Issuu on Google+

New media เรื่ อง google+ เสนอ อาจารย์ ประทานพร อุ่นออ โดย นาย วุฒิชยั ไสยะหุต รหัส 53-070240-1126 รายวิชา CA.206


New media - สื่ อที่เลือก คือ Google+ - เป็ นสื่ อประเภท เว็บไซค์ (social network) - ทำางานโดยการที่ผเู้ ล่นสามารถเพิ่มข้อมูลประวัติตวั เอง แชทกับเพื่อน และสามารถโพส ไฟล์ media ต่าง ๆได้

ประวัติ กูเกิล+ (อังกฤษ: Google+) เป็ นบริ การเครื อข่ายสังคมให้บริ การโดยกูเกิล โดยเปิ ดให้ใช้งาน ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ผูท้ ี่จะเข้ามาทดลองใช้ตอ้ งได้รับเชิญจากบุคคลที่ใช้อยู่ เท่านั้น อย่างไรก็ตามระบบการเชิญถูกยุติเนื่องจากมีการใช้งานเป็ นจำานวนมากเกินกว่าที่ระบบจะ รองรับได้[2]ภายหลังในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554 จึงเปิ ดให้ผใู ้ ช้ทวั่ ไปได้ใช้งาน Google+ ทำางานโดยรวมบริ การหลายอย่างของทางกูเกิลเข้าไว้ที่เดียวกัน อาทิ เช่น กูเกิล บัซซ์, กูเกิล โพรไฟล์, กูเกิล ทอล์ก และอีกหลายบริ การ ปั จจุบนั ได้มีการรับรองการทำางานผ่านเว็บ เบราว์เซอร์ , แอปพลิเคชันของแอนดรอยด์ และ แอปพลิเคชันของไอโอเอส สำาหรับ ไอโฟนได้มี การวิเคราะห์มาว่าบริ การตัวนี้ ของกูเกิลจะเป็ นคู่แข่งกับเครื อข่ายสังคมเฟซบุ๊ก


การทำางานของ google+ เมื่อเปรียบเทียบกับ facebook ในตอนนี้ ถ้าพูดถึง Facebook กับ Google+ (Google Plus) คำาถามแรกที่จะต้องได้ยนิ คือว่า Google+ จะมาแข่งกับ Facebook หรื อเปล่า? เพราะดูจากฟี เจอร์ ที่มีแล้ว ค่อนข้างคล้ายคลึงกับ Facebook พอสมควรครับ ถึงจะไม่เหมือนเป๊ ะๆ แต่เชื่อว่า คนที่เคยเล่น Facebook มาก่อน คงจะหัน มาเล่น Google+ ได้ไม่ยากเช่นกัน วันนี้ผมมีบทความเกี่ยวกับ Google+ มาให้อ่านกันครับ ซึ่งเป็ น บทความจากเว็บไซต์ macworld.com (แต่ตน้ ฉบับของบทความนี้ อยูท่ ี่เว็บไซต์ PCWorld.com ครับ) โดยผูเ้ ขียนให้ได้เหตุผลถึง 9 ข้อด้วยกัน ลองมาดูกนั ครับว่า ทำาไม เราควรย้ายจาก Facebook มาใช้ Google+ ครับ 1) Google+ สามารถเชื่อมโยงกับบริการอืน่ ๆ จาก Google ได้

เชื่อว่า นี่อาจเป็ นเหตุผลหลักที่จะช่วยผลักดันให้คนหันมาใช้ Google+ กันมากขึ้นครับ เพราะ Google ได้สร้าง Google+ ให้เชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ออนไลน์มากมายที่ Google สร้างสรรค์ ไว้ให้ ถ้าคุณอยากจะเช็คเมล Google ก็มี Gmail หรื อถ้าหากคุณจะทำาการเอกสาร Google เค้าก็มี Google Docs ไว้คอยบริ การ รวมไปถึงการค้นหาข้อมูลต่างๆ (Search) Google ก็ข้ ึนชื่ออันดับ 1 เรื่ อง Search Engine อยูแ่ ล้ว เรี ยกว่า ใช้แค่อย่างเดียว ก็สามารถทำาได้ทุกอย่างนัน่ เองครับ ที่สาำ คัญ คือ บริ การต่างๆ เหล่านั้น ใช้ฟรี โดยไม่เสี ยค่าใช้จ่ายด้วย ซึ่งนี่เป็ นสิ่ งที่ Facebook ยังทำาไม่ได้ครับ


