Issuu on Google+


Message From EDITOR ในขณะที่ก�าลังนั่งเขียนต้นฉบับ Message From Editor อยู่นี้ ก็เป็นช่วงที่ ทีมงานก�าลังเตรียมลุยที่จะปิดเล่ม FRM issue 05 กันอย่างเต็มพิกัด...และก่อน ที่จะหมดแรงกันไปซะก่อน ทีมงานก็ได้รับ “ก�าลังใจ” จากแฟนคลับและผู้อ่านที่ส่ง ผ่านเสียงจากทางโทรศัพท์และข้อความผ่านทางแฟนเพจมาถึงพวกเรา แม้วา่ จะมี จ�านวนไม่มากแต่ก็เป็น “พลังใจที่ยิ่งใหญ่” ที่ช่วยให้ทีมงานพร้อมที่จะลุยต่อไปข้าง หน้าตามแนวทางของเรา ที่มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นิตยสารที่ดี “เพื่อผู้อ่าน” ให้ได้ มากที่สุด...ซึ่งต้อง “ขอขอบคุณ” ทุกก�าลังใจมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ส�าหรับฉบับนี้...FRM ก็มาพร้อมกับการทดสอบเฟ้นหาสมรรถนะแกร่งของ ยามาฮ่า สปาร์ค 115 หัวฉีดใหม่ ที่หลายคนอาจจะเต็มอิ่มกับเรื่องราวของการน�า เสนอในแง่มุมของความประหยัดขั้นเทพกันไปแล้ว มือทดสอบของเราก็เลยจับรถ ครอบครัวรุ่นนี้มาตีแผ่อีกด้านที่ซ่อนเร้นอยู่แบบหมดเปลือกกันเลยทีเดียว รวมไป ถึงการได้ทดลองขับขี่ ซูซูกิ เล็ทส์ ที่เป็น มอเตอร์ไซค์อีโค่ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่พึ่งเปิด ตัวไปเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้มีค่าสถิติความประหยัดน�้ามัน มาให้ได้ทึ่งกันอีกแล้วครับ... นอกจากนีท ้ ม ี งาน FRM ก็ยงั ได้เก็บบรรยากาศของงาน Bangkok Motorbike Festival 2013 มาฝากส�าหรับใครที่พลาดไม่ได้เดินทางมาชมกัน และในฉบับนี้ก็ ยังคงอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาและเรื่องราวต่างๆ ที่ทีมงานได้คัดสรรมาเพื่อให้คุณผู้ อ่านได้ติดตามกันอย่างเต็มอรรถรสกันเลยทีเดียวครับ...แล้วกลับมาพบกันใหม่ ในฉบับหน้า ซึ่งเราจะน�าเรื่องราวของงาน “Bangkok Motor Show ครั้งที่ 34” ที่จะ จัดงานขึ้นปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายนนี้ มาให้ได้ติดตามกันแบบเต็มพิกัด กันเลยทีเดียวครับ!!!

นพดล แผงเพชร

บรรณาธิการบริหาร nnaiae@gmail.com

facebook.com/FRMfans

e-mail : forridemagazine@gmail.com

26

44

38


ISSUE 05 MARCH 2013

14 News Update ............................................ 6 Hot Pick of Month .................................. 14

Yamaha Spark 115 หัวฉีดใหม่ กับ "ความแรง" ที่ซ่อนเร้น

Hot Pick of Month .................................20

Suzuki Let's มอเตอร์ไซค์อีโค่ สถิติความประหยัดอันน่าทึ่ง

Special Techknow ..................................26

เจาะลึกเทคโนโลยีขั้นเทพของระบบหัวฉีด "YEC_FI"

FRM TEAM

The Journey ............................................30

Executive Editor : Editorial :

ภาค 5 กับการตะลุย 5 ขุนเขาในมาเลเซีย

Around The World ................................. 34

เส้นทาง ปราสาท และทีรามิสุ

Bangkok Motorbike Festival 2013 ....38

มหกรรมรถแต่งกลางกรุงฯ ปีที่ 5

Talk About. .............................................. 44

สัมผัสกลุ่มคนรักดูคาติ..."DCDC"

Gear Hunter ............................................ 48

พิสูจน์สมรรถนะแกร่ง Racing Bros Bazooka 1.0

Gear Hunter ............................................52

ที่สุดแห่งเทคโนโลยีรองเท้าแข่ง TCX

Cool Gadgets .......................................... 54

แก็ดเจ็ตแปลกๆ เจ๋งๆ

Special Guest : Graphic Design : Photographer :

Nopdon Phaengphet นพดล แผงเพชร Kampol Gaensuwan กัมพล แก่นสุวรรณ์ Komz Giggs Mr. Black

Nicky PH & Franco Angeloni VEDETT /////

Komkrit Sakulvilailerd คมกริช สกุลวิไลเลิศ FRM Team

บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา : นพดล แผงเพชร โรงพิมพ์/เพลท : เอส.ออฟเซ็ทกราฟฟิคดีไซน์ จัดจ�าหน่าย : บริษัท ส�านักพิมพ์ นุชนารถ จ�ากัด ส�านักงาน ฟอร์ไรด์แมกกาซีน : 12/76 ซอยนาคนิวาส 59 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 โทร. 0-2932-8716, 08-9499-1927


YAMAHA

SPARK 115 หัวฉีดใหม่

"SPEEDY SPARK"

สิ้นสุดการรอคอย...เมื่อ FRM ได้ทดสอบ Yamaha Spark 115 หัวฉีดใหม่ ในสนามแข่งโบนัน ซ่าเขาใหญ่ในงาน Bike of The Year 2013 by Grand Prix เมื่อเดือนก่อน ในที่สุดเราอดใจรอไม่ไหว จึงขอยืม Spark 115 หัวฉีดใหม่ ตัวแรงใหม่ล่าสุดไปทดสอบให้ทุกท่านได้รู้กัน เนื่องจากสปาร์ค 115 หัวฉีดใหม่ เป็นรถครอบครัวที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการใช้งานหนัก ไม่ว่าจะเป็นการบรรทุกของ การ วิ่งส่งเอกสาร หรือใช้จ่ายตลาด เราจึงเลือกเส้นทางทดสอบที่โหดระดับ 5 กะโหลก นั่นก็คือ “ลาดพร้าว – บางนา-ตราด – พัทยา” ถนนรถติดในช่วงเช้าเหมาะกับการพิสูจน์ความคล่องตัว ส่วนทางตรงยาว บนพื้นที่โล่งแจ้งของสนามบินสุวรรณภูมิส�าหรับทดสอบแอร์โรว์ไดนามิก เส้นทางสุดระทึกบางนา-ตราด ส�าหรับทดสอบช่วงล่าง และช่วงสุดท้ายกับพัทยาส�าหรับสรุปการทดสอบ...เรามาเริ่มกันเลยดีมั้ยครับ ?

14 For Ride Magazine March 2013


Hot Pick of Month

For Ride Magazine March 2013 15


Ê คล่องตัวทะลุทะลวงหมดห่วงรถติด วอร์มอัพทั้งคนและรถกันด้วยถนนที่แสนน่าปวดหัวนั่นก็คือ “ถนน ลาดพร้าว” จากนั้นเพิ่มดีกรีความหงุดหงิดกันต่อด้วยเส้นเลียบทางด่วน รามอินทรา (ใครอยู่แถวนี้คงรู้ดี) แม้จะวางแผนออกเดินทางแต่เช้า (6.00 AM) สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกับสภาพการจราจรติดขัด...แตกต่างจากตอน กลางวันตรงที่พระอาทิตย์ยังไม่ออกมาทักทายเราเท่านั้นเอง ในช่วงแรก เราก็ไม่คิดว่า Spark 115 หัวฉีดใหม่ จะสามารถไปได้เร็วนัก เพราะแฮนด์ และกระจกที่ดูยังไงก็ “ไม่น่าจะรอด” แต่เมื่อลองท�าความคุ้นเคยกับหน้า ยางที่ใหญ่และแฮนด์ที่ท�ามุม “เอียง” เข้าหาตัวผู้ใช้เล็กน้อย เรากลับ เปลี่ยนใจและเริ่มรู้สึกสนุกไปกับการล็อคหลบกระจกข้างของรถยนต์ในช่วง การมุดช่องกลาง ทักษะของตัวผู้ขี่เองก็มีส่วนในการควบคุมให้ผ่านช่อง ขนาดเล็กระหว่างรถ และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากตัวรถเองที่มีมุมเลี้ยวกว้าง ท�าให้สามารถหักแฮนด์ได้มาก ส่งผลให้องศาการเลี้ยวของรถให้มากขึ้น ปรับท่าทางการขับขี่ได้หลากหลายขึ้น กระจกมองข้างที่ตอนแรกดูเหมือน จะเกะกะแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีผลกับการ “ซอกแซก” อย่างที่คิด กระจกมอง ข้างที่ท�ามุมไม่สูงเกินไป...เมื่อรวมเข้ากับยางขอบ 17 และความสูงของ แฮนด์ท�าให้สามารถกะระยะได้ง่ายและพา Spark 115 หัวฉีดใหม่ คันนี้ออก จากช่องว่างขนาดเล็กระหว่างรถยนต์ได้อย่างสบาย ข้อดีอีกข้อที่พบได้ใน ช่วงที่ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ ก็คือความนุ่มของเครื่องยนต์โดยเฉพาะการ ใช้เกียร์ 2 เป็นตัวขับเคลื่อนสปาร์ค 115 หัวฉีดใหม่ ให้ “ทะลุ” ผ่านโซน รถติดมาได้แบบมือโปรแถมท�าเวลาได้ดีจนน่าแปลกใจ

Ê ตัดสายลมคมทุกมุมคุม ้ ทุกชิน ้ ส่วน มีหลายเสียงคอมเมนต์หน้าตาของ Spark 115 หัวฉีดใหม่ ว่าดูคม บ้างก็ว่าดูแปลกตาเพราะบอดี้ (ภายนอก) ดูเล็ก-เพรียว แต่ส�าหรับเรา... เราคิดว่ามันดู “ซิ่ง” ดีออก (เรียกว่าเป็นรถแม่บ้านที่ดูสปอร์ตก็คงไม่ผิด) ออกจากลาดพร้าววิ่งเข้าสู่ถนนเลียบทางด่วนรามอินทราแล้วมาออกเส้น เลียบมอเตอร์เวย์จากนั้นตัดเข้าสุวรรณภูมิ...(ถึงมันจะดูอ้อม แต่ก็ยอม เพื่อทดสอบให้ครบทุกด้าน) ส�าหรับถนนเส้นที่ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อออกไปเจอกับถนนบางนา-ตราด หลายคนที่เคยขี่ 2 ล้อผ่านมาทาง นี้คงรู้ดีว่า “ลมแรง” แค่ไหน แม้หน้าตาเจ้าสปาร์ค 115 หัวฉีดใหม่ จะดู เพรียวแต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามันสามารถตัดลมได้ดีจริงๆ เมื่อลองก้มลง เล็กน้อยแล้วลองท�าความเร็วสูงสุดดูก็พบว่าแทบไม่มีอาการส่ายเมื่อปะทะ กระแสลม เช็คดูเข็มไมล์ก็พบว่ามันไปได้สูงสุดอยู่ที่ 100 กม./ชม....ไม่น่า แปลกใจเพราะนักทดสอบสูง 189 ซม. แถมหนัก 90 กก. ผู้ใช้ที่ตัวเล็ก กว่านี้คงท�าความเร็วได้มากกว่านี้แน่นอน! จุดสังเกตของ Spark 115 หัว ฉีดใหม่ คันนี้คือ “ไม่มีอาการสั่น” จากแฟริ่งหรือเครื่องยนต์ คงเป็น เพราะการล็อคชิ้นส่วนพลาสติกเข้าหากันแล้วยึดด้วยน็อตหัวแฉกอีกที ส่วนสาเหตุที่เครื่องยนต์เดินเงียบและไม่ออกอาการสั่นเพราะมีลูกปืนประกบ ที่แคมชาฟท์แถมมีตัวบาลานเซอร์ที่ซ่อนอยู่ในเครื่องที่ท�าให้เครื่องยนต์นิ่ง จนแทบไม่รู้สึกว่าเครื่องยนต์ท�างานอยู่ ใช้เวลาอีกแค่อึดใจเดียวเราก็ออก มาวิ่งบนถนนบางนา-ตราด...ช็อตต่อจากนี้ไปเ���็นของจริง! 16 For Ride Magazine March 2013


เครื่องยนต์ 115 ซีซี สมรรถนะแน่นด้วยเทคโนโลยี หัวฉีดขั้นเทพ YEC_FI ที่ ออกแบบมาเพื่อรถมีเกียร์ โดยเฉพาะ

Hot Pick of Month

Ê กระแทกเข้าไปใส่ไม่ยงั้ ...หลุมน้อยใหญ่ผา่ นสบายไม่มย ี ว้ ย ถอนหายใจยาวๆ 1 ครั้งให้กับถนนที่แทบหาพื้นที่เรียบไม่ได้ซึ่งก็คือ ถนนบางนา-ตราด...นี่คงจะเป็น อุปสรรคชิ้นใหญ่ส�าหรับชาว 2 ล้ออย่างเรา ที่ท�าได้ก็ได้แค่หวังว่า Spark 115 หัวฉีดใหม่ “จะเอาอยู่”…เริ่ม ต้นความมันส์กับหลุมเล็กๆ ที่มาเป็นชุด (น่าจะเกิดจากการสึกหรอโดยการกระแทกของรถใหญ่) เจอกับหลุม ขรุขระขนาดเล็กแบบนี้ท�าให้เรารู้ว่าโช้คหน้าท�างานได้อย่างยอดเยี่ยมและให้ความรู้สึกนุ่มนวลเกินคาด ส่วนโช้คหลัง ดูเหมือนจะ “กระด้าง” เล็กน้อย คาดว่าผู้ผลิตคงออกแบบมาเผื่อส�าหรับการซ้อนหรือบรรทุก ท�าให้การนั่ง คนเดียวรู้สึกกระด้างอยู่บ้าง แต่เมื่อเจอกับหลุมขนาดกลางโช้คหน้าและหลังกลับท�างานเข้าขากันดี คงเป็นเพราะ แรงกระแทกที่มากจนท�าให้โช้คยุบลงไปเท่าๆ กันส่งผลให้รู้สึกว่า....แทบไม่รู้สึกเลยว่าตกหลุมขนาดกลางมา ส่วน หลุมขนาดใหญ่ก็ยังคงถูก Spark 115 หัวฉีดใหม่ พิชิตได้แบบไม่มีอาการส่ายให้เห็น โช้คหน้าของรุ่นพี่อย่าง Nouvo Elegance มักกระแทกจนสุดเมื่อเจอกับหลุมขนาดใหญ่ แต่โช้คหน้าของ Spark 115 หัวฉีดใหม่ กลับมี ช่วงยุบที่ได้มาตรฐานและไม่ดีดตัวผู้ขี่หรือยวบจนท�าให้เสียหลัก ทดสอบด่านสุดท้ายของระบบช่วงล่างกับ “คอ สะพานมฤตยู” ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. ดูเหมือนว่า Spark 115 หัวฉีดใหม่ จะออกอาการดีดเล็กน้อย แต่ ถ้าผู้ขี่นั่งอยู่ในท่าที่ถูกต้อง (ไม่เกร็งมากเกินไป) ก็สามารถผ่านช่วงเวลาเลวร้ายไปได้ด้วยดี สรุปได้ว่าโช้คและ ระบบช่วงล่างออกแบบมาให้ทนและอึดจริงๆ...จุดสังเกตของ Spark 115 หัวฉีดใหม่ คือ “เบาะเล็ก” ไปหน่อย ส�าหรับคนก้นใหญ่...แม้ตัวฟองน�้าจะหนาและนุ่มสบายก้น แต่ไซส์ของเบาะ (หน้ากว้าง) นั่นค่อนข้างแคบส�าหรับคน ตัวใหญ่อย่างผม...แต่ยังไงซะ เราก็เพิ่งรู้สึกเมื่อยหลังจากผ่าน 100 กม. แรกมาได้ นั่นแปลว่าส�าหรับระยะทาง ใกล้ๆ ไม่เกิน 100 กม.คงแทบไม่รู้สึกอะไรนัก

For Ride Magazine March 2013 17


Hot Pick of Month

Ê รถครอบครัวสวมวิญญาณสปอร์ตตัวจริง อารมณ์ความมันส์ในการขี่เจ้า Spark 115 หัวฉีดใหม่ คันนี้ใกล้เคียงกับ การขี่ Spark 135…แม้จะเป็นน้องใหม่ล่าสุดซึ่งถูกจัดอยู่ในคลาส “รถเกียร์ส�ำหรับ ครอบครัว” แต่ก็ยังคงขับขี่ได้สนุกไม่แพ้รุ่นพี่ ลองสับเปลี่ยนเกียร์ไล่ตั้งแต่ 1 จนถึง 4 ก็พบว่าเกียร์นั้นมันช่าง “นุ่นนวล” เครื่องยนต์เดินเรียบไม่ว่าจะเปลี่ยนเกียร์ที่ ความเร็วสูงหรือต�่า ระบบคลัทช์และเกียร์ท�างานสัมพันธ์กันดีแบบไม่มีต�าหนิ ช่วงการ สับเกียร์มีระยะที่มากกว่ารถเกียร์รุ่นอื่นๆ...เสียง “คล้อก” ในช่วงเปลี่ยนเกียร์เป็นตัว บอกว่าคุณได้เข้าเกียร์ส�าเร็จแล้ว ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเกียร์ขึ้น...แต่การเปลี่ยนเกียร์ลง หรือการเชนจ์เกียร์ก็นุ่มนวลไม่แพ้กัน วิธีเบรกที่หลายคนชื่นชอบส�าหรับรถเกียร์ก็คือ การตบเกียร์ลงเพื่อใช้ Engine Brake (เอ็น-จิ้น-เบรก) เพื่อช่วยเบรก ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. การตบเบรกลงในจังหวะฉุกเฉินสามารถท�าได้โดยแทบไม่มีอาการล็อค ของล้อหลังหรืออาการสะบัดของรถ ช่วงระยะการจับและปล่อยของคลัทช์มีระยะ ก�าลังดีซึ่งท�าให้การเปลี่ยนเกียร์ลงทีเดียว 2 เกียร์ช่วยชะลอความเร็วรถได้ดีพอๆ กับการใช้เบรกหน้าเลยทีเดียว ที่เราบอกว่ามันให้ความรู้สึกสปอร์ต อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะอัตราเร่งของ เครื่องยนต์บล็อกใหม่...วัดง่ายๆ ที่ความเร็วจังหวะแซงของเกียร์ 4 จากความเร็วยืน พื้นที่ 80 กม./ชม. เครื่องยนต์ยังคงมีก�าลังเหลือส�าหรับการแซงรถสิบล้อได้แบบไม่ ต้องลุ้น รอบเครื่องยนต์มาทันทีที่บิดคันเร่งเรียกหา หัวฉีดรุ่นใหม่ YEC_FI ค�านวณ ปริมาณเชื้อเพลิงที่เราต้องการในขณะนั้นแล้วสูบฉีดป้อนเข้าจุดระเบิดทันที...ใครที่ ดูถูกพลังความแรงของรถ “แม่บ้ำน” คันนี้คงต้องคิดซะใหม่ เพราะเราเองยังแปลก ใจในความแรงที่ได้จากรถเล็กๆ คันนี้ ชื่อแรกที่แว๊บเข้ามาในหัวส�าหรับรถครอบครัว วิญญาณสปอร์ตคันนี้คือ “Speedy Spark” คล่องตัว ว่องไว แรงและประหยัด ถูกรวมไว้ในหนึ่งเดียวคันนี้ 18 For Ride Magazine March 2013


