Skip to main content

การศึกษาวิเคราะห์วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ โดย ฉัตรอมร แย้มเจริญ

Page 1

การศึกษาวิเคราะหวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์”

ฉัตรอมร แยมเจริญ


ก

คํานํา การศึกษาวิเคราะหวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” มีเนื้อหาประกอบดวย ความรู เบื้องตนเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ไดแก ที่มาของรามเกี ยรติ์ทั้ งในประเทศ อินเดียและในประเทศไทย ประวัติผูแตง เนื้อเรื่องโดยยอ ความสําคัญและคุณคาของ รามเกียรติ์ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิเคราะหเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ไดแก ตัวละครสําคัญ เหตุการณสําคัญในเรื่อง กลวิ ธีการแตง และความรูตาง ๆ ที่ไดรั บ เพื่ อ ให ผู ที่ ส นใจสามารถศึ ก ษาและนํ า ไปใช ป ระโยชน ใ นด า นอื่ น ๆ ได อ ย า งมี ประสิทธิภาพ ขอขอบพระคุณทานอาจารยสุชาติ พิบูลยวรศักดิ์ ที่ไดกรุณาตรวจแกไขฉบับราง และไดใหคําแนะนําตาง ๆ อันเปนประโยชน ทําใหเนื้อหาของฉบับนี้สมบูรณยิ่งขึ้น ผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา การศึกษาวิเคราะหวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” นี้ คงจะอํานวยประโยชนตอนักศึกษา และผูอานหรือผูที่สนใจตามสมควร

ฉัตรอมร แยมเจริญ ๒๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๑


ข

สารบัญ หนา คํานํา

ก

สารบัญ

ข

สารบัญภาพ

ง

บทที่ ๑. บทนํา ๒. ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” ๒.๑ ที่มาของรามเกียรติ์ ๒.๑.๑ ที่มาของรามเกียรติ์ในประเทศอินเดีย ๒.๑.๒ ที่มาจองรามเกียรติ์ในประเทศไทย ๒.๒ ประวัติผูแตง ๒.๓ เนื้อเรื่องยอ ๒.๔ ความสําคัญของรามเกียรติ์ตอสังคมไทย ๒.๔.๑ อิทธิพลในทางภาษา ๒.๔.๒ อิทธิพลในทางวรรณคดี ๒.๔.๓ อิทธิพลในทางการแสดง ๒.๔.๔ อิทธิพลในทางศิลปกรรม ๒.๕ คุณคาของรามเกียรติ์ ๒.๕.๑ คุณคาในดานสติปญญาหรือสารัตถประโยชน ๒.๕.๒ คุณคาในดานสุนทรียภาพ

๑ ๓ ๓ ๓ ๕ ๗ ๑๐ ๑๔ ๑๕ ๑๗ ๒๓ ๒๖ ๒๘ ๒๘ ๓๐


ค

๓. การศึกษาวิเคราะหวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” ๓.๑ ตัวละครสําคัญในเรื่องรามเกียรติ์ ๓.๑.๑ พระราม ๓.๑.๒ นางสีดา ๓.๑.๓ ทศกัณฐ ๓.๑.๔ พระลักษมณ ๓.๑.๕ พิเภก ๓.๑.๖ หนุมาน ๓.๑.๗ สุครีพ ๓.๑.๘ องคต ๓.๒ เหตุการณที่สําคัญในเรื่องรามเกียรติ์ ๓.๒.๑ ตอนนารายณปราบและสาปนนทก ๓.๒.๒ ตอนทศกัณฐอุบายลักนางสีดา ๓.๒.๓ ตอนพิเภกถูกขับไลไปอยูกับพระราม ๓.๒.๔ ตอนหนุมานอาสาเอากลองดวงใจทศกัณฐ ๓.๒.๕ ตอนทศกัณฐออกรบครั้งสุดทายและตองศรพระราม ๓.๓ กลวิธกี ารแตง ๓.๔ ความรูที่ไดรับ ๓.๔.๑ ดานบทประพันธและวรรณกรรม ๓.๔.๒ ดานศาสนา ๓.๔.๓ ดานสังคม ๓.๔.๔ ดานศิลปะและวัฒนธรรม

๓๒ ๓๒ ๓๒ ๓๔ ๓๗ ๓๙ ๔๐ ๔๑ ๔๓ ๔๕ ๔๖ ๔๖ ๔๘ ๕๑ ๕๓ ๕๖ ๖๑ ๖๓ ๖๓ ๖๔ ๖๔ ๖๔

๔. บทสรุป

๖๕

บรรณานุกรม

๖๗

ภาคผนวก

๗๒


ง

สารบัญภาพ ภาพที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙

หนา ทานฤๅษีวาลมิกิ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช โขนกลางแปลง เรื่องรามเกียรติ์ ตอนสหัสเดชะยกทัพ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแกว กรุงเทพมหานคร ทาวมาลีวราชตัดสินความ พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หองที่ ๙๖ พระราม นางสีดา ทศกัณฐ พระลักษมณ พิเภก หนุมาน หนุมานถวายตัว ณ พระอุโบสถวัดหัวลําโพง กรุงเทพมหานคร สุครีพ องคต ลักษณะของกลอนบทละคร แผนภูมิวงศกษัตริยกรุงศรีอยุธยา แผนภูมิวงศวานรนครขีดขิน แผนภูมิวงศพรหมและวงศอสูรกรุงลงกา

๓ ๕ ๗ ๑๔ ๑๗ ๒๗ ๓๒ ๓๔ ๓๗ ๓๙ ๔๐ ๔๑ ๔๒ ๔๓ ๔๕ ๖๑ ๗๓ ๗๔ ๗๕


บทที่ ๑ บทนํา “รามายณะ” หรือ “รามเกียรติ์” เปนเรื่องที่แพรหลายอยางมาก โดยเฉพาะอยาง ยิ่งในประเทศอินเดีย อันเปนตนกําเนิดของเรื่องรามายณะ จัดเปนงานวรรณกรรมชิ้น เอกของประเทศอินเดีย ซึ่งเปนมหากาพยที่ยิ่งใหญและรูจักแพรหลายไปทั่วโลกคูกับ สันนิษฐานกันวาแตเดิมรามายณะคงเปนคําขับรองที่วาดวยปากเปลา มหาภารตะ๑ เรียกวา “อักขาน”๒ โดยกลาวถึงการอวตารปางที่ ๗ ของพระนารายณ เปนเรื่องราวของ พระรามกับนางสีดา เรื่องรามเกียรติ์นี้สันนิษฐานกันวานาจะเขามาในประเทศไทยสมัยกรุงสุโขทัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวทรงสันนิษฐานวา เรื่องรามเกียรติ์นาจะไดมา จากแหลงตาง ๆ พระองคทรงเชื่อวารามเกียรติ์นั้นมีที่มาจากรามายณะของวาลมิกิเปน สวนใหญ๓ โดยรามายณะหรือรามเกียรติ์นี้จัดเปนหนังสือประเภท “อิติหาส” ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัวไดทรงอธิบายไววา ...หนังสือที่เรียกวา “อิติหาส” (ตํานาน) อยางเชน รามายณะ หรือมหาภารตะ เปนตน หนังสือพวกอิติหาสนั้นมักแสดงตํานานแหง วีรบุรุษ คือกษัตริย นักรบ สําคัญอยางที่ไดเปนจริง ๆ แตตอมายิ่งเลา กันไปเรื่องก็ยิ่งวิจิตรพิสดารขึ้นทุกทีจนบุรุษนั้นมีผูนิยมนับถือกันมาก ๆ ขึ้นก็เลยกลายเปนเผาพงศเทวดาไป และบางคนก็เลยกลายเปนพระเปน เจาอวตารอยางพระรามาวตาร...๔ ๑

พัชลินจ จีนนุน, “การวิเคราะหหนุมานในรามเกียรติ์ฉบับตาง ๆ.” วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต (สาขาวิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๗): ๑. ๒ สัญญา สุดล้ําเลิศ, “การศึกษาภาพรามเกียรติ์จากตูไทยโบราณสมัยอยุธยาและธนบุรี.” วิทยานิพนธ ปริญญามหาบัณฑิต (สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๘): ๑๐. ๓ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว, บอเกิดรามเกียรติ์, (พระนคร: โรงพิมพพระจันทร, ๒๔๘๔), หนา ๙๙๖. ๔ เรื่องเดียวกัน.


๒

รามเกียรติ์ฉบับพระราชนิพนธพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก ถือเปน ฉบับที่มีใจความสมบูรณที่สุด พระองคมีพระราชประสงคเพื่อรวบรวมเรื่องรามเกียรติ์ ไวใหเปนอันหนึ่งอันเดียว เพื่อสมโภชพระนคร และใชอานเพื่อความเพลิดเพลินหรือ ใชสําหรับแสดงละคร ดังความตอนทายเรื่องวา จบ เรื่องราเมศลาง บ พิตรธรรมิกทรง ริ ร่ําพร่ําประสงค บูรณ บําเรอรมยให

อสูรพงศ แตงไว สมโภช พระนา อานรองรําเกษม

วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์นั้นมีความสําคัญตอสังคมไทยเปนอยางมาก เนื่องจาก รามเกียรติ์มีอิทธิพลตอสังคมและวัฒนธรรมไทย ดังจะเห็นไดจากหลักฐานทั่ว ๆ ไปที่ นําเอาเรื่องรามเกียรติ์นี้มาถายทอดหรือดัดแปลงในรูปแบบตาง ๆ ทั้งทางดานภาษา ดานวรรณคดี ดานการแสดง ดานศิลปกรรม และวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์นี้ยังมีคุณคา ทั้งในทางดานสติปญญา และในทางดานสุนทรียภาพอีกดวย จึงทําใหวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์นี้แพรหลายจนเปนที่สนใจของคนสวนใหญ ควรคาแกการศึกษาวิเคราะหเพื่อ เปนประโยชนแกสังคมไทยและชนรุนหลังตอไป


๓

บทที่ ๒ ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ”์ ๒.๑ ที่มาของรามเกียรติ์ รามเกียรติ์เปนวรรณคดีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเลมหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งเปนที่ เขาใจกันโดยทั่วไปวา รามเกียรติ์ไดรับอิทธิพลมาจากมหากาพยเรื่องรามายณะของ ประเทศอินเดีย๑ ฉะนั้นการที่จะศึกษาเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์นี้ จึงควรที่จะ ศึกษาที่มาของรามเกียรติ์เสีย กอน ทั้ งที่ มาของรามเกี ยรติ์หรือรามายณะในประเทศ อินเดีย และที่มาในประเทศไทย เพื่อเปนความรูเบื้องตนในการศึกษาเกี่ยวกับวรรณคดี เรื่องรามเกียรติ์นี้ตอไป ๒.๑.๑ ที่มาของรามเกียรติ์ในประเทศอินเดีย “รามเกี ย รติ์ ” หรื อ ที่ ช าวอิ น เดี ย เรี ย กกั น ว า “รามายณะ” เปนมหากาพยอันยิ่งใหญเรื่องหนึ่งของชาวฮินดู ซึ่งชาวฮินดูถือวามหากาพยอันยิ่งใหญนี้มีทั้งหมดสองเรื่อง ดวยกัน คือ “รามายณะ” และ “มหาภารตะ” ถือเปนงาน รจนาที่สุดยอดและแพรหลายในแถบเอเชียอาคเนย ไมวาจะ เปน ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, กัมพูชา และพมา๒

๓

ภาพที่ ๑ : ทานฤๅษีวาลมิกิ

ในมหากาพยรามายณะกลาวถึงการอวตารปางที่ ๗ ของพระนารายณ หรือพระวิษณุเทพ เปนเรื่องราวของพระรามกับนางสีดา รามายณะนี้ไดประพันธเปน ๑

สัญญา สุดล้ําเลิศ, “การศึกษาภาพรามเกียรติ์จากตูไทยโบราณสมัยอยุธยาและธนบุรี.” วิทยานิพนธ ปริญญามหาบัณฑิต (สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๘): ๑๐. ๒ มนตรี จันทรศิริ, ตํานานมหาเทพแหงสรวงสวรรค, (กรุงเทพฯ: [ม.ป.ท.], ๒๕๔๗), หนา ๖๓. ๓ ทวีปมู(Mu) หรือรีมูเลีย(LeMUria) นครอันตธาน, (Online). http://www.dhammachak.net/board/ viewtopic.php?t=29 (๒๖ มกราคม ๒๕๕๑)


๔

ภาษาสันสกฤตโดยฤๅษีวาลมิกิ แหงแควนโกศล สันนิษฐานกันวาแตงขึ้นเมื่อประมาณ ๒,๔๐๐ กวาปมาแลว ในราวสมัยตนพุทธกาล ซึ่งทานไดประพันธไวทั้งหมดหากัณฑ แตกัณฑอื่นที่ตอจากกัณฑที่หาเปนของที่แตงขึ้นภายหลัง๑ “รามายณะ” ไดประพันธขึ้น โดยมีมูลเหตุมาจากลัทธิอวตารหรือลัทธิ ไวษณพนิกายของศาสนาพราหมณ ที่เชื่อถือพระเจาเพียงองคเดียวคือพระนารายณ ลัทธิอวตารมีหลักในลัทธิอยูวา “พระนารายณไดอวตารลงมาดับยุคเข็ญเปนปาง ๆ ใน เมื่อบังเกิดมีเหตุเภทภัยใหญหลวงขึ้นในโลก หรือเมื่อมีความโหดรายของผูใดผูหนึ่งซึ่ง ทําใหโลกตองเดือดรอน ครั้นสําเร็จกิจปราบปรามแลวก็เสด็จกลับคืนขึ้นสูไวกูณฐ๒...”๓ จากนั้นผูประพันธ ไดนําหลั กในลัท ธิอวตารดังกลาวมาผนวกกับเรื่อง สงครามระหวางชนชาติอารยัน๔ อันเปนตนกําเนิดของชนชาวอินเดียในปจจุบัน กับ พวกทัสยุหรือมิลักขะในลังกา ซึ่งเคยปกครองอินเดียมากอนตั้งแตสมัยดึกดําบรรพ และ ถูก รุ กไล จนตองพ ายแพถ อยหนีไปเมื่อราวก อนพุท ธศก ๑,๐๐๐ ป โดยกําหนดให พวกทัสยุคือพวกยักษ และพวกอารยันคือพวกมนุษย๕ อยางไรก็ตาม ไดมีนักปราชญหลายทานไดทําการศึกษาถึงประวัติและ ที่มาของวรรณกรรมเรื่องนี้ ซึ่งสันนิษฐานวาแตเดิมคงเปนคําขับรองที่วาดวยปากเปลา เรียกวา “อักขาน” ตอมาวรรณกรรมเรื่องนี้ก็เปนที่นิยมกันอยางแพรหลายตั้งแตราว พุทธศตวรรษที่ ๑ – ๗ เปนตนมา๖ ๑

สมเด็จพระมหาวีรวงค (พิมพ ธมฺมธโร), สากลศาสนา, พิมพครั้งที่ ๒, (กรุงเทพฯ: มหามกุฏราช วิทยาลัย, ๒๕๔๘), หนา ๒๑๘. ๒ ไวกูณฐ เปนสถานที่สถิตของพระนารายณ ณ เกษียรสมุทร มีวิมานเปนแกวมณี มีอนันตนาคราช เปนบัลลังก ๓ สมเด็จพระมหาวีรวงค (พิมพ ธมฺมธโร), สากลศาสนา, หนา ๒๓๑ – ๒๓๒. ๔ ชาติอารยัน เรียกอีกอยางวา อริยกะ หรือ อริยะ เปนพวก INDO – EUROPEAN เดิมมีภูมิลําเนาอยู ในที่ลุมใกลปากน้ําโวลกา เหนือทะเลสาปแคสเปยน ในราวกอนพุทธศกมากกวา ๑,๕๐๐ ป ๕ สมเด็จพระมหาวีรวงค (พิมพ ธมฺมธโร), สากลศาสนา, หนา ๒๑๘. ๖ สัญญา สุดล้ําเลิศ, “การศึกษาภาพรามเกียรติ์จากตูไทยโบราณสมัยอยุธยาและธนบุรี.” วิทยานิพนธ ปริญญามหาบัณฑิต (สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๘): ๑๐.


๕

๒.๑.๒ ที่มาของรามเกียรติ์ในประเทศไทย ที่มาของรามเกียรติ์ในประเทศไทย สันนิษฐานกันวารามเกียรติ์นาจะเขา มาในสมัยกรุงสุโขทัย ซึ่งมีหลักฐานการใชชื่อพระรามเปนชื่อถ้ําในหลักศึกลาจารึกหลัก ที่ ๑๑ และแพรหลายในสมัยกรุงศรีอยุธยาอันเปนชวงเวลาที่วรรณคดีของไทยรุงเรือง เปนอยางมาก แตไดถูกเผาไหมและสูญหายไปในชวงสงครามสมัยนั้นจนถึงสมัยกรุง ธนบุรี พอถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกจึงทรง พระราชนิ พนธเรื่องรามเกี ย รติ์ขึ้น รว มกั บ นั ก ปราชญ ร าชบัณฑิ ต เพื่อ รวบรวมเรื่ อ ง รามเกียรติ์เขาเปนอันหนึ่งอันเดียวกันใหมีความสมบูรณครบทั้งเรื่อง๒ และเพื่อเปนการ ฟนฟูวรรณกรรมของไทยใหรุงเรืองทัดเทียมสมัยอยุธยา๓

ภาพที่ ๒ : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว

๔

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว๕ ทรงสันนิษฐานวาเรื่อง รามเกียรติ์ในประเทศไทยนั้นนาจะไดมาจากแหลงตาง ๆ พอสรุปไดดังนี้ ๑

พัชลินจ จีนนุน, “การวิเคราะหหนุมานในรามเกียรติ์ฉบับตาง ๆ.” วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต (สาขาวิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๗): ๒ – ๓. ๒ เรื่องเดียวกัน, หนา ๓๐. ๓ เรื่องเดียวกัน, หนา ๒๓. ๔ พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกลาเจาอยูหัว, (Online). http://www.edutoday.in.th/ upload-files/0005430/html/dd75f228b7/1.htm (๒๖ มกราคม ๒๕๕๑) ๕ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว, บอเกิดรามเกียรติ์, (พระนคร: โรงพิมพพระจันทร, ๒๔๘๔), หนา ๑๕๗.


๖

๑. รามายณะฉบับสันสกฤต ฉบับองคตนิกาย ผูแตงคือฤๅษีวาลมิกิ สาเหตุที่พระองคทรงสันนิษฐานวาไดรับมาจากฉบับองคตนิกาย เพราะทรงเขาใจวา พราหมณที่มาเมืองไทยจะไดมาจากแควนองคราษฎร ( เบงคอล ) ทั้งนี้มีขอความที่ พอจะอางเปนพยานในขอนี้ไดอยางหนึ่ง คือ เรื่องพระกุศกับพระลบจับมาอุปการขี่ และพระรามออกไปจับกุมาร ทั้งสองมีอยูในฉบับองคตนิกาย แตฉบับอุตตรนิกายไมมี ๒. วิษณุปุราณะ เปนบอเกิดของขอความเบ็ดเตล็ดตาง ๆ ที่ปรากฏอยูใน รามเกียรติ์ คือ ตอนกําเนิดตัวละคร และตอนทศกัณฐเยี่ยมภพ ๓. หนุมานนาฏกะ เปนที่มาของเรื่องที่กลาวถึงความเกงกาจตาง ๆ ของ หนุมาน เรื่องราวเหลานี้เปนตอนใหญ ๆ ในรามเกียรติ์ของไทย และสวนใหญเปนตอน ที่โขนละครชอบแสดง เชน ชุดตาง ๆ ดังตอไปนี้ - ชุดถวายแหวน - ชุดนางลอย - ชุดจองถนน - ชุดโมกขศักดิ์ - ชุดพรหมาสตร - ชุดสามทัพ - ชุดหุงน้ําทิพย - ชุดถวายลิง เปนที่นาสังเกตวา ในรามเกียรติ์บางตอนที่เกี่ยวกับเรื่องของหนุมาน ที่ เปนตอนสําคัญ ๆ จะไมมีปรากฏในรามายณะของวาลมิกิเลย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกลาเจาอยูหัวจึงทรงสันนิษฐานวานาจะไดมาจากหนังสือหนุมานนาฏกะ พระองคทรง เชื่อวารามเกียรติ์มีที่มาจากรามายณะของวาลมิกิเปนสวนใหญ สวนเกร็ดตาง ๆ มาจาก วิษณุปุราณะ และหนุมานนาฏกะ๑

๑

พัชลินจ จีนนุน, “การวิเคราะหหนุมานในรามเกียรติ์ฉบับตาง ๆ.” วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต (สาขาวิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๗): ๒๔.


