Issuu on Google+


You can design and create, and build the most wonderful place in the world. But it takes people to make the dream a reality.

คุณอาจออกแบบ สร้างสรรค์ หรือปลูกสร้าง สถานที่น่าอัศจรรย์ที่สุดในโลกได้ แต่สิ่งที่จะทำ�ให้ฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมาก็คือคน Walt Disney

ผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักรแห่งจินตนาการ วอลต์ ดิสนีย์


CONTENTS สารบัญ

6 7

8

The Subject London Eye

Cover Story

12

Insight

20

Creative Entrepreneur

22

The Creative

28

Creative Will

34

New Meaning, Old Place ที่เกา ความหมายใหม

The Object

Singapore Biennale 2013: If the World Changed

Creative Resource

Featured Book/ Book/ Film/ Book

Rising Space: พื้นที่ขายตรงประสบการณ

HUBBA: Coworking Space for New Community

10 11

Matter

Materials in Conversation

Classic Item

Tokyo 1964: The Empire of the Sun Strikes Back ปฐมา หรุน รักวิทย: Everybody Deserves the Chance to a Better Life

The Pleasant Potholes

บรรณาธิการอำนวยการ l อภิสทิ ธิ์ ไลสตั รูไกล ทีป่ รึกษา l ชมพูนทุ วีรกิตติ, พิชติ วีรงั คบุตร, วราภรณ วศินสังวร, จรินทรทพิ ย ลียะวณิช บรรณาธิการบริหาร l ศุภมาศ พะหุโล ผูชวยบรรณาธิการ l พัชรินทร พัฒนาบุญไพบูลย กองบรรณาธิการ l ศิริอร หริ่มปราณี, มนฑิณี ยงวิกุล, เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร, กริยา บิลยะลา, ปยวรรณ กลิ่นศรีสุข, ศุภาศัย วงศกุลพิศาล, นันทนรี พานิชกุล เลขากองบรรณาธิการ l กมลกานต โกศลกาญจน บรรณาธิการศิลปกรรม l พจน องคทวีเกียรติ, พัชราภรณ เตชะเลิศไพศาล, ภาธิดา นาคทอง สมาชิกสัมพันธ l ปยะพร สวัสดิ์สิงห ประสานงานกองบรรณาธิการ l ณัฏฐนิช ตัณมานะศิริ จัดทำโดย l ศูนยสรางสรรคงานออกแบบ (TCDC) ชั้น 24 อาคารเอ็มโพเรียมทาวเวอร 622 สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 โทร. 02 664 7667 แฟกซ. 02 664 7670 ติดตอลงโฆษณาไดที่ creativethailand@tcdc.or.th พิมพที่ l บริษัท เฟรส ออฟเซต จำกัด โทร. 02 191 7125 แฟกซ. 02 191 7129 จำนวน 50,000 เลม นิตยสารฉบับนี้ใชหมึกพิมพจากน้ำมันถั่วเหลืองที่ไมเปนอันตรายตอสุขภาพ ทั้งยังเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม และใชกระดาษรีไซเคิล ซึ่งเปนผลผลิตของผูประกอบการไทย จัดทำภายใตโครงการ “Creative Thailand สรางเศรษฐกิจไทยดวยความคิดสรางสรรค” โดยศูนยสรางสรรคงานออกแบบ สำนักงานบริหารและพัฒนาองคความรู (องคการมหาชน) ซึ่งมีเปาหมาย ในการเผยแพรความรูเกี่ยวกับเศรษฐกิจสรางสรรค (Creative Economy) และผลักดันการใชความคิดสรางสรรค ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

อนุญาตใหใชไดตามสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส แสดงที่มา-ไมใชเพื่อการคา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย

ผูออกแบบปก l ปตุพงษ เชาวกุล ผูก อ ตัง้ Supermachine Studio สำนักงานสถาปนิกทีใ่ ช งานออกแบบวิพากษวจิ ารณสงั คมโดยมีความสนุกเปนพืน้ ฐาน ผลงาน: http://supermachine.wordpress.com และ facebook/supermachine-studio


EDITOR'S NOTE บทบรรณาธิการ

Empowering City... Empowering People ปี 2004 ริชาร์ด เรย์โนลด์ส (Richard Reynolds) นักโฆษณาหนุ่มชาวลอนดอนเกิดแนวคิดที่จะปฏิวัติพื้นที่รกร้าง ทรุดโทรม ตามฟุตบาทของ เมืองที่เขาเติบโต ในคืนหนึ่ง เขาจึงขับรถพร้อมกับบรรทุกต้นกุหลาบเลนเทนโรส (lenten rose) หญ้า และเครื่องมือเพาะชำ� ออกไปลงมือทำ� สวนหย่อมเล็กๆ ที่ข้างถนน และในคืนต่อๆ มา เขาก็ยังคงปฏิบัติการลักลอบปลูกต้นไม้ในพื้นดินว่างเปล่าต่อไป เพื่อหวังให้ชาวเมืองหันมา สนใจและไม่เพิกเฉยต่อการสร้างทัศนียภาพที่ดีให้แก่เมืองแม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ ก็ตาม แนวคิดการรณรงค์แบบหมิ่นเหม่กฎหมายนี้ กลายเป็น ปฏิกริ ยิ าลูกโซ่ของบทสนทนาระหว่างชาวลอนดอน และได้รบั การขานรับจากคนรุน่ ใหม่จ�ำ นวนมากขึน้ เรือ่ ยๆ กระทัง่ พิพธิ ภัณฑ์ประวัตศิ าสตร์ การทำ�สวน (Museum of Garden History) ในลอนดอน เรียกแนวคิดนี้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อพื้นที่สาธารณะและเป็นการนำ� ฤดูกาลที่จับต้องได้กลับเข้ามาสู่เมือง ทุกวันนี้ ริชาร์ดและกลุ่มนักเคลื่อนไหวยังคงตระเวนทำ�กิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องผ่านเว็บไซต์ guerrillagardening.org และขยายแนวคิดไปสร้างเครือข่ายกิจกรรมในอีก 30 ประเทศทั่วโลก แนวคิดการพัฒนาเมืองให้มชี วี ติ รองรับและมีปฏิสมั พันธ์กบั ผูค้ นนัน้ ดำ�เนินไปในหลายมิติ หลากวัตถุประสงค์ ตัง้ แต่ระดับการวางนโยบาย แห่งชาติจนถึงการลงมือทำ�ในระดับชุมชน เครื่องมือที่ใช้ในการแปรไปสู่กระบวนการที่ทำ�ให้พื้นที่เมืองมีโฉมหน้าใหม่ๆ ก็แตกต่างกันออกไป ขึ้นกับมุมมองและผลลัพธ์ การเกิดใหม่ของพื้นที่เมืองทั่วโลกจึงมีรูปแบบที่น่าสนใจ และแสดงให้เห็นพลังงานด้านบวกของผู้คนอย่างเต็มที่ เช่นการที่ลอสแอนเจลิสได้ผลักดันแคมเปญ The City of Possibilities ภายใต้ Downtown Project - Revitalizing Las Vegas เพื่อรับมือกับ ภาวะเศรษฐกิจซบเซา หลังดาวน์ทาวน์ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าแก่กว่าร้อยปีถูกมองข้ามจากการที่นักท่องเที่ยวมักจะตกดิ่งไปในฝั่งเดอะสตริป (The Strip) เพื่อรื่นรมย์กับคาสิโนและโชว์ตระการตา แคมเปญนี้จึงต้องการปลุกชีวิตให้กับย่านดาวน์ทาวน์อีกครั้ง โดยการลงทุนเริ่มต้นกว่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำ�หรับการปรับภูมิทัศน์ การเป็นแหล่งเงินทุนเริ่มต้นธุรกิจให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่ การให้สิทธิประโยชน์ทาง ภาษี และการจัดกิจกรรมด้านศิลปะและดนตรี ด้วยความหวังว่า ย่านดาวน์ทาวน์จะกลับมาคึกคัก มีชีวิตชีวา ด้วยผู้คนหน้าใหม่ที่กลับเข้ามา อยู่อาศัย รวมถึงจะมีรายได้ใหม่และชีวิตใหม่จากแคมเปญนี้ ปัจจุบัน เมืองชั้นนำ�ในโลกต่างให้คุณค่ากับการสร้างสรรค์พื้นที่ในเมืองอย่างเต็มที่ แต่การให้ความหมายเพื่อคืนชีวิตและหน้าที่ให้กับ พื้นที่ของเมืองจะยิ่งถูกพิจารณาไตร่ตรองอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพราะแรงกดดันจากจำ�นวนประชากรที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับพื้นที่ของเมืองที่มี เท่าเดิมและมีแนวโน้มจะลดลง อีกทั้งยังมีเงื่อนไขอีกมากมาย ทั้งจากพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ที่ต้องการงานอนุรักษ์และเก็บคุณค่าทาง ประวัตศิ าสตร์ไว้ดว้ ยเทคโนโลยีวศิ วกรรมทีล่ าํ้ เลิศ การลงทุนก่อสร้างและปรับปรุงพืน้ ทีร่ กร้างให้กลับรุง่ โรจน์ พร้อมทัง้ การเร่งสรรหาพืน้ ทีใ่ หม่ ขึ้นมาเป็นตัวเร่งเร้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์ แต่สิ่งสำ�คัญที่จะต้องไหลเวียนและหล่อเลี้ยงพื้นที่เหล่านั้นให้งอกเงย ก็คือกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมที่สอดคล้องไปกับพื้นที่ ดังนั้น ทักษะของผู้คนจะต้องถูกลับคมและนำ�กลับมาใช้เพื่อตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลง ความรู้และความคิดจะต้องถูกท้าทายเพื่อหาทางออกให้ กับคุณภาพชีวติ ทีด่ ยี งิ่ ขึน้ ไป เพราะไม่วา่ จะเป็นแนวคิดการพัฒนาทีด่ เี ลิศเพียงใด หรือการเกิดใหม่ของเมืองจะถูกปรุงแต่งอีกสักกีค่ รัง้ หากไม่ สามารถนำ�ไปสูค่ วามตืน่ ตัวและจุดประกายความหวังในการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กบั ผูค้ นแล้ว สิง่ ทีเ่ รียกว่าการพัฒนานัน้ ก็จะเป็นเพียงความ แห้งแล้งภายใต้ภูมิทัศน์ที่แปลกปลอมเท่านั้นเอง อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บรรณาธิการอำ�นวยการ Apisit.L@tcdc.or.th

มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l5


flickr.com/MikeLegend

THE SUBJECT ลงมือคิด

LONDON EYE เรื่อง: ณัฏฐนิช ตัณมานะศิริ

แม้ในระหว่างการก่อสร้าง “มิลเลนเนียม เฟอร์ริส วีล (Millennium Ferris Wheel)” หรือ “ลอนดอน อาย (London Eye)” จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากชาวเมืองผู้ดีถึงความไม่เหมาะสมของชิงช้าสวรรค์รูปร่างคล้ายล้อ จักรยานสูง 135 เมตรนี้ ว่าอาจทำ�ลายทัศนียภาพเดิมของกรุงลอนดอน ทว่า หลังจากการเปิดตัวในคืนวันส่งท้ายปี 1999 ท่ามกลางการแสดงดอกไม้ไฟ ตระการตาไปได้เพียง 27 เดือน กลับมีจ�ำ นวนนักท่องเทีย่ วและชาวเมืองเข้า ใช้บริการถึง 8.5 ล้านคน และแม้เวลาผ่านไป ความปรารถนาที่จะได้ชม ทัศนียภาพสวยงามของเมืองในมุมสูง���ากริมฝั่งแม่นํ้าเทมส์ ด้วยการหมุน ไปกับลอนดอน อายที่กินเวลา 30 นาทีต่อรอบนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง จากเดิมที่ ถู ก รั ง สรรค์ขึ้นในฐานะหนึ่งในสถาปัตยกรรมชั่วคราว เพื่อเฉลิมฉลองการก้าวสู่สหัสวรรษใหม่ จึงได้มีการลงนามในข้อตกลงให้ เช่าที่ดินนาน 25 ปีเพื่อให้ลอนดอน อายกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวร ปัจจุบนั ชิงช้าสวรรค์แห่งนีจ้ งึ ยังคงเปิดประสบการณ์การชมเมืองแบบ 360 ํ ด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมพิเศษบนความสูงทีส่ ามารถ มองเห็นได้ไกลถึงพระราชวังวินเซอร์ซง่ึ อยูห่ า่ งออกไป 32 กิโลเมตรในวันที่ ฟ้าใส และครองตำ�แหน่งสถานทีท่ อ่ งเทีย่ วทีเ่ ก็บค่าเข้าชมทีไ่ ด้รบั ความนิยม มากทีส่ ดุ ในสหราชอาณาจักร โดยมีผใู้ ช้บริการ 3.5 ล้านคนต่อปี หรือ 10,000 คนต่อวัน ลอนดอน อายยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดชิงช้าสวรรค์ ขนาดมหึมาในหลายประเทศอย่างสตาร์ ออฟ หนานชาง (Star of Nanchang) ของสาธารณรัฐประชาชนจีนทีม่ คี วามสูง 160 เมตร ในปี 2006 และสิงคโปร์ ฟลายเยอร์ (Singapore Flyer) ที่สูงถึง 165 เมตร ในปี 2008

6l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

การเกิดขึ้นของลอนดอน อาย พร้อมกับการปรับเปลี่ยนและเกิดใหม่ ของสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในเขตเซาธ์แบงก์ (South Bank) อย่างเทต โมเดิร์น (Tate Modern) ที่เปิดตัวในปีเดียวกัน โดยดัดแปลงโรงไฟฟ้าเก่า ให้กลายเป็นพิพธิ ภัณฑ์ศลิ ปะสมัยใหม่ทมี่ ีผเู้ ข้าชมมากทีส่ ดุ ในโลกกว่า 4.7 ล้านคนต่อปี หรือโรงละครเชคสเปียร์ (Shakespeare's Globe Theatre) ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในปี 1997 ตามต้นแบบโรงละครเดิมที่เป็นของคณะละคร ของเชคสเปียร์ ล้วนแต่สร้างแรงดึงดูดให้เกิดธุรกิจใหม่และการจ้างงาน หลายร้อยอัตรา โดยผลสำ�รวจพบว่านักท่องเที่ยวร้อยละ 60 ตอบว่า ลอนดอน อาย เป็นเหตุผลหลักที่ทำ�ให้เดินทางมาเซาธ์แบงก์ ขณะที่ ร้อยละ 37 ตอบว่าลอนดอน อายเป็นจุดหมายทีท่ �ำ ให้เดินทางมาลอนดอน นอกจากนีย้ งั มีการประมาณการณ์วา่ ร้อยละ 1.5 ของเม็ดเงินจากอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวในลอนดอนนั้นมาจากลอนดอน อาย ความสำ�เร็จของลอนดอน อาย จึงไม่ใช่เพียงการเป็นหนึง่ ในสัญลักษณ์ ของการก้าวเข้าสูส่ หัสวรรษใหม่ หรือความพิเศษทางสถาปัตยกรรมในฐานะ ชิงช้าสวรรค์บนโครงเหล็กคํ้าข้างเดียวที่สูงที่สุดในโลก หากยังรวมถึงการ เป็นดวงตาที่ดึงดูดให้เกิดความหมายใหม่และขับเน้นความหมายเก่า ของพืน้ ทีใ่ นเขตเซาธ์แบงก์ ซึง่ เป็นศูนย์กลางศิลปะและความบันเทิงทีม่ ที ง้ั โรงละคร ศิลปะ พิพิธภัณฑ์ โรงภาพยนตร์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย ที่มา: เอกสารประกอบการชม London Eye จาก londoneye.com วิกิพีเดีย, bbc.co.uk, timeless-london-attractions.com


Joo Choon Lin, Your Eyes Are Stupid, 2013, SAMAT 8Q

THE OBJECT คิดแล้วทำ�

ไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาว สำ�หรับความจริงจังของรัฐบาลสิงคโปร์ในการผลักดัน และขับเคลื่อนประเทศด้วยหลากหลายนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทุกๆ ด้านให้กับชาวสิงคโปร์และประชากรเป้าหมายที่รัฐพยายามดึงดูดให้มาเป็น ทรัพยากรมนุษย์ เพือ่ ขับเคลือ่ นประเทศเล็กๆ ทีม่ กี �ำ ลังทางเศรษฐกิจแข็งแกร่ง กว่าจำ�นวนพืน้ ทีไ่ ปมากหลายเท่าตัว ทัง้ การสร้างพืน้ ทีใ่ หม่เพือ่ รองรับความเจริญ เติบโตที่รวดเร็ว และการปรับใช้พื้นที่เก่าให้กลมกลืนกับชีวิตความเป็นอยู่ใน ปัจจุบนั ให้มากทีส่ ดุ อย่างการเปลีย่ นสถานทีร่ าชการ โรงพยาบาล สถานรับเลีย้ ง เด็กกำ�พร้า หรือแม้แต่โบสถ์เก่า ให้กลายเป็นพิพธิ ภัณฑ์ หอศิลป์ หรือร้านอาหาร ซึ่ ง ถื อ เป็ น ส่ ว นสำ � คั ญ ที่ ทำ � ให้ สิ ง คโปร์ ไ ด้ รั บ เลื อ กให้ เ ป็ น หนึ่ ง ในประเทศ จุดหมายปลายทางในจำ�นวน 46 จุดเดินทางทัว่ โลกทีต่ อ้ งไปในปี 2013 จากการ จัดอันดับโดยเว็บไซต์ nytimes.com รวมถึงการได้รบั เลือกให้เป็นสถานทีจ่ ดั งาน MAISON&OBJET ASIA 2014 ในเดือนมีนาคมนี้ เพือ่ ส่งออกแรงบันดาลใจ และดีไซน์แบบฝรั่งเศสในภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรก และทั้งหมดนี้ก็ยิ่งทำ�ให้ การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน “สิงคโปร์ เบียนนาเล่ 2013” ดูมนี า้ํ หนักแข็งแรงขึน้ กว่าครัง้ ไหนๆ เมือ่ คิดว่าประเทศทีร่ า่ํ รวยทีส่ ดุ แห่งหนึง่ ในโลกกำ�ลังให้ความสำ�คัญ อย่างเอาจริงเอาจังเพื่อผลักดันให้มีพื้นที่ทางศิลปะเกิดขึน้ บริเวณใจกลางเมือง อย่างแท้จริง และที่สำ�คัญคือเพื่อแสดง “จุดยืนใหม่” ที่ว่านี้ให้ชาวโลกได้ร่วม ประจักษ์ไปพร้อมๆ กัน สิงคโปร์ เบียนนาเล่ 2013 จัดขึน้ เป็นครัง้ ที่ 4 โดยพิพธิ ภัณฑ์ศลิ ปะสิงคโปร์ คณะกรรมการมรดกแห่งชาติสิงคโปร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวง วัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชน และสภาศิลปะแห่งชาติสิงคโปร์ ยังคงเป็น ไปอย่างยิง่ ใหญ่ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วนทีเ่ กีย่ วข้อง โดยได้รวบรวม งานศิลปะของ 82 ศิลปินจากทัง้ ในและนอกภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพือ่ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ทโ่ี ดดเด่น พร้อมเผยแพร่อทิ ธิพลด้านศิลปะผ่านการสร้างสรรค์ นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยทั้งงานจิตรกรรม ศิลปะวีดิทัศน์ ประติมากรรม และงานศิลปะจัดวางภายใต้ชื่อ “If the World Changed” ซึ่งนำ�เสนอข้อคิด ในมุมของศิลปะร่วมสมัยต่อโลกที่กำ�ลังเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ ในพิพิธภัณฑ์

