Issuu on Google+

1

การปฐมพยาบาลเบื้องตน เร�่องใกลตัวที่คุณควรรู


2


3


4

เปิดกล่อง พยาบาล

การปฐมพยาบาล คือ การบรรเทา อาการเจ็บปวดหรือช่วยเหลือผู้ป่วยในเบื้องต้น ก่อน ส่งตัวเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากต้อง อยู่ในสถานการณ์ที่ลงมือปฏิบัติและทำ�ผิดวิธีอาจจะส่งผลต่อความ ปลอดภัยของชีวิตได้ การพยายามช่วยเหลือนั้นกลับทำ�ให้ผู้บาดเจ็บ หลายรายมีอาการหนักมากขึ้น สาเหตุสำ�คัญคือ ได้รับการปฐมพยาบาลมา ผิดวิธี สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าบุคคลทั่วไปนั้นยังมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการ ปฐมพยาบาลน้อยมาก ปัจจุบนั จึงมีองค์กรทีเ่ กีย่ วข้องกับการรักษาพยาบาลเปิดอบรมให้ ความรูเ้ รือ่ งการปฐมพยาบาลเบือ้ งต้นอยูเ่ สมอ โดยมีแพทย์หรือพยาบาลผูเ้ ชีย่ วชาญ เป็นวิทยากร ซึ่งมีหนังสือหรือแผ่นพับให้ความรู้น้อยมาก หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรือ่ ง “รูแ้ ล้ว ปลอดภัย การปฐมพยาบาล เบือ้ งต้นสำ�หรับบุคคลทัว่ ไป“ ได้น�ำ เสนอเนือ้ หาของวิธกี ารปฐมพยาบาลทีม่ กั ทำ � กั น ผิ ด ๆ โดยเนื้อหาได้แบ่งออกเป็น 2 หมวด คื อ หมวดอาการ บาดเจ็บจากโรคภัยไข้เจ็บ และ อาการบาดเจ็บจากอุบัต ิเหตุ ซึ่งสามารถเกิดได้กับบุคคลทุกเพศ ทุกวัย หวังว่าผู้อ่าน คงได้ ค วามรู ้ แ ละวิ ธ ี ก ารปฏิ บ ั ต ิ อ ย่ า งถู ก วิ ธ ี ก ั น มากขึ้นนะคะ


5

OPEN


6

สารบัญ โรคลมชัก/ลมบ้าหมู

10

โรคหอบจากอารมณ์ 12

22

ข้อเคลื่อนหลุด กระดูกหัก

24

สิ่งแปลกปลอมติดคอ

16 26 18

น้ำ�ร้อนลวก ตะคริว

20

ข้อเคล็ด/ข้อแพลง

จมน้ำ� 28 กลืนกินสารพิษ

30


7


8


9

อาการบาดเจ็บ ที่เกิดจากโรคภัยไขเจ็บ


10

โรคหอบจากอารมณ์

โรคหอบจากอารมณ์ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กลุ่มอาการระบบหายใจเกิน” ถือเป็นโรค ทางประสาทชนิดหนึ่ง โดยไม่มีความผิดปกติทางกายแต่อย่างใด และไม่มีอันตรายร้ายแรง มัก พบใน ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ช่วงอายุระหว่าง 15-30 ปี เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กลุ่มอาการระบบ หายใจเกิน” ถือเป็นทางโรคประสาทชนิดหนึ่ง โดยไม่มีความผิดปกติทางกายแต่อย่างใด และ ไม่มีอันตรายร้ายแรง มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ช่วงอายุระหว่าง 15-30 ปี

สาเหตุ ส่ ว นมากเกิ ด จากทางด้ า นอารมณ์ และจิตใจ เช่น ความวิตกกังวลหรือมีเรื่อง ขัดข้องใจ โมโหฉุนเฉียว ตกใจกลัว มีปมด้อย หรื อ ขาดความอบอุ่ น ทางจิ ต ใจ อาการ แสดงออกเป็นการประท้วง หรือเรียกร้องความ สนใจหรือเห็นใจจากผู้อื่น (ซึ่งอาจเป็นความ รู้สึกในจิตใต้สำ�นึก โดยผู้ป่วยไม่รู้ตัวก็ได้) บาง ครั้งอาจเกิดในคนที่มีอาการเจ็บปวดรุนแรง เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง โดยไม่เกี่ยวข้องกับ สาเหตุทางจิตใจก็ได้

อาการ

ผู้ ป่ ว ยได้ รั บ เรื่ อ งกระทบกระเทื อ น ทางจิตใจ ทะเลาะกับผูอ้ นื่ หรือมีความเจ็บปวด รุนแรง มีอาการหายใจหอบและเร็ว อาจหายใจ ตื้นหรือลึกก็ได้ อาจบ่นปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ใจสัน่ แน่นอึดอัดในหน้าอก ชาตามมือตามเท้า อาจมีอาการร้องเอะอะโวยวาย ดิ้นไปมา หรือ นอนแน่นิ่งเหมือนเป็นลม หลับตามิด แต่มัก ขมิบหนังตาแน่น ต่อมาจะมีอาการมือและเท้าจีบเกร็ง ทั้ง 2 ข้าง คล้ายเป็นตะคริว ทั้งนี้เนื่องจาก อาการหอบลึกนานๆ ซึง่ ส่งผลให้เกิดอาการชัก เกร็งของข้อมือและข้อเท้า


