหมือนจะ กำลังดังเปรีย้ งปร้าง ก็เพราะเทคโนโลยีใหม่ทเ่ี พิง่ เข้ามา ทำให้ ราคาถูกลง จนถึงระดับที่คนทั่วไปจับต้องได้ ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตวัตถุในรูปแบบปกติ ถ้าไม่ ใช้ เครื่องกลึง CNC ก็อาจจะต้องทำแม่พิมพ์หล่อแบบชิ้นงาน ซึง่ ต้นทุนต่อชิน้ จะสูงมาก ถ้าผลิตจำนวนไม่มาก แต่เทคโนโลยี 3D Printer ทำให้เราสามารถผลิตชิ้นงานชิ้นเดียวในราคา ย่อมเยา (ไม่รวมค่าเครื่องนะครับ) และราคาก็จะถูกลงเรื่อยๆ เรามาดูกันดีกว่าว่าโลกของ 3D Printer เปลี่ยนอะไรโลกใบนี้ ได้บ้าง G-MagZ IT MAGAZINE


THE IDEA

อะไหล่กลไก

ปัญหาใหญ่ของระบบอะไหล่รถยนต์ หรือเครื่องกลต่างๆ ก็คือ รายละเอียดเบอร์อะไหล่ รุ่นรถ ซึ่งมีจำนวนมหาศาล ดังนั้น ต้นทุนส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรมนี้ก็คือการเก็บสต็อก เพื่อให้ ครบตามความต้องการของทุกคน (ลองวาดภาพว่ารถยนต์ 1 คัน อายุใช้งาน 10 ปี ผู้ผลิต หรือจำหน่ายอะไหล่ ก็ต้อง

สต็อกอะไหล่ชิ้นๆ ไว้ตลอดระยะเวลานั้นด้วย บางชิ้นก็ต้องไป ร้านใหญ่ บางชิ้นก็ต้องสั่งจากต่างประเทศ) ด้วยระบบ 3D Print งานสต็อกจะกลายเป็นงานซอฟต์แวร์ นอกจากนั้นยัง สามารถ Custom ปรับแต่งได้หลากหลาย เราจะเข้าถึงอะไหล่ ทุกชิ้นได้ทันที

อื่นๆ

จริงๆ แล้ว เทคโนโลยีนี้สามารถสร้างผลงานอะไรก็ ได้ตามแต่ จินตนาการของนักออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเคสโทรศัพท์มือถือ ชาวซัมซุงคงเข้าใจดีว่า แบบเคสโทรศัพท์ซัมซุงนั้นมีให้เลือก ไม่เยอะเท่า iPhone ส่วนหนึ่งก็เพราะคนขายไม่อยากสต็อก เยอะตามจำนวนรุ่น โทรศัพท์ยี่ห้อที่จำหน่ายน้อยๆ นี่แทบไม่ ต้องพยายามหาเคสในเมืองไทยกันเลย ตัวอย่างด้านล่าง เป็นเฝือกสำหรับผูป้ ว่ ย ซึง่ ก็ได้รบั การออกแบบ เฉพาะคน ดูมีลักษณะน่าใช้กว่าเฝือกปูนพลาสเตอร์มากๆ

จะเห็นได้วา่ แนวคิดแบบ Longtail จะโดนขยายศักยภาพอย่าง เต็มกำลัง เพราะงานสต็อกวัตถุกลายเป็นงานซอฟต์แวร์ไป แล้ว ในโลกของ 3D Printing การ Customize ก็จะทำได้ที่ ต้นทุนต่ำมากๆ งาน Prototype ก็จะกระจายไปในหลายๆ อุตสาหกรรม เช่น ของขวัญของชำร่วย และอื่นๆ บางครั้งการส่งแบบ ส่งชิ้นงานให้ลูกค้าดู อาจจะกลายเป็น

รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ลดค่าใช้จา่ ยในการขนส่ง และประหยัด เวลา ตลาดนีเ้ ป็นตลาดทีม่ ศี กั ยภาพสูงมาก อีเบย์เองก็เปิดบริการ ใหม่ เรียกว่า eBay Exact เป็นตลาดซื้อขาย 3D Object

กันเลย วาดภาพคร่าวๆ แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า โลกจะเปลี่ยน ไปทางไหน ธุรกิจไหนจะต้องล้มหายตายจาก และธุรกิจ ไหนกำลังจะมา บอกได้เลยว่า นักออกแบบเครื่องกลกับนัก ออกแบบอุตสาหกรรมจะเป็นอาชีพที่ต้องการมากพอๆ กับ Graphic Designer เพราะการสร้างแบบ 3D ที่มีความ