๗

๒.๒ ประวัติผูแตง จากที่ไดกลาวมาแลว รามเกียรติ์ในประเทศไทยฉบับที่สมบูรณและเกาแกที่สุด คือ รามเกียรติ์ฉบับพระราชนิพนธในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ฉะนั้ น จึ ง ขอกล า วถึ ง พระราชประวั ติ ข องพระบาทสมเด็ จ พระพุ ท ธยอดฟ า จุ ฬ าโลก มหาราช ดังนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริยแหงพระบรม ราชจักรีวงศ มีพระนามเดิมวา “ดวง” หรือ “ทองดวง” ประสูติในรัชกาลพระเจาอยูหัว บรมโกศ สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันพุธ แรม ๕ ค่ํา เดือน ๔ ปมะโรง ตรงกับวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๗๙ เปนบุตรของพระอักษรสุนทร ( ทองดี ) ขาราชการอาลักษณ กับ ทานหยก ธิดาเศรษฐี๑

ภาพที่ ๓ : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช

๑

๒

บริษัท เศรษฐกิจรวมดวยชวยกัน จํากัด, รัชกาลที่ ๑, (Online). http://www.rakbankerd.com/01_jam/ thaiinfor/country_info/index.html?topic_id=255&db_file= (๒๗ มกราคม ๒๕๕๑) ๒ ศูนยการศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, งานสารสนเทศ, วันพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟาจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ, (Online). http://202.143.141.237/nernec/topic7_ old.php?page=37 (๒๗ มกราคม ๒๕๕๑)


๘

ครั้นเมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแกพมาแลว และสมเด็จพระเจาตากสินมหาราชได สถาปนาเมืองธนบุรีขึ้นเปนราชธานี จึงไดเขามารับราชการในกรุงธนบุรี โดยไดรับการ ชักชวนจากนองชายคือ นายสุจินดา หรือ บุญมา (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท) ซึ่งรับราชการใกลชิดอยูกับสมเด็จพระเจาตากสินมหาราชมาแตกอนแลว ทําใหไดเขา รับราชการในตําแหนงที่สูงขึ้น คือ ไดเปนพระราชวรินทร สังกัดในกรมพระตํารวจใน พ.ศ. ๒๓๑๑๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก ทรงเปนแมทัพคูพระทัยของสมเด็จ พระเจาตากสินมหาราช ในราชการศึกสงครามหลายครั้งหลายคราวตลอดสมัยกรุง ธนบุรี ราชการทัพสําคัญของพระองคใน พ.ศ. ๒๓๒๓ เกิดจลาจลขึ้นในกัมพูชา เสด็จ เปนแมทัพไปปราบปรามแตยังไมทันสําเร็จเรียบรอย ทางกรุงธนบุรีเกิดการจลาจลจึง ต อ งรี บ ยกทั พ กลั บ มาปราบปรามระงั บ เหตุ วุ น วายในกรุ ง ธนบุ รี จ นสงบราบคาบ ขาราชการและราษฎรทั้งปวงพรอมใจกันอัญเชิญเจาพระยามหากษัตริยศึกปราบดาภิเษก ขึ้นเปนพระมหากษัตริย เปนปฐมกษัตริยแหงพระบรมราชจักรีวงศ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ ขณะมีพระชนมายุได ๔๕ พรรษา๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก ทรงมีพระอัครมเหสี พระนามวา “สมเด็ จ พระอมริ น ทราบรมราชิ นี ” ทรงเป น พระบรมราชิ นี อ งค แ รกแห ง กรุ ง รัตนโกสินทร พระนามเดิมวา “นาค” พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกทรงมี พระราชโอรสและพระราชธิดา รวมทั้งสิ้น ๔๒ พระองค และพระราชโอรสที่ประสูติ ในพระอัครมเหสีมี ๙ พระองค๓ ไดแก

๑

มูลนิธิอนุรักษโบราณสถานในพระราชวังเดิม, บุคคลสําคัญสมัยกรุงธนบุรี, (Online), http://www. wangdermpalace.com/thonburi/impt_person_thai.html (๒๗ มกราคม ๒๕๕๑) ๒ เรื่องเดียวกัน. ๓ บริษัท เศรษฐกิจรวมดวยชวยกัน จํากัด, รัชกาลที่ ๑, (Online). http://www.rakbankerd.com/01_jam/ thaiinfor/country_info/index.html?topic_id=255&db_file= (๒๗ มกราคม ๒๕๕๑)


๙

๑. สมเด็จเจาฟาหญิง สิ้นพระชนมตั้งแตพระเยาว ๒. สมเด็จเจาฟาชาย สิ้นพระชนมตั้งแตพระเยาว ๓. สมเด็จเจาฟาหญิงฉิมใหญ พระราชชายาในสมเด็จพระเจาตากสิน และพระ ราชมารดาในเจาฟากรมขุนกระษัตรานุชติ ๔. สมเด็จเจาฟาชายฉิม ตอมาไดรับการสถาปนาขึ้นเปน พระบาทสมเด็จพระ พุทธเลิศลานภาลัย ๕. สมเด็จเจาฟาหญิงแจมกระจางฟา ตอมาไดรับการสถาปนาขึ้นเปน สมเด็จ เจาฟากรมหลวงศรีสุนทรเทพ ๖. สมเด็จเจาฟาหญิง สิ้นพระชนมตั้งแตพระเยาว ๗. สมเด็จเจาฟาชายจุย ตอมาไดรับการสถาปนาขึ้นเปน สมเด็จพระบวรราชเจา มหาเสนานุรักษ ๘. สมเด็จเจาฟาหญิง สิ้นพระชนมตั้งแตพระเยาว ๙. สมเด็จเจาฟาหญิงเอี้ยง ตอมาไดรับการสถาปนาขึ้นเปน สมเด็จเจาฟากรม หลวงเทพยวดี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ทรงดํารงอยูในสิริราชสมบัติ นาน ๒๘ ปเศษ ก็เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๓๕๒ รวมพระชนมายุ ได ๗๔ พรรษา๑

๑

บริษัท เศรษฐกิจรวมดวยชวยกัน จํากัด, รัชกาลที่ ๑, (Online). http://www.rakbankerd.com/01_jam/ thaiinfor/country_info/index.html?topic_id=255&db_file= (๒๗ มกราคม ๒๕๕๑)


๑๐

๒.๓ เนื้อเรื่องยอ๑ พระอิศวรใหทาวอโนมาตันผูมีกําเนิดจากพระนาภีของพระนารายณ ปกครอง กรุงอโยธยา ครั้นทาวอโนมาตันสิ้นพระชนม ทาวอัชบาลผูเปนบุตรเปนผูครองเมือง ตอมา ทาวอัชบาลมีโอรสชื่อทาวทศรถ ทาวทศรถมีมเหสี ๓ องค คือ นางไกยเกษี นางเกาสุริยา และนางสมุทรเทวี วันหนึ่งพระอินทรเชิญทาวทศรถไปปราบปทูตทันตยักษ นางไกยเกษีขอไปดวย นางไดใชแขนสอดแทนเพลารถของทาวทศรถซึ่งหักในขณะรบ ทาวทศรถจึงประทาน พรใหนางไววา ถานางตองการสิ่งใดจะประทานใหดังประสงค ทาวทศรถไมมีโอรสจึงทําพิธีขอบุตร ในขณะทําพิธีมีอสูรทูนถาดขาวทิพย จํานวน ๔ ปนขึ้นมาใหกลางกองไฟ นางมณโฑไดกลิ่นขาวทิพยจึงใหนางกากนาสูร แปลงเปนอีกาใหญมาโฉบขาวทิพยไปไดครึ่งปน เหลืออีก ๓ ปนครึ่ง ทาวทศรถแบงให มเหสีทั้งสามเสวย มเหสีทั้งสามประสูติโอรส ๔ องค คือ พระรามโอรสนางเกาสุริยา พระพรตโอรสนางไกยเกษี พระลักษมณและพระสัตรุดโอรสนางสมุทรเทวี กลาวถึงทาวลัสเตียนเปนโอรสของธาดาพรหมกับนางมลิกา ทาวลัสเตียนมี โอรส คือ กุเรปน ทัพนาสูร อัศธาดา และมารัน นอกจากนั้นทาวลัสเตียนยังมีโอรสที่ เกิดจากนางรัชดา มีชื่อวา ทศกัณฐ อนุชาของทศกัณฐชื่อกุมภกรรณ ตอมาเกิดพิเภก ทูษณ ขร ตรีเศียร และนางสํามนักขา ทศกัณฐในชาติกอนเปนนนทกมีหนาที่ลางเทาเทวดา แตถูกเทวดาขมเหงตาง ๆ นานา จึงไปขอพรจากพระอิศวร พระอิศวรใหมีนิ้วเพชรชี้ใครคนนั้นก็ตาย นนทกเที่ยว ไปชี้ใหเทวดาตายเปนจํานวนมาก พระอิศวรตองใหพระนารายณมาปราบ พระนารายณ แปลงกายมาเปนนางอัปสร ลอใหนนทกรายรําตามจนนนทกชี้ขาตนเองลมลง พระ นารายณจึงใชตรีตัดหัวนนทกขาด กอนตายพระนารายณใหนนทกไปเกิดใหมมี ๑๐ หนา ๒๐ กร สวนพระองคจะขอไปเกิดเปนมนุษยธรรรมดา ๑

๒๕๐๔).

พิกุล ทองนอย, รามเกียรติ์ รอยแกวประกอบคํากลอน, พิมพครั้งที่ ๓, (พระนคร: เขษมบรรณกิจ,


๑๑

กล า วถึ ง พระอิ น ทร แ ละพระอาทิ ต ย ประสงค แ บ ง กํ า ลั ง ของตนไปช ว ยพระ นารายณอวตาร ทั้งพระอินทรและพระอาทิตยตางก็ลงมาเลนชูกับนางกาลอัจนา เมีย ของพระฤๅษีโคดมจนมีลูกชื่อวาพาลี อันเกิดจากพระอินทร และสุครีพเกิดจากพระ อาทิตย วันหนึ่งพระฤๅษีไดอธิษฐานเมื่อตอนพาบุตรธิดาซึ่งก็คือนางสวาหะไปอาบน้ํา วา ถาผูใดเปนลูกที่แทจริงของตนใหวายน้ํากลับมา ปรากฏวานางสวาหะวายน้ํากลับมา เพียงผูเดียว พระฤๅษีจึงสาปใหสุครีพและพาลีกลายเปนลิงไป และสาปใหนางกาล อัจนากลายเปนหิน สวนนางสวาหะก็ถูกนางกาลอัจนาสาปใหไปยืนขาเดียวมือเหนี่ยว กิ่งไมกินลม และจะพนคําสาปเมื่อมีลูกเปนลิงที่มีอํานาจเรืองฤทธิ์ พระอิศวรใหพระ พายนําเทพอาวุธและกําลังของพระองคซัดใสปากนาง ทําใหนางมีบุตรชื่อหนุมานใน เวลาตอมา กลาวถึงพระฤๅษี ๔ ตน คือ อตันตา วชิรา วิสูตร และมหาโรมสิงค พระฤๅษี ทั้ง ๔ จะเอานมที่เหลือจากฉันใหทานแกนางกบตัวหนึ่งคือนางมณโฑทุกวัน วันหนึ่ง นางกบไดกินนมที่นางนาคตนหนึ่งพนพิษลงไปเพื่อจะฆาพระฤๅษีใหตาย พระฤๅษีชุบ ชีวิตนางกบขึ้นมาใหมกลายเปนหญิงงามชื่อ มณโฑ แลวนําไปถวายพระอิศวร พระ อิศวรรับนางไวเปนขารับใชของพระอุมา ตอมาพระอิศวรก็มอบนางใหเปนชายาของ ทศกัณฐ ขณะที่ทศกัณฐพามณโฑเหาะผานเมืองขีดขิน พาลีเหาะไปแยงนางมณโฑมา เปนของตน ตอมาภายหลังพระฤๅษีอังคัตซึ่งเปนอาจารยของพาลีจึงแหวะเอาลูกนาง มณโฑกับพาลีออกใสทองแพะไว แลวคืนนางมณโฑใหแกทศกัณฐ ครั้นครบกําหนด คลอดพระฤๅษีอังคัตจัดการผาทองแพะแลวตั้งชื่อเด็กวา องคต ทศกัณฐมีลูกที่เกิดจากนางมณโฑชื่อวา รณพักตร ครั้งหนึ่งไดไปรบกับพระ อินทรสามารถชนะพระอินทรได จึงไดชื่อใหมวา อินทรชิต ตอมานางมณโฑคลอดลูก เปนธิดา โหรทํานายวาเปนกาลกิณี ทศกัณฐจึงใหเอาธิดาลอยน้ําไป ทาวชนกเก็บไดจึง นํานางมาเลี้ยงไว ตอมาก็เอานางใสผอบและไปฝงไว ฝากใหพระแมธรณีเลี้ยงเพื่อตน จะเจริญภาวนาไดสะดวก ทาวชนกไถหาธิดาที่ตนฝงไว ตั้งชื่อนางวาสีดา ตอมาไดจัด พิธีสยุมพร๑ ใหนางจึงปาวประกาศใหกษัตริยทั้งหลายมายกธนูโมลี ใครยกไดจะไดนาง ๑

สยุมพร หรือ สยมพร หมายถึง พิธีเลือกคูของกษัตริยสมัยโบราณ


๑๒

สีดาเปนคูครอง พระรามเปนผูยกธนูไดจึงไดนางและพานางกลับอยุธยา ทศรถทําพิธี ราชาภิเษกพระราม นางไกยเกษีขอพรที่ทศรถเคยสัญญาไวกับนาง โดยขอใหพระพรต ครองเมืองแทน แลวใหพระรามไปเดินปา ๑๔ ป พระลักษมณและนางสีดาขอตามไป ดวย เมื่อสามกษัตริยออกจากเมือง ทาวทศรถเสียใจมากถึงกับสิ้นพระชนม พระราม พระลักษมณ และนางสีดาออกเดินทางรอนแรมไปในปา ตอมา ทศกัณฐใหมารีศแปลงเปนกวางทองลอใหนางสีดาเห็น นางสีดาอยากไดกวางจึงให พระรามจับ นางสีดาไดยินเสียงกวางทองรองขอความชวยเหลือเหมือนเสียงของ พระราม จึงใหพระลักษมณไปชวย ทศกัณฐจึงมีโอกาสลักนางสีดาไปได พระรามกับ พระลักษมณกลับมาไมพบนางสีดาจึงออกตามหาจนไปพบกับหนุมาน หนุมานพา สุครีพมาเฝาพระราม สุครีพขอใหพระรามปราบพาลี เนื่องจากพาลีไลตนออกจากเมือง พรอมทั้งไดชิงเอาชายาของตนไปดวย เหตุที่ทําใหพาลีโกรธ และไลสุครีพออกจากเมือง เกิดจากเรื่องควายทรพี กลาวคือ ครั้งหนึ่งมีควายชื่อทรพีซึ่งโกรธพอที่พยายามฆาลูกตัว ผูทุกตัว พอโตเทาพอแลวไดทาพอรบและฆาพอตาย แลวเที่ยวทาใครตอใครรบไปทั่ว รวมทั้งพาลี พาลีรบกับทรพีในถ้ําแลวสั่งใหสุครีพเฝาปากถ้ําไว หากสุครีพเห็นเลือดขน แสดงวาเปนเลือดทรพี แตหากเห็นเลือดใสแสดงวาเปนเลือดของตน ใหปดปากถ้ําเสีย ตอมาทรพีถูกพาลีฆาตายในถ้ํา เลือดสีขนของทรพีไหลออกมาผสมกับน้ําฝนกลายเปน เลือดใส สุครีพเห็นเลือดใสจึงปดปากถ้ํา เพราะเขาใจวาพาลีตายแลว ครั้นพาลีออกมา ไดคิดวาสุครีพคิดกบฏจึงขับออกจากเมือง เมื่อพระรามฆาพาลีแลว องคต ชมพูพาน ก็ เขาถวายตัว พระรามไดตั้งใหสุครีพครองเมืองขีดขิน หนุมาน องคต ชมพูพาน ไดรับคําสั่งใหไปลงกา หนุมานอาสาไปลงกาแต เพียงผูเดียว หนุมานไปถวายแหวนแกนางสีดาและไดเผาลงกาจนวอดวาย ฝายพิเภก นองของทศกัณฐถูกทศกัณฐขับออกจากเมือง เพราะไดแนะใหทศกัณฐคืนนางสีดา พิเภกมาอยูกับฝายพระราม ตอมาพระรามสั่งใหหนุมานและนิลพัทจองถนนเพื่อไป ลงกา หนุมานเกิดทะเลาะกับนิลพัท พระรามใหนิลพัทกลับเมือง สวนหนุมานก็จอง ถนนตอไปจนสําเร็จ


๑๓

ฝายทศกัณฐเห็นพระรามยกทัพมาก็ใหภานุราชเนรมิตปาลอพระราม เพื่อตนจะ ไดหาทางพลิกแผนดิน แตก็ถูกหนุมานฆาตาย พระรามสงองคตไปสื่อสาร ทศกัณฐ โกรธใหเสนาจับองคต องคตฆา ๔ เสนาตาย ทศกัณฐยกฉัตรแกวขึ้นบังดวงอาทิตยให มืดมน สุครีพอาสาไปหักฉัตรจนสําเร็จ ตอมาก็มีศึกตาง ๆ หลายครั้ง นับตั้งแตศึกไมยราพ ศึกกุมภกรรณ ศึกอินทรชิต แตก็ถูกพระรามพระลักษมณฆาตาย ทศกัณฐสงสารไปใหญาติและเพื่อนมาชวยรบ ไดแก สหัสเดชะ มูลพลัม แสงอาทิตย สัตลุง ตรีเมฆ สัทธาสูร และวิรุณจําบัง แต พวกอสูรเหลานี้ก็ถูกฝายพระรามฆาตายหมด ทศกัณฐออกรบ แตฝายพระรามก็ไมสามารถฆาทศกัณฐได พิเภกทูลวาเพราะ ทศกัณฐไดถอดดวงใจฝากไวที่พระฤๅษีโคบุตร หนุมานจึงรับอาสาไปเอากลองดวงใจ ของทศกัณฐ พระรามจึงสามารถฆาทศกัณฐได พระรามอภิเษกใหพิเภกครองเมืองลงกา ตอจากทศกัณฐ แลวยกทัพกลับเมืองอโยธยา พระรามสรางเมืองนพบุรีใหหนุมานครอง วันหนึ่งพระรามประพาสปา นางอดูลปศาจมาลวงนางสีดาใหเขียนรูปทศกัณฐ ใหดู พระรามกลับมาพบเขาก็ เขาใจผิดคิดว านางไม ซื่อสัตยกั บพระองค จึงใหพระ ลักษมณฆานางเสีย แตพระลักษมณปลอยนางไปแลวนําหัวใจของกวางมาถวายพระราม แทน นางสีดาไปอาศัยอยูกับพระฤๅษีวัชมฤค และประสูติพระกุมารองคหนึ่งชื่อพระ มงกุฎ และพระฤๅษีชุบขึ้นอีกองคหนึ่งชื่อพระลบ ภายหลังพระรามทราบวากุมารทั้ง สองเปนโอรสของพระองคจึงไปขอคืนดีกับนางสีดา แตนางไมยอมคืนดีดวย พระราม จําออกเดินปาสะเดาะหเคราะหเปนเวลา ๑ ป ในระยะ ๑ ปนั้น พระรามไดปราบยักษ ตาง ๆ เชน ทาวกุเวร ปกษาวายุภักษ ทาวอุณาราช พระอิศวรทรงเห็นวาพระรามกับ นางสีดายังไมคืนดีกันจึงประทานอภิเษกใหใหมบนสวรรค กลาวถึงพวกคนธรรพมารบกวนพวกพระฤๅษี แลวเลยไปตีเอาเมืองไกยเกษ พระรามใหบุตรทั้งสองคนไปปราบโดยมีพระพรตและพระสัตรุดตามไปคอยชวยเหลือ ดวย จนสามารถปราบคนธรรพได บานเมืองจึงมีความสุขสืบมา


๑๔

๒.๔ ความสําคัญของรามเกียรติ์ตอสังคมไทย ในบรรดาวรรณคดีไทยซึ่งมีที่มาจากวรรณคดีอินเดียดวยกันแลว ไมมีเรื่องใดที่ ไดรับความนิยมสูง กวางขวาง และยืนนานเทาเรื่องรามเกียรติ์ ทั้งนี้เพราะเนื้อเรื่อง สนุกสนานใหความเพลิดเพลินแบบเรื่องนิยาย มีทั้งรัก โศก ตื่นเตน ประกอบดวย อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย ซึ่งถูกรสนิยมของคนโดยทั่วไปตั้งแตโบราณกาล นอกจากนั้น ลักษณะและอุปนิสัยของตัวละครยังเปนที่ประทับใจ และสอดคลองกับวัฒนธรรมของ เราดวย โดยเฉพาะอยางยิ่งตัวนางสีดาเปนแบบแผนของหญิงที่คนไทยนิยม คือเรายก ยองนางสีดาวาเปนสตรีหมายเลขหนึ่งในดานความซื่อตรงตอสามี๑ อันที่จริงแลวตัวละครอีกมากดวยกันซึ่งเปนที่ติดอกตองใจคนไทยเราไมนอยไป กวานางสีดา ดังเชน หนุมานเปนตน หนุมานมีทั้งความเกงกลาสามารถ มีความฉลาด ไหวพริบ รวมทั้งความเจาชูดวย ในเรื่องความเจาชูของฝายชายนั้นคนไทยไมสูรังเกียจ นัก แมครอบครัวไทยจะเปนแบบผัวเดียวเมียเดียวก็ตาม พระเอกในวรรณคดีไทยมักมี ความเจาชู ควบคู กับความงดงาม และความเกงกล าสามารถเสมอ ด วยเหตุ นี้ เรื่ อง รามเกียรติ์จึงเปนที่จับตาคนไทยทั้งชาติ๒

ภาพที่ ๔ : โขนกลางแปลง เรื่องรามเกียรติ์ ตอนสหัสเดชะยกทัพ ๑

๓

สมพร สิงโต, ความสัมพันธระหวางรามายณะของวาลมิกิและรามเกียรติ์พระราชนิพนธในรัชกาลที่ ๑, (กรุงเทพฯ: หนวยศึกษานิเทศก กรมการฝกหัดครู, ๒๕๒๐), หนา ๒๖๗. ๒ เรื่องเดียวกัน, หนา ๒๖๘. ๓ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร, คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร, โปรแกรมวิชานาฏศิลป, สุนทรียภาพของชีวิต: การรับรูและกระบวนการรับรูเชิงคุณคา, (Online). http://human.rru.ac.th/naat/Page3.htm (๑๕ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๑๕

ต อ ไปนี้ จ ะขออ า งอิ ง หลั ก ฐานเพื่ อ เป น เครื่ อ งสนั บ สนุ น ว า “รามายณะหรื อ รามเกียรติ์มีอิทธิพลตอสังคมและวัฒนธรรมไทย” ดังตอไปนี้ ๒.๔.๑ อิทธิพลในทางภาษา๑ สํานวนโวหาร ความเปรียบตาง ๆ ที่ใชพูด กันในชีวิตประจํ าวันเปน จํานวนมากมีที่มาจากเรื่องรามเกียรติ์ เชน - วัดรอยเทา, ลูกทรพี หมายถึง ลูกอกตัญู, เนรคุณ มีที่มา จาก ตอนทรพีฆาทรพาผูเปนพอ - ราวกับยักษปกหลั่น หมายถึง ใหญโต มหึมา มีที่มาจากตอน ที่องคต หนุมาน และชมพูพาน ไปถวายแหวน ไปนอนหลับกลางทาง ยักษปกหลั่นจะจับกิน เกิดสูกันแพองคต - ราวกับยักขมูขี หมายถึง นาเกลียด, นากลัว มีที่มาจากตอน นางอัศวมุขี (ยักขมูขี) ลักเอาตัวพระลักษมณไป - วาจาสิทธิ์ หมายถึง คําพูดศักดิ์สิทธิ์ พูดอยางไรเปนอยางนั้น มีที่มาจากตอนที่ทาวมาลีวราชแชงทศกัณฐ - สิบแปดมงกุฎ หมายถึง พวกมีเลหเหลี่ยมตลบตะแลง มีที่มา จาก เสนาวานรทั้งสิบแปดหัว ซึ่งมีฤทธิ์เดชตาง ๆ กัน - ตบะแตก หมายถึง เสียพิธี, หมดความอดทนและความเพียร มีที่มาจากตอนนางอรุณวดีทําลายตบะฤๅษีกไลโกฏ - แทรกแผนดินหนี หมายถึง อายอยางที่สุด อยากหนีหนาไป ใหพน มีที่มาจากตอนที่นางนาคขึ้นมาสมสูจรกับงูดิน พระฤๅษีเอาไม เขี่ย นางนาคเกิดอายจึงแทรกแผนดินหนีไป ๑

สมพร สิงโต, ความสัมพันธระหวางรามายณะของวาลมิกิและรามเกียรติ์พระราชนิพนธในรัชกาลที่ ๑, (กรุงเทพฯ: หนวยศึกษานิเทศก กรมการฝกหัดครู, ๒๕๒๐), หนา ๒๖๘ – ๒๗๓.