11

วิธีการปฐมพยาบาล

1

2

3

4

5

เมือ่ ซักถามอาการ ว่ามีโรคประจำ�ตัว เช่น โรคลมชัก, หอบหืด, โรคหัวใจ หรือไม่ และประเมินสภาพอาการของผู้ป่วย แล้วแน่ใจว่าไม่ใช่เกิดจากสาเหตุทางกาย ควรบอกให้ผทู้ ไี่ ม่มี ส่วนเกีย่ วข้องออกห่างจากผูป้ ว่ ย และพยายามพูดจาปลอบใจ ผู้ป่วย ซักถามปัญหาสาเหตุเพื่อวางแผนช่วยเหลือต่อไป 1. ให้ผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่โล่ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก ห่างไกล จากพื้นที่ที่มีคนเยอะๆ เพราะจะทำ�ให้คนไข้ยิ่งกดดัน 2. ถ้ายังมีอาการมือจีบเกร็ง ให้ใช้ถุงพลาสติกครอบปากและ จมูก พอแน่น ให้ผู้ป่วยหายใจภายในถุงพลาสติก เพื่อสูดเอา ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ร่างกาย 3. นำ�ถุงพลาสติกครอบตั้งแต่บริเวณจมูกลงมาถึงช่วงคาง ผู้ปฐมพยาบาลช่วยนับจังหวะการหายใจเข้า-ออก 4. ให้ผู้ป่วยหายใจเข้ายาวๆ จนสังเกตได้ว ่าถุงพลาสติก แฟ่บลงไปมาก 5. หลังจากนัน้ ให้ผปู้ ว่ ยหายใจออกยาวๆ จนถุงพลาสติกพอง ขึ้นมาอย่างเต็มที่ โดยจะให้ผู้ป่วยหายใจเข้า-ออก ช้าๆ สลับ กันไป ทำ�เป็นเซต เซทละ 5 ครัง้ ปกติมกั จะได้ผลภายใน 10 – 15 นาที โดยสังเกตได้วา่ มือหายจีบเกร็ง ขณะทีค่ รอบถุงพลาสติก เราควรนับจังหวะ ให้ผู้ป่วยทำ�ตาม โรคหอบทางอารมณ์ เป็นอาการป่วยที่เกิดจากทาง อารมณ์ ควรหาทางปลอบและให้กำ�ลังใจผู้ป่วยเมื่อมีอาการ ดีขึ้น แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหรือสงสัยว่า อาจเกิดจากสาเหตุอนื่ ควรรีบนำ�ส่งโรงพยาบาลเพือ่ ตรวจหา สาเหตุและให้การรักษาที่ถูกต้องต่อไป

1.ข้อสังเกตของอาการที่เห็นได้ชัด คือ มือจีบ 2.ในกรณีที่ไม่มีถุงพลาสติก สามารถใช้กระดาษขนาด A4 พับเป็น กรวย แทนได้ 3.ขณะทีผ่ ปู้ ว่ ยเกิดอาการเกร็ง ไม่ควรนวดหรือจับผูป้ ว่ ยให้อยูน่ งิ่ เพราะจะทำ�ให้ เกิดแรงต้านระหว่างผู้ป่วยกับแรงกด อาจทำ�ให้เกิดอันตรายกับอวัยวะนั้นๆได้


12

โรคลมชัก ลมบ้าหมู โรคลมชั ก หรื อ ลมบ้ า หมู พบได้ ประมาณ 1 ใน 200 คน พบได้ทุกวัย แต่มัก พบในเด็กอายุ 2-14 ปี อาการชักส่วนมากเกิด ขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ถ้าพบในเด็ก อายุต่ำ�กว่า 2 ปี หรือชักครั้งแรกในคนอายุ มากกว่า 25 ปี อาจมีสาเหตุจากโรคทางสมอง หรืออื่นๆ

สาเหตุ อาการชักเกิดจากเซลล์สมองบางส่วน มีการปลดปล่อยพลังไฟฟ้าผิดปกติ ซึง่ ส่วนใหญ่ ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด บางรายเกี่ยวข้องกับ กรรมพันธุ์ บางรายอาจมีประวัติชักจากไข้สูง ตั้งแต่เด็ก

1. คนทีช่ กั ก่อนอายุ 2 ปีอาจมีสาเหตุจากความ ผิดปกติของสมองมาตั้งแต่กำ�เนิดหรือมีโรค บางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อสมอง 2. คนที่ชักครั้งแรกหลังอายุ 25 ปี อาจเกิด ความผิดปกติในสมอง เช่น มีเนื้องอก ก้อน เลือด ฝี หรือพยาธิในสมอง หรือมีประวัติได้ รับบาดเจ็บที่ศีรษะมาก่อน 3. ก่ อ นชั ก อาจมี อ าการบอกเหตุ ล่ ว งหน้ า มาก่อนหลายชั่วโมงหรือ 2-3 วันโดยมีการ 4. ก่อนหมดสติเพียงไม่กี่วินาทีอาจมีอาการ เตือนโดยมีความรู้สึกแปลกๆเช่น ได้กลิ่นหรือ รสแปลกๆ หูแว่วเสียงคนพูด เห็นภาพหลอน เวียนศีรษะ มีอาการชาตามร่างกาย ตากระตุก แขนกระตุก รู้สึกแน่นยอดอกหรือไม่สบายท้อง 5. บางครั้งสาเหตุต่อไปนี้ก็กระตุ้นให้มีโอกาส ชักได้ง่ายขึ้น เช่น อดนอน หิวข้าว กินข้าวมาก เกินไป คิดมาก ดืม่ เหล้า กินยากระตุน้ ประสาท ท้องผูก มีประจำ�เดือน มีไข้สงู อยูใ่ นทีๆ ่ มีเสียง อึกทึกหรือมีแสงจ้า แสงวอบแวบ การหายใจ เข้าออกเร็วๆ

อาการ อยู่ ดี ๆ ก็ มี อ าการหมดสติ เ ป็ น ลม ล้มพับกับพื้นทันที พร้อมกับมีอาการกล้าม เนื้อหายใจลำ�บาก หน้าเขียว อีกไม่กี่วินาที จะมี อ าการชั ก กระตุ ก ของกล้ า มเนื้ อ ทุ ก ส่ ว น ของร่างกายเป็นระยะๆ และมีอาการตาค้าง ตาเหลือก