2) Google+ บริหารจัดการกลุ่มเพือ่ นได้ ดีกว่ า

ที่ผเู ้ ขียนเค้าบอกว่า Google+ จะสามารถบริ หารจัดการกลุ่มเพื่อนได้ดีกว่า ก็เพราะฟี เจอร์ ที่มชี ื่อว่ า Circles นั่นเองครับ ซึ่งในชีวิตจริ งนั้น เรามีเพื่อนหลายประเภท และมีวิธีสื่อสารและปฏิสมั พันธ์ใน วิธีที่แตกต่างกันไป จึงทำาให้เกิด Circle ขึ้นมาแบ่งแยกว่า อันนี้คือ กลุ่มเพื่อนที่โรงเรี ยนนะ อันนี้ เป็ นผูร้ ่ วมงาน อันนี้เป็ นเพื่อนที่มหาลัย ถ้าถามว่า แล้ว Facebook ไม่มีการจัดการแบบนี้หรื อ จริ งๆ แล้วมีครับ แต่จะทำาได้ "ยุง่ ยากกว่า" (เค้าให้เหตุผลมาแบบนี้ ครับ) เพราะ Groups ใน Facebook เป็ น แค่ฟังก์ชนั่ ที่เพิม่ ขึ้นมา แต่ Circles ใน Google+ เป็ น "รากฐาน" ที่ Google ได้สร้างขึ้นมานานแล้ว นัน่ เองครับ 3) Google+ มี Mobile App ดีกว่ า ใครที่ใช้แอนดรอยด์โฟนอยู่ จะพบว่า การจะเข้าคอนเทนต์อะไรซักอย่างจากโทรศัพท์มือถือ ทำาได้ ง่ายมากครับ อีกทั้ง Google+ Mobile App (ผูเ้ ขียนบอกว่า) เป็ น App ที่ยอดเยีย่ มมาก ด้วยเหตุน้ ี Google จึงกำาลังหาทางทำาให้แอนดรอยด์โฟน เชื่อมต่อกับ Google+ ได้อย่างไร้ที่ติ เพื่อเป็ นยกระดับ Mobile App ให้ดีข้ ึนไปอีก เพราะ Google หวังว่า อยากจะให้ Google+ นั้น เป็ นฐานรวมผูใ้ ช้แอน ดรอยด์ที่ใหญ่ที่สุดครับ