๑๖

นอกจากสํานวนที่ใชพูดจากันเปนปกติแลว ยังมีคําเรียกชื่อตาง ๆ ซึ่งมี ที่มาจากรามายณะหรือรามเกียรติ์ อาจแยกกลาวไดดังนี้ พระปรมาภิไธย เชน รามคําแหง, รามาธิบดี, ราเมศวร, รามราชาธิราช, เอกาทศรถ เปนตน นามบรรดาศักดิ์ เชน เจาพระยาจักรี, พระรามราชภักดี, พระยาภรตราช สุพิธ, พระยารามณรงค, เจาพระนารามรฆพ, พระรามบัณฑิตสิทธิเศรณี, พระยาภรต ราชา, พระอัชราชทรงสิริธรรมวิสุทธิราชสภาบดี เปนตน ชื่อสถานที่ เชน อยุธยา, ลพบุรี (นพบุรี), ถ้ําพระราม, ถ้ําสีดา, บึง พระราม, เขาสรรพยา, บึงสรรพยา, เขาขยาย, เขาสมอคอน, เขาขาด, เขาทรพี, ถ้ํา ทรพี, หวยสุครีพ, ทะเลชุบศร, ทองพรหมาสตร, ขุขันธ, บุรีรัมย, คฤหาสนนารายณ บรรทมสินธุ, วัดพระราม เปนตน ชื่อตนไม เชน หัวใจไมยราพณ, สมอพิเภก, บุหรี่พระราม, กระเชาสีดา, ชายผาสีดา, สไบสีดา, ละมุดสีดา เปนตน ชื่ออาหาร เชน พระรามลงสรง, ทศกัณฐลงสรง ชื่ อ สิ่ ง ของ เช น ชื่ อ เรื อ รบ ได แ ก พาลี รั้ ง ทวี ป , สุ ค รี พ ครองเมื อ ง, นิลนนทแทงเขน, สุรเสนแสนหาญ, สุรกานแสนกลา, ชมพูพานแผลงฤทธิ์, หนุมาน ตัดเศียรไมยราพณ, พญาขรถอนรัง, อินทรชิตสาดศร, อสุรผัดผาพล ชื่อธง เชน ธงกบี่ธุช (ธงหนุมาน), ครุฑพาห (พาหนะพระนารายณ) ชื่อลวดลาย เชน นารายณทรงครุฑ หรือ นารายณทรงสุบรรณ (เปนชื่อ ลวดลายหนาบัน) ชื่อหิน เชน หินเขี้ยวหนุมาน ศัพทที่เกี่ยวกับ กี ฬ าบางอย าง เชน พระรามเข าโกศ (ภาษาหมากรุ ก หมายถึง ขุนถูกตอนเขามาอยูในวงลอมของอีกฝายหนึ่ง), หนุมานถวายแหวน (ทาไหว ครูมวย), พระรามแผงศร (ทาไหวครูมวย), กุมภกรรณลับหอก (ทาไหวครูมวย), หิรัญ ยักษมวนแผนดิน (ทาไหวครูมวย) เปนตน


๑๗

๒.๔.๒ อิทธิพลในทางวรรณคดี๑ นับตั้งแตสมัยอยุธยาเปนตนมา ประเทศไทยเรามีวรรณคดีที่เกี่ยวกับเรื่อง ของรามายณะหรือรามเกียรติ์มากมายหลายเลมดวยกัน ดังนี้ ประเภทบทนาฏกรรม ได แ ก รามเกี ย รติ์ คํ า ฉั น ท (สมั ย อยุ ธ ยา), รามเกียรติ์คําพากย (สมัยอยุธยา), รามเกียรติ์บทละครครั้งกรุงเกา, รามเกียรติ์บทละคร พระราชนิพนธสมเด็จพระเจากรุงธนบุรี, รามเกียรติ์บทละครพระราชนิพนธในรัชกาลที่ ๑, รามเกียรติ์บทละครพระราชนิพนธในรัชกาลที่ ๒, รามเกียรติ์บทพากยพระราช นิพนธในรัชกาลที่ ๒, รามเกียรติ์บทละครพระราชนิพนธในรัชกาลที่ ๔, รามเกียรติ์บท รองและบทพากยพระราชนิพนธในรัชกาลที่ ๖ และนอกจากนี้ยังมีบทเบ็ดเตล็ดใชรํา เบิกโรง เชน ชุดนารายณปราบนนทก รามสูรเมขลา เปนตน ประเภทภาษิต ไดแก โคลงพาลีสอนนอง โครงทศรถสอนพระราม ประเภทนิราศ ไดแก นิราศสีดา (ราชาพิลาปคําฉันท) ประเภทอธิบายภาพ ไดแก โคลงรามเกียรติ์จารึกตามระเบียงวัดพระแกว

ภาพที่ ๕ : วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแกว กรุงเทพมหานคร ๑

๒

สมพร สิงโต, ความสัมพันธระหวางรามายณะของวาลมิกิและรามเกียรติ์พระราชนิพนธในรัชกาลที่ ๑. (กรุงเทพฯ: หนวยศึกษานิเทศก กรมการฝกหัดครู, ๒๕๒๐), หนา ๒๗๓ – ๒๗๘. ๒ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, (Online). http://www.soonphra.com/ content/viewtopic/viewtopic.php?topicdetailid=127&topicid=67 (๑๕ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๑๘

นอกจากหนั ง สื อ ที่ เ กี่ ย วกั บ รามายณะหรื อ รามเกี ย รติ์ โ ดยตรงแล ว วรรณคดีเรื่องอื่นยังนิยมอางถึงรามายณะหรือรามเกียรติ์ เชน (๑) จากบทละครครั้งกรุงเกา เรื่องนางมโนราห ตอนโหราทํานายนาง มโนหรามีความวาดังนี้ “๐ แทงตอง พระฤๅษีแกไถนา พบนางสีดา คุดคูอยูใน ผอบทอง ตองฝนตองฟา หนาตาก็ราเศราหมอง คุดคูอยูในผอบ ทอง ฤๅษีเธอพามาเลี้ยงไว ๐ แทงตอง ถูกที่นางสํามนักขา ชี้หนาสีดา พระรามตัด ตีนสินมือเสีย…” (๒) จากกําสรวลศรีปราชญ “รามาธิราชใช โถกนสมุทรอายาน จองถนนเปลงศิลปศร ใครอาจมาขวางหนา

พานร ยานฟา ผลาญราพณ กายกอง”

(๓) จากทวาทศมาส “ปางบุตรนคเรศไท จากสีดาเดียวลียังคืนสูเสาวคต ฤๅอนุชนองแคลว

ทศรถ ลาสแลว ยุพราช คลาศไกล”

(๔) จากบทละครเรื่องสังขทองครั้งกรุงเกา “ทําดังหนุมานกับสีดา โกนเกลาเกษาทํารองไห ปดวาพระรามบรรลัย นางสีดาหลงใหลไมรูกล”


๑๙

(๕) จากลิลิตโองการแชงน้ํา ของสมเด็จพระรามาธิบดี ที่ ๑ “เคลาฟาเคลือกเปลวลาม สิบหนาเจาอสุร ชวยดู พระรามพระลักษณชวักอร แผนทูลเขาเงือกปล้ํา ชวยดู” (๖) จากเพลงยาวความเกา “อันมณโฑสโมสรดวยทศพักตร แลวรานรักกันมารวมภิรมยสมาน กับพาลีลืมละสละมาร แลวก็รานรสรักจากพานรินทร กลับมาชื่นรื่นเริงในเชิงยักษ ก็ลืมรักกากาจเจาขีดขิน” “พอสบเนตรศรเนตรอนงคสมร ที่เยื้องแผลงดังแสงพระสี่กร เมื่อทรงศรหนวงนาวประหารมาร อํานาจศิลปดินฟาชลาลั่น ไมเทาวันที่พี่ตองศรสมาน ตลอดจิตสุดพิษจะเปรียบปาน ก็หมายผลาญชีพมวยดวยศรทรง .................................................. .................................................. ถึงพระนองตองโมกขศักดิ์ยักษ ใหพิเภกบริรักษจึงเร็วหาย วายุบุตรเก็บยามาทาคลาย นั่นนารายณเกิดกอบดวยกันมา “จงจําคําที่ร่ําไวทั้งปวง เหมือนสีดาดวงสมรกับรามา ตกไปอยูในเอื้อมเงื้อมมือยักษ ยังไมคลายรักครวญรัญจวนหา ครององคไวตรงตอพระจักรา ครั้นสิ้นกรรมทํามาไดพบกัน” (๗) จากโคลงนิราศนครสวรรค ของพระศรีมโหสถ “ยามสูรอรุโณทแผว แสงฉาย ยอดยุคลธรพราย แพรงไซร ถึงสรรพยาหลาย พรรณสิ่ง ยานา ยาจงมายาให สรางเศราเสวยรมย เห็นเขาชอุมลวน พฤกษา มากนา โดยเรงนิยมมา บพลั้ง ขุนวานรินทรา ทรงเดช แสดงแฮ ซอนเชิดชูมาตั้ง ที่นั้นเปนเฉลิม”


๒๐

(๘) จากกาพยหอโคลง ของพระศรีมโหสถ “เกลือกเกลื่อนเหมือนพาลี ไดมารศรีปรี่ปรึงไป ฝากนองตองจิตใจ พิดไสมยอยูคูเคียงเอง เกลือกเหมือนเงื่อนเมื่อครั้ง พาลี รับนุชอุดดมศรี ฝากนอง เสียสัตยตักชนมชี พิตนาศ เอาเองเพลงปนตอง ทาวลมไลลาญ กลาวจริงยิ่งปานกษัตริย ธตรฐ๑ตรัสตัดขาดใย สูละพระรามไป ปาไกลฉิบสิบสี่ป ใจจริงสิ่งนี้ที่ ถือสัตย เอาเยี่ยงเพียงจักรพรรดิ์ ผานหลา คงคํากําจัดรัตน ราเมศ สิบสี่ปไปชา ฆามลางฝูงมาร” (๙) จากโคลงนิราศพระบาท ของพระมหานาค “สามเลมราเมศไท สังหรณ แมก็ทรงสามศร เปรียบทาว ทานผลาญอสุรมรณ ลาญชีพ เจาก็ผลาญชายอกราว มอดมวยดูเสมอ” (๑๐) จากบุณโณวาทคําฉันท ของพระมหานาค “เริ่มเรื่องไมยราพฤทธิ์รงค สอดอุมองคนเรศดลบาดาล” (๑๑) จากนิราศพระยามหานุภาพ สมัยธนบุรี “.............................. วาเปนศรนารายณอวตาร เพื่อเสด็จออกดงไปทรงพรต ยังบรรพตศาลาไลยไพรสาณห ทรงแผลงศาสตรศรไปรอนราน พิฆาฏมารซึ่งแปลงเปนกวางมา” ๑

ธตรฐ (อานวา ทะตะรด) เปนชื่อทาวจาตุมหาราชองคหนึ่ง ประจําทิศบูรพา


๒๑

(๑๒) จากกาพยหอโคลงนิราศพระบาท ของพระเจาธรรมธิเบศร “ไตรดายุคพระรามา จากสีดาอาโฉมสมร พระผลาญยักษ ไดสีดาอาองคคืน ไตรดาราเมศราง แรมอร องคสีดาดวงสมร หลากหลา พระผลาญหมูมารมรณ ลาญชีพ ไดสีดาสมรหนา อาเคลาคลึงองค” (๑๓) จากขุนชางขุนแผน “คิดมาก็นานอยใจนัก สีดาเดียวเปลี่ยวใจไปกับโจร ถาเจาซื่อครองสัตยสุจริต

อัปลักษณเหมือนนิยายเขาเลนโขน พระรามโทนเที่ยวทองระทมใจ นิดหนึ่งเหมือนสีดาหาวาไม”

(๑๔) จากมหาเวสสันดรชาดก “รามํ สีตาวนุพฺพตา อุปมาเหมือนสีดา อันภักดีตอสามีรามบัณฑิต” (๑๕) จากโคลงนิราศพระยาตรัง “ปางโฉมราเมศนาว แผลงราพวายชีพลง เสร็จศึกสีดาดง ศึกที่ทรวงเรียมสู

ศรทรง แหลงหลู คืนบาท พระนา รบแพฤๅถอย”

(๑๖) จากนิราศสมเด็จกรมพระยาเดชาดิศรเสด็จไปทัพเวียงจันทร “ทาราบรอยราพณราย พรหมพงศ พาพธูรามลง แหลงนี้ อาลัยวิไลยบง กชมาค กูเฮย ถนัดดั่งราพณลักลี้ ซอนแลวลงกา”


๒๒

(๑๗) จากโคลงนิราศฉะเชิงเทรา ของกรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ “บางขนากขนากแท กกศร รามฤๅ แผลงแทตยก้ําทรวงธร ทบทาว ขนากกกไกขันถอน ถอยเคลื่อน บางแม ศรโศกเสียบทรวงเรา ราครอยฤๅถอน” (๑๘) จากกากีคํากลอน ของเจาพระราพระคลัง (หน) “พระสะอื้นรัญจวนครวญคะนึง เมื่อถึงราเมศรางแรมสีดา ยังไดขาวทศพักตรมันรักนุช ขามสมุทรไปนครของยักษา พระหริวงศกับองคอนุชา ได โ ยธาพานริ น ทร ก็ รี บ ตาม จองถนนยกพลพยุหทัพ ไปตั้งรับชิงชัยในสนาม ลางอสูรแหลกลงในสงคราม ไดนงรามคืนยังอยุธยา” (๑๙) จากสุภาษิตสอนหญิง ของสุนทรภู “ทําองอาจพลาดพลั้งลงทั้งคู เขาจับไดชายชูดูนาขัน ไมแปรดแปรนแสนสลดเหมือนทศกรรฐ ตองโศกศัลยเศราใจอยูในตรวน” “จงซื่อตอภัสดาสวามี จนชีวีศรีสวัสดิ์เจาตัดไษย อยาใหมีราคิดที่กินใจ อุปไมยเหมือนอนงคองคสีดา” อิทธิพลในทางวรรณคดีนี้ นอกจากจะปรากฏออกมาในรูปของวรรณคดี ที่เขียนเปนลายลักษณอักษรแลว ยังปรากฏในลักษณะของวรรณคดีปากเปลา หรือ วรรณคดีมุขปาฐะ (Oral literature) ไดแกพวกนิทานชาวบาน (folk tale) เชนเรื่องทาว กกขนาก ตํานานการสรางเมืองลพบุรี และประวัติสถานที่ตาง ๆ เชน เขาสรรพยา บึง สรรพยา เขาสมอคอน เขาขาด หวยสุครีพ ถ้ําทรพี เขาทรพี เปนตน


๒๓

๒.๔.๓ อิทธิพลในทางการแสดง๑ เนื่ อ งจากเรื่ อ งรามเกี ย รติ์ เ ป น เรื่ อ งที่ ใ ห ค วามสนุ ก สนานและความ เพลิดเพลิน คนไทยจึงนิยมเลาสูกันฟง แตการฟงนิทานนั้นไมไดแลเห็นตัวตน ไมเห็น ความงดงาม สวนการดูละครหรือการแสดงอื่น ๆ นั้นไดความบันเทิงมากกวา เพราะตา ไดดู หูไดฟง ดวยเหตุนี้คนไทยจึงนําเอาเรื่องรามเกียรติ์ซึ่งชอบฟงอยูแลวมาเปนบทใน การแสดงอีกดวย การละเลนหรือ มหรสพที่ ขึ้นหนาขึ้ นตามาตั้ งแตส มัย โบราณ เห็ น จะ ไดแก หนังโขน ละคร และหุน ดังความปรากฏไนคําพากยครั้งอยุธยาวา “อยุธยาถาวรเปรมปรีดิ์ สนุกนิแมนเมืองสวรรคฯ เครื่องเลนโขนละครหุนประชัน ดวยเครื่องวิจิตรแตงกายฯ ราตรีรัศมีเพลิงพราย กระหนกกระหนาบภาพหาญฯ เปนที่ประชาชนชื่นบาน สําราญสํารวลปรีดาฯ”

ทุกขภัยไปมี เชิดชูกลางวัน หนังงามลวดลาย ทอดทัศนาการ

มีหลักฐานแสดงใหเห็ น วา หนัง โขน และละครนั้น นิยมเลนเรื่ อง รามเกียรติ์ จึงขอยกตัวอยางดังนี้คือ

๑

สมพร สิงโต, ความสัมพันธระหวางรามายณะของวาลมิกิและรามเกียรติ์พระราชนิพนธในรัชกาลที่ ๑, (กรุงเทพฯ: หนวยศึกษานิเทศก กรมการฝกหัดครู, ๒๕๒๐), หนา ๒๗๘ – ๒๘๑.


๒๔

(๑) ในหนังสือบุณโณวาทคําฉันท มีความพรรณนาถึงการเลนหนังไววา “ครั้นสุริยเสด็จอัษฎงค ชรอุมชรอ่ําอัมพร บัดหนังตั้งโหกําธร ฉลักเฉลิมเจิมจอง เทียนติดปลายศรศรสอง ก็ทุมตระโพนทาทาย สามตระอภิวันทบรรยาย นรินทรเริ่มอนุวัน บัดพาลาสองสองขยัน ธนาก็เตาเตียวจร ถวายโคบุตรบมิใหมรณ นิวาสสถานเทาคง เริ่มเรื่องไมยราพฤทธิรงค นเรศดลบาดาล”

เลี้ยวลับเมรุลง สองพระทรงศร พากยเพยเสียงกลอง เชิดชูพระนารายณ ปลอยวานรพัน ปละปลอยวานร สะกดอุมองค

คําประพันธที่ยกมานี้ชี้ใหเห็นวา หนัง (หมายถึงหนังใหญ) เลนเรื่อง รามเกียรติ์ นอกจากนี้ยังมีพยานอยางอื่นเปนเครื่องยืนยันอีก กลาวคือ ตัวหนังใหญซึ่ง เขาใชแผนหนังวัวมาฉลุเปนรูปตัวละครในรามเกียรติ์ ทั้งยังมีบทพากยรามเกียรติ์ครั้ง กรุงเกาปรากฏอยูดวย อาจกลาวไดวาหนังซึ่งเปนมหรสพที่เชิดหนาชูตาของไทยสมัย อยุธยานั้นเลนเรื่องรามเกียรติ์เปนพื้น (๒) หนังสืออีกประเภทหนึ่งคือหนังตะลุง ซึ่งเลนกันทางปกษใตก็นิยม เลนเรื่องรามเกียรติ์เชนกัน (๓) โขนเป น นาฏกรรมอี ก ประเภทหนึ่ ง ของไทย ซึ่ ง เล น แต เ รื่ อ ง รามเกียรติ์เทานั้น ในพระราชนิพนธเรื่องอิเหนาในรัชกาลที่ ๒ ตอนเตรียมอภิเษกสมรส จรกากับบุษบา มีกลอนตอนหนึ่งวาดังนี้


๒๕

“บัดนี้ ครั้นรุงก็รีบแตงกาย พวกโขนเบิกโรงแลวจับเรื่อง ตลกเลนเจรจาเปนทาทาง

พนักงานการเลนทั้งหลาย อสุรนายวานรมนุษยนาง สื่อเมืององคตพดหาง ทั้งสองขางอางอวดฤทธี”

ใน พ.ศ. ๒๓๓๘ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย โปรดเกลาฯ ใหมีโขนในงานฉลองพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมชนกาธิราช ดังความปรากฏในพระ ราชพงศาวดารวา ในการมหรสพสมโภชพระบรมอัฐิครั้งนั้น มีโขนชักรอก โรงใหญทั้งโขนวั งหลวงและวังหน า แล วประสมโรงเล น กัน กลางแปลง เล น เมื่ อ ศึ ก ทศกั ณ ฐ ย กทั พ กั บ ขุ น สิ บ รถ โขนวั ง หลวงเปนทัพพระรามยกไปแตทางพระบรมมหาราชวัง โขนวัง หนาเปนทัพทศกัณฐยกออกจากพระราชวังบวรฯ มาเลนรบกัน ในทอ งสนามหน า พลั บ พลา ถึ งมี ป น บาเหรี่ ย มรางเกวี ย นลาก ออกมายิงกันดังสนั่นไป นอกจากนี้บรรดาหัวโขน บทพากย และบทเจรจาโขนที่ปรากฏอยูก็ลวน ลวนแตเปนเรื่องรามเกียรติ์ทั้งสิ้น อาจพูดไดวาโขนของไทยเลนเรื่องรามเกียรติ์เทานั้น (๔) ละครที่เลนเรื่องรามเกียรติ์นั้นเปนละครใน และคงเลนมาตั้งแตครั้ง กรุงเกา เพราะมีบทละครรามเกียรติ์ครั้งกรุงเกาเหลือตกทอดมาใหเห็น และในสมัยหลัง เชนสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร ก็มีหนังสือพระราชนิพนธบทละครเรื่อง รามเกียรติ์เปนพยานอยู เรื่องรามเกียรติ์ นอกจากจะนิยมใชแสดงหนัง โขน และละคร ซึ่งลวน แตเปนการแสดงที่เปนเรื่องติดตอกันแลว เรายังนิยมตัดตอนมาเลนฟอนรํา หรือจับ ระบํา เชน บทจับระบําเรื่อง รามสูรเมขลา และนารายณปราบบนนทก ซึ่งตอมาใช


๒๖

เปนชุดเบิกโรงของโขนและละคร ดังปรากฏในบทพระราชนิพนธของพระบาทสมเด็จ พระจอมเกลาเจาอยูหัว ทรงไวเปนตํานานวา “เรื่องนารายณกําราบปราบนนทุก เปนเรื่องดึกดําบรรพสืบกันมา เบิกโรงงานการเลนเตนรํา สําหรับโรงนางฟอนละคอนใน

ในตนไตรดายุคโบราณวา ครั้งกรุงศรีอยุธยาเอามาใช ที่เริ่มมีพิธีทําเปนการใหญ แสดงใหเห็นครูผูสอนรํา”

เราจะเห็นไดวาเรื่องรามายณะหรือรามเกียรติ์ ไดรับความนิยมในทางการ แสดงมากกวาเรื่องใด ๒.๔.๔ อิทธิพลในทางศิลปกรรม๑ รามายณะหรือรามเกียรติ์ มีความสัมพันธกับศิลปะประเภทจิตรกรรม และประติมากรรมของไทยเปนอันมาก กลาวคือตัวละครก็ดี ฉากตาง ๆ ก็ดี ถูกนําเอา ไปเปนสิ่งประดับประดาตามสถานที่ตาง ๆ เชน ตามฝาผนังโบสถ วิหาร มาตั้งแตสมัย โบราณ เชนเดียวกับเรื่องมหาเวสสันดรชาดก แตเวสสันดรยังไดรับความนิยมในวง แคบกวา เพราะใชตกแตงเฉพาะในวัดเทานั้น สวนรามเกียรติ์นั้นยังใชในวงการอื่น ๆ ดวย เชนทําเปนลวดลายของของที่ระลึก มีเครื่องถม, เครื่องเขิน เปนตน นอกจากนี้จะ พบวาบรรดาภาพแกะสลัก ภาพวาดที่ใชแขวนเปนเครื่องประดับบาน ลวดลายที่สักตาม ตัวบุคคล เสื้อผา ของใชประเภทเครื่องโลหะตาง ๆ ก็นิยมวาดหรือแกะสลักเปนภาพตัว ละครในรามเกียรติ์ ตอไปนี้จะขอกลาวถึงแหลงที่ปรากฏภาพเรื่องรามเกียรติ์พอเปนตัวอยาง วาคนไทยนิยมสรางศิลปะจากเรื่องรามเกียรติ์

๑

สมพร สิงโต, ความสัมพันธระหวางรามายณะของวาลมิกิ และรามเกียรติ์พระราชนิพนธใน รัชกาลที่ ๑, (กรุงเทพฯ: หนวยศึกษานิเทศก กรมการฝกหัดครู, ๒๕๒๐), หนา ๒๘๑ – ๒๘๒.