Ê แม่บา้ นไฮเทคฯ สเปคสูงในราคาประชาชน จากเส้นบางนา-ตราดในที่สุดเราก็เข้าสู่ถนนเลี่ยงเมืองเพื่อเข้าสู่พัทยา...การ ทดสอบส่วนสุดท้ายคือเรื่องของระบบโดยรวมของรถทั้งคัน และเพื่อสะใจของทั้งคุณ ผู้อ่านและของเราเอง...เราจึงเลือกขึ้น “เขำพระต�ำหนัก” เส้นทางลาดชันและโค้ง S ที่ รอต้อนรับเหล่านักท่องเที่ยวเป็นจุดทดสอบที่ดีเยี่ยมของทริปนี้ ทางขึ้นเขาชันๆ แบบ นี้ต้องเจอกับเกียร์ 1 ตามด้วยเกียร์ 2 ซึ่งสามารถลากยาวๆ ได้ถึงยอดเขา ก�าลัง เครื่องยนต์แรงดีไม่มีตกและสามารถเปลี่ยนเกียร์ 2 ได้โดยที่แรงยังเหลือ หน้ายาง ขนาดใหญ่ถูกทดสอบอย่างบ้าระห�่ากับโค้ง S แคบๆ และผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพอใจโดย เฉพาะยางที่ไซส์ใหญ่เกินตัวแถมเป็นยางแก้มเตี้ยแบบสปอร์ต ระบบเบรกหน้าแบบดิสก์ ให้ก�าลังแรงเบรกที่น้อยกว่ารถออโตเมติกร่วมค่ายอย่าง Nouvo SX ซึ่งสาเหตุก็น่า จะเป็นเพราะเครื่องยนต์ 4 เกียร์นั้นมีแรงเบรกจากเครื่องยนต์มากพออยู่แล้วแถมยัง สามารถเชนจ์เกียร์ลงได้อีกในกรณีฉุกเฉิน ส่วนเบรกหลังให้ก�าลังแรงเบรกในระดับที่ ปลอดภัยทั้งการใช้งานบนทางเรียบหรือการวิ่งขึ้นลงเขา...ในที่สุดเราก็มาถึงยอดเขา พระต�าหนักพร้อมเก็บภาพสวยๆ กลับไปฝากแฟน FRM กัน จากเส้นทางราว 200 กม. ที่มีทั้งทางเรียบทางไม่เรียบ หลุมบ่อ คอสะพาน รถติด รถโล่ง ลมแรง ซึ่ง Spark 115 หัวฉีดใหม่ คันนี้ก็สามารถฝ่าฟันทุกการทดสอบได้อย่างสวยงามและที่ ส�าคัญท�าให้เราประทับใจกับสมรรถนะและพละก�าลังของรถครอบครัวเพรียวบางแต่ เปี่ยมไปด้วยความสามารถคันนี้ สมแล้วกับสโลแกนของเค้าที่ว่า “แรงดี ประหยัดจริง ขั้นเทพ” โปรดอย่าเชื่อเราหรือค�าโฆษณา..แนะน�าให้ลองด้วยตัวเองเท่านั้นครับ!

Ê FRM Score เครื่องยนต์ : อัตรำเร่ง/แรงบิด : กำรควบคุม : เบรก/ควำมปลอดภัย : ช่วงล่ำง : ควำมสบำย : ดีไซน์ : เทคโนโลยี : สิ่งอ�ำนวยควำม สะดวก : รำคำ :

10/10 10/10 11/10 9/10 9/10 8/10 10/10 11/10 8/10

เงียบ-แรง-แกร่ง บิดติดมือมันส์สะใจ คล่องตัวขี่ง่าย เสริมความมันส์ (+1) ไปกับหน้ายางขนาดใหญ่แก้มเตี้ยสะใจ รู้สึกว่าเบรกหน้าให้แรงเบรกน้อยกว่าที่คิด แต่ก็มีเบรกเครื่องยนต์คอยช่วยอยู่ โช้คหน้าเพอร์เฟ็ค ส่วนโช้คหลังกระด้างไปนิด ตัวเบาะทีน่ งั่ นุม่ แต่พนื้ ทีร่ องรับก้นน้อยท�าให้คนก้นใหญ่รสู้ กึ เมือ่ ยเมือ่ ต้องเดินทางไกล เพรียว เฉี่ยว ได้อารมณ์ซิ่งๆ แบบวัยรุ่นก็ได้-แม่บ้านก็ดี แม้จะเป็นรถครอบครัวแต่ก็ถูกอัดเทคโนโลยีมาแน่นเต็มคัน กล่อง U-Box เล็กไปนิดแต่ก็สามารถใส่หมวกครึ่งใบได้ สามารถซื้อตระกร้า – ตระแกรงเพิ่มได้ 11/10 (ประมาณ 38,500 บาท) เมื่อเทียบราคากับสมรรถนะแล้วนับว่าคุ้มสุดๆ

ควำมเห็นส่วนตัว : “เราว่ามันเป็นรถเกียร์ ครอบครัวที่น่าจะคุ้มค่าที่สุด ที่เคยเจอมา ทั้งแรงบิดที่ให้มา แบบจุใจ หน้ายางขนาดใหญ่ที่ ท�าให้เข้าโค้งได้ดีเกินคาด เกียร์ ที่นุ่มสุดๆ และเทคโนโลยีที่ใส่ มาให้ในราคาเบาๆ แบบนี้ ถ้า เราต้องส่งผักส่งของหรือ แม้แต่คิดจะซื้อรถให้แม่ซักคั���... เราคงเลือกคันนี้แหละ”

For Ride Magazine March 2013 19


Suzuki Let’s

“Let’s Ride Along Rayong Beach” ปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในแบบฉบับร็อคๆ ไปกับ ซูซูกิ เล็ทส์ รถออโตเมติกน้องใหม่ล่าสุดจากค่าย “ซูซูกิ” ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "Let’s Rock โดนๆ มันส์ๆ ไปลองขี่กันดีกว่า" ซูซูกิ เล็ทส์ ดีไซน์ใหม่ ที่ยังคงใช้ เทคโนโลยีเจ๋งๆ “LEaP” และยังคงเน้นที่ความประหยัดในแบบฉบับ อีโค่ เหมือนรุ่นพี่ อย่าง ซูซูกิ เน็กซ์…เรามาโลดแล่นแบบชิลๆ ใน สไตล์ร็อคๆ ไปกับ Let’s Ride Along Rayong Beach กินลมชมสาวกับชาวเล็ทส์ร็อคได้เลย!!

Hot Pick of Month 20 For Ride Magazine March 2013


 Let’s Test with all The Witness

ประหยัดน่าทึง่ !! มากถึง 91.96 กม./ลิตร* *จากการทดสอบของสื่อมวลชนผู้ที่สามารถท�าสถิติอัตราสิ้นเปลืองน�้ามันดีที่สุด (ผลการทดสอบเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล)

งานนี้ไม่มีค�าว่า “ธรรมดา” แน่นอน เพราะมีนิตยสาร เข้าร่วมทดสอบเจ้า ซูซูกิ เล็ทส์ มากกว่า 30 ฉบับด้วย กัน (เยอะได้อีก)...และ FRM ก็ไม่พลาดเข้าร่วมทดสอบ กับ ซูซูกิ เล็ทส์ ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน สถานที่ทดสอบถูก ก�าหนดไว้ที่จังหวัดระยอง โดยใช้เส้นทางเลียบชายทะเลเพื่อ ให้เหล่านักทดสอบได้ผ่อนคลายและดื่มด�่าไปกับธรรมชาติ สองข้างทาง และเนื่องจากเป็นการทดสอบครั้งแรกของ ซูซูกิ เล็ทส์ ทางทีมงานจึงแบ่งการทดสอบออกเป็น 2 วัน คือ วันแรกการขับขี่ฟรีสไตล์โดยมีเป้าหมายคือ การแวะเยี่ยม “บริษัท พรชัยยานยนต์ (มาบตาพุด) จ�ากัด” ดีลเลอร์ รายใหญ่ที่สุดในจังหวัดระยอง (แถมลูกสาวก็น่ารัก) ส่วน วันที่ 2 เป็นการทดสอบความประหยัดของ ซูซูกิ เล็ทส์ และ ที่พิเศษกว่าใครก็คือ “Test โหด” เป็นพิเศษจาก FRM เพื่อ คุณผู้อ่านครับ...เรามาเริ่มความมันส์วันแรกกันเลยดีกว่า For Ride Magazine March 2013 21


 Day 1: Let’s Meet and Greet. ออกเดินทางโบกมือลากรุงเทพฯ จากโรงงานใหญ่ ไทยซูซูกิ เพื่อมุ่งหน้า ไปยังจังหวัดระยองก่อนจะเข้าเช็คอินที่โรงแรม Novotel Rayong Rim Pae Resort พร้อมเข้าอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ ซูซูกิ เล็ทส์ ซึ่งเราก็ได้ค�าตอบ ว่าเครื่องยนต์ของ ซูซูกิ เล็ทส์ เป็นบล็อกเดียวกันกับ ซูซูกิ เน็กซ์ ที่มาพร้อม เทคโนโลยี “LEaP” หรือ (Light Effififfiificient and Powerful) หัวใจหลักของ เทคโนโลยีตัวนี้คือ การออกแบบให้ชิ้นส่วนภายในมีน�้าหนักเบาแต่ยังคงแข็งแกร่ง เหมือนเดิม เมื่อชิ้นส่วนเบาลงก็จะท�าให้สมรรถนะเครื่องยนต์ดีขึ้น เป็นการ ลดการสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์แถมยังช่วยประหยัดน�้ามันได้ดีอีก ด้วย ระบบเชื้อเพลิงของ ซูซูกิ เล็ทส์ เป็นระบบหัวฉีดอัจฉริยะที่มีจุดเด่นอยู่ที่ “หัวฉีดแยกส่วน” โดยวิศวกรของซูซูกิได้ออกแบบให้หัวฉีด “อยู่ใกล้” วาล์ว ไอดีมากที่สุดโดยเสียบไปที่คอท่อไอดี ในส่วนของเรือนลิ้นเร่ง (Throttle Body) อยู่ที่ปลายอีกด้านของคอท่อไอดี เมื่อหัวฉีดอยู่ใกล้วาล์วไอดีก็จะส่งผลให้เชื้อ เพลิงใช้เวลาเดินทางน้อยลงและเข้าไปจุดระเบิดได้เร็วขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยตอกย�้า ค�าว่า “อีโค่มอเตอร์ไซค์” ที่ซูซูกิพยายามตอบโจทย์ความต้องการความ ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว ชิ้นส่วนภายในอย่างกระเดื่อง วาล์วแบบโรลเลอร์คอยท�าหน้าที่ลดแรงเสียดทานและลดเสียงน่าร�าคาญในเวลา เดียวกัน ถัดมาที่มอเตอร์สตาร์ทรุ่นใหม่ซึ่งถูกควบคุมโดยกล่อง ECM ให้วิ่ง เข้าหาไดสตาร์ทและแยกออกจากกันเมื่อเครื่องยนต์ท�างาน เซ็นเซอร์ 6 จุดช่วย ค�านวณปริมาณเชื้อเพลิงที่ถูกต้องแถมยังช่วยให้ไอเสียสะอาด ข้อดีของเทคโนโลยี “LEaP” คือ “ความแรง” เพราะนอกจากชิ้นส่วน ภายในที่มีน�้าหนักเบาแล้ว ชิ้นส่วนภายนอกยังถูกออกแบบมาให้เล็กลง เบาขึ้น แต่ยังคงความแกร่งเหมือนเก่า อย่างเช่น ดุมเบรก, ดิสก์เบรกที่มีขนาดเล็กช่วย ลดน�้าหนักรวมของตัวรถให้เหลือเพียง 91 กก. เท่านั้น จบซะทีกับความรู้ใน ห้องเรียนหลังจากซัดมื้อเที่ยงเสร็จจะได้ลอง “หวด” ซูซูกิ เล็ทส์ กันจริงๆ ซะที!

 Let’s REV ‘em up! อัพโหลดมื้อเที่ยงจนเต็มกระเพาะก่อนจะคว้าหมวกกัน น็อคใบเก่งไปเตรียมหวด ซูซูกิ เล็ทส์ เพื่อเข้าเยี่ยม “บริษัท พรชัยยานยนต์ (มาบตาพุด) จ�ากัด” ในเขตมาบตาพุด จังหวัดระยอง...ความรู้สึกแรกที่ได้ลองนั่งบนเบาะซึ่งรู้สึก ได้ทันทีถึงความ “เตี้ยก�าลังดี” เพราะความสูงจากเบาะถึง พื้นแค่ 740 มม. น่าจะถูกใจสาวๆ หรือวัยรุ่นที่ตัวไม่สูงนัก มาต่อกันที่แฮนด์บาร์ทรงเตี้ยที่ให้ความรู้สึกไม่กว้างหรือ ต้องกางแขนมากเกินไปช่วยให้รู้สึกมั่นใจในการจับแฮนด์ ท่า นั่งและการวางเท้าได้องศาที่พอเหมาะ แม้พื้นที่พักเท้าคนขี่ จะดูเล็ก แต่ก็สามารถรองรับเท้าไซส์ยักษ์เบอร์ 11 ของ นักทดสอบได้อย่างลงตัว เมื่อเช็คทุกอย่างจนพร้อมก็ได้ เวลาออกเดินทาง…แล้วเราก็ต้องเซอร์ไพรซ์กับก�าลังแรง บิดในรอบต้นของ ซูซูกิ เล็ทส์ ดูเหมือนเจ้ารถออโตเมติก ที่ถูกออกแบบมาให้เบาและประหยัด ซูซูกิ เล็ทส์ คันนี้ “ดีด” ดีจริงๆ ผิดกับคาแร็กเตอร์ของซูซูกิซึ่งหลายโมเดลถูก ออกแบบมาโดยที่เน้นแรงปลาย คันเร่งของ ซูซูกิ เล็ทส์ ตอบสนองทันทีที่เราบิด ความเร็ว 0-60 กม./ชม. ใช้เวลา น้อยมากจนแทบไม่น่าเชื่อ อัตราเร่งช่วงกลาง – ปลายข อง ซูซูกิ เล็ทส์ ยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ระหว่างบน ถนนสายระยองที่มีสิบล้อขนส่งสินค้าและวัสดุก่อสร้างวิ่ง ตลอดทั้งวัน...เราเจอกับพื้นผิวถนนขรุขระที่เหมาะกับการ ทดสอบระบบช่วงล่างดีนัก... 22 For Ride Magazine March 2013


Hot Pick of Month

โช้คหน้าและหลังของ ซูซูกิ เล็ทส์ แม้จะดูเล็กน่ารักแต่กลับ ถูกเซ็ตมาอย่างดีจากโรงงานให้รองรับการขับขี่โหดๆ ของ นักทดสอบเราได้ ส�าหรับผิวขรุขระ...เราแทบไม่รู้สึกสะเทือน ซักนิดเดียว อาจเป็นเพราะเบาะที่นั่งที่นุ่มซะจนลืมไปเลยว่าพื้น ถนนไม่เรียบ ส�าหรับหลุมขนาดกลาง...ที่รู้สึกได้ก็แค่อาการสะ เทือนเบาๆ ส่วนหลุมขนาดใหญ่...โช้คหน้าและหลังยังคงดูดซับ แรงกระแทกได้ดี ระยะยุบของโช้คยังคงเหลือพอส�าหรับการ ซ้อนได้ 2 คน และหลังจากที่ได้ลองซ้อน 2 คนแล้วเข้าโค้ง ดู...เราพบว่า โช้คหน้า-หลังออกอาการ “สับ” และ “โยน” เล็กน้อย (ความเร็ว 80 กม/ชม. คนขี่หนัก 90 กก. คน ซ้อนหนัก 70 กก.) แต่ส�าหรับพื้นถนนที่เรียบและโค้งปกติ ซูซูกิ เล็ทส์ สามารถลุยได้แบบไร้กังวล...ใช้เวลาขี่กันอย่าง สนุกสนานได้ไม่นานเราก็เดินทางถึง บริษัท พรชัยยานยนต์ (มาบตาพุด) จ�ากัด ดีลเลอร์เจ้าใหญ่ของจังหวัดระยอง (มี 4 สาขาด้วยกัน) ซึ่งออกมาต้อนรับเหล่าสื่อมวลชนอย่างเป็น กันเอง พร้อมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับรถ ใหม่ ซูซูกิ เล็ทส์ และรุ่นพี่อย่าง ซูซูกิ เน็กซ์…หลังจากเสร็จ ภาระกิจพิชิตใจร้านพรชัยยานยนต์แก๊งค์ ซูซูกิ เล็ทส์ ก็ออก เดินทางต่อเพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร “ทะเลมีคลื่นเล็กน้อย ถึงปานกลาง” ร้านอาหารริมทะเลยอดนิยมที่ใครมาระยอง แล้วไม่แวะถือว่า “เอ๊าท์” หลังจากเต็มอิ่มกับอาหารทะเลรสเด็ด และบรรยากาศโดนๆ ก็ได้เวลากลับที่พักและถือเป็นการสิ้นสุด ภาระกิจวันนี้!