น่าเชื่อถือ คงทนจำเป็นต้องเข้าใจหลักการออกแบบทางกล พอสมควร ผมเชื่อว่าถ้า Steve Jobs ยังมีชีวิตอยู่จะต้อง สนใจเทคโนโลยีนม้ี ากๆ เพราะเขาเป็นคนชอบ Disruptive Technology เขาชอบเป็นปิรันย่าในบ่อปลาทอง

G-MagZ IT MAGAZINE

27


หมอลี

แนวโน้มขยะพันธุ์ ใหม่ e-waste ทุกๆ วันพุธและวันศุกร์ ผมจะเห็นรถเก็บขยะของ กทม. เข้ามาเก็บขยะในหมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่ ทำไม มาเก็บแค่สองวันก็ ไม่รู้ แต่ที่ผมรู้สึกคือขยะมันเยอะมาก ผมสงสัยจริงๆ ว่าเราจะกำจัดมันได้อย่างไร และที่สำมะคัญคือมันจะปลดปล่อยพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง เพราะข่าวเราเริ่มพบปัญหาในการ กำจัดขยะเหล่านี้ ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างง่ายๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ อัตราการ ขยายตัว ธุรกิจทางด้านโทรคมนาคมในประเทศไทยสูงมาก ในปัจจุบันคนไทยทั้งประเทศ 67 ล้านคน สับเปลี่ยนการใช้มือถือปีละ 140-150 ล้านเครื่อง ถ้ามือถือเครื่องหนึ่งมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 1.5 ขีด หมายความว่าเรามีขยะจากมือถือปีละประมาณ 1,500-2,250 ตัน แล้วขยะพวกนี้ ไปไหน? วันนี้ ผมเลยมาคุยเรื่องขยะ แต่เป็นขยะที่เราเรียกว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-waste สรุปง่ายๆ คือ e-waste เป็นเครือ่ งคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ สำนักงาน เครื่องเสียง โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ และ

ตู้ เ ย็ น อี ก มากมาย เอาเป็ น ว่ า อุ ป กรณ์ electronic

ทุกอย่างแล้วกัน ที่เสื่อมสภาพ เสีย เราไม่ต้องการใช้อีกแล้ว เหล่านี้อนุมานเรียกว่า e-waste (เคยจำได้มั้ยคุณทิ้งมือถือไปใน ถังขยะกี่เครื่อง) ขยะพวกนี้เป็นอันตรายครับ โดยเฉพาะกับ สิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต ผมมีข้อมูลบางอย่างมาเสริม

28

G-MagZ IT MAGAZINE

1. 80-85 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ถูกโยนทิ้ง

ในหลุมฝังกลบ หรือเตาเผาขยะ ซึ่งสามารถปล่อยสารพิษ

บางอย่างขึ้นไปในอากาศ 2. ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นร้อยละ 2 ของขยะในอเมริกา ที่ใช้วิธี

ฝังกลบ แต่มนั กลับสร้างมลพิษร้อยละ 70 ของขยะพิษโดยรวม

โดยตะกั่วที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดความ

เสียหาย ในระบบประสาทส่วนกลาง และอุปกรณ์ต่อพ่วง

เลือดและไต


3. 20-50,000,000 เมตริกตัน เป็นปริมาณ e-waste ที่เกิดขึ้น

ทุกปีทั่วโลก 4. โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ มีปริมาณของ

โลหะมีค่า เช่น ทองหรือเงิน เป็นองค์ประกอบ เฉพาะใน

อเมริกาโลหะมีค่าเหล่านี้คิดเป็นมูลค่าถึง $ 60,000,000 ถ้า

นำกลับมาใช้ ได้รวยนะเนี่ย 5. เพียงร้อยละ 12.5 ของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการ recycle

(2010) 6. ทุกๆ 1 ล้าน มือถือ ถ้า recycle เราจะได้ทองแดง 35,274

ปอนด์ เงิน 772 ปอนด์ 75 ปอนด์ทองคำ และ 33 ปอนด์

ของแพลเลเดียมเอากลับมาใช้ใหม่ได้ 7. รีไซเคิล 1 ล้าน แล็ปท็อป ประหยัดพลังงานไฟฟ้าเท่ากับที่ใช้

พลังานไฟฟ้าบ้าน 3,657 หลัง (บ้านอเมริกานะ ถ้าเป็นไทย

ตัวเลขต้องสูงกว่านี้หลายเท่า) 8. ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่เหลือจากการ recycle ในอเมริกา ถูก