13 ระยะแรกมักถี่แล้วค่อยๆ ลดลงตาม ลำ�ดับจนกระทั่งหยุดกระตุก ในช่วงนี้อาจมี น้ำ�ลายฟูมปาก/มีเลือดออก เพราะผู้ป่วยกัด ริมฝีปากหรือกัดลิ้นตัวเอง อุจจาระ/ปัสสาวะ ราด อาการชักจะเป็นอยูป่ ระมาณ 1-3 นาที บางรายอาจถึงครึง่ ชัว่ โมงแล้วฟืน้ คืนสติตนื่ ขึน้ ด้วยความรู้สึกมึนงง อ่อนเพลีย บางรายอาจ เผลอหลับไปนานเป็นชั่วโมงๆ เมื่อตื่นขึ้นมา อาจมีอาการปวดศีรษะ มึนงง สับสน หาวนอน ลืมตัวและอาจทำ�อะไรทีต่ วั เองจำ�ไม่ได้ในภายหลัง

1

2

วิธีการปฐมพยาบาล 1. เคลียบริเวณพืน้ ทีโ่ ดยรอบให้ผปู้ ว่ ยอยูใ่ นทีท่ ี่ ปลอดภัย ห่างจากน้�ำ ไฟ และทีส่ งู เพือ่ ป้องกัน ไม่ให้ผู้ป่วยได้รับ อันตรายจากส่วนอื่นตามมา อีก 2. คอยพยุงศีรษะให้เอียงหน้าตะแคงไปด้านใด ด้านหนึ่ง เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง 3. ใช้มอื ข้างนึงจับบริเวณส่วนหัว และอีกข้างจับ บริเวณปลายคางของผูป้ ว่ ย ดังภาพ โดยค่อยๆ ใช้มอื พยุงเบาๆ ไม่ควรใช้แรงของตนเองฝืนกับ แรงของผู้ป่วยมากจนเกินไป เพราะอาจทำ�ให้ เกิดการบาดเจ็บอืน่ ๆ ของผูป้ ว่ ยตามมากอีกได้ โดยทั่วๆไปผู้ป่วยจะชักเพียง 1-3 นาทีกจ็ ะหยุดได้เอง แต่ถา้ ให้การปฐมพยาบาล แล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรนำ�ส่งโรงพยาบาล

3

การนำ�ช้อน นิ้วมือหรือวัตถุอื่นๆ ใส่ ในปากผู้ป่วยขณะชักเกร็ง เพราะกลัวผู้ป่วยกัด ลิ้นตัวเองนั้นเป็นวิธีปฐมพยาบาลแบบผิดๆ ที่ คนทั่วไปเข้าใจผิดมาเสมอ เพราะวัตถุที่สอดเข้า ปากผูป้ ว่ ยสามารถก่อให้เกิดแรงปะทะจนฟันหัก เศษฟันเล็กๆ อาจหลุดเข้าไปติดหลอดลมเป็น เหตุให้เสียชีวิตได้ ซึ่งจะเกิดอันตรายมากกว่าที่ ผู้ป่วยกัดลิ้นตัวเองเสียอีก


14


15

อาการบาดเจ็บ ที่เกิดจากอุบัติเหตุ


16

นำ�้ร้อนลวก

บาดแผลไฟไหม้น�้ำ ร้อนลวก เป็นอุบตั เิ หตุทพี่ บได้บอ่ ยทัง้ ในเด็กและผูใ้ หญ่ ถ้าเป็นเพียง เล็กน้อย จะมีอาการปวดแสบปวดร้อนพอทนได้ และค่อยๆ หายไปได้เอง แต่ถ้าเป็นมาก (กิน บริเวณกว้าง แผลลึก) มักมีภาวะแทรกซ้อน ทำ�ให้ทุพพลภาพหรือตายได้

สาเหตุ

บาดแผลที่ เ กิ ด จากความร้ อ นและ สารเคมี โดยมากมักจะมีสาเหตุจากอุบัติเหตุ ความประมาท ขาดความระมัดระวัง ซึ่งกลไก การบาดเจ็บจะมีความรุนแรงมากน้อยเพียง ใด ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ระยะเวลาที่ผิวหนัง สัมผัสกับความร้อน อวัยวะที่ได้รับบาดเจ็บ ดีกรีความลึกของบาดแผล และขนาดความ กว้างพื้นที่ของบาดแผลไฟไหม้ น้ำ�ร้อนลวก นั้น ๆ

อาการ

บาดแผล แบ่งเป็น 3 ระดับ โดยดูจาก ดีกรีความลึกของบาดแผล 1. ระดับตืน้ แผลอยูท่ ชี่ นั้ หนังกำ�พร้า ผิวหนังจะ แดง ปวดแสบปวดร้อนเล็กน้อย สามารถรักษา ให้หายได้ในเวลาไม่นาน 2. ระดับปานกลาง แผลอยู่ที่ชั้นหนังกำ�พร้าแต่ ลึกกว่าระดับแรก ผิวหนังจะแดง บวมพอง ปวด แสบปวดร้อนมาก ถ้าตุ่มพองไม่ใหญ่ แผลจะ หายและแห้งหลุดไปเองภายใน 3-7 วัน 3. ระดับรุนแรงมาก ความร้อนทำ�ลายไปถึงชั้น หนังแท้ ผิวหนังจะลอกหลุดออกเห็นรอยไหม้ สีดำ�หรือขาวเหมือนเนื้อสุก มักไม่รู้สึกเจ็บปวด เพราะเซลล์ประสาทบริเวณนั้นถูกความร้อน ทำ�ลายไปเกือบหมด