๒๗

สถานที่ที่เรารูจักดีที่สุดคือ ระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนาศาสดา รามหรือวัดพระแกว มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ตั้งแตกําเนิดสีดาไปถึงตอน อภิเษก วัดอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ ที่มีภาพรามเกียรติ์ก็คือ วัดอรุณราชวราราม ระหวางชอง หน า ต า งวั ด สุ ทั ศ น ประตู โ บสถ วั ด เชตุ พ นฯ เหล า นี้ ล ว นเป น ฝ มื อ ของช า งสมั ย รัตนโกสินทรทั้งสิ้น ในสมัยอยุธยาก็นิยมสรางศิลปะซึ่งมีเนื้อหาจากรามเกียรติ์เชนกัน ดังจะ เห็นไดจากภาพรามสูรและเมขลาที่ผนังถ้ําเมืองยะลา ภาพระบายสีเรื่องรามเกียรติ์ตั้งแต พระรามกลับอโยธยาจนถึงสงครามพระพรต พระสัตรุดปราบอสูร ที่ศาลาไทย ของ พระองคจุมพฏเปนฝมือสมัยพระนารายณ ที่วัดพุทไธศวรรยเหลือภาพรามเกียรติ์เพียง บางสวน เชน ภาพทศกัณฐ และพระลักษมณ ที่วัดราชบูรณะ จังหวัดพิษณุโลก มี ภาพฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ตั้งแตสงครามระหวางทศกัณฐกับพระราม จนถึงทศกัณฐ ลม ที่วัดพระเชตุพนมีภาพนูนหินออนนัยวาเปนฝมือสมัยอยุธยา คงจะไดมาหลังจาก กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ ๒ เทาที่ไดเอยถึงศิลปกรรมเรื่องรามเกียรติ์มานี้ ก็พอจะเปนเครื่องชี้ใหเห็น วา รามเกียรติ์มีอํานาจที่จะบันดาลใหเกิดศิลปกรรมที่สําคัญของชาติไดสวนหนึ่ง

ภาพที่ ๖ : ทาวมาลีวราชตัดสินความ พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หองที่ ๙๖

๑

๑

ทาวมาลีวราชตัดสินความ, (Online). http://www.oursiam.net/gallery/display.php?category= art&code=ART00031 (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๐)


๒๘

๒.๕ คุณคาของรามเกียรติ์ คุณคาของรามเกียรติ์ โดยเฉพาะฉบับพระราชนิพนธในพระบาทสมเด็จพระ พุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช นับไดวาเปนเรื่องรามเกียรติ์ฉบับสมบูรณของไทย เนื้อ เรื่องมีความสนุกสนาน ใชสํานวนกะทัดรัด ความเปรียบลึกซึ้ง และบางตอนก็แฝงคติ ธรรมเอาไวดวย๑ ซึ่งสามารถอธิบายได โดยแบงเปนคุณคาในดานสติปญญาหรือ สารัตถประโยชน๒ และคุณคาในดานสุนทรียภาพ ดังตอไปนี้ ๒.๕.๑ คุณคาในดานสติปญญาหรือสารัตถประโยชน๓ บทละครเรื่ อ งรามเกี ย รติ์ พ ระราชนิ พ นธ ใ นรั ช กาลที่ ๑ ซึ่ ง ถื อ ว า เป น วรรณคดีมรดกนั้นมีสารัตถประโยชนมาก ซึ่งสามารถสรุปไดดังนี้ ๑) วีรกรรมของนักรบ ไดแก พระราม หนุมาน และทศกัณฐ เรื่อง รามเกียรติ์นี้ชี้ใหเห็นวา ทั้งพระรามและทศกัณฐเปนนักรบที่พยายามตอสูชิงชัยกันดวย วิธีตาง ๆ อยางกลาหาญ มีทั้งการสูรบตัวตอตัวอยางใกลชิด การสูรบระหวางกองทัพทั้ง สองฝาย การใชกลยุทธ เลหเพทุบาย การเจรจาทางการทูต ทั้งฝายพระรามและฝาย ทศกัณฐไดประกอบการตาง ๆ ที่แสดงความกลาหาญสมชายชาตินักรบ ทหารของ พระรามโดยเฉพาะอยางยิ่งหนุมาน มีบทบาทในการรบที่สําคัญมาก สมเปนทหารเอก และเปนหัวเรี่ยวหัวแรงของกองทัพ ๒) ความดีอันบริสุทธิ์ของสตรี สาระสําคัญของเรื่องรามเกียรติ์นี้ ได แสดงใหเห็นความซื่อสัตยของนางสีดา เริ่มตั้งแตการขอติดตามพระรามซึ่งตองออกจาก บานเมืองที่สุขสบายไปอยูในปา ดําเนินชีวิตอยางเรรอนตกระกําลําบาก ทั้งนี้ก็เพื่อ ปฏิบัติหนาที่อันดียิ่งของภรรยาที่พึงมีตอสามี ครั้นเมื่อถูกทศกัณฐลักพาตัวไป ถูกเกี้ยว พาราสี และถูกหลอกลอดวยเพทุบายตาง ๆ นางก็ยังมีจิตใจยึดมั่นตอสามีตลอดเวลาที่ ๑

ประจักษ ประภาพิทยากร, ความรูพื้นฐานทางวรรณคดีและวรรณกรรมเอกของไทย, พิมพครั้งที่ ๑, (กรุงเทพฯ: องคการคาของคุรุสภา, ๒๕๒๕), หนา ๘๘. ๒ สารัตถประโยชน หมายถึง ประโยชนที่เปนแกนสาร ๓ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย ๔: วรรณคดีไทย หนวยที่ ๘ – ๑๕, พิมพครั้งที่ ๕, (นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๗), หนา ๙๔.


๒๙

อยูหางไกลกัน ความซื่อสัตยอันมั่นคงที่นางมีตอสามีนี้ นับไดวาเปนตัวอยางที่ดีของ กุลสตรี จนมีสํานวนพูดกันติดปากวา “ภักดีดุจนางสีดาภักดีตอพระราม” กุลสตรีที่ดี เลิศในทรรศนะของคนอินเดียโบราณตลอดจนปจจุบันนี้ยกยองผูหญิงที่มีความรัก มี สัจจะและความเสียสละ คุณสมบัติทั้งสามประการนี้มีอยูในตัวนางสีดาอยางครบถวน ๓) ความเชื่อในอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย เปนความเชื่อดั้งเดิมของคนอินเดีย โบราณ มีความเชื่อกันวาคนดี คนเกง หัวหนาคน นักรบที่กลาหาญ รวมทั้งประมุข ของกลุมชนในลักษณะอื่น ๆ นั้น เปนตระกูลวงศของเทพเจา หรือกลาวอีกอยางหนึ่งวา เทพเจาแบงภาคมาเกิด ดังนั้นจึงมีความสามารถเกงกลาเหนือคนธรรมดา เชน หนุมาน ก็เปนลูกพระพาย มีมนตรวิเศษสามารถเนรมิตตัวใหใหญโตได เหาะเหินเดินอากาศได และไดใชความสามารถพิเศษนี้ในทางสรางสรรคคือปราบปรามความผิดความชั่ว ไมได นําไปใชในทางกดขี่ขมเหง หรือรังแกผูที่ออนแอกวา ๔) การปกครองบานเมืองและการครองเรือน เรื่องรามเกียรติ์นี้ไดแสดง ให เห็ นจริ ย ธรรมของผู ที่ทํ า หนา ที่ ป กครองประเทศตามหลั ก ทศพิ ธ ราชธรรม ส ว น ผูปกครองก็มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับยุคสมัยของเรื่องรามเกียรติ์ (ซึ่งแตกตางกับยุคสมัย ในปจจุบันนี้) มีศิลปะในการใชคน การใหรางวัล และการลงโทษ มีความรูศิลปวิทยา มี ค วามรู ท างวิ ช ายุ ท ธศาสตร แ ละอื่ น ๆ ส ว นการครองเรื อ นก็ ไ ด ก ล า วถึ ง ชี วิ ต ใน ครอบครัว หนาที่ระหวางพี่กับนอง สามีกับภรรยา พอกับลูก ๕) วิถีชีวิตมนุษย ชีวิตของพระรามมีลักษณะเปนปุถุชนที่เพียบพรอม ดวยคุณงามความดี ไดทําหนาที่ที่ครบถวนในฐานะเปนบุตร (เชื่อฟงบิดา ยอมออกจาก เมือง) ในฐานะเปนสามี (คุมครองภรรยาและตอสูเพื่ออิสรภาพของภรรยา) ในฐานะ เปนพี่ชาย (มีคุณธรรมตอนองคือพระลักษมณ) ในฐานะเปนนายหรือผูบังคับบัญชา กองทัพ (เปนนายในอุดมคติที่ถี่ถวนรับฟง มีความเห็นอกเห็นใจ มีความเปนมิตร ฯลฯ) วิถีชีวิตในบทละครนี้ชี้ใหเห็นวา ความสุขของชีวิตคือการแสวงหาความสงบ ความ หลุดพน โดยเชื่อวาชีวิตเปนทุกข และเชื่อผลแหงกรรม ตัวละครในเรื่องทุกตัวไมวาจะ เปนคนดีหรือคนชั่ว เมื่อประสบความหายนะก็ยอมรับความจริงดวยดี และสํานึกผิด อยางจริงใจ แมทศกัณฐก็ไมใชคนบาปหยาบชาจนเกินไป เปนผูรูจักหลักธรรมอยางดี และยอมรับความพายแพในที่สุด


๓๐

๒.๕.๒ คุณคาในดานสุนทรียภาพ พระราชนิพนธบทละครรามเกียรติ์ในรัชกาลที่ ๑ นี้ เพียบพรอมดวยรส วรรณคดีตาง ๆ อยางครบครัน ไมวาจะพิจารณาในแงของรสวรรณคดีแบบสันสกฤตทั้ง ๙ รส หรือวรรณคดีไทย ๔ รส๑ ดังนี้ ๑) รสวรรณคดีแบบสันสกฤต ๙ รส๒ ไดแก ๑.๑) ศฤงคารรส (รสแหงความรัก) ๑.๒) หาสยรส (รสแหงความขบขัน) ๑.๓) กรุณารส (รสแหงความเมตตากรุณา) ๑.๔) รุทรรส (รสแหงความโกรธเคือง) ๑.๕) วีรรส (รสแหงความกลาหาญ) ๑.๖) ภยานกรส (รสแหงความกลัว ตื่นเตน ตกใจ) ๑.๗) พีภัตสรส (รสแหงความชัง ความรังเกียจ) ๑.๘) อัพภูตรส (รสแหงความพิศวงประหลาดใจ) ๑.๙) ศานติรส (รสแหงความสงบ) ๒) รสวรรณคดีแบบไทย ๔ รส๓ ไดแก ๒.๑) เสาวรจนี (บทชมโฉม) ๒.๒) นารีปราโมทย (บทเกี้ยว โอโลม) ๒.๓) พิโรธวาทัง (บทตัดพอ) ๒.๔) สัลลาปงคพิไสย (บทโศก)

๑

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย ๔: วรรณคดีไทย หนวยที่ ๘ – ๑๕, พิมพครั้งที่ ๕, (นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๗), หนา ๙๔. ๒ รสวรรณคดี, (Online). http://th.wikipedia.org/wiki/รสวรรณคดี (๑๙ กุมภาพันธ ๒๕๕๑) ๓ เรื่องเดียวกัน.


๓๑

เฉพาะบทบาทของสุครีพและหนุมาน ก็สามารถที่จะหยิบยกตัวอยางรส ตาง ๆ ของวรรณคดีออกมาได๑ เชน ๑) ตอนชมความงามนางวานริน (เสาวรจนี) “พิศพักตรผองเพียงศศิธร พิศขนงกงงอนดั่งเลขา พิศเนตรดั่งเนตรมฤคา พิศนาสาแฉลมอําไพ พิศโอษฐโอษฐเอี่ยมดังจะแยม พิศแกมเปนที่พิสมัย พิศกรรณดังกลีบสุมาลัย พิศทนตแววไวดังแสงนิล พิศถันดั่งดวงปทุมมาศ ทิศทรงวิลาศวิไลสิ้น พิศกรดั่งงวงหัสดินทร พิศโฉมดังกินรีฟา” ๒) ตอนหนุมานเกี้ยวนางวานริน (นารีปราโมทย) “เสียแรงที่บุกปาฝาพง พางเพียงจะปลงชีวาสัญ เพราะรักเจาเยาวลักษณวิไลวรรณ จึงหมายมั่นเจาะจงมาหานอง หวังวาจะฝากไมตรีจิต รวมชีวิตดวยเจาเปนสอง จะสูตายดวยเนื้อนวลละออง อยูในถ้ําทองกับนารี” ๓) ตอนสุครีพโกรธกุมกรรณ (พิโรธวาทัง) “.............................. วาเหวยกุมภกรรณอสุรี อันตัวของเอ็งเปนนอง รวมทองทศพักตรยักษี แตพี่มึงยังแพฤทธี แกกูผูมีศักดา เมื่อครั้งใหยกฉัตรแกว เอ็งลืมไปแลวหรือยักษา แตพระเมรุเอนทรุดลงมา ก็ยังวายกไดดวยวองไว”

๑

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย ๔: วรรณคดีไทย หนวยที่ ๘ – ๑๕, พิมพครั้งที่ ๕, (นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๗), หนา ๙๔ – ๙๕.


บทที่ ๓ การศึกษาวิเคราะหวรรณคดีเรื่อง “รามเกียรติ์” ๓.๑ ตัวละครสําคัญในเรื่องรามเกียรติ์ ๓.๑.๑ พระราม๑

ภาพที่ ๗ : พระราม

๒

พระรามเปนโอรสของทาวทศรถ เปนหลานทาวอัชบาล และเปนเหลน ทาวอโนมาตันซึ่งเปนตนวงศอโยธยา มารดาของพระรามคือนางเกาสุริยา พระรามเปน พระนารายณอวตารลงมาเกิดตามบัญชาของพระอิศวร เพื่อปราบทศกัณฐ พระรามไดรับการศึกษาอบรมจากฤๅษี คือ พระวสิษฐกับพระวิศวามิตร จนจบศิลปศาสตร และคัมภีรไตรเพทตามประเพณีลูกกษัตริยทุกประการ อาวุธประจํา กายคือพระแสงศร ๓ องค ไดแก ศรพรหมาสตร ศรอัคนิวาต และพลายวาต พระรามเป น ตั ว ละครที่ เ ป น แบบอย า งที่ ดี เพราะมี คุ ณ ธรรมความดี มากกวาขอบกพรอง เชน มีคุณสมบัติของความเปนลูกที่ดี คืออยูในโอวาท กตัญู รักษาวาจาสัตยของพอ และเคารพรักแมเลี้ยงเสมอแมตน ฉะนั้นเมื่อถูกเนรเทศออกปา ๑

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย ๔: วรรณคดีไทย หนวยที่ ๘ – ๑๕, พิมพครั้งที่ ๕, (นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๗), หนา ๙๗ – ๙๘. ๒ ประวัติตัวละครรามเกี ย รติ์: พระราม, (Online). http://www.geocities.com/hanumarn2k/p5.html (๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๓๓

ดวยความไมยุติธรรม พระรามจึงมิไดเกี่ยงงอนหรือโกรธเคือง นอกจากนี้ยังเปนพี่ที่ดี เสียสละและรักนอง ไมเคืองแคนพระพรตที่ไดราชสมบัติ และรักใครพระลักษมณยิ่ง ชีวิต เปนสามีที่ดี ดังจะเห็นวาพระรามเปนคนรักเดียวใจเดียว ซื่อตรงจงรักตอนางสีดา ไม เ คยมี ช ายาอื่ น หรื อ ชื่ น ชมในหญิ ง อื่ น พระเอกในวรรณคดี ไ ทยน อ ยคนนั ก ที่ จ ะมี คุณสมบัติเชนนี้ สวนขอบกพรองบางอยางของพระรามก็คือหูเบา และหุนหันพลันแลน สว นในรูปแบบนักปกครอง พระรามเป น นั กปกครองที่ ดี ฟงเสี ยงที่ ปรึกษามากกวาจะตัดสินใจตามลําพัง และรูจักเลือกใชคน เชน มีชมพูพาน พิเภก สุครีพ เปนที่ปรึกษา ใชหนุมานในเรื่องตองการใชกําลัง และใชองคตเปนทูตเจรจา เปนตน นอกจากนี้ยังเปนผูรูจักใหกําลังใจแกผูใตบังคับบัญชา ดวยการมอบบําเหน็จ รางวัลตามความดีความชอบที่ทําโดยมิไดเดียดฉันท ขอที่แสดงใหเห็นวา พระรามมีลักษณะของมนุษยในอุดมคติมากกวา มนุษยจริง ๆ อยางชัดเจน คือ เรื่องการระงับใจ ไมใหวูวาม มีเหตุผลเหนืออารมณ ซึ่ง บางครั้งยากที่ปุถุชนจะทําได แตพระรามมักจะทําไดแทบทุกครั้ง ไมวาจะอยูในอารมณ โกรธแคนรุนแรงหรือเศราโศกปานใด ก็มิไดแสดงอารมณเหลานั้นใหผูอื่นไดเห็น เมื่อ ถูกเนรเทศทั้งที่มิไดกระทําอะไรผิดก็มิไดโกรธเคือง หรือตอนนางลอย พระรามเห็นศพ นางเบญจกายแปลงเปนสีดาลอยน้ํามา เขาพระทัยผิดคิดวาเปนนางสีดาจริง จึงรําพัน คร่ําครวญทั้งสงสัยไมแนใจ ทั้งโกรธแคนวาทศกัณฐประหารนาง แตแลวก็พยายาม ระงับใจไมใหโกรธแคน ดังกาพยนางลอยพระราชนิพนธในรัชกาลที่ ๒ บรรยายวา พระดาลเดือดแลวดับได ไฉนหนอพระยุพิน

กลัวเทพไทจะติฉิน ยุพาพี่จะคืนเปน

ในบางครั้งและบางเรื่องทําใหดูเหมือนพระรามจะไมเขมแข็ง ไมกลา ตัดสินใจดวยตนเอง ไมกลาแสดงออกซึ่งความเปนตัวของตัวเอง แตสิ่งเหลานี้กลับ แสดงถึงความบรรลุภาวะวุฒิของความเปนผูใหญ รูอะไรควรไมควร วางจังหวะชีวิตได ถูกตอง คุณสมบัติเชนนี้เปนพฤติกรรมที่ทําตามกันลําบาก พระรามจึงเปนบุคคลในอุดม คติ คือไมนาเชื่อวาเปนไดเชนนี้จริง ๆ การที่เนนวาพระรามเปนพระนารายณอวตาร ทํา ใหคอยลดความไมนาเชื่อลงไปได เพราะเปนเทพเจา


๓๔

๓.๑.๒ นางสีดา๑

ภาพที่ ๘ : นางสีดา

๒

นางสีดาเปนธิดาทศกัณฐกับนางมณโฑ แตตอนเกิดมานั้นโหรทํานายวา เปนกาลกิณี ทศกัณฐจึงใหนําทารกนอยใสผอบลอยน้ําไป ทาวชนกเจาเมืองมิถิลาขณะ บวชเปนฤๅษี นําไปเลี้ยงโดยใสผอบฝงดินไว เมื่อบําเพ็ญพรตไมสําเร็จจึงไดขุดเอาผอบ นั้นนําเขาไปเลี้ยงไวในเมืองมิถิลาดวย ตั้งชื่อใหทารกวา “สีดา” พออายุครบ ๑๖ ป ก็จัด ใหมีการเลือกคู พระรามเปนผูชนะในการเลือกคูคราวนั้น จึงไดจัดพิธีอภิเษกสมรสและ พานางสีดาไปอโยธยา นางสีดาตามเรื่องคือพระลักษมีอวตารลงมาเกิดเปนบุญบารมีของ พระราม นางสีดาเปนคนงดงามมาก ดังตอนที่นางสํามะนักขานําไปทูลทศกัณฐวา ...จึงทูลวานางสีดานี้ ถาเปรียบพระลักษมีศรีสวัสดิ์ อีกทั้งสมเด็จพระอุมา ………………………… ถาจะเอาพี่นางมณโฑเปรียบ

๑

มีศรีเสาวภาคยจําเริญตา พระสุรัสวดีเสนหา นองเห็นงามกวาทั้งสามองค ………………………… เทียมเทียบไกลกันสักพันเทา...

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย ๔: วรรณคดีไทย หนวยที่ ๘ – ๑๕, พิมพครั้งที่ ๕, (นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๗), หนา ๙๘ – ๑๐๐. ๒ ประวัติตั วละครรามเกีย รติ์ : นางสีดา, (Online). http://www.geocities.com/hanumarn2k/p6.html (๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๓๕

ความงามของนางสีดานั้น แมกระทั่งทาวมาลีวราชซึ่งเปนปูของทศกัณฐ เห็นเขาก็ตกตะลึงและหวั่นไหวไปเหมือนกัน นอกจากความงดงามแลว นางสีดายังเปนนางในวรรณคดีที่เปนตัวอยาง แหงความดี ความซื่อสัตย และจงรักภักดีตอสามี จะเห็นไดจากเหตุการณสําคัญ ๆ หลายตอน เชน ๑) เมื่อพระรามตองเดินปามีกําหนด ๑๔ ป ตามคําขอของนางไกยเกษี ตอทาวทศรถนั้น นางสีดาสมัครใจตามไปปรนนิบัติโดยไมกลัวตอความยากลําบาก ครั้นทศกัณฐทําแผนใชมารีศแปลงเป นกวางมาลอ พระรามพระลักษมณออกไปจาก บรรณศาลา และลักพานางสีดาไปนั้น ระหวางทางเมื่อนกสดายุเขาชิงนางจากทศกัณฐ ทศกัณฐถอดแหวนจากนิ้วนางสีดาขวางจนปกหัก นางสีดาก็โยนผาสไบฝากไปและให ขาวตอพระรามถึงเสนทางที่นางถูกลักพาดวย ๒) ทศกั ณ ฐ พ านางสี ด าไปไว ใ นอุ ท ยานโดยให ส หั ส กุ ม ารคอยเฝ า ทศกัณฐไปออนวอนหลายครั้งใหนางปลงใจ แตนางไมยอม ทั้งอธิษฐานใหตัวรอนจน ทศกัณฐถูกตองมิได ๓) เมื่อถูกทศกัณฐรบกวนบอยเขา นางก็กลุมใจและแคนใจ ทั้งไมรูขาว คราวจากพระรามดวย จึงคิดผูกคอตาย พอดีหนุมานมาถึงและแกไขไดดังกลอนที่วา จึงเอาผาผูกพันกะสันรัด ชายหนึ่งผูกศออรทัย บัดนั้น

เกี่ยวกระหวัดไวกับกิ่งโศกใหญ แลวทอดองคลงไปจะใหตาย วายุบุตรแกไดดังใจหมาย...