 Day 2: Let’s Test Riding R U Ready !! เริ่มต้นวันที่ 2 กับ ซูซูกิ เล็ทส์ ด้วยการทดสอบความ “ประหยัด” โดยแบ่งนักทดสอบ กว่า 31 ชีวิตออกเป็น 2 กลุ่ม ใช้ระยะทางทดสอบ 35 กม. ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่อยู่ที่ ประมาณ 40-50 กม./ชม. บางคนอาจบอกว่าไม่เร็วแต่อย่างน้อยเราก็แซงรถแม่บ้านได้หลาย คันแล้วกัน! เริ่มออกตัวจากหน้าโรงแรมโนโวเทล ระยอง ริมเพ รีสอร์ท แล้วออก���ู่ถนนใหญ่ ก่อนจะวกกลับเข้ามาทางหาดสวนสนเพื่อชมความสวยงามของชายทะเลและสวนสนที่เรียงราย เป็นซุ้มประตูธรรมชาติ ให้ได้อินไปกับบรรยากาศชิลๆ ริมทะเลระยอง จากที่ได้ลองขี่ประหยัด น�้ามันดู...เรารู้สึกว่า “การขี่แบบนี้ก็นุ่มสบายดีเหมือนกัน” ไม่ต้องเร่งรีบไปไหนแถมได้ใช้ เวลากับ ซูซูกิ เล็ทส์ จนสัมผัสได้ถึงความนิ่งและเงียบของ ลีพ เทคโนโลยี ชื่นชมบรรยากาศ ริมทะเลได้ไม่นานก็ถึงจุดสิ้นสุดการทดสอบ ปรากฏว่าสื่อมวลชนที่สามารถขี่ได้ประหยัดที่สุด ถึงมีอัตราบริโภคน�้ามันอยู่ที่ 91.96 กม./ลิตร*...นั่นก็คือนายชัยเดช พงษ์พยัคฆ์ จาก นิตยสาร Two Wheels Action (หนัก 64 กก.สูง 167 ซม.) ส่วนกองบก.ร่างยักษ์ของ FRM มีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ 77.67 กม./ลิตร (หนัก 90 กก.สูง 189 ซม.) และเมื่อเฉลี่ย ค่าความประหยัดรวมกันของนักทดสอบ 10 อันดับแรกพบว่า ซูซูกิ เล็ทส์ นั้นประหยัดถึง 82.56 กม./ลิตร เลยทีเดียว...แบบนี้สิถึงจะเรียกว่า “อีโค่” ตัวจริง...ช่วงต่อไปเป็นการ ทดสอบในแบบฉบับ FRM! *จากการทดสอบของสื่อมวลชนผู้ที่สามารถท�าสถิติอัตราสิ้นเปลืองน�้ามันดีที่สุด (ผลการทดสอบเป็นความสามารถเฉพาะบุคคล)

For Ride Magazine March 2013 23


 FRM Test: Let’s Ride Hard… หลังจากจบการทดสอบขับขี่แบบประหยัดน�้ามัน...ในที่สุดก็ถึงเวลาของ FRM ได้ทดสอบแบบโหดๆ กันซะที คราวนี้ไม่มีค�าว่าออมมือ...สตาร์ทเครื่องยนต์อีก ครั้งพบว่าก็ยังคงสตาร์ทติดง่ายเหมือนเดิม แม้ว่าอากาศจะร้อนแค่ไหนระบบหัวฉีดก็ยังคงท�างานอย่างแม่นย�า อัตราเร่งในช่วงออกตัวของ ซูซูกิ เล็ทส์ ตอบ สนองได้ดี-ทันใจ เรียกว่าคนไหนใจร้อน ซูซูกิ เล็ทส์ ก็พร้อมพาคุณออกตัวได้อย่างรวดเร็ว แรงบิดในช่วงต้นของ ซูซูกิ เล็ทส์ ยังคงแรงแม้ว่าจะ “กระแทก คันเร่งจนมิด” ความเร็วรอบเครื่องยนต์ก็ยังคงไล่ตามมือที่บิดมาติดๆ ก�าลังรอบกลางของเครื่องยนต์อยู่ในระดับกลางๆ ส่วนก�าลังรอบสูงนับว่าน่าพอใจโดย เฉพาะจังหวะเร่งแซงที่ความเร็ว 80 กม./ชม. แซงแบบง่ายๆ ไม่ต้องลุ้น ความเร็วสูงสุดที่คนขี่หนัก 90 กก. สูง 189 ซม. ท�าได้คือ 100 กม/ชม. ทดสอบทั้งที ก็ต้องหาโค้งแคบๆ ลองกันดูซักตั้ง...ปรากฏว่า ซูซูกิ เล็ทส์ สามารถเกาะโค้งได้ดีแม้จะเจอกับความเร็ว 80-90 กม./ชม. ทั้งช่วงล่างและยางเกาะถนนได้ดีจริงๆ จุด สังเกตของ ซูซูกิ เล็ทส์ คงจะมีแค่...ต�าแหน่งกุญแจเปิดเบาะที่อยู่แยกออกมาด้านท้ายรถแทนที่จะรวมไว้ที่เดียวกัน และกล่อง U-Box ที่เล็กเกินไปหน่อย ส่วนเรื่อง หน้าตาและดีไซน์ตัวรถเราคิดว่ามันก็ดู “แปลกแหวกแนวดี” ด้านหน้าติดตั้งไฟหน้าขนาดใหญ่พร้อมแยกไฟเลี้ยวออกมาอย่างชัดเจน ด้านท้ายไฟท้ายดวงใหญ่ซึ่ง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง Suzuki Hayabusa พร้อมไฟเลี้ยวแยกส่วนเพื่อให้สังเกตได้ง่ายทั้งกลางวันและกลางคืน ก้านเบรกหน้า-หลัง วางระยะพอดี กับนิ้ว แม้จะสวมถุงมือก็ยังใช้งานเบรกได้อย่างไม่มีติดขัด กระจกมองข้างดีไซน์เรโทรสามารถปรับมุมมองได้กว้างหมุนได้หลายองศา ที่ถูกใจเราเห็นจะเป็นสวิตช์ เปิดปิดไฟสูงที่ใหญ่สะใจและเบาะที่นุ่มมาก!...สรุปว่า ซูซูกิ เล็ทส์ ร็อคสมชื่อจริงๆ เพราะเป็นรถออโตเมติกไซส์เล็กที่ขี่สนุกเกินตัวจนเราต้องแปลกใจ 24 For Ride Magazine March 2013


Hot Pick of Month

 Let’s Party Harder! ในที่สุดก็ได้ทดสอบขับขี่กันทั้งแบบขับขี่ใช้จริง, ขับขี่ประหยัดน�้ามัน และขับขี่แบบฮาร์ดคอร์ ซึ่งผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจและอาจถูกใจ สื่อมวลชนหลายๆ คน แต่ที่แน่ๆ คือความสนุกสุดท้ายที่รอทุกคน อยู่ “ปาร์ตี้ริมหาด” งานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนที่มีเหล่าผู้บริหาร ของซูซูกิเข้าร่วมงานเลี้ยงเพื่อพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชนที่ได้ทดสอบ รถอย่างเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน นอกจากปาร์ตี้และกิจกรรมแล้วยังมี เกมวัดดวงและการจับฉลากเพื่อชิงรางวัลใหญ่อย่าง ซูซูกิ เล็ทส์ โดย คุณโคอิชิโร่ ฮิราโอะ กรรมการผู้อ�านวยการ เป็นผู้มอบโชคใหญ่ครั้ง นี้...น่าเสียดายที่ FRM ไม่ได้รางวัลใหญ่แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทดสอบ ให้รู้กันไปว่า ซูซูกิ เล็ทส์ มัน “ร็อค” จริงๆ...ว่าแล้วเราก็กลับไปมันส์ กันต่อดีกว่า เฮ้!...

 FRM Score เครื่องยนต์ : อัตราเร่ง/แรงบิด : การควบคุม : เบรก/ความปลอดภัย : ช่วงล่าง : ความสบาย : ดีไซน์ : เทคโนโลยี : สิ่งอ�านวยความสะดวก : ราคา :

10/10 10/10 9/10 10/10 8/10 10/10 8/10 9/10 7/10 8/10

เครื่องยนต์น�้าหนักเบาแต่ยังคงแกร่ง ติดมือดีในช่วงต้น-ปลาย คนตัวสูงอาจมีปัญหาเรื่องเข่าติดแฮนด์ แต่เป็นรถที่ขี่สนุกคันหนึ่ง เบรกดีทั้งหน้าและหลัง ช่วงล่างนุ่มก�าลังดีส�าหรับขี่คนเดียว แต่อาจออกอาการสั่นบ้างเมื่อมีคนซ้อน เบาะหนานุ่มนั่งสบาย โดยรวมดีไซน์ดูแปลกตา มีดีที่ไฟท้ายถอดแบบจากรุ่นใหญ่ เทคโนโลยีดีพร้อมรอบคัน ขาดแค่เซ็นเซอร์ขาตั้ง พื้นที่เก็บของใต้เบาะจ�ากัด ไม่สามารถใส่หมวกกันน็อคได้ (ราคา 41,900 บาท) สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับความประหยัดและความแรง

 ข้อมูลทางเทคนิค เครื่องยนต์ : 112.7 ซีซี SOHC 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 51.0 x 55.2 มม. อัตราอัด : 9.4 : 1 ระบบเชื้อเพลิง : หัวฉีด (Fuel Injection) ระบบขับเคลื่อน : สายพาน V-Belt มุมคาสเตอร์/ระยะเทรล : 26.7o / 101 มม. โช้คหน้า : Showa เทเลสโคปิค โช้คหลัง : โช้คเดี่ยวแบบสวิงอาร์ม เบรกหน้า : ดิสก์เบรก 190 มม. ปั๊มเบรกลูกสูบเดี่ยว เบรกหลัง : ดรัมเบรก ยางหน้า : 70/90 ขอบ 14 34P ยางหลัง : 80/90 ขอบ 14 46P วงล้อ : ซี่ลวด กว้าง x ยาว x สูง : 680 x 1,845 x 1,040 มม. น�้าหนัก : 91 กก. ความจุถังน�้ามัน : 3.5 ลิตร For Ride Magazine March 2013 25


SPECIAL TECHKNOW

เจาะ ลึกให้เข้าไปถึงใจกลางแห่งขุมปัญญา กับ Yamaha Spark 115 หัวฉีดใหม่ รถ เกียร์ 4 จังหวะ สไตล์ครอบครัวแต่แฝง อารมณ์สปอร์ตเอาไว้แน่นเต็มคัน แม้เรา จะเคยเจาะลึกถึงเรื่องระบบหัวฉีด YEC_FI และจุดเด่นของเครื่องยนต์บล็อคใหม่นี้ ไปแล้ว...แต่วันนี้เราขอพาทุกท่านเจาะลึก ทะลุทะลวงเข้าไปให้ถึง ตับ ไต ไส้ พุง กับ เทคโนโลยีเจ๋งๆ ที่มีในรถ “แม่บ้าน” คัน นี้! ไม่ว่าจะเป็น “YEC_FI ท�างานยังไง?” “กรองน�้ามันเครื่องเจ๋งตรงไหน?” “ฝา วาล์วใหญ่แล้วไง?” “มีลูกปืนแคมชาฟท์ จริงๆ รึเปล่า?” วันนี้เรามีค�าตอบให้ครับ!

Yamaha Spark 115 หัวฉีดใหม่

“Techknow” สปาร์ค มีดียังไง ตับ ไต ไส้ พุง?

] ที่มาของเครื่องยนต์นิ่งวิ่งเงียบไร้อาการสั่น ต้องยกเครดิตให้กับเจ้า “ลูกปืน” แคมชาฟท์ที่ท�าหน้าที่ “ถ่วงสมดุล” ให้กับชุดขับ เคลื่อนวาล์ว และต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่แผนกฝึกอบรมจากยามาฮ่า คุณคมสร ยินดีธีป และ คุณภูวดล เลิศบุญมี ที่ให้ค�าตอบกับเราว่าท�าไมเครื่องยนต์ Spark 115 หัวฉีดใหม่ ถึงได้ เงียบนัก...อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ดีกว่าว่าโดยทั่วไปแคมชาฟท์จะมีลูกปืนล็อคอยู่ 1 ตัวเท่านั้น และเพื่อให้เกิดความสมดุลยามาฮ่าจึงเพิ่มลูกปืนเข้าไปอีกข้าง เท่ากับว่ามีลูกปืน 2 จุดเลี้ยงแคม ชาฟท์ไว้ นอกจากเกิดความสมดุลแล้ว ยังช่วยลดเสียงน่าร�าคาญเมื่อเครื่องยนต์วิ่งขึ้นรอบ สูงอีกด้วย กระเดื่องวาล์วโรลเลอร์ (Roller Rocker Arm) เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่นอกจากลด แรงเสียดทานแถมช่วยยืดอายุการใช้งานของกระเดื่องวาล์วและแคมชาฟท์แล้ว มันยังช่วยให้ เครื่องยนต์ท�างานเงียบกริบตลอดอายุการใช้งาน 26 For Ride Magazine March 2013


] YEC_FI ท�างานยังไงกันแน่? แล้วมันมีดีอะไรถึงได้พูดถึงกันนัก? ไม่แปลกที่ YEC_FI ระบบหัวฉีดรุ่นใหม่ จะถูกตั้งค�าถามมากมายเกี่ยวกับการท�างานและ จุดเด่นของมัน ว่าแต่จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี นะ?...ก่อนอื่นมาด���กันที่ขนาดของเรือนลิ้นเร่ง (Throttle Body) ซึ่งเมื่อเทียบกับหัวฉีดตัวอื่น ของยามาฮ่าแล้วนับว่ามีขนาดเล็กกะทัดรัดมาก ส่งผลให้ไม่เปลืองพื้นที่และดูแลรักษาง่ายกว่า ตัวเรือนลิ้นเร่งและหัวฉีด “ต่อตรง” เข้ากับหน้า วาล์วไอดีโดยมีคอรีดยางความยาวราว 1 ซม. ชิ้นเดียวเชื่อมต่อกันอยู่ส่งผลให้จ่ายเชื้อเพลิง ได้อย่างรวดเร็วและไม่สูญเสียพลังงานระหว่าง

การเดินทางของเชื้อเพลิง ช่วงสุดท้ายของเรือน ลิ้นเร่งถูกบีบให้เล็กลงเพื่อให้อากาศเดินทางแบบ “พุ่ง” เข้าใส่ห้องเผาไหม้ ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพ คงจะคล้ายกับ...ใบไม้ข้างทางที่ถูกดูดด้วยความเร็ว รถจนปลิวขึ้นตามรถที่ซิ่งผ่านไป....เช่นเดียวกัน กับหัวฉีด YEC_FI เมื่อปลายทางออกของเรือน ลิ้นเร่งเล็กลงก็จะมีพลังแรงอัดพาเอาละอองเชื้อ เพลิงม้วนผสมกลมกลืนกันเข้าไปสู่ห้องเผาไหม้ ก่อนจะจุดระเบิดอย่างแม่นย�าหมดจด ที่ตัวเรือน ลิ้นเร่งมีเซ็นเซอร์ 3 จุดเพื่อส่งข้อมูลกลับไปยัง กล่องควบคุมให้จ่ายเชื้อเพลิงตามสภาพแวดล้อม

จุดเด่นที่พลาดไม่ได้คือ “ตัวตั้งรอบ” ซึ่งผู้ใช้ อย่างเราก็สามารถหมุนตั้งรอบ (เดินเบา) ได้เอง เมื่อต้องการ อีกจุดคือสายคันเร่งแบบ 2 สายดึง กลับที่จะคอยช่วยให้คันเร่งตอบสนองมือผู้ใช้ได้ อย่างฉับไว เรียกได้ว่า YEC_FI เป็นหัวฉีดที่เล็ก สั้น จ่ายเชื้อเพลิงได้รวดเร็วและแม่นย�าแถมดูแล รักษาง่ายที่สุดในขณะนี้ก็ว่าได้ ค่าตัวชุดหัวฉีดยก เซ็ตในกรณีที่ต้องเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 800 บาท ส่วนเรือนลิ้นเร่งอยู่ที่ 700 บาทเท่านั้น!

] กรองน�้ามันเครื่องอัจฉริยะ....มันมีจริงๆ เหรอ? มีสิครับ! อันที่จริงมันก็ไม่ได้อัจฉริยะไอน์สไตน์อะไรนักหรอกครับ แต่มันก็พิเศษกว่าใครๆ ตรงที่ “มันควบคุมตัวเองได้” ขยายความค�าว่า “ควบคุม” หน่อยดีกว่า...เพราะกรองน�้ามัน เครื่องทั่วไปเมื่อมีเศษผงหรือสิ่งแปลกปลอมไปอุดตันตามเนื้อกระดาษมากๆ เข้าก็จะตัน เมื่อ กรองตันน�้ามันเครื่องจะเดินทางไม่สะดวกและส่งผลให้เครื่องยนต์เสียหายจากอาการ “น�้ามัน เครื่องขาด” ในที่สุด แต่กรองน�้ามันเครื่องของ Spark 115 หัวฉีดใหม่ นั้น แตกต่างตรงที่ บริเวณด้านท้ายของกรองจะมีฝาวาล์วพิเศษที่สามารถเปิดได้เองเมื่อตัวกรองตัน หลักการ ท�างานก็คือเมื่อกรองน�้ามันเครื่องถูกใช้งานนานเกิน 8,000 กม. (อายุการใช้งานมาตรฐาน) จนเริ่มมีเศษฝุ่นเกาะกรองท�าให้น�้ามันเครื่องไม่สามารถซึมผ่านกรองได้...แรงดันน�้ามันที่มีอยู่จะ สามารถดันเปิดวาล์วที่ก้นกรองเพื่อวิ่งไปหล่อเลี้ยงยังส่วนต่างๆได้ต่อไป...แต่เราก็ไม่ควรรอให้ กรองน�้ามันเก่าจนมันเปิดวาล์วด้านท้ายให้น�้ามันสกปรกไปวิ่งทั่วเครื่องยนต์ การเปลี่ยนไส้กรอง น�้ามันเครื่องทุกๆ 8,000 กม. นั้นมีค่าใช้จ่ายแค่ประมาณ 80 บาทเท่านั้น!