17

วิธีการปฐมพยาบาล

1

2

3

ในเบื้ อ งต้ น ของการรั ก ษาอาการทุ เ ลา ให้กับอาการบาดเจ็บจากการถูกน้ำ�ร้อนลวกมีขั้น ตอนง่ายๆดังนี้ 1. ให้ใช้ความเย็นประคบทันที เช่น ใช้ผา้ ชุบน้�ำ เย็น จัดวางลงบนแผล หรือแผ่นเจลประคบเย็น ซึง่ ต้อง ให้มีความเย็นตลอดเวลาที่ประคบ 2. หากบาดเจ็บบริเวณแขน ขา มือ เท้า สามารถจุม่ ลงในน้ำ�เย็นจัดประมาณ 10 นาที ไม่ควรใช้น้ำ�แข็ง สัมผัสบริเวณที่บาดเจ็บ เพราะน้ำ�แข็งจะมีเหลี่ยม คมและไม่สะอาด ที่สำ�คัญเนื้อเยื่อบริเวณนั้นอาจ ตายเนื่องจากความเย็นจัด หากอาการปวดแสบปวดร้อนทุเลาลง แล้ว ให้ทำ�ความสะอาดบริเวณนั้นด้วยน้ำ�สะอาด ทายาที่ใช้สำ�หรับแผลไฟไหม้ น้ำ�ร้อนลวก แล้วปิด ทับด้วยผ้าพันแผล แต่ถ้าหากในกรณีที่แผลมีความรุนแรง สาหัส จนไม่สามารถต่อความปวดแสบปวดร้อน ได้ ควรรีบนำ�ส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

1.ไม่ควรใช้ขี้ผึ้ง ครีม น้ำ�มัน ยาสีฟัน หรือ ยาหม่อง ทาแผล เพราะจะทำ�ให้ผิวหนังบริเวณ นั้นระบายความร้อนออกมาไม่ได้ 2.ถ้าใช้หรือน้�ำ แข็งประคบไว้นานๆ จะทำ�ให้เกิด แผลพุพองน้อยลง หรืออาจไม่เกิดขึน้ เลย เพราะ ความเย็นจะทำ�ให้เซลล์ทถี่ กู ความร้อนนัน้ ถ่ายเท ออกมาจนหมด ประคบนานเท่าทีค่ วามรูส้ กึ ร้อน ในบาดแผลจะหายไป


ตะคริว

18

ตะคริว เป็นอาการกล้ามเนื้อ เกร็งแข็งและปวดซึ่งเกิดขึ้นรวดเร็วและ มักอยู่เพียงไม่กี่นาที กล้ามเนื้อที่พบเป็น ตะคริวได้บ่อย ได้แก่ น่องและ ต้นขา ตะคริวเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก ซึ่งจะ พบได้เป็นครั้งคราวในคนเกือบทุกคน

สาเหตุ

ส่วนมากจะไม่มีสาเหตุร้ายแรง เป็น เพียงชั่วเดี๋ยวเดียวก็หายได้เอง บางรายอาจ เป็นตะคริวที่น่องขณะนอนหลับโดยไม่ทราบ สาเหตุที่แน่ชัด บางรายอาจเป็นหลังออกกำ�ลัง กายมากกว่าปกติ หรือหลังจากนอน, นัง่ หรือยืน ในท่าทีไ่ ม่สะดวกนานๆ (ทำ�ให้การไหลเวียนของ เลือดไม่สะดวก) ผู้ที่มีภาวะแคลเซียมในเลือด ต่ำ�ก็อาจเป็นตะคริว ได้บ่อย หรือผู้ที่สูญเสีย เกลือโซเดียม เนือ่ งจาก ท้องเสีย อาเจียน หรือ สูญเสียทางเหงื่อ เพราะอากาศร้อน หรืออยู่ใน ที่ที่อบอ้าวมากๆ

อาการ

อยู่ ๆ จะรู้ สึ ก กล้ า มเนื้ อ ส่ ว นใดส่ ว น หนึง่ (น่องหรือต้นขา) มีการแข็งตัวและปวดมาก เอามือคลำ�ดูจะรู้สึกแข็งเป็นก้อน ถ้าพยายาม ขยับเขยือ้ นกล้ามเนือ้ ส่วนนัน้ จะทำ�ให้ยงิ่ แข็งตัว และปวดมากขึ้น ถ้าเป็นขณะนอนหลับอาจรู้สึก ปวดจนสะดุ้งตื่น โดยทั่วไปจะเป็นอยู่เพียงไม่ กีน่ าที ก็หายได้เอง และไม่มคี วามผิดปกติอนื่ ๆ เกิดร่วมด้วย เมือ่ หายแล้วจะรูส้ กึ เป็นปกติทกุ อย่าง

วิธีการปฐมพยาบาล 1

2

3

4

ตะคริวที่น่อง 1.เหยียดขาข้างที่เป็น ตะคริวให้ตรง 2. ค่อยๆดันปลายเท้า ขึ้นช้าๆ 3. ดั น ปลายเท้ า ลง ให้เต็มที่ ช้าๆ โดย ดั น ปลายเท้ า ขึ้ น ลง ประมาณ 5 – 10 นาที 4. นวดเบาๆที่น่อง หรืออาจทาครีม หรือ น้ำ�มันเพื่อกระตุ้นการ ไหลเวียนของเลือดไป ที่บริเวณนั้น


19

วิธีการปฐมพยาบาล

1

1

1

2

2

2

ตะคริวที่ต้นขา 1. เหยียดขาให้ตรง ยก ขาขึ้ น เหนื อ พื้ น เล็ ก น้ อ ย มื อ ข้ า งหนึ่ ง ประคองใต้ ส้นเท้า อีกข้างหนึ่งกดลง บนหัวเข่า 2. จากนั้นค่อยๆ นวด บริเวณที่เป็นตะคริวเบาๆ

ตะคริวที่เท้า 1. เหยียดนิ้วเท้าให้ตรง และช่วยให้ลุกขึ้นยืนเขย่ง เท้า 3 2. จากนั้ น ค่ อ ยๆนวด ตะคริวที่มือ บริเวณที่เป็นตะคริวเบาๆ เหยียดนิว้ มือออก แล้วค่อยๆ นวดนิ้ วมื อเบาๆ ไล่ ลงมา ตั้งแต่ช่วงปลายนิ้วมือจนถึง ส่วนของกลางมือ