ต่างๆ ทั่วย่านบราส บาซาห์ในเขตบูกิส ย่านวัฒนธรรมใจกลางเขตชุมชนของ สิงคโปร์ เช่น National Museum of Singapore, The Peranakan Museum, Singapore Art Museum ตลอดจนสถานทีก่ ลางแจ้งต่างๆ อาทิ Fort Canning Park, Our Museum @ Taman Jurong, National Library Building และ Waterloo Centre เป็นต้น การผลักดันภาพลักษณ์ใหม่ที่ใส่ใจงานศิลป์ของสิงคโปร์ในครั้งนี้ จึงช่วย สร้างแรงสนับสนุนเชิงบวกให้กบั ประเทศได้อย่างมากโดยเฉพาะด้านการท่องเทีย่ ว เช่นเดียวกับที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสิงคโปร์เคยผลักดันนโยบายเมืองสีเขียว จนได้รบั การจัดอันดับให้เป็น “เมืองสีเขียวอันดับหนึง่ ” ในภูมภิ าคเอเชียในปี 2011 โดยนิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ และบริษัทซีเมนส์ ด้วยการเปิดตัวการ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) รวมถึงการปรับปรุงสวนนํา้ ขนาดยักษ์อย่าง มารีน ไลฟ์ พาร์ก (Marine Life Park) ให้เป็นโอเชียนนาเรียมที่ใหญ่ที่สุด ในโลกมาแล้ว สิงคโปร์ เบียนนาเล่ ทีเ่ ริม่ จัดขึน้ เป็นครัง้ แรกเมือ่ ปี 2006 จึงไม่ได้เป็นเพียง เวทีขนาดใหญ่เพื่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแวดวงศิลปะร่วมสมัยระดับ นานาชาติของสิงคโปร์เท่านั้น แต่ยงั จะเป็นงานทีป่ กั ธงให้ประเทศก้าวขึน้ มาเป็น พื้นที่ใหม่ที่ยืนอยู่ท่ามกลางบริบทของวงการศิลปะโลกได้อย่างสง่างาม ไม่นับ ถึงภาพลักษณ์ที่เป็นได้มากกว่าประเทศศูนย์กลางทางการเงินของโลก แต่ยัง อยู่ในฐานะเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งศิลปะ ความงดงามทางวัฒนธรรมและ ความเคลือ่ นไหวอันสำ�คัญทีเ่ ป็นผลจากการคิดสร้างสรรค์และสุนทรียภาพแห่ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปพร้อมๆ กัน ที่มา: บทความ “The 46 Places to Go in 2013” (11 มกราคม 2013) จาก nytimes.com maison-objet.com, singaporebiennale.org, yoursingapore.com ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงาน “สิงคโปร์ เบียนนาเล่ 2013” ได้จนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2014 ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ singaporebiennale.org มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l7


CREATIVE RESOURCE วัตถุดิบทางความคิด

เรื่อง: ศุภาศัย วงศ์กุลพิศาล และ กริยา บิลยะลา

FEATURED BOOK

Expanding Architecture Design as Activism โดย Bryan Bell and Katie Wakeford

มนุษย์คดิ ค้นสิง่ ประดิษฐ์ใหม่จากความไม่พอใจ ในสิ่งเดิมหรือจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอด จากความขัดสน ข้อบกพร่องเดิมจึงเป็นแรงผลักดัน ที่ดีในการออกแบบ สถาปัตยกรรมแนวใหม่จึง ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐานหรือ ข้อบกพร่องทีม่ อี ยูเ่ ดิม ไม่วา่ จะเป็นการขาดแคลน ทรัพยากรธรรมชาติซงึ่ คือต้นทุนในการก่อสร้าง การเข้าถึงสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่ ไม่เท่าเทียม สิทธิจากความแตกต่างระหว่างเพศ ช่องว่างระหว่างความรวยกับความจน ตลอดจน ความเสียหายที่ได้รับจากภัยธรรมชาติ การ ออกแบบสถาปัตยกรรมในปัจจุบัน จึงไม่ได้ คำ�นึงถึงแค่ความสวยงามและการใช้งานได้จริง แต่ยังก้าวลํ้าไปถึงการช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยที่ ขัดสนเฉกเช่นกิจกรรมของนักเคลื่อนไหวเพื่อ สังคม Expanding Architecture Design as Activism รวบรวมโปรเจ็กต์ประเภท Pro Bono ซึ่งมาจากภาษาละติน pro bono publico หรือ การออกแบบเพื่อตอบสนองต่อสาธารณชนและ สาธารณประโยชน์ โดยแบ่ ง หมวดหมู่ ต าม 8l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

8 ปัญหาหลัก ตั้งแต่ การแก้ไขพื้นที่เนื่องจาก ปั ญ หาสั ง คม เศรษฐกิ จ และสิ่ ง แวดล้ อ ม การออกแบบเพื่ อ การมี ส่ ว นร่ ว มของชุ ม ชน งานสถาปั ต ยกรรมที่ อ ยู่ ใ นความสนใจของ คนส่วนใหญ่ การดึงทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ มาใช้ในการออกแบบ การสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อ คนหมู่มากและที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาด้วย ระบบก่อสร้างสำ�เร็จรูป การออกแบบซึง่ เกีย่ วข้อง กับกลไกทางการตลาด รวมถึงการส่งต่อความรู้ ทางด้านสถาปัตยกรรม ตัวอย่างเช่นการออกแบบพื้นที่ให้ผู้หญิง ยาควี (Yaqui) ชนเผ่าหนึ่งในเม็กซิโกซึ่งเคยถูก ปกครองโดยสเปน เนื่องจากหลังคืนอำ�นาจการ ปกครอง คนในชนเผ่าซึ่งไม่เคยปกครองตนเอง มาก่อนนั้นขาดความเข้าใจในระบอบการออก สิทธิอ์ อกเสียงเพือ่ อยูร่ ว่ มกัน จึงมีการสร้างระบบ ทีอ่ ยูอ่ าศัยเพือ่ พึง่ พาอาศัยกันในการทำ�ให้ผหู้ ญิง ในชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ หรืออีกหนึ่ง ตัวอย่างที่เป็นการออกแบบเพิงที่อยู่อาศัยที่มี ลักษณะเบาและเคลื่อนย้ายได้เพื่อตอบโจทย์ ผู้ลี้ภัยและชนเผ่าเร่ร่อน ไปจนถึงการสร้างและ

ปรับปรุงพื้นที่เชื่อมต่อต่างๆ อย่างทางนํ้าเก่า หลังหมู่บ้าน ทางสัญจรภายในเมือง หรือศูนย์ การเรียนรู้แห่งใหม่ภายในชุมชน ฯลฯ ซึ่งการ พั ฒ นาเหล่ า นี้ ล้ ว นเกิ ด จากการสำ � รวจและ สอบถามความต้องการของคนภายในชุมชนเอง แล้วดึงแรงงานในชุมชนมาเป็นผูล้ งมือทำ� จนได้ ผลลัพธ์เป็นพื้นที่กิจกรรมใหม่เพื่อใช้สอยของ ชุมชนในที่สุด ประโยชน์ของการขยายกรอบการสร้างสรรค์ สถาปัตยกรรมจึงไม่ใช่แค่เรื่องคน พื้นที่ หรือ ภูมทิ ศั น์แต่เป็นการขยายจากจุดเล็กๆ ไปสูก่ าร แก้ปญั หาใหญ่ๆ ในสังคม โดยการใช้หลักการบน พืน้ ฐานของความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการคิด และการทำ�งานที่ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาหรือ ยกข้อสันนิษฐานจากมุมมองของดีไซเนอร์เพียง กลุม่ เดียว แต่เป็นการเรียนรูป้ ญั หาทีเ่ กิดขึน้ จริง จากคนในชุมชน ผ่านการรับรู้ แก้ไข กระทั่ง ลงมือทำ�ด้วยคนในชุมชนเอง


CREATIVE RESOURCE วัตถุดิบทางความคิด

BOOK

FILM

DOCUMENTARY

Massive Change โดย Bruce Mau, Jennifer Leonard, and the Institute without Boundaries

Taking Woodstock กำ�กับโดย Ang Lee

Urbanisation in China: Happiness is Seen Everywhere กำ�กับโดย David Lingerak

ทุกอย่างล้วนผ่านการออกแบบทัง้ สิน้ แต่ค�ำ ถาม คือการออกแบบนั้นเป็นการแก้ไขโครงสร้าง ของสิ่งที่มีอยู่เดิม หรือถูกออกแบบใหม่เพื่อ พัฒนาโลกให้ดียิ่งขึ้น และสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นนั้น ดี พ อหรื อ ยั ง ที่ จ ะส่ ง ต่ อ ให้ ค นรุ่ น หลั ง ที่ อ าศั ย อยู่บนโลก บรูซ เมา ดีไซเนอร์ชาวแคนาดา ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ บรูส เมา ดีไซน์ กล่าว ถึงการออกแบบว่า ไม่ใช่สงิ่ ทีร่ บั รูไ้ ด้ดว้ ยสายตา แต่เป็นระบบกลไกการทำ�งานของสิง่ นัน้ โดยผล ที่ ไ ด้ จากการสำ�รวจทั่วโลกพบว่าการวางการ ออกแบบเป็ น วิ สั ย ทั ศ น์ ห ลั ก ของการทำ � งาน จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางบวกของ สิ่งนั้นๆ มากขึ้น ตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลง โลกไปในทิศทางที่ดีขึ้นเหล่านี้ถูกรวบรวมอยู่ ในหัวข้อ Massive Change ผ่านบทสัมภาษณ์ การตั้งคำ�ถาม และบทสนทนาจากหลากหลาย มุมมองของนักคิดชั้นนำ� วิศวกร นักออกแบบ นักปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ สถาปนิก และ ศิลปิน ที่นำ�สิ่งใกล้ตัวและกลไกเหล่านั้นมา เปลีย่ นแปลงการใช้ชวี ติ เพราะโลกนีไ้ ม่ใช่ “โลก ของการออกแบบ” แต่เป็น “การออกแบบโลก”

ใครจะจินตนาการได้ว่าพื้นที่หลายไร่ของแม็กซ์ ยาสเกอร์ จะถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงาน มหกรรมดนตรีกลางแจ้งในตำ�นานอย่างวูด้ สต็อก ได้สำ�เร็จ เอลเลียต ไทเบอร์ หัวหน้าหอการค้า ของเมืองในขณะนัน้ เสนอให้ไมเคิล แลง มาจัด งานเทศกาลดนตรีในเมืองเบเธล รัฐนิวยอร์ก แม้จะเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ไม่มีใครคาดคิดว่า เทศกาลดนตรีซึ่งจัดขึ้น 3 วัน 3 คืนในเดือน สิงหาคม 1969 บนความไม่พร้อมและต้องแก้ ปั ญ หาหน้ า งานหลายเรื่ อ ง ผนวกกั บ สภาพ อากาศทีไ่ ม่เป็นใจ จะเรียกความสนใจของหนุม่ สาวในยุคนัน้ ได้กว่า 4.5 แสนคน ทำ�ให้รถติดเป็น ทางยาวถึงนิวยอร์ก และนิตยสารโรลลิงสโตน ถึง กับยกย่องเทศกาลนีใ้ ห้เป็นหนึง่ ใน 50 เหตุการณ์ ที่เปลี่ยนโฉมหน้าของดนตรีร็อกแอนด์โรลไป ตลอดกาล การจัดงานทีเ่ บเธลในครัง้ นัน้ ถือเป็น การนับหนึ่งในการจัดงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง นอกจากจะเปลีย่ นบรรยากาศจากเมืองทางผ่าน เล็กๆ ให้กลายเป็นเมืองที่มีธุรกิจคึกคักแล้วยัง สร้างรายได้ให้คนในเมืองในชั่วข้ามคืนอีกด้วย

หากเป้าหมายคือการพัฒนาไปสู่ความทันสมัย และยกระดับประเทศให้กลับมาเป็นมหาอำ�นาจ ของโลกอีกครั้ง การนำ�เสนอรูปโฉมเมืองอันยิ่ง ใหญ่และทันสมัยในจีนจึงเป็นอีกพันธกิจทีส่ �ำ คัญ เมืองเซีย่ งไฮ้และสิง่ ปลูกสร้างมากมาย ทัง้ เซีย่ งไฮ้ ทาวเวอร์ เซีย่ งไฮ้ เวิลด์ ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์ และจิน เหมา ทาวเวอร์ ถูกสร้างขึน้ เพือ่ สะท้อน ภาพเมืองใหม่ รัฐบาลจีนวางแผนทีจ่ ะสร้างเมือง ใหม่กว่า 400 แห่งในอีก 20 ปีขา้ งหน้า จากการ สำ�รวจประเมินว่าระหว่างปี 2010-2020 เกษตรกร มากกว่า 150 ล้านคนจะย้ายจากชนบทเข้าสูเ่ มือง ใหญ่ ด้วยคาดหวังถึงการเปลีย่ นแปลงคุณภาพ ชี วิ ต ที่ ดี ขึ้ น และความสุ ข ที่ ม ากกว่ า แม้ จ ะ เป็นการเปลี่ยนจากสภาพความเป็นอยู่เดิมไปสู่ สภาพความเป็นอยู่ที่ไม่คุ้นชิน รวมถึงรูปแบบ การใช้ชีวิตที่ต่างออกไป แต่การหยิบยื่นสิ่ง อำ�นวยความสะดวกมากมาย กลับกลายเป็นการ สร้างความพอใจให้แก่ผู้อาศัย นี่จึงเป็นอีกภาพ ทีม่ าจากการพูดคุยกับผูค้ นในหลากมิติ และเป็น การให้ค�ำ ตอบทีด่ วี า่ เมือง ความทันสมัย และจีน ยุคใหม่ จะอยูร่ ว่ มกันได้อย่างไรในพืน้ ทีเ่ ดียวกัน มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l9


MATTER วัสดุต้นคิด

Airfresh wikipedia.org

MC# 5476-01

Materials in Conservation

พลาสเตอร์สีขาวซึ่งสามารถทำ�ความ สะอาดและทำ�ให้อากาศโดยรอบบริสทุ ธิ์ ทำ�จากยิปซั่ม สามารถฉาบด้วยมือหรือ ใช้เครื่องพ่น มีสองผิวสัมผัสให้เลือกคือ ผิวขรุขระและผิวคลื่นนํ้า ผลิตโดยใช้ เทคโนโลยี Photocatalysis (ใช้สาร ไททาเนี ย มไดออกไซด์ ) ทำ � ให้ เ นื้ อ พลาสเตอร์ท�ำ ปฏิกริ ยิ ากับแสงธรรมชาติ หรือแสงสังเคราะห์ในการลดสารระเหย อินทรีย์ (VOCs) มลพิษและกลิ่นไม่พึง ประสงค์ในอากาศ และคงคุณสมบัติ โดยทีไ่ ม่ลดประสิทธิภาพเมือ่ เวลาผ่านไป สามารถใช้ได้ทั้งในการบูรณะปรับปรุง อาคารเก่ า และใช้ ภ ายในอาคารใหม่ หรือใช้ทาสีเพดาน

เรื่อง: ชมพูนุท วีรกิตติ และ ปิยวรรณ กลิ่นศรีสุข

การบูรณะจิตรกรรมฝาผนัง ณ โบสถ์ซสิ ทีนชาเปลแห่งนครรัฐวาติกนั อันเป็นผลงานชิน้ เอกของมิเกลันเจโล นับเป็น โครงการบูรณะจิตรกรรมฝาผนังภายในทีส่ �ำ คัญท���ส่ ดุ ของศตวรรษที่ 20 ซึง่ มีการเก็บรายละเอียดขัน้ ตอนการอนุรกั ษ์ อย่างเป็นระบบ ทัง้ การบันทึกเป็นลายลักษณ์อกั ษรและการถ่ายภาพตามคูม่ อื "กฎสำ�หรับการปฏิสงั ขรณ์งานศิลปะ (Rules for restoration of works of art)" เขียนโดยคาร์โล ปิเอตรันเจลิ ผู้อำ�นวยการห้องทดลองของวาติกัน เพื่อ ใช้ในการบูรณะงานจิตรกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเก็บข้อมูลของจิตรกรรมโดยการสอบถามผู้มีส่วนร่วม ในการซ่อมแซมเมื่อปี 1930 รวมถึงการเก็บข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพ อันเป็นส่วนสำ�คัญในการ วางแผนการอนุรกั ษ์ให้ยงั คงหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ไว้ได้มากทีส่ ดุ จากการเก็บข้อมูลพบว่าพืน้ ผนังและเพดาน ทั้งหมดของโบสถ์ถูกเคลือบด้วยควันเทียนที่ประกอบด้วยขี้ผึ้งและเขม่าไฟ ส่วนเหนือหน้าต่างและเพดานรูปโค้ง พระจันทร์ครึ่งซีกได้รับความเสียหายจากควันและไอเสียจากการจราจรในกรุงโรม ขั้นตอนแรกของการบูรณะจึง เป็นการแปะพลาสเตอร์หนาราว 5 มม. บริเวณจิตรกรรมในส่วนที่ลอกร่อนให้ยึดกลับเข้าไปใหม่ ซึ่งทำ�โดยการ ฉีดโพลีไวนิล แอลกอฮอล์ (Polyvinyl Alcohol, PVA) เพื่อยึดพลาสเตอร์ จากนั้นใช้การอุดและการเขียนเสริม (Retouching) หรือเขียนใหม่ (Repainting) และทำ�ความสะอาดพื้นผิวตามประเภทของสิ่งสกปรก เช่น การ ตกผลึกของแคลเซียมคาร์บอเนต จะใช้นา้ํ กลัน่ และนา้ํ ยาไดเมทิลฟอร์มาไมด์ (Dimethylformamide) ก่อนเคลือบ ด้วยนํา้ ยาจากอะคริลกิ โพลิเมอร์ (Acrylic Polymer) เพื่อผสานและรักษาผลงาน หลังบูรณะเสร็จสิ้น โบสถ์ได้ปิด หน้าต่างทัง้ หมดเพือ่ ป้องกันไม่ให้อากาศและไอเสียเข้ามาบริเวณภายใน พร้อมติดตัง้ ระบบปรับอากาศเพือ่ ควบคุม การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้นให้คงที่ การตระหนักถึงคุณค่าของพื้นที่สามารถทำ�ได้ในหลายมิติ ตั้งแต่การสร้างงานสถาปัตยกรรมลงบนพื้นที่ ว่างเปล่า แต่เมื่อไม่มีสิ่งก่อสร้างใดที่ยั่งยืน การอนุรักษ์จึงเป็นงานต่อเนื่องที่ต้องทำ�หลังจากนั้น โดยวัสดุ ถือเป็นส่วนสำ�คัญอย่างหนึ่งที่จะคงผลงานลํ้าค่าต่างๆ ให้คงอยู่ยาวนานต่อไป ที่มา: ceramicaimage.com, fischerarthistory.com, วิกิพีเดีย

10 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

วอลเปเปอร์ลายไทย MC# 6907-01

Md2 Design Co., Ltd. ประเทศไทย วัสดุปูผนังที่ประกอบด้วยกระดาษ 30% และโพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) 70% ผลิต โดยนำ�แผ่นกระดาษมาเคลือบผิวหน้า ด้วยโพลีไวนิลคลอไรด์ ทาสีและกดพิมพ์ ลายนูนหรือลายร่องลึกเพื่อให้เกิดความ สวยงาม มีสีสันและลวดลายให้เลือก หลากหลาย สีไม่ซีดจาง ล้างทำ�ความ สะอาดได้ และมีคณุ สมบัตติ ามมาตรฐาน ต่างๆ ได้แก่ 16 CFR 1500 (US Federal Hazardous Substance Act), US Government 15: 1261, ASTM F96396A, item 4.3.6 (USP61), และ Cal Prop 65 เหมาะสำ�หรับใช้ปูผนังภายในที่พัก อาศัย โรงแรม ภัตตาคาร และโบราณ สถานต่างๆ