For Ride Magazine March 2013 27


] กระบอกสูบหนาม + ลูกสูบฟอร์จมีข้อดียังไง? กระบอกสูบหนามที่เราเคยเอ่ยถึงไปนั่นมีข้อดีชัดเจนคือการ “ล็อค” ตัว กระบอกสูบกับเสื้อสูบ โดยขั้นตอนการผลิตจะเริ่มที่กาผลิตเสื้อสูบหนามขึ้นมาก่อน แล้วจับหล่อหุ้มด้วยเสื้อสูบอลูมิเนียมอีกชั้น ประโยชน์ของกระบอกสูบหนามก็คือมัน จะป้องกันการสั่นไหวหรือเคลื่อนตัวของกระบอกสูบเมื่อได้รับความร้อนมากขึ้น ต่อ มาที่ลูกสูบฟอร์จ (Forged Piston) หรือลูกสูบที่ถูกอัดขึ้นรูปนั้นมีข้อดีเพียบ! เริ่ม จากน�้าหนักเบา, เนื้อแกร่งแข็งแรงท�าให้ลดไซส์ให้เล็กลงได้, สามารถตัดปีกลูกสูบให้ สั้นลดการเสียดทานเพิ่มก�าลังเครื่องยนต์, ระบายความร้อนได้ดีกว่าลูกสูบเหล็ก ทั่วไป...ในเมื่อมันเป็นกระบอกสูบและลูกสูบพิเศษแล้วมันจะคว้านได้มั้ย? ตอบได้เลยว่า “คว้านได้ 2 ไซส์” แต่กว่าจะได้คว้าน 2 ไซส์เนี่ยก็ใช้เวลานานพอสมควร (ขึ้นอยู่กับ ความโหดในการใช้งานด้วย) เมื่อคว้านหมด 2 ไซส์ทางยามาฮ่าจะแนะน�าให้เปลี่ยนเสื้อ สูบและลูกสูบชุดใหม่เลยครับ ค่าตัวลูกสูบครบเซ็ต+เสื้อสูบใหม่กริ๊บอยู่ที่ 400+900 = 1,300 บาทเองครับ (ราคาศูนย์)

] คันสตาร์ทแบบสวม...ต่อไปนี้ไม่มี “รูด” คราวก่อนเราแค่เกริ่นไว้ว่า Spark 115 หัวฉีดใหม่ ใช้คันสตาร์ทรุ่นใหม่ที่ไม่ ต้องขันน็อตบีบเข้าหากันอีกต่อไป แค่สวมคันสตาร์ทเข้าไปตรงๆ แล้วใช้โบลท์ (น็อต เบอร์ 14) หมุนตามเกลียวแล้วขันให้แน่นก็เป็นอันใช้ได้...ส�าหรับใครที่มีค�าถามว่า “คัน สตาร์ทไม่เหมือนชาวบ้านแล้วถ้าไปเสียต่างจังหวัดจะหาได้จากไหน?”…ข่าวดีคือ Spark 135 ก็ใช้คันสตาร์ทแบบเดียวกันครับ สบายใจได้เลย (ราคาราว 300 บาท)

28 For Ride Magazine March 2013


SPECIAL TECHKNOW

] ฝาสูบใหญ่ถอดง่ายเพิ่มพื้นที่เซอร์วิส แม้จะเป็นส่วนประกอบภายนอกแต่ก็ยังถูกออกแบบมาอย่างดีโดยค�านึง ถึงทั้งช่างซ่อมรถและตัวเจ้าของรถเอง เนื่องจากฝาวาล์วแบบเก่านั้นถอดยาก และพื้นที่การเซอร์วิสค่อนข้างน้อย เมื่อเปลี่ยนฝาวาล์วเป็นรุ่นใหม่ (รวมเป็น ชิ้นเดียวกันกับฝาสูบ) ที่คลายน็อตเพียง 2 ตัวก็สามารถเปิดฝาออกได้อย่าง ง่ายดายและมีพื้นที่ท�างานมากอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากอย่าง การตั้งวาล์วหรือการประกอบเฟืองโซ่ราวลิ้นจะกลายเป็นเรื่องง่ายแม้แต่คุณเอง ก็สามารถท�าได้ ในกรณีฝาสูบแตก...ก็สามารถเปลี่ยนใหม่ในราคาเบาๆ แค่ 150 บาทเท่านั้น (ถูกกว่าฝาวาล์วรุ่นเก่าซะอีก!)

] แบตเตอรี่หมดไม่ใช่ปัญหาเพราะสามารถสตาร์ทเท้ากลับบ้านได้

(แย่จังไม่มีข้ออ้างแล้วทีนี้!)

ใครเคยเจอกับปัญหารถแบตเตอรี่หมดสตาร์ทไม่ติดกลับบ้านไม่ได้บ้างครับ แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อใช้ Spark 115 หัวฉีดใหม่ เพราะวิศวกรเค้าใส่ “ตัวส�ารอง ประจุไฟ” มาให้ด้วยในตัว ไม่ว่าแบตจะเกิดเสียกลางทางหรือเสื่อมกะทันหัน คุณก็ยัง สามารถสตาร์ทเท้าเพื่อขี่กลับบ้านได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งมันจึงถูกซีลมาอย่างดีหมดกังวลเรื่องขี่มอเตอร์ไซค์ ตากฝน (อย่าไปเจอน�้าท่วมมิดคันก็พอ)

และนี่ก็คือ “Techknow” ของ Yamaha Spark 115 หัวฉีดใหม่ ที่ช่วยให้ รถครอบครัวรุ่นนี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่งและให้ความประหยัดขั้นเทพ สมกับสโลแกน “แรงดี ประหยัดจริง ขั้นเทพ” อย่างแท้จริง!!! For Ride Magazine March 2013 29


The Journey 5 Mountains Tour เปิดประตูสู่มาเลเซียPart 5

Half way up to ยังอยู่กันต่อไม่ไปไหนกับ The Journey : 5 Mountain Tour ซึ่งขณะนี้เราเดินทางมาถึงภูเขาลูก ที่ 3 The Cameron Highland ใช้เวลา 1 วันเต็ม ผจญภัยส�ารวจที่ราบสูงคาเมรอน ไร่ชายาวสุดลูกหูลูกตา ไร่สตรอเบอร์รี่ และอุโมงค์กาลเวลา...วันนี้เรามาออก เดินทางกันต่อเพื่อพิชิตภูเขาลูกที่ 4 Titi Wangsa Peak พร้อมขี่ดิ่งเข้าสู่ป่าฝนเขตร้อนที่เต็มไปด้วยเรื่องน่า ตื่นเต้นและผจญภัยกันต่อบนเกาะ Banding กลางทะเลสาบ Temengor….จะเปียกชุ่มจะเลอะเละเทะขนาดไหนไปด้วยกัน เลยดีกว่า!

30 For Ride Magazine March 2013

and down

Titiwangsa


THE JOURNEY

 ลาก่อนไร่ชา...ป่าฝนเรามาแล้ว! จากที่ราบสูงคาเมรอนเราเริ่มขี่ขึ้นเหนือต่อไปเรื่อยๆ ด้วยถนนสาย C7 ก่อนจะแยกไปทางขวาบนถนนสาย C165 แล้วเลี้ยวขวาไปทาง 185 วิวสองข้างทางยังคง เป็นลักษณะของที่ราบสูง ถนนยังคงเป็นทางลาดยางดี เยี่ยม ที่ส�าคัญเพื่อนร่วมทางมีประปรายบางตา ที่พบได้ บ่อยก็คือ รถขนซุงซึ่งมีขนาดใหญ่และวิ่งช้ามากโดยเฉพาะ จังหวะขึ้นเขา ความเร็วที่ใช้เดินทางยังคงอยู่ที่ 120-140 กม./ชม. เนื่องจากถนนโล่งและมีจังหวะที่���จอกับทางตรง ยาวๆ เราจึงเผลอเดินคันเร่งให้เร็วขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ... หลังจากใช้เวลาอยู่บนถนนสาย 185 ซักพักเราก็ มาเจอกับแยก D30 ให้เลี้ยวขวาจากนั้นวิ่งตรงยาวๆ อีก ครั้งไปจนสุดสายจะเจอกับ D29 ใครที่อยากพักเติมน�้ามัน สามารถแวะเติมได้ที่นี่ ส่วนเราแก๊งค์ 5MT โฉบไปทางขวา เพื่อแวะทานมื้อเที่ยง...จากนั้นวกกลับขึ้นมาทางถนน D29 แล้วยิงยาว ถนนไม่ค่อยมีโค้งระวังง่วงหลับนะครับ จาก สาย D29 ตรงขึ้นไปเรื่อยๆ จะกลายเป็นสาย 66 ครับ นี่ คือ Route 66 ของมาเลเซียครับ ตรงยาวๆ อีกพักใหญ่ จะเจอกับเขต Jeli (เจลี่) ตรงนี้แหละคือ ภูเขาลูกที่ 4 นามว่า Titiwangsa (ทิทิวังซา) เป็นภูเขาที่เมื่อคุณขึ้นมาจนถึงยอด เขาจะเจอกับเสาส่งสัญญาณ...จุดนี้แหละคุณสามารถมอง กลับลงมาทางทิศเหนือ นั่นแหละประเทศไทย...เห็นบ้านเกิด อยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่ไม่สามารถกลับได้เนื่องจากภารกิจยังไม่ จบเพราะเรายังมีภูเขาอีกลูกให้พิชิต ใครที่แวะที่นี่อย่าลืมลิ้ม ลองเบอร์เกอร์หมูเนื้อไก่แกะดู...มีทั้ง Double และ เพิ่มชีส... หนาวๆ เหนื่อยๆ แบบนี้รับรองติดใจ... ข้อควรระวังของเส้นทางต่อจากนี้ก็คือ “กองทัพ โค้ง” แต่โชคดีที่โค้งต่อไปที่เราจะเจอเป็นถนนเนื้อดี 2 เลน บ้าง เลนเดียวบ้าง แต่ที่ส�าคัญคือเป็นโค้งแบบเปิด สามารถ มองเห็นทางไปต่อได้ง่ายท�าให้ตัดสินใจได้ง่ายกว่าโค้งปิด แต่ สิ่งที่ควรระวังที่สุดก็คือ “ฝน”…จากตรงนี้เป็นต้นไปเราจะ ต้องเจอกับฝน (อันที่จริง...เราเจอฝนปรอยๆ ตั้งแต่ทาง ขึ้นเขา Titiwangsa แล้วหละ) เนื่องจากเราก�าลังเข้าสู่ป่าฝน เขตร้อน...ใครที่ลืมแพ็คของกันฝนก็จอดแพ็คได้เลยตั้งแต่ ตอนนี้...เพราะฝนจะออกมาเป็นเพื่อนร่วมทางไปจนถึงที่ หมาย

For Ride Magazine March 2013 31


Half way up to

and down

Titiwangsa

 BelumRainforestResort:การผจญภัยครั้งใหม่เริ่มขึ้นแล้ว! เปลี่ยนบรรยากาศมาพักรีสอร์ทหรูริมทะเลสาบ Temengor (เทเมงกอร์) ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มี ขนาดเป็นรองทะสาบสงขลาอยู่เล็กน้อย แต่แตกต่างก็ตรงที่ทะสาบเทเมงกอร์รูปร่างคล้ายปลาดาวยักษ์ รีสอร์ทที่เราพักกันชื่อว่า Belum Rainforest Resort (เบลุม เรนฟอเรสท์ รีสอร์ท) จุดเด่นของรีสิร์ทแห่ง นี้คือมันตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบ เปิดประตูที่พักออกไปก็สามารถเห็นวิวสวยๆ กับผืนน�้าสีด�าของทะเลสาบแห่ง นี้ เนื่องจากเราจะใช้เวลาวันพรุ่งนี้ออกท่องเที่ยวให้ทั่วป่าฝนเขตร้อน...เราจึงต้องแกะสัมภาระออกจากท้าย รถจนหมด ส�าหรับการเช็คอินเข้าที่พักนั้นเป็นปกติเหมือนทุกที่ที่เราเจอมา ต่างก็ตรงที่บรรยากาศในห้อง พักและเราสังเกตได้ว่าที่นี่ “ไม่มีทีวี” เมื่อลองถามเจ้าหน้าที่ก็ได้ค�าตอบว่า “เราไม่ต้องการให้คุณนอนดูทีวี อยู่ที่ห้อง เราอยากให้คุณออกส�ารวจ ออกท่องเที่ยว”…ได้ยินแบบนี้แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นอยากท่องเที่ยวขึ้น มาทันที แต่โชคร้ายตรงที่เวลาของวันนี้หมดลงแค่นี้บวกกับเราเดินทางมาทั้งวัน เราเลยต้องการการพัก ผ่อน...ช็อตนี้แหละที่ต้องระวังให้ดี! “ห้ามกระโดดเอาหลังกระแทกเตียงเด็ดขาด” ไม่เช่นนั้นอาจมีจุดจบแบบ เรา เสียงหลังอันเหนื่อยล้ากระแทกกับที่นอนสุดแข็งดัง “ปั้ก” นี่คงเป็นอีกหนึ่งนโยบายของที่นี่ที่จะให้แขก “นอนน้อยๆ” อันที่จริงเตียงก็ไม่ได้แข็งขนาดนั้นหรอกครับ แต่มันก็แข็งกว่าที่เคยเจอมา...แม้แต่หมอนยัง แข็งเลยครับ

THE JOURNEY

32 For Ride Magazine March 2013


THE JOURNEY

 ร่องเรือสปีดโบ้ท–ชมบัวผุด–แวะหมู่บ้านโอรังอาซลี่–แล้วไปโดดน�้าตกที่สุไหงรวก ตื่นเช้ากับบรรยากาศแบบใกล้ชิดธรรมชาติ เสียงนกร้องแทนที่เสียงรถยนต์ เสียงสายลม แทนที่เสียงก่อสร้าง ไม่มีอะไรดีไปกว่าการอยู่ ท่ามกลางธรรมชาติอีกแล้ว...หลังจากจบภารกิจ พิชิตมื้อเช้า โปรแกรมต่อไปเป็นการล่องเรือเร็วไป ชมดอกไม้ที่หาดูได้ยาก (แต่ก็มีให้ดูในประเทศไทย) มันคือ “บัวผุด” ดอกไม้ที่มีกลิ่นแรงผุดขึ้นมา จากพื้นดิน กลิ่นของมันคล้ายซากศพเน่าเปื่อย โดยกลิ่นของมันจะรุนแรงที่สุดเมื่อดอกบานเต็ม ที่ ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่ามันเกิดขึ้นมาจากไหน แต่ ที่แน่ๆ คือมันผุดขึ้นมาจากพื้นดินและเป็นดอกไม้ ที่หายาก...ถือเป็นโชคของเราที่ได้เห็นดอกไม้หา ยากแบบนี้ จากบัวผุดเรายังคงร่องเรือกันต่อไปยัง หมู่บ้านชาวเกาะกลางทะเลสาบที่เก่าแก่และยังคง

ด�าเนินวิถีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ หมู่บ้านนี้ชื่อว่า Orang Asli (โอรัง อาซลี่) แม้บ้านของชาวบ้าน ที่นี่จะท�าจากไม้และหญ้าแฝก...แต่ที่น่าอิจฉาที่สุด ของเด็กๆ ที่นี่คือ เค้ามีสนามตระกร้อที่สวยที่สุด ในโลก....ลานดินกว้างยื่นออกไปกลางน�้า เป็นการ แข่งตระกร้อที่สนุกที่สุดตั้งแต่เคยเจอมา...บอก ลาเด็กๆ ชาวเกาะแล้วนั่งเรือกันต่อแบบยาวๆ ไปที่ น�้าตก Sungai Ruok (สุไหง รวก) ดูเหมือนใคร ที่อยากท่องเที่ยวให้ทั่วทะเลสาบแห่งนี้คงต้องใช้ เวลามากกว่า 1 วันจริงๆ ด้วย เพราะแค่นั่งเรือ ก็หมดไปครึ่งวันแล้วครับ โชคร้ายที่จังหวะที่เรามา ถึงทางเข้าน�้าตกนั้นเป็นช่วงน�้าลงพอดี...ท�าให้เรา ต้องลงจากเรือแล้วเดินเข้าไปอีกราว 3 กม. ถ้าไม่ ได้มาเหยียบที่นี่คงไม่มีทางรู้ว่าในที่แบบนี้จะมีน�้าตก ธรรมชาติซ่อนอยู่

เมื่อถึงโซนส�าหรับตั้งแคมป์ซึ่งมีระบบไฟฟ้า รองรับนักท่องเที่ยวและพวกชอบเดินศึกษา ธรรมชาติ เราก็ทิ้งสัมภาระแล้วเราก็เดินเท้าต่อสู่ น�้าตกที่เราตั้งใจไว้...ใช้เวลาเดินเท้าปีนป่ายตามแง่ง หินได้ราว 10 นาทีเราก็ถึงจุดหมายของเรา นั่น ก็คือ น�้าตกสุไหง รวก แถมสายฝนก็โปรยปราย ลงมาแสดงความดีใจกับเราด้วยเช่นกัน...ใครว่ามา ป่าฝนไม่มีของฝาก เราได้เจ้าปลิงตัวน้อยติดเท้า มา 2 ตัว (ใส่รองเท้าแตะ) ท�าเอาเท้าทั้ง 2 ข้าง เต็มไปด้วยเลือดชนิดที่ท�ายังไงก็ไม่หยุดไหล ใครที่ เคยเดินป่าคงรู้วิธีห้ามเลือดกรณีโดนทากกัด...เรา ใช้วิธีขอยืมบุหรี่คนแถวนั้นแล้วแกะเอาใบยาสูบออก มาโปะแผลไว้...แค่นี้เลือดก็หยุดไหลแล้วครับ

ร่องเรือ อก เร็วท่ามกลางสายหม ัวเปียก ตอนเย็นแถมตากฝนต กลับ ของฝาก และมีรอยทากกัดเป็น ่าฝนเขตร้อน บ้าน...นี่สิรสชาติของป อกเดิน าจะอ ของจริง ฉบับหน้าเร ดท้าย กสุ ทางไปต่อกันที่ภูเขาลู Gunung Jerai…