สำ�หรับคนที่เป็นตะคริวบ่อยๆ ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียสูง เวลานอนให้ยกขาสูง โดยใช้หมอนรองขา แต่ถ้าเป็นๆหายๆควรปรึกษาแพทย์เพื่อ ตรวจหาสาเหตุความผิดปกติในระบบไหลเวียนของเลือด


20

ข้อเคล็ด ข้อแพลง

พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ข้อที่ พบได้บ่อยมาก ได้แก้ ข้อเท้า และอาจจะเกิด ขึ้นได้ที่ข้อไหล่ ข้อเข่า ข้อมือ ข้อนิ้ว

วิธีการปฐมพยาบาล

สาเหตุ

เกิดจากเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อที่ยืด อยู่รอบๆ ข้อต่อมีการฉีกขาด เนื่องจากหกล้ม หรือเดินสะดุดทำ�ให้ข้อเท้าพลิกหรือบิดงอ ถูก กระแทกหรือยกของหนัก

อาการ

ข้อมีลักษณะบวม แดง และร้อน อาจ พบรอยเขียวคล้ำ�หรือฟกช้ำ�เนื่องจาก หลอดเลือดฝอยแตกร่วมด้วย ทันทีที่ได้รับบาดเจ็บ จะมีอาการปวด เจ็บที่ข้อ และจะเจ็บมากเวลา เคลื่อนไหวหรือใช้นิ้วกดที่ข้อ อาการจะรุนแรง มากหรือน้อยขึน้ อยูก่ บั ปริมาณของเส้นเอ็นและ กล้ามเนื้อที่ฉีกขาด

ควรประคบด้วยน้ำ�แข็งหรือน้ำ�เย็น ทันที (ถ้าเป็นที่เท้าให้เอาแช่ในน้ำ�เย็นได้เลย) เพื่อลดอาการบวมและปวด ทำ�ทุก 3-4 ชั่วโมง ใน 48 ชั่วโมงแรก หลังจ���ก 48 ชั่วโมงไปแล้ว ควรประคบหรื อ แช่ ด ้ ว ยน้ ำ � อุ ่ น จั ด ๆครั ้ ง ละ 15-30 นาที วันละ 2-3 ครั้งเพื่อลดอาการ อั ก เสบ และใช้ ย าทาแก้ ป วดได้ เ มื ่ อ หลั ง 48 ชั่วโมงไปแล้ว ใช้ผา้ ยืด (Elastic Bandage) พันตรง ข้อทีไ่ ด้รบั บาดเจ็บ และยกข้อทีแ่ พลงให้สงู เช่น ถ้าข้อเท้าแพลง เวลานอนก็ใช้หมอนรองเท้าให้ สูง หรือเวลานั่ง ควรยกข้อเท้าวางบนเก้าอี้อีก ตัวหนึ่ง (อย่าห้อยเท้า) ถ้าข้อมือแพลงควรยกข้อมือให้สงู กว่า ระดับหัวใจ โดยใช้ผ้าคล้องคอ และอย่าใช้มือ ข้างนั้นทำ�งาน ควรพักจนกว่าอาการปวดจะ ทุ เ ลา ซึ่ ง อาจกิ น เวลาหลายวั น แล้ ว ค่ อ ยๆ เคลื่อนไหวบริหารข้อนั้นให้คืนสู่สภาพปกติ 4) ถ้ า ปวดมากให้ กิ น ยาแก้ ป วด ยาต้ า น การอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ 5) ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์หรือ สงสัยว่ากระดูกหัก ควรรีบนำ�ส่งโรงพยาบาล


21

วิธีการปฐมพยาบาล

ขั้นตอนการพันข้อมือ

1

2

3

4

5

6

ขั้นตอนการพันข้อเท้า

1

3

2

4

5

ข้อเคล็ดข้อแพลงส่วนมากจะเป็นไม่รุนแรง และควรจะเริ่มมี อาการดีขึ้น (ปวดและบวมน้อยลง) ภายใน 1-2 สัปดาห์ และหายขาด ภายใน 3-4 สัปดาห์ แต่บางรายโดยเฉพาะถ้าไม่ค่อยได้พัก อาจมีอาการ บวมเป็นๆหายๆเรื้อรังเป็นเวลา 2-3 เดือนได้


22

ข้อเคลื่อนหลุด

สาเหตุ เกิดจากการทีห่ วั กระดูกหลุดออกจาก ที่เคยอยู่ อาจเนื่องจากเยื่อหุ้มข้อขาด หรือ ถูกยืดมากเกินไป โดยข้อเคลื่อนหลุดส่วนมาก มักเกิดที่บริเวณหัวไหล่ ซึ่งผู้ที่มีโอกาสหัวไหล่ หลุดบ่อยได้แก่ นักกีฬาทีใ่ ช้ก�ำ ลังแขนมาก เช่น นักเทนนิส นักแบตมินตัน พุ่งหลาว เป็นต้น การใช้กำ�ลังช่วงแขนในการเหวี่ยงมากเกินไป อาจก่อให้เกิดอาการข้อเคลื่อนหลุด ได้ทุกเมื่อ

อาการ ส่วนมากที่สามารถเห็นได้ชัด คือ มี รูปข้อผิดไป เคลื่อนไหวไม่ได้ ปวดมาก อาจ มีอาการบวม ขนาดของส่วนที่หลุดอาจเห็นว่า ยาวหรือสั้นกว่าเดิม