เมื่อหนุมานชวยนางไวและแจงขาวใหทราบวาพระรามกําลังตามมาแลว พรอมทั้งถวายผาสไบและแหวนใหเปนพยานหลักฐาน นางก็มีความยินดีและมีกําลังใจ ที่จะมีชีวิตตอไป เพราะชีวิตของนางอยูเพื่อพระรามเทานั้น ๔) ครั้นเสร็จศึกลงกา กอนที่พระรามจะกลับคืนกรุงอโยธยา นางไดลุย ไฟพิสูจนความซื่อสัตยจงรักภักดี และความบริสุทธิ์ของนาง เพื่อพระรามจะไดไมมี ความของใจใด ๆ


๓๖

๕) เมื่อนางอดูลปศาจยักษมาลวงใหนางเขียนภาพทศกัณฐแลวเขาสิง ภาพ จนพระรามจับไดและสั่งใหพระลักษมณนําไปประหาร เพราะเขาใจวานางมีใจ ผู ก พั น กั บ ทศกั ณ ฐ แต ด ว ยความสั ต ย ที่ น างมี ต อ สามี พระขรรค ข องพระลั ก ษมณ ก็ กลายเปนมาลัยดอกไมคลองคอ พระลักษมณจึงตองปลอยนางไป แลวเอาหัวใจเนื้อ ทรายไปถวายพระรามแทนหัวใจนางสีดา นางก็ไมไดเรียกรองความเปนธรรมแตอยาง ใด ยอมรับคําสั่งประหารของสามีโดยดุษณี ๖) นางสีดายังตองรับกรรมจนคลอดโอรสคือพระมงกฎ ตอมาพระฤๅษี วัชมฤคฯ ผูดูแลนาง เห็นพระมงกุฎที่สีดาฝากไวหายไปจึงชุบกุมารขึ้นแทนดวยเกรงนาง สีดาเสียใจที่ลูกหาย ปรากฏวานางสีดาอุมพระมงกุฎไปเอง นางจึงขอกุมารที่ชุบขึ้นเปน ลูกอีกองคหนึ่ง ใหชื่อวาพระลบ ซึ่งทั้งสองคนลองศรทําใหพระรามตามมาพบสีดา แสดงวาเมื่อถึงคราวเคราะห นางก็มีความอดทน โดยหันมาเอาใจใสเลี้ยงดูบุตรแทน มิไดกระทําสิ่งใดนอกใจสามีหรือปลอยชีวิตไปตามบุญตามกรรมแตอยางใด ๗) พระรามมาง อ ขอคื น ดี นางไม ย อม แต พ อพระรามแกล ง สิ้นพระชนม นางสีดาก็ไปคร่ําครวญหนาพระโกศ พอรูวาเปนอุบายของพระรามนางจึง กระทําสัตยอธิษฐานแยกแผนดินไปอยูเสียที่บาดาล จนพระอิศวรเชิญทั้งพระรามและ นางสีดาขึ้นไปไกลเกลี่ยบนสวรรค นางจึงยอมอภิเษกใหมเปนครั้งที่ ๒ และเขาครอง กรุงอโยธยากับพระราม จากบทบาทหลาย ๆ ตอนของนางสีดาในเรื่องรามเกียรติ์ดังกลาวมานี้ แสดงใหเห็นถึงคุณธรรมของนางสีดา ซึ่งเปนคุณสมบัติของหญิงไทยในอุดมคติ คือ ตองมีสามีเดียว จงรักภักดีตอสามีแมจะตกอยูในสถานการณอยางไรก็อยาใหหวั่นไหว หันเหความภักดีตอสามีไปได ถาเปนคติอินเดียที่ไทยนําแบบมา นางสีดาก็เปนแบบ ฉบับของหญิงอินเดียเชนเดียวกัน ในแงที่จงรักตอสามีเปนเลิศ ซึ่งถาสามีตายกอนก็ จะตองโดดเขากองไฟเผาตัวตายตาม ถือเปนประเพณีสืบเนื่องมาชานาน (เพิ่งจะเลิกไป เมื่ออังกฤษเขาปกครองอินเดียนี้เอง) นางสีดาก็เขาลักษณะของหญิงผูซื่อสัตยดังกลาว มาแลวนี้ นางสีดาจึงเปนตัวอยางของนางในวรรณคดีที่มักจะมีผูยกมากลาวอางในเชิง ยกยองอยูเสมอ


๓๗

๓.๑.๓ ทศกัณฐ๑

๒

ภาพที่ ๙ : ทศกัณฐ

ทศกัณฐ เมื่อปางกอนเปนนนทก อสูรเทพบุตร ทําหนาที่ลางเทาเทวดา ที่จะขึ้นเฝาพระอิศวร ถูกเทวดากลั่นแกลงจึงขอพระอิศวรใหมีนิ้วเปนเพชร และไดชี้ เทวดาตายไปเป น อั น มาก พระนารายณ จึ ง แปลงเป น นางอั ป สรมารํ า ล อ ให น นทก หลงใหลและรําตาม จนนิ้วเพชรชี้ขาตัวเองหัก นางอัปสรจึงคืนรางเปนพระนารายณ ประหารนนทกเสีย นนทกเกิดใหมเปนโอรสทาวลัสเตียนและนางรัชดาครองเมืองลงกา ชื่อ “ทศกัณฐ” ทศกั ณฐเปนยักษมีสิบเศียร สิบพั กตร มี ยี่สิบกร รูป รางใหญโ ต นา เกลี ย ด โหดเหี้ ย ม แต ส ามารถแปลงร า งได ส ารพั ด เรี ย นวิ ช าจากฤๅษี โ คบุ ต ร มี พละกําลังมหาศาล ยกเขาไกรลาสใหตั้งตรงได แตเปนผูมักมากในกามคุณ เที่ยวแปลง รางสมพาสกับมนุษย สัตว และนางฟาไปทั่ว จนเกิดลูกรูปรางแปลก ๆ มากมาย เชน สุพรรณมัจฉา เปนตน ทศกัณฐเปนคนใจพาล มักใชอํานาจไปในทางที่ผิด ใชอารมณเปนใหญ ไมชอบฟงเสียงทัดทาน ชอบแตใหคนเอาใจประจบสอพลอ ใครขัดขืนก็ตองถูกลงโทษ ๑

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย ๔: วรรณคดีไทย หนวยที่ ๘ – ๑๕, พิมพครั้งที่ ๕, (นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๗), หนา ๑๐๐ – ๑๐๒. ๒ ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: ทศกัณฐ, (Online). http://www.geocities.com/hanumarn2k/p11.html (๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๓๘

อยางเชน เนรเทศพิเภก เมื่อตองการสิ่งใดทศกัณฐมักจะกระทําตามอําเภอใจ เชนอยาก ไดบุษบงแกวของทาวกุเรปนพี่ชาย ก็ชิงเอาเปนของตน แตทศกัณฐมีความกลาหาญอยางหนาชมเชย ถาอานดูตลอดทั้งเรื่องเรา จะพบวาทศกัณฐนั้นไมใชวาจะเกงกลาสามารถจนเลิศเลอนัก ทศกัณฐเคยรบแพพาลี แพอรชุน จนเมื่อไปทําพิธีถอดดวงใจฝากไวกับฤๅษีจึงไดฮึกเหิมในความเปนอมตะของ ตน การรบกับฝายพระราม ทศกัณฐก็แทบทานกําลังไมไหว ทั้งขาดกําลังใจ เพราะ ญาติวงศพงศยักษและมิตรสหายที่มาชวยรบก็ลมตายรอยหรอไปทุกที ทศกัณฐทอถอย จนอยากจะหนีไปใหไกล แตก็ไมทํา กลับคิดสูไมกลัวตาย ดังวา ...คิดคิดจะใครพาอรไท กับองคสีดานงลักษณ ใหพนภัยเภทเหตุการณ แกหมูเทวาสุราฤทธิ์ อันการจะถึงที่บรรลัย

หนีไปอยูขอบจักรวาล ซึ่งพี่รักยอดสงสาร คิดแลวบันดาลละอายใจ ทศทิศจะนินทาได ใครจะหนีไดผิดที...

และอีกตอนหนึ่ง ทศกัณฐพูดวา ...สูตายไมเสียดายชีวัน ตัวพี่ก็ชายอาชาไนย

จะยอทอตอมันกระไรได มิคิดอาลัยแกชีวี...

อุปนิสัยขอสุดทายที่เปนขอดีของทศกัณฐก็คือ รูสํานึกผิดชอบชั่วดีใน บั้นปลาย หลังจากตอสูมาถึงที่สุดแลว ก็ยอมแพอยางมีน้ําใจเปนนักกีฬา คือแพตอ ความดี มีความหวงใยผูอยูเบื้องหลังและสํานึกผิดวา “ตัวเราชั่วเองจึงเสียชนม แลวได รอนรนทั้งแผนภพ” ฉากตอนทศกัณฐลมเปนฉากที่งดงาม ทศกัณฐสั่งลาดวยปากทั้งสิบ ปากอยางกินใจ ทําใหเรามองเห็นความออนโยนที่แฝงอยูภายในใจของทศกัณฐ และยัง ชวยเสริมใหชัยชนะของพระรามยิ่งใหญ เพราะเปนชัยชนะที่เหนือยักษผูทรงเกียรติ์ นา นั บ ถื อ น า เกรงขาม ทศกั ณ ฐ จึ ง เป น ตั ว ละครที่ น า ประทั บ ใจ เพราะแสดงอุ ป นิ สั ย บุคลิกลักษณะหลายอยางตาง ๆ กัน ไดอยางตรึงอารมณ


๓๙

๓.๑.๔ พระลักษมณ

ภาพที่ ๑๐ : พระลักษมณ

๑

พระลักษมณ คือ พญาอนันตนาคราชที่ประทับของพระนารายณมาเกิด พรอมพระราม มีกายสีเหลืองดั่งทองทา เปนพระโอรสของทาวทศรถกับนางสมุทรเทวี มีพระอนุชารวมพระมารดา คือ พระสัตรุต๒ เมื่อครั้งพระรามตองเสด็จออกเดินดงตามพระประสงคของนางไกยเกษี พระลั ก ษมณ ก็ ไ ด ทู ล ขอตามเสด็ จ ไปด ว ย ครั้ ง แรกพระรามทรงไม อ นุ ญ าตแต พ ระ ลักษมณทรงยืนกราน จึงตามเสด็จดวยความจงรักภักดี ทรงเคียงคูพระรามเสมอใน ระหวางเกิดศึกกรุงลงกา และเมื่อพระรามตองเสด็จเดินดงเปนครั้งที่สองก็ไดทูลขอเสด็จ ตามไปดวยอีก ทรงรวมผจญหมูมารและเหลาศัตรูเคียงคูพระรามหลายครั้งดวยกัน๓ บุ ค ลิ ก ลั ก ษณะและคุ ณ ธรรมของพระลั ก ษมณ ในฐานะน อ งมี ค วาม จงรักภักดีตอพระรามผูเปนพี่อยางไมมีใครเสมอเหมือน เสียสละยอมลําบากกับพี่ มีภัย อันตรายก็คอยปกปองดวยชีวิต ในฐานะนักรบเปนผูมีปฏิภาณไหวพริบดี ไมเกรงกลัว ความตาย อาสาออกรบดวยความยินดี ในฐานะนองสามีใหการเคารพนับถือนางสีดาผู เปนพี่สะใภประหนึ่งมารดาของตน เคารพเชื่อฟง รับใชอยางไมรังเกียจ๔ ๑

ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: พระลักษมณ, (Online). http://www.geocities.com/hanumarn2k/p7.html (๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑) ๒ พระลักษมณ, (Online). http://th.wikipedia.org/wiki/พระลักษมณ (๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑) ๓ เรื่องเดียวกัน. ๔ บทเรียนนาฏกรรมโขน: คุณคาของตัวละครในนาฏกรรมโขน, (Online). http://art.hcu.ac.th/khon/ value.html (๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๔๐

๓.๑.๕ พิเภก๑

๒

ภาพที่ ๑๑ : พิเภก

พิเภกเปนยักษหนาสีเขียว สวมมงกุฎน้ําเตา แตเดิมเปนเทพบุตร ชื่อ เวสสุญาณ พระอิศวรโปรดใหไปเกิดรวมวงศยักษ เปนลูกทาวลัสเตียนและนางรัชดา เปนนองทศกัณฐ มีภรรยาชื่อนางตรีชฎา มีลูกชื่อเบญจกาย ซึ่งตอมาไดเปนเมียของ หนุ ม าน พิ เ ภกเป น ที่ป รึก ษาคอยช ว ยพระรามรบกั บ ทศกัณ ฐ เมื่ อ ครั้ น เสร็ จศึ ก แล ว พระรามใหพิเภกครองเมืองลงกา ทรงนามวา “ทาวทศศิริวงศ” พิเภกไมคอยมีความสามารถในการรบเมื่อเทียบกับพี่นอง แตมีความรู ทางดานพิธีกรรมและการทํานายทายทัก จึงทําหนาที่เปนโหรหลวงใหทศกัณฐ ครั้น หนึ่งทศกัณฐใหทํานายสุบินอันบอกลางรายและใหบอกวิธีสะเดาะเคราะห พิเภกแนะนํา ใหสงนางสีดาคืน ทศกัณฐกริ้วใหริบสมบัติแลวไลออกจากลงกา สงนางตรีชฎาไปเปน สาวใชนางสีดา พิเภกจึงเขาสวามิภักดิ์ตอพระราม และทําหนาที่ปรึกษาการศึกอันเปน ประโยชนแกฝายพระรามมาก เพราะเปนผูวางแผนการรบ เนื่องจากรูวาฝายลงกาจะสง ใครออกรบ จึงถวายคําแนะนําแกพระรามวาควรจะสงแมทัพคนใดออกไปตอสูดวย นอกจากนั้นยังเปนผูรูวิธีแกกลศึก แกอํานาจอาวุธของศัตรู จึงไดชวยชีวิตแมทัพฝาย พระรามไดหลายครั้งหลายหน ทั้งยังคอยทํานายเหตุการณที่จะเกิดในอนาคตใหพระราม ทราบ จึงเสมือนกับเปนแวนทิพยของพระรามนั่นเอง ๑

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย ๔: วรรณคดีไทย หนวยที่ ๘ – ๑๕, พิมพครั้งที่ ๕, (นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๗), หนา ๑๐๔ – ๑๐๕. ๒ ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: พิเภก, (Online). http://www.geocities.com/hanumarn2k/p13.html (๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๔๑

๓.๑.๖ หนุมาน๑

ภาพที่ ๑๒ : หนุมาน

๒

หนุมานเปนลิงสีกายขาว ไมมีมงกุฎ กําเนิดของหนุมานกลาวไวในเรื่อง รามเกียรติ์วา พระอิศวรแบงกําลังของพระองคใหพระพายนําไปพรอมดวยเทพอาวุธ คือ ตรี คทา จักร ไปซัดเขาปากนางสวาหะซึ่งถูกมารดาสาปใหยืนตีนเดียวเหนี่ยวกิน ลมอยูที่เชิงเขาจักรวาล แลวใหพระพายคอยพิทักษรักษานาง นางสวาหะจึงเทากับเปน แม พระพายเปนพอ นางสวาหะตั้งครรภอยูสามสิบเดือนจึงคลอด มีคํากลอนกลาววา ครั้นไดศุภฤกษยามดี ปขาลเดือนสามวันอังคาร เปนวานรผูเผนออกทางโอษฐ ใหญเทาชันษาไดโสฬส

พระรวีหมดเมฆแสงฉาน เยาวมาลยประสูติโอรส เผือกผองไพโรจนทั่วกายหมด อลงกตดั่งดวงศศิธร

นอกจากหนุมานจะเปนลิงเผือกเพศผูที่รูปรางใหญโตเทากับอายุ ๑๖ ป ในทันทีที่กระโดดออกมาจากปากแมแลว ยังมีความวิเศษติดตัวมาดวย คือสามารถ แผลงฤทธิ์เปนสี่หนาแปดมือ หาวเปนดาวเปนเดือน มีกุณฑลขนเพชรเขี้ยวแกว ของ วิเศษตาง ๆ เหลานี้ไมมีใครลวงรู นางสวาหะสั่งวาหากผูใดมาทักของวิเศษเหลานี้ ก็ให ๑

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย ๔: วรรณคดีไทย หนวยที่ ๘ – ๑๕, พิมพครั้งที่ ๕, (นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๗), หนา ๑๐๓ – ๑๐๔. ๒ ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: หนุมาน, (Online). http://www.geocities.com/hanumarn2k/p22.html (๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๔๒

เขาสวามิภักดิ์ตอผูนั้น เพราะนั่นคือพระนารายณ กอนหนุมานจะไดพบพระรามไดถูก พระอุมาสาปใหกําลังลดลงครึ่งหนึ่ง เพราะไปเที่ยวหักตนไมในสวนของพระอุมา แต พระอุมาลดโทษใหโดยมีขอแมวาถาพระรามลูบหลังตลอดหางก็จะพนคําสาป ตอนหนุ ม านเข า ถวายตั ว เป น ทหารเอกของพระราม มี เ รื่ อ งเล า ว า หนุมานเห็นพระรามและพระลักษมณบรรทมอยูใตตนหวา จึงแปลงรางเปนลูกวานรไต กิ่งไมไปเหนือที่บรรทมแลวรูดใบไมโปรยลงมาใหตององคพระราม พระลักษมณผูนั่ง ระวังอยูไลใหไปก็ไมไป จึงเงื้อคันธนูจะตี หนุมานกลับกระโจนลงไปแยงเอาคันธนูหนี ขึ้นตนไมไปทําหลอกลออยู เมื่อพระรามตื่นบรรทม พระลักษมณกราบทูลใหทรงทราบ พระรามจึงกลาวแกพระลักษมณวาลิงนอยนี้ผิดจากลิงปาอื่น ๆ มีกุณฑลขนเพชรเขี้ยว แกวนาประหลายใจ สิ่งตาง ๆ เหลานี้พระลักษมณมองไมเห็น หนุมานจึงรูวาผูนี้คือพระ นารายณอวตาร จึงคืนรางเปนลิงใหญตามเดิมแลวขอเปนทหารเพื่อปราบยักษ

ภาพที่ ๑๓ : หนุมานถวายตัว ณ พระอุโบสถวัดหัวลําโพง กรุงเทพมหานคร

๑

๑

วัดหัวลําโพง พระอารามหลวง, ภาพจิตรกรรมฝาผนัง (รามเกียรติ์) ณ พระอุโบสถ: หนุมานถวายตัว, (Online). http://www.wathualampong.com/Ramayana/RR03.html (๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๔๓

๓.๑.๗ สุครีพ๑

ภาพที่ ๑๔ : สุครีพ

๒

สุครีพเปนลิงสีแดง มีมงกุฎ เปนนองพาลีเกิดจากแมเดียวกัน คือ นาง กาลอัจนา ซึ่งเปนผูที่ฤๅษีโคดมเสกขึ้นจากกองไฟ พระฤๅษีโคดมและนางกาลอัจนามี ลูกสาวชื่อสวาหะ ตอมานางกาลอัจนาไดเสียกับพระอินทรไดลูกชื่อกากาศ (ภายหลังได ชื่อวาพาลี) สีกายเขียวเหมือนพอ แลวนางก็ไดเสียกับพระอาทิตยไดลูกชื่อสุครีพ สีกาย แดง เรื่องนี้เปนวิธีการแบงฤทธิ์ของพระอินทรและพระอาทิตยเพื่อมาชวยพระนารายณ ทําศึก พาลีและสุครีพเดิมเปนคน พระฤๅษีโคดมเลี้ยงดูดวยความรักนึกวาเปนลูก วัน หนึ่งนางสวาหะบอกความจริงเรื่องลูกชาย พระฤๅษีโคดมจึงโยนเด็กทั้งสามลงน้ําเพื่อ เสี่ยงทายวาใครเปนลูกของตนใหวายน้ํากลับมา ถาไมใชใหกลายเปนลิงเขาปาไป พาลี และสุครีพจึงกลายเปนลิง เหลือแตนางสวาหะวายน้ํากลับมา พระฤๅษีโคดมจึงสาปนาง กาลอัจนาเปนหิน และนางกาลอัจนาสาปนางสวาหะใหยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลมอยูที่เชิง เขาจักรวาล รอจนมีลูกเปนลิงจึงจะพนสาป คือรอจนพระพายนําอาวุธพระนารายณมา ซัดเขาปากจึงใหกําเนิดหนุมาน เทากับวาหนุมานเปนหลานนาของสุครีพ พระอินทร และพระอาทิตยเมื่อเห็นลูกตนเปนลิงเขาปาไปเชนนั้น ก็ไดสรางเมืองขีดขินใหอยู โดย ใหลูกพระอินทรผูพี่คือพาลีเปนเจาเมือง สวนลูกพระอาทิตยคือสุครีพเปนอุปราช ๑

มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สาขาวิชาศึกษาศาสตร, เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย ๔: วรรณคดีไทย หนวยที่ ๘ – ๑๕, พิมพครั้งที่ ๕, (นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๔๗), หนา ๑๐๒ – ๑๐๓. ๒ ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: สุครีพ, (Online). http://www.geocities.com/hanumarn2k/p24.html (๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๔๔

คราวหนึ่งเขาพระสุเมรุเอียงดวยอํานาจที่รามสูรจับอรชุนฟาด พระอิศวร ขอแรงเทวดาอิ น ทร พ รหมนั ก สิท ธิ์ วิท ยาธรทั้ งพระยากากาศ (พาลี ) และสุ ค รี พ ให ชวยกันทําใหตรง ทั้งหมดจึงรวมมือกันเอาพญานาคมาพันเปนเกลียวแทนเชือกพันรอบ เขาเพื่อฉุดกระชาก แตฉุดเทาไหรก็ไมเขยื้อนจนออนแรงตาม ๆ กัน สุครีพออกอุบายให ดึงลําตัวนาคใหตึงแลวเอานิ้วจี้ที่สะดือ นาคสะดุงฮวบมวนขนดเขาพรอมกันทันทีเขา พระสุเมรุจึงไหวเขยื้อน พระยากากาศรีบเอาบายันจนตั้งตรง พระอิศวรเห็นความชอบ ประทานชื่อใหใหมวาพาลี พรอมกับประทานตรีเพชรและพรวาถารบกับผูใดใหกําลัง ลดจากตัวผูนั้นกึ่งหนึ่งเขาไปเพิ่มกําลังแกพาลี ทรงฝากผอบแกวบรรจุนางดาราไปให สุครีพ พระนารายณทูลคานวาการฝากหญิงไปกับชายก็เหมือนฝากมาลัยไปกับแมลงภู พาลีจึงสาบานวาถาโกงเอาของนองไปขอใหตายดวยศรพระนารายณ แตเมื่อเปดผอบ พบนางดาราก็ชอบใจ เกี้ยวนางดาราเปนเมียตนเสียเอง สุครีพและพาลีจึงเริ่มผิดใจกัน ตอมาสุครีพกับพาลีมีเรื่องผิดใจกันหนักดวยเรื่องพาลีรบกับทรพีควายปา ทั้งสองเขาไปรบกันในถ้ํา พาลีสั่งสุครีพวาถารบกันเจ็ดวันแลวไมกลับมาใหสุครีพไปดู ที่ลํ า ธารหน า ถ้ํ า ถ า เห็ น เลื อดข น แสดงว า พาลี ช นะ ถ า เห็ น เลือ ดใสแสดงวา แพ ให สุครีพรีบเอากอนหินถมปดปากถ้ําเพื่อมิใหใคร ๆ เห็นศพ สุครีพก็เฝารออยูหนาถ้ําจน เกินกําหนดเวลาไมเห็นพาลีออกมา จึงชวนองคตและพวกทหารไปสํารวจดูลําธารเห็น เลือดใสเพราะเมื่อพาลีฆาทรพีตายแลวฝนตกหาใหญละลายเลือดไป สุครีพเห็นสม เหตุผลตามที่พี่สั่งไวจึงเอากอนหินปดปากถ้ํา พาลีเห็นถ้ําปดก็โกรธมากทลายปากถ้ํา แลวเขาไปในเมือง กลาวหาวาสุครีพเปนกบฏแกลงจะใหพาลีตายเพื่อหวังสมบัติแลวขับ ไลสุครีพออกจากเมือง สุครีพจึงตองแกแคนพาลีโดยขอความชวยเหลือจากพระราม หนุมานเปนผูอาสานําสุครีพนาชายมาเฝาพระราม สุครีพขอใหพระราม ชวยปราบพาลีซึ่งก็คือการลงโทษพาลีตามที่ผิดคําสาบานไว สวนสุครีพจะชวยพระราม นํากองทัพวานรรบกับทศกัณฐ พระรามจึงแผลงศรฆาพาลี สุครีพไดครองเมืองขีดขิน และไดเกณฑไพรพลมาชวยพระรามอีกมาก มีทหารเอกหลายนายไดแก นิลพัท วานร สิบแปดมงกุฎ เปนตน ยกเปนกองทัพใหญไปรบฝายลงกา ในบทละครโดยมากสุครีพทําหนาที่เปนผูจัดทัพเพื่อออกรบ เมื่อเสร็จศึก ลงกาแลวไดบรรดาศักดิ์เปนพระยาไวยวงศามหาสุรเดช ครองนครขีดขินกับนางดาราวดี


๔๕

๓.๑.๘ องคต

รูปภาพ ๑๕ : องคต

๑

องคตเปนลิงมีกายสีเขียว เปนบุตรของพาลีกับนางมณโฑ เมื่อพาลีแยง นางมณโฑมาจากทศกัณฐแลว นางตองเปนภรรยาของพาลีจนกระทั่งตั้งครรภ ทศกัณฐ ไปฟองฤๅษีอังคัตอาจารยของพาลี จนพาลียอมคืนนางมณโฑใหแตขอลูกไว ฤๅษีอังคัต จึงทําพิธีเอาลูกออกจากทองนางมณโฑไปใสในทองแพะ เมื่อครบกําหนดคลอดพระ ฤๅษีก็ทําพิธีใหออกจากทองแพะใหชื่อวา “องคต” สวนทศกัณฐยังผูกใจเจ็บจึงแปลงกาย เปนปูยักษคอยอยูกนแมน้ําเพื่อจะฆาองคตขณะทําพิธีลงสรง แตถูกพาลีจับไดแลวเอามา ผูกไวใหลูกลากเลนอยูเจ็ดวันจึงปลอยไป เมื่อสุครีพขอใหพระรามมาชวยปราบพาลี กอนพาลีจะสิ้นใจไดสํานึกตนวาทําผิดตอสุครีพที่ไมรักษาคําสัตยสาบาน จึงทูลฝากฝง สุครีพและองคตไวกับพระราม องคตไดชวยทําศึกกับกองทัพของทศกัณฐอยางเต็ม ความสามารถ พระรามเคยสงองคตเปนทูตไปเจรจากับทศกัณฐเพื่อทวงนางสีดาคืน แม ไมสําเร็จแตก็ไดแสดงความเฉลียวฉลาดและความกลาหาญใหประจักษแกตาทศกัณฐ๒ ในฐานะทหาร องคตเปนทหารที่องอาจกลาหาญ เปนผูมีวาทศิลปดี จึง มักเปนผูสงราชสาร แตไมเคยทํางานเกินคําสั่งเลย มีความซื่อสัตยและจงรักภักดี๓ ๑

ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: องคต, (Online). http://www.geocities.com/hanumarn2k/p25.html (๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑) ๒ ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์: องคต, (Online). http://www.banramthai.com/html/aongkod.html (๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑) ๓ บทเรียนนาฏกรรมโขน: คุณคาของตัวละครในนาฏกรรมโขน, (Online). http://art.hcu.ac.th/khon/ value.html (๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๔๖

๓.๒ เหตุการณที่สําคัญในเรื่องรามเกียรติ์ ๓.๒.๑ ตอนนารายณปราบและสาปนนทก๑ มียักษตนหนึ่งชื่อ “นนทก” พระอิศวรมอบหมายใหมีหนาที่คอยลางเทา เทวดาอยู ณ เชิงบันไดเขาไกรลาส แตถูกเหลาเทวดาทั้งหลายตบหัวเลนบาง ถอนผม เลนบาง จนหัวโกรนโลนเกลี้ยงถึงเพียงหู เมื่อนนทกเห็นเงาของตนเองในน้ําจึงรูสึก แคนเคืองเหลาเทวดายิ่งนัก จึงหาโอกาสเขาไปเฝาพระอิศวรแลวรองไหโศการําพัน วา ทําความดีมานานไมเห็นพระองคประทานพรบางเลย พระอิศวรจึงถามนนทกวามีความประสงคสิ่งใดขอใหบอกมา อยามัว โศกาอาลัยอยูเลย นนทกไดทีจึงกราบทูลไปวาตองการจะไดนิ้วเพชร ชี้ใครก็ขอใหตาย ทันที พระอิศวรจึงประทานพรดังกลาวใหแกนนทก นนทกเมื่อไดพรจากพระอิศวรสมใจตนเองแลว ก็ไปนั่งขัดสมาธิยิ้มรา อยูที่ริมอางใหญเชิงบันไดเขาไกรลาสเหมือนเชนเคย เหลาเทวดาก็พากันมาใหนนท กลางเทาให เสร็จแลวก็จับหัวนนทกสั่นเลนเปนการหยอกลอเหมือนทุกวัน แตวันนี้น นทกโกรธมาก ตอวาเทวดาวามารังแกตนจนทนไมไหวแลว จึงใชนิ้วเพชรชี้ไปที่เทวดา เหลานั้น จนลมตายลงเปนจํานวนมาก พระอินทรเมื่อเห็น ดังนั้น จึงไปกราบทูลพระอิศวรเรื่องนนทกใชนิ้ว เพชรฆาเทวดา พระอิศวรจึงมีบัญชาใหพระนารายณไปสังหารนนทกเสียโดยเร็ว พระนารายณจึงแปลงเปนนางฟา ไปคอยนนทกอยู ณ ทางที่นนทกจะ เดินผาน เมื่อนนทกเห็นนางฟาแปลงก็นึกรัก จึงไปพูดเกี้ยวพาราสี นางฟาแปลงบอกวา นางเปนนางระบํา ถาผูใดรําไดเหมือนนาง นางจึงจะรับรัก นนทกตกลงรับคําวาจะรํา ตามทาตาง ๆ ที่นางรําโดยไมใหผิดพลาดเลย

๑

วิเชียร เกษประทุม, เลาเรื่องรามเกียรติ,์ (กรุงเทพฯ: พ.ศ. พัฒนา, ๒๕๔๙), หนา ๒๐ – ๒๒.