CLASSIC ITEM คลาสสิก

ผลงานของเขาคือการนำ�พระอาทิตย์รปู วงกลมสีแดงที่ อยู่บนธงชาติมารวมเข้ากับสัญลักษณ์ 5 ห่วงของ โอลิมปิกและคำ�ว่า "Tokyo 1964" • งานออกแบบกราฟิกแทบทุกชิ้นในโอลิมปิกครั้งนี้ต่อ ยอดมาจากสัญลักษณ์น้ี ด้วยการออกแบบกราฟิกตาม มาตรฐานตะวันตกที่ ร วมเข้ า กั บ การเลื อ กใช้ วั ส ดุ ที่ ถือเป็นงานฝีมือตามจารีตของญี่ปุ่น อย่างเช่น บัตร เชิญที่ส่งให้คณะกรรมการโอลิมปิกสากลในแต่ละ ประเทศ ออกแบบโดยฮาระ ฮิโรมุ โดยเลือกใช้กระดาษ แฮนด์เมดของญีป่ นุ่ ในการพิมพ์ ตัว๋ เข้าชมการแข่งกีฬา ก็เช่นเดียวกัน รวมไปถึงการใช้ไหมนิชจิ นิ ของญีป่ นุ่ มา ผลิตเป็นสายคล้องเหรียญรางวัลที่ทำ�ออกมาเป็น 5 สี ของสัญลักษณ์โอลิมปิก

The Empire of the Sun Strikes Back เรื่อง: ปิยพงศ์ ภูมิจิตร

สำ�หรับญี่ปุ่น โอลิมปิกฤดูร้อนที่โตเกียวเมื่อปี 1964 เป็นอีเวนต์ที่มากกว่าการแข่งขันกีฬาของมวล มหาประชาชนโลก ถือเป็นจุดเปลีย่ นสำ�คัญทีส่ ดุ ของญีป่ นุ่ นับจากการประกาศยอมแพ้แบบไม่มขี อ้ แม้ ในสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากใช้เวลาเยียวยาตัวเองไม่ถึง 20 ปี นี่คือช่วงเวลาสำ�คัญที่ญี่ปุ่น ประกาศให้โลกรับรู้โดยทั่วกันว่า... เรากลับมาแล้ว •คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เลือกโตเกียวให้ เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูรอ้ นมาตัง้ แต่ปี 1936 แต่ Tokyo 1940 ก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เพราะสงครามที่แมนจูเรีย ไม่ได้จบเร็วอย่างที่ญี่ปุ่นคิดไว้ • นอกจากจะเป็ น โอลิ ม ปิ ก ครั้ ง แรกที่ จั ด ขึ้ น นอก ประเทศตะวันตก หลายครัง้ ทีโ่ อลิมปิกครัง้ นีถ้ กู เรียกว่า "Trillion Yen Olympics" ด้วยงบประมาณที่ท่มุ สุดตัว ทัง้ สถานทีจ่ ดั การแข่งขัน การสร้างรถไฟใต้ดนิ และถนน ไฮเวย์สายใหม่ รถไฟหัวกระสุนที่เปิดใช้ครั้งแรกก่อน โอลิมปิกไม่กี่วัน การถ่ายทอดสดกีฬาผ่านดาวเทียม ครัง้ แรก รวมทัง้ โอลิมปิกไอเท็มอีกหลายชิน้ ทีก่ ลายเป็น ไอคอนสำ�คัญของประวัติศาสตร์การออกแบบกราฟิก ของโลก •Tokyo 1964 คือที่ปล่อยของของนักออกแบบชั้นนำ� ของญี่ปุ่นในยุคหลังสงครามโลก ฮาระ ฮิโรมุ โคโนะ

ทาคาชิ คาเมคุระ ยูซาคุ ทานากะ อิคโค อาวาซุ คโิ ยชิ และยานางิ โซริ ภายใต้การนำ�ทีมของคัทสึมิ มาซารุ พวกเขาออกแบบตั้งแต่ โลโก้ โปสเตอร์ ตั๋วเข้าชม บั ต รเชิ ญ เหรี ย ญรางวั ล โปรแกรมการแข่ ง ขั น ชุดยูนฟิ อร์ม เหรียญทีร่ ะลึก แสตมป์ คบเพลิงโอลิมปิก ไปจนถึงระบบสัญลักษณ์ • คณะกรรมการจัดงานคัดเลือกโลโก้จากผลงาน 20 ชิน้ และผลงานเรียบง่ายทีส่ ดุ ของคาเมคุระ ยูซาคุ ก็ได้ รับเลือก ยูซาคุพดู ถึงผลงานทีเ่ ขาออกแบบในเวลาเพียง แค่สองชั่วโมงก่อนหมดเวลาส่งไว้ว่า "การออกแบบสิ่ง ทีเ่ รียบง่าย ซึง่ ให้ความรูส้ กึ ทัง้ ความเป็นญีป่ นุ่ และความ เป็นโอลิมปิกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมก็ออกแบบด้วยการ ไม่พยายามคิดอะไรให้ซบั ซ้อน เพือ่ แสดงถึงความเรียบ ง่ายและชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความรู้สึก ที่เคลื่อนไหวและไม่หยุดนิ่งของการแข่งกีฬาโอลิมปิก และนี่คือการทำ�ให้ญี่ปุ่นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง"

•คัทสึมิ มาซารุ หัวหน้าทีมออกแบบของ Tokyo 1964 ได้ออกแบบระบบสือ่ สารเพือ่ ทำ�ลายอุปสรรคด้านภาษา และวัฒนธรรมที่อาจทำ�ให้เกิดปัญหาในการสื่อสาร ตลอดการแข่งขัน ด้วยระบบสัญลักษณ์พิกโตแกรม (pictogram) โดยมีการออกแบบสัญลักษณ์สำ�หรับใช้ แทนการแข่งขันกีฬาทัง้ หมด 20 ชนิด และใช้แทนข้อมูล การบริการทั่วไปอีก 39 ชนิด โดยการนำ�องค์ประกอบ มาจากลักษณะของอักษรคันจิบนพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัส และใช้เพียง 1 สี ที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับการออกแบบ สัญลักษณ์ประจำ�ตระกูลของซามูไรและชนชั้นนำ�ของ ญีป่ นุ่ ในสมัยโบราณ Tokyo 1964 เป็นโอลิมปิกครัง้ แรก ที่มีการออกแบบพิกโตแกรมให้เข้ากับการแข่งขันใน แต่ละครั้ง และกลายเป็นมาตรฐานสำ�หรับการแข่งขัน ครั้งต่อๆ ไปที่จะต้องมีการออกแบบระบบพิกโตแกรม ขึ้นมาใหม่เสมอ •Tokyo 1964 ไม่ได้เป็นเพียงจุดเปลีย่ นทางกายภาพ ที่สำ�คัญของผู้คนในสังคมอย่างระบบการคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค และสถานที่แข่งขันที่เกิดขึ้นใหม่ เท่านั้น แต่ยังถือเป็นจุดเปลี่ยนสำ�คัญของความรู้สึก ชาตินยิ มในยุคโมเดิรน์ และการเกิดขึน้ ของลัทธิบริโภค นิ ย มของคนในชาติ ภ ายใต้ แ รงขั บ เคลื่ อ นจากงาน ออกแบบและการสื่อสารมวลชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่มา: วารสารวิชาการ "1964 Tokyo Olympic Games, A Design Project 'Japanese-ness' in Olympic Designs" โดย Kida Takura และ The National Museum of Modern Art, Tokyo บทความ "TOKYO 1964 | From the Official Olympic Book :: Graphics” จาก designkultur.wordpress.com olympic-museum.de มกราคม 2557 l Creative Thailand l

11


COVER STORY เรื่องจากปก

เรื่อง: เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร

“ประวัติศาสตร์” นิยามคุณค่าของ “สถานที่��� ให้เราระลึกถึงการเกิดขึ้นและการมีอยู่ของ สิ่งต่างๆ ณ ที่แห่งนั้น เฉกเช่นเดียวกับวัฒนธรรม ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสิ่งนั้น สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป การให้นิยามความหมายใหม่กับสถานที่ใดๆ จึงไม่ได้หมายถึงการลบภาพความดีงาม ของอดีต หากแต่เป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน สร้างมิติของ ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่อาจปรับเปลีย่ นวิถชี วี ติ ไปจนถึงแนวคิดทีม่ ตี อ่ สถานที่ ชุมชน และเมือง

lightcuriosite.wordpress.com

Contemporary Versailles ณ โถงบันไดกาเบรียล โรนัน และเออร์แวน บูรูลเลค (Ronan and Erwan Bouroullec) สองนักออกแบบฝรัง่ เศสได้น�ำ เสนอ ผลงานชิน้ ใหม่ซงึ่ เป็นแชนเดอเลียร์ท�ำ จากคริสตัลสวารอฟสกี้ รูป ทรงร่วมสมัยสะดุดตา มีลกั ษณะคล้ายเชือกสามเส้นทีถ่ กู ผูกโยง กันไปมาแล้วทิง้ ตัวลงตามแรงโน้มถ่วงอย่างเป็นธรรมชาติ ทัง้ คูใ่ ช้ เวลาวิจยั และพัฒนาถึงสามปี เพือ่ ให้ผลงานออกมาสมบูรณ์แบบ และเหมาะสมกับการได้รบั เกียรติให้เป็นผลงานศิลปะร่วมสมัยชิน้ แรกที่จะได้รับการติดตั้งถาวรภายในพระราชวังแวร์ซายส์

แสงไฟจากหลอดแอลอีดีผ่านแก้วคริสตัลนับร้อยดวงถูกเปิดขึ้นครั้งแรก เมื่อพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา แสงนวลตาตัดกับสภาพแวดล้อมอันสงบนิ่ง เปลีย่ นพระราชวังเก่าแก่แห่งนีใ้ ห้ดทู นั สมัยแปลกตาขึน้ เป็นอย่างมาก โจทย์ ที่นักออกแบบได้รับนั้นเข้าใจง่าย แค่เพียงออกแบบโคมไฟเพดานที่จะ สามารถทำ�ให้โถงบันไดกาเบรียลเปล่งประกายสว่างไสวและยังสวยงามแม้ กาลเวลาจะผ่านไปอีกนับร้อยปี แต่ประเด็นที่ทำ�ให้ผลงานชิ้นนี้ชนะใจ กรรมการคัดเลือก คือการสร้างความเชื่อมโยงถึงความงดงามของอดีต โดยการตีความหมายใหม่ของการใช้คริสตัลซึ่งแต่เดิมถูกใช้ประดับเป็น โคมไฟระย้าอันหรูหราอย่างมากมายภายในพระราชวังแห่งนี้ สอดคล้อง กับความตั้งใจของฌอง-ฌาคส์ อัยยากง (Jean-Jacques Aillagon) ผูอ้ �ำ นวยการผูซ้ งึ่ ดูแลพระราชวังแวร์ซายส์ ทีห่ มายมัน่ จะสร้างภาพลักษณ์ ใหม่ให้แก่พระราชวังอายุกว่าสามร้อยปีแห่งนี้ 12 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557


flickr.com/photos/charles

COVER STORY เรื่องจากปก

พระราชวังแวร์ซายส์ เป็นหนึง่ ในสัญลักษณ์ของความเจริญสูงสุดทาง ศิลปวิทยาการของฝรั่งเศส ด้วยสถาปัตยกรรมบาโรกที่สะท้อนถึงความ มัง่ คัง่ ฟุม่ เฟือยในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ท่ี 14 การออกแบบซึง่ แฝงนัยยะ แห่งอำ�นาจ ความยิ่งใหญ่ และเพื่อประโยชน์ใช้สอยอันหลากหลาย ทั้ง สำ�หรับชีวติ ส่วนพระองค์และสำ�หรับการทำ�หน้าทีป่ ระมุขของรัฐ พระราชวัง แห่งนี้ยังถูกใช้จารึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทีน่ เ่ี ป็นจุดเริม่ ต้นของการปฏิวตั ฝิ รัง่ เศส หรือแม้กระทัง่ ถูกใช้เป็นทีส่ �ำ หรับ ลงนามในสนธิสัญญาเพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 ภาพความทรงจำ� อันรุ่งโรจน์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำ�ให้แวร์ซายส์ขึ้นแท่นมรดกทาง วัฒนธรรมที่สำ�คัญยิ่ง แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาชื่นชม ประวัติศาสตร์อันน่าทึ่งนี้กว่า 6 ล้านคน จนกระทั่งในปี 2008 เป็นต้นมา ผู้เข้าชมแวร์ซายส์ต่างประหลาดใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เมื่อ ผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ดูขัดแย้งกับสภาพแวดล้อม ถูกนำ�เข้ามาจัดแสดง ทั่วทั้งพระราชวังอย่างไม่มีข้อจำ�กัด ไม้เว้นแม้กระทั่งโต๊ะเสวย หรือห้องที่ เคยใช้บรรทม เกิดเป็นข้อถกเถียงถึงความเหมาะสม และคำ�ถามที่ว่า อะไรคือความจำ�เป็นที่ต้องนำ�แวร์ซายส์มาสู่ความท้าทายเช่นนี้ ศิลปินร่วมสมัยทีม่ ชี อื่ เสียงจะได้รบั การเชือ้ เชิญให้จดั แสดงผลงานเป็น ระยะเวลา 3-5 เดือนของทุกปี อัยยากงผูอ้ ยูเ่ บือ้ งหลังแนวคิดนีใ้ ห้ค�ำ อธิบาย ไว้ว่า นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะเปิดประสบการณ์ทางศิลปะให้แก่สาธารณชน ในจุดทีไ่ ม่เคยก้าวถึง และศิลปะก็คอื ศิลปะ ธรรมชาติของมันไม่มกี าลเวลา ไม่คำ�ถึงถึงความเก่า ความใหม่ รูปแบบ หรือต้นกำ�เนิดที่ไม่ว่าจะมาจาก

แห่งใดของโลกก็ตาม เพียงลองเปิดใจพิเคราะห์ถงึ ความแตกต่าง มุมมอง ภูมิปัญญา และการสนทนาระหว่างโลกเก่ากับโลกใหม่ โจทย์อันท้าทายนี้ ตกเป็นหน้าทีข่ องโลรองต์ เลอ บง (Laurent Le Bon) ภัณฑารักษ์คนแรก ที่รับหน้าที่นั้น เขาเลือกเจฟฟ์ คูนส์ (Jeff Koons) ศิลปินอเมริกันที่มี ผลงานน่าสนใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมาให้เป็นศิลปินคนแรกที่ได้จัดแสดง ผลงานชัว่ คราวทีพ่ ระราชวังแวร์ซายส์ แม้รปู แบบผลงานของเขาจะขัดแย้ง กับบริบทโดยรอบอย่างสิ้นเชิง แต่คูนส์ก็พยายามแฝงนัยยะบางอย่างกับ ทุกพืน้ ทีท่ จ่ี ดั แสดงซึง่ ล้วนมีเรือ่ งราวและพร้อมทีจ่ ะข่มทุกสิง่ ด้วยประวัตศิ าสตร์ อันยิง่ ใหญ่ตลอดเวลา ศิลปินจึงจำ�เป็นต้องทำ�การบ้านอย่างหนักเพือ่ สร้าง ความหมายให้กับชิ้นงานที่จะวางลงไปในแต่ละพื้นที่ หลังจากนั้นเป็นต้น มาศิลปินชื่อดังอีกหลายคนก็ได้รับโอกาสนี้ ไม่ว่าจะเป็นซาเวียร์ วีลแฮน (Xavier Veilhan - 2009) ทาคาชิ มูราคามิ (Takashi Murakami - 2010) เบอร์นาร์ เวเนต์ (Bernar Venet - 2011) โจอานา วาสคอนเซลอส (Joana Vasconcelos - 2012) จูเซปเป เปโนเน (Giuseppe Penone 2013) และในปี 2014 นี้ผู้ที่ได้รับเชิญให้จัดแสดงงานคือศิลปินมินิมัลลิสต์ ชาวเกาหลี ลี อูฟาน (Lee Ufan) วันนี้ พระราชวังแวร์ซายส์จงึ ไม่ใช่แค่เพียงโบราณสถานทีเ่ ล่าเรือ่ งราว ประวัตศิ าสตร์ในอดีตเท่านัน้ แต่ความหมายใหม่ยงั ได้ชบุ ชีวติ ให้กบั สถานที่ แห่งนี้ในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งพร้อมเปิดกว้างสู่โลกของความคิดสร้างสรรค์ ในยุคปัจจุบัน มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 13


Friends of the High Line การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่มักเกิดจากจุดเล็กๆ เริ่มต้นด้วย ประชากรที่อาศัยในย่านตะวันตกของเกาะแมนแฮตตัน นำ�โดย โจชัว เดวิด (Joshua David) และโรเบิร์ต แฮมมอนด์ (Robert Hammond) ทีร่ วมตัวกันในนามกลุม่ เพือ่ นแห่งไฮไลน์ (Friends of the High Line) เพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลนิวยอร์กให้ยกเลิก คำ�สั่งรื้อทิ้งทางรถไฟยกระดับเส้นเก่าซึ่งไม่ได้ใช้แล้ว แล้วเปลี่ยน เป็นพื้นที่สีเขียวความยาว 1.5 ไมล์แห่งใหม่เพื่อเพิ่มลมหายใจให้ กับมหานคร

จากวันนัน้ จนถึงวันนี้ ไฮไลน์นนั้ ก้าวเลยจากแค่พนื้ ทีส่ เี ขียวแห่งหนึง่ ใจกลาง เมือง กลายเป็นหนึง่ ในสถานทีท่ ด่ี งึ ดูดผูค้ นนับแสนคนต่อวัน เป็นทัง้ สถานที่ พักผ่อน เดินเล่น ออกกำ�ลังกาย และทางเดินสู่ใจกลางเมือง วิถีชีวิตและ ธุรกิจรอบข้างไฮไลน์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะย่านเชลซี (Chelsea) และมีตแพ็กกิง้ (Meatpacking) ซึง่ ตลอดเส้นทางเกิดโครงการ ใหม่ๆ มูลค่ามากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ ย่านนั้นขยับตัวสูงขึ้นราว 103 เปอร์เซ็นต์ต่อตารางฟุต รวมถึงโครงการ ก่อสร้างพิพธิ ภัณฑ์ศลิ ปะอเมริกนั วิทนีย์ (Whitney Museum of American Art) แห่งใหม่ ออกแบบโดยเรนโซ เปียโน (Renzo Piano) ซึ่งย้ายจาก ที่เดิมในย่านเมดิสัน (Madison Ave.) มาอยู่ที่ปลายทางเดินด้านทิศใต้ 14 l Creative Thailand l มกราคม 2557

กล่าวกันว่าหากไม่มไี ฮไลน์ โอกาสทีส่ ง่ิ ต่างๆ เหล่านีจ้ ะเกิดขึน้ ทีฝ่ ง่ั ตะวันตก เช่นนี้คงเป็นไปได้ยาก โครงการชุบชีวิตให้กับรางรถไฟที่ไม่ได้ใช้แล้วขึ้นมาใหม่นี้ ได้รับ แรงบันดาลใจมาจาก พรอมเมนาด พลองเต (Promenade Plante’ e) สวนสาธารณะที่เกิดขึ้นจากทางรถไฟเก่ายกระดับในกรุงปารีส และดู เหมือนว่าเทรนด์ของการนำ�รางรถไฟเก่ากลับมาสร้างเป็นสวนคนเดินแบบ ทีใ��� ช้ไฮไลน์เป็นโมเดลนัน้ กำ�ลังได้รบั ความสนใจจากเมืองต่างๆ อีกมากมาย เพราะนอกจากจะเป็นการเพิม่ พืน้ ทีส่ เี ขียวแล้วยังเป็นทางเลือกในการเดินทาง ที่จะทำ�ให้คนเมืองได้มีโอกาสเดินมากขึ้น วอร์กเวย์ โอเวอร์ เดอะ ฮัดสัน (Walkway Over The Hudson) ที่โพห์คีปซี (Poughkeepsie) รัฐนิวยอร์ก ก็ เ ป็ น อี ก โครงการหนึ่ ง ที่ ป ระสบความสำ � เร็ จ จากการเปลี่ ย นสะพาน ทางรถไฟเก่าอันรกร้าง ให้กลายเป็นทางเดินข้ามแม่นา้ํ ฮัดสัน ซึง่ สร้างรายได้ หมุนเวียนให้แก่ชุมชนท้องถิ่นได้ราว 21 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หาก พิจารณาจากโมเดลของไฮไลน์ ปัจจัยหนึง่ ทีจ่ ะเป็นตัวส่งเสริมให้โครงการ ประสบความสำ�เร็จก็คือความร่วมมือร่วมใจของชุมชนที่กระตุ้นให้เกิด ความมุง่ มัน่ ทีจ่ ะผลักดันโครงการให้ส�ำ เร็จต่อไป โดยปัจจุบนั ยังมีอกี หลาย โครงการทีอ่ ยูร่ ะหว่างดำ�เนินการรวมกลุม่ ระดมทุน ออกแบบ และก่อสร้าง อาทิเช่น The 606, BeltLine, The Rail Park และ The Trestle เป็นต้น

flickr.com/photos/walhalla

COVER STORY เรื่องจากปก


worldlandscapearchitect.com therailpark.org

BeltLine โครงการขนาดใหญ่ทจี่ ะเปลีย่ นทางรถไฟเก่าทีเ่ ป็นวงแหวนวนรอบเมือง แอตแลนตาในรัฐจอร์เจีย ให้กลายเป็นสวนทางเดินหลากหลายประโยชน์ความยาว กว่า 22 ไมล์ ซึ่งทางเดินนี้จะเชื่อมต่อชุมชน สวนสาธารณะ และระบบขนส่งแบบเบา ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจของเมืองในอนาคต

The Rail Park ชาวเมืองละแวกใกล้เคียงทางรถไฟ Reading Viaduct ในรัฐ ฟิลาเดลเฟีย รวมตัวกันในนาม Friends of the Rail Park จัดกิจกรรมต่างๆ อย่าง ต่อเนือ่ งเพือ่ สร้างความรูส้ กึ ร่วมและระดมทุนในการบูรณะทางรถไฟเก่าซึง่ ถูกทิง้ ร้าง มาตั้งแต่ปี 1984 ให้เป็นทางเดินและสวนสาธารณะแห่งใหม่ของเมือง

Madrid Rio คุณภาพชีวิตที่มาดริด เมื อ งที่ ดี ต้ อ งส่ ง เสริ ม ให้ ค นได้ ใ ช้ ชี วิ ต แต่ คุ ณ ภาพชี วิ ต ที่ ดี ก็ ไม่ ส ามารถเกิ ด ขึ้ น ได้ จ ากปั จ จั ย ใดปั จ จั ย หนึ่ ง เท่ า นั้ น แต่ ล ะปี นิตยสารโมโนเคิล จะทำ�การจัดอันดับ 25 เมืองทีน่ า่ อยูท่ ส่ี ดุ ในโลก โดยมีหลักเกณฑ์ในการสำ�รวจระดับคุณภาพชีวิตซึ่งครอบคลุม ตั้งแต่ ความปลอดภัย ภูมิอากาศ การเชื่อมโยง ระบบคมนาคม ขนส่ง สถาปัตยกรรมเมือง สิ่งแวดล้อม การดูแลทางการแพทย์ สภาพเศรษฐกิจ การเมือง และแผนการพัฒนาเชิงรุก วิสัยทัศน์ ทีก่ า้ วไกลของมาดริดทำ�ให้เมืองแห่งนีต้ ดิ อยูใ่ นการจัดอันดับของ นิตยสารหลายปีติดต่อกัน

ท่ามกลางแนวคิดในการพัฒนาเมืองที่ต้องการเพิ่มความสะดวกในการ คมนาคมขนส่ง การสร้างถนนและทางด่วนจึงกลายเป็นตัวเลือกที่หลาย แห่งนำ�มาใช้ โดยคาดหวังว่าจะสามารถแก้ปัญหาการจราจรที่มีอยู่ แต่ สิง่ ทีเ่ มืองจะต้องแลกกับการได้มาซึง่ ความสะดวกเหล่านี้ นอกจากผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ชุมชนยังถูกแบ่งขาดออกจากกันตามรอยตัดของ เส้นทาง ทั้งยังเกิดพื้นที่เสื่อมโทรมขึ้นอีกหลายแห่งโดยเฉพาะบริเวณใต้ แนวทางด่วน อัลเบร์โต รูอิซ-กายาร์ดอน (Alberto Ruiz-Gallardon) ผู้ว่าการมาดริดในขณะนั้นแก้ปัญหานี้อย่างชาญฉลาดและยั่งยืน เขามา พร้อมกับความฝันที่ยิ่งใหญ่ ผลักดันโปรเจ็กต์ มาดริด ริโอ (Madrid Rio) ซึง่ จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่และคืนชีวติ ให้กบั เมือง ด้วยการรือ้ ทางยกระดับ M-30 เปลี่ยนเป็นอุโมงค์ทางวิ่งใต้ดินเพื่อให้รถสัญจรแทน เปิดพื้นที่ริมฝั่ง แม่นา้ํ มานซาราเรซให้เผยความสวยงามขึน้ อีกครัง้ หลังจากทีถ่ กู บดบังมานาน โปรเจ็กต์พื้นที่ริมฝั่งแม่นํ้าความยาว 6 ไมล์นี้ เชื่อมต่อชุมชนที่เคยถูก ตัดขาดให้ได้กลับมาใช้ชวี ติ ร่วมกัน ทัง้ ยังออกแบบและพัฒนาพืน้ ทีใ่ หม่ให้ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ แหล่งนํ้า ทางเดิน ช่องทางจักรยาน สนาม เด็กเล่น พืน้ ทีอ่ อกกำ�ลังกายและเล่นกีฬา พืน้ ทีจ่ ดั กิจกรรมทางวัฒนธรรม ต่างๆ นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่ใหม่ๆ ที่จะสร้างความรู้สึกที่ดีกับเมือง เช่น ชายหาดจำ�ลอง สวนนํ้าพุสำ�หรับหน้าร้อน เป็นต้น โดยตลอดทั้งแนว โครงการยังสามารถกระตุ้นการพัฒนาร่วมต่างๆ ระหว่างภาครัฐและ เอกชน ส่งผลให้เกิดสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และการบูรณะฟืน้ ฟูสงิ่ ก่อสร้าง ดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่ยุคเรเนซองส์ มาดริด ริโอ มีมูลค่าโครงการสูงถึง 400 ล้านยูโร ถือเป็นการลงทุน ครัง้ สำ�คัญของเมืองเพือ่ แลกมาซึง่ คุณภาพชีวติ ทีด่ ขี องประชากร ทัง้ ยังเป็น ศูนย์กลางของเมืองแห่งใหม่ รวมทัง้ เป็นสถานทีด่ งึ ดูดนักท่องเทีย่ วชัน้ เยีย่ ม การเปลีย่ นแปลงทีเ่ กิดขึน้ ทำ�ให้ชาวเมืองมาดริดต่างรูส้ กึ มีความสุขกับเมือง ของพวกเขาเป็นอย่างมาก ซึง่ นัน่ อาจเป็นจุดเริม่ ต้นของการพัฒนาทีย่ งั่ ยืน ที่จะเกิดขึ้นตามมาอย่างเป็นพลวัตร มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 15


COVER STORY เรื่องจากปก

Downtown Project เมืองแห่งสตาร์ทอัพ แน่นอนว่าถ้าพูดถึงลาส เวกัส หลายคนคงต้องนึกถึงเมืองแห่ง คาสิโน และการพนันครัง้ ใหญ่ทกี่ �ำ ลังจะเริม่ ขึน้ เมือ่ โทนี่ เซ (Tony Hsieh) ได้ประกาศว่า แซปโปส์ (Zappos) บริษทั จำ�หน่ายรองเท้า และเสื้อผ้าออนไลน์ที่มียอดขายราวหนึ่งพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี ตัดสินใจทุ่มเงินจำ�นวน 350 ล้านเหรียญฯ เพื่ิอที่จะตั้ง สำ�นักงานใหญ่แห่งใหม่ที่นั่น

aboutourism.files.wordpress.com

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง กูเกิล แอปเปิล เฟซบุก๊ ออกแบบสำ�นักงานใหม่ให้กลายเป็นทีท่ �ำ งานในฝันของใครหลายๆ คน สร้างเป็นแคมปัสหรือเมืองย่อยๆ สำ�หรับพนักงานของพวกเขา แต่เซ ซึง่ เป็นซีอโี อของแซปโปส์ กลับคิดว่าการทำ�แบบนัน้ เป็นการแบ่งแยกตัวเอง จากชุมชนมากเกินไป เขาจึงเลือกที่จะซื้อและบูรณะอาคารที่ว่าการเมือง หลังเก่า และชุบชีวิตย่านดาวน์ทาวน์ลาส เวกัสขึ้นมาอีกครั้ง หลังจาก ซบเซาอย่างหนักในช่วงวิกฤตทางเศรษฐกิจทีผ่ า่ นมา อาคารหลายหลังถูก ปล่อยทิ้งร้าง พื้นที่บางส่วนถูกปล่อยทิ้งอย่างน่าเสียดาย ซึ่งเซเล็งเห็นว่า

16 l

Creative Thailand

ความเสื่อมโทรมเหล่านั้นคือโอกาสทางธุรกิจที่สดใส รวมทั้งมีไอเดียที่จะ สร้างชุมชนของผู้มีความฝันที่จะสร้างเมืองที่มีชีวิตชีวาไปด้วยกัน หลักการในการดำ�เนินธุรกิจของแซปโปส์ คือการสร้างความสุขให้กบั พนักงานเพื่อให้พวกเขาส่งต่อความสุขและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับ ลูกค้า และการย้ายที่ทำ�การทั้งหมดมาอยู่ที่ลาส เวกัสนั้น นอกจากจะลด ต้นทุนด้านการขนส่งแล้ว พวกเขายังหวังว่าการสร้างสภาพแวดล้อมทีด่ ขี นึ้ มาใหม่ อาจช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว แผนของเซคือ ต้องการทำ�ให้ดาวน์ทาวน์ลาส เวกัสกลายเป็นย่านทีใ่ ห้ความใส่ใจกับชุมชน อย่างจริงจัง เหมาะกับทุกคนที่มีฝันและอยากจะที่สร้างฝันนั้นให้เป็นจริง เงินทุนเริ่มต้นจำ�นวน 350 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นั้นใช้เพื่อการลงทุนสำ�หรับ สร้างอนาคต โดยเงินทุนจำ�นวน 200 ล้านสำ�หรับลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ 50 ล้านใช้เพื่อลงทุนร่วมกับธุรกิจขนาดเล็ก ร้านอาหาร ร้านค้า ที่ ต้องการมาเปิดกิจการในชุมชนแห่งนี้ อีก 50 ล้านสำ�หรับสถานศึกษาเพื่อ ประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ และส่วน 50 ล้านสุดท้าย ใช้เพื่อ สนับสนุนกิจการกลุ่มสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี ผ่านกองทุนที่ชื่อ Vegas

Monmouthpedia มอนมอธ เมืองเล็กๆ ในแคว้นเวลส์ ซึ่งคนทั่วไปแทบจะลืมไปแล้วว่าที่นี่ยังมี ประวัติศาสตร์หลงเหลือให้ศึกษาได้บ้าง แล้วไอเดียเล็กๆ ก็ช่วยทำ�ให้เมืองที่แทบ ไม่มคี นสนใจนี้ กลับมาได้รบั การพูดถึงอีกครัง้ ในฐานะเมืองวิกพิ เี ดียแห่งแรกของโลก จอห์น คัมมิงส์ (John Cummings) ได้รับแนวคิดนี้จากงาน TEDx ที่บริสตอล โดยผู้เข้าฟังบรรยายคนหนึ่งได้แนะนำ�ให้เขาทดลองใช้ QR Code เพื่อสร้างเนื้อหา ให้กบั เมืองทัง้ เมืองดู คัมมิงส์รสู้ กึ ประทับใจในไอเดียนีแ้ ละตัง้ ใจจะกลับมาทำ�สิง่ นีใ้ ห้เป็น ความจริงทีม่ อนมอธซึง่ เป็นบ้านเกิดของเขาเอง ด้วยความร่วมมือทีด่ จี ากอาสาสมัคร ภาคธุรกิจ และองค์กรส่วนท้องถิน่ ระดมทำ�งานศึกษาค้นคว้าสร้างเนือ้ หาให้กบั สถานที่ ต่างๆ ของเมือง จากนั้นทำ�เป็น QR Code ติดไว้ ณ ที่แห่งนั้นทั่วทั้งเมืองนับ 1,000 จุด เมื่อนักท่องเที่ยวสแกน QR Code เหล่านี้ เรื่องราวของสถานที่นั้นที่ถูกบันทึกไว้ ในวิกิพีเดียจะถูกดึงมาแสดงให้อ่านได้ทันทีและมีการแปลไว้ถึง 25 ภาษา ที่สำ�คัญ เนื้อหาในวิกิพีเดียจะไม่มีวันล้าสมัย เพราะได้รับการดูแลและสามารถปรับปรุงได้ ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังได้มีการติดตั้งสัญญาณวายฟายฟรีทั่วทั้งเมือง เพื่อให้การ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทำ�ได้อย่างสะดวกอีกด้วย Monmouthpedia จึงกลายเป็น สารานุกรมเล่มใหญ่ ให้ผู้คนในเมืองและนักท่องเที่ยวได้สนุกสนานกับการเรียนรู้ อย่างไม่สิ้นสุด

l มกราคม 2557


flickr.com/photos/rebecaanchondo

Tech Fund ซึ่งกองทุนนี้เปิดกว้างสำ�หรับผู้ที่มีไอเดียยิ่งใหญ่และน่าสนใจ โดยนอกจากจะร่วมลงทุนด้วยแล้ว ยังมีชุมชนที่คอยให้ความช่วยเหลือ ด้านต่างๆ บ่มเพาะและสานฝันนั้นให้เป็นความจริง ปัจจุบนั เริม่ มีธรุ กิจกลุม่ เทคสตาร์ทอัพ (Tech Startup) ให้ความสนใจ และย้ายเข้ามาแล้วหลายบริษัท เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมและชุมชนที่ เหมาะสมต่อการเริ่มต้นธุรกิจ มีพ้ืนที่อำ�นวยความสะดวกในการทำ�งาน หลายรูปแบบ รวมถึงพื้นที่การทำ�งานร่วมกันในลักษณะ Coworking Space นอกจากนี้ผู้จัดการโครงการยังวางแผนจัดกิจกรรมด้านศิลปะ ดนตรี และวัฒนธรรม เพือ่ ผ่อนคลายและสร้างความสุขให้กบั คนในชุมชน ด้วย ภาพของลาส เวกัสอาจจะเคยเต็มไปด้วยความบันเทิงแบบฉาบฉวย แต่ส�ำ หรับในย่านดาวน์ทาวน์แล้ว ภาพของเมืองแห่งสตาร์ทอัพกำ�ลังค่อยๆ ก่อร่างชัดขึ้นเรื่อยๆ และรอคอยผู้ท่ีแสวงหาโอกาสและมีความฝันให้มา เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ด้วยกัน

tracky.com

COVER STORY เรื่องจากปก

Eataly คำ�ถามที่ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องตอบให้ได้คือทำ�ไมต้องมีเราอยู่ในตลาด และเรา แตกต่างจากคนอื่นอย่างไร การแสวงหาซึ่งจุดขายใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย สำ�หรับการทำ�ธุรกิจเสมอมา บางครั้ง “ธีม” จึงเป็นคำ�ตอบให้กับใครหลายคน การสร้างบรรยากาศที่แตกต่าง การนำ�เอาสถานที่หนึ่งมาไว้อีกที่หนึ่ง การหวน รำ�ลึกถึงสิง่ ทีเ่ ราเคยมี การคำ�นึงถึงสิง่ ทีไ่ ม่มี หรือการตอบสนองต่อความชืน่ ชอบ เฉพาะ เพื่อสร้างความหมายใหม่ให้กับพื้นที่ กลายเป็นจุดขายที่ยังคงขายได้ใน ปัจจุบัน ไม่ว่าจะในรูปแบบช้อปปิ้งมอลล์ คอมมูนิตี้มอลล์ สวนสนุกธีมพาร์ก หรือแม้กระทั่งร้านอาหาร บางธุรกิจก็ทำ�สิ่งนั้นอย่างผิวเผิน ในทางกลับกันบาง ธุรกิจก็ศึกษาจุดขายเหล่านั้นอย่างลึกซึ้งและน่าสนใจ Eataly ชูจุดขายความเป็นอิตาลีแบบครบวงจร ผ่านการดำ�เนินธุรกิจใน ลักษณะคล้ายตลาดที่ขายทุกอย่างเกี่ยวกับอาหารอิตาลี ทั้งของสด ของแห้ง อาหารพื้นเมือง ขนม เครื่องดื่ม อุปกรณ์การปรุง รวมถึงเครื่องครัว ซึ่งทั้งหมด ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีและนำ�เข้าจากอิตาลี ภายในยังมีร้านอาหารพร้อม ปรุงให้นั่งรับประทานอีกหลายร้าน ทั้งยังเชื่อมั่นได้ในคุณภาพการเลือกวัตถุดิบ Eataly เปิดสาขาแรกทีเ่ มืองตูรนิ ในอิตาลี ก่อนจะไปสร้างความตืน่ เต้นด้วยการ เปิดสาขาในต่างประเทศครั้งแรกบนถนนฟิฟต์อเวนิว ใจกลางมหานครนิวยอร์ก ผู้คนซึ่งชื่นชอบอาหารอิตาลีต่างพากันเข้าคิวเพื่อที่จะได้เข้าไปจับจ่ายหรือ รับประทานอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ทีอ่ ยูใ่ นนัน้ ความฉลาดของ Eataly อยูท่ ส่ี ามารถ ตอบสนองผูท้ ต่ี อ้ งการอาหารคุณภาพดีได้หลากหลายรูปแบบ ทัง้ ยังส่งเสริมให้ผคู้ น มีโอกาสเข้ามาเรียนรูแ้ ละซึมซับความเป็นอิตาลีผา่ นวัฒนธรรมอาหารได้อกี ทางหนึง่

มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 17


COVER STORY เรื่องจากปก

El Tintal Public Library จากขยะเป็นปัญญา ถ้าโบโกตาเปลี่ยนได้ ที่ไหนในโลกก็ยังมีความหวัง หากย้อนกลับไปเกือบ 20 ปีก่อน โบโกตาในโคลอมเบียไม่เหลือสภาพความเป็น เมืองทีน่ า่ อยู่ คุณภาพชีวติ ของประชาชนตกตาํ่ ถึงขีดสุด ปัญหาอาชญากรรม ความเหลือ่ มลํา้ ทางสังคม ยาเสพติด คอร์รปั ชัน่ มลภาวะ ทุกอย่างเข้าขั้นวิกฤต ประชาชนลุกขึ้นประท้วงไม่เว้นแต่ละวัน แต่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ความหวังใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น