ส่งออกไปกำจัดใน ASIA และ Africa ไม่รู้มาไทยบ้างหรือ

เปล่า ผมจะให้ วงษ์พานิชย์ ไปจัดการให้

เราควรรักษ์โลกให้มากกว่านี้ โลกจะได้รักเรา จากนี้ ไปผมคิดว่า เราคงอาจจะต้ อ งไปเริ่ ม จากการที่ เ ราจะซื้ อ สิ น ค้ า ที่ ก่ อ ให้ เ กิ ด e-waste เราต้องไปดูถึง policy ของบริษัทที่ผลิตของเหล่านั้น มาขาย ว่ามีนโยบายต่อสิง่ แวดล้อมอย่างไรบ้าง จะได้เป็น criteria หนึ่ ง ของการช่ ว ยโลก ผมว่ า การทำแบบนี้ ถ้ า ทำส่ ว นตั ว กั น

ทุกคนเราก็ช่วยโลกได้นิดหนึ่ง ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการหรือเป็น หัวหน้าหน่วยงาน เป็นผู้อำนวยการ เราก็ใช้อำนาจแบบแรงเงา เอ้ย ใช้อำนาจในทางชอบโดยการกำหนดใน TOR หรือ เงื่อนไข การจัดซื้อ พร้อมทั้งมีนโยบายในการ decommission อย่าง

ถูกวิธีก็จะช่วยได้เยอะ ตารางข้างล่างเป็นตารางที่ Greenpeace ทำขึ้น เพื่อบ่งบอกถึง ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เราคงต้องไปซื้อของจากอินเดีย แล้วล่ะ ช่วยๆ กัน..คนเอเชีย

http://www.greenpeace.org/international/en/campaigns/toxics/ electronics/how-the-companies-line-up/

มีข่าวดีเพิ่มคือแนวโน้มของการ recycle e-waste เป็นไปทาง บวก ตามตารางข้างล่าง

ข้อมูลนี้เป็นของ USA เช่นกันนะครับ ขอทุกคนตระหนักในขยะ พันธ์ุใหม่ ขยะอิเล็กทรอนิกส์

G-MagZ IT MAGAZINE

29


สถานีช่องนนทรี

คุณค่าในตัวเราคืออะไร ไตรมาสสุดท้ายของปีกำลังจะหมดไป บางคนท้อแท้ บางคนคึกคัก บางคนอยากเปลี่ยนแปลง หลากหลายความ รู้สึกแตกต่างกันไป แต่ก็มีคนไม่น้อยที่มักจะนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือไม่ก็เกิดสงสัยในคุณค่าตนเอง และไม่สามารถก้าวผ่านความคิดเหล่านี้ ได้ คำถามที่คาใจนี้ ทำให้หมกหมุ่น วุ่นวายใจอยู่ตลอดเวลา

เดื อ นก่ อ นได้ รั บ แชร์ นิ ท านข้ อ คิ ด ที่ ท ำให้ ห ลายคนได้ หั ด ลอง พิจารณาตนเองว่า คุณค่าในตัวเราคืออะไร และพิจารณาจาก อะไร การอยู่ถูกที่ถูกทาง ช่วยได้หรือไม่ เรื่องมีอยู่ว่า

วันหนึ่ง เณรน้อยเจ้าปัญญามาหาพระอาจารย์ ... ...พระอาจารย์ คุณค่าในตัวของข้าคืออะไร ... พระอาจารย์ยิ้ม แล้วบอกว่า “ให้ ไปสวนหลังบ้าน เก็บก้อนหินก้อนใหญ่ มา 1 ก้อน เอาไปวางขายที่ตลาด ถ้ามีคนถามราคา ไม่ต้องตอบ แค่ชู 2 นิ้ว ถ้าเขาต่อรอง อย่าขาย เอากลับมา อาจารย์จะบอกเองว่าคุณค่าใน ตัวของเจ้าคืออะไร” วันรุ่งขึ้น เณรน้อยอุ้มหินไปวางขายที่ตลาด คนจ่ายตลาดเดินผ่านไป