๔๗

ครั้นแลวนางฟาแปลงก็รําทาแมบทตาง ๆ ซึ่งนนทกก็รําตาม จนถึงทา นาคามวนหางซึ่งตองใชนิ้วชี้ไปที่พระเพลา (ขา,ตัก) ทําใหนนทกขาหัก แลวนางฟา แปลงก็กลายรางเปนพระนารายณยืนเหยียบนนทกไว ทารําแมบทนั้น ในหนังสือพระราชนิพนธเรื่องรามเกียรติ์วาไวดังนี้ เทพนมประถมพรหมสี่หนา ทั้งกวางเดินดงหงสบิน อีกชานางนอนภมรเคลา เมขลาโยนแกวแววไว ลมพัดยอดตองพรหมนิมิต ยายทามัจฉาชมสาคร ฝายวานนทกก็รําตาม ถึงทานาคามวนหางวง

สอดสรอยมาลาเฉิดฉิน กินรินเลียบถ้ําอําไพ ทั้งแขกเตาผาลาเพียงไหล มยุเรศฟอนในอัมพร ทั้งพิศมัยเรียงหมอน พระสี่กรขวางจักรฤทธิรงค ดวยความพิศมัยใหลหลง ชี้ตรงถูกเพลาทันใด

นนทกครั้นเห็นพระนารายณมีสี่มือก็จําได จึงถามวาตนเองมีความผิดสิ่ง ใด พระนารายณตอบวา “โทษเอ็งใหญหลวงนักที่ไปฆาเทวดาโดยไมเกรงกลัวตอพระ อิศวร” นนทกจึงถามตอไปวา “ทําไมพระองคจึงไมมาตอสูกันซึ่งหนา ตองแปลงเปน นางฟามาหลอกใหหลง เพราะกลัวนิ้วเพชรของตนใชไหม ที่ตนแพครั้งนี้เพราะตนมี เพียงสองมือ ถามีสี่มือเหมือนกับทาน ทานคงทําอะไรเราไมได” พระนารายณตอบวา “ที่เราแปลงเปนหญิงมาเพราะนนทกถึงแกความ ตาย ไมใชเพราะกลัวนิ้วเพชร สวนที่นนทกมีสองมือสูกับสี่มือของเราไมไดนั้น ชาติ หนาขอให นนทกไปเกิดใหม ใหมีสิบหัว สิบหนา ยี่สิบมือ และเหาะเหินเดินอากาศได สวนเราเองจะไปเกิดเปนมนุษยสองมือเดินดิน จะตามไปฆาพวกยักษที่นนทกไปเกิดนั้น ใหตายหมดทั้งพวก” วาแลวพระนารายณก็เอาพระแสงตรีตัดคอนนนทกกระเด็นไป ความสําคัญของตอนนี้คือ เปนสาเหตุใหนนทกมาเกิดเปนทศกัณฐ และ พระนารายณอวตารลงมาเปนพระรามเพื่อมาปราบทศกัณฐนั่นเอง


๔๘

๓.๒.๒ ตอนทศกัณฐอุบายลักนางสีดา๑ เมื่อนางนํามนักขาเห็นพี่ชายทั้งสามของนางคือ พระยาขร พระยาทูษณ และทาวตรีเศียรตายดวยฝมือของพระรามในสนามรบหมด จึงไปหาทศกัณฐ ณ กรุง ลงกา ทศกัณฐเห็นนองถูกตัดแขน ตัดขา ตัดจมูกและใบหูมาก็โกรธถามวาใครเปนคน ทําราย นางสํามนักขาก็เลาใหฟงวา เมื่อนองไปเที่ยวปาพบพระราม พระลักษมณ และ นางสีดา บวชอยูที่ริมฝงน้ําโคทา นางสีดานั้นทรงพระสิริโฉมมากนองจึงอุมมาหมายจะ นํามาถวายพี่ แตถูกพระลักษมณแยงชิงคืนไป แลวก็มาทํารายนองอยางที่พี่เห็นนี่แหละ และเมื่อพี่ชายทั้งสามคนไปตอสูกับพระราม ก็ถูกพระรามฆาตายหมด ทศกัณฐไดฟงเรื่องนางสํามนักขาเลาถึงความงามของนางสีดา ก็เกิดรัก นางสีดาขึ้นมาทันที มีอาการรอนรุมกลุมใจใหลหลงในตัวนางสีดา อยากไดนางสีดามา เปนพระชายา จึงไปปรึกษานางมณโฑวา ถาพี่จะแกแคนพระรามโดยการไปลักเมียของ พระรามมา นองจะวาอยางไร นางมณโฑทูลคัดคานวาไมควรกระทําอยางนั้น จะเปนที่ติฉินนินทาได และพระรามก็เปนผูที่มีฤทธิ์มากดวย ดวยความลุมหลงในตัวนางสีดา ทศกัณฐจึงไปหามารีศลูกชายของนาง กากนาสูร ซึ่งเปนหลานของทศกัณฐ โดยขอใหมารีศแปลงกายเปนกวางทองไปลอลวง นางสีดาใหหลงใหลอยากจะไดกวางทอง และเมื่อพระรามกับพระลักษมณตามกวางไป ทศกัณฐก็จะไปลักพานางสีดามา มารีศไดฟงดังนั้นก็ตกใจ ทูลไปวาแมกากนาสูรกับพี่สวาหุก็ตายดวยศร พระรามมาแลว สวนตนเองหนีรอดมาได ถาจะใหทําอยางนั้นก็ขอใหฆาตนเสียดีกวา ทศกัณฐไดฟงมารีศพูดก็โกรธ บอกวาถาไมไปจะฆาลูกเมียของมารีศให หมด มารีศจึงจํายอมตองไป ถึงแมจะรูวาตนเองจะตองตายก็ตาม กอนไปก็ไดออกปาก ฝากลูกเมียของตนแกทศกัณฐดวย

๑

วิเชียร เกษประทุม, เลาเรื่องรามเกียรติ,์ (กรุงเทพฯ: พ.ศ. พัฒนา, ๒๕๔๙), หนา ๑๑๘ – ๑๒๑.


๔๙

ตอจากนั้นทศกัณฐกับมารีศก็ออกเดินทางไปถึงยังชายปาริมฝงน้ําโคทา แลวมารีศก็แปลงกายเปนกวางทองเดินตรงไปยังกุฎี ครั้นนางสีดาเมื่อเห็นกวางทองก็นึก ชอบอยากจะไดมาเลี้ยงไว จึงบอกพระรามใหไปจับกวางทองนั้นมาใหที พระรามก็บอกวากวางนี้คงไมใชกวางปา แตอาจจะเปนยักษแปลงตัวมา เพื่อลอลวงใหพี่ติดตาม เมื่อพี่ตามไปอาจเกิดเหตุรายขึ้นได แตนางสีดาไมเชื่อวาจะเปน เชนนั้น พูดวาถาหากไมไดกวางทองนี้มา ตัวนางคงตองตายแน พูดแลวนางก็รองไห รําพันขอใหพระรามไปจับกวางทองมาให ฝายพระลักษมณเห็นพระรามจะไปตามจับกวางทอง ก็ทรงทัดทานไว ทูลวากวางทองตัวนี้มีทาทีผิดปรกติ คงเปนยักษแปลงมาเปนแน นางสีดาไดฟงพระ ลักษมณทัดทานดังนั้น ก็โกรธหาวาพระลักษมณไมเห็นใจนางบางเลย พลางร่ําไห สะอึกสะอื้น พระรามเห็นดังนั้นจึ งบอกพระลั กษมณใ หดูแลนางสีดาไวใ หดี สวน ตนเองจะตามไปจับกวางทอง วาแลวพระรามก็ถือศรรีบตามกวางทองไปทันที เมื่อตาม ไปใกลจะทัน กวางทองก็กระโจนหนีไปเรื่อย ๆ พระรามโกรธมากจึงขึ้นศรหมายจะฆา กวางทองจึงกระโจนหนีขึ้นไปบนภูเขา กลัวกลับรางเปนยักษตามเดิม พระรามเห็นดังนั้นจึงแผลงศรออกไปถูกมารีศ มารีศก็แกลงรองเปนเสียง พระรามวา ขอใหพระลักษมณมาชวยพี่ตอสูกับยักษดวย มิฉะนั้นพี่คงตองตายแน แลว มารีศก็ลมลงขาดใจตาย ฝายนางสีดาไดยินเสียงมารีศ ก็คิดวาเปนเสียงของพระรามรองใหพระ ลักษมณไปชวยจริง จึงบอกใหพระลักษมณรีบไปชวยพระราม พระลักษมณก็ทูลไปวา นั้นเปนเสียงรองของศัตรูตางหาก เพราะพระรามจะไมมีวันพายแพแกยักษไดเลย นางสีดาก็บอกกับพระลักษมณวา ทําไมถึงคิดอยางนั้น ไมรักพี่ชายหรือ ไร จะปลอยใหพี่ชายตายหรือ ถาแมนนองไมไปตามพี่ชาย นางก็จะขอตายเสียดีกวา


๕๐

พระลักษมณเมื่อถูกนางสีดารบเราและตอวาตาง ๆ นานา ก็จําใจออกตาม พระรามไป โดยฝากเทวดาอารักษทั้งหมายใหชวยคุมครองนางสีดาดวย เหลาเทวดาคิด จะมาชวยแตก็เกรงกลัวทศกัณฐ และก็รูวาทศกัณฐนั้นจะตองตายดวยนางสีดานี่เอง ฝายทศกัณฐเมื่อเห็นพระลักษมณตามพระรามไป ก็แปลงกายเปนพระ ดาบส แลวเดินยองเขาไปแอบอยูที่พุมไม แลไปเห็นนางสีดานั่งอยูที่หนากุฎี ทศกัณฐ ไดพรรณนาถึงความงามของนางสีดา ดังบทพระราชนิพนธเรื่องรามเกียรติ์ วาไวดังนี้ พิศพักตรผองพักตรดังจันทร พิศเนตรดังเนตรมฤคินทร พิศโอษฐดังหนึ่งจะแยมสรวล พิศปรางดังปรางทองพราย พิศจุไรดังหนึ่งแกลงวาด พิศกรดังงวงคชาพงศ พิศถันดังปทุมเกสร พิศผิวผิวผองดังทองทา ยิ่งพิศยิ่งเพลินจําเริญรัก สําราญแยมยิ้มพริ้มไพร

พิศขนงกงงอนดังคันศิลป พิศทนตดังนิลอันเรียบราย พิศนวลดังสีมณีฉาย พิศกรรณคลายกลีบบุษบง พิศศอวิลาสดังคอหงส พิศทรงดังเทพกินรา พิศเอวเอวออนดังเลขา พิศจริตกิริยาก็จับใจ พระยายักษครวญคิดพิสมัย ก็ตรงเขาไปยังกุฎี

จากนั้นดาบสทศกัณฐก็ตรงเขาไปพูดคุยกับนางสีดายังกุฎี โดยบอกวา นางสีดานั้นเหมาะสมกับทศกัณฐมากกวาพระราม นางสีดาก็บอกไปวาทศกัณฐนั้นชั่ว นัก ถึงแมวาจะมียี่สิบมือก็คงจะตองตายดวยศรพระราม ทศกัณฐไดยินนางสีดาพูดดังนั้นก็โกรธ กลายรางเปนยักษทันที แลวตรง เขาอุมนางสีดามาวางไวทายราชรถ ขับทะยานมายังกรุงลงกา ความสําคัญของตอนนี้คือ เปนสาเหตุใหพระรามรูสึกเสียใจและอาลัยใน รั ก รู สึ ก โกรธแค น ทศกั ณ ฐ และพยายามที่ จ ะไปพานางสี ด ากลั บ คื น มาให จ งได ตอจากนั้นจึงไดเดินทางออกตามหานางสีดา และรวบรวมไพลพลในเวลาตอมา


๕๑

๓.๒.๓ ตอนพิเภกถูกขับไลไปอยูกับพระราม๑ คืนหนึ่งทศกัณฐไดฝนวา มีพระยาแรงตัวหนึ่งมีขนขาวไปทั้งตัว บินมา แตทิศตะวันออกขามแมน้ํามารอนอยูตรงหนาพระลาน มาพบกับแรงอีกตัวหนึ่งสีดําซึ่ง บินมาแตทิศตะวันตก แลวเกิดจิกตีกันกลางทองฟา แรงตัวดํานั้นสูไมไดตกลงมายัง พื้นดิน แลวสิ้นใจตาย กลายเปนรูปอสูร ทศกัณฐเอากะลาใสน้ํามันยางพรอมมีเชื้อไส วางไวเหนือมือ มีหญิงคนหนึ่งเปนคนพาล วิ่งเขามาจุดไฟ น้ํามันนั้นก็แหง ไฟก็ลุก ไหมกะลาลามมาติดที่มือทศกัณฐ ไฟนั้นรอนไปทั่วรางกาย ทศกัณฐจึงนําความฝนของตนไปเลาใหพิเภกนองชายฟง พรอมถามวา ฝนนี้จะดีหรือรายอยางไร พิเภกทํานายวากะลานั้นไดแกกรุงลงกา เชื้อไสนั้นไดแก ทศกัณฐ น้ํามันนั้นไดแกพระราชวงศทั้งหลาย ไฟไดแกนางสีดา หญิงซึ่งไดวิ่งเขามาจุด ไฟไดแกนางสํามานักขา แรงเผือกไดแกพระราม แรงดําไดแกทศกัณฐ ฝนนี้ไมดีเลย จะเดือดรอนกันไปทั่วเมืองลงกา ทศกัณฐไดฟงพิเภกทํานายดังนั้นก็ใหความรูสึกหวาดหวั่นยิ่งนัก จึงถาม พิเภกวาจะมีวิธีใดที่จะทําใหสิ้นเคราะหนี้ได พิเ ภกตอบว ามี อยู วิธี เดี ย วนั่ น ก็คื อ “จงตั้ ง อยูใ นทศพิ ธ ดั บ จิ ตโมหั น ธ ฉันทา อยาโลภหลงงงงวยดวยรสรัก คิดหักซึ่งความเสนหา จงสงองคนางสีดา ไปให สามีอรไท” ทศกัณฐไดฟงพิเภกแนะนําใหสงนางสีดาคืนใหพระรามก็โกรธ วาพิเภก ไมมีความกตัญูดูหมิ่นพี่ชายของตน เสียทีที่เลี้ยงมาไมคิดวาพิเภกจะไปเขาขางศัตรู ทํา เหมือนกับทศกัณฐนั้นไมมีฤทธิ์อํานาจอะไรเลย พิเภกเห็นทศกัณฐโกรธและตอวาตนดังนั้น ก็ทูลวารักทศกัณฐเหมือนพอ ที่ทํานายไปยังนั้นเปนความสัจจริง ขออยาไดโกรธตนเลย ทศกัณฐไดฟงพิเภกพูดดังนั้น ยิ่งทวีความโกรธมากขึ้น ลุกขึ้นฉวยพระ ขรรควิ่งไลฆาพิเภก พรอมประกาศวาใหริบสมบัติของพิเภกทั้งหมด แลวขับใหออกไป ๑

วิเชียร เกษประทุม, เลาเรื่องรามเกียรติ,์ (กรุงเทพฯ: พ.ศ. พัฒนา, ๒๕๔๙), หนา ๑๗๒ – ๑๗๔.


๕๒

จากกรุงลงกา สวนนางตรีชาดาเมียของพิเภกนั้น ใหสงไปเปนทาสคอยรับใชนางสีดา อยูที่ในสวนอุทยาน จากนั้นพิเ ภกก็ไปสั่ งเสี ยนางตรี ช าดาและนางเบญกายลู ก สาวของตน เดินทางออกจากกรุงลงกาดวยความโศกเศรา ครั้นเมื่อถึงยังฝงแมน้ําก็ดูดวงของตนเอง เห็นเพียงแตตองจากถิ่นฐานไปเทานั้น และจะไดผูอุปถัมภค้ําชูคือองคพระรามซึ่งมา พํานักอยูทางทิศเหนือ พิเภกจึงเหาะขามแมน้ําตรงไปยังเขาคันธกาลา พิเภกไดพบกับนิลเอก นิลเอกพาไปพบกับสุครีพ แลวเลาเรื่องที่ตนถูกทศกัณฐพี่ชายขับไลออกจากเมืองให สุครีพ และตั้งใจมาเปนขาขอพระราม ในที่สุดพิเภกก็ไดเขาเฝาพระราม และไดเลาเรื่องที่ตนเองถูกขับไลออก จากกรุงลงกาใหพระรามฟง พระรามก็รับพิเภกไวเปนขารับใช แลวใหพิเภกทําสัตย สาบานตอหนาเหลาทหารทั้งหลาย โดยมีศรพรหมาสตรเปนประธาน วาตัวแมนคิดไม ซื่อตรงตอพระรามไปเขากับฝายศัตรู ขอใหตายดวยศรพรหมาสตร หลังจากทําสัตยสาบานแลว สุครีพก็ขอเปนสหายรักกับพิเภก พิเภกก็ ยินดี ตางรวมสาบานกันวาจะเปนเพื่อนรักกันตลอดไป และพิเภกขอใหสุครีพชวยบอก ถึงความเกงกลาสามารถของทหารทั้งหลายของพระราม สุครีพอธิบายวาทหารทั้งสองเมือง ทั้งเมืองชมพูและขีดขินตางมีความ เกงกลาสามารถทั้งนั้น โดยเฉพาะหนุมานกับชมพูพานนั้น พระอิศวรประทานพรมาให วา ใครฆาก็ไมตาย สวนทาวพระยาวานรและพลวานรทั้งหลายมาตรแมนวาถูกฆาตาย ถา หากลมพัดมาตองเสนขนก็จะฟ นคื นชีวิตได วาแลวพิเภก สุครีพ และเหลา นายทหารก็ตรงไปเขาเฝาพระราม พระรามถามพิเภกวา ทหารในกรุงลงกามีมากนอยเพียงใด และถาจะใช กํ า ลั ง ยกเข า ไปตี จ ะได ห รื อ ไม พิ เ ภกกราบทู ล ว า ทหารของกรุ ง ลงกาสุ ด ที่ จ ะนั บ ได มากมายกวาหมูวานรที่ยกทัพมาในครั้งนี้ และทุกตนตางก็เกงกลาสามารถแปลงกายหาย


๕๓

ตัวเหาะเหินเดินสมุทรได ถาจะหักเอาดวยกําลังก็ยังบอกไมได เพราะยังไมเคยเห็น ความเกงกลาสามารถของเหลาทหารของพระองค ความสําคัญของตอนนี้คือ การที่พิเภกถูกไลออกมาจากกรุงลงกาและ ไดมาอยูกับพระราม ทําใหไดชวยบอกกลศึก เลหกล และความลับตาง ๆ ของฝายยักษ ใหแกพระรามในศึกสงครามครั้งตาง ๆ ในเวลาตอมา ๓.๒.๔ ตอนหนุมานอาสาเอากลองดวงใจทศกัณฐ๑ พระรามได ต รั ส ถามพิ เ ภกว า เหตุ ไ ฉนหั ว และมื อ ของทศกั ณ ฐ ข าด กระเด็นออกไปแลวจึงกลับมาติดเข าดังเดิ ม ทั้ งทศกัณฐ ก็ไมตาย พิเภกกราบทู ล วา เนื่องจากพระโคบุตรอาจารยของทศกัณฐไดทําพิธีถอดดวงใจของทศกัณฐออกจากตัว นํามาใสไวในกลองแกว แลวเอาหินประกบนําไปเก็บไวในกุฎีของทาน ขอใหทหารผู เกงกลาไปลวงเอากลองดวงใจจากพระโคบุตรมาใหได จึงจะฆาทศกัณฐตาย พระรามตรัสถามวาจะมีผูใดอาสาไปลวงเอากลองดวงใจจากพระโคบุตร บางถึงสามครั้งก็ไมมีผูใดตอบ หนุมานจึงขออาสาไปโดยขอองคตไปเปนคูปรึกษาดวย เมื่อใกลพระอาศรมของพระโคบุตร หนุมานจึงบอกแกองคตวา การที่จะ ไปเอากลองดวงใจของทศกัณฐนั้นเปนเรื่องยากที่สุด ตองลวงพระโคบุตรใหพาพี่ไป ถวายตัวรั บ ใชอ ยู กั บ ทศกัณ ฐ แตเกรงว าพระรามจะเข า ใจผิ ด โกรธเคื องพี่ ฉะนั้ น พี่ จะตองกลับไปทูลความลับทั้งหมดใหพระองคทราบกอนขอใหเจาคอยพี่อยูท่ีนี่ วาแลว หนุมานก็เหาะมากระซิบทูลความลับแกพระรามวาจะตองหาอุบายเอากลองดวงใจมาให ได ถ า ใครมากราบทู ล ว า อย า งไร ขอพระองค อ ย า ได ส งสั ย ขอให ร อจนกว า ที่ ขาพระพุทธเจาจะกลับมาเฝาภายในเวลาเจ็ดวัน จากนั้นหนุมานก็เหาะมาพบองคต บอก กับองคตวาการที่เราจะพากันเหาะไปใหถึงพระอาศรมของพระโคบุตรนั้นเปนการไม บังควร เพราะจะเปนการดูหมิ่นทาน วาแลวทั้งสองก็พากันเดินตัดลัดปาไปถึงพระ อาศรม กมลงกราบพระโคบุตรตรงเขาไปกอดเทาพระโคบุตรแลวรองไห พระโคบุตร ๑

วิเชียร เกษประทุม, เลาเรื่องรามเกียรติ,์ (กรุงเทพฯ: พ.ศ. พัฒนา, ๒๕๔๙), หนา ๓๒๗ – ๓๓๐.