23

วิธีการปฐมพยาบาล ถ้าเคยพบและจัดให้เข้าที่ให้ทำ�ทันที เพราะรอไว้จะปวดมาก และทำ�ยากเพราะกล้ามเนื้อตึง แต่ถ้าไม่เคยทำ�หรือไม่แน่ใจให้ ยึดส่วนทีห่ ลุดไว้ในท่าทีเ่ จ็บน้อยทีส่ ดุ และไม่ให้มกี ารเคลือ่ นไหว แล้วนำ�ไปหาแพทย์อย่างระมัดระวังในการเคลื่อนย้าย 1 1. หาผ้าหรือกระดาษ มาพับให้หนาๆ แล้วนำ�มาแนบไว้ทบี่ ริเวณ ใต้รกั แร้ เพือ่ ไม่ให้เป็นการบังคับให้แขนรัง้ เข้ามาชิดกับลำ�ตัวมาก เกินไป การทำ�แบบนี้จะช่วยลดอาการบาดเจ็บของผู้ป่วยได้ 2. ใช้ผ้าสามเหลี่ยมชิ้นที่ 1 สอดเข้าไปด้านในแขน ทาบแนบไป กับ ลำ�ตัวลงมา จัดให้ปลายสามเหลี่ยมตรงกลางของผ้าอยู่ 2 บริเวณข้อศอก 3. ดึงปลายผ้าจากด้านล้างขึ้นมา แล้วอ้อมมาที่บริเวณคอเพื่อ ทำ�การผูกกับปลายผ้าด้านบน 4. นำ�ผ้าสามเหลีย่ มชิน้ ที่ 2 มาประคองทีแ่ ขนโดยการผูกทีบ่ ริเวณ หน้าอก ให้ทบั กับผ้าสามเหลีย่ มอันแรกแล้วผูกไว้ เพือ่ ไม่ให้มกี าร ขยับของบริเวณที่บาดเจ็บ 3 5. นำ�ผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

4

5

ในการผูกผ้าของผู้ป่วยข้อเคลื่อนไหล่หลุด ควรผูกให้ ระดับแขนของผู้ป่วยตั้งฉากกับข้อศอก เพราะจะตั้งฉากขนาน กันพอดี สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บของผู้ป่วยก่อนนำ�ส่ง โรงพยาบาลได้ในระดับนึง

6


24

กระดูกหัก

กระดูกหักแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 1) หักแบบปิด หมายถึง ภาวะที่กระดูกได้รับ ความบาดเจ็บและเกิดการหักโดยไม่มกี ารแทง ทะลุออกนอกผิวหนัง 2) หักแบบเปิด หมายถึง ภาวะที่กระดูกได้รับ ความบาดเจ็บและหักแทงทะลุออกนอกผิวหนัง หรือมีเลือดไหล

สาเหตุ

กระดูกหัก เป็นอุบัติเหตุที่ส่วนมากมักเกิดจาก วิธีการปฐมพยาบาล การได้รับบาดเจ็บ เช่น หกล้ม รถคว่ำ� รถชน เมื่ อ เราทราบว่ า ผู้ บ าดเจ็ บ มี ภ าวะ เป็นต้น กระดูกหัก จำ�เป็นจะต้องดามกระดูกก่อน ทำ�การเคลื่อนย้าย เราควรหาอุปกรณ์ที่มี อาการ ลั ก ษณะแข็ ง และยาวพอที่ จ ะสามารถดาม เราจะทราบได้ อ ย่ า งไรว่ า ผู้ บ าดเจ็ บ มี ภ าวะ บริเวณกระดูกทีห่ กั ได้ ซึง่ โดยทัว่ ไปแล้ว อุปกรณ์ กระดูกหักร่วมด้วย อาการแสดงที่บ่งบอกว่า ทีม่ กั นำ�มาดาม คือ ไม้ แต่หากไม่สามารถหาได้ ผู้บาดเจ็บมีภาวะกระดูกหัก มีดังนี้ กระดาษหนังสือพิมพ์ก็สามารถนำ�มาใช้ได้้เช่น 1. ได้ยินเสียง Crack ทันทีที่ได้รับบาดเจ็บ กัน 2. มีอาการปวด,บวม,ช้ำ�,กดเจ็บในบริเวณที่ โดยวิธีการดามกระดูกชั่วคราว มีขั้น บาดเจ็บ ตอนต่างๆ ดังนี้ 3. สีผิวบริเวณนั้นเปลี่ยนไป 4. มีอาการผิดรูป เช่น บิด โค้ง งอ หรือ เคลื่อนไหวแล้วผิดปกติ 5. เจ็บเวลาขยับมีเสียงกรอบแกรบ 6 อวัยวะสัน้ กว่าปกติ (จะเกิดขึน้ ในลักษณะการ หักและมีการซ้อนกันของกระดูก)


25

วิธีการปฐมพยาบาล

การดามกระดูกแขน

1 1. นำ�กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ม้วนแล้ว มาประกบขนาบข้างบริเวณแขน

2

3

2. นำ�เชือกมา 2 เส้น มัดให้หนังสือพิมพ์ 3. สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วย นำ�ส่ง โรงพยาบาลได้ แน่นหนา เพื่อไม่ให้เกิดการขยับ ในบริเวณใดๆ ของแขน

การดามกระดูกขา

1 1. นำ�กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ม้วนแล้ว มาประกบขนาบข้างบริเวณขา

2

3

2. นำ�เชือกมา 2 เส้น มัดให้หนังสือพิมพ์ 3. สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วย นำ�ส่ง โรงพยาบาลได้ แน่นหนา เพื่อไม่ให้เกิดการขยับ ในบริเวณใดๆ ของขา

ในกรณีที่อาการกระดูกหักบาดเจ็บๆ รุนแรงมาก ควรโทรแจ้งโรงพยาบาลหรือหน่อยกู้ภัยให้ มานำ�ตัวผู้ป่วย