เมื่อโบโกตาได้เลือกอานตานาส ม็อกกุส (Antanas Mockus) ขึ้นมาเป็น ผู้ว่าการเมือง เขาเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกี่ยวข้องกับพื้นฐานของ การอยู่ร่วมกันที่ประกอบกันขึ้นเป็นสังคม อย่างกฎหมาย ศีลธรรม และ วัฒนธรรม ด้วยหลักการนี้เขาจึงค่อยๆ ปรับ และให้ความรู้กับประชาชน ด้วยวิธีการที่คาดไม่ถึง และบางครั้งก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องตลก แต่ในที่สุด ผลงานก็เป็นตัวพิสูจน์ความคิดที่ถูกต้อง ความเป็นเมืองก็เริ่มค่อยๆ กลับ มา ผูค้ นเริม่ กลับมามีความหวังในชีวติ มากขึน้ การเปลีย่ นแปลงในโบโกตา เริ่มชัดเจนขึ้นหลังจากเอ็นริเก้ เปญญาโลซา (Enrique Pen~alosa) ได้รับ เลือกตั้งเข้ามาทำ�หน้าที่ต่อจากม็อกกุส ผู้ว่าการเมืองคนใหม่ใช้อำ�นาจที่ ได้จากการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงเมืองอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มีการ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สร้างพืน้ ทีส่ าธารณะใหม่ๆ ใหักบั เมือง และ เป็นผู้ที่สามารถเปลี่ยนโบโกตาให้กลายเป็นเมืองจักรยานได้จนสำ�เร็จ เมือ่ คุณภาพชีวติ ทีด่ เี ริม่ กลับมา คนเริม่ กระหายทีจ่ ะพัฒนาตัวเองมากขึน้ ห้องสมุดเป็นหนึ่งในการวางสาธารณูปโภคทางปัญญา โดยเปญญาโลซา เคยกล่าวไว้วา่ มันเป็นสิง่ สำ�คัญทีจ่ ะให้หอ้ งสมุดเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ทีม่ อี ยูข่ องเมือง และสร้างบริการทีด่ ใี ห้กบั ชุมชน ให้ความรูก้ บั พวกเขาเพือ่ ให้พวกเขาได้พัฒนาตัวเอง ลองจินตนาการถึงย่านที่ไม่มีห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ หรือสถานที่ใดๆ สำ�หรับเด็กและเยาวชน พวกเขาเหล่านั้น จะใช้เวลาว่างไปกับอะไร นัน่ จึงกลายเป็นแรงสนับสนุนหนึง่ ในการเกิดขึน้ ของห้องสมุดประชาชนทีเ่ อล ตินตอล (El Tintal) และเป็นอีกครัง้ ทีค่ วามคิด สร้างสรรค์และการออกแบบเข้ามามีส่วนร่วมสำ�คัญในการเปลี่ยนแปลง สถาปนิกดาเนียล เบอร์มเู ดซ (Daniel Bermu’ dez) ออกแบบเปลีย่ นสถานี ขนถ่ายขยะเก่าซึ่งเลิกใช้งานแล้วให้กลายเป็นห้องสมุดประชาชนได้อย่าง น่าสนใจ อาคารหลังนีถ้ กู สร้างด้วยสถาปัตยกรรมทีม่ ลี กั ษณะคล้ายโรงงาน 18 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

ด้านหน้ามีทางลาดยาวกว่า 75 เมตรเพื่ออำ�นวยความสะดวกสำ�หรับการ ขนถ่ายขยะ เบอร์มูเดซได้ใช้จุดเด่นนี้เป็นข้อได้เปรียบเชิงรูปลักษณ์ แล้ว เพิม่ โครงสร้างและวัสดุกนั เสียงต่างๆ สำ�หรับการเป็นห้องสมุดเข้าไปตาม ความจำ�เป็น ทั้งยังเปิดช่องแสงเพื่อให้มีการใช้แสงธรรมชาติ และกำ�หนด พืน้ ทีซ่ ง่ึ สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบในอนาคต รวมถึงปรับภูมทิ ศั น์ ภายนอกทั้งหมดเพื่อให้ห้องสมุดสามารถทำ�หน้า���ี่เป็นศูนย์กลางสำ�คัญ ของชุมชนเอล ตินตอล การเปลีย่ นตึกทีส่ ร้างขึน้ ด้วยวัตถุประสงค์ทตี่ า่ งกันสุดขัว้ เป็นความท้าทาย อย่างยิง่ สำ�หรับนักออกแบบ ซึง่ เป็นเสมือนทางเลือกระหว่างการให้ความหมาย ใหม่หรือรักษาประวัตศิ าสตร์ของสถานทีแ่ ห่งนัน้ ประเด็นสำ�คัญของการใช้ สถานทีซ่ งึ่ ถูกก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีของอดีต ต้องไม่ลมื ทีจ่ ะพิจารณาด้าน โครงสร้าง และข้อกังวลเกี่ยวกับวัสดุเป็นพิษที่อาจถูกใช้ในอาคารดั้งเดิม ซึ่งต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดและแก้ไขอย่างเหมาะสม นอกจาก นัน้ ในเชิงการจัดการผังเมือง การใช้สถานทีท่ ถี่ กู ละเลยยังเป็นข้อดีทจี่ ะช่วย จำ�กัดการขยายตัวของเมืองโดยไม่จำ�เป็นได้อีกทางหนึ่ง ที่มา: บทความ “Modern Art and Classic Heritage Collide at Versailles” จาก france24.com บทความ “The Gabriel Chandelier” จาก en.chateauversailles.fr บทความ “The World’s Top 25 Most Livable Cities” จาก monocle.com วิดีโอ “Bogota Change” จาก vimeo.com/25521307 beltline.org, chateauversailles-spectacles.fr, danielbermudezarquitecto.com, downtownproject.com, eataly.com, esmadrid.com/en/madridrio, fastcompany.com, thehighline.org


พบกับนิตยสาร Creative Thailand

ทุกสัปดาหแรกของเดือน ที่ TCDC กรุงเทพฯ TCDC เชียงใหม รานหนังสือ หองสมุด อาคารสำนักงาน และรานกาแฟใกลบาน ในเขตกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล จังหวัดเชียงใหม หัวหิน และ Mini TCDC 13 แหงทั่วประเทศ กรุงเทพฯและปริมณฑล

รานหนังสือ สมาคม • Asia Books • สมาคมธนาคารไทย • รานนายอินทร • สมาคมโฆษณาแหงประเทศไทย • คิโนะคูนิยะ • สมาคมอุตสาหกรรมทอผาไทย • C Book (CDC) • สมาคมหอการคาไทย • แพรพิทยา • สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุงหมไทย • ศึกษิตสยาม • สมาคมสโมสรนักลงทุน • โกมล • สภาอุตสาหกรรมแหงประเทศไทย • สถาบันบุนกะแฟชั่น รานกาแฟ / รานอาหาร • สถาบันราฟเฟลส • Chaho • สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน • อาฟเตอร ยู • ดอยตุง คอฟฟ เชียงใหม • โอ บอง แปง • รานนายอินทร • October • ซัมทาม คอฟฟ • รานเลา • Tea House Siam Celadon • บานไรกาแฟ เอกมัย • ACE! The Academy • ดอยตุง คอฟฟ • ทรู คอฟฟ for education USA • Book Re:public • รานกาแฟวาวี • 94 Coffee • Little Cook Café • Sweets Café • รานแฮปปฮัท • มหาวิทยาลัยเชียงใหม • วีวี่ คอฟฟ • คาเฟ เดอ นิมมาน • สุริยันจันทรา • แมคคาเฟ • Kanom • The meeting room art café • Babushka • รานมองบลังค • Things Called Art • มิลลเครป • หอมปากหอมคอ • หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม • ไล-บรา-รี่ คาเฟ • กูชาชัก & โรตี • หอการคาจังหวัดเชียงใหม • ก.เอย ก.กาแฟ • จิงเกิ้ล • โรงแรมดุสิต ดีทู • อะเดยอินซัมเมอร • Impresso Espresso Bar • เดอะเชดี • ชีสเคกเฮาส • Minimal • บรรทมสถาน • คอฟฟ แอลลีย อิน เดอะ การเดน • Luvv coffee Bar • บานเส-ลา • รมไมไออุน ทาวนอินทาวน • Gallery Seescape • Yesterday The Village • บานกามปู ทรอปคอล แกลเลอรี่ • The Salad Concept • Hallo Bar • ไอเบอรรี่ • Casa 2511 • บานศิลาดล • Take a Seat • กาแฟโสด • Cotto Studio (นิมมานฯ) • รานกวยเตี๋ยวเรือทุงพญาไท • รานสวนนม • 9w Boutique Hotel • ซูเฟ เฮาส เบเกอรี่ • กาแฟวาวี ทุกสาขา • Good Coffee • Greyhound (Shop and Café) • ช็อกโก คาเฟ • ไหม เบเกอรี่ • รานกาแฟบางรัก • Love at First Bite • ดับเบิ้ลซี คุกกี้ แอนด คอฟฟ • Acoustic Coffee • เวียง จูม ออน บายนิตา • I Love Coffee Design • Fern Forest Café • Hub 53 Bed & Breakfast • Caffé D’Oro • Just Kao Soi • รานกาแฟ เพนกวิน เกตโต • Pasaya Showroom (สยามพารากอน) • อิฐภราดร ลําปาง โรงภาพยนตร / โรงละคร • อาลัมภางค เกสตเฮาส หัวหิน • โรงภาพยนตรเฮาส แอนด มอร • เมืองไทย รัชดาลัย เธียเตอร • เพลินวาน • Egalite Bookshop • ภัทราวดีเธียเตอร • ชุบชีวา หัวหิน นาน • ทรู คอฟฟ หัวหิน หองสมุด • รานกาแฟปากซอย • ดอยตุง คอฟฟ • หองสมุดศศินทร จุฬาฯ • Nan Coffee Bean • ทูเก็ตเตอรเบเกอรี่ • หองสมุดมารวย แอนดคาเฟ ภูเก็ต • ศูนยหนังสือ สวทช. • อยูเ ย็น บัลโคนี่ • รานหนัง (สือ) ๒๕๒๑ • SCG Experience • สตารบคั ส หอนาิกา • The Oddy Apartment • The Reading Room • วรบุระ รีสอรท แอนด & Hotel พิพิธภัณฑ / หอศิลป สปา เลย • มิวเซียม สยาม • อุทยานการเรียนรู (TK park) • หัวหิน มันตรา รีสอรท • มาเลยเด เกสตเฮาส • เลท ซี หัวหิน • บานชานเคียง • หอศิลป กรุงเทพฯ • การเดน แกลเลอรี่ แอนด คาเฟ • กบาล ถมอ รีสอรท โคราช • บานใกลวงั • นัมเบอรวัน แกลเลอรี่ • Hug Station Resort • บานจันทรฉาย • HOF Art ปาย • ภั ต ตาคารมี ก รุ ณ า • Numthong Gallery • รานเล็กเล็ก • ลูนา ฮัท รีสอรท โรงแรม • ราน all about coffee • The Rock • หลับดีโฮสเทล สีลม • ปายหวานบานนมสด • บานถั่วเย็น โรงพยาบาล (ถนนแนบเคหาสน) นครปฐม • โรงพยาบาลศิริราช • ราน Rhythm & Book • Dip Choc Café • โรงพยาบาลปยะเวท อุทัยธานี กระบี่ • โรงพยาบาลกรุงเทพ • Booktopia • A Little Handmade Shop • โรงพยาบาลเกษมราษฎร ประชาชื่น หมายเหตุ: แสดงเพียงบางสวนของสถานที่จัดวางเทานั้น สามารถดูสถานที่จัดวางทั้งหมดไดที่ creativethailand.org

หมดปญหาหยิบนิตยสารไมทัน สมัครสมาชิกรายป โดยมีคาใชจายในการจัดสง 200 บาท (12 เลม) และรอรับนิตยสารสงถึงบาน (ถายเอกสารใบสมัครได)

ขอมูลผูสมัครสมาชิก

สมาชิกใหม

ชื่อ นามสกุล เพศ ชาย โโทรศััพทบาน โทรสาร

สมาชิกเกา (ตองการตออายุสมาชิก)

หญิง อายุ โโทรศััพทที่ทำำงาน โทรศัพทมือถือ

อีเมล

อาชีพ นักเรียน ครู/อาจารย

นิสิต/นักศึกษา พนักงานบริษัท

นักออกแบบ/ครีเอทีฟ ผูประกอบการ

อาชีพอิสระ อื่นๆ โปรดระบุ

ขาราชการ/รัฐวิสาหกิจ

สาขา/อุตสาหกรรมที่เกี่ยวของกับอาชีพของทาน โฆษณา สถาปตยกรรม แฟชั่น ศิลปะการแสดง ดนตรี ภาพยนตร โทรทัศน/วิทยุการกระจายเสียง

ทองเที่ยว/โรงแรม/สายการบิน วรรณกรรม/การพิมพ/สื่อสิ่งพิมพ พิพิธภัณฑ/หองแสดงงาน ซอฟตแวร/แอนิเมชัน/วิดีโอเกม

หัตถกรรม/งานฝมือ การเงิน/ธนาคาร ทัศนศิลป/การถายภาพ อื่นๆ โปรดระบุ

อาหาร การแพทย การออกแบบ

คาปลีก/คาสง โทรคมนาคม

ที่อยูในการจัดสง หมูบาน/บริษัท เลขที่ จังหวัด

ซอย

ถนน รหัสไปรษณีย

หนวยงาน/แผนก ตำบล/แขวง

อำเภอ/เขต

หนวยงาน/แผนก ตำบล/แขวง

อำเภอ/เขต

ที่อยูในการออกใบเสร็จ เหมือนที่อยูในการจัดสง หมูบาน/บริษัท เลขที่ ซอย จังหวัด

ถนน รหัสไปรษณีย

ตองการสมัครสมาชิกนิตยสาร Creative Thailand จำนวน 12 เลม เริ่มตั้งแตฉบับเดือน

โดยยินดีเสียคาใชจายในการจัดสงเปนจำนวนเงิน 200 บาท

วิธีการชำระเงิน (ระยะเวลา 1 ป จำนวน 12 เลม) เช็คสั่งจายนาม ศูนยสรางสรรคงานออกแบบ พรอมใบสมัครสมาชิก โอนเงินเขาบัญชีออมทรัพย ธนาคารกรุงเทพ สาขาสำนักงานใหญสีลม เลขที่บัญชี 101-808967-0 ในนาม ศูนยสรางสรรคงานออกแบบ กรุณาแฟกซใบสมัครพรอมหลักฐานการโอนเงินมาที่เบอร 02-664-7670 หรือสงไปรษณียมาที่ ศูนยสรางสรรคงานออกแบบ (Creative Thailand) 622 อาคารเอ็มโพเรียมทาวเวอรชั้น 24 ถนนสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 หรือแนบไฟลใบสมัครพรอมหลักฐานการโอนเงินมาที่อีเมล creativethailand@tcdc.or.th สอบถามขอมูลเพิ่มเติมไดที่ 02-664-7667 ตอ 122 สำหรับเจาหนาที่ Creative Thailand

สำหรับเจาหนาที่การเงิน

1. เลขที่สมาชิก ………………………………………. 2. วันที่ ………………………………………………… 3. เริ่มตั้งแตฉบับเดือน ……………………………….

1. เจาหนาที่การเงิน …………………………………. 2. วันที่ ………………………………………………… 3. วันที่โอนเงิน ………………………………………..


500px.com

INSIGHT อินไซต์

เรื่อง: มนฑิณี ยงวิกุล

RISING SPACE

พื้นที่ขายตรงประสบการณ์

โลกออนไลน์ไม่ได้สร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการตัวเล็กๆ เท่านั้น แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้าใจกระแสโลกก็สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ที่มองไม่เห็นนี้และสร้างค่าให้กับที่ดินเปล่าได้เช่นกัน

ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่โดดเด่นท่ามกลางกลุ่มอาคารสีฟ้าขาวกำ�ลังเป็น แหล่งท่องเทีย่ วยอดนิยมแห่งใหม่ในจังหวัดเพชรบุรี เพราะแม้วา่ ผูค้ นทีม่ า เยือนบางกลุ่มจะไม่ได้สนใจกับการเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกหรือสวนนํ้า ภายในนั้น แต่การได้เข้าไปเดินชมเมืองที่จำ�ลองจากเกาะสวรรค์ในกรีซ อย่างซานโตรินี (Santorini) ก็นับว่าไม่เสียเที่ยว ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ� เป็นชื่อสวนสนุกและสวนนํ้าที่เพิ่งเปิดตัวบน พื้นที่ 20 ไร่ด้วยเงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาทของกลุ่มผู้ผลิตเสื้อผ้าพีน่า กรุ๊ป (มหาชน) เจ้าของแบรนด์พีน่า เฮาส์ เสื้อผ้าวัยรุ่นที่ค่อนข้างโด่งดัง ในยุค 80 ซึง่ นำ�ทีมโดยผูบ้ ริหารรุน่ ทีส่ องอย่าง นัสวีร์ ตันติจริ สกุล กรรมการ ผู้จัดการบริษัท ธีม พลาซ่า ดีวีลอปเม้นท์ จำ�กัด และรองกรรมการบริษัท พีน่า กรุ๊ป จำ�กัด (มหาชน) ที่หันมาลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยวทดแทนธุรกิจ ผลิตเสื้อผ้าที่เคยทำ�รายได้ในอดีต ซึ่งไม่อาจไปรอดได้ในปัจจุบันที่ค่าแรง ทัง้ สูงและหายาก อีกทัง้ ลูกค้าก็หนั ไปซือ้ สินค้าจากจีนและเวียดนามมากขึน้ ดังนัน้ ตลอดระยะสิบปีทผ่ี า่ นมา บริษทั จึงได้ทยอยลดสัดส่วนธุรกิจเสือ้ ผ้าลง จนเหลือสัดส่วนรายได้เพียงร้อยละ 10 และหันไปเพิ่มสัดส่วนการค้าปลีก และอื่นๆ ที่สร้างรายได้ร้อยละ 90 จากรายได้รวมกว่า 4,000 ล้านบาท 20 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

ร้านค้าเอาต์เลตเพือ่ จำ�หน่ายเสือ้ ผ้าแบรนด์พนี า่ เฮาส์ และเท็นแอนด์โค ที่ตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวเช่น ชะอำ� พัทยา ภูเก็ต และเขาใหญ่ ยังคงเป็น ทีม่ าของรายได้จากปลายนาํ้ ทีท่ �ำ ให้บริษทั ไม่ตอ้ งประสบปัญหาเหมือนกับ ผูผ้ ลิตเสือ้ ผ้ารายอืน่ ๆ อย่างไรก็ดี การทีจ่ ะเติบโตไปกับธุรกิจท่องเทีย่ วของ ไทยนั้น ลำ�พังการขยายเอาต์เลตอาจจะไม่เพียงพอ ทำ�ให้บริษัทเลือกนำ� เสนอประสบการณ์ชอ้ ปปิง้ อย่างสนุกสนาน (Amused Shopping Experience) ซึ่งเป็นการผสมผสานการช้อปปิ้งด้วยสถาปัตยกรรมและสวนสนุก พร้อม กับการใช้กลยุทธ์ออนไลน์หรือ “โปรแกรมซานโตรินี คอนเนคส์” เพื่อให้ ลูกค้าที่มาใช้บริการสวนนํ้าสามารถใช้ระบบนี้ที่ติดอยู่ในริสต์แบนด์เป็น สื่อกลางในการสแกนการถ่ายภาพขณะเล่นเครื่องเล่นภายในสวนนํ้า และ คัดเลือกภาพเพือ่ นำ�ไปแชร์ผา่ นเฟซบุก๊ ของตนเองได้ทนั ที จึงทำ�ให้สวนนาํ้ สัญชาติกรีกแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้น เมื่อจุดประกายธุรกิจท่องเที่ยวติดขึ้นมาแล้ว พีน่า กรุ๊ป จึงวางแผน เดินหน้าอย่างเต็มขั้น โดยอยู่ในระหว่างการสร้างโรงแรมระดับ 4 ดาว ขนาด 120 ห้อง ภายในสวนนาํ้ พร้อมกับห้องประชุมเพือ่ รองรับกลุม่ ประชุม สัมมนา และกลุ่มครอบครัว พร้อมกับตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ บริษัท พีน่า


ที่มา: บทความ “พีน่ากรุ๊ป มุ่งขายแบรนด์-เลิกโออีเอ็ม” (25 มกราคม 2555) จาก bangkokbiznews.com บทความ “พีน่ารุกหนักธุรกิจท่องเที่ยวรับ AEC” (11 ตุลาคม 2013) จาก thanonline.com บทความ “ลูกไม้...หล่นไม่ไกลต้น” จาก logisticstime.net บทความ “สยามพารากอน ขึ้นแชมป์สถานที่ฮิตสุดบน Instagram ปี 2013” (14 ธันวาคม 2556) จาก manager.co.th บทความ “Top Locations on Instagram in 2013” จาก blog.instagram.com