๕๔

สงสัยจึงถามวาชื่ออะไร มีเรื่องทุกขรอนสิ่งใดทําไมถึงตองมารองไหคร่ําครวญอยางนี้ หนุมานแสรงทําเปนเช็ดน้ําตาแลวตอบไปวา ชื่อหนุมานเปนลูกของพระพาย หลาน ของพระยาพาลีเจาเมืองขีดขิน นาของขาผิดใจกับพระรามไดฆาพาลีตายแลวใหสุครี พครองเมือง ตัวขากับองคตพากันหนี แตสุครีพไปจับมาไดนํามาถวายแกพระราม ทํา สงครามเขนฆายักษตายเปนจํานวนมาก แตไมเคยไดรับปูนบําเหน็จรางวัลเลย มีแตจะ ฆาฟน ตัวขานอยใจนัก ทราบวาทศกัณฐนั้นเปนโยมของทานมีความเมตตาปรานี ขาจึง อยากขอใหทานนําตัวขานี้ไปถวายเปนทหารของทศกัณฐดวยเถิด พระโคบุตรตอบวา ที่บอกวาผิดใจกับพระรามนั้นจะเชื่อก็ไมได ครั้นจะ พาไปถวายกับทศกัณฐ เกิดพลาดพลั้งไปทศกัณฐก็จะมาตําหนิขาอีก เจาจงเขาไปถวาย ตัวดวยตัวเองจะดีกวา หนุมานจึงแกลงรองไหวิงวอนจนพระโคบุตรใจออนจะพาไป แตพอจะออกเดินทางหนุมานกับองคตตางพากันยื้อยุดฉุดพระโคบุตรไว พระโคบุตรจึง ถามวาเหตุใดจึงมาทําใหชาการหรือวากลัวทศกัณฐจะทําราย หนุมานตอบวาไมใชกลัว ทศกัณฐแตไดยินพิเภกกราบทูลพระรามวา ทศกัณฐนั้นถอดดวงใจฝากไวกับทานนั้น เปนความจริงหรือไม พระโคบุตรตอบวาเปนความจริง หนุมานทําทาตกใจบอกวา ทานเอากลองดวงใจของทศกัณฐมาเก็บไวในกุฎีนอย ๆ ของทานอยางนี้ ทานไมกลัววา พระรามจะใชทหารที่มีฤทธิ์มาลักเอากลองดวงใจนั้นไปหรือ พระโคบุ ตรเห็นจริงตามที่ หนุ มานพูด จึงกลับมายังกุ ฎี หยิบเอากล อง ดวงใจของทศกัณฐมาถือไวบอกวา นี่คือชีวิตของทศกัณฐ ขาทําพิธีเจ็ดเดือนเจ็ดวันใจ ของทศกัณฐนั้นจึงออกมาจากกาย หนุมานจึงถามตอไปวาทําไมทศกัณฐจึงไมนํากลอง ดวงใจไวในกรุงลงกา ที่ตองนํามาฝากทานไวในปานี้เพื่อประสงคสิ่งใด พระโคบุตร ตอบวาอันใจกับกายนั้นถาใกลกันเมื่อไรใจจะกลับเขาสูกายทันที ดวยเหตุนี้ทศกัณฐจึง ไมเอากลองดวงใจไวในกรุงลงกา หนุมานเมื่อรูเรื่อราวทั้งหมดแลวจึงนิมนตพระโคบุตร ใหรีบเดินทางไปยังกรุงลงกาเพื่อนําตนเองไปถวายตัวกับทศกัณฐ


๕๕

ครั้นใกลถึงประตูเมือง หนุมานก็แกลงทําเปนตกใจบอกกับพระโคบุตร วา ที่ทานพูดไปเมื่อนี้ลืมไปแลวหรือ การที่จะนํากลองดวงใจไปใกลทศกัณฐ ดวงใจ ของทศกัณ ฐ ก็จ ะคืน เขา ไปในร า ง ถ า พระรามรู แล ว แผลงศรมาถูก ทศกั ณ ฐ ก็ จ ะตาย ขอใหทานสงกลองดวงใจนี้ใหแกองคตถือคอยอยูนอกเมืองจะดีกวา รอจนทานนั้นออก มาถึงคอยรับเอาไป และขอใหทานพาขานี้ไปฝากทศกัณฐแตผูเดียว สวนองคตนั้นขาจะ ฝากถวายตัวแกทศกัณฐในภายหลัง พระโคบุตรก็สงกลองดวงใจใหแกองคตตามที่หนุ มานแนะนํา แลวพาหนุมานเดินผานประตูเมืองไป หมูยักษทั้งหลายเมื่อเห็นหนุมานมา ตางพากันตื่นกลัววิ่งหนีกันสับสนวุนวายไปทั้งเมือง หนุมานเห็นดังนั้นจึงบอกแกพระ โคบุตรวา บัดนี้หมูยักษเห็นขาตางตกใจพากันวิ่งหนีไปทั่ว ถาไปพบองคตเขาอาจทํา อันตรายแกองคตได เนื่องจากองคตไดทําผิดไวตอนพระรามใชใหมาสื่อสาร ขาจะขอ ลาไปสั่งองคตวา ถ าแมนมีใ ครมาทั กทาย ก็ ใ หบ อกไปวาพระโคบุ ตรมาถวายตัวกั บ ทศกัณฐ พระโคบุตรชมหนุมานวาเปนคนเฉลียวฉลาดหลักแหลมาก จึงไลหนุมานให รีบออกมาบอกองคต เมื่อมาถึงหนุมานก็รายมนตนิมิตหินใหเปนกลองดวงใจเทียมสงใหแก องคต บอกแกองคตวาเจาจงเอากลองดวงใจแทของทศกัณฐไปฝงไวยังริมทาน้ํา แลว กลั บมาคอยพระโคบุ ตร เอากลองดวงใจเทีย มนี้ส งให จากนั้นให ก ลับไปเฝากล อง ดวงใจแทของทศกัณฐไวใหดี ถาเห็นพี่เหาะขึ้นสามโยชนอาปากเปนดวงเดือนสวางจา จงเอากลองดวงใจมาสงใหพี่โดยเร็ว สั่งเสร็จหนุมานก็อธิษฐานขอใหพระพายอยาไดพัด จนกวาจะเสร็จจากการอาสาในครั้งนี้ แลวกลับมาหาพระโคบุตร ความสําคัญของตอนนี้คือ พระรามไดลวงรูความลับของทศกัณฐจาก พิเภกวาทําไมฆาทศกัณฐแลวไมตาย ก็ทราบความวาทศกัณฐนั้นถอดดวงใจเก็บไวกับ พระฤๅษีโคบุตร หนุมานจึงอาสาไปลวงเอากลองดวงใจมาและขอองคตไปเปนที่ปรึกษา โดยไดคิดหาวิธีและวางแผนเพื่อขโมยกลองดวงใจของทศกัณฐจากพระฤๅษีโคบุตร จน สามารถขโมยกลองดวงใจนั้นมาได


๕๖

๓.๒.๕ ตอนทศกัณฐออกรบครั้งสุดทายและตองศรพระราม๑ เมื่อองคตรีบเหาะนําเอากลองดวงใจของทศกัณฐไปฝากไวยังริมทาน้ําสุด เขาอัญชันทางทิศใตแลว จึงรีบกลับมาคอยทาพระโคบุตร พระโคบุตรพาหนุมานเขาไป ถวายตัวกับทศกัณฐ ทศกัณฐเห็นพระโคบุตรพาหนุมานมาก็โกรธ ถามวาพาเจาวายราย นี้เขามาทําไม พระโคบุตรบอกวาหนุมานผิดใจกับพระรามรองไหมาหา ขอใหพามา เปนขาของเจาและจะอาสาออกไปสูรบกับกองทับพระราม ขาจึงพาเขามาถวายตัว ทศกัณฐไดฟงดังนั้นก็ดีใ จ ถามหนุมานวาผิด ใจกั บพระรามด วยเรื่ อง อะไร หนุมานก็แกลงทําเปนรองไหฟูมฟาย บอกวาทําสงครามชนะไมเคยไดรับความดี ความชอบ มีแตจะไดรับโทษจึงนอยใจหนีมา ถาแมทานรับเราไวเปนขา วานรทั้งหลาย ก็จะหนีตามมาอยูกับเราดวย ทศกัณฐเห็นวาหนุมานนั้นมีฤทธิ์และอํานาจมากจึงจะเลี้ยง ไว แตก็ไดถามหนุมานวาเมื่อครั้งที่เผากรุงลงกานั้นไดรับรางวัลอะไรบาง หนุมานตอบ วาไดผาผลัดอาบน้ําผืนเดียวเทานั้นเอง รูสึกช้ําใจมาก ฉะนั้นในสงครามครั้งนี้จะขอ อาสาทานไปจับพระรามและพระลักษมณมาถวายทานใหจนได ทศกัณฐไดฟงหนุมานพูดก็ยินดี จึงสอบถามเสนาผูใหญทั้งหลายวา ที่ หนุมานพูดมานั้นพอจะเชื่อถือไดหรือไม เหลาเสนาผูใหญปรึกษาหารือกันแลวก็ทูลวา ทั้งหมดที่หนุมานพูดมานั้นพิจารณาดูแลวนาเชื่อถือทุกอยาง และควรจะเลี้ยงหนุมานไว เปนขาตอไป พระโคบุตรเห็นทศกัณฐรับหนุมานไวก็ยินดีอํานวยพรใหมีความสุข แลว ลาทศกัณฐเดินออกมาจากประตูเมือง องคตจึงถวายหินที่เปนกลองดวงใจปลอมแกพระ โคบุตร พระโคบุตรบอกใหองคตรอหนุมานอยูที่นี่กอน แลวทานก็เขาไปยังกุฎี ฝายองคตก็เหาะมาเฝากลองดวงใจของทศกัณฐอยูริมทาน้ําเชิงเขาอัญชัน หลังจากนั้นทศกัณฐก็ทําพิธีสมโภชหนุมานใหเปนบุตรบุญธรรม โดยใหไปอยูปราสาท แกวพรั่งพรอมดวยนางกํานันคอยปรนนิบัติพัดหวี รุงเชาหนุมานเขาเฝาทศกัณฐแตไมยก มื อ ไหว ทศกั ณ ฐ จึ ง ถามว า หนุ ม านทํ า อย า งนี้ มั น ผิ ด ประเพณี ข องการเป น พ อ ลู ก กั น หนุมานตอบวาที่ไมยกมือไหวทานนั้นก็เนื่องจากวายังไมไดยกมือไหวพอกอน เพราะ ๑

วิเชียร เกษประทุม, เลาเรื่องรามเกียรติ,์ (กรุงเทพฯ: พ.ศ. พัฒนา, ๒๕๔๙), หนา ๓๓๒ – ๓๓๘.


๕๗

พอซึ่งเปนพระพายยังไม พัดมา ต อเมื่อไดไหวพอกอนเมื่อไรก็จะได ยกมือไหว ทาน ทศกัณฐ ฟงก็ไดบอกวาที่เจาพูดนั้น ถูกตองแลว เพราะไมมี ใครยิ่ งใหญก วาพอ แลว ทศกัณฐก็ขอใหหนุมานคิดการที่จะไปตอสูกันศัตรู หนุมานก็ไดบอกกับทศกัณฐเพื่อใหทศกัณฐชอบใจวา อันศึกมนุษยสอง คนนี้ ค งจะไม พ น มื อ ลู ก ไปได วั น นี้ จ ะมาขอลาออกไปสู ร บ และถ า มี โ อกาสจะจั บ พระรามพระลักษมณกับพิเภกมาถวาย ทศกัณฐก็ใหจัดทัพเหมือนกับที่อินทรชิตออกไป สูรบ โดยไดมอบศรใหแกหนุมานดวย หนุมานยกกองทัพไปตั้งมั่นไวยังสนามรบ พระรามไดยินเสียงรองกึกกองดังสนั่นหวั่นไหวมา จึงตรัสถามพิเภกวา เปนทัพของผูใดมา พิเภกกราบทูลวากองทัพที่ยกมานี้ลวนเปนยักษ แตวาแมทัพจะเปน ยักษก็หาไม คงจะเปนทหารที่เกงกลาของพระองคเองยกมาก็วาได ขอใหพระลักษมณ ยกไพรพลไปดูทาทีของขาศึก พระรามไดยินพิเภกกราบทูลดังนั้นก็คิดวาจะเปนหนุมาน ยกกองทัพมา เพื่อคิดอุบายลอลวงทศกัณฐหวังจะเอากลองดวงใจ พิเภกจึงพูดเปนนัย ๆ เชนนั้น พระองคจึงตรัสสั่งพระลักษมณใหยกไพรพลออกไปสูรบ ถาแมนขาศึกมีกําลัง มากจงตั้งรับไวกอน พระลักษมณจึงยกกองทัพมาตั้งมั่นไวยังสนามรบ ฝายหนุมานเห็นวาพระลักษมณยกทัพมาจึงสอบถามโลทันทหารใหญวา ในคราวที่อินทรชิตยกกองทัพมาสูรบนั้นมีวิธีการรบอยางไร โลทันตอบไปวาอินทรชิต จะใหกองทัพหนาเขาตอสูกอนดูกําลังขาศึก สวนกองทัพหลวงจะตอสูภายหลัง หนุมานไดยินดังนั้นจึงตอบไปวา เรายกทัพครั้งนี้อาสาทศกัณฐมาจับ พระรามพระลักษมณ ฉะนั้นเพื่อไมใหลําบากแกไพรพล ตัวเราแตผูเดียวจะออกไปจมตี ไพรพลวานร ขอใหพวกเจาทั้งหลายอยูที่นี่คอยดูการตอสูของเรา วาแลวหนุมานก็ลงจากรถโถมเขาโจมตีไพรพลวานร ไพรพลวานรนอย ใหญเมื่อเห็นหนุมานไลโจมตี ตางเกรงกลัวพากันวิ่งหนีแตกไป พระลักษมณเห็นดังนั้น ก็เกิดความสงสัยวาหนุมานอาสาไปเอากลองดวงใจทศกัณฐไฉนไปเขาขางศัตรู แตไม สามารถไลตอนมาได หนุมานก็แกลงถวงเวลาไวรอกระทั่งเย็นจึงเขามายืนอยูหนารถ ของพระลักษมณ ทํายักคิ้วหลิ่วตาพรอมกลาวคําอวดดีวา พระลักษมณรูจักเราบางไหม


๕๘

ทานกับพระรามดีแตใชแตไมเคยใหรางวัล สูเรามาอยูกับทศกัณฐไมได เพียงแตอาสา ออกสูรบก็ไดทรัพยสฤงคารหมดทุกอยาง พระลักษมณไดยินดังนั้นจึงตอบไปวา เจาทําไมมาพูดเชนนี้ อันตัวรากับ พี่ชายมาอยูปาจะเอาอะไรมาให แมนเสร็จศึกก็ไดใหสัญญากับเจาไววาจะใหครองเมือง เจามาพูดอยางนี้เปรียบเหมือนคนชั่ว เห็นแตสมบัติของยักษ เสียทีที่เกิดเปนลูกพระพาย นาอายแกมนุษยและเทวดา หนุมานไดฟงดังนั้นก็ตอบวา ทานไมตองมาพูดเราไมฟงทานดอก หาก นี้ไมใชเวลาพลบค่ําจะจับพวกไพรพลทั้งหลายไปใหหมด แมแตตัวทานเราก็จะจับไป ถวายทศกัณฐ หนุมานแกลงพูดใหไพรพลยักษไดยิน แลวหันหลังขึ้นรถสั่งใหยกทัพ กลับกรุงลงกา เมื่อถึงกรุงลงกาก็ขึ้นไปเฝาทศกัณฐ ทศกัณฐสอบถามวาไปรบมาเปน อยางไรบาง หนุมานตอบวาถาตนพูดความจริงไปก็จะหาวายกตัวเองเพื่อเอาหนา ขอให ถามไพรพลยักษที่ไปรบเอาเองและกัน ทศกัณฐจึงสอบถามเสนายักษดู เสนายักษจึงทูล ไปตามที่เห็นมาทุกประการ ทศกัณฐดีใจมากยกสมบัติของอินทรชิตพรอมดวยนาง สุวรรณกันยุมาภรรยาของอินทรชิตใหแกหนุมาน ฝายพระลักษมณเมื่อเห็นหนุมานเลิกทัพกลับไปก็แคนเคืองยิ่งนัก จึงตรัส สั่งใหสุครีพกับนิลนนทกลับไปทูลเรื่องราวทั้งหมดใหพระรามทรงทราบ พระรามนั้นรู อุบายของหนุมานอยูแลวจึงไมเชื่อ สั่งสุครีพใหไปบอกพระลักษมณวาใหตั้งรับไวแลว พระองคจะเสด็จออกไปรบเอง ครั้นรุงเชาพระรามก็ยกทัพไปยังสนามรบ แลวบอกกับพระลักษมณวาจะ ขอดูดวยตาของพระองคอีกครั้งวาหนุมานคิดคดทรยศจริงหรือไม ถาจริงก็จะฆาเสีย ฝายหนุมานขึ้นไปเฝาทศกัณฐ ทศกัณฐบอกวาวันนี้ควรหยุดพักรบสักวัน หนึ่ง แตหนุมานเห็นวาถามาอยูในกรุงลงกาหลายวันเกินไปจะไมดี จึงคิดหาวิธีลวง ทศกัณฐออกไปยังสนามรบเพื่อใหพระรามฆา โดยบอกทศกัณฐวาสงครามครั้งนี้ไมควร ปลอยไวใหเนิ่นนานตอไป วันนี้ขอเชิญพอจงยกทัพออกไปเปนประธาน สวนตัวลูกนั้น


๕๙

จะออกไปสูรบแตเพียงผูเดียว แลวจะจับพระรามพระลักษมณมาถวายใหจงได ทศกัณฐ เห็นดวยจึงยกทัพออกไป เมื่อใกลจะถึงสนามรบหนุมานก็ลงมาจากรถตรงไปทูลทศกัณฐวา ขอให ตั้งกระบวนทัพอยูตรงนี้กอน แลวลูกเองจะรายมนตรกําบังกายเขาไปจับพระรามและ พระลักษมณมัดมา ถาเห็นลูกเหาะขึ้นสามโยชนแตเพียงผูเดียว ขอใหจงเรงไพรผลเขา ไป ลูกจะสงพระรามพระลักษมณใหพอทันที ฝายทศกัณฐไมรูเลหกลของหนุมานก็ตกลงตามที่หนุมานแนะนํา หนุ มานรายมนตรกําบังกายทําใหยักษไมเห็นตัว แลวเหาะขึ้นทองฟา องคตเห็นดังนั้นจึงนํา กลองดวงใจของทศกัณฐมาสงให หนุมานไดกลองดวงใจทศกัณฐแลวก็เหาะมาถวาย พระราม พรอมกราบทูลวาไดลวงทศกัณฐใหยกไพรพลมาตั้งอยูที่ชายปา ถาทศณฐยก ทัพตามมาขอใหพระองคจงแผลงศรพรหมาสตรไปฆาทศกัณฐเสีย แลวขาพระพุทธเจาก็ จะขยี้ดวงใจของมัน มันก็จะตายทันที จากนั้ น หนุ ม านก็ ถื อ กล อ งดวงใจของทสกั ณ ฐ เ หาะขึ้ น ไปบนท อ งฟ า ทศกัณฐเห็นดังนั้นจึงสั่งใหเคลื่อนพลไปยังสนามรบทันที หนุมานเหาะลงมาขวางหนา ทศกัณฐไว ชูกลองดวงใจใหทศกัณฐดูพรอมถามวารูไหมนี้คืออะไร ทศกัณฐเห็นแทง หินก็ตกใจหนาซีดเผือก พูดขอหนุมานใหสงกลองดวงใจคืนมา หนุมานบอกวาจะคืน ใหถานํานางสีดามาแลกเปลี่ยน ทศกัณฐบอกวาถาจะใหสงนางสีดาคืนตนเองยอมตาย เพื่อความรัก แตขอกลับไปสั่งเสียนางมณโฑกอน พรุงนี้จะยกทัพออกมาตอสูอีก วา แลวทศกัณฐก็สั่งใหยกทัพกลับเขากรุงลงกา หนุมานเมื่อเห็นทศกัณฐกลับไปก็เหาะมา เฝาพระรามเพื่อกราบทูลเรื่องใหทรงทราบ พระรามก็ใหยกทัพกลับยังพลับพลา ทศกัณฐเมื่อกลับมาสั่งเสียนางมณโฑและเหลาสนมกํานัลแลว ก็ราย มนตร ก ลายร า งเป น พระอิ น ทร ย กทั พ มายั ง สนามรบ เมื่ อ เห็ น พระรามยกทั พ มาก็ หวาดกลัว แตก็แข็งใจใหไพรพลยักษเขาตอสู ไพรพลยักษทั้งหลายตางพากันตื่นกลัววิ่ง หนี ไ ปหมด เหลื อ แต โ ลทั น ผู ขั บ รถกั บ ทศกั ณ ฐ เ ท า นั้ น เมื่ อ มาถึ ง หน า รถพระราม ทศกัณฐก็แผลงศรออกไป กลายเปนขาวตอกดอกไมตกตรงหนารถของพระราม ทําให ทศกัณฐตกใจกลัวยิ่งนัก


๖๐

ฝายพระรามมองเห็นทศกัณฐงามดั่งพระอินทรก็ดูอยางไมวางตา ชักศร พรหมาสตรขึ้นพาดสายก็ไดแตเงื้องาอยูอยางนั้น จนหนุมานตองทูลเตือนวาอยาหลง ของสี่ อ ย า ง ได แ ก รู ป รส คํ า พู ด และดนตรี ขอให พ ระรามแผลงศรออกไปฆ า ทศกัณฐเสีย พระรามจึงแผลงศรออกไปถูกอกทศกัณฐ ทศกัณฐตกลงมาจากรถ งาชาง ที่ปกอกทศกัณฐอยูก็หักกระเด็นเปนสองทอน กลับกลายรางจากพระอินทรเปนทศกัณฐ นอนอยูบนพื้นดิน แตเมื่อเหลือบไปเห็นพิเภกก็เอยปากพูดกับพิเภกวาดังนี้ ปากหนึ่งบอกวาทําไมถึงมาแกลงฆาพี่ ปากสองบอกวาเจาจะไดปกครอง กรุงลงกาตอไป ปากสามบอกวาขอฝากนางมณโฑใหเจาดูแลดวย ปากสี่บอกวาใหไป ปกครองประเทศดวยความสุจริต ปากหาบอกวาใหตัดความโลภใหมีแตความโอบออม อารี ปากหกบอกวาจงยกโทษใหพี่ดวยอยาใหมีเวรมีกรรมตอกัน ปากเจ็ดบอกวาขอฝาก เมืองใหดูแลอยาใหเกิดจลาจล ปากแปดบอกวาที่เกิดบานเมืองเดือดรอนก็เปนเพราะตัว พี่นี้ชั่วเอง ปากเกาบอกวาใหชวยจัดปลงศพอยาทิ้งไวขามคืนในสนามรบ เมื่อสั่งเสร็จ ทศกัณฐก็ลมลง หนุมานเห็นดังนั้นจึงหยิบกลองดวงใจของทศกัณฐออกมาขยี้จนแหลก ละเอียด ทศกัณฐก็ตายในบัดนั้น พระรามตรัสสั่งใหพิเภกจัดการศพของทศกัณฐตามแตจะเห็นสมควร แลวยกทัพกลับยังพลับพลา พิเภกสั่งใหทหารไปตามนางมณโฑกับนางอัคคีมารับศพ ของทศกัณฐกลับไปยังกรุงลงกา โดยไดเชิญพระศพใสโกศแกวไปตั้งไวในมหาปราสาท ความสําคัญของตอนนี้คือ เปนตอนที่แสดงถึงจุดจบชีวิตของทศกัณฐ และ จุดสิ้นสุดของสงครามระหวางพระรามกับทศกัณฐ เพราะพระรามไดกลองดวงใจ ของทศกัณฐจากการที่หนุมานไปลวงเอามาจากพระฤๅษีโคบุตร จึงทําใหสามารถฆา ทศกัณฐได และไดนางสีดากลับคืนมา หลังจากนั้นพระรามจึงใหพิเภกครองกรุงลงกา และกรุงลงกาก็กลับมาสงบสุขดั่งเดิม


๖๑

๓.๓ กลวิธีการแตง๑ บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬา โลกมหาราช ใชคําประพันธเปนกลอนบทละครสําหรับเลนละครใน รูปแบบหรือ ลักษณะคําประพันธของกลอนบทละคร มีดังนี้ OOOOOO OOOOOO

OOOOOO

บาทที่ ๑

OOOOOO

บาทที่ ๒

ภาพที่ ๑๖ : ลักษณะของกลอนบทละคร

๒

กลอบบทละครบทหนึ่งมี ๒ บาท บาทหนึ่งมี ๒ วรรค ในแตละวรรคจะมี ประมาณ ๖ – ๗ คํา วรรคแรกของกลอนบทละครนิยมใชคํานําหรือคําขึ้นตน คือ เมื่อนั้น (ใช สําหรับตัวเอกหรือตัวละครสูงศักดิ์), บัดนั้น (ใชสําหรับตัวละครที่ไมสําคัญหรือตัว ละครประกอบหรือเสนา), มาจะกลาวบทไป (ใชสําหรับขึ้นตนขอความใหมหรือเริ่ม เรื่อง) คําดังกลาวนี้ไมตองสงสัมผัสในวรรคตอไป เชน

๑

เมื่อนั้น ครั้นเสด็จซึ่งจัดโยธา

ทาวยี่สิบกรยักษา มาเขาที่สรงสาครฯ ( บทละครรามเกียรติ์ เลม ๓ : ๓๔๐ )

บัดนั้น รับหมอน้ําทิพยดวยยินดี

เสนามโหทรยักษี มาเขาที่สรงสาคร ( บทละครรามเกียรติ์ เลม ๓ : ๓๒๓ )

พัชลินจ จีนนุน, “การวิเคราะหหนุมานในรามเกียรติ์ฉบับตางๆ.” วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต (สาขาวิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๗): ๓๑ - ๓๓. ๒ เรื่องเดียวกัน, หนา ๓๑.