ถ้าไม่มั่นใจว่าผู้บาดเจ็บมีภาวะกระดูกหัก สันนิฐานไว้ก่อนว่าหัก เพราะถ้าหักจะ ต้องดามมันก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกมา กลับกันถ้าเดาว่าไม่หักแล้วไม่ได้ ดามไป (แต่ในความเป็นจริงเกิดหัก) ขณะเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเกิดกระดูกส่วนที่หักแทง เส้นเลือด เส้นประสาทบริเวณที่หัก จะเกิดผลเสียต่อผู้บาดเจ็บทันที


26

สิ่งแปลกปลอมติดคอ

สิ่งแปลกปลอมขนาดเล็ก เช่น กระดุม ลูกปัด ลูกอม เศษอาหาร เมล์ดพืช เป็นต้น ถ้า ตกเข้าไปในทางเดินหายใจ เช่น กล่องเสียง หลอดลม เกิดการอุดกั้นทำ�ให้ลมหายใจเข้าออก ลำ�บากและเป็นอันตรายได้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน

สาเหตุ ดังกล่าวอยู่ ก็มีอาการสำ�ลัก ไอ หรือมีอาการ หายใจลำ�บากขึ้นมาทันทีทันใด ถ้ า สิ่ ง แปลกปลอมติ ด อยู่ ที่ ก ล่ อ ง เสียง จะทำ�ให้มีอาการเสียงแหบ หายใจดังครู้ ป คล้ายกับคนที่เป็นคอตีบ ถ้าสิ่งแปลกปลอม มีขนาดใหญ่จนปิดกั้นทางเดินหายใจ ผู้ป่วยจะ มีอาการหน้าเขียว เล็บเขียว หากช่วยไม่ทนั อาจ ตายได้ภายในเวลาที่รวดเร็ว อาการ ถ้ า สิ่ ง แปลกปลอมลงไปติ ด อยู่ ที่ มักมีประวัติว่าขณะกำ� กินลังอาหาร หลอดลมข้างใดข้างหนึ่ง ปอดข้างนั้นจะไม่มี หรือป้อนผลไม้ หรือกำ�ลังเล่นสิ่งแปลกปลอม ลมหายใจผ่ า นเข้ า ออก ทำ � ให้ ป อดข้ า งนั้ น เคลื่อนไหวได้น้อยกว่าข้างที่ปกติ บ่อยครั้งที่มักพบเหตุการณ์สิ่งแปลก ปลอมเข้าสู่ร่างกาย โดยผ่านเข้าไปตามทาง เดินอาหาร ถ้าตกเข้าไปในทางเดินหายใจ เช่น กล่องเสียง หลอดลม เกิดการอุดกั้น ทำ�ให้ลม หายใจเข้าออกลำ�บากและเป็นอันตรายได้


27

วิธีการปฐมพยาบาล

“รัดท้องอัดยอดอก” หรือ “รัดอัดท้อง” มีขั้นตอนดังนี้

1 1. ผู้ช่วยเหลือยืนข้างหลังผู้ป่วย ใช้แขน 2 ข้างโอบรอบเอวผู้ป่วย กำ�หมัดข้างหนึ่งวางบริเวณเหนือสะดือผู้ป่วยเล็กน้อยใต้กระดูกอ่อน

2 2. ผู้ช่วยเหลือใช้มืออีกข้างจับมือที่กำ�หมัดไว้ แล้วทำ�การอัดเข้าท้องแรงๆเร็วๆ ขึ้นไปข้างบน อัดหมัดเข้าท้องซ้ำ�ๆกันหลายๆครั้งจนกว่าสิ่งแปลกปล���มจะหลุด ออกมา การปฐมพยาบาลดังกล่าว ให้ปฏิบัติเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยหายใจไม่ได้ หน้าเขียว เล็บเขียวเท่านั้น ถ้าผู้ป่วยยังหายใจได้เอง ไอได้แรงๆ หรือยังพูดได้ ไม่ต้องปฐมพยาบาลแต่ อย่างใด แต่ให้นำ�ผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที


28

จมนำ�้

สาเหตุ

จมน้ำ� เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมี ความรุนแรงมักจะทำ�ให้ตายในเวลาเพียงไม่กี่ นาที มักเกิดกับเด็กเล็ก และคนทีว่ า่ ยน้�ำ ไม่เป็น อาจเกิดจากอุบัติเหตุ (ตกน้ำ� เรือคว่ำ� เรือชน) หรืออื่นๆ

อาการ

คนที่จมน้ำ�มักจะมีอาการหมดสติ และ หยุดหายใจ บางรายอาจมีภาวะหัวใจหยุดเต้น แต่ ถ้าไม่ถงึ กับหมดสติ ก็อาจมีอาการปวดศีรษะ เจ็บ หน้าอก อาเจียน กระวนกระวาย หรือไอมีฟอง เลือดเรื่อๆ (ซึ่งแสดงว่ามีภาวะปอดบวมน้ำ�) บางรายอาจตรวจพบภาวะหัวใจเต้น เร็วผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันต่ำ�หรือ ภาวะช็อก

วิธีการปฐมพยาบาล ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้ได้ปรับ มาตรฐานการกู้ชีพ จากการช่วยชีวิตด้วยการ เป่าปาก (Mouth to Mouth) และกดหน้าอก เป็นการช่วยชีวติ ด้วยมืออย่างเดียวหรือ Hands only CPR ซึ่งจะทำ�ให้คนทั่วไปสามารถช่วย ชีวิตคนอื่นได้ง่ายขึ้น


29

วิธีการปฐมพยาบาล

3 1 1. ใช้นิ้วมือข้างที่ถนัด จิ้มลงไปลงบนบริเวณ 3. กดหน้าอกให้ลกึ 2 นิว้ ปล่อยหน้าอกให้เด้ง ขอบกระดูกซี่โครง แล้วใช้มืออีกข้างวางนิ้วลง กลับมาสุด กดแล้วปล่อย กดแล้วปล่อย ตาม จังหวะเพลงสุขกันเถอะเรา ของวงสุนทราภรณ์ ไป 3 นิ้ว จนกว่าความช่วยเหลือจากรถพยาบาล หรือรถ ฉุกเฉินจะมาถึง