For Ride Magazine March 2013 33


AR

UND The World

เรื่อง : NICKY PH ภาพ : VEDETT® ///// MOTOTOURS & IMAGINATIVE ENTERPRISES

ก็ยังคงเดินทางอยู่ในภาคเหนือของอิตาลีกันต่อ เพราะแต่ละเส้นทางในแต่ละ เมืองของอิตาลีจะมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร อาคารบ้านเรือน รวมทั้งภาษา ที่แตกต่างกัน ซึ่งใกล้เคียงกับทางเมืองไทยมาก เช่น อาหารท้องถิ่น แม้ ภาษาและส�าเนียงก็แตกต่างกันทีเดียว ตามภาคต่างๆ เรื่องอาหารทางอิตาลีก็จะมีอาหาร จานเด็ดจานหลักเสมอ ที่เราคุ้นกันดีคือ พิซซ่า ต่อจากมิลานคราวที่แล้วนั้น ภาคเหนือ ของอิตาลีจะเป็นแหล่งรวมโรงงานส�าคัญต่างๆ ที่นักบิดควรรู้ที่มาที่ไปเล็กน้อยว่า แบรนด์ สินค้าต่างๆ นั้นนอกจากผลิตในอิตาลีแล้วยังอยู่ในโซนใดบ้าง เพราะถ้ามีโอกาสจะได้แวะมา ที่เมืองวิเซนซ่า Vicenza ที่ห่างจากมิลานลงมาทางตะวันตกประมาณ 250 กว่ากิโลเมตร เป็นแหล่งส�าคัญแห่งหนึ่ง ในปี 1994 Teatro Olimpico (Olympic Theatre), the "city of Palladio" ได้ถูกบันทึกให้อยู่ในมรดกโลก และในด้านการผลิตเกี่ยวกับเสื้อผ้าต่างๆ อุตสาหกรรมเหล็ก วิศวกรรมต่างๆ รวมทั้ง เครื่องประดับ อย่างแบรนด์ส�าคัญเกี่ยวข้องกับมอเตอร์ไซค์ เช่น Clover ที่เป็น แบรนด์แห่งการผลิตเพื่อคุณภาพ���ริงๆ มาถึง 33 ปี และเนื่องจากที่ใช้มาต้องยอมรับว่า แบรนด์ของเขาดีจริงๆ ถึงกับต้องบุกไปเยือนโรงงานการผลิตเลยทีเดียว นอกเหนือจาก Clover ก็มีอีกหลากหลาย เช่น Spidi, Diesel, ALPINESTARS, Dainese, Powerskin Italia และอื่นๆ และจะแบ่งเป็นโซนโรงงานอย่างชัดเจน ถนนหนทางที่อิตาลีนั้นเหมือนถนนทั่วไป คือ มีเส้นมอเตอร์เวย์และเส้นทางธรรมดา ที่เราเรียกว่า ทางหลัก และ ทางรอง แต่สีป้ายจะต่างจากเมืองไทย คือ ถ้าเป็นสีเขียวที่ อิตาลีจะเป็นทางมอเตอร์เวย์ ทางธรรมดาจะเป็นสีฟ้า ส่วนที่ไทยจะสลับกัน คือ สีฟ้าจะ เป็นมอเตอร์เวย์ บนทางมอเตอร์เวย์แน่นอนต้องเสียค่าผ่านทาง แต่ไม่มากเท่าไหร่นัก ขึ้นอยู่กับระยะทาง ถ้าเรามีเครื่องที่เรียกว่า Tele pass เราก็ผ่านไปทางช่องได้เลย ค่าใช้ จ่ายต่อเดือนที่เราเป็นสมาชิก ถ้าไม่มีก็เข้าทางธรรมดามีพนักงานบริการ บางครั้งไม่มี จะต้องเก็บตั๋วไว้และน�าไปจ่ายตรงทางออกที่ต้องน�าตั๋วเข้าไป เพื่อค�านวณราคาและจ่าย เงินเองในเครื่องอัตโนมัติ ในเส้นทางจะมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ ดังนั้นการเดินทางบน ทางมอเตอร์เวย์แบบนี้ต้องรักษาความเร็วจ�ากัด อีกอย่างถ้าไม่มีกล้องก็ตามแต่เมื่อเวลา ทางออกเพื่อไปจ่ายเงินนั้น เวลาจะค�านวณเก็บไว้เป็นข้อมูลถ้าเกิดคุณไปถึงเร็วกว่าเวลา โดยเฉลี่ย อาจจะมีค่าปรับตามมาหรือมีต�ารวจทางหลวงคอยเรียกด่านหน้าก็เป็นไปได้ ดัง นั้นอย่าได้ประมาทเป็นการดี 34 For Ride Magazine March 2013

, . . . s d a Ro


,

u s i i F m i a W r f i ท o T า r ส o า i d t ร F i n venทาง ปคิด W a n s น ้ น ้ i ส ต ้ ู e เ e l ผ h t บ ั t ก s ุ d ส ิ a C An ทีราม และ

>> Around The World.... For Ride Magazine March 2013 35


AR

UND The World

แต่ถ้าไม่รีบร้อนเส้นทางรองจะน่าวิ่งกว่า เพราะนอกจากจะท�าให้ไม่เบื่อใน การชมวิวแล้ว บรรยากาศต่างกันทีเดียว จะเห็นทุ่งหญ้าข้างทางและจะเห็นกัน มากในฤดูร้อนที่หญ้าเริ่มแห้งจะเป็นก้อนหญ้าใหญ่ๆ เรียงรายกันตามท้องหญ้า ดูสวยดีทีเดียว รวมทั้งบ้านเรือนต่างๆ ของอิตาลี จะมีเอกลักษณ์ในการทาสี จะเป็นสีแดง แสด เหลืองสลับกัน อย่างกลมกลืนกับบรรยากาศและท้องฟ้าที เดียว สามารถแวะทานอาหารได้สะดวกกว่า เพราะทางมอเตอร์เวย์จะมีแต่ปั้มน�้า มัน ที่แน่นอนมีอาหารจ�าหน่าย ที่มีชื่อจะเป็น Auto Grill ที่มีอาหารมากมายให้ เลือกแต่ราคาจะสูง แต่ข้อดีข้อปั้มต่างๆ ถ้าในช่วงหน้าที่ไม่ค่อยมีคนเดินทางมาก นัก ห้องน�้าสะอาดมากกจริงๆ และมีห้องส�าหรับอาบน�้าได้เลยทีเดียว ในหลายๆ แห่งจะเหมือนกับปั้มที่เมืองไทยที่ไกลๆ เช่นกัน ร้านอาหารที่อยากแนะน�าให้ออกจากทางหลักเข้าไปในเมืองและให้เลือก หาอาหารที่ เป็น Menu Fisso คือ รายการที่จัดเตรียมมาส�าหรับคนท�างาน จะมีจานหลัก จานรอง ข้างจาน ไวน์ น�้าดื่ม และกาแฟ สนนราคาอยู่ประมาณ 10-14 ยูโร ซี่งต่อหัวนับว่าคุ้มค่ากับการลองทานอาหารที่เราไม่คุ้นเคยจริงๆ แต่อาหารหลักๆ ของอิตาลี จะมีคือ พิซซ่า และเส้นๆ ที่เรียกว่าสปาเก็ตตี้ เส้นที่พูดไปก็จะไม่จบสิ้น เพราะเส้นและความหลากหลายของพาสต้ามีมากมาย

36 For Ride Magazine March 2013

เหลือเกิน พิซซ่าก็จะมีจ�าหน่ายทั่วไป จะเป็นถาดจานใหญ่จริงๆ แต่พิซซ่า จะแตกต่างกันออกไปถ้าเป็นพิซซ่าที่เรียกว่า พิซซ่าโรมาน่า ต้นก�าเนิดจาก ชาวโรมันจะเป็นแป้งบาง แต่ถ้าเป็นทางใต้เรียก นาโปลี จะหนาทีเดียว คราว หน้าค่อยมาเจาะลึกเรื่องอาหารกัน แต่ไม่ต้องกังวลถ้าไม่ได้พกพริกเพื่อเรียก ความเผ็ดที่อิตาลีจะมีพริกป่นและพริกสดเราสามารถขอได้จากร้านอาหาร ทั่วไป หรือแม้แต่น�้ามันมะกอกใส่พริก ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าไม่เผ็ด ในบางพื้นที่ เผ็ดกว่าพริกบ้านเราเลยทีเดียว ต่อมาต้องตามด้วยของหวานที่ขึ้นชื่อ ที่ เรียกว่า ทีรามิสุ Tiramisu แปลตรงตัวว่า Pick me up คือ ยกฉันขึ้น หรือ ในส�านวนจีบฉัน แต่ไม่ได้มีทุกพื้นที่ เพราะจริงๆ แล้ว ทิรามิสุเรียกอีก อย่างว่า "Tuscan Trifle" มีต้นก�าเนิดที่เมือง Siena ใน Tuscany ซึ่งอยู่แถบ ตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี เรื่องอาหารเอาให้พอเรียกน�้าย่อย ต่อมาก็เดินทางกันต่อไปยัง สถานที่ที่โรแมนติก ใกล้วันเทศกาลแห่งความรัก ใครที่ไม่รู้จักเห็นที่จะไม่มีกับ นิยายรักอมตะสะท้านโลกของแชคเสปียร์ คือ โรมิโอ กับ จูเลียต ซึ่งหลายๆ คนมักจะไปที่เวโรน่า ที่ห่างไปประมาณ 100 กม. แต่จากค�าบอกเล่าสถาน ที่ตรงนี้เป็นสถานที่เกิดของทั้งสองคนที่เติบโตและรักกันที่นี้ เราจะพาไปดู ปราสาทของทั้งสอง โรมิโอและจูเลียตกัน ที่ใครๆ อ่านแล้วต้องซึ้งกับความ รักของคนทั้งคู่ ความตายมิอาจพรากรักของเราสองคน ก็คล้ายๆ กับ เรื่องสะพานรักสารสิน ตอนนี้สถานที่ของโรมิโอและจูเลียต บางส่วนได้เปิด เป็นร้านอาหารที่บรรยากาศดี ได้นั่งทานไปสัมผัสบรรยากาศไป แต่ถ้าจะไปที่ สถานที่ที่บอกขานต้องไปที่เวโรน่า จะมีรูปปั้นของจูเลียตและมีสถานที่เป็นมุม ให้น�าแม่กุญแจไปล๊อคความรักกันเอาไว้มากมายทีเดียว


:: Roads, Castles and Tiramisu and the inventor of WiFi… จากความรักของคนทั้งคู่ เราแวะลงไปทางเมืองโบโลญญ่า Bologna สถานที่ที่แนะน�าที่น่าจะต้องแวะคือ สุสานของ นายมาร์โคนี่ ผู้ให้ก�าเนิดเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ ณ ปัจจุบัน เพื่อท�าการเคารพกัน เสียหน่อย เพราะถ้าไม่มีท่านผู้นี้เป็นต้นก�าเนิด เราคงไม่มีเทคโนโลยีดีๆ ให้ได้ใช้กัน บิดาเเห่ง wifififfiifi ต้นก�าเนิดมาจากประเทศอิตาลี!!! father of long distance ขอขอบคุณด้วยใจจริง Mr. Guglielmo Marconi ผู้ที่เป็นต้นคิดคนแรก และแน่นอนก็มีคนน�ามาพัฒนาต่อเนื่องท�าให้ เรามี wififfii ได้ใช้ เพื่อเชื่อมโลกใบนี้เข้าไว้ด้วยกัน สุสานจะอยู่บนพื้นที่ ที่เป็นที่อยู่ของ นายมาร์โคนี่ ด้วยและ ด้านบนจะเป็นบ้านพัก ซึ่งยังมี ครอบครัวของนายมาร์โคนี่อาศัยอยู่และก็มีพิพิธภัณฑ์ด้านใน ซี่งตอน ที่ไปถึงเป็นเวลาปิดพอดีเลยไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชม จากนั้นเราก็เดินทางลงมายัง เอาโตโดรโม เอนโซ เอ ดิโน เฟอร์รารี (Autodromo Enzo e Dino Ferrari) หรือ อิโมลาเซ อร์กิต Imola เป็นสนามแข่งรถในประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ที่เมืองอิโมลา แคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา อยู่ทางตะวันออกของโบโลนญา เมืองหลวง ของแคว้น เป็นระยะทาง 40 กม. และอยู่ห่างจากโรงงานประกอบ รถยนต์เฟอร์รารีที่เมืองมาราเนลโล 80 กิโลเมตร สนามแห่งนี้จึง ถือเป็นสนามเหย้าของทีมรถแข่งเฟอร์รารี ใช้จัดแข่งขันฟอร์มูลาวัน รายการซานมาริโนกรังด์ปรีซ์

For Ride Magazine March 2013 37

>> Around The World....

สนามแห่งนี้สร้างขึ้นในทศวรรษ 1950 เดิมชื่อว่า "เอาโตโดรโม ดิโน เฟอร์รารี" เพื่อระลึก ถึง อัลเฟรโด 'ดิโน' เฟอร์รารี บุตรชายของ เอนโซ เฟอร์รารี ผู้ก่อตั้งบริษัทเฟอร์รารี ต่อมาเมื่อ เอนโซ เฟอร์รารี เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1988 สนามแห่งนี้จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "เอาโตโดรโม เอนโซ เอ ดิ โน เฟอร์รารี" สนามแห่งนี้เป็นสนามที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีนักแข่งชื่อดังหลายคนเกิดอุบัติเหตุที่นี่ โดย เฉพาะที่โค้งชื่อ "Tamburello" เช่น เนลสัน ปิเกต์ ในปี ค.ศ. 1987 เกอร์ฮาร์ด เบอร์เกอร์ ในปี ค.ศ. 1989 และอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1994 ระหว่างการแข่งขันซานมาริโนกรังปรีซ์ เกิด อุบัติเหตุกับรูเบนส์ บาริเชลโล ในวันที่ 29 เมษายน โรแลนด์ รัตเซนเบอร์เกอร์ ในวันที่ 30 เมษายน และ ไอร์ตัน เซนนา Ayrton Senna (Brazilian F1 driver) ในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งท�าให้ โรแลนด์ รัตเซนเบอร์เกอร์ และไอร์ตัน เซนนา เสียชีวิต พอเหนื่อยจากการเดินทางเราสามารถแวะหาโรงแรมที่พักได้ แต่บางโร���แรมที่ว่าระดับ 2-3 ดาวแล้วก็อาจจะราคาสูงถ้าเทียบกับบ้านเรา พูดถึงมาตราฐานโรงแรมที่ต�่ากว่า 4-5 ดาวนั้น ทางเอเซียหรือเมืองไทยกินขาด แต่ที่พักที่นี้หาไม่ยากนัก แนะน�าให้ดูจากเว็บเดินทาง Booking.com เมื่อเข้าที่พักแล้ว ทุกสิ่งก็ไม่แต่ต่างจากที่พักทั่วๆ ไป เห็นจะแปลกตาหน่อยก็คือ ห้องน�้า ที่ปลดทุกข์ แบบหนัก จะมีโถสุขภัณฑ์ที่บางคนเคยเห็นและอาจจะยังไม่เคยเห็น เป็นโถที่มีก๊อกช�าระล้างอยู่ด้วย เรียกว่า บีแดร์ นั่นคือ ที่ช�าระล้างส่วนล่างของเรานั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นเท้าหรือส่วนล้าง เพราะห้องน�้า ที่นี้มักจะไม่มีท่อระบายน�้า ห้องน�้าจะแห้ง ส่วนของท่อระบายน�้านอยู่ในอ่างอาบน�้าหรือเชาว์เวอร์ แต่ บางคนเคยเห็นบีแดร์ที่เมืองไทยกันบ้าง เพราะการน�าวัฒนธรรมทางยุโรปเข้าไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ไอ้ โถนี่ต้นก�าเนิดคือประเทศฝรั่งเศส ที่ใช้ในห้องนอนในวังให้บรรดาสนมท�าความสะอาดกัน ต่อมาก็ย้าย มาใช้ในห้องน�้า ส่วนใหญ่ในประเทศอิตาลีจะมีทุกบ้าน อย่าได้เผลอคิดว่าท�าไมที่ล้างหน้าอยู่ต�่าจังก็แล้ว กัน...คราวนี้เดินทางกันไกล ขอตัวไปพักก่อนและคราวหน้า ยังมีอะไรที่น่าติดตามอีกเยอะเลย...


Suzuki ร่วมวงความมันส์ ชวนทุกคนมา “ร็อค” ไปกับงาน

Bangkok Motorbike Festival 5th 2013 จัด ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันแล้ว ส�าหรับงานโชว์รถ 2 ล้อใจกลาง

เมืองกรุง “Bangkok Motorbike Festival 5th 2013” ซึ่งค่ายตัว “S” Suzuki ก็ ไม่พลาดที่จะกระโดดเข้ามาร่วมวงความมันส์ด้วยอีกเช่นเคย แต่คราวนี้แตกต่างจากปี ก่อนตรงที่ปีนี้ Suzuki เดินหน้าสานต่อความมันส์จากการเปิดตัวรถออโตเมติกรุ่นใหม่ ล่าสุดที่ถือก�าเนิดขึ้นมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Let’s Rock” ชื่อของมันคือ Suzuki Let’s… มากับเราเพื่อสัมผัมความมันส์-ความร็อคในแบบฉบับซูซูกิได้เลยครับ

38 For Ride Magazine March 2013


 Let’s Soft Rock – Let’s Hard Rock บอกได้เลยว่าอยากได้แบบไหน? จะซอฟท์ร็อคก็มี Suzuki Let’s เดิมๆ จากโรงงานครบทุกสีให้ได้ชมกัน หรือ จะร็อคแบบโหดๆ ก็มีตัวแต่งเจ๋งๆ มาอวดโฉมกันในโซนฮอลล์กิจกรรมชั้น 8 ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ไอเดียแต่งรถที่ เข้ากับ Suzuki Let’s เห็นจะเป็นโทนสีด�า ล้อแม็ก ยางใหญ่ ยิ่งถ้าจับโหลดเตี้ยยิ่งดูโหดไม่แพ้ใคร หรือจะแต่งแนว สปอร์ตก็ดูดีใช่เล่นเพราะด้านหน้าและท้ายรถถูกถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Suzuki Hayabusa แต่ไม่ว่าจะแต่ง ออกมาแบบไหน...ทุกไอเดียที่น�ามาโชว์ในงานก็โดนตาโดนใจทั้งนั้น สาวกชาว Let’s Rock ตัวจริงสามารถเลือกซื้อ ของพรีเมี่ยมในซีรี่ส์ Let’s Rock ได้ที่งานนี้เช่นกัน

 Let’s Rock base ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนจะบอกลารถแต่งเจ๋งๆ จากชั้น 8 แล้วลง มาส�ารวจบูธหลักบริเวณชั้น 2 กันบ้าง...จะเรียกว่าเป็นฐานทัพความ มันส์ก็ว่าได้ เพราะมีรถสแตนดาร์ดแต่จัดเต็มแต่งชุดอุปกรณ์เสริมจาก ผู้ผลิตชื่อดัง Ride It ที่จับมือกับ Suzuki ผลิตชุดแต่งคุณภาพออก มาเอาใจคนชอบแต่งรถ ชุดแต่งของ Suzuki Let’s มีมากมายหลายแบบ ชนิดที่ว่าเลือกได้เลยว่าอยากจะ “ร็อคแบบไหน” ส่วนของแต่งที่ถูกใจเรา ที่สุดคงจะเป็นฝาครอบไฟเลี้ยวหน้าที่ท�าให้ด้านหน้าของ Suzuki Let’s ดู คล้าย Hayabusa ขึ้นมาทันที...นอกจากรถแต่งแล้ว ที่พลาดไม่ได้ก็คือ สาวๆ ชาวร็อคที่พร้อมส่งยิ้มและโพสต์ท่าสวยๆ ให้คุณได้ถ่ายรูปกันแบ บนอนสต็อป