๖๒

กําหนดความไพเราะของกลอนดังนี้ - คําสุดทายของวรรคตน บาทที่ ๑ นิยมใชเสียงสามัญ - คําสุดทายของวรรคหลัง บาทที่ ๑ นิยมใชเสียงจัตวา - คําสุดทายของวรรคหนา บาทที่ ๒ หามเสียงจัตวา และหามเสียงซ้ํากับ คําสงสัมผัส - คําสุดทายของวรรคหลัง บาทที่ ๒ หามเสียงจัตวา เสียงอื่นใชไดแตถือ วาเสียงสามัญเพราะที่สุด - วรรคแรกอาจขึ้นตนดวยกลอนดอกสรอย เชน ดวงเอยดวงสมร คารมคมสันพนปญญา เมื่อแจงแกเจาโดยสัตย ความชอบชอบแตจะปราณี

เจางามงอนจําเริญเสนหา เหน็บแนมแกมวาพาที ศรีสวัสดิ์ไมเชื่อฟงพี่ นี่กลับเปนเท็จทุกอัน ( บทละครรามเกียรติ์ เลม ๓ : ๑๙๑ )

- ตอนทายขอความจะบอกจํานวนคําและเพลงหนาพาทย สวนขอความ ที่ขึ้นตนก็จะกําหนดเพลงเอาไวทุกตอน หรือถาไมกําหนดเพลงก็จะ บอกไวทายบทกอนวา “เจรจา” เชน บัดนั้น นองทาวทศพักตรยักษี รับสั่งสมเด็จพระจักรี อสุรีประกอบสรรพยา เสมอภาคทุกสิ่งโอสถ ทําตามกําหนดของยักษา วางลงเหนือหนาศีลา อสุราบริกรรมบดไป ฯ ๔ คํา ฯ ตระ ครั้นถึงฟากฝงสมุทร จึ่งใหหยุดโยธานอยใหญ ตั้งเปนกระบวนทัพชัย โดยในพยุหยาตรา ฯ ฯ ๒ คํา ฯ เจรจา ( บทละครรามเกียรติ์ เลม ๒ : ๒๓๕ )


๖๓

- มีบทพรรณนาฉาก บทชมพาหนะ ชมโฉม ชมรถ ชมธรรมชาติ ตลอดจนความรูสึกของตัวละครปนอยูในเนื้อเรื่อง เชน บทชมพาหนะ เชน รถเอยราชรถอินทร แอกงอนออนสลวยชวยชด บุษบกลวนแกวแพรวพรรณ ยอดเยี่ยมเทียมแทงโพยมพราย

กงกําโกมินอลงกต บัลลังกลดภาพตั้งกระจังราย ชอฟาหนาบันเฉิดฉาย ปราลีแกวกลายอลงกรณ ( บทละครรามเกียรติ์ เลม ๒ : ๑๙ )

๓.๔ ความรูที่ไดรับ ความรูที่ไดรับจากการที่ศึกษาวิเคราะหวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์นี้ มีมากมาย หลายดานดวยกัน ซึ่งสามารถสรุปไดดังตอไปนี้ ๓.๔.๑ ดานบทประพันธและวรรณกรรรม ความรูที่ไดรับจากเรื่องรามเกียรติ์ทางดานบทประพันธและวรรณกรรมก็ คือ รามเกียรติ์เปนวรรณคดีชิ้นเอกที่สําคัญของไทย เนื้อเรื่องและสํานวนกลอนมีความ ไพเราะ อีกทั้งยังสอดแทรกคติสอนใจและแงคิดในดานตาง ๆ เอาไวตลอดทั้งเรื่องอยู เปนอันมาก เปนไปตามหลักนิยมของอินเดียในเนื้อเรื่อง และตามหลักนิยมของไทยใน สํานวนกลอน๑ จากการที่ไดศึกษาเกี่ยวกับกลวิธีการแตงของเรื่องรามเกียรติ์นี้ จะเห็นได วามีการใชคําสงสัมผัส และการกําหนดความไพเราะของบทกลอนไวหลายประการ วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์นี้จึงสามารถเปนแบบอยางของการสรางสรรคบทประพันธหรือ วรรณกรรมไดดี และควรคาแกการศึกษาใหลึกซึ้งยิ่งขึ้นตอไป

๑

เตวิช โตตอบ และคณะ, รามเกียรติ์ วรรณคดีไทย, (Online). http://www.sema.go.th/files/Content/ Langqage%20Thai/k4/0005/ramayana/index.html (๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๕๑)


๖๔

๓.๔.๒ ดานศาสนา ความรูที่ไดรับจากเรื่องรามเกียรติ์ทางดานศาสนาก็คือ เรื่องรามเกียรติ์ เปนคติสอนใจ สอนใหทุกคนเปนคนดี ใหทุกคนตั้งอยูในศีลธรรม และใหระลึกอยู เสมอวา “ทําดีไดดี ทําชั่วไดชั่ว” ถึงแมวาเรื่องรามเกียรติ์จะมีที่มาจากเรื่องรามายณะของ ประเทศอินเดีย และเปนคัมภีรหนึ่งในศาสนาพราหมณก็ตาม แตทุกศาสนาก็สอนใหทุก คนทําแตความดีงาม ๓.๔.๓ ดานสังคม ความรูที่ไดรับจากเรื่องรามเกียรติ์ทางดานสังคมก็คือ บทประพันธเรื่อง รามเกียรติ์นี้ไดสอนถึงการใชชีวิตอยูรวมกันในสังคม เชน สอนใหมีความกตัญู เปน ลูกที่ดีของบิดามารดา ปกครองคนอยางยุติธรรมและเปนประชาธิปไตย ยอมรับฟงเสียง ส ว นมาก เหมื อ นกั บ พระราม, สอนให รั ก เดี ย วใจเดี ย ว มี ค วามซื่ อ สั ต ย ต อ คู ค รอง เหมือนกับนางสีดา, สอนใหรูสํานึกผิดชอบชั่วดีและมีน้ําใจเปนนักกีฬา เหมือนกับ ทศกัณฐตอนที่รบแพพระราม และยังสอนใหรูจักประมาณตนไมใหหยิ่งทะนงตนวาเปน ผูมีอํานาจ ดังเชนทศกัณฐที่หยิ่งทะนงในความเปนอมตะของตน เปนตน ๓.๔.๔ ดานศิลปะและวัฒนธรรม ความรูที่ไดรับจากเรื่ องรามเกี ย รติ์ทางดานศิล ปะและวัฒ นธรรมก็ คื อ วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์นี้มีอิทธิพลตอศิลปะและวัฒนธรรมของไทย ในทางดานศิลปะ ทําใหเกิดชิ้นงานศิลปะตาง ๆ เปนจํานวนมาก อยางเชน ภาพวาดบนฝาผนังตามวัดหรือ สถานที่สําคัญ ๆ และ ยังไดนําบทประพันธเรื่องนี้มาใชในการแสดงของไทย เชน การ แสดงโขน ละคร หุน หนังตะลุง สวนในทางดานวัฒนธรรมทําใหเกิดสํานวนโวหาร หรื อ สุ ภ าษิ ต ต า ง ๆ มากมาย นอกจากนี้ ยั ง มี ก ารใช คํ า เรี ย กชื่ อ ต า ง ๆ ซึ่ ง มี ที่ ม าจาก วรรณคดีเรื่องนี้ไปใชเปนชื่อคน สถานที่ สิ่งของ เปนตน


บทที่ ๔ บทสรุป รามเกีย รติ์ เปน งานวรรณกรรมชิ้ นหนึ่ งที่ เ ราได รับ มาจากเรื่ อ งรามายณะของ อินเดียนานมาแลว ในทํานองวาเลากันดวยปากเปลา เรียกวา “อักขาน” แตหลักฐาน เริ่ ม มาปรากฏชื่ อ ในตั ว ละครที่ เ ด น ชั ด โดยเฉพาะคํ า ว า “พระราม” ตั้ ง แต ส มั ย กรุ ง สุโขทัยเปนตนมา หลังจากนั้นก็มีบทบาทแพรหลายยิ่งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ไดแก ชื่อของเมื องหลวงคืออยุ ธ ยา การนําชื่อของพระรามนําไปผนวกเขากั บ ชื่อขององค พระมหากษัตริย และชื่อของสถานที่ เชน วัดและบึง เปนตน รามเกียรติ์ในประเทศไทยถึงแมวาจะไดมาจากหลากหลายแหลงก็ตาม แต วรรณคดีเรื่องนี้ก็มีทั้งคุณคาและความสําคัญตอสังคมไทยในหลาย ๆ ดานเปนอยางมาก อาจกลาวไดวารามเกียรติ์นี้ไดกลมกลืนเขาไปในสังคมไทยแลว ดังเห็นไดจากการใช ภาษาหรือสํานวนในชีวิตประจําวันซึ่งมีที่มาจากเรื่องรามเกียรติ์ หรือคําเรียกชื่อตาง ๆ อยางเชนที่ไดกลาวไปขางตน และยังปรากฏแทรกอยูในงานศิลปกรรมหลากหลาย แขนง เชน วรรณกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม การแสดงโขนหรือละคร เปนตน นอกจากนี้รามเกียรติ์ยังเปนคติสอนใจใหทุกคนทําดี และปฏิบัติแตสิ่งที่ดีอีกดวย อยางไรก็ตาม รามเกียรติ์ถือวาเปนวรรณกรรมชิ้นเอกของชาติไทย และเปน สมบัติของคนไทยทั้งชาติ ฉะนั้นคนไทยทุกคนควรที่จะศึกษา เผยแพร และอนุรักษ วรรณกรรมชิ้นนี้ใหสืบทอดตอไปแกชนรุนหลัง และอยูคูกับสังคมไทยตลอดไป ขอคิดเห็น : ๑. จากการที่ไดศึกษาวิเคราะหตัวละครในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์นี้ สอนใหรู วา เราไมควรที่จะใชอํานาจหรือความสามารถของตนไปในทางที่ไมถูกไมควร เพราะ จะทําใหเราประสบกับความลมเหลวในชีวิตได ๒. เราควรที่จะทําแตในสิ่งที่ดีงาม ในสิ่งที่ถูกตอง ตั้งตนอยูในศีลธรรมอันดี และไมเบียดเบียนหรือละเมิดสิทธิของผูอื่น


๖๖

ขอเสนอแนะ: ๑. ควรศึกษาบุคลิกภาพและบทบาทของตัวละครตัวอื่น ๆ ในเรื่องรามเกียรติ์ นอกจากที่ไดกลาวไว ๒. ควรมี ก ารศึก ษาวิ เคราะห วรรณคดีเ รื่ องรามเกี ย รติ์ ฉบั บ อื่ น ๆ เช น ฉบั บ สมเด็จพระเจากรุงธนบุรี, ฉบับรัชกาลที่ ๒, ฉบับรัชกาลที่ ๔ และฉบับรัชกาลที่ ๖ เปนตน เพื่อใหเห็นความสัมพันธระหวางวัตถุประสงคของผูแตง ลักษณะตัวละคร ตลอดจนกลวิธีการแตง และการสรางตัวละครเหลานั้น


บรรณานุกรม กมลทิพย คลายบานใหญ และคณะ. [ม.ป.ป.]. “มองหญิงไทยผานนางในวรรณคดี: นางสีดา.” [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://www.geocities.com/thai_lit/ sida.htm สืบคน ๒๗ มกราคม ๒๕๕๑. “กําเนิดตัวละครในรามเกียรติ์.” ๒๕๔๙. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://blog.hunsa. com/km6337/blog/4195 สืบคน ๑๓ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. โกวิ ท ตั้ ง ตรงจิต ร. ๒๕๔๗. คุ ย เฟ อ งเรื่ อ งรามเกี ย รติ์ . พิ ม พ ค รั้ง ที่ ๑. กรุ ง เทพฯ: สุวีริยาสาสนน. “คุณคาของวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http:// www.aksorn.com/webguide/webguide_detail.php?content_id=959 สื บ ค น ๒๖ มกราคม ๒๕๕๑. “ตัวรายในวรรณคดีไทย รายจริงหรือ: ทศกัณฐ.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://www.geocities.com/thaivillains/tod.htm สืบคน ๒๗ มกราคม ๒๕๕๑. “ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์: ทศกัณฐ.” [ม.ป.ป.]. [Online]. เขาถึงไดจาก: http:// www.banramthai.com/html/tosakan.html สืบคน ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์: นางสีดา.” [ม.ป.ป.]. [Online]. เขาถึงไดจาก: http:// www.banramthai.com/html/srida.html สืบคน ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์: พระราม.” [ม.ป.ป.]. [Online]. เขาถึงไดจาก: http:// www.banramthai.com/html/pra_ram.html สืบคน ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์: พระลักษมณ.” [ม.ป.ป.]. [Online]. เขาถึงไดจาก: http:// www.banramthai.com/html/pra_luck.html สืบคน ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์: พิเภก.” [ม.ป.ป.]. [Online]. เขาถึงไดจาก: http:// www.banramthai.com/html/phipek.html สืบคน ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑.


๖๘

“ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์: สุครีพ.” [ม.ป.ป.]. [Online]. เขาถึงไดจาก: http:// www.banramthai.com/html/sukreep.html สืบคน ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์: หนุมาน.” [ม.ป.ป.]. [Online]. เขาถึงไดจาก: http:// www.banramthai.com/html/hanuman.html สืบคน ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์: องคต.” [ม.ป.ป.]. [Online]. เขาถึงไดจาก: http:// www.banramthai.com/html/aongkod.html สืบคน ๑๔ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. เตวิ ช โตต อบ และคณะ. [ม.ป.ป.]. “รามเกี ย รติ์ วรรณคดี ไ ทย.” [ออนไลน ]. เขาถึงได จาก: http://www.sema.go.th/files/Content/Langqage%20Thai/k4/ 0005/ramayana/index.html สืบคน ๒๑ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ทวีปมู (Mu) หรือ รีมูเลีย (LeMUria) นครอันตธาน.” ๒๕๕๐. [ออนไลน]. เขาถึงได จาก: http://www.dhammachak.net/board/viewtopic.php?t=29 สืบคน ๒๖ มกราคม ๒๕๕๑. “ทาวมาลีวราชตัดสินความ.” ๒๕๕๐. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://www.oursiam. net/gallery/display.php?category=art&code=ART0 0 0 3 1 สื บ ค น ๒ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๐. นิยะดา เหล าสุนทร. ๒๕๔๐. คั มภี ร นารายณ ๒๐ ปางกั บคนไทย. พิม พครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ: แมคําผาง. “บทเรี ย นนาฏกรรมโขน: คุ ณ ค า ของตั ว ละครในนาฏกรรมโขน.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://art.hcu.ac.th/khon/ value.html สืบคน ๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. บริษัท เศรษฐกิจรวมดวยชวยกัน จํากัด. [ม.ป.ป.]. “รัชกาลที่ ๑.” [ออนไลน]. เขาถึง ไดจาก: http://www.rakbankerd.com/01_jam/thaiinfor/country_info/index. html?topic_id=255&db_file= สืบคน ๒๗ มกราคม ๒๕๕๑. ประจักษ ประภาพิทยากร. ๒๕๒๕. ความรูพื้นฐานทางวรรณคดีและวรรณกรรมเอก ของไทย. พิมพครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ: องคการคาของคุรุสภา. ประพันธ สุคนธะชาติ, ผูรวบรวม. ๒๕๓๑. นารายณสิบปาง. กรุงเทพฯ: อมรินทร พริ้นติ้งกรุพ.


๖๙

“ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: ทศกัณฐ.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http:// www.geocities.com/hanumarn2k/p11.html สืบคน ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: นางสีดา.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http:// www.geocities.com/hanumarn2k/p6.html สืบคน ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: พระราม.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http:// www.geocities.com/hanumarn2k/p5.html สืบคน ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: พระลักษมณ.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://www.geocities.com/hanumarn2k/p7.html สืบคน ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: พิเภก.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://www. geocities.com/hanumarn2k/p13.html สืบคน ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: สุครีพ.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http:// www.geocities.com/hanumarn2k/p24.html สืบคน ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: หนุมาน.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http:// www.geocities.com/hanumarn2k/p22.html สืบคน ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “ประวัติตัวละครรามเกียรติ์: องคต.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http:// www.geocities.com/hanumarn2k/p25.html สืบคน ๑๖ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. ปรีชา นุนสุข. ๒๕๒๔. อิทธิพลของมหากาพยรามายณะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต. พิมพครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ. “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://www.soonphra.com/content/viewtopic/viewtopic.php? topicdetailid=127&topicid=67 สืบคน ๑๕ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. “พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล าเจ าอยูหัว.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เข า ถึ ง ได จ าก: http://www.edutoday.in.th/upload-files/0005430/html/ dd75f228b7/1.htm สืบคน ๒๖ มกราคม ๒๕๕๑. พัชลินจ จีนนุน. ๒๕๔๗. “การวิเคราะหหนุมานในรามเกียรติ์ฉบับตาง ๆ.” วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.


๗๐

พิ กุ ล ทองน อ ย. ๒๕๐๔. รามเกี ย รติ์ ร อ ยแก ว ประกอบคํ ากลอน. พิ ม พค รั้ งที่ ๓. พระนคร: เขษมบรรณกิจ. พุทธยอดฟาจุฬาโลก, พระบาทสมเด็จพระ. ๒๕๔๐. บทละครรามเกียรติ์. ๔ เลม. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร. มงกุฎเกลาเจาอยูหัว, พระบาทสมเด็จพระ. ๒๔๘๔. บอเกิดรามเกียรติ์. พระนคร: โรงพิมพพระจันทร. มนตรี จันทรศิริ. ๒๕๔๗. ตํานานมหาเทพแหงสรวงสวรรค. กรุงเทพฯ: [ม.ป.ท.]. มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร. คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร. โปรแกรมวิชา นาฏศิลป. [ม.ป.ป.]. “สุนทรียภาพของชีวิต: การรับรูและกระบวนการรับรู เชิ ง คุ ณ ค า .” [ออนไลน ]. เข า ถึ ง ได จ าก: http://human.rru.ac.th/naat/ Page3.htm สืบคน ๑๕ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สาขาวิชาศึกษาศาสตร. ๒๕๔๗. เอกสารการสอน ชุ ด วิ ช าภาษาไทย ๔: วรรณคดี ไ ทย หน ว ยที่ ๘ – ๑๕. พิ ม พ ค รั้ ง ที่ ๕. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. มูลนิธิอนุรักษโบราณสถานในพระราชวังเดิม. [ม.ป.ป.]. “บุคคลสําคัญสมัยกรุงธนบุรี.” [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://www.wangdermpalace.com/thonburi/ impt_person_thai.html สืบคน ๒๗ มกราคม ๒๕๕๑. “รสวรรณคดี.” [ม.ป.ป.]. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://th.wikipedia.org/wiki/ รสวรรณคดี สืบคน ๑๙ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. เลื่อนฤทธิ์, คุณหญิง. ๒๔๖๖. นารายณสิบปาง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพไท. วัดหัวลําโพง พระอารามหลวง. [ม.ป.ป.]. “ภาพจิตรกรรมฝาผนัง (รามเกียรติ์) ณ พระ อุโบสถ: หนุมานถวายตัว.” [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก http://www. wathualampong.com/Ramayana/RR03.html สืบคน ๒๐ กุมภาพันธ ๒๕๕๑. วิเชียร เกษประทุม. ๒๕๔๙. เลาเรื่องรามเกียรติ.์ กรุงเทพฯ: พ.ศ. พัฒนา. ศักดิ์ศรี แยมนัดดา. ๒๕๓๘. นารายณอวตาร. พิมพครั้งที่ ๑. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.


๗๑

ศูน ยก ารศึ กษานอกโรงเรี ยนภาคตะวันออกเฉียงเหนื อ. งานสารสนเทศ. [ม.ป.ป.]. “วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหา จักรีบรมราชวงศ.” [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก: http://202.143.141.237/ nernec/topic7_old.php?page=37 สืบคน ๒๗ มกราคม ๒๕๕๑. สมพร สิงหโต. ๒๕๒๐. ความสัมพันธระหวางรามายณะของวาลมิกิและรามเกียรติ์ พระราชนิ พนธ ใ นรั ช กาลที่ ๑. กรุ ง เทพฯ: หน ว ยศึ ก ษานิ เ ทศก กรมการ ฝกหัดครู. สมเด็ จพระมหาวีร วงค (พิม พ ธมฺ ม ธโร). ๒๕๔๘. สากลศาสนา. พิ ม พ ครั้ง ที่ ๒. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย. สัจจาภิรมยอุดมราชภักดี (สรวง ศรีเพ็ญ), พระยา. ๒๕๑๗. เทวกําเนิด. กรุงเทพฯ: ป.พิศนาคะการพิมพ. สัญญา สุดล้ําเลิศ. ๒๕๒๘. “การศึกษาภาพรามเกียรติ์จากตูไทยโบราณสมัยอยุธยาและ ธนบุรี.” วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.


ภาคผนวก แผนภูมิโคตรวงศในเรื่องรามเกียรติ์


๗๓

แผนภูมิวงศกษัตริยกรุงศรีอยุธยา

ภาพที่ ๑๗ : แผนภูมิวงศกษัตริยกรุงศรีอยุธยา


๗๔

แผนภูมิวงศวานรนครขีดขิน

ภาพที่ ๑๘ : แผนภูมิวงศวานรนครขีดขิน


๗๕

แผนภูมิวงศพรหมและวงศอสูรกรุงลงกา

ภาพที่ ๑๙ : แผนภูมิวงศพรหมและวงศอสูรกรุงลงกา


๗๖


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
การศึกษาวิเคราะห์วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ โดย ฉัตรอมร แย้มเจริญ by Chatarmorn Yamcharoen - Issuu