4) Google+ หาบทความ/สิ่งที่น่าสนใจ มาแชร์ ได้ ง่ายกว่ า เหตุผลที่ผเู้ ขียนบอกว่า Google+ หาของมาแชร์ ได้ง่าย เพราะมีฟีเจอร์ ที่ชื่อ Sparks ครับ โดยอาศัย ข้ อมูลจาก Search Engine อย่าง Google นั่นเอง เมื่อเปรี ยบเทียบกับ Facebook แล้ว Facebook ไม่มี Search Engine ในตัวครับ ถ้าจะหาข้อมูลดีๆ ก็ตอ้ งเปิ ดเว็บและทิ้งลิงค์เอาไว้ภายหลัง หรื อไม่กต็ อ้ ง รอเพื่อนมาแชร์ แต่ถา้ ใช้ Google+ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะหมดไปด้วยฟี เจอร์ Sparks ครับ 5) Google+ สามารถดึงข้อมูลกลับมาได้ Facebook นั้น สามารถบริ หารจัดการข้อมูลส่ วนตัวได้ค่อนข้างยากกว่า Google+ ครับ เพราะข้อมูล ส่ วนตัวบางอย่าง เราอยากจะเก็บไว้เป็ นความลับ แต่ Facebook นั้นจะบังคับให้เราเปิ ดเผยข้อมูลบาง ส่ วนนั้นเป็ น "Public" (สาธารณะ) ไม่ใช่ "Private" (ส่ วนตัว) นอกจากนี้ การลบ Account บน Facebook ก็ไม่ใช่เรื่ องง่ายอีกเช่นกันครับ อีกทั้งถ้าหากลบแล้ว ก็คือลบเลย เกิดวันนึงอยากได้รูปที่ เคยโพสลง Facebook ก็เอากลับมาไม่ได้แล้ว เพราะ Account ถูกลบไปแล้ว แต่ บน Google+ เรา สามารถทำาได้ครับ แม้ว่า Account ของเราจะถูกลบไปก็ตาม เพราะบน Google+ มีฟีเจอร์ ที่ชื่อว่ า Data Liberation ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ท้ งั รู ป, โปรไฟล์, Stream, Buzz รวมไปถึง รายชื่อผู ้ ติดต่อ ได้อีกด้วยครับ 6) Google+ มีระบบการ Tag รู ปดีกว่ า สำาหรับการ Tag รู ปนั้น ทั้ง Facebook กับ Google+ สามารถทำาได้เหมือนกันคือ จิ้มที่หน้าคนที่เรา ต้องการจะ Tag แล้วใส่ชื่อ แต่สิ่งที่ผเู้ ขียน ได้เขียนเพิม่ ลงไปก็คือว่า บน Google+ นั้น จะมีการส่ ง ข้อความแจ้งคนที่เราเพิ่งใส่ชื่อ Tag ไปว่า เราได้ Tag เค้าไปนะ ซึ่งตรงนี้ ผมคิดต่างครับ เพราะ Facebook ก็มีระบบแจ้งเตือนเวลาเราโดน Tag รู ปเหมือนกัน เลยไม่คิดว่า จุดนี้ Google+ จะแตกต่าง จาก Facebook ครับ 7) Google+ มีระบบแชทที่เยีย่ มกว่ า จริ งๆ แล้วทั้ง Facebook กับ Google+ ก็มีระบบแชทด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่ Google+ อาจจะได้ เปรียบ กว่ าตรงที่ Google เองก็มีระบบแชททีช่ ื่อว่ า Google Talk อยู่แล้ ว ซึ่งได้นาำ ระบบบางอย่างบน Google Talk มาปรับใช้กบั Google+ ครับ ทำาให้สามารถใช้ Video Chat ได้, คุยกันเป็ นกลุ่ม Circles ได้ แถมด้วยโปรแกรมแชทอย่าง Huddle ซึ่งตรงนี้ถือว่า Google+ เหนือกว่า Facebook อยูห่ ลายขุม ครับ


8) Google+ มีระบบการแชร์ ที่ปลอดภัยกว่ า ความปลอดภัยในการแชร์ขอ้ มูลในที่น้ ี หมายถึง เวลาที่เราอัพเดทข้อความ, รู ป หรื ออะไรก็ตามแต่ เราสามารถตั้งค่าได้วา่ ใครกันที่สามารถมองเห็นได้ จะให้เห็นกันทั้ง Circles หรื อให้เฉพาะบุคคล เห็น Google+ ก็สามารถทำาได้ครับ "แต่" จริ งๆ แล้ว Facebook ก็ทาำ ได้เหมือนกันครับ เพียงแต่วา่ ไอคอนการตั้งค่าเล็กเกินไป (สังเกตหน้า Facebook ครับ ด้านล่างที่เราจะโพสข้างๆ ปุ่ ม Share จะมี ไอคอนรู ปแม่กญ ุ แจอยู่) ทำาให้หลายๆ คนอาจจะมองไม่เห็น ก็เลยคิดไปว่า Facebook คงทำาไม่ได้ แน่ๆ แต่ Google+ เค้าดึงฟี เจอร์น้ ี ออกมาให้เห็นกันชัดๆ ครับ แต่ใครที่เคยตั้งค่าความเป็ นส่ วนตัวกัน ไปก่อนหน้านั้น ต้องระวังนิดนึงครับ เพราะทั้ง Facebook กับ Google+ จะจำาการตั้งค่าครั้งล่าสุ ดเอา ไว้ ฉะนั้น ก่อนจะโพสอะไร ต้องมัน่ ใจเลยว่า เราโพสไปหาไม่ผิดคนแน่ๆ 9) Google ดูแลข้อมูลส่ วนตัวได้ ดีกว่ า ในข้อนี้ ผมไม่ขอให้ความเห็นว่าระหว่าง Facebook กับ Google ใครจะปกป้ องข้อมูลส่ วนตัวไม่ให้ รั่วไหลได้มากกว่ากัน เพราะส่วนใหญ่แล้ว พวกรู ปหลุดเอย ข้อมูลหลุดเอย ก็มกั จะมาจากเจ้าของ มากกว่าครับที่อาจจะตั้งค่าพลาดเอง หรื อไม่กม็ าจากกลุ่มเพื่อนเสี ยมากกว่า ที่มา http://www.techmoblog.com/google-plus/


wuttichai saiyahoot