 Meet Real Rockers จากโซนของ Suzuki Let’s เดินอ้อมไปด้านหลังจะต้องตกใจเมื่อ ร็อครุ่นใหญ่อย่าง Suzuki Hayabusa, GSX1000R, Inazuma 250 ยืนโชว์ตัวเด่นเป็นสง่าอยู่ ซึ่งเจ้าตัวสุดท้ายนี้แหละที่เป็นที่กล่าวขานถึง ในโลกไซเบอร์ และเป็นที่คาดหวังถึงการมาบุกตลาดเมืองไทยเพื่อสู้กับ ตระกูล 250 ซีซี.ที่ก�าลังโลดแล่นอยู่ขณะนี้ ว่าแต่ใครล่ะจะอดใจไหว เมื่อได้เห็นปลายท่อคู่พร้อมถังน�้ามันและไฟหน้าที่ถอดแบบมาจาก “B-King” รับรองว่า Suzuki Inazuma 250 คันนี้จะกลาย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกส�าหรับคนเมืองที่เบื่อกับการจราจรที่ ติดขัดอย่างแน่นอน ใครเป็นแฟนค่ายซูซูกิแนะน�าให้ติดตาม เราไว้ให้ดีครับ มีรถใหม่รุ่นไหนเมื่อไหร่ยังไงเรา จะอัพเดทให้ทุกท่านได้ทราบกันอย่าง แน่นอน!...วันนี้ขอตัวไปเก็บภาพ พริตตี้มาฝากแฟนๆ FRM ก่อน นะคร๊าบบ

For Ride Magazine March 2013 39


Bangkok Motorbike Festival 5

th

2013

Honda ยกทัพเล็ก-ใหญ่ปพู รมครอบคลุมความมันส์ แค่เดินผ่านด้านหน้างานก็จะพบกับเต็นท์ขนาดใหญ่ของค่ายปีกนก Honda ที่ขน เอาตัวจี๊ดที่ก�าลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่าง MSX 125 และ Zoomer-X มาโชว์ตัว พร้อมจัดกิจกรรมประกวดและตัดสินรถแต่งโดนๆ ที่ส�านักแต่งทั่วประเทศขุดไอเดียไม้ตาย ของแต่ละคนออกมาวาดลวดลายบนตัวรถ จากนั้นเข้ามาต่อภายในโซน ลิฟท์แก้วชั้น 1... ฮอนด้าเอาใจป๋าด้วยฝูงบินใหญ่ Honda BigWing ที่มีรถคลาสบิ๊กไบค์ตั้งแต่ 500 ซี ซี. ขึ้นไปจนถึง 1,800 ซีซี.มาอวดสายตาประชาชน นอกจากนี้ยังมีการเปิดให้จับจอง เป็นเจ้าของส�าหรับรถใหม่อย่าง CBR500R และเพื่อนร่วมคลาส 500 ซีซี. ลูกพี่ใหญ่สุด อย่าง Goldwing ก็โผล่มาให้นักท่องเที่ยวทางไกลได้น�้าลายไหล ส่วนแฟนพันธุ์แท้ฮอนด้า เค้าก็มีไรดิ้งเกียร์ลายพิเศษส�าหรับฮอนด้ามาวางจ�าหน่ายให้ช็อปเล่นเช่นกัน...ยังไม่หมดแค่นี้ บริเวณฮอล์ชั้น 8 ยังมี Zoomer-X แต่งเต็มขนมาให้ดูกันเต็มสองตา เรียกว่าใครเป็นแฟน ฮอนด้าคงไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะได้เห็นตั้งแต่รถไซส์มินิไปจนรถใหญ่สุดแถมพริตตี้ก็น่ารัก ไม่เบาเลยทีเดียว

40 For Ride Magazine March 2013

จัดใหญ่

...รับต้นปีกับงานแสดงรถมอเตอร์ไซค์ระดับ ชาติที่จัดขึ้นใจกลางเมืองกรุงเทพฯ..ขอต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่เทศกาลที่ชาว 2 ล้อเฝ้ารอ “Bangkok Motorbike Festival 5th 2013 @Central World” งานนี้มีค่ายรถ ยักษ์ใหญ่ขนทีเด็ดของแต่ละค่ายมาโชว์กันจนแน่นทุกพื้นที่ของ ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น แต่ เหล่าสินค้าเพื่อการขับขี่ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแจ็คเก็ต, หมวกกันน็อค และอุปกรณ์แต่งหล่อทั้งหลายก็ยกทัพมาถล่มงานนี้จนคุณ ต้องได้ไรดิ้งเกียร์กลับบ้านอย่างน้อย 1 ชิ้นแน่นอน นอกจาก นี้ลานกิจกรรมด้านนอกยังมีการแข่งขัน “BMF Gymkhana 2013” ให้สิงห์นักบิดจากทั่วประเทศได้มาประลองฝีมือการ ขับขี่ในสนามเล็กๆ ที่ต้องใช้สมาธิอย่างสูง...ร่วมเดินชมบูธที่ น่าสนใจไปกับเราได้เลยครับ


Suzuki ร็อครุน่ เล็ก – ฮาร์ดคอร์รนุ่ ใหญ่ใส่เต็ม กระโดดขึ้นมามันส์กันต่อที่ชั้น 2 บริเวณหน้าประตูทางเชื่อมสกายวอร์คกับบูธ ใหญ่เตะตาของ Suzuki ที่ยังคงสานต่อคอนเซ็ปต์ Let’s Rock กับรถออโตเมติก รุ่นใหม่ล่าสุด Suzuki Let’s มีมาโชว์ทุกสีทุกลายทุกแบบพร้อมพริตตี้สาวที่ทั้งน่ารัก และน่าร็อค...ภายในโซนเดียวกันยังส่วนของ Bigbike ที่มี Innazuma 250 ที่ก�าลัง เป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ว่าจะเข้ามาบุกตลาดเมืองไทยเพื่อสู้กับคลาส 250 ซีซี. ของ ค่ายอื่น ที่เด่นที่สุดคงจะเป็น Suzuki Hayabusa รถในฝันที่เราเชื่อว่าใครหลายๆ คนเคยฝันอยากจะได้ลองขี่ซักครั้งในชีวิต...

Kawasaki ส่งนักรบเงา “Ninja” ออกลุยศึก 250 ซีซ.ี หลังจากเปิดตัวไปได้ไม่นาน Kawasaki ก็จับเอาไม้ตายอย่าง Ninja 250 โฉมใหม่ 2013 ออกมาโชว์เด่นในงาน Bangkok Motorbike Festival ตามด้วยตระกูล 650 ซีซี.สีใหม่และ เอาใจสาวกทางฝุ่นกับแก๊งค์ยางหนามที่มีให้เห็นตั้งแต่ 125 -250 ซีซี. ไฮไลท์ของบูธคาวาซากิ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้า Kawasaki Z250 ที่ถือโอกาสเปิดตัวในงานซึ่งท�าเอาแฟนๆ คา วาซากิเขียนใบจองกันแทบไม่ทัน...สาเหตุที่หลายคนใช้เวลาอยู่ที่บูธคาวาซากินานคงจะเป็นเพราะ เค้า “ให้ลอง” นั่งคร่อมรถทุกรุ่นเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าคุณเหมาะกับรถรุ่นไหน ที่ ส�าคัญมีเจ้าหน้าที่คอยให้ค�าปรึกษาและแนะน�ารถที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด... For Ride Magazine March 2013 41


Yamaha พารุน่ ใหญ่ทา้ ชนขนแชมป์มาโชว์ แม้จะยังไม่มีการเปิดตัวรถใหญ่ประเภทบิ๊กไบค์ที่เดินไลน์ผลิตในบ้านเรา แต่ รถที่ได้รับความนิยมอย่าง YZF-R1 ก็ยังคงมีคนต้องการจับจองเป็นเจ้าของ อีกเพียบ ส่วนรุ่นรองลงมาอย่าง YZF-R6 ก็เป็นสปอร์ตไบค์ 4 สูบคลาส 600 ซีซี. ที่แม้จะเป็นตัวน�าเข้าแต่ก็เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นหรือคนที่เริ่มต้นเล่นรถ ใหญ่ ส�าหรับสายแอดเวนเจอร์-ทัวร์ริ่งตัวจริงคงต้องไม่พลาดแวะชม 2013 Super Tenere ที่ยืนเด่นอยู่ด้านข้างบูธ อีกหนึ่งรุ่นที่ยามาฮ่าขนมาโชว์และได้ รับความสนใจอย่างมากก็คือ New T-Max 530 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่เต็มเปี่ยมไป ด้วยวิญญาณสปอร์ตภายใต้ความนุ่มสบายในการเดินทางท่องเที่ยว ไฮไลท์ ของบูธยามาฮ่าอยู่ที่ YZF-R1 ลายพิเศษตามแบบฉบับตัวแข่งของยามาฮ่า พร้อมติดสติ๊กเกอร์แชมป์ MotoGP 2012 นั่นก็คือ Jorge Lorenzo ในบูธ ยามาฮ่ายังมีเลานจ์ส�าห�ารับนั่งพักพูดคุยส�าหรับสาวกซ้อมเสียง ยิ่งได้เจอ 2 สาวสุดน่ารักยิ่งไม่อยากลุกไปไหนเลยทีเดียว

Stallions ท้าสือ่ ทดสอบเครือ่ งยนต์ใหม่พร้อมต้อนฝูงม้าเล็กมาอวดโฉม ชื่อ Stallions คงคุ้นหูคุณอยู่บ้างเพราะเป็นแบรนด์รถ 2 ล้อของไทยที่มีจุดเด่นที่รถไซส์ Mini น่ารักน่าขี่ ล่าสุดในงาน BMF ทางผู้จัดได้เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบ “เครื่องยนต์ รุ่นใหม่” ซึ่งแกร่งกว่าเดิมและอึดกว่าเดิม...หลังจากลอง ทดสอบก็พอจะบอกได้เครื่องยนต์ดูเหมือนจะถูกอัพเกรดขึ้น ใหม่จริงๆ นอกจากรถไซส์มินิยังมีรถคลาสสิคทรงเรโทร อย่าง Centaur ที่ออกแบบมาเอาใจเด็กแนวที่อยากซิ่งแต่ไม่ อยากเหมือนใคร แม้รถจะคันเล็กแต่จ�านวนผู้เข้าเยี่ยมชมบูธไม่ น้อยเลยทีเดียว

Triumph ประกาศศักดาเปิดตัวรถใหม่ 5 รุน่ กลางงาน ค่ายรถเมืองผู้ดีอย่าง Triumph ที่น�าทัพโดย คุณดอม เหตระกูล เซอร์ไพรส์คนดู ด้วยการเปิดตัวรถใหม่ 5 รุ่นกลางงาน BMF 2013 โดยทุกรุ่นถูกธงชาติอังกฤษคลุม ไว้ให้เป็นที่สงสัยของผู้ที่เดินผ่านบูธ เมื่อถึงนาทีเปิดตัว...ผ้าคลุมของรถแต่ละรุ่นก็ถูกเปิด ออกโดยพระเอกหน้าใหม่ได้แก่ Tiger Sport 1050, Street Tripple R, Daytona 675R, Tiger Explorer XC, Trophy SE ซึ่งเสียงตอบรับจากผู้ที่เข้าชมงานเปิดตัวเป็นเสียง เดียวกันว่า “งามจริงๆ” หลายคนอาจชอบ Street Tripple R และนักเดินทางไกลหลาย คนยกนิ้วให้กับความงามของ Tiger Explorer XC ส่วนเราคงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเรา ติดใจ Daytona 675R และจองไว้ในคิวทดสอบเรียบร้อย ใครเป็นแฟนรถอังกฤษที่พลาด งานนี้สามารถแวะชมรถทั้ง 5 รุ่นได้ที่โชว์รูม Triumph เลยครับ 42 For Ride Magazine March 2013


KTM ยกแก๊งปิศาจสีสม้ ถล่ม BMF ค่ายรถยุโรปอีกค่ายที่น่าจับตามองก็คือ KTM ซึ่งจุดเด่น ของค่ายนี้อยู่ที่รถ Naked ทรงกึ่งวิบากกึ่งสปอร์ต รุ่นยอด ฮิตเห็นจะเป็น Duke 200 ที่มีไซส์กะทัดรัดเหมาะกับการใช้ในเมือง ที่มีการจรจารติดขัดอย่างกรุงเทพยิ่งนัก KTM นอกจากจะเป็น ที่นิยมเรื่องรถทรงประหลาดแล้ว รถทางฝุ่นอย่างตระกูล EXC ก็เป็นที่นิยมในยุโรปไม่แพ้กัน หรือจะเป็นรุ่นซูเปอร์สปอร์ตอย่าง RC8 1190 ที่รับรองได้ว่าจะเป็นจุดสังเกตแน่ๆ ถ้าได้ไปวิ่งบนถนน

MV Agusta สปอร์ตเนคเก็ตพันแกร่งแดนมักกะโรนี MV Agusta เป็นอีกหนึ่งค่ายรถ 2 ล้อจากต่างประเทศที่ได้รับความสนใจไม่น้อย ด้วยรูปร่างหน้าตาของรถที่ดูดุดันในแบบเนคเก็ต สีสันที่ดูเตะตาอย่างเจ้า Brutale สีขาว แดงและเจ้า F4RR สีขาวมุกที่มาพร้อมดีไซน์แปลกแหวกแนวไม่ซ�้าใคร แม้จะมีคนบอกว่า หน้าตา MV Agusta ไปคล้ายกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง Ducati แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความ ชอบแล้วหละครับว่าชอบซุ่มเสียงสูบ L หรือชอบแบบ 4 สูบเรียงของ MV Agusta ไม่ใช่แค่ประชาชนระดับกลางจะปวดหัวกับการเลือกรถซักคัน...งานนี้พี่ๆ กระเป๋าหนักทั้ง หลายคงต้องตัดสินใจกันอยู่พักใหญ่ว่าจะขี่รุ่นไหนดี!

Victory Motorcycles โชว์แสนยานุภาพดึงพีเ่ บิม้ เบ่งกล้ามแน่นฮอลล์ บูธที่เด่นไม่แพ้ใครในโซนโชว์รถชั้น 8 ของห้างเซนทรัลเวิลด์คง เป็นใครไปไม่ได้นอกจากค่ายรถฮาร์ดคอร์ Victory Motorcycles ที่ขนเอารถช็อปเปอร์, ครูซเซอร์และทัวร์ริ่งตัวแรงมาโชว์ให้สาวก Live to Ride น�้าลายไหลเล่น ยกตัวอย่างเช่น Cory Ness Cross Country Tour สีเหลืองอร่ามมาพร้อมแฟริ่งขนาดใหญ่ด้านหน้า เครื่องยนต์ 1,731 ซีซี.พร้อมอุปกรณ์อ�านวยความสะดวกครบ ครันน่าจะเพียงพอส�าหรับขี่ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว ราคา เบาๆ แค่ 2,290,000 บาทเอง!! For Ride Magazine March 2013 43


DCDC รวมพลคนรัก Ducati หล่อ...ชิลล์...และมิตรภาพ

44 For Ride Magazine March 2013 34


ต้

องยอมรับว่า “Ducati” คือ รถมอเตอร์ไซค์ที่ เต็มไปด้วยทัง้ ศาสตร์และศิลป์ในการสร้างสรรค์ ท�าให้ผท ู้ ชี่ น ื่ ชอบพาหนะสองล้อหลงใหลกับเจ้า มอเตอร์ไซค์สายพันธุอ์ ต ิ าเลีย ่ นกันเป็นอย่างมาก เช่น เดียวกันกับสมาชิกในกลุม ่ “DCDC” ทีแ่ ต่ละคนก็ตกหลุม รัก “Ducati” กันตัง้ แต่แรกเริม ่ แม้วา่ บางคนอาจจะยังไม่ เคยแม้กระทัง้ ขีม ่ อเตอร์ไซค์ดว้ ยซ�า้ ไป...ด้วยเหตุนท ี้ ม ี งาน FRM จึงรูส ้ ก ึ ว่าเราน่าจะไปท�าความรูจ้ ก ั กับคนกลุม ่ นีซ้ ก ั หน่อย ว่าเพราะอะไรจึงหันมาขีม่ อเตอร์ไซค์และท�าไมจึงเลือก “Ducati” ???...ตามมาเลยครับ!!!