@bowthidaporn

พรีโม่ โพสโต, เขาใหญ่ เปิดเมื่อปี 2007 #primoposto

@mynameisair

สวิส ชีพ ฟาร์ม, ชะอำ� เปิดเมื่อปี 2012 #swisssheepfarm

มิโมซ่า, พัทยา เปิดเมื่อปี 2011 #mimosapattaya @ja_kodchakorn

พร็อพเพอร์ตี้ ดีวิลอปเม้นท์ จำ�กัด เพื่อลงทุนโครงการคาเมล รีพับบลิค ที่กำ�ลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับซานโตรินี พาร์ค โดย เป็นโครงการที่มีทั้งสวนสัตว์และสวนสนุกภายใต้ธีมโมร็อกโกและสัตว์ที่ เป็นมิตรกับมนุษย์ เช่น อูฐ รวมถึงเครื่องเล่นต่างๆ ทั้งในแบบทั่วไปและ แบบเอ็กซ์ตรีม นอกเหนือจากกรีซแล้ว ยังมีอกี หลายเมืองในต่างประเทศทีถ่ กู นักพัฒนา อสังหาริมทรัพย์หยิบมาเป็นจุดขายควบคู่ไปกับกระแสการถ่ายภาพ เพื่ออัพโหลดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ดังเช่นฟาร์มแกะจากสวิสเซอร์แลนด์ เมืองกอลมาร์ (Colmar) จากฝรั่งเศส แคว้นทัสคานี (Tascani) และเวนิส (Venice) จากอิตาลี เมืองคาวบอยจากเม็กซิโก รวมถึงธีมพาร์กจาก การ์ ตู น ชุ ด มนุ ษ ย์ หิ น ฟลิ น ท์ ส โตนที่ ล้ ว นโด่ ง ดั ง ในสื่ อ สั ง คมออนไลน์ โดยเฉพาะในไทยที่การอัพโหลดรูปยังคงเป็นกิจกรรมยอดนิยม โดยจากข้อมูลของเว็บไซต์อินสตาแกรมพบว่า ไทยมีจำ�นวนผู้ใช้ อินสตาแกรมเพียง 1.4 ล้านคน แต่ความถี่ในการแบ่งปันภาพก็ไม่แพ้ ชนชาติใดในโลก โดยในปี 2011 กรุงเทพฯ ได้รบั การจัดให้เป็นเมืองสุดฮิต ของชาวอินสตาแกรมเป็นอันดับที่ 5 ท่ามกลางผู้ใช้งาน 7.4 ล้านราย และ จากสถานที่ยอดนิยม 15 อันดับแรกของชาวอินสตาแกรมนั้นตั้งอยู่ใน ประเทศไทยถึง 3 อันดับ โดยสนามบินสุวรรณภูมิเป็นสถานที่ยอดนิยม อันดับ 2 ส่วนสยามพารากอนอยู่อันดับที่ 11 และเทอร์มินอล ทเวนตี้วัน อยู่ในอันดับที่ 13 แต่ทว่าในปี 2013 นี้ สยามพารากอนกลับขึ้นแท่นครอง แชมป์อันดับหนึ่งชนะตึกไทม์สแควร์ในนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกา ด้วยพฤติกรรมการท่องโลกออนไลน์เช่นนี้ จึงนับเป็นโอกาสทีด่ สี �ำ หรับ นักพัฒนาที่ดินรายอื่นๆ ที่จะสร้างมูลค่าที่ดินและธุรกิจด้วยแนวคิดเมือง จำ�ลอง ธีมพาร์ก หรือแนวคิดที่สามารถผูกติดกับโลกออนไลน์เพื่อชักนำ� ให้ผคู้ นตัดสินใจเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยต้นทุนประชาสัมพันธ์ ที่ตํ่าและโอกาสที่จะคุ้มทุนเร็วยิ่งขึ้น

@homme ps

INSIGHT อินไซต์

เดอะ เวเนเซีย, หัวหิน เปิดเมื่อปี 2013 # #theveneziahuahin

มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 21


CREATIVE ENTREPRENEUR คิด ทำ� กิน

เรื่อง: อาศิรา พนาราม ภาพ: อดิเดช ชัยวัฒนกุล

เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ได้ยนื่ มือเข้ามาหมุนโลกให้เคลือ่ นเร็วขึน้ แปลงวิธกี ารใช้ชวี ติ ของมนุษย์ ให้เปลี่ยนไปหลายมิติ และปลดปล่อยการทำ�งานออกจากข้อจำ�กัดเดิมๆ ชนเผ่าเร่ร่อน แห่งโลกดิจทิ ลั (Digital Nomad) ได้ตคี วามพืน้ ทีท่ �ำ งานเปลีย่ นไป เพียงมีคอมพิวเตอร์ พกพากับอินเทอร์เน็ต พวกเขาก็สามารถทำ�งานที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ท่ามกลางสภาพ แวดล้อมอันเหมาะสม ซึง่ ไม่เพียงหมายถึงอาคารสถานที่ แต่ยงั หมายถึงสังคมและชุมชน ในพื้นที่นั้นๆ ด้วย เมือ่ 2-3 ปีกอ่ น คำ�ว่า Startup และ Coworking Space ยังไม่เป็นทีร่ จู้ กั แพร่หลาย ในเมืองไทย สองพี่น้อง ชาลและอมฤต เจริญพันธ์ เห็นโอกาสจากการที่ชาลทำ�งาน ให้คำ�ปรึกษาแก่ธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจระหว่างประเทศ ส่วนอมฤตทำ�งานธุรกิจเพื่อ สังคม ทั้งสองต่างก็มองเห็นโอกาสจากความสำ�เร็จของ Coworking Space ในต่าง ประเทศ จึงร่วมกันริเริ่มความคิดนี้ในปี 2011 และปีต่อมา HUBBA สาขาแรกในไทย ก็ได้เปิดตัวขึ้นในย่านเอกมัย กรุงเทพฯ

22 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

Coworking Space, Coliving Space

นอกจากพื้นที่ทางกายภาพ ความหมายของ Coworking Space สำ�หรับชาลซึ่งเป็นหัวใจ ของ HUBBA ยังรวมถึงการใช้ชวี ติ ของผูป้ ระกอบ อาชีพอิสระหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่จะมา แบ่งปันความคิด ตัวตน และความเป็นเจ้าของ ในสถานที่ นั้ น ด้ ว ย ในฐานะที่ ช าลเองก็ เ ป็ น สตาร์ทอัพเช่นกัน เขาจึงรู้ว่าจะต้องตอบโจทย์ ในการช่วยลดต้นทุนทั้งเงินและเวลาให้กับผู้ เริ่มต้นธุรกิจใหม่ ตลอดจนช่วยสร้างเครือข่าย ได้รู้จักผู้คนที่มีทักษะหลากหลายเพื่อแบ่งปัน ความรู้กัน และให้แรงบันดาลใจในการทำ�งาน ผ่านกิจกรรมที่มีร่วมกันในพื้นที่


CREATIVE ENTREPRENEUR คิด ทำ� กิน

Identity Building and Being Community Leader

Human Design

เพราะคู่แข่งของพื้นที่แบบ HUBBA ไม่ใช่ร้าน กาแฟ แต่เป็นการทำ�งานที่บ้านซึ่งไม่มีต้นทุน อะไรเลย HUBBA จึงเลือกสร้างความรู้สึกให้ เหมือนบ้านในบรร���ากาศสบายๆ และมีสวนไว้ ผ่อนคลาย “ทุกที่ที่เราทำ� ต้องถอดรองเท้าก่อน เข้ามา เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าบ้าน อีกอย่างเมื่อถอดรองเท้าแล้ว คนที่เข้ามาก็ เหมือนจะลดอีโก้ลงนิดหนึ่ง ผ่อนคลาย และ เปิดกว้างมากขึน้ ” ความสำ�คัญของการออกแบบ พืน้ ที่ ไม่ได้อยูท่ ส่ี ถาปัตยกรรมเป็นหลักแต่ยดึ คน เป็นศูนย์กลาง เพือ่ ให้ผมู้ าใช้งานรูส้ กึ มีความสุข ทีส่ ดุ และปฏิบตั ติ อ่ กันเหมือนเพือ่ น โดยโครงสร้าง แล้ว HUBBA ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เปิดมาก ที่สุด อุปกรณ์ต่างๆ ก็แบ่งปันกันใช้ ในขณะที่ ทุกคนมีสว่ นร่วมในพืน้ ทีไ่ ด้อย่างเต็มทีแ่ ต่กไ็ ม่ได้ เป็นเจ้าของอะไรเลยเช่นกัน สิง่ นีจ้ งึ ช่วยให้ผคู้ น เปิดใจและพร้อมแบ่งปันไม่เพียงพืน้ ที่ แต่ยงั รวม ถึงความรู้ด้วย “เราช่วยให้ผู้ที่เข้ามาได้เรียนรู้ เกิดแรงบันดาลใจ สร้างไอเดีย ลงมือปฏิบัติ และในที่สุดก็ถูกค้นพบโดยผู้อื่น ซึ่งหมายถึงนัก ลงทุนหรือลูกค้า นั่นล่ะคือพื้นที่ท่ีผมอยากทำ�” และ HUBBA ก็ท�ำ ได้แล้ว เพราะนอกจากสมาชิก ของ HUBBA จะเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ด้าน เทคโนโลยี นักออกแบบ และผู้ที่ทำ�งานอิสระ

แล้ ว ที่ นี่ ยั ง มี นั ก ลงทุ น หรื อ เจ้ า ของบริ ษั ท เทคโนโลยีต่างๆ มานั่งทำ�งาน คอยจับตามอง เพื่อที่จะได้ค้นพบดาวดวงใหม่เป็นคนแรกด้วย โดยกิจกรรมใหญ่ที่ HUBBA เคยจัดจนประสบ ความสำ�เร็จมาแล้วคือ Startup Weekend Bangkok ซึง่ ให้ผเู้ ข้าร่วมตัง้ ทีมทีร่ วมนักออกแบบ โปรแกรมเมอร์ และนักการตลาดมาออกแบบ ผลิตภัณฑ์ดา้ นเทคโนโลยีรว่ มกันภายในเวลา 54 ชั่วโมง หรือ 3 วัน 2 คืนในบ้านหลังนี้ โดยมีนัก ลงทุนคอยสังเกตการณ์และลงทุนกับผลงานที่ สนใจ เพื่อสร้างประสบการณ์การทำ�ธุรกิจจริง โดยไม่ตอ้ งสอน บางทีมมีผลิตภัณฑ์ออกมาแล้ว และสามารถทำ�เงินได้แล้วด้วย

ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งปีมี Coworking Space เปิดตัวในเมืองไทยถึง 16 ที่ แต่มีบางแห่งปิดตัว ไปแล้ว ปัจจัยหลักอยู่ที่จุดประสงค์ในการทำ� ธุรกิจ หากเป็นการทำ�เพื่อแก้ปัญหาและทำ�ให้ เกิดชุมชนเฉพาะทางมากกว่าจะเปิดเป็นพื้นที่ ทำ�งานให้เช่าทัว่ ไป ความเข้มแข็งของชุมชนนัน้ จะช่วยเสริมฐานให้ Coworking Space แห่งนัน้ มั่นคงขึ้น เช่นเดียวกับชาลที่มุ่งสร้างพื้นที่ที่เอื้อ ต่ อ การทำ � งานของกลุ่ ม ผู้ ป ระกอบการด้ า น เทคโนโลยี เพราะเขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น จึง สามารถดึงดูดคนทีพ่ ดู ภาษาเดียวกันให้เข้ามาได้ พร้ อ มกั บ เป็ น สื่ อ กลางในการทลายกำ � แพง ระหว่างผู้คนผ่านกิจกรรมอย่าง Power Lunch หรือ Coffee Meet Up ระหว่างมื้ออาหารหรือ การดื่มกาแฟที่ทำ�ให้เกิดบทสนทนาที่น่าสนใจ ไปจนถึงกิจกรรมให้ความรู้ โดยเชิญสมาชิกผู้มี ความเชี่ยวชาญแตกต่างกันหมุนเวียนมาให้ ความรูก้ นั เอง เพือ่ ให้เป็นส่วนหนึง่ ของการสร้าง ชุมชนเทคโนโลยีและสร้างอัตลักษณ์ทชี่ ดั เจนให้ แก่ Hubba “ทำ�เลสำ�คัญ ชุมชนก็สำ�คัญเช่นกัน แต่ละที่ควรมีกลุ่มเป้าหมายและอัตลักษณ์ของ ตัวเอง แต่ไม่ตอ้ งเฉพาะมาก เพราะยังไม่ถงึ เวลา ต่อไปอาจมีทท่ี เ่ี จาะกลุม่ มากกว่านีก้ ไ็ ด้ ขึน้ อยูก่ บั ว่าผู้ที่จะทำ� Coworking Space อยู่ในวงการ ไหน เพื่ อ ให้ พู ด คุ ย กั บ ผู้ ที่ ม าใช้ ง านได้ ง่ า ย ทัศนคติก็สำ�คัญ ควรเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบแชร์ และชอบช่วยเหลือผู้อื่น เพราะนี่เป็นงานบริการ และควรมี ค วามเป็ น ผู้ นำ � กลุ่ ม ในระดั บ หนึ่ ง เพราะคนไทยไม่ใช่วา่ จะพูดคุยกับคนแปลกหน้า ได้ง่าย เราต้องเชื่อมให้เขามีปฏิสัมพันธ์กัน ได้ด้วย” HUBBA l ซอยเอกมัย 4 สุขุมวิท 63 กรุงเทพฯ I 02 714 3388 I hubbathailand.com

มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 23


flickr.com/photos/AndresDC

CREATIVE CITY จับกระแสเมืองสร้างสรรค์

เมืองแอ่งกระทะอันเป็นที่พำ�นักของสถาปัตยกรรมลํ้าสมัย ย่านธุรกิจการค้า แหล่งเรียนรู้ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ห้องสมุด รวมถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ โดยมีรถไฟ ใต้ดนิ และเคเบิลคาร์คอยอำ�นวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างตัวเมืองกับอีก 16 ชุมชน ซึ่งตั้งอยู่ตามเนินเขาสูงที่โอบล้อม พร้อมด้วยเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ สวนพฤกษชาติขนาด ใหญ่และสวนสาธารณะในมุมเมืองเพื่อมอบความร่มรื่นให้กับชาวเมือง แม้ด้วยสภาวะแวดล้อมของเมืองจะเอื้ออำ�นวยให้ติดอันดับท็อปเท็นเมืองน่าอยู่ แต่ เมเดยิน (MedellÍn) เมืองใหญ่อันดับสองของโคลอมเบีย ซึ่งครั้งหนึ่งถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองทีม่ กี ารก่ออาชญากรรมสูงทีส่ ดุ ในโลก” ภายใต้อทิ ธิพลมืดของ ปาโบลเอสโคบาร์ ราชา ยาเสพติดผู้ก่อสงครามโคเคน อาจเป็นได้มากกว่านั้น เมื่อเมเดยินได้สลัดอัตลักษณ์เก่าที่ เปื้อนเลือดด้วยการรีแบรนด์ใหม่ในฐานะ "เมืองแห่งนวัตกรรม"

24 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557


CREATIVE CITY จับกระแสเมืองสร้างสรรค์

เรื่อง: ปิยพร อรุณเกรียงไกร

Re-Imagining Life ´ in Medellin REGENERATE FROM THE ROOT ภายหลังการโค่นอำ�นาจเอสโคบาร์ปี 1993 การปฏิรปู เมืองได้เริม่ ต้นขึน้ อย่าง จริงจังในช่วงปี 2004-2007 ซึง่ เซร์คโิ อ ฟาฆาร์โด (Sergio Fajardo) ผูด้ �ำ รง ตำ�แหน่งนายกเทศมนตรีในขณะนัน้ ได้วางแผนพัฒนาเมืองแบบบูรณาการ (PUI: Proyecto Urbano Integral) เพือ่ แก้ไขปัญหาความยากจนและความ เหลื่อมลํ้าทางชนชั้นที่ฝังรากลึกมายาวนาน เนื่ อ งจากโครงสร้ า งสั ง คมของเมเดยิ น เป็ น แบบพี ร ะมิ ด หั ว กลั บ ประกอบกับภูมปิ ระเทศแบบแอ่งกระทะทีบ่ บี บังคับให้ความเจริญกระจุกตัว อยูแ่ ค่ในใจกลางเมือง ประชาชนส่วนใหญ่จงึ ต้องอาศัยอยูใ่ นเขตชานเมือง ซึ่งเป็นชุมชนแออัดหรือ “โคมูนา (Comuna)” ที่พักอาศัยที่เรียงรายซ้อน กันตามเนินเขาสูงชันอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภค สถานศึกษา และระบบขนส่งมวลชนทีป่ ลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทำ�ให้ เมเดยินตกอยู่ในวังวนของปัญหาอาชญากรรม กระบวนการค้ายาเสพติด และความขัดแย้งรุนแรงโดยแก๊งสเตอร์ประจำ�ถิ่น กองโจรติดอาวุธ และ ทหารพลเรือน การฆาตกรรมกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้แทบทุกวันจนเป็น เรื่องปกติ อเลฮานโดร เอเคเบร์รี (Alejandro Echeverr) สถาปนิกชาวโคลอมเบีย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำ�เร็จของการปฏิรูปเมืองมาโดยตลอด มองว่าการ แก้ไขสภาวะเรื้อรังนี้จำ�ต้องอาศัยการลงทุนขนานใหญ่ในการออกแบบ โครงสร้างพื้นฐานของเมืองแบบ Social Urbanism ที่มุ่งเป้าแรกไปที่การ พัฒนาโคมูนาทั้ง 16 แห่งด้วยการเจรจากับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟู พัฒนาพื้นที่สาธารณะในแหล่งชุมชนแออัด ตั้งแต่ โรงเรียน ห้องสมุด สวนสาธารณะ ไปจนถึงศูนย์กลางชุมชน ควบคูก่ บั การพัฒนาระบบขนส่ง มวลชนและการบริการที่เชื่อมต่อกับใจกลางเมือง แม้การก่อสร้างจะดำ�เนินไปอย่างยากลำ�บากท่ามกลางสงครามกลาง เมืองย่อมๆ ทีย่ งั ปะทุ แต่ในปี 2004 กระเช้าลอยฟ้าหรือเมโทรเคเบิลก็เปิด บริการให้ประชาชนเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้าในตัวเมืองไปยังโคมูนาที่ ไกลที่สุดได้ 30,000 คนต่อวัน เพื่อเลี่ยงการเดินทางบนถนนที่ยังคงเป็น มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 25


CREATIVE CITY จับกระแสเมืองสร้างสรรค์

REINVENT PUBLIC SPACES นอกจากการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนในโคมูนาต่างๆ เข้ามา แสวงหาปัจจัยพืน้ ฐานทีส่ �ำ คัญต่อการดำ�รงชีวติ หรือแม้แต่ทางเลือกทีด่ กี ว่า ในเมืองได้แล้ว ทางฝั่งนอร์ธโซนหรือย่านดาวน์ทาวน์ก็ได้รับการปรับปรุง ให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและเป็นศูนย์กลางธุรกิจ นวัตกรรม และงานออกแบบร่วมสมัยที่สามารถหยิบยื่นโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้คนที่ หล���่งไหลเข้ามาที่นี่ โดยเฉพาะการศึกษา อาชีพการงาน สิ่งอำ�นวยความ สะดวก และการลงทุน ในช่วงแรกของการปฏิรปู เมือง ฟาฆาร์โดอดีตนายกเทศมนตรีให้ความ สำ�คัญกับนโยบายการศึกษาเป็นพิเศษ โดยได้วางแผนสร้างแหล่งการ เรียนรู้ใหม่ๆ อย่างพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Parque Explora) ที่โดดเด่นด้านการดีไซน์อาคารซีเมนต์ทรงลูกบาศก์ในพื้นที่ กลางแจ้ง โดยแบ่งเป็นโซนนิทรรศการแบบอินเตอร์แอคทีฟ เวิรก์ ช็อป และ อควาเรียมขนาดใหญ่ จนได้รบั การยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของนอร์ธโซน ในยุคใหม่ (The New North) 26 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

ไม่เพียงเท่านัน้ ยังมีอาคารห้องสมุดสาธารณะจำ�นวนไม่นอ้ ยทีเ่ กิดขึน้ ทั้งในดาวน์ทาวน์และเขตชุมชนเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึง แหล่งการเรียนรูไ้ ด้ทวั่ ถึงและเท่าเทียมมากทีส่ ดุ เช่น ห้องสมุดสเปนกึง่ สวน สาธารณะ (Parque Biblioteca España) ที่สร้างขึ้นในบริเวณที่เคยเป็น แหล่งค้ายาเสพติดและความรุนแรงในเขตซานโต โดมิงโก ก่อนทีจ่ ะกลาย เป็นแหล่งพบปะของคนในชุมชนและแลนด์มาร์กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ในปัจจุบนั นับเป็นการแสดงถึงบทบาทของสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ที่หยิบยื่นความหมายใหม่ให้กับพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