2 2. ให้วางส้นมือข้างหนึ่งตรงบริเวณที่ใช้นิ้ววัด การกดหน้าอกช่วยชีวติ ตามจังหวะ ขึ้นมา จากนั้นวางส้นมืออีกข้างประสานกัน เพลงสุขกันเถอะเรา จะช่วยให้คนส่วนใหญ่ เหยียดแขนตรง หลังตรง เข้าใจจังหวะในการกดหน้าอกอย่างถูกต้อง มากขึ้น โดย เป็นการกระตุ้นหัวใจผู้ป่วยให้ สามารถฟืน้ คืนชีพได้ ซึง่ ในต่างประเทศได้เริม่ คิดค้นวิธีการกดหน้าอกตามจังหวะเพลงขึ้น มา และใช้เพลง “Staying Alive” ของ บีจี ในการประกอบจังหวะ


30

กลืนกินสารพิษ สาเหตุ

อาการ

นอกจากประเมินอาการแล้ว ยังจำ�เป็นต้อง สังเกตสภาพการณ์ สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย การได้รับสารพิษ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้ ร่วมด้วย ดังนี้ รับการปฐมพยาบาลทีร่ บี ด่วน และเฉพาะเจาะจง ดังนัน้ 1) การคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง น้ำ�ลายฟูมปาก หรือ สิง่ สำ�คัญทีส่ ดุ คือ จะต้องประเมินจำ�แนกให้ได้วา่ อาการ มี รอยไหม้นอกบริเวณริมฝีปาก มีกลิน่ สารเคมีบริเวณ ผิดปกติตา่ ง ๆ ทีเ่ กิดขึน้ กับผูป้ ว่ ยนัน้ ว่าเกิดจากสารพิษ ปาก ใด 2) เพ้อ ชัก หมดสติ มีอาการอัมพาตบางส่วนหรือทัว่ ไป ขนาดช่องม่านตาผิดปกติ อาจหดหรือขยาย 3) หายใจขัด หายใจลำ�บาก มีเสมหะมาก มีอาการเขียว ปลายมือปลายเท้า หรือบริเวณริมฝีปาก ลมหายใจ มีกลิ่นสารเคมี 4) ตัวเย็น เหงื่อออกมาก มีผื่นหรือจุดเลือดออก ตามผิวหนัง


31

วิธีการปฐมพยาบาล ผูช้ ว่ ยเหลือต้องทำ�การประเมินผูท้ ไี่ ด้รบั สาร พิษก่อน แล้วจึงพิจารณาดำ�เนินการช่วยเหลือ ดังนี้ 1. ทำ�ให้สารพิษเจือจาง ในกรณีรสู้ กึ ตัวและไม่มอี าการ ชัก โดยการดื่มน้ำ�ชาซึ่งหาได้ง่าย แต่ถ้าได้นมจะดี กว่า เพราะนอกจากจะช่วยเจือจางสารพิษแล้ว ยังช่วย เคลือบและป้องกันอันตรายต่อเยื่อบุทางเดินอาหาร 2. ทำ�ให้ผู้ป่วยอาเจียน เพื่อเอาสารพิษออกจาก กระเพาะอาหาร เช่น ใช้นิ้วล้วงคอ ใช้ไม้พันสำ�ลีกวาด คอซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ รู้สึกอยากขย้อน อยาก อาเจียน 3. ให้สารดูดซับสารพิษในระบบทางเดินอาหาร เพือ่ ลด ปริมาณการดูดซึมสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสารที่ใช้ได้ ผลดี คือ Activated Charcoal (เม็ดคาร์บอน) หาซื้อ ได้ตามร้านขายยา ใช้ละลายน้ำ� แล้วให้ผู้ป่วยดื่ม ถ้า หาไม่ได้ อาจใช้ไข่ขาว 3 - 4 ฟอง ตีให้เข้ากันให้ โดยผู้ ป่วยทีส่ ามารถรับประทานได้ ควรใช้ในกรณีดงั ต่อไปนี้ - รับประทานสารพิษเข้าไปเกินครึ่งถึง 1 ชั่วโมง เพราะสารพิษผ่านกระเพาะอาหารลงไปยังลำ�ไส้แล้ว การให้อาเจียนอาจไม่ได้ผล - ในกรณีที่หลังจากทำ�ให้อาเจียนแล้ว และไม่แน่ใจ ว่าสารพิษจะถูกขับออกมาหมดโดยการอาเจียน - ในกรณีที่ไม่สามารถทำ�ให้ ผู้ป่วยอาเจียนได้ 4. หากอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบนำ�ส่งโรงพยาบาลเพื่อ ทำ�การล้างท้องเอาสารพิษออกจากกระเพาะอาหาร

นม

เม็ดคาร์บอน

ไข่ไก่

ข้อห้าม ในการทำ�ให้ ผู้ป่วยอาเจียน ในการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษทางปาก การทำ�ให้อาเจียนไม่ใช่วิธีการปฐมพยาบาลที่สามารถ ทำ�ได้ทุกครั้ง โดยจะมีบางกรณีที่เป็นข้อห้ามในการทำ�ให้อาเจียน ดังนี้ 1.) ผู้ป่วยหมดสติ 2) ผู้ป่วยได้รับสารพิษชนิดกัดเนื้อ เช่น กรด ด่าง 3) ผู้ป่วยได้รับสารพิษพวก น้ำ�มันปิโตรเลียม เช่น น้ำ�มันก๊าด เบนซิน 4) ผู้ป่วยมีสุขภาพไม่ดี เช่น โรคหัวใจ


32


33

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี หน่วยบริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล หนังสือ : ตำ�ราการตรวจรักษาโรคทั่วไป พยาบาลวิชาชีพ : คุณกัลยาณี นิลวรณ์


34


การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เรื่องใกล้ตัวที่คุณควรรู้