Talk About… 45 For Ride Magazine March 2013 35


20 questions with DCDC

ง้วง ขาช้อป

1. ท�ำไมต้องชื่อว่ำ DCDC ตอบ : DCDC ย่อตรงๆ มาจาก Ducati @ CDC นั่นเอง ครับ เริ่มจากคนกลุ่มเล็กๆ ที่ชอบ Ducati ไปขี่รถแล้วจอดนั่งจิบ กาแฟกันที่ Starbuck สาขา CDC แล้วก็เริ่มก่อตัวมาเรื่อยจาก 3-5 คันเป็น 10 และปัจจุบันรวมตัวกันออกทริปใหญ่ๆ ก็ต้องมี 30-50 คันกันเลยทีเดียครับ ตอนหลังๆ เรามีเว็บของตัวเองชื่อ www.weloveducati.com ไว้รวมตัวกันด้วย 2. ที่มำของกลุ่ม DCDC และเป้ำหมำย (ห้ำมบอกว่ำมีไว้ พุ่งชน!) ตอบ : เราเริ่มจากมือใหม่ล้วนๆ เลยครับ...90% เป็นมือใหม่ และเลือก Ducati เป็นคันแรกในชีวิต ดังนั้นเป้าหมายแรกๆ คือ อยากรวมตัวมือใหม่หัดขับและจับกลุ่มกันขี่ จับกลุ่มกันสอน ตั้ง กรวยสอนกันเอง พี่ๆ ที่มีประสบการณ์มาก่อนก็มาช่วยกันสอน และที่ส�าคัญ คือ เราอยากเป็นกระบอกเสียงของชาว Ducati ใน ประเทศไทยด้วย 3. เกิดจำกควำมชอบรถแรงๆ หรืออยำกให้ขี่สำวมอง หรืออย่ำงอื่น ? ตอบ : ตอบได้เลยว่า “อยำกให้สำวมอง” ครับ 5555 …. แต่จะว่าไป เราต่างหลงใหลในดีไซน์ของ Ducati กันมากกว่าครับ รถอะไรดีไซน์ได้ลงตัว และการตัดสินใจซื้อ ก็อารมณ์เหนือเหตุผล กันซะส่วนใหญ่ครับ 4. ตัวตั้งตัวตีของกลุ่มนี้คือใครบ้ำง มีที่มำยังไง? ตอบ : เริ่มๆ มี ผม (อ. โอม) พี่ก้อง วุฒิ และ อีกหลาย ท่าน เจอกัน เคมีใกล้ๆ กัน ก็จับกลุ่มท�าโน่นท�านี่ด้วยกันบ่อยๆ... บ่อยเข้าก็เลยนัดเป็นทางการเลยว่า ทุกเสาร์ 17.00 เป็นต้นไป ใครว่างมาเจอกันที่ Starbuck CDC ก็มีน้องใหม่ๆ ที่อ่านจากเว็บ weloveducati.com มาจอยกับพวกเราทุกอาทิตย์เลยครับ 5. อะไรที่ท�ำให้กลุ่ม DCDC แตกต่ำงจำกลุ่มอื่น? ตอบ : พวกเราเน้นหล่อครับ ไม่เน้นแรง 555...จะเรียกว่า เราเน้นการแต่งรถ แต่งตัวซะมากกว่า ขับขี่จริงๆ เราจะเน้นระเบียบ มากๆ ขี่ไม่กวนเมือง ขี่ฟันปลาจัดกลุ่มเป็นระเบียบเรียบร้อย อัน นี้ส�าคัญมากๆ ครับ ถ้าใครไม่ท�าตามนี้ เราเชิญคุณไปขี่คนเดียว ครับ

เต้ย เว้ยเฮ้ยยย การ์ด เด็กลม

โซ่ย ดงบัง (แก็งค์ใจง่าย)

หน่อง น้องใหม่ เติ้ง กังนัม

อั้ม เต่าทอง เน เฮลิ (แก็งค์ใจง่าย)

มินิ วีไอพี

6. ใขขณะที่กลุ่มบิ๊กไบค์บำงกลุ่มเน้นซิ่ง เน้นสำดโค้งโชว์หญิง...ท�ำไม DCDC ถึงชอบขี่กินลมชมวิว ตอบ : ขี่เร็วไม่ได้หรอก...เดี๋ยวคนมองเราไม่ทัน 555...อีกอย่างหนึ่งคือ การขี่ สองล้อ มันมีความเสี่ยงค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว เราก็ไม่อยากไปเพิ่มปัจจัยเสี่ยงอะไร ยิ่ง ขับกันเป็นกลุ่ม ความรับผิดชอบกลุ่มด้วย อันนี้เราก็ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า ในกลุ่มมี ผู้ใหญ่เยอะครับ ก็ช่วยปรามๆ น้องใหม่วัยรุ่นด้วย ถ้าจะเร็วเชิญขี่คนเดียวนะครับ ถ้าขี่ กลุ่มคุณต้องมีวินัยครับ 7. ขี่ชิลล์ๆ กินลมกันได้สบำยอยู่แล้ว...แล้วขี่โหดๆ เร็วๆ มันส์ๆ กันได้บ้ำงหรือ เปล่ำ ? ตอบ : มีบ้าง แต่น้อยมากครับ นอกจากออทริป ทางใกลๆ โล่งๆ ก็ให้สัญญาณ แล้วเชิญกันบ้างตามความเหมาะสม แต่ก็ถือว่าน้อยครับ ขี่ในความเร็วเหมาะสม ไม่ช้าเกิน ไม่เร็วเกินไป กันเสียมากกว่า

อ้อ สายฟ้า

วุฒิ เหิรฟ้า

โส เอสซีบี

46 For Ride Magazine March 2013 36

สมิง เจษ

8. แต่ละคนก็มีรถยนต์หรูๆ ใช้กันไม่ใช่เหรอ แล้วจะทนร้อนทนฝน ขี่ Ducati ท�ำไม? ตอบ : มันคนละอารมณ์กันนะครับ บางครั้งก็เราก็ต้องการอะไรที่แตกต่างบ้าง ขี่ มอเตอร์ไซค์ ความสนุกมันอยู่ระหว่างทางครับ มันมีเรื่องราว มีประสบการณ์อยู่ตรง นั้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางได้จากการขับรถยนต์ 9. คิดยังไงกับค�ำว่ำ “เนื้อหุ้มเหล็ก-เหล็กหุ้มเนื้อ” ตอบ : มันก็จริงนะครับ ก็ถึงต้องระวังให้มาก เรื่องอุปกรณ์การป้องกัน ต้อง มีครบ ออกทริปใครไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน เราไม่ให้ออกด้วย เราไล่กลับบ้านเลย ดังนั้น


พี่ก้อง ท่านประธาน

เต้ เต้าหู้

เฮีย 999

หมอ ฮาร์ดคอร์

อ.โอม (หัวหน้าแก็งค์ใจง่าย)

พี่ปาน เดอะปาน

หมู ฉึกฉึก (แก็งค์ใจง่าย) โหน่ง พานิ

ตรงนี้ที่ต้นเหตุอะไรป้องกันได้เราก็จะท�าทุกทางครับ 10. ตอนนี้มีสมำชิกกี่คนกี่คัน ตอบ : ในเว็บ www.weloveducati.com ตอนนี้เรามีกว่า 700 รายชื่อแล้ว แต่ที่ออกทริป มาเจอกันบ่อยๆ ก็มีราวๆ 40-50 คันที่มากันบ่อยๆ ครับ แนวโน้มก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ 11. รวมๆ มูลค่ำรถในกลุ่มทั้งหมดเป็นเงินประมำณ เท่ำไหร่ ตอบ : โอวว โหววว...เป็นสิบๆ ล้านเลยมั้งครับนั่นนะ 12. ส่วนใหญ่เริ่มต้นขี่ Ducati กันด้วยรถรุ่นไหนก่อน ตอบ : 90% เริ่มที่ Monster รุ่นมหาชนเลยครับ แล้วก็ ค่อยๆ ขยับไปเรื่อยๆ ตอนนี้เทรนด์ในกลุ่มจะไปทาง Sport กัน หมดแล้ว กลายเป็นว่าประชากร Monster ในกลุ่มเราเริ่มน้อย ลงไปเรื่อยๆ 555…ดังนั้นใครที่อ่านคอลัมน์นี้แล้วเป็นเจ้าของ Monster รีบมายืนยันตัวด่วนครับ 13. รุ่นไหนฮิตที่สุดในกลุ่ม ตอบ : ตอนนี้ยังเป็น Monster นะครับ แต่แนวโน้มค่อน ข้างไปทาง Sport ครับ ก็ค่อยๆ ขยับกันไปที่ละคนสองคนครับ 14. แล้วรุ่นไหนที่ขี่ยำกที่สุดในกลุ่ม ตอบ : จริงๆ ก็ขี่ยากกันไปคนละแบบนะครับ รถ 2 สูบมัน ดื้อๆ หน่อย มันไม่ค่อยเป็นมิตรกะเราเท่าไหร่ มันค่อนข้างดิบ เถื่อน ดังนั้นมันก็เป็นสไตล์รถละครับ เรียกว่ายากสม�่าเสมอกัน ทุกรุ่นเลย เว้นแต่พวก Sport อย่าง 1199 ที่คิดว่ายาก กลับ กลายเป็นง่ายไปซะอย่างนั้นไปครับ 15. ปัญหำที่พบจำกกำรขี่ Ducati ตอบ : ปัญหาในรุ่น Monster 795 เป็นอะไรที่พบเยอะมาก ครับ ทั้งถังบวม ร้อนดับ น�้ามันซึม และอีกมากพอสมควร เรา เองก็ประสานกับทางศูนย์ และทางศูนย์ก็ช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคุณบีผู้จัดการศูนย์ทองหล่อ ดีกับพวกเรามากครับ คอยช่วยเหลือกันตลอด เราคิดว่าปัญหาคงจะได้รับการแก้ไขให้ เสร็จสิ้นในเร็ววันนี้ 16. ปี 2012 ไปเที่ยวไหนกันมำแล้วบ้ำง? และปี 2013 นี้จะไปไหนกันอีก

หนุ่ม 164 เทอร์โบ (แก็งค์ใจง่าย)

ตอบ : โอวว…นับไม่ถ้วนเลยครับ เขื่อนขุนด่านฯ, กาญจนบุรี, บางแสน...ล่าสุดสิ้น ปี เรายกขบวนกันไปเชียงใหม่กัน ไปเป็นสิบๆ คันเลย และปีนี้เรามีกิจกรรมร่วมกับกลุ่ม ดูคาติอีสาน DNT นัดกระชับมิตรกัน โดย DCDC จะยกขบวนไปเยือนขอนแก่น เพื่อท�า กิจกรรมร่วมกันกว่า 20-30 คันเลยครับ 17. ควำมสัมพันธ์ของสมำชิกในกลุ่มเป็นยังไงกันบ้ำง ตอบ : เราอยู่กันเหมือนพี่เหมือนน้องครับ มีอะไรช่วยเหลือกันตลอด ใครไปล้มไป อะไรมา ใครมีอะไหล่ก็มาช่วยมาแชร์กัน ใครเดือดร้อนก็ยกขบวนกันไปช่วย เรียกว่าอบอุ่น ครับ 18. Ducati ได้ชื่อว่ำเป็นรถที่ขี่ยำก...แล้วท�ำไมถึงยังเลือกขี่เจ้ำสูบ L พวกนี้ ตอบ : มันเป็นอารมณ์นะครับ บางครั้งเราใช้ชีวิตด้วยเหตุผลเพียงด้านเดียวมันก็ จืดชืดไปหน่อย ดังนั้นเคมีพวกเราในกลุ่มก็ใกล้ๆ กันคือ ส่วนใหญ่เล่นด้วยอารมณ์ ชอบ ดีไซน์ ชอบความเป็น Ducati นั่นเองครับ 19. อยำกฝำกอะไรถึงคนรุ่นใหม่ที่ก�ำลังมอง Ducati อยู่ ตอบ : ชีวิตหนึ่งกับความฝันหนึ่งส�าหรับคนเรานะครับ ถ้าคิดว่า Ducati มันใช่ คุณ จัดเหอะครับ ไม่เสียใจแน่นอน แล้วหาเพื่อนขี่ด้วย ขี่คนเดียวไม่สนุกครับ ต้องขี่เป็นกลุ่ม มันได้อะไรเยอะ พวกเราชาว DCDC ก็ยินดีต้อนรับเสมอครับ 20. เวลำมิตติ้ง สถำนที่และกฎกติกำที่ใครก็ตำมที่อยำกเข้ำกลุ่ม DCDC ควรรู้ ตอบ : เราไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมายนะครับ ขอแค่เคารพการขับขี่ที่ถูกกฏหมาย ใน เมืองไม่ขับเร็วจนเกินงาม อุปกรณ์ป้องกันต้องครบ เท่านี้เองครับ ถ้ารับได้ที่ขอกันแค่นี้... ก็มาได้เลยครับ ออฟ บอยแบนด์

นู๋เบียร์ เฮียโหน่ง

น็อต แข็งโป๊ก

พี่ไข่นุ้ย สามสี

และนี้ก็คือ เรื่องราวของกลุ่ม “DCDC” ซึ่งหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของ “Ducati” และ ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนในบรรยากาศของมิตรภาพแบบพี่น้อง เน้นหล่อ เน้นชิลล์ ด้วย ใจที่รักในรถมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์อิตาเลี่ยนเป็นหลัก ซึ่งเป็นอีกแง่มุมดีๆ ของการรวม กลุ่มเพื่อการขี่รถมอเตอร์ไซค์...หากใครที่เป็นสาวก Ducati แล้วอยากมีเพื่อนดีๆ กลุ่มดีๆ แบบนี้...“DCDC” ยินดีต้อนรับครับ... 47 For Ride Magazine March 2013 37


Gears Hunter

RacingBros

Bazooka 1.0:

Plushy like a Couch ถ้ายังจ�ากันได้ เราเคยเกริน ่ เกีย ่ วกับ “โช้คลม” โช้คอัพส�าหรับมอเตอร์ไซค์ทไี่ ม่ ได้ใช้สปริง แต่กลับใช้ “ลม” เป็นตัวดูดซับแรงกระแทก หลังจากผ่านมา 3 เดือน กับการทดสอบ RacingBros Bazooka เวอร์ชน ั่ 1.0 ทีท ่ างผูผ ้ ลิตลงทุนบินมาจาก ไต้หวันเพือ่ มาท�าการเปลีย่ นและเซ็ตให้ถงึ ที.่ ..วันนีแ้ หละเราจะมาเจาะให้รพ ู้ าไปดูให้ลก ึ ว่าโช้คลมจากไต้หวันคูน ่ จี้ ะมีประสิทธิภาพและสมรรถนะเจ๋งสมค�าร�า่ ลือขนาดไหน 48 For Ride Magazine March 2013


Getting know Bazooka 1.0 ก่อนจะไปกระโดดคอสะพานกันเรามาท�าความรู้จัก RacingBros Bazooka 1.0 กันก่อนดีกว่า โช้ค RacingBros มีอยู่หลายซีรี่ส์ด้วยกัน ส�าหรับ Bazooka 1.0 เป็น รุ่นตรงกลางระหว่างตัวท็อปและตัวเบสิค นอกจากพื้นฐาน ของตัวโช้คที่เป็นโช้คลมแล้ว สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นเบสิคก็ คือ “ตัวปรับรีบาวด์” โดยเจ้าตัวปรับรีบาวด์ (Rebound) ตัวนี้มีหน้าที่ “ชะลอการคืนตัว” ลองนึกภาพโช้คที่ไม่มี รีบาวด์...เมื่อกระแทกลงไปมันจะดีดตัวกลับขึ้นมาที่ความเร็ว คงที่ แต่เมื่อลองปรับเจ้ารีบาวด์ดูจะพบว่าโช้คสามารถ คืนตัวช้าหรือเร็วขึ้นได้ตามต้องการ นี่แหละคือข้อดีของรุ่น Bazooka 1.0 พร้อมตัวปรับรีบาวด์

Basic foundation is the right “SAG” เนื่องจากรถ 2 ล้อคู่ใจของ กองบก. FRM เป็น Yamaha Nouvo Elegance เราจึงไม่มีตัวเลือกอื่น นอกจากทดลองกับรถของเราเอง เริ่มขั้นตอนการเปลี่ยนโช้คด้วยการรื้อชุดสี จากนั้นส่วนที่ยากที่สุดไม่ใช่ การถอดและใส่โช้ค RacingBros เข้าไป...แต่มันคือการ “ตัด” บังโคลนด้านใน สาเหตุก็เพราะโช้คตัวนี้จะต้องมี การเติมลมหรือปล่อยลมออกอยู่บ่อยๆ เพราะงั้นเราจึงต้องตัดชุดสีให้เว้าเป็นรูปครึ่งวงกลมเพื่อให้มีพื้นที่ พอส�าหรับการเซอร์วิส นอกจากนี้เรายังต้องตัดชุดสีในส่วนของตัวปรับรีบา���ด์ด้วยเช่นกัน เรียกว่าต้อง ตัดบังโคลนทั้งด้านหน้าและด้านหลังของโช้คเลยทีเดียว การท�างานของ Bazooka 1.0 ก็ง่ายๆ ถ้าผ่าภายในโช้คออกจะเห็นว่ามันไม่มีสปริงจริงๆ แต่มีพื้นที่ ส�าหรับให้ลมหรืออากาศที่เราหายใจเนี่ยแหละอยู่ด้านล่างสุดจะมีน�้ามันไฮดรอลิกแรงดันสูงอยู่ น�้ามันตัวนี้จะท�า หน้าที่เป็น Damper หรือตัวที่ท�าให้สปริงหยุดยืด-หดตัว ที่เราต้องท�าก็แค่เติมลมหรือปล่อยลมออกให้ได้ค่า ตามที่เราต้องการ เมื่อติดตั้งโช้คเสร็จแล้วเราก็มาถึงส่วนที่เรียกได้ว่าเป็น “พื้นฐาน” ของการเซ็ตโช้คอัพนั่น ก็คือ “SAG” ค�าว่า SAG แปลว่าห้อยหรือหย่อน ในที่นี้หมายถึงการปรับช่วงหย่อนของโช้ค (คล้ายการ ปรับช่วงหย่อนของโซ่)

ท�าไมถึงต้องตัง้ Riding SAG ? เพราะว่าโช้คมีช่วงยุบของมันเอง เวลาที่ผู้ผลิตเขียนสเปครถออก มาให้ดูมักจะมีค�าว่า Shock Travel xxx mm. มาด้วยเสมอ เจ้า Travel นี่แหละคือ ระยะยุบทั้งหมดของโช้ค....เพียงแค่โช้คที่ติดมากับรถส่วน ใหญ่จะปรับตั้งค่าต่างๆ ไม่ได้ แต่เจ้า Bazooka 1.0 ตัวนี้สามารถปรับ ได้ โดยใช้การเติมลมเข้าหรือปล่อยลมออก (ก็คือการตั้งค่า Spring Rate นั่นเอง) แล้วท�าไมถึงต้องท�าอะไรให้มันยุ่งยาก? ก็เพราะถ้าเราตั้งค่า SAG ที่ถูกต้องจะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมรถ ไม่ว่าจะเป็นความนุ่ม สบายเมื่อต้องกระแทกหลุม หรือความสามารถในการยึดเกาะถนนของ รถเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็ว For Ride Magazine March 2013 49


วิธเี ซ็ต Riding Sag ของ Bazooka 1.0 1. น�าสายรัดสายไฟ (เคเบิ้ล ไทท์) ขนาดเล็กก�าลังดีมารัดรอบ แกนโช้ค (ห้ามรัดแน่นเกินไป) 2. ตัดปลายสายให้สั้นพอดีไม่เกะกะ จากนั้นรูดขึ้นให้สุด 3. ให้คนขี่ขึ้นนั่งบนรถโดยยกเท้าทั้ง 2 ข้างขึ้นวางบนพักเท้าโดย มีคนจับท้ายรถ 1 คน (หรือเอามือยันก�าแพงก็ได้ถ้าไม่มีผู้ช่วย) 4. ลงจากรถแล้วเช็คดูว่าต�าแหน่งของสายรัดรูดลงไปแค่ไหน 5. วิธีค�านวณ SAG ง่ายๆ คือ ถ้าโช้คมีช่วงยุบทั้งหมด 100 มม. ระยะ SAG ที่ถูกต้องอยู่ที่ 15-20% ของโช้ค นั่นก็คือเรา ต้องเซ็ตให้โช้คยุบลงมาได้แค่ 15-20 มม. เมื่อผู้ขี่ขึ้นนั่ง 6. วิธีปรับค่าสปริงให้แข็งชึ้นหรืออ่อนลงท�าได้ด้วยการเติมลม เข้าไปหรือปล่อยลมออก (ควรหมุนหัวเติมลมให้แน่นก่อนเติม) 7. กรณีที่ไม่ได้ขี่สมบุกสมบันมากคุณสามารถปรับเพิ่ม SAG ให้ เป็น 25-30% เพื่อความนุ่มสบาย