ผ่านมา ต่างแปลกใจมีแม่บ้านเดินมาถาม “ก้อนหินขายเท่าไหร?” เณรน้อยชู 2 นิ้ว “2 เหรียญ” เณรน้อยสั่นหัว “งั้นก็ 20 ก็ ได้จะได้เอาไปทับผักกาดดอง” เณรน้อยคิดในใจ “แม่เจ้าโว้ย หินไร้ค่านี้ ขายได้ตั้ง 20 บนเขาที่วัดมี เยอะแยะ” แต่เณรน้อยก็ไม่ขายตามทีพ่ ระอาจารย์บอก ไปพบพระอาจารย์ ด้วยความดีใจ “อาจารย์ วันนี้มีแม่บ้านคนหนึ่งให้ราคา 20 เหรียญจะซื้อหินของข้า

อาจารย์บอกได้หรือยังว่า คุณค่าในตัวของข้าคืออะไร” อาจารย์ตอบว่า “ไม่ต้องรีบพรุ่งนี้ เอาไปวางไว้ในพิพิธภัณฑ์ ถ้ามีคนถาม ราคา ไม่ต้องพูด แค่ชู 2 นิ้ว ถ้าเขาต่อรอง อย่าขาย เอากลับมา แล้วมา คุยกันใหม่”

30

G-MagZ IT MAGAZINE

วันต่อมา ในพิพิธภัณฑ์มีจีนมุงล้อมวง คุยกันเองว่า “หินธรรมดาก้อน หนึ่งมีค่าอะไร มาวางไว้ในพิพิธภัณฑ์” ถ้ามาวางไว้ในพิพิธภัณฑ์ได้มันก็ ต้องมีคุณค่าของมัน แต่เราอาจจะไม่รู้ ตอนนี้มีคนโผล่มาตะโกนถาม

เณรน้อยว่า “เณรน้อย หินก้อนนี้เท่าไหร่ขาย ” เณรน้อยชู 2 นิ้ว “200 เหรียญ” เณรน้อยสั่นหัว “งั้นก็ 2,000 แล้วกันกำลังหาหินไปแกะสลักพระพุทธรูป” เณรน้อยตกใจมากกว่าเมื่อวานอีกแต่ก็ ไม่ขายตามที่พระอาจารย์บอก

ไปพบพระอาจารย์ด้วยความดีใจ “อาจารย์มีคนให้ราคา 2,000 จะซื้อหินของข้า วันนี้ อาจารย์ต้องบอก

ข้าแล้วนะว่า คุณค่าในตัวของข้าคืออะไร” อาจารย์หัวเราะชอบใจ “พรุ่งนี้เอาไปที่ร้านขายวัตถุโบราณให้ทำเหมือน เดิมแล้วเอากลับมา ครั้งนี้อาจารย์บอกคำตอบเธอแน่ๆ” วันต่อมา เณรน้อย เอาหินไปที่ร้านขายวัตถุโบราณ ก็ยังมีคนมามุงดูมีคน พูดว่า นี่มันหินอะไร มาจากถิ่นไหน ของราชวงศ์ไหน ใช้ทำอะไร สุดท้าย มีคนมาถามราคา “เณรน้อย หินก้อนนี้เท่าไหร่ขาย?” เณรน้อยชู 2 นิ้ว “20,000 เหรียญ” เณรน้อยตกใจอ้าปากค้าง อุทานเสียงดัง “หา” คนนั้นนึกว่าตัวเองให้ราคาต่ำไป ทำให้เณรน้อยอารมณ์เสีย พูดแก้ ไข ทันทีว่า “ไม่ ๆ ๆ ข้าพูดผิดแล้ว ข้าจะให้เจ้า 200,000” เณรน้อยได้ยินดังนั้น อุ้มหินวิ่งหนีกลับไปบนเขา ไปหาพระอาจารย์ทันที พูดแบบกระหืดกระหอบว่า “อาจารย์ ครั้งนี้เรารวยแล้ว มีโยมจะให้ราคาเรา 2 แสน เพื่อซื้อหิน

ก้อนนี้อาจารย์บอกได้หรือยังว่า คุณค่าในตัวของข้าคืออะไรกันแน่?” อาจารย์ลูบหัวเณรน้อยพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูว่า “เจ้าหนูน้อย คุณค่าในตัวเจ้า ก็เหมือนหินก้อนนี้ ถ้าวางตัวเองใน

ตลาดสด เจ้าก็มีค่า 20 ถ้าเอาตัวเจ้าไปวางไว้ ในพิพิธภัณฑ์ เจ้าก็มี

ค่า 2,000 ถ้าไปอยู่ในร้านขายวัตถุโบราณ เจ้าก็มีค่า 2 แสน เวทีชวี ติ ต่างกัน ตำแหน่งวางตัวต่างกัน คุณค่าของคนก็เปลีย่ นไป”



G-Magz Vol.36