RE-LEAVES TO RELIEVE พิมพ์เขียวของเมืองนวัตกรรมแห่งโลกยุคใหม่คงไม่สมบูรณ์ หากปราศจาก พื้นที่สีเขียวและอากาศบริสุทธิ์ สวนพฤกษชาติแห่งเมเดยินขนาด 14 เฮกตาร์ในเขตคาร์เรราจึงได้รับการฟื้นฟูตามนโยบายการปฏิรูปเมืองและ เพิม่ พืน้ ทีส่ าธารณะสีเขียว โดยขยายต่อเติมพืน้ ทีใ่ นส่วนของแหล่งอนุรกั ษ์ พันธุ์กล้วยไม้นานาชนิด ให้อยู่ภายใต้หลังคาระแนงไม้รูปทรงคล้ายกับ รวงผึ้งขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะให้ร่มเงาแก่พันธุ์พืชและผู้คนแล้วยัง สามารถกักเก็บนํ้าฝนเพื่อใช้งานได้โดยอัตโนมัติ ถือเป็นการจำ�ลองการ พึ่งพาตนเองของธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่งและคำ�นึงถึงอนาคตของสวนที่ อาจผันเปลี่ยนไปตามนโยบายและงบประมาณจากภาครัฐ ทุกวันนีเ้ ส้นทางของเคเบิลคาร์และรสบัสได้ขยายไปจนถึงเขตอนุรกั ษ์ ธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอาร์บี แนวพื้นที่สีเขียวสำ�คัญทาง ตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเปรียบเสมือนกับปอดของเมเดยินและโลกอีกใบ สำ�หรับผู้ที่อยากหลีกหนีวิถีชีวิตอันวุ่นวายในเมืองใหญ่มาผ่อนคลาย ความเครียดและสำ�รวจความหลากหลายทางชีวภาพ

flickr.com/photos/chilongoco

©

REUTERS/Albeiro Lopera

อันตรายและขจัดปัญหาพรมแดนทางธรรมชาติที่ขวางกั้น ต่อมาในปี 2008-2011 อลองโซ ซาลาซาร์ยงั ได้ผดุ โปรเจ็กต์สร้างบันไดเลือ่ นกลางแจ้ง ยาว 365 เมตรขึ้นในโคมูนา 13 ซึ่งถือเป็นย่านชุมชนที่มีประชากรอาศัย อยู่อย่างหนาแน่นที่สุด ยากจนที่สุด และอันตรายที่สุด เพื่อป้องกันการ ก่ออาชญากรรมบนท้องถนนและย่นระยะการสัญจรจากการขึ้นลงบันได ตามเนินเขาที่สูงเทียบเท่ากับตึก 28 ชั้นเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงให้เหลือเพียง 5-6 นาที นอกจากนี้ยังออกแบบหลังคาให้มีลักษณะโปร่ง เน้นสีส้มสไตล์ โมเดิร์นเพื่อสร้างความโดดเด่นมีชีวิตชีวาท่ามกลางบ้านเรือนสีอิฐ โดย โครงการดังกล่าวช่วยลดสถิติการฆาตกรรมลงจาก 381 คนในปี 1993 ให้เหลือเพียง 60 คนต่อประชากร 100,000 คน ทำ�ให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเริ่ม ฟืน้ ตัว ทัง้ ยังกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเริม่ ต้นยุคใหม่ทชี่ ว่ ยให้ผอู้ าศัยใน ชุมชนแออัดเสื่อมโทรมรู้สึกได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอีกครั้ง


ทันทีที่ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ประกาศให้เมเดยินเป็นเมืองแห่งนวัตกรรม ระดับโลกประจำ�ปี 2013 จากความสำ�เร็จในการใช้นวัตกรรมเป็นกุญแจ ไขปัญหาความเหลือ่ มลํา้ ทางสังคมและสิง่ แวดล้อมได้อย่างชาญฉลาดและ ยั่งยืน สปอตไลต์ก็ส่องสว่างไปยังอดีตเมืองอาชญากรรมโลก ไม่ใช่แค่ นักลงทุนที่พากันตั้งคำ�ถามถึงเมืองนี้ แต่รวมไปถึงนักเดินทางท่องเที่ยว หรือกระทั่งนักการเมืองที่กำ�ลังมองหาต้นแบบการพัฒนาที่น่าสนใจ การปรับแผนผังโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทำ�ให้อนิบาล การ์บิเรีย (Anibal Gaviria) นายกเทศมนตรี คนปั จ จุ บั น เดิ น หน้ า รี แ บรนด์ เ มื อ งให้ เ ป็ น หนึ่ ง ในผู้ นำ � ทางธุ ร กิ จ และ นวัตกรรมในละตินอเมริกาได้สำ�เร็จ โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อสังคมที่สำ�คัญ ขณะที่ภาคเอกชนและภาคประชาชนเองก็เข้ามามี บทบาทในการฟืน้ ฟูสภาพเศรษฐกิจสังคมด้วย นอกจากนี้ ตำ�แหน่ง “เมือง แห่งนวัตกรรม” ยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดแบรนด์นวัตกรรมระดับโลกให้เข้า มาลงทุน อาทิ ฮิวเล็ตต์-แพ็คการ์ด และคิมเบอร์ลีย์ คลาก ทำ�ให้เมเดยิน กลายเป็นทีส่ นใจของนักลงทุนทางด้านเทคโนโลยีการสือ่ สาร ดิจทิ ลั คอนเทนต์ ซอฟต์แวร์ และไอทีมากขึน้ จนสำ�นักข่าวโคลอมเบียรีพอร์ตตัง้ สมญานาม ให้เป็น “ซิลิคอน วัลเลย์แห่งอเมริกาใต้” ทัง้ หมดนีไ้ ม่ได้หมายความว่าปัญหาอาชญากรรมและความขัดแย้งจะ อันตรธานไปโดยสิน้ เชิง เพราะยังคงมีรายงานข่าวกลุม่ ผูไ้ ม่หวังดีกอ่ ความ ไม่สงบในย่านทีพ่ กั อาศัยและสถิตฆิ าตกรรมทีเ่ พิม่ ขึน้ ในปี 2012 ถึงร้อยละ 57.3 ทำ�ให้ภาครัฐต้องเพิม่ มาตรการรักษาความปลอดภัยให้รดั กุมมากขึน้ และหาทางออกที่ดีที่สุดสำ�หรับทุกฝ่าย แต่จากบทเรียนที่ผ่านมา เมเดยิน ได้พิสูจน์แล้วว่า การออกแบบเมืองและสร้างโมเดลใหม่ที่เหมาะสมกับ บริบททางสังคมและการเมืองของตน โดยนำ�กระบวนการคิดการออกแบบ นวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้แก้ไขปรับเปลี่ยนโครงสร้างของ “บ้าน” โดยไม่มองข้ามปมปัญหาของคนกลุม่ เล็ก ย่อมทำ�ให้ผอู้ ยูอ่ าศัยทุกคนรูส้ กึ ภาคภูมิใจและเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนั้นอีกครั้ง ก่อนที่จะก้าวต่อไป พร้อมๆ กันในอนาคต

flickr.com/photos/AnastasiySafari

REBRANDING CITY

THIS MEANS MORE THAN WALL กำ � แพงข้ า งถนนในย่ า นชุ ม ชนเก่ า แก่ แ ละแออั ด ในเมเดยิ น ได้ แ ปรสภาพ เป็นพืน้ ทีเ่ รียกร้องสันติภาพ จากเหตุการณ์ทก่ี ลุม่ แร็ปเปอร์ทอ่ี อกมาเคลือ่ นไหว เรียกร้องเพื่อสันติภาพถูกสังหาร 10 คนโดยกองกำ�ลังติดอาวุธในย่านชุมชน ในปี 2010 ซึ่งทำ�ให้ศิลปินชาวโคลอมเบียและต่างชาติต่างออกมาพ่นสีสเปรย์ บนกำ�แพงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับไหน ซึ่งก็คือความตั้งใจของผู้เสียชีวิตที่ต้องการปกป้องเด็กรุ่นใหม่ให้พ้นจากวังวน อาชญากรรมและความรุนแรงทีเ่ กิดขึน้ บนท้องถนน “ศิลปินเหล่านีไ้ ม่ได้แค่ออก มาเรียกร้องสันติภาพผ่านบทเพลงแร็ป ฮิปฮอป กราฟฟิตี และศิลปะสตรีทเท่านัน้ แต่ยังแสดงถึงเจตนารมณ์ต่อต้านความรุนแรงอีกด้วย” เฟเดอริโก กูเตียเรียซ อดีตผูล้ งสมัครตำ�แหน่งนายกเทศมนตรีกล่าว นอกจากนี้ ในปี 2013 ศิลปินรุน่ ใหม่ ในเมเดยิน โบโกตาและคาลิยังร่วมกันทำ�แคมเปญสร้างสรรค์ศิลปะกราฟฟิตี ภายใน 24 ชัว่ โมงเพือ่ บ่งบอกให้รวู้ า่ พวกเขาต้องการการพัฒนาทีม่ คี ณุ ภาพและ สันติภาพ ไม่ใช่สงคราม ที่มา: บทความ "Medellin, The Silicon Valley Of South America" จาก medellinliving.com บทสัมภาษณ์ Sergio Fajardo และ Giancarlo Mazzanti จาก bombsite.com บทความ "Medellin: who's afraid of hip-hop?" จาก opendemocracy.net bbc.com, businessweek.com, botanicomedellin.org, colombiareports.co, openarchitecturenetwork.org, parqueexplora.org, parquearvi.org, theguadian.com วิกิพีเดีย

DID YOU KNOW? • 3.497 ล้านคือจำ�นวนประชากรทัง้ หมดในเมเดยิน (กรกฎาคม 2013) • ประติมากรรมรูปทรงอ้วนท้วนที่ตั้งอยู่ตามท้องถนนหน้าตึกระฟ้าและบริเวณรอบ Museum of Antioquia คือผลงานของ เฟอร์นานโด โบเตโร ศิลปินและประติมากร แห่งเมเดยินทีม่ ชี อ่ื เสียงระดับโลก ผลงานของเขามีเอกลักษณ์โดดเด่นทีก่ ารสร้างสรรค์ รูปร่างของคนและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในสเกลที่เหนือจริงจนได้รับการเรียกขานว่าเป็น สไตล์ "โบเตริสม์"

• นักท่องเที่ยวมักเกิดความสับสนระหว่างชื่อประเทศ "สาธารณรัฐโคลอมเบีย" ซึง่ ตัง้ อยูใ่ นทวีปอเมริกาใต้ กับ "โคลัมเบีย" ซึง่ เป็นทัง้ ชือ่ เมืองในรัฐเซาท์แคโรไลนา และรัฐมิซซูรีในสหรัฐอเมริกา • เมเดยินได้รับเลือกให้เป็นเมืองแห่งนวัตกรรมประจำ�ปี 2013 จากทั้งหมด 200 เมือง โดยมีนิวยอร์กและเทลอาวีฟเป็นคู่แข่งตัวเต็ง

มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 27


THE CREATIVE มุมมองของนักคิด

ปฐมา หรุ่นรักวิทย์

E ve ry o n e Deser v es the Chance t o a Bet t er L ife เรื่อง: กมลกานต์ โกศลกาญจน์ ภาพ: อดิเดช ชัยวัฒนกุล

ในขณะทีน่ โยบายรองรับความเป็นอยูท่ ด่ี ขี องสมาชิกในสังคมผูถ้ กู จัดอยูใ่ นหมวด “เข้าไม่ถงึ โอกาส” ยังคงสัน่ คลอน ความเหลือ่ มลํา้ ในการเข้าถึงทรัพยากรนานาประเภทยังเป็นเรื่องที่พูดคุยกันไม่ จบสิ้น และปัจจัยพื้นฐานอย่างเรื่องที่อยู่อาศัยเพื่อให้ได้มาซึ่ง “คุณภาพชีวิตที่ดี” ยังคงเป็นปัญหา

28 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

การออกแบบที่อยู่อาศัยผ่านการมีส่วนร่วมกับคนในพื้นที่ บนพื้นฐานแห่งระบบการคิดอย่างรอบคอบ ตอบสนองต่อความ ต้องการ และแก้ไขปัญหาเดิมที่มีอยู่ จึงเป็นหน้าที่พื้นฐานของ สถาปนิกทีต่ อ้ งทำ�งานร่วมกับคนนับสิบถึงร้อย เพือ่ ลงมือพัฒนา ชุมชนแออัดโดยใช้สถาปัตยกรรมเป็นเครื่องมือในการสร้าง กระบวนการมีสว่ นร่วมแบบเฉพาะตัวของแต่ละชุมชน ดังที่ ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกผู้ก่อตั้งคนสำ�คัญของ CASE Studio (Community Architects for Shelter and Environment) ได้พสิ จู น์ตวั เองผ่านหลายโครงการ ไม่วา่ จะเป็นชุมชนป้อมมหากาฬ ชุมชนเก้าเส้ง สงขลา ห้องสมุดชุมชนมีนบุรี หรือชุมชนตลาดบางเขน (คลองเปรมประชากร) ด้วยกระบวนการทีเ่ ริม่ ต้นลงมือแก้ปญ ั หา และชี้ให้เห็นความสำ�คัญของกลุ่มคนที่ต้องการ “งานออกแบบ” ที่ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น


ณ ตอนนี้ การทำ�งานสถาปัตยกรรมในชุมชนแออัด มันเป็นเหมือนกับ เครื่องมือหรือยานพาหนะเพื่อให้เกิดการเรียนรู้มากกว่า ไม่ใช่แค่สำ�หรับ ชาวบ้าน แต่เป็นการเรียนรูส้ �ำ หรับเราด้วย

การใช้สถาปัตยกรรมเป็นเครือ่ งมือในการเรียนรู้ เรียนรูก้ นั อย่างไร

คือเวลาเราทำ�งานเราต้องเคลียร์ก่อนว่าสถาปนิกเป็นเพียงวิชาชีพหนึ่ง เราไม่ได้รทู้ กุ เรือ่ ง แล้วการทีเ่ ราเข้าไปทำ�งานกับชาวบ้าน ไม่ได้หมายความ ว่าชาวบ้านด้อยกว่าเราหรือว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะข้อมูลพื้นฐาน ณ ที่ตรงนั้นเขารู้มากกว่าเราเยอะ แล้วเผลอๆ วิธีการแก้ปัญหาที่สอดคล้อง กับพืน้ ทีต่ รงนัน้ เขาทำ�กันเรียบร้อยแล้ว แค่เขาอาจจะไม่รตู้ วั หรือไม่มน่ั ใจ เพราะฉะนั้นเราต้องทลายกำ�แพงตรงนี้ก่อน ในขณะเดียวกันเราก็ต้อง ชัดเจนว่าเราต้องไม่เป็นผู้ชี้นำ� ไม่ได้เข้าไปมองว่านี่เป็นปัญหา คือมันต้อง เข้าใจว่าคนทีอ่ ยูต่ รงนัน้ เขาอาจจะมองปัญหาไม่เหมือนเรา เช่นถ้าเรามอง แบบเชิงกายภาพเข้าไป โอ้โห... หลังคารั่ว เสากร่อน ดูน่ากลัวมาก แต่ ชาวบ้านเขากลับคิดว่า รั่วก็รั่วไปสิ ไม่ใช่ประเด็นของฉัน เพราะฉะนั้นมัน ต้องระวังเรื่องนี้ด้วย บางคนลงพื้นที่แล้วมาบอกว่าชาวบ้านไม่ต้องการ สถาปนิกแต่ต้องการนักสังคมสงเคราะห์ เราบอกไม่ใช่ ทุกอย่างมันต้อง เชื่อมโยงกัน ไม่ว่าจะทำ�จากจุดไหน จากจุดที่เราเป็นสถาปนิก ทำ�งาน สถาปัตยกรรม ทำ�เรื่องกายภาพ เราเริ่มจากตรงนี้ แล้วมันทำ�ให้เกิดการ ขยายผล ขยายฐาน ที่เกิดการเชื่อมโยงไปสู่ความคิดอื่นๆ ได้

กำ�แพงที่ว่านั้นทลายอย่างไร ทำ�ไมถึงสนใจที่จะเปลี่ยนแปลงชุมชนแออัด

เพราะชุมชนแบบนี้เขามีฟังก์ชั่นอยู่แล้วในสังคม แต่ที่อยู่อาศัยเขาไม่เวิร์ก ก็ต้องคิดว่าจะอยู่ยังไงให้มันดีโดยใช้สถาปัตยกรรมเองเป็นตัวแก้ปัญหา แล้วปรากฏว่ามันก็ท�ำ ได้ คือถ้าเขาอยูด่ ี อยูอ่ ย่างมัน่ คง เขาก็จะมีก�ำ ลังใจ หรือมีโอกาสที่จะทำ�ประโยชน์ต่อไปได้ มีเวลาพอที่จะทำ�อะไรมากขึ้น มากกว่าจะต้องมานัง่ หาแต่เงิน

กระบวนการทำ�งานร่วมกับคนในชุมชนแออัดต่างจากที่ทำ�กับ คนชนชั้นกลางอย่างไร

อย่างแรกคือการรับข้อมูลข่าวสารทีไ่ ม่เท่ากัน คือถ้าสมมติวา่ เราทำ�เน้นไป ที่ชุมชนแออัดอย่างเดียว หลายครั้งที่เราเจอคือคนอื่นไม่เข้าใจว่า ทำ�ไม ต้องมาทำ�ตรงนี้ ทำ�ไมสนับสนุนให้เกิดการบุกรุก คือไม่เข้าใจในหน้าที่ ไม่เข้าใจฟังก์ชั่น

คือทลายกำ�แพงตัวเองนีท่ ลายอยูแ่ ล้ว ทลายกำ�แพงจากชุมชนทีไ่ ปลงพืน้ ที่ ต้องมานัง่ ปักหลักคุยกันก่อน แล้วชีใ้ ห้เห็นตามข้อเท็จจริง เพราะถ้าชีใ้ ห้เห็น จากข้อเท็จจริงมันจะไม่ยาก พอเขาเห็น เขาจะเรียนรู้ การทำ�งานกับชาวบ้าน ต้องอาศัยเวลาพอสมควร ถ้าเราจริงใจ เขาจะเห็นในที่สุด แล้วเราต้อง ชัดเจนด้วยว่าเราจะลงไปทำ�อะไร ไม่มีการรับปากด้วยว่าฉันจะลงมาช่วย ขนาดนั้นขนาดนี้ ไม่รับประกัน แต่เราจะบอกตั้งแต่ต้นว่า ถ้าชาวบ้าน ไม่ร่วมทำ�ด้วย เราก็ไม่มีปัญญาทำ� เพราะคนของเรามีอยู่เท่านี้

เพราะฉะนั้นการสื่อสารระหว่างกันจึงเป็นเรื่องสำ�คัญมากใช่ไหม

คือมันก็สำ�คัญ แต่เรามองว่าในอนาคต ถ้าชาวบ้านเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายตรงนี้เอง เขาก็จะกล้าพูด กล้าออกความเห็น เพราะเขาเป็นคน จ่ายสตางค์ ถ้าชาวบ้านเข้าใจและเห็นความสำ�คัญจริงๆ เขาสามารถจ่าย ได้ เพราะระบบที่เราคิดมันก็ไม่แพง คนละ 5 บาท 10 บาท แต่พอคิด ต่อประชากรสองพันคน ก็เป็นจำ�นวนเงินที่เยอะ

มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 29


THE CREATIVE มุมมองของนักคิด

คนในชุมชนแออัดอาจไม่เห็นความจำ�เป็นของสถาปนิก และการเป็นคนนอกเข้าไปอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักใช่ไหม

บ้านเราใครมาด้อมๆ มองๆ เราก็ไม่ชอบใช่ไหม เพราะฉะนั้นเข้าชุมชน ก็ต้องเข้าด้วยความเคารพ ถ้าเป็นนักศึกษา เราจะบอกเด็กเลยว่าคุณจบ ปริญญาโทนะ เขาเป็นชาวบ้าน คุณยังไม่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยซํ้า ไปชี้ว่า ควรปรับนัน่ ปรับนีเ่ ราว่าไม่ถกู ต้อง และทีเ่ ราต้องให้เด็กเข้าไปก่อนก็เพราะ ชาวบ้านจะกล้าพูดกล้าบ่นอย่างนู้นอย่างนี้ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องสำ�คัญ เด็ก จะได้รเู้ ลยว่าไม่ใช่เรือ่ งง่าย เด็กบางคนเข้าไปก็ปรับนูน่ นี่ คิดให้เสร็จสรรพ ซึง่ เขาไม่ได้ตอ้ งการ ถ้าชาวบ้านไม่ตอ้ งการ ชาวบ้านไม่มาช่วยทำ�หรอกนะ เพราะฉะนัน้ เส้นหนึง่ ทีข่ ดี ลงไปในแบบ มันไม่ใช่อะไรก็ได้ มันหนักหนา สาหัสกว่าทีค่ ดิ บางทีเส้นทีต่ อ่ กับอีกเส้นทีว่ าดลงไป ในความเป็นจริงใช้เวลา ทำ�นานมากนะ ก็ตอ้ งรู้ เพราะต่ออิฐไม่เหมือนต่อเลโก้ เด็กจะได้รกู้ ระบวนการ เวลาไปคุมงานจะไม่โดนใครหลอก ส่วนหนึ่งเคยเจอหลายคนที่ไปจี้ช่าง แต่ตวั เองไม่เคยรูเ้ ลยว่างานจริงมันหนักและไม่งา่ ย ก่ออิฐฉาบปูนไม่เหมือน แต่งหน้าเค้กที่เอาครีมป้ายแล้วเอาอิฐวางเอาครีมโปะแล้วปาดให้เรียบ มันไม่ง่ายอย่างนั้น

การเลือกเข้าไปปรับปรุงชุมชนแออัด มีวิธีการเลือกพื้นที่อย่างไร

มีสองแบบ หนึง่ คือผ่านทางองค์กร คือองค์กรเรียกเราเข้าไปทำ� เช่นชุมชน นี้มีไฟไหม้หรือจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ให้เข้าไปดูหน่อย หรือมีโครงการนำ�ร���อง ต่างๆ อันนี้ชัดเจน ส่วนแบบที่สองคือไม่มีใครจ้าง แต่เห็นเองแล้วแบบ มันกระตุน้ ต่อม แบบเยินมากอันนี้ (หัวเราะ) ก็อยากลงไป มีทง้ั ทีท่ �ำ ได้กบั ทำ�ไม่ได้ ที่ทำ�ไม่ได้คือชาวบ้านยังไม่พร้อมจริงๆ ยังอีกนาน ต้องปล่อย ไว้กอ่ น ถ้าเป็นชุมชนทีอ่ ยูม่ านานเราจะเริม่ หาประวัตไิ ด้ อ่านจากหนังสือ ได้ส่วนหนึ่ง ลงไปคุยกับชาวบ้านอีกส่วนหนึ่ง

บางคนลงพื้นที่แล้วมาบอกว่าชาวบ้าน ไม่ต้องการสถาปนิกแต่ต้องการ นักสังคมสงเคราะห์ เราบอกไม่ใช่ ทุกอย่างมันต้องเชื่อมโยงกัน 30 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

ชุมชนแออัดรอบนอกของเมืองกับชุมชนแออัดใจกลางเมือง มีความยากง่ายแตกต่างกันหรือเปล่า

ไม่นะ อยูท่ ร่ี ะยะเวลาว่าชุมชนนัน้ อยูม่ านานแค่ไหนแล้ว แล้วมีประสบการณ์ ในการทำ�งานร่วมกับใครมาบ้าง ถ้ามีประสบการณ์มาบ้าง จะทำ�ให้ไม่ยาก เกินไป แบบคุยกันแป๊บเดียวก็รเู้ รือ่ ง แต่พนื้ ทีท่ จี่ ะยากก็ยากเหมือนกัน คือ เขาจะจี้เลย เธอมาจากหน่วยงานนี้ องค์กรนี้หรือเปล่า ซึ่งมันไม่ควรจะ มาเป็นประเด็น หลายครั้งคนในชุมชนเมืองมันกลายเป็นคนกรุงเทพฯ ไปแล้ว ซึง่ บางครัง้ มันก็ท�ำ ให้ท�ำ งานยาก เพราะฉันมีนา้ํ มีไฟ ฉันมีทางออก แล้ว บางทีก็ไม่สนปัญหาส่วนรวมเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นคนเพิ่งมาอยู่ เพิ่งตั้ง ถิ่นฐาน มันก็เหมือนคนตั้งหมู่บ้านใหม่ๆ ที่ก็จะมีระบบของการช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน ดูแลเอาใจใส่กัน

จุดมุ่งหมายที่ได้จากการปรับปรุงพื้นที่ในแต่ครั้งคืออะไร

ในเชิงกายภาพมันได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าจะเกิดตามมาและเราหวังเป็น อย่างยิ่งว่าจะให้มันเกิดคือ การทำ�ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงทัศนคติ ในเชิงความมั่นใจในตัวเอง ในเชิงความเชื่อในความสามารถของตัวเอง เพื่อจะทำ�งานต่อไปได้เรื่อยๆ คือหลายครั้ง เรามีความรู้สึกว่า พวกเขา มีทักษะ มีความสามารถในการแก้ปัญหาให้ตัวเขาเองได้ และเขารู้ดีด้วย ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ธรรมชาติของพื้นที่เป็นอย่างไร แต่สิ่งที่เขาทำ�คือเขา ไม่เชือ่ ว่านัน่ เป็นสิง่ ทีแ่ จ๋วแล้ว คือถ้าเราเจอกันคนละครึง่ ทาง ทำ�ให้เขาเห็น ให้ได้วา่ สิง่ ทีเ่ ขาคิด สิง่ ทีเ่ ขาทำ�มันเป็นเรือ่ งทีด่ ที สี่ ดุ แล้ว เหมาะสมทีส่ ดุ แล้ว จนถึงถูกที่สุดแล้ว มันก็จะกลับไปสู่ความเชื่อมั่นในตัวเอง การยินดีที่จะ ช่วยเหลือตัวเองแทนที่จะรอความช่วยเหลือ กล้าที่จะแก้ปัญหาเวลามัน เกิดปัญหา และไม่ได้เป็นความเชื่อในตัวเขาหรือเชื่อในตัวเรา การไม่เชื่อ ต่างหากที่เป็นเรื่องดีมากๆ เขาไม่ควรเชื่อตั้งแต่แรก เขาควรจะมีคำ�ถาม เขาควรจะทักท้วง ควรจะเถียง ควรจะตรวจสอบ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดี


THE CREATIVE มุมมองของนักคิด

หลายครั้ง เรามีความรู้สึกว่า พวกเขามีทักษะ มีความสามารถ ในการแก้ปัญหาให้ตัวเขาเองได้ และเขารู้ดีด้วยว่าอะไรอยู่ตรงไหน ธรรมชาติของพื้นที่เป็นอย่างไร

มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 31


THE CREATIVE มุมมองของนักคิด

เราสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม ไม่ใช่กระบวนการมีส่วนเลือก ความเป็นอยู่ของชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปใน ระยะเวลาที่ผ่านมาหรือไม่

มันยังไม่เปลี่ยนแบบสุดชีวิต เพราะทุกชุมชนมีพัฒนาการของตัวเองกัน ทั้งนั้น เพียงแต่ว่าจะช้าหรือเร็ว และตราบใดที่ยังไม่มีการแก้ปัญหาให้ เป็นรูปธรรมโดยคนที่มีความรับผิดชอบหรือมีพลังมากกว่า มันจะมี เหตุการณ์ที่ชุมชนแออัดเกิดขึ้นตรงนั้นผุดขึ้นตรงนี้ไปเรื่อยๆ แบบไม่จบ ไม่สน้ิ เพราะตราบใดทีเ่ รายังมองไม่เห็นตัวตนของคนกลุม่ นี้ หรือทำ�เฉย กับฟังก์ชน่ั ของคนเหล่านี้ ปัญหามันก็จะเกิดขึน้ อยูอ่ ย่างนัน้ แล้วทีซ่ บั ซ้อน ไปกว่านั้น คือคำ�ถามที่ว่าถ้าพวกเขาอยู่ต่างจังหวัดสบายดีกันอยู่แล้ว เขา จะเข้ามาในเมืองกันทำ�ไม เรื่องนี้มันก็จะโยงไปถึงการพัฒนาชนบท การเกลีย่ ความเจริญให้เข้าถึงในทุกๆ ที่ เราว่ามันจะลามไปถึงสเกลนัน้ อยูด่ ี

เปรียบเทียบกับชุมชนแออัดในประเทศที่เจริญแล้วอย่างญี่ปุ่น เป็นอย่างไร

ญีป่ นุ่ นำ�หน้าเราไปแล้ว 40 ปี เขาเรียนรูถ้ กู ผิดไปบ้างแล้ว ในขณะที่ของไทย เรายังไม่เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวของเราเอง มันน้อยมากถ้าเทียบกับเขา มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ ระยะห่างมันเยอะ เราก็ตอ้ งกลับมามองว่า ทำ�ไม เราไม่รู้จักที่จะเรียนรู้จากประเทศที่นำ�หน้าเหล่านั้น ซึ่งมันเป็นทางลัดนะ เราหยิบมาดูได้เลย ไม่ใช่เวลาไปดูงานที่ญี่ปุ่น ดูกันแต่ตึก ดูกันแต่เปลือก แต่ต้องดูที่มาที่ไปด้วย ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาได้รับบทเรียนมา

การปรับปรุงพื้นที่เท่ากับการให้ความหมายใหม่กับพื้นที่ ใช่หรือเปล่า

ความหมายของพืน้ ทีบ่ างทีกเ็ ปลีย่ น เพราะบางครัง้ มันก็มาจากพืน้ ทีท่ ไี่ ม่มี อะไรเลย แล้วเราทำ�ให้มันมีฟังก์ชั่น จากที่ทิ้งขยะเป็นสวนสาธารณะก็มี หรือเป็นทีท่ �ำ การเดิมแล้วขัดเกลาให้เป็นทีท่ �ำ การใหม่ใช้ประโยชน์ได้มากขึน้ กว่าเดิมก็มี หรือพอทำ�ไปเรื่อยๆ สิ่งอื่นที่มันเกิด อย่างคนเลิกเหล้าหรือ เด็กติดยากลับมาเป็นคนดีขึ้นมันก็มี ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในวัตถุประสงค์หลัก แต่แรก เพราะว่าเราทำ�อาคารและพื้นที่ แต่อันนี้คือสิ่งที่เราพยายาม จะบอกว่า สิ่งที่เราทำ�มันไม่ใช่แค่ทางกายภาพที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่มัน ได้อย่างอื่นด้วย ซึ่งเรื่องอย่างนี้ไม่สามารถเขียนเป็นโพรโพซอลได้ และ นั่นคือสิ่งที่มันเกิดได้จริงๆ 32 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

ในปัจจุบันมีสถาปนิกที่ทำ�งานรองรับชุมชนเพิ่มขึ้นหรือไม่

สำ�หรับบางบริษัท เราก็ไม่แน่ใจว่าเขาทำ�งานในแนวทางที่เหมือนกันกับ เราหรือเปล่า เพราะว่าเราสร้างกระบวนการการมีสว่ นร่วม ไม่ใช่กระบวนการ มีส่วนเลือก ถ้าเป็นอย่างหลัง เราคงทำ�งานด้วยกันไม่ได้ มีส่วนเลือกคือ ทำ�ไปให้เลือกแล้วกลับบอกว่ามีสว่ นร่วมแล้ว อันนีไ้ ม่นา่ ใช่และเราว่าอันตราย หลายคนบอกว่าแบบมีส่วนร่วมมันช้า ใช้เวลาเป็นปีๆ แต่เอาเข้าจริง แบบมีส่วนเลือกก็ใช้เวลาพอๆ กัน เพราะเดี๋ยวต้องซ่อม ต้องแก้ ต้องรื้อ มันก็มีค่าเท่ากัน แล้วทำ�ไมไม่ค่อยๆ ทำ� ปูพื้นให้มันแน่นเสียก่อนล่ะ

อุปสรรคมากมายขนาดนี้ ทำ�ไมถึงยังมีแรงลงมือทำ�อยู่จนถึงวันนี้

ที่เรายังทำ�อยู่เพราะว่าชุมชนแออัดคือพื้นที่ที่สถาปนิกสามารถเข้าไปแก้ ปัญหาได้ แต่เหมือนกับว่าไม่มใี ครเห็นความสำ�คัญ สิง่ ทีเ่ ราทำ�อยู่ คือทำ�ให้ รู้ให้เห็นว่ามันมีประโยชน์ ถ้าคนไม่รู้ก็จะไม่มีใครจ้าง อันนี้ส่วนหนึ่ง แต่ ถามต่อว่าไม่ทำ�ได้ไหม ตอบว่าได้ แต่ละชุมชนมันเกิดการเปลี่ยนแปลง อยู่แล้ว แค่จะช้าหรือเร็ว ดีหรือแย่ อันนี้ก็แล้วแต่ หลายคนไม่ทำ�งานกับคนจน เพราะคิดว่าไม่มีตังค์จะจ้าง สถาปนิก เลยกลายเป็นอาชีพรองรับคนชัน้ สูงอย่างเดียว เราว่ามันไม่ใช่แล้ว เสียของ แล้ว เพราะเราเป็นวิชาชีพหนึ่งในสังคม เราควรรองรับทุกคนในสังคมนี้ และถ้าเราไม่เริ่ม มันก็อาจจะไม่เกิด หรือถ้าเริ่มแล้วมันทำ�ไม่ได้ ก็แค่ต้อง ยอมรับ ไม่ได้วนั นี้ อีก 4-5 ปีอาจจะได้กไ็ ด้ หรือสิง่ ทีว่ นั นีป้ ระสบความสำ�เร็จ ปีหน้ามันอาจจะล้มเหลวก็ได้ เราก็ไม่รู้ มองเป็น ณ ปัจจุบันดีที่สุด


THE CREATIVE มุมมองของนักคิด

Creative Ingredients หนังสือที่ชอบ

วรรณกรรมเยาวชนอย่างโต๊ะโต���จัง บ้านเล็กในป่าใหญ่ นาร์เนีย เราอ่าน หนังสือเพื่อความบันเทิง การอ่านวรรณกรรมเด็ก มันทำ�ให้เราคิดตามใน ทางที่เราชอบ และอ่านซํ้าแล้วซํ้าเล่าด้วย

สถาปนิกที่ชอบ

สมัยเรียนรู้จักแต่แฟรงค์ ลอยด์ ไรท์ (Frank Lloyd Wright) คนเดียว จนตอนหลังได้เจอสถาปนิกหลายคน เลยไม่ได้ประทับใจจากงานของเขา อย่างเดียว แต่ประทับใจในตัวเขาด้วย ทัง้ ในเรือ่ งวิธคี ดิ และแนวการทำ�งาน ที่ประทับใจมากคือ อเล็กซานเดอร์ บรอดสกี้ (Alexander Brodsky) และ อีกคนที่ชอบอัธยาศัยมาก และงานดีเหลือเกินคือ บีจอย เจน (Bijoy Jain) แห่งสตูดิโอมุมไบ

มกราคม 2557

l

Creative Thailand

l 33


thepotholegardener.com

CREATIVE WILL คิด ทำ� ดี

The Pleasant Potholes เรื่อง: นันทกานต์ ทองวานิช

ใครบ้ า งไม่ เ คยเดิ น สะดุ ด ร่ อ งถนนหรื อ ขี่ จั ก รยานตกหลุ ม การสัญจรกลางป่าคอนกรีตซึ่งเต็มไปด้วยอิฐ หิน ปูน และตึก ไม่เคยเรียกร้องให้คนเมืองได้เดินทอดน่องชื่นชมความงามใดๆ นอกจากก้มหน้าไปให้ถงึ จุดหมาย พร้อมกับการระมัดระวังหลุมบ่อ ตามรายทาง

“เดอะ พอตโฮล การ์เดนเนอร์ (The Pothole Gardener)” คือโปรเจ็กต์ สร้างสวนหย่อมในหลุมบนถนนและทางเท้าในย่านอีสท์ลอนดอนของ อังกฤษ โดยสตีฟ วีน (Steve Wheen) ครีเอทีฟโปรดิวเซอร์ผู้ถูกเรียก โดยหนังสือพิมพ์เดอะ ซัน ว่าเป็น “แบงค์ซีแห่งการทำ�สวนแบบกองโจร (Banksy of guerrilla gardening)” เขาเติบโตมาจากแคนเบอร์รา เมือง ที่มีพื้นที่ล้นเหลือและการทำ�สวนคือวิถีชีวิต ความไม่คุ้นเคยกับการอาศัย อยู่ในแฟลตเล็กๆ ของลอนดอนและความรำ�คาญหลุมบ่อตามท้องถนน ของสตีฟจึงนำ�ไปสู่การสร้างสวนในพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปคาดไม่ถึง สวนเล็กๆ ในหลุมของสตีฟไม่ได้เป็นเพียงการปลูกต้นไม้ดอกไม้อะไร ก็ได้เท่านัน้ แต่ยงั เป็นการทำ�สวนภายใต้ธมี ต่างๆ ทีป่ ระกอบไปด้วยหลาก หลายอุปกรณ์ประกอบขนาดจิ๋ว เช่น ไพ่ ตะกร้าและเสื่อปิกนิกสำ�หรับธีม ปิกนิก ราวตากผ้าและเก้าอี้ผ้าใบสำ�หรับธีมสวนหลังบ้าน หรือโทรทัศน์ โซฟา และโคมไฟในธีมห้องนั่งเล่น นอกจากนี้ สตีฟยังอาศัยความเป็นไป ต่างๆ ทีเ่ กิดขึน้ รอบตัวในการสร้างสรรค์สวนให้โดดเด่นและแตกต่างไม่วา่ จะเป็นสวนลอนดอนแฟชัน่ วีก สวนสนามเทนนิสวิมเบิลดัน และสวนเฉลิม ฉลองการอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียมและเคท มิดเดิลตัน เป็นต้น

34 l

Creative Thailand

l มกราคม 2557

เดอะ พอตโฮล การ์เดนเนอร์ยงั สนับสนุนให้คนในพืน้ ทีต่ า่ งๆ เปลีย่ น หลุมบนถนนหรือแม้แต่ร่องพื้นขรุขระบนทางเดินให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว ขนาดย่อม โดยใช้กูเกิล แมพช่วยแสดงภาพสวนที่ว่านี้จากทั่วโลก ทั้ง สหรัฐอเมริกา สวีเดน อินเดีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แม้ดอกไม้และพืน้ หญ้าในหลุมตามถนนเหล่านีจ้ ะเปราะบางและเสีย่ ง ต่อการถูกทำ�ลายโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ประเด็นสำ�คัญของมันหาใช่ระยะ เวลาของการมีอยู่ หากคือการเปลีย่ นความหมายของทางสัญจรทีอ่ าจเป็น อันตรายให้เป็นความรื่นรมย์ ชะลอฝีเท้าของชาวเมืองผู้เร่งรีบให้ได้ชื่นชม ความสวยงามระหว่างทาง ทางเท้าจึงไม่ได้เป็นเพียงทางผ่าน และในทาง กลับกัน ก็ช่วยให้ความหมายใหม่ในการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ปราศจาก ข้อจำ�กัดเรื่องขนาดของพื้นที่ เพิ่มทางเลือกของการทำ�สวนให้กว้างไกล ออกไปมากกว่าการปลูกต้นไม้รมิ ระเบียงหรือการทำ�สวนบนดาดฟ้าอาคาร ดังที่กำ�ลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ที่มา: thelittlebookoflittlegardens.com, thepotholegardener.com, stevewheen.com



Creative Thailand Magazine