วิธป ี รับ Rebound ของ Bazooka 1.0 1. รีบาวด์ของ Bazooka 1.0 สามารถปรับได้ทั้งหมด 24 ระดับ ด้วยกัน เพราะฉะนั้นค่ากลางของมันคือ 12 คลิก 2. ไม่ว่าจะหมุนจนค่ารีบาวด์เละเทะแค่ไหน...ขอให้หมุนไปจนสุดด้าน ใดด้านหนึ่งแล้วหมุนกลับมา 12 คลิก เท่านี้ก็จะได้ค่าสแตนดาร์ด กลับคืนมา 3. หมุนทวนเข็มนาฬิกาจนสุดท�าให้รีบาวด์เร็วที่สุด 4. หมุนตามเข็มนาฬิกาจนสุดจะได้รีบาวด์ช้าสุด 5. ไม่มีกฎตายตัวส�าหรับการปรับตั้งโช้ค ที่ส�าคัญที่สุดก็คือ “คุณชอบแบบไหน”

50 For Ride Magazine March 2013


Gears Hunter

Unbeatable Comfy – Predictable Victory หมดเวลาภาคทฤษฎีได้เวลาภาคสนาม...หลัง จากเซ็ต Riding SAG ได้ที่ (SAG ของผมอยู่ ที่ 25 PSI = 25% นุ่มก�าลังดี รีบาวด์ปรับให้ นุ่มจากค่ากลางอีก 6 คลิก = -6) ส�าหรับพื้น ถนนเรียบๆ หรือท้องถนนทั่วไป...เมื่อได้นั่งอยู่บน Bazooka 1.0 เราแทบไม่รู้สึกสะเทือนแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเจอกับฝาท่อหรือหรือรอยปุปะบนถนน Bazooka 1.0 ก็พาเราผ่านไปได้อย่างสบาย (ความเร็วมาตรฐานที่ใช้อยู่ที่ 70-90 กม./ ชม.) ใครที่เคยวิ่งเส้นศรีนครินทร์คงรู้ว่าจะต้อง เจอกับทางรถไฟและทางขรุขระที่อยู่ระหว่างการ ก่อสร้าง...แต่เราก็ไม่หวั่นพร้อมพา Bazooka 1.0 ไปทดสอบทันที ส�าหรับทางรถไฟที่เป็น อุปสรรคให้หลายคนต้องเบรก เรากลับเลี้ยง ความเร็วรถอยู่ที่ประมาณ 60 กม./ชม. แล้ว “รูด” ไปเฉยๆ ผลลัพธ์คือ “นุ่มจนแทบไม่รู้สึก” จากเดิมที่โช้คธรรมดาจะออกอาการดีดจากนั้น

ก็ตามด้วยอาการย้วยแล้วก็ส่าย แต่ Bazooka 1.0 กลับไม่สะทกสะท้านหรือออกอาการงอแง ให้เห็น ขยับเลเวลความโหดของถนนขึ้นมาอีกเป็น “คอสะพานมฤตยู” ส�าหรับคนธรรมดาทั่วไป เมื่อเจอกับคอสะพานเราก็มักจะก�าเบรกแล้วค่อยๆ ท�าใจขี่ข้ามมันไป...แต่ส�าหรับ FRM และ Bazooka 1.0 เราไม่รอช้าเติมคันเร่งแล้ว “บิน” ข้ามไป เลย จังหวะกระโดดที่ความเร็ว 60 กม./ชม. โช้ค หลังพยายามดูดซับแรงดีดไว้แล้วคืนออกไปให้ช้า ที่สุดเพื่อให้ท้ายรถดีดน้อยที่สุด จากนั้นจังหวะ ลงกระแทกพื้น...โช้คหน้ายุบขึ้นไปจนเกือบสุด ส่วนโช้คหลังรับแรงกระแทกจนเกือบหมดระยะยุบ *Bazooka 1.0 แตกต่างจากโช้คธรรมดาตรงที่ โช้คหลังที่มีค่า SAG ถูกต้องพร้อมตั้งรีบาวด์ให้ เหมาะสมกับสภาพถนนจะท�างานเต็มประสิทธิภาพ เพื่อดูดซับเอาแรงกระแทกเก็บไว้ จากนั้นปล่อย

แรงกระแทกที่เก็บไว้ออกมาอย่างช้าและมั่นคงเพื่อ ให้ท้ายรถไม่ออกอาการดีดหรือส่ายพร้อมรักษา บาลานซ์ของรถเอาไว้ ทั้งหมดก็เพื่อให้รักษาจุด ประสงค์ดั้งเดิมของโช้คนั่นก็คือ “สนับสนุนให้รถ วิ่งไปข้างหน้า” Bazooka 1.0 ถูกทดสอบทั้ง การกระโดดและการลงจอด การวิ่งผ่านพื้นขรุขระ สุดโหด การกระแทกลูกระนาดอย่างต่อเนื่อง และ การวิ่งทางไกล ระยะทางการทดสอบตั้งแต่เริ่ม ใช้งาน Bazooka 1.0 อยู่ที่ราวๆ 3,000 กม. ระยะเวลา 3 เดือนที่ได้ใช้บริการ RacingBros Bazooka 1.0 นั้นให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจจนเรา ฟันธงได้เลยว่า “นุ่ม...เหมือนนั่งอยู่บนโซฟา” เมื่อเทียบหน้าตา – ดีไซน์ – สมรรถนะและราคา แล้ว ความนุ่มสบายและความปลอดภัยที่เพิ่มเข้ามา ให้กับการขับขี่ของคุณนับว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่าครับ

FRM Say... Performance: มันท�างานได้ดีเกินหน้าตามัน นุ่มจนเหลือเชื่อ Design: โช้คสีทอง-ด�าดูเซ็กซี่อย่าบอกใคร ดีไซน์เรียบง่ายแต่ มีราคา

Material: วัสดุหลักเป็นอลูมิเนียมท�าให้น�้าหนักเบาแต่แข็งแรง แถมคลายความร้อนได้ดี (600 กรัม) Real Road: ส�าหรับการวิ่งใช้งานจริง...มันท�าให้เราอยากจะเข วี้ยงโช้คเดิมๆ ทิ้งแล้วเปลี่ยนมาใช้ RacingBros กับรถทุกคันที่มี Rough Road: แม้รถที่ขี่จะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ลุยทาง ขรุขระ...แต่ Bazooka ก็ช่วยให้เรารอดมาได้หลายครั้ง Ease of Use: ถ้าเริ่มชินก็นับว่าใช้งานง่ายนะครับ แค่เติมลม เข้าไปและคอยเช็คลมทุกๆ 2 สัปดาห์ Price: ราคา Bazooka 1.0 1 คู่อยู่ที่ราวๆ 18,000 บาท... ราคาแรงแต่มาพร้อมสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม Benefit: ข้อดี คือ เบา – ทน – แกนโช้คใหญ่กว่าโช้คทั่วไป 10 เท่าและที่ส�าคัญคือ “แตกต่าง” Final Score: ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 เราคงให้ซัก 20 เพราะมันดี เว่อร์จริงๆ (ต้องลอง!) : ขอบคุณโช้คจาก RacingBros และความช่วยเหลือในการติดตั้งจากคุณเจี๊ยบ K-Sport และร้าน Likitoshop ครับ ส�าหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโช้ค RacingBros สามารถติดต่อได้ที่ 081-914-7303 หรือ 089-513-1850 For Ride Magazine March 2013 51


G ear Hunter

คอลัมน์นี้ไม่ใช่การรีวิวสินค้าให้ ร�าคาญสายตานะครับ แต่เป็นการพา ทุกท่านไปรู้จักกับ “รองเท้าปั๊มลม” TCX R-S2 รองเท้าแข่งรุ่นล่าสุด จาก TCX แบรนด์ผู้ผลิตรองเท้าขับขี่ มอเตอร์ไซค์จากอิตาลี่ แล้วโมเดล R-S2 นี่แหละที่เข้าตาเราแบบจังๆ เพราะเทคโนโลยี Precision Fit ที่ใส่เข้ามาช่วยเพิ่มความ กระชับป้องกันบูทหลุดจากเท้าในกรณี ฉุกเฉินและมันยังช่วยดูดซับแรงกระแทกอีก ชั้น...ชักอยากรู้แล้วสิว่ามันท�างานยังไง?

TCX R-S2 Racing Boots ที่ฟิตได้ดั่งใจสั่ง จุดเด่นของ TCX R-S2

Torsion Control System (T.C.S) Carbon Tech

แม้ไม่ใช่ไฮไลท์ของ R-S2 แต่ก็เป็นหัวใจหลักของ แบรนด์ TCX เพราะเค้าเน้นที่การปกป้องข้อเท้า ตัว T.C.S Carbon Tech นอกจากนะช่วยบังคับให้ข้อเท้า ขยับไปหน้าและหลังได้ในมุมที่จ�ากัดแล้ว มันยังมีหน้าที่ ป้องกันการหักเกินองศาของ���้อเท้าอีกด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ คุณจะขยับข้อเท้าไปมาได้ในท่าเดินและวางเท้าในท่า ขี่มอเตอร์ไซค์เท่านั้น กรณีรถล้ม T.C.S จะพยายาม อย่างสุดชีวิตที่จะป้องกันไม่ให้ข้อเท้าพลิกหรือหัก มัน เจ๋งกว่ารุ่นอื่นก็ตรงที่ตัววัสดุท�าจากคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ช่วยให้น�้าหนักเบาและรองรับการกระแทกได้มากกว่า พลาสติก ที่ส�าคัญคือ “เนื้อน่อง” คุณจะปลอดภัย จากการกระแทกแน่นอนเนื่องจากตัวการ์ดยาวขึ้นมาจน รองรับและป้องกันการบาดเจ็บส�าหรับเนื้อที่อ่อนนุ่ม อย่างน่องของเรา 52 For Ride Magazine March 2013


Precise Air Fit System (P.A.F.S) เลือกรองเท้าได้ถูกไซส์เป๊ะๆ ก็ใช่ว่าจะใส่สบายหรือใส่พอดี เพราะ วีรกรรมวัยเด็กที่ต่างกันจึงท�าให้รูปทรงเท้าแต่ละคนต่างกัน อย่างเช่น การ เตะบอลมากเกินไป การโดดเรียนมากเกินไป การวิ่งไล่ตีกับชาวบ้านมากเกิน ไป (เตะหมาไม่เกี่ยว) และผู้ผลิต TCX ก็เข้าใจปัจจัยเหล่านี้จึงสร้างระบบ “ปั๊มลม” ใส่ไว้ใน TCX R-S2 วิธีใช้ก็ง่ายมากเพียงแค่สวมรองเท้าเข้าไป จากนั้นก็กดปุ่มปั๊มลมเข้าไปจนพอใจ ถ้าเผลอกดมากเกินไปหรือเพื่อนมา ช่วยกดแกล้งก็สามารถปล่อยลมออกด้วยปุ่มระบายลม เมื่อต้องการถอด ก็แค่ปล่อยลมออกให้หมดก็เป็นอันใช้ได้ เรามาดูเจ้าถุงลมด้านในให้ชัดๆ กัน ดีกว่า...มันท�ามาจากโพลียูรีเทนชนิดที่ป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไม่ท�าให้แพ้ ถุงลมถูกแบ่งเป็นช่องยิบย่อยซึ่งมีความหนาต่างกันโดยขึ้นอยู่กับมุมองศา ของเท้าเรา ผลพลอยได้นอกจากความฟิตก็คือ “กันกระแทก” ถุงลมจะ ช่วยรับแรงกระแทกจากด้านหน้าขาได้อีกชั้นก่อนที่แรงนั้นจะกระทบที่ขาของ เรา และที่ส�าคัญก็คือรับรองว่า “บูท” ไม่มีหลุดจากเท้าแน่ๆ

Metatarsal Control System (M.S.C) Metatarsal (เม-ทา-ทาร์-ซั่ล) แปลว่ากระดูกฝ่าเท้า M.C.S คือการ ออกแบบเพื่อปกป้องกระดูกฝ่าเท้าและข้อต่อนิ้วเท้าโดยเฉพาะ แล้วมันจะช่วยเราได้ ยังไง?...มันถูกออกแบบให้สามารถขยับปลายเท้าเมื่อสวมรองเท้าได้ในระดับหนึ่ง เท่านั้น โดยจะหยุดการเคลื่อนที่ในกรณีที่ล้มหรือเกิดอุบัติเหตุแล้ว ปลายเท้าและ ฝ่าเท้าจะได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดเพราะมันถูก “บล็อค” ไว้ให้เคลื่อนไหวในท่าทาง ที่จ�ากัดเท่านั้น ในขณะเดียวกันผู้สวมใส่ก็ยังสามารถเคลื่อนไหวเท้าได้อย่างอิสระ ระหว่างการขับขี่ ด้านข้างเท้าต�าแหน่งเดียวกับ Slider (เซ็นเซอร์ปลายเท้านั่น แหละ) จะมีการ์ดที่ท�าจากโพลียูรีเทนคอยป้องกันการล้มทุกรูปแบบอยู่อีกชั้น ช่วยให้มั่นใจได้ตลอดการเดินทาง ราคาในประเทศไทยอยู่ที่ 12,900 บาทครับ...ว่าแต่ดูล�้ายุคน่าสนใจซะขนาด นี้แล้วจะไปหาลองได้ที่ไหนล่ะ?...ที่นี่เลยครับร้าน Panda Rider เค้าเป็นตัวแทน จ�าหน่ายอย่างเป็นทางการแถมมี TCX R-S2 ตัวจริงเสียงจริงฟิตจริงให้ลอง ด้วยครับ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม 02-940-4477, 02-940-4779 หรือ 08-7590-4244 หรือ www.pandarider.com ครับ For Ride Magazine March 2013 53


Cool Gadgets > มำแล้ว!! ตัวจริงตัวแข่งตัวแรง HJC RPHA 10 ของ Lorenzo และ Spies หลังจากเปลี่ยนค่ายจาก X-lite มาอยู่กับ HJC กับการแข่งขันฤดูกาลใหม่ 2013 ที่ ก�าลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ล่าสุดทั้ง เบ็น สปีส์ และ ฮอร์เฮ่ ลอเรนโซ่ ออกมา เปิดตัวหมวกใหม่ที่จะใส่ในปีนี้ให้ทุกคนได้เห็นกันจากรอบซ้อมในสนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย นอกจากจะถูกออกแบบลวดลายใหม่ตามสไตล์ของนักแข่งทั้ง 2 คนแล้ว ตัวหมวกเองก็ถูก ออกแบบมาใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การเลือกวัสดุและการสานเรียงเส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ ในส่วน รายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีในหมวกเราจะมาอัพเดทเจาะลึกกันอีกทีครับ

> ไวน์พิเศษส�ำหรับดินเนอร์เหงำๆ กับเบอร์เกอร์เพื่อนซี้ ส่วนมากเวลาคู่รักไปดินเนอร์มักจะต้องมีไวน์ที่แต่ ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงชื่นชอน...แต่ในกรณีไม่มีคู่ละ? คง ไม่มีที่ไหนดินเนอร์แบบเหงาๆ ได้ดีไปกว่าที่บ้านคุณเอง แล้ว ยิ่งถ้ามื้อเย็นของคุณเป็นดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์ล่ะ? โชคดีที่ Rootstock Cellars’ Cheeseburger Red Wine เค้าผลิต ไวน์ออกมาให้คนโสดที่ต้องการจะมีไวน์รสเด็ดพิเศษเฉพาะ ส�าหรับดื่มหลังปาดเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่อยู่พอดี...เอาน่ะอย่าง น้อยก็ยังมีคนใส่ใจและอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณยามเหงา ค่าตัว ของเจ้าองุ่นหมักขวดนี้อยู่ที่ 12.99$ (388 บาท)

> ปีนี้ยิ้มกี่ครั้ง?

ลองถำม Emotion Calendar ดู

> ไม่ต้องลำก...กำงแล้วซิ่งได้เลย Micro Luggage Scootcase คุณเบื่อมั้ยกับการลากกระเป๋าไปท�างาน ลาก ขึ้นเครื่องบิน ลากไปลากมาแต่คนกลับต้องเดินให้ เมื่อยขา...ต่อไปนี้ไม่ต้องแล้วเมื่อใช้ Micro Luggage Scootcase กระเป๋าทรงกระดองท�าจากพลาสติกแข็ง ที่ติดตั้งอยู่กับสกู๊ตเตอร์แบบไถ มันยิ่งดูน่าเชื่อถือมาก ขึ้นเมื่อผู้ผลิตสกู๊ตเตอร์เท้าถีบ Micro กับผู้ผลิต กระเป๋าชื่อดังอย่าง Samsonite ใช้เวลาร่วมกัน 3 ปี พัฒนาเจ้ากระเป๋าซิ่งที่ว่ามา แต่แนะน�าว่าดูป้ายเตือนตาม สถานที่ต่างๆ ให้ดีก่อนนะว่าเค้าให้ไถสกู๊ตเตอร์เล่นได้รึ เปล่า สนนราคา 390$ นับว่าไม่เบาเลยส�าหรับกระเป๋า ขาซิ่ง (11,637 บาท)

เคยนั่งคิดมั้ยครับว่าแต่ละปีที่ผ่านไป นั้นเรายิ้มกี่วันต่อปี ไม่สิต้องเรียกว่าคุณ อารมณ์ดีปีละกี่ครั้ง ? โมโหปีละกี่ครั้ง ? งานนี้มีวิธีดูง่ายๆ ด้วย Emotion Calendar ด้วยปฏิทินตัวนี้คุณจะไม่สามารถดูวัน หยุดหรือวันส�าคัญได้....แถมเราต้องเป็นคน เติมเต็มมันด้วยการวาดรูปหน้าของเราใน แต่ละวัน โมโหก็ใส่หน้าบึ้ง อารมณ์ดีก็ใส่หน้า ยิ้ม...คราวนี้พอสิ้นปีก็มาดูกันว่าปีหน้าเรา ควรแก้ไขอะไรกับตัวเองบ้าง...เจ๋งดีใช่มั้ยล่ะ แถมราคาก็ไม่แพงแค่ 14$ (417 บาท)

> 19 ปุม่ สุดสยิว๋ Reebok จะพำไปวิง่ บนดวงจันทร์? เป็นข่าวในโลกไซเบอร์กันอยู่พักใหญ่กับรองเท้าวิ่งหน้าตาประหลาดจาก Reebok ที่มีปุ่มขนาดใหญ่คล้าย หนวดปลาหมึกมากถึง 19 ปุ่มยื่นออกมาจากด้านใต้ของรองเท้าโดยให้ชื่อรุ่นว่า ATV 19+ ค�าตอบของ เหตุผลที่รองเท้าหน้าตาหลุดโลกแบบนี้ก็เพราะ “เอาไว้เพิ่มการยึดเกาะพื้นผิวที่ไม่เรียบ” ดูเหมือนมันจะถูก ออกแบบมาไว้ให้วิ่งขึ้นลงเขาและหน้าผาอย่างสนุกสนาน แต่ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่มันก็ออกวางจ�าหน่ายแล้ว ในราคาคู่ละ 140$ (4,180 บาท) 54 For Ride Magazine March 2013



FRM issue 5 (